ข้อห้าม

10 ดาราสาว ที่หน้าแก่เกินอายุ แต่ชั้นยังเลข 2 อยู่นะยะจะบอกให้!
ดารา /  ดาราหน้าแก่ / 

เห็นสาวแก่ หน้าเด็กมาก็บ่อยแล้ว มาดูสาวที่หน้าแก่เกินวัยกันบ้างดีกว่า แน่นอนว่าดาราต่างประเทศเนี่ย หน้าตาเขามักจะเกินวัยไปก่อนชาวเอเชียตลอด รวมไปถึงดาราสาวเซเลปที่ เราเห็นหน้าค่าตากันมาตลอด เธอก็มีปัญหาเรื่องคนเข้าใจวัยผิดเหมือนกันนะ ก็แหม หน้าตาใครจะไปห้ามได้ เกิดมาหน้าก็เป็นแบบนี้อ่ะ จะให้ทำไงละคะ !!!  มาดูดีกว่า ว่ามีสาวไหนเข้าตากรรมการ และ ปวงชน ที่ลือกันให้ลั่นว่า หน้าเธอน่ะ มันเลยอายุมาแล้วนะยะ ! 1. Lorde  18 ปี  สาวน้อยเสียงทรงพลัง และ ลีลาการร้องเพลงที่สุดมะลึกกึกกือ แต่มีสไตล์ของตัวเองที่เด่นอะไรอย่างนั้น (แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าเหมือนเธอ) อีกทั้งความสามารถล้นเหลือ ทำให้เราประมาณค่าอายุเธอล้ำไปหน่อย แต่รู้มั้ยว่า สาวน้อยคนนี้มีอายุแค่ 18 ปี เท่านั้นเอง! 2. Adele  26 ปี  เนเวอร์มาย ไอฟายซัมวันไลค์ยูวววว เฮ่ลโหล อะเดลผู้นี้ถึงแม้เธอจะมีพลังเสียงสุดดีงาม เป็นตัวแม่ของดีว่าคนใหม่ แต่เธอรู้มั้ยเอ่ย ว่าอะเดลเนี้ย อายุ 26 เองนะเฮ้ย อย่าเหมารวมว่าเธอแก่ เพียงเพราะไซส์และพลังเสียงของเธอเลยนะคะ นางยังไม่ 30 เล้ย 3.Jordin Sparks  24 ปี  สาวจากเวที อเมริกันไอดอล ด้วยเสียงใส เพราะพริ้งที่ใครฟังก็ต้องสะกด อย่างเพลงที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง อย่าง Tattoo ตอนที่เธออยู่บนเวทีน่ะ เธออายุแค่ 17 ปีเท่านั้นเองนะ และตอนนี้เธอก็แค่ 24 ปี เท่านั้น จะหาว่าเธอแก่ก็ไม่ใช่เรื่องนะยะ แค่ร้องเพลงเก่งเท่านั้นเอง 4. Miley Cyrus  22 ปี บ้าบิ่น แรงเกิ้น อะไรของเธอ อาจเป็นการให้ความหมายกับคนอย่างสาว ไมลี่ย์ ไซรัส ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้สาวน้อยแห่ง ฮันนาห์ มอนท่าน่า ที่ใสปิื๊งในวัยเด็ก กลายเป็นสาวกล้า บ้าบิ่น หลุดโลกอะไรได้ขนาดนี้ แต่สาวน้อยนางนี้ก็สร้างความประหลาดใจให้กับเวทีหลายๆ เวทีได้ คนรู้จักกันทั่วโลก  ก็ถือว่า ประสบความสำเร็จแล้วล่ะ สำหรับสาวน้อยในวัยเพียง 22 ปีเท่านั้น 5.Shailene Woodley 23 ปี   สาวคนไหนที่รักนางจากภาพยนตร์เรื่อง divergent ก็ต้องตามมารักนางต่อที่ The fault in our stars เพราะแววตาน่ารักขี้เล่นของเธอ ก็ไม่น่าเชื่อว่า อายุ 23 เองนะคะ บทบาทการแสดงสุดเริ่ดของเธอ ทำให้หลงวัยเธอไปได้เหมือนกันนะ 6.Margot Robbie 24 ปี   นักแสดงสาวจากเรื่อง  The Wolf of Wall Street โถ เอาจริง เห็นหน้าแบบนี้ใครจะนึกว่าเธออายุ 24 บ้าไปแล้วจ้าาาาาาาาาาา แต่ก็นะ ช่วยไม่ได้อะค่าา ก็หนูเกิดมาเป็นงี้ให้ทำไงละค้าาา 7.Jennifer Lawrence  24 ปี  แน่นอนว่าปีที่ผ่านมา เป็นปีทองของนางเลยก็ว่าได้ อะไรก็ไม่รู้ มองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพยนตร์ที่เธอเล่น เห็นปกนิตยสารก็เป็นเธอ ความสามารถล้นเหลืออะไรขนาดนั้น แถมยังมีข่าวภาพหลุดให้เราได้ อื้ออ้า กันด้วยอีกแหนะ แถมด้วยความโก๊ะกัง และรางวัลที่การันตีความสามารถของเธอ แถมในเรื่อง American Hustle เธอก็เปลี่ยนลุคสาวที่เคยเป็นแคตนิส เอเวอร์ดีน จากฮังเกอร์เกม ได้อย่างราบคาบ  ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า เจนลอว์ที่เราเห็นเนี้ย อายุ 24 ปีเท่านั้นเองนะเธ้ออออ 8. Lady Gaga  28 ปี   ลาลา อูลาล่า กากาอูล่าล้า ขุ่นแม่ของปวงชนผู้มาโปรดวงการเพลงของโลกมนุษย์ เลดี้กาก้า หรือ มาเทอร์มอนสเตอร์ ของเหล่าแฟนๆเธอทั้งหลาย ขุ่นแม่คนนี้อาจจะดูล้ำยุค เกินวัย ไปหน่อย แต่ขุ่นแม่เนี่ย ประสบการณ์นางมาเต็มก็จริง แต่วัยเธอเนี้ยะ 28 เองเท๊ออออ นี่ๆเวลาเธอไปเรียกกาก้าว่าขุ่นแม่อะ เชคอายุตัวเองก่อนด้วยนะ กาก้าอาจจะเด็กกว่าเธอก็ได้นะยะ! 9.Rihanna 26 ปี โหยยย เอาจริง สาวนางนี้ นี่ถ้าไม่เห็นอายุก็คิดว่าแก่..ไปไหนต่อไหนและ พอรู้อายุแทบจะกรี๊ดร้องด้วยความตกใจ ก็สาวรีฮันน่า เนี่ย อายุแค่ 26 ปี เท่านั้นเอง ถึงแม้ว่า เอ่อ การกระทำ และ พฤติกรรมของเธอออกจะดูเกินไปไกลสาว 26 ก็ตาม 10.Rita Ora  24 ปี  สาวล่ามาแรง นักร้องเสียงใส ที่มีเพลงฮิตติดลมบน  อย่าง ริต้า โอร่า หารู้ไม่ว่า เธอน่ะอายุ 24 ปีเท่านั้นเองงงง แต่บทบาทในวงการเพลง หรือ ชุดที่เธอสวมใส่อาจจะดู ไปไกลเท่านั้นเอ้งง ที่มา Womanhealth เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

แม่ใจยักษ์ ทิ้งลูกเล็ก เปลือยร่าง ล้างอาย ในถังขยะที่อินเดีย
ทารกถูกทิ้ง /  ทิ้งลูกลงถึงขยะ / 

สลดใจ !! สาวอินเดียถูกคนรักทอดทิ้ง ทิ้งลูกน้อยเปลือยร่าง ลงถังขยะ ล้างอาย วานนี้ (18 ธ.ค.) สำนักข่าวเดอะมิรเรอร์ รายงานเรื่องราว ที่เกิดขึ้นในอินเดีย เมื่อนาย อาเหม็ดคาห์น วัย 32 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนในเมืองโภปาล เกิดได้ยินเสียงเด็กทารกกำลังร้องไห้ จึงเดินเข้าไปดุ และพบว่ามีทารกเพศหญิง เปลือยกาย และร่างปกคลุทไปด้วยเลือดและฝูงมดที่รายล้อม นาย อาเหม็ด เผยว่า ขณะที่พบตัว เด็กกำลังดิ้นทุรนทุราย ด้วยความเจ็บปวด เพราะถูกมดรุมกัด จากนั้นเขาได้รีบเรียกรถพยาบาลทันที ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามสืบเสาะหาตัวแม่ของเด็ก จากกล้องวงจรปิดและพบว่า มีหญิงสาวคนหนึ่ง สวมหน้ากาก และทิ้งเด็กลงไปในถังขยะ โดยโฆษกตำรวจ เผิดเผยว่า หญิงคนดังกล่าว ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าน่าจะเป็นแม่ของเด็กมาจากเมือง  แม่ของเด็กที่ไม่ถูกเปิดเผยชื่อ Chhindwara ได้ย้ายมาที่เมือง โภปาล เมื่อปีที่แล้ว เธอมีความสัมพันธ์กับหนุ่มคนรัก โดยเขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงานด้วย แต่แล้วเขากลับหายไป ทิ้งให้เธอรับชะตากรรม และความอัปยศ แต่เพียงลำพัง รายงานระบุว่า เธอนำเด็กมาทิ้ง เพราะต้องการล้างมลทินทั้งหมด ซึ่งสร้างความอัปอายให้เธออย่างมาก อย่างไรก็ตามเธอถูกจับกุมในที่สุด และถูกเรียกค่าเสียหายในข้อหาทำให้เด็กมีอันตราย และเกือบจะต้องสังเวยชีวิตให้กับการกระทำในครั้งนี้ MThai News ที่มา TheMirror

ศาล EU เปรียบคนอ้วนกระทบงาน เสมือนคนพิการ
คนอ้วนเหมือนคนพิการ /  ตลาดแรงงานในอียู / 

ศาลสูงสุดอียู วินิจฉัยแรงงานที่มีรูปร่างอ้วน หากรบกวนการทำงานของผู้อื่น จะถือว่าเสมือนเป็นผู้ทุพพลภาพ  หวั่นกระทบในวงกว้าง ของตลาดแรงงานในอนาคต สำนักข่าว เดลี่ เมล์ ศาลสูงสุดของสหภาพยุโรป (อียู) ในลักเซมเบิร์ก วินิจฉัยว่า ถ้าความอ้วนของใครไปรบกวนการทำงานของเพื่อนร่วมงาน ให้ถือเสมือนว่า ความอ้วนเป็นความพิการ หรือ เป็นผู้ทุพพลภาพ โดยคำสั่งในครั้งนี้ จะถูกใช้ไปเป็นบรรทัดฐาน หรือ แนวทางการวินิจฉัยของศาลในแต่ละประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งคาดว่าจะเกิดผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดแรงงาน ทั้งนายจ้าง และลูกจ้าง รวมถึงว่าที่นายจ้างและลูกจ้างด้วย ทั้งนี้ จากการวินิจฉัย ดังกล่าว อาจส่งผลให้นายจ้างต้องอยู่ในข้อผูกพันธ์ทางกฏหมาย ให้มีการกำหนดสภาพแวดล้อนในที่ทำงาน อาธิเช่น การกำหนดตำแหน่งที่จอดรถให้กับผู้ที่มีรูปร่างอ้วน จัดโต๊ะทำงานพิเศษ และกำหนดเมนูอาหารสุขภาพให้รับประทาน อย่างไรก็ตามคำวินิจฉัยของศาลในครั้งนี้ อาจหมายถึงการนำความอ้วนไปบรรจุไว้ในกฏหมายป้องกันการเลือกปฏิบัติของอียูระดับเดียวกันกับเรื่องเพศ เชื้อชาติและศาสนา ทั้งนี้จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลกพบว่า ผู้ชายในทวีปยุโรปร้อยละ 20 และผู้หญิงร้อยละ 23 เป็นคนอ้วน MThai News ที่มา Daily mail

'เพื่อไทย' ตอกกลับอย่ามโนปม 'ทักษิณ' ปั่นหุ้น
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

เพื่อไทยตอกกลับสื่อตีข่าว 'ทักษิณ' ปั่นหุ้นเข้ากระเป๋า 'อย่ามโน' ย้ำตลาดฯตรวจสอบแล้ว ถามกลับกลุ่มการเมืองเก่ามีเอี่ยวหรือไม่ เพราะประวัติปั่นหุ้นเพียบ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ต่างประเทศห่างไกลหลายพันกิโล ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีที่หุ้นตกอย่างรุนแรง ในวันที่ 15 ธค.ที่ผ่านมา และก่อนหน้านั้นหลายวัน ตามที่มีสื่อบางสำนักตีข่าว พร้อมทั้งระบุว่าสาเหตุเกิดจากความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่อภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของประเทศ ประกอบกับความผันผวนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศจากวิกฤตการณ์ทางการเงินในรัสเซีย ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครมีอิทธิพลต่อตลาดหลักทรัพย์ ทำให้หุ้นตกเกือบ 140 จุดได้ ถ้าหากไม่เกิดจากความไม่เชื่อมั่นในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งกรรมการ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ก็ยืนยันแล้วว่า ไม่พบมีการปั่นหุ้นในเรื่องนี้แต่อย่างใดดังนั้นขออย่าได้มโนไปเอง จึงอยากให้ประชาชนใช้วิจารญาณ อย่าได้หลงเชื่อกับการกล่าวหาอย่างไร้เหตุผล แต่ถ้าหากจะพูดถึงกระบวนการปั่นหุ้นแบบมืออาชีพ ใช้ข้อมูลเท็จทำหุ้นให้ขึ้นลงรายตัวเพื่อทำกำไร ก็น่าจะมีกลุ่มการเมืองที่เคยเป็นรัฐบาลในอดีตที่มีความชำนาญด้านนี้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการปั่นหุ้นไทยคม โดยปล่อยข่าวว่ารัฐจะซื้อคืน หรือการปล่อยข่าวว่าจะขายหุ้นธนาคารของรัฐหลายแห่งให้กับต่างชาติในช่วงนั้น ซึ่งนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่างรู้ดีว่าเป็นฝีมือของใคร ตามข่าวสารการลงทุน ตลาดหุ้น คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

สุริยะใส ตั้งคำถาม 9ข้อ เลือกนายกฯ โดยตรง
ข่าววันนี้ /  สุริยะใส กตะศิลา / 

สุริยะใส ตั้งคำถาม 9ข้อ เลือกนายกฯ โดยตรง สงสัยเป็นตัวแทนประชาชน ป้องทุจริตได้จริงหรือ ?? วันนี้ (19 ธ.ค. 57) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @สุริยะใส กตะศิลา ตั้งคำถามถึงแนวคิดการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยระบุว่า "9 คำถามถึงข้อเสนอเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง" 1. จะทำให้นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งยึดโยงและเป็นตัวแทนของประชาชนได้จริงๆ หรือ หรือเป็นแค่ในนาม เพราะแม้แต่ ส.ส.ที่ประชาชนเลือกมาก็มักไม่เคยเป็นตัวแทนของประชาชนในเขตพื้นที่จริงๆ ต้องคอยฟังใครบงการก็ไม่รู้ 2. จะยิ่งเป็นการเพิ่มอำนาจผูกขาดเบ็ดเสร็จมากขึ้นไปอีกหรือไม่ เพราะโครงสร้างอำนาจรัฐไทยเป็นรัฐรวมศูนย์ อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ส่วนกลาง นายกฯโดยตรงจะสวนทางกับทิศทางการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นหัวใจของการปฏิรูปหรือไม่ 3. จะป้องกันการทุจริตเลือกตั้งได้จริงหรือ ในเมื่อการเมืองไทยเป็นระบบธุรกิจการเมือง (Money Politics) การเลือกตั้งกลายเป็นการสัมปทานอำนาจ เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างรุนแรงๆ จนทำให้การเมืองล้มเหลวซ้ำซาก เราเปลี่ยนระบบเลือกตั้งมาสารพัดรูปแบบก็ไม่เห็นจะลดระดับการทุจริตได้เลย 4. ที่บอกว่าการเลือกตั้งนายกฯ ทางตรงจะทำให้เขตใหญ่ขึ้น ซื้อเสียงยากขึ้น ผมกลับคิดว่าจะทำให้การซื้อเสียงง่ายขึ้นก็คือซื้อทางตรงครั้งเดียวจบ ไม่ต้องซื้อผ่าน สส. มุ้งการเมือง และพรรคการเมือง ซึ่งซื้อกันหลายต่อ 5. ระบบถ่วงดุลตรวจสอบไม่เคยมีประสิทธิภาพในการเมืองแบบผูกขาดและรวมศูนย์ ในยุคขาขึ้นของระบอบทักษิณการตรวจสอบไร้ความหมาย 15 ล้านเสียงเป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ปิดปากผู้คน ต่อไปถ้านายกฯมี 25 ล้านเสียงจะได้ระบบที่เหิมเกริมก้าวร้าวขนาดไหน 6.ถ้าไม่มีผู้ชนะที่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง จะต้องเอาคะแนนอันดับ 1 และ 2 มาแข่งกันใหม่แต่ถ้ายังไม่มีใครชนะเด็ดขาดหรือได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง จะเกิดสูญากาศหรือไม่ 7.ถ้าสมมุติคะแนนโหวตโน (Vote No) หรืออาจะรวมบัตรเสียปล้วมีจำนวนมากกว่าคะแนนผู้สมัครคนอื่น จะแก้ปัญหาคนมาเป็นนายกฯ อย่างไร 8. ปัจจุบันอำนาจรัฐกับอำนาจทุน ไร้เส้นแบ่งไร้ขอบเขตถูกผสมกลมกลืนจนเป็นเนื้อเดียวกัน ทุนผูกขาดมักใช้บริการอำนาจการเมืองที่ผูกขาดเพื่อคุ้มครองธุรกิจตัวเอง ถ้าได้นายกฯที่มาจากกลุ่มทุนหนุนหลัง เราจะได้ระบบการเมืองที่เป็นธุรกิจการเมืองเต็มรูปแบบ 9.จะปฏิรูปใหญ่กันทั้งทีทำไมยังติดกับและวนเวียนอยู่กับระบบตัวแทน หรือการเลือกตั้ง ทำไมเราไม่ข้ามผ่านระบบที่มีปัญหานี้ไปสู่ประชาธิปไตยทางตรง (Direct Democracy) ที่ประชาชนเข้าถึงอำนาจการตัดสินใจมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องผ่านผู้แทนเสมอไป ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "สุริยะใส กตะศิลา" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

ส่อแวว! คู่ชิง ยอดมงคล ใช้เปาทวีปเดียวกันตัดสิน
wbc /  ข่าวมวย / 

ความคืบหน้าศึกล้มแชมป์โลกรุ่นฟลายเวต (112ปอนด์) สมาคมมวยโลก (WBA) ระหว่าง "เจ้ากิ๊ก" ยอดมงคล ซีพีเฟรชมาร์ท แชมป์โลกเฉพาะกาล วัย 23 ปีชาวไทย จาก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กับ ฮวน คาร์ลอส เรเบโค แชมป์โลกตัวจริงของอาร์เจนตินา ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ ตามเวลาเมืองไทย ที่ซานมาร์ติน เมืองเมนโดซา ประเทศอาร์เจนตินา ช่อง 7สี ยิงสดเวลา 11.00 น. ล่าสุดเมื่อ 18 ธ.ค. ที่๋ผ่านมา "เสี่ยตังค์" นายปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ เปิดเผยว่า WBA แจ้งรายชื่อกรรมการทำหน้าที่ศึกนี้แล้ว ล้วนเป็นชาติเพื่อนบ้านของเจ้าถิ่นจากทวีปอเมริกาใต้ จาก ปานามา ,โคลอมเบีย,เวเนซูเอลา และ เปรู โดยมี เปาจากเปอร์โตริโกเป็นกรรมการห้ามบนเวที ทำให้แชมป์โลกเจ้าถิ่นได้เปรียบมาก ตนได้สั่งกำชับให้ "เจ้ากิ๊ก"ยอดมงคล เปิดเกมลุยเอาชนะน็อกแชมป์โลกให้ได้สถานเดียว เพื่อตัดปัญหาเรื่องการให้คะแนน สำหรับรายชื่อโผกรรมการทั้งหมดได้แก่ สักขีพยาน มิเกล ปราโด (ปานามา),กรรมการห้ามบนเวที โรเบอร์โต รามิเรซ ซีเนียร์ (เปอร์โตริโก),กรรมการให้คะแนน อูเรียล อากีเรอร่า (โคลอมเบีย),เรอินา เออบาเอซ (เวเนซูเอลา) และ ดานิโล ดอนโก (เปรู) ทั้งนี้ ศึกมวยโลกล้มแชมป์ไฟต์บังคับในครั้งนี้ เรเบโค ได้ขอเลื่อนการชกนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งเจ้าของแชมป์โลกชาวอาร์เจนติน่า วัย 31 ปี เป็นมวยเตี้ยล่ำ สูงแค่ 157 ซม. ชนะมา 34 ครั้ง (น็อก 18) แพ้ 1 ขณะที่ ยอดมงคล อายุ 23 ปี สูง 163 ซม. ชนะมา 34 ครั้ง (น็อก 20) แพ้ 2 ขณะเดียวกันในการประชุมใหญ่ประจำปีของสภามวยโลก (WBC) แชมป์สถาบันหลักอีกสถาบันหนึ่งของวงการมวยโลก ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โดยมี มัวริซิโอ สุไลมาน ประธาน WBC เป็นประธานในการประชุม มีรายงานล่าสุดจากการประชุมว่า ทาง WBC ได้มีการประกาศศึกป้องกันแชมป์โลกไฟต์บังคับของ WBC ในรุ่นต่าง ๆ ออกมา ในส่วนของนักชกไทยนั้น นักชกจากค่าย "เสี่ยฮุย" นายสุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ ได้โอกาสดี โดย ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต (115 ปอนด์) กำหนดให้ อดีตแชมป์โลก ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย รองแชมป์อันดับ 2 ขึ้นชกตัดเชือกกับ โฮเซ ซัลกาโด รองเบอร์ 4 จากเม็กซิโก ผู้ชนะได้ขึ้นชิงแชมป์โลกไฟต์บังคับรุ่นนี้กับ คาร์ลอส คูเอดราส แชมป์โลกจังโก้ที่แย่งแชมป์ไปจาก ศรีสะเกษ,ตามมาด้วยรุ่นฟลายเวต (112 ปอนด์) นวพล ศ.รุ่งวิสัย รองแชมป์โลกอันดับ 1 ต้องชกตัดเชือกกับ เอ็ดการ์ โซซา รองเบอร์ 3 จังโก้ ผู้ชนะไปชิงไฟต์บังคับกับ โรมัน กอนซาเลซ แชมป์โลกจากนิคารากัว ที่มา - เดลินิวส์

หมู่บ้านพิศวง ประชาชนเกิดอาการประหลาด หลับทั้งเมือง
ข่าววันนี้ /  สารกัมมันตภาพรังสี / 

หมู่บ้านพิศวง ประชาชนเกิดอาการประหลาด หลับทั้งเมือง แพทย์มึนสาเหตุคาดเป็นผลจากการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสี จากเมืองกลาสโนโกรส สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ที่คาซัคสถาน ได้เกิดเรื่องราวสุดแปลกขึ้น เมื่อประชากรในหมู่บ้านกาลัคชี ทางตอนเหนือของประเทศ มีอาการเวียนศีรษะ ยืนไม่ได้ เหนื่อยล้า จนต้องล้มเอนลงนอนเป็นเวลา 2-3 วัน แต่พอตื่นขึ้นมากลับมึนงง จำอะไรไม่ได้ ซึ่งจากผลการตรวจสอบของแพทย์กลับไม่พบสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย แต่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาการที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นผลมาจากการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสี ที่อาจจะรั่วมาจากเมืองกลาสโนโกรส ซึ่งเป็นเหมืองแร่เก่าของอดีตสหภาพโซเวียต ที่อยู่ห่างหมู่บ้านออกไปไม่กี่กิโลเมตร เบื้องต้นทางแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์เตรียมจะไปตรวจสอบเหมืองดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุว่ามีความเชื่อมโยงกับอาการที่เกิดขึ้นดังกล่าวหรือไม่ MThai news

10 ที่พักสุดโรแมนติก ที่ฆ่าคนโสดแบบไม่รู้ตัว
10 รีสอร์ทสวย /  10 อันดับ ที่พัก / 

ลมหนาวโชยมาขนาดนี้ คาดว่าหลายคนคงอยากไปพักผ่อนต่างจังหวัดเป็นแน่ ลองจินตนาการดูว่าถ้าได้ไปจู๋จี๋กับคนรู้ใจ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ จะฟินกันขนาดไหน  travel.mthai.com จึงรวบรวม 10 ที่พักสุดโรแมนติก เหมาะสำหรับคนมีคู่ งานนี้คนโสดมาเห็นอาจช้ำใจ ยังไงก็ไม่โกรธกันนะ ไม่มีแฟน ก็ไปสนุกกับเพื่อนได้อยู่แล้ว จริงมั้ย ? 10 ที่พักสุดโรแมนติก ที่ฆ่าคนโสดแบบไม่รู้ตัว 1. ครอสทู กุยบุรี รีสอร์ท (X2 Kui Buri Resort)    อยากจู๋จี๋แบบส่วนตั๊วส่วนตัว ก็ต้องที่นี่เลย ครอสทู กุยบุรี รีสอร์ท (X2 Kui Buri Resort) หัวหิน รีสอร์ทสไตล์วิลล่าสุดโมเดิร์น บนหาดทรายขาวแสนสงบ ที่ที่คุณและคนรู้ใจจะได้พักผ่อนในบรรยากาศสุดโรแมนติกจนลืมโลกภายนอก ได้นอนแช่ตัวในสระว่ายน้ำกว้างๆ ชมวิวท้องฟ้าและทะเลสวยๆ ตบท้ายด้วยดินเนอร์มื้อค่ำเคล้าเสียงคลื่นที่ ห้องอาหาร 4K (4K Restaurant) ยิ่งได้อยู่กับคนรู้ใจสองต่อสองด้วยแล้ว คงเป็นคืนที่แฮปปี้สุดๆไปเลย 2. คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Kirimaya Golf Resort & Spa)    หลบความวุ่นวายในเมือง มาสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่ คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Kirimaya Golf Resort & Spa) เขาใหญ่ เพียงระยะทางสั้นๆจากกรุงเทพฯ ก็ได้สัมผัสบรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้และทุ่งหญ้ากว้างไกล ห้องพักเรียบง่ายมีสไตล์ เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ ได้เห็นทั้งวิวทะเลสาบและสนามกอล์ฟแบบพาโนรามาอีกด้วย ใครที่อยากถ่ายภาพให้ได้ฟีลโรแมนติกหน่อย ให้รอตอนพระอาทิตย์ตกดิน รับรองว่าสวยจนใครเห็นก็อิจฉา 3. เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท (Kaomai Lanna Resort)    เพียงแรกเห็นก็ตกหลุมรัก เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท (Kaomai Lanna Resort) จ.เชียงใหม่ เข้าอย่างจัง ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารที่เด่นสะดุดตาด้วยใบไม้สีเขียวสดที่ขึ้นปกคลุมทั้งหลัง ให้ความรู้สึกสดชื่นเย็นสบาย ห้องพักก็สวยแปลกตาในสไตล์โคโลเนียล พร้อมชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้สักโบราณชั้นดี ส่วนด้านนอกยังเป็นสวนเขตร้อน ให้เกี่ยวก้อยเดินเล่นดูดอกไม้ หรือจะพากันไปขี่จักรยานชิลๆรอบรีสอร์ท ก็ได้อารมณ์กุ๊กกิ๊กไปอีกแบบ 4. เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท (The FloatHouse River Kwai Resort)     ชวนคนข้างๆไปล่องแพสไตล์รีสอร์ทกันที่ เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท (The FloatHouse River Kwai Resort) จ.กาญจนบุรี แพวิลล่าลอยน้ำที่ทำจากไม้ทั้งหลัง มีหลังคาทรงโปร่งให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย และเมื่อออกสู่ระเบียงก็จะเจอกับความเขียวชอุ่มของธรรมชาติ ที่ขนาบข้างด้วยภูเขาและแม่น้ำทั้งซ้ายและขวา ใครที่อยากกินบรรยากาศชิลๆ ก็นั่งแช่ขาในน้ำชมวิวให้เพลินใจ ส่วนใครอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย แนะนำให้เล่นแพเปียก หรือเดินเที่ยวถ้ำละว้า ก็สนุกไม่แพ้กัน คู่ไหนชอบเที่ยวแบบกินลมชมธรรมชาติ จัดไป! 5. ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ (La A Natu Bed & Bakery)    รีสอร์ทขนาดเล็ก แต่เสน่ห์เกินตัว ต้องยกให้ ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ (La A Natu Bed & Bakery) บนชายหาดปราณบุรี-สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ด้านหน้าเป็นหาดส่วนตัว ส่วนด้านหลังเป็นแปลงนาข้าวขั้นบันได ที่พักตกแต่งสไตล์พื้นถิ่นผสมโมเดิร์น เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ แถมชื่อบ้านพักแต่ละหลังก็แปลกไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็น บ้านข้าวเหนียว บ้านข้าวฟ่าง บ้านข้าวตอก บ้านต้นหอม บ้านตะไคร้ และบ้านใบมะกรูด ส่วนสิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างคือ เบเกอรี่โฮมเมดสูตรเฉพาะ หอมอร่อยละมุนลิ้น ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ 6. โม รูมส์ (Mo Rooms)     อีกหนึ่งที่พักยอดฮิตติดหูของเชียงใหม่ในขณะนี้ โม รูมส์ (Mo Rooms) โรงแรมขนาดกะทัดรัด ที่ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงแรมดีไซน์แปลกแหวกแนว ตั้งแต่รูปทรงอาคารด้านนอกที่เหมือนกล่องสี่เหลี่ยมวางซ้อนทับกันไปมาเป็นชั้นๆ เผยให้เห็นผนังปูนเปลือยที่ดูเรียบง่ายแต่เท่ห์ ตลอดจนห้องพักด้านในที่เรียกว่า “ห้อง 12 นักษัตร” ซึ่งมีดีไซน์แตกต่างกันไปทั้ง 12 ราศี เป็นการผสานความเชื่อและศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และแม้จะดูเป็นโรงแรมเล็กๆ แต่ก็มีพื้นที่สำหรับสระในร่มให้ว่ายน้ำรีแล็กซ์กันด้วยนะ... โม รูมส์ เค้าจิ๋วแต่แจ๋วใช่ไหมล่ะ 7. ชูการ์ มาริน่า รีสอร์ท-นอติคัล-กะตะ บีช (Sugar Marina Resort-Nautical-Kata Beach)      ชูการ์ มาริน่า รีสอร์ท-นอติคัล-กะตะ บีช (Sugar Marina Resort-Nautical-Kata Beach) จ.ภูเก็ต รีสอร์ทเท่ๆ สไตล์กะลาสี ที่จะทำให้คุณหยิบกล้องมารัวชัตเตอร์กันจนมือหงิก เพราะทั่วทั้งรีสอร์ทตกแต่งโดยใช้ธีมสีฟ้า-ขาว เพื่อเน้นความสดใส ตามผนังยังประดับด้วยภาพวาดเรือและท้องทะเล บวกกับของตกแต่งน่ารักๆอีกหลายชิ้นที่ให้อารมณ์ทะเล๊ทะเล แต่งานนี้อย่ามัวถ่ายรูปอัพไอจีกันเพลิน จนลืมเอาเวลาไปสวีทกับคนข้างๆล่ะ เดี๋ยวจะว่าไม่เตือน 8. แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ (Rancho Charnvee Resort & Country Club)      หากกำลังฝันถึงรีสอร์ทสไตล์ยูโรเปี้ยนคันทรี และสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ที่มีหญ้าเขียวขจี ต้องมาที่ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ (Rancho Charnvee Resort & Country Club) เขาใหญ่ ด้วยชื่อ “Rancho” ที่แปลว่าคอกม้า ที่นี่จึงมี “ม้า” เป็นสัญลักษณ์ของรีสอร์ท ภายนอกตกแต่งในสไตล์ยุโรป ประดับด้วยรูปปั้นสุดคลาสสิก ส่วนภายในห้องพักก็ตกแต่งไม่ซ้ำกัน ด้วยวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ สีหวานแหวว เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ราวกับอยู่ในคฤหาสน์ผู้ดีอังกฤษ ยิ่งพาคนรู้ใจไปเที่ยวสองต่อสองแล้วล่ะก็ อั๊ย! สวรรค์ชัดๆ 9. มาราเกซ หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Marrakesh Hua Hin Resort & Spa)      อีกหนึ่งที่พักยอดนิยมตลอดกาล พูดชื่อแล้วหลายคนคงร้องอ๋อ... มาราเกช หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Marrakesh Hua Hin Resort & Spa) รีสอร์ทติดทะเลสไตล์โมร็อกโกแห่งเดียวในหัวหิน ที่คุณจะตะลึงในความสวยตั้งแต่ประตูทางเข้า เสมือนกำลังก้าวเข้าสู่ดินแดนอาหรับ ตัวอาคารประดับด้วยกระเบื้องโมเสก มีประตูทรงโค้งมนรับกับหลังคาโดมสูง ไม่ว่าจะมองทางไหนก็สวยไปซะหมด แถมยังมีดาดฟ้าส่วนตัวให้ออกมานอนดูดาวรับลมเย็นๆตอนกลางคืนได้ด้วย คอนเฟิร์มว่าบรรยากาศเป็นใจให้สละโสดจริงๆ 10. โฟโต้ โฮเทล (Foto Hotel)     “เท่ห์แบบมีสไตล์ ถ่ายภาพได้ทุกมุม” คงบอกความเป็น โฟโต้ โฮเทล (Foto Hotel) จ.ภูเก็ต ได้ดีที่สุด เรื่องดีไซน์ก็เก๋ไม่ซ้ำใคร ตกแต่งเน้นโทนสีขาว-ดำ มีกล้องฟิล์มสมัยโบราณตั้งโชว์ตามจุดต่างๆ และที่ผนังห้องยังเต็มไปด้วยภาพวิถีชีวิตชาวบ้านเรียงรายให้เดินดูกันจนเพลิน เหมือนได้ชมงานศิลปะอยู่ในแกเลอรี่เลยทีเดียว คู่รักคู่ไหนที่ชอบความทันสมัยและหลงใหลการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ จะต้องร้องว่า...ฟินเฟ่อออร์! ขอบคุณที่มา : www.hotelsthailand.com/travel-guide

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

THE FACE THAILAND เสาร์นี้  ส่งสาวๆ โหนสลิงเสี่ยงตาย!
THE FACE /  THE FACE THAILAND / 

THE FACE THAILAND เล่นเสียว ชวนสาวๆ โชว์โหนสลิงเสี่ยงตาย! วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2557 เวลา 17.30 น. ช่อง 3 ยิ่งแข่งรอบลึกโจทย์ในรายการ THE FACE THAILAND ยิ่งหินขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเทปที่จะออกอากาศในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคมนี้ เหมือนเอาชีวิตของสาวๆ มาแขวนอยู่บนเส้นด้าย เมื่อ 3 เมนเทอร์ ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม, พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, หญิง-รฐา โพธิ์งาม ต้องส่งลูกทีมเหินขึ้นฟ้าโชว์โหนสลิงพรีเซ้นต์สินค้าในระดับความสูงชวนสะดุ้ง!! กับโจทย์ FLYING POSE ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ รังสิต ผ่านเลนส์กล้องช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง ณัฐ ประกอบสันติสุข ลำพังแค่พรีเซ้นต์สินค้าก็ยากละ! นี่ยังต้องทรงตัวโพสต์ท่าสวยบนสลิงอีก งานนี้บอกเลยว่าไม่หมู และเพื่อสร้างความมั่นใจให้เหล่าลูกทีม ทั้ง 3 เมนเทอร์ลงทุนขึ้นไปสาธิตโชว์โหนสลิงให้น้องๆ ทั้ง 8 ชีวิตดูเป็นตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแก๊งค์ลูกครึ่งหน้าสวย คาริสา และ เพนนี ลูกทีมพลอย, สองสาวลุคนางแบบ ซาบิน่า และ เมย์ ทีมลูกเกด และ ก๊วนสี่สาวสี่สไตล์ มิลา, ทราย, เบลล์, หงส์ จากทีมหญิง แต่คนที่น่าจะเป็นจุดอ่อนในโจทย์นี้คงไม่พ้น เพนนี กับ มิลา ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องกลัวความสูงเอามากๆ! ส่วนที่มีแววชนะสูสีกันสุดๆ ต้องยกให้ ทราย, ซาบิน่า และ คาริสา เพราะไม่เพียงโชว์ท่าสวยหน้าเป๊ะได้โดนใจแต่ความแข็งแรงของร่างกายยังเริ่ด เล่นท่ายากได้แบบไม่กลัวดิ่งพสุธา แต่สุดท้ายใครเจ๋งใครจอดสนิท? ห้ามพลาด!! รายการ THE FACE THAILAND วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคมนี้ 17.30 น. ทางช่อง 3 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

กีฟ อรลีฬห์ เลิกคบ พอร์ช แฉนิสัยไม่ดี!!
กีฟ อรลีฬห์ /  พอร์ช ศรัณย์ / 

นางร้ายช่อง 7 กีฟ อรลีฬห์ ออกโรงป้อง เกรซ น้องสาวไม่ได้โดนพระเอก พอร์ช ศรัณย์ หักอก! แฉฝ่ายชายนิสัยไม่ดี(พูดออกสื่อไม่ได้) จึงเลิกกับน้องสาว ซึ่งทางหนุ่มพอร์ชเองที่เป็นฝ่ายตามง้อ ส่วนตอนนี้ไม่แน่ใจสถานะของทั้งคู่ แต่ไม่สนับสนุนให้คบกัน สำหรับเธอกับหนุ่มพอร์ช ลั่นไม่อยากเจอ ไม่อยากคุยด้วย สัมพันธ์เหลือแค่อดีตเพื่อน!! "ต้องบอกว่ากลับมาคุยอีกครั้ง เพราะว่าเขาเคยคุยกันก่อนหน้านี้แล้วก็เลิกคุยไป เพราะว่าศรัณย์ทำนิสัยไม่ค่อยดีน่ะค่ะ แล้วก็เขาก็เหมือนขอโอกาสแล้วก็ให้กลับมาอีก แล้วก็ทำอีกอ่ะ มันเป็นเรื่องที่แบบไม่น่าจะออกสื่อสาธารณะ เอาเป็นว่านิสัยที่ไม่ดีมากสำหรับผู้หญิงก็แล้วกันค่ะ" "เราไม่โอเคค่ะ รับรู้ค่ะ แต่ว่าก็เข้าใจว่าคือเขารับปากไว้ว่าไม่ว่าจะเป็นฐานะอะไรก็ตาม แต่ว่าฉันไม่ทำน้องแกเสียใจแน่นอน แกก็รู้ฉันรักแกมากแค่ไหน เจ้าชู้ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ เพราะน้องบอกแค่ว่าเขาทำไม่ดีอ่ะ หนูไม่แน่ใจว่าตอนนี้ความสัมพันธ์เขาเป็นยังไง แต่ว่าเห็นแค่ว่าเขาสนิทกันค่ะใช่" "ข่าวที่ออกไปอย่างแรกคือศรัณย์หักอกน้องสาวหนู ไม่เป็นความจริงเล้ยยยย(เสียงสูง) เพราะว่าคนที่มาตามง้อ โทรศัพท์มาไม่รู้กี่สาย ไลน์มาหานี่คือศรัณย์ ไม่ใช่น้องสาวหนูนะ พอเขาทำไม่ดีครั้งที่สองเนี่ยน้องหนูก็บอกว่า เออพี่กิ๊ฟหนูไม่เอาแล้ว หนูไม่อยากมีเพื่อนแบบนี้ แต่เหมือนแบบเขาก็ตามมาง้อน่ะ น้องหนูก็แบบอ่ะๆ เป็นเพื่อนกันคุย ลองคุยกันอีกก็ได้" "หนูไม่ได้สนับสนุน แต่ว่าก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้าม เพราะว่าน้องหนูก็โตแล้วน่ะค่ะ แต่ว่าพี่สาวทั้งสองคนไม่โอเคอ่ะกับผู้ชายคนนี้ ต้องใช้คำว่าเคยสนิทกันมากกว่าค่ะ เพราะว่าปัจจุบันหนูไม่คุยกับศรัณย์แล้ว ไม่คุย ไม่มองหน้า แล้วก็ไม่ตอบไลน์ หนูแค่รู้สึกว่าผู้ชายเวลารับปากอะไรสักอย่างน่ะถ้าทำไม่ได้ไม่ควรจะรับปากส่งๆ" "หนูไม่ได้ตีกับเขาน่ะค่ะ แต่ว่าแค่ไม่อยากคุยด้วย ไม่อยากพูดด้วย คือตั้งใจบอกน้องไว้ว่าจะไม่ทำ แต่ทำ คือถ้าเขาพิสูจน์ในอนาคตได้ว่าเออเขากลับตัวได้ สิ่งที่เขาทำไม่ดีเนี่ยเขาเลิกได้แล้วอย่างนี้ค่ะ ก็โอเคอ่ะ แต่ว่าหนูไม่ใช่คนแบบ เขาเรียกอะไรอ่ะ หนูไม่ได้ปิดกั้นบอกน้องว่าเฮ้ยห้ามไปคุยกับผู้ชายแบบนี้ ก็ไม่ แต่ว่าเขาอาจจะยังเป็นเพื่อนกัน อาจจะมีนิสัยดีๆ บางอย่างที่เขาคุยด้วยแล้วรู้สึกว่าสบายใจ แล้วก็มองข้ามสิ่งไม่ดีได้อะไรอย่างนี้ค่ะ" "มองหน้ากันไม่ติด เรียกว่าไม่มองดีกว่า ไม่ใช่มองไม่ติดค่ะ เพราะว่า คือตอนนี้ศรัณย์เคยเป็นเพื่อนหนูนะ แต่ว่าตอนนี้คือเขาหายไปจากชีวิตหนูแล้ว เขาเคยเป็นอดีตเพื่อนของหนูค่ะ ถ้าในอนาคตเขาปรับตัวได้ก็ยังโอเคกลับมาเป็นเพื่อนกัน แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่ได้อยากคุยอะไรอย่างนี้ค่ะ" กีฟ กล่าว กีฟ อรลีฬห์ กีฟ อรลีฬห์ กีฟ อรลีฬห์ กีฟ อรลีฬห์ พอร์ช ศรัณย์

ฮวงจุ้ยตั้งเตาไฟใกล้น้ำ จะเกิดความร้าวฉานในบ้าน
การตั้งเตาไฟ /  ดูดวง / 

บางคนอาจจะตั้ง เตาไฟ ไว้ใกล้ๆกับน้ำ เพื่อที่จะสะดวกต่อการทำความสะอาด แต่จริงๆแล้ว ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัวได้ และวิธีตั้ง เตาไฟ ให้ถูกต้องละทำไง Horoscope.Mthai.com มีคำตอบมาบอก นอกจากกฎสำคัญที่ให้หลีกเลี่ยงการตั้ง เตาไฟ ไว้ใกล้ชิดกับอ่างซิงก์ อ่างน้ำ หรือ น้ำพุ แล้วก็ยังมีแหล่งน้ำอื่นๆด้วยที่เป็นกฎข้อห้ามที่คุณควรจะระมัดระวังเป็นที่สุด ในห้องครัวไม่ควรจะตั้ง เตาไฟ ไว้ใกล้กับตู้เย็นหรือตู้ปลาหรือแหล่งน้ำพุใดๆ ก็ตาม เนื่องจากจะทำให้คู่สมรสมีแต่เรื่องขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้งกันตลอดเวลา แม้จะไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นก็ตาม โดยเฉพาะฝ่ายภรรยานั้นมีอารมณ์ที่หงุดหงิดง่ายฉุนเฉียวมีเรื่องต้องถกเถียงกัน ทั้งๆที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ทำให้ความสุขและความอบอุ่นหวานชื่นในครอบครัวหายหดหมดไปมากขึ้นทุกวันๆ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีครัวหรือไม่มีครัว แต่หากอาศัยอยู่ในห้องชุด เช่น คอนโดหรือแฟลต อย่างไรก็ตาม มุมที่คุณจะตั้ง เตาไฟ สำหรับทำอาหารนั้นไม่ควรจะตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ น้ำพุ ใดๆ ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น อ่างเลี้ยงปลา ตู้เลี้ยงปลา น้ำพุ จำลอง หรือแหล่งน้ำใดๆ คุณควรจะแยกให้ระยะห่างพอสมควรเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น

รอด! ป.ป.ช.แจงเหตุไม่ถอดถอน 'กิตติรัตน์ – 310 ส.ส.'
310 ส.ส. /  กิตติรัตน์ / 

ที่ประชุม สนช.รับทราบหนังสือ ป.ป.ช. ชี้แจงสาเหตุ ไม่ถอดถอน กิตติรัตน์  และ 310 ส.ส. หนุนร่าง กม.นิรโทษกรรม เหตุรัฐธรรมนูญปี 50 สิ้นสุดลงแล้ว จึงไม่มีบทบัญญัตินำไปสู่การพิจารณา วันนี้(18 ธ.ค.) ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานในการประชุม ซึ่งประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ด้วยประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีหนังสือมาถึงสภา 2 ฉบับ 1. รายงานการไต่สวนกรณีการถอดถอนนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.คลัง ออกจากตำแหน่ง กรณีมีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญปี 50 จากกรณีใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อ พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 ซึ่งพบว่าการกระทำของนายกิตติรัตน์ ฟังไม่ได้ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงให้ข้อกล่าวหาตกไป และ 2. กรณีขอให้ถอดถอนอดีต ส.ส.จำนวน 310 คน ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญปี 50 กรณีร่วมลงคะแนนเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผู้กระทำผิดในการชุมนุมทางการเมืองในวาระ 3 ซึ่ง ป.ป.ช.เห็นว่า เมื่อรัฐธรรมนูญปี 50 สิ้นสุดลงแล้ว จึงไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเป็นมูลฐานการพิจารณานำไปสู่การถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ จึงไม่มีเหตุที่จะดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงอีกต่อไป ดังนั้นจึงมีมติให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ MThai News

จวกยับ สาวมะกันสั่งเสีย ให้ฆ่าสุนัขสุดรักตายตาม
ฆ่าหมาตายตาม /  สหรัฐ / 

หญิงอเมริกันป่วยหนัก ร้องขอให้ฆ่าสุนัขของเธอและฝังร่างของมันไปพร้อมกัน โดยหลังจากเธอได้เสียชีวิตลง ยังไม่มีข้อสรุปในการดำเนินการดังกล่าว สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานหัวข้อที่กำลังถุกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในกลุ่มคนรักสัตว์ ในกรณีที่ นางคอนนี่ เลย์ ที่สั่งเสียให้ การุณยฆาต  เบลล่า สุนัขของเธอ แล้วให้นำเถ้ากระดูกมันไปพร้อมเธอด้วย ซึ่งเธอก็ได้เสียชีวิตเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่วนชะตากรรมของเบลล่ายังไม่แน่ชัดว่าจะถูกฆ่าให้ตามตายเจ้าของหรือไม่ ? ด้านทนายความของนางคอนนี่ ระบุว่า คำเรียกร้องของเธอเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย ผู้อื่นไม่มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงความต้องการหรือก้าวก่ายคำสั่งเสียของเธอได้ ซึ่งในขณะนี้เจ้าเบลล่าก็ยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ยังไม่ทราบชะตากรรมว่ามันจะเป็นอย่างไรก็ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของครอบครัวและเพื่อนสนิทของนางคอนนี่แทน ทั้งนี้ทั้งนั้น ตอนนี้มีการรณรงค์ต่อต้านการสั่งเสียของ คอนนี่ เพื่อรักษาชีวิตเบลล่าเอาไว้ ผ่านแฮชแท็ก #SaveBella ทุกคนล้วนระบุว่า เบลล่าควรมีสิทธิในการใช้ชีวิตต่อไป ไม่ควรต้องถูกฆ่าให้ตายตามเจ้าของ แม้จะเป็นความปรารถนาของเธอก็ตาม ก่อนหน้านี้ คอนนี่ได้ติดต่อศูนย์รับเลี้ยงสัตว์แห่งหนึ่งไว้แล้ว แต่ไม่สามารถจ่ายค่าดูแลที่เป็นเงินค่อนข้างสูงได้ ส่วนเจ้าเบลล่าเองก็เป็นสุนัขที่ดุร้าย แม้แต่สัตวแพทย์เองยังเคยแนะนำให้ทำเช่นนั้นเสีย หากเธอไม่สามาถดูแลมันต่อได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า หลังนางคอนนี่เสียชีวิตลง เจ้าหน้าที่และบุคคลที่ต้องเข้าไปดำเนินการภายในบ้านก็ไม่สามารถเข้าบ้านเธอได้ เนื่องจากหวาดเกรงว่าจะถูกเบลล่าทำร้ายด้วย MThai News

20 มารยาทที่ควรรู้ สำหรับการใช้ชีวิตที่เยอรมนี
มารยาท /  เที่ยวเยอรมนี

เยอรมนี (Germany : คนไทยชอบเรียก ประเทศเยอรมัน) เป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่คนไปยุโรปมักจะไปเยือน ที่มักจะพ่วงด้วย สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ตามที่กรุ๊ปทัวร์จัดไว้ให้ แต่เยอรมนีก็ยังไม่ได้มีชื่อเสียงแค่แหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น สถาบันการศึกษาต่างๆ ก็ยังเป็นที่นิยมของคนไทยไม่แพ้ออสเตรเลีย อังกฤษ รวมถึงเป็นประเทศที่สาวไทยแต่งงานกับหนุ่มเยอรมันเยอะสุดๆ อีกเช่นกัน ดังนั้น เราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่เยอรมนีมาฝาก ว่าด้วยเรื่องมารยาทต่างๆ ที่ควรรู้ ดังนี้ 20 มารยาทที่ควรรู้ สำหรับการใช้ชีวิตที่เยอรมนี 1. นัดก่อนเสมอ คนเยอรมันเคร่งครัดเรื่องเวลาและความเป็นส่วนตัว ก่อนที่จะไปหาใครไม่ว่าที่ทำงานหรือที่บ้าน ให้ส่งเมลไปนัดก่อนเสมอ เพื่อที่จะให้อีกฝ่ายหนึ่งมีเวลาตั้งตัว อย่าจู่ๆ โผล่พรวดเข้าไปเพราะจะทำให้เกิดความตกใจ โกลาหล อลหม่าน และจะไม่ได้รับการต้อนรับที่ดี 2. อย่าทำให้ใครหยุดชะงักกลางทาง เมื่อคนเยอรมันเริ่มออกจากอาคารแล้วกำลังมุ่งหน้าไปที่ใดสักแห่งอย่าได้พยายามทักเพื่อให้เขาหยุดเดินแล้วมาสนใจเรา เพราะก่อนออกจากอาคารเขาได้เช็คตารางการเดินรถเมล์หรือรถไฟไว้แล้ว และเขากะแล้วว่าเมื่อเริ่มออกจากอาคารเวลานี้จะต้องไปทันรถแน่ๆ หากเราทำให้เขาชะงัก เขาจะเสียเวลาไปไม่ทันรถ เขาจะโกรธเอาได้ ทางที่ดีควรเดินไปคุยกันไป หรือรอให้ไปถึงสถานีรถไฟฟ้าก่อนแล้วค่อยคุย หรืออาจจะคุยกันในรถไฟฟ้าก็จะดีกว่า เพราะเขาจะมีเวลาคุยด้วยเต็มที่หลังจากขึ้นรถแล้ว 3. อย่าเรียกชื่อหน้า คนไทยนิยมเรียกชื่อหน้า เช่น คมสัน แต่เราจะเรียกชื่อหน้าของชาวเยอรมันไม่ได้ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทกัน เช่น ดร. กุนเธ่อร์ มันสเก้ เราจะต้องเรียกว่า ดร. มันสเก้ ไม่ใช่ ดร. กุนเธ่อร์ 4. ให้จับมือด้วยทุกครั้ง ชาวเยอรมันถือเรื่องการจับมือ อย่างน้อยในการทักทายควรยื่นมือขวาให้อีกฝ่ายหนึ่งจับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ไม่ต้องคิดว่าจะเป็นการแต๊ะอั๋ง เพราะไม่มีใครคิดอย่างนั้นกัน ถ้าไม่ยอมจับมือจะเป็นการแสดงความรังเกียจอีกฝ่าย เวลาจับมือให้บีบแรงพอสมควร อย่าเกรงใจจนไม่ออกแรงบีบมือเลย เพราะคนเยอรมันจะถือว่าเหมือนกับเราไม่พอใจจะจับมือเขา แต่ก็อย่าบีบแรงเกินไปจนอีกฝ่ายหนึ่งเจ็บ 5. อย่าใส่หมวกเข้าไปในอาคาร ให้ถอดหมวกทุกครั้งที่เข้าไปในอาคาร และหากพบกับใครนอกอาคาร ก็ควรถอดหมวกออกก่อนในเวลาที่กล่าวทักทายกันแล้วใส่กลับไปใหม่ 6. ชายหญิงเท่าเทียมกัน อย่าพยายามมองว่าหญิงชาวเยอรมันจะทำอะไรสู้ผู้ชายไม่ได้ บางทีเมื่อเราอยู่บนรถเมล์แล้วเห็นผู้หญิงยืนอยู่แล้วเราลุกให้เขานั่ง ถือว่าเป็นการสบประมาท เพราะเขาจะมองว่าเราดูถูกความสามารถของเขา เนื่องจากเขาถือว่าชายหญิงแข็งแรงเท่ากัน หญิงเยอรมันสร้างชาติกลับคืนมาหลังจากความพินาศย่อยยับหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และนายกรัฐมนตรีก็เป็นหญิง (นางอังเกล่า แมเกิ้ล) 7. อย่าลัดคิวเด็ดขาด คนเยอรมันถือเรื่องคิวมากๆ ใครบังอาจลัดคิวมีเรื่องถึงเรียกตำรวจมาตักเตือน หรือไม่ทุกคนก็จะมองอย่างรังเกียจ 8. การแยกขยะถือเป็นมารยาทสำคัญ ถังขยะที่เยอรมันจะมีหลายสีสำหรับขยะหลายประเภท เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว และเศษขยะ การทิ้งขยะในถังขยะไม่ถูกประเภทจะถูกมองว่าเป็นคนไร้การศึกษา เพราะชาวเยอรมันได้รับการสอนเรื่องการแยกขยะมาตั้งแต่เด็ก 9. คนเยอรมันรักความสะอาด อย่าพยายามทำให้ห้องรกรุงรัง ทั้งห้องทำงานและห้องที่บ้านพัก เพราะถ้าเพื่อนๆ เข้ามาเห็นสภาพความรกรุงรังแล้วจะรับไม่ได้ เพราะคนเยอรมันชอบความสะอาด ชาวเยอรมันจะชอบให้ทุกอย่างสะอาดแบบหมดจดทั้งในที่สาธารณะและที่ส่วนตัว ดังนั้นเราต้องหมั่นทำความสะอาดห้องต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของเราอยู่เสมอ 10. อย่าข้ามถนนในที่ ๆ ไม่ได้จัดไว้ให้ข้าม คนจะข้ามถนนได้ก็ต่อเมื่อมีทางม้าลายและมีสัญญาณไฟให้ข้ามได้เท่านั้น ก่อนข้ามเราต้องกดขอสัญญาณก่อน จากนั้นรอสักพักจะมีไฟเขียวให้เราข้ามได้ หากยังเป็นไฟแดงแม้ว่าไม่มีรถก็อย่าข้าม เพราะหนึ่ง อาจจะมีรถมาอย่างเร็วมากและชนเราได้ เขาจะไม่ผิดด้วย เพราะสัญญาณบอกให้เขาไปได้ และสอง อาจมีตำรวจดักปรับเราอยู่อีกฝั่งหนึ่ง 11. ก่อนเข้าไปซื้อของ ถ้ามีกระเป๋า ให้ฝากไว้ที่ล็อคเกอร์ก่อน สังเกตว่าซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งจะมีล็อคเกอร์จัดไว้ให้ลูกค้า เราต้องมีเหรียญ 1 ยูโรติดตัวไว้ เพื่อที่จะเอาไว้เช่าล็อคเกอร์ (จะได้คืนเมื่อกลับมาเอาของ) หากไม่ยอมฝากของไว้ก่อน ตอนออกมาจ่ายเงินจะถูกค้นกระเป๋า ทำให้เสียเวลามาก และเกิดความหงุดหงิดทั้งเราและทั้งฝ่ายผู้ขาย นอกเสียจากบางห้างที่มีระบบกันขโมยอยู่แล้วจะไม่ต้องฝากกระเป๋า เพราะถ้าใครหยิบอะไรติดออกมาโดยไม่จ่ายเงินรับรองมีเสียงดังเกิดขึ้นแน่นอน 12. เวลาทักคนเยอรมัน ควรเริ่มทักเป็นภาษาเยอรมัน อย่าคิดว่าคนเยอรมันจะรู้ภาษาอังกฤษ เขาอาจจะรู้บ้างแต่ไม่รู้มาก เมื่อเขาเห็นว่าเราเป็นคนต่างชาติเขาจะไม่เข้ามาทักเราก่อนค่อนข้างแน่นอน เพราะกลัวว่าจะพูดอังกฤษไม่ถูก ดังนั้น เราจึงควรแสดงความเป็นมิตรก่อนโดยการพูดภาษาเยอรมันสักคำ เช่น กู๊ด-เท่น-ท๊าค แปลว่า สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ อย่างน้อยเขาเห็นว่า เรามาแบบเป็นมิตร คนเยอรมันก็จะพยายามช่วยเรา โดยปกติคนเยอรมันจะใจดี แต่เขากลัวว่าจะสื่อสารกับเราไม่รู้เรื่องเพราะเป็นเขาเองที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ 13. เวลาพูดกับคนเยอรมันอย่าเยิ่นเย้อ ให้ตรงประเด็นไปเลย คนเยอรมันเป็นคนตรง ๆ ไม่ชอบเวลาใครพูดอะไรเยิ่นเย้อ ถ้าเราอยากจะขออะไรจากคนเยอรมันก็ขอตรง ๆ ถ้าเขาทำได้ก็จะบอกว่าได้ ถ้าไม่ได้ก็จะบอกว่าไม่ได้ ไม่มีคำตอบแบบห้าสิบห้าสิบชนิดที่ต้องมาตีความกันว่าตกลงเขาจะให้หรือไม่ให้ อะไรอย่างนี้คนเยอรมันไม่มี ภาษาอังกฤษแบบสุภาพและวกไปวนมากว่าจะเข้าเรื่องนั้นอาจจะดีหากใช้กับคนอังกฤษ แต่สำหรับคนเยอรมันแล้วจะคิดว่า "นี่เขาต้องการอะไรกันแน่ เห็นฉันเป็นตัวตลกหรือมีเวลาว่างมากนักหรืออย่างไร ถึงได้พูดเสียอ้อมค้อมอย่างนั้น" สรุปแล้วตรงไปตรงมากับคนเยอรมันจะดีที่สุด 14. ต้องมีเหตุผล ถึงคนเยอรมันจะเป็นคนตรง ๆ ขออะไรก็ขอได้ตรงๆ แต่ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ มาขอโดยไม่มีเหตุผล เขาจะไม่ยอมให้แน่ คนเยอรมันต้องการเหตุผลที่เป็นความจริง (Fact) มากกว่าเหตุผลที่เป็นความรู้สึก เราจึงต้องบอกว่า เพราะอย่างนี้มันถึงต้องมาขอ ไม่ใช่บอกว่า ขอเถ๊อะ ขอเถ๊อะ ขอช่วยเราหน่อยเถ๊อะ แบบนี้คนเยอรมันจะว่าท่าจะบ้า ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย แบบนี้คงช่วยไม่ได้ 15. ทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด คนเยอรมันเวลาจะทำอะไรนั้นจะประชุมกันก่อน เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จะลงมือปฏิบัติตามนั้นแบบเป๊ะ ๆ ไม่มีการนอกคอก หากใครเกิดนอกคอกคนอื่นจะงงทันทีว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น ไหนพูดกันไว้แล้วทำไมถึงไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ จะเกิดความสับสนทันที ดังนั้นหากต้องการจะเปลี่ยนแปลงอะไรควรต้องกลับมาประชุมกันอีกครั้งก่อนเพื่อตกลงกันใหม่ ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็ทำตามใจตัวเองทันที 16. อย่าพูดเล่นถ้าไม่สนิท คนเยอรมันถือว่าความจริงจังเป็นมารยาททางสังคม หากไม่ใช่เพื่อนสนิทกันอย่าพยายามพูดเรื่องตลก โจ๊ก หรือเรื่องล้อเล่นใด ๆ อย่างเด็ดขาด เขาจะมองว่าเราเป็นคนต่ำชั้นกว่าทันที ในการนำเสนออะไรให้คนเยอรมันฟังต้องเคร่งครัดเรื่องโครงสร้างการนำเสนอ ใช้คำพูด ท่าทาง และน้ำเสียงที่จริงจัง นำเสนอแต่ข้อมูลที่เป็นความจริง (Fact) อะไรที่คาดเดาเอาเองไม่ให้นำเสนอ และอะไรที่เป็นมุขตลกอย่าได้นำเสนอ แต่ถ้าเมื่อไรสนิทกันแล้วคนเยอรมันจะกลายเป็นคนที่สนุกสนานและเอาแต่คุยเรื่องตลก ก็แปลกดี 17. คนเยอรมันตัดสินใจด้วยข้อมูลรอบด้าน อย่าได้ให้ข้อมูลด้านเดียว จงให้ข้อมูลทุกเรื่องและทั้งด้านดีและด้านไม่ดี เช่น หากมีคนสมัครเข้าทำงานอยู่ 10 คน อย่ากระโจนบอกว่าคนที่ดีคือคนที่ 1 3 และ 5 แต่จงไล่มาทีละคนว่าคนแรกเป็นใคร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร ต่อมาคนที่สองเป็นอย่างไร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร ทำอย่างนี้จนครบทุกคน จากนั้นให้สร้างเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินขึ้นมา แล้วตัดสินไปตามเกณฑ์ ทำอย่างนี้อาจจะใช้เวลามากสักหน่อย แต่คนเยอรมันอดทนที่จะฟังข้อมูลให้ครบทุกด้านได้อย่างน่าประหลาดใจ เขาจะไม่พยายามตัดสินใจถ้าไม่ได้ฟังครบทุกด้านก่อน 18. รักษาตำแหน่งของตัวเอง เมื่อคนเยอรมันได้รับมอบหมายให้ทำอะไรในตำแหน่งไหนแล้ว เขาจะรับผิดชอบในตำแหน่งนั้นอย่างถึงที่สุด ไม่ทิ้งตำแหน่งของตัวเอง นั่นคือการทำงานแบบเป็นกลไก (mechanism) สไตล์เยอรมันขนานแท้ เมื่อกลไกส่วนอื่นส่งงานมาให้เขา ทุกคนจะคาดหวังได้ว่าเขาจะต้องสานต่อได้ เหมือนสายพานการผลิต ไม่มีใครที่อยู่ ๆ ก็หายไปจากตำแหน่งของตัวเอง วิธีคิดเช่นนี้สังเกตได้ในการเล่นฟุตบอลของทีมชาติเยอรมัน อาจจะดูแข็ง ๆ และไร้จินตนาการ แต่ทุกคนรักษาตำแหน่งอย่างแข็งขันและเป็นระเบียบ แต่ข้อเสียของระบบนี้ก็คือหากมีใครหายไปสักตำแหน่งก็รวนกันทั้งระบบ ดูอย่างตอนที่แพ้สงครามโลกครั้งที่สองก็เพราะบางตำแหน่งโดนโจมตีพังไป ทำให้ต่อเกมส์กันไม่ติด ไม่มีการรวมศูนย์การตัดสินใจที่สามารถปรับเปลี่ยนระบบได้อย่างยืดหยุ่นพอ เมื่อต่างคนต่างคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อไปก็ไม่ทันเสียแล้ว 19. งานมาก่อน ความสัมพันธ์ส่วนตัวมาทีหลัง เวลาทำงานกับคนเยอรมัน เริ่มต้นมาก็ให้แนะนำตัวแค่บอกชื่อตัวเองก็พอ อย่าเสียเวลาคุยเรื่องส่วนตัวนาน ให้เข้าเรื่องงานเลยว่าตกลงพวกเราต้องทำอะไรกันบ้าง แล้วก็ตกลงว่าเราควรจะทำอย่างไร จากนั้นก็ทำไปตามที่ตกลงกัน เพื่อนเยอรมันคนหนึ่งเคยไปสิงคโปร์บอกว่ากว่าจะเริ่มงานได้ ชาวสิงคโปร์พูดคุยทำความรู้จักกันนานมาก จนเขารำคาญ ผมก็ว่ามันไม่เหมือนกัน ที่เอเชีย ความสัมพันธ์มาก่อน งานมาทีหลัง ถ้าความสัมพันธ์ไม่ดีงานจะไม่เดิน เพื่อนเยอรมันก็บอกว่าที่เยอรมันงานมาก่อน ความสัมพันธ์มาทีหลัง ถ้างานสำเร็จเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนเยอรมันจะแสดงความเป็นมิตร เช่น พูดชวนไปทานกาแฟ เป็นต้น นั่นแสดงว่าเขาเปิดใจมาให้เราเป็นมิตรกับเขาแล้ว 20. ไม่ต้องกังวลถ้าคนเยอรมันไม่พูดชมซึ่งหน้า แต่เขาจะช่วยเราในเวลาคับขัน คนเยอรมันเวลาชื่นชมผลงานของใครจะไม่พูดออกมาตรงๆ ว่าชอบ แต่จะแสดงออกว่าชอบคนๆ นี้โดยการหยิบยื่นช่วยเหลือให้ในยามคับขัน ดังนั้นไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้คำพูดหวาน ๆ จากคนเยอรมัน แต่พวกเขากลับสามารถพึ่งพาได้อย่างดียิ่งเมื่อเกิดเรื่องร้ายแรงที่เราจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ แต่ถ้าอยากรู้จากปากของเขาว่าเขาชอบงานของเราไหม ให้เอ่ยชมงานของเขาก่อน แล้วเขาจะเปิดใจพูดถึงงานเราบ้าง ที่มา http://tourismlogistics.com/ ภาพจาก : แนะนำเส้นทางท่องเที่ยว www.raileuropeconnexion.com เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้ที่จะไปใช้ชีวิตที่เยอรมนี (ระยะยาว)

10อันดับนักกีฬาที่ถูกค้นหาในกูเกิลมากสุดปี 2014
นักกีฬา /  มาริโอ เกิทเซ / 

เหลืออีกไม่กี่วันก็จะข้ามปี2014กันแล้วซึ่งทางกูเกิลได้เปิดเผยข้อมูลว่านักกีฬาคนไหนถูกค้นหามากสุดในปี2014 มาดูเลยกันดีกว่าว่าใครเป็นจะเป็นนักกีฬาที่ค้นหามากสุดในปีนี้ อันดับ10 ริชาร์ด เชอร์แมน(นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลNFL) ริชาร์ด เชอร์แมน กับตำแหน่ง คอร์เนอร์แบ็กระดับพระกาฬแห่งศึก NFL เป็นอย่างดี หนึ่งในขุมกำลังคนสำคัญของ "เหยี่ยวทะเล" ซีแอทเทิล ซีฮอวค์ส กับแชมป์ซูเปอร์โบวล์ปีล่าสุด ด้วยลีลาชอบเยาะเย้ยคู่แข่ง กับการคุยโอ้อวดก่อนเกม ส่งผลให้แฟนกีฬาต่างชื่นชอบบุคลิกของเชอร์แมน และค้นหาข้อมูลในกูเกิลจนติดลิสต์มาอยู่ในท็อปเท็น อันดับ9 ไมเคิล เฟล์ปส(นักกีฬาว่ายน้ำ) โดยปีนี้ ซูเปอร์สตาร์ ชาวสหรัฐฯ มีข่าวฉาวประเด็นร้อนเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาหลังถูกแฉว่า มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ เทย์เลอร์ ไลแอนน์ แชนด์เลอร์ แฟนสาว ซึ่งออกมายอมรับว่าตนเป็นผู้ชายตั้งแต่กำเนิด แต่ได้ผ่าตัดกำจัดอวัยวะเพศแล้ว อันดับ8 ฟรานซิสโก โอชัว(นักกีฬาฟุตบอล) เขาเป็นใครมาจากไหน ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งช่วงฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิล นายด่านมือกาวคนนี้ โชว์ฟอร์มมือปลาหมึก เซฟหนแล้วหนเล่าให้กับทีมชาติเม็กซิโก จนทีมชาติของเขาทะลุไปถึงรอบ 16 ทีม อันดับ7 จูลส์ เบียงคี(นักแข่งรถF1) ถูกค้นหาจากกูเกิลอย่างล้นหลามในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเนื่องจาก จูลส์ เบียงคี นักขับชาวฝรั่งเศสจากทีม มารัสเซีย หลังรถแข่งเสียการควบคุม ก่อนจะหลุดโค้งชนเข้ากับรถเครน ระหว่างการแข่งขัน เอฟวัน รายการ เจแปนีส กรังด์ ปรีซ์ ที่ประเทศญี่ปุ่นโดยล่าสุด นักขับวัย 25 ปี มีอาการทรงตัวแล้วและกำลังรักษาตัวอยู่ที่ประเทศบ้านเกิดของตัวเอง อันดับ6 มาริโอ เกิทเซ(นักกีฬาฟุตบอล) แข้งรูปหล่อจาก"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิกรายนี้ ประกาศศักดาให้ทั่วโลกได้เห็นหลังตะบันประตูชัยให้กับทัพ "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน เฉือนเอาชนะ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่ผ่านมา อันดับ5 เนย์มาร์(นักกีฬาฟุตบอล) โดยประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดที่ทำให้เนย์มาร์โดนค้นหาชื่อมากสุดก็คือเหตุการณ์ในช่วงบอลโลกที่เนย์มาร์ ถูก ฮวน ซูนิกา คู่แข่งจากโคลอมเบียกระโดดแทงเข่าคู่ ส่งผลให้เขาต้องปิดฉากฟุตบอลโลกไปก่อนเวลาอันควร และมีข่าวลือออกมาว่าอาการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังของเนย์มาร์ถึงขั้นพิการ ทีเดียว อันดับ4 หลุยส์ ซัวเรซ(นักกีฬาฟุตบอล) แข้งสุดฮอตระดับต้นๆในปีนี้คงจะหนีไม่พ้น หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอก ฟันไม่เข้าของ บาร์เซโลนา ที่มีข่าวอื้อฉาวโด่งดังไปทั่วสารทิศกับจังหวะงับคอ จอร์โจ คิเอลลินี ในช่วงฟุตบอลโลกที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ทางฟีฟ่า สั่งแบนเป็นเวลา 4 เดือนและห้ามรับใช้ทีมชาติอีก 9 นัดด้วยกัน อันดับ3 เรย์ ไรซ์(นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลNFL) เจ้าของตำแหน่งรันนิงแบ็กระดับ "โพรโบวล์"  3 สมัย จาก บัลติมอร์ ราเวนส์ ทีมอเมริกันฟุตบอลจากลีก NFL ได้สร้างวีรกรรมสุดอื้อฉาวระบือไปทั่วโลก หลังจากทำร้ายร่างกาย จาเนย์ พาลเมอร์ อดีตคู่หมั้นสาว อย่างรุนแรงถึงขั้นสลบภายในลิฟต์และถูกประธาน NFL สั่งห้ามลงเล่นให้กับทีมไหนจนกว่าคดีจะจบ อันดับ2 มิชาเอล ชูมัคเกอร์(อดีตนักแข่งF1) ถือว่าเป็นปีที่ไม่ดีของ อดีตตำนานนักขับฟอร์มูลาร์ วัน เจ้าของแชมป์โลก 7 สมัย ชาวเยอรมันรายนี้หลังเกิดอุบัติเหตุขณะเล่นสกี ศีรษะกระแทกกับก้อนหิน จนถึงขั้นโคม่า ต้องนอนรักษาตัวมาเป็นเวลานาน แต่ล่าสุดอาการของ "ชูมี่" ได้ดีวันดีคืนแล้ว แต่ยังต้องรับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป อันดับ1 ฮาเมส โรดริเกซ(นักกีฬาฟุตบอล) ฮาเมส โรดริเกซ จอมทัพจากสโมสร เรอัล มาดริด เจ้าของตำแหน่งรองเท้าทองคำฟุตบอลโลก หรือ ดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2014 ด้วยผลงาน 6 ประตู

เอเจนซี่ แนะICTคิดให้ดี ทุ่ม 7ล้านทำสติกเกอร์ไลน์
กระทรวงไอซีที /  ข่าววันนี้ / 

เอเจนซี่ เตือน ไอซีที หลังทุ่มงบกว่า 7ล้าน ทำสติกเกอร์ไลน์ ค่านิยม 12 ประการ ด้านชาวเน็ตต่างรุมสับได้ไม่คุ้มเสีย หลังจากเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงกรณีที่กระทรวงไอซีที หรือชื่อใหม่กระทรวงดิจิตอลฯ ได้มีการอนุมัติงบประมาณกว่า 7ล้านบาทเพื่อจัดทำสติกเกอร์ไลน์ค่านิยม 12 ประการหวังจะปลุกจิตสำนึกให้คนไทยรักและสามัคคี จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นการใช้งบสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุใช่หรือไม่นั้น ล่าสุดวานนี้ (17 ธ.ค. 57) เอเจนซี่รายหนึ่งที่เคยติดต่อธุรกิจกับบริษัท ไลน์ คอเปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยถึงรายะลเอียดราคาจ้างทำสติกเกอร์ไลน์ผ่านผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ ว่า สติกเกอร์ 1 เชต จะมี 16 แอคชั่น สามารถอยู่บนสติกเกอร์ช็อปได้นาน 1 เดือน มีอายุการใช้งาน 90 วัน ซึ่งราคาออกแบบสติกเกอร์แบบธรรมดาจะอยู่ที่ระหว่าง 80,000-120,000 บาท ส่วนสติกเกอร์ที่สามารถขยับหรือดิ้นได้จะอยู่ระหว่าง 150,000-300,00 บาท อีกทั้งยังต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับไลน์อีกด้วย จึงอยากให้กระทรวงไอซีทีพิจารณาและตรวจสอบรายละเอียดที่กล่าวมาทั้งหมดอย่างละเอียด ขณะที่บริษัท ไลน์ คอเปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยว่าทั้งนี้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกด้านตัวเลขได้ เพราะเป็นเรื่องผลกระทบทางธุรกิจ แต่การกำหนดราคากลางตามที่เอกสารระบุกว่า 7 ล้านบาทนั้น เป็นการจ่ายต่อหนึ่งโปรเจกต์ ซึ่งหากกระทรวงไอซีทีต้องการจัดทำสติกเกอร์ไลน์ก็ต้องมีการจ่ายเงินในจำนวนนี้ ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "สติ๊กเกอร์ไลน์" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

ชาวสวนยางยื่น 'ประยุทธ์' 4 ข้อ ยันต้อง 80 บาท
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางพารา และปาล์มน้ำมันยื่อนข้อเรียกร้อง 4 ข้อต่อ 'ประยุทธ์' เร่งดูแลยางทั้งระบบ พร้อมย้ำราคายางต้อง 80 บาทเท่านั้น นายวิน ศรีมาลา ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางพารา และปาล์มน้ำมันจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยเกษตรกรชาวสวนยางพาราบ้านตูล และบ้านควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ประมาณ 70 คน จะเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการ จ.นครศรีธรรมราช ที่ศูนย์ดำรงธรรม ชั้น ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยนายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ หรือ คยป. ได้อ่านแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชน ตั้งคำถามฝากถึงนายกรัฐมนตรี 6 ข้อ กับข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ที่ทางกลุ่ม คยป. เรียกร้องไปยังรัฐบาล และผู้สื่อข่าวรายงาน โดยข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.เรียกร้องราคายางพาราที่กิโลละ 80 บาท โดยให้รัฐบาลจ่ายเป็นพันธบัตร 2.ให้เร่งรัดแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไร่ละ 1,000 บาทต่อไร่ โดยเร็ว 3.ผลักดันให้เร่งยุทธศาสตร์การนำยางพาราไปทำถนน ซึ่งจะแก้ปัญหาราคายางพาราได้ทั้งระบบและยั่งยืน 4.ให้รัฐบาลตั้งศูนย์การเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ยางพาราให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดมีอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ติดตามข่าวสาร ราคายางพารา คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News