คนแยกโลก

OFFICE พนักงานดีเดือด!!! 3 มีนาคมนี้ เครียดจนต้องฆ่า
Office /  พนักงานดีเดือด / 

เอาใจคอหนังสยองขวัญสั่นประสาทกันอีกสักเรื่อง กับภาพยนตร์เกาหลีสุดหลอน  "OFFICE" พนักงานดีเดือด  ผลจากผู้กำกับ “ฮองวอนชัน" ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้การันตีด้วยการได้รับเลือกไปฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2015 มาแล้ว นำแสดงโดย  โคอาซุง (The Host, Snowpiercer), แบซองวู, ปาร์คซังวุง กับเรื่องราวของ คิมบยองกุก (แบซองวู) พนักงานฝ่ายขายระดับหัวหน้างานที่อุทิศทุกอย่างมอบให้กับงาน ความเครียดสะสมนั้นระเบิดจนเป็นคดีสะเทือนขวัญ เขาฆ่าครอบครัวตัวเองอย่างโหดเหี้ยม และกลับมาที่ออฟฟิศในกลางดึกคืนนั้น และจากนั้นเป็นต้นมา เขาก็ไม่กลับออกมาจากที่ทำงานอีกเลย สร้างความตื่นตระหนกให้ทุกชีวิตในออฟฟิศแห่งนี้เป็นอย่างมาก เพราะระหว่างที่ตำรวจกำลังสืบหาร่องรอยของเขาอยู่นั้น พนักงานในออฟฟิศแห่งนี้ก็ทยอยตายทีละคน ๆ ซึ่งผู้กำกับ ฮองวอนชัน ได้เผยถึงที่มาของการทำภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า  “ในสังคมของเกาหลี การทำงานคือการเอาตัวรอด การแข่งขันในเกมการทำงานนั้นรุนแรงเกิดกว่าความเครียดที่มนุษย์จะรับไหว และการ “โดนไล่ออก” นั่นหมายถึง “การถูกฆ่าตาย” นี่คือสิ่งที่เติบโตขึ้นในสังคมเกาหลีอย่างไม่มีใครรู้ตัว ซึ่งปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่านี่คือสาเหตุของการฆ่าตัวตายมากที่สุดในเกาหลี ผมเลยอยากนำเสนอความไม่มั่นคงของเหล่ามนุษย์เงินเดือนเหล่านี้ พร้อมถ่ายทอดความเจ็บปวดของพวกเขาผ่านอะไรบางอย่าง และการทำหนังเรื่องนี้ก็เป็นอะไรที่ประจวบเหมาะเพราะนอกจากจะถ่ายทอดสังคมคนทำงานแล้ว ผมยังเน้นความหลอนเขย่าขวัญผู้ชมทุกคนด้วยครับ โดยเฉพาะพนักงานที่ทุ่มเทแรงกายถวายชีวิตให้กับการทำงานดังเช่นตัวละครในเรื่องนี้ของผม” ติดตามความสยองขวัญที่แม้แต่เสียงเครื่องซีร็อกซ์ก็ทำลายประสาทของคุณได้ ในภาพยนตร์สุดหลอน “พนักงานดีเดือด” (OFFICE) 3 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ปาฏิหาริย์มีจริง ! มะเร็งรักษาหายได้ เผยขั้นตอน ค่ารักษา ตั้งแต่ต้นจนจบ
9LOVEDESTINATIONS /  ค่ารักษา / 

บทความดี ๆ เป็นกำลังใจแด่ผู้ป่วยมะเร็ง โรคที่ปัจจุบันสามารถรักษาได้หากรู้ตัวก่อน พร้อมเผยทุกขั้นตอนการรักษา ค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ต้นจนจบ ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์แล้ว เว็บไซต์ MThai ได้ร่วมกับนิตยสารชื่อดัง ดิฉัน จัดกิจกรรมส่งภาพเข้าประกวดในคอนเซ็ป 9 LOVED DESTINATION เพื่อสื่อให้เห็นถึงความรักในมุมมองที่แตกต่างกันออกไป ได้มีสมาชิกเว็บไซต์ชื่อว่า มนทยา พะหูชนม์ หรือ คุณเมย์ ส่งภาพมาร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งบรรยายข้อความว่า '2 ปีที่แล้วชีวิตสะดุดเพราะมะเร็งเข้ามาทักทาย โชคดีที่พบเร็ว รักษาได้แต่ต้องผจญกับคีโมหลายรอบ ปรับเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่เพื่อให้ไม่กลับไปเป็นอีก บอกกับตัวเองว่าทำงานหนัก เครียด แบกรับหลายๆ อย่างไปเพื่ออะไร โลกนี้กว้างรอให้เราออกไปค้นหา ใช้ชีวิตให้เป็นแล้วรักตัวเองให้มากกว่าเดิม' เรื่องราวของเธอได้รับความสนใจและมีการติดต่อไปยัง คุณเมย์ เจ้าของภาพ โดยเธอยินดีที่จะถ่ายทอดเรื่องราว การก้าวข้าม 'โรคมะเร็งมดลูกและรังไข่' เพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณะชน รวมถึงเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย และผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถป้องกัน ไม่ให้โรคเกิดการบานปลายได้ คุณเมย์ ผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคมะเร็ง และปัจจุบันเธอได้เข้าสู่ 'ภาวะโรคสงบ' มุ่งหวังให้เกิดความเข้าใจ และนำไปปรับใช้ในการดูแลตัวเอง เธอเล่าว่า การตรวจคัดกรอง เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะหากเรารู้ตัวตั้งแต่ต้น สามารถทำการรักษาได้ และมีทิศทางในการพยากรณ์โรคที่ดี รู้ก่อนดีกว่า เริ่มรักษาที่ Stage 1 สิ่งสำคัญคือการ 'ตรวจคัดกรอง' เรื่องราวเริ่มต้นขณะที่คุณเมย์เป็นผู้ที่ใส่ใจ และตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี จนปลายปี 2555 ผลจากตรวจ thin pep พบเซลผิดปกติแต่ไม่ใช่มะเร็ง แต่มี polyp ที่เยื่อบุโพรงมดลูกซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดประจำเดือนมาก อาจารย์หมอเลยแนะให้ตรวจติดตามผลทุก 6 เดือน จนเวลาผ่านไปประมาณเดือนเมษาปี 2557 การมาตามนัดปกติ พบเนื้องอกขนาด 7 ซ.ม. ที่รังไข่ขวา จากการประเมินร่วมกับหมอที่รักษาเลยตัดสินจึงทำการผ่าออกทั้งมดลูกและรังไข่ขวา หลังจากตรวจเจอในสัปดาห์นั้น นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะผลแล็บพบว่าเป็นมะเร็งรังไข่และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็น 2 อวัยวะพร้อมกัน ซึ่งไม่พบได้ อาจารย์หมอบอกว่า โชคดีมากที่มาตรวจทุก 6 เดือน น่าตกใจที่ก้อนมะเร็งโตเร็วในเวลาสั้น และการพบเร็วโดยยังไม่มีอาการผิดปกติทางร่างกาย ทำให้เป็นขั้นต้นๆ การพยากรณ์โรคนับว่าดี เพราะมะเร็งรังไข่ส่วนใหญ่จะพบตอนที่ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติทางร่างกาย นั่นหมายถึงเป็นระยะลุกลาม นอกจากนี้ อาจารย์หมอเคยฝากมาถึงผู้หญิืงหลายคน ที่ยังคงอายไม่กล้าไปตรวจภายใน ไม่ส่องกล้อง ไม่อัลตร้าซาวด์ ทำให้บางครั้งมาเจอโรคร้าย ตอนที่กระจายลุกลามมากรักษายาก ซึ่งน่าเสียดาย คุณเมย์กล่าวต่อไปว่า 'อยากให้ผู้หญิงไม่กลัวไม่อายที่จะตรวจ' เข้าขั้นตอนการรักษา จากนั้นได้เริ่มรักษาที่ รพ. รัฐแห่งหนึ่ง ซึ่ง อ.หมอ แนะนำให้ผ่าตัดรังไข่อีกข้างทิ้ง และต้องรับคีโม 4-6 cycle ส่วนขั้นตอนการรักษา คุณเมย์ก็มีการแย้งการรักษาในขั้นตอนการฉายแสง เนื่องจากอาการยังไม่ร้ายแรง และอยู่ในขึ้นที่ 1 จึงอาจจะเกินความจำเป็นที่จะต้องให้คีโมคู่กับการฉายแสง ซึ่งแพทย์ได้ทิ้งท้ายให้คนไข้ตัดสินใจเอง เธอจึงเลือกฉายแสงหลังการทำคีโม ได้ข้อสรุปคือให้ทำ CT scan และหลังจากนั้น 2 เดือน ค่อยสรุปผล ระหว่าง 2 เดือนนั้น คนไข้ต้องปรับตัวกับการทำคีโม และรับฤทธิ์ยาผลคือ ผลปกติ ไม่ต้องฉายแสง แต่หากผลไม่ปกติ ต้องฉายแสง คือแต่ละครั้งใช้เวลาราว 5-10 นาที แต่ต้องมาทุกวันติดๆ กัน 25 ครั้ง และต้องมีญาติมาด้วยทุกครั้ง อาการของคุณเมย์ ในขั้นแรกถูกประเมินให้รับคีโม 4-6 cycle (ขึ้นอยู่กับ stage ของอาการที่พบ) ซึ่งมีหน้าตาเหมือนการให้น้ำเกลือ มีกระบวนการทำให้ยา เข้าไปทำลายเซลล์ในร่างกาย ซึ่งหมายถึงเซลล์ดีและร้ายโดนหมด  ในกรณีของคุณเมย์มีการตอบสนองการรักษาดี อาจารย์หมอเลยสรุปว่าให้คีโมเพียง 4 cycle เท่านั้น ซึ่งคุณเมย์ จำเป็นต้องค้างคืนที่โรงพยาบาลในครั้งแรก เพื่อสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนครั้งต่อ ๆ ไปสามารถกลับบ้านได้เลย โดยในวันแรก ๆ ผลกระทบจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่อาการจะเริ่มแปลกไปในวันที่ 3 ผู้ป่วยจะรู้สึก 'เหมือนถูกบอมบ์ภายใน' มีอะไรทิ่มแทงในช่องท้อง ไม่สบายตัว จากนั้นหลังจาก 3-5 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มคุ้นชินกับอาการ ส่วนอาการที่ชัดเจนที่สุด สำหรับผู้ป่วยบางคนคือ อาการชาตามมือและเท้า หลังจากนั้น คนไข้ต้องทานวิตะมินบี กับเหล็กเพื่อบำรุงเลือดทุกวัน ในขั้นแรกอาจมีอาการปวดตัว ต้องอาศัยเวลาในการฟื้นตัวระยะหนึ่ง พอเข้าสัปดาห์ที่ 2 จะเป็นช่วงที่ต้องระวัง เพราะเม็ดเลือดขาวจะต่ำลง หมายถึงภูมิคุ้มกันจะน้อยลง เสี่ยงกับการติดเชื้อได้ง่าย โดยทั่วไปคนไข้ที่ให้คีโมจะได้รับคำแนะนำ ให้ลดความเสี่ยงกับการเป็นหวัด หรือท้องเสีย เพราะหากติดเชื้ออาการจะรุนแรงกว่าคนปกติ จะต้องไปพบแพทย์ นั่นหมายถึง งดไปอยู่ในที่สาธารณะที่มีคนเยอะๆ ควรกินอาหารปรุงสุก ผักสด ผลไม้ที่เปลือกบาง ควรจะงด เหตุผลคืออาจจะมียาฆ่าแมลงตกค้าง ล้างไม่สะอาด จะต้องเช็คเม็ดเลือดเมื่อครบ 2 สัปดาห์ ใน cycle แรก พอครบ 4 สัปดาห์ จะให้ยารอบถัดไป ซึ่งต้องดูแลตัวเองให้สุขภาพแข็งแรง ทานไข่ขาวเยอะๆ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างโปรตีนกลับมาเร็วๆ สำหรับคนไข้มีเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าเกณฑ์ หรือระดับเกลือแร่ต่ำ หลังจากให้คีโมครบ ทุก 3 เดือน ต้องติดตามอาการเป็นระยะ ซึ่งการตรวจล่าสุดของคุณเมย์ คือ ค่าเลือดปกติ อยู่ในภาวะโรคสงบ ผล CT scan ปกติดี แต่โรคนี้ไม่มีคำว่า 'หายขาด' ฉะนั้นคุณหมอจะไม่ตอบว่าหายหรือยัง แต่ให้ติดตามอาการ ไปเรื่อยๆ อย่างน้อย 5 ปี แต่หมอสั่งไว้ว่าเราจะเจอกันไปอีก 10 ปี เลยต้องรักษาสัญญา ดูแลตัวเองตามที่อาจารย์หมอสั่งอย่างเคร่งครัด เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยระหว่างการรับการรักษา คุณเมย์แนะนำว่า เราควรเก็บรายละเอียด เอกสารเกี่ยวกับการรักษาไว้ทั้งหมด เพราะให้ง่ายต่อการรักษาอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงการหาข้อมูลเพิ่มเติมจากต่างประเทศ เพราะหากเราทราบข้อมูลทางการแพทย์ ก็จะทำให้สามารถคุยกับหมอรู้เรื่อง หากมีศัพท์ที่ยากจะเข้าใจ โดยการพบหมอแต่ละครั้ง ควรนำญาติ เช่นลูกหรือหลาน ที่สามารถทำหน้าที่ดูแลได้ เข้าพบด้วย นอกจากนี้ คุณเมย์แนะนำว่า สำหรับโรงพยาบาลรัฐ มีค่าใช้จ่ายที่ถูกมาก ทั้งค่าหมอ ค่ายา และมีมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าคุณจะใช้สิทธิ30 บาท ประกันสังคม จ่ายเอง เบิกราชการ ไม่มีเก็บค่าพยาบาล ค่าจิปาถะ แต่ในขั้นตอนการรักษากับโรงพยาบาลรัฐ จะต้องใช้ความใจเย็น เพราะจำนวนผู้ป่วยมีจำนวนมาก การเข้ารับรักษาแต่ละครั้ง จึงต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน ในขั้นตอนต่าง ๆ ถ่ายภาพเก็บไว้ดูได้จะดีมาก เพราะทำให้เราสามารถสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ดี ค่ารักษาพยาบาล ระหว่าง โรงพยาบาลรัฐ และเอกชน ? *ในครั้งแรกที่คุณเมย์เข้ารับการผ่าตัด มีค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลเอกชน (เฉพาะค่าผ่าตัด) อยู่ที่ 400, 000 บาท  ซึ่งข้อดีคือผ่าตัดรพ.เอกชนจะเร็วไม่ต้องรอคิว *ส่วน โรงพยาบาลรัฐ ที่คุณเมย์ย้ายมาทำคีโม ค่าใช้จ่ายรวมแล้วเกือบ ๆ  100,000 บาท ซึ่งการให้คีโมที่ รพ.ที่มีโรงเรียนแพทย์จะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าเอกชนมาก บันทึกเบ็ดเตล็ด ตอน คนเป็นมะเร็งไปเที่ยวได้?? แต่กระนั้น ผู้ป่วยมะเร็ง ไม่จำเป็นจะต้องเก็บตัว หรือจมอยู่กับความเศร้า สิ้นหวัง คุณเมย์ เป็นตัวอย่างของการรับการรักษา ควบคู่กับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เธอเล่าว่า แม้เธอจะป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่เธอสามารถออกท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ ได้ เพียงแต่ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ ที่สำคัญคือระหว่างนั้น ผู้ป่วยควรประเมินตนเอง พักเป็นระยะ ดื่มน้ำเยอะ ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ แม้ว่าคุณเมย์ ที่ผ่านการทำคีโม ทำให้ผมร่วง เธอกลับไม่หวั่นไหว เธอแก้ไขด้วยการหาหมวกคลุม และวิกผม มาใส่ รวมถึงขนคิ้วที่ร่วงไป เธอแก้ไขด้วยการเขียนคิ้วทุกวัน พร้อมทั้งกล่าวติดตลกทิ้งท้ายด้วยว่า 'จะว่าไปแล้วทำให้เที่ยวสนุกกว่าเดิมอีก ไม่ต้องมาสระ มาเซตให้เสียเวลา' คุณเมย์เผยถึงมุมดี ๆ หลายข้อที่ได้จากการป่วยเป็นมะเร็ง 'การฝึกตัวเองมาตลอดให้คิดบวก มันทำให้ลดความทุกข์ได้เยอะ การฝึกบ่อยๆ มันกลายเป็นธรรมชาติ คิดได้อัตโนมัติ ชีวิตหรรษาขึ้นเยอะ' 'อย่าทำตัวป่วยๆ เพราะถ้านอนเบื่อๆ ป่วย ไม่ฝืน ไม่บังคับตัวเองไปทำงานไปมีกิจกรรมปกติเหมือนที่เคยทำ มันจะกลายเป็นป่วยมากกว่าที่เป็นจริงๆ ซะอีก' ' ถ้าก้าวข้ามผ่านความกังวลเรื่องรูปลักษณ์ เช่น ผมร่วงหมดหัว ไม่ต้องหลอกตัวเองโดยการใส่วิก การหาที่คลุมผมสวยๆ มันเบา สบายหัวกว่าเยอะ แล้วก็ไม่มีใครเค้าสนใจเราหรอก ท่ีกังวลๆ น่ะ คิดไปเองทั้งนั้น ถ้าจะสวมวิกก็เพราะอยากใส่ อย่าสวมเพราะหลอกตัวเอง' ' เมื่อหมอห้ามออกไปอยู่ที่สาธารณะ เพราะเสี่ยงติดเชื้อ แปลความหมายดีๆ เค้าไม่ได้ห้ามไป อยากไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง ก็ไปตอนเปิดห้างเซนทรัลดิ คนยังน้อย เดินดมๆ ชมเพลินๆ พอหายเซ็งก็กลับบ้าน 1 ชั่วโมงคนยังไม่เยอะหรอก ' ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญในการรักษา นอกจากทางการแพทย์คือทางจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณเมย์ ได้รับจากคนรอบข้าง ทั้งคุณแม่ ครอบครัว นาย เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง เธอกล่าวว่า ช่วงไม่สบายหลายคนต่างพากันให้กำลังใจ ตอนไม่แข็งแรง แล้วมีคนเอาของขวัญมาให้ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ มันมีมูลค่ามหาศาลเมื่อนึกถึงน้ำใจกับกำลังใจที่เค้ามอบให้เรา คุณเมย์กล่าว ขอบคุณกิจกรรม  LOVE IS ALL AROUND 9 LOVED DESTINATION  MThai News ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

หงอเลย! หนุ่มมือโพสต์ ด่าตำรวจอ่อนเหมือนหมา โร่เข้าขอขมา
ข่าวตำรวจ /  ด่าตำรวจ / 

หงอเลย! หนุ่มมือโพสต์ ด่าตำรวจอ่อนเหมือนหมา โร่เข้าขอขมา แฟนเพจ ตำรวจไทยสู้ๆ ได้เผยแพร่ภาพกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์ท่านหนึ่งได้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจน้องใหม่ที่อยู่ในระหว่างกำลัง ตั้งด่านความมั่นคง‬ เพื่อป้องกันเหตุคนร้ายเข้ามาลอบวางระเบิดในช่วงเทศกาลตรุษจีนในเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยหนุ่มคนดังกล่าวได้ใช้ข้อความที่มีลักษณะคำรุนแรง โดยระบุว่า "หมาอ่อนๆหัดตรวจ ยศกระจอกๆ ส.ต.ต.ทั้งนั้น มีแค่กรวยไม่มีป้ายและไม่มียศสัญญาบัตรด่านลอย" ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานได้มีแฟนเพจตำรวจแชร์เพื่อที่จะเอาเรื่องชายคนดังกล่าว จนเมื่อเจ้าตัวรู้ว่าจะถูกดำเนินคดี จึงได้เข้ามามอบพวงมาลัย เพื่อเป็นการขอขมา โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจน้องใหม่ก็ให้อภัยในการกระทำดังกล่าว อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นอุทาหรณ์สำหรับพวกชาวสังคมออนไลน์ มือไว ปากไว ที่ชอบโพสต์ด่าตำรวจ ซึ่งหากมีการเอาเรื่องถึงที่สุดอาจจะกลายเป็นคดีอาญาได้ เพราะการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงานและผิดพรบ.คอมพิวเตอร์อีกด้วย ทั้งนี้ตามกฎหมาย ผู้ใดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

แบบนี้ก็มีด้วย!! ข้าราชการอ้างเข้าใจผิด เหตุไม่ชำระหนี้ กยศ.
กยศ. /  กระทรวงการคลัง / 

ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจง เหตุข้าราชการกว่า 60,000 คน ผิดชำระเงินกู้ กยศ. เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเงินให้เปล่า รายงานข่าวแจ้งว่า วันที่ 9 ก.พ. 59 ที่ผ่านมา นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุภายหลังมีข้าราชการกว่า 60,000 คน ผิดชำระเงินกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ว่า เป็นเพราะข้าราชการเข้าใจผิดคิดเป็นเงินได้เปล่า จึงไม่มีการชำระเงินกู้ยืมดังกล่าว ซึ่งข้าราชการของกระทรวงการคลังมีอยู่กว่า 1,000 คน ระดับสูงสุดเป็นถึง ซี 8 และซี 9 ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ทางกระทรวงการคลัง ร่วมกับทุกกระทรวง เตรียมจะลงนามเป็น MOU ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นี้ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการเปิดโอกาสให้ข้าราชการในสังกัดที่ผิดชำระหนี้ กยศ. เข้ารับการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการหักจากเงินเดือน ถึง 30 กันยายน 2559  หากพ้นกำหนดแล้วจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

100 ประโยคบอกรักภาษาอังกฤษ วันวาเลนไทน์
ประโยคภาษาอังกฤษ /  ภาษาอังกฤษ / 

คำพูด หรือ การบอกรัก เพียงสั้นๆ ที่ออกมาจากใจ ก็มีความหมายและคุณค่ามาก สำหรับคนที่ได้ยินแล้วนะคะ วันวาเลนไทน์นอกจากเพื่อนๆ จะเตรียมของขวัญเซอร์ไพรส์คนรักแล้ว ก็อย่าลืมนำ 100 ประโยคบอกรักภาษาอังกฤษ วันวาเลนไทน์ ไปบอกเค้าด้วยนะคะ Happy Valentine's Day 100 ประโยคบอกรักภาษาอังกฤษ วันวาเลนไทน์ โดยความหมายของทั้ง 100 ประโยคนี้ส่วนใหญ่ หมายถึงคำว่า “I love you” หรือ ฉันรักเธอ นั่นแหละจ้ะ แต่อยู่ที่สไตล์ของแต่ละคนว่า อยากจะใช้ประโยคบอกรักแบบไหนกับคนรัก ยังไงก็ลองนำคำหวานๆ เหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ Source: Lifehack, scholarship

พังสิคะ!13 สถานการณ์ ที่คุณไม่ควร รู้สึกแย่ กับ หุ่นของตัวเอง
พุงปลิ้น /  ฟิตเนส / 

บ่อยครั้งที่เรา รู้สึกแย่ กับหุ่นตัวเองโดยไม่รู้ตัว เรื่องเหล่านี้มันเกิดขึ้นอัตโนมัติทันทีเลยล่ะ เมื่อเราตกอยู่ในสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ อ่านๆ ไปแล้วจะร้อง เห้ย...มันใช่อ่ะ ! 1. การร้องขอ พนักงาน หาเสื้อไซส์ใหญ่กว่ามาให้คุณลอง เรื่องของไซส์เป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคน เสื้อผ้าบางแบรนด์ตัดมาเล็กกว่าไซส์จริงด้วยซ้ำ ในขณะที่แบรนด์อื่นๆ ตัดมาใหญ่เกินขนาด อย่ากังวลไปเลยเธอ ยังไงซะ เราก็เป็นคนเดียวที่เห็น Tag เสื้อว่าเราใส่ไซส์อะไร และ ตัวเลขนั้น ก็ไม่ได้บอกซะหน่อยว่า คุณใส่แล้วสวยขนาดไหน 2.เวลาที่เห็นตัวเองในรูปถ่ายไม่โอเค เชื่อเราสิ มันอาจจะเป็นเรื่องของมุมกล้อง หรือ แสงไฟที่ไม่โอเค ที่อาจทำให้คุณกลายเป็นคนเดียวที่แขนใหญ่ล่ำบึ้ก หรือ เห็นชัดทุกรูขุมขนบนใบหน้า 3. การชี้เฉพาะเจาะจงถึงรูปร่างของคุณ เอาจริงๆ เลยนะ การเปรียบเทียบรูปร่างของคนเรากับผลไม้นี่...มันงี่เง่าจริงๆ เลย แต่เชื่อสิ สาวๆ ที่มีหุ่นทรงแอปเปิ้ล และ หุ่นทรงลูกแพร์ นี่เธอก็มีความเซ็กซี่ในแบบตัวของเธอเอง ว้าววววว!! 4.การนิยามบ็อกซ์รูปหน้าของคนเราในรูปทรงต่างๆ หน้ารูปไข่? หน้าเหลี่ยม? หน้ากลม? จริงๆ แล้ว รูปหน้าคนเรามีตั้งหลายรูปทรง คนเราต่างหากที่นิยมบ็อกซ์เหล่านี้ขึ้นมาเปรียบเปรย ใบหน้าของเราต่างก็งดงามในรูปทรงของตนเองทั้งนั้น 5.เมื่อเราวิดพื้นแล้ว เข่าแตะพื้น ไม่เห็นจะต้องอายเลย คุณแค่ "กำลังอยู่ในขั้นตอนการฟิตแอนด์เฟิร์ม" ช่วงเริ่มต้นก็อย่างนี้ล่ะ การวิดพื้นแล้วเข่าแตะพื้น จะช่วยให้คุณจัดวางร่างกายได้ดีขึ้นในช่วงเริ่มต้น และช่วยส่งกำลังให้คุณสามารถวิดพื้นได้ถูกวิธี (มันเป็นเรื่องยากอยู่สักหน่อยที่คุณจะวิดพื้นแบบจัดเต็มในถ่วงท่าที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้นะ) 6.เหนื่อยหอบเมื่อเดินขึ้นบันไดหรือที่ลาดชัน อันนี้รวมไปถึงการออกกำลังกายแบบหนักๆ อย่าง แอโรบิก คาร์ดิโอ หรือ T25 นะ เพราะถึงแม้หนุ่มสาววัยฟิตปั๋ง หรือ แม้กระทั่งคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เขาก็เป็นกันเถอะคุณ อย่าไปคิดมาก มันไม่ได้หมายความว่า รูปร่างของคุณไม่ดี เพียงแต่ คุณมีเงื่อนไขที่จะต้องเลือกกีฬาสำหรับการออกกำลังกายอยู่สักหน่อย 7.แอบโดดคลาสฟิตเนสสักวัน ไม่ตายหรอกเธอ มันก็ใช่ที่ว่า คุณควรจะโยกย้ายส่ายสะโพกเล็กๆ น้อยๆ เป็นประจำทุกวัน แต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรนักหนาหรอกนะ ถ้าคุณจะไม่เข้ายิมสักวัน เราไม่จำเป็นต้องเสียเหงื่อเป็นถังไปซะทุกวันหรอก หากคุณหักโหมกับมันมากจนเกินไป นั่นต่างหากล่ะที่จะทำลายสุขภาพและรูปร่างของคุณ อย่าลืมว่า เราแค่ต้องการสุขภาพที่ดี ไม่ได้ไปแข่งโอลิมปิกเกมส์ 8.เป็นเด็กหลังห้องในฟิตเนส คลาสใหม่ คุณก็รู้แก่ใจดีอยู่แล้วว่า ยัยสาวด้านซ้ายเข้าคลาสนี้มาเป็นแรมปีก่อนคุณ ส่วนยัยป้าด้านขวานั่นก็มุ่งมั่นเป็นแคทวูแมน ปล่อยเขาไปสิคุณ การที่คนรอบตัวคุณเขาฟิต คล่องตัวขนาดนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณจะฟิตแบบเขาไม่ได้ คุณแค่ "กำลังอยู่ระหว่างทาง " ท่องไว้ แล้วฝึกต่อไป ก็เท่านั้นล่ะ 9.ขนาดของบราคุณ ไซส์บรา หรือ ขนาดของยกทรงที่คุณใส่ ก็ไม่ได้หมายความถึงอะไรเลย ตัวเลขใน tag จะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้ามันทำให้คุณไม่สบายตัวเวลาสวมใส่ 10.เมื่อใส่ถุงน่องแล้วพุงปลิ้น แม้กระทั่งสาวหุ่นผอมแห้งก็ยังต้องเจอกับปัญหานี้ มันอึดอัดก็จริง แต่มันก็ไม่บอกหรือบ่นอะไรถึงรูปร่างของคุณ เรื่องพวกนี้ไม่ควรมาทำให้คุณรู้สึกแย่กับหุ่นของคุณเอง 11.พุงม้วนเป็น 2 ชั้นอัพ เมื่อคุณนั่ง เมื่อคุณยืดกระดูกสันหลัง หน้าท้องของคุณมันก็จำเป็นต้องหาที่อยู่ มันเป็นตรรกะง่ายๆ ...อย่าคิดมากนะยูว์ 12. เมื่อคุณแฟนสวมกางเกงไซส์เล็กกว่าคุณ ถ้าคุณไม่สามารถสวมสกินนี่ยีนส์ของแฟนคุณได้ ก็ไม่ต้องกรีดร้องไป ตั้งสติ วางถุงกาวลงก่อนนะ ผู้ชายและ ผู้หญิงถูกสร้างมาต่างกัน รูปทรงของเสื้อผ้าก็ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดอยู่แล้ว นี่แฟนนะยูว์ ไม่ใช่ชะนีที่ไหน ไม่ต้องไปแข่งสวย แข่งผอมกะแฟนตัวเอง 13. เมื่อมือของแม่คุณเรียวเล็กกว่าคุณ ไม่เคยมีกฎข้อไหนบอกว่า คุณต้องตัวเล็กกว่าแม่ของคุณ ถ้าคุณลบความคาดหว้ัง ลบมายาคติ (มโน) นี้ไป... แล้วคุณจะรู้สึกดีขึ้นมั่กมากกกกกกกกก..... รู้แบบนี้แล้ว ก็ตั้งสติกับตัวเองก่อน เราไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่กับตัวเองขนาดนั้น การจมจ่อมอยู่กับความคิด ดราม่า พร่ำบ่นว่า ก็ฉันไม่สวย ฉันอ้วน มันก็ไม่ได้ทำให้เราสวยขึ้นแต่อย่างใด กลับกลายเป็นการเอามีดแทงตัวเอง แล้วปล่อยปละละเลยตัวเองให้อ้วนอยู่อย่างนั้นนั่นแหละ ไม่เอาค่ะ ผู้หญิง Women.MThai ไม่ทำแบบนั้น เราจะเป็นผู้หญิงที่คิดบวก และมุ่งมั่น สร้างความสวยในแบบของเราให้เป็นจริง ... เพราะ ผู้หญิงทุกคน ต่างงดงามในแบบของตัวเอง ^ ^ ที่มาจาก cosmopolitan เรียบเรียงโดย Women MThai Team

บิดเบือนหรือปิดหูปิดตาปชช.? โดย..จาตุรนต์ ฉายแสง
ข่าวการเมือง /  จาตุรนต์ ฉายแสง / 

"จาตุรนต์" ยก 10 ข้อ ถามรัฐบาล เหตุคนคว่ำร่างรธน. เพราะเห็นต่าง จวก รัฐเลิกอ้าง ใช้คำว่า 'บิดเบือน' ปิดหูปิดตาประชาชน  ภายหลังที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จ่อเอาผิดเพจดังฐานนำเสนอบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่นาย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีโดดรับลูกหาช่องกฎหมายดำเนินการเอาผิดให้ เพื่อป้องปราบเพจอื่นและโลกโซเชียลเอาเป็นเยี่ยงอย่าง โดย จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความคิดเห็นในกรณีดังกล่าวว่า เป็นการรับลูกกันเป็นทอดๆของฝ่ายรัฐบาล จนสู่การเอาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ คสช.ยังขุ่กลุ่มบิดเบือนจถูกเรียกไปปรับทัศนคติ มีคำถามว่าคำว่า "บิดเบือน" แปลว่าอะไร บิดเบือนของพวกนี้แปลว่า "เห็นต่าง" หรือเปล่า จึงยก 10 ข้อ ตั้งคำถามลักณษะนี้เรียกว่าบิดเบือนหรือไม่ (1). ร่างนี้ไม่ดีเพราะทำให้อำนาจอธิปไตยไม่เป็นของปวงชนชาวไทย (2).เปิดช่องให้นายกฯมาจากคนนอก (3). สว.มาจากกลุ่มอาชีพไม่อาจถือว่าเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย จึงไม่เป็นประชาธิปไตย (4). องค์กรอิสระและโดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจมากเกินไป (5). ระบบเลือกตั้งจะทำให้ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากและเป็นประโยชน์ต่อพรรคขนาดกลางให้โทษต่อพรรคเล็กๆ (6). จะทำให้รัฐบาลอ่อนแอ ไม่มีนโยบายตอบสนองประชาชน (7). จะเกิดการหักล้างการตัดสินของประชาชนโดยองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้คนนอกเป็นนายกฯ (8). ไม่ให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน (9). ร่างนี้จะนำสังคมไทยสู่วิกฤตที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น (10). ปิดทางแก้เหมือนร่างไว้ให้ฉีกเท่านั้น 10 ข้อนี้ ถ้าถือว่าบิดเบือน คนที่จะถูกเอาผิดหรือเรียกไปปรับทัศนคติคงมีมากจนนับไม่ถ้วน ที่ยกมานั้นเป็นความเห็น ไม่ใช่เรื่องบิดเบือน แต่ คสช.กับรัฐบาลกำลังบิดเบือนความหมายของคำว่า "บิดเบือน" เสียมากกว่า เพื่อปิดปากคนที่เห็นต่าง เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับข้อมูลความเห็นจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ปิดหูปิดตาประชาชน อ่านข้อความทั้งหมดได้ที่ >>> Chaturon Chaisang ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

แชร์ว่อน! เรื่องราวพระธุดงค์ เดินเท้าจากหนองคายมุ่งหน้าชลบุรี
พระ /  พระธุดงค์ / 

แชร์ว่อน! เรื่องราวพระธุดงค์ เดินเท้าจากหนองคายมุ่งหน้าชลบุรี ชาวบ้านต่างบอกต่อว่าน่าเลื่อมใส กลายเป็นประเด็นฮือฮาในโลกออนไลน์ สำหรับภาพของพระสงฆ์ออกเดินธุดงค์ ด้วยการเดินเท้าจากจังหวัดหนองคายไปจังหวัดชลบุรี โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อช่างหนู เมืองชล ได้โพสต์ภาพของพระรูปหนึ่งกำลังเดินธุดงค์ ด้วยเท้าเปล่า พร้อมบอกเล่าว่า "ท่านใดที่เจอ พระรูปนี้ ทำบุญตักบาตรได้เลยครับ เพราะผมอยู่ อ.เมืองชลบุรี เจอท่านเดินอยู่หน้า ค่ายนวมินทร์ ( ค่ายทหาร ร.21 ) ตอนเวลา 13.30 น เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บนถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าตัวเมืองชล วันนี้ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ผมต้องไปซ่อมเครื่องซักผ้าที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ่าวอุดม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เจอพระรูปนี้ท่านเดิน อยู่บนถนนสุขุมวิท ใกล้ๆ กับ ค่ายลูกเสือศรีราชา เวลา 13.30 น เวลาเดียวกันกับเมื่อวานวันที่ 3 วันแรกที่เจอท่านกระผมไม่แน่ใจว่าท่านเป็นพระแท้หรือไม่" พอวันนี้สงสัยครับต้องลงถามให้แน่ใจว่าท่านทำไมถึงต้องเดินมาไกลมากๆ ระยะทาง จากตรงจุดแรกที่ผมเจอวันก่อน จากหน้าค่ายนวมินทร์ ถึง ค่ายลูกเสือศรีราชา ไม่ต่ำกว่า 40 กิโลเมตร ผมขับรถเลยท่านมา เพื่อจะหาซื้อน้ำถวายท่าน ยังไงก็ตามถ้าท่านไม่เป็นพระก็คงไม่เป็นไร พอพระท่านนี้เดินมาใกล้ๆ ผมก็ถวายน้ำท่านก็ให้ศิลให้พรแบบแปลกๆ คล้ายๆ กับพระป่าสายกรรมฐาน แล้วผมก็ถามว่า ท่านมาจากที่ไหน พอท่านตอบถึงกับ อึ้งครับมาจาก จ.หนองคาย ตั้งแต่ออกพรรษา พอถามว่าท่านจะเดินไปที่ไหน ท่านตอบว่าไม่มีจุดหมายเข้าพรรษาวันไหนจะจำวัด ที่วัดที่ใกล้ที่สุด ท่านตอบแบบนี้จริงๆ และสิ่งที่ผมแปลกใจเป็นที่สุดคือ ท่านมองผมแล้วท่านบอกกับผมว่า โยมมิตรแท้ของโยมหายากนะ โยมที่ผ่านมาโยมทำคุณกับคนไม่ขึ้นนะ ทุกข์ของโยมมีมาก อาตมาขอให้โยมทิ้งทุกข์โศกโรคภัยไว้ตรงนี้ ทิ้งสิ่งไม่ดีไว้ตรงนี้ แล้วตั้งอยู่ใน ศีลในธรรม กรรมดีไม่ไปไหน เชื่อ อาตมา นะโยมนะ ที่ผ่านมาให้คิดเป็นบทเรียน อย่าถือความแค้นไว้ในใจ ให้ปล่อยวางนะโยม แล้วท่านก็เดินจากไป ทิ้งความงงงันและขนลุกไว้กับผม ผมพูดกับท่านไม่ถึง ยี่สิบคำด้วยซ้ำ แล้วท่านรู้ได้ยังไง" "ถ้าใครมีญาติอยู่แถวๆ อ่าวอุดม จนถึง พัทยา สัตหีบ หรือตัวท่านเองอยู่แถวๆ นั้น ถ้าเจอพระรูปนี้ ทำบุญใส่บาตร เถอะครับ ใส่บาตรได้อย่างสนิทใจ" หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นไปในทำนองเดียวกันหลายเสียงว่าได้เจอกับพระธุดงค์รูปนี้ น่าเลื่อมใสมาก ซึ่งได้บอกเล่าว่าชาวบ้านถวายน้ำดื่มให้ท่านเสมอ แต่ท่านไม่รับปัจจัยในรูปแบบของเงิน ขอบคุณภาพ ช่างหนู เมืองชล MThai News

สุดทน! มติอุ้ม 'ธัมมชโย' พุทธะอิสระจ่อฟ้องมหาเถรฯ
ธัมมชโย /  ปาราชิก / 

"พุทธะอิสระ" จ่อฟ้องมหาเถรสมาคม หลังมีมติสุดท้าย "ธัมมชโย" พ้น ปาราชิก จากกรณีมติที่ประชุมมหาเถรสมาคม ไม่หยิบยกคดีพระธัมมชโยมาพิจารณา เพราะถือว่าเรื่องยุติลงตั้งแต่ศาลชั้นต้นและทางสงฆ์ไม่ได้มีการรับฟ้อง การพิจารณาเรื่องปาราชิกพระธัมมชโยจึงตกกไป ขณะที่เรื่องดังกล่าวที่ผ่านหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยเป็นผู้เดินเรื่องดังกล่าวกับทางดีเอสไอมาโดยตลอด ล่าสุด พระพุทธะอิสระ ได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า จากนี้จะดำเนินการต่อในเรื่องของการแจ้งความและฟ้องมหาเถรสมาคม โดยมีข้อความระบุว่า... ถึงเวลา แจ้งความกล่าวโทษ ต่อมหาเถร แม้สมเด็จพระสังฆราชจะไม่ทรงวินิจฉัย การที่เจ้าอาวาสนำเงินวัดไปซื้อที่ดินมาเป็นชื่อของตน คนมีปัญญา ใครๆ เขาก็รู้ว่า นี่มันโกง นี่เป็นพฤติกรรมที่ยักยอก ส่วนที่ต้องคืน ก็เพราะเขาจับได้ กลัวติดคุก ดูท่ามหาแถ ยอมที่จะกอดขี้ตายไปด้วยกัน งานนี้ นอกจาก มีลุ้น มีเสียว มีขำ มีฮา และยังมีกังขาขยะแขยงอีกตะหาก คงจะต้องถึงเวลา แจ้งความกล่าวโทษ ต่อมหาเถรแล้วหละ เตรียม หาวิธี ไปแก้ต่างกับศาลก็แล้วกัน พยายามทำความเข้าใจกันหน่อยนะ พี่น้อง เขาเป็นอุปัชฌาย์กับศิษย์กัน แถมยังมีการเอื้อเฟื้อเจือจุน ด้วยลาภสักการะ ยศถาบรรดาศักดิ์ กันมาตลอด คงทำใจลำบาก ที่จะตัดผลประโยชน์ ปากท้องตนเองทิ้ง เรื่องที่สำนักพุทธ และมหาเถร พยายามแถ ก็คือคดีมันจบไปแล้ว ที่ดินก็ได้ส่งคืนวัดแล้วบอกให้เอาบุญแล้วกันนะมหาแถ สมเด็จพระสังฆราช ทรงวินิจฉัยให้ส่งคืนสมบัติทั้งหมด ซึ่งตามพระวินัย ทรัพย์ แบ่งเป็น ๒ ชนิดคือ สังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ และอสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ธมฺมชโย ไม่ได้ยักยอก ที่ดินของวัด ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ แต่ธมฺมชโย ยักยอกเงินของวัด ๙๓๙ ล้านบาท ซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ ไปให้คนสนิทออกกว้านซื้อที่ดิน จำนวน ๑,๗๔๗ ไร่ มาเป็นชื่อของตน ถ้าว่ากันตามวินัย ภิกษุ ลักทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ แค่ยกขึ้นพ้นพื้น เส้นผมรอดได้ ด้วยมีจิตคิดจะลัก ทรัพย์นั้นเกิน ๕ มาสก ต้องอาบัติปาราชิก เช่นนี้ ธมฺมชโย เป็นปาราชิก ตั้งแต่โอนเงินให้คนสนิทสำเร็จแล้ว ไม่ใช่ที่ดินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ การที่สมเด็จพระสังฆราชทรงวินิจฉัยให้คืนสมบัติ ซึ่งก็มีทั้งทรัพย์ที่เป็นสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ อย่ามาแถ หากแม้สมเด็จพระสังฆราชจะไม่ทรงวินิจฉัย การที่เจ้าอาวาสนำเงินวัดไปซื้อที่ดินมาเป็นชื่อของตน คนมีปัญญา ใครๆ เขาก็รู้ว่า นี่มันโกง นี่เป็นพฤติกรรมที่ยักยอก ส่วนที่ต้องคืน ก็เพราะเขาจับได้ กลัวติดคุก หากจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน คงจะโกงไปมากกว่านี้ อีกทั้งยังทรงมีพระวินิจฉัย เรื่อง อวดอุตริมนุสธรรม ที่เป็นเหตุให้ต้องอาบัติปาราชิก หรือมหาเถร หูหนวกตาบอด ทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ยินว่า ธมฺมชโย อวดอ้างคุณวิเศษ ออกเผยแพร่ไปทั่วโลก เช่นกรณีเทพบุตรสตีฟ จ็อบ เป็นต้น อ่านข้อความทั้งหมดได้ที่ >>> หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

3 สัปดาห์ในป่าอเมซอน! แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ต้องรอดใน Jungle
Conversations /  Daniel Radcliffe / 

จะเกิดอะไรขึ้น? เมื่อ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ (Daniel RadCliffe) จะต้องเข้าไปใช้ชีวิตในป่าอเมซอนถึง 3 สัปดาห์! ทุกก้าวย่างเต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต และเขาจะสามารถมีชีวิตเพื่อออกมาพบกับสิ่งที่เรียกว่าคอนกรีตอีกครั้งได้หรือไม่ Jungle โปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจาก อาร์คไลท์ฟิล์ม (Arclight Films) โดย แดเนียล แรดคลิฟฟ์ รับบทเป็น "กินสเบิร์ก" (Ghisberg) ชายหนุ่มที่ติดอยู่ในป่าอเมซอนนาน 3 สัปดาห์ เขาได้ลงมือเขียนบันทึกประจำวันบอกเล่าประสบการณ์เอาตัวรอดในป่าแห่งนี้ กระทั่งช่องดิสคัฟเวอรี่ได้นำไปสร้างเป็นสารคดีดราม่าในซีรีส์ชุด I Shoudn’t Be Alive ในปี 2005 กำกับโดยเกรก แมคลีน (Greg Mclean) และเขียนบทโดยจัสติน มอนโจ (Justin Monjo) กรรมการผู้จัดการอาร์คไลท์ฟิล์ม แกรี แฮมิลตัน (Gary Hamilton) ได้กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่แดเนียล แรดคลิฟฟ์เข้าร่วมแคสติ้งภาพยนตร์เรื่องนี้” และกล่าวอีกว่า “เขามีแฟน ๆ ทั่วโลกที่ตื่นเต้นกับบทบาทที่เขาจะได้รับ ซึ่งบทที่ได้รับในแต่ละเรื่องมันแตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน และเป็นที่รู้กันว่าเขามีความเป็นตัวของตัวเองและนำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจ” และภาพยนตร์เรื่อง Jungle จะเริ่มถ่ายทำในออสเตรเลียช่วงสิ้นปีนี้ ดูบทความต้นฉบับ : Daniel Radcliffe to star in survival drama 'Jungle'

ล้างมาสคาร่ากันน้ำยังไง...ให้สะอาดเกลี้ยง แถมตาไม่เหี่ยวด้วย
มาสคาร่า /  มาสคาร่ากันน้ำ / 

        มาสคาร่ากันน้ำอาวุธคู่ใจของสาวไทยทั่วประเทศ เพราะอากาศบ้านเรามันร้อนเกินกว่ามาสคาร่าธรรมดาจะเอาอยู่ จริงไหมคะ? แต่ปัญหาใหญ่ที่เจอเลยคือ ใช้เวลาในการล้างมาสคาร่าให้หลุดออกจากขนตานานมาก บางครั้งขนตาก็พากันหลุดออกมาเป็นแพ (นึกว่าแพริมแม่น้ำที่เมืองกาญฯ) วันนี้เรามีเคล็ดลับเด็ดๆมาฝากกันค่ะ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนลงมือล้างมาสคาร่ากันน้ำ 1. เลือกใช้อายรีมูฟเวอร์โดยเฉพาะ เนื่องจากคลีนเซอร์ชนิดนี้จะมีส่วนผสมของน้ำมัน จึงทำให้มาสคาร่าหลุดออกมาได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้แรงเช็ดให้ระคายผิวรอบดวงตา 2. ผิวบริเวณรอบดวงตานั้นอ่อนโยนมาก จึงต้องเลือกใช้สำลีที่มีผิวสัมผัสที่นุ่มนวล ไม่ทำให้ผิวหน้าระคายเคืองอย่าง AIME' Facial Cotton (สำลีเอเม่) ที่ผลิตจากสำลีฝ้ายบริสุทธิ์ 100% ด้วยเทคโนโลยี Hydro-Entanglement เทคโนโลยีระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้ปราศจากสารยึดเกาะและสารเรืองแสงต่างๆ และเป็นสำลีที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำ 3. “คอตตอนบัด” ควรเลือกที่สามารถซอกแซกได้ทุกซอกทุกมุม เหมือนกับ AIME' Beauty Cotton Bud ที่มีทั้งปลายแหลมและปลายมนอยู่ในแท่งเดียวกัน ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้แม้ในที่แคบๆอย่างเช่นบริเวณขอบตา และก้านสำลีกระดาษ paper stick ช่วยให้สำลียึดติดกับก้านขณะใช้ ไม่คลายตัวง่าย ลดการหักงอ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เคล็ดลับในการล้างมาสคาร่ากันน้ำให้เกลี้ยง - เทอายรีมูฟเวอร์ลงไปบนสำลี จากนั้นจึงมาแปะไว้บริเวณดวงตาทั้งสองข้าง โดยใช้มือกดและกลึงเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที แล้วเช็ดออก - จากนั้นจึงใช้แผ่นสำลีชุบอายเมคอัพรีมูฟเวอร์เช็ดซ้ำ โดยเน้นบริเวณขนตาเป็นพิเศษ ด้วยการเอาสำลีรองไว้ใต้ขนตาแล้วใช้คอตตอนบัด (หัวมน) ช่วยถูออกจนหมดคราบมาสคาร่า - หากยังมีมาสคาร่าหลงเหลืออยู่ให้ใช้คอตตอนบัด(หัวแหลม) เช็ดเก็บเศษมาสคาร่าเล็ก ๆ ตามแนวขนตาบนและขอบตาล่างจนสะอาด เท่านี้ก็สะอาดกริ๊บ...แถมยังไม่ทำลายผิวบริเวณรอบดวงตาแล้วล่ะค่ะ ^_^ AIME' Facial Cotton (สำลีเอเม่) สำลีเพื่อการดูแลสุขภาพผิวของคุณ ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆได้ที่ facebook : AIME Beauty ขอขอบคุณภาพจาก Pinterest

น่าชื่นชม! สุรชาติ นำเงินค่าเซ็นสัญญาช่วยน้องๆที่ไร้สังกัด
กัปตันเก่ง /  บางกอกกล๊าส เอฟซี / 

ดาวยิง "สุภาพบุรุษโล่ห์เงิน" สโมสรเพื่อนตำรวจ เผยสาเหตุที่ย้ายไปร่วมทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี เพราะต้องการนำเงินค่าเซ็นสัญญาล่วงหน้าไปช่วยเหลือน้องๆที่ยังไร้สังกัด "กัปตันเก่ง" สุรชาติ สารีพิมพ์ ดาวยิง "สุภาพบุรุษโล่ห์เงิน" เพื่อนตำรวจ ที่เพิ่งถูกตัดสินให้พักทีม 1 ปี เผยได้นำเงินทั้งหมดที่ได้จากการเซ็นสัญญาครั้งนี้มอบให้กับรุ่นน้องในทีมที่ยังไม่มีสังกัด และยังไม่สามารถมีรายได้เลยนับตั้งแต่ทีมต้นสังกัดมีปัญหาด้านการเงิน พร้อมกันนี้มีรายงานว่ามีอีกหลายสโมสรยื่นข้อเสนอให้เจ้าตัว แต่ "กัปตันเก่ง" ปฎิเสธไปเนื่องจากได้ค่าเซ็นสัญญาไม่เพียงพอแก่การช่วยเหลือน้องๆ จนถูกมองว่าเป็นคนเห็นแก่เงิน แต่ทว่าเรื่องมากระจ่าง เมื่อเจ้าตัวต้องการนำเงินส่วนนี้ไปช่วยเหลือน้องๆในทีมนั่นเอง

หนีทั่วเยาวราช! เมษาฯนี้ เตรียมตามหาลุงหนีคดีใน Detective Chinatown
Chinatown /  Detective Chinatown / 

หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายในประเทศจีน จนเกิดกระแสคนจีนแห่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา มาในครั้งนี้ “ฮอลลีวู้ด ไทยแลนด์” ร่วมกับ “แฮนด์เมด ดิสทริบัวชั่น” เตรียมภาพยนตร์สุดฮาจากแผ่นดินใหญ่มาสร้างความคึกครื้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์กับภาพยนตร์เรื่อง Detective Chinatown ที่ได้ทีมงานภาพยนตร์ Lost in Thailand มาสานต่อความป่วนในประเทศไทยอีกครั้ง และได้นักแสดงชื่อดังอย่าง หวัง เป่าเฉียง และ หลิว ฮ่าวหยาน มาร่วมแสดงอีกด้วย 15 วันแรกจองการเข้าฉาย ภาพยนตร์เรื่องนี้กวาดรายได้อย่างถล่มทลายกว่า 700 ล้านหยวน หรือประมาณ 3,500 ล้านบาท และมีแนวโน้มว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้สร้างกระแสให้คนจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยอย่างล้นหลามอีกครั้ง Detective Chinatown ว่าด้วยเรื่องราวของ “ฉินฟง” หนุ่มชาวจีนที่พูดติดอ่าง เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อตามหาลุงชื่อ “ถังเหริน” ที่อยู่อาศัยในเยาวราช เมื่อมาถึงก็พบว่าลุงเป็นผู้ต้องสงสัยคดีอาชญากรรม ซึ่งกำลังหนีการจับกุมจากตำรวจอยู่ แถมยังต้องหนี “เฟิงโกว่” และพรรคพรวกเจ้าพ่อไฮโซที่เป็นนักสืบคอยตามคดีอีก งานนี้ทั้งฉินฟงและลุงถังเหรินต้องวิ่งหนีกันป่าราบอลหม่านทั่วเยาวราชอย่างแน่นอน ติดตามภาพยนตร์สุดฮา Detective Chinatown ในเดือนเมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

ของขวัญ 7 อย่าง! ที่ผู้หญิงอยากได้ใน วันวาเลนไทน์ มากที่สุด
ของขวัญ /  ของขวัญวันวาเลนไทน์ / 

         วันวาเลนไทน์ วนมาอีกปีแล้วสินะ คุณผู้หญิงเตรียมตัวไปสวีทกับแฟนกันบ้างหรือยังเอ่ย ? แล้วปีนี้คิดเอาไว้หรือยังว่าอยากได้ของขวัญอะไรเป็นพิเศษไหม ? หรือคุณผู้ชายที่ยังไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรให้แฟนคุณดี ลองเลือกตามที่แนะนำดูนะคะ รับรองว่าถูกใจแฟนคุณแน่นอน :) 1. ดอกไม้สวยๆ แทนความหมายดีๆ ของขวัญยอดฮิต อมตะตลอดกาลของผู้หญิง คงหนีไม่พ้นช่อดอกไม้สวยๆ ดูเข้ากั๊นเข้ากันกับเทศกาลแห่งความรัก ถึงแม้ว่าแฟนสาวของคุณจะบอกว่าไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษ แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่าลึกๆ แล้ว ผู้หญิงส่วนใหญ่อยากได้แน่นอน แต่อาจจะจะไม่ต้องช่อใหญ่ราคาแพงก็ได้นะคะ ช่อเล็กๆ ห่อกระดาษเรียบง่าย หรือดอกกุหลาบ 1 ดอก ก็ดูเป็นแฟนที่น่ารักแล้วค่ะ :) 2. ลูกโป่งมุ้งมิ้ง สุดเซอร์ไพรส์ อีกหนึ่งของขวัญสุดโรแมนติก ที่รับรองว่าแฟนสาวขแองคุณจะต้องกรี้ดหนักมากแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นถือไปให้ด้วยตัวเอง หรือจัดไว้ในห้องสุดเซอร์ไพรส์ ก็ตามสะดวกได้เลยนะคะ หรือถ้าอยากจะเพิ่มเรื่องราวความรักของคู่ตัวเองลงไป ก็อาจจะหารูปหรือข้อความหวานๆ มาห้อยไว้กับลูกโป่ง ก็ดูเข้าท่าดีนะคะ 3. แหวนแทนใจ ของขวัญสุดพิเศษที่ผู้หญิงหลายคนเฝ้ารอมานาน อันนี้บบอกก่อนว่าไม่จำเป็นต้องเป็นแหวนหมั้นเพื่อขอแต่งงานอย่างเดียวนะคะ บางคู่ที่เพิ่งคบกัน แต่ยังไม่พร้อมแต่ง ก็ใช้แหวนนี้แทนใจ แทนความรักที่คุณทั้งคู่มีให้กันก็หวานจนมดขึ้นแล้วค่ะ ^^ 4. เครื่องสำอางในดวงใจ ยุคสมัยเปลี่ยน อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปตาม ไม่เว้นแม้แต่ของขวัญวันวาเลนไทน์ บางทีการให้ดอกไม้ก็อาจจะไม่ตื่นเต้นดีใจ เท่ากับเปิดกล่องมาเจอคลังเครื่องสำอางที่อยากได้หรอกนะคะ คุณผู้ชายลองสังเกตเวลาไปเดินห้างด้วยกันว่าคุณแฟนคนสวยแวะดูเคาท์เตอร์แบรนด์ไหนบ้าง แล้วก็จำไว้ไปซื้อ หรือจะให้พนักงานช่วยเลือกก็ได้นะคะ เชื่อสิ! ทำแบบนี้แฟนคุณรักตายเลย แอร๊ยยยย :) 5. ดินเนอร์ร้านโปรด กับอาหารสุดอร่อย สำหรับคู่ไหนที่ไม่ค่อยสนของขวัญ แต่อยากจะสวีทกันด้วยดินเนอร์สุดหรู หรืออาจจะเป็นร้านโปรดที่แฟนคุณชอบไปก็ดีงามไม่น้อยเลยนะคะ ได้รับประทานอาหารรสชาติอร่อยๆ ด้วยกัน พูดจาหวานๆ ตักอาหารให้กัน รับรองได้เลยว่าจะเป็นมื้อสุดพิเศษที่จะตราตรึงใจคุณทั้งคู่ไปอีกนานเลยล่ะค่ะ 6. ตั๋วเครื่องบิน หรือ แพลนท่องเที่ยว ลองคิดดูสิคะ ว่าแฟนคุณจะดีใจขนาดไหน ถ้าของขวัญวันวาเลนไทน์ปีนี้ คือทริปสุดหวานที่ต่างหวัด อาจจะได้รับลมหนาวที่ภาคเหนือ หรือจะไปชิลล์ที่ชายทะเลก็เริ่ดไม่แพ้กัน หรือถ้าบางคู่ที่มีเงินมากหน่อย ก็เก็บกระเป๋าจูงมือกันไปเที่ยวต่างประเทศเลย ก็โรแมนติกไม่เบาเลยนะคะ 7. เวลาว่างที่อยู่ด้วยกัน ข้อนี้สำคัญสุด สำหรับคู่รักที่คบกันมานาน บางทีอาจจะไม่ได้รู้สึกหวือหวากับของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มากนัก แต่จะให้ความสำคัญกับเวลาที่อยู่ด้วยกันมากกว่า ไม่จำเป็นต้องไปแย่งที่นั่งร้านอาหารในช่วงเทศกาล ขอแค่เข้าครัวทำอาหารด้วยกัน เปิดหนังดูด้วยกันสักเรื่อง แค่นี้ก็เป็นวาเลนไทน์ที่มีความสุขมากแล้วค่ะ :) รูปประกอบจาก : www.pinterest.com เรียบเรียงโดย : Women Mthai Team