ข่มขื่น

ฉันตาถึง!!! ม้า อรนภา เชิ่ดใส่ ว่าน มั่นใจ เลือกถูกคน ไม่แคร์กระแสต้าน
La Banda Thailand /  กล้าหาญ / 

    ถึงคราวพี่ม้าออกโรงบ้างซะแล้ว หลังจากโดนกระแสโซเชียลในรายการ  La Banda Thailand ซุป’ตาร์บอยแบนด์ ถล่มว่ากรรมการ ม้า อรนภา เลือกคนที่หน้าตา แต่มาครั้งนี้ผิดคาด เมื่อหนุ่มที่ดูหน้าตาเนิร์ดๆ ชื่อ กล้าหาญ ที่ถึงแม้จะไม่ผ่านการโหวตของสาวๆ แต่พี่ม้าดันสวนกระแส เห็นแวว รีบกดกรuนไลท์ ไฟเขียวให้ผ่านเข้ามาโชว์เสียงต่อหน้ากรรมการทั้ง 4 คน ซึ่งหนุ่มกล้าหาญก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เพราะเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์ ในเพลง วู่วาม ทำเอาได้ใจกรรมการ และคนดูไปเต็มๆ ตลอดโชว์ของเขา ทำเอาพี่ม้ายิ้มแก้มปริ รีบพูดข่มใส่หนุ่มว่าน และปิดท้ายด้วยประโยคเด็ดๆ จากพี่ม้าว่า “ฉันตาถึง!!!”  คราวนี้คุณแม่จะได้ลบคำสบประมาทของหนุ่มว่านได้สักทีนะจ๊ะ

บุ๋ม โวย!! ละครไม่ใช่ต้นตอคดีฆ่าข่มขืน
ข่าว บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม ล่ารายชื่อ / 

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ขอออกมาเถียงแทนสื่อและนักแสดงทุกคน กรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาสังคมกับคดีฆ่าข่มขืนนั้น มาจากสื่ออย่างละครทีวี ที่นำเสนอแต่ความรุนแรง และฉากพระเอกข่มขืนนางเอก แต่กลับยกย่องเป็นฮีโร่ ซึ่งงานนี้ สาวบุ๋ม ในฐานะนักแสดง และประธานองค์กรทำดี ที่ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อการขอยกเลิกการอภัยโทษคดีฆ่าข่มขื่นทั้งผู้ใหญ่และเยาวชน เลยต้องออกมาโพสต์แสดงความเห็นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวบ้างว่า "สำหรับคำถามนี้ขอตอบเป็นสองข้อนะคะ 1. ละครทำให้เยาชนมีความรุนแรง? แสดงว่าคนในยุคปัจจุบันถึงขั้นแยกแยะไม่ออกแล้วเหรอว่าอันไหนชีวิตจริง อันไหนละคร? ละครฉากบู๊ฉากตบฉากข่มขืนมันก็มีมาตั้งแต่สมัยไหนก่อน ก็ไม่เห็นว่าพฤติกรรมจะรุนแรงเหมือนยุคปัจจุบัน มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ศีลธรรม จริยธรรมในแต่ละคนมากกว่า ว่าแยกแยะและยับยั้งชั่งใจได้ไหม? มันขึ้นอยู่กับสันดานของแต่ละคนค่ะ อย่าโทษนั่นโทษนี่เวลาทำผิดเลย มันแค่ข้ออ้างและข้อแก้ตัวค่ะ ที่สำคัญ เราดูละครเพราะมันไม่ใช่เราในชีวิตจริง ไม่มีคุณชายตามตื้อ ไม่มีคฤหาสน์ให้เดิน ส่วนตัวบุ๋มเองเล่นละครเป็นตัวร้าย กะหรี่ มาเฟีย ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจริงต้องเป็นแบบนั้นสักหน่อย เงื้อมมือตบยังไม่มีเลย! ละครก็คือละคร ไม่จำเป็นทึ่จะต้องมาทำให้เป็นชีวิตจริงใช่ไหมคะ และขอถามกลับบ้างนะคะว่า คุณคิดว่าไอ้สี่ตัวนั้นที่มันทำขนาดนี้เพราะมันดูละครเหรอคะ? ถ้ามันดูจริงมันจะรู้ว่า ตัวร้ายตายตอนจบเสมอ! จริงไหม?" ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @boompanadda บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือน สิงหาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือน สิงหาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) การทำงานยังไม่ได้ดั่งใจ เพื่อนร่วมงานคอยเกี่ยงงานกัน คุณเลยต้องเงียบทีสุดเพื่อที่จะไม่ให้มีปากเสียงกับใคร แต่ถ้าคิดเปลี่ยนงาน ก็พอมีจังหวะในช่วงกลางอยู่บ้าง มีโอกาสลองปรึกษาผู้ใหญ่ดู จะได้คำตอบที่ดี งานที่ไม่อยู่ติดที่ หรืองานที่จ้องเดินทาง งานท่องเที่ยว งานทัวร์ จะก้าวหน้า ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) การทำงานมีช่องทางเลือก คุณเริ่มสนุกและท้าทายในงานมากขึ้น ปัญหาที่เกิดจะมีคนมาช่วยเหลือ บรรยากาศในที่ทำงานดีขึ้นจนน่าแปลกใจ มีแนวปฏิบัติใหม่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความรับผิดชอบในหน้าหน้าที่ตัวเองมากขึ้น เรื่องเกี่ยงงานก็จะน้อยลง ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) การทำงานวุ่นวาย โยนความผิดกันไปมา หัวหน้าก็ผีเข้าผีออก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเอาใจไม่ถูก ให้คุณแสดงความตั้งใจทำงานให้เต็มที่จะดีที่สุด ความคิดจะได้รับการยอมรับ มีผลงานที่ดี มีการโยกย้าย เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) การทำงานหนักหนาสาหัสเลยทีเดียว ช่วงนี้มีงานต้องรับผิดชอบมาก เลยทำให้เครียด ไม่ต้องไปหวังพึ่งพาใคร ปลายเดือนมีโอกาสได้เข้าไปปรึกษาผู้ใหญ่ งานจะผิดพลาดบ่อย ต้องใช้ความระมัดระวัง เป็นช่วงขาลง อย่าไปคาดหวังอะไรมาก ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) การทำงานยุ่งยาก มีแต่งานมาสุม กว่าจะสะสางได้ก็แทบแย่ อย่าไปคิดพึ่งพาใคร ให้ช่วยเหลือตัวเองไปก่อน จะได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ งานผ่านฉลุย ทั้งงานนอกงานใน สบายมาก เจรจาต่อรองไม่เป็นปัญหา ลื่นไหลเอาตัวรอดไปได้ตลอด กล้าเสี่ยงกล้าลอง รับรองประสบความสำเร็จ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) งานเดือนนี้หนักเอาเรื่อง มีคนเกี่ยงงานมาให้คุณต้องรับไปเต็มๆ  แต่เคราะห์ร้ายจะคลายลงมาบ้าง ใครที่สมัครงานเอาไว้ รอรับข่าวดีได้เลย จะได้งานที่ถนัด ให้แสดงฝีมือให้เต็มที่ ผลงานเป็นที่น่าพอใจของผู้ใหญ่ ปลายเดือนไม่ค่อยมีสมาธิ แต่โชคดีที่มีเพื่อนร่วมงานดี ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) มีดวงผู้ใหญ่สนับสนุน ทำให้เรื่องงานดูง่ายดาย ช่วงนี้ได้รับเจรจาติดต่อกับคนที่มีชื่อเสียง หรือมีหน้าตาในสังคม ได้แรงบันดาลใจทำให้คุณปรับเปลี่ยนตัวเอง มีความกระตือรือร้น ใฝ่หาความก้าวหน้ามากขึ้น มีข่าวดีเกี่ยวกับงาน สมัครงาน เปลี่ยนงาน มีความสำเร็จ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) การทำงานรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของเพื่อนร่วมงาน และหัวหน้างานอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีการถกเถียงอยู่บ้าง ถึงแม้ไม่ใช่นิสัยของคุณ แต่ช่วงนี้หงุดหงิดใจง่ายมาก การทำงานรับเละ มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง มีคนมาปรึกษามากจนทำให้งานของคุณล่าช้า ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) การทำงาน แม้จะไม่ค่อยเต็มใจทำงานเท่าไรนัก แต่ผลงานที่ออกมาก็น่าพอใจ ถ้าคิดจะเปลี่ยนย้ายงาน มีโอกาสดี งานที่ต้องเดินทางบ่อย ไม่อยู่ที่ เหมาะกับคุณมาก มีดวงได้ไปต่างประเทศ จะได้เปลี่ยนตำแหน่งงานที่ดีขึ้น ให้ใช้ความสามารถให้เต็มที่ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การทำงานอึดอัด ต้องรับภาระหลายอย่าง จะแบ่งให้ใครก็ไม่ได้ แถมเจอหัวหน้าไม่เข้าใจ ทำให้เบื่อ อยากเปลี่ยนงาน แต่ไม่ต้องเครียดนาน พอมีโอกาสได้แสดงศักยภาพ ที่สำคัญทำให้เต็มที่ งานช่วงนี้หนักเอาการ แต่ก็ต้องสะสางให้เรียบร้อย จะได้ไม่ถูกตำหนิ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) การทำงานถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ก็สามารถฟันฝ่าได้สำเร็จ ช่วงนี้สิ่งสำคัญ  คือการควบคุมอารมณ์ให้ได้ จะเป็นต่อคู่แข่งอย่างมาก เพราะมักจะถูกยั่วยุอยู่เสมอ มีเกณฑ์เดินทางไกล ติดต่อเจรจาธุรกิจมีเรื่องหงุดหงิดใจ แต่ต้องข่มใจไว้ ไม่อย่างนั้นจะต้องมานั่งเสียใจ ทำให้รู้สึกเบื่องาน ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) การทำงานวุ่นวาย ต้องดูแลเอาใจใส่ให้มากกว่าเดิม แต่ยังดีที่ได้เพื่อนร่วมงานช่วยเหลือกัน มีการสังสรรค์เฮฮา บรรยากาศในที่ทำงานลดความตึงเครียดไปได้บ้าง แต่งานจะสะดุด ต้องใช้ความอดทนสักหน่อย โวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าอดทนทำงานจนเสร็จจะได้รับคำชม รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

เมื่อผมจะรับปริญญา ภารกิจลด 65 กิโล ในเวลา 8 เดือน เจ๋งมาก
เมื่อผมจะรับปริญญา

เมื่อผมจะรับปริญญา ภารกิจลดน้ำหนักจาก 140 กิโลกรัม ให้เหลือ 75 กิโลกรัม ในระยะเวลา 8 เดือน จึงเริ่มขึ้น! Men.MThai เราเชื่อมาตลอดว่า ถ้ามนุษย์เรามีความตั้งใจ และมุ่งมั่นอะไร อย่างเอาจริงเอาจังแล้ว ไม่มีสิ่งไหนที่เราทำไม่ได้แน่นอน ก็เหมือนกับคุณอาร์ม Opaque สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่ตั้งใจ และเอาชนะอุปสรรค์ต่างๆ จนทำให้ตัวเองลดน้ำหนัก 65 กิโลกรัม จาก 140 ให้เหลือ 75 กิโลกรัมภายในระยะเวลา 8 เดือน (และก่อนกำหนดเวลาที่ตัวเองตั้งเป้าไว้ด้วย) และวันนี้ ทางเราก็อยากจะขอนำเสนอ ประสบการณ์และเคล็ดลับวิธีการลดน้ำหนัก ของคุณอาร์มที่ทำด้วยใจและไม่ใช้ยาลดน้ำหนักซักเม็ด สวัสดีครับ พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ชาวพันทิปทุกท่าน ผมเขียนรีวิวครั้งนี้เพื่อ อยากแชร์ประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วยตนเอง จากคนที่เคยมีน้ำหนัก 140 กิโลกรัม จนปัจจุบันผมลดลงมาเหลือ 75 กิโลกรัม ในระยะเวลา 7-8 เดือน โดยไม่ใช้ยาลดความอ้วนแม้แต่เม็ดเดียว ก่อนอื่น ขอแนะนำตัวสักหน่อย ผมชื่อ “อาร์ม” ครับ ผมเป็นคนอ้วนมาตั้งแต่เด็กครับ ด้วยความที่เป็นคนชอบกินจุกจิก ชอบกินของทอด ชอบกินขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจ เข้าร้านสะดวกซื้อแทบทุกวัน ความรักในการกินทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ ครับ แค่ตอน ป.6 น้ำหนักก็เกิน 100 กิโลกรัมเข้าไปแล้วครับ นึกสภาพเด็ก ป.6น้ำหนักร้อยกิโลดูนะครับ ว่าคนรอบข้างจะตื่นตะลึงขนาดไหนกับน้ำหนักตัวนี้ แต่ไม่หยุดแค่นั้นครับเพราะในที่สุดน้ำหนักผมก็พุ่งทะยานมาแตะที่ 140 กิโลกรัมในขณะเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 4 แต่ยังพอมีดีอยู่บ้างเล็กน้อยที่ผมเป็นคนที่ค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน ผมสูง 185 ซม. แม้จะไม่ได้อ้วนกลมแบบลูกบอล แต่ก็ยังถืออ้วนมากอยู่ดี ไม่พูดพร่ำทำเพลงมากครับไปดูรูปตอนอ้วนกันเลยครับ ผมใช้ชีวิตแบบคนอ้วนมาตลอด 22 ปี ในที่สุดผมก็แบกร่างกายและก้อนไขมันเรียนจนจบปริญญาตรี พอเรียนจบ เพื่อนๆก็ชวนไปลองและเช่าชุดครุยกันครับ พอผมเห็นตัวเองในกระจกและเมื่อได้พิจารณารูปร่างอันอ้วนท้วนสมบูรณ์ของตัวเองในกระจก ผมก็เกิดจินตนาการและคำถามมากมายในหัว เช่น “ถ้าเราผอมลงมากในวันรับปริญญาเพื่อนๆในคณะจะเซอร์ไพรส์ขนาดไหน?”, “ถ้าเราผอมกว่านี้ เราจะมีหน้าตาเป็นยังไง?” จากวันที่ไปเช่าชุดครุยทำให้นึกสนุก อยากทำอะไรเซอร์ไพรส์ตัวเองและคนรอบข้างทั้งเพื่อนและคนในครอบครัว ส่วนหนึ่งก็อยากท้าทายตัวเองด้วยแหละครับ ว่าถ้าเราพยายามจริงๆ ย้ำว่า “พยายามจริงๆ” มันจะไปได้ไกลขนาดไหน โปรเจคลดความอ้วนด้วยตัวเองจึงเริ่มขึ้น หลังจากวันนั้นผมตั้งเป้าหมายในใจ โดยตั้งเป้าหมายเป็น 3 ระยะครับ ระยะที่ 1 พยายามลดน้ำหนักลง 20 กิโลกรัม ให้เหลือ 127 กิโลกรัม ระยะที่ 2 พยายามลดน้ำหนักลงให้เหลือ 100 กิโลกรัม ระยะที่ 3 พยายามลดน้ำหนักลงให้เหลือ 75 กิโลกรัม เป้าหมายทั้ง 3 ระยะ มีจุดเริ่มต้นคือวันที่ 16 มีนาคม 2558 และ “ต้อง” สำเร็จก่อนวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งคือวันรับปริญญานั่นเองครับ ผ่านไป 1 เดือนแรก (มี.ค.-เม.ย.) น้ำหนักผมก็ลดลงมาเหลือ 135-130กิโลกรัมครับ ตอนช่วงเดือนแรกนี้เป็นช่วงวัดใจครับ ทรมานจิตใจที่สุด ร่างกายขาดน้ำตาล ขาดของหวาน อยากจะกินแต่ขนม เหมือนคนลงแดง ตกกลางคืนนอนขดอยู่บนเตียงเลยวัน ผมแก้โดยการเปิดดูรีวิวบุฟเฟ่ต์/ร้านอาหารในพันทิปแก้หิว แล้วก็ข่มตานอนหลับไปครับ เข้าเดือนที่ 2 (พ.ค.) น้ำหนักผมลงมาอยู่ที่ 130-120 กิโลกรัมครับ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เริ่มปรับตัวกับกิจวัตร (Routine) ของตัวเองได้แล้วครับ เป็นช่วงที่น้ำหนักลงไว คนก็เริ่มๆ ทักกันบ้าง แต่ก็ยังอ้วนอยู่ดี เป้าหมายระยะที่ 1 ก็สำเร็จในช่วงนี้ครับ เข้าเดือนที่ 3 (มิ.ย.) น้ำหนักผมลงมาอยู่ที่ประมาณ 110-100 กิโลกรัม เป้าหมายระยะที่ 2 สำเร็จในช่วงนี้ครับ เข้าเดือนที่ 4 (ก.ค.) น้ำหนักผมลงมาอีกอยู่ที่ 100-90 ช่วงนี้คนทักเยอะมากครับว่าผอมลง ประมาณเดือนที่ 5-6  (ส.ค.-ก.ย.) เป็นช่วงที่น้ำหนักลงยากมากครับ ความท้อแท้เบื่อหน่ายก็เข้ามา แต่ต้องบอกกับตัวเองว่าต้องสู้ดิ!!! ต้องไหวดิ!!! สรุปช่วงนั้นน้ำหนักลดลงมาอยู่ที่ 90-85 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพื่อนชวนถ่ายนอกรอบพอดี เลยมีภาพที่สวยกว่าปกติสักหน่อย แหะๆ ในที่สุด!!!!! วันที่ผมรอคอยก็มาถึง เมื่อขึ้นชั่งน้ำหนักแล้วพบว่า น้ำหนักตัวเอง อยู่ที่ 75.00 กิโลกรัม ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2558 ถือเป็นการปิดโปรเจคการลดความอ้วนของผม อย่างสมบูรณ์ แถมยังสำเร็จก่อนเวลาด้วย 555+ ผมพร้อมแล้วครับ สำหรับร่างใหม่วันรับปริญญาในวันที่ 7 และ 17 พฤศจิกายน 2558 วิธีและเทคนิคในการลดความอ้วนผมปฏิบัติ ที่นำผมไปสู่ร่างใหม่มีทั้งหมด 4 วิธีหลักๆดังนี้ครับ 1. ปรับหัวใจ: ผมคิดว่า “หัวใจ” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความอ้วนครับ  หัวใจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอวัยวะที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายนะครับ แต่หมายถึง จิตใจ ความคิด ความเชื่อ ทัศนะคติ ทั้งหมดทั้งมวลเกี่ยวกับการลดความอ้วน เช่น... ความคิด: อย่าคิดว่าตัวเองจะทำไม่ได้ อย่าประเมินความสามารถของตัวเองต่ำขนาดนั้น คิดไว้ว่า “เราไม่ใช่คนกระจอก” ความอาย: อย่าอายที่จะออกไปออกกำลังกาย อย่าอายคนอื่นในการที่เป็นคนอ้วนและจะเดินเข้าฟิตเนส หากตกเป็นเป้าสายตาให้เดินมั่นๆ แล้วคิดในใจว่า “รอกรูก่อน พวกเมิงรอดูกรูร่างใหม่ได้เลย” และอย่าเขินหรืออายที่จะใช้อุปกรณ์ฟิตเนส อุปกรณ์ออกกำลังเขาสร้างมาให้เราใช้ครับ เพราะฉะนั้น “จงใช้มันซะ” ถ้าใช้ไม่เป็น ก็ขอให้คนแถวนั้นช่วยแนะนำก็ได้ครับ คนไทยใจดีครับ ข้ออ้าง: อย่าโทษนู้นโทษนี้ อ้างนู้นอ้างนี้ว่าเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการลดความอ้วน ถ้าเราอ้วนด้วยตัวเอง เราต้องลงมือลดความอ้วนด้วยตัวเองครับ คนอ้วนส่วนใหญ่รวมทั้งผมในอดีตมักจะอ้างว่าไม่มีเวลา เราควรหยุดอ้างแบบนั้นซะ เพราะถ้าเรามีเวลาเล่น facebook, pantip, ig เราก็มีเวลาออกกำลังกายครับ หรือไม่ก็พยายามตื่นเช้ากว่าเดิมสักครึ่งชั่วโมง-หนึ่งชั่วโมง มาออกกำลังเถอะครับ เริ่มลงมือให้เร็วที่สุด: เราต้องลงมือทำเลยครับ หลายคนที่พยายามจะลดความอ้วน ชอบเวิ่นเว้อครับ หยุดสักทีครับกับประโยคที่ว่า “พรุ่งนี้ฉันจะลดความอ้วน” “วันนี้ขอกินก่อน พรุ่งนี้จะลดแล้ว” ลงมือทำเลยครับ ทำสักที หยุดพูด หยุดกิน แล้วไปออกกำลังกายเถอะครับ 2. อาหารการกิน: ผมปฏิวัติพฤติกรรมการกินของผมใหม่ยกชุดเลยครับสามารถแบ่งได้ดังนี้ครับ กินแบบนับแคลอรี่: ผมคำนวณค่า BMI, TDEE ทั้งหลายแหล่ แล้วจึงจำกัดการกินของผมให้อยู่ในช่วง 1,500-1,700 แคลอรี่ (แบบหยาบๆ ผู้หญิงอาจอยู่ในช่วง 1,200-1,500 แคลอรี่) ในเรื่องการนับแคลอรี่ ผมใช้ แอปพลิเคชั่น “แคลอรี่ ไดอารี่” เพื่อช่วยให้สามารถบริหารกินและการออกกำลังกายได้ดีขึ้น หากใครสนใจลองไปโหลดมาเล่นก็ได้ครับ อาหาร : ช่วงแรกๆ ผมก็กินตามปกตินี่แหละครับ แต่มันไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่ เลยพยายามปรับมากินคลีน โดยพยายามงดของทอด งดอาหารผัดน้ำมัน งดของมัน งดของหวาน ลดอาหารเค็ม งดบุฟเฟ่ต์ น้ำและเครื่องดื่ม : ผมดื่มน้ำเปล่าวันละ 8-12 แก้ว หรือประมาณ 2-3 ลิตร โดยแบ่งเป็น หลังตื่นนอน 2 แก้ว หลังอาหารเช้า 1 แก้ว หลังอาหารกลางวัน 1 แก้ว หลังอาหารเย็น 1 แก้ว ก่อนนอน 1 แก้ว ที่เหลือก็ดื่มระหว่างวันครับ ข้อสำคัญคือต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ตามที่คุณครูสอนมาตั้งแต่ชั้นประถม โปรตีน : เน้นกินไข่ขาว อกไก่ ปลาทับทิม ปลาดอลลี่ ปลาทะเล อาหารทะเล ลดการกินเนื้อแดง (หมู+เนื้อวัว) คาร์โบไฮเดรต : เน้นกินข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีต ฟักทอง มันญี่ปุ่น กล้วยน้ำว้าสุก/ต้ม กราโนล่า วิตามิน+เกลือแร่ : กินผักเยอะๆผักกินได้แทบทุกชนิดครับ  ส่วนผลไม้ก็พยายามเลือกกินที่น้ำตาลน้อย เช่น แก้วมังกร มะละกอ แอปเปิ้ล ฝรั่ง แคนตาลูป เมล่อน สตอเบอร์รี่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม เป็นต้น ไขมัน : พยายามงดอาหารมอดและอาหารผัด เพราะอาหารปกติมักมีไขมันแทรกอยู่แล้ว หากจะกินก็ขอให้เป็นไขมันดีเช่น อัลมอนด์ ปลาแซลมอน เป็นต้น ผมถ่ายรูปอาหารที่ผมกินในแต่ละวันไว้ด้วยครับ บางทีก็ทำเอง บางทีก็ซื้อ สลับกันไป แต่ส่วนใหญ่จะซื้อเอาครับ 3. การออกกำลังกาย : ช่วงแรกของการออกกำลัง ผมเน้นการออกกำลังแบบ Cardio เป็นหลัก การออกกำลังกายที่ผมชอบก็คือ การเดินเร็ว เนื่องจากที่บ้านมีลู่วิ่ง ผมก็เลย เดินช้า เดินเร็ว วิ่งบ้างเล็กน้อย สลับกันไป ตอนแรกก็ 30 นาที พอนานๆ ไปก็เพิ่มเป็น 45, 60 นาทีตามลำดับ และตามความฟิตของร่างกาย โดยพิจารณาอัตราการเต้นของหัวใจควบคู่ไปด้วย สำหรับผม ผมคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ประมาณ 125-145 ครั้งต่อนาที หลังจากน้ำหนักเริ่มลดลงมาได้สักพักประกอบกับต้องย้ายมาอยู่หอพัก และมีฟิตเนสอยู่ใกล้หอพอดี ผมก็เลยเริ่มเล่นเวทควบคู่กันไปด้วยครับ เพื่อที่หนังจะได้ไม่ย้วยมาก ผมทำแบบนี้เป็นประจำ วันละ 45-60 นาที 4-5 วันต่อสัปดาห์ อันนี้รูปลู่วิ่งที่บ้านครับ อยากให้สังเกตที่กระดาษครับ มันเป็นการเตือนสติอย่างหนึ่งครับ ส่วนอันนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง อายุ, ประสิทธิผลในการออกำลัง, และอัตราการเต้นของหัวใจครับ 4. การพักผ่อน : เรื่องการนอนผมจะพยายามนอนให้ได้วันละ 6-8 ชั่วโมงครับ เพราะนอนน้อยจะไม่มีแรงออกกำลัง ร่างกายทรุดโทรม และอาจไม่สบายได้ นอกจากนี้การพักผ่อนของผมยังรวมไปถึง cheat meal คือมื้อปล่อยผีครับ ที่ผมจะไปหาอะไรอร่อยๆกิน อาหารญี่ปุ่น ไอศกรีม ขนมหวาน ของทอด ของมันๆ 1 มื้อต่อสัปดาห์ แต่กินแค่พออิ่ม ส่วนใหญ่ผมจะปล่อยผีในมื้อกลางวัน วันอาทิตย์ครับ มาดูความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นของเขากันครับ Men.MThai ขอบคุณเนื้อหาและสามารถอ่านเนื้อหาทั้งหมดต่อได้ที่ คุณอาร์ม Opaque สมาชิกเว็บไซต์ Pantip

ศาลนัดตรวจพยาน 'คดีพธม.' ชุมนุม-ปิดสถานที่ราชการปี51
คดีพันธมิตรปิดสนามบิน /  จำลอง ศรีเมือง / 

ศาลนัดตรวจหลักฐาน คดี 9 แกนนำ พธม. ระดม ปชช. ชุมนุมไล่รัฐบาลปิดสถานที่ราชการ ปี 51 วันที่ 16 พ.ค. นี้ เวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดสอบคำให้การในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พลตรี จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ แกนนำพันธมิตรฯ รวม 9 คน เป็นจำเลยที่ 1 - 9 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังข่มขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวช แล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดจำเลยทั้งหมดได้เดินทางมาศาล ศาลจึงได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหมดฟัง ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 09.00 น. สำหรับคดีนี้ มีผู้ต้องหา คือ พลตรี จำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์, นายเทิดภูมิ ใจดี และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งทั้งหมดได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยศาลตีราคาประกันคนละ 2 แสน ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ศาลให้ประกันคนละ2แสนแกนนำพธม. คดีปิดสนามบิน ศาลให้ประกัน 8 แกนนำพันธมิตร คดีปลุกระดม ประชาชน ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการ ขับไล่รัฐบาล ปี 51 คนละ 2 แสนบาท ความคืบหน้ากรณี น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความแกนนำกลุ่มพันธมิตร ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจากกองทุนพันธมิตรฯ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง และแกนนำพันธมิตรฯ ชุดแรก รวม 9 คน จำเลยที่ 1 - 9 ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 9 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังขมขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวชแล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ล่าสุดศาลพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์ และ นายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำทั้ง 8 คน โดยตีราคาประกันเป็นเงินคนละ 2แสนบาท ยกเว้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล เนื่องจากในวันนี้ไม่ได้เดินทางมาศาล ศาลเลื่อนนัดสืบพยาน 'คดีพันธมิตรปิดสนามบินดอนเมือง' ศาลนัดสืบพยาน สนธิ กับพวกรวม 98 คน คดีบุกรุกสนามบินดอนเมือง ปี51 ไปเป็นวันที่ 20 ต.ค.นี้ ขณะที่ "จำลอง" ยื่นศาลเว้นค่าชดใช้ 600 ล้านบาท วันที่ 1 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 98 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน หรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ กรณีพวกจำเลยบุกเข้าไปในสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 โดยเมื่อถึงเวลานัด จำเลยได้เดินทางมาศาลจำนวน 88 คน 1 คน เสียชีวิต ส่วนอีก 7 คน อ้างว่าติดภารกิจ และมีอาการป่วย จึงไม่สามารถเดินทางมาศาลในวันนี้ ศาลจึงได้นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ในวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ขณะเดียวกัน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 14 คน ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ในคดีที่ศาลแพ่งสั่งให้ชดใช้ เงินจำนวน 600 ล้านบาท แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนคำร้อง ในวันที่ 21 มี.ค. 59 เวลา 09.00 น. ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ละครวิมานเมขลา  , เรื่องย่อวิมานเมขลา
ละครวิมานเมขลา /  เรื่องย่อละครวิมานเมขลา / 

บทประพันธ์ : กันยา กุมารีบทโทรทัศน์ : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ /เทิดโชค เกียรติสุขเกษม / วิริยาภรณ์ จุนหะวิทยะกำกับการแสดง : แชมป์-อินทนนท์ รัตนากาญจน์ออกอากาศ : ศุกร์ เวลา 20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทาง ช่อง 3 และ 3HD เมขลา (เบลล่า-ราณี) นางเอกละครโทรทัศน์ชื่อดัง เล่นนอกคิวแบบแม่ไม้มวยไทยกับ จ๊ะเอ๋(ออย-มิรา) นางร้ายจอมเซ็กซี่ เพราะเมขลาจับได้ว่าจ๊ะเอ๋ทำตีสนิท คิดจับ แจ๊ค (เบิร์ด-กิตติธัช) แฟนหนุ่มของเธอ นิสัยวีนแตกของเมขลาคราวนี้เป็นข่าวใหญ่ เธอถูกสังคมประณามถึงความอารมณ์ร้าย เอาแต่ใจ แต่เมขลาก็ไม่แคร์ เชิดใส่ทุกคน เป็นสาวมั่นที่คิดว่าตัวเองสวย และผู้จัดละครทุกคนต้องเอาใจ แต่เรื่องคราวนี้กลับทำให้เธอกลายเป็นนางฟ้าตกกระป๋อง เพราะทั้งทางสถานีและผู้จัดต่างๆ พากันยกเลิกงานทั้งหมด เพื่อดัดนิสัยขี้วีนแตกของเมขลาสักที ละครเรื่องล่าสุด เมขลาต้องสวมบทบาทเป็น ลาล่า นักฆ่าสาว เมขลาทุ่มเทหัดคิวบู๊จนคล่องเคล่ว เพื่อให้ตัวเองอินกับบทบาท แต่เมื่อต้องถูกปลดกลางอากาศ ทำให้เธอทั้งเสียใจและนึกอายมาก แต่ก็ยังเชิดใส่สื่อ ทำเป็นไม่แคร์ เมขลาเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ระดับมหาเศรษฐี แต่พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เมขลาอยู่ในความดูแลของ ไข่มุก (แก้ว-อภิรดี) น้าสาว ไข่มุกช่วยผลาญเงินของหลานอย่างสนุกสนาน เธอเลี้ยงเมขลามาอย่างผิดๆ ตามใจจนเสียนิสัย ขณะเดียวกันไข่มุกก็หาทางถ่ายเงินของเมขลามาเป็นของเธอและ มาการีน (โจอี้-อรวิภา) ลูกสาว ด้วยนิสัยใช้เงินอย่างมือเติบของสามสาว ทำให้ฐานะการเงินของเมขลามีปัญหา จนเมื่อรู้ตัวอีกที เธอก็กลายเป็นลูกหนี้ของพวกกู้เงินนอกระบบไปร่วมๆ ห้าล้านบาท เมขลาถูกแก๊งทวงหนี้ตามรังควาน เธอใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัด เอาตัวรอดไปได้ เมขลาได้พบ เสี่ยส่ง(แจ๊ค-เกริก) ที่มาติดต่อด้วยตัวเอง เพื่อเสนอซื้อ ป่าสวนน้ำผึ้ง ป่าไม้สักที่สวยที่สุด ที่ ตระกล (สมภพ เบญจาธิกุล) ยกให้เธอเป็นมรดก ในราคาห้าล้านบาท ตระกลเป็นลุง ที่ไม่เคยติดต่อกับเมขลาเลย เธอแปลกใจมากที่ลุงยังคิดถึง เมขลาดูออกว่าเสี่ยส่งอยากได้ที่ดินผืนนี้มาก เลยทำเล่นตัว หวังโก่งราคา เมขลาแอบเดินทางไปป่าสวนน้ำผึ้ง โดยไม่บอกไข่มุกระหว่างทางเธอได้พบกับ ครูปริม (เตย-อรัชมน) ที่กำลังเดินทางจะไปสอนหนังสือที่ป่าสวนน้ำผึ้ง ครูปริมเป็นแฟนพันธ์แท้ของเมขลา ปลื้มและชื่นชม ในขณะที่เมขลาแสนจะเบื่อหน่ายในความเชย สุดเรียบร้อยของเธอ เมขลาเห็นครูปริมชอบแหวนเพชรที่แจ๊คซื้อให้ ก็เอ่ยปากยกให้ โดยแลกกับสร้อยจี้เพชรเก่าแก่ของครูปริม ครูปริมดีใจมากรีบแลกด้วย เมขลาได้แต่แอบยิ้มในความซื่อจนโง่ของปริม เพราะแหวนของแจ๊คเป็นของเก๊ แต่เพชรของครูปริม เป็นของแท้ พญา (แอนดริว เกร้กสัน) มารับครูปริมที่สถานีรถไฟ เมขลาที่แสนเย่อหยิ่ง คิดว่าพญาเป็นแค่ลูกจ้าง ก็วางมาดเป็นเจ้าของป่าคนใหม่ทันที พญาเกลียดความปากร้ายของเธอแทบจะทันทีที่ได้คุยกัน เมขลาวางท่าข่มพญาทุกทาง เผลอคุยว่าจะขายป่าให้เสี่ยส่ง พญาพยายามบอกถึงความสำคัญของป่าสวนน้ำผึ้ง ที่เป็นป่าต้นน้ำ เสี่ยส่งเคยเป็นเจ้าของที่มาก่อน แต่ตัดป่าจนหมด ปีนั้นน้ำท่วมใหญ่ทั้งจังหวัด ทำให้มีคนตายจำนวนมาก ถ้าขายให้เสี่ยส่งอีก ก็จะต้องเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ แบบที่เคยเป็น เมขลาบอกไม่แคร์ สนใจแต่เงินที่จะได้ และยังยืนยันจะขายป่าให้เสี่ยส่ง ระหว่างการเดินทางสู่ป่าสายน้ำผึ้งนั้นเอง ฝนเกิดตกหนัก ฟ้าผ่าสะพานขาด รถจิ๊ปตกลงไปในเหวทุกคนในรถกลิ้งกระจายกระแทกหมุนตลับ พญารู้สึกตัวว่าลอยจากรถหล่นลงมาในน้ำ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป เมื่อพญาฟื้นขึ้นมา อรัญ (ตุ้ย-เกียรติกมล) บอกว่าเมขลาตายเสียแล้ว กระดูกทุกส่วนแหลกเหลวและถูกเผาไปพร้อมกับรถจิ๊ป ส่วนครูปริมสิ้นสติถูกพัดไปติดที่โขดหินน้ำตกแสงอุษา พญานึกสงสัยแอบไปดูศพผู้ตาย เขารู้ทันทีว่าเกิดการเข้าใจผิดขึ้นแล้ว เนื่องมาจากเสื้อผ้าที่สลับกันของคนทั้งสอง ที่ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อน คนที่ตายคือครูปริมและคนที่รอดคือเมขลา เรื่องวุ่นๆ ยิ่งวุ่นหนักเมื่อเมขลาฟื้นคืนสติขึ้นมา ความจำของเธอเกิดเลอะเลือนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครอยู่ที่ไหน พญาจึงเกิดแผนร้ายวูบขึ้นมาในสมองทันที ถ้าเขาไม่บอกความจริงเรื่องนี้แก่ใคร เมขลาผู้ความจำเสื่อมก็จะกลายเป็นครูปริม ต้องใช้ชีวิตสอนหนังสือในป่า โดยไม่มีทางรู้เลยว่าตนคือทายาทมรดกร้อยล้าน ป่าสายน้ำผึ้งจะไม่ต้องถูกขาย ชาวบ้านจะได้รับความสงบสุขอย่างเดิม ที่พญาปกป้องป่าสายน้ำผึ้งยิ่งกว่าชีวิต เพราะน้ำท่วมคราวนั้น ทำให้พ่อของเขาต้องเสียชีวิต เมื่อโตขึ้นพญา จึงเลือกเรียนวิชาวนศาสตร์ และเมื่อจบแล้วก็มุ่งหน้าออกสู่ชนบท เพื่อเสนอโครงการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กับนายทุนป่าไม้ทางภาคเหนือ แต่ก็ไม่มีใครฟังเขา ทุกคนหาว่าพญาบ้าทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จนกระทั่งพญามาเจอ ลุงตระกล ชายชราผู้ซื้อที่ดินเสื่อมโทรมมาในราคาถูก ตั้งใจจะอยู่อย่างเงียบสงบในบั้นปลายชีวิตตระกลเกิดถูกชะตากับพญาและทุ่มเงินก้อนสุดท้ายให้พญาใช้ในการฟื้นชีวิตผืนป่าชื่อป่าสายน้ำผึ้ง โดยไม่ได้คิดจะหวังผลทางธุรกิจ ห้าปีต่อมาพญาทำได้สำเร็จ ที่ดินร้อยไร่กลายเป็นป่าสักทองที่เติบโตงดงาม และตัวพญาเอง เขามีที่ดินของครอบครัว อยู่ตรงเชิงเขา พญาจึงทำกิจการไร่ของตนเอง เพาะกล้าไม้ ทำสวนดอกไม้สวยงาม เพื่อให้คนท้องถิ่นได้มีงานทำ โดยเขาได้ช่วยเหลือ อุดหนุนผลผลิตของป่าสวนน้ำผึ้งมาตลอด ไข่มุกกับแจ๊ค ถูกตามมาให้ดูศพเมขลา แต่ทั้งคู่กลัวผีมาก ไม่กล้ามองศพ แจ๊คเห็นแค่แหวนในมือก็นึกว่าเป็นศพเมขลาจริง เลยรีบจัดการเผาอย่างรีบร้อนโดยไม่กล้าดูศพและไม่ใส่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างดูจะเป็นใจให้พญาอย่างยิ่ง เขาพาเมขลาเดินทางกลับป่าสายน้ำผึ้งทันที ในนามของครูปริม แม้จะจำอดีตของตัวเองไม่ได้ แต่เมขลาก็ยังมีนิสัยรักสวยงามติดหรูหราเหมือนเดิม จึงต้องทนทุกข์ทรมานกับสภาพบ้านป่าที่ปราศจากความสะดวกสบาย แถมยังถูกพญาแกล้งให้ได้รับความลำบากสารพัดเมขลาต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างเธอและพวกคนงานที่หมั่นไส้ความเว่อร์ของเธอ ต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งของลูกศิษย์ทโมนอย่างน้ำตาล (ด.ญ.วาสิตา) และเพื่อนๆ จนเธอทนไม่ไหวขอลาออก แต่พญาไม่ยอมให้ออก โดยกล่าวหาว่าเมขลาในนามครูปริม ได้รับเงินเดือนล่วงหน้าไปแล้วหนึ่งปี และเธอต้องทำงานชดใช้ให้จนกว่าจะครบกำหนด ถึงจะลาออกได้เมขลาเริ่มดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ให้ได้ เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหาคนอื่น เหมือนต้นไม้ที่เปลี่ยนสีในฤดูแล้งเพื่อความอยู่รอด การปรับตัวของเมขลาไม่เพียงทำให้เมขลาได้เรียนรู้ชีวิตแท้จริง ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่มันยังได้เริ่มบ่มเพราะความคิดดีงามใหม่ๆ ลงในจิตใจของเมขลาทีละน้อย ในที่สุดเมขลาเอาชนะหัวใจเด็กๆ ที่เกลียดชังเธอได้ด้วยวิธีการของเธอเอง และยังได้ช่วยพัฒนาหญิงสาวในหมู่บ้าน ด้วยการส่งเสริมให้ผู้หญิงหารายได้จากการทอผ้า เป็นหัวหอกปลุกปั่นหญิงสาวชาวบ้านให้ลุกขึ้นมามีบทบาทในครอบครัวทัดเทียมสามีพญาติดต่อขอซื้อป่าสายน้ำผึ้งจากไข่มุก แต่มาการีนเห็นพญาก็ปิ๊งมาก ไข่มุกคิดมีลูกเขยรวย เลยยังยักท่าไม่ยอมขายง่ายๆ พามาการีนมาที่ป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพญา ไข่มุกกับมาการีนหาอุบายไปพักที่ไร่ของพญา ทำให้ได้พบกับเมขลาในนามของครูปริม ไข่มุกกับมาการีนนึกว่าผีหลอกไข่มุกนึกว่าเมขลาสร้างเรื่อง ทำเป็นความจำเสื่อม เพื่อจะหนีหนี้และจับพญา แต่หลังจากทดสอบหลายครั้ง จนแน่ใจว่าเมขลาความจำเสื่อมจริง ไข่มุกก็คิดแผนชั่ว ไม่ยอมบอกความจริง เพราะนึกว่าพญาไม่รู้เรื่องนี้ไข่มุกคิดให้เมขลาเป็นครูจนๆ แบบนี้ตลอดไป แล้วเธอจะกับลูกสาว จะได้ครอบครองป่าสายน้ำผึ้งและพญา แต่ไข่มุกต้องเจออุปสรรคสำคัญ แอนนี่ (เมจิ-รัศม์ประภา) ก็หวังในตัวพญา แถมเธอยังเหนือกว่าทุกคนตรงที่ พญาเองแอบหลงรักแอนนี่มาตลอด ไข่มุกกับมาการีนจึงต้องชิงไหวชิงพริบกับแอนนี่อย่างดุเดือด โดยมี แม่เพ็ญ(จิ๊ก-เนาวรัตน์) คอยจับตา เพราะเพ็ญเอง ก็ไม่ถูกชะตากับไข่มุกอย่างแรง มีเรื่องปะทะกันตลอด เสี่ยส่งทำมาตีสนิทจีบไข่มุก หวังได้ทั้งตัวเธอ และป่าสายน้ำผึ้งฟรีๆ แต่กลับเจอความร้ายกาจของไข่มุก ที่ไม่เสียทีใครง่ายๆ ไข่มุกกลับคิดว่า จะต้องได้ทั้งตัวเสี่ยส่งและทรัพย์สินของเขาทั้งหมด ความจำของเมขลาเริ่มกลับมาบางส่วน เธอเห็นตัวเองฝึกการต่อสู้ เป็นนักฆ่า เมขลาไม่รู้ว่านั่นคือบทในละครเรื่องใหม่ เธอกลับคิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่าจริงๆ แจ๊คติดหนี้การพนัน จนเสี่ยส่งคิดเล่นงานแจ๊คได้เจอกับเมขลาโดยบังเอิญ เมขลาเข้าใจผิด คิดว่าแจ๊คเป็นคนที่สอนเธอต่อสู้ ส่งสวมรอยเป็นหัวหน้าลาล่า สั่งเมขลาว่าเธอมีงานสำคัญต้องทำ เล่นงานพญาเมขลารู้ตัวว่าเธอแอบหลงรักพญาเข้าให้แล้ว ในขณะที่พญานั้นกลับพยายามบอกตัวเองว่าเมขลาคือตัวมารของเขา มารของป่าสายน้ำผึ้ง เขารักเธอไม่ได้และจะไม่มีวันเผลอใจเป็น อันขาด เมขลาถึงหนักใจมาก ที่นักฆ่าสาวอย่างเธอ ต้องมาจัดการคนที่รัก เมขลาพยายามหาทางเล่นงานพญา แต่เธอไม่ได้มีฝีมือต่อสู้เก่งกาจจริง เคยแต่ฝึกตามคิวเท่านั้น ทำให้การกำจัดพญาผิดพลาดทุกครั้งไป พญาชักสงสัย จนได้รู้ว่าเมขลาเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่า เขาได้แต่นึกขำ และแกล้งเธอกลับ จนเมขลากลับเป็นฝ่ายเสียท่าตลอด แจ๊คอยากบอกความจริงกับเมขลา แต่โดนแอนนี่ขู่ แจ๊คได้เห็นถึงความเหี้ยมโหดของแอนนี่ ศนิ (เกล-เวธกา) เดินทางมาป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อมาตรวจคุณภาพของศูนย์เด็กเล็ก ศนิมาถึงก็ตกตะลึง เมื่อพบว่าคนที่ใครๆ เข้าใจว่าเป็นครูปริม ที่แท้คือเมขลาศนิทำแกล้งจำเมขลาไม่ได้ เพื่อไข่มุกกับมาการีนจะได้ไม่สงสัย ศนิพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวและสงสัยว่าพญาวางแผนทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ โดยมีไข่มุกกับมาการีนร่วมด้วย แต่เมื่อเธอบอกความจริงแก่เมขลา เมขลากลับไม่เชื่อศนิ เรื่องยิ่งขมวดเกลียวหนักขึ้น เมื่อเสี่ยส่งวิ่งเต้นให้ทางราชการออกนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอำเภอสายน้ำผึ้ง พญาและเมขลาไม่เห็นด้วยกับการเอาป่าไปพัฒนาอย่างไม่คำนึกถึงทรัพยากรและชาวบ้านในท้องถิ่น จึงนำชาวบ้านลุกขึ้นประท้วง ปรากฏว่าการประท้วงมีผลทำให้นโยบายถูกยับยั้ง เสี่ยส่งโกรธพญาและเมขลามาก ถึงกับส่งคนมาทำร้าย เมขลาที่ถูกสั่งมาให้กำจัดพญา ก็มาร่วมด้วย แต่เมขลากลับทำร้ายพญาไม่ลง และหันไปเล่นงานลูกน้องเสี่ยส่งแทน แอนนี่ผลักเมขลาตกไปในน้ำ ทำให้หัวเธอกระแทกหินอย่างแรง ความจำของเมขลากลับคืนมาเมขลาจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ก็เสียใจมากที่พญาหลอกลวงเธอและพลอยเข้าใจผิดว่าพญานั่นเองที่คิดจะกำจัดเธอ เมขลาจึงประกาศที่จะขายที่ดินให้เสี่ยส่ง และกลับกรุงเทพฯฯ ไปใช้ชีวิตอย่างเดิม สถานีป้อนงานละครให้เมขลาหลายเรื่อง แฟนคลับดีใจมากที่เธอกลับมา เธอกลายเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการอีกครั้ง ชื่อเสียงและเงินทองไหลมาเทมา ไข่มุกกับมาการีนที่โดนเสี่ยส่งไล่มา เพราะไร้ประโยชน์แล้ว ทั้งคู่ของ้อให้เมขลายกโทษให้ เมขลาให้เงินไข่มุกไปจำนวนหนึ่ง ตอบแทนที่มีบุญคุณ แต่ต่อไปเธอกับมาการีนต้องหางานทำ ช่วยตัวเอง เพราะไข่มุกจะไม่ช่วยอะไรอีกแล้วไข่มุกออกทีวีรายการสด มีการเปิดให้แฟนๆ ที่เข้ามาดูรายการ ซักถามเมขลา พญาปรากฏตัว ถามว่าเธอจะยกโทษให้เขาได้มั้ย พร้อมเอ่ยปากขอโทษ ให้คนทั้งประเทศได้เห็น แต่เมขลาว่าสายเกินไปแล้วเสี่ยส่งประกาศขายที่ดินล่วงหน้าเก็บเงินมัดจำอย่างเอิกเกริก เมขลาเดินทางกลับมาป่าสายน้ำผึ้งอีกครั้งในมาดดาราสาวผู้เย่อหยิ่ง เพื่อจัดการเซ็นสัญญาขายป่าเมขลากำลังจะลงชื่อในสัญญาขายที่ดินตามที่ลั่นปากไว้ แต่แล้วความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความรับผิดชอบที่มีผืนป่าที่ถูกปลูกฝังมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน รวมทั้งหลักฐานสำคัญที่ทำให้เธอรู้ความจริงว่าพญาไม่ใช่คนที่ทำร้ายเธอ ก็เอาชนะความรู้สึกโกรธแค้นส่วนตัวของเธอลงได้ ในที่สุดเมขลาตัดสินใจที่จะไม่ขายที่ดินป่าสายน้ำผึ้ง เธอตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ป่าสายน้ำผึ้งอย่างถาวรและร่วมกับพญาปกป้องดูแลป่ารวมทั้งเป็นปากเสียงแทนชาวอำเภอสายน้ำผึ้งต่อไป… รายชื่อนักแสดง แอนดริว เกร้กสัน รับบท พญา ชายหนุ่ม หน้าตาดี แข็งแรง บึกบึน เป็นคนมุ่งมั่น อดทน ทำงานหนัก ไม่สนใจแสงสี เป็นผู้บุกเบิกป่าสายน้ำผึ้งที่ถูกทำลายให้กลับสมบูรณ์ขึ้นมาด้วยสองมือแต่อารมณ์โกรธชั่ววูบทำให้สร้างเรื่องหลอกลวงวุ่นวายใหญ่โตขึ้นมา ราณี แคมเปน (เบลล่า) รับบท เมขลาสาวสวย สวยจัด รูปร่างนางแบบ เป็นดาราสาวสวยมีชื่อเสียงโด่งดัง รวยจัดเพราะใครๆ ก็ต้องการตัวไปเล่นหนัง มีสองบุคลิก ก่อนประสพอุบัติเหตุเป็นสาวเว่อร์สุดขีดหัวสูงไม่ติดดิน ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ไม่สนใจสังคม กรีดกรายเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ทำอะไรไม่เป็นพอประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม กลายเป็นคุณครูสาวผู้สงบเสงี่ยมตามรูปแบบที่คิดเอาเองว่าตนควรจะเป็น เหมือนเกิดใหม่กลายเป็นคนง่ายๆ ติดดิน ได้สัมผัสและเรียนรู้ที่จะรักธรรมชาติ รักชาวบ้าน รักเด็ก เกียรติกมล ล่าทา (ตุ้ย) รับบท อรัญหนุ่มใหญ่ นายอำเภอ รูปหล่อ นิสัยอ่อนโยน ใจเย็น หลงรักเมขลา เวธกา ศิริวัฒนา (เกล) รับบท ศนิ เพื่อนเมขลา อาจารย์หญิง โสด แฟนพันธ์แท้ของวงการมายา รู้จักดาราทุก คนดีกว่าเมขลาอีก นิสัยสอดรู้สอดเห็น ชอบทำตัวเป็นนักสืบพันทิป รัศม์ประภา วิสุมา (เมจิ) รับบท แอนนี่สาวสวยมาดดี ทำอ่อนหวาน แต่ที่แท้ร้ายลึก ร้ายเงียบ แอนนี่ใช้ความรักความหวังดีของพญาที่มีต่อเธอ หาประโยชน์จากเขาทุกทาง กิตติธัช ประดับ (เบิร์ด)รับบท แจ๊คกี้ ชายหนุ่ม มาจากครอบครัวรวย ชอบทำตัวเป็นคุณหนู สำรวย หยิบโหย่ง งานไม่ทำ ดีแต่ทำเท่ห์คอยตามจีบดารา อภิรดี ภวภูตานนท์ (แก้ว)รับบท ไข่มุกน้าเมขลา งก เห็นแก่เงินและเห็นแก่ตัว นิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบายสารพัด

เมนู แพนเค้กผักโขมไข่ดาวแฮม ตัวช่วยของคนไม่กินผัก
ผักโขม /  แพนเค้ก / 

สำหรับคนที่กินผักยาก ไม่ชอบรสชาติข่มๆ ของผักใบเขียว แต่ร่างกายของคนเราต้องการผักเพื่อการขับถ่ายของร่างกายดีขึ้น ปัญหาของคนไม่กินผัก ยิ่งโตยิ่งหัดยาก การกินผักสำคัญต่อร่างกายคนมากมายเลย วันนี้เราจึงมาเสนอเมนูที่ให้คนไม่กินผัก ได้รับสารอาหารของผักแบบเต็มๆ กับเมนู แพนเค้กไข่ดาวแฮม โดยส่วนผสมของแป้งแพนเค้กมีผักโขมผสมอยู่ด้วย กับขั้นตอนและวิธีการทำดังนี้ค่ะ เมนู แพนเค้กผักโขมไข่ดาวแฮม ส่วนผสมแป้งแพนเค้ก แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 3/4 ถ้วย ใบผักโขมสด 1 1/2 ถ้วย นมสด 1 1/2 ถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง ผงฟู 1/2 ช้อนชา เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำมันพืช 2 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ไข่ดาวทอดแบบฝรั่ง 2-3 ฟอง ส่วนผสมแฮม แฮมหั่นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย น้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/4 ช้อนชา พริกไทยดำป่น 1/4 ช้อนชา วิธีทำ ผสมแป้งสาลี เกลือ ผงฟู เบกกิงโซดาและน้ำตาลเข้าด้วยกัน พักไว้ ปั่นผักโขมกับนมสดจนละเอียด ใส่ไข่ไก่ ปั่นต่อให้เข้ากัน เทลงใส่ชามแป้ง ค่อยๆ คนจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน แช่ไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที ลวกแฮมแล้วคลุกกับน้ำส้มสายชูหมัก น้ำผึ้ง เกลือ และพริกไทยเข้าด้วยกัน เตรียมไว้ ตั้งกระทะเทฟลอนให้พอร้อน ทาน้ำมันบางๆ ตักส่วนผสมแป้งแพนเค้กใส่ ทอดจนด้านหนึ่งสุกแล้วกลับอีกด้าน ทอกให้สุก จัดใส่จาน เวลาเสิร์ฟวางแป้งแพนเค้ก ใส่แฮมปรุงรสวางแพนเค้กอีกแผ่น วางไข่ดาว ประกบ้านบนด้วยแป้งแพนเค้ก เครดิตจาก นิตยสาร Gourmet & Cuisine issue 192 : Jul 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

พรีวิว: ปีศาจแดงกำลังคึก จัดชุดเดิมเยือนฮัลล์ที่เปิดฤดูกาลสวย พรีเมียร์ ลีก
ปีศาจแดง /  พรีวิว / 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังเล่นกันด้วยความมั่นใจ มีโปรแกรมลงเตะ พรีเมียร์ ลีก คู่ดึกของวันเสาร์ที่ 27 ส.ค. นี้ โดยจะออกไปเยือน ฮัลล์ ซิตี้ ทีมน้องใหม่ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรูในช่วงต้นฤดูกาล เรามาดูความพร้อมของทั้งคู่ก่อนเกมกันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559 ฮัลล์ ซิตี้ - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เวลา: 23.30 น. สนาม: เคคอม สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1 ฮัลล์ ซิตี้ เกมนี้ผู้จัดการทีมชั่วคราวอย่าง ไมค์ ฟีแลน ยังน่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากทั้ง 2 เกมแรกในลีกที่ทำผลงานได้ดี โดยเก็บชัยได้ 2 นัดรวด โดยจะได้ตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาคือกองหลัง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่ฟิตกลับมาพร้อมลงสนามแล้ว หลังจากได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้ามาก่อนหน้านั้น โดยในแดนหน้าจะใช้ อาเบล เอร์นานเดซ ศูนย์หน้าทีมชาติอุรุกวัยคอยล่าตาข่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมปีศาจแดงของ โชเซ่ มูรินโญ่ เองก็มีโอกาสสูงเช่นกันที่จะจัดทีมชุดเดิมจากสุดสัปดาห์ก่อน ซึ่งโชว์ฟอร์มสวยเปิดบ้านเอาชนะ เซาแธมป์ตัน 2-0 โดยจะได้ตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาเช่นกันคือ เจสซี่ ลินการ์ด ที่หายจากอาการบาดเจ็บช่วง คอมมิวนิตี้ ชีลด์ โดยในแนวรุกจะมีศูนย์หน้าฟอร์มร้อนแรงอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พร้อมใส่สกอร์ เฮดทูเฮด สถิติการพบกันในช่วงหลังถือว่าทีมปีศาจแดงข่มมิด เนื่องจาก 11 เกมหลังสุดรวมทุกรายการ สามารถคว้าชัยได้ถึง 10 เกม และอีกครั้งจบลงด้วยผลเสมอ โดยครั้งสุดท้ายที่ เดอะ ไทเกอร์ส สามารถเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ก็ต้องย้อนกลับไปถึงปี 1974 เลยทีเดียว ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ฮัลล์ ซิตี้: เอลดิน ยาคูโปวิช; เคอร์ติส เดวี่ส์, เจค ลิเวอร์มอร์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, อาเหม็ด เอลโมฮามาดี้; ทอม ฮัดเดิลสตัน, แซม คลูคัส, เดวิด เมย์เลอร์; อาดาม่า ดิโอมานเด้, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, อาเบล เอร์นานเดซ แมนฯ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา; ดาลี่ย์ บลินด์, เอริก ไบญี่, ลุค ชอว์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย; ปอล ป็อกบา, มารูยาน เฟลไลนี่; อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, ฆวน มาต้า, เวย์น รูนี่ย์; ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รูปเกมที่คาด ฮัลล์ ซิตี้ อาจจะกำลังมั่นใจหลังคว้าชัยชนะมาได้ติดๆ กัน แต่ก็อย่าลืมว่าทีมเยือนอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็กำลังคึกสุดขีดเช่นกัน หลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีมาตลอด แถมนักเตะใหม่ก็เริ่มเล่นได้เข้าขากันคนอื่นๆ แล้วด้วย เกมนี้ขึ้นอยู่ที่ว่า มูรินโญ่ จะเน้นกับผลการแข่งขันมากขนาดไหนเท่านั้นเอง แต่เชื่อได้ว่ารูปเกมจะเป็นทีมปีศาจแดงที่ทำได้ดีกว่า และน่าจะคว้า 3 คะแนนเต็มกลับบ้านไปได้ไม่ยากเย็นนัก ฟันธง ฮัลล์ ซิตี้ แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-2

จบนะ!! ปันปัน ไม่ยุ่งเรื่อง วุ้นเส้น-น้ำชา ยันสัมพันธ์ ไฮโซฟิล่า แค่เพื่อน!!
ปันปัน สุทัตตา /  ข่าว ปันปัน สุทัตตา / 

  จะกระดิกตัวทำอะไร ก็กลับกลายเป็นว่าเป็นที่ถูกจับตามองไม่น้อย สำหรับ ปันปัน สุทัตตา ที่ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าแท็กทีมกับนักแสดงรุ่นพี่ วุ้นเส้น วิริฒิพา เพื่อข่ม น้ำชา ชีรณัฐ ซึ่งงานนี้ สาวปันปัน ยืนยันว่าไม่ขอยุ่งเกี่ยวและไม่เกี่ยวกับตน สำหรับกระแสข่าวซุ่มคบ ไฮโซฟิล่า นั้นเจ้าตัวเผยความสัมพันธ์เป็นได้แค่เพื่อน ตอนนี้ขอเวลาพักใจ เน้นโฟกัสเรื่องเรียนเป็นหลัก พร้อมกับเผยเรื่องราวดีๆ ทำหน้าที่สอนหนังสือให้กับสามเณร!! เป็นอย่างไรบ้างไปสอนภาษาอังกฤษสามเณร   "ก็ไปให้คำถามภาษาอังกฤษแล้วพรุ่งนี้ไปเฉลย แล้วก็ไปด้วยใจไม่มีเรื่องเงินพรุ่งนี้ก็กลับไปอีกเพราะน้องเณรจะสอบโอเน็ตในวันเสาร์นี้ ก็เลยไปกับพี่ลูกกอล์ฟ ช่วยกันสอนเพาะปัน สอนไม่ค่อยเก่ง" รู้จักกับพี่วุ้นเส้นได้ยังไง   "รู้จักกับพี่วุ้นเส้นมาก่อนหน้านี้แล้วเจอกันตามงานเลยคุยกันถูกคอ ก็คุยกันเรื่องชีวิตสารพัดสิ่ง" โดนกระแสอะไรไหมหลังจากที่ลงรูปกับวุ้นเส้น   "ก็ไม่มีนะคะ เพราะว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา ไม่ได้มีมาคอมเม้นท์หรืออะไรเลย" ไฮโซฟิล่า คือใคร   "หนูเห็นแล้วตอนที่เขาจะลงรูป ก็คือเป็นเพื่อนกันปกติ ก็เป็นงานวันเกิดแล้วหนูเป็นคนถือเค้กเข้าไป ก็แค่ถ่ายรูปกัน กล้องโพลารอยด์ แล้วเขาก็เจ็บรูปปกติคือรู้จักกันมาสักพักแล้ว เป็นเพื่อนกันมาสักพักแล้ว" มีอะไรเป็นพิเศษไหม   "รู้จักกันมาสักพัก ก็เป็นเพื่อนกัน ตอนนี้ยังค่ะขอพักก่อนขอเวลาหน่อย ตอนนี้กำลังเรียนและการเปิดกล้อง ก็มีคนเข้ามาคุยได้เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้อะไร สเปคก็เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆเริ่มโตก็เริ่มเปลี่ยนไปค่ะ" งานน้อยไหมเพราะไม่มีสังกัด   "ก็ไม่นะคะงานมีเข้ามาเรื่อยๆ แต่ว่ารับได้นิดเดียวเพราะว่าจันทร์ถึงศุกร์เรียน อย่างเดียว โฟกัสที่เรื่องเรียนก่อนค่ะ อยากเรียนให้จบก่อน" ปันปันกล่าว ขอบคุณภาพจาก IG punpun_sutatta ปันปัน วุ้นเส้น พีค ปันปัน สอนภาษาอังกฤษสามเณร ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา

ส่งฝากขังศาล จ.ตราดแล้ว  5 ผู้ต้องหาข่มขืนสาวฝรั่งเศส
กัมพูชา /  ข่มขืน / 

ส่งฝากขังศาล จ.ตราดแล้ว  5 ผู้ต้องหาข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวฝรั่งเศส จัดกำลังเพิ่มดูปลอดภัย-หวั่นหลบหนี  พล.ต.ต.นพรัตน์ รินทพล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดตราด เปิดเผยว่าถึงความคืบหน้าคดีผู้ต้องหาชาวเขมรจำนวน 5 คนบุกข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวชาวฝรั่งเศส บนเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ไปฝากขังที่ศาล จ.ตราดแล้ว โดยมีการดูแลความปลอดภัยเพิ่มขึ้นจากปกติ เพื่อป้องกันเหตุชาวบ้านที่โกรธแค้นทำร้ายกลุ่มผู้ต้องหา พร้อมทั้งคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ส่วนผลการตรวจจากคราบอสุจิ และ ดีเอ็นเอ คาดว่าจะทราบภายใน 1 ถึง 2 วันนี้ ทั้งนี้ทางพล.ต.ต.นพรัตน์ ยังหกล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้สามารถเอาผิดกับกลุ่มผู้ต้องหาได้ท้งหมด เพราะพยานหลักฐานต่างๆ ที่รวบรวมไว้สามารถชี้ชัดเอาผิดได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เผย 1 ใน 3 นักท่องเที่ยวฝรั่งเศส มีเลือดออกในสมอง เตรียมส่งตัวเข้ากรุงเทพฯ ชี้ ต้องสร้างมาตรการความปลอดภัย ความคืบหน้าเรื่องลูกเรือชาวกัมพูชา 5 คน ทำร้ายร่างกายและข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 นั้น นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยถึง ในส่วนของการป้องกันและแก้ไข จะต้องมี 3 ส่วน คือ ลักษณะทางกายภาพ เนื่องจากสภาพที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางเปลี่ยวแสงสว่างไม่เพียงพอ ส่วนที่ 2 ต้องประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังด้วยตัวเอง ไม่ให้เดินทางไปพื้นที่ที่ไม่มีผู้คนหรือทางเปลี่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวบางคนก็ชอบลักษณะแบบนี้ แต่สำหรับเหตุการณ์นี้นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสถือว่าค่อนข้างมัดระวังตัวอยู่แล้ว แต่ก็ยังโดนลูกเรือกัมพูชาทำร้าย ซึ่งลูกเรือชาวกัมพูชาโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะไม่ค่อยก่อเหตุในลักษณะนี้ ทุกอย่างต้องทบทวนกันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ การระมัดระวัง รวมถึงแรงงานที่หายไปจากเรือทั้งตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ จำเป็นต้องรายงานหน่วยราชการให้ทราบ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้สร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเกาะกูดอย่างมาก และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียหาย พร้อมทั้งจะดูแลเยี่ยวยาอย่างเต็มความสามารถ ส่วนอาการผู้บาดเจ็บ ได้รับรายงานว่า 1 ใน 3 ยังมีเลือดออกในสมอง และเตรียมจะส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครต่อไป ซึ่งในรายของนักท่องเที่ยวผู้หญิงอายุ 57 ปี ถูกทำร้ายตามร่างกาย และศีรษะ รวมทั้งที่อื่นๆ ได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่าทุกคน ส่วนชายมีเลือดออกที่เหนือศรีษะ และเจ็บตามร่างกายจากการถูกมีดฟัน และอีกคนถูกข่มขืน และทำร้ายร่างกายหลายแห่ง ทั้งหมดปลอดภัยแล้ว ----------------------------------------------------------------------------------- ตำรวจตราด รวบ 3 ลูกเรือประมงกัมพูชา ทำร้ายร่างกาย ข่มขื่น นักท่องเที่ยวต่างชาติ เร่งล่าอีก 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะกูด ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมฟาร์มเฮาส์ รีสอร์ท หมู่ 5 บ้านอ่าวพร้าว ต.เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด ว่ามีนักท่องเที่ยวถูกแรงงานทำร้ายและข่มขืน ก่อนได้รับความช่วยเหลือจากพนักงานโรงแรมและชาวบ้าน พ.ต.ท.สุรพร เทพเสน รอง ผกก.เกาะกูด ได้ประสานงานกับ นายทรงกลด สอนพึ่งรักษ์ ปลัดอาวุโส อ.เกาะกูด และ จ.อ.วิชัย จันทร์คาม หน.ชุดประสานงานกองทัพเรือประจำเกาะกูด นำกำลังทหารนาวิกโยธิน ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้เข้าทำการปิดล้อมคนร้าย นานกว่า 2 ชม. และสามารถจับกุมได้ในป่าหลังเขา จำนวน 3 คน ส่วนอีก 2 คนหลบหนีเข้าป่าไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังทำการปิดล้อมต่อไป สำหรับลูกเรือชาวกัมพูชาทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายยิ้ม อายุ 25 ปี นายภัย อายุ 22 ปี นายเจิน อายุ 25 ปี ส่วนอีก 2 คน ที่ยังหลบหนีอยู่คือ นายที อายุ 20 ปี และ นายบด มาน อายุ 20 ปี ทั้งหมดเป็นลูกเรือประมง ที่ออกจากท่าเรือเฉลิมพล อ.แหลมงอบ จ.ตราด และมาจอดอยู่ที่ท่าเรืออ่าวพร้าว ใน อ.เกาะกูด ทั้งนี้ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 3 คน ล่าสุดทางโรงพยาบาลเกาะกูดได้นำตัวส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตราดแล้ว เนื่องจากมีอาการสาหัสและถูกส่งตัวเข้าทำการผ่าตัด ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว ขอบคุณเนื้อหาและภาพจาก INN

ได้เกิดกันก็คราวนี้! จัดอันดับ 10 แข้ง สร้างชื่อกระหึ่มกับทีมชาติในศึก ยูโร 2016
กรีซมันน์ /  กุนนาร์สัน / 

เป็นปกติสำหรับทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ ซึ่งจะต้องมีนักเตะที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักแจ้งเกิดขึ้นมาได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ยูโร 2016 ครั้งนี้ก็เช่นกัน บางคนก็เป็นที่รู้จักมานานแล้ว บางคนก็ยังสดใหม่ไร้ชื่อเสียง ทุกคนล้วนทำให้ตัวเองได้กลายเป็น พาดหัวข่าว ขึ้นมาได้สำเร็จตลอดระยะเวลาเกือบเดือนที่ผ่านมา แล้วทั้ง 10 คนที่เราว่ามานี้จะมีใครกันบ้างล่ะ? เรามาไล่เรียงกันเลย... กาบอร์ คิราลี่ (ฮังการี) ด้วยวัย 40 ปีแล้ว จะบอกว่าแจ้งเกิดก็คงไม่เต็มปาก แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่แจ้งตายแน่นอนสำหรับเขาใน ยูโร 2016 ด้วยการทำลายสถิติผู้เล่นอายุมากสุดที่ลงสนามในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปของ โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานชาว เยอรมัน ลงได้ โดยหน้าประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเม้นท์ได้ลงบันทึกไว้ที่อายุ 40 ปี 87 วัน นอกจากนี้แล้ว เขาก็ยังมีกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ อย่างกางเกงวอร์มสีเทาให้เป็นที่พูดถึงอีกต่างหาก เอแดร์ (อิตาลี) กองหน้าเชื้อสาย บราซิล เริ่มต้นรับใช้ทัพอัซซูรี่เมื่อต้นปี 2015 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร เนื่องจากเจ้าตัวไม่ใช่ชาวอิตาเลียนโดยแท้ อย่างไรก็ตาม นักเตะวัย 29 ปี ก็ตอบแทนความไว้วางใจจาก อันโตนิโอ คอนเต้ ที่หนีบเขามาทำศึก ยูโร 2016 ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นในแนวรุก โดยเฉพาะในรอบแบ่งกลุ่มที่เขาซัดประตูชัยท้ายเกมช่วยให้ อิตาลี เอาชนะ สวีเดน ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่ม บาลาซ ซุดซัก (ฮังการี) มิดฟิลด์ชื่ออ่านยากวัย 29 ปี รับใช้ทีมชาติ ฮังการี มาตั้งแต่ปี 2007 แล้ว แต่เขาก็มาสร้างชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วโลกได้อย่างแท้จริงใน ยูโร 2016 ครั้งนี้ ด้วยผลงานอันโดดเด่นทุกเกมในรอบแบ่งกลุ่ม โดยมาพีคสุดๆ เอาในนัดที่เสมอ โปรตุเกส 3-3 ซึ่งเจ้าตัวยิงไปคนเดียว 2 ลูก ทำให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่มได้อย่างเหนือความคาดหมาย ซามูเอล อุมติตี้ (ฝรั่งเศส) ในวันที่เซ็นเตอร์แบ็คตัวจริงอย่าง อดิล รามี่ ติดโทษแบน กองหลังดาวรุ่งวัย 22 ปี ก็ได้โอกาสประเดิมสนามในนามทีมชาติ ตลอดเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่พบกับ ไอซ์แลนด์ เขาคุมแนวรับได้อย่างเหนียวแน่น และด้วยฟอร์มอันโดดเด่นก็ทำให้ ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ ยังไว้ใจส่งเขาเป็น 11 ตัวจริงอีกในรอบรองชนะเลิศที่พบกับ เยอรมัน ซึ่งหลังจากนี้ดูแล้วก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่นักเตะใหม่ถอดด้ามของ บาร์เซโลน่า รายนี้จะได้ลงสนามอีกในนัดชิงชนะเลิศ โจชัว คิมมิช (เยอรมัน) ในศึก ยูโร 2016 ครั้งนี้ ดาวรุ่งวัย 21 ปี จาก บาเยิร์น มิวนิค ถูกใช้งานเป็นแบ็คขวาและวิงแบ็คฝั่งขวา ตามแต่ระบบการเล่นที่เลือกใช้ในแต่ละเกม ซึ่งไม่ว่าจะลงเล่นตำแหน่งไหนก็ถือว่าเจ้าตัวทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าชั่วโมงบินในระดับทีมชาติยังถือว่ามีน้อยมากก็ตาม เรียกได้ว่าทัพอินทรีเหล็กน่าจะได้ตัวทดแทนตำแหน่งของ ฟิลิปป์ ลาห์ม ในระยะยาวแล้ว เรนาโต้ ซานเชส (โปรตุเกส) แฟนบอลทั่วโลกมาเริ่มรู้จักชื่อของมิดฟิลด์วัย 18 ปีรายนี้แบบจริงๆ จังๆ ก็ตอนที่ บาเยิร์น มิวนิค เซ็นสัญญาเขาไปร่วมทีมก่อนศึก ยูโร 2016 ซึ่งในทัวร์นาเม้นท์นี้เจ้าตัวก็ได้ถือโอกาสตอบคำถามให้กับใครก็ตามที่สงสัยในฝีเท้าของเขา ด้วยฟอร์มการเล่นที่พึ่งพาได้ และมาโดดเด่นเอาแบบสุดๆ ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ โปรตุเกส ดวลจุดโทษเอาชนะ โปแลนด์ ซึ่งเขาทำประตูได้ในเวลาปกติ และซัดจุดโทษในสถานการณ์กดดันเข้าไปอย่างเด็ดขาด อารอน กุนนาร์สัน (ไอซ์แลนด์) เขาอาจจะไม่ใช่ผู้เล่นที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดสำหรับ ไอซ์แลนด์ ชุดสร้างชื่อก้องโลกในศึก ยูโร 2016 ครั้งนี้ แต่เขาคือผู้เล่นที่กล้องจับภาพบ่อยที่สุดในฐานะกัปตันที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคนในทีม แม้แฟนบอลส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับชื่อของเขาอยู่แล้วจากการค้าแข้งกับทีมเล็กๆ ใน อังกฤษ อย่าง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมามิดฟิลด์วัย 27 ปี ก็ได้ข้ามขั้นขึ้นไปอีกระดับ และภาพของเขาที่นำเพื่อนๆ ปรบมือพร้อมส่งเสียง 'ฮู!' ต่อหน้าแฟนบอลก็จะเป็นตำนานให้เล่นขานกันไปอีกนาน ดิมิทรี ปาเยต์ (ฝรั่งเศส) จากนักเตะที่ต้องลุ้นติดทีมชาติ ตอนนี้มิดฟิลด์จาก เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ได้กลายมาเป็นดาวเด่นที่ ฝรั่งเศส ขาดไม่ได้ไปซะแล้ว อันที่จริงคอบอล พรีเมียร์ ลีก น่าจะรู้พิษสงของนักเตะวัย 29 ปีรายนี้กันเป็นอย่างดี แต่ในทัวร์นาเม้นท์ ยูโร 2016 เขาก็ได้ยกระดับตัวเองขึ้นไปอีก ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดูแล้วเพลินตา, ลีลาการทำประตูที่เฉียบคม และฟรีคิกที่แฟนบอลในสนามได้ฮือฮาทุกครั้ง เรียกได้ว่าปี 2016 นี้เป็นปีทองของเขาอย่างแท้จริง น่าสนใจว่าในฤดูกาลหน้า ทีมขุนค้อนจะรั้งตัวเขาไว้อยู่ได้จริงตามข่าวหรือเปล่า แกเร็ธ เบล (เวลส์) แม้ว่าจะมีชื่อเสียงมานานแล้วในระดับสโมสร ทั้งกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และ เรอัล มาดริด แต่ในนามทีมชาตินั้น ต้องบอกว่า ยูโร 2016 ครั้งนี้ ทั้งเขาและ เวลส์ เพิ่งจะได้แจ้งเกิดกันอย่างกระหึ่มโลก ด้วยทีมสปิริตอันแรงกล้า บวกกับความยอดเยี่ยมของตัวรุกฝีเท้าจัดจากทีมราชันชุดขาว ทำให้ทัพมังกรแดงไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ถือว่าได้ตบหน้าเพื่อนร่วมสหราชอาณาจักรอย่าง อังกฤษ ที่มักจะข่มพวกเขามาโดยตลอดไปแบบเต็มๆ อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส) ไม่ปฏิเสธว่าในระดับสโมสร ศูนย์หน้าวัย 25 ปี ได้แจ้งเกิดมาตั้งนานแล้ว แต่ในระดับทีมชาติ ยูโร 2016 ครั้งนี้ ถือว่าเขาสร้างชื่อเปรี้ยงปร้างชนิดที่ว่าเอาใครมาฉุดก็ไม่อยู่แล้วจริงๆ ด้วยจำนวน 6 ประตูที่เขายิงให้ ฝรั่งเศส ก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ ทำให้รางวัลรองเท้าทองคำคงไม่หลุดมือไปไหนแน่ และแม้ว่ามันจะห่างไกลจากสถิติ 9 ประตูที่รุ่นพี่อย่าง มิเชล พลาตินี่ ได้ทำเอาไว้ แต่แค่นี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้วในยุคที่ฟุตบอลเน้นเกมรับกันเป็นส่วนใหญ่ นี่คือการจัดอันดับของเรา แน่นอนว่าอาจไม่ตรงใจกับใครหลายคน ถ้าคุณคิดว่ามีใครที่ตกหล่นไปจากลิสต์นี้ ช่วยบอกให้เราได้รู้ผ่านทางช่องคอมเม้นท์ด้านล่างนี้เลย!

10 นิสัยของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่โอเค!
ความรักวัยรุ่น

ปกติแล้วนิสัยของผู้หญิงก็จะมี เอาแต่ใจบ้าง ขี้งอนบ้าง แล้วแต่ว่าคนไหนจะมีมากหรือน้อย ซึ่งเมื่อเวลามีแฟน แฟนรับในสิ่งที่เราเป็นได้ก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าเขาทนกับพฤติกรรมบางอย่างที่มันมากเกินไปของเราไม่ได้ วันนึงเขาอาขขะทิ้งเราไปก็ได้นะ วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 นิสัยของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่โอเค! มาฝากกันค่ะ นิสัยบางอย่างถ้ามีเยอะเกินไปก็ลดๆ ลงมาหน่อย เพื่อความสุขของทั้ง 2 คนนะ ^^ 10 นิสัยของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่โอเค! 10. งอนแล้วไม่พูด การงอนแล้วไม่พูดทำให้ผู้ชายไม่รู้ในสิ่งที่ผู้หญิงกำลังคิดอยู่ ณ เวลาขนาดนั้น การกระทำแบบนี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้ชายไม่ชอบและไม่รู้ว่าควรทำสิ่งใดต่อไปจึงเป็นการเมินเฉยมากกว่าที่จะเข้ามาพูดคุยกัน 9. ขุดเรื่องเก่ามาพูด เรื่องเก่าหมายถึงเรื่องในอดีต ฉะนั้นเรื่องในอดีตก็คือสิ่งที่สมควรลืมเพราะผ่านมาเนิ่นนาน การขุดคุ้ยเรื่องเก่ามาพูดในเวลาใหม่หรือในเวลาปัจจุบันนั้นจึงไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับผู้ชายบางคน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีพฤติกรรมนี้ควรหักห้ามใจและเลิกทำเพื่อความรักที่ยั่งยืนต่อไป 8. จู่จี้มากเกินไป การต้องออกความคิดเองในทุกเรื่องหรือบ่นทุกครั้งที่ทำกิริยาที่คุณผู้หญิงไม่พอใจนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ชายทั้งหลายทนไม่ค่อยได้เมื่อเจอกับสิ่งเดิมๆ ในทุกวันจึงเป็นเรื่องง่ายที่คนสองสามารถเลิกกันได้ง่ายๆ 7. อย่าด่าหรือออกคำสั่งต่อหน้าเพื่อนหรือบุคคลอื่น ตามนิสัยพื้นฐานของบรรดาหนุ่มๆ ที่ต้องมีมาดหรือวางฟอร์มต่อหน้าคนอื่น ยิ่งกับบุคคลที่รู้จักแล้วนั่นยิ่งต้องมีนิสัยที่แอบข่มแฟนต่อหน้าเพื่อนเพื่อดูยิ่งใหญ่ ไม่ว่าต่อหน้าคุณนั้นเค้าจะยอมคุณมากมายเพียงใด แต่ถ้าต่อหน้าเพื่อนหรือบุคคลอื่นแล้วนั้นคุณอย่าได้ทำเลยทีเดียว 6. ล้ำเส้นมากเกินไป ผู้ชายส่วนใหญ่ย่อมมีพื้นที่ส่วนตัวของตนเองทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการห้ามยุ่งกับโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าตังค์ หรือแม้แต่ที่นอนหมอนใบเล็กๆ เค้าอาจโกรธคุณมากหากคุณบุกรุกที่ส่วนตัวเหล่านี้เพราะในความคิดของบรรดาหนุ่มๆ เค้าคือเจ้าของอาณาจักรในพื้นที่ส่วนตัวของเค้าเอง 5. เรียกร้องมากเกินไป สิ่งใดที่มากเกินไปก็ไม่ดีเหมือนที่พระท่านว่า เพราะการเรียกร้องมากเกินไปของสาวๆ ทั้งหลายทำให้ดูน่าเบื่อในสายตาของบรรดาหนุ่มๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องโดยการถามว่าจำวันเกิดได้ไหม ชอบสีอะไร ใส่เสื้อผ้าแบบไหนบ้าง ไม่ใช่แค่ผู้ชายที่รำคาญหากเกิดกับสาวๆ บางคนคงรำคาญเหมือนกัน 4. ใช้วาจาไม่สุภาพวาจา ไม่สุภาพทั้งหลายต่างๆ นานา ที่ผู้หญิงอาจพูดไปด้วยความโมโหหรือตั้งใจก็ตามแต่ ชายทั้งหลายไม่ชอบการสนทนาที่ไม่สุภาพเหล่านั้น 3. ปล่อยให้ท้อง วิธีการที่คุณผู้หญิงกำลังกระทำนั้นไม่เห็นผลสักเท่าไหร่นัก หากคุณปล่อยให้ท้องเพื่อหวังจะได้อยู่กับเค้าหรือให้เค้ารับผิดชอบ ชายส่วนใหญ่นั้นรู้เท่าทันการกระทำเหล่านี้แล้วเค้าจะกระทำกลับโดยการไม่คิดจะรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำลงไป 2. ขู่เลิกตลอดเวลา สิ่งที่ผู้ชายทั้งหลายไม่ชอบอีกอย่างคือการขู่เลิกตลอดเวลา ทำให้เกิดความรำคาญจากการขู่เลิกบ่อยครั้งทำให้รู้สึกว่าคุณอยากเลิกกับเค้าจริงๆ จนทนไม่ไหวแม้รักแค่ไหนผู้ชายร้อยทั้งร้อยก็ยอมเลิก 1. อย่าลองใจกันมากนัก การอย่าลองใจกันในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการคบกับคนอื่นเพื่อให้แฟนหึงห่วง แต่หมายถึงการถามทุกครั้งว่าเค้ารักคุณมากกว่าคู่ของคนอื่นหรือไม่ รักคุณหรือป่าว เพราะในสายตาของหนุ่มๆ นั้นเป็นสิ่งที่ดูน่ารำคาญและความน่ารักของคุณจะหายไปด้วย ขอบคุณข้อมูล toptenthailand.com

ละคร นางอาย , เรื่องย่อ นางอาย
ละครนางอาย /  ละครนางอาย ตอนแรก / 

นางอาย บทประพันธ์โดย : นราวดีบทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกษกำกับการแสดงโดย : ปวันรัตน์ นาคสุริยะออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครนางอาย ...กำแพงรั้วที่เรียกว่าโรงเรียน ซึ่งตัดขาดเธอจากโลกภายนอก แต่มันกลับพาเธอก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ โลกของมิตรภาพ เมื่อความรักฉันท์เพื่อนก่อตัวสูงขึ้น ขอบรั้วที่เคยบีบรัดหัวใจก็ค่อย ๆ ทลายลง สุดท้ายที่ ๆ เคยถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเรือนจำของความสุข กลายเป็นสถานที่แห่งความรักความผูกพัน ที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากใจของเธอ... อภิรดี อโณทัย หรือ นาง สาวน้อยแสนสวยวัย 17 ปี ลูกสาวคนเดียวของ เด่นชาติ และเอมอร เมื่อนางเริ่มเป็นที่หมายตาจากหนุ่ม ๆ เพื่อนร่วมรุ่นในโรงเรียนสหศึกษา เด่นชาติ และเอมอร ตัดสินใจส่งตัวไปเรียนโรงเรียนคอนแวนต์หญิงล้วนที่ปีนัง เพราะไม่อยากให้ลูกสาวริรักในวัยเรียน หวังให้เหล่าซิสเตอร์ผู้เข้มงวดช่วยอบรมขัดเกลามารยาทกุลสตรี นักเรียนไทยหลายคนต่างมองว่าโรงเรียนคอนแวนต์แห่งนั้น คือโรงเรียนดัดสันดารของเหล่าสาวแสบ ก้าวแรกที่นางได้ก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียน ซิสเตอร์ออเดรย์ หัวหน้าแม่ชีที่ดูแลนักเรียนประจำ ม.ปลายรัก และเอ็นดูนางตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็ไม่วายขัดใจนางด้วยการตรวจค้นกระเป๋าเสื้อผ้า และริบข้าวของที่ไม่จำเป็นไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ นางแทบจะกรี๊ด... สเตตัสสุดท้ายที่นางโพสก่อนจะจำใจส่งมือถือให้ซิสเตอร์ซิสเตอร์ออเดรย์คือ "ลาก่อนอิสรภาพของฉัน วันหนึ่งเราคงได้พบกันใหม่" นางได้เช็คอินสถานที่โดยครีเอทใหม่ ว่า เรือนจำคอนแวนต์ ละครนางอาย เรเวอร์เร้นท์มาเธอร์ซิสเตอร์หลุยส์ หรือคุณแม่อธิการผู้เคร่งขรึมหมายจะให้เด่นชาติพบกับ ซิสเตอร์เทเรซ่า แม่ชีคนไทยเพียงคนเดียวที่อกหักจากรักแรกจนต้องตัดสินใจหันหน้าเข้าหาพระเจ้า สาบานตนว่าชาตินี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก อดีตคนรักของเทเรซ่าก็คือท่านรัฐตรีเด่นชาติ ! คุณแม่อธิการต้องการให้ทั้งสองได้พบกัน..ก็เพื่อให้ซิสเตอร์เทเรซ่าตัดใจอย่างถาวร แต่การที่เด่นชาติจูงมือนางเข้ามาในโรงเรียนนั้น ยิ่งทำให้แผลใจของซิสเตอร์เทเรซ่าถูกซ้ำเติมมากขึ้น นางได้พบกับ จรรยา หัวหน้านักเรียนไทยรุ่นพี่ที่ศึกษาอยู่ชั้นม.6 จรรยาแนะนำให้นางรู้จักกับกลุ่มนักเรียนไทยในชั้นเรียน ฝากฝังให้ สินีนาฏ สาวไทยแสนเรียบร้อยเป็นคนดูแลนาง สินีนาฎถูก สายสนม แม่ของเธอส่งมาอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่ม.1 เพราะพ่อแม่หย่ากัน และสายสนมต้องทำงาน และดูแลลูกเพียงคนเดียว สินีนาฏ และนางถูกชะตากันทันทีที่เจอ สินีนาฎแนะนำทุกอย่างให้นาง ตั้งแต่สถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน กิจวัตรประจำวัน และอธิบายเรื่องการอาบน้ำแบบ Fast Speed 5 นาทีทันใจ โดยมีแม่ชีสุดโหดเฮี้ยบอย่าง ซิสเตอร์ฟรานซิส เป็นผู้ดูแลการเปิด-ปิดวาล์วน้ำในระหว่างการอาบ นางแทบจะร้องไห้ที่ต้องใช้ชีวิตลำบากแบบนี้ นอกจากสินีนาฎแล้ว ยังมีนักเรียนไทยอีก 2 คนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนาง นั่นคือ สายสุดา และมีนา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน โดยสายสุดามองว่ามีนาคือลูกน้องของเธอ ส่วนมีนาเองก็อาศัยบารมีของสายสุดาทำตัวอวดเบ่งกับทุกคน เพราะสายสุดามีดีกรีเป็นถึงน้องสาวคนเดียวของท่านกงสุลไทยประจำปีนัง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าที่สายสุดาชอบทำตัวให้เป็นที่สนใจ และต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ เพราะปมชีวิตส่วนตัวที่ความจริงแล้วสายสุดาคือลูกนอกสมรส สายสุดาไม่ชอบหน้านาง เพราะตั้งแต่นางเข้ามาในโรงเรียนหลายคนให้ความสนใจจนเด่นเกินหน้าเกินตา สายสุดาหาทางแกล้งนางอยู่เสมอแต่กลับโดนนางเอาคืนทุกที อย่างในงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ประจำปี นางโดนสายสุดาแกล้งจนพลัดตกลงไปในบ่อบัว สินีนาฎพานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นางได้ทีจึงเอาชุดนักเรียนที่เปียกชุ่มยัดใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้าของสายสุดา สายสุดาโกรธมาก หมายใจไว้ว่างานนี้เธอกับนางไม่มีวันอยู่กันอย่างมีความสุขแน่ ทุกวันพฤหัสบดีถือเป็นวัน English Day คือวันที่นักเรียน และซิสเตอร์ทุกคนต้องสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น สายสุดาและมีนาคอยฟ้องซิสเตอร์ว่านางแอบพูดภาษาไทย นอกจากคู่อริสองแสบแล้ว นางยังมีศัตรูอีกคน คือ จอยคาม สาวน้อยเจ้าถิ่นในปีนังที่มีเรื่องปะฉะดะกับนางตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียน จอยคามเห็นสายสุดาไม่ชอบนาง จึงรวมตัวกันหาทางกลั่นแกล้งนาง ละครนางอาย นอกจากสินีนาฎ นางยังมีเพื่อร่วมรุ่นอีก 2 คนที่สนิทกัน นั่นคือ ฮองลัน สาวอ้วนที่รักการกินเป็นที่สุด ฮองลันเป็นนักเรียนไป-กลับที่สนิทกับนาง เพราะทั้งคู่คอยช่วยกันหาทางแอบลอดเอาของกินเข้ามาทานในรั้วโรงเรียนอยู่เสมอ และฮองลันประทับใจนางมากที่เคยโดนซิสเตอร์ฟรานซิสจับได้เรื่องแอบเอาขนมเข้ามาทานที่ห้องเรียน นางก็พร้อมจะโดนลงโทษร่วมกับฮองลันไปด้วย อีกหนึ่งสาวที่นางชื่นชมตั้งแต่แรกเห็น คือ มาเรีย สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน-มาเลเซีย ที่ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นเพราะพิการมาตั้งแต่เด็ก หลายคนชอบพูดจาดูถูก และรังเกียจมาเรีย แต่นางไม่คิดแบบนั้น แถมยังคอยช่วยซ่อมรถเข็นให้มาเรียอีกด้วย ทุกวันศุกร์ที่นักเรียนทุกคนต้องเข้าโบสถเพื่อนมัสการพระเจ้า นางได้รู้ว่ามาเรียร้องเพลงเพราะมาก นางจึงสนับสนุนให้มาเรียได้ขึ้นร้องนำในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างงานวันไหว้ครู นางพยายามทำทุกอย่างให้มาเรียได้แสดงความสามารถของเธอ จนในที่สุดมาเรียก็ได้ร้องนำ แถมนางรับเลือกจากเพื่อน ๆ และรุ่นพี่รุ่นน้องให้เป็นตัวนักเรียนไทยไปถือพานไหว้ครู สายสุดา และมีนาทั้งโกรธทั้งเสียหน้าที่เสียตำแหน่งให้นาง เลยหาทางแกล้งไม่ให้นางได้ถือพาน แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ สายสุดาแอบรู้ว่านางชอบแอบใช้มือถือของ คัมพล เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกับนางที่เรียนอยู่โรงเรียนซิสเตอร์เซเวียร์ชายล้วนรั้วติดกัน โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอ คัมพลเป็นลูกชายคนเล็กของพิทักษ์ เศรษฐีเหมืองแร่ในภูเก็ตซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเด่นชาติ คัมพลไม่เคยขัดใจนางเพราะแอบชอบนางอยู่ เรื่องนางติดต่อกับเพื่อนนักเรียนชายโรงเรียนข้าง ๆ ดังไปทั่ว คุณแม่อธิการตัดสินใจตามตัวท่าน ธนาธิป กงสุลไทยที่รับหน้าที่ดูแลนักเรียนไทยที่อยู่ที่ปีนังทั้งหมด แถมยังเป็นพี่ชายต่างมารดาของสายสุดาอีกด้วย นางจึงตั้งท่าไม่ถูกชะตากับธนาธิปตั้งแต่ยังไม่เจอตัว ธนาธิปตามตัวผู้ปกครองของนางและคัมพลมาพบ การเจอหน้ากันครั้งนี้ทำให้ธนาธิปรู้ว่าพิทักษ์หมายปองให้นางแต่งงานกับคัมพลหลังเรียนจบจากคอนแวนต์ เมื่อรู้ว่ามีชายหนุ่มหมายปองสาวแก่นเซี้ยวอย่างนาง ธนาธิปก็แปลกใจไม่น้อยว่าอะไรที่ทำให้คัมพลชอบนางได้ขนาดนี้ ยิ่งสงสัย..ก็ยิ่งเข้าใกล้นางมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่นางเสนอความคิดออกมา มักทำให้ธนาธิปทึ่งในความเฉลียวฉลาดของนางอยู่เสมอ ละครนางอาย ความไม่ลงรอยของนางและสายสุดาเริ่มทวีคุณความแรงขึ้น เมื่อถึงกิจกรรมกีฬาสีมาถึง เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายตั้งใจจะให้กิจกรรมนี้เป็นการสมานแผลระหว่างนางกับสายสุดา โดยจัดให้ทั้งคู่อยู่สีเดียวกัน แต่แผนกลับไม่เป็นไปตามที่คิด สายสุดาร่วมมือกับจอยคามที่อยู่คนละสีแอบโกงในการแข่งขันว่ายน้ำ จนนางเกือบจะจมน้ำเพราะเจ็บขา แถมจอยคามก็ไม่ช่วยเธอเสียด้วย กลายเป็นสินีนาฎ และจรรยาต้องเป็นคนลงไปช่วยนางขึ้นมาแทน เหตุการณ์ครั้งนี้คุณแม่อธิการโกรธมาก ทำโทษกลุ่มนาง และสายสุดายกใหญ่ พร้อมทั้งตามตัวธนาธิปให้มาทราบเรื่องนักเรียนไทยมีปัญหากันเอง ธนาธิปจึงต้องรับหน้าที่เป็นดูแลควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนไทยเพิ่มอีกตำแหน่ง ธนาธิปลงโทษทุกคนด้วยการให้ช่วยทำความสะอาดบ้านทูต ร้อยมาลัย ทำกับข้าวเพื่อต้อนรับแขกต่างบ้านต่างเมืองที่เข้ามาพักที่บ้านพักของสถานทูตไทย แรก ๆ ทุกคนอิดออด แต่หลัง ๆ กลับเสนอตัวขอมาช่วยงานเสมอ เพราะต้องการออกมานอกรั้วคอนแวนต์ นางชอบแอบปีนต้นมะม่วงที่อยู่ข้างห้องทำงานธนาธิป แรก ๆ ธนาธิปตกใจ และเรียกนางมาต่อว่าในความไม่เป็นกุลสตรี แต่นาน ๆ เข้าก็ปล่อยให้ปีนขึ้นปีนลงอยู่เรื่อย ๆ จนเป็นความคุ้นเคย แถมบางวันนางยังแอบเข้ามาในห้องทำงานธนาธิป จัดการเปลี่ยนหลอดไฟในห้องที่ติด ๆ ดับ ๆ ให้เสียด้วย นอกจากธนาธิปที่ต้องคอยดูแลนักเรียนไทยในปีนังแล้ว ยังมี ชัยพงษ์ อีกคนที่เป็นกงสุลไทยที่ดูแลในส่วนของกิจกรรมประเพณี และวัฒนธรรม ชัยพงษ์มีโอกาสได้เจอกลุ่มนักเรียนไทยอยู่เรื่อย ๆ ชัยพงษ์เป็นพี่ชายคนกลางของคัมพล จึงสนิทสนมกับนางเช่นกัน ชัยพงษ์ต่างกับธนาธิปแบบคนละขั้ว เพราะชัยพงษ์คือหนุ่ม Biker ที่มีมอเตอร์ไซค์ Big Bike คันเท่เป็นพาหนะคู่กาย ธนาธิปไม่พอใจที่ชัยพงษ์สนิทสนมกับนางเพราะคิดว่าชัยพงษ์แอบชอบนาง แต่จริง ๆ แล้ว ชัยพงษ์แอบชอบสินีนาฎ และนางเองก็รู้แถมยังทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้ด้วย แต่สินีนาฎกลับไม่มีใจให้เพราะเธอแอบหลงรักธนาธิปมาตั้งแต่แรกเจอเช่นกัน เวลาผ่านไป...นางเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นในรั้วคอนแวนต์ แต่ก็ยังไม่วายแหกกฎระเบียบโรงเรียนอยู่เสมอ วีรกรรมที่โด่งดังของนางคือการแอบเอาอาหารคาวหวานซุกซ่อนเข้ามาในกระเป๋าเสื้อผ้าทุกครั้งที่กลับเข้าโรงเรียนในวันจันทร์ต้นเดือน... อาทิตย์นี้เป็นวันเกิดของฮองลัน นางวางแผนแอบเอาขนมเค้กเข้ามาฉลองวันเกิด โดยจะแอบเอาเค้กปอน์ดใส่มาในกล่องรองเท้าพละ และขอให้จรรยาช่วยปล่อยผ่านตอนเข้าเวรตรวจกระเป๋า แต่เมื่อถึงเวลาเป่าเค้ก เมื่อนางเปิดกล่องรองเท้าพละออกมา กลับพบว่าจากเค้กปอน์ดแสนอร่อยกลายเป็นรองเท้าพละเก่า ๆ เน่า ๆ คู่หนึ่งเท่านั้น เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายปรากฎตัวขึ้นพร้อมด้วยเทียนวันเกิดสั้น ๆ กุด ๆ แท่งหนึ่ง เซ็นส์ฟรานซิสจัดการปักเทียนบนรองเท้าคู่นั้นแล้วให้นางและฮองลันช่วยกันเป่าเทียนให้ดับ แต่เทียนเล่มนั้นดันเป็นเทียนแบบเป่าดับได้ยากเสียด้วย ฮองลันทั้งโกรธทั้งอายที่โดนทำโทษประจานที่ลานกิจกรรม ทั้งหมดโดนทำโทษร่วมกัน ถึงจะอดทานเค้กแต่กลับรักกันแน่นแฟ้นมากขึ้น ละครนางอาย หลายครั้งที่นางมักมีปัญหากับ ซิสเตอร์ปอนลีน แม่ชีประจำวิชาดนตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความลำเอียงรักนักเรียนไม่เท่ากัน คนไหนที่ลงเรียนพิเศษเปียโนกับเธอ เธอจะรักและเอ็นดูเด็กพวกนั้นมาก ส่วนนักเรียนคนอื่นมักจะโดนไม่ให้ซ้อมเปียโนในห้องดนตรีของเธอ นางเห็นว่าไม่ยุติธรรมเพราะสินีนาฎมักโดนไล่ออกมาจากห้องซ้อมก่อนหมดเวลา พยายามเจรจาเท่าไหร่ก็โดนซิสเตอร์ปอนลีนสั่งทำโทษตลอด คัมพลอาสามารับนาง และเพื่อน ๆ ไปเที่ยวทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยทุกครั้งชัยพงษ์จะตามมาเจอด้วยเพราะต้องการพบกับสินีนาฎ สายสุดาที่อิจฉาที่พวกนางได้เที่ยวจึงคอยหาเรื่องพูดจาจิกกัดคัมพลเสมอ เพราะลึก ๆ ไม่พอใจที่คัมพลสนใจนางมากกว่าเธอ ช่วงสอบปลายภาคของภาคเรียนที่ 1 สินีนาฎขาดการติดต่อจากสายสุดาแม่ของเธอ จนปิดเทอมแล้วสายสุดาก็ยังไม่ติดต่อมา จนในที่สุดสินีนาฎก็ได้รู้ความจริงว่าแม่ถูกเพื่อนร่วมธุรกิจโกงจนหมดตัว ส่งข่าวมาบอกว่าไม่สามารถส่งให้เรียนต่อได้แล้ว สินีนาฏทั้งโกรธทั้งเสียใจที่ต้องหมดอนาคต ซิสเตอร์ออเดรย์ขอให้แม่อธิการช่วยเหลือสินีนาฏได้เรียนต่อจนจบ ม.6 แต่สินีนาฏต้องย้ายจากนักเรียนประจำชั้นหนึ่ง ไปเป็นนักเรียนประจำชั้นสองที่ต้อยต่ำกว่า สินีนาฏคิดฆ่าตัวตาย แต่ซิสเตอร์เทเรซ่ามาห้ามไว้ได้ทัน ซิสเตอร์เทเรซ่ าและซิสเตอร์ออเดรย์เกลี้ยกล่อมจนสินีนาฏยอมเรียนหนังสือต่อจนจบเพื่ออนาคตของเธอเอง สินีนาฏขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับนางเพราะไม่อยากให้นางช่วยเหลือ และอยากตัดขาดเพื่อนชั้นหนึ่งทุกคน วันเปิดภาคเรียน ทุกคนแปลกใจที่เห็นสินีนาฎถูกย้ายไปอยู่รวมกับกลุ่มนักเรียนชั้นสอง พวกสายสุดาพากันเยาะเย้ยถากถาง และสมน้ำหน้า นางไปหาสินีนาฏเพื่อถามความจริงแต่ถูกหลบหน้า นางยิ่งทุกข์ใจเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรัก ในที่สุดนางได้รู้เรื่องราวของสินีนาฎ นางเข้าพบคุณแม่อธิการเพื่อส่งตัวสินีนาฏกลับมาเรียนชั้นหนึ่งเหมือนเดิม และจะให้พ่อแม่ของเธอส่งเสียสินีนาฏเอง แต่แม่อธิการไม่ยอมจนกว่าจะได้คำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากเด่นชาติ และเอมอร ซึ่งตอนนี้ติดต่อไม่ได้เพราะทั้งสองเดินทางไปต่างประเทศ ที่พึ่งสุดท้ายของนางจึงเป็นธนาธิป กลางดึกคืนนั้นนางตัดสินใจแอบออกจากตึกนอน ปีนรั้วไปหาธนาธิปที่ห้องทำงาน แต่ยังไม่ทันได้คุยกันก็โดนไล่กลับมาก่อน เพราะธนาธิปเห็นว่าไม่ควรพบกันดึก ๆ เช่นนี้ นางขอให้ธนาธิปมาพบเธอที่โรงเรียนในวันพรุ่งนี้ ละครนางอาย แต่ธนาธิปกลับมาในอีก 2 วันถัดมา นางโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่เหลือใครที่จะช่วยสินีนาฎได้แล้ว นางขอยืมเงินธนาธิปก่อนจนกว่าพ่อแม่ของเธอจะเดินทางกลับมา แต่ธนาธิปกลับขอรับอุปการะสินีนาฏเอง โดยอธิบายเหตุผลสารพัดจนนางต้องยอมให้ธนาธิปเป็นผู้อุปการะสินีนาฏ นางขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับสายสุดา เพราะกลัวจะเอาเรื่องนี้มาข่มสินีนาฏ เมื่อสินีนาฏรู้เรื่องการช่วยเหลือครั้งนี้ ก็ซาบซึ้งและยิ่งทำให้สินีนาฏประทับใจในตัวธนาธิป มากขึ้นไปอีก ชัยพงษ์รู้เรื่องที่ธนาธิปอุปการะสินีนาฎ ก็รู้สึกขัดใจไม่น้อยเพราะเขาอยากจะรับผิดชอบช่วยเหลือสินีนาฎมากกว่าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ธนาธิปงานยุ่งไม่ค่อยได้มาเยี่ยมสินีนาฏตามคำแนะนำของซิสเตอร์ออเดรย์เท่าที่ควร ชัยพงษ์จึงเสนอตัวคอยหมั่นไปเยี่ยมสินีนาฎอยู่บ่อย ๆ คอยซื้อข้าวของต่าง ๆ ให้โดยอ้างว่าธนาธิปสั่ง เมื่อชัยพงษ์รุกหน้าทำคะแนนกับสินีนาฎ คัมพลก็ไม่แพ้กันพยายามมาทำคะแนนกับนาง ธนาธิปไม่พอใจที่นางสนิทสนทกับผู้ชายคนอื่น จึงเริ่มเข้ามาเยี่ยมสินีนาฎมากขึ้น เพื่อจะหาโอกาสได้เจอกับนางมากขึ้นเช่นกัน นางขอให้ธนาธิปพาเธอกับสินีนาฏออกไปดูหนัง ยิ่งได้ออกไปเที่ยวด้วยกันก็ยิ่งใกล้ชิดกัน ธนาธิปถูกใจในความสดใสร่าเริงของนาง แต่กับสินีนาฎเขามองเธอเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น จอยคามที่แอบชอบธนาธิปมานาน เมื่อเห็นธนาธิปมาส่งนางกับสินีนาฏ จึงรีบไปบอกสายสุดา สายสุดามาเอาเรื่องแกล้งเทขยะใส่สินีนาฏ นางมาช่วย เด็กสาวทั้งสองกลุ่มจึงตะลุมบอนกัน ซิสเตอร์ฟรานซิสลงโทษเด็กทุกคนให้ช่วยกันเก็บขยะ ทำความสะอาดตึกเรียนทั้งหมด แต่สุดท้ายพวกนาง และสายสุดาก็ทะเลาะกันอีก จนเหล่าซิสเตอร์ต้องเข้ามาแยก และหาทางลงโทษพวกเด็ก ๆ ขั้นเด็ดขาด สินีนาฏรู้เรื่องธนาธิปส่งเงินค่าเทอมให้สินีนาฎ จึงโพทะนาไปทั่วว่าสินีนาฏให้ท่าพี่ชายเธอเพื่อให้ส่งเสียเลี้ยงดูหวังจะเป็นเมีย สินีนาฏถูกนักเรียนคนอื่นดูถูกโดยเฉพาะจอยคาม จอยพูดจาดูดถูกสินีนาฎสารพัด สายสุดาคอยพูดเหน็บเปรียบเทียบฐานะให้สินีนาฏเจียมตัว สินีนาฏร้องไห้เสียใจ นางเจ็บแค้นแทนเพื่อนจึงหาทางแก้เผ็ดสายสุดาด้วยการเอาหน้ากากผีมาใส่หลอกสายสุดาตอนกลางคืน ข่าวสายสุดาถูกผีหลอกแพร่สะพัดในโรงเรียน แถมสายสุดาโดนทำโทษที่รบกวนเพื่อนกลางดึกด้วย ละครนางอาย ช่วงเลิกเรียนตอนเย็น กลุ่มนักเรียนจะไปทำกิจกรรมที่ลานกว้างใกล้รั้วระหว่างโรงเรียนหญิงล้วนกับโรงเรียนชายล้วน นาง สินีนาฏ กับเพื่อนแบ่งทีมเล่นคิงส์แคมป์กัน นางดันเผลอตบลูกบอลแรงจนลูกบอลกระเด็นเข้าไปในบริเวณโรงเรียนชายล้วน ทุกคนหน้าจ๋อยเพราะโรงเรียนมีกฎห้ามเข้าไปในโรงเรียนชายล้วน แต่นางยืนยันที่จะปีนเข้าไปเก็บบอลด้วยตัวเอง นางแอบปีนรั้วเข้ามาเก็บบอลที่สนามของโรงเรียนชายล้วน แต่ถูก เดวิด กับ ปีเตอร์ นักเรียนชายชั้นเดียวกับคัมพลแย่งลูกบอลไปและหวังจะลวนลามนาง คริส เพื่อนตัวอ้วนคนสนิทของคัมพลพยายามจะช่วย แต่กลับโดนเดวิด และปีเตอร์จัดการจนต้องหนีไป นางพยายามจะหนีแต่โดนเดวิดและปีเตอร์เข้ามาจับตัวไว้ คัมพลเข้ามาช่วยนางไว้ได้ จัดการเดวิดกับปีเตอร์จนหมอบราบ ทำให้ทั้งสองอาฆาตแค้นคัมพลมาก ธนาธิปมาหานางด้วยเรื่องที่แอบปีนเข้าไปในโรงเรียนชายล้วนจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต เพราะนอกจากคัมพลโดนสั่งพักการเรียนแล้ว เดวิส และปีเตอร์ยังโดนไล่ออกด้วยเพราะเคยมีความผิดเรื่องการชกต่อย แถมยังมีนักเรียนแอบได้ยินพวกเดวิดวางแผนทำร้ายคัมพล นางรู้สึกผิดขอร้องให้ธนาธิปช่วยคัมพลที่เดือดร้อนเพราะเธอ ถึงจะเจ็บปวดที่นางเป็นห่วงชายอื่น แต่ธนาธิปรับปากว่าจะช่วย และขอให้นางสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอะไรอีก เดวิด ปีเตอร์ พาเพื่อนมาดักทำร้ายคัมพลกับคริสตรงถนนเลียบชายทะเล คัมพลเอาตัวเข้าปกป้องคริสจนบาดเจ็บ ธนาธิปมาช่วยเหลือคัมพลได้ทันพร้อมแจ้งตำรวจชาวมาเลย์ให้มาจับกุมตัวเดวิดกับเพื่อนไป ธนาธิปสั่งห้ามไม่ให้นางออกไปเที่ยวนอกโรงเรียนกับคัมพลอีกเพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย และในเวลาว่างจากชั่วโมงเรียน ธนาธิปก็บังคับให้พานางมาอยู่ที่บ้านทูต โดยอ้างว่าให้นางมาทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ จะได้ไม่ได้เกเรที่ไหนอีก แต่ลึก ๆ แล้วธนาธิปอยากอยู่ใกล้นางมากขึ้นเพราะเขารู้ตัวแน่แล้วว่ามีใจให้นาง แต่ธนาธิปจำต้องปิดบังทุกอย่างไว้ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม เจ้าระเบียบ จอยคาม และสายสุดาหาเรื่องแกล้งสินีนาฎ ให้ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้าใจผิดว่าสินีนาฏแอบเอานิยายรักโรแมนติกมาอ่าน แต่นางกลับออกรับแทนว่าเป็นหนังสือของเธอ นางเลยโดนลงโทษด้วยการให้อดอาหารเย็น คืนนั้นซิสเตอร์เทเรซ่าแอบเอาขนมปังมาให้ นางซาบซึ้งในความเมตตาของ ซิสเตอร์เทเรซ่า พูดประสาซื่อว่าขอให้หนูเรียกซิสเตอร์ว่าแม่อีกคนได้มั้ย ซิสเตอร์เทเรซ่าอึ้งเพราะถ้าเด่นชาติไม่ทิ้งเธอไป นางคนเป็นลูกสาวของเธอจริง ๆ ละครนางอาย ช่วงปิดเทอมใหญ่ เด็กนักเรียนประจำที่ไม่ได้กลับบ้านจะได้ไปพักที่บังกะโล ตันหยงบุหงา นาง สินีนาฏ มาเรีย จอยคาม มีนา จรรยา และเพื่อนนักเรียนประจำมาพร้อมเหล่าซิสเตอร์ ทุกคนสังเกตเห็นซิสเตอร์เทเรซ่าเศร้ามากเมื่อมาถึงที่นี่ เพราะที่แห่งนี้คือที่ ๆ เธอได้พบกับเด่นชาติ และเด่นชาติพูดขอความรัก ขอให้ซิสเตอร์เทเรซ่ารอเขาเรียนจบกลับมาจากอเมริกาแล้วแต่งงานด้วยกัน นางกับจอยคามท้าแข่งว่ายน้ำออกไปยังประภาคารไกลฝั่ง เพราะนางยังฝังใจที่แข่งว่ายน้ำแพ้จอยคามในงานกีฬาสี จอยคามรับคำท้า สินีนาฎพยายามห้ามเพื่อนทั้งสองแต่ไม่มีใครฟัง จอยคามเป็นตะคริวกำลังจะจมน้ำ นางรีบเข้าไปช่วยพาจอยคามกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย จอยคามซาบซึ้งในน้ำใจที่นางช่วยชีวิต จอยคามกับนางถูกลงโทษด้วยกัน ทั้งคู่จึงได้เปิดใจกัน และเคลียร์เรื่องหมางใจต่าง ๆ พร้อมทั้งจับมือสัญญาเป็นเพื่อนรักกันอีกด้วย ธนาธิปทนคิดถึงนางไม่ได้ แสร้งขอติดตามเด่นชาติกับเอมอรมาเยี่ยมสินีนาฏที่ตันหยงบุหงา แม่อธิการให้ซิสเตอร์เทเรซ่าไปต้อนรับเด่นชาติกับเอมอร เมื่อเด่นชาติเจอซิสเตอร์เทเรซ่าก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าเธอจะเป็นแม่ชีอยู่ที่โรงเรียนคอนแวนต์ เมื่อมีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง เด่นชาติพยายามจะพูดคุยกับซิสเตอร์เทเรซ่า แต่เธอกลับไม่ยอมพูดด้วย นางแอบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็แปลกใจในความสัมพันธ์ของพ่อกับซิสเตอร์เทเรซ่าร์ ธนาธิปเปิดบ้านพักกงสุลไทยจัดงานเลี้ยงต้อนรับเด่นชาติกับเอมอรที่มาพักในปีนัง และเชิญพิทักษ์กับคัมพล ชัยพงษ์ ลูกชายมาด้วย ในงานเลี้ยงธนาธิปตะลึงเมื่อเจอนางแต่งตัวน่ารักสวยสดใส ต่างจากสินีนาฏที่สวยหวาน คืนนั้นคัมพลขอนางเต้นรำ นางที่ไม่ได้คิดอะไรก็ออกไปเต้นรำอย่างสนุกสนาน ธนาธิปหาจังหวะอยู่ตามลำพังกับนาง เพื่อเตือนนางให้ไว้ตัวบ้าง อย่าปล่อยให้ใครจับมือถือแขนง่าย ๆ เพราะเขาหวงนางอย่างไม่รู้ตัว แต่นางกลับรู้สึกว่าธนาธิปไม่ชอบเธอ จึงหาเรื่องติเธอทุกอย่าง ทำอะไรก็ผิดเสมอในสายตาธนาธิป นางเลยประชดธนาธิปด้วยการอยู่ใกล้คัมพลตลอดเวลา ยิ่งทำให้ธนาธิปร้อนรุ่ม อึดอัดใจมาก พิทักษ์พูดสู่ขอนางให้ ทัศนัย ลูกชายคนโตที่กำลังเรียนหมออยู่อเมริกา เพราะจากเรื่องชกต่อยของคัมพล ทำให้เด่นชาติเคยปฏิเสธที่จะให้นางหมั้นกับคัมพล ส่วนชัยพงษ์ก็หลงรักสินีนาฎ ดังนั้นจึงเหลือแค่ทัศนัย คัมพลและชัยพงษ์พานาง และสินีนาฎมาเที่ยวงานของปีนัง ธนาธิปที่พาสายสุดามาด้วยจึงมีโอกาสได้เที่ยวด้วยกันทั้งหมด คืนนั้นธนาธิปมีโอกาสได้อยู่กับนางสองต่อสองอีกครั้ง ธนาธิปพานางไปยังจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ทั้งสองคนมีเวลาดี ๆ ร่วมกัน ละครนางอาย สายสุดารู้ว่าจอยคามเป็นมิตรกับนางก็โกรธ หาเรื่องนางที่มาแย่งเพื่อนเธอไป นางและสายสุดาทะเลาะกัน นางเห็นว่าสายสุดาพูดไม่รู้เรื่องก็จะเลิกคุย แต่สายสุดาไม่ยอม ทั้งหมดตะลุมบอลยื้อกันจนสายสุดาพลาดล้มหัวแตก นวลใย แม่ของสายสุดามาเอาเรื่องนางถึงโรงเรียน บังคับจะให้คุณแม่อธิการไล่นางออก แต่งานนี้เพื่อนทุกคนพร้อมใจกันเป็นพยานว่านางไม่ได้เริ่มหาเรื่องก่อน และสายสุดาซุ่มซ่ามหกล้มเอง แถมธนาธิปยังเข้าข้างนางอีกด้วย นวลใยเลยทะเลาะกับธนาธิปไปอีกคน แถมงานนี้นวลใยเผลอหลุดพูดไปว่าเพราะสายสุดาเป็นลูกคนใช้อย่างป้าใช่มั้ย ธนาธิปจึงไม่คิดจะนับเธอเป็นญาติ สายสุดาทั้งโกรธทั้งอายที่เพื่อน ๆ ได้รู้ว่าเธอคือลูกคนใช้ สินีนาฏที่กำลังเศร้าเรื่องที่แม่ป่วยจึงไปซ้อมเปียโนเพื่อผ่อนคลาย โดยไม่รู้ว่าห้องข้าง ๆ กำลังสอบวัดผลเปียโนกันอยู่ ซิสเตอร์ปอนลีนที่โกรธจนขาดสติเข้ามาอาละวาดในห้องซ้อมเปียโน พร้อมทั้งตบหน้าสินีนาฏต่อหน้าทุกคน สินีนาฏเสียใจมากทั้งเจ็บปวด และอับอาย แต่ไม่มีซิสเตอร์คนไหนกล้ายุ่งกับซิสเตอร์ปอนลีน นางทนไม่ได้จึงไปกดดันให้แม่อธิการพาซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้าทุกคน ไม่อย่างนั้นเธอจะลาออกและเพื่อนทุกคนจะลาออกด้วย รวมทั้งสายสุดาเช่นกัน สุดท้ายซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้านักเรียนทุกคน นางขอบคุณสายสุดาที่ร่วมมือกับเพื่อนช่วยสินีนาฏ สายสุดาเก๊ก ๆ ไม่อยากดีกับนางมาก เทศกาลงานวันคริสมาสต์มาถึง นักเรียนทุกคนต่างตื่นเต้นกับงานแฟร์ที่จะมีขึ้นในปลายอาทิตย์หน้า ทุกคนตั้งใจเตรียมงานกันสุด ๆ ทั้งการแสดง ทั้งการออกร้านขายของรวมทั้งซุ้มสอยดาว งานแฟร์คืนนั้นนางต้องไปรับผิดชอบซุ้มสอยดาว เพราะเป็นหน้าที่ของนักเรียนม.4 ธนาธิปมาสอยดาวตามคำชวนของสายสุดา และได้เห็นว่านางกำลังพูดคุยกับชายคนหนึ่งอย่างมีความสุข โต๋เต๋ คือเพื่อนชายที่ชอบ และพยายามจีบนางเป็นคนรัก เลยทำให้นางต้องมาอยู่ที่คอนแวนต์แห่งนี้ ธนาธิป เอมอร และเด่นชาติต่อว่านางเพราะคิดว่านางแอบติดต่อกับโต๋เต๋ นางปฏิเสธและเสียใจมากที่ธนาธิปไม่เชื่อเลยหนีไป สุดท้ายชัยพงษ์ที่ได้สอบสวนโต๋เต๋แล้วยืนยันว่านางพูดความจริง ธนาธิปรู้สึกผิดรีบตามไปง้อนาง ธนาธิปขอโทษที่โกรธเพราะคิดว่านางคบหากับโต๋เต๋ และไม่ต้องการให้นางมีคนรักตอนนี้ อยากให้รอเวลาที่สมควรแล้วค่อยรักกัน นางถามรักกันน่ะรักกับใคร ธนาธิปไม่ตอบแต่กลับซื้อตุ๊กตาหมีที่มีปักตัวอักษรย่อว่า T. แล้วส่งให้นาง ธนาธิปตั้งใจบอกให้นางรู้ว่าเขาต้องการเป็นคนรักของนาง ช่วงวันหยุดยาวระหว่างคริสมาตส์จนถึงปีใหม่ นักเรียนประจำหลายคนเดินทางกลับบ้าน ธนาธิปออกตั๋วเครื่องบินให้สินีนาฏกลับไปเยี่ยมแม่ที่เมืองไทยพร้อมกับนาง เขาตามมาส่งนางที่สนามบินพร้อมซิสเตอร์ออเดรย์ คัมพลเอาดอกไม้ช่อใหญ่มาให้นางด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับจะไม่ได้เจอกันอีก นางขำแต่ก็รับช่อดอกไม้ไปด้วยความยินดี ธนาธิปเตือนนางอ้อม ๆ เรื่องการรับดอกไม้จากผู้ชายคือการเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนนั้นคิดเข้าข้างตัวเองไปได้ว่านางมีใจให้ นางก็ประชดประชันไม่ฟังธนาธิป สายสนมพาสินีนาฏมาพักอยู่กับ ทับทิม เพื่อนของเธอที่คอยช่วยเหลือมาตั้งแต่โดนโกง ทับทิมรัก และเอ็นดูสินีนาฎเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง พิทักษ์เดินทางจากภูเก็ตเอาแหวนเพชรมาให้ เด่นชาติเพื่อหมั้นนางกับทัศนัย เด่นชาติและเอมอรรับไว้อย่างเสียไม่ได้ ส่วนชัยพงษ์เองก็พาพิทักษ์มาสู่ขอสินีนาฏกับสายสนมไว้ก่อน สายสนมตกลง เพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี โดยที่สินีนาฏไม่รู้เรื่องนี้ ละครนางอาย ธนาธิปบินมาธุระที่กรุงเทพฯได้พบกับสินีนาฎ และสายสนม สินีนาฎพยายามบอกความรู้สึกของเธอที่มีต่อธนาธิป โดยไม่รู้เลยว่าธนาธิปเปิดเผยความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางไปหมดแล้ว ธนาธิปขอนางว่าอย่าเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนนอกจากตน นางอึ้งไม่แน่ใจว่าธนาธิปหมายความว่าอย่างไร ธนาธิปบอกไม่ต้องหาคำตอบจนกว่านางจะเรียนจบ ระหว่างนี้แค่ให้นางทำตามที่ตนขอก็พอ ปีการศึกษาสุดท้าย... แม้เหล่าซิสเตอร์ต่างหนักใจที่พวกนางยังคงความเป็นเด็กซนแซบไว้อย่างเต็มตัว แต่ในเวลาที่จำเป็นทั้งหมดก็แสดงความเป็นผู้ใหญ่ออกมาได้ดี ยิ่งเห็นเด็กรุ่นน้องทะเลาะกัน หรือร้องห่มร้องไห้อยากกลับบ้าน รุ่นพี่อย่างพวกนาง สินีนาฏ สายสุดา ก็จะเข้าไปตักเตือนและให้คำปรึกษาแทนเหล่าซิสเตอร์ เหมือนที่ซิสเตอร์คอยสอนให้พวกเธอรู้จักความสามัคคีและการแบ่งปัน หลังจากสอบปีสุดท้ายเสร็จ นาง สินีนาฏ สายสุดา และเพื่อน ๆ แอบจัดงานเซอร์ไพรส์ขอบคุณเหล่าซิสเตอร์ มอบดอกไม้ขอขมาที่พวกเธอเคยล่วงเกิน ซิสเตอร์ซาบซึ้งน้ำตาซึม...เมื่อเห็นนักเรียนที่รักทุกคน เติบโตเป็นผู้ใหญ่ กำลังจะเรียนจบ และจากโรงเรียนนี้ไปสู่โลกอันกว้างใหญ่ คืนก่อนเดินทางกลับประเทศไทย นางเข้าไปหาซิสเตอร์เทเรซ่า ถามสิ่งที่เธอสงสัยมาตลอด จนรู้ว่าเด่นชาติเคยทิ้งซิสเตอร์เทเรซ่าไปแต่งงานกับเอมอร ทำให้ซิสเตอร์ตัดสินใจบวชตลอดชีวิต นางกราบขอโทษแทนพ่อ ไม่รู้จะชดใช้ความเจ็บปวดนั้นให้ซิสเตอร์เทเรซ่ายังไง นาง สินีนาฏ จอยคาม มาเรีย ฮองลัน ล่ำลากันก่อนจากทั้งน้ำตา และทั้งหมดสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ สินีนาฏรู้ว่าธนาธิปเตรียมตัวย้ายไปกงสุลไทยในสหรัฐ สินีนาฏใฝ่ฝันจะอยากเป็นภรรยาที่ติดตามธนาธิปไปด้วย แต่ธนาธิปกลับพูดดักคอว่าจะแนะนำสินีนาฏให้ทำงานกับเพื่อนของเขา สายสนมต้องแบ่งรับแบ่งสู้เพราะยังไม่ได้บอกสินีนาฏว่าจะต้องแต่งงานกับชัยพงษ์ นางกับธนาธิปมาเจอกันโดยบังเอิญ ธนาธิปช่วยนางหิ้วของ และเดินตามไปช้อปปิ้งอย่างไม่รู้สึกเบื่อ เขาชอบมองใบหน้า และท่าทางที่สดใสตลอดเวลาของนาง ธนาธิปรู้ดีว่าตนเหลือเวลาที่อยู่ในประเทศไทยน้อยลงทุกที เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มจีบนางแบบนิ่มนวล ธนาธิปเทียวรับเทียวส่งนางหลายวันติดกัน พร้อมทั้งหมั่นพูดความนัยกับนางตลอดเวลา ซึ่งนางก็เอะใจ แต่ไม่กล้าถามตรง ๆ เพราะความเขินอาย เอมอรและเด่นชาติเริ่มรับรู้ในความสัมพันธ์ระหว่างนาง และธนาธิป เด่นชาติไม่ค่อยชอบเพราะได้รับปากหมั้นหมายให้นางกับทัศนัยไปแล้ว สินีนาฏเองก็รับรู้เรื่องธนาธิปชอบนางเช่นกันจึงเสียใจมาก สายสนมเตือนสินีนาฏ และพูดเรื่องยกสินีนาฏให้ชัยพงษ์แล้ว สินีนาฏไม่ยอมแต่งงานกับชัยพงษ์เพราะเธอไม่ได้รักเขา ธนาธิปเริ่มเปิดเผยความในใจกับนาง ซึ่งแทนที่นางจะแก่นแก้วตอบตรง ๆ กลับอ้อมค้อม เอียงอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ธนาธิปสัญญาว่าจะพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอนาง เมื่อกลับจากทำธุระที่ต่างจังหวัดเสร็จแล้ว เด่นชาติจึงจัดงานหมั้นระหว่างนางกับทัศนัยอย่างรวบรัด นางร้องไห้เสียใจไม่ยอมหมั้นแต่ขัดคำสั่งพ่อแม่ไม่ได้ ธนาธิปกลับมาจากต่างจังหวัด นางแอบมาหาธนาธิปที่บ้าน และเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ธนาธิปใช้สติคิดหาทางทำให้นางกับเขาได้รักกันและแต่งงานกัน ส่วนคัมพลเองก็โกรธที่รู้ว่าพ่อพาทัศนัยไปหมั้นนาง คัมพลชกต่อยกับทัศนัยทันทีที่เจอหน้า และไปหานางที่บ้านเพื่อขอความรักจากนาง ขอให้นางถอนหมั้นจากทัศนัย แต่นางปฏิเสธ และบอกว่าว่าเธอรักธนาธิป คัมพลช็อก...ไม่คาดคิดว่าผู้ชายมาดนิ่งอย่างธนาธิป จะแย่งหัวใจนางไปจากเขา ละครนางอาย ธนาธิปไปหาเด่นชาติกับเอมอรเพื่อยืนยันว่าเขารักนางจริง และพร้อมจะแต่งงานด้วย ติดที่เด่นชาติไม่อยากเสียคำพูดกับเพื่อนรัก และจะไม่มีวันยอมให้นางเป็นฝ่ายถอนหมั้นให้เขาเสียหน้าเป็นอันขาด สินีนาฏที่มาปรึกษาธนาธิปเรื่องที่ถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับชัยพงษ์ ธนาธิปเตือนสติสินีนาฏให้มองเหตุผลของผู้ใหญ่ สินีนาฏกอดธนาธิป และสารภาพรัก ธนาธิปบอกสินีนาฏตรง ๆ ว่าเขารักนาง และเขาจะแต่งงานกับนาง สินีนาฏอึ้ง ช็อกรู้สึกเหมือนถูกนางทรยศหักหลัง ธนาธิปบอกนางเรื่องสินีนาฏ นางเป็นห่วงเพื่อนจึงรีบมาหาแต่ดันพบว่าสินีนาฏกินยาฆ่าตัวตาย นางรีบพาสินีนาฏไปส่งโรงพยาบาล พร่ำร้องไห้โทษตัวเองที่ทำให้เพื่อนรักต้องเป็นแบบนี้ สินีนาฏฟื้นขึ้นมาเจอชัยพงษ์นอนเฝ้าเธออยู่ สายสนมเล่าว่าชัยพงษ์รู้ข่าวก็รีบบินมาจากภูเก็ตและขอเฝ้าเธอทั้งคืนด้วยตัวเอง สินีนาฏเห็นใจชัยพงษ์ แต่หัวใจเธอปวดร้าวเพราะรักที่ไม่สมหวังจากธนาธิป นางมาหาสินีนาฏเพื่อขอโทษในสิ่งที่ทำให้เพื่อนเสียใจ แต่ความรักมันห้ามกันไม่ได้ บังคับกันไม่ได้ นางก็ไม่รู้ตัวว่ารักธนาธิปตั้งแต่เมื่อไหร่ สินีนาฏใจอ่อน...เพราะมิตรภาพของความเป็นเพื่อนระหว่างเธอกับนางมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจะโกรธเกลียดเพื่อนรักได้ ธนาธิปตามสืบทัศนัยจนรู้ว่าทัศนัยรักอยู่กับพยาบาลสาวสวยในคลินิก ธนาธิปจึงไปพูดกับทัศนัยตรง ๆ ว่าเขารักนาง และขอให้ทัศนัยถอนหมั้นกับนาง ในที่สุด...นางกับธนาธิปก็ได้แต่งงานกัน ธนาธิปแทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวแก่นแก้ว สนุกสนานในอดีตอย่างนาง จะกลายเป็นหญิงสาวงดงาม และขี้อายตรงหน้าเขาในปัจจุบัน ติดตามชม ละครนางอาย ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครนางอาย เริ้มตอนแรกวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2559 รายขื่อนักแสดงนำใน ละครนางอาย วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ธนาธิปณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท นาง/อภิรดีชนกสุดา รักษนาเวส รับบท สินีนาฏคาริสา สปริงเก็ตต์ รับบท สายสุดาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท คัมพลจิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ชัยพงษ์ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท เด่นชาติไรวินทร์ ออง รับบท มีนาพรรณปพร ศรีดุรงคธรรมพ์ รับบท จอยคามอภัสริญญา แพมเบอร์เกอร์ รับบท ฮองลันอาริศา หอมกรุ่น รับบท มาเรียบุณฑรีก์ จิตรีงาม รับบท จรรยาณัชพงศ์พล สุดดี รับบท คริสภูวดล เวชวงศา รับบท เดวิดขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ รับบท ปีเตอร์อัญชลี จงคดีกิจ รับบท คุณแม่อธิการนนทิยา จิวบางป่า รับบท มาการิต้าเพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท ฟรานซิส ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย

In the Heart of the Sea : ราคาของมนุษย์
In the Heart of the Sea /  คริส เฮมส์เวิร์ธ / 

ก่อนจะว่ากันในประเด็นอื่นใด ขอชื่นชม In the Heart of the Sea ว่าสามารถใช้ประโยชน์จากภาพอลังการงานสร้าง ระบบการฉายแบบสามมิติ และจอยักษ์ไอแม็กซ์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ถึงแม้จะไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งในทุกๆ ฉากที่ปรากฏแก่สายตา แต่ยุทธการมนุษย์ล่าวาฬกลางมหาสมุทรเรื่องนี้ คู่ควรอย่างยิ่งแก่การรับชมในโรงภาพยนตร์ ถึงไม่ใช่คอวรรณกรรมตัวกลั่น ต้องมีสักครั้งในชีวิตที่เคยได้ยินชื่อเสียงของตำนานนิยาย "โมบี้ ดิก" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงในปี 1820 เมื่อเรือล่าวาฬเอสเซกซ์ อับปางกลางทะเลด้วยฝีมือของวาฬยักษ์ จนเหลือผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คน ผู้กำกับ รอน ฮาวเวิร์ด ได้หยิบยกวิกฤตการณ์ครั้งนั้น มาบอกเล่าใหม่ด้วยลีลาเร้าอารมณ์ แฝงปรัชญาชวนคิดหลายหลากตามแต่จะคนดูจะสามารถหยิบจับกลับไปได้ใน In the Heart of the Sea โดยพาย้อนอดีตผ่านคำบอกเล่าเคล้าอาการกลั้นน้ำตาของลูกเรือที่เหลือรอดอย่าง โทมัส นิกเคอร์สัน ในวัยชรา (เบรนแดน กลีสัน) และมี เฮอร์แมน เมล์วิลล์ (เบน วิชอว์) เป็นผู้จดบันทึก ก่อนจะกลายเป็นนวนิยายเรื่องดังกล่าว ภาพการสัมภาษณ์และจดบันทึกนี้ ถูกแทรกสลับกับเหตุการณ์ในอดีตอยู่ตลอดเรื่อง ราวกับเป็นการคารวะถึงต้นกำเนิดของนวนิยายว่า เรื่องแต่งอันโด่งดังนี้มีที่มาจากเรื่องจริง ที่ต้องผ่านบททดสอบของชีวิตทั้งโหดร้ายและน่าอัศจรรย์มากมายเพียงไร แต่นี่เป็นเพียงประเด็นเสริมในทำนองบูชาครูเท่านั้น เพราะในเส้นเรื่องหลัก นิกเคอร์สัน เป็นเพียงเด็กรับใช้วัยกระเตาะในเรือเท่านั้น เขามีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกัปตันและต้นหน แกนหลักของ In the Heart of the Sea พาคนดูไปสำรวจความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณมนุษย์ โดยมีวาฬยักษ์ ระบบทุนนิยม และชีวิตที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนขอบเหวของความเป็นความตายมาช่วยขับเน้นได้อย่างออกรส ตั้งแต่แรกเริ่มที่คนดูได้รู้จัก โอเวน เชส (คริส เฮมส์เวิร์ธ) ต้นหนเรือล่าวาฬฝีมือดี แต่บุญไม่พาวาสนาไม่ส่ง เสียตำแหน่งกัปตันเรือเอสเซกซ์ให้กับ จอร์จ พอลลาร์ด (เบนจามิน วอล์คเกอร์) ทายาทตระกูลใหญ่ทว่าไร้ประสบการณ์ไปเสียฉิบ การออกทะเลในครึ่งแรกของหนัง จึงเต็มไปด้วยการข่มกันไปมา คำพูดดูถูกเหยียดหยาม อุดมด้วยบรรยากาศมาคุอยู่เนืองๆ หายนะที่บังเกิดขึ้นจากความดื้อดึงของพอลลาร์ดที่เหมือนเด็กเอาแต่ใจ หากไม่ได้ประสบการณ์ชีวิตของเชสช่วยไว้ เหล่าลูกเรือก็อาจจะต้องไปพบความตายกันยกโขยง หนังวิพากษ์ระบอบชนชั้นผ่านความรู้สึกนึกคิดและการกระทำของตัวละครทั้งสอง สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงจุดแตกหักนี้ไว้ เห็นจะเป็นความละโมบและหิวกระหายยศฐาบรรดาศักดิ์ที่ทั้งคู่มีร่วมกัน โดยมีมีเดิมพันจากผลผลิตไขวาฬที่ต้องเก็บเกี่ยวกลับไป เพื่อเป็นพลังงานให้แสงสว่างแก่ชุมชนมนุษย์ โดยแลกมาด้วยชีวิตของบรรดาวาฬที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรกับธุรกิจของมนุษย์ทั้งสิ้น ภาพยุทธการล่าวาฬ และการมาถึงของฉาก "น้ำพุเลือด" ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของมนุษย์ สามารถยืนยันชัดเจนถึงเจตนาของ In the Heart of the Sea ว่ามีน้ำเสียงเช่นไรต่อกระบวนการล่าวัตถุดิบดังกล่าว ความโหดร้ายคลุ้งคาวเลือดตรงหน้าถูกโหมประโคมขึ้นราวกับงานฉลองครึกครื้น จนอาจทำเอาชาวสมาคมคนรักสัตว์โลกถึงกับหัวเสีย แต่ธรรมชาติของโลกใบนี้ ย่อมมีวิธีรักษาสมดุลของมันเสมอ วาฬยักษ์จึงถูกส่งมาบดขยี้เรือเอสเซกซ์ อาวุธร้าย และความทะเยอทะยานของมนุษย์ให้ราบเป็นหน้ากลอง อีกทั้งมันยังมีเชาว์สติปัญญา ความคิดจิตใจที่เกินกว่าเพื่อนร่วมสปีชีส์จะมีได้ ราวกับเป็นการส่งตรงจากพระเจ้า (ไม่ก็ซาตาน) หนังทำให้วาฬยักษ์มีสถานะมากกว่าเป็นสัตว์ธรรมดาตัวหนึ่ง แต่เป็นตัวละครที่นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเรื่อง และเป็นค้อนอันมหึมา ที่กะเทาะเปลือกยศฐาและทิฐิของเผ่าพันธุ์ที่คิดว่าตนสูงส่งออกเสียจนเกือบสิ้น หลังหายนะเรือเอสเซกซ์บังเกิดขึ้น ทำให้มหกรรมความหรรษาล่าชีวิตวาฬของ In the Heart of the Sea กลับกลายเป็นความหมองหม่น และโยนบททดสอบข้อแล้วข้อเล่าให้ลูกเรือต้องก้าวข้าม หากครึ่งเรื่องแรกเป็นหนังแอ็คชั่นผจญภัยที่ดูสนุกตื่นเต้น ครึ่งหลังคงเป็นดราม่าว่าด้วยการยื้อชีวิตเพื่อต่อเวลากับมัจจุราช เมื่อเวลาผ่านไประบบความคิดของกัปตันและต้นหน ก็ค่อยๆ เปลี่ยนและละลายการยึดมั่นถือมั่นออกไปทีละน้อย จนเหลือเพียงสัญชาตญาณเอาตัวรอด มองข้ามศีลธรรมจรรยาไม่ต่างจากสัตว์หิวโหย และได้สำเหนียกเสียว่าตนเองมีขนาดและคุณค่าของชีวิตเพียงใดกันแน่ ไม่ว่าจะเทียบกับวาฬที่ถูกคร่าชีวิตไป วาฬยักษ์เพชฌฆาต หรือแม้แต่ผืนน้ำมหาสมุทรกว้างไกล ที่หนังจงใจใส่ภาพกว้างมาให้เราเห็นหลายต่อหลายครั้งอย่างมีนัยยะ จนเราได้เห็นภาวะยอมจำนนของมนุษย์ ที่ยอมศิโรราบต่อพลังที่กราดเกรี้ยว และเลือกทางใครทางมันในที่สุด แม้วาฬยักษ์อาจดูเป็นภัยพิบัติอันโหดร้ายที่สุดในเรื่อง แต่  In the Heart of the Sea ก็จัดแจงบดขยี้ความเป็นมนุษย์ของผู้เหลือรอดหลังผ่านเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นมาซ้ำอีก แสดงความย้อนแยงที่น่าสลดสิ้นดี เมื่อสุดท้ายแล้วอำนาจของเงินตราและระบบธุรกิจก็เป็นสิ่งทรงอำนาจอันไม่อาจหลีกเลี่ยง ในโลกของสัตว์ประเสริฐนี้ กำไรขาดทุนดูจะเป็นของที่พึงให้คุณค่า ตีราคาได้มากกว่าการแตกสลายจิตใจของมนุษย์ ชีวิตสรรพสัตว์เดรัจฉานใดๆ หรือแม้แต่ความเป็นจริงอันโหดร้ายก็ตาม ถึงตอนนี้ปี 2015 การล่าวาฬจะถูกต่อต้านอย่างหนักและลดจำนวนลง ผู้คนหาแหล่งพลังงานอื่นๆ ได้มากมายแล้ว แต่อำนาจแห่งทุนนิยมก็ยังครอบงำ และหลอมรวมไปกับสังคมมนุษย์โลกใบนี้อย่างแยกขาดจากกันมิได้ หรือแท้จริงแล้ว เราอาจต้องการวาฬยักษ์ในรูปแบบอื่นใด มาเตือนสติกันดูสักที 8.5 / 10 ครับ  Lecter. ---------------------------------------------

Footnote อ่านโลกผ่านหนัง : ‘ซูชิ’ ศิลปะแห่งการกิน
Footnote อ่านโลกผ่านหนัง /  ซูชิ / 

"วัตถุดิบแต่ละชนิดมีช่วงเวลาแห่งความอร่อยในอุดมคติอยู่”  ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) นักทําซูชิระดับตํานานอย่าง จิโระ โอโนะ ยังคงวาดฝันถึงซูชิที่มีรสชาติสมบูรณ์พร้อม แม้ร้านสุคิบายาชิของเขาจะได้ชื่อว่าเป็นร้านที่ทําซูชิได้อร่อยที่สุดในโลกแล้วก็ตาม... ตรงข้ามกับซูชิรสชืดที่เราหาซื้อมากินได้ในห้างทั่วไป ซึ่งเต็มไปด้วยสาหร่ายเหนียวหนืด กลิ่นเหม็นคาว หรือวัตถุดิบบี้แบน...บางทีซูชิอาจเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มากกว่าการแล่ปลาดิบชิ้นบางวางโปะลงบนข้าวปั้นสี่เหลี่ยมก้อนเล็กๆ  โดยเริ่มต้นจากปลาส้มในแถบบ้านเรา... ปี 1824 ฮานายะ โชเฮย์ เริ่มแล่ปลาดิบวางลงไปบนข้าวผสมน้ําส้มสายชู...จนปี 2011 จิโระ พ่อครัววัย 85 ยังคง “พยายามขึ้นสู่จุดสูงสุด (แห่งการทําซูชิ) ไม่ว่าจุดสูงสุดที่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตาม โปรดเตรียมท้องให้ว่าง เปิดใจให้กว้าง ก่อนตะลุยสู่ดินแดนแห่งปรัชญาชีวิต จิตวิญญาณ และศิลปะแห่งที่สืบทอดมานานหลายร้อยปี! 1.ข้าวเปรี้ยวหวาน สิ่งแรกที่เราควรให้ความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปลาดิบ ก็คือ ‘ข้าวผสมน้ํา ส้มสายชู’ ซึ่งชาวญี่ปุ่นจะพิถีพิถันตั้งแต่การปลูกโดยปราศจากสารเคมีและดูแลต้นข้าวทุกกระเบียดนิ้ว แม้คนส่วนใหญ่ชอบกินข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาใหม่ๆ แต่ข้าวที่มีอายุสักเล็กน้อยจะเหมาะแก่การทําซูชิมากกว่า โดยพ่อครัวจะติดต่อซื้อข้าวจากแหล่งโดยตรงเพื่อคัดเฉพาะเมล็ดที่โตเต็มที่แล้วนํา ไปผสมกับพันธุ์ข้าวจากแหล่งอื่นๆ จนตรงตามต้องการ เมื่อได้เมล็ดข้าวมาแล้ว หัวใจสําคัญสําหรับข้าวในซูชิก็คือ การหุงโดยใช้น้ําสําหรับปรุงอาหารหรือน้ําธรรมชาติเติมลงไปในหม้อโดยกะปริมาณตามความชื้นและอุณหภูมิในช่วงนั้นอย่างละเอียดอ่อน ทิ้งข้าวหุงสุกไว้จนเย็น (แต่ไม่นําไปแช่แข็ง) แล้วนํามาผสมน้ําส้มสายชูแบบใส อาจใส่น้ําตาลเล็กน้อยเพื่อข่มรสเปรี้ยว ดูวิธีหุงข้าวแบบญี่ปุ่นได้จาก Flavour of Green Tea over Rice (1952) ผลงานสุดคลาสสิกของ ยาสุจิโร โอสุ ซึ่งถ่ายทอดวิถีชีวิตประจําวันอันเรียบง่ายผ่านเหตุการณ์ที่คู่รักคืนดีกันระหว่างเตรียมอาหารมื้อเล็กๆ  2.เจาะกรุสมบัติแห่งธรรมชาติ เม็ดฝนโปรยปรายลงผืนดินในภูเขาพร้อมให้กําเนิดพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ แล้วชะล้างแร่ธาตุจากป่าลงสู่แม่น้ํา ให้ปลากิน และแม่น้ําก็จะชักพาสารอาหารสู่สัตว์น้อยใหญ่ที่แหวกว่ายในทะเลอีกทอดหนึ่ง... การเรียนรู้วัฏจักรที่ก่อเกิดสรรพสิ่งจะช่วยให้พ่อครัวเข้าใจสภาพของแหล่งวัตถุดิบซึ่งส่งผลสําคัญต่อรสชาติ และสามารถคํานวณช่วง ‘ชุน’ หรือช่วงที่วัตถุดิบมีคุณภาพดีที่สุดตามฤดูกาลของมัน เช่น ปลาบางพันธุ์อร่อยสุดเมื่อมีไข่ในท้อง, สะสมไขมันเพื่อรับฤดูหนาว หรือว่ายทวนกระแสน้ําเพื่อวางไข่ เป็นต้น เช่นเดียวกับ ชัค โนแลนด์ ใน Cast Away (2000) ซึ่งประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนต้องติดเกาะร้างอยู่นานปี เขาจึงเอาตัวรอดด้วยการเรียนรู้ธรรมชาติ เช่น การกินมะพร้าวและหัดตกปลา หรือหนูน้อย ซันเป ใน Sanpei the Fisher Boy (2009) ซึ่งมุ่งตกปลาในตํานานจนต้องศึกษากระแสน้ําแหล่งธรรมชาติของปลาและออกเดินทางเลี้ยวลดคดเคี้ยวในป่าใหญ่ นอกจากพ่อครัวต้องคํานึงถึงรสชาติและสารอาหารแล้ว ยังต้องระวังเรื่องพิษในอาหารเป็นพิเศษ เพราะวัตถุดิบเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพของร้านซูชิ เช่น Le Grand Chef (2007) ซุงชานมีอดีตฝังใจจากการถูกกลั่นแกล้งว่าแล่ซาชิมิปลาปักเป้าไม่ดีจนทํา ให้กรรมการยกโขยงเข้าร.พ. เหตุการณ์ครั้งนั้นทําให้เขาเลือกวัตถุดิบเองทุกครั้งอย่างพิถีพิถัน 3.หลากที่ หลายเครื่อง มากรส ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงชันและล้อมรอบด้วยทะเล สภาพอากาศจึงผันแปรตามพื้นที่ ตั้งแต่เขตหนาวเหน็บอย่างฮอกไกโดไปจนถึงเขตร้อนอย่างคิวชูและโอกินาวา ซึ่งพืชและสัตว์ต่างสายพันธุ์จะเลือกอาศัยในอุณหภูมิที่เอื้อต่อการดํารงชีวิตของมันจนเกิดวัตถุดิบเฉพาะแห่ง แล้วพัฒนาเป็นซูชิรสท้องถิ่น เช่น ฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องปลาเฮอร์ริง แซลมอน และปลาหมึกกล้วย หรือโตโฮคุมักใช้สมุนไพรบนภูเขามาทํา เป็นหน้าซูชิ ฯลฯ วิคเตอร์ เชฟหนุ่มใน Letters to Juliet (2010) ฝักใฝ่ในอาหารท้องถิ่น จนทิ้งการฮันนีมูนไปตระเวนหาวัตถุดิบและสูตรชั้นยอดจากเมืองต่างๆ ในอิตาลี   4.ปั้นซูชิตํา รับบูชิโด ชิ้งงง เสียงพ่อครัวใช้หินลับมีดเล่มโปรดอย่างระมัดระวัง เพราะนอกจากมันจะเป็นมีดเหล็กกล้าราคาแพงหูฉี่แล้วยังเป็นอาวุธคู่ใจที่ใช้แล่ปลาได้เรียบสวยเป็นเหลี่ยมมุมและไม่ทําให้เนื้อปลาฉีกขาดเหมือนมีดแสตนเลสทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสาวทวงแค้นใน Kill Bill: Vol. 1 (2003) ซึ่งขอให้ ฮัตโตริ ฮันโซ อดีตนักตีดาบผู้ผันตัวมาเป็นพ่อครัวซูชิ สร้างดาบสุดแกร่งในตํานานให้ แต่หนังก็ไม่ได้เว่อร์เกินหรอกนะเพราะจริง ๆ แล้วมีดของพ่อครัวซูชิก็สืบทอดจากดาบซามูไรซึ่งคมกริบไม่หักไม่งอ เมื่อแล่ปลาแล้วต้องปรุงวัตถุดิบให้ขับเน้นรสธรรมชาติออกมาโดยพิจารณาว่า สิ่งไหนควรกินดิบ หมักหรือปรุงสุก จากนั้นจุ่มมือในน้ําเย็นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย แล้วนําข้าวกับเครื่องปรุงมาปั้นเป็นซูชิทรงพัดกระดาษ โดยส่วนใหญ่จะปั้น 5 ครั้ง (หากมากกว่านั้นอุณหภูมิของมือ จะทําให้วัตถุดิบเสียความสดใหม่และบีบข้าวมากไปจนแข็ง) ให้ข้าวสมดุลกับชิ้นปลาจนได้รสชาติเลิศรส ดูวิธีแล่ปลาและปั้นอย่างเหมาะสมได้ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) ซึ่งตีแผ่ชีวิตพ่อครัวระดับตํา นานอย่าง จิโระ โอโนะ ผู้ไขว่คว้าหาซูชิที่สมบูรณ์แบบ 5.วาซาบิ จี๊ดดด...เต็มพิกัด ใน Wasabi (2001) พนักงานเสิร์ฟถ้วยใส่วาซาบิพร้อมขวดโชยุ ก่อนฮูเบิร์ตจะโชว์เหนือด้วยการหยิบวาซาบิกินเปล่าๆ และ Jackass: the Movie (2002) ทําฮาโดยนําวาซาบิมาละเลงในโชยุ แล้วสูดเข้าจมูกเต็มๆ ! ทั้งสองเรื่องแสดงพฤติกรรมจิ้มซอสอย่างผิดๆ จนคนปลูกวาซาบิอาจร้องไห้เพราะรสฉุนเผ็ดจะหายไปง่ายๆ เมื่อสัมผัสออกซิเจน! การกินให้ได้รสชาติจัดจ้านต้องจุ่มด้านที่เป็นหน้าของซูชิลงไปในโชยุ โดยสัมผัสแค่ปลายชิ้น (ไม่จุ่มลงไปทั้งก้อนเพราะจะทํา ให้ข้าวดูด ซับโชยุมากเกินไป) ส่วนวาซาบิจะไม่ขูดทิ้งไว้ให้สัมผัสอากาศโดยตรง แต่ มักทาบางๆ ไว้บนข้าวซูชิส่วนที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อปลาแทน 6.เอาใจรายคน จะกินทั้งที เอ๊ะ ทํา ไมไม่บอกราคาในเมนู... ก็เพราะทุกๆ เช้า ร้านซูชิเปี่ยมคุณภาพมักเลือกซื้อปลาที่ดีที่สุดในท้องตลาดมาตีราคาอย่างแฟร์ๆ วันต่อวันว่าพวกเขามีปลาชนิดใด คุณภาพระดับไหนมานําเสนอ นอกจากนี้ทางร้านยังพยายามขายสินค้าให้เกลี้ยงภายในวันนั้นเลย เพื่อพรุ่งนี้จะได้ซื้อของสดใหม่มาให้ลูกค้าลิ้มรสอีก พ่อครัวซูชิต้องสังเกตรสนิยมของลูกค้าแต่ละคนเพื่อให้จัดเรียงซูชิได้ตรงใจ โดยทุกครั้งพ่อครัวจะไม่เตรียมวัตถุดิบจนเสร็จสรรพเพราะเมื่อปลาทํา ปฏิกิริยากับอากาศจะสูญเสียความสดใหม่ แต่เขามักลงมือทําพร้อมโชว์ศิลปะการปั้นทันทีที่ลูกค้าอยากทานเท่านั้น (แม้วิธีนี้จะเอื้อให้ลูกค้าสั่งอาหารอย่างอิสระ แต่หากกลัวงบกระฉูดก็สามารถสั่งเซ็ตรวมที่มี 7-9 ชิ้นได้เช่นกัน) สังเกตการสั่งอาหารในร้านซูชิอย่างถูกต้องได้ใน Defending Your Life (1991) เมื่อ แดเนียล ใช้ชีวิตหลังความตายด้วยการเข้าร้านซูชิ เขาเลือกนั่งที่บาร์แล้วถามพ่อครัวว่าอาหารอะไรสดที่สุดในวันนั้น ส่วนพ่อครัวก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเขาระหว่างเสิร์ฟ (การพูดคุยช่วยสานสัมพันธ์อันดีและว่ากันว่าพ่อครัวควรจํา ตั้งแต่ชื่อลูกค้า ไปจนถึงชื่อลูกเมียของเขาเลยทีเดียว) ตรงกันข้ามกับพนักงานร้านซูชิใน Woman on the Beach (2006) ซึ่งเพิกเฉยและไม่ยอมบริการลูกค้า จน จุงเร กราดเกรี้ยวใส่ 7.ทูนา เจ้าแห่งปลาทั้งมวล เดิมทีคนญี่ปุ่นนิยมกินปลาชิราอุโอะ แต่พอเริ่มลิ้มลองเนื้อวัวก็หันมาเชิดชูรสปลาทูนา ด้วยเส้นลายไขมันเรียงตัวสวยที่มาพร้อมรสชาติเข้มข้นคล้ายเนื้อวัวแต่มีรสตกค้างในปากน้อยกว่า... ข้ามฟากมาอีกซีกโลก ณ อเมริกา ทูนาเป็นเพียงอาหารราคาถูก โดยนําเศษเนื้อมาบดรวมกันแล้วอัดกระป๋องขาย ชาวตะวันตกจึงไม่เข้าใจรสชาติซูชิ พวกเขาแพ้ทางกลิ่นสาหร่าย รสฉุนขึ้นจมูกของวาซาบิ และเนื้อดิบแฉะของปลา ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจาก Scenes from a Mall (1991) เมื่อ วูดดี อัลเลน มาในคราบของ นิค ชายหนุ่มผู้พร่ําบ่นรสซูชิในห้างว่ามัน “โคตรแพงเลยสําหรับอาหารทําจากปลาตาย” ต่อมาไม่นานซูชิกลับแพร่หลายไปทั่วโลก ทุกเช้าตอนตี 5 ตลาดซึคิจิซึ่งเป็นตลาดปลาแห่งใหญ่ในโตเกียวจะอัดแน่นไปด้วยลูกค้ากว่าแสนคนที่จ้องประมูลทูนาขนาดยักษ์เข้าร้านสินค้าส่งออก-นําเข้าในตลาดแห่งนี้สร้างเม็ดเงินมหาศาลกว่าพันล้านเยน จนเมื่อพระอาทิตย์สาดแสงตอน 7 โมงเช้า สมรภูมิซื้อ-ขายอันดุเดือดจะสงบลง วัฒนธรรมแดนปลาดิบกลายเป็นอาหารที่นานาชาติยอมรับไม่เว้นกระทั่งแม่บ้านฝรั่งเศสใน The Hedgehog (2009) ผู้มองตัวเองว่า อ้วน แก่ น่าเกลียด แถมยังเป็นแม่ม่าย แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อไปเดตกับชาวญี่ปุ่นในร้านซูชิ เธอค่อยๆ ซึมซับกระแสนิยมพร้อมๆ กับยอมรับตัวเอง หรือ ใน Sushi: The Global Catch (2011) สารคดีที่จับตาการเติบโตอย่างรวดเร็วของวัฒนธรรมซูชิ และตั้งคําถามว่าพฤติกรรมการบริโภคมหาศาลจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติเช่นไร 8.ซูชิกลายพันธุ์ ลัดฟ้ามาสู่อีกซีกโลกทั้งที พ่อครัวญี่ปุ่นจึงเอาใจฝรั่งด้วยการใส่ส่วนผสมแปลกใหม่อย่าง เนื้อ หมูไก่ แฮม แซลมอนรมควัน มะเขือเทศ ฯลฯ ลงไปในซูชิด้วย แถมคิดค้นสูตร ‘แคลิฟอร์เนีย โรล’ ซึ่งมีทั้งเนื้อปู แตงกวาและอโวคาโด (เชื่อว่ามีรสมันเข้มข้นคล้ายทูนา) แล้วกลับสาหร่ายเข้าด้านในซูชิเพื่อกลบกลิ่น ที่เด็ดกว่านั้นคือ เนียวไตโมริ หรือการเสิร์ฟซูชิที่วางบนตัวสาวเปลือยสุดเซ็กซี ซึ่งแม้จะไม่ได้พบเห็นทั่วไปในญี่ปุ่นแต่มันก็กลายเป็นภาพจําในสื่อต่างๆ และดึงดูดนักท่องเที่ยวจํานวนมหาศาลให้มาลองของวิธีนี้ต้องใช้ผู้หญิงที่ถูกฝึกให้นอนนิ่งๆ ได้นานหลายชั่วโมง ผิวไม่แพ้อาหารเย็นๆ และเป็นคนรักษาความสะอาด...สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามันเป็นศิลปะหรือการเหยียดเพศอย่างรุนแรงกันแน่ Map of the Sounds of Tokyo (2009) หนังสเปนซึ่งให้พนักงานสาวในตลาดขายปลารับอาชีพเสริมเป็นนักฆ่า โดยถูกวิจารณ์ว่าเสนอภาพเนียวไตโมริราวกับมีอยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น หรือใน Sex and the City (2008) เมื่อ ซาแมนธา โจนส์ พยายามชนะใจชายหนุ่มด้วยการเปลื้องผ้าแล้ววางซูชิลงบนตัว 9.รัชทายาทคนต่อไป การสืบทอดวิถีแห่งซูชิไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาฝึกฝนวิทยายุทธเกือบ 10 ปี อันได้แก่ 2 ปีแรก ทําความสะอาดร้านและในครัว / 2 ปีถัดมา เรียนรู้วิธีหุงข้าว / 3-4 ปีให้หลัง หัดเลือกซื้อวัตถุดิบและแล่ปลา โดยทั้งหมดนี้ต้องผ่านบททดสอบสุดหินอย่างการทํา ซูชิปลาโคฮาดะ (แล่ปลาที่มีก้างเล็กๆ เยอะแล้วหมักด้วยน้ําส้มสายชู) หรือทํา ซูชิปลาไหล (ใช้ซอสบางๆ ทาแทนวาซาบิ ซึ่งทํามาจากน้ําต้มซุปปลาไหลที่สะสมไขมันเข้มข้นนานหลายปี) การเรียนรู้วิชาซูชิก็คล้ายกับใน The Ramen Girl (2008) เมื่อ แอ็บบี สาวอเมริกันที่ชีวิตมาถึงทางตัน ได้กินน้ําซุปราเม็งแสนเลิศรส เธอจึงตัดสินใจขอเรียนรู้วิธีทําจากปรมาจารย์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การทําความสะอาด ผ่านการฝึกฝนอันยากลําบากจนในที่สุดก็ทําราเม็งเป็น นอกจากฝีมือแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดของการทําซูชิคือจิตใจที่อยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อย ซึ่งใน No Reservations (2007) เราจะเห็นชีวิตของกุ๊กเปลี่ยนไปเมื่อเธอรับเลี้ยงเด็ก จากเดิมที่ทําอาหารตามตํารา ก็หันมาคํา นึงถึงจิตใจของลูกค้า **เรียบเรียงจากคอลัมน์ Footnote : ศิลปะ ‘ซูชิ’ เมื่อชีวิตควรค่าแก่การกิน โดย สุภัชา ทิพเสนา / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 119 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

บอกละเอียดยิบ! ดวงการงาน 12 ราศี เดือนพฤศจิกายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12 ราศี ประจำเดือน พฤศจิกายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ดวงไม่ค่อยรุ่งทำอะไรเป็นมีคนคอยจ้องจับผิดตลอด  คนรอบข้างนำปัญหาร้อนใจมาให้ พยายามอย่าไปรับปากใครสุ่มสี่สุ่มห้าจะต้องมาเดือดร้อนเสียเอง การทำงานถ้าทำเป็นทีมเข้าขากันไม่ได้เลย ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ช่วงนี้ระวังคำพูดสักนิด เกิดพูดผิดพลาดไปจะผิดใจกันเปล่าๆ “ไพ่พิเภก” (ไพ่ The Magician) หัวสมองปลอดโปร่ง มีงานเสริม เจรจาขอความช่วยเหลือสำเร็จทุกราย กลางเดือน ทำงานอึดอัด ต้องทำในงานที่คุณไม่ถนัดและไม่สามารถปฏิเสธได้ ยิ่งมีทั้งเสือสิงห์กระทิงแรดคอยจับตาดู คู่แข่งคุณก็ไม่พลาด จ้องเล่นงานตลอด ขยับตัวไม่ค่อยถนัด สิ้นเดือน รอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ช่วงกลางมีการย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบเรื่องงาน การทำงานก้าวหน้า แต่เวลานี้ห้ามอยู่เฉย ต้องลุกขึ้นมาแสดงความสามารถ มีความคิดเห็นอะไรพูดออกไปได้เลย ดวงผู้ใหญ่สนับสนุนอยู่แล้ว งานด้านเจรจา งานต่างประเทศเป็นไปตามเป้าหมาย คุณที่อยากเปลี่ยนอยากย้ายมีโอกาสเหมาะ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) เริ่มคิดแผนการอันชั่วร้าย มีอะไรหลายอย่างอยู่ในหัว ทุกอย่างจะสำเร็จได้ต้องมีนอกมีใน การทำงานขึ้นๆลงๆ เป็นเวลาที่คุณต้องรีบฉวยโอกาส อยากทำอะไรให้รีบลงมือทันที เพราะถ้าเลยช่วงนี้ไปแล้วจะไม่มีโอกาสดีสำหรับคุณ หนักไปในเรื่องความขัดแย้ง การถกเถียง งานหนักเอาการ กลางเดือน ความเจ้าเล่ห์เพทุบายเริ่มเข้ามาอีกครั้ง คุณมีไหวพริบเป็นเยี่ยมทำให้ใครต่อใครทำงานให้คุณตามแผนที่วางไว้ การทำงานแคล่วคล่องว่องไว ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ คุณเองก็เริ่มเปล่งรัศมี ตำแหน่งหน้าที่การงานก้าวหน้า แต่เหนื่อยหน่อย มีการแข่งขันพิสูจน์ความสามารถ ถ้าทำอย่างเต็มที่ไม่แพ้ใครแน่นอน ปลายเดือน คนใกล้ชิดเริ่มเข้ามาก้าวก่ายชีวิตประจำวันคุณมากขึ้น คอยบอกคอยกำกับทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ฟังไว้ก็ไม่เสียหาย การทำงานให้รีบขยันขันแข็งจะมีผู้ใหญ่เห็นความดี ทำธุรกิจกับครอบครัวก้าวหน้า รู้สึกกังวลได้รับมอบหมายงานที่ไม่ถนัด อยากเปลี่ยนอยากย้าย สิ่งแวดล้อมปลอดโปร่งแมวไม่อยู่หนูร่าเริง ทำงานได้อย่างสบายใจ ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) เจอแต่เรื่องน่าปวดหัว ช่วงนี้คุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยอยู่ ขี้หงุดหงิดง่าย ทั้งดื้อทั้งแรง ทำให้เรื่องงานขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาบ่อย ต้องคุมตัวเองบ้าง ความคิดของคุณมาถูกทางแล้ว เพียงแต่รอโอกาสที่จะพูด ให้เหตุผล ผู้บังคับบัญชาถึงจะคล้องตาม แต่ถ้าใจร้อนใช้อารมณ์คงจะหมดโอกาส มีดวงในการเปลี่ยนงาน การทำงานขยับขยาย กลางเดือน เกิดอาการเหม่อลอยบ่อย “ไพ่ฝ่าพงไพร” (ไพ่ 9 ถ้วย) นั่งคิดทบทวนเรื่องเก่าๆ จมอยู่กับความผิดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ อะไรที่รู้ว่าแก้ไขไม่ได้แล้วควรปล่อยไปซะ คุณมีโอกาสดีๆมารออยู่ การทำงานอารมณ์เสียเพราะคอยเกี่ยงงาน คุณเองไม่ชอบเอาเปรียบใคร และไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบเลยยอมไม่ค่อยได้ มีปากมีเสียงกับเพื่อนร่วมงาน เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่เข้าข้าง สิ้นเดือน การทำงานมีความริเริ่ม โดดเด่น เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ช่วงนี้คิดอะไรได้ให้รีบเสนอ คุณมักนำสิ่งใหม่ๆมาให้ที่ทำงานเสมอ ช่วงปลายได้เพื่อนดีคอยสนับสนุน เป็นแรงผลักดันให้ก้าวหน้า ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ช่วงนี้อารมณ์ปรวนแปรเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าใกล้ มีเหตุให้ต้องหงุดหงิดอยู่บ่อยๆจากผู้อื่น “ไพ่พิเภกถูกเนรเทศ” (ไพ่ 2 เหรียญ) การทำงานไม่แน่ไม่นอน ต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์ผู้บังคับบัญชาด้วย พยายามทำตัวตามน้ำ อย่าไปฝืน มิฉะนั้นเกิดความขัดแย้งแน่ ช่วงนี้อย่าไปยุ่งเรื่องคนอื่นมากจะเดือดร้อนเอง มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องงาน  กลางเดือน การทำงานก้าวหน้าสุดๆ มีโอกาสได้เปลี่ยนงาน หยิบจับงานใหม่ เป็นงานที่คุณชอบและถนัด ผลงานจึงออกมาดี ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ค่อยได้อยู่ติดที่ จะเหมาะมาก ปลายๆไอเดียกระฉูด บริวารและคนรอบข้างให้การสนับสนุนเต็มที่ สิ้นเดือน “ไพ่พระนารายณ์” (ไพ่ ราชาคทา) ความกระตือรือร้นเต็มเปี่ยม ช่วงนี้อยู่นิ่งไม่ค่อยได้ หานั่นทำนี่ตลอด แต่อยากจะเตือนไว้สักนิด ให้ใช้เหตุผล มากกว่าอารมณ์ เพราะช่วงนี้คุณเริ่มใจร้อนทำให้แผนที่วางไว้เสียได้ การทำงานมีโอกาสเหมาะในการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ระวังจะเจอเรื่องน่าเบื่อ หงุดหงิดอารมณ์เสียกับคนใน เจรจาปรึกษามีแต่ความขัดแย้ง ต้องใจเย็นๆแล้วปัญหาจะคลี่คลายได้เอง ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) อารมณ์ขึ้นลง ช่วงนี้เป็นทั้งนางฟ้าและซาตานในเวลาเดียวกัน ใครอย่ามาแหย่ให้ฉุนทีเดียว ยากในการห้ามปาม การทำงานรู้สึกเหมือนสิ่งที่ทำมันไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ก็คงถึงเวลาที่ต้องแสวงหากันใหม่ ช่วงนี้ใกล้ชิดใครความคิดมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามคนๆนั้นได้ง่ายต้องระวังด้วย กลางเดือน เริ่มออกลาย ความเจ้าเล่ห์เพทุบายไม่แพ้ใครเลย ช่วงนี้แผนการที่วางไว้สำเร็จได้โดยง่าย มีความสามารถพิเศษทำอะไรหลายๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน การทำงานแม้จะวุ่นวาย มีงานหลายอย่าง แต่คุณก็ไม่หวั่น เมื่อนึกถึงเงินเข้ามา งานก็เดินได้อย่างมีพละกำลัง การที่จะสำเร็จได้คงต้องอ่อนน้อมรู้จักพูด รู้จักเข้าหาผู้ใหญ่ ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม สิ้นเดือน “ไพ่ค่อมกุจจียุยง” (ไพ่ 6 ถ้วย) มักมีโอกาสได้เจอะเจอเพื่อนเก่า คนคุ้นเคยเก่าๆ ทำให้ได้เฮฮา ระลึกถึงความหลังอีกครั้ง ช่วงนี้เรื่องบางเรื่องที่คาใจจะได้ปลดปล่อย การทำงานวุ่นวายมีการปรับเปลี่ยนที่ทางบ้าง แต่ไม่เป็นปัญหา ช่วงนี้ให้คิดดีทำดีแล้วคุณจะได้ผลตอบแทนที่ดี จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ รักษาโอกาสของตัวเองให้ดี ให้ระวังอึดอัดน้ำท่วมปากต้องรับผิดชอบในเรื่องที่ไม่ถนัด ไม่สามารถปฏิเสธได้ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) “ไพ่จองจำพิเภก” (ไพ่ 8 ดาบ) รู้สึกห่อเหี่ยว คิดหวังอะไรจากคนรักมักต้องผิดหวังกลับมา ช่วงนี้รักคือการให้ ให้เขาแล้วเรามีความสุขเป็นดีที่สุด คนโสดตื่นเต้นมีคนมาสารภาพรัก มีของขวัญ แต่อย่าเหลิงจนลืมความเป็นจริง  การทำงานเจอแต่เพื่อนร่วมงานที่เห็นแก่ตัว งานไม่เดิน คุณเองเบื่อสภาพนี้เต็มที แต่ก็ยังไม่มีโอกาสดีๆในการปรับเปลี่ยน มีคนชักชวนลงทุนหรือทำอะไรใหม่ๆคิดให้ดีก่อน อาจต้องเสียใจภายหลัง กลางเดือน การทำงานแคล่วคล่องว่องไว เก่งทุกเรื่อง แถมได้แสดงฝีมือในสิ่งที่คุณถนัด ใครๆก็ต้องยอมรับ ผู้บังคับบัญชาต้องมาพึ่งพา งานก้าวหน้าไปอีกขั้น แต่จะมีปัญหาจากคู่แข่งบ้าง อย่าไปหัวเสียจะทำให้คู่แข่งได้ใจ ยังไงคุณมีภาษีดีกว่าอยู่แล้ว ปลายเดือน การทำงานกระตือรือร้น มีโอกาสได้หยิบจับงานใหม่ ใครที่อยากลงทุนกิจการของตัวเองประสบความสำเร็จ แต่เกี่ยวกับบริวาร เพื่อนร่วมงานยังทำให้หงุดหงิดอยู่บ้าง ทำอะไรด้วยตัวเองได้ก็ทำไปก่อน หวังพึ่งพาใครลำบาก มีแต่คนไม่อยากช่วย ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ไม่มีอะไรหวือหวา แต่ก็น่าประทับใจ ช่วงนี้คุณได้ทำตามฝัน มีดวงเดินทางไกล  การงานก้าวไปอย่างช้าๆแต่มั่นคง คุณได้รับการหยิบยื่นโอกาสดี ให้รีบตัดสินใจรับไว้จะนำความก้าวหน้ามาให้ การปรับเปลี่ยน โยกย้ายไม่น่าเป็นห่วงทำให้คุณก้าวหน้ากว่าเก่า ช่วงนี้งานที่ต้องใช้สมอง ใช้ความคิด ได้ไอเดียดีๆ มีชื่อเสียง กลางเดือน ทำงานไม่ได้ดังใจสักเรื่อง ที่คิดไว้มีอันต้องล้มเลิก ผิดหวัง ทำใจให้เย็นลงอีกนิด อ่อนน้อมขึ้นมาอีกหน่อย แค่นี้คุณก็ได้รับความนิยมเหมือนเดิม ช่วงนี้เข้าหา เจรจากับผู้ใหญ่ประสบความสำเร็จ ได้เพื่อนดี ครอบครัวดี คอยหนุน ปลายเดือน “ไพ่พระฤษีชนก” (ไพ่ Hermit) มีเดินทางไกล เปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่ที่ทำงาน แต่เป็นในทางที่ดีขึ้น การทำงานเป็นช่วงเวลาของการแสวงหา อยากทำอะไรใหม่ๆ ช่วงนี้มีโอกาสได้หยิบจับสิ่งใหม่ๆสมใจ แต่ออกจะโดดเดี่ยวต้องช่วยเหลือตัวเอง  กล้าคิดกล้าทำจะเกิดความสำเร็จ คุณที่คิดเปลี่ยนงานให้รีบส่งใบสมัคร ได้ลุ้นงานใหม่แน่นอน ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ดวงการงาน ต้นเดือน ผู้ใหญ่เริ่มเข้ามามีบทบาทกับคุณมากขึ้นทั้งเรื่องงาน ที่บ้าน แต่อย่าพึ่งร้อนใจ เพราะช่วงนี้คุณมีดวงอุปถัมภ์ ที่ผู้ใหญ่เข้ามาจะทำให้ชีวิตดีขึ้น การงานช่วงต้นๆจะยุ่ง วุ่นกับการปรับเปลี่ยน งานเอกสารแก้ไข แต่พอสะสางเสร็จแล้วงานจะก้าวหน้าขึ้น ได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ได้รับโอกาสดีกว่าคนอื่น เหมาะกับการลงทุน ขวนขวายทำสิ่งที่ฝัน “ไพ่พระลบ” (ไพ่ ราชาถ้วย) เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีคนมาขอความช่วยเหลือ ขอคำปรึกษา เรื่องคนอื่นต้องยกนิ้วให้คุณเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องตัวเองเหมือนเส้นผมบังภูเขา คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก การงานลุ่มลึกมาแรงแซงโค้ง ตอนนี้คะแนนนำโด่ง ผู้บังคับบัญชาไว้วางใจให้เป็นมือขวา แต่อย่าเพิ่งออกฤทธิ์ ทำอะไรอย่าข้ามหน้าข้ามตา มีดวงศัตรูคอยอาฆาตจ้องเล่นงานอยู่ ปลายเดือน เจอเรื่องเครียดๆรายล้อม ทั้งปัญหาเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว พลอยทำให้สุขภาพแย่ไปด้วย “ไพ่วิตกนางสีดา” (ไพ่ 9 ดาบ) การงานอึดอัดใจ มีคนขอให้ช่วยจนรู้สึกไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว จะปฏิเสธก็น้ำท่วมปาก คุณดันเก่งทุกเรื่องเลยต้องมานั่งแก้ปัญหาให้คนนั้นคนนี้ ช่วงปลายถึงจะมีที่พึ่งบ้าง ได้เพื่อนคู่คิด มีคนมาแบ่งเบาภาระ แต่ก็ต้องตามติดเพื่อให้เรียบร้อย ถ้ามัวแต่นั่งกระดิกเท้ามีหวังถูกหมั่นไส้ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) “ไพ่หนุมานถวายคันศร” (ไพ่ 8 คทา) มีเหตุให้ต้องไปนั่นมานี่ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานจะสำเร็จด้วยดี ช่วงนี้บรรยากาศในการทำงานแจ่มใส คิดหวังทำอะไรก็ประสบผลสำเร็จ งานท่องเที่ยว ทัวร์ งานต่างประเทศกำลังพุ่งแรง แต่ปลายๆยังต้องระวังตัวบ้าง จะมีปัญหากับผู้ใหญ่ คู่แข่งที่ไม่ประสงค์ดี ถ้ามัวแต่ชักช้าลังเลจะถูกคนอื่นแซงหน้าได้ กลางเดือน การทำงานมีการโยกย้าย ปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น ถ้ากำลังมองหางานใหม่ก็มีจังหวะที่ดี พยายามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการให้เจอ และมุ่งไปที่สิ่งนั้นจะประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม สิ้นเดือน ช่วงนี้ดีเป็นเรื่องๆ “ไพ่พระลักษมี” (ไพ่ ราชินีคทา) งานดี โดดเด่น ยิ่งงานที่ต้องพบปะ ติดต่อ คุณทำได้ดีเป็นที่พอใจของผู้บังคับบัญชา แต่เจ้านายช่วงนี้ก็ขึ้นๆลงๆ ทำให้คุณเริ่มหงุดหงิด ต้องพยายามเข้าหาให้ถูกจังหวะ ไม่เช่นนั้นก็คงไม่รอดเหมือนกัน สิ่งที่คิดที่หวังเริ่มใกล้ความเป็นจริง มีโอกาสได้พบเจอคนมีชื่อเสียง มีคำแนะนำดีๆที่ได้ไป ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) มาแบบม้ามืด แซงหน้าทุกเรื่อง เก่งทุกทาง ช่วงนี้โอกาสเข้ามาทำให้คุณได้เริ่มต้น ได้สร้างฝันหลายๆอย่าง การทำงานคล่องแคล่ว เรียนรู้ไว ได้รับการหยิบยื่นโอกาส เรียกว่าเป็นช่วงทองของคุณทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ วางแผน จะมีผลงานได้รับการยอมรับ งานก้าวหน้า มีทางเลือกให้กับตัวเองมากขึ้น กลางเดือน ยับยั้งชั่งใจไม่ค่อยได้ มีปัญหากับคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย พอจะอารมณ์ดีขึ้น เพราะได้ข่าวดีเรื่องงาน การทำงานถ้าเป็นงานที่พึ่งตัวเองเป็นหลัก มีผลงานเป็นที่พอใจ แต่ก็ต้องลดทิฐิความดื้อลงบ้าง บางครั้งอาจไม่ได้รับการยอมรับเต็มร้อยจากผู้ใหญ่ ส่วนถ้าต้องทำงานเป็นทีม เตรียมใจรับกับเรื่องวุ่นวายได้เลย คุณเข้ากับใครไม่ค่อยได้ สิ้นเดือน มีดวงเดินทางไกล แต่ต้องพบปัญหาติดขัดตลอด “ไพ่นางสีดาลุยไฟ” (ไพ่ อัศวินคทา) ความขัดแย้งมาแรง ไม่ว่าจะทำอะไรมักมีคนขวาง ช่วงนี้ให้ช้าๆไว้ก่อน การทำงานเจอคนคอยจับผิด ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ช่วงนี้พยายามเข้าเมืองตาหลิ่ว หลิ่วตาตามไปก่อน เพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมา สิ่งที่คาดหวัง ความก้าวหน้าต่างๆจะถูกบั่นทอน ใครที่กำลังอยากเปลี่ยนอยากย้ายคงต้องอดทนทำไปก่อน ยังไม่มีจังหวะ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม)  “ไพ่รถศึก” (ไพ่ The Chariot) ชีพจรลงเท้า ดวงเดินทางเด่นมาก ถึงแม้ไม่อยากเดินทางไปไหน ก็ต้องมีเหตุการณ์ให้ต้องไปต้องโยกย้าย เดินทางจนได้ การทำงานหยิบนั่นจับนี่ให้วุ่น ชอบทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียว ทั้งงานหลักงานเสริม แต่สุดท้ายก็เคลียร์ได้สำเร็จ ช่วงนี้มีเหตุให้วางมวยกับเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา เตือนไว้ก่อนอย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงดีกว่า งานจะได้ก้าวหน้า กลางเดือน ช่วงนี้สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเรื่องคำพูด มักจะโผงผางตรงจนเกิดเรื่อง “ไพ่พระอิศวร”(ไพ่ ราชาดาบ) งานไม่เดินเพราะมัวแต่ตั้งแง่ วางชั้นเชิงกับผู้บังคับบัญชา มีเหตุถูกตำหนิเรื่องงานที่รับผิดชอบ มีดวงในการเปลี่ยน หรือย้ายงาน ถ้ากำลังเบื่อให้รีบส่งใบสมัครไปให้ทั่วจะมีข่าวดี สิ้นเดือน ใจร้อน ไม่ฟังใครจนเป็นเหตุให้เกิดความผิดใจกันตามมา ช่วงนี้มีเรื่องขัดแย้งกับคนใกล้ตัวบ่อยมาก ให้ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์จะดีกว่า การทำงานโดนเพิ่มความรับผิดชอบ แต่เงินเดือนเท่าเดิม ทำให้อารมณ์เดือดอยู่เหมือนกันแต่ทำอะไรมากไม่ได้  ช่วงนี้พอมีโอกาสสำหรับงานเสริม การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ แต่ยังไงก็ต้องไม่ข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่ด้วย ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) “ไพ่พาลีได้ชัย” (ไพ่ Strength) หลายสิ่งหลายอย่างเข้ามาวนเวียนในหัว ต้องใช้เหตุผลในการตรึกตรองตัดสินใจ ช่วงนี้ต้องพยายามข่มอารมณ์ เมื่อไรใจร้อนหงุดหงิดจะเกิดเรื่องเดือดร้อน การทำงานไม่แน่ไม่นอนขึ้นอยู่กับอารมณ์ผู้บังคับบัญชา ตัวคุณเองก็แสนดื้อ ยอมใครเป็นเสียเมื่อไหร่ ช่วงนี้ต้องนอบน้อม เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตามถึงจะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ กลางเดือน เพื่อนล้นปรี่ ใครๆก็ต่างมารุมล้อม มีที่ปรึกษา มีคนคอยช่วยเหลือ คิดอยากทำอะไรก็เป็นเรื่องง่าย การทำงานเริ่มมีความคิดอยากลงทุน อยากทำอะไรเป็นของตัวเอง ช่วงนี้พอทำได้ แต่ให้ทำกับเพื่อนสนิทหรือครอบครัวมีความก้าวหน้ามากกว่าทำเองคนเดียว มีโอกาสดีในการเปลี่ยนงานย้ายงาน ให้รีบส่งใบสมัคร กับเพื่อนฝูงที่ทำงานคอยช่วยเหลือดีไม่มีปัญหา สิ้นเดือน “ไพ่ขันธกุมาร” (ไพ่ เจ้าชายดาบ) มีเรื่องคิดจุกจิกร้อยแปด คนรอบข้างมักทำให้เสียความรู้สึก การทำงานมีแต่การเกี่ยงงาน โยนความผิดจนมีความรู้สึกเบื่อ งานก็ยุ่งอยู่แล้วยังต้องมาเบื่อเรื่องคนอีก พวกงานตัวเลข เอกสารต้องระวังให้มาก มีเปอร์เซ็นต์จะทำผิดพลาดถูกตำหนิสูง มีเรื่องขัดแย้งในที่ทำงาน อาจบานปลายเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวพันหัวหน้างาน รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.MThai.com

สาวโพสต์แจง ไม่ใช่หญิงถูกแก๊งวัยรุ่นรุมข่มขืน-โยนทิ้งเหว
ข่าวข่มขืน /  ข่าวจังหวัดพัทลุง / 

สาวโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง หลังมีคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเหยื่อถูกแก๊งวัยรุ่นรุมข่มขืน-โยนทิ้งเหว  หลังจากเกิดคดีสะเทือนขวัญที่กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่า และทำการข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ หลังเรื่องดังกล่าวตกเป็นข่าวดังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งได้เข้าไปค้นหาเฟซบุ๊กฝ่ายชายซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต และย้อนดูในไทม์ไลน์เฟซบุ๊กของผู้ตายประมาณ ช่วงเดือนเมษายน 2558 ที่ผ่านมา ก็ได้พบว่าผู้ตายได้ถ่ายภาพคู่กับหญิงสาวท่านหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก ดูท่าทางสนิทกัน ทำให้ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งตีความไปว่า หญิงที่ปรากฏในภาพดังกล่าวคือเหยื่อที่ปรากฏอยู่ในข่าว ถูก 4 วัยรุ่นขืนใจก่อนโยนทิ้งเหว แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา สมาชิกเฟซบุ๊ก น้อง' ฟิล์ม  ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในภาพดังกล่าวได้ออกมายืนยันว่า เธอไม่ใช่เหยื่อเคราะห์ร้ายที่ปรากฏอยู่ในข่าว เธอไม่ได้ถูกแทงและถูกข่มขืนอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจผิด แต่ยอมรับว่าเป็นแฟนเก่าของผู้ตาย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พยายามของให้ผู้ตายลบภาพเธอออกไปแล้ว แต่ฝ่ายนั้นไม่ได้ลบ อยากจะให้ทุกคนเข้าใจเพราะ ขณะนี้เครียดหนัก พร้อมระบุว่าเธอไม่รู้จักคนร้ายสักคน MThai News --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'บิ๊กตู่' ชี้ เปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเท่ากับประหารสุดโต่งเกินไป เหมือนการตัดสินของเปาบุ้นจิ้น ! วานนี้ (4 ก.พ. 59) มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่มีคนเสนอให้เปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเท่ากับประหารชีวิต ว่า นี่คือคนไทยที่มีแต่ความสุดโต่งเหมือนกับการตัดสินของเปาบุ้นจิ้น ซึ่งจะประหารชีวิตอย่างเดียวไม่ได้ เพราะกฎหมายมีขั้นตอน และปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายว่าทำได้หรือไม่ได้ และจิตสำนึกของคน ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อธิบายถึงความหมายของคำว่า 'สุดโต่ง' ที่ท่านนายกฯ กล่าวไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องหรือเข้าข้างผู้กระทำผิด แต่ต้องการให้สังคมร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ แท้จริงแล้วต้นเหตุของปัญหาคืออะไร การใช้กฎหมายรุนแรงบังคับแต่เพียงอย่างเดียว จะแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้นายกฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไปศึกษาข้อมูลและหาทางออกในเรื่องดังกล่าว โดยนำกรณีศึกษาจากประเทศต่าง ๆ มาเปรียบเทียบด้วย เพื่อให้เกิดการยอมรับตามหลักสากล MThai News --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ (4 ก.พ. 59) เน วัดดาว จัดนักโพสต์ขู่แก๊งฆ่าโจ๋ฝังดิน ข่มขืนแฟน บอกนักโทษทุกคนรออยู่ แนะยิ้มให้เต็มที่ เพราะนี่อาจเป็นยิ้มสุดท้าย วานนี้ (3 ก.พ. 59) ที่เฟซบุ๊ก @Makharin Phumssart ซึ่งเป็นของ "เน วัดดาว" ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงกรณีที่แก๊งโจ๋ฆ่าฝังดินคู่อริ ก่อนข่มขืนแฟนสาวและนำร่างทิ้งลงเหว ที่จ.พัทลุง จนทำให้มีคนออกมาเรียกร้องผ่านโลกออนไลน์ให้มีการแก้กฎหมาย "ข่มขืนโทษประหารชีวิต" ว่า กฎหมายที่ประชาชนเรียกร้องอย่างบทลงโทษผู้กระทำความผิดฆ่าข่มขืน เรียกร้องให้มีโทษประหารกัน แต่ก็ไม่มีใครมาดำเนินการ พร้อมทั้งฝากข้อความถึง 4 โจ๋ใจเหี้ยมว่า คดีแบบนี้หากเข้าไปในคุกโดนหนักแน่ เชิญยิ้มให้สบาย เพราะอาจจะเป็นรอยยิ้มสุดท้ายก็ได้ "ยิ่งอยู่ไปอยู่ไป กฎหมายจราจรยิ่งแก้ให้หนักขึ้นๆ ปรับแพงขึ้น อนาคต ขับย้อนศรหรือไม่ใส่หมวกคงแก้เป็นติดคุกสัก 10 ปี ละมั้ง และดูกฎหมายที่ประชาชนเรียกร้องกันสิ ฆ่าข่มขืนเท่ากับประหารกี่ศพและที่เขาเรียกร้องให้แก้กัน ไม่เห็นมีใครออกมาดำเนินการหรือออกมาพูดคุยให้ประชาชนฟังกันบ้างหรอ ผมก็ 1ในขี้คุก แต่คดีแบบนี้ "บอกตรงๆ เข้าไปข้างในมึงหนัก. ตอนโดนจับพวกมึงยิ้มแบบไม่สลด เดี๋ยวเข้าไปมึงจะไม่มีรอยยิ้มอีกเลย รีบยิ้มสะให้เต็มที่เลยนะพวกมึงเพราะมันอาจเป็นรอยยิ้มสุดท้ายของพวกมึง กูเชื่อว่าทุกคุกเขารอพวกมึงอยู่" เน วัดดาว --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คดีฆ่าหนุ่มหมกป่า-ข่มขืนสาวทิ้งเหว สามารถย้ายมาศาลอาญาได้ ส่วนเยาวชน 2 ราย ยังไม่มีข้อสรุปว่าขึ้นกับศาลใด พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เผยคดีฆ่าโหดหนุ่มหมกป่า ข่มขืนแฟนสาวจับทิ้งเหว หากจะมีการย้ายจากศาลเยาวชนมายังศาลปกติสามารถทำได้ ส่วนสำนวนคดีที่จะนำส่งศาลเพื่อสั่งฟ้องนั้นรวบรวมได้แล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่จับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย เป็น เยาวชน 2 ราย ผู้ใหญ่ 3 ราย และได้ขออำนาจศาลฝากขังไปแล้ว 4 ราย ทั้งนี้ ยังกล่าวถึงผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่เข้ามามีส่วนในเรื่องนี้ว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ไม่ได้มีการพูดถึงว่ามีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มองว่าไม่น่าจะมีส่วนร่วมเนื่องจากเพียงแค่ผ่านดื่มน้ำมาเท่านั้น นอกจากนี้ นางยุพิน องอาจ ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง เผยขณะนี้เยาวชนชาย 2 ราย อยู่ในความดูแลของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตรัง เนื่องจากในขณะนี้สถานพินิจฯ พัทลุง อยู่ระหว่างดำเนินการเปิดเป็นสถานแรกรับ จึงต้องไปฝากไว้ที่สถานพินิจฯ ตรัง เป็นการชั่วคราวก่อน ส่วนประเด็นว่าผู้ต้องหา 2 รายนี้ จะถูกพิจารณาในศาลเด็กและเยาวชน หรือศาลอาญาปกตินั้น ขณะนี้ศาลยังไม่ได้มีการพิจารณา ยังอยู่ในระหว่างการสืบเสาะหาข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นไร ซึ่งกระบวนการต่อไปต้องดำเนินการไปตามกฎระเบียบที่วางเอาไว้ อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.วิชัย กล่าวถึงหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ว่า อาการดีขึ้นแล้ว ซึ่งได้มีการจัดชุดดูแลความ ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงหลังจากออกจากโรงพยาบาลด้วย เพื่อคุ้มครองพยานในคดี ที่มา : INN MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โลกออนไลน์ระอุ!! คนแห่โพสต์ภาพรณรงค์แก้โทษฆ่าข่มขืน ชี้ ‘กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้’ รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดช่วงวันของวันนี้ (3 ก.พ. 59) ผู้คนในโลกออนไลน์ พร้อมใจกันโพสต์ภาพเขียนข้อความ เรียกร้องให้ทางการไทยแก้กฎหมาย "ยกเลิกอภัยโทษคดีฆ่าข่มขืน" ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะ หรือเป็นเพียงเยาวชน ซึ่งการรณรงค์เรียกร้องดังกล่าวเกิดเป็นกระแสในสังคมอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลุ่มวัยรุ่นลวงฆ่าคู่อริฝังดิน ก่อนจะข่มขืนแฟนสาว และพยายามฆ่าอำพรางด้วยการทิ้งลงเหว แต่โชคดีที่รอดมาได้ ขณะที่ข้อความรณรงค์ให้แก้กฎหมายข่มขืนให้ได้รับโทษสูงสุด ระบุว่า "ฆ่าข่มขืน กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้" สำหรับการเรียกร้องแก้กฎหมายข่มขืนเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะเกิดคดีพนักงานบนรถไฟฆ่าข่มขืนด.ญ.วัย 13 ปี บนรถไฟก่อนโยนศพทิ้งป่าทางเมื่อปี 2557 แต่จนถึงทุกวันนี้กฎหมายก็ยังไม่รับการปรับเปลี่ยนแก้ไขแต่อย่างใด รวบสาวทอม 1 ในแก๊งฆ่าหมกป่าแฟนหนุ่ม ก่อนข่มขืนแฟนสาวท้องต่อหน้า และจับโยนทิ้งเหว จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดผู้ต้องหาให้การซักทอดถึงสาวทอมคนร้ายอีก 1 คน คือ น.ส.ศิริมา ภูพวก อายุ 20 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้แล้ว ขณะที่ผู้ต้องหากำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในสวนยางพารา ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ร่วมในขบวนดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ร่วมลงมือในการสังหารโหดเหยื่อแต่อย่างใด เพียงทำหน้าที่คอยซื้ออาหารให้กลุ่มคนร้ายตามคำสั่งของ นายคิว เท่านั้น ด้าน พ.ต.อ.วิชัย กล่าวว่า น.ส.ศิริมา ผู้ต้องหารายนี้ ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีชื่ออยู่ในสำเนาทะเบียนบ้าน มารับจ้างเป็นลูกจ้างกรีดยางในสวนยางพารา โดยเจ้าของสวนยางเป็นญาติขของ นายคิว จึงได้นำตัวไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีนครินทร์ ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทั้งนี้ผู้ต้องหาทุกคนได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาเยาวชน 2 ราย ส่งตัวไปฝากขังที่สถานพินิจของ จ.พัทลุง คาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการสรุปสำนวนคดีเพื่อส่งฟ้องต่อศาลเยาวชน ขณะที่ผู้ต้องหา อีก 3 คน ที่อายุเกิน 18 ปี เจ้าหน้าที่ได้ฝากขังไปยังเรือนจำ ก่อนจะเร่งส่งสำนวนคดีต่อศาล เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุด MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- บุ๋ม ปนัดดา ปรี๊ด!! โพสต์ IG วอนศาล ตัดสินสถานหนักคดี 2 โจ๋ พัทลุง ฆ่า - ข่มขืน คู่แฟนวัยรุ่น แฟนคลับแห่โพสต์กระหน่ำ เห็นด้วย จากเหตุการณ์ แก๊งวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพรางคดี แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่อีก 2 คน ยังหลบหนีอยู่ และได้ติดต่อมอบตัวแล้วแต่ยังไม่ระบุสถานที่และเวลา ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นกระเด็นร้อน ที่คนในโลกออนไลน์ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุด นักแสดงสาว "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้โพสต์อิสตาแกรมส่วนตัว @boompanadda เรียกร้องต่อศาล ขอให้ลงโทษเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้สถานหนัก โดยมีข้อความระบุว่า "โจ๋พัทลุง เรียกคู่แฟนวัยรุ่นออกไปพบ ขุดหลุมมัดผู้ชายลงก้นหลุมให้ดูแฟนตัวเองที่กำลังท้อง 3 เดือน โดนข่มขืนเรียงคิวต่อหน้าและยิงให้ตายฝังหลุม ส่วนผู้หญิงก็โดนแทงยับแล้วโยนก้นเหว ด้วยแรงฮึดสาวท้องปีนจากก้นเหวออกมาขอความช่วยเหลือ วัยรุ่นกลุ่มนี้รวมตัวเป็นแก๊งทำมาหลายคดี รอดเพราะเป็นเยาวชน แต่ครั้งนี้มันเกินไปไหมคะ บุ๋มเล่นละครเป็นตัวร้ายขนาดไหนยังไม่เคยเหี้ยมโหดขนาดนี้เลย นี่มันยิ่งกว่ามาเฟีย คนร้ายที่มอบตัว 2 คน อายุแค่ 19 กับ 17 ปี?!? ต่อให้ต้องโทษประหาร แต่ถ้ารับสารภาพก็ลดโทษกึ่งนึง และศาลยังลดได้อีกส่วนนึงตามดุลยพินิจของศาล เรียนศาลที่เคารพ หนูรู้ว่าเราต้องให้โอกาสแก่เยาวชน แต่เรายังมีเด็กยากจนและเป็นคนดีอีกมากที่อยากได้โอกาส ไม่ใช่เด็กกลุ่มนี้ที่ไม่เคยทำอะไรดีต่อพ่อแม่และสังคมเลย เราถึงเวลาแล้วไหมคะ ที่ต้องคัดเลือกเยาวชนที่มีคุณภาพ!!! เราไม่ต้องการเยาวชนที่ฆ่าคนอื่นได้อย่างโหดเหี้ยมค่ะ ปล่อยให้อยู่ในคุกยาว ๆ ไปเลยนะคะ ช่วยคุ้มครองพวกเราด้วยค่ะ" ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้โพสต์ออกไปมีแฟนคลับเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยมีความเห็นไปในทางเดียวกันให้ศาลตัดสินลงโทษ แก๊งวัยรุ่นกลุ่มนี้อย่างสถานหนัก เช่นกัน ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก INN -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โฆษก ยธ. ชี้ทำได้โอนคดีฆ่า-ข่มขืนแฟนโยนเหว ไปศาลปกติ เหตุ "แก่เกินวัยใจอาชญากร" นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ ได้เรียกร้องให้การดำเนินคดีฆ่าแฟนหนุ่ม - ข่มขืนแฟนสาวท้องก่อนโยนลงเหวที่พัทลุง เป็นเหมือนกับคดีของผู้ใหญ่ และให้มีบทลงโทษเทียบเท่า แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเป็นเพียงเยาวชนนั้น ว่า จากคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้นการดำเนินคดีสามารถโอนจากศาลเยาวชนและครอบครัว ไปพิจารณาในคดีธรรมดาได้ เนื่องจากพฤติการของผู้ก่อเหตุ "แก่เกินวัยใจอาชญากร" เพราะ 1.มีการวางแผนเตรียมการมาก่อน 2.มีลักษณะอุกอาจ โหดร้ายทารุณ 3.ผลที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง หรือ เกิดความเสียหายแก่สังคมโดยรวม 4.กระทำโดยขาดความเห็นอกเห็นใจเหยื่อ และ 5.เคยมีประวัติการกระทำผิดในทำนองเดียวกันมาก่อน ไม่ว่าจะถูกจับกุมหรือไม่ โดยตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวมาตรา 97 วรรคสองระบุว่า คดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัว ถ้าศาลเยาวชนและครอบครัว พิจารณาโดยคำนึงถึงร่างกาย สติปัญญา สุขภาพภาวะแห่งจิตและนิสัย แล้วเห็นว่าในขณะกระทำความผิด หรือ ในระหว่างการพิจารณาเด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่า กระทำความผิดมีสภาพเช่นเดียวกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ขึ้นไป ก็ให้มีอำนาจสั่งให้โอนคดีไปพิจารณาในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาได้   ไม่สลด! 2 โจ๋ฆ่าหมกป่า-ข่มขืนสาวทิ้งเหว นั่งหัวเราะยิ้มขณะให้การ ขณะที่บุ๋ม ปนัดดา จี้ลงโทษ "ประหารชีวิต" จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (2 ก.พ. 59) พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เผยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 4 ราย โดยให้การรับสารภาพทั้งหมด และในวันนี้จะนำตัวบางคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านผู้ต้องหา บริเวณจุดที่ผู้ต้องหาทำการข่มขื่นและฝังศพ รวมทั้งจุดที่ทำร้ายร่างการเหยื่อสาว ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพรางคดี ขณะที่ในโลกออนไลน์ ได้มีการส่งต่อข้อความเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเป็นแค่เยาวชนก็ตาม เพราะนับว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และมีจิตใจเหี้ยมโหดเกินจะรับได้ โดยเฉพาะดาราสาวชื่อดัง บุ๋ม ปนัดดา วงษ์ผู้ดี ที่ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นอย่างดุเดือดถึงเรื่องดังกล่าวผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว เรียกร้องให้ศาลตัดสินคดีขั้นสูงสุด (ประหารชีวิต) เพราะเห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้สำนึกผิดในที่ได้ก่อเหตุในครั้งนี้ "นี่คือสีหน้าของคนที่เพิ่งฆ่าคน ข่มขืนคนท้อง ลงมือกระทำอย่างโหดเหี้ยม??? ไว้ชีวิตแม่งเพื่ออะไร ในเมื่อมันดูไม่สำนึกอะไรเลย???" ภาพจาก instagram @boompanadda MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ญาติสาวถูกข่มขืนจับโยนทิ้งเหวอำพราง สั่งงดเยี่ยมหลังพบชายฉกรรจ์ 5 บุกโรงพยาบาลตามหาตัวหลานสาว จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (1 ก.พ. 59) มารดาและคนในครอบครัวของเหยื่อสาว ได้เดินทางมาจาก อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อมาเฝ้าอาการของหญิงสาวด้วยความห่วงใยและเป็นกังวล เนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. มีชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันที่ทางญาติไม่รู้จักถึง 5 คน พยายามมาค้นหาสืบเสาะว่า หญิงสาวพักอยู่ชั้นไหนห้องใด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลรู้สึกผิดสังเกตจึงปฏิเสธไม่ให้เข้าเยี่ยม ญาติจึงขอเคลื่อนย้ายคนเจ็บไปตึกอื่นที่ไม่ใช่ตึกรวม เพื่อป้องกันอันตราย เพราะคิดว่าอาจเป็นคนของฝ่ายผู้ต้องหา นอกจากนี้ทาง รพ.ก็สั่งเฝ้าตรวจเข้มตลอด 24 ชม. ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มอบตัวแล้ว! 2 โจ๋โหด ลวงฆ่าคู่อริหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวโยนทิ้งเหวอำพราง วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานความคืบหน้ากรณี กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวง นายภาสกร คงสวัสดิ์ อายุ 19 ปี และแฟนสาว อายุ 19 ปี ไปฆ่าหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวของผู้ตายและจับโยนทิ้งเหว โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่อีก 2 คน ได้หลบหนีออกจากหมู่บ้าน ล่าสุดญาติของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ นายนพพร ทองเอียด หรือคิว อายุ 19 ปี และนายวรเมธ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ได้ติดต่อขอนำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เข้ามอบตัวที่ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ข่มขืนแฟนสาวของผู้ตาย โดยให้ผู้ตายนั่งดูและขู่บังคับให้ผู้ตายลงไปนั่งในหลุมเพื่อทดลองว่าลึกพอหรือยัง และให้โอกาสผู้ตายได้สั่งเสียถึงคนที่บ้าน ก่อนใช้ปืนยิงนัดแรก ตามด้วยอีกคน ยิงนัดที่ 2 จน นายภาสกร เสียชีวิต ส่วนแฟนสาวของผู้ตาย หลังถูกข่มขืนได้ร้องขอชีวิต ตนจึงใจอ่อนไม่ฆ่าทิ้ง ซึ่งระหว่างที่ขุดหลุมและข่มขืนได้ถ่ายคลิปวีดีโอเก็บเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า แฟนสาวของผู้ตายตั้งครรภ์อยู่ 3 เดือน อย่างไรก็ตามคดีนี้พบมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกอย่างน้อย 3 คน เป็นผู้หญิง 1 คน สาวทอม 1 คนและเป็นผู้ปกครอง ซึ่งจะต้องสอบปากคำผู้ต้องหา ญาติของผู้ตายและฝ่ายผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บ ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วัยรุ่นพัทลุง ลากคู่อริกับแฟนสาวเข้าป่า ก่อนข่มขืนฝ่ายหญิงแล้วทิ้งลงเหว ส่วนฝ่ายชายถูกยิงดับจับฝังอำพราง วานนี้ (30 ม.ค. 59) มีรายงานว่า นายสาคร คงทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง แจ้งว่า นายภาสกรณ์ (อัฐ) คงสวัสดิ์ อายุ 18 ปี ชาวบ้านในตำบลเดียวกัน ได้หายตัวไปจากบ้านพักพร้อมแฟนสาว ชื่อ น.ส.จุฑามาศ อายุ 19 ปี อาศัยอยู่ที่ ต.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 59 ก่อนมีคนพบ น.ส.จุฑามาศ ถูกทำร้าย แทงด้วยของมีคม และทุบตีด้วยของแข็ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลนาโยง และนำส่งต่อโรงพยาบาลตรัง เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 59 โดย น.ส.จุฑามาศ ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีนครินทร์ ว่า ตนและแฟนหนุ่มถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ในหมู่บ้าน หลอกเข้าไปในป่า และช่วยกันขุดหลุมเพื่อฝังแฟนหนุ่มของตน ก่อนข่มขืนตนต่อหน้าแฟนหนุ่ม โดยหลังจากขุดหลุมเสร็จได้นำแฟนหนุ่มไปนั่งในหลุมและใช้ปืนยิงจนเสียชีวิต พร้อมช่วยกันฝังศพ โดยหลังจากนั้น กลุ่มวัยรุ่นได้ใช้หินทุบตีและมีดแทงตนจนหมดสติ และนำร่างตนไปโยนทิ้งเหว ซึ่งตนหมดสติไป 1 คืน เมื่อฟื้นขึ้นมา จึงพยายามคลานขึ้นจากเหวลึก มานอนขอความช่วยเหลือบนถนน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงออกค้นหาศพ พบถูกฝังลึกลงไปจากผิวดินประมาณ 50 เซนติเมตร ในป่าบนเทือกเขาบรรทัด ห่างไปทางทิศตะวันตกของสำนักสงฆ์ป่าสนเขาคราม หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ประมาณ 5 กิโลเมตร และในเหวห่างจากสถานที่พบศพ ประมาณ 2 กิโลเมตร เจอรถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกนำไปทิ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นชาวบ้านพื้นที่ ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ และ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย อยู่ระหว่างการหลบหนี ที่มา : INN MThai News

รวมหนังผีทีเด็ด ! เตรียมใจให้ดี...ฮาโลวีนนี้มีหลอน
Death Note: Light Up the New World /  Ouija : Origin of Evil / 

รวมหนังผีทีเด็ด ! เตรียมใจให้ดี...ฮาโลวีนนี้มีหลอน ปฏิทินหมุนเวียนมาบรรจบครบวาระอีกครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับเทศกาลปล่อยผีตามคตินิยมตะวันตก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ เทศกาลฮาโลวีน (Halloween) และเป็นที่แน่นอนว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ คงจะไม่มีภาพยนตร์แนวไหนเหมาะสมไปกว่า หนังสยองขวัญ...หนังที่เต็มไปด้วยภูตผีปีศาจสารพัดอย่างที่ตบเท้าเข้ามาสร้างความหลอนจนหลาย ๆ คนนอนไม่หลับ มาดูกันซิว่า...เทศกาลฮาโลวีน ปี 2559 นี้ โรงภาพยนตร์บ้านเราได้เตรียมความขนหัวลุกแบบไหนไว้ต้อนรับเหล่าผู้ชมใจกล้ากันบ้าง !?!! Under the Shadow ผู้กำกับ : บาบัก อันวารี นักแสดง : นาเกส ราชิดิ, อวิน มันชาดิ เข้าฉาย : 13 ต.ค. 2559 หนังผีสัญชาติอิหร่าน กับเรื่องราวความสยองที่สองแม่ลูกพบเจอจากการอยู่อาศัยในหอพัก ภายใต้สภาวะสงครามที่หนีไปไหนไม่ได้ หากเป็นคุณ...จะออกไปผจญสงครามข้างนอก หรือจะเผชิญหน้ากับผีอยู่ข้างใน ? โปรไฟล์หนัง คลิก อ่านรีวิว คลิก เนอสเซอรี่ เลี้ยงผี ผู้กำกับ : พัชนนท์ ธรรมจิรา นักแสดง : พีชญา วัฒนามนตรี, จู อี้หลง เข้าฉาย : 27 ต.ค. 2559 จิตรกรหนุ่มชาวจีนตัดสินใจเดินทางกลับบ้านที่เคยอยู่สมัยเด็กพร้อมกับแฟนสาวของเขา โดยหารู้ไม่ว่าความลับอันดำมืดของหมู่บ้านดังกล่าวกำลังจะหวนกลับมาหาเขาอีกครั้งหนึ่ง ! โปรไฟล์หนัง คลิก Death Note : Light Up the New World ผู้กำกับ : ชินสึเกะ ซาโต นักแสดง : ทัตสึยะ ฟูจิวาระ, เคนอิจิ มัตสึยามะ, เอริกะ โทดะ เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 คดีอาชญากรรมเกิดขึ้นอย่างแปลกประหลาด หลังจากเจ้าของสมุดโน้ต Death Note ได้จดชื่อของใครบางคนลงไปในนั้น เกมจิตวิทยาระหว่างตำรวจ อาชญากร และเหล่ายมทูต ได้เริ่มต้นอีกครั้งหลังเวลาผ่านไปร่วมทศวรรษ ! โปรไฟล์หนัง คลิก Ouija : Origin of Evil ผู้กำกับ : ไมค์ ฟลานาแกน นักแสดง : เฮนรี่ โธมัส, เอลิซาเบธ รีเซอร์, ดั๊ก โจนส์, ปาร์กเกอร์ แม็ค, แซม แอนเดอร์สัน, เคท ซีเกล, แอนนาลีส บาสโซ, ลูลู่ วิลสัน เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 ใครจะไปเชื่อว่า 3 แม่-ลูกที่หากินด้วยการหลอกลวงบนพื้นฐานความเชื่อเรื่องผีสาง จะได้พบเจอกับเรื่องราวสุดสยองด้วยตาตัวเอง หลังจากที่พวกเขาได้เชิญปีศาจเข้าบ้านโดยไม่ตั้งใจ และมันก็เริ่มเข้าสิงร่างของลูกสาวคนเล็กจนอยู่ในสภาพที่น่าสะพรึงกลัวเป็นที่สุด โปรไฟล์หนัง คลิก โรงเรียนผี ผู้กำกับ : มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ นักแสดง : อาไท กลมกิ๊ก, สุชาติ แคปเจอร์, ชยณัฐ แจ่มใส, ปุณณดา วอสเบียน, อิงครัต ดำรงศักดิ์กุล, หม่ำ จ๊กม๊ก, เท่ง เถิดเทิง, โก๊ะตี๋ อารามบอย, แม็กกี้ อาภา, โจอี้ เชิญยิ้ม เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 เมื่อแก๊งเด็กแสบทั้ง 5 ตั้งวงเล่าเรื่องผีในโรงเรียนเพื่อข่มกันว่าเรื่องของใครจะน่ากลัวที่สุด ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า เรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมานี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง จนกระทั่งการท้าทายต่อสิ่งเหนือธรรมชาติได้เริ่มต้นขึ้น โปรไฟล์หนัง คลิก School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า… ผู้กำกับ : ภาส พัฒนกำจร นักแสดง : เสฎฐวุฒิ อนุสิทธิ์, รณิดา เตชสิทธิ์, ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ, โทรุ ทากิซาว่า, เอกวัฒน์ นิรัตน์วรปัญญา, ธีธัช รัตนศรีทัย, วริษฐา วชิรวงศ์, ธนเศรษฐ์ สุริยะพรชัยกุล เข้าฉาย : 10 พ.ย. 2559 (เลื่อนฉายเป็น 12 มกราคม 2560) การเข้าค่ายเก็บตัวของนักเรียนสมาชิกวงโยธวาทิตอาจดูเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทุกโรงเรียน แต่ไม่ใช่ที่นี่ ! โรงเรียนที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณและความตาย แถมเด็ก ๆ สมาชิกชมรมยังนึกสนุกออกไปลองของกันกลางดึกโดยไม่หวั่นเกรงต่อบรรยากาศอันเงียบสงัดของโรงเรียนเลยแม้แต่น้อย ! โปรไฟล์หนัง คลิก Shut In ผู้กำกับ : แฟร์เรน แบล็คเบิร์น นักแสดง : นาโอมิ วัตส์, โอลิเวอร์ แพลตท์, เจคอบ เทรมเบลย์ เข้าฉาย : 17 พ.ย. 2559 ท่ามกลางย่านชนบทที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ นักจิตวิทยาสาวที่ต้องดูแลลูกชายบุญธรรมที่ไม่สามารถพูดหรือขยับตัวได้ เธอกำลังจะต้องเผชิญกับความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่ หลังจากเด็กผู้ชาย (อีกคน) ที่เธอรับมาอุปการะได้หายตัวไปจากบ้านและเสียชีวิตลง โปรไฟล์หนัง คลิก The Disappointments Room ผู้กำกับ : ดี.เจ. คารูโซ นักแสดง : เคท เบคกินเซล, เมล ไรโด, ลูคัส ทิลล์ เข้าฉาย : 24 พ.ย. 2559 อย่าไว้ใจบ้านหลังใหม่แสนสวย เพราะคุณไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยว่าก่อนหน้าที่คุณจะย้ายเข้ามาอยู่ มันเคยเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง บางทีที่นี่อาจจะมีห้องลับที่รอใครสักคนมาปลดล็อกกุญแจ...เพียงแต่มันไม่ใช่ห้องสำหรับให้คนอยู่เท่านั้น ! โปรไฟล์หนัง คลิก

และนี่คือ 10 หนังดังที่สร้างจากวรรณกรรม...แถมยังทำภาคต่อ !
Alice in Wonderland /  Alice Through the Looking Glass / 

และนี่คือ 10 หนังดังที่สร้างจากวรรณกรรม แถมยังทำภาคต่อ ! ในโลกของการสร้างสรรค์บทภาพยนตร์ บ่อยครั้งที่เราจะพบว่าเนื้อเรื่องถูกรังสรรค์ขึ้นใหม่จากตัวผู้กำกับก็ดี ทีมเขียนบทก็ดี แต่ก็มีภาพยนตร์อีกไม่น้อยทีเดียวที่เราจะพบว่ามันถูกดัดแปลงเนื้อเรื่องมาจากสื่ออื่นที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที หนังสั้น หนังสือการ์ตูน รวมถึงวรรณกรรมเยาวชน ! กล่าวได้ว่าบทภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดมาจากเรื่องราวในวรรณกรรมนั้นมีความพิเศษกว่าต้นฉบับที่เป็นสื่อประเภทอื่นอยู่เล็กน้อย ด้วยข้อจำกัดของวรรณกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านเพียงตัวอักษร ไม่มีรูปภาพที่เป็นรูปธรรมใด ๆ การได้เห็นสิ่งที่ถูกตีความจนกลายเป็นรูปเป็นร่างครั้งแรกจึงย่อมน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะฉะนั้น...วันนี้เราจึงได้รวบรวม 10 หนังที่มีต้นตอที่มาจากวรรณกรรม แถมยังเป็นหนังที่เข้าตาถูกใจใครหลาย ๆ คน ขนาดที่ค่ายต้นสังกัดยอมควักกระเป๋าสั่งลุยทำภาคต่อกันถ้วนหน้าอีกด้วย ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...ตามลงมาดูพร้อม ๆ กันได้เลย The Lord of the Rings ภาพยนตร์ชุด The Lord of the Rings สร้างมาจากวรรณกรรมชื่อเดียวกัน ผลงานการประพันธ์ของ J. R. R. Tolkien หรือ John Ronald Reuel Tolkien บิดาแห่งวรรณกรรมแฟนตาซีระดับสูงยุคใหม่ เนื้อเรื่องเล่าถึงเหตุการณ์ในโลกจินตนาการ Middle-Earth สถานที่ซึ่งฮอบบิทนามว่า โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ (Frodo Baggins) และเหล่าเพื่อนพ้อง ที่ได้รับภารกิจให้ออกเดินทางไปทำลายแหวนเอก (The One Ring) เพื่อล้มล้างอำนาจของจอมมารเซารอน (Sauron) โดยภาพยนตร์แบ่งออกเป็น 3 ภาค ได้แก่ - The Lord of the Rings : The Fellowship of the Ring (2001) - The Lord of the Rings : The Two Towers (2002) - The Lord of the Rings: The Return of the King (2003) Harry Potter หากเอ่ยชื่อวรรณกรรมที่โด่งดังเปรี้ยงปร้างที่สุด Harry Potter คงจะเป็นชื่อแรกที่หลาย ๆ คนนึกถึง ด้วยเป็นวรรณกรรมเยาวชนเรื่องยาวขนาด 7 เล่มจบของ J. K. Rowling หรือ Joanne "Jo" Rowling นั้นได้สร้างปรากฏการณ์ยอดขายและยอดแฟนคลับถล่มทลายทั่วทั้งโลก เนื้อเรื่องเล่าถึงแฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) และเพื่อน ๆ ของเขา รอน วีสลีย์ (Ron Weasley) เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ (Hermione Granger) กับชีวิตการศึกษาในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ ฮอกวอตส์ (Hogwarts School of Witchcraft and Wizardry) ซึ่งในแต่ละปีพวกเขาต้องเจอกับเรื่องราวที่วุ่นวายและหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งด้วยกระแสฟีเวอร์ของตัววรรณกรรมนี้เอง ค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง Warner Bros. จึงไม่พลาดที่จะนำพ่อมดหนุ่มในหนังสือมาร่ายเวทย์เสกคาถาให้กลายเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงรวมทั้งสิ้น 8 ภาคด้วยกัน ได้แก่ - Harry Potter and the Philosopher's Stone (2001) - Harry Potter and the Chamber of Secrets (2002) - Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (2004) - Harry Potter and the Goblet of Fire (2005) - Harry Potter and the Order of the Phoenix (2007) - Harry Potter and the Half-Blood Prince (2009) - Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 1 (2010) - Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 2 (2011) The Chronicles of Narnia The Chronicles of Narnia คือวรรณกรรมสุดแฟนตาซี ผลงานเขียนโดย C. S. Lewis หรือ Clive Staples Lewis มีความยาวทั้งสิ้น 7 เล่มจบ เนื้อเรื่องว่าด้วยกลุ่มเด็ก ๆ ที่เดินทางข้ามมิติไปสู่ดินแดนนาร์เนีย (Narnia) เริ่มต้นด้วย 4 พี่น้องตระกูลพีเวนซี่ ประกอบด้วย ปีเตอร์ (Peter Pevensie) ซูซาน (Susan Pevensie) เอ็ดมันด์ (Edmund Pevensie) และลูซี่ (Lucy Pevensie) ที่ได้กอบกู้ดินแดนแห่งนี้คืนจากแม่มดขาวในภาคแรก ก่อนที่จะมีตัวละครอื่น ๆ เข้ามาสร้างสีสันให้กับเนื้อเรื่องตามลำดับเหตุการณ์และช่วงเวลา ทั้งนี้วรรณกรรมเรื่อง The Chronicles of Narnia ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ทั้งสิ้น 3 ภาค ได้แก่ - The Chronicles of Narnia: The Lion, the Witch and the Wardrobe (2005) - The Chronicles of Narnia: Prince Caspian (2008) - The Chronicles of Narnia: The Voyage of the Dawn Treader (2010) Death Note ข้ามฟากมาที่ฝั่งญี่ปุ่นกันบ้าง กับ Death Note ภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนแนวสยองขวัญแฟนตาซี พล็อตเรื่องโดย สึงุมิ โอบะ (Tsugumi Ohba) ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ ยางามิ ไลท์ (Light Yagami) นักเรียน ม.ปลายหัวดีที่บังเอิญไปพบบันทึกมรณะ (Death Note) ของยมทูตลุค (Ryuk) และได้ทราบถึงความสามารถพิเศษของมันว่าเมื่อจรดชื่อใครลงในสมุดเล่มนี้ เขาจะเสียชีวิตตามรายละเอียดที่บันทึกลงไป ไลท์จึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนโลกใบนี้ด้วยการไล่ฆ่าอาชญากรเป็นจำนวนมาก เดือดร้อนถึงองค์กรตำรวจที่ต้องส่งนักสืบผู้ใช้นามแฝงว่า แอล (L) โดยทั้งไลท์และแอลต่างแสดงความเหนือเมฆชิงไหวชิงพริบกันในภาพยนตร์ถึง 2 ภาค ได้แก่ - Death Note (2006) - Death Note 2 : The Last Name (2006) Twilight ผลงานวรรณกรรมเกี่ยวกับแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าของสเตเฟนี เมเยอร์ (Stephenie Meyer) ประกอบด้วยหนังสือทั้งหมด 4 เล่ม ในชื่อชุด Twilight เนื้อเรื่องกล่าวถึงเบลล่า สวอน (Bella Swan) สาววัยรุ่นที่มีความรักกับแวมไพร์หนุ่ม เอ็ดเวิร์ด คัลเลน (Edward Cullen) จนเข้าไปพัวพันกับสงครามครั้งใหญ่ของเหล่าแวมไพร์อย่างไม่ทันตั้งตัว แถมงานนี้เธอยังได้พระรองหนุ่มเป็นมนุษย์หมาป่าชื่อ เจคอบ แบล็ก (Jacob Black) คอยช่วยเหลืออยู่ไม่ห่างอีกด้วย ในการนี้ภาพยนตร์ Twilight แบ่งออกเป็น 5 ภาคด้วยกัน ได้แก่ - Twilight (2008) - The Twilight Saga : New Moon (2009) - The Twilight Saga : Eclipse (2010) - The Twilight Saga : Breaking Dawn – Part 1 (2011) - The Twilight Saga : Breaking Dawn – Part 2 (2012) Sherlock Holmes Sherlock Holmes สุดยอดวรรณกรรมนักสืบที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับนวนิยายสืบสวนยุคหลังอีกมากมาย ผลงานการสร้างสรรค์โดยเซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ (Arthur Ignatius Conan Doyle) เรื่องราวของเชอร์ล็อก โฮมส์ (Sherlock Holmes) นักสืบชาวลอนดอนผู้ฉลาดหลักแหลม ร่วมสืบคดีกับคู่หูอย่างหมอวัตสัน (Dr. John H. Watson) วรรณกรรมต้นฉบับประกอบด้วย เรื่องยาว จำนวน 4 เรื่อง และหนังสือรวมเรื่องสั้น จำนวน 5 เรื่อง โดยสำหรับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ทำออกมาทั้งสิ้น 2 ภาค ได้แก่ - Sherlock Holmes (2009) - Sherlock Holmes :  A Game of Shadows (2011) Percy Jackson ภาพยนตร์ Percy – Jackson สร้างจากนวนิยายชุด เรื่อง Percy Jackson & the Olympians ของริก ไรออร์แดน (Rick Riordan) ซึ่งในชุดประกอบด้วยหนังสือ 5 เล่ม เนื้อหาว่าด้วยการผจญภัยของเพอร์ซีย์ แจ็กสัน (Percy Jackson) เด็กชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่วันดีคืนดีเขาก็ได้ทราบความจริงว่าตนเองมีสายเลือดของเทพโพไซดอน เทพแห่งมหาสมุทรตามตำนานเทพปกรณัมกรีก ซึ่งในส่วนของภาพยนตร์นั้น...ทีมงานได้เนรมิตการผจญภัยยิ่งใหญ่ของ ลูกเทพ คนนี้จากการหยิบเอาหนังสือเล่มที่ 1 และ 2 ของชุด มาสร้างเป็นภาพยนตร์ ได้แก่ - Percy Jackson & the Olympians : The Lightning Thief (2010) - Percy Jackson & the Olympians : Sea of Monsters (2013) The Hunger Games เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ภาคต่อที่ใคร ๆ ต่างประทับใจและเฝ้ารอชมอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาพยนตร์ The Hunger Games ที่ได้เค้าโครงมาจากวรรณกรรมชื่อเดียวกันของซูซาน คอลลินส์ (Suzanne Collins) เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่พาเน็ม (Panem) ดินแดนใหญ่ที่ประกอบด้วยนครหลวง แคปปิตอล และอีก 13 เขตปกครอง ซึ่งหลังจากแคปปิตอลทำลายเขตปกครองที่ 13 ลง แคปปิตอลก็ได้กำหนดให้อีก 12 เขตที่เหลือส่งบรรณาการชายและหญิงวัย 12 – 18 ปี มาเข้าแข่งขันเกมล่าชีวิตที่ผู้เข้าแข่งขันต้องฆ่าฟันกันเองจนกว่าจะเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว เพื่อเป็นการข่มอำนาจให้อยู่เหนือเขตปกครองทั้งหลาย ซึ่งในการแข่งขันครั้งที่ 74 แคตนิส เอฟเวอร์ดีน (Katniss Everdeen) สาววัยสิบหกจากเขต 12 ก็เป็นผู้คว้าชัยชนะไป โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าชัยชนะของเธอในครั้งนี้ได้สร้างความสั่นคลอนต่อแคปปิตอลเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ เนื้อเรื่องในภาพยนตร์แบ่งออกเป็น 4 ภาค ได้แก่ - The Hunger Games (2012) - The Hunger Games : Catching Fire (2013) - The Hunger Games : Mockingjay – Part 1 (2014) - The Hunger Games : Mockingjay – Part 2 (2015) The Maze Runner The Maze Runner สร้างจากวรรณกรรมเยาวชนในชุดเกมล่าปริศนา (Pentalogy) ของเจมส์ แดชเนอร์ (James Dashner) ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ชุดดังกล่าวประกอบด้วยหนังสือ 5 เล่ม เรื่องราวว่าด้วยการถูกพาตัวมายังทุ่งปริศนาของโทมัส (Thomas) ท่ามกลางความงุนงง เขาได้พบกับเด็กผู้ชายอีกหลายคนที่ถูกพาตัวมาที่นี่เช่นเดียวกัน โทมัสยังได้เรียนรู้อีกว่าที่ทุ่งนี้มีเขาวงกตที่นำไปสู่ทางออกและภายในนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตลึกลับอาศัยอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นการเอาชีวิตรอดด้วยการฝ่าออกไปจากเขาวงกตก็ไม่ได้หมายความว่าเขากับเพื่อน ๆ จะได้พบกับอิสรภาพ เพราะนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการทดลองที่มีจุดมุ่งหมายพิเศษเท่านั้น โดยทีมสร้างภาพยนตร์ได้นำวรรณกรรมชุดนี้มาสร้างเป็นหนังจอเงินแล้วทั้งสิ้น 2 ภาค ได้แก่ - The Maze Runner (2014) - Maze Runner: The Scorch Trials (2015) Alice ปิดท้ายกันด้วยการผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์ของหญิงสาวนามมว่า อลิซ (Alice) ที่สร้างมาจากวรรณกรรมเรื่อง Alice's Adventures in Wonderland และภาคต่ออย่าง Through the Looking-Glass, and What Alice Found There ของชาลส์ ลัตวิดจ์ ดอดจ์สัน (Charles Lutwidge Dodgson) เจ้าของนามปากกา ลูอิส แคร์รอล (Lewis Carroll) โดยในภาพยนตร์ภาคแรก Alice in Wonderland (2010) ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่อลิซได้ไปเยือนดินแดนมหัศจรรย์ และกำราบมังกรแจ็บเบอร์ว็อกกี (Jabberwocky) ของราชินีโพแดง (Red Queen) ได้สำเร็จ ทำให้ความสงบสุขกลับมาเยือนดินแดนแห่งนี้ และล่าสุดในปีนี้ เราก็จะได้พบกับภาคต่อของภาพยนตร์ชุด Alice ที่ได้นำวรรณกรรมภาคต่อมาสร้างเป็นภาพยนตร์ Alice Through the Looking Glass ที่เล่าถึงการกลับสู่ดินแดนมหัศจรรย์อีกครั้งหนึ่งของอลิซ เพื่อไปช่วยเหลือเพื่อนสนิท แมด แฮตเตอร์ (Mad Hatter) โดยการเดินทางไปตามหาบุรุษแห่งเวลา ผู้ซึ่งสามารถควบคุมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต งานนี้อลิซจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ไปติดตามได้พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ 11 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป