คนแยกโลก

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ปรบมือรัวๆ!! ต๊อด-นุ่น ส่งมอบรถป้ายแดงให้แท็กซี่ใจบุญคนดัง!
ต๊อด ปิติ /  นุ่น วรนุช / 

  เป็นที่น่าชื่นชมอย่างมาก!! สำหรับเรื่องราวดีๆ ที่ก่อนหน้านี้ได้มีการนำเสนอผ่านสื่อและแชร์กันอย่างมากมายมาแล้ว หลังจากที่ ต๊อด ปิติ สามีของนางเอกซุปตาร์ นุ่น วรนุช ได้ทำการจองรถแท็กซี่ป้ายแดงเพื่อบริจาคให้กับ คุณสุวรรณฉัตร พรหมชาติ โชเฟอร์แท็กซี่ใจบุญ สำหรับให้บริการ พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี คนพิการ และคนตาบอดนั่งฟรี เพื่อทดแทนรถคันเดิมที่ใช้มากว่า 7 ปี โดยล่าสุดเมื่อวานนี้ (26ก.ค.59) ต๊อด ปิติ ได้มีการส่งมอบรถฟอร์จูนเนอร์ป้ายแดงให้กับ คุณสุวรรณฉัตร แท็กซี่ใจบุญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้แชร์ภาพเฟซบุ๊คของ สุวรรณฉัตร พรหมชาติ พร้อมระบุข้อความว่า   "ใช้จ่ายอย่างประหยัด ส่วนที่เหลือก็แบ่งให้สังคม 1ใน3 เก็บ 1ใน3 จ่าย 1ใน3 แจก"   ทั้งนี้โชเฟอร์แท็กซี่ใจบุญ คุณสุวรรณฉัตร ได้โพสต์ข้อความขอบคุณในเฟซบุ๊คว่า   “วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผมที่ได้รับความเมตตาช่วยให้ผมไปสร้างบุญ เพื่อให้เกิดประโยชนต่อสังคม คุณต๊อดและคุณนุ่นได้ส่งมอบรถฟอร์จูนเนอร์ให้กับผม คุณต๊อดและคุณนุ่น รวมทั้งครอบครัว เป็นแบบอย่างที่ดีในการเสียสละ ช่วยเหลือเผื่อแผ่โดยไม่หวังผลตอบแทน และคุณต๊อดได้บอกผมว่า ไม่ต้องการผลประโยชน์ใดๆจากผมทั้งสิ้น แค่ต้องการให้ไปช่วยเหลือสังคม การที่ได้ให้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมและผู้อื่น แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ท่านติดตามผมมานานและเห็นว่ารถคันเดิมเล็กไม่สะดวกในการอุ้มผู้ป่วยขึ้นรถ และรถก็เหลือเวลาวิ่งเป็นแท็กซี่แค่ปีกว่า คุณต๊อดบอกว่าคุณต๊อดไม่ได้อวดรวย แต่คุณต๊อดก็มีความตั้งใจและพยายามที่จะช่วยเหลือผมโดยการดาวน์และผ่อนงวดรถฟอร์จูนเนอร์เป็นเวลา5ปี และค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งหมดในการออกรถและค่าตกแต่งเป็นรถแท็กซี่พร้อมใช้งานเพื่อรับส่งผู้ป่วย ผู้พิการ อัมพฤกษ์ อัมพาต นอนติดเตียงพระภิกษุสงฆ์ สามเณร แม่ชี ในเขตกทม และปริมณฑล โดยที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีใครมาช่วยผมได้มากมายขนาดนี้ ดังคำที่ว่า "ดีที่สุด คือการให้ไม่สิ้นสุด" ผมไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนพระคุณอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ผมจะตั้งใจทำความดี ช่วยเหลือสังคมต่อไปจนกว่าชีวิตจะหมดแรงครับ   กราบขอบพระคุณคุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี และคุณนุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี (วงษ์สวรรค์) ขอให้บุญกุศลที่ท่านได้ทำในครั้งนี้และทุกๆบุญที่ผมได้กระทำมา21ปี ส่งผลให้คุณต๊อด คุณนุ่น และครอบครัวทุกคนทุกท่าน สุขภาพแข็งแรง แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันอันตรายทั้งปวง ชีวิตมีแต่ความสุขความเจริญ กิจการรุ่งเรือง ตลอดไปครับ   สุวรรณฉัตร พรหมชาติ”   นับเป็นเรื่องราวดีๆ ที่น่าชื่นชมและน่าสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง ขอปรับมือรัวๆ ให้แก่คนหัวใจหล่อทั้งคู่อีกครั้งค่า!! ขอบคุณภาพจาก IG nuneworanuch, nuneworanuch_fc, FB Todd Piti, สุวรรณฉัตร พรหมชาติ เฟซบุ๊ค ต๊อด ปิติ   คุณสุวรรณฉัตร แท็กซี่ใจบุญโพสต์เฟซบุ๊ค   เฟซบุ๊ค คุณสุวรรณฉัตร แท็กซี่ใจบุญ   คุณสุวรรณฉัตร รับผู้ป่วยรายแรก   ต๊อด ปิติ มอบแท็กซี่ป้ายแดง   ต๊อด ปิติ มอบแท็กซี่ป้ายแดง   ต๊อด ปิติ มอบแท็กซี่ป้ายแดง   ต๊อด ปิติ มอบแท็กซี่ป้ายแดง   คุณสุวรรณฉัตร แท็กซี่ใจบุญ   นุ่น ต๊อด   นุ่น ต๊อด  

น่ารัก สู้กล้อง น้องริชา ลูกแม่แอน-พ่อภูริ
แอน อลิชา /  ภูริ หิรัญพฤกษ์ / 

กรี๊ดด....ฉายแววความสวยตั้งแต่วัยแบเบาะเลยจ้า! สำหรับน้อง ริชา ลูกสาวของคนแม่คนสวย แอน อลิชา กับคุณพ่อรูปหล่อ ภูริ แถมเวลาคุณพ่อ คุณแม่ ถ่ายรูปหรือถ่ายคลิป หนูน้อยริชา สู้กล้องอีกด้วย งานนี้เห็นแววแล้วว่าอนาคต น้องริชา จะตามรอยเป็นดาราเหมือน แม่แอน-พ่อภูริ อ่ะเปล่า....อิอิ

ด่วน!การ์ตาแจ้งขอเลื่อนโปรแกรมอุ่นช้างศึก 25 ส.ค.นี้
การ์ตา /  ช้างศึก / 

สมาคมฟุตบอลการ์ตา ทำหนังสือเเจ้งมาถึงสมาคมฟุตบอลเเห่งประเทศไทยฯ ขอลื่อนโปรเเกรมอุ่นเครื่องไป 1 วันจากปกติ 24 สิงหาคมไปเป็นวันที่ 25 สิงหาคมที่จะถึงนี้ พาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ฝ่ายต่างประเทศ เผยสมาคมฟุตบอลประเทศการ์ตา ได้ส่งหนังสือถึงสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กรณีขอเลื่อนการเเข่งขันในเเมตช์อุ่นเครื่องออกไป 1 วัน เป็นวันที่ 25 สิงหาคมนี้ เนื่องจากติดโปรเเกรมในศึกเอเอฟซีเเชมป์เปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายในบ้าน โดยต้องการให้เเฟนบอลในประเทศได้ร่วมเชียร์สโมสรบ้านเกิดก่อน จากนั้นในส่วนทีมชาติจะทำการเเข่งขันกับทีมชาติไทยในวันถัดไป ก่อนหน้านี้สมาคมฟุตบอลเเห่งประเทศไทย ได้ตอบรับหนังสือเชิญจากสมาคมฟุตบอลการ์ตา เพื่อไปอุ่นเครื่องที่กรุงโดฮา ในวันที่ 24 สิงหาคม 59 เพื่อเตรียมทีมฝึกซ้อมก่อนบินไปดวลศึกเเรกกับทีมชาติซาอุฯ วันที่ 1 กันยายน ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย กระทั้งล่าสุดมีแจ้งเข้ามาว่าทางสมาคมฟุตบอลการ์ตาขอเลื่อนวันแข่งขันดังกล่าวออกไป 1 วัน “ทางสมาคมฟุตบอลการ์ตาได้ส่งหนังสือสำคัญมาให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯเเล้ว ว่าจะขอเลื่อนโปรเเกรมอุ่นเครื่องออกไป 1 วันเป็นวันที่ 25 สิงหาคมนี้เเทน เนื่องจากว่าพวกเค้ามีการเเข่งขันเอเอฟซี เเชมป์เปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในบ้านระหว่าง อัส จาริสสโมสรของพวกเขา จะพบกับอัล นาสเซอร์ จากประเทศยูเออี”  “ซึ่งก็ตอบตกลงไปเเล้วเพราะทางการ์ตายืนยันไม่มีปัญหาสำหรับเเมตช์พบกับทีมชาติไทย ไม่อยากให้โปรเเกรมเตะพร้อมกัน เเละอีกอย่างเกมอุ่นเครื่องนี้ก็ยังคงทำการเเข่งขันที่เมืองโดฮา เมืองหลวงของการ์ตาตามเดิม” ฝ่ายต่างประเทศสมาคมฯ เผย

พาทัวร์ บ้านและสวนแฟร์ 2016 สารพัดไอเดีย ธีมCozy Home ใครชอบบ้านสไตล์ อบอุ่นอยู่สบาย ห้ามพลาด!
งานบ้านและสวน /  จัดสวน / 

เอาใจคนรักบ้านโดยเฉพาะ ทีมงาน Decor Mthai พาทัวร์งานที่รวบรวมทุกไอเดียสำหรับคนรักบ้าน ทั้งของแต่งบ้านดีไซน์เก๋ สไตล์การแต่งบ้านที่หลากหลายไอเดีย ในงาน บ้านและสวนแฟร์ Midyear ที่ปีนี้เค้าจัดขึ้นภายใต้ธีม Cozy Home หรือ ไอเดียการจัดตกแต่งและสร้างบรรยากาศให้บ้านดูอบอุ่น บรรยากาศภายในงานจะเป็นอย่างไร ตามไปทัวร์รอบงานกับเรากันเลยค่ะ เริ่มต้นที่โซน บ้านและสวน Home Ideas : Cozy Home บ้านนี้มีดีที่ความอบอุ่น & My home workshop space กับพื้นที่สร้างสรรของแต่งบ้านด้วยตัวเอง พื้นที่แห่งความสุข อบอุ่นแสนสบาย ในทุกมุมมองของบ้าน ถัดมาเราพาเดินมาเยี่ยม โซนที่เก๋ที่สุด นั่นคือ Room Life Studio : Design Hunting Camp ซึ่ง Room Magazine ได้ดีไซน์แคมป์ปิ้งรูปแบบใหม่ที่คนเมืองต้องหลงรัก ชวนกันมานั่งชิว เที่ยวป่าในเมืองแบบใกล้ๆ เพื่อตามล่าหาของดีไซน์เก๋ๆกลับบ้านได้อีกต่างหาก ่ต่อกันที่ Green House ภายใต้คอนเซ็ปต์ Garden@Home ที่นิตยสารบ้านและสวนเค้า คัดสรรไอเดียมาเนรมิตมุมต่างๆในบ้าน ให้กลายเป็นมุมสวนสวยในเทคนิคต่างๆมากมาย ใครเป็นแฟนสไตล์นี้ต้องตามมาดูกันด้วยตัวเองนะจ๊ะ อีกมุมที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ บ้านและสวน Craft Village ที่ชื่อก็บอกแล้วว่า ต้องเป็นแหล่งรวมสารพัดไอเดีย จากหลากหลายหนังสือในสำนักพิมพ์บ้านและสวนมาจัดแสดง ภายใต้แนวคิด Play with Nature บรรยากาศเลยอบอวนไปด้วยชีวิตที่รื่นรมย์กับธรรมชาติและกิจกรรมเวิร์คชอปเก๋ๆเพียบ ใครสนใจก็ลองเช็คดูตารางเวิร์คชอปกับทางงานดูนะคะ ปิดท้ายโดยโซน Art Market ที่ต้องบอกว่า ใครเป็นแฟนสินค้าทำมือ หลากไอเดียและดีไซน์ ต้องไม่พลาด เพราะคุณจะได้พบกับสินค้ามากมายที่มาพร้อมกับ ผู้ผลิตและนักออกแบบ ชนิดที่เรียกได้ว่า ได้คุยกันเพลินเชียวหล่ะ ทั้งหมดที่เราเดินมาทั้ง 4 โซนครบแล้วค๊าาา สำหรับไอเดียและ inspiration ในการแต่งบ้านทั้งหลาย ทีนี้เตรียมกระเป๋าตังค์ให้มั่น เช็ควงเงินบัตรเครดิตให้พร้อม เพราะกำลังจะพาคุณผู้ชม ไปช้อปปิ้งตามบูธสินค้ากันบ้างแล้ว เราเก็บภาพมาแค่บางส่วนเท่านั้นนะคะ ถ้าพร้อมกันแล้วก็ลุย! สำหรับงาน บ้านและสวนแฟร์ Midyear ที่จัดที่ ไบเทค บางนา ก็จะมีตั้งแต่วันที่ 27-31 กค. นี้เท่านั้นนะคะ ใครอ่านรีวิวนี้จบแล้วยังไม่เต็มอิ่มก็ตามไปชมกันด้วยตัวเองเพิ่มเติมกันได้ที่งานเลยค่ะ :) รายงานโดย Decor Mthai Team ภาพโดย Covinus

รีวิว มหาลัยเที่ยงคืน : “เพื่อนตาย” หาง่ายกว่าที่คิด
กฤษดา คณิวิชาภรณ์ /  คณิน กุลสุมิตราวงศ์ / 

รีวิว มหาลัยเที่ยงคืน : “เพื่อนตาย” หาง่ายกว่าที่คิด เรียกได้ว่าเป็นการนำ 2 แนวภาพยนตร์ที่ M39 ถนัด อันได้แก่หนังผีและหนังตลกมาผสมผสานเป็นเนื้อเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว กับภาพยนตร์เรื่องล่าสุด มหาลัยเที่ยงคืน ผลงานการกำกับของ 3 ผู้กำกับ คีต กฤษดา คณิวิชาภรณ์, หมู ปิยะบุตร อธิสุข และหนึ่ง คณิน กุลสุมิตราวงศ์ มหาลัยเที่ยงคืน เล่าถึงเรื่องราวของ สตาร์ (รับบทโดย มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า) เซเลปสาวประจำมหาวิทยาลัยที่บังเอิญสอบตกวิชาภาษาอังกฤษในเทอมสุดท้าย ทำให้ต้องรับขอเสนอของ รอง ผ.อ. (รับบทโดย นีโน่ เมทนี บุรณศิริ) เข้าไปเรียนเสริมที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ พร้อมกับสมาชิกร่วมชั้นเรียน อ้วนพาย (รับบทโดย เบลเยี่ยม ภาวินี บูรณาชีวาวิไล) โอตาคุ (รับบทโดย โทนี่ รากแก่น) แก๊งหมู-หมึก-กุ้ง (รับบทโดย ดีเจอาร์ต มารุต ชื่นชมบูรณ์, แวน (ดับเบิ้ลแท๊บ) ร.ต.อ.กรวิก จันทร์เด่น และอิคคิว ปองสิชฌ์ พิศิษฐการ) รวมถึงเพื่อนร่วมชั้นเรียนลึกลับอย่าง คุณ (รับบทโดย เต้ ดาวิชญ์ กรีพลฤกษ์) นักศึกษาหนุ่มที่ไม่สุงสิงกับใครนอกจากสตาร์ ทุกอย่างคงจะดำเนินไปด้วยดีหากไม่มีใครอยู่ในห้องดังกล่าวเกินเที่ยงคืนจนได้พบกับกลุ่มผีที่เสียชีวิตก่อนเรียนจบ หากแต่ดวงจิตยังมีห่วงทำให้คอยวนเวียนเข้ามาในห้องเรียนแห่งนี้เสมอ ในแง่ของพล็อตเรื่องถือว่ามีความน่าสนใจจากการนำเรื่องราวลี้ลับในมหาวิทยาลัย (ซึ่งคนส่วนใหญ่มีส่วนร่วม) มาผูกเป็นปมชวนให้คิด การดำเนินเรื่องช่วงต้นนั้นเข้าประเด็นหลักค่อนข้างเร็ว ต่างจากช่วงกลางเรื่องที่กลับมีรายละเอียดยืดเยื้อและเดาทิศทางค่อนข้างง่าย ตัวละครผีทั้งหลายแหล่มีเรื่องราวของตัวเองอย่างสมเหตุสมผล แถมภาพลักษณ์ของผีแต่ละตนก็น่ากลัวติดตาเป็นอย่างดี ฉากโดดเด่นของเรื่อง ได้แก่ ฉากที่อ้วนพายลงบันไดมาเจอผีนอนอยู่และมีจังหวะการพลิกตัวตามการก้าวลงบันไดของเธอ แล้วไป ๆ มา ๆ เจ้าหล่อนก็ก้าวขึ้นก้าวลงกลายเป็นการเต้นรำไปแบบดื้อ ๆ ก่อนที่ส้นรองเท้าจะหักพานทำให้ลอยละลิ่วลงมา (ฉากนี้รับชมได้ในตัวอย่างภาพยนตร์) แนวคิดสำคัญของเรื่องต้องการสื่อถึงมิตรภาพในมหาวิทยาลัย ที่แม้จะต่างคนต่างที่มาแต่เมื่อยอมรับเป็นเพื่อนกันแล้วย่อมสมควรที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกัน เรื่องไหนดีก็ต้องสนับสนุน เรื่องไหนไม่ดีก็ต้องเตือนสติ และประคับประคองให้ก้าวไปพร้อม ๆ กัน ดังคำกล่าวที่ว่า “เรียนมาด้วยกัน ก็ต้องจบไปด้วยกัน” โดยรวม มหาลัยเที่ยงคืน เป็นภาพยนตร์ที่ดูได้เพลิน ๆ ชวนให้ระลึกถึงมิตรภาพในวัยเรียนได้ชัดเจน แต่ก็ยังต้องการการดำเนินเรื่องที่ลื่นไหลมากกว่านี้อีกสักเล็กน้อย ดังนั้น...สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ขอให้คะแนนไว้ที่ 3.5/5 ครับ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

คาเฟ่ร้านเช่าชุดแต่งงานสไตล์วินเทจสำหรับคนมีคู่...
คาเฟ่ /  คู่รัก / 

คาเฟ่ร้านเช่าชุดแต่งงานสไตล์วินเทจสำหรับคนมีคู่... ร้านเช่าชุดแต่งงานสไตล์วินเทจและคาเฟ่ชื่อน่ารักอย่าง Chuanpisamai Bride & Cafe ไม่ได้อยู่ในทำเลโดดเด่น ซ่อนตัวอยู่ในถนนสายแคบปากซอยอารีย์สัมพันธ์ 3 ซึ่งถ้าไม่สังเกตหรือตั้งใจมาก็จะเดินผ่านเลยไปอย่างง่ายดาย แต่ร้านนี้กลับโด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่ดั้นด้นเดินทางมา และกลุ่มว่าที่เจ้าสาวผู้มองหาชุดแต่งงานวินเทจซึ่งมีความสวยสง่าไม่เหมือนใคร รวมทั้ง cafe hunter ผู้ชื่นชอบร้านกาแฟเล็กๆ ไม่พลุกพล่าน ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญแต่อย่างใด จากคาเฟ่ที่คิดว่าจะทำเป็นมุมรับรองเล็กๆ กลายเป็นคาเฟ่เต็มรูปแบบ ซึ่งส่งเสริมกับส่วนที่ให้เช่าชุดเจ้าสาวพอดี เวลามาลองชุดแต่งงาน ว่าที่เจ้าสาวไม่มาคนเดียวอยู่แล้ว Chuanpisamai Cafe ก็เลยกลายเป็นพื้นที่สำหรับว่าที่เจ้าบ่าวหรือเพื่อนว่าที่เจ้าสาวที่มานั่งรอลูกค้าลองชุด เมนูแนะนำของร้านนี้ที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดก็มีทั้ง พิซซ่าผักโขมคาโบนารา ฟรุตแอนด์ครีมเครป ส่วนเครื่องดื่มยอดฮิตก็จะมี ลาเต้สตรอเบอรี เป็นเมนูที่ครีเอตขึ้นมาเองทั้งหมด อย่างที่บอกว่าแต่ละชุดมันใช้เวลาลองค่อนข้างนาน ทางร้านก็เลยมีเครื่องดื่มและอาหารไว้ให้ทานเล่นๆ ระหว่างนั่งรอ แล้วก็พยายามดีไซน์ภายในร้านให้สามารถถ่ายรูปได้ทุกๆ มุม คาเฟ่ก็เลยกลายเป็นสตูดิโอขนาดย่อมๆ แถมยังเคยมีลูกค้ามาขอใช้สถานที่ในการถ่ายพรีเวดดิ้งบ้างแล้วเหมือนกัน เพราะมันสะดวก แต่งตัวเสร็จจากชั้นบนเดินลงมาถ่ายรูปข้างล่างได้ทันที หากว่างก็หยิบขนมจากคาเฟ่มาทาน เรียกได้ว่ามีความสุขกันแบบอิ่มหนำกันเลยทีเดียว เห็นอย่างนี้แล้วคงไม่ลองไม่ได้แล้วล่ะ... เครดิตจาก นิตยสาร a day BULLETIN ฉบับเดือนกรกฎาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

น่ารักไปอีก! เมื่อคู่รักไปเที่ยวด้วยกัน ไม่ถ่ายรูปเซลฟี่ แต่กลับทำแบบนี้แทน
รูปถ่าย /  สถานที่ท่องเที่ยว

โอ้ย! น่ารักไปอีก .. เมื่อคู่รักคู่หนึ่งออกท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งคนส่วนมากก็จะชอบเซลฟี่กับสถานที่นั้นๆ เพื่อเก็บเป็นภาพที่ระลึกสวยๆ แต่คู่รักคู่นี้กลับไม่ถ่ายเซลฟี่ด้วยกัน แต่พวกเขาใช้วาดรูปการ์ตูนชาย-หญิงใช้แทนตัวเองในอริยบถต่างๆ ถ่ายกับสถานที่ที่เขาท่องเที่ยวไปด้วยกันแทน บอกเลยว่า น่ารักมากกก! น่ารักไปอีก! เมื่อคู่รักไปเที่ยวด้วยกัน ไม่ถ่ายรูปเซลฟี่ แต่กลับทำแบบนี้แทน คู่รักคู่นี้ชื่อ Abang และ Neng เจ้าของอินสตาแกรมสุดน่ารัก "doodledeux" เขาชอบถ่ายรูป ส่วนเธอชอบขีดเขียน เมื่ออยู่ด้วยกันความน่ารักจึงบังเกิด ^^ โดยพวกเขาบอกว่า Doodle นั้นหมายถึงการวาดรูปตามใจไปเรื่อยๆ และ Deux เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า 2 หรือเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับตัวพวกเขา เมื่อรวมกันแล้วก็เลยได้ชื่อไอจีเก๋ๆ นี้ขึ้นมา .. เอาล่ะ ไม่รอช้า ไปชมภาพสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมตัวการ์ตูนน่ารักๆ ของพวกเขากันเลยดีกว่า ขอบคุณรูปภาพ instagram @doodledeux

5 หนังเกาหลีธริลเลอร์เลือดสาดที่คุณห้ามพลาด
หนังเกาหลี

ยากที่จะปฏิเสธได้ว่าวงการบันเทิงเกาหลีใต้นั้นหลากหลายและรุ่มรวยซะจนน่าทึ่ง ไม่ว่าจะละครหรือหนัง บรรดาผู้สร้างได้ฝากฝังฝีมือจนเป็นที่ฮือฮาของผู้ชมไปทั่วโลก ทว่าหนึ่งในกระแสภาพยนตร์เกาหลีที่โดดเด่นเป็นเอกเทศเห็นจะหนีไม่พ้นบรรดาหนังธริลเลอร์ขึงขังที่ตะครุบคนดูด้วยความโหดเหี้ยมรุนแรง พล็อตซับซ้อนมืดหม่น และสไตล์การจัดองค์ประกอบศิลป์สุดบรรเจิด ในช่วงเวลาที่ The Wailing ของ นาฮงจิน กำลังออกอาละวาดกวาดรายได้และคำวิจารณ์อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เราจึงขอแนะนำหนังในแนวนี้บางส่วน สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากเริ่มสำรวจแนวหนังอันเข้มข้นแนวนี้ ***อ่าน "Bloody Korean Thrills ชำแหละธริลเลอร์เกาหลี" โดย ดาวุธ ศาสนพิทักษ์ ได้เต็มๆ ใน นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 174 The Chaser (2008, นาฮงจิน)  แม้จะยึดการเดินเรื่องในทำนอง ‘คนดีไล่ล่าคนชั่ว’ แต่หนังก็สำรวจความเปราะบางอันซับซ้อนของตัวละครของทั้ง 2 ฝ่ายจนทำให้พวกเขามีเลือดเนื้อไม่ต่างจากปุถุชนในโลกแห่งความเป็นจริง ‘จุงโฮ’ อดีตตำรวจที่ผันตัวมาเป็นแมงดาคุมซ่องได้รับโทรศัพท์ให้ส่ง ‘มิจิน’ สาวขายบริการไปให้ลูกค้ารายหนึ่ง หลังจากนั้นเขาได้พบว่า เบอร์โทรศัพท์นั้นได้ทำให้เด็กในสังกัดเขาหายตัวไปแล้วหลายต่อหลายคน เขาจึงได้ตามหาตัวจนพบ ‘ยังมิน’ ผู้ต้องสงสัยที่รับสารภาพว่าตนเองคือฆาตรกรต่อเนื่องหญิงสาวถึง 9 ศพ แต่ยังมินกลับไม่ปริปากบอกเบาะแสใดๆ จุงโฮและตำรวจจึงมีเวลาเพียง 12  ชั่วโมงเพื่อตามหาหลักฐานมัดตัวคนร้าย การไล่ล่าครั้งนี้ เดิมพันด้วยชีวิตของมิจิน!! https://www.youtube.com/watch?v=gppSQejFYI8 A Bittersweet Life (2005, คิมจีวุน) อาชญากรรมและแก๊งมาเฟียดูจะเป็นสิ่งที่มาคู่กันอย่างเสียไม่ได้ โดยเนื้อหามักจะวนเวียนอยู่กับเรื่องของศักดิ์ศรี ความจงรักภักดี ศีลธรรม อำนาจกับความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม โดดเด่นด้วยฉากต่อสู้หลากรูปแบบ การขับเคลื่อนเรื่องราวชวนลุ้น และฉากหลังที่เป็นโลกใต้ดินอันหม่นหมองฉ้อฉลไร้ซึ่งความหวั่นเกรงต่ออำนาจรัฐ ‘ซันวู’ ผู้จัดการโรงแรมพ่วงตำแหน่งมือขวาของเจ้าพ่อมาเฟีย ได้รับมอบหมายให้ไปจับตาดูสาวคนรัก ของเจ้าพ่อที่ถูกสงสัยว่ากําลังคบชู้แต่กลับตกหลุมรักเธอเสียเอง ความรักเข้ามาทําให้คนไร้หัวใจอย่างเขาต้องปั่นป่วน ซึ่งด้วยการตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เขาก็ถูกลากเข้าสู่การวิวาทกับแก๊งคู่แข่ง พร้อมกับถูกตลบหลังอย่างสาหัสจากแก๊งตัวเอง https://www.youtube.com/watch?v=olAklLnDmuA Confession of Murder (2012, จองบยองกิล) นอกจากจะพูดถึงช่องโหว่ทางกฎหมายเรื่องอายุความแล้ว Confession of Murder ยังว่าด้วยเรื่องของการแก้แค้น เมื่อกฎหมายไม่สามารถทำอะไรกับฆาตกรได้ ครอบครัวของเหยื่อจึงลุกขึ้นมาหาทางจัดการกับฆาตกร การแก้แค้นจึงเป็นการเรียกหาความยุติธรรมที่กฎหมายมอบให้ไม่ได้และชวนให้คนดูลุ้นไปกับการแก้แค้นเพื่อปลดปล่อยและเยียวยาความเจ็บปวดของเหยื่อไปพร้อมๆกัน เมื่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 11 ศพ หมดอายุความลง และฆาตกรต่อเนื่องได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ ‘คำสารภาพของฆาตกร’ เพื่อประกาศว่า เขานี่แหละคือฆาตกรต่อเนื่อง ครอบครัวของเหยื่อทนอยู่กับความคับแค้นใจและพยายามหาหนทางเพื่อจับคนร้าย มีเพียง ‘นับสืบชอย’ เจ้าของคดีที่เชื่อว่า ฆาตกรที่มีใบหน้าหล่อเหลาคนนี้ไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง และแล้ววันหนึ่ง สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งก็ได้รับโทรศัพท์ลึบลับว่า เขาต่างหาก ที่เป็นฆาตกรตัวจริง... https://www.youtube.com/watch?v=SyjWMNzMUPw A Man from Nowhere (2010, ลีจองบอม) ฉากแอ็กชั่นในระดับของ Oldboy นั้นยากที่จะมีเรื่องไหนเทียบเท่า แต่ก็ยังมีหนังธริลเลอร์เกาหลีเรื่องอื่นๆ อีกมากที่ทำฉากแอ็กชั่นซึ่งขับเคลื่อนเรื่องราวไปข้างหน้าได้ชวนระทึกและออกแบบท่วงท่าลีลาการต่อสู้ได้อย่างโดดเด่น เช่น งานของนาฮงจิน (The Chaser, The Yellow Sea), ฉากไล่ล่ากันทั้งในรถและบนตัวรถที่กำลังวิ่งอยู่ ใน Confession of Murder, ฉากล่าและฆ่าไม่ยั้งใน A Man from Nowhere หรือฉากเปิด-ปิดไฟของ A Bittersweet Life ที่เปลี่ยนผ่านจากฉากดราม่าเหงาหงอยไปเป็นฉากแอ็กชั่นได้อย่างแนบสนิท ‘แตซิก’ หนุ่มเจ้าของโรงรับจำนำผู้รักสันโดษ ที่หลบหนีอดีตอันแสนเจ็บปวด และ ‘ซูมิ’ เด็กน้อยลูกของสาวนักเต้นขี้ยา ที่ไม่เคยสนใจใยดีเธอ ทั้งคู่เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของกันและกัน จนวันหนึ่งแม่ของซูมิได้ขโมยยาเสพติดของแก็งค์ค้ายามาทำให้ถูกตามล่าตัว แตซิกพบศพของแม่ซูมิถูกค้าอย่างโหดเหี้ยม อวัยวะทุกส่วนถูกควักไปขาย และซูมิถูกจับตัวไป เขาจึงตามล่าทุกวิถีทาง เพื่อพาตัวเพื่อนคนเดียวของเขากลับคืนมา https://www.youtube.com/watch?v=38rPoGSr19U Memories of Murder (2003, บองจุนโฮ) หนังไม่เพียงรื้อฟื้นความทรงจำถึงคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นจริงและมิอาจปิดคดีได้ หากยังกระตุ้นเตือนถึงฝันร้ายและอาชญากรรมที่รัฐเคยทำไว้กับประชาชน อาจกล่าวได้ว่าการถูกกดขี่อย่างไร้ความปรานีมาอย่างยาวนานในอดีตนี่เองคือหนึ่งในต้นเหตุสำคัญที่ความโกรธเกรี้ยวและความรุนแรงเจริญงอกงามในหนังเกาหลีเหลือเกิน ในคืนวันฝนตก หญิงสาวได้หายตัวไปทีละคน ทีละคน พร้อมกับศพที่ถูกพบโดยมีกางเกงในมัดหน้าไว้ ยิ่งนักสืบสืบเข้าใกล้ความจริงมาขึ้นเท่าไหร่ การฆาตกรรมก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และทวีคูณความโหดร้ายมากขึ้นเรื่อยๆและไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้ เมื่อฆาตกรทั้งฉลาดและก้าวนำหน้าเหล่านักสืบหนึ่งก้าวเสมอ จึงเป็นหน้าที่ของ ’นักสืบปาร์ค’ และ ’นักสืบซอ’ ที่จะต้องคลี่คลายคดีสะเทือนขวัญนี้ให้ได้ ! https://www.youtube.com/watch?v=dTnyhLywdJc ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

Berserk Musou ประกาศเลื่อนวางจำหน่ายเป็น 27 ตุลาคม
Berserk Musou /  PS Vita / 

จริงดังคาด..Berserk Musou ประกาศเลื่อนแล้ว Berserk Musou เกม Big Title ที่หลายๆ คนรอคอยอีกเกมหนึ่งได้ประกาศเลื่อนกำหนดวางจำหน่ายแล้ว โดยเลื่อนออกไปจากเดิมคือวันที่ 21 กันยายนไปเป็นวันที่ 27 ตุลาคม ปี 2559 แทน และเกมนี้ในเวอร์ชั่น JP นั้นจะมีให้เล่นบนเครื่อง PS4 PS3 และ PSVita ส่วนในเวอร์ชั่น US และ Europe จะไม่มีบน PS3 แต่มีใน Steam แทน ▼ หน้าปกเกมเวอร์ชั่น PS4 [JP] ในเกมเวอร์ชั่นแรกนี้กำหนดราคาไว้ที่ 7,800 เยน สำหรับ PS4 ทั้งแบบฮาร์ดก็อปปี้และดาวน์โหลด บน PS Vita ราคา 6,800 เยนเช่นกัน ส่วนบน PS3 จะเป็นแบบดาวน์โหลดเท่านั้น ราคา 7,800 เยน แต่ราคาบน Steam ยังไม่ได้แจ้งมาว่าเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเราซื้อแบบ First Edition แล้วจะได้โค้ด Costume ชุดอาบน้ำ ของแคสก้าด้วยนะ ชุดนี้ปรากฏในเรื่องตอนไหนคงไม่ต้องบอก สาวกทราบดี เชื่อว่าต้องกระโดดฟันดาบนี่มีลุ้นแน่นอน ▼ ชุดอาบน้ำ Costume พิเศษเฉพาะ First Edition นอกจากนี้ก็จะมี Costume ชุดต่างๆ ของตัวละครอื่นที่ปรากฏในเกมด้วย น่าจะมาในรูปแบบ DLC แน่นอน ส่วนตอนนี้ไปดู SS กระตุ้นต่อมอยากเล่นๆ กันก่อนดีกว่า ▼ ภาพจาก Gamecity ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ง่ายๆ ด้วยการแชร์เรื่องราวและคอมเม้นท์ความคิดเห็นของคุณครับ ^^ ติดตามข่าวเกม Console ต่างๆ ได้ที่นี่ -->[Click] ที่มา ANN, Gamecity

Dyson Pure Cool Link พัดลมฟอกอากาศ ปราศจากมลพิษ
Dyson /  พัดลม / 

ในปัจจุบันนี้สภาพมลพิษทางอากาศในเมืองต่างๆทั่วโลกได้ทวีความรุนแรงขึ้น แต่จะมีใครรู้บ้างว่ามลพิษทางอากาศภายในอาคารและบ้านพักอาศัยของเรามีความรุนแรงได้มากกว่ามลพิษทางอากาศภายนอกอาคารถึง 5 เท่า ซึ่งพวกเราใช้เวลาในแต่ละวันอยู่ภายในอาคารถึงประมาณ 90% มลพิษทางอากาศภายในอาคารที่เราพบได้บ่อย จะมาจากก๊าซที่เราใช้หุงต้มอาหารและความร้อนในการประกอบอาหาร, ขนสัตว์เลี้ยง, ละอองเกสรดอกไม้ และสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ มลพิษเหล่านี้ล้วนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เป็นอนุภาคขนาดเล็กมากและมีแนวโน้มที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย อนุภาคเหล่านี้ล่องลอยและหมุนเวียนอยู่ในอากาศภายในบริเวณบ้านที่เราพักอาศัย ไดสัน (Dyson) ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศอังกฤษ จึงได้ระดมทีมวิศวรกรคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหามลพิษอากาศภายในอาคาร โดยนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลศาสตร์ของไหล (fluid dynamics) และระบบการกรอง มาประกอบกัน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ นั่นคือพัดลมฟอกอากาศ Dyson Pure Cool™ Link  ซึ่งพัดลมฟอกอากาศเครื่องนี้มีระบบตรวจจับอัจฉริยะ คำนวณและแสดงผลคุณภาพอากาศภายในบ้านพักอาศัยของคุณได้โดยอัตโนมัติ ทั้งยังรายงานผลเปรียบเทียบคุณภาพอากาศภายในบ้านและนอกบริเวณบ้านส่งตรงถึงคุณผ่านแอพพลิเคชั่นในมือถือและแท็บเล็ต เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Dyson Linkนั่นทำให้มลพิษที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สามารถสังเกตเห็นและรับรู้ถึงอันตรายได้ เพียงปลายนิ้วสัมผัส เจมส์ ไดสันผู้ก่อตั้งและหัวหน้าทีมวิศวกรของไดสัน กล่าวว่า: “พวกเรามักจะกังวลเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศภายนอกอาคาร ซึ่งแท้จริงแล้วมลพิษทางอากาศภายในอาคารกลับมีความรุนแรงที่น่ากลัวกว่ามาก ทีมวิศวกรของไดสันตระหนักถึงความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี จึงพัฒนาเครื่องฟอกอากาศที่มีระบบการทำงานอัตโนมัติสามารถกำจัดอนุภาคขนาดเล็ก สารก่อภูมิแพ้ต่างๆ กลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่ก่อให้เกิดมลพิษในอากาศได้โดยเราไม่ต้องสั่งการ และยังรายงานผลแบบ real time ส่งตรงถึงคุณ” พัดลมฟอกอากาศ Dyson Pure Cool™ Link ใช้เทคโนโลยีการกรอง ระบบ 360° Glass HEPA filterที่พัฒนาขึ้นเฉพาะไดสัน ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะสามารถดักจับมลพิษในอากาศ ได้ถึง 99.95% ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ อนุภาคขนาดเล็ก ที่แม้จะเล็กเพียง 0.1 ไมครอนที่ลอยอยู่ในอากาศให้ถูกเก็บอยู่ในแผ่นกรอง ความพิเศษไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะระบบเซ็นเซอร์ในตัวเครื่องจะทำหน้าที่ตรวจจับและวัดระดับคุณภาพอากาศภายในอาคารโดยอัตโนมัติ แม้คุณจะไม่อยู่บ้าน ถ้าพบว่ามีคุณภาพอากาศที่ต่ำกว่ามาตราฐาน พัดลมฟอกอากาศนี้ก็จะทำการฟอกอากาศเพื่อให้อากาศที่ไหลผ่านออกมามีคุณภาพอย่างแท้จริง ทันทีที่คุณก้าวเข้าบ้าน คุณก็พร้อมจะสูดอากาศที่ปลอดภัยเข้าไป และนี่ไม่ใช่เพียงเครื่องฟอกอากาศ แต่เป็นพัดลมฟอกอากาศ ดังนั้นจึงมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับพัดลมรุ่นอื่นๆของไดสัน นั่นคือ ทำงานเงียบและทรงพลัง Dyson Pure Cool™ Link จะทำให้อากาศภายในบ้านของคุณปลอดภัย ไร้มลพิษ รวมถึงคงความเย็นให้บ้านของคุณได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้แอพพลิเคชั่น Dyson Link ยังเก็บบันทึกผลคุณภาพอากาศภายในบ้านของคุณ ให้คุณได้ทราบถึงระดับมลพิษทางอากาศว่าช่วงใดมีระดับสูงหรือต่ำอย่างไร เพื่อทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่มาของมลพิษนั้นๆต่อไป เช่น ช่วงฤดูมรสุม ที่มีลมพัดอย่างต่อเนื่อง เราจะพบมลพิษที่มาจากฝุ่นละอองภายนอกมากกว่าปกติ หรือ ในขณะที่คุณกำลังทำกับข้าว มลพิษภายในบ้านของคุณก็จะสูงขึ้นเช่นกัน แต่คุณสามารถหมดกังวลกับปัจจัยต่างๆที่จะทำให้บ้านของคุณมีมลพิษทางอากาศสูงขึ้นได้ เพียงเลือกตั้งค่าไปที่ระบบอัตโนมัติ พัดลมฟอกอากาศนี้ก็จะสามารถรักษาสมดุล ให้บ้านของคุณมีคุณภาพอากาศที่ได้มาตรฐานตลอดเวลา Dyson Pure Cool™ Link พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ที่ ห้างสรรพสินค้าและร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ อาทิเช่น เซ็นทรัล ชิดลม/ เพาเวอร์บาย เซ็นทรัลเวิล์ด / เซ็นทรัล ลาดพร้าว / สยามพารากอน / เอ็มโพเรียม / เดอะมอลล์ บางกะปิ / เดอะมอลล์ บางแค ฯลฯ  โดยวางจำหน่าย 2 ขนาด คือขนาดทาวเวอร์ ราคา 31,900 บาท และขนาดตั้งโต๊ะ ราคา 25,900 บาท สำหรับสีที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยได้แก่สี Silver-White  ทั้งยังรับประกันคุณภาพ 2 ปี (ฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่ ภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน) ใส่ใจสุขภาพของคุณและครอบครัว เริ่มตั้งแต่อากาศที่คุณหายใจเข้าไป กับ Dyson Pure Cool™ Link เทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

เงินเงินเงิน!ต็อตติจวกอิกัวอินซบม้าลายทำลายวงการลูกหนัง
กอนซาโล่ อิกัวอิน /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

กอนซาโล่ อิกัวอิน กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของโลกอันดับที่ 3 ทันทีหลังจากย้ายจาก นาโปลี มาร่วมทีม ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 90 ล้านยูโรแต่ดูเหมือนรุ่นใหญ่ในวงการลูกหนังอิตาลีอย่างต็อตติจะไม่ค่อยแฮปปี้โดยเจ้าชายหมาป่าที่อยู่กับทีมมาแล้ว24 ปีได้ออกมาจวกกการย้ายทีมครั้งนี้ของกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าว่า “นักเตะสมัยนี้เหมือนพวกเรร่อนพวกเขาตามกลิ่นเงินไปทุกที่ ไม่ได้ตามหัวใจของตัวเอง มีไม่มีคนนักหรอกที่จะตามหัวใจของเขาไป พวกเขาคิดที่จะย้ายทีมเพื่อแชมป์และเงิน” ต็อตติกล่าวผ่านสื่อในอิตาลี “ฟุตบอลเปลี่ยนไปเยอะ ตอนนี้มันเป็นเรื่องเงินล้วนๆ นักเตะย้ายทีมกันตลอดเวลา เพื่อทำเงินเพิ่มมากกว่าที่จะทำตามแรงขับของพวกเขา” “การที่อิกัวอินย้ายจากนาโปลีไปยูเวนตุสนี้มันหายนะชัดๆ” “ไม่มีนักเตะต่างชาติคนไหนที่เหมือนมาราโดน่าเลย"

“หม่ำ จ๊กม๊ก” ขอปั้น “จืด บดีกร” ขึ้นแท่นผู้กำกับ “อาม่า”
บดีกร โลหะชาละ /  หม่ำ จ๊กม๊ก / 

 “หม่ำ จ๊กม๊ก” ขอปั้น “จืด บดีกร” ขึ้นแท่นผู้กำกับ “อาม่า” ถือเป็นนักแสดงตลกที่มากมีความสามารถกำกับภาพยนตร์มาไม่รู้กี่เรื่อง มาปีนี้ หม่ำ จ๊กม๊ก ก็เห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะปลุกปั้นผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง จืด บดีกร โลหะชาละ ให้ขึ้นแท่นกุมบังเหียนกำกับภาพยนตร์ฮาสยองเรื่อง อาม่า เป็นครั้งแรก ทั้งนี้เพราะเจ้าตัวเห็นแววจากการร่วมงานกันในตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับของเขานั่นเอง งานนี้นอกจากจะร่วมเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์แล้ว...หม่ำ จ๊กม๊กยังพูดถึงผู้กำกับใหม่ของเขาว่า “ผมก็ร่วมงานกับคุณจืดมาหลายเรื่องแล้วครับ เขาจะเป็นผู้ช่วยของผมมาโดยตลอด ตั้งแต่แหยม 2 ไล่ ๆ มาหลังจากนั้นก็ทำด้วยกันมาทุกเรื่องก็เป็นสิบปีแล้ว เค้าก็ทำงานโอเคเลยฮะ สะสมประสบการณ์มาตั้งนาน และนี่เป็นเรื่องแรกของเค้าที่ได้กำกับ เค้าเป็นคนขยัน มีความตั้งใจ มีความคิดสร้างสรรค์ ผมก็เลยอยากเห็นเค้ากำกับบ้าง ก็เลยแนะนำให้เค้าเข้าไปคุยกับเสี่ย นึกว่ามันไม่เอา มันเอาเว้ย (หัวเราะ) เออ ๆ ก็พาเข้าไปคุยกับเสี่ย เสี่ยก็ชอบ ให้ทำ ผมก็มีให้คำปรึกษาบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นมุกตลกมากกว่า ถ้าอยากได้แก๊กอะไรก็บอก จะได้ใส่ให้ ก็เอาบทมาดูและแนะนำว่าใส่แก๊กใส่มุกตรงนี้ได้นะ ‘อาม่า’ ก็เป็นหนังผีตลกดูง่าย ดูได้ทั้งครอบครัว หนังจะมีข้อคิดสอนใจด้วย ให้รักกัน สามัคคีกลมเกลียวกัน มีเรื่องราววุ่น ๆ ของพี่น้อง เรื่องราวเฮี้ยน ๆ ของผีให้มีสีสันความสนุกขึ้น ก็ถือว่าคลายเครียดด้วยแล้วก็ได้ข้อคิดด้วยครับ ก็อยากให้มาดูกัน ฝากหนังและผู้กำกับใหม่ของผมด้วยครับ” เตรียมฮาฮวงซุ้ยแตกกับ อาม่า วันที่ 25 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์