ข่าวกปปส

ราศีใดใช่วงนี้ คนโสดมีเกณฑ์ ลมพัดหวนกับแฟนเก่า!
12ราศี /  คืนดีกับแฟนเก่า / 

ถ่านไฟเก่า กำลังครุกรุ่น !! ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) ดวงความรักหงอยเหงาเป็นพักๆ แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็กลับมาสวีทกันเหมือนเดิม คนโสดทำตัวน่ารักสดใสเข้าไว้ เข้าตาเพศตรงข้ามแน่นอน กลางเดือนโลกเป็นสีชมพู มีรักกุ๊กกิ๊กตลอด คนโสดแทบไม่ว่างเลย ช่วงนี้เสน่ห์แรง ใครพบเห็นก็ชื่นชมชื่นชอบ  แอบรักแอบชอบใครอยู่ ให้บอกความในใจได้เลย ถ้ามีคนรักแล้ว ควรวางแผนเที่ยวพักผ่อน ความรักก้าวหน้า มีข่าวดีเรื่องบุตร ปลายเดือนความรักจมอยู่กับอดีต ลองมองคนใหม่ๆ บ้าง เปิดโอกาสให้กับตัวเอง ถ่านไฟเก่าจะกลับมาลุกโชน ส่วนคนมีแฟนแล้วคิดหนัก เพราะมีเด็กมายั่วให้น้ำลายไหล

เผยเหตุผลสุดฮา ทำ 'พรินซ์' โบกมือลา The Fifth Element
Fifth Element /  gallery หนัง รูปภาพหนังใหม่ Movie / 

ฌ็อง ปอล โกติเยร์ ดีไซเนอร์สุดดังยอมรับความเด๋อ ปากเป็นเหตุทำนักร้องดังหลุดมือ โดย ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ (BIOSCOPE) ก่อนที่หนังไซ-ไฟสุดคัลต์อย่าง  The Fifth Element (1997) จะออกมาเป็นเวทีฟื้นชีพของบรูซ วิลลิส และเวทีแจ้งเกิดของมิลลา โจโววิช กับคริส ทัคเกอร์ อย่างที่เราเคยเห็น เชื่อหรือไม่ว่า จุดกำเนิดของมันคัลต์ซะยิ่งกว่านี้อีก เพราะเดิมทีผู้กำกับลุค แบซง วางตัวเมล กิบสัน กับจูเลีย โรเบิร์ตส์ ไว้ในบทคู่พระนาง และบรรจงแคสติ้งนักร้องคนดังอย่าง พรินซ์ ให้มารับบท รูบี้ ร็อด อีกหนึ่งตัวเอกของหนัง ซึ่งต้องถือเป็นการคัดเลือกที่แจ่มมากๆ เพราะหากได้พรินซ์มาแสดงจริงๆ เขาจะต้องเป็นสีสันที่เพิ่มระดับความจัดจ้านและความคัลต์ขลังแก่หนังยิ่งกว่าที่คริส ทัคเกอร์แสดงไว้อีกหลายขุม แล้วเพราะอะไรพรินซ์ถึงไม่ได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ในที่สุด ทั้งๆ ที่เขาสนใจถึงขั้นยอมเดินทางไปพบปะกับแบซงและฌ็อง ปอล โกลติเยร์ แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดังผู้มาออกแบบเสื้อผ้าให้ตัวละครในเรื่องนี้แล้ว? โกลติเยร์เปิดเผยเหตุผลไว้เมื่อ 3 ปีก่อนตอนที่งานออกแบบของเขาได้ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์บรูคลินว่า "ผมเอาสเก็ตช์ภาพชุดที่เรากะจะให้เขาใส่ในหนังให้เขาดู พรินซ์ดูแล้วไม่พูดอะไรสักคำ แล้วผมก็พยายามอธิบายด้วยสำเนียงฝรั่งเศสจ๋า-ภาษาอังกฤษห่วยแตกของผมว่า ผมคิดขำๆ ให้ชุดนี้เป็นตาข่ายที่มีขนของคนใส่โผล่หรอมแหรมออกมาทั่วตัว แถมผมยังสเก็ตช์ทั้งด้านหน้าทั้งหลังแล้วด้วยนะ ผมเลยลุกขึ้น เอามือตบตูดตัวเองและพยายามจะบอกเขาว่า ‘ตรงนี้เป็น faux cul อันใหญ่ๆ นะ’ พรินซ์มองผมแล้วทำหน้าแปลกๆ จากนั้นก็บอกบอดี้การ์ดว่าเขาจะกลับ ผมล่ะงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พรินซ์ออกไปเจอลุค แล้วลุคถึงค่อยมาเล่าให้ผมฟังทีหลังว่า พรินซ์ขำกับความพยายามพรีเซนต์แบบของผมมาก แต่เขาไม่ชอบชุดบ้านี้ มันดู ‘หญิง’ เกินไป "แต่ที่หนักที่สุด เขาบอกว่าผมหยาบคายมาก อยู่ดีๆ ก็ลุกมาเอามือตบก้นแล้วพูด ‘F-ck you, f-ck you!’ ใส่เขาซะงั้น ...ทั้งที่จริงๆ แล้วผมพูดว่า faux cul, faux cul (แปลว่า fake ass - ก้นปลอม) ต่างหาก!” ...โธ่วววว

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๙
ทุนการศึกษา /  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๙ สานต่อการให้ไม่สิ้นสุด ก้าวสู่อนาคตการศึกษาอย่างมั่นคง นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นประธาน ในพิธีมอบทุนการศึกษา ให้แก่เด็กและเยาวชนบนพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ณ ห้องประชุมเทเวศร์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๙ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้เล็งเห็นถึงการพัฒนาและให้ความสำคัญกับการ ขยายโอกาสด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชนบนพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินฯ ให้มีโอกาสได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ด้วยการมอบทุนการศึกษาเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เป็นต้นมา อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนทุนการศึกษา ชุมชน และสำนักงานทรัพย์สินฯ อีกด้วย ซึ่งในปีนี้ มีนักเรียนทุนการศึกษาในส่วนกลาง จำนวน ๕๐๕ ราย ส่วนภูมิภาค จำนวน ๒๖๔ ราย และทุนการศึกษาแบบเต็มจำนวน (Full Scholarship) จำนวน ๑๙ ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน ๗๘๘ ราย ทั้งนี้ สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้มีการจัดกิจกรรม “เปิดประสบการณ์การเรียนรู้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ” (ค่ายนักเรียนทุน) ซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ ๙ โดยเริ่มกิจกรรมตั้งแต่วันที่ ๑๘-๒๑ เมษายน ๒๕๕๙ ณ แหล่งเรียนรู้ ในสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร อันเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนพระราชกรณียกิจ ต่างๆของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย อาทิ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ และพระที่นั่งวิมานเมฆ เป็นต้น มีนักเรียนทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ และมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินฯ เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น ๒๕๘ ราย เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้เรียนรู้และ น้อมนำแนวคิด หลักการใช้ชีวิตตามรอยพระราชจริยวัตรและพระราชดำริ มาเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ได้อย่างเหมาะสม น.ส.ภัทราภรณ์ จตุรทิศ (ฟ้าใส) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เผยว่า “การเป็นเด็กทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทำให้ชีวิตของหนูและครอบครัวเปลี่ยนไปมากค่ะ ทำให้หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นเยาวชนที่มีศักยภาพ มีความเป็นผู้นำ นอกจากนี้ทุนการศึกษาที่หนูได้รับ ได้สร้างโอกาสให้หนูได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศฮังการี ในโครงการเอเอฟเอส ซึ่งข้อสอบเป็นข้อเขียนภาษาอังกฤษทั้งหมด มีคำถามข้อหนึ่งถามว่า ทำไมทางโครงการต้องเลือกหนูเป็นนักเรียนทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ หนูตอบว่าเพราะหนูเป็นนักเรียนทุนของสำนักงานทรัพย์สินฯ การได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศครั้งนี้ จะทำให้หนูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นำมาพัฒนาประเทศไทยได้ ต่อจากนี้หนูจะตั้งใจเรียนให้สูงที่สุด ควบคู่ไปกับการเป็นคนดีของสังคม เพราะคนเก่งสามารถพัฒนาสังคมได้ แต่คนดีจะสามารถนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่สังคมได้ตลอดไปค่ะ” น.ส.จุฑามาศ สกุลไทย (มายด์) นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า “หนูมีโอกาสคัดเลือกเข้ารับทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ จากการทำโครงงานช่วยเหลือสังคม จากการประกวดโครงการเธอคือแรงบันดาลใจ ปีที่ ๔ ของมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ “โครงการจิตอาสาสร้างค่านิยมใหม่ ก้าวพ้นภัยยาเสพติด” เป็นผลงานและกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนูไม่เคยนึกถึงสิ่งตอบแทนใดๆ แต่จากความตั้งใจของหนูที่ผู้ใหญ่ทางสำนักงานทรัพย์สินฯ มองเห็น จึงได้หยิบยื่นโอกาสให้หนูได้รับทุนการศึกษา ดีใจและภูมิใจมากๆ ค่ะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหนูได้ทำโครงงานคุณธรรมช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง และได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นสภาสังคมสงเคราะห์ ปี ๕๗ รางวัลเยาวชนคนเก่งสมเด็จพระเทพฯ และรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ปี ๕๘ ซึ่งโครงการเธอคือแรงบันดาลใจ เป็นเหมือนสะพานที่ทำให้หนูได้ต่อยอดโอกาสดีๆ ในหลายๆ ด้าน หนูรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและหนูจะตั้งใจเรียนนำทุนนี้ไว้ศึกษาต่อโดยไม่ต้องกู้เรียน ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่อีกทางหนึ่ง ซึ่งท่านต่างภาคภูมิใจที่หนูเป็นเด็กดีขยันเรียนและรู้จักช่วยเหลือคนอื่น ๆ อีกด้วย” น.ส.ณัฐกานต์ ศรีด้วง (มายด์) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จ.ลำปาง เผยว่า “คุณพ่อคุณแม่ประกอบอาชีพค้าขายอยู่บนตลาดสำนักงานทรัพย์สินฯ จ.ลำปาง ค่ะ จึงทำให้หนูได้มีโอกาสในการเข้ารับทุนการศึกษา รู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ ค่ะ ที่ได้รับทุนการศึกษาสำนักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ หนูได้นำความสามารถพิเศษทางด้านกีฬาว่ายน้ำมาคัดเลือกค่ะ เพราะหนูคิดว่านอกเหนือจากการเรียนดี ประพฤติดี ความสามารถพิเศษจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้เราได้รับเลือกโอกาสดีๆ ซึ่งหนูจะนำเงินทุนที่ได้เก็บไว้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และส่วนหนึ่งแบ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว สำหรับกิจกรรมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ ทำให้หนูได้รับความรู้ในหลายๆ ด้าน ที่สามารถนำมาพัฒนาตนเองและสังคมให้เกิดประโยชน์ได้ค่ะ” ด.ช.อิษฎา เกตทอง (อิท) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนกีฬาจังหวัดตรัง จ.ตรัง เผยว่า “ผมมีพี่น้อง ๓ คน ตัวผมเองเป็นคนที่ ๑ ครับ การได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ผมดีใจมาก เพราะผมมีความฝันว่าอยากจะพัฒนาประเทศของเราให้เจริญรุ่งเรือง คุณพ่อคุณแม่ท่านก็เป็นกำลังใจบอกให้ผมทำเต็มที่ และทุนที่ได้รับผมจะเก็บไว้สำหรับศึกษาเล่าเรียนต่อไปในอนาคต ส่วนความรู้ที่ได้ผมจะนำมาพัฒนาชุมชน เหมือนอย่างรุ่นพี่ตัวอย่างในชุมชนของผมเค้าตั้งใจเรียน เป็นนักกีฬาของจังหวัด และยังทำประโยชน์เพื่อชุมชนด้วยนอกจากนี้ผมจะเป็นตัวอย่างทีดีให้น้องๆ ได้เดินตามรอยทั้งในด้านการเรียนและเป็นคนดีของสังคมต่อไปครับ” น.ส.ทิตาวีร์ พันธุ์ศรีบัณฑิต (โจดี้) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง เผยว่า “ครอบครัวหนูประกอบอาชีพค้าขายอยู่บนพื้นที่ของสำนักงานทรัพยิ์สินฯ จึงได้รับการติดต่อจากทางชุมชนว่ามีการสมัครสอบคัดเลือกทุนของสำนักงานทรัพย์สินฯ หนูจึงได้เข้ามาสอบ พอทราบว่าได้ทุนดีใจมากๆ ค่ะ เพราะฐานะทางบ้านหนูมีฐานะพอมีพอกิน การได้รับทุนการศึกษาในครั้งทำให้หนูสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้เป็นอย่างมาก และจะเก็บไว้เพื่อใช้ในการศึกษาต่อให้สูงที่สุด สำหรับกิจกรรมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ ทำให้หนูได้รู้ถึงพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้สึกรักประเทศไทยและเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ไทยเพิ่มมากขึ้น อยากเป็นกำลังใจให้พี่ๆ น้องๆ ที่อยู่บนพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินฯ ทุกคน ขอให้ตั้งใจเรียนและเป็นคนดีของสังคม แล้วจะได้รับโอกาสดีๆ แบบหนูค่ะ” ทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ มีส่วนช่วยให้นักเรียนทุนการศึกษาได้ฝึกฝนตนเองในด้านความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม รู้จักเสียสละและแบ่งปันซึ่งกันและกัน รวมไปถึงการพัฒนาตนเองด้านสังคม สู่การสร้างเครือข่ายเยาวชนจากการร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ เพื่อสร้างคุณภาพขั้นพื้นฐานด้านการศึกษาให้มั่นคง สู่การสร้างคนคุณภาพแก่สังคมโดยรวมต่อไป

ละครเหยี่ยวรัตติกาล , เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล /  ละครเหยี่ยวรัตติกาล / 

เหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครช่อง7 บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอดผลิตโดย : บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ จำกัดออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เหยี่ยวรัตติกาล เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่งรัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับ ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจพารีบออกไปตามหา พบว่าราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนายิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรีมีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายงที่วัด เพราะชาวทิเบตนับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรีจะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรีหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป 15 ปีผ่านไป.. ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจนจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก ๆฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ซึ่งนุชนาถลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษีรวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรีช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรีไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถขับรถมาส่งราตรีก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คนออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรีเอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท ละครเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากกระสุนสองสามแห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าเห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลง ผู้กองเซนต์มาดักรอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถกลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด เซนต์เตือนราตรีให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้ ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง และบอกให้ราตรีไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า รุ่งเช้าราตรีไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรีขึ้นไปห้องพระ และถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับเมื่อตอนเด็ก ๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรีระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อมั่น ก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบตที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้ ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ผู้กองเซนต์ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถและครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการ และส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้กลายเป็นเป้าหมาย ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน หลังจากราตรีเข้าคุมหนังสือพิมพ์ สองวันต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคม และทางการจึงคิดกำจัดราตรี เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกเพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่านายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรีแบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์มีน้ำใจ เช้าวันหนึ่งราตรีตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตน ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรีลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ วันหนึ่งสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธ และจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกเวลา คืนหนึ่งสมศักดิ์ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไว จนเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์มาเฟียลงในที่สุด ก้องเกียรติ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กองทัพนักข่าวต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย เซนต์มาหาราตรีชวนไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรีก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยเพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากองนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดโปงนายสรสินให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ อีท (แจม-ปาณิชดา) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการ แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาลสามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าได้ พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาลรวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบตเพื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่าง ๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้ สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว ละครเหยี่ยวรัตติกาล เหยี่ยวรัตติกาลออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรีก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่าง ๆ ของพิเชษฐ์รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตนแต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาลตามประกบติด จนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรีเปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาลคงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของ เซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์คือก้องเกียรติ และทีมงานของ ราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล ติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ราตรี ธาวิน เยาวพลกุล รับบท เซนต์ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท ก้องเกียรติ ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท อีท สวิช เพชรวิเศษศิริ รับบท พิเชษฐ์ อนิสา นูกราฮา รับบท เรวดี กัญญกร พินิจ รับบท นุชนาถ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ นวลปรางค์ ตรีชิต รับบท รัตนา พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท พีท ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท อาจารย์บาตง ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย รับบท ทัช กฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท ซาเอะ ช่อง7 ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น

เดือดสิครับ! คลิปเจอแฟนบอลปาพลุไฟใส่ นักเตะโมโหขว้างด้ามธงโต้
คลิป /  ฟุตบอล / 

คลิปเหตุเดือดในเกมฟุตบอลสวีเดนระหว่างเจ้าบ้าน โกเธนเบิร์ก กับ มัลโม สถานการณ์มาระอุเมื่อแฟนบอลเจ้าบ้านไปปาพลุไฟใส่ โทเบียส ซาน่า นักเตะมัลโมที่กำลังวอร์มอัพอยู่ข้างสนาม ตัวนักเตะเลยขว้างธงใส่กองเชียร์ที่อยู่บนอัฒจันทร์เป็นการตอบโต้ หลังจากนั้นเกิดความวุ่นวายในสนามจนผู้ตัดสินต้องยกเลิกการแข่งขันไปในที่สุด

แอน มรกต โต้! ตกอับ ปัด...เป็นเมียเก็บเศรษฐี
แอน มรกต /  แอน-มรกต มณีฉาย

แอน-มรกต มณีฉาย ถ้าพูดชื่อนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเธอคือ นู้ดในตำนาน ด้วยฉายา หน้าอกภูเขาไฟ หลังจากที่หายหน้าจากวงการไปนานก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างหนาหูว่าเธอไปเป็นเมียเก็บ ของเศรษฐีใหญ่ และแรงที่สุดตกอับ ขายตัว ต่างประเทศ สาวแอนเลยขอเปิดใจเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดว่า ฉายา? เยอะมากจริงๆ หน้าอกภูขาไฟ นู้ดในตำนาน ดาวโป้ ดาวยั่ว อะไรประมาณนั้นค่ะ (ในอดีตโดนโจมตีไหม เราเป็นดารานู้ด?) โดนโจมตีเยอะมาก แล้วก็มีกระแสวิจารณ์ถ่ายภาพโป้ ภาพเปลือย ดูอนาจาร บางคนก็มีดูถูกว่าเราถ่ายเซ็กซี่แบบนี้เราเป็นเมียน้อย เมียเก็บใครรึป่าว แอบขายไหม ก็จะมีคนโจมตี มีคนมองเราไม่ดีด้วยสายตาที่ดูถูกก็มีบ้างค่ะ (แรงที่สุดที่เคยเจอในชีวิต?) กระแสข่าวก็มี บางกระแสก็ว่าเราไปขายตัวต่างประเทศ จริงๆ กระแสข่าวมันก็มีมูลเพราะมันมีผู้หญิงอยู่ต่างประเทศใช้ชื่อเรา ใช้ภาพเราไปหากิน แต่ก็มีรายการหนึ่งได้พิสูจแล้วว่าไม่ใช่เรา โดยโทรไปที่เบอร์ผู้หญิงคนนั้น ก็พิสูจน์ได้ว่าเราไม่ได้อยู่ต่างประเทศ เราอยู่ในประเทศ หายไปจากวงการนานแค่ไหนแล้ว? จริงๆ แล้วก็ไม่ได้หายซะทีเดียวก็ยังมีบ้าง ไปออกรายการบางรายการบ้าง ประมาณ 10 กว่าปี (แบบนี้ก็เรียกว่าแขวนเต้า?) จะเรียกว่าแขวนเต้าก็ยังไม่เชิงนะคะ ที่ผ่านมาเราหยุดเรื่องภาพเซ็กซี่ไป เพราะว่าภาพเซ็กซี่มันเยอะมาก เราก็อยากหยุดบ้าง อยากล้างภาพตัวเอง เพราะว่าไปทางไหนคนก็จะมองว่าแอนมรกตต้องเซ็กซี่ ต้องโป้ ต้องเปลือย ต้องโชว์หน้าอก เราก็อยากให้คนเขาลืมภาพตรงนั้นบ้าง ตอนนี้ยังรับงานถ่ายแบบอยู่? ไม่ได้รับแล้วค่ะ (แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่ ?) ในช่วงที่หายจากวงการไปช่วงแรกๆ ก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับสปา ช่วงหลังไม่ได้ทำแล้วก็มาทำธุรกิจขายอาหารเสริมทางทีวี แล้วก็ซื้อที่ดินทำไร่ยางพาราด้วย ตอนนี้ก็กำลังมองกำลังศึกษาธุรกิจใหม่ๆ คิดว่าคงจะลงทุนเร็วๆ นี้ (มีข่าวลือว่า แอน-มรกต ตกอับ ?) เอาบรรทัดฐานอะไรมาวัด ถ้าชื่อเสียงเราไม่ได้เหมือนเดิมแล้วมองว่าเราตกอับอันนั้นก็แล้วแต่มุมมองของคุณ แต่ในความรู้สึกของแอน เราไม่ได้ตกอับเพราะเรายังมีอาชีพ เรายังทำอะไร เพียงแต่ว่าเราเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราไม่ทำงานในวงการบันเทิง เราผันตัวเองมาทำธุรกิจเราอยากมีความมั่นคงในชีวิต อยากเปลี่ยนภาพเซ็กซี่ของตัวเองมาทำธุรกิจมากกว่าค่ะ รายได้ตอนนี้กับตอนนั้น ? “ในยุคนั้นต้องยอมรับว่าเราฮอตจริงๆ แล้วก็งานเยอะมากๆ แทบจะไม่มีเวลาได้พักผ่อน ค่าตัวก็สูงมาก ถ้าจะเปรียบเทียบค่าตัวในยุคนั้น กับยุคนี้มันต่างกัน ยุคนั้นรายได้มันค่อนข้างมหาศาล มันก็ต้องเยอะกว่าอยู่แล้ว(มีข่าวเป็นเมียเก็บเศรษฐีบรูไน?) เคยได้รับการติดต่อมาจริงค่ะ แต่เราก็ปฏิเสธไป เขาติดต่อผ่านเอเจนต์ค่ะ เอเจนต์ก็โทรมานัดคุยกับเราเอารายละเอียดมาให้ดูว่ามีผู้ใหญ่เขาติดต่อมาอย่างนี้ ผู้ใหญ่ในบรูไนให้ไปเป็นนางในฮาเร็มก็ให้เงินเกินไม่ต่ำว่าเดือนละ 1 ล้านบาท ทุกเดือนถ้าถูกใจมันก็ต้องมีอะไรมากขึ้นอยู่แล้ว แต่เดือนละล้านนี่คือหลักๆ ต่ำสุด แต่ว่าแอนไม่ได้ไปคุยเอง ติดต่อผ่านผู้จัดการมาอีกทีหนึ่ง ก็ได้มีการพุดคุย แล้วเราก็บอกว่าเราไม่เอาค่ะ ผู้จัดการเราก็ปฏิเสธไป เจอเรื่องแบบนี้บ่อยไหม ? เรื่อยๆ ค่ะ ทั้งคิดต่อไปทานข้าว ติดต่อเป็นเมียน้อย เมียเก็บเป็นเรื่องธรรมดา ติดต่อเข้ามาเยอะ เพียงแต่ว่าเราก็ไม่ได้สนใจตรงนั้น (รู้สึกยังไง เรากลายเป็นวัตถุทางเพศ ?) ทำไมคนเราต้องวัดกันที่ภาพพจน์ ภาพภายนอก เพราะภาพเซ็กซี่มันเป็นเรื่องของการทำงาน เราขายภาพไม่ได้ขายตัว แต่ว่าคนบางคนไม่ได้แยกแยะความเป็นจริง บางคนมองว่าคุณขายเงาขายภาพเซ็กซี่คุณจะต้องขายตัวด้วย ตรงนั้นเราเสียความรู้สึกเหมือนกัน แต่ว่าอีกใจหนึ่งเราก็ทำใจ เพราะเรารู้ว่าภาพเซ็กซี่มันก็ทำให้คนคิดแบบนั้นได้ ตอนนี้ก็พยายามทำใจค่ะ ทำไมไม่ตัดสินใจมีสามี ใช้ชีวิตครอบครัวให้ชัดเจนไปเลย ทราบว่าตอนนี้ยังโสด? ยังโสดอยู่ค่ะ แต่ถามว่าเราอยากมีสามีไหม ถ้าเขารักเรา เรารักเขาจริงๆ ความพร้อมทุกอย่างเราก็ต้องอยากแต่งงานแต่ ณ ตอนนี้มันยังไม่เจอคนที่ใช่ แล้วคนที่เราศึกษาอยู่ เราก็ต้องศึกษาไปเรื่อยๆ ก่อนว่ามันใช่จริงไหม เราต้องถามตัวเองว่าเรารักเขามากขนาดจะแต่งงานและอยู่กับเขาตลอดชีวิตได้รึป่าว ตัวเขาเองเขารักเรามากแค่ไหน แอนไม่อยากแต่งงานแล้วอยู่ไม่ได้ มีปัญหาแล้วก็ต้องเลิกกัน ถ้าเป็นแบบนั้นแอนคิดว่าไม่แต่งดีกว่า” (ทุกวันนี้ก็ยังศึกษาดูใจกันอยู่?) ก็มีค่ะ คบหา ศึกษา เป็นคนนอกวงการค่ะ ในวงการก็เคยมีคุยค่ะ เพียงแต่ว่าเราคิดว่ามันยังไม่ใช่ แอน-มรกต มณีฉาย แอน-มรกต มณีฉาย

อู้ฟู่! ส.บอลจ่ายเงินงวดเเรก 3 ลีกรวม 170.5 ล้านบาท
กรวีร์ ปริศนานันทกุล /  พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์ / 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยถือโอกาสระหว่างจัดประชุมใหญ่วิสามัญ ดำเนินการมอบเงินสนับสนุนทีมฟุตบอลอาชีพใน 3 ลีกเงินรวมกว่า 170.5 ล้านบาท เมื่อวันที่ 29 เม.ย.59 ที่ตึกการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีการประชุมสภากรรมการบริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ครั้งที่ 1 โดยครั้งนี้ทางด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯได้มีการมอบงบประมาณสนับสนุนให้กับทีมฟุตบอลอาชีพของทั้ง 3 ลีกซึ่งเป็นงบหนุนงวดแรกจาก 3 งวด รวมจำนวนเงิน 170.5 ล้านบาท ดังนี้ โดยเเบ่งเป็น 18 ทีมในศึกไทยลีกจำนวน 126 ล้านบาท , 16 ทีมในศึกดิวิชั่น 1 จำนวน 16 ล้านบาท และ 95 ทีมในศึกดิวิชั่น 2 จำนวน 28.5 ล้านบาท โดยมี พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์ ประธานบริษัท พรีเมียร์ ลีก (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบ และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานฝ่ายจัดการแข่งขัน ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เป็นตัวแทนรับมอบ

ดราม่าต่อ!! แห่สงสัย มิน เก็บกระเป๋าแบรนด์เนมไว้ที่ไหน-รีบลบรูปทำไม!!
ข่าว มิน พีชญา /  ของขวัญวันเกิด มิน พีชญา / 

ยังไม่จบค่าสำหรับกรณีดราม่า มิน พีชญา ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมหรู เป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้าจากสิงคโปร์ และเมื่อวานนี้ (28เม.ย.59) ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ สาวมิน พีชญา ได้เดินทางไปทำบุญวันเกิดที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้น พร้อมกับแถลงข่าวชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า ตนยังไม่ได้นำกระเป๋าเหล่านั้นกลับเมืองไทย ยืนยันเดินทางไป-กลับด้วยกระเป๋าใบเดียวและทำตามกฎหมายทุกอย่าง ส่งผลให้ชาวโซเชียลยังมีการตั้งคำถามในโลกออนไลน์ผ่านกระทู้เว็ปไซต์ pantip.com ว่า “จากแถลงข่าว นักแสดงหญิง กับกระเป๋าแบรนด์เนม...เก็บไว้ที่ไหนหรอซื้อแล้วเก็บไว้ให้แม่บ้านที่รร. ใช้หรือครับ หรือถ้าบินกลับไปเอากระเป๋าใบล่ะหลายแสน ค่าเครื่องบินไปกลับเอามาทีล่ะใบ อื้อหือ ดี๊ดรี มีเวลาบินไปมาแค่ไปเอากระเป๋ากลับแค่เนี๊ย น่าจะรวยมากเลยจริง ขอน้อมรับ ปล.เห็นบอกว่าจะบินกลับไปเอาอีกที ฝากนักข่าวช่วย ถ่ายทอดสดวันที่เอากลับมาด้วยนะครับ อยากเห็นวันที่ขนมาและก็ตอนที่จ่ายภาษีที่สนามบิน คิดว่าเรทติ้งวัน Live น่าจะพุ่งปรี๊ดไม่แพ้กัน ฝากด้วยครับ จะรอติดตามชม” อีกทั้งเพจดัง ใต้เตียงดารา ก็ยังนำเสนอกระแสข่าวที่ชาวโซเชียลได้สงสัยว่า สาวมิน เอากระเป๋าหรูไปเก็บไว้ที่ไหนเช่นกัน และมีชาวเน็ตทั้งลูกเพจ และสมาชิกเว็ปไซต์ดังกล่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย พร้อมกับตั้งข้อสงสัยว่าในเมื่อบริสุทธิ์ใจแล้ว สาวมิน จะรีบลบรูปในอินสตาแกรมทำไมเมื่อมีกระแสข่าวเกิดขึ้น ดูท่าชักจะยังไม่จบง่ายๆ ซะแล้วสิ!! ขอขอบคุณภาพจาก IG minpechaya, เพจ ใต้เตียงดารา, pantip.com มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา

12 หนังชั้นครู
2001: A Space Odyssey /  Apocalypse Now / 

12 หนังชั้นครู "กำกับภาพยอดเยี่ยม" ขวัญใจนักวิจารณ์ https://vimeo.com/163008926 Fandor (www.fandor.com) ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่ง ที่โดดเด่นด้วยคอนเท็นต์หนังรางวัลจากทั่วโลกไปจนถึงดีคลาสสิคที่มีมากมาย นึกสนุกชวนกองบรรณาธิการและนักวิจารณ์หนังกว่า 60 ชีวิต มาร่วมโหวตหนังที่มีการกำกับภาพ (Cinematography) ยอดเยี่ยมที่สุดในดวงใจ ซึ่งหนังที่มีคะแนนรวมมากที่สุด 12 อันดับ ยังถูกทำมาเป็นวิดีโอให้ชมกันอีกด้วย โดยสามารถอ่านการจัดอันดับจากนักวิจารณ์ทุกท่านได้ ที่นี่  12 อันดับหนังที่ถูกโหวตว่า มีการกำกับภาพ (Cinematography) ยอดเยี่ยมที่สุดได้แก่ อันดับ 12 The Tree of Life (2011, ผกก. Terrence Malick) กำกับภาพโดย Emmanuel Lubezki อันดับ 11 The Magnificent Ambersons (1942, ผกก. Orson Welles) กำกับภาพโดย Stanley Cortez อันดับ 10 Apocalypse Now (1979, ผกก.Francis Ford Coppola) กำกับภาพโดย Vittorio Storaro   อันดับ 9 The Night of the Hunter (1955, ผกก. Charles Laughton) กำกับภาพโดย Stanley Cortez   อันดับ 8 McCabe & Mrs. Miller (1971, ผกก. Robert Altman) กำกับภาพโดย Vilmos Zsigmond   อันดับ 7 The Red Shoes (1948, ผกก.Michael Powell และ Emeric Pressburger) กำกับภาพโดย Jack Cardiff   อันดับ 6 The Conformist (1970, ผกก. Bernardo Bertolucci) กำกับภาพโดย Vittorio Storaro   อันดับ 5 Sunrise: A Song of Two Humans (1927, ผกก. F. W. Murnau) กำกับภาพโดย Karl Struss และ Charles Rosher   อันดับ 4 Citizen Kane (1941, ผกก. Orson Welles) กำกับภาพโดย Gregg Toland   อันดับ 3 2001: A Space Odyssey (1968, ผกก. Stanley Kubrick) กำกับภาพโดย Geoffrey Unsworth   อันดับ 2 Barry Lyndon (1975, ผกก. Stanley Kubrick) กำกับภาพโดย John Alcott   อันดับ 1 Days of Heaven (1978, ผกก.Terrence Malick) กำกับภาพโดย Néstor Almendros และ Haskell Wexler

เจสสิก้า ฉายเดี่ยวเต็มรูปแบบ! โชว์ความสามารถแต่งเพลงของตัวเอง
jessica /  Jessica Jung / 

เจสสิก้า จอง เผยรายชื่อเพลงจากอัลบั้มเดี่ยว โชว์ความสามารถแต่งไตเติ้ลแทร็ค Fly ด้วยตัวเอง วันนี้(29 เม.ย.) Coridel Entertainment ได้เผยข้อมูลผ่านออฟฟิเชี่ยลโฮมเพจและโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก ถึงรายละเอียดส่วนหนึ่งของเพลงจากอัลบั้มเดี่ยวของ เจสสิกา จอง ซึ่งประกอบไปด้วยไตเติ้ลแทร็ค Fly, Big Mini World, Falling Crazy In Love และอีก 3 เพลงที่ยังไม่เปิดเผยข้อมูล เจสสิก้า สร้างความสนใจให้แก่แฟนเพลง ผ่านการเขียนเนื้อร้องและทำนองของเพลง Fly ไตเติ้ลแทร็คของอัลบั้ม รวมทั้งยังเขียนเพลง Falling Crazy In Love ด้วยตัวเองเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีชื่อของนักแต่งเพลง-โปรดิวเซอร์ชื่อดัง อย่าง Fabolous และ Kmack ผู้เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินรางวัลแกรมมี่ อย่าง Beyonce และ Diddy เข้ามามีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้อีกด้วย ก่อนหน้านี้ เจสสิก้า ก็เพิ่งปล่อยภาพเบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิควิดีโอรวมทั้งทีมแดนเซอร์ของเธอผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว ชวนให้แฟนๆ ต้องติดตามผลงานเพลงเดี่ยวของเธออย่างใกล้ชิดทีเดียว. It's a great feeling! Finished up shooting an MV last month in lovely LA, Malibu and even the desert! Just completed the final edits today, took over a month because I wanted to make sure every detail was perfect! Can't wait to show it to u guys! For now, here's a pic ❤️ Who's excited?!! A photo posted by Jessica Jung (@jessica.syj) on Apr 27, 2016 at 12:45pm PDT Introducing my awesome dancers! A photo posted by Jessica Jung (@jessica.syj) on Apr 27, 2016 at 10:43pm PDT ข้อมูลจาก eNEWSWORLD และ mydaily มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

อิจฉาหนักมาก!! เมื่อ ชิปปี้ ออกกำลังกายกับ อองตวน ปินโต มีความมุ้งมิ้ง!!
ชิปปี้ -อองตวน /  ชิปปี้ ศิรินทร์ / 

จะมุ้งมิ้งไปไหนกันจ๊ะ!! สำหรับนักแสดงสาวหน้าใหม่ ชิปปี้ ศิรินทร์ ที่แจ้งเกิดจากบทบาทของ หทัยรัตน์ หรือ หมอรัตน์ ในละคร สุดแค้นแสนรัก กับหวานใจหนุ่มดีกรีนักมวยหล่อ อองตวน ปินโต ที่นอกจากจะโพสต์ภาพสุดมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งให้แฟนๆ ได้ยลกันบ่อยๆ แล้ว แต่ที่เด็ดสุดเห็นจะเป็นลีลาการออกกำลังกายของ สาวชิปปี้ ที่มีเทรนเนอร์ทั้งหล่อและเก่งอย่าง หนุ่มอองตอน คอยดูแลเทคแคร์อย่างใกล้ชิด ทำเอาสาวๆ ค่อนข้างประเทศอิจฉาตาร้อนกันเลยทีเดียว มาดูกันว่าพัฒนาการความแข็งแรง และความน่ารักของ สาวชิปปี้ จะมีมากขนาดไหน เมื่อได้เทรนเนอร์ดีขนาดนี้ บอกเลยว่างานนี้มีช็อตมุ้งมิ้งให้ได้ฟินกันด้วยค่า อิอิ!! ขอบคุณภาพจาก IG sirinissirin, antoine_pinto ชิปปี้ อองตวน ชิปปี้ อองตวน ชิปปี้ อองตวน ชิปปี้ อองตวน