ข้อห้าม

เที่ยวประจวบฯ ดำน้ำเกาะทะลุ ใสจนเห็นจู๋ปลาการ์ตูน
ดำน้ำ /  บางสะพาน / 

เที่ยวบางสะพาน ดำน้ำเกาะทะลุ By....M e l o n J o u r n e y วันที่ 2 ภาคต่อจากภาคที่แล้ว 'ว่ายน้ำกับปลาน้อยที่ ‘อ่าวบ่อทองหลาง’ของการท่องเที่ยว บางสะพาน ประจวบฯ สถานที่ที่อาจจะไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่ทริปนี้สำหรับเรา เปี่ยมไปด้วยธรรมชาติที่น่าหลงใหลมากคะ วันนี้เราออกเดินทางจากโรงแรมริมอ่าวแม่รำพึงแต่เช้าคะ และเดินทางมายังออฟฟิต 'สีฟ้าทัวร์' ที่เลือกที่นี่เพราะใกล้ที่พักคะ ถึงเวลาประมาณ 8.00 น.ตามเวลานัด ยังมีคนเบาบางมาก แต่เริ่มมีคนทะยอยมาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง 09.00 น. ถึงพร้อมออกเดินทางไปยังท่าเรือคะ ถึงออฟฟิตแล้วคะ ออฟฟิตจะเป็นแบบ open air คะ มีขนมปัง น้ำอัดลม ตั้วไว้บริการสำหรับลูกทัวร์ที่มาตอนเช้าคะ เมื่อมาถึง ทุกคนจะได้รับอุปกรณ์ดำน้ำ และชูชีพ คนละ 1 ชุด อุปกรณ์ใหม่นะคะ แต่ก็มีข้อเสียคือ นัดเวลา 8 โมง แต่เริ่มออกจากออฟฟิตราว ๆ 9 โมงเช้าคะ ถึงที่ท่าเรือแล้ว เรือยังไม่มี นักท่องเที่ยวก็ต้องมายืนรออยู่นานสองนาน กว่าจะได้ขึ้นเรือ กลุ่มนักท่องเที่ยวระหว่างรอเรือที่ท่าเรือคะ มีเวลาเล็กน้อยก่อนขึ้นเรือ เราเลยถ่ายรูปบริเวณท่าเรือคะ บรรยากาศบริเวณท่าเรือ ม้าน้ำ (ตอนนี้แปลงร่างเป็นหมูน้ำแล้ว) กำลังถ่ายภาพที่ท่าเรือคะ สำหรับทัวร์ดำน้ำเกาะทะลุ มีมากมายหลายเจ้าให้เลือกนะคะ แต่เราดูจากการค้นหาใน google เพื่อความสะดวกสบาย สีฟ้าทัวร์ ก็ง่ายต่อการค้นหา และมีข้อมูลระบุไว้ครบ เราแต่หากใครต้องการบริการที่ต่างออกไป ก็เลือกได้ทั้งราคา บริการต่าง ๆ ตามความต้องการนะคะ เป็นทั้งตากล้อง เพื่อนร่วมทาง และคนขับรถคะ ระยะทางในการโดยสารเรือมายังเกาะราว ๆ 15-20 นาทีคะ เราจะไม่มีกิจกรรมบนชายฝั่งของเกาะนะคะ แต่ทางทัวร์ จะไปจอดเรือตามจุดต่าง ๆ ที่มีการกั้นเขตแดนกำหนดจุดดำน้ำไว้ให้แล้ว ซึ่งกว้างขวางมากคะ สามารถดำได้ไกลเลยทีเดียว ถึงแล้ว จุดถ่ายภาพ 'เกาะทะลุ' ทางสีฟ้าทัวร์มีอาหารให้รับประทานบนเรือด้วยนะคะ เป็นข้าวกล่อง 1 มื้อ ผลไม้ น้ำอัดลม และขนมปังใส่นมข้มคะ บริการตลอดการดำน้ำ มีน้ำจืดให้อาบเมื่อขึ้นเรือ ทางทัวร์จะมาจอดเรือที่จุดถ่ายภาพให้เรามีเวลาถ่ายรูปกับรูทะลุ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเกาะแห่งนี้คะ จุดดำน้ำจะมีทั้งสิ้น 2 จุดนะคะ คือจุดนี้ และจุดที่อยู่ใกล้กับหาด ส่วนเรื่องดอกไม้ทะเล และปะการัง มีหลากหลายชนิด ครั้งนี้ได้มีโอกาสเห็นปลาชนิดที่แตกต่างกันออกไป คือ 'ปลานกแก้ว' คะ ซึ่งปลานกแก้วตัวที่เราเจอท่าทางจะหิวด้วยนะคะ เพราะไล่จิกกินอาหารตามโขดหิน เสียงดัง จนเราได้ยินเสียงใต้น้ำเลยคะ จุดดำน้ำจุดที่ 1 คะ วิทยากรบอกว่า ส่วนที่เรามองจากที่สูงหากเป็นแนวปะการัง สีจะเข้มทึบ ส่วนที่ไม่มีปะการัง จะเป็นแนวทราย จะเป็นสีขาว สามารถใช้เท้าเหยียบได้ไม่มีปัญหา ส่วนเขตทึบ เราจะต้องลอยตัวเหนือน้ำเท่านั้น เพราะหากเราเหยียบที่แนวปะการัง ดอกไม้ทะเล และปะการังจะได้รับความเสียหายได้คะ ซึ่งตอนที่เราดำน้ำอยู่ ก็มีนักท่องเที่ยวบางคนที่ไม่เคารพกฎ ใช้เท้าเหยียบบนปะการังด้วยนะคะ เป็นการกระทำที่ไม่ควรมาก ๆ คะ สรุปการเดินทางมาดำน้ำที่เกาะทะลุคะ บรรยากาศสวยงามพอสมควร แต่น้ำถือว่าไม่ใสมากคะ มีปะการัง ดอกไม้ทะเล และที่หลากหลาย แต่จะกลับมาอีกไหม ขอคิดดูก่อนคะ เพราะเลยไปอีกหน่อย คือ จ.ชุมพร ซึ่งน่าจะมีเกาะที่น่าสนใจอีกหลายที่ ทางทีมงานจะมีบริการถ่ายภาพใต้น้ำให้ลูกทัวร์คะ และจะจัดส่งให้ทางไลน์ ส่วนข้อควรระวังคือปะการังอยู่ตื้นมาก ควรระมัดระวังเมื่อว่ายน้ำไปใกล้ ๆ จุดดังกล่าว ค่าใช้จ่ายในการดำน้ำ -ค่าทริปดำน้ำกับสีฟ้าทัวร์ 400 บาท / คน Part I: เที่ยวประจวบฯ Part 1ว่ายน้ำกับปลาน้อยที่ ‘อ่าวบ่อทองหลาง’ กินลมชมทะเล มนต์เสน่ห์บางสะพาน ติดตามรีวิวการท่องเที่ยวของเราได้ที่ IG : siranchaya Twitter  : @Dolly_kaewta

ได้แชมป์แล้วต้องทุ่ม! ซีเอสเคเอยืนยันเลสเตอร์ยื่น30ล้านยูโรขอซื้อมูซาจริง
ซีเอสเคเอ มอสโคว์ /  พรีเมียร์ลีก / 

เป้าหมายเสริมทีมหลังการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของ เลสเตอร์ ซิตี้ เผยแล้วคือ อาห์เมด มูซา กองหน้าชาวไนจีเรียของ ซีเอสเคเอ มอสโคว์ Embed from Getty Images เลสเตอร์เคยยื่นซื้อตัวมูซามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อมกราคมที่ผ่านมาแต่ได้รับการปฏิเสธไป ขณะที่ เลโอนิด สลัตสกี้ กุนซือทีมแชมป์ลีกรัสเซียออกมายืนยันว่าล่าสุดเลสเตอร์ได้ยื่นข้อเสนอเข้ามาอีกครั้งด้วยมูลค่าราว 30 ล้านยูโร(ประมาณ22.8ล้านปอนด์) โดยมูซาวัย 23 ปียิงให้ต้นสังกัดไป 18 ประตูในฤดูกาลนี้และตัวนักเตะก็สนใจที่จะคุยกับ เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือชาวอิตาลีเรื่องการย้ายทีมในครั้งนี้ สลัตสกี้บอกว่า "เลสเตอร์ได้ยื่นข้อเสนอมาต่ำกว่า 30 ล้านยูโรเล็กน้อย มูซาเข้ามาหาผมในอีกไม่กี่วันต่อมา เขาถามว่าเมื่อไหร่รานิเอรี่จะกลับมาจากช่วงหยุดพักผ่อน ผมบอกว่าไม่รู้และผมก็ไม่รู้จักกับรานิเอรี่ด้วย" "ผมไม่รู้เลย มันเป็นงานของฝ่ายบริหารจัดการแต่ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงทีเดียว(ที่จะเกิดการซื้อขายขึ้น)"

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือน มิถุนายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือน มิถุนายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) มีเรื่องต้องครุ่นคิดตัดสินใจ ช่วงนี้จึงดูวิตกกังวล ต้องอาศัยสมาธิ คิดด้วยความยุติธรรมจะพบทางออก เรื่องงานค่อนข้างวุ่นวาย ขัดแย้งกับผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงเนื้องานด้วย เป็นปัญหาที่คุณต้องรีบสะสาง กลางเดือนงานจะล้นมือ ต้องรับผิดชอบมากขึ้น หันไปทางไหนก็ไม่มีใครช่วย ทนเหนื่อยเอาหน่อย เดี๋ยวก็ดีขึ้น ปลายเดือนเสนออะไรไปก็มักจะถูกปฏิเสธ อยู่ในช่วงขาลงสุดๆ อย่าผลีผลามอะไรแย่ๆ ลงไปเด็ดขาด ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) กระตือรือร้นจนผิดสังเกต อยากทำนั่นนี่อยู่ตลอดเวลา หัวรั้นจึงทำให้ขัดใจกับผู้ใหญ่ ให้ใจเย็นลงสักหน่อย ไม่เช่นนั้นเรื่องจะบานปลาย การทำงานช่วงต้นๆ ไปได้เร็วมาก ถ้ามีการสอบแข่งขัน รับรองว่าคุณไม่เป็นรองใครแน่นอน แต่ให้ระวังคำพูดบ้าง จะทำให้ผิดใจกับเพื่อนร่วมงาน หรือผู้บังคับบัญชา ถ้าคุณอยากเปลี่ยนงาน ช่วงปลายเดือนเป็นเวลาที่ดีที่สุด ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) การทำงานยังไม่ค่อยได้รับความเป็นธรรมมากนัก เลยเกิดความรู้สึกเซ็ง ขาดความกระตือรือร้นในงาน อย่าเพิ่งไปคิดน้อยใจ ให้ขยันตั้งใจทำงานไป แล้วตอนท้ายจะมีทางเลือกดีๆ ให้คุณ ส่วนถ้าใครคิดเปลี่ยนย้ายงาน ช่วงนี้ดีสำหรับคุณ ปลายเดือนจะได้รับคำชมจากหัวหน้า ให้แสดงความสามารถให้เต็มที่ ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) การทำงานมีเรื่องให้ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ยอมเหนื่อยเพื่อผลตอบแทนที่คุ้มค่า คุณจะทำงานแซงคู่แข่งได้อย่างไม่ยาก แถมช่วงนี้ดวงผู้ใหญ่ยังสนับสนุนอีกด้วย ใครที่อยากเปลี่ยนย้ายงาน ตอนนี้เป็นจังหวะดี มีโอกาสเลื่อนตำแหน่ง พบความก้าวหน้าในเรื่องการงาน ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) การทำงานไม่ตึงเครียด รู้สึกผ่อนคลาย มีแนวโน้มในการเปลี่ยนแปลงที่ดีในเรื่องหน้าที่การงาน ถ้าต้องสอบแข่งขันกับใคร คุณเป็นผู้ชนะแน่นอน ใครเบื่ออยากจะเปลี่ยนงาน ก็ให้รีบเปลี่ยนตอนนี้ จะมีโอกาสใหม่ๆ เข้ามา ระวังเรื่องเอกสารสำคัญ ผิดพลาดจะถูกตำหนิเอาได้ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การทำงานมีอุปสรรคจากผู้ใหญ่ ถูกเพ่งเล็ง มีกฏระเบียบเพิ่มขึ้นอย่างที่คุณเองก็เริ่มต่อต้าน  ให้ใจเย็นไว้ก่อน เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง ได้รับงานใหม่ๆ มีความกระตือรือร้น รีบทำงาน สะสางงานเพราะมีแพลนจะไปเที่ยว การทำงานจะรีบเร่งทุกอย่าง งานที่เข้ามาก็มีกำหนดส่งเร็ว แต่คุณก็สามารถทำได้ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) การทำงานเหนื่อย ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ช่วงนี้ถูกใช้งานหนัก เป็นโรคอิจฉาตาร้อน ปลายๆ จะรู้สึกดีขึ้น คุณดื้อรั้น ใครมาห้ามก็ไม่ค่อยฟัง แต่โชคดีที่มีคนรักเยอะ มีคนคอยช่วยเหลือทุกอย่างผ่านไปด้วยดี การทำงานต้องวิ่งรอก มีงานนั้นงานนี้ชนๆ เข้ามา แทบไม่มีเวลา แต่ถ้ามองเป็นเรื่องสนุก ก็จะทำได้ดี มีความก้าวหน้า งานทัวร์ งานท่องเที่ยว รวมถึงผับ จะประสบความสำเร็จ มีการเริ่มต้นงานใหม่ๆ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) การทำงานโดดเด่นไม่เป็นรองใคร พกความมั่นใจและความสามารถมาเต็มร้อย สอบแข่งขัน คู่แข่งกระเจิง แต่ก็ต้องไม่ทำตัวหยิ่งมากเกินไปจะเป็นภัย ผู้ใหญ่จะเขม่นเอา ช่วงนี้ถ้ารับงานสำคัญ ต้องรอบคอบสุดๆ บริวารลูกน้องจะทำให้คุณหน้าแตก การทำงานโหดสุดๆ เป็นช่วงงานตก ถึงแม้จะรีบสะสางก็ไม่ทัน เหนื่อยกับการประสานงาน เกี่ยงงานกันจนน่าเบื่อ แต่ถ้าเพิ่มความอดทนอีกนิด เมื่องานเสร็จ ผลตอบแทนจะคุ้มค่า ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ไม่ค่อยมีใจในการทำงานสักเท่าไหร่ คนที่ไว้ใจทำให้ผิดหวัง แต่ผ่านช่วงนี้ไปแล้วก็จะดี ราบรื่นขึ้นเยอะ มีพรรคพวกคอยหนุน แต่อย่าเพิ่งผลีผลามลงทุนต่อกรกับใคร งานที่ต้องใช้ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียบรรเจิด ได้รับการยอมรับ ควรเจรจาเข้าหาผู้ใหญ่บ้าง ชีวิตจะได้รุ่งเรือง ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) มีดวงในการย้ายงาน เปลี่ยนงาน ต้องพึ่งดวงพึ่งโชคลาภ การทำงานเรื่อยเปื่อย ไม่ค่อยถูกเสนอชื่อ ไม่มีความโดดเด่น ต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม ได้เปลี่ยนแปลง หยิบจับอะไรใหม่ๆ แต่ก็มีรู้สึกอึดอัดบ้าง มีศัตรูคู่แข่งคอยทำร้ายน้ำใจอยู่ตลอด ไม่ควรไปสุงสิงด้วย จะทำให้ตัวเองแย่เปล่าๆ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ไม่ว่าจะหยิบจับอะไร ก็มักมีเพื่อนคอยช่วยเหลือ เริ่มมีพรสวรรค์ มีพวกคอยเชียร์ ทำให้งานสำเร็จได้ไวกว่าที่คิด แต่คุณก็ต้องรู้จักเข้าหาผู้ใหญ่บ้าง เพื่อความก้าวหน้าในชีวิต ควรขยันขันแข็ง ให้ผลงานโดดเด่น เป็นที่พอใจของผู้บังคับบัญชา แต่แทนที่จะก้าวแบบไม่มีอุปสรรค ก็ดันไปขวางบางคน ข้ามหน้าข้ามตาทำให้เกิดความไม่พอใจ ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) เจองานล้นมือ ทั้งเรื่องเอกสารและงานต่างๆ รุมเร้า แต่ถ้าตั้งสติให้ดี สักพักก็จะเคลียร์งานได้หมด ช่วงนี้อดทนทำงานมากกว่าคนอื่นไปก่อน พอผู้ใหญ่เห็นผลงาน รับรองได้รับการโปรโมทแน่ ช่วงนี้การทำงานเปิดทางสะดวก เตรียมพร้อมที่จะลุยเอาความสำเร็จ ถ้ากำลังปั้นงานใหญ่อยู่ รับรองไม่ผิดหวัง รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

Fullmetal Alchemist /  หนังญี่ปุ่น

สำหรับคอมังงะคงจะคุ้นเคยกับเรื่อง Fullmetal Alchemist หรือในฉบับแปลภาษาไทย 'แขนกล คนแปรธาตุ' เป็นอย่างดี เพราะนี่คือหนึ่งในการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง และได้รับคำชมในแง่เรื่องราวที่เข้มข้นครบรส จนถูกดัดแปลงมาแล้วทั้งแบบทีวีอนิเมะทั้ง 2 ภาค เกมส์คอมพิวเตอร์ ไลท์โนเวล เป็นต้น และล่าสุดกับฉบับ Live-action ที่ประกาศรายชื่อผู้กำกับและนักแสดงแล้วเรียบร้อย https://www.youtube.com/watch?v=2Dsa8j_usqI โดยผลงานของ อ.ฮิโรมุ อาราคาวะ (ความยาว 27 เล่มจบ - ลิขสิทธิ์ในไทยโดย สยามอินเตอร์คอมมิค) เป็นการ์ตูนแนวแอ็คชั่นผจญภัยย้อนยุค ที่เล่าเรื่องของ เอ็ดเวิร์ด และ อัลฟองเซ เอลริค สองพี่น้องตระกูลเอลริค นักเล่นแร่แปลธาตุที่หวังจะชุบชีวิตคุณแม่ที่เสียไป แต่เกิดความผิดพลาดจนร่างกายทั้งหมดของอัลฟองเซผู้น้องสูญสลาย จนเอ็ดเวิร์ดต้องแลกแขนข้างหนึ่งเพื่อดึงวิญญาณของน้องและผนึกไว้ในหุ่นเหล็กไว้ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางเพื่อหา "ศิลานักปราชญ์" หินวิเศษในตำนานที่ทำให้สามารถข้ามข้อจำกัดของ "กฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนที่ทัดเทียม" เพื่อชุบชีวิตแม่ของตน Fullmetal Alchemist ฉบับคนแสดงนั้น ก็ได้ เรียวสุเกะ ยามาดะ (สมาชิกวงบอยแบนด์ Hey! Say! JUMP) ในบท Edward Elric และ ซึบาสะ ฮอนดะ นางเอกมากฝีมือในบท Winry Rockbell มารับบทนำ ซึ่งเมื่อดูจากการเคสติ้งนักแสดงในบทอื่นๆ ก็ต้องรอชมว่าจะใกล้เคียงกับฉบับการ์ตูนมากน้อยแค่ไหนเมื่อยู่ในหนังจริงๆ ในส่วนของผู้กำกับนั้น หนังได้ มิฮิโกะ โซริ ผู้เคยแจ้งเกิดจาก Ping Pong (2002) หนัง Live-action จากการ์ตูนลายเส้นสุดคัตล์ของ อ.ไทโย มัตซึโมโต้ ซึ่งโซริได้รับคำชมว่าสามารถถ่ายทอดเรื่องราวว่าด้วยความสัมพันธ์ของเพื่อนซี้มัธยมนักปิงปอง ให้กลายเป็นหนังแนวก้าวพ้นวัยที่ยอดเยี่ยม และมีฉากแข่งปิงปองที่โลดโพนไม่แพ้ต้นฉบับ ทว่าหลังจากนั้นดูเหมือนโซริเองจะไปได้ไม่สวยนัก และนี่คือหนังเรื่องใหม่ในรอบ 5 ปีของเขาก็ว่าได้ ตัวอย่าง Ping Pong (2002) ฉบับ Live-action https://www.youtube.com/watch?v=nwFVc2NAt94 โซริยังพูดถึงการดัดแปลง Fullmetal Alchemist ด้วยว่า "ผมพยายามจะเล่าเรื่องตามต้นฉบับให้ได้มากที่สุด โอเคว่าแม้ตัวนักแสดงจะเป็นคนญี่ปุ่นทั้งหมด แต่เซ็ตติ้งของเรื่องมันเกิดขึ้นในยุโรปตฃอดเรื่อง ผมคิดว่าเชื้อชาติและสัญชาติไม่ใช่สิ่งที่จะกำหนดรูปแบบของหนังให้เป็นอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะเช่นกัน"  - โดย Fullmetal Alchemist ฉบับคนแสดง ถูกวางกำหนดเข้าฉายไว้ในช่วงหน้าหนาวของญี่ปุ่น ปี 2017

รีวิวภาพยนตร์ If Cats Disappeared from the World เมื่อแมวตัวนั้นยังอยู่บนโลกนี้
aoi miyazaki /  If Cats Disappeared From the World / 

รีวิวภาพยนตร์ If Cats Disappeared from the World เมื่อแมวตัวนั้นยังอยู่บนโลกนี้ การตั้งคำถามว่า If Cats Disappeared from the World หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า ถ้าแมวตัวนั้นหายไปจากโลกนี้ (จะเกิดอะไรขึ้น) คือชื่อภาพยนตร์ที่สร้างความน่าสนใจได้ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ชื่นชอบแมวน่าจะรู้สึกตอบสนองและหวั่นไหวกับคำถามนี้ได้เป็นอย่างดี ถ้าสัตว์เลี้ยงคู่ใจที่อยู่ด้วยกันมานานวันหนึ่งได้หายไปจะรู้สึกอย่างไรนะ และดูเหมือนว่าการหายไปของบางสิ่งบางอย่างจะช่วยต่อลมหายใจของพระเอกไปได้อีก 1 วัน เป็นอีกหนึ่งพล็อตภาพยนตร์ที่น่าสนใจ และผมไม่พลาดที่จะเข้าไปหาคำตอบในวันที่สิ่งของบางอย่างหายไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่ If Cats Disappeared from the World ถ้าแมวตัวนั้นหายไปจากโลกนี้ ว่าด้วยเรื่องราวของบุรุษไปรษณีย์ที่ดันป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมองระยะสุดท้าย โดยมีแมวเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจเพียงตัวเดียว อาการป่วยเริ่มหนักขึ้น เมื่อเวลานั้นมาถึงจู่ ๆ ก็ปรากฏร่างยมทูตต่อหน้าและยื่นข้อเสนอว่าจะยืดชีวิตให้ 1 วัน โดยแลกกับของ 1 อย่างที่จะหายไปจากโลกใบนี้ โดยที่ยมทูตเป็นผู้กำหนด แน่นอนว่าผู้ที่มีความทรงจำกับของสิ่งนั้นจะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง กระทั่งยมทูตได้เลือกที่จะทำให้แมวบนโลกนี้หายไป แมวจะหายไปหรือไม่ หากหายไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาและโลกใบนี้ ภาพยนตร์เดินเรื่องด้วยการเล่าย้อนถึงอดีตว่าก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในปัจจุบันนั้น ตัวเอกต้องประสบพบเจอกับเรื่องราวความแปลกประหลาดที่ไม่น่ามีอยู่จริงบนโลกนี้อย่างไรบ้าง เนื่องจากเรื่องราวเกี่ยวข้องกับสิ่งของที่จะหายไป บางช่วงบางตอนจึงตัดสลับเพื่อเล่าความทรงจำของพระเอกที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่ง ๆ นั้น อาจทำให้สับสนอยู่บ้างเล็กน้อย ด้วยความที่ตัวละครมีไม่เยอะจนเกินไป ช่วยลดความสับสน และสามารถเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ บุรุษไปรษณีย์ตัวเอกของเรื่องที่รับบทโดย ทาเครุ ซาโต (Takeru Sato) ก็สื่อสารออกมาได้ดี ตลอดทั้งเรื่องมีเพลงประกอบเพราะ ๆ ที่ช่วยให้อินไปกับเนื้อเรื่องได้อย่างละมุนละไม จุดเด่นของเรื่องคือการที่สิ่งของเริ่มหายไปทีละสิ่ง พร้อม ๆ กับความทรงจำของผู้ที่เกี่ยวข้องกับสิ่ง ๆ นั้นก็จะหายไปด้วย ซึ่งสิ่งของที่หายไปนั้นเกี่ยวข้องกับความทรงจำที่มีต่อคนรอบตัวทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคนรัก เพื่อน หรือพ่อแม่ ซึ่งผมคิดว่าความทรงจำที่ผ่านมาในชีวิตเราไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็ตาม มันคือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่หนึ่งชีวิตนี้โชคชะตาได้ประทานมาให้ ขณะเดียวกันหนึ่งชีวิตที่ได้เกิดมามีค่าต่อโลกใบนี้เสมอ หนึ่งวันที่ได้หายใจคือหนึ่งวันที่มีความหมาย ตัวเอกของเรื่องเลือกที่จะสูญเสียความทรงจำเพื่อต่อลมหายใจให้ตัวเอง ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่ดูสมน้ำสมเนื้อทีเดียว ทว่าวันเวลาผันผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน แม้สุดท้ายลมหายใจในหนึ่งวันที่จ่ายด้วยความทรงจำก็ไม่อาจยื้อชีวิตให้อยู่ยั้งยืนยงได้ ความไม่จีรังคือสัจธรรมของมนุษย์ วันหนึ่งไม่ว่าใครก็ต้องจากโลกนี้ไปอยู่ดี โมงยามสุดท้ายในชีวิตเลือกที่จะจากโลกใบนี้ไปโดยที่ไม่มีใครจดจำตัวเราได้อย่างนั้นหรือ “แล้วถ้าตัวผมหายไปจากโลกนี้ล่ะ ใครจะร้องไห้เพื่อผมบ้าง?” คำตอบของคำถามนี้คือสิ่งที่ผมและบุรุษไปรษณีย์ผู้โชคดีหามันพบแล้ว 4/5 การยอมรับคือสิ่งที่ดีที่สุดในวันที่ชีวิตจะต้องเผชิญกับเรื่องที่ยากจะยอมรับ บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

หวังเลื่อนชั้น! ไทยฮอนด้าสอย “ราฟินญ่า” เเข้งฟลาแมงโกร่วมทัพเรียบร้อย
ดิวิชั่น 1 /  ราฟินญ่า / 

ทีมอันดับ 3 ลีกพระรองยืนยันคว้าตัวปีกจอมพลิ้วชาวบราซิลเลียนร่วมทัพ โดยอดีตจะสวมเสื้อหมายเลข 17 ลงเเข่งในเลกที่สอง สโมสรไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี ทีมเจ้าบุญทุ่มในศึก ดิวิชั่น 1 สร้างความฮือฮาเมื่อยืนยันบรรลุข้อตกลงคว้าตัว ราฟาเอล ลิม่า เปอไรร่า หรือ ราฟินญ่า นักเตะชาวบลาซิลเลียนวัย 23 ปี อดีตสโมสรฟลาแมงโก ในบราซิลเข้ามาเสริมเเกร่งในเลกที่สองเรียบร้อย โดยสวมเสื้อหมายเลข 17 ให้กับต้นสังกัดใหม่ สำหรับ ราฟินญ่า เป็นนักเตะที่สามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองหน้า และปีกขวา โดยย้ายมาร่วมทีมฟลาแมงโกลีกในบราซิล ตั้งแต่ปี 2010 โดยลงสนามช่วยทีมทั้งสิ้น 44 แมตช์ยิงไป 3 ประตู ทั้งนี้ยังมีรายงานว่าเเข้งร่างเล็กรายนี้เคยตกเป็นเป้าสนใจของทีมดังระดับโลกอย่างเปเเอสเช, เอฟซี ปอร์โต้ เเละเบนฟิกามาเเล้ว ขณะที่สโมสร “พญาอินทรี” ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี ปัจจุบันอยู่อันดับที่ 3 ของตารางในศึก ดิวิชั่น 1 โดยลงเล่นไป 11 นัดมีอยู่ 21 คะเเนน เเละมีคะเเนนตามทีมจ่าฝูงการท่าเรือ เอฟซี อยู่เพียง 7 คะเเนน

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!?
ATM เออรัก เออเร่อ /  กวน มึน โฮ / 

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!? บางครั้งเวลาจะเลือกดูภาพยนตร์สักเรื่องก็อาจเกิดคำถามขึ้นหน่วง ๆ ในใจว่าจะดูอะไรดี ในเมื่อหนังรักก็ชอบ หนังตลกก็ใช่ สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ดีที่สุดจึงหนีไม่พ้นหนังในกลุ่ม โรแมนติกคอเมดี ที่เปรียบเป็นลูกผสมไฮบริดระหว่างความรักหวานซึ้งกับความหฤหรรษ์บันเทิงที่ลงตัว และในวันนี้ เราได้รวบรวมรายชื่อภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี จำนวน 5 เรื่อง ที่เชื่อว่าเป็นที่ประทับใจใครต่อใคร การันตีด้วยยอดรายได้ที่สูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิศประเทศไทย ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...มาลุ้นไปพร้อม ๆ กันได้เลย ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2557 รายได้ 330.59 ล้านบาท หนังรักเบาสมองเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความคิดของ เมษ ธราธร ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ต้องการเล่าเรื่องราวความสับสนอลหม่านเมื่อนายช่างหนุ่มผู้ไม่สันทัดภาษาอังกฤษจำเป็นต้องเข้าคอร์สติวอย่างเร่งด่วนจากติวเตอร์สาวเพื่อตามไปง้อแฟนสาวชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปทำงานต่างประเทศ โดยหารู้ไม่ว่าความใกล้ชิดจะทำให้ชายหนุ่มกับหญิงสาวเกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน งานนี้เจ้าของสถิติคู่พระนาง 300 ล้าน ก็หนีไม่พ้นนักแสดงลูกหม้อประจำค่ายหนังอารมณ์ดี GTH ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร ที่มาจับคู่กันได้อย่างเหมาะสมลงตัวสุด ๆ ATM เออรัก เออเร่อ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2555 รายได้ 152.50 ล้านบาท ยังคงอยู่กับผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ เมษ ธราธร ที่ครั้งนี้ได้นำเอาเรื่องราวความรักลับ ๆ ระหว่างชายหญิงที่ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน แต่ด้วยกฎเหล็กที่ระบุว่าห้ามพนักงานเป็นแฟนกัน เขาและเธอจึงต้องออกโรงปฏิบัติภารกิจชิงไหวชิงพริบแก้ปัญหาเครื่อง ATM ที่จ่ายเงินเกินอัตรา เพื่อบีบให้อีกฝ่ายลาออกก่อนที่ความลับของทั้งคู่จะถูกเปิดเผยและพานทำให้ถูกไล่ออกไปด้วยกันทั้งสองคน โดยในหนังเรื่องนี้ก็ยังได้นางเอกคู่บุญของผู้กำกับอย่าง ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร มารับบทนำประกบคู่กับมือเขียนบทหนังพันล้าน เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ซึ่งเคมีความเข้ากันของทั้งคู่เลอค่าจนค่ายหนังต้นสังกัดสั่งไฟเขียวทำภาค 2 ในรูปแบบละครซีรีส์ที่ใช้ชื่อว่า ATM 2 คู่เวอร์ เออเร่อ เออรัก รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2552 รายได้ 145.82 ล้านบาท หนังรักอารมณ์ดีที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 รถไฟฟ้า BTS ที่ได้ ปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม มาควบสองตำแหน่ง ได้แก่ ผู้กำกับและคนเขียนบท เรื่องราวเล่าถึงชีวิตคนเมืองที่วุ่นวายอยู่กับการทำงาน กว่าจะรู้ตัวอีกทีอายุก็เกือบจะล่วงเลยวัยแห่งการสวีทกับแฟนไปซะแล้ว ผู้กำกับของเรื่องได้เลือกให้ คริส หอวัง มารับบทพนักงานบริษัทธรรมด๊าธรรมดาวัยสามสิบ ผู้ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการขึ้นคานทองนิเวศ เธอจึงต้องเริ่มมองหาชายหนุ่มที่จะมาเติมเต็มชีวิตคู่ของเธอให้สมบูรณ์ และคน ๆ นั้นก็คือ เคน ธีรเดช วงศ์พัวพัน หนุ่มวิศวกรรถไฟฟ้า BTS กะดึก และเรื่องราวคงลงเอยได้อย่างง่ายกว่านี้ หากว่าเธอไม่ใช่คนทำงานกลางวัน ส่วนเขาเป็นคนทำงานกลางคืน นอกจากหนังเรื่องนี้จะปลุกกระแสให้สาวโสดอยากหาแฟนหนุ่มหล่อ ๆ มาไว้ข้างกายสักคน ความนิยมของกลุ่มผู้ชมที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ยังส่งผลให้มีการต่อยอดเรื่องราวในซีรีส์ของค่าย GTH อีกถึง 2 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ - GTH Side Story ตอน รถไฟฟ้ามาหานะเพลิน ที่เล่าถึงเรื่องราวของ เพลิน เด็กสาวที่เคยปรากฏตัวในฐานะตัวละครสมทบของภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ - น้ำตากามเทพ เป็นการนำละครโทรทัศน์ที่ปรากฏเป็นฉากสั้น ๆ ในภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ มาขยายเป็นเรื่องขนาดยาว กวน มึน โฮ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 130.00 ล้านบาท กวน มึน โฮ คือการผันตัวเองมากำกับหนังรักเป็นครั้งแรกของ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล หลังได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือชื่อ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน ตัวหนังเล่าถึงการผจญภัยของคู่พระนาง เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่บังเอิญเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ในช่วงเวลาเดียวกัน ภายใต้ความไม่รู้จักกันพวกเขาออกเดินทาง ทั้งกิน ทั้งเที่ยว และสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน จนกลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจทั้งที่ต่างฝ่ายไม่รู้จักชื่อและที่มาที่ไปของกันและกันเลยด้วยซ้ำ (ปล. คนดูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสรุปแล้วพระเอกนางเอกของเรื่องชื่ออะไร เห็นเรียกแต่ “ด่าง ๆ”) สุดเขตสเลดเป็ด ค่าย M39 / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 125.03 ล้านบาท ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ฝีมือการกำกับของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ผู้ซึ่งคร่ำหวอดกับหนังประเภทนี้มาหลายปี โดยครั้งนี้เขาได้เล่าเรื่องราวความรักและความฝันผ่านมุมมองหนุ่มอินดี้ผู้ไม่ค่อยจะแคร์เวิลด์ แต่ดันไปตกหลุมรักสาวคลั่งดาราตัวเอ้ แถมมีสกิลปากที่กวนสุด ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้นและดำเนินไปบนความต่างทางนิสัยแบบสุดขั้ว และนอกจากจะได้หนุ่มนักดนตรีมาดเซอร์อย่าง เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ มาเข้าคู่กับสาวสุดติสต์ ยิปโซ อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ (ชื่อเดิม รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์) หนังเรื่องนี้ยังได้นักแสดงตลกท็อปฟอร์มมาร่วมสมทบกันอีกมากมายหลายชีวิต อาทิ โก๊ะตี๋ อารามบอย, ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน และ แจ๊ส ชวนชื่น

กีกี้ ศักดิ์ นานา คนไทยใน Nürburgring สนามแข่งที่ยากที่สุดในโลก
Nürburgring /  porsche / 

พบกับเรื่องราวของนักแข่งรถอันดับ 1 ของประเทศไทยถึงสาเหตุว่าทำไมเขาจึงเลือกไปแข่งที่ Nürburgring รายการแข่งรถที่ขึ้นชื่อในเรื่องความหินที่สุดในโลก วันนั้น มีรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง รู้จักกันมาหลายปีแล้ว ได้ถามผมว่า “พี่กี้คะ ตั้งแต่พี่กี้แข่งมา พี่กี้เคยชนะอะไรบ้างไหมคะ” นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมกลับไปบ้าน แล้วเสิร์ชกูเกิ้ลว่า สนามอะไร การแข่งขันอะไร ที่ยากที่สุดในโลก โหดที่สุด เสี่ยงที่สุด และมีคนเสียชีวิตมากที่สุด กูเกิ้ลตอบผมว่า “Nürburgring” เพราะว่าเป็นสนามที่นักแข่งระดับโลกต่างบอกว่ายากกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Nikki Lauda, Stirling Moss และอีกคนหนึ่งคือ Sir Jackie Stewart ที่เขาได้มอบฉายาให้สนามนี้ว่า นรกสีเขียว (The Green Hell)…การที่ผมโดนดูถูกในครั้งนั้น ทำให้ผมเลือกที่จะไปแข่งสนามที่ยากที่สุดในโลกครับ การที่เราจะได้ไปแข่งขันที่ Nürburgring ได้ เราต้องสอบใบขับแข่ง ใบขับแข่งมีสามรูปแบบ คือ ใบขับแข่งประเภท C, B และ A ใบขับแข่งประเภท C จะได้มาจากประเทศเกิดของนักแข่งแต่ละท่าน ที่ลงแข่งการแข่งขันของประเทศนั้นๆ เช่นเมืองไทยก็เป็นงาน Thailand Super Series เป็นต้น ซึ่งเราก็เอาใบขับแข่งประเภท C นี้ ไปสอบเป็น ใบขับแข่งประเภท B ที่สนามแข่งที่เยอรมนี โดยเราจะต้องแข่ง VLN (งานแข่งชิงแชมป์เยอรมัน) อย่างน้อย 3 สนาม และใน 3 สนามนี้ เราจะต้องติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้ง 3 สนาม และต้องแข่งจนจบการแข่งขันโดยไม่มีการชนหรือรถแข่งมีปัญหา พอเราได้ใบขับแข่งประเภท B แล้ว เราก็จะต้องไปอบรมและสอบข้อเขียน เพื่อที่จะได้ใบขับแข่งประเภท A ซึ่งเราจะต้องไปเข้าห้องเรียนสองวัน ต้องสอบข้อเขียนให้ผ่าน โดยจะต้องผ่านแบบถูกต้อง 100 เปอร์เซนต์ เท่านั้น พอสอบข้อเขียนผ่านแล้ว ก็จะต้องขับรถแข่งที่เขาเตรียมไว้ให้ในสนามโดยมี Instructor ( ครูสอนซึ่งเป็นนักแข่งมาก่อน ) นั่งไปในรถด้วย เราจะต้องขับรอบสนามทั้งหมด 3 รอบ แล้วทาง Instructor ก็จะให้คะแนนเรา ว่าเราจะสอบผ่านไหม พอเราผ่านสอบปฏิบัตินี้ เราก็จะได้ใบขับแข่งประเภท A ซึ่งเราจะสามารถแข่งรายการทุกรายการในประเทศเยอรมนีได้หมด ส่วนการแข่ง ตารางการแข่งขัน จะมี VLN ทั้งหมด 10 สนาม VLN คืองานแข่งชิงแชมป์ประเทศเยอรมนี ใน 10 สนามนี้ 9 ครั้งจะเป็นการแข่ง 4 ชั่วโมง และมี 1 ครั้งที่เป็นแข่ง 6 ชั่วโมง แล้วก็มี Qualification Race ซึ่งแข่ง 6 ชั่วโมง เป็นการแข่งเพื่อเตรียมตัวสำหรับแข่งชิงแชมป์โลกในงาน 24H ซึ่งถึงเราจะได้ใบขับแข่งประเภท A แล้ว ก็จะต้องมาขับในงาน Qualification Race 6 ชั่วโมงนี้ด้วย เพราะมันเป็นงานที่ใช้กฎกติกาและตารางงานเหมือนกับงาน 24H ทุกอย่าง แล้วก็งานแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดของปีคือ ADAC 24 Hours Rennen Nürburgring ซึ่งงานแข่งนี้ใช้เวลาหลายวันมาก เริ่มจากวันอังคาร เปิดให้ซ้อม วันพุธมี Qualify ตอนกลางคืน วันพฤหัสฯ มี Qualify ตอนกลางวัน วันศุกร์มีงานแข่งงานอื่น เช่น WTCC, Formula 3 และ WEC วันเสาร์เช้ามีแข่ง Classic Cars จากนั้นคิวของพวกเราก็จะเริ่มแข่งกันตอน 4 โมงเย็นวันเสาร์ ยาวไปถึง 4 โมงเย็นวันอาทิตย์ มีรถแข่งเฉลี่ย 250 คัน นักแข่งเกือบ 1,000 คน ทีมของผมเนี่ย เป็นทีม Porsche GetSpeed ครับ ซึ่งเป็นทีมที่ได้สปอนเซอร์มาจาก Porsche ได้การดูแลจาก Porsche มีช่างจากโรงงานมาดูแลตลอด ซึ่งพอเป็นทีมใหญ่ ผู้จัดการทีมและเจ้าของทีม ให้ความจริงจังกับการแข่งมาก เขาควบคุมนักแข่งในเรื่องการออกกำลังกาย การทานอาหาร การดื่มน้ำ และการซ้อม อาหารที่เราทานทุกมื้อ ทางทีมก็คำนวนปริมาณพลังงานและโปรตีน เพื่อที่ให้เรามีแรงงานพอเพียง ช่วงแข่งเขาจะให้เราทานแต่ soup จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องย่อยอาหารหรือปวดท้อง เราจะได้ทานอาหารเป็นมื้อเต็มๆ แค่มื้อเย็นเท่านั้น น้ำดื่มจะมีเตรียมกระติกให้นักแข่งแต่ละคน ติดชื่อเอาไว้ เป็นน้ำเปล่าผสมกับกลูโคสและวิตามินต่างๆ ซึ่งเป็นน้ำที่เอาไว้สำหรับนักกีฬาวิ่งระดับโลกเขาใช้ดื่มกัน ตอนอยู่ในรถแข่ง ก็จะมีน้ำอีกชนิดหนึ่งเตรียมไว้ให้ เวลาเราขับไปชั่วโมงหนึ่งแล้วเหนื่อยๆ พอมาดื่มน้ำแล้วจะรู้สึกมีแรงขึ้นมาเลย เหมือนได้ดื่ม Energy Drink ส่วนการซ้อม ยกตัวอย่างทีมอื่นเขาก็จะมาซ้อมก่อนแข่งแค่หนึ่งวัน แต่ทีมผม เขาจะปิดสนาม 2 วันเต็ม ก่อนที่จะมีการแข่งขันหนึ่งอาทิตย์ล่วงหน้า ให้นักแข่งในทีมได้ทำการซ้อมได้อย่างเต็มที่ ได้เข้าใจรถอย่างเต็มที่ ได้รู้จักลิมิตรถ สภาพอากาศของสนาม Nürburgring ด้วยมันเป็นสนามที่สูง 350 – 650 เมตร จากน้ำทะเล จุดนี้ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันตลอดเวลาครับ ความหมายคือ บางครั้งเราขับหนึ่งรอบนั้นมีหลายฤดูด้วยกัน บางช่วงก็แดดออก บางช่วงก็เหมือนเป็นน้ำแข็งบางๆ บนพื้นสนาม บางช่วงก็เปียกเหมือนมีฝนตก นั่นคือสิ่งที่ทำให้สนามนี้ขับยากที่สุด เพราะเราจะไม่สามารถเซ็ทรถให้เข้ากับสนามแบบแห้งหรือแบบเปียกอย่างใดอย่าง หนึ่งได้เลย ดังนั้นจึงเป็นงานของคนขับ ที่จะขับรถ คุมรถ ให้เข้ากับสภาพอากาศในสนามในช่วงๆ นั้น ถ้าถามถึงความคุ้นเคยกับสนาม ผมแข่งสนามนี้มาเป็นปีที่ 4 คงไม่กล้าตอบว่าคุ้นเคยมาก แต่ใช้คำว่า ทุกครั้งที่ขับในสนามนี้ จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ กลับมาทุกครั้ง คนที่แข่งที่สนามนี้จะรู้ดีว่า ไม่ว่าคุณจะขับเป็น 1,000 รอบ ไม่มีรอบไหน ที่สนามจะให้ความรู้สึกเหมือนกันเลย หลายท่านถามผมถึง feeling ในการขับ รถ 991 Cup Car ที่ใช้แข่งเป็นรถที่ดีมากครับ Balance ดีมาก, Handling ดีมาก Porsche เป็นรถที่แบบ…ไม่รู้ว่าสร้างด้วยอะไร แต่ไม่รู้สึกว่าเครื่องอยู่หลังแล้ว รู้สึกเหมือนเครื่องอยู่กลาง Understeer นี่แทบไม่มีเลย ผมเคยขับ SLS GT3, Z4 GT3, Lambo GT3 และ 997 GT3R แล้วผมก็คิดว่า 997 GT3R เป็นรถแข่งเกรด GT3 ที่ดีที่สุดแล้ว ครั้งแรกผมคิดว่า 991 cup car นี่ไม่มีทางสู้ได้หรอก แต่พอผมขับแล้วเนี่ย รู้สึกว่า 997 ห่วยไปเลย เพราะว่า Balance น้ำหนักของ 991 นี่ดีเหลือเชื่อ ระบบเบรกนี่คือ โอ้โห! ไม่เคยเจออะไรเบรกดีขนาดนี้มาก่อน สำหรับช่วงล่าง ผมก็ไม่เคยเจอช่วงล่างที่ดีขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน ปกติ Porsche มันจะมีนิสัย Understeer ค่อนข้างง่าย แต่ 991 cup GT3 ไม่มีอาการ Understeer เลย ผมสรุปง่ายๆ เลยละกันครับ ว่า ตั้งแต่ผมแข่งรถมา ผมไม่เคยขับรถแข่งที่ดีขนาดนี้มาก่อน ส่วนการปรับรถให้เข้ากับสนามนั้น รถ 991 cup car ใช้ช่วงล่างมาจากโรงงาน Porsche ซึ่งเราไม่มีสิทธิ์ไปเปลี่ยนมัน เราเปลี่ยนได้แค่สปริงเท่านั้น ทางทีมก็จะเซตอัพให้เราทดสอบดูในวันซ้อม แล้วก็ถามความเห็นนักแข่งว่าแบบไหนดีที่สุด ลมยางแบบไหนดีที่สุด Toe/Camber แบบไหนดีที่สุด เขาจะให้เราเลือก แล้วก็จะเซตอัพอันนั้นให้เรา หรือถ้าตัวเลือกที่เขามีนั้นเราไม่ชอบเลย เขาก็จะให้เราบอกอาการรถ แล้วแก้ไขจนกว่าเราขับแล้วรู้สึกเพอร์เฟ็กต์ เพื่อให้รถกับเราเป็นเหมือนชิ้นส่วนเดียวกัน โดยการดูจากเวลาต่อรอบขับเป็นหลัก ว่าเซตอัพแบบไหนทำเวลาได้ดีที่สุด ส่วนยาง ทาง Porsche จะบังคับให้ใช้เหมือนกันหมดทุกทีม คือ Michelin Hard Compound สุดท้ายนั่นคือแผนการขับ สำหรับตัวผมก็คือ เราต้องขับให้เร็วที่สุดและห้ามชน นี่คือคำสั่งที่เราได้ยินบ่อยที่สุดจากผู้จัดการทีมครับ ส่วนผลการแข่งขันที่ออกมาน่าพอใจไหม? ผมพอใจมากกับผลการแข่งขันสนามแรก แต่เหลืออีก 11 สนาม ยังต้องเหนื่อยอีกเยอะเลยครับ ข้อมูลภาพจาก : นิตยสาร GTPorsche Thailand