ข่าวเรื่องเล่าเช้านี้

ติ่งกรี๊ดหนักมว้ากก!! ซัน อัพภาพคู่ ต้นหอม แล้วจ้า!!
ซัน ประชากร /  ต้นหอม ศกุนตลา / 

    ทำเอากองเชียร์ฟินจิกหมอนไปตามๆ กัน ที่ล่าสุด ซัน ประชากร ยอมอัพภาพคู่ ดีเจต้นหอม ศกุนตลา ในอินสตาแกรมส่วนตัวแล้ว หลังจากมีเรื่องระหองระแหงผิดใจกันมาได้ระยะหนึ่ง จนกระทั่งกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง นอกจากนี้ หนุ่มซัน ยังทำเซอร์ไพรส์หอบดอกไม้ช่อใหญ่ไปร่วมแสดงความยินดีกับธุรกิจของ สาวต้นหอม ที่ทำเอาฝ่ายหญิงเขินหน้าแดงยิ้มแก้มปริทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว แถมงานนี้ยังมีภาพช็อตเด็ดหวานๆ ให้ติ่ง ต้นหอม-ซัน ได้ปลื้มปริ่มกรี๊ดหนักตามกันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นช็อตมองตาหวานซึ้งยิ่งกว่าซีรีส์เกาหลี หรือช็อตโอบกอดกันกลมดิก และ หนุ่มซัน ยังเอ่ยถึงความในใจต่อหน้าทุกคนว่า เรารักกันจริงไม่ได้มีการสร้างกระแส และจะดูแล ต้นหอม ตลอดไป อูย!!! เห็นอย่างนี้แล้วฟันเฟิร์มได้เลยว่าคู่นี้กลับมาคืนดีกันจริงแท้แน่นอนจ้า!!! ขอบคุณภาพจาก IG djtonhorm, sun_prachakorn, djchowchow, sun_tonhorm, b__house_   IG @b__house_ ฟินกันก่อนนอนนะคะ แอบมารับจ็อบทำงานให้แบรนด์น้องชาย ฝาก @lb_lovebody ด้วยนะคะ @djtonhorm @sun_prachakorn @dj_matoom #lbthailand #lbnationaldays #ซันหอม #หอมซัน #lbthailand #lb #djtohorm #slim #thailand #lbthailand #lblovebody #lb9 #lb1 #lbdetox #detox #djmatoom #ak91 ฟินกันก่อนนอนนะคะ แอบมารับจ็อบทำงานให้แบรนด์น้องชาย ฝาก @lb_lovebody ด้วยนะคะ @djtonhorm @sun_prachakorn @dj_matoom #lbthailand #lbnationaldays #ซันหอม #หอมซัน #lbthailand #lb #djtohorm #slim #thailand #lbthailand #lblovebody #lb9 #lb1 #lbdetox #detox #djmatoom #ak91     IG @b__house_ น่ารักขนาดนี้ สร้างกระแสก็ยอม ฝาก @lb_lovebody ด้วยนะคะ @djtonhorm @sun_prachakorn @dj_matoom #lbthailand #lbnationaldays #ซันหอม #หอมซัน #lbthailand #lb #djtohorm #slim #thailand #lbthailand #lblovebody #lb9 #lb1 #lbdetox #detox #djmatoom #ak91 น่ารักขนาดนี้ สร้างกระแสก็ยอม ฝาก @lb_lovebody ด้วยนะคะ @djtonhorm @sun_prachakorn @dj_matoom #lbthailand #lbnationaldays #ซันหอม #หอมซัน #lbthailand #lb #djtohorm #slim #thailand #lbthailand #lblovebody #lb9 #lb1 #lbdetox #detox #djmatoom #ak91                

หมาก ปริญ น้ำตาคลอ ปลื้ม! ฉลอง 7 ปี FC แน่นฮอลล์
หมาก ปริญ /  หมาก ปริญ แฟนคลับ

     ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ในเส้นทางบันเทิงอย่างอบอุ่น หมาก ปริญ สุภารัตน์ และแฟนคลับ ปิดโรงละคร The Bazaar Theater ชั้น C สวนลุมไนน์บาซาร์ รัชดาภิเษก จัดกิจกรรม Fanclub Meeting ภายใต้ชื่องาน Seven Steps นับ 7 with Mark Prin โชว์ร้อง เต้น ร่วมเล่นเกม แจกความฟินแบบเต็มเหนี่ยว   ในปีนี้แฟนคลับจัดเซอร์ไพร์ส ทำ VTR บอกเล่าความรักที่มีให้หมากตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ทำเอาเจ้าตัวตื้นตันใจ ห้ามน้ำตาลูกผู้ชายไว้ไม่ไหว ก่อนหมากจะทำเซอร์ไพร์สกลับ ด้วยการร้องเพลง ฉันดีใจที่มีเธอ ที่ตั้งใจเลือกมาเพื่อเป็นการตอบแทนความรักที่ทุกคนมอบให้ ทำแฟนคลับเอาปลื้มปริ่มน้ำตาคลอไปตามๆ กัน   เท่านี้คงยังซึ้งไม่พอ แม่มิว ปานหทัย สุภารัตน์ & นพ.วรพันธ์ วิลัยหงษ์ คุณแม่และคุณพ่อของหมากเลยแอบเดินทางลงมาจาก จ.เชียงใหม่ ถือเค้กขึ้นมาเซอร์ไพร์สวันเกิดย้อนหลังให้ลูกชายบนเวที ท่ามกลางเสียงร้องเพลง Happy Birthday จากแฟนคลับกว่า 400 คนดังลั่นสนั่นไปทั้งโรงละคร เล่นเอาเจ้าตัวยิ้มแก้มปริอีกรอบ บรรยากาศอบอุ๊น...อบอุ่น ความรักตลบอบอวลไปทั่วทั้งฮอลล์   แต่ไม่ว่ากิจกรรมจะสุข-สนุก-ซึ้งสักแค่ไหน หมากก็ไม่ยอมทิ้งคอนเซ็ปต์ เสิร์ฟความสุข ส่งต่อน้ำใจ เหมือนทุกๆ ปี คือนอกจากจะร่วมทำกิจกรรมมอบความสุขให้กับแฟนคลับที่มาร่วมงานแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ส่งต่อน้ำใจสู่ผู้อื่น ทำบุญร่วมกับหมาก ด้วยการอุดหนุนเสื้อยืด หรือบริจาคเงินตามกำลังศรัทธา   ที่สำคัญปีนี้พิเศษกว่าทุกๆ ปี เพราะหมากแอบนำภาพแฟชั่นเซตสุดพิเศษ ที่ตั้งใจไปถ่ายมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ จัดทำเป็นโปสการ์ด Limited Edition Set มอบให้แก่แฟนคลับที่ร่วมทำบุญภายในงานเก็บไว้เป็นที่ระลึก โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปมอบให้แก่ มูลนิธิสงเคราะห์คนพิการหยาดฝน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยเหลือคนพิการในโอกาสต่อไป   และอย่างที่เขาว่ากันว่า มีสิ่งดีๆ ต้องบอกต่อ หมากในฐานะพี่ชายคนโตเลยชวนน้องๆ ร่วมบ้าน Hubsub Family อาทิ มายด์ ฑาริกา นางเอกจากละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก, ธนะ ฉันธนะ พระเอกจากละคร สิงหะ นาคะ ช่อง 3, ไบรท์ รพีพงศ์, เลน่า เฮเลน่า บุธซ์ และ เดฟ เดวิต มาร่วมกิจกรรมด้วย สวยหล่อออร่ากระจาย ได้พี่ชายมากๆ   เรียกได้ว่ากิจกรรมวันนี้มีแต่ความแฮปปี้มว้ากกกก ถึงมากที่สุด สมกับที่เป็นการฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ของ หนุ่มหมาก ที่ปังฝุดๆ เอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่จริงๆ จ้า

เชอรี่ สามโคก เดือด!! โร่แจ้งความคนแอบอ้างใช้รูปขายของออนไลน์
เชอรี่ สามโคก /  ข่าว เชอรี่ สามโคก / 

  วันที่ 24 มีนาคม 2560 เวลาประมาณ 14.30 น. นางสาว ลฎาภา รัชตะอมรโชติ หรือ “เชอรี่ สามโคก” นางแบบแนวเซ็กซี่ เข้าแจ้งความที่กองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา กรณีมีคนเอารูปเชอรี่ไปทำรูปประจำตัวบนเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า "ถ้าพี่จะเลียให้ล้ม น้องก็จะอมให้สะท้าน" และใช้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อการค้า ขายสบู่ ซึ่งทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงได้รวบรวมหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดี และเพื่อให้เป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นๆ ที่อาจจจะเจอกรณีแบบเดียวกัน   โดย เชอรี่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่ เผยต่อสื่อมวลชนก่อนเข้าแจ้งความว่า   "ที่เขาเอาไปใช้ก็เป็นรูปที่เชอรี่ลงในแฟนเพจตัวเองหรือว่าลงในอินสตาแกรม รูปงานอื่นๆ รูปส่วนตัว ซึ่งทุกรูปเขาก็จะขึ้นอย่างเช่นว่า อยากขายของแต่ไม่มีคนซื้อเลย เป็นเหมือนว่าเราโพสต์เอง หรือว่าให้ใช้สบู่ตัวนี้นะ ของมีขายค่ะให้อินบ็อกเข้ามา แล้วก็มีขึ้นไลน์ติดต่อเอาไว้ ซึ่งเชอรี่ได้พบตรงนี้ก็ไปดูข้อมูลว่าเขา ใช้อะไรยังไงบ้าง ชื่อบนเฟซบุ๊กก็ชื่อเล่นเชอรี่ เสร็จแล้วเชอรี่ก็ได้ทำการเอาไลน์ แกล้งทำเป็นติดต่อเขาไปเหมือนจะซื้อสินค้าเขา เราก็สอบถามเขาว่าซื้อสินค้าเนี่ยเท่าไหร่ ยังไง ใช้รูปพี่เชอรี่สามโคกเป็นพรีเซนเตอร์หรอ เขาก็บอก อ๋อ ใช่ พี่เชอรี่สามโคกเป็นพรีเซนเตอร์ เชอรี่ยืนยันว่าเชอรี่ไม่เคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าชนิดนี้นะคะ (หยิบหลักฐาน) อันนี้คือได้แอดไลน์เข้าไป จากไลน์ที่เขาขึ้นเอาไว้ที่เขาโปรโมทว่าขายของ เราก็ได้แอบเขาไป และได้มีการคุยกันจน รู้ถึงเลขบัญชีรู้ถึงชื่อนามสกุลเขาแล้ว ซึ่งวันนี้ก็จะเอาหลักฐานทั้งหมดที่เรารวบรวมเองเนี่ยมาแจ้งทางปอท.”   “ทราบเรื่องมาจากเป็นแฟนเพจ คนที่เป็นแฟนคลับอินบ็อกเข้ามา พอเขาไปเจอเขาก็มาบอกเราซึ่งหลายๆ ครั้งก็มีการมาบอก ไม่ว่าจะเป็นเอารูปเราไปทำกรุ๊ปไลน์ลามกอนาจาร หลายครั้งมากแล้ว เชอรี่เลือกที่จะแจ้งเตือนบ้างอินบ็อกหรือแจ้งเตือนหรือกดรีพอร์ตในเฟซบุ๊กบ้าง แต่เหมือนกับว่าพอจบกรณีนี้ก็มีกรณีอื่นขึ้นมา แล้วอย่างกรณีล่าสุดนอกจากทำให้เสื่อมเสียแล้ว เอารูปเราไปใช้เพื่อทำการพาณิชย์เนี่ย เชอรี่ก็เลยรู้สึกว่าต้องออกมาทำอะไรบ้างค่ะ”   “ไม่อินบ็อกค่ะ กรณีนี้ไม่อินบ็อกเลยเพราะว่าเชอรี่รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิด หรือว่าไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุ เขาโพสต์รูปเรา เอารูปเราจากพื้นที่ของเรา ไปใช้มาสักพักนึงแล้ว โพสต์ทุกวันเลยแล้วก็โพสต์ขายสินค้า มันเป็นความตั้งใจ ซึ่งมันไม่ใช่คนที่ต้องรู้กฎหมายอะไรมาก เอารูปคนอื่นมาโพสต์ขายของเนี่ย มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้ามันเป็นความตั้งใจก็ไม่เป็นไร ก็มาแจ้งตรงนี้ให้เขาได้รับผลทางกฎหมายดีกว่า เขาทำอะไรก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าทำถูกหรือเปล่า เพราะฉะนั้นไม่อินบ็อกก็คือมาแจ้งเลย”   “คือเชอรี่มาถึงตรงนี้ มาแจ้งที่นี่ เรารวบรวมข้อมูลไว้ ค่อนข้างในระดับหนึ่งแล้วนะคะ ชื่อนามสกุลหรือว่าอะไรรู้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นก็อย่างตัวเชอรี่เองไม่ว่าจะทำอะไรอาจจะมีบางครั้งที่ทำผิด อย่างคราวที่แล้วที่มอเตอร์โชว์เราทำผิดสังคม รู้สึกไม่โอเคเราก็ออกมายอมรับผิด เพราะฉะนั้นกรณีนี้คุณมาละเมิดเรา ไม่ว่าจะเป็นเชอรี่เองหรือว่าอาจจะมีดารานักแสดงคนอื่น ๆ พริตตี้ คนที่มีชื่อเสียง หรือกระทั่งคนธรรมดาทั่วไปที่อาจจะหน้าตาน่ารักแล้วโดนเอารูปไปใช้ อยากจะออกมาตรงนี้ก็เพื่อว่าจะมาบอกว่าสมัยนี้ไม่ใช่ว่าใครทำอะไรในโลกโซเชียลก็ได้ มีกฎหมายมีอะไรรองรับนะคะ เพราะฉะนั้น ก็อย่าคิดว่าทำอะไรละเมิดคนอื่นแล้วจะหลุดรอดไปได้”   และหลังจากแจ้งความเสร็จเวลาประมาณ 16.00น. เชอรี่ สามโคก ได้ออกมาเปิดใจอีกครั้งว่าตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะคนเห็นว่าใช้รูปตัวเองซึ่งหากเกิดปัญหาคนจะคิดว่าตนจะเป็นผู้กระทำ และอยากให้เป็นตัวอย่างกับคนอื่นๆ โดยมองว่าโลกโซเชียลก็เป็นสังคมหนึ่ง มีกฎ ต้องทำตามกฎไม่ละเมิดซึ่งกันและกัน สังคมโซเชียลจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข โดยล่าสุด เชอรี่ สามโคก ได้โพสต์ภาพและข้อความใน IG หลังจากที่คู่กรณีได้ส่งข้อความมาขอโทษ แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป!! ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG cherry_ladapa เชอรี่ สามโคก เชอรี่ สามโคก เชอรี่ สามโคก เชอรี่ สามโคก IG เชอรี่ สามโคก เชอรี่่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่ เชอรี่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่ เชอรี่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่ เชอรี่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่

แตงโม เปิดใจหมดเปลือกหลังเลิกเมีย!! ยันไม่เกี่ยวมือที่สาม-ไม่ได้เป็นเกย์!!
แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ /  ข่าว แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ / 

  ทำเอาเซอร์ไพรส์ตั้งแต่ต้นปี สำหรับคู่รักที่เลิกราหย่าขาดกันแบบสายฟ้าแล่บอย่าง แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ กับ เฟิร์น เกวรินทร์ อดีตภรรยาสาวแอร์โฮสเตส หลังใช้ชีวิตคู่กันได้เพียงแค่ 8 เดือนเท่านั้น ล่าสุด แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ ได้มาร่วมบวงสรวงละคร ใจลวง ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เจ้าตัวได้เผยถึงสภาพจิตใจที่หลังเลิกรากันไป เริ่มโอเคขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่ชินที่ต้องทำอะไรคนเดียว รับเคยทะเลาะกันถึงขั้นถอดแหวนแต่งงานเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ตลอดระยะเวลา 8 เดือนมีการปรับจูนเข้าหากันตลอด รู้สึกเสียใจเพราะไม่มีใครให้เกิดขึ้นแต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป พร้อมบอกไม่เกี่ยวกับมือที่สาม ยันตัวเองแมนทั้งแท่งไม่ได้เป็นเกย์อย่างที่หลายคนสงสัย   “ผมต้องชี้แจงก่อนนะครับว่าคู่เราคบกันยังไม่ได้จดทะเบียน แค่มีการวางแพลนและพูดคุยกันไว้เฉยๆ ส่วนเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมาอันนี้ผมขอไม่ลงรายละเอียดและก็ขอไม่พูดถึงอะไรที่มันผ่านมาดีกว่านะครับ เพราะผมก็เคยพูดไปแล้ว ส่วนเรื่องราวหรือเหตุผลจะเป็นอะไรยังไงนั้นผมขอไม่พูดดีกว่า เพราะว่าอันดับหนึ่งเลยคือมันไม่ได้เกิดขึ้นที่ตัวผมคนเดียว เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เกิดจากคนสองคนและคนสองคนก็คือคนที่รู้ดีที่สุด รวมถึงก็ยังมีคนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีก คือมีครอบครัวของทั้งสองฝ่าย ดังนั้นถ้าบางทีพูดอะไรออกไปมันก็อาจจะสร้างผลกระทบได้ไม่ใช่แค่กับตัวผม แต่มันก็จะกระทบกับทางอดีตภรรยาด้วย รวมถึงครอบครัวของเราสองคน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวผมหรือครอบครัวเขา คือมันอาจจะสร้างความไม่สบายใจได้ ดังนั้นผมขอไม่พูดถึงดีกว่าครับ”   “เข้าใจครับ ก็คือมีการพูดคุยกันและกัน เพราะว่าการที่เราจะตกลงอะไรออกไปเราก็มีการพูดคุยกันเกิดขึ้นตลอด รวมถึงมีการคุยกันด้วยว่าไม่อยากให้พูดอะไรเยอะแยะ เพราะว่าอันดับหนึ่งเลยเขาเองก็ได้รับผลกระทบเยอะ เขาไม่ใช่คนในวงการ เขาไม่อยากที่จะออกมาพูดอะไร คือเขาเองก็ค่อนข้งแฟร์มากๆ ดังนั้นในตอนแรกๆ ก็เลยยังไม่พร้อมที่จะพูด ผมเองก็ตกใจครับ ที่บ้านก็ค่อนข้างเป็นห่วงเหมือนกันเพราะว่าการคบใครสักคนเราก็ไม่ได้อยากให้มีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น แต่เรื่องของความรักมันก็เป็นเรื่องที่เราคาดเดาไม่ได้ เพราะแต่ละคนต่างก็มีมุมมองที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะมองว่าเร็ว บางคนก็บอกว่าถ้าหากมันอึดอัดก็ต้องตัดสินใจ คือเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่พูดยากมากๆ”   “ผมคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาคาราคาซังนะ แต่มันเป็นเรื่องของความสบายใจมากกว่า คือถ้าเราอยู่กับใครและเราสบายใจ เรายอมรับซึ่งกันและกันได้ เรามีเหตุผลมากพอ เรารักกันมากพอ มันก็น่าจะประคับประคองกันไปได้ แต่ผมก็ไม่ได้บอกนะครับว่ามันเป็นสาเหตุใดสาเหตุเหนึ่ง แค่รวมๆ แล้วเรามีการพูดคุยกันและพูดคุยกันว่าเราสบายใจตรงไหน จากนั้นก็เลือกทางที่ดีที่สุดให้ทั้งคู่ไม่ให้ใครต้องอึดอัด”   “ถ้าบอกว่าชีวิตก่อนแต่งกับหลังแต่งมันแตกต่างกันยังไง เอ่อ…อันนี้ผมก็ไม่เคยทราบเลยนะว่ามันแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไรจนได้มีประสบการณ์แต่งงาน ซึ่งมันก็แตกต่างนะ คือถึงแม้ว่าคุณจะเป็นแฟนกันอยู่ด้วยกันในการทดลองใช้ชิวิต แต่มันก็ยังไม่เหมือนกับการแต่งงานอยู่ดี ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามันแตกต่างกันยังไงคือมันไม่สามารถอธิบายมาเป็นคำพูดได้ แต่มันเป็นเหมือนความรู้สึกบางๆ ที่อยู่ในชีวิตคู่มากกว่าครับ”   “มีแน่นอนครับ เราปรับจูนกันตั้งแต่ก่อนแต่งด้วยซ้ำ คือดูว่าเขาชอบแบบไหน เราชอบแบบไหน แต่ว่าถ้าที่สุดแล้วคนเราถ้าหากเป็นตัวของตัวเองยังไงมันก็จะต้องเป็นตัวของตัวเองอยู่ดี เราไม่สามรถเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมดหรือไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจากตัวเราไปเป็นสิ่งที่เขาชอบได้ นอกเสียจากเราจะรับได้ในสิ่งที่เขาเป็น”   “เสียใจแน่นอนครับ ไม่มีใครดีใจหรอกครับในการเลิกรา แต่เราก็ยังมีหน้าที่การงาน มีพ่อแม่ที่เราต้องรับผิดชอบ มีชีวิตที่เราต้องดำเนินต่อ มีภาระต่างๆ ที่มันต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งจริงๆ แล้วสำหรับเรื่องของผมมันอาจจะยังเบาๆ หากเทียบกับหลายๆ ท่านที่เขาเจอมาหนักหนากว่าผม แต่ทุกๆ คนก็ยังสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องลุกขึ้นยืนลุกขึ้นสู้ต่อไป”   “โอเคแล้วครับ เพราะอย่างที่ผมบอกพอมันมีเรื่องอื่นๆ เข้ามาให้เราคิดเยอะ เราก็เลยต้องสู้ต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่กับตัวผม แต่ทางอดีตภรรยาของผมด้วยกันเหมือน คือเขาเองก็ยังออกไปทำงานทุกวัน พบปะผู้คนทุกวันแถมเจอมากกว่าผมด้วยซ้ำ ดังนั้นผมเชื่อว่าเขาเองก็เข้มแข็งมากๆ ที่จะต้องออกไปทำงานทุกวัน”   “ตอนนี้ไม่ได้คุยแล้วครับ แต่ถ้าหากมีปัญหาหรือว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องคุยเราก็สามารถคุยกันได้ครับ เพราะเราไม่ได้เกลียดกัน ยังไม่ชินนะ มันก็ยังรู้สึกแปลกๆ แปลกไปอีกแบบหนึ่ง”   "สำหรับเรือนหอจริงๆ แล้วก็เป็นบ้านที่ผมซื้อมานะครับ ก็คือผมอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วและตอนนี้ผมก็ยังอยู่ที่เดิม ส่วนอดีตภรรยาเขาก็กลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เขา ส่วนโอกาสที่จะกลับมาคืนดีกัน ตอนนี้ผมก็เลยยังไม่อยากจะพูดอะไร คือเรื่องของอนาคตเราก็ไม่สามารถรู้ได้เนอะว่ามันจะเป็นแบบไหน วันนี้เราอาจจะเลิกกัน แต่วันหน้าหากเรากลับมาเจอและมีคำพูดบางอย่างที่ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น เราก็อาจจะสามารถกลับมาพูดคุยกันได้คบกันได้ คือมันเป็นเรื่องของอนาคตอ่ะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่ได้อยากที่จะปิดกั้นตัวเองว่าสิ่งไหนได้หรือสิ่งไหนไม่ได้”   “เอ่อ…ไม่ทราบว่าจำกัดความว่าอะไรนะครับ แต่ในเมื่อเราตัดสินใจแล้ว เราก็ขอเลือกทำสิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ตอนนี้ให้มันดีที่สุดดีกว่า ถ้าให้พูดตรงๆ โลกไม่ต้องสวยนะครับ ก็คือว่ามันไม่มีการเลิกครั้งไหนสวยแน่นอน แต่มันอยู่กับเรามากกว่าว่าเราจะประคองมันยังไง พูดออกมาแบบไหน ทำให้เขาไม่ได้รับผลมาก และเราทั้งคู่ก็ไม่ต้องมาเจ็บช้ำน้ำใจมากไปกว่านี้”   “ไม่มีมือที่สามครับ ผมเองก็เคยบอกไปแล้วว่าไม่มีแน่นอน และทุกๆ วันนี้ผมเองก็ยังใช้ชีวิตอยู่คนเดียวด้วย”   “กับบางกระแสที่ออกมาว่าเป็นเกย์ ไม่หรอกครับ ถ้าหากจะเป็นจริงๆ ก็คงเป็นไปนานแล้ว (หัวเราะ) จริงๆ มันก็มองได้นะเพราะผู้ชายเดี๋ยวนี้หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น แต่ว่าสำหรับตัวผมคือผมไม่ได้ดูแลตัวเองหรือเจ้าสำอางอะไรขนาดนั้น แค่มันอาจจะเป็นด้วยลุคหรือด้วยคำพูดมากกว่า เพราะผมมีเพื่อนผู้หญิงและมีเพื่อนเพศที่สามเยอะ มันก็เลยอาจจะติดเรื่องมือไม้มาบ้างนิดหน่อย”   “จริงๆ มันก็ตลกดีนะครับ และผมเองก็ชินแล้วด้วย คือมันเป็นเรื่องที่ผมรับมือกับมันได้มากกว่า ขนาดพี่ๆ ช่างแต่งหน้าช่างทำผมบางคนยังบอกเลยว่าผมไม่กลัวเลยเนอะ ซึ่งผมมองว่าผมไม่รู้จะกลัวทำไม แถมผมยังรู้สึกสบายใจด้วยซ้ำเพราะว่ามันไม่ได้มีอะไรจริงๆ แมนๆ ครับ จริงๆ (หัวเราะ) ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน”   “เรื่องนี้ผมยังขอไม่โฟกัสเลยกว่า คืออะไรใช่เดี๋ยวมันก็เข้ามาเองแหละ แต่ถ้าอะไรไม่ใช่เดี๋ยวมันก็ออกไป แต่ถ้าให้ผมบอกว่าผมอยากมีแฟนใหม่ไหม คือมันยังไม่ใช่อ่ะครับ เอาเป็นว่าอนาคตถ้าจะเจอใครและถ้าเขาใช่มันก็ใช่เอง แต่ ณ ตอนนี้ผมขอไม่ขวนขวายเน้นโฟกัสเรื่องงานเป็นหลักดีกว่า”   “มีคุณพ่อคุณแม่พูดอยู่แล้วครับ แต่คือว่ามันผ่านช่วงนั้นมาแล้วช่วงที่เราพูดคุยกัน เพราะเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เราทั้งคู่ตัดสินใจกันแบบด่วนๆ มันมีเหตุการณ์มาพอสมควร ก็เคยนั่งคิดนะครับว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปจากนี้ ซึ่งบางคนเขาก็แนะนำว่าให้ดูหลายๆ คนเป็นตัวอย่าง เพราะบางคู่เขาก็อยู่กันได้มีครอบครัวกันได้โดยที่ไม่ต้องแต่งงาน แต่สำหรับตัวผมพอผมมานั่งคิดดูแล้ว ณ ตอนนี้ผมก็ยังไม่สามารถให้คำตอบตัวเองได้ว่าจะเป็นยังไง คือมันก็เป็นความลังเลไม่แน่ใจเพราะไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นแบบไหน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วผมเชื่อว่าคนเราขาดความรักไม่ได้หรอก เพียงแค่มันอาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้”   "(จริงไหมที่ทะเลาะกันถึงขั้นถอดแหวนแต่งงาน ?) มันก็เคยมีครับ แต่ผมไม่พูดดีกว่าว่าเพราะสาเหตุอะไร มันอาจจะเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่ทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ แต่สุดท้ายเราก็พูดคุยกัน” แตงโม กล่าว แตงโม พงษ์พิสุทธิ์   แตงโม พงษ์พิสุทธิ์   แตงโม เฟิร์น   แตงโม เฟิร์น  

ฉาวจนได้เรื่อง!! เป็ด เชิญยิ้ม ปลด จียอน ฟ้าผ่า เหตุดูถูกตลก-ไร้วินัย ยันไม่ใช่ผู้ใหญ่รังแกเด็ก!!
จียอน /  ข่าว จียอน / 

  ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ สำหรับนักแสดงสาวเกาหลีหัวใจไทย ซอ จียอน หลังจากที่มีกระแสข่าวกับ พชร์ อานนท์ จนอีกฝ่ายออกมาแฉยับกับพฤติกรรมเรื่องมากไม่ยอมเล่นตลกร่วมกับ กอล์ฟ เบญจพล เพราะกลัวติดภาพเป็นตลกคาเฟ่ และเบี้ยวคิวถ่ายทำจนทำให้กองถ่ายวุ่นวายป่วนไปหมด   เพราะความเรื่องเยอะและกระแสข่าวที่มีออกมาเข้าหูตลอดๆ ทำให้มีกระแสข่าวลือออกมาอีกระลอกว่า เป็ด เชิญยิ้ม ได้ปลด สาวจียอน ออกจากการเป็นพิธีกรรายการถึง 2 รายการแบบสายฟ้าแลบด้วยเช่นกัน ล่าสุดด้าน เป็ด เชิญยิ้ม ได้ออกมายืนยันแล้วว่าตนได้ปลด จียอน ออกจากรายการจริงทั้งรายการก่อนบ่ายคลายเครียด และ ยุทธการสะท้านตับ ด้วยเหตุผลมาจากพฤติกรรมของสาวจียอนเอง โดย จียอน ยังมีปัญหาเรื่องคิวการทำงาน แถมยังขอคิวไปทำรายการอื่นซึ่งส่วนนี้ทำให้ตนรู้สึกไม่พอใจบวกกับการที่ตนได้ยินกระแสข่าวมากมายเรื่อง จียอน มาโดยตลอด ถ้าสมมติว่าอีกฝ่ายพูดดูถูกตลกจริงก็คงอยู่วงการตลกไม่ได้คงต้องกลับไปเล่นที่เกาหลี ยันไม่ได้เป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก ไม่คิดโกรธแต่เพียงอยากจะอบรมสั่งสอนเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง ในเรื่องการวางตัวในวงการบันเทิง หากอีกฝ่ายมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ตนก็ยินดีที่จะยกโทษให้และให้โอกาสกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ขอบคุณภาพจาก IG queengyeon อ่านข่าว จียอน แฉ!! ค่ายหนังเบี้ยวค่าตัวนับแสน ยันถอนตัวเองไม่ได้ถูกถอด!!อ่านข่าว ชมพู่ ก่อนบ่าย เผย จียอน เครียดจนชัก รับลำบากใจเป็นคนกลาง แนะให้สงบปากอยู่นิ่งๆ!!   เป็ด เชิญยิ้ม   เป็ด เชิญยิ้ม   จียอน   จียอน   จียอน   จียอน   จียอน  

สวยแต่รูป...ทักแล้วหยิ่ง เผยธาตุแท้ นางเอก อ.
สวยแต่รูป...ทักแล้วหยิ่ง เผยธาตุแท้ นางเอก อ.

  สวัสดีเจ้าค่ะ ลูกๆ สายเม้าท์ สายเผือก ทั้งหลาย ที่กำลังรอ เจ๊หว่าง...ออนไลน์ สำหรับวีคนี้ไม่มีอะไรมาก เจ๊แค่จะมาบ่นๆ ดราม่า ธาตุแท้ของ นางเอก อ. ที่ได้ขึ้นชื่อว่าหยิ่งสุดๆ เรื่องนี้คนในมหาวิทยาลัยที่ She ไปเรียนบ้าง ไม่เรียนบ้าง เขารู้กันดี ว่า She ไม่ค่อยยุ่งกับใคร เพราะชีวิตนี้ She มีแต่คุณแม่ และพี่เลี้ยงเท่านั้น   หยิ่งสุดตรีนจริงๆ สำหรับ นางเอก อ. ที่ในจอทีวีหลายคนชื่นชม ชื่นชอบ ว่าเป็นนางเอกแอ็คติ้งเก่ง นิสัยดี ดูเฟรนลี่ จนกลายเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของประเทศ OMG!!! ให้ตายเถอะ นั้นมันแค่พฤติกรรมเฟคๆ แหลๆ ในหน้าจอทีวีเท่านั้น พอหน้าสวยๆ พ้นกล้อง พ้นไมล์ ชีก็กลายเป็นตัวเองทันที พฤติกรรมแบบนี้ พวกทีมงานในกองถ่ายละครรู้ดี ว่าชีชอบอยู่เงียบๆ กับพี่เลี้ยง หรือไม่ก็คุณแม่ ที่ตามไปเฝ้าในกองถ่าย ทีมงานคนไหนขอถ่ายรูปด้วย ก็จะทำหน้าหงิกหน้างอ ยอมให้ถ่ายรูปแบบผ่านๆ แบบไม่ค่อยเต็มใจ พอเลิกกองละคร ก็ไม่เคยคิดจะยกมือสวัสดีใคร ถ่ายละครเสร็จปุ๊บ ก็แบกหน้าหงิกๆ ขึ้นรถตู้กลับบ้านปั๊บ   ยิ่งเวลาไปเดินตามห้าง ตามตลาด นางเอก อ. ชอบทำเป็นหูทวนลม มองด้วยหางตา ขนาดแม่ค้าในมหาวิทยาลัยที่นางเรียน ชื่นชอบละครที่ นางเอก อ. เล่นมาก พอนางเอก อ. เดินผ่านหน้าร้าน แม่ค้าก็เรียกๆ ชื่อ นางเอก อ. ชมว่าชอบละครที่เล่น สนุกดี แทนที่ She จะหันไปยิ้ม และพูดขอบคุณให้กับแม่ค้า นางเอก อ. กลับมองด้วยหางตาแบบเหยียดๆ ใครอยากรู้ว่า นางเอก อ. มีพฤติกรรมอะไรแปลกๆ ให้ลองไปถามแม่ค้าที่มหาวิทยาลัยที่นางเรียนได้เลย ว่าหยิ๊ง...หยิ่ง ขนาดไหน ขนาดเพื่อนๆ ที่เรียนในคณะเดียวกัน ยังไม่มีใครอยากจะสุงสิงกับ นางเอก อ. เพราะชอบใส่หูฟัง นั่งลอยหน้า ลอยตา อยู่ตลอดเวลา ก็ไม่รู้ว่าชีเป็นนางเอกอารมณ์ไหนกันแน่น จะบ้า จะติสก์ จะเพี้ยน เจ๊หว่าง เดาไม่ถูกจริงๆ เลยเจ้าค่ะ

ซี ปัด! เป็นลูกรักช่อง 7 ไม่ถอดใจเรื่องลูกเล็งให้ เอมี่ ฝากไข่
ซี ศิวัฒน์ /  เอมี่ กลิ่นประทุม

   พระเอกหนุ่ม ซี ศิวัฒน์ ออกมายันชัด ปัดขึ้นแท่นเป็นลูกรักช่อง 7 บอกช่องเมตตาทุกคนอยู่แล้วตามงานที่ตัวเองถนัดเผยเลือกรับบทมากขึ้น ดีใจที่ช่องเห็นความสามารถ ส่วนเรื่องลูกของตนกับภรรยา เอมี่ กลิ่นประทุม นั้นส่วนตัวก็อยากมี แต่รอให้ธุรกิจลงตัวก่อน ซี ศิวัฒน์ ซี ศิวัฒน์