ข้อห้าม

จาตุรนต์ เชื่อเป็นไปไม่ได้ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
ข่าววันนี้ /  จาตุรนต์ ฉายแสง / 

จาตุรนต์ โพสต์เชื่อเป็นไปไม่ได้ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เหตุ เพราะ สปช. มาจากการแต่งตั้ง ไม่สามารถเปรียบเป็เสียงประชาชนได้  นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว @Chaturon Chaisang แสดงความเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมือง เกี่ยวกับที่มาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. โดยเชื่อว่าผลงานของกลุ่มคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และประชาชนไม่ได้มีส่วนในการตัดสิน ไม่สามารถเรียกได้ว่าความก้าวหน้าได้ อีกทั้งยืนยันว่า การปฏิรูปก่อนเลือกตั้งนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะสมาชิกปฏิรูปมาจากแต่งตั้งไม่ใช่เลือกตั้งซึ่งเป็นวิถีประชาธิปไตย จาตุรนต์กับความเห็นต่อเรื่อง สปช. (สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ) หลังจากที่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปไปแล้ว ผมก็ไม่ค่อยได้แสดงความเห็นเรื่องเกี่ยวกับ สปช. เท่าใดนัก เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องยากที่จะแสดงความเห็น ที่ว่ายาก เพราะผมมีความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปที่แตกต่างจากที่กำลังจะทำกันอยู่นี้อย่างมาก ดังที่ปรากฏในบทความที่ผมเคยเขียนไปแล้ว แต่เมื่อเห็นเรื่องนี้เป็นประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจและหลายฝ่ายก็คาดหวัง ขณะที่บางฝ่ายก็อาจจะกำลังเป็นห่วง ผมจึงอดไม่ได้ที่จะแสดงความเห็นบ้างเท่าที่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง เรื่องล็อกสเปค สปช. นั้น ผมคิดว่าไม่ใช่ประเด็น เพราะก็มีกติกาอยู่แล้วว่า คสช. เป็นผู้ตั้ง สปช. สปช. ก็ย่อมเป็นแบบที่ คสช. เห็นว่าดี ถ้าต้องการจะทราบว่า คสช. ชอบคนแบบไหน จะไปถามคุณสมบัติก็คงไม่ได้ เพราะอาจไม่มีการอธิบาย แต่ใครสนใจก็อาจดูได้จากรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วก็ตีความหรือวิเคราะห์เอา หลายคนอาจเป็นห่วงว่า ผู้ที่มาเป็น สปช. อาจไม่กว้างพอที่จะเป็นตัวแทนหลายฝ่ายของสังคม บ้างก็ห่วงว่าไม่ได้รวมฝ่ายที่ขัดแย้งกันอยู่เข้าไปด้วย แต่ผมก็กลับเห็นว่าเรื่องเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วงเท่าใดนัก สปช. ซึ่งมาจากการแต่งตั้งอย่างนี้ ไม่ว่าจะมาจากกลุ่มอาชีพต่าง ๆ หรือไม่ ถึงอย่างไรก็ไม่อาจเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างกว้างขวางได้ จะไปเปรียบเทียบกับการเป็นตัวแทนที่มาจากประชาชนเลือกมาย่อมไม่ได้ ปัญหาตามมาก็คือ เมื่อไม่มีความชอบธรรมเท่ากับการมาจากประชาชนแล้ว สปช.ควรทำอะไรแค่ไหนมากกว่า ดูจากความจำกัดของเวลา คือ ถ้าไม่ปล่อยให้ทำกันไปเรื่อย ๆ เวลาประมาณ 1 ปีไม่สามารถทำให้เกิดการปฏิรูปอะไรให้เป็นมรรคเป็นผลได้ หากจะเป็นประโยชน์อยู่บ้างก็คือ การรวบรวมความเห็นและตั้งประเด็นต่าง ๆ ไว้ เมื่อมีรัฐสภาและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว นำเอาความคิดเห็น ข้อเสนอที่รวบรวมไว้นี้ไปพิจารณาดำเนินการต่อ ก็น่าจะเกิดประโยชน์ไม่น้อย แต่ถ้าการปฏิรูปโดย สปช. นี้ ดำเนินการไปไกลจริง ๆ ที่น่าเป็นห่วงก็คือ การที่สังคมยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมาก การจะทำอะไรกันไปโดยไม่มีการมีส่วนร่วมของผู้คนที่หลากหลายและภายใต้สภาพที่ประชาชนไม่ได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้สักเท่าใด ผลที่ออกมาจะเป็นความก้าวหน้าพอที่จะเรียกได้ว่า "ปฏิรูป" จริงหรือ ก็เป็นคำถามข้อใหญ่ทีเดียว ผมจึงยังเห็นว่า "การปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง" นั้น เป็นสิ่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้ สิ่งที่ควรทำก่อนการเลือกตั้งนั้นคือ การแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่จำเป็นเร่งด่วน และออกแบบระบบการเมืองการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย ทำให้การเลือกตั้งมีความหมายจริง ๆ และทำให้กฎกติกาและการบังคับใช้กฎหมายทั้งหลายเป็นไปอย่างเป็นธรรม เพื่อลดความขัดแย้งและส่งเสริมให้ทุกฝ่ายในสังคมได้มีโอกาสพูดจากันแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความปรองดองและแก้ปัญหาบ้านเมืองร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ ย่อมเกินความสามารถของ สปช. อย่างที่กำลังจะตั้งกันขึ้นมานี้ครับ MThai news

เจ๊เกียวเอามั้ง! บุกคมนาคม ขอปรับขึ้นค่าโดยสารอ้างต้นทุนเพิ่ม
คมนาคม /  ค่าโดยสาร / 

"เจ๊เกียว"เข้าพบ"อาคม" จ่อขอปรับขึ้นค่าโดยสาร หลังราคาพลังงานปรับขึ้น อ้างสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง  นางสุจินดา เชิดชัย หรือ เจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร ได้เข้าพบนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือเรื่องการขอปรับขึ้นค่าโดยสาร ร่วมกับบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) และกรมการขนส่งทางบก โดยนายอาคมกล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะนำข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการรถโดยสารไปพิจารณา ในเรื่องการขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร เพื่อให้สะท้อนกับราคาต้นทุนพลังงาน อีกทั้งผู้โดยสารที่มีจำนวนลดลง และค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้นหลายพันล้านบาทต่อปี ขณะที่ นางสุจินดา กล่าวว่า ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อกระทรวงคมนาคมโดยเฉพาะราคาค่าโดยสารตามความเป็นจริง โดยขอให้เป็นราคาลอยตัว ส่วนเที่ยววิ่งจริงของรถโดยสารขณะนี้ พบว่า มีจำนวนผู้โดยสารลดลงกว่าจำนวนที่กรมการขนส่งทางบกระบุไว้ จึงต้องการให้กรมขนส่งทางบก ลดค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายในการให้บริการตามเที่ยววิ่งจริง และยืดระยะเวลาอายุการใช้รถโดยสารจาก 5 ปี เป็น 15 ปี นอกจากนี้ ยังมีค่าประกันภัยที่ปัจจุบันทางผู้ประกอบการต้องจ่ายในราคาเต็มจำนวน แม้รถบางส่วนไม่ได้ใช้และจอดทิ้งไว้ เนื่องจากไม่มีผู้โดยสาร จึงได้เสนอให้ตั้งกองทุนเพื่อมาช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารอีกทางหนึ่ง MThai News

อาเล็ก-จอย ยัน! ไม่เคยควงหม่ำข้าว สองต่อสอง!!
อาเล็ก ธีรเดช /  จอย รินลณี / 

ควงกันจิ้นรับทรัพย์อย่างต่อเนื่อง สำหรับพระเอกตี๋ อาเล็ก ธีรเดช กับนางเอกรุ่นพี่ จอย รินลณี ร้องเพลงโชว์สวีทเบาๆ กลางงานอีเว้นท์ ด้านฝ่ายหญิงเผยได้ซื้อรองเท้าให้เป็นของขวัญวันเกิดกับทางคู่จิ้น ด้านอาเล็กบอกเปล่าเกรงใจสาวที่คุยด้วยเลยไม่กล้าใส่ พร้อมกับประสานเสียงไม่เคยไปนั่งหม่ำข้าวกันสองต่อสอง หลังมีภาพหลุดออกมา จอย "คือไม่ได้ช้อปปิ้งด้วยกันค่ะ แต่ว่ารองเท้าที่ซื้อคือเป็นวันเกิดเล็กค่ะที่ผ่านมา คือจริงๆ ไม่รู้จะซื้ออะไร คือสิ่งที่อยากซื้อให้อ่ะ คือไม่ใช่รองเท้าหรอกตอนแรก แต่ว่ามันยังไม่มียังไม่มา ก็เลยแบบว่าเดินอยู่ในห้างแล้วมีความรู้สึกว่าเขาเป็นคนชอบรองเท้า ก็เลยซื้อรองเท้าค่ะ ก็ไม่รู้จะซื้ออะไรให้จริงๆ" อาเล็ก "ก็ถูกใจฮะ ถูกใจ ถูกใจมากเลยพี่จอย" จอย "แต่ไม่เคยใส่เอาอย่างงี้ดีกว่า" อาเล็ก "เคยแล้ว ใส่อยู่บ้านตลอดเลย เป็นร้องเท้าผ้าใบฮะ ใส่แล้วๆ จริงๆ คือก็ดีใจฮะ คือความจริงมีคนให้ของขวัญเราก็ดีใจที่เขายังเออยังใส่ใจเราอะไรอย่างงี้ ก็รู้สึกว่าเออพี่จอยยังสนใจอยู่ หมายถึงแบบอย่างเล็กสมมติถ้าเป็นวันเกิดพี่จอยเล็กก็จะซื้อให้ เพราะว่าก็รู้สึกว่าแบบเออเล่นละครมาด้วยกัน สนิทกัน ถ้าเกิดเล็กไม่ได้ของขวัญจากพี่จอยก็คงรู้สึกนิดนึงทำไมไม่ซื้อให้" อาเล็ก "พี่จอยจะไปญี่ปุ่น ไม่ได้ชวนครับ พี่จอยไม่ได้ชวน ละครเยอะตอนนี้ ตอนนี้ถ่ายละครอยู่ 3 เรื่อง" จอย "ภาพหลุดไปกินข้าวด้วยกัน ไม่น่าเป็นภาพหลุดนะคะ เป็นภาพที่วงใน IG ค่ะ ใช่ป่ะ ที่ไปทานข้าวด้วยกันส่วนใหญ่ก็ไปลงใน IG อยู่แล้วค่ะ" อาเล็ก "ภาพปาปาฯ ไม่เห็นอ่ะ แต่ว่าก็ไปกินข้าวด้วยกันกับก๊วนๆ บ่อยอยู่แล้ว เวลาเราแบบสมมติไปทำงานด้วยกันเลิกงานก็ไปกินข้าวเป็นปกติอยู่แล้ว ไปสองคน ไม่มีเนอะ" จอย "ไม่เคยไปกันสองคนเลยค่ะ ไม่เคยไปทานข้าวกันสองคนแน่นอนค่ะ" อาเล็ก "น่าจะเป็นมุมที่ไม่เห็นคนอื่นมากกว่า" อาเล็ก "ไม่กล้าใส่รองเท้าเพราะกลัวสาวที่คุยอยู่จะหึง ไม่ใช่ คือมันเป็นรองเท้าที่สวยนะ อย่างที่บอกมันใส่แล้วเด่นมากก็เลย คือต้องตั้งใจใส่ คือทุกวันนี้เล็กออกจากบ้านก็คือไปถ่ายละครหรือมางานอีเว้นท์ ซึ่งมางานอีเว้นท์ก็จะมีชุดของที่สไตล์ลิสต์หาให้ แต่คือเวลาไปถ่ายละครนี่ก็จะใส่เสื้อยืด รองเท้าแตะ กางเกงขาสั้นอย่างงี้ ในกองก็เลยยังไม่ได้ใส่รองเท้าคู่อื่นเท่าไหร่ ไม่ได้มีสาวห้าม ไม่มีสาวที่คุยอยู่" จอย "เอางี้ใส่แล้วช่วยลง IG ด้วย" อาเล็ก "ต้องลง IG ขอบคุณด้วยหรอ" จอย "ต้องลง IG ขอบคุณด้วย" อาเล็ก - จอย อาเล็ก - จอย อาเล็ก - จอย อาเล็ก - จอย

5 เคล็ดลับ เตรียมตัวเที่ยว ในช่วงเทศกาล
เคล็ดลับ /  เตรียมตัวเที่ยว / 

ใกล้ถึงช่วงเทศกาลหยุดยาวกันแล้ว สมาชิก Travel MThai หลายท่าน ได้เตรียมตัวท่องเที่ยวกันไว้แล้ว แต่เชื่อว่ายังมีบางคน (น่าจะจำนวนมากอยู่) ที่ยังไม่เคยเตรียมแผนเที่ยวเลย ประมาณไว้ว่า พอถึงวันหยุดปุ๊บ พวกเราไปเที่ยวปั๊บ ทำนองนั้น เสี่ยงจะเจอปัญหารถติด คนมาเที่ยวเยอะ หรือที่พักโรงแรมเต็ม อาจจะทำให้ช่วงวันหยุดของคุณกร่อยลงไปในทันที ไม่เป็นไร! ลองศึกษาเตรียมตัวเบื้องต้นกับ " 5 เคล็ดลับ เตรียมตัวเที่ยว ในช่วงเทศกาล " เอาไว้เป็นข้อมูลให้เที่ยวสนุก ไร้อุปสรรคมากขึ้น ในโอกาสเที่ยวครั้งต่อไปนะครับ  5 เคล็ดลับ เตรียมตัวเที่ยว ในช่วงเทศกาล 1. เลี่ยงสถานที่คนเยอะ ถ้าช่วงเทศกาลนั้นหยุดนาน อยากพักผ่อน ในการท่องเที่ยวจริงๆ อย่าไปสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม หรือสถานที่เที่ยว ที่ไกลจากจังหวัดที่ท่านอยู่ เพราะทุกคนก็จะหยุดพร้อมๆ กัน และแห่กันไปเที่ยวที่เดียวกับท่าน เพราะฉะนั้น คุณอาจจะเที่ยวให้ใกล้เข้ามาอีกหน่อย แต่สามารถอยู่ได้หลายวันแทน  2. คุณต้องจองก่อนเดินทาง หรือจองล่วงหน้า เชื่อเถอะว่าบางคน หรือบางบริษัททัวร์ จองต้นปีเที่ยว ท้ายปีก็มี เพราะนักท่องเที่ยว แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อย ที่นิยมการเที่ยวแบบตายเอาดาบหน้า ผลก็คือ จะทำให้การเดินทางของท่านเสียเกือบทั้งหมด และไม่มีที่พัก เพราะถูกจองไปหมดแล้ว 3. ทำการบ้านให้ดี ข้อนี้ก็คือคุณจะต้อง ตรวจสอบไปที่จังหวัด หรือ ททท. ของพื้นที่ เพื่อยืนยันเทศกาลของจังหวัด ที่คุณจะไปเที่ยวให้ดี เพราะบ่อยครั้งที่มีการเลื่อนงาน หรือเทศกาล จากหมายกำหนดการเดิมที่วางแจ้งไว้ในกำหนดการล่วงหน้า 4. ศึกษาเส้นทางให้ดี เพราะหลายครั้งเส้นทางยอดนิยม เช่น ในกรุงเทพ ไม่ว่าจะเป็น เส้นบางนา หรือเส้นวิภาวดี ทำให้คุณแทบจะกิน นอนบนรถ เพราะฉะนั้น ลองศึกษาดูเส้นทางให้ดี ถ้ามีทางเลือกอื่นอย่าเดินทางในเส้นทางหลัก พยายามหาเส้นทางลัดในขั้นแรกของการเดินทาง แต่หลังจากพ้นรถติดแสนสาหัสไปแล้ว ควรเปลี่ยนเข้าเส้นทางหลัก เพื่อความปลอดภัยที่ดีกว่า 5. อย่าหวังน้ำบ่อหน้า ข้อนี้สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเต้นท์ ถุงนอน หรือที่พัก แม้กระทั่ง การซื้อตั๋วต่างๆ เพราะอย่างน้อย ถ้าคุณเตรียมไปก่อนการท่องเที่ยวครั้งนี้อย่างดีแล้ว คุณก็ไม่ต้องแก้ปัญหาเหล่านี้อีก หรืออย่างน้อยมันช่วยลดปัญหาการเตรียมตัวท่องเที่ยวของคุณได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว ข้อมูลจาก : Study ฉบับ แหล่งท่องเที่ยว "เที่ยว" เรียบเรียงโดย Travel MThai

ท็อป รับเคลียร์ เดียร์น่า เหตุ เอ ศุภชัย ไม่ปลื้มสั่งถอนละครคู่!!
ท็อป จรณ /  เดียร์น่า ฟลีโป / 

แม้จะเคยร่วมงานละครกันแค่เรื่องเดียว สำหรับหนุ่ม ท็อป จรณ และสาว เดียร์น่า ฟลีโป ก็กลายเป็นคู่จิ้นที่แฟนๆ ติดตาม ล่าสุดมีข่าวเม้าท์ออกมาว่าทั้งคู่กำลังจะมีละครคู่กันอีก แต่ถูกนักปั้นมือทองอย่าง เอ ศุภชัย สั่งถอนตัวจับแยกจากกัน เหตุไม่ปลื้มที่คู่กันแล้วไม่เปรี้ยงสมใจ! งานนี้ หนุ่มท็อป รับมีเคลียร์ สาวเดียร์น่า ยันไม่ซีเรียสให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ บอกรู้ตัวเองไม่ได้ดังมากมายแต่ก็เต็มที่กับทุกงาน!! "ประเด็นที่พี่เอ ศุภชัย บอกว่าไม่ได้เป็นคนสั่งห้ามเราเล่นคู่กับเดียร์น่า อันนี้ผมก็ไม่ได้ทราบรายละเอียดอะไรมากมายก็เห็นจากข่าวที่ลง ก็ดีใจที่พี่เค้าไม่ได้พูดครับ จริงๆ ผมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากมายนะครับ ก็คิดว่าพี่เอคงไม่ได้พูดอะไร แล้วมันก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่มากกว่า ก็ไม่ได้รู้สึกโล่งหรืออะไรนะครับ จริงๆ ตัวผมไม่ได้ซีเรียสเลยว่าจะจิ้นได้หรือจิ้นไม่ได้ พี่เอบอกว่าให้เดียร์น่ามาเคลียร์กับเราเอง น้องเค้าก็ไลน์มาบอกเหมือนกันครับ" "ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าช่วงที่เราจะมีละครกับเดียร์น่าแต่โดนเปลี่ยนคนเลยสงสัยเพราะพี่เอ ก็ต่างคนต่างความคิดครับ ปัญหาจริงๆ ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ เราก็ได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ให้เล่นละครเรื่องนี้ เราก็ทำตามเค้าครับ มีข่าวนี้ก็ไม่เกร็งนะครับ ผมว่าเรื่องละครมันเกินความรับผิดชอบ เกินความสามารถของผมอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่มอบหมายให้เรา เค้าอาจจะเห็นว่าเราเหมาะกับบทนี้ก็ให้เราเล่น ส่วนเรื่องคู่ที่จะให้เล่น จะเป็นเดียร์น่าหรือเต้ยมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ครับ" "ที่ไม่ให้เล่นคู่กันเพราะเราดันน้องแล้วไม่ดัง อันนี้ก็ไม่ทราบครับ ก็ไม่รู้จริงๆ ก็แล้วแต่คนมองนะครับ ส่วนตัวผมเองก็ต้องยอมรับความจริงว่าผมไม่ได้ดังอะไรมากมาย แต่ผมก็เต็มที่กับงานทุกชิ้นที่ทำไป ก็ไม่ได้เสียใจ ไม่ได้น้อยใจเลยครับ จริงๆ ก็ไม่ต้องเคลียร์นะครับ มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร อยู่ช่องเดียวกันคงมีโอกาสได้เจอกันอยู่แล้ว แต่ว่าจะได้มาเจอกันในละครหรือเปล่า ผมว่ามันเป็นความเหมาะสมของตัวละครมากกว่า ถ้าได้ร่วมงานก็สนิทใจครับ ทุกวันนี้ก็สนิทกันอยู่ เป็นน้องที่เราสนิทมากคนหนึ่งครับ" ท็อป กล่าว ท็อป จรณ ท็อป จรณ ท็อป จรณ ท็อป จรณ เอ ศุภชัย-เดียร์น่า เอ ศุภชัย-เดียร์น่า ท็อป-เดียร์น่า ท็อป-เดียร์น่า

5 อันดับข่าวฮอต 1 ต.ค.57
5 อันดับข่าวฮอต /  Mthai News / 

1.สธ. สั่งสอบคลีนิค ทำพริตตี้ดับขณะศัลยกรรม วีไลน์ สธ. สั่งสอบคลีนิคเสริมความงาม ทำ พริตตี้สาวดับขณะ ศัลยกรรม วีไลน์ ด้านนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย อ่านต่อ 2.ฟอร์บส์ ยก บิล เกตส์ รวยสุดในโลก ติดต่อกันเป็นปีที่21 ฟอร์บส์ ยก บิล เกตส์ รวยสุดในโลก ติดต่อกันเป็นปีที่21 มีเงินเพิ่ม9พันล้านดอลล่าร์ อ่านต่อ 3.‘หลวงพ่อทองใบ’มรณภาพกว่า 20ปี ร่างไม่เน่าเปื่อย หลวงพ่อทองใบ อดีตเจ้าอาวาสวัดอบทม จ.อ่างทอง มรณภาพกว่า 20 ปี แต่ร่างกายไม่เน่าเปื่อย ผม และเล็บยังคงงอกออกมา อ่านต่อ 4.สื่อนอก เผยภาพการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนทั่วโลก มีเมืองไทยด้วย เว็บไซต์เดลิเมล์เผยแพร่รวมภาพการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนหลายประเทศทั่วโลก อ่านต่อ 5.คิมจองอึน ผ่าตัดกระดูกข้อเท้าร้าว2ข้าง เหตุเดินมาก-น้ำหนักเพิ่ม สำนักข่าวโชซอนอิลโบของเกาหลีใต้ รายงานว่า คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ อ่านต่อ

ไม่เหลือเยื่อใย! เคดิร่า เตรียมลามาดริด
ซามี เคดิร่า /  ฟรีเอเยนต์ / 

ของฟรี และดี ใครว่าไม่มีในโลก เมื่อ ซามี เคดิร่า กองกลางสุดเซอร์ของ เรอัล มาดริด อาจจะต้องย้ายตัวไปแบบฟรีๆ ในซัมเมอร์หน้า หลังจากยังไม่ยอมต่อสัญญากับชุดขาว ซามี เคดิร่า กองกลางสัญชาติเยอรมัน วัย 27 ปี ของ เรอัล มาดริด อาจจะย้ายออกจากทีมไปอยู่กับ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล หรือไม่ก็ สิงห์บูลล์ เชลซี ที่ตกเป็นข่าวกันมาอย่างยาวนาน หลังจากเจ้าตัวยังไม่ตัดสินใจในอนาคตของตัวเอง ว่าจะต่อสัญญาหรือไม่ ทั้งนี้ อาร์เซนอล และ เชลซี ต่างก็พยายามเชือดเฉือนกัน เพื่อให้ได้ตัว เคดิร่า มาอยู่กับทีม แต่ถ้าเขาเรียกร้องค่าเหนื่อยที่ดูจะมหาศาลเกินไป อาจทำให้ทั้ง 2 ทีม ถอดตัวออกไปได้เช่นกัน ปัจจุบัน เคดิร่า กำลังรักษาอาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวายอยู่ในกรุง มาดริด การพูดคุยเรื่องสัญญาระหว่าตัวนักเตะ กับสโมสร ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ โดยล่าสุดการพูดคุยครั้งสุดท้านนั้นเกิดขึ้นในช่วงฟุตบอลโลก และเจ้าตัวก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอไป ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป เคดิร่า จะกลายเป็นนักเตะไร้สัญญา หรือ ฟรีเอเยนต์ ในเดือน มิถุนายน ปีหน้าทันที

ดูดวง ราศีใดในช่วงนี้มีเกณฑ์เจอพิษจากการศัลยกรรม
ดูดวง /  ดูดวง 12 ราศี / 

หากเกิดมาไม่พอใจในสิ่งที่ได้มา อยากสวย อยากหล่อ ก็ต้อง ศัลยกรรม แต่หากดวงไม่ดีในเรื่อง ศัลยกรรม ละจะทำไง Horoscope.Mthai.com นำคำทำนายราศีใดในช่วงนี้มีเกณฑ์เจอพิษจากการ ศัลยกรรม ราศีสิงห์ (17 ส.ค. – 16 ก.ย.) มีเกณฑ์เจอพิษจากการ ศัลยกรรม ทำไมชาว ราศีสิงห์ ไม่ควร ศัลยกรรม ในช่วงนี้ สืบเนื่องมาจากชาว ราศีสิงห์ มีดาวพฤหัสบดีโคจรเป็นวินาศกับเรือนชะตาในช่วง 17 มิ.ย.57 ถึงปลายเดือน พ.ย.57 เพราะถ้าทำจะทำให้เกิดปัญหาเพศภัยต่างๆ เข้ามา แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะห้ามศัลยกรรมไปตลอดชีวิตเลยนะครับ เพียงแต่แนะนำให้รอเวลาให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมจะ ศัลยกรรม มากที่สุดก็คือช่วง 25 พ.ย.57 ถึง 25 ธ.ค.57 เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด

ชวนดู ชุดแต่งงาน เจ้าสาวคนสวยของ จอร์จ คลูนี่ย์ !
George Clooney /  คู่รักดารา / 

คู่รัก คู่ใหม่ปลามัน ของเจ้าพ่อนักแสดงชื่อดัง จอร์จ คลูนี่ย์ วัย 53 ปี แต่หน้าตาและหุ่นยังเซี้ยะอยู่ไม่จาง กับ สาวสวยหน้าคม เจ้าสาวผู้แสนโชคดี เอมัล อลามัดดิน สาวทนายความ สัญชาติเลบานอน ที่อายุเพียง 36 ปี เข้าสู่ประตูวิวาห์เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา  โดยภาพงานแต่งได้ออกมาอย่าง Exclusive สุดๆ กับนิตยสาร People และ Hello โดยงานได้ถูกจัดขึ้นที่ เวนิส อิตาลี เมืองที่สุดแสนจะโรแมนติก แหล่งข่าวกล่าว่า พิธีการใช้เวลาไปเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น โดยสาว Amal เดินมาด้วย ชุดเจ้าสาว สง่างามด้วยลูกไม้สีขาวล้วนโชว์ไหล่และคอพู่ระหง ประดับด้วยเพชรและมุขปักมือล้วนๆ จากแบรนด์หรู Oscar de la Renta  ส่วนชุดของเจ้าบ่าวสุดหล่อก็มาจากแบรนด์ Armani ที่มีความพิเศษที่กระดุมติดข้อมือ สลักชื่อ จอร์จ เป็นภาษาอารบิก ซึ่งเป็นของขวัญจากเจ้าสาวของเขานั่นเอง วันนี้เรามีภาพส่วนหนึ่งมาฝากสาวๆ ให้ชมกันจ้า   ภาพจาก นิตยสาร Hello    ภาพจาก นิตยสาร People  เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  ที่มา hollywoodlife.com

ฆ่าหนุ่มใหญ่ปราจีนฯหมกป่าริมถนนบ้านโคกป่าแพง
ฆ่าหนุ่มปราจีนฯ /  ฆ่าหมกป่า / 

หนุ่มใหญ่ถูกวานให้ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่ง แล้วหายไปตั้งแต่ช่วงหัวค่ำเมื่อวาน ญาติตามมาพบอีกทีกลายเป็นศพ ร.ต.ต.ศักดิ์รินทร์ เกิดผล ร้อยเวรสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจาก นายเทิดภากร สัตยประกอบ ว่า พบศพ นายคงเดช อารมณ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/4 หมู่ 5 ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี สถานที่บริเวณที่ป่าสาธารณะประโยชน์ ริมถนนสาย บ้านโคกป่าแพง-โคกไม้แดง หมู่ 7 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เขต 8 ปราจีนบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลกบินทร์บุรี เข้าตรวจสอบเป็นเส้นทางเข้าสุสานมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (กบินทร์บุรี) ทั้งนี้ ก่อนหน้า สภ.กบินทร์บุรีได้รับแจ้งเหตุคนหายจากญาติก่อนหน้า ว่าหลังผู้ตายได้ออกจากบ้านไปกับนายโกมินทร์ กรวยทอง อายุ 24 ปี ซึ่งนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่ร้านค้าในหมู่บ้าน แล้วทำทีว่าจ้างวานให้ไปส่งใกล้บริเวณที่พบศพ ตั้งแต่เมื่อเวลา 18.45 น.เมื่อวาน ( 29 กันยายน 57) จากนั้นก็ไม่ได้กลับมาบ้านอีกเลย และได้แจ้งความทาง สภ.กบินทร์บุรี พร้อมออกตามหาตลอดทั้งคืนแต่ไม่พบ จนมาพบร่าง นายคงเดช ที่หายออกไปจากบ้านนอนหงายเสียชีวิตในสภาพตามร่างกายมีบาดแผลที่ถูกของมีคม คาดว่าน่าจะเป็นมีดสปาร์ต้าฟันตามตัวนับสิบแผล ทั้งข้อมือทั้งสองข้างจนนิ้วมือหวิดขาดห้อยร่องแร่ง รวมทั้งที่ท้ายทอยอีกแห่ง สาเหตุของการเสียชีวิตและกลุ่มคนร้ายที่ฆ่า นายคงเดช เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งเป้าไปที่กลุ่มของ นายโกมินทร์ ซึ่งมีพฤติกรรมในการลวงเหยื่อที่หลงเชื่อ แล้วจี้เอาทรัพย์สินหรือของมีค่าไปแบ่งกัน

การใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์ใหม่ในการรักษา มะเร็ง เพื่อประสิทธิผลการรักษาที่ดีกว่า
ประเทศจีน /  ฟูด้า / 

การใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์ใหม่ในการรักษามะเร็งเพื่อประสิทธิผลการรักษาที่ดีกว่า การสลายมะเร็งด้วยความเย็นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย วิธีการรักษา มะเร็ง ในปัจจุบันได้แก่การผ่าตัด เคมีบำบัดและฉายแสง แต่การรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวไม่เหมาะกับผู้ป่วย มะเร็ง ระยะสุดท้ายและผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นซ้ำ เนื่องจาก มะเร็ง ได้กระจายไปตามจุดต่างๆ ของร่างกาย หรือร่างกายอ่อนแอจนไม่อาจทนต่อการรักษาด้วยเคมีบำบัดได้อีก เป็นต้น แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับยอมเสียเงินเสียทองมากมายเพื่อกลับไปรักษาด้วยวิธีการเดิมๆ และยังต้องทนรับผลข้างเคียงของเคมีบำบัดที่รุนแรงเพิ่มขึ้นไปอีก สาเหตุสำคัญมาจากผู้ป่วยไม่ทราบว่าปัจจุบันมีแนวทางการรักษาที่ดีกว่าเดิมแล้ว สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้มีเพียงแนวทางและมีทัศนคติใหม่ต่อการรักษา มะเร็ง การเลือกแนวทางที่มีประสิทธิภาพเท่านั้นจึงจะได้ผลการรักษาที่ดีมีประสิทธิผลกว่าเดิม วิธีการสลายเนื้องอกด้วยความเย็นเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ FDAของสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้นำมาประยุกต์ใช้กับการรักษา มะเร็ง ซึ่งเป็นวิธีการรักษาแบบรุกล้ำพื้นที่น้อย เป็นเทคโนโลยีที่ทางสหรัฐอเมริกาใช้หลักการระบายในอวกาศ คือ ใช้สารอาร์กอนฉีดผ่านเครื่องทำความเย็นไปยังหัวเข็มเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.2-2.4 มิลลิเมตร หัวเข็มจะลดอุณหภูมิอยู่ที่ลบ150-170 องศาภายใน 30 วินาที สามารถทำให้บริเวณ 4 เซนติเมตรของรอบเข็มแข็งเหมือนลูกบอลภายในพริบตา ฆ่าเซลล์มะเร็งแบบตายคารังเฉพาะจุด แพทย์ที่ทำการรักษาด้วยวิธีนี้จะต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางหรือศัลยแพทย์ที่มีฝีมือการผ่าตัด การมอง มะเร็ง ผ่าเครื่องสแกน การใช้เข็มแทงเข้าไปในเนื้องอกอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากแพทย์จะต้องใช้ระบบอัลตราซาวด์สีหรือใช้ CT ควบคู่ไปกับ MRIในการกำหนดเป้าหมายและนำทางเพื่อเป็นการรับประกันว่าเข็มนำทางทั้งหลายที่แทงเข้าไปนั้นตรงเป้าและครอบคลุมเนื้องอกทั้งหมดจึงจะเป็นการการันตีผลการรักษาได้ การรักษาด้วยวิธีนี้มีข้อดีกว่าการรักษาด้วยวิธีการระเหยด้วยความร้อน RFAและคลื่นอัลตราโซนิก HIFUอยู่มาก อันดับแรก เนื่องจากหัวเข็มที่เป็นน้ำแข็งถูกจับได้ด้วยคลื่นอัลตราโซนิกและ CTทำให้สามารถควบคุมขอบเขตการรักษาได้แบบเรียลไทม์ ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวทำให้การสลายด้วยความเย็นสามารถควบคุมขอบเขตการรักษาได้ดีกว่า RFA กับ HIFU ลดความเสี่ยงการผ่าตัดโดนอวัยวะปกติอื่นโดยไม่จำเป็นหรือทิ้งร่องรอยเนื้องอกที่เข้าไม่ถึงได้ มีความปลอดภัยสูงกว่า ข้อดีลำดับต่อมาคือเครื่องทำความเย็นประกอบด้วยเข็ม 8เล่มทำให้การรักษาในแต่ละครั้งสามารถสลายก้อนเนื้อขนาดใหญ่หรือหลายๆ ก้อนพร้อมกันได้ และที่สำคัญกระบวนการรักษาด้วยความเย็นไม่ทำร้ายหลอดเลือดจึงเหมาะที่จะใช้รักษาอวัยวะที่อยู่ใกล้หลอดเลือดดำไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดดำพอร์ทัลตับ หลอดเลือดดำปอด หรือหลังเยื่อบุช่องท้อง และเนื้องอกที่ไม่เหมาะกับการรักษาด้วย RFAและเนื่องจากอุณหภูมิทำงานผ่านเข็มนำจึงไม่มีข้อจำกัดเรื่องความดันในร่างกายหรือข้อจำกัดเรื่องการเปิดแผลเหมือนดั่งการรักษาด้วย HIFU จึงเหมาะกับโรค มะเร็ง หลายชนิด นอกจากนี้ ความเย็นช่วยทำให้ปลายประสาทชา ดังนั้นระหว่างการรักษาและการพักฟื้นจึงรู้สึกเจ็บปวดน้อยกว่าการรักษาด้วยความร้อน RF ด้วยข้อดีหลายประการของการสลายเนื้องอกด้วยเย็นนี้เอง ทำให้เทคโนโลยีนี้ได้รับการตอบรับและนำมาใช้แพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ สามารถรักษาก้อนเนื้อขนาด 1-4 เซนติเมตรที่เกิดมาเป็นก้อนเดียวให้หายขาดได้ วิธีนี้ยังเหมาะสำหรับเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่หรือมีจำนวนมากให้ลดขนาดและปริมาณลงได้ เพิ่มประสิทธิภาพเคมีบำบัดได้ถึง 80% ช่วยลดขนาดก้อนเนื้อในข้างๆหลอดลม กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ให้มีขนาดเล็กลงเพื่อป้องกันหรือบรรเทาก้อนเนื้ออุดตันอวัยวะดังกล่าวได้ สำหรับก้อนเนื้อขนาดใหญ่ที่มีเส้นเลือดหล่อเลี้ยงอยู่มากมายนั้น การรักษาด้วยความเย็นจะช่วยสลายก้อนเนื้อส่วนใหญ่และลดจำนวนเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง เพิ่มโอกาสการผ่าตัดก้อนเนื้อทิ้งได้ เทคโนโลยีนี้ใช้เทคนิคทางกายภาพกำจัดก้อนเนื้อ ดังนั้นจึงเหมาะกับ มะเร็ง ตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งไต มะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนและยังเหมาะกับผู้ทำเคมีบำบัดหลายครั้งหรือกับอวัยวะที่ไม่ตอบสนองต่อเคมีบำบัดได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม การรักษาชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องเปิดบาดแผลจึงทำให้แผลมีขนาดเล็กและฟื้นตัวเร็ว จึงเหมาะกับผู้ป่วยสูงอายุที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งตับและมะเร็งเต้านมอีกด้วย โรงพยาบาลเฉพาะทางโรคมะเร็งฟูด้า ประเทศจีนเป็นผู้นำทางด้านการรักษาด้วยความเย็นลำดับต้นๆ ของโลก ขณะนี้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวแล้วกว่า 8000 ราย ซึ่งเป็นสถิตการรักษาเนื้องอกที่สูงที่สุดในโลก มะเร็ง ที่ทำการรักษาส่วนใหญ่ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด มะเร็งไต มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน มะเร็งต่อมไทมัส มะเร็งรังไข่ และมะเร็งปากมดลูกรวม 20 กว่าชนิด ผลสัมฤทธิ์ในการรักษาสูงถึง 95% การก่อตั้งสมาคมการสลายเนื้องอกด้วยความเย็นแห่งทวีปเอเชียที่เมืองจีนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2012ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ นพ.สวี เค่อเฉิง ได้รับเกียรติให้เป็นประธานกิตติมศักดิ์ในสมัยที่หนึ่ง นพ.หนิว ลี่จื้อ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้รับเลือกให้เป็นรองประธาน และในการประชุมวิชาการว่าด้วยการรักษาด้วยความเย็นนานาชาติครั้งที่ 17 ณ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2013 ศาสตราจารย์ นพ.สวี เค่อเฉิง กรรมการบริหารโรงพยาบาลได้รับเลือกให้เป็นประธานสมาคมการสลายเนื้องอกด้วยความเย็นครั้งที่ 18ด้วยมติเอกฉันท์ ส่วนนพ. หนิว ลี่จื้อผู้อำนวยการฝ่ายการรักษาได้รับการคัดเลือกให้เป็นกรรมการบริหารสมาคมการสลายเนื้องอกด้วยความเย็นครั้งที่ 18 นี้อีกด้วย หากสืบค้นด้วยระบบ PubMedlineของหอสมุดแห่งชาติสหรัฐอเมริกา จำนวนงานวิจัยของโรงพยาบาลเฉพาะทางโรค มะเร็ง ฟูด้าถูกจัดอยู่ในห้าลำดับแรก ตำราการรักษาด้วยความเย็นเล่มแรกของโลก Modern Cryosurgery For Cancer เขียนขึ้นโดยศาสตราจารย์ นพ.สวี เค่อเฉิง นพ.หนิว ลี่จื้อและศาสตราจารย์ Korpan ชาวออสเตรีย ปัจจุบันโรงพยาบาลได้ถูกจัดให้เป็นโรงพยาบาลการรักษาเฉพาะทางด้วยความเย็นสากลที่มีชื่อเสียงเป็นที่เรียบร้อย ในหลายปีที่ผ่านมา ผู้ป่วย มะเร็ง ระยะสุดท้ายจำนวนไม่น้อยจากประเทศไทยได้เข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลแห่งนี้ในแต่ละปีจำนวนไม่น้อย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่พอใจกับการรักษาด้วยวิธีการดังกล่าว ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง จังหวัดนครปฐม ป่วยเป็น มะเร็ง ปอดระยะสุดท้าย เข้ารับการรักษาด้วยความเย็นทำให้ก้อนเนื้อมีขนาดเล็กลงสองในสาม รักษาจนหายและทำงานได้เป็นปกติ คุณอเนก ชาวกรุงเทพฯ ป่วยเป็น มะเร็ง ต่อมลูกหมาก หลังการรักษาพบว่าค่าเอนไซม์ PSA กลับคืนสู่สภาวะปกติ ปัจจุบันยืดอายุได้ไม่ต่ำกว่า 5ปีแล้ว คุณโสภี ผู้ป่วยมะเร็งตับและถุงน้ำดีระยะสุดท้าย สามารถยืดอายุได้ 4ปีกว่า และ ยังมี คุณวิเชียร ผู้ป่วยเป็น มะเร็ง ตับอ่อนระยะสุดท้าย ไม่สามารถผ่าตัดได้ แต่เมื่อมารักษาที่โรงพยาบาลฟูด้าปีกว่า ตอนนี้ยังใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลยังเตรียมล่ามไทยจีนจำนวน 4คนเอาไว้บริการ และมีสำนักงานที่กรุงเทพด้วย หากผู้ป่วยท่านใดสนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ ที่ตั้งศูนย์บริการแห่งประเทศไทยฟูด้า โครงการปรัชญาโฮมทาวน์ 3 ถนนสุคนธสวัสดิ์  (ลาดพร้าว71) แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เว็บไซต์ www.fudacancerthailand.com เบอร์โทรให้คำปรึกษา  02-542-3638   081-580-3998   094-221-1169 เครื่องทำความเย็น Cryocareของสหรัฐอเมริกา และเครื่องทำความเย็น CryoHit ของอิสราเอล นพ.ดร.หนิว ลี่จื้อกำลังทำการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับด้วยวิธีการสลายความเย็น มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งที่แพร่กระจายไปช่องอกกับการรักษาด้วยความเย็น ศาสตราจารย์ นพ.สวี เค่อเฉิง ขณะรับมอบหนังสือแต่งแต่งให้เป็นประธานสมาคมการรักษาด้วยความเย็นสากลและรับมอบธงประจำสมาคม ตำราการรักษาเนื้องอกด้วยความเย็น Modern Cryosurgry For Cancer เล่มแรกของโลกซึ่งแต่งโดยศาสตราจารย์ นพ.สวี เค่อเฉิง นพ.หนิว ลี่จื้อและศาสตราจารย์ Korpan ชาวออสเตรีย QR Code

คิม จอง อึน ส่งสารร่วมยินดี เนื่องในวันชาติจีน
คิมจองอึน /  จีน / 

ผู้นำเกาหลีเหนือส่งสารร่วมยินดี อวยพร แก่ผู้นำจีน เนื่องในวันชาติจีน วันนี้(1ต.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ส่งสารไปยัง ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิงของจีน เพื่อแสดงความยินดีเนื่องในวันชาติจีน ทั้งนี้ นายคิว จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือยังได้อวยพรให้จีนประสบกับความเจริญรุ่งเรืองและขอให้ประชาชนชาวจีนประสบกับความสุข อย่างไรก็ตามผู้นำเกาหลีเหนือยังคงไม่ออกมาปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะชน หลังข่าวการป่วยและเข้ารับการผ่าตัดกระดูกข้อเท้าและไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาประชาชนสูงสุดเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ คิมจองอึน ผ่าตัดกระดูกข้อเท้าร้าว2ข้าง เหตุเดินมาก-น้ำหนักเพิ่ม สื่ออังกฤษตีข่าว คิมจองอึน แฟนตัวจริงทีมผีแดง สั่งถ่ายทอดสด เกาหลีเหนือ วอน จีน แบนคลิปล้อ คิมจองอึน เผยคลิปคิมจองอึน ขาเดี้ยง ร่วมพิธีอสัญกรรมคิมอิลซุง Mthai News

เจาะลึก 'ทูนประกันภัย' ประกันแนวใหม่ 'ซื้อเท่าไหร่ จ่ายพันเท่า'
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

'ทูน ประกันภัย' ประกันแนวใหม่ที่ให้ความคุ้มครองง่าย ๆ ซื้อเท่าไหร่จ่ายพันเท่า ด้วยราคาเบา ๆ เริ่ม 10 บาท เจาะตลาดไลฟ์สไตล์ ให้คนเข้าถึงประกันภัยง่ายขึ้น เมื่อพูดถึงประกันภัย หลาย ๆ คนคงเข้าใจในความหมายได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยประเภทอุบัติเหตุ หรือประกันชีวิต แต่เมื่อพูดชื่อ 'ทูนประกันภัย' เชื่อได้เลยว่าหลายคนอาจยังไม่รู้จัก ทูนประกันภัย เป็นบริษัทที่มีการเปลี่ยนแบรนด์มาจาก โอสถสภาประกันภัย หรือ OSI เมื่อเดือนกค.ที่ผ่านมา โดยมีบริษัทแม่อยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยเริ่มต้นทำธุรกิจมาราว 4 ปี จากการรับทำประกันให้กับผู้โดยสารสายการบิน 'แอร์เอเชีย' แต่หลังจากนี้ต่อไป ทูนประกันภัยจะเดินหน้ารุกตลาดประกันภัย และประกันชีวิตรูปแบบใหม่ เพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงประกันภัยได้ง่ายกว่าเดิม ภายใต้การกุมบังเหียนของ 'ทอม เครือโสภณ' ทอม เครือโสภณ ประธานบริหาร บริษัท ทูนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยเรื่องราวกับ MThai News ว่าที่มาที่ไปของประกันภัยรูปแบบใหม่นี้เกิดจาก การเห็นโอกาสของตลาดประกันภัยที่ยังเติบโตได้อีกมากในประเทศไทย และที่สำคัญ คุณทอมให้ข้อสังเกตุข้อหนึ่งที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการที่มีคนไทยน้อยมากที่เข้าถึงประกันภัย หรือพูดง่าย ๆ ว่ามีประกันภัยติดตัวกันน้อยมาก ๆ "คนไทยมีประกันภัย หรือประกันชีวิตที่น้อยมาก ไม่ถึงครึ่งของทั้งหมด และถ้านับเฉพาะอายุ 13-25ปี มีเพียง 28% เท่านั้นที่มีประกันติดตัว เพราะอะไร ก็เพราะว่าการทำประกันบ้านเราลำบาก เอกสารเยอะ และก็ข้อตกลงเงื่อนไขไม่โดนใจกลุ่มคนพวกนี้ ตอนนี้ถึงเวลาที่ธุรกิจประกันภัยจะเปลี่ยนไป" เปลี่ยนไปอย่างไร ? คุณทอมอธิบายให้ฟังว่า ทุกวันนี้จะซื้อประกันภัยจะต้องผ่านตัวแทน ต้องกรอกเอกสาร ต้องทำอะไรหลายอย่าง ราคาก็ไม่ใช่ถูก ๆ ทำให้คนเข้าถึงยาก "เพราะฉะนั้นเราจึงเห็นว่า ตัวแทนประกันภัยที่ดีที่สุด จะต้องอยู่ใกล้ ๆ ตัวเราที่สุดเมื่อต้องการเรียกใช้ แล้วอะไรที่ตอนนี้อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด โทรศัพท์มือถือไง เราเลยใช้มือถือเป็นตัวแทนประกันภัยซะเลย คุณสามารถซื้อประกันผ่านมือถือได้ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว และที่สำคัญเริ่มต้นที่ราคาเพียง 10 บาท ก็มีความคุ้มครองได้ถึงหนึ่งปี" สะดวก และรวดเร็วจริงครับ อย่าว่าแต่ไม่ต้องกรอกเอกสารเลย ปากกายังไม่จำเป็นต้องใช้เลยด้วยซ้ำไป !!! ว่าแต่หลายคนคงสงสัยว่า 10 บาทเนี่ยนะ จะซื้อประกันได้ ? ใช่ครับ ทูนประกันภัยทำให้มันเกิดขึ้นจริง MThai News ถึงตั้งชื่อว่า ประกัน 'ซื้อเท่าไหร่ จ่ายพันเท่า' ไงครับ คุณซื้อ 10 บาท คุณก็ได้รับความคุ้มครอง 10,000 บาทในระยะเวลา 1 ปี และยังสะสมต่อไปได้เรื่อย ๆ อีกด้วย ซึ่งคุณสามารถซื้อประกันได้จากมือถือ หรือแม้กระทั่งตู้เติมเงินโทรศัพท์ยังซื้อได้เลย !!! ฟังแล้วน่าสนใจมากนะครับ แต่คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นทันทีกับ MThai News และอีกหลาย ๆ คนคือ จะทำให้คนหันมาทำประกันมากขึ้นจริงหรือไม่ แล้วจะมากขึ้นในจำนวนเท่าไหร่ คุณทอมให้คำตอบว่า "ต้องการให้คนสัมผัสกับประกันภัยง่ายขึ้น แล้วเค้าจะเข้าใจถึงความจำเป็นเอง เราไม่รู้หรอกว่าจะได้จำนวนคนเพิ่มเท่าไหร่ แต่ต้องลอง และผมมั่นใจว่าประกันภัยต้องไม่เหมือนเดิม" คุณทอมยังฝากไว้อีอย่างหนึ่ง คือในเดือนหน้านี้ เราทุกคนสามารถซื้อประกันกับทูนประกันภัยได้จากตู้เติมเงิน 'บุญเติม' กว่า 38,000 ตู้ ได้แล้วทั่วประเทศ ว้าว!!! สุดท้ายเมื่อถามถึงความคาดหวัง คุณทอมมั่นใจ และตอบคำถามกับเราเป็นตัวเลขอย่างหนักแน่นว่า "ปีนี้ผมคิดว่าน่าจะปิดได้ที่ 220 ล้านบาท ปีหน้าจะกระโดดเป็น 1,100 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาทในปีถัดไป" ตัวเลขไม่ธรรมดาจริง ๆ MThai News

The Mall จัดมหกรรมลดทะลุพิกัด ครั้งที่8
Promotion /  THE MALL / 

The Mall มหกรรมลดทะลุพิกัด ครั้งที่ 8 Type : Exhibition Public Date : 01 October 2014 - 05 October 2014 Detail : สถานที่จัดงาน: อาคาร 5-8 Impact เมืองทองธานี สินค้าแบรนด์ชั้นนำทั้งในห้างสรรพสินค้า The Mall และร้านค้าชั้นนำในศูนย์การค้า พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตชั้นนำต่างๆ เวลา: 1-3 ต.ค. เวลา 11.00-22.00 น. และ 4-5 ต.ค. เวลา 10.30-22.00 น. Contact Event Organizer บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด โทร: 02-310-1510 เว็บไซต์: www.themallgroup.com

กิน ยา อย่างไร? ให้ถูกต้องและปลอดภัย
กินยา /  กินยาถูกวิธี / 

เชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยกังวลเกี่ยวกับเรื่องการกินยาแน่ๆ เพราะบางทีเราก็มักจะลืมกินยา หรือว่ากินยาผิดเวลา แล้วยาก่อนอาหารและหลังอาหารควรจะกินตอนไหน อย่างไร? ทำให้หลายๆคนสับสบบ่อยๆ และอาจจะทำให้อาการป่วยเหล่านั้นหายช้าไปกว่าเดิม วันนี้เรามีเคล็ดลับถามตอบเกี่ยวกับเรื่องการกินยาอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัยมาฝากค่ะ ไปดูกันเลย เชื่อว่าคำถามคาใจหลายๆข้อของทุกท่านจะหายไป... การใช้ ยา ที่ถูกต้องมีความจำเป็นอย่างไรบ้าง ยา ถ้าใช้ให้ถูกต้องกับโรค ทั้งยากินและฉีด หรือจะให้โดยวิธีใดวิธีหนึ่งที่ถูก ต้องก็จะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าใช้ยาผิดพลาดไปนอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้วบางครั้งอาจจะเกิดอันตรายอีกด้วย ข้อแนะนำในการใช้ ยา ที่ถูกต้อง หน้าซองที่จ่ายให้ผู้ป่วยจะมีกำหนดไว้ เมื่อผู้ป่วยได้รับ ยา ไปควรจะอ่านวิธีใช้ ที่หน้าซองหรือขวดให้เข้าใจก่อนกลับบ้าน หรือให้ผู้ป่วยถามเภสัชกรหรือบุคลากรทางการแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ห้องยาอ่านให้ฟังให้เข้าใจเสียก่อน เพราะว่าการที่กลับบ้านไปแล้วอ่านไม่เข้าใจ ต้องกลับมาโรงพยาบาล หรือบางทีไปกิน ยา ผิด ก็อาจจะเป็นอันตรายได้ ยกตัวอย่างข้อความที่ผู้ป่วยมักจะใช้สับสนเสมอๆ ที่พบเสมอ เช่น 1 เม็ด ก่อนนอนหมายความว่าใช้ก่อนนอนกลางวันก็รับประทานด้วย จะทำให้ได้รับ ยา มากเกินไปอาจจะเป็น   อันตรายได้ต้องจำไว้ว่า 1 เม็ด ก่อนนอน หมายถึง 1 เม็ดก่อนนอนช่วงกลางคืนเท่านั้น หรือการรับประทานยาแก้ปวด แก้ไข้จะเขียนไว้หน้าซองว่า รับประทานทุก 4 ชั่วโมง เวลา 4 ชั่วโมง ถึงจะรับประทานซ้ำอีกหนึ่งครั้ง และรับประทานเวลาปวดเมื่อหายปวดแล้วไม่ต้องหรือว่าเวลามีไข้ถึงจะรับประทาน เวลาไม่มีไข้ไม่ต้องรับประทาน ถ้าเป็นยาปฏิชีวนะจะต้องรับประทานยาให้หมด ถ้ามีหน้าซองเขียนไว้ว่า 1 เม็ด 3 เวลา หลังอาหารและก่อนนอนมี 20 เม็ด ก็ต้องรับประทานให้ครบ 20 เม็ด เพราะถ้าเรารับประทาน ไม่หมดพอรู้สึกค่อยยังชั่วก็หยุดยา ไม่รับประทานให้ครบตามที่แพทย์สั่ง อาจทำให้เกิดอาการดื้อ ยา ได้ในภายหลัง ในกรณีที่เป็นหวัด ได้รับประทาน ยา ปฏิชีวนะแล้วหาย พอเป็นหวัดอีกจะ ไปซื้อ ยา อย่างเดิมมารับประทานได้หรือไม่ ไม่สมควร เพราะเราไปซื้อมาอาจซื้อได้ไม่ครบตามจำนวนที่ต้องการไม่เพียง พอที่จะทำให้โรคหายขาดคือ การรักษาโรคนี้ไม่ใช่รับประทานยาพอค่อยยังชั่วแล้วก็เลิก ต้องรับประทานยาจนครบตามจำนวนที่สามารถรักษาโรคได้ มิฉะนั้นจะเกิด การดื้อยาขึ้นภายหลัง มี ยา บางอย่างเขียนไว้ว่าให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ เพราะเหตุใด ยา ที่ดื่มน้ำตามมาก ๆ คือ ยาประเภทซัลฟา โดยทั่วๆไปเพราะว่ามันจะทำให้ เกิดการตกตะกอนของยาในไต การที่ดื่มน้ำตามมากๆ ก็จะเป็นการช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น ทำให้ไม่เกิดการตกตะกอนในไต ยา ที่เป็นผงมีวิธีการใช้อย่างไร ยาผงมีอยู่หลายชนิด ถ้าเผื่อใช้ภายนอกอย่างจำพวกผงโรยแผล หรืออาจจะมี ยา ที่บรรจุอยู่ในขวดเล็ก ๆ มีผงอยู่ก้นขวด และก็มีน้ำคู่กันมา จะเป็นพวกยาฉีดเวลา ที่จะฉีดก็ต้องเอาผงและน้ำผสมกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของพยาบาลที่จะเป็นคนทำอีก แบบหนึ่งเป็นผงที่ใช้เป็นยารับประทานคือ ในบางครั้งเราไม่สามารถที่จะละลายผงยาให้ไปเลยได ้ เพราะว่าบางที่ผู้ป่วยจะต้องรับประทานจนติดต่อกันนาน ๆ ถ้าละลายทิ้งไว้นานเกินกำหนดก็อาจทำให้ ยา นั้นเสื่อมได้ สมมุติว่าคนไข้ต้องรับประทานยาติดต่อกันไปนาน ๆ ต้องเอายาไปถึง 2 ขวด เราก็จะละลายให้เพียงขวดเดียวก่อน อีกขวดหนึ่งให้ผู้ป่วยไปละลายเอง ยา ที่ละลายแล้วควรเก็บรักษาอย่างไร ควรเก็บไว้ในตู้เย็น 7 วัน วิธีการละลาย ยา ก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะในบางครั้งยาที่เป็นผงบรรจุมาจากโรงงานทิ้งไว้นาน ๆ อาจเกาะกันอยู่ก้นขวด ก่อนที่ละลายยา ควรเขย่าขวดให้ผงยากระจายตัวเสียก่อนแล้วก็เติมน้ำ อย่าเติมทีเดียวหมด ให้เติมเศษสามส่วนสี่ก่อนแล้วเขย่า สังเกตดูว่าฟองที่เกิดยุบตัวหมดค่อยเติมน้ำอีกครั้งให้ ถึงระดับที่ต้องการ เขย่าอีกครั้งให้ยาละลาย ยา ที่เกิดตกตะกอน แยกตัวเป็นชั้นยังใช้ได้หรือไม่ ยาที่ตกตะกอน ถ้าเราเขย่าแล้วยากระจายตัวไม่แข็งนอนอยู่ที่ก้นขวดก็ใช้ได้ แต่จะมียาผสมบางชนิดซึ่งตกตะกอนเร็วมากก่อนใช้ยาจะต้องเขย่าขวดก่อนที่ ฉลากเปิดขวดจะมีคำว่าเข่าขวดก่อนใช้ยา คำแนะนำในการรับประทานยาแขวนตะกอน เขย่าขวดก่อนรับประทานเสมอ ถ้าเป็นยาที่มีตะกอนหรือแขวนตะกอน ถ้าเป็น ยา ที่บ่งไว้ว่าให้รับประทานก่อนอาหาร หมายความว่าให้รับประทานยาก่อนรับ ประทานอาหารครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ยาจำพวก ยา ย่อยเราต้องรับประทานพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารทันที หรือยาบางพวกที่รบกวนกระเพาะได้แก่ยาแก้ปวดต่าง ๆ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ เราต้องรับประทานในขณะที่ท้องไม่ว่าง เช่น หลังอาหาร แต่บางครั้งผู้ป่วยรับประทานอาหารไม่ได้ ก็ให้ดื่มน้ำตาม ยา ไปมาก ๆ หรืออาจจะใช้ดื่มน้ำข้าวต้ม หรือนมก่อนรับประทานยาพวกนี้ เพื่อป้องกันการระคายเคืองที่ กระเพาะอาหาร เพราะว่าการระคายเคืองอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง การที่เราดื่มนม หรือน้ำข้าวต้ม จะช่วยลดอาการระคายเคืองของกระเพาะได้ ยา แก้หวัด หรือแก้แพ้ มีข้อควรระวังในการรับประทานอย่างไร ยาแก้หวัด แก้แพ้ มีฤทธิ์ข้างเคียง คือทำให้ง่วง ไม่ควรขับรถ หรือทำงานที่ เกี่ยวกับเครื่องจักรจะทำให้เป็นอันตราย นอกจากยาแก้หวัด แก้แพ้ มียาใดที่ต้องระวังในการรับประทานอีกหรือไม่ มี ยา จำพวกระงับประสาทหรือยานอนหลับ ซึ่งก็มีข้อควรระวังเช่นเดียวกัน เพราะว่าในบางครั้งผู้ป่วยรับประทาน ยา นี้ดึกมากเกินไปบางทีตื่นขึ้นมาฤทธิ์ยายัง ไม่หมดทำให้เกิดอาการมึนงง อาจจะมีความง่วงเหลืออยู่ เวลาที่ขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรจึงต้องระวัง มีข้อควรระวังอีกคือ ยาทุกชนิดไม่ควรรับประทาน พร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะไปเสริมฤทธิ์ของยาทำให้เป็น อันตรายได้ การใช้ ยา ภายนอกมีข้อควรปฏิบัติอย่างไร การใช้ยาภายนอก ประการแรกคือ ยาผิวหนัง อาจจะเป็นน้ำ เป็นครีม หรือเป็นผง เป็นขี้ผึ้ง ก่อนจะใช้ยาจำพวกนี้ต้องให้บริเวณผิวหนังที่จะใช้สะอาด จึงทาหรือโรยยาลงไป ขี้ผึ้งก็ให้ทาบางๆ การที่ทาหนาๆ ไม่ทำให้เกิดประโยชน์ เป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ การใช้ยาเหน็บ มีวิธีอย่างไร ยาเหน็บ บ้านเราเป็นเมืองร้อน บางครั้งได้รับ ยา ไปถึงบ้านมันเหลวก่อนที่จะนำไปเหน็บ เราต้องทำให้ยาแข็งก่อนที่จะใช้ อาจจะแช่ในตู้เย็น หรือแช่ในกระติกน้ำแข็ง แล้วจึงลอกกระดาษออกแล้วก็เหน็บเวลาจะเหน็บต้องอยู่ในท่านอน มือที่จะเหน็บต้องสะอาดเหน็บเข้าไปให้ลึกที่สุด นอกจาก ยา ที่กล่าวมาแล้ว ยาภายนอกยังมีอะไรบ้าง มียาหยอดตา หยอดหู ข้อปฏิบัติในการใช้ก็ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนจะหยอดตา โดยเฉพาะยาตาก่อนหยอดมือต้องสะอาดมาก ๆ ถ้าเป็นยาพวกขี้ผึ้งให้บีบยา ประมาณครึ่งเซ็นติเมตร คลึงเบาๆ อย่าให้ปลายหลอดถูกกับตา เสร็จแล้วปิดจุกให้แน่นและถึงแม้จะปิดจุกแน่นอย่างไรก็ตาม ยาที่เปิดจุกแล้ว ไม่ควรใช้เกิน 1 เดือน และยาน้ำให้หยด 1-2 หยด ยาตาไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่นยาหยอดหูก่อนใช้ให้ทำ ความสะอาดหู โดยใช้สำลีเช็ดบริเวณภายในหูอย่าให้ลึกจะไปโดนหูส่วนในหยอดยา 4-5 หยด เอียงศีรษะทิ้งไว้ครู่หนึ่ง ตั้งศีรษะตรงเช็ดยาส่วนที่อาจจะไหลออกมาให้ สะอาด ขอเรียนถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีใช้ยาอมใต้ลิ้น ยา ประเภทนี้ระบุมาให้อมใต้ลิ้นจะรับประทานไม่ได้จะสังเกตว่าเวลาอมยานี้จะรู้สึกซ่า ถ้าไม่ซ่าแสดงว่ายาหมดฤทธิ์ การเก็บยาประเภทนี้ก็ต้องระวังให้อยู่ในขวด สีน้ำตาล อย่าให้ถูกแสง ปิดจุกให้แน่นและเก็บไว้ในที่เย็น เพราะยานี้ส่วนใหญ่จะเป็นยาเกี่ยวกับโรคหัวใจจึงควรระวังเป็นพิเศษ กรณีที่ลืมรับประทานยาบางมื้อ จะไปเพิ่มจำนวนยาในมื้อต่อไปได้หรือ ไม่ หรือในกรณีที่หลับไปก่อนจะทำอย่างไร ห้ามเพิ่มยาหรือรับประทานซ้ำ อาจจะทำให้ได้รับยาเกินขนาด มากเกินไปเป็น อันตรายได้ เด็กที่รับประทานยายาก ถ้าพ่อแม่จะผสมยาในนมได้หรือไม่ ยา ที่ผสมกับนมได้มีเพียงบางชนิดที่ผสมไม่ได้ เช่นยาที่เข้าหลักพวกบำรุงโลหิต ยาเตตร้าซัยคลิน ถ้าผสมนมจะไม่ได้ผล การที่จะเอายาไปผสมนม ยังมีข้อเสียว่าถ้าเด็กดื่มนมไม่หมดก็จะได้รับยาไม่ครบตามขนาด ที่ต้องการ ถ้าจะเอายาผสมนม ก็ต้องให้เด็กดื่มนมให้หมด แต่ทางที่ดีแล้วอย่าผสมดีกว่าการให้ยาถ้าผู้ป่วยนอนหลับ ก็เลื่อนเวลาไปนิดหน่อยให้ผู้ป่วยตื่นก่อน แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการรุนแรง ก็ต้องพยายามให้ผู้ป่วยตื่นก่อน แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงก็ต้องพยายามให้ผู้ป่วย ได้รับประทานยาตรงตามเวลาไม่เช่นนั้นโรคจะไม่หาย จะทราบได้อย่างไรว่ายาเสีย ยา ที่เปลี่ยนสี หรือรูปร่าง ไม่ควรรับประทาน เพราะอาจจะเสื่อมคุณภาพ หรือ มีสารแปลกปลอมเกินขึ้นซึ่งอาจจะเป็นพิษได้ ยาที่ตกตะกอน ตัวยาแข็งไม่กระจาย ก็ไม่ควรรับประทาน เพราะจะทำให้ได้รับยาไม่ตรงตามขนาดที่ต้องการ ยาเม็ดหรือ แคปซูลที่เปลี่ยนสี เม็ดเคลือบแตก มีลายเกิดขึ้น ก็ไม่ควรใช้เช่นกัน นอกจากนี้ยัง สังเกตอายุของ ยา ได้จากฉลากด้วย ถ้าไม่มีอายุบ่งไว้ ให้ดูวันผลิตถ้าเกิน 5 ปี แล้วไม่ควรใช้ วิธีเก็บ ยา ที่ถูกต้อง หลักใหญ่ของการเก็บยาคือไม่ให้ถูกแสง ความชื้น เก็บในขวดสีน้ำตาล ปิดฝา ให้แน่นอย่าให้ถูกแสงแดดพวกที่ระเหยได้ง่ายต้องปิดฝาให้แน่น พวกวัคซีน เช่น วัคซีนโรคกลัวน้ำ บาดทะยัก ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น อุณหภูมิที่เก็บยาจะระบุไว้ที่ฉลากด้วย เก็บ ยา ให้พ้นจากมือเด็ก อยู่ในตู้ปิดมิดชิด เพื่อป้องกันเด็กเข้าใจผิดว่าเป็นลูกกวาด หรือน้ำเขียว น้ำแดง แล้วจะหยิบไปรับประทาน ขอบคุณที่มาจาก : ภญ.สมทรง ศักดิ์ศรี ฝ่ายเภสัชกรรม   โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

สองมาตรฐาน นัก อเมริกันฟุตบอล ถูกทำโทษหลังสวดแบบมุสลิม
ข่าวกีฬา /  ทีม ทีโบว์ / 

ฮูซาอิน อับดุลลาห์ นัก อเมริกันฟุตบอล ของทีม แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ใน เอ็นเอฟแอล ถูกกรรมการทำโทษหลังแสดงท่าทางขอบคุณพระเจ้า ส่งผลให้เกิดการถกเถียงอย่างมากมายในโลกออนไลน์ อับดุลลาห์ ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม ฉลองการทำทัชดาวน์ด้วยการคุกเข่าเอาหน้าผากจรดพื้นแต่กลับถูกกรรมการในสนามทำโทษด้วยการปรับ 15 หลาและหลังเกมก็ไม่ยอมชี้แจงว่าเพราะเหตุใดจึงต้องทำโทษแนวรับรายนี้ อย่างไรก็ตาม อับดุลลาห์ วัย 29 ปียังมองในแง่ดีว่าเขาถูกทำโทษเพราะไปไถลตัวแสดงท่าทางดีใจเกินเหตุ ขณะที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมที่นักกีฬาถูกลงโทษเพราะแสดงออกในเรื่องความเชื่อทางศาสนา และเป็นเรื่องสองมาตรฐานหากมองว่า ทิม ทีโบว์ ควอเตอร์แบ็คชื่อดังก็เคยสวดภาวนาตามหลักศาสนาคริสต์แต่กลับไม่เคยถูกทำโทษ ด้าน เอ็นเอฟแอล ได้ออกมาแถลงยอมรับว่าจากกรณีนี้กรรมการทำหน้าที่ผิดพลาดจริงและไม่มีกฎข้อไหนที่ชี้ว่าห้ามนักกีฬาแสดงออกถึงความเชื่อทางศาสนาในสนามแข่ง