คลับฟรายเดย์

โปรแกรมบอลวันนี้ วันพุธที่ 13 เมษายน 2559
ผลบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

โปรแกรมบอลวันนี้ วันพุธที่ 13 เมษายน 2559 ผลบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย เวลา 01:45 น. แอตเลติโก้ มาดริด - บาร์เซโลน่า เวลา 01:45 น. เบนฟิก้า - บาเยิร์น มิวนิค ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวลา 02:00 น. คริสตัล พาเลซ - เอฟเวอร์ตัน ผลบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เวลา 01:00 น. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลบอล โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส เวลา 03:15 น. โคเบรซอล - เซอร์โร่ ปอร์เตโน่ เวลา 05:30 น. ราซิ่ง คลับ - โบคา จูเนียร์ เวลา 05:30 น. โอลิมเปีย อาซันซิออง - เดปอร์ติโว่ ทาชิร่า เวลา 05:30 น. คลับสปอร์ต เอเมเลค - พูมาส ยูนัม เวลา 07:45 น. เซาเปาโล - ริเวอร์เพลท เวลา 07:45 น. LDU กีโต้ - เกรมิโอ้ ปอร์โต้ >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

ก้องเกียรติ โขมศิริ /  ขุนพันธ์ / 

"แฟรงค์ ภคชนก์" ร้ายระดับพระกาฬ ด้วยบท "หลวงโอฬาร" ในขุนพันธ์ “พี่โขมเป็นคนที่ใช้ความมืดมาบีบคั้นคนดูเพื่อให้เห็นคุณค่าของแสงสว่าง เขาใช้ความมืดกดดันเพื่อให้คนดูหิวกระหายความสว่าง และเมื่อความสว่างโผล่ออกมาเมื่อไหร่มันจะดื่มด่ำขึ้นมาทันที มันจะโอ้ว มันสว่างแล้ว และนี่คือวิธีการของพี่โขมที่ผมชอบความละเมียดละไมแบบนี้มาก กดดันให้คนหิวความสว่าง กดดันให้คนหิวความสดใส พอมันถึงความสว่างขึ้นมาปุ๊บ อ๋อมันสว่างขึ้นมาจริง ๆ”  แฟรงค์ ภคชนก์ กล่าว หลังจากที่เราได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ กันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อนันดา เอเวอริ่งแฮม (อ่านบทสัมภาษณ์ คลิก) หรือ น้อย วงพรู (อ่านบทสัมภาษณ์ คลิก) คราวนี้ก็ถึงทีของอีกหนึ่งตัวละครสำคัญผู้รับบทบาทเป็น หลวงโอฬาร จอมร้ายกาจ ซึ่งได้แก่ แฟรงค์ ภคชนก์ โวอ่อนศรี ว่าแต่หนุ่มแฟรงค์จะมาพูดอะไรเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้บ้าง ตามไปอ่านกันได้เลยครับ... ครั้งแรกที่ได้รู้จักท่านขุนพันธ์ รู้จักท่านขุนพันธ์ครั้งแรกจากหนังสือพิมพ์ครับ จากรายการทีวี จากหลาย ๆ แหล่งที่ต่างพูดเหมือนกันว่าท่านคือตำรวจที่ดี แล้วก็ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ที่โดนใจมากเลยก็คือเรื่องของการมีอาคม คือคนสมัยก่อน สภาวะแวดล้อมสิ่งต่าง ๆ มันไม่เหมือนสมัยนี้ มันก็จำเป็นที่ต้องมีคาถาอาคม อย่างผมเองมีโอกาสที่ได้ทันคุณทวดของผมซึ่งเป็นคุณยายของคุณพ่อ คุณทวดจะมีสมุดอยู่เล่มหนึ่งซึ่งในนั้นก็จะมีคาถามากมาย อย่างเช่น เวลาที่คุณโดนของร้อนไฟลวกนะคุณก็ต้องเป่าคาถานี้นะ เวลาคุณเดินไปในพงหญ้าคุณกลัวงูคุณก็ต้องท่องคาถานี้นะ พออ่านเรื่องของขุนพันธ์ว่าท่านมีคาถาอาคมก็เลยยิ่งอินเข้าไปใหญ่ เมื่อก่อนมีความศรัทธาทางด้านนี้ เขามีวิชาอย่างนี้อยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าท่านเป็นตัวแทนของคนไทยในยุคนั้น ท่านก็เป็นตำรวจตัวแทนของด้านสว่าง ถ้าในวันวานคนทุกคนมีอาคม คุณจะใช้อาคมของคุณไปในทางไหนล่ะ ท่านมีพลังอาคมอันแก่กล้าแล้ว ท่านใช้ไปในทางที่ดี นี่คือฮีโร่ของยุคนั้นครับผม แล้วพอได้มีโอกาสมาร่วมงานภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ ความรู้สึกที่มีต่อขุนพันธ์เมื่อสัมผัสแรกยิ่งเข้มข้นมากขึ้นด้วยความชื่นชม และประทับใจจากการได้รู้เรื่องราวในส่วนประวัติของท่าน ว่าท่านปราบเสือ ปราบโจรร้ายมาหลายที่ ด้วยพลังของความดี ทราบมาว่าในการที่ได้มีโอกาสเป็น1ในตัวละครสำคัญ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องมีการเตรียมตัวเพื่อรับบทนี้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถึงกับศึกษาบรรยากาศแวดล้อมของยุคสมัยของภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะเลยทีเดียว ผมก็ต้องไปหาว่ายุคนั้น ยุคก่อนสงครามโลกบ้านเมืองมันเป็นอย่างไร ความวุ่นวายมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็มีการอ่านหนังสืออยู่ 3 เล่มครับ (หัวเราะ) เพื่อดูภาพของความเป็นอยู่ตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ จนถึงช่วงเวลาที่ขุนพันธ์มีชีวิตครับ เล่มที่ 2 พูดถึงเรื่องความคิดของชนชั้นปกครองที่เปลี่ยนไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4-รัชกาลที่ 7 ตอนที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง เล่มที่ 3 อ่าน 100 ปีแห่งความโดดเดี่ยว มันเป็นหนังสือที่เป็นเรียกว่าเป็นแนวหรือประเภท Magical realismซึ่งเป็นแนวเดียวกับหนังเหมือนกัน ก็เลยได้คำตอบว่าสังคม ความคิดของคนมันไม่เหมือนตอนนี้ คนไทยยังคิดเรื่องเหตุผลแบบไตรภูมิอยู่ครับ แบบเวียนว่ายเกิดแก่เจ็บตาย ฉันเป็นผู้น้อยเพราะว่าฉันทำบุญมาน้อยในชาติที่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันความคิดแบบใหม่มันกำลังวิ่งเข้ามาในเมืองไทย แบบการศึกษา คิดแบบฝรั่ง ณ ยุคหนึ่งของขุนพันธ์ คนเรามีมีสิทธิ์ที่จะหาความรู้ได้ เราเริ่มมองข้ามความคิดแบบบาปบุญคุณโทษ เรารวยได้เราเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้ มันเลยเป็นช่วงจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อที่ทำให้เกิดโจรไง แบบหลวงโอฬารทำไม่ดีใส่ กดขี่ข่มเหง การสอดส่องปกครองยังไม่ทั่วถึง การจะออกจากกรุงเทพฯไปแค่ราชบุรีมันใช้เวลาวันหนึ่งนะครับคุณ เมื่อสังคมข้างบนมันเต็มไปด้วยคนที่คิดที่จะดึงผลประโยชน์ต่างๆเข้าหาตัวเอง นั่นแหละครับมันเลยทำให้เกิดฮีโร่ขึ้นมา ขุนพันธ์เป็นคนที่ไม่ยอมที่จะทำตัวไม่ดี เชื่อมั่นในความดี แล้วออกไปปราบเหล่าเสือร้าย ในที่สุดเท่าที่อ่านมา ณ จุดนั้นเสือร้ายบางคนไม่ใช่โจรร้าย บางคนทำด้วยคุณธรรมด้วยซ้ำไป นี่แหละครับ ท่านเป็นคนที่เชื่อมั่นในพลังของความดีแล้วพลังความดีก็ปกป้องท่าน ถามว่าเสือร้ายต่างๆมีอาคมมั้ย มี แต่ว่าสิ่งที่เป็นอาคมที่มีพลังที่สุดคือความดีของท่าน มันเป็นเรื่องยากมากที่คนมีพลังขนาดนั้นจะดึงตัวเองให้อยู่ในด้านสว่างตลอดเวลาครับผม การกลับมาร่วมงานกับก้องเกียรติ โขมศิริ เป็นครั้งที่ 2 ได้มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ตอนแรกพอได้ทราบว่าจะได้เล่นเรื่องขุนพันธ์ ผมก็เตรียมตัวโดยการเอาหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่าน ผมอยากจะดูสภาพแวดล้อมของประเทศเป็นอย่างไร การคมนาคมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งลำบากยากเย็นขนาดไหน และมันทำให้เรารู้ว่าการเดินทางจากพระนครไปเมืองใต้ มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลยนะ มันเป็นเหมือนการเดินทางไปจาริกแสวงบุญด้วยซ้ำไปเพราะว่ามันเป็นการเดินทางที่ไกลมาก คนๆหนึ่งที่จะสามารถไปตรงนั้นด้วยปฏิบัติการลับได้ จะต้องเป็นคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นจริงๆสำหรับการทำความดี สำหรับการทำหน้าที่ของตัวเองซึ่งผมก็ดีใจครับที่ได้มีโอกาสเป็นตัวละครซึ่งเป็นปรปักษ์กับขุนพันธ์ เป็นคนที่จะต้องสู้กับอำนาจของความดีที่บริสุทธิ์ขนาดนั้น ในเมื่อเรามีโอกาสได้รู้ว่าเราจะต้องสู้กับคนดีมากๆ มันทำให้ผมต้องไปเตรียมตัวว่าเลวแค่ไหน เพื่อที่พอจะสู้กับคุณธรรมของคนอย่างนี้ให้ได้ เป็นเกียรติที่ได้นำเสนอเรื่องของท่านให้คนได้รู้ว่าคนที่รักประเทศชาตินี้และมีอุดมการณ์ที่แท้จริงเคยอยู่ในประเทศนี้ แล้วผมก็หวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คนได้กลับมาสู่ยุคสมัยที่ผู้คนต่างมีอุดมการณ์กลับมาอีกครั้งหนึ่งครับ เรื่องราวของท่านขุนพันธ์จากมุมมองของแฟรงค์ เรื่องราวของขุนพันธ์เป็นเรื่องของข้าราชการตำรวจท่านหนึ่งครับซึ่งมียศเป็นท่านขุน ท่านเป็นมือปราบโจรดังๆมากมาย มีเรื่องเล่ามากมายว่าท่านเป็นนายตำรวจหนังเหนียว เป็นตำรวจซึ่งถ้าจับโจรได้แล้วจะเอาหัวกะโหลกของโจรมาไว้ใต้บันไดเป็นการตัดไม้ข่มนาม เป็นตำรวจซึ่งสามารถปราบเสือร้าย ซึ่งใครบอกว่าคงกระพันชาตรีก็ปราบได้ มีเวทย์มนต์ท่านก็ปราบได้ แต่สิ่งที่ผมมองไปมากกว่าการมีเวทย์มนต์ หรือเรื่องมนต์ดำคือท่านมีจิตใจที่มุ่งมั่นในความดี และท่านก็มีความศรัทธาในสิ่งที่ท่านทำว่าสิ่งที่ท่านทำนั้นเป็นสิ่งที่ดี ที่ถูกที่ต้อง พระถึงคุ้มครองท่าน ที่เราจะได้เห็นฝีไม้ลายมือทางด้านการแสดง ของนักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทย มาเฉือดเชือนตั้งแต่นักแสดงหลักอย่างอนันดา ,น้อย-กฤษดา ไปจนถึงนักแสดงสมทบ ใช่ครับ ผมดีใจมาก ผมเห็นนักแสดงแต่ละคน ล้วนแล้วแต่เป็นนักแสดงที่มีพลังทางการแสดงสูงครับ ตัวละครที่เป็นนักแสดงสมทบในบทนายตำรวจเผือก หรือสารวัตรดำเกิง หรือใครอีกหลายคนซึ่งล้วนต่างมีความกระหายที่จะแสดง น้องอ้อม-กานต์พิสชา (แม่เบี้ย) ซึ่งมันทำให้เข้มข้น แล้วบทของพี่โขมที่เขียนมามันจะพลิกไปตลอดเรื่อง เรื่องที่คุณคิดว่าคุณรู้แล้ว สิ่งที่เฉลยออกมามันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง คือมันจะมีตลอดทั้งเรื่องให้เราได้ติดตามกัน และแน่นอนว่าทีมแอ็คชั่น นักแสดงคิวบู๊ต่างๆแต่ละคนก็ทุ่มเทจริง ๆ ครับ คิวบู๊อลังการมาก รับรองว่าคุณจะได้ทั้งความสนุกสนานทางด้านแอ็คชั่น ได้ความเข้มข้นของการเชือดเฉือนของบท แต่ที่ท้าทายมากๆคือการที่ต้องเล่นกับนักแสดงที่มีความสามารถสูงๆ อย่างอนันดา พี่น้อย เขาจะต้องปะทะกันด้วยอารมณ์ด้วยคารม บางฉากมันมีการพูดกันน้อยมาก บางฉากขุนพันเดินขึ้นมาบนโรงพักเพื่อที่จะปลดหลวงโอฬารออกจากตำแหน่งคืออนันดาเขาก็มาเต็มไง เพราะเขาทำให้เรารู้สึกว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้เอาอยู่ สามารถตอบโต้เล่นโต้กันได้ ก็ดีใจครับที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงที่มีฝีมือ ก็เลยทำให้เราอยากจะพัฒนาฝีมือให้มากกว่านี้ เลยรู้สึกว่าเราค่อนข้างได้บทที่ค่อนข้างโชคดี แล้วก็มีสีสันมาก ๆ เลย คงต้องเล่าให้ฟังแล้วถึงบทบาทที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ ผมรับบทเป็นหลวงโอฬาร เป็นข้าราชการที่อยากเป็นใหญ่ ด้วยการให้ผลประโยชน์แก่คนต่างๆโดยที่ไม่ได้มอบสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ มอบสิ่งที่ฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็นมันก็เลยทำให้วิถีชีวิตของผู้คนเหล่านี้เสียไป เบื้องหน้าอาจจะดูเป็นคนที่ดูใจดีดูเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ความช่วยเหลือคนอื่น แต่ที่จริงแล้วหวังสิ่งตอบแทน ไม่ได้เพราะใจเมตตา จุดเริ่มต้นของตัวหลวงโอฬารก็คล้ายๆกับข้าราชการ แต่เขาก็รู้ว่าอุดมการณ์ที่ดีมันก็ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เป็นจริงได้ง่าย ในโลกของความเป็นจริง เขาก็เลยเลือกทำความเลวทำได้ง่ายกว่า ตัวหลวงโอฬารกลับมองที่ความสุขคือรูปร่างภายนอก ถ้าจะพูดให้เห็นภาพชัดๆเป็นข้าราชการที่ขี้ฉ้อโกงกิน ขายชาติ ต่ำช้า ด้วยความคิดที่ว่า ทุกคนสามารถเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้ เมื่อหลวงโอฬารได้ถูกย้ายไปที่ที่ทุรกันดารห่างไกลด้วยความคิดที่แสนชาญฉลาดและเลวร้าย ในเมื่อเราไม่ได้อยู่ในที่ที่เจริญ เราก็สร้างความเจริญขึ้นมาใหม่สิ หลวงโอฬารเป็นคนที่เรียนนอกมา อันนี้เป็นแบคกราวด์ข้างหลังของตัวละครไม่ได้ถูกเอามาเล่าในหนัง เรียนปีนังมา อ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้ อ่านภาษาฝรั่งเศสได้ มีความคิดแบบฝรั่งเศสที่แบบเป็นนักปฏิวัติ ฉันสามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ มีความรู้ทางการเมือง สงครามโลกกำลังจะมาใกล้แค่ไหน ฮิตเลอร์อยู่ตรงไหนของโลกแล้ว เขาใช้ช่องว่างนี้ในการเอาเปรียบคน เขาสร้างท่าเรือขึ้นมาเพื่อให้สินค้าเข้า เขาทำให้มีฝรั่งเข้ามาตรงจุดนี้ เพื่อให้มันมีวิถีชีวิตแบบชาวฝรั่ง และก็ดึงคนในชุมชน ดึงคนในเมืองเข้ามาทำงานรับใช้ฝรั่ง เพื่อให้คนที่มีชีวิตแบบเดิมได้เห็นถึงชีวิตแบบศิวิไลซ์ เขาสร้างบ่อนขึ้นมาเพื่อให้วงจรชีวิตของคนในนั้นต้องมาติดกับเขา เขาก็จะเป็นเจ้าของเงินตราติดลบของทุกคนในชุมชน สร้างสโมสรงาช้างเพื่อเป็นแหล่งที่จะทำให้มีฝรั่งมีชาวญี่ปุ่นทำให้สโมสรนี้เป็นจุดศูนย์รวมของโลก แล้วก็ตบตาคนทั้งเมืองว่าสิ่งที่เขานำมานั้นคือความเจริญ โดยมีศูนย์กลางที่เมืองเมืองนี้ เหมือนกับคนที่ถูกบีบให้ไปอยู่ชายขอบ เขาก็จะกลายเป็นโจรนั้นก็คืออัลฮาวียะลู หลวงโอฬารเลือกที่จะใช้โจรเป็นกองกำลังของตัวเองในการนำสินค้าเข้า ในการนำสินค้าหนีภาษีเข้า เอามาขายในราคาแพงในสโมสรงาช้างของตัวเอง ลูกสาวของคนที่ไม่มีหนี้ที่จะใช้ก็ต้องกลายไปเป็นโสเภณี ซึ่งจริงๆพวกเขาไม่ใช่โจร เมืองนี้ไม่ให้มีการตรวจสอบจากรัฐบาลกลางมาโดยตลอด จนขุนพันธ์เข้ามาทุกอย่างก็เลยเกิดขึ้น ขุนพันธ์มาเป็นฮีโร่ เห็นว่าผู้กำกับก้องเกียรติใส่ใจในทุกรายละเอียดของตัวละคร ถึงขนาดที่ว่าเราสามารถสัมผัสได้ถึงบุคลิกคาแรคเตอร์ของตัวละครสะท้อนผ่านจากชุดหรือเสื้อผ้าที่สวมใส่เลยทีเดียว การแต่งตัวของหลวงโอฬารก็จะสะท้อนถึงบุคลิกของเขา ที่จะใส่ใจหรือสนใจแต่เรื่องภายนอก ข้างในมันจะเป็นอย่างไรไม่ได้สนใจ จากการแต่งตัวดูมีอารยะ เหมือนกับที่เขาเอาความเจริญมาใส่ให้ ความเจริญฟู่ฟ่า แต่จริง ๆ แล้วคนต้องการรึเปล่า ผมใส่ครั้งแรกแล้วผมแบบ ยืนกลางกองแล้ว ฮ่า ๆ ๆ เสื้อฉันขาวกว่าใครเพราะว่าฉันรับสบู่จากปีนังมาใช้ เอาสบู่จากปีนังมั้ยล่ะก้อนละ 20 บาทเอง ทองบาทละตั้ง 20 เขาเดินไปไหนเขาก็จะมีกล้องตัวหนึ่งตาม เขาสามารถที่จะซื้อกล้องเข้ามานะ พอทำคาแรคเตอร์กับพี่โขมไปประมาณหนึ่งด้วยการนั่งคุยกัน ผมอ่านหนังสือเล่มนี้มา ผมสามารถทำท่าน่าหมันไส้ได้อย่างไม่เคอะเขิน ฟังดูแล้วเป็นตัวละครสำคัญที่พูดได้ว่าเป็นทั้งตัวแปร และเป็นตัวละครที่มีสีสันมากเลยทีเดียว ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับอีกตัวละครสำคัญอย่าง “อัลฮาวียะลู” คู่ปรับคนสำคัญของขุนพันธ์ “อัลฮาวียะลู” ที่แสดงโดยพี่น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์ ในภาพยนตร์เขาเป็นทายาทโจรมาตั้งแต่แรก เราเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เราเห็นแววความมุ่งมั่นของเขาในการทำเพื่อส่วนรวม แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นคนหัวอ่อนซึ่งๆสามารถเกลี่ยกล่อมได้ง่าย เพราะว่าจิตใจเขาดีบริสุทธิ์ แล้วก็เป็นอีกครั้งที่หลวงโอฬารใช้ความบริสุทธิ์ของคนรอบตัวของ “อัลฮาวียะลู” มาเป็นเครื่องมือโดยการร่วมมือกัน สิ่งที่“อัลฮาวียะลู” ปล้นมาได้ก็จะนำมาเป็นกำลังทรัพย์ของหลวงโอฬารเพื่อที่จะเลี้ยงกองกำลังของ“อัลฮาวียะลู” ต่อไป เพื่อที่จะปกป้องเขาบูโดนี้ให้อยู่ใต้อาณัติของหลวงโอฬาร เงินที่ได้ก็เอามาสร้างสโมสรงาช้างเป็นที่ที่ผลิตเงินจากสิ่งนอกกฎหมายมากมาย จนกระทั่งวันหนึ่งที่ขุนพันธ์สามารถเข้ามาในเขตนี้ได้ มันทำให้ตัวหลวงโอฬารต้องปรับตัวกับการสั่นคลอนของอำนาจ เพราะว่าตัวขุนพันธ์ก็เอาจริงเอาจังและในขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถจะปราบเขาลงได้เหมือนกับผู้ตรวจการคนอื่นๆที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเราก็คงต้องชนกัน แต่ หลวงโอฬารวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว โดยใช้กองกำลังของอัลฮาวียะลูเป็นตัวต้านทานขุนพันธ์ นี่คือสิ่งหนึ่งที่สะท้อนในตัวคาแรคเตอร์ที่ว่าเขาพร้อมจะไปทุกอย่าง มีช่องทางไหนที่เขาจะเติบโตได้ ที่จะใหญ่ได้ เขาพร้อมที่จะทำ และพร้อมที่จะเปลี่ยนเหตุผลให้ตัวเองได้เสมอๆเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ถือได้ว่าเป็นตัวร้ายในภาพยนตร์แอ็คชั่นที่มีมิติและเต็มไปด้วยความซับซ้อนเลยทีเดียวในฐานะนักแสดงแล้วบทนี้ทั้งยากและท้าทายการแสดงอย่างไรบ้าง พอเมื่ออ่านบทผมเชื่อว่าบทของหลวงโอฬารเป็นตัวแทนของความเลว และผมก็ทำการสดุดีความดีของขุนพันธ์ ด้วยการทำตัวหลวงโอฬารให้เลวที่สุดอย่างสมเหตุสมผลในทุก ๆ มิติ อย่างมีที่มาที่ไป ผมเชื่อว่าถ้าตัวละครของหลวงโอฬารยิ่งเลวเท่าไหร่พลังงานความดีของขุนพันธ์จะยิ่งส่องแสงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พี่โขมบอกว่าหนังเรื่องนี้พี่โขมอยากจะให้คนได้เห็นคุณค่าของความดี พี่โขมจะเล่าถึงความมืดมนที่มันเกิดขึ้นจนท่านผู้ชมกระหายอยากความสว่าง ผมได้รับบทเป็นความมืดมนสีขาว ที่มันดูช่างสะอาดเหลือเกิน เพราะฉะนั้นยิ่งผมไปได้สุดเท่าไหร่มันยิ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อท่านขุนพันธ์มากแค่นั้น ผมพยายามทำสุดฝีมือ สำหรับบทหลวงโอฬาร มันมีความยากอยู่อย่างหนึ่งคือ หลวงโอฬารจะเป็นคนที่รู้อะไรก่อนที่ทุกคนในเรื่องนี้จะรู้ทุกอย่าง อันนี้คือข้อได้เปรียบของตัวละครนี้ แล้วมันทำให้เราสนุกสนานว่า แล้วเราจะเก็บไว้ยังไงให้ทั้งคนดูก็ไม่รู้ทั้งคนที่เล่นกับเราก็ไม่รู้ว่าเรารู้ ความท้าทายที่สุดมันคือ มันคือการต้องอยู่ในยุคนั้นให้ได้ เมื่อก่อนการที่คนจะรู้ข่าวสารรอบ ๆ ได้นั้น มันไม่มีหนังสือพิมพ์ ประเทศไทยไม่มีวิทยุ ส่วนมากคนเราจะได้รับข่าวสารจากลิเก หนังตะลุง ลำตัด คณะโน้นคณะนี้ที่เวียนกันมาแล้วก็เล่าขานด้วยภาษาไทย แต่หลวงโอฬารมีช่องทางการรับรู้ข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ แสดงว่าเขาจะต้องมีความรู้เรื่องภาษา ในเรื่องก็จะมีชาวฝรั่งเศสเข้ามาสโมสรงาช้าง ต้องพูดหลายภาษามากเป็นนักการเมืองชาวใต้ก็ต้องพูดภาษาใต้ได้ ซึ่งภาษาใต้ยากที่สุดเพราะว่าสำเนียงมันยาก แล้วถ้าเกิดพูดผิดมันจะกลายเป็นล้อ เราก็พยายามที่จะพูดให้ชัดทันที ต้องพูดภาษาญี่ปุ่น ร้องเพลงญี่ปุ่น มีกงสุลฝรั่งเศสเข้ามาก็ต้องพูดภาษาฝรั่งเศส อาศัยว่ามีเจ้าของภาษา มาอธิบาย แต่ละพยางค์ แต่ละประโยคว่ามันหมายถึงอะไร แล้วก็พยายามที่จะสื่อสารให้ได้ในจังหวะจะโคนที่มันถูกต้อง พี่โขมส่งครูฝรั่งเศสมาให้ก็เขียนคำภาษาไทย ไปหาหนังฝรั่งเศสมาดู เขามีวิธีการออกเสียงกันอย่างไร ญี่ปุ่นนี่ตอนแรกไม่ต้องได้พูดหรอก แต่ว่าคุยกับพี่โขมว่าพอถึงไลน์ที่เสนอขายชาติเราพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นกลับไป มันจะดีมั้ยพี่ พี่เขาบอกเอาๆ แล้วก็ได้ฉากนี้มาเขาก็สอนให้ตรงนั้นเดี๋ยวนั้นเลย แต่ที่ยากที่สุด ภาคใต้ครับผม มันจะต้องมีฉากปราศรัย แล้วบทมันก็เป็นภาษาไทยภาษาภาคกลางนี่แหละ พี่โขมบอกว่า เฮ้ยแฟร้งค์เคยเห็นนักการเมืองมั้ยเวลาไปไหนเขาจะพูดภาษานั้นนะ คุณเป็นคนกรุงเทพแต่ว่าสิ่งที่อยากได้คือเป็นนักการเมืองแบบน่ารัก พูดภาษาใต้เลย แล้วมันอันตรายมากคือภาษาใต้ถ้าเราพูดไม่ตรงมันจะเหมือนล้อเลียนทองแดง ก็ได้คุณครูสน อัดวีดีโอคุณครูสนเลยให้อ่านให้ฟังแล้วก็เหมือนร้องเพลงเลย เนี่ยแหละความท้าทาย และสิ่งที่เป็นที่สุดอีกอย่างหนึ่งในคาแรคเตอร์นี้ก็คือ หลวงโอฬารเป็นคนที่รู้เยอะ มีความทะเยอทะยานด้วย บุคลิกของเขาก็เลยมีพลัง มันคือการที่ผมศรัทธาในความดีของขุนพันธ์ครับ ฉากที่เป็นความประทับใจในการทำงานในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ มีหลายฉากครับที่ประทับใจ ฉากโรงพัก เป็นการพบกันครั้งแรกของหลวงโอฬารกับขุนพันธ์ หลังจากที่หลวงโอฬารไปฆ่าจเรตำรวจมาแล้ว รู้ข่าวว่าจเรตำรวจจะมาเอาอัลฮาวียะรู และสมุนออกไปฆ่า คนที่เล็ดรอดมาได้คือขุนพันธ์ แล้วก็อยู่ในสโมสรงาช้างมาตลอดจนวันหนึ่งเขาจึงปรากฏตัวในเครื่องแบบมาที่โรงพัก แล้วไล่หลวงโอฬารออกจากราชการ ด้วยพลังของความดี และความเลวก้อนใหญ่ๆ พอมันชนกัน คือฉากนั้นเล่นมันมาก คือแบบว่าคุณรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าคุณดี เรามาพิสูจน์กันว่าความดีหรือความเลวหรืออำนาจกันแน่ที่จะข่มกันอยู่อย่างนี้ แล้วเป็นครั้งแรกที่เล่นกับอนันดา เราได้สัมผัสเขามีพลังอยู่ข้างใน วันนั้นผมไม่ออกจากกองเลย ผมประทับใจ ผมเดินตามอนันดาเดินดูว่าอนันดาแสดงอะไรต่อ อีกฉากหนึ่งที่ประทับใจเลย อันนี้เป็นเรื่องงานสร้างย้อนกลับไปพอผมอ่านหนังสือสามเล่ม ผมได้เห็นภาพของเมืองของบ้านของคน ปลูกอย่างไรใช้วัสดุอะไรในการปลูก แล้วพอผมได้เห็นสโมสรงาช้างผมขนลุกเลยนะ หลวงโอฬารเป็นเจ้าของสิ่งนี้คือมันรวยมากนะมันมหาอำนาจ แล้วสวยงาม มีระเบียงศิลปะแบบโคโรเนียล ยุคล่าอาณานิคมอะไรแบบนี้ คือมันทำให้ยิ่งตัวละครผมมันทำได้ลึกขึ้น คือยุคอาณานิคมนะ ทุกอย่างมันมีศิลปะ วัฒนธรรม ในความฝรั่งมันมีความจีน ในความจีนมันมีรูปไทยๆ หรือในคลับซึ่งมีนักดนตรีสากลมาเล่น ในขณะที่นอกคลับงาช้างนี้ยังเป็นลำมะนา ปี่พาทย์กัน มีเปียโน มันยิ่งเสริมสิ่งที่เราทำการบ้านมาคราวนี้พลิ้วเลย รวมไปถึงงานอาร์ตทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย ไม้ถือ หมวก อะไรแบบนี้ครับ พอยิ่งฉากเยอะๆ เช่นฉากสร้างทางรถไฟ พอเราไปยืนอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่เหมือนเรา คนแต่งตัวชาวบ้านชาวช่องเรายิ่งรู้สึกว่าโอ้โหตัวละครนี้มันช่างศิวิไลซ์จริงๆ มันช่างมีอำนาจซะเหลือเกิน การทำงานร่วมกับผู้กำกับอย่างก้องเกียรติ โขมศิริ พี่โขมหลายคนอาจจะบอกว่าเป็นผกก.เลือดสาด แต่จริง ๆ ก่อนที่จะมาเจอจุดเลือดสาดมันจะมีความละเมียดละไมครับ พี่โขมเป็นคนที่ใช้ความมืดมาบีบคั้นคนดูเพื่อให้เห็นคุณค่าของแสงสว่าง แล้วมันทำให้เกิดผลของความรู้สึกทางอารมณ์ที่มันรุนแรงครับ การทำงานกับพี่โขมสนุกครับ ที่ผ่านมาเพราะว่าผมกับพี่โขมสนิทกันมาตั้งแต่เด็กน้อยตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง 14 ตุลาสงครามประชาชน ตอนนั้นพี่โขมเป็นพรอพ ทำน้ำป่าอยู่ เป็นคนเขย่าเข่งให้น้ำกลายเป็นสีแดง แล้วก็โตมาก็มีโอกาสได้เจอกัน พี่โขมทำงานด้วยหัวใจจริง ๆ เขารักในการเล่าเรื่อง เขารักที่จะสร้างชิ้นงานที่เป็นมหรสพให้กับท่านผู้ชม เขาจะทุ่มเทกับทุกงานและเราก็จะสนิทกัน แล้วเราก็จะค่อยๆเพิ่มตัวละครทีละนิด งานมันถูกเตรียมเป็นปี ตั้งแต่บทถูกสร้างขึ้นมาจนกระทั่งบทเสร็จ แล้วพอไปในกองปั๊บเราไม่ต้องกังวลเราไม่ต้องคิดเรื่องอื่นเลย มันสามารถเล่นไปได้เลย คราวนี้มันก็ยิ่งสนุก ฉากนี้เล่นแบบนี้ดีกว่า 4-5 ฉาก ทำให้ได้เห็นแง่มุมในความคิดต่าง ๆ ความรู้สึกต่าง ๆ การปะทะกับคนต่าง ๆ ในมิติที่แตกต่างกันหลวงโอฬารจะเจอกับน้องมาลัยก็จะทำตัวแบบหนึ่ง เจอกับอัลฮาวียะรูก็ทำตัวอีกแบบหนึ่ง เจอกับพี่สนก็ทำแบบหนึง อะไรแบบนี้ครับ ความรู้สึกที่มีต่อนักแสดงอย่าง อนันดา เอเวอริ่งแฮม ไม่ค่อยได้มีฉากชน ๆ กับพี่อนันดาเท่าไหร่ ส่วนมากจะเป็นพี่น้อย แต่ว่าผมชอบอยู่กองไง เราไปถ่ายกันที่ต่างจังหวัดส่วนมากจะเป็นกุยบุรี เมื่อถ่ายเสร็จปุ๊บเราก็จะอยู่ที่นั่นเพื่อรอถ่ายวันรุ่งขึ้น เขาเท่มากเลยครับ คืออนันดาไม่ได้เป็นแบบที่เราเห็นนะครับ เขาเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งไงที่เดินกุ๊กกิ๊ก ๆ เฮ้ยพี่ทำอะไร แต่พออยู่ในบทปุ๊บต่อให้ติดหนวดแล้วนะรูปลักษณ์เสร็จแล้วนะเขาก็ยังเป็นเด็กกุ๊กกิ๊ก ๆ แต่พอเขาเริ่มจะเล่นปั๊บคือเขามาเลย เฮ้ยเยี่ยมว่ะ เขามีมาดพระเอกอย่างไอ้ฉากที่เปิดเรื่องที่ยิงกันที่ปัดกระสุนปืนที่เป็นทีเซอร์ตัวแรกเลย ผมมีโอกาสได้ไปนั่งดูด้วยคือเท่ห์ พลังเขาสูงมาก เราได้เรียนรู้จากคนเก่ง ๆ ไม่มีข้อสงสัยกับการที่อนันดาเป็นขุนพันธ์ อนันดาเป็นคนที่ใส จิตใจดี รู้จักหาความงามของโลกใบนี้ เมื่อมันไปประกอบกับการแสดงที่เขาร่ำเรียนมาที่เขาทำความเข้าใจมาตลอดในวิชาชีพของเขา ความดีที่มีอยู่ในตัวอนันดาบวกกับความดีของขุนพันธ์ที่เป็นแบบอย่างมันจึงเชื่อมกันได้อย่างไม่เป็นปัญหา เขารู้ว่าคนเราดีไปเพื่ออะไร อนันดารู้จักและรู้สึกได้ถึงความงดงามของความดี เหมือนที่อนันดาเป็นนักแสดงแล้วก็ทำงานอย่างมีคุณภาพมาตลอด แต่ในคราวนี้เขาจะสวมบทบาทของคนที่รักในงานเหมือนกัน และงานนั้นคืองานที่ทำลาย ปราบปรามและสยบความชั่วร้าย อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย พี่น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์กับการร่วมงานกันเป็นครั้งที่หลังจากอันธพาล พี่น้อยร่วมงานกันมาตั้งแต่อันธพาลแล้ว รักพี่เขาอยู่แล้ว พี่น้อยเป็นอาร์ททิสต์ครับ คือเขาเป็นเครื่องมือในการนำพลังจากศิลปะแล้วถ่ายทอดออกมาได้เป็นคนที่มีธรรมชาติแบบนั้นอยู่แล้ว นั่นทำให้ทุกครั้งที่พี่น้อยแสดงมันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้น แน่นอนพี่น้อยต้องทำการบ้านมา แต่ว่า ณ ขณะนั้น แล้วเวลาเราเล่นอยู่กับพี่น้อย เราจะต้องเปิดสมาธิอย่างมาก และเขาก็จะรอเรานะ เขาก็จะดูว่าเราเล่นจะต้องเล่นเบอร์นี้ แต่ว่าเมื่อเราเล่นกับพี่น้อย เราเปิดรับกันสดๆ มาเบอร์นี้หรอ ฉันผลักกลับเบอร์นั้นอย่างงั้นหรอ มันเหมือนเกิดขึ้นจริง ๆ เวลาเล่นกับพี่น้อยมันเหมือนเรามีเรื่องราวด้วยกันจริง ๆ พี่น้อยเป็นกองกำลังของเราจริง ๆ เรามีความกริ่งเกรงกันในแต่ละด้านของกันจริง ๆ ถ้าหลวงโอฬารเป็นเหมือนผู้นำ อัลฮาวียะลูจะเป็นเหมือนแม่ทัพ แน่นอนผู้นำขาดแม่ทัพไม่ได้ และแม่ทัพก็ขาดผู้น้ไม่ได้เช่นเดียวกัน ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานและสิ่งที่อยากจะพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ “ขุนพันธ์” หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การถ่ายทำหนังธรรมดา ไม่ใช่แค่หนังแอคชั่นที่จะมีบู๊เลือดสาดกันอย่างเดียว แต่มันเป็นหนังที่บอกถึงปัญหาของประเทศเราครับ บอกถึงปัญหาของความคิดของคน อย่างเช่นเมื่อก่อนที่นี่เคยมีความสุขอย่างมากก็มีแค่ความจนที่เป็นปัญหา แต่พอหลวงโอฬารเข้ามาสร้างความหรูหราอะไรต่างๆความจนไม่ได้เป็นปัญหาต่อไปละ สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือหนี้สิน ซึ่งมันเลวร้ายกว่าความจนอีก แล้วคุณก็ตกอยู่ใต้ระบบของเศรษฐกิจ อยากให้มาดูและฉุกคิดว่าที่จริงแล้วอะไรคือความสุขที่จะอยู่กับเราไปได้โดยตลอด ถ้าเกิดมองความสุขแต่เพียงเปลือกนอก ข้างหลังเปลือกนั้นก็จะไม่ได้รับความสนใจ ทำไมต้องไปดูหนังเรื่องนี้... เพราะมันสนุกแน่นอน เพราะว่า Conflict มันแรงมันชัด ความดีกับความเลวมาปะทะกัน ความศรัทธาในความดี พลังของจิตใจมันจะปะทะกันในเรื่องนี้ ผมเชื่ออย่างนี้ว่า เมื่อได้ดูคุณจะรู้ว่าคุณจะยืนอยู่ฝั่งไหน มันอาจจะทำให้คุณกระตุกคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นชีวิตที่เรากำลังเดินกันอยู่มันไปถูกทางแล้วเหรอ แน่นอนคนเรามีเสรีภาพแต่มันไม่ควรมาเป็นข้ออ้างในการทำชั่ว เลือกเอาคุณจะใช้เสรีภาพของคุณอย่างไร ศรัทธาในความดีแล้วชีวิตเราก็จะมีแต่สิ่งดีดี เนื่องในวันที่ 5 ก.ค. จะเป็นวันคล้ายวันครบรอบ 10 ปีที่ท่านขุนพันธ์เสียชีวิต อยากให้พูดอะไรถึงท่านขุนพันธ์ ถึงแม้ว่าท่านขุนพันธ์จะเสียไปแล้ว ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าคนที่ได้ศึกษาประวัติท่าน ได้อ่านเรื่องราวของท่าน หลายคนอาจจะชื่นชอบนะกับคาถาอาคมของท่าน มีฤทธิ์ปราบ เอาหัวกะโหลกมาไว้ใต้บันได คนอาจจะชื่นชอบกับสิ่งเหล่านั้น แต่ที่จริงแล้ว การที่อาคมแก่กล้าขนาดนั้น สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นมือปราบที่หนังเหนียวได้ เป็นเพราะว่าสิ่งที่ท่านศรัทธาก็คือความดีความถูกต้อง หลายคนที่บูชาท่านอยู่ห้อยท่านอยู่ ก็น่าจะสัมผัสได้ ได้ระลึกว่าคนธรรมดาถ้าอยากจะถูกจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์แล้วและให้ลูกหลานพูดถึงอย่างสมเกียรติต่อไปสิ่งที่คุณต้องทำในวันนี้คือความดี

เคยชนะมาเเล้ว! “โค้ชหมี” วางเป้าคว้าชัยนาฟิต อัล วาซาตเพื่อเข้าชิงเจ้าสโมสรเอเชีย
ฉลามชลโต๊ะเล็ก /  ชลบุรี บลูเวฟ / 

“ฉลามชลโต๊ะเล็ก” เตรียมฟาดเเข้งต่อหน้าเเฟนชาวไทยเปิดศึก นาฟิต อัล วาซาต จากอิรัก เเย่งตั๋วรอบชิงชนะเลิศ “โค้ชหมี” รักษ์พล สายเนตรงาน กุนซือใหญ่ เน้นเพรสซิ่งขอชนะภายในเกม40 นาทีในศึกฟุตซอลชิงเเชมป์สโมสรเอเชีย 2016 ศึกการเเข่งขันการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย ครั้งที่ 7 หรือ "เอเอฟซี ฟุตซอล คลับ แชมเปี้ยนชิพ ไทยแลนด์ 2016” เข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ โดยทำการเเข่งขันในวันที่21ก.ค.59 ที่สนามบางกอก อารีน่า โดย การประกบคู่รอบตัดเชือก ดิบบ้า อัล ฮิสซิน (ยูเออี) พบ นาโกย่า โอเชี่ยนส์ (ญี่ปุ่น) เวลา16.00น. คู่สอง นาฟิต อัล วาซาต (อิรัก) พบ ชลบุรี บลูเวฟ (ไทย) เวลา19.00น. ความพร้อมของทีมชลบุรี บลูเวฟ หลังจากคว้าชัยเหนือ อัลมาลิค 4-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ขุมกำลังนักเตะตัวหลักยังคงอยู่ครอบทีม ทั้ง ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง, ซาป้า ตัวรับชาวบราชิล ณัฐวุฒิ หมัดยะลากัปตันทีม เเละจิรวัฒน์ สอนวิเชียร ที่เป็นดาวซัลโวของทีมยิงไปเเล้ว4 ประตู ส่วนทางฝั่ง นาฟิต อัล วาซาต รอบที่ผ่านมา อัล ซาดด์ จากกาตาร์ 2-1 เกมนี้จะมีดาวยิงทีมชาติ อิหร่าน คือ โกดัส บาฮาโดรี่ ผสมกับตัวหลักดีกรี ทีมชาติอิรักอย่าง วาลีด คาลิด มุสตาฟา บาชาย ที่ผ่านความฟิตรอวัดคมชลบุรี บลุเวฟ เเย่งตั๋วเข้ารอบชิงชนะเลิศ ทั้งสองทีมเคยเจอกันในศึกฟุตซอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย ปี2015 ในรอบเเบ่งกลุ่มร่วมสายซี โดยชลบุรี บลูเวฟ สามารถเอาชนะ นาฟิต อัล วาซาต ไปได้ 3-2 การเจอกันระหว่าง ชลบุรี บลูเวฟ เเละ นาฟิต อัล วาซาต ทางด้าน “โค้ชหมี” รักษ์พล สายเนตรงาน กุนซือใหญ่ ชลบุรี บลูเวฟ เปิดเผยว่า "เกมนี้จะให้นักเตะเล่นเพรสซิ่งตั้งเเต่ต้นเกมบดทีมคู่เเข่งให้หมดเเรง เเละต้องการที่จะชนะในเกม40 นาที เเต่ได้ซ้อมจุดโทษเตรียมไว้ ที่สำคัญต้องจับตาย โกดัส บาฮาโดรี่ ดาวยิงของดีกรีทีมชาติอิหร่านให้อยู่หมัด เเละเตือนนักเตะทุกคนห้ามประมาณในเกมนี้” ส่วนอีกคู่ นาโกย่า โอเชี่ยนส์ จากญี่ปุ่น ที่ขอเลียนเเบบทีมชาติโปรตุเกส ฝ่าด่าน ดิบบ้า อัล ฮิสซิน จากยูเออี ก้าวเข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยการเเข่งขันในรอบรองชนะเลิศ ช่องไทยรัฐทีวี ถ่ายทอดสดทั้งสองคู่ สำหรับในรอบรองชนะเลิศ ทาง “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, บิ๊กเจี๊ยบ" พล. ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ เเละ "บิ๊กตุ๋ย"ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกสมาคมฯ เเละ เอกอัครราชทูตอิรักประจำประเทศไทย เเละทางฝ่ายจัดการเเข่งขันเอาใจเเฟนบอลชาวไทยเเจกบัตรเข้าชมการเเข่งขันฟุตซอลชิงเเชมป์สโมสรเอเชีย 2016 รอบรองชนะเลิศ 12,000 ใบ เเฟนฟุตซอลสามารถเดินทางมารับได้หน้าสนามตั้งเเต่ เวลา14.00 น. เกมนี้ต้องการทำลายสถิติผู้ชมเกมฟุตซอลระดับเอเชียหลังจากโดนทำลายในรอบก่อนรองชนะเลิศด้วยผู้ชม10,600 คน

ล้างเเค้น! ชลบุรี บลูเวฟไล่ต้อนนาโกย่า โอเชียนส์คว้าเเชมป์กลุ่มA
ชลบุรี บลูเวฟ /  นาโกย่า โอเชี่ยนส์ / 

ชลบุรี บลูเวฟ โชว์ฟอร์มเก่งล้างแค้น นาโกย่า โอเชียนส์ แชมป์ 2 สมัยจากญี่ปุ่น 3-1 คว้าแชมป์กลุ่มเอ ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตซอลชิงแชมป์สโมสรเอเชียไปพบกับ อัลมาลิค ทีมสโมสรจากอุซเบกิสถาน วันที่ 19 ก.ค.นี้ ขณะที่แชมป์เก่า ทาซิซัต ดาร์ยาอี ดวล นาโกย่า การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย ครั้งที่ 7 หรือ "เอเอฟซี ฟุตซอล คลับ แชมเปี้ยนชิพ ไทยแลนด์ 2016" ที่บางกอก อารีน่า วันที่ 17 ก.ค.2559 ชลบุรี บลูเวฟ ที่ตัวแทนจากไทยลงสนามเกมสองชิงแชมป์กลุ่มเอ กับคู่ปรับ นาโกย่า โอเชี่ยนส์ ทีมแชมป์ 2 สมัยจากญี่ปุ่น เริ่มเกมมาเพียงนาทีเศษเป็น ชลบุรี บลูเวฟ ที่ออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จาก จิรวัฒน์ สอนวิเชียร จากนั้นรูปเกมเปิดแลกกันอย่างสนุก แต่ยังไม่มีประตูเพิ่ม กลับมาครึ่งหลังเป็นทีมจากญี่ปุ่น ที่มาตามตีเสมอ 1-1 จาก เอนโดะ เรียวเฮอิ นาทีที่ 25 แต่อย่างไรก็ตามถัดมาอีก 2 นาที เจ้าถิ่น ชลบุรี บลูเวฟ มาออกนำอีกครึ่ง 2-1 จาก ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง นาทีที่ 27 จากนั้นยังคงเป็น ชลบุรี บลูเวฟ ที่เริ่มได้ใจ และมาบวกประตูหนีห่าง 3-1 จาก เจษฎา ชูเดช นาทีที่ 35 ก่อนจบเกม ชลบุรี บลูเวฟ จะล้างแค้นเอาชนะเอาชนะไป 3-1 ทำให้ ชลบุรี บลูเวฟ คว้าแชมป์กลุ่มเอ ผลงาน 2 นัด เก็บได้ 6 แต้มเต็ม ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบกับ อัลมาลิค จากอุซเบกิสถาน ที่เข้ามาเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มบี ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ส่วน นาโกย่า โอเชียนส์ เข้าไปอันดับ 2 ของกลุ่มเอไปพบกับ แชมป์เก่า ทาซิซัต ดาร์ยาอี จากอิหร่านที่คว้าแชมป์กลุ่มบี สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน รอบ 8 ทีมสุดท้าย วันที่ 19 ก.ค.2559 ซานน่า (เวียดนาม) พบ ดิบบ้า อัล ฮิสซิน (ยูเออี) เวลา 12.00 น. นาฟิต อัล วาซาต (อิรัก) พบ อัล ซาดด์ (กาตาร์) เวลา 14.45 น. ทาซิซัต ดาร์ยาอี (อิหร่าน) พบ นาโกย่า โอเชี่ยนส์ (ญี่ปุ่น) เวลา 17.15 น. ชลบุรี บลูเวฟ (ไทย) พบ อัลมาลิค (อุซเบกิสถาน) เวลา 19.45 น. ถ่ายทอดสด ไทยรัฐทีวี รายชื่อนักเตะ 5 คนแรก ชลบุรี บลูเวฟ : คฑาวุธ หาญคำภา (GK), ณัฐพล สุทธิโรจน์, ชาป้า, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร, ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง นาโกย่า โอเชี่ยนส์ : เซกิกูชิ ยูชิ (GK), โยชิกาวะ โตโมกิ, ราฟาเอล ซาไก, โฮชิ ริวตะ, ยากิ คิโยโตะ

พาแอ่วเหนือ! ปั่นจักรยาน เที่ยวไป ถีบไป กินไป @น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ (ตอนที่ 2)
จังหวัดน่าน /  ปั่นจักรยาน / 

ทริป "เที่ยวเหนือ เที่ยวไหน เที่ยวไป ถีบไป กินไป @แพร่ น่าน อุตรดิตถ์" กับทาง ททท. ในวันแรกเราได้ปั่นจักรยานชมวิถีชีวิต โบราณสถาน วัดวาอาราม และแวะทานของอร่อยกันไปแล้ว เข้าวันที่สองนี้เราจะออกเดินทางไปยัง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ กันค่ะ พาแอ่วเหนือ! ปั่นจักรยาน เที่ยวไป ถีบไป กินไป @น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ (ตอนที่ 2)  >> พาแอ่วเหนือ! ปั่นจักรยาน เที่ยวไป ถีบไป กินไป @น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ (ตอนที่ 1) เมื่อวานนี้เราปั่นจักรยานรอบตัวเมืองน่าน เช้าวันที่สอง เราจะออกเดินทางไปยัง จ.อุตรดิตถ์ กันค่ะ ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร แต่ก่อนที่เราจะต้องนั่งรถเป็นเวลาหลายชั่วโมง ขอแวะเติมพลังให้อิ่มท้องกันหน่อย ร้าน "เจ้เล็ก ข้าวมันไก่" ร้านตึกแถว ตั้งอยู่ตรงถนนข้าหลวง ขับผ่านสี่แยกข่วงเมืองน่านมาไม่ไกลมากนัก ร้านเจ้เล็กนั้นมีเมนูให้เลือกเยอะมากๆ ทั้งข้าวมันไก่, ข้าวมันไก่ทอด, ข้าวขาหมู, ข้าวหมูแดง, ข้าวหมูหรอบ, กระเพาะปลา .. เราอยากกินไปซะทุกอย่าง ก็เลยสั่งมาแบบรวมทุกอย่าง เพิ่มเครื่องในด้วย แล้วก็สั่งข้าวมันแยกเป็นจาน ไก่นุ่ม หมูกรอบอร่อย เนื้อขาหมูก็เริ่ด แถมน้ำราดหมูแดง น้ำจิ้มขาหมู อร่อยติดใจเลยค่ะ คอนเฟิร์ม ^^ เนื่องจากเราวางแพลนไว้ว่าจะปั่นจักรยานที่ อ.ลับแล ช่วงบ่าย เพราะฉะนั้นเรายังพอมีเวลาว่างเที่ยว จ.น่าน ช่วงเช้าๆ เราเดินทางไปสักการะ "พระธาตุแช่แห้ง" กันค่ะ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร "พระธาตุแช่แห้ง" ตั้งอยู่ที่อำเภอภูเพียง เดิมเป็นวัดราษฎร์ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวง องค์พระธาตุสีทองเหลืองอร่าม เป็นอนุสรณ์ของความรักและความสัมพันธ์ ระหว่างเมืองน่านกับเมืองสุโขทัยในอดีต และยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิด ของคนที่เกิดปีเถาะ (ปีนักษัตรกระต่าย) ด้วย ตรงทางเข้าประตูก็จะมีดอกไม้ ธูป เทียน วางไว้ให้ แล้วก็มีกระต่ายหลากหลายสี ให้เลือกนำเข้าไปสักการะพระธาตุกันด้วย สีของกระต่ายน่าจะเป็นสีของคนที่เกิดในแต่ละวันค่ะ บริเวณรอบๆ ก็จะมีให้เราปิดทองลูกนิมิตร ทำบุญ "ด้ายสีสาย" เพื่อ สะเดาะเคราะห์ เสริมศิริมงคล บูชา "ไม้ค้ำชาตา" โดยเขียนชื่อ วัน เดือน ปี เกิด ติดไว้ที่ไม้ เสริมดวงชะตา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง เดินมาอีกนิดก็จะเห็น พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ (พระวิหารพระเจ้านอน) ค่ะ จากนั้นเราก็เดินทางไปยัง "พระธาตุเขาน้อย" กันต่อ ที่วัดนี้ถือเป็นแลนด์มาร์กอีกหนึ่งที่ สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่านที่สวยงามด้วยค่ะ บริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานพร "พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน" บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญ พระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ด้านหน้าพระพุทธรูปปางประทานพร "พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน" องค์พระธาตุ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2030 สมัยเจ้าปู่แข็ง เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้า และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า วัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเบาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 240 ม. หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค 303 ขั้น สักการะวัดพระธาตุเขาน้อยเสร็จ เราก็ออกเดินทางไปยัง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิถต์ นั่งรถมาได้สักพักก็แวะ ร้าน Tree Park Coffee กินกาแฟ ขนมเค้ก ยืดเส้นยืดสายกันหน่อย ต้นไม้เยอะ บรรยากาศร่มรื่น ที่อยู่ : ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพร่ โทรศัพท์ : 054-613063 , 086-1924456 เรามาถึงอุตรดิถต์ช่วงเที่ยงๆ บ่ายๆ ได้เวลาข้าวกลางวันแล้วอีกแล้วสิ และก็ต้องไม่พลาด ร้านก๋วยเตี๋ยวเป่าปากชามกะลา ร้านขึ้นชื่อเมืองอุตรดิตถ์ ก๋วยเตี๋ยวที่นี่มีเอกลักษณ์ก็คือ ชามกะลา และรสชาติของก๋วยเตี่ยวก็กลมกล่อมและเผ็ดจี๊ด ที่นี่เราสามารถสั่งได้ว่าอยากให้เผ็ดระดับไหน คือ เจ็บภูสอยดาวคือเผ็ดมาตรฐานเป่าปาก เจ็บเขื่อนสิริกิติ์คือเผ็ดกลาง และเจ็บลับแลคือไม่เผ็ด นอกจากก๋วยเตี๋ยวก็ยังมีเนื้อ-ลูกชิ้นลวกจิ้ม เสิร์ฟกับน้ำจิ้มรสเด็ด, ไส้อั่ว, ลูกชิ้นยักษ์ และไอติมกะทิ ที่อยู่ : แยกหนองผา ถนนเจษฎาบดินทร์ ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โทรศัพท์ : 085-8780522 กินอิ่มปุ๊บก็พร้อมลุย! ช่วงใกล้เข้าหน้าฝนแบบนี้อากาศเย็นสบาย แดดร่มลมตก ปั่นจักรยานกันชิลๆ ได้เลย เส้นทางปั่นจักรยานจังหวัดอุตรดิถต์มี 2 เส้นทาง คือ อ.ลับแล กับ อ.เมือง เราเลือกเส้นทาง อ.ลับแล ค่ะ จุดแรกที่เราไปนั้นก็คือ "ศูนย์บริการท่องเที่ยววิถีเมืองลับแล" จุดประทับตราที่ 1 (ใกล้ซุ้มประตูเมืองลับแล) มีพี่สาวสวย เจ้าหน้าที่คอยให้บริการและดูแลอย่างเป็นกันเอง ทางศูนย์เปิดบริการ 8.30-16.30 น. โดยบริเวณนี้ก็จะมีพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล, ลานกิจกรรม, อาคารจำหน่ายสินค้า ที่นี่มีจักรยานให้เช่าด้วยค่ะ พิกัด GPS : 17.651813, 100.044312 เบอร์โทรศัพท์ : 055-431076 ขอปั๊มก่อน 1 ดวง เสร็จแล้วเราก็เริ่มลุยปั่นจักรยานไปยังจุดหมายที่เหลืออีก 3 ที่กันเลย เมื่อปั่นเข้าเมืองลับแลตามทางมาจนเจอ อนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศ ขอแวะถ่ายรูปที่นี่กันก่อน จากนั้นก็เลี้ยวขวาปั่นจักรยานตามทางถนนเขาน้ำตก สองข้างทางนั้นเพื่อนๆจะได้เห็นบ้านเรือนแบบดั้งเดิม วิถีชีวิตแบบเรียบง่าย สงบ ไม่วุ่นวายมากนัก ^^ จนมาถึง จุดประทับตราที่ 2 "ร้านข้าวแคบคุณสาว" จะอยู่ติดกับสำนักงานเทศบาลศรีพนมมาศ(เมืองลับแล) เป็นครั้งแรกที่เคยได้ยินชื่อ "ข้าวแคบ" และได้ลองกิน ข้าวแคบเป็นอาหารว่างอย่างหนึ่ง โดยการนำเอาแผ่นแป้งไปตากแดด (แบบรูปข้างล่าง) และเอาไปทำให้สุกโดยปิ้งหรือทอด อาจโรยงาเพิ่มความหอมอร่อย ของคาวอีกอย่างที่น่าสนใจ (เพราะเพิ่งเคยลองกินอีกเหมือนกัน >,<) คือ ข้าวพัน โดยการใช้แป้งข้าวเจ้ามานึ่งคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อ แต่ข้าวพันจะกินกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด ไม่ใส่ไส้ หลังจากสุกแล้ว ก็จะม้วนขึ้นมาเป็นแผ่นกลมแบบนี้ จิ้มกินกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดเผ็ดอร่อย ร้านข้าวแคบคุณสาว เปิดให้บริการทุกวัน พิกัด GPS : 17.655042, 100.037202 เบอร์โทรศัพท์ : 089-5039617 ประทับตราจุดที่ 2 เสร็จก็บอกลาคุณป้า ร้านข้าวแคบคุณสาว ไปยังจุดหมายต่อไปกัน เราปั่นจักรยานตามถนนเขาน้ำตกแล้วเลี้ยวเข้าซอยเขาน้ำตก 6 (จะอยู่ทางขวามือ) เพื่อลัดมาที่ถนนราษฎร์อุทิศ หรือ ถนนคนกิน ออกจากซอยเลี้ยวขวามาอีกสักหน่อยก็จะเจอ "ร้านป้าหว่างหมี่พัน" จุดประทับตราที่ 3 ของเรา (อยู่ติดถนนราษฎร์อุทิศ ซอย 5) พอถึงร้านปุ๊บ! คุณป้าก็กำลังทำหมี่พันอยู่เลย "หมี่พัน" เป็นอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมของคนลับแล จะเอาแผ่นข้าวแคบ (เหมือนร้านแรกที่เราไปจำได้เปล่า?) มาใส่ผัก เส้นหมี่ลงไป และห่อให้เป็นชิ้นกลมๆ การห่อแบบนี้ยังช่วยถนอมอาหารด้วยนะคะ เป็นภูมิปัญญาของคนลับแล    หน้าตาหมี่พันเป็นแบบนี้ รสชาติกลมกล่อม ออกเผ็ดนิดๆ อร่อยดีค่ะ ชิ้นละ 3 บาท ราคาน่ารัก ^^ ร้านป้าหว่างหมี่พัน เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ พิกัด GPS : 17.653923, 100.040084 หลังงจากประทับตราจุดที่ 3 เสร็จแล้ว เราปั่นจักรยานย้อนกลับไปทางถนนราษฎร์อุทิศ ก็จะเจอ "ร้านข้าวพันผักอินดี้" จุดประทับตราที่ 4 ร้านข้าวพันผักอินดี้ หรือร้านข้าวพันผักป้าตอ เมื่อมาลับแลแล้วจะพลาดร้านนี้ไม่ได้ สำหรับนักท่องเที่ยวและนักชิม เพราะข้าวพันผักอินดี้นั้นจะมีเมนูที่หลากหลาย ไม่ซ้ำกัน พ่อค้าจะคิดสูตรข้าวพันผักใหม่ๆ ขึ้นมาตลอด บางเมนูจะใส่ใข่ผสมกับแป้ง, ใส่เห็ดเข็มทอง เป็นต้น แถมรสชาติอร่อยด้วย ^^ อย่างวันนี้เราได้กิน ข้าวพันผักเนื้อเปื่อย, ไข้ม้วนเห็ดเย็นตาโฟ, ข้าวพันผักห่อไข่ โป๊ะไข่ดาว คอนเฟิร์มว่าอร่อย แบบไม่ต้องปรุงเลย รสชาติกลมกล่อมค่ะ  ^^ แล้วถ้าใครมาแวะร้านนี้ ก็จะมาเขียนข้อความด้วย เขียนได้ทุกที่ในร้านเลย สแตมป์ดวงที่ 4 เสร็จแล้ว เดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้ายกันจากถนนคนกิน ก็ปั่นจักรยานกลับไปยัง ศูนย์บริการท่องเที่ยววิถีเมืองลับแล จะเจอกับ ร้านลับแลคลับ wifi cafe (Lublae Club Coffee) จุดประทับตราที่ 5 ค่ะ ประทับตราเสร็จ ก็นั่งทานเครื่องดื่มให้หายเหนื่อย สดชื่น ^^ ร้านน่ารัก บรรยากาศดี มีมุมให้เลือกนั่งเยอะเลย  เราก็ตระเวนเดินเล่นแถวลานวัฒนธรรมกันหน่อย ตรงนี้มีพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล, ขายสินค้าพื้นเมืองเยอะพอสมควร พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล จัดแสดงวิถีชีวิตคนเมืองในสมัยก่อน บอกเล่าเรื่องราวประเพณี วัฒนธรรม เดินมาอีกนิดก็จะเป็นตัวอาคารที่ขายสินค้า สะดุดตาร้านนี้แหละ! "วันวานลับแล"  ขายของเล่น ของกิน ขนม สมัยวัยเด็ก เห็นแล้วคิดถึงชีวิตวัยเด็กจริงๆ 555 เดินเล่นกันจนเย็นแล้ว เราก็เดินทางกลับที่พักกัน โดยคืนนี้เราย้อนกลับไปพักที่ Mee bed and breakfast โรงแรมสุดฮิปในราคาหลักร้อย! จังหวัดแพร่ กัน โรงแรมเปิดใหม่แถวตัวเมือง แค่ชื่อก็น่ารักแล้ว พอได้เห็นสถานที่จริง โอ้ว! ประทับใจ ตกแต่งแบบเรียบง่าย สไตล์ฮิปสเตอร์แบบที่ชอบเลย แถมราคานี่ดึงดูดสุดๆ ในราคาหลักร้อยเท่านั้น! ตั้งอยู่ที่ถนนราษฎร์ดำเนิน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ เจ้าของใจดี และใส่ใจลูกค้ามากๆ และตั้งแต่ข้างหน้าโรงแรมจนขึ้นไปถึงห้องพัก เรายังไม่หยุดถ่ายรูปเลย สวยทุกมุม! ห้องพักแต่ละห้องนั้นจะตกแต่งไม่เหมือนกันสักห้องเลย! มันเจ๋งตรงนี้แหละ เราไม่รู้ว่าเราจะได้พ้องพักแบบไหน ส่วนเราได้ห้องพักชั้นที่ 4 ห้อง 402 ผนังห้องทาด้วยสีขาว มีกรอบรูปเรียงเต็มไปหมด ชอบมากๆ! ที่นี่ส่วนมากเน้น ใช้ปูนเปลือยและอิฐแดง ห้องโปร่ง อากาศเย็นสบาย อ่านเพิ่มเติม : Mee bed and breakfast โรงแรมสุดฮิปในราคาหลักร้อย! จ.แพร่ นอนเต็มอิ่มบนเตียงนุ่มสบายกันทั้งคืน ก็ต้องตื่นเช้าเก็บกระเป๋ากลับกันแล้ว ก่อนกลับก็แวะทานข้าวเช้า กับของหวานแถวแยกประตูชัยที่ ร้านกองหนุน มีของหวานเยอะแยะไปหมด เจ้าของใจดีจัด ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวสังขยา มาให้กินกัน รสชาติอร่อย หวานมัน แบบนี้น้ำหนักตัวขึ้นก็ไม่เสียใจนะ อิอิ ที่อยู่ : ซอยรอบเมือง แยกประตูชัย ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่  จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ : 054-531597 , 086-1961869   นั่งรถมาได้แปบนึงก็มาแวะที่ พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ มีของสะสมหายากในสมัยก่อนหลายอย่าง เช่นเงินพดด้วง, ตะเกียงเก่า, ไม้แกะสลัก, ชามลายครามต่างๆ เป็นต้น ที่นี่เปิดให้ชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 น-17.00 น. ค่ะ ที่อยู่ : 8/1 ถนนเทศบาล2 ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ : 08-79871164 ถึงเวลาต้องกลับบ้านแล้วสิ อยากเที่ยวไม่ครบเลย แต่คราวหน้าสัญญาว่าจะต้องเที่ยวให้ครบแน่นอน ทริป  "เที่ยวเหนือ เที่ยวไหน เที่ยวไป ถีบไป กินไป @แพร่ น่าน อุตรดิตถ์" กับทาง ททท. ในครั้งนี้เป็นทริปที่สนุก และประทับใจมากๆ ^^ งั้นขอตัวลาไปก่อน เจอกันทริปหน้านะคะ .. >> พาแอ่วเหนือ! ปั่นจักรยาน เที่ยวไป ถีบไป กินไป @น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ (ตอนที่ 1) ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ (พื้นที่รับผิดชอบ: แพร่,น่าน,อุตรดิตถ์) เว็บไซต์ : http://www.tourismthailand.org/phrae

ธนาคาร /  นวมินทร์ ประสพเนตร / 

“ธนาคารออมสิน” ร่วมส่งเสริมกีฬาบาสเกตบอลอาชีพ  พร้อมสนับสนุนสโมสร “โมโนแวมไพร์ บาสเกตบอล คลับ” คุณชาติชาย พยุหนาวีชัย  ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน  ประกาศหนุนกีฬาบาสเกตบอลอย่างเต็มที่  ด้วยการมอบทุนสนับสนุนกีฬาบาสเกตบอลอาชีพให้ยั่งยืน  เพื่อส่งเสริมให้กีฬาบาสเกตบอลไทยก้าวไกลไปสู่ระดับอาเซียนและเอเชีย   โดย  ธนาคารออมสิน   ได้เลือกให้การสนับสนุนสโมสร “โมโนแวมไพร์ บาสเกตบอล คลับ” ในเครือโมโนกรุ๊ป ในการแข่งขัน “ไทยแลนด์บาสเกตบอลลีก 2016” หรือ “TBL 2016” อย่างเป็นทางการ  โดยมี คุณนวมินทร์  ประสพเนตร ผู้ช่วยประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท โมโนเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนสโมสรในการเข้าร่วมแถลงข่าวในวันนี้  ซึ่ง คุณนวมินทร์ กล่าวว่า “ต้องขอขอบพระคุณธนาคารออมสิน ที่เล็งเห็นศักยภาพของสโมสรโมโนแวมไพร์ บาสเกตบอล คลับ ในการสู้ศึก TBL 2016 ในครั้งนี้  เมื่อปีที่แล้วทีมเราได้คว้าแชมป์ TBL2015 มาครอง จนได้รับการยอมรับว่าเป็นทีมน้องใหม่ที่มีความตั้งใจในการฝึกฝนนักกีฬา และพัฒนาทีมได้อย่างแข็งแกร่ง วันนี้สโมสรโมโนแวมไพร์ บาสเกตบอล คลับ มีความพร้อมทุกด้านที่จะร่วมพัฒนาวงการบาสเกตบอลอาชีพให้ยั่งยืนตลอดไป  ไม่แพ้กีฬาชนิดอื่นๆ อย่างแน่นอนครับ” ....................................................................................................................................................................... ประวัติสโมสร โมโนแวมไพร์ บาสเกตบอล คลับ “โมโนแวมไพร์ บาสเกตบอล คลับ”  หรือฉายา “ค้างคาวอมตะ” เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์  2557   โดยจุดเริ่มต้นของทีม  เกิดจากผู้บริหารโมโนกรุ๊ป  ที่มีใจรักในกีฬาบาสเกตบอล และเล็งเห็นว่าวงการบาสเกตบอลในเมืองไทยยังไม่มีใครเข้ามาพัฒนา ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ก่อตั้งสโมสร โมโนแวมไพร์ บาสเกตบอล คลับ และหลังจากที่ทีมเข้าร่วมการแข่งขันบาสเกตบอลระดับประเทศ สโมสรโมโนแวมไพร์ บาสเกตบอล คลับ สามารถ คว้าชัยชนะกับตำแหน่งแชมป์  TBL 2015  มาครองได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นหนึ่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของทีม และในปี 2016 นี้ทางสโมสรยังมีเป้าหมายสู่ความเป็นแชมป์ และพัฒนานักกีฬาพร้อมวางรากฐานตั้งแต่รุ่นเยาวชน ไปจนถึงระดับทีมชาติต่อไปในอนาคต

ยิ่งใหญ่! AFC ร่วมเชิดชู 5 เหตุการณ์สำคัญครบรอบ 100 ปีสมาคมฟุตบอลฯ
afc /  ซิโก้ / 

สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ร่วมลึก 5 เหตุการณ์สำคัญครบรอบ 100 ปี สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในวันนี้ (25 เมษายน) 1.จุดเริ่มต้นฟุตบอลไทย ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2016 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือกำเนิดขึ้นโดย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ่อยู่หัว รัชกาลที่ 6 จากนั้นในเดือนพฤศจิกายน 1925 ได้ทรงโปรดเกล้าฯก่อตั้ง “คณะฟุตบอลแห่งสยาม” ซึ่งเป็นทมชาติชุดแรก และยังทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ตราพระมหามงกุฎ” เป็นตราสำหรับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯและทีมชาติสยาม 2.โอลิมปิกเกมส์ ทีมชาติไทย เริ่มเล่นแมตช์ระดับนานาชาติครั้งแรกเมื่อปี 1930 ก่อนจะผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโอลิมปิกครั้งแรกในปี 1956 ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย  โดยรอบแรก ทีชาติไทย แพ้ให้กับ สหราชอาณาจักร 0-9 จากนั้นในโอลิมปิกปี 1968 ที่เม็กซิโก ทีมชาติไทยได้เข้าร่วมแข่งขันเป็นครั้งที่ 2 โดยรอบแรกแพ้ 3 นัดรวดต่อ บัลแกเรีย 0-7, กัวเตมาลา 1-4 และ เชกโกสโลวะเกีย 0-8  3.ยุคเริ่มต้นเอเชี่ยนคัพ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ เอเอฟซี ตั้งแต่ปี 1954 และมีส่วนร่วมสำคัญในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปเอเชีย (เอเชี่ยน คัพ) ครั้งที่ 5 ในปี 1972 โดย ทีมชาติไทย สามารถผ่านเข้ารอบตัดเชือก ก่อนจะแพ้ เกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ทีมชาติไทย สามารถคว้าอันดับ 3 มาครอง ด้วยการดวลจุดโทษชนะ กัมพูชา 5-3 หลังเสมอในเวลา 2-2 ส่วนแชมป์ครั้งนั้นตกเป็นของ ทีมชาติอิหร่าน ที่เอาชนะ เกาหลีใต้ 4.เจ้าสโมสรเอเชีย สโมสรธนาคารกสิกรไทย สร้างประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ในการคว้าแชมป์ฟุตบอลสโมสรเอเชีย (เอเชี่ยน คลับ แชมเปี้ยนชิพ) ในอดีต ภายใต้การคุมทัพของ ชาญวิทย์ ผลชีวิน ถึง 2 สมัยซ้อน เริ่มจากฤดูกาล 1993-1994 เอาชนะทีม โอมาน คลับ จากโอมาน ในนัดชิงชนะเลิศ 2-1 และในฤดูกาล 1995-1996 สามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จด้วยการชนะ อัล อาราบี จากกาตาร์ 1-0 จากประตูชัยของ เนติพงศ์ ศรีทองอินทร์ 5.สิ้นการรอคอย12ปีแชมป์อาเซียน ทัพ “ช้างศึก” กลับมาทวงความสำเร็จในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2014 หลังจากรอคอยมา 12 ปี ภายใต้การคุมทีมของซูเปอร์สตาร์ดาวยิง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ด้วยผลงานของนักเตะสายเลือดใหม่ ที่เอาชนะ 3 นัดรวดในรอบแรกแบบไม่ยากเย็นนัก ก่อนที่รอบรองชนะเลิศนัดแรก จะบุกไปเสมอ ฟิลิปปินส์ 0-0 และกลับมาจัดการในบ้าน 3-0 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับ มาเลเซีย โดยนัดแรก ไทย เปิดราชมังคลาฯเอาชนะไปได้ 2-0 แต่ต้องลุ้นระทึกในเกมเยือนนัดสอง เมื่อถูก “เสือเหลือง” นำไปก่อนถึง 3-0 แต่ทัพ “ช้างศึก” รวมพลังทวงคืนมาได้ 2 ประตูจาก ชาริล ชัปปุยส์ และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ช่วยให้ ทีมชาติไทย คว้าแชมป์ที่รอคอยด้วยสกอร์รวมชนะหวุดหวิด 4-3

ทีมไหนสน! “กามา” ยันไม่ปิดกั้นโอกาสลุยงานในไทยลีกต่อ
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด /  อเล็กซานเดร กามา / 

อดีตกุนซือปราสาทสายฟ้า หลังได้เเยกทางกับต้นสังกัดยืนยันพร้อมรับข้อเสนอดีๆเพื่อลุยงานในศึกไทยลีกต่อไป อเล็กซานเดร กามา โค้ชชาวบราซิลเลียนอดีตกุนซือใหญ่ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หลังได้เเยกทางกับต้นสังกัดในเกมบุกเอาชนะ บางกอกกล๊าส เอฟซี 2-0 ในศึกโตโยต้า ไทยลีก เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยล่าสุดเจ้าตัวออกมายืนยันว่าไม่ปิดกั้นโอกาสในการคุมไทยลีก เเต่ตอนนี้ขอพักผ่อนก่อนหลังทำงานหนักมาตลอด 2 ปีกับปราสาทสายฟ้า “ผมก็เข้าใจวิถีของฟุตบอลอยู่เเล้ว ซึ่งการเปลี่ยนเเปลงสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เเละผมก็เคารพการตัดสินใจของประธานสโมสร หลังจากนี้ผมคงต้องขอเวลาไปพักผ่อนก่อน หลังทำงานหนักกับบุรีรัมย์มาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจากนี้ไปก็ไม่แน่ว่าอาจมีข้อเสนอดีๆยื่นเข้ามาให้ผมได้ทำงานในประเทศไทยต่อไป” กามา อดีตกุนซือบุรีรัมย์กล่าว ทั้งนี้ อเล็กซานเดร กามา เป็นโค้ชต่างชาติของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ร่วมงานด้วยนานที่สุดถึง 2 ฤดูกาล โดยแต่งตั้งเข้ามาคุมทัพช่วงกลางฤดูกาล 2014 ก่อนประสบความสำเร็จมากมายโดยเฉพาะฤดูกาล 2015 พาทีมคว้า 5 แชมป์ภายใน 1 ปีเป็นทีมแรกของเอเชีย รวมแล้วเขาคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก ร่วมกับทีม 2 สมัย, ถ้วยพระราช ก. 2 สมัย, โตโยต้า ลีกคัพ, ช้าง เอฟเอคัพ และแม่โขงคลับแชมเปี้ยนชิพ อย่างละ 1 สมัย

ก้องเกียรติ พิสูจน์ศรัทธา!
กบ พิมลรัตน์ /  กฤษดา สุโกศล แคลปป์ / 

ก้องเกียรติ พิสูจน์ศรัทธา! "ขุนพันธ์" ภาพยนตร์ไทยระดับพระกาฬแห่งปี 2016 เชื่อว่านาทีนี้หลาย ๆ คนคงได้ชมตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ กันบ้างแล้ว การโคจรมาเจอกันของ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ในบทบาทมือปราบมาดเท่ ขุนพันธรักษ์ราชเดช และ น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์ ในบทบาทมหาโจร อัลฮาวียะลู นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ของวงการภาพยนตร์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก ว่ากันว่า ขุนพันธ์ คือบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง ซึ่งในครั้งนี้ ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับของเรื่องได้หยิบยกชีวิตช่วงหนึ่งของท่านมาถ่ายทอด ซึ่งที่มาที่ไปของเรื่องจะเป็นอย่างไรนั้นผู้กำกับของเราได้อธิบายไว้ในบทสัมภาษณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แรงบันดาลใจ และที่มาที่ไปทำให้เกิดเป็นโปรเจกต์ “ขุนพันธ์” ภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ที่กำลังอยู่ในความสนใจ และเป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดอยู่ในขณะนี้ สวัสดีครับ ก้องเกียรติ โขมศิริ ครับ ตอนนี้มีผลงานเรื่องล่าสุด ขุนพันธ์ รับหน้าที่ผู้เขียนบท และผู้กำกับครับสำหรับแรงบันดาลใจ คือตั้งแต่สมัยที่ยุคจตุคามเฟื่องฟู หรือด้วยชื่อเสียงของท่านขุนพันธ์ ทำให้ผมชอบ รู้สึกอยากทำเรื่องนี้ เหมือนว่าการเป็นฮีโร่ในแบบไทยแบบนี้มันเท่จังเลย ตอนนั้นภาพแรกที่เห็น เราเห็นผู้ชายคนหนึ่งใส่ยักรั้ง ใส่เสื้อราชปะแตน สะพายดาบ ขี่ช้างถือปืนไล่ล่าโจรอะไรอย่างนี้ ภาพแรกที่ปรากฏขึ้นนะครับ จนวันหนึ่ง เสี่ยเจียง คุณสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ก็เรียกเข้าไปบอกว่ามีโปรเจกต์ให้ดู แล้วก็พอพูดชื่อเรื่องขุนพันธ์ออกมา เราก็แบบ เฮ้ย เขาเลือกให้เราทำ ท่านเลือกให้เราทำมั้ง คือได้ยินว่ามีการผ่านมือหลายคนมากที่จะทำโปรเจกต์นี้ อาจจะถอดใจไปแล้ว แต่เสี่ยเลือกให้เราที่จะทำโปรเจกต์นี้ คือเรารู้สึกว่าเราอยากทำไอคอนคน ๆ หนึ่งที่มีตัวตนจริง ๆ และเป็นคนดี คือในยุคที่เราต้องพูดตรง ๆ ว่าบ้านเมืองเราเจอสถานการณ์เยอะมาก โลกไปเร็วมากจนบางทีเราก็ตั้งคำถามเกี่ยวกับความดีกับความเลวไว้เยอะ เราตั้งคำถามเกี่ยวกับศรัทธาในชีวิต เรายังเชื่อเรื่องความดีได้อยู่ไหม เรายังหลงเชื่อเรื่องฮีโร่อยู่หรือเปล่า ก็ได้สืบ อ่าน ค้นคว้า เรื่องราวของท่าน ขุนพันธรักษ์ราชเดช อย่างจริงจัง ยิ่งอ่านก็ยิ่งสนุก เป็นความสนุกแบบเดียวกับที่เราอ่านล่องไพร หลายเรื่องที่มันมีอยู่จริง การจับไอ้เสือ บุคคลคนนี้มีอยู่จริง ไม่ว่าบ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้น ชาวบ้านเดือดร้อน เราเป็นตำรวจ เราต้องปราบปราม ด้วยเรื่องราวในยุคที่ก่อนจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านเมืองแร้นแค้น ทุกข์ยากแสนเข็ญสุด ๆ ข้าราชการพึ่งพาไม่ได้ โกงกินทุกอย่าง รอบทิศรอบทางมีแต่ศัตรู คน ๆ หนึ่งลุกขึ้นต่อสู้ เครื่องมือคือใจกับคาถาอาคม บางคนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องโบราณคร่ำครึหรือเปล่า แต่สำหรับเราเรารู้สึกว่ามันเมจิกมากเลยนะ มันเป็นสิ่งที่ฝรั่งเก็ทนะ พออ่านเรื่องขุนพันธ์เสร็จ เราเรียกมันว่าเมจิคอลเรียลลิส บนความรู้สึกของหนังที่เราไม่ได้เห็นหนังรสชาติแบบนี้ เรื่องของฮีโร่คนหนึ่งที่ไปเจอกับผู้ร้ายคนหนึ่งซึ่งมีวิชาอาคมไม่แพ้กัน แล้วมันคือการที่คนที่ยิงไม่ตาย 2 คนต่อยกันนะ หนังเหนียว 2 คนอัดกัน มันเป็นเรื่องชิงไหวชิงพริบ หรือการที่ตัวละครตำรวจถูกท้าทายโดยโจรว่า "มึงกับกูมันต่างกันแค่เสื้อผ้า" หนังเรื่องนี้พยายามจะพูดในทัศนะเรื่องความดีความเลว หรือการเลือกศรัทธาด้านสว่างหรือด้านมืด เพราะฉะนั้นเราเชื่อว่าแรงบันดาลใจสำหรับเรื่องนี้ก็คือการสร้างไอคอนแห่งความดีที่จริงที่สุด โดยเรามีภาพที่เราใช้เป็นแรงบันดาลใจตั้งแต่เริ่มต้นเขียนบทเรื่องนี้ก็คือ เป็นภาพที่ขุนพันธ์นั่งลงแล้วก็ต่อเทียนจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นะครับ เหมือนอัศวินฝรั่งที่แบบว่ากษัตริย์กำลังเอาดาบแปะที่ไหล่แล้วก็บอกว่าจงรับภารกิจนี้นะ จงทำภารกิจของเจ้าต่อไป มันคือการต่อเทียน ขุนพันธ์ก็เหมือนเทียนเล่มหนึ่งที่ผมในฐานะคนทำงาน ผมรู้สึกว่าการทำหนังเรื่องนี้เหมือนว่าพวกเราก็เหมือนกันที่เรากำลังต่อเทียนเล่มนั้นต่อมาโดยมีหัวใจของเรื่องมันก็คือการไล่ล่ากันของคน 2 ฝั่งที่เรียกว่าเจ็บไม่ได้ตายไม่เป็นกันทั้งคู่ครับ เรียกได้ว่าทั้งยาก และเต็มไปด้วยความท้าทายของทีมงานในทุกๆ ฝ่ายตลอดจนนักแสดงจนถึงผู้กำกับ เป็นเหมือนโปรเจกต์ที่พิสูจน์สิ่งที่เรียกว่า “ศรัทธา” ของคนทำหนังเรื่องนี้ทุกคน เราว่ามันพิสูจน์อะไรหลาย ๆ อย่างในตัวเราและก็ทีมงานเยอะมากคือ มันพิสูจน์ศรัทธา โปรเจกต์นี้มันใหญ่โตมโหฬาร และมันยาวนานมาก เขียนบทอีกเป็นปี ถ่ายทำ มีกระบวนการขั้นตอนที่กินเวลายาวนานมาก มันคือความท้าทาย เหมือนขุนพันธ์นะครับที่ท่านตะลุย ท่านบุกขนาดไหนในชีวิต กว่าจะปราบโจรสักคนหนึ่ง เราลงไปที่บ้านท่านแล้วก็ไปไหว้ท่าน ไปขอหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างว่า ดลบันดาลใจให้เราทำสิ่งนี้ให้ดีที่สุด และไม่เลิกที่จะทำ ไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคอะไรก็แล้วแต่ เราจะมีรูปขุนพันธ์อยู่ข้างโต๊ะทำงาน มีดาบแดงอันหนึ่ง เราก็จะหันไปมองตลอด ถ้ายังมีเวลาเราจะทำให้มันดีที่สุด ไม่มีนักแสดงหรือทีมงานคนไหนถอดใจกับภาพยนตร์เรื่องนี้เลย อันนี้ก็น่าประหลาดเหมือนกันครับผม “ขุนพันธ์” คือใคร ภาพของนายตำรวจมือปราบคนนี้เป็นอย่างไร ขุนพันธ์เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งทุกคนรู้จักกันในนามมือปราบหนวดเขี้ยว เขามีหลายฉายามากนะครับ มือปราบหนวดเขี้ยว นายพลหนังเหนียว มือปราบหนังเหนียว มือปราบดาบแดง เพราะว่าในชีวิตจะใช้ดาบอันหนึ่ง ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเป็นดาบของพระยาพิชัย เป็นดาบสีแดงเวลาออกรบก็จะใช้ เวลาออกปราบโจรก็จะมีดาบไขว้หลังอยู่ตลอดเวลา ทางมาเลเซียตั้งฉายาไว้ให้ว่า "ระยอจี" แปลว่าผู้ที่มีลักษณะตัวเล็กแต่ว่ามีอิทธิฤทธิ์ เล็กพริกขี้หนู ท่านเป็นชาวใต้จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านจบการศึกษานักเรียนนายร้อยตำรวจ ท่านเป็นลูกศิษย์เขาอ้อนะครับ ถ้าเราค้นคว้าเราจะรู้ว่า เป็นสำนักตักศิลา ที่เรียกว่าวัดเขาอ้อ เป็นสำนักที่ฝึกสิ่งที่เป็นไสยศาสตร์ วิชาอาคม การสัก เหมือนเส้าหลินนะครับที่นอกจากเป็นวัดแล้วยังมีการฝึกเรื่องว่าน เป็นเหมือนมหาวิทยาลัยที่สอนเรื่องนี้โดยเฉพาะ ขุนพันธ์เป็นลูกศิษย์ของที่นี่ แล้วก็มีวิชาอาคมเก่งกล้ามาก ในด้านชื่อเสียง และได้รับการยอมรับนั่นคือการเป็นนายตำรวจคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่ปราบเสือดัง ๆ ที่ยังไม่เคยมีใครปราบได้มาก่อนเพราะมีของดีวิชาดี ท่านปราบเสือดัง ๆ ในประเทศทั้งนั้น เสือไบ เสือมเหศวร เสือดำอะไรอย่างนี้ มีการยืนยันจากการที่เขาขนานนามว่าเป็นตำรวจที่โจรทั้งกลัวทั้งนับถือ คือได้ยินว่าเมื่อไหร่ขุนพันธ์ย้ายมาปราบประจำที่ไหน โจรที่นั่นจะหยุดนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ไม่ก่อการกันพักใหญ่ ๆ อะไรอย่างนี้เลย แล้วก็เลือกที่จะเป็นตำรวจสายทำงานมากกว่าสายนั่งโต๊ะ เลือกที่จะใช้ความดี ความอดทนมากกว่าการใช้เส้นสายในการทำงานนะครับ เพราะว่าถ้าตามประวัติจริง ๆ แล้ว ความดีความชอบของสิ่งที่ขุนพันธ์ทำที่ออกไปปราบโจรหลาย ๆ ครั้ง บางครั้งก็มีตำรวจหรือข้าราชการด้วยกันก็อิจฉา ไม่ชอบหน้า แล้วก็มีการเขียนใบสนเท่ห์ร้องเรียนว่าทำเกินกว่าเหตุ โหดร้าย มีวิชาอาคม เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ท่านเลือกที่จะเป็นตำรวจเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ยังคงออกทำงานตลอดเวลา ปราบโจรแบบมึงฟันมากูฟันไป มึงหายตัวได้กูก็หายตัวได้ มึงเหนียวกูก็เหนียว นี่มันเป็นเรื่องของแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน พอเราศึกษาพวกรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ เยอะ ถ้าคนที่มีจิตที่ดีจิตที่สะอาดจริง ๆ มันก็เหมือนวิชาอาคม ยิ่งเสริมให้มันแกร่ง เหมือนพระเกจิดัง ๆ ที่เก่ง ๆ จิตดีสมาธิดี เขาก็จะมีญาณบางอย่างที่วิเศษกว่าคนปกติทั่วไป มันเป็นหลักธรรมชาตินะ เพราะฉะนั้นขุนพันธ์น่าจะเป็นคนจิตดี จึงฝึกวิชาพวกนี้เพื่อเอาไว้ใช้ปราบปราม ปกป้อง วิชาอาคมพวกนี้มันมี 2 มุม ในสมัยก่อนที่เล่าเรื่องเขาอ้อ คือสอนไปแล้วนี่ ใครจะไปเป็นโจรใครจะไปเป็นตำรวจ ไม่รู้ล่ะ แต่มีวิชาอาคมติดตัวกันไปหมด อยู่ที่ฝึกดีไม่ดีอะไรอย่างนี้ก็ว่ากันไป ขุนพันธ์ก็เหมือนกันก็ต้องใช้สิ่งที่โจรมี ตำรวจมีปืนโจรก็มีปืนสมัยก่อน โจรมีคาถาอาคม ยิงไม่เข้า ตำรวจคนอื่นกลัว แต่ขุนพันธ์เหนียวพออะไรอย่างนี้ มันเป็นเรื่องของการบลัฟกันด้วย เหมือนคิดว่าตัวเองเหนียวก็เลยเหิมเกริม พอตำรวจคนนี้มาเหนียวเหมือนกันนี่หว่า ในสายคนที่เขาเล่นของพวกนี้เขารู้กันอยู่ว่านี่ของจริง แต่ก็คือเราต้องบอกก่อนว่าเราศรัทธาในฐานะท่านเป็นมนุษย์ที่มีอยู่จริง ในภาพยนตร์มีบทที่ขุนพันธ์พูดว่า ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันถูกหรือผิด แต่ผมแค่รู้ว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง สิ่งที่ขุนพันธ์เคยทำมาตลอดทั้งชีวิต คือการทำอะไรสักอย่าง การลงมือทำสิ่งที่ดีสิ่งที่เชื่ออยู่แล้วตั้งแต่แรก แค่อย่าแกว่งแค่นั้นเอง "ท่านเลือกที่จะเป็นตำรวจเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ยังคงออกทำงานตลอดเวลา ปราบโจรแบบมึงฟันมากูฟันไป มึงหายตัวได้กูก็หายตัวได้ มึงเหนียวกูก็เหนียว นี่มันเป็นเรื่องของแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน" (ก้องเกียรติ โขมศิริ) “ขุนพันธ์” ในฉบับภาพยนตร์ผ่านการเขียนบท และกำกับภาพยนตร์ โดยก้องเกียรติ โขมศิริ จะออกมาเป็นอย่างไร มันเป็นโปรเจกต์ที่เราภูมิใจนำเสนอ เราทำสิ่งที่ยากเกือบทุกสิ่งเลย มันถึงกินเวลามาหลายปีมาก สิ่งที่หนังไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฉาก เรื่องของเอฟเฟกต์ เรื่องของการดีไซน์คิวแอคชั่น บทมัน แก่นหลักของเรื่องเมจิคอลเรียลลิสเนี่ยแหละ เราต้องอาศัยการทำงานที่ประชุมแล้วประชุมอีก และบางทีเราถ่ายได้น้อยมาก ฉากแอคชั่นมันยากอยู่แล้ว เราต้องแข่งกับหลาย ๆ อย่างแล้วโชคดีมากที่เราได้ทีมนักแสดง ทีมงาน ฝ่าฟันกันผมว่าโปรเจกต์นี้มันเหมือนหน่วยทหารที่พอเสร็จแล้วก็คงรักกันไปอีกนาน ถ่าย 24 ชั่วโมง พี่น้อยกับอนันดาเนี่ย ต่อยกันตั้งแต่ 6 โมงเช้าวันนี้จนไปถึง 6 โมงเช้าอีกวันหนึ่ง แอคชั่นทั้งวัน 2 คน ก็ลุยกัน นับถือสปิริตมาก เรามีดีไซน์ที่ฉูดฉาด เรามีประเด็นในสไตล์ของหนังแบบโขมที่รุนแรงพอที่จะกระทบความรู้สึกคนในทุก ๆ ด้านนะครับ ผมว่ามันก็น่าจะเป็นเวอร์ชั่นเข้มข้น แล้วก็น่าจะเป็นหนังที่เราอาจจะเคยเจอกับความรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่สมัย 2499 หนังก็ยังมีกลิ่นอายแบบนั้นอยู่ เราอยากให้ความรู้สึกของหนังไทยแบบนั้นน่ะ ทำการบ้านกันสูงมากสำหรับเรื่องนี้ครับ ขีดระดับความท้าทายในการทำโปรเจกต์มหากาพย์ขนาดนี้ มันเป็นโปรเจกต์ที่ใหญ่แล้วก็ตัวบุคคลที่เลือกทำเป็นบุคคลจริงมีตัวตนจริง มีประวัติศาสตร์รองรับมีหลักฐานยืนยันเราก็เลือกการถ่วงดุลระหว่างความจริงแค่ไหน กับความเป็นภาพยนตร์ แน่นอนละ เราไม่ได้ทำสารคดี มันคงไม่ใช่เรื่องราวตรงไปซะ 100% ทั้งหมด เพียงแต่ว่าใด ๆ เรารักษาหัวใจของความเป็นขุนพันธ์ไว้ได้ให้ได้เยอะที่สุด เรื่องแอคชั่นกับเมจิค การผสมกัน แล้วมันมีดราม่าเข้าไปอยู่ในนี้ด้วย การรักษาบาลานซ์สมดุลของสิ่งเหล่านี้มันเป็นงานที่ท้าทายนะครับ มันต้องยกย้อนกลับไป คือธีมของเรื่องเลยก็คือศรัทธานะครับ งานที่มันยากก็ต้องยิ่งอาศัยศรัทธาที่สูง ทีมงานเองก็ใช้วิธีนี้กับชีวิตเหมือนกัน เราเรียนรู้จากหนังตัวเองเหมือนกันว่า เฮ้ย อย่าหยุด อย่าหยุดศรัทธาลงมือทำอะไรสักอย่าง โดยคาแรคเตอร์หลัก ๆ เรายังจับหัวใจความเป็นขุนพันธ์อยู่ในเรื่องนี้แต่ว่าเนื่องจากมันเป็นภาพยนตร์ ในฐานะคนที่เลือกที่จะทำ เป็นเมจิคอลเรียลลิสซึ่ม สัจนิยมมหัศจรรย์ถ้ามาแปลตามภาษาแล้วเนี่ย เราจะต้องขยายความหรือว่าเพิ่มบางอย่างที่เป็นเรื่องของภาพยนตร์ลงไป แต่ทั้งหมดในนั้นน่ะ เราไม่ได้หักข้อมูลเก่าทิ้ง ไม่ได้โกหก ข้อมูล เรื่อง คาแรคเตอร์ หนวดเขี้ยว การไปปราบโจรที่นู่นที่นี่ หรือแม้กระทั่งเวิร์ดดิงที่ท่านขุนพันธ์พูด โจรจะพูดกันหมดเสมอว่าก่อนแกจะปราบแกจะพูดว่า เฮ้ย ถ้ามึงบวชแล้วเลิกเป็นโจรซะ กูจะจับเป็นมึง แต่ถ้ามึงไม่บวช กูก็ยิงกัน เราก็จับหัวใจ สิ่งนี้ยังมีอยู่แบบนักเลง คนที่เป็นนักเลงแบบนี้ยังมีอยู่ ยังอยู่ในเรื่องทั้งหมด นี่ไม่ใช่หนังอัตชีวประวัติ อันนี้เป็นหนังที่ถูกสร้างเพื่อความบันเทิง โดยได้ตัวละครขุนพันธ์เป็นต้นแบบ ให้เป็นไอคอนมากกว่าเป็นแค่หนังสือประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่ง เรื่องราวของขุนพันธ์ในภาพยนตร์ เนื่องจากเรื่องราวของท่านขุนพันธ์มีหลายสเต็ปมีหลายภาคมาก แต่เราเลือกที่จะทำภาคแรกที่เหตุการณ์ซึ่งเป็นภารกิจแรกในชีวิตคือการปราบปรามโจรใต้ตั้งแต่เป็นนายร้อยจบมาใหม่ ๆ แล้วก็ได้รับภารกิจ เสนอตัวที่ไม่มีใครทำเลยก็คือการปราบโจรร้ายที่โด่งดังที่สุดที่ชื่อว่า อัลฮาวียะลู ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นผีแห่งหุบเขาบูโด คือเป็นโจรที่มีวิชาอาคมมาก ฆ่าคน ด้วยกริชอันหนึ่ง โหดร้าย ได้ยินว่าพอชาวบ้านคนไหนไม่ร่วมด้วยก็จะเอากริชผ่าปากคนพวกนั้น ชื่อเสียงโด่งดังมาก จึงไม่มีตำรวจคนไหนอาสา และนอกนั้นก็ยังมีสมุนเก่ง ๆ อย่างพวก เสือกลับ คำทอง หรือ เสือสัง ซึ่งเล่นโดย เดี่ยว ชูพงษ์ นะครับ ก็มีเหล่าลูกสมุนอีกหลายคนซึ่งเป็นมือซ้ายขวา จนขุนพันธ์ได้รับภารกิจให้ปลอมตัวเข้าไปจัดการกับโจรคนนี้ ในดินแดนที่โจรคนนี้ปกครองอยู่ทั้งหมด แล้วคนทั้งภูเขาแห่งนั้นถูกเรียกว่าเป็นโจรชาวบ้านชาวช่องเป็นโจรหมด คราวนี้มันก็เกิดกระบวนการว่า ตำรวจอย่างขุนพันธ์จะต้องเรียนรู้ว่า การปราบอัลฮาวียะลู การปราบโจรหุบเขาแห่งนี้ รวมทั้งทำไมคนทั้งหมดถึงลุกขึ้นมาเป็นโจร ทำไม ผู้ร้ายตัวจริงมันคืออะไรกันแน่ หรือขุนพันธ์แทนที่จะไปไล่ล่าเขา กลับถูกไล่ล่าเสียเอง มันก็คือการเผชิญหน้ากันของยอดฝีมือ 2 ทาง ขุนพันธ์เจอจอมโจรที่เก่งทั้งวิชาอาคมทั้งบู๊ไม่แพ้ตัวเอง เพราะอัลฮาวียะลูนี่โดนขุนพันธ์เอาปืนยิงใส่หน้าระยะเมตรหนึ่ง ยิง ๆ ๆ เสร็จ อมลูกกระสุนไว้ในปากหมดเลย ทำอะไรไม่ได้ ก็เสร็จแล้วพอเข้าไปแฝงตัวอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ขุนพันธ์ก็ได้เรียนรู้ว่าจริง ๆ แล้วมันก็เต็มไปด้วยนักการเมืองท้องถิ่นที่เลว ๆ เอาเปรียบประชาชนเสมออะไรอย่างนี้ สิ่งที่สำคัญและน่าสนใจคือการคัดเลือกนักแสดงที่จะมาสวมชีวิต และจิตวิญญาณถ่ายทอดคาแรคเตอร์ต่าง ๆ ในภาพยนตร์ให้โลดแล่นอย่างสมจริง อย่างขุนพันธ์นะครับ ก็ได้อนันดามาเล่น ซึ่งอย่างที่บอกเราต้องการไอคอน เราต้องการคนที่มีลักษณะของการถูกจำได้ เป็นต้นแบบ การแสดงที่ดี ดราม่าที่ดี ก็ลองติดกับหนวดเขี้ยวเข้าไปวันแรกที่เราทำงานกัน เรารู้สึกว่า เฮ้ย มันใช่เลย พอติดหนวดเขี้ยวเข้าไป หน้านี้ถูกต้องเลย มันมีความแข็งบางอย่างอยู่ ความสู้คน เอาจริงเอาจัง นี่คือสิ่งที่ท่านขุนพันธ์มีดูแววตา เขาบอกนายพลตาเสือ ถามว่าตาอนันดาเป็นตาเสือไหม ก็เป็นตาเสือ เมื่อติดหนวดเขี้ยวเข้าไปเรารู้สึกถึงความดุที่อยู่ในตัวคน แล้วอนันดาเองเป็นนักแสดงมืออาชีพเขาเต็มร้อย เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้มันก็ไม่ได้แอคชั่นธรรมดา จ่อยไม่เคยหยุดการขี่ม้า พยายามจะขอขี่ม้าตลอดเวลา ตกม้าไปรอบหนึ่ง สปิริตรุนแรงทั้งคู่ครับ เหมือนหนัง 2 คาแรคเตอร์ นอกจากในเรื่องที่มันจะพูดว่าการฉะกันในแง่ของแอคชั่น และไสยศาสตร์แล้ว การเจอกันในแง่ของการแสดง เหมือน โรเบิร์ต เดอนีโร เจอกับ อัล ปาชิโน ในหนังเรื่อง HEAT อะไรอย่างนี้ เราก็ตั้งใจว่าการเผชิญหน้าระหว่าง ขุนพันธ์ กับ อัลฮาวียะลู มันก็คือการเผชิญหน้าของตัวแทนของ 2 ฝั่งซึ่งมันไม่ได้มีมิติเดียวนะครับ ขุนพันธ์ก็มีแผล อัลฮาวีก็มีแผล คน 2 คนใส่เสื้อคนละแบบกัน แต่ว่ามันต้องถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความดีด้วยกัน ความดีความเลวด้วยกันทั้งคู่ว่าอะไรกันแน่ที่ถูกนะครับ พูดถึงการเชือดเฉือนบทบาท แอ็คชั่นและการแสดงอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนของ 2 ซูเปอร์สตาร์ชายอย่าง "อนันดา" กับ "น้อย กฤษดา" คือตัวละคร 2 ตัวนี้ถูกดีไซน์ให้เป็นคู่เหมือนที่แตกต่าง ตัวอนันดากับพี่น้อย แน่นอนคือพาวเวอร์ของนักแสดงทั้งคู่มีการปล่อยพลังใส่กันแน่ ๆ อยู่แล้ว การดีไซน์ภาพลักษณ์เราอยากให้พี่น้อยเท่ แต่เปลี่ยนแบบ ปกติตัวจริง ๆ พี่น้อยจะเป็นคนคูล ๆ สุภาพ เพราะฉะนั้นเราจะใส่วิญญาณของปีศาจร้ายลงไปในเขาได้ยังไง เราเชื่อว่าเขาพร้อมที่จะเป็นอะไรก็ได้นะ อินเนอร์ของพี่น้อยเขามากมายอยู่แล้ว เราเริ่มจากการใส่ฟอร์มลงไป ใส่เสื้อผ้า หน้าผม เครา เราไม่เคยเห็นพี่น้อยในลุคนี้เลย หรืออนันดาที่อยู่ในลุคหนวดเขี้ยว ซึ่งมันเข้มเหลือเกิน ผมเชื่อว่าพระเอกก็เจ๋ง ผู้ร้ายก็เจ๋ง แน่นอนมันก็จะทำให้เป็นคู่ที่ผมเชื่อว่ายิ่งใหญ่ แสดงว่าเป็นมวยถูกคู่ เป็นมวยที่ทุกคนรอดูว่า เมื่อ 2 คนปะทะกันในแง่ของทุกสิ่งทุกอย่างแล้วเป็นเคมีที่ดีที่คนดูได้ดู 2 นักแสดง สปิริตดี ๆ เล่นด้วยกันนะครับ นอกจากนั้นยังมีเหล่านักแสดงหลัก ๆ อีกอย่างน้อย 5 ชีวิตที่พร้อมใจกัน มาร่วมถ่ายทอดการแสดงได้อย่างเกินร้อย ใช่ครับ อย่างการดีไซน์คาแรคเตอร์ตัว หลวงโอฬาร คุณแฟรงค์ (ภคชนก์ โวอ่อนศรี) ก็จะเป็นตัวแทนของระบบข้าราชการที่ อาศัยความที่รู้มากกว่าเอาเปรียบคน การกะล่อนปลิ้นปล้อนตอแหล การฉ้อราษฎร์บังหลวง การสร้างภาพ ว่าเรื่องราวมันเกิดขึ้นพยายามจะบอกว่า เราต้องใส่หมวก เราจงแต่งตัวแบบนี้ เพราะเราจะเป็นอารยประเทศ เราจะเป็นประเทศที่ฝรั่งเห็นแล้วชื่นชม แต่จริง ๆ แล้ว เราไม่ได้ทำสิ่งนั้นอยู่ มันเป็นคนมีความรู้แหละ ต้องจบนอกสมัยก่อน แต่ทำไมถึงถูกมาอยู่ในที่แบบนี้ แสดงว่ามันอาจไม่ได้เป็นคนดีหรอกนะ เราจะดีไซน์ยังไงให้ดูแบบ รวย เจ้าเล่ห์ สุภาพ แสนดี เห็นจังหวะที่จะเอาเปรียบคนได้ตลอดเวลา คือแฟรงค์ทำงานกับเรามาหลายเรื่องละ หลายคนถ้าเคยเข้าฉากกับแฟรงค์จะรู้ว่า ถ้านักแสดงคนนั้นไม่มีสมาธิพออาจจะโดนจู่โจมจากการแสดงของแฟรงค์ เขาสามารถสร้างคาแรคเตอร์ที่เขารับบทบาทได้ เกลียดเราก็จะเกลียดมันจนแบบว่า หรือไอ้นี่น่าหมั่นไส้ อาจจะเพราะว่าเราเป็นเพื่อนกันด้วย เรารู้ แฟรงค์มุมนี้ดีกว่าลองเล่นแบบนี้ดู นักแสดงทุกคนเหมือนกันหมด เป็นหนังที่ผมตอบคำถามนักแสดงเยอะมาก เพราะนักแสดงช่างถามมาก โห เขาทำการบ้านกันละเอียดมาก พี่น้อยนี่ในวันฟิตติ้งเขาบอกกับผมว่าตัวละครตัวนี้มันทุกข์ว่ะ เหมือนมันแบกของหนักอยู่ตลอดเวลา เข่ามันไม่ดี หลังมันเหมือนคนพิการ พี่น้อยตีความบอกว่าเราว่ามันเหมือนคนพิการ พิการจากในจิต แล้วมันออกมาด้วยรูปทรงการข้างนอก การเดินการเหินมันเหมือนคนที่เก็บอะไรเอาไว้ตลอดเวลา หรือแม้กระทั่งอนันดาที่ในความดุ ก็มีเมตตา คือคนที่พูดกับโจรว่ามึงไปบวชซะ แล้วกูก็จะจับเป็นมึง แล้ว 3 วินาทีหลังจากนั้น ถ้าโจรไม่ไปบวชหรือไปคุยดี ๆ กัน ตาเปลี่ยนเป็นเสืออีกคนหนึ่งที่พร้อมจะจับกูหรือยิงสวนกูทันทีนี่วินาทีแบบนี้ มันก็เป็นการประชันกันของนักแสดงมากบทบาทหลายคนนะครับ เราได้อย่างนางเอกของเรื่อง น้องอ้อม (กานต์พิสชา เกตุมณี) นะครับ ตอนนี้มีสาวๆ 2 คน กับ น้องกบ (พิมลรัตน์ พิศลยบุตร) จริง ๆ อ้อมก็เป็นลูกศิษย์หม่อมน้อยนะครับได้เล่นในแม่เบี้ยมา ผ่านประสบการณ์หลายสิ่งหลายอย่างมาแหละ คือชุมชนเขาบูโดทั้งหมดที่บอกว่าเป็นโจร ทุกคนมีเหตุผลในการลุกขึ้นมาเป็นโจร และเหตุผลของทุกคนน่าฟังทั้งนั้น ทำไมตัว บุหงา (กบ พิมลรัตน์) ผู้หญิงแสนสวยที่ซ่อนตัวเองเอาไว้ในร่างของความเป็นชาย หรือว่าความเป็นแม่เสือสาวเขาต้องเอาความเป็นโจรนี่มาปิดบังตัวเขาไว้ หรือตัว มาลัย (กานต์พิสชา เกตุมณี) เอง ซึ่งเหมือนกับดอกไม้ที่มันสวยงามในถิ่นนี้ ดอกไม้ป่าซึ่งเธอเป็นนักร้อง แต่ชีวิตจริง ๆ เธอเป็นอะไร เธอเป็นนกต่อ เธอเป็นเครื่องมือฆ่าคน เธอเป็นดอกไม้ซึ่งเธอมีพิษ หรือแม้กระทั่งตัว ไข่โถ (สน สนธยา ชิดมณี) เป็นตัวแทนของประชาชนที่บอกว่า ทำไมเราจะไม่เป็นโจรละเป็นหนี้ขนาดนี้ เราไปไหนไม่ได้ บทอันนึงที่ตัวละครไข่โถพูดว่า เมื่อก่อนเราหิวเราก็ลงทะเลหาปลา เดี๋ยวนี้เราหิวเราก็ต้องไปกู้เงินมัน นี่ก็เป็นเหตุผลที่แต่ละตัวละครมันก็มีมิติที่สะท้อนเหตุผล คือการตั้งคำถามว่า แล้วโจรเกิดขึ้นด้วยอะไร ตัวละครพวกนี้มันก็จะถูกดีไซน์มาเพื่อรองรับประเด็นเหล่านี้ไว้ครับ สำหรับทั้ง 3 คนนะครับ ทั้งสน, น้องกบ, น้องอ้อม ต้องแบบว่าเป็นเกียรติมากที่ได้ทำงานกันมาเสมอ กับสนนี่เราไม่รู้ เราว่ามันเป็นซิกเนเจอร์ดี คืออาจจะเพราะว่าเรื่องที่มันเป็นบริบทที่ภาคใต้ด้วยแหละ เราชอบดูสนสำหรับบทดราม่าหรือบทที่ว่าเขาต้องเข้ามารองรับความกดดันหลาย ๆ สิ่งหลายๆ อย่างนี่เราว่าสนทำได้ดี แล้วเขาก็เป็นคนใต้จริง ๆ ด้วย เขาอินกับขุนพันธ์จริงๆ ด้วยอะไรอย่างนี้โดยเลือดแล้วนี่ อ้อมเป็นเรื่องแรกแต่เราก็บอกว่า อ้อม พี่ไม่สามารถประนีประนอมได้ ถ้าอ้อมถูกล้อมไว้ด้วยคนเหล่านี้ ถ้าอ้อมเบาหรือดรอป ตัวน้องก็รู้เขาพยายามแล้วก็ทุ่มเทมาก ๆ ที่จะไม่ยอมให้ตัวเองเป็นปัญหา อ้อมก็ตามได้ทันนะครับ ส่วนกบผ่านงานมาเยอะ เล่นหนังมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็จะเหมือนกับนักแสดงมืออาชีพทุกคน ก็คือกบหาความหมายในการกระทำทุกอย่าง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุและผล คือเราทำงานกันเหมือนแบบนั่งคุยกันเหมือนว่าเราจะสร้างตัวละครนี้ด้วยกัน กบก็จะถาม เฮ้ยมันดูดบุหรี่ไหม แบคกราวน์คืออะไร ตัวละครนี้เป็นยังไง ทำไมมันจะต้องแต่งตัวแบบนี้ มันสูบบุหรี่ไหม มันมีไฟแช็ค มันชอบเล่นอะไรเกี่ยวกับไฟแช๊คไหม การดีไซน์คาแรคเตอร์ซึ่งสนุกมากเวลาทำงานครับ มาจนถึงเดี่ยวคือในบ้านเราผมว่า นักแสดงสายแอคชั่น เรามีกันไม่กี่คน เรามีจาพนม เรามีพี่พันนา แล้วก็มีเดี่ยว ชูพงษ์ เมื่อก่อนเราจะเห็นเป็นพระเอกแอคชั่นเล่นเป็นคนดี เรารู้สึกว่า เฮ้ย จริงๆ แล้วตัวร้ายซึ่งแบบ เก่งสุดๆ เลย บู๊เก่งสุดๆ เลย แล้วมึงร้ายแบบน่ากลัว เรารู้สึกว่าเดี่ยวมันมีมุมแบบนี้ แล้วมันจะทำได้ดี เราก็ไปบอกเดี่ยว ลองเล่นแบบนี้ดูไหม ก็ดีไซน์เต็มเหนี่ยวเลย มันมีลักษณะเหมือนเผ่าของสัตว์ป่าบางอย่างอยู่ ในเรื่อง ชื่อว่าเสือสัง มีอาคมเป็นพวกลิงลม เป็นพวกเคลื่อนไหวเร็วเรียกว่าเป็นคู่ปรับสำคัญ ไฮไลต์เลยของเดี่ยวก็คือการเผชิญหน้ากับขุนพันธ์ แล้วก็สู้กันด้วยคารัมบิต ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวของเขา กับขุนพันธ์ใช้มีด ดวลกันแบบบนรถไฟอะไรอย่างนี้ ถือว่าเป็นซีนที่ยากอยู่ครับ ภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์มีวิชวลทางด้านภาพที่ค่อนข้างแตกต่างจากภาพยนตร์แอ็คชั่น หรือพีเรียดทั่วๆไปที่ผ่านมา ในการทำงานมีฉากไหนที่ยิ่งใหญ่ ท้าทาย หวือหวา แปลกใหม่ ที่อยากพูดถึง โปรเจกต์นี้มันเต็มไปด้วยฉากใหญ่ ๆ หลายฉากมาก มันถูกดีไซน์มาตั้งแต่ตัวหนังสือ จริง ๆ 4 ฉากที่เราจดจำมันนะครับ ที่เรากว่าจะผ่านมันไปได้มันยากเหลือเกิน มันคือ ฉากแรกในเรื่องเลย เป็นฉากที่ขุนพันธ์ออกเปฏิบัติการแล้วถูกเสือกลับ คำทอง 1 ในสมุนของอัลฮาวี ล้อมเอาไว้ ก็คือที่ผ่านมาเราเคยแต่เห็นตำรวจล้อมโจร แต่นี่โจรล้อมตำรวจอยู่ในตรอกแห่งหนึ่ง แล้วก็เกิดการถูกปิดล้อมแล้วก็สู้กัน การเซ็ตฉากขึ้นมาแล้วก็ระเบิดระเบ้อกันบู๊กันในนั้น อีกอันก็คือฉากการสู้กันบนรถไฟ ที่มีการขี่ม้าไล่ล่ากันตั้งแต่ข้างล่างขึ้นไปบนรถไฟ เอาม้าเทียบรถไฟ ปีนขึ้นรถไฟ ขึ้นไปอัดกันใน ก็ต้องเซ็ตรถไฟกันขึ้นมาแล้วก็ทำงานร่วมกับกราฟิกในหลาย ๆ ส่วน อันนี้ก็ยาก เพราะว่าทุกอย่างมันเคลื่อนไหวหมด ทั้งม้าทั้งสตันท์ทั้งคิวรถไฟวิ่ง พวกนี้มันผิดคิวนิดเดียวมันก็ทั้งอันตรายและอาจไม่ได้ในสิ่งที่เราอยากได้ ถ่ายกันหลายวันครับ ฉากที่ 3 ซีนตัวอัลฮาวียะลูล้อมฆ่าตำรวจที่ถูกส่งมาทางใต้ ก็เป็นการปิดป่าแล้วก็ยิงกันนะครับ และฉากไฮไลต์ของเรื่อง ก็คือการถล่มกันเขาเรียกว่าเป็นบ่อนงาช้าง ซึ่งมันเหมือนคลับเฮาส์ของหลวงโอฬารนะครับ แล้วก็เกิดการถล่มกันในนั้น อันนี้ก็เรียกว่าอนันดาจมฝุ่น ทั้งพี่น้อย 24 ชม. ระเบิดกันทั้งวัน เหมือนอยู่ในสงครามจริง ๆ อะไรอย่างนี้ ทั้ง 4 ฉาก จริง ๆ แล้วฉากที่เหลือมันก็ไม่ได้ง่ายไปกว่านี้ มันก็เต็มไปด้วยความยากต่างกันไป จากสัญญาลูกผู้ชายระหว่าง ผกก. กับนักแสดงนำไปสู่ความบ้าพลัง ในการถ่ายทำฉากแอคชั่นแห่งปรากฏการณ์ของอนันดา ที่ต้องบู๊กับสตันท์มากกว่า 20 คนในแบบ One long Take เราคุยกันตั้งแต่เริ่มต้นเลยว่าอนันดา เนื่องจากยูไม่ใช่จาพนม เพราะฉะนั้นยูจะไปแอคชั่นสู้เขาไม่ได้หรอก สมมติว่ามันมี one take จะพูดว่ามี one Take เลย แล้วปล่อยให้คุณโชว์คิวบู๊ยาว ๆ ลุยกับคน 20-30 คน ด้วยมีดเล่มหนึ่งได้ แล้วคุณทำให้คนดูเห็นว่าเป็นคุณจริง ๆ เล่น มันจะเจ๋งแค่ไหน โชคดีที่อนันดามันก็บ้าจี้เอาด้วย ก็ซ้อมคิว เหนื่อยนะเรียกว่าพอถ่ายอันนี้เสร็จ อนันดาลงไปนอนแผ่กับพื้นหมดแรง คือทีมงานต้องมีถังออกซิเจนไว้ข้าง ๆ พอถ่ายเสร็จปุ๊บออกซิเจนเข้าทันที ซึ่งมันก็ได้ภาพที่ถูกใจออกมาครับ แล้วคือวันนั้นมัน 9 เทคทั้งหมด แล้วก็มันเป็นสปิริตสัญญาของลูกผู้ชายว่ามันจะเอาให้ได้ ผ่านไป 4-5 เทค เราเห็นแบบอัดออกซิเจนก็แล้ว มันก็เหนื่อยจนแบบ เราก็เลยพอไหม แต่มันก็แบบว่ามานั่งดูเทปด้วยกัน แล้วเช็คฟุตเทจด้วยกัน อนันดาเป็นคนบอกเองว่าขออีก จนกว่ามันจะดีที่สุด เราเชื่อว่าสำหรับอนันดาอันนี้น่าจะเป็นหนังแอคชั่นที่สุด ที่อนันดาเคยเล่นมาละในชีวิต ปกติแล้วเราจะรู้จักอนันดาจากความหล่อ แต่อันนี้เขาขายการแสดงขายแอคชั่นที่เต็มเหนี่ยวขึ้น เราจะได้เห็นการแอคชั่นแทบจะทุกรูปแบบของอนันดาบนรถไฟ การแอคชั่นกลางสายฝน หรือการสู้ด้วยมีด ดาบ ปืน อาคม เมื่อไหร่ที่คนดูเห็นอนันดากับพี่น้อยประชันบทบาทกันนะ เราเชื่อว่าคนดูจะจับได้ถึงเคมีของคน 2 คนซึ่งมอบการแสดงที่ดีมาก ๆ ไว้ เป็นการกลับมาร่วมกันครั้งที่ 2 กับน้อย กฤษดา อยากพูดอะไรถึงนักแสดงที่พร้อมทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างให้คนดูบ้าง สำหรับพี่น้อยเรายกย่องแล้วก็ขอบคุณพี่เสมอมา ว่าพี่ให้การแสดงที่ดีที่สุดสำหรับคนดู พี่ทุ่มเทอินเนอร์ของพี่ทุกอย่าง การเปิดตัวคาแรคเตอร์ตัวนี้ ที่พี่น้อยกำลังนั่งให้พระองค์หนึ่งสักอยู่ แล้วก็ของขึ้น ผมจำได้ว่าพี่เคยมาถามผมว่าของขึ้นคืออะไร เขาเป็นฝรั่งนะ ก็อธิบายให้เขาฟัง ในสปิริตนักแสดงของเขา เขาก็ถ่ายทอดออกมาได้ ความบ้าคลั่งของตัวละครอัลฮาวียะลู ได้อย่างน่ากลัวที่สุดก็คือ อัลฮาวียะลูชื่อนี้มันมีความหมายนะ มันแปลว่าหลุมที่ไร้ก้นบึ้ง เหมือนหุบเหวที่ไร้จุดที่สิ้นสุด มันลึกมาก เป็นตัวละครที่กดดันแล้วก็นักแสดงคนไหนที่รับบทลักษณะนี่มันมืด มันเหนื่อย เพราะว่ามันแบกชะตากรรมที่หนักมากของตัวละครเอาไว้ ซึ่งพี่น้อยทำได้ดีทั้งหมด แม้กระทั่งการเผชิญหน้ากันกับตำรวจ กับขุนพันธ์ซึ่งทุกๆ ไดอะล็อกมันมีการปะทะการเชือดเฉือนกันอยู่ตลอดเวลา แทบทั้งเรื่องที่ตัวละคร 2 คนนี้ที่ต้องปะทะกัน ในทุก ๆ ดราม่าล้วนมีแอคชั่น และในทุก ๆ แอ็คชั่นก็มีความลุ่มลึกในมิติความรู้สึกของตัวละคร ที่ว่ากันว่าเป็นลายเซ็นของผู้กำกับมือเขียนบทอย่างก้องเกียรติ โขมศิริ คือเราพยายามให้ตัวละครทุกตัวละครมันมีมิติ ไม่ได้เป็นตัวละครชั้นเดียว มีเหตุมีผลมีที่มาที่ไปว่าทำไมเขาถึงเป็นสิ่งนี้ อย่างแต่ละฉากก็จะมีเรื่องราวในตัวมันเอง ยกตัวอย่างตัว บุหงา (กบ พิมลรัตน์) เล่นอย่างที่บอกคือเราได้เห็นในด้านที่เขาเป็นผู้หญิงที่สวยงามมาก แต่เขาเคลือบตัวเองไว้ด้วยเสื้อผ้าที่ มันดูเป็นผู้ชายมากๆ หรือการเป็นการเป็นโจรในเรื่อง มันก็มีเหตุผลในเรื่องว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงเลือกที่จะเป็นอย่างนั้น และการเป็นโจรของเขามีเหตุผล แต่สิ่งที่เขาได้เจอกับขุนพันธ์ และทำให้ขุนพันธ์รับรู้เรื่องของเขาเนี่ย การเลือกฝั่งดีมันก็มีเหตุผลของมันอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นบางทีกบอาจจะเป็นตัวละครที่ยืนอยู่ 2 ฝั่งว่าฉันเป็นตัวละครที่ฉันจะเลือกฝั่งเลวหรือเลือกฝั่งดีหนอ ตัวละครทุกตัวมันจะสะท้อนมิติพวกนี้ออกมาไว้เกือบทุกอันครับ ท้ายนี้อยากฝากอะไรกับผู้ชมและสิ่งที่คนดูจะได้รับจากภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์อย่างแน่นอน ผมเชื่อว่านี่คือหนังที่คนไทยรอคอย มันมีความสนุก มันเป็นการประชันบทบาทของดารายอดฝีมือ ที่เวลาบทในการปะฉะดะกันอย่างเมามันแน่นอนครับ ความเป็นแฟนตาซีแอคชั่นของมัน มันยังมีความจริงอยู่ว่านี่เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ แต่เราจะทำยังไงให้มีสีสันขึ้นมา ก็คือแม้กระทั่งตัวขุนพันธ์เอง เรายังมีดีไซน์ถึง 4 ดีไซน์ด้วยกัน คือตัวละครเราจะเห็นตั้งแต่เป็นตำรวจเริ่มต้น ยังไม่มีหนวดเขี้ยวเลย จนเริ่มทำงานเข้าไปฝังตัวเป็นสปาย กลายเป็นคนจรหมอนหมิ่น จนกลับเริ่มมีหนวดเขี้ยวจนออกปราบปราม จนสุดท้ายเป็นที่มาของภาพขุนพันธ์ที่แบบนายพลหนวดเขี้ยว เขาทำหน้าที่อธิบายพาร์ตของหนังแต่ละพาร์ต ๆ และนอกจากความสนุกแล้ว ผมเชื่อว่าหนังเรื่องนี้มีประเด็นตามสไตล์หนังของผมนะครับว่าเราไม่แค่ตีต่อยกันแล้วก็จบ มันมีประเด็นให้เราขบคิดในหนังด้วยว่า บางทีหนังอาจจะสะท้อนว่าบ้านเมืองเราเกิดอะไรขึ้น และคนดีมีอยู่จริงไหม หนังเรื่องนี้อาจจะตั้งคำถามกับศรัทธาของเราในปัจจุบันได้ เราเดินออกจากโรงเรารู้สึกว่า เฮ้ย คนไทยมีฮีโร่ 1 คน ก็ขอชวนมาดูกันครับ ฝากหนังเรื่องขุนพันธ์ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ ในวันที่ 5 กรกฏาคมที่จะถึงนี้ ก็จะใกล้ ๆ ครบรอบวันเสียชีวิตของท่านขุนพันธ์ อยากให้เป็นตัวแทนของภาพยนตร์กล่าวอะไรสักนิด 5 กรกฎานี้นะครับก็จะครบรอบ 10 ปีของการเสียชีวิตไปของท่านขุนพันธรักษ์ราชเดชนะครับ ก็รับปากไว้กับรูปเคารพของท่านนะครับว่าเมื่อทำภาพยนตร์เรื่องนี้เสร็จ ก็จะขอให้ดลบันดาลใจเกิดสิ่งดี ๆ ให้ประสบความสำเร็จ ตัวผมเองจะบวชเพื่อถวายท่านนะครับ หมายถึงบวชเพื่อเพราะผมรู้สึกว่าโปรเจกต์นี้ อย่างที่บอกไม่รู้อะไรดลใจกันให้เราได้ทำนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะทำให้ทุกอย่างมันสัมฤทธิผล แล้วก็ขอบพระคุณท่านนะครับที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ขอบคุณครับ

เตรียมเปิดตัว! “SHOW DC” ศูนย์การค้าและเอนเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร มาพร้อมแนวคิดรูปแบบใหม่ “SHOP & ENJOY”
SHOW DC /  ศูนย์การค้าโชว์ ดี ซี / 

โชว์ ดีซี (SHOW DC) โครงการศูนย์การค้าและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร ที่มาพร้อมแนวคิดค้าปลีกและบันเทิงในรูปแบบใหม่ “SHOP & ENJOY” เป็นศูนย์รวมร้านค้า ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม พร้อมด้วยแหล่งเอนเตอร์เทนเมนต์ โดยตั้งเป้าหมายไว้ให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2559 นี้! เตรียมเปิดตัว! “SHOW DC” ศูนย์การค้าและเอนเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร มาพร้อมแนวคิดรูปแบบใหม่ “SHOP & ENJOY” “SHOW DC” (โชว์ ดีซี) ย่อมาจากประโยคภาษาอังกฤษ คือ Show Destination Center ซึ่งหมายถึง ศูนย์การค้าและเอนเตอร์เทนเมนต์สุดหรูครบวงจร ชูแนวคิดค้าปลีกสุดล้ำ “Shop & Enjoy ผสมผสานกับความบันเทิงตื่นตาตื่นใจเข้ากับร้านค้าและร้านอาหาร รวมถึง “K-Town” เมืองเกาหลีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใกล้ถนนพระราม 9 บนพื้นที่ 27 ไร่ มีพื้นที่ภายในอาคาร 150,000 ตารางเมตร เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2559 นี้! ลูกค้าและผู้เยี่ยมชมได้ดื่มด่ำไปกับการช้อปปิ้ง การกินดื่ม และการชื่นชมวัฒนธรรมทั้งของประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย ไฮไลท์สำคัญของโชว์ ดีซี จะอยู่ที่สินค้าและบริการสุดอินเทรนด์จากเกาหลี ซึ่งโดดเด่นไม่เหมือนใคร อีกทั้ง YG Entertainment ซึ่งเป็นค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่ของเกาหลี ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปิน “K-Pop” ชื่อก้องโลก อย่าง “BIGBANG” (บิ๊กแบง), “PSY” (ไซ กังนัมสไตล์) และ 2NE1 (ทูเอนีวัน) ได้จับจองพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร บนชั้นดาดฟ้า เพื่อเตรียมเปิดศูนย์วัฒนธรรมและความบันเทิงสไตล์ “K-Pop” ให้ทุกคนได้พักผ่อนและเพลิดเพลินไปกับคลับสุดฮิปอีกด้วย นอกจากนี้ลูกค้ายังจะได้เพลิดเพลินไปกับเอนเตอร์เทนเมนต์ชั้นนำของไทย ไม่ว่าจะเป็น “ศูนย์การประชุมและการแสดง” ซึ่งรองรับผู้คนได้ตั้งแต่ 1,500 คน บนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร “สปอร์ต อารีนา” สนามแข่งขันกีฬาเพื่อความบันเทิงแห่งเอเชีย รองรับผู้ชมได้ 1,500 ที่นั่ง รวมถึง การแสดงพิเศษส่งเสริมวัฒนธรรม “หิมพานต์ อวตาร” มหัศจรรย์ตำนานวรรณคดีไทยเสมือนจริงในรูปแบบ 4D โดยใช้เทคโนโลยีแสง สี เสียงสุดล้ำแบบโฮโลกราฟฟิค ที่ยิ่งใหญ่อลังการบนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร” หนึ่งในความสะดวกสบายสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่โชว์ ดีซี เตรียมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ คือ “VIP Traveller Lounge” เพื่อให้นักท่่องเที่ยวได้ใช้เวลาผ่อนคลายในวันสุดท้ายที่ประเทศไทย หลังจากเช็คเอาท์จากโรงแรมที่พักแล้ว โดยที่นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการฝากกระเป๋าเดินทาง อาบน้ำ หรือพักผ่อน หลักจากเช็คเอาท์จากโรงแรมที่พักและในขณะรอเครื่องบินไฟลท์ค่ำ นอกจากนี้ โชว์ ดีซี ยังได้เตรียมบริการรถรับส่งฟรีไปยังสนามบินในกรุงเทพฯ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย โชว์ ดีซี ตั้งอยู่บนถนนจตุรทิศ สะดวกต่อการเดินทางด้วยหลากหลายเส้นทางรถยนต์และรถไฟฟ้า โดยอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์มักกะสัน สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเพชรบุรีและพระราม 9 รวมถึงใกล้ทางด่วนศรีรัชฯ ขาลงด่านพระราม 9 และขาขึ้นด่านอโศก 1 ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://showdc.co.th/ ขอบคุณข้อมูล http://yusabuy.com

ปาฏิหาริย์ทำหน้าที่ของมันสิ้นสุดแล้ว!! สายป่าน-อาเบย์ หวานจัดหนักรักฮาร์ดคอร์!!
ปาฏิหาริย์ /  ความรัก / 

จากแฟนคลับสู่สถานะแฟนตัวจริง ว้าววว ช่างเป็นเรื่องราวที่โรแมนติกสุดๆ ไปเลย สำหรับความรักของสาวตากลมร่างเล็ก สายป่าน อภิญญา กับแฟนหนุ่มมาดฮาร์ดคอร์อย่าง อาเบย์ ณรัฐ งานนี้หากใครได้ติดตามเส้นทางความรักของสาวเจ้ากับหนุ่มคนรู้ใจในรายการ Club Friday SHOW แล้วล่ะก็ เชื่อว่าหลายๆ คนคงยิ้มแก้มปริไปกับความรักของคนคู่นี้ไม่มากก็น้อย จากสถานะแฟนคลับที่หนุ่มอาเบย์ติดตามหนูสายป่านตั้งแต่แรกเห็นในภาพยนต์เรื่องหนึ่งจวบจนได้เจอะเจอ รู้จัก และคบหากัน เรียกว่าพล็อตนิยายยังต้องยอมให้กับความโรแมนติก ประโยคเด็ดที่ออกจากปากหนุ่มอาเบย์อย่าง ‘ปาฏิหาริย์ทำหน้าที่ของมันสิ้นสุดแล้ว…ต่อจากนี้เป็นหน้าที่ของผมที่จะทำหน้าที่ต่อจากปาฎิหารย์’ ช่างกินจิตกินใจสาวไทยซะเหลือเกิน งานมโนอยากได้คนรักแบบอาเบคงมีอยู่ไม่น้อย แม้สไตล์ของทั้งคู่จะดูติสท์ๆ แรงๆ หนักไปทางฮาร์ดคอร์ แต่เรื่องความรักช่างละมุนซะเหลือเกิน หวานจัดหนักซะขนาดนี้ไม่ให้อิจฉาได้ไงล่ะเนอะ หุหุ อาเบย์ - สายป่าน อาเบย์ - สายป่าน สายป่าน อาเบย์ - สายป่าน อาเบย์ - สายป่าน อาเบย์ อาเบย์ - สายป่าน อาเบย์ - สายป่าน สายป่าน - อาเบย์ อาเบย์ - สายป่าน อาเบย์ - สายป่าน ขอบคุณรูปภาพจาก IG @apinnya @alexanderblack12

รีวิว ระบบขับเคลื่อน xDrive จาก BMW ลุยได้ทุกสภาพภูมิประเทศ
AWD /  BMW / 

ถ้าพูดถึงแบรนด์ BMW คนส่วนใหญ่นั้นมักจะคิดถึงความหรูหราของรถระดับพรีเมี่ยม ซึ่งน้อยคนนักที่คิดว่ามันจะสามารถลุยได้ในแบบออฟโรด และคราวนี้ทาง BMW จึงจัดหนักเผยศักยภาพ ระบบขับเคลื่อน xDrive ให้เราได้ทดสอบกันทุกสภาพภูมิพื้นถนนกันที่ ไทย โปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา จังหวัดชลบุรี และในการทดสอบครั้งนี้ทาง BMW นั้นนำรถในตระกูล X series มากันครบทุกรุ่นเลยทั้ง X1, X3, X4, X5, และ X6 BMW xDrive นั้นคือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ AWD คือการขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาหรือคือทุกล้อนั้นเอง โดยเซนเซอร์ในระบบของ BMW xDrive จะทำการตรวจจับการขับขี่อย่างต่อเนื่อง และทำการกระจายแรงขับระหว่างล้อหน้าและล้อหลังแบบอัตโนมัติตลอดเวลา เช่น ในกรณีที่มีล้อใดล้อนึงที่ไม่สัมผัสกับพื้นผิว ระบบจะทำการกระจายแรงไปยังล้ออื่นที่ยึดเกาะถนนเพื่อส่งกำลังแทน เรียกว่าเป็นอะไรที่อัจฉริยะมาก และในการทดสอบครั้งนี้จะแบ่งเป็น 3 สถานี คือ การลุยบนพื้นทรายแบบจิมคาน่า, การควบคุมรถบนเนินเอียง และ การขับลุยบนภูเขาแบบออฟโรด โดยเริ่มกันที่สถานีแรกก่อนเลยกับการทดสอบแบบจิมคาน่า เริ่มลุยในสนามทรายกับระบบ xDrive อัจฉริยะตัวนี้ ที่ช่วยให้การขับขี่นั้นดูง่ายมากจริงๆ แม้ว่าพื้นนั้นจะมีทรายที่ค่อนข้างหนามากเรียกว่าตอนที่ขับนั้นฝุ่นตลบจนเกือบจะมองไม่เห็นไพลอนกันเลยทีเดียว และในจังหวะที่กดคันเร่งเต็มที่ช่วงเข้าโค้งอ้อมไพลอนนั้นได้เกิดอาการท้ายปัดจนรถเสียการควบคุม ระบบจึงส่งกำลังไปยังล้อหน้าแล้วทำให้รถพุ่งออกไปได้อย่างราบรื่นมากๆ ตรงจุดนี้ขอชมเลยครับ ส่วนสถานีที่ 2 นั้นกับการควบคุมรถบนเนินเอียงที่ต้องบอกเลยว่าตื่นเต้นใช้ได้เลย แม้ตอนยืนดูนั้นอาจจะไม่น่ากลัวเท่าไร  แต่พอขับจริงๆ นั้นด้วยเนินที่เอียงมากทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนรถจะคว่ำเลยทีเดียว ยิ่งรอบสองนั้นฝั่งคนขับนั้นอยู่ด้านล่างของเนินมันยิ่งให้ความรู้สึกที่ชัดเจนมาก มองออกไปด้านข้างนี่พื้นเกือบจะแนบหน้าเลยครับ ฮ่าๆ แต่ด้วยระบบ xDrive ช่วยให้การขับเป็นไปอย่างง่ายดายเพียงแค่เรานั้นรักษาความเร็วไว้อย่างต่อเนื่อง มาถึงสถานีสุดท้ายที่ดูจะเป็นอะไรที่ตื่นเต้นที่สุด กับสถานีออฟโรด ด้วยการออกไปลุยกันบนภูเขา ซึ่งต้องบอกเลยว่าประทับใจมากๆ เพราะไม่คิดว่ารถระดับนี้จะลุยได้แบบนี้นะครับ กับระบบ Hill Descent Control ที่ใช้ทำงานได้ไหลลื่นมากๆ กับควบคุมความเร็วได้ที่พวงมาลัย ทั้งตอนที่ลงเขาและขับลงน้ำ ระบบทำงานได้ดีจริงๆ อีกส่วนที่ประทับใจมากนั้นก็เห็นจะเป็นระบบที่ช่วยหยุดรถบนทางลาดชัน ซึ่งตัวเดียวกับที่มีในรถหลายๆ รุ่นนั้นแหละครับ เพียงแต่ส่วนใหญ่นั้นจะช่วยหยุดไว้เพียง 3-5 วินาที หลังจากเรายกเท้าจากเบรค แต่ในตัวของ xDrive ทุกรุ่นนั้นจะทำงานเสมือนเบรคอัตโนมัติ รถจะหยุดทันทีเมื่อเรายกเท้าจากเบรคโดยไม่มีเวลากำหนดด้วยอัจฉริยะมากๆ ส่วนช่วงที่ลุยบนพื้นหินนั้นและสะพานไม้นั้นบอกเลยว่า การขับเคลื่อนแบบ AWD ของ xDrive นั้นทำงานได้ดีมากจริงๆ ในช่วงที่ขับบนพื้นหินหรือสะพานไม้นั้น เพียงแค่แตะคันเร่งเบาๆ เท่านั้นรถสามารถตะลุยไปได้อย่างง่ายดาย แม้บางล้อจะไม่สัมผัสพื้นด้วยซ้ำ เรียกว่าล้อไหนไม่สัมผัสพื้น ก็จะถูกถ่ายกำลังไปยังล้อที่สัมผัสพื้นมากที่สุดช่วยให้ผ่านไปง่ายๆ แม้คนขับนั้นจะไม่ชำนานในการขับแบบนี้ก็ตาม สุดท้ายต้องบอกเลยนะครับ คนส่วนใหญ่นั้นเองก็คงไม่คิดหรอกครับ ที่จะนำรถตระกูล X series มาขับอะไรแบบนี้ แต่ต้องบอกเลยว่าในบางระบบของมันนั้นสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันด้วยหรือแม้แต่เกิดเหตุฉุกเฉินก็ช่วยได้เยอะ ส่วนการทดสอบครั้งนี้ กับตัวระบบ xDrive ของ BMW เป็นอะไรที่ช่วยเปิดประสบการณ์การในการขับขี่ได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว กับการขับเคลื่อนแบบ AWD ที่ช่วยให้ทุกอุปสรรคในวันนั้นผ่านไปอย่างง่ายดายแม้จะไม่คุ้นชินกับการขับแบบออฟโรดก็ตาม โดยรวมแล้วขับสนุกดีจริงๆ ประทับใจมากครับ

รื้อใหม่! ส.บอลจัดประชุมใหญ่-เตรียมเเก้ระเบียบจัดโซน ด.2 ใหม่
ดิวิชั่น 2 /  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง / 

ส.บอลจัดประชุมใหญ่ ครั้งที่ 3 โดยมี 10 วาระ ด้านนายกลูกหนังเผยเตรียมแก้ระเบียบบริหารพร้อมพิจารณาจัดโซน ด.2 ใหม่ครึ่งซีซั่นหลัง เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ที่ห้องบุษราคัม โรงแรมดิ เอ็มเมอรัลด์ รัชดาฯ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานการประชุมสภากรรมการ ครั้งที่ 3 ตามระเบียบข้อบังคับ ลักษณะปกครองของสมาคม ข้อ ๓๔ ที่สภากรรมการจะต้องมีการประชุมทุกเดือน โดย การประชุมครั้งนี้ มีวาระสำคัญๆ อาทิ การพิจารณาร่างระเบียบว่าด้วยการบริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, การพิจารณาแก้ไขข้อบังคับลักษณะปกครองของสมาคมฯ, การพิจารณาเพิกถอนสโมสรสมาชิกที่ไม่เข้าร่วมกิจกรรมกับสมาคมเกิน ๒ ปี การพิจารณาหลักเกณฑ์การรับสโมสรสมาชิก และการให้สิทธิ์ในการร่วมกิจกรรมของสมาคม, การพิจารณาเรื่องคลับไรเซนซิ่ง ดิวิชั่น2 และดิวิชั่น 1 มาตรการคัดกรองหรือลงโทษเพื่อออกประกาศใช้ หากมีการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือประกาศในระหว่างการแข่งขันและความรับผิดต่อสมาชิกสโมสรที่ได้รับผลกระทบ และการพิจารณารายรับ รายจ่าย หนี้สิน และผลการตรวจสอบการเงินของ สภากรรมการชุดเก่า หลังการประชุม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวว่า "การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญๆ อยู่ 3-4 เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องรายรับ รายจ่าย และปัญหาหนี้สินของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และร่างการแก้ไขข้อบังคับที่ไม่สอดคล้องกับการทำงานของสมาคม และสิทธิประโยชน์ของสโมสรสมาชิก เช่น การแก้ไขเพิ่มเติมคำว่า "สิทธิประโยชน์เป็นของสมาคม และสโมสรสมาชิก" นอกจากนี้ยังมีวาระอื่น ประกอบด้วย การพิจารณาเพิกถอนสโมสรสมาชิกที่ไม่เข้าร่วมกิจการของสมาคมฯ เกิน 2 ปี, การพิจารณาค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงทีม, การพิจารณาหลักเกณฑ์การรับสโมสรสมาชิก และการสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคมฯ รวมถึงการ การพิจารณาเรื่องของลีกภูมิภาค ดิวิชั่น ทั้งการจัดโซนของลีกภูมิภาคในครึ่งฤดูกาลหลัง , การจัดคลับไลเซนซิ่ง ฟุตบอลดิวิชั่น 2 และ ดิวิชั่น 3 รวมถึงมาตรการคัดกรองหรือลงโทษเพื่อประกาศใช้ หากมีการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือประกาศระหว่างการแข่งขัน และความรับผิดชอบต่อสโมสรสมาชิกที่ได้รับผลกระทบ

มาร์คัส วิลลิส แร็กเก็ตโนเนม กับความฝันเหนือจริงที่ วิมเบิลดัน
มาร์คัส วิลลิส /  วิมเบิลดัน / 

ย้อนเวลากลับไปไม่นานแค่ 2-3 วันก่อนหน้านี้ หากเอ่ยชื่อ มาร์คัส วิลลิส ขึ้นมา แม้ว่าคุณจะเป็นคอเทนนิสตัวยง แต่รับประกันได้เลยว่าคงไม่รู้จักเจ้าหนุ่มวัย 25 ปีจากสหราชอาณาจักรผู้นี้แน่นอน มาในตอนนี้ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เขา ทั้งที่เข้าร่วมการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์ แกรนด์สแลม ที่แสนยิ่งใหญ่อย่าง วิมเบิลดัน ด้วยอันดับ 772 โดย วิลลิส ต้องกรุยทางมาด้วยความยากลำบากตั้งแต่รอบคัดเลือกถึง 6 รอบ ก่อนที่จะได้ประเดิมสนามที่ ออลล์ อิงแลนด์ คลับ คอร์ต 17 พร้อมคว้าชัยเหนือมืออันดับ 54 โลกอย่าง ริคาร์ดิส เบรานคิส ไปได้ 3 เซตรวด ชนิดที่เรียกได้ว่าสุดเซอร์ไพรส์ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ในปี 2016 วิลลิส ทำเงินรางวัลจากการแข่งขันระดับอาชีพไปได้แค่ 220 ปอนด์ เท่านั้น ทำเอาเขาท้อจนเกือบจะแขวนแร็กเก็ต เพื่อหันไปประกอบอาชีพครูสอนเทนนิสที่สหรัฐอเมริกาแทน อย่างไรก็ตาม แฟนสาวของเขาก็โน้มน้าวให้ลองฮึดสู้ดูอีกสักครั้ง จนกระทั่งสร้างชื่อในวงการหวดลูกสักหลาดได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้น เงินรางวัลที่การันตีเข้ากระเป๋าของเขาในตอนนี้พุ่งไปเป็น 50,000 ปอนด์ แล้ว ซึ่งตัวเลขนี้เขาอาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจจะเป็นปีๆ ด้วยซ้ำ หากตัดสินใจไปเป็นครูสอนเทนนิสที่แดนลุงแซมอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ในตอนแรก ความฝันที่เหนือจริงครั้งนี้ของ วิลลิส ยังจะไปไกลเกินจินตนาการอีก เมื่อโปรแกรมแข่งรอบ 2 ของเขาใน วิมเบิลดัน จะเป็นการเจอกับตำนานที่ยังโลดแล่นอย่าง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ แน่นอนว่าแมตช์นี้มีโอกาสสูงที่จะถูกจัดไปแข่งในเซ็นเตอร์คอร์ต ต่อหน้าผู้ชม 15,000 คน ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นเช่นไร แต่เชื่อเหลือเกินว่า มาร์คัส วิลลิส น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังจะยอมแพ้ความตั้งใจอะไรบางอย่าง และการก้าวเท้าสู่เซ็นเตอร์คอร์ต วิมเบิลดัน ของเขา แทนที่จะเป็นคอร์ตเก่าๆ ที่ไหนสักแห่งในสหรัฐอเมริกา จะกลายเป็นเรื่องราวที่ถูกเล่าขานต่อไปอีกหลายปีในวงการเทนนิสโลกอย่างแน่นอน

Vacation Time! กับ 5 โรงแรมริมทะเลที่เป็นมากกว่าโรงแรม
beach hotel thailand /  centara grand / 

This is the vacation time ! หน้าร้อนนี้ช่างเหมาะกับการพักผ่อนอาบแดดริมทะเลกันจริงๆ ค่ะ แต่จะพักผ่อนทั้งทีก็อยากได้โรงแรมที่เราพอใจ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ในราคาที่เหมาะสม วันนี้เราจึงรวบรวม 5 ที่พักริมทะเลที่เราขอการันตีถึงความสวยงามและการบริการที่เป็นเลิศ วิวทิวทัศน์สวยสุดๆ แถมติดริมทะเลอีกต่างหาก ขอบอกว่าเดินออกจากห้องพัก เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงชายหาดแล้วหล่ะค่ะ Hua Hin Marriott Resort & Spa หัวหินเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติและไทยเองนิยมไปกันมาก มีกลุ่มนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในทุกๆปี จึงต้องมีโรงแรมที่ครบครันไว้รองรับ โดยหนึ่งในโรงแรมที่เราขอแนะนำคือโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก Hua Hin Marriott Resort and Spa ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ภายในโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักมากมายไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารนานาชาติและห้องอาหารทะเลที่สดใหม่ หรือจะเป็นบาร์วิวชายทะเลแบบ 180 องศา ให้คุณและครอบครัวได้ใช้เวลาริมทะเลอย่างเต็มอิ่ม ส่วนของการบริการนั้น ทางรีสอร์ทก็มีสปาสุดหรูที่มีเทอราปิสมืออาชีพคอยให้บริการ พร้อมทั้งฟิตเนสที่เปิด 24 ชั่วโมง พิเศษสุดๆกับสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือเพื่อสุขภาพ รวมถึงคลับริมทะเลสำหรับเด็กๆ , เครื่องเล่นสไลเดอร์ และบ้านต้นไม้ Bandara Villas Phuket บันดาราวิลล่า ภูเก็ต ตั้งอยู่ที่แหลมพันวาเปิดตัวในปี 2014 ความโดดเด่นของโรงแรมนี้คือ ห้องพักเป็นแบบ Panoramic ที่มองเห็นทะเลได้แบบ 360 องศา มีให้เลือกหลายระดับหลายห้องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Panoramic Pool Villa, Panoramic Duplex Pool Villa และ Pool Villa แบบ 2 ห้องนอน ในแต่ละห้องจะมีสระน้ำแบบส่วนตัวกันด้วยค่ะ เรียกได้ว่าไม่ต้องใช้รวมกับแขกท่านอื่นเลย เอ็กซ์คลูซีพสุดๆ Gimmick ของโรงแรมแห่งนี้อีกอย่างก็คือ รถรางที่จะพาคุณขึ้นและลงรีสอร์ทโดยที่ไม่ต้องเดิน เพราะว่ารีสอร์ทมีลักษณะห้องเป็นแบบแนวตั้งทั้งหมด จึงอาจทำให้ยากลำบากแก่ผู้สูงอายุในการเดินขึ้นค่ะ เรียกได้ว่าใส่ใจผู้มาเข้าพักในทุกๆ ด้านจริงๆ ค่ะ Centara Grand West Sands Resort & Villa Phuket โรงแรมในเครือเซ็นทาราบน พื้นที่ 100 ไร่ สไตล์ย้อนยุคแบบโปรตุเกส ตั้งอยู่บนทะเลอันดามันและหาดส่วนตัว ที่พิเศษไปกว่านั้นคือมีศูนย์ดำน้ำ สปา รวมถึงสวนน้ำ Spalsh Jungle Water Park ที่ให้ผู้เข้าพักได้ใช้บริการฟรีอีกด้วย ส่วนห้องพักนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก อย่างเช่น Deluxe หรือ Suite แต่ถ้าหากอยากมีสระว่ายน้ำส่วนตัวก็จะเป็นห้อง Pool Villa ค่ะ ด้วยความที่พื้นที่มากกว่า 100 ไร่ จึงมีรถกอล์ฟในโรงแรมคอยให้บริการตลอดเวลา บริการพิเศษอื่นๆ ก็มีมากมายเช่นบาร์ริมชายหาดสุดหรูอย่าง Sunset Breeze Restaurant & Bar และคาเฟ่อาหารว่างอย่าง Coconut Café ถ้าหากใครอยากไปแล้วคุ้มสองต่อ ได้พักผ่อนด้วย ได้เล่นสวนน้ำด้วย แนะนำที่นี่เลยค่ะ Keemala Phuket  กำลังได้รับความนิยมในโลกออนไลน์เมื่อไม่นานมานี้กับโรงแรม Keemala ที่มีธีมของโรงแรมเป็นป่า คล้ายๆหลุดเข้าไปในหนังเรื่อง Avartar ดีไซน์ของโรงแรมจะออกเป็นแนวแฟนตาซี ได้แรงบันดาลใจจากชนเผ่าพื้นเมือง 4 ชนเผ่าของภูเก็ต โดยห้องพักแต่ละโซนก็จะแตกต่างกันไป อย่างเช่น Clay Pool Cottage ที่เป็นบ้านลักษณะทำจากดิน Tent Pool Villa วิลล่าสไตล์กระโจม ให้ฟีลแบบคนจร Bird's Nest Pool Villa มีวิลล่าหลังคารังนกที่กว้างขวางและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ Tree Pool House ที่พักวิลล่าสไตล์บ้านต้นไม้ใหญ่ มีสองชั้นและเห็นวิวรีสอร์ทอย่างทั่วถึงค่ะ ใครชอบแบบแฟนตาซีหน่อยก็ไม่ควรพลาดค่ะ  Royal Cliff Hotels Group โรงแรมระดับ 5 ดาว ต้ังอยู่ที่เขาพระตำหนัก ความพิเศษคือ ในโรงแรมนี้มีทุกอย่างที่คุณต้องการโดยที่ไม่ต้องออกไปข้างนอกเลยค่ะ ทั้งชายหาดส่วนตัว ร้านเบเกอรี่ บิวตี้ซาลอน สปาสุดหรู แม้แต่โรงเรียนสอนทำอาหารก็มีค่ะ ส่วนของห้องพักแบบออกเป็น 4 ส่วน  Royal Cliff Beach Terrace จะเป็นห้องพักแบบสไตล์ไทยๆ Royal Cliff Grand Hotel สถาปัตยกรรมที่ทันสมัย Royal Wing Suites & Spa ผสมผสานความโมเดิร์นและวินเทจ และสุดท้าย Royal Cliff Beach Hotel หรูหราเรียบง่ายมีสไตล์ ใครชอบสไตล์ไหนก็เลือกเข้าพักอย่างเป็นส่วนตัวได้ที่โรงแรมนี้เลยค่ะ เป็นยังไงกันบ้างคะ หวังว่าจะถูกใจผู้อ่านทุกคน แล้วหาโอกาสให้รางวัลชีวิตด้วยการไปพักผ่อนกันนะคะ 

หล่อ-สวย ปัง! พรมแดงนาฏราช ปี 59 เวียร์ - รัดเกล้า ซิว! นำชาย-หญิง
งานประกาศรางวัลนาฏราช /  นาฏราช ครั้งที่ 7 / 

เหล่าศิลปิน-ดาราแห่ร่วมงานประกาศผลรางวัล “นาฏราช” ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 ที่จัดขึ้นโดย สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุ โทรทัศน์ ในวันนี้(12 มิ.ย.) ณ ห้องเจ้าพระยา ชั้น 2 อาคารชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หอประชุมกองทัพเรือ เพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานและยกระดับการตัดสินรางวัลด้านวิทยุโทรทัศน์ ส่งเสริมการให้สาระความรู้ควบคู่ความบันเทิง ตลอดจนสร้างกำลังใจให้กับคนทำงานในวิชาชีพนี้ต่อไป โดยการตัดสินผลรางวัลจะมาจากการร่วมลงคะแนนเสียงของคนในวิชาชีพวิทยุและ โทรทัศน์ให้กับผลงานดีเด่นในด้านต่างๆ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดกับผู้ได้รับรางวัล สำหรับผลรางวัล “นาฏราช” รางวัลที่สุดแห่งความภาคภูมิใจของคนวิชาชีพวิทยุโทรทัศน์ ประกอบไปด้วย รางวัลเกียรติยศด้านวิทยุ และรางวัลเกียรติยศด้านโทรทัศน์รวม 2 รางวัล และรางวัลประเภทรายการวิทยุ 6 รางวัล รางวัลประเภทรายการโทรทัศน์ 11 รางวัล และรางวัลประเภทละครโทรทัศน์ 14 รางวัลรวมทั้งสิ้น จำนวน 33 รางวัลรางวัลประเภทรายการวิทยุ จำนวน 6 รางวัลผู้ผลิตรายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการสารคดีเทิดพระเกียรติ ชุด เจ้าฟ้า บริษัท เซิร์ช (ไลฟ์) จำกัด ออกอากาศทาง ส.ทร. 106 วิทยุครอบครัวข่าว,ผู้ผลิตรายการบันเทิงยอดเยี่ยม ได้แก่ Green Wave 106.5 FM จาก บริษัท เอ-ไทม์ มีเดีย จำกัด ออกอากาศทาง 106.5 MHz,ผู้จัดรายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม ได้แก่ นิธินาฎ ราชนิยมจากรายการ ครอบครัวข่าวเที่ยง ออกอากาศทาง ส.ทร. 106 วิทยุครอบครัวข่าว,ผู้จัดรายการบันเทิงยอดเยี่ยม ได้แก่ ดีเจพุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน จาก Chill FM 89 ออกอากาศทาง 89.0 MHz,รายการบันเทิงท้องถิ่นยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ วิทยุ อสมท เพื่อชุมชน อะหยังเอ๊าะ อะหยังเอ๊าะ จาก สถานีวิทยุ อสมท จ.ลำปาง ออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท จ.ลำปาง 99.0 MHz,รายการข่าวสาระความรู้ยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ ลาแปแลใต้ จาก สถานีวิทยุ อสมท จ.ปัตตานีออกอากาศทางสถานีวิทยุ อสมท จ.ปัตตานี 91.0 MHzรางวัลประเภทรายการโทรทัศน์ จำนวน 11 รางวัลรางวัลรายการข่าวยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการข่าว 3 มิติ ทางช่อง 3,รางวัลผู้ประกาศข่าวยอดเยี่ยม ได้แก่ ศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ รายการ ประเด็นเด็ด 7 สี ทางช่อง 7,รางวัลสกู๊ปข่าวยอดเยี่ยม ได้แก่ สกู๊ปข่าว "ตามติดนาทีชีวิตเหตุระเบิดราชประสงค์" ทางสถานีข่าว TNN24,รางวัลเกมส์โชว์ยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ ปริศนาฟ้าแลบ ทางช่องเวิร์คพอยท์,รางวัลทอล์คโชว์ยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ เจาะใจ ทางช่องวัน 31,รางวัลวาไรตี้ยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ทางช่อง 7, รางวัลสารคดียอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ กบนอกกะลา ทางช่อง 9 MCOT HD,รางวัลรายการเด็กยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ โครงการสามเณร ปลูกปัญญาธรรม ปี ๔ ทางช่องทรูโฟร์ยู,รางวัลรายการกีฬายอดเยี่ยม ได้แก่ รายการถ่ายทอดสดฟุตบอล (ทีมชาติไทย ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก) ทางช่อง ไทยรัฐทีวี,รางวัลผู้บรรยายยอดเยี่ยม ได้แก่ สาธิต กรีกุล รายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบคัดเลือก ทางช่อง 3,รางวัลพิธีกรยอดเยี่ยม ได้แก่ สัญญา คุณากร รายการ เจาะใจ ทางช่องวัน 31รางวัลประเภทละครโทรทัศน์ จำนวน 14 รางวัลรางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม ได้แก่ เรื่อง เลือดมังกร ทางช่อง 3,รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม ได้แก่ เรื่อง บางระจัน ทางช่อง 3,รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม ได้แก่ เรื่อง ข้าบดินทร์ ทางช่อง 3, รางวัลเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ได้แก่ เรื่องข้าบดินทร์ ทางช่อง 3,รางวัลละครชุดยอดเยี่ยม ได้แก่ ซีรี่ส์เรื่อง Club Friday The Series 6 (คลับ ฟรายเดย์ เดอะ ซีรี่ส์ 6) ทางช่อง GMM25,รางวัลเพลงละครยอดเยี่ยม ได้แก่ เพลง เจ็บนี้จำจนตาย ขับร้องโดย นัดดา วิยกาญจน์ จากละครเรื่อง สุดแค้น แสนรัก ทางช่อง 3,รางวัลบทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ได้แก่ เรื่อง ข้าบดินทร์ โดย เอกลิขิต ทางช่อง 3,รางวัลทีมนักแสดงยอดเยี่ยม ได้แก่ เรื่อง สุดแค้น แสนรัก ทางช่อง 3,รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ได้แก่ อู๋-ธนากร โปษยานนท์ จาก ละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ทางช่อง 3,รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา จาก ละครเรื่อง สุดแค้น แสนรัก ทางช่อง 3,รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้แก่ เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ จาก ละครเรื่อง เพื่อน แพง ทางช่อง 7,รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ รัดเกล้า อามระดิษ จาก ละครเรื่อง สุดแค้น แสนรัก ทางช่อง 3,รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ได้แก่ กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต จาก ละครเรื่อง สุดแค้น แสนรัก ทางช่อง 3,รางวัลละครยอดเยี่ยม ได้แก่ ละครเรื่อง สุดแค้น แสนรัก จาก บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด รวมทั้ง รางวัลเกียรติยศด้านวิทยุ ได้แก่ วิโรจน์ ควันธรรม และรางวัลเกียรติยศด้านโทรทัศน์ ได้แก่ นิรุตติ์ ศิริจรรยา งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 งานประกาศผลรางวัล นาฏราช ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559

ล้างตาให้ช้างศึก! เฮดโค้ชฉลามโต๊ะเล็กลั่นคว่ำอัลมาลิคจากอุซเบฯรอบ 8 ทีม
ชลบุรี บลูเวฟ /  ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ / 

เฮดโค้ช "ฉลามโต๊ะเล็ก" ลั่นขอล้างแค้นให้ทีมชาติไทยโดยคว่ำทีมอัลมาลิค จากอุซเบฯ ในรอบ 8 ทีมศึกชิงแชมป์สโมสรเอเชีย หลังเคยพลาดโทษแพ้ในรอบรองฯศึกชิงแชมป์เอเชีย ศึกฟุตซอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย ครั้งที่ 7 "เอเอฟซี ฟุตซอล คลับ แชมเปี้ยนชิพ ไทยแลนด์ 2016" หลังจากได้ 8 ทีมผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ จะลงแข่งขันวันที่ 19 ก.ค. 2559 ที่บางกอก อารีน่า โดยตัวแทนของไทยอย่าง ชลบุรี บลูเวฟ ที่เก็บ 6 คะแนนเต็มในรอบแรก จะพบกับ อัลมาลิค จากประเทศอุซเบกิสถาน ที่เข้าแข่งรายการนี้เป็นครั้งแรก แม้จะมีเพียง 1 คะแนนแต่ยังเข้ารอบมาได้อย่างหวุดหวิด ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ทีมชลบุรี บลูเวฟ และ อัลมาลิค ได้เดินทางไปฝึกซัอมที่สนาไทย-ญี่ปุ่น ทั้งสองทีมในช่วงเย็น บรรดาขุนพลบลูเวฟ อยู่ในสภาพที่ผ่อนคลาย โดย "โค้ชหมี" รักษ์พล สายเนตรงาม กุนซือฉลามชลยอมรับว่าหนักใจแต่เชื่อมั่นว่าจะผ่านไปได้ "การฝึกซ้อมก่อนเจอ อัลมาลิค เน้นการแก้เพรสเป็นส่วนใหญ่ เพราะรูปแบบการเล่นของทีมเรากับเขาก็ถอดแบบกันมา เพราะส่วนใหญ่นักเตะในทีมนี้เล่นทีมชาติอุซเบกิสถานกันค่อนทีมครับ ซึ่งระบบการเล่นทีมชาติของเขาก็มี ปูลปิส เป็นโค้ช รูปแบบจึงไม่ต่างอะไรกันเลย ก็หนักใจนิดหน่อยครับ เราก็ไม่ประมาทมีการซ้อมพาวเวอร์เพลย์เตรียมไว้ อยากจะทำผลงานให้เต็มที่เพราะเปรียบเสมือนการล้างตาในนามทีมชาติ การเล่นในบ้านเราก็ต้องชนะให้ได้ครับ" สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย รอบ 8 ทีมสุดท้ายในวันที่ 19 ก.ค. มีดังนี้ เวลา 12.00 น. ซานน่า (เวียดนาม) พบ ดิบบ้า อัล ฮิสซิน (ยูเออี), 14.45 น. นาฟิต อัล วาซาต (อิรัก) พบ อัล ซาดด์ (กาตาร์), 17.15 น. ทาซิซัต ดาร์ยาอี (อิหร่าน) พบ นาโกย่า โอเชี่ยนส์ (ญี่ปุ่น) และ เวลา 19.45 น. ชลบุรี บลูเวฟ (ไทย) พบ อัลมาลิค (อุซเบกิสถาน) โดยคู่สุดท้ายถ่ายทอดสดทางช่องไทยรัฐทีวี32 ส่วน 3 คู่แรกถ่ายทอดสดทางยูทูปไทยรัฐ สำหรับสถิติของ ชลบุรี บลูเวฟ ในการเจอกับทีมจากอุซเบกิสถาน ในศึกสโมสรเอเชีย 3 ครั้ง ยังไม่เคยชนะ ปี 2011 เสมอ อาร์ดัส ทาชเคนท์ 4-4, ปี 2012 แพ้ อาร์ดัส ทาชเคนท์ 2-9 และ ปี 2013 เสมอ อาร์ดัส ทาชเคนท์ 2-2 ทั้งนี้ "เดอะแปม" ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานสโมสรชลบุรี บลูเวฟ เชื่อมั่นว่าจะเป็นครั้งแรกที่ ชลบุรี บลูเวฟ จะคว้าชัยเหนือทีมจากอุซเบกิสถาน พร้อมทั้งเป็นการล้างแค้นให้ทีมชาติไทยที่แพ้จุดโทษทีมชาติอุซเบกิสถาน ในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2016 ในรอบรองชนะเลิศอีกด้วย

โปรแกรมบอลวันนี้ วันพุธที่ 29 มิถุนายน 2559
ผลบอล /  ยามาฮ่า ลีก วัน / 

โปรแกรมบอลวันนี้ วันพุธที่ 29 มิถุนายน 2559 ผลบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก เวลา 18:00 น. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี - อาร์มี่ ยูไนเต็ด เวลา 18:00 น. เชียงราย ยูไนเต็ด - สุโขทัย เอฟซี เวลา 18:00 น. ราชนาวี เอฟซี - บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เวลา 18:00 น. ศรีสะเกษ เอฟซี - บีบีซียู เอฟซี เวลา 19:00 น. นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี - ชัยนาท ฮอร์นบิล เวลา 19:00 น. แบงค็อก ยูไนเต็ด - พัทยา ยูไนเต็ด เวลา 19:00 น. สุพรรณบุรี เอฟซี - ชลบุรี เอฟซี เวลา 20:00 น. บางกอกกล๊าส เอฟซี - เมืองทอง ยูไนเต็ด เวลา 20:00 น. บีอีซี เทโรศาสน - ซุปเปอร์ พาวเวอร์ ฟุตบอลคลับ ผลบอล ยามาฮ่า ลีก วัน ไทย เวลา 18:00 น. แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี - สมุทรสงคราม เอฟซี เวลา 18:00 น. บองกอก เอฟซี - การท่าเรือ เอฟซี เวลา 18:00 น. ประจวบ เอฟซี - ปตท. ระยอง เวลา 18:00 น. ระยอง เอฟซี - ขอนแก่น ยูไนเต็ด เวลา 18:00 น. สงขลา ยูไนเต็ด - ลำปาง เอฟซี เวลา 18:00 น. อุบล ยูเอ็มที - ลำปาง เอฟซี เวลา 19:00 น. นครปฐม ยูไนเต็ด - กระบี่ เอฟซี เวลา 19:00 น. ไทยฮอนด้า เอฟซี - เชียงใหม่ เอฟซี >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2559
กระชับมิตรสโมสร /  ผลบอลวันศุกร์ / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2559 ผลบอล เยาวชนชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป อายุไม่เกิน 19 ปี เวลา 17:00 น. เนเธอแลนด์ 1-2 อังกฤษ เวลา 00:30 น. โครเอเชีย 0-2 ฝรั่งเศส ผลบอล กระชับมิตรสโมสร เวลา 16:00 น. เทปลิเช่ 0-0 ดูก้า ปรากซ์ เวลา 21:00 น. เอฟซี ไอนด์โฮเฟ่น 0-1 เดน ฮาก เวลา 21:00 น. พรูเบน มุนสเตอร์ 3-1 เฮราเคิลส์ อัลมีโร่ เวลา 22:59 น. ฮันซ่า รอสต๊อค 0-0 ฮัมบูร์ก เวลา 00:00 น. เอสซี เวิร์ล 1-1 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เวลา 00:00 น. ฟอร์ทูน่า ซิตตาร์ด 2-2 ฟอร์ทูน่า โคโลญจน์ เวลา 00:00 น. เคเอเอ เก้นท์ 3-0 ซโวลเล่ เวลา 00:30 น. โวเลนดัม 1-3 สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม เวลา 00:30 น. โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 1-2 เอฟซี ซูริค เวลา 01:00 น. คลับ บรูช 0-0 โอลิมเปียกอส เวลา 01:30 น. กริมสบี้ ทาวน์ 0-0 ฮัลล์ ซิตี้ เวลา 01:30 น. ครูว์ อเล็กซานดร้า 0-2 วูล์ฟแฮมตัน >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

MINI Driving Experience 2016 กับการเทสต์ไดรฟ์โชว์ความเหนือระดับของMini
Driving Experience /  mini / 

มินิ ประเทศไทย นำทัพสื่อมวลชนมุ่งหน้าสู่สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เพื่อร่วมสัมผัสสมรรถนะและดีไซน์อันยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของยานยนต์ระดับตำนานจากอังกฤษ กับรถยนต์มินิรุ่นล่าสุด ทั้ง มินิ คลับแมน มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ และมินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน ในงาน MINI Driving Experience 2016 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2559      “รถยนต์มินิทุกรุ่นถือเป็นสัญลักษณ์แทนความสนุกในการขับขี่ พร้อมด้วยงานออกแบบที่โดดเด่น แตกต่าง ไม่ซ้ำใคร” คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย กล่าว “นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา เราได้ทยอยนำยนตรกรรมมินิรุ่นล่าสุดเข้ามาสร้างสีสันให้แฟนๆ ชาวไทยได้ตื่นตาตื่นใจ เพื่อต่อยอดความสำเร็จของมินิในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์คอมแพคหรูของเมืองไทย และในโอกาสนี้ เราก็พร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ครบเครื่องในสไตล์มินิให้ได้สัมผัสกัน” มินิ คลับแมน โฉมใหม่ ใหญ่ที่สุดในตระกูลมินิ      ด้วยความยาวที่เพิ่มขึ้น 27 เซนติเมตร กว้างขึ้น 9 เซนติเมตร และฐานล้อที่ยาวขึ้น 10 เซนติเมตรเมื่อเทียบกับรถยนต์มินิ แฮทช์ 5 ประตู มินิ คลับแมน โฉมใหม่ จึงเป็นรถยนต์มินิที่มีขนาดใหญ่ที่สุด พร้อมตอบรับทุกการใช้งานด้วยช่องเก็บสัมภาระที่มีความจุมากถึง 360 ลิตร และยังสามารถขยายขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 1,250 ลิตร เมื่อทำการพับเบาะที่นั่งหลังซึ่งแยกกันที่ 40:20:40 ส่วนฝากระโปรงท้ายแบบบานพับสองข้างใช้วัสดุโลหะที่โดดเด่นสะดุดตา เป็นอีกจุดเด่นชวนมองในส่วนท้ายของ มินิ คลับแมน โฉมใหม่ เสากลางระหว่างบานกระจกซ้าย-ขวามีขนาดเล็กลงกว่าในรุ่นก่อนหน้า ซึ่งช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองด้านหลังให้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังสะดวกสบายด้วยการเปิดประตูแบบไม่ต้องสัมผัส เพียงใช้เท้าไปจ่อที่บริเวณใต้กันชนท้ายเมื่อมีกุญแจรถอยู่กับตัวเท่านั้น      มินิ คลับแมน โฉมใหม่ ขับเคลื่อนด้วยพลังของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 3 รุ่น โดยขุมกำลังของมินิ รุ่นใหม่นี้ ประกอบด้วยเทคโนโลยี มินิ ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ให้อารมณ์ในการขับขี่แบบโกคาร์ทโดยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ด้านต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ โฉมใหม่ เต็มพลัง ส่งตรงจากสนามแข่ง      มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ โฉมใหม่ ผสมผสานความเร้าใจจากสนามแข่งกับความหรูหราเต็มเปี่ยมของมินิรุ่นล่าสุด ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นแต่ยังคงเอกลักษณ์สุดคลาสสิกไว้อย่างครบครัน ต่อยอดจากรถยนต์ต้นแบบเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ในระดับรถแข่งพันธุ์แท้      มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ใหม่ มาพร้อมกับที่สุดแห่งขุมพลังสปอร์ตจากมินิ กับเครื่องยนต์ 4 สูบที่ติดตั้งแบบ transverse พร้อมอัพเกรดระบบส่งกำลังให้ทำงานราบรื่นด้วยเทคโนโลยี มินิ ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ให้คุณขับขี่ได้คล่องตัว รวดเร็ว พร้อมท้าทายทุกสนามแข่ง ขุมพลังใหม่ของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดที่มินิเคยนำออกมาทำตลาด โดยมีกำลังสูงสุดถึง 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า      นอกจากนี้ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ยังมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยระบบแสดงผล MINI Head-Up Display พร้อมคอนเทนต์พิเศษในรุ่นนี้เฉพาะ หลังคาและกระจกมองข้างสีแดง Chili Red ล้อแม็กอัลลอยน้ำหนักเบา จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ขนาด 18 นิ้ว และแถบสีแต่งกระโปรงรถลายจอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ส่วนระบบช่วงล่างทำงานสอดประสานกับเครื่องยนต์อย่างสมบูรณ์แบบ ควบคู่ไปกับเบรกระดับสปอร์ตรุ่นใหม่จากเบรมโบ ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ เซอร์โวทรอนิก ที่ใช้ทั้งระบบไฟฟ้าและกลไกผสมผสานกัน และเทคโนโลยี Dynamic Stability Control ที่มีทั้งคุณสมบัติ Dynamic Traction Control (DTC)  Electronic Differential Lock Control (EDLC) และ Dynamic Damper Control ติดตั้งมาในตัวเป็นมาตรฐาน มินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน ใหม่      มินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน ใหม่ เป็นรุ่นที่สามของมินิรุ่นไฮเอนด์สุดคลาสสิกที่เปี่ยมความหรูหรา พร้อมจับทุกสายตาด้วยดีไซน์และสีสันพิเศษสุดเฉพาะตัว ตัวถังสีเทาเมทัลลิก Earl Grey จับคู่กับหลังคาและกระจกมองข้างสีแดง Oak Red พร้อมแต่งด้วยแถบสีสไตล์สปอร์ตในสีเดียวกับกระโปรงรถ กันชนท้าย และส่วนข้างตัวรถ ขณะที่ไฟเลี้ยวติดตั้งในกรอบชุบโครเมียมที่แต่งด้วยสีแดง Oak Red เช่นกัน นอกจากนี้ ตัวรถยังเสริมความสปอร์ตด้วยล้อแม็กอัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้วสีเทาในดีไซน์ Turbo Fan Dark Grey พร้อมตกแต่งรอบตัวถังด้วยชิ้นส่วนกันชนและขอบประตูสีเงินในชุดแต่ง MINI ALL4 Exterior      มินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล มินิ ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งผลิตจากอลูมิเนียมทั้งบล็อก มอบกำลังสูงสุด 143 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 305 นิวตันเมตร อุ่นใจทุกเส้นทางกับโปรแกรมบำรุงรักษาและการรับประกัน      นอกเหนือจากสมรรถนะและดีไซน์ที่โดดเด่นของมินิทุกรุ่นแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดคือความสบายใจของลูกค้ากับโปรแกรม Service Inclusive อภิสิทธิ์พิเศษสุดสำหรับเจ้าของรถมินิ คุ้มครองรถให้ขับเคลื่อนไปในทุกเส้นทางอย่างราบรื่น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือตลอดระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่กำหนดใดถึงก่อน) นอกจากนี้ มินิยังมีโปรแกรมการรับประกันที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองเป็นตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางอีกด้วย