ข่าวกปปส

ไม่น่าเชื่อ! นางเอกตัวแม่คนนี้ เธอจะเคยแพ้ เอมี่...แม่มา บนเวทีมิสทีนฯ
เอมี่ อาเมเรีย /  มีน พีชญา

      กลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศสำหรับอดีตนางเอกสาวดาวรุ่งวิกหมอชิต เอมี่ อาเมเรีย มิสทีนไทยแลนด์ในปี 2006 ที่ความสดใสน่ารักของเธอในวันนั้น สามารถเอาชนะนางเอกเบอร์ต้นๆ ของช่อง 7 ในวันนี้ อย่าง มิน พีชญา ที่ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ทำให้ช่วงเวลานั้นสาวเอมี่กลายเป็นสาวน้อยดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการบันเทิง และโด่งดังเป็นพลุแตกสุดๆ จากละครเรื่อง ธิดาวานร ทางช่อง 7 จนมีวลีฮิตอย่าง แม่มา...แม่มา จนคนทั้งประเทศต้องเรียกว่าเธอว่า เอมี่...แม่มา   แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็เจอมรสุมกระแสข่าวฉาวรุมเป็นว่าเล่น จนเธอต้องค่อยๆ เฟดตัวออกจากวงการ แต่ก็พยายามที่จะหาโอกาสกลับเข้ามาสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง แต่งานนี้เธอก็หนีไม่พ้นชะตาของข่าวลือแรงๆ ที่ว่าเธอเป็นดาราสาวที่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งท้ายที่สุดสาวเอมี่ ก็โดนตำรวจรวบตัว และโดนจับ ณ บ้านพัก พร้อมหลักฐานเป็นยาเสพติด ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วบ้าน                        

สงสารหนักมาก!! น้องปีใหม่!! ถึงกับร้องไห้ออกมาเมื่อเห็น แม่แอฟ ถูกรังแก!!(คลิป)
แอฟ ทักษอร /  น้องปีใหม่ / 

  โถๆๆๆ ช่างเป็นอะไรที่น่าเอ็นดูปนกับความน่าสงสารจริงๆ สำหรับ น้องปีใหม่ ลูกสาวสุดที่รักของ แม่แอฟ ทักษอร กับ พ่อสงกรานต์ เตชะณรงค์ เมื่อย้อนกลับไปดูคลิปที่ แม่แอฟ ได้เคยโพสต์ไว้ โดยจู่ๆ น้องปีใหม่ ก็ร้องไห้ออกมาเพราะเห็น แม่แอฟ ถูกรังแก!! หลังจากที่ดูละครในทีวีเรื่องจำเลยรัก แล้วเห็น ลุงอั้ม อธิชาติ รังแกหม่ามี้แอฟ น้องปีใหม่ ก็เลยร้องไห้ออกมาด้วยความสงสาร ซึ่ง แม่แอฟ ได้โพสต์ข้อความระบุเอาไว้ด้วยว่าฉากที่ น้องปีใหม่ ดูนั้นไม่มีอะไรที่รุนแรงนะจ๊ะ   “เมื่อปีเห็นหม่ามี๊กับลุงอั้มในทีวี ไม่ยอมให้ปิด แต่ก็ไม่ยอมหยุดร้องไห้ ลุงอั้มรังแกหม่ามี๊ ลุงอั้มไม่หล่อแล้ว ***ตอนที่ให้ดูไม่มีอะไรรุนแรงนะคะ พระเอกมาง้อนางเอกเท่านั้น*** part4 #peamaitae#2years2months @atichart9”   โถ...น่ารักน่าชังน่าเอ็นดูจริงๆ เลย น้องปีใหม่ ของคุณแม่แอฟ!! ขอบคุณภาพจาก IG aff_taksaorn IG @aff_taksaorn เมื่อปีใหม่เห็นหม่ามี๊ในทีวี part1 #peamaitae #2years2months เมื่อปีใหม่เห็นหม่ามี๊ในทีวี part1 #peamaitae #2years2months IG @aff_taksaorn เมื่อปีเห็นหม่ามี๊ในทีวี part2 #peamaitae #2years2months เมื่อปีเห็นหม่ามี๊ในทีวี part2 #peamaitae #2years2months IG @aff_taksaorn เมื่อปีเห็นหม่ามี๊กับลุงอั้มในทีวี part3 #peamaitae #2years2months เมื่อปีเห็นหม่ามี๊กับลุงอั้มในทีวี part3 #peamaitae #2years2months IG @aff_taksaorn เมื่อปีเห็นหม่ามี๊กับลุงอั้มในทีวี ไม่ยอมให้ปิด แต่ก็ไม่ยอมหยุดร้องไห้ ลุงอั้มรังแกหม่ามี๊ ลุงอั้มไม่หล่อแล้ว ***ตอนที่ให้ดูไม่มีอะไรรุณแรงนะคะ พระเอกมาง้อนางเอกเท่านั้น*** part4 #peamaitae #2years2months @atichart9 เมื่อปีเห็นหม่ามี๊กับลุงอั้มในทีวี ไม่ยอมให้ปิด แต่ก็ไม่ยอมหยุดร้องไห้ ลุงอั้มรังแกหม่ามี๊ ลุงอั้มไม่หล่อแล้ว ***ตอนที่ให้ดูไม่มีอะไรรุณแรงนะคะ พระเอกมาง้อนางเอกเท่านั้น*** part4 #peamaitae #2years2months @atichart9

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

เอมี่ อาเมเรีย เปิดใจสั้นๆ ล่าสุดถูกนำตัวไปฝากขังเรือนจำพิเศษมีนบุรี!
เอมี่ อาเมเรีย

       เมื่อเวลา 14.20 น. ของวันนี้(21 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวของดาราสาว เอมี่ อาเมเรีย ออกจากห้องควบคุมตัวเพื่อเดินทางไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี โดยเมื่อสื่อสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าอยากจะพูดอะไรถึงคุณพ่อและแฟนคลับบ้างมั้ย ทางดาราสาวได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ขอโทษจริงๆค่ะ" จากนั้นคุณพ่อฮันนาส จาคอป ได้เดินฝ่าสื่อมวลชนเข้ามาถึงตัวเอมี่และพูดว่า "Amy don't say" ไม่ให้เอมี่พูดอะไรทั้งนั้น แล้วรีบกั้นให้ลูกสาวเดินออกมาขึ้นรถผู้ต้องหาที่จอดรออยู่หน้าสน.สายไหม ด้านคนสนิทที่นำข้าวของมาให้ตะโกนตามหลังบอกเอมี่ในรถว่า "เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเอาแมวมาให้" ซึ่งเป็นแมวของสาวเอมี่ที่เลี้ยงไว้เอง หลังจากนั้นเป็นแฟนหนุ่มของเอมี่ได้เดินคลุมหัวออกมา เมื่อถูกสื่อถามว่า ยาของใคร? เจ้าตัวไม่ตอบคำถามใดๆ บอกขอให้การที่ชั้นศาล ก่อนจะรีบเดินขึ้นรถไป      และเมื่อเวลา 17.01 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวดาราสาว เอมี่ อาเมเรีย ใส่กุญแจมือออกมาจากศาลมีนบุรี ขึ้นรถเพื่อไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี... เอมี่ อาเมเรีย   เอมี่ อาเมเรีย   เอมี่ อาเมเรีย   เอมี่ อาเมเรีย   เอมี่ อาเมเรีย   เอมี่ อาเมเรีย   เอมี่ อาเมเรีย   เอมี่ อาเมเรีย   เอมี่ อาเมเรีย   เอมี่ อาเมเรีย   แฟนหนุ่มของ เอมี่ อาเมเรีย  

ส่อแววเตียงหัก!! แอฟ รับแยกบ้าน สงกรานต์ แต่ยังใช้คำว่าสามีภรรยา!!
แอฟ ทักษอร /  ข่าว แอฟ ทักษอร / 

   ถูกจับตามองไม่น้อยสำหรับความสัมพันธ์อันคลุมเครือของคู่รักสุดหวานของสาวเอกสาว แอฟ ทักษอร กับคุณสามีไฮโซทายาทโบนันซ่า สงกรานต์ เตชะณรงค์ หลังจากมีกระแสตั้งคำถามจากชาวเน็ตว่าคู่นี้ขาเตียงกำลังจะหักหรือไม่? เพราะช่วงหลังไม่มีภาพคู่ให้เห็น แถมยังมีกระแสว่าทั้งคู่แยกบ้านกันอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดด้าน แอฟ ทักษอร ได้พา น้องปีใหม่ ออกงานอีเว้นท์พร้อมกับเปิดใจถึงเรื่องนี้ โดยยอมรับว่าแยกกันอยู่กับสามีจริง ซึ่งตนอยู่ที่กรุงเทพฯ สงกรานต์ อยู่ที่เขาใหญ่ ส่วนสถานะความสัมพันธ์ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ หากมีอะไรคืบหน้าตนจะบอกแน่นอน ตอนนี้ยังใช้คำว่าสามีภรรยาอยู่!!   "ทุกอย่างแอฟก็ลงตามชีวิตจริง ก็ไม่รู้ว่าจะต้องถ่ายรูปเพื่ออะไร ก็ลงไปเรื่อยเปื่อย คือถ้ายุ่งก็ไม่ได้ลง สังเกตได้ถ้าเป็นวันอาทิตย์แอฟจะหายไปเลย เพราะวันอาทิตย์จะไม่มีพี่เลี้ยง เราเลี้ยงลูกเองก็เลยไม่มีเวลาเล่นมือถือ (มีคนสังเกตว่าเวลาลงรูปจะมีแค่รูปน้องปีใหม่กับตัวเราเอง?) คุณสงกรานต์อยู่เขาใหญ่ค่ะ (ทำไมเราถึงแยกกันอยู่?) จริงๆ ถ้าพูดถึงเรื่องการเป็นอยู่นะคะ เขาอยู่เขาใหญ่และแอฟก็อยู่กรุงเทพฯ อยู่แล้วโดยปกติ เพราะตั้งแต่ลูกเรียนหนังสือ (อันนี้เป็นข้อตกลงระหว่างเราหรือเปล่า?) ไม่ได้เป็นข้อตกลงค่ะ ทุกอย่างก็ไหลๆ ไปตามธรรมชาติ ตามธรรมชาติก็คือตามหน้าที่ของแต่ละคน ตอนนี้ลูกเข้าโรงเรียนแล้วก็ต้องอยู่กรุงเทพฯ แอฟก็เลยอยู่กรุงเทพฯ ดูแลลูกไป"   "(พอไม่ได้อยู่ด้วยกันคนเลยจับตามองความสัมพันธ์ระหว่างสามี-ภรรยามีปัญหาหรือเปล่า?) อ๋อ อันนี้ก็... ถ้ามีอะไรเดี๋ยวบอกค่ะ (หลายคนก็เป็นห่วงเรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัวเรา?) แอฟคิดว่าถ้าเรื่องของสถานที่ที่ต้องแยกกันอยู่ แอฟว่าอันนั้นไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้มีปัญหานะคะ แต่เรื่องอื่นๆ ก็อีกเรื่องหนึ่ง (หัวเราะ) (ที่แยกกันอยู่เพราะมีปัญหาด้วยหรือเปล่า ?) แยกกันอยู่ด้วยอาชีพของเขาอยู่แล้วค่ะ (เรื่องสถานะความสัมพันธ์ยังคงเหมือนเดิมใช่ไหม?) อันนี้ต้องขอไว้ แอฟจะบอกพี่ๆ ว่าถ้ามีความคืบหน้ายังไง เราจะบอกแน่นอนค่ะ เพราะว่าตลอดระยะเวลาที่ทำงาน เราอยู่ตรงนี้มาเราก็ไม่เคยปิดบังอะไรอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าถ้าเกิดพร้อมเมื่อไหร่ก็จะพูด (เราพูดแบบนี้ออกมาเหมือนว่ามีอะไรอยู่?) ตกลงว่าแอฟพูดอะไรผิด (หัวเราะ) ไม่ได้พูดอะไรผิดใช่ไหมคะ (เหมือนตอนนี้เรายังไม่พร้อมที่จะพูด?) ไม่ค่ะ ตอนนี้ความสัมพันธ์ก็ยังโอเคค่ะ ยังใช้คำว่าสามีภรรยาอยู่ (หัวเราะ) ถ้าไม่ใช้บอกแน่นอนค่ะ เพราะแอฟพูดอะไรตรงๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าบางอย่างอาจจะขอรอจังหวะ เวลา โอกาส เราก็ไม่อยากจะพูดไปเรื่อยเปื่อยอะไรแบบนี้"   "(พูดแบบนี้เหมือนงอนๆ อะไรกันอยู่หรือเปล่า?) ไม่งอนค่ะ รุ่นนี้รุ่นแม่ เขาไม่งอนกันแล้วค่ะ (หรือมีปัญหาเหมือนลิ้นกับฟัน มีความไม่เข้าใจกันอยู่?) ปัญหามันก็ต้องมีบ้างอยู่แล้ว แอฟก็มองกลางๆ นะคะว่าแต่ละครอบครัวจะแก้ไขกันได้ไหมมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง (อยู่ในช่วงประคับประคองกันอยู่ใช่ไหม?) (หัวเราะ) ไม่แล้วค่ะ อยู่ตัว อันไหนปรับได้ก็ปรับค่ะ อันไหนปรับไม่ได้เราก็ต้องปล่อยผ่าน แอฟก็เข้าใจในส่วนหนึ่งว่าชีวิตทุกคนคงลงไปแก้ปัญหาในทุกๆ รายละเอียดไม่ได้ (มีโอกาสจะได้เห็นสามคนพ่อแม่ลูกออกงานด้วยกันอีกไหม?) ออกงานนี้มันก็ต้องแล้วแต่ความเหมาะสม แต่ตอนนี้ยังไม่มีติดต่อมาค่ะ ส่วนใหญ่ที่ติดต่อมาจะเป็นงานแม่ลูก"   "(ตอนนี้คนลุ้นอยากเห็นภาพครอบครัวในไอจี?) อย่างที่บอกอ่ะค่ะ จริงๆ แล้วเวลาที่แอฟลงไอจีก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เป็นธรรมชาติ วันนี้น้องปีใหม่ทำอะไรแล้วอยากจะถ่าย เราก็ลงไปตามนั้น ช่วงไหนเราไม่ว่างก็จะไม่ลงค่ะ แต่ถ้าถามว่าอยากลงแล้วจะให้ถ่ายได้ไหม ก็ทำได้นะคะ แต่อย่างที่บอกแอฟปล่อยไหลไปตามธรรมชาติ ไม่ใช่ว่าคนถามหาแล้วจะต้องรีบถ่าย ถ้าจะถ่ายก็ถ่ายได้ เพราะก็เจอกันทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละครั้งเราก็เจอกันอยู่แล้ว เพียงแต่เราก็คิดว่าทำไปตามธรรมชาติ (ถ้า สงกรานต์ ว่าง เขาก็จะแวะมาหาลูกใช่ไหม?) "ค่ะ ก็อาทิตย์ละครั้งค่ะ (แล้วช่วงนี้เราได้พาน้องไปเขาใหญ่บ้างไหม?) เคยค่ะเคย แน่นอนค่ะว่าต้องไป (ยังแฮปปี้อยู่เนอะ?) ค่ะ ก็ธรรมดาค่ะ ขึ้นๆ ลงๆ" แอฟ ทักษอร น้องปีใหม่ แอฟ ทักษอร น้องปีใหม่ แอฟ ทักษอร น้องปีใหม่ แอฟ สงกรานต์ แอฟ สงกรานต์ น้องปีใหม่

ละครนายฮ้อยทมิฬ , เรื่องย่อนายฮ้อยทมิฬ
นายฮ้อยเคน /  นายฮ้อยทมิฬ / 

ละครช่อง 7 นายฮ้อยทมิฬ บทประพันธ์โดย : คำพูน บุญทวีบทโทรทัศน์โดย : แพรพริมากำกับการแสดงโดย : ธงชัย ประสงค์สันติผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธงชัย ประสงค์สันติ และ มณีรัตน์ ประสงค์สันติเริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 25 กันยายน 2560 ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละคร นายฮ้อยทมิฬ ณ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ก่อนปี 2500 ความแห้งแล้งทวีความรุนแรง ความหวังเดียวของชาวบ้านอยู่ที่ นายฮ้อยเคน (ภัทรเดช สงวนความดี) นายฮ้อยค้าควายผู้มีความชำนาญพาทัพควายเดินทางผ่านที่กันดาร ชาวบ้านนับถือเขาว่าเป็นคนหนังเหนียว สู้ได้ทั้งโจรและสัตว์ อยู่ยงคงกระพัน สัตว์มีพิษไม่กล้าเข้าใกล้ ผีสางนางไม้ก็ปราบได้ แม้ควายและลูกน้องเจ็บป่วย ก็ใช้สมุนไพรรักษาหาย จนถูกขนานนามว่า นายฮ้อยทมิฬ นายฮ้อยเคน กับ คำแก้ว คำแก้ว ปุ๊กลุค นายฮ้อยทมิฬ นายฮ้อยเคน นายฮ้อยทมิฬ การค้าควายจะช่วยให้ชาวบ้านไม่ต้องอยู่อย่างยากแค้น แต่ คำแพง (กรรณาภรณ์ พวงทอง) เมียของนายฮ้อยเคน กลับรู้สึกเป็นการทำบาป จึงขอให้เขาเลิกค้าควายเพื่อลูกที่กำลังจะเกิด นายฮ้อยเคนรับปากแต่กลับ มาไม่ทันดูใจคำแพงที่ถูก เสือคำแสน (นวพล ภูวดล) กับ บักจันดี (พูลภัทร อัตถปัญญาพล) บุกมาฆ่าถึงบ้าน เพื่อแก้แค้นที่นายฮ้อยเคนเคยฆ่า เสือคำลือ ผู้เป็นพ่อตาย นายฮ้อยเคนต้องดูแล คำแก้ว (ฝนทิพย์ วัชรตระกูล) น้องเมียนิสัยแก่นกะโหลกแทนคำแพง คำแก้วรักพี่สาวมากจึงไม่พอใจทุกครั้งที่มีหญิงสาวมาติดพันพี่เขย นายฮ้อยเคนหารู้ไม่ว่าชาติกำเนิดที่แท้จริงของคำแก้วเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ในอดีตที่ครอบครัวของนายฮ้อยเคนถูก นายฮ้อยผี ผู้โหดเหี้ยมและเก่งวิชาอาคมฆ่าล้างหมู่บ้าน จึงเป็นปมที่ผูกให้นายฮ้อยเคนกับคำแก้วต้องออกเดินทางพาทัพควายที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน สู่การผจญภัยที่ต้องพบกับอุปสรรคและค้นหาความจริงถึงชาติกำเนิดของทั้งคู่ สีโห และ บัวเขียว นายฮ้อยทมิฬ ช่อง7 ไผ่ พงศธร รับบท สีโห นายฮ้อยทมิฬ ช่อง7 ข้าวทิพย์ ธิดาดิน รับบท บัวเขียว นายฮ้อยทมิฬ ช่อง7 นายฮ้อยเคนรวบรวมลูกน้องมุ่งหน้าสู่เมืองล่าง ลูกน้องแต่ละคนมีความเก่งกาจคนละด้าน แถมยังพกพาปัญหาสารพัดให้นายฮ้อยเคนปวดหัว ไม่ว่าจะเป็น ผู้ช่วยโทน (ธนากร ศรีบรรจง) ที่เป็นผู้ช่วยนายฮ้อยเคนมาหลายปี แต่อกหักจากคำแก้วแล้วไปหลงรัก แสงโสม (คริษฐา สังสะโอภาส) ลูกสาว เฒ่าโสม (ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล) อดีตครูของนายฮ้อยเคน และยังมี สีโห (ไผ่ พงศธร) และ บักมืด (ปอยฝ้าย มาลัยพร) เพื่อนซี้ที่ผิดใจกันเพราะต่างก็หลงรัก บัวเขียว (ข้าวทิพย์ ธิดาดิน) หมอลำพเนจรที่ร่วมเดินทางไปกับทัพควาย จันดี กับ คำสร้อย นายฮ้อยทมิฬ ช่อง7 ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีปัญหาความโลภและความเห็นแก่ตัวของ ทิดสุบิน (สมรักษ์ คำสิงห์), ทิดจันทา (สามารถ พยัคฆ์อรุณ) และ เฒ่าอ่ำ (ต๋อง ชวนชื่น) ที่มุ่งแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง จนทำให้สมาชิกทัพควายคนอื่นอย่าง อาจารย์เม้า (เฉลิมพล มาลาคำ), เฒ่าอ่วม (นพรุจ แย้มขะมัง), เฒ่าแต้ม (พิเชษฐ์ ศรีราชา), เฒ่าเข่ง (เขาทราย แกแล็คซี่), ผู้ช่วยถึก (อติรุจ สิงหอำพล), บุญเพ็ง (ศรีหลอด สีใส), ทิดแสง (เหลือเฟือ ม๊กจ๊ก), บักจ่อย (ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส), จันแดง (กัญญารัตน์ พงศ์กัมปนาท) เกิดความแตกแยก ทัพควายเดินทางยากลำบากขึ้น และต้องแลกด้วยชีวิตของชาวทัพควายไปตลอดการเดินทาง นายฮ้อยทมิฬ กับ แสงโสม ละครนายฮ้อยทมิฬ เมื่อนายฮ้อยเคนประคับประคองทัพควายมาถึงดงพญาเย็น ขุนเขาแห่งความตายด่านสุดท้าย ก็ต้องเผชิญหน้ากับนายฮ้อยผีที่ต้องการชีวิตนายฮ้อยเคน และยังเป็นผู้กุมความลับสำคัญที่สุดในชีวิตของคำแก้วไว้ การตัดสินใจครั้งสำคัญว่าจะอยู่หรือตายไปพร้อมกับคนอื่นในทัพควาย จึงเป็นทางเลือกที่นายฮ้อยเคนกับคำแก้วต้องตัดสินใจ โดยมีความรักของทั้งคู่ที่พัฒนามาจากความเห็นอกเห็นใจกันในยามยากเป็นเครื่องพิสูจน์ ติดตามชมละครย้อนหลัง นายฮ้อยทมิฬ สีโห กับ นายฮ้อยเคน อ้ายมืด -บัวเขียว -อ้ายสีโห เสือปราย นายฮ้อยทมิฬ ช่อง7 เฒ่าโสม รับบทโดย ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล นายฮ้อยทมิฬ ช่อง7 นายฮ้อยทมิฬ มืด รับบทโดย ปอยฝ้าย มาลัยพร นายฮ้อยทมิฬ อาจารย์เม้า รับบทโดย เฉลิมพล มาลาคำ รายชื่อนักแสดงละคร นายฮ้อยทมิฬ ภัทรเดช สงวนความดี รับบท นายฮ้อยเคนฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท คำแก้วธนากร ศรีบรรจง รับบท โทนคริษฐา สังสะโอภาส รับบท แสงโสมพูลภัทร อัตถปัญญาพล รับบท จันดีอมีนา พินิจ รับบท คำสร้อยกรรณาภรณ์ พวงทอง รับบท คำแพงมณฑิรา เปี่ยมรัตนวงศ์ รับบท คำม่วนอติรุจ สิงหอำพล รับบท ผู้ช่วยถึกธาราเขต เพ็ชร์สุกใส รับบท บักจ่อยนวพล ภูวดล รับบท เสือคำแสน ปราณวรินทร์ ปามี รับบท บุญตากัญญารัตน์ พงศ์กัมปนาท รับบท จันแดงข้าวทิพย์ ธิดาดิน รับบท บัวเขียวไผ่ พงศธร รับบท สีโหสมรักษ์ คำสิงห์ รับบท ทิดสุบินสามารถ พยัคฆ์อรุณ รับบท ทิดจันทาเหลือเฟือ ม๊กจ๊ก รับบท ทิดแสงเฉลิมพล มาลาคำ รับบท อาจารย์เม้า นพรุจ แย้มขะมัง รับบท เฒ่าอ่วมเขาทราย แกแล็คซี่ รับบท เฒ่าเข่งพิเชษฐ์ ศรีราชา รับบท เฒ่าแต้มต๋อง ชวนชื่น รับบท เฒ่าอ่ำ ปอยฝ้าย มาลัยพร รับบท มืดพิมพ์ชนก แก้วลุ่มใหญ่ รับบท น้อยศรุต สุวรรณภักดี รับบท ทิดเขียวบุญชู เชิญยิ้ม รับบท ทิดแก้วหยอง ลูกหยี รับบท หลวงพ่อศรีหลอด สีใส รับบท บุญเพ็งปริศนา วงศ์ศิริ รับบท ย่าเฒ่าภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล รับบท เฒ่าโสมบุ๋มบิ๋ม สามโทน รับบท เสื่อเปล่งปรีชา เกตุคำ รับบท เสือคูณชมวิชัย เมฆสุวรรณ รับบท กุลาสุทธิพงศ์ ภูเก้าแก้ว รับบท กะปอมจิรภัทร พานเงิน รับบท กาเหว่า

จิ้นแค่ในละคร! ปั้นจั่น ปัด! เป็นมือที่ 3 ทำ คริส-ไฮโซเซน รักร้าว
ปั้นจั่น ปรมะ /  ไฮโซเซน / 

   พระเอกหนุ่ม ปั้นจั่น ปรมะ ออกมายืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทำสาว คริส หอวัง กับ ไฮโซเซน รักร้าว บอกไม่มีโอกาสได้เจอและไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ส่วนที่หลายคนมองว่าอาจจะเป็นเพราะสถานะคู่จิ้นเลยทำให้ส่งผลกระทบต่อความรักของทั้งคู่นั้นเจ้าตัวบอก เป็นเรื่องของการทำงานมากกว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกันต่างคนต่างรู้ขอบเขตของตัวเอง เพราะมีตัวจริงกันอยู่แล้ว หวานใจของตนก็เข้าใจดี ไม่มีปัญหาอะไร ปั้นจั่น ปรมะ