ข้อห้าม

แพท ณปภา โล่ง! ศาลให้ประกันตัวในชั้นฝากขัง
แพท ณปภา /  เบนซ์ เรซซิ่ง

ดาราสาว แพท ณปภา โล่งอกได้กลับบ้านไปเลี้ยงลูก หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(15 พ.ค.) เนื่องจากพบความเชื่อมโยงทางการเงินกับทาง เบนซ์ เรซซิ่ง สามีของเธอ เพราะไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินจำนวน 1.9 ล้านบาทได้ ทั้งนี้เธอได้ให้การปฏิเสธ ด้านนายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 แสนบาท ยื่นต่อศาลเพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งศาลนัดครั้งหน้าในวันที่ 3 ก.ค. นี้ ด้านสาวแพท แจงไม่ได้หนีหมายเรียก แต่หมายมาถึงตนวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งในหมายนัดวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเธอเตรียมเอกสารและเงินประกันตัวไม่ทัน ไม่เช่นนั้นวันนี้เธอคงไม่ได้มายืนตรงนี้ ทนาย เปรยในเรื่องเนื้อคดีวันนี้ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เหลือประเด็นอีกนิดหน่อยก็จะได้รับข่าวดี ซึ่งจะมีการนำเอกสารเสนอพนักงานสอบสวนอีกครั้งไม่เกิน 1-2 วัน แจงเรื่องทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเพื่อให้พนง.สอบสวนทบทวนหลังแพทตกเป็นผู้ต้องหา สาวแพทบอกรู้สึกตกใจ หลังทราบเรื่องหมายจับ ยันทำทุกอย่างตามกฏหมาย เปรยไม่มีใครอยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ยิ่งตนเป็นคนมีชื่อเสียงด้วยแล้ว ยันตนก็เป็นแค่คนธรรมดาคนนึง อยากให้ทุกคนเชื่อมันในตน อยู่ตรงนี้มานานรู้ว่าอะไรดีไม่ดี ทนายเสริม ยกเรื่องนี้เป็นตัวอย่างในการรับโอนเงินโดยไม่รู้ เป็นอุทาหรณ์กับสังคมจะรับเงินใครก็ต้องสอบถามกันนิดนึง... รายละเอียดดังนี้ ทนาย "ตอนนี้ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวที่ 5 แสนบาทเท่ากับของคุณเบนซ์ กำหนดนัดมาศาลครั้งหน้า 3 ก.ค.60 ส่วนเรื่องหมายที่ยังมีหลายคนขัดข้องก็ให้เจ้าตัวอธิบายดีกว่า" แพท "ที่พี่ๆ นักข่าวถามมาเรื่องหมายเรียกนั้น เรื่องหมายวันที่ 11 ก.ค.60 มันค่อนข้างจะเร่งรัดเร็วมาก มาถึงเป็นวันที่ 8 ตอนกลางคืน กว่าเราจะคุยทนายเตรียมเอกสาร แพทเองก็เป็นนายประกันตัวเองด้วย ก็วันที่ 9 พ.ค. วันที่ 10 พ.ค.ก็เป็นวันหยุดด้วยไปธนาคารไม่ได้ เอกสารไม่พร้อม ทำให้วันที่ 11 พ .ค.จึงให้ทนายเข้าไปขอเลื่อนนัดก่อนแต่เผอิญว่าหมายก็ออกมาก่อนที่ทนายจะไปถึง ทั้งๆที่แพทก็ไม่ได้จะหนีหรือไม่ให้ความสำคัญ แต่ก็ต้องมีเวลาให้เราเตรียมตัวด้วย ด้วยระยะเวลาของหมายเร็วมาก ถ้านับตามวันจริงๆ ก็ 3วัน ซึ่งมันก็เร็วสำหรับเราในการเตรียมตัวทุกอย่าง หลายๆ คนก็วิพากษ์วิจารณ์กันว่าแพทไม่มาตามหมาย คือถ้าหนีจริงๆ ก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรือให้สัมภาษณ์ตรงนี้แน่นอน คงจะไปอยู่อีกที่นึง เพราะว่าเตรียมเงินประกันก็ไม่ทัน หมายเขาเตรียมไว้ตอนไหนเราก็ไม่รู้ พอทนายไปถึงตอนช่วงประมาณเที่ยงๆ ก็มีหมายแปะที่เอเรียเรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งจริงๆ เราตั้งใจให้ทนายไปชี้แจงและขอเลื่อนด้วยเหตุผลเราเตรียมตัวไม่ทันแค่นั้นเอง ไม่ได้จะหนีหมายอย่างที่เป็นข่าว อย่างที่บอกถ้าไปตามวันที่ 11 จริงๆ ด้วยระยะเวลา 3 วันแล้ววันที่ 10 พ.ค.ซึ่งเป็นวันหยุดราชการอีก แพทบอกเลยว่าอาจจะไม่ได้มาสัมภาษณ์แพทตรงนี้นะคะ อาจจะต้องสัมภาษณ์ที่อื่นเพราะแพทเตรียมเอกสารไม่ทัน" ทนาย "เอกสารที่เตรียมมาวันนี้ หลักประกันเราก็ใช่สมุดบัญชีเงินฝากจำนวน 5 แสนบาท ท่านก็อนุญาตโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่ถูกจำกัดสิทธิ์ออกนอกประเทศ ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ใช่ครับ ในเรื่องคดีเราปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนข้อสงสัยของเจ้าพนักงานเหลือประเด็นอีกนิดเดียวจริงๆ ครับ ถ้าอดทนอีกสักนิดนึงน่าจะได้ยินข่าวดี" ทนาย "นัดครั้งหน้า คือต้องกราบเรียนจริงๆ ว่าน้องจะทำรายการบัญชีปีนึง 622 รายการ และจากที่พวกเราทราบว่ามีรายการที่ติดปัญหาอยู่ 18 รายการอยู่ประมาณ 3% ของทั้งปีแล้วถามว่าวันนี้ทำอะไร วันนี้ไปซื้ออะไรบางทีมันจำไม่ได้ แต่เราก็พยามที่จะรวบรวมหลักฐานและนำเสนอพนักงานสอบสวนอีกครั้งใน 1-2 วันนี้" แพท "ในเรื่องของรูปคดีทั้งหมดแพทขอให้พี่ทนายเป็นคนตอบนะคะแต่ว่าถ้าถามวันนี้เราก็ดำเนินการตามที่เจ้าหน้าบอกและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ นอกเหนือจากนี้ถ้าจะถามในเชิงกฏหมาย แพทรบกวนถามทนายแพทดีกว่า เพราะแพทไม่ได้เก่งเรื่องนี้ ต่อจากนี้แพทจะไปเลี้ยงลูกแล้วค่ะ" ทนาย "เรื่องเรียกร้องขอความเป็นธรรม ต้องเรียนให้ความรู้อย่างนี้ว่า ที่ผ่านมาเราไม่เคยยื่นหรือร้องขอความเป็นธรรมเลยจนกระทั่งเราทราบหมายเรียกผู้ต้องหา แสดงว่าเราใกล้จะตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว เราถึงร้องขอความเป็นธรรมให้เจ้าพนักงานสอบสวนทบทวนก่อนว่าข้อวินิจฉัยและข้อกฏหมายของท่านมันถูกต้องหรือไม่ หลังจากนี้พอวันนี้ตกเป็นผู้ต้องหา เราก็ยังมีสิทธิ์ที่จะนำเสนอหลักฐานในชั้นสอบสวนทั้งหมด ที่มีทั้งก่อน หลัง และระหว่างเกิดเหตุให้ดูทั้งหมดว่าธุรกรรมทางกานเงินของน้องไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ใช้จ่ายวันนึง 1-2 พันเป็นปกติอย่างนี้ครับ หลังจากนั้นเราต้องทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปที่พนักงานสอบสวนไปอีกครั้งก่อนที้จะดำเนินคดี แน่นอนต้องทำงานร่วมกันหลังจากวันนี้ไปก็ต้องพูดคุยกันแต่ ณ ปัจจุบันยังไม่ได้พูดคุย" แพท "ตอนแจ้งข้อหา เรียกว่าตกใจดีกว่าค่ะ ก็ถ้าทุกคนตามข่าวก็น่าจะเห็นข่าวที่ออกมาเรื่อยๆ ข่าวก่อนหน้าก่อนที่จะมาถึงวันที่ 8 พ.ค.ที่แพทโดนหมายทุกคนก็น่าจะเข้าใจเหมือนที่แพทเข้าใจเราโอเคตามที่ท่านให้ข่าวไว้ คงไม่มีอะไรแล้ว จนมามีหมาย ก็ตกใจ แต่สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดก็ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฏหมาย เขานัดถ้าเราสะดวกหรือพร้อมเราก็มา ถ้าเราไม่พร้อมเราก็ยื่นเอกสารชี้แจงไปว่าเพราะอะไร จริงๆ มันเป็นอะไรที่พูดยากก็ไม่มีใครอยากจะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เราไม่ได้เก่งไปซะทุกอย่าง แต่อันนี้เราต้องยอมรับว่าเป็นคนธรรมดา และยิ่งตอนนี้อยู่ในจุดที่แบบทุกคนให้ความสนใจ สิ่งสำคัญคือชื่อเสียงที่ตอนนี้มันกลายเป็นข่าวคนจับจ้อง ในส่วนอื่นๆ แพทยังเชื่อในตัวแพทและคนรอบข้าง คนในครอบครัวและเพื่อนก็ยังเชื่อมั่นในตัวแพท แล้วแพทอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวแพท แพทอยู่ในวงการมานานและรู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี อะไรที่มันทำหรือไม่ต้องทำในส่วนนอกเหนือจากนั้นเราคงกำหนดอะไรไม่ได้จริงๆ" ทนาย "เรื่องนี้เป็นตัวอย่างกรณีของแพทท่านผู้บัญชาการท่านก็ได้ให้สัมภาษณ์ กรณีของน้องก็เป็นตัวอย่างว่าในการรับโอนเงินโดยไม่รู้บางทีก็ต้องสอบถามกันบ้างก็ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ให้คนได้ข้อคิดในการรับเงินจากบุคคลใดๆ ก็ต้องสอบถามกันนิดนึง หลักฐานเงินล้านกว่า มีครับ ผมส่งไปหมดแล้ว" แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา

แม่ก็คือแม่!! ชมพู่ อารยา เปิดใจครั้งแรก ตั้งใจอุ้มท้องลูกแฝดเดินพรมแดงเมืองคานส์!!
ชมพู่ อารยา /  ข่าว ชมพู่ อารยา / 

  หลังอัพข่าวดีให้แฟนๆ ได้เฮกันมาแล้วในอินสตาแกรม สำหรับทายาทซุปตาร์ของ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่กำลังตั้งครรภ์ลูกชายฝาแฝดได้ 4 เดือนแล้ว ล่าสุด สาวชมพู่ ได้อุ้มท้องลูกชายฝาแฝดอายุครรภ์ 4 เดือน มาร่วมงานเปิดตัวแคมเปญ "L'Oreal Paris Canniversary" (ลอรีอัล ปารีส คานส์นิเวอร์ซารี่) @แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน พร้อมกับเปิดใจเป็นครั้งแรกว่าปีนี้เธอยังคงทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ ลอรีอัล ปารีส ไปพรมแดงเมืองคานส์เช่นเคย แต่สิ่งที่วิเศษสำหรับเธอก็คือได้อุ้มลูกชายฝาแฝดเดินพรมแดงด้วย โดยมีคุณสามี น็อต วิศรุต ตามไปดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย   "ออกงานวันนี้ตื่นเต้นค่ะ เพราะว่าปีนี้เรายังไม่ได้เจอกันเลย เป็นครั้งแรก ไม่ได้ออกอีเว้นท์นานมาก เราเองก็มีความคาดหวังเหมือนกันค่ะ อย่าว่าแต่คนอื่นเลย เราก็อยากจะทำให้มันดีขึ้นๆ ทุกปี ก็เป็นความตั้งใจของชมอยู่แล้ว ทุกๆ ปีที่มีโอกาสได้ไปก็จะเห็นคนดังคนอื่นกระเตงลูกไป บางคนก็อุ้มท้องไป หรือบางคนอายุ 70 กว่าก็ยังเดินอยู่ เลยรู้สึกว่าถ้าเราได้ผ่านช่วงเวลานั้นของชีวิตแล้วยังได้ทำหน้าที่ตรงนี้ด้วยคงมีโมเม้นท์นึงสักปีที่ได้ทำในเวอร์ชั่นนี้ และปีนี้ก็ตั้งใจทั้งช่วงเวลาและการวางแผนน่าจะเหมาะเจาะทุกอย่าง"   "ชมวางแผนมาพอสมควร เพราะปีที่แล้วก็เคลียร์งานไปได้ค่อนข้างเยอะ และช่วงที่ผ่านมาเราก็ค่อนข้างจะรับงานเบาๆ หมดเลย เล็งไว้แล้วว่าถ้าไปเมืองคานส์ อายุครรภ์ก็คง 5 เดือนพอดี เป็นช่วงที่ไม่แพ้แล้ว เดินทางได้ คล่องตัว ความอึนในตอนแรกมันหมดไปแล้ว และก็ยังไม่ใช่เคลื่อนไหวลำบากถึงขั้นโค้งสุดท้าย พอพ้น 3 เดือนแล้ว เราก็รู้สึกว่าช่วง 4-7 เดือนเป็นช่วงที่เราชิลล์ เดือนที่ 8-9 ก็จะไม่ชิลล์แล้ว จะเป็นฮิปโปแล้ว"   "คุณสามีไปด้วยค่ะปีนี้ แต่อย่างที่ทราบกันปีนี้เรามีพาร์ทเนอร์ค่อนข้างเยอะ ทุกๆ ทีมรู้ว่าเราท้อง ซึ่งจริงๆ เขาก็รับมือกับพรีเซ็นเตอร์ที่ท้องทุกๆ ปีอยู่แล้ว เขารู้อยู่แล้วว่าต้องรับมือยังไง ปีนี้เรามีลอฟฟิเซียลกับโชว์พราวที่เข้ามาดูแลและทำให้ชมเบาใจในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นดีเทลเรื่องชุดรายละเอียดปลีกย่อย ฉะนั้นชมก็ทำใจสบายๆ ไป รักษาร่างกายให้แข็งแรง"   "จริงๆ ทางลอฟฟิเซียลก็มีส่วนช่วยชมตั้งแต่ปีที่แล้วใน 4 ลุคที่ทุกคนเห็นกัน ปีนี้ก็น่าจะชัดเจนขึ้น เราก็มีการทำการบ้านไปบ้างแล้ว แต่ปีนี้เรามีข้อจำกัดเรื่องสรีระเราไม่เหมือนเดิม ก็อาจจะมีการคร่าวๆ ไว้ แต่ยังไม่ได้เจาะจง และคงต้องเดินทางไปล่วงหน้าเพื่อฟิตติ้งชุด เพราะบางชุดอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับ"   "เรื่องโฟกัสชมตั้งใจมาก ชมอยากให้เห็นมาก แต่เท่าที่คุยกับทีมงานฝรั่ง เขาบอกว่าเราไม่ได้ดูท้องเลย คือถ้าเทียบกับคนยุโรปมันจะดูก้ำกึ่งด้วยซ้ำว่าเหมือนคนมีพุง (หัวเราะ) แต่ชมก็ยังมีเวลาอีก 2 อาทิตย์มันอาจจะชัดขึ้นหรือเปล่า บางชุดมันก็มีข้อจำกัด ถ้ามันไม่สบายตรงช่วงท้องก็อาจจะต้องข้ามและเว้นไป เพราะแต่ละช่วงของเดือน แต่ละสัปดาห์ ตำแหน่งของท้องมันก็อยู่สูงต่ำไม่เท่ากัน ก็ต้องหาช้อยส์ไว้ค่อนข้างเยอะพอสมควร ต้องบินล่วงหน้าหลายวัน แต่ทุกอย่างยังไม่ได้ไฟนอล"   "พี่น็อตเขาไม่ค่อยจุกจิกอะไรกับชมมาก เขารู้แค่นั้นว่าปีนี้เขาต้องไป คือจริงๆ ทางลอรีอัลพอทราบว่าเราท้อง เขาก็ถามความสมัครใจเราว่าโอเคไหม เขาไม่ฝืนนะ แต่ชมบอกว่ามันเป็นความตั้งใจของชม แพลนไว้แล้วว่าอยากจะมีน้องปีนี้ ตั้งใจไว้แล้วว่าอยากทำเวอร์ชั่นนี้เพราะมันเป็นโมเม้นท์ที่วิเศษมาก ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งเราอยากจะเฉลิมฉลองช่วงเวลานี้ และเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ที่ดูอยู่ว่าความเป็นแม่มันสวยงามนะ เราไม่จำเป็นต้องหยุดกับคำว่าแม่ ในคำจำกัดความแบบเดิมๆ ชมเชื่อว่ามีผู้หญิงอีกหลายคน พอมีภาระคำว่าแม่ เราต้องดร็อปอะไรหลายๆ อย่างของตัวเอง เพราะคำว่าแม่ภาระมันยิ่งใหญ่ รวมถึงหลายคนสูญเสียความเป็นตัวเอง แต่ชมอยากจะใช้โอกาสตรงนี้ทำให้ทุกคนฮึดขึ้นมา"   "(ได้มีบอกลูกไหมว่าปีนี้แม่จะพาไปเดินนะลูก?) ก็มีบอกบ้าง มีบอกนะ แต่ตอนนี้เขายังไม่มีหู จะได้ยินตอนประมาณ 24 สัปดาห์"   "(สรุปว่าเป็นลูกชายฝาแฝด?) ใช่ค่ะ ที่ทราบเพศชายเพราะเดี๋ยวนี้เขารู้เร็ว สักประมาณ 11-12 สัปดาห์ก็ตรวจเลือดได้แล้ว DNA เขาจะหลุดมาในกระแสเลือดเรา ถึงแม้อวัยวะยังไม่โผล่แต่เราก็จะทราบ"   "ทุกคนก็ว่าอย่างนั้น แต่ชมยังไม่เคยท้องเดี่ยวเลยไม่รู้จะเปรียบเทียบยังไง คือคนที่เขาเคยท้องแค่คนเดียวเขาก็ว่าแล้ว เขาก็เลยจินตนาการว่าสองคนอาจจะหนักกว่าหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ชมคอนเฟิร์มได้เลยว่าฮอร์โมน HCG สูงมาก จะแพ้แน่นอน"   "(ตั้งใจจะมีแฝดเลยใช่ไหม?) มีปรึกษาคุณหมอบ้าง อย่างที่บอกชมอยากได้ช่วงเวลานี้ ปีที่ผ่านมาเลยฟิตร่างกายมาตลอด และมาตัดสินใจช่วง พ.ย.-ธ.ค. คุยกับพี่ในกองว่ารอปิดหล้องก่อนดีไหม แต่ทุกคนก็ยุว่าให้ลุยเลย และด้วยความที่เราดูแลตัวเองดีมาตลอด ปรึกษาคุณหมอด้วยก็เลยได้ตามเวลาที่เราต้องการ"   "จริงๆ ทางบ้านพี่น็อตก็มีแฝดค่ะ พี่สาวพี่น็อตก็มีลูกแฝด ส่วนอันนี้ชมเพิ่งทราบนะเพราะชมเพิ่งไปอังกฤษครั้งล่าสุด ชมก็ไปเยี่ยมคุณอาซึ่งเป็นน้องของพ่อ เราก็บอกข่าวดีกับเขา เขาก็เลยบอกว่า รู้ไหมว่าปู่ของเราก็เกิดมาพร้อมกับน้องชายฝาแฝดแต่เขาเสียไปตอนคลอด ที่ได้ลูกแฝดถ้าบอกว่าเราไม่ได้หาหมอเลยก็จะบอกว่าโกหก ก็มีวิทยาศาสตร์ช่วยบ้าง"   "พี่น็อตก็ดูแลปกตินะคะ ไม่ได้อะไรพิเศษมาก เพราะเขาก็ดูแลเราเป็นปกติอยู่แล้ว คือถ้ารู้ว่าเราต้องการอะไรเขาก็จะพยายามหามาให้ คืออย่างที่บอกช่วงแรกแพ้หนักมากเพราะระดับฮอร์โมนมันสูง คนปกติที่เขาไปตรวจฮอร์โมน HCG 500-600 เขาก็ว่าสูงแล้ว แต่วันแรกที่ชมไปตรวจ ชมได้ 2600"   "ตอนนี้เหลือแต่ย่ากับยาย ท่านก็คงตื่นเต้นกัน ช่วงนี้คุณแม่ชมก็มาหาบ่อย ถ้าช่วงไหนคุณน็อตไปทำงานต่างประเทศ คุณแม่ก็จะมานอนด้วย อย่างตอนที่ชมแพ้ท้อง ชมก็อยากจะทานแต่กับข้าวที่คุณแม่ทำ คือชมใช้สิทธิ์คนท้องตั้งแต่บอกว่าชมจะปล่อยท้องแล้วนะ (หัวเราะ)"   "ไม่มีอาการวิงเวียน อาหารก็รับรู้รสชาติทุกอย่าง คือทานอาหารอร่อยแล้ว แต่อ่อนเพลียจะมีบ้าง เหนื่อยง่าย ถ้าทำอะไรแบบไม่ได้ตั้งสติ ลุกปุปปัป ก็จะมีแบบหอบบ้าง คือจะทำอะไรช้าลงนิดนึง อย่างรูปที่ลงไอจีออกกำลังกาย ท้อง 4 เดือนคนก็มองว่าท้องดูไม่ใหญ่เลย?ที่เห็นก็คือลูกชม มันไม่มีพุง ข้างในก็คือลูกล้วนๆ คือชมก็ตั้งใจจะออกกำลังกายไปเรื่อยๆ คุณหมอก็ไม่ได้ห้ามอะไร ให้ขยับได้บ้าง คนที่คอยดูแลเราเขาก็มืออาชีพ   "ตอนนี้น้องตัวโตค่ะ หลายคนบอกว่าชมต้องทานบ้างนะคะ อย่าห่วงสวยมากเดี๋ยวลูกตัวเล็ก คือชมจะบอกว่าลูกตัวโตค่ะ ชมซาวด์ครั้งล่าสุดตอน 16 สัปดาห์ แต่ไซส์ลูกคือนำไป 18 สัปดาห์แล้วทั้งสองคน น่าจะตัวใหญ่เหมือนกันค่ะ"   "มันช้าลงแบบไม่น่าเชื่อ ก็งงๆ นี่ฉันเป็นแม่ชีหรือว่าเป็นแม่ (หัวเราะ) คือมันนิ่งมาก เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อะไรที่เราเคยใส่ใจ เราก็ไม่ใส่ใจ เพราะเรารู้ว่ามันมีอะไรที่สำคัญกว่ามากๆ ในชีวิต เรื่องไร้สาระบางเรื่องที่เราเคยตัดไม่ได้ มันก็ตัดไปได้เลย"   "(รองเท้าลูกพี่น็อตเห่อหรือว่าอะไร?) ก็นิดนึง เรื่องของเรื่องคือชมได้มาก่อนคู่นึง มีคนให้มา แต่คือเขาให้มาคู่เดียว (หัวเราะ) พี่น็อตเขาก็เลยไปหาอีกคู่นึงมา"   "คลอดธรรมชาติคงไม่ไหวค่ะ"   "หลังกลับจากเมืองคานส์ ก็คงทำรายการ แต่ชมก็ยังมีคิวถ่ายโฆษณา คือยังทำงานอยู่ อย่างละครก็เหลือวันพุธ ถ้าจบละครแล้วทุกอย่างก็เบา เป็นคนท้องมันดีเนอะ ทุกคนจะเข้าใจความรู้สึกเลย ไม่นัดเราเช้ามาก จะปล่อยเราเร็ว ไม่ให้เรายืนนาน เราก็ชิลล์ๆ แต่คือเดี๋ยวยังมีอีเว้นท์อยู่นะ" ชมพู่ กล่าว อ่านข่าว คุณแม่ชมพู่ ฟิน! ท้องลูกแฝด 4 เดือน ได้ชายคู่ สมใจคุณพ่อน็อต ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา

ไม่มีเจตนาหลบหนี!! เบนซ์ เรซซิ่ง เข้ารายงานตัวครั้งที่ 3 หลังถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม!!
เบนซ์ เรซซิ่ง /  แพท ณปภา / 

    ยังไม่จบง่ายๆ สำหรับกรณีที่ เบนซ์ เรซซิ่ง หรือ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช สามีของนักแสดงสาว แพท ณปภา มีส่วนพัวพันกับแก๊งค้ายารายใหญ่ ไซซานะ ซึ่งความคืบหน้าจากเหตุการณ์นี้ เบนซ์ เรซซิ่ง ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหา “สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด, รับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด จากผู้กระทำความผิดเพื่อประโยชน์ หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือ เพิ่มมิให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ” ตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.มาตรการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน บช.ปส. และได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกับนำหลักฐานเอกสารอื่นๆ เกี่ยวกับคดีมามอบให้แก่พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม ยังกองบัชญาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) แล้ววานนี้   ล่าสุดวันนี้ (17พ.ค.60) เวลาประมาณ 8.00 น.เบนซ์ เรซซิ่ง พร้อมด้วยทนายความส่วนตัว นายสิทธิโชค ตรีเนตร ได้เดินทางมายังศาลอาญา รัชดาฯ เพื่อรายงานตัวเป็นครั้งที่ 3 หลังครบกำหนดการฝากขังผัดที่ 6 โดยไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหนีแต่อย่างใด ทั้งนี้จะครบกำหนดการรายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 29พ.ค.60 ซึ่งจะเป็นผัดสุดท้ายก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลอย่างเต็มรูปแบบ ทนาย : "วันนี้ก็มารายงานตัวนะครับ รับฝากเจ็ด ซึ่งเป็นรับฝากสุดท้าย ซึ่งจะครบกำหนดครั้งต่อไปวันที่ 29 พ.ค 2560 ก็คือเป็นฝากสุดท้ายแล้ว อย่างที่พี่ๆ นักข่าวทราบกันและก็มารอ คือเบนซ์ได้รับหมายเรียกวันที่ 11 ให้มารับทราบของกล่าวหาเพิ่ม แต่ทางปส.นัดให้เข้าไปพบวันที่ 15 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับแพท ทางเบนซ์ก็เลยขอเลื่อนขึ้นมาวันหนึ่ง เป็นเมื่อวานนี้ เมื่อวานนี้ทางเราก็ได้เข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวน ตามพ.ร.บ.ในการทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มาตรา 6 ซึ่งพฤติการและข้อเท็จจริง ที่นำมาสู่การแจ้งข้อหาเมื่อวานนี้ ก็เป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกับตอนที่แจ้งเบนซ์ตอนสมทบฟอกเงินเลย แค่ว่าข้อหานี้เป็นข้อหาที่เลขาธิการปปส.เป็นผูัอนุมัติให้แจ้งข้อหานี้เพิ่มเท่านั้นเอง ซึ่งพอได้รับหมายเรียก ทางเบนซ์และผมก็ทราบแล้วว่าจะโดนข้อหาอะไร ซึ่งเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษสูงกว่าสมทบฟอกเงินเยอะ เพราะว่ามันเป็นการสนับสนุนการทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ทางเบนซ์เนี่ยก็ไม่ได้ขอเลื่อนหรือว่าอะไรเลย เราก็ยินดีเข้าไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในทันที แล้ววันนี้ก็มารายงานตัวต่อศาลตามปกติครับ ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหนี ยังยืนยันเหมือนเดิมนะครับผม" ตามการบวนการสอบสวนเขาต้องยื่นคำร้องฝากขังใหม่อย่างที่แจ้งเพิ่มเติมไหม? ทนาย : "เอ่อ ขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนต้องไปยื่นคำร้องต่อศาล ว่าในระหว่างฝากขังครั้งที่ 6 มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ก็คือข้อหาเมื่อวานนี้" แปลว่าตามกระบวนการพนักงานสอบสวนมีเวลาที่จะสรุปสำนวนภายใน 12 วันใช่ไหมทนาย : "ใช่ครับ แต่มันทันอยู่แล้ว เพราะว่าอย่างที่เรียนไปตอนต้น พฤติการ ข้อเท็จจริงต่างๆที่นำมาสู่การแจ้งข้อหาเมื่อวานนี้ มันเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันเลยครับ" ในส่วนนี้ทางเบนซ์ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมไหม? ทนาย : "ไม่ต้องชี้แจ้งครับ ที่ยืนยันมาตลอดเอกสารเรายื่นตั้งแต่ครั้งแรกครบหมดแล้ว ซึ่งเป็นเอกสารที่เรามีทั้งหมด เราก็พูดความจริง และยื่นเอกสารไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นจะโดนแจ้งข้อหาเพิ่มหรือว่าอะไร เราไม่มีอะไรยื่นแล้วครับ เราได้ยื่นชี้แจงไปหมดแล้ว" ล่าสุดได้ทีการคุยกับทางทีมทนายของแพทไหม? ทนาย : "ยังไม่ได้คุยครับ ทุกอย่างมันกระชั้นชิดแล้วก็เร็วไปหมด แพทเขาก็โดนหมายเรียก โดนแจ้งข้อหาไม่ทันตั้งตัวเหมือนกันนะ ทางเบนซ์ก็โดนเรียกมาว่าจะโดนแจ้งข้อหาเพิ่ม ในเบื้องต้นเราก็แสดงความบริสุทธิ์ใจโดนการเข้าไปพบรับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นยังไม่มีการพูดคุยอะไรกันครับ" แนวทางการต่อสู้คดีจะเป็นยังไง จะแตกต่างไหม? ทนาย : "คือถามว่าแตกต่างไหมต้องดูกันในพยานหลักฐานครับ เพราะก็ต้องสู้กันในพยานหลักฐาน ในส่วนของเราไม่แตกต่างนอนแน่ เราก็ยืนยันมาตลอดว่าเบนซ์ไม่รู้เรื่องยาเสพติดครับ" เบนซ์ : "จริงๆ เราก็ไม่ได้คิดจะหลบหนีอะไรนะครับ ก็ให้ความร่วมมือดีมาตลอด ทีนี้ก็รอ เหลือแต่ว่าเราจะเข้าไปสู่ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ ได้ไปต่อสู้ในชั้นศาล ได้รวบรวมหลักฐานไปสู้กันในนั้นดีกว่าครับ" ทนาย : "ผมเพิ่มเติมให้น้องนิดหนึ่งคือ ก่อนที่จะถูกแจ้งข้อหา จนถูกแจ้งข้อหาสมทบฟอกเงิน จนเมื่อวานที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเนี่ย พนักงานสอบสวนเรียกพยานบุคคลต่างๆ ที่เป็นคนรอบตัวของเบนซ์ เป็นญาติ เป็นลูกน้อง เป็นคนที่ทีความสัมพันธ์ทางธุรกิจเป็นจำนวน 10 กว่าปากนะที่เข้าไปสอบสวน ทางเราไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพยานบุคคลต่างๆ เหล่านี้ แล้วพนักงานสอบสวนก็ไม่เคยรายงานว่าเราไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับพยานบุคคลต่างๆ ซึ่งก่อให้้เกิดอุปสรรคในการทำการสอบสวนเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากให้เห็นเจตนาของเบนซ์ว่า โทษก็สูง น้องก็ยินดีเดินเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาทันทีเลย ทั้งๆ ที่อัตราโทษคดีนี้มันสูงมาก แต่เบนซ์ก็เข้าไปพบทันทีไม่มีการหลบเลี่ยงหลีกหนี แล้วก็ไม่เคยทำให้การสอบสวนเป็นอุปสรรคหรือมีปัญหาเลยไม่ว่าจะส่วนของพยานบุคคล หรือพยานเอกสาร เราให้ความร่วมมือทุกอย่าง พร้อมเข้าสู่กระบวนการทั้งๆ ที่เบนซ์ถูกมองไปแล้วว่าผิด แต่เราไม่เคยร้องเรียน ไม่เคยทำหนังสือขอความเป็นธรรมหรือว่าอะไรทั้งนั้น เราเชื่อมั่นในศาล เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าศาลเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดของเราแล้ว ฉะนั้นก็จะใช้หลักฐานไปต่อสู้ในชั้นศาลครับ" เงิน 1ล้าน9แสน เราจะชี้แจ้งยังไง? ทนาย : "ในส่วนของเนื้อหา รายละเอียดเรื่องพยายหลักฐานผมขอไม่พูดถึงนะ เพราะมันเป็นแนวทางการต่อสู้คดี แต่ในส่วนขั้นตอนต่างๆผมขอชี้แจ้งว่าต่อไปมันจะเป็นขั้นตอนไหน" เมื่อมีการแจ้วข้อหาเพิ่มเติม เมื่อขึ้นศาลแล้วจะยุ่งยากมากขึ้นไหม? ทนาย : "อันนี้เป็นดุลพินิจของศาลครับ เดี๋ยวรายงานตัวครั้งหน้าเราก็จะทราบว่าศาลจะมีเงื่อนไงอะไรเพิ่มเติมไหมให้เราในเรื่องการประกันตัว เราก็พร้อมปฏิบัติตามทุกอย่างครับ อย่างที่บอกว่าเบนซ์ไม่มีเจตนาจะหลบหนีเลย นัดทุกครั้งก็มารายงานตัวทุกครั้ง เรียกรับหมายเรียกก็เข้าพบทันที" มูลค่าหลักทรัพย์จะเพิ่มขึ้นไหม? ทนาย : "โดยหลักแล้วน่าจะเพิ่มขึ้นครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาลครับ" อ่านข่าว แพท ณปภา โล่ง! ศาลให้ประกันตัวในชั้นฝากขัง                      

ละครมัสยา , เรื่องย่อมัสยา
มัสยา /  มัสยา ตอนแรก / 

ผลิตโดยบริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัดบทประพันธ์โดย พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มัสยา เป็นละครโทรทัศน์แนว ดราม่า โรแมนติก นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 โดยค่าย พอดีคำ เขียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สุภาพร มะลิซ้อน ลักษณ์&มัสยา เรื่องย่อมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้ทราบข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เข้ามาพบ เพื่อสั่งให้ไปนำตัวมัสยา ลูกสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ ทันทีที่ข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี ลูกสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธอเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้เธออโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อนสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ ลูกสาวคนที่สอง เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา ลูกสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า ลูกสาวคนที่หก ที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อเอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้คุณแม่เสียใจจนล้มเจ็บ ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้คิดถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าเธอจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากแค่ไหน เธอกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังยืนยันว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน ร้อยโท ลักษณ์ ละครมัสยา ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ ชนัฎพาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเรื่องกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด แล้วก็รีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์ ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็ตกใจที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือลูกสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของเธอ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!! มัสยาเข้ามาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ กลายเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของเธอ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อชดใช้ในความผิดที่เธอทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา” เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม เธอไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะเธอรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่เธอออกจากบ้าน แต่ว่าคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!! ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ เธอคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟเท่านั้น มัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!) คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเข้ามาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำเธอไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก มัสยา ช่อง7 มัสยาวางแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อขับไล่ลักษณ์ให้กลับไป เธอทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอได้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วเธอค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอได้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาตกใจมากและแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร เธอใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก เธอจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกครั้ง ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า ทันทีที่มัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล ท่านผู้หญิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่ทำร้ายมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง เธออึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกครั้งจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะถูกอกถูกใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน แล้วก็เป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำรุนแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์) เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยารู้สึกว่าเธอเหมือนตัวประหลาดในบ้าน วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่นอน จึงรอดูความหายนะพร้อมกับลูกสาวทั้งสองของเธอ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เข้ามาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อนเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศลูกสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าเธอต้องทำพังแน่นอน!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือไม่ แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองเธอเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูราวกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากเธอได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมถึงสามีของเธอด้วย!!! งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะเธอดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน เธอไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าเธอเป็นเด็ก ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้เธอต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น แต่หนทางไม่ได้สวยงามราวกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้เธอไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องวางแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงสนับสนุน พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ เธอตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดเธอ!! แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา เธอเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้ท่านผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาสอบสวน แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าเธอเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกใส่ร้าย ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าเธอมาบอกความจริง ลักษณ์ไปบอกคุณย่าเรื่องที่มัสยาโดนใส่ร้าย เค้ารู้ว่ามัสยาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถบอกย่าได้ว่าเป็นฝีมือใคร หากว่าท่านผู้หญิงก็พอจะรู้…. มัสยาเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มัสยาร้องไห้อย่างหนัก จนแทบหมดแรง เธอคิดถึงบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งมา เพราะความมืดของถนน ทำให้เจ้าของรถเพิ่งเห็นมัสยาตอนใกล้จะถึงตัว มัสยาตกใจ เจ้าของรถหักหลบจนเกือบชนต้นไม้ มัสยารีบเข้ามาดูอาการ เห็นเค้าบาดเจ็บก็รู้สึกผิดมาก จึงอาสาขับรถพาเค้าไปส่งที่บ้าน มัสยามาถึงที่วังมยุรฤทธิ์ ผู้ชายที่เธอมาส่งคือท่านชายสดายุ แต่มัสยาไม่รู้จัก ท่านชายสดายุชวน มัสยาเข้ามาในบ้าน และดูแลอย่างดี มัสยาละอายใจเพราะเธอทำให้เค้าบาดเจ็บ แต่เค้าก็ไม่โกรธ ด้านลักษณ์ยังคงตามหามัสยามาตามทางอย่างไม่ลดละ เค้าเป็นห่วงมัสยาอย่างมาก ท่านชายสดายุเลี้ยงอาหารมัสยาจนทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก่อนพูดคุยถามไถ่ว่ามัสยามาจากไหนและเป็นใคร มัสยาจึงบอกว่าเธอมาหาบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์กลับมาบ้านด้วยความสิ้นหวัง ท่านผู้หญิงลมแทบจับนึกว่าต้องเสียหลานสาวไปแล้วจริงๆ ลักษณ์เป็นห่วงคุณย่าอย่างมาก จนกระทั่งมีโทรศัพท์มาหาลักษณ์ ลักษณ์รีบมาที่วังมยุรฤทธิ์ ทำให้รู้ว่าลักษณ์กับท่านชายสดายุมีความสนิทสนมกันมาก ลักษณ์เห็นท่านชายสดายุบาดเจ็บ ก็โกรธมัสยามากที่เป็นต้นเหตุ ลักษณ์ต่อว่ามัสยาอย่างรุนแรง มัสยาเสียใจมาก ท่านชายสดายุรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย และเรียกลักษณ์ไปคุยเป็นการส่วนตัว ท่านชายสดายุจึงรู้เรื่องราวของมัสยาทุกอย่าง พร้อมทั้งแนะนำว่าเด็กอย่างมัสยา จะใช้ไม้แข็งสั่งสอนไม่ได้ ตอนนี้คงจะเสียใจมากแล้ว ลักษณ์ออกมาหามัสยาเห็นว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว จึงอุ้มมัสยาพากลับบ้าน และเข้ามาส่งถึงในห้อง มัสยาเพ้อหาพ่อกับแม่แล้วน้ำตาก็ไหล ลักษณ์มองด้วยความสงสาร ท่านผู้หญิงไม่สบาย เพราะเครียดที่มัสยาหนีออกไป มัสยาเข้ามาขอโทษคุณย่า เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ท่านผู้หญิงขอให้มัสยาสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก มัสยาสัญญา หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มัสยาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ไม่ทำตัวนอกกรอบ อยู่ในโอวาทของท่านผู้หญิงจนทำให้ท่านพึงพอใจ ศจีแค้นใจที่ทำอะไรมัสยาไม่ได้ ลักษณ์เป็นห่วงที่มัสยาไม่มีชีวิตชีวา เค้าไม่อยากให้มัสยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น ลักษณ์ไปเที่ยวกับเพ็ญโฉมก็จริง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่มัสยา เพ็ญโฉมทนไม่ไหว ถามไปตรงๆว่าลักษณ์ชอบมัสยารึเปล่า ลักษณ์ถึงกับหัวเราะออกมา และย้ำว่าเค้าชอบมัสยาไม่ได้ เพราะมีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน เพ็ญโฉมจึงย้อนถาม แล้วถ้าไม่ใช่พี่น้อง ทำเอาลักษณ์อึ้งไปนิดนึงก่อนจะยืนยันว่าไม่มีวัน เพราะเค้ารักเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอดน้อยใจไม่ได้ ปากบอกรัก แต่ไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นคนรักซักนิด การแข่งเทนนิสประจำปีของตระกูลซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาถึง แต่ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นคือมัสยา มัสยาอยากลงแข่งด้วย นพพรจึงอาสาเป็นครูช่วยสอน โดยใช้สนามเทนนิสหน้าบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์เห็นนพพรใกล้ชิดกับมัสยาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะนพพรกับมัสยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ลักษณ์จึงไปขออนุญาตคุณย่าว่าเค้าจะสอนเทนนิสมัสยาเอง มัสยารอนพพรมาสอนเหมือนทุกวัน แต่นพพรถูกลักษณ์สั่งห้ามไว้แล้ว ทำให้ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ลักษณ์เป็นครูสอนเทนนิสให้มัสยา ทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนดูเหมือนคู่รัก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพงศ์เทพที่คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ วันแข่งขันมาถึง มัสยาคู่กับลักษณ์ลงแข่งกับพงศ์เทพและพิณทิพย์ พี่น้องเล่นแรงมาก อัดมัสยาคนเดียว จนลักษณ์รู้สึกได้ ลักษณ์พยายามปกป้อง เพ็ญโฉมเห็นทุกอย่าง พงศ์เทพจงใจตีลูกให้มัสยารับไม่ได้ มัสยาหกล้ม ลักษณ์ตกใจมาก เค้าระเบิดอารมณ์ต่อว่าพงศ์เทพที่แกล้งมัสยา แต่พงศ์เทพเล่นบทดราม่าว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนตกใจกับความเกรี้ยวกราดของลักษณ์ ลักษณ์อุ้มมัสยาพาออกไปทำแผล เพ็ญโฉมอึ้งกับท่าทางของลักษณ์ที่ห่วงมัสยามากเกินไป ลักษณ์ทำแผลให้มัสยา แสดงความเป็นห่วงมากจนมัสยาเริ่มหวั่นไหวมากขึ้น พงศ์เทพบอกเพ็ญโฉมเรื่องลักษณ์กับมัสยาคิดว่าคู่นี้มีบางอย่างต่อกัน เพ็ญโฉมทำเป็นไม่เชื่อ ทั้งๆที่ลึกๆก็แอบกลัว เพ็ญโฉมนัดมัสยาให้ออกมาพบกันข้างนอกบ้าน ทำเป็นว่าอยากเลี้ยงอาหารต้อนรับมัสยาเพราะยังไม่เคยทำ แต่ความจริงเพ็ญโฉมนัดลักษณ์ออกมาด้วย ลักษณ์อึ้งที่เห็นมัสยา เพ็ญโฉมแสดงออกว่าเป็นคนรักของลักษณ์ ลักษณ์พยายามเลี่ยงไม่ให้เพ็ญโฉมดูแล ยิ่งทำให้เพ็ญโฉมมั่นใจว่าสิ่งที่พงศ์เทพบอกจะเป็นความจริง มัสยาขอตัวกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ลักษณ์ขอตัวจากเพ็ญโฉมไปส่งมัสยา ทำให้เพ็ญโฉมรู้สึกน้อยใจ ลักษณ์ไม่ได้พามัสยากลับบ้าน แต่พาเธอไปชอปปิ้งที่ห้างฯ ลักษณ์จำได้ว่าเคยบอกจะซื้อของขวัญให้ มัสยา ตอนที่มัสยาย้ายเข้าบ้านรัตนมหาศาลใหม่ๆ เค้าไม่มีเวลาไปซื้อ จึงให้มัสยามาเลือกด้วยตัวเอง มัสยาสนุกสนานกับการเลือกชุด และขอใส่ชุดใหม่ทันที มัสยาออกมาในเสื้อผ้าตัวใหม่ ลักษณ์ถึงกับตะลึง เค้าเพิ่งเห็นวันนี้ว่ามัสยาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มัสยาเดินเคียงคู่กับลักษณ์ ความสวยและหล่อของชายหนุ่มหญิงสาวทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นมีทักษิณ เทพอำนวย ช่างภาพนิตยสาร Modern Fashion และ นิเทศ บุญมาก นักข่าวสังคมนิตยสารเพลินภาพ ทั้งสองคนจำลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร และคิดว่ามัสยาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของร้อยเอกลักษณ์ ทักษิณจึงแอบถ่ายรูปทั้งคู่เอาไว้โดยที่เธอกับลักษณ์ไม่รู้ตัว ลักษณ์พามัสยาไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวเค้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ แต่มัสยาไม่ยอมกลับ เธออยากไปกับลักษณ์ อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี ถึงทำให้ลักษณ์ไปเที่ยวได้ทุกคืน ในเมื่อมัสยากล้าขอ เค้าก็กล้าที่จะพาไป ทันทีที่พามัสยาเข้าไปในผับ มัสยาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ลักษณ์พามัสยามาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เริ่มจาก นพ.พจน์ พ.ต.เสถียร และ ประจวบ เจ้าของกิจการ สามหนุ่มมีทีท่าสนใจมัสยาจนลักษณ์ต้องร้องห้ามว่านี่เป็นน้องสาวของเค้า ห้ามยุ่ง!! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงใจมัสยาอย่างมาก เธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างลักษณ์ มัสยาเห็นสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังลักษณ์มากมาย บางคนถึงขั้นเสนอตัวให้ บางคนดึงลักษณ์ออกไปเต้นรำ มัสยาทนดูไม่ไหว จึงออกไปรอที่หน้าผับ ลักษณ์ตามออกมาเห็นมัสยานั่งอยู่ลำพัง ไม่ยอมพูดกับเค้า ลักษณ์จับอาการได้ว่ามัสยางอน จึงเดินไปซื้อมาลัยพวงน้อยที่ขายด้านหน้าส่งให้มัสยา ลักษณ์ไม่รู้เลยว่ามาลัยพวงนี้เปลี่ยนความรู้สึกของมัสยาไปตลอดกาล เธอเก็บมันไว้ใต้หมอน เก็บไว้ด้วยหัวใจบูชา วันเกิดท่านชายสดายุ….ท่านชายเชิญทุกคนในตระกูลรัตนมหาศาลให้มาฉลองด้วยกันที่วังมยุรฤทธิ์ งานที่จัดขึ้นเป็นงานภายใน ไม่ได้ใหญ่โต พิณทิพย์ พัณทิพา ฝึกขี่ม้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ศจีรีบอวดลูกสาวให้โชว์ท่านชาย พิณทิพย์กับพัณทิพาทำได้ดี ลักษณ์รู้ว่ามัสยาขี่ม้าเป็นจึงยุให้ออกไป แต่มัสยาไม่ทำ พิณทิพย์ ศจีดูถูก มัสยาด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าให้อภัย ลักษณ์โมโหแทน สั่งให้มัสยาขี่ม้าเดี๋ยวนี้ เพ็ญโฉมแปลกใจกับท่าทางของลักษณ์ ลักษณ์มั่นใจว่ามัสยาทำได้จึงประกาศต่อหน้าทุกคน มัสยาขึ้นม้า แต่กลับพลาดตกลงมา ทุกคนตกใจ นพพรรีบเข้ามาดูมัสยา ลักษณ์อึ้งมาก ท่านชายสดายุจับสังเกตลักษณ์กับมัสยาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง นพพรเป็นห่วงมัสยา และไม่พอใจที่ลักษณ์บังคับให้มัสยาขึ้นม้าทั้งๆที่มัสยาขี่ไม่เป็น แล้วทั้งมัสยากับ นพพรก็ได้ยินที่พิณทิพย์ ศจี พงศ์เทพเม้าท์มัสยาลับหลัง มัสยาโกรธมาก เพ็ญโฉมไม่เข้าใจว่าลักษณ์แกล้งมัสยาทำไม ลักษณ์บอกว่าเค้าไม่ได้แกล้ง แต่เค้าอยากให้มัสยาสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ไม่นานมัสยาออกมาพร้อมนพพร ได้ยินท่านชายสดายุคุยว่ามีม้าตัวนึงพยศมาก ไม่มีใครปราบอยู่ มัสยาอาสาจะปราบพยศม้าให้ท่านชาย ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ศจี พิณทิพย์หัวเราะร่วนมั่นใจว่ามัสยาทำไม่ได้ มีแต่ลักษณ์คนเดียวที่รู้ว่ามัสยาทำได้แน่นอน แล้วมัสยาก็ทำได้จริงๆ เธอจัดการปราบม้าพยศจนมันยอมอยู่ในโอวาท ท่านชายสดายุพอใจมาก และมีความสุขที่สุดจึงยกม้าตัวนี้ให้มัสยา ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพได้แต่อ้าปากค้าง ศจีรีบไปฟ้องท่านผู้หญิงว่ามัสยาทำตัวห้าวหาญเกินงาม ไปอาสาปราบม้าพยศ ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำให้ท่านผู้หญิงเดือดร้อน ท่านผู้หญิงเรียกมัสยามาตักเตือน และสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนสามวัน ลักษณ์รู้ข่าว มาดักรอเจอมัสยา มัสยาโมโหมาก เธอโทษว่าเป็นเพราะลักษณ์ทำให้เธอโดนคุณย่าดุ ถ้าลักษณ์ไม่คะยั้นคะยอให้เธอขี่ม้าตั้งแต่แรก ลักษณ์บอกมัสยาว่า “เค้าชอบมัสยาคนนั้นในวันแรกที่เจอมากกว่ามัสยาคนนี้” ทำเอามัสยาพูดไม่ออก หลังจากเหตุกาณ์นั้น มัสยาสนิทกับท่านชายสดายุมากขึ้น ท่านชายไปมาหาสู่ที่บ้านรัตนมหาศาลบ่อยๆ และชวนมัสยาไปออกงานบ้าง ซึ่งคุณย่าก็อนุญาต มีแต่ลักษณ์ที่สงสัยว่าท่านชายสดายุกับมัสยาชอบพอกัน ลักษณ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงถามท่านชายสดายุออกไป ท่านชายสดายุหัวเราะร่วน เค้าเอ็นดูมัสยาเหมือนน้องสาวเท่านั้น ทำให้ลักษณ์โล่งใจ ท่านผู้หญิงหลงหลานสาวมาก ศจีหวั่นใจกลัวสมบัติถูกแบ่ง หลวงราชบริรักษ์ ระอาใจกับศจีอย่างมาก ที่วันๆเอาแต่อิจฉามัสยา พัณทิพาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันก็รู้สึกเสียใจ ไปนั่งร้องไห้เงียบๆ มัสยาผ่านมาเห็น และเข้ามาปลอบใจ ทำให้พัณทิพารู้สึกดีขึ้น มัสยากับพัณทิพายิ้มให้กันเป็นครั้งแรก ละคร มัสยา ช่อง7 พิณทิพย์เห็นรูปมัสยากับลักษณ์ในนิตยสาร พร้อมข้อความว่าลักษณ์มีหญิงสาวคนใหม่แทนเพ็ญโฉม ศจีเอามาให้ท่านผู้หญิงดู ท่านผู้หญิงใจไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มาวันนึงท่านผู้หญิงได้เห็นลักษณ์กับมัสยาใกล้ชิดกัน ทำให้ท่านเริ่มกลัวว่าสองคนจะทำผิดจารีตประเพณี จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าลักษณ์กับมัสยาน่าจะมีใจให้กัน แต่ยังไม่รู้ตัว ท่านผู้หญิงจึงตัดสินใจไปคุยกับเจ้าคุณมหศักดิ์ฯ อยากให้นารถระพีพี่สาวนพพรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหมั้นหมายกับลักษณ์ ทันทีที่ลักษณ์รู้ ลักษณ์ค้านหัวชนฝา เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่เค้าไม่ได้รัก คุณย่าสวนกลับทันควันว่าจะไม่มีวันนั้น ลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้เท่านั้น ลักษณ์กับท่านผู้หญิงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ลักษณ์ขับรถออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงโกรธมาก คนทั้งบ้านรู้เรื่องลักษณ์กับท่านผู้หญิง พงศ์เทพโทรบอกเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือก ทำให้เพ็ญโฉมอึ้ง ด้านมัสยารู้ข่าว เป็นห่วงลักษณ์ จึงตามหาลักษณ์ว่าไปไหน จนนึกได้ว่าลักษณ์น่าจะไปที่ผับประจำ ทันทีที่ไปถึง มัสยาเห็นเพ็ญโฉมอยู่กับลักษณ์ เพ็ญโฉมกำลังปลอบโยนลักษณ์อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเธอจะแต่งงานกับลักษณ์เอง มัสยายังไม่ทันฟังที่ลักษณ์ตอบ ก็ทนดูไม่ได้ จึงกลับออกไป ลักษณ์ปฏิเสธเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอึ้ง ทำให้รู้ว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอซักนิด ตอนนี้เค้าไม่อยากเจอใคร จึงไปหาท่านชายสดายุที่วัง และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ลักษณ์ถามว่าความรักคืออะไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักใคร คำถามนี้ทำให้ท่านชายสดายุแน่ใจว่าสิ่งที่ลักษณ์มีให้เพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง การที่เรารักใครซักคน ในหัวใจจะมีแค่เค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็จะคิดถึงแต่เค้า ลักษณ์คิดตามที่ท่านชายสดายุพูด จนรู้ใจตัวเองว่าเค้ารักใคร ท่านชายสดายุเดาใจลักษณ์ออกว่า “ลักษณ์รักมัสยา” ลักษณ์อึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เค้าขอไม่กลับบ้าน ท่านชายเตือนว่าลักษณ์กำลังหนีปัญหา เพ็ญโฉมดื่มตามลำพังในผับ ก่อนหน้านั้นเธอเรียกพงศ์เทพออกมา พงศ์เทพมาหา เพ็ญโฉมระบายว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอเลย พงศ์เทพกอดเพ็ญโฉมปลอบใจ และขอโอกาสให้เค้าได้ดูแลเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับมาบ้าน เค้าไม่กล้าสู้หน้ามัสยาจึงหลบหน้าหลบตา ลักษณ์เข้าไปหาคุณย่าเพื่อขอโทษที่เค้าทำตัวไม่ดี ท่านผู้หญิงเตือนสติลักษณ์ ให้หักห้ามใจจากมัสยา อย่าให้ความหวัง เพราะมัสยายังเป็นเด็กที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าลักษณ์หวังดีกับมัสยาจริง ลักษณ์ต้องทำเพื่อมัสยา นั่นคือแต่งงานกับนารถระพี และระหว่างนี้ลักษณ์ห้ามเจอมัสยาเด็ดขาด หมายความว่าตราบใดที่มัสยาอยู่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ที่อื่น ลักษณ์ทำตามที่ท่านผู้หญิงบอก แต่มัสยามาดักเจอเค้าที่รถ ลักษณ์ต้องทำตัวไม่ดีเพื่อให้มัสยาเกลียดเค้า แล้วมันก็ได้ผล มัสยาทั้งโมโหทั้งน้อยใจจนวิ่งหนีไป ลักษณ์เจ็บปวดมาก ท่านผู้หญิงเครียดเรื่องมัสยากับลักษณ์มากจนล้มป่วยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม หลวงเวชฯตรวจอาการแล้วบอกว่าท่านผู้หญิงควรจะได้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ท่านผู้หญิงจึงชวนมัสยาไปเป็นเพื่อน โดยมีนมผัน หม่อมช้อยไปด้วย นารถระพีรู้เรื่องที่ตนถูกหมั้นหมายให้ร้อยเอกลักษณ์จากเจ้าคุณมหศักดิ์ก็ไม่พอใจมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ไม่ชอบเรื่องคลุมถุงชน แต่ที่สำคัญ ตอนนี้นารถระพีกำลังคบหาอยู่กับ สมาน วราฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ มัสยาอยู่บางแสนด้วยความเหงาจนได้มาเจอกับฉันท์ วิเชียรชัย นักวาดภาพ ฉันท์จำมัสยาได้จากรูปในนิตยสาร เค้าสนใจอยากได้มัสยาเป็นแบบวาดรูป มัสยาตกลงรับปากจึงต้องแวะมาให้ฉันท์วาดรูปทุกวัน ความน่ารักสดใสของมัสยาทำให้ฉันท์หลงรัก ด้านนพพรคิดถึงมัสยามาก แต่เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ให้ไปไหน เพราะนพพรต้องเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศ นพพรจึงขอให้พ่อไปสู่ขอมัสยาให้เค้าก่อน เจ้าคุณมหศักดิ์รับปาก ทันทีที่ท่านผู้หญิงกลับมา ท่านจะไปเจรจาให้ นารถระพีรู้เรื่องนี้จึงถามนพพรว่ามัสยาเคยบอกรักนพพรเหรอยัง แต่นพพรไม่สน ขอแค่เค้ารักมัสยามันก็เพียงพอแล้ว นารถระพีเตือนน้อง ว่ากำลังจะทำให้มัสยาไม่มีความสุขเหมือนกับเธอ นพพรถึงกับอึ้ง พิณทิพย์รู้เรื่องที่นพพรจะขอหมั้นมัสยาก็ไม่พอใจมาก พิณทิพย์มาอาละวาดใส่นพพร หาว่านพพรนอกใจเธอไปหามัสยา แต่นพพรว่าเค้าไม่เคยรักพิณทิพย์ พิณทิพย์คิดไปเอง พิณทิพย์เสียใจมาก จึงทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดี ออกเที่ยวทุกคืน ถึงแม้มัสยาจะมีเพื่อนใหม่อย่างฉันท์ แต่เธอไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลยซักวัน ท่านผู้หญิงเห็นมัสยาร่าเริงปกติก็เข้าใจว่าคงลืมลักษณ์ไปแล้ว มัสยากลับมา เจอนมผันบอกว่าท่านชายสดายุมาเยี่ยมท่านผู้หญิงและเพิ่งกลับออกไป มัสยาดีใจมากรีบตามไปจนเจอท่านชายสดายุ เธอขอตามท่านชายสดายุไปที่บ้านพัก ที่นั่นมัสยาได้พบลักษณ์ที่กำลังหลับโดยบังเอิญ ท่านชายสดายุเล่าว่าลักษณ์เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้าวปลาไม่กิน ท่านชายจึงชวนลักษณ์มาพักผ่อนที่บางแสน แต่ที่ไหนได้ลักษณ์กลับล้มป่วย มัสยาเป็นห่วงลักษณ์จับใจ ไม่นานลักษณ์ตื่นขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาที่หมด ลักษณ์นึกว่าฝันไปที่เห็นมัสยา แต่มัสยาบอกว่านี่เป็นความจริง ลักษณ์พยายามจะหนีมัสยาอีกครั้ง แต่ลักษณ์อ่อนแรงเกินกว่าจะไปไหว มัสยากอดลักษณ์เอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ลักษณ์จากไปอีกแล้ว เธอพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่างถึงแม้จะร้ายแรงที่สุด ขอแค่ให้ได้เห็นหน้าลักษณ์ก็พอ หัวใจของลักษณ์อ่อนลง เค้าแพ้ใจให้มัสยา มัสยา ช่อง7 มัสยาโกหกท่านผู้หญิงว่ามาหาท่านสดายุที่บ้านทุกวัน แต่จริงๆเธอมาดูแลลักษณ์ จนลักษณ์มีอาการดีวันดีคืน ท่านชายสดายุเห็นสองหนุ่มสาวเข้ากันได้ ก็สบายใจ ท่านจึงกลับกรุงเทพ ทิ้งหนุ่มสาวไว้ที่นี่ ลักษณ์กับมัสยาได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกัน จนหัวใจของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น เพ็ญโฉมอกหักจากลักษณ์จึงหนีมาเที่ยวบางแสน พงศ์เทพรู้ข่าวจึงตามมาปลอบโยน แล้วทั้งคู่ก็บังเอิญได้เจอลักษณ์กับมัสยา ภาพที่เห็นทำให้เพ็ญโฉมรู้ทันทีว่าลักษณ์กับมัสยารักกัน จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมอิจฉามัสยาที่ได้หัวใจลักษณ์ไปครอง พงศ์เทพอยากที่จะทำลายลักษณ์อยู่แล้ว จึงยุเพ็ญโฉมให้ไปฟ้องคุณย่า ซึ่งมาที่นี่พอดี ลักษณ์ยังคงเห็นมัสยาเป็นเด็ก จนมัสยาต้องบอกว่าเธอเป็นสาวแล้ว และความจริงเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของลักษณ์ด้วย เพราะศัลย์เป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณย่า ลักษณ์เข้าใจว่ามัสยาต้องการจะบอกว่าอะไร ถ้าเค้ากับเธอจะรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ลักษณ์มองมัสยาแววตาเต็มไปด้วยความรัก เค้ารักผู้หญิงมากเหลือเกิน ลักษณ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือ..จูบมัสยา คนที่เห็นภาพบาดตานั้นคือ ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาลกับหม่อมช้อยที่มาตามคำบอกของเพ็ญโฉมกับพงศ์เทพ ลักษณ์กับมัสยาตกใจมาก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดและโกรธ เข้ามากระชากมัสยาให้ออกจากลักษณ์ และตบหน้าลักษณ์เต็มแรง!!! ก่อนจะไล่ลักษณ์ให้ออกไปจากรัตนมหาศาล ไม่ต้องมานับย่าหลานกันอีก!!! มัสยาช็อคมาก คุกเข่าอ้อนวอนย่า อย่าทำร้ายลักษณ์ และโพล่งไปว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ ท่านผู้หญิงเสียใจอย่างที่สุด จะตบหน้ามัสยาแต่ลักษณ์เข้ามาปกป้อง และขอร้องย่าให้เค้ากับเธอรักกัน ท่านผู้หญิงไม่ยอม!!! และมันจะไม่มีวันนั้น!! มัสยาไม่ยอมกลับไปกับท่านผู้หญิง ลักษณ์ต้องเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งบอกว่าเค้าจะหาทางมาพบเธอ ขอให้เธอรอ มัสยาจึงยอมกลับไป ข่าวเรื่องมัสยากับลักษณ์รู้ไปถึงบ้านรัตนมหาศาล ศจีสาแก่ใจมาก มัสยาไม่ต่างจากพ่อ ทำแต่เรื่องอื้อฉาวให้คาวตระกูล คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก ท่านผู้หญิง หม่อมช้อย มัสยากลับมาที่บ้าน ท่านผู้หญิงสั่งไม่ให้มัสยาออกไปไหน ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพร ท่านผู้หญิงตกลงรับปากทันที และขอให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด เพ็ญโฉมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน แต่พงศ์เทพบอกว่าลักษณ์ทำผิด สมควรแล้วที่โดนลงโทษจากคุณย่า พงศ์เทพบอกให้เพ็ญโฉมตัดใจจากลักษณ์!! ละคร มัสยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลักษณ์หายสาบสูญ ท่านชายสดายุทราบข่าว ก็รีบสั่งให้คนออกตามหาลักษณ์โดยด่วน ด้านมัสยาเตรียมตัวแต่งงานกับนพพร นพพรมีความสุขมาก แต่พอเห็นสีหน้าของมัสยา เค้าก็นึกถึงคำพูดของ นารถระพี ด้านพิณทิพย์โกรธแค้นที่มัสยาได้แต่งงานกับนพพร จึงหาทางวางแผนชั่ว ประจวบเหมาะกับที่พิณทิพย์เห็นฉันท์แอบมาหามัสยา เค้าสืบจนรู้ว่ามัสยาอยู่ที่ไหน ฉันท์รู้เรื่องทั้งหมด เค้าสงสารมัสยามาก ฉันท์จึงเล่าให้มัสยาฟังว่ารูปที่เค้าวาดมัสยาที่ริมหาด เป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของห้องศิลป์ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ฉันท์เป็นตัวแทนให้ห้องศิลป์นี้ ฉันชวนให้มัสยาเซนต์สัญญาเป็นนางแบบปฏิทินที่จะออกโดยห้องศิลป์นี้ แต่มัสยาต้องไปที่มาเลเซีย พิณทิพย์สืบจนรู้ว่าฉันท์เป็นใคร ก็รีบไปฟ้องคุณย่าว่ามัสยาไปคบกับศิลปินไส้แห้ง ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานกับนพพร คุณย่าเรียกมัสยามาต่อว่าที่ทำตัวใฝ่ต่ำ!!! มัสยาเสียใจมาก จนอยากจะกลับไปหาตา แต่เธอรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น เธอจะเป็นผู้แพ้ เธอจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับลักษณ์ มัสยาขังตัวเองในห้อง เพราะต้องการเอาชนะท่านผู้หญิง และรอลักษณ์มาหาด้วยความหวังทั้งหมดที่มี ท่านชายสดายุตามหาลักษณ์จนเจอว่าลักษณ์ขอย้ายตัวเองมาประจำที่ชายแดน ท่านชายสดายุตกใจมากที่เห็นสภาพของลักษณ์ ลักษณ์ป่วยเป็นไข้ป่า อาการไม่ดี ท่านชายสดายุรีบย้ายลักษณ์มารักษาตัวในกรุงเทพทันที และรีบให้คนแจ้งเรื่องนี้ให้ทางบ้านรัตนมหาศาลรู้ เริงใจรีบมาบอกมัสยาเรื่องลักษณ์ มัสยาเป็นห่วงมาก แต่เธอไม่กล้าไปเยี่ยมเค้า เพราะกลัวลักษณ์จะเดือดร้อนอีก ท่านผู้หญิงห่วงหลานชายจับใจ รีบไปที่โรงพยาบาลกับคุณหญิงอัครราชเสวี ไม่นานลักษณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่านผู้หญิงขอให้ลักษณ์กลับมาบ้าน เริงใจสงสารมัสยามาก จึงแอบพามัสยาไปหาลักษณ์ โดยโกหกแม่กับคุณย่าว่าพามัสยาไปซื้อหนังสือ เริงใจกับมัสยามาถึงโรงพยาบาล เธอให้มัสยาเข้าไปหาลักษณ์ มัสยาดีใจมากที่ได้เจอลักษณ์อีกครั้ง ผิดกับลักษณ์ที่นิ่งมาก ลักษณ์รู้ว่ามัสยาจะหมั้นกับนพพร เค้าแสดงความยินดีกับมัสยา มัสยาเสียใจที่ลักษณ์ผลักไสเธอให้คนอื่น ไหนบอกให้เธอรอ เธอก็รอออยู่ทุกวินาที แต่ลักษณ์กลับมาพังความหวังของเธอ ลักษณ์เองเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านั้น คุณย่ามาขอร้องให้ลักษณ์พูดกับมัสยาให้ยอมหมั้นกับนพพร มัสยาร้องไห้กับเริงใจบอกว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอ เธอจะยอมแต่งงานกับนพพรตามที่คุณย่าบอก!! ลักษณ์กลับมาบ้าน ในวันที่ท่านผู้หญิงเรียกนักข่าวจากทุกหนังสือพิมพ์มาเพื่อรับฟังการประกาศหมั้นระหว่างร้อยเอกลักษณ์ กับนางสาวนารถระพี (ที่ถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน) และ นพพร กับ มัสยา ทั้งสองคู่ถูกจัดให้นั่งตรงหน้านักข่าว โดยมีท่านผู้หญิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง ลักษณ์กับมัสยากระอักกระอ่วนอย่างมาก พิณทิพย์เสียใจที่ทำลายงานหมั้นนพพรกับมัสยาไม่ได้ จึงเตลิดเปิดเปิง จนศจีกลุ้มใจ มัสยาสิ้นหวังทุกอย่าง เธอทนอยู่ในขนบธรรมเนียม และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มัสยาต้องกลับบ้าน กลับไปหาตาของเธอ ก่อนกลับมัสยาไปหาลักษณ์ที่ห้อง ลักษณ์แปลกใจที่มัสยามาหาเค้าดึกดื่น มัสยาถือวิสาสะเข้ามา เธอถามลักษณ์ว่าเคยรักเธอบ้างมั๊ย ลักษณ์ตอบไปว่ารักในฐานะน้องสาว มัสยาเสียใจอย่างมาก แต่มันทำให้เธอตัดใจที่จะไปจากที่นี่ได้เร็วมากขึ้น มัสยาออกไปจากห้อง เจอท่านผู้หญิงยืนอยู่กับศจี ศจีเห็นลักษณ์กับมัสยาจากหน้าต่างห้อง จึงรีบมาฟ้องท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงสุดทนคิดว่ามัสยาดื้อด้านไม่ฟัง แถมยังมาหาผู้ชายถึงในห้อง จึงด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ดูถูก เสียดแทง พาลด่าไปถึงแม่และครอบครัวของเธอทางใต้ ทำให้มัสยาโกรธและเสียใจ จึงวิ่งหนีออกไปขึ้นรถ ลักษณ์รีบตามขึ้นไป ส่วนท่านผู้หญิงหมดสติ ศจีต้องรีบช่วย มัสยาขับรถโดยไม่สนใจคำทัดทานของลักษณ์ เธอคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถมัสยาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนน มัสยากับลักษณ์ถูกพาส่งโรงพยาบาล ลักษณ์บาดเจ็บสาหัส แต่มัสยาบาดเจ็บไม่มาก มัสยาร้องไห้ โทษตัวเองไม่หยุด ลักษณ์ต้องเข้าห้องผ่าตัด ท่านผู้หญิง คุณหญิงอัครราชเสวี เริงใจมาถึงไม่เจอมัสยาเพราะเธอแอบหลบอยู่ ไม่นานหมอออกมาบอกอาการลักษณ์ปลอดภัย มัสยาโล่งอก และนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเจอมัสยาอีก เมื่อสอบถามไปทางเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านก็ไม่มีคำตอบให้ ท่านผู้หญิงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากลักษณ์ออกจากโรงพยาบาล ลักษณ์ตัดสินใจบวช งานหมั้นระหว่างเค้ากับนารถระพียกเลิก เพราะนารถระพีขู่พ่อว่าถ้ายังให้เธอหมั้น เธอจะไม่กลับบ้านตลอดชีวิต!! มัสยา ช่อง7 ส่วนท่านผู้หญิงมีแต่ทรุดกับทรุดลง จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ลักษณ์สึกออกมา และใช้ชีวิตตามปกติ เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายสดายุนัดลักษณ์ออกมากินข้าว ที่นั่นเค้าเจอนักร้องชาวมาเลเซียที่ชื่อลิลลี่ ลีลาท่าทางของเธอทำให้เค้าคิดถึงมัสยา แล้วมิสลิลลี่ก็คือมัสยาจริงๆ ลักษณ์ดีใจมากที่ได้พบกับมัสยาอีกครั้ง จึงได้รู้ว่ามัสยาไปมาเลเซียกับฉันท์ (ความจริงเป็นแผนของท่านชายสดายุที่ทำให้ลักษณ์กับมัสยาได้พบกัน) ลักษณ์บอกมัสยาว่าอาการของคุณย่าไม่ดีนัก มัสยาตกใจ มัสยากลับมา พบว่าบ้านเงียบเหงามากกว่าเดิม เริงใจ พัณทิพาไปเรียนเมืองนอกกับนพพร พิณทิพย์กลายเป็นคาสโนวี่ออกเที่ยวทุกคืน พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมแต่งงานกัน มัสยาเข้ามากราบคุณย่า ท่านผู้หญิงดีใจจนร้องไห้ ท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงกล่าวขอโทษและขออโหสิกับมัสยาในเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่ห้ามมัสยากับลักษณ์อีกแล้ว ถ้าหากจะรักกัน แล้วท่านผู้หญิงก็จากไปอย่างสงบ วันเปิดพินัยกรรม ท่านแบ่งสมบัติให้ทุกคนเท่าเทียม แต่มีข้อพิเศษนั่นคือ สมบัติของศัลย์ให้โอนไปให้มัสยาทั้งหมด แต่ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของมัสยาโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมัสยาแต่งงานกับลักษณ์แล้วเท่านั้น ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาแสดงความยินดีที่ลักษณ์กับมัสยาได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่เท่านั้นท่านชายยังเร่งให้ลักษณ์กับมัสยามีหลานมาให้ท่านเล่นโดยเร็วอีกด้วย ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ พี่จะติดตามมัสยาไปจนสุดหล้า ชีวิตนี้พี่คงไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมัสยา ผู้เป็นหัวใจของพี่ — จบบริบูรณ์ — คุณลักษณ์ - มัสยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงมัสยา มิกค์ ทองระย้า รับบท ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล (ลักษณ์)มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยาอานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรีพงศ์เทพ (พงศ์)สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม (เพ็ญ)ชนกันต์ พูลศิริวงศ์ รับบท นพพรริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รับบท หม่อมราชวงศ์หญิงชลธิชา มยุรฤทธิ์ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล

ซาร่า เคลียร์ข่าวเบรก ไมค์ ห้ามยุ่งเรื่องลูก ยันไร้ปัญหา แค่เถียงกันปกติ!!
ซาร่า คาซิงกินี /  ไมค์ พิรัชต์ / 

         หลังจากคราวก่อนซิงเกิ้ลมัมคนสวย ซาร่า คาซิงกินี ออกมาให้สัมภาษณ์อัปเดตพัฒนาการของลูกชายอย่าง น้องแม็กซ์เวลล์ ที่กำลังจะ 3 ขวบเต็ม ซึ่งใกล้จะเข้าโรงเรียนแล้วในเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้ ช่วงนี้อยู่ในระหว่างการตัดสินใจเลือกโรงเรียน โดยส่วนตัวของเธอเองสะดวกให้ลูกเรียนที่จ.ภูเก็ต เพราะทางครอบครัวของ สาวซาร่า อยู่ที่นั่น แต่ด้านคุณพ่ออย่าง ไมค์ พิรัชต์ อยากให้ลูกเรียนที่กรุงเทพ จึงต้องหาเวลาปรึกษาและตัดสินใจกันอีกที แต่ถึงยังไง สาวซาร่า ก็เอ่ยปากไว้ว่า "เราเป็นแม่ คำของเราคือเด็ดขาด เพราะหนึ่งเราเลี้ยงดูมา ในส่วนตัวซาร่าก็มองว่าเขาเป็นพ่อที่โอเค แต่ขอแค่รับฟังก็พอ ไม่ต้องออกความเห็นเยอะ" จนหลายคนมองว่าเป็นการเบรก ไม่ให้พ่อมายุ่งเกี่ยวเรื่องลูก               ล่าสุดเจอ สาวซาร่า มาร่วมงาน Grand Opening PANANCHITA Brand จึงมีโอกาสได้เคลียร์ประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง คุณแม่คนสวยยืนยันไม่ได้มีปัญหากัน และไม่ได้สั่งห้าม หนุ่มไมค์ แค่เป็นการพูดแนวติดตลกว่าอย่าเยอะดีกว่า แต่ก็ยอมรับเถียงกันเรื่องลูกบ้างเป็นปกติ ส่วนความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดก็เพิ่งให้ หนุ่มไมค์ มารับลูกไปดูแลระยะสั้นๆ เป็นเวลา 4 วันตอนที่เธอไม่ว่างติดถ่ายละคร เอ่ยปากรู้สึกอึดอัดที่คนยังจับจ้องเรื่องปัญหาของพ่อแม่ แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างจะส่งผลกระทบต่อลูก ไม่อยากให้ลูกเป็นเด็กมีปัญหา ก็จะพยายามเลี้ยงดู น้องแม็กซ์เวลล์ ให้ดีที่สุด              "เรื่องที่จะให้ลูกเรียนที่ภูเก็ต ยังไม่ได้คุยกันแต่ก็ถ้าเอาสะดวกก็คงให้น้องเรียนที่ภูเก็ต แต่เรายังไม่ได้เลือก ยังไม่ได้ไปสมัครเรียนให้น้องเลย ขอดูอีกทีก่อน ข่าวที่ออกมารู้สึกว่าพาดหัวข่าวแรงไปนิดนึง เราเห็นแล้วก็ตกใจ แต่พอดูที่สัมภาษณ์จริงๆ มันไม่มีอะไรเลย ที่ข่าวบอกว่าไมค์ห้ามมายุ่ง เราไม่ได้พูดอย่างนั้น พูดเป็นแนวขำๆ ตลกๆ แบบไม่เยอะดีกว่า ปกติเราคุยกันก็จะชอบเถียงกันเรื่องลูก เราก็จะชอบว่าเขาว่าอย่าเยอะ มันเป็นคำติดตลกของเรามากกว่า เป็นแซวๆ ขำๆ กัน ตัวไมค์ไม่น่าจะสนใจข่าวนะ เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน เขาอยู่วงการนี้มานานเขาก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าวงการนี้เป็นยังไง"              "กับไมค์ได้คุยกันค่ะ เดี๋ยวจะต้องไปดูโรงเรียนที่ภูเก็ตให้น้องด้วยกัน โรงเรียนนานาชาติกฏเกณฑ์จะเยอะ เวลาจะเข้าไปดูเข้าไปอะไรเราก็ต้องแจ้งเขาก่อน เราก็จะไปดูด้วยกันเพราะมันเป็นเรื่องของลูก จะเริ่มดูโรงเรียนที่กรุงเทพก่อน เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน เขาอยู่วงการนี้มานานเขาก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าวงการนี้เป็นยังไง ก็เลือกดูโรงเรียนนานาชาติ ดูกิจกรรมการสอน ความปลอดภัยของโรงเรียน ไม่ใช่ใครจะเข้าออกโรงเรียนก็ได้ คือก็ยังไม่ได้สรุปว่าจะเป็นที่ไหนกันแน่ จริงๆ อยากให้เขาเข้าเรียนตอน 3 ปีพอดีเป๊ะ แต่เดี๋ยวต้องดูโรงเรียนอีกทีด้วยว่าช่วงไหนที่เขาเปิดให้เข้าเรียน ตอนนี้ลูกก็จะ 3 ขวบแล้วอีก 2 เดือน ด้วยความเห็นเราไม่ค่อยตรงกันอยู่แล้ว แต่เราจะไม่เถียงกันเหมือนเด็กเราจะคุยกัน เหมือนผู้ใหญ่คุยกัน ซึ่งคนที่ตัดสินใจก็ต้องเป็นซาร่าอยู่แล้วเพราะเราเลี้ยงน้องมาจะ 3 ปีแล้ว เราก็จะรู้ธรรมชาติของเขา รู้จักตัวน้องดีที่สุด คุณพ่อก็อาจจะช่วยในเรื่องการตัดสินใจบ้างนิดๆ หน่อยๆ เราเองเป็นคนเสนอว่าอยากให้เขามีส่วนร่วมในชีวิตลูกบ้าง ให้เขาช่วยตัดสินใจบ้าง ให้เขาได้ทำกิจกรรมอะไรกับลูกบ้าง"              "ภาพที่ไมค์ช่วยเลี้ยงน้อง ตอนนั้นเราติดถ่ายละคร น้องก็ไม่ได้ถามหาอะไรพ่อเท่าไหร่ ด้วยความที่เขาติดแม่มาก ขนาดเราฝากไมค์เลี้ยงเขาก็ให้ไมค์โทรมาหาตลอดว่าแม่อยู่ไหน ทำไมแม่ยังไม่มา จะหาแม่ ที่ไมค์กลับจากเมืองจีนก็ไม่รับงานเพื่อจะอยู่กับลูก จริงๆ มันก็เป็นจังหวะที่เขาพักงานด้วย ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นเราก็ไม่อยากให้น้องไปอยู่เพราะเราหวง เราอยากอยู่กับน้องเต็มที่ด้วย แต่เราก็ไม่มีทางเลือกก็เลยงั้นเอาไปเลี้ยงดูแล้วกัน ลองเทสดูว่ายูอยู่กับลูกแล้วโอเคมั้ย ก็ให้เขาอยู่ด้วยกัน 4 วันก่อนว่าเขาจะเลี้ยงไหวมั้ย ที่เห็นว่าย่าจะมาช่วยเลี้ยงด้วย แม่ก็มีเอ่ยปากค่ะว่าถ้าไว้ใจแม่ให้แม่ช่วยแบ่งเบาบ้างก็ได้ เพราะบางทีมีช่วงที่เราไม่สบาย เราติดงาน แต่เราก็ต้องดูความสะดวกด้วยว่าแม่กับแม่ไมค์เขาว่างหรือเปล่า"              "ความสัมพันธ์ในครอบครัวมันก็ไม่มีอะไร เราเป็นคนที่หวงลูกอยู่แล้วแต่เราไม่มีทางเลือก แล้วน้องก็โตแล้วก็แบ่งให้เขาได้ดูแลในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เราก็อึดอัดที่มีคนมาจับจ้อง มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คนข้างนอกมองมา สุดท้ายแล้วผลกระทบมันจะส่งผลมาที่ลูกเรา เราก็ไม่อยากให้ลูกเรามีปัญหา ต้องมานั่งตอบคำถามเหมือนที่ตอนนี้เรายังต้องตอบอยู่ ความสัมพันธ์มันดีขึ้นมั้ยมันก็ดีขึ้นแหละ จริงๆ ลูกเราไม่ได้ขาดอะไรเลยแม้พ่อแม่จะแยกทางกัน มันอยู่ที่การเลี้ยงดู เราเลี้ยงดูเขาเต็มที่ ให้ความรัก ให้เวลา ให้ความใส่ใจ น้องไม่มีทางขาดแน่นอน ไมค์เขาก็ยังส่งค่าเลี้ยงดูมาให้ทุกเดือนเท่าเดิมเดือนละ 30,000 ทุกวันนี้ก็ยังให้ ถ้าลูกโตมาจะตอบเรื่องราวยังไงเหรอ อันนี้เราจะตอบเขาบนพื้นฐานความเป็นจริงในวันนึงน้องโตพอที่จะเข้าใจ" ซาร่า กล่าว        ซาร่า คาซิงกินี   ซาร่า คาซิงกินี   ซาร่า-น้องแม็กซ์เวลล์   ไมค์-น้องแม็กซ์เวลล์   ไมค์-น้องแม็กซ์เวลล์   ไมค์-น้องแม็กซ์เวลล์  

มิ้นท์ ณัฐวรา เมินคนมองตกถังข้าวสาร หลังคบ ไฮโซต๋อง หลานชายทักษิณ!!
มิ้นท์ ณัฐวรา /  ข่าว มิ้นท์ ณัฐวรา / 

  หลังจากที่ สาวมิ้นท์ ณัฐวรา ออกมาให้เปิดใจว่า กำลังคบกับหนุ่มไฮโซนอกวงการ ก็ทำเอาขาเผือกทั้งหลายสืบกันว่อนว่าหนุ่มคนนั้นเป็นใคร ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น หนุ่มต๋อง พอพงษ์ ชินวัตร ลูกชาย พายัพ ชินวัตร หลานชายของ ทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง จนล่าสุด สาวมิ้นท์ ก็ออกมาบอกว่าหลังจากที่เปิดไปวันนั้นก็ทะเลาะกัน ถึงขั้นเลิกรากันไปแล้ว แต่ตอนนี้ก็กลับมาคบกันเหมือนเดิม สาเหตุที่เลิกกันหาใช่เรื่องการเปิดตัวไม่ แต่เป็นเรื่องความไม่เข้าใจกันมากกว่า ตอนนี้กลับมาแฮปปี้ดี ส่วนเรื่องคนมองว่าตกถังข้าวสารนั้นตนก็ไม่ได้แคร์ เพราะทุกวันนี้ก็ใช้เงินตัวเอง   "ไม่ค่ะ ที่ให้สัมภาษณ์ไปว่าที่ไม่ได้ออกมาพูดเพราะว่ายังรู้สึกว่าตัวเองเด็กอยู่ เวลาคบกันเรายังมีงอน มีทะเลาะกัน มันยังไม่นิ่ง เลยไม่ได้ออกมาพูด พอวันนั้นพูดออกมาปุ๊บก็เลิกกันเลยค่ะ นั่นแหละ แต่ก็ดีกันแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นก็ยังไม่อยากพูดอะไรมาก มันเป็นเรื่องปกติ เป็นอย่างนี้กันอยู่แล้วค่ะ ไม่ได้ออกมาพูดจริงจัง ไม่ได้เกี่ยวกับที่เราออกมาพูดเปิดเผย ไม่เกี่ยวค่ะ"   "มิ้นท์ว่าทุกคนแหละ แล้วเขาก็ไม่ชิน ที่ทะเลาะกันเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องนี้ ตอนนี้เคลียร์กันเข้าใจเรียบร้อยแล้ว เขาไม่ได้ห้ามพูดค่ะ เขาดีใจด้วยซ้ำ มันโอเคค่ะ มันโอเคกว่าถวามสัมพันธ์ที่ผ่านๆ มา แต่ด้วยอารมณ์เราทั้งคู่ ยังไม่มีใครที่โตกว่ากันไปเท่าไหร่ ความรักทุกครั้งห็ขาดหวังหมดแหละค่ะ แต่ว่าถ้าถึงจุดที่มันไม่ได้จริงๆ มันก็ต้องยอมรับ อย่างตอนนี้คบกันก็คือมีสิ่งดีๆ ให้กันดีกว่าค่ะ ทั้งสองคนค่ะต้องปรับ ต้องปรับให้จูนกันได้ แต่ว่าเขาเป็นคนที่มาชาร์จความรู้มิ้นท์ เวลามิ้นท์ไม่พอใจอะไร เราก็เลยแฮปปี้ว่าเขาแคร์ความรู้สึกเรา"   "ไม่ค่อยลงรูปในไอจี ไปดินเนอร์ลงดอกไม้อยู่แล้วไง แต่ว่าไม่ค่อยมีรูปคู่ จริงๆ เขาไม่ได้เล่นโซเชี่ยลน่ะค่ะ ไม่ได้เล่นไอจีด้วย ลงไปก็ไม่ได้แท็กหาเขา เขาไม่ได้ห้าม แค่บอกว่าจะลงรูปไหน ขอดูหน่อย หล่อนะ หล่อในสายตามิ้นท์นะ เขาจริงๆ ไม่อยากเปิดเพราะกลัวคนมาแย่งนี่แหละ ก็เลยโอเค อุบไว้คนเดียวแล้วกันหวงนิดนึงค่ะนิดนึง ประทับใจเขาที่เป็นคนค่อนข้างจะเอาใจใส่เรา เขาจะมีความเป็นผู้หญิงมากกว่ามิ้นท์ มีความอ่อนโยนแล้วก็เก็บรายละเอียด เป็นคนโรแมนติกมาก ตอนนี้ 2 ปีกว่าค่ะ มันมีปรับจูนเรื่อยๆ ค่ะ"   "(เห็นฝ่ายชายซับพอร์ตเรื่องธุรกิจให้) ไม่มีค่ะ ออกเองทั้งนั้น มิ้นท์ทำร้านทำผมกับร้านเล็บ ซึ่งทำกับพี่พลอย แฟนพี่กันต์ ลงทุนกันสองคน เขายังไม่เคยไปตัดผมร้านมิ้นท์เลยค่ะ"   "(เรียกว่าตกถังข้าวสาร) หลายคนมองอย่างนั้นค่ะ เเต่เราคบกัน ณ จุดนี้ค่ะ บ้านเขารวย แต่เขาไม่ได้รวยนะคะ ถูกไหม เราไม่ได้ใช้เงินบ้านเขา เราก็ยังใช้เงินตัวเองอยู่ ไม่ได้รู้สึกตกถังข้าวสารยังไง แต่ว่าเวลาไปเที่ยวมันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เขาออกให้ ได้ยินๆ เราก็เฉยๆ แล้วแต่คนจะมองเราก็ใช้เงินเรา บัตรเครดิตก็ชื่อเรา" มิ้นท์ ณัฐวรา กล่าว ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG mintvongvasana อ่านข่าว ดีต่อใจ! มิ้นท์ ณัฐวรา ถูกแฟนทำเซอร์ไพร้ส์ เนื่องในโอกาสคิดถึง!! มิ้นท์ ณัฐวรา   มิ้นท์ ณัฐวรา   มิ้นท์ ณัฐวรา   มิ้นท์ ณัฐวรา   มิ้นท์ ณัฐวรา    

กัสจัง เล่าเหตุระทึก! ถูกหนุ่มลวนลามจิกหัวตบ ยันไม่ใช่คู่กรณี เจสซี่ เน็ตไอดอล
กัสจัง จีร่าร์ /  เจสซี่ วาร์ด

        กำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยเบญจเพส ชีวิตก็เลยมีแต่เรื่องราวน่าปวดหัว พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริงๆ สำหรับดาราสาว กัสจัง จีร่าร์ หลังมีงานเข้าโดนหลอกชวนดาราร่วมทริปญี่ปุ่นลวงโลกกับทัวร์ซินแสโชกุนไปแล้ว ล่าสุดก็ถูกหนุ่มแปลกหน้ามาลวนลาม พอเธอขัดขืนกลับถูกกระชากและจิกหัวตบจนหน้าบวมฉึ่ง ต่อมาก็ถูกโยงว่าเจ้าตัวไปตบกับเน็ตไอดอลชื่อดังสุดเซ็กซี่ เจสซี่ วาร์ด ที่เพิ่งจะโพสต์ภาพหน้าบวมหลังมีเรื่องตบตีทำร้ายร่างกายมา งานนี้มีโอกาสเจอ สาวกัสจัง ในงานบวงสรวงละครเรื่อง คู่ซี้ผีมือปราบ ของช่อง เวิร์คพ้อยท์ จึงได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว สาวกัสจัง เล่านาทีระทึกที่ถูกผู้ชายร่างยักษ์ทำร้ายร่างกาย และยังเคลียร์ชัดถึงข่าวลือที่หลายคนโยงกับแฟนเก่าและเน็ตไอดอล เจสซี่ วาร์ด ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด               "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นไปคุยงานกับพี่ตั้วผู้จัดการค่ะ ตอนแรกเราคุยงานกับเอเจนซี่ทางเกาหลี ทางนั้นเค้าก็กลับก่อน ทางร้านก็ปิดค่ะ เราก็ไปทักทายกับพี่เจ้าของร้าน เพราะเรารู้จักกับพี่เจ้าของร้าน จากนั้นพี่ตั้วก็คุยกับพี่เจ้าของร้านไป กัสจังหิวน้ำก็เดินไปหยิบน้ำเปล่า ก็เหมือนมีลูกค้ากลุ่มนึง ผู้ชายคนนี้ก็รู้จักพี่เจ้าของร้านเหมือนกัน ก็เหมือนได้แนะนำกันแล้วแว่บๆ ว่าพี่นี่นะก็ไหว้กัน เค้ามากับเด็กผู้หญิง 4 คน ซึ่งเป็นประมาณผู้หญิงทำงาน ตอนที่เราเดินไปหยิบน้ำเค้าก็พยายามจะจับเรา เราก็เลยสะบัดออก พอสะบัดออกเหตุการณ์มันเกิดไวมากตรงที่เค้าก็ไม่พอใจว่ามีสิทธิ์อะไร เค้าก็เลยจิกหัวแล้วตบลงไปบนโซฟา แล้วก็กำลังจะต่อยเพิ่มแต่มีคนมาห้ามพอดี ไม่ได้ทะเลาะกันก่อนอะไรเลย ไปแบบงงๆ เลยค่ะ งงมาก มันไม่ทันตกใจเพราะมันไวมาก มันกระชากหัวแล้วคือมันมึนไปเลย เข้าใจป่ะ ไม่ทันเจ็บ ไม่อะไรเลยนะ"              "เราโกรธสิ เฮ้ย...พ่อแม่เรายังไม่เคยทำกับเราแบบนี้เลยนะ ยูเป็นผู้ชาย ยูไม่ควรทำแบบนี้ เจ้าของร้านก็เคลียร์ให้เหมือนขอโทษ เค้าคงคิดว่าเป็นเด็กที่ทำงานนี้เหมือนกันด้วยหรือเปล่า กัสจังก็บอกว่าถึงจะเป็นอย่างนั้น ยูก็ไม่สมควรจะทำไม่ว่าใครก็แล้วแต่ ไม่ได้แจ้งความค่ะ ได้ต่อยหน้าคืน (หัวเราะ) เค้าขอโทษแล้ว พี่เจ้าของร้านก็ให้ต่อยหน้าคืนให้จบได้มั้ยอะไรแบบนี้ค่ะ ทางนั้นเค้าเมาด้วยค่ะ ที่ตัดสินใจไม่เอาเรื่องเพราะวันนั้นมันเคลียร์กันแล้วไงคะ ก็ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต พี่เจ้าของร้านรู้จักกันและเค้าก็เป็นคนกลางด้วย เค้าก็ถามจะเอายังไง จะให้เค้าไปยิงเลยมั้ย ซึ่งเอาจริงๆ ไม่อยากให้มีใครฆ่ากันขนาดนั้นอยู่แล้ว ก็เลยโอเคพี่ จบ แยก และอีกอย่างคือเค้าก็ไม่สะดวกให้มาดูกล้องวงจรปิดหรือให้ตำรวจมาตรวจ คือขี้เกียจ มันยุ่งยาก ก็เลยแค่นั้นค่ะ"              "หลังจากนี้เวลาไปไหนก็ไม่ระแวงนะคะ แต่ก็เข็ดนิดนึง ก็ต้องระวังตัวมากขึ้นนิดนึงค่ะ หลังจากนั้นเค้าก็ไม่ได้มาขอโทษอีกเพราะเราไม่ได้รู้จักเค้าไง มีแต่ฝ่ายพี่เจ้าของร้านที่มาเคลียร์กับเค้า และพอดีมันมีทั้งประเด็นที่ว่าแฟนเก่ามาทำร้ายเรา และประเด็นที่เราไปตบกับน้องเน็ตไอดอล เราก็เลยบอกว่าพี่มีภาพวงจรปิดมั้ย แต่พี่จะเบลอหน้าเบลอร้านอะไรก็ได้นะ แค่ไม่อยากให้คนเข้าใจผิดว่าคนอื่นมาทำร้ายเรา กับเค้าเราไม่รู้จักเลย เจอเค้าวันนั้นเลย เค้าตัวใหญ่ ตัวอ้วนมาก"            "กลับบ้านไปร้องไห้นะ ไม่ใช่ไม่ร้อง คุณแม่หลับแล้ว เราก็โพสต์ Facebook คุณแม่ก็โทรมาหาตอนเช้า แต่ก็อยู่ในบ้านเหมือนกันนี่แหละ แม่ก็ถามเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น เราก็เล่าให้ฟัง แม่เค้าจะเป็นคนเข้าใจโลกค่ะ ไม่ใช่แบบโวยวายใครมาทำลูกฉัน เป็นแบบนี้ตั้งแต่หนูเด็กๆ แล้ว เค้าก็จะบอกว่านี่แหละคือโลก มันยังต้องเจออะไรอีกเยอะ เพราะฉะนั้นเวลาจะทำอะไรก็ต้องระวังตัว อันนี้ก็ถือเป็นบทเรียนไป แล้วก็ต้องสงสารพี่เจ้าของร้านเค้าด้วยเพราะเค้าก็เป็นคนกลางอย่าไปโกรธเค้าเลย แม่ก็จะพูดในแนวเข้าใจโลกมากกว่าค่ะ"             "และข่าวที่โยงว่ากัสจังไปตบกับคนอื่น ชีวิตไม่เคยคิดว่าจะตบกับใครอยู่แล้ว ที่บ้านก็จะสอนมาว่าเวลามีปัญหากับใครก็ให้เคลียร์ ไม่ให้ใช้กำลัง กับน้องเน็ตไอดอล เจสซี่ วาร์ด ไม่รู้จักค่ะ ไม่เคยเจอ เคยเห็นรูปอยู่แล้วค่ะว่าน้องเค้าสวย เห็นคนแชร์กัน ตอนแรกงงว่าโดนโยงตบกับน้องได้ยังไง ก็เลยเข้าไปดูว่าทำไมถึงโยงกันได้ เพราะว่าน้องเค้าดังไง น้องเค้าลงรูปตอนเค้าไปตบกับใครมา เราก็มีรูปที่หน้าเราโดนตบแล้วลงใน Facebook เวลาใกล้เคียงกัน คนก็เลยโยงว่าตบกับกัสจังหรือเปล่า มีแต่ข่าวรุนแรงเสียหายไม่นอยด์ค่ะ เป็นข่าวจนชินแล้ว ก็ปลงๆ ค่ะ" กัสจัง กล่าว              กัสจัง จีร่าร์ กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง โพสต์หลังโดนทำร้ายร่างกาย   เน็ตไอดอล เจสซี่ วาร์ด   เจสซี่ วาร์ด    

หวงหนักมาก!! กีฟ ฟุ้งชุดว่ายน้ำทุกตัว บูม ต้องสกรีนก่อน!!
บูม กิตตน์ก้อง /  กีฟ ดราภดา / 

  เรียกได้ว่าน้ำทะเลหวานไปเลย สำหรับคู่ของ หนุ่มบูม กิตตน์ก้อง กับ สาวกีฟ ดราภดา ที่ควงคู่กันไปเที่ยวทะเลภูเก็ตเมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา และยิ่งทำให้อิจฉากันไปใหญ่ เพราะ หนุ่มบูม หวงหวานใจหนักมาก ถึงขนาดชุดว่ายที่ สาวกีฟ จะสวมใส่ก็ต้องเอาแบบที่ หนุ่มบูม สบายใจ รวมถึงรูปที่ถ่ายด้วย ลามจนไปถึงตามไปเฝ้ากันที่กองถ่ายกันเลยทีเดียว เรียกว่าตัวแทบจะติดกันตลอดเวลา งานนี้ สาวกีฟ ขอบอกว่ายังไม่มีข่าวดีในเร็วๆ นี้นะจ๊ะ   "เป็นทริปพักผ่อน ไปกัน 4 คน วางแผนไม่นานตัดสินใจเร็วมาก คิวพี่บูมไม่ค่อยแน่นอน ค่อนข้างแน่นค่ะ วันนั้นของเขาไม่ได้ถ่าย ก็เลยจองตั๋วไปกันเลย ไปภูเก็ตค่ะ ประทับใจน่าจะเป็นเรื่องทำกิจกรรมเป็นทีมมากกว่าค่ะ ชอบแอดเวนเจอร์ทั้งหมดเลย แล้วได้มีโอกาสไปเกาะบานาน่าบีชค่ะ ดีมากกกก (ลากเสียงยาว) คือหนูจะชอบเล่นบานาน่าโบ้ท ที่นั่นแบบสุดมากเลยค่ะ"   "จะตอบว่าไงดี (หัวเราะ) ตอนนี้ก็พยายามดูแลตัวเองเยอะค่ะ เพราะเคยผ่านช่วงป่วยตัวบวมมาแล้ว ไม่อยากกลับไปเป็นแบบนั้นอีกค่ะ ก็คุมอาหารค่ะ"   "พี่เขาเป็นคนเลือกชุดค่ะ สกรีนก่อนเเล้ว ถ้าเป็นชุดว่ายน้ำที่ไปใส่กับเพื่อนโดยที่เขาไม่เห็น ก็จะให้เขาเลือกเวลาเราจะซื้อชุดว่ายน้ำ ต้องอยู่ในสายตาตลอดเวลา ห้ามไหม ก็รูปที่เห็นเขาก็เป็นคนถ่ายเองค่ะ (หัวเราะ) เพื่อความสบายใจของเขาด้วยว่าเราไปได้แค่ไหนค่ะ เขาก็บอกหุ่นดี"   "ไม่มีใครมาจีบถ่ายแบบเลยค่ะ ถ้ามีก็ต้องมาดูกันก่อน เพราะเป็นอีกประสบการณ์นึงที่ยังไม่เคยทำ ช่วงพี่เขาจะผอม ไม่ค่อยได้นอน เพราะว่างานหนัก"   "ความจริงผู้ชายก็น่าจะเปิดได้แค่นั้นรึเปล่า (หัวเราะ) มากไม่ได้ ก็ที่ไปไม่ได้สังเกตว่าใครมองหรือเปล่า เพราะที่ๆ ไปก็มีแต่ฝรั่ง ไม่ใช่สายฝอ สายฝอไม่น่าชอบตาเล็กๆ แบบนี้นะคะ"   "ยังไม่มีแพลนค่ะ เพราะว่าตารางถ่ายละครยังออกมาไม่หมด จะแพลนล่วงหน้าไม่ค่อยได้ค่ะ เรื่องแต่งงานยังเร็วไปค่ะ ยังอยากใช้ชีวิตแบบนี้ไปก่อน การแต่งงานชีวิตหลายๆ อย่างมันจะเปลี่ยนน่ะค่ะ ตอนนี้ก็โอเคค่ะ หนูว่ามันมีช่วงเวลาที่ต่างคนต่างทำงาน มีระยะห่างกันบ้าง มันก็จะทำให้คิดถึงกันมากขึ้น มากกว่าเวลาที่มีเยอะๆ เขาประคบประหงมไหม ไม่นะ เพราะว่าหนูจะออกแนวลุยๆ พี่เขาจะดูแลเรื่องอาหารการกินมากกว่า เพราะหนูเป็นคนกินพังค่ะ ไปเฝ้่าที่กอง ไม่เรียกว่าไปเฝ้านะคะ ถ้าวันไหนหนูว่างอยู่บ้าน พี่เขาก็จะชวนไป บ่อยไหม ก็ไปบ้างค่ะ อยู่กินหนูก็นั่งอยู่เฉยๆ รอเมื่อไหร่เขาจะเลิก หนูอยู่ห่างๆ ไม่ไปรบกวนการทำงาน ตัวติดกันไหม ก็ไม่มากนะคะ เขาก็ไปค่ะ สลับกันบ้าง" ขอบคุณภาพจาก IG givedrarpdar_s กีฟ ดราภดา กีฟ ดราภดา

โตแล้วแม่ไม่ว่า! แพทริเซีย รับเรียก พีช แฟนเต็มปาก
แพทริเซีย กู๊ด /  พีช พรช

   หลังพระเอกหนุ่ม พีช พรช ออกมายอมรับแบบแมนๆ ว่าเรียกนางเอกสาว แพทริเซีย กู๊ด ว่าแฟนแบบเต็มปากล่าสุด สาวแพทริเซีย ก็ได้ออกมาเปิดใจว่าก็ตามที่ หนุ่มพีช ได้พูดไปบอกคุยกันมาสักพักแล้วโดยฝ่ายชายเป็นคนเข้ามาจีบก่อน พอถามว่าคุณแม่ไฟเขียวมั้ย เจ้าตัวบอกแม่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรเพราะตนเองโตแล้วปล่อยเป็นเรื่องของเด็กสองคนให้ดูกันไป แพทริเซีย กู๊ด แพทริเซีย กู๊ด

ไม่ใช่เรื่องสนุก!! โบว์ แวนดา วอนอย่าถามคำถามไม่ดีรื้อฟื้นเรื่อง ปอ ทฤษฎี สะเทือนใจครอบครัว!!
โบว์ แวนดา /  ครอบครัวสหวงษ์ / 

    เรียกได้ว่าสร้างความสะเทือนใจให้แก่คนรัก ปอ ทฤษฎี และ โบว์ แวนดา พร้อมด้วยครอบครัวสหวงษ์อย่างมาก หลังจากที่มีเพจบางเพจได้ทำร้ายจิตใจแก่ โบว์ แวนดา และครอบครัว ด้วยการตั้งคำถามที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับ ปอ ทฤษฎี ซึ่งนอกจากจะเป็นการรื้อฟื้นเรื่องราวต่างๆ ในการจากของพระเอกหนุ่มแล้ว ยังทำให้ครอบครัวสหวงษ์รู้สึกไม่สบายใจอีกด้วย ล่าสุด โบว์ แวนดา ได้เผยเรื่องราวต่างๆ ถึงการจัดทริปสุดพิเศษที่พาสองครอบครัวไปเที่ยวปราณบุรีกันอย่างพร้อมหน้า และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับเพจต่างๆ ที่สร้างกระแสดราม่าทั้งเรื่อง น้องมะลิ และ ปอ ทฤษฎี ว่า   "ก็เป็นความตั้งใจอย่างที่บอกไปนะคะ ก่อนไปตัวโบว์ก็ได้มีการเก็บตังค์เรียบร้อยแล้ว จริงๆตอนแรกก็ถามคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายและสมาชิกทั้งสองฝั่งว่าอยากไปไหนในเมืองไทย หรือต่างประเทศแต่จริงๆ ก็อยากพาคุณแม่ของเราเองไปต่างประเทศเพราะท่านยังไม่เคยไป แต่แม่บอกว่าเดินทางไม่ไหวแล้ว ขอในประเทศแล้วกัน ก็เลยเอาใกล้ๆ เพราะคุณพ่อคุณแม่โบว์อยู่หัวหิน ก็เลยงั้นเดี๋ยวเราไปเที่ยวปราณ แล้วโรงแรมที่เราพาคุณพ่อกับคุณแม่ไปก็เคยบอกกับพี่ปอไว้ว่าเดี๋ยวเราไปเที่ยวกัน แต่ว่าช่วงนั้นพี่ปอเขายุ่งๆ ก็เลยไม่มีโอกาสไป"   "(หัวเราะ) ก็คงมาจากเจ้าหญิงน้อยค่ะ คือเขาชอบเจ้าหญิง เราก็ปรึกษาทุกคนว่าพร้อมไหมที่จะเป็นเจ้าหญิงให้กับหลาน ทุกคนก็โอเค แต่ตอนแรกคุณยายกับคุณย่าก็บอกว่าฉันไม่ไหวแล้ว ฉันไม่อยากแต่ง ฉันอาย แต่พอบอกว่ามีกิจกรรมร่วมกันได้ลุ้นรางวัลด้วยนะ เท่านั้นแหละค่ะ ไปหาชุดจนเครียด โทรมาเนี่ยยังหาชุดไม่ได้เลย แต่สุดท้ายคุณย่าน่าจะสวยที่สุด"   "ออโต้นี่ก็จัดเต็มมาก บอกไม่เอาแม่ ไม่แต่ง อายเขา แต่พอเราแต่งหน้าให้นี่ยิ้มตลอดเวลา ก็ออกมาอย่างที่เห็นค่ะ แต่เขาก็เขิน เขาอายเพื่อน แต่ไม่เป็นไรทำเพื่อน้อง แล้วก็เราไม่ได้มีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้บ่อย ที่สำคัญเป็นกิจกรรมในครอบครัว ทำแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะทุกคนในครอบครัวได้เสียงหัวเราะทุกคนจริงๆ"   "ครบมาก ขาดแค่คนเดียว (หยุดนิ่ง แววตาเศร้า) ป๊อปปี้ก็บอกว่าครบหมดแล้วนะพี่ เสียดายเนอะ เราก็บอกว่าไม่ได้ขาดหรอก เขามาด้วย ก่อนไปทริปเราก็บอกเขาค่ะ เพราะจริงๆ มันเป็นความตั้งใจของพี่ปออยู่แล้ว ที่อยากจะให้คุณพ่อคุณแม่โบว์แล้วก็พี่ปอไปพร้อมหน้าพร้อมตากัน ณ วันนี้เขาไม่ได้อยู่ก็ไม่เป็นไร โบว์ทำแทน"   "มีค่ะ ก็ถามทั้งสองฝั่งว่าเดี๋ยวรอก่อน ขอเก็บตังค์ก่อน แล้วเดี๋ยวถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็จะพาไปอีกรอบ จัดทริปบ่อยค่ะ แต่อย่างที่บอกว่าเราไปครั้งนี้ เราก็เป็นคนดูแลทุกคน เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้เขาไปที่ที่สบายหรือว่าไปพักผ่อนจริงๆ แบบนี้ ก็ต้องอยู่ที่คุณทรัพย์ด้วย ก็บอกว่าขอเวลาก่อนนะทุกคน ขอแม่โบว์เก็บตังนิดนึงเดี๋ยวพาไปใหม่ อยากทำบ่อยมากเลย เพราะว่าการที่เราได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตามันเป็นเรื่องที่ยาก หลายๆ คนมารวมตัวกัน มันมีความสุขมากๆ แค่เราได้เห็นคนที่เรารัก หรือพ่อแม่เราหัวเราะก็มีความสุขแล้ว ครั้งนี้ไปมาสามวันค่ะ คุณอาปิลก็ขอลาพักร้อนที่ทำงาน อาจารย์ป๊อป อาจารย์เบนซ์ก็ขอลาป่วย แต่กลับไปไม่รู้โดนหรือเปล่านะ"   "(คิดถึงพี่ปอไหม?) คิดถึงแต่ว่าเราก็พยายามทำทุกอย่าง ให้คุณปู่คุณย่ามองแล้วสนุกสนาน คือต้องเข้าใจว่าคุณปู่คุณย่าเขานึกถึงพี่ปอตลอดเวลาอยู่แล้ว โชคดีที่ได้บรรดาเจ้าหญิงแต่ละท่านมาช่วยส่งรอยยิ้ม มันก็เลยโอเคขึ้น"   "(ถามถึงกระแสดราม่าของน้องมะลิบางเพจ เรื่องราวมันเป็นมายังไง?) จริงๆ เพจของน้องบางเพจมีมาเยอะมาก บางเพจก็แสดงตัวตนว่าเป็นใคร แต่บางเพจจะทำเพจให้น้องก็มีอินบ็อกมาขออนุญาตว่าหนูชื่อนี้นะคะ เราก็ยินดีค่ะ ถ้ารักน้องทำให้น้องเราก็ยินดี แต่ในกรณีที่มีดราม่ากันเกิดขึ้น คือมันประมาณว่า เราไม่อยากให้เอาลูกของเราไปทำเพจเรียกยอดไลค์ หรือเป็นการเรียกผู้ติดตาม ถ้าคนรักน้องจริง ไม่ว่าเพจนั้นคนจะตามคุณแค่สิบคน ยี่สิบหรือสามสิบคน มันคือความรู้สึกที่ดีแล้ว ความรักความเอ็นดูมันไม่ได้วัดกันที่ยอดไลค์หรือคนติดตาม ก็ไม่อยากให้เอาน้องไปเป็นเครื่องมือสำหรับการเรียกยอดไลค์ หรืออะไรที่ลงรูปน้องแล้วบอกว่าถ้าได้ยอดไลค์เท่านี้จะอย่างนู้นอย่างนี้ คือไม่อยากให้มีข้อแม้ค่ะ"   "ไม่ได้ติดตามค่ะ แต่มีคนส่งมาให้ดู จริงๆ ก็ต้องบอกว่าเขาก็ทำเพจมาตั้งแต่พี่ปอป่วย เราก็ยินดีนะคะถ้ามีความรู้สึกที่ดีให้กับโบว์และมะลิ ขอบคุณมากๆ แต่ก็ไม่อยากให้อยู่ในเชิงนั้นค่ะ ที่ต้องมีข้อแม้ของการติดตาม มันดูไม่ใช่อ่ะ เราก็มีไปชี้แจงกับเขาค่ะ เขาก็น่ารัก เขาก็รับฟัง แต่ว่าล่าสุดจริงๆ คือโบว์จะไม่ค่อยอะไร ก็คือจะมีแบบดูผ่านๆ ตา แล้วก็มีความรู้สึกดีเพราะแต่ละท่านก็รักและเอ็นดูน้อง แต่ว่าก็จะมีในกรณีที่มีคำพูดอะไรที่มันไม่โอเค เราก็มีการเข้าไปครึ่งนึง เราก็บอกว่า กับคำถามที่เกิดขึ้นหรืออะไรก็ตามแต่ ไม่อยากให้คนในครอบครัวมาอ่าน แล้วรู้สึกว่ามันสะเทือนใจอีกรอบ"   "(เรื่องไหนที่อ่านแล้วมันไม่โอเคกับเรา?) ต้องขอยกตัวอย่างนะคะ ในกรณีนี้แต่ว่าเรื่องนี้ทางแอดมินเขาก็ได้ลบไปเรียบร้อยแล้ว เพราะว่าโบว์ได้เขาไปขอเขา อย่างมีคำถามที่เกี่ยวกับพี่ปอว่าพี่ปอตายอายุเท่าไหร่ พี่ปอรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไหน เราก็เข้าไปชี้แจงกับเขาว่าการที่ถามคำถามแบบนี้ โบว์เข้ามาอ่านมันก็รู้สึกแย่ และที่สำคัญอยากให้ทางแอดมินลบเถอะ เพราะโบว์ไม่อยากให้คำถามนี้ไปถึงคุณปู่คุณย่ามาอ่านเจอ สิ่งที่สะเทือนใจมันผ่านมาแล้ว และหลังจากนี้อยากให้ครอบครัวของเรามีแต่รอยยิ้ม มีแต่ความสุข อยากให้ทุกคนจดจำพี่ปอในรูปแบบที่สวยงาม และความทรงจำดีๆ ที่เขาเคยสร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนดีกว่าค่ะ"   "(เวลาที่พี่โบว์เขาไปชี้แจง ทางเพจเขาไม่ค่อยเชื่อว่าเป็นพี่โบว์เพราะว่าเราไม่ได้เล่นเฟซบุ้คแต่จริงๆ เราเล่นแล้วใช่ไหม?) เล่นแล้ว เล่นมาได้สักพักใหญ่แล้วค่ะ แต่ว่าเปิดเป็นส่วนตัว มีเพื่อนประมาณยี่สิบกว่าคน แต่จุดประสงค์ที่เปิดเฟซบุ้ค คือเอาไว้ส่องลูกชาย (หัวเราะ) ลูกชายก็ไม่รู้ว่าเราเล่น เพราะเขาเริ่มโตเป็นหนุ่ม เราก็อยากจะรู้ว่าเขาทำอะไรบ้าง ก็เลยแอบสมัครไปแล้วก็เข้าไปส่องว่าเขาทำอะไร ไปกุ๊กกิ๊กอะไรกับใครหรือเปล่า จุดประสงค์ของเราแค่นี้ค่ะ"   "(จะมีวิธีจัดการกับเพจต่างๆ ยังไงเพราะมันมีกระแสดราม่าเยอะ?) ยากมากนะคะ เพจส่วนใหญ่ไม่ได้ชี้แจงว่าเขาเป็นใคร หน้าตาเขาเป็นใคร มีแต่รูปมะลิอย่างเดียว แล้วก็เอาชื่อน้องไปตั้งเพจ อย่างที่บอกไปคือขอบคุณทุกแอดมินที่ให้ความเอ็นดูและรักน้อง แต่ก็อยากจะฝากย้ำนิดนึงสำหรับแอดมินที่เอาน้องไปไม่ว่าด้วยจุดประสงค์อะไรก็ตามเพื่อที่จะเรียกยอดไลค์ ก็อยากบอกว่าขอเถอะน้องยังอยู่ในช่วงวัยที่สดใส อย่าเอาน้องมาอะไรแบบนี้"   "(เหมือนดราม่ามันเกิดจากแอดมินบล็อคคนที่เข้าไปคอมเม้นท์?) คือเราไม่ทราบว่าเขาเป็นใคร เขาก็ไม่เคยแสดงตัวตนออกมาว่าเขาเป็นใคร คืออย่างกรณีเดียวที่โบว์เข้าไปเตือนเขาก็คือในเรื่องของคำถามที่เกี่ยวกับพี่ปออย่างเดียว แต่หลังจากนั้นเราก็ไม่รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร จะไปคุยกับเขายังไง แต่ถ้าเขาดูอยู่ก็อยากจะบอกว่าการทำเพจขึ้นมาสักเพจมันไม่ต้องเรียกร้องอะไรจากคนที่เข้ามาดู แค่คุณทำแล้วคุณรู้สึกว่า คุณได้มีรูปมะลิให้คนที่เข้ามาดูแล้วสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนมันก็น่าจะเพียงพอแล้ว ยอดไลค์มันไม่ได้บ่งบอกว่า มันเป็นความรักที่มากแค่ไหน"   "(ถ้ามันมีอะไรที่เกินเลยไปกว่านี้เราจะแจ้งให้เขาปิดเพจไหม?) เอ่อ...เชื่อว่าพี่จ๋าที่อาจจะได้ดูโบว์วันนี้ โบว์เชื่อว่าได้ดูแน่นอน เพราะเขาก็ติดตามโบว์ในทุกๆ เรื่องอยู่แล้ว ก็ขอแล้วกัน เพราะเราไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับคนที่รักน้องมะลิ คือถ้ารักมะลิเราควรจะไปในทิศทางเดียวกัน คือมีความรักที่บริสุทธิ์ให้กับน้องดีกว่าค่ะ"   "(ในไอจีเราเปลี่ยนเบอร์ผู้จัดการ?) เปลี่ยนเหรอ ไม่ได้เปลี่ยนนะ ไม่เคยลงเบอร์ จริงๆ ไอจีที่โบว์แจ้งไปเรื่องเบอร์โทรศัพท์ก่อนหน้านี้จะไม่มีการลงเบอร์เลย เบอร์ที่ลงไปคือเบอร์บริษัทพีเอ็มบี ในตอนที่เริ่มบริษัทใหม่ๆ โบว์ให้เบอร์น้องในออฟฟิศป็นเบอร์ส่วนตัวน้องเขา เพราะตอนนั้นยังไม่มีเบอร์ออฟฟิศ พี่จ๋าที่เขาไม่ได้เล่นโซเชียลเขาก็จะโทรมาสั่งของ จนห้าทุ่มเที่ยงคืนก็ยังโทรมาเรื่อยๆ น้องก็บอกว่าไม่เป็นไรพี่ เขาอยากสั่งเราก็ต้องรับออเดอร์ไม่ว่าจะกี่โมงก็ตาม จนเราแบบเฮ้ยไม่ได้ ทำงานมาทั้งวันแล้ว ควรจะได้พักนะ ก็เลยไปขอเบอร์ออฟฟิศมา พอมีเบอร์ออฟฟิศก็เลยเอามาลงไอจี เพราะไอจีเราคนตามเยอะเผื่อจะได้เป็นช่องทางในการติดต่อ ไม่ได้เปลี่ยนเบอร์ค่ะ ดีซะอีกมีงานเข้ามา"   "กับคุณอาน้ำอ้อย ยังอยู่กันดีค่ะ เพราะลูกค้าบางท่านไม่ทราบว่าจะติดต่อคุณอาที่ไหน เขาก็จะแอดไลน์มาว่าติดต่องานคุณโบว์ที่ไหน เราก็จะบอกทีมงานในออฟฟิศ ถ้ามีงานโบว์กับมะลิให้เบอร์คุณอาไปเลยนะ เขาก็จะโยนให้คุณอาไปเลย โบว์กับอาก็ไม่ค่อยได้เจอกันนะคะ ช่วงนี้คุณอาเขามีงานส่วนตัวของเขา ก็จะค่อนข้างยุ่งหน่อย ได้เจอกันตอนช่วงที่มีงานแบบนี้ คุณอาหนีไปเที่ยวญี่ปุ่นค่ะยังงอนอาอยู่เลยทำไมไม่ชวน ถ้าคุณอามาทุกคนตายค่ะ"   "คุณอายังเป็นคนรับงานให้อยู่ค่ะ ปกติทุกอย่าง แต่ก็อย่างที่บอกไปพอคุณอาเริ่มมีงานส่วนตัวในพาร์ทของเขา แต่ว่าในหลักๆ คุณอาก็ยังคงดูแลเราอยู่ เราอยู่กันแบบอิสระ ทุกวันนี้เราอยู่กันด้วยความเคารพ เราไม่ได้อยู่กับคำว่าผู้จัดการส่วนตัวกับดาราในสังกัดหรือคนในสังกัด สิ่งที่เราอยู่กันทุกวันนี้คือคุณอาเป็นเหมือนผู้ใหญ่ที่เรารู้จักกันมา ดูแลพี่ปอมาตั้งแต่แรก"   "งานละครไม่มีนะ รู้สึกว่าปฏิเสธไปตั้งแต่ปีที่แล้ว คือมันเป็นแค่ความคิดของผู้ใหญ่ ณ ตอนนั้น ตอนที่เขาคุยกันเราก็ยังไม่ได้รู้เรื่องว่าจะมีงานจากอะไร พอพี่ปอไม่อยู่กับเราแล้ว ผู้ใหญ่ก็มาคุยกับเราซึ่งเรื่องมันดำเนินไปแล้ว ก็มาคุยกับเราว่าโอเคไหม ไหวไหม ทุกคนให้โอกาสเรา เราก็เลยบอกว่าลองดูก็ได้ค่ะ แต่เรายังไม่ทันจะเริ่มอะไรมากก็รู้ตัวว่าไม่ไหวหรอก โบว์ไม่เคยสัมผัสงานตรงนี้มา แล้วโบว์จะไปสั่งเขาได้ยังไงว่าให้เขาทำอะไร ความรู้ด้านนี้ก็ไม่มี ยังไม่ถึงขั้นที่จะเป็นผู้บริหารแล้วไปสั่งใครได้เลยยุติไปนานแล้วค่ะ ไม่คิดจะมาทำค่ะ ถ้าจะทำคงต้องลองมาเล่นก่อนดีกว่าไหม บางคนเล่นมาเป็นสิบๆ ปียังไม่มีโอกาส มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ ถ้าจะเปิดทางโบว์ขอเล่นบทอะไรก็ได้ก่อนดีกว่าค่ะ เพื่อเป็นการเรียนรู้" โบว์ แวนดา กล่าว                    

ละครบาปบริสุทธิ์ LIVE (ละครเย็น) , เรื่องย่อบาปบริสุทธิ์ LIVE (ละครเย็น)
ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE /  ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ตอนแรก / 

บาปบริสุทธิ์ LIVE บทประพันธ์โดย :ปนัดดาบทโทรทัศน์โดย : ทียา / ลลนี / ไทสคริปต์ / ลูกเทพ / พรดีกำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนากาญจน์ โดยผู้จัด : จิตรลดา กัลย์จาฤกออกอากาศทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 เรื่องย่อ ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE บาปบริสุทธิ์LIVE เป็นละครโทรทัศน์แนวสร้างสรรค์เพื่อเยาวชน สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ซึ่งตลอดเวลาที่ทรงงานอย่างหนักเป็นเวลากว่า70ปี พระองค์ได้มีพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทที่เป็นประโยชน์ครอบคลุมในเรื่องต่างๆแก่คนไทยไว้อย่างมากมายๆ โดยเฉพาะเรื่องของเยาวชน เด็กเป็นอันมากมีความรักดีมาแต่กำเนิด จะเรียนจะเล่นจะทำสิ่งใด ก็มุ่งมั่นทำให้ดีเด่น ไม่มีปัญหาอุปสรรคหรือความลำบากยากแค้นใด ๆ จะกีดกั้นไว้ได้ เด็กเหล่านี้ ผู้ใหญ่ควรสนใจและแผ่เมตตาเกื้อกูลประคับประคองให้ได้มีโอกาสพัฒนาไปในทางที่ถูกที่ดี ทั้งด้านการศึกษาและจิตใจ เขาจักได้เจริญเติบโตเป็นคนดีพร้อม และเป็นตัวอย่างแก่เยาวชนทั่วไป ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE พระบรมราโชวาท พระราชทานพิมพ์ในหนังสือ วันเด็ก ประจำปี 2533 ละครเรื่องนี้จะดำเนินเรื่องสั้น กระชับ ฉับไว โดยนำเสนอผ่านมุมมองของวัยรุ่น ที่มีความทันสมัย ด้วยการLive ภาพสดผ่านโทรศัพท์มือถือซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งมีมุมมองต่อเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัว ทั้งเรื่องที่เกิดจากปัญหาครอบครัว ปัญหาในโรงเรียน หรือปัญหาจากเพื่อนๆ ซึ่งนำไปสู่การแก้ปัญหาในทางที่ผิดจนก่อเกิดเป็นบาปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือที่เรียกว่าบาปบริสุทธิ์ ละครเรื่องนี้จะเป็นการเตือนภัยแก่ผู้ปกครองให้ระแวดระวังบุคคลอันเป็นที่รัก พ่อแม่ โรงเรียน และคนรอบข้าง ต้องมีหน้าที่ให้อภัยและชี้แนะทางที่ถูกต้องให้แก่วัยรุ่น เพื่อจะให้เขาลุกขึ้นมายืนใหม่ เป็นคนดีและเป็นอนาคตที่ดีต่อชาติได้โดยละครทุกชุดจะสร้างจากแรงบันดาลใจที่ได้ใส่เกล้าใส่กระหม่อมจากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มานำเสนอจบใน3-5ชม. โรงเรียนผดุงธรรมศึกษา โรงเรียนเอกชนขนาดกลางย่านชานเมือง เปิดสอนระดับประถมถึงมัธยมปลาย มีครูอังคณา(ดวงดาว จารุจินดา) เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ครูสมศักดิ์(ตฤณ เศรษฐโชค) เป็นผู้จัดการโรงเรียน เก็บค่าเล่าเรียนถูก ทั้งที่ นงนาฏ(ปู-มัณฑนา หิมะทองคำ) ภรรยาของเขาอยากขายโรงเรียนให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่เสนอราคาให้อย่างงามเพื่อนำที่ดินมาสร้างเป็นคอนโดมิเนียม แต่ด้วยอุดมการณ์ของสมศักดิ์ ที่มุ่งมั่นต้องการสร้างเยาวชน ให้เป็นเด็กดีและเป็นอนาคตของชาติ เขาจึงพยายามประคับประคองให้โรงเรียนอยู่ต่อไป ทั้งที่ต้องประสบปัญหาขาดทุนเป็นประจำ ที่โรงเรียนนี้มีครูหลายคน แต่ละคนมีนิสัยแตกต่างกันไป แต่ก็ล้วนมีอุดมการณ์เดียวกันคือ หวังสร้างเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า อันประกอบด้วย ครูอังคณา ผู้อำนวยการโรงเรียน เด็กๆและครูในโรงเรียนเรียกติดปากว่าครูใหญ่ ครูธวัช(ไม้-นนทพันธ์ ใจกันทา) ครูจอมดุ ทั้งที่จริงแล้วแสนจะตลก และและรักลูกศิษย์สุดชีวิต คอยสอดส่องพฤติกรรมนักเรียน ครูระพี(เบนซ์-ปุณยาพร พูลพิพัฒน์) ครูพละสาวสวย เป็นที่รักของนักเรียน รวมทั้งครูหนุ่มๆ ครูฟ้าใส(สา-อนิสา นูกราฮา) ครูที่โดนมุขของนักเรียนมากที่สุด และ ครูปกรณ์ (น้ำ-รพีภัทร เอกพันธ์กุล) ครูหนุ่มผู้ยอมทิ้งอนาคตสุขสบาย แต่กลับเลือกทำตามอุดมการณ์ของตนเอง ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE กลุ่มนักเรียนในห้องเรียนแต่ละห้อง ก็มีฐานะความเป็นอยู่แตกต่างกันไป แต่ละคนมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปตามฐานะความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อม แต่มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่สนิทกันมาก เป็นนักเรียนระดับชั้น ม.4 ประกอบด้วย รามิล(บลิว-วรพล จินตโกศล) พรเทพหรือพอร์ช(วิคเตอร์-ปวรพัฒน์ จารุศักดิ์วีรกุล) พันชนะ(เฟม-ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล) ปองหทัย(เหม่เหม-ธัญญวีร์ ชุณหสวัสดิกุล) และ พรรณพิไลหรือพุดดิ้ง(ชาลีน่า ไบเลย์) ทั้งห้ามีสภาพความเป็นอยู่แตกต่างกัน แต่ก็คบหาเป็นเพื่อนสนิทกัน นอกจากนั้นยังมีนักเรียนชั้น ป.2 อย่าง น้องหมูทอง(ซูม-ปัญกร จันทศร) และ น้องเส้นหมี่(ไข่มุก-ชนัญญา เลิศวัฒนามงคล) มาเข้ากลุ่มด้วย ด้วยนิสัยที่แตกต่าง และที่มาที่หลากหลาย ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ในโรงเรียนแห่งนี้ รวมทั้งปัญหาของทางโรงเรียนเองที่ประสบภาวะขาดทุนมาแทบตลอด เพราะ ครูสมศักดิ์ ผู้จัดการโรงเรียน ชอบแจกทุนการศึกษาและไม่ยอมเรียกเก็บค่าเล่าเรียนจากนักเรียนที่ยากจน นงนาฏ ภรรยาของสมศักดิ์ยื่นคำขาดให้ปิดกิจการโรงเรียน นักเรียนรวมทั้งบรรดาครู พากันหาทางช่วยเหลือโรงเรียนให้อยู่รอดต่อไปได้และเมื่อโรงเรียนยังอยู่ จึงมีนักเรียนเข้าใหม่แวะเวียนเข้ามา และต้องลาออกไป เรื่องราวของนักเรียนใหม่และนักเรียนเก่าที่ต้องลาออกไปด้วยเหตุผลต่างๆ ทำให้โรงเรียนผดุงธรรมศึกษาเป็นแหล่งรวมของความรัก ความผูกพัน และความเศร้า ทว่าน้ำตาและเสียงหัวเราะที่ไม่เคยจางไปจากโรงเรียนแห่งนี้ กลับเป็นแหล่งบ่มเพาะให้นักเรียน กล้าแกร่งและมุ่งมั่นที่จะเป็นคนดีในวันหน้า ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 1 ... หัวใจครู ถ้าครูไม่ห่วงประโยชน์ที่ควรจะห่วง หันไปห่วงอำนาจ ห่วงตำแหน่ง ห่วงสิทธิ์ และ ห่วงรายได้กันมากเข้า ๆ แล้ว จะเอาจิตเอาใจที่ไหน มาห่วงความรู้ ความดี ความเจริญของเด็ก ความห่วงในสิ่งเหล่านั้น ก็จะค่อย ๆ บั่นทอนทำลายความเป็นครูไปจนหมดสิ้น จะไม่มีอะไรเหลือไว้ พอที่ตัวเองจะภาคภูมิใจ หรือผูกใจใครไว้ได้ ความเป็นครูก็จะไม่มีค่าเหลืออยู่ให้เป็นที่เคารพบูชาอีกต่อไป (พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแก่ครูอาวุโส ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม 2521) เปิดภาคเรียนวันแรกโรงเรียนผดุงธรรมศึกษาก็เกิดปัญหาหนักเมื่อมีข่าวรั่วมาว่าโรงเรียนจะถูกปิดไปทำคอนโด ครูพากันไม่เป็นอันสอนวิ่งเต้นหางานใหม่ นักเรียนก็พากันดีใจที่จะไม่ได้เรียน ต่างพากันถ่ายคลิปไลฟ์สดกันจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในสังคมอย่างสนุกสนาน ชั่วโมงเรียนต่างๆกลายเป็นคาบว่าง คาบนันทนาการ นักเรียนพากันเล่นกันไม่สนใจการเรียน ครูปกรณ์ครูใหม่ไฟแรงที่พึ่งย้ายเข้ามาบรรจุกลับไม่ยอมหยุดสอน เขายืนยันจะสอนจนกว่าทางโรงเรียนจะมีประกาศออกมาอย่างชัดเจน พวกนักเรียนต่างไม่ยอมเชื่อ แก๊งแสบของรามิลและนักเรียนต่างๆจึงพากันลุกขึ้นมางัดข้อกับครูปกรณ์ นงนาฏพานายทุนที่จะซื้อที่เดินดูโรงเรียนอย่างไม่สนใจความวุ่นวาย คิดถึงแต่เรื่องเงินทอง ครูสมศักดิ์รู้ข่าวก็ต่อว่านงนาฏบอกให้ล้มเลิกโครงการยังไงเขาก็ไม่ขาย แต่นงนาฏยืนยันตราบใดที่โรงเรียนยังขาดทุนอยู่ทางเดียวที่จะรอดของครอบครัวก็คือการขายโรงเรียน ครูสมศักดิ์จะตัดสินใจอย่างไร ติดตามในบาปบริสุทธิ์ LIVE ชุด1หัวใจครู บาปบริสุทธิ์ LIVE ชุด 2 ... ปิดทองหลังพระ การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลังในการสร้างเสริมและสะสมความดี (พระบรมราโชวาทพระราชทาน แก่ผู้สำเร็จการศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สวนอัมพร 14 สิงหาคม 2525) ครูสมศักดิ์พา ชาตรี (มิกซ์-มณฑล สุรวิทย์ธรรมะ) นักเรียนใหม่เข้ามาแนะนำในห้องเรียน ทั้งรามิล พอร์ช พันชนะ ปองหทัย ต่างตื่นเต้นเป็นอันมากขอ line ID เพื่อนใหม่ แต่ชาตรีไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ราคาถูก พุดดิ้งจึงกระซิบบอกเพื่อนๆ ถึงข่าวที่ได้ยินมาว่าชาตรีมีอาชีพเก็บขยะ พุดดิ้งทำท่ารังเกียจเพื่อนใหม่อย่างออกนอกหน้า ร้อนถึงครูอังคณากับครูปกรณ์ต้องเข้ามาพูดคุยกับเด็กๆ ในห้องเรียน แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย รามิลจึงสะกดรอยตามไปที่บ้านและได้รู้ว่าชาตรีอยู่กับ ตาแต้ม (สุเชาว์ พงษ์วิไล) ตาแก่ๆ ขี้เหล้าจอมโวยวายและ แตงอ่อน (ปู-นาตยา จันทร์รุ่ง) ผู้เป็นแม่ ที่มีอาชีพรับปะชุนเสื้อผ้าในเพิงหลังเล็กๆ ย่านชุมชนแออัด รามิลพยายามยื่นมือเข้าช่วย แต่ชาตรีไม่ยอมรับความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้นชาตรีออกเก็บขยะตามปกติและเขาพบว่าบริษัทแห่งหนึ่งนำขยะพิษมาทิ้งปะปนกับขยะทั่วไปเป็นจำนวนมาก ด้วยความซื่อเขาจึงเข้าไปต่อว่าคนกลุ่มนั้น แต่ วิกรม(ต้น-อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) เจ้าของโรงงานกลับให้เงินเขาเป็นค่าปิดปาก พร้อมทั้งขู่ว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด สุดท้ายแล้วชาตรีจะตัดสินใจอย่างไร จะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ อะไรกับเขาหรือไม่ ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด2 ปิดทองหลังพระ บาปบริสุทธิ์ LIVE ชุด 3 ... กีฬาเป็นยาวิเศษ การกีฬานั้นนับเป็นอุปกรณ์การศึกษาที่สำคัญยิ่ง เพราะเป็นการกล่อมเกลาให้เด็กมีจิตใจอดทน กล้าหาญ รู้แพ้รู้ชนะ ปลูกฝังพลานามัยให้แข็งแรง เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เด็กเป็นผู้มีสมรรถภาพ ทั้งในทางจิตใจและร่างกายเป็นผลสืบเนื่องไปถึงการเป็นพลเมืองของชาติอันเป็นยอดแห่งความปรารถนา (พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันเปิดการแข่งขันกรีฑานักเรียนประจำปี 2504 วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504) ครูปกรณ์แนะนำภูผา (ณรัช วัฒนดำรงชาติ) นักเรียนแลกเปลี่ยนจากโครงการช้างเผือกที่สนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนเรียนเก่งและเด่นกีฬาให้ทุกคนรู้จัก พรรณพิไลแอบปลื้มภูผา live facebook อวด เด็กๆเอาแต่ติดโซเชี่ยล ครูปกรณ์เลยนำเรื่องนี้ไปปรึกษาครูระพี อยากหากิจกรรมอื่นให้เด็กๆ ทำ ครูระพีเสนอการแข่งบาสฯ ประจำอำเภอที่กำลังจะจัดขึ้น ครูปกรณ์นำเรื่องนี้ไปบอกเด็กๆ และขอให้ภูผาเข้ามาช่วยอีกแรง ทีแรกพันชนะ พรเทพ รามิลไม่สนใจ แต่สุดท้ายได้เข้าทีมแบบไม่ได้ตั้งใจกัน ครูยักษ์(ต๊อบ-กฤตกร ทองแสง) นำทีมจากโรงเรียนเลิศยุทธ์ เข้ามาแข่งกับโรงเรียนผดุงธรรมศึกษา โอ๊ต(เกตต์-ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย) ซึ่งเป็นทีมคู่แข่งใช้ยาโด๊ปจากแก๊งอันธพาลมาใช้ ในวันแข่งรามิลถูกพวกโอ๊ตจับตัวไปขังไว้ในห้องเก็บของทำให้พวกครูปกรณ์กังวลมากที่รามิลหายไป ภูผาลงแข่งโดยไม่มีรามิล พวกภูผาย่ำแย่ ทั้งจากที่รามิลไม่อยู่ประกอบกับที่โอ๊ตโด๊ปยาเข้าไปจึงมีพละกำลัง ไม่รู้จักเหนื่อย รามิลจะกลับมาช่วยทีมได้หรือไม่ ติดตามในบาปบริสุทธิ์ LIVE ชุด3 กีฬาเป็นยาวิเศษ ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 4 ... ค่าของคน คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความ มั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะ สร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณ เป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ... (ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒) ทิน(แมงมุม-พงษธัช รัตนเศรณี) นายตำรวจชั้นประทวนพ่อแม่เสียไปไม่นาน ต้องคอยดูแล เอิน(เบนซ์-วิลาสินี สาระวัน) น้องสาวที่เอาแต่ใจและนิสัยเปลี่ยนไปมากตั้งแต่พ่อแม่เสีย นุช(ทราย-จิตติมา วิสุทธิปราณี) แฟนสาวของทินไม่ค่อยชอบเอินหนัก เพราะจริงๆแล้วนุชไม่ได้รักทินจริงหวังแค่มาเกาะทินไปวันๆ เอินอายเพื่อนที่มีพี่ชายแบบทินเพราะอยากได้อยากมีเหมือนอย่างคนอื่น ทินเสียใจที่ตัวเองพยายามเป็นตำรวจที่ดีแต่มันไม่พอ จนทำให้เอินต้องไปโกหกเพื่อนๆเรื่องตน เอินตัดสินใจหางานพิเศษทำ และถูกคนของเสี่ยย้งหลอกมาขายตัว ขนุนมาส่งของที่บ่อนเสี่ยเห็นเอินเข้าพอดี คิดว่าเอินเป็นพวกเด็กใจแตก ระหว่างนั้นกลุ่มตำรวจของทินก็บุกเข้ามาทลายบ่อนเสี่ยย้งพอดี ขนุนบอกเอินอยู่ข้างในด้วย ทินได้ยินตกใจรีบไปช่วยเอิน ทินเห็นน้องสาวสภาพบอบช้ำก็ทั้งโกรธทั้งเสียใจ เรื่องราวของพี่น้องคู่นี้จะจบลงอย่างไร ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด4 ค่าของคน บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 5 ... บาปออนไลน์ เทคโนโลยีนั้น โดยหลักการคือการทำให้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดเป็นสิ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้น เทคโนโลยีที่ดี ที่สมบูรณ์แบบ จึงควรจะสร้างสิ่งที่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและมีความสูญเปล่าหรือความเสียหายเกิดขึ้นน้อยที่สุด (พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร 18 ตุลาคม 2522) โรงเรียนผดุงธรรมศึกษาต้องฉาวอีกครั้ง เมื่อจู่ๆ มะนาว(ตีญ่า-หทัยชล ดูร์มาซ) รุ่นพี่ม.6 เน็ตไอดอลตัวท้อปดาวโรงเรียนประกาศขายตัวในออนไลน์อย่างโจ๋งครึ้ม แต่เจ้าตัวกลับยืนยันความบริสุทธิ์ว่าตนเองถูกใส่ร้ายไม่ได้เป็นสาวไซด์ไลน์อย่างที่ทุกคนเข้าใจ ครูปกรณ์จึงคิดหาวิธีให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นประโยชน์และช่วยคัดกรองให้เด็กรู้จักนำไปใช้อย่างสร้างสรรค์ ครูปกรณ์ให้นักเรียนในชั้นแบ่งกลุ่มสวมบทบาทเป็นสื่อ ทำสื่อหัวข้ออะไรก็ได้มาส่ง ทำเสร็จก็ให้โพสต์ลงไปในเพจของโรงเรียน แมน(ซัน-ชีวานนท์ จำศรี) คบกับมะนาวหวานออกสื่อจน คิตตี้(มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร) เด็กสาวหน้าตาซื่อๆ ที่แอบชอบแมนอยู่ คลิปฉาวของมะนาวกับแมนทำให้ทั้งคู่ถูกครูอังคณาเรียกพบ แต่แมนมีไม้เด็ดเอาภาพของรามิลกับปองหทัยที่ตนแอบถ่ายออกมาแฉ ครูอังคณาเห็นภาพเครียดขึ้นมาทันที รุ่นพี่กำลังรุมตบพรรณพิไล พวกรามิลรู้ข่าวรีบตามมาช่วยและมาเจอกลุ่มของแมนทั้งหมดตีกันวุ่นวาย จากสงครามเน็ตไอดอล บานปลายเป็นสงครามระหว่างรุ่น งานนี้ไม่มีคำว่าพี่น้อง หมูทองกับเส้นหมี่รีบตามครูปกรณ์กับครูระพีมาห้ามศึกครั้งนี้ เรื่องราววุ่นๆระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องจะจบลงอย่างไร ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด5 บาปออนไลน์ บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 6 ... เสียงจากหัวใจ ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของข้าพเจ้า จะเป็นแจ๊สหรือไม่แจ๊สก็ตาม ดนตรีล้วนอยู่ในตัวคนทุกคน เป็นส่วนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคนเรา สำหรับข้าพเจ้า...ดนตรีคือสิ่งประณีตงดงามและทุกคนควรนิยมในคุณค่าของดนตรีทุกประเภทเพราะว่าดนตรีแต่ละประเภทต่างก็มีความเหมาะสม ตามแต่โอกาส และอารมณ์ที่แตกต่างกันไป.... (พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 พระราชทานให้สัมภาษณ์แก่วิทยุเสียงอเมริกาเมื่อคราวที่เสด็จฯเยือนสหรัฐอเมริกา ในปี 2503) เดอะซาวด์วงดนตรีของโรงเรียนออกทำการแสดงเมื่อไหร่สาวๆในโรงเรียนก็กรี๊ดกันสนั่นจนไม่เป็นอันเรียน แต่เดอะซาวด์ก็ต้องกลายเป็นเดอะเซ็งเพราะพวกรุ่นพี่ไม่มีใครสนใจเข้ามาซ้อมในชมรมและ ครูซัน(ปรัชญ์ ปรมิณ) ครูประจำชมรมยังแอบหลับอยู่บ่อยๆ จนครูอังคณาต้องตักเตือน พรเทพจะโดน พรประภา(ดี้-ปัทมา ปานทอง) แม่ของเขาค่อยขัดขวางไม่ให้เล่นดนตรี แต่พรเทพก็หลบแม่มาเล่นกีตาร์จนโดนจับได้ ครูซันโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าของครูแก้ว บ้านเด็กกำพร้ากำลังจะถูกปิด ครูซันจึงต้องทำงานหาเงินพิเศษมาช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด พรเทพโทรตามรามิลและพันชนะ แอบตามครูซันมาที่ร้านอาหาร เด็กๆเห็นครูซันมาทำงานพิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟและร้องเพลงไปด้วย กลุ่มลูกค้าที่กำลังมึนๆ ชวนหาเรื่องครูซัน เด็กๆเข้าช่วยจนมีเรื่องกันในร้าน ถึงขั้นขึ้นโรงพัก ปกรณ์รีบมาช่วยเด็กๆ และยิ่งมีอคติกับครูซันมากขึ้น ปกรณ์โทรบอกพรประภาให้มารับพรเทพ พรเทพกับพรประภามีปากเสียงกัน พรประภาพลั้งมือจะทำร้ายพรเทพ ครูซันเข้ามารับแทน พรเทพรู้สึกผิดที่ทำให้ครูซันเดือดร้อน ปกรณ์สองจิตสองใจว่าครูซันเป็นคนอย่างไงกันแน่ ครูซันจะพิสูจน์ตัวเองให้ครูปกรณ์เชื่อใจได้หรือไม่ พรเทพจะขอพรประภาเล่นดนตรีต่อไปอย่างไร ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด6 เสียงจากหัวใจ ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 7 ... แก่แต่ยังเก๋า การที่คนสมัยใหม่บอกว่าคนสมัยเก่ามีความรู้น้อยก็อาจเป็นจริง แล้วคนสมัยใหม่ดูถูกหรือเหยียดหยามคนสมัยเก่าก็มีสิทธิ์ แต่ถ้าพูดตามความจริงแล้ว สิทธิ์ที่จะเหยียดหยามคนรุ่นเก่าไม่ควรจะมี ด้วยเหตุว่าคนรุ่นเก่านี้เองทำให้คนรุ่นใหม่เกิดขึ้นมาได้” (พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชพระราชทานแก่ คณะบุคคลต่างๆที่เข้าเฝ้าฯเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2531) ตาแพง(บุญโทน คนหนุ่ม) มาจากต่างจังหวัด แม่รามิลให้นอนห้องเดียวกับรามิล สร้างความอึดอัดและเกิดความต่างระหว่างคนสองวัยขึ้น รามิลเห็นตาเป็นคนแก่ ล้าสมัย เชื่องช้า น่ารำคาญ รามิลสอนการเล่นไลน์ ใช้มือถือให้ตาแพงที่ทำผิดๆถูกๆ ส่งไลน์ไปกวนรามิลที่โรงเรียนจนโดนเพื่อนล้อ ครูธวัชให้เด็กเรียนกาพย์เห่เรือที่แสนเซ็งและน่าเบื่อหน่ายตาแพงกำลังจะขึ้นรถกลับต่างจังหวัด แต่บังเอิญได้ยินพวกนักเลงคุยกันว่าจะไปเผาโรงเรียนผดุงธรรมศึกษา ตาแพงตกใจกลัวเด็กๆเป็นอันตรายก็ตัดสินใจตามโจรไป แต่ใช้มือถือผิดๆถูกๆเลยติดต่อใครไม่ได้ ที่บ้านรามิลตามหาตาแพงไม่เจอก็เครียดกันมาก รามิลคิดว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้ตาแพงหายตัวไป ระพีประกาศคู่เต้นลีลาศ รามิลได้เต้นกับปองหทัย พรเทพได้เต้นคู่พรรณพิไล พันชนะไม่มีคู่เต้นเพราะนักเรียนหญิงที่ระพีเลือกให้ป่วย หายไม่ทันวันงาน ฟ้าใส นงนาฎมาบอกระพีปีนี้งานเต้นอาจถูกยกเลิก เพราะขาดสปอนเซอร์ เจ๊เงาะคิดดันพันชนะให้เป็นเน็ตไอเดล หวังทำเงินได้มากมาให้สปอนเซอร์งานมีข้อแม้พันชนะต้องได้รางวัลชนะเลิศ สื่อได้ทำข่าวดังหวังคนรู้จัก เจ๊เงาะ(ก้อย-ศิรินุช เพ็ชรอุไร) จัดหาครูมืออาชีพสอนเต้นมาให้พันชนะ หวังให้เต้นคู่วันงานประกวด ตาแพงสอนรามิลเต้น แต่รามิลไม่ตั้งใจ ไม่อดทน พันชนะสบประมาทรามิลว่าเต้นแพ้แน่ รามิลกับตาแพง จะเข้าใจกันหรือไม่ แล้วรามิลจะชนะการประกวดแข่งลีลาศไหม ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด7 แก่แต่ยังเก๋า บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 8 ... หัวใจที่หลงทาง นักเรียนที่ยังคงก่อเรื่องวิวาท จนเกิดความเสียหายแก่ตน แก่โรงเรียน ขอให้สำนึกว่า การกระทำเช่นนั้น อาจกลายเป็นการทำลายอนาคตของตนไปได้อย่างคาดไม่ถึง ฉะนั้น ขอให้พยายามฝึกฝนอบรมตนเองให้มีค่าเป็นคนเต็มคน ให้เป็นคนดีมีประโยชน์ให้จงได้..." (พระราชดำรัสในพิธีเปิดงานกรีฑาศิลปหัตถกรรมนักเรียน ประจำปี 2512 ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ 1 ธันวาคม 2512) อาม(พีพี-พีรพล เพิ่มเพ็ชร์) ต้องย้ายโรงเรียนกลางเทอมมาอยู่ที่ผดุงธรรมศึกษา เพราะหนีกลุ่มคู่อริของ อ้าย(โน่-ภัทชดล จันทร์ภักดิ์) พี่ชายที่คอยตามรังควาน อ้ายมีเรื่องกับเมฆคู่อริต่างโรงเรียน กลุ่มเมฆเล่นงานอามไปด้วย อ้ายจึงจัดการเมฆบาดเจ็บหนักและตัวเองถูกจับส่งไปสถานพินิจ พ่อของ อาม(เจค-ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) กับแม่ของอาม (ต้อม-รชนีกร พันธุ์มณี) เสียใจมากตัดขาดจากอ้าย คิดว่าอ้ายเป็นต้นเหตุและสร้างความเดือนร้อนให้ครอบครัวจนต้องย้ายที่อยู่บ่อยๆ อามเป็นเด็กเรียนดีและฉายแววคนดีศรีโรงเรียน จึงเป็นจุดเด่นในโรงเรียน ทำให้พันชนะหมั่นไส้และไม่ถูกชะตาเพราะอามเก่งกว่าเหนือกว่าทุกอย่าง พันชนะคอยหาเรื่องอามอยู่ตลอดแต่อามก็ไม่ค่อยสู้ใคร พันชนะจ้างให้อามแต่งกลอนส่งครูแทนตน แต่ระพีก็จับได้ตักเตือนพันชนะ พันชนะจึงกลับมาเล่นงานอามอีก ปื๊ดและเพื่อนกลุ่มของอ้ายมาช่วยอามไว้ ปื๊ดพาอามมาหาพี่ใหญ่ อามเมื่อได้พบกับกลุ่มพี่ใหญ่ก็ดูมั่นใจในตนเองมากขึ้นเพราะพี่ใหญ่คอยยุแยงให้อามสู้คน อามมีเรื่องกับพันชนะแต่ครั้งนี้อามไม่ยอมพันชนะอีกแล้ว และขู่ว่าตนคือเจ้าพ่อผดุงธรรมศึกษา อามกับพันชนะ ทั้งคู่จะกลับมาเป็นเพื่อนกันได้หรือไม่ ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด8 หัวใจที่หลงทาง บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 9 ... เพื่อนรักตัวยุ่ง ต้องพยายามที่จะหาวิธีที่จะกำจัด เลิกไม่ให้มีหมาเร่ร่อน เสียหาย แต่ว่าหาวิธีที่จะให้สุนัขพวกนี้ได้ไปมีเจ้าของ เจ้าของเขาก็เอ็นดู เขาก็ดูแลได้...เพราะอย่างที่เล่าให้ฟังว่าเรามีหมาเทศ คือหมาที่มีชื่อเสียงดีมาก คือ หมาชื่อทองแดง รู้จักนะ ทองแดง นี่เป็นหมาเทศ เพราะมาจากเทศบาลแท้ๆ เกิดในเทศบาล” (พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถึงสุนัขทรงเลี้ยง ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2544) โซดาหมาพันธุ์ไทยบ้านๆ แสนรู้ เกิดและโตในโรงเรียนผดุงธรรม อยู่นานจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนใครๆ ก็รักโซดายกเว้นครูธวัช รามิลกับโซดาเพื่อนซี้สี่ขาแอบพากันโดดเรียนวิชาของครูธวัช เพื่อไปซื้อของขวัญวันเกิดให้ปองหทัย ระหว่างนั้น โน้ต(ไบร์ท-ณัฐภัทร จิรภาวสุทธิ์) ลูกพี่ลูกน้องของระพีก็กำลังจะหนีโรงเรียนไปหา เบลล์ (น้ำฝน-ปริตา ไชยรักษ์) พี่สาวด้วย แต่โดนโซดาเห่าไล่เสียงดัง จนครูอังคณากับระพีได้ยิน โน้ตจึงโดนจับได้ รามิลโดดเรียนมาเจอกับเบลล์รุ่นพี่ที่เคยแอบชอบ เบลล์พามิวสิกมาออกงานอีเว้นท์ และโปรยเสน่ห์ชวนรามิลไปขายของที่ระลึกของมิวสิก คนดูชอบใจในความน่ารักและแสนรู้ของมิวสิก จึงพากันแห่ไปซื้อสินค้าที่ระลึกที่สกรีนรูปมิวสิกกันใหญ่ รามิลมาปรับความเข้าใจกับปองหทัยว่าไม่ได้มีอะไรกับเบลล์ และรามิลก็ได้รู้ความจริงถึงเบื้องหลังการเป็นคนรักหมาของปองหทัย แท้จริง จู่ๆโซดาหมาประจำโรงเรียนที่ปองหทัยคอยให้น้ำให้ข้าวก็ดันถูกคนวางยา ระพีผ่านมาเห็นรีบตามปกรณ์พาโซดาไปโรงพยาบาล และผู้ต้องสงสัยที่สุดก็คือ ครูธวัช แต่ครูธวัชก็ไม่ยอมรับว่าเป็นคนทำ กลุ่มรามิลจึงปฏิบัติการณ์โต้ตอบครูธวัชทันที ครูธวัชเป็นคนทำจริงหรือไม่ รามิลกับปองหทัยจะคืนดีกันไหม ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด9 เพื่อนรักตัวยุ่ง ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE