ข่มขื่น

อ.คฑา ชินบัญชร! จัดอันดับ ราศีดวงดีที่สุดในปี 2559
ดูดวงปี2559 /  ราศีดวงดีที่สุดในปี 2559 / 

เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง กับการเข้าศักราชใหม่ 2559 ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเปลี่ยนปี ดวงชะตาราศีของคุณ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย วันนี้ Horoscope.Mthai.com เลยขอมาจัดอันดับ ราศีดวงดีที่สุดในปี 2559 โดยความหมายของคำว่า "ดวงดี" ไม่ได้หมายถึงคุณจะไม่ต้องทำอะไรเลยแล้วมีแต่สิ่งดีเข้ามา แต่เป็นเหมือนโอกาสดีๆ เรื่องราวๆดี และคนดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงปี 2559 จนส่งผลให้ชีวิตคุณมีความสุข แล้วอย่าลืมทำตามคำแนะนำนะคะ :) ราศีดวงดีอันดับ 12 ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) ปีนี้เกิดอาการคิดมาก เพราะถูกเป่าหูเหลือเกิน “ไพ่ขันธกุมาร” และ “ไพ่เจ้าชายแห่งดาบ” มักได้ยินเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ อย่าเพิ่งไปสนใจใครมาก ให้เชื่อมั่นในตัวเอง ทำดีได้ดีแน่นอน การทำงานไม่ค่อยได้ดั่งใจ ยิ่งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เข้าหากันไม่ค่อยติด ต่างคนต่างความคิด ช่วงปลายถึงจะลงเอยกันได้ด้วยดี คุณต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี เวลามีบู๊ คุณจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เงินทองมีแต่คนหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ ทั้งคนใกล้ตัวและไกลตัว ถ้าทำได้ให้ปฏิเสธไปก่อนจะดีกว่า ถึงแม้จะรู้สึกไม่ดีแต่แรก แต่พอเวลาผ่านไปก็จะดีขึ้นเอง ดีกว่าต้องมานั่งเป็นทุกข์ร้อนไปตลอด ความรักเจอมือที่สามเข้ามาแทรก เอาใจคนรักให้มากๆ แล้วจะรู้ว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังเหมือนเคย คำแนะนำ : ชาวราศีธนูทำบุญด้วยการบริจาคหนังสือ ตำราเรียน ตำราความรู้ต่างๆ จะช่วยเพิ่มพลังบารมี ให้เกิดความรู้ความคิดที่แตกฉาน มีสติในการตัดสินใจแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ราศีดวงดีอันดับ 11 ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) ปีนี้ได้ “ไพ่เผากรุงลงกา” และ “ไพ่เดอะทาวเวอร์” คงต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวสักหน่อย ความใจร้อนก็ลดลงมาบ้าง มีเรื่องขัดแย้งผิดใจกับคนรอบข้างบ่อย อาจถึงขั้นแตกหัก การทำงานเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม มิฉะนั้นจะถูกเพ่งเล็ง ลดความดื้อลงอีกนิด งานใหญ่จำเป็นต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจ ปลายปีมีโอกาสปรับเปลี่ยนงาน เงินทองไหลออกเป็นส่วนใหญ่ หันไปทางไหนก็มีแต่เรื่องที่ต้องจ่าย แถมมีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ อย่าเพิ่งไปลงทุนกับใคร มีแต่จะเสียมากกว่าได้ ความรักต้นปีรบราฆ่าฟันกันน่าดู ไม่มีใครยอมใคร พยายามข่มอารมณ์แล้วเรื่องร้ายผ่านไป คนโสดจะมีอัศวินเดินทางไกลมาหา ช่วงปลายปีมีรักกุ๊กกิ๊ก คำแนะนำ : ชาวราศีเมษ ควรทำบุญโดยการเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก หรือทำทานกับคนยากจน จะทำให้เกิดมีทานบารมีที่ดี มีบริวารมีคนช่วยเหลือ ราศีดวงดีอันดับ 10 ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) ปีนี้ยุ่งอยู่กับเรื่องเงินทองตลอด เดี๋ยวได้มา เดี๋ยวจ่ายไปให้เวียนหัว “ไพ่ลงทัณฑ์หนุมาน” และ “ไพ่ 5 เหรียญ” ต้นปีจ่ายกันให้พอ กระเป๋ารั่ว อย่าเพิ่งไปคิดเก็บออม หมดไปกับค่าใช้จ่ายจุกจิก ทั้งค่ารักษา ซ่อมแซม กู้เงิน ยืมเงิน อย่าไปรับปากใครเด็ดขาด ความเดือดร้อนจะมาเยือน ช่วงกลางปีไปแล้วค่อยโล่งใจ เหมือนมีเทวดามาช่วย มีช่องทางทำกำไรที่ดี มีงานเสริม เข้าหาผู้ใหญ่ได้รับความช่วยเหลือ การลุ้นเสี่ยง มีลาภ การทำงานเอาแน่นอนไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยมีสมาธิ อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ งานเลยไม่ค่อยคืบหน้า แต่ถ้าเป็นงานบันเทิง ท่องเที่ยว ผับ บาร์ จะไปได้เร็ว ความรักมักชิงสุกก่อนห่าม ไม่ดี ปีนี้มีมาก็รักจริงหวังฟันทั้งนั้น ให้ดูใจกันให้นานแล้วจะรักกันยืนยาว คำแนะนำ : ชาวราศีสิงห์ควรทำบุญเสริมมงคลด้วยการปล่อยชีวิตสัตว์ ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า หรือเป็นสัตว์ใหญ่ด้วยการไถ่ชีวิตโค กระบือ ก็ทำให้ได้บุญมาก ช่วยเพิ่มพลังชีวิตหลุดพ้นจากเรื่องร้ายๆ คนที่คุณเคยทำร้ายเขาจะให้อภัยและยกโทษ ทำให้ศัตรูน้อยลง ราศีดวงดีอันดับ 9 ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) ปีนี้เหมือนเจอมรสุม “ไพ่นนทกสิ้นฤทธิ์” และ “ไพ่ 10 ดาบ” ทำอะไรไปก็ไม่ได้ดี ช่วงกลางปีให้ระวังอุบัติเหตุจากของมีคม และการเดินทาง อย่าไปคาดหวังอะไรจากใครมากจะผิดหวัง การทำงานคอยแต่เกี่ยงกัน เรื่องดีๆ ก็แย่งกันรับ แต่พอมีปัญหาก็หนีเอาตัวรอด บรรยากาศแบบนี้ทำให้เบือได้ง่ายๆ ช่วงปลายปีลองแสดงความสามารถ แสดงความคิดเห็นให้เต็มที่ จะได้รับการยอมรับ เงินทองไหลออกมากกว่าเข้า มีเรื่องให้ต้องเสียอยู่ตลอดเวลา เจอะเจอใครก็พูดเรื่องหยิบยืมเงิน เริ่มรู้สึกเซ็งๆ แต่ช่วงปลายได้เฮ มีลาภฟลุ้คๆ ช่องทางทำเงินเริ่มเห็นชัดขึ้น ความรักหงอยเหงา แอบรักเขาข้างเดียว ที่มีแฟนอยู่แล้วก็บึ้งตึงกันบ่อย แถมอาจถูกนอกใจด้วย ทำตัวน่ารักๆ เข้าไว้จะได้ไม่มีปัญหา คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีกรกฏ ให้ระวังโรคที่เกี่ยวกับเลือด ให้เสริมมงคลด้วยการทำบุญกับธาตุน้ำ บริจาคค่าน้ำ น้ำดื่ม สร้างแท็งก์น้ำให้วัดในที่ทุรกันดาร รวมถึงการสร้างห้องน้ำสาธารณะ จะทำให้ชีวิตมีความร่มเย็น ไหลลื่นเหมือนสายน้ำ ราศีดวงดีอันดับ 8 ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) ต้นปียังหมกมุ่นคิดถึงแต่เรื่องเก่าที่ผ่านมา จนไม่เป็นอันทำอะไร ขอแนะนำให้ทิ้งเรื่องเก่า มองเรื่องใหม่ที่กำลังเข้ามาจะดีกว่า กลางปีได้เดินทาง ปรับเปลี่ยนที่อยู่ การทำงานดีขึ้น งานก้าวหน้า แต่คุณคงต้องกระตือรือร้นตามไปด้วย ส่งให้ไม่ค่อยได้อยู่ติดที่ เดินทางบ่อย คุณที่อยากเปลี่ยนงาน ลองสมัครดูจะได้รับข่าวดี ช่วงปลายผู้บังคับบัญชา สนับสนุนเต็มที่ เงินทองช่วงต้นปีทำให้หงุดหงิด มีบางอย่างเสียไปแล้วเกิดความเสียดาย ระวังของหาย ช่วงกลางปีมีลาภจากการเดินทาง ความรัก “ไพ่ทศกัณฐ์แห้ความ” และ “ไพ่ 5 ถ้วย” จุกจิกขี้บ่น จนเลยเถิด ตัวเองก็ต้องมานั่งเสียใจในคำพูด คนโสดสบายสุดๆ ช่วงนี้มีกามเทพแผลงศร ให้ได้สะดุดรักกันให้วุ่น คำแนะนำ : ชาวราศีตุลย์หากมีเวลาว่าง ให้ตระเวนไหว้พระ ทำบุญแล้วอย่าลืมเอาน้ำมนต์กลับบ้าน เพื่อมาล้างหน้าตอนเช้า ทำให้สิ่งร้ายๆ ออกไป มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา ถ้าให้ดีก็ให้ถวายสังฆทาน ปัจจัยสี่ เพื่อความอยู่ดีมีสุข ขอให้โชคดีกันทุกคน ราศีดวงดีอันดับ 7 ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) เริ่มมีความกระตือรือร้นกลับมาอีกครั้ง ปีนี้ได้ “ไพ่พิเภก” และ “ไพ่เดอะเมจิกเชียน” มักมีแนวคิดแหวกแนวกว่าคนอื่น โครงการที่ไม่เคยทำก็อยากลองทำ ทำอะไรที่ตนเองถนัด คุณจะได้รับรู้ถึงพรสวรรค์ของตัวเอง การทำงานมีช่องทางใหม่ๆ ให้เลือก บางทีได้ชิมลางกับงานที่ไม่เคยทำ อย่าไปกลัวคุณทำได้อยู่แล้ว ในช่วงกลางปี ให้ระวังความป๋ำเป๋อหรือกังวลจะทำให้งานผิดพลาด ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องคำนวณ งานตัวเลข คงต้องรอบคอบมากขึ้น เรื่องการเงิน เงินทอง กระเป๋าแบนตลอด หยิบอะไรคิดอะไรเป็นต้องลงทุน ปีนี้ค่าใช้จ่ายอะไรก็ประดังเข้ามา ทำให้หมุนกันตัวเป็นเกลียว ความรักสำหรับคนโสด สดใสมาก ได้พบรักโดยบังเอิญ แบบบุพเพอาละวาดทำนองนั้น แต่ถ้ามีคู่รักอยู่แล้ว ก็ต้องระวังมือที่สาม เอาใจกันให้ดี คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีกุมภ์ ควรเสริมมงคลชีวิตด้วยการบริจาคทรัพย์สร้างหอธรรม หอคัมภีร์ หนังสือสวดมนต์ หนังสือธรรมะ จะช่วยเพิ่มพูนสติปัญญา มีเกียรติยศชื่อเสียง มีปัญหาก็สามารถมองเห็นทางออก ราศีดวงดีอันดับ 6 ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) ปีนี้ต้นร้ายปลายดี ช่วงต้นปีมีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง เห็นอะไรเป็นขวางหูขวางตา ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ถ้าคุณไม่ไปหาเรื่องเขา ก็มีคนมาหาเรื่องคุณ สุดท้ายก็เป็นเรื่องจนได้ ก็สงบจิตสงบใจหน่อย จะได้ไม่เกิดปัญหา คุณที่อยากเปลี่ยนงาน สมัครงานทิ้งไว้ ปลายปีนี้มีข่าวดีแน่นอน การเงิน “ไพ่นางสีดา” และ “ไพ่ 9 เหรียญ” ปีนี้เก็บออมเป็นเลิศ ใครอย่ามาหวังแอ้มได้เงินจากคุณเลย ยากมากๆ แต่ก็จะมีเรื่องต้องเสียเงินแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ เป็นเรื่องฉุกเฉิน ปลายปีถึงจะมีลาภ ความรักมีปากเสียงกันตลอด คงต้องลดทิฐิลงมากันคนละครึ่งทาง คนโสดมีกามเทพมาแผลงศรให้ได้คู่ คำแนะนำ : ชาวราศีพฤษภ ควรทำบุญเสริมมงคลให้กับโรงพยาบาลหรือคนเจ็บป่วย จะทำให้คุณชนะเรื่องร้ายต่างๆ ที่ประดังเข้ามาได้อย่างง่ายดาย เคราะห์ที่มีก็จะเบาบางลง ราศีดวงดีอันดับ 5 ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) ปีนี้จะนุ่มนวล อ่อนโยนกับเขาบ้างแล้ว เพราะได้รับอิทธิพลจาก “ไพ่จักรพรรดินี” และ “ไพ่ดิเอ็มเพรส” อ่อนไหวง่าย ขี้สงสาร การทำงานถึงแม้ว่าจะไม่ได้คล่องแคล่วว่องไวอย่างใจคิด แต่ก็ไปช้าๆ แบบมั่นคง ปีนี้คำพูด การเจรจา ไพเราะเสนาะหู มีเสน่ห์ ต่อรองอะไรก็สำเร็จผล ปลายปีได้เพื่อนคู่คิด ช่วยกันทำงาน ครอบครัวเป็นแรงหนุน เงินทองเริ่มรู้จักเก็บรู้จักใช้มากขึ้น คิดจะวางแผนลงทุนก็ทำได้ดี เข้าหาเพศตรงข้ามจะได้ลาภจากการเสน่หา ถึงแม้เงินจะได้มาช้ากว่าที่คิด แต่ได้แน่ๆ ไม่ต้องห่วง ความรักหวานโรแมนติก เอาใจใส่กันเป็นอย่างดี ใครที่กำลังคิดสร้างครอบครัว อยากมีบุตรจะมีข่าวดี คนโสดคงได้คนรอบข้างช่วยกันแนะนำ คำแนะนำ : ถ้ามีโอกาสควรหาเวลาเสริมมงคลให้ตัวเอง ด้วยการบริจาคเงินให้กับเด็กกำพร้า เด็กยากจน เด็กพิการซ้ำซ้อน ก็จะช่วยเสริมพลังชีวิต ให้มีบริวาร มีบุตรหลาน เป็นที่พึ่งพาอาศัยได้ ราศีดวงดีอันดับ 4 ราศีมังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) หัวสมองโลดแล่นอยุ่นิ่งไม่ได้เลย อยากหยิบนั่นจับนี่ โครงการในหัวทะลักทลาย แต่สุดท้ายก็ทำได้ทุกอย่าง ปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ การทำงานมีหลายๆ งานที่คุณต้องรับผิดชอบ รวมถึงงานใหม่ งานเสริมด้วย เป็นปีที่อยากลอง อยากทำทุกอย่าง ช่วงปลายปีมีความก้าวหน้าที่ดี ได้พบปะเจรจากับคนสำคัญ ซึ่งมีแนวทางใหม่ๆ หรือได้รับการสนับสนุนในเรื่องของเงินทอง ปีนี้ได้ “ไพ่พระลักษมี” และ “ไพ่ราชินีแห่งเหรียญ” มีข่าวสารที่ช่วยในการตัดสินใจ ทีนี้ใครที่ชอบเสี่ยง ชอบลุ้นสบายใจได้ เล่นหุ้นได้ผลกำไรดี ความรักมักจะมีรูปแบบแปลกใหม่เข้ามาเสมอ มีสีสันพอสมควร คนโสดคงจะมีเด็กกว่ามาจีบหรืออายุมากกว่าไปเลย ปีนี้เบิกบานใจ ส่วนคนที่มีคู่อยู่แล้ว ก็คงจะเจ้าชู้ แอบมีกิ๊กเพิ่ม คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีมังกร ควรไปไหว้เทพจ้าไฉ่ซิงเอี้ยเป็นประจำทุกปี เพื่อขอพระเสริมโชคลาภด้วยการลูบถุงเงินเทพเจ้าฯ มาใส่ในกระเป๋าเงินของเรา สามารถไปไหว้ได้ที่วัดมังกรกมลาวาส(เล่งเน่ยยี่) กรุงเทพฯ , วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) จ.ฉะเชิงเทรา , วัดมังกรบุปผาราม (วัดเล่งฮัวยี่) จ.จันทบุรี , ไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลที่มีชื่อเสียงในย่านพาหุรัด ให้ตัวเรามีแต่ความสุขความสำเร็จ มีโชคลาภ เจริญรุ่งเรือง ราศีดวงดีอันดับ 3 ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) ปีนี้นับเป็นช่วงทองของชาวราศีเมถุนเลยทีเดียว  “ไพ่พระตรีมูรติ” และ “ไพ่ราชาแห่งเหรียญ” เงินทองไหลมาเทมา หยิบจับอะไรก็ขึ้น เป็นเงินเป็นทองไปทุกเรื่อง ถ้ากำลังมีโครงการในใจ ให้รีบสานต่อให้เสร็จ เหมาะในการเสี่ยงการลงทุน เล่นหุ้นได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ปลายปีมีลาภฟลุ้คๆ คนที่เคยชวยเหลือจะกลับมาตอบแทน เดินทางไกลดีมีโชคลาภ การทำงานสบายมาก ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ ถ้าได้ผ่านมือคุณทุกอย่างไม่มีปัญหา ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา กลางปีมีข่าวดีเกี่ยวกับงาน มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งดีขึ้น ความรักเฮฮา ปาร์ตี้ ได้เพื่อนใหม่ คนโสดได้ปิ๊งแน่ ช่วงนี้ลุกขึ้นมาแต่งตัวนิดหน่อยก็เสน่ห์แรงแล้ว ส่วนที่มีคู่ได้สวีทให้ชื่นใจ คำแนะนำ : ชาวราศีเมถุน ควรทำบุญเสริมมงคลด้วยการบริจาคโลหิต หรือบริจาคเงินให้กับสภากาชาด ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน เสริมพลังชีวิตให้กับตัวคุณได้เป็นอย่างดี ราศีดวงดีอันดับ 2 ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ มีความคิดความอ่าน รอบคอบมากขึ้น เรื่องวุ่นวายเลยจางหายไป ปีนี้ได้ “ไพ่หนุมานครองเมือง” “ไพ่ 4 คฑา” การทำงานมีความสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี มีผลงานเป็นที่น่าพอใจของผู้ใหญ่ และดูเหมือนคุณจะใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชามากขึ้น รู้จักนอบน้อม ทำตัวให้เป็น จะก้าวหน้ามากๆ งานที่ปรึกษา กฎหมาย วิชาชีพอิสระมีความสำเร็จ การเงิน เงินทองช่วงต้นๆ จะโชคดีมาก มีลาภวิ่งเข้ามาหา หรือคิดลงทุนก็ประสบความสำเร็จ ไม่ขัดสนแน่ปีนี้ เป็นจังหวะที่เหมาะในการเริ่มต้น ความรักหมั่นดูแลถนอมรักกันตลอด อบอุ่น มีกำลังใจที่ดี คนโสดในปีนี้สะดุดรักจังเบอเร่อ แต่ห้ามรีบร้อน ศึกษาดูใจกันให้ดี แล้วจะได้รักที่ยืนยาวมั่นคง คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีมีน หาเวลาทำบุญเกี่ยวกับการสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เช่น หอระฆัง เจดีย์ โบสถ์วิหาร หมายถึงความมั่นคงในชีวิต จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ และมีชีวิตที่มั่นคงเจริญรุ่งเรือง ราศีดวงดีอันดับ 1 ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) ปีนี้ได้ “ไพ่เสนาวานร” และ “ไพ่เดอะสตาร์” ยังคงส่องแสงระยิบระยับ หันไปทางไหนก็เจอแต่แสงสว่าง ไปได้ทุกที่ หยิบจับงานได้ทุกงาน การทำงานก้าวหน้า มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ผู้บังคับบัญชากำลังเทคะแนนให้อย่างแรง ถ้าคุณมีไอเดียเจ๋งๆ ไม่ต้องเก็บไว้ แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ ช่วงนี้ทางสะดวก ช่วงกลางปีคนใกล้ชิด ครอบครัวจะคอยสนับสนุน เป็นแรงเชียร์ได้เป็นอย่างดี เงินทองจะไปไหนเสีย งานดี เงินก็ดีตามไปด้วย สิ่งที่คาดหวังอยากได้ จะได้ในช่วงนี้ ต้นปีการเสี่ยงลุ้น มีโอกาสสูง ความรักก้าวไกลกว่าคู่ไหนๆ จูงมือกันวิวาห์ มีฤกษ์งามดี คนโสด ก็คงได้คู่กันก็คราวนี้ มีความสุขกันทั่วหน้า คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีกันย์ ควรทำบุญเกี่ยวกับการบริจาคน้ำ การร่วมสร้างแท็งก์น้ำ อ่างเก็บน้ำ เขื่อนกั้นน้ำต่างๆ การบริจาคน้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำให้กับโรงเรียนยากจน น้ำหมายถึงโชคลาภ และความสดชื่น แจ่มใส รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

พระมหาไพรวัลย์เขียน 'อนุสติจากการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ'
บทความหลวงพ่อคูณ /  พระมหาไพรวัลย์ / 

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ เขียนบทความ "อนุสติจากการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ"  วันที่ 18 พ.ค. พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ แห่งวัดสร้อยทอง เผยแพร่บทความ "อนุสติจากการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ" ผ่านเฟซบุ๊กเพจ "พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ" ถึงการจากไปของหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ โดยข้อความระบุว่า การมรณภาพของหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หรือเรียกอย่างพระมีสมณศักดิ์ก็คือ พระเทพวิทยาคม แห่งวัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา ได้นำความอาลัยมาสู่ชาวพุทธทั้งที่เป็นชาวบ้านและพระภิกษุสามเณรอยู่ไม่น้อย แม้เราจะทราบกันดีว่า ในมุมมองของศาสนาพุทธ ความตาย ถือเป็นเรื่องปกติสามัญที่สุดซึ่งมนุษย์ทุกคนจะต้องพบเจอเข้าจนได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง โดยเฉพาะก็สำหรับนักบวชอย่างพระด้วยแล้ว การมีชีวิตอยู่ก็คือการเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความตายได้ทุกเมื่อนั่นเอง แต่การจากไปของหลวงพ่อคูณในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่าของพระพุทธศาสนาไปอีกท่านหนึ่ง ย่อมเป็นสิ่งยากต่อการข่มใจไม่ให้รู้สึกถึงความอาลัยได้ ก่อนหน้าที่หลวงพ่อคูณท่านจะมรณภาพ ก็เคยมีข่าวลือเกี่ยวกับการมรณภาพของท่านออกมาหลายครั้ง ให้เป็นที่ต้องได้กังวลของชาวพุทธหลายคน ซึ่งให้การเคารพนับถือท่าน แต่ทุกครั้งที่มีข่าว สุดท้ายก็มักจบลงด้วยความไม่เป็นจริงอยู่เสมอ และที่น่าสังเกตมากไปกว่านั้น คือหลังจากการมีข่าว มักจะมีเรื่องของการสร้างวัตถุมงคลตามมาด้วย มีการเข็นสรีระที่ดูอิดโรยและไร้สติของหลวงพ่อออกมาพบชาวบ้าน อย่างเกิดภาพที่ไม่ชวนให้เลื่อมใสเลย หนักเข้าจนระยะหลัง คนในสังคมเริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของบรรดาลูกศิษย์คนใกล้ชิดหลวงพ่อมากขึ้น ที่ไม่ยอมให้ท่านได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เสียที ทั้งที่สังขารร่างกายของท่านอ่อนล้าเต็มทีแล้ว ถึงกับมีการเสียดสีวัตถุมงคลรุ่นหลังที่สร้างขึ้นว่า "รุ่นกูไม่รู้เรื่อง" เลยทีเดียว พูดถึงหลวงพ่อคูณนั้น แน่นอนว่า ท่านเป็นพระที่ชาวบ้านให้การเคารพนับถือและศรัทธาเลื่อมใส โดยเฉพาะก็คนในแถบภาคอีสาน ที่ดูจะเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่า หลวงพ่อเป็นพระสุปฏิปันโนที่มีวิชาอาคม ไปในทางของไสยเวทย์ ดั่งราชทินนามจากสมณศักดิ์ของท่านที่ว่า พระเทพวิทยาคม นั้น ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงกิตติศัพท์ในเรื่องนี้ได้ดี แต่ในภูมิหลังแล้ว ใครจะทราบว่า พระเกจิอย่างหลวงพ่อคูณ ก็เป็นแค่พระธรรมดารูปหนึ่ง ที่เพียรบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ของสังคมเท่านั้น ดังที่ปรากฏว่าเคยมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ท่านว่า หลวงพ่อมีฌานจริงหรือเปล่า ท่านก็ตอบอย่างไม่อวดอุตตริว่า กูไม่รู้หรอก มีญานอะไร มีก็แต่ยานโตงเตง นี่คืออารมณ์ขันของท่าน ไม่ต่างจากที่มีคนถามท่านว่า ทำไมถึงใช้วิธีเคาะหัว ไม่พรมน้ำมนต์เหมือนวัดอื่น ท่านก็ตอบอย่างติดตลกว่า พรมไม่ไหวหรอก วัดมันแคบ พรมไปพรมมาเดี๋ยวเปียกแฉะ ถึงเรื่องวัตถุมงคลเล่า ท่านก็เคยพูดไว้ชัดเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ว่า ที่มันขายกันหน้าวัด ไม่ใช่ของกูดอก แต่ก็ไม่ได้ห้าม เพราะเห็นว่ามันต้องเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียมัน กูเข้าใจ และถึงท่านจะเป็นพระเกจิ ที่ขาดเรื่องของการปลุกเสกเครื่องรางของขลังและรับเงินทองไม่ได้ แต่ท่านก็เคยพูดไว้ชัดว่า กูไม่เคยพูดว่า เอาเหรียญไปเอาพระไปแล้ว ไปอวดดีอวดเก่ง ให้เอาไปห้อยคอ ใส่กระเป๋าไว้ กระตุ้นเตือนใจว่า เราจะไปทำสิ่งที่ชั่วช้าสารเลวอย่างหนึ่งอย่างใด ก็ให้นึกถึงคุณพระ ไม่ใช่เอาไปยิงไม่ตาย ฟันไม่เข้า กูไม่เคยพูดเลย เป็นต้น ส่วนเรื่องเงินนั้น มีคนมาทำบุญ ท่านก็รับ แต่ท่านจะบอกว่า ไม่ใช่เงินกู เขาไม่ได้เอามาถวายกู เขาเอามาฝาก กูก็ตีกลับ กูเอาเงินนั่นไปทำสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ ให้แก่ชาติบ้านเมือง อย่ามาว่าของกู อาตมาออกจะชอบใจที่ครั้งหนึ่งเคยมีนักข่าวไปถามท่านว่า หลวงพ่อทำไมไม่สร้างวัด สร้างแต่โรงพยาบาลสร้างแต่โรงเรียน ท่านตอบอย่างน่าคารวะว่า โรงพยาบาล มึงไปดูเถอะ ไม่ว่าในสถานที่หนึ่งที่ใด คนจะหาบ้านพักไม่มี แล้วไปนอนตามฟุตปาธกัน หาโรงเรียนเล่าเรียนไม่มี มันแน่นกันไปหมด สร้างโบสถ์นี่มันหลายล้าน นานๆจะมีพระมาบวช สร้างเมรุก็นานๆ จะมีศพมาเผา นี่คือวิธีการคิดเพื่อส่วนรวมของพระอย่าง หลวงพ่อคูณ แม้จะมีคนตำหนิท่านอยู่บ้างว่า วิธีการที่ท่านใช้ ไม่เหมาะสม พาชาวบ้านลุ่มหลงงมงายอยู่กับวัตถุมงคล แต่ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา จวบจนถึงกาลที่ท่านมรณภาพ หลวงพ่อคูณได้แสดงให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่ท่านทำ มาจากกุศลเจตนาของท่านจริงจริง ไม่ได้มีเรื่องของผลประโยชน์สิ่งอื่นใดแอบแฝงเพื่อตัวของท่านเองนอกไปจากนี้ อีกประการหนึ่ง สิ่งที่จะไม่กล่าวถึงดูจะไม่ได้นั่นก็คือ แม้ว่าท่านจะมรณภาพไปแล้ว ตามอำนาจของกฎพระไตรลักษณ์ที่ไม่มีใครจะต่อสู้หรือแข็งขืนอยู่ได้ แต่พินัยกรรมที่ท่านได้ทำไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ท่านไม่ต้องการเครื่องเกียรติยศใดใดทั้งสิ้น อย่างที่พระซึ่งมีสมณศักดิ์ต่างพากันกวิลหาและแก่งแย่งอยากได้มาครอบครอง แม้แต่สรีระอันปราศจากวิญญาณ ท่านก็ยังถือเป็นสิ่งที่มีคุณอันอาจบริจาคเป็นทานแก่ผู้อื่นได้ สิ่งนี้เป็นเครื่องที่น่าจะยืนยันให้เราประจักษ์กันได้แล้วว่า หลวงพ่อคูณหรือพระเทพวิทยาคม เป็นพระโดยสมบูรณ์อย่างแท้จริง และได้ประพฤติตนเพื่อให้เกิดสุขะและหิตะประโยชน์แก่ผู้อื่น ดั่งพุทธดำรัสที่ตรัสสั่งทุกประการ ในที่สุดนี้ ด้วยกุศลบุญทั้งหลายที่หลวงพ่อท่านได้เคยทำไว้ตลอดระยะเวลาที่ครองสมณวิสัย อาตมาคิดว่าคงจะส่งผลเป็นพลวปัจจัยให้หลวงพ่อได้จุติยังสัมปรายภพเบื้องหน้าอันเป็นแดนแห่งสุคติภูมิอย่างไม่ต้องสงสัย จึงขอแสดงความอาลัยกับการจากไปของท่านในครั้งนี้ด้วย ขอบคุณภาพ/ข้อความจากเฟซบุ๊ก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ MThai News

ใหญ่แค่ไหน การวัดขนาดอวัยวะเพศ ให้เป๊ะทั้งความยาวและรอบวง
sex /  การวัดขนาดอวัยวะเพศ / 

คุณใหญ่แค่ไหน มาวัดกัน สอน การวัดขนาดอวัยวะเพศ แบบเป๊ะๆ ขนาดนั้นสำคัญไฉน คำถามนี้คงเป็นคำถามโลกแตกของเหล่าผู้ชายเราทุกยุคทุกสมัยจริงๆ ว่าขนาดมันมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตบนเตียงของเราไหม ถ้าจะถามทางเรา เราคงตอบว่าไม่ครับ เพราะว่าเซ็กส์ที่ดีนั้นมันขึ้นอยู่กับลีลาและความพอใจของทั้งสองฝ่ายนั่นเอง แต่สำหรับผู้ชายหลายๆ คน เรื่องศักดิ์ศรีมันเป็นอะไรที่ยอมกันไม่ได้ ต้องเอามาข่มกันให้สนุกปากนั่นเอง โดยวันนี้ Men.MThai เราก็เลยอยากจะนำเสนอเรื่อง การวัดขนาดอวัยวะเพศ ของผู้ชายแบบที่ถูกต้องมาฝากเพื่อนๆ กันครับ มาทำศึกษาความรู้เกี่ยวกับอวัยวะเพศกันก่อน อวัยวะเพศชายขนาดมาตรฐานสากล ISO 55555555+ เขาฟันธงกันออกมาแล้วครับ ว่าจะอยู่ที่เส้นรอบวงเฉลี่ยที่ 12.6 ซม. (5.0 นิ้ว) อาจคลาดเคลื่อนที่ 1.3 ซม. (0.5 นิ้ว) และค่าเฉลี่ยความยาวจะอยู่ที่ 14.9 ซม. (5.9 นิ้ว) และอาจมีการคลาดเคลื่อนไปได้ 2.1 ซม. (0.8 นิ้ว) ซึ่งการที่เรารู้ถึงขนาดที่แท้จริงของตัวเองแล้ว เราก็สามารถเลือกซื้อถุงยางอนามัยที่มีขนาดรองรับกับของตัวเองเพื่อปกป้องสุขภาพที่ดีของการมีเพศสัมพันธ์ครับ ซึ่ง การวัดขนาดอวัยวะเพศ ควรวัดตอนแข็งตัวเต็มที่และวัดหลายๆครั้งเพื่อหาค่าเฉลี่ยโดยให้แตกต่างด้วยสิ่งแวดล้อมเช่นอุณหภูมิห้อง ความชื้น มันจะแบ่งได้เป็น 2 วิธีคือหาค่าความยาว และ เส้นรอบวง นั่นเอง การวัดความยาว ควรใช้ สายวัดชนิดอ่อนจรดปลายเลขศูนย์ที่บริเวณฐาน (ส่วนที่ติดกับร่างกาย) คลี่ม้วนสายวัดไปจนถึงส่วนปลายสุดของอวัยวะเพศ (ปลายสุดส่วนหัว) ทำเช่นนี้ในขณะที่อวัยวะเพศตื่นตัวเต็มที่เพื่อที่หาค่าที่แท้จริง การวัดเส้นรอบวง ให้ใช้สายวัดพัน (ไม่ต้องแน่นมาก) รอบอวัยวะเพศ เลือกพันตรงบริเวณกึ่งกลาง และดูตัวเลขที่ได้ครับ แต่ถ้าเราไม่มีสายวัด เราขอแนะนำ ใช้เชือกธรรมดา หรือด้ายเย็บผ้าก็ได้ แล้วค่อยเอาด้ายไปวัดจากไม้บรรทัดอีกทีจะทำให้ได้ขนาดของจริง เหมือนกับการใช้สายวัดครับ เนื้อหาโดย Men.MThai

นิสัยแย่ ..แย่..ที่แฟนอยาก บอกเลิก
นิสัย /  นิสัยแย่ / 

นิสัยแย่ ..แย่..ที่แฟนอยาก บอกเลิก ตอนคบกันใหม่ ๆ มะระที่ว่าขมยังว่าหวาน แต่พอเวลาผ่าน ยิ่งนานขึ้นเท่าไร มะระที่ว่าหวานกลับยิ่งขม (ขื่น) มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น แล้วสาเหตุอะไรล่ะ ที่ทำให้คนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้ ก็คงโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ วันนี้เราก็เลยขอพูดถึงนิสัยที่คนรักเอือมระอามากที่สุด (รู้ไว้แล้วก็อย่าทำอีกล่ะ แห้วมาอย่าหาว่าไม่บอก เพราะเราเตือนคุณแล้ว!!!) - นิสัยเอาแต่ใจตัวเอง- ชนิดที่เรียกว่า ขัดใจฉันไม่ได้ ขัดใจเป็นเลิกท่าเดียว อันนี้ขอบอกเลยว่า มันอยากจะเลิกให้มันเลิกไป เพราะไม่มีใครทนนิสัยนี้ได้หรอก ถึงจะเลิกกับเราไปแล้ว คิดหรือว่าคนอื่นเขาจะทนได้ ส่วนใคร ที่เริ่มคบกัน และรู้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยที่เอาแต่ใจตัวเองแล้วละก็ ควรดัดนิสัยไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่าไปยอม มาก เพราะถ้ายอมทุกครั้ง รับ รองว่าคุณก็ต้องยอมตลอดไป (แต่ไม่ใช่ว่าค้านไปซะทุกครั้งล่ะ) - ชอบแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของจนออกนอกหน้า- ไม่ว่าจะไปที่ไหน หรือจะทักทายกับใครที่เป็นเพศตรงข้ามแล้ว ก็จะแสดงอาการหน้าบูด หน้าเขียวให้เห็นเป็นระยะ ๆ หรือคอยกันท่าไม่ให้เพื่อนเค้าได้พบปะกันบ้างเลย อันนี้ก็ไม่ไหว เพราะคนเราควรจะมีสังคม มีโลกส่วนตัว (เวลาส่วนตัว) บ้าง ไม่ใช่ตัวติดกันเป็นตังเมตลอด ใครที่ชอบก็อาจจะอยู่ได้ แต่ใครที่ไม่ชอบ นั่นคือคุณทำให้เค้าเสียเวลาบางส่วนไป ไม่ช้าคุณก็จะเสียเค้าไป - อาการหึงไร้ขีดจำกัด- เรียก ว่า มีใครมองเหล่สักนิดไม่ได้เลย ต้องเป็นเรื่องตลอด หรือบางครั้ง เพื่อนเค้าอาจจะทักทายกันตามประสาเพื่อนสนิท ซึ่งอาจจะมีการจับ เนื้อต้องตัวกันบ้าง ก็โมโห อันนี้ ก็ให้ลด ๆ ลงมาบ้าง มีลิมิตสักหน่อย หรือประเภทโทรฯเช็กทุกชั่วโมง อันนี้ก็นะ ไม่นานหรอก อีกฝ่าย ต้องรีบจรลีหนีคุณไปแน่ แล้วจะหาว่าไม่เตือน - การบอกเลิกพร่ำเพรื่อ- ประมาณ ว่าทะเลาะกันทีไร ก็ เราเลิกกันนะ แรก ๆ ก็กลัวอยู่หรอก งั้นไม่ทำแล้วนาน ๆ เข้ามันอาจจะเปลี่ยนเป็นเลิกก็เลิก พูดอยู่ได้ อยากเลิกนักใช่ไหม? (เป็นไงล่ะสมใจหรือยัง) เฮ้อ!! เปลี่ยนเป็นคำอื่นดีกว่ามั้ย อย่างเช่น ขอโทษนะ อะไรแบบเนียะ น่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่าเดิมอีกรับรอง - อย่าเชื่อเพื่อนมากเกินไป- อันนี้ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ควรที่จะเชื่อเพื่อนเลย เพราะถ้างั้นจะมีไว้คอยขอคำปรึกษาทำไม แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า เพื่อนที่คุณกำลังขอคำปรึกษาอยู่นั้นจริงใจกับคุณมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นขอเตือนว่า คนที่จะตัดสินใจแก้ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเราเอง ไม่ใช่เพื่อน และถ้าตัดสินใจผิด ถามหน่อยว่า เพื่อนมานั่งเสียใจกับเราด้วยหรือเปล่า ไม่หรอก มันก็ได้แค่ปลอบ และก็แนะนำให้หาคนใหม่มาดามใจเท่านั้นเอง อย่างที่บอก ควรตัดสินใจจากความรู้สึกของตัวเอง ไม่ใช่จากคำพูดของเพื่อน - โกรธกัน แล้วไม่ยอมคุยกัน- สาเหตุ นี้ก็เลิก กันมานักต่อนักแล้ว ทำไมล่ะ? เวลาที่มีปัญหากันแล้วถึงไม่ยอมคุยกัน กลัวว่าคุยแล้วจะต้องทะเลาะกัน หรือคุยแล้วมันอาจจะต้องเลิกกันอย่างนั้นหรือ มันไม่เสมอไปหรอก เพราะว่าบางครั้งการที่เราคุยกันมันอาจจะทำให้สองคนปรับความเข้าใจกันบ้างก็ ได้ (เคยได้ยินไหมที่ว่า ควรหันหน้าเข้าหากัน น่ะ) สื่อสารกันด้วยแผ่นหลังมันไม่มีประโยชน์หรอกนะจะบอกให้ - พวกนัดแล้วปล่อยให้เก้อ- ทำไมเหรอ? ก่อนที่จะนัดไม่เช็กดูก่อนว่าว่างหรือไม่ว่าง สักแต่ว่านัด ไม่ห่วงคนที่มานั่งรอ ยืนรอบ้าง บางครั้งเล่นปล่อยให้รอเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง อันนี้โกรธแล้วนะ แต่ยังดีกว่าไม่มา แต่พวกนัดแล้วหายไปเลยนี่ใช้ไม่ได้ - การพูดจาข่มต่อหน้าคนอื่น- อาจจะเป็นแค่การอำกันเล่น ๆ แต่หารู้ไม่ว่า อีกฝ่ายอาจจะอายแทบแทรกแผ่นดินหนีไปเลยก็ได้ เอาเป็นว่าจะพูดเล่น หรือพูดจริง ก็ไม่ควรจะข่มอีกฝ่ายต่อหน้าใคร ถ้าห้ามไม่ได้จริง ๆ คันปากอยากจะพูด ก็พูดกัน 2 คน รู้กัน 2 คน มันจะดีกว่าน๊า - การพูดโกหก- อันนี้ยอมไม่ได้เลย และก็เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คู่รักต้องเลิกกัน แต่การโกหกเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ อันนี้ยกเว้นให้ได้ แต่ที่โกหกจนเป็นนิสัย อยากเที่ยวกับเพื่อน แต่บอกติดงาน ต้องกลับดึกอะไรประมาณนี้ ขอแนะนำว่า บอกความจริงดีกว่า ยังน่าโกรธน้อยกว่าจับได้ทีหลังว่าโกหก เอา เป็นว่า ไม่ว่าชีวิตคู่ของคุณจะเป็นอย่างไร ความเข้าใจ การพูดจาปรับความเข้าใจ การรับฟังความคิดของอีกฝ่าย และการหันหน้าเข้าหากันสำคัญที่สุด เพราะถ้ามัวแต่ก้มหน้า เอากระดูกสันหลังชนกันแล้วละก็ รับรองว่า ไม่นานเกินรอ ต้องใส่คอนเวิร์สกันคนละข้างแน่ ๆ รับรอง!!! ที่มา : ladynaka.com

ภัยสังคม! สาวถูกโชเฟอร์แท็กซี่หื่น ขืนใจ
ขืนใจผู้โดยสาร /  ข่มขืน / 

ภัยสังคม! โชเฟอร์แท็กซี่ ขืนใจผู้โดยสาร เมื่อเช้ามืดวันนี้  วันนี้ (22ก.ค.) ชาวสังคมออนไลน์มีการส่งต่อภาพและข้อความเตือนภัย ของสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งที่ได้เผยแพร่ เรื่องราวสุดหดหู่ เมื่อน้องสาวแท้ ๆ ของเธอถูกโชเฟอร์แท็กซี่ขืนใจ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ผู้โพสต์ระบุรายละเอียดเรื่องราวไว้ว่า “ ประกาศ แท็กซี่ข่มขืนผู้โดยสาร เวลาตีห้า น้องสาวปีนโดนข่มขื่นในรถแท็กซี่ ตอนนี้สติเสียละค่ะ รูปก็ไม่ชัด น้องเป็นเด็กต่างจังหวัด มาหางานทำส่งเสียตัวเองและครอบครัว ไม่คิดเลย จะเจอคนไทยด้วยกันทำอย่างนี้ ตอนนี้เห็นน้องบ่นอยากตาย กลัวเป็นเอดส์ก็กลัว เราคนเป็นพี่โมโหสุด ๆ แต่ก็พยายามจะช่วยให้ถึงที่สุด รบกวนใครที่พอมีวิธีตาม ช่วยแนะวิธีปีนด้วยนะคะ กราบละค่ะ ตอนนี้รอภาพจากกล้องวงจรปิดที่มาส่งที่คอนโดอยู่ค่ะ จนปัญญาจริง ๆ ที่สำคัญคือ แท็กซี่หนีไปได้นะคะ ภัยสังคมมาก” ทั้งนี้ทางผู้โพสต์รายงานเพิ่มเติมว่า เธอได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ช่วยกันตามเรื่องอย่างเต็มที่ MThai News

รื้อหิ้งหนังเก่า : Closer (2004) - ตกหลุมรัก ทรยศ และปวดร้าว
BIOSCOPE /  closer / 

Closer (2004) ตกหลุมรัก ทรยศ และปวดร้าว "ผมคิดว่าการค้นหาคนรักเป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่เคยน่าเหนื่อยหน่าย มันคือเหตุผลว่า ทำไมเราเกิดขึ้นมา ผมคิดว่าเมื่อคุณพบคนพิเศษสำหรับตัวคุณ ทุกๆ อย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปหมด ชีวิตของคุณเปลี่ยน ความคิดที่คุณจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรก็เปลี่ยน คุณเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กับคนที่คุณรัก" ไมค์ นิโคลส์ นักทำหนังชาวอเมริกัน (แต่เกิดในเยอรมัน) พูดถึงผลงานหนังในปี 2004 ของเขา ที่แม้หน้าหนังจะพูดถึงเรื่องความรักความสัมพันธ์ของคนในรุ่นปัจจุบัน แต่มันก็ยังแฝงไว้ด้วยประเด็น 'การเมืองเรื่องเพศ' เช่นเดียวกับในยุค 60 และ 70 ที่เขาสำรวจเรื่องนี้ผ่านหนังเสมอมา ... ชื่อของ ไมค์ นิโคลส์ (Mike Nichols, 1931–2014) อาจถูกมองข้ามอย่างง่ายดาย เพียงเพราะเขาไม่ได้สร้างสไตล์หรือลายเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน ไม่ได้นำเศษเสี้ยวของชีวิตหรือบุคลิคส่วนตัวมาใส่ในหนังอย่างเห็นเป็นรูปธรรม งานของนิโคลส์ไม่ได้ซ้ำซ้อนเกินความเข้าใจ ทว่า...มันกลับ 'เข้าใจง่าย' เกินไปเสียด้วยซ้ำ - แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ลดทอนคุณค่าของตัวเขาแต่อย่างใด เพราะแทนที่เขาจะเป็นผู้กำกับออเตอร์ เขากลับเลือกเป็น 'นักเสียดสี' (Satirist) https://www.youtube.com/watch?v=hsdvhJTqLak นิโคลส์เป็นนักเสียดสีสังคมตัวฉกาจ ไม่ว่าจะเป็นการเสียดสีแบบ 'ขำขื่น' หรือ 'ขำขัน' ก็ตาม ตัวอย่างเช่นงานสุดคลาสสิคของเขา The Graduate (1967) ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างหนุ่มหัวกบฏ (ดัสติน ฮอฟฟ์แมน) กับแม่แฟนสาวของเขา (แอนน์ แบนครอฟต์) ที่แม้ดูผิวเผินมันคือเรื่องราวดราม่าเข้มข้นของตัวละครที่มีความขัดแย้งรุนแรง แต่ The Graduate คือบันทึกของนิโคลส์ที่มีต่อสังคมอเมริกันช่วงเชื่อมต่อยุค 60 และ 70 -มันคือช่องว่างระหว่างวัยที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์อเมริกา- แบนครอฟต์ คือ 'มิสซิส โรบินสัน' เปรียบเสมือนคนรุ่นเก่าที่มือถือสากปากถือศีล ส่วนฮอฟฟ์แมน คือ 'เบนจามิน' ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ มีไฟแห่งความสร้างสรรค์ และหัวใจของขบถ ...แต่ในฉากสุดท้ายของ The Graduate เบนจามินตัดสินใจพาแฟนสาววิ่งหนีออกจากงานแต่งงานที่เธอไม่เต็มใจ ทั้งคู่รีบวิ่งห้อขึ้นรถประจำทาง ก่อนจะพบกับบรรดาสายตาของผู้โดยสารที่จ้องมายังชายหนุ่มและหญิงสาวในชุดแต่งงาน รอยยิ้มที่มีเริ่มจางหายกลายเป็นความรู้สึกหลงทางกับอนาคตที่ไม่รู้ข้างหน้า ความขบถที่ได้มาซึ่งความว่างเปล่า ล้อไปกับเพลง Sound of Silence ของไซม่อนและการ์ฟังเกล ที่อธิบายและบันทึกอารมณ์จิตวิญญาณขบถผู้หลงทางในปลายยุค 60 ได้อย่างดี https://www.youtube.com/watch?v=14pdNYXY3Zo ... แม้ Closer (2004) จะมีโครงสร้างคล้ายงานยุคแรกๆ ของเขา เพียงแค่แนวคิดการเมืองเรื่องเพศที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย นี่จึงเป็นหนังทีมีแง่มุมต่างออกไปในแบบที่เขาไม่เคยเล่ามาก่อน แต่กระนั้นสิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยคือความแตกต่างระหว่าง ชาย และ หญิง "ผมคิดว่า ผู้หญิงคนหนึ่ง สามารถเข้าใจผู้ชายคนหนึ่งได้ทั้งหมด แต่ผู้ชายคนหนึ่งไม่สามารถเข้าใจผู้หญิงสักคนได้หรอก" ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่ นี่คือทฤษฎีของนิโคลส์ "มันอยู่ในดีเอ็นเอที่ทำให้ผู้ชายฆ่าผู้ชายอีกคน แต่ผู้หญิงไม่ได้ถูกตั้งโปรแกรมมาให้ฆ่ากันเอง ผู้หญิงเป็นคนลืมง่าย เช่น เธอลืมไปอย่างรวดเร็วว่าผู้ชายของเธอนอกใจ ถ้าเหตุการณ์กลับกันผู้ชายจะลืมช้ากว่า นอกจากนี้ ผู้ชายมีเพื่อนคู่หูและพวกเขาจะรักกันมาก แต่ทว่าพวกเขาจะไม่หยุดแข่งขันกันเอง" เมื่อหญิง-ชายไม่เหมือนกัน ดังนั้นทั้งคู่จึงต้องระวังตัวในความสัมพันธ์เสมอ นิโคลส์ยกตัวอย่างว่า "เช่นเมื่อคนหนึ่งเผลอนอกใจ  แล้วอีกคนหนึ่งพูดว่า 'บอกฉันมาเถอะ ฉันไม่โกรธหรอก แต่ฉันแค่อยากรู้ความจริง' ...ทุกๆ คนที่อายุมากกว่า 11 ขวบรู้ว่าไม่ควรตอบคำถามนี้ เพราะการตอบมันคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความเจ็บปวดของทั้งสองฝ่าย" "ผมจึงคิดว่า Closer เป็นเรื่องเกี่ยวกับ 'อันตรายของการใกล้ชิด' คุณมีสิทธิ์ที่รู้ทุกสิ่งทุกอย่างในหัวของอีกคนหรือเปล่า? คุณมีสิทธิ์ที่จะปกป้องความคิดในหัวของคุณรึเปล่า? คำตอบคือ มีสิ! ความรักเป็นเรื่องของการให้อิสระต่อกันและกัน มากกว่าการซึมซับตัวตนของอีกฝ่ายหนึ่ง" "คนสองคนไม่มีทางรวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้หรอก ในประสบการณ์ของผม ความสุขเกิดขึ้นได้เมื่อคนสองคนอยู่ด้วยกันและระมัดระวังระยะห่างที่พอเหมาะ ยกตัวอย่างเช่น ภรรยาของผมจะไม่ตอบคำถามว่า 'ตอนนี้คุณกำลังคิดอะไรอยู่?' เธอแค่ไม่ตอบ ผมก็ลองไม่ตอบเหมือนกัน แต่ผมไม่เก่งเท่าเธอ มันน่าสนใจดีนะ สิ่งสำคัญก็คือ คุณควรจะจำไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องตอบไปซะทุกคำถามหรอก คำถามว่า 'คุณกำลังคิดอะไรอยู่?' ไม่ได้หมายความว่า 'คุณกำลังจะพูดอะไร?' ความคิดของคุณเป็นของคุณและมันอยู่ในหัวของคุณได้ คุณไม่จำเป็นต้องบอกมันออกมา" Closer เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของคน 2 คู่ : นักเขียน (จู๊ด ลอว์), นักเต้นระบำเปลื้องผ้า (นาตาลี พอร์ตแมน), ช่างภาพ (จูเลีย โรเบิร์ตส์) และ แพทย์ (ไคลฟ โอเวน) พวกเขามีความสัมพันธ์สลับไปสลับมา ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่องนี้มีดาราหน้าตาดีถึง 4 คน แต่ตัวละครเหล่านี้กลับมีนิสัยไม่ดีเอาเสียเลย ถึงขนาดที่หลายคนตกใจว่าทำไม จูเลีย โรเบิร์ตส์ และ นาตาลี พอร์ตแมน จึงรับเล่นเป็นตัวละครที่ไม่เอาใจคนดู แต่ทว่า นี่เป็นจุดมุ่งหมายหนึ่งของนิโคลส์ "ถ้าคุณเป็นผู้กำกับเพื่อจะเอาใจผู้ชม งานคุณก็เจ๊งตั้งแต่ตรงนั้นแล้วล่ะ คุณต้องเล่าเรื่องที่คุณอยากเล่า แล้วหวังว่า จะมีปริมาณคนที่สนใจเรื่องที่คุณเล่า มากเพียงพอที่จะทำให้มันมีคุณค่าขึ้นมา ผมคิดว่าการทำหนังเอาใจคนดูเป็นไอเดียแบบฮอลลีวูด ดูตัวละครคลาสสิคอย่างคู่ผัวเมียใน Macbeth ของเชคสเปียร์สิ พวกเขาไม่ได้เป็นที่รักของใครเลย แต่พวกเขาเป็นตัวละครที่ดี ผมคิดว่าถ้าทุกคนเป็นคนที่น่าชื่นชมไปหมด ผมคงไม่กล้าออกจากบ้านแล้วละ (หัวเราะ)" "ผมรู้สึกแปลกใจที่หลายคนช็อคที่ผมนำเสนอด้านเลวร้ายของตัวละคร เพราะสำหรับผมแล้ว พวกเขาคือด้านที่เลวร้ายของพวกเรานี่เอง" "เรามักพูดกันง่ายเกินไปว่า ตัวเองเป็นคนสะอาดบริสุทธิ์" นิโคลส์ปิดท้าย https://www.youtube.com/watch?v=4i1SlznIaZk https://www.youtube.com/watch?v=5YXVMCHG-Nk **เรียบเรียงจาก นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 38 (มกราคม 2548)

ตีแผ่ศัพท์ใหม่ ที่วัยรุ่นควรรู้จัก ใน The DUFF ชะนีซ่าส์ มั่นหน้าเกินร้อย
DUFF /  The DUFF / 

ผู้ใหญ่ทั้งหลาย จะไปเข้าใจวัยรุ่นได้ไง พวกเรามีศัพท์ใหม่ๆ โดนๆ กันทุกวันแหละน่า บางคำคุณคุณอาจจะคุ้นเคยกันดี แต่บางคำก็พึ่งรู้จัก และวันนี้ เราจะอาสาพาคุณผู้ชมทุกวัย ไปรู้จักศัพท์ใหม่วัยรุ่นกับ The DUFF ชะนีซ่าส์ มั่นหน้าเกินร้อย เรื่องราวตีแผ่ชีวิตวัยรุ่นได้อย่างเจ็บแสบ เมื่อ เบียงก้า นางเอกของเรื่องจะต้องมาเป็น "สาวดัฟ" ประจำแกงค์ คำนิยามวัยรุ่นฝรั่ง การตั้งชื่อคำจำกัดความหรือนิยามของวัยรุ่นไทย เช่นคำว่า กาก เกรียน กร่าง เนิร์ด หรือ ติ่ง เป็นคำจำกัดความของคนกลุ่มๆหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมแบบหนึ่งที่คล้ายๆกัน เพื่อจำกัดความเรียกคนประเภทนั้นโดยเฉพาะ ซึ่งคนที่โดนเรียกจะโกรธหรือภูมิใจหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่บุคคล ลองไปดูกันเลยว่ามีคำไหนที่คล้ายคนไทยกันบ้าง Jock (จ๊อค) มักถูกเรียกใช้กับนักกีฬาประจำโรงเรียนหรือมหาลัย พวกนี้จะไม่ใช่นักกีฬาที่เก่งกาจอะไร แต่เป็นพวกชอบกร่าง หยาบคาย ใช้กำลังข่มและทำร้ายผู้อื่น ซึ่งจะคบกับกลุ่มเพื่อนประเภทเดียวกัน และมักจะคบกับสาวๆเชียร์ลีดเดอร์ Princess (ปริ๊นเซส) เวลาเพื่อนเรียกเราว่าปริ๊นเซส อย่าได้คิดว่าเขาชมเราว่าเป็นเจ้าหญิงหรืออะไรล่ะ เพราะจริงๆแล้ว ปริ๊นเซส ในที่นี้หมายถึง คนที่ถูกตามใจ ถูกประคบประหงมจนเสียนิสัย จนทำให้การที่เธอจะเผชิญความจริงบนโลกนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย Geek (กีค) หลายคนอาจสับสนระหว่างคำว่า กีค กับ เนิร์ด คำว่า Geek ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคนที่ฉลาด แต่เป็นพวกที่ชอบหรือให้ความสำคัญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเป็นพิเศษ คนกลุ่มนี้จะชอบเล่นเกม อ่านหนังสือการ์ตูน ชอบเล่นอินเตอร์เน็ต และมักจะจับกลุ่มกันอยู่สัก 3 คน คนกลุ่มนี้จะมีลักษณะต่อต้านสังคมเล็กๆและจะเข้ากับใครไม่ค่อยได้ ยกตัวอย่างคนดังอย่าง บิล เกตส์ นี่คือ กีค ตัวพ่อเลยล่ะ Nerd (เนิร์ด) เด็กที่ไอคิวสูงกว่าคนปกติ จะมีความสามารถและความฉลาดต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ เขาจะชอบคอมพิวเตอร์ และวิชาคณิตศาสตร์เป็นพิเศษ เขาจะเป็นคนที่เข้ากับสังคมแทบไม่ได้เลย เพราะว่าสมาธิของเขากำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่นั่นเอง Basketcase (บาสเก็ตเคส) คนที่เป็นตัวแปลกของโรงเรียน มักจะมีอารมณ์แปรปรวน แปลก และชอบปลีกตัวไม่ชอบเข้ากับสังคม หรือต่อต้านสังคม DUFF (ดัฟ) ย่อมาจาก Designated Ugly Fat Friend แปลว่า คนที่อยู่ภายในกลุ่มเพื่อน ที่มีลักษณะไม่สวยหรือดูดีน้อยกว่าเพื่อนคนอื่นๆภายในกลุ่ม เป็นเพียงแค่ตัวแถมเท่านั้น คนที่เป็นดัฟจึงโชคร้ายเพราะเป็นข้อเปรียบเทียบเพื่อทำให้เพื่อนคนอื่นดูดีขึ้นเท่านั้น โถ...น่าสงสาร มาพิสูจน์กันว่า สาวดัฟอย่างเราก็มีดี ไปกับ  The DUFF ชะนีซ่าส์ มั่นหน้าเกินร้อย ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์  The DUFF ได้ที่นี่เลย ----------------------------------------------

เรียนรู้ 3 หลักฮวงจุ้ยที่เศรษฐี! เลือกใช้จัด บ่อเลี้ยงปลา
ตู้ปลา /  บ่อเลี้ยงปลา / 

บ่อเลี้ยงปลา หรือตู้ปลาสวยงาม ซึ่งแม่หมอเชื่อว่าหลายบ้านต้องมี ไม่เว้นแม้กระทั่งร้านอาหาร เหตุผลในการเลี้ยงปลาของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป บ้างก็เลี้ยงเพื่อความสวยงาม เลี้ยงด้วยความรัก แต่บางคนก็มี บ่อเลี้ยงปลา เพื่อให้ตรงกับหลักฮวงจุ้ย สำหรับต้องการรับโชคและรวยทรัพย์ ! แล้วจะทำอย่างไรล่ะ หากว่าคุณต้องการจะจัด บ่อเลี้ยงปลา ให้เหมือนกับที่เศรษฐีดังๆหลายคนเลือกทำ วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai มีคำตอบมาฝากค่ะ หลักการจัด บ่อเลี้ยงปลา ให้ถูกหลักฮวงจุ้ย 1. เลือกลักษณะตู้ปลา ที่เป็นทรงกลม หรือ ทรงสี่เหลี่ยมยาว เพราะจะเป็นมงคล ช่วยเสริมพลังของน้ำให้ดียิ่งขึ้น สำหรับทรงอื่นๆ เช่น ทรงสามเหลี่ยม หกเหลี่ยม หรือแม้กระทั่งทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ก็ไม่ควรนำมาใช้เลี้ยงปลา เพราะจะเป็นการข่มธาตุน้ำเอาไว้ ไม่เป็นมงคลกับตัวเจ้าของ 2. จำนวนปลาที่เลี้ยง มีความเชื่อมากมายเกี่ยวกับจำนวนปลากที่หามาเลี้ยงนั้นว่าควรจะเป็นเท่าไหร่ บ้างก็ว่าเป็นเลขคู่ เลขคี่ แต่ถ้าสำหรับแผนภูมิลั่วซูตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ตัวเลขที่เป็นมงคลจริงๆก็คือ 1 ตัว, 4 ตัว, 6 ตัวและ 9 ตัว 3. ชนิดของปลาที่เลี้ยง ส่วนใหญ่จะนิยมเลี้ยงปลาทอง หรือ ปลาคาร์ฟ ซึ่งมีความเชื่อว่าหากเกิดมีปลาตาย หมายถึงปลาตัวนั้น ได้ช่วยรับเคราะห์กรรมแทนผู้ที่เลี้ยง ผู้เลี้ยงจึงควรรีบหา ปลาตัวใหม่ มาทดแทนทันทีและควรรีบทำบุญเพื่อเสริมดวงชะตาของผู้ที่เลี้ยง นอกจากนี้ควรต้องมีการเปลี่ยนน้ำอยู่บ่อยครั้ง เพื่อรักษาความสะอาด เพราะถ้าหากว่าคุณปล่อยให้น้ำในบ่อขุ่นมัว การเงินของคุณก็จะขุ่นมัวตามไปด้วย ถ้าสังเกตให้ดีตามภัตตาคารใหญ่ๆ จะมีตู้ปลาอยู่ใกล้หรือถัดจากโต๊ะเก็บเงิน เป็นเพราะการเคลื่อนไหวของน้ำ เปรียบเสมือนการหมุนเวียนของเงินทอง ภาพประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ความเชื่อและข้อห้าม! เรื่องการกินผัก ของหญิงท้องและผู้มีอาคม
การกินผิก /  ข้อห้ามกินผัก / 

การกินผักของคนโบราณ มีความเชื่อสืบต่อกันมาเรื่อยๆ พวกเราอาจจะคิดว่าการกินผักดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่สำหรับคนโบราณแล้วเขาก็มีความเชื่อเกี่ยวกับข้อห้ามและข้อแนะนำในการกินผักบางชนิดถูกห้ามกินในกลุ่มคนบางกลุ่มเช่นกัน 1. หญิงตั้งครรภ์ ข้อห้ามในการกินผักได้แก่ ห้ามกินบอน จะทำให้สายรกเปื่อย ห้ามกินผักแว่นจะทำให้รกพันคอเด็ก ห้ามกินกล้วยจี่ จะทำให้รกติด เป็นต้น ข้อห้ามเหล่านี้ถูกอ้างว่าจะมีผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ทั้งสิ้น หากจะพิจารณาถึงผลโดยตรงต่อเด็กแล้วอาจจะเป็นไปไม่ได้ ผลที่จริงแล้วเกิดกับแม่ต่างหาก เช่น บอนหากทำไม่ถูกวิธีจะทำให้คันปาก ผักแว่นหากทำไม่สะอาด อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นต้น สำหรับข้อปฏิบัตินั้นได้แก่ ให้กินปลีกล้วย ขนุนอ่อน เพราะจะทำให้ช่วยบำรุงน้ำนม จุดนี้ชาวบ้านเองคงจะสังเกตเห็นว่า ผัก ทั้ง 2 อย่างมียางขาวๆ คล้ายนมจึงคาดหวังว่าคงช่วยได้ และจากการปฏิบัติจริงพบว่าได้ผลจริงด้วย ฉะนั้น จึงได้ตั้งเป็นข้อปฏิบัติตลอดมา 2. หญิงหลังคลอด ห้ามกินผัก เย็นเช่น แตงทุกชนิด ห้ามกินผักหวาน ผักกาด ชะอม หน่อไม้ ผักเลียบ พริกด้วย ผัก พวกนี้ จะทำให้เกิดอาการเจ็บท้องทั้งแม่และลูก ผักที่แนะนำให้กิน ได้แก่ ปลีกล้วย ผักตำลึง ขนุนอ่อน บัวบก ไพล เพราะจะช่วยให้น้ำนมมาก และไพลช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ข้อปฏิบัตินี้ได้มีการปฏิบัติสืบต่อกันมานาน และถ่ายทอดมาให้ลูกหลาน แต่การที่จะปฏิบัติตัวอย่างไรหรือไม่นั้น อาจจะพบได้น้อยลงไปบ้างแล้ว เพราะปัจจุบันระบบการคลอดจากสถานบริการของรัฐมุ่งใช้ยาบำรุงและอาหารหลัก 5 หมู่ อย่างไรก็ดีแกงเลียงจึงเป็นอาหารยอดฮิตสำหรับคนหลังคลอดเพราะประกอบด้วยผักที่แนะนำมาเกือบครบถ้วน 3. ผู้มีคาถาอาคม กลุ่มบุคคลเหล่านี้จะมีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการกินอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นข้อห้าม โดยจะมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังว่า พืช ผัก เหล่านี้จะทำให้คาถาเสื่อมลง พืช ผัก ที่ห้ามกินคือ มะขามป้อมอันเป็นพืชที่อยู่ในตำนานเรื่อง ทรพี ทรพา จากตำนานนี้ได้ถูกนำมาเป็นข้อห้ามของคนที่มีคาถาที่จะไม่กินมะขามป้อม ในขณะเดียวกันจะนิยมใช้ส้มป่อยมาใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น การล้าง เสนียดจัญไร การนำมาใช้สระหัว เป็นต้น สำหรับผักที่ห้ามกินนั้น ได้แก่ น้ำเต้าฟักเขียว และโหระพา โดยถือว่าผักเหล่านี้กินแล้วทำให้อ่อนแรงลง คาถาอาคมเสื่อม ซึ่งหมอคนเมืองคนหนึ่งเล่าว่า “น้ำเต้าเป็นของเย็น กินแล้วคาถาจะเสื่อมไม่ขึ้นมันแพ้กันฟักเขียวกินแล้วจะอ่อนแรง ช้างที่ตกมันเอาฟักหัวเขียวโยนให้กินจะอ่อนกำลังลงได้”  นอกจากข้อห้ามเหล่านี้แล้ว คนเหล่านี้จะไม่กินอาหารในงานศพ นอกจากนี้จะเป็นเวลาหลังจากเผาศพเสร็จแล้วถึงกินได้ โดยถือว่ากินของผี ผีจะข่มเอาได้ ความเชื่อนี้ยังมีอยู่เพราะกลุ่มหมอพื้นบ้านต่างๆ ยังคงยึดมั่นกับความเชื่อเหล่านี้จริงๆ สำหรับคนทั่วไปการจะเลือกกินผักหรือไม่ คงไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อร่างกายมากนักมีแต่ประโยชน์ทั้งนั้นแหละ เพราะผักย่อยง่ายดูดซึมง่ายทำให้ไม่อ้วน และยังช่วยให้ระบบย่อยของเราทำงานได้ปกติอีกต่างหาก ยกเว้นคุณจะอยู่ในกลุ่มดังที่กล่าวมาก็คงต้องระวัง และปฏิบัติตามเพื่อสุขภาพและความสบายใจของตัวเราและคนรอบข้าง ทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ :) ติดตามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com

สาวโพสต์แจง ไม่ใช่หญิงถูกแก๊งวัยรุ่นรุมข่มขืน-โยนทิ้งเหว
ข่าวข่มขืน /  ข่าวจังหวัดพัทลุง / 

สาวโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง หลังมีคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเหยื่อถูกแก๊งวัยรุ่นรุมข่มขืน-โยนทิ้งเหว  หลังจากเกิดคดีสะเทือนขวัญที่กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่า และทำการข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ หลังเรื่องดังกล่าวตกเป็นข่าวดังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งได้เข้าไปค้นหาเฟซบุ๊กฝ่ายชายซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต และย้อนดูในไทม์ไลน์เฟซบุ๊กของผู้ตายประมาณ ช่วงเดือนเมษายน 2558 ที่ผ่านมา ก็ได้พบว่าผู้ตายได้ถ่ายภาพคู่กับหญิงสาวท่านหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก ดูท่าทางสนิทกัน ทำให้ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งตีความไปว่า หญิงที่ปรากฏในภาพดังกล่าวคือเหยื่อที่ปรากฏอยู่ในข่าว ถูก 4 วัยรุ่นขืนใจก่อนโยนทิ้งเหว แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา สมาชิกเฟซบุ๊ก น้อง' ฟิล์ม  ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในภาพดังกล่าวได้ออกมายืนยันว่า เธอไม่ใช่เหยื่อเคราะห์ร้ายที่ปรากฏอยู่ในข่าว เธอไม่ได้ถูกแทงและถูกข่มขืนอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจผิด แต่ยอมรับว่าเป็นแฟนเก่าของผู้ตาย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พยายามของให้ผู้ตายลบภาพเธอออกไปแล้ว แต่ฝ่ายนั้นไม่ได้ลบ อยากจะให้ทุกคนเข้าใจเพราะ ขณะนี้เครียดหนัก พร้อมระบุว่าเธอไม่รู้จักคนร้ายสักคน MThai News --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'บิ๊กตู่' ชี้ เปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเท่ากับประหารสุดโต่งเกินไป เหมือนการตัดสินของเปาบุ้นจิ้น ! วานนี้ (4 ก.พ. 59) มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่มีคนเสนอให้เปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเท่ากับประหารชีวิต ว่า นี่คือคนไทยที่มีแต่ความสุดโต่งเหมือนกับการตัดสินของเปาบุ้นจิ้น ซึ่งจะประหารชีวิตอย่างเดียวไม่ได้ เพราะกฎหมายมีขั้นตอน และปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายว่าทำได้หรือไม่ได้ และจิตสำนึกของคน ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อธิบายถึงความหมายของคำว่า 'สุดโต่ง' ที่ท่านนายกฯ กล่าวไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องหรือเข้าข้างผู้กระทำผิด แต่ต้องการให้สังคมร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ แท้จริงแล้วต้นเหตุของปัญหาคืออะไร การใช้กฎหมายรุนแรงบังคับแต่เพียงอย่างเดียว จะแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้นายกฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไปศึกษาข้อมูลและหาทางออกในเรื่องดังกล่าว โดยนำกรณีศึกษาจากประเทศต่าง ๆ มาเปรียบเทียบด้วย เพื่อให้เกิดการยอมรับตามหลักสากล MThai News --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ (4 ก.พ. 59) เน วัดดาว จัดนักโพสต์ขู่แก๊งฆ่าโจ๋ฝังดิน ข่มขืนแฟน บอกนักโทษทุกคนรออยู่ แนะยิ้มให้เต็มที่ เพราะนี่อาจเป็นยิ้มสุดท้าย วานนี้ (3 ก.พ. 59) ที่เฟซบุ๊ก @Makharin Phumssart ซึ่งเป็นของ "เน วัดดาว" ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงกรณีที่แก๊งโจ๋ฆ่าฝังดินคู่อริ ก่อนข่มขืนแฟนสาวและนำร่างทิ้งลงเหว ที่จ.พัทลุง จนทำให้มีคนออกมาเรียกร้องผ่านโลกออนไลน์ให้มีการแก้กฎหมาย "ข่มขืนโทษประหารชีวิต" ว่า กฎหมายที่ประชาชนเรียกร้องอย่างบทลงโทษผู้กระทำความผิดฆ่าข่มขืน เรียกร้องให้มีโทษประหารกัน แต่ก็ไม่มีใครมาดำเนินการ พร้อมทั้งฝากข้อความถึง 4 โจ๋ใจเหี้ยมว่า คดีแบบนี้หากเข้าไปในคุกโดนหนักแน่ เชิญยิ้มให้สบาย เพราะอาจจะเป็นรอยยิ้มสุดท้ายก็ได้ "ยิ่งอยู่ไปอยู่ไป กฎหมายจราจรยิ่งแก้ให้หนักขึ้นๆ ปรับแพงขึ้น อนาคต ขับย้อนศรหรือไม่ใส่หมวกคงแก้เป็นติดคุกสัก 10 ปี ละมั้ง และดูกฎหมายที่ประชาชนเรียกร้องกันสิ ฆ่าข่มขืนเท่ากับประหารกี่ศพและที่เขาเรียกร้องให้แก้กัน ไม่เห็นมีใครออกมาดำเนินการหรือออกมาพูดคุยให้ประชาชนฟังกันบ้างหรอ ผมก็ 1ในขี้คุก แต่คดีแบบนี้ "บอกตรงๆ เข้าไปข้างในมึงหนัก. ตอนโดนจับพวกมึงยิ้มแบบไม่สลด เดี๋ยวเข้าไปมึงจะไม่มีรอยยิ้มอีกเลย รีบยิ้มสะให้เต็มที่เลยนะพวกมึงเพราะมันอาจเป็นรอยยิ้มสุดท้ายของพวกมึง กูเชื่อว่าทุกคุกเขารอพวกมึงอยู่" เน วัดดาว --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คดีฆ่าหนุ่มหมกป่า-ข่มขืนสาวทิ้งเหว สามารถย้ายมาศาลอาญาได้ ส่วนเยาวชน 2 ราย ยังไม่มีข้อสรุปว่าขึ้นกับศาลใด พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เผยคดีฆ่าโหดหนุ่มหมกป่า ข่มขืนแฟนสาวจับทิ้งเหว หากจะมีการย้ายจากศาลเยาวชนมายังศาลปกติสามารถทำได้ ส่วนสำนวนคดีที่จะนำส่งศาลเพื่อสั่งฟ้องนั้นรวบรวมได้แล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่จับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย เป็น เยาวชน 2 ราย ผู้ใหญ่ 3 ราย และได้ขออำนาจศาลฝากขังไปแล้ว 4 ราย ทั้งนี้ ยังกล่าวถึงผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่เข้ามามีส่วนในเรื่องนี้ว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ไม่ได้มีการพูดถึงว่ามีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มองว่าไม่น่าจะมีส่วนร่วมเนื่องจากเพียงแค่ผ่านดื่มน้ำมาเท่านั้น นอกจากนี้ นางยุพิน องอาจ ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง เผยขณะนี้เยาวชนชาย 2 ราย อยู่ในความดูแลของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตรัง เนื่องจากในขณะนี้สถานพินิจฯ พัทลุง อยู่ระหว่างดำเนินการเปิดเป็นสถานแรกรับ จึงต้องไปฝากไว้ที่สถานพินิจฯ ตรัง เป็นการชั่วคราวก่อน ส่วนประเด็นว่าผู้ต้องหา 2 รายนี้ จะถูกพิจารณาในศาลเด็กและเยาวชน หรือศาลอาญาปกตินั้น ขณะนี้ศาลยังไม่ได้มีการพิจารณา ยังอยู่ในระหว่างการสืบเสาะหาข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นไร ซึ่งกระบวนการต่อไปต้องดำเนินการไปตามกฎระเบียบที่วางเอาไว้ อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.วิชัย กล่าวถึงหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ว่า อาการดีขึ้นแล้ว ซึ่งได้มีการจัดชุดดูแลความ ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงหลังจากออกจากโรงพยาบาลด้วย เพื่อคุ้มครองพยานในคดี ที่มา : INN MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โลกออนไลน์ระอุ!! คนแห่โพสต์ภาพรณรงค์แก้โทษฆ่าข่มขืน ชี้ ‘กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้’ รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดช่วงวันของวันนี้ (3 ก.พ. 59) ผู้คนในโลกออนไลน์ พร้อมใจกันโพสต์ภาพเขียนข้อความ เรียกร้องให้ทางการไทยแก้กฎหมาย "ยกเลิกอภัยโทษคดีฆ่าข่มขืน" ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะ หรือเป็นเพียงเยาวชน ซึ่งการรณรงค์เรียกร้องดังกล่าวเกิดเป็นกระแสในสังคมอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลุ่มวัยรุ่นลวงฆ่าคู่อริฝังดิน ก่อนจะข่มขืนแฟนสาว และพยายามฆ่าอำพรางด้วยการทิ้งลงเหว แต่โชคดีที่รอดมาได้ ขณะที่ข้อความรณรงค์ให้แก้กฎหมายข่มขืนให้ได้รับโทษสูงสุด ระบุว่า "ฆ่าข่มขืน กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้" สำหรับการเรียกร้องแก้กฎหมายข่มขืนเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะเกิดคดีพนักงานบนรถไฟฆ่าข่มขืนด.ญ.วัย 13 ปี บนรถไฟก่อนโยนศพทิ้งป่าทางเมื่อปี 2557 แต่จนถึงทุกวันนี้กฎหมายก็ยังไม่รับการปรับเปลี่ยนแก้ไขแต่อย่างใด รวบสาวทอม 1 ในแก๊งฆ่าหมกป่าแฟนหนุ่ม ก่อนข่มขืนแฟนสาวท้องต่อหน้า และจับโยนทิ้งเหว จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดผู้ต้องหาให้การซักทอดถึงสาวทอมคนร้ายอีก 1 คน คือ น.ส.ศิริมา ภูพวก อายุ 20 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้แล้ว ขณะที่ผู้ต้องหากำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในสวนยางพารา ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ร่วมในขบวนดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ร่วมลงมือในการสังหารโหดเหยื่อแต่อย่างใด เพียงทำหน้าที่คอยซื้ออาหารให้กลุ่มคนร้ายตามคำสั่งของ นายคิว เท่านั้น ด้าน พ.ต.อ.วิชัย กล่าวว่า น.ส.ศิริมา ผู้ต้องหารายนี้ ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีชื่ออยู่ในสำเนาทะเบียนบ้าน มารับจ้างเป็นลูกจ้างกรีดยางในสวนยางพารา โดยเจ้าของสวนยางเป็นญาติขของ นายคิว จึงได้นำตัวไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีนครินทร์ ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทั้งนี้ผู้ต้องหาทุกคนได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาเยาวชน 2 ราย ส่งตัวไปฝากขังที่สถานพินิจของ จ.พัทลุง คาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการสรุปสำนวนคดีเพื่อส่งฟ้องต่อศาลเยาวชน ขณะที่ผู้ต้องหา อีก 3 คน ที่อายุเกิน 18 ปี เจ้าหน้าที่ได้ฝากขังไปยังเรือนจำ ก่อนจะเร่งส่งสำนวนคดีต่อศาล เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุด MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- บุ๋ม ปนัดดา ปรี๊ด!! โพสต์ IG วอนศาล ตัดสินสถานหนักคดี 2 โจ๋ พัทลุง ฆ่า - ข่มขืน คู่แฟนวัยรุ่น แฟนคลับแห่โพสต์กระหน่ำ เห็นด้วย จากเหตุการณ์ แก๊งวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพรางคดี แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่อีก 2 คน ยังหลบหนีอยู่ และได้ติดต่อมอบตัวแล้วแต่ยังไม่ระบุสถานที่และเวลา ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นกระเด็นร้อน ที่คนในโลกออนไลน์ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุด นักแสดงสาว "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้โพสต์อิสตาแกรมส่วนตัว @boompanadda เรียกร้องต่อศาล ขอให้ลงโทษเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้สถานหนัก โดยมีข้อความระบุว่า "โจ๋พัทลุง เรียกคู่แฟนวัยรุ่นออกไปพบ ขุดหลุมมัดผู้ชายลงก้นหลุมให้ดูแฟนตัวเองที่กำลังท้อง 3 เดือน โดนข่มขืนเรียงคิวต่อหน้าและยิงให้ตายฝังหลุม ส่วนผู้หญิงก็โดนแทงยับแล้วโยนก้นเหว ด้วยแรงฮึดสาวท้องปีนจากก้นเหวออกมาขอความช่วยเหลือ วัยรุ่นกลุ่มนี้รวมตัวเป็นแก๊งทำมาหลายคดี รอดเพราะเป็นเยาวชน แต่ครั้งนี้มันเกินไปไหมคะ บุ๋มเล่นละครเป็นตัวร้ายขนาดไหนยังไม่เคยเหี้ยมโหดขนาดนี้เลย นี่มันยิ่งกว่ามาเฟีย คนร้ายที่มอบตัว 2 คน อายุแค่ 19 กับ 17 ปี?!? ต่อให้ต้องโทษประหาร แต่ถ้ารับสารภาพก็ลดโทษกึ่งนึง และศาลยังลดได้อีกส่วนนึงตามดุลยพินิจของศาล เรียนศาลที่เคารพ หนูรู้ว่าเราต้องให้โอกาสแก่เยาวชน แต่เรายังมีเด็กยากจนและเป็นคนดีอีกมากที่อยากได้โอกาส ไม่ใช่เด็กกลุ่มนี้ที่ไม่เคยทำอะไรดีต่อพ่อแม่และสังคมเลย เราถึงเวลาแล้วไหมคะ ที่ต้องคัดเลือกเยาวชนที่มีคุณภาพ!!! เราไม่ต้องการเยาวชนที่ฆ่าคนอื่นได้อย่างโหดเหี้ยมค่ะ ปล่อยให้อยู่ในคุกยาว ๆ ไปเลยนะคะ ช่วยคุ้มครองพวกเราด้วยค่ะ" ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้โพสต์ออกไปมีแฟนคลับเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยมีความเห็นไปในทางเดียวกันให้ศาลตัดสินลงโทษ แก๊งวัยรุ่นกลุ่มนี้อย่างสถานหนัก เช่นกัน ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก INN -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โฆษก ยธ. ชี้ทำได้โอนคดีฆ่า-ข่มขืนแฟนโยนเหว ไปศาลปกติ เหตุ "แก่เกินวัยใจอาชญากร" นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ ได้เรียกร้องให้การดำเนินคดีฆ่าแฟนหนุ่ม - ข่มขืนแฟนสาวท้องก่อนโยนลงเหวที่พัทลุง เป็นเหมือนกับคดีของผู้ใหญ่ และให้มีบทลงโทษเทียบเท่า แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเป็นเพียงเยาวชนนั้น ว่า จากคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้นการดำเนินคดีสามารถโอนจากศาลเยาวชนและครอบครัว ไปพิจารณาในคดีธรรมดาได้ เนื่องจากพฤติการของผู้ก่อเหตุ "แก่เกินวัยใจอาชญากร" เพราะ 1.มีการวางแผนเตรียมการมาก่อน 2.มีลักษณะอุกอาจ โหดร้ายทารุณ 3.ผลที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง หรือ เกิดความเสียหายแก่สังคมโดยรวม 4.กระทำโดยขาดความเห็นอกเห็นใจเหยื่อ และ 5.เคยมีประวัติการกระทำผิดในทำนองเดียวกันมาก่อน ไม่ว่าจะถูกจับกุมหรือไม่ โดยตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวมาตรา 97 วรรคสองระบุว่า คดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัว ถ้าศาลเยาวชนและครอบครัว พิจารณาโดยคำนึงถึงร่างกาย สติปัญญา สุขภาพภาวะแห่งจิตและนิสัย แล้วเห็นว่าในขณะกระทำความผิด หรือ ในระหว่างการพิจารณาเด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่า กระทำความผิดมีสภาพเช่นเดียวกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ขึ้นไป ก็ให้มีอำนาจสั่งให้โอนคดีไปพิจารณาในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาได้   ไม่สลด! 2 โจ๋ฆ่าหมกป่า-ข่มขืนสาวทิ้งเหว นั่งหัวเราะยิ้มขณะให้การ ขณะที่บุ๋ม ปนัดดา จี้ลงโทษ "ประหารชีวิต" จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (2 ก.พ. 59) พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เผยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 4 ราย โดยให้การรับสารภาพทั้งหมด และในวันนี้จะนำตัวบางคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านผู้ต้องหา บริเวณจุดที่ผู้ต้องหาทำการข่มขื่นและฝังศพ รวมทั้งจุดที่ทำร้ายร่างการเหยื่อสาว ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพรางคดี ขณะที่ในโลกออนไลน์ ได้มีการส่งต่อข้อความเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเป็นแค่เยาวชนก็ตาม เพราะนับว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และมีจิตใจเหี้ยมโหดเกินจะรับได้ โดยเฉพาะดาราสาวชื่อดัง บุ๋ม ปนัดดา วงษ์ผู้ดี ที่ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นอย่างดุเดือดถึงเรื่องดังกล่าวผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว เรียกร้องให้ศาลตัดสินคดีขั้นสูงสุด (ประหารชีวิต) เพราะเห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้สำนึกผิดในที่ได้ก่อเหตุในครั้งนี้ "นี่คือสีหน้าของคนที่เพิ่งฆ่าคน ข่มขืนคนท้อง ลงมือกระทำอย่างโหดเหี้ยม??? ไว้ชีวิตแม่งเพื่ออะไร ในเมื่อมันดูไม่สำนึกอะไรเลย???" ภาพจาก instagram @boompanadda MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ญาติสาวถูกข่มขืนจับโยนทิ้งเหวอำพราง สั่งงดเยี่ยมหลังพบชายฉกรรจ์ 5 บุกโรงพยาบาลตามหาตัวหลานสาว จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (1 ก.พ. 59) มารดาและคนในครอบครัวของเหยื่อสาว ได้เดินทางมาจาก อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อมาเฝ้าอาการของหญิงสาวด้วยความห่วงใยและเป็นกังวล เนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. มีชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันที่ทางญาติไม่รู้จักถึง 5 คน พยายามมาค้นหาสืบเสาะว่า หญิงสาวพักอยู่ชั้นไหนห้องใด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลรู้สึกผิดสังเกตจึงปฏิเสธไม่ให้เข้าเยี่ยม ญาติจึงขอเคลื่อนย้ายคนเจ็บไปตึกอื่นที่ไม่ใช่ตึกรวม เพื่อป้องกันอันตราย เพราะคิดว่าอาจเป็นคนของฝ่ายผู้ต้องหา นอกจากนี้ทาง รพ.ก็สั่งเฝ้าตรวจเข้มตลอด 24 ชม. ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มอบตัวแล้ว! 2 โจ๋โหด ลวงฆ่าคู่อริหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวโยนทิ้งเหวอำพราง วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานความคืบหน้ากรณี กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวง นายภาสกร คงสวัสดิ์ อายุ 19 ปี และแฟนสาว อายุ 19 ปี ไปฆ่าหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวของผู้ตายและจับโยนทิ้งเหว โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่อีก 2 คน ได้หลบหนีออกจากหมู่บ้าน ล่าสุดญาติของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ นายนพพร ทองเอียด หรือคิว อายุ 19 ปี และนายวรเมธ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ได้ติดต่อขอนำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เข้ามอบตัวที่ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ข่มขืนแฟนสาวของผู้ตาย โดยให้ผู้ตายนั่งดูและขู่บังคับให้ผู้ตายลงไปนั่งในหลุมเพื่อทดลองว่าลึกพอหรือยัง และให้โอกาสผู้ตายได้สั่งเสียถึงคนที่บ้าน ก่อนใช้ปืนยิงนัดแรก ตามด้วยอีกคน ยิงนัดที่ 2 จน นายภาสกร เสียชีวิต ส่วนแฟนสาวของผู้ตาย หลังถูกข่มขืนได้ร้องขอชีวิต ตนจึงใจอ่อนไม่ฆ่าทิ้ง ซึ่งระหว่างที่ขุดหลุมและข่มขืนได้ถ่ายคลิปวีดีโอเก็บเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า แฟนสาวของผู้ตายตั้งครรภ์อยู่ 3 เดือน อย่างไรก็ตามคดีนี้พบมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกอย่างน้อย 3 คน เป็นผู้หญิง 1 คน สาวทอม 1 คนและเป็นผู้ปกครอง ซึ่งจะต้องสอบปากคำผู้ต้องหา ญาติของผู้ตายและฝ่ายผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บ ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วัยรุ่นพัทลุง ลากคู่อริกับแฟนสาวเข้าป่า ก่อนข่มขืนฝ่ายหญิงแล้วทิ้งลงเหว ส่วนฝ่ายชายถูกยิงดับจับฝังอำพราง วานนี้ (30 ม.ค. 59) มีรายงานว่า นายสาคร คงทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง แจ้งว่า นายภาสกรณ์ (อัฐ) คงสวัสดิ์ อายุ 18 ปี ชาวบ้านในตำบลเดียวกัน ได้หายตัวไปจากบ้านพักพร้อมแฟนสาว ชื่อ น.ส.จุฑามาศ อายุ 19 ปี อาศัยอยู่ที่ ต.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 59 ก่อนมีคนพบ น.ส.จุฑามาศ ถูกทำร้าย แทงด้วยของมีคม และทุบตีด้วยของแข็ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลนาโยง และนำส่งต่อโรงพยาบาลตรัง เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 59 โดย น.ส.จุฑามาศ ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีนครินทร์ ว่า ตนและแฟนหนุ่มถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ในหมู่บ้าน หลอกเข้าไปในป่า และช่วยกันขุดหลุมเพื่อฝังแฟนหนุ่มของตน ก่อนข่มขืนตนต่อหน้าแฟนหนุ่ม โดยหลังจากขุดหลุมเสร็จได้นำแฟนหนุ่มไปนั่งในหลุมและใช้ปืนยิงจนเสียชีวิต พร้อมช่วยกันฝังศพ โดยหลังจากนั้น กลุ่มวัยรุ่นได้ใช้หินทุบตีและมีดแทงตนจนหมดสติ และนำร่างตนไปโยนทิ้งเหว ซึ่งตนหมดสติไป 1 คืน เมื่อฟื้นขึ้นมา จึงพยายามคลานขึ้นจากเหวลึก มานอนขอความช่วยเหลือบนถนน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงออกค้นหาศพ พบถูกฝังลึกลงไปจากผิวดินประมาณ 50 เซนติเมตร ในป่าบนเทือกเขาบรรทัด ห่างไปทางทิศตะวันตกของสำนักสงฆ์ป่าสนเขาคราม หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ประมาณ 5 กิโลเมตร และในเหวห่างจากสถานที่พบศพ ประมาณ 2 กิโลเมตร เจอรถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกนำไปทิ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นชาวบ้านพื้นที่ ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ และ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย อยู่ระหว่างการหลบหนี ที่มา : INN MThai News

เมื่อผมจะรับปริญญา ภารกิจลด 65 กิโล ในเวลา 8 เดือน เจ๋งมาก
เมื่อผมจะรับปริญญา

เมื่อผมจะรับปริญญา ภารกิจลดน้ำหนักจาก 140 กิโลกรัม ให้เหลือ 75 กิโลกรัม ในระยะเวลา 8 เดือน จึงเริ่มขึ้น! Men.MThai เราเชื่อมาตลอดว่า ถ้ามนุษย์เรามีความตั้งใจ และมุ่งมั่นอะไร อย่างเอาจริงเอาจังแล้ว ไม่มีสิ่งไหนที่เราทำไม่ได้แน่นอน ก็เหมือนกับคุณอาร์ม Opaque สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่ตั้งใจ และเอาชนะอุปสรรค์ต่างๆ จนทำให้ตัวเองลดน้ำหนัก 65 กิโลกรัม จาก 140 ให้เหลือ 75 กิโลกรัมภายในระยะเวลา 8 เดือน (และก่อนกำหนดเวลาที่ตัวเองตั้งเป้าไว้ด้วย) และวันนี้ ทางเราก็อยากจะขอนำเสนอ ประสบการณ์และเคล็ดลับวิธีการลดน้ำหนัก ของคุณอาร์มที่ทำด้วยใจและไม่ใช้ยาลดน้ำหนักซักเม็ด สวัสดีครับ พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ชาวพันทิปทุกท่าน ผมเขียนรีวิวครั้งนี้เพื่อ อยากแชร์ประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วยตนเอง จากคนที่เคยมีน้ำหนัก 140 กิโลกรัม จนปัจจุบันผมลดลงมาเหลือ 75 กิโลกรัม ในระยะเวลา 7-8 เดือน โดยไม่ใช้ยาลดความอ้วนแม้แต่เม็ดเดียว ก่อนอื่น ขอแนะนำตัวสักหน่อย ผมชื่อ “อาร์ม” ครับ ผมเป็นคนอ้วนมาตั้งแต่เด็กครับ ด้วยความที่เป็นคนชอบกินจุกจิก ชอบกินของทอด ชอบกินขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจ เข้าร้านสะดวกซื้อแทบทุกวัน ความรักในการกินทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ ครับ แค่ตอน ป.6 น้ำหนักก็เกิน 100 กิโลกรัมเข้าไปแล้วครับ นึกสภาพเด็ก ป.6น้ำหนักร้อยกิโลดูนะครับ ว่าคนรอบข้างจะตื่นตะลึงขนาดไหนกับน้ำหนักตัวนี้ แต่ไม่หยุดแค่นั้นครับเพราะในที่สุดน้ำหนักผมก็พุ่งทะยานมาแตะที่ 140 กิโลกรัมในขณะเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 4 แต่ยังพอมีดีอยู่บ้างเล็กน้อยที่ผมเป็นคนที่ค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน ผมสูง 185 ซม. แม้จะไม่ได้อ้วนกลมแบบลูกบอล แต่ก็ยังถืออ้วนมากอยู่ดี ไม่พูดพร่ำทำเพลงมากครับไปดูรูปตอนอ้วนกันเลยครับ ผมใช้ชีวิตแบบคนอ้วนมาตลอด 22 ปี ในที่สุดผมก็แบกร่างกายและก้อนไขมันเรียนจนจบปริญญาตรี พอเรียนจบ เพื่อนๆก็ชวนไปลองและเช่าชุดครุยกันครับ พอผมเห็นตัวเองในกระจกและเมื่อได้พิจารณารูปร่างอันอ้วนท้วนสมบูรณ์ของตัวเองในกระจก ผมก็เกิดจินตนาการและคำถามมากมายในหัว เช่น “ถ้าเราผอมลงมากในวันรับปริญญาเพื่อนๆในคณะจะเซอร์ไพรส์ขนาดไหน?”, “ถ้าเราผอมกว่านี้ เราจะมีหน้าตาเป็นยังไง?” จากวันที่ไปเช่าชุดครุยทำให้นึกสนุก อยากทำอะไรเซอร์ไพรส์ตัวเองและคนรอบข้างทั้งเพื่อนและคนในครอบครัว ส่วนหนึ่งก็อยากท้าทายตัวเองด้วยแหละครับ ว่าถ้าเราพยายามจริงๆ ย้ำว่า “พยายามจริงๆ” มันจะไปได้ไกลขนาดไหน โปรเจคลดความอ้วนด้วยตัวเองจึงเริ่มขึ้น หลังจากวันนั้นผมตั้งเป้าหมายในใจ โดยตั้งเป้าหมายเป็น 3 ระยะครับ ระยะที่ 1 พยายามลดน้ำหนักลง 20 กิโลกรัม ให้เหลือ 127 กิโลกรัม ระยะที่ 2 พยายามลดน้ำหนักลงให้เหลือ 100 กิโลกรัม ระยะที่ 3 พยายามลดน้ำหนักลงให้เหลือ 75 กิโลกรัม เป้าหมายทั้ง 3 ระยะ มีจุดเริ่มต้นคือวันที่ 16 มีนาคม 2558 และ “ต้อง” สำเร็จก่อนวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งคือวันรับปริญญานั่นเองครับ ผ่านไป 1 เดือนแรก (มี.ค.-เม.ย.) น้ำหนักผมก็ลดลงมาเหลือ 135-130กิโลกรัมครับ ตอนช่วงเดือนแรกนี้เป็นช่วงวัดใจครับ ทรมานจิตใจที่สุด ร่างกายขาดน้ำตาล ขาดของหวาน อยากจะกินแต่ขนม เหมือนคนลงแดง ตกกลางคืนนอนขดอยู่บนเตียงเลยวัน ผมแก้โดยการเปิดดูรีวิวบุฟเฟ่ต์/ร้านอาหารในพันทิปแก้หิว แล้วก็ข่มตานอนหลับไปครับ เข้าเดือนที่ 2 (พ.ค.) น้ำหนักผมลงมาอยู่ที่ 130-120 กิโลกรัมครับ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เริ่มปรับตัวกับกิจวัตร (Routine) ของตัวเองได้แล้วครับ เป็นช่วงที่น้ำหนักลงไว คนก็เริ่มๆ ทักกันบ้าง แต่ก็ยังอ้วนอยู่ดี เป้าหมายระยะที่ 1 ก็สำเร็จในช่วงนี้ครับ เข้าเดือนที่ 3 (มิ.ย.) น้ำหนักผมลงมาอยู่ที่ประมาณ 110-100 กิโลกรัม เป้าหมายระยะที่ 2 สำเร็จในช่วงนี้ครับ เข้าเดือนที่ 4 (ก.ค.) น้ำหนักผมลงมาอีกอยู่ที่ 100-90 ช่วงนี้คนทักเยอะมากครับว่าผอมลง ประมาณเดือนที่ 5-6  (ส.ค.-ก.ย.) เป็นช่วงที่น้ำหนักลงยากมากครับ ความท้อแท้เบื่อหน่ายก็เข้ามา แต่ต้องบอกกับตัวเองว่าต้องสู้ดิ!!! ต้องไหวดิ!!! สรุปช่วงนั้นน้ำหนักลดลงมาอยู่ที่ 90-85 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพื่อนชวนถ่ายนอกรอบพอดี เลยมีภาพที่สวยกว่าปกติสักหน่อย แหะๆ ในที่สุด!!!!! วันที่ผมรอคอยก็มาถึง เมื่อขึ้นชั่งน้ำหนักแล้วพบว่า น้ำหนักตัวเอง อยู่ที่ 75.00 กิโลกรัม ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2558 ถือเป็นการปิดโปรเจคการลดความอ้วนของผม อย่างสมบูรณ์ แถมยังสำเร็จก่อนเวลาด้วย 555+ ผมพร้อมแล้วครับ สำหรับร่างใหม่วันรับปริญญาในวันที่ 7 และ 17 พฤศจิกายน 2558 วิธีและเทคนิคในการลดความอ้วนผมปฏิบัติ ที่นำผมไปสู่ร่างใหม่มีทั้งหมด 4 วิธีหลักๆดังนี้ครับ 1. ปรับหัวใจ: ผมคิดว่า “หัวใจ” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความอ้วนครับ  หัวใจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอวัยวะที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายนะครับ แต่หมายถึง จิตใจ ความคิด ความเชื่อ ทัศนะคติ ทั้งหมดทั้งมวลเกี่ยวกับการลดความอ้วน เช่น... ความคิด: อย่าคิดว่าตัวเองจะทำไม่ได้ อย่าประเมินความสามารถของตัวเองต่ำขนาดนั้น คิดไว้ว่า “เราไม่ใช่คนกระจอก” ความอาย: อย่าอายที่จะออกไปออกกำลังกาย อย่าอายคนอื่นในการที่เป็นคนอ้วนและจะเดินเข้าฟิตเนส หากตกเป็นเป้าสายตาให้เดินมั่นๆ แล้วคิดในใจว่า “รอกรูก่อน พวกเมิงรอดูกรูร่างใหม่ได้เลย” และอย่าเขินหรืออายที่จะใช้อุปกรณ์ฟิตเนส อุปกรณ์ออกกำลังเขาสร้างมาให้เราใช้ครับ เพราะฉะนั้น “จงใช้มันซะ” ถ้าใช้ไม่เป็น ก็ขอให้คนแถวนั้นช่วยแนะนำก็ได้ครับ คนไทยใจดีครับ ข้ออ้าง: อย่าโทษนู้นโทษนี้ อ้างนู้นอ้างนี้ว่าเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการลดความอ้วน ถ้าเราอ้วนด้วยตัวเอง เราต้องลงมือลดความอ้วนด้วยตัวเองครับ คนอ้วนส่วนใหญ่รวมทั้งผมในอดีตมักจะอ้างว่าไม่มีเวลา เราควรหยุดอ้างแบบนั้นซะ เพราะถ้าเรามีเวลาเล่น facebook, pantip, ig เราก็มีเวลาออกกำลังกายครับ หรือไม่ก็พยายามตื่นเช้ากว่าเดิมสักครึ่งชั่วโมง-หนึ่งชั่วโมง มาออกกำลังเถอะครับ เริ่มลงมือให้เร็วที่สุด: เราต้องลงมือทำเลยครับ หลายคนที่พยายามจะลดความอ้วน ชอบเวิ่นเว้อครับ หยุดสักทีครับกับประโยคที่ว่า “พรุ่งนี้ฉันจะลดความอ้วน” “วันนี้ขอกินก่อน พรุ่งนี้จะลดแล้ว” ลงมือทำเลยครับ ทำสักที หยุดพูด หยุดกิน แล้วไปออกกำลังกายเถอะครับ 2. อาหารการกิน: ผมปฏิวัติพฤติกรรมการกินของผมใหม่ยกชุดเลยครับสามารถแบ่งได้ดังนี้ครับ กินแบบนับแคลอรี่: ผมคำนวณค่า BMI, TDEE ทั้งหลายแหล่ แล้วจึงจำกัดการกินของผมให้อยู่ในช่วง 1,500-1,700 แคลอรี่ (แบบหยาบๆ ผู้หญิงอาจอยู่ในช่วง 1,200-1,500 แคลอรี่) ในเรื่องการนับแคลอรี่ ผมใช้ แอปพลิเคชั่น “แคลอรี่ ไดอารี่” เพื่อช่วยให้สามารถบริหารกินและการออกกำลังกายได้ดีขึ้น หากใครสนใจลองไปโหลดมาเล่นก็ได้ครับ อาหาร : ช่วงแรกๆ ผมก็กินตามปกตินี่แหละครับ แต่มันไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่ เลยพยายามปรับมากินคลีน โดยพยายามงดของทอด งดอาหารผัดน้ำมัน งดของมัน งดของหวาน ลดอาหารเค็ม งดบุฟเฟ่ต์ น้ำและเครื่องดื่ม : ผมดื่มน้ำเปล่าวันละ 8-12 แก้ว หรือประมาณ 2-3 ลิตร โดยแบ่งเป็น หลังตื่นนอน 2 แก้ว หลังอาหารเช้า 1 แก้ว หลังอาหารกลางวัน 1 แก้ว หลังอาหารเย็น 1 แก้ว ก่อนนอน 1 แก้ว ที่เหลือก็ดื่มระหว่างวันครับ ข้อสำคัญคือต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ตามที่คุณครูสอนมาตั้งแต่ชั้นประถม โปรตีน : เน้นกินไข่ขาว อกไก่ ปลาทับทิม ปลาดอลลี่ ปลาทะเล อาหารทะเล ลดการกินเนื้อแดง (หมู+เนื้อวัว) คาร์โบไฮเดรต : เน้นกินข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีต ฟักทอง มันญี่ปุ่น กล้วยน้ำว้าสุก/ต้ม กราโนล่า วิตามิน+เกลือแร่ : กินผักเยอะๆผักกินได้แทบทุกชนิดครับ  ส่วนผลไม้ก็พยายามเลือกกินที่น้ำตาลน้อย เช่น แก้วมังกร มะละกอ แอปเปิ้ล ฝรั่ง แคนตาลูป เมล่อน สตอเบอร์รี่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม เป็นต้น ไขมัน : พยายามงดอาหารมอดและอาหารผัด เพราะอาหารปกติมักมีไขมันแทรกอยู่แล้ว หากจะกินก็ขอให้เป็นไขมันดีเช่น อัลมอนด์ ปลาแซลมอน เป็นต้น ผมถ่ายรูปอาหารที่ผมกินในแต่ละวันไว้ด้วยครับ บางทีก็ทำเอง บางทีก็ซื้อ สลับกันไป แต่ส่วนใหญ่จะซื้อเอาครับ 3. การออกกำลังกาย : ช่วงแรกของการออกกำลัง ผมเน้นการออกกำลังแบบ Cardio เป็นหลัก การออกกำลังกายที่ผมชอบก็คือ การเดินเร็ว เนื่องจากที่บ้านมีลู่วิ่ง ผมก็เลย เดินช้า เดินเร็ว วิ่งบ้างเล็กน้อย สลับกันไป ตอนแรกก็ 30 นาที พอนานๆ ไปก็เพิ่มเป็น 45, 60 นาทีตามลำดับ และตามความฟิตของร่างกาย โดยพิจารณาอัตราการเต้นของหัวใจควบคู่ไปด้วย สำหรับผม ผมคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ประมาณ 125-145 ครั้งต่อนาที หลังจากน้ำหนักเริ่มลดลงมาได้สักพักประกอบกับต้องย้ายมาอยู่หอพัก และมีฟิตเนสอยู่ใกล้หอพอดี ผมก็เลยเริ่มเล่นเวทควบคู่กันไปด้วยครับ เพื่อที่หนังจะได้ไม่ย้วยมาก ผมทำแบบนี้เป็นประจำ วันละ 45-60 นาที 4-5 วันต่อสัปดาห์ อันนี้รูปลู่วิ่งที่บ้านครับ อยากให้สังเกตที่กระดาษครับ มันเป็นการเตือนสติอย่างหนึ่งครับ ส่วนอันนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง อายุ, ประสิทธิผลในการออกำลัง, และอัตราการเต้นของหัวใจครับ 4. การพักผ่อน : เรื่องการนอนผมจะพยายามนอนให้ได้วันละ 6-8 ชั่วโมงครับ เพราะนอนน้อยจะไม่มีแรงออกกำลัง ร่างกายทรุดโทรม และอาจไม่สบายได้ นอกจากนี้การพักผ่อนของผมยังรวมไปถึง cheat meal คือมื้อปล่อยผีครับ ที่ผมจะไปหาอะไรอร่อยๆกิน อาหารญี่ปุ่น ไอศกรีม ขนมหวาน ของทอด ของมันๆ 1 มื้อต่อสัปดาห์ แต่กินแค่พออิ่ม ส่วนใหญ่ผมจะปล่อยผีในมื้อกลางวัน วันอาทิตย์ครับ มาดูความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นของเขากันครับ Men.MThai ขอบคุณเนื้อหาและสามารถอ่านเนื้อหาทั้งหมดต่อได้ที่ คุณอาร์ม Opaque สมาชิกเว็บไซต์ Pantip

เสรี โต้กลับ โน้ต เชิญยิ้ม ถ้ามีสมองควรแยกแยะถูก!!
โน้ต เชิญยิ้ม /  ข่าว โน้ต เชิญยิ้ม / 

นักร้องลุกทุ่ง เสรี รุ่งสว่าง โต้กลับดุเดือด!! ไม่ขอเคลียร์กับนักแสดงตลก โน้ต เชิญยิ้ม กรณีดราม่าวิจารณ์เอาตลกมาเป็นคอมเม้นท์เตเตอร์ในรายการเพลง ลั่นไม่ได้ว่าใคร บอกเรื่องจบนานแล้ว ไม่เข้าใจอีกฝ่ายจะออกมาพูดทำไม ถ้ามีมันสมองน่าจะแยกแยะถูก!! ยันร่วมงานกันได้ เปรยอีกฝ่ายต้องเป็นฝ่ายออกมาขอโทษตนถึงจะถูก แต่เชื่ออีโก้สูงคงไม่ทำ ก่อนปิดท้ายว่าความดีอยู่ที่ผลงาน ไม่ต้องออกมาพูดเอง.... "จริงๆ แล้วผมไม่ได้คิดอะไรครับ เรื่องมันจบไปแล้ว เขาก็ไม่ได้มาโต้ตอบอะไรเราแล้ว จริงๆตัวผมเองก็มาออกรายการ คนดังนั่งเคลียร์นี่แหละเกือบปีแล้ว แต่ว่าบางทีมันมีเรื่องพาดพิงมาถึงเรา ชื่อนักร้องตัว ส. ซึ่งวันนี้ผมก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากมายนะครับ ก็มาออกรายการธรรมดา แต่ว่าในเมื่อพี่ๆ น้องๆ เราอยากจะรู้เรื่อง เราก็จะบอกว่า ที่จริงเราไม่ได้คิดอะไร แล้วเรื่องมันก็ไม่เป็นเรื่อง ผมไม่ได้ไปเอ่ยชื่อใคร แล้วที่ผมพูดออกไป คืออาจารย์ยิ่งศักดิ์เขาถาม ผมก็ตอบ" "ผมอยู่ในวงการเพลงลูกทุ่ง ซึ่งนักร้องลูกทุ่งทั่วไป เขาก็คิดแบบเราเหมือนกันว่ามันจะถูกไหม แต่เราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา ที่จริงคนฟังเพลงลูกทุ่งเป็นทุกคนแหละครับ แต่ลึกๆ จริงๆแล้ว มันก็น้อยคนที่จะรู้เรื่องหรือว่าร้องได้ ผมเองก็อยู่สายลูกทุ่ง ผมก็คิดว่า บางทีมันก็ไม่ถูก แต่ผมก็ไม่เคยไปพูดอะไรกับใคร จริงๆ วันนี้ผมไม่ได้มีเรื่องอะไรที่จะบอกเลยนะครับ เพราะว่าเรื่องมันจบไป แล้วเขาก็เงียบๆ ไป ผมก็ไม่ได้คิดอะไร" "กับที่เขาได้ออกมาพูดล่าสุดโดยมากผมจะไม่ค่อยดู เพราะว่าเวลาที่ผมจะถาม จะพูดอะไรออกไป ผมจะต้องคิดแล้วว่า เราไม่เคยไปว่าใคร ไม่กระทบกระเทือนไปถึงใคร คืออาชีพทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นตลก ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ก็อาชีพเดียวกัน แล้วถามว่าร้องเพลงเป็นไหม ฟังเพลงเป็นไหม ก็ทำเพลงกันทุกคนแหละครับ" "แต่ว่าลึกๆ จริงๆการที่จะมาสอนนักร้อง มันจะมีไม่กี่คนหรอกครับ ถ้าไม่ใช่ลูกทุ่งตัวจริงก็คงคิดว่าไม่ใช่ครับ เราเป็นนักร้องลูกทุ่ง ซึ่งเราร้องให้ฟังได้ แล้วก็แนะนำได้ แนะนำไปในทางที่ถูก แต่ว่าถ้าทุกคนแนะนำได้ แล้วไปในทางที่ถูก ป่านนี้ลูกทุ่งทุกคนก็คงจะเหยียบกันตายแล้วครับ จะไม่มีเพชรเม็ดดีๆในวงการแน่นอน" "หลังเกิดเหตุการณ์ไม่ได้มีการพูดคุยกับอีกฝ่ายครับ เพราะว่าเขาเป็นคนต้นเรื่อง เขาเป็นคนออกมาพูดว่านักร้องตัว ส. ซึ่งถ้าหากว่าจะให้ผมเอาคนกลางไปเคลียร์ ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับผม เขาเป็นคนออกมาพูด เขาต้องออกมาเคลียร์กับผม ไม่ใช่ให้ผมไปเคลียร์ แล้วเขาจะยกโทษให้ มันไม่เกี่ยวกับผม แล้วผมก็ไม่เคยดูที่เขาพูดอะไรต่างๆนานา นอกจากแฟนเพลงที่มาถามเราว่าพี่ดูนั่นดูนี่หรือยัง แต่เราก็ไม่เคยเข้าไปดู ล่าสุดนี่ก็ไม่ได้เข้าไปดู เราก็ไม่รู้ว่าเขาเงียบไปยังไง (หัวเราะ)" "ที่เขาพูดว่าหลังจากนี้จะไม่ร่วมงานด้วย ทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้ร่วมงานกับเขาอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าถามว่าผมจะไปร่วมกับเขาได้ไหม ได้ ผมร่วมได้หมด เพราะเราไม่มีอคติกับใคร เราไม่ได้ยกตนข่มท่าน ผมไม่มีนิสัยเป็นผู้หญิง นิสัยเราต้องแมน ไม่ใช่เจ๊าะแจ๊ะ ไม่ใช่เป็นประเภทคิดเล็กคิดน้อย คือเรื่องจริงเราพูดเรื่องจริง" "ที่เราพูดว่าเอาตลกมาตัดสินนักร้องลูกทุ่ง คนมองว่าเราจงใจว่าเขาหรือเปล่า คือจริงๆ ผมไม่ได้ไปว่าใครเขาเลย ที่ไปออกรายการคนดังนั่งเคลียร์ คืออาจารย์ยิ่งศักดิ์ เขาถามว่าทำไมคุณเสรีไม่ไปเป็นครูเพลง ที่คนเอาเพลงมาประกวดมากมาย ก็อาจารย์ถามผมว่าเขาไม่มาจ้างคุณหรือว่าคุณไม่ไป ผมก็บอกเขาไม่มาจ้างผม ถ้ามาจ้างผมก็ไป แล้วถ้าเกิดพวกผมไป รายการอาจจะกร่อย เพราะว่าตัดสินค่อนข้างเคร่งเครียด เราก็ต้องดูว่า เราต้องฟังให้แม่น แล้วก็คอมเม้นท์ไปในทางที่ถูก ก็ต้องคอมเม้นท์ให้มีคุณภาพ" "แต่ทีนี้ผมก็บอกว่าดีแล้วที่เอาตลกไปออกรายการ รายการจะได้สนุกเฮฮา คนดูจะได้ไม่เครียด เรตติ้งก็ดี สปอนเซอร์ก็มา แต่ขออยู่อย่างเดียวว่าคนที่ไปคอมเม้นท์ ไม่ใช่ยกตัวเองเป็นกูรู ก็ไม่ใช่ เพราะบางทีพูดอะไรออกไปก็พลาดไง แล้วบางทีนักร้องตัวจริง ไม่ใช่ผมคนเดียวนะ เขาก็รู้สึกว่า พูดยังไงไม่เข้าใจ คือคนที่คอมเม้นท์หลายๆคนในรายการเขาก็คอมเม้นท์ถูกนะ อย่างนักร้องกับนักแต่งเพลง คอมเม้นท์ถูก" "แต่บางทีมาเจอคนนี้เขาคอมเม้นท์ว่า คุณร้องหวานเกินไป คุณร้องเพราะเกินไป คุณร้องดีกว่าต้นฉบับ มันไม่ใช่ไง ที่จริงคุณไม่พูดอะไรมันก็ไม่มีความผิดหรอก ก็แค่ชมดีนะๆ ก็จบ แล้วทุกวันนี้รายการทุกรายการ คัดเลือกนักร้องเข้าไป ผลสุดท้ายก็ต้องไปโหวต แต่ถ้าเป็นความคิดผมนะ ผมคิดเอง ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ไม่ได้ว่าใคร ไม่ได้ว่ารายการทุกๆ อย่างนะครับ" "ถ้าเป็นผม ผมต้องคัดตัวแข็งๆเข้าไปเลย สมมติมี 4 คน ผมก็คัดไปเลย เพื่อจะให้คนดูเขาโหวต จะได้คนไหนก็ ประชาชนยอมรับอยู่แล้ว แล้วผมจะบอกเลยว่าคุณจะได้เงินมหาศาลมากไปกว่านั้นอีก เพราะตัวแข็งๆเข้าไปประชันกันเลย 4 คนแล้วแต่ละคนก็ต้องมีแฟนคลับของแต่ละคน แล้วมันก็จะโหวตได้มากกว่า ซึ่งการอาจจะมี 250 ล้านคนที่จะโหวต น่าจะถึง ซึ่งมันจะไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าจะเอานักร้อง 4 คนเข้าไปประชันกัน มันจะไปเป็นพันล้านคนละมั้ง หรือจะเป็น 60-70 ล้านคน มันน่าจะดีกว่า" "ฉะนั้นการที่ว่ากรั่นกรองนักร้องที่เข้าไปประกวด เราต้องเอาตัวแข็งๆเข้าไป ไม่ใช่ว่าเรามาร์กคนนี้เอาไว้แล้ว แล้วเอานักร้องคนอื่นที่มันไม่ดี หรือเอาอันดับ 2-3 มาประชันกัน มันก็ขัดสายตาประชาชน ประชาชนเขาก็รู้สึกว่า ทำไมคนนั้นเขาร้องดีตาตกรอบ มันจะเป็นข้อครหาจากประชาชนหรือเปล่า" "ไม่กลัว 2 วงการลูกทุ่งกับตลกจะมีปัญหากันหรอกครับ เพราะทุกวันนี้ตลกเขาก็คุยกับผม อย่างที่ไปงานบรรหาร ที่ตลกไปร้อยกว่าคน ผมก็ไปกับเขา เขาก็ยกมือไหว้เรา แล้วบอกว่าสวัสดีพี่ต้อม นู่นนี่นั่น เพราะว่าผมไม่ได้ไปว่าตลก ว่าไอ้คนนั้น ไอ้คนนี้ ไม่ใช่ ผมว่ารายการเขาเน้นไปทางตลกมากกว่า" "แต่ว่าตัวเขาเองผมไม่เข้าใจว่า เขาออกมาพูดทำไม แล้วผมก็ออกรายการไปเกือบปีแล้ว ที่มาออกคนดังนั่งเคลียร์ แต่ทำไมเหตุไฉนถึงจะมาออกข่าว ตอนที่ตัวเองจะทำเพลง นักเขียนคนอื่นเขาดังไม่รู้เท่าไหร่ ไม่เห็นว่าเขาต้องไปคุยตัวเองเลย ซึ่งมันจะเกี่ยวกับตรงนี้หรือเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจครับ แต่ว่าผมก็ไม่ได้ว่าเขามาโปรโมทอะไรหรือเปล่า คือผมแค่ไม่เข้าใจว่าเรื่องมันจบมานานแล้ว เพิ่งจะมาออก" "ที่เราพูดไปในรายการ ไม่ได้น้อยใจครับ เพราะทุกวันผมก็ทำงานไม่ได้หยุดอยู่แล้ว ไม่ได้ว่าง นักร้องศิลปิน คุณไปดูได้เลย งานวัด มีนักร้องลูกทุ่งไปงานทุกวันอยู่แล้ว เขาก็ไม่ได้หยุด แล้วรายการทีวี ที่นักร้องเขาเอาเพลงเราไปประกวด มันก็เป็นการช่วยเราโปรโมทอยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่เราจะต้องไปเอง นานๆเราจะไปสักครั้งมันก็ดี ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว" "แต่ว่าการที่เขาออกมาพูดแบบนี้ ก็ไม่เข้าใจ แล้วพูดไปคนละทางกับผมนะ เพราะผมบอกว่ารายการเน้นไปทางตลก แต่เขาหาว่าผมว่าไอ้พวกตลก แล้วก็บอกว่าผมไม่ทำงานกับนักร้องตัว ส. ซึ่งผมอยากจะบอกว่านักร้องตัว ส. ในประเทศไทยบานเลยนะ สุรพล สรคีรี สังข์ทอง ที่ตายไปแล้ว เขาจะคิดยังไง เขาจะคิดว่าเอ๊ะ เอ็งว่าข้าหรือเปล่า คือมันมีตัว ส. เยอะแยะไป" "แล้วคือถ้าผมจะพูดเนี่ย ผมจะพูดตัวตรงตัวคนนั้นเลย ว่าการที่เราไปติชมคนคนนั้นเราต้องไปดูตัวเราเองว่า เราทำดีหรือเปล่า มันจะเป็นกระจกสะท้อนกลับมาแล้วคุณเชื่อไหม แฟนเพลงทุกๆท่าน หรือนักเลงคีย์บอร์ด ผมพูดให้ฟังได้เลยนะ ว่าผมจะไม่พูดว่านักเลงคีย์บอร์ด เพราะนักเลงคีย์บอร์ดใช่ไหม ที่ทำให้เรายืนอยู่ตรงนี้ ที่เราได้มานั่งและมีชื่อเสียงแบบนี้ คือถ้าเราไม่มีกระจก เราก็จะไม่เห็นตัวเอง ฉันใดก็ฉันนั้นครับ" "นักเลงคีย์บอร์ดเป็นกระจก เป็นเงา ให้เรา เราจะได้รู้ว่าเราผิดอะไร เราดีไหม เราไม่ดีไหม ผมชอบให้คนคอมเมนต์เรา เพราะคนที่คอมเมนต์เรา เขาให้อาชีพเรา ให้ชีวิตเรา ให้ที่กินที่อยู่เรา เพราะฉะนั้นผมบอกได้เลยว่า ถ้าผมพูดอะไรออกไป เชิญคอมเมนต์ได้เลยครับ เพราะผมชอบ เพราะถ้าเขาไม่คอมเมนต์เรา เราจะไม่รู้ว่า ตัวเราเป็นยังไง เราดีแค่ไหน เราเลวแค่ไหน เราอาจจะไม่รู้ เราจะได้มาปรับปรุงตัวเรา" "แล้วทุกวันนี้นะครับแฟนเพลงทุกๆท่านในประเทศไทย นักร้องทุกคนถ้าเกิดว่าไม่มีคนดูหรือว่าไม่มีคนวิจารณ์ คุณก็ต้องนอนอยู่บ้านเฉยๆ แสดงว่าคุณไม่ดัง แต่ว่าคุณจำไว้เลยนะครับว่าถ้าเกิดมีนักเลงคีย์บอร์ดไปคอมเมนต์คุณ แสดงว่าคุณไม่ดีก็ชั่ว แล้วเราก็จะได้เอาตรงนั้นไปปรับปรุง" "หลังจากแถลงข่าววันนี้ผมคิดว่าผมจบมาตั้งนานแล้ว คือผมไม่ได้ไปโต้เถียงเลย แล้ววันนี้ผมอยากจะบอกว่าผมไม่รู้ตัวมาก่อนนะ ว่าผมจะต้องมาแถลงข่าว ผมไม่ได้คิดอะไรไง ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องมาแถลงข่าว โต้ตอบอะไร มันไม่ใช่ ผมไม่ก้าวร้าวอยู่แล้ว แล้วผมบอกได้เลยว่า ผมอยู่ในวงการเป็นลูกทุ่งมากว่า 40 ปีเนี่ย ผมไม่ไประรานใคร ไม่ไปว่าใคร แล้วถ้าใครมาว่าผม ผมก็เฉย ทั้งๆที่เอ่ยชื่อว่าเป็นตัว ส. ซึ่งคนก็เล็งเป็นผม" "คุณไปดูทางเฟสบุ๊กทางทุกสื่อ หรือทางโซเชียลได้เลยว่า จะไม่มีผมโต้ตอบเลย เพราะผมถือว่ามันไม่ใช่เรื่อง คือถ้าเกิดว่าคนมีมันสมองนะครับ จะต้องคิดแยกแยะถูก แต่ถ้าคนที่ไม่มีมันสมอง มันจะแยกแยะอะไรไม่ถูก ก็ต้องไปดูตัวเองก่อน ว่าก่อนจะมาคุยอะไร เขาว่าอะไรให้มันชัดเจนไหม อย่างถ้าผมไปบอกว่าไอ้ตลกคนนั้น คนนี้ โอเคผมยอมรับ แต่นี่ผมไม่ได้เอ่ยชื่อตลก ผมเอ่ยชื่อแต่รายการ" "คือถ้าเราว่ารายการลูกทุ่งในประเทศไทยจะมีเยอะดีไหม ผมสนับสนุนเลยนะ มันจะได้เพชรใหม่ๆมาประดับวงการ ไม่ใช่รุ่นผมตายจากกันไปแล้ว ไม่มีนักร้องลูกทุ่งแท้ๆมาประดับในวงการ มันก็แย่ เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนทุกรายการนะครับ ที่จะทำทุกช่อง" "ก่อนหน้านี้เราไม่มีเรื่องราวบาดหมางกันครับ ผมไปเวิร์คพอยท์บ่อยจะตายไป ก็เจอกันครับ รายการหลายๆ รายการเขาก็เชิญผมไป ไม่รู้ว่าเพลงเราที่จะเข้าไปตอนนี้ ไม่รู้จะได้หรือเปล่า ก็ไม่รู้ เราก็กลัว แต่จริงๆแล้วผมอยากจะบอกว่า เราอย่ามีอคติซึ่งกันและกันเลย ผมไม่ได้อคติกับใคร ผมไม่ได้ไปว่าใครครับ ผมไม่เคยจะไปก้าวร้าวใครคนใดคนหนึ่ง" "จริงๆแล้วผมจะพูดให้ฟังว่าผมไม่เคยกลัวอะไรเลย เพราะว่าถ้าเกิดเราทำผลงานออกไปดี คนก็ต้องสานต่ออยู่แล้วครับ ถ้าเราทำออกไปให้มันดี นักร้องทุกคนก็เอาไปประกวดอยู่แล้ว เพราะว่าผมไม่ได้อคติกับรายการใดรายการหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะบอกกับน้องๆเลยว่า เอาเพลงไปประกวดเถอะ ถ้ารายการนี้ไม่ได้ ก็ไปเอารายการอื่น รายการนี้ไม่ยอมรับก็เอารายการโน้นรายการนี้ก็ว่ากันไป แต่ผมพูดให้ฟังนะครับว่าการที่เราจะทำดี เราไม่ต้องมาพูดให้ตัวเองว่าฉันเป็นนู่น ฉันทำนี่เก่ง ทุกอย่างคุณไม่ต้องไปคุยตัวเองหรอกครับ ถ้าคุณเก่งจริง ประชาชนเขาจะรู้เองว่าคุณเก่งจริง" "ที่เขาบอกว่าเราพยายามจะดิสเครดิตเขา ผมจะไปดิสเพื่ออะไร ลูกวงผมก็เป็นตลก ผมตั้งวงดนตรีลูกทุ่ง ตลกก็มาเล่นคั่นรายการกับผม ผมจะไปว่าอะไร ก็อาชีพเดียวกัน เราจะไปด่าไปว่าทำไม เราไม่เคยไปดิสเครดิส คุณคิดไปเอง ผมถึงได้อธิบายให้ฟังว่า คนที่มีมันสมองเขาไม่คิดกันหรอก คุณไปถามตลกทุกคนได้เลยว่า คุณเกลียดเสรีไหม เขาก็ไม่เห็นมาพูดอะไรกับผมเลย แล้วยังมีตลกโทรมาคุยกับผมด้วยซ้ำ โทรมาหาผมทุกวันว่าพี่เป็นยังไง ผมก็บอกเป็นอย่างนี้แหละ คือมีแต่เล่าอะไรให้เราฟัง จริงๆแล้วผมบอกให้ฟังนะว่าเวลาเขาเดือดร้อนก็ควรไปช่วยเขา ตอนที่เราเดือดร้อน เราไปหาเขา ใครก็ไม่มาหรอก" "อย่างครูเพลงเขาบอกว่าคนที่จะเป็นคอมเม้นท์เตเตอร์ควรจะเป็นครูเพลงมากกว่า อันนั้นก็ได้ เพราะว่าอยู่ในสายเดียว คือครูเพลงเป็นอันดับแรก เขารู้ดี คือถ้าจะให้สายตรงจริงๆต้องเป็นครูเพลง หรือว่านักร้อง แล้วถ้าจะถามว่าเอาตลกไปด้วยไหมก็ได้ แต่ก็แค่เข้าไปแหย่ ไม่ว่าคอมเมนต์ที่มันรั่ว หรือที่มันเกินที่ประชาชนจะยอมรับ ก็ได้ครับแต่ไม่ใช่ว่า นักประพันธ์กับนักร้อง ฉันจะต้องเชื่อแกใช่ไหม มันไม่ใช่ เพราะบางทีมันไม่ถูกไม่ตรงกับประชาชนที่บ้าน คือผมเชื่อเลยว่าถ้าเป็นนักร้องนักแต่งเพลง ถ้าไปคอมเมนต์หลุดยากครับ แต่คนที่ไม่รู้เรื่องหลุดง่ายครับ" "อยากจะให้มีการขอโทษไหม เขาต้องขอโทษผมสิ ไม่ใช่ผมขอโทษเขา แต่เขาคงไม่ขอโทษหรอก เพราะเขาอีโก้สูง แล้วอีกอย่างเขาเป็นคนเหนือคนอยู่แล้ว คงไม่มีมาขอโทษใครอยู่แล้ว เพราะถ้าเกิดเขาคิดได้ตอนนั้นเขาก็คงไม่มาพูด คือคนเราความดีของคนอย่าพูดด้วยตัวเราเอง ต้องให้คนอื่นเขาพูดชมเรา ไม่ใช่เราชมตัวเอง ถ้าเกิดเราชมตัวเอง เขาเรียกว่ามันไม่มีสมองไง อย่างผมทุกวันนี้ใครบอกผมร้องดีนู่นนี่นั่น ผมก็เหรอ ผมไม่เคยไปบอกว่าฉันร้องดีกว่าคนนั้น ไม่ใช่ผม เพราะว่าผมไม่ใช่คนที่ยกตัวเองเหนือคนอื่นความดีมันอยู่ที่ผลงาน" "ให้คนเขาชมเราเถอะมันคือของแท้ อย่าชมตัวเอง บางคนความรู้ท่วมหัว แต่บางทีทำอะไรก็เจ๊ง มันไม่ใช่ว่าจะทำแล้วรวยเสมอไป ถ้าคุณทำแล้วรวยทุกเรื่อง ผมว่าคุณต้องทำต่อ อย่างผมถ้าผมทำอะไรแล้วรวย ผมทำต่อเลยทุกเรื่อง ถ้าผมทำแล้วได้เงิน ถ้าผมทำแล้วได้เงิน เพราะฉะนั้นเราบอกให้ฟังได้เลยว่า อะไรก็แล้วแต่ให้คนเขาชมเราดีกว่า" เสรี กล่าว ขอบคุณ ภาพประกอบจาก/ IG @notechernyim เสรี รุ่งสว่าง โต้กลับ โน้ต เชิญยิ้ม นักร้องลูกทุ่ง เสรี รุ่งสว่าง เสรี รุ่งสว่าง ไม่ร่วมงาน โน้ต เชิญยิ้ม เสรี รุ่งสว่าง ไม่ขอเป็นฝ่ายเคลียร์ โน้ต เชิญยิ้ม ตลกชื่อดัง โน้ต เชิญยิ้ม

บังเชษ นักดนตรีฮีโร่ช่วยหญิงพ้นข่มขืน เสียชีวิตแล้ว
ข่าวภูเก็ต /  นักดนตรีช่วยหญิงถูกข่มขืน / 

บังเชษ นักดนตรีฮีโร่เสียชีวิตแล้ว หลังเจ็บหนักจากการช่วยหญิงพ้นข่มขืนที่ภูเก็ต ขณะที่โลกออนไลน์แห่ชื่นชมสดุดีในวีรกรรม รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (7 ก.ย. 58) บังเชษ นักดนตรีหนุ่มที่โดดเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวให้รอดพ้นจากการข่มขืน ที่บริเวณหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงคืนวันที่ 2 ส.ค. 58 จนเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีอาการโคม่าได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบ โดยเพจเฟซบุ๊ค @ตัล ลลลลลลลล (ลูกแม่ค้าไก่ทอด) ได้โพสต์สุดสลดดังกล่าวว่า ฮีโร่ในวันนั้นต้องมาจากโลกมาในวันนี้ เหตุที่ ราไวย์ จ.ภูเก็ต เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งจะถูกกลุ่มคนร้ายข่มขืน บังเอิญมีหนุ่มนักดนตรีเพิ่งเลิกเล่นดนตรีเข้ามาพบเห็นเหตุการณ์ และได้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวให้รอดจากการถูกข่มขื่น แต่ตัวเองถูกทำร้ายอาการสาหัส ตอนนี้ขั้นโคม่า ตรวจสอบภายหลังทราบชื่อว่า “บังเชษ เป็นนักดนตรีที่ภูเก็ต” (พื้นเพเป็นคนหาดใหญ่) จนมากระทั่งถึงวันนี้เขาได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ฮีโร่ที่ช่วยเหลือหญิงสาวในวันนั้น กลับถูกลบเลื่อนจากหน้าสังคมไป คนที่สละชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่ไม่รู้จัก และต้องแลกมากับชีวิต ผมไม่เห็นว่าสื่อหรือเพจไหนจะออกมาทำข่าวบ้างเลย ขอเถอะครับอย่าให้การตายของบังเชษจากไปโดยเปล่าประโยชน์ #โปรดช่วยกันแชร์ เหตุการณ์ครั้งนี้เพื่อให้ได้รู้ว่าโลกใบนี้ของเรายังมีการเสียสละเกิดขึ้นท่ามกลางสังคมที่แย่งชิงกันทุกวัน ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวของบังเชษถูกเผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นพร้อมส่งต่อเรื่องราว และยกย่องให้บังเชษเป็นวีรบุรุษ ที่พร้อมต่อสู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ จนตัวเองต้องจบชีวิตลงในที่สุดดังกล่าว ข้อมูลข่าวจาก @ตัล ลลลลลลลล ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เปิดก่อนได้เปรียบ!! คล็อปป์ ข่มเรือ ทีมนี้เคยเจอ แต่ไม่เคยแพ้
ดอร์ทมุนด์ /  ลิเวอร์พูล / 

งานนี้ออกโรงคุยข่มคู่แข่งตัวหัววัน! สำหรับ เจอร์เกน คล็อปป์ เทรนเนอร์จอมแอ็คชั่นของ ลิเวอร์พูล ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนพาลูกทีมบุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม ว่าสมัยที่ตัวเขาเป็นหัวเรือใหญ่ให้ ดอร์ทมุนด์ ก็เคยพบกับ "เรือใบสีฟ้า" ในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และไม่เคยปราชัยให้ยอดทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว กุนซือวัย 48 ปี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า "ผมกำลังมองไปข้างหน้าสำหรับเกมนี้ เวลาสองสัปดาห์หลังจากดวลกับ คริสตัล พาเลซ มันมากพอ! แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่เยี่ยม และเก๋าเกมพอตัว เราจะต้องเตรียมให้พร้อม ผมเคยพาทีมพบกับพวกเขาสมัยคุม ดอร์ทมุนด์ และไม่เคยแพ้เลยแม้แต่เกมเดียว" "ผมไม่สนหลอกนะว่า ซิตี้ เป็นทีมที่ดีสุดในลีกหรือเปล่า แต่ที่ผมสนใจคือ ลิเวอร์พูล จะเป็นทีมที่ดีที่สุดต่างหาก" ขณะเดียวกัน JK ยังพูดถึงอาการล่าสุดของดาวยิงตัวเก่งอย่าง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สำหรับความพร้อมก่อนเกมดวลกับ ซิตี้ ด้วยว่า "เขากลับมาซ้อมได้แล้ว หลังจากต้องพักไปนาน แดเนี่ยล เป็นนักเตะที่มีคุณภาพคับแก้ว แต่ทุกคนจำเป็นต้องฝึกซ้อม ผมจะตัดสินใจพรุ่งนี้ว่าเขาฟิตพอลงสนามได้หรือไม่"

10 เหตุผลที่ผู้ชายอยากให้สาวๆ เข้ามาจีบก่อนบ้าง
ความรัก

ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับความคิดความรู้สึกมุมของผู้ชาย จากที่เป็นฝ่ายเริ่มจีบผู้หญิงก่อน ก็กลับชอบที่จะให้สาวๆ เป็นฝ่ายเริ่มเข้ามาจีบพวกเขาก่อนบ้าง จนสาวๆ หลายคนเกิดคำถามว่าทำไม??? ผู้หญิงถึงต้องจีบก่อน วันนี้เรามีคำตอบกับ 10 เหตุผลที่ผู้ชายอยากให้สาวๆ เข้ามาจีบก่อนบ้าง ไปติดตามกันค่ะ 10 เหตุผลที่ผู้ชายอยากให้สาวๆ เข้ามาจีบก่อนบ้าง 1. ผู้ชายก็อายเป็น การที่ผมไม่กล้าเข้าหาคุณก่อนไม่ได้หมายความว่าผมไม่สนใจคุณ แต่คือ..ผู้ชายก็อายเป็นนะ และที่สำคัญผมก็ไม่ชอบการถูกปฏิเสธเหมือนกัน 2. ผู้ชายจะไม่เสียเวลาคุยเพียงเพื่อถามว่าผมทำให้คุณรำคาญหรือเปล่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับหนุ่มๆ ในการหาเรื่องคุยกับสาวๆ ที่เพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรก และดูไม่ออกว่าเธอจะสนใจในตัวผมหรือเปล่า ถ้าเจตนารมณ์ของเราไม่ตรงกันก็แค่แยกย้ายกันไป ผมจะไม่เซ้าซี้หรือทำให้คุณรำคาญเป็นอันขาด 3. ผู้ชายชอบผู้หญิงที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ผมรู้สึกว่าผู้หญิงที่โตพอจนรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรโดยไม่คำนึงถึงบรรทัดฐานทางสังคมเป็นคนที่น่าสนใจมาก และผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ของเราจะต้องประสบความสำเร็จเพราะพฤติกรรมในเชิงรุกของเธอ 4. ผู้ชายชอบผู้หญิงที่พึ่งพาตัวเองได้ ปัจจุบันผู้คนกลัวการอยู่เป็นโสดและมักจะคว้าใครก็ได้ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตพร้อมกับดูแลประคบประหงมเขาคนนั้นเป็นอย่างดี ผมว่านี่ไม่ใช่หนทางสู่ความสำเร็จหรอกแต่เป็นขั้นตอนแรกของความล้มเหลวต่างหาก เรื่องนี้อาจต้องใช้เวลาในการอดทนรอคอยคนที่ใช่สำหรับคุณ ถึงแม้จะต้องใช้เวลาแค่ไหนก็ตาม ซึ่งมันย่อมดีกว่าการลงเอยกับใครก็ได้ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเพียงเพราะคุณกลัวการเป็นโสดเท่านั้นเอง 5. เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ผมว่าเซ็กซี่ดีออก ถ้ามีสาวเข้ามาจีบผมก่อน บอกตามตรงผมคงอึ้งอ่ะ แต่อึ้งในทางที่ดีนะ รู้ไหมผู้หญิงที่เป็นฝ่ายจีบผู้ชายก่อนผมว่าเธอกล้าและต้องข่มความรู้สึกอายมากเลยทีเดียว ที่สำคัญเซ็กซี่สุดๆ ด้วย 6. ผมเข้าใจเจตนาของคุณนะ ผู้หญิงหลายคนเคยแอบชอบหนุ่มๆ ที่หมายปอง แต่ยังไม่อยากเผยไต๋ให้เขารู้เร็วจนเกินไป แล้วก็มีหลายครั้งที่หนุ่มๆ มักจะเข้าใจผิดในตัวคุณ ผมอาจคิดว่าคุณกำลังเล่นตัวอยู่ หรือคิดว่าคุณไม่ได้สนใจอะไรในตัวผมเลย สุดท้ายคุณก็แห้ว! 7. เพราะคุณแสดงความมั่นใจออกมา ใบหน้าที่ปราศจากความกลัวว่าจะถูกปฏิเสธขณะที่คุณกำลังเดินเข้ามาหาผม บอกตามตรงว่าเซ็กซี่เร้าใจสุดๆ นอกจากนี้พฤติกรรมของคุณยังบ่งบอกอีกว่าคุณมั่นใจรูปร่างหรือนิสัยของตัวเองมากซึ่งต่างจากผู้หญิงส่วนใหญ่ ผมอยากรู้จังว่าอะไรกันนะที่อยู่เบื้องหลังความมั่นใจของคุณ 8. ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ต้องการเป็นแค่เพื่อน ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการเที่ยวไล่จีบผู้หญิงคนหนึ่งนานเป็นแรมเดือนเพื่อฟังเธอพูดว่า “ฉันคิดกับคุณแค่เพื่อน” แต่สำหรับผู้หญิงที่เป็นฝ่ายเข้ามาจีบผู้ชายก่อน ผมว่าเราสามารถแยกได้ระหว่าง “เพื่อน” กับ “คู่เดทในอนาคต” เราควรแยกความสัมพันธ์ 2 อย่างนี้ออกจากกันให้ได้ 9. คุณฉีกม่านประเพณี หากคุณเป็นผู้หญิงที่เห็นผู้ชายที่ชอบและเข้าไปคุยกับเขา ผมสงสัยจังว่าหนุ่มๆ จะเมินใส่หรือมีปฏิกิริยาตอบสนอง จริงๆ เราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ที่มีความต้องการกันทั้งนั้น ทำไมเราต้องเอาเพศมากำหนดด้านพฤติกรรมด้วยล่ะ 10. คุณไม่ใช่ผู้หญิงที่เอาแต่รอโอกาส ความจริงคือคุณมีความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่ตัวเองต้องการและรู้จักไขว่คว้าเอามา ความเป็นกุลสตรีของคุณไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยกับการเข้าไปจีบผู้ชายก่อน เมื่อต้องการสิ่งใดคุณควรรู้สึกดีที่จะทำตามความปรารถนาของตัวเอง อย่าไปสนใจเรื่องเพศหรือบรรทัดฐานทางสังคมที่จะฉุดรั้งให้คุณต้องกลายเป็นฝ่ายรอ ข้อมูล : Dan Scotti, elitedaily.com, issue247

ละครวิมานเมขลา  , เรื่องย่อวิมานเมขลา
ละครวิมานเมขลา /  เรื่องย่อละครวิมานเมขลา / 

บทประพันธ์ : กันยา กุมารีบทโทรทัศน์ : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ /เทิดโชค เกียรติสุขเกษม / วิริยาภรณ์ จุนหะวิทยะกำกับการแสดง : แชมป์-อินทนนท์ รัตนากาญจน์ออกอากาศ : ศุกร์ เวลา 20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทาง ช่อง 3 และ 3HD เมขลา (เบลล่า-ราณี) นางเอกละครโทรทัศน์ชื่อดัง เล่นนอกคิวแบบแม่ไม้มวยไทยกับ จ๊ะเอ๋(ออย-มิรา) นางร้ายจอมเซ็กซี่ เพราะเมขลาจับได้ว่าจ๊ะเอ๋ทำตีสนิท คิดจับ แจ๊ค (เบิร์ด-กิตติธัช) แฟนหนุ่มของเธอ นิสัยวีนแตกของเมขลาคราวนี้เป็นข่าวใหญ่ เธอถูกสังคมประณามถึงความอารมณ์ร้าย เอาแต่ใจ แต่เมขลาก็ไม่แคร์ เชิดใส่ทุกคน เป็นสาวมั่นที่คิดว่าตัวเองสวย และผู้จัดละครทุกคนต้องเอาใจ แต่เรื่องคราวนี้กลับทำให้เธอกลายเป็นนางฟ้าตกกระป๋อง เพราะทั้งทางสถานีและผู้จัดต่างๆ พากันยกเลิกงานทั้งหมด เพื่อดัดนิสัยขี้วีนแตกของเมขลาสักที ละครเรื่องล่าสุด เมขลาต้องสวมบทบาทเป็น ลาล่า นักฆ่าสาว เมขลาทุ่มเทหัดคิวบู๊จนคล่องเคล่ว เพื่อให้ตัวเองอินกับบทบาท แต่เมื่อต้องถูกปลดกลางอากาศ ทำให้เธอทั้งเสียใจและนึกอายมาก แต่ก็ยังเชิดใส่สื่อ ทำเป็นไม่แคร์ เมขลาเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ระดับมหาเศรษฐี แต่พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เมขลาอยู่ในความดูแลของ ไข่มุก (แก้ว-อภิรดี) น้าสาว ไข่มุกช่วยผลาญเงินของหลานอย่างสนุกสนาน เธอเลี้ยงเมขลามาอย่างผิดๆ ตามใจจนเสียนิสัย ขณะเดียวกันไข่มุกก็หาทางถ่ายเงินของเมขลามาเป็นของเธอและ มาการีน (โจอี้-อรวิภา) ลูกสาว ด้วยนิสัยใช้เงินอย่างมือเติบของสามสาว ทำให้ฐานะการเงินของเมขลามีปัญหา จนเมื่อรู้ตัวอีกที เธอก็กลายเป็นลูกหนี้ของพวกกู้เงินนอกระบบไปร่วมๆ ห้าล้านบาท เมขลาถูกแก๊งทวงหนี้ตามรังควาน เธอใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัด เอาตัวรอดไปได้ เมขลาได้พบ เสี่ยส่ง(แจ๊ค-เกริก) ที่มาติดต่อด้วยตัวเอง เพื่อเสนอซื้อ ป่าสวนน้ำผึ้ง ป่าไม้สักที่สวยที่สุด ที่ ตระกล (สมภพ เบญจาธิกุล) ยกให้เธอเป็นมรดก ในราคาห้าล้านบาท ตระกลเป็นลุง ที่ไม่เคยติดต่อกับเมขลาเลย เธอแปลกใจมากที่ลุงยังคิดถึง เมขลาดูออกว่าเสี่ยส่งอยากได้ที่ดินผืนนี้มาก เลยทำเล่นตัว หวังโก่งราคา เมขลาแอบเดินทางไปป่าสวนน้ำผึ้ง โดยไม่บอกไข่มุกระหว่างทางเธอได้พบกับ ครูปริม (เตย-อรัชมน) ที่กำลังเดินทางจะไปสอนหนังสือที่ป่าสวนน้ำผึ้ง ครูปริมเป็นแฟนพันธ์แท้ของเมขลา ปลื้มและชื่นชม ในขณะที่เมขลาแสนจะเบื่อหน่ายในความเชย สุดเรียบร้อยของเธอ เมขลาเห็นครูปริมชอบแหวนเพชรที่แจ๊คซื้อให้ ก็เอ่ยปากยกให้ โดยแลกกับสร้อยจี้เพชรเก่าแก่ของครูปริม ครูปริมดีใจมากรีบแลกด้วย เมขลาได้แต่แอบยิ้มในความซื่อจนโง่ของปริม เพราะแหวนของแจ๊คเป็นของเก๊ แต่เพชรของครูปริม เป็นของแท้ พญา (แอนดริว เกร้กสัน) มารับครูปริมที่สถานีรถไฟ เมขลาที่แสนเย่อหยิ่ง คิดว่าพญาเป็นแค่ลูกจ้าง ก็วางมาดเป็นเจ้าของป่าคนใหม่ทันที พญาเกลียดความปากร้ายของเธอแทบจะทันทีที่ได้คุยกัน เมขลาวางท่าข่มพญาทุกทาง เผลอคุยว่าจะขายป่าให้เสี่ยส่ง พญาพยายามบอกถึงความสำคัญของป่าสวนน้ำผึ้ง ที่เป็นป่าต้นน้ำ เสี่ยส่งเคยเป็นเจ้าของที่มาก่อน แต่ตัดป่าจนหมด ปีนั้นน้ำท่วมใหญ่ทั้งจังหวัด ทำให้มีคนตายจำนวนมาก ถ้าขายให้เสี่ยส่งอีก ก็จะต้องเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ แบบที่เคยเป็น เมขลาบอกไม่แคร์ สนใจแต่เงินที่จะได้ และยังยืนยันจะขายป่าให้เสี่ยส่ง ระหว่างการเดินทางสู่ป่าสายน้ำผึ้งนั้นเอง ฝนเกิดตกหนัก ฟ้าผ่าสะพานขาด รถจิ๊ปตกลงไปในเหวทุกคนในรถกลิ้งกระจายกระแทกหมุนตลับ พญารู้สึกตัวว่าลอยจากรถหล่นลงมาในน้ำ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป เมื่อพญาฟื้นขึ้นมา อรัญ (ตุ้ย-เกียรติกมล) บอกว่าเมขลาตายเสียแล้ว กระดูกทุกส่วนแหลกเหลวและถูกเผาไปพร้อมกับรถจิ๊ป ส่วนครูปริมสิ้นสติถูกพัดไปติดที่โขดหินน้ำตกแสงอุษา พญานึกสงสัยแอบไปดูศพผู้ตาย เขารู้ทันทีว่าเกิดการเข้าใจผิดขึ้นแล้ว เนื่องมาจากเสื้อผ้าที่สลับกันของคนทั้งสอง ที่ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อน คนที่ตายคือครูปริมและคนที่รอดคือเมขลา เรื่องวุ่นๆ ยิ่งวุ่นหนักเมื่อเมขลาฟื้นคืนสติขึ้นมา ความจำของเธอเกิดเลอะเลือนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครอยู่ที่ไหน พญาจึงเกิดแผนร้ายวูบขึ้นมาในสมองทันที ถ้าเขาไม่บอกความจริงเรื่องนี้แก่ใคร เมขลาผู้ความจำเสื่อมก็จะกลายเป็นครูปริม ต้องใช้ชีวิตสอนหนังสือในป่า โดยไม่มีทางรู้เลยว่าตนคือทายาทมรดกร้อยล้าน ป่าสายน้ำผึ้งจะไม่ต้องถูกขาย ชาวบ้านจะได้รับความสงบสุขอย่างเดิม ที่พญาปกป้องป่าสายน้ำผึ้งยิ่งกว่าชีวิต เพราะน้ำท่วมคราวนั้น ทำให้พ่อของเขาต้องเสียชีวิต เมื่อโตขึ้นพญา จึงเลือกเรียนวิชาวนศาสตร์ และเมื่อจบแล้วก็มุ่งหน้าออกสู่ชนบท เพื่อเสนอโครงการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กับนายทุนป่าไม้ทางภาคเหนือ แต่ก็ไม่มีใครฟังเขา ทุกคนหาว่าพญาบ้าทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จนกระทั่งพญามาเจอ ลุงตระกล ชายชราผู้ซื้อที่ดินเสื่อมโทรมมาในราคาถูก ตั้งใจจะอยู่อย่างเงียบสงบในบั้นปลายชีวิตตระกลเกิดถูกชะตากับพญาและทุ่มเงินก้อนสุดท้ายให้พญาใช้ในการฟื้นชีวิตผืนป่าชื่อป่าสายน้ำผึ้ง โดยไม่ได้คิดจะหวังผลทางธุรกิจ ห้าปีต่อมาพญาทำได้สำเร็จ ที่ดินร้อยไร่กลายเป็นป่าสักทองที่เติบโตงดงาม และตัวพญาเอง เขามีที่ดินของครอบครัว อยู่ตรงเชิงเขา พญาจึงทำกิจการไร่ของตนเอง เพาะกล้าไม้ ทำสวนดอกไม้สวยงาม เพื่อให้คนท้องถิ่นได้มีงานทำ โดยเขาได้ช่วยเหลือ อุดหนุนผลผลิตของป่าสวนน้ำผึ้งมาตลอด ไข่มุกกับแจ๊ค ถูกตามมาให้ดูศพเมขลา แต่ทั้งคู่กลัวผีมาก ไม่กล้ามองศพ แจ๊คเห็นแค่แหวนในมือก็นึกว่าเป็นศพเมขลาจริง เลยรีบจัดการเผาอย่างรีบร้อนโดยไม่กล้าดูศพและไม่ใส่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างดูจะเป็นใจให้พญาอย่างยิ่ง เขาพาเมขลาเดินทางกลับป่าสายน้ำผึ้งทันที ในนามของครูปริม แม้จะจำอดีตของตัวเองไม่ได้ แต่เมขลาก็ยังมีนิสัยรักสวยงามติดหรูหราเหมือนเดิม จึงต้องทนทุกข์ทรมานกับสภาพบ้านป่าที่ปราศจากความสะดวกสบาย แถมยังถูกพญาแกล้งให้ได้รับความลำบากสารพัดเมขลาต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างเธอและพวกคนงานที่หมั่นไส้ความเว่อร์ของเธอ ต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งของลูกศิษย์ทโมนอย่างน้ำตาล (ด.ญ.วาสิตา) และเพื่อนๆ จนเธอทนไม่ไหวขอลาออก แต่พญาไม่ยอมให้ออก โดยกล่าวหาว่าเมขลาในนามครูปริม ได้รับเงินเดือนล่วงหน้าไปแล้วหนึ่งปี และเธอต้องทำงานชดใช้ให้จนกว่าจะครบกำหนด ถึงจะลาออกได้เมขลาเริ่มดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ให้ได้ เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหาคนอื่น เหมือนต้นไม้ที่เปลี่ยนสีในฤดูแล้งเพื่อความอยู่รอด การปรับตัวของเมขลาไม่เพียงทำให้เมขลาได้เรียนรู้ชีวิตแท้จริง ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่มันยังได้เริ่มบ่มเพราะความคิดดีงามใหม่ๆ ลงในจิตใจของเมขลาทีละน้อย ในที่สุดเมขลาเอาชนะหัวใจเด็กๆ ที่เกลียดชังเธอได้ด้วยวิธีการของเธอเอง และยังได้ช่วยพัฒนาหญิงสาวในหมู่บ้าน ด้วยการส่งเสริมให้ผู้หญิงหารายได้จากการทอผ้า เป็นหัวหอกปลุกปั่นหญิงสาวชาวบ้านให้ลุกขึ้นมามีบทบาทในครอบครัวทัดเทียมสามีพญาติดต่อขอซื้อป่าสายน้ำผึ้งจากไข่มุก แต่มาการีนเห็นพญาก็ปิ๊งมาก ไข่มุกคิดมีลูกเขยรวย เลยยังยักท่าไม่ยอมขายง่ายๆ พามาการีนมาที่ป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพญา ไข่มุกกับมาการีนหาอุบายไปพักที่ไร่ของพญา ทำให้ได้พบกับเมขลาในนามของครูปริม ไข่มุกกับมาการีนนึกว่าผีหลอกไข่มุกนึกว่าเมขลาสร้างเรื่อง ทำเป็นความจำเสื่อม เพื่อจะหนีหนี้และจับพญา แต่หลังจากทดสอบหลายครั้ง จนแน่ใจว่าเมขลาความจำเสื่อมจริง ไข่มุกก็คิดแผนชั่ว ไม่ยอมบอกความจริง เพราะนึกว่าพญาไม่รู้เรื่องนี้ไข่มุกคิดให้เมขลาเป็นครูจนๆ แบบนี้ตลอดไป แล้วเธอจะกับลูกสาว จะได้ครอบครองป่าสายน้ำผึ้งและพญา แต่ไข่มุกต้องเจออุปสรรคสำคัญ แอนนี่ (เมจิ-รัศม์ประภา) ก็หวังในตัวพญา แถมเธอยังเหนือกว่าทุกคนตรงที่ พญาเองแอบหลงรักแอนนี่มาตลอด ไข่มุกกับมาการีนจึงต้องชิงไหวชิงพริบกับแอนนี่อย่างดุเดือด โดยมี แม่เพ็ญ(จิ๊ก-เนาวรัตน์) คอยจับตา เพราะเพ็ญเอง ก็ไม่ถูกชะตากับไข่มุกอย่างแรง มีเรื่องปะทะกันตลอด เสี่ยส่งทำมาตีสนิทจีบไข่มุก หวังได้ทั้งตัวเธอ และป่าสายน้ำผึ้งฟรีๆ แต่กลับเจอความร้ายกาจของไข่มุก ที่ไม่เสียทีใครง่ายๆ ไข่มุกกลับคิดว่า จะต้องได้ทั้งตัวเสี่ยส่งและทรัพย์สินของเขาทั้งหมด ความจำของเมขลาเริ่มกลับมาบางส่วน เธอเห็นตัวเองฝึกการต่อสู้ เป็นนักฆ่า เมขลาไม่รู้ว่านั่นคือบทในละครเรื่องใหม่ เธอกลับคิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่าจริงๆ แจ๊คติดหนี้การพนัน จนเสี่ยส่งคิดเล่นงานแจ๊คได้เจอกับเมขลาโดยบังเอิญ เมขลาเข้าใจผิด คิดว่าแจ๊คเป็นคนที่สอนเธอต่อสู้ ส่งสวมรอยเป็นหัวหน้าลาล่า สั่งเมขลาว่าเธอมีงานสำคัญต้องทำ เล่นงานพญาเมขลารู้ตัวว่าเธอแอบหลงรักพญาเข้าให้แล้ว ในขณะที่พญานั้นกลับพยายามบอกตัวเองว่าเมขลาคือตัวมารของเขา มารของป่าสายน้ำผึ้ง เขารักเธอไม่ได้และจะไม่มีวันเผลอใจเป็น อันขาด เมขลาถึงหนักใจมาก ที่นักฆ่าสาวอย่างเธอ ต้องมาจัดการคนที่รัก เมขลาพยายามหาทางเล่นงานพญา แต่เธอไม่ได้มีฝีมือต่อสู้เก่งกาจจริง เคยแต่ฝึกตามคิวเท่านั้น ทำให้การกำจัดพญาผิดพลาดทุกครั้งไป พญาชักสงสัย จนได้รู้ว่าเมขลาเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่า เขาได้แต่นึกขำ และแกล้งเธอกลับ จนเมขลากลับเป็นฝ่ายเสียท่าตลอด แจ๊คอยากบอกความจริงกับเมขลา แต่โดนแอนนี่ขู่ แจ๊คได้เห็นถึงความเหี้ยมโหดของแอนนี่ ศนิ (เกล-เวธกา) เดินทางมาป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อมาตรวจคุณภาพของศูนย์เด็กเล็ก ศนิมาถึงก็ตกตะลึง เมื่อพบว่าคนที่ใครๆ เข้าใจว่าเป็นครูปริม ที่แท้คือเมขลาศนิทำแกล้งจำเมขลาไม่ได้ เพื่อไข่มุกกับมาการีนจะได้ไม่สงสัย ศนิพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวและสงสัยว่าพญาวางแผนทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ โดยมีไข่มุกกับมาการีนร่วมด้วย แต่เมื่อเธอบอกความจริงแก่เมขลา เมขลากลับไม่เชื่อศนิ เรื่องยิ่งขมวดเกลียวหนักขึ้น เมื่อเสี่ยส่งวิ่งเต้นให้ทางราชการออกนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอำเภอสายน้ำผึ้ง พญาและเมขลาไม่เห็นด้วยกับการเอาป่าไปพัฒนาอย่างไม่คำนึกถึงทรัพยากรและชาวบ้านในท้องถิ่น จึงนำชาวบ้านลุกขึ้นประท้วง ปรากฏว่าการประท้วงมีผลทำให้นโยบายถูกยับยั้ง เสี่ยส่งโกรธพญาและเมขลามาก ถึงกับส่งคนมาทำร้าย เมขลาที่ถูกสั่งมาให้กำจัดพญา ก็มาร่วมด้วย แต่เมขลากลับทำร้ายพญาไม่ลง และหันไปเล่นงานลูกน้องเสี่ยส่งแทน แอนนี่ผลักเมขลาตกไปในน้ำ ทำให้หัวเธอกระแทกหินอย่างแรง ความจำของเมขลากลับคืนมาเมขลาจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ก็เสียใจมากที่พญาหลอกลวงเธอและพลอยเข้าใจผิดว่าพญานั่นเองที่คิดจะกำจัดเธอ เมขลาจึงประกาศที่จะขายที่ดินให้เสี่ยส่ง และกลับกรุงเทพฯฯ ไปใช้ชีวิตอย่างเดิม สถานีป้อนงานละครให้เมขลาหลายเรื่อง แฟนคลับดีใจมากที่เธอกลับมา เธอกลายเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการอีกครั้ง ชื่อเสียงและเงินทองไหลมาเทมา ไข่มุกกับมาการีนที่โดนเสี่ยส่งไล่มา เพราะไร้ประโยชน์แล้ว ทั้งคู่ของ้อให้เมขลายกโทษให้ เมขลาให้เงินไข่มุกไปจำนวนหนึ่ง ตอบแทนที่มีบุญคุณ แต่ต่อไปเธอกับมาการีนต้องหางานทำ ช่วยตัวเอง เพราะไข่มุกจะไม่ช่วยอะไรอีกแล้วไข่มุกออกทีวีรายการสด มีการเปิดให้แฟนๆ ที่เข้ามาดูรายการ ซักถามเมขลา พญาปรากฏตัว ถามว่าเธอจะยกโทษให้เขาได้มั้ย พร้อมเอ่ยปากขอโทษ ให้คนทั้งประเทศได้เห็น แต่เมขลาว่าสายเกินไปแล้วเสี่ยส่งประกาศขายที่ดินล่วงหน้าเก็บเงินมัดจำอย่างเอิกเกริก เมขลาเดินทางกลับมาป่าสายน้ำผึ้งอีกครั้งในมาดดาราสาวผู้เย่อหยิ่ง เพื่อจัดการเซ็นสัญญาขายป่าเมขลากำลังจะลงชื่อในสัญญาขายที่ดินตามที่ลั่นปากไว้ แต่แล้วความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความรับผิดชอบที่มีผืนป่าที่ถูกปลูกฝังมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน รวมทั้งหลักฐานสำคัญที่ทำให้เธอรู้ความจริงว่าพญาไม่ใช่คนที่ทำร้ายเธอ ก็เอาชนะความรู้สึกโกรธแค้นส่วนตัวของเธอลงได้ ในที่สุดเมขลาตัดสินใจที่จะไม่ขายที่ดินป่าสายน้ำผึ้ง เธอตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ป่าสายน้ำผึ้งอย่างถาวรและร่วมกับพญาปกป้องดูแลป่ารวมทั้งเป็นปากเสียงแทนชาวอำเภอสายน้ำผึ้งต่อไป… รายชื่อนักแสดง แอนดริว เกร้กสัน รับบท พญา ชายหนุ่ม หน้าตาดี แข็งแรง บึกบึน เป็นคนมุ่งมั่น อดทน ทำงานหนัก ไม่สนใจแสงสี เป็นผู้บุกเบิกป่าสายน้ำผึ้งที่ถูกทำลายให้กลับสมบูรณ์ขึ้นมาด้วยสองมือแต่อารมณ์โกรธชั่ววูบทำให้สร้างเรื่องหลอกลวงวุ่นวายใหญ่โตขึ้นมา ราณี แคมเปน (เบลล่า) รับบท เมขลาสาวสวย สวยจัด รูปร่างนางแบบ เป็นดาราสาวสวยมีชื่อเสียงโด่งดัง รวยจัดเพราะใครๆ ก็ต้องการตัวไปเล่นหนัง มีสองบุคลิก ก่อนประสพอุบัติเหตุเป็นสาวเว่อร์สุดขีดหัวสูงไม่ติดดิน ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ไม่สนใจสังคม กรีดกรายเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ทำอะไรไม่เป็นพอประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม กลายเป็นคุณครูสาวผู้สงบเสงี่ยมตามรูปแบบที่คิดเอาเองว่าตนควรจะเป็น เหมือนเกิดใหม่กลายเป็นคนง่ายๆ ติดดิน ได้สัมผัสและเรียนรู้ที่จะรักธรรมชาติ รักชาวบ้าน รักเด็ก เกียรติกมล ล่าทา (ตุ้ย) รับบท อรัญหนุ่มใหญ่ นายอำเภอ รูปหล่อ นิสัยอ่อนโยน ใจเย็น หลงรักเมขลา เวธกา ศิริวัฒนา (เกล) รับบท ศนิ เพื่อนเมขลา อาจารย์หญิง โสด แฟนพันธ์แท้ของวงการมายา รู้จักดาราทุก คนดีกว่าเมขลาอีก นิสัยสอดรู้สอดเห็น ชอบทำตัวเป็นนักสืบพันทิป รัศม์ประภา วิสุมา (เมจิ) รับบท แอนนี่สาวสวยมาดดี ทำอ่อนหวาน แต่ที่แท้ร้ายลึก ร้ายเงียบ แอนนี่ใช้ความรักความหวังดีของพญาที่มีต่อเธอ หาประโยชน์จากเขาทุกทาง กิตติธัช ประดับ (เบิร์ด)รับบท แจ๊คกี้ ชายหนุ่ม มาจากครอบครัวรวย ชอบทำตัวเป็นคุณหนู สำรวย หยิบโหย่ง งานไม่ทำ ดีแต่ทำเท่ห์คอยตามจีบดารา อภิรดี ภวภูตานนท์ (แก้ว)รับบท ไข่มุกน้าเมขลา งก เห็นแก่เงินและเห็นแก่ตัว นิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบายสารพัด

ดวงการงาน การเงิน ความรัก! ประจำเดือนพฤศจิกายน 2558
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน การเงิน ความรัก! ประจำเดือนพฤศจิกายน 2558 โด อ.คฑา ชินบัญชร ดวงการงาน ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) ไพ่ท้านนทก ถ้าทำอะไรนอกลู่นอกทาง จะเสียมากกว่าได้ การทำงานช่วงต้นเดือน เหมาะกับการเจรจาต่อรอง ได้เข้าสมาคม พบปะผู้ใหญ่ เป็นช่วงที่คุณต้องทำคะแนน เพราะในช่วงกลางเดือนลงมา จะวิ่งวุ่นคนเดียว แถมยังถูกคู่แข่งข่มอีกด้วย ปลายๆ เดือนไปแล้วงานจะเยอะ มาสุมอยู่ที่คุณ แบ่งงานก็ลำบาก กลางเดือนวุ่นวายสุดๆ มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ ย้ายงาน ย้ายฝ่าย เปลี่ยนระบบใหม่วุ่นวาย แต่อย่าไปคิดมาก ตอนแรกอาจจะดูร้าย แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นดีสำหรับตัวคุณ ใครที่กำลังอยากย้ายงาน มีดวงได้สมใจ แต่อาจต้องเดินทางมากขึ้น วุ่นวายเรื่องคนเล็กน้อย แต่ถ้าใจเย็น รู้จักจังหวะเวลา ทุกอย่างจะราบรื่น ปลายเดือนก็รวนไปหมด ยิ่งงานเอกสาร ตัวเลข มีแก้ไข มีผิดพลาดเป็นประจำ ให้ใช้สมาธิในการทำงานให้มากขึ้น ช่วงนี้ให้เอาข้อผิดพลาดเก่าๆ หรือจุดบกพร่องของคุณมาแก้ไข จะช่วยให้งานราบรื่นมากขึ้น ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) ไพ่หนุมานพลอดรัก ดูเหมือนทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง ได้กำลังใจจากคนใกล้ชิด มาเสียตรงที่มีเรื่องขัดแย้งขัดใจกับผู้ใหญ่ หรือคนที่มีอิทธิพลกับคุณ การทำงานช่วงต้นเดือน เหมาะในการนัดหมายเจรจาเรื่องสำคัญ จะมีคนช่วยพูดสนับสนุน ช่วงกลางเดือนงานจะอืด จะเหลวไหลท้อถอย คิดทำอะไรไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ มีอุปสรรคจากผู้ใหญ่ ลดเรื่องความใจร้อน เอาความอ่อนน้อมเข้าช่วย จะทำให้คุณประสบผลสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ ปลายเดือนต้องรู้จักเอาตัวรอด กำลังเป็นที่เพ่งเล็งของผู้ใหญ่ ถ้าใครดีก็ควรดีตอบ ถ้าใครร้ายใส่ก็พยายามหลีกหนีอย่าเผชิญหน้า เพราะอาจถูกมองในแง่ลบ แต่ก็ยังได้ข้อเสนอที่ดี แต่ต้องไม่มีทิฐิ พยายามอ่อนน้อมเข้าช่วย จะทำให้คุณได้รับความเอ็นดู และการสนับสนุนที่ดี ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) ไพ่สุครีพถอนต้นรัง เป็นช่วงที่คาดหวังอะไรจากใครไม่ได้เลยจริงๆ เจอแต่ปัญหา เรื่องขัดแย้งวุ่นวาย ต้องพยายามข่มใจให้เย็นไว้ เรื่องจะได้ไม่บานปลายใหญ่โต ดวงการงาน เจอศึกหนัก ผู้ใหญ่เพ่งเล็งไม่ชอบหน้า ทำอะไรก็ไม่โดนไม่ถูกใจ จนเกิดอารมณ์ อย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงให้เสียเวลา คงต้องพยายามปรับตัวอีกครั้ง อาจโดนหางเลขโยกย้าย แต่บรรยากาศไม่ดีขึ้นเลย ต้องพยายามปิดงานให้เสร็จช่วงต้นเดือน เพราะช่วงกลางเดือนลงมาจะวุ่นวาย มีปัญหาขัดแย้งกับผู้ใหญ่ คนร่วมงาน ทำเอาเซ็งไปเลย อะไรที่ยอมได้ก็ยอมไปก่อน เดี๋ยวทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางเอง คุณจะรู้สึกได้ถึงความไม่มั่นคง อะไรที่ทำคะแนนได้ดีให้รีบทำ ผู้ใหญ่กำลังเพ่งเล็ง แต่อย่าไปคาดหวังในสิ่งที่ทำ เพราะอาจไม่ได้รับกลับมาเต็มร้อย ช่วงปลายเดือนอุปสรรคเยอะ โดยเฉพาะเรื่องขัดแย้ง ต้องอดทนให้มากขึ้น ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) ไพ่พระนารายณ์แปลงกาย มีดวงชีพจรลงเท้า ต้องเดินทางไกล แต่ไม่น่าห่วง คนอายุน้อยกว่าจะหาเรื่องร้อนใจมาให้ หากได้ยินเรื่องไม่ดี ให้ฟังหูไว้หู อย่าเก็บมาเป็นอารมณ์ การงานมีดวงโยกย้าย งานหนักขึ้น เหนื่อยขึ้น และที่สำคัญบริวารไม่ค่อยได้ดังใจ ได้ยินเสียงเล็กเสียงน้อยมาทำให้หงุดหงิดใจ ยังไม่เหมาะกับการขยับขยาย หรือทำอะไรเพิ่ม เป็นการหาเรื่องใส่ตัวมากกว่าจะก้าวหน้า ช่วงกลางเดือน โอกาสที่เข้ามายังคงไม่แน่นอน อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจ เป็นช่วงที่ต้องใช้ความอดทนเป็นพิเศษ จะมีคนนั้นคนนี้ทำให้หงุดหงิดเป็นประจำ โดยเฉพาะบริวาร หรือคนที่อายุน้อยกว่า งานเอกสารเจรจาไม่เข้าที่ มีอุปสรรคจุกจิก ปลายเดือนติดขัด เอาแน่นอนไม่ได้ ดวงผู้ใหญ่สนับสนุนส่งเสริมดี แต่จะมาตายเอาตรงเพื่อนร่วมงาน หรือบริวารที่ชอบก่อปัญหา ให้ใจเย็น หากมีปัญหาให้ขอคำแนะนำจากผู้ใหญ่ ผู้รู้โดยตรง ดีกว่ามาบ่นอุบอิบ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) ไพ่พระแม่กาลี ช่วงแรกวิ่งฉิว เอาตัวรอดได้ตลอด แถมยังมีผลงานเข้าตาผู้ใหญ่ แต่ด้วยความขวานผ่าซากในคำพูด และความตรงไปตรงมา ทำให้เกิดขัดใจกับเพื่อนร่วมงาน ช่วงนี้ทำดีได้แต่อย่าเด่นเกินไป จะเป็นภัยกับตัวเอง กลางเดือนมีอุปสรรคเรื่องเอกสาร ความพร้อม ได้นั่นขาดนี่เป็นประจำ ผู้บังคับบัญชาเองก็มีความคิดเห็นไม่ค่อยตรงกัน ถูกตำหนิบ่อย พยายามอย่าแข็งมากจะถูกเพ่งเล็ง คุณที่กำลังอยากเปลี่ยน โยกย้ายยังไม่มีจังหวะ อดทนไว้ก่อน ปลายเดือนมีอุปสรรค เจองานยาก เพื่อนร่วมงานคอยแก่งแย่งแข่งขัน ยิ่งถ้าคุณสร้างศัตรูไว้เยอะ ช่วงนี้คงจะหนาวๆ ร้อนๆ เพราะดวงตอนนี้ผู้ใหญ่ไม่ค่อยให้การสนับสนุนเท่าไหร่ อยากได้อยากทำอะไรต้องลุยด้วยตัวเอง ถึงจะประสบผลสำเร็จ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) ไพ่ทศกัณฐ์เจรจาพาลี ช่วงต้นเจองานรีบเร่ง งานด่วนจนคุณไม่รู้จะทำงานไหนก่อนหลังดี ผู้ช่วยก็ไม่มี ตกที่นั่งลำบาก แต่อย่าเพิ่งไปพาลใคร จะมีเรื่องขัดแย้งขัดใจได้ง่าย และอาจเป็นต้นเหตุให้ถูกย้าย ถูกปลด ให้ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเต็มที่ พอผลงาน ออกมาคุณจะรู้สึกภูมิใจ การงานดูเหมือนบทบาทความสำคัญของคุณจะเยอะกว่าใครเพื่อน เลยมีงานเยะอกว่าคนอื่น แต่ถ้าเอาจริงเอาจัง ใส่ใจอย่างเต็มที่ ผลที่ได้กลับมาก็นับว่าคุ้มค่า ผู้ใหญ่ให้ความไว้วางใจคุณมากขึ้น ช่วงกลางเดือนมีโอกาสได้แสดงความสามารถในสิ่งที่ถนัด กลายเป็นผู้รู้ที่ใครๆ ต่างก็ยอมรับ คุณจะอึดอัดใจหลายเรื่อง ใครก็ช่วยคุณไม่ได้ ต้องสะสางปัญหาด้วยตนเอง พยายามอย่าไปพึ่งพาใครเป็นดีที่สุด การงานโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ไม่ว่าจะปฏิเสธยังไงก็ไม่หลุด ต้องค่อยๆ แก้ไขปัญหาทีละเล็กละน้อย หากใจร้อนวู่วาม จะทำให้เรื่องบานปลาย และมีเรื่องขัดใจกับผู้อื่นได้ง่าย ช่วงปลายเดือนทุกอย่างจะเข้าที่ ผู้ใหญ่เห็นความดี และมีผลงานได้รับการยอมรับ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) ไพ่บุตรพระอาทิตย์ ช่วงต้นเดือนทั้งใจร้อน หงุดหงิดง่าย จึงมักทำอะไรผิดพลาดบ่อย ช่วงนี้เดินทางยังไม่ค่อยดี มีอุปสรรค ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ การทำงานเบื่อกับปัญหาเก่า ผู้ร่วมงานคอยแข่งขันชิงดีกัน ไม่สนว่าจะชนะด้วยวิธีไหน แต่ไม่ต้องห่วงมาก ส่งผลงานให้โดดเด่น ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ แม้ใครจะคิดเอาเปรียบคดโกง ก็ไม่สามารถทำอะไรคุณได้ แสงสว่างเจิดจ้า กลายเป็นคนเด่นคนดัง มีคนให้ความสนใจ หยิบทำอะไรก็ดูดีดูงาม การงานราบรื่น เพื่อนร่วมงานคอยให้ความร่วมมือดี ทำให้งานเสร็จงานเร็ว สนุกกับการทำงาน ส่วนคุณที่อยากเปลี่ยนงาน จะได้รับข้อเสนอที่ดี มีงานเสริม มีโอกาส ที่สำคัญต้องรู้จักใช้คำพูดและจริงใจในสิ่งที่ทำ คุณจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่คอยหนุน คอยเป็นที่ปรึกษา คุณได้เปรียบกว่าใครแน่นอน ช่วงนี้อยากหยิบทำอะไรก็ราบรื่น การทำงานก้าวหน้า หัวสมองปลอดโปร่ง คิดงานแก้ปัญหาได้ดี เป็นที่ยอมรับ ใครทำอะไรไม่ได้มาปรึกษาคุณ ทุกอย่างก็เรียบร้อย แต่ถ้ากำลังอยากย้ายอยากเปลี่ยน ยังไม่เหมาะ ช่วงปลายเดือนระวังพวกขี้อิจฉา จะนำความเดือดร้อนมาให้ อยู่ห่างไว้หน่อยก็ดี ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) ไพ่เสนาวานร ชีพจรลงเท้า ต้องเดินทางตลอดทั้งใกล้และไกล ราบรื่นหายห่วง คุณจะพบเจอเรื่องแปลกใหม่ให้ต้องตื่นเต้นอยู่เสมอ การงานเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย มีดวงเปลี่ยนงาน หากกำลังเบื่องานเก่า ลองสมัครงานใหม่ดู มีโอกาสได้สูง ดวงการงานกำลังก้าวหน้า หากมีโครงการอยู่ในหัวให้รีบทำเป็นชิ้นเป็นอัน คุณจะทำสำเร็จสมใจ ควมคิดฝันกำลังพุ่ง ไฟกำลังแรง อยากสานฝันให้เป็นจริง มีดวงเดินทางไกล รวมถึงต่างประเทศด้วย การงานราศีจับ ทำอะไรก็เข้าตา ได้รับการยอมรับ เป็นช่วงที่จะมีชื่อเสียง มีผลงานโดดเด่นกว่าคนอื่น ต้องรีบฉวยโอกาสในการเพิ่มความมั่นคงให้กับตัวเอง ให้ระวังความขัดแย้งกับผู้ใหญ่จะส่งผลให้งานคุณสะดุด หลีกเลี่ยงอย่าเผชิญหน้าเป็นดีที่สุด มีเป้าหมายชัดเจน ทำให้คุณมีแรงบันดาลใจมุ่งไปสู่ฝัน การงานได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ และได้รับโอกาส ทำให้คุณได้ลองทำในสิ่งที่อยากทำ เป็นเวลาที่เหมาะในการเสนอแนวคิด หรือมุมมองของตัวเองสู่สาธารณะ ช่วงนี้หากขวนขวาย มุ่งมั่นจะมีความสำเร็จและก้าวหน้า ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) ไพ่วงล้อแห่งโชค ทางสะดวก อยากทำอะไรให้รีบลงมือทำ การงานมีแนวโน้มเปลี่ยนงาน หางานใหม่ เพราะกำลังเบื่อเต็มที่ แต่ไม่น่าเป็นห่วง โอกาสของคุณกำลังมาถึง จะได้รับการตอบรับที่ดี ได้งานที่ถูกใจ รวมถึงผลตอบแทนก็เป็นที่น่าพอใจ ดวงงานมีฟลุกอยู่บ่อยๆ จึงไม่น่าวิตก ถึงแม้จะทำอยู่ที่เดิมก็จะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เบื่อๆ เซ็งๆ เพราะต้องลุยเอง คาดหวังอะไรจากใครไม่เคยสำเร็จ ยังดีที่โชคเข้าข้าง จึงไม่ถึงกับติดขัด การงานมีปัญหาจุกจิกเกี่ยวกับบริวาร เพื่อนร่วมงาน พยายามทำอะไรด้วยตัวเองจะแก้ปัญหาได้บ้าง ช่วงกลางแล้วทุกอย่างถึงจะเข้าที่ คุณต้องอาศัยบุญเก่า หรือชื่อเสียงเดิมมากู้หน้า จะทำอะไรยังคงต้องไม่ประมาท มีคนคอยจ้องทับถมอยู่ เน้นเข้าสังคม มีโอกาสได้พบปะสมาคมกับคนสำคัญ มีเพื่อนฝูงเพิ่ม การงานก้าวหน้า ได้เรียนรู้งานใหม่ หรือถูกส่งตัวไปอบรม ซึ่งก่อประโยชน์ให้คุณมีทางเลือกมากขึ้น เป็นช่วงที่เหมาะกับการขยับขยาย หรือลงทุน หากมีความตั้งใจอยากทำอะไรให้รีบลงมือ น้ำขึ้นให้รีบตัก ช่วงปลายเดือนอาชีพค้าขาย นายหน้า อสังหาริมทรัพย์ จะรุ่งเรือง ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) ไพ่พิเภก ช่วงต้นเดือนรู้สึกเบื่อหน่ายคนรอบข้าง แต่ไม่นานก็หาย เพราะมีเรื่องน่าตื่นเต้น มีสิ่งใหม่ๆ ให้ได้ลองทำ การทำงานมีปัญหาหงุดหงิดกับงานที่ต้องทำเป็นทีม เข้าขากับคนอื่นไม่ค่อยดี แต่จะได้รับโอกาสในงานใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ขอแค่เชื่อมั่น ใจสู้ จะทำให้คุณก้าวหน้ามากขึ้น ส่วนใครที่กำลังคิดเปลี่ยนงาน มองหางานเสริมคุณได้สิทธิ์นั้นทันที ช่วงกลางเดือนมีความคิดสร้างสรรค์ ได้มีโอกาสลองสิ่งใหม่ๆ เป็นช่วงที่เปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเอง ทำใจให้กว้าง ยอมรับสิ่งที่กำลังจะเข้ามา จะทำให้คุณก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น การทำงานราบรื่น ผู้ใหญ่ให้ความไว้วางใจ เป็นที่ปรึกษาให้ความช่วยเหลือคนอื่นได้ดี มีโอกาสในการลงทุน หรือได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ปลายเดือนมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ ได้โอกาสใหม่ๆ ที่จะได้ลองทำ ไม่ควรปฏิเสธ กล้าได้กล้าเสียรับรองรุ่งแน่ ช่วงนี้ได้โอกาสเหมาะมีผู้ใหญ่สนับสนุน งานก้าวหน้า มีชื่อเสียง มีดวงในการเดินทางไกล อาจไกลถึงต่างประเทศด้วย ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) ไพ่พระลักษณ์ต้องหอก ชะลอในการทำสิ่งใหม่ๆ ไว้ก่อน การงานจะถูกเพ่งเล็ง หากรู้ว่าความประพฤติออกนอกลู่นอกทาง ต้องปรับปรุงตัวใหม่ การติดต่อเจรจาจะล่าช้า สำเร็จยาก แต่ถ้าไม่ใจร้อน เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างลงตัวได้เอง บริวารและเพื่อนร่วมงานยังคงไม่ได้ดังใจ การเริ่มต้นสำหรับคุณ มักมีอุปสรรคตามมาด้วยเสมอ ให้คบคนอายุมากกว่า จะทำให้ประสบความสำเร็จ การงานได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ พยายามทำตัวตามน้ำ จะทำให้คุณได้รับการยอมรับ จะได้รับข่าวดี บริวาร และเพื่อนร่วมงานเริ่มทำงานเป็นทีมมากขึ้น แต่ให้ระวังเรื่องเอกสาร การเจรจาติดต่อ มีโอกาสเสียเปรียบสูง การงานมีโอกาสได้หยิบจับทำสิ่งใหม่ ซึ่งทำให้คุณหงุดหงิดวุ่นวายในช่วงต้น แต่พอปรับตัวได้ ทุกอย่างก็ราบรื่น  และมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นกว่าเดิมเสียด้วย จะได้ผู้รู้จริงชี้แนะ มีดวงได้งานเสริม เริ่มใกล้เป้าหมายเข้าไปทุกที ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) ไพ่พระรามครองเมือง มีผู้ใหญ่เกื้อหนุน จะทำอะไรก็ง่ายขึ้น แต่ต้องไม่ลืมที่จะนอบน้อม ทำตัวเสมอต้นเสมอปลาย คุณจะมีคนรักคนเอ็นดูไปอีกยาว การงานเตรียมตัวรับข่าวดีได้เลย ยิ่งถ้าหากกำลังลุ้นเรื่องการโปรโมชั่น ปรับตำแหน่ง จะรู้สึกได้ทันทีว่าผู้ใหญ่ให้ความสำคัญมากขึ้น แต่อย่าเพิ่งวางใจ จะมีดวงทำงานผิดพลาดเพราะความประมาท จะทำอะไรต้องรอบคอบให้มาก คุณกำลังถูกคนคิดร้าย ไม่ว่าจะพูดอะไรให้รอบคอบ อย่าเพิ่งนินทาว่าร้ายใคร จะเป็นผลเสียกับตัวเอง การงานมักถูกจับเปรียบเทียบกับคนอื่นให้รู้สึกอึดอัด อย่าไปฟังความใครให้คิดมาก ให้ยึดมั่นในสิ่งที่ทำ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ ทำงานลื่นไหล ได้รับคำชมและการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ช่วงปลายสมองปลอดโปร่ง ความคิดดีๆ จึงไหลพรั่งพรูออกมา เป็นช่วงที่คุณะได้รับการยอมรับมากขึ้น มีชื่อเสียงโดดเด่น จึงไม่แปลกที่ใครก็อยากคบหา การงานหลังจากที่เอาใจใส่มาตลอด เริ่มเห็นผล ผู้ใหญ่เห็นความสามารถ ผลักดันให้คุณได้ดี เป็นช่วงที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก อยากทำอะไรให้รีบทำ น้ำขึ้นให้รีบตัก ดวงการเงิน ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) ไพ่จักรพรรดินี ใช้จ่ายระมัดระวัง ทำให้ไม่ขัดสน ช่วงต้นเดือนได้รับของขวัญของกำนัลถูกใจ มีความมั่นคงและมั่งคั่งเพิ่มขึ้น มีโชคลาภจากเพศตรงข้าม ช่วงกลางเดือนมือเติบสุดๆ หนักไปในเรื่องกินเที่ยว ซื้อของที่ถูกใจ แต่หมุนเวียนได้คล่อง เพราะความเจ้าเสน่ห์ ทำให้มีคนเสนอตัวเป็นเจ้ามือ หาของถูกใจได้เสมอ ปลายเดือนจะมีผู้ใหญ่เพศหญิงใจดี มาช่วยสนับสนุน ช่วยแก้ไขปัญหาเวลาตกที่นั่งลำบาก ให้ระวังของมีค่าสูญหาย เสียเงินเพราะถูกหลอก ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) ไพ่จองจำพิเภก ช่วงต้นเดือนเงินไหลออกตลอด ต้องช่วยเหลือคนนั้นคนนี้ มีค่าใช้จ่ายไม่คาดฝัน ใครมาขอหยิบยืมถ้าให้ไปแล้วไม่ต้องหวังได้คืน ถูกชักดาบหรือต้องกลายเป็นหนี้สูญ เพราะความสงสาร กลางเดือนเงินไหลออกอย่างเดียว มีคนมาขอหยิบยืม ขอความช่วยเหลือ บางทีไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็ต้องควักจ่าย มีแต่คนนำเรื่องกลุ้มใจมาให้ ความหน้าใหญ่ใจโตปฏิเสธใครไม่เป็น ก็เลยต้องมานั่งลำบากเสียเอง มีดวงเสียเงินกับเรื่องสุขภาพ ต้องดูแลตัวเองให้มาก ช่วงปลายเดือนออกแนวเครียด รายจ่ายจุกจิกเยอะ ทั้งค่าซ่อมแซม ค่ารักษา คนหยิบยืม ช่วงนี้ต้องวางแผนจัดสรรปันส่วนให้ดี ไม่อย่างนั้นจะแย่เอาได้ แต่สามารถกู้วิกฤติได้บ้าง เพราะได้ลาภฟลุกๆ เล่นหุ้น เสี่ยงมีลุ้น ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) ไพ่นางเกาสุริยา นางไกยเกษี นางสมุทรเทวี ต้นเดือนมีรายจ่ายจุกจิกเต็มไปหมด ลูกหนี้ที่เคยหยิบยืมไปก็หายจ๋อย แต่พอมีลาภจากความเสน่หามาบ้าง คงต้องใช้มารยากันนิดหน่อย ช่วงกลางเดือนรักษาสมดุลได้ดี และมีโชคลาภ จากความเสน่หาอีกด้วย ทำให้สภาพคล่องดีกว่าเดิม อยากได้อะไรก็ให้ใช้ไหวพริบ โอกาสสำเร็จอยู่แค่เอื้อม ปลายเดือนมีใช้ไม่เคยขาดมือ จะทำเรื่องขอเพิ่มวงเงิน เพิ่มเครดิต หรือขอเงินกู้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ รีบลุย รีบทำจะได้ข่าวดี ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) ไพ่สามทหารเอก ช่วงต้นเดือนมีทั้งเข้าและออก หาเงินเก่ง มีรายรับไหลรื่น แต่ต้องมาตายตอนจบเพราะคนอายุน้อยกว่า กลางเดือนหาง่ายใช้คล่อง แต่ยังไม่มีดวงในการเสี่ยง ส่วนใหญ่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงล้วนๆ มีหงุดหงิดบ้างที่ต้องเสียไปกับเรื่องที่ไม่ได้ก่อ ช่วงปลายเดือนแม้การลงทุนจะไม่เห็นผลทันตา แต่ก็พอคำนวณได้ว่าในไม่ช้า ดอกผลจะงอกเงย ให้เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) ไพ่ขันธกุมาร ช่วงต้นเริ่มเห็นคุณค่าในการประหยัดอดออมมากขึ้น จะมีรั่วไหลไปบ้างกับเรื่องรถ เรื่องเดินทางและคนอายุน้อยกว่า แต่ยังคุมสถานการณ์ได้ดี กลางเดือนเข้าสู่โหมดประหยัด สภาพคล่องลดน้อยลง จึงต้องใช้วิธีลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงบ้าง ยังไม่มีโชคเด่นๆ แต่พอมีผู้ใหญ่ช่วยเหลืออยู่บ้าง การเงินไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ อย่าเพิ่งหวังโชคลาภ ให้อ่อนใจ กินใช้ให้สมดุล อยู่อย่างเพียงพอ แล้วคุณจะมีเงินเพียงพอในการใช้จ่าย ช่วงปลายเดือนมีเรื่องใช้จ่ายจุกจิกที่ไม่ได้เป็นคนก่อ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) ไพ่ฝ่าพงไพร ช่วงต้นเดือนมีรายจ่ายเข้ามาเรื่อยๆ ถ้าเผลอมือเติบก็อาจมีติดขัดได้ ยังไม่ควรให้ใครหยิบยืม หรือไปให้ความช่วยเหลือใคร มีโอกาสพลาดติดบ่วงไปนาน กลางเดือนมีรายจ่ายเกี่ยวกับค่ายา  ค่ารักษาเพิ่มเติม ส่วนโชคลาภมักจะมาเป็นของกิน ของชำร่วย ยังไม่มีลาภจากการเสี่ยงโชค การเงินถ้าไม่พึ่งพาเรื่องโชคจนเกินไป โดยรวมถือว่าคล้องตัวดี ยิ่งขยันมีเงินเยอะ ช่วงปลายเดือนระวังทำของหาย เสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) ไพ่พระลักษณ์ต้องหอก ต้นเดือนขาดสภาพคล่อง เพราะมีรายจ่ายจุกจิกมาคอยซ้ำเติม ช่วงนี้หันหน้าพึ่งพาใครได้รับแต่การปฏิเสธ พึ่งพาตัวเอง เก็บหอมรอมริบดีที่สุด การเงินไม่ค่อยดี แต่ก็สามารถประคองตัวเองรอด เพราะช่วงกลางเดือนมีโชค มีช่องทางหาเงินแบบง่ายๆ ได้ของถูกใจ ที่เคยให้ใครยืมเงินไป มีโอกาสเป็นหนี้สูญ 80% ให้ทำใจไว้เลย ช่วงปลายดวงดีขึ้น มีโอกาสในการทำเงินเพิ่ม แต่ต้องมุ่งมั่นและขยันขันแข็งถึงจะไปรอด ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) ไพ่พระรามรำพัน ดวงการเงิน กว่าจะได้ต้องหืดขึ้นคอ ไม่ง่ายอย่างที่คิด ช่วงนี้ต้องเพิ่มความอดทนให้มากขึ้น อย่าคาดหวังอะไรจากใคร ไม่มีสิ่งใดได้มาแบบไม่ต้องแลก กลางเดือนเสียไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะความหน้าใจใจโต พยายามลดดีกรีความแรงลงบ้าง ถ้าให้ใครหยิบยืมไปจะได้คืนยาก ปลายเดือนต้องขุดเอาเงินเก็บมาใช้ทีละเล็กละน้อย พอมารู้ตัวอีกทีก็ใจหาย ให้ระวังการใช้จ่าย ลด ละ เลิก สิ่งที่ไม่จำเป็น เพื่ออนาคตที่สดใส ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) ไพ่พระลักษมี ช่วงต้นเดือนจะหมดเนื้อหมดตัวก็เพราะความมือเติบ อยากได้นั่นอยากได้นี่ของตัวคุณเอง คงต้องเพลาๆ ลงมาบ้าง ช่วงกลางเดือนมีลาภจากคนไกลหรือการเดินทาง กลางเดือนมีลาภจากความเสน่หา แม้จะมีจ่ายเงินไปบ้าง แต่นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะผลตอบแทนที่ได้รับมากกว่าเงินที่จ่ายออกไป ช่วงปลายเดือนแม้จะมีรายจ่ายเพิ่มเรื่องรถ แต่ถือว่ายังควบคุมสถานการณ์ได้ดี รายรับส่วนใหญ่จะมาจากงาน ยังไม่มีโชคลาภเด่นๆ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) ไพ่พาลีพบนางมณโฑ การเงินมีเรื่องต้องจ่ายเยอะ ตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนเรื่องใหญ่โต ต้องอุดรอยรั่วให้ดี มีจ่ายเรื่องเดินทางยานพาหนะ ช่วงกลางเดือนมีโอกาสได้หาได้เก็บเยอะ ช่วงนี้ถึงจะเหนื่อย เพราะต้องทำงานหลายอย่าง แต่ก็มีเงินงอกเงยให้เห็น ให้ระวังทำของหาย ปลายเดือนจะดีขึ้น เพราะมีคนคอยช่วยเหลือเกื้อหนุนอยู่ตลอด ช่วงนี้มีลาภปากมาไม่ขาดสาย หากทำตัวดีก็อาจได้เป็นของขวัญ ของถูกใจจากคนรัก ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) ไพ่วิตกนางสีดา การเงินมีสภาพคล่องดี เสียตรงที่ชอบใจอ่อน ช่วยเหลือใครต่อใคร สุดท้ายคนที่เดือดร้อนก็หนีไม่พ้นตัวเอง กลางเดือนเงินรั่วไหล มีคนมาคอยช่วยใช้ หยิบยืมให้ต้องอึดอัด แต่ยังพอมีลุ้น ได้ลาภมีโลค มีช่องทางหาเงินได้ตลอด คิดอะไรเป็นธุรกิจเป็นเรื่องเงินไปหมด นับเป็นช่วงน้ำขึ้นให้รีบตัก ปลายเดือนจับจ่ายใช้สอยพอตัว แต่มีโชคลาภเข้ามาเสริม ทำให้เงินหมุนคล่อง สภาพคล่องไม่น่าเป็นห่วง มีรายรับสม่ำเสมอ ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) ไพ่สุครีพถอนต้นรัง ช่วงต้นเดือนเงินไหลออกสุดๆ เสียเงินไปเพราะอารมณ์เป็นส่วนใหญ่ อย่าเพิ่งคิดลงทุนร่วมหุ้นกับใครจะเสียมากกว่าได้ มักถูกเอาเปรียบเรื่องสัญญา กลางเดือนหาเงินมาไม่พอใช้ จ่ายจุกจิกเรื่องบ้าน ค่าซ่อมแซมต่างๆ และเรื่องเดือดร้อนที่คุณไม่ได้ก่อ โชคลาภยังอยู่ห่าง พึ่งพาตัวเองดีที่สุด ปลายเดือนหมดไปกับค่ายา ค่ารักษา และเดือดร้อนเพราะคนอื่นแบบไม่หยุดหย่อน อย่าใจดีให้ใครหยิบยืม หรือค้ำประกันจะเป็นภาระรับผิดชอบอีกยาว ดวงความรัก ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) ไพ่พระรามแผลงศร การชิงสุกก่อนห่าม จะทำให้ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง คนรักทำตัวไม่เสมอต้นเสมอปลาย ทำให้คิดมาก ใกล้กันเกินไปก็ทะเลาะกันบ่อย มีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ่อย เข้าใจผิดกันอยู่เป็นประจำ อย่าปล่อยไว้นาน ปรับกันคนละนิดจะได้หวานเหมือนคู่อื่นๆ บ้าง คนโสดอุปสรรคเยอะ คงต้องถอดใจ แอบรักแอบชอบใคร มักมีเจ้าของแล้ว คงต้องถือศีลปล่อยวางเรื่องนี้สักพัก ช่วงปลายเดือนมีคนมาชอบให้ได้ดี๊ด๊า แต่จะหาคนรักดีๆ สักคน ยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรต่อไป ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) ไพ่สามทหารเอก ต้นเดือนสดใสซาบซ่า มีเรื่องน่าตื่นเต้น คนโสดไม่หลุดรอดแน่นอน มีหลานคนเข้ามาให้เลือก ส่วนคนที่มีคนรักแล้วอาจเผลอใจมีกิ๊กบ้าง เพิ่มรสชาติได้ดี ใครที่กำลังอกหัก รักคุด จะมีคนมาเสนอตัวเข้าช่วยดามใจ กลางเดือนคนโสดหน้าบานสุดๆ ได้เจอคนมากหน้า เพื่อนฝูงคอยแนะนำคนนั้นคนนี้ให้เสมอ มีประสบการณ์ที่ดี ส่วนคนมีคู่แล้ว ทำได้แค่แอบเจ้าชู้ คิดเกินเลยกว่านั้นเป็นเรื่องแน่ ปลายเดือนคนโสดได้เจอคนเยอะ มีมิตรภาพเพิ่ม ลองเลือกดู คงมีดีๆ สักคน ที่ช่วยให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ถ้ามีคนรักแล้วระวังหวั่นไหวจากมือที่สาม ต้องทำใจให้หนักแน่น ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) ไพ่หนุมานครองเมือง ความรักอุปสรรคมาจากผู้ใหญ่ล้วนๆ หากคิดจะคบหากันยาวๆ ต้องอ่อนน้อม อย่ามีทิฐิ ส่วนคนโสดสนิท ต้องให้คนรอบข้างมาเป็นตัวช่วย จึงจะได้สละโสด ดวงความรัก แนบแน่นเข้าใจกันดี ขอให้เชื่อใจกันและกันให้มาก เพราะช่วงปลายเดือนอาจมีการลองใจ โดนมือที่สามเข้ามาแทรกแซง ส่วนคนโสดสนิทคงต้องเปรยๆ กับเพื่อนฝูงคนสนิทให้ช่วย ถึงจะมีความคืบหน้า ความรักมีเรื่องหึงหวง มือที่สามเข้ามาเกี่ยวพันตลอดเวลา อาจเป็นเพราะความขี้เล่น ชอบหว่านเสน่ห์ ปรับลดลงบ้างก็ดี ส่วนคนโสดถ้ามีใครเข้ามาในช่วงนี้ เห็นทีจะไม่พ้นคนใกล้ตัว ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) ไพ่ทศกัณฐ์แพ้ความ ความรักฉุนเฉียว อารมณ์ร้อน พูดอะไรไม่คิด ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง แต่ยังมีโอกาสเสมอ อย่าเพิ่งท้อ ส่วนคนโสดพอมีคนแวะเวียนเข้ามาบ้าง แต่มักจะขาดๆ เกินๆ ไม่ครบสักราย กลางเดือนคนโสดมีมือดีมาเป็นสื่อชักนำให้เจอคนถูกใจ แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ไม่ท้อก็สานสัมพันธ์ต่อได้ ส่วนคนมีแฟนแล้วมีเหตุให้ต้องผิดใจกัน พยายามหาโอกาสปรับความเข้าใจแล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิม ช่วงปลายเดือนกำลังหวนคิดถึงอดีตอันแสนเศร้า จึงดูซึมไปบ้าง ส่วนคนโสดพอมีโอกาสได้พบคนถูกใจ แต่ต้องให้คนใกล้ตัวเป็นพ่อสื่อแม่ชัก ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) ไพ่จักรพรรดินี ช่วงต้นเดือนได้เจอคนถูกใจในสถานการณ์แบบไม่คาดคิด แต่ก็มีโอกาสสานต่อความสัมพันธ์กันได้ ส่วนคนมีแฟนแล้ว เป็นช่วงที่จะรักแรง หึงแรง ต้องระวังความประพฤติ กลางเดือนหากบางสิ่งบางอย่างมาถึงทางตันก็คงต้องปล่อยไป แล้วเริ่มต้นใหม่ อย่าฝืนจะยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง ส่วนคนโสดเสน่ห์ร้อนแรง มีแต่คนอยากวิ่งหา ปลายเดือนมีคนคอยเอาใจใส่ หาของถูกใจมาให้เสมอ คนมีแฟนแล้วมีรักที่หวานชื่น โรแมนติก ส่วนคนโสด มีคนแอบชอบอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลตัว ถ้าเหงาใจลองปรึกษาเพื่อนฝูงจะได้คำตอบที่ดี ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) ไพ่พระอินทร์ ต้นเดือนดูสบายๆ เพราะมีเพื่อนฝูง ครอบครัวคอยห้อมล้อม อย่าเพิ่งรีบร้อนถึงเวลาจะมีเข้ามาเอง ส่วนคนมีแฟนแล้วมีเรื่องน่ายินดี กลางเดือนออกแนวช่างเลือก มีวิถีไปทางสงบ ออกบวช ปลง ยังไม่เจอคนที่ใช่ ส่วนคนมีแฟนแล้วถ้อยทีถ้อยอาศัย รักกันด้วยความเข้าใจ อย่าไปฟังเสียงเล็กเสียงน้อยที่บั่นทอน ให้เชื่อใจกันดีที่สุด ช่วงปลายเดือนความรักสดใสเต็มที่ คนรักเอาใจใส่ คิดถึงกันตลอดเวลา ส่วนคนโสดมีดวงได้เจอคนถูกใจ และเริ่มต้นความสัมพันธ์ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) ไพ่นางสวาหะ ต้นเดือนกำลังอ่อนไหวทั้งคนโสดและไม่โสด อะไรเข้ามากระทบจิตใจก็มักหลงเชื่อ คงต้องทำตัวให้หนักแน่นขึ้น มีดวงเสียใจ อกหัก ถ้ามัวแต่กังวลจนเกินเหตุ ช่วงกลางเดือนซึมเศร้าเหงาหงอย โดยเฉพาะคนมีแฟนแล้ว มีปากเสียงเรื่องเข้าใจผิดกันตลอด ทำให้ต้องเก็บมาคิดมาก มีดวงเลิกราสูงต้องระวัง ส่วนคนโสด รักไม่ยุ่งมุ่งแต่งานจะดีกว่า ใครที่แอบรักแอบชอบคนอื่นอยู่ ให้เผื่อใจเจ็บเอาไว้ด้วย มีดวงจะอกหักรักคุดได้ง่าย ส่วนคนมีแฟนแล้วอึดอัดเหมือนเดิม เพราะถูกคนรักตีกรอบไม่ให้ความไว้ใจเหมือนเดิม ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) ไพ่นางสีดา มักเจอเรื่องแปลก แต่ก็ทำให้รู้สึกประทับใจ คนโสดมีลุ้นได้พบรัก แต่ต้องดูให้ดีว่าเขาคนนั้นมีเจ้าของแล้วหรือยัง ? เพราะมีโอกาสเจอคนเจ้าชู้สูง คนโสดยิ้มแย้มแจ่มใส ช่วงนี้เสน่ห์แรง ใครๆ ต่างพากันอยากเข้าใกล้ สมัครเป็นแฟน ส่วนคนมีคู่แล้วหวานชื่น มีเวลาให้กันและกันมากขึ้น ความรักอบอุ่น คนรักขี้เล่น พูดจาหวานหู คอยเอาใจเป็นอย่างดี ส่วนคนโสดมีแนวโน้มจะได้คู่ที่เด็กว่าหรือแก่กว่าไปเลย ชีวิตรักมีรสชาติไปอีกแบบ ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) ไพ่ฝ่าพงไพร ช่วงต้นเดือนมีความท้าทาย มีประสบการณ์รักแปลกๆ มาให้ได้ตื่นเต้นอยู่เสมอ คนโสดอาจจะมีคนอายุอ่อนกว่ามาก หรือแก่กว่ามากมาชอบ ส่วนคนมีแฟนแล้วจะได้จิ๊จ๊ะ มีกิ๊กเพิ่ม เพราะเสน่ห์แรง ความรักอลหม่าน มีรักแปลกๆ ถ้ารักสนุกไม่คิดจริงจังจะมีความสุข แต่ถ้าหวังพบรักแท้คงต้องกุมขมับ เพราะมักเจอแต่คนเจ้าชู้หรือมีเจ้าของแล้ว ส่วนคนมีแฟนแล้วแง่งอนกันบ่อย ทิ้งทิฐิลงบ้าง ช่วงปลายเดือนคนโสดกำลังเนื้อหอม มีคนมารุมล้อมเอาใจ แต่ต้องดูให้ดีด้วยอาจถูกใจคนมีเจ้าของ เพราะตัวคุณเองมักชอบของแปลกใหม่ ท้าทาย ส่วนคนที่มีแฟนแล้วจะมีเด็กรุ่นน้องมาจีบ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) ไพ่นางสีดาลุยไฟ หอมกรุ่นไปด้วยความรัก และความคิดถึง คนโสดได้ปิ๊งคนถูกใจโดยบังเอิญ แถมช่วงนี้มักจะเสน่ห์แรง คนอายุน้อยกว่าหลงกันน่าดู คนโสดมีอิศวินม้าขาวควบมาหา อ้าแขนรอรับได้เลย ได้ลงจากคานสักที ส่วนคนมีคู่จู๋จี๋หวานชื่น เข้าใจกันดี แต่อย่าชะล่าใจ มีดวงถูกคนสนิทแทงข้างหลัง ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) ไพ่สุครีพและพาลี ความรักช่วงต้นเดือนมีปากเสียงกันบ่อย ให้ลดทิฐิ ยอมรับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายแล้วจะอยู่ด้วยความปรองดอง ส่วนคนโสดสนิท มีแนวโน้มจะเริ่มหวั่นไหวกับเพื่อนสนิท หรือคนใกล้ชิดกันเอง ความรักก่อตัวจากความเป็นเพื่อนมาเป็นคนรู้ใจ สานสัมพันธ์แนบแน่น คนโสดเฮฮา สนุกสนาน แต่ต้องระวังส่วนใหญ่เจอแต่คนเจ้าชู้ มีเจ้าของแล้ว ส่วนคนมีแฟนแล้วอบอุ่นหอมหวาน ปลายเดือนความรักหอมหวาน คนรักทั้งรักทั้งหลง รู้สึกอบอุ่น มีคนมาคอยห่วงใยอยู่เสมอ ส่วนคนโสดมีแนวโน้มจากเพื่อนมาเป็นคนรู้ใจ หรืออาจได้พบรักจากการนำเสนอของเพื่อนฝูง หรือคนใกล้ชิด ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) ไพ่วานร ถมทะเล ต้นเดือนไม่หวือหวา เป็นช่วงของการมองหาคนถูกใจ แต่ยังไม่เจอใครโดนๆ ส่วนใหญ่ที่เข้ามาจะอายุน้อยกว่า ส่วนคนมีแฟนแล้ว เป็นช่วงหงุดหงิดง่าย หูเบา ทำให้ทะเลาะกันบ่อย กลางเดือนคนโสดอยากจีบใครต้องตื้อเท่านั้นที่จะชนะใจได้ หากทำตัวเสมอต้นเสมอปลาย รับรองมีคู่แน่นอน ส่วนคนมีแฟนแล้ว มีเรื่องให้ต้องคิดมาก แต่สุดท้ายก็จบแบบแฮปปี้ ปลายเดือนอ่อนไหวง่าย ใครผ่านเข้ามาเป็นต้องใจอ่อน ตกหลุมรักง่าย คนโสดจึงมีประสบการณ์รักแล้วรักอีก ส่วนคนมีแฟนแล้วหงุดหงิดง่ายหายเร็ว ข้อเสียคือชอบคิดมากไปกับเรื่องที่ได้ยิน คนรักยังไม่นอกใจ  รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

บุ๋ม โวย!! ละครไม่ใช่ต้นตอคดีฆ่าข่มขืน
ข่าว บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม ล่ารายชื่อ / 

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ขอออกมาเถียงแทนสื่อและนักแสดงทุกคน กรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาสังคมกับคดีฆ่าข่มขืนนั้น มาจากสื่ออย่างละครทีวี ที่นำเสนอแต่ความรุนแรง และฉากพระเอกข่มขืนนางเอก แต่กลับยกย่องเป็นฮีโร่ ซึ่งงานนี้ สาวบุ๋ม ในฐานะนักแสดง และประธานองค์กรทำดี ที่ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อการขอยกเลิกการอภัยโทษคดีฆ่าข่มขื่นทั้งผู้ใหญ่และเยาวชน เลยต้องออกมาโพสต์แสดงความเห็นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวบ้างว่า "สำหรับคำถามนี้ขอตอบเป็นสองข้อนะคะ 1. ละครทำให้เยาชนมีความรุนแรง? แสดงว่าคนในยุคปัจจุบันถึงขั้นแยกแยะไม่ออกแล้วเหรอว่าอันไหนชีวิตจริง อันไหนละคร? ละครฉากบู๊ฉากตบฉากข่มขืนมันก็มีมาตั้งแต่สมัยไหนก่อน ก็ไม่เห็นว่าพฤติกรรมจะรุนแรงเหมือนยุคปัจจุบัน มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ศีลธรรม จริยธรรมในแต่ละคนมากกว่า ว่าแยกแยะและยับยั้งชั่งใจได้ไหม? มันขึ้นอยู่กับสันดานของแต่ละคนค่ะ อย่าโทษนั่นโทษนี่เวลาทำผิดเลย มันแค่ข้ออ้างและข้อแก้ตัวค่ะ ที่สำคัญ เราดูละครเพราะมันไม่ใช่เราในชีวิตจริง ไม่มีคุณชายตามตื้อ ไม่มีคฤหาสน์ให้เดิน ส่วนตัวบุ๋มเองเล่นละครเป็นตัวร้าย กะหรี่ มาเฟีย ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจริงต้องเป็นแบบนั้นสักหน่อย เงื้อมมือตบยังไม่มีเลย! ละครก็คือละคร ไม่จำเป็นทึ่จะต้องมาทำให้เป็นชีวิตจริงใช่ไหมคะ และขอถามกลับบ้างนะคะว่า คุณคิดว่าไอ้สี่ตัวนั้นที่มันทำขนาดนี้เพราะมันดูละครเหรอคะ? ถ้ามันดูจริงมันจะรู้ว่า ตัวร้ายตายตอนจบเสมอ! จริงไหม?" ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @boompanadda บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา