ข้อห้าม

ประหยัด ปัด2กรณีตำรวจคาดคนร้ายยิงถล่ม
ขัดแย้งส่วนตัว /  ชู้สาว / 

ความเคลื่อนไหวกรณีคนร้ายรอบสาดกระสุนแทนน้ำใส่รถยนต์ของ ประหยัด บุญญา กองหลังกัปตันทีมราชันมังกร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ในช่วงกลางดึกวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งประเด็นการสาดกระสุนในครั้งนี้ไว้ 2 ข้อคือวามขัดแย้งส่วนตัว และเรื่องชู้สาว ล่าสุด ประหยัด ได้ออกมาคาดการสาเหตุการยิงถล่มครั้งนี้ว่า คงไม่ไม่ใช่ 2 ประเด็นที่ตำรวจกล่าวแน่นอน เพราะปัจจุบันตนเองเลิกเที่ยว และไม่ได้มีปัญหากับใครมานานแล้ว ขณะที่ประเด็นชู้สาว นั้นไม่ใช่แน่นอน ส่วนมูลเหตุที่แท้จริงนั้นตนเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่รถน้องอีกคันก็เป็นสีขาว และน้องก็เป็นคนเกเรอยู่แล้ว ตนก็ไม่รู้ว่าจะเป็นประเด็นนี้หรือไม่

ระวัง 13 อาการโรคกลัวการไม่มีมือถือ หรือโนโมโฟเบีย
Nomophobia /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน กลายเป็นสิ่งจำเป็นติดตัวที่หลายๆ คนขาดไม่ได้ ทำให้ตอนนี้เกิดเป็นโรคชนิดใหม่ขึ้น ชื่อว่า "โรคโนโมโฟเบีย" (Nomophobia) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โรคติดโทรศัพท์มือถือ เพราะในปัจจุบันนี้โทรศัพท์มือถือถือเป็นปัจจัยที่ 5 ที่คนในยุคสมัยนี้ขาดไม่ได้...ระวัง 13 อาการโรคกลัวการไม่มีมือถือ หรือโนโมโฟเบีย ระวัง 13 อาการโรคกลัวการไม่มีมือถือ หรือโนโมโฟเบีย ผลจากการศึกษาของ Helsinki Institute for Information Technology ประเทศฟินแลนด์ พบว่า โดยเฉลี่ยคนจะเช็คโทรศัพท์มือถือวันละ 34 ครั้ง โดยมักจะเช็คอีเมล์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือ App ต่างๆ โดยจะใช้เวลาเช็คไม่เกิน 30 วินาที สำหรับสาเหตุที่เช็คนั้นไม่ใช่เพราะมีเรื่องด่วน แต่ว่าเป็นสิ่งที่ทำประจำจนเป็นนิสัยแล้ว หรือห้ามใจไม่ไหว ดังนั้น หากวางมือถือผิดที่จะใช้เวลาเพียงไม่นานก็ทราบว่ามือถือหาย นักวิจัยวิทยาวิเคราะห์ว่า กลุ่มคนอายุน้อยมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่า เพราะช่วงวัยรุ่นจะติดเพื่อน ติดเกมส์มากกว่า และเมื่อเราเอาแต่ติดโทรศัพท์ ติดโซเชียล ทำให้เราละเลยที่จะทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน บางครั้งก็เล่นจนไม่ได้รับประทานอาหาร อดหลับอดนอน หรือไม่สนใจคนรอบข้าง อาจทำให้สุขภาพเสียได้หรือเกิดนิสัยที่ไม่ดีติดตัว และที่สำคัญที่สุดคงจะเป็นเรื่องของเวลา ยิ่งเราหมกตัวอยู่กับโทรศัพท์มากเท่าไหร่ ทำให้เรามีเวลาดูแลตัวเองน้อยลงมากเท่านั้น รวมถึงการออกกำลังกายทำให้เราอ้วนไม่รู้ตัว ลองมาดู 13 อาการของ "โรคโนโมโฟเบีย" (Nomophobia) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โรคติดโทรศัพท์มือถือ ว่าเราเป็นแบบเดียวกับในข้อเหล่านี้บ้างหรือเปล่า? 1.) ตื่นนอนขึ้นมาสิ่งแรกที่คุณหาคือ "โทรศัพท์" 2.) เมื่อคุณอาบน้ำคุณต้องเอาโทรศัพท์เข้าไปด้วยอาจจะไปฟังเพลงหรือกดเล่น 3.) เมื่ออาบน้ำเสร็จ ระหว่างการทำการแต่งตัวหรือทำธุรกิจส่วนตัวต่างๆ คุณมักจะวางโทรศัพท์ไว้ข้างๆ และเปิดเพลงฟังด้วย 4.) ในขณะทำงานคุณต้องมีโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆ มือเสมอ 5.) ตลอดทั้งวันโทรศัพท์ไม่เคยที่จะห่างตัวเลย 6.) เมื่อคุณขึ้นรถคุณต้องเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถือไว้หรือเอาออกมาวางให้เห็นหรือกดเล่น 7.) คุณมักจะเอาโทรศัพท์มากดเล่นๆ เมื่อว่างจะดูรูปภาพ ถ่ายรูป ฟังเพลง เล่นเกมส์ 8.) เวลาคุณนอนต้องเอาโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัวก่อนนอน หรือเล่นโทรศัพท์จนนอนหลับไป 9.) ตลอดทั้งวันเวลาไปไหนคุณต้องหยิบโทรศัพท์ติดตัวไปด้วยเสมอ 10.) เวลาทำงานต่างๆ หรือแม้แต่พักผ่อน อ่านหนังสือ คุณต้องเอาโทรศัพท์มาไว้ฟังเพลงหรือวางไว้ข้างๆ 11.) ชอบมองโทรศัพท์บ่อยๆ 12.) คุณมักจะชาร์ตแบตเตอรี่ให้เต็มตลอดเวลา หรือไม่ก็มีแบตเตอรี่สำรองติดตัวตลอดเวลาเดินทางไปไหน 13.) คุณคิดว่าโทรศัพท์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคุณ ที่ขาดไม่ได้ สำหรับการติดตามเรื่อง "โนโมโฟเบีย" (Nomophobia) ในประเทศไทย ในช่วงต้นปี 56 ที่ผ่านมาสำนักงานส่งเสริมสังคมเเห่งการเรียนรู้เเละคุณภาพเยาวชน (สสค.) ออกมาเปิดเผยผลสำรวจหัวข้อว่า "1 วันในชีวิตเด็กไทย" ในกลุ่มตัวอย่างประมาณ 3,000 คนทั้งในกรุงเทพฯเเละต่างจังหวัด พบข้อมูลที่น่าสนใจ คือวงจรชีวิตของเด็กไทยใน 1 วัน สิ่งเเรกที่เด็ก 51% ทำหลังตื่นนอน คือการเช็คโทรศัพท์มือถือ สิ่งสุดท้ายที่เด็ก 35% ทำก่อนนอนคือใช้โทรศัพท์มือถือเล่นเฟซบุ๊กเเละไลน์" ข้อมูล www.thaibio.com

นปช. ยุติชุมนุม 18 เม.ย. แล้ว
ข่าวม็อบ /  นปช / 

นปช. ยุติชุมนุม 18 เม.ย. แล้ว ยันไม่ได้หนีแต่เป็นการหยุดตามวาระ หลังศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้วินิจฉัยนายกฯ พ้นสภาพ ลั่น นายกฯ ม.7 ทำไม่ได้ จากกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้ประกาศชุมนุมใหญ่วันที่ 18 เม.ย. 2557 ไปก่อนหน้านี้นั้น วันนี้ (17 เม.ย. 57) นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษก นปช. ได้ออกมาประกาศยุติการชุมนุมดังกล่าวแล้ว เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีการวินิจฉัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นสภาพปมโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ในวันดังกล่าว หลังนายกฯ ได้ส่งทนายยื่นคำร้องขอเลื่อนเข้าชี้แจงในคดีดังกล่าวออกไป 15 วัน และศาลรัฐธรรมนูญได้นัดพิจารณาในวันที่ 23 เม.ย. ว่าจะให้เลื่อนตามคำร้องดังกล่าวหรือไม่ ขณะที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. ได้เผยว่า การยุติชุมนุมดังกล่าวไม่ใช่การถอย แต่เป็นการชุมนุมตามสถานการณ์สำคัญ ซึ่งต่อจากนี้จะมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ดังนั้นขอให้มวลชนคนเสื้อแดงเตรียมตัวให้พร้อม หากสถานการณ์เปลี่ยนจะได้นัดรวมพลและชุมนุมได้ทันที พร้อมกันนี้ขอส่งสัญญาณไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และองค์กรอิสระต่าง ๆ ว่า หากไม่ทำให้เกิดการเลือกตั้งหรือตัดสินคดีอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมประชาชนจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้วจะออกมาสู้เพื่อความเป็นธรรม ส่วนข้อเสนอรัฐบุคคล รวมถึงนายกฯ มาตรา 7 ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เพื่อแก้ปัญหาประเทศนั้น ขอยืนยันว่าไม่สามารถทำได้ MThai News

ความเชื่อ จริงหรือ...! อยากสมหวังในรักต้องจับหน้าอกจูเลียต
ความเชื่อ /  ความเชื่อเรื่องความรัก / 

Horoscope.Mthai.com มีข้อมูลมาบอก สำหรับใครที่อยากสมหวังในความรัก ซึ่งคนต่างประเทศมี ความเชื่อ ว่า หากจับหน้าอกรูปปั้นสำริดของจูเลียต จะทำให้โชคดีในความรัก หรือคนโสดก็จะได้สมหวังในรัก โรเมโอจูเลียต หากเอ่ยถึงความรักอันเป็นนิรันดร์ แน่นอนว่าเราคงต้องโรเมโอและจูเลียตหรือโรเมโอจูเลียต ละครโศกนาฏกรรม ประพันธ์โดยวิลเลียม เชกสเปียร์ ในทุกๆปีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศที่มี ความเชื่อ ในเรื่องความรัก ต่างหลั่งไหลไปชมบ้านหลังหนึ่งที่ เมืองเวโรนา เมืองที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเวโรนา แคว้นเวเน โตในประเทศอิตาลี รูปปั้นจูเลียต ทั้งนี้มี ความเชื่อ กันว่าเมืองเวโรนา เป็นบ้านของจูเลียต คู่รักของโรมิโอแห่งนิยายรักอมตะนิรันดร์กาลของวิลเลี่ยม เชคส์เปียร์ ที่นี่ถูกยกย่องให้เป็นเสมือนที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งรักแท้ นักท่องเที่ยวจะเข้าแถวกันเพื่อจับหน้าอกของรูปปั้นสำริดของจูเลียต โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้โชคดีในความรัก หรือคนโสดก็จะได้สมหวังในรัก นอกจากนั้นยังนิยมเขียนจดหมายถึงจูเลียตและนำไปติดที่ผนังของบ้านด้วยหมากฝรั่ง เรื่องนี้ทำให้ทางการเวโรนาต้องออกกฎห้ามเนื่องจากหมากฝรั่งจะทำให้ผนัง ของบ้านโบราณได้รับความเสียหายได้ ผู้ที่ฝ่าฝืนจะโดนปรับ 600 เหรียญสหรัฐ หากคุณคืออีกคนที่มี ความเชื่อ ในเรื่องความรัก แนะนำว่าไม่ควรพลาดไปเยือนเมืองเวโรนาสักครั้ง ขอบคุณข้อมูลจาก horoscope.thaiza.com

ช็อกนิดนึง!กิเลนผยอง ยกเลิกสัญญา รี ควาง ชอน
April 25 Sports Club /  กิเลนผยอง / 

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แถลงผ่านเฟซบุ๊คของสโมสรประกาศยกเลิกสัญญากับ รี ควาง ชอน ปราการหลังโสมแดง ทีมชาติเกาเหนือ ด้วยเหตุที่ว่า รี ควาง ชอน ไม่สามารถเบียดผู้เล่นที่มีอยู่ขึ้นมาเป็นตัวจริงได้ อีกทั้ง รีควาง ชอน ยังอยากที่จะเล่นระดับสูงสุดอยู่ ซึ่งการยกเลิกสัยญาครั้งนี้เป็นไปตามข้อตกลงที่ดีของทั้ง 2 ฝ่าย ทางสโมสรฯ ขอขอบคุณ รี ควาง ชอน ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สโมสรฯ ประสบความสำเร็จมาได้ด้วยดีตั้งแต่ฤดูกาล 2012 ที่พาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 3 ได้เป็นผลสำเร็จ และขอให้เจ้าตัวประสบความสำเร็จในอนาคต โดย รี ควาง ชอน จะบินกลับเกาหลีเหนือ ทันที เพื่อไปเล่นให้ต้นสังกัดเก่า สโมสร April 25 Sports Club

มโนราห์ รอยัล คุยซีน ชวนชิมคลายร้อนกับเมนูข้าวแช่และข้าวเหนียวมะม่วง
ข้าวเหนียวมะม่วง

มโนราห์ รอยัล คุยซีน ชวนชิมคลายร้อนกับเมนูข้าวแช่และข้าวเหนียวมะม่วง มโนราห์ รอยัล คุยซีนร้านอาหารไทยร่วมสมัย ภายใต้การบริหารงานของอิมแพ็ค ชวนคุณลิ้มลองเมนูอาหารไทยรสชาติต้นตำหรับรับหน้าร้อน ในบรรยากาศแบบไทยๆ ณ สถานที่แห่งความทรงจำอันทรงค่าด้วยเมนูพิเศษ”ข้าวแช่” เต็มอิ่มแบบครบเครื่องแสนชื่นใจในราคา 120 บาท ++ พร้อม “ข้าวเหนียวมะม่วง”หวานมันส์กลมกล่อม220 บาท++ ห้ามพลาดความอร่อยตั้งแต่วันนี้ -31 พ.ค. ศกนี้ ได้ที่ร้านมโนราห์ รอยัล คุยซีน ตั้งอยู่ ณ อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา11.00-21.00น. สำรองที่นั่ง โทร. 02-206-7310

นายกไม่ตอบก้าวล่วงทูลเกล้าฯ ย้ำชัยเกษมชงม.7ยึดกม.
นายกรัฐมนตรี /  นายกฯพระราชทาน / 

นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบก้าวล่วงทูลเกล้าฯขอพระบรมราชวินิจฉัย ย้ำชัยเกษม ชง ม.7 ต้องยึดกฎหมาย เชื่อไร้สุญญากาศ ปัดเตรียมทางออก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำว่า กรณีข้อเสนอของ นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 7 นั้น จะต้องยึดตามหลักของรัฐธรรมนูญ ขณะที่นายกรัฐมนตรี เลี่ยงตอบคำถามกรณีที่ กปปส. ตำหนิว่า การทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัย อาจจะเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจหรือไม่ โดยกล่าวว่า ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนในการแก้ปัญหา ซึ่งในแง่กฎหมาย ก็ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ เพราะหลายฝ่ายมีความเห็นที่ต่างกัน จึงต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหารือให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ไม่เกิดสุญญากาศทางการเมืองอย่างแน่นอน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีแต่งตั้งโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ตามหลักของกฎหมาย และหากแม้วินิจฉัยให้สิ้นสภาพ ก็ยังมีรองนายกรัฐมนตรี คนอื่น ปฏิบัติหน้าที่แทนอยู่แล้ว แต่ปฏิเสธว่า รัฐบาลเตรียมหาทางออกไว้หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองอย่างหนึ่งอย่างใดเกิดขึ้น ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้ทนายความส่งเอกสารชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญไปบางส่วนแล้ว ส่วนการออก พ.ร.ฎ.เปิดวุฒิสภา สมัยวิสามัญนั้น ทางกฤษฎีกา และเลขาธิการ ครม. จะหารือกับ เลขาธิการวุฒิสภา เพื่อดำเนินตามขั้นตอนต่อไป

20 ข้อ ความรู้รอบตัวที่คุณอาจไม่รู้
20 ข้อน่ารู้ /  ความรู้รอบตัว / 

มีสิ่งรอบตัวที่มีความรู้และน่าสนใจมากมาย แต่เราอาจจะไม่ได้ใส่ใจและปล่อยผ่านไป วันนี้เว็บทีนเอ็มไทย ขอยกตัวอย่าง 20 ข้อ ความรู้รอบตัวที่คุณอาจไม่รู้ มาบอกเพื่อนๆ กัน รับรองว่า สิ่งที่ทุกคนจะได้รู้ต่อไปนี้ จะทำให้คุณเผลอพูดออกมาว่า "จริงดิ!!" แน่นอน พร้อมกันยัง? กับ  20 ข้อ ความรู้รอบตัวที่คุณอาจไม่รู้ 1. โรอัลด์ อะมุนด์เซน ชาวนอร์เวย์ เป็นคนแรกของโลกที่เดินทางไปถึงขั้วโลกใต้ ในวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1911 2. สังเกตไหมว่า การเกิดไฟไหม้ป่าจะลุกลามขึ้นเขา เร็วกว่า ลามลงเขา 3. ตึกเอ็มไพร์สเตรทในประเทศสหรัฐ ใช้ก้อนอิฐเป็นองค์ประกอบมากกว่า 10 ล้านก้อน 4. ลูกปลาวาฬสีน้ำเงิน 1 ตัว มีน้ำหนักตัวพอๆ กับ เด็กทารกถึง 1,000 คน 5. ลืมกันหรือเปล่า? ว่า ประเทศไทย เปลี่ยนมาใช้ ธงไตรรงค์ตรั้งแรกใน รัชกาลที่ 6 6. จังหวัดที่เล็กที่สุดของอังกฤษ คือ "รัทแลนด์" 7. ผู้ก่อตั้งโรงเรียน กุลสตรีวังหลัง และ เป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของไทย คือ แหม่มเฮ้าส์ 8. รางรถไฟเส้นทางแรกของโลก สร้างขึ้นที่อังกฤษ 9. ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีการจัดการระบบขยะที่ดีที่สุดในโลก 10. ปราสาทหินพิมาย เป็นโบราณสถานของไทย ที่มีอายุเก่าแก่กว่า นครวัดของกัมพูชา 11. ฉี่ของแมว สามารถเรืองแสงได้ ในแสงแบล็คไลท์ 12. ความเร็วเฉลี่ยของการหลั่งอสุจิคือ 28 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ซึ่งเร็วกว่านักวิ่งบางคนซะอีก 13. การดื่มน้ำเปล่า 2 ลิตรนั้น จะเป็นตัวช่วยในการเผาผลาญอาหารได้เพิ่มขึ้นถึง 150 แคลอรี่ ซึงเท่ากับการวิ่งออกกำลังกายถึง 30 นาทีเลยทีเดียว 14. สฟิงซ์ที่ใหญ่ที่สุด คือ สฟิงซ์ในเมืองกิซ่า ใกล้กรุงไคโน มีความยาว 70 เมตร และสูง 20 เมตร 15. สถานีรถไฟท่านาแล้ง ถือเป็นสถานีรถไฟแห่งแรกและแห่งเดียวของลาว 16. ชาติที่ใช้เข็มทิศ ในการเดินเรือ เป็นชาติแรก คือ  จีน 17. คิงโพธิ์แดง เป็นไพ่คิงใบเดียวในสำรับ ที่ไม่มีหนวด 18. ผู้หญิงที่เกาะฮาวายที่ทัดดอกไม้ที่หูข้างซ้ายแสดงว่า มีเจ้าของแล้ว 19. กล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายคือ ลิ้น 20.มหาวิทยาลัยยูนิส บนเกาะชวาลบาร์ด ประเทศนอร์เวย์ เป็นมหาวิทยาลัยที่หนาวที่สุดในโลก อยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือ 600 ไมล์และมีอุณหภูมิในระดับต่ำกว่าจุดเยือกแข็งถึง -20 องศาเซลเซียล เป็นไงกันบ้างค่ะ กับ 20 ข้อ ความรู้รอบตัวที่คุณอาจไม่รู้ และเพื่อนๆ สามารถนำความรู้เรื่องแปลกๆ นี้ไปคุยเม้าส์กับกลุ่มก๊วนที่อาจไม่รู้ก็สนุกดีนะ หรือหากใครที่มีความรู้แปลกใหม่ๆ ก็สามารถนำมาแชร์กันได้นะคะ

กกต. ยัน 64พรรค ตอบรับถกลต. 22 เม.ย.แล้ว
กกต /  ข่าวกกต. / 

เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เผย ตอบรับแล้ว 64 พรรคการเมือง หารือ กกต. 22 เมษายนนี้ ขณะประชาธิปัตย์ ร่วมด้วย นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยถึงการหารือร่วมกัน ระหว่าง กกต. และ พรรคการเมือง ในวันที่ 22 เมษายนนี้ ระบุว่า ล่าสุดมีพรรคการเมืองตอบรับเข้าร่วมหารือแล้ว 64 พรรคการเมือง โดยพรรคประชาธิปัตย์ มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วม พร้อมด้วย นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ พรรคเพื่อไทย มี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรค และ นายโภคิน พลกุล ทีมกฎหมาย เข้าร่วม สำหรับข้อเสนอในการหารือครั้งนี้ กกต. จะมีการขอความเห็นแนวทางในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งใหม่ โดยมีกรอบที่จะเสนอ คือ ควรจัดเลือกตั้งภายใน 60 วัน หรือ 90 วัน หรือ 120 วัน หลังมีพระราชกฤษฎีกา ทั้งนี้ย้ำว่า จากการหารือร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงที่ผ่านมา สถานการณ์ในขณะนี้ ยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ทันที สำหรับการดำเนินคดีต่อกลุ่มบุคคลที่ขัดขวางการเลือกตั้งทั่วทั้งประเทศ ขณะนี้มี 26 จังหวัด ที่มีการขัดขวาง โดยมีการแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้ว 22 จังหวัด และดำเนินคดีแล้ว 7 จังหวัด โดยจากจำนวนคดีทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นดำเนินการจาก ศูนย์รักษาความสงบ แต่เป็นเพียงการแจ้งความจากประชาชนและบุคคลทั่วไปเท่านั้น ส่วนจำนวนคดีที่ร้องถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ทั่วทั้งประเทศ มีจำนวนขณะนี้มีทั้งสิ้น 24 คดี

กระบะเบียดเก๋งชนสิบล้อ ถนนบางนาตราดตาย4
กระบะชนรถเก๋ง /  บางนาตราด / 

กระบะ เบียดรถเก๋ง ชนสิบล้อ ที่ ถนนบางนาตราด ตาย 4 เจ็บ 1 ตร.สภ.บางพลี เร่งสอบเหตุก่อนแจ้งข้อหา ร.ต.ท. อานันธ์ ทองเหลือ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บางพลี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุก ทะเบียน 80-4299 ตราด ชนกับ รถเก๋ง ฮอนด้า บรีโอ้ สีขาว ทะเบียน กพ-5560 สุราษฎร์ธานี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ทันทีเป็นชาย  4 ราย และบาดเจ็บสาหัสเป็นหญิง 1 ราย  จุดเกิดเหตุ บริเวณ ถ.บางนา-ตราด ช่วงกิโลเมตรที่ 19 ถ.บางนา-ตราด   ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ  ที่ เกิดเหตุ พบรถยนต์ฮอนด้า บรีโอ้ อยู่ในสภาพพังยับ ชิ้นส่วนแตกกระจายหลุดออกจากตัวรถส่วนผู้โดยสารที่มากับรถ ฮอนด้าบรีโอ้ พบร่างของนายณัฐพงศ์ แสงสาคร อายุ 22 ปี คนขับรถติดอยู่ในตัวรถ นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิต กระจาย ออกนอกตัวรถ ประกอบด้วย นายวสันต์ เจริญชัยวิบูลย์ อายุ 21 ปี นายอานนท์ เจริญชัยวิบูลย์ อายุ 25 ปี และ น.ส.รัชดา เจริญชัยวิบูลย์ อายุ 26 ปี และยังมีผู้บาดเจ็บ อีก 1 ราย คือ น.ส.สุชาวดี ช่วยเกร็ด อายุ 18 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1 จาก การสอบถามนายอัครพล ปิ่นมณี พยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า พบเห็นรถกระบะ เชฟ พยายามขับแซงรถเก๋งฮอนด้า บรีโอ้ ส่งผลให้รถเก๋ง เสียหลักพุ่งชนรถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างทาง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว  ขณะที่ ร.ต.ท.อานันธ์ เตรียมสอบปากคำพยาน ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหา รวมทั้ง จะได้นำผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่ รพ.ตำรวจ ต่อไป

สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ปี 2014
การศึกษา /  การศึกษาแนวใหม่ / 

สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ปี 2014 นี้เป็นการจัดอันดับจาก QS World University Rankings สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกชื่อดัง ได้เผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยแบบใหม่โดยแบ่งตามสาขาวิชา เผื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการเรียนที่จะช่วยให้เพื่อนๆพัฒนาต่อได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ลองมาดูกันคะ ^^ สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ปี 2014 สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ปี 2014 : สังคมศาสตร์ (Social sciences) ในสาขาวิชาด้านสังคมศาตร์ทาง QS ได้ทำการสำรวจ 8 สาขาวิชาด้วยกัน ได้แก่ กฎหมาย (Law), สังคมวิทยา (Sociology), สถิติ (Statistics), เศรษฐศาสตร์ (Economics), การศึกษา (Education), บัญชีและการเงิน (Accounting and Finance), การสื่อสารและสื่อ (Communication and Media studies), และรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Politics and International studies) จากผลการสำรวจพบว่า Harvard University จากสหรัฐอเมริกา นอกจากจะโดดเด่นทางด้านสาขาวิชาสายวิทยาศาสตร์แล้ว ทางด้านสาขาวิชาสายศิลป์มหาวิทยาลัยระดับโลกแห่งนี้ก็ยังมาแรงแบบไม่เกรงใจใครเช่นกัน เพราะกวาดเรียบคว้าคะแนนนำเป็นอันดับ 1 ในหลายสาขาวิชาไม่ว่าเป็น การบัญชีและการเงิน, กฎหมาย, เศรษฐศาสตร์, รัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสังคมวิทยา ส่วนอันดับ 1 ด้านการสื่อสารและสื่อตกเป็นของ University of Wisconsin-Madison มหาวิทยาประจำ เมืองเมดิสัน รัฐวิซคอนซิน จากสหรัฐอเมริกาเช่นกัน ขณะที่มหาวิทยาลัยจากฝั่งสหราชอาณาจักรเบียดเข้ามาได้หนึ่งที่นั่งในสาขาวิชาการศึกษา ซึ่งกำชัยโดย Institute of Education, University of London มหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านการศึกษาที่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ส่วนสถาบันการศึกษาอื่นที่เด่นๆ จากสหราชอาณาจักรก็ได้แก่ วิทยาลัยเฉพาะทางด้านเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์โดยเฉพาะอย่าง The London School of Economics and Political Science (หรือที่รู้จักกันในชื่อ LSE) ที่เข้าโผมาเป็นอันดับ 3 ใน 3 สาขาวิชาได้แก่ เศรษฐศาสตร์, การบัญชีและการเงิน และรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วน The University of Melbourne และ University of New South Wales มหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าจากออสเตรเลีย ก็ติด 1 ใน 10 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในสาขาวิชาการบัญชีและการเงินด้วยกันทั้งคู่ ตามมาติดๆ ด้วย University of Sydney ซึ่งอยู่ในอันดับ 13 และมี Australian National University ที่อยู่ในอันดับ 7 ของสาขาวิชารัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นำหน้าตัวแทนของเอเชียอย่าง National University of Singapore ที่อยู่อันดับ 9 ไปเพียงเล็กน้อย ดูเพิ่มเติม >> http://www.hotcourses.in.th/study-abroad-info/latest-news/tops-arts-2014/  << สุดยอดมหาวิทยาลัยเด่นสายศิลป์ ปี 2014 : ศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (Arts & Humanities) ในสาขาวิชาด้านศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ทาง QS ได้ทำการสำรวจ 6 สาขาวิชาด้วยกัน ได้แก่ ปรัชญา (Philosophy), ภาษาสมัยใหม่ (Modern languages), ภาษาอังกฤษและวรรณคดี (English language and Literature), ภูมิศาสตร์ (Geography), ประวัติศาสตร์ (History) และภาษาศาสตร์ (Linguistics) หลังปล่อยให้มหาวิทยาลัยจากสหรัฐอเมริกาทำคะแนนนำลิ่วมาหลายสาขาวิชา ก็ถึงเวลาที่สหราชอาณาจักรจะได้ทวงท็อปฟอร์มกลับคืนมาบ้างด้วยการส่ง University of Oxford เข้ามาเป็นอันดับ 1 ในสาขาวิชาภาษาอังกฤษและวรรณคดี ภาษาสมัยใหม่ และภูมิศาสตร์ อันดับ 2 ในสาขาวิชาปรัชญา และประวัติศาสตร​์  อันดับ 4 ในสาขาวิชาภาษาศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็นตัวจริงของสาขาวิชาด้านศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์อย่างไร้ข้อกังขา ซึ่งโดยทั่วไปจากสถิติที่ผ่านมาหลายปี มหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักรก็มักจะทำคะแนนได้ดีในสาขาวิชาด้านนี้อยู่เสมอ ทางด้าน The London School of Economics and Political Science (LSE) อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักรก็ไม่น้อยหน้า เข้าวินตามมาติดๆ ในอันดับ 2 ของสาขาวิชาภูมิศาสตร์ ซึ่งใน 10 อันดับแรกนั้นมีมหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักรถึง 6 แห่ง อีก 4 แห่งที่แทรกเข้ามาได้ เป็นมหาวิทยาลัยจากสหรัฐอเมริกา 2 แห่ง มหาวิทยาลัยจากสิงคโปร์ และมหาวิทยาลัยจากแคนาดา อย่างละ 1 แห่ง ขณะที่ Oxbridge (ชื่อเรียก University of Oxford และ University of Cambridge) และมหาวิทยาลัยกลุ่มไอวี่ลีก (Ivy League: มหาวิทยาลัยเอกชนกลุ่มเล็กๆ ในอเมริกาที่มีชื่อเสียงอย่างมากในด้านการศึกษาที่ดีเยี่ยม) ยึดครองตำแหน่งท็อปของสาขาวิชาภาษาอังกฤษและวรรณคดี แต่สาขาวิชาปรัชญาจะค่อนข้างมีความหลากหลายของมหาวิทยาลัยที่ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ มากกว่า โดยมี New York University ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 และมี University of Pittsburgh และ Rutgers - The State University of New Jersey, New Brunswick เข้าวินมาเป็น 2 ใน 5 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดด้านสาขาวิชาปรัชญาด้วย ขอบคุณข้อมูล SUTASINEE LERTWATCHA hotcourses.in.th ดูเพิ่มเติม >> http://www.hotcourses.in.th/study-abroad-info/latest-news/tops-arts-2014/  <<

13โจทย์สุดช็อค 13คำท้าสุดอันตราย “13 Sins เกม13 เล่น ไม่ รอด” เกมวัดใจที่ต้องแลกด้วยชีวิต
13 Sins /  หนังฝรั่ง / 

เตรียมทุกโสตประสาทมาลุ้นตามไปกับภาพยนตร์ไอเดียระทึกที่จะทำให้คุณต้องลุ้นจนนาทีสุดท้าย “13 Sins” (เตอร์ทีน ซินส์) เกม13 เล่น ไม่ รอด ผลงานทริลเลอร์ฟอร์มร้อนแรงล่าสุดจากผู้อำนวยการสร้าง Insidious และ Sinister ซึ่งกำลังได้รับกระแสตอบรับจากสื่อชั้นนำต่างๆ ของอเมริกาอย่างคับคั่งในการนำเสนอที่ตื่นเต้น เร้าใจพร้อมการแสดงที่ทรงพลัง “13 Sins”  ถ่ายทอดเรื่องราวของ เอเลียต บรินเดิล (มาร์ค เว็บเบอร์) เซลส์แมนหนุ่มดวงตกที่กำลังมืดบอดจากปัญหาที่รุมเร้าเข้ามารอบด้าน แต่จู่ๆ ก็มีโทรศัพท์ลึกลับที่อ้างว่าเขากำลังร่วมสนุกในรายการเกมโชว์รายการหนึ่ง ซึ่งเสนอเงินรางวัลสูงถึง 6.2 ล้านเหรียญฯ ถ้าเขารับคำท้าที่จะทำภารกิจวัดใจทั้ง 13 ข้อ เอเลียต ไม่มีทางเลือกนอกจากตอบตกลงโดยที่หารู้ไม่ว่า ถึงจะยิ่งเล่น เงินในบัญชีอาจจะยิ่งเพิ่ม แต่ 13 คำท้า กลับมาพร้อม 13 ประสบการณ์ระทึกที่จะดึงเขาสู่ด้านมืดของมนุษย์จนเหนือการควบคุม อาทิ กินแมลงวันตัวเป็นๆ, พังงานแต่งงานของแฟนเก่า, จุดไฟเผาโบสถ์ หรือตัดแขนคนที่เคยกลั่นแกล้งเขา  ซึ่งผู้ชมต้องลุ้นตามไปพร้อมกันว่า บทสรุปของเกมระทึกครั้งนี้จะเปลี่ยนทั้งชีวิตของ เอเลียต ไปจนถึงระดับไหน พร้อมกับตั้งคำถามท้าทายผู้ชมว่าถ้าเป็นตนเอง จะกล้าเล่นเกมทั้ง 13 ข้อนี้หรือไม่? ร่วมวัดใจไปกับ 13 เกมที่ยิ่งเล่นจะยิ่งลุ้นระทึกไปถึงขีดสุด และร่วมพิสูจน์กระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมทั่วอเมริกา กับ “13 Sins” จะสร้างความความกล้าบ้าสุดคลั่งที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธรับคำท้าได้อย่างแน่นอน เงินรางวัลร้อยล้าน ลืมกลัว ลืมบาป ลืมตาย แล้วรับ 13 คำท้าพลิกชีวิต   “13 Sins” 8 พฤษภาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- -------------------------------- ดูหนังตัวอย่าง เวอร์ชั่นต้นฉบับ หนังไทยบ้านเรา 13 เกมสยอง น้อย วงพรู เล่น

เฉลิม ปัดก้าวล่วงทูลเกล้าฯ-ท้าปลัดสธ.ขึ้นเวทีกปปส.
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข /  เฉลิม อยู่บำรุง

ร.ต.อ.เฉลิม เผย แถลงการณ์ ศอ.รส. ฉ.1 ทูลเกล้าฯ ครม. สิ้นสภาพหรือไม่ กระทำได้ ย้ำ เป็นทางออกที่ดีที่สุดในยามนี้ ท้า ปลัด สธ. ขึ้นเวที กปปส. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงกรณีการออกแถลงการณ์ของ ศอ.รส. ฉบับที่ 1 และกรณีที่มีข้อเสนอแนะ ทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัย กรณีหากมีการชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรี จะทำให้คณะรัฐมนตรีสิ้นสุดสภาพหรือไม่นั้น เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ซึ่งจะเป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี และคณะในการพิจารณา โดย ศอ.รส. เห็นว่า เป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุความวุ่นวายและเหตุการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ส่วนกรณีที่ นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับ ศอ.รส. เมื่อวานนี้นั้น ร.ต.อ.เฉลิม ฝากท้าทายให้ปลัด ไปแสดงออกโดยการขึ้นเวที กปปส. ที่สวนลุมพินี อย่าใช้สถานที่กระทรวงสาธารณสุข ในการแสดงออก เนื่องจากเป็นสมบัติของชาติ นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้กล่าวถึงกรณีหากศาลรัฐธรรมนูญ ให้นายกรัฐมนตรี ยื่นขอเลื่อนกำหนดการเข้าชี้แจงอีก 15 วันนั้น จะถือเป็นโอกาสที่ดี และทำให้บรรยากาศทางการเมืองคลี่คลายลง

จับไม่ทัน! โจรฉกนาฬิกาหรูห้างเกสรเผ่นออกนอกประเทศแล้ว
10ล้าน /  ฉกนาฬิกา / 

ตม. เผย 3 คนร้ายขโมยนาฬิกาหรู มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ที่ร้าน mont blanc ห้างเกสรพลาซ่า ได้เดินทางออกนอกประเทศแล้ว ความคืบหน้าคดีลักทรัพย์นาฬิกาข้อมือมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ที่ร้าน mont blanc ห้างเกสรพลาซ่า ล่าสุด พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เผยว่า จากการตรวจสอบการเดินทางเข้าเมืองของผู้ต้องสงสัยลักทรัพย์นาฬิกาดังกล่าว ทราบว่า เดินทางเข้าไทย ประมาณเที่ยงคืน ของวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา และเดินทางออกเวลาประมาณ 19.30 น. ของวันเดียวกัน ทั้งนี้ภาพจากด่านตรวจคนเข้าเมือง จับภาพได้ในเวลา 18.19 น. โดยเดินทางออกด้วยสายการบินเสิ่นเจิ้นแอร์ไลน์ เที่ยวบิน ZH 9024 ปลายทางเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน เนื่องจาก ปลายทางแรกที่เซี่ยงไฮ้ ไม่มีตั๋ว จึงเปลี่ยนเป็นปลายทางดังกล่าว โดยใช้วีซ่าประเทศจีน และมีรายชื่อของทั้งสามคนแล้ว คือ Fajun he, Shaohua ye และ Zhenzu wu ยืนยันว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่ปรากฎในภาพจากกล้องวงจรปิด พล.ต.ท.ภาณุ  กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติทั้งสามคน เพิ่งเข้าไทยเป็นครั้งแรก โดยเข้ามาก่อเหตุและออกในวันเดียวกัน เบื้องต้น ตำรวจได้เตรียมออกหมายจับ และในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ขึ้นแบล็คลิสต์ และหลังจากนี้ จะประสานสถานทูตจีนขอความร่วมมือส่งผู้ต้องหาทั้งสามคน เนื่องจาก จีนไม่มีกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน MThai News

สุขภาพน่ารู้ : ทำไมต้อง ออกกำลังกาย ไม่น้อยกว่า 30 นาที
30 นาที /  การออกกำลังกาย / 

เหนื่อย!!! อุตส่าไป ออกกำลังกาย แต่ทำไมน้ำหนักไม่ลดซักที  เเต่คุณทราบหรือไม่ว่าปัญหาเหล่านี้อาจจะเกิดจากการกินที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานสำรองออกไป อธิบายได้ดังนี้ 15 นาทีแรกของการออกกำลังกาย ร่างกายจะดึงพลังงานหลัก(น้ำตาลจากตับ)ไปใช้ ซึ่งเป็นพลังงานที่เตรียมไว้ใช้ในกิจกรรมปกติของร่างกาย และเมื่อถึงนาทีที่ 15 – 30 นาที เมื่อร่างกายรู้แล้วว่า กิจกรรมนี้ใช้พลังงานมากกว่าที่เตรียมไว้ก็จะเริ่มไปดึงแป้งมาเปลี่ยนเป็น น้ำตาลเพื่อให้ได้พลังงาน 30 นาทีขึ้นไป ก็ยังไม่พออีก คราวนี้แหละจะเริ่มไปดึงพลังงานสำรอง ซึ่งเก็บไว้ในรูปของไขมันมาใช้ :) จึงอธิบายว่า ทำไมต้องออกกำลังกายไม่ต่ำกว่าครั้งละ 30 นาที เพราะถ้าต่ำกว่านี้ พลังงานสำรอง ยังไม่ได้ใช้อะไรเลยภายหลังหยุดออกกำลังกาย ร่างกายจะผลิตกรดชนิดนึงออกมา ทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (คนที่ออกกำลังกายบ่อย จะมีความต้านทานต่อกรดชนิดนี้ได้มาก จึงปวดเมื่อยน้อยกว่า) แต่กระบวนการผลิตที่ว่านี้ จะต้องใช้พลังงานค่อนข้างมาก ร่างกายจึงยังคงต้องการพลังงานต่อเนื่องต่อไปอีกอย่างน้อย 15 นาที ดังนั้นร่างกายก็ยังคงดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานต่อไป อธิบายว่า ทำไมหลังจากหยุดออกกำลังกาย เราถึงปวดเมื่อย อุณหภูมิร่างกายสูง เหงื่อออกต่อเนื่องต่อไปอีกประมาณ 15 นาที แต่....ใน 15 นาทีหลังหยุดออกกำลัง หากมีการกินอาหารจำพวกแป้งหรือน้ำตาลลงไปแม้แต่นิดเดียว (ลูกอม 1 เม็ดก็มีผลทันที) ร่างกายจะตรวจพบว่า มีน้ำตาลในแหล่งพลังงานหลักแล้ว ร่างกายก็จะหยุดดึงเอาไขมันมาใช้และหันไปใช้น้ำตาลจากพลังงานหลักทันที ดังนั้น หลังออกกำลังกาย 15 นาที หากดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน ชาเขียว กินข้าว ขนมปัง  หรืออะไรก็ตามแต่ที่มีแป้งและน้ำตาล คุณกำลังจะพลาดโอกาสที่จะลดไขมันในตัวไปอย่างน่าเสียดาย ชนิดไม่คุ้มค่าเหนื่อยเลยตลออด 30 นาที คำแนะนำในการบริโภคต่อกิจกรรมออกกำลังกาย ก่อนออกกำลัง 1 ชั่วโมง ไม่ควรกินอาหาร เพราะจะทำให้ร่างกายสะสมพลังงานหลักไว้มากเกิน ทำให้ช่วงเวลาที่จะดึงไขมันมาใช้ยืดออกไปอีก ก่อนออกกำลัง 15 นาที ให้เริ่มดื่มน้ำเปล่า ทีละอึกไปเรื่อยๆ เพราะขณะออกกำลังร่างกายจะเสียน้ำไปเร็วมาก จึงควรดื่มเพื่อสะสมน้ำเอาไว้ล่วงหน้าก่อน ขณะออกกำลัง หมั่นดื่มน้ำทีละน้อยๆ บ่อยๆ เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป จากข้อมูลนักฟุตบอลต้องการน้ำขณะเล่นฟุตบอลถึง 2 ลิตรต่อคนทีเดียว ดังนั้นดื่มทีละน้อยๆ ให้มากที่สุดเป็นการดี หลังออกกำลังกาย นั่งพักเฉยๆ ดื่มน้ำเปล่าไปเรื่อยๆ จนกว่าเหงื่อจะแห้ง ค่อยอาบน้ำ (การอาบน้ำทันที ร่างกายจะถูกลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การเผาผลาญพลังงานหยุดได้เหมือนกัน) และห้ามดื่มน้ำตาลหรือแป้งเด็ดขาด บางคนบอกว่า ก่อนออกกำลังรู้สึกหิว ควรจะกินหรือไม่ คำตอบ ไม่ต้องกิน เพราะถึงจะรู้สึกหิว แต่เมื่อร่างกายเริ่มกิจกรรมไปประมาณ 10 นาที จะถูกสั่งให้หยุดหิวทันที และจะสั่งให้หิวอีกครั้ง เมื่อร่างกายเริ่มหยุดกิจกรรม แต่ 15 นาทีแรกที่หยุด อย่าเพิ่งกินเด็ดขาด ให้ดื่มน้ำเปล่าแทนไปก่อน… เป็นเคล็ดลับในการกินและดื่ม เพื่อให้ร่างกายเกิดผลต่อการออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ ที่มา : www.lovefitt.com

10 กลยุทธ์สู้ เมียน้อย
ชีวิตคู่ /  เมียน้อย

10 กลยุทธ์สู้ เมียน้อย     ปัญหาเล็กปัญหาน้อยที่เคยว่ากันมา ยังไงเสียก็ไม่มีเรื่องไหนใหญ่หลวงเท่ากับเรื่องนี้ ก็จริงนะครับ ในชีวิตครอบครัว ไม่มีเรื่องไหนที่จะใหญ่ไปกว่า...เมื่อรู้ว่าสามีมีเมียน้อย! รู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นอื่น เรื่องนี้ อย่างน้อยคนที่เราแต่งงานอยู่กินกันมา เราก็คงรู้จักนิสัย กิจวัตรของเขาค่อนข้างดี ยิ่งถ้าอยู่บ้านเดียวกัน ต้องอยู่ด้วยกันทุกวัน ยิ่งจับได้ไม่ยาก หากอยู่กันคนละบ้าน ทำงานต่างจังหวัด นานๆ กลับบ้านที อย่างนี้ก็ลำบากหน่อย...แต่ความลับก็ไม่มีในโลก สักวันก็คงเผลอพิรุธออกมาเจอจนได้แหละครับ โดยผ่านสิ่งต่างๆ เหล่านี้ มีช่วงเวลาที่หายไป หายไปโดยไม่มีใครรู้ไม่ได้ไปทำงาน ไม่ได้กลับบ้าน แล้วก็อธิบายไม่ได้ว่าไปไหน...คุณแม่บ้านบางคนเคยเล่าให้ฟังว่า ทุกคืนต้องแอบไปจดเลขไมล์บนหน้าปัดรถ แล้วมาจับได้เมื่อตอนสามีบอกว่าไปทำงานไม่ได้ไปไหนเล้ย..ที่ไหนได้เลขไมล์ ขึ้นแค่ระยะหน้าปากซอยนี่เอง เริ่มมีความลับ คนที่แต่งงานอยู่กินกันมาโดยมาก ไม่ค่อยมีเรื่องต้องปิดบังอะไรกันหรอกครับ แต่หากมีอาการลับๆ ล่อๆ แอบโทรศัพท์ไม่ให้เรารู้ แอบซื้อของมาแต่ไม่ให้เราเห็น แอบมีพวงกุญแจแปลกๆ ที่ไม่ใช่กุญแจที่ใช้ในบ้าน หรือแอบทำอะไรโดยที่ไม่อยากให้เราเห็น...อาการอย่างนี้ก็ต้องจับตาดูให้ดี หัดโกหก คนบางคนพอพูดโกหก สายตาและสีหน้าจะบอกว่ากำลังโกหกอยู่ ยกเว้นบางคนที่แสดงละครได้แนบเนียนอาจจะรอดตัว...หากจับได้ว่าสามีพูดโกหก ลองติดตามเรื่องต่อไปได้ว่าโกหกเรื่องอะไร เพราะอะไร เดี๋ยวเจอดีเอง ความรักจืดจาง ในเมื่อเขาต้องแบ่งปันความรักไปให้คน อื่นด้วย ใจเขาก็ไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว ตัวอยู่กับเรา ใจอาจไปไหนๆ แล้วก็ได้ การดูแลครอบครัวจะน้อยลง ความรับผิดชอบจะลดลง บางทีบางคนอาจจะเห็นอะไรในบ้านมันน่าเบื่อไปหมด...น้ำพริกถ้วยเก่ามันก็เซ็ง เป็นธรรมดา จะไปสดเหมือนน้ำพริกถ้วยใหม่ได้ยังไงล่ะครับ แต่อาการทั้งหมดนี้เป็นแค่ลางเฉยๆ นะครับ จะไปสรุปเหมารวมเลยคงไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะว่าอ่านคอลัมน์หมออานนท์แล้วระแวงกันไปเกินกว่าเหตุ...ต้องจับ ได้คาหนังคาเขาถึงจะชัวร์ มีเมียน้อยแน่แท้ สามีฉัน พอสรุปได้ดังนี้..อันดับแรกก็ต้องใจเย็นๆ ไว้ก่อน แล้วลองทำตามนี้ก็แล้วกัน 1.ทำใจกับข่าวร้าย ตื่นเช้ามาก็ยังดีๆ อยู่ ใครจะไปรู้ว่าวันนี้จะได้ข่าวใหญ่ในชีวิต มันก็ตั้งตัวไม่ทันเหมือนกันนะครับ เมื่อได้ข่าวร้าย ต้องมั่นใจก่อนว่าไม่ใช่ข่าวปล่อยของผู้ไม่หวังดี บางทีอารมณ์ชั่ววูบก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงกว่าเก่า ขอเวลาให้ตัวเองสักครู่ ทบทวนทางเลือกของชีวิตให้ดี เรื่องนี้กระทบอะไร กับใครบ้าง ต้องคิดให้ดี ยิ่งมีลูก ยิ่งต้องคิดเผื่ออนาคตลูกไว้ด้วย เรื่องแบ่งสมบัติเอาไว้คิดทีหลัง ที่บอกว่าต้องใจเย็นๆ เพราะผู้หญิงบางคนอารมณ์ร้อน ใจร้อน เอะอะ โวยวาย ชวนทะเลาะเสียงดัง บางครั้งถึงลงไม้ลงมือ ถ้าถึงขั้นนี้ บางครั้งมันก็ไม่สามารถแก้ไขกลับมาให้ดีได้เหมือนเก่า หากใจเย็น ตั้งสติไว้ แล้วท่องคาถาไว้แค่ว่า "อย่าให้อะไรมันเลวร้ายลงมากกว่านี้" ค่อยๆ พูดกัน หาทางแก้ไขปัญหาโดยวิธีสันติ ดีกว่าการประกาศสงคราม หากอยากจะร้องไห้ อยากจะระบายก็ต้องให้คุณสามีตัวดีรับรู้ด้วยว่าเราไม่ได้อ่อนแอ เพียงแค่เสียใจที่คนที่เรารักทำอย่างนี้กับเราเท่านั้นเอง 2. สำรวจตัวเอง จากนั้นต้องดูตัวเองเป็นอันดับแรกแหละครับ เราจะไปรู้จักคนอื่นได้ดีได้อย่างไร หากไม่รู้จักตัวเองให้ดีเสียก่อน ดูว่าเราเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเดิมบ้าง คนที่สามีเรารักและแต่งงานด้วยกับตอนนี้มีอะไรที่ต่างกันหรือเปล่า เราเป็นฝ่ายเปลี่ยนไป ซึ่งทำให้ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไป หรือว่าเรายังคงเหมือนเดิม แต่เขาเป็นคนเปลี่ยนไปเอง ที่ให้สำรวจตัวเองก่อน เพราะบางครั้งเราไม่เคยรู้จักตัวเองเลยว่า ขี้โมโห เอาแต่ใจตัวเองยังไง จนกระทั่งวันที่เขาไปมีคนอื่น...ถึงตอนนี้ต้องหันกลับมาดูตัวเองแล้วว่ามี อะไรดี ไม่ดี มีอะไรเปลี่ยนไปจากคนที่เขาเคยรักบ้าง ทำตัวให้เหมือนผู้หญิงที่เขาเคยรัก เคยขอแต่งงาน...ดีกว่าไปนั่งพูดเสียดสี กระแนะกระแหนให้ต้องทะเลาะกันเป็นไหนๆ 3.ทำความรู้จักสามีของตัวเองให้ดีขึ้น ผู้หญิงบางคนแทบจะไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับงานการของสามีเลย เพื่อนฝูงของสามีก็ไม่รู้จัก บอกเอาไว้ก่อนว่ากรณีอย่างนี้เพื่อนฝูงตัวดีนี่แหละที่จะหาเมียน้อยมาให้ สามีเรา การที่เราไปสังคมกับเพื่อนๆ ของสามีบ้าง เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง อย่างน้อยเห็นหน้ากันบ่อยๆ จะได้เกรงใจกันบ้าง หรือบางทีหากสามีเราว่อกแว่กไปปิ๊งสาวคนไหน เพื่อนของสามีอาจจะรีบส่งข่าวให้เรา จะได้รีบตัดไฟเสียแต่ต้นลมสบายใจไป 4.หลายหัวดีกว่าหัวเดียว เรื่องละเอียดอ่อนอย่างนี้ บางครั้งการได้คุยได้ปรึกษากับคนใกล้ชิดที่ไว้ใจ อาจจะช่วยอะไรได้มาก หลายคนอาจมีประสบการณ์อย่างนี้มาก่อน ในช่วงเวลาอย่างนี้ การปลอบโยน การให้กำลังใจ การช่วยเหลือจากคนรอบข้างจะทำให้เรารู้สึกอบอุ่นขึ้นได้ ดีกว่าต้องนั่งอมทุกข์อยู่คนเดียว หลายๆ คนอาจจะอายที่ต้องบอกเรื่องนี้กับคนอื่น ถึงตอนนี้แล้วคำแนะนำจากใครสักคนน่าจะดีกว่า 5.คิดให้ดี จะทำอะไรต้องคิดก่อนล่ะครับ ความดีของเขาที่เคยดูแล ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาแต่กาลก่อน ก็เยอะเหมือนกัน ความผิดพลาดแค่ครั้งเดียว ก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ บางครั้งการแก้ปัญหาโดยการให้อภัยจะเป็นผลดีต่อครอบครัวมากกว่า...แต่ต้อง กำชับให้มั่นใจนะว่า "ต้องไม่มีครั้งต่อไปอีก" หากมีปัญหาในชีวิตครอบครัว ให้นึกถึงคำพระที่ท่านให้ไว้ตอนแต่งงานว่า "ให้ร่วมทุกข์ ร่วมสุข อดทน และให้อภัย" ไว้ การคิดแก้ปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ต้องคิดในแง่ดีไว้ก่อนเสมอ นั่นคือ "ทำอย่างไรให้ครอบครัวกลับมาอบอุ่นมีความสุขเหมือนเดิม" ลองเอาคำนี้เป็นจุดตั้งต้น แล้วค่อยๆ หาแนวทางที่จะทำให้เป็นไปได้ ที่จริงก็ยากนะ ที่จะประสานแก้วที่มันร้าวให้กลับเป็นแก้วสวยสดใสดังเดิม แต่ก็ควรพยายามเชื่อมประสานแก้วให้ไร้ร้อยให้มากที่สุด เพื่อความสุขของตัวเองและลูก นอกจากมันจะสุดปลายมือจริงๆ ที่จะรักษาแก้วนี้ไว้...มันก็จะตกแตกกระจาย..ไร้ค่าแปดเปื้อนธุลีดิน 6.ใช้ชีวิตร่วมกันให้มากขึ้น บางครั้งถ้าไม่เกิดปัญหา คนเราก็ไม่เคยหันมามองตัวเองหรอกครับ บางคู่อยู่บ้านเดียวกัน เจอหน้ากันแต่ไม่เคยได้คุยกันจริงๆ จังๆ เลยก็มี ยิ่งเดี๋ยวนี้ผู้หญิงทำงานนอกบ้านกันมากขึ้นยิ่งทำให้รู้สึกห่างเหินห่างไกล กันไปใหญ่ บางคู่ไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันมา 4-5 ปีแล้วก็มี พอสามีไปมีบ้านเล็ก บางคนอาจจะสมน้ำหน้าตัวเองก็ได้ การได้มีเวลาอยู่ร่วมกันก็จะทำให้เราเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น ได้พูดกัน คุยกัน ทำความเข้าใจกัน ประสานร้อยร้าว ความขัดแย้งที่มีต่อกันได้ ถึงตอนนี้คงต้องเลือกเอาครอบครัวเป็น หลักมากกว่าเรื่องงานแล้วล่ะครับ พยายามกลับบ้านให้เร็วขึ้น ทำกับข้าวตั้งโต๊ะกินพร้อมกัน พออิ่มแล้วก็นั่งเล่นเปิดเพลงฟัง คุยกันถึงเรื่องเก่าๆ ที่ทำให้มีความสุข อย่าได้มีการพูดประชดประชัน หรือขุดเรื่องร้ายๆ เก่าๆ มาตอกย้ำเป็นอันขาด ไม่ว่าจะคันปากสักเพียงไหน ต้องยึดหลักง่ายๆ ไว้อย่างเดียวว่า "อย่าให้อะไรมันเลวร้ายลงมากกว่านี้" ลองเอารูปเก่าๆ รูปวันแต่งงาน รูปที่เคยไปเที่ยวด้วยกันอย่างมีความสุขมาดูทำไมตอนนี้ถึงกลับไปมีความสุขอย่างนั้นไม่ได้ล่ะ 7.หาแนวร่วม ตอนนี้ตัวเราคนเดียวอาจไม่มีพลังความสามารถพอที่จะประสานรอยร้าวนี้ได้ ลองชวนกันไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยายของเขา ไปเยี่ยมพ่อแม่สามีสักทีก็ยังดี ยังไงผู้ใหญ่เหล่านี้ก็เป็นคนเจิมหน้าผากรดน้ำให้ อาจช่วยเราได้บ้าง กลยุทธ์นี้บางทีก็เป็นไม้เด็ด...คุณสามีหัวหด กลายเป็นเด็กดีเลยเชียวล่ะ เพื่อนฝูงของครอบครัว เพื่อนของสามีคบไว้เหอะดี เพราะบางคนพอมีปัญหาอาจจะคุยกับเพื่อนมากกว่าคุยกับเมียตัวเองเสีย อีก...หลักง่ายๆ ของข้อนี้ก็คือ สร้างสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเขาให้อยู่ข้างเรา 8.ประเมินคู่ต่อสู้ รู้จักศัตรูย่อมมีชัยเหนือศัตรู แต่บางทีก็ยากเหมือนกันนะที่จะสืบเสาะหาข้อมูลของคู่ต่อสู้ แต่ถึงยากยังไงก็ต้องทำ จะได้รู้ว่าในสายตาของสามี เราเป็นนางเอกหรือเป็นนางร้าย หากฝ่ายโน้นเป็นนางเอก เอาอกเอาใจ เวลาสามีมีปัญหาไปอยู่ด้วยแล้วสบายใจ กลับบ้านทีไรก็เจอนางร้ายคอยบ่นคอยว่าอย่างนี้เห็นจะลำบาก บางครั้งฝ่ายโน้นอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ผู้ชายที่อยู่ด้วยมีลูกมีเมียมาก่อนแล้ว อย่างนี้ถ้าได้ลองคุยกัน เจรจาด้วยสันติดูก่อน หัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน คงคุยกันได้บ้างเป็นบางราย แต่บางคนทั้งที่รู้ว่ามีลูกมีเมียก็ยังเอา บางทีโทร.มาว่าเมียหลวงถึงบ้านก็มี เมื่อเรารู้จักคู่ต่อสู้ดีแล้ว ต้องสร้างบทให้เราเป็นนางเอกของเรื่องให้ได้ เพราะนางร้ายมักตายตอนจบทุกที! 9.สนใจเรื่องบนเตียงบ้าง บางครั้งเหตุที่สามีไปมีเมียน้อย ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไปมีรักใหม่หรอกนะครับ ส่วนมากมักจะเป็นเรื่องอย่างว่าเสียมากกว่า บางครั้งอยู่กับเมียหลวงเหมือนนอนกับท่อนไม้ ไม่มีจริตมารยา ไม่มีอารมณ์หรือความรู้สึกที่ดี พอไปได้ลองเจอสาวๆ ที่มีดีกว่า ก็ติดใจในกามรส ทั้งๆ ที่ไม่ได้รักมากมายไปกว่าเราหรอกครับ ดังนั้น นางเอกของเรื่องนี้ก็ต้องปรับปรุงตัวเอง ลดน้ำหนักให้เอวเล็กเอวบางลงหน่อย เมื่ออยู่กับคุณสามีต้องดูดึงดูดบ้าง ไม่ใช่เจอแต่ม้วนโรลอยู่เต็มหัว แถมพอกหน้าก่อนนอน ดูแล้วหมดอารมณ์ 10.สร้างพื้นฐานของครอบครัวที่ดี ครอบครัวที่มีความสุขย่อมเป็นภูมิคุ้มกันปัญหาเหล่านี้ แม้มีปัญหา ความสัมพันธ์ในครอบครัวจะสามารถเหนี่ยวรั้งเขากลับมาได้ เราต้องพยายามสร้างครอบครัวที่มีความรักระหว่างกันอย่างสมบูรณ์ คือมีทั้ง พ่อรักแม่ แม่รักพ่อ พ่อรักลูก ลูกรักพ่อ แม่รักลูก และลูกรักแม่ เส้นใยความรักในครอบครัว มีพลังมหาศาลที่จะช่วยทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ขออวยพรให้ทุกครอบครัวมีความสุข ปราศจากส่วนเกินในชีวิต...ส่วนคนที่หลงผิด ขอให้คิดดูอีกทีว่า ไม่มีใครรักเราไปมากกว่าลูกกับเมียหรอกครับ ขอบคุณเนื้อหาดีดีจาก....momypedia.com

ไม่ง่ายอย่างที่คิด!! ธุรกิจขายดอกไม้รับปริญญา...
งานรับปริญญา /  ร้านขายดอกไม้รับปริญญา

ทุกครั้งที่มีโอกาสไปร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อน พี่ น้องคนสำคัญ ที่จบการศึกษา ความคิดแรกเรื่องของขวัญของฝากแสดงความยินดี คงหนีไม่พ้น “ไปหาเอาข้างหน้า” เพราะภาพที่เห็นจนชินตามาคู่กับบรรยากาศในงานก็เป็นภาพร้านดอกไม้ และของที่ระลึก ทีเรียงรายให้เราเลือกซื้อหาอยู่เต็มสองฟากฝั่ง และบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัย แต่รู้หรือไม่ว่าเกือบจะทั้งหมดของร้านเหล่านั้นเป็นเพียงร้านทางเลือก ที่ได้รับการตอบรับดีกว่าร้านจัดดอกไม้ที่มีหน้าร้านเป็นของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว เพราะส่วนใหญ่เป็นอาชีพที่มีลักษณะการเดินสายไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ตามกำหนดการจัดงานที่จะไล่เรื่อยไปตลอดทั้งปี และบรรยากาศที่เราเห็นคือการตั้งแผงแบ่งล็อคกันตามด้านหน้าประตูทางเข้าออก หรือบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการจัดสรรปันส่วนกันของบรรดาแม่ค้าแม่ขาย ที่จะมีที่ทางประจำของตัวเอง โดยแต่ละเจ้าก็จะรู้กันดี ว่าตรงไหนเป็นที่ประจำของใครบ้าง การตั้งร้านแบบนี้จะมีการติดต่อกับเจ้าของพื้นที่ เช่น ขอเช่าพื้นที่หน้าร้านหรือบ้านแถวนั้นเป็นการชั่วคราว ถ้าเป็นฟุตบาทหรือพื้นที่ส่วนรวม ก็จะเป็นหน้าที่ของทางเทศกิจ หรือเทศบาล มาดูแลจัดสรรให้ โดยให้มาให้ลงชื่อจับฉลากกันในวันเวลาตามที่กำหนด หรือเสียค่าที่กันวันต่อวันไปก็ว่ากันไป แต่นอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมีอีกลักษณะที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน คือ “การประมูลงานรับปริญญา” ที่มีขั้นตอนการเข้าไปขายอย่างที่มีมาที่ไปและเป็นกิจจะลักษณะ จะเห็นได้ว่างานรับปริญญาหลายต่อหลายที่นั้นจะมีเต็นท์ดอกไม้อยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ร้านดอกไม้นั้นๆ ทำหน้าที่เดียวกับเต็นท์จำหน่ายอาหาร-เครื่องดื่ม ที่คอยให้บริการโดยผ่านการประมูลเพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายดอกไม้แห้ง-สด ตุ๊กตา และของที่ระลึกอื่นๆ แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนการยื่นเรื่องเข้าที่ประชุม การเสนอราคาการประมูล และราคาสินค้าอย่างเป็นระบบระเบียบ โดยรูปแบบของการประมูลนี้ถือได้ว่า เป็นวิธีการหนึ่งที่ทางมหาวิทยาลัยจะสามารถ จัดการ ควบคุม ดูแล ได้ทั่วถึงมากขึ้น ในเรื่องราคาและคุณภาพของสินค้า เพื่อความเหมาะสมและไม่เอาเปรียบบรรดาญาติบัณฑิตที่มาเลือกซื้อ ลูกค้าหลายคนอาจจะกังวลว่าของข้างในราคาจะสูงกว่าข้างนอก ส่วนหนึ่งเลยเป็นเพราะค่าที่ที่เกิดจากกระประมูล แต่อย่างหนึ่งที่ลูกค้าจะมั่นใจได้ก็คือราคาของสินค้าควบคู่มากับคุณภาพที่สมกัน นอกจากเรื่องของราคาแล้ว การตรวจตราความเรียบร้อย ก็เป็นอีกข้อดีของระบบการประมูล ทางมหาวิทยาลัยจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้คอยสังเกตและเฝ้าดู พ่อค้าแม่ค้าที่แอบนำดอกไม้ใส่ท้ายรถกระบะลักลอบเข้ามาจอดซุ่มขายให้กับญาติบัณฑิต ถ้าพบเห็นเข้าจะมีการเข้าไปยึดสินค้าเอาไว้ทันที เป็นข้อตกลงกันของผู้ชนะการประมูลและทางมหาวิทยาลัยที่ปฏิบัติกันมา ธุรกิจขายดอกไม้และของที่ระลึกงานรับปริญญามีต้นทุนการผลิต ที่นอกเหนือจากจะมีค่าแรง ค่าความคิด ความประดิดประดอยของคนทำแต่ละเจ้าแล้ว ส่วนหลักๆ ของต้นทุนล้วนขึ้นตรงกับราคาวัสดุอุปกรณ์การทำในแต่ละงานไป ซึ่งวัสดุอุปกรณต่างๆ ก็มาจากทั้งโรงงานดอกไม้แห้ง โรงงานตุ๊กตา ปากคลองตลาด ตลาดสำเพ็ง ฯลฯ ที่เป็นตัวที่ส่งผลถึงการตั้งราคาของสินค้าในแต่ละปี คือเรียกได้ว่า เพดานราคาของสินค้าในปีต่างๆ นั้นจะแตกต่างกันไปตามจำนวนราคาของต้นทุนที่มีการเพิ่มขึ้น-ลดลงตามท้องตลาด ยกตัวอย่างเช่น ปีไหนหนาวจัด ดอกไม้จากทางเหนือบานช้า ทำให้มีดอกไม้ส่งเข้ามาที่ปากคลองตลาดน้อย ไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า ในช่วงหนึ่งนั้นของปี ดอกไม้นั้นๆ ก็จะมีราคาสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตก็จะเพิ่มขึ้นตามไป เรทราคาสินค้าคร่าวๆ ก็มีให้เลือกจับจ่ายกันตั้งแต่ของชิ้นเล็กๆ น่ารักจุ๋มจิ๋ม ราคา 50 บาทไปจนถึงช่อดอกไม้ 600-700 บาท หรือตุ๊กตาตัว 1,000-2,000 บาท แบ่งตามเกรดของสินค้า ที่แบ่งประเภทได้ตามรูปแบบเช่น ดอกไม้แห้ง ก็จะวัดกันจากเนื้อผ้า  เช่น ผ้าพลาสติก ผ้าไหม ผ้ากำมะหยี่ ฯลฯ วัสดุที่ใช้ตกแต่งช่อต่างๆ เช่น กระดาษสา กระดาษแก้ว รามี่ ฯลฯ ถ้าเป็นดอกไม้สด ก็จะแบ่งกันที่เป็นดอกไม้นอกหรือใน ดอกเล็ก ดอกใหญ่ หุ้มโฟมหรือธรรมดา ฯลฯ นอกจากนี้ แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีความชอบ และความต้องการไม่เหมือนกัน  อย่างมหาวิทยาลัยทางต่างจังหวัด จะชอบสินค้าที่มีสีฉูดฉาด จัดจ้าน หรือเจาะจงเป็นดอกไม้บางชนิดไป แต่ถ้าเป็น มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ก็จะชอบโทนอีกแบบ อย่างสีโทนอ่อน หรือพาสเทล บางมหาวิทยาลัย สินค้าที่เป็นช่อใหญ่จะออกดีกว่าของกระจุกกระจิก ในขณะที่อีกหลายๆ มหาวิทยาลัยของชิ้นเล็กๆ จะขายออกดีกว่า ผู้ประกอบการที่รู้ถึงข้อแตกต่างนี้ ก็จะมีวิธีการเลือกเตรียมสินค้าให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าได้ตรงใจมากขึ้น   ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของแผงลอยซอยล็อคกันตรงทางเข้าก็ดี หรือจะเป็นร้านใหญ่ที่คอยตั้งเต็นท์ให้บริการพวกเราอยู่ภายในงานก็ดี ล้วนแล้วแต่เป็นอีกอาชีพที่เป็นส่วนสร้างสิ่งส่งต่อความสุขให้กับบัณฑิตและบรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม แล้วหากเพียงแค่เราเลือกจับจ่ายของขวัญของฝาก ตามกำลังหรือตามความเหมาะสมกับตัวเรา อาจจะเป็นการเติมเต็มวันสำคัญของคนสำคัญ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีกก็เป็นได้   ธรรมสุดา รายงาน