ข่มขื่น

ส่งฝากขังศาล จ.ตราดแล้ว  5 ผู้ต้องหาข่มขืนสาวฝรั่งเศส
กัมพูชา /  ข่มขืน / 

ส่งฝากขังศาล จ.ตราดแล้ว  5 ผู้ต้องหาข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวฝรั่งเศส จัดกำลังเพิ่มดูปลอดภัย-หวั่นหลบหนี  พล.ต.ต.นพรัตน์ รินทพล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดตราด เปิดเผยว่าถึงความคืบหน้าคดีผู้ต้องหาชาวเขมรจำนวน 5 คนบุกข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวชาวฝรั่งเศส บนเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ไปฝากขังที่ศาล จ.ตราดแล้ว โดยมีการดูแลความปลอดภัยเพิ่มขึ้นจากปกติ เพื่อป้องกันเหตุชาวบ้านที่โกรธแค้นทำร้ายกลุ่มผู้ต้องหา พร้อมทั้งคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ส่วนผลการตรวจจากคราบอสุจิ และ ดีเอ็นเอ คาดว่าจะทราบภายใน 1 ถึง 2 วันนี้ ทั้งนี้ทางพล.ต.ต.นพรัตน์ ยังหกล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้สามารถเอาผิดกับกลุ่มผู้ต้องหาได้ท้งหมด เพราะพยานหลักฐานต่างๆ ที่รวบรวมไว้สามารถชี้ชัดเอาผิดได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เผย 1 ใน 3 นักท่องเที่ยวฝรั่งเศส มีเลือดออกในสมอง เตรียมส่งตัวเข้ากรุงเทพฯ ชี้ ต้องสร้างมาตรการความปลอดภัย ความคืบหน้าเรื่องลูกเรือชาวกัมพูชา 5 คน ทำร้ายร่างกายและข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 นั้น นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยถึง ในส่วนของการป้องกันและแก้ไข จะต้องมี 3 ส่วน คือ ลักษณะทางกายภาพ เนื่องจากสภาพที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางเปลี่ยวแสงสว่างไม่เพียงพอ ส่วนที่ 2 ต้องประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังด้วยตัวเอง ไม่ให้เดินทางไปพื้นที่ที่ไม่มีผู้คนหรือทางเปลี่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวบางคนก็ชอบลักษณะแบบนี้ แต่สำหรับเหตุการณ์นี้นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสถือว่าค่อนข้างมัดระวังตัวอยู่แล้ว แต่ก็ยังโดนลูกเรือกัมพูชาทำร้าย ซึ่งลูกเรือชาวกัมพูชาโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะไม่ค่อยก่อเหตุในลักษณะนี้ ทุกอย่างต้องทบทวนกันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ การระมัดระวัง รวมถึงแรงงานที่หายไปจากเรือทั้งตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ จำเป็นต้องรายงานหน่วยราชการให้ทราบ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้สร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเกาะกูดอย่างมาก และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียหาย พร้อมทั้งจะดูแลเยี่ยวยาอย่างเต็มความสามารถ ส่วนอาการผู้บาดเจ็บ ได้รับรายงานว่า 1 ใน 3 ยังมีเลือดออกในสมอง และเตรียมจะส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครต่อไป ซึ่งในรายของนักท่องเที่ยวผู้หญิงอายุ 57 ปี ถูกทำร้ายตามร่างกาย และศีรษะ รวมทั้งที่อื่นๆ ได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่าทุกคน ส่วนชายมีเลือดออกที่เหนือศรีษะ และเจ็บตามร่างกายจากการถูกมีดฟัน และอีกคนถูกข่มขืน และทำร้ายร่างกายหลายแห่ง ทั้งหมดปลอดภัยแล้ว ----------------------------------------------------------------------------------- ตำรวจตราด รวบ 3 ลูกเรือประมงกัมพูชา ทำร้ายร่างกาย ข่มขื่น นักท่องเที่ยวต่างชาติ เร่งล่าอีก 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะกูด ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมฟาร์มเฮาส์ รีสอร์ท หมู่ 5 บ้านอ่าวพร้าว ต.เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด ว่ามีนักท่องเที่ยวถูกแรงงานทำร้ายและข่มขืน ก่อนได้รับความช่วยเหลือจากพนักงานโรงแรมและชาวบ้าน พ.ต.ท.สุรพร เทพเสน รอง ผกก.เกาะกูด ได้ประสานงานกับ นายทรงกลด สอนพึ่งรักษ์ ปลัดอาวุโส อ.เกาะกูด และ จ.อ.วิชัย จันทร์คาม หน.ชุดประสานงานกองทัพเรือประจำเกาะกูด นำกำลังทหารนาวิกโยธิน ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้เข้าทำการปิดล้อมคนร้าย นานกว่า 2 ชม. และสามารถจับกุมได้ในป่าหลังเขา จำนวน 3 คน ส่วนอีก 2 คนหลบหนีเข้าป่าไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังทำการปิดล้อมต่อไป สำหรับลูกเรือชาวกัมพูชาทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายยิ้ม อายุ 25 ปี นายภัย อายุ 22 ปี นายเจิน อายุ 25 ปี ส่วนอีก 2 คน ที่ยังหลบหนีอยู่คือ นายที อายุ 20 ปี และ นายบด มาน อายุ 20 ปี ทั้งหมดเป็นลูกเรือประมง ที่ออกจากท่าเรือเฉลิมพล อ.แหลมงอบ จ.ตราด และมาจอดอยู่ที่ท่าเรืออ่าวพร้าว ใน อ.เกาะกูด ทั้งนี้ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 3 คน ล่าสุดทางโรงพยาบาลเกาะกูดได้นำตัวส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตราดแล้ว เนื่องจากมีอาการสาหัสและถูกส่งตัวเข้าทำการผ่าตัด ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว ขอบคุณเนื้อหาและภาพจาก INN

ดูดวงปี2559 กับภาพรวม12ราศี! โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดูดวง / 

พยากรณ์ ภาพรวมดวงชะตา 12ราศี โดย อ. คฑา ชินบัญชร   ราศีมังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) หัวสมองโลดแล่นอยุ่นิ่งไม่ได้เลย อยากหยิบนั่นจับนี่ โครงการในหัวทะลักทลาย แต่สุดท้ายก็ทำได้ทุกอย่าง ปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ การทำงานมีหลายๆ งานที่คุณต้องรับผิดชอบ รวมถึงงานใหม่ งานเสริมด้วย เป็นปีที่อยากลอง อยากทำทุกอย่าง ช่วงปลายปีมีความก้าวหน้าที่ดี ได้พบปะเจรจากับคนสำคัญ ซึ่งมีแนวทางใหม่ๆ หรือได้รับการสนับสนุนในเรื่องของเงินทอง ปีนี้ได้ "ไพ่พระลักษมี" และ "ไพ่ราชินีแห่งเหรียญ" มีข่าวสารที่ช่วยในการตัดสินใจ ทีนี้ใครที่ชอบเสี่ยง ชอบลุ้นสบายใจได้ เล่นหุ้นได้ผลกำไรดี ความรักมักจะมีรูปแบบแปลกใหม่เข้ามาเสมอ มีสีสันพอสมควร คนโสดคงจะมีเด็กกว่ามาจีบหรืออายุมากกว่าไปเลย ปีนี้เบิกบานใจ ส่วนคนที่มีคู่อยู่แล้ว ก็คงจะเจ้าชู้ แอบมีกิ๊กเพิ่ม ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) เริ่มมีความกระตือรือร้นกลับมาอีกครั้ง ปีนี้ได้ "ไพ่พิเภก" และ "ไพ่เดอะเมจิกเชียน" มักมีแนวคิดแหวกแนวกว่าคนอื่น โครงการที่ไม่เคยทำก็อยากลองทำ ทำอะไรที่ตนเองถนัด คุณจะได้รับรู้ถึงพรสวรรค์ของตัวเอง การทำงานมีช่องทางใหม่ๆ ให้เลือก บางทีได้ชิมลางกับงานที่ไม่เคยทำ อย่าไปกลัวคุณทำได้อยู่แล้ว ในช่วงกลางปี ให้ระวังความป๋ำเป๋อหรือกังวลจะทำให้งานผิดพลาด ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องคำนวณ งานตัวเลข คงต้องรอบคอบมากขึ้น เรื่องการเงิน เงินทอง กระเป๋าแบนตลอด หยิบอะไรคิดอะไรเป็นต้องลงทุน ปีนี้ค่าใช้จ่ายอะไรก็ประดังเข้ามา ทำให้หมุนกันตัวเป็นเกลียว ความรักสำหรับคนโสด สดใสมาก ได้พบรักโดยบังเอิญ แบบบุพเพอาละวาดทำนองนั้น แต่ถ้ามีคู่รักอยู่แล้ว ก็ต้องระวังมือที่สาม เอาใจกันให้ดี ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ มีความคิดความอ่าน รอบคอบมากขึ้น เรื่องวุ่นวายเลยจางหายไป ปีนี้ได้ "ไพ่หนุมานครองเมือง" "ไพ่ 4 คฑา" การทำงานมีความสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี มีผลงานเป็นที่น่าพอใจของผู้ใหญ่ และดูเหมือนคุณจะใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชามากขึ้น รู้จักนอบน้อม ทำตัวให้เป็น จะก้าวหน้ามากๆ งานที่ปรึกษา กฎหมาย วิชาชีพอิสระมีความสำเร็จ การเงิน เงินทองช่วงต้นๆ จะโชคดีมาก มีลาภวิ่งเข้ามาหา หรือคิดลงทุนก็ประสบความสำเร็จ ไม่ขัดสนแน่ปีนี้ เป็นจังหวะที่เหมาะในการเริ่มต้น ความรักหมั่นดูแลถนอมรักกันตลอด อบอุ่น มีกำลังใจที่ดี คนโสดในปีนี้สะดุดรักจังเบอเร่อ แต่ห้ามรีบร้อน ศึกษาดูใจกันให้ดี แล้วจะได้รักที่ยืนยาวมั่นคง ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ปีนี้ได้ "ไพ่เผากรุงลงกา" และ "ไพ่เดอะทาวเวอร์" คงต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวสักหน่อย ความใจร้อนก็ลดลงมาบ้าง มีเรื่องขัดแย้งผิดใจกับคนรอบข้างบ่อย อาจถึงขั้นแตกหัก การทำงานเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม มิฉะนั้นจะถูกเพ่งเล็ง ลดความดื้อลงอีกนิด งานใหญ่จำเป็นต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจ ปลายปีมีโอกาสปรับเปลี่ยนงาน เงินทองไหลออกเป็นส่วนใหญ่ หันไปทางไหนก็มีแต่เรื่องที่ต้องจ่าย แถมมีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ อย่าเพิ่งไปลงทุนกับใคร มีแต่จะเสียมากกว่าได้ ความรักต้นปีรบราฆ่าฟันกันน่าดู ไม่มีใครยอมใคร พยายามข่มอารมณ์แล้วเรื่องร้ายผ่านไป คนโสดจะมีอัศวินเดินทางไกลมาหา ช่วงปลายปีมีรักกุ๊กกิ๊ก ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ปีนี้ต้นร้ายปลายดี ช่วงต้นปีมีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง เห็นอะไรเป็นขวางหูขวางตา ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ถ้าคุณไม่ไปหาเรื่องเขา ก็มีคนมาหาเรื่องคุณ สุดท้ายก็เป็นเรื่องจนได้ ก็สงบจิตสงบใจหน่อย จะได้ไม่เกิดปัญหา คุณที่อยากเปลี่ยนงาน สมัครงานทิ้งไว้ ปลายปีนี้มีข่าวดีแน่นอน การเงิน "ไพ่นางสีดา" และ "ไพ่ 9 เหรียญ" ปีนี้เก็บออมเป็นเลิศ ใครอย่ามาหวังแอ้มได้เงินจากคุณเลย ยากมากๆ แต่ก็จะมีเรื่องต้องเสียเงินแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ เป็นเรื่องฉุกเฉิน ปลายปีถึงจะมีลาภ ความรักมีปากเสียงกันตลอด คงต้องลดทิฐิลงมากันคนละครึ่งทาง คนโสดมีกามเทพมาแผลงศรให้ได้คู่ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ปีนี้นับเป็นช่วงทองของชาวราศีเมถุนเลยทีเดียว  "ไพ่พระตรีมูรติ" และ "ไพ่ราชาแห่งเหรียญ" เงินทองไหลมาเทมา หยิบจับอะไรก็ขึ้น เป็นเงินเป็นทองไปทุกเรื่อง ถ้ากำลังมีโครงการในใจ ให้รีบสานต่อให้เสร็จ เหมาะในการเสี่ยงการลงทุน เล่นหุ้นได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ปลายปีมีลาภฟลุ้คๆ คนที่เคยชวยเหลือจะกลับมาตอบแทน เดินทางไกลดีมีโชคลาภ การทำงานสบายมาก ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ ถ้าได้ผ่านมือคุณทุกอย่างไม่มีปัญหา ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา กลางปีมีข่าวดีเกี่ยวกับงาน มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งดีขึ้น ความรักเฮฮา ปาร์ตี้ ได้เพื่อนใหม่ คนโสดได้ปิ๊งแน่ ช่วงนี้ลุกขึ้นมาแต่งตัวนิดหน่อยก็เสน่ห์แรงแล้ว ส่วนที่มีคู่ได้สวีทให้ชื่นใจ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ปีนี้เหมือนเจอมรสุม "ไพ่นนทกสิ้นฤทธิ์" และ "ไพ่ 10 ดาบ" ทำอะไรไปก็ไม่ได้ดี ช่วงกลางปีให้ระวังอุบัติเหตุจากของมีคม และการเดินทาง อย่าไปคาดหวังอะไรจากใครมากจะผิดหวัง การทำงานคอยแต่เกี่ยงกัน เรื่องดีๆ ก็แย่งกันรับ แต่พอมีปัญหาก็หนีเอาตัวรอด บรรยากาศแบบนี้ทำให้เบือได้ง่ายๆ ช่วงปลายปีลองแสดงความสามารถ แสดงความคิดเห็นให้เต็มที่ จะได้รับการยอมรับ เงินทองไหลออกมากกว่าเข้า มีเรื่องให้ต้องเสียอยู่ตลอดเวลา เจอะเจอใครก็พูดเรื่องหยิบยืมเงิน เริ่มรู้สึกเซ็งๆ แต่ช่วงปลายได้เฮ มีลาภฟลุ้คๆ ช่องทางทำเงินเริ่มเห็นชัดขึ้น ความรักหงอยเหงา แอบรักเขาข้างเดียว ที่มีแฟนอยู่แล้วก็บึ้งตึงกันบ่อย แถมอาจถูกนอกใจด้วย ทำตัวน่ารักๆ เข้าไว้จะได้ไม่มีปัญหา ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ปีนี้ยุ่งอยู่กับเรื่องเงินทองตลอด เดี๋ยวได้มา เดี๋ยวจ่ายไปให้เวียนหัว "ไพ่ลงทัณฑ์หนุมาน" และ "ไพ่ 5 เหรียญ" ต้นปีจ่ายกันให้พอ กระเป๋ารั่ว อย่าเพิ่งไปคิดเก็บออม หมดไปกับค่าใช้จ่ายจุกจิก ทั้งค่ารักษา ซ่อมแซม กู้เงิน ยืมเงิน อย่าไปรับปากใครเด็ดขาด ความเดือดร้อนจะมาเยือน ช่วงกลางปีไปแล้วค่อยโล่งใจ เหมือนมีเทวดามาช่วย มีช่องทางทำกำไรที่ดี มีงานเสริม เข้าหาผู้ใหญ่ได้รับความช่วยเหลือ การลุ้นเสี่ยง มีลาภ การทำงานเอาแน่นอนไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยมีสมาธิ อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ งานเลยไม่ค่อยคืบหน้า แต่ถ้าเป็นงานบันเทิง ท่องเที่ยว ผับ บาร์ จะไปได้เร็ว ความรักมักชิงสุกก่อนห่าม ไม่ดี ปีนี้มีมาก็รักจริงหวังฟันทั้งนั้น ให้ดูใจกันให้นานแล้วจะรักกันยืนยาว ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ปีนี้ได้ "ไพ่เสนาวานร" และ "ไพ่เดอะสตาร์" ยังคงส่องแสงระยิบระยับ หันไปทางไหนก็เจอแต่แสงสว่าง ไปได้ทุกที่ หยิบจับงานได้ทุกงาน การทำงานก้าวหน้า มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ผู้บังคับบัญชากำลังเทคะแนนให้อย่างแรง ถ้าคุณมีไอเดียเจ๋งๆ ไม่ต้องเก็บไว้ แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ ช่วงนี้ทางสะดวก ช่วงกลางปีคนใกล้ชิด ครอบครัวจะคอยสนับสนุน เป็นแรงเชียร์ได้เป็นอย่างดี เงินทองจะไปไหนเสีย งานดี เงินก็ดีตามไปด้วย สิ่งที่คาดหวังอยากได้ จะได้ในช่วงนี้ ต้นปีการเสี่ยงลุ้น มีโอกาสสูง ความรักก้าวไกลกว่าคู่ไหนๆ จูงมือกันวิวาห์ มีฤกษ์งามดี คนโสด ก็คงได้คู่กันก็คราวนี้ มีความสุขกันทั่วหน้า ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ต้นปียังหมกมุ่นคิดถึงแต่เรื่องเก่าที่ผ่านมา จนไม่เป็นอันทำอะไร ขอแนะนำให้ทิ้งเรื่องเก่า มองเรื่องใหม่ที่กำลังเข้ามาจะดีกว่า กลางปีได้เดินทาง ปรับเปลี่ยนที่อยู่ การทำงานดีขึ้น งานก้าวหน้า แต่คุณคงต้องกระตือรือร้นตามไปด้วย ส่งให้ไม่ค่อยได้อยู่ติดที่ เดินทางบ่อย คุณที่อยากเปลี่ยนงาน ลองสมัครดูจะได้รับข่าวดี ช่วงปลายผู้บังคับบัญชา สนับสนุนเต็มที่ เงินทองช่วงต้นปีทำให้หงุดหงิด มีบางอย่างเสียไปแล้วเกิดความเสียดาย ระวังของหาย ช่วงกลางปีมีลาภจากการเดินทาง ความรัก "ไพ่ทศกัณฐ์แห้ความ" และ "ไพ่ 5 ถ้วย" จุกจิกขี้บ่น จนเลยเถิด ตัวเองก็ต้องมานั่งเสียใจในคำพูด คนโสดสบายสุดๆ ช่วงนี้มีกามเทพแผลงศร ให้ได้สะดุดรักกันให้วุ่น ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ปีนี้จะนุ่มนวล อ่อนโยนกับเขาบ้างแล้ว เพราะได้รับอิทธิพลจาก "ไพ่จักรพรรดินี" และ "ไพ่ดิเอ็มเพรส" อ่อนไหวง่าย ขี้สงสาร การทำงานถึงแม้ว่าจะไม่ได้คล่องแคล่วว่องไวอย่างใจคิด แต่ก็ไปช้าๆ แบบมั่นคง ปีนี้คำพูด การเจรจา ไพเราะเสนาะหู มีเสน่ห์ ต่อรองอะไรก็สำเร็จผล ปลายปีได้เพื่อนคู่คิด ช่วยกันทำงาน ครอบครัวเป็นแรงหนุน เงินทองเริ่มรู้จักเก็บรู้จักใช้มากขึ้น คิดจะวางแผนลงทุนก็ทำได้ดี เข้าหาเพศตรงข้ามจะได้ลาภจากการเสน่หา ถึงแม้เงินจะได้มาช้ากว่าที่คิด แต่ได้แน่ๆ ไม่ต้องห่วง ความรักหวานโรแมนติก เอาใจใส่กันเป็นอย่างดี ใครที่กำลังคิดสร้างครอบครัว อยากมีบุตรจะมีข่าวดี คนโสดคงได้คนรอบข้างช่วยกันแนะนำ ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ปีนี้เกิดอาการคิดมาก เพราะถูกเป่าหูเหลือเกิน "ไพ่ขันธกุมาร" และ "ไพ่เจ้าชายแห่งดาบ" มักได้ยินเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ อย่าเพิ่งไปสนใจใครมาก ให้เชื่อมั่นในตัวเอง ทำดีได้ดีแน่นอน การทำงานไม่ค่อยได้ดั่งใจ ยิ่งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เข้าหากันไม่ค่อยติด ต่างคนต่างความคิด ช่วงปลายถึงจะลงเอยกันได้ด้วยดี คุณต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี เวลามีบู๊ คุณจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เงินทองมีแต่คนหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ ทั้งคนใกล้ตัวและไกลตัว ถ้าทำได้ให้ปฏิเสธไปก่อนจะดีกว่า ถึงแม้จะรู้สึกไม่ดีแต่แรก แต่พอเวลาผ่านไปก็จะดีขึ้นเอง ดีกว่าต้องมานั่งเป็นทุกข์ร้อนไปตลอด ความรักเจอมือที่สามเข้ามาแทรก เอาใจคนรักให้มากๆ แล้วจะรู้ว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังเหมือนเคย รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

ละครวัยแสบสาแหรกขาด , เรื่องย่อวัยแสบสาแหรกขาด
ละคร วัยแสบสาแหรกขาด /  เรื่องย่อละคร วัยแสบสาแหรกขาด / 

บทประพันธ์โดย : ณัฐิยา ศิรกรวิไลบทโทรทัศน์โดย : ณัฐิยา ศิรกรวิไล, กศลิน เมฆวิภาต, กัลยาณมิตรกำกับการแสดงโดย : อดุลย์ บุญบุตรผลิตโดย : บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุลออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ความไม่สมประกอบของครอบครัว คือ เหตุแห่งความบกพร่องของสังคม ทรายทิพย์ (ทราย) นักจิตวิทยาให้การปรึกษาเกี่ยวกับเด็ก และครอบครัว (counseling phychology) หนอนหนังสือบ้าตำรา ก้มหน้าก้มตาเรียนรวดเดียวตั้งแต่อนุบาลจนถึงด๊อกเตอร์ ชีวิตไม่เคยทำอย่างอื่น นอกจากเรียน แซนด์หอบปริญญาทางด้านจิตวิทยากลับมาจากต่างประเทศ พร้อมกับไฟในการทำงานอันเต็มเปี่ยม แต่เมื่อมาเจอความเป็นจริงของสังคมไทย ความฝันของเธอถูกดับอย่างอนาท ไม่มีใครให้ความสำคัญกับการรับคำปรึกษาจากนักจิตวิทยา แซนด์กำลังจะสิ้นหวัง แต่แล้ว เหมือนฟ้ามีตา เธอได้รับการติดต่อมาจาก เปรมมิกา (ปาล์ม) เพื่อนสนิท ปาล์มทำงานอยู่ที่ โรงเรียนเปี่ยมคุณศึกษา (ป.ศ) แซนด์พุ่งเข้าไปรับงานพร้อมความมั่นใจ โดยไม่รู้เลยว่างานนี้ไม่ได้หมูอย่างที่เธอคิด โรงเรียนเปี่ยมคุณฯ ก่อตั้งโดย นพลักษณ์ (ลักษณ์) ไฮโซ ผู้ดีเก่า ผู้มากความสามารถ มั่นใจ แม้แต่ สมภพ สามียังต้องขอเลิก และหนีไปทำนา (แบบเกษตรสมัยใหม่เน้นความพอเพียง) เพราะทนต่อการโดนข่มไม่ไหว ภาระแห่งการต่อสู้เพื่อเอาชนะอัตตาของนพลักษณ์จึงตกมาถึง คุณชวนากร (กร) ลูกชายคนเดียว ผู้ต้องสืบทอดกิจการโรงเรียนต่อไป หลายคนมองว่าเขาโชคดีมีแม่ปูทางธุรกิจไว้ให้อย่างเข้มแข็ง แต่ในความเป็นจริง กรต้องต่อสู้กับความเก่งของแม่ เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้แม่ยอมรับ ในขณะเดียวกันต้องเร่งสร้างผลงานให้บรรดาครูใหญ่ และครูน้อยในโรงเรียนเห็นว่าเขาไม่ใช่คุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็น กรกดดันตัวเองจนกลายเป็นเจ้านายสุดเขี้ยว อารมณ์ร้ายเข้ากับใครไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะ อำนาจ ครูใหญ่ กรกับอำนาจมีเรื่องต้องขัดแข้ง ขัดขา ขัดใจ ปะทะคารมกันเป็นประจำ พนักงานเพียงคนเดียวที่พอคุยกับกรรู้เรื่องก็คือ ปาล์ม เลขาคนสนิท ผลงานแรกที่กรหมายมั่นปั้นมือต้องทำให้สำเร็จ คือ โครงการ เด็กดีไม่มีปัญหา (Sweet broken home) โครงการนี้เกิดขึ้นเพราะมี เด็กแสบ สร้างปัญหาจนถึงขั้นต้องไล่ออกพร้อมกันถึง 5 คน อำนาจยืนยันว่าเด็กกลุ่มนี้เกินเยียวยาต้องไล่ออกเท่านั้น แต่หลังจากดูประวัติกรเห็นว่าเด็กทั้ง 5 มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ พ่อแม่แยกทางกัน เด็กแต่ละคนมีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ กรจึงเกิดความคิดที่จะทำโครงการพิเศษนี้ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาให้เด็กสามารถใช้ชีวิตกับคนอื่นได้ ไม่ใช่โยนเด็กที่มีปัญหาออกไปสู่สังคมภายนอกโดยไม่ทำอะไร ซึ่งความคิดนี้ตรงกันข้ามกับอำนาจอย่างสิ้นเชิง และนพลักษณ์ก็เลือกที่จะให้กรพิสูจน์ตัวเองทำให้อำนวจไม่พอใจอยู่ลึก ๆ นพลักษณ์ยื่นคำขาด ถ้าโครงการนี้ลดความแสบของเด็กทั้ง 5 ลงได้ถือว่ากรสอบผ่าน เด็กได้เรียนต่อและอาจจะมีโครงการนี้ต่อไป แต่ถ้าล้มเหลว เด็กทั้ง 5 ต้องโดนไล่ออก กรยอมรับการพิสูจน์ครั้งนี้ และสั่งให้ปาล์มตามหานักจิตวิทยาเฉพาะทางที่จะมาเป็นหัวหน้าโครงการโดยด่วน และคนคนนั้นก็คือ ทรายทิพย์ นั่นเอง!!ในการพบกันครั้งแรกของทรายทิพย์ และ กร ไม่ได้สวยหรูอย่างที่เธอคิดไว้ เขาไม่ได้ปลื้มกับใบปริญญาที่วางเรียงเป็นแผงและเกรดอันดีเยี่ยมของเธอแม้แต่น้อย แต่เขากลับไม่ไว้ใจเพราะเธอไม่เคยทำงานจริง และ อายุก็ยังน้อย แซนด์เลยสวนกลับไปว่า "คุณกำลังตีค่าฉัน เหมือนกับที่ครูในโรงเรียนตีค่าคุณ พวกเขาคิดว่าคุณทำงานแทนแม่คุณไม่ได้ เพราะไม่มีประสบการณ์และอายุน้อย ถ้าคุณไม่พอใจที่คนอื่นตัดสินคุณด้วยเหตุผลนี้ คุณเองก็ไม่ควรตัดสินฉันด้วยเหตุผลนี้เช่นกัน".... คำพูดของแซนด์จี้ใจดำกรอย่างแรง กรตัดสินใจยอมรับเธอเข้ามาทำงานในตำแหน่ง หัวหน้าโครงการเด็กดี ฯ เมื่อ นักจิตวิทยาบ้าตำรายังไม่เคยเจอของจริง ต้องมาทำงานกับ คนจริงสุดเขี้ยว และยังต้องปะทะกับเด็กแสบอีก 5 คน ความปั่นป่วน ชวนเวียนหัวจึงได้เกิดขึ้น ความผูกพันอันสวยงามของกรและแซนด์ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น พร้อม ๆ ไปกับการทำงานที่ใกล้ชิดแบบตัวแทบจะติดกัน เด็กคนแรก ด.ญ.ญาทิป (น้องปิ๊กปิ๊ก) อยู่ชั้น ป. 4 เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม แววตาใสซื่อ พ่อ (จักรินทร์) เป็นนักธุรกิจใหญ่ ร่ำรวย เจ้าชู้ จนต้องแยกทางกับ แม่ (ตรีทิพย์) ที่มีฐานะร่ำรวยไม่แพ้กัน แต่ปิ๊กปิ๊กกลับมีพฤติกรรม ชอบขโมย จนเพื่อนไม่อยากคบ แต่ปิ๊กปิ๊กกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่หยุดพฤติกรรม จอมฉก ปิ๊กปิ๊กจึงเป็นเด็กดีหมายเลข 1 ที่ท้าทายความสามารถของกรและทรายทิพย์ เด็กดี No.2 เป็นเด็กชายอยู่ชั้น ป. 6 ชื่อ ด.ช. ดังใจ (โชกุน) พ่อแม่แยกทางกัน ดุจฤทัย (ดุจ) เป็นผู้หญิงเก่งที่ทุกอย่างต้อง เป๊ะ ๆ ๆ ๆ จน ภูทอง (ภู) สามีขอหย่า และหันไปเปิดผับเล็ก ๆ ในขณะที่ดุจฤทัยเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทข้ามชาติ ความเนี้ยบของดุจทำให้ โชกุน มีปัญหา ไม่กล้าบอกความจริง และนำมาสู่การเป็น เด็กเลี้ยงแกะ จอมโกหกของโรงเรียน เมษา (ตังเม) เป็นเด็กคนที่สาม ที่กรและแซนด์คัดเข้ามาอยู่ในโครงการ ตังเมอยู่ ม. 3 มีปัญหา หมกหมุ่นกับการฆ่าตัวตาย พ่อตังเมชื่อ ชัยภูมิ (ภูมิ) เป็นเจ้าของโรงงานขนาดใหญ่มีครอบครัวแล้ว นวลสราญ (นวล) แม่ของเธอมีฐานะเป็นเมียน้อยอย่างไม่เต็มใจ นวลปล่อยตัวให้จมกับความทุกข์ ไม่ลุกขึ้นสู้กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทำให้ตังเมเป็นเด็กที่ไม่ได้รับความรัก การขู่ฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องให้พ่อ แม่หันมาสนใจ คนที่ 4 ที่สุดแสบ แสบทั้งแม่ทั้งลูก เรียกได้ว่า แสบสะท้านวงการ เพราะเธอเป็นลูกสาวของ พีรดา (รดา) อดีตซุปตาร์ ที่กำลังอยู่ในขาลง มงกุฎแก้ว (มินนี่) เป็นดาวโรงเรียน เป็นคนหลงตัวเองอย่างสุดขั้ว แม่ลูกคู่วีน เหวี่ยง เป็นจอมสร้างภาพอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย มินนี่วางตัวเป็นเจ้าแม่คอยควบคุมเพื่อน เผด็จการ เป็นตัวแทนของเด็กในยุค GEN Me อย่างแท้จริง ติดโซเชี่ยลมีเดีย จนถึงขั้นรับความจริงไม่ได้ พีรดา และมินนี่ เธอรับไม่ได้ที่ตัวเองถูกส่งมารวมกับไอ้เด็กปัญหา อาละวาดจนแซนต์และกรต้องปวดหัว ความปวดหัวสุดท้ายที่ทำให้กรและแซนด์ คือเด็กคนที่ 5 ถวายชัย (ลูกหวาย) เด็กชั้น ม. 6 หน้าตาดี ภายนอกดูสุภาพ เรียบร้อย พูดน้อย ทรายทิพย์แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าหวายจะเป็นเด็กที่ชอบใช้ความรุนแรง มีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนเป็นประจำ ไม่ให้ความร่วมมืออะไรทั้งสิ้น เธอรู้แค่ว่าพ่อของหวายชื่อ ยอดยุทธ เป็นเจ้าของโรงเหล็ก ส่วน เป็นสุข ผู้เป็นแม่ แยกทางกับพ่อได้สองสามปี หวายมีน้องสาวชื่อ ถวายพร (ลูกหว้า) อยู่กับแม่ หลังจากได้รู้จักเด็กทั้ง 5 คน ทรายทิพย์เครียดสุด ๆ เพราะแต่ละปัญหาไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิด ซ้ำร้ายยังไม่มีใครให้ความร่วมมือแม้แต่คนเดียว ทั้งตัวเด็ก พ่อ แม่ แต่สิ่งที่ทั้งสองคนได้โดยไม่คาดคิดคือ การได้เรียนรู้กันและกัน ทั้งกรและแซนด์ได้เก็บข้อมูลของกันและกันโดยไม่ตั้งใจ แซนด์ได้รู้ถึงความกดดันที่ทำให้กรเป็นคนดุ และจริงจังจนเกินไป กรเองก็ได้รู้ว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้แซนด์เป็นผู้หญิงคิดบวก ไม่ท้อแท้ ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เป็นเพราะเธอมีครอบครัวที่แสนดี เป็นกองหนุนสำคัญ กรเองก็แอบมาขอกำลังกำลังใจจากพ่อแม่ของเธอเป็นประจำ เขาคิดว่ากรเป็นลูกชายคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แต่ถึงแม้แซนด์จะได้กำลังใจอย่างมากจากครอบครัว แต่ปัญหาสารพันที่รุมเร้าเข้ามา และฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้แซนด์สติขาดผึง เมื่อกรมาระบายความกดดันใส่ ด้วยการจิกเอาผลงาน การไล่บี้แบบไม่สนใจเหตุผลของกร ทำให้แซนด์ระเบิดอารมณ์อย่างกดดัน "ไม่ไหวแล้วเว้ยยยยยย....ฉันขอลาออก" แซนด์เก็บของและเดินออกไปเลย กร และ ปาล์ม ถึงกับอึ้ง ! การลาออกของแซนด์ทำให้อำนาจสะใจอย่างแรง อำนาจสรุปเลยว่าโครงการ เด็กดี ฯ (จอมปลอม) ล้มเหลว ไม่มีชิ้นดี ขณะนี้อำนาจหวังสูง เขาต้องการบีบขอซื้อหุ้นจากนพลักษณ์และยึดโรงเรียนมาเป็นของตัวเอง ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้กรหมดความน่าเชื่อถือ กรเองเมื่อไม่มีแซนด์ก็เริ่มรู้สึกเหมือนขาดคนรู้ใจ กรเร่งให้ปาล์มไปตามตัวแซนด์กลับมา ทางด้านแซนด์หลังจากลาออก เธอกลับรู้สึกว่างจนเหงา ด้วยทิฐิแซนด์พยายามไม่ยอมรับความรู้สึกที่แท้จริง ยืนยันกับปาล์มว่า ไม่กลับไปทำงานเด็ดขาด แต่แล้ว..ความตั้งใจของเธอก็ต้องเปลี่ยนไป .. เมื่อ ลูกหว้า น้องสาวของหวายมาหาเธอที่บ้าน พร้อมกับ เป็นสุข ผู้เป็นแม่ ทั้งสองคนมาเพื่อขอให้ช่วยลูกหวาย เพราะถ้าโดนไล่ออกจริง ๆ จะโดนพ่อตีอย่างหนักแน่ ๆ ยอดยุทธ (พ่อ) เป็นคนอารมณ์ร้ายมาก ทำให้เป็นสุขทนไม่ได้ ขอหย่า และแบ่งลูกกัน หวายจึงเป็นคนเดียวที่ต้องรองรับอารมณ์ของพ่อ ทำให้เขากลายเป็นเด็กก้าวร้าว และใช้กำลังตัดสินปัญหา ในระหว่างที่ลังเลอยู่นั้น กรก็พ่ายแพ้ต่อความรู้สึกของตัวเอง เขามาหาเธอที่บ้านเพื่อตามกลับไปทำงาน แต่ยังมีฟอร์มด้วยการเอาคลิปที่อำนาจพูดในที่ประชุมด้วยความสะใจที่เธอทิ้งงานกลางครัน แซนด์ฟังแล้วจี๊ดดดดดดดขึ้นมาทันที กรรีบท้าทายถ้าอยากจะลบคำประมาทก็ต้องกลับไปทำงาน ดีกว่าจะต้องเสียชื่อไปทั้งชีวิต แซนด์คิด..คิด..คิด และตัดสินใจ ฉันกลับไปทำก็ได้ ..ถ้าต้องการให้เธอกลับไปทำงานครั้งนี้ กรจะต้องทำตัวเป็นทีมเดียวกับเธอ ไม่ใช่อยู่ฝ่ายตรงข้ามแล้วมาคอยไล่บี้แบบไม่มีเหตุผล และจะช่วยเธอทำงานนี้ให้สำเร็จในฐานะ เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่ เจ้านาย กรกลับไปต่อรองกับแม่ได้สำเร็จ นพลักษณ์ยืดระยะเวลาของโครงการนี้ไปอีกหนึ่งเทอม กรและแซนด์ได้กลับมาทำงานด้วยกันอีกครั้ง จากผูกพันที่เริ่มก่อตัว ได้รับการสานต่ออย่างเหนียวแน่น โดยมีปัญหารายล้อมเป็นตัวเร่ง แซนด์รวบรวมกำลังใจ และ ข้อมูลที่มีเพื่อเริ่มต้นสานต่อโครงการ เด็กดี ฯ อีกครั้ง โดยมีกรคอยประกบอยู่ไม่ห่าง ระหว่างปิดเทอมเด็กทั้ง 5 ต่างมีกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป ทำให้แซนด์ได้รู้จักเด็ก ๆ ในอีกมุมที่เธอไม่เคยรู้ ระหว่างปิดเทอมที่ได้ทำงานด้วยกันทั้งกรและแซนด์ได้รู้จักกันมากขึ้น ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง โรงเรียนเปิดเทอม สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เด็กทั้ง 5 คนกลับมาสร้างปัญหาเหมือนเดิมและรุนแรงมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จากเหตุการณ์ร้ายแรงที่ประดังเข้ามาทำให้นพลักษณ์ตัดสินใจยุติโครงการ เด็กดี ฯ ของกร และเรียกเด็กทั้ง 5 พร้อมกับผู้ปกครองมาชี้แจงเรื่องการขอเชิญให้ออกกลางเทอม ทุกคนถึงกับช็อค และไม่ยอมออก ส่วนยอดยุทธเมื่อรู้เรื่องก็ตบหวายต่อหน้าทุกคนอย่างแรง ในจังหวะนั้นเอง แซนด์ก็พุ่งเข้าไปและเอาตัวเองกอดหวายไว้ยอมที่จะรับฝ่ามือ และกำปั้นของยอดยุทธแทนโดยไม่คำนึงถึงความเจ็บปวด กรเข้ามาเห็นพอดีรีบเข้ามาห้าม กว่าเหตุการณ์จะสงบทำเอาทุกคนอกสั่นขวัญหายและร่างกายของแซนด์ก็มีรอยฟกช้ำดำเขียวเต็มไปหมด กรปฐมพยาบาลให้แซนด์ด้วยความสงสาร วินาทีนี้เขาไม่กังขากับความทุ่มเทให้กับงานของเธออีกต่อไป เขาชื่นชมเธอ (เป็นครั้งแรก) แซนด์ดีใจและนึกไม่ถึงว่าเธอจะทำให้จอมเฮี้ยบอย่างกรเอ่ยปากชมได้ แต่สุดท้ายเธอก็ทำโครงการนี้ไม่สำเร็จ เด็ก ๆ ต้องโดนไล่ออก กรเสียเครดิต และตัวเธอเองก็ต้องตกงาน ความเห็นอกเห็นใจกันทำให้ทั้งสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น .. เมื่อนพลักษณ์เรียกแซนด์เข้าพบ และบอกให้กลับมาทำโครงการเดิมให้สำเร็จ นพลักษณ์บอกว่า หลังจากเกิดเรื่องเหล่าบรรดาผู้ปกครองของเด็กมาขอเข้าพบ และขอร้องในเรื่องเดียวกัน นั่นคือ ขอโอกาสเพื่อเข้าโครงการ เด็กดี ฯ อีกครั้ง การกลับมาของเด็กทั้ง 5 คน สร้างความแปลกใจให้เพื่อนร่วมห้องเป็นอย่างมาก หลายคนแสดงอาการรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด แซนด์และกรต้องร่วมมือกันรีบแก้ปัญหา ก่อนที่เด็กจะโดนทำร้ายจิตใจจนยากจะแก้ไข แซนด์และกรร่วมมือกัน เริ่มต้นแก้ปัญหาจากทั้งสองด้านคือ แก้ที่เด็ก และ แก้ที่พ่อแม่ ในระหว่างที่แซนด์พยายามจะแก้ปัญหาอันแสนหนักหน่วงของเด็กทั้ง 5 เธอมีกรคอยเป็นผู้ช่วยและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ทำให้เธอได้เห็นมุมต่าง ๆ ของผู้ชายแสนเฮี้ยบหน้าขรึมคนนี้มากมาย กลายเป็นความผูกพันที่แสนงาม ท่ามกลางความชื่นมื่นของแซนด์และกร กับโครงการที่กำลังไปได้ดี ทั้งสองไม่รู้เลยว่าอำนาจได้แอบสร้างคลื่นไต้น้ำ พลังความคิดในด้านลบนี้ถูกก่อขึ้นและพร้อมระเบิดในวันประชุมผู้ปกครองประจำปี ในการประชุม ผู้ปกครองหลายคนที่โดนปั่นหัวเห็นด้วย ลามปามจนถึงขั้นต้องไล่เด็กออก ไล่แซนด์ออก และขู่ว่าถ้านพลักษณ์ให้กรมาดูแลโรงเรียนแทนจะพาลูกลาออกทั้งหมด !!! อำนาจยิ้มพอใจกับปฎิกริยาของผู้ปกครอง แต่แล้ว....สิ่งที่อำนาจวาดฝันไว้ก็ต้องพังทลาย เมื่อพีรดา นวลสราญ ตรีทิพย์ ดุจฤทัย และภูทอง รวมทั้งเป็นสุข และ ยอดยุทธ (ที่อาการเริ่มดีขึ้น แม้ยังไม่หายสนิท แต่นั่งวีลแชร์มาร่วมประชุม) ลุกขึ้นพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหลังจากที่ได้ร่วมโครงการนี้ แต่ละคนพูดถึงสิ่งที่ได้รับ ได้เห็นปัญหา ได้เข้าใจปัญหาของลูก ของตัวเอง ได้รู้ว่าเราจะปรับปรุงตัวอย่างไร เพื่อทำให้ลูกและตัวเราเป็นคนที่มีคุณภาพมากขึ้น สุดท้ายจะไล่เด็กทั้ง 5 ออกจากโรงเรียนก็ได้ แต่ขอให้มีโครงการนี้ต่อไป เพราะคนที่จะได้ประโยชน์คือลูก ๆ และตัวคุณเอง ทำให้ผู้ปกครองคนอื่น ๆ อึ้ง จากหน้ามือ เป็นหลังมือ จนอำนาจไม่พอใจ เผลอหลุดโวยวายออกมา จนนพลักษณ์ต้องรีบปิดการประชุม นพลักษณ์ต่อว่าอำนาจ และบอกว่าเธอรู้ทันเกมของเขา ไม่มีวันที่เธอจะขายหุ้น และนับจากนี้ไปเธอจะให้กรขึ้นมาบริหารโรงเรียนแทน !! ถ้ารับไม่ได้ก็พร้อมจะให้ลาออก อำนาจตีหน้าซื่อ และไม่มีปัญหาที่กรขึ้นมาแทน เขาพร้อมที่จะทำงานกับทุกคนเพื่อโรงเรียนเพื่อเด็ก ๆ อำนาจแม้จะพลาดในครั้งนี้ แต่เขาเก็บความแค้นไว้จนแน่นอก พร้อมจะแก้แค้นทันทีที่มีโอกาส การประชุมผู้ปกครองที่ผ่านพ้นไป .. เหมือนพายุที่พัดพาความมืดมัวออกไปจากชีวิตของหลาย ๆ คน ปิ๊กปิ๊กเลิกนิสัยขโมยของโดยเด็ดขาด และนำของที่เคยเอาไปซ่อนเพราะความอิจฉามาคืนเพื่อน ๆ คืนโรงเรียน และคืนแซนด์ ตรีทิพย์เลิกไปยุ่งวุ่นวายกับเมียอื่น ๆ ของจักรินทร์ ดูแลลูก ดูแลตัวเอง โชกุนกล้าที่จะพูดความจริง และยอมรับความผิด แม้ต้องโดนลงโทษก็ไม่กลัว ดุจฤทัยและภูทองกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ทั้งสองคนเริ่มต้นกลับมาอยู่ด้วยกันใหม่ โดยมีโชกุนเป็นกาวใจ นวลสราญกลับมาสวยเหมือนเดิม เธอเลิกกับชัยภูมิอย่างเด็ดขาดและตัดสินใจกลับไปต่างจังหวัด พร้อมกับนำเงินที่เก็บสะสมไว้มาลงทุนทำสวนในที่ของตัวเอง ตังเมยินดีลาออกจากโรงเรียน และย้ายไปเรียนที่ประจำจังหวัดเพื่อจะได้อยู่กับแม่ ตังเมใช้เวลาไปกับการสร้างสรรค์งานศิลปะที่น่าทึ่ง มินนี่กลับมาเป็นเด็กธรรมดา ลดการสื่อสารทางโซเชี่ยลมีเดีย กลับมาอยู่กับเพื่อน ๆ อยู่กับโลกความเป็นจริง และหาเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแม่มากขึ้น ทุ่มเทให้กับการเรียน หวายเอาดีทางด้านกีฬา จนได้เป็นนักฟุตบอลโรงเรียน เมื่อได้ปลดปล่อยพลังออกมา ความก้าวร้าวก็ลดลง อาการของพ่อก็เริ่มดีขึ้น ยอดยุทธขอร้องให้เป็นสุขและหว้ากลับมาอยู่บ้าน ยอดยุทธหันไปฟังธรรมะและละวางเรื่องงาน เรียนรู้เรื่องการควบคุมอารมณ์ เพื่อแลกกับครอบครัวที่เป็นสุข นพลักษณ์ชื่นชมแซนด์อย่างมากในความสำเร็จครั้งนี้ แต่แซนด์ไม่รับ เธอตัดสินใจเลื่อนตำแหน่งให้กรขึ้นมาดูแลโรงเรียนแทนเธอ ท่ามกลางการยอมรับของครู และผู้ปกครอง กรขอบคุณแซนด์ที่ช่วยเหลือมาตลอด เขาชวนเธอมาเป็นพนักงานประจำ ทำหน้าที่ดูแลเด็กที่มีปัญหาคนอื่น ๆ ที่อาจจะมีมาอีก แต่แซนด์ปฎิเสธ เธอขออยู่อย่างอิสระ แต่ถ้ามีเด็กต้องการความช่วย เธอจะมาทันที .. กรยอมรับและในการตัดสินใจ และถือเป็นสัญญาใจระหว่างเขาและเธอ ทรายทิพย์ปิดจ๊อบแรกในชีวิตอย่างมีความสุข เธอได้เรียนรู้ว่า ครอบครัว เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์ ไม่ว่าครอบครัวเราจะรั่ว แตก แยก ผุ อยู่ในสภาพเลวร้ายขนาดไหนก็ตาม ความรัก ความใส่ใจ ความสนใจ คืออุปกรณ์สำคัญที่จะอุดรอยรั่ว รอยร้าวได้อย่างดีที่สุด ติดตามชม ละครวัยแสบสาแหรกขาด ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครวัยแสบสาแหรกขาด เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559 รายชื่อนักแสดง ละคร วัยแสบสาแหรกขาด จิตตาภา แจ่มปฐม รับบท ทรายทิพย์/ทราย ธีรเดช เมธาวรายุทธ รับบท ชวนากร/กร ปรารถนา สัชฌุกร รับบท น้ำทิพย์ อนันต์ บุนนาค รับบท สักทอง ดวงตา ตุงคะมณี รับบท นพลักษณ์ ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท สมภพ ชาโน แพมเบอร์เกอร์ รับบท ถวายชัย/ลูกหวาย ศานติ สันติเวชกุล รับบท ยอดยุทธ สุปราณี เจริญผล รับบท เป็นสุข อภัสริญญา แพมเบอร์เกอร์ รับบท ลูกหว้า ปฤสยา เจริญเนติศาสตร์ รับบท มินนี่ มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท พีรดา ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ รับบท ฉัตร ชาร์เลท วาศิตา แฮเมเนา รับบท เมษา/ตังเม เพชรดา เทียมเพ็ชร รับบท นวลสราญ ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม รับบท ชัยภูมิ วราพรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท เจ๊บ๊วย ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ รับบท ดังใจ/โชกุน คัคกิ่งรักส์ คิกคิกสะระนัง รับบท ดุจฤทัย

In the Heart of the Sea : ราคาของมนุษย์
In the Heart of the Sea /  คริส เฮมส์เวิร์ธ / 

ก่อนจะว่ากันในประเด็นอื่นใด ขอชื่นชม In the Heart of the Sea ว่าสามารถใช้ประโยชน์จากภาพอลังการงานสร้าง ระบบการฉายแบบสามมิติ และจอยักษ์ไอแม็กซ์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ถึงแม้จะไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งในทุกๆ ฉากที่ปรากฏแก่สายตา แต่ยุทธการมนุษย์ล่าวาฬกลางมหาสมุทรเรื่องนี้ คู่ควรอย่างยิ่งแก่การรับชมในโรงภาพยนตร์ ถึงไม่ใช่คอวรรณกรรมตัวกลั่น ต้องมีสักครั้งในชีวิตที่เคยได้ยินชื่อเสียงของตำนานนิยาย "โมบี้ ดิก" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงในปี 1820 เมื่อเรือล่าวาฬเอสเซกซ์ อับปางกลางทะเลด้วยฝีมือของวาฬยักษ์ จนเหลือผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คน ผู้กำกับ รอน ฮาวเวิร์ด ได้หยิบยกวิกฤตการณ์ครั้งนั้น มาบอกเล่าใหม่ด้วยลีลาเร้าอารมณ์ แฝงปรัชญาชวนคิดหลายหลากตามแต่จะคนดูจะสามารถหยิบจับกลับไปได้ใน In the Heart of the Sea โดยพาย้อนอดีตผ่านคำบอกเล่าเคล้าอาการกลั้นน้ำตาของลูกเรือที่เหลือรอดอย่าง โทมัส นิกเคอร์สัน ในวัยชรา (เบรนแดน กลีสัน) และมี เฮอร์แมน เมล์วิลล์ (เบน วิชอว์) เป็นผู้จดบันทึก ก่อนจะกลายเป็นนวนิยายเรื่องดังกล่าว ภาพการสัมภาษณ์และจดบันทึกนี้ ถูกแทรกสลับกับเหตุการณ์ในอดีตอยู่ตลอดเรื่อง ราวกับเป็นการคารวะถึงต้นกำเนิดของนวนิยายว่า เรื่องแต่งอันโด่งดังนี้มีที่มาจากเรื่องจริง ที่ต้องผ่านบททดสอบของชีวิตทั้งโหดร้ายและน่าอัศจรรย์มากมายเพียงไร แต่นี่เป็นเพียงประเด็นเสริมในทำนองบูชาครูเท่านั้น เพราะในเส้นเรื่องหลัก นิกเคอร์สัน เป็นเพียงเด็กรับใช้วัยกระเตาะในเรือเท่านั้น เขามีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกัปตันและต้นหน แกนหลักของ In the Heart of the Sea พาคนดูไปสำรวจความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณมนุษย์ โดยมีวาฬยักษ์ ระบบทุนนิยม และชีวิตที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนขอบเหวของความเป็นความตายมาช่วยขับเน้นได้อย่างออกรส ตั้งแต่แรกเริ่มที่คนดูได้รู้จัก โอเวน เชส (คริส เฮมส์เวิร์ธ) ต้นหนเรือล่าวาฬฝีมือดี แต่บุญไม่พาวาสนาไม่ส่ง เสียตำแหน่งกัปตันเรือเอสเซกซ์ให้กับ จอร์จ พอลลาร์ด (เบนจามิน วอล์คเกอร์) ทายาทตระกูลใหญ่ทว่าไร้ประสบการณ์ไปเสียฉิบ การออกทะเลในครึ่งแรกของหนัง จึงเต็มไปด้วยการข่มกันไปมา คำพูดดูถูกเหยียดหยาม อุดมด้วยบรรยากาศมาคุอยู่เนืองๆ หายนะที่บังเกิดขึ้นจากความดื้อดึงของพอลลาร์ดที่เหมือนเด็กเอาแต่ใจ หากไม่ได้ประสบการณ์ชีวิตของเชสช่วยไว้ เหล่าลูกเรือก็อาจจะต้องไปพบความตายกันยกโขยง หนังวิพากษ์ระบอบชนชั้นผ่านความรู้สึกนึกคิดและการกระทำของตัวละครทั้งสอง สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงจุดแตกหักนี้ไว้ เห็นจะเป็นความละโมบและหิวกระหายยศฐาบรรดาศักดิ์ที่ทั้งคู่มีร่วมกัน โดยมีมีเดิมพันจากผลผลิตไขวาฬที่ต้องเก็บเกี่ยวกลับไป เพื่อเป็นพลังงานให้แสงสว่างแก่ชุมชนมนุษย์ โดยแลกมาด้วยชีวิตของบรรดาวาฬที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรกับธุรกิจของมนุษย์ทั้งสิ้น ภาพยุทธการล่าวาฬ และการมาถึงของฉาก "น้ำพุเลือด" ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของมนุษย์ สามารถยืนยันชัดเจนถึงเจตนาของ In the Heart of the Sea ว่ามีน้ำเสียงเช่นไรต่อกระบวนการล่าวัตถุดิบดังกล่าว ความโหดร้ายคลุ้งคาวเลือดตรงหน้าถูกโหมประโคมขึ้นราวกับงานฉลองครึกครื้น จนอาจทำเอาชาวสมาคมคนรักสัตว์โลกถึงกับหัวเสีย แต่ธรรมชาติของโลกใบนี้ ย่อมมีวิธีรักษาสมดุลของมันเสมอ วาฬยักษ์จึงถูกส่งมาบดขยี้เรือเอสเซกซ์ อาวุธร้าย และความทะเยอทะยานของมนุษย์ให้ราบเป็นหน้ากลอง อีกทั้งมันยังมีเชาว์สติปัญญา ความคิดจิตใจที่เกินกว่าเพื่อนร่วมสปีชีส์จะมีได้ ราวกับเป็นการส่งตรงจากพระเจ้า (ไม่ก็ซาตาน) หนังทำให้วาฬยักษ์มีสถานะมากกว่าเป็นสัตว์ธรรมดาตัวหนึ่ง แต่เป็นตัวละครที่นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเรื่อง และเป็นค้อนอันมหึมา ที่กะเทาะเปลือกยศฐาและทิฐิของเผ่าพันธุ์ที่คิดว่าตนสูงส่งออกเสียจนเกือบสิ้น หลังหายนะเรือเอสเซกซ์บังเกิดขึ้น ทำให้มหกรรมความหรรษาล่าชีวิตวาฬของ In the Heart of the Sea กลับกลายเป็นความหมองหม่น และโยนบททดสอบข้อแล้วข้อเล่าให้ลูกเรือต้องก้าวข้าม หากครึ่งเรื่องแรกเป็นหนังแอ็คชั่นผจญภัยที่ดูสนุกตื่นเต้น ครึ่งหลังคงเป็นดราม่าว่าด้วยการยื้อชีวิตเพื่อต่อเวลากับมัจจุราช เมื่อเวลาผ่านไประบบความคิดของกัปตันและต้นหน ก็ค่อยๆ เปลี่ยนและละลายการยึดมั่นถือมั่นออกไปทีละน้อย จนเหลือเพียงสัญชาตญาณเอาตัวรอด มองข้ามศีลธรรมจรรยาไม่ต่างจากสัตว์หิวโหย และได้สำเหนียกเสียว่าตนเองมีขนาดและคุณค่าของชีวิตเพียงใดกันแน่ ไม่ว่าจะเทียบกับวาฬที่ถูกคร่าชีวิตไป วาฬยักษ์เพชฌฆาต หรือแม้แต่ผืนน้ำมหาสมุทรกว้างไกล ที่หนังจงใจใส่ภาพกว้างมาให้เราเห็นหลายต่อหลายครั้งอย่างมีนัยยะ จนเราได้เห็นภาวะยอมจำนนของมนุษย์ ที่ยอมศิโรราบต่อพลังที่กราดเกรี้ยว และเลือกทางใครทางมันในที่สุด แม้วาฬยักษ์อาจดูเป็นภัยพิบัติอันโหดร้ายที่สุดในเรื่อง แต่  In the Heart of the Sea ก็จัดแจงบดขยี้ความเป็นมนุษย์ของผู้เหลือรอดหลังผ่านเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นมาซ้ำอีก แสดงความย้อนแยงที่น่าสลดสิ้นดี เมื่อสุดท้ายแล้วอำนาจของเงินตราและระบบธุรกิจก็เป็นสิ่งทรงอำนาจอันไม่อาจหลีกเลี่ยง ในโลกของสัตว์ประเสริฐนี้ กำไรขาดทุนดูจะเป็นของที่พึงให้คุณค่า ตีราคาได้มากกว่าการแตกสลายจิตใจของมนุษย์ ชีวิตสรรพสัตว์เดรัจฉานใดๆ หรือแม้แต่ความเป็นจริงอันโหดร้ายก็ตาม ถึงตอนนี้ปี 2015 การล่าวาฬจะถูกต่อต้านอย่างหนักและลดจำนวนลง ผู้คนหาแหล่งพลังงานอื่นๆ ได้มากมายแล้ว แต่อำนาจแห่งทุนนิยมก็ยังครอบงำ และหลอมรวมไปกับสังคมมนุษย์โลกใบนี้อย่างแยกขาดจากกันมิได้ หรือแท้จริงแล้ว เราอาจต้องการวาฬยักษ์ในรูปแบบอื่นใด มาเตือนสติกันดูสักที 8.5 / 10 ครับ  Lecter. ---------------------------------------------

รื้อหิ้งหนังเก่า : Closer (2004) - ตกหลุมรัก ทรยศ และปวดร้าว
BIOSCOPE /  closer / 

Closer (2004) ตกหลุมรัก ทรยศ และปวดร้าว "ผมคิดว่าการค้นหาคนรักเป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่เคยน่าเหนื่อยหน่าย มันคือเหตุผลว่า ทำไมเราเกิดขึ้นมา ผมคิดว่าเมื่อคุณพบคนพิเศษสำหรับตัวคุณ ทุกๆ อย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปหมด ชีวิตของคุณเปลี่ยน ความคิดที่คุณจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรก็เปลี่ยน คุณเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กับคนที่คุณรัก" ไมค์ นิโคลส์ นักทำหนังชาวอเมริกัน (แต่เกิดในเยอรมัน) พูดถึงผลงานหนังในปี 2004 ของเขา ที่แม้หน้าหนังจะพูดถึงเรื่องความรักความสัมพันธ์ของคนในรุ่นปัจจุบัน แต่มันก็ยังแฝงไว้ด้วยประเด็น 'การเมืองเรื่องเพศ' เช่นเดียวกับในยุค 60 และ 70 ที่เขาสำรวจเรื่องนี้ผ่านหนังเสมอมา ... ชื่อของ ไมค์ นิโคลส์ (Mike Nichols, 1931–2014) อาจถูกมองข้ามอย่างง่ายดาย เพียงเพราะเขาไม่ได้สร้างสไตล์หรือลายเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน ไม่ได้นำเศษเสี้ยวของชีวิตหรือบุคลิคส่วนตัวมาใส่ในหนังอย่างเห็นเป็นรูปธรรม งานของนิโคลส์ไม่ได้ซ้ำซ้อนเกินความเข้าใจ ทว่า...มันกลับ 'เข้าใจง่าย' เกินไปเสียด้วยซ้ำ - แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ลดทอนคุณค่าของตัวเขาแต่อย่างใด เพราะแทนที่เขาจะเป็นผู้กำกับออเตอร์ เขากลับเลือกเป็น 'นักเสียดสี' (Satirist) https://www.youtube.com/watch?v=hsdvhJTqLak นิโคลส์เป็นนักเสียดสีสังคมตัวฉกาจ ไม่ว่าจะเป็นการเสียดสีแบบ 'ขำขื่น' หรือ 'ขำขัน' ก็ตาม ตัวอย่างเช่นงานสุดคลาสสิคของเขา The Graduate (1967) ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างหนุ่มหัวกบฏ (ดัสติน ฮอฟฟ์แมน) กับแม่แฟนสาวของเขา (แอนน์ แบนครอฟต์) ที่แม้ดูผิวเผินมันคือเรื่องราวดราม่าเข้มข้นของตัวละครที่มีความขัดแย้งรุนแรง แต่ The Graduate คือบันทึกของนิโคลส์ที่มีต่อสังคมอเมริกันช่วงเชื่อมต่อยุค 60 และ 70 -มันคือช่องว่างระหว่างวัยที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์อเมริกา- แบนครอฟต์ คือ 'มิสซิส โรบินสัน' เปรียบเสมือนคนรุ่นเก่าที่มือถือสากปากถือศีล ส่วนฮอฟฟ์แมน คือ 'เบนจามิน' ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ มีไฟแห่งความสร้างสรรค์ และหัวใจของขบถ ...แต่ในฉากสุดท้ายของ The Graduate เบนจามินตัดสินใจพาแฟนสาววิ่งหนีออกจากงานแต่งงานที่เธอไม่เต็มใจ ทั้งคู่รีบวิ่งห้อขึ้นรถประจำทาง ก่อนจะพบกับบรรดาสายตาของผู้โดยสารที่จ้องมายังชายหนุ่มและหญิงสาวในชุดแต่งงาน รอยยิ้มที่มีเริ่มจางหายกลายเป็นความรู้สึกหลงทางกับอนาคตที่ไม่รู้ข้างหน้า ความขบถที่ได้มาซึ่งความว่างเปล่า ล้อไปกับเพลง Sound of Silence ของไซม่อนและการ์ฟังเกล ที่อธิบายและบันทึกอารมณ์จิตวิญญาณขบถผู้หลงทางในปลายยุค 60 ได้อย่างดี https://www.youtube.com/watch?v=14pdNYXY3Zo ... แม้ Closer (2004) จะมีโครงสร้างคล้ายงานยุคแรกๆ ของเขา เพียงแค่แนวคิดการเมืองเรื่องเพศที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย นี่จึงเป็นหนังทีมีแง่มุมต่างออกไปในแบบที่เขาไม่เคยเล่ามาก่อน แต่กระนั้นสิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยคือความแตกต่างระหว่าง ชาย และ หญิง "ผมคิดว่า ผู้หญิงคนหนึ่ง สามารถเข้าใจผู้ชายคนหนึ่งได้ทั้งหมด แต่ผู้ชายคนหนึ่งไม่สามารถเข้าใจผู้หญิงสักคนได้หรอก" ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่ นี่คือทฤษฎีของนิโคลส์ "มันอยู่ในดีเอ็นเอที่ทำให้ผู้ชายฆ่าผู้ชายอีกคน แต่ผู้หญิงไม่ได้ถูกตั้งโปรแกรมมาให้ฆ่ากันเอง ผู้หญิงเป็นคนลืมง่าย เช่น เธอลืมไปอย่างรวดเร็วว่าผู้ชายของเธอนอกใจ ถ้าเหตุการณ์กลับกันผู้ชายจะลืมช้ากว่า นอกจากนี้ ผู้ชายมีเพื่อนคู่หูและพวกเขาจะรักกันมาก แต่ทว่าพวกเขาจะไม่หยุดแข่งขันกันเอง" เมื่อหญิง-ชายไม่เหมือนกัน ดังนั้นทั้งคู่จึงต้องระวังตัวในความสัมพันธ์เสมอ นิโคลส์ยกตัวอย่างว่า "เช่นเมื่อคนหนึ่งเผลอนอกใจ  แล้วอีกคนหนึ่งพูดว่า 'บอกฉันมาเถอะ ฉันไม่โกรธหรอก แต่ฉันแค่อยากรู้ความจริง' ...ทุกๆ คนที่อายุมากกว่า 11 ขวบรู้ว่าไม่ควรตอบคำถามนี้ เพราะการตอบมันคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความเจ็บปวดของทั้งสองฝ่าย" "ผมจึงคิดว่า Closer เป็นเรื่องเกี่ยวกับ 'อันตรายของการใกล้ชิด' คุณมีสิทธิ์ที่รู้ทุกสิ่งทุกอย่างในหัวของอีกคนหรือเปล่า? คุณมีสิทธิ์ที่จะปกป้องความคิดในหัวของคุณรึเปล่า? คำตอบคือ มีสิ! ความรักเป็นเรื่องของการให้อิสระต่อกันและกัน มากกว่าการซึมซับตัวตนของอีกฝ่ายหนึ่ง" "คนสองคนไม่มีทางรวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้หรอก ในประสบการณ์ของผม ความสุขเกิดขึ้นได้เมื่อคนสองคนอยู่ด้วยกันและระมัดระวังระยะห่างที่พอเหมาะ ยกตัวอย่างเช่น ภรรยาของผมจะไม่ตอบคำถามว่า 'ตอนนี้คุณกำลังคิดอะไรอยู่?' เธอแค่ไม่ตอบ ผมก็ลองไม่ตอบเหมือนกัน แต่ผมไม่เก่งเท่าเธอ มันน่าสนใจดีนะ สิ่งสำคัญก็คือ คุณควรจะจำไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องตอบไปซะทุกคำถามหรอก คำถามว่า 'คุณกำลังคิดอะไรอยู่?' ไม่ได้หมายความว่า 'คุณกำลังจะพูดอะไร?' ความคิดของคุณเป็นของคุณและมันอยู่ในหัวของคุณได้ คุณไม่จำเป็นต้องบอกมันออกมา" Closer เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของคน 2 คู่ : นักเขียน (จู๊ด ลอว์), นักเต้นระบำเปลื้องผ้า (นาตาลี พอร์ตแมน), ช่างภาพ (จูเลีย โรเบิร์ตส์) และ แพทย์ (ไคลฟ โอเวน) พวกเขามีความสัมพันธ์สลับไปสลับมา ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่องนี้มีดาราหน้าตาดีถึง 4 คน แต่ตัวละครเหล่านี้กลับมีนิสัยไม่ดีเอาเสียเลย ถึงขนาดที่หลายคนตกใจว่าทำไม จูเลีย โรเบิร์ตส์ และ นาตาลี พอร์ตแมน จึงรับเล่นเป็นตัวละครที่ไม่เอาใจคนดู แต่ทว่า นี่เป็นจุดมุ่งหมายหนึ่งของนิโคลส์ "ถ้าคุณเป็นผู้กำกับเพื่อจะเอาใจผู้ชม งานคุณก็เจ๊งตั้งแต่ตรงนั้นแล้วล่ะ คุณต้องเล่าเรื่องที่คุณอยากเล่า แล้วหวังว่า จะมีปริมาณคนที่สนใจเรื่องที่คุณเล่า มากเพียงพอที่จะทำให้มันมีคุณค่าขึ้นมา ผมคิดว่าการทำหนังเอาใจคนดูเป็นไอเดียแบบฮอลลีวูด ดูตัวละครคลาสสิคอย่างคู่ผัวเมียใน Macbeth ของเชคสเปียร์สิ พวกเขาไม่ได้เป็นที่รักของใครเลย แต่พวกเขาเป็นตัวละครที่ดี ผมคิดว่าถ้าทุกคนเป็นคนที่น่าชื่นชมไปหมด ผมคงไม่กล้าออกจากบ้านแล้วละ (หัวเราะ)" "ผมรู้สึกแปลกใจที่หลายคนช็อคที่ผมนำเสนอด้านเลวร้ายของตัวละคร เพราะสำหรับผมแล้ว พวกเขาคือด้านที่เลวร้ายของพวกเรานี่เอง" "เรามักพูดกันง่ายเกินไปว่า ตัวเองเป็นคนสะอาดบริสุทธิ์" นิโคลส์ปิดท้าย https://www.youtube.com/watch?v=4i1SlznIaZk https://www.youtube.com/watch?v=5YXVMCHG-Nk **เรียบเรียงจาก นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 38 (มกราคม 2548)

Healthy trick ก่อน ตรวจสุขภาพ
ตรวจสุขภาพ /  นอนไม่หลับ / 

    หากใกล้ถึงเวลา ตรวจสุขภาพ ประจำปี คนที่สุขภาพไม่ค่อยจะดีคงรู้สึกหวั่น ๆ กับการตรวจไม่น้อย จนพาลคิดว่าอาจเป็นโรคนั้นโรคนี้แล้วแต่จิตนาการจะพร่ำเพ้อจนนอนหลับไม่สนิท "กินดี" ศุกร์นี้ขอพักเมนูอาหารน่าหม่ำไว้ชั่วคราว เพื่อแนะนำผลหมากรากไม้ ที่ช่วยบำรุง (จิตใจ) ให้ข่มตา หลับสนิท เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายไว้ เจาะเลือด ในวันรุ่งขึ้น ดังนี้     กล้วย ผลไม้ที่เป็นแหล่งสะสมของแมกนีเซียม มีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายตัว อีกทั้งในกล้วยมีฤทธิ์ลดการหลั่งสารซีโรโทนินหรือฮอร์โมนควบคุมการนอนหลับ ทำให้ร่างกายถูกกระตุ้นน้อยลง     ชาคาโมไมล์ ใช้ดื่มก่อนนอน ช่วยลดอาการกระสับกระส่ายหรือตื้นเต้นจากอาการหวาดกลัว     นมอุ่น ๆ ผสมน้ำผึ้งหยดเดียว จะช่วยให้สมองลดการหลั่งโอเรซิน หรือสารสื่อประสาทตื่นตัว ให้ตื่นตัวน้อยลง     มันฝรั่งปริมาณน้อย ย้ำ! ปริมาณน้อย เพราะจะไม่รบกวนกระเพาะอาหารมาก แต่จะช่วยลดกรดที่จะรบกวนการหาว ซึ่งกระตุ้นการหลั่งทริปโตแฟน หรือกรดอะมิโนธรรมชาติ มีมากในอาหารโปรตีน สมองเปลี่ยนทริปโตแฟนเป็นฮอร์โมนซีโรโทนินซึ่งช่วยควบคุมการนอนหลับอีกที ทานกับนมอุ่น ๆ สักแก้ว เวิร์กสุด ๆ     ข้าวโอ๊ตและอัลมอนด์ อุดมไปด้วยสารที่ช่วยให้นอนหลับสบาย การทานซีเรียลผสมอัลมอนด์ชามเล็ก ๆ ราด้วยน้ำเชื่อมเมเปิล จะทำให้หลับสบาย     ขนมปังธัญพืช ทานกับน้ำชาผสมน้ำผึ้งหยดเดียว มีฤทธิ์กระตุ้นสารหลั่งอินสุลิน ช่วยให้ทริปโตแฟนเข้าสู่สมองได้ดีขึ้น เห็นไหม หลับฝันดีได้ โดยไม่ต้องพึ่งยานอนหลับ แต่อย่าลืมนะว่า ก่อน ตรวจสุขภาพ ห้ามทานยาทุกชนิดจ้า ขอให้สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้านะคะ    

จัดว่าเด็ด! สเต็กจานโต ผักสดออแกนิก ที่สวนผัก โอ้กะจู๋ สาขา 2 เชียงใหม่
ผักออแกนิก /  ร้านอาหารเชียงใหม่ / 

ร้านนี้เป็นร้านอีกสาขาของ ร้าน โอ้กะจู๋ ร้านที่มีชื่อเสียงของเชียงใหม่ แต่วันนี้ขอพามาร้าน โอ้กะจู๋ สาขา 2 ตั้งอยู่ที่ นิ่มซิตี้เดลี่  Nim city daily  สาขาแยกสนามบิน จ.เชียงใหม่ ภายในโครงการแอ่วตะวา อยู่ด้านในสุด ขับรถตรงไปจากทางเข้าจนสุดก็เห็นหน้าร้านเลยค่ะ หาไม่ยาก สาขานี้ร้าน ค่อนข้างใหญ่ รูปแบบทันสมัย ตกแต่งด้วยไฟทั่วร้าน โต๊ะต่างๆก็ถูกจัดไว้หลายมุม โต๊ะหลายขนาดร้านมี 2 ชั้น มีที่ให้นั่งรอคิว ตกแต่งด้วยสวนสวยๆ นั่งแล้วสดชื่น มีที่นั่งทั้งด้านนอก และห้องแอร์ เลือกได้ตามสบาย แบบชิลๆ หน้าร้านโอ้กะจู๋ อ่านดูที่ป้ายมีสะดุด ด้วยคอนเซ็ป "ปลูกผักเพราะรักแม่" (น่ารักอะ) จุดนั่งรอคิว โอ้กะจู๋ สำหรับเมนูอาหารต่างๆ มีมากมายหลายเมนูเลยค่ะ เมนูเด็ดๆ ที่ไม่ควรพลาดเลย ของร้านนี้ก็คือ เมนูที่แรก สลัดผลไม้ ที่เสริฟในลูกเมล่อนลูกโตกับผลไม้หลากชนิด ได้แก่ สับปะรด ลิ้นจี่ แอปเปิ้ลแดงเขียว เมล่อน แก้วมังกร กีวี ลูกพีซ ลูกเกด แอลมอน คลุกเคล้ากับครีมสลัด โรยด้วยวอลนัท รสชาติช่างนุ่มนวล บอกเลย...ฟินค่ะ สลัดผลไม้ 175.- เมนูที่ 2 สำหรับจานหลักที่ขอแนะนำเลยว่าต้องสั่ง สเต็กสะพานโค้ง เพราะว่าอร่อย เนื้อซี่โครงนุ่มมาก ซอสที่ราดมาบอกได้เลยว่า ไม่หวานจนเกินไป อร่อยกำลังดี  และคุ้มยิ่งกว่าคุ้มกับ สเต็กซี่โครงสะพานโค้ง มีให้เลือก 2 ไซส์ S กับ L แต่ขอบอกเลยว่าแค่ S ก็ใหญ่สุดๆ แล้ว เสริฟพร้อมผักสดๆ แบบไม่หวงผักกันเลยทีเดียว และเฟรนฟรายด์ทอดร้อนๆ งานนี้คนชอบกินผักกับสเต็กมีฟิน สเต็กสะพานโค้ง S 245.-/ L 385.- เมนูที่ 3 สเต็กทีโบนหมู เสิร์ฟคู่โฮมเมตไส้กรอก เมนูขอบอกว่า รสชาติจัดจ้านถึงใจจริง เพราะราดด้วยน้ำยำสะระแหน่ออแกนิกโรยด้วยข้าวคั่ว และทีโบนช่างนุ่มเข้ากันกับน้ำซอสดีจริงๆ ส่วนไส้กรอกก็เนื้อแน่นอร่อยดีค่ะ สเต็กทีโบนหมู เสิร์ฟคู่โฮมเมตไส้กรอก 260.- เมนูที่ 4 อันนขอบอก คนรักชีสมีฟิน เมนูนี้คือ โอ้กะจู๋ชีสทอด มอสซาเรลล่าชีสทอดกรอบๆ เสิร์ฟฟร้อมสัปปะรด และผักสดๆ อร่อยฟินเว่อร์ ชีสทอด 150.- เมนูที่ 5 สเต็กแซลมอนย่าง เป็นเซลมอนย่างสุกพอดี เสิร์ฟพร้อมมันบด มะเขือเทศ เรดิช และเห็ด 3 อย่าง ได้แก่ เห็ดออรินจิ เห็นเข็มทอด เห็ดชิตาเกะ น้ำไปผัดน้ำมันมะกอก เสิร์ฟคู่กับน้ำสลัดอิตาเลี่ยน และวาซาบิ สเต็กแซลมอนย่าง 195.- เมนูที่ 6 สลัดหมูย่างหมี่กรอบข้าวกล้อง หมูย่างนุ่มๆ กินคู่กับผลไม้แอปเปิ้ล สับปะรด มะเขือเทศ และขื่นช่ายฝรั่ง กินคู่กับหมี่ข้าวกล้องทอดกรอบ ทอดด้วยน้ำมันข้าวโพดไม่มีคอเรสเตอรอล ขอบอกเด็ดที่น้ำสลัดเพราะเป็นน้ำสลัดแบบแซ่บๆ สไตล์ไทยๆ คล้ายกับน้ำจิ้มแจ่ว สลัดหมูย่างหมี่กรอบข้าวกล้อง 165.- เมนูที่ 7 แกงฮังเลเสิร์ฟพร้อมข้าวกล้อง ผักสด และน้ำจิ้ม หมูนุ่มในน้ำแกงฮังเล และแกนสับปะรด รสชาติกลมกล่อมไม่หวานมาก เสิร์ฟพร้อมผักสดๆ กินแกล้มได้เป็นอย่างดี แกงฮังเล เมนูสุดท้าย ขอเป็นของหวาน พูดดิ้งอัญชันออแกนิก มะพร้าวอ่อน หอมอร่อยด้วยเนื้อพูดดิ้งกลิ่นอัญชัน ราดด้วยน้ำกะทิใส่มะพร้าวอ่อน เป็นเมนูตบท้ายที่สดชื่นเลยทีเดียว พูดดิ้งอัญชันออแกนิก มะพร้าวอ่อน 65.- บรรยากาศภายในร้าน โอ้กะจู๋ ด้านนอกมีสวนสวยๆ เหมาะสำหรับถ่ายรูป ตกแต่งด้วยผักออแกนิก จุดถ่ายภาพที่ระลึก ร้าน โอ้กะจู๋ ขอบอกไว้ก่อนอาหารของที่ร้านนี้จานใหญ่มากๆ ที่สำคัญสำหรับเราแล้วถือว่าคุ้มราคามากๆ เพราะคุณภาพของอาหารและปริมาณมันเยอะจริงๆ ส่วนใหญ่คนที่มาร้านจะมาเป็นครอบครัวกัน จะมาร้านต้องโทรจองก่อนนะคะ เพราะร้านคนเยอะมากๆ เมนูเด็ด : สเต็กซี่โครงสะพานโค้ง , สลัดผลไม้, ชีสทอด แผนที่ ร้าน โอ้กะจู๋ สาขา 2

ดราม่า! นาบาส เผยร่ำไห้หลังรู้ดีลไปผีล่มได้เฝ้าเสาชุดขาวต่อ
กิโก้ กาซีย่า /  ดาบิด เดเคอา / 

เคย์เลอร์ นาบาส ผู้รักษาประตูทีมชาติคอสตาริก้า ของเรอัล มาดริด ออกมาเปิดเผยความหลังอันขนขื่นในวันสุดื้ายของตลาดซื้อขายนักเตะที่เกือบได้ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแต่ว่าดีลของทั้งสองสโมสร ล่มในนาทีสุดท้ายเพราะปัญหาเรื่องเวลาส่งเอกสารที่ล่าช้ากว่ากำหนดทำให้ ดาบิด เดเคอา ไม่ได้ย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด และ เคย์เลอร์ นาบาส ก็ไม่ได้ย้ายสลับขั้วมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งนายทวารชาวคอสตาริก้า ออกมาเปิดเผยว่า ได้ร่ำไห้ในวันสุดท้ายที่รู้ว่าจะต้องย้ายออกจากเรอัล มาดริด “ผมร้องไห้อยู่กับภรรยาของผมหลังจากรู้ว่าดีลล่ม” นาบาสเผย “ผมไม่อยากจะย้ายจากเรอัล มาดริด การได้มาเล่นที่นี่เหมือนกับความฝันและผมไม่อยากจะย้ายไปไหนเลย” 

รวบ!อดีตตร. บุกห้องสาว-ข่มขื่น ชิงทรัพย์
ข่มขื่น /  ชิงทรัพย์ / 

รวบอดีตสายตำรวจ หลังทำที่ขอเข้าค้นตามห้องพัก ก่อนใช้อาวุธข่มขู่เหยื่อสาว และลงมือข่มขื่น พร้อมชิงทรัพย์ ย่านบางพลี วันนี้ 28 พ.ค. ตำรวจ สภ.บางพลี เข้าจับกุมตัวนายขวัญ หรือ โต้ง อุ่นมณี ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 347/2558 ข้อหาบุกรุกเคหสถาน ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยคนร้ายก่อเหตุในลักษณะ ตระเวนไปตามหอพัก และเคาะประตูเรียก พร้อมแสดงตัวเป็น ตร.นอกเครื่องแบบ โดยมีบัตรแขวนที่คอ จากนั้นคนร้ายได้ทำทีขอเข้าห้องน้ำ ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นตำรวจ จึงให้เข้าไป ปรากฏว่าคนร้ายกลับใช้อาวุธปืนและกำลังขู่บังคับกระทำชำเรา จากการสอบสวน นายขวัญ สารภาพว่า เมื่อก่อนตนทำงานเป็นสายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนแห่งหนึ่ง จึงเรียนรู้การทำงานของตำรวจมา ช่วงหลังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ว่าตนเองมีพฤติกรรมไม่ดี จึงถูกไม่ให้ไปร่วมงานด้วย ประกอบกับติดยาเสพติดด้วย จึงได้ออกไปก่อเหตุดังกล่าว หลังการสอบสวนจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป MThai News ที่มา... ข่าวสด

ศัพท์วัยรุ่นฝรั่ง ปัง! ระดับอินเตอร์
คำนิยาม /  คำศัพท์ภาษาอังกฤษ / 

การตั้งชื่อคำจำกัดความหรือนิยามของวัยรุ่นไทย เช่นคำว่า กาก เกรียน กร่าง เนิร์ด หรือ ติ่ง เป็นคำจำกัดความของคนกลุ่มๆ หนึ่งที่มีพฤติกรรมแบบหนึ่งที่คล้ายๆ กัน เพื่อจำกัดความเรียกคนประเภทนั้นโดยเฉพาะ ซึ่งคนที่โดนเรียกจะโกรธหรือภูมิใจหรือไม่นั้นก็แล้วแต่บุคคล ทางด้านของฝรั่งเองก็มีหลายคำที่เรียกคนกลุ่มประเภทนี้ด้วยเช่นกัน ลองไปดูกันเลยว่ามีคำไหนที่คล้ายคนไทยกันบ้าง...ศัพท์วัยรุ่นฝรั่ง ปัง! ระดับอินเตอร์ ศัพท์วัยรุ่นฝรั่ง ปัง! ระดับอินเตอร์ 1. Jock (จ๊อค) – มักถูกเรียกใช้กับนักกีฬาประจำโรงเรียนหรือมหาลัย พวกนี้จะไม่ใช่นักกีฬาที่เก่งกาจอะไร แต่เป็นพวกชอบกร่าง หยาบคาย ใช้กำลังข่มและทำร้ายผู้อื่น ซึ่งจะคบกับกลุ่มเพื่อนประเภทเดียวกัน และมักจะคบกับสาวๆ เชียร์ลีดเดอร์ 2. Princess (ปริ๊นเซส) – เวลาเพื่อนเรียกเราว่าปริ๊นเซสอย่าได้คิดว่าเขาชมเราว่าเป็นเจ้าหญิงหรืออะไรล่ะ เพราะจริงๆ แล้ว ปริ๊นเซส ในที่นี้หมายถึง คนที่ถูกตามใจ ถูกประคบประหงมจนเสียนิสัย จนทำให้การที่เธอจะเผชิญความจริงบนโลกนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย 3. Geek (กีค) – หลายคนอาจสับสนระหว่างคำว่า กีค กับ เนิร์ด คำว่า Geek ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคนที่ฉลาด แต่เป็นพวกที่ชอบหรือให้ความสำคัญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเป็นพิเศษ คนกลุ่มนี้จะชอบเล่นเกม อ่านหนังสือการ์ตูน ชอบเล่นอินเตอร์เน็ต และมักจะจับกลุ่มกันอยู่สัก 3 คน คนกลุ่มนี้จะมีลักษณะต่อต้านสังคมเล็กๆและจะเข้ากับใครไม่ค่อยได้ ยกตัวอย่างคนดังอย่าง บิล เกตส์ นี่คือ “กีค” ตัวพ่อเลยล่ะ 4. Nerd (เนิร์ด) - หมายถึง เด็กที่ไอคิวสูงกว่าคนปกติ จะมีความสามารถและความฉลาดต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ เขาจะชอบคอมพิวเตอร์ และวิชาคณิตศาสตร์เป็นพิเศษ เขาจะเป็นคนที่เข้ากับสังคมแทบไม่ได้เลยเพราะว่าสมาธิของเขากำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่นั่นเอง 5. Basketcase (บาสเก็ตเคส) – คนที่เป็นตัวแปลกของโรงเรียน มักจะมีอารมณ์แปรปรวน แปลก และชอบปลีกตัวไม่ชอบเข้ากับสังคม หรือต่อต้านสังคม 6. DUFF (ดัฟ) – ย่อมาจาก Designated Ugly Fat Friend ซึ่งแปลว่า คนๆ หนึ่งที่อยู่ภายในกลุ่มเพื่อนที่มีลักษณะ ไม่สวยหรือดูดีน้อยกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ภายในกลุ่ม เป็นเพียงแค่ตัวแถมเท่านั้น คนที่เป็นดัฟจึงโชคร้ายเพราะเป็นข้อเปรียบเทียบเพื่อทำให้เพื่อนคนอื่นดูดีขึ้นเท่านั้น และเร็วๆ นี้จะมี ภาพยนตร์ใหม่ The DUFF ที่พูดถึงเรื่องราวของสาวที่เป็น DUFF โดยไม่รู้ตัว จะแสบหรือจะอินกับวัยรุ่นมากแค่ไหนต้องตามไปดูได้ในโรงภาพยนตร์ 25 มิถุนายนนี้ ชมตัวอย่างกันได้ที่ movie.mthai.com

บังเชษ นักดนตรีฮีโร่ช่วยหญิงพ้นข่มขืน เสียชีวิตแล้ว
ข่าวภูเก็ต /  นักดนตรีช่วยหญิงถูกข่มขืน / 

บังเชษ นักดนตรีฮีโร่เสียชีวิตแล้ว หลังเจ็บหนักจากการช่วยหญิงพ้นข่มขืนที่ภูเก็ต ขณะที่โลกออนไลน์แห่ชื่นชมสดุดีในวีรกรรม รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (7 ก.ย. 58) บังเชษ นักดนตรีหนุ่มที่โดดเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวให้รอดพ้นจากการข่มขืน ที่บริเวณหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงคืนวันที่ 2 ส.ค. 58 จนเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีอาการโคม่าได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบ โดยเพจเฟซบุ๊ค @ตัล ลลลลลลลล (ลูกแม่ค้าไก่ทอด) ได้โพสต์สุดสลดดังกล่าวว่า ฮีโร่ในวันนั้นต้องมาจากโลกมาในวันนี้ เหตุที่ ราไวย์ จ.ภูเก็ต เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งจะถูกกลุ่มคนร้ายข่มขืน บังเอิญมีหนุ่มนักดนตรีเพิ่งเลิกเล่นดนตรีเข้ามาพบเห็นเหตุการณ์ และได้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวให้รอดจากการถูกข่มขื่น แต่ตัวเองถูกทำร้ายอาการสาหัส ตอนนี้ขั้นโคม่า ตรวจสอบภายหลังทราบชื่อว่า “บังเชษ เป็นนักดนตรีที่ภูเก็ต” (พื้นเพเป็นคนหาดใหญ่) จนมากระทั่งถึงวันนี้เขาได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ฮีโร่ที่ช่วยเหลือหญิงสาวในวันนั้น กลับถูกลบเลื่อนจากหน้าสังคมไป คนที่สละชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่ไม่รู้จัก และต้องแลกมากับชีวิต ผมไม่เห็นว่าสื่อหรือเพจไหนจะออกมาทำข่าวบ้างเลย ขอเถอะครับอย่าให้การตายของบังเชษจากไปโดยเปล่าประโยชน์ #โปรดช่วยกันแชร์ เหตุการณ์ครั้งนี้เพื่อให้ได้รู้ว่าโลกใบนี้ของเรายังมีการเสียสละเกิดขึ้นท่ามกลางสังคมที่แย่งชิงกันทุกวัน ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวของบังเชษถูกเผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นพร้อมส่งต่อเรื่องราว และยกย่องให้บังเชษเป็นวีรบุรุษ ที่พร้อมต่อสู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ จนตัวเองต้องจบชีวิตลงในที่สุดดังกล่าว ข้อมูลข่าวจาก @ตัล ลลลลลลลล ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ตีแผ่ศัพท์ใหม่ ที่วัยรุ่นควรรู้จัก ใน The DUFF ชะนีซ่าส์ มั่นหน้าเกินร้อย
DUFF /  The DUFF / 

ผู้ใหญ่ทั้งหลาย จะไปเข้าใจวัยรุ่นได้ไง พวกเรามีศัพท์ใหม่ๆ โดนๆ กันทุกวันแหละน่า บางคำคุณคุณอาจจะคุ้นเคยกันดี แต่บางคำก็พึ่งรู้จัก และวันนี้ เราจะอาสาพาคุณผู้ชมทุกวัย ไปรู้จักศัพท์ใหม่วัยรุ่นกับ The DUFF ชะนีซ่าส์ มั่นหน้าเกินร้อย เรื่องราวตีแผ่ชีวิตวัยรุ่นได้อย่างเจ็บแสบ เมื่อ เบียงก้า นางเอกของเรื่องจะต้องมาเป็น "สาวดัฟ" ประจำแกงค์ คำนิยามวัยรุ่นฝรั่ง การตั้งชื่อคำจำกัดความหรือนิยามของวัยรุ่นไทย เช่นคำว่า กาก เกรียน กร่าง เนิร์ด หรือ ติ่ง เป็นคำจำกัดความของคนกลุ่มๆหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมแบบหนึ่งที่คล้ายๆกัน เพื่อจำกัดความเรียกคนประเภทนั้นโดยเฉพาะ ซึ่งคนที่โดนเรียกจะโกรธหรือภูมิใจหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่บุคคล ลองไปดูกันเลยว่ามีคำไหนที่คล้ายคนไทยกันบ้าง Jock (จ๊อค) มักถูกเรียกใช้กับนักกีฬาประจำโรงเรียนหรือมหาลัย พวกนี้จะไม่ใช่นักกีฬาที่เก่งกาจอะไร แต่เป็นพวกชอบกร่าง หยาบคาย ใช้กำลังข่มและทำร้ายผู้อื่น ซึ่งจะคบกับกลุ่มเพื่อนประเภทเดียวกัน และมักจะคบกับสาวๆเชียร์ลีดเดอร์ Princess (ปริ๊นเซส) เวลาเพื่อนเรียกเราว่าปริ๊นเซส อย่าได้คิดว่าเขาชมเราว่าเป็นเจ้าหญิงหรืออะไรล่ะ เพราะจริงๆแล้ว ปริ๊นเซส ในที่นี้หมายถึง คนที่ถูกตามใจ ถูกประคบประหงมจนเสียนิสัย จนทำให้การที่เธอจะเผชิญความจริงบนโลกนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย Geek (กีค) หลายคนอาจสับสนระหว่างคำว่า กีค กับ เนิร์ด คำว่า Geek ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคนที่ฉลาด แต่เป็นพวกที่ชอบหรือให้ความสำคัญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเป็นพิเศษ คนกลุ่มนี้จะชอบเล่นเกม อ่านหนังสือการ์ตูน ชอบเล่นอินเตอร์เน็ต และมักจะจับกลุ่มกันอยู่สัก 3 คน คนกลุ่มนี้จะมีลักษณะต่อต้านสังคมเล็กๆและจะเข้ากับใครไม่ค่อยได้ ยกตัวอย่างคนดังอย่าง บิล เกตส์ นี่คือ กีค ตัวพ่อเลยล่ะ Nerd (เนิร์ด) เด็กที่ไอคิวสูงกว่าคนปกติ จะมีความสามารถและความฉลาดต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ เขาจะชอบคอมพิวเตอร์ และวิชาคณิตศาสตร์เป็นพิเศษ เขาจะเป็นคนที่เข้ากับสังคมแทบไม่ได้เลย เพราะว่าสมาธิของเขากำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่นั่นเอง Basketcase (บาสเก็ตเคส) คนที่เป็นตัวแปลกของโรงเรียน มักจะมีอารมณ์แปรปรวน แปลก และชอบปลีกตัวไม่ชอบเข้ากับสังคม หรือต่อต้านสังคม DUFF (ดัฟ) ย่อมาจาก Designated Ugly Fat Friend แปลว่า คนที่อยู่ภายในกลุ่มเพื่อน ที่มีลักษณะไม่สวยหรือดูดีน้อยกว่าเพื่อนคนอื่นๆภายในกลุ่ม เป็นเพียงแค่ตัวแถมเท่านั้น คนที่เป็นดัฟจึงโชคร้ายเพราะเป็นข้อเปรียบเทียบเพื่อทำให้เพื่อนคนอื่นดูดีขึ้นเท่านั้น โถ...น่าสงสาร มาพิสูจน์กันว่า สาวดัฟอย่างเราก็มีดี ไปกับ  The DUFF ชะนีซ่าส์ มั่นหน้าเกินร้อย ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์  The DUFF ได้ที่นี่เลย ----------------------------------------------

ละครวิมานเมขลา  , เรื่องย่อวิมานเมขลา
ละครวิมานเมขลา /  เรื่องย่อละครวิมานเมขลา / 

บทประพันธ์ : กันยา กุมารีบทโทรทัศน์ : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ /เทิดโชค เกียรติสุขเกษม / วิริยาภรณ์ จุนหะวิทยะกำกับการแสดง : แชมป์-อินทนนท์ รัตนากาญจน์ออกอากาศ : ศุกร์ เวลา 20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทาง ช่อง 3 และ 3HD เมขลา (เบลล่า-ราณี) นางเอกละครโทรทัศน์ชื่อดัง เล่นนอกคิวแบบแม่ไม้มวยไทยกับ จ๊ะเอ๋(ออย-มิรา) นางร้ายจอมเซ็กซี่ เพราะเมขลาจับได้ว่าจ๊ะเอ๋ทำตีสนิท คิดจับ แจ๊ค (เบิร์ด-กิตติธัช) แฟนหนุ่มของเธอ นิสัยวีนแตกของเมขลาคราวนี้เป็นข่าวใหญ่ เธอถูกสังคมประณามถึงความอารมณ์ร้าย เอาแต่ใจ แต่เมขลาก็ไม่แคร์ เชิดใส่ทุกคน เป็นสาวมั่นที่คิดว่าตัวเองสวย และผู้จัดละครทุกคนต้องเอาใจ แต่เรื่องคราวนี้กลับทำให้เธอกลายเป็นนางฟ้าตกกระป๋อง เพราะทั้งทางสถานีและผู้จัดต่างๆ พากันยกเลิกงานทั้งหมด เพื่อดัดนิสัยขี้วีนแตกของเมขลาสักที ละครเรื่องล่าสุด เมขลาต้องสวมบทบาทเป็น ลาล่า นักฆ่าสาว เมขลาทุ่มเทหัดคิวบู๊จนคล่องเคล่ว เพื่อให้ตัวเองอินกับบทบาท แต่เมื่อต้องถูกปลดกลางอากาศ ทำให้เธอทั้งเสียใจและนึกอายมาก แต่ก็ยังเชิดใส่สื่อ ทำเป็นไม่แคร์ เมขลาเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ระดับมหาเศรษฐี แต่พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เมขลาอยู่ในความดูแลของ ไข่มุก (แก้ว-อภิรดี) น้าสาว ไข่มุกช่วยผลาญเงินของหลานอย่างสนุกสนาน เธอเลี้ยงเมขลามาอย่างผิดๆ ตามใจจนเสียนิสัย ขณะเดียวกันไข่มุกก็หาทางถ่ายเงินของเมขลามาเป็นของเธอและ มาการีน (โจอี้-อรวิภา) ลูกสาว ด้วยนิสัยใช้เงินอย่างมือเติบของสามสาว ทำให้ฐานะการเงินของเมขลามีปัญหา จนเมื่อรู้ตัวอีกที เธอก็กลายเป็นลูกหนี้ของพวกกู้เงินนอกระบบไปร่วมๆ ห้าล้านบาท เมขลาถูกแก๊งทวงหนี้ตามรังควาน เธอใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัด เอาตัวรอดไปได้ เมขลาได้พบ เสี่ยส่ง(แจ๊ค-เกริก) ที่มาติดต่อด้วยตัวเอง เพื่อเสนอซื้อ ป่าสวนน้ำผึ้ง ป่าไม้สักที่สวยที่สุด ที่ ตระกล (สมภพ เบญจาธิกุล) ยกให้เธอเป็นมรดก ในราคาห้าล้านบาท ตระกลเป็นลุง ที่ไม่เคยติดต่อกับเมขลาเลย เธอแปลกใจมากที่ลุงยังคิดถึง เมขลาดูออกว่าเสี่ยส่งอยากได้ที่ดินผืนนี้มาก เลยทำเล่นตัว หวังโก่งราคา เมขลาแอบเดินทางไปป่าสวนน้ำผึ้ง โดยไม่บอกไข่มุกระหว่างทางเธอได้พบกับ ครูปริม (เตย-อรัชมน) ที่กำลังเดินทางจะไปสอนหนังสือที่ป่าสวนน้ำผึ้ง ครูปริมเป็นแฟนพันธ์แท้ของเมขลา ปลื้มและชื่นชม ในขณะที่เมขลาแสนจะเบื่อหน่ายในความเชย สุดเรียบร้อยของเธอ เมขลาเห็นครูปริมชอบแหวนเพชรที่แจ๊คซื้อให้ ก็เอ่ยปากยกให้ โดยแลกกับสร้อยจี้เพชรเก่าแก่ของครูปริม ครูปริมดีใจมากรีบแลกด้วย เมขลาได้แต่แอบยิ้มในความซื่อจนโง่ของปริม เพราะแหวนของแจ๊คเป็นของเก๊ แต่เพชรของครูปริม เป็นของแท้ พญา (แอนดริว เกร้กสัน) มารับครูปริมที่สถานีรถไฟ เมขลาที่แสนเย่อหยิ่ง คิดว่าพญาเป็นแค่ลูกจ้าง ก็วางมาดเป็นเจ้าของป่าคนใหม่ทันที พญาเกลียดความปากร้ายของเธอแทบจะทันทีที่ได้คุยกัน เมขลาวางท่าข่มพญาทุกทาง เผลอคุยว่าจะขายป่าให้เสี่ยส่ง พญาพยายามบอกถึงความสำคัญของป่าสวนน้ำผึ้ง ที่เป็นป่าต้นน้ำ เสี่ยส่งเคยเป็นเจ้าของที่มาก่อน แต่ตัดป่าจนหมด ปีนั้นน้ำท่วมใหญ่ทั้งจังหวัด ทำให้มีคนตายจำนวนมาก ถ้าขายให้เสี่ยส่งอีก ก็จะต้องเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ แบบที่เคยเป็น เมขลาบอกไม่แคร์ สนใจแต่เงินที่จะได้ และยังยืนยันจะขายป่าให้เสี่ยส่ง ระหว่างการเดินทางสู่ป่าสายน้ำผึ้งนั้นเอง ฝนเกิดตกหนัก ฟ้าผ่าสะพานขาด รถจิ๊ปตกลงไปในเหวทุกคนในรถกลิ้งกระจายกระแทกหมุนตลับ พญารู้สึกตัวว่าลอยจากรถหล่นลงมาในน้ำ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป เมื่อพญาฟื้นขึ้นมา อรัญ (ตุ้ย-เกียรติกมล) บอกว่าเมขลาตายเสียแล้ว กระดูกทุกส่วนแหลกเหลวและถูกเผาไปพร้อมกับรถจิ๊ป ส่วนครูปริมสิ้นสติถูกพัดไปติดที่โขดหินน้ำตกแสงอุษา พญานึกสงสัยแอบไปดูศพผู้ตาย เขารู้ทันทีว่าเกิดการเข้าใจผิดขึ้นแล้ว เนื่องมาจากเสื้อผ้าที่สลับกันของคนทั้งสอง ที่ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อน คนที่ตายคือครูปริมและคนที่รอดคือเมขลา เรื่องวุ่นๆ ยิ่งวุ่นหนักเมื่อเมขลาฟื้นคืนสติขึ้นมา ความจำของเธอเกิดเลอะเลือนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครอยู่ที่ไหน พญาจึงเกิดแผนร้ายวูบขึ้นมาในสมองทันที ถ้าเขาไม่บอกความจริงเรื่องนี้แก่ใคร เมขลาผู้ความจำเสื่อมก็จะกลายเป็นครูปริม ต้องใช้ชีวิตสอนหนังสือในป่า โดยไม่มีทางรู้เลยว่าตนคือทายาทมรดกร้อยล้าน ป่าสายน้ำผึ้งจะไม่ต้องถูกขาย ชาวบ้านจะได้รับความสงบสุขอย่างเดิม ที่พญาปกป้องป่าสายน้ำผึ้งยิ่งกว่าชีวิต เพราะน้ำท่วมคราวนั้น ทำให้พ่อของเขาต้องเสียชีวิต เมื่อโตขึ้นพญา จึงเลือกเรียนวิชาวนศาสตร์ และเมื่อจบแล้วก็มุ่งหน้าออกสู่ชนบท เพื่อเสนอโครงการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กับนายทุนป่าไม้ทางภาคเหนือ แต่ก็ไม่มีใครฟังเขา ทุกคนหาว่าพญาบ้าทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จนกระทั่งพญามาเจอ ลุงตระกล ชายชราผู้ซื้อที่ดินเสื่อมโทรมมาในราคาถูก ตั้งใจจะอยู่อย่างเงียบสงบในบั้นปลายชีวิตตระกลเกิดถูกชะตากับพญาและทุ่มเงินก้อนสุดท้ายให้พญาใช้ในการฟื้นชีวิตผืนป่าชื่อป่าสายน้ำผึ้ง โดยไม่ได้คิดจะหวังผลทางธุรกิจ ห้าปีต่อมาพญาทำได้สำเร็จ ที่ดินร้อยไร่กลายเป็นป่าสักทองที่เติบโตงดงาม และตัวพญาเอง เขามีที่ดินของครอบครัว อยู่ตรงเชิงเขา พญาจึงทำกิจการไร่ของตนเอง เพาะกล้าไม้ ทำสวนดอกไม้สวยงาม เพื่อให้คนท้องถิ่นได้มีงานทำ โดยเขาได้ช่วยเหลือ อุดหนุนผลผลิตของป่าสวนน้ำผึ้งมาตลอด ไข่มุกกับแจ๊ค ถูกตามมาให้ดูศพเมขลา แต่ทั้งคู่กลัวผีมาก ไม่กล้ามองศพ แจ๊คเห็นแค่แหวนในมือก็นึกว่าเป็นศพเมขลาจริง เลยรีบจัดการเผาอย่างรีบร้อนโดยไม่กล้าดูศพและไม่ใส่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างดูจะเป็นใจให้พญาอย่างยิ่ง เขาพาเมขลาเดินทางกลับป่าสายน้ำผึ้งทันที ในนามของครูปริม แม้จะจำอดีตของตัวเองไม่ได้ แต่เมขลาก็ยังมีนิสัยรักสวยงามติดหรูหราเหมือนเดิม จึงต้องทนทุกข์ทรมานกับสภาพบ้านป่าที่ปราศจากความสะดวกสบาย แถมยังถูกพญาแกล้งให้ได้รับความลำบากสารพัดเมขลาต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างเธอและพวกคนงานที่หมั่นไส้ความเว่อร์ของเธอ ต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งของลูกศิษย์ทโมนอย่างน้ำตาล (ด.ญ.วาสิตา) และเพื่อนๆ จนเธอทนไม่ไหวขอลาออก แต่พญาไม่ยอมให้ออก โดยกล่าวหาว่าเมขลาในนามครูปริม ได้รับเงินเดือนล่วงหน้าไปแล้วหนึ่งปี และเธอต้องทำงานชดใช้ให้จนกว่าจะครบกำหนด ถึงจะลาออกได้เมขลาเริ่มดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ให้ได้ เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหาคนอื่น เหมือนต้นไม้ที่เปลี่ยนสีในฤดูแล้งเพื่อความอยู่รอด การปรับตัวของเมขลาไม่เพียงทำให้เมขลาได้เรียนรู้ชีวิตแท้จริง ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่มันยังได้เริ่มบ่มเพราะความคิดดีงามใหม่ๆ ลงในจิตใจของเมขลาทีละน้อย ในที่สุดเมขลาเอาชนะหัวใจเด็กๆ ที่เกลียดชังเธอได้ด้วยวิธีการของเธอเอง และยังได้ช่วยพัฒนาหญิงสาวในหมู่บ้าน ด้วยการส่งเสริมให้ผู้หญิงหารายได้จากการทอผ้า เป็นหัวหอกปลุกปั่นหญิงสาวชาวบ้านให้ลุกขึ้นมามีบทบาทในครอบครัวทัดเทียมสามีพญาติดต่อขอซื้อป่าสายน้ำผึ้งจากไข่มุก แต่มาการีนเห็นพญาก็ปิ๊งมาก ไข่มุกคิดมีลูกเขยรวย เลยยังยักท่าไม่ยอมขายง่ายๆ พามาการีนมาที่ป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพญา ไข่มุกกับมาการีนหาอุบายไปพักที่ไร่ของพญา ทำให้ได้พบกับเมขลาในนามของครูปริม ไข่มุกกับมาการีนนึกว่าผีหลอกไข่มุกนึกว่าเมขลาสร้างเรื่อง ทำเป็นความจำเสื่อม เพื่อจะหนีหนี้และจับพญา แต่หลังจากทดสอบหลายครั้ง จนแน่ใจว่าเมขลาความจำเสื่อมจริง ไข่มุกก็คิดแผนชั่ว ไม่ยอมบอกความจริง เพราะนึกว่าพญาไม่รู้เรื่องนี้ไข่มุกคิดให้เมขลาเป็นครูจนๆ แบบนี้ตลอดไป แล้วเธอจะกับลูกสาว จะได้ครอบครองป่าสายน้ำผึ้งและพญา แต่ไข่มุกต้องเจออุปสรรคสำคัญ แอนนี่ (เมจิ-รัศม์ประภา) ก็หวังในตัวพญา แถมเธอยังเหนือกว่าทุกคนตรงที่ พญาเองแอบหลงรักแอนนี่มาตลอด ไข่มุกกับมาการีนจึงต้องชิงไหวชิงพริบกับแอนนี่อย่างดุเดือด โดยมี แม่เพ็ญ(จิ๊ก-เนาวรัตน์) คอยจับตา เพราะเพ็ญเอง ก็ไม่ถูกชะตากับไข่มุกอย่างแรง มีเรื่องปะทะกันตลอด เสี่ยส่งทำมาตีสนิทจีบไข่มุก หวังได้ทั้งตัวเธอ และป่าสายน้ำผึ้งฟรีๆ แต่กลับเจอความร้ายกาจของไข่มุก ที่ไม่เสียทีใครง่ายๆ ไข่มุกกลับคิดว่า จะต้องได้ทั้งตัวเสี่ยส่งและทรัพย์สินของเขาทั้งหมด ความจำของเมขลาเริ่มกลับมาบางส่วน เธอเห็นตัวเองฝึกการต่อสู้ เป็นนักฆ่า เมขลาไม่รู้ว่านั่นคือบทในละครเรื่องใหม่ เธอกลับคิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่าจริงๆ แจ๊คติดหนี้การพนัน จนเสี่ยส่งคิดเล่นงานแจ๊คได้เจอกับเมขลาโดยบังเอิญ เมขลาเข้าใจผิด คิดว่าแจ๊คเป็นคนที่สอนเธอต่อสู้ ส่งสวมรอยเป็นหัวหน้าลาล่า สั่งเมขลาว่าเธอมีงานสำคัญต้องทำ เล่นงานพญาเมขลารู้ตัวว่าเธอแอบหลงรักพญาเข้าให้แล้ว ในขณะที่พญานั้นกลับพยายามบอกตัวเองว่าเมขลาคือตัวมารของเขา มารของป่าสายน้ำผึ้ง เขารักเธอไม่ได้และจะไม่มีวันเผลอใจเป็น อันขาด เมขลาถึงหนักใจมาก ที่นักฆ่าสาวอย่างเธอ ต้องมาจัดการคนที่รัก เมขลาพยายามหาทางเล่นงานพญา แต่เธอไม่ได้มีฝีมือต่อสู้เก่งกาจจริง เคยแต่ฝึกตามคิวเท่านั้น ทำให้การกำจัดพญาผิดพลาดทุกครั้งไป พญาชักสงสัย จนได้รู้ว่าเมขลาเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่า เขาได้แต่นึกขำ และแกล้งเธอกลับ จนเมขลากลับเป็นฝ่ายเสียท่าตลอด แจ๊คอยากบอกความจริงกับเมขลา แต่โดนแอนนี่ขู่ แจ๊คได้เห็นถึงความเหี้ยมโหดของแอนนี่ ศนิ (เกล-เวธกา) เดินทางมาป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อมาตรวจคุณภาพของศูนย์เด็กเล็ก ศนิมาถึงก็ตกตะลึง เมื่อพบว่าคนที่ใครๆ เข้าใจว่าเป็นครูปริม ที่แท้คือเมขลาศนิทำแกล้งจำเมขลาไม่ได้ เพื่อไข่มุกกับมาการีนจะได้ไม่สงสัย ศนิพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวและสงสัยว่าพญาวางแผนทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ โดยมีไข่มุกกับมาการีนร่วมด้วย แต่เมื่อเธอบอกความจริงแก่เมขลา เมขลากลับไม่เชื่อศนิ เรื่องยิ่งขมวดเกลียวหนักขึ้น เมื่อเสี่ยส่งวิ่งเต้นให้ทางราชการออกนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอำเภอสายน้ำผึ้ง พญาและเมขลาไม่เห็นด้วยกับการเอาป่าไปพัฒนาอย่างไม่คำนึกถึงทรัพยากรและชาวบ้านในท้องถิ่น จึงนำชาวบ้านลุกขึ้นประท้วง ปรากฏว่าการประท้วงมีผลทำให้นโยบายถูกยับยั้ง เสี่ยส่งโกรธพญาและเมขลามาก ถึงกับส่งคนมาทำร้าย เมขลาที่ถูกสั่งมาให้กำจัดพญา ก็มาร่วมด้วย แต่เมขลากลับทำร้ายพญาไม่ลง และหันไปเล่นงานลูกน้องเสี่ยส่งแทน แอนนี่ผลักเมขลาตกไปในน้ำ ทำให้หัวเธอกระแทกหินอย่างแรง ความจำของเมขลากลับคืนมาเมขลาจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ก็เสียใจมากที่พญาหลอกลวงเธอและพลอยเข้าใจผิดว่าพญานั่นเองที่คิดจะกำจัดเธอ เมขลาจึงประกาศที่จะขายที่ดินให้เสี่ยส่ง และกลับกรุงเทพฯฯ ไปใช้ชีวิตอย่างเดิม สถานีป้อนงานละครให้เมขลาหลายเรื่อง แฟนคลับดีใจมากที่เธอกลับมา เธอกลายเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการอีกครั้ง ชื่อเสียงและเงินทองไหลมาเทมา ไข่มุกกับมาการีนที่โดนเสี่ยส่งไล่มา เพราะไร้ประโยชน์แล้ว ทั้งคู่ของ้อให้เมขลายกโทษให้ เมขลาให้เงินไข่มุกไปจำนวนหนึ่ง ตอบแทนที่มีบุญคุณ แต่ต่อไปเธอกับมาการีนต้องหางานทำ ช่วยตัวเอง เพราะไข่มุกจะไม่ช่วยอะไรอีกแล้วไข่มุกออกทีวีรายการสด มีการเปิดให้แฟนๆ ที่เข้ามาดูรายการ ซักถามเมขลา พญาปรากฏตัว ถามว่าเธอจะยกโทษให้เขาได้มั้ย พร้อมเอ่ยปากขอโทษ ให้คนทั้งประเทศได้เห็น แต่เมขลาว่าสายเกินไปแล้วเสี่ยส่งประกาศขายที่ดินล่วงหน้าเก็บเงินมัดจำอย่างเอิกเกริก เมขลาเดินทางกลับมาป่าสายน้ำผึ้งอีกครั้งในมาดดาราสาวผู้เย่อหยิ่ง เพื่อจัดการเซ็นสัญญาขายป่าเมขลากำลังจะลงชื่อในสัญญาขายที่ดินตามที่ลั่นปากไว้ แต่แล้วความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความรับผิดชอบที่มีผืนป่าที่ถูกปลูกฝังมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน รวมทั้งหลักฐานสำคัญที่ทำให้เธอรู้ความจริงว่าพญาไม่ใช่คนที่ทำร้ายเธอ ก็เอาชนะความรู้สึกโกรธแค้นส่วนตัวของเธอลงได้ ในที่สุดเมขลาตัดสินใจที่จะไม่ขายที่ดินป่าสายน้ำผึ้ง เธอตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ป่าสายน้ำผึ้งอย่างถาวรและร่วมกับพญาปกป้องดูแลป่ารวมทั้งเป็นปากเสียงแทนชาวอำเภอสายน้ำผึ้งต่อไป… รายชื่อนักแสดง แอนดริว เกร้กสัน รับบท พญา ชายหนุ่ม หน้าตาดี แข็งแรง บึกบึน เป็นคนมุ่งมั่น อดทน ทำงานหนัก ไม่สนใจแสงสี เป็นผู้บุกเบิกป่าสายน้ำผึ้งที่ถูกทำลายให้กลับสมบูรณ์ขึ้นมาด้วยสองมือแต่อารมณ์โกรธชั่ววูบทำให้สร้างเรื่องหลอกลวงวุ่นวายใหญ่โตขึ้นมา ราณี แคมเปน (เบลล่า) รับบท เมขลาสาวสวย สวยจัด รูปร่างนางแบบ เป็นดาราสาวสวยมีชื่อเสียงโด่งดัง รวยจัดเพราะใครๆ ก็ต้องการตัวไปเล่นหนัง มีสองบุคลิก ก่อนประสพอุบัติเหตุเป็นสาวเว่อร์สุดขีดหัวสูงไม่ติดดิน ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ไม่สนใจสังคม กรีดกรายเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ทำอะไรไม่เป็นพอประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม กลายเป็นคุณครูสาวผู้สงบเสงี่ยมตามรูปแบบที่คิดเอาเองว่าตนควรจะเป็น เหมือนเกิดใหม่กลายเป็นคนง่ายๆ ติดดิน ได้สัมผัสและเรียนรู้ที่จะรักธรรมชาติ รักชาวบ้าน รักเด็ก เกียรติกมล ล่าทา (ตุ้ย) รับบท อรัญหนุ่มใหญ่ นายอำเภอ รูปหล่อ นิสัยอ่อนโยน ใจเย็น หลงรักเมขลา เวธกา ศิริวัฒนา (เกล) รับบท ศนิ เพื่อนเมขลา อาจารย์หญิง โสด แฟนพันธ์แท้ของวงการมายา รู้จักดาราทุก คนดีกว่าเมขลาอีก นิสัยสอดรู้สอดเห็น ชอบทำตัวเป็นนักสืบพันทิป รัศม์ประภา วิสุมา (เมจิ) รับบท แอนนี่สาวสวยมาดดี ทำอ่อนหวาน แต่ที่แท้ร้ายลึก ร้ายเงียบ แอนนี่ใช้ความรักความหวังดีของพญาที่มีต่อเธอ หาประโยชน์จากเขาทุกทาง กิตติธัช ประดับ (เบิร์ด)รับบท แจ๊คกี้ ชายหนุ่ม มาจากครอบครัวรวย ชอบทำตัวเป็นคุณหนู สำรวย หยิบโหย่ง งานไม่ทำ ดีแต่ทำเท่ห์คอยตามจีบดารา อภิรดี ภวภูตานนท์ (แก้ว)รับบท ไข่มุกน้าเมขลา งก เห็นแก่เงินและเห็นแก่ตัว นิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบายสารพัด

ใหญ่แค่ไหน การวัดขนาดอวัยวะเพศ ให้เป๊ะทั้งความยาวและรอบวง
sex /  การวัดขนาดอวัยวะเพศ / 

คุณใหญ่แค่ไหน มาวัดกัน สอน การวัดขนาดอวัยวะเพศ แบบเป๊ะๆ ขนาดนั้นสำคัญไฉน คำถามนี้คงเป็นคำถามโลกแตกของเหล่าผู้ชายเราทุกยุคทุกสมัยจริงๆ ว่าขนาดมันมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตบนเตียงของเราไหม ถ้าจะถามทางเรา เราคงตอบว่าไม่ครับ เพราะว่าเซ็กส์ที่ดีนั้นมันขึ้นอยู่กับลีลาและความพอใจของทั้งสองฝ่ายนั่นเอง แต่สำหรับผู้ชายหลายๆ คน เรื่องศักดิ์ศรีมันเป็นอะไรที่ยอมกันไม่ได้ ต้องเอามาข่มกันให้สนุกปากนั่นเอง โดยวันนี้ Men.MThai เราก็เลยอยากจะนำเสนอเรื่อง การวัดขนาดอวัยวะเพศ ของผู้ชายแบบที่ถูกต้องมาฝากเพื่อนๆ กันครับ มาทำศึกษาความรู้เกี่ยวกับอวัยวะเพศกันก่อน อวัยวะเพศชายขนาดมาตรฐานสากล ISO 55555555+ เขาฟันธงกันออกมาแล้วครับ ว่าจะอยู่ที่เส้นรอบวงเฉลี่ยที่ 12.6 ซม. (5.0 นิ้ว) อาจคลาดเคลื่อนที่ 1.3 ซม. (0.5 นิ้ว) และค่าเฉลี่ยความยาวจะอยู่ที่ 14.9 ซม. (5.9 นิ้ว) และอาจมีการคลาดเคลื่อนไปได้ 2.1 ซม. (0.8 นิ้ว) ซึ่งการที่เรารู้ถึงขนาดที่แท้จริงของตัวเองแล้ว เราก็สามารถเลือกซื้อถุงยางอนามัยที่มีขนาดรองรับกับของตัวเองเพื่อปกป้องสุขภาพที่ดีของการมีเพศสัมพันธ์ครับ ซึ่ง การวัดขนาดอวัยวะเพศ ควรวัดตอนแข็งตัวเต็มที่และวัดหลายๆครั้งเพื่อหาค่าเฉลี่ยโดยให้แตกต่างด้วยสิ่งแวดล้อมเช่นอุณหภูมิห้อง ความชื้น มันจะแบ่งได้เป็น 2 วิธีคือหาค่าความยาว และ เส้นรอบวง นั่นเอง การวัดความยาว ควรใช้ สายวัดชนิดอ่อนจรดปลายเลขศูนย์ที่บริเวณฐาน (ส่วนที่ติดกับร่างกาย) คลี่ม้วนสายวัดไปจนถึงส่วนปลายสุดของอวัยวะเพศ (ปลายสุดส่วนหัว) ทำเช่นนี้ในขณะที่อวัยวะเพศตื่นตัวเต็มที่เพื่อที่หาค่าที่แท้จริง การวัดเส้นรอบวง ให้ใช้สายวัดพัน (ไม่ต้องแน่นมาก) รอบอวัยวะเพศ เลือกพันตรงบริเวณกึ่งกลาง และดูตัวเลขที่ได้ครับ แต่ถ้าเราไม่มีสายวัด เราขอแนะนำ ใช้เชือกธรรมดา หรือด้ายเย็บผ้าก็ได้ แล้วค่อยเอาด้ายไปวัดจากไม้บรรทัดอีกทีจะทำให้ได้ขนาดของจริง เหมือนกับการใช้สายวัดครับ เนื้อหาโดย Men.MThai

บุ๋ม โวย!! ละครไม่ใช่ต้นตอคดีฆ่าข่มขืน
ข่าว บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม ล่ารายชื่อ / 

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ขอออกมาเถียงแทนสื่อและนักแสดงทุกคน กรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาสังคมกับคดีฆ่าข่มขืนนั้น มาจากสื่ออย่างละครทีวี ที่นำเสนอแต่ความรุนแรง และฉากพระเอกข่มขืนนางเอก แต่กลับยกย่องเป็นฮีโร่ ซึ่งงานนี้ สาวบุ๋ม ในฐานะนักแสดง และประธานองค์กรทำดี ที่ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อการขอยกเลิกการอภัยโทษคดีฆ่าข่มขื่นทั้งผู้ใหญ่และเยาวชน เลยต้องออกมาโพสต์แสดงความเห็นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวบ้างว่า "สำหรับคำถามนี้ขอตอบเป็นสองข้อนะคะ 1. ละครทำให้เยาชนมีความรุนแรง? แสดงว่าคนในยุคปัจจุบันถึงขั้นแยกแยะไม่ออกแล้วเหรอว่าอันไหนชีวิตจริง อันไหนละคร? ละครฉากบู๊ฉากตบฉากข่มขืนมันก็มีมาตั้งแต่สมัยไหนก่อน ก็ไม่เห็นว่าพฤติกรรมจะรุนแรงเหมือนยุคปัจจุบัน มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ศีลธรรม จริยธรรมในแต่ละคนมากกว่า ว่าแยกแยะและยับยั้งชั่งใจได้ไหม? มันขึ้นอยู่กับสันดานของแต่ละคนค่ะ อย่าโทษนั่นโทษนี่เวลาทำผิดเลย มันแค่ข้ออ้างและข้อแก้ตัวค่ะ ที่สำคัญ เราดูละครเพราะมันไม่ใช่เราในชีวิตจริง ไม่มีคุณชายตามตื้อ ไม่มีคฤหาสน์ให้เดิน ส่วนตัวบุ๋มเองเล่นละครเป็นตัวร้าย กะหรี่ มาเฟีย ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจริงต้องเป็นแบบนั้นสักหน่อย เงื้อมมือตบยังไม่มีเลย! ละครก็คือละคร ไม่จำเป็นทึ่จะต้องมาทำให้เป็นชีวิตจริงใช่ไหมคะ และขอถามกลับบ้างนะคะว่า คุณคิดว่าไอ้สี่ตัวนั้นที่มันทำขนาดนี้เพราะมันดูละครเหรอคะ? ถ้ามันดูจริงมันจะรู้ว่า ตัวร้ายตายตอนจบเสมอ! จริงไหม?" ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @boompanadda บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา

ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ , เรื่องย่อเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ
ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ /  เรื่องย่อละคร ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ / 

เรื่องย่อละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย : กรุง ญ. ฉัตรกำกับการแสดงโดย : กฤษฎา เตชะนิโลบลออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ เมื่อพูดถึงหญิงสาวเลอค่าในแวดวงไฮโซเมืองไทย ทุกคนจะต้องนึกถึงสองเซเลบริตี้ที่เฉิดฉายข่มรัศมีกันไม่ลง หนึ่งในนั้นคือ อนุศนิยา วรเลิศลักษณ์ ผู้เป็นทายาทมหาเศรษฐีรายใหญ่ของไทยที่กำลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งว่าที่นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลในเจเนอเรชั่นใหม่ถ้าอนุศนิยาสูงส่งเปรียบได้กับเจ้าหญิงบนหอคอยงาช้าง โสมมิกา พรรณราย ผู้เป็นทายาทพันล้านของผู้มีอิทธิพลชื่อดัง ก็ยอมไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน เธอฉีกตัวเองให้เป็นดาวดังในแวดวงเซเลบในฐานะคาสโนวี่ของเมืองไทย ที่ใคร ๆ ก็พากันตั้งฉายาให้แก่ความเซ็กซี่ ขี้เล่นของเธอว่าเป็น ปารีส ฮิลตัน ของเมืองไทยนั่นเอง ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ทั้งอนุศนิยาและโสมมิกาต่างเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันตั้งแต่อนุบาลยันมหาวิทยาลัย แม้จะไม่มีอะไรเหมือนกัน แต่ทั้งคู่ก็ถูกมองเป็นคู่แข่งกันอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อไม่สามารถเปรียบได้ว่าใครเหนือกว่าใคร คำตอบสุดท้ายก็คงจะต้องตัดเชือกกันที่ผู้ชายที่สองสาวจะเลือกเป็นคู่ครองนั่นเองแม้ว่าใคร ๆ จะมองสองสาวด้วยความอิจฉา แต่ดูเหมือนทั้งสองสาวจะรู้สึกว่าความร่ำรวยของเธอเหมือนจะเป็นคำสาปมากกว่า เพราะเงินและความร่ำรวยทำให้ทั้งคู่ห่างไกลจากคำว่า "รักแท้" อนุศนิยากับโสมมิกาได้มาเจอกันอีกครั้งในงานเปิดตัวโรงแรมของไฮโซชื่อดังบนเกาะแถบอันดามัน ในงานนั้นเป็นงานที่อนุศนิยาได้มาเจอโสมมิกาควงกันมากับชยากรอาของเธอเอง ด้วยความหมั่นไส้ในความเชิดหยิ่งและถือตัวของอนุศนิยา ทำให้โสมมิกาคิดวางยาลงในแก้วเครื่องดื่มของอนุศนิยาเพื่อให้เธอหยุดเล่นตัวและเสร็จหนุ่มสักรายในงานนั้นในตอนดึกระหว่างที่นั่งเรือสปีดโบทกลับไปยังโรงแรมบนฝั่ง อนุศนิยารู้สึกเมายามาก เธอไม่มีสติพอที่จะควบคุมตนเอง และเมื่อมีหนุ่มแปลกหน้าเริ่มฉวยโอกาส อนุศนิยาก็พยายามปัดป้องจนกระทั่งเธอพลัดตกจากเรือลงไปในทะเล ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ชยากรโกรธจัดเมื่อรู้ว่าอนุศนิยากลับไม่ถึงโรงแรม เขาร้อนใจแทบคลั่ง สั่งให้คนออกตามหาหลานสาวทันที โดยไม่มีใครรู้ว่า มิรันตรี นักข่าวสาวที่ได้รับเชิญไปร่วมงานล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ทั้งหมด มิรันตรีแอบจับตามองดูศึกของสองสาวและคิดว่านี่จะเป็นข่าวทอล์คออฟเดอะทาวน์แน่ ๆ อนุศนิยาพลัดจากเรือลอยคว้างอยู่กลางทะเล ศตวรรษ สามารถช่วยเธอขึ้นมาไว้ได้ ศตวรรษพาอนุศนิยาไปที่บ้านพักชาวเลของตัวเองบนเกาะ เขาพยายามจะช่วยหญิงสาวแล้วพบว่าเธอยังอยู่ในอาการเมายา ศตวรรษเดาได้ว่าเธอน่าเป็นแขกในงานไพรเวทปาร์ตี้ที่ไฮโซมักจะมามั่วยาตามเกาะ แต่เมื่ออนุศนิยาฟื้นขึ้นมาเธอก็เข้าใจว่าถูกศตวรรษฉวยโอกาส เธอแสดงท่าทีรังเกียจศตวรรษมากจนศตวรรษทนไม่ไหว ชยากรตามอนุศนิยามาจนเจอ เขาเห็นอนุศนิยาไม่พูดไม่จาก็เข้าใจผิดว่าศตวรรษล่วงเกินอนุศนิยา จึงมีเรื่องชกต่อยกับศตวรรษ จนศตวรรษเข้าใจว่าชยากรคือแฟนของอนุศนิยา ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ อนุศนิยารู้ทันว่าโสมมิกาต้องเป็นคนเล่นงานเธอเมื่อคืนแน่ ๆ เธอจึงตั้งใจจะคิดบัญชีกับโสมมิกา ชยากรรับไม่ได้ที่โสมมิกาเล่นสกปรกกับอนุศนิยา เขาโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้อนุศนิยาต้องเจอเรื่องเลวร้าย เขาบอกเลิกโสมมิกาทันที โสมมิกาอึ้งที่ชยากรบอกเลิกเธอแบบฟ้าผ่า โสมมิกาทนไม่ได้ที่เธอพ่ายแพ้อนุศนิยา เธอเอาแต่ร้องไห้เสียใจจนไปเจอกับศตวรรษโดยบังเอิญ ศตวรรษเห็นโสมมิกากำลังผิดหวังในความรักก็กลัวว่าเธอจะคิดสั้น เขาถึงได้ไปช่วย โสมมิการะบายเรื่องที่เธอถูกอนุศนิยาแย่งแฟนจนทำให้ศตวรรษได้รู้ว่าที่แท้แล้วอนุศนิยาเป็นต้นเหตุทำลายความรักของโสมมิกา และที่ช็อคยิ่งกว่าก็คือ อนุศนิยากับชยากรไม่ใช่คู่รักกันอย่างที่เขาเข้าใจ แต่เป็นอาหลานกันแท้ ๆ ด้วย ศตวรรษเห็นอาการของโสมมิกาแล้วก็นึกสงสาร ศตวรรษรู้สึกว่าผู้หญิงอย่างโสมมิกานั้นทำเป็นแกร่งแต่เพียงภายนอก โสมมิกาเมาและพักอยู่ที่กระท่อมบนเกาะของศตวรรษเพราะไม่กล้ากลับไปสู้หน้าแขกที่มาร่วมงาน ต่อมาเธอจึงรู้ว่าที่จริงแล้วศตวรรษไม่ใช่ชาวประมงอย่างที่เธอเข้าใจ แต่เขาเป็นแพทย์ด้านไตที่มาลงพื้นที่ทำวิจัยที่เกาะนั้น ทำให้โสมมิกาทึ่งและหลงรักเขาทันที โสมมิกานึกเคลิ้มไปกับผู้ชายเท่ ๆ อย่างศตวรรษ เธอจึงขอกลับกรุงเทพฯ ไปพร้อมกับเขา และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ปล่อยผู้ชายคนนี้หลุดมือไปเด็ดขาด ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ข่าวรักร้าวของชยากรกับโสมมิกากลายเป็นข่าวกอสซิปดังคาด โดยบอกว่าชนวนรักร้าวนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหลานแท้ ๆ อย่างอนุศนิยานั่นเอง ข่าวดังกล่าวทำให้นันทพล พ่อของอนุศนิยาไม่พอใจอย่างมาก เพราะทำให้ครอบครัวของเขาเสื่อมเสีย ชยากรตามไปเอาเรื่องมิรันตรี อนุศนิยาจำได้ว่ามิรันตรีเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับเธอ เธอจึงได้เป็นคนกลางขอเคลียร์ปัญหาเอง มิรันตรีลดอคติกับอนุศนิยาไปมากเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้คุกคามสื่ออย่างที่ชยากรทำ นันทพลล้มป่วยเพราะตรอมใจเรื่องข่าวฉาวของครอบครัว แพทย์ตรวจพบว่านันทพลมีปัญหาเรื่องไต ศตวรรษในฐานะแพทย์เฉพาะทางมือหนึ่งถูกเรียกตัวมาให้มาดูแลเคสนี้อย่างเร่งด่วน อนุศนิยาช็อคมากเมื่อพบว่าที่แท้แล้วศตวรรษเป็นหมอไม่ใช่ชาวเลอย่างที่เธอเข้าใจ ที่สำคัญก็คือ ครอบครัวเขาเป็นลูกหนี้รายใหญ่ของครอบครัวเธอ ซึ่งนั่นทำให้อนุศนิยากลัวว่าศตวรรษจะเอาชีวิตพ่อของเธอเป็นประกัน โสมมิกาตามมาจีบศตวรรษที่โรงพยาบาล โสมมิกาเปิดตัวว่าเธอกำลังกิ๊กอยู่กับศตวรรษเพื่อเชิดใส่ชยากร โสมมิกาตามจีบศตวรรษแบบไม่ปิดบังจนทำให้ศตวรรษที่ไม่เคยโดนผู้หญิงรุกแบบนี้มาก่อนถึงกับอึ้ง แต่เมื่อเทียบกันแล้วเขากลับรู้สึกประทับใจในความจริงใจตรงไปตรงมาของเธอ ผิดกับอนุศนิยาที่ดูอ่านยากและซับซ้อนกว่าจนทำให้เขาไม่ค่อยไว้ใจมาดนางพญาของอนุศนิยาเท่าไหร่นัก ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ นันทพลจำเป็นต้องเปลี่ยนไตโดยเร่งด่วนทำให้เขาไม่สามารถเข้าไปบริหารบริษัทเฟอร์นิเจอร์ได้อีก เขาจึงฝากงานทั้งหมดให้ชยากรและอนุศนิยาร่วมกันดูแล บรรดาน้องสาวของนันทพลต่างกลัวว่าชยากรซึ่งเป็นเพียงลูกเมียน้อยจะฮุบอำนาจไว้คนเดียว น้องสาวของนันทพลทุกคนต่างมายุแยงให้อนุศนิยายึดอำนาจมาจากชยากรอีกที ทำให้อนุศนิยาปวดหัวกับคุณอาทั้งสี่มาก เพราะแต่ละนางต่างก็เชี่ยวชาญแต่เรื่องผลาญเงินกงสี แต่ไม่เคยช่วยทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นนันทนา ม่ายสาวใจเปลี่ยวที่ได้ชื่อว่าเป็นมิสจุ้นจ้าน นุดี ภรรยาของนักธุรกิจที่คอยหาทางหนุนหลังธุรกิจ ประสงค์สามีนักธุรกิจของเธอตลอดเวลา นนทยา สาวสวยที่วัน ๆ ต้องการเงินไปอัพหน้าจนเมาโบท็อกซ์ทุกวัน จะมีนาวิกา ที่ดีหน่อยเพราะเอาแต่หันหน้าไปปฏิบัติธรรมแต่ก็ขนสมบัติไปถวายวัดตลอดเวลาเช่นกัน แม้ทุกคนจะเห็นแก่ตัวแต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่สมานฉันท์กันได้นั่นก็คือ เรื่องเกลียดชยากรนั่นเอง เพราะทุกคนเชื่อว่าชยากรนั้นเป็นมารหัวขนที่อังกาบ เมียน้อยของเตี่ยเอามาสวมเขาให้ เพราะเห็นว่าตระกูลกำลังต้องการทายาทผู้ชาย นันทนา นุดี นนทยาและนาวิกาต่างหาหลานเขยมานำเสนอเพื่อหวังว่าจะให้เขยในสังกัดของตนเข้ามาควบคุมอนุศนิยาอีกทอดหนึ่ง โดยเฉพาะกับนันทนานั้นกำลังตกที่นั่งลำบากเพราะเธอเอาเงินกงสีไปปล่อยกู้ให้กับเสาวรส แม่ของศตวรรษกู้จนหนี้สูญไปกว่าหกสิบล้าน นันทนาไปเร่งรัดหนี้สินจากเสาวรส เสาวรสอวดอ้างกับทุกคนเรื่องที่ศตวรรษกำลังคบหากับไฮโซชื่อดัง จนทำให้อุดมศักดิ์พ่อของโสมมิกาที่เป็นเจ้าพ่อไม่พอใจ พอเขารู้ว่าโสมมิกาทิ้งชยากรมาหาผู้ชายมีแต่ตัว แถมยังมีหนี้สินรุงรังอย่างศตวรรษ ก็ทำให้อุดมศักดิ์ออกโรงกีดกัน ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ อนุศนิยาได้รู้จากนันทนาก็ทำให้เธอเข้าใจไปว่าศตวรรษนั้นกำลังคบโสมมิกาเพื่อหลอกเอาเงินมาใช้หนี้ อนุศนิยาจึงยิ่งนึกสมเพชชายหนุ่มขึ้นมาทันทีเพราะคิดว่าเขาเป็นพวกที่ชอบจับแต่ผู้หญิงรวย ๆ โสมมิกาควงศตวรรษเปิดตัวไปทั่ว มิรันตรียุให้อนุศนิยาทำให้โสมมิกาตาสว่าง ว่าถูกหลอกด้วยการขู่ฟ้องให้เสาวรสล้มละลาย เสาวรสรีบแจ้นไปขอให้อุดมศักดิ์ช่วยเหลือเรื่องหนี้สินแต่ถูกปฏิเสธ เสาวรสจึงแค้นและไม่อยากให้ศตวรรษคบหากับโสมมิกาอีก เสาวรสได้ยินข่าวที่นันทพลกำลังหาลูกเขย เสาวรสจึงเสนอตัวศตวรรษให้กับนันทนา โดยเสาวรสยื่นข้อเสนอว่าถ้าหากได้เป็นลูกเขยของนันทพลแล้วได้รับการยกหนี้ให้ เธอจะให้ศตวรรษกอบโกยเงินจากกงสีมาให้นันทนาเอง นันทนาได้ยินอย่างนั้นก็หูผึ่งเพราะกำลังร้อนเงินเต็มที่ เธอรีบจับคู่ศตวรรษให้อนุศนิยาโดยไม่สนว่าศตวรรษจะคบหากับโสมมิกาอยู่ โสมมิกาแค้นที่อนุศนิยากำลังเปิดศึกแย่งผู้ชายไปจากเธอ ชยากรรู้สึกทรมานที่ต้องเห็นอนุศนิยาไปเป็นของคนอื่น แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะพิสูจน์ชาติกำเนิดของตนเพราะกลัวว่าจะเป็นการประจานแม่ผู้แสนดีของตนเอง เขาจึงต้องทนมีฐานะเป็นอาของผู้หญิงที่เขารักจนทำให้รักของเขานั้นไม่มีวันเป็นไปได้ อาการหวงก้างนั้นทำให้นันทพลไม่ค่อยพอใจ เพราะเขาดูออกว่าชยากรคิดเลยเถิดกับอนุศนิยา เพียงแต่อนุศนิยาไม่รู้ตัวและยังดื้อรั้นยืนยันที่จะครองตัวเป็นโสดประสาผู้หญิงเก่ง นันทพลเห็นด้วยที่จะดัดนิสัยผู้หญิงจอมมั่นและตัดไฟต้นลมไม่ให้ชยากรคิดเลยเถิด ด้วยการให้อนุศนิยาแต่งงาน ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ นันทพลรักษาตัวอยู่กับศตวรรษและชื่นชมในความมีมนุษยธรรมของศตวรรษมาก ยิ่งเมื่อรู้ว่าหนี้หกสิบล้านนั้นเป็นหนี้ที่พ่อของศตวรรษกู้ไปเพื่อเปิดศูนย์แพทย์กลางทะเล และศตวรรษก็ยังต้องการจะสานฝันของพ่อ นันทพลก็ยิ่งอยากได้คนดีอย่างศตวรรษมาเป็นลูกเขย อนุศนิยารับไม่ได้ที่นันทนาพยายามแย่งศตวรรษมาให้เธอ เพราะเธอคิดว่าเขาเป็นผู้ชายหิวเงิน ศตวรรษเองก็รู้ว่าอนุศนิยารังเกียจและดูถูกเขา อนุศนิยาคิดว่าที่ทุกคนต้องการให้เธอแต่งงานก็เพราะระแวงเรื่องเธอกับชยากรจะทำอะไรผิดศีลธรรม อนุศนิยาจึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ชยากรสงสารที่อนุศนิยาถูกคลุมถุงชนกับศตวรรษซึ่งเป็นคนที่เธอรังเกียจ ชยากรตัดสินใจจะสารภาพความรู้สึกของตัวเองและชวนอนุศนิยาหนีไปใช้ชีวิตตามลำพัง อนุศนิยาตกใจเมื่อได้รู้ว่าชยากรหลงรักเธอ ชยากรพาอนุศนิยาเข้าโรงแรม อนุศนิยาช็อกและรับไม่ได้ เธอหนีออกมาจากโรงแรมตอนที่ศตวรรษกำลังมาตามหาพอดี ทำให้ศตวรรษยิ่งมั่นใจว่าอนุศนิยามีอะไรลึกซึ้งกับอาของตัวเองไปแล้ว อนุศนิยาเสียใจที่รู้ว่าชยากรคิดกับเธอเกินกว่าหลาน เธอจึงคิดที่จะแต่งงานกับศตวรรษเพื่อให้ชยากรตัดใจ เพราะเธอยังรักและเคารพและยังอยากให้เขากลับมาทำงานในบริษัทได้ดังเดิม ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ นันทพลเรียกศตวรรษและเสาวรสมาตกลงว่าถ้าหากเขายอมแต่งงานกับอนุศนิยาแล้ว นันทพลจะไม่ฟ้องล้มละลายและยกหนี้จำนวนหกสิบล้านให้ฟรี ๆ แลกกับการแต่งงานอยู่กินกับอนุศนิยาเป็นเวลาสามปี ศตวรรษรู้สึกเสียศักดิ์ศรีที่จะต้องมาขายตัวล้างหนี้ เขาจึงปฏิเสธที่จะแต่งงานเพื่อล้างหนี้ แต่ขอแค่แต่งงานเพื่อประวิงเวลาให้เขาได้ทยอยหาเงินมาชดใช้หนี้หกสิบล้าน เพื่อไถ่อิสรภาพของตัวเองคืน นันทพลรู้สึกพอใจในคำตอบของศตวรรษ เขาจึงยอมรับข้อเสนอนี้ และแถมโบนัสให้ว่าถ้าหากศตวรรษทำให้อนุศนิยามีทายาทให้เขาได้เมื่อไหร่ เขาจะมอบเงินให้สามสิบล้านทันที ศตวรรษเข้าใจว่าที่นันทพลจำเป็นต้องทุ่มทุนขนาดนี้ก็เพื่อจะล้างคาวให้กับลูกสาวตัวเองการแต่งงานจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบตั้งตัวไม่ติด ทั้งชยากรและโสมมิกาต่างอกหักและทำใจไม่ได้ อนุศนิยาไม่ไว้ใจกลัวศตวรรษจะหัวหมอรีบปั๊มทายาทเพื่อจะเอาเงินสิบล้านจากพ่อ อนุศนิยาจึงตั้งเงื่อนไขกับศตวรรษว่าจะแต่งกับศตวรรษแค่ในนามเท่านั้น ชยากรกลับมาทำงานที่บริษัทแบบซังกะตาย เขาต้องพบอนุศนิยาทุกวัน แต่อนุศนิยาก็ยังไม่สนิทใจกับเขาแถมมีศตวรรษคอยกันท่าอยู่ด้วย นันทพลอยากจับคู่ชยากรกับมิรันตรีที่เขาเชื่อว่าจะคุมชยากรได้ นันทพลขอให้อนุศนิยาช่วย อนุศนิยาไม่แน่ใจเพราะเห็นว่ามิรันตรีนั้นเป็นคู่กัดของชยากร ซ้ำยังห่างไกลจากสเปคของเขามาก อนุศนิยาเป็นแม่สื่อให้ชยากรกับมิรันตรี แม้ชยากรจะไม่ชอบ แต่เขาคิดว่านี่เป็นทางเดียวที่เขาจะได้กลับไปใกล้ชิดกับอนุศนิยาอีก มิรันตรีรู้ทั้งรู้ว่าชยากรแค่ใช้เธอบังหน้า เพื่อหาทางประสานรอยร้าวกับอนุศนิยา แต่เธอก็ยอมให้เขาหลอกใช้ ทั้งคู่ยอมตกลงคบหากัน โดยที่มิรันตรีแอบหวังว่าวันหนึ่งชยากรจะลืมอนุศนิยาได้ ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ โสมมิกายังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียศตวรรษไปให้กับคู่แค้น เธอยังคอยมาสร้างความร้าวฉานให้กับชีวิตแต่งงานของอนุศนิยาอยู่เรื่อย ๆ เพราะรู้ว่าศตวรรษจำใจแต่งงานเพื่อล้างหนี้แค่สามปี โสมมิกาให้สัญญาว่าเธอจะรอเขาอยู่ดี อนุศนิยาเห็นโสมมิกายังตอแยศตวรรษก็รู้สึกขวางหูขวางตา ยิ่งเห็นศตวรรษไปวิ่งรอกทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งเพื่อหวังจะหารายได้มาใช้หนี้ ก็ยิ่งทำให้อนุศนิยาคิดว่าศตวรรษคงจะกำลังทำทุกทางเพื่อปลดหนี้ไปหาโสมมิกา โสมมิกาตอกย้ำให้อนุศนิยาเชื่อว่าเธอได้แต่ตัวศตวรรษ แต่ไม่เคยได้ความรักของเขา ทำให้อนุศนิยารู้สึกน้อยใจตลอดเวลาที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับศตวรรษ ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ อนุศนิยายังคงทำงานหนัก มิรันตรีพาชาครีย์ เพื่อนดีไซน์เนอร์หนุ่มรูปหล่อมาช่วยงาน เพื่อหวังจะให้ชาครีย์เป็นพาร์ทเนอร์ให้อนุศนิยา ทำให้ชยากรไม่ต้องมีข้ออ้างหาเรื่องใกล้ชิดอนุศนิยาอีก บรรดาอา ๆ ของอนุศนิยาเห็นชยากรถูกแทนที่ก็วางแผนจะกำจัดชยากรให้หมดความสำคัญลงทันที แล้วดันอนุกรให้ขึ้นมาเป็นผู้บริหารแทน เพราะเบื่ออนุศนิยาที่คุมเงินกงสีเข้มเกิน อนุศนิยาต้องเจอเรื่องปั่นป่วนในบริษัทและยังต้องคอยแก้ปัญหาที่เด็กเกรียนอย่างอนุกรเข้ามาสร้างไว้ ศตวรรษเห็นปัญหาที่อนุศนิยาต้องเผชิญ จึงได้เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้ต้องทำเก่งวางมาดข่มคนอื่นอยู่เสมอ อนุกรทำจีน่าพนักงานขายของบริษัทท้อง อนุศนิยาเข้ามาช่วยหาทางแก้ปัญหา ศตวรรษพาลเข้าใจไปว่าที่อนุศนิยามีลับลมคมในก็เพราะกำลังตั้งท้องลูกของชยากร นันทพลถึงต้องมาเร่ย้อมแมวขายเพื่อปิดข่าวฉาวของครอบครัว แม้ศตวรรษจะเข้าใจอนุศนิยาผิดแต่เขาก็ยินดีรับเป็นพ่อของเด็กเพื่อปกป้องชื่อเสียงให้ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้อนุศนิยารู้สึกว่าศตวรรษไร้ศักดิ์ศรีจนยอมทำทุกอย่างได้เพื่อไถ่หนี้ เสาวรสตื่นเต้นเพราะนึกว่าจะได้เงินโบนัสจากการการที่มีทายาท จึงได้เอามาป่าวประกาศจนทำให้ความแตกว่าอนุกรต่างหากที่กำลังจะมีลูกไม่ใช่อนุศนิยา ศตวรรษผิดหวังที่อนุศนิยาปล่อยให้เขาเข้าใจผิดตลอดมา เขาจึงหนีไปทำงานที่เกาะชั่วคราว อนุศนิยาเริ่มรู้ตัวว่าศตวรรษพยายามปกป้องเธอมาตลอด และเธอเองที่เป็นฝ่ายเหยียบย่ำน้ำใจของเขา อนุศนิยายอมไปง้อศตวรรษที่เกาะ โสมมิกากลัวว่าศตวรรษจะหลงรักอนุศนิยาจึงได้วางแผนให้คนจับอนุศนิยาไป ศตวรรษช่วยอนุศนิยาจากโจรได้ ทำให้อนุศนิยายิ่งซึ้งใจที่ศตวรรษยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเธอ อนุศนิยาอยู่ดูแลศตวรรษที่บาดเจ็บและสองคนก็ได้เริ่มต้นใช้ชีวิตสามีภรรยากันที่เกาะนั่นเอง หลังจากอนุศนิยากับศตวรรษกลับจากเกาะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นมากจนทำให้ชยากรรับไม่ได้ โสมมิกาจึงได้วางแผนกับชยากรที่จะทำลายความรักของทั้งคู่ โสมมิการู้ว่าเสาวรสกำลังร้อนเงินเพราะหนี้พนัน เธอจึงแกล้งเอาเงินมาล่อ เสาวรสกำลังเดือดร้อนมากจึงแกล้งหลอกให้ความหวังโสมมิกาว่าศตวรรษจะกลับมาหาหลังครบกำหนดการแต่งงาน ชยากรเห็นว่าครอบครัวของศตวรรษแอบกอบโกยเงินจากผู้หญิงทั้งสองทาง เขาจึงร่วมมือกับโสมมิกาเปิดโปงให้อนุศนิยารู้ธาตุแท้ของศตวรรษด้วยการยอมออกเงินให้โสมมิกาไปหลอกล่อเสาวรส มิรันตรีจับได้ว่าชยากรร่วมมือทำอะไรบางอย่างกับโสมมิกาทำให้เธอรับไม่ได้จึงขอเลิกกับเขา ชยากรยอมเลิกกับมิรันตรีไปอย่างไม่ใยดี มิรันตรีเสียใจมากที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่อาจเปลี่ยนใจของชยากรได้เลย โสมมิกาตั้งใจจะแย่งศตวรรษคืนจากอนุศนิยาและแฉให้อนุศนิยาต้องอับอาย ชยากรทนไม่ได้ที่เห็นโสมมิกาพยายามทำลายชื่อเสียงของอนุศนิยา จึงได้หักหลังไม่ยอมออกเงินให้โสมมิกาตามที่ได้รับปาก โสมมิกาเจ็บใจมากที่ชยากรหักหลังในนาทีสุดท้าย จึงได้ขับรถไล่ล่าจนรถของชยากรพลิกคว่ำ ชยากรโคม่าอาการเป็นตายเท่ากัน ชยากรเคยบอกไว้ว่าเขาอยากจะสละไตเพื่อต่อชีวิตให้นันทพลเป็นการตอบแทนบุญคุณ ทุกคนจึงตั้งใจว่าถ้าหากชยากรเสียไปจะเปลี่ยนถ่ายไตให้กับนันทพล เมื่อตรวจไตของชยากร ผลปรากฏว่าไตของชยากรเข้ากันได้กับนันทพลและยังเป็นการพิสูจน์ด้วยว่าชยากรเป็นน้องชายของนันทพลจริง ๆ ทำให้บรรดาพี่สาวของเขาหน้าแตกยับและไม่สามารถหาเรื่องกีดกันอังกาบกับชยากรได้อีก เพราะชยากรก็มีสิทธิ์ในกงสีเท่า ๆ กับที่ทุกคน รอยร้าวในครอบครัวที่เกิดจากการหวาดระแวงกันและกันก็หายไป ขณะที่ชยากรยังไม่ฟื้น โสมมิกายังคงเดินหน้าเปิดโปงให้อนุศนิยาเห็นว่าศตวรรษรับเงินจากเธอไปผ่อนหนี้ให้อนุศนิยา ทำให้อนุศนิยาเข้าใจผิดว่าตลอดเวลาศตวรรษแอบอยู่กินกับโสมมิกาเพื่อหลอกเอาเงินจากทางนั้นไปพร้อม ๆ กันด้วย อนุศนิยาผิดหวังที่รู้ว่าศตวรรษเป็นผู้ชายเห็นแก่เงิน เธอออกปากขอหย่า ศตวรรษตกใจมากที่รู้ว่าแม่เป็นคนรับเงินจากโสมมิกา อุดมศักดิ์แค้นที่ศตวรรษมาหลอกลูกสาวเขา จึงได้จับตัวเสาวรสไปและขู่ให้ศตวรรษหย่าขาดกับอนุศนิยามาหาโสมมิกาเพื่อแลกกับชีวิตแม่ ในขณะที่ศตวรรษกำลังจะหย่าขาดกับอนุศนิยา โสมมิการู้ว่าอนุศนิยาตั้งครรภ์ ทำให้เธอคิดว่าอนุศนิยากำลังเอาเด็กมายื้อศตวรรษไว้ โสมมิกาแค้นจึงได้ขับรถพุ่งเข้าชนอนุศนิยา อนุศนิยาเจ็บหนักแต่ก็รอดมาได้ อนุศนิยายืนยันที่จะเลิกกับศตวรรษเพื่อไถ่ชีวิตสงบสุขในชีวิตของเธอคืนมา ศตวรรษเข้าใจว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้อนุศนิยาต้องสูญเสียลูกไป เขายอมหย่าตามที่อนุศนิยาขอเพื่อชดเชยกับที่เขาปกป้องครอบครัวไม่ได้ ตำรวจจับได้ว่าโสมมิกาเป็นคนขับรถชนอนุศนิยา อุดมศักดิ์ขมขู่ให้ศตวรรษมาเป็นพยานเวลาให้โสมมิกาพ้นผิด เพื่อแลกกับการปล่อยตัวเสาวรส ศตวรรษจำใจไปเป็นพยานในคดีเพื่อช่วยชีวิตแม่ ทำให้อนุศนิยาผิดหวังมากที่ศตวรรษเลือกปกป้องโสมมิกามากกว่าเธอ ชยากรฟื้นขึ้นมาและได้รู้ความจริงเรื่องที่เขาเป็นอาแท้ ๆ ของอนุศนิยา ชยากรพบว่าระหว่างที่เขาสลบไปนั้น ศตวรรษกำลังทำเรื่องหย่ากับอนุศนิยา ชยากรรู้ดีว่าศตวรรษแค่ตกเป็นเหยื่อของโสมมิกา ที่สำคัญก็คือ อนุศนิยาไม่ได้แท้งลูกจริง แต่เธอแค่ต้องการจะกำจัดศตวรรษออกไปจากชีวิตจึงได้ร่วมมือกับนันทพลปกปิดเรื่องลูกที่ยังมีชีวิตอยู่เอาไว้ ชยากรรู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้ชีวิตครอบครัวของอนุศนิยาพังลงดังนั้นเมื่อเขาค้นพบว่าศตวรรษยอมหักหลังอุดมศักดิ์ด้วยการมอบหลักฐานให้ตำรวจใช้เอาผิดโสมมิกา ชยากรก็ยอมบอกความจริงกับศตวรรษเรื่องลู กเพื่อให้ศตวรรษได้มีโอกาสกลับมาแก้ตัวกับอนุศนิยาอีกครั้ง ศตวรรษดีใจมากที่รู้ว่าเขาไม่ได้สูญเสียลูกไป หลังจากที่ตำรวจออกหมายจับโสมมิกา ศตวรรษก็เปลี่ยนใจไม่ยอมเซ็นหย่าในนาทีสุดท้ายเพราะต้องการจะกลับมาเริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์กับอนุศนิยาอีกครั้ง แต่อนุศนิยาคิดว่าศตวรรษยอมกลับมาเพราะหมดหนทางไปหลังจากที่โสมมิกากำลังถูกตำรวจไล่ล่า อนุศนิยาจึงไม่ยอมเสี่ยงที่จะกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับคนเห็นแก่เงินอย่างเขาอีก ศตวรรษพยายามที่จะเปลี่ยนใจอนุศนิยาเพื่อเรียกความเชื่อมั่นคืนมา เขาขอเวลาสิบวันเพื่อพิสูจน์ว่าอนุศนิยาและลูกยังต้องการเขา ซึ่งถ้าหากครบสิบวันอนุศนิยายังไม่ใจอ่อน ศตวรรษก็พร้อมจะออกจากชีวิตอนุศนิยาและลูกไปทันที ศตวรรษกลับมาใช้ชีวิตอยู่กับอนุศนิยา แต่อนุศนิยาใจแข็งเพราะตั้งใจไว้ว่าหนีไปใช้ชีวิตเป็นซิงเกิลมัมที่เมืองนอกหลังจากหย่า ศตวรรษเข้าใจว่าที่อนุศนิยาพยายามตัดใจก็เพราะจะเอาชาครีย์มาแทนที่ ศตวรรษน้อยใจที่อนุศนิยาไม่ให้โอกาส แต่เขาก็พยายามใช้เวลาที่เหลือทุ่มเทเอาใจใส่อนุศนิยาอย่างดี ศตวรรษพยายามกล่อมให้อนุศนิยาเลิกบ้างานเพื่อทำหน้าที่แม่ให้เต็มที่ อนุศนิยาค่อย ๆ ค้นพบว่าเธอไม่ได้ต้องการประสบความสำเร็จ เพราะแค่ได้เป็นแม่และเมียที่ดีให้กับผู้ชายธรรมดาสักคนก็ทำให้เธอมีความสุขมากพอแล้ว อนุศนิยาได้รู้จักรักแท้เพียงแต่ว่าเธอยังไม่อยากจะยอมรับว่าเธอตกหลุมรักผู้ชายที่ขายตัวแลกศักดิ์ศรีอย่างศตวรรษได้ เพราะกลัวจะต้องผิดหวังในวันข้างหน้าอีก ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ชยากรเห็นอนุศนิยากับศตวรรษกำลังไปด้วยกันได้ดี มีแต่เขาที่ไม่เหลือใคร เพราะแม้แต่มิรันตรีก็ให้อภัยเขาไม่ได้ ชยากรยอมเข้าผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้นันทพลเพื่อตอบแทนบุญคุณครอบครัว และเดินหน้าง้อมิรันตรี มิรันตรียอมให้โอกาสชยากรอีกครั้ง เพียงแต่ขอเวลาดูใจไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้เพื่อพิสูจน์ความจริงใจของเขา อุดมศักดิ์ต้องการล้างแค้นที่ศตวรรษทำให้โสมมิกาต้องหนีคดีหัวซุกหัวซุน เขาส่งคนมาเก็บศตวรรษจนศตวรรษบาดเจ็บปางตาย อนุศนิยาเพิ่งรู้ว่าศตวรรษถูกตามปองร้ายอยู่ตลอดเวลา และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ศตวรรษต้องการใช้เวลาสิบวันอยู่กับเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อนุศนิยารู้สึกเสียใจที่เธอไม่เคยเห็นความทุ่มเทของศตวรรษที่พยายามใช้เวลาที่เหลืออยู่ในสิบวันนั้นอย่างคุ้มค่า อนุศนิยาเพิ่งมาเรียนรู้ว่าเงินทองไม่สามารถปิดกั้นหัวใจไม่ให้พบรักแท้ อนุศนิยาหัดใช้ชีวิตแต่ละวันที่เหลือเพื่อสัมผัสกับสิ่งยิ่งใหญ่ที่มีค่ายิ่งกว่าเงินทองต่าง ๆ ที่เธอหามาได้ นั่นคือ ความสุขที่เกิดจากการได้รักผู้ชายธรรมดาที่ไม่ใช่ผู้วิเศษคนนี้แม้ไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีเวลาเหลืออยู่กับเขาได้อีกกี่วันก็ตาม ติดตามชมความสนุกเข้มข้นของ ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2559 รายชื่อนักแสดงละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ เจมส์ มาร์ รับบท ศตวรรษ คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ รับบท อนุศนิยา/นุช ฐากูร การทิพย์ รับบท ชยากร ชีรณัฐ ยูสานนท์ รับบท โสมมิกา/โสม กมลเนตร เรืองศรี รับบท มิรันตี จินตหรา สุขพัฒน์ รับบท เสาวรส ดารณีนุช ปสุตนาวิน รับบท นันทนา ดารัณ ฐิตะกวิน รับบท นุดี มนตรี เจนอักษร รับบท เจ้าสัวพล รัชนี ศิระเลิศ รับบท อังกาบ จิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท อนุกร/เล็ก ไอริณ ศรีแกล้ว รับบท นนทิยา

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือนพฤศจิกายน 2558 โดย อ.คฑา
12ราศี /  ความเชื่อ / 

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือนพฤศจิกายน 2558 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ไพ่ท้านนทก ถ้าทำอะไรนอกลู่นอกทาง จะเสียมากกว่าได้ การทำงานช่วงต้นเดือน เหมาะกับการเจรจาต่อรอง ได้เข้าสมาคม พบปะผู้ใหญ่ เป็นช่วงที่คุณต้องทำคะแนน เพราะในช่วงกลางเดือนลงมา จะวิ่งวุ่นคนเดียว แถมยังถูกคู่แข่งข่มอีกด้วย ปลายๆ เดือนไปแล้วงานจะเยอะ มาสุมอยู่ที่คุณ แบ่งงานก็ลำบาก กลางเดือนวุ่นวายสุดๆ มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ ย้ายงาน ย้ายฝ่าย เปลี่ยนระบบใหม่วุ่นวาย แต่อย่าไปคิดมาก ตอนแรกอาจจะดูร้าย แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นดีสำหรับตัวคุณ ใครที่กำลังอยากย้ายงาน มีดวงได้สมใจ แต่อาจต้องเดินทางมากขึ้น วุ่นวายเรื่องคนเล็กน้อย แต่ถ้าใจเย็น รู้จักจังหวะเวลา ทุกอย่างจะราบรื่น ปลายเดือนก็รวนไปหมด ยิ่งงานเอกสาร ตัวเลข มีแก้ไข มีผิดพลาดเป็นประจำ ให้ใช้สมาธิในการทำงานให้มากขึ้น ช่วงนี้ให้เอาข้อผิดพลาดเก่าๆ หรือจุดบกพร่องของคุณมาแก้ไข จะช่วยให้งานราบรื่นมากขึ้น ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ไพ่หนุมานพลอดรัก ดูเหมือนทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง ได้กำลังใจจากคนใกล้ชิด มาเสียตรงที่มีเรื่องขัดแย้งขัดใจกับผู้ใหญ่ หรือคนที่มีอิทธิพลกับคุณ การทำงานช่วงต้นเดือน เหมาะในการนัดหมายเจรจาเรื่องสำคัญ จะมีคนช่วยพูดสนับสนุน ช่วงกลางเดือนงานจะอืด จะเหลวไหลท้อถอย คิดทำอะไรไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ มีอุปสรรคจากผู้ใหญ่ ลดเรื่องความใจร้อน เอาความอ่อนน้อมเข้าช่วย จะทำให้คุณประสบผลสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ ปลายเดือนต้องรู้จักเอาตัวรอด กำลังเป็นที่เพ่งเล็งของผู้ใหญ่ ถ้าใครดีก็ควรดีตอบ ถ้าใครร้ายใส่ก็พยายามหลีกหนีอย่าเผชิญหน้า เพราะอาจถูกมองในแง่ลบ แต่ก็ยังได้ข้อเสนอที่ดี แต่ต้องไม่มีทิฐิ พยายามอ่อนน้อมเข้าช่วย จะทำให้คุณได้รับความเอ็นดู และการสนับสนุนที่ดี ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ไพ่สุครีพถอนต้นรัง เป็นช่วงที่คาดหวังอะไรจากใครไม่ได้เลยจริงๆ เจอแต่ปัญหา เรื่องขัดแย้งวุ่นวาย ต้องพยายามข่มใจให้เย็นไว้ เรื่องจะได้ไม่บานปลายใหญ่โต ดวงการงาน เจอศึกหนัก ผู้ใหญ่เพ่งเล็งไม่ชอบหน้า ทำอะไรก็ไม่โดนไม่ถูกใจ จนเกิดอารมณ์ อย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงให้เสียเวลา คงต้องพยายามปรับตัวอีกครั้ง อาจโดนหางเลขโยกย้าย แต่บรรยากาศไม่ดีขึ้นเลย ต้องพยายามปิดงานให้เสร็จช่วงต้นเดือน เพราะช่วงกลางเดือนลงมาจะวุ่นวาย มีปัญหาขัดแย้งกับผู้ใหญ่ คนร่วมงาน ทำเอาเซ็งไปเลย อะไรที่ยอมได้ก็ยอมไปก่อน เดี๋ยวทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางเอง คุณจะรู้สึกได้ถึงความไม่มั่นคง อะไรที่ทำคะแนนได้ดีให้รีบทำ ผู้ใหญ่กำลังเพ่งเล็ง แต่อย่าไปคาดหวังในสิ่งที่ทำ เพราะอาจไม่ได้รับกลับมาเต็มร้อย ช่วงปลายเดือนอุปสรรคเยอะ โดยเฉพาะเรื่องขัดแย้ง ต้องอดทนให้มากขึ้น ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ไพ่พระนารายณ์แปลงกาย มีดวงชีพจรลงเท้า ต้องเดินทางไกล แต่ไม่น่าห่วง คนอายุน้อยกว่าจะหาเรื่องร้อนใจมาให้ หากได้ยินเรื่องไม่ดี ให้ฟังหูไว้หู อย่าเก็บมาเป็นอารมณ์ การงานมีดวงโยกย้าย งานหนักขึ้น เหนื่อยขึ้น และที่สำคัญบริวารไม่ค่อยได้ดังใจ ได้ยินเสียงเล็กเสียงน้อยมาทำให้หงุดหงิดใจ ยังไม่เหมาะกับการขยับขยาย หรือทำอะไรเพิ่ม เป็นการหาเรื่องใส่ตัวมากกว่าจะก้าวหน้า ช่วงกลางเดือน โอกาสที่เข้ามายังคงไม่แน่นอน อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจ เป็นช่วงที่ต้องใช้ความอดทนเป็นพิเศษ จะมีคนนั้นคนนี้ทำให้หงุดหงิดเป็นประจำ โดยเฉพาะบริวาร หรือคนที่อายุน้อยกว่า งานเอกสารเจรจาไม่เข้าที่ มีอุปสรรคจุกจิก ปลายเดือนติดขัด เอาแน่นอนไม่ได้ ดวงผู้ใหญ่สนับสนุนส่งเสริมดี แต่จะมาตายเอาตรงเพื่อนร่วมงาน หรือบริวารที่ชอบก่อปัญหา ให้ใจเย็น หากมีปัญหาให้ขอคำแนะนำจากผู้ใหญ่ ผู้รู้โดยตรง ดีกว่ามาบ่นอุบอิบ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ไพ่พระแม่กาลี ช่วงแรกวิ่งฉิว เอาตัวรอดได้ตลอด แถมยังมีผลงานเข้าตาผู้ใหญ่ แต่ด้วยความขวานผ่าซากในคำพูด และความตรงไปตรงมา ทำให้เกิดขัดใจกับเพื่อนร่วมงาน ช่วงนี้ทำดีได้แต่อย่าเด่นเกินไป จะเป็นภัยกับตัวเอง กลางเดือนมีอุปสรรคเรื่องเอกสาร ความพร้อม ได้นั่นขาดนี่เป็นประจำ ผู้บังคับบัญชาเองก็มีความคิดเห็นไม่ค่อยตรงกัน ถูกตำหนิบ่อย พยายามอย่าแข็งมากจะถูกเพ่งเล็ง คุณที่กำลังอยากเปลี่ยน โยกย้ายยังไม่มีจังหวะ อดทนไว้ก่อน ปลายเดือนมีอุปสรรค เจองานยาก เพื่อนร่วมงานคอยแก่งแย่งแข่งขัน ยิ่งถ้าคุณสร้างศัตรูไว้เยอะ ช่วงนี้คงจะหนาวๆ ร้อนๆ เพราะดวงตอนนี้ผู้ใหญ่ไม่ค่อยให้การสนับสนุนเท่าไหร่ อยากได้อยากทำอะไรต้องลุยด้วยตัวเอง ถึงจะประสบผลสำเร็จ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ไพ่ทศกัณฐ์เจรจาพาลี ช่วงต้นเจองานรีบเร่ง งานด่วนจนคุณไม่รู้จะทำงานไหนก่อนหลังดี ผู้ช่วยก็ไม่มี ตกที่นั่งลำบาก แต่อย่าเพิ่งไปพาลใคร จะมีเรื่องขัดแย้งขัดใจได้ง่าย และอาจเป็นต้นเหตุให้ถูกย้าย ถูกปลด ให้ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเต็มที่ พอผลงาน ออกมาคุณจะรู้สึกภูมิใจ การงานดูเหมือนบทบาทความสำคัญของคุณจะเยอะกว่าใครเพื่อน เลยมีงานเยะอกว่าคนอื่น แต่ถ้าเอาจริงเอาจัง ใส่ใจอย่างเต็มที่ ผลที่ได้กลับมาก็นับว่าคุ้มค่า ผู้ใหญ่ให้ความไว้วางใจคุณมากขึ้น ช่วงกลางเดือนมีโอกาสได้แสดงความสามารถในสิ่งที่ถนัด กลายเป็นผู้รู้ที่ใครๆ ต่างก็ยอมรับ คุณจะอึดอัดใจหลายเรื่อง ใครก็ช่วยคุณไม่ได้ ต้องสะสางปัญหาด้วยตนเอง พยายามอย่าไปพึ่งพาใครเป็นดีที่สุด การงานโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ไม่ว่าจะปฏิเสธยังไงก็ไม่หลุด ต้องค่อยๆ แก้ไขปัญหาทีละเล็กละน้อย หากใจร้อนวู่วาม จะทำให้เรื่องบานปลาย และมีเรื่องขัดใจกับผู้อื่นได้ง่าย ช่วงปลายเดือนทุกอย่างจะเข้าที่ ผู้ใหญ่เห็นความดี และมีผลงานได้รับการยอมรับ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ไพ่บุตรพระอาทิตย์ ช่วงต้นเดือนทั้งใจร้อน หงุดหงิดง่าย จึงมักทำอะไรผิดพลาดบ่อย ช่วงนี้เดินทางยังไม่ค่อยดี มีอุปสรรค ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ การทำงานเบื่อกับปัญหาเก่า ผู้ร่วมงานคอยแข่งขันชิงดีกัน ไม่สนว่าจะชนะด้วยวิธีไหน แต่ไม่ต้องห่วงมาก ส่งผลงานให้โดดเด่น ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ แม้ใครจะคิดเอาเปรียบคดโกง ก็ไม่สามารถทำอะไรคุณได้ แสงสว่างเจิดจ้า กลายเป็นคนเด่นคนดัง มีคนให้ความสนใจ หยิบทำอะไรก็ดูดีดูงาม การงานราบรื่น เพื่อนร่วมงานคอยให้ความร่วมมือดี ทำให้งานเสร็จงานเร็ว สนุกกับการทำงาน ส่วนคุณที่อยากเปลี่ยนงาน จะได้รับข้อเสนอที่ดี มีงานเสริม มีโอกาส ที่สำคัญต้องรู้จักใช้คำพูดและจริงใจในสิ่งที่ทำ คุณจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่คอยหนุน คอยเป็นที่ปรึกษา คุณได้เปรียบกว่าใครแน่นอน ช่วงนี้อยากหยิบทำอะไรก็ราบรื่น การทำงานก้าวหน้า หัวสมองปลอดโปร่ง คิดงานแก้ปัญหาได้ดี เป็นที่ยอมรับ ใครทำอะไรไม่ได้มาปรึกษาคุณ ทุกอย่างก็เรียบร้อย แต่ถ้ากำลังอยากย้ายอยากเปลี่ยน ยังไม่เหมาะ ช่วงปลายเดือนระวังพวกขี้อิจฉา จะนำความเดือดร้อนมาให้ อยู่ห่างไว้หน่อยก็ดี ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ไพ่เสนาวานร ชีพจรลงเท้า ต้องเดินทางตลอดทั้งใกล้และไกล ราบรื่นหายห่วง คุณจะพบเจอเรื่องแปลกใหม่ให้ต้องตื่นเต้นอยู่เสมอ การงานเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย มีดวงเปลี่ยนงาน หากกำลังเบื่องานเก่า ลองสมัครงานใหม่ดู มีโอกาสได้สูง ดวงการงานกำลังก้าวหน้า หากมีโครงการอยู่ในหัวให้รีบทำเป็นชิ้นเป็นอัน คุณจะทำสำเร็จสมใจ ควมคิดฝันกำลังพุ่ง ไฟกำลังแรง อยากสานฝันให้เป็นจริง มีดวงเดินทางไกล รวมถึงต่างประเทศด้วย การงานราศีจับ ทำอะไรก็เข้าตา ได้รับการยอมรับ เป็นช่วงที่จะมีชื่อเสียง มีผลงานโดดเด่นกว่าคนอื่น ต้องรีบฉวยโอกาสในการเพิ่มความมั่นคงให้กับตัวเอง ให้ระวังความขัดแย้งกับผู้ใหญ่จะส่งผลให้งานคุณสะดุด หลีกเลี่ยงอย่าเผชิญหน้าเป็นดีที่สุด มีเป้าหมายชัดเจน ทำให้คุณมีแรงบันดาลใจมุ่งไปสู่ฝัน การงานได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ และได้รับโอกาส ทำให้คุณได้ลองทำในสิ่งที่อยากทำ เป็นเวลาที่เหมาะในการเสนอแนวคิด หรือมุมมองของตัวเองสู่สาธารณะ ช่วงนี้หากขวนขวาย มุ่งมั่นจะมีความสำเร็จและก้าวหน้า ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ไพ่วงล้อแห่งโชค ทางสะดวก อยากทำอะไรให้รีบลงมือทำ การงานมีแนวโน้มเปลี่ยนงาน หางานใหม่ เพราะกำลังเบื่อเต็มที่ แต่ไม่น่าเป็นห่วง โอกาสของคุณกำลังมาถึง จะได้รับการตอบรับที่ดี ได้งานที่ถูกใจ รวมถึงผลตอบแทนก็เป็นที่น่าพอใจ ดวงงานมีฟลุกอยู่บ่อยๆ จึงไม่น่าวิตก ถึงแม้จะทำอยู่ที่เดิมก็จะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เบื่อๆ เซ็งๆ เพราะต้องลุยเอง คาดหวังอะไรจากใครไม่เคยสำเร็จ ยังดีที่โชคเข้าข้าง จึงไม่ถึงกับติดขัด การงานมีปัญหาจุกจิกเกี่ยวกับบริวาร เพื่อนร่วมงาน พยายามทำอะไรด้วยตัวเองจะแก้ปัญหาได้บ้าง ช่วงกลางแล้วทุกอย่างถึงจะเข้าที่ คุณต้องอาศัยบุญเก่า หรือชื่อเสียงเดิมมากู้หน้า จะทำอะไรยังคงต้องไม่ประมาท มีคนคอยจ้องทับถมอยู่ เน้นเข้าสังคม มีโอกาสได้พบปะสมาคมกับคนสำคัญ มีเพื่อนฝูงเพิ่ม การงานก้าวหน้า ได้เรียนรู้งานใหม่ หรือถูกส่งตัวไปอบรม ซึ่งก่อประโยชน์ให้คุณมีทางเลือกมากขึ้น เป็นช่วงที่เหมาะกับการขยับขยาย หรือลงทุน หากมีความตั้งใจอยากทำอะไรให้รีบลงมือ น้ำขึ้นให้รีบตัก ช่วงปลายเดือนอาชีพค้าขาย นายหน้า อสังหาริมทรัพย์ จะรุ่งเรือง ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ไพ่พิเภก ช่วงต้นเดือนรู้สึกเบื่อหน่ายคนรอบข้าง แต่ไม่นานก็หาย เพราะมีเรื่องน่าตื่นเต้น มีสิ่งใหม่ๆ ให้ได้ลองทำ การทำงานมีปัญหาหงุดหงิดกับงานที่ต้องทำเป็นทีม เข้าขากับคนอื่นไม่ค่อยดี แต่จะได้รับโอกาสในงานใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ขอแค่เชื่อมั่น ใจสู้ จะทำให้คุณก้าวหน้ามากขึ้น ส่วนใครที่กำลังคิดเปลี่ยนงาน มองหางานเสริมคุณได้สิทธิ์นั้นทันที ช่วงกลางเดือนมีความคิดสร้างสรรค์ ได้มีโอกาสลองสิ่งใหม่ๆ เป็นช่วงที่เปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเอง ทำใจให้กว้าง ยอมรับสิ่งที่กำลังจะเข้ามา จะทำให้คุณก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น การทำงานราบรื่น ผู้ใหญ่ให้ความไว้วางใจ เป็นที่ปรึกษาให้ความช่วยเหลือคนอื่นได้ดี มีโอกาสในการลงทุน หรือได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ปลายเดือนมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ ได้โอกาสใหม่ๆ ที่จะได้ลองทำ ไม่ควรปฏิเสธ กล้าได้กล้าเสียรับรองรุ่งแน่ ช่วงนี้ได้โอกาสเหมาะมีผู้ใหญ่สนับสนุน งานก้าวหน้า มีชื่อเสียง มีดวงในการเดินทางไกล อาจไกลถึงต่างประเทศด้วย ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ไพ่พระลักษณ์ต้องหอก ชะลอในการทำสิ่งใหม่ๆ ไว้ก่อน การงานจะถูกเพ่งเล็ง หากรู้ว่าความประพฤติออกนอกลู่นอกทาง ต้องปรับปรุงตัวใหม่ การติดต่อเจรจาจะล่าช้า สำเร็จยาก แต่ถ้าไม่ใจร้อน เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างลงตัวได้เอง บริวารและเพื่อนร่วมงานยังคงไม่ได้ดังใจ การเริ่มต้นสำหรับคุณ มักมีอุปสรรคตามมาด้วยเสมอ ให้คบคนอายุมากกว่า จะทำให้ประสบความสำเร็จ การงานได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ พยายามทำตัวตามน้ำ จะทำให้คุณได้รับการยอมรับ จะได้รับข่าวดี บริวาร และเพื่อนร่วมงานเริ่มทำงานเป็นทีมมากขึ้น แต่ให้ระวังเรื่องเอกสาร การเจรจาติดต่อ มีโอกาสเสียเปรียบสูง การงานมีโอกาสได้หยิบจับทำสิ่งใหม่ ซึ่งทำให้คุณหงุดหงิดวุ่นวายในช่วงต้น แต่พอปรับตัวได้ ทุกอย่างก็ราบรื่น  และมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นกว่าเดิมเสียด้วย จะได้ผู้รู้จริงชี้แนะ มีดวงได้งานเสริม เริ่มใกล้เป้าหมายเข้าไปทุกที ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ไพ่พระรามครองเมือง มีผู้ใหญ่เกื้อหนุน จะทำอะไรก็ง่ายขึ้น แต่ต้องไม่ลืมที่จะนอบน้อม ทำตัวเสมอต้นเสมอปลาย คุณจะมีคนรักคนเอ็นดูไปอีกยาว การงานเตรียมตัวรับข่าวดีได้เลย ยิ่งถ้าหากกำลังลุ้นเรื่องการโปรโมชั่น ปรับตำแหน่ง จะรู้สึกได้ทันทีว่าผู้ใหญ่ให้ความสำคัญมากขึ้น แต่อย่าเพิ่งวางใจ จะมีดวงทำงานผิดพลาดเพราะความประมาท จะทำอะไรต้องรอบคอบให้มาก คุณกำลังถูกคนคิดร้าย ไม่ว่าจะพูดอะไรให้รอบคอบ อย่าเพิ่งนินทาว่าร้ายใคร จะเป็นผลเสียกับตัวเอง การงานมักถูกจับเปรียบเทียบกับคนอื่นให้รู้สึกอึดอัด อย่าไปฟังความใครให้คิดมาก ให้ยึดมั่นในสิ่งที่ทำ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ ทำงานลื่นไหล ได้รับคำชมและการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ช่วงปลายสมองปลอดโปร่ง ความคิดดีๆ จึงไหลพรั่งพรูออกมา เป็นช่วงที่คุณะได้รับการยอมรับมากขึ้น มีชื่อเสียงโดดเด่น จึงไม่แปลกที่ใครก็อยากคบหา การงานหลังจากที่เอาใจใส่มาตลอด เริ่มเห็นผล ผู้ใหญ่เห็นความสามารถ ผลักดันให้คุณได้ดี เป็นช่วงที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก อยากทำอะไรให้รีบทำ น้ำขึ้นให้รีบตัก ดาวน์โหลดอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่ www.mbookstore.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

สมาธิเบื้องต้น สำหรับชาวบ้าน!! สะดวก ง่ายและได้บุญ
กรรมฐาน /  ทำสมาธิ / 

เป็นเรื่องราวดีๆที่จะได้สัมผัสกับรสพระธรรมแบบใกล้ชิดและสามารถทำตามได้ไม่ยาก สำหรับหนังสือ สมาธิเบื้องต้น สำหรับชาวบ้าน แม่หมอ แห่ง Horoscope.Mthai เลยอยากหยิบส่วนหนึ่งจากหนังสือน้ำดีมาฝากผู้อ่านทุกท่านค่ะ ลองทำตามกันดูนะคะ ไม่ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ อันดับแรก หากต้องการจะทำสมาธิด้วยตนเองนั้น จะต้องเข้าใจจุดประสงค์กันก่อนนะคะ เพราะว่าการนั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐานนั้น จะแบ่งออกเป็น 1. กรรมฐานที่มุ่งให้จิตเกิดความสงบ เป็นวิธีการข่มจิตให้สงบ จิตอยากคิดก้ไม่คิด จิตอยากขยับก็ไม่ขยับ ฝืนทวนกระแสสิ่งที่จิตอยากคิดอยากทำ การไม่ทำตามใจอยาก เรียกว่าข่มจิตให้สงบระงับ วิธีการคือการเอาจิตไปผูกกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จิตต้องหยุดคิด จิตต้องสงบ วิธีการนี้จะทำให้จิตอ่อนล้า ในที่สุดก็ทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความสงบนิ่งเป็นสมาธิ 2. กรรมฐานที่มุ่งให้จิตเกิดปัญญา เป็นวิธีการทำให้จิตสงบ ด้วยการตามดูจิตว่าคิดอะไร ทำไมจึงเกลียด จิตจะคิดบ้างก็ปล่อยให้คิด เพียงให้รู้จิตกำลังคิดอะไร โดยวิธีนี้จะทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดปัญญา รู้เท่าทันจิต เป็นเหตุให้เข้าใจตัวเอง แล้วเกิดความสงบนิ่งเป็นสมาธิ แม้การปฏิบัติจะแยกออกเป็น 2 วิธี แต่ทั้งสองวิธีนั้นก็ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อย่างเบ็ดเสร็จ เรียกว่าสมถะเจือวิปัสสนา หากจะเปรียบเทียบก็เหมือนคนเดินทางเส้นเดียวกัน แต่มุมมองในขณะเดินทางต่างกัน และปลายทางก็ไปสู้เป้าหมายเดียวกัน คือความสงบแห่งจิต  นอกจากนี้ การกำหนดลมหายใจก็เป็นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง อาจจะเรียกว่าสำคัญกว่าตำแหน่งอื่นๆ เพราะลมหายใจเป็นตำแหน่งหลัก ต้องทำความเข้าใจว่าลมหายใจเป็นหลักของจิต ไม่ว่าจิตจะเคลื่อนไปเพ่งอยู่ที่ตำแหน่ง เวทนา จิตหรือธรรม สุดท้ายต้องกลับมาประจำที่ลมหายใจเข้า-ออกเหมือนเดิม หากเปรียบลมหายใจก็เหมือนบ้านของจิต คนเราไม่ว่าจะไปที่ไหน สุดท้ายก็ต้องกลับบ้าน เวลาทำสมาธิก็เหมือนกัน ไม่ว่าจิตจะไปที่ไหนคิดเรื่องอะไรก็ปล่อยให้คิดบ้าง แต่เมื่อหยุดคิด ได้สติว่าขณะนี้เรากำลังทำสมาธิ ต้องกลับไปที่ลมหายใจเข้า-ออก การทำสมาธิเหมือนคนพยายามต่อสู้กับจิต จิตออกไปก็ต้องดึงกลับมา ไม่จักเหน็ดเหนื่อย ในการดึงจิตกลับมาไว้ที่ลมหายใจเข้า-ออก ก็ต้องนำจิตกลับบ้านให้ได้ อย่าลืมว่าธรรมชาติของจิต คือดิ้นรน กวัดแกว่ง ห้ามได้ยาก รักษาได้ยาก ไม่ต่างจากจับลิงเข้ากรง จึงต้องพยายามห้าม พยายามรักษา พยายามประคับประคองให้จิตอยู่กับลมหายใจให้นิ่งที่สุดค่ะ ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ สมาธิเบื้องต้น สำหรับชาวบ้าน จาก Mbookstore

อยู่มานาน กาลเวลาพาสุข
art /  event / 

อยู่มานาน กาลเวลาพาสุข สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ชวนชมนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงบันทึกระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงปี พ.ศ.2557-2558 เพื่อให้คนไทยได้ขื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองต่างๆผ่านสายพระเนตรและปีนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ยังโปรดฯ ให้นำวิดีทัศน์ ที่ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ด้วยพระองค์เองมาจัดฉายให้แก่ผู้ร่วมชมนิทรรศการได้ชมกันด้วย  ร่วมชมนิทรรศการนี้ได้ที่ ห้องนิทรรศการหลัก หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  ตั้งแต่วันนี้- 6 มีนาคม 2559