ข่มขื่น

“บอล” จักรพันธ์ พรใส มั่นใจ แข้งทองฝั่งธนพร้อมเชือดแข้งเทพพระนคร ในศึก ฟอร์มเทพ เจ้าพระยา แน่นอน
จักรพันธ์ พรใส /  ฟอร์มเทพ / 

“บอล” จักรพันธ์ พรใส มั่นใจ แข้งทองฝั่งธนพร้อมเชือดแข้งเทพพระนคร ในศึก ฟอร์มเทพ เจ้าพระยา แน่นอน เจ้าบอล จักรพันธ์ พรใส นักเตะร่างเล็กแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันและพร้อมจะล่าตาข่ายคู่ต่อสู้ได้ทุกเมื่อ กล่าวกับทีมงานของเราถึงการแข่งขันสตรีทฟุตบอล “ฟอร์มเทพ เจ้าพระยา” ที่ทางไนกี้ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์โลกได้สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อใช้เป็นสังเวียนพิสูจน์ความเป็นที่สุดแห่งเทพลูกหนังโต๊ะเล็กระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้น้องๆเยาวชนไทยที่หลงไหลในกีฬาฟุตบอลได้มาร่วมสร้างปรากฎการณ์ทางลูกหนังสุดยิ่งใหญ่ในเมืองไทย เจ้าบอล เผยเส้นทางการเล่นสตรีทฟุตบอลริมถนนและลานใต้ทางด่วนในวัยเด็ก สอนให้เค้าได้เรียนรู้ทักษะการเล่นบอลบนพื้นและคลึงบอลได้เป็นอย่างดี ส่วนการดวลฝีเท้าในศึกฟอร์มเทพเจ้าพระยา ครั้งนี้ เขามั่นใจว่านักเตะจากฝั่งธน จะสามารถโชว์ฟอร์มข่มคู่ต้อสู้จากฝั่งพระนครได้อย่างแน่นอน เนื่องด้วยลีลาการเล่นที่แพรวพราว ดุดัน และลูกยิงที่หนักหน่วง ตามแบบฉบับของแข้งทองฝั่งธน   สำหรับเยาวชนผู้สนใจอายุระหว่าง 15 – 18 ปี ไนกี้ยังเปิดโอกาสให้ส่งใบสมัครเข้าร่วมการแข่งขันสตรีทฟุตบอลฟอร์มเทพ เจ้าพระยา ได้ที่เว็บไซต์ nike.com\riskeverything  หรือโทร 081-1724427, 098-4067468-70   ในช่วงเวลา 10.00 น – 22.00 น เพียงแค่รวมทีม 6 – 8 คน เท่านั้น

เบื้องหลังฉากปะทะคารมของ เบนซ์ ปุณยาพร-แพร วรภร ในละคร สะใภ้หัวแดง
เบื้องหลัง /  ฉากปะทะคารม / 

สะกิดบันเทิง 27 มีนาคม 2557 - ดีกรีความแซ่บต้องบอกว่าเกินร้อย ฉากนี้ เบนซ์ ปุณยาพร มาเต็ม สีหน้าเอาเรื่อง พร้อมเปิดฉากปะทะ แพร วรภร แบบไม่มียอม ทั้งคำพูดเชือดเฉือนแทงใจดำล้วนๆ แต่คิดจะต่อปากต่อคำกับเบนซ์เรื่องนี้สู้ยาก! ยังไม่ทันไรก็ลงไม้ลงมือซะแล้ว แพรเป็นฝ่ายเสียเปรียบทำอะไรไม่ได้ก็เอาเสียงกรี๊ดแหลมๆเข้าข่ม ทำเอาทีมงานและผู้กำกับสะดุ้งกันเป็นแถว ร้ายแสบแบบไม่มีแอ๊บตั้งแต่ตอนแรกติดตาม สะใภ้หัวแดง ...

กาละแมร์ VS ใครหนอ? มาด้วยกัน...กลับด้วยกัน
กาละแมร์ พัชรศรี

บ๊ะเจ้า! หรือเธอจะเปลี่ยนแนวเข้าให้แล้ว...สำหรับผู้ประกาศข่าวสาวมั่นฝีปากจัดจ้านไม่กลัวใครอย่าง กาละแมร์ พัชรศรี หลังจากอกหักรักคุดตุ๊ดไม่แล ผ่านช่วงวิกฤตฟีเจอริ่งชิ่งหนุ่มมาแล้ว พักหลังก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีหนุ่มหน้าไหนกล้าเข้ามาจีบ นั่นอาจเป็นเพราะนางฝีปากจัดจ้านข่มผู้ชายออกรายการทีวีเยอะไปนิดซะล่ะมั้ง แต่ล่าสุด กาละแมร์ทำให้น่าสงสัยว่า เธออาจจะเปลี่ยนแนวพลิกแพลงไปบ้างอะไรบ้างก็เป็นได้ นางถึงได้ควงหนุ่มใหญ่ไปไหนมาไหนคอยเป็นบอดี้การ์ดด้วยอย่างนี้ แม้จะเป็นหนุ่มใหญ่แต่ไม่ใช่มาดเสี่ยอย่างที่ใครคิดก็ตาม แต่ไหนๆ ก็พามาด้วยกันแล้วก็ต้องกลับด้วยกันสินะจ๊ะ เอ่อ...ว่าแต่นั่งด้านหลังด้วยกันอย่างนี้ คงไม่ใช่เป็นแค่บอดี้การ์ดธรรมดาๆ แล้วล่ะมั้ง!!! กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี

สุดช็อค!! ลูกสาวบอกแม่โดนพ่อเลี้ยงข่มขืนนาน 3 ปี
ข่มขืน /  พ่อเลี้ยงข่มขืน / 

ด.ญ.วัย 13 บอกแม่ถูกพ่อเลี้ยงข่มขื่นนาน  3 ปี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุดำเนินคดีแล้ว วานนี้ (9 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ศูนย์พึ่งได้ เด็กและสตรี โรงพยาบาลศูนย์จังหวัดอุดรธานี ได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก นางหวาน (นามสมมติ) อายุ 36 ปี ซึ่งพา ด.ญ.ผึ้ง (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง เข้ามาขอความช่วยเหลือและตรวจร่างกายลูกสาว เนื่องจากเพิ่งทราบว่า สามีใหม่ก่อเหตุข่มขืนลูกสาวตอนที่แม่ไม่อยู่บ้าน เป็นเวลากว่า 3 ปี น.ส.ไขศรี ศิรินำบุญทวี อายุ 43 ปี หัวหน้าศูนย์พึ่งได้ฯ ได้พูดคุยสอบถามกับ ด.ญ.ผึ้ง ซึ่งเปิดเผยว่า ถูก นายถาวร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี พ่อเลี้ยงข่มขืนกระทำชำเรา ตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หรือราวๆ 3 ปีแล้ว ตนจำไม่ได้ว่าถูกข่มขืนมาแล้วกี่ครั้ง แต่ช่วงที่แม่ออกไปทำงานที่ต่างจังหวัด พ่อเลี้ยงจะเรียกเข้าไปหาในห้องนอน ก่อนจะลวนลามและสอดใส่อวัยวะเพศ เมื่อก่อนตนยังไม่รู้เรื่องอะไร คิดว่าพ่อเอ็นดูลูกเฉยๆ แต่หลังจากที่ได้เรียนเรื่องเพศศึกษาจึงทราบว่าการกระทำนั้นเป็นการมีเพศสัมพันธ์ของชายหญิง อาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ ตนจึงเกิดความกลัว เพราะพ่อเลี้ยงจะสวมใส่ถุงอนามัยเวลาก่อเหตุเพียงแค่บางครั้งเท่านั้น เบื้องต้นทางศูนย์พึ่งได้ฯ ได้นำ ด.ญ.ผึ้ง เข้ารับตรวจร่างกาย แต่ไม่พบคราบอสุจิหรือร่องรอยการถูกข่มขืนชัดเจนนัก เนื่องจากเด็กหญิงเปิดเผยว่า ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนครั้งล่าสุดเมื่อประมาณเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ได้ดำเนินการจับกุมตัว นายถาวร ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เอาไว้ได้แล้ว MThai News ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก อุดรนิวส์

ทำนายดวงผู้เกิดวันพุธ …โดยละเอียด
ดูดวง /  ดูดวงคนเกิดวันพุธ / 

ทำนายดวงผู้เกิดวันพุธ จะเป็นอย่างไร พร้อมพระประจำวันพุธและบทสวดบูชาทั้งหมด Horoscope.Mthai.com ได้รวบรวมคำทำนายและข้อมูลต่างๆ มาฝากคนที่เกิดวันพุธให้ได้รับทราบกันแล้วครับ คนเกิดวันพุธ  พระประจำวันปางอุ้มบาตร ผู้ใดเกิดวันพุธ ใจดีที่สุด ทั้งหญิงทั้งชาย แต่ไร้วงศา ญาติกาทั้งหลาย ใจพลันมักง่าย ไม่คิดหน้าหลัง มักเอาที่อื่นเป็นที่พึ่งพา ทรัพย์สินนานา ทำใส่ตัวเอง ถ้าเป็นสมณะ คนระยำเกรง คฤหัสถ์โฉงเฉง โก้งเก้งฉกลัก ใจชอบนักเลง ผู้หญิงมักรัก พบเพื่อนต่ำศักดิ์ มักจะได้ร้อนรน ตกยากหลายครั้งได้ดีหลายหน พ่อแม่แห่งตนมิได้ปฏิบัติ พระพุธทรงคชสารเป็นพาหนะ ผู้ใดเกิดวันพุธ ๔ เป็นปัตตะ ผู้นั้นเป็นคนมีใบหน้าใหญ่ ผมบาง ทำคุณคนไม่ขึ้น ดีแต่ต่อหน้า เจรจาเป็นที่ชอบใจแก่คนทั้งหลาย ทำราชการต่อไปภายหน้าจะดี ๕ เป็นหินะ ผู้นั้นต่อไปภายหน้าจะมีทรัพย์สินเงินทองมาก ๖ เป็นธะนัง ผู้นั้นรู้จักออมทรัพย์ มักได้ลาภจากขุนนางท้าวพระยา ๗ เป็นปิตา บิดาผู้นั้นผมหยักศก หน้ามน เป็นที่เอ็นดูแก่ขุนนางท้าวพระยา ทำราชการจะได้ดี ๑ เป็นมาตา มารดาผู้นั้นเป็นคนสันทัด เจรจารู้หลักนักปราชญ์ ตัวเองมักอาภัพ แม่ตายก่อนพ่อ ๒ เป็นโภคา ผู้นั้นมิสู้จะรักทรัพย์เท่าใดนัก ๓ เป็นมัชฌิมา ผู้นั้นไปในที่แห่งใดก็ดี จะมีคนยินดีต้อนรับ คนเกิดวันพุธ ผู้ใดเกิดวัน ๔ คือวันพุธ พุธเป็นบริวาร มีเมียย่อมเอาทรัพย์มาสู่ตน ๗ เสาร์เป็นอายุ มีอายุน้อย มักเป็นพยาธิ ๕ พฤหัสบดีเป็นเดช มีเดชดังพระโพธิสัตว์ ๗ ราหูเป็นศรี มีทรัพย์น้อย ๖ เป็นมูลละ มีความเพียรมาก ๑ อาทิตย์เป็นอุตสาหะ ใจร้าย รูปเป็นมัชฌิมา ๒ จันทร์เป็นมนตรี มีลูกเมียข้าไท มักเอาทรัพย์มาสู่เรือน ๓ อังคารเป็นกาลกิณี อาภัพมิตรสหาย ทำคุณคนไม่ขึ้น ผิว์เกิดวันพุธ ผู้นั้นเจรจา แต่ถ้อยคำพอประมาณ นักเที่ยวพละการ จะเป็นหมอพยาบาล แต่ทำได้ไว้มั่นคง มีญาติเหมือนหนึ่งไร้วงศ์ แม้ถ้าเป็นสงฆ์ จะเลื่องลือปรากฏ แม้เป็นคฤหัสสาโหด เที่ยวเตร่จับจด ทั้งชู้ และเมียมากมี ตกยากห้าคราได้ดี สามครั้งมั่งมี ธาตุเถ้าสุนัขนามชาติ ทำนายโชคชะตา ผู้ที่เกิดวันพุธ ดังต่อไปนี้. สิทธิการิยะ หญิง ชาย ผู้ใดที่เกิดในวัน พุธ คำขานดุจว่า สุนักนามขานธาตุเถ้าเป็นรอบรู้ไว้  พออายุ ๑๓  ใซร้โรคภัยเข้ารุกรานราวี อีกทั้งมากมีทุกข์เข้ามาถึง พึงเร่งระวังตัวระวังตน มักมีเคาระห์มาระคนมากครั้ง จนเกิดความพลาดพลั้งเป็นถ้อยเป็นความ แต่ตนเองพยายามดียิ่งนัก มักรอบรู้วิชาการหลายอย่างหลายสถานเกินหน้าใคร หาให้เพื่อนฝูงจนเกิดจิตริษยา จากบ้านเกิดของตนที่อยู่ใหม่ จึงไม่ค่อยงอนง้อต่อผู้อื่น ต้องเข็ดขื่นกับการทำคุณคน เพราะล้วนแล้วแต่ได้ผลสูญเปล่า ไม่มีของให้เขาเราคิดว่าเป็นคุณ กลับหมกมุ่นคิดว่า ตนไม่เคยทำดีให้ วาจานั้นใซร้แสนจะอาจหาญ ชอบกล่าวขานก่อนที่จะขบคิด สมบัติมากมาย เพราะคิดสนิทคน อายุ ๕๘ ปีจะมีไข้จนปางตาย แล้วจึงสบายหายจากโรคโรคา ทิศมูลมั้งของคนนั้นหนาคือ ทิศอุดร ที่ไว้พระปฎิมานั้นหนาคือ ทิศบูรพา สระสำหรับตักสาครนั้นหนาคือ ทิศหรดี สวนศรีสำหรับท่องเที่ยวสำราญนั้นคืออาคเนย์ ยุ้งสางสมคะเนนั้นคือปัจจิม อาวุธศาสตราลื้มเลือดศัตรูดูแลไว้ทิศทักษิณ บ่าวไพร่วัวควายอำนวยไว้ทิศพาบัพ ส่วนครัวไฟนั้นใซร้เอาไว้ทิศอีสาน จึงจะสำราญด้วยมงคล  ผ่านพ้นทุกข์ภัยแล. ทำนายผู้เกิดวันพุธ ผู้เกิดวันพุธ ใจดีสุดแสน เมตตาปราณี การุณเลิศสรรพ์ แต่ไร้ญาติวงศ์ คงเดี่ยวโดดมั่น มุ่งหาเพื่อนกัน เป็นที่พึ่งพา ใจง่ายไม่คิด ความผิดหน้าหลัง มิควรระวัง ผิดพลั้งเผอพา คบคนต่ำศักดิ์ มักร้อนอุรา เจ้าชู้นักหนา น่าคิดคำนึง หากบวชเป็นพระ คนจะเกรงใจ เป็นคฤหัสถ์นั้นใซร้ นักเลงลุถึงตกยากหลายครั้ง ตั้งจิตรำพึง พ่อแม่ยากพึ่ง มิได้สักนิด พระปางอุ้มบาตร อาจคุ้มชีวัน พ้นผิดมหันต์ แจ่มใสชีวิต  ธุปเทียนบูชา จักพาพ้นผิด  จงรีบเร่งคิด พิเคาระห์ท่านเอย. อีกอย่างหนึ่งผู้เกิดพุธ กลางคืน  กลางคืนวันพุธ เป็นดุจคนรู้  มีนามราหู จงรู้เรื่องตาม มักถูกกลั่นแกล้งพลาดพลั่งพ้นงาม แถมถูกเหยียดหยาม ประนามว่าร้าย เป็นคนใจแข็ง กรรมแรงเข้าวกวน เร่งคิดทั้งมวล ล้วนพ้นมั่นหมาย คงสนุกสนาน พ้นทุกข์ทั้งหลาย แพ้เรื่องแทบตาย กลับสบายหัวเราะตกยากหลายครั้ง เพราะตั้งไว้ผิด จงเร่งพินิจ คิดทำบุญหนุนส่ง ต้องพรากที่อยู่ พรั่งพรูเพิ่มเคระหฺ์แก่ชรากระเดาะ ปากเพราะร่ำรวย แก้ลำบากยากล้น ยอมทนทุกอย่าง กัดฟันหมั่นถาง หวังโชคอำนวย แต่เหมือนยิ่งอับ บุญกลับเอื้ออวย ให้เป็นตอนตอนด้วย ทั้งเคราะห์ทั้งบุญ พระประจำวัน รู้กัน ทั่วไป ปางป่าเลไลก์ จงได้คิดคุ้น บูชาพุทธะ คงจะมีคุณ ทำทานเจื้อจุน พออุ่นเอมใจ ท่านเอย. บทสวดบูชาพระประจำวันพุธ สัพพะสีวิสะชาตีนัง ทิพพะมันตาคะทัง วิยะ ยันนาเสติ  วิสัง โฆรัง เลสัญจาปิ ปะริสสะยัง อาณัก เขตตัมหิ สัพพัตถะ สัพพะทา สัพพะปาณินัง สัพพะโสปิ นิวาเรติ ปะริตตันตัม ภะณามะเห. สวดวันละ ๗  จบ จะมีความสุข สวัสดียิ่ง ๆขึ้นไป.  ผู้เกิดวันพุธ ควรใช้สีประดับตัว หรือประดับบ้านเรือนเป็นสีเขียว หรือเขียวใบไหม้ ส่วนสีรองลงมาก็คือ สีเหลือง สีเทา สีดอกรัก สีขาวนวน พึงเว้นสีม่วง ท่านเอย.

เวที The Winner is สะเทือน มืออาชีพลองของ ทำกันถึงขั้น...เสียน้ำตา!!!
The Winner Is /  นภาดา สุขกฤต / 

บีม จารุวรรณ - ภา นภาดา ท้าชน เวที The Winner Is เมื่อมืออาชีพคิดลองของ งานนี้ ทำกันถึงขั้น...เสียน้ำตา!!!  บีม จารุวรรณ นักร้องชื่อดัง เจ้าของเพลง สุดท้ายก็เพื่อนกัน - เอ็กซ์ กฤษฎา ลูกชาย อาไพโรจน์ ใจสิงห์ และ ภา นภาดา นักร้องชื่อดัง พร้อมมาคว้าเงิน 10 ล้าน ใน The Winner Is เสียงดี มีพลัง ความมั่นใจ บททดสอบ ในรายการ The Winner Is  สัปดาห์ที่สอง ยังคงเข้มข้น ร้อนแรง แข่งกับอากาศ แถมบีบหัวใจ!!! กองเชียร์ที่จับตารอดูนาทีต่อนาทีจนแทบนั่งไม่ติด เพราะผู้เข้าแข่งขันที่ต่างคนต่างมา ตั้งแต่เล็กพริกขี้หนู นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 พนักงานบริษัท นักร้องประสานเสียง คอรัส ทายาทนักแสดงคนดัง อย่าง เอ็กซ์-กฤษฎา ใจสิงห์ ที่อยากชนะ เพราะจะเอาเงิน 10 ล้านบาท ไปช่วยรักษาอาการป่วยของคุณพ่อไพโรจน์ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น องศาบนเวทียังร้อนต่อไม่หยุด เมื่อมืออาชีพดีกรีระดับเจ้าของเพลงดังสนั่นเมือง บีม จารุวรรณ บุญญารักษ์ และ ภา นภาดา สุขกฤต พร้อมใจเกินล้าน ขึ้นมาท้าชนคนสียงดีแบบไม่มีกั๊ก จะโค่นก็ทำได้...แต่ไม่ง่ายนัก งานนี้ก็เลยยิ่งกว่าแลกหมัดวางมวย สาดเสียงใส่กันมันส์หยด แถมมีทั้งข่ม มีทั้งบลั๊ฟกันไปมา เพราะต่างมั่นใจว่า จะได้เป็น 1 ใน 8 คนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ แกรนด์ ฟินาเล่ ไปรอคว้าเงิน 10 ล้านบาทกลับบ้าน แต่ก็บอกเลย...สัปดาห์นี้ หลังการตัดสินใจเลือกระหว่าง เงินที่อยู่ตรงหน้า…แล้วยอมแพ้ หรือ จะสู้ต่อ…จนเป็นผู้ชนะ ถึงขั้น “เสียน้ำตา” ดีใจ ผิดหวัง หรือเป็นเพราะ ใคร?ทำ ใคร?ออก ต้องดู The Winner Is การแข่งขัน The Winner Is รอบที่ 1 คู่ที่ 1 เฟิร์ส เกณิกา - I Will Always Love You VS Tabby & Mom - I Will Survive และ The Winner Is ก็คือ เฟิร์ส เกณิกา ด้วยคะแนน 65-36 คู่ที่ 2 บีม จารุวรรณ - Sunday Morning VS เอ็กซ์ กฤษฎา - Home (Boyd) และ The Winner Is ก็คือ เอ็กซ์ กฤษฎา ด้วยคะแนน 48-53 คู่ที่ 3 บางกอกน้อย (Bangkok Noise) - ลาวดวงเดือน VS ปีโป้ - อย่าให้เขารู้ และเนื่องจาก ปีโป้ กดเลือกข้อเสนอด้วยเงิน 50,000 บาท ทำให้ The Winner Is ก็คือ บางกอกน้อย (Bangkok Noise) ด้วยคะแนน 65-36 คู่ที่ 4 Big Mama - สุดฤทธิ์สุดเดช VS พา นภาดา - Listen และ The Winner Is ก็คือ พา นภาดา ด้วยคะแนน 32-69 The Winner Is รอบที่ 2 คู่ที่ 1 เฟิร์ส เกณิกา - Lady Marmalade VS เอ็กซ์ - Home (Michael Buble) และ The Winner Is ก็คือ ด้วยคะแนน 65-36 คู่ที่ 2 บางกอกน้อย (Bangkok Noise) - Dancing Queen VS พา - แสงสุดท้าย และเนื่องจาก บางกอกน้อย (Bangkok Noise) กดเลือกข้อเสนอด้วยเงิน 100,000 บาท ทำให้ The Winner Is ก็คือ พา นภาดา ด้วยคะแนน 12-89 The Winner Is รอบสุดท้าย ของสัปดาห์นี้ เป็นการแข่งขัน ระหว่าง เฟิร์ส เกณิกา กับเพลง Halo และ พา นภาดา ในเพลง Proud Mary และ The Winner Is ประจำสัปดาห์นี้ ได้แก่ พา นภาดา ด้วยคะแนน 5-96 คะแนน ผ่านเข้าไปสู่รอบชิงในสัปดาห์ ที่ 9 ชิงเงินรางวัล 10 ล้านบาท ติดตามชมการแข่งขันประกวดร้องเพลงสุดตื่นเต้นแบบนี้ได้ใน The Winner Is ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.45-19.15 น. ทางช่อง 3 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์
10 อันดับ /  ประวัติศาสตร์ / 

สิ่งของ มนุษย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ล้วนก็มีที่มา จุดกำเนิดด้วยกันทั้งสิ้น .. นักวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยา หรือคนหลายกลุ่มต่างก็ค้นคว้าหาข้อเท็จจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันมากมาย ไม่ว่าจะผ่านไปนานเป็นสิบ ร้อย พัน หรือหมื่นปี ผู้คนก็ยังคงให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์กันเรื่อยมา แต่! เรื่องราวในประวัติศาสตร์บางเรื่องที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆอ่านกันนี้ เป็น 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ จะมีเรื่องอะไรบ้างตามมาเลยคะ ^^ 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ 10.โทมัส อัลวา เอดิสัน ไม่ใช่คนประดิษฐ์หลอดไฟคนแรกของโลก ในความเป็นจริงแล้ว โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าตามที่คนทั่วไปเข้าใจแต่อย่างใด หลักการของหลอดไฟฟ้าถูกพัฒนามาก่อนหน้านี้โดยนักประดิษฐ์หลายท่าน เช่น จูเซ็ปป์ สวอน (Juseph Swan) หรือ ไฮน์ริช เกอเบิล (Heinrich Goebel) อย่างไรก็ตามเอดิสันได้คำนึงถึงการนำหลอดไฟฟ้าไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง โดยเอดิสันได้ทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟฟ้ายาวนานพอที่จะนำไปใช้ได้อย่างสะดวกสบายในบ้านเรือนหรือร้านค้า นอกจากนั้นเอดิสันยังได้สร้างระบบผลิตและแจกจ่ายไฟฟ้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับเอดิสันอีกว่า  สิ่งประดิษฐ์ภายใต้ชื่อของเขาและจดสิทธิบัตรเป็นจำนวนถึง 1,093 ชิ้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง แต่เป็นการพัฒนาจากสิ่งประดิษฐ์ดั้งเดิมที่คิดค้นขึ้นโดยลูกจ้างของเขา เพราะเหตุนี้ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ ในเรื่องการอ้างผลงานเป็นของตัวแต่ผู้เดียว โดยไม่แบ่งปันให้กับผู้คิดค้นดั้งเดิม 9. เธอคือโป๊บ ? เพื่อนๆเคยดูภาพยนตร์เรื่อง เธอคือโป๊บ (Pope Joan) ที่สร้างจากเค้าโครงในตำนาน (โดยเนื้อเรื่องเอามาจากนิยาย) กันบ้างรึเปล่าคะ เป็นเรื่องราวในตำนานของหญิงสาวที่แต่งตัวเป็นพระชายและไปกรุงโรมเพื่อศึกษา ในที่สุดเธอก็ได้เป็นพระสันตะปาปา แต่เธอคลอดบุตรในขณะกำลังขึ้นม้า ภาพยนตร์เรื่องนี้โดนแบนหลายประเทศมาก (ยกเว้นไทย) เพราะว่าเนื้อหาค่องข้างหมิ่นศาสนามา หนังพยายามบอกว่าเรื่องพระสันตะปาปาเป็นเรื่องจริง หากแต่ปัจจุบันเรื่องราวของพระสันตะปาปาหญิงโจน (Pope Joan หรือ Popess Joan) ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า มีตัวตนจริงๆหรือไม่  โดยตำนานกล่าวว่าพระสันตะปาปาหญิงโจนมี ชื่อเดิมคือโจฮานนา แองลิกัส (Johanna Anglicus) โดยใช้ชื่อผู้ชายว่าจอห์น (John) เกิดที่ไมนส์ (Mainz) เป็นผู้เชียวชาญศิลปวิทยาหลากหลายแขนง จนไม่มีผู้ทัดเทียม และภายหลังเธอเดินทางไปโรม ก็เปิดสอนวิชาศิลปศาสตร์จนที่เคารพรักแก่บรรดาศิษย์  จากนั้นก็เล่นการเมืองและถูกเลือกโดยพระสันตะปาปา ในขณะที่เธอเป็นพระสันตะปาปา เธอตั้งครรภ์โดยคนรักของเธอ โดยไม่รู้ว่า เมื่อไรจะถึงกำหนดคลอด เธอให้กำเนิดทารกเพศชาย และโดนการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมของกรุงโรม เธอต้องโดนลงโทษ โดยการผูกติดกับขาม้าแล้วก็ถูกลากไป และโดนโยนก้อนหินโดยประชาชนครึ่งหนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานว่าที่ที่ฝังเธอเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจจะเนื่องมากจากเหตุผลที่ว่า เธอเป็นผู้หญิง หรือมาจากความโง่ของหลักฐานก็ตาม และเรื่องราวของเธอถูกเขียนโดย(Martin of Opava) ใน Chronicon Pontificum et Imperatum แต่กระนั้นนักประวัติศาสตร์ และผู้เคร่งศาสนา ต่างไม่เชื่อว่า มีพระสันตะปาปาหญิงโจนมีตัวตนจริงๆ เป็นเพียงเรื่องโกหกและเป็นตำนานลอย ๆ เท่านั้น สาเหตุเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ถูกพบในเอกสารที่เชื่อถือได้ 8.รูปร่างที่แท้จริงของเทวรูปโคโลสซูสเป็นอย่างไรกันแน่ ? นี้คือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ขาดหายไปในประวัติศาสตร์ยุคโบราณ  เทวรูปโคโลสซูสเป็นที่เกาะโรดส์ ประเทศกรีก หล่อด้วยทองบรอนซ์ ในท่ายืน สูง 100 ฟุตโดยเฉพาะฐานที่รองรับรูปหล่อนั้นสูงกว่าตึก 5 ชั้น พระหัตถ์ขวาถือดวงประทีป ตั้งอยู่หน้าเมืองโรดส์ประเทศกรีก สร้างโดยกษัตริย์แชรัสแห่งลินดัส เชื่อกันว่าเป็นรูปปั้นที่คอยกั้นอ่าวของเกาะแห่งนี้ของกรีกในทะเลเอเจียน สร้างเสร็จหลังจากใช้เวลา 12 ปี แล้วเสร็จเมื่อประมาณ 280 ปีก่อนคริสตกาล และต้องพังทลายลง เพราะแผ่นดินไหว ถูกทอดทิ้งเป็นเวลา 900 ปี จนถูกขายเป็นเศษเหล็ก ให้แก่ชาวเมืองซาราเซน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสงคราม จนเราไม่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์นี้เลยแม้แต่ซาก ส่วนภาพที่เห็นเป็นเพียงจินตนการของคนวาดเท่านั้น แต่ที่น่าเหลือเชื่อคือเอกสารหลายชิ้นพรรณารูปปั้นนี้ไม่เหมือนกันเลย บ้างก็บอกว่ารูปปั้นอ้าขาจนเรือรอดได้ บ้างก็บอกว่ารูปปั้นไม่ได้อ้าขา 7. แรงงานสร้างพีระมิดไม่ใช้ทาส ? จากที่เราอ่านประวัติศาสตร์เรามักเห็นฉากแรงงานสร้างพีระมิด โดยหนังสือบอกว่าพวกเขาเป็นทาสและมีคนโบยแส้ที่ด้านหลังใช่รึเปล่า หากแต่ปัจจุบันความคิดนี้ต้องเปลี่ยนไปเมื่อนักโบราณคดีค้นพบสุสานในอียิปต์ ซึ่งช่วยพิสูจน์ว่าแรงงานที่ช่วยกันสร้างพีระมิดนั้นไม่ใช่ทาสอย่างที่เคยเข้าใจ แต่เป็นคนที่ได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี มีการจ่ายค่าแรงรวมถึงมีการจัดอาหารให้รับประทาน 3 มื้อต่อวันเป็นอย่างดี อีกทั้งการสร้างสุสานใกล้กับที่ฝังศพของกษัตริย์  แสงให้เห็นว่าแรงงานเหล่านี้ไม่ใช่ทาสแต่อย่างใด โดยคาดว่าแรงงานเหล่านั้นน่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ผู้มีความเชื่อว่าสิ่งที่ตนกำลังทำนั้น มีส่วนช่วยให้องค์ฟาโรห์ได้ไปจุติบนสวรรค์ และเมื่อถึงเวลาที่ตนจะจากโลกนี้ไปบ้าง เทพฟาโรห์ก็จะได้พิทักษ์ปกป้องตนต่อไป 6. ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไวกิ้ง ไวกิ้งที่เราได้เห็นภาพยนตร์หลายเรื่องนั้น ส่วนใหญ่มักตัวใหญ่น่ากลัวสวมหมวกขนสัตว์ โหดร้ายป่าเถื่อนชอบปล้นทรัพย์ฆ่าและข่มขื่นหญิงชาวบ้าน อีกทั้งตัวสกปรก ไร้สมอง เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของยุโรปอย่างแท้จริง แหละนี่คือความรู้ที่ผิด! จากการศึกษาประวัติศาสตร์พบว่าไวกิ้งไม่โหดร้ายอย่างที่คุณคิด ไวกิ้งไม่ใช่นักรบอย่างเดียว หากแต่เป็นพ่อค้าและนักตั้งถิ่นฐานที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนายุโรปกลาง พวกเขาอาบน้ำสัปดาห์ละครั้ง ในวันเสาร์เท่านั้น(อย่าลืมว่าอากาศยุโรปมันหนาว) ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่พวกเขาสูงแค่ 170 ซม. ซึ่งไม่สูงอย่างที่เราเข้าใจกัน ผมและหนวดสีทองที่เราเห็นในภาพยนตร์เป็นเพียงอุดมคติความเชื่อในวัฒนธรรมไวกิ้งที่ใช้สบู่พิเศษในการแต่งไม่ใช้เป็นมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งพวกเขาไม่ได้อาศัยเฉพาะสแกนดิเนเวีย พวกเขาอพยพไปหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย, แอฟริกา หรือแม้แต่อเมริกาเหนือ ส่วนพฤติกรรมที่ฆ่าและข่มขืนปล้มทรัพย์นั้นเป็นส่วนน้อยเท่านั้น แต่สิ่งที่เชื่อถือได้คือพวกนักบวชในยุโรปไม่ชอบพวกนี้เท่าไหร่ เนื่องจากครั้งหนึ่งพวกไวกิ้งเคยทำลายวัดและฆ่าพวกพระบาทหลวงหลายคน(ภายหลังไวกิ้งก็เข้ารีตเป็นคริสต์ศาสนิกชน) 5. ครีโอพัตราไม่ใช่คนอียิปต์ คลีโอพัตรา ที่ 7 ฟิโลปา หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ คลีโอพัตรา) เป็นราชินีแห่งอียิปต์โบราณ และเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของราชวงศ์ปโตเลมีแห่งมาเซโดเนีย แต่จนบัดนี้ยังมีหลายคนเข้าใจว่าเธอเป็นคนอียิปต์(อย่างน้อยก็การ์ตูนญี่ปุ่นล่ะ) เพราะว่าเธอเป็นชาวกรีกแท้ๆ บิดาของพระนางคือปโตเลมีที่ 12 โอเลเตส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอ พระนางทรงมีความเฉลียวฉลาดมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ภาษาฮิบรู ภาษาละติน ภาษามาซิโดเนีย ภาษาเอธิโอเปียน ภาษาซีเรีย ภาษาเปอร์เซีย ภาษาอียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ก็น้อยคนนักที่จะแตกฉานในภาษานี้ และเธอเป็นผู้ปกครองอียิปต์คนสุดท้ายที่มีเชื้อสายกรีก 4. คิงอาเธอร์มีตัวตนในประวัติศาสตร์จริงเหรอ กษัตริย์อาเธอร์ (King Arthur) เป็นกษัตริย์อังกฤษผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในตำนานเล่าขานในฐานะวีรบุรุษในยุคกลาง ซึ่งได้ปกป้องเกาะบริเตนจากการรุกรานของชาวแซ็กซอนในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 รายละเอียดส่วนใหญ่เกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าขาน ตำนานพื้นบ้าน และวรรณกรรมที่แต่งขึ้นโดยส่วนมากมักเกินจริงไปหน่อย เช่น มีพ่อมดเมอร์ลินเป็นผู้ช่วยทำสงคราม, อาเธอร์สามารถต่อสู้ตามลำพังด้วยมือเปล่า และสังหารศัตรูไปถึง 960 คน และแน่นอนเรื่องราวภูมิหลังที่แท้จริงทางประวัติศาสตร์ของตำนานกษัตริย์อาเธอร์เป็นที่ถกเถียงในหมู่นักวิชาการมาเป็นเวลานานแล้ว หลายคนเชื่อว่าอาเธอร์เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6  แต่กระนั้นก็ยังขาดหลักฐานสนับสนุนที่หนักแน่นเพียงพอ(ปละหลักฐานส่วนใหญ่เป็นของปลอม) นักประวัติศาสตร์ในยุคหลังโดยมากจึงไม่นับว่าอาเธอร์เป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่มีตัวตนจริง นักประวัติศาสตร์ จนมีนักประวัติศาสตร์ออกมาบอกว่า "ไม่มีบุคคลใดในกรอบประวัติศาสตร์และตำนานที่จะทำให้นักประวัติศาสตร์เสียเวลามากเท่านี้” 3. เลดี้โกไดวา มีตัวตนอยู่จริงเหรอ เลดี้โกไดวา (Lady Godiva) เป็นสตรีสูงศักดิ์ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองโคเวนทรี (ประเทศอังกฤษมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 997-1067 เธอเป็นภรรยาของลีโอฟริก เอิร์ลแห่งเมอร์เซียและลอร์ดแห่งเมืองโคเวนทรี ผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินอังกฤษ เป็นคนละโมบและกดขี่ชอบเก็บภาษีประชาชนอย่างบ้าเลือด แม้เลดี้โกไดวาเฝ้าขอร้องสามีให้ลดภาษี แต่เขาไม่เคยยอม จนกระทั้งวันหนึ่ง ลีโอฟริกได้คิดสนุกเลยบอกเลี้โกไดวาว่าถ้าเธอกล้าเปลือยกายขี่ม้ารอบเมือง เขาจะยอมลดภาษีให้ตามที่ขอ ซึ่งการการกระทำดังกล่าวสำหรับผู้หญิงอังกฤษสมัยกลางย่อมถือเป็นเรื่องต่ำช้าอย่างยิ่ง แต่เลดี้โกไดวาก็ตัดสินที่จะยอมทำตามดังกล่าว โดยเธอได้กระจายข่าวบอกชาวเมืองให้พวกเขาร่วมมือด้วยการปิด ประตูหน้าต่างหลบอยู่ในที่พักอาศัยขณะเธอขี่ม้าผ่านเปลือยกาย ซึ่งชาวบ้านก็ร่วมมือเป็นอย่างดี(ความจริงมีชายคนหนึ่งแอบดูนาง หากแต่เขาถูกสวรรค์ลงโทษด้วยการทำให้ตาบอดในเวลาต่อมา และชายคนนั้นชื่อทอม จนเกิดสำนวนว่า “ทอมนักถ้ำมอง” Peeping Tom ในเวลาต่อมา)  จนนางสามารถทำสิ่งที่สามีบอกได้สำเร็จ และส่งผลให้สามีของเธอยกเลิกภาษาตามสัญญาที่ว่าไว้ อีกทั้งเธอก็ไม่ถูกประณามซ้ำยังชกลายเป็นวีรสตรีของชาวเมืองไปในทันที ทุกวันนี้ที่จัตุรัสกลางเมืองโคเวนทรีมีอนุสาวรีย์เลดี้โกไดวาตั้งอยู่อย่าง โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจ ในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1678 สภาเมืองโคเวนทรีได้เริ่มจัดให้มีขบวนแห่ "เลดี้โกไดวา" บันทึกไว้เป็นครั้งแรก โดยจัดหาผู้หญิงมาสวมผ้าสีเนื้อรัดกายให้ดูคล้ายเปลือยเปล่า นั่งบนหลังม้าแห่ไปรอบเมืองเพื่อรำลึกการกระทำอันงดงามของโกไดวา ในขณะเดียวกัน นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยหลายคนไม่คิดว่าเรื่องของโกไดวาได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากหลักฐานระบุไว้เพียงว่าเธอเป็นภรรยาของเอิร์ลลีโอฟริก และข้อมูลยังบ่งชี้ว่าทั้งคู่ต่างก็มีน้ำใจงามและเคร่งศาสนา เช่นในปี 1043 ท่านเอิร์ลและเลดี้ได้บริจาคเงินพร้อมที่ดินเพื่อสร้างวัดในนิกายเบเนดิกทีนที่โคเวนทรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกับโบสถ์โคเวนทรีที่ถูกระเบิดทำลายไปบางส่วนในสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดแห่งนี้ประดับด้วยพลอยล้ำค่างดงามอย่างที่ไม่มีวัดใดในอังกฤษยุคนั้นเทียบได้ และในช่วงทศวรรษ1050 ทั้งสองยังบริจาคที่ดินและเงินมหาศาลเพื่อสร้างวัดและโบสถ์อีกหลายแห่ง เช่นที่ลินคอล์นเชียร์ ลีโอมินสเตอร์ และอีฟแชม นักประวัติศาสตร์หลายคนจึงไม่คิดว่าท่านเอิร์ลจะโหดหินจนโกไดวาต้องเปลือยร่างขี่ม้าขอความเป็นธรรมให้ประชาชน ส่วนผู้ที่เชื่อว่าตำนานนี้เป็นเรื่องจริงก็จะอิงบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์อังกฤษฉบับภาษาละตินที่ชื่อ Flores Historiarum (Flowers of History) ของโรเจอร์แห่งเวนโดเวอร์ (Roger of Wendover) ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่ระบุเรื่องราวของเลดี้โกไดวาไว้ตามที่ระบุข้างต้น ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนแย้งว่าเวนโดเวอร์เป็นเพียงผู้บันทึกตำนานและเกร็ดประวัติศาสตร์ แต่ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเขียนบันทึกนี้ขึ้นเมื่อ 2 ศตวรรษหลังการตายของโกไดวา ข้อความดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักพอให้เชื่อถือ แม้จะมีบันทึกระบุว่าครั้งหนึ่งลีโอฟริกได้ยกเลิกภาษีให้ประชาชนจริง และประทับตราด้วยตราประจำตัวของเขาเองเลยก็ตาม ส่วนคนอื่นก็เสริมว่าบางทีเลดี้โกไดวาอาจไม่ได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้า หากแต่ปลดเชิงสัญลักษณ์ คือปลดทั้งเครื่องประดับกายและผม เพราะเมื่อสตรีสูงศักดิ์ปราศจากเครื่องประดับก็เท่ากับลดเกียรติของตนลงเทียบเท่าสตรีสามัญ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของโกไดวาจะเป็นเพียงตำนานหรือความจริงย่อมยากที่จะพิสูจน์ไม่ต่างจากทุกตำนานในโลก หากเหนือข้อเท็จจริงย่อมเป็นคุณค่าของตำนานที่ถูกส่งผ่านมากับกาลเวลา เฉกเช่นเรื่องของเลดี้โกไดวาที่เนื้อหาแท้จริงได้แทรกตัวอยู่ทั้งในบทกวี รูปปั้น ภาพเขียนของจิตรกรหลายยุคสมัย หรือกระทั่งในกระดาษห่อช็อกโกแลตยี่ห้อโกไดวา 2.สวนอีเดนอยู่ที่ไหนกันแน่ สวนอีเด็น หรือ สวนเอเดน (Garden of Eden) เป็นสถานที่บรรยายไว้ในพระธรรมปฐมกาลว่าเป็นสถานที่มนุษย์สองคนแรกที่พระเจ้าสร้างอาดัม และ อีฟ  โดยสวนนั้นบรรยายไว้ว่าสวยงามราวกับสวรรค์ มีพืชพรรณอาหารอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสัตว์ป่า แม่น้ำใสสะอาด แต่ปัญหาคือถ้าสถานที่นี้มีจริง มันจะอยู่จุดไหนของโลกกันแน่ โดยหลายคนเชื่อว่าสวนอีเดนนี้อยู่ในโมโสโปเตเนีย ทางภาคกลาง เนื่องจากบันทึกการสร้างโลกในพระธรรมปฐมกาลได้กล่าวถึงที่ตั้งของสวนอีเด็นว่าอยู่ในบริเวณแม่น้ำสำคัญสี่สาย : แม่น้ำพิชอน แม่น้ำกิฮอน แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำยูเฟรติสซึ่งอยู่ในบริเวณอาร์เมเนีย, ยอดเขาอาระรัต, เยเรวาน หรือที่ราบสูงอาร์เมเนีย)  (พระธรรมปฐมกาล บทที่ 2 ข้อที่ 10-14) ซึ่งอยู่ในบริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นบริเวณคอเคซัสโบราณโดยเฉพาะบริเวณใกล้กับอาร์เมเนีย แต่ที่ตั้งของแม่น้ำทั้งสี่ยังเป็นที่ถกเถียงกันและยังไม่มีหลักฐานเป็นที่แน่นอนที่สนับสนุนที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของแม่น้ำนอกจากที่กล่าวในพระธรรมปฐมกาลเอง และ วรรณกรรมยิว-คริสเตียนเช่น “จูบิลี” สมมุติฐานอื่นก็ว่าตั้งอยู่ที่เมโสโปเตเมีย ทวีปแอฟริกา หรือ อ่าวเปอร์เซีย สมมุติฐานหลังมาจากหลักฐานของลุ่มแม่น้ำสี่สายที่มาพบกันที่เป็นที่ผลิตทองคำ และยางไม้หอม ซึ่งตรงกับการพรรณนาการสร้างโลกดังกล่าว 1. Prester John  เพรสเตอร์ จอห์น เป็นชื่อของกษัตริย์ในตำนานยุคกลางของยุโรป โดยเชื่อว่ากษัตริย์องค์นี้อยู่ในดินแดนหนึ่งในเอเชีย หรืออาจเป็นแอฟริกา โดยดินแดนแห่งนั้นเป็นเดินแดนแห่งความเพียบพร้อม ไม่มีคนจน ไม่มีโจร ไม่มีคนพูดโกหกหรือมุ่งร้ายต่อกัน นอกจากจะเป็นกษัตริย์แล้วเพรสเตอร์ จอห์นยังเป็นประมุขศาสนาอีกด้วย ทำให้ดินแดนแห่งนี้มีคนนับถือศาสนาคริสต์อย่างเคร่งครัด กล่าวกันว่าเขาสืบเชื้อสายจากมากี 3 ท่านที่เดินไปให้พรแก่พระเยซูเมื่อครั้งประสูติบนโลกอีกด้วย เรื่องราวของเพรสเตอร์ จอห์นและอาณาจักรอันสมบูรณ์นั้นได้ถูกกล่าวถึงในบันทึกของบาทหลวงชาวเยอรมันท่านหนึ่ง ในสมัยเกิดสงครามครูเสดหลังชาวคริสต์ยึดดินแดนศักดิ์สิทธิจากชาวมุสลิม พวกเขาพยายามค้นหาอาณาจักรแห่งนี้ หากแต่ไม่พบ แต่เชื่อกันว่าดินแดนแห่งที่ว่าน่าจะเป็น อินเดีย หรือไม่ก็เอธิโอเปีย หรือจะอยู่ในอบิสซิเนีย ข้อมูลโดย Cammy,.unigang.com/Article/11833

ทายนิสัยจากปลายนิ้ว
ทายนิสัย

เป็นความจริงที่ยอมรับกันไปแล้วว่าแต่ละคนบนโลกใบนี้มีชุดลายนิ้วมือที่แตกต่างกันหมด ชาวจีนได้คิดค้นวิธีที่จะอ่านลักษณะพิเศษด้านบุคลิกลักษณะและโชคชะตาโดยการศึกษาริ้วคลื่นและวงกลมที่ปรากฏอยู่ที่ปลายนิ้วมือของทุกคน ซึ่งจริงๆแล้วเป็นที่เชื่อกันมาแต่โบราณว่านิ้วมือของหญิงที่จะมาเป็นลูกสะใภ้นั้นจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากตระกูลที่โด่งดังเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เผลอรับผู้หญิงที่มีลายนิ้วมือแบบสลับกันไปมาระหว่างวงกลมและริ้วคลื่น เพราะเชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีลักษณะเช่นนี้จะนำปัญหามาสู่ตระกูล ควบคุมยาก และมักจะก้าวร้าวมาก เราจึงได้นำข้อบ่งชี้บางประการเกี่ยวกับโชคชะตาและบุคลิกลักษณะนิสัยตามลายวงกลมและริ้วคลื่นบนปลายนิ้วทั้งห้าในแต่ละมือมาให้คุณ ผู้ชายควรตรวจดูที่มือซ้าย  ขณะที่ผู้หญิงควรดูที่มือขวา ถ้าอยากรู้ว่าจะเป็นยังไงไป ทายนิสัยจากปลายนิ้ว กับทีนเอ็มไทยกันแลย ^^ ทายนิสัยจากปลายนิ้ว นี่คือสองรูปแบบที่แตกต่างกันของวงกลมและริ้วคลื่นที่เห็นได้จากทุกนิ้ว การอ่านให้เริ่มอ่านจากนิ้วโป้งก่อน แล้วค่อยไปที่นิ้วชี้ นิ้วก ลาง นิ้วนางและนิ้วก้อยตามลำดับ นี่คือลำดับที่บ่งบอกนัยเกี่ยวกับดวงชะตาและโชคลาภในชีวิตของคุณ เพื่อให้ง่ายต่อการอ้างถึงเราจะใช้ O แทนวงกลม และ W แทนริ้วคลื่น  แบบ: OOOOO (วงกลมทั้งหมด) ความหมาย: คุณเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง มีความหนักแน่นและอารมณ์ร้อน รักอิสระ ไม่ขึ้นกับใคร โชคของคุณนี้จะพลิกผันอย่างมากในช่วงชีวิต สิ่งที่เป็นบ่อนทำลายคุณก็คืออารมณ์ร้อนดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณต้องฝึกที่จะอดทนอดกลั้นและสงบสติอารมณ์เข้าไว้ แบบ: WWWWW (ริ้วคลื่นทั้งหมด) ความหมาย: คุณเป็นคนตรงไปตรงมา เปิดเผย ที่สามารถลื่นไหลไปตามสถานการณ์ นิ้วแบบนี้แสดงให้เห็นลักษณะของคนที่อ่อนไหวมาก และเหมาะกับงานออกแบบและงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ คนที่มีลายนิ้วมือแบบนี้ออกจะเป็นคนข ี้อายและรู้สึกอึดอัดเวลาอยู่ในแวดวงสังคม ดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ การเมือง หรืองานอะไรก็ตามที่จำเป็นต้องพบปะผู้คน แบบ: WOOOO ความหมาย: คุณเป็นคนที่มีจิตใจใสสะอาด ตราบเท่าที่คุณขยันทำงาน รับรองได้เลยว่าจะต้องประสบความสำเร็จแน่นอน ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนรีบร้อน ก็จะมีคนยื่นมือมาช่วยคุณตลอด คุณยังเป็นคนที่มีจิตใจดีงามอีกด้วย แบบ: OOOOW ความหมาย: เนื่องจากคุณเป็นอ่อนโยนและมีท่าทีที่สุภาพ คุณอยู่ในตัว คุณจึงมักจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ที่อายุมากกว่าหรือจากเพื่อนๆ คุณจะมีความสุขกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในชีวิตการทำงานของคุณ จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของคุณคือคุณไม่ยอมเชื่อใครง่ายๆ นี่จึงอาจทำให้คุณหัวโบราณเกินไป แบบ: OWWWO ความหมาย: ถ้าคุณสามารถเลือกอาชีพที่มีเกียรติ คุณจะประสบความสำเร ็จมาก อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรทะนงตัวมากเกินไป และต้องไม่ดูถูกอาชีพตัวเอง คุณยังต้องคอยระวังหลังไว้ให้ดี เพราะมีแนวโน้มว่าจะมีคนอิจฉาและหักหลังคุณ ให้มองถึงผลประโยชน์ระยะยาวเสมอ แบบ: OOOWW ความหมาย: คุณดูจะเป็นคนอารมณ์ร้าย และค่อนข้างที่จะด่วนตัดสินใจ ซึ่งเป็นทัศนคติที่ผิวเผินและอาจทำให้คุณเดินทางผิดได้ง่ายๆ ถ้าคุณสามารถแก้ไขได้ คุณจะประสบความสำเร็จอย่างมาก คุณมีศักยภาพอยู่แล้วดังนั้นเวลาจะทำอะไรลองทำใจให้เย็นลงหน่อย แบบ: OWWOW ความหมาย: คุณจะต้องทำงานหนักในช่วงต้นของการทำงาน เมื่อถึงวัยกลางคนหรือมากกว่านั้น คุณจะได้รับการยอมรับและร่ำรวย ดังนั้นยิ่งคุณอายุมากขึ้น โชคคุณก็จะยิ่งดีขึ้น แบบ: OWWWW ความหมาย: คุณมีคุณลักษณะที่ดีเพียงแต่ว่าจะประสบความสำเร็จจริงๆ ตอนอายุมากแล้วเท่านั้น ให้เตรียมตัวให้พร ้อมที่จะทำงานหนักมากๆ ในช่วงที่อายุยังน้อยและช่วงวัยกลางคน แล้วคุณจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จเมื่ออายุมากขึ้น แบบ: OWOWW ความหมาย: คุณจำเป็นที่จะต้องอดกลั้นต่อการมีจิตใจคับแคบในทัศนคติของคุณและวิธีที่คุณคิดหรือทำงาน ลองทำตัวให้อ่อนน้อมถ่อมตนลงและเรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณได้รับความช่วยเหลือที่มีอิทธิพลซึ่งจะนำคุณไปสู่จุดสูงสุดของธุรกิจและชีวิตการทำงาน แบบ: WOWWW ความหมาย: คุณมีทักษะทางสังคมที่ดีมาก ไม่ว่าคุณจะทำกิจการอะไร คุณก็จะชอบที่จะลองเสี่ยงและคุณมักจะเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนเสมอ แต่จงระวัง ในช่วงหลังของชีวิตอาจจะมีเรื่องท้าท้ายมากขึ้น จงเสี่ยงให้น้อยลงเมื่อคุณอายุมากขึ้น แบบ: WWOWW ความหมาย: คุณเป็นคนที่มีทัศนะกว้างไกลและมีภาระรับผิดชอบมาก จงระวัง ทัศนะของคุณอาจ อาจทำให้คุณตกที่นั่งลำบาก อยู่บนพื้นฐานเหตุผลให้มากกว่านี้จะดีกว่า แล้วชีวิตคุณจะยิ่งประสบความสำเร็จมากขึ้นไปอีก แบบ: WOWOW ความหมาย: คุณเป็นคนที่ควบคุมหรือชักจูงไม่ได้ง่ายๆ เพราะคุณเป็นคนดื้อรั้น หากคุณสามารถมุ่งความสนใจไปยังสิ่งที่คุณต้องการในชีวิตได้ คุณก็จะประสบความสำเร็จ แต่ปัญหาก็คือคุณเป็นคนเอาแน่เอานอนไม่ได้และคลุมเครือในสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริงในชีวิต แบบ: OWOOW ความหมาย: คุณเป็นคนมีคุณธรรมและเป็นคนจิตใจดี คุณมีแนวโน้มที่จะเป็นที่พึ่งของผู้ร่วมงานและเพื่อนฝูง ดังนั้นคุณจึงเป็นที่ชื่นชอบ เนื่องจากคุณเป็นคนที่คิดอะไรลึกซึ้งและมีความละเอียดอ่อนต่อผู้อื่น คุณจะมีความสุขกับความสำเร็จในงานด้านความคิดสร้างสรรค์ แบบ: OOWOO ความหมาย: คุณเป็นคนกล้าหาญและทำงานหนัก คนมากมายต่างก็ไว้ใจคุณตั้ งแต่คุณอายุยังน้อย แต่ถ้าคุณไม่รักษาชื่อเสียงของคุณไว้ คุณอาจจะสร้างศัตรูขึ้นเมื่อคุณก้าวหน้าและชีวิตจะยากลำบากมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แบบ: WWWOW ความหมาย: คุณเป็นคนฉลาดมากและจะมีความสุขกับเกียรตินิยมหลายๆ ใบ คุณจะมีชีวิตที่ราบรื่นและได้มีโชคด้านความมั่งคั่ง ถ้าคุณทำงานหนักได้ คุณจะเป็นคนที่ยอดเยี่ยมและประสบความสำเร็จคนหนึ่ง แบบ: WWOWO ความหมาย: คุณมีชีวิตที่ขึ้นๆ ลงๆ ตลอดทั้งชีวิต ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณสามารถก้าวไปทีละขั้นอย่างมั่นคงได้ คุณจะมีความสุขกับชีวิตอันสงบสุขเมื่อคุณเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว แบบ: OWOWO ความหมาย: คุณมีสติปัญญาหลักแหลมหาใครเทียบได้ยาก คุณทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม คุณเป็นคนที่มีลักษณะก้าวร้าวมากและดูข่มผู้อื่น ถ้าคุณแก้ไขตรงนี้ได้คุณจะท ะยานไปได้สูง แบบ: OWOOO ความหมาย: คุณมีจิตใจดีและเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย คุณไม่เก่งด้านการทำธุรกิจ แต่คุณจะเป็นครูที่ดีหรือเป็นได้แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิ วิญญาณ คุณจะมีความสุขกับความสำเร็จในโลกวิชาการ แบบ: WWWWO ความหมาย: คุณจะได้รับธุรกิจหรือมรดกตกทอดจากบิดามารดาของคุณหรือจากผู้ที่อายุมากกว่า ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่มีฝีมือและสามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจของตัวเองได้ แต่ความใจร้อนที่คุณมีอาจทำให้คุณลำบากได้ไม่น้อย แบบ: WWWOO ความหมาย: คุณเป็นคนจิตใจดีและจะมีคนดีๆ เข้ามาในชีวิตคุณ เพราะคุณดึงดูดคนเหล่านี้เข้ามาหาคุณ ทำงานให้หนักแล้วคุณจะเก็บเกี่ยวสิ่ตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อมาได้อย่างง่ายๆ คุณจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน แบบ: OOWWW  ความหมาย: คุณเป็นคนตรงมากคนหนึ่ง แต่ความคิดของคุณค่อนข้างจะเหมือนซื่อและไม่ลึกซึ้ง แม้ว่าคำแนะนำของคุณจะดี แต่ถ้าคุณไม่คิดให้ดีก่อนในสิ่งที่คุณพูด คุณก็ไม่ต้องแปลกใจถ้าคนอื่นดูจะมองข้ามความคิดเห็นของคุณ คำพูดของคุณมีพลังไม่เพียงพอ แบบ: WOOWW ความหมาย: คุณเป็นคนที่น่าเชื่อถือและมีนิสัยรักสงบ ดังนั้นคุณจึงเป็นคนที่สามารถประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เพราะความทะนงตัวของคุณเองอาจทำให้คุณไปล่วงเกินผิดคนเข้า แบบ: OOWWW ความหมาย: คุณมีนิสัยหยิ่งทะนงและวางมาด แม้ว่าลึกลงไปแล้วคุณเป็นคนที่มีจิตใจงดงามคนหนึ่งเลยทีเดียว อย่างไรก็แล้วแต่ คุณต้องปรับปรุงทักษะด้านสังคมให้ดีขึ้น ญาติๆ คุณดูมีแนวโน้มที่จะตักตวงผลประโยชน์จากคุณ แบบ: OWWOO ความหมาย: คุณจะเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียง แม้ว่าชีวิตคุณดูเหมือนจะไม่มั่นคงในช่วงแรกของการทำงาน และคุณจำเป็นต้องทำงานหนักในช่วงอายุสามสิบ แต่เมื่อถึงช่วงที่คุณเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ชีวิตคุณจะดีขึ้นเรื่อยๆ แบบ: OOWOW ความหมาย: คุณเป็นคนที่มีจิตใจสูงส่ง สามารถที่จะมองเห็นและคว้าโอกาสต่างๆ มาได้ คุณเหมาะสมที่สุดที่จะทำงานด้านการเงินและการลงทุน โชคของคุณจะดีขึ้นเมื่อคุณอายุมากขึ้น แบบ: WOOWO ความหมาย: คุณเป็นคนง่ายๆ แต่มีเหตุมีผล ถ้าคุณสามารถมุ่งความสนใจไปที่พื้นฐานของชีวิตและค่อยๆ ไต่บันไดแห่งความสำเร็จไปทีละขั้น โดยไม่ใจร้อนเกินไป คุณจะได้ประโยชน์จากโชคด้านความมั่งคั่งและได้รับความเคารพจากผู้คน แบบ: WOWWO ความหมาย: คุณเป็นคนคิดอะไรลึกซึ้ง เมื่ออายุยังน้อย คุณก็เตรียมคิดถึงอนาคตของคุณแล้ว คุณจะมีความสุขกับช ีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุข นั่นคือคุณจะมีความสุขมากในวัยชรา แบบ: WWOOW ความหมาย: คุณเป็นคนที่มีความสามารถมากคนหนึ่ง แต่มีแนวโน้มว่าคุณจะขาดวิจารณญาณที่ดี และยังดูเหมือนว่าคุณจะเป็นคนที่เริ่มอะไรแล้วไม่นานก็หมดความสนใจ จงมีความแน่วแน่ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จ แบบ: OOWWO ความหมาย: คุณเป็นคนน่าซื่อตรงและน่าเชื่อถือมาก คุณแทบไม่มีแรงกระตุ้นที่จะร่ำรวยหรืออยากได้ทรัพย์สมบัติเลย แต่ระวังเอาไว้ ถ้าคุณไม่รู้จักดูแลตัวเอง คุณอาจจะถูกหลอกและถูกผู้อื่นเอาเปรียบได้ง่ายๆ แบบ: WOOOW ความหมาย: คุณเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมาและเข้าหาผู้อื่นอย่างเปิดเผย คุณมีความเด็ดเดี่ยวและขี้เล่น แต่คุณก็อาจจะทำให้คนอื่นไม่พอใจได้ง่ายๆ ถึงอย่างไรคุณก็ยังโชคดีเพราะเมื่อคุณถึงวัยกลางคน คุณจะขึ้นไปสู่สถานะที่โดดเด่น และโชคของคุณจะเ ปลี่ยนไปเป็นดียิ่งขึ้นไปอีก แบบ: WOWOO ความหมาย: คุณเป็นคนที่ชอบเข้าสังคมมากและคุณชอบใช้ชีวิตอิสระ ออกไปเที่ยว ปาร์ตี้ และงานสังสรรค์ เมื่อคุณเข้าสู่วัยกลางคน คุณจะได้อาศัยความช่วยเหลือสนับสนุนของผู้อื่น แต่คำเตือนก็คือ ถ้าคุณไม่เตรียมตัวไว้ให้ดี คุณอาจจะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในวันข้างหน้า แบบ: OOOWO ความหมาย: คุณมีทักษะทางด้านสังคมที่ดี คุณจึงมักจะได้รับคำชี้แนะและการช่วยเหลือจากผู้มีอิทธิพล ผู้คนมากมายจะช่วยให้คุณก้าวขึ้นมามีความโดดเด่น และโชคของคุณจะยอดเยี่ยมในปีหลังๆ จาก "ดวงชะตาและอุปนิสัยเฉพาะตัวจากปลายนิ้ว"

เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture ภาค 2
ต่างประเทศ /  ประวัติศาสตร์ / 

กลับมาอีกแล้วสำหรับเรื่องแปลก วันนี้ทีนเอ็มไทยมี เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture ภาค 2 มาฝากเพื่อนๆกันคะ อยู่ในช่วงยุคมืดของยุโรป ในสมัยนั้นมีบทลงโทษมากมายไม่ว่าจะเป็นคนทำผิดหรือบริสุทธิ์ สงคราม โรคระบาด ล่าแม่มด เป็นต้น มีเครื่องทรมารหลายชนิดเพื่อลงโทษ ขอบอกว่าโหดและน่ากลัวสุดๆ ไม่แพ้ 15 เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture ภาค 1 เลยคะ .. >> 15 เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture ภาค 1 << เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture ภาค 2 1. ม้าไม้ (Wooden Horse) เป็นอุปกรณ์ทรมานของยุโรป(นอกจากนี้ยังใช้ในอาณานิคมของอเมริกา)เหมือนกัน มีรูปร่างลักษณะเหมือนม้านั่งมีสี่ขาทำด้วยเหล็ก เพียงแต่ที่ต่างตรงที่ด้านบนนั้นรูปร่างจะเหมือนปรึซึมยาวสามเหลี่ยมนอนด้านข้าง(ดูรูปเอาเถอะบรรยายไม่ออก)มองจากด้านข้างจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแต่ถ้ามองอีกด้านมันจะดูน่ากลัวมากเพราะเป็นรูปสามเหลี่ยมที่แหลม เวลาทรมานก็ดูภาพแล้วกัน โอ้เห็นแล้วเสียว(ในหลายๆ ความหมาย) แต่ก่อนจะให้ขาเหยื่อจะต้องโดนถ่วงน้ำหนักเพื่อไม่ให้หนีออกจากเครื่องทรมานนี้ได้และเมื่อนั่งตอนแรกๆ จะไม่เท่าไหร่แต่นานๆ ไป ด้วยน้ำหนักของร่ายกายและที่ถ่วงขาเหยื่อทั้งหลาย(ส่วนมากจะใช้กับผู้ชาย) จะโอดอวยเพราะความเจ็บปวดเพราะเจ็บอวัยวะเพศ และปัจจุบันนี้เครื่องทรมานไม้ม้าถูกนำไปใช้ในสถานบังเทิงสำหรับชาวซาดิสต์โดยเฉพาะ 2. การหมุน(ทรมาน) (Whirligig (torture)) การหมุนไปหมุนมาก็เป็นการลงโทษและทรมานอีกแบบเหมือนกันส่วนมากอุปกรณ์ชนิดนี้ถูกนำมาใช้กับทหารในประเทศอังกฤษ โดยเขาจะมีอุปกรณ์หนึ่งที่รูปร่างเหมือนกรงขังแต่เป็นทรงกลมและสามารถหมุนไปหมุนมาได้คล้ายๆ กับม้าหมุน โดยเวลาใช้ก็จับเหยื่อมาขังจากนั้นก็ทำการหมุนๆ จนเหยื่อคลื่นไส้อาเจียนรุนแรง 3. สต็อกหรือที่ขื่อคอ (The Stocks or Pillory) รูปร่างแบบนี้คงเห็นในการ์ตูนจนไม่ต้องบรรยายแล้วมั้ง (เรื่องของเรื่องข้อมูลหายขอเกรียมจากการ์ตูนละกัน) ที่จริงอุปกรณ์นี้ไม่ใช้ทรมานนะ แต่ออกแนวคุมขังมากกว่า ซึ่งอุปกรณ์ใช้มากในอังกฤษ โดยอดีตที่ผ่านมามีผู้ที่ใช้บริการเครื่องนี้มากมาย วิธีใช้ก็ลากเหยื่อมาและเอามือและขาสอดที่รูที่เครื่องนี้กำหนดและล็อกเพื่อไม่ให้เคลื่อนไหวได้ จากนั้นก็เอาไปเดินขบวนให้ประชาชนปาผักเล่นๆ ก็ได้ หรือเอาไปตากแดดให้เสียเหงื่อเมื่อยมือและเท้าเล่นๆ หรือจะให้ประชาชนคนดูมาแหย่ ตบ หรือปาของ หรือจะปัสสาวะก็ได้นะก็ตามใจ แต่ที่ร้ายสุดคือผู้คุมนี้สิมักเอาหม้อน้ำเดือดมาใส่เข้าไปในปากของเขา, หู, จมูก และผม หรือเลวกว่านั้นอาจจะโดนทุบ, ตี, เผา, ตัดแขนตัดขา!! 4. เครื่องชำแหละหน้าอก(A Breast Ripper) เป็นเครื่องทรมานที่ใช้ในเยอรมันและฝรั่งเศส โดยใช้ลงโทษกับผุ้หญิงที่นับถือศาสนานอกรีต, พูดสบประมาท, เป็นชู้} ชักจูงการทำแท้ง, ใช้เวทมนต์เกี่ยวกับกาม และอาชญากรรมอื่นๆ โดยอุปกรณ์ชนิดนี้ก็ใช้ตามชื่อของมันนั้นแหละคือใช้เล็กบนเครื่องมือนั้นฉีกหน้าอกที่เปลือยเปล่าของผู้หญิงอย่างช้าๆ โอ้ว้าว จากนั้นก็สาดน้ำเกลือหรือน้ำเดือดก็ได้ โอ้.....แสบจ็บเป๋ง 5. เข็มขัดของนักบุญ Elmo (Saint Elmo’s Belt) แหล่งกำเนิดของอุปกรณ์ชนิดนี้ไม่แน่นอน แต่มีการสันนิษฐานว่ามาจากการความตายที่ทุกข์ทรมานของ St  Erasmus ( หรือ Elmo ) ในa.D  303  เวลาใช้ก็เหมือนเข็มขัดใส่ที่เอวเหยื่อล็อก และเข็มที่อยู่บนเข็มขัดนี้ก็จะทิ่มแทงเอวเหยื่อจนเจ็บปวดทรมาน 6. การแขวงกรง(Cages) ถือได้ว่าเป็นแฟชั่นฮิตในยุโรปในศตวรรรษที่ 14 ก็ว่าได้ โดยเครื่องทรมานชนิดนี้จะเหมือนเครื่องประดับสถานส่วนมากใช้ในเยอรมันและเกือบทุกประเทศในยุโรป  โดยเวลาใช้ก็จับเหยื่อมาขังตะแลงแกงเหล็ก(หรืออาจจะเป็นเสื้อคลุม)ซึ่งมีหลายแบบ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือมันแคบมากๆ หรือไม่ก็พอดีตัวก็ว่าได้ จากนั้นก็เอาไปมาตั้งที่สูงๆ ให้คนอื่นได้เห็น โดยตั้งตามสถานที่ต่างๆ เช่น ในเมือง, ชานเมืองมากมายเหล็ก , นอกศาลากลางจังหวัด, ราชวังโบสถ์ใหญ่ และกำแพงเมือง การแกว่งไปแกว่งมาก็ช่วยล่อให้นกกามาจิกเหยื่อให้เจ็บเล่นๆ แต่ที่ร้ายกว่านั้นการทรมานชนิดนี้จะตายทรมานช้าๆ เพราะขาดน้ำขาดอาหารและการดาดแดดตามลมนานๆ 7. วัวกระทิงทองเหลือง(Brazen_bull) มีหลายชื่อเรียกเช่น วัวกระทองทองสัมฤทธิ์(The Bronze Bull)หรือ  วัวกระทะเกาะซิซิลี(Sicilian Bull)เป็นอุปกรณ์ทรมานที่เก่าแก่ในประเทศกรีกแห่งกรุงเอเธนส์ โดยกษัตริย์ได้คิดค้นประดิษฐ์ชนิดนี้ขึ้นเพื่อลงโทษคนที่ผิดมีความทางอาญา ซึ่งอุปกรณ์นี้มีรูปร่างเหมือนวัวตัวผู้แต่ข้างในกลวงสามารถใส่คนหนึ่งได้และทำโดยทองเหลืองซึ่งสามารถอมความร้อนได้ดี เวลาจะใช้ก็เอาคนมาใส่ในตัววัวและปิดขังล็อกไม่ให้เหยื่อเปิดออกมาได้ จากนั้นก็เอาไปลนกับไฟ ด้วยการที่มันทำทองเหลืองทำให้มันร้อนเร็วมาก เหยื่อจะร้องอย่างโหยหวนและขาดใจตายเพราะความร้อนนี้เอง และเชื่อหรือไม่บุคคลที่ถูกเครื่องนี้ทรมานส่วนใหญ่จะเป็นพวกคริสเตียนและศาสนาคริสต์ทุกนิกาย โดย นักบุญ Eustace ก็ถูกเครื่องทรมานนี้ย่างพร้อมกับ กับภรรยา และลูกมาแล้ว 8. เข็มขัดบริสุทธิ์ (The Chastity Belt) ดูๆ ไปก็เหมือนกางเกงในแบบใหม่ในปัจจุบันนะเนี้ย กับเครื่องมือทรมาน(หรือเปล่า) พูดไม่ออก คงประมาณว่ากางเกงในป้องกันการข่มขืนนะ แบบว่าสมัยก่อนผู้หญิงมักหลายใจเยอะ และโดนข่มขืนเยอะเช่นกัน ทำให้ชายที่ห่วงเมีย, ห่วงลูกสาวบังคับให้ผู้หญิงสวมใส่อุปกรณ์นี้กันไม่ให้มีชู้หรือโดนข่มขื่น โดยให้ผู้หญิงใส่เหมือนสวมกางเกงในและด้วยโครงสร้างของอุปกรณ์เครื่องนี้จะทำให้อวัยวะเพศและช่องคลอด รูก้น ปิดหมด จากนั้นก็ล็อก เออ....เวลาปวดฉี่ ปวดอึนี้คงทรมานน่าดู อีกทั้งเกิดกุญแจหายนี้คงซวยน่าดู 9. Branks or Scold’s Bridles อุปกรณ์ทรมานเหล่านี้ มีหลายแบบอย่างน่ามหัศจรรย์ เช่นแบบปิดปาก แบบมีเหล็กมีเข็มอยู่ภายใน แบบปิดหน้า แบบปิดตา มีกระดิ่งติด ซึ่งรูปร่างเหมือนหมวกเหล็ก จนเหมือนกับว่าเป็นศิลปะมากกว่าเครื่องมือทรมานเสียอีก และเชื่อหรือไม่ว่านี้ไม่ใช้เครื่องทรมานที่ใช้ทรมานกับพวกนักโทษ แต่ใช้สำหรับสามีลงโทษเมียมากกว่า แบบว่าในยุโรปสมัยก่อนนั้นผู้หญิงค่อนข้างต่ำต้อยเมื่อเทียบกับผู้ชายมีกฎหมายและประเพณีหลายๆ อย่างที่ไม่เป็นธรรมกับผู้หญิง สำหรับเครื่องมือนี้ใช้ลงโทษผู้หญิงในหลายๆ แบบ เช่นแบบสำหรับไม่ให้ผู้หญิงพูด หุบปาก ใช้สำหรับโบสถ์ที่ต้องการความสงบ“ให้เงียบในโบสถ์”หรือผู้หญิงที่มีอารมณ์ดุร้ายก็ใช้ได้เหมือนกัน  ก่อนที่จะมีการพัฒนาเพิ่มความรุนแรงขึ้นเช่นมีการติดเดือยแหลมให้ทิ่มแทงลิ้น, หรือติดเพื่อให้ขายหน้าเวลานำไปเดินผ่านถนน 10. Schandmantel มีหลายชื่อเรียกเช่น เสื้อคลุมของความอับอาย(coat of shame )" หรือ"ถังรูปทรงกระบอกของความอับอาย(barrel of shame)" เป็นอุปกรณ์ทรมานที่นำมาใช้นำศตวรรษที่ 13(หยวนๆ หน่อยนะดู 14 เยอะแล้ว) รูปร่างเหมือนโอ่งมังกรทำจากไม้สลักลวดลายสวยงามแต่มีน้ำหนักมาก เวลาใช้ก็เหมือนสวมตุ๊กตาสัตว์แหละ นำเหยื่อมาสวมอุปกรณ์นี้แล้วล็อก เพื่อไม่ให้เหยื่อถอดออกจากนั้นก็ไปเดินต่อหน้าฝูงชนเพื่อให้อับอาย ดูหมิ่น ทำให้ขายหน้า และให้ขว้างผักเน่า ซึ่งถูดถูกลงโทษส่วนมากจะเป็นโสเภณี ของคุณข้อมูล en.wikipedia.org, the-night.net,

สาวจีนตะลึง สามีที่อยู่กินกันมา 9 ปี แท้จริงเป็น 'หญิงแปลงเพศ'
จีน /  ฟ้องหย่า / 

วันที่ 29 พ.ค. หนังสือพิมพ์สิงคโปร์ เลี่ยนเหอ วานเป้า รายงานว่า นางชัว ซูฟง ชาวสิงคโปร์ วัย 47 ปี กล่าวหา นายไฉ่ วุนวุ่ย วัย 50 ปี ผู้เป็นสามีว่าเขาแต่งงานกับเธอเพราะหวังทรัพย์สมบัติ เหตุจากหลังคบกันจนแต่งงานมารวม 9 ปี นายไฉ่พยายามหาข้ออ้างหลบหลีกที่จะมีเพศสัมพันธ์กับเธอ จนในปี 54 เธอได้ตัดสินใจฟ้องหย่าสามี ก่อนจะพบว่านายไฉ่ เป็น ผู้หญิงแปลงเพศ  โดยมีชื่อเดิมว่า มาร์กาเร็ต ในรายงานระบุว่า ทั้งคู่คบหากันตั้งแต่ปี 2545 จากการรู้จักกันจากอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นทั้งคู่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันขณะที่ยังไม่ได้แต่งงาน เป็นเวลา 7 ปี โดยตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน นายไฉ่เพียงแค่จับมือและจูบนางชัวเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดล่วงเกิน ทำให้ฝ่ายหญิงเกิดความรู้สึกประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษ ต่อมาในปี 2552 ทั้งคู่ได้แต่งงานกัน โดยนายไฉ่พยายามหาข้ออ้างที่จะไม่มีเพศสัมพันธ์กับนางชัว ทั้งอ้างว่าเหนื่อยจากงาน หรือหนีไปนอนห้องพ่อกับแม่ ซึ่งนางชัวมีแผนจะซื้ออพาร์ทเม้นต์มูลค่า 730,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24 ล้านบาท) ในชื่อของเธอ แต่นายไฉ่ต้องการให้เป็นการซื้อที่ใช้ชื่อร่วมกันจึงแต่งงานกับเธอ นอกจากนี้นางชัวกล่าวว่า เธอเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในบ้าน และนายไฉ่ก็มักยืมเงินเธอซึ่งมูลค่าคร่าว ๆ คือ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3 ล้านบาท) แม้ขณะนี้ทั้งคู่จะหย่ากันแล้วแต่ก็ยังมีคดีฟ้องร้องเรื่องการแบ่งสินสมรสอยู่ ทั้งนี้ ในรายงานระบุอีกว่า นายไฉ่รู้สึกอึดอัดกับอดีตภรรยา เนื่องจากเธอมักจะข่ม ตะโกน กลั่นแกล้งพ่อแม่ของเขา และชอบทำให้เขาขายหน้าคนอื่นเสมอๆ โดยการแต่งงานของทั้งคู่ถือว่าเป็นโมฆะ เนื่องจากนายไฉ่นั้นเป็นผู้หญิงแปลงเพศ MThai News

คลิปตำรวจตบกะโหลก สั่งสอน 'ไอ้เกม' ฆ่าข่มขืนน้องแก้ม
ข่าว น้องแก้ม /  ข่าว วันนี้ / 

คลิปไอ้เกม ผู้ต้องหาข่มขืนน้องแก้ม โดนตำรวจตบหัว ด้านพนักงานสอบสวนคุมตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดหัวหิน วันนี้(10 ก.ค.) สมาชิกเว็บไซต์ยูทูปชื่อ poy oa ได้เผยแพร่คลิปชื่อ จนท.สอบสวน เม้งแตก ตบกะโหลก "ไอ้เกม" ผู้ต้องหาข่มขื่น "น้องแก้ม" โดยภายในคลิปเป็นเหตุการณ์สั้นๆเพียง4วินาที เป็นภาพของนายวันชัย แสงขาว หรือ เกม ผู้ต้องหาข่มขืนฆ่าน้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี จนเสียชีวิต ซึ่งในคลิปมีมือซึ่งอ้างว่าเป็นมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจตบไปที่ศรีษะของนายวันชัย ทั้งนี้ความคืบหน้าล่าสุดของคดี พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี คุมตัว นายวันชัย มาฝากขังที่ศาลจังหวัดหัวหินแล้ว ในผลัดแรก ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด พร้อมกับ แจ้งข้อหาหนัก 4 ข้อหา ประกอบด้วย ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลักทรัพย์ และ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ โดยคำร้องระบุว่า การสอบสวนผู้ต้องหายังไม่แล้วเสร็จ ยังต้องรอสอบปากคำพยานเพิ่มเติม การตรวจสอบทะเบียนประวัติอาชญากร ของผู้ต้องหา และตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ก่อน เป็นเวลา 12 วัน นับจากวันนี้ - วันที่ 21 ก.ค. นี้ MThai News ขอบคุณคลิปจาก poy oa ข่าวที่เกี่ยวข้อง แฉประภัสร์ โบ้ย ฆาตกรเป็นพนง.เอกชน พบแล้ว! ศพน้องแก้มด.ญ.13ปี พนง.รถไฟข่มขืนโยนทิ้งข้างทาง ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผู้ชายถือป้าย “อยากให้คดีข่มขืนถูกประหาร” ดาบสองคม โทษประหาร!! เหมาะสมหรือไม่กับคนร้าย “ฆ่าข่มขืน” ย้อนรอย ‘พันธุ์-เดชา’ นักโทษข่มขืน2รายสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิต ป้องกันจากภัยการโดนข่มขืน รู้ไว้ก่อนจะสาย

ปรัชญา-วิชยา นำทัพ เดวิส คัพ บู๊ คูเวต สถิติไทยข่มมิด
ณัฐนนท์ กัจฉปานันท์ /  ทีมชาติคูเวต / 

ความเคลื่อนไหวการแข่งขันเทนนิสทีมชายชิงแชมป์โลก หรือ เดวิส คัพ กลุ่ม 2 โซนเอเชีย/โอเชียเนีย รอบสอง ที่ทีมทีมชาติไทย จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ทีมชาติคูเวต ระหว่างวันที่ 4-6 เม.ย.57 ณ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี โดยทีมที่ชนะจะได้เข้ารอบชิงชนะเลิศของกลุ่มต่อไป ล่าสุดนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า เวลานี้ทีมไทยได้นักกีฬาที่จะเป็นตัวแทนลงแข่งขันแล้ว โดยได้ตัดตัวจาก 6 คน เหลือ 4 คน ได้แก่ ปรัชญา อิสโร (อันดับโลก เดี่ยว 812 /คู่ 628), วิชยา ตรงเจริญชัยกุล (อันดับโลก เดี่ยว 900 /คู่ 1,244), วริศ สอนบุตรนาค (อันดับโลก เดี่ยว 1,356 /คู่ 783) และณัฐนนท์ กัจฉปานันท์ (อันดับโลก เดี่ยว 1,643 /คู่ 591) ซึ่งเป็นนักกีฬาชุดเดิมที่ลงแข่งขันเดวิสคัพ รอบแรก ที่เอาชนะ ฮ่องกง มาได้ 4-1 คู่ โดยมี พ.อ.ไกรเพชร วรสมบัติ เป็นกัปตันทีมเช่นเดิม สำหรับทีมคูเวต นักกีฬา 4 คน กอปรด้วย อับดุลลาห์ แม็คดัส (อันดับโลก เดี่ยว 784 /คู่ 1,372), โมฮัมหมัด การิบ (อันดับโลก เดี่ยว 831 /คู่ 1,728), อับดุลฮามีด อัล ชัทติ (อันดับโลก เดี่ยว 2,011) และฮาซาน อัล มูซา โดยมี คลาเลด อัล ฟูดารี กัปตันทีม จากสถิติการพบกัน 3 ครั้ง ทีมไทย เอาชนะได้ทั้งหมด โดยครั้งล่าสุด เจอกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว ทีมไทยไปเยือนคูเวต และเอาชนะมาได้ 4-1 สำหรับการแข่งขันครั้งนี้มีนักหวดคูเวต ชุดเดิมมาแข่งขันด้วยคือ โมฮัมหมัด การิบ และอับดุลลาห์ แม็คดัส ซึ่งทั้งสองคนแพ้ ปรัชญา และณัฐนนท์ ในประเภทคู่ของการแข่งขันครั้งนั้น ส่วนการเตรียมความพร้อมของนักหวดไทยนั้น หลังจากทุกคนเสร็จสิ้นภารกิจในการแข่งขันรายการอาชีพแล้ว จะมารวมตัวฝึกซ้อมร่วมกันทันที ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น “นายสุวัจน์” กล่าวทิ้งท้าย

ละครล่ารักสุดขอบฟ้า , เรื่องย่อล่ารักสุดขอบฟ้า
ล่ารักสุดขอบฟ้า /  เรื่องย่อละคร ล่ารักสุดขอบฟ้า / 

ล่ารักสุดขอบฟ้าบทประพันธ์ : คนหลังม่าน บทโทรทัศน์ : ละลิตา ฉันทศาสตร์โกศลกำกับการแสดง : ธีระศักดิ์ พรหมเงิน ความรักระหว่างองครักษ์หนุ่มจากต่างแดนกับราชนิกูลสาวไทยจอมเฮี้ยวที่เกือบจะกลายเป็นเส้นขนาน เพราะหน้าที่และความภักดีต่อแผ่นดิน การคัดตัวราชองครักษ์ประจำปีของประเทศรายา ประเทศที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ใกล้กับประเทศอินเดียและจีนกำลังเริ่มขึ้น ตามธรรมเนียม องค์รัชทายาทจะต้องทรงเข้าร่วมประลองในรอบสุดท้าย เพื่อวัดฝีมือกับผู้ได้รับการคัดเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งการประลองก็เป็นไปอย่างราบรื่น องค์รัชทายาทภายใต้ชุดเกราะและหน้ากากสามารถเอาชนะได้อย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องของผู้เข้าชมการแข่งขัน มีเพียงองค์ราชาอินทราเท่านั้นที่ทรงทราบว่า แท้จริงผู้เข้าประลองคือ คามิน องครักษ์หนุ่ม ผู้ที่ทรงให้ความไว้วางใจให้ถวายการดูแล เจ้าชายมาคี รัชทายาทผู้ซึ่งต้องสืบต่อราชบัลลังก์จากนี้ในไม่ช้า หน้าที่ของคามิน นอกจากคุ้มครองเจ้าชาย ยังต้องเป็นตัวแทนของเจ้าชายไปทำราชกิจต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากองค์ราชา โดยมีสินธรทหารองครักษ์คู่ใจที่จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์และศรัทธาคามินอย่างที่สุดเป็นมือขวา คามินเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่เคยมีผู้ใดรู้ประวัติที่แน่ชัด บ้างก็ว่าพ่อแม่ของคามินเป็นมหาดเล็กของพระราชาอินทรา และเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตระหว่างตามเสด็จไปเยี่ยมราษฎร บ้างก็ว่าแม่ของคามินเป็นนางรำท้องลูกไม่มีพ่อ จึงฆ่าตัวตายหนีความอับอายและทิ้งลูกไว้ ซึ่งคามินไม่เคยสนใจที่จะสืบหาประวัติตัวเอง เพราะมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ที่จะถวายชีวิตเพื่อความจงรักภักดีต่อราชาอินทรา ที่ได้ชุบเลี้ยงเขามาแต่เยาว์วัย ราชาอินทราทรงหนักใจกับเจ้าชายมาคีซึ่งมีอุปนิสัยไม่เอาถ่าน ไม่ยอมสนใจศึกษางานราชกิจใดๆ คามินแทบจะต้องทำงานแทนทุกอย่าง แม้แต่เวลาที่มาคีไปมีสัมพันธ์กับสาวๆ คามินก็ต้องตามไปแก้ปัญหาให้ จนถูกสาวพวกนั้นตามตื๊อซะเอง กว่าจะสลัดหลุดไปได้ คามินก็ต้องแกล้งทำเป็นเกย์ ที่สำคัญ นายพลวิฑูร ผู้กุมอำนาจใหญ่ในวังก็คิดจะรวบอำนาจทางอ้อมด้วยการยกหฤทัย บุตรสาวให้เป็นชายาของเจ้าชายมาคี โดยมีพระนางสาวิตรี มเหสีของพระราชาให้การหนุนหลัง เนื่องจากทรงเป็นญาติกับนายพลวิฑูร พระนางสาวิตรีเองก็ไม่ค่อยชอบคามินนัก เพราะขณะที่เจ้าชายเป็นคนหยิบหย่งไม่เอาไหน แต่คามินกลับมีความสามารถทั้งบู๊และบุ๋น อบอุ่น มีวาทศิลป์ จนกลายเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านและคนรอบข้าง รวมทั้งราชาอินทราที่ทรงรักคามินเหมือนโอรสของพระองค์ เพื่อคานอำนาจของนายพล ราชาอินทราตัดสินใจหาทางออกด้วยการให้เจ้าชายมาคีอภิเษกกับหญิงต่างแดน และผู้หญิงที่เหมาะสมผู้นั้นก็คือ มัทนา สาวชาวไทยที่พระราชาได้แอบหมั้นหมายไว้กับธรรมรัตน์ บิดาของมัทนานั่นเอง ธรรมรัตน์เป็นพระสหายสนิทของพระราชามาตั้งแต่สมัยที่พระองค์มาศึกษาร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย และที่สำคัญที่สุด ธรรมรัตน์เป็นผู้กุมความลับของพระราชา และชาติกำเนิดที่แท้จริงขององครักษ์คามินมาตลอด 26 ปี!! นายพลวิฑูรและพระมเหสีสาวิตรีก็พากันคัดค้านเรื่องการเลือกสาวไทยมาเป็นพระชายา แต่ราชาอินทราให้เหตุผลว่าประเทศรายาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร การผูกสัมพันธ์กับนักธุรกิจระดับเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมอย่างธรรมรัตน์ จะสามารถนำวิทยาการที่ทันสมัยเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ ราชสภาต่างพากันสนับสนุน ทำให้นายพลวิฑูรยอมล่าถอย ราชาอินทราจึงมีคำสั่งให้องครักษ์คามินเดินทางไปเมืองไทย ธรรมรัตน์พ่อของมัทนากินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อราชาอินทราแจ้งข่าวว่าจะส่งคนมารับตัวมัทนาไปอภิเษกกับเจ้าชายที่ประเทศรายาตามคำสัญญา เพราะมัทนาลูกสาวไม่มีคุณสมบัติกุลสตรีที่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเลยแม้แต่น้อยนิด คามินเดินทางไปเมืองไทยทันทีโดยมอบหมายให้สินธรคอยดูแลอารักขามาคีแทน ในงานเลี้ยงฉลองรับปริญญาของมัทนา ม.ร.ว.มาณวิกาได้ทำการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับมัทนา บุตรสาว จนงดงามโดดเด่นดั่งเทพธิดาสมกับเป็นเชื้อสายราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ เพื่อเปิดตัวกับผู้คนในสังคมชั้นสูง แต่มาณวิกาต้องหน้าแตกและอับอายอย่างแรง เมื่อมัทนาออกมาเดินแบบโชว์พร้อมกับฟันที่เหยินเหมือนแก้วหน้าม้า พอๆ กับธรรมรัตน์ที่แทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินเพราะองครักษ์คามินมาถึงในวันนั้นพอดี ระหว่างที่ทุกคนมัวแต่สนใจมัทนา มือปืนลึกลับปรากฏตัวขึ้นยิงใส่ธรรมรัตน์ เป็นจังหวะที่มัทนากำลังวิ่งเข้าหาพ่อแม่ องครักษ์คามินกระโจนเข้าช่วยเหลือ ผลักมัทนาพ้นวิถีกระสุน ไล่ล่ายิงสู้กับมือปืนจนหลุดไปจากบริเวณงาน ซึ่งคามินก็ต้องตกใจมากเมื่อพบว่ามัทนาซิ่งมอเตอร์ไซด์ออกมาทั้งชุดสวยงามเพื่อไล่ล่าเช่นกัน มือปืนหลบหนีไปได้ธรรมรัตน์และมาณวิกาขอร้องให้คามินช่วยปกปิดเรื่องความก๋ากั่นของมัทนาเอาไว้ก่อน โดยจะพยายามเปลี่ยนแปลงมัทนาให้เป็นกุลสตรีให้ได้ แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะรูปถ่ายของมัทนาในสภาพแก้วหน้าม้าหลุดรอดไปถึงมือเจ้าชายมาคีที่รายา เจ้าชายรับไม่ได้กับหน้าตาอันสุดแสนจะขี้ริ้วขี้เหร่ของมัทนา จึงโทรศัพท์มายืนยันเสียงหนักแน่นกับองครักษ์คามินว่า หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ แถมยังบังคับให้องครักษ์คามินหาทางล้มเลิกการอภิเษกให้จงได้ ทำให้คามินหนักใจมาก เพราะในขณะเดียวกันก็ถูกกำชับจากองค์ราชาให้เตรียมการให้มัทนาเป็นเจ้าสาวให้ได้ เพราะองค์ราชาเคยพบกับมัทนาเทื่อตอนที่เริ่มเป็นสาวและแน่ใจว่ามัทนาไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วอย่างอย่างแน่นอน แท้จริงมัทนา เป็นเด็กสาวหัวสมัยใหม่ น่ารัก ร่าเริง สดใส ซุกซน รักความตื่นเต้น ชีวิตไม่เคยสัมผัสกับความทุกข์ ความยากลำบากใดๆ ชอบเล่นกีฬาผาดโผน ทั้งบันจี้จัมพ์ กีฬาทางน้ำต่างๆ เข้ากลุ่มเล่นร่มร่อน ปั่นจักรยานมาราธอน เล่นเอา ม.ร.ว.มาณวิกาปวดเศียรเวียนเกล้าที่ไม่สามารถฝึกลูกให้เป็นกุลสตรีได้ทุกกระเบียดนิ้วอย่างที่หวัง แม้จะพยายามหาคู่ที่ทัดเทียมเสมอศักดิ์กัน ผู้ชายเหล่านั้นก็โดนมัทนาพาไปรับน้องเล่นกีฬาผาดโผนจนขวัญหนีดีฝ่อกระเจิดกระเจิงกันไปหมด ต่างจากมินตรา บุตรสาวบุญธรรม ที่ได้ดั่งใจทุกอย่าง มินตราเป็นลูกสาวของพี่เลี้ยงของ ม.ร.วมาณวิกา ที่ป่วยตายและทิ้งลูกไว้ให้มาณวิกาช่วยดูแล มินตราเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมในทุกด้าน กิริยางดงาม งานบ้านงานเรือนไม่เคยบกพร่อง มินตราต้องการอยู่เหนือกว่ามัทนา เพราะมีปมในใจที่ตัวเองเป็นแค่ลูกคนรับใช้ มินตราจึงคอยเอาใจประจบประแจงมาณวิกาและธรรมรัตน์ จนมาณวิกาหลงรักรับเป็นลูกบุญธรรม โดยไม่มีใครมองออกว่าหญิงสาวผู้อ่อนหวานคนนี้ภายในเต็มไปด้วยความริษยาอันรุนแรง แม้แต่รูปแก้วหน้าม้าของมัทนา มินตราก็เป็นคนแอบส่งไปให้เจ้าชายมาคีเพราะอิจฉาที่มัทนาจะได้เป็นพระชายา มัทนาไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชาย จึงพยายามแสดงตนว่าไม่ใช่กุลสตรีต่อหน้าคามิน และใช้มุกเดิมพาคามินไปกลั่นแกล้งให้ขวัญหนีดีฝ่อ คามินแกล้งไม่รู้ทันมัทนา เพราะต้องการเรียนรู้ว่ามัทนาเป็นคนอย่างไรกันแน่ มัทนาโอ้อวดความสามารถในเชิงกีฬาผาดโผนเพื่อข่มคามิน แรกๆ คามินแกล้งแพ้ มัทนาได้ใจ จึงให้เหมันต์ เพื่อนหนุ่มตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่แอบหลงรักมัทนา ช่วยสืบให้ว่าจะเอาชนะคามินได้ยังไง ในที่สุดเหมันต์ก็แนะนำให้มัทนาแข่งเจ็ทสกี เพราะภูมิประเทศของรายาเป็นภูเขา ยังไม่เจริญเท่าประเทศตะวันตก คามินคงไม่ชำนาญเจ็ทสกี มัทนารีบยื่นคำท้าต่อคามิน โดยให้เงื่อนไขว่าหากคามินสามารถเอาชนะได้ มัทนาจะยอมเข้าคอร์สฝึกความเป็นกุลสตรีตามแบบฉบับของประเทศรายา และเดินทางไปอภิเษกกับเจ้าชายแต่โดยดี องครักษ์คามินรับคำท้า ทั้งสองแข่งขันกันโดยมีเหมันต์และมินตรามาเป็นกรรมการ เหมันต์ต้องการให้มัทนาชนะจึงแอบทำให้เจ็ทสกีของคามินเกิดปัญหาระหว่างแข่งขัน แต่คามินรู้ทันและสามารถแก้ปัญหา เร่งเครื่องจนเกือบจะเอาชนะมัทนา ขณะที่มัทนามุ่งแต่จะเอาชนะคามินจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ คามินต้องเป็นฝ่ายช่วยมัทนา ทำให้มัทนารู้ว่าคามินฝีมือระดับเทพ คามินยังคุยทับว่าเจ้าชายมาคีเก่งกว่าเขาหลายสิบเท่า มัทนาจำเป็นต้องรักษาสัจจะยอมให้คามินฝึกการปฏิบัติตัวตามประเพณีของประเทศรายาอย่างไม่เต็มใจ ส่วนมินตราก็พึงพอใจในความหล่อเท่สุดๆ ขององครักษ์คามิน พยายามหาทางตีสนิทอยู่ตลอดเวลาที่มีโอกาส มัทนาไม่ปรารถนาจะแต่งงานจึงแกล้งหลอกองครักษ์คามินว่าตัวเองเป็นโรคเกลียดผู้ชาย (Male Phobia: โรคกลัวผู้ชายแบบไร้เหตุผล) เพราะถูกมาณวิกาเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด เหมันต์ก็ร่วมช่วยโกหกอีกทางว่ามัทนาเคยถูกผู้ชายจูบแล้วหายใจไม่ออกเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ทุกวันนี้ยังต้องไปหาหมอทางจิตเพื่อรับการรักษาอยู่ตลอด ส่วนมินตราก็แอบให้ข้อมูลคามินว่ามัทนาชอบก่อกวนผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบจนหนีเตลิดไปหมด เพราะมัทนาเกลียดผู้ชาย คามินไม่ปักใจเชื่อพยายามค้นหาความจริง แต่ก็ยังจับผิดมัทนาไม่ได้ อสิต คู่แข่งทางธุรกิจของพ่อมัทนา เกิดความแค้นที่พ่อมัทนากำลังจะแย่งซื้อที่ดินผืนใหญ่ จึงส่งมือปืนมาตามเก็บธรรมรัตน์พ่อของมัทนา แต่โชคดีที่คามินมาช่วยได้ทันการ และในเหตุการณ์นี้เองทำให้คามินกับมัทนาจูบกันโดยไม่ตั้งใจ มัทนาอ่อนระทวยในวงแขนของคามินโดยไม่มีอาการหายใจไม่ออกอย่างที่เหมันต์เคยช่วยมัทนาโกหกไว้ ทำให้คามินรู้ได้ทันทีว่ามัทนากุเรื่องขึ้นทั้งเพ แม้ความจริงจะถูกเปิดเผย แต่เรื่องกลับวุ่นวายหนักขึ้นเมื่อ ทั้งคู่แอบมีใจให้แก่กันแต่ต้องพยายามเก็บงำความรักไว้ในใจอุปสรรคขององครักษ์คามินยังมีเข้ามาไม่หยุดหย่อน เมื่ออัคนี ลูกชายคนเก่งของอสิตพยายามตามจีบมัทนาเพื่อโชว์ความเจ๋งของตัวเอง แต่โดนมัทนาทำให้อับอายขายหน้า จึงเกิดความแค้นตามนิสัยของคนที่แพ้ไม่เป็น จึงคิดจะฉุดมัทนาไปเป็นเมียให้ได้ คามินเข้าขัดขวาง ทำให้อัคนียิ่งเสียหน้าและแค้นคามินไปด้วย ขณะที่มัทนาแอบประทับใจในความเก่งกล้าสามารถของคามินมากยิ่งขึ้นทุกที มัทนาเริ่มรู้สึกรักคามินมากขึ้นจนไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชายมาคี จึงระบายความในใจที่มีต่อคามินให้มินตราฟัง โดยหารู้ไม่ว่ามินตราก็แอบหลงรักองครักษ์คามินอยู่เช่นกัน มินตราทำเป็นห่วงใยมัทนา ให้มัทนาตัดใจจากคามินเสีย ส่วนตัวเองก็ตามเอาใจใส่คามินในฐานะแขกคนสำคัญของครอบครัว มาณวิกาแม่ของมัทนาก็สนับสนุนมินตราจนออกนอกหน้า เพราะอยากได้ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบอย่างคามินมาเป็นเกี่ยวดองเป็นญาติ ขณะเดียวกันมินตราก็ยังริษยากลัวมัทนาได้ดิบได้ดีเหนือตน จึงคอยส่งข้อมูลแย่ๆ ที่เกี่ยวกับมัทนาให้เจ้าชายมาคีอยู่เรื่อยๆ เล่นเอาเจ้าชายขนหัวลุกไม่อยากแต่งงานกับมัทนาท่าเดียว ราชาอินทราเห็นท่าจะไปกันใหญ่จึงบังคับให้โภคิน กรมวังผู้จงรักภักดีพาเจ้าชายมาคีมาเมืองไทยเพื่อให้เจ้าชายเห็นมัทนากับตา เมื่อโภคินและเจ้าชายเดินทางมาถึงเมืองไทย โภคินได้บอกเรื่องที่มีคนลึกลับคอยสร้างภาพมัทนาในทางลบ ทำให้ธรรมรัตน์สงสัยว่าจะเป็นฝีมือเล่นไม่ซื่อของอัคนีที่ตามตอแยมัทนาไม่ลดละ มัทนาทำตัวเรียบร้อยน่ารัก ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับคามิน ทำให้มาคีถึงกับตกหลุมรักมัทนาในนาทีแรกที่เห็น พร่ำเพ้อพรรณนากับองครักษ์คามินว่ามัทนาคือที่สุดในใจตั้งแต่เจอผู้หญิงในโลกนี้มา คามินต้องสะกดเก็บความปวดแปลบใจไว้ เมื่อราชาอินทราเดินทางกลับไปประกาศหมายกำหนดการแต่งงานที่รายา สร้างความไม่พอใจให้กับนายพลวิฑูรเป็นอย่างมาก จึงเร่งรีบส่งทหารคนสนิทไปเมืองไทยเพื่อเด็ดชีวิตมัทนา แต่มัทนาอาศัยความฉลาดปราดเปรียวเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด ยิ่งทำให้เจ้าชายมาคีเกิดความประทับใจจึงเร่งเวลาการแต่งงานให้เร็วขึ้นมาอีก มัทนาไม่อยากแต่งงานจึงตัดสินใจหนี มินตราซึ่งไม่อยากเห็นมัทนาได้ดีอยู่แล้วจึงแกล้งเห็นดีเห็นงามอาสาช่วยมัทนาหลบหนี คามินตามไปทันและดุว่ามัทนาทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต จะทำให้พ่อแม่ของมัทนาเดือดร้อนไปด้วย และอาจนำความขัดแย้งมาสู่ทั้งสองประเทศ มัทนาระเบิดความในใจว่าที่หนีเพราะรักคามิน ถ้ารักใครแล้วก็จะรักคนนั้นไปจนวันตายจะไม่ขอแต่งกับผู้ชายคนไหน เล่นเอาคามินถึงกับช็อกที่มัทนามีใจตรงกัน แต่คามินต้องตัดใจเลือกความภักดี จึงปลอบโยนมัทนาให้ยอมเดินทางไปประเทศรายาก่อน แล้วค่อยไปแก้ปัญหากันที่นั่น หญิงสาวยอมเชื่อฟังวาทศิลป์ของคามิน จึงยอมไปแต่โดยดี แต่พอทั้งหมดเดินทางถึงรายา คามินกลับทำตัวเหมือนคนแปลกหน้าไม่เหมือนตอนอยู่เมืองไทย แถมยังพยายามสร้างภาพว่าตนเองมากรักหลายใจ ด้วยการพาสนมกำนัลในรายามาค้างคืนที่ที่พัก เพื่อหวังให้มัทนาเกลียดและตัดใจจากตนเสีย ขณะที่พระนางสาวิตรีก็แสดงท่าทีรังเกียจมัทนา พยายามกลั่นแกล้งให้ทุกคนเห็นว่ามัทนาไม่คู่ควรกับตำแหน่งมเหสี โดยมีลูกคู่คือหฤทัย ส่วนนายพลวิฑูรก็หาโอกาสล่อลวงมัทนาไปทำร้ายบ่อยๆ แต่ก็มีบุรุษลึกลับมาช่วยให้มัทนารอดหวุดหวิดทุกครั้ง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นคามินนั่นเอง ในที่สุดมัทนาจับได้ว่าคามินแอบคุ้มครองตัวเองอยู่ จึงรู้ว่าคามินยังรักตน มัทนาตัดสินใจที่จะเข้าเฝ้าราชาอินทราเพื่อปฏิเสธการอภิเษกในครั้งนี้ด้วยตนเอง แต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นก่อน หฤทัยพบว่าตัวเองท้องกับเจ้าชาย แต่เจ้าชายกลับไม่ยอมรับผิดชอบและอ้อนวอนให้คามินช่วยเหลือ คร่ำครวญว่าถ้าไม่ได้ครองคู่กับมัทนา ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ คามินเห็นทางว่าจะทำให้มัทนาตัดใจจากตนได้ จึงโกหกกับทุกคนว่าตัวเองคือพ่อเด็ก นายพลวิฑูรไม่ต้องการให้ลูกสาวเสียโอกาสเป็นชายา จึงต้องการยืดเวลาออกไปด้วยการขอให้มีการตรวจดีเอ็นเอคามินกับเด็ก เจ้าชายรอดตัวไปโดยปริยาย แต่การอภิเษกต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า คามินคือพ่อของลูกในท้องหฤทัยจริงหรือไม่ คามินพยายามหลบหน้ามัทนาเพราะไม่อยากตอบคำถามใดๆ มัทนาเองไม่เชื่อว่าคามินจะเป็นคนเช่นนั้น มินตราเกิดความละโมบอยากเป็นชายาเจ้าชาย จึงทำแผนให้มัทนากับคามินมาเจอกัน แล้วล่อให้เจ้าชายมาคีมาเห็นสองคนกอดกันกับตา เจ้าชายเจ็บปวดที่ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดทรยศหักหลัง สินธรซึ่งหลงรักหฤทัย เจ็บแค้นที่มาคีโยนความรับผิดชอบให้คามิน ประกอบกับรู้สึกมาตลอดว่ามาคีไม่คู่ควรจะเป็นราชา จึงลอบทำร้ายมาคี สุเทษเข้าขัดขวาง สินธรหนีรอดไปได้ แต่ก็ถูกประกาศจับไปทั่ว ขณะเดียวกันพวกโจรป่าก่อความวุ่นวายปล้นสะดมชาวบ้าน ส่วนราชาอินทราก็มาประชวรกะทันหันบ้านเมืองเกิดความระส่ำระสาย องครักษ์คามินแสดงฝีมือปราบโจรจนราบคาบ ประชาชน เสนาข้าราชบริพารพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในวีรกรรมอันอาจหาญของคามิน ท่าทีห่วงใยที่มัทนามีต่อคามินยิ่งทำให้เจ้าชายอิจฉา หึงหวง และหวาดระแวงว่าคามินจะแข่งดีแข่งเด่นเหนือเจ้าชาย ในช่วงจังหวะนี้เองที่พระมเหสีสาวิตรีค้นพบรูปถ่ายแรกเกิดของคามินโดยบังเอิญ มเหสีบอกนายพลวิฑูร นายพลวิฑูรจึงลากตัวโภคินมาทรมานรีดความจริงจนยอมเปิดปากว่าเด็กคนนั้นคือคามินโอรสของพระราชา นายพลฆ่าโภคินทิ้ง มเหสีตกใจมากที่เห็นความโหดเหี้ยมของนายพล แต่ต้องตกกระไดพลอยโจนร่วมมือเพื่อเจ้าชายจะได้ขึ้นครองราชย์ นายพลบอกเรื่องชาติกำเนิดของคามินให้เจ้าชายรู้ และเป่าหูว่าเจ้าชายจะตกกระป๋อง หากความจริงนี้ถูกเปิดเผยออกมา เจ้าชายจึงร่วมมือกับนายพลวิฑูร สร้างสถานการณ์ใส่ร้ายคามินว่าลอบปลงประชนม์พระราชา คามินถูกจับขังคุก ราชาอินทราเสียพระทัยจนประชวร นายพลเร่งรัดให้มีการประหารคามิน ขณะที่คามินไม่ยอมเปิดปากชี้แจงอะไรเลย เพราะคิดว่าไม่มีตนเองทุกอย่างก็จะจบ หฤทัยสำนึกบุญคุณที่องครักษ์คามินรับเป็นพ่อเด็ก และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ยังมีน้ำใจช่วยดูแลหฤทัยอย่างดี จึงยอมร่วมมือกับมัทนาช่วยเหลือคามินหนีจากที่คุมขังจนสำเร็จ หนำซ้ำยังเอาตัวขวางการตามล่าของนายพลวิฑูร จนตัวเองแท้งลูก นายพลวิฑูรใช้วิกฤติเป็นโอกาสปล่อยข่าวว่าคามินคบชู้กับมัทนา ทำให้เจ้าชายยิ่งแค้นนำทหารออกตามล่าตัวคามินจนไปพบอยู่ในป่า เจ้าชายทำร้ายคามินโดยคามินไม่ยอมต่อสู้ มัทนาพยายามขอร้องเจ้าชายทำให้เจ้าชายยิ่งโกรธ จะฆ่าคามินให้ได้ แต่เจ้าชายพลาดพลั้งเหยียบกับระเบิด คามินเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยถอดสลักระเบิดจนเจ้าชายรอดตาย แต่ตัวเองกลับโดนสะเก็ดระเบิด เมื่อควันจางลง คามินหายตัวไปอย่างลึกลับ ส่วนมัทนาที่สลบไปถูกเจ้าชายจับตัวกลับรายา และถูกกักบริเวณไม่ให้ไปไหน แต่มินตราช่วยมัทนาหนีกลับเมืองไทย ส่วนตัวเองก็อาศัยจังหวะที่เจ้าชายสับสน ยั่วยวนเจ้าชายจนได้เสียกันแบบลับๆ ที่เมืองไทย มัทนาเฝ้าห่วงใยคามิน โดยไม่รู้ว่าธรรมรัตน์เป็นผู้ส่งคนไปช่วยเหลือคามิน จนได้พบกับสินธรที่หลบอยู่ในป่าด้วย คามินขอให้สินธรอยู่ในรายาเพื่อคอยสืบข่าววิฑูร ธรรมรัตน์พาคามินไปเมืองไทยและส่งคามินไปรักษาอาการบาดเจ็บดวงตาในบ้านบนเกาะของแม่คามินซึ่งทิ้งไว้ให้ลูกก่อนตาย มัทนารู้ข่าวว่าเจ้าชายจะเดินทางมาปรับความเข้าใจกับธรรมรัตน์ จึงได้หนีหน้าไปพักผ่อนบนเกาะและที่นั่นมัทนาก็ได้พบกับคามินอีกครั้ง แต่การพบกันครั้งนี้ถึงกับทำให้มัทนาเข่าอ่อนเพราะคามินกลายเป็นคนตาบอด สูญเสียการมองเห็นชั่วคราว มัทนาไม่กล้าบอกให้คามินรู้ตัว จึงแอบอยู่กับคามินในบ้านหลังเดียวกัน และโกหกว่าเป็นคนรับใช้ แต่ก็โดนคามินจับได้ในเวลาต่อมา ขณะที่นายพลเดินทางมาติดต่ออัคนีซึ่งเบื้องหลังมีซุ้มมือปืนรับจ้างฆ่าคน อัคนีตกลงรับงานทันทีเพราะแค้นคามินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อัคนีสืบรู้ที่ซ่อนของคามินจากมินตรา จึงพาลูกน้องบุกไปฆ่าคามิน คามินต่อสู้กับผู้ร้ายโดยมีมัทนาเป็นคนคอยบอกทิศทางเป็นดวงตาให้กับคามิน ในที่สุดทั้งคู่หนีรอดไปในป่าและได้พบกับหมอจีนช่วยฝังเข็มรักษาดวงตาของคามินจนกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ราชาอินทราเริ่มแข็งแรงขึ้น และต้องการพบคามิน นายพลจึงหลอกพาราชาอินทราไปเพื่อลอบปลงพระชนม์โดยให้อัคนีเป็นคนลงมือ คามินกับมัทนาตามมาช่วย แต่ราชาอินทราถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ราชาบอกความจริงว่าคามินคือลูก ก่อนที่จะสิ้นใจ คามินจึงคาดคั้นถามความจริงจากธรรมรัตน์ ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เจ้าชายอินทราเดินทางไปศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในเมืองไทย พระองค์ได้รู้จักกับธรรมรัตน์และปรารถนา สาวงามชาวไทย ทั้งสามเป็นเพื่อนสนิทร่วมสถาบันเดียวกัน เจ้าชายตกหลุมรักปรารถนา และได้เสียกันจนปรารถนาตั้งท้องในช่วงที่สำเร็จการศึกษาพอดี เจ้าชายอินทราสัญญาว่าจะเดินทางกลับมารับปรารถนาไปเป็นมเหสี แต่เมื่อเดินทางไปแล้ว พระราชบิดาของเจ้าชายบังคับให้เจ้าชายอภิเษกกับมเหสีองค์ปัจจุบัน เวลานั้นเจ้าชายอินทราอ่อนแอไม่กล้าขัดคำสั่งพระราชบิดา จึงตัดการติดต่อกับปรารถนา ปรารถนาร่างกายอ่อนแอหลังคลอดลูกชาย จึงเสียชีวิตลง ธรรมรัตน์เลี้ยงดูลูกชายของพระราชาอินทราจนอายุได้ 2 ขวบ พระราชาสำนึกผิดจึงส่งคนรับใช้คนสนิท มารับตัวลูกชายไป และตั้งชื่อให้ว่าคามิน นายพลวิฑูรใส่ร้ายว่าคนที่ฆ่าพระราชาตายคือคามิน แต่มเหสีเชื่อว่าเป็นฝีมือของนายพล จึงรู้สึกสำนึกเสียใจที่หลงร่วมมือกับคนชั่ว ความที่กลัวว่าเจ้าชายจะรู้ว่าตนเองมีส่วนในการสิ้นพระชมน์ของราชาอินทรา ทำให้มเหสีเริ่มเก็บตัวอยู่คนเดียว ส่วนเจ้าชายแค้นคามินมากยอมร่วมมือกับนายพลกำจัดคามิน แลกกับการสนับสนุนให้เจ้าชายขึ้นครองราชย์ แต่มินตรานำจดหมายและรูปที่บอกชาติกำเนิดของคามินมาข่มขู่เจ้าชาย หากเจ้าชายไม่ต้องการให้ความลับนี้แพ่งพรายออกไป ต้องแต่งตั้งตัวเองให้เป็นชายา นายพลแอบรู้ข้อตกลงนี้จึงหลอกใช้มินตรา โดยสัญญาว่าจะผลักดันมินตราขึ้นเป็นพระชายาแทนหฤทัย แต่ขอให้มินตราหาตัวคามินและมัทนาให้พบ หลังจากนั้นก็แต่งตั้งตัวเองเป็นผู้สำเร็จราชการ เจ้าชายเริ่มอึดอัดที่กลายเป็นเพียงหุ่นเชิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มินตราเดินทางกลับมาที่เมืองไทย หลอกล่อมาณวิกา จนกระทั่งรู้ที่ซ่อนมัทนาและคามิน จึงส่งข่าวให้อัคนีรู้ อัคนีตามล่าตัวคามินและมัทนาจนพบ แต่จับมัทนาไปได้คนเดียว เพราะมัทนาจงใจจะให้คามินหนีรอด มัทนาไม่ยอมเปิดปากบอกว่าคามินอยู่ที่ไหน จึงถูกอัคนีพาตัวไปรายาเพื่อรับรางวัลจากนายพล เจ้าชายดีใจมากที่พบมัทนา แต่มัทนากลับไม่ใยดีทำให้เจ้าชายแค้นมากจับมัทนาขังไว้บนหอคอย คามินเสียใจมากทีมัทนาถูกจับตัว และแผ่นดินรายาก็กำลังตกอยู่ในมือของคนชั่ว จึงแอบลอบเข้าชายแดนรายาพร้อมกับเหมันต์ โดยมีธรรมรัตน์หนุนหลัง คามินพบว่านายพลส่งทหารออกรีดไถชาวบ้าน จึงปลอมตัวเข้าช่วยเหลือ จนเรื่องถึงหูนายพลว่ามีชายลึกลับคิดก่อกบฏ แต่ก็ตามจับตัวไม่ได้ ความหวาดระแวงว่าตนจะไม่ได้ครอบครองรายา ทำให้นายพลวิฑูรหักหลังเจ้าชายคิดการกบฏ มินตรารู้ว่าโดนหลอกใช้ จึงคิดหนี แต่ถูกนายพลข่มขืน และทำร้ายปางตาย ก่อนจะนำร่างของมินตราไปทิ้งไว้ชายป่า คามินและพวกเข้าช่วยมินตราไว้ได้ และก่อนที่นายพลจะสังหารเจ้าชาย คามิน ธรรมรัตน์ เหมันต์ พากองกำลังอาสาที่ภักดีต่อคามินมารวมกับกองทหารในวังที่เจ้าชายแอบรวบรวมได้ เข้าสู้รบกับฝ่ายกบฏและคนของอัคนี จนสามารถเอาชนะได้ อัคนีถูกจับ นายพลวิฑูรหนีไปที่หอคอยที่ขังมัทนา จังหวะที่นายพลจะฆ่ามัทนา หฤทัยเข้าขวางถูกพ่อทำร้ายบาดเจ็บ นายพลหนีการจับกุมจนพลัดตกหอคอยตาย หลังเรื่องร้ายผ่านไป พระนางสาวิตรีสำนึกผิด จึงตั้งใจสถาปนาคามินขึ้นปกครองรายา แทนเจ้าชายมาคี เจ้าชายเองก็สนับสนุน เพราะตามสิทธิแล้ว คามินเป็นรัชทายาทลำดับที่หนึ่ง แต่คามินกลับหายตัวไปพร้อมหฤทัย เขียนจดหมายทิ้งไว้ขอสละตำแหน่งให้เจ้าชาย และอวยพรให้ครองคู่กับมัทนาอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่าเจ้าชายรักมัทนา มัทนาแค้นมากตกลงจะอภิเษกกับเจ้าชาย ร้อนถึงมินตราที่สำนึกผิดแล้วต้องตามหาตัวคามินจนพบว่าไปแอบอยู่ที่บ้านบนเกาะกับหฤทัยเพื่อหลีกทางให้เจ้าชายกับมัทนาได้สมหวัง มินตราจึงร่วมมือกับเจ้าชาย และเหมันต์ทำแผน ให้ทั้งคู่ได้คืนดีกัน ณ ชายหาดขาวสะอาด และทะเลสีครามอันงดงามของเมืองไทย ภารกิจตามล่าหารักคนสองคนก็ปิดฉากลง พร้อมกับสองหัวใจที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว รายชื่อนักแสดง ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท คามินพีชญา วัฒนามนตรี รับบท มัทนาหลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท มาคีภูมิภาฑิต นิตยารส รับบท สินธรชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท มินตราภูษณะ บัวงาม รับบท เหมันต์ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท อินทราอภิรดี ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม รับบท สาวิตรีตฤณ เศรษฐโชค รับบท ธรรมรัตน์อัญษนา บุรานันท์ รับบท มาณวิกา สินิทธา บุณยศักดิ์ รับบท ปรารถนา ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท วิฑูร อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท หฤทัย

ทำนายดวงผู้เกิดวันศุกร์ …โดยละเอียด
ดูดวง /  ดูดวงคนเกิดวันศุกร์ / 

ทำนายดวงผู้เกิดวันศุกร์ จะเป็นอย่างไร พร้อมพระประจำวันศุกร์ และบทสวดบูชาทั้งหมด Horoscope.Mthai.com ได้รวบรวมคำทำนายและข้อมูลต่างๆ มาฝากคนที่เกิดวันศุกร์ ให้ได้รับทราบกันแล้วครับ คนเกิดวันศุกร์ พระประจำวันปางรำพึง ผู้ใดเกิดวันศุกร์ บ่มีภัยทุกข์ ซื่อสัตย์ทุกประการ เพื่อนฝูงญาติกา มักมาเบียดผลาญ แต่ว่าวงศ์วาน ไม่สู้มีมาก เมื่อน้อยนั้นหนา ทายว่าลำบาก ตกไร้ได้ยาก แทบสิ้นชีวี ต่อแก่ชรา จะเทียมเศรษฐี สมบัติเปรมปรีดิ์ เป็นที่สถาพร จะเป็นกำพร้า บิดาตายก่อน ได้ทุกข์ได้ร้อน สองครั้งมั่นคง ถ้าพ้นแต่นั้น สมบัติยืนยง ครอบครองมั่นคง เป็นสงฆ์จึงดี มักบ่นมักด่า มักว่าจู้จี้ โกรธร้ายเต็มที ได้คิดเราเขา พระศุกร์ ทรงอุสุภราชเป็นพาหนะ ผู้ใดเกิดวันศุกร์ ๖ เป็นอัตตะ ผู้นั้นเมื่อคลอดออกมามีรกพันคอ หรือมิฉะนั้นก็จะตาย หรือตกน้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าได้หญิงที่เป็นเจ้านายเอาไปเลี้ยงจะได้ดี เป็นคนซื่อตรง และใจบุญเป็นที่พึ่งแก่คนทั้งหลาย มักจะมีตำหนิในที่ต่าง ๆ เป็นหินะ เป็นคนฉลาด รู้หลักนักปราชญ์ ๑ เป็นธะนัง เก็บทรัพย์ไว้กับตัวไม่ค่อยดี มักจะจับจ่ายใช้สอย และมักถูกเพื่อนเบียดเบียน ๒ เป็นปิตา บิดาผู้นั้นมีรูปร่างสูง เมื่อหนุ่มมีทรัพย์มีพี่น้องมาก แม่ตายก่อนพ่อ ๓ เป็นมาตา มารดาเป็นคนผิวเนื้อดำแดง ถันใหญ่ เมื่อสาวมีบุญ เมื่อแก่ตกยากไร้ญาติ ๕ เป็นโภคา ผู้นั้นรู้จักรักษาทรัพย์ เป็นคนตระหนี่ ๕ เป็นมัชฌิมา ผู้นั้นเจรจาเป็นที่ชอบใจแก่ขุนนางท้าวพระยา และสมณชีพราหมณ์ทั้งหลาย คนเกิดวันศุกร์  ผู้ใดเกิดวัน ๖ คือวันศุกร์ ศุกร์เป็นบริวาร ผู้นั้นมีความสุขมาก มียศมาก ๑ อาทิตย์เป็นอายุ มีอายุยืน ๒ จันทร์เป็นเดชมีเดชมหึมา ๓ อังคารเป็นศรี มีทรัพย์สินเงินทองมาก ๔ พุธเป็นมูลละ มีรูปงาม ๗ เสาร์เป็นอุตสาหะ ทำการใด ๆ ไม่ใคร่จะแล้วมักค้างอยู่ ๕ พฤหัสบดีเป็นมนตรีดีนัก ๘ ราหูเป็นกาลกิณี ร้ายนัก ผิว์เกิดวันศุกร์ตกต่ำ เมื่อน้อยฟกช้ำ รู้ซื้อรู้ขาย รู้เก็บรู้จ่ายครบครัน มักง่ายมักตายทุกอัน มักทุกข์เนืองอนันต์ พ่อตายก่อนโดยยล ว่าจะต้องยากสองหน จึงจะได้ดี ธาตุลม อัชชะนามชาโต ทำนายโชคชะตาผู้ที่เกิดในวันศุกร์ให้ทราบดังนี้. สิทธิการิยะ  หญิง ชาย ผู้ใดที่เกิดในวันศุกร์  นั้นหนามีนามว่า มุสิกนามขานธาตุลมเป็นหลักฐานโดยนิยม ใจของคนนั้นบ่มด้วยความทะยานอยาก ปากก็พลอยไม่น้อยกว่าเขาอื่น สร้างความข่มขื่น ให้คนอื่นที่รับฟัง เพราะความพลั้งปากไม่หยุดยั้ง แม้กระทั้งทรัพย์ของตนนั้นน้อยนัก มักจะเกิดการยับย่อยพล่อยเสียใจ เมื่ออายุย่างเข้า  ๑๑ นั้นใซร้ครบหนหนึ่ง อีกตอน ๒๐ ปี สุขชี้ สมควรแท้  แล้ว ๒๕ ปีจะมีมิตรสนิทขวัญ คือคู่ครองปองไว้ที่สมควร คอยรัญจวนปองดองภิรมณ์ไคร่ ตอนอายุ ๖๐ ปีได้ก็จะสุขเปรมปรีดา อันมงคลคุณค่าประจำตัว ท่านว่าไว้อยู่ทางทิศปัจจิม แสนเปรมปรีดาหากแต่ว่าพระปฎิมาคือทิศทักษิณ  อันสระสรงใช้วารินนั้นตั้งสถิตย์ไว้ทิศอิสาน ส่วนอุทยานสวนศรีแสนจะเปรมปรีนั้นอยู่ทางทิศพายัพ  ยุ้งสางเตรียมไว้พร้อมอยู่ทางทิศบูรพา ส่วนอันศัตราวุธยุธนาให้เอาไว้ทิศอุดร ครัวไฟผันผ่อนให้เอาไว้ทิศหรดี อันข้าทาสบริวารมากมี อีกทั้งม้าและวันควาย ถ้าอยากพ้นอันตรายให้ระบายไว้ทางทิศอาคะเนย์  แล้วจะเป็นเสน่ห์แบบเบื้องโบราณท่านขานไว้ ประดุจเป็นกำแพงแก้วปกป้องอันตรายให้หายขาด จะสุขเสริมเติมวาดม์ให้บันเทิงเริงรมณ์ สุขสมด้วยทรัพย์สินไปจนสิ้นชีวีท่านเอย. ทำนายผู้เกิดวันศุกร์อีกแบบหนึ่ง ผู้เกิดวันศุกร์ ภัยทุกข์ไม่มี แสนเกษมเปรมปรี ใจดีสัจจา วงศ์วานมีน้อย มาคอยบีฑา ทรัพย์สินนานา มุ่งมาผลาญล้วน เมื่อน้อยลำบาก ได้ยากเหลือที่ เกือบสิ้นชีวี ยากหนีภัยปรวน แถมมีทุกข์ร้อน ซับซ้อนสอบสวน สองครั้งในขบวน คลุำกคละซื่นใจ มักเป็นกำพร้า บิดาตายก่อน เป็นคนปากอ่อน จู้้จี้เกินใคร ชอบบ่นด่าว่า ท่าทีจู้จี้ โกรธร้ายเหลือที ไม่คิดเรื่องใด เป็นพระสงฆ์มี ศิลศรีเสริมใน คนต่างเลื่อมใส ใจบุญสุนทาน เมื่อแก่ชรา เชิดหน้าตาดี เพราะเป็นเศรษฐี มั่งมีทุกสถาน พระปางรำพึงคิดคะนึงควรการณ์ จงเร่งคิดอ่าน หามาบูชา ท่านเอย. บทสวดบูชาประจำวันศุกร์ อัปปะสันเนหิ นาถัสสะ สาสะเน สาธุสัมมะเต อะมะนุสเสหิ จัณเฑหิ สะทา กิพพิสะการิภิ ปะริสานัญจะ ตัสสันนะมะหิงสายะ จะคุติยา ยัญเทเสสิ มะหาวีโร ปะริตตันตัมภะณามะเห. ให้สวดวันละ  ๒๑  จบ จะมีความสุขสวัสดีตลอดกาลนาน.  ผู้เกิดวันศุกร์ พึงใช้เครื่องประดับ ตัวหรือบ้านเรือนเป็นสีฟ้า หรือ สีน้ำเงินแก่ ส่วนสีรองลงมา คือ สีขาว นวน สีม่วง สีเหลือง สีเมฆหมอก สีดอกรัก พึงเว้นสีเทา ท่านเอย.

สาวใจเด็ด! ตัดจ้าวโลกหมอคุณไสยหื่นหวังข่มขื่น
ข่มขืน /  ตัด / 

เจอดี! หญิงสาวใจเด็ด ตัดจ้าวโลกหมอคุณไสยหื่น เอาคืน"คุกคามทางเพศ"พยายาม"ข่มขืน" สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงอินเดียรายหนึ่งโชว์ความใจเด็ดตัดอวัยวะเพศของหมอคุณไสยรายหนึ่งที่ พยายามข่มขืนเธอโดยอ้างว่าเป็นการรักษาโรค รายงานระบุว่า หมอคุณไสยดังกล่าวเป็นญาติของครอบครัวหญิงสาวอินเดียรายหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในแคว้นพิหาร ทางตอนเหนือของอินเดีย เขาได้เข้ามาให้คำปรึกษาต่ออาการป่วยของหญิงรายนี้ และได้ลวนลามทางเพศหลายรอบอ้างว่าเป็นพิธีกรรมหนึ่งในการรักษา พร้อมทั้งขู่ว่าจะฆ่าเธอ หากเธอบอกเรื่องนี้ต่อผู้อื่น ต่อมา หมอคุณไสยหื่นรายนี้่ได้ โทรศัพท์เรียกเธอให้มาที่บ้าน และเธอตัดสินใจจะป้องกันตัวเองโดยพกมีดไปบ้านของเขา ก่อนที่เธอจะถูกลวนลามและพยายามข่มขืน ทำให้เธอใช้มีดเป็นอาวุธหั่นจ้าวโลกของหมอหื่นรายนี้ทิ้ง นอกจากนี้ เธอยังได้บันทึกคำสนทนาระหว่างเขาและเธอ เพื่อเป็นหลักฐานถึงพฤติกรรมคุกคามทางเพศของหมอคุณไสยหื่นรายนี้ด้วย ขณะที่หมอคุณไสยรายนี้ได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  MThai News

จับเข่าคุย แอดมิน 'มาม่าปลิดชีพ' กรุ๊ปยอดฮิตในโลกออนไลน์ (สัมภาษณ์พิเศษ)
กลุ่มมาม่าปลิดชีพ /  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป / 

ในสังคมออนไลน์ยุคปัจจุบัน อุดมไปด้วย ‘กลุ่มสังคม’ ที่เป็นแหล่งรวมตัวของผู้คนที่ชื่นชอบสิ่งเดียวกันเกิดขึ้นมากมาย แต่ในขณะนี้ มีหนึ่งกลุ่มสังคมที่น่าจับตามอง เพราะไม่ใช่เพียงกลุ่มที่รวบรวมสมาชิกที่ชอบและรักในสิ่งเดียวกันเอาไว้เท่านั้น หากแต่เป็นกลุ่มที่อุดมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างภาพใหม่ให้กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ้านเรา พร้อมกับฉีกกฎความ ‘สำเร็จรูป’ เดิมๆ ทิ้งไปจนหมด กลุ่มที่ว่านั่นคือ  'กลุ่มมาม่าปลิดชีพ' ทีมข่าว MThai ถือโอกาสนี้สัมภาษณ์พิเศษ  “อิคคิว ปฏิวัติ รังษีสกรณ์ , แก๊ส กฤษดา มานิตย์ พงษ์สกุล , ปุ้ก ปะศิรัตน์ กระจ่างพิศ และ อ๊อบบี้ รุ่งรัตน์ นาคบำรุง ” เพื่อนนักดนตรี 4 คน ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มมาม่าปลิดชีพ ถึงจุดเริ่มต้นของกลุ่ม และเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้มีผู้คนสนใจเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกมากถึง 3 หมื่นกว่าคนในขณะนี้ กลุ่ม มาม่าปลิดชีพ มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร แก๊ส : ผมจะเป็นคนที่กลับมาดึกๆ จะชอบทำมาม่าทุกวัน  แล้วก็จะโพสต์ลงในเฟซบุ้คส่วนตัว อิคคิวก็มา เพื่อนก็จะมาโอ้ยน่ากิน ทีนี้อ็อบบี้ก็มา คิดว่าเราไม่อยากจะรบกวนคนอื่น อย่างทำให้บางคนหิว เราเลยตั้งกลุ่มขึ้นมา ทำเสร็จไม่กี่เมนู ด้วยความบ่อยที่เราลง ปุ้กก็เห็น ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เราลงเขาก็เห็น ว่าเห้ย กินมาม่าทุกวัน จนเมื่อประมาณ 9 วันก่อน ปุ๊กเขาก็เข้ามาบอกว่าเดี๋ยวจะเอาไปลง pantip นะ ปุ้ก : ปุ้กเพิ่งรู้ว่ามีกลุ่มจริงจังอลังการ ทำข่มกันขนาดนี้ เลยคิดว่าทอปปิคนี้มันน่าจะสนุกในห้องก้นครัว ซึ่งเป็นห้องที่พูดคุยแชร์กันเรื่องสูตรอาหาร เราคิดแค่ว่าเดี๋ยวคนคงจะแชร์มาม่าของเขาบนกระทู้ แต่ปรากฎว่ามีคนสนใจตามเข้ามา แก๊ส : มันกลับเป็นกระแสที่เราตกใจ เปิดกลุ่มมาประมาณเดือนนึง ตอนนี้สมาชิกสามหมื่นแล้ว ปุ้ก : จริงๆ ในกระทู้ไม่ได้มีลิ้งหรืออะไรเลย เราแค่บอกว่ามีคนทำกลุ่มนะ ชื่อกลุ่มมาม่าปลิดชีพ ก็เอาเมนูบางอันไปลง เขาก็ตามมาหากันเอง ปรากฎว่าขึ้นเป็นพันธุ์ทิพย์พีค มันก็จะค้างอยู่ข้างบน กลายเป็นกระทู้แนะนำ ทำไม มาม่า ต้อง ปลิดชีพ แก๊ส  : เหมือนกับว่าผมทำเมนูแล้วมีคนเห็น โอ้ยฆ่ากันเลยดีกว่า อ๊อบบี้ อย่างเราลดความอ้วนอยู่ น้องมาเปิดคอมพ์ตอนตีสามปุบ มาเจอมาม่าจานนึงที่มันอุดมไปด้วยของที่เราชอบกิน เราจะรู้สึกเหมือนอยากตาย อิคคิว : สุดท้ายก็จะโดนมาม่าปลิดชีพ โดนมาม่าชามนั้นฆ่าซะ ตอนที่ตั้งกลุ่ม คาดหวังไหมว่าจะมีคนสนใจมากขนาดนี้ ทุกคน : ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ตอนนั้นมีแค่สามคนด้วยซ้ำ เมนูที่แพงที่สุดที่เคยเห็นมาประมาณกี่บาท อ๊อบบี้ : ราคาต่อชามก็จะแล้วแต่คน แพงสุดที่เคยทำมาก็เป็นพันเขาพวก ลอปสเตอร์ คาร์เวียร์ ไข่หอยเม่น มาใส่ ปุ้ก : แต่เมนูที่ชนะส่วนใหญ่เกิคจาดความสร้างสรรค์ อย่างมาม่าไข่ตุ๋นก็ใช่แค่ไข่ แต่เปลี่ยนวิธี มาม่าฮันนีโทส เอาเส้นมาม่าไปอบ เมนูที่ทำเองที่ราคาสูงที่สุดประมาณเท่าไหร่ แก๊ส : ของผมประมาณ 100-200 บาท อ๊อบบี้ : ส่วนใหญ่ผมทำแต่ถูกๆ อย่างผัดขี้เมายัดไส้ เอาไข่ห่อ ง่ายๆ ปุ้ก : ถ้าพูดถึงราคา สมมติว่าเราซื้อมาม่ามาแพคนึง จริงๆ มันทำได้อีกหลายชามเลย แต่พ้อยของการลงเพจ เราเน้นถ่ายรูป ให้รู้สึกว่าเห้ยเจ๋งอะ จะโดนปลิดชีพแล้ว อิคคิว : เพื่อให้คนที่เห็นภาพจินตนาการถึงภาพที่เราจะนำเสนอ บางคนจะอธิบายมาละอียดมากว่าใส่อะไรๆ แก๊ส : มันก็ยิ่งเพิ่มความรู้สึก มันเหมือนได้กลิ่นมาเลย ปุ้ก : จริงๆ มันเป็นเมนูอาหารธรรมดา เราเอื้อมไปข้างหลังก็เจอแล้ว หยิบมาม่ามาทำได้ อิคคิว : มาม่ามันเป็นอะไรที่เวลาคนหิวจะนึกถึงเวลาที่ไม่มีร้านข้าวอยู่ใกล้ๆ แต่ละคนประทับใจเมนูไหนที่สุด อ๊อบบี้ : ผมชอบนมทอด คือการเอาเส่นมาม่าไปพันกับนมแล้วทอด จัดอยู่ในประเภทของทานเล่น เหมือนคล้ายๆ เอแคร์ อิคคิว : มาม่าลุยสวน เป็นเมนูเพื่อสุขภาพนิดนึง คือมีผักเยอะๆ แล้วส่วนตัวผมก็ป็นคนชอบทานผัก ปุ้ก : มาม่ามะม่วง เอาเส้นมาม่าไปทำเหมือนการทำข้าวเหนียวมูน เอาไปต้มกับกะทิแล้วก็เอามาทานกับมะม่วง หยอดกะทิ แก๊ส : อย่างผมชอบฮันนีโทส มันดูท้าทาย เพราะอย่างของคาวมันมีเยอะอยู่แล้ว แต่พอเป็นของหวานมันจะฉีกขึ้นมาเลย ปุ้ก : แล้วการทำของหวาน ที่ทานไม่ได้ก็มี ทานไม่ได้แล้วเขาสารภาพก็มีนะ ทานไปแล้วเฟล แต่ถ้าลองทำแล้วเวิร์คแล้วจะรู้สึกว่ามันเป็นคะแนนความกล้าหาญ แก๊ส : คือในแอคทิวิตี้ในทุกๆ วันเราจะมี มาม่าดูดไลค์ เห้ยเมนูนี้มันโดนใจ มันน่ารัก ไลค์เยอะ เราจะขึ้นทุกวัน ขึ้นกรอบทอง อย่างทุกวันจะเป็นมาม่าที่ไลค์เยอะ แต่ตอนนี้เริ่มเป็นมาม่าที่ไลค์ไม่เยอะแต่คุณกล้า ที่จะเอามาทำเป็นคอนเฟก แล้วคุณบอกกินไม่ได้ ไม่ไหวแล้วก็มี คิดว่าเอกลักษณ์ประจำกลุ่มของเราคืออะไร ทุกคน  : คือความคิดสร้างสรรค์ แล้วก็ความใกล้มือของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คิดยังไงที่มีคนบอกว่า กลุ่มมาม่าปลิดชีพ สร้างภาพใหม่ๆ ให้กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่แต่ก่อนเป็นภาพของอาหารเรียบง่ายราคาประหยัด แก๊ส : จริงๆ รู้สึกดีใจ เพราะไม่ได้คิดว่ามันจะขนาดนี้ แต่ละคนที่ลงมือทำ มันมีความตั้งใจ ไม่ได้มีแค่เรื่องราคา หรือเรื่องชั้นมี ชั้นจน มันเป็นความอาร์ต ปุ้ก : มันทำให้คนรู้สึกว่าการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นเรื่องสนุก เราแค่รู้สึกว่า ความคิดสร้างสรรค์เราเท่านี้แล้วนะ พอมีเพื่อนมากขึ้น ก็ความคิดสร้างสรรค์มันก็กว้างขึ้น อิคคิว : บางคนมองเห็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแค่ช่วงปลายเดือน แต่มันกลายเป็นว่าทุกคนสนุก แก๊ส : คนไม่มีตังค์ทำเมนูถูกแต่มันเจ๋ง มันไม่ได้จำเป็นว่าต้องตัดสินว่าของใครแพงแล้วดูดีกว่ากัน อีกอย่างคือมันจะมีความสุขในการมองด้วย ก็มีหลายคนที่ไม่ได้ทำ แต่เขามามองมากรี๊ด ปุ้ก : หลายคนบอกว่าไม่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาเป็นปีแล้ว เนี่ยเป็นครั้งแรก ก็อยากจะลองดูบ้าง เราก็ดีใจ ทุกวันนี้หลังจากมีกลุ่มมาม่าปลิดชีพมาประมาณหนึ่งเดือน คิดว่ากลุ่มนี้ให้อะไรกับเราบ้าง อิคคิว : สำหรับผมมันมีความสุขเล็กๆ ที่ได้มอง เวลาคนคิดอะไรแตกต่างกันในการนำเสนออาหาร มันสามารถเก็บมาใช้ได้ บางคนกำลังมีครอบครัว ไม่รู้จะทำอะไรให้ลูกกิน หรือเราอยากให้ลูกทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแต่ไม่อยากให้ลูกทานผงชูรส ก็สามารถเอามาอีดิทให้มันดูน่าทานได้ ปุ้ก : ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แต่ละคนมีแอคทิวิตี้ต่างกัน ซึ่งพาร์ทนี้มันเป็นความชอบเล็กๆ ในตัวของแต่ละคน ทุกวันนี้ถึงสมาชิกเราจะเยอะ แต่เรายังรู้สึกว่านี่มันยังเป็นความชอบของคนกลุ่มเล็กๆ เป็นความชอบเล็กๆ ในส่วนของแต่ละคนที่เรามีร่วมกัน แก๊ส : ตั้งแต่มีโพสต์มา ยังไม่มีใครมาโพสต์แบบ หึ้ยไม่น่ากินเลย มีแต่คนเข้ามาทัศนคติบวกใส่กัน มันทำให้เรารู้สึกเราได้รับ มันเป็นสังคมที่ค่อยๆ ใหญ่ขึ้น เป็นสังคมที่ทำให้เรารู้สึกรักก่อน แล้วคนอื่นรักเหมือนเรา เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเออดีอะ คิดว่าจะมีการต่อยอดจากกลุ่มในเฟซบุ้คไปเป็นอย่างอื่นต่อไหม เช่นไปเปิดร้านทำจริงจังเลย อ๊อบบี้ : คงไม่ใช่เชิงธุรกิจแบบนั้น ปุ้ก : มีคนบอกว่าคนเยอะแบบนี้เปิดเพจเถอะครับ แต่เราอยากให้มันเป็นบรรยากาศเดิม เหมือนเพื่อนทำอาหารมาโชว์กัน แก๊ส : แต่แค่มีเพื่อนเยอะขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าพูดเรื่องการพัฒนาของเรา จะเป็นเรื่องการทำเกมส์ให้มาร่วมสนุกกันมากขึ้น จะไม่ใช่การให้ทุกคนมาอัพไปเรื่อยๆ แต่จะมีกิจกรรมให้ทำ ก็จะมีอะไรให้จอยกัน รีวิวเมนูที่ทำจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อ๊อบบี้ : เราเคยทำมาแล้ว รีวิวนึง มาม่ากับไอติม ก็จะมีของรางวัลให้ ปุ้ก : ของรางวัล เราก็ไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของญี่ปุ่น ที่เราเรียกว่าแรไอเท็ม พอทำไปเรื่อยๆ บะหมี่กึ่งสำเร็จบางอันที่เราไม่เคยเห็นหน้าจะโผล่มา จากอินโนนีเชีญ มาเลเซียมาแชร์กั อ๊อบบี้ : อย่างที่ 1 ก็จะได้ไป 4 กระป๋อง ตอนนี้กำลังฮิตเลย อิคคิว : คนอยู่ต่างประเทศก็ยังทำมาแชร์ กิจกรรมที่ทำไปแล้วมีอะไรบ้าง อิคคิว : เราเพิ่งทำไป 2 กิจกรรม มี มาม่ายาจกปลิดชีพ กับ มาม่าดับร้อนปลิดชีพ แก๊ส : ซึ่งตอนนี้อยู่ในกิจกรรมดับร้อน คนก็ตอบรับดีมาก นอกจากมีกิจกรรมที่ให้มาร่วมสนุกกันเรื่อยๆ เห็นว่ากำลังจะมีเพลงประจำกลุ่มมาให้ติดตามด้วย ปุ้ก : กำลังจะมีเพลง ชื่อ มาม่าปลิดชีพ คือพวกเราเป็นกลุ่มนักดนตรี มันก็เลยไม่พ้นเรื่องเพลง ปุ้กเป็นคนเขียนเพลง ก็เลยว่าเราเรื่องนี้มาเขียนดีกว่า แก๊ส : ผมก็เป็นนักดนตรีแล้วก็มีห้องอัด ที่เหลือก็เป็นนักดนตรีนักร้องด้วย พอเรามาจอยมันเหมือนส่วนผสมมันลงตัว เหมือนเราจะจอยกันทำเพลงมาม่าปลิดชีพ เห้ยเดี๋ยวมันจะเป็นเพลงที่เป็นสัญลักษร์ของพวกเรา ยังไงก็ต้องฝากเอ็มวีเพลงนี้ด้วย น่าจะได้ฟังอีกไม่กี่วันนี้เพราะเพลงเสร็จแล้ว มีสมาชิกเยอะ อย่างนี้มีกฎการอยู่ร่วมกันบ้างไหม มีอะไรบ้าง แก๊ส : มีกฎหลวมๆ กว้างๆ มีแค่โพสต์ภาพที่ทำจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แล้วไม่แหวะ เพราะมันมีพวกที่แบบเข้ามาเพื่อแหวะ อ๊อบบี้ : อย่างไม่หยาบคาย ไม่ทะเลาะ เพราะมันจะคนที่เข้ามาสร้างเรื่องที่ไม่น่าคุยในกลุ่ม อิคคิว : ซึ่งเราต้องการแค่ใช่มันเป็นเรื่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แล้วจัดการยังคนพวกนี้ยังไง อ๊อบบี้ : ก็แบนออกไปจากกลุ่ม ปุ้ก : จริงๆ ตอนแรกเราคิดว่ามันไม่น่าจะถึงขนาดนี้ แต่พอคนเยอะก็มีคนต่างนิสัยกัน ตอนแรกเราคิดว่า เห้ยเราอยู่ด้วยกันได้หมดแหละ ก็เลยขอความร่วมมือ แล้วก็ไว้ใจให้เราดูแล อย่างอิคคิวกับอ็อบี้ สองคนนี้เขาจะเป็นคนดูแลความเรียบร้อย เช่นมีคนมาโพสต์รูปโป๊ ก็เคลียร์ซะ แก๊ส : อยู่ในกลุ่มคุณจะโพสต์หรือจะมาส่องอย่างเดียวก็ได้ แต่มันต้องเป็นอารมณ์ที่คุณรักในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปร่วมกัน มันก็จบละ พอเรารักร่วมกัน จริงๆ มันก็ไม่จำเป็นต้องมีกฎอะไร มีคนออกมาสร้างกลุ่มทำนองเดียวกับเราไหม แก๊ส : มีครับ มีคนไปทำเพจเยอะเลย ใช้ชื่อมาม่าปลิดชีพทีวีโชว์ ชีพปิดมาม่า มาม่าปลิดชีพออฟฟิเชียล ซึ่งไม่ใช่ของจริง แต่คือพวกนั้นก็มีสมาชิกหลักร้อย ปุ้ก : ซึ่งเขาเอาภาพจากในกลุ่มเราไปใช้ด้วย ดูดภาพจากเราไป สุดท้ายให้ฝากถึงชาวโซเชียลหน่อย แก๊ส : ยินดีต้อนรับทุกคนเลยครับที่ชอบ และอยากประดิดประดอยเมนูจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทุกรุปแบบ ไร้ขอบเขตครับ อ๊อบบี้ : แต่ต้องให้น่าทานและชวนหิว อิคคิว : ส่วนเรื่องรสชาติให้เป็นเรื่องของเจ้าตัว แก๊ส : แล้วก็อย่าลืมติดตามกลุ่มของเรานะครับ สิ่งหนึ่งที่กลุ่มมาม่าปลิดชีพบอกกับทุกคนเป็นนัยๆ ก็คือ  หากเมื่อมองให้พ้นความเรียบง่ายสำเร็จรูปลงไป จะเห็นความสนุก ซึ่งก่อให้เกิดเป็นไอเดียใหม่ๆ ที่ไร้ข้อกำจัด และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้หลายคนสนใจและสนุกกับการสร้างเมนูที่ไม่มีถูก-ผิด ไปด้วยกัน MThai News

'นพดล'ร่อน จดหมายเปิดผนึก'โอบามา'โต้'สุเทพ'ปัด'ชินวัตร'ทุจริต
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

"นพดล ปัทมะ"ที่ปรึกษาพ.ต.ท.ทักษิณ ร่อน จม.เปิดผนึกถึง'โอบามา'โต้ สุเทพ ยก5ข้อ แจง"ยิ่งลักษณ์-ตระกูลชินวัตร"ปัด ใช้อำนาจทุจริตกดขี่-ข่มแหงประเทศ-----------------------ขอบคุณข่าวจาก