ข่าวเรื่องเล่าเช้านี้

ปอย ขยาดเปิดตัวแฟน เปิดปุ๊บ...ผู้ชายหายหัว
ปอย ตรีชฎา /  ข่าวบันเทิงวันนี

โดนเม้าท์ว่ามนม...มโน เรื่องผู้ชายไปเอง สำหรับ ปอย ตรีชฎา ที่มีกระแสข่าวหลุดออกมาว่า เธอกำลังคบหากับหนุ่มฮ่องกงได้ราวๆ 8 เดือนแล้ว ซึ่งอายุอานามของฝ่ายชายก็จะ 40 แล้วด้วย แต่งานนี้สาวปอยปิดปากเงียบ แถมยังอ้ำๆ อึ้งๆ พอจี้ถามว่าใช้พระเอก กู่เทียนเล่อ หรือไม่ ซึ่งงานนี้สาวปอยเผยว่า “ไม่เอา พอเปิดก่อนบอกก่อนแล้วเป็นยังไง ไปไม่รอดทุกที เปิดแล้วก็ไม่ได้คุยต่อ ปอยว่ารอให้เขาพูดเองดีกว่า แล้วเขาก็อยากให้ปิดไว้ก่อน คือสถานะเราตอนนี้ก็อยู่ในช่วงพูดคุยกัน ยังไม่ใช่แฟน ปอยก็ยังไม่พร้อมจะเปิดตัว ถ้าสมมติว่าไม่ได้คุยต่อ ก็ไม่น่าเกลียด เพราะเราก็ยังไม่เปิดตัว แต่ถ้าเราเปิดตัวแล้วมันไม่ใช่ ก็จะดูไม่ดี ไม่เปิดตัวคนอาจจะคิดว่าเรามโนไปเอง หรือสร้างกระแสรึเปล่า อันนี้ปอยคิดว่าเท่าที่ผ่านมาก็ไม่เคยมโนนะคะ เอาเป็นว่าเป็นจะใช่คนในวงการหรือเปล่าคอยรอดูกันไป แต่เขาเป็นที่รู้จักค่ะ” ที่ไม่อยากเปิดตัวเป็นเพราะกลัวเรตติ้งจะตกหรือเปล่า เพราะเวลาสาวปอยมีแฟนเมื่อไหร่ ก็จะหวานสวีทเว่อร์ จนหนุ่มๆ หลายคนเขาหมั่นไส้แฟนเธอทุกที ปอย ตรีชฎา

คุมตัวผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ ทำแผนผลักญี่ปุ่นตกบันไดเมื่อปี 46
คดีครูญี่ปุ่น /  คดีครูญี่ปุ่นหายตัว / 

คุมตัวนายสมชายและนางพรชนก ทำแผนผลักนายคาซิโตชิ ทานากะ ตกบันไดจนเสียชีวิตเมื่อปี 46  วันนี้ (25 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจเลยควบคุมตัวนายสมชายและนางพรชนก มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ขนาด 2 คูหา เลขที่ 99/427-428 หมู่ 9 ริมถนนบางนา-ตราด กม. 18 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังนายสมชายสารภาพเพิ่มเติมว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุผลักนาย นายคาซิโตชิ ทานากะ อายุ 57 ปี สามีชาวญี่ปุ่นคนแรกของนางพรชนกจนตกบันไดเสียชีวิต นายสมชายให้การว่า ในวันเกิดเหตุตนได้มาดื่มเหล้ากับผู้เสียชีวิต จนกระทั่งกลางดึกแยกย้ายกันพักผ่อน แต่เมื่อนายทานากะออกมาเข้าห้องน้ำ จึงสบโอกาสผลักเขาจนตกบันไดจากชั้น 4 ลงมาชั้น 3 จากนั้นตนก็ได้ตามลงมาดูพบว่านายทานากะยังมีชีวิตอยู่ จึงจับศีรษะของนายทานากะยัดกับซี่กรงราวบันได พร้อมใช้เท้าเหยียบคอ เพื่อให้ขาดอากาศหายใจ นานประมาณ 10-15 นาที จึงทำทีเรียกคนอื่นว่าผู้เสียชีวิตตกบันได และให้ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า จากตรวจสอบสำนวนการชันสูตรศพ รวมถึงได้เชิญนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ มาร่วมตรวจสอบด้วย แพทย์ยืนยันว่า บาดแผลที่เกิดจากศพนั้น ไม่ได้เกิดจากการตกบันไดเพียงอย่างเดียว ประกอบกับได้ข้อมูลจากพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ สำหรับพยานในเหตุการณ์ครั้งนั้นคือ นายสมศักดิ์ แซ่ลิ้ม น้องชายของนายสมชาย ผู้ต้องหา เขาได้เปิดเผยว่า เมื่อปี 2546 ตน ผู้ตาย นายสมชาย นางพรชนก และบิดาของตน พักอยู่ในอาคารพาณิชย์ดังกล่าวด้วยกัน รวม 5 คน วันเกิดเหตุทั้ง5ได้นั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกัน กระทั่งดึกจึงได้แยกย้ายกันไปนอน โดยตนนอนอยู่ชั้นล่างเมื่อช่วงเวลาประมาณตี 3 ตนได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะกัน เป็นภาษาญี่ปุ่นจากชั้นบน จนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น จึงขึ้นไปดู ก็เห็นนายทานากะนอนแน่นิ่งอยู่ที่บันไดชั้น 3 และพบนายสมชายกับนางพรชนกยืนอยู่ใกล้กับผู้ตาย ก่อนที่นางพรชนกจะให้ตนช่วยนำร่างนายทานากะส่งรพ. แต่แพทย์ระบุว่านายทานากะเสียชีวิตมาก่อนแล้ว นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่านางพรชนกได้บอกให้พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกคน ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ว่า นายทานากะตกบันไดเสียชีวิต แล้วเรื่องก็เงียบไปนานหลายปี จนตนทราบข่าวว่า ลูกสาวของผู้ตายไปขอให้ตำรวจรื้อคดีขึ้นมาใหม่ จึงได้เดินทางมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ นายสมชายเปิดเผยถึงเหตุจูงใจในการก่อเหตุว่า เป็นเพราะหึงหวงและคิดว่าหากผู้ตายเสียชีวิต ก็จะเข้ามาดูแลกิจการของผู้เสียชีวิตแทน เมื่อทำแผนเสร็จเรียบร้อยเจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งฟ้องที่ศาลอาญา รัชดา ขอบคุณภาพประกอบจาก จส100 MThai News

ไมค์ มีลูกแล้วยังฮอต แฟนคลับตามกรี๊ดไม่เลิก!!
ไมค์ พิรัชต์ /  ออม สุชาร์ / 

ตั้งแต่มีข่าวว่าจู่ๆ พระเอกหน้าสวยอย่าง ไมค์ พิรัชต์ มีลูกโผล่มา ก็เล่นเอาบรรดาแฟนคลับรวมถึงคนสนิทของหนุ่มไมค์ช็อคไปตามๆ กัน !! เรียกว่าทำเอาวงการบันเทิงถึงกับป่วนไปพักหนึ่ง โถ... ก็ก่อนหน้านี้หนุ่มไมค์ทำท่ากำลังจะปลูกต้นรักอยู่กับสาว ออม สุชาร์ เพราะทั้งคู่ถูกจับวางให้เป็นคู่จิ้นกันอยู่ตลอดเวลา แต่พอมีข่าว น้องแม็กซ์เวล ลูกชายตัวน้อยออกมาเท่านั้นแหละค้า... งานนี้ความสัมพันธ์ของหนุ่มไมค์กับสาวออมต้องสะดุดกึกขนาดไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว แต่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเห็นทีจะเป็นความฮอตของหนุ่มไมค์นี่แหละ เพราะตั้งแต่กลายเป็นคุณพ่อมือใหม่ บรรดาแฟนคลับของหนุ่มไมค์ก็เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ไม่รู้ว่ารวมแฟนคลับของเจ้าหนูตัวน้อยอย่างน้องแม็กซ์เวลไปด้วยหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ งานนี้บรรดางานอีเว้นต์ที่อยากได้ตัวพ่อลูกคู่นี้ไปออกงานต้องคิดหนักสักหน่อย เพราะได้ข่าวมาว่าค่าตัวของพ่อลูกคู่นี้แพงสุดๆ เลยค้า... ไมค์ พิรัชต์ ไมค์ พิรัชต์ ไมค์ พิรัชต์ ไมค์ พิรัชต์

กองทัพพม่ายิงดับนักข่าว
นักข่าวพม่า /  นักข่าวพม่าตาย / 

สำนักข่าวบีบีซีรายงานวันที่ 24 ต.ค. ว่านายออง ไน นักข่าวท้องถิ่นที่ถูกทางการพม่าจับกุมในรัฐมอญ ช่วงปลายเดือนกันยายน ถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตแล้ว โดยกองทัพพม่าอ้างว่า นายออง ไน นักข่าวรายนี้พยายามหลบหนี แต่ครอบครัวและเพื่อนผู้ตายต่างปฏิเสธ และว่าความตายของออง ไน เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทางกองทัพพม่าระบุว่า ออง ไน นายถูกจับกุมในฐานะทำงานกับกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ เป็นหัวหน้าฝ่ายสื่อสารของกลุ่มสาขากะเหรี่ยง ส่วนเหตุยิงดับเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายออง ไน พยายามหนีจากเรือนจำทหารโดยแย่งปืนจากทหารนายหนึ่งจึงถูกยิงเสียชีวิต ด้านครอบครัวและเพื่อนโต้แย้งว่านายออง ไน ไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นนักข่าวที่รายงานประเด็นชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงตามแนวชายแดนไทย-พม่า ส่งให้กับหนังสือพิมพ์หลายฉบับในนครย่างกุ้ง อีกทั้งทั้งเคยพบนางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่าอยู่หลายครั้ง จอ เธ็ต ฮเวย์ นักเคลื่อนไหวเรียกร้องเสรีภาพในการแสดงความเห็น กล่าวว่า ไม่ว่าคนตายจะเป็นนักข่าวหรือสมาชิกจากกลุ่มติดอาวุธแต่นี่เป็นการกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจนและจำเป็นต้องเปิดเผยความจริงออกมา MThai News

แท็กซี่ เตรียมถกพัฒนาบริการ หลังขึ้นค่าโดยสาร 27 ต.ค.
TAXI /  ขึ้นราคาค่าแท็กซี่ / 

ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ เผย 27 ต.ค. ขนส่งทางบกจัดประชุมโครงการพัฒนาศักยภาพ บริการผู้ประกอบการ หลังได้รับอนุมัติค่าโดยสาร นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคมนี้ เวลา 10.00 น. กรมการขนส่งทางบกจะจัดให้มีการประชุมตามโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรถแท็กซี่ ทั้งนี้เพื่อชี้แจงแนวทางการพัฒนาและยกระดับการให้บริการของแท็กซี่ การวางแผนตรวจสภาพและปรับมาตรฐานค่าโดยสาร เมื่อได้รับอนุมัติให้ขึ้นค่าโดยสาร ทั้งนี้ การประชุมในวันดังกล่าวเจ้าของอู่รถในสังกัดและคนขับรถเข้าร่วมหารือด้วย อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบก แจ้งว่า ขอให้บุคคลที่จะเข้าร่วมประชุม แจ้งรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมที่งานการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถรับจ้างและรถบริการ ส่วนการขนส่งผู้โดยสารไม่ประจำทาง สำนักการขนส่งผู้โดยสาร โทรสารหมายเลข 02 271 8524 ในวันที่ 22 ตุลาคม 2557 MThai News

เข้าไปได้ไง? แพทย์เอ็กซ์เรย์พบเข็มเย็บผ้า12เล่มในตัวหนูน้อยวัย11เดือน
ข่าววันนี้ /  จีน / 

โรงพยาบาลในเมืองเหลียวเฉิงเอ็กซ์เรย์พบเข็มเย็บผ้า12เล่ม ในตัวหนูน้อยวัย11เดือน  เว็บไซต์ shanghaiist.com รายงานว่า โรงพยาบาลในเมืองเหลียวเฉิง มณฑลชานตง ประเทศจีน แถลงพบเข็มเย็บผ้ามากถึง 12 เล่ม ฝังอยู่ในตัวหนูน้อยวัย 11เดือน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนาย หลิว จื้อซวน ชาวเมืองเหลียวเฉิง มณฑลชานตง ได้พาฟาน ลูกสาวอายุ 11 เดือนไปตรวจที่โรงพยาบาลประจำเมือง ผู้เป็นพ่อถึงกับตะลึง เมื่อแพทย์ระบุว่า มี "เข็มเย็บผ้า" โผล่ออกมาจากร่างกายของเด็ก และเมื่อทำการรเอ็กซ์เรย์อย่างละเอียดก็พบว่ามีเข็มทั้งหมด 12 เล่มอยู่ในร่างกายของหนูน้อย หลิวระบุว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยดึงเข็มเย็บผ้า 4 เล่มออกจากตัวของลูก เเต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร เเต่หลังจากพบจุดบวมๆ สีเเดง 2 จุดบนก้นของลูก จึงตัดสินใจพาลูกไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล เมื่อได้เห็นผลภาพเอ็กซ์เรย์ ก็รู้สึกตกใจมาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อเเม่ของเด็กงุนงงมากว่าใครเป็นคนทำเรื่องโหดร้ายเเบบนี้ เพราะทั้งคู่เป็นชาวนาที่เเทบจะไม่เคยมีปัญหากับใครเลย นอกจากนี้พ่อของฟานยังบอกด้วยว่า แม่ของตนและแม่ของหลิวมาคอยเลี้ยงลูกสาวบ่อยๆ เวลาที่ตนและภรรยาต้องออกไปทำงาน รวมทั้งเพื่อนบ้านก็มาช่วยดูแลทารกน้อยด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนนี้อาการของหนูน้อยฟานยังทรงตัว เเต่แพทย์ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเข็มอาจจะเข้าไปในอวัยวะสำคัญภายในได้ MThai News

สาวปี3ถูกพ่อบังคับข่มขืน หึงลูกมีแฟนบอกคนอื่นได้พ่อต้องได้
ข่มขืนลูก /  ข่าวล่าสุด / 

สาวปี3เข้าแจ้งความ หลังถูกพ่อบังคับข่มขืน ผู้เป็นพ่อเผยมีปากเสียงรุนแรงกับลูกจริง เนื่องจากไม่พอใจที่ลูกไปเที่ยวกับแฟนหนุ่มเป็นประจำ ย้ำไม่มีเรื่องชู้สาวระหว่างตนกับลูกแน่นอน เมื่อวันที่ที่ 24ต.คเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา นำหมายศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเข้าทำการจับกุมตัวนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี ภายในบ้านพัก บนเกาะลอย ม.2 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา โดยแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยการขู่เข็ญ ด้วยประการใดใด โดยใช้กำลังประทุษร้ายกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดใดโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน การจับกุมตัวครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก น.ส.บี นามสมมุติ อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้น ปี 3 มหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรสาวของนายเอ ได้เปิดเผยว่า ได้ถูกผู้เป็นพ่อลวนลามกระทำอนาจารตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ปวช.ขณะนั้นอายุ 17 ปี ทุกครั้งที่แม่ไปทำงานที่โรงงานในจังหวัดชลบุรี แต่ตนก็ไม่กล้าบอกแม่เพราะความกลัวพ่อจะทำร้าย แต่ระยะหลังพ่อมักจะแสดงอาการหึงหวงไม่ยอมให้ไปเที่ยวกับแฟนหนุ่ม ถ้าไปก็จะถูกด่าและถูกทำร้าย จนกระทั่งเมื่อวันที่22ต.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น. ขณะนั้นอยู่ในบ้านตามลำพัง พ่อได้เดินเข้ามาหา และขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย พร้อมพูดว่าถ้าคนคนอื่นได้พ่อต้องได้ด้วย จากนั้นพ่อก็พยายามใช้กำลังปลุกปล้ำตบตีบังคับจะข่มขืน ตนจึงตัดสินใจต่อสู้หลุดหนีมาขอความช่วยเหลือจากลุง เมื่อแม่ทราบเรื่องจึงพาเข้าแจ้งความ จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเอยังให้การปฏิเสธอ้างว่าไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา และไม่เคยกระทำการข่มขืนลูกสาวของตัวเองแต่อย่างใด พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์ โดยนายเอที่ตกเป็นผู้ต้องหาข่มขืนกระทำชำเราลูกสาวตัวเอง ให้การอีกว่าในบ้านอยู่ด้วยกัน 3 แม่ลูก ภรรยาจะออกไปทำงานอยู่ที่ชลบุรีนานๆ จะกลับบ้านสักครั้ง ตนจะพักอยู่ในบ้านตามลำพังกับลูกสาวสองคน ก่อนถูกจับกุมนายเอเผยว่าได้ทะเลาะกับลูกสาว เพราะไม่พอใจที่ลูกไปเที่ยวกับแฟนหนุ่มเป็นประจำ จึงได้ตักเตือนจนเป็นเหตุให้ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ยืนยันไม่มีเรื่องชู้สาวระหว่างตนกับลูก MThai News

โพล เผย เจ้าหน้าที่รัฐ หน้ายิ้ม-บริการประชาชนดีขึ้น
การทำงาน คสช /  คสช. / 

มาสเตอร์โพลล์ เผย ผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) แกนนำชุมชน หลังมี คสช. โดยปรากฏว่า จนท.รัฐให้บริการรวดเร็วทันใจ และมนุษย์สัมพันธ์ดีขึ้น รศ.ดร.เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล ประธานชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน (Thai Researchers in Community Happiness Association, TRICHA) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) เรื่อง แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและจังหวะชีวิตของประชาชนภายใต้การดูแลของกระทรวงต่างๆ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 608 ชุมชน ดำเนินโครงการในวันที่ 18-24 ตุลาคม 2557 โดยพบว่า เมื่อถามถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐโดยรวม หลังจากมี คสช. และรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.6 ระบุเจ้าหน้าที่รัฐมีความรวดเร็วในการให้บริการประชาชนดีขึ้น รองลงมาคือ ร้อยละ 62.0 ระบุความยิ้มแย้มแจ่มใสในการให้บริการดีขึ้น ร้อยละ 60.2 ระบุข้าราชการนำหลักค่านิยม 12 ประการมาประยุกต์ใช้ในการทำงานดีขึ้น และร้อยละ 59.4 ระบุความโปร่งใสในการทำงานดีขึ้น และเมื่อสอบถามประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ จังหวะชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนถึงสูงอายุภายใต้การดูแลของกระทรวงต่างๆ อันเป็นที่พึ่งของประชาชน พบว่า ด้านการดูแลตั้งแต่แรกเกิด อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร้อยละ 59.6 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 14.5 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ร้อยละ 12.5 ในด้านการดูแลเด็กและเยาวชน อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร้อยละ 35.0 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร้อยละ 25.3 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ร้อยละ 16.0 ด้านคุณภาพที่ดีของเด็กและเยาวชน อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ร้อยละ 34.7 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร้อยละ 26.0 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร้อยละ 18.3 ด้านการมีงานทำและบัณฑิตจบใหม่ อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงแรงงาน ได้ร้อยละ 56.4 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ร้อยละ 31.6 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 3.8 ด้านการเพิ่มรายได้ อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงแรงงาน ได้ร้อยละ 39.5 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ ได้ร้อยละ 16.8 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงการคลัง ได้ร้อยละ 16.4 ด้านการแก้ไขปัญหาหนี้สิน อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงการคลัง ได้ร้อยละ 31.1 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร้อยละ 16.9 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 15.7 ด้านการจัดสรรที่ดินทำกิน อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร้อยละ 45.2 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 16.9 อันดับที่ 3 กระทรวงแรงงาน ได้ร้อยละ 10.2 ด้านการดูแลหลักประกันชีวิตให้กับผู้สูงอายุ อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร้อยละ 35.5 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 24.3 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร้อยละ 15.5 MThai News

ไม่กลัว เอพริล เข้าใจผิด! แอล ควง ชิน แค่เพื่อน!!
แอล ลูกสาว กรุง ศรีวิไล /  ชิน ชินวุฒ ควง แอล ลูกสาว กุรง / 

หลังมีภาพของนักร้องหนุ่ม ชิน ชินวุฒิ นั่งกินข้าวสองต่อสองอยู่กับสาวสวยคนหนึ่งที่่มองยังไงก็ไม่ใช่ น้องเอพริล แฟนของ หนุ่มชิน แต่กลายเป็น สาวแอล กมลวรรณ นางเอกเลือดใหม่วิก 7 สีและยังเป็นลูกสาวสุดเลิฟของดารารุ่นเก๋า กรุง ศรีวิไล งานนี้ สาวแอล ชี้แจงกลางงานเปิดร้าน Sister Sprink Clinic สาขาสะพานควาย เผยควง หนุ่มชิน ทานข้าวแค่เพื่อน เริ่มติดต่อเจอกันทางเฟสบุ้ค ยันฝ่ายชายไม่ได้จีบแค่ชวนหุ้นธุรกิจ โต้เป็นมือที่ 3 และไม่กลัวอีกฝ่ายเข้าใจผิด!! "ภาพที่ไปกินข้าวกับชินก็เป็นเพื่อนกันค่ะ ไปคุยงานกันค่ะ ไม่มีอะไร ไปสองต่อสองก็ไม่กลัวคนเข้าใจผิดนะคะเพราะเป็นเพื่อนกัน ก็เพิ่งรู้จัก ไม่สนิทมากเท่าไหร่ แต่มีอะไรก็คุยได้ตลอดค่ะ เพราะเค้าก็เป็นคนที่มีความคิดที่ดีเป็นผู้ใหญ่ค่ะ เค้าจีบหรือเปล่าอันนี้ก็ไม่ทราบเลยค่ะ ไม่ทราบด้วยว่าเค้ามีหวานใจอยู่แล้ว แอลไม่ได้เป็นคนเข้าหา เราแค่คุยงานกันเฉยๆ อีกฝ่ายก็คงจะเข้าใจ คือชินเค้าชวนคุยงานให้ทำธุรกิจร่วมกัน เห็นว่าเรามีคนรู้จักเยอะมีเพื่อนเยอะเค้าก็เลยชวนเราค่ะให้ลองมาคุยดู ธุรกิจของเค้าแอลก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ยังไม่ได้มีการตกลงอะไรกันค่ะ ก็งงมากที่เค้ามาชวน ตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นชินตัวจริงด้วยซ้ำ เค้าติดต่อมาทางเฟสบุ้คค่ะ จริงๆ ก็เคยเจอกันตามงานแต่ไม่เคยคุยกันค่ะ" "ไม่กลัวข่าวมือที่ 3 ค่ะ เพราะเราไม่ได้คิดอะไรเกินไปกว่าตรงนั้น ตอนนี้เป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกัน มีอะไรก็ปรึกษากันค่ะ เราจริงใจเพราะเราไม่ได้คิดอะไรกับชิน เราเป็นเพื่อนกันค่ะ วันนี้งานเปิดร้านของแอลก็มีคุยไลน์เค้าก็แสดงความยินดีปกติค่ะ ตอนเจอก็คุยเรื่องธุรกิจ ถ้าคุยไลน์ก็ทักทำอะไรอยู่แค่นั้นค่ะ หนูไม่คิดว่าเค้าจะมาจีบนะ หนูไม่ได้ดีพอขนาดที่ชินจะมาจีบ เค้าไม่ได้ทักมาทุกวันแต่ก็คุยกันนิดๆ หน่อยๆ แอลว่าเค้าน่าจะเป็นสเป็กของผู้หญิงหลายๆ คนเลยค่ะ เค้าเต้นเก่ง แอลก็ชอบเต้นด้วย เค้าเท่ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าไลฟ์สไตล์จะยังไง" "สำหรับแอลยังไม่มีอะไรที่พัฒนาค่ะ เป็นเพื่อนกันไปก่อนเพิ่งจะรู้จัก ต้องดูกันนานๆ เอาจริงๆ ถ้ามีคนมาจีบ แอลก็เปิดรับทุกคน เพราะแอลไม่ค่อยมีใครมาจีบ ตอนนี้แอลโสดค่ะ ส่วนมากที่คนไม่กล้าจีบเพราะกลัวคุณพ่อค่ะ คุณพ่อก็ไม่เคยยุ่งเรื่องความรักและไม่เคยห้ามไม่ให้คบใครค่ะ กับข่าวพี่ชินคุณพ่อก็ทราบแล้วค่ะ คุณพ่อก็ถามว่าใครคือชิน ไม่ใช่ว่าไม่รู้จักแค่นึกไม่ออกว่าคนไหน คุณพ่อก็ถามว่าใคร เราก็บอกว่าเป็นเพื่อนค่ะ" แอล กล่าว แอล กมลวรรณ แอล กมลวรรณ แอล กมลวรรณ แอล กมลวรรณ แอล-ชิน เอพริล

เพจดราม่าโพสต์ขอโทษ กาละแมร์ หลังแชร์ข่าวเหยียดลาว
กาละแมร์ /  กาละแมร์เหยียดลาว / 

เพจ Drama-addictโพสต์ขอโทษ กาละแมร์ หลังแชร์ข่าวเหยียดลาว จากกรณีที่ กาละแมร์ พัชรศรี พิธีกรชื่อดังตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ ว่ามีการพูดดูถูกเชื้อชาติคนลาวในรายการ กาละแมร์ทีวี ที่มีคุณกอล์ฟ เบญจพล เป็นแขกรับเชิญ ซึ่งทางเจ้าตัวได้พูดกับแขกรับเชิญว่า "ไม่เคยมีใครบอกเหรอว่า หน้าอย่างเรา สาระร่างอย่างเรา ทำไมเราไม่ไปทำอย่างอื่นนอกจากร้องเพลงอะ" ซึ่งคำว่า "เรา" นั้น ทางพิธีกรได้มีการพูดลากเสียงและไม่ได้ควบกล้ำ ทำให้มีคนฟังผิดคิดพูดคำว่า "ลาว" ทำให้มีผู้นำเรื่องดังกล่าวไปเผยแพร่และนำไปเขียนบล็อก ตั้งกระทู้ รวมถึงนำคลิปไปแชร์และวิพากษ์วิจารณ์ต่อว่าพิธีกรสาวกันอย่างแพร่หลาย จนทำให้ทางด้านพิธีกีสาวต้องออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่าเธอไม่ได้พูดคำว่า"ลาว" อย่างแน่นอน และได้เดินทางไปแจ้งความกับตำรวจที่กองปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อดำเนินการเอาผิดกับคนที่กล่าวหาเธอ ในข้อหาหมิ่นประมาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมาทางเฟซบุ๊คเพจ Drama-addict ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่แชร์เรื่องราวที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด ได้ออกมาโพสต์ข้อความแถลงชี้แจงและขอโทษกาละแมร์ พร้อมยืนยันว่าต่อไปจะระมัดระวังให้มากขึ้น และหากกาละแมร์ต้องการให้แสดงความรับผิดชอบเพิ่มเติมก็ยินดี MThai News _________________________________________________________ ข่าวที่เกี่ยวข้อง  กาละแมร์ โร่แจ้งปอท ล่าตัวบล็อกเกอร์หมิ่นฯ

เข้าทางปืน! เคดิร่า พร้อมหั่นค่าเหนื่อยเพื่อกันเนอร์
ซามี่ เคดิร่า /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

สื่อในอังกฤษรายงานว่า  ซามี่ เคดิร่า กองกลางดีกรีแชมป์โลก “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด พร้อมที่จะลดค่าเหนื่อยของตัวเองลงมา เพื่อจะได้ย้ายไปอยู่กับ อาร์เซนอล มิดฟิลด์อินทรีเหล็ก ได้รับการคาดหมายว่าจะย้ายออกจากถิ่นซานติเอโก้ เบอร์นาเบว ในเร็ววันนี้ เพราะสูญเสียตำแหน่งตัวจริง บวกกับสัญญาที่ใกล้หมดลง ทำให้สโมสรพร้อมจะขายออกไปทุกเมื่อ และมีหลายทีมต้องการได้ตัวไปร่วมทีมแต่แข้งวัย 28 ต้องการย้ายมาเล่นในถิ่นเอมิเรตส์เสตเดี้ยมและยินดีที่จะลดค่าเหนื่อยของตัวเองลงมาอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้ หลังจากเสร็จศึกฟุตบอลโลกก็มีข่าวว่า อดีตแข้งสตุ๊ตการ์ท ตกเป็นเป้าหมายของ อาร์เซน เวนเกอร์ ในการเสริมทีม แต่แล้วการเซ็นสัญญาก็ไม่เกิดขึ้น

พ่อผู้ต้องหาเกาะเต่าอ้าง ลูกสารภาพเพราะถูกขู่เผานั่งยาง-ฆ่าหั่นศพ
ข่าวล่าสุด /  คดีเกาะเต่า / 

สื่ออังกฤษรายงาน พ่อผู้ต้องหาเกาะเต่าอ้าง ลูกสารภาพเพราะถูกขู่เผานั่งยาง-ฆ่าหั่นศพ วานนี้(24 ต.ค.) ปีเตอร์ วอล์คเกอร์ ผู้สื่อข่าวของเดอะการ์เดี้ยน สื่ออังกฤษ รายงานข่าวความคืบหน้าเพิ่มเติมกรณีคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่าว่า บิดาของหนึ่งในชายพม่าที่ตกเป็นผู้ต้องหาได้ให้สัมภาษณ์ อ้างว่าผู้ต้องหาชาวพม่าทั้งสองคน ต้องยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำผิด เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยข่มขู่ว่าจะราดพวกเขาด้วยน้ำมันเบนซินแล้วจุดไฟเผา หรือไม่ก็จะฆ่าหั่นศพแล้วทิ้งร่างพวกเขาลงแม่น้ำ ทั้งนี้ นายตุน ตุน ไต พ่อของนายวิน ซอ ตุน หนึ่งในผู้ต้องหาคดีเกาะเต่าเปิดเผยกับ เดอะ เดโมเครติก วอยซ์ ออฟ เบอร์ม่า ว่า นอกจากลูกชายของเขา และนายซอ ลิน ผู้ต้องสงสัยเพื่อนร่วมชาติอีกคน จะไม่ได้ลงมือสังหารและข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวแล้ว ทั้งคู่ยังได้เล่าให้ฟังอีกว่า พวกเขาถูกทรมานร่างกายและข่มขู่โดยเจ้าหน้าที่ หลังถูกจับกุมตัวโดยก่อนหน้านี้ ทนายความของผู้ต้องสงสัยทั้งคู่ เพิ่งแจ้งว่า ลูกความของพวกตนได้ทำเรื่องขอถอนคำสารภาพอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ผู้สื่อข่าวเดอะ การ์เดี้ยน รายงานด้วยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสหราชอาณาจักรได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อร่วมสังเกตการณ์การทำคดีนี้ ตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย หลังจากผู้นำของทั้งสองประเทศมีโอกาสได้พบกันระหว่างการประชุมอาเซมที่ประเทศอิตาลี โดยกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรระบุว่า เจ้าหน้า 3 นาย ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมและผู้ประสานงานด้านนิติเวชศาสตร์ของกองบัญชาการตำรวจนครบาลอังกฤษ และเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมจากมณฑลนอร์ฟอล์ก กระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักรระบุถึงขอบเขตการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชุดนี้เอาไว้ว่า พวกเขาจะต้องพบปะหารือกับทีมสืบสวนสอบสวนคดีของไทย และต้องได้รับความกระจ่างแจ้งเกี่ยวกับขั้นตอนการสืบสวนคดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้คณะเจ้าหน้าที่ของอังกฤษอาจจะเข้า ไปช่วยเหลือการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทยได้ หากได้รับการร้องขอจากทางการของฝ่ายหลัง MThai News

เจย์ โจว งานแน่น! อาจเลื่อนวิวาห์กับแฟนสาว ฮันนาห์ ควินลิแวน
Hannah Quinlivan /  Jay Chou) / 

เจย์ โจว (Jay Chou) และแฟนสาว ฮันนาห์ ควินลิแวน (Hannah Quinlivan) ถูกจับตามอง กำหนดการวิวาห์จะเลื่อนจากกำหนดเดิมหรือไม่ หลังต้นสังกัดยังอุบเงียบ ฟากศิลปินหนุ่มงานแน่นถึงสิ้นปี! สื่อต่างชาติจับตามองแผนการวิวาห์ของ ศิลปินหนุ่ม เจย์ โจว (โจวเจี๋ยหลุน) และแฟนสาว ฮันนาห์ ควินลิแวน ว่าจะมีการเลื่อนกำหนดออกไปจากกำหนดเดิม หลังจากสื่อได้ทำการสอบถามไปยัง JVR Music ต้นสังกัดของนักร้องหนุ่มแล้วได้รับคำตอบว่าพวกเขายังไม่ทราบข้อมูลใดๆ นอกจากนั้นคอนเสิร์ตของ เจย์ โจว ซึ่งเดิมมีกำหนดจะแสดงที่สิงคโปร์ในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ก็มีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากสถานที่จัดงาน อย่าง Singapore’s National Stadium ต้องเตรียมพร้อมเพื่อการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญซึ่งจะจัดในวันที่ 23 พฤศจิกายน คอนเสิร์ตของ เจย์ โจว จึงต้องเลื่อนการแสดงออกไปเป็นวันที่ 27 ธันวาคม สื่อมวลชนยังรายงานข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า เจย์ โจว มีตารางงานของเขาตลอดทั้งเดือนธันวาคม ปี 2014 ก่อนมีแผนที่จะพักงานชั่วคราว จึงยังเป็นที่สังเกตว่านักร้องหนุ่มและแฟนสาวจะเตรียมพิธีวิวาห์ได้ตามกำหนดที่วางไว้ว่าจะจัดก่อนเดือนมกราคม ปี 2015 หรือไม่ ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รอดแล้ว! ผู้ใจบุญแห่บริจาคเงินไถ่ชีวิต ควายตาบอด
ความบุญรอด /  ควายตาบอด / 

ควายเพศผู้ ตาบอดข้างซ้าย ที่หนีออกจากโรงฆ่าสัตว์ โชคดีมีผู้ใจบุญแห่บริจาคเงินไถ่ชีวิต ควายเพศผู้ อายุประมาณ 2 ปี ตาข้างซ้ายบอด ที่หนีออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ได้รับการไถ่ชีวิตแล้ว จากประชาชนทั่วประเทศที่ช่วยกันบริจาค ซึ่งล่าสุดมีเงินโอนเข้าบัญชีแล้วกว่า 40,000 บาท จากกรณีที่มีควายตาบอดข้างซ้ายหนีออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ ซึ่งถูกเลี้ยงไว้เพื่อรอการไถ่ชีวิตนั้น ซึ่งต่อมาได้มีเจ้าของควายจะขอควายคืนเพื่อนำไปเชือดในโรงฆ่าสัตว์ แต่นางกนกพร สุขสนิท ชาวบ้านที่จับควายได้ขอชีวิตไว้ โดยเจ้าของควายตกลงกับนางกนกพรฯ ว่าจะให้เวลา 1 สัปดาห์ในการหาเงินจำนวน 20,000 บาท มาไถ่ชีวิตควาย โดยล่าสุดวันนี้ (25 ต.ค.) นางกนกพร สุขสนิท ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยพระบัลลังก์ ปัญญาธีโร เจ้าของสวนที่รับเลี้ยงควายได้นำเงินจำนวน 20,000 บาท ที่มีประชาชนผู้ใจบุญทั่วประเทศ แห่บริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย มามอบให้กับนายเพลิน งานโคกสูง เจ้าของควายเพื่อไถ่ชีวิตตามที่ได้ตกลงกันไว้ โดยมี ร.ต.ท.ประเสริฐ แก้วอำพร รอง สวป.สภ.จอหอ เป็นสักขีพยาน ทั้งนี้นางกนกพร สุขสนิท เปิดเผยว่า หลังจากที่ประกาศข่าวขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือไถ่ชีวิต “ควายบุญรอด” เมื่อวานนี้ (24 ต.ค.) ปรากฏว่ามีประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ และที่อยู่ต่างประเทศด้วยได้โทรศัพท์มาสอบถาม พร้อมกับขอเลขบัญชีธนาคาร เพื่อโอนเงินร่วมบริจาคไถ่ชีวิตควายตัวนี้ตลอดทั้งวัน ทำให้ล่าสุดมีเงินโอนเข้าบัญชีแล้วกว่า 40,000 บาท ตนจึงหารือกับพระบัลลังก์ ปัญญาธีโร เจ้าของสวนที่รับเลี้ยงควายว่า จะนำเงินที่เหลือมาทำโรงเรือนให้เพราะปัจจุบัน มีควายที่หลุดจากโรงฆ่าสัตว์ และได้ไถ่ชีวิตไว้มาเลี้ยงในส่วน 3 ตัวแล้ว นอกจากนั้นจะนำเป็นค่าใช้จ่ายค่าคนเลี้ยงดู ค่าซื้อหญ้ามาเลี้ยงหน้าแล้ง รวมทั้งจะทำรั้วกั้นรอบสวน เพราะจะปล่อยให้ควายทั้ง 3 ตัว ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่ต้องผูกไว้เหมือนปัจจุบันอีก MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

มะกันหวั่น โสมแดงสร้างนิวเคลียร์
นิวเคลียร์ /  สร้างขีปนาวุธ / 

ประเทศสหรัฐอเมริกา หวั่น เกาหลีเหนือสร้างหัวรบนิวเคลียร์ หลังพบมีศักยภาพและเทคโนโลยีเพียงพอในการผลิต สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา พล.อ.เคอร์ติส สกาปาร์รอตติ ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐประจำการในเกาหลีใต้ แถลงที่กระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) เมื่อวันศุกร์ โดยเกาหลีเหนือมีแนวโน้มที่จะมีศักยภาพและเทคโนโลยีเพียงพอในการผลิตขีปนาวุธพิสัยไกลติดหัวรบนิวเคลียร์ เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประเทศอิหร่านและปากีสถาน รวมถึงระยะเวลาและความทุ่มเท ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะย่อขนาดหัวรบนิวเคลียร์ให้สามารถติดตั้งได้กับขีปนาวุธพิสัยไกล แม้จะยังไม่เคยมีการทดสอบหรือหลักฐานใดๆ ที่จะบ่งชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านอาวุธนิวเคลียร์ในปัจจุบันของเกาหลีเหนือก็ตาม อย่างไรก็ตาม ภาพอาวุธต่างๆ ทั้งเคลื่องปล่อยจรวดแบบเคลื่อนที่ และขีปนาวุธพิสัยไกล เคเอ็น-08 ที่ทางการเปียงยางมักเผยแพร่ออกมา แม้จะทำให้หลายฝ่ายกังวล แต่นักวิเคราะห์กลับมองว่าอาวุธเหล่านั้นอาจเป็นเพียงแบบจำลอง MThai News