ข่มขื่น

เปิดเทอมเฮี้ยน ! ตามมาดูว่าใครเป็นใครใน
นีโม ปุณณดา /  มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ / 

. เปิดเทอมเฮี้ยน ! ตามมาดูว่าใครเป็นใครใน "โรงเรียนผี" . "ทุกโรงเรียนมีเรื่องผีที่เล่าต่อกันมา จากรุ่นสู่รุ่น จากห้องสู่ห้อง… ไม่เว้นแม้กระทั่งโรงเรียนนี้...ที่ร่ำลือกันว่ามีผีอยู่แทบทุกแห่ง ถ้าอยากลองดีก็เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ แล้วมาแข่งกันมั้ยว่าเรื่องผีของใครจะน่ากลัวกว่ากัน" เรื่องเล่าสยองขวัญผีโรงเรียนแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นในปีการศึกษาใหม่ เมื่อ เอ๋, เอ้อ, เด่น, ป๊อป, ดอน แก๊งนักเรียนมัธยมต้นสุดแสบประจำรุ่นได้รวมหัวกันหนีการปฐมนิเทศอันแสนน่าเบื่อ และหาเรื่องน่าตื่นเต้นทำแก้เซ็งแทน โดยพวกเขาขอลองดีด้วยการแข่งกันเล่าเรื่องผีสุดสยองในห้องเรียนของตึกเก่าที่เล่าลือกันว่าสุดหลอนจนไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป เพื่อเป็นการข่มขวัญว่าใครจะแน่กว่ากัน และแล้วเรื่องผี ๆ ไม่ว่าจะเป็น...ผีห้องสมุดสุดเฮี้ยนที่มักจะโผล่มาให้เหล่านักเรียนได้ขนหัวลุก, นักเรียนหญิงผู้ถูกเพื่อนกลั่นแกล้งจนต้องเอาคืนด้วยความอาฆาต, ครูสาวแสนสวยที่ทุกคนต่างรุมรักแต่แน่ใจแล้วหรือว่ารู้จักเธอดีพอ, ภารโรงกับหมาเห็นผี, ครูใหญ่ผู้โดดเดี่ยวกับบางสิ่งที่ไม่ยอมให้เขาอยู่คนเดียว และอีกหลากหลายเรื่องผีที่ถูกขุดขึ้นมาเล่าอย่างไม่รู้ว่าจะจบลงตรงไหน จนกระทั่ง... สมาชิกโรงเรียน เอ๋ (แสดงโดย อาไท กลมกิ๊ก) เด็กโข่งชั้น ม.3 ที่ซ้ำชั้นซ้ำซาก ชอบโชว์พาวข่มรุ่นน้อง รู้ดีทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่ควรรู้ ตัวตั้งตัวตีที่อยากลองดีกับเรื่องผีที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง เด่น (แสดงโดย สุชาติ แคปเจอร์) สมุนมือขวาของเอ๋ ความกล้าให้ 5 แต่ความมั่นหน้าให้ 100 นางขี้บ่น ขี้กลัว และที่สำคัญคือขี้อ่อย ไม่เก่งเรื่องผี แต่ถนัดเรื่องผีเห็นผีมากกว่า เอ้อ (แสดงโดย ออสการ์ ชยณัฐ) น้องเล็กสุด แต่แสบกวนป่วนไม่แพ้ใคร แม้จะยกเอ๋เป็นไอดอลแต่ก็ชอบจิกกัดเอ๋อย่างเนียน ๆ ปกติก็เล่นใหญ่รัชดาลัยเสมอ แล้วถ้าต้องมาเจอกับเรื่องผีตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกล่ะ ป๊อป (แสดงโดย นีโม ปุณณดา) หญิงเดียวของกลุ่ม ลุคใส ๆ เห็นเงียบ ๆ แต่ความแสบเพียบนะคะ เรื่องผีไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมความกลัวของเธอ (เหรอ ?) ดอน (แสดงโดย ริว อิงครัต) นักเรียนใหม่หล่อหน้านิ่งที่บังเอิญโดนลากมาลองดีกับเรื่องผี ๆ แบบที่ต้องจดจำจนวันตาย ครูใหญ่ (แสดงโดย เท่ง เถิดเทิง) ครูใหญ่ใจดีผู้ชอบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักครูเพียงลำพัง โดยไม่รู้เลยว่ามีบางสิ่งที่ไม่เคยยอมให้เขาอยู่คนเดียว ครูแสงดาว (แสดงโดย แม็กกี้ อาภา) ครูประจำชั้นแสนสวยผู้ที่หนุ่ม ๆ ทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กต่างหลงรัก แต่แน่ใจแล้วใช่มั้ยว่ารู้จักเธอดีพอที่จะกล้ารัก ภารโรงโก๊ะ (แสดงโดย โก๊ะตี๋ อารามบอย) ถ้าตำแหน่งนี้เป็นเหมือนกล้องวงจรปิดของโรงเรียน เคยคิดมั้ยว่า 1 คน 1 หมา กับหน้าที่ดูแลโรงเรียนตลอด 24 ชั่วโมงแบบนี้ เขาจะได้เห็นอะไรที่คนทั่วไปไม่ได้เห็นบ้าง... โทนี่ (แสดงโดย หม่ำ จ๊กม๊ก) และ จรวย (แสดงโดย โจอี้ เชิญยิ้ม) คู่หูคู่เผือกที่มักจะเสือกไสตัวเองให้เข้าไปยุ่งกับเรื่องผี ๆ โดยไม่ว่างเว้น มีงานผีที่ไหนต้องมี #ทีมเผือก ทีมนี้ไปการันตีความสยอง โรงเรียนผี กำกับโดย มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ กำหนดเข้าฉาย 3 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

เมื่อผมจะรับปริญญา ภารกิจลด 65 กิโล ในเวลา 8 เดือน เจ๋งมาก
เมื่อผมจะรับปริญญา

เมื่อผมจะรับปริญญา ภารกิจลดน้ำหนักจาก 140 กิโลกรัม ให้เหลือ 75 กิโลกรัม ในระยะเวลา 8 เดือน จึงเริ่มขึ้น! Men.MThai เราเชื่อมาตลอดว่า ถ้ามนุษย์เรามีความตั้งใจ และมุ่งมั่นอะไร อย่างเอาจริงเอาจังแล้ว ไม่มีสิ่งไหนที่เราทำไม่ได้แน่นอน ก็เหมือนกับคุณอาร์ม Opaque สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่ตั้งใจ และเอาชนะอุปสรรค์ต่างๆ จนทำให้ตัวเองลดน้ำหนัก 65 กิโลกรัม จาก 140 ให้เหลือ 75 กิโลกรัมภายในระยะเวลา 8 เดือน (และก่อนกำหนดเวลาที่ตัวเองตั้งเป้าไว้ด้วย) และวันนี้ ทางเราก็อยากจะขอนำเสนอ ประสบการณ์และเคล็ดลับวิธีการลดน้ำหนัก ของคุณอาร์มที่ทำด้วยใจและไม่ใช้ยาลดน้ำหนักซักเม็ด สวัสดีครับ พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ชาวพันทิปทุกท่าน ผมเขียนรีวิวครั้งนี้เพื่อ อยากแชร์ประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วยตนเอง จากคนที่เคยมีน้ำหนัก 140 กิโลกรัม จนปัจจุบันผมลดลงมาเหลือ 75 กิโลกรัม ในระยะเวลา 7-8 เดือน โดยไม่ใช้ยาลดความอ้วนแม้แต่เม็ดเดียว ก่อนอื่น ขอแนะนำตัวสักหน่อย ผมชื่อ “อาร์ม” ครับ ผมเป็นคนอ้วนมาตั้งแต่เด็กครับ ด้วยความที่เป็นคนชอบกินจุกจิก ชอบกินของทอด ชอบกินขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจ เข้าร้านสะดวกซื้อแทบทุกวัน ความรักในการกินทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ ครับ แค่ตอน ป.6 น้ำหนักก็เกิน 100 กิโลกรัมเข้าไปแล้วครับ นึกสภาพเด็ก ป.6น้ำหนักร้อยกิโลดูนะครับ ว่าคนรอบข้างจะตื่นตะลึงขนาดไหนกับน้ำหนักตัวนี้ แต่ไม่หยุดแค่นั้นครับเพราะในที่สุดน้ำหนักผมก็พุ่งทะยานมาแตะที่ 140 กิโลกรัมในขณะเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 4 แต่ยังพอมีดีอยู่บ้างเล็กน้อยที่ผมเป็นคนที่ค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน ผมสูง 185 ซม. แม้จะไม่ได้อ้วนกลมแบบลูกบอล แต่ก็ยังถืออ้วนมากอยู่ดี ไม่พูดพร่ำทำเพลงมากครับไปดูรูปตอนอ้วนกันเลยครับ ผมใช้ชีวิตแบบคนอ้วนมาตลอด 22 ปี ในที่สุดผมก็แบกร่างกายและก้อนไขมันเรียนจนจบปริญญาตรี พอเรียนจบ เพื่อนๆก็ชวนไปลองและเช่าชุดครุยกันครับ พอผมเห็นตัวเองในกระจกและเมื่อได้พิจารณารูปร่างอันอ้วนท้วนสมบูรณ์ของตัวเองในกระจก ผมก็เกิดจินตนาการและคำถามมากมายในหัว เช่น “ถ้าเราผอมลงมากในวันรับปริญญาเพื่อนๆในคณะจะเซอร์ไพรส์ขนาดไหน?”, “ถ้าเราผอมกว่านี้ เราจะมีหน้าตาเป็นยังไง?” จากวันที่ไปเช่าชุดครุยทำให้นึกสนุก อยากทำอะไรเซอร์ไพรส์ตัวเองและคนรอบข้างทั้งเพื่อนและคนในครอบครัว ส่วนหนึ่งก็อยากท้าทายตัวเองด้วยแหละครับ ว่าถ้าเราพยายามจริงๆ ย้ำว่า “พยายามจริงๆ” มันจะไปได้ไกลขนาดไหน โปรเจคลดความอ้วนด้วยตัวเองจึงเริ่มขึ้น หลังจากวันนั้นผมตั้งเป้าหมายในใจ โดยตั้งเป้าหมายเป็น 3 ระยะครับ ระยะที่ 1 พยายามลดน้ำหนักลง 20 กิโลกรัม ให้เหลือ 127 กิโลกรัม ระยะที่ 2 พยายามลดน้ำหนักลงให้เหลือ 100 กิโลกรัม ระยะที่ 3 พยายามลดน้ำหนักลงให้เหลือ 75 กิโลกรัม เป้าหมายทั้ง 3 ระยะ มีจุดเริ่มต้นคือวันที่ 16 มีนาคม 2558 และ “ต้อง” สำเร็จก่อนวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งคือวันรับปริญญานั่นเองครับ ผ่านไป 1 เดือนแรก (มี.ค.-เม.ย.) น้ำหนักผมก็ลดลงมาเหลือ 135-130กิโลกรัมครับ ตอนช่วงเดือนแรกนี้เป็นช่วงวัดใจครับ ทรมานจิตใจที่สุด ร่างกายขาดน้ำตาล ขาดของหวาน อยากจะกินแต่ขนม เหมือนคนลงแดง ตกกลางคืนนอนขดอยู่บนเตียงเลยวัน ผมแก้โดยการเปิดดูรีวิวบุฟเฟ่ต์/ร้านอาหารในพันทิปแก้หิว แล้วก็ข่มตานอนหลับไปครับ เข้าเดือนที่ 2 (พ.ค.) น้ำหนักผมลงมาอยู่ที่ 130-120 กิโลกรัมครับ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เริ่มปรับตัวกับกิจวัตร (Routine) ของตัวเองได้แล้วครับ เป็นช่วงที่น้ำหนักลงไว คนก็เริ่มๆ ทักกันบ้าง แต่ก็ยังอ้วนอยู่ดี เป้าหมายระยะที่ 1 ก็สำเร็จในช่วงนี้ครับ เข้าเดือนที่ 3 (มิ.ย.) น้ำหนักผมลงมาอยู่ที่ประมาณ 110-100 กิโลกรัม เป้าหมายระยะที่ 2 สำเร็จในช่วงนี้ครับ เข้าเดือนที่ 4 (ก.ค.) น้ำหนักผมลงมาอีกอยู่ที่ 100-90 ช่วงนี้คนทักเยอะมากครับว่าผอมลง ประมาณเดือนที่ 5-6  (ส.ค.-ก.ย.) เป็นช่วงที่น้ำหนักลงยากมากครับ ความท้อแท้เบื่อหน่ายก็เข้ามา แต่ต้องบอกกับตัวเองว่าต้องสู้ดิ!!! ต้องไหวดิ!!! สรุปช่วงนั้นน้ำหนักลดลงมาอยู่ที่ 90-85 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพื่อนชวนถ่ายนอกรอบพอดี เลยมีภาพที่สวยกว่าปกติสักหน่อย แหะๆ ในที่สุด!!!!! วันที่ผมรอคอยก็มาถึง เมื่อขึ้นชั่งน้ำหนักแล้วพบว่า น้ำหนักตัวเอง อยู่ที่ 75.00 กิโลกรัม ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2558 ถือเป็นการปิดโปรเจคการลดความอ้วนของผม อย่างสมบูรณ์ แถมยังสำเร็จก่อนเวลาด้วย 555+ ผมพร้อมแล้วครับ สำหรับร่างใหม่วันรับปริญญาในวันที่ 7 และ 17 พฤศจิกายน 2558 วิธีและเทคนิคในการลดความอ้วนผมปฏิบัติ ที่นำผมไปสู่ร่างใหม่มีทั้งหมด 4 วิธีหลักๆดังนี้ครับ 1. ปรับหัวใจ: ผมคิดว่า “หัวใจ” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความอ้วนครับ  หัวใจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอวัยวะที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายนะครับ แต่หมายถึง จิตใจ ความคิด ความเชื่อ ทัศนะคติ ทั้งหมดทั้งมวลเกี่ยวกับการลดความอ้วน เช่น... ความคิด: อย่าคิดว่าตัวเองจะทำไม่ได้ อย่าประเมินความสามารถของตัวเองต่ำขนาดนั้น คิดไว้ว่า “เราไม่ใช่คนกระจอก” ความอาย: อย่าอายที่จะออกไปออกกำลังกาย อย่าอายคนอื่นในการที่เป็นคนอ้วนและจะเดินเข้าฟิตเนส หากตกเป็นเป้าสายตาให้เดินมั่นๆ แล้วคิดในใจว่า “รอกรูก่อน พวกเมิงรอดูกรูร่างใหม่ได้เลย” และอย่าเขินหรืออายที่จะใช้อุปกรณ์ฟิตเนส อุปกรณ์ออกกำลังเขาสร้างมาให้เราใช้ครับ เพราะฉะนั้น “จงใช้มันซะ” ถ้าใช้ไม่เป็น ก็ขอให้คนแถวนั้นช่วยแนะนำก็ได้ครับ คนไทยใจดีครับ ข้ออ้าง: อย่าโทษนู้นโทษนี้ อ้างนู้นอ้างนี้ว่าเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการลดความอ้วน ถ้าเราอ้วนด้วยตัวเอง เราต้องลงมือลดความอ้วนด้วยตัวเองครับ คนอ้วนส่วนใหญ่รวมทั้งผมในอดีตมักจะอ้างว่าไม่มีเวลา เราควรหยุดอ้างแบบนั้นซะ เพราะถ้าเรามีเวลาเล่น facebook, pantip, ig เราก็มีเวลาออกกำลังกายครับ หรือไม่ก็พยายามตื่นเช้ากว่าเดิมสักครึ่งชั่วโมง-หนึ่งชั่วโมง มาออกกำลังเถอะครับ เริ่มลงมือให้เร็วที่สุด: เราต้องลงมือทำเลยครับ หลายคนที่พยายามจะลดความอ้วน ชอบเวิ่นเว้อครับ หยุดสักทีครับกับประโยคที่ว่า “พรุ่งนี้ฉันจะลดความอ้วน” “วันนี้ขอกินก่อน พรุ่งนี้จะลดแล้ว” ลงมือทำเลยครับ ทำสักที หยุดพูด หยุดกิน แล้วไปออกกำลังกายเถอะครับ 2. อาหารการกิน: ผมปฏิวัติพฤติกรรมการกินของผมใหม่ยกชุดเลยครับสามารถแบ่งได้ดังนี้ครับ กินแบบนับแคลอรี่: ผมคำนวณค่า BMI, TDEE ทั้งหลายแหล่ แล้วจึงจำกัดการกินของผมให้อยู่ในช่วง 1,500-1,700 แคลอรี่ (แบบหยาบๆ ผู้หญิงอาจอยู่ในช่วง 1,200-1,500 แคลอรี่) ในเรื่องการนับแคลอรี่ ผมใช้ แอปพลิเคชั่น “แคลอรี่ ไดอารี่” เพื่อช่วยให้สามารถบริหารกินและการออกกำลังกายได้ดีขึ้น หากใครสนใจลองไปโหลดมาเล่นก็ได้ครับ อาหาร : ช่วงแรกๆ ผมก็กินตามปกตินี่แหละครับ แต่มันไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่ เลยพยายามปรับมากินคลีน โดยพยายามงดของทอด งดอาหารผัดน้ำมัน งดของมัน งดของหวาน ลดอาหารเค็ม งดบุฟเฟ่ต์ น้ำและเครื่องดื่ม : ผมดื่มน้ำเปล่าวันละ 8-12 แก้ว หรือประมาณ 2-3 ลิตร โดยแบ่งเป็น หลังตื่นนอน 2 แก้ว หลังอาหารเช้า 1 แก้ว หลังอาหารกลางวัน 1 แก้ว หลังอาหารเย็น 1 แก้ว ก่อนนอน 1 แก้ว ที่เหลือก็ดื่มระหว่างวันครับ ข้อสำคัญคือต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ตามที่คุณครูสอนมาตั้งแต่ชั้นประถม โปรตีน : เน้นกินไข่ขาว อกไก่ ปลาทับทิม ปลาดอลลี่ ปลาทะเล อาหารทะเล ลดการกินเนื้อแดง (หมู+เนื้อวัว) คาร์โบไฮเดรต : เน้นกินข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีต ฟักทอง มันญี่ปุ่น กล้วยน้ำว้าสุก/ต้ม กราโนล่า วิตามิน+เกลือแร่ : กินผักเยอะๆผักกินได้แทบทุกชนิดครับ  ส่วนผลไม้ก็พยายามเลือกกินที่น้ำตาลน้อย เช่น แก้วมังกร มะละกอ แอปเปิ้ล ฝรั่ง แคนตาลูป เมล่อน สตอเบอร์รี่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม เป็นต้น ไขมัน : พยายามงดอาหารมอดและอาหารผัด เพราะอาหารปกติมักมีไขมันแทรกอยู่แล้ว หากจะกินก็ขอให้เป็นไขมันดีเช่น อัลมอนด์ ปลาแซลมอน เป็นต้น ผมถ่ายรูปอาหารที่ผมกินในแต่ละวันไว้ด้วยครับ บางทีก็ทำเอง บางทีก็ซื้อ สลับกันไป แต่ส่วนใหญ่จะซื้อเอาครับ 3. การออกกำลังกาย : ช่วงแรกของการออกกำลัง ผมเน้นการออกกำลังแบบ Cardio เป็นหลัก การออกกำลังกายที่ผมชอบก็คือ การเดินเร็ว เนื่องจากที่บ้านมีลู่วิ่ง ผมก็เลย เดินช้า เดินเร็ว วิ่งบ้างเล็กน้อย สลับกันไป ตอนแรกก็ 30 นาที พอนานๆ ไปก็เพิ่มเป็น 45, 60 นาทีตามลำดับ และตามความฟิตของร่างกาย โดยพิจารณาอัตราการเต้นของหัวใจควบคู่ไปด้วย สำหรับผม ผมคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ประมาณ 125-145 ครั้งต่อนาที หลังจากน้ำหนักเริ่มลดลงมาได้สักพักประกอบกับต้องย้ายมาอยู่หอพัก และมีฟิตเนสอยู่ใกล้หอพอดี ผมก็เลยเริ่มเล่นเวทควบคู่กันไปด้วยครับ เพื่อที่หนังจะได้ไม่ย้วยมาก ผมทำแบบนี้เป็นประจำ วันละ 45-60 นาที 4-5 วันต่อสัปดาห์ อันนี้รูปลู่วิ่งที่บ้านครับ อยากให้สังเกตที่กระดาษครับ มันเป็นการเตือนสติอย่างหนึ่งครับ ส่วนอันนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง อายุ, ประสิทธิผลในการออกำลัง, และอัตราการเต้นของหัวใจครับ 4. การพักผ่อน : เรื่องการนอนผมจะพยายามนอนให้ได้วันละ 6-8 ชั่วโมงครับ เพราะนอนน้อยจะไม่มีแรงออกกำลัง ร่างกายทรุดโทรม และอาจไม่สบายได้ นอกจากนี้การพักผ่อนของผมยังรวมไปถึง cheat meal คือมื้อปล่อยผีครับ ที่ผมจะไปหาอะไรอร่อยๆกิน อาหารญี่ปุ่น ไอศกรีม ขนมหวาน ของทอด ของมันๆ 1 มื้อต่อสัปดาห์ แต่กินแค่พออิ่ม ส่วนใหญ่ผมจะปล่อยผีในมื้อกลางวัน วันอาทิตย์ครับ มาดูความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นของเขากันครับ Men.MThai ขอบคุณเนื้อหาและสามารถอ่านเนื้อหาทั้งหมดต่อได้ที่ คุณอาร์ม Opaque สมาชิกเว็บไซต์ Pantip

หวาน-ฟิน-ซึ้ง-แฮปปี้ทั่วถึง! ในแฟนมีตติ้ง ยงพัล 'จูวอน'
AIS PRESENTS 2016 THE BEST OF ME JOO WON มาเหอะ อยากเจอ /  Joo Won / 

ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ สำหรับพระเอกหนุ่มหล่อหน้าใสกิ๊ง จูวอน (JOOWON) ที่หอบความน่ารักมาเสิร์ฟแฟนชาวไทยเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ในงาน เอไอเอส พรีเซ็นต์ 2016 เดอะ เบส ออฟ มี, จูวอน มาเหอะ อยากเจอ ( AIS PRESENTS 2016 THE BEST OF ME, JOO WON มาเหอะ อยากเจอ) ณ เมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยผู้จัดใจดี บริษัท นาว โปรดักชั่นส์ จำกัด ที่งานนี้เปิดโอกาสให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดกับ พี่จ๋า กันแบบสุดๆ ด้านโชว์พระเอกหนุ่มก็จัดเต็มทั้งเสียงร้อง ลีลา คารมมาแบบครบเซ็ทให้สมกับชื่องาน 'THE BEST OF ME' ที่ทำให้ประทับใจกันไปนานแน่ งานนี้เริ่มด้วยวีทีอาร์ของหนุ่มจูวอนที่เชิญชวนสาวๆ มาเจอกันในแฟนมีตติ้ง เรียกเสียงกรี๊ดได้ถล่มทลาย ก่อนชายในชุดสูทสีดำพร้อมแว่นกันแดดสุดเท่จะปรากฏตัวบนเวทีกับเพลงแดนซ์สไตล์วินเทจอย่าง HONEY ของพัคจินยอง ทำเอาบรรยากาศในฮอลล์ดูคึกคักขึ้นทันตา จูวอน โชว์ทั้งการร้องพร้อมทั้งออกสเต็ปลีลาการเต้นได้อย่างลงตัว พูดได้ว่าแค่เพลงเปิดตัวก็เผยเสน่ห์รุนแรงทะลวงหัวใจกันแล้ว พอจบเพลงก็ถอดแว่นออกก่อนกล่าวทักทายทุกคนเป็นภาษาไทย “สวัสดีครับ ผมชื่อ จูวอน ครับ สบายดีไหมครับ?” ทำเอาเสียงกรี๊ดสนั่นเลยทีเดียว เมื่อพิธีกร ดีเจคิว ธิติพันธ์ สุริยาวิชญ์ และ ล่ามคนเก่ง แจยอง ถาม จูวอน ว่า 'เป็นแฟนมีตติ้งครั้งที่ 3 แล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง?' พระเอกหนุ่มเจ้าของงานก็ตอบว่า “ผมมาถึงเมืองไทยเมื่อ 2 วันก่อน หนึ่งวันก่อนงานแฟนมีตติ้งผมตื่นเต้นมาก กลัวทำไม่ได้ แอบนอยด์นิดนึง ก่อนขึ้นเวทีก็ยังไม่ค่อยมีแรง แต่พอขึ้นมาบนเวทีปุ๊บไม่รู้พลังมันมาจากไหน มาสนุกให้เต็มที่กันนะครับ แล้วที่เลือกเพลง HONEY เป็นเพลงเปิดตัวก็เพราะเพลงนี้เป็นเพลงแดนซ์เพียงไม่กี่เพลงที่ผมชอบ แล้วที่สำคัญเพราะทุกคนคือ HONEY ของผมไงครับ" พูดจบพระเอกของเราก็เอามือปิดหน้าอย่างเขินๆ น่ารักเป็นที่สุด! อย่างที่รู้กันว่า จูวอน มีความสามารถด้านกาาร้องเพลงไม่แพ้การแสดง เล่นซีรี่ส์เรื่องไหนก็ได้ร้องเพลงประกอบเกือบแทบทุกเรื่อง อย่างเรื่อง TOMORROW’S CANTABILE เขาก็ได้ร้องเพลง INNOCENTE พระเอกหนุ่มจึงขอมอบเพลงนี้ให้กับทุกคน เสียงร้องดังขึ้นพร้อมมิวสิควิดีโอภาพจากซีรีส์ จากนั้น พี่จ๋า ก็ก้าวลงจากเวทีเพื่อจะได้ให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น แม้จะพยายามทำมือบอกให้ทุกคนนั่งลง แต่แฟนคลับก็ไม่อาจห้ามมือไม่ให้ไขว่คว้า สุดท้ายเดินมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง จูวอน ก็ต้องหันหลังกลับเดินขึ้นเวทีไป และเมื่อจบเพลงนี้ก็มาต่อด้วยเพลง MY LOVE จากซีรีส์สร้างชื่อ THE KING OF BAKING KIM TAK KU ที่ทำเอาแฟนๆ ซึ้งไปตามกัน แถม จูวอน ยังอ้อนเพิ่มเติมอีกว่า “ผมคิดว่าทุกคนเป็น MY LOVE ไงครับ” โอ้ววว มาถึงกิจกรรมร่วมสนุกกับแฟนๆ กิจกรรมแรก 'ฉันอยากรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับจูวอน' โดยให้จูวอนจับหมายเลขผู้โชคดีที่จะได้สิทธิ์ถามคำถาม (จูวอนอยากเที่ยวจังหวัดไหนในเมืองไทยที่สุด?)"ปีก่อนที่มางานแฟนมีตติ้งผมเคยไปเที่ยวเชียงใหม่กับพ่อแม่ สวยงามมาก มีความทรงจำดีๆมากมายที่นั่น ผมชอบอากาศอุ่นๆ มากกว่าอากาศหนาวครับ พอรู้ว่าต้องมาทำงานที่เมืองไทย ผมตื่นเต้นตั้งแต่ตอนเก็บกระเป๋าเลย ช่วยแนะนำที่เที่ยวให้ผมเยอะๆนะครับ", (เมื่อวานเอาหมวกให้ที่หน้าลิฟท์หลังกินข้าว ได้อ่านโน้ตหรือเปล่า?)"เป็นหมวกที่มีชื่อผมหรือเปล่าครับ? ในนั้นมีโน้ตด้วยเหรอครับ ผมไม่ได้หยิบโน้ตขึ้นมาอ่าน แต่หมวกอยู่ที่ผมแล้วนะครับ เป็นจดหมายหรือว่าโน้ตเล็กๆ ครับ เขียนประมาณว่าให้จูวอนรึเปล่าครับ ถ้าเป็นอันนั้นได้รับแล้วครับ" ช่วงเวลานี้แม้จูวอนจะไถ่ถามด้วยความซีเรียสเพราะใส่ใจความรู้สึกของแฟนๆ แต่แฟนคลับในงานกลับไม่เครียดตาม ต่างขำก๊ากในความน่ารักของพ่อหนุ่มใสซื่อกันสนั่นฮอลล์ ฟากคำถามจากพิธีกร หนุ่ม จูวอน ก็ตอบอย่างเอาใจใส่เช่นกัน (3 เหตุผลที่คุณชอบเมืองไทยคืออะไร?)"อากาศ อาหาร และสำคัญที่สุดเลยก็เพราะทุกคนนี่แหละ นี่ผมตอบจากใจจริงไม่ได้ปากหวานนะ วันนี้พอเห็นทุกคนปุ๊บ รู้สึกเลยว่าทำไมทุกคนสวยขึ้น แล้วผู้หญิงไทยก็มีเสน่ห์มากด้วยครับ" (ถ้ามีละครไทยติดต่อไปจะมาเล่นมั้ย?)"แน่นอนอยู่แล้ว ผมอยากมีผลงานที่เมืองไทยให้ทุกคนเป็นของขวัญครับ" จบพักช่วงสัมภาษณ์มาเข้ากิจกรรมที่สอง 'เต้นให้แรง Post-it กระจาย' หนุ่ม จูวอน จับหมายเลขผู้โชคดี 4 ท่านขึ้นมาเล่นเกมแบบใกล้ชิดสนิทสนมบนเวที โดยกติกามีอยู่ว่าใครสลัด Post-it ออกจากร่างกายได้มากที่สุดคือผู้ชนะ ซึ่งจะได้รับสแตนดี้รูปจูวอนพร้อมลายเซ็นไปตั้งไว้ที่บ้าน ซึ่งพระเอกหนุ่มปล่อยมุขเรียกเสียงฮาว่า "ห้ามเตะผมนะ...ผมมองคุณอยู่นะ" ส่วนผู้แพ้ก็ได้ตุ๊กตาอุ่นใจพร้อมลายเซ็นต์ไปแทน แต่ใครจะชนะหรือแพ้หนุ่มจูวอน ก็ได้รับแจกอ้อมกอดอุ่นๆ อย่างทั่วถึง ให้เก็บไปเคลิ้มกันไป ภาพสลับมาที่ จูวอน ในมาดร็อกเกอร์ที่เตรียมเพลงไทยมาเซอร์ไพรส์แฟนคลับ กับเพลง แสงสุดท้าย ของ BODY SLAM บทเพลงที่พระเอกหนุ่มเลือกจะร้องเอง! ฝึกร้องเอง! ด้วยภาษาไทยที่ชัดเป๊ะ!! ในน้ำเสียงและลีลาซึ่งแฟนๆ ต่างลงความเห็นว่าคล้ายพี่ตูนซะเหลือเกิน (น่าเสียดายที่พี่จ๋าไม่ยอมถอดเสื้อแบบพี่ตูนนี่ละ!) แต่เพียงแค่นี้ก็ทำเอาเหล่าแฟนคลับทั้งทึ่งทั้งปลึ้มในความตั้งใจเต็มเปี่ยมของจูวอน พากันส่งเสียงกรี๊ดกระจายสนั่นฮอลล์กันแล้ว [Fancam] Joo Won sing Thai song 'แสงสุดท้าย The Last Light' @ 2016 The Best of Me Joo Won 2016.02.20 youtube channel : Aungnie Dee ต่อเนื่องความฟินในกิจกรรมต่อมา 'ลูกโป่งแตก' บอกได้คำเดียวว่านี่คือไฮไลท์ของงานสำหรับสาวๆ เพราะมีผู้โชคดี 7 ท่านได้ขึ้นมากอดกับพี่จ๋ายาวนานถึง 30 วินาที แต่มีข้อแม้ว่าต้องทำลูกโป่งแตกให้ได้มากที่สุด โดยรายแรกก็ทำแตกไปถึง 10 ลูก สร้างความหนักใจแก่ผู้เข้าแข่งขันคนถัดๆ ไปอย่างมาก จึงต้องเลือกระหว่าง 'ทำลูกโป่งแตกให้ได้มากกว่า' กับ 'ดึงเวลาไว้ให้ได้กอดพี่จ๋าให้นานที่สุด' ซึ่งดูเหมือนว่าส่วนใหญ่จะเน้น 'กอดแน่นๆ แพ้ช่างมัน!' เว้นแต่ ป้าดา ขวัญใจมหาชนที่กอดก็แน๊นแน่น แถมทำแตกไปตั้ง 10 ลูก สุดท้ายต้องตัดสินผู้ชนะเลิศด้วยการเป่ายิ้งฉุบกับหนุ่มจูวอน ก่อนป้าดาจะชนะได้รับกิฟท์เซ็ตชุดใหญ่จากพระเอกหนุ่มของเราไป หลังจบเกมเจ้าตัวถึงกับต้องซับเหงื่อและบอกว่า "เหนื่อยนิดนึงแต่สนุกมากกกกครับ" แหมจะไม่เหนื่อยได้ไง เพราะต้องออกแรกกดฝ่ายเดียว ในขณะที่เหล่าแฟนคลับผู้แข่งขันต่างเน้นการกอดกันอย่างชัดเจน! เข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์กันต่อ (ตอนนี้มีผลงานอะไรให้ติดตามบ้างครับ?) จูวอนก็ตอบแบบหยอกให้ขำๆ ว่า "ก็ผลงานที่ผมเล่นไงครับ", (เวลาว่างคุณชอบทำอะไร?)"ดื่มกาแฟครับ เพราะผมจะมีเวลาว่างไปที่ร้านกาแฟ ได้สั่งกินเอง ได้เจอเพื่อนๆ ไปดูหนังกันครับ" หนุ่ม คิว พิธีกรของงานเลยแซวว่า เวลาที่เขาว่างๆ จะลงไปนั่งที่ล็อบบี้คอนโด เพราะเปิดแอร์เย็นๆ แล้วก็ไปซื้อกาแฟเซเว่นมานั่งจิบ ทำเอาจูวอนขำหนักมากก่อนจะเล่าว่า "ที่เกาหลีช่วงหน้าร้อนคนเกาหลีก็ชอบไปธนาคารกันเพราะเปิดแอร์เย็นๆ ให้น่ะครับ"... มาพูดเรื่องรางวัลใหญ่ที่ได้รับจากการทำงานหนักกันบ้าง “ผมได้รับรางวัลแดซังไป แต่ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปนะครับ วันต่อมาผมยังตื่นไปซื้อขนมที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตกินเองเหมือนเดิม ใช้ชีวิตเหมือนเดิม จริงๆแล้วผมรู้สึกดีนะที่ได้รางวัลมา แต่ผมก็ต้องทำให้ดีขึ้นเพื่อตอบแทนความรักของทุกคนครับ" จากนั้นเข้าสู่บทเพลง LOVE MEDICINE เพลงที่จะมาช่วยรักษาหัวใจสาวๆ ด้วยน้ำเสียงของ คุณหมอพัคชีอน จากเรื่อง GOOD DOCTOR แล้วไปพักเบรคความซึ้งกับการแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้กับแฟนคลับที่มีวันเกิดตรงกับวันนี้พอดี ซึ่งงานนี้เจ้าของวันเกิดมีถึงสี่สาว จูวอน ก็เลยร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้พร้อมกันและร่วมเป่าเค้กด้วย ก่อนจะมอบกอดแน่นๆ ให้กับทุกคนแทนของขวัญ ในขณะที่สาวๆ ก็ฝากรักด้วยรอยลิปสติกหลากสีบนเสื้อสูท ซึ่งพระเอกหนุ่มบอกว่า "วันนี้สนุกมากเลยครับ จะจบงานแล้วเหรอเนี่ย?" พอพิธีกรแซวเรื่องสูทของจูวอนที่เปื้อนรอยลิปสติก เขาก็ตอบทันควันว่า "ผมรู้ว่าทุกคนอยากดูสวยเวลาเจอผม เลยแต่งหน้าจัดเต็มกันมาครับ" นอกจากนั้น จูวอน ก็ยังพูดให้กำลังใจทุกคนอีกว่า "เวลาทำงานหนักมากๆ บางทีเราก็เหนื่อย ทุกคนเหนื่อยหมดไม่ใช่แค่ผม แต่เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป อย่าไปท้อ แล้ววันหนึ่งเราจะยิ้มได้อย่างมีความสุขแน่นอนครับ" ก่อนจะพาเข้าเพลง IF I WERE เพลงประกอบละครความหมายลึกซึ้งจากใจ ชีอน ในเรื่อง GOOD DOCTOR เพลงที่ทำให้ทุกหัวใจอบอุ่นไปกับเนื้อหาและน้ำเสียงสะกดอารมณ์ของ จูวอน ก้าวสู่ช่วงซึ้งด้วยแฟนโปรเจ็คท์ที่แฟนคลับชาวไทยตั้งใจมอบให้ จูวอน ด้วยการเล่าเรื่องผ่านภาพการทำงานและข้อความแทนความรู้สึกห่วงใย 'อย่าลืมที่จะมีความสุข อย่าลืมที่จะยิ้ม' ซึ่งหลังจากคลิปวิดีโอจบลง จูวอน ก็หันมาหาแฟนคลับที่พร้อมใจกันชูป้ายซึ่งมีตัวอักษรทั้งภาษาไทย อังกฤษ และเกาหลี สื่อความหมายว่า 'กลับมานะ...เราจะรอ' ทำเอาน้ำตาลูกผู้ชายที่ไม่ได้ไหลกันง่ายๆ ก็พรั่งพรู จูวอนกล่าวชื่นชมทั้งน้ำตาว่า "ปกติผมไม่ใช่คนร้องไห้เก่งขนาดนี้นะ แต่ผมประทับใจมากเวลาแฟนๆ ทำอะไรแบบนี้ให้ เลือกเพลงได้ดีมาก เขียนได้ดีมาก แฟนคลับของผมเก่งมากๆเลยครับ" และนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งศิลปิน พิธีกร และล่าม พากันร้องไห้ด้วยความประทับใจ จนจูวอนอดตัดพ้อไม่ได้ว่า "เขียนว่าอย่าร้องไห้ แต่ทุกคนนั่นแหละทำให้ผมร้องไห้" แฟนโปรเจคงานมิตติ้ง 2016 "The Best Of Me" JooWon มาเหอะ อยากเจอ #JooWonThailandFanMeeting2016 [VTR HD] วีทีอาร์เซอร์ไพรส์ที่ทำให้จูวอนร้องไห้ อัพแบบ HD ให้ดูกันชัดๆเพลงในโปรเจคคือ 다시사랑한다말할까 / Should I Say I Love You again ของ Kim Dong Ryul Posted by Joo Won Thailand Fanclub on 22 กุมภาพันธ์ 2016 เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย จูวอน ก็ได้เผยความในใจก่อนจากกันว่า "เดี๋ยวผมจะร้องเพลงสุดท้ายแล้วนะครับ ผมเป็นแค่คนธรรมดาที่อยู่บนโลกนี้ ผมเป็นคนที่ไม่มีอะไรดีพอ ขอบคุณทุกคนที่รักคนที่ไม่ดีพร้อมคนนี้นะครับ" เสียน้ำตาไปเยอะ จูวอน เลยชวนแฟนๆ ให้สนุกไปกับเพลง My Way To You แม้พระเอกของเราจะพยายามข่มอารมณ์ แล้วชวนแฟนๆ ร้องเล่นเต้นตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน แต่มาถึงท่อนสุดท้ายเจ้าตัวก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวไหลออกมาอีกรอบ ก่อนกลับเข้าไปหลังเวที ปล่อยให้แฟนคลับอังกอร์เรียกชื่อ "จูวอน" ได้สักพัก พระเอกหนุ่มก็ออกมาปิดท้ายด้วยเพลง HONEY อีกครั้ง ในเวอร์ชั่นที่มาพร้อมน้ำเสียงลีลาลูกเล่นและออกสเต็ปแดนซ์จัดเต็มโดนใจ ก่อนอำลาเวทีไปด้วยคำว่า "ขอบคุณคร้าบ" หลังงานจบลงด้วยความประทับใจ โดยแฟนคลับทุกที่นั่งของ เอไอเอส พรีเซ็นต์ 2016 เดอะ เบส ออฟ มี, จูวอน มาเหอะ อยากเจอ ( AIS PRESENTS 2016 THE BEST OF ME, JOO WON มาเหอะ อยากเจอ) ยังมีโอกาสได้สัมผัสมือนุ่มๆ แถมบางส่วนได้ของที่ระลึกและได้ถ่ายภาพร่วมกับจูวอนด้วย... ถ้าจะน่ารัก อบอุ่น ใจดีแบบนี้ ดูท่าคงจะมีเสียงอ้อนให้รีบกลับมาหาสาวไทยไวๆ อีกแน่นอน! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครวัยแสบสาแหรกขาด , เรื่องย่อวัยแสบสาแหรกขาด
ละคร วัยแสบสาแหรกขาด /  เรื่องย่อละคร วัยแสบสาแหรกขาด / 

บทประพันธ์โดย : ณัฐิยา ศิรกรวิไลบทโทรทัศน์โดย : ณัฐิยา ศิรกรวิไล, กศลิน เมฆวิภาต, กัลยาณมิตรกำกับการแสดงโดย : อดุลย์ บุญบุตรผลิตโดย : บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุลออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ความไม่สมประกอบของครอบครัว คือ เหตุแห่งความบกพร่องของสังคม ทรายทิพย์ (ทราย) นักจิตวิทยาให้การปรึกษาเกี่ยวกับเด็ก และครอบครัว (counseling phychology) หนอนหนังสือบ้าตำรา ก้มหน้าก้มตาเรียนรวดเดียวตั้งแต่อนุบาลจนถึงด๊อกเตอร์ ชีวิตไม่เคยทำอย่างอื่น นอกจากเรียน แซนด์หอบปริญญาทางด้านจิตวิทยากลับมาจากต่างประเทศ พร้อมกับไฟในการทำงานอันเต็มเปี่ยม แต่เมื่อมาเจอความเป็นจริงของสังคมไทย ความฝันของเธอถูกดับอย่างอนาท ไม่มีใครให้ความสำคัญกับการรับคำปรึกษาจากนักจิตวิทยา แซนด์กำลังจะสิ้นหวัง แต่แล้ว เหมือนฟ้ามีตา เธอได้รับการติดต่อมาจาก เปรมมิกา (ปาล์ม) เพื่อนสนิท ปาล์มทำงานอยู่ที่ โรงเรียนเปี่ยมคุณศึกษา (ป.ศ) แซนด์พุ่งเข้าไปรับงานพร้อมความมั่นใจ โดยไม่รู้เลยว่างานนี้ไม่ได้หมูอย่างที่เธอคิด โรงเรียนเปี่ยมคุณฯ ก่อตั้งโดย นพลักษณ์ (ลักษณ์) ไฮโซ ผู้ดีเก่า ผู้มากความสามารถ มั่นใจ แม้แต่ สมภพ สามียังต้องขอเลิก และหนีไปทำนา (แบบเกษตรสมัยใหม่เน้นความพอเพียง) เพราะทนต่อการโดนข่มไม่ไหว ภาระแห่งการต่อสู้เพื่อเอาชนะอัตตาของนพลักษณ์จึงตกมาถึง คุณชวนากร (กร) ลูกชายคนเดียว ผู้ต้องสืบทอดกิจการโรงเรียนต่อไป หลายคนมองว่าเขาโชคดีมีแม่ปูทางธุรกิจไว้ให้อย่างเข้มแข็ง แต่ในความเป็นจริง กรต้องต่อสู้กับความเก่งของแม่ เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้แม่ยอมรับ ในขณะเดียวกันต้องเร่งสร้างผลงานให้บรรดาครูใหญ่ และครูน้อยในโรงเรียนเห็นว่าเขาไม่ใช่คุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็น กรกดดันตัวเองจนกลายเป็นเจ้านายสุดเขี้ยว อารมณ์ร้ายเข้ากับใครไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะ อำนาจ ครูใหญ่ กรกับอำนาจมีเรื่องต้องขัดแข้ง ขัดขา ขัดใจ ปะทะคารมกันเป็นประจำ พนักงานเพียงคนเดียวที่พอคุยกับกรรู้เรื่องก็คือ ปาล์ม เลขาคนสนิท ผลงานแรกที่กรหมายมั่นปั้นมือต้องทำให้สำเร็จ คือ โครงการ เด็กดีไม่มีปัญหา (Sweet broken home) โครงการนี้เกิดขึ้นเพราะมี เด็กแสบ สร้างปัญหาจนถึงขั้นต้องไล่ออกพร้อมกันถึง 5 คน อำนาจยืนยันว่าเด็กกลุ่มนี้เกินเยียวยาต้องไล่ออกเท่านั้น แต่หลังจากดูประวัติกรเห็นว่าเด็กทั้ง 5 มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ พ่อแม่แยกทางกัน เด็กแต่ละคนมีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ กรจึงเกิดความคิดที่จะทำโครงการพิเศษนี้ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาให้เด็กสามารถใช้ชีวิตกับคนอื่นได้ ไม่ใช่โยนเด็กที่มีปัญหาออกไปสู่สังคมภายนอกโดยไม่ทำอะไร ซึ่งความคิดนี้ตรงกันข้ามกับอำนาจอย่างสิ้นเชิง และนพลักษณ์ก็เลือกที่จะให้กรพิสูจน์ตัวเองทำให้อำนวจไม่พอใจอยู่ลึก ๆ นพลักษณ์ยื่นคำขาด ถ้าโครงการนี้ลดความแสบของเด็กทั้ง 5 ลงได้ถือว่ากรสอบผ่าน เด็กได้เรียนต่อและอาจจะมีโครงการนี้ต่อไป แต่ถ้าล้มเหลว เด็กทั้ง 5 ต้องโดนไล่ออก กรยอมรับการพิสูจน์ครั้งนี้ และสั่งให้ปาล์มตามหานักจิตวิทยาเฉพาะทางที่จะมาเป็นหัวหน้าโครงการโดยด่วน และคนคนนั้นก็คือ ทรายทิพย์ นั่นเอง!!ในการพบกันครั้งแรกของทรายทิพย์ และ กร ไม่ได้สวยหรูอย่างที่เธอคิดไว้ เขาไม่ได้ปลื้มกับใบปริญญาที่วางเรียงเป็นแผงและเกรดอันดีเยี่ยมของเธอแม้แต่น้อย แต่เขากลับไม่ไว้ใจเพราะเธอไม่เคยทำงานจริง และ อายุก็ยังน้อย แซนด์เลยสวนกลับไปว่า "คุณกำลังตีค่าฉัน เหมือนกับที่ครูในโรงเรียนตีค่าคุณ พวกเขาคิดว่าคุณทำงานแทนแม่คุณไม่ได้ เพราะไม่มีประสบการณ์และอายุน้อย ถ้าคุณไม่พอใจที่คนอื่นตัดสินคุณด้วยเหตุผลนี้ คุณเองก็ไม่ควรตัดสินฉันด้วยเหตุผลนี้เช่นกัน".... คำพูดของแซนด์จี้ใจดำกรอย่างแรง กรตัดสินใจยอมรับเธอเข้ามาทำงานในตำแหน่ง หัวหน้าโครงการเด็กดี ฯ เมื่อ นักจิตวิทยาบ้าตำรายังไม่เคยเจอของจริง ต้องมาทำงานกับ คนจริงสุดเขี้ยว และยังต้องปะทะกับเด็กแสบอีก 5 คน ความปั่นป่วน ชวนเวียนหัวจึงได้เกิดขึ้น ความผูกพันอันสวยงามของกรและแซนด์ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น พร้อม ๆ ไปกับการทำงานที่ใกล้ชิดแบบตัวแทบจะติดกัน เด็กคนแรก ด.ญ.ญาทิป (น้องปิ๊กปิ๊ก) อยู่ชั้น ป. 4 เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม แววตาใสซื่อ พ่อ (จักรินทร์) เป็นนักธุรกิจใหญ่ ร่ำรวย เจ้าชู้ จนต้องแยกทางกับ แม่ (ตรีทิพย์) ที่มีฐานะร่ำรวยไม่แพ้กัน แต่ปิ๊กปิ๊กกลับมีพฤติกรรม ชอบขโมย จนเพื่อนไม่อยากคบ แต่ปิ๊กปิ๊กกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่หยุดพฤติกรรม จอมฉก ปิ๊กปิ๊กจึงเป็นเด็กดีหมายเลข 1 ที่ท้าทายความสามารถของกรและทรายทิพย์ เด็กดี No.2 เป็นเด็กชายอยู่ชั้น ป. 6 ชื่อ ด.ช. ดังใจ (โชกุน) พ่อแม่แยกทางกัน ดุจฤทัย (ดุจ) เป็นผู้หญิงเก่งที่ทุกอย่างต้อง เป๊ะ ๆ ๆ ๆ จน ภูทอง (ภู) สามีขอหย่า และหันไปเปิดผับเล็ก ๆ ในขณะที่ดุจฤทัยเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทข้ามชาติ ความเนี้ยบของดุจทำให้ โชกุน มีปัญหา ไม่กล้าบอกความจริง และนำมาสู่การเป็น เด็กเลี้ยงแกะ จอมโกหกของโรงเรียน เมษา (ตังเม) เป็นเด็กคนที่สาม ที่กรและแซนด์คัดเข้ามาอยู่ในโครงการ ตังเมอยู่ ม. 3 มีปัญหา หมกหมุ่นกับการฆ่าตัวตาย พ่อตังเมชื่อ ชัยภูมิ (ภูมิ) เป็นเจ้าของโรงงานขนาดใหญ่มีครอบครัวแล้ว นวลสราญ (นวล) แม่ของเธอมีฐานะเป็นเมียน้อยอย่างไม่เต็มใจ นวลปล่อยตัวให้จมกับความทุกข์ ไม่ลุกขึ้นสู้กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทำให้ตังเมเป็นเด็กที่ไม่ได้รับความรัก การขู่ฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องให้พ่อ แม่หันมาสนใจ คนที่ 4 ที่สุดแสบ แสบทั้งแม่ทั้งลูก เรียกได้ว่า แสบสะท้านวงการ เพราะเธอเป็นลูกสาวของ พีรดา (รดา) อดีตซุปตาร์ ที่กำลังอยู่ในขาลง มงกุฎแก้ว (มินนี่) เป็นดาวโรงเรียน เป็นคนหลงตัวเองอย่างสุดขั้ว แม่ลูกคู่วีน เหวี่ยง เป็นจอมสร้างภาพอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย มินนี่วางตัวเป็นเจ้าแม่คอยควบคุมเพื่อน เผด็จการ เป็นตัวแทนของเด็กในยุค GEN Me อย่างแท้จริง ติดโซเชี่ยลมีเดีย จนถึงขั้นรับความจริงไม่ได้ พีรดา และมินนี่ เธอรับไม่ได้ที่ตัวเองถูกส่งมารวมกับไอ้เด็กปัญหา อาละวาดจนแซนต์และกรต้องปวดหัว ความปวดหัวสุดท้ายที่ทำให้กรและแซนด์ คือเด็กคนที่ 5 ถวายชัย (ลูกหวาย) เด็กชั้น ม. 6 หน้าตาดี ภายนอกดูสุภาพ เรียบร้อย พูดน้อย ทรายทิพย์แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าหวายจะเป็นเด็กที่ชอบใช้ความรุนแรง มีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนเป็นประจำ ไม่ให้ความร่วมมืออะไรทั้งสิ้น เธอรู้แค่ว่าพ่อของหวายชื่อ ยอดยุทธ เป็นเจ้าของโรงเหล็ก ส่วน เป็นสุข ผู้เป็นแม่ แยกทางกับพ่อได้สองสามปี หวายมีน้องสาวชื่อ ถวายพร (ลูกหว้า) อยู่กับแม่ หลังจากได้รู้จักเด็กทั้ง 5 คน ทรายทิพย์เครียดสุด ๆ เพราะแต่ละปัญหาไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิด ซ้ำร้ายยังไม่มีใครให้ความร่วมมือแม้แต่คนเดียว ทั้งตัวเด็ก พ่อ แม่ แต่สิ่งที่ทั้งสองคนได้โดยไม่คาดคิดคือ การได้เรียนรู้กันและกัน ทั้งกรและแซนด์ได้เก็บข้อมูลของกันและกันโดยไม่ตั้งใจ แซนด์ได้รู้ถึงความกดดันที่ทำให้กรเป็นคนดุ และจริงจังจนเกินไป กรเองก็ได้รู้ว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้แซนด์เป็นผู้หญิงคิดบวก ไม่ท้อแท้ ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เป็นเพราะเธอมีครอบครัวที่แสนดี เป็นกองหนุนสำคัญ กรเองก็แอบมาขอกำลังกำลังใจจากพ่อแม่ของเธอเป็นประจำ เขาคิดว่ากรเป็นลูกชายคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แต่ถึงแม้แซนด์จะได้กำลังใจอย่างมากจากครอบครัว แต่ปัญหาสารพันที่รุมเร้าเข้ามา และฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้แซนด์สติขาดผึง เมื่อกรมาระบายความกดดันใส่ ด้วยการจิกเอาผลงาน การไล่บี้แบบไม่สนใจเหตุผลของกร ทำให้แซนด์ระเบิดอารมณ์อย่างกดดัน "ไม่ไหวแล้วเว้ยยยยยย....ฉันขอลาออก" แซนด์เก็บของและเดินออกไปเลย กร และ ปาล์ม ถึงกับอึ้ง ! การลาออกของแซนด์ทำให้อำนาจสะใจอย่างแรง อำนาจสรุปเลยว่าโครงการ เด็กดี ฯ (จอมปลอม) ล้มเหลว ไม่มีชิ้นดี ขณะนี้อำนาจหวังสูง เขาต้องการบีบขอซื้อหุ้นจากนพลักษณ์และยึดโรงเรียนมาเป็นของตัวเอง ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้กรหมดความน่าเชื่อถือ กรเองเมื่อไม่มีแซนด์ก็เริ่มรู้สึกเหมือนขาดคนรู้ใจ กรเร่งให้ปาล์มไปตามตัวแซนด์กลับมา ทางด้านแซนด์หลังจากลาออก เธอกลับรู้สึกว่างจนเหงา ด้วยทิฐิแซนด์พยายามไม่ยอมรับความรู้สึกที่แท้จริง ยืนยันกับปาล์มว่า ไม่กลับไปทำงานเด็ดขาด แต่แล้ว..ความตั้งใจของเธอก็ต้องเปลี่ยนไป .. เมื่อ ลูกหว้า น้องสาวของหวายมาหาเธอที่บ้าน พร้อมกับ เป็นสุข ผู้เป็นแม่ ทั้งสองคนมาเพื่อขอให้ช่วยลูกหวาย เพราะถ้าโดนไล่ออกจริง ๆ จะโดนพ่อตีอย่างหนักแน่ ๆ ยอดยุทธ (พ่อ) เป็นคนอารมณ์ร้ายมาก ทำให้เป็นสุขทนไม่ได้ ขอหย่า และแบ่งลูกกัน หวายจึงเป็นคนเดียวที่ต้องรองรับอารมณ์ของพ่อ ทำให้เขากลายเป็นเด็กก้าวร้าว และใช้กำลังตัดสินปัญหา ในระหว่างที่ลังเลอยู่นั้น กรก็พ่ายแพ้ต่อความรู้สึกของตัวเอง เขามาหาเธอที่บ้านเพื่อตามกลับไปทำงาน แต่ยังมีฟอร์มด้วยการเอาคลิปที่อำนาจพูดในที่ประชุมด้วยความสะใจที่เธอทิ้งงานกลางครัน แซนด์ฟังแล้วจี๊ดดดดดดดขึ้นมาทันที กรรีบท้าทายถ้าอยากจะลบคำประมาทก็ต้องกลับไปทำงาน ดีกว่าจะต้องเสียชื่อไปทั้งชีวิต แซนด์คิด..คิด..คิด และตัดสินใจ ฉันกลับไปทำก็ได้ ..ถ้าต้องการให้เธอกลับไปทำงานครั้งนี้ กรจะต้องทำตัวเป็นทีมเดียวกับเธอ ไม่ใช่อยู่ฝ่ายตรงข้ามแล้วมาคอยไล่บี้แบบไม่มีเหตุผล และจะช่วยเธอทำงานนี้ให้สำเร็จในฐานะ เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่ เจ้านาย กรกลับไปต่อรองกับแม่ได้สำเร็จ นพลักษณ์ยืดระยะเวลาของโครงการนี้ไปอีกหนึ่งเทอม กรและแซนด์ได้กลับมาทำงานด้วยกันอีกครั้ง จากผูกพันที่เริ่มก่อตัว ได้รับการสานต่ออย่างเหนียวแน่น โดยมีปัญหารายล้อมเป็นตัวเร่ง แซนด์รวบรวมกำลังใจ และ ข้อมูลที่มีเพื่อเริ่มต้นสานต่อโครงการ เด็กดี ฯ อีกครั้ง โดยมีกรคอยประกบอยู่ไม่ห่าง ระหว่างปิดเทอมเด็กทั้ง 5 ต่างมีกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป ทำให้แซนด์ได้รู้จักเด็ก ๆ ในอีกมุมที่เธอไม่เคยรู้ ระหว่างปิดเทอมที่ได้ทำงานด้วยกันทั้งกรและแซนด์ได้รู้จักกันมากขึ้น ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง โรงเรียนเปิดเทอม สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เด็กทั้ง 5 คนกลับมาสร้างปัญหาเหมือนเดิมและรุนแรงมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จากเหตุการณ์ร้ายแรงที่ประดังเข้ามาทำให้นพลักษณ์ตัดสินใจยุติโครงการ เด็กดี ฯ ของกร และเรียกเด็กทั้ง 5 พร้อมกับผู้ปกครองมาชี้แจงเรื่องการขอเชิญให้ออกกลางเทอม ทุกคนถึงกับช็อค และไม่ยอมออก ส่วนยอดยุทธเมื่อรู้เรื่องก็ตบหวายต่อหน้าทุกคนอย่างแรง ในจังหวะนั้นเอง แซนด์ก็พุ่งเข้าไปและเอาตัวเองกอดหวายไว้ยอมที่จะรับฝ่ามือ และกำปั้นของยอดยุทธแทนโดยไม่คำนึงถึงความเจ็บปวด กรเข้ามาเห็นพอดีรีบเข้ามาห้าม กว่าเหตุการณ์จะสงบทำเอาทุกคนอกสั่นขวัญหายและร่างกายของแซนด์ก็มีรอยฟกช้ำดำเขียวเต็มไปหมด กรปฐมพยาบาลให้แซนด์ด้วยความสงสาร วินาทีนี้เขาไม่กังขากับความทุ่มเทให้กับงานของเธออีกต่อไป เขาชื่นชมเธอ (เป็นครั้งแรก) แซนด์ดีใจและนึกไม่ถึงว่าเธอจะทำให้จอมเฮี้ยบอย่างกรเอ่ยปากชมได้ แต่สุดท้ายเธอก็ทำโครงการนี้ไม่สำเร็จ เด็ก ๆ ต้องโดนไล่ออก กรเสียเครดิต และตัวเธอเองก็ต้องตกงาน ความเห็นอกเห็นใจกันทำให้ทั้งสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น .. เมื่อนพลักษณ์เรียกแซนด์เข้าพบ และบอกให้กลับมาทำโครงการเดิมให้สำเร็จ นพลักษณ์บอกว่า หลังจากเกิดเรื่องเหล่าบรรดาผู้ปกครองของเด็กมาขอเข้าพบ และขอร้องในเรื่องเดียวกัน นั่นคือ ขอโอกาสเพื่อเข้าโครงการ เด็กดี ฯ อีกครั้ง การกลับมาของเด็กทั้ง 5 คน สร้างความแปลกใจให้เพื่อนร่วมห้องเป็นอย่างมาก หลายคนแสดงอาการรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด แซนด์และกรต้องร่วมมือกันรีบแก้ปัญหา ก่อนที่เด็กจะโดนทำร้ายจิตใจจนยากจะแก้ไข แซนด์และกรร่วมมือกัน เริ่มต้นแก้ปัญหาจากทั้งสองด้านคือ แก้ที่เด็ก และ แก้ที่พ่อแม่ ในระหว่างที่แซนด์พยายามจะแก้ปัญหาอันแสนหนักหน่วงของเด็กทั้ง 5 เธอมีกรคอยเป็นผู้ช่วยและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ทำให้เธอได้เห็นมุมต่าง ๆ ของผู้ชายแสนเฮี้ยบหน้าขรึมคนนี้มากมาย กลายเป็นความผูกพันที่แสนงาม ท่ามกลางความชื่นมื่นของแซนด์และกร กับโครงการที่กำลังไปได้ดี ทั้งสองไม่รู้เลยว่าอำนาจได้แอบสร้างคลื่นไต้น้ำ พลังความคิดในด้านลบนี้ถูกก่อขึ้นและพร้อมระเบิดในวันประชุมผู้ปกครองประจำปี ในการประชุม ผู้ปกครองหลายคนที่โดนปั่นหัวเห็นด้วย ลามปามจนถึงขั้นต้องไล่เด็กออก ไล่แซนด์ออก และขู่ว่าถ้านพลักษณ์ให้กรมาดูแลโรงเรียนแทนจะพาลูกลาออกทั้งหมด !!! อำนาจยิ้มพอใจกับปฎิกริยาของผู้ปกครอง แต่แล้ว....สิ่งที่อำนาจวาดฝันไว้ก็ต้องพังทลาย เมื่อพีรดา นวลสราญ ตรีทิพย์ ดุจฤทัย และภูทอง รวมทั้งเป็นสุข และ ยอดยุทธ (ที่อาการเริ่มดีขึ้น แม้ยังไม่หายสนิท แต่นั่งวีลแชร์มาร่วมประชุม) ลุกขึ้นพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหลังจากที่ได้ร่วมโครงการนี้ แต่ละคนพูดถึงสิ่งที่ได้รับ ได้เห็นปัญหา ได้เข้าใจปัญหาของลูก ของตัวเอง ได้รู้ว่าเราจะปรับปรุงตัวอย่างไร เพื่อทำให้ลูกและตัวเราเป็นคนที่มีคุณภาพมากขึ้น สุดท้ายจะไล่เด็กทั้ง 5 ออกจากโรงเรียนก็ได้ แต่ขอให้มีโครงการนี้ต่อไป เพราะคนที่จะได้ประโยชน์คือลูก ๆ และตัวคุณเอง ทำให้ผู้ปกครองคนอื่น ๆ อึ้ง จากหน้ามือ เป็นหลังมือ จนอำนาจไม่พอใจ เผลอหลุดโวยวายออกมา จนนพลักษณ์ต้องรีบปิดการประชุม นพลักษณ์ต่อว่าอำนาจ และบอกว่าเธอรู้ทันเกมของเขา ไม่มีวันที่เธอจะขายหุ้น และนับจากนี้ไปเธอจะให้กรขึ้นมาบริหารโรงเรียนแทน !! ถ้ารับไม่ได้ก็พร้อมจะให้ลาออก อำนาจตีหน้าซื่อ และไม่มีปัญหาที่กรขึ้นมาแทน เขาพร้อมที่จะทำงานกับทุกคนเพื่อโรงเรียนเพื่อเด็ก ๆ อำนาจแม้จะพลาดในครั้งนี้ แต่เขาเก็บความแค้นไว้จนแน่นอก พร้อมจะแก้แค้นทันทีที่มีโอกาส การประชุมผู้ปกครองที่ผ่านพ้นไป .. เหมือนพายุที่พัดพาความมืดมัวออกไปจากชีวิตของหลาย ๆ คน ปิ๊กปิ๊กเลิกนิสัยขโมยของโดยเด็ดขาด และนำของที่เคยเอาไปซ่อนเพราะความอิจฉามาคืนเพื่อน ๆ คืนโรงเรียน และคืนแซนด์ ตรีทิพย์เลิกไปยุ่งวุ่นวายกับเมียอื่น ๆ ของจักรินทร์ ดูแลลูก ดูแลตัวเอง โชกุนกล้าที่จะพูดความจริง และยอมรับความผิด แม้ต้องโดนลงโทษก็ไม่กลัว ดุจฤทัยและภูทองกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ทั้งสองคนเริ่มต้นกลับมาอยู่ด้วยกันใหม่ โดยมีโชกุนเป็นกาวใจ นวลสราญกลับมาสวยเหมือนเดิม เธอเลิกกับชัยภูมิอย่างเด็ดขาดและตัดสินใจกลับไปต่างจังหวัด พร้อมกับนำเงินที่เก็บสะสมไว้มาลงทุนทำสวนในที่ของตัวเอง ตังเมยินดีลาออกจากโรงเรียน และย้ายไปเรียนที่ประจำจังหวัดเพื่อจะได้อยู่กับแม่ ตังเมใช้เวลาไปกับการสร้างสรรค์งานศิลปะที่น่าทึ่ง มินนี่กลับมาเป็นเด็กธรรมดา ลดการสื่อสารทางโซเชี่ยลมีเดีย กลับมาอยู่กับเพื่อน ๆ อยู่กับโลกความเป็นจริง และหาเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแม่มากขึ้น ทุ่มเทให้กับการเรียน หวายเอาดีทางด้านกีฬา จนได้เป็นนักฟุตบอลโรงเรียน เมื่อได้ปลดปล่อยพลังออกมา ความก้าวร้าวก็ลดลง อาการของพ่อก็เริ่มดีขึ้น ยอดยุทธขอร้องให้เป็นสุขและหว้ากลับมาอยู่บ้าน ยอดยุทธหันไปฟังธรรมะและละวางเรื่องงาน เรียนรู้เรื่องการควบคุมอารมณ์ เพื่อแลกกับครอบครัวที่เป็นสุข นพลักษณ์ชื่นชมแซนด์อย่างมากในความสำเร็จครั้งนี้ แต่แซนด์ไม่รับ เธอตัดสินใจเลื่อนตำแหน่งให้กรขึ้นมาดูแลโรงเรียนแทนเธอ ท่ามกลางการยอมรับของครู และผู้ปกครอง กรขอบคุณแซนด์ที่ช่วยเหลือมาตลอด เขาชวนเธอมาเป็นพนักงานประจำ ทำหน้าที่ดูแลเด็กที่มีปัญหาคนอื่น ๆ ที่อาจจะมีมาอีก แต่แซนด์ปฎิเสธ เธอขออยู่อย่างอิสระ แต่ถ้ามีเด็กต้องการความช่วย เธอจะมาทันที .. กรยอมรับและในการตัดสินใจ และถือเป็นสัญญาใจระหว่างเขาและเธอ ทรายทิพย์ปิดจ๊อบแรกในชีวิตอย่างมีความสุข เธอได้เรียนรู้ว่า ครอบครัว เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์ ไม่ว่าครอบครัวเราจะรั่ว แตก แยก ผุ อยู่ในสภาพเลวร้ายขนาดไหนก็ตาม ความรัก ความใส่ใจ ความสนใจ คืออุปกรณ์สำคัญที่จะอุดรอยรั่ว รอยร้าวได้อย่างดีที่สุด ติดตามชม ละครวัยแสบสาแหรกขาด ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครวัยแสบสาแหรกขาด เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559 รายชื่อนักแสดง ละคร วัยแสบสาแหรกขาด จิตตาภา แจ่มปฐม รับบท ทรายทิพย์/ทราย ธีรเดช เมธาวรายุทธ รับบท ชวนากร/กร ปรารถนา สัชฌุกร รับบท น้ำทิพย์ อนันต์ บุนนาค รับบท สักทอง ดวงตา ตุงคะมณี รับบท นพลักษณ์ ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท สมภพ ชาโน แพมเบอร์เกอร์ รับบท ถวายชัย/ลูกหวาย ศานติ สันติเวชกุล รับบท ยอดยุทธ สุปราณี เจริญผล รับบท เป็นสุข อภัสริญญา แพมเบอร์เกอร์ รับบท ลูกหว้า ปฤสยา เจริญเนติศาสตร์ รับบท มินนี่ มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท พีรดา ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ รับบท ฉัตร ชาร์เลท วาศิตา แฮเมเนา รับบท เมษา/ตังเม เพชรดา เทียมเพ็ชร รับบท นวลสราญ ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม รับบท ชัยภูมิ วราพรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท เจ๊บ๊วย ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ รับบท ดังใจ/โชกุน คัคกิ่งรักส์ คิกคิกสะระนัง รับบท ดุจฤทัย

10 นิสัยของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่โอเค!
ความรักวัยรุ่น

ปกติแล้วนิสัยของผู้หญิงก็จะมี เอาแต่ใจบ้าง ขี้งอนบ้าง แล้วแต่ว่าคนไหนจะมีมากหรือน้อย ซึ่งเมื่อเวลามีแฟน แฟนรับในสิ่งที่เราเป็นได้ก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าเขาทนกับพฤติกรรมบางอย่างที่มันมากเกินไปของเราไม่ได้ วันนึงเขาอาขขะทิ้งเราไปก็ได้นะ วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 นิสัยของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่โอเค! มาฝากกันค่ะ นิสัยบางอย่างถ้ามีเยอะเกินไปก็ลดๆ ลงมาหน่อย เพื่อความสุขของทั้ง 2 คนนะ ^^ 10 นิสัยของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่โอเค! 10. งอนแล้วไม่พูด การงอนแล้วไม่พูดทำให้ผู้ชายไม่รู้ในสิ่งที่ผู้หญิงกำลังคิดอยู่ ณ เวลาขนาดนั้น การกระทำแบบนี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้ชายไม่ชอบและไม่รู้ว่าควรทำสิ่งใดต่อไปจึงเป็นการเมินเฉยมากกว่าที่จะเข้ามาพูดคุยกัน 9. ขุดเรื่องเก่ามาพูด เรื่องเก่าหมายถึงเรื่องในอดีต ฉะนั้นเรื่องในอดีตก็คือสิ่งที่สมควรลืมเพราะผ่านมาเนิ่นนาน การขุดคุ้ยเรื่องเก่ามาพูดในเวลาใหม่หรือในเวลาปัจจุบันนั้นจึงไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับผู้ชายบางคน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีพฤติกรรมนี้ควรหักห้ามใจและเลิกทำเพื่อความรักที่ยั่งยืนต่อไป 8. จู่จี้มากเกินไป การต้องออกความคิดเองในทุกเรื่องหรือบ่นทุกครั้งที่ทำกิริยาที่คุณผู้หญิงไม่พอใจนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ชายทั้งหลายทนไม่ค่อยได้เมื่อเจอกับสิ่งเดิมๆ ในทุกวันจึงเป็นเรื่องง่ายที่คนสองสามารถเลิกกันได้ง่ายๆ 7. อย่าด่าหรือออกคำสั่งต่อหน้าเพื่อนหรือบุคคลอื่น ตามนิสัยพื้นฐานของบรรดาหนุ่มๆ ที่ต้องมีมาดหรือวางฟอร์มต่อหน้าคนอื่น ยิ่งกับบุคคลที่รู้จักแล้วนั่นยิ่งต้องมีนิสัยที่แอบข่มแฟนต่อหน้าเพื่อนเพื่อดูยิ่งใหญ่ ไม่ว่าต่อหน้าคุณนั้นเค้าจะยอมคุณมากมายเพียงใด แต่ถ้าต่อหน้าเพื่อนหรือบุคคลอื่นแล้วนั้นคุณอย่าได้ทำเลยทีเดียว 6. ล้ำเส้นมากเกินไป ผู้ชายส่วนใหญ่ย่อมมีพื้นที่ส่วนตัวของตนเองทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการห้ามยุ่งกับโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าตังค์ หรือแม้แต่ที่นอนหมอนใบเล็กๆ เค้าอาจโกรธคุณมากหากคุณบุกรุกที่ส่วนตัวเหล่านี้เพราะในความคิดของบรรดาหนุ่มๆ เค้าคือเจ้าของอาณาจักรในพื้นที่ส่วนตัวของเค้าเอง 5. เรียกร้องมากเกินไป สิ่งใดที่มากเกินไปก็ไม่ดีเหมือนที่พระท่านว่า เพราะการเรียกร้องมากเกินไปของสาวๆ ทั้งหลายทำให้ดูน่าเบื่อในสายตาของบรรดาหนุ่มๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องโดยการถามว่าจำวันเกิดได้ไหม ชอบสีอะไร ใส่เสื้อผ้าแบบไหนบ้าง ไม่ใช่แค่ผู้ชายที่รำคาญหากเกิดกับสาวๆ บางคนคงรำคาญเหมือนกัน 4. ใช้วาจาไม่สุภาพวาจา ไม่สุภาพทั้งหลายต่างๆ นานา ที่ผู้หญิงอาจพูดไปด้วยความโมโหหรือตั้งใจก็ตามแต่ ชายทั้งหลายไม่ชอบการสนทนาที่ไม่สุภาพเหล่านั้น 3. ปล่อยให้ท้อง วิธีการที่คุณผู้หญิงกำลังกระทำนั้นไม่เห็นผลสักเท่าไหร่นัก หากคุณปล่อยให้ท้องเพื่อหวังจะได้อยู่กับเค้าหรือให้เค้ารับผิดชอบ ชายส่วนใหญ่นั้นรู้เท่าทันการกระทำเหล่านี้แล้วเค้าจะกระทำกลับโดยการไม่คิดจะรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำลงไป 2. ขู่เลิกตลอดเวลา สิ่งที่ผู้ชายทั้งหลายไม่ชอบอีกอย่างคือการขู่เลิกตลอดเวลา ทำให้เกิดความรำคาญจากการขู่เลิกบ่อยครั้งทำให้รู้สึกว่าคุณอยากเลิกกับเค้าจริงๆ จนทนไม่ไหวแม้รักแค่ไหนผู้ชายร้อยทั้งร้อยก็ยอมเลิก 1. อย่าลองใจกันมากนัก การอย่าลองใจกันในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการคบกับคนอื่นเพื่อให้แฟนหึงห่วง แต่หมายถึงการถามทุกครั้งว่าเค้ารักคุณมากกว่าคู่ของคนอื่นหรือไม่ รักคุณหรือป่าว เพราะในสายตาของหนุ่มๆ นั้นเป็นสิ่งที่ดูน่ารำคาญและความน่ารักของคุณจะหายไปด้วย ขอบคุณข้อมูล toptenthailand.com

จับเข่าคุยกับ 5 เด็กแสบแห่ง
ชยณัฐ แจ่มใส /  ปุณณดา วอสเบียน / 

จับเข่าคุยกับ 5 เด็กแสบแห่ง "โรงเรียนผี" งานนี้ใครไม่หลอนให้มันรู้ไป เป็นอีกหนึ่งควันหลงทิ้งทวนเทสกาลฮาโลวีนประจำปีนี้ สำหรับภาพยนตร์ โรงเรียนผี ภาพยนตร์สุดหลอนที่หยิบยกเรื่องราวลี้ลับในรั้วโรงเรียนมาถ่ายทอด โดยในวันนี้เราได้พาตัวแก๊งเด็กแสบทั้งห้าซึ่งเป็นกลุ่มตัวละครหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้มาบอกเล่าเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ บทบาท-คาแรคเตอร์ ริว : ผมรับบทเป็น ดอน ก็อยู่ในแก๊งเด็ก 5 คน ผมจะเป็นคนที่เงียบที่สุด แล้วก็จะโดนอีก 4 คนข่มอยู่เสมอครับ ในแก๊งนี้ก็จะมีทั้งหมด 5 คน จะมีหัวหน้าแก๊งชื่อ เอ๋ และลูกน้องอย่าง เด่น สมุนมือขวาของพี่เอ๋ เอ้อ เด็กเล็กสุดในกลุ่มแต่ก็กวนแสบที่สุดเช่นกัน และ ป๊อป เป็นผู้หญิงคนเดียวในแก๊ง ออกแนวห้าว ๆ แสบไม่แพ้ใครครับ อาไท : ผมเล่นเป็น เอ๋ ครับ เป็นหัวโจกของแก๊งนี้ เป็นเด็กชั้นม.3 ที่ตกซ้ำชั้น เรียนตก ๆ ๆ อยู่อย่างงี้อยู่หลายปี ด้วยความเป็นรุ่นพี่ไงก็เลยชอบโชว์พาว เป็นคนชอบท้าทายผีสาง จะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เอ๋จะรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนนี้ที่ไม่ควรรู้แต่เค้ารู้ ตัวละครตัวนี้ก็เหมือนผมตรงที่กวน ๆ มั้งครับ แต่ผมเรียนไม่ตกซ้ำชั้นนะครับ ไม่เหมือนเอ๋ ผมเรียนเก่งครับ ออสการ์ : ผมรับบทเป็น เอ้อ เป็นลูกน้องพี่เอ๋ครับก็ออกแนวกวน ๆ แล้วก็ซ่า ๆ กวนพี่เอ๋เวลาพูดอะไร เราก็ชอบแทรกเข้าไป กวนเข้าไป ถึงจะเป็นน้องเล็กสุดก็ไม่กลัวครับ นิสัยก็คล้าย ๆ กันครับ ทั้งความกวน ความซน จะว่าไปก็เหมือนกันเป๊ะเลยฮะ สุชาติ : สวัสดีค่ะ ญาญ่าเล่นหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ก็เป็นนางเอกค่ะชื่อ เด่น นางเอกก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก ก็มันสวยค่ะ มั่นหน้าเนาะ คาแรคเตอร์ช่วงแรก ๆ ก็จะไม่เปิดเผย จะแอ๊บแมน แล้วก็เป็นคนฮา ๆ มีความมั่นใจสูงมาก สวยมาก ก็กลัวผีด้วย แต่ก็ชอบอ่อยด้วย เพราะในแก๊งมีคนหล่อคนหนึ่งชื่อ ดอน หล่อมาก หล่อที่สุด เขินเลยค่ะ นีโม : เรื่องนี้นีโมรับบทเป็น ป๊อป ค่ะ จะเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มนี้ จะเป็นคนห้าว ๆ เลยอยู่กับแก๊งเด็กผู้ชายแก๊งนี้ได้ ตัวป๊อปก็จะเหมือนนีโมเหมือนกันนะคะ ก็จะออกห้าว ๆ เหมือนกัน แตกต่างจากหนังเรื่องที่ผ่าน ๆ มายังไงบ้าง อาไท : คือเรื่องอื่น ๆ ก็จะเป็นตลกอย่างเดียว แต่เรื่องนี้เราต้องมาเป็นตัวนำเรื่อง เราต้องมาเล่าเรื่องผีเพื่อโยงไปคนนั้นคนนี้ แถมยังต้องไปเจอผีเองด้วยครับ ริว : เรื่องนี้จะเป็นแนวผีหลอน ๆ ครับ ตัวผมเองยังไม่เคยเล่นหนังผีมาก่อนครับ นี่ก็เป็นเรื่องแรก จะมีบางทีที่ถ่ายตอนกลางคืนก็จะมีเสียวบ้างครับ และก็มีบางมุมที่ตลกอาไทครับ นีโม : เรื่องที่ผ่าน ๆ มาก็จะเล่นเป็นนางเอกตอนเด็ก ๆ แต่เรื่องนี้ก็มาเล่นเป็นตัวเราเอง และเรื่องนี้ก็เป็นหนังผีเต็มตัวเรื่องแรกด้วยค่ะ สุชาติ : ส่วนหนูกับออสการ์ก็ได้เล่นหนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกค่ะ ก็ตื่นเต้นและดีใจที่สุดเลย ในเรื่องนี้พี่เค้าก็บอกให้เป็นตัวเราเองเลย เป็นคนเฮฮา ชอบแอ๊บแต่ก็แอ๊บไม่อยู่ อย่าเดินตูดบิดนะ แต่หนูก็เดินตูดบิดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เข้าฉากวันแรกก็ตื่นเต้น จำบทไม่ค่อยได้ ตื่นเต้นมาก คือทำอะไรไม่ได้เลยอ่ะ เป็นครั้งแรกก็ตื่นเต้นอ่ะค่ะ ออสการ์ : หนูผ่านงานแสดงมาบ้างแล้ว แต่เพิ่งเล่นหนังเรื่องแรก ก็สนุกครับ เราต้องเล่นให้คนดูเค้าเชื่อจริง ๆ ยิ่งเป็นหนังผีด้วยยิ่งยาก ต้องโดนเลือดสาด ต้องโดนผีหลอก ต้องน่ากลัวจริง ๆ ครับ เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับ “ผีโรงเรียน” บ้างมั้ย เล่าให้ฟังหน่อย (โรงเรียนของแต่ละคน) ออสการ์ : เคยครับ เรื่องนี้ได้มาจากภารโรงเก่าแก่ของที่โรงเรียนหนู แต่ตอนนี้เค้าออกแล้วเพราะเค้ากลัวมาก ก่อนที่เค้าจะออก มีเรื่องแปลกๆ หลายอย่าง คือโรงเรียนหนูมันใกล้กับวัดอ่างทอง โรงเรียนหนูเป็นเขตของวัด ซึ่งตอนนั้นเค้าเอาไว้ฝังศพกัน แรก ๆ ก็ยังไม่ค่อยมีคนมาสมัครกัน แล้วตรงสนามเด็กเล่นตอนนั้นเป็นต้นกล้วย น่ากลัวมาก ถ้าใครไปตอนกลางคืนต้องสะพรึงมาก พอสร้างเป็นโรงเรียนแล้ว เมื่อก่อนก็เคยมีครูผูกคอตายในห้องน้ำ แล้วภารโรงก็มาเล่าให้ฟังว่า เค้าอาฆาตแค้น แล้วก็วนเวียนอยู่ในห้องน้ำนั้น พออยู่ไปนาน ๆ ก็รู้สึกว่ามีใครมาคอยดูว่าห้องเราเป็นยังไง ก็ด้วยความอยากรู้ก็เลยเอาเก้าอี้ขึ้นไปส่องดู ก็เห็นเลยจ้า เชือกห้อยแกว่งไปมา แล้วตอนหนูฉี่ตรงที่ฉี่ พอมองลงไปในน้ำ ก็เห็นเงาผู้ชายจ้องขึ้นมาเลย อันนี้หนูเจอจริง ๆ ริว : ก็เคยมีคนเล่าให้ฟังเรื่อง ผีห้องดนตรีไทย ก็เหมือนเค้าอยู่ดึก แล้วเค้าก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากห้องดนตรีไทย บางคนก็บอกเห็นเงาลางๆ ก็เลยเกิดความกลัวขึ้น ไม่ค่อยอยากไปห้องดนตรีไทยเท่าไหร่ ผมยังไม่เคยเจอกับตัวเองครับ ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากเจอครับ อาไท : โรงเรียนที่ผมเคยเรียนตอนประถมนะครับ เค้าเล่าว่าเคยมีประวัติ คือเค้าบอกว่าจะมี ห้องนาฏศิลป์ คือตอนเย็น ๆ เวลานักเรียนกลับบ้านหมด คนเดินผ่านเค้าจะได้ยินเสียงระนาดหรือขิมกำลังบรรเลงกันอยู่ แต่ว่าไม่มีใคร เค้าก็เล่ากันมาครับ วันนั้นผมเดินผ่านก็ได้ยินเสียงเหมือนกัน เปิดไปดูก็เจอเลยครับ...ภารโรงนั่งเล่นอยู่ นีโม : ของหนูเคยได้ยินตอนประถม เท่าที่จำได้ก็คือเป็น ผีพี่ฟ้า นะคะ เหมือนพี่ฟ้าเค้าไปซ้อมดนตรีอยู่ที่ห้องดนตรีไทย แล้วเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ทำให้ตาย แล้วพอโตขึ้นก็มีเล่ามาอีกฝั่งหนึ่งว่าพี่เค้ากระโดดตึกตาย ก็ไม่รู้ว่ายังไงพอเข้าไปเค้าก็พูดกันแล้ว จำไม่ได้ว่าได้ยินมาจากใคร น่าจะจากเพื่อนมั้งคะ สุชาติ : ก็จะมีนักศึกษาประสบอุบัติเหตุหน้าวิทยาลัย เค้าก็เล่ากันว่า ตายแล้วยังเดินมาเรียน หนูก็จริงเหรอ ก็ไม่รู้อ่ะ แต่เพื่อนเค้าก็เชื่อกันนะ ตอนโรงเรียนเก่า เค้าก็บอกว่าเป็นที่ของป่าช้า หนูก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพื่อน ๆ ก็จะมาเล่าให้ฟัง แต่หนูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ผีเคยเจอมั้ย ไม่เคยเจอนะ นอกจากเจอตัวเองในกระจกประมาณนั้นค่ะ เรื่องราวของ “โรงเรียนผี” เป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย ริว : ผมเป็นคนเงียบ ๆ ก็จะไม่ค่อยมีเพื่อน แล้ว 4 คนนี้ก็ชวนผมไปเข้าแก๊งด้วย วันนั้นเป็นวันปฐมนิเทศ เค้าก็ชวนผมไปในห้องไปเล่าเรื่องผี เพื่อความสนุกสนาน แต่ละคนก็เล่าเรื่องผีที่แตกต่างกันจนมันไม่จบไม่สิ้น จนกระทั่งมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เอาเป็นว่าไปดูกันในโรงดีกว่าครับ อาไท : คือมันจะเป็นเรื่องของเด็กกลุ่มหนึ่งที่หนีการปฐมนิเทศมาหาอะไรทำสนุก ๆ โดยมีผมเป็นหัวโจกแล้วก็มีลูกน้อง 4 คนมาร่วมด้วย ก็เลยมาเล่าเรื่องผีกันตามประสบการณ์ของตัวเอง ก็ขุดเรื่องผีมาเล่ากันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น อยากรู้ต้องไปดูกันเองครับ คิดว่าในโรงเรียนใครจะเสี่ยงเจอผีมากที่สุด อาไท : ผมว่าตัดยามออกก่อนเลย ไม่เจอหรอก เพราะยามหลับ อันนี้หยอกเล่น คนที่น่าจะเจอผีมากที่สุด น่าจะเป็นภารโรงครับ เพราะโรงเรียนผมเนี่ย ภารโรงเค้าจะอยู่กินนอนที่โรงเรียนเลย พอตอนดึกเค้าก็มาเดินตรวจตราเช็กอะไรต่าง ๆ ผมว่าเค้ามีเปอร์เซ็นต์เจอผีมากที่สุด อย่างครูพอเสร็จงานเค้าก็กลับบ้าน ยามก็อยู่ในป้อม แต่ภารโรงเค้าจะเดินตรวจทุกชั้น ผมว่าเค้ามีเปอร์เซ็นต์โดนมากที่สุด ริว : ผมคิดว่าภารโรง, แม่บ้าน และก็ยามครับ เพราะเป็นสามบุคคลที่อยู่ดึกสุดครับ ก็อาจจะเจอมากที่สุดครับ เหมือนเค้ามีหน้าที่ดูแลโรงเรียนทุกซอกทุกมุม ต้องอยู่ดึก ก็เลยมีสิทธิ์เจอบ่อย ออสการ์ : ยามโรงเรียนผมก็จะอยู่ที่ป้อมตรงสนามเด็กเล่นอย่างเดียว แต่ก็มีโอกาสเจอมั่งแหละ ถ้าครูนี่บางทีเค้าก็จะกลับก่อนนักเรียน เค้าก็มีโอกาสเจอน้อยมาก 100 % ก็อาจจะเจอซะ 20% ส่วนนักเรียนอย่างพวกหนูก็มีโอกาสเจอแค่ 10 % ที่น่าจะเจอมากที่สุดก็น่าจะเป็นภารโรง เพราะเค้าอยู่ที่โรงเรียนนานที่สุด แต่ภารโรงโรงเรียนหนูเค้าอยู่แค่ถึงเที่ยงคืน พอหกโมงเช้าเค้าก็มา แต่ก่อนกลับเค้าก็ต้องตรวจโน่นนี่ เค้ามีสิทธิ์เจอมากสุดเพราะเค้าอยู่ดึกกว่าทุกคน เป็นคนกลัวผีมั้ย ริว : ก็กลัวครับ แต่ที่ถ่าย ๆ มาก็ยังไม่เจอนะครับ ก็ไม่อยากเจอด้วย ออสการ์ : ถ้าไปเป็นแก๊ง 4-5 คนนี่จะไม่กลัวอะไรเลย ยกเว้นไปวัด แต่ถ้าไปคนเดียวกลางคืนในที่มืดๆ นี่จะไม่กล้าครับ กลัวครับ นีโม : ก็กลัวผีอยู่นะคะ กลัวแต่ชอบดูอะไรผี ๆ ค่ะ ถ้าวันหนึ่ง เราดันเจอผีที่โรงเรียน จะทำยังไง อาไท : โห ! ตอบยาก ผมไม่เคยเจอ อันดับแรกคงต้องยืนวิเคราะห์ก่อน ไม่ใช่ ! คงไม่บ้าบอขนาดนั้น ก็คงตามประสา คงจะกลัวแล้วก็วิ่งหนีครับ แต่ผมว่าคนเราเวลาเจอผี ไม่ใช่เจอแล้ววิ่งเลยนะ ผมว่าทุกคนเวลาเจอผี เค้าต้องยืนสตั๊นซะ 3 วิ แล้วค่อยวิ่งหนีไป ริว : ถ้าเจอผีในโรงเรียนจะทำยังไงเหรอครับ ก็วิ่งหนีเลยครับ ถ้ามีเพื่อนมาด้วยผมว่าก็ไม่มีใครรอใครแล้วครับวิ่งไปก่อนเลย ไม่รอแน่ ๆ เราเป็นคนมีเซ้นส์ผีหรืออะไรพวกนี้มั้ย ออสการ์ : หนูไม่ได้เห็นไง แต่รู้อ่ะ รู้ว่าเค้ากำลังมองเราอยู่ เค้ากำลังทำอะไรอยู่ มีความรู้สึกได้ว่าเค้ามาหาอะไรอย่างงี้ . เคยเจอเหตุการณ์ลึกลับประหลาด ๆ ผี ๆ ในกองถ่ายมั้ย อาไท : ก็มีนะฮะ คือวันนั้นผมต้องถ่ายฉากที่เล่าเรื่องผีอยู่ตลอดทั้งวัน แล้วรู้สึกว่าอยู่ดี ๆ ก็ปวดไหล่สองข้าง ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้สะพายกระเป๋าอะไรเลยนะ ผมก็เอาแล้ว ถ้าเป็นคนที่มีเซ้นส์เค้าคงเห็นอะไรอยู่บนบ่าผมอ่ะ ก็นั่งปวดซักพักนึง สุดท้ายก็ไปไหว้ขอขมาเจ้าที่ที่โรงเรียนที่ถ่าย พอไหว้เสร็จอาการก็ดีขึ้นเลย ก็อาจจะเป็นเพราะเรามาทำมาพูดอะไรที่ไม่ให้เกียรติสถานที่อะไรอย่างนี้ก็ได้มั้งครับ ออสการ์ : เคยมีแต่เรื่องหลอกเด็กว่า ระวังนะมาถ่ายที่โรงเรียนนี้ แต่หนูก็ยังไม่เจออะไร ถ้ายังไม่ได้เจอด้วยตัวเอง หนูก็ยังไม่เชื่อ นีโม : ก็มีพี่ ๆ ทีมงานเคยเล่าให้ฟังค่ะ เหมือนมีฉากหนึ่งที่ถ่ายกันตรงบันได แล้วเหมือนเค้าถ่ายติดใครมาก็ไม่รู้ ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะใช่ทีมงาน ก็ลองไปดูนะคะว่ามันจะอยู่ในหนังรึเปล่า บรรยากาศกลางคืนตอนที่ถ่ายหนังในโรงเรียนนี้เป็นยังไง อาไท : โหย น่ากลัวมากครับ ตอนนั้นผมถ่ายอยู่ฝั่งโน้น แล้วมองข้ามมาอีกฝั่งของชั้นเดียวกัน มันมืดแบบจ้างผมเดินผมก็ไม่เอาอ่ะ นีโม : ถ่ายตอนกลางคืนที่นี่ก็น่ากลัว เพราะมันไม่ใช่สถานที่ที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว แล้วรอบ ๆ โรงเรียนมันก็มีต้นไม้ล้อมรอบเยอะแยะ และด้วยตัวตึกโรงเรียนมันก็น่ากลัวอยู่แล้ว แล้วยิ่งตอนกลางคืนก็ยิ่งน่ากลัวใหญ่เลยค่ะ ในแก๊งเรา 5 คนนี้ อยากให้ใครเจอผีมากที่สุด ริว : ที่อยากให้เจอผีมากที่สุดก็คงเป็น สุชาติ แคปเจอร์ นี่แหละครับ เพราะอยากรู้ว่าถ้าเจอผีแล้วจะเป็นยังไง สุชาติจะกลัวผี หรือผีจะกลัวสุชาติครับ แต่สุชาติต้องกรี๊ดลั่นแน่ ๆ ครับ อาไท : โอ้โห ! สุชาติ แคปเจอร์ นี่ตัดออกก่อนเพราะผีกลัวเค้า หันมาช็อกกันเอง ผมว่าคนที่ผมอยากให้เจอนะก็คือ ออสการ์ มันกวนผมมาก มันกวนประสาทคนทั้งกอง คนที่อยากให้เจออีกคนก็คือ ริว เพราะริวเป็นคนหน้านิ่งมาก อยากจะรู้ว่าเวลาเจอผีหน้ามันจะเป็นยังไง ออสการ์ : อยากให้เป็น พี่สุชาติ แคปเจอร์ เพราะพอเวลาผีเจอพี่เค้า ผีจะตกใจก่อน แล้วก็จะหนีไป ส่วนพี่เค้าก็จะงงว่าพี่หนีเราทำไม ผีก็จะกลัวเค้ามากกว่า สุชาติ : ในแก๊งก็อยากให้ อาไท และ ออสการ์ เจอผีมากที่สุด โดยเฉพาะออสการ์มันแสบมากเลย อยากให้มันเจอผี มันก็อาจจะมอง ๆ แล้วก็วิ่งร้องไห้ไปเลยมั้งคะ นีโม : ก็อยากให้ ออสการ์ หรือ พี่สุชาติ เจอผีเพราะดูลักษณะแล้วก็น่าจะสนุกดี ก็อาจจะกรี๊ด วิ่งหนีอะไรประมาณนั้นมั้งคะ การร่วมงานกับผู้กำกับ ริว : พี่เปิ้ลก็เป็นผู้กำกับที่ใจดีครับ ยังไม่เคยดุเลย ก็โอเคครับ อาไท : ดีมากครับ พี่เปิ้ลเค้าก็คอยบอกอะไรที่ผมยังทำแล้วไม่ค่อยดี เค้าก็จะบอก ดีครับ ออสการ์ : ใจดีครับ หนูเป็นคนที่สั่งได้ สั่งได้เลย เค้าก็จะเอนเตอร์เทนเรา ซึ่งหนูชอบผู้กำกับแบบนี้มากกว่า สุชาติ : พี่เปิ้ลก็เป็นผู้กำกับที่ใจดี มีความเป็นกันเอง พอหนูผิดพลาด ก็บอกให้ปรับตรงนั้นตรงนี้หน่อยนะ ไม่ดุค่ะ พี่เค้าก็ให้กำลังใจ นีโม : การร่วมงานกับพี่เปิ้ลก็ดีค่ะ ก็ไม่มีอะไรแย่ พี่เปิ้ลเป็นคนใจดี เวลากำกับตรงไหนที่เรายังเล่นไม่ดี ก็จะมาบอกมาสอนว่าควรจะปรับปรุงตรงไหนค่ะ ความน่าสนใจหรือความโดดเด่นโดยรวมของหนังผีเรื่องนี้ ริว : ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ก็คือการเล่าเรื่องผี บางคนอาจจะชอบฟังแม้เค้าจะไม่มีประสบการณ์ในการเจอ แต่เค้าอาจจะเคยฟังมาบ้าง ทุกโรงเรียนต้องมีเรื่องเล่าต่างๆ อยู่แล้ว ก็อยากให้ทุกคนมาลองดู ผมคิดว่าทุกคนอาจจะเคยได้ฟัง ได้เล่าเรื่อง หรือได้พบเจอกับตัวเอง โรงเรียนผี ก็จะถ่ายทอดความรู้สึกตรงนั้นมา ก็คอยติดตามนะครับว่า โรงเรียนผี เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน อาไท : ผมว่าโรงเรียนทุกคนต้องมีเรื่องผีที่เล่าต่อกันมาแน่นอน เรื่องนี้ก็จะถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมที่ทุกคนเคยผ่านมา ก็มาดูว่าเรื่องผีของ โรงเรียนผี เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน เป็นหนังที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี สตรีดูแล้วสวย คนป่วยดูแล้วหายแน่นอนครับ ออสการ์ : คือว่าหนังมันมีเรื่องสยองขวัญ เรื่องที่ทุกคนเล่ามันน่ากลัว ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ทุกเคยได้ยินได้ฟังมา เค้าก็จะเอามาเล่าให้ฟัง ให้เป็นภาพเลยว่าเป็นอย่างงี้ ๆ นะ มาดูกันครับว่าโรงเรียนเรานี่จะมีสิ่งที่น่ากลัวลึกลับขนาดไหนและจะน่ากลัวกว่าเรื่องที่คุณเคยได้ยินมาหรือเปล่า สุชาติ : เพราะว่าหลายโรงเรียนมันก็ต้องมีเรื่องเล่ากันแหละเนาะ คนที่ชอบเล่าเรื่องผีก็ต้องดู เหมือนมันเป็นการแชร์ประสบการณ์จริง ต้องมาดูนะ หนังเรื่องนี้น่ากลัวมากจริง ๆ มาดูกันว่า โรงเรียนผี นี้จะน่ากลัวขนาดไหน นีโม : เรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเล่าเรื่องผีต่าง ๆ ของโรงเรียน ก็อยากให้มาดูกันค่ะว่า มันจะน่ากลัวกว่าที่เคยได้ยินมาหรือเปล่า นอกจากพวกหนู 5 คนแล้วก็จะมีพี่ ๆ นักแสดงอีกทั้งพี่แม็กกี้, พี่โจอี้, พี่หม่ำ, พี่เท่ง, พี่โก๊ะตี๋ ในเรื่องนี้ทุกคนก็จะได้เห็นมุมความกลัวของพี่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยค่ะ ก็ฝากเรื่อง โรงเรียนผี ไว้ด้วยนะคะ สำหรับใครที่ชอบเล่าเรื่องผี ชอบฟังเรื่องผี ชอบอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องผี ก็มาติดตามดูกันนะคะ โรงเรียนผี หลอนทุกคาบ หลอกทุกโรง 3 พ.ย.นี้ค่ะ

เช็คด่วน! ดวงเนื้อคู่ของคุณ.....จะใช่ที่คบอยู่มั้ยน๊าา ?
ความรัก /  ดวง12ราศี / 

ดวงความรักของผู้เกิด ราศีมังกร เป็นคนโรแมนติกบ้างแต่ไม่ค่อยยอมแสดงออกเท่าไรรู้วิธีทำให้คนอื่นมีความสุขเนื้อคู่ของคนเดือนนี้ถ้าได้คนผิวนวล หรือผิว 2สีก็ได้ จะถือว่าดีเยี่ยม ไม่ผอม บางเกินไปและควรมีอารมณ์ขัน ไม่มุทะลุเคร่งเครียดผู้ที่เกิดเดือนนี้มักจะได้คู่ที่ดีมีความรักใคร่กันครอบครัวไม่ทุกข์ยากถ้ามีลูกคนแรกเป็นผู้ชายจะยอดเยี่ยมที่สุด ดวงความรักของผู้เกิด ราศีกุมภ์ เป็นคนโรแมนติคลึกๆ แต่ไม่แสดงออก เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ถ้าเป็นคู่เทียม ก็จะทิ้งกันได้ในยามมีปัญหาคู่แท้จึงมีลักษณะเป็นเพื่อนตายที่มีความซื่อตรง ต่อกันอย่างแท้จริงคอยตักเตือน ไม่ให้ถูกล่อลวงได้ง่าย และต้องทำใจได้กับนิสัยที่ชอบท้าทาย ของคนเกิดเดือนนี้เนื้อคู่มักมีลักษณะสง่างามกว่าคนเดือนสาม คิ้วเข้มตาคม มีบุคลิกน่านับถือผู้ที่เกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่มีเกียรติ มีทรัพย์จึงอาจถูกคู่ข่มบ้าง ถ้ามีลูกสาวก่อน จะถือว่าดีมาก ดวงความรักของผู้เกิด ราศีมีน เนื้อคู่ของคนราศีมีน จะมีรูปร่างไม่สูงไม่เตี้ย หุ่นกำลังดี พูดจาคารมเหลือร้าย มีความรู้ความสามารถและชอบชีวิตสุขสงบ เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อเกินตัว ถ้ารู้จักเข้าใจนิสัยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของคนเดือนนี้ได้ก็จะอยู่กันยั่งยืน ถ้ามีลูกคนแรกเป็นลูกสาวจะไม่ค่อยได้ดั่งใจนัก ดวงความรักของผู้เกิด ราศีเมษ เนื้อคู่ของคนราศีเมษ ควรมีผิวขาวหรือผิวเดียวกัน รูปร่างล่ำสัน หรือสูงกำลังดีหน้ากลมอิ่มเอิบสุขุมรอบคอบและมีวาทศิลป์ช่วยเหลือให้กำลังใจ หรือคำปรึกษาที่ดีได้ เป็นคนขยันและปราดเปรียว ผู้ที่เกิดราศีเมษนี้ถ้าได้คู่ที่เด่นกว่าในด้านใดด้านหนึ่งถือว่าเยี่ยมมาก ถ้าได้ลูกสาวคนแรกจะมีวาสนาดี ดวงความรักของผู้เกิด ราศีพฤษภ เนื้อคู่ของคนราศีพฤษภนี้ เป็นคนรูปร่างกำลังดี ดวงตาสดใสน่ามอง คิ้วสวยได้รูป เป็นคนชอบทำบุญ มีลักษณะของผู้ใหญ่หรือผู้ดี เป็นคนรู้จักกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าว ไม่เห็นแก่ตัว ผู้ที่เกิดราศีพฤษภนี้ ถ้าคู่มีกำลังช่วยเสริมจะยิ่งทำให้รุ่งเรือง ลูกคนแรกหากเป็น ผู้ชาย ถือว่าจะนำเกียรติมาสู่วงศ์ตระกูลในวันหน้า ดวงความรักของผู้เกิด ราศีเมถุน เนื้อคู่จะมีลักษณะเพรียวบางใบหน้าเรียวสวย มีความคิดอ่าน ลึกซึ้งรู้จักพูดจาดีและถ้ารู้จักอดทน ก็จะอยู่กันยืดเพราะทั้งคู่อาจจะไม่ได้อยู่ชิดใกล้หวานชื่นกันนักผู้ที่เกิด เดือนนี้จะได้คู่ที่ซื่อสัตย์ลูกคนแรกเป็นผู้ชายจะดี แต่ถ้าได้ลูกสาวก็ไม่มีผลร้าย ดวงความรักของผู้เกิด ราศีกรกฎ เนื้อคู่ของคนราศีกรกฎนี้ มักจะมีวัยที่ต่างกันมาก รูปร่างสูง มีเรื่องไม่เข้าใจกันเสมอเพราะไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกต่อกัน หากแก้จุดนี้ได้จะเป็นคู่ชีวิตที่อบอุ่นและรุ่งเรืองได้ดีที่สุดคนเกิดเดือน นี้จะได้คู่ที่ดวงตาสวยถ้ามีลูกสาวก่อนลูกชายจะมีเรื่องยุ่งยากใจ ดวงความรักของผู้เกิดราศีสิงห์ เป็นคนโรแมนติคดีเลยทีเดียว เนื้อคู่ของคนราศีสิงห์นี้ อาจเป็นคนต่างชาติหรือลูกครึ่ง จิตใจทิฐิ ดื้อดึงเชื่อมั่น ในตัวเองสูง ถ้าอารมณ์เสียจะปากร้ายแต่ก็ขยันหมั่นเพียร หวังก้าวหน้าก้าวไกล จะได้คู่ที่อยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่าลูกคนแรกจะดีมากถ้าเป็นชาย ดวงความรักของผู้เกิด ราศีกันย์ จะได้พบกับเนื้อคู่ แบบไม่ทันตั้งใจ เป็นคนมีผิวขาว รูปร่างไม่สูง ไม่เตี้ยใบหน้าสั้นอารมณ์รื่นเริงดี ติดจะดูไร้สาระไปบ้างคนเกิดราศีกันย์นี้ อาจจะต้องแตกแยกกับคู่ก่อนจะได้แต่งอีกครั้ง ลูกคนแรกถ้าได้ลูกชายถือว่าเป็นมงคล ดวงความรักของผู้เกิด ราศีตุลย์ เป็นคนโรแมนติค เป็นห่วงเป็นใย เนื้อคู่ของคนราศีตุลย์นี้เป็นคนสูงเพรียวริมฝีปากเล็กบางถ้าขยันทำงานด้วย ก็จะสมพงษ์กันที่สุดแต่ถ้าขาดจุดนี้ ก็จะอยู่กันไม่นานและเนื้อคู่มักเป็นคน ปากร้าย หรือพูดมาก ขี้หึงหวงแม้จะเจ้าชู้พอกันคนเกิดราศีตุลย์ถ้าอยู่กินกันแล้ว จะมีฐานะดีขึ้นลูกคนแรกเป็นชายหรือหญิงก็ถือว่าดีทั้งนั้น ดวงความรักของผู้เกิด ราศีพิจิก เป็นคนที่รักใครรักจริง โรแมนติค แต่ไม่ค่อยสนใจสัมพันธ์จริงจังนัก เนื้อคู่ของคนราศีพิจิกจะมีผิวพรรณดี รูปร่างดี ใบหน้ามน ชอบช่วยกันทำมาหากิน รักใคร่กันดีทั้งยามสุขทุกข์ แม้ขัดใจกันบ้างแต่ก็ไม่ทอดทิ้งกัน คนเกิดราศีพิจิกนี้จะได้คู่ที่เป็นคู่รักคู่กรรม ลูกคนแรกจะเป็นคนมีปากเป็นเอก เป็นคนโรแมนติค เป็นห่วงเป็นใย เนื้อคู่ของคนราศีตุลย์นี้เป็นคนสูงเพรียวริมฝีปากเล็กบางถ้าขยันทำงานด้วย ก็จะสมพงษ์กันที่สุดแต่ถ้าขาดจุดนี้ ก็จะอยู่กันไม่นานและเนื้อคู่มักเป็นคน ปากร้าย หรือพูดมาก ขี้หึงหวงแม้จะเจ้าชู้พอกันคนเกิดราศีตุลย์ถ้าอยู่กินกันแล้ว จะมีฐานะดีขึ้นลูกคนแรกเป็นชายหรือหญิงก็ถือว่าดีทั้งนั้น ดวงความรักของผู้เกิด ราศีธนู มักได้คู่ช้ากว่าเพื่อน เพราะจะเลือกคนที่เหมือนภาพวาดฝันไว้ให้มากที่สุด ทั้งเรื่องหน้าตา ฐานะ และนิสัยใจคอ เนื้อคู่จะมีรูปร่างสูงกำลังดี ผิวพรรณละเอียด ผ่องใส คนเกิดราศีธนูนี้จะมีคู่ที่พึ่งพาได้ ลูกคนแรกจะไม่ดีนักถ้าเป็นชาย รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

10 วิธีปราบแฟนนอกใจ
10 อันดับ /  ความรักวัยรุ่น / 

เวลาสาวๆหรือหนุ่มๆก็แล้วแต่ จับได้ว่าแฟนของคุณนั้น นอกใจ!!! อย่าทำอะไรโดยที่ขาดสติเด็ดขาด เพราะมิเช่นนั้นคุณอาจจะเสียเขาหรือเธอไปได้ง่ายๆเลยนะ .. ท่องไว้ ยุบหนอ พองหนอ รวบรวมสมาธิแล้วเก็บรายละเอียดเรื่องราวไว้ จากนั้นค่อยๆเปิดใจคุยกัน แต่จะมีวิธีทำยังไงหล่ะ มาดู 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ กันเลย 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 1.อย่าโวยวาย เริ่มจาก นับ หนึ่ง สอง สาม ในใจ. แล้วนิ่ง เฉยไว้ก่อน อย่าปล่อยให้อารมณ์หึง ทำให้ คุณหุนหันพลันแล่น ตีโพยตีพายไปก่อน หรือปล่อยให้ความเสียใจ ทำให้คุณตัดสิน ใจอะไรผิด ๆ เรื่องแค่นี้อาจเป็นความ ผิดพลาด ชั่วครั้งชั่วคราวยิ่งทำไม่รู้ไม่ชี้ ไว้ก่อนยิ่งดี 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 2.ห้ามใช้วิธีรุนแรงโดยเด็ดขาด พยายามทำตัวเป็นนางเอกเข้าไว้ (อย่าเป็น นางร้ายซะเอง)ข่มใจไว้ อย่าลุกขึ้นอาละวาด หรือทำร้ายฝ่ายตรงข้าม เพียงเพราะต้องการแก้แค้นให้สาสม กับที่คุณเจ็บปวด เพราะ มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นซ้ำร้ายมันอาจทำให้ ปัญหาลุกลามใหญ่โต 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 3.คุณคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต ถ้าเค้าจะนอกลู่นอกทาง ไปตื่นเต้นกับ ของใหม่ ก็ปล่อย ๆไปบ้าง แต่ที่สำคัญคือคุณ ต้องแสดงให้เค้าเห็นว่า เราเป็นผู้หญิงที่มีคุณค่า และเหมาะที่จะเป็นภรรยา และแม ่ของลูกมากที่สุด ของดี? ใครๆ ก็อยากได้? จริงไหม ทำดีต่อเค้า ให้มาก เพื่อพิสูจน์ว่าคุณยอมรับเค้าได้ในทุกเรื่อง 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 4.อย่ามัวแต่ระแวงการนอกใจ แม้จะร้ายแรง แต่ไม่ถึงขั้น "ฆ่าคนตาย" นะจ๊ะ ถ้าต่อจากนั้น คุณเอาแต่จ้องจับผิดว่าเค้าจะไปไหน ทำอะไร กับใคร คอยเช็คไปซะทุกเรื่องมันก็ยิ่งทำให้เค้า เบื่อหน่าย และรำคาญ (แทนที่จะสำนึกผิด)แค่แสดงให้เค้ารู้ว่าเรารู้ แต่นิ่งเฉยไว้ ปล่อยให้สำนึกผิดเองได้ผลกว่า 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 5.ไร้ประโยชน์ที่จะฟื้นฝอย หาตะเข็บ จำไว้ว่าการขุดคุ้ยอดีต ที่เป็นแผลของ อีกฝ่ายเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ทั้งไม่ได้ ประโยชน์ และรังแต่จะตอกย้ำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น กลายเป็นชนวน ของการทะเลาะเบาะแว้งกันไปปล่าวๆ และยิ่งตอกย้ำว่าคุณยังฝังใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 6.การให้อภัย แม้ว่า"การให้อภัย" จะเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุด อย่างหนึ่งในชีวิตคนเราแต่ถ้าการที่เราเลือก ที่จะคบใครสักคน และจะประคองความรัก ไปให้ตลอดรอดฝั่งก็ควรยกโทษให้กับคนที่ เรารัก เพราะเค้าเองก็เป็นแค่คนธรรมดา คนหนึ่งที่ทำผิดพลาดได้เสมอ 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 7.อย่าประชดชีวิต ควรวางตัวเองให้มีคุณค่า อย่าคิดประชดคนรัก ด้วยวิธีเดียวกันคือหันไปหาคนอื่นบ้าง เพราะ วิธีนี้จะทำให้เค้าเป็นฝ่ายเลือกที่จะไปหาคนอื่น การใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง ใช้ไม่ได้ผลกับความรักนะจะบอกให้ 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 8.เอาใจใส่ตัวเองมากขึ้น อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว ทำตัวให้ดูดี ดูสวยเข้าไว้เอาแบบที่รียกว่า แม้แต่คนรักของคุณยังตาค้าง ผมที่ยุ่ง ๆ ฟู ๆก็จัดการซะให้เรียบร้อย เช็ด คราบน้ำตาทิ้ง แล้วหันมาเอาใจใส่ให้สวยปิ๊งดีกว่าเป็นไหน ๆ เราไม่ใช่ของตายของใคร นะเออ 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 9.หันหน้าเข้าหากัน สาเหตุของการนอกใจส่วนหนึ่งมาจากปัญหา ระหว่างคุณและเค้า ซึ่งคุณเองอาจมีข้อบกพร่องในบางสิ่ง ควรหันมาพูดคุยกัน เพื่อปรับความ รู้สึกเข้ากับอีกฝ่ายรวมทั้งให้เวลาและเอาใจใส่ คนรักให้มากขึ้น 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 10.ไม่ควรเอาเรื่องนี้ไปประจาน กับคนอื่น ปัญหานี้เป็นเรื่องของคนสองคนระหว่างคุณ และเค้า ทางที่ดีอย่านำความผิดของเค้าไป โพนทะนาหรือประจานให้เพื่อนหรือบุคคล ใกล้ชิดฟัง เพราะจะทำให้คนรักของคุณรู้สึกเสียหน้า และเข้าหน้าคนใกล้ชิดของคุณ ไม่ติดแล้วแม้ว่าต่อไปเค้ากับคุณจะคืนดีกัน หรือไม่ก็ตาม ความรัก : 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ

ละครชาติพยัคฆ์ , เรื่องย่อชาติพยัคฆ์
ละครชาติพยัคฆ์ ตอนแรก /  ละครชาติพยัคฆ์ ตอนจบ / 

เรื่องย่อละครชาติพยัคฆ์ บทโทรทัศน์โดย : ณพุทธ สุศรีฯ กำกับการแสดงโดย : โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงศ์ ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด ออกอากาศ ทุกวัน จันทร์-อังคาร ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อชาติพยัคฆ์ ใจผองป้องปกปฐพี ดวงชีวีถวายราช ดุจชาติพยัคฆ์ ปี พ.ศ. 2436 -ร.ศ.112 ราชอาณาจัรสยามต้องสูญเสียดินแดน และไพร่พลจำนวนมากจากการล่าอาณานิคมของต่างชาติ รวมทั้งต้องจ่ายเงินชดเชยถึงสามล้านฟรังก์ให้กับความพ่ายแพ้ กล้า...เป็นลูกของนายทหารที่เสียชีวิตลง เพราะไฟสงครามระหว่างสยามและต่างชาติ ทั้งเขาและนางเพียรผู้เป็นแม่ต้องขายตัวเองเป็นทาสเพื่อความอยู่รอด แต่เจ้านายของนางเพียรกลับหาเรื่องทารุณกล้า ชาติพยัคฆ์ เพื่อบีบนางเพียรให้ยอมเป็นเมียเก็บของตน ด้วยความเทิดทูนในศักดิ์ศรีของสามี นางเพียรจึงช่วยกล้าให้หลบหนีไป และนับจากนั้นกล้าก็ไม่เคยได้ข่าวของแม่อีกเลย คุณพระพิสุทธิ์มนตรี...นายอำเภอแห่งเมืองเวียงสิงห์ ได้รับเด็กชายกล้ามาเป็นบ่าวในบ้านด้วยความสงสาร กล้าจึงมีโอกาสได้รู้จักกับคุณพลอย บุตรสาวของคุณพระ ชาติพยัคฆ์ เด็กทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน และผูกพันต่อกันเกินกว่าสหายทั่วไป ยังความไม่พอใจให้แก่คุณกุหลาบ ภรรยาของคุณพระเป็นอันมากแม้บ่าวไพร่คนอื่นในบ้านต่างมองกล้าเป็นทาสเสนียดที่ไม่ควรคบหา แต่ก็ยังมี ตาสังข์...คนเรือของบ้านกับลูกสาวคือนังบัว ที่เห็นกล้าเป็นเหมือนสมาชิกครอบครัวคนนึง กล้ารักตาสังข์เหมือนญาติผู้ใหญ่ และเห็นบัวเป็นเหมือนน้องสาวแท้ ๆ โดยไม่รู้ว่าบัวกลับแอบหลงรักกล้าเสมอมา ความสนิทสนมระหว่างกล้าและบัว ได้สร้างความเคืองแค้นให้แก่ นายนิ่งบ่าวคนสนิทของคุณพระพิสุทธิ์ มิ่งเป็นหัวหน้าบ่าวไพร่ในเรือน เป็นคนที่คุณพระไว้วางใจให้ ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านมิ่ง จึงหาเรื่องข่มแหงกล้าอยู่เนือง ๆ โดยที่กล้าไม่สามารถจะตอบโต้อะไรได้ เพราะตัวเองไม่ได้มีวิชาการต่อสู้เหมือนกับมิ่ง ซึ่งเป็นคนฝึกการต่อสู้ให้กับบ่าวผู้ชายภายในบ้านด้วยแต่แล้วโชคชะตาก็บันดาลให้กล้า มีโอกาสช่วยเหลือนายทองอินนักโทษหนีคดีผู้หนึ่งเอาไว้ นายทองอินเป็นอดีตทหารที่ช่ำชองในด้านเพลงมวยไชยา ชาติพยัคฆ์ แต่ต้องกลายเป็นคนร้ายเพราะติดลอบสังหารมิสเตอร์ปีเตอร์ นายวาณิชหนุ่มลูกครึ่ง ผู้มีเบื้องหลังเป็นสมุนของฝรั่งต่างชาติ ซึ่งกำลังคิดยึดครองสยามประเทศอยู่ในขณะนั้น นายทองอิน ได้ตอบแทนกล้าด้วยการปกป้องครอบครัวคุณพระพิสุทธิ์ฯ จากพวกนักเลงหัวไม้ที่คิดบุกปล้นบ้าน ส่งผลให้นายด้วง หัวหน้านักเลงหัวไม้ที่เข้าปล้นต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือมวยไชยาของทองอิน ขณะที่รื่น สมุนมือขวาของไอ้ด้วง ต้องถูกส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำ นอกจากนี้นายทองอิน ยังได้ถ่ายทอดวิชาเพลงมวยให้กล้าอีกด้วย ซึ่งในเหตุการณ์เข้าปล้นคืนนั้นเอง มิ่ง และไอ้ทิว สมุนคนสนิทในบ้านคุณพระ ก็ได้แอบทำการยักยอกทรัพย์ จากกำปั่นเก็บทองและของมีค่าของคุณกุหลาบไปขาย โดยคำยุยงและความโลภของไอ้ทิว โดยมิ่ง และทิว ได้โยนความผิดไปให้กล้า ทั้ง ๆ ที่กล้า กับนายทองอิน เป็นคนช่วยไม่ให้โจรเอากำปั่นใส่ทองไปได้ ยังผลให้คุณกุหลาบภรรยาของคุณพระ ผู้ไม่ชอบกล้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โกรธแค้นกล้ายิ่งนัก เมื่อรู้ว่าทองได้หายไปจากกำปั่น หนำซ้ำไอ้ทิวยังเอาทองไปส่วนหนึ่งไปซ่อนในกระท่อมของกล้า เพื่อกลั่นแกล้งกล้า แต่กล้าปฏิเสธใครจะเชื่อในเมื่อมิ่งกับทิวพาคุณพระและภรรยาไปค้นในกระท่อมของกล้า...หลักฐานก็คากระท่อม!! กล้าจึงโดนลงโทษมัดโซ่ตรวนเพื่อสอบสวนอย่างหนัก แต่เดชะบุญ...ตาสังข์ เห็นไอ้ทิว หอบเอาทองส่วนที่หายไปของเจ้านายไปขาย แต่ด้วยความฉลาดแกมโกงของไอทิว มันจึงให้ไอ้ขาบ เป็นคนออกหน้าเอาของไปขายแทน ให้กับ พ่อค้ารับซื้อของโจร ที่ชื่อจีนหลง ตาสังข์ เห็นดังนั้น จึงนำความไปบอกคุณพระฯ ผู้ใหญ่เชื้อ ผู้ติดตามคดีนี้อยู่จึงยกพวกไปจับจีนหลง ๆ โดนจับ พร้อมหลักฐานไอทิว พอรู้ว่าตาสังข์เห็นหน้าไอ้ขาบ มันจึงเก็บไอ้ขาบ เพื่อปิดปากเพื่อไม่ให้ไอ้ขาบ สาวความผิดมาถึงตัวมัน และลูกพี่ คือไอ้มิ่ง เมื่อความจริงถูกปิดเผยพระยาพิสุทธิ์ ชาติพยัคฆ์ จึงได้ปล่อยตัวกล้าในที่สุด ไม่นานต่อมา พระยาประเสริฐภักดี และคุณโชติผู้เป็นบุตรชาย ก็ได้เดินทางมาเวียงสิงห์เพื่อตามล่าตัวทองอิน กล้าได้เจอกับ นายยอดองครักษ์ของพระยาประเสริฐภักดี และจำได้ว่าอีกฝ่ายคือหัวหน้าทาสที่เคยทารุณตนเองกับนางเพียรในอดีต กล้าจึงพยายามสืบหาข่าวของแม่จากมัน แต่นายยอดกลับท้าทายให้กล้าโค่นมันในงานสมโภชเจดีย์เวียงสิงห์เสียก่อน ด้วยความเป็นห่วงแม่ กล้าจึงยอมละเมิดคำสั่งของอาจารย์ทองอิน ที่กำชับให้ปกปิดวิชามวยไว้เป็นความลับ เขาสามารถเอาชนะนายยอดได้สำเร็จ และได้รู้ว่านางเพียรแม่ของตน ได้ถูกเจ้านายเก่าขายต่อให้กับนายทหารฝรั่งรายหนึ่ง การกระทำของกล้าในครั้งนั้นก็ทำให้ ท่านเตี่ยหรือหม่อมเจ้านภากรเกียรติวงศ์ พระญาติสนิทของพระพุทธเจ้าหลวง ซึ่งดินทางมายังเวียงสิงห์พร้อมด้วยลงครักษ์คู่ใจ คือ นายยันต์กับนายเที่ยง ได้รู้เบาะแสของทองอิน ชาติพยัคฆ์ ซึ่งเคยเป็นทหารร่วมสังกัดเดียวกัน ท่านเตี่ย วางแผนจะช่วยเหลือทองอิน โดยวานให้พระยาประเสริฐช่วยเปิดทางให้ แต่พระยาประเสริฐกลับมีใจฝักใฝ่ต่อพวกต่างชาติ จึงให้คนส่งข่าวไปบอกมิสเตอร์ปีเตอร์ เชื้อพาคนมุกจับตัวทองอิน กล้ารีบมาบอก ท่านเตี่ย ยันต์ เที่ยง ช่วยให้กล้ากับทองอินหนีไป พระยาประเสริฐให้คนจับตัวทองอินไว้ ทองอินจึงจะยิงพระยาประเสริฐ แต่พระพิสุทธิ์เอาตัวเข้ากำบัง จึงถูกยิงเสียชีวิต กุหลาบกับพลอยเสียใจมากโชติรีบพูดใส่ไฟเรื่องที่กล้า ซุกซ่อนคนร้ายเอาไว้จนเกิดเรื่องทองอินถูกปีเตอร์ฆ่าตายในที่สุด ชาติพยัคฆ์ ส่วนกล้าก็โดนปีเตอร์จับมา ส่วนตาสังข์และบัว สองพ่อ-ลูก ถูกมิ่งจับ ตัวส่งให้ปีเตอร์ โทษฐานที่ช่วยเหลือนายทองอินเอาไว้ โดยนิ่งหันไปแปรพักตร์กับฝรั่งอย่าง ปีเตอร์ มันจึงอยากเสนอหน้าได้ความดีความชอบจากปีเตอร์ ปีเตอร์สั่งประหารสังข์กับกล้าในวันรุ่งขึ้น ติพาพลอยมาดูหน้ากล้าเป็นครั้งสุดท้าย กล้าขอโทษที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพิสุทธิ์ เสียชีวิต แต่พลอยไม่ให้อภัย ทั้งคู่จากกันด้วยความเสียใจ ก่อนที่จะมีการประหารเกิดขึ้น ท่านเตี่ยมาขอให้ปีเตอร์ไว้ชีวิต ปีเตอร์เลยแกล้งส่งทั้งสองไปที่คุกฝรั่งแบบตายทั้งเป็นท่านเตี่ยสัญญาจะมาช่วยกล้าให้ได้สักวัน ในขณะที่บัวนั้น ก็ลูกปีเตอร์พาตัวไปขายที่เหลาบุปเผา สถานเริงรมย์ที่หรูหราที่สุดในพระนคร บัวถูกประมูลขายตัว เธอหนีอย่างไม่คิดชีวิต จนเอาเหวิน ที่กำลังลากรถอยู่แถวนั้น มาช่วยบัวเอาไว้ อาเหวินพาบัวไปนอนที่บ้าน เขารู้สึกถูกชะตากับบัวอย่างบอกไม่ถูก รุ่งขึ้น พี่สาวของอาเหวินกลับมาที่บ้าน ซึ่งก็คือเจ๊คิ้มนั่นเอง อาเหวินเป็นน้องแม่เดียวกัน ชาติพยัคฆ์ แต่คนละพ่อกับเจ๊คิ้ม ปีเตอร์สั่งมิ่งกับทิวให้กระทืบบัว เหวินเข้าช่วยเจ๊คิ้มไม่กล้าห้าม เหวินกับบัวเจ็บตัวด้วยกันทั้งคู่ หน้าของบัวต้องมีแผลเป็น เหตุเกิดจากการต่อสู้ เธอจึงต้องไปทำงานในครัวเป็นการชั่วคราวก่อนที่บัวจะถูกขายไปอีกครั้ง ทางด้านคุณพลอย ก็ได้ตามคุณกุหลาบอาศัยอยู่กับพระยาประเสริฐภักดี โดยอีกฝ่ายมีแผนร้ายที่จะครอบครองมรดกของพ่อเธอ ด้วยการจับเธอกับคุณโชติให้แต่งงานกัน คุณโชติพยายามมัดใจคุณพลอยด้วยวิธีต่าง ๆ จนคุณพลอยจำยอมต้องรับหมั้นหมาย ทั้ง ๆ ที่ใจยังไม่ลืมกล้า ส่วนกล้ากับตาสังข์ ก็ต้องใช้ชีวิตในคุกอย่างทุกข์ทรมาน เพราะนอกจากจะต้องทำงานหนักแล้วยังต้องถูกรังควานจากอริเก่าอย่าง...รื่น ที่บังเอิญมาเจอกันในคุกอีกด้วย แต่ความมีใจนักเลงของกล้า ก็ทำให้รื่นต้องยอมรับและเลิกอาฆาต เรื่องที่ด้วงถูกทองอินฆ่าตาย ต่อมาได้เกิดการจลาจลขึ้นในคุก กล้า ตาสังข์ และรื่นได้ปกป้องกันนายพลอังเครหัวหน้าค่ายเอาไว้ วีรกรรมครั้งนั้นของกล้าทำให้นายพลอังเดรยอมปล่อยเขากับตาสังข์และรื่นเป็นอิสระ ทั้งสามจึงรีบเดินทางไปยังพระนครเพื่อตามหาบัวทันที กล้าโกรธมาก เมื่อรู้ว่าปีเตอร์หาบัวไปขายที่เหลาบุปผา ชาติพยัคฆ์ จึงบุกเข้าเพื่อชิงตัวออกมาแต่ก็ถูกสมุนของปีเตอร์ขัดขวางเอาไว้ ก่อนที่ปีเตอร์จะบีบบังคับให้กล้าหาเงินก้อนโตมาเป็นค่าไถ่และค่าเสียหายสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น อาเหวินพยายามช่วยบัวจากมิ่ง จนโดนซ้อมอาการสาหัส อาฉาง อาเฉียง ตาสังข์ รื่น พาไปรักษาที่วังของ่านเตี่ย สังข์ได้เห็นหน้า จึงจำท่านเตี่ยได้ วันต่อมา จึงพากล้าไปกราบท่านเตี่ยที่วัง ทั้งกล้า บัว รื่น ตาสังข์ จึงไปอาศัยอยู๋ที่วังท่านเตี่ย และดูอาการของเหวินไปด้วย เมื่อปีเตอร์รู้ข่าว ก็พาทั้งประเสริฐ มิ่ง ทิว ยอด โชติ จะไปจับตัวกล้าที่วัง พอดีท่านเตี่ยไม่อยู่ ทั้งมิ่งและยอด ต่างรุมต่อยกล้า ชาติพยัคฆ์ แต่ทั้งสองสู้ไม่ได้ ท่านเตี่ยกลับมาพอดี บอกกับปีเตอร์ ประเสริฐ และทุกคนว่า กล้า บัว สังข์ เป็นไทแก่ตัวแล้ว ท่านเตี่ยกลับมานำจดหมายของเบอร์นาร์ด มาให้ทุกคนดูว่า หนังสือรับรองความเป็นไทของนายกล้าและพวกพ้องทุกคนรวมไปถึงนังบัว เขียนโดยท่านกงสุลเบอนาร์ดตัวแทนแห่งเจ้าอาณานิคม ต่อจากนี้ไป นายกล้ากับพวกถือว่าเป็นอิสระอย่างแท้จริง จะมีผู้ใดมาข่มเหง หรือจับกุมมิได้ ประเสริฐให้ปีเตอร์กลับก่อน เพราะเป็นรอง ปีเตอร์แค้นมาก อาเหมยยุให้ล้างแค้นท่านเตี่ย และเหตุการณ์ การต่อสู้ครั้งนี้เอง ในวันที่ยอดจะมาจับตัวกล้าทำให้ยอดต้องขาพิการ พ่ายแพ้ต่อกรบวนท่ามวยของกล้าอย่างหมดรูป เมื่อเหวินฟื้นขึ้น จึงเห็นแววตามที่บัวมองกล้า ชาติพยัคฆ์ ทำให้รู้ว่าบัวรักกล้า เหวินเสียใจมาก พลอยแอบมาพบกล้า ให้รีบหนีไป กล้าเข้าใจว่าพลอยยังโกรธเรื่องที่คนเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพิสุทธิ์ตาย จึงขอชดใช้ด้วยชีวิต เมื่อแม่เอียดกับบัว บอกว่าโชติกำลังเอาปืนเดินมาตามหาพลอย สุดท้ายพลอยต้องคุณเข่าของให้กล้าหนีไปด้วยน้ำตานองหน้า ทั้งกล้า พลอย บัว หนีโชติมาหลบอยู่ภายในวัด แต่หลังจากที่แม่เอียดและพลอยขึ้นรถลากของอาเฉียงกลับบ้าน โชติกับชด ก็จับตัวกล้ากับบัวไปที่โรงนา ตั้งใจจะฆ่าให้ตาย ยอดก็มาร่วมทำร้ายกล้าด้วย สุดท้ายกล้าสู้ โชตจะเอาปืนยิงกล้า แต่กลับพลาดไปโดนยอดตาย แม้ในนาทีสุดท้ายของชีวิต ยอดก็ไม่ยอมบอกกับกล้า ว่าแม่ของเขาอยู่ไหน ซึ่งเป็นเหตุผลเดียว ที่กล้ายอมเสี่ยงชีวิตอยู่ในพระนคร โชติบอกกับประเสริฐและทุกคนว่ากล้าฆ่ายอดตาย โยนความผิดให้กักล้าทันที กุหลาบโกรธมากที่พลอยหนีไปพบกับกล้าจนเกิดเรื่อง กุหลาบตบหน้าพลอย ทำให้พลอยเสียใจมาก... ระหว่างนั้น บัวได้แอบฟังและรับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของปีเตอร์ ที่คบคิดกับพวกฝรั่งล่าอาณานิคม วางแผนหวังตักตวงผลประโยชน์จากแผ่นดินสยาม ซึ่งหนึ่งในนั้น ได้มุขนนางไทยอย่าง พระยาประเสริฐภักดี (ผู้ซึ่งหาได้มีความภักดีต่อแผ่นดินเกิดไม่) ได้เข้าร่วมคบคิดแผนชั่ว ๆ ในทุกครั้งด้วยบัว ได้นำความเหล่านี้ไปปรับทุกข์กับเพื่อนคนเดียวของเธอ อย่าง...อาเหวิน อยู่บ่อย ๆ อาเหวิน...ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาทำหน้าที่เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพี่ เป็นผู้ฟังที่ดี พร้อมที่จะปลอบใจ และให้กำลังใจกับบัว โดยบัวหารู้ไม่ว่า...เพื่อนหนุ่มชาวจีน นิสัยดีมีน้ำใจคนนี้ ไดแอบหลงรักเธอมาโดยตลอดมา อาเหวิน จึงนำเรื่องที่บัวสืบทราบมาไปบอกกับกล้า ชาติพยัคฆ์ เพื่อที่กล้าจะได้คิดหาทางช่วยแก้ไข หาทางสกัดกั้นแผนชั่วร้ายของคนเหล่านั้น โดยกล้าและอาเหวิน ได้ร่วมมือกัน และสืบมาว่า ท่านเตี่ย ได้ถูกพระยาประเสริฐภักดี ใช้เล่ห์กลการเมืองใส่ร้ายจนต้องออกจากกราชการ และด้วยอาชีพรับจ้างลากรถเจ๊กของอาเหวิน ไปในที่ต่าง ๆ และพบเจอผู้คนมากหน้าหลาบตา อาเหวินก็ได้พบว่า ท่านเตี่ย ได้มาเปิดโรงหมอรักษาชาวบ้าน ในย่านคนจีนนั่นเอง จากนั้น กล้าและอาเหวิน จึงได้ส่งข่าวคราวความเคลื่อนไหวของพวกคนชั่ว ไปให้ท่านเตี่ย ได้รับทราบอยู่เนือง ๆ และแล้วสวรรค์ ก็ตอบแทนความดีของบัว เสียทีเวลาต่อมาได้มีการจัดประลองมวยในสังเวียนบ่อนแห่งหนึ่ง รื่นจึงแนะนำกล้าให้ลงแข่งขัน ซึ่งกล้าก็สามารถเอาชนะนักมวยเอกในงานได้อย่างง่ายดายและเนื่องจากพระยาประเสริฐภักดีเป็นประธานของงานดังกล่าว กล้าจึงได้มีโอกาสพบกับคุณพลอยอีกครั้ง การปรากฏตัวของกล้า สร้างความไม่พอใจให้แก่คุณติเป็นอันมาก คุณโชติ จึงอ้างเรื่องที่กล้าเป็นต้นเหตุให้คุณพระพิสุทธิ์ บิดาของคุณพลอยเสียชีวิตมาบีบคั้นไม่ให้คุณพลอยใกล้ชิดกล้า หลังจากการชกชนะ กล้าก็นำเงินไปไถ่บัว ชาติพยัคฆ์ ที่เหลาบุปผา แต่ปีเตอร์ก็ยังเล่นแง่บ่ายเบี่ยงจะโก่งราคาอีก จนร้อนถึง ท่านเตี่ย ที่ต้องมาไถ่บัวเสียเอง ซึ่งถึงแม้ว่าท่านเตี่ยจะโดนกลการเมืองจากพระยาประเสริฐฯ ใส่ร้ายจนต้องออกจากราชการ แต่บารมีของท่านก็ยังมีคนยำเกรงอยู่มาก ปีเตอร์ไม่กล้ามีปัญหา จึงยอมให้ท่านเตี่ยรับบัวไปอุปการะพร้อมกับตาสังข์ ชื่อเสียงของกล้าเริ่มโด่งดังจากการชกครั้งนั้น แม้แต่ จีนหยง ซึ่งเป็นนายอากรโรงฝิ่ง ก็ยังส่งคนมาทาบทาม กล้ากับรื่นไปเป็นสมุน แต่ทั้งสองกลับปฏิเสธและพอใจที่จะทำงานเป็นคนลากรถมากกว่า เพราะอย่างน้อย...อาเหวินและเพื่อนพ้องชาวจีน ก็ไม่มีใครดูถูกเรื่องที่ทั้งสองเคยติดคุกมาก่อน อาเหวิน มีโอกาสไปมาหาสู่กับบัวอยู่เสมอ เวลารับส่งท่านเตี่ย เขาพยายามที่จะเอาชนะใจบัวด้วยวิธีต่าง ๆ นานา แต่ดูเหมือนว่าจะทำอย่างไร บัวก็ไม่เคยเปิดใจยอมรับคนอื่นอยู่ดี เช่นเดียวกับกล้า ที่ยังไม่ลืมคุณพลอย แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายได้หมั้นหมายกับคุณโชติแล้วก็ตาม เมื่อรู้ว่าคุณพลอยต้องไปสอนหนังสือไทยให้ลูกนายพลต่างชาติท่านหนึ่ง กล้าก็แอบไปเฝ้าดูเธอหลังเลิกงานเสมอ ชาติพยัคฆ์ แต่ในเวลานั้นสงครามแย่งชิงอำนาจระหว่าง พระยาประเสริฐและจีนหยง ก็ทวีความรุนแรงถึงขีดสุด เมื่อท่านกงสุลคนเก่า ที่เคยหนุนหลังจีนหยงได้เกษียณอายุราชการ ปีเตอร์จึงหนุนพระยาประเสริฐให้แย่งชิงธุรกิจค้าฝิ่นของจีนหยงมาเป็นของตน จีนหยงแค้นใจเลยส่งคนไปอุ้มตัวคุณพลอยเพื่อต่อรอง แต่เคราะห์ดีที่กล้ามาเจอเข้าเสียก่อน เขาจึงได้ช่วยเหลือคุณพลอยเอาไว้ คุณโชติ พอทราบเรื่องเข้า ก็เลยแกล้งประชดลองใจ ด้วยการให้กล้ารับหน้าที่คอยลากรถ รับส่งคุณพลอยเป็นประจำมานับแต่นั้น สร้างความยืดอัดใจให้แก่กล้าและคุณพลอยเป็นอย่างมาก ในขณะที่จีนหยงก็ถูกพวกของปีเตอร์และพระยาประเสริฐสั่งเก้บในเวลาต่อมา หลังจากนั้นกงสุลคนใหม่ก็เดินทางมาถึงพระนคร กล้าจึงได้รู้ว่าบิดาของเด็กที่คุณพลอยสอนหนังสือให้ก็คือ นายพลอังเดรที่เคยเป็นผู้คุมค่ายนักโทษ แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ ภรรยาของนายพลอังเดรกลับกลายเป็น นางเพียร แม่ของกล้านั่นเอง ด้วยเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปทำให้นางเพียรจำกล้าไม่ได้ กล้ามาทราบความในภายหลังว่า หลังจากเขาได้หนีไปตอนเด็ก ชาติพยัคฆ์ เจ้านายเก่าก็จะเอานางเพียรไปขายที่ช่องแห่งหนึ่งเพื่อเป็นการลงโทษ แต่นายพลยังเดรมาเจอเข้าเสียก่อนจึงอุปการะเธอเอาไว้กล้าแค้นใจมาก เพราะคิดว่านางเพียรยอมตกเป็นนางป่าเรอของคนต่างชาติ ทั้ง ๆ ที่รู้เต็มอกว่าพ่อของกล้าต้องตายในการรบกับพวกล่าอาณานิคม แต่นางเพียรก็อธิบายความจริงให้ฟังว่าไม่ได้มีอะไรกับท่านนายพล และขอร้องกล้าให้มาอยู่ในอุปการะของนายพลอังเดรเช่นเดียวกับตน เพื่อกล้าจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย แต่กล้าก็ปฏิเสธไปอย่างไม่ใยดี ระหว่างนั้นก็ได้เกิดโรคระบาดขึ้นในชุมชนชาวจีน อาการป่วยของคนไข้หนักหนาเกินกว่าท่านเตี่ยจะเยียวยาได้ เพราะว่ายาฝรั่งที่ใช้รักษา ถูกปีเตอร์กักตูนไว้เพื่อโก่งราคา ด้วยเหตุนี้ กล้าจึงยอมขึ้นชกในงานเลี้ยงต้อนรับกงสุลคนใหม่ที่จัดขึ้น ณ เหลาบุปาผา โดยมีคู่ต่อสู้เป็นถึงนักมวยฝรั่งจอมพลังรายหนึ่งพระยาประเสริฐภักดีขอร้องแกมขู่ ให้กล้าล้มมวยเพื่อเอาใจท่านกงสุล แต่กล้าสับเล่นงานนักมวยต่างชาติจนยับคาเวที ทำให้พระยาประเสริฐแค้นใจมากและคิดจะทำร้ายกล้า แต่ท่านเตี่ยก็มาออกหน้าขวางไว้ ทำให้กล้ารอดตัวและสามารถนำยามาช่วยรื่น และทุกคนได้ในที่สุด ช่วงเวลาดังกล่าว ชาติพยัคฆ์ พระยาประเสริฐพบว่าท่านเตี่ย ได้ขัดขวางกิจการค้าฝิ่งของตนอย่างลับ ๆ ด้วยการส่งคนมาทำลายสินค้า รวมถึงเผาโรงฝิ่นที่ตนกับปีเตอร์เป็นหุ้นส่วนกัน พระยาประเสริฐ จึงคิดลอบสังหารท่านเตี่ย เพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม แต่โชคร้ายกลับตกเป็นของตาสังข์ที่เกิดรู้แผนการณ์เข้าเสียก่อน จึงปกป้องท่านเตี่ยไว้ด้วยชีวิตของตน ด้วยความสำนึกในวีรกรรมของตาสังข์ ท่านเตี่ยจึงรับบัวเป็นบุตรบุญธรรม และอุ้มชูให้มีฐานะไม่แพ้คุณพลอยในเวลาต่อมา แต่บัวรู้ว่าถึงเธอจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน ก็ไม่อาจแย่งเชิงหัวใจรักของกล้า มาจากคุณพลอยได้อยู่ดี และเฉกเช่นกัน ที่ถึงอาเหวิน จะภักดีต่อเอเพียงใด บัวก็ไม่อาจเปลี่ยนใจมารักเขาได้ บัวจึงแกล้งเฉยชาต่ออาเหวินเพื่อให้อีกฝ่ายตัดใจ จนอาเหวินเข้าใจผิด คิดว่าบัวที่กลายเป็นดอกฟ้าคงไม่เห็นค่าตนอีกต่อไป จึงตรอมใจด้วยความเศร้าโศกการตายของตาสังข์ ทำให้กล้าหมดสิ้นความอดทน และวางแผนที่จะบุกไปลอบสังหารปีเตอร์ แต่รื่นรู้เข้าเสียก่อนจึงชิงตัดหน้าลงมือแทน แต่กลับพลาดท่าถูกปีเตอร์จับได้และถูกสั่งประหารในที่สุด สร้างความปวดร้าวให้แก่คนรอบข้างเป็นอันมาก โดยเฉพาะกล้า ยิ่งเสียศูนย์มากขึ้น เพราะโทษตนเองว่าเป็นต้นเหตุให้รื่นต้องตาย ด้วยความห่วงใยที่กล้าคุณพลอยจึงแวะเวียนไปดูแลเขาเสมอ จนต้องมีปากเสียงกับคุณโชติที่ทราบเรื่องเข้า คุณโชติสะเทือนใจที่คุณพลอยยังไม่ลืมความรักที่มีต่อกล้า ในช่วงเวลาที่เคว้งคว้างนี้เอง ปีเตอร์จึงเข้ามอมมาคุณโชติ โดยความร่วมมือของมิ่ง...ชาติพยัคฆ์ จนคุณโชติต้องตกเป็นทาสของยาฝิ่น โดยมีเป้าหมายที่จะได้ครอบงำคุณโชติไว้ใช้งานโดยง่าย โดยมีมิ่ง คอยส่งฝิ่น และคอยเสี้ยม เป่าหูคุณโชติ ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณพลอย และกล้า และที่สำคัญ คือมิ่ง ยุให้คุณโชติ คิดกระทำการเลว ๆ ทรยศต่อแผ่นดินสยาม แผ่นดินเกิดของตัวเอง ต่อมาท่านเตี่ย ก็ได้รับการสนับสนุนจากเบื้องบนให้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง จึงมีการตรวจสอบเรื่องทุจริตในการประมูลอากรภาษี และคดีสังหารจีนหยง นายอากรฝิ่นคนเก่า ทำให้พระยาประเสริฐร้อนตัว คิดจะโยนความผิดทั้งหมดให้แก้ปีเตอร์ ด้วยเหตุนี้ ปีเตอร์จึงแก้แค้นด้วยการฆ่าพระยาประเสริฐทิ้ง ก่อนจะป้ายความผิดว่าเป็นฝีมือของท่านเตี่ย ก่อนจะหลอกล่อคุณติรับช่วงแทนบิดา และด้วยความแค้นที่บดบังสติ คุณโชติจึงสนับสนุนปีเตอร์ในการทำจัดท่านเตี่ยอย่างเต็มที่ ด้วยฤทธิ์ของยาฝิ่นที่ปีเตอร์ และมิ่ง ได้มอมเมาคุณโชติมาหลายเพลา ก็ทำให้นิสัยของคุณโชติแปรเปลี่ยนไป คุณโชติ เริ่มหึงหวงโมโหร้าย เกรี้ยวกราด จนคุณพลอยไม่อาจยอมรับได้ จึงขอถอนหมั้นในที่สุด ส่วนคุณกุหลาบก็คิดทวงคืนทรัพย์สินของคุณพระพิสุทธิ์ฯ ชาติพยัคฆ์ คืนมา แต่เพราะคุณโชติและบิดาได้ยักยอกไปถลุงจนหมดสิ้น คุณโชติ กับมิ่ง จึงได้ร่วมกันวางแผน เพื่อหลอกฆ่าคุณกุหลาบ เพื่อเป็นการล้างหนี้ รวมถึงคิดจะฆ่าคุณพลอยอีกด้วย แต่โชคดีที่คุณพลอยไหวตัวเสียก่อน จึงให้ อาเหวิน พาหนีไปหากล้าได้ทัน กล้าฝากนางเพียร รับอุปกระคุณพลอยชั่วคราว และให้อาเหวินคอยเฝ้าอยู่ด้วยเพื่อความปลอดภัยจังหวะนั้นเอง ที่อาเหวิน ซึ่งยังช้ำรักจากบัว ก็มีโอกาสตั้งต้นใหม่ เมื่อนายพลอังเดร ได้เล็งเห็น ถึงความซื่อสัตย์ ความสามารถในการใช้ภาษาจีนและการบวกคิดเลขของเขา ซึ่งมีพื้นฐานจากครอบครัวที่เป็นเสมียนมาหลายชั่วคน จึงว่าจ้างอาเหวินให้เป็นผู้ติดตาม ทำให้อาเหวินได้มีหน้ามีตาเขยิบฐานะตัวเองบ้าง และเริ่มมีความหวังว่าจะเอาชนะใจบัวสำเร็จในไม่ช้า ความผันแปรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้กล้ารู้สึกท้อใจจนคิดจะไปจากพระนคร เขาตั้งใจจะไปบอกลาคุณพลอยเป็นครั้งสุดท้าย แต่การพบกันครั้งนั้นกลับทำให้คุณพลอยและกล้าได้เปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อกันคุณพลอยจึงตัดสินใจที่จะกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เวียงสิงห์พร้อมกล้า ระหว่างนั้น ท่านเตี่ยกับนายพลอังเดร ซึ่งดำรงตำแหน่งกงสุลก็ได้นัดเจรจากัน ด้วยถึงแม้จะอยู่ต่างฝ่าย แต่ก็เห็นห้องต้องกันว่ากิจการค้าฝิ่นของปีเตอร์ กำลังเป็นภัยต่อความมั่นคงของแผ่นดินสยาม จึงมีความคิดจะลดทอนอำนาจของปีเตอร์ลง ชาติพยัคฆ์ เมื่อปีเตอร์ทราบเรื่อง จึงวางแผนที่จะลวงท่านกงสุลและท่านเตี่ยมาสังหารพร้อมกันที่เหลาบุปผา โดยหวังจะให้กลายเป็นความขัดแย้งจนเกิดเป็นขนวนสงคราม เพื่อตนจะได้แสวงหาอำนาจใหม่อีกครั้ง วันนั้น เป็นวันที่กล้าและคุณพลอย มีนัดหมายจะหนีไปจากพระนครด้วยกัน แต่คุณโชติเกิดทราบเรื่องเข้าเสียก่อน คุณโชติจึงแกล้งเปิดเผยแผนการณ์ของปีเตอร์ให้กล้าได้รู้ในวินาทีสุดท้าย กล้าเลยต้องรีบย้อนไปช่วยท่านเตี่ยและท่านกงสุลที่เหลาบุปผา แทนที่จะไปตามนัดของคุณพลอย อีกไม่นานเรือกลไฟจะออกจากท่า อีกไม่นานวิญญาณของกล้าอาจถูกปลิดออกจากร่าง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ชาติพยัคฆ์ ติดตามชมกันต่อได้ใน ละครชาติพยัคฆ์ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครชาติพยัคฆ์ จรณ โสรัตน์ รับบท กล้า นิษฐา จิรยั่งยืน รับบท คุณพลอย กมลเนคร เรืองศรี รับบท บัว ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ รับบท อาเหวิน ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ท่านเตี่ย สินจัย เปล่งพานิช รับบท นางเพียร สมิทธิ ลิขิตมาศกุล รับบท คุณโชติ จิรายุ ตันตระกูล รับบท รื่น โชคชัย บุญวรเมธี รับบท มิ่ง นพพล โกมารชุน รับบท พระยาประเสริฐ เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท พระพิสุทธิ์ สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ รับบท คุณกุหลาบ นภัสกร มิตรเอม รับบท ทองอิน

ตัวเลขแบบไหน ที่บ่งบอกว่าเป็นคน...ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม
ฉลาด /  ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม / 

58 85 “ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม” ความหมายคู่เลข 58 และ 85 เป็นตัวเลขที่ผู้เขียนหาคำนิยามที่เหมาะสมได้ยากมาก จึงจะได้ความหมายนี้ “ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม” นั้น ค่อนข้างคิด วิเคราะห์หลายรอบอยู่เหมือนกัน เชื่อว่าผู้ที่รู้จัก ศึกษาความหมายของพลังตัวเลขหลายๆท่าน ก็ยังคนรู้สึกสับสน ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะแปลคู่เลขนี้ไปในทิศทางไหนดี จะชี้ชัดว่าเลขนี้คือเลขแห่งคุณธรรมได้หรือไม่ เพราะมีเลข 5 ประกอบอยู่ในคู่เลขนี้ หรือจะมองว่าเป็นตัวเลขแห่งพลังอำนาจ เล่ห์เหลี่ยม เพราะมีตัวเลข 8 ประกอบอยู่ด้วยเช่นกัน ตัวเลข 5 นั้น คือ ตัวแทนของดาวพฤหัส เทพแห่งสติปัญญา คุณธรรม ความดีงาม ส่วนตัวเลข 8 คือ ราหู ความลุ่มหลงอำนาจ ความเด็ดขาด การใช้เล่ห์เหลี่ยม เมื่อพลังในแต่ละขั้ว ทั้งด้านสว่างและด้านครึ้มๆ มารวมกัน คู่เลขนี้ จึงกลายเป็น พลังเลข สายเทา จะเป็นพลังดีก็ไม่ใช่ จะเป็นพลังด้านร้าย ก็ไม่เชิง เมื่อรวมความหมายของพลังเลขทั้งสองตัวเลขแล้ว จะตีความได้ว่า “ผู้ที่ต้องการบรรลุผลสำเร็จตามความต้องการของตัวเอง ด้วยการใช้เทคนิคพิเศษ เล่ห์เหลี่ยม ด้วยการใช้วิธีการต่างๆ ไม่ว่า จะโปร่งใส หรือ วิธีเดินทางลัด เพื่อให้สิ่งที่มุ่งหวังสำเร็จผลให้ได้” บุคลิกของผู้ใช้เลขคู่นี้ บุคลิกของคนเลข 58 85 นั้น จะถูกมองว่า มีความน่าเชื่อถือมาก ด้วยพลังเลข 8 มีอำนาจ บารมี มีบริวาร และเลข 5 บุคลิกน่าเชื่อถือ เมื่อรวมกันแล้ว ผู้่ใช้ตัวเลขคู่นี้ดูเป็นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจอยู่ในมือ ประกอบด้วยลักษณะการพูดที่ดูนิ่งๆ มีมาดด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก เหมาะสำหรับการเป็นล้อบบี้ยีสต์ นักเจรจาต่อรอง ลักษณะต่อมาคือ “เห็นแก่ผลประโยชน์เหนืออื่นใด” เพราะเขาจะมองว่าเรื่องของผลประโยชน์เป็นเรื่องสำคัญ หากผลประโยชน์นั้นมีค่ามากกว่า “ประโยชน์ที่น่าจะได้จากเพื่อน” แล้วล่ะก็ เขาสามารถที่จะตัดเพื่อนกับคุณได้อย่างไม่ลังเล และดีไม่ดีคุณอาจจะกลายเป็นแพะรับบาปแทนเขาเนื่องจากให้ความไว้วางใจในตัว เขามากไปจนไม่ทันได้ระมัดระวังตัวอีกด้วย แต่ถ้าผลประโยชน์ที่เขากำลังจะได้รับ มีคุณเป็นส่วนเอื้อประโยชน์ให้เขาได้ เขาจะดูแล ปกป้องคุณ ภักดีกับคุณในช่วงเวลานั้น เพื่อให้ตัวเขาได้บรรลุผลสำเร็จเพราะมีคุณเป็นองค์ประกอบสำคัญ ต้องยอมรับในเรื่องความฉลาด ไหวพริบ การวางแผนแบบแยบยลได้อย่างลงตัว รู้จักการดึงทรัพยากร ทั้งคน ทั้งไอเดีย ทั้งคอนเนคชั่นต่างๆ เข้ามาร่วมในงานนั้นได้อย่างเหมาะสม จึงไม่แปลกเลย ที่เขาจะเป็นคนทำงานได้รวดเร็ว กว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายเท่า การวางแผน ปูพื้นงานมาก่อนจะเริ่มต้น ทำให้ เขาเป็นมนุษย์เดินทางลัด แทนที่จะเริ่มต้นจาก 1 2 3… แต่เริ่มต้นก้าวแรก ก็ ก้าวที่ 5 ไปแล้ว สำหรับงานที่จำเป็นต้องอดทนรอคอย เขาก็ สามารถที่จะรอวันเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆได้ จะรอแค่เวลาที่แผนการของเขาสำเร็จก็เท่านั้น และแน่นอนว่าเมื่อไรที่เขาได้ฉกฉวยโอกาสนั้นๆไปแล้ว จะไม่มีใครสามารถสืบสาวราวเรื่องจากเขาได้อีก เพราะเขาได้วางแผนไว้อย่างแนบเนียนแล้วซะด้วยสิ ในด้านความรัก... มักจะเป็นคนเอาแต่ใจ ไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง และชอบข่มแฟนอยู่เป็นประจำ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนที่อารมณ์ ร้อน หรือหงุดหงิดง่าย แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่สบายใจเวลาอยู่ด้วยกัน มันจะดูอึดอัดอยู่ตลอดเวลา แต่ใจลึกๆ ไม่ได้คิดคดกับคนใกล้ตัวที่เขารักเลย คนที่ใช้ตัวเลข 58 นั้นมีคุณธรรมบ้างไหม เพราะประกอบด้วยเลข 5 เลขแห่งเทพเจ้าของสติปัญญา ความดีงาม มีคุณธรรม ถ้านอกเหนือจากเรื่องเป้าหมายของงาน ที่เขาต้องวางแผนแยบยลซับซ้อนเพื่อบรรลุเป้าประสงค์แล้ว คนรักหรือคนใกล้ชิดตัวเขา จะได้รับความดีงาม ความเป็นคนมีคุณธรรมของเขา หากให้มองถึงข้อดีของตัวเลข 58 ต้องบอกว่า เขาคือคนเก่งคนหนึ่ง เป็นคนที่หาตัวจับยาก มีความสามารถวางแผนเจรจาได้อย่างแนบเนียน และฉับไวในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย แต่มักจะชอบใช้ปัญญาเหล่านั้นไปในทางที่ไม่โปร่งใส แต่เป็นสีเทาๆ จึงไม่แปลกว่า คนกลุ่มนี้ จะมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเป็นได้ และแต่ละองค์กรมักต้องการคนที่มีความสามารถแบบคนกลุ่มเลข 58 85 เอาไว้ การคบหากับคนเลข 58 85 เนื่องจากตัวเขาเองเป็นคนมีความซับซ้อนในการวางแผนต่างๆนาๆ เมื่อเขาจะต้องคบใครที่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องงาน เรื่องผลประโยชน์ จะมีความระแวงบุคคลอืนๆ เช่นกัน ดังนั้น เขาจึงไม่ไว้ใจใครนอกจากคนใกล้ชิด สนิดสนมกันจริงๆ คนที่จะเข้าไปคบกับเขา จะเกิดความระแวงเขาเช่นกัน เพราะจากรูปแบบงานที่ค่อนข้างใช้ความฉลาดแบบมีเทคนิค ผู้คนที่เข้ามาสัมพันธ์ด้วย จึงไม่รู้ว่า เขาจะมาไม้ไหน จึงเลือกอยู่ห่างๆเอาไว้ก่อนดีกว่า…. แล้วตัวเลข 58 85 ควรใช้ไหม ใครใช้ได้ คู่เลขนี้ เหมาะกับ การทำงานที่ต้องอาศัย ความฉลาด ความรวดเร็ว ฉับไว พลิกแพลงสถานการณ์ แก้ปัญหาต่างๆได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยการไม่คำนึงถึงวิธีการ ว่าสมควรใช้วิธีนั้นๆหรือไม่ ดังนั้น เลขคู่นี้ ให้นักเจรจาต่อรอง ล้อบบี้ยีสต์ นักกฎหมาย ทนายความจะเหมาะกว่า แต่ถ้ามีเลขคู่นี้อยู่ในเบอร์แล้วสัก 1 คู่ จำเป็นต้องกังวลไหม จะไม่กังวลถ้าคู่เลขที่เหลืออีก 5 คู่ในเบอร์ จาก 6 คู่ ในเบอร์โทรศัพท์ เป็นเลขพลังด้านอื่น ด้านความมีสติหยั่งรู้ ด้านความรู้แนววิชาการ…หรือเลขพลังดีด้านอื่นๆ จะช่วยให้เบอร์โทรศัพท์นั้น เกิดความสมดุลย์ได้ ข้อมูลโดย : อ. ปอ นางฟ้าเลขลิขิต

พรีวิว: หงส์สถิติข่มเจ้าบ้าน! เบิร์นลีย์ - ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
พรีวิวบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มร้อนแรง หลังเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปในเกมประเดิมสนาม พรีเมียร์ ลีก มีคิวเล่นเกมเยือน 2 นัดติด โดยจะต้องเดินทางไปเยือนถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ของ เบิร์นลีย์ ที่แพ้สอนซีมาในเกมแรก เรามาดูความพร้อมของทั้งสองทีมกันดีกว่า... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2016 เบิร์นลีย์ - ลิเวอร์พูล เวลา: 21.00 น. สนาม: เทิร์ฟ มัวร์ ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1, PPTV HD ช่อง 36 เบิร์นลีย์ สตีเฟ่น เดอฟูร์ เจ้าของสถิติผู้เล่นค่าตัวแพงของสโมสรจะมีโอกาสลงเล่นเป็นเกมแรกในวันนี้ โดยมาแทนที่ เดวิด โจนส์ ที่ย้ายไปร่วมทีมเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ นอกจากนี้ น้องใหม่แต่หน้าเดิมของพรีเมียร์ ลีก จะหมดสิทธิ์ใช้งาน จอน ฟลานาแกน ที่ยืมมาจากลิเวอร์พูลนั่นเอง รวมไปถึง แอชลีย์ บาร์นส์ ที่มีอาการบาดเจ็บแฮมสตริง นอกจากนั้น ผู้เล่นตัวหลักยังคงอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิ่ล คีน, จอร์จ บอยด์, อังเดร เกรย์ และ แซม โวคส์ ลิเวอร์พูล "ทีมหงส์แดง" หลังจากเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปแบบสุดมันส์ พวกเขายังคงหมดสิ้นใช้งาน ลอริส คาริอุส, โจ โกเมซ และ ซาดิโอ มาเน่ ที่เพิ่งมีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ไปเมื่อกลางสัปดาห์ แต่จะได้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และ เจมส์ มิลเนอร์ กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง นอกจากนี้ คูตินโญ่ น่าจะฟิตทันลงสนาม หลังโดนเปลี่ยนตัวออกในเกมกับอาร์เซน่อล รวมถึง โจเอล มาติป และ ลูคัส ที่น่าจะมีลุ้นมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมนี้ เฮดทูเฮด ลิเวอร์พูลมีสถิติที่ดีกว่าในการพบกัน โดยสามารถเอาชนะเบิร์นลีย์ทั้ง 4 เกมหลังสุดที่พบกัน ซึ่งประตูที่เกิดขึ้นทั้ง 11 ประตูเป็นของลิเวอร์พูลทั้งหมด ชัยชนะครั้งหลังสุดที่เบิร์นลีย์เอาชนะลิเวอร์พูล ต้องย้อนไปในปี 1974 โดยเป็นการเอาชนะถึงแอนฟิลด์ 1-0 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม เบิร์นลีย์ (4-4-2): ทอม ฮีตัน; แมทธิว โลว์ตัน, ไมเคิ่ล คีน, เบน มี, สตีเฟ่น วอร์ด; จอร์จ บอยด์, ดีน มาร์นีย์, สตีเฟ่น เดอฟูร์, สก็อตต์ อาร์ฟิลด์; อังเดร เกรย์, แซม โวคส์ ลิเวอร์พูล (4-3-3): ซิมง มินโญเล่ต์; นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, แร็กนาร์ คลาวาน, อัลแบร์โต้ โมเรโน่; เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม; อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ดิว็อค โอริกี รูปเกมที่คาด แน่นอนว่าชื่อชั้นนั้น ลิเวอร์พูล เป็นต่อเบิร์นลีย์อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถประมาทเจ้าบ้านได้แม้แต่วินาทีเดียว โดยเฉพาะ อังเดร เกรย์ ดาวยิงตัวความหวังที่สามารถเป็นหมัดเด็ดให้กับเบิร์นลีย์ในทีมชุดนี้ แต่เชื่อว่าลิเวอร์พูลน่าจะกำชัยชนะไปได้ในเกมนี้ ด้วยจังหวะบอลที่เป็นต่อ หากพวกเขาไม่ก่อความผิดพลาดในเกมรับไปเสียก่อน ลิเวอร์พูลจะสามารถเก็บ 3 แต้มในนัดนี้ไปได้ ฟันธง ลิเวอร์พูลเอาชนะเบิร์นลีย์ไปแบบน่าอึดอัด 2-0

โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า เกมส์มือถือจีนแอคชั่นวางแผน ฟอร์มยักษ์แห่งปี
เกมส์มือถือ /  โกวเล้ง / 

Playpark ประกาศเปิดตัวเกมส์มือถือ โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า (facebook.com/gulongTH) เกมส์จีนฟอร์มยักษ์แห่งปีแนว Action Strategy ผสานกับเสียงพากษ์จากทีมพันธมิตร ปล่อยดาวน์โหลดเล่นฟรีบน iOS และ Android วันที่ 7 มีนาคม 2559 นี้ โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า ได้หยิบยกจากนิยายกำลังภายในจีนทะยานสู่ความมันส์เหนือจินตนาการ ในเวอร์ชั่นเกมส์มือถือ เมื่อเหล่าจอมยุทธ์ผู้โด่งดังผนึกกำลังต่อสู้ ด้วยกระบวนท่าไม้ตายที่สวยงาม อลังการ ผสานกับเสียงพากย์อันคุ้นหูของ “หนึ่งในทีมพากย์พันธมิตร” ยิ่งทำให้ได้อรรถรส เสมือนการเล่นเกมและโลดแล่นท่องยุทธจักรในหนังจีนเรื่องโปรดไปพร้อมๆ กัน จุดเด่นของเกมส์ โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า คือการรวบรวมเหล่าจอมยุทธ์ชื่อดังจากนวนิยายปลายปากกาโกวเล้งอันสุดโด่งดัง กว่า 10 เรื่อง แต่ละจอมยุทธ์จะมีคาแรคเตอร์และวิทยายุทธ์ที่โดดเด่นแตกต่างกัน ตัวเกมสามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ เพื่อถ่ายทอดผ่านตัวละครจอมยุทธ์ชื่อก้องฟ้า ให้มีความสมจริงราวกับมีชีวิต นอกจากแต่ละตัวละครยังมีแอคชั่นการต่อสู้และกระบวนท่าเฉพาะที่สวยงามสมจริงชวนให้ผู้เล่นสะสมและนำมาร่วมทีมต่อสู้อย่างยิ่ง ดาวน์โหลดเกมส์โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า บน iOS และ Android ได้เร็วๆนี้ Pre-Register เกมส์โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า 1) ลงทะเบียน Pre-register รับไอเทมฟรีๆ ที่ http://bit.ly/gulongregister ตั้งแต่วันนี้ -10 มีนาคม 59 2) เตรียมไอดีสำหรับใช้เล่น สามารถเลือกได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Play ID (สมัครได้ผ่าน http://bit.ly/PlayIDRegister) Facebook ID Google ID 3) เตรียมอาวุธในมือ เช็คสเปคเครื่องมือถือให้พร้อม (สเปคขั้นต่ำ) CPU 1.0G ขึ้นไป Memory 1 GB ขึ้นไป Android Version 4.1 ขึ้นไป และ iOS version 5.0 ขึ้นไป 4) ศึกษาข้อมูลการเล่นเบื้องต้น รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ประเภทของตัวละคร แบ่งเป็น 3 สาย สายกำลัง, สายวรยุทธ์ และสายท่าร่าง มีระบบดาวข่มระหว่างสาย (ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/GLCharacterType) การจัดทีม และวิธีการเล่นเบื้องต้น (ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/GLHowToPlay) วิธีการพัฒนาตัวละคร (ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/GLUpgradeCharacter) 5) ฝึกเป็นจอมยุทธ์ ร่วมกิจกรรมสนุกๆ เลียนท่า ลิปซิงค์ กระบวนท่า ฮา Voice เสียงพากย์หนังจีนที่http://bit.ly/Gllipsing (ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/GLLipSyncContestNews)

ไฮเปอร์ไปอี๊ก บี้ - กุ๊บกิ๊บ สวีทท้าแดดริมทะเล กับท่าโพสที่แซ่บมาก!!
ข่าว กุ๊บกิ๊บ บี้ /  กุ๊บกิ๊บ บี้ ลูกสาว / 

เรียกว่าอากาศจะร้อนแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรกับว่าที่ขุ่นพ่อและว่าที่ขุ่นแม่สุดไฮเปอร์อย่าง ดาราสาว กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ กับคุณสา บี้ เคพีเอ็น ได้ ที่ช่วง long weekend ล่าสุดทั้งคู่ก็เก็บกระเป๋าไปท้าลมท้าแดดกันที่ทะเล๊ทะเล จุดนี้โชว์สวีทหนักมากๆ เช่นเคย จะว่าไปคู่นี้เคมีเข้ากันจริงๆ ด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่ทั้งคู่มักจะชอบทำอะไรคล้ายๆ กันอย่างภาพชุดนี้แปลงร่างเป็นนางเงือก, นายเงือก โพสท่าถ่ายรูปข่มกันสุดฤทธิ์ หลายคนที่เห็นก็อดที่จะฮาเสียไม่ได้ ไม่ต้องสงสัยว่า น้องเป่าเปา ลูกสาวของทั้งคู่จะออกมาเป็นเด็กอารมณ์ดีแค่ไหน จริงมั้ยจ๊ะครอบครัวเงือก อิอิขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @bie_kpn, @gggubgib36, @jiiiiiiiiiib กุ๊บกิ๊บ - บี้ กุ๊บกิ๊บ - บี้ กุ๊บกิ๊บ - บี้ กุ๊บกิ๊บ - บี้ กุ๊บกิ๊บ - บี้ กุ๊บกิ๊บ - บี้

แบบนี้ก็ยังข่มกันด้วย! อัมโบร ทวีตแซว ไนกี้ หลัง อังกฤษ ปิ๋ว ยูโร 2016
ยูโร 2016 /  อังกฤษ / 

อัมโบร อดีตผู้ผลิตเสื้อแข่งให้กับทีมชาติ อังกฤษ ออกมาทวีตข้อความแซวสปอนเซอร์ชุดแข่งปัจจุบันของทีมสิงโตคำรามอย่าง ไนกี้ หลังจากที่ลูกทีมของ รอย ฮ็อดจ์สัน ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโร 2016 ไปแบบไม่น่าประทับใจ ด้วยการแพ้ทีมรองบ่อนอย่าง ไอซ์แลนด์ ไป 1-2 เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ประเด็น อังกฤษ ร่วงตกรอบ ยูโร 2016 ยังมีเรื่องให้เล่นไม่รู้จบรู้สิ้น ล่าสุด อัมโบร บริษัทกีฬาชื่อดังของแดนผู้ดีได้ออกมาทวีตข้อความแซว ไนกี้ โดยมีเนื้อหาว่า "อังกฤษเคยเป็นทีมที่ดีในตอนที่เราผลิตชุดแข่งให้พวกเขา..." ซึ่งทีมสิงโตคำรามเคยสวมใส่ชุดของ อัมโบร ในสมัยคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1966 England were good when we made the kits... — Umbro UK (@UmbroUK) June 27, 2016 นอกจากนั้นแล้ว อังกฤษ ก็ยังมีเหตุการณ์ที่น่าประทับใจมากมายภายใต้อาภรณ์ของแบรนด์นี้ เช่น ประตูสุดสวยของ พอล แกสคอยจ์ เมื่อ ยูโร 1996, แมตช์แจ้งเกิดในระดับทีมชาติของ ไมเคิล โอเว่น ตอน ฟุตบอลโลก 1998 หรือแม้กระทั่งเสื้อแข่งสีขาวเปื้อนเลือดอันโด่งดังของ เทอร์รี่ บุตเชอร์ เมื่อปี 1989 สำหรับผู้ผลิตชุดแข่งของ อังกฤษ ในปัจจุบันอย่าง ไนกี้ นั้น ได้เซ็นสัญญากันเอาไว้ถึงปี 2018 โดยมีมูลค่าสูงถึงราว 20 ล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว

ได้เกิดกันก็คราวนี้! จัดอันดับ 10 แข้ง สร้างชื่อกระหึ่มกับทีมชาติในศึก ยูโร 2016
กรีซมันน์ /  กุนนาร์สัน / 

เป็นปกติสำหรับทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ ซึ่งจะต้องมีนักเตะที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักแจ้งเกิดขึ้นมาได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ยูโร 2016 ครั้งนี้ก็เช่นกัน บางคนก็เป็นที่รู้จักมานานแล้ว บางคนก็ยังสดใหม่ไร้ชื่อเสียง ทุกคนล้วนทำให้ตัวเองได้กลายเป็น พาดหัวข่าว ขึ้นมาได้สำเร็จตลอดระยะเวลาเกือบเดือนที่ผ่านมา แล้วทั้ง 10 คนที่เราว่ามานี้จะมีใครกันบ้างล่ะ? เรามาไล่เรียงกันเลย... กาบอร์ คิราลี่ (ฮังการี) ด้วยวัย 40 ปีแล้ว จะบอกว่าแจ้งเกิดก็คงไม่เต็มปาก แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่แจ้งตายแน่นอนสำหรับเขาใน ยูโร 2016 ด้วยการทำลายสถิติผู้เล่นอายุมากสุดที่ลงสนามในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปของ โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานชาว เยอรมัน ลงได้ โดยหน้าประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเม้นท์ได้ลงบันทึกไว้ที่อายุ 40 ปี 87 วัน นอกจากนี้แล้ว เขาก็ยังมีกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ อย่างกางเกงวอร์มสีเทาให้เป็นที่พูดถึงอีกต่างหาก เอแดร์ (อิตาลี) กองหน้าเชื้อสาย บราซิล เริ่มต้นรับใช้ทัพอัซซูรี่เมื่อต้นปี 2015 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร เนื่องจากเจ้าตัวไม่ใช่ชาวอิตาเลียนโดยแท้ อย่างไรก็ตาม นักเตะวัย 29 ปี ก็ตอบแทนความไว้วางใจจาก อันโตนิโอ คอนเต้ ที่หนีบเขามาทำศึก ยูโร 2016 ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นในแนวรุก โดยเฉพาะในรอบแบ่งกลุ่มที่เขาซัดประตูชัยท้ายเกมช่วยให้ อิตาลี เอาชนะ สวีเดน ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่ม บาลาซ ซุดซัก (ฮังการี) มิดฟิลด์ชื่ออ่านยากวัย 29 ปี รับใช้ทีมชาติ ฮังการี มาตั้งแต่ปี 2007 แล้ว แต่เขาก็มาสร้างชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วโลกได้อย่างแท้จริงใน ยูโร 2016 ครั้งนี้ ด้วยผลงานอันโดดเด่นทุกเกมในรอบแบ่งกลุ่ม โดยมาพีคสุดๆ เอาในนัดที่เสมอ โปรตุเกส 3-3 ซึ่งเจ้าตัวยิงไปคนเดียว 2 ลูก ทำให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่มได้อย่างเหนือความคาดหมาย ซามูเอล อุมติตี้ (ฝรั่งเศส) ในวันที่เซ็นเตอร์แบ็คตัวจริงอย่าง อดิล รามี่ ติดโทษแบน กองหลังดาวรุ่งวัย 22 ปี ก็ได้โอกาสประเดิมสนามในนามทีมชาติ ตลอดเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่พบกับ ไอซ์แลนด์ เขาคุมแนวรับได้อย่างเหนียวแน่น และด้วยฟอร์มอันโดดเด่นก็ทำให้ ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ ยังไว้ใจส่งเขาเป็น 11 ตัวจริงอีกในรอบรองชนะเลิศที่พบกับ เยอรมัน ซึ่งหลังจากนี้ดูแล้วก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่นักเตะใหม่ถอดด้ามของ บาร์เซโลน่า รายนี้จะได้ลงสนามอีกในนัดชิงชนะเลิศ โจชัว คิมมิช (เยอรมัน) ในศึก ยูโร 2016 ครั้งนี้ ดาวรุ่งวัย 21 ปี จาก บาเยิร์น มิวนิค ถูกใช้งานเป็นแบ็คขวาและวิงแบ็คฝั่งขวา ตามแต่ระบบการเล่นที่เลือกใช้ในแต่ละเกม ซึ่งไม่ว่าจะลงเล่นตำแหน่งไหนก็ถือว่าเจ้าตัวทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าชั่วโมงบินในระดับทีมชาติยังถือว่ามีน้อยมากก็ตาม เรียกได้ว่าทัพอินทรีเหล็กน่าจะได้ตัวทดแทนตำแหน่งของ ฟิลิปป์ ลาห์ม ในระยะยาวแล้ว เรนาโต้ ซานเชส (โปรตุเกส) แฟนบอลทั่วโลกมาเริ่มรู้จักชื่อของมิดฟิลด์วัย 18 ปีรายนี้แบบจริงๆ จังๆ ก็ตอนที่ บาเยิร์น มิวนิค เซ็นสัญญาเขาไปร่วมทีมก่อนศึก ยูโร 2016 ซึ่งในทัวร์นาเม้นท์นี้เจ้าตัวก็ได้ถือโอกาสตอบคำถามให้กับใครก็ตามที่สงสัยในฝีเท้าของเขา ด้วยฟอร์มการเล่นที่พึ่งพาได้ และมาโดดเด่นเอาแบบสุดๆ ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ โปรตุเกส ดวลจุดโทษเอาชนะ โปแลนด์ ซึ่งเขาทำประตูได้ในเวลาปกติ และซัดจุดโทษในสถานการณ์กดดันเข้าไปอย่างเด็ดขาด อารอน กุนนาร์สัน (ไอซ์แลนด์) เขาอาจจะไม่ใช่ผู้เล่นที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดสำหรับ ไอซ์แลนด์ ชุดสร้างชื่อก้องโลกในศึก ยูโร 2016 ครั้งนี้ แต่เขาคือผู้เล่นที่กล้องจับภาพบ่อยที่สุดในฐานะกัปตันที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคนในทีม แม้แฟนบอลส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับชื่อของเขาอยู่แล้วจากการค้าแข้งกับทีมเล็กๆ ใน อังกฤษ อย่าง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมามิดฟิลด์วัย 27 ปี ก็ได้ข้ามขั้นขึ้นไปอีกระดับ และภาพของเขาที่นำเพื่อนๆ ปรบมือพร้อมส่งเสียง 'ฮู!' ต่อหน้าแฟนบอลก็จะเป็นตำนานให้เล่นขานกันไปอีกนาน ดิมิทรี ปาเยต์ (ฝรั่งเศส) จากนักเตะที่ต้องลุ้นติดทีมชาติ ตอนนี้มิดฟิลด์จาก เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ได้กลายมาเป็นดาวเด่นที่ ฝรั่งเศส ขาดไม่ได้ไปซะแล้ว อันที่จริงคอบอล พรีเมียร์ ลีก น่าจะรู้พิษสงของนักเตะวัย 29 ปีรายนี้กันเป็นอย่างดี แต่ในทัวร์นาเม้นท์ ยูโร 2016 เขาก็ได้ยกระดับตัวเองขึ้นไปอีก ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดูแล้วเพลินตา, ลีลาการทำประตูที่เฉียบคม และฟรีคิกที่แฟนบอลในสนามได้ฮือฮาทุกครั้ง เรียกได้ว่าปี 2016 นี้เป็นปีทองของเขาอย่างแท้จริง น่าสนใจว่าในฤดูกาลหน้า ทีมขุนค้อนจะรั้งตัวเขาไว้อยู่ได้จริงตามข่าวหรือเปล่า แกเร็ธ เบล (เวลส์) แม้ว่าจะมีชื่อเสียงมานานแล้วในระดับสโมสร ทั้งกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และ เรอัล มาดริด แต่ในนามทีมชาตินั้น ต้องบอกว่า ยูโร 2016 ครั้งนี้ ทั้งเขาและ เวลส์ เพิ่งจะได้แจ้งเกิดกันอย่างกระหึ่มโลก ด้วยทีมสปิริตอันแรงกล้า บวกกับความยอดเยี่ยมของตัวรุกฝีเท้าจัดจากทีมราชันชุดขาว ทำให้ทัพมังกรแดงไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ถือว่าได้ตบหน้าเพื่อนร่วมสหราชอาณาจักรอย่าง อังกฤษ ที่มักจะข่มพวกเขามาโดยตลอดไปแบบเต็มๆ อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส) ไม่ปฏิเสธว่าในระดับสโมสร ศูนย์หน้าวัย 25 ปี ได้แจ้งเกิดมาตั้งนานแล้ว แต่ในระดับทีมชาติ ยูโร 2016 ครั้งนี้ ถือว่าเขาสร้างชื่อเปรี้ยงปร้างชนิดที่ว่าเอาใครมาฉุดก็ไม่อยู่แล้วจริงๆ ด้วยจำนวน 6 ประตูที่เขายิงให้ ฝรั่งเศส ก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ ทำให้รางวัลรองเท้าทองคำคงไม่หลุดมือไปไหนแน่ และแม้ว่ามันจะห่างไกลจากสถิติ 9 ประตูที่รุ่นพี่อย่าง มิเชล พลาตินี่ ได้ทำเอาไว้ แต่แค่นี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้วในยุคที่ฟุตบอลเน้นเกมรับกันเป็นส่วนใหญ่ นี่คือการจัดอันดับของเรา แน่นอนว่าอาจไม่ตรงใจกับใครหลายคน ถ้าคุณคิดว่ามีใครที่ตกหล่นไปจากลิสต์นี้ ช่วยบอกให้เราได้รู้ผ่านทางช่องคอมเม้นท์ด้านล่างนี้เลย!

บอกละเอียดยิบ! ดวงการงาน 12 ราศี เดือนพฤศจิกายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12 ราศี ประจำเดือน พฤศจิกายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ดวงไม่ค่อยรุ่งทำอะไรเป็นมีคนคอยจ้องจับผิดตลอด  คนรอบข้างนำปัญหาร้อนใจมาให้ พยายามอย่าไปรับปากใครสุ่มสี่สุ่มห้าจะต้องมาเดือดร้อนเสียเอง การทำงานถ้าทำเป็นทีมเข้าขากันไม่ได้เลย ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ช่วงนี้ระวังคำพูดสักนิด เกิดพูดผิดพลาดไปจะผิดใจกันเปล่าๆ “ไพ่พิเภก” (ไพ่ The Magician) หัวสมองปลอดโปร่ง มีงานเสริม เจรจาขอความช่วยเหลือสำเร็จทุกราย กลางเดือน ทำงานอึดอัด ต้องทำในงานที่คุณไม่ถนัดและไม่สามารถปฏิเสธได้ ยิ่งมีทั้งเสือสิงห์กระทิงแรดคอยจับตาดู คู่แข่งคุณก็ไม่พลาด จ้องเล่นงานตลอด ขยับตัวไม่ค่อยถนัด สิ้นเดือน รอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ช่วงกลางมีการย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบเรื่องงาน การทำงานก้าวหน้า แต่เวลานี้ห้ามอยู่เฉย ต้องลุกขึ้นมาแสดงความสามารถ มีความคิดเห็นอะไรพูดออกไปได้เลย ดวงผู้ใหญ่สนับสนุนอยู่แล้ว งานด้านเจรจา งานต่างประเทศเป็นไปตามเป้าหมาย คุณที่อยากเปลี่ยนอยากย้ายมีโอกาสเหมาะ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) เริ่มคิดแผนการอันชั่วร้าย มีอะไรหลายอย่างอยู่ในหัว ทุกอย่างจะสำเร็จได้ต้องมีนอกมีใน การทำงานขึ้นๆลงๆ เป็นเวลาที่คุณต้องรีบฉวยโอกาส อยากทำอะไรให้รีบลงมือทันที เพราะถ้าเลยช่วงนี้ไปแล้วจะไม่มีโอกาสดีสำหรับคุณ หนักไปในเรื่องความขัดแย้ง การถกเถียง งานหนักเอาการ กลางเดือน ความเจ้าเล่ห์เพทุบายเริ่มเข้ามาอีกครั้ง คุณมีไหวพริบเป็นเยี่ยมทำให้ใครต่อใครทำงานให้คุณตามแผนที่วางไว้ การทำงานแคล่วคล่องว่องไว ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ คุณเองก็เริ่มเปล่งรัศมี ตำแหน่งหน้าที่การงานก้าวหน้า แต่เหนื่อยหน่อย มีการแข่งขันพิสูจน์ความสามารถ ถ้าทำอย่างเต็มที่ไม่แพ้ใครแน่นอน ปลายเดือน คนใกล้ชิดเริ่มเข้ามาก้าวก่ายชีวิตประจำวันคุณมากขึ้น คอยบอกคอยกำกับทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ฟังไว้ก็ไม่เสียหาย การทำงานให้รีบขยันขันแข็งจะมีผู้ใหญ่เห็นความดี ทำธุรกิจกับครอบครัวก้าวหน้า รู้สึกกังวลได้รับมอบหมายงานที่ไม่ถนัด อยากเปลี่ยนอยากย้าย สิ่งแวดล้อมปลอดโปร่งแมวไม่อยู่หนูร่าเริง ทำงานได้อย่างสบายใจ ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) เจอแต่เรื่องน่าปวดหัว ช่วงนี้คุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยอยู่ ขี้หงุดหงิดง่าย ทั้งดื้อทั้งแรง ทำให้เรื่องงานขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาบ่อย ต้องคุมตัวเองบ้าง ความคิดของคุณมาถูกทางแล้ว เพียงแต่รอโอกาสที่จะพูด ให้เหตุผล ผู้บังคับบัญชาถึงจะคล้องตาม แต่ถ้าใจร้อนใช้อารมณ์คงจะหมดโอกาส มีดวงในการเปลี่ยนงาน การทำงานขยับขยาย กลางเดือน เกิดอาการเหม่อลอยบ่อย “ไพ่ฝ่าพงไพร” (ไพ่ 9 ถ้วย) นั่งคิดทบทวนเรื่องเก่าๆ จมอยู่กับความผิดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ อะไรที่รู้ว่าแก้ไขไม่ได้แล้วควรปล่อยไปซะ คุณมีโอกาสดีๆมารออยู่ การทำงานอารมณ์เสียเพราะคอยเกี่ยงงาน คุณเองไม่ชอบเอาเปรียบใคร และไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบเลยยอมไม่ค่อยได้ มีปากมีเสียงกับเพื่อนร่วมงาน เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่เข้าข้าง สิ้นเดือน การทำงานมีความริเริ่ม โดดเด่น เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ช่วงนี้คิดอะไรได้ให้รีบเสนอ คุณมักนำสิ่งใหม่ๆมาให้ที่ทำงานเสมอ ช่วงปลายได้เพื่อนดีคอยสนับสนุน เป็นแรงผลักดันให้ก้าวหน้า ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ช่วงนี้อารมณ์ปรวนแปรเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าใกล้ มีเหตุให้ต้องหงุดหงิดอยู่บ่อยๆจากผู้อื่น “ไพ่พิเภกถูกเนรเทศ” (ไพ่ 2 เหรียญ) การทำงานไม่แน่ไม่นอน ต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์ผู้บังคับบัญชาด้วย พยายามทำตัวตามน้ำ อย่าไปฝืน มิฉะนั้นเกิดความขัดแย้งแน่ ช่วงนี้อย่าไปยุ่งเรื่องคนอื่นมากจะเดือดร้อนเอง มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องงาน  กลางเดือน การทำงานก้าวหน้าสุดๆ มีโอกาสได้เปลี่ยนงาน หยิบจับงานใหม่ เป็นงานที่คุณชอบและถนัด ผลงานจึงออกมาดี ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ค่อยได้อยู่ติดที่ จะเหมาะมาก ปลายๆไอเดียกระฉูด บริวารและคนรอบข้างให้การสนับสนุนเต็มที่ สิ้นเดือน “ไพ่พระนารายณ์” (ไพ่ ราชาคทา) ความกระตือรือร้นเต็มเปี่ยม ช่วงนี้อยู่นิ่งไม่ค่อยได้ หานั่นทำนี่ตลอด แต่อยากจะเตือนไว้สักนิด ให้ใช้เหตุผล มากกว่าอารมณ์ เพราะช่วงนี้คุณเริ่มใจร้อนทำให้แผนที่วางไว้เสียได้ การทำงานมีโอกาสเหมาะในการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ระวังจะเจอเรื่องน่าเบื่อ หงุดหงิดอารมณ์เสียกับคนใน เจรจาปรึกษามีแต่ความขัดแย้ง ต้องใจเย็นๆแล้วปัญหาจะคลี่คลายได้เอง ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) อารมณ์ขึ้นลง ช่วงนี้เป็นทั้งนางฟ้าและซาตานในเวลาเดียวกัน ใครอย่ามาแหย่ให้ฉุนทีเดียว ยากในการห้ามปาม การทำงานรู้สึกเหมือนสิ่งที่ทำมันไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ก็คงถึงเวลาที่ต้องแสวงหากันใหม่ ช่วงนี้ใกล้ชิดใครความคิดมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามคนๆนั้นได้ง่ายต้องระวังด้วย กลางเดือน เริ่มออกลาย ความเจ้าเล่ห์เพทุบายไม่แพ้ใครเลย ช่วงนี้แผนการที่วางไว้สำเร็จได้โดยง่าย มีความสามารถพิเศษทำอะไรหลายๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน การทำงานแม้จะวุ่นวาย มีงานหลายอย่าง แต่คุณก็ไม่หวั่น เมื่อนึกถึงเงินเข้ามา งานก็เดินได้อย่างมีพละกำลัง การที่จะสำเร็จได้คงต้องอ่อนน้อมรู้จักพูด รู้จักเข้าหาผู้ใหญ่ ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม สิ้นเดือน “ไพ่ค่อมกุจจียุยง” (ไพ่ 6 ถ้วย) มักมีโอกาสได้เจอะเจอเพื่อนเก่า คนคุ้นเคยเก่าๆ ทำให้ได้เฮฮา ระลึกถึงความหลังอีกครั้ง ช่วงนี้เรื่องบางเรื่องที่คาใจจะได้ปลดปล่อย การทำงานวุ่นวายมีการปรับเปลี่ยนที่ทางบ้าง แต่ไม่เป็นปัญหา ช่วงนี้ให้คิดดีทำดีแล้วคุณจะได้ผลตอบแทนที่ดี จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ รักษาโอกาสของตัวเองให้ดี ให้ระวังอึดอัดน้ำท่วมปากต้องรับผิดชอบในเรื่องที่ไม่ถนัด ไม่สามารถปฏิเสธได้ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) “ไพ่จองจำพิเภก” (ไพ่ 8 ดาบ) รู้สึกห่อเหี่ยว คิดหวังอะไรจากคนรักมักต้องผิดหวังกลับมา ช่วงนี้รักคือการให้ ให้เขาแล้วเรามีความสุขเป็นดีที่สุด คนโสดตื่นเต้นมีคนมาสารภาพรัก มีของขวัญ แต่อย่าเหลิงจนลืมความเป็นจริง  การทำงานเจอแต่เพื่อนร่วมงานที่เห็นแก่ตัว งานไม่เดิน คุณเองเบื่อสภาพนี้เต็มที แต่ก็ยังไม่มีโอกาสดีๆในการปรับเปลี่ยน มีคนชักชวนลงทุนหรือทำอะไรใหม่ๆคิดให้ดีก่อน อาจต้องเสียใจภายหลัง กลางเดือน การทำงานแคล่วคล่องว่องไว เก่งทุกเรื่อง แถมได้แสดงฝีมือในสิ่งที่คุณถนัด ใครๆก็ต้องยอมรับ ผู้บังคับบัญชาต้องมาพึ่งพา งานก้าวหน้าไปอีกขั้น แต่จะมีปัญหาจากคู่แข่งบ้าง อย่าไปหัวเสียจะทำให้คู่แข่งได้ใจ ยังไงคุณมีภาษีดีกว่าอยู่แล้ว ปลายเดือน การทำงานกระตือรือร้น มีโอกาสได้หยิบจับงานใหม่ ใครที่อยากลงทุนกิจการของตัวเองประสบความสำเร็จ แต่เกี่ยวกับบริวาร เพื่อนร่วมงานยังทำให้หงุดหงิดอยู่บ้าง ทำอะไรด้วยตัวเองได้ก็ทำไปก่อน หวังพึ่งพาใครลำบาก มีแต่คนไม่อยากช่วย ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ไม่มีอะไรหวือหวา แต่ก็น่าประทับใจ ช่วงนี้คุณได้ทำตามฝัน มีดวงเดินทางไกล  การงานก้าวไปอย่างช้าๆแต่มั่นคง คุณได้รับการหยิบยื่นโอกาสดี ให้รีบตัดสินใจรับไว้จะนำความก้าวหน้ามาให้ การปรับเปลี่ยน โยกย้ายไม่น่าเป็นห่วงทำให้คุณก้าวหน้ากว่าเก่า ช่วงนี้งานที่ต้องใช้สมอง ใช้ความคิด ได้ไอเดียดีๆ มีชื่อเสียง กลางเดือน ทำงานไม่ได้ดังใจสักเรื่อง ที่คิดไว้มีอันต้องล้มเลิก ผิดหวัง ทำใจให้เย็นลงอีกนิด อ่อนน้อมขึ้นมาอีกหน่อย แค่นี้คุณก็ได้รับความนิยมเหมือนเดิม ช่วงนี้เข้าหา เจรจากับผู้ใหญ่ประสบความสำเร็จ ได้เพื่อนดี ครอบครัวดี คอยหนุน ปลายเดือน “ไพ่พระฤษีชนก” (ไพ่ Hermit) มีเดินทางไกล เปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่ที่ทำงาน แต่เป็นในทางที่ดีขึ้น การทำงานเป็นช่วงเวลาของการแสวงหา อยากทำอะไรใหม่ๆ ช่วงนี้มีโอกาสได้หยิบจับสิ่งใหม่ๆสมใจ แต่ออกจะโดดเดี่ยวต้องช่วยเหลือตัวเอง  กล้าคิดกล้าทำจะเกิดความสำเร็จ คุณที่คิดเปลี่ยนงานให้รีบส่งใบสมัคร ได้ลุ้นงานใหม่แน่นอน ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ดวงการงาน ต้นเดือน ผู้ใหญ่เริ่มเข้ามามีบทบาทกับคุณมากขึ้นทั้งเรื่องงาน ที่บ้าน แต่อย่าพึ่งร้อนใจ เพราะช่วงนี้คุณมีดวงอุปถัมภ์ ที่ผู้ใหญ่เข้ามาจะทำให้ชีวิตดีขึ้น การงานช่วงต้นๆจะยุ่ง วุ่นกับการปรับเปลี่ยน งานเอกสารแก้ไข แต่พอสะสางเสร็จแล้วงานจะก้าวหน้าขึ้น ได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ได้รับโอกาสดีกว่าคนอื่น เหมาะกับการลงทุน ขวนขวายทำสิ่งที่ฝัน “ไพ่พระลบ” (ไพ่ ราชาถ้วย) เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีคนมาขอความช่วยเหลือ ขอคำปรึกษา เรื่องคนอื่นต้องยกนิ้วให้คุณเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องตัวเองเหมือนเส้นผมบังภูเขา คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก การงานลุ่มลึกมาแรงแซงโค้ง ตอนนี้คะแนนนำโด่ง ผู้บังคับบัญชาไว้วางใจให้เป็นมือขวา แต่อย่าเพิ่งออกฤทธิ์ ทำอะไรอย่าข้ามหน้าข้ามตา มีดวงศัตรูคอยอาฆาตจ้องเล่นงานอยู่ ปลายเดือน เจอเรื่องเครียดๆรายล้อม ทั้งปัญหาเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว พลอยทำให้สุขภาพแย่ไปด้วย “ไพ่วิตกนางสีดา” (ไพ่ 9 ดาบ) การงานอึดอัดใจ มีคนขอให้ช่วยจนรู้สึกไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว จะปฏิเสธก็น้ำท่วมปาก คุณดันเก่งทุกเรื่องเลยต้องมานั่งแก้ปัญหาให้คนนั้นคนนี้ ช่วงปลายถึงจะมีที่พึ่งบ้าง ได้เพื่อนคู่คิด มีคนมาแบ่งเบาภาระ แต่ก็ต้องตามติดเพื่อให้เรียบร้อย ถ้ามัวแต่นั่งกระดิกเท้ามีหวังถูกหมั่นไส้ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) “ไพ่หนุมานถวายคันศร” (ไพ่ 8 คทา) มีเหตุให้ต้องไปนั่นมานี่ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานจะสำเร็จด้วยดี ช่วงนี้บรรยากาศในการทำงานแจ่มใส คิดหวังทำอะไรก็ประสบผลสำเร็จ งานท่องเที่ยว ทัวร์ งานต่างประเทศกำลังพุ่งแรง แต่ปลายๆยังต้องระวังตัวบ้าง จะมีปัญหากับผู้ใหญ่ คู่แข่งที่ไม่ประสงค์ดี ถ้ามัวแต่ชักช้าลังเลจะถูกคนอื่นแซงหน้าได้ กลางเดือน การทำงานมีการโยกย้าย ปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น ถ้ากำลังมองหางานใหม่ก็มีจังหวะที่ดี พยายามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการให้เจอ และมุ่งไปที่สิ่งนั้นจะประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม สิ้นเดือน ช่วงนี้ดีเป็นเรื่องๆ “ไพ่พระลักษมี” (ไพ่ ราชินีคทา) งานดี โดดเด่น ยิ่งงานที่ต้องพบปะ ติดต่อ คุณทำได้ดีเป็นที่พอใจของผู้บังคับบัญชา แต่เจ้านายช่วงนี้ก็ขึ้นๆลงๆ ทำให้คุณเริ่มหงุดหงิด ต้องพยายามเข้าหาให้ถูกจังหวะ ไม่เช่นนั้นก็คงไม่รอดเหมือนกัน สิ่งที่คิดที่หวังเริ่มใกล้ความเป็นจริง มีโอกาสได้พบเจอคนมีชื่อเสียง มีคำแนะนำดีๆที่ได้ไป ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) มาแบบม้ามืด แซงหน้าทุกเรื่อง เก่งทุกทาง ช่วงนี้โอกาสเข้ามาทำให้คุณได้เริ่มต้น ได้สร้างฝันหลายๆอย่าง การทำงานคล่องแคล่ว เรียนรู้ไว ได้รับการหยิบยื่นโอกาส เรียกว่าเป็นช่วงทองของคุณทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ วางแผน จะมีผลงานได้รับการยอมรับ งานก้าวหน้า มีทางเลือกให้กับตัวเองมากขึ้น กลางเดือน ยับยั้งชั่งใจไม่ค่อยได้ มีปัญหากับคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย พอจะอารมณ์ดีขึ้น เพราะได้ข่าวดีเรื่องงาน การทำงานถ้าเป็นงานที่พึ่งตัวเองเป็นหลัก มีผลงานเป็นที่พอใจ แต่ก็ต้องลดทิฐิความดื้อลงบ้าง บางครั้งอาจไม่ได้รับการยอมรับเต็มร้อยจากผู้ใหญ่ ส่วนถ้าต้องทำงานเป็นทีม เตรียมใจรับกับเรื่องวุ่นวายได้เลย คุณเข้ากับใครไม่ค่อยได้ สิ้นเดือน มีดวงเดินทางไกล แต่ต้องพบปัญหาติดขัดตลอด “ไพ่นางสีดาลุยไฟ” (ไพ่ อัศวินคทา) ความขัดแย้งมาแรง ไม่ว่าจะทำอะไรมักมีคนขวาง ช่วงนี้ให้ช้าๆไว้ก่อน การทำงานเจอคนคอยจับผิด ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ช่วงนี้พยายามเข้าเมืองตาหลิ่ว หลิ่วตาตามไปก่อน เพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมา สิ่งที่คาดหวัง ความก้าวหน้าต่างๆจะถูกบั่นทอน ใครที่กำลังอยากเปลี่ยนอยากย้ายคงต้องอดทนทำไปก่อน ยังไม่มีจังหวะ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม)  “ไพ่รถศึก” (ไพ่ The Chariot) ชีพจรลงเท้า ดวงเดินทางเด่นมาก ถึงแม้ไม่อยากเดินทางไปไหน ก็ต้องมีเหตุการณ์ให้ต้องไปต้องโยกย้าย เดินทางจนได้ การทำงานหยิบนั่นจับนี่ให้วุ่น ชอบทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียว ทั้งงานหลักงานเสริม แต่สุดท้ายก็เคลียร์ได้สำเร็จ ช่วงนี้มีเหตุให้วางมวยกับเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา เตือนไว้ก่อนอย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงดีกว่า งานจะได้ก้าวหน้า กลางเดือน ช่วงนี้สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเรื่องคำพูด มักจะโผงผางตรงจนเกิดเรื่อง “ไพ่พระอิศวร”(ไพ่ ราชาดาบ) งานไม่เดินเพราะมัวแต่ตั้งแง่ วางชั้นเชิงกับผู้บังคับบัญชา มีเหตุถูกตำหนิเรื่องงานที่รับผิดชอบ มีดวงในการเปลี่ยน หรือย้ายงาน ถ้ากำลังเบื่อให้รีบส่งใบสมัครไปให้ทั่วจะมีข่าวดี สิ้นเดือน ใจร้อน ไม่ฟังใครจนเป็นเหตุให้เกิดความผิดใจกันตามมา ช่วงนี้มีเรื่องขัดแย้งกับคนใกล้ตัวบ่อยมาก ให้ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์จะดีกว่า การทำงานโดนเพิ่มความรับผิดชอบ แต่เงินเดือนเท่าเดิม ทำให้อารมณ์เดือดอยู่เหมือนกันแต่ทำอะไรมากไม่ได้  ช่วงนี้พอมีโอกาสสำหรับงานเสริม การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ แต่ยังไงก็ต้องไม่ข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่ด้วย ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) “ไพ่พาลีได้ชัย” (ไพ่ Strength) หลายสิ่งหลายอย่างเข้ามาวนเวียนในหัว ต้องใช้เหตุผลในการตรึกตรองตัดสินใจ ช่วงนี้ต้องพยายามข่มอารมณ์ เมื่อไรใจร้อนหงุดหงิดจะเกิดเรื่องเดือดร้อน การทำงานไม่แน่ไม่นอนขึ้นอยู่กับอารมณ์ผู้บังคับบัญชา ตัวคุณเองก็แสนดื้อ ยอมใครเป็นเสียเมื่อไหร่ ช่วงนี้ต้องนอบน้อม เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตามถึงจะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ กลางเดือน เพื่อนล้นปรี่ ใครๆก็ต่างมารุมล้อม มีที่ปรึกษา มีคนคอยช่วยเหลือ คิดอยากทำอะไรก็เป็นเรื่องง่าย การทำงานเริ่มมีความคิดอยากลงทุน อยากทำอะไรเป็นของตัวเอง ช่วงนี้พอทำได้ แต่ให้ทำกับเพื่อนสนิทหรือครอบครัวมีความก้าวหน้ามากกว่าทำเองคนเดียว มีโอกาสดีในการเปลี่ยนงานย้ายงาน ให้รีบส่งใบสมัคร กับเพื่อนฝูงที่ทำงานคอยช่วยเหลือดีไม่มีปัญหา สิ้นเดือน “ไพ่ขันธกุมาร” (ไพ่ เจ้าชายดาบ) มีเรื่องคิดจุกจิกร้อยแปด คนรอบข้างมักทำให้เสียความรู้สึก การทำงานมีแต่การเกี่ยงงาน โยนความผิดจนมีความรู้สึกเบื่อ งานก็ยุ่งอยู่แล้วยังต้องมาเบื่อเรื่องคนอีก พวกงานตัวเลข เอกสารต้องระวังให้มาก มีเปอร์เซ็นต์จะทำผิดพลาดถูกตำหนิสูง มีเรื่องขัดแย้งในที่ทำงาน อาจบานปลายเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวพันหัวหน้างาน รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.MThai.com

ก้องเกียรติ โขมศิริ /  ขุนพันธ์ / 

"แฟรงค์ ภคชนก์" ร้ายระดับพระกาฬ ด้วยบท "หลวงโอฬาร" ในขุนพันธ์ “พี่โขมเป็นคนที่ใช้ความมืดมาบีบคั้นคนดูเพื่อให้เห็นคุณค่าของแสงสว่าง เขาใช้ความมืดกดดันเพื่อให้คนดูหิวกระหายความสว่าง และเมื่อความสว่างโผล่ออกมาเมื่อไหร่มันจะดื่มด่ำขึ้นมาทันที มันจะโอ้ว มันสว่างแล้ว และนี่คือวิธีการของพี่โขมที่ผมชอบความละเมียดละไมแบบนี้มาก กดดันให้คนหิวความสว่าง กดดันให้คนหิวความสดใส พอมันถึงความสว่างขึ้นมาปุ๊บ อ๋อมันสว่างขึ้นมาจริง ๆ”  แฟรงค์ ภคชนก์ กล่าว หลังจากที่เราได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ กันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อนันดา เอเวอริ่งแฮม (อ่านบทสัมภาษณ์ คลิก) หรือ น้อย วงพรู (อ่านบทสัมภาษณ์ คลิก) คราวนี้ก็ถึงทีของอีกหนึ่งตัวละครสำคัญผู้รับบทบาทเป็น หลวงโอฬาร จอมร้ายกาจ ซึ่งได้แก่ แฟรงค์ ภคชนก์ โวอ่อนศรี ว่าแต่หนุ่มแฟรงค์จะมาพูดอะไรเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้บ้าง ตามไปอ่านกันได้เลยครับ... ครั้งแรกที่ได้รู้จักท่านขุนพันธ์ รู้จักท่านขุนพันธ์ครั้งแรกจากหนังสือพิมพ์ครับ จากรายการทีวี จากหลาย ๆ แหล่งที่ต่างพูดเหมือนกันว่าท่านคือตำรวจที่ดี แล้วก็ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ที่โดนใจมากเลยก็คือเรื่องของการมีอาคม คือคนสมัยก่อน สภาวะแวดล้อมสิ่งต่าง ๆ มันไม่เหมือนสมัยนี้ มันก็จำเป็นที่ต้องมีคาถาอาคม อย่างผมเองมีโอกาสที่ได้ทันคุณทวดของผมซึ่งเป็นคุณยายของคุณพ่อ คุณทวดจะมีสมุดอยู่เล่มหนึ่งซึ่งในนั้นก็จะมีคาถามากมาย อย่างเช่น เวลาที่คุณโดนของร้อนไฟลวกนะคุณก็ต้องเป่าคาถานี้นะ เวลาคุณเดินไปในพงหญ้าคุณกลัวงูคุณก็ต้องท่องคาถานี้นะ พออ่านเรื่องของขุนพันธ์ว่าท่านมีคาถาอาคมก็เลยยิ่งอินเข้าไปใหญ่ เมื่อก่อนมีความศรัทธาทางด้านนี้ เขามีวิชาอย่างนี้อยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าท่านเป็นตัวแทนของคนไทยในยุคนั้น ท่านก็เป็นตำรวจตัวแทนของด้านสว่าง ถ้าในวันวานคนทุกคนมีอาคม คุณจะใช้อาคมของคุณไปในทางไหนล่ะ ท่านมีพลังอาคมอันแก่กล้าแล้ว ท่านใช้ไปในทางที่ดี นี่คือฮีโร่ของยุคนั้นครับผม แล้วพอได้มีโอกาสมาร่วมงานภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ ความรู้สึกที่มีต่อขุนพันธ์เมื่อสัมผัสแรกยิ่งเข้มข้นมากขึ้นด้วยความชื่นชม และประทับใจจากการได้รู้เรื่องราวในส่วนประวัติของท่าน ว่าท่านปราบเสือ ปราบโจรร้ายมาหลายที่ ด้วยพลังของความดี ทราบมาว่าในการที่ได้มีโอกาสเป็น1ในตัวละครสำคัญ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องมีการเตรียมตัวเพื่อรับบทนี้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถึงกับศึกษาบรรยากาศแวดล้อมของยุคสมัยของภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะเลยทีเดียว ผมก็ต้องไปหาว่ายุคนั้น ยุคก่อนสงครามโลกบ้านเมืองมันเป็นอย่างไร ความวุ่นวายมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็มีการอ่านหนังสืออยู่ 3 เล่มครับ (หัวเราะ) เพื่อดูภาพของความเป็นอยู่ตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ จนถึงช่วงเวลาที่ขุนพันธ์มีชีวิตครับ เล่มที่ 2 พูดถึงเรื่องความคิดของชนชั้นปกครองที่เปลี่ยนไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4-รัชกาลที่ 7 ตอนที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง เล่มที่ 3 อ่าน 100 ปีแห่งความโดดเดี่ยว มันเป็นหนังสือที่เป็นเรียกว่าเป็นแนวหรือประเภท Magical realismซึ่งเป็นแนวเดียวกับหนังเหมือนกัน ก็เลยได้คำตอบว่าสังคม ความคิดของคนมันไม่เหมือนตอนนี้ คนไทยยังคิดเรื่องเหตุผลแบบไตรภูมิอยู่ครับ แบบเวียนว่ายเกิดแก่เจ็บตาย ฉันเป็นผู้น้อยเพราะว่าฉันทำบุญมาน้อยในชาติที่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันความคิดแบบใหม่มันกำลังวิ่งเข้ามาในเมืองไทย แบบการศึกษา คิดแบบฝรั่ง ณ ยุคหนึ่งของขุนพันธ์ คนเรามีมีสิทธิ์ที่จะหาความรู้ได้ เราเริ่มมองข้ามความคิดแบบบาปบุญคุณโทษ เรารวยได้เราเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้ มันเลยเป็นช่วงจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อที่ทำให้เกิดโจรไง แบบหลวงโอฬารทำไม่ดีใส่ กดขี่ข่มเหง การสอดส่องปกครองยังไม่ทั่วถึง การจะออกจากกรุงเทพฯไปแค่ราชบุรีมันใช้เวลาวันหนึ่งนะครับคุณ เมื่อสังคมข้างบนมันเต็มไปด้วยคนที่คิดที่จะดึงผลประโยชน์ต่างๆเข้าหาตัวเอง นั่นแหละครับมันเลยทำให้เกิดฮีโร่ขึ้นมา ขุนพันธ์เป็นคนที่ไม่ยอมที่จะทำตัวไม่ดี เชื่อมั่นในความดี แล้วออกไปปราบเหล่าเสือร้าย ในที่สุดเท่าที่อ่านมา ณ จุดนั้นเสือร้ายบางคนไม่ใช่โจรร้าย บางคนทำด้วยคุณธรรมด้วยซ้ำไป นี่แหละครับ ท่านเป็นคนที่เชื่อมั่นในพลังของความดีแล้วพลังความดีก็ปกป้องท่าน ถามว่าเสือร้ายต่างๆมีอาคมมั้ย มี แต่ว่าสิ่งที่เป็นอาคมที่มีพลังที่สุดคือความดีของท่าน มันเป็นเรื่องยากมากที่คนมีพลังขนาดนั้นจะดึงตัวเองให้อยู่ในด้านสว่างตลอดเวลาครับผม การกลับมาร่วมงานกับก้องเกียรติ โขมศิริ เป็นครั้งที่ 2 ได้มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ตอนแรกพอได้ทราบว่าจะได้เล่นเรื่องขุนพันธ์ ผมก็เตรียมตัวโดยการเอาหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่าน ผมอยากจะดูสภาพแวดล้อมของประเทศเป็นอย่างไร การคมนาคมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งลำบากยากเย็นขนาดไหน และมันทำให้เรารู้ว่าการเดินทางจากพระนครไปเมืองใต้ มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลยนะ มันเป็นเหมือนการเดินทางไปจาริกแสวงบุญด้วยซ้ำไปเพราะว่ามันเป็นการเดินทางที่ไกลมาก คนๆหนึ่งที่จะสามารถไปตรงนั้นด้วยปฏิบัติการลับได้ จะต้องเป็นคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นจริงๆสำหรับการทำความดี สำหรับการทำหน้าที่ของตัวเองซึ่งผมก็ดีใจครับที่ได้มีโอกาสเป็นตัวละครซึ่งเป็นปรปักษ์กับขุนพันธ์ เป็นคนที่จะต้องสู้กับอำนาจของความดีที่บริสุทธิ์ขนาดนั้น ในเมื่อเรามีโอกาสได้รู้ว่าเราจะต้องสู้กับคนดีมากๆ มันทำให้ผมต้องไปเตรียมตัวว่าเลวแค่ไหน เพื่อที่พอจะสู้กับคุณธรรมของคนอย่างนี้ให้ได้ เป็นเกียรติที่ได้นำเสนอเรื่องของท่านให้คนได้รู้ว่าคนที่รักประเทศชาตินี้และมีอุดมการณ์ที่แท้จริงเคยอยู่ในประเทศนี้ แล้วผมก็หวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คนได้กลับมาสู่ยุคสมัยที่ผู้คนต่างมีอุดมการณ์กลับมาอีกครั้งหนึ่งครับ เรื่องราวของท่านขุนพันธ์จากมุมมองของแฟรงค์ เรื่องราวของขุนพันธ์เป็นเรื่องของข้าราชการตำรวจท่านหนึ่งครับซึ่งมียศเป็นท่านขุน ท่านเป็นมือปราบโจรดังๆมากมาย มีเรื่องเล่ามากมายว่าท่านเป็นนายตำรวจหนังเหนียว เป็นตำรวจซึ่งถ้าจับโจรได้แล้วจะเอาหัวกะโหลกของโจรมาไว้ใต้บันไดเป็นการตัดไม้ข่มนาม เป็นตำรวจซึ่งสามารถปราบเสือร้าย ซึ่งใครบอกว่าคงกระพันชาตรีก็ปราบได้ มีเวทย์มนต์ท่านก็ปราบได้ แต่สิ่งที่ผมมองไปมากกว่าการมีเวทย์มนต์ หรือเรื่องมนต์ดำคือท่านมีจิตใจที่มุ่งมั่นในความดี และท่านก็มีความศรัทธาในสิ่งที่ท่านทำว่าสิ่งที่ท่านทำนั้นเป็นสิ่งที่ดี ที่ถูกที่ต้อง พระถึงคุ้มครองท่าน ที่เราจะได้เห็นฝีไม้ลายมือทางด้านการแสดง ของนักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทย มาเฉือดเชือนตั้งแต่นักแสดงหลักอย่างอนันดา ,น้อย-กฤษดา ไปจนถึงนักแสดงสมทบ ใช่ครับ ผมดีใจมาก ผมเห็นนักแสดงแต่ละคน ล้วนแล้วแต่เป็นนักแสดงที่มีพลังทางการแสดงสูงครับ ตัวละครที่เป็นนักแสดงสมทบในบทนายตำรวจเผือก หรือสารวัตรดำเกิง หรือใครอีกหลายคนซึ่งล้วนต่างมีความกระหายที่จะแสดง น้องอ้อม-กานต์พิสชา (แม่เบี้ย) ซึ่งมันทำให้เข้มข้น แล้วบทของพี่โขมที่เขียนมามันจะพลิกไปตลอดเรื่อง เรื่องที่คุณคิดว่าคุณรู้แล้ว สิ่งที่เฉลยออกมามันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง คือมันจะมีตลอดทั้งเรื่องให้เราได้ติดตามกัน และแน่นอนว่าทีมแอ็คชั่น นักแสดงคิวบู๊ต่างๆแต่ละคนก็ทุ่มเทจริง ๆ ครับ คิวบู๊อลังการมาก รับรองว่าคุณจะได้ทั้งความสนุกสนานทางด้านแอ็คชั่น ได้ความเข้มข้นของการเชือดเฉือนของบท แต่ที่ท้าทายมากๆคือการที่ต้องเล่นกับนักแสดงที่มีความสามารถสูงๆ อย่างอนันดา พี่น้อย เขาจะต้องปะทะกันด้วยอารมณ์ด้วยคารม บางฉากมันมีการพูดกันน้อยมาก บางฉากขุนพันเดินขึ้นมาบนโรงพักเพื่อที่จะปลดหลวงโอฬารออกจากตำแหน่งคืออนันดาเขาก็มาเต็มไง เพราะเขาทำให้เรารู้สึกว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้เอาอยู่ สามารถตอบโต้เล่นโต้กันได้ ก็ดีใจครับที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงที่มีฝีมือ ก็เลยทำให้เราอยากจะพัฒนาฝีมือให้มากกว่านี้ เลยรู้สึกว่าเราค่อนข้างได้บทที่ค่อนข้างโชคดี แล้วก็มีสีสันมาก ๆ เลย คงต้องเล่าให้ฟังแล้วถึงบทบาทที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ ผมรับบทเป็นหลวงโอฬาร เป็นข้าราชการที่อยากเป็นใหญ่ ด้วยการให้ผลประโยชน์แก่คนต่างๆโดยที่ไม่ได้มอบสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ มอบสิ่งที่ฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็นมันก็เลยทำให้วิถีชีวิตของผู้คนเหล่านี้เสียไป เบื้องหน้าอาจจะดูเป็นคนที่ดูใจดีดูเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ความช่วยเหลือคนอื่น แต่ที่จริงแล้วหวังสิ่งตอบแทน ไม่ได้เพราะใจเมตตา จุดเริ่มต้นของตัวหลวงโอฬารก็คล้ายๆกับข้าราชการ แต่เขาก็รู้ว่าอุดมการณ์ที่ดีมันก็ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เป็นจริงได้ง่าย ในโลกของความเป็นจริง เขาก็เลยเลือกทำความเลวทำได้ง่ายกว่า ตัวหลวงโอฬารกลับมองที่ความสุขคือรูปร่างภายนอก ถ้าจะพูดให้เห็นภาพชัดๆเป็นข้าราชการที่ขี้ฉ้อโกงกิน ขายชาติ ต่ำช้า ด้วยความคิดที่ว่า ทุกคนสามารถเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้ เมื่อหลวงโอฬารได้ถูกย้ายไปที่ที่ทุรกันดารห่างไกลด้วยความคิดที่แสนชาญฉลาดและเลวร้าย ในเมื่อเราไม่ได้อยู่ในที่ที่เจริญ เราก็สร้างความเจริญขึ้นมาใหม่สิ หลวงโอฬารเป็นคนที่เรียนนอกมา อันนี้เป็นแบคกราวด์ข้างหลังของตัวละครไม่ได้ถูกเอามาเล่าในหนัง เรียนปีนังมา อ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้ อ่านภาษาฝรั่งเศสได้ มีความคิดแบบฝรั่งเศสที่แบบเป็นนักปฏิวัติ ฉันสามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ มีความรู้ทางการเมือง สงครามโลกกำลังจะมาใกล้แค่ไหน ฮิตเลอร์อยู่ตรงไหนของโลกแล้ว เขาใช้ช่องว่างนี้ในการเอาเปรียบคน เขาสร้างท่าเรือขึ้นมาเพื่อให้สินค้าเข้า เขาทำให้มีฝรั่งเข้ามาตรงจุดนี้ เพื่อให้มันมีวิถีชีวิตแบบชาวฝรั่ง และก็ดึงคนในชุมชน ดึงคนในเมืองเข้ามาทำงานรับใช้ฝรั่ง เพื่อให้คนที่มีชีวิตแบบเดิมได้เห็นถึงชีวิตแบบศิวิไลซ์ เขาสร้างบ่อนขึ้นมาเพื่อให้วงจรชีวิตของคนในนั้นต้องมาติดกับเขา เขาก็จะเป็นเจ้าของเงินตราติดลบของทุกคนในชุมชน สร้างสโมสรงาช้างเพื่อเป็นแหล่งที่จะทำให้มีฝรั่งมีชาวญี่ปุ่นทำให้สโมสรนี้เป็นจุดศูนย์รวมของโลก แล้วก็ตบตาคนทั้งเมืองว่าสิ่งที่เขานำมานั้นคือความเจริญ โดยมีศูนย์กลางที่เมืองเมืองนี้ เหมือนกับคนที่ถูกบีบให้ไปอยู่ชายขอบ เขาก็จะกลายเป็นโจรนั้นก็คืออัลฮาวียะลู หลวงโอฬารเลือกที่จะใช้โจรเป็นกองกำลังของตัวเองในการนำสินค้าเข้า ในการนำสินค้าหนีภาษีเข้า เอามาขายในราคาแพงในสโมสรงาช้างของตัวเอง ลูกสาวของคนที่ไม่มีหนี้ที่จะใช้ก็ต้องกลายไปเป็นโสเภณี ซึ่งจริงๆพวกเขาไม่ใช่โจร เมืองนี้ไม่ให้มีการตรวจสอบจากรัฐบาลกลางมาโดยตลอด จนขุนพันธ์เข้ามาทุกอย่างก็เลยเกิดขึ้น ขุนพันธ์มาเป็นฮีโร่ เห็นว่าผู้กำกับก้องเกียรติใส่ใจในทุกรายละเอียดของตัวละคร ถึงขนาดที่ว่าเราสามารถสัมผัสได้ถึงบุคลิกคาแรคเตอร์ของตัวละครสะท้อนผ่านจากชุดหรือเสื้อผ้าที่สวมใส่เลยทีเดียว การแต่งตัวของหลวงโอฬารก็จะสะท้อนถึงบุคลิกของเขา ที่จะใส่ใจหรือสนใจแต่เรื่องภายนอก ข้างในมันจะเป็นอย่างไรไม่ได้สนใจ จากการแต่งตัวดูมีอารยะ เหมือนกับที่เขาเอาความเจริญมาใส่ให้ ความเจริญฟู่ฟ่า แต่จริง ๆ แล้วคนต้องการรึเปล่า ผมใส่ครั้งแรกแล้วผมแบบ ยืนกลางกองแล้ว ฮ่า ๆ ๆ เสื้อฉันขาวกว่าใครเพราะว่าฉันรับสบู่จากปีนังมาใช้ เอาสบู่จากปีนังมั้ยล่ะก้อนละ 20 บาทเอง ทองบาทละตั้ง 20 เขาเดินไปไหนเขาก็จะมีกล้องตัวหนึ่งตาม เขาสามารถที่จะซื้อกล้องเข้ามานะ พอทำคาแรคเตอร์กับพี่โขมไปประมาณหนึ่งด้วยการนั่งคุยกัน ผมอ่านหนังสือเล่มนี้มา ผมสามารถทำท่าน่าหมันไส้ได้อย่างไม่เคอะเขิน ฟังดูแล้วเป็นตัวละครสำคัญที่พูดได้ว่าเป็นทั้งตัวแปร และเป็นตัวละครที่มีสีสันมากเลยทีเดียว ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับอีกตัวละครสำคัญอย่าง “อัลฮาวียะลู” คู่ปรับคนสำคัญของขุนพันธ์ “อัลฮาวียะลู” ที่แสดงโดยพี่น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์ ในภาพยนตร์เขาเป็นทายาทโจรมาตั้งแต่แรก เราเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เราเห็นแววความมุ่งมั่นของเขาในการทำเพื่อส่วนรวม แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นคนหัวอ่อนซึ่งๆสามารถเกลี่ยกล่อมได้ง่าย เพราะว่าจิตใจเขาดีบริสุทธิ์ แล้วก็เป็นอีกครั้งที่หลวงโอฬารใช้ความบริสุทธิ์ของคนรอบตัวของ “อัลฮาวียะลู” มาเป็นเครื่องมือโดยการร่วมมือกัน สิ่งที่“อัลฮาวียะลู” ปล้นมาได้ก็จะนำมาเป็นกำลังทรัพย์ของหลวงโอฬารเพื่อที่จะเลี้ยงกองกำลังของ“อัลฮาวียะลู” ต่อไป เพื่อที่จะปกป้องเขาบูโดนี้ให้อยู่ใต้อาณัติของหลวงโอฬาร เงินที่ได้ก็เอามาสร้างสโมสรงาช้างเป็นที่ที่ผลิตเงินจากสิ่งนอกกฎหมายมากมาย จนกระทั่งวันหนึ่งที่ขุนพันธ์สามารถเข้ามาในเขตนี้ได้ มันทำให้ตัวหลวงโอฬารต้องปรับตัวกับการสั่นคลอนของอำนาจ เพราะว่าตัวขุนพันธ์ก็เอาจริงเอาจังและในขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถจะปราบเขาลงได้เหมือนกับผู้ตรวจการคนอื่นๆที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเราก็คงต้องชนกัน แต่ หลวงโอฬารวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว โดยใช้กองกำลังของอัลฮาวียะลูเป็นตัวต้านทานขุนพันธ์ นี่คือสิ่งหนึ่งที่สะท้อนในตัวคาแรคเตอร์ที่ว่าเขาพร้อมจะไปทุกอย่าง มีช่องทางไหนที่เขาจะเติบโตได้ ที่จะใหญ่ได้ เขาพร้อมที่จะทำ และพร้อมที่จะเปลี่ยนเหตุผลให้ตัวเองได้เสมอๆเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ถือได้ว่าเป็นตัวร้ายในภาพยนตร์แอ็คชั่นที่มีมิติและเต็มไปด้วยความซับซ้อนเลยทีเดียวในฐานะนักแสดงแล้วบทนี้ทั้งยากและท้าทายการแสดงอย่างไรบ้าง พอเมื่ออ่านบทผมเชื่อว่าบทของหลวงโอฬารเป็นตัวแทนของความเลว และผมก็ทำการสดุดีความดีของขุนพันธ์ ด้วยการทำตัวหลวงโอฬารให้เลวที่สุดอย่างสมเหตุสมผลในทุก ๆ มิติ อย่างมีที่มาที่ไป ผมเชื่อว่าถ้าตัวละครของหลวงโอฬารยิ่งเลวเท่าไหร่พลังงานความดีของขุนพันธ์จะยิ่งส่องแสงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พี่โขมบอกว่าหนังเรื่องนี้พี่โขมอยากจะให้คนได้เห็นคุณค่าของความดี พี่โขมจะเล่าถึงความมืดมนที่มันเกิดขึ้นจนท่านผู้ชมกระหายอยากความสว่าง ผมได้รับบทเป็นความมืดมนสีขาว ที่มันดูช่างสะอาดเหลือเกิน เพราะฉะนั้นยิ่งผมไปได้สุดเท่าไหร่มันยิ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อท่านขุนพันธ์มากแค่นั้น ผมพยายามทำสุดฝีมือ สำหรับบทหลวงโอฬาร มันมีความยากอยู่อย่างหนึ่งคือ หลวงโอฬารจะเป็นคนที่รู้อะไรก่อนที่ทุกคนในเรื่องนี้จะรู้ทุกอย่าง อันนี้คือข้อได้เปรียบของตัวละครนี้ แล้วมันทำให้เราสนุกสนานว่า แล้วเราจะเก็บไว้ยังไงให้ทั้งคนดูก็ไม่รู้ทั้งคนที่เล่นกับเราก็ไม่รู้ว่าเรารู้ ความท้าทายที่สุดมันคือ มันคือการต้องอยู่ในยุคนั้นให้ได้ เมื่อก่อนการที่คนจะรู้ข่าวสารรอบ ๆ ได้นั้น มันไม่มีหนังสือพิมพ์ ประเทศไทยไม่มีวิทยุ ส่วนมากคนเราจะได้รับข่าวสารจากลิเก หนังตะลุง ลำตัด คณะโน้นคณะนี้ที่เวียนกันมาแล้วก็เล่าขานด้วยภาษาไทย แต่หลวงโอฬารมีช่องทางการรับรู้ข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ แสดงว่าเขาจะต้องมีความรู้เรื่องภาษา ในเรื่องก็จะมีชาวฝรั่งเศสเข้ามาสโมสรงาช้าง ต้องพูดหลายภาษามากเป็นนักการเมืองชาวใต้ก็ต้องพูดภาษาใต้ได้ ซึ่งภาษาใต้ยากที่สุดเพราะว่าสำเนียงมันยาก แล้วถ้าเกิดพูดผิดมันจะกลายเป็นล้อ เราก็พยายามที่จะพูดให้ชัดทันที ต้องพูดภาษาญี่ปุ่น ร้องเพลงญี่ปุ่น มีกงสุลฝรั่งเศสเข้ามาก็ต้องพูดภาษาฝรั่งเศส อาศัยว่ามีเจ้าของภาษา มาอธิบาย แต่ละพยางค์ แต่ละประโยคว่ามันหมายถึงอะไร แล้วก็พยายามที่จะสื่อสารให้ได้ในจังหวะจะโคนที่มันถูกต้อง พี่โขมส่งครูฝรั่งเศสมาให้ก็เขียนคำภาษาไทย ไปหาหนังฝรั่งเศสมาดู เขามีวิธีการออกเสียงกันอย่างไร ญี่ปุ่นนี่ตอนแรกไม่ต้องได้พูดหรอก แต่ว่าคุยกับพี่โขมว่าพอถึงไลน์ที่เสนอขายชาติเราพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นกลับไป มันจะดีมั้ยพี่ พี่เขาบอกเอาๆ แล้วก็ได้ฉากนี้มาเขาก็สอนให้ตรงนั้นเดี๋ยวนั้นเลย แต่ที่ยากที่สุด ภาคใต้ครับผม มันจะต้องมีฉากปราศรัย แล้วบทมันก็เป็นภาษาไทยภาษาภาคกลางนี่แหละ พี่โขมบอกว่า เฮ้ยแฟร้งค์เคยเห็นนักการเมืองมั้ยเวลาไปไหนเขาจะพูดภาษานั้นนะ คุณเป็นคนกรุงเทพแต่ว่าสิ่งที่อยากได้คือเป็นนักการเมืองแบบน่ารัก พูดภาษาใต้เลย แล้วมันอันตรายมากคือภาษาใต้ถ้าเราพูดไม่ตรงมันจะเหมือนล้อเลียนทองแดง ก็ได้คุณครูสน อัดวีดีโอคุณครูสนเลยให้อ่านให้ฟังแล้วก็เหมือนร้องเพลงเลย เนี่ยแหละความท้าทาย และสิ่งที่เป็นที่สุดอีกอย่างหนึ่งในคาแรคเตอร์นี้ก็คือ หลวงโอฬารเป็นคนที่รู้เยอะ มีความทะเยอทะยานด้วย บุคลิกของเขาก็เลยมีพลัง มันคือการที่ผมศรัทธาในความดีของขุนพันธ์ครับ ฉากที่เป็นความประทับใจในการทำงานในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ มีหลายฉากครับที่ประทับใจ ฉากโรงพัก เป็นการพบกันครั้งแรกของหลวงโอฬารกับขุนพันธ์ หลังจากที่หลวงโอฬารไปฆ่าจเรตำรวจมาแล้ว รู้ข่าวว่าจเรตำรวจจะมาเอาอัลฮาวียะรู และสมุนออกไปฆ่า คนที่เล็ดรอดมาได้คือขุนพันธ์ แล้วก็อยู่ในสโมสรงาช้างมาตลอดจนวันหนึ่งเขาจึงปรากฏตัวในเครื่องแบบมาที่โรงพัก แล้วไล่หลวงโอฬารออกจากราชการ ด้วยพลังของความดี และความเลวก้อนใหญ่ๆ พอมันชนกัน คือฉากนั้นเล่นมันมาก คือแบบว่าคุณรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าคุณดี เรามาพิสูจน์กันว่าความดีหรือความเลวหรืออำนาจกันแน่ที่จะข่มกันอยู่อย่างนี้ แล้วเป็นครั้งแรกที่เล่นกับอนันดา เราได้สัมผัสเขามีพลังอยู่ข้างใน วันนั้นผมไม่ออกจากกองเลย ผมประทับใจ ผมเดินตามอนันดาเดินดูว่าอนันดาแสดงอะไรต่อ อีกฉากหนึ่งที่ประทับใจเลย อันนี้เป็นเรื่องงานสร้างย้อนกลับไปพอผมอ่านหนังสือสามเล่ม ผมได้เห็นภาพของเมืองของบ้านของคน ปลูกอย่างไรใช้วัสดุอะไรในการปลูก แล้วพอผมได้เห็นสโมสรงาช้างผมขนลุกเลยนะ หลวงโอฬารเป็นเจ้าของสิ่งนี้คือมันรวยมากนะมันมหาอำนาจ แล้วสวยงาม มีระเบียงศิลปะแบบโคโรเนียล ยุคล่าอาณานิคมอะไรแบบนี้ คือมันทำให้ยิ่งตัวละครผมมันทำได้ลึกขึ้น คือยุคอาณานิคมนะ ทุกอย่างมันมีศิลปะ วัฒนธรรม ในความฝรั่งมันมีความจีน ในความจีนมันมีรูปไทยๆ หรือในคลับซึ่งมีนักดนตรีสากลมาเล่น ในขณะที่นอกคลับงาช้างนี้ยังเป็นลำมะนา ปี่พาทย์กัน มีเปียโน มันยิ่งเสริมสิ่งที่เราทำการบ้านมาคราวนี้พลิ้วเลย รวมไปถึงงานอาร์ตทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย ไม้ถือ หมวก อะไรแบบนี้ครับ พอยิ่งฉากเยอะๆ เช่นฉากสร้างทางรถไฟ พอเราไปยืนอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่เหมือนเรา คนแต่งตัวชาวบ้านชาวช่องเรายิ่งรู้สึกว่าโอ้โหตัวละครนี้มันช่างศิวิไลซ์จริงๆ มันช่างมีอำนาจซะเหลือเกิน การทำงานร่วมกับผู้กำกับอย่างก้องเกียรติ โขมศิริ พี่โขมหลายคนอาจจะบอกว่าเป็นผกก.เลือดสาด แต่จริง ๆ ก่อนที่จะมาเจอจุดเลือดสาดมันจะมีความละเมียดละไมครับ พี่โขมเป็นคนที่ใช้ความมืดมาบีบคั้นคนดูเพื่อให้เห็นคุณค่าของแสงสว่าง แล้วมันทำให้เกิดผลของความรู้สึกทางอารมณ์ที่มันรุนแรงครับ การทำงานกับพี่โขมสนุกครับ ที่ผ่านมาเพราะว่าผมกับพี่โขมสนิทกันมาตั้งแต่เด็กน้อยตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง 14 ตุลาสงครามประชาชน ตอนนั้นพี่โขมเป็นพรอพ ทำน้ำป่าอยู่ เป็นคนเขย่าเข่งให้น้ำกลายเป็นสีแดง แล้วก็โตมาก็มีโอกาสได้เจอกัน พี่โขมทำงานด้วยหัวใจจริง ๆ เขารักในการเล่าเรื่อง เขารักที่จะสร้างชิ้นงานที่เป็นมหรสพให้กับท่านผู้ชม เขาจะทุ่มเทกับทุกงานและเราก็จะสนิทกัน แล้วเราก็จะค่อยๆเพิ่มตัวละครทีละนิด งานมันถูกเตรียมเป็นปี ตั้งแต่บทถูกสร้างขึ้นมาจนกระทั่งบทเสร็จ แล้วพอไปในกองปั๊บเราไม่ต้องกังวลเราไม่ต้องคิดเรื่องอื่นเลย มันสามารถเล่นไปได้เลย คราวนี้มันก็ยิ่งสนุก ฉากนี้เล่นแบบนี้ดีกว่า 4-5 ฉาก ทำให้ได้เห็นแง่มุมในความคิดต่าง ๆ ความรู้สึกต่าง ๆ การปะทะกับคนต่าง ๆ ในมิติที่แตกต่างกันหลวงโอฬารจะเจอกับน้องมาลัยก็จะทำตัวแบบหนึ่ง เจอกับอัลฮาวียะรูก็ทำตัวอีกแบบหนึ่ง เจอกับพี่สนก็ทำแบบหนึง อะไรแบบนี้ครับ ความรู้สึกที่มีต่อนักแสดงอย่าง อนันดา เอเวอริ่งแฮม ไม่ค่อยได้มีฉากชน ๆ กับพี่อนันดาเท่าไหร่ ส่วนมากจะเป็นพี่น้อย แต่ว่าผมชอบอยู่กองไง เราไปถ่ายกันที่ต่างจังหวัดส่วนมากจะเป็นกุยบุรี เมื่อถ่ายเสร็จปุ๊บเราก็จะอยู่ที่นั่นเพื่อรอถ่ายวันรุ่งขึ้น เขาเท่มากเลยครับ คืออนันดาไม่ได้เป็นแบบที่เราเห็นนะครับ เขาเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งไงที่เดินกุ๊กกิ๊ก ๆ เฮ้ยพี่ทำอะไร แต่พออยู่ในบทปุ๊บต่อให้ติดหนวดแล้วนะรูปลักษณ์เสร็จแล้วนะเขาก็ยังเป็นเด็กกุ๊กกิ๊ก ๆ แต่พอเขาเริ่มจะเล่นปั๊บคือเขามาเลย เฮ้ยเยี่ยมว่ะ เขามีมาดพระเอกอย่างไอ้ฉากที่เปิดเรื่องที่ยิงกันที่ปัดกระสุนปืนที่เป็นทีเซอร์ตัวแรกเลย ผมมีโอกาสได้ไปนั่งดูด้วยคือเท่ห์ พลังเขาสูงมาก เราได้เรียนรู้จากคนเก่ง ๆ ไม่มีข้อสงสัยกับการที่อนันดาเป็นขุนพันธ์ อนันดาเป็นคนที่ใส จิตใจดี รู้จักหาความงามของโลกใบนี้ เมื่อมันไปประกอบกับการแสดงที่เขาร่ำเรียนมาที่เขาทำความเข้าใจมาตลอดในวิชาชีพของเขา ความดีที่มีอยู่ในตัวอนันดาบวกกับความดีของขุนพันธ์ที่เป็นแบบอย่างมันจึงเชื่อมกันได้อย่างไม่เป็นปัญหา เขารู้ว่าคนเราดีไปเพื่ออะไร อนันดารู้จักและรู้สึกได้ถึงความงดงามของความดี เหมือนที่อนันดาเป็นนักแสดงแล้วก็ทำงานอย่างมีคุณภาพมาตลอด แต่ในคราวนี้เขาจะสวมบทบาทของคนที่รักในงานเหมือนกัน และงานนั้นคืองานที่ทำลาย ปราบปรามและสยบความชั่วร้าย อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย พี่น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์กับการร่วมงานกันเป็นครั้งที่หลังจากอันธพาล พี่น้อยร่วมงานกันมาตั้งแต่อันธพาลแล้ว รักพี่เขาอยู่แล้ว พี่น้อยเป็นอาร์ททิสต์ครับ คือเขาเป็นเครื่องมือในการนำพลังจากศิลปะแล้วถ่ายทอดออกมาได้เป็นคนที่มีธรรมชาติแบบนั้นอยู่แล้ว นั่นทำให้ทุกครั้งที่พี่น้อยแสดงมันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้น แน่นอนพี่น้อยต้องทำการบ้านมา แต่ว่า ณ ขณะนั้น แล้วเวลาเราเล่นอยู่กับพี่น้อย เราจะต้องเปิดสมาธิอย่างมาก และเขาก็จะรอเรานะ เขาก็จะดูว่าเราเล่นจะต้องเล่นเบอร์นี้ แต่ว่าเมื่อเราเล่นกับพี่น้อย เราเปิดรับกันสดๆ มาเบอร์นี้หรอ ฉันผลักกลับเบอร์นั้นอย่างงั้นหรอ มันเหมือนเกิดขึ้นจริง ๆ เวลาเล่นกับพี่น้อยมันเหมือนเรามีเรื่องราวด้วยกันจริง ๆ พี่น้อยเป็นกองกำลังของเราจริง ๆ เรามีความกริ่งเกรงกันในแต่ละด้านของกันจริง ๆ ถ้าหลวงโอฬารเป็นเหมือนผู้นำ อัลฮาวียะลูจะเป็นเหมือนแม่ทัพ แน่นอนผู้นำขาดแม่ทัพไม่ได้ และแม่ทัพก็ขาดผู้น้ไม่ได้เช่นเดียวกัน ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานและสิ่งที่อยากจะพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ “ขุนพันธ์” หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การถ่ายทำหนังธรรมดา ไม่ใช่แค่หนังแอคชั่นที่จะมีบู๊เลือดสาดกันอย่างเดียว แต่มันเป็นหนังที่บอกถึงปัญหาของประเทศเราครับ บอกถึงปัญหาของความคิดของคน อย่างเช่นเมื่อก่อนที่นี่เคยมีความสุขอย่างมากก็มีแค่ความจนที่เป็นปัญหา แต่พอหลวงโอฬารเข้ามาสร้างความหรูหราอะไรต่างๆความจนไม่ได้เป็นปัญหาต่อไปละ สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือหนี้สิน ซึ่งมันเลวร้ายกว่าความจนอีก แล้วคุณก็ตกอยู่ใต้ระบบของเศรษฐกิจ อยากให้มาดูและฉุกคิดว่าที่จริงแล้วอะไรคือความสุขที่จะอยู่กับเราไปได้โดยตลอด ถ้าเกิดมองความสุขแต่เพียงเปลือกนอก ข้างหลังเปลือกนั้นก็จะไม่ได้รับความสนใจ ทำไมต้องไปดูหนังเรื่องนี้... เพราะมันสนุกแน่นอน เพราะว่า Conflict มันแรงมันชัด ความดีกับความเลวมาปะทะกัน ความศรัทธาในความดี พลังของจิตใจมันจะปะทะกันในเรื่องนี้ ผมเชื่ออย่างนี้ว่า เมื่อได้ดูคุณจะรู้ว่าคุณจะยืนอยู่ฝั่งไหน มันอาจจะทำให้คุณกระตุกคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นชีวิตที่เรากำลังเดินกันอยู่มันไปถูกทางแล้วเหรอ แน่นอนคนเรามีเสรีภาพแต่มันไม่ควรมาเป็นข้ออ้างในการทำชั่ว เลือกเอาคุณจะใช้เสรีภาพของคุณอย่างไร ศรัทธาในความดีแล้วชีวิตเราก็จะมีแต่สิ่งดีดี เนื่องในวันที่ 5 ก.ค. จะเป็นวันคล้ายวันครบรอบ 10 ปีที่ท่านขุนพันธ์เสียชีวิต อยากให้พูดอะไรถึงท่านขุนพันธ์ ถึงแม้ว่าท่านขุนพันธ์จะเสียไปแล้ว ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าคนที่ได้ศึกษาประวัติท่าน ได้อ่านเรื่องราวของท่าน หลายคนอาจจะชื่นชอบนะกับคาถาอาคมของท่าน มีฤทธิ์ปราบ เอาหัวกะโหลกมาไว้ใต้บันได คนอาจจะชื่นชอบกับสิ่งเหล่านั้น แต่ที่จริงแล้ว การที่อาคมแก่กล้าขนาดนั้น สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นมือปราบที่หนังเหนียวได้ เป็นเพราะว่าสิ่งที่ท่านศรัทธาก็คือความดีความถูกต้อง หลายคนที่บูชาท่านอยู่ห้อยท่านอยู่ ก็น่าจะสัมผัสได้ ได้ระลึกว่าคนธรรมดาถ้าอยากจะถูกจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์แล้วและให้ลูกหลานพูดถึงอย่างสมเกียรติต่อไปสิ่งที่คุณต้องทำในวันนี้คือความดี

ศาลนัดตรวจพยาน 'คดีพธม.' ชุมนุม-ปิดสถานที่ราชการปี51
คดีพันธมิตรปิดสนามบิน /  จำลอง ศรีเมือง / 

ศาลนัดตรวจหลักฐาน คดี 9 แกนนำ พธม. ระดม ปชช. ชุมนุมไล่รัฐบาลปิดสถานที่ราชการ ปี 51 วันที่ 16 พ.ค. นี้ เวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดสอบคำให้การในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พลตรี จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ แกนนำพันธมิตรฯ รวม 9 คน เป็นจำเลยที่ 1 - 9 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังข่มขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวช แล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดจำเลยทั้งหมดได้เดินทางมาศาล ศาลจึงได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหมดฟัง ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 09.00 น. สำหรับคดีนี้ มีผู้ต้องหา คือ พลตรี จำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์, นายเทิดภูมิ ใจดี และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งทั้งหมดได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยศาลตีราคาประกันคนละ 2 แสน ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ศาลให้ประกันคนละ2แสนแกนนำพธม. คดีปิดสนามบิน ศาลให้ประกัน 8 แกนนำพันธมิตร คดีปลุกระดม ประชาชน ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการ ขับไล่รัฐบาล ปี 51 คนละ 2 แสนบาท ความคืบหน้ากรณี น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความแกนนำกลุ่มพันธมิตร ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจากกองทุนพันธมิตรฯ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง และแกนนำพันธมิตรฯ ชุดแรก รวม 9 คน จำเลยที่ 1 - 9 ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 9 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังขมขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวชแล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ล่าสุดศาลพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์ และ นายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำทั้ง 8 คน โดยตีราคาประกันเป็นเงินคนละ 2แสนบาท ยกเว้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล เนื่องจากในวันนี้ไม่ได้เดินทางมาศาล ศาลเลื่อนนัดสืบพยาน 'คดีพันธมิตรปิดสนามบินดอนเมือง' ศาลนัดสืบพยาน สนธิ กับพวกรวม 98 คน คดีบุกรุกสนามบินดอนเมือง ปี51 ไปเป็นวันที่ 20 ต.ค.นี้ ขณะที่ "จำลอง" ยื่นศาลเว้นค่าชดใช้ 600 ล้านบาท วันที่ 1 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 98 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน หรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ กรณีพวกจำเลยบุกเข้าไปในสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 โดยเมื่อถึงเวลานัด จำเลยได้เดินทางมาศาลจำนวน 88 คน 1 คน เสียชีวิต ส่วนอีก 7 คน อ้างว่าติดภารกิจ และมีอาการป่วย จึงไม่สามารถเดินทางมาศาลในวันนี้ ศาลจึงได้นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ในวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ขณะเดียวกัน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 14 คน ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ในคดีที่ศาลแพ่งสั่งให้ชดใช้ เงินจำนวน 600 ล้านบาท แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนคำร้อง ในวันที่ 21 มี.ค. 59 เวลา 09.00 น. ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ล้อมวงเข้ามา ! ฟังที่มาที่ไปของ
ชยณัฐ แจ่มใส /  ปุณณดา วอสเบียน / 

ล้อมวงเข้ามา ! ฟังที่มาที่ไปของ "โรงเรียนผี" จากปากผู้กำกับ พร้อมออกมาสร้างความหลอนไม่มีเปลี่ยนแปลงสำหรับ โรงเรียนผี ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล โดยผู้กำกับ เปิ้ล มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ ได้รวบรวมทีมนักแสดงทั้งรุ่นเล็กอย่าง อาไท กลมกิ๊ก, ออสการ์ ชยณัฐ, ริว อิงครัต, นีโม ปุณณดา, สุชาติ แคปเจอร์ และรุ่นใหญ่อย่าง หม่ำ จ๊กม๊ก, เท่ง เถิดเทิง, โก๊ะตี๋, โจอี้ เชิญยิ้ม มาล้อมวงเล่าเรื่องผีในโรงเรียน ที่ทุกคนล้วนต้องเคยผ่านประสบการณ์ขนหัวลุกเหล่านี้มาไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ผู้กำกับหญิงคนเก่งได้พูดถึงแรงบันดาลใจและจุดมุ่งหมายของเรื่องนี้ว่า “จริง ๆ เรื่อง โรงเรียนผี มันเป็นโปรเจกต์ที่อยากทำมานานแล้ว ตอนนั้นเราเคยร่วมงานกับเด็ก ๆ แล้วก็ได้ดูเค้านั่งคุยกันเรื่องสัพเพเหระ เรื่องผีโน่นนี่นั่น แล้วเรารู้สึกว่ามันเป็นบรรยากาศที่น่าสนใจ เค้าเล่าเรื่องผีกันแล้วเค้าก็กลัวในสิ่งที่เป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ เพราะเด็กก็ต้องเรียนที่โรงเรียน เราว่ามันเป็นประสบการณ์ร่วมของทุกคนที่เคยผ่านการเรียนหนังสือมา ซึ่งมันก็จะมีเรื่องเล่าต่าง ๆ และแน่นอนที่สุดก็ต้องมีเรื่องผีแน่ ๆ ซึ่งเรื่องในหนังเราคิดมาจากว่าเวลาที่เราอยู่ในโรงเรียน เรื่องราวหรือบรรยากาศที่มันน่ากลัวจะเกิดจากตรงไหนได้บ้าง แล้วเราก็หยิบจับสถานที่และตัวละครมาเล่าอย่างห้องเรียน, ห้องสมุด, ภารโรง, ครู, นักเรียน หมาโรงเรียนอะไรอย่างนี้ ซึ่งจริง ๆ ทุกที่ในโรงเรียน ถ้าไม่มีคนมันก็น่ากลัวหมดอยู่แล้ว เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของแก๊งนักเรียนมัธยมตัวแสบ 5 คนที่ลองดี ขุดเรื่องผีหลอน ๆ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมาเล่าข่มกันว่าเรื่องของใครจะน่ากลัวกว่ากัน ก็จะมีทั้งเรื่องจริงบ้าง เรื่องเล่าบ้าง เรื่องแต่งบ้าง รวมทั้งเรื่องที่พวกเค้าไปเจอด้วยตัวเอง ซึ่งบางทีเราก็หาคำตอบไม่ได้ว่ามันมาจากไหน เล่ากันไปเล่ากันมาก็ไม่จบสิ้น จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดว่า พวกเขาจะต้องมาเผชิญหน้ากับประสบการณ์สยองขวัญในท้ายที่สุด  แน่นอนว่า เราอยากทำหนังผีสยองขวัญตลกที่มีความสนุกเหมือนเมื่อก่อนที่มาล้อมวงกัน นั่งเล่านั่งฟัง และกลัวไปด้วยกัน สนุกด้วยกัน ไม่ต้องคิดมาก มันเหมือนเป็นประสบการณ์ร่วมที่ทุกคนต้องเคยผ่านมาสมัยที่ยังเรียนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนเล่า คนฟัง หรือประสบพบเจอเอง ก็หวังว่าทุกคนจะมาฟังเรื่องผี แล้วสนุกไปด้วยกันค่ะ” เตรียมตัวรับประสบการณ์ขนหัวลุกของเรื่องเล่าผีโรงเรียนที่หลอนกว่าโรงเรียนไหนๆ จะเรียนที่นี่ เคยได้ยินเรื่องผีแล้วหรือยัง โรงเรียนผี หลอนทุกคาบ หลอกทุกโรง 3 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ฉันตาถึง!!! ม้า อรนภา เชิ่ดใส่ ว่าน มั่นใจ เลือกถูกคน ไม่แคร์กระแสต้าน
La Banda Thailand /  กล้าหาญ / 

    ถึงคราวพี่ม้าออกโรงบ้างซะแล้ว หลังจากโดนกระแสโซเชียลในรายการ  La Banda Thailand ซุป’ตาร์บอยแบนด์ ถล่มว่ากรรมการ ม้า อรนภา เลือกคนที่หน้าตา แต่มาครั้งนี้ผิดคาด เมื่อหนุ่มที่ดูหน้าตาเนิร์ดๆ ชื่อ กล้าหาญ ที่ถึงแม้จะไม่ผ่านการโหวตของสาวๆ แต่พี่ม้าดันสวนกระแส เห็นแวว รีบกดกรuนไลท์ ไฟเขียวให้ผ่านเข้ามาโชว์เสียงต่อหน้ากรรมการทั้ง 4 คน ซึ่งหนุ่มกล้าหาญก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เพราะเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์ ในเพลง วู่วาม ทำเอาได้ใจกรรมการ และคนดูไปเต็มๆ ตลอดโชว์ของเขา ทำเอาพี่ม้ายิ้มแก้มปริ รีบพูดข่มใส่หนุ่มว่าน และปิดท้ายด้วยประโยคเด็ดๆ จากพี่ม้าว่า “ฉันตาถึง!!!”  คราวนี้คุณแม่จะได้ลบคำสบประมาทของหนุ่มว่านได้สักทีนะจ๊ะ