ข่มขื่น

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม วิลล่า พาร์ค วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2557 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium1 ความพร้อม ทั้งสองทีม แมนฯ ยูฯ ฟอร์มแรงเหลือเชื่อชนะหกเกมรวดในลีกแม้จะกระท่อนกระแท่นในบางนัด สถิติก่อนเกมพวกเขาข่มเจ้าบ้านวิลล่ามิด โดยพลพรรคผีแดงไม่เคยแพ้ในบ้านวิลล่าเลยตลอด 18 เกมหลังสุด รวมแล้วในทุกถ้วยทุกรายการ 35 นัดหลังสุดที่ทั้งสองทีมพบกัน สิงห์ผยอง ชนะ ปีศาจแดงครั้งเดียวที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในปี 2009 โดยก่อนลงสนามเจ้าบ้านมีเกมรุกที่ย่ำแย่สุดๆ ทำไปได้เพียงสิบลูก น้อยกว่าทุกทีมในพรีเมียร์ลีก โดยฤดูกาลนี้มีถึง 8 จาก 16 เกมที่พวกเขาไม่สามารถยิงประตูได้ พอล แลมเบิร์ต กุนซือ แอสตัน วิลล่า เกมนี้จะขาดตัวหลักหลายคนทั้ง อลัน ฮัตตัน, คีแรน ริชาร์ดสัน, ทอม เคล็ฟเวอร์ลี่ย์ ส่วนนักเตะที่ยังบาดเจ็บมี โจ โคล, แอชลี่ย์ เว้สต์วู้ด, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดรอส, ลิบอร์ โคซัค แต่ ฟาเบียน เดล์ฟ น่าจะกลับมาลงสนามได้ทันในนัดนี้ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ มีข่าวดีเมื่อเกมนี้น่าจะได้ อังเคล ดิ มาเรีย กับ มาร์กอส โรโฮ คืนสนามจากอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ ราดาเมล ฟัลเกา ที่กลับมาฟิตเต็มร้อยพร้อมลงเล่นเต็มเวลาแต่ต้องรอลุ้นว่าจะถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงหรือไม่ ส่วน คริส สมอลลิ่ง, ลุค ชอว์, ดาลี่ย์ บลินด์ ยังต้องพักยาวต่อไป ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม วิลล่า – กูซาน, โอโคเร่, รอน ฟลาร์, คีแรน คลาร์ก, โลว์ตัน, คาร์ลอส ซานเชซ, เดล์ฟ, อาลี ซิสโซโก้, เอ็นซ็อกเบีย, เบนเทเก้, อั๊กบอนลาฮอร์ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, คาร์ริค, โรโฮ, วาเลนเซีย, เฟลไลนี่, ดิ มาเรีย, แอชลีย์ ยัง, มาต้า, รูนี่ย์, ฟาน เพอร์ซี สถิติที่น่าสนใจ - วิลล่า ไม่ชนะใครในบ้านมาตั้งแต่เดือนมีนาคม - วิลล่า เล่นในบ้าน 60 เกมหลังสุด แพ้ไปถึง 30 นัด ชนะ 15 นัดเสมอ 15 นัด - ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูฯ ทำประตูได้ 11 จาก 16 นัดใน พรีเมียร์ลีก มากที่สุดเท่ากับ เชลซี, สวอนซี - วิลล่า เล่นใน พรีเมียร์ลีก 92 เกม พวกเขาจบเก้าสิบนาทีแบบยิงไม่ได้ถึง 36 นัด - ฤดูกาลนี้ ฮวน มาต้า ยิงตรงกรอบ 6 ครั้ง และเป็นประตูถึง 5 ลูก - เวย์น รูนี่ย์ ยิงวิลล่ามาแล้ว 12 ประตู เป็นทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่โดนเขายิงมากที่สุด

เผลอไป - Tattoo Colour
Tattoo Colour /  เผลอไป / 

เผลอไป เพลงเต้นรำจังหวะถนัดของ Tattoo Colour ที่ผสมความเป็นเพลง Soul กับ Latin ไว้อย่างกลมกลืน กับเนื้อหาที่พูดถึง “เพื่อนที่แอบรักเพื่อน” เล่าด้วยภาษาน่ารักๆกับภาพ MV สวยๆ เชื่อว่าทุกคนจะรักเพลงนี้เหมือนกับพวกเราครับ ดึกแล้วเราก็ยังไม่กลับ นอนเราก็นอนไม่หลับ เกือบจะเวลาเช้า ในคืนที่เหน็บหนาว คุยกันถึงเรื่องเก่าๆ วันที่เราไม่เหลือใคร เย็นมือคล้ายๆมันสั่น มองเธอแล้วใจยังหวั่น กอดซักทีได้ไหม แต่ก็ข่มใจไว้ ความจริงฉันคงไม่กล้า ปล่อยให้มันผ่านพ้นไป * และช่วงเวลา ไม่รู้อะไร ที่มากดดันให้ฉันได้เฉลยในใจ ไม่กล้าจะเอ่ย ให้ฉันได้พูดไปอย่างนั้น ** ว่าฉันนั้นรักเธอ ก็ปากมันเผลอไป ในเวลาที่สองเราอ่อนไหว ได้ตัดสินใจพูดคําว่ารัก และฉันไม่รู้ตัว ได้แต่ยอมรับมัน เก็บคําบางคําซ่อนไว้ว่าใจฉันนั้นรักเธอ ฉันเผลอออกไป ต่อให้มองเธอเท่าไรไม่เบื่อ คุยกันเหมือนเราเป็นเพื่อน กอดซักทีได้ไหม แต่ต้องข่มใจไว้ เอาจริงๆฉันคงไม่กล้า ปล่อยให้มันผ่านพ้นไป ----------------------------------------------------------------------------- เพลง เผลอไป Friend With Benefit เนื้อร้อง + ทำนอง : รัฐ พิฆาตไพรี / เรียบเรียง : Tattoo Colour ----------------------------------------------------------------------------- เมื่อเพลง เผลอไป ถูกนำไปสร้างเป็นหนังสั้น กับเรื่องราวของบุ๊คและไอซ์ คู่เพื่อนซี้ที่วันหนึ่งได้รับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง กับความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อน กับเรื่องราวของความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อสิ่งที่ดีกว่า โดยมีภาพบรรยากาศความสนุกจากคอนเสิร์ต AIS Exclusive Concert TATTOO COLOUR : Get Ready To Change : เปลี่ยนจากโทรศัพท์ระบบเติมเงินเป็นรายเดือน

Boys Over Flower รักฉบับใหม่ หัวใจ 4 ดวง [พากย์ไทย] ตอนที่25 End
Boys /  Over / 

จากการ์ตูนสุดฮิต สาวแกร่งแรงเกินร้อย (HANA YORI DANGO) ที่สร้างความประทับใจ ผู้อ่านจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ซีรีส์ทางโทรทัศน์ ทั้งในรูปแบบไต้หวัน และ ญี่ปุ่น ทำให้เกิดกระแสเอฟโฟร์ฟีเวอร์ ไปทั่วเอเชีย ล่าสุดสถานีโทรทัศน์ KBS นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในแบบฉบับเกาหลี ซึ่งยังคงกลิ่นอายของความโรแมนติกในแบบดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วนใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั้งในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และโดยเฉพาะในประเทศเกาหลี ซีรีส์เรื่องนี้จัดว่าเป็น 1 ใน 5 รายการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2009 ส่งผลให้ ลี มิน โฮ ผู้ รับบทนำในเรื่อง ได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ จากงานประกาศผลรางวัล 45th Paek Sang Arts Awards ร่วมด้วยนักร้อง-นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังมากมาย ได้แก่ คิม ฮยอง จุน หัวหน้าวง SS501 คิม จุน สมาชิกวง T- Max คิม บอม และ คู ฮเย ซอน ชินฮวากรุ๊ป เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศเกาหลี ดำเนินการด้านธุรกิจมากมาย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ โทรคมนาคม และหนึ่งในธุรกิจเหล่านั้นคือ โรงเรียนชินฮวา โรงเรียนแห่งแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี ผู้ที่เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าระบบการศึกษา โรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้สร้างให้คนธรรมดาทั่วไป แต่เป็นแหล่งรวมบรรดาลูกหลานนักธุรกิจและมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าของประเทศไว้ มากมาย และถ้าหากใครที่ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นการปูทางสำหรับอนาคตได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ชื่อเสียงของโรงเรียนชินฮวา โด่งดังไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 4 หนุ่มแก๊ง “ฟลาวเวอร์โฟร์” (F4) ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนชายที่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นๆ ประกอบไปด้วย กู จุนเพียว หัวหน้ากลุ่ม ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของกลุ่มธุรกิจชินฮวากรุ๊ป ยุน จีฮู หนุ่มมาดขรึมเจ้าเสน่ห์หลานชายอดีตประธานาธิบดี โซ อีจอง หนุ่มเพลย์บอยทายาทตระกูลศิลปินชื่อดัง และ ซอง ยูบิน ลูกชายกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพล สิ่งที่ทำให้ทุกคนเกรงกลัวแก๊งเอฟโฟร์ เนื่องจากพวกเขามักแสดงอำนาจด้วยการนำกระดาษแดงเขียนข้อความว่า “จาก เอฟโฟร์” หรือที่เรียกกันว่า “ใบแดง” ไปติดที่ตู้ล็อกเกอร์ของคนที่บังอาจต่อต้านพวกเขา หากใครได้ใบแดงจะถูกเพื่อนนักเรียนรุมกลั่นแกล้งจนต้องลาออกไปในที่สุด แต่ในบรรดานักเรียนสุดไฮโซของโรงเรียนชินฮวา ยังมี กึม จันดี เด็กสาวชาวบ้านธรรมดาที่ประกาศตัวเป็นปรปักษ์ต่อแก๊งเอฟโฟร์อย่างเต็มที่ เพราะเอือมระอาต่อพฤติกรรมของพวกเขา รวมถึงเบื่อหน่ายสภาพแวดล้อมสุดหรูที่แตกต่างจากชีวิตความเป็นอยู่ของเธอ อย่างสิ้นเชิง กึม จันดี เป็นเพียงเด็กที่มีฐานะยากจนแต่เป็นคนร่าเริงสดใส พ่อและแม่ประกอบอาชีพซักแห้งเสื้อผ้า ที่เธอสามารถเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้ เพราะเคยช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ทางโรงเรียนจึงมอบทุนการศึกษาให้เธอได้เข้ามาเรียนที่นี่ กึม จันดี เฝ้ามองเหล่าเด็กนักเรียนที่ถูกแก๊งเอฟโฟร์ทำร้าย เธอมักจะข่มความไม่พอใจของตัวเองด้วยการวิ่งขึ้นไปที่ดาดฟ้าของโรงเรียนแล้ว ร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจและความไร้สาระของระบบในโรงเรียนแห่งนี้อยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่า ยุน จีฮู เฝ้ามองเธออยู่ เพราะเขามักไปแอบงีบหลับอยู่ในบริเวณนั้นเป็นประจำ วันหนึ่งเพื่อนนักเรียนหญิงผู้โชคร้ายเกิดทำไอศกรีมหกใส่ กู จุนเพียว เมื่อเห็นเพื่อนกำลังจะถูกแก๊งเอฟโฟร์เล่นงาน กึม จันดี จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หลังจากนั้นเธอได้รับใบแดงจากแก๊งเอฟโฟร์ และถูกทุกคนในโรงเรียนกลั่นแกล้ง แต่กึม จันดี ยังยืนหยัดต่อสู้ พร้อมทั้งประกาศว่าไม่กลัวพวกเขาแม้แต่น้อย ในระหว่างนี้มี ยุน จีฮู เพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือ กึม จันดี รู้สึกประทับใจที่ ยุน จีฮู เป็นคนไม่โอ้อวด ต่างจากสมาชิกแก๊งเอฟโฟร์คนอื่นๆ ทำให้เธอกับเขาเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม กึม จันดี กลับกลายเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของ กู จุนเพียว แต่ด้วยความที่ต้องเผชิญหน้ากันหลายครั้ง กลับเป็นเหตุให้ กู จุนเพียว เริ่มรู้สึกมีใจให้กับ กึม จันดี อย่างไม่รู้ตัว เขาคิดว่าเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และเป็นหญิงสาวคนแรกที่สามารถต่อต้านอำนาจของแก๊งเอฟโฟร์ได้ กู จุนเพียว พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับ กึม จันดี โดยมีเหล่าสมาชิกเอฟโฟร์คอยเอาใจช่วย แต่ กึม จันดี กลับเริ่มมีใจให้ ยุน จีฮู ถึงแม้จะรู้ว่าเขามอบหัวใจให้หญิงอื่นไปแล้วก็ตาม ดูเหมือนว่ารักครั้งนี้ของเทพบุตรอย่าง กู จุนเพียว จะมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน เขาจะสามารถพิชิตใจสาวน้อยธรรมดาที่แสนจะน่ารักคนนี้ได้หรือไม่ ติดตามชมได้ใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS)

อยากให้ความคิดมีเสียง : Peet Peera [Official MV] - Mono Music Bar
อยากให้ความคิดมีเสียง /  Peet Peera / 

เผยแพร่เมื่อ 8 ก.ย. 2014 อยากให้ความคิดมีเสียง : Peet Peera [Official MV] - Mono Music Bar"คิด" แต่..."พูดไม่ได้" คือสิ่งที่ทำให้คนแอบรักทรมานมากที่สุด▼ iTunes : http://bit.ly/MonoMusicBar♫ Deezer : http://www.deezer.com/album/7852130♫ KKBOX : http://kkbox.fm/Gd0izLข่าวสารเพิ่มเติมที่ http://www.facebook.com/MonoMusic และ http://www.facebook.com/MrFellowMusic"อยากให้ความคิดมีเสียง" โดย พีท พีระ เพลงที่ของคนที่มีความลับอยู่ในใจแต่ไม่กล­้าพูดMono Music Bar อัลบั้มที่รวมเพลงฮิตจาก Mono Music ในรอบ 5 ปี มาเรียบเรียงดนตรีใหม่ในสไตล์ "Chilling Night Out" ให้อารมณ์เวลาฟังเหมือนนั่งดื่มไวน์ช่วงหั­วค่ำอยู่ในบาร์สุดหรูย่าน Manhattan, New York โดยมีบาร์เทนเดอร์ชั้นนำที่ใส่ใจทุกรายละเ­อียดจาก Fellow Music ในเครือ Mono Music เมนูที่ 8 จาก Mono Music Barคนที่ดื่ม "วอดก้า" มักจะเป็นคนใจกว้าง รักความสนุกสนาน แต่ก็มีบางเรื่องที่ขัดแย้งกับบุคลิกไม่กล­้าพูด เหมือนกับเพลง "อยากให้ความคิดมีเสียง" เพลงช้า ความหมายดีที่พูดถึงการแอบรัก ให้ความรู้สึกคล้ายช่วงเวลาในการกระดกวอดก­้า ถึงแม้จะขมแต่ก็ต้องข่มเอาไว้ข้างใน แม้จะไม่สามารถพูดได้ แต่ก็ไม่สามารถหักห้ามใจให้ไม่คิดได้ จากเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ "อ้อน ลัคนา" สู่แนวเพลง Electronic Bossa Nova โดย "พีท พีระ" เจ้าพ่อเพลงเศร้า "อยาก ให้ความคิดมีเสียง" จาก "พีท พีระ" เพลงที่คุณฟังแล้วให้อารมณ์เหมือนนั่งจิบ "วอดก้า" ที่บาร์สุดหรูย่านย่าน Manhattan, New York แล้วพบกับเมนูอื่นๆ จาก Mono Music Bar ได้ในเร็วๆ นี้Executive Supervisor : รัชพล จิตพึงธรรมExecutive Producer : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีProducer : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนี Co-Producer : ชินวุฒิ วัฒนาสัจจา Lyrics : ปัญญา โกเมนไปรินทร์Melody : MildVocalistArrangement : ชินวุฒิ วัฒนาสัจจา Recording Engineer : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีVocal Director : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีDigital Edited : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีRecorded at Guess Music Studio, A More StudioMixed and Mastered : วารุศ รินทรานุกูลMixed and Mastered at Sevendogs StudioArt Director : ประวิทย์ เจนสุขุม Graphic Designer : อริสรา วรศิริPhotographer : ตติพล ขุนอ่อน Stylist : สิวนาถ เลิศศักดิ์สิริ ติดต่อประชาสัมพันธ์ : คุณนิว 087 685 4495 / คุณเก๋ 089 967 4565 / คุณโป้ง 085 917 1709

มึงรู้จักไอ้ต่ายป่าววว เรียบร้อย เงิบบบบ!
ทะเลาะวิวาท /  คลิปรถชน / 

วันที่ 25 ม.ค. 58 ร.ต.ท.ศิริชัย สีนิล ร้อยเวร สภ.เมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์เฉี­่ยวชนพร้อมมีเหตุทะเลาะวิวาทกันที่ โค้งโรงเรียนสตรีอ่างทอง ถนนโพธิ์พระยา-ท่าเรือ ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมระงับเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองอ่างทอง ในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดง หมายเลขทะเบียน กกท 82 อ่างทอง พลิกค่ำพังเสียหายอยู่ข้างทางมีผู้ได้รับบ­าดเจ็บ1รายทราบชื่อต่อมาว่านาย สมประสงค์ หาสะศรี อายุ38 ปี ได้รับบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่วีอาร์กู้ภัยอ่างทองนำตัวส่­งโรงพยาบาลอ่างทองเพื่อทำการรักษาตัว และมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายคนยื่นโต้เถียง­ถึงอุบัติเหตุครั้งนี้ ด้านรถจักยานยนต์คู่กรณีเป็นฮอนด้าเวฟสีเท­า ไม่ติดป้ายแผ่นทะเบียน ขับขี่โดยนายไพทูลย์ ยาบุญ อายุ 30 ปี หรือ ต่ายป่าโมก ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่มีอาการโวยวายพูดว่าหาเรื่องพร้อมข่มขู­่ ว่าเพิ่งออกมาจากคุกไม่กลัวใครพร้อมจะมีเร­ื่องกับญาติๆคู่กรณี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเพื่อนนายไพทูลย์ ได้พยายามห้ามปรามนายไพทูลย์ แต่ไม่ยอมฟังได้ตะโกนท้าทายกันอย่างต่อเนื­่องเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามแยกออกจากกัน ส่วนทางญาตินายสมประสงค์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ นั้นก็ไม่หวั่นเกรงจึงได้เกิดการเผชิญหน้า­และโต้เถียงเรื่องการเกิดอุบัติเหตุในครั้­งนี้โดยต่างฝ่ายไม่ยอมกันจนเกิดบันดาลโทสะ­แล้ว ญาติของนายสมประสงค์ ปล่อยมัดตรงเข้าที่ปลายคางนายไพทูลย์ จนล้มลงไปกลิ้งอยู่กับพื้น และได้เกิดการตะลุมบอนชกต่อยกันนัว จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าห้ามปรามและแยกกันก่­อนที่เรื่องจะบานปลายออกไป เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ป­ระสบอุบัติเหตุและผู้ที่ก่อเหตุชกต่อยทะเล­าะวิวาท นำตัวไปสงบสติอารมณ์ก่อนสอบสวนเพื่อดำเนิน­การตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป   ขอบคุณข้อมูล : matichon tv

ละครบางระจัน , เรื่องย่อบางระจัน
เรื่องย่อ บางระจัน /  บางระจัน ช่อง3 / 

บางระจัน บทประพันธ์ : ไม้ เมืองเดิม บทโทรทัศน์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้นออกอากาศ : จันทร์-อังคาร 20.15 น. ทางช่อง 3 หนึ่งรัก...คือนาง รักหนึ่ง...คือมิตร รักยิ่งใหญ่เทิดเหนือชีวิต ให้สยามอยู่คู่ค้ำฟ้า ในปีพุทธศักราช ๒๓๐๑ หลังการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินมาสู่รัชสมัยของสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ หรือสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ความไม่เด็ดขาดในการปกครองทำให้เหล่าเจ้านายและข้าราชบริพารเกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก เกิดการแข็งข้อของหัวเมืองฝ่ายเหนือ ไม่มีความสามัคคีในหมู่ข้าราชการ ต่างพากันแย่งชิงตำแหน่งหน้าที่ รับสินบน เบียดบังผลประโยชน์ชาติ เอาความสุขใส่ตัว ชาวบ้านเดือดร้อน ข้าวยากหมากแพงทุกหัวระแหง พระเจ้าอลองพญามังลองยกทัพพม่ามาตีไทยทางทวาย มะริด ตะนาวศรี หวังยึดกรุงศรี ทัพไทยแตกพ่ายถึง 3 กองทัพ เดชะบุญของไทยยังมีพระเสื้อเมืองคุ้มครอง พระเจ้าอลองพญาถูกรางปืนแตก บาดเจ็บสาหัส มังลอราชบุตรจึงรีบยกทัพกลับ ลางร้ายแห่งความวิปโยคเริ่มขึ้นเมื่อน้ำหลากสีปูนแดงดั่งเลือดไหลจากเหนือลงสู่อยุธยาเป็นที่โจษขาน ก่อนทัพของพระเจ้ามังระจะยาตราทหารหนึ่งแสนสองหมื่นนายมาแก้แค้นให้พระเจ้าอลองพญามังลอที่สวรรคต ทัพพม่ามีเนเมียวสีหบดีเป็นแม่ทัพฝ่ายเหนือ นำทัพมาจากเชียงใหม่ ตีหัวเมืองแตกระเรื่อย จนมาต่อเรือรบที่กำแพงเพชร มังมหานรธานำทัพฝ่ายใต้เผาเมืองชุมพร ปะทิว ขึ้นมาถึงปราณบุรี กาญจนบุรี และจัดทัพแยกไปตีเพชรบุรี ราชบุรี ความเดือดร้อนยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เมื่อทัพอังวะปล้น ฆ่า ข่มขืน ชิงทรัพย์สินของชาวบ้านตลอดรายทางเพื่อมุ่งสู่กรุงศรีอยุธยา ที่บ้านคำหยาด แขวงวิเศษไชยชาญ ทหารกรุงศรีเร่งกวาดต้อนชาวบ้านเพื่ออพยพ หนีภัยศึกเข้ากำแพงเมือง เวลาเดียวกับที่ ทัพ หรือเจ้าเสือแห่งบ้านคำหยาด ทหารผู้มีฝีมือดาบไม่เป็นสองรองใคร ฝ่าทัพอังวะที่ปล้นฆ่า ได้กลับมาก้มลงกราบแทบเท้าพ่อแม่ หมู่เที่ยง อดีตทหารกล้า กับ นางจันทร์ ผู้เป็นแม่ จวง น้องสาวบอกทัพ เรื่องที่อดีตเพื่อนรัก นายกองสังข์ และ หมู่ขาบ กำลังเร่งกวาดต้อนครัวไทยไปกรุงศรี ทัพเห็นอาการป่วยของแม่ยังไม่ดี ก็ขอประวิงเวลาไปเอายาจากสุพรรณมาให้แม่ แต่สังข์ที่ถืออำนาจบาตรใหญ่หาเรื่องว่าทัพคิดหนีเกณฑ์ ไม่ยอมเป็นทหารสู้ศึก ทัพรู้ดีว่าความบาดหมางครั้งนี้รุนแรง เพราะสังข์อ้างการอพยพเพื่อหวังรวบรัดจวงเป็นเมีย ขณะที่ขาบเองก็แอบรัก เฟื่อง คนรักของตน ทัพขอร้องเพื่อน แต่สังข์กลับสั่งทหารเข้ารุมจับตัวทัพ จนเกิดการต่อสู้ สังข์และขาบแพ้ แต่สังข์ไม่ยอมเสียเชิงให้อายคน ใส่ร้ายว่าทัพเป็นขบถหนีกองทัพทันที ทัพต้องหนีหลบไปซุ่มซ่อนในป่า เฟื่องที่เฝ้ารอคนรักต้องระทมทุกข์เพราะความพลัดพราก ถึงจะรู้ว่าขาบคิดอย่างไร และแม้ขาบจะทำดีให้แค่ไหน เฟื่องก็ไม่อาจแบ่งใจรักคนอื่นนอกจากทัพได้ ใต้ตาล 5 ต้นที่ทัพและเฟื่องให้สัญญาต่อกันว่าหนาวหน้าคงได้ร่วมชีวิตคู่ แต่บัดนี้กลับต้องรอเวลาทอดยาวหลังศึกผ่านพ้น ต่างจาก แฟง น้องสาวเฟื่องที่แก่นกล้าเกินหญิง แฟงเจ็บใจและตามเอาเรื่องสังข์ ขาบ แทนพี่สาว สังข์กับขาบจึงเร่งเอาทหารจับตัวจวง เฟื่องไป ก่อนจะย้ายครัวหลบหนี แต่ทัพก็ตามไปช่วยคนรักและน้องสาวมาได้ ยิ่งทำให้สังข์ ขาบเจ็บใจ ประกาศจะตามล่าตัวขบถอย่างทัพมารับโทษให้จงได้ เวลาเดียวกับที่บ้านสามโก้ อีกด้านแขวงวิเศษไชยชาญ หมู่บ้านของ สไบ ลูกสาว ผู้ใหญ่แสง กำลังถูก นายกองอูจี นำทหารเลวทัพอังวะเข้าปล้น สไบกำลังจะถูกข่มเหง แต่ ใจ พรานหนุ่มเข้ามาช่วยไว้ พร้อม เจิด พี่ชาย และ จาด พรานใหญ่ผู้เป็นพ่อ ทั้งหมดต้องอพยพหนีโดยการนำของใจ ระหว่างทางใจได้ช่วยสไบไวอีกหลายครั้ง สไบกับใจต่างตาต้องตา ใจต้องใจ แต่ ดอกรัก ญาติผู้พี่ของสไบที่เหม็นหน้าใจคอยหาเรื่องกีดกัน ไม่ให้ทั้งสองได้อยู่ใกล้ชิดกัน ระหว่างทางอพยพ ดอกรักและใจผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะในการช่วงชิงหัวใจสาวงามอย่างสไบ ทัพพาทุกคนอพยพหนีมาที่บ้านกระทุ่มด่าน พึ่งเรือนญาติคือ กำนันพัน อยู่ชั่วคราว ก่อนจะรวบรวมพรรคพวกทหารจากทัพที่แตกพ่าย อย่าง หมู่เคลิ้ม เอิบ ช่วง และ ฟัก พี่ชายของเฟื่องและแฟง อาสาเข้าซุ่มโจมตีตัดกำลังทางเดินทัพของอังวะที่กระทุ่มด่าน กลุ่มของสไบหนีตามมาสมทบกับกลุ่มของเฟื่องและแฟง ทั้งหมดรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ หลบภัยอยู่กับชาวบ้านอีกมากมายที่กำลังหนีภัยข้าศึก ไทยกอดคอไทย น้ำตาหลั่ง ตายเถิด จะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ตายแทนไทย บ้านใคร ใครก็รัก เมื่อชาติอื่นภาษาใด จะเข้ามาครอบงำ ข่มกันถึงบ้าน แล้วจะนิ่งดูดาย ให้หนีไปไหนได้อีกเล่า ชื่อเสียงของกลุ่มทัพที่หาญกล้าซุ่มโจมตีศัตรูเลื่องลือ จนถึงหูสังข์และขาบ ทั้งสองตามล่าเพื่อนรักมาจนถึงกระทุ่มด่าน และฉวยโอกาสที่เฟื่องเข้าใจทัพผิด เพราะเห็นทัพกอดแฟงที่เอาแต่ปั้นปึ่งหาเรื่องให้โมโห จนสังข์กับขาบจับตัวเฟื่องและจวงไปจนได้ แฟงเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุ แต่คนที่ใจแทบขาดคือทัพ เพราะคนรักและน้องสาวตกไปอยู่กำมือของเพื่อนรักเพื่อนแค้น แม้กายห่าง แต่ใจฝากไว้กับนาง ทัพออกตามตัวเฟื่องและจวง แฟงเฝ้าโทษตัวเองที่ทำให้พี่สาวตกระกำลำบาก ถูกพรากจากครอบครัวและชายคนรักไปจนได้ สไบเตือนให้แฟงเตรียมตัวหนีอีกครั้งเมื่อข้าศึกเข้ามาใกล้ แฟงอยากรอพี่สาว แต่ข้าศึกอังวะประชิดกระทุ่มด่าน ขบวนอพยพต้องเคลื่อนออกทันที แฟงใจจะขาดรอนๆ เมื่อต้องไกลจากพี่สาวอย่างไม่รู้ชะตากรรม ระหว่างทางที่ตามหาเฟื่อง ทัพเจอกับกลุ่มก๊กโจร เสือปิ่น ที่อดอยากจนต้องปล้นชิงพี่น้องไทยกันเอง ทัพถูกกักตัวและเกลี้ยกล่อมให้ร่วมเป็นพวกโจร เวลาเดียวกับที่เฟื่องและจวงเข้าใกล้กำแพงกรุงศรี ขบวนของสังข์กับขาบต้องหยุดพักรอที่บ้านพรานตามคำสั่งของ คุณพระนายหมื่นศรี ขบวนอพยพของแฟงกับสไบเจอโจรที่บุกเข้าปล้น ฟักกับกลุ่มผู้ชายสู้ตายเพื่อปกป้องชาวบ้าน แฟงคว้าดาบไล่ฟันโจรอย่างห้าวหาญ ปกป้องคนแก่และเด็กๆ ก่อนจะถูกโจรลากตัวหายเข้าป่าลึก ฟักกับกลุ่มผู้ชายออกตามหา แต่ไม่เจอแฟงแม้แต่เงา สไบหลั่งน้ำตา ไม่รู้ชะตากรรมเพื่อน ขบวนอพยพต้องเร่งเดินทาง บัดนี้สามชีวิตต้องแยกห่าง คนรักห่างกันก็ทุกข์เหลือแสนไม่แตกต่างกัน เฟื่องที่ตกอยู่ในกำมือของขาบ ประวิงเวลาให้ขาบไม่คิดหักหาญน้ำใจ รักษาตัวไว้รอชายคนรัก ขณะที่ทัพก็หาทางเอาตัวรอดจากกลุ่มโจรเสือปิ่น แฟงถูกกลุ่มของ นายแท่น ชาวบ้านศรีบัวทอง แขวงเมืองสิงห์ช่วยไว้ได้ แฟงเห็นความเด็ดเดี่ยวของกลุ่มนายแท่น ที่มี นายโชติ นายอิน นายเมือง ซุ่มโจมตีกองทัพอังวะ เลือดหญิงไทยหวงแหนแผ่นดินหลั่งไหลทั่วกาย แฟงยอมสละแล้วทั้งชีวิต อาสาเป็นหญิงล่อตาล่อใจทหารอังวะมาให้นายแท่นกับพวกฟันจนละเอียด หลายครั้งที่แฟงเกือบไม่รอดเงื้อมือข้าศึกเลวที่จ้องย่ำยีศักดิ์ศรีหญิงไทย แต่หัวใจห้าวของแฟงไม่เคยครั่นคร้ามหวาดกลัว นายดอกไม้ บ้านกรับ นายทองแก้ว บ้านโพธิ์ทะเล สองผู้นำชาวบ้านมาขอร่วมกับกำลังกลุ่มนายแท่นด้วย แฟงและหญิงชาวบ้านคนอื่นพากันทำอุบายล่อทัพอังวะมาให้ถูกนักรบไทยฆ่าลงเสียมาก จนกองทัพอังวะส่งทหารมากมายมาล้อมบ้านศรีบัวทอง นายแท่นต้องพาทุกคนหนีตาย แฟงได้แต่อาลัยที่ต้องพลัดพรากจากเฟื่อง พี่สาวและครอบครัวที่รักไกลออกไปทุกที ขอให้คิดปลื้มไว้ เมื่อตายไปชีวิตหนึ่ง ก็ได้ตายสมศักดิ์ของผู้หญิงเมืองไทย ยามศึกมาติดเมือง ทัพช่วยชีวิตเสือปิ่นไว้ได้จาก ชิด ลูกน้องทรยศ น้ำใจของทัพทำให้เสือปิ่นสำนึกบุญคุณ ปล่อยตัวทัพออกตามหาคนรัก แต่เฟื่องไม่อาจยื้อยุดความปรารถนาล้ำลึกของขาบไว้ได้อีก เฟื่องตกเป็นของขาบ ขณะที่สังข์ใช้กำลังครอบครองกายใจจวง ทัพอังวะเข้าโจมตีขบวนอพยพทหารกรุงศรี สังข์ ขาบสู้ไว้ชื่อไทย แต่ศัตรูมากมายเข้าโอบล้อมไว้ไม่ขาดสาย เฟื่องกับจวงกำลังจะถูกศัตรูรุมข่มเหงในกระท่อม ร่างของทัพบนหลังม้าคู่ใจ อ้ายเลา พุ่งทะยานเข้ามาฟันข้าศึกล้มตาย เลือดนองสังเวยผืนดินไทย สังข์ ขาบซึ้งในน้ำใจของไอ้ทัพเพื่อนแท้ เมื่อต้องสู้เพื่อรักษาดินทุกก้อนของไทย เพื่อนรักทั้งสามละทิ้งความขุ่นเคืองโกรธแค้นในอดีตลงเสียสิ้น หันหลังชนกันประจันหน้าศัตรู พุ่งเข้าฟันข้าศึกจนยับแตกพ่าย สังข์ ขาบซึ้งแก่ใจว่ายามคับขัน ทุกคนต่างพากันเอาตัวรอด คุณพระนายหมื่นศรีละทิ้งลูกน้องเข้าไปหลบก่อนประตูกรุงศรีจะปิดลง เมื่อไม่อาจเข้าสู่กำบังหลังกำแพงกรุงศรีได้ดังหวัง แม้ศัตรูกำลังโอบล้อมไว้ แต่เลือดไทยจะไม่ยอมแพ้ ทัพ สังข์ ขาบพาเฟื่อง จวง และขบวนอพยพที่เหลือบ่ายหน้าเพื่อสู้ร่วมกับไทยอีกนับร้อยที่ค่ายบ้านระจัน คนตายกลางทัพนั้นมีเกียรติ ฝากชื่อไม่ให้ลูกหลานอับอาย ที่ค่ายบ้านระจัน กลุ่มของสไบมาถึง และเจอกับแฟงที่มาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ทุกคนดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง กำนันพันเรือง ใช้ค่ายบ้านระจันเป็นที่ประชุมสู้ศึกทัพพม่า มี นายทองเหม็น เป็นผู้ใหญ่บ้าน นายทองแสงใหญ่ นายจันหนวดเขี้ยว และหัวหน้าอีก 6 คนที่อพยพมาร่วมกันเป็นผู้นำ อันได้แก่ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง ชาวบ้านศรีบัวทอง นายทองแก้ว บ้านโพธิ์ทะเล นายดอกไม้ ชาวบ้านกรับ และ ขุนสรรค์กรมการ จากเมืองสรรค์บุรี ทุกคนในค่ายมี พระอาจารย์ธรรมโชติ เป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจปลุกปลอบขวัญ เครื่องรางป้องกันภัยก่อนออกศึกทุกครั้ง ทุกคนวางแผนให้บ้านระจันคือด่านหน้าปะทะทัพอังวะไม่ให้ล่วงเข้าอยุธยาได้ใครอื่นจะช่วยเราอีกไม่ได้เป็นแท้ นอกจากพวกเราต้องร่วมใจกัน ช่วยกันเอง เหลือจะทนดูดายให้ข้าศึกข่มเหง ศึกแรก นายแท่นนำทัพเข้าสู้ และฟาดฟันจนชนะอังวะ เสียงเพลงบ้านระจันปลุกเร้าฮึกเหิมให้ชาวบ้านทุกคนรวมเป็นน้ำหนึ่ง สไบดีใจที่ได้เจอแฟงอีกครั้ง ใจที่ตามดูแลสไบขวางหูขวางตาดอกรักจนพาลหาเรื่อง พวกฟักต้องคอยห้ามปราม สไบไม่ชอบที่ดอกรักทำตัวเป็นเจ้าของ ดอกรักอ้างเรื่องที่ผู้ใหญ่ยกสไบให้ตั้งแต่เด็ก สไบไม่รับรู้เพราะในใจผูกพันอยู่กับพรานใจไปหมดแล้ว ดอกรักสังเกตเห็นใจชอบเข้านอกออกในส่วนต่างๆ ของค่าย เหมือนคอยสำรวจแล้วก็หายตัวไปบ่อยๆ สไบคิดว่าดอกรักระแวง แต่ไม่มีใครระแคะระคายเลยว่าใจคือสายลับอังวะ ใจหรือ อองนาย ติดตามสืบความเคลื่อนไหวในค่าย แล้วลอบออกไปส่งข่าวให้กับ เจิด หรือ อูทิน พี่ชายศิษย์ร่วมสำนัก โดยมี จาด หรือ จอกยีโบ อาจารย์คอยส่งข่าวไปยังแม่ทัพในค่ายที่ปากน้ำพระประสบครั้งหนึ่งใจลอบออกนอกค่าย ขณะที่เจิดกำลังสั่งให้ใจเลิกช่วยเหลือสไบ และเร่งหาข่าวของค่ายบ้านระจัน ดอกรักลอบตามมาเห็นความลับ เจิดคิดฆ่าดอกรัก แต่ใจไม่อยากทำให้ทุกคนสงสัย จึงทำอุบายเป็นโดนทำร้ายพร้อมดอกรัก โชคช่วยที่ดอกรักฟื้นขึ้นมาจำใครไม่ได้ กลายเป็นคนบ้าบอเสียสติ ใจยังคงลอบสืบข่าวด้วยความหวังว่าวันข้างหน้าจะพาสไบคนรักกลับอังวะไปร่วมชีวิตใหม่กัน ทัพ สังข์ ขาบ เฟื่อง จวงพาชาวบ้านมารวมกันที่ค่ายบ้านระจัน ทัพ สังข์ ขาบได้เป็นกำลังสำคัญให้กับนักรบไทยที่มีเพียงมีดไม้และใจฮึกเหิม แฟงก้มกราบเฟื่องด้วยความเสียใจ เฟื่องไม่ติดใจความผิดพลั้งของน้องสาว แฟงเห็นสายตาทัพที่ยังมองเฟื่องด้วยอาลัยก็ยิ่งพาลเกลียดสังข์กับขาบ เฟื่องต้องคอยเตือนอารมณ์ชิงชังของเด็กสาว และสอบถามถึงความในใจ แฟงบ่ายเบี่ยงทั้งๆ ที่แอบชอบทัพในความเก่งกล้ามานานแล้ว เฟื่องอ่านใจน้องออกแต่แฟงไม่ยอมรับถ่ายเดียว เฟื่องเองก็จำต้องเงียบนิ่ง เพราะในใจแล้วก็ยังมีความอาลัยในตัวคนรักเก่าอยู่มาก ขาบมองเห็นสายตาเฟื่องก็รู้ดีว่าทำอย่างไรก็ไม่อาจเข้าไปแทนที่ทัพในใจเฟื่องได้เลย ทัพมองเห็นความห่างเหินเย็นชาของเฟื่องที่มีให้ขาบ ก็ไม่อยากเป็นปัญหาให้เฟื่องพะวักพะวง จึงคอยอยู่ห่างจนเฟื่องน้อยใจ แฟงที่ชังน้ำหน้าพี่เขยอย่างขาบก็คอยมากวนใจ เลียบเคียงถามทัพเรื่องเฟื่อง พอโดนทัพเอ็ดไปหลายครั้ง แฟงก็พาลน้อยใจประสาเด็ก ต่อปากต่อคำ ยั่วเย้าอารมณ์ทัพให้คอยนึกถึงไม่ว่างเว้น ความผูกพันของทัพกับแฟงก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทันได้รู้ตัว เจิดแฝงตัวกลับเข้ามาในค่ายเพื่อฆ่าสไบตามคำสั่งของจาด เพราะกลัวว่าความรักของใจที่มีให้สไบจะเป็นปัญหาทำให้ใจละทิ้งหน้าที่สายลับ ใจรู้เรื่องก็ตัดสินใจเป็นเจ้าของกายและใจสไบจนหมดสิ้น และบอกกับเจิดว่า หากคิดจะฆ่าสไบเมียรัก ก็จงข้ามศพเขาไปเสียก่อน เอาเลือดพลีให้เมือง ถวายชีพให้แก่เจ้าเหนือหัว ชีวิตที่เราเกิดมาในร่มฟ้าแผ่นดินสยาม เลือดเนื้อก็ต้องเป็นของชาติ เนเมียวสีหบดีแต่งตั้ง งาจุนหวุ่น เป็นแม่ทัพ มาตีบ้านระจัน นายเมืองนำทัพออกไปสู้ ทัพ สังข์ และขาบนำพวกไล่ต้อนฆ่าทัพอังวะจนราบ เยกินหวุ่น นำทัพมาช่วยก็โดนไล่ต้อนจนพ่ายแพ้ ค่ายบ้านระจันครึกครื้นด้วยเสียงโห่ร้องยินดีแห่งชัยชนะ ชื่อเสียงชาวบ้านคนไทยผู้รวมตัวสู้ดังเลื่องลือ เนเมียวสีหบดีไม่ยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ส่ง ติงจาโบ และ สุรินทจอข่อง มาตีอีก แต่ก็พ่ายอย่างไร้ท่า สุรินทจอข่องตายกลางสนามรบ ยิ่งสร้างขวัญและกำลังใจให้คนไทยผู้รักและหวงแหนแผ่นดินหญ้าบางระจัน ไม่ใช่สำหรับช้างศึกหรือม้าพม่ามากิน ในยามพักรบ ชาวค่ายรวมกันฝึกปรือฝีมือดาบและอาวุธ ทัพเองเป็นผู้นำฝึกอาวุธ สังข์หยอกล้อจวง เฟื่องเองก็คอยดูแลขาบที่บาดเจ็บจากรบ ทัพที่มองเห็นรอยยิ้มของเพื่อนและคนรักเก่าก็เกิดเหว่ว้าในใจ แฟงยังตะบึงตะบอนคิดว่าทัพมองเฟื่องด้วยสายตาอาวรณ์ เลยพูดจาประชดจนทัพหันมาเห็นแฟงที่เป็นสาวรุ่นไม่ใช่เด็กเมื่อวานซืนคนเดิม แฟงหนีหน้าทัพเพราะแง่งอน แต่ทัพเฝ้าออดให้แฟงรอกินข้าวด้วยยามกลับจากสนามรบ แฟงกับทัพกำลังจะเข้าใจ แต่ด้วยพลั้งปากไป แฟงพูดเรื่องเฟื่อง ทัพโกรธที่แฟงไม่เชื่อคำรักที่เขาบอกก็โต้เถียงกัน แฟงด่าว่าจนทัพต้องดึงเด็กสาวเข้ามาจูบ ยิ่งทำให้แฟงโกรธว่าทัพดูถูกน้ำใจ สองคนที่ควรจะรักกันให้เป็นสีสันของค่าย กลายเป็นคู่ปรับขวางกันไปทุกเรื่อง ใจหรืออองนายรู้ดีว่าเนเมียวสีหบดีกำลังแต่งนายกองยกทหารร่วมพันมาทำลายค่ายบ้านระจัน ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของชาวบ้านที่จะตั้งตัวต่อสู้ขวางทางเดินทัพสู่กรุงศรี ดอกรักฟื้นขึ้นพูดจารู้เรื่อง เจิดฆ่าดอกรักปิดปากทันที สไบเสียใจมาก ทัพไม่เชื่อว่าดอกรักตายเอง แต่ก็ยังเก็บความสงสัยไว้เพื่อหาคนลงมือตัวจริง ใจกังวลเรื่องที่ค่ายบ้านระจันอาจจะแตกพ่าย จึงเลียบเคียงชวนสไบหนี แต่สไบยืนยันจะขอตายที่ค่ายร่วมกับพี่น้องทุกคน ใจเริ่มห่วงระหว่างหน้าที่กับชีวิตคนรัก แยจออากา นายทัพเรือถูกส่งมารบ แต่ถูกนักรบบ้านระจันตีแตกพ่าย จิกแกปลัดเมืองทวาย อาสาเป็นนายกองมารบ ทัพเป็นกองหน้าและวางกลศึกไว้รัดกุม แต่ใจที่ลอบส่งข่าวทำให้จิกแกเกือบเอาชนะทัพได้ สังข์ ขาบเข้ามาช่วยไว้ทัน ทัพเริ่มสงสัยว่ากลศึกต้องแพร่งพรายออกไปจากใครสักคนในค่าย สถานการณ์ในค่ายบ้านระจันเริ่มระส่ำระส่าย เมื่อคนอพยพเข้ามามากและเสบียงน้อยลง ทั้งหมดเพราะใจวางแผนให้ทหารอังวะปล่อยข่าวซื้อเสบียงด้วยทองคำ เสบียงในค่ายถูกคนโลภเห็นแก่ตัวขโมยไปขายแก่ทหารอังวะ พ่อค่ายจับได้ก็ลงโทษหนัก ใจเปลี่ยนแผนยุแหย่ให้สังข์กับขาบแตกสามัคคี ทัพเพ่งสายตามองใจ แต่ใจคลายข้อสงสัยด้วยอาสาออกรบในศึกที่ อากาปันญี เป็นนายกอง ทัพเห็นใจฟันทหารอังวะล้มตายหลายคน แต่ใจก็พลาดเมื่ออากาปันญีจะแทง แต่ทัพเข้าขวางและเด็ดหัวอากาปันญีให้ใจรอด ศึกนี้เฟื่อง แฟง สไบ นำผู้หญิงห่มตะเบงมานจับดาบลุกขึ้นสู้เคียงบ่ากับทัพและเหล่าชาย นักรบระจันสู้ศึกด้วยกตัญญูชาติ จนอังวะต้องยกทัพกลับไปอย่างคนแพ้เลือดตลอดตัวนี้ จะขอหลั่งทาดิน ฝากธรณีไว้บูชาชาติที่อาศัย แผ่นดินได้สุข ใจเห็นความสามัคคี เสียสละได้กระทั่งชีวิตของชาวค่ายระจันก็ใจเริ่มเอนเอียง กังวลว่าถ้าสไบรู้ความเรื่องเป็นสายลับ เค้าคงต้องสูญเสียสไบไปจนชั่วชีวิต แฟงกับทัพได้ใช้เวลาแห่งรักกันเพียงไม่นาน เพราะทัพต้องออกไปลาดตระเวนทำลายคาราวานเสบียงของพม่า แฟงขอสัญญาเพียงทัพต้องกลับมากินข้าวรสมือนาง คืนหนึ่งทัพออกไปกลางดึก แฟงรอจนเช้าทัพยังไม่กลับ แฟงร้อนใจจับดาบออกตามเพราะกลัวทัพเป็นอันตราย แต่ทัพหลงไปในดงศัตรู แฟงลอบปลอมเป็นพม่า จับดาบไปช่วยทัพออกมา ทัพมองไม่ชัดเกือบทำร้ายแฟงด้วยเข้าใจผิด ใจเห็นก็ลอบช่วยทัพกับแฟงออกไป ทัพสั่งขังแฟงไว้ แฟงอาลาะวาดจนเฟื่องอ่อนใจมาช่วยแก้มัด ทัพกลับจากลาดตระเวนไม่เห็นแฟงก็ออกตามหาแทบคลั่ง จนมาเจอแฟงที่ถูกงูกัดเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทัพทั้งเคืองทั้งโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะปากฉอเลาะของแฟง จึงได้แต่วนเวียนลงโทษด้วยจูบอ่อนหวาน เฟื่องที่รู้แน่แก่ใจว่าหัวใจของทัพมีแฟงครอบครองแทนที่ตนไปแล้ว ก็พูดกับทัพให้แต่งงานกับแฟงเสีย ทัพดีใจมาก แฟงยังตั้งแง่แต่ทัพรวบรัดสู่ขอแฟง แล้วจัดงานให้ได้ครึกครื้นมีรอยยิ้มไปทั้งค่าย หลังเวลาแห่งสุข ทุกคนเตรียมป้องกันค่ายแข็งขัน แต่ไม่ทันกับสุกี้นายกองที่ใช้ปืนใหญ่ยิงทำลายค่าย ชาวค่ายล้มตายยิ่งกว่าใบไม้ร่วงเพราะมีเพียงปืน มีด ไม้ ชาวระจันต่างสะอื้นตะโกนเพราะความรักบ้านเกิด หากจะตายเสียแล้ว จะจดจารึกโคนไม้ จะสลักหินและพื้นกระเบื้อง ฝากธรณีแม่ระจัน ฝังไว้ให้คนอยู่หลัง มันร้องไห้ถึงนักรบค่ายระจัน ตลอดไปชั่วลูกหลานทัพอาสาเป็นทหารเสือระจัน ควบม้าฝ่าข้าศึกมากรุงศรีเพื่อขอปืนใหญ่ เจิดได้ข่าวก็ควบม้าตามหวังเด็ดหัวทัพ แต่ใจตามมาขวางไว้ ทัพรอดผ่านทัพพม่ามาได้หลายครั้ง โดยไม่รู้ว่าใจคือคนที่ลอบช่วยเหลือมาตลอดทาง เพราะสำนึกว่าทัพเองก็เคยช่วยชีวิตตนไว้ เมื่อมาถึงกรุงศรีทัพได้เจอกับความขัดแย้งของเหล่าเสนาบดีที่รักตัวกลัวตาย ไม่ยอมให้ปืนใหญ่กับชาวค่ายบ้านระจัน เพราะกลัวชาวบ้านจะแพ้แล้วถูกทัพอังวะยึดปืนย้อนกลับมายิงพระนคร ทัพกลับมาพร้อมข่าวเศร้า แฟงที่กำลังท้องได้แต่ปลุกปลอบใจสามี ใจลอบไปส่งข่าวนอกค่าย แต่เฟื่องกับขาบสังเกตเห็น ขาบไม่แน่ใจ ปรึกษาเฟื่องทั้งเรื่องที่ทัพสงสัยว่าใครกันเอากลศึกไปขยายแก่ศัตรู เฟื่องบอกข้อสงสัยกับสไบอย่างระวัง เพราะรู้ว่าสไบรักอยู่กับใจ สไบเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติของใจกับเจิดที่หายตัวไปจากค่ายด้วยข้ออ้างต่างๆ สไบแกล้งวางแผนปล่อยข่าวเรื่องทัพกำลังจะพาสังข์ ขาบบุกลุยกันเพียงสามคนให้ถึงใจกลางทัพอังวะ หวังตัดหัวแม่ทัพใหญ่ ใจตกหลุมที่สไบวางไว้ เอากำลังทหารอังวะมาตั้งรอ แต่พอเห็นร่างสไบที่น้ำตานองหน้า ชายหนุ่มใจหล่นวูบ ประจักษ์แล้วว่าสไบรู้ความจริงทั้งหมด สไบด่าว่าขับไสใจให้กลับไปค่ายอังวะ อย่าได้มาให้เจอกันอีกเลย เพราะคราหน้าดาบในมือเธอจะฟันลงบนอกที่ซ่อนหัวใจยอกย้อนหลอกลวงไว้ ใจขอร้องสไบให้หนีไปด้วยกันเพราะค่ายบ้านระจันกำลังจะแตก สุกี้นายกองเตรียมการณ์หักค่ายไว้ทั้งหมดแล้ว สไบด่าว่าใจและยืนยันว่าจะขอตายที่ค่ายระจันเสียดีกว่าจะต้องไปยืนมีลมหายใจบนแผ่นดินอังวะ ใจกอดคนรัก สไบเอ่ยลาทั้งน้ำตา หากว่าต้องเป็นศัตรูก็ขอให้สิ้นสุดแค่ชาตินี้ คืนสุดท้ายของสองคนรักต่างเชื้อชาติ ปวดร้าว โหยไห้ จนรุ่งตะวันขึ้นใจเห็นเพียงผ้าสไบที่คนรักทิ้งไว้ต่างหน้า แฟงตั้งท้อง เฟื่องรู้ก็เอ่ยเตือน แต่แฟงไม่อยากให้ทัพห่วงหน้าพะวงหลังเลยไม่ยอมบอกผัวรัก จนวันหนึ่งแฟงเป็นลมไป ทัพร้อนใจว่าแฟงป่วย แต่พอรู้จากปากเมียว่ากำลังจะมีบุตรน้อย ทัพคิดถึงอนาคตของลูกและเมีย จึงปรึกษาสังข์ขอให้ทำอุบายพาแฟงและลูกน้อยในครรภ์ไปให้พ้นค่ายบ้านระจัน ระหว่างทางไปหาญาติที่นครสวรรค์ แฟงฉุกใจ บังคับถามจนสังข์ต้องบอกความจริง แฟงควบม้าฝ่าศัตรูกลับมา เวลาเดียวกับที่ทัพออกไปลอบปล้นเสบียงตัดกำลังอังวะ ทันทีที่กลับค่ายพอเห็นหน้าแฟง ทัพโผกอดเมียรัก แฟงน้ำตานองหน้า น้อยใจ ผลักไสทัพให้ไปพ้นๆ หากชาตินี้คิดจะปล่อยให้เธออยู่กับลูกอย่างไร้เขา ชีวิตแฟงที่เหลือก็หามีค่าพอจะมีลมหายใจ ทัพซึ้งใจ แฟงบอกว่าหากจะตาย ขอตายไปพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก เพื่อจะได้อยู่ร่วมกันบนสวรรค์สุกี้นายกองสั่งไพร่พลขุดอุโมงค์ลอบเข้าค่าย และยิงปืนใหญ่ใส่จนชาวบ้านล้มตาย นายทองเหม็นขี่นังเผือกควงขวานออกมาไล่ฆ่าฟันศัตรูที่ล้อมค่าย แต่ไพร่พลอังวะมากมายมหาศาล รุมฟันจนนายทองเหม็นถึงแก่ความตายลงพร้อมนังเผือก ชาวค่ายเสียกำลังใจ บางคนเริ่มหนีเอาตัวรอด แต่พวกทัพทุกคนตั้งสัตย์สาบาน ยอมตายร่วมกันใจแอบทำลายกระสุนปืนใหญ่ แต่เจิดจับได้ ใจถูกจอกยีโบลงโทษอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่สิ้นความพยายามที่จะช่วยให้คนค่ายระจันได้รอดชีวิตบ้าง ใจถูกสั่งขัง ทัพอังวะรุกหนัก ขุนสรรค์กับนายจันหนวดเขี้ยวสู้จนตัวตาย พระยารัตนาธิเบศร์จากเมืองหลวงมาถึงค่ายบางระจันเพราะรู้กิตติศัพท์ความกล้า ขอให้ชาวบ้านเอาทองมาหล่อปืน ทุกคนมีความหวัง แต่ก็สิ้นสูญเมื่อปืนแตกใช้การไม่ได้ วันจันทร์ 2 ค่ำ ข้างแรม เดือน 8 ปีจอ พ่อค่ายกำนันพันเรือง ทองแสง ปลุกใจชายหญิงชาวค่ายให้สู้ ทัพ แฟง เฟื่อง ขาบ สังข์ จวง ชาวค่ายทุกคนขอบูชาชีวิตให้ชาติ พระอาจารย์ธรรมโชติประสิทธิ์ประสาทวิทยาคมอาคมบำรุงขวัญ เสียงโห่สามลาดังครบกึกก้อง เหมือนเป็นสัญญาณ ลาก่อนค่ายระจันและเมืองสยามที่เกิด ลาสองนี้เป็นเกียรติเป็นศักดิ์ของทหารเองที่ต้องรักษาไว้ ใครอื่นจะแย่งศักดิ์นี้ไปจากตัวมิได้ ถึงตายแล้ว ศักดิ์ชายยังหอมหวน ติดโลก ติดปากคนอยู่หลังสุกี้นายกองสั่งยิงปืนใหญ่ถล่มค่าย ชาวค่ายระจันชายหญิงถือดาบสองมือตะลุยเข้าต่อสู้ ยอมสละชีพเอากายเป็นโล่กำบัง เอาเลือดทาแผ่นดิน ไม่ให้ศัตรูฝ่าไปได้ กองศพชาวบ้านทับถม แต่ไม่มีใครถอย สังข์กับจวงจับดาบคู่สู้จนลมหายใจสุดท้ายก่อนจะตายเคียงกัน ที่กลางสนามรบ ใจหรืออองนายในชุดทหารอังวะฝ่าไพร่พลเข้ามา ช้อนร่างสไบที่เลือดเต็มร่างไว้แนบอก สไบยิ้ม เอ่ยลาคนรักและขอพบกันอีกครั้งในชาติหน้า ใจสวมกอดร่างสไบไว้ทั้งน้ำตาและหัวใจแหลกสลาย เพราะไม่อาจช่วยคนรักได้ทัน ทัพมาเห็นภาพใจในชุดทหารอังวะ ความผิดหวังแล่นไปทั้งร่าง ใจขอตายด้วยคมดาบทัพ ทัพท้าให้ใจสู้อย่างชาติทหาร ใจกับทัพประดาบใส่กันไม่ยั้ง ทัพมีชัยเอาดาบจ่อคอใจ และเอ่ยให้ใจตัดสินความผิดตัวเอง ใจไม่ทันกดดาบลงที่คอตัวเอง จอกยีโบผู้เป็นครูยิงปืนกระสุนเจาะร่างศิษย์รัก ใจทรุดตายลงเคียงร่างสไบ หวังว่าชาติหน้าจะไม่สิ่งใดขวางกั้นรักนี้ได้อีก เฟื่องกับขาบสู้ทหารอังวะที่หลั่งไหลยิ่งกว่าสายน้ำ เอาร่างรับคมดาบแทนกันจนล้มทรุด ขาบยอมรับคมดาบสุดท้ายแทนเฟื่องจนสิ้นลมหายใจ เฟื่องกอดขาบไว้กระซิบคำรักที่ขาบไม่ทันได้ยิน ก่อนตายเคียงคู่ด้วยรอยยิ้มที่ได้สละชีพนี้รักษาชาติทัพกับแฟงสู้จนเลือดหยดหยาดสุดท้าย มือกำดาบมั่น กายมีแผลยับไปทั้งตัว สู้ศึกพลีชีวิต ใจยังโลดลำพอง สาบานจะขอยืนกอดคอกันทั้งชาตินี้ชาติหน้าไม่ห่าง จะกอดกันอยู่ร่วมทุกข์เมืองทั้งสวรรค์แล นรก ปลงใจบูชาชีวิตให้แก่ชาติ ขอฝากนามไว้กับอนุชนสยามที่จะเกิดมาภายหลัง หมู่ศัตรูกรูเข้ามาท่ามกลางฟ้าสีหม่นมัวปกคลุม วังเวงใจไปทั้งค่ายที่ร่างชาวระจันทับถม เลือดนองยิ่งกว่าสายน้ำเชี่ยว ทัพและแฟงพนมมือรำลึกคุณชาติ ไหว้ลาแผ่นดินสยามที่จะกลบหน้าแต่มื้อนี้ อธิษฐานขออำนาจเทพยดาฟ้าดินคุ้มครองชาติ พระศรีสรรเพชรดาญาณที่ศักดิ์สิทธิ์ คุ้มศรีอยุธยาตลอดกว่าฟ้าจะล่ม เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน ทัพทิ้งร่างโชกเลือดลงในอกแฟงเมียรัก สองสามีหนุ่มสาวผู้กล้ากอดกันสิ้นลมหายใจไปกับความภูมิใจที่มอบชีวิตและหัวใจไว้เพื่อแผ่นดินกิตติศัพท์ชาวบ้านระจันที่มีเพียงมีด ไม้ มือเปล่า และหัวใจแกล้วกล้า รักบ้านเกิดเมืองนอน มีใจเจ็บร้อนแทนชาติและเพื่อนร่วมเมือง สู้ศึก สละชีพ กลายเป็นความภาคภูมิ ขนาดแม่ทัพใหญ่พม่ายังเอ่ยสดุดี ขอให้คนในชาติจดจำวีรกรรมเยี่ยงนี้เป็นตัวอย่าง ตราบนี้จนวันหน้าอย่ารู้ลืม... รายชื่อนักแสดงพงศกร เมตตาริกานนท์ รับบทเป็น ทัพณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด รับบทเป็น แฟง พศุตม์ บานแย้ม รับบทเป็น ใจ (อองนาย)ศิรพันธ์ วัฒนจินดา รับบทเป็น สไบฐกฤต ตวันพงค์ รับบทเป็น ขาบ กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล รับบทเป็น เฟื่องปรมะ อิ่มอโนทัย รับบทเป็น สังข์สาวิตรี สุทธิชานนท์ รับบทเป็น จวงภัทรภณ โตอุ่น รับบทเป็น ฟักปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ รับบทเป็น ดอกรัก

สะท้านอารมณ์
mthai /  คลิปวีดีโอ / 

...แว่วธาราหลากไหลใจพาลเศร้า ให้ปวดร้าวมิอาจข่มอารมณ์ไหว น้ำตาร่วงอย่างไม่แคร์สายตาใคร ช้ำหมองไหม้เกินจะลบล้างยากลืม ...จดจำคืนเพ็ญงามอร่ามฟ้า กลางธาราต่างสัญญารักแสนปลื้ม มนต์รักมัดมารรักคลายสลายครืน เจ้าเป็นอื่นพี่เจ็บช้ำย้ำคืนเพ็ญ

Boys Over Flower รักฉบับใหม่ หัวใจ 4 ดวง [พากย์ไทย] ตอนที่21
Boys /  Over / 

จากการ์ตูนสุดฮิต สาวแกร่งแรงเกินร้อย (HANA YORI DANGO) ที่สร้างความประทับใจ ผู้อ่านจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ซีรีส์ทางโทรทัศน์ ทั้งในรูปแบบไต้หวัน และ ญี่ปุ่น ทำให้เกิดกระแสเอฟโฟร์ฟีเวอร์ ไปทั่วเอเชีย ล่าสุดสถานีโทรทัศน์ KBS นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในแบบฉบับเกาหลี ซึ่งยังคงกลิ่นอายของความโรแมนติกในแบบดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วนใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั้งในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และโดยเฉพาะในประเทศเกาหลี ซีรีส์เรื่องนี้จัดว่าเป็น 1 ใน 5 รายการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2009 ส่งผลให้ ลี มิน โฮ ผู้ รับบทนำในเรื่อง ได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ จากงานประกาศผลรางวัล 45th Paek Sang Arts Awards ร่วมด้วยนักร้อง-นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังมากมาย ได้แก่ คิม ฮยอง จุน หัวหน้าวง SS501 คิม จุน สมาชิกวง T- Max คิม บอม และ คู ฮเย ซอน ชินฮวากรุ๊ป เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศเกาหลี ดำเนินการด้านธุรกิจมากมาย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ โทรคมนาคม และหนึ่งในธุรกิจเหล่านั้นคือ โรงเรียนชินฮวา โรงเรียนแห่งแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี ผู้ที่เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าระบบการศึกษา โรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้สร้างให้คนธรรมดาทั่วไป แต่เป็นแหล่งรวมบรรดาลูกหลานนักธุรกิจและมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าของประเทศไว้ มากมาย และถ้าหากใครที่ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นการปูทางสำหรับอนาคตได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ชื่อเสียงของโรงเรียนชินฮวา โด่งดังไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 4 หนุ่มแก๊ง “ฟลาวเวอร์โฟร์” (F4) ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนชายที่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นๆ ประกอบไปด้วย กู จุนเพียว หัวหน้ากลุ่ม ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของกลุ่มธุรกิจชินฮวากรุ๊ป ยุน จีฮู หนุ่มมาดขรึมเจ้าเสน่ห์หลานชายอดีตประธานาธิบดี โซ อีจอง หนุ่มเพลย์บอยทายาทตระกูลศิลปินชื่อดัง และ ซอง ยูบิน ลูกชายกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพล สิ่งที่ทำให้ทุกคนเกรงกลัวแก๊งเอฟโฟร์ เนื่องจากพวกเขามักแสดงอำนาจด้วยการนำกระดาษแดงเขียนข้อความว่า “จาก เอฟโฟร์” หรือที่เรียกกันว่า “ใบแดง” ไปติดที่ตู้ล็อกเกอร์ของคนที่บังอาจต่อต้านพวกเขา หากใครได้ใบแดงจะถูกเพื่อนนักเรียนรุมกลั่นแกล้งจนต้องลาออกไปในที่สุด แต่ในบรรดานักเรียนสุดไฮโซของโรงเรียนชินฮวา ยังมี กึม จันดี เด็กสาวชาวบ้านธรรมดาที่ประกาศตัวเป็นปรปักษ์ต่อแก๊งเอฟโฟร์อย่างเต็มที่ เพราะเอือมระอาต่อพฤติกรรมของพวกเขา รวมถึงเบื่อหน่ายสภาพแวดล้อมสุดหรูที่แตกต่างจากชีวิตความเป็นอยู่ของเธอ อย่างสิ้นเชิง กึม จันดี เป็นเพียงเด็กที่มีฐานะยากจนแต่เป็นคนร่าเริงสดใส พ่อและแม่ประกอบอาชีพซักแห้งเสื้อผ้า ที่เธอสามารถเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้ เพราะเคยช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ทางโรงเรียนจึงมอบทุนการศึกษาให้เธอได้เข้ามาเรียนที่นี่ กึม จันดี เฝ้ามองเหล่าเด็กนักเรียนที่ถูกแก๊งเอฟโฟร์ทำร้าย เธอมักจะข่มความไม่พอใจของตัวเองด้วยการวิ่งขึ้นไปที่ดาดฟ้าของโรงเรียนแล้ว ร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจและความไร้สาระของระบบในโรงเรียนแห่งนี้อยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่า ยุน จีฮู เฝ้ามองเธออยู่ เพราะเขามักไปแอบงีบหลับอยู่ในบริเวณนั้นเป็นประจำ วันหนึ่งเพื่อนนักเรียนหญิงผู้โชคร้ายเกิดทำไอศกรีมหกใส่ กู จุนเพียว เมื่อเห็นเพื่อนกำลังจะถูกแก๊งเอฟโฟร์เล่นงาน กึม จันดี จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หลังจากนั้นเธอได้รับใบแดงจากแก๊งเอฟโฟร์ และถูกทุกคนในโรงเรียนกลั่นแกล้ง แต่กึม จันดี ยังยืนหยัดต่อสู้ พร้อมทั้งประกาศว่าไม่กลัวพวกเขาแม้แต่น้อย ในระหว่างนี้มี ยุน จีฮู เพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือ กึม จันดี รู้สึกประทับใจที่ ยุน จีฮู เป็นคนไม่โอ้อวด ต่างจากสมาชิกแก๊งเอฟโฟร์คนอื่นๆ ทำให้เธอกับเขาเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม กึม จันดี กลับกลายเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของ กู จุนเพียว แต่ด้วยความที่ต้องเผชิญหน้ากันหลายครั้ง กลับเป็นเหตุให้ กู จุนเพียว เริ่มรู้สึกมีใจให้กับ กึม จันดี อย่างไม่รู้ตัว เขาคิดว่าเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และเป็นหญิงสาวคนแรกที่สามารถต่อต้านอำนาจของแก๊งเอฟโฟร์ได้ กู จุนเพียว พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับ กึม จันดี โดยมีเหล่าสมาชิกเอฟโฟร์คอยเอาใจช่วย แต่ กึม จันดี กลับเริ่มมีใจให้ ยุน จีฮู ถึงแม้จะรู้ว่าเขามอบหัวใจให้หญิงอื่นไปแล้วก็ตาม ดูเหมือนว่ารักครั้งนี้ของเทพบุตรอย่าง กู จุนเพียว จะมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน เขาจะสามารถพิชิตใจสาวน้อยธรรมดาที่แสนจะน่ารักคนนี้ได้หรือไม่ ติดตามชมได้ใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS)

เฟม-ชวิน ทำใจอยู่นาน ลงซีรีส์ผี เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ตอน แช่ง
ชวิน ลิขิตเจริญพงษ์ /  ผี / 

ซีรี่ส์ "เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน" ที่แต่ละตอนเข้มข้นเร้าใจสุดๆ จนหลายๆคนต้องเกาะติดหน้าจอรอลุ้นกันตั้งแต่นาทีแรก จนนาทีสุดท้าย โดยเสาร์ที่ 22 พ.ย.นี้ เป็นผลงานของ ผู้กำกับมือตัดต่อรางวัลสุพรรณหงส์  ธรรมรัตน์ สุเมธศุภโชค และผู้กำกับน้องใหม่  ฐชัย โกมลเพ็ชร์  ที่ขอนำขบวนนักแสดงมาแท็คทีมเพิ่มความหลอน นำทีมโดย เฟม-ชวิน ลิขิตเจริญพงษ์  มารับบทโจ้, เบลล์-เขมิศรา พลเดช รับบท เอม และ อ๊อม-กณิศ วิเชียรวนิชกุล รับบท เก็ท โดยเป็นเรื่องราวของเพื่อน  โจ้-เก็ท-เอม แก๊งเพื่อนสนิท ที่มี เก็ท เป็นลูกไล่ที่มักจะโดนเพื่อนแกล้งอยู่เสมอ จน เก็ท ทนไม่ไหวและแกล้งคืนจน โจ้ บาดเจ็บ โจ้ โกรธและแช่งให้เก็ทโดนรถชนตาย..ไม่กี่วัน ต่อมา เก็ท ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหลังจากนั้น โจ้ และ เอม ก็เจอเหตุการณ์แปลกๆ หรือว่า เก็ท กำลังจะกลับมาแก้แค้นที่ โจ้ แช่งเขา! เฟม-ชวิน เล่าให้ฟังว่า “รู้สึกดีใจมากครับที่ได้กลับมาร่วมงานกับจีทีเอชอีกครั้ง ตอนแรกที่พี่ๆทีมงานติดต่อให้มาเล่นหนังผี ก็ทำใจอยู่นานเหมือนกันครับ เพราะเฟมเป็นคนกลัวผีมาก   แต่ก็ชอบฟังเรื่องผีมากเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ เป็นเรื่องราวของเพื่อนสนิททั้ง 3 คน ที่แกล้งกันไปมา จนเราโมโหไปแช่งเพื่อนให้โดนรถชนตาย ซึ่งความน่ากลัวก็จะอยู่ตรงนี้แหละครับ ว่าสุดท้ายเพื่อนจะตามมาเอาคืนหรือเปล่า เรื่องนี้ได้ร่วมงานกับอ๊อมอีกครั้ง หลังจากไม่ได้เจอกันมา 5 ปี ตั้งแต่เล่นหนังบ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน..พ่อสอนไว้ ด้วยกัน และเป็นครั้งแรกที่ได้ทำงานกับพี่เบลล์ ซึ่งพี่เขาเป็นคนเฮฮา คอยสร้างสีสันในกองถ่ายได้เยอะมาก  แต่ก็จะมีซีนยากๆโหดๆหลายฉาก  ที่บางซีนเฟมก็แอบเหงื่อแตกจริงๆ อย่างฉากในวัดบรรยากาศค่อนข้างหลอนๆ เพราะว่าอยู่ใกล้เมรุที่เอาไว้เผาศพ ตอนถ่ายทำก็ต้องปิดไฟให้มืดๆ แถมมีเสียงหมาหอนเป็นระยะ สร้างความวังเวงขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า ทำเอาคนขวัญอ่อนอย่างเฟมถึงกับสะดุ้ง ในใจลึกๆแม้จะกลัวแค่ไหนก็ต้องข่มใจสู้ครับ  เพื่อให้ได้ภาพที่ดูสมจริงสุดๆ ฝากเพื่อนๆพี่ๆช่วยติดตามผลงานครั้งนี้ของผมด้วยนะครับ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ตอนแช่ง ออนแอร์วันเสาร์ที่ 22 พ.ย.นี้  เวลาสี่ทุ่ม ทางช่องจีทีเอช ออนแอร์ และช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล รับรองว่าดูตอนนี้จบไปแล้ว จะไม่มีใครกล้าแช่งเพื่อนแน่นอนครับ” -------------------------

รู้มั้ย !? สัญลักษณ์การชูนิ้ว แบบต่างๆมีความหมายอย่างไร?
ชูนิ้ว /  ชูนิ้วกลาง / 

รู้มั้ย!? สัญลักษณ์การชูนิ้ว แบบต่างๆมีความหมายอย่างไร?  รู้ไว้จะได้ไม่ไปยก ซุ่มสี่ซุ่มห้า เพราะบางทีคุณอาจจะงานเข้าไม่รู้ตัว กระแสการชู 3 นิ้ว ที่แพร่หลายอย่างรวดเร็ว หลังจากภาพยนตร์ชุด The Hunger Games ออกฉาย ซึ่งมีการนำไปตีความ  และใช้สื่อความหมายมากมาย นัยหนึ่งก็แสดงออกซึ่งความกระด้างกระเดื่อง ต่อต้าน และไม่เห็นด้วยกับการปกครอง วันนี้ก็เลย  ไปหาข้อมูล เกี่ยวกับ "สัญลักษณ์นิ้ว" มาบอกเล่าสู่กันฟังครับ ชูนิ้วโป้ง 1 นิ้ว : ทั่วไปก็คือ Thumbs up ยกย่อง-เยี่ยมไปเลย ยิ่งยกหัวแม่โป้ง 2 ข้าง Two Thumbs up ก็ยิ่งเยี่ยมเข้าไปใหญ่ บ้านเรากับอีกหลายๆ ประเทศ นิ้วโป้งหมายถึง "สุดยอด" หรือ "นายแน่มาก" แต่ถ้าไปเผลอยกใส่ใครในญี่ปุ่น นิ้วนี้จะถูกลดความหมายไปทันทีแปลว่า นายก็เป็นได้แค่ที่ 5 เท่านั้นเอง!! เพราะเวลาที่คนญี่ปุ่นเขานับนิ้ว เขจะเริ่มนับกันที่นิ้วชี้ก่อน ตามด้วยนิ้วกลาง นาง ก้อย แล้วปิดท้ายด้วยนิ้วโป้ง ส่วนถ้าไปที่ออสเตรเลีย การชูนิ้วโป้งนี่อันตรายมาก เพราะมันมีความหมายหยาบคายทำนอง "Kiss My Ass" เทียบแล้วก็คือท่าชูนิ้วกลางในบ้านเราขืนไปชมใครด้วยนิ้วนี้ อาจได้รองเท้า (พร้อมเท้า) เป็นรางวัล ชูนิ้วกลาง 1 นิ้ว : เป็นที่รู้กันทั่วโลกว่าหมายถึงการให้ของลับของเพศชาย ที่มาของท่าคลาสสิคนี้เกิดขึ้นในสมัยโบราณ ตอนนั้นชาวโรมันเชื่อกันว่าองคชาติของผู้ชายเป็นเครื่องรางที่ใช้สู้กับคำสาปชั่วร้ายได้เวลาชูนิ้วกลางใส่ใครจึงเป็นการข่มขู่คู่ต่อสู้ว่า "มนต์ดำของแกทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า" แต่ต่อมาเกิดการเพี้ยนขั้นรุนแรง เลยลืมเรื่องมนต์ดำกันไป กลายเป็นคำด่าล้วนๆ นอกจากนี้ท่าชูนิ้วกลางนี่ยังได้เกิดในวงการมายาด้วย เมื่อ 423 ปีก่อนคริสตศักราช ละครเวทีเรื่อง "The Cloulds" ของ ?อริสโตฟาเนส' ได้เอาท่านี้ขึ้นไปเล่นกันบนเวที แต่เรียกมันว่าท่า "ดิจิตุส อินฟามุส" มีความหมายประมาณว่าเป็นนิ้วทุเรศ หรือนิ้วทะลึ่ง จากนั้นความหมายของนิ้วกลางก็เลยยิ่งแพร่หลายไปในทำนองหยาบคายมากขึ้นไปอีกหลายประเทศถือว่า การแสดงท่านี้ มีความผิดทางกฎหมาย ด้วย ชูนิ้วชี้ ความหมายทั่วๆไปมักจะเป็นการบอกจำนวน หรือมีนัยยะว่า ชั้นน่ะคือที่ 1  (ใช้เพื่อข่มคู่ต่อสู้) ในการแข่งขันบางประเทศในประเทศสหรัฐอเมริกาการชูนิ้วชี้นิ้วเดียวเป็นการบอกว่าชั้นนี่แหละที่ 1 และการชูนิ้วชี้นิ้วเดียวไปยังคนที่ต้องการจะสื่อสารด้วย มักจะเป็นการสั่ง หรือเป็นการเตือนว่าพอได้แล้ว (อาจจะมีเรื่องกันได้) แต่ถ้าไปทำท่านี้ในประเทศแถบอาหรับหรือแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจะมีความหมายเท่ากับการชูนิ้วกลางนิ้วเดียวให้อีกฝ่าย  ชูนิ้วนาง การชูนิ้วนาง (เฉพาะด้านซ้าย) มักจะเป็นการชูเพื่อให้คนรัก หรือคู่หมั้นใส่แหวนหมั้นในพิธีหมั้นหมายนั่นเอง  ชูนิ้วนิ้วก้อย การชูนิ้วก้อยมักจะมีความหมายไปทาง "ขอคืนดี ดีกันนะ"  มักจะสื่อไปทางความหมายที่ดีแบบอมยิ้ม ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง 2 นิ้ว  การชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง (แบบหงายฝ่ามือออก) เรียกว่า " V (Victory) Sign " หรือ สัญลักษณ์แหงชัยชนะ เรื่องมันก็มีอยู่ ครั้งหนึ่งในสงคราม อังกฤษ - ฝรั่งเศส โดยนักแม่นธนูชาวอังกฤษถูกทหารฝรั่งเศสจับตัวและถูกทหารฝรั่งเศสตัดนิ้วชี้และนิ้วกลางที่ใช้ในการยิงธนูทิ้ง ทหารอังกฤษทุกคนจึงร่วมชูนิ้วชี้และนิ้วกลางเพื่อเป็นการยกย่องวีรบุรุษพลธนูคนนั้น อีกนัยยะนึงอาจจะหมายความว่า "สู้โว๊ย" เพื่อต่อต้านการรุกรานของฝรั่งเศส ก็เป็นได้ คนที่เอาการชูสองนิ้วมาใช้ในความหมายแสดงชัยชนะจริงๆ คือ "วินสตัน เซอซิล" เค้าเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ที่มักจะกล่าวคำปราศรัยพร้อมทั้งชู 2 นิ้วประกาศชัยชนะสงครามโลกอยู่หลายครั้ง แต่การชู 2 นิ้วในประเทศญี่ปุ่น จะหมายความว่า "เราต้องการสันติภาพ" (หลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2) แต่ในประเทศไทย มีการชูนิ้วชี้และนิ้วกลางไว้เพื่อการถ่ายรูป เพื่อเพิ่มความแอ๊บแบ๊วขึ้นเท่านั้นเอง การชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง (เอาหลังมือแบออก) มีความหมายหลายระดับ  (มักจะออกไปทางไม่ดี) -ระดับเด็กๆ มักจะหมายความว่า "อยากจะมีเซ็กส์กับฉันไหม" -ระดับหนัก ถ้าใช้กับคนแปลกหน้าก็จะหมายความพอๆกับการชูนิ้วกลางดีๆนี่เอง และถ้าเพิ่มนิ้วโป้งเข้ามาอีกนิ้วนะ จะหยาบคายสุดๆ แต่ทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับว่าภาษากายเราแสดงออกมาประกอบการเข้าใจมากกว่านะครับ ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง 2 นิ้ว : แบบเอาหลังมือออก แบบที่ผมเห็นแม่ค้าชาวไทยทำให้ฝรั่งดูนั่นแหละครับ ความหมายมีหลายระดับ ออกไปทางไม่ดีทั้งนั้น - อย่างดีกรีอ่อน จะหมายถึง "อยากมีเซ็กส์กับฉันไหม" (สังเกตรูปนิ้วแล้วจินตนาการความหมายเอาละกัน) หญิงบริการ ที่ไปยืนรอรับกลาสีเรือขึ้นบก มักใช้สัญลักษณ์นี้สือความหมายว่า "ขายนะจ๊ะ" หรือ เอาไว้ใช้ล้อ แซว เพื่อน ประมาณว่า ไอ้หน้า... ก็ได้ - อย่างดีกรีแรง ถ้าใช้กับคนแปลกหน้า ก็คือคำด่า ประมาณเดียวกับ ชูนิ้วกลาง นั่นเอง ถือเป็น คำหยาบรุนแรง ที่เอาไว้ใช้ด่ากันโดยเฉพาะ ถ้าเพิ่ม นิ้วโป้ง แทรกเข้ามา ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ยิ่งหยาบหนักเข้าไปอีก คงไม่ต้องอธิบาย อิ อิ ฝรั่ง ก็คงพอเข้าใจว่า การชู 2 นิ้วแบบนี้ ไม่ได้หมายถึง อะไรอย่างที่ว่านั่น เป็นการไม่เข้าใจความหมายที่แท้ เฉย ๆ* ชูมือ 2 นิ้ว ทั้งสองข้าง : แบบเอามาแนบหู คล้าย ๆ หูกระต่าย ฝรั่งเรียกท่านี้ว่า Bunny Finger ไม่ได้มีเอาไว้ ต่อหู ต่อเขา ให้เพื่อน แบบคนไทยเวลาถ่ายรูปหมู่ แต่หมายถึง ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ชัด ครับ ชูนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วก้อย  ที่รู้จักกันว่า  I love you แต่ถ้าไปเมืองฝรั่ง แล้วเผลอ ลืมยกนิ้วโป้งขึ้นมาด้วย แบบนี้ อาจมีปัญหา เพราะการชูนิ้วชี้ กับ นิ้วก้อย หมายถึง สัญลักษณ์ซาตาน ครับ  ชูนิ้วชี้ กับ นิ้วก้อย : มันคือ Devil Horn บ่งบอกว่าเป็น "เขา" ของซาตาน ในสมัยโบราณ การแสดงท่านี้ คือสัญลักษณ์แสดงการ ไม่นับถือพระเจ้า ของพวกนอกรีต บูชาซาตาน แต่ในปัจจุบัน พวกวงดนตรีร็อค แนวเฮฟวี่เมทัล หลายวง ใช้สัญลักษณ์นี้ แสดงถึงความรุนแรงทางดนตรี ประมาณว่า ดนตรีที่ซาตานประทานมาให้ นะแหละ ในการไปชมคอนเสิร์ตเฮฟวี่เมทัล แฟน ๆ ที่ชูนิ้วท่านี้ ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นพวกนอกรีต แต่อย่างใด  แต่อย่าเผลอ เอามาทำนอกเวทีคอนเสิร์ตก็แล้วกัน คนจะเข้าใจผิด จรดนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เป็นวงกลม หรือ โอเค แม้วัฒนธรรมอเมริกันที่แพร่หลาย จะทำให้การเอาปลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาชนกัน  จนเกิดวงกลม และปล่อยสามนิ้วที่เหลือให้กางออกจะแปลว่าโอเค ตกลง หรือดี แต่สำหรับบางประเทศการทำมือแบบนี้มีความหมายอื่นค่ะ เช่น บางประเทศในทวีปยุโรปแปลว่าเลข 3 ส่วนในจีนแปลว่าเลข 7 ส่วนที่ประเทศบราซิลและประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนจะเป็นคำด่าเทียบเท่ากับ Asshole (เพราะมองว่าวงกลมเป็นสัญลักษณ์ของทวารหนัก) ในเยอรมนีหลายคนใช้แปลว่าเกย์ และยังมีอีกหลายประเทศในแถบยุโรปตะวันออกที่ใช้ด่าว่าคนนั้นไม่มีค่า (เป็นศูนย์) หรือด่าตรงๆ เลยว่าอ้วน ตัวกลมไปหมด ฉะนั้นจะโอเคกันง่ายๆ เหมือนปกติไม่ได้แล้วนะคะ "โอเคนะ" หรือ "ตกลง" แต่ก็ยังอุตส่าห์มีการยกเว้นจนได้สำหรับประเทศผ่าเหล่าผ่ากออย่างอิตาลี ใครไปเยือนประเทศนี้ต้องเก็บท่าโอเคนะให้ดีเลย เพราะคนที่นั่นเขาถือว่ามันเป็นการด่ากันแบบไม่ออกเสียงว่า "ไอ้หน้า..." (โปรดเติมคำในช่องว่างเอาเอง) แทนที่ทุกอย่างจะโอเค มันจะกลายเป็นโนเคไปน่ะสิ ชูนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง (รวม 3 นิ้ว) จะหมายถึง ถ้าในวงการลูกเสือสามัญ การชู นิ้วชี้นิ้วกลางและนิ้วนาง (ด้านขวา) เค้าหมายถึง การทำความเคารพ (วันธยาหัตถ์) และการชูสัญลักษณ์ประเภทนี้ ในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Hunger Games  มักจะมีนัยยะในด้านการเมือง ทั้งนี้ เหตุการณ์รัฐประหาร โดยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่ทางกลุ่มมวลชนซึ่งไม่เห็นด้วยกับการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ได้เดินทางมารวมกันตามสถานที่ที่นัดหมาย ทั้งหน้าทางเดินสกายวอล์กสนามกีฬาแห่งชาติ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, ห้างสรรพสินค้า เทอร์มินอล 21  แยกอโศก, ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  รวมถึงห้างสรรพสินค้าห้างเมยา ถ.ห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อประท้วงเชิงสัญลักษณ์ไม่เอารัฐประหาร โดยการประท้วงดังกล่าว ผู้ชุมนุมได้ใช้วิธีชูนิ้ว 3 นิ้ว คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง พร้อมกับเอามือปิดปาก ส่วนบางคนก็นำสีสเปรย์มาพ่นคำว่า "NO COUP" และ "ปล้นประชาธิปไตย" ในหลายพื้นที่ และตะโกนเรียกร้องประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง การกางเฉพาะนิ้วโป้งและนิ้วชี้เหมือนตัว L จะให้นิ้วโป้งอยู่แนวนอนเหมือนตัว L หรือนิ้วโป้งอยู่แนวตั้งแบบ “ถูกต้องนะคร้าบ” ก็ได้ บ้านเราใช้เวลาชี้บางอย่าง หรือบางทีอาจจะทำมือแบบนี้แล้วคว่ำมือลงเพื่อถ่ายรูปให้ดูฮิพฮอพก็ได้ แต่ในสหรัฐอเมริกาและประเทศที่ได้รับอิทธิพลอเมริกันจะมองว่า L มาจาก Loser (คนแพ้) และใช้เป็นสัญลักษณ์ว่าขี้แพ้ ส่วนในจีนหมายถึงเลข 8 และในประเทศเบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์จะแปลว่าเลข 2 (ทีนี้คงนับเลขกันมึนเลย) สำหรับความหมายแง่ลบของการทำมือแบบนี้พบในประเทศอิตาลีและพื้นที่ข้างเคียง แปลว่าไม่ดี หรือแย่มากค่ะ การหงายฝ่ามือและกระดิกนิ้วชี้เรียก เรามักเห็นในภาพยนตร์ฝรั่งว่าถ้าสาวสวยกระดิกนิ้ว                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                               เรียกในลักษณะนี้แล้วมักเป็นการเชิญชวนและยั่วยวนอีกฝ่ายให้ตามไป หรือเป็นการส่งสัญญาณให้เข้ามาใกล้ๆ เพื่อกระซิบบอกความลับบางอย่าง แต่สำหรับชาวฟิลิปปินส์นั้น ท่าทางนี้ใช้เรียกน้องหมาเท่านั้นค่ะ ฉะนั้นถ้าเผลอไปทำใส่ใครจะเหมือนไปว่าเขาเป็นสุนัข และอีกฝ่ายอาจจะโกรธถึงขั้นหักนิ้วชี้เราได้เลยค่ะ โหดแฮะ การแบมือทั้งห้านิ้วโดนหันฝ่ามือออก โดยทั่วไปแล้วถ้าเรายื่นมือออกไปโดยกางนิ้วทั้งห้าออกและหันฝ่ามือใส่อีกฝ่ายจะเป็นการบอกให้หยุด หรือตามธรรมเนียมอเมริกันคือการแสดงความไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดและให้อีกฝ่าย “พูดกับมือ” แทน ซึ่งก็ค่อนข้างจะแสดงความไร้มารยาทแล้วใช่มั้ยคะ แต่ที่ประเทศกรีซแรงกว่านั้นอีกค่ะ เพราะมันหมายถึงให้ไปตายซะ ทีนี้น้องๆ ก็พอรู้กันแล้วนะคะว่าภาษาท่าทางที่ใช้มือเป็นสำคัญนั้นมีหลายความหมายแตกต่างกันไปทั่วโลก จริงๆ มีอีกหลายแบบเลยนะคะ รวมไปถึงการแสดงออกทางสีหน้าและแววตาด้วยที่ให้ความหมายต่างกัน ฉะนั้นก่อนจะเดินทางไปประเทศใดให้หาข้อมูลเรื่องพวกนี้ดีๆ ค่ะ ใครจะรู้ว่าการยิ้มสวยๆ ของเราที่ดูเป็นสิ่งที่ดีนั้น อาจแปลว่าเรากำลังท้าทายคนบางประเทศอยู่ก็ได้ น้องๆ คนไหนที่มีประสบการณ์เรื่องภาษามือที่ความหมายต่างกัน สามารถแบ่งปันเรื่องราวได้ด้านล่างเลยค่ะการแบมือทั้งห้านิ้วโดนหันฝ่ามือออก โดยทั่วไปแล้วถ้าเรายื่นมือออกไปโดยกางนิ้วทั้งห้าออกและหันฝ่ามือใส่อีกฝ่ายจะเป็นการบอกให้หยุด หรือตามธรรมเนียมอเมริกันคือการแสดงความไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดและให้อีกฝ่าย “พูดกับมือ” แทน ซึ่งก็ค่อนข้างจะแสดงความไร้มารยาท  แต่ที่ประเทศกรีซแรงกว่านั้นอีกค่ะ เพราะมันหมายถึงให้ไปตายซะ Snap การดีดนิ้ว การดีดนิ้วดังเป๊าะนั้น ถ้าดีด 1 ครั้งคนอเมริกาและอังกฤษจะสื่อว่านึกอะไรออกแล้ว หรือมีไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาในหัว ส่วนการดีดเรื่อยๆ ไปมาหมายถึงกำลังพยายามนึกถึงบางอย่างให้ออกอยู่ แต่สำหรับประเทศแถบละตินอเมริกานั้นหมายความว่า ให้คนข้างหน้าช่วยรีบเดิน เร็วๆ หน่อย แต่ 10 ภาษากายที่มีความหมายต่างกันทั่วโลกสำหรับประเทศส่วนใหญ่ในโลก การดีดนิ้วใส่หน้าคนอื่นเป็นกิริยาที่หยาบคายมาก(แต่บางประเทศก็หมายถึงดึงความสนใจอีกฝ่ายให้กลับมา)  Sign of the Cross เครื่องหมายกางเขน เป็นสัญลักษณ์ของการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของศาสนาคริสต์ เป็นการให้ศีลให้พร จะทำโดยการเคลื่อนมือเป็นรูปกากบาทในอากาศ ตามร่างกายของตัวเอง ด้วยมือข้างขวามักจะมาพร้อมด้วยการบรรยาย พูดหรือสวดมนต์ เป็นการสะท้อนรูปแบบของการเล่าเรื่องของผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ให้นึกถึงพระเยซูที่ถูกตรึงไม้กางเขน มีสองรูปแบบและถูกใช้เฉพาะในคริสตจักรภาคตะวันออกดั้งเดิมและพิธีกรรมทางทิศตะวันออกของโบสถ์คาทอลิกเท่านั้น  Fig sign / Dulya การมีเพศสัมพันธ์  เป็นท่าทางแสดงความลามกอนาจารอย่างอ่อนโยน ที่ใช้ในวัฒนธรรมตุรกีและสลาฟ และในบางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่ใช้นิ้วหัวแม่มือสอดเข้าไประหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง ตำแหน่งนิ้วเป็นตัวแทนของอวัยวะเพศชาย(นิ้วโป้ง)ที่กำลังสอดเข้าๆ ไปในช่องคลอด (ช่องระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง) ท่าทางนี้เป็นที่นิยมใช้มากที่สุดเพื่อปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน  Shocker สิ่งที่เลวทราม   สัญลักษณ์นี้เป็นที่รู้จักในนามว่า “two in the pink, one in the stink” เกี่ยวกับสองสิ่งที่ห่วยแตกหรือมีกลิ่นเหม็น เป็นท่าทางมือที่มีความหมายทางเพศ นิ้วนางและนิ้วหัวแม่มือจะขดหรืองอลงในขณะที่นิ้วอื่นๆ จะขยาย นิ้วโป่งกับนิ้วนางจะถูกเก็บอยู่ด้วยกัน และด้านหลังของมือที่ใบหน้าออกไปด้านนอก ท่าทางนี้หมายถึงการกระทำของการสอดใส่นิ้วกลางเข้าไปในช่องคลอดและนิ้วก้อยเข้าไปในทวารหนักของผู้หญิงจึง มีการห้ามประชาชนใช้สัญลักษณ์นี้ เพราะเป็นท่าทางที่เสื่อมและเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ซึ่งบางประเทศนั้นสัญลักษณ์นี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย Three-finger salute (Serbian) แสดงความยินดี เป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดี ซึ่งคาดว่าเริ่มมาจากชาวเซอร์เบีย เป็นการการชูนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ด้วยมือข้างใดข้างนึง ซึ่งสัญลักษณ์นี้ยังมีความหมายอื่นๆ ของการแสดงความยินดี และยังถูกใช้โดยฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของรัฐบาลเซอร์เบีย โดยนาย Srdjan Srećković รองนายกรัฐมนตรีของเซอร์เบียในช่วงเวลานั้นกล่าวในการสัมภาษณ์กับKurir สำนักข่าวของประเทศเซอร์เบีย ว่าสัญลักษณ์นี้ยังสามารถเป็นสัญลักษณ์แทนบุคคลสำคัญทั้งสามของเซอร์เบีย นั่นก็คือ Sveti Sava , Njegoš, และ Karađorđe ซึ่งในช่วงเวลาของสงครามยูโกสลาเวียสัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดีเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

Boys Over Flower รักฉบับใหม่ หัวใจ 4 ดวง [พากย์ไทย] ตอนที่15 อัพใหม่
Boys /  Over / 

จากการ์ตูนสุดฮิต สาวแกร่งแรงเกินร้อย (HANA YORI DANGO) ที่สร้างความประทับใจ ผู้อ่านจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ซีรีส์ทางโทรทัศน์ ทั้งในรูปแบบไต้หวัน และ ญี่ปุ่น ทำให้เกิดกระแสเอฟโฟร์ฟีเวอร์ ไปทั่วเอเชีย ล่าสุดสถานีโทรทัศน์ KBS นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในแบบฉบับเกาหลี ซึ่งยังคงกลิ่นอายของความโรแมนติกในแบบดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วนใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั้งในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และโดยเฉพาะในประเทศเกาหลี ซีรีส์เรื่องนี้จัดว่าเป็น 1 ใน 5 รายการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2009 ส่งผลให้ ลี มิน โฮ ผู้ รับบทนำในเรื่อง ได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ จากงานประกาศผลรางวัล 45th Paek Sang Arts Awards ร่วมด้วยนักร้อง-นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังมากมาย ได้แก่ คิม ฮยอง จุน หัวหน้าวง SS501 คิม จุน สมาชิกวง T- Max คิม บอม และ คู ฮเย ซอน ชินฮวากรุ๊ป เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศเกาหลี ดำเนินการด้านธุรกิจมากมาย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ โทรคมนาคม และหนึ่งในธุรกิจเหล่านั้นคือ โรงเรียนชินฮวา โรงเรียนแห่งแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี ผู้ที่เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าระบบการศึกษา โรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้สร้างให้คนธรรมดาทั่วไป แต่เป็นแหล่งรวมบรรดาลูกหลานนักธุรกิจและมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าของประเทศไว้ มากมาย และถ้าหากใครที่ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นการปูทางสำหรับอนาคตได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ชื่อเสียงของโรงเรียนชินฮวา โด่งดังไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 4 หนุ่มแก๊ง “ฟลาวเวอร์โฟร์” (F4) ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนชายที่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นๆ ประกอบไปด้วย กู จุนเพียว หัวหน้ากลุ่ม ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของกลุ่มธุรกิจชินฮวากรุ๊ป ยุน จีฮู หนุ่มมาดขรึมเจ้าเสน่ห์หลานชายอดีตประธานาธิบดี โซ อีจอง หนุ่มเพลย์บอยทายาทตระกูลศิลปินชื่อดัง และ ซอง ยูบิน ลูกชายกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพล สิ่งที่ทำให้ทุกคนเกรงกลัวแก๊งเอฟโฟร์ เนื่องจากพวกเขามักแสดงอำนาจด้วยการนำกระดาษแดงเขียนข้อความว่า “จาก เอฟโฟร์” หรือที่เรียกกันว่า “ใบแดง” ไปติดที่ตู้ล็อกเกอร์ของคนที่บังอาจต่อต้านพวกเขา หากใครได้ใบแดงจะถูกเพื่อนนักเรียนรุมกลั่นแกล้งจนต้องลาออกไปในที่สุด แต่ในบรรดานักเรียนสุดไฮโซของโรงเรียนชินฮวา ยังมี กึม จันดี เด็กสาวชาวบ้านธรรมดาที่ประกาศตัวเป็นปรปักษ์ต่อแก๊งเอฟโฟร์อย่างเต็มที่ เพราะเอือมระอาต่อพฤติกรรมของพวกเขา รวมถึงเบื่อหน่ายสภาพแวดล้อมสุดหรูที่แตกต่างจากชีวิตความเป็นอยู่ของเธอ อย่างสิ้นเชิง กึม จันดี เป็นเพียงเด็กที่มีฐานะยากจนแต่เป็นคนร่าเริงสดใส พ่อและแม่ประกอบอาชีพซักแห้งเสื้อผ้า ที่เธอสามารถเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้ เพราะเคยช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ทางโรงเรียนจึงมอบทุนการศึกษาให้เธอได้เข้ามาเรียนที่นี่ กึม จันดี เฝ้ามองเหล่าเด็กนักเรียนที่ถูกแก๊งเอฟโฟร์ทำร้าย เธอมักจะข่มความไม่พอใจของตัวเองด้วยการวิ่งขึ้นไปที่ดาดฟ้าของโรงเรียนแล้ว ร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจและความไร้สาระของระบบในโรงเรียนแห่งนี้อยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่า ยุน จีฮู เฝ้ามองเธออยู่ เพราะเขามักไปแอบงีบหลับอยู่ในบริเวณนั้นเป็นประจำ วันหนึ่งเพื่อนนักเรียนหญิงผู้โชคร้ายเกิดทำไอศกรีมหกใส่ กู จุนเพียว เมื่อเห็นเพื่อนกำลังจะถูกแก๊งเอฟโฟร์เล่นงาน กึม จันดี จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หลังจากนั้นเธอได้รับใบแดงจากแก๊งเอฟโฟร์ และถูกทุกคนในโรงเรียนกลั่นแกล้ง แต่กึม จันดี ยังยืนหยัดต่อสู้ พร้อมทั้งประกาศว่าไม่กลัวพวกเขาแม้แต่น้อย ในระหว่างนี้มี ยุน จีฮู เพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือ กึม จันดี รู้สึกประทับใจที่ ยุน จีฮู เป็นคนไม่โอ้อวด ต่างจากสมาชิกแก๊งเอฟโฟร์คนอื่นๆ ทำให้เธอกับเขาเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม กึม จันดี กลับกลายเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของ กู จุนเพียว แต่ด้วยความที่ต้องเผชิญหน้ากันหลายครั้ง กลับเป็นเหตุให้ กู จุนเพียว เริ่มรู้สึกมีใจให้กับ กึม จันดี อย่างไม่รู้ตัว เขาคิดว่าเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และเป็นหญิงสาวคนแรกที่สามารถต่อต้านอำนาจของแก๊งเอฟโฟร์ได้ กู จุนเพียว พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับ กึม จันดี โดยมีเหล่าสมาชิกเอฟโฟร์คอยเอาใจช่วย แต่ กึม จันดี กลับเริ่มมีใจให้ ยุน จีฮู ถึงแม้จะรู้ว่าเขามอบหัวใจให้หญิงอื่นไปแล้วก็ตาม ดูเหมือนว่ารักครั้งนี้ของเทพบุตรอย่าง กู จุนเพียว จะมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน เขาจะสามารถพิชิตใจสาวน้อยธรรมดาที่แสนจะน่ารักคนนี้ได้หรือไม่ ติดตามชมได้ใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS)

ความเชื่อโบราณวิธีเห็นผี ผีมีจริงไหม มาแชร์กัน
ความเชื่อ /  ความเชื่อเรื่องผี / 

คุณเชื่อเรื่องพวก ผี หรือวิญญาณบ้างไหมครับ เคยมีใครเคยเห็นแล้วบ้าง และใครบ้างที่เชื่อว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้มีอยู่จริง ผมคนหนึ่งที่ไม่เชื่อเพราะยังไม่เคยเจอ แต่ผมก็ไม่ลบหลู่นะครับ เคยมีคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยคอลเลจ ที่กรุงลอนดอน ได้พบในการศึกษาเรื่องนี้ว่า เมื่อคนเราตกอยู่ ในบริเวณที่ไม่ค่อยจะมีแสงสว่างนัก สมองอาจถูกหลอกให้เห็นโน่นเห็นนี่ ซึ่งไม่ได้มีอยู่จริงได้ สิ่งแวดล้อมในที่เราอยู่นับว่าสำคัญมาก บางทีมันอาจจะข่มหลักฐานตามที่ตาเราเห็นไปได้ และอาจจะทำให้เราทึกทักว่าเราเห็นมัน วันนี้ทาง  Horoscope.Mthai.com จึงอยากให้เพื่อนมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้กัน ว่ามีใครเคยเจอแล้วบ้าง หรือใครที่ยังไม่เคยเจอ พร้อมทั้ง ยังนำข้อมูลดีๆเกี่ยวกับความเชื่อในสมัยโบราณ ซึ่งบอกถึงวิธีการเห็น ผี มาฝากเพื่อนๆกันครับ ซึ่งใครจะลองนำวิธีดังกล่าวไปพิสูจน์กันก็ไม่ว่า แต่โปรดใช้วิจารณญาณในการศึกษาดีๆด้วยนะครับ 10 วิธีเห็น ผี แบบโบราณ อันดับที่ 10 ใส่เสื้อผ้าของคนตาย ใส่เสื้อผ้าของคนตายและกลั้นหายใจ ลองทำแบบนี้ที่วัด คุณจะเห็นเจ้าของเสื้อผ้าตัวจริงที่ตายไปแล้ว อันดับที่ 9 เล่น ผี ถ้วยแก้ว เตรียมผังกระดาษกับถ้วยแก้ว และลองเล่นผีถ้วยแก้ว เมื่อเล่นเสร็จ ตอนจะเชิญวิญญาณออกจากถ้วย กลับถ้วยแก้วให้อยู่ข้างบน คุณจะเห็น วิญญาณ ที่มาเล่นกับคุณ อันดับที่ 8 นอนในโลงศพ ถ้าอยากรู้ว่าชีวิตในโลกหน้าเป็นยังไง ลองนอนในโลงศพดูสิ อย่าลืมใส่เหรียญไว้ในปาก จะมีใครซักคนพาคุณไปทัวร์โลกหน้า อันดับที่ 7 ก้มมองทะลุหว่างขา เรา ทุกคนล้วนเกิดมาจากหว่างของมารดา ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบริเวณที่ติดต่อกันระหว่างโลกและโลกของ วิญญาณ ลองก้มหัวมองทะลุหว่างขาที่วัดจะทำให้คุณเห็น วิญญาณ ได้ อย่าดูนานเกินไปละ ไม่เช่นนั้นอาจจะได้ไปอยู่กับ วิญญาณ เหล่านั้น อันดับที่ 6 กางร่ม การกางร่มภายในอาคารตอนกลางคืนจะทำให้ ผี และ วิญญาณ ติดตามคุณ อันดับที่ 5 ดูเงาในกระจก เที่ยงคืน ปิดไฟทั้งหมด และจุดเทียน นั่งอยู่หน้ากระจกและใช้หวี หวีผม มองตัวเองในกระจกเงา สิ่งที่เห็นในกระจกอาจจะไม่ใช่ตัวคุณ อันดับที่ 4 ใช้ดินจากสุสานมาทาเปลือกตา เชื่อกันว่าดินที่ใช้ขุดหลุมฝังศพจะซึมซับ วิญญาณ และความตายเอาไว้ ยิ่งลึกลงไปก็ยิ่งซึมซับได้มากขึ้น เมื่อใช้ดินทาเปลือกตาจะทำให้เรามองเห็นว่า วิญญาณ กำลังทำอะไรกันอยู่ อันดับที่ 3 เล่นซ่อนหา เล่นซ่อนหาตอนกลางคืนเป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้คุณเจอ ผี ผี จะทำให้คนที่ซ่อนอยู่ไม่มีใครเห็น ส่วนคนที่กำลังหาก็จะหาไม่พบ และคนที่ซ่อนก็จะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าตัวเอง ผี จะลวงตาทำให้ไม่เห็นคนที่พยายามหาเค้าอยู่ วิธีแก้คือ ต้องให้แมวดำวิ่งผ่าน ถ้าไม่มีแมวดำ คุณจะไม่เห็นสิ่งใดๆอีกตลอดกาลจนตาย เพราะมีความเชื่อว่า ผี ต้องการใครไปอยู่ด้วย อันดับที่ 2 เรียก ผี มาทานอาหาร ผี ตายโหง หรือ คนที่ตายแบบฉับพลันจากอุบัติเหตุ จะยังไม่สามารถรับสภาพความตายนั้นได้ วิญญาณ เหล่านั้นยังคงเชื่อว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่และทำสิ่งต่างๆเสมือนคนปกติ ลองวางอาหารไว้ในที่ที่เกิดอุบัติเหตุ หรือ ทางสามแพร่ง(เชื่อกันว่าเป็นทาง ผี ผ่าน) เคาะช้อนหรือส้อม เสียงเคาะจะทำให้ผีคิดว่าถึงเวลามาทานอาหาร สิ่งที่จะเห็นคืออาหารจะค่อยๆหายไป อันดับที่ 1 ใช้น้ำตาของสุนัขดำมาป้ายเปลือกตา สุนัขดำเป็นสัญลักษณ์ของโชคร้ายและสัตว์ที่เชื่อว่ามองเห็นสิ่งลี้ลับได้ ลองใช้น้ำตาของสุนัขดำทาเปลือกตา มีความเชื่อกันว่าถ้าลืมตาขึ้น จะทำให้เราสามารถมองเห็นสิ่งลี้ลับจากโลกอื่นได้ อีกหนึ่งความเชื่อโบราณ 1. ไปกินข้าวตรงที่ที่มีคนพึ่งจะตายไปไม่เกิน 3 วัน อันนี้ต้องเป็นตอนกลางคืนแล้วอ่ะ ลองเลย 50% มีคนเคยเห็น 2. ขโมยของ รึเอาของคนที่ตายแล้วมาใช้ เน้น ต้องเป็นของใช้ที่ผู้ตายรัก และห่วงมากที่สุด 80% มีคนเคยเห็น ( แล้วมานต้องเอาของไปคืนเค้าด้วย ) 3. จับแมวดำโยนข้ามศพคนตาย 30% ใครเคยเห็น 4. นอนในโลงศพ แบบเดียวกับศพ โดยมัดตราสังด้วย แต่ห้ามทำพิธี นอนสักพักนึงค่อยลุกออกมาจากโลงศพแล้วคุณจะพบกับสิ่ง ที่คุณต้องการ 80% มีคนเคยเห็น ( วิธีนี้ถ้าลองแล้วเจอ วิธีการคือการให้พระทำพิธีบังสกุลให้เรา ถ้าเป็นพระที่ปฏิบัติธรรมมาดีจะสับสนว่าเราเป็น คนรึ ผี แต่เราก็ต้องขอร้องให้ท่านทำให้ ยิ่งเป็นพวกจิตอ่อนยิ่งหลอน ) 5. เล่นซ่อนหาในป่าช้า ตอนกลางคืน 20% มีคนเคยเห็น 6. ไปลองของตามสถานที่ต่างๆ ที่มีประวัติน่ากลัวๆ 20% มีคนเคยเห็น 7. นอนขวางประตู รึ นอนตรงกับคานบ้าน(บ้านไม้แบบที่มีคาน) 50% มีคนเคยเห็น 8. ตอนที่กำลังเผาศพ เอาไม้กวาดพื้นกวาดรอบเมรุ 3 รอบ แล้วหักเศษไม้กวาดมา1ก้านเอามาเหน็บไว้ที่หูข้างซ้าย เอาน้ำมะพร้าวที่ล้างหน้าศพ มาป้ายตาทั้ง 2 ข้าง ก้มลงมองลอกหว่างขาในเงาของเมรุ ( กรณีที่เห็นท่านยมฯ ให้รีบวิ่งไปหลบใต้เงาโบสถ์ ถ้าไม่ทัน รึ รู้สึกว่าท่านยมฯ ตามอยู่ตลอดเวลา รึเห็นท่านยมฯ บ่อยเกินเห็น ให้พระทำพิธีบังสุกุลให้ *ท่านอาจจะรอดนะ ) จากนั้นก็จะเห็นวิญญาณของคนที่ตายไป รวมทั้งของคนอื่นด้วย % มีคนเคยเห็น (ไม่มีคนกล้าลอง)  9. ฉี่ใส่ ถ่มน้ำลายใส่ ทำลาย เผาไฟ ศาลเจ้าที่ ทั้งที่ร้างแล้ว รึ ยังไม่ร้างก็ได้ 80 % มีคนเคยเห็น 10. นำเศษบาตรพระที่แตกมารวมกับ ตะปูที่ตอกฝาโล่งศพ ฟันของศพที่ถูกเผาแล้ว มาห่อไว้ในผ้าสีดำ ว่างไว้ตรงกลางสำหรับข้าว หรือโต๊ะกินข้าว จุดธูป 1 ดอก แล้วจะเจอ ผี มากินข้าว  98 % มีคนเคยเห็น ขอบคุณข้อมูลจาก ghostwiki.blogspot.com ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท

ละครพรายพยากรณ์ , เรื่องย่อพรายพยากรณ์
ปู ไปรยา /  ออย ธนา / 

เรื่องย่อ "พรายพยากรณ์" บทประพันธ์ : รอมแพงบทโทรทัศน์ ปณธี-อรุณแก้ว พิณชนิดา หมอดูสาวอารมณ์ดีวัยยี่สิบห้า ถูก ธีร์ คนรักที่คบกันมานาน 8 ปี นอกใจไปคบกับ ฟ้ารุ่ง เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ทำให้พิณเริ่มหวั่นใจว่าอนาคตของเธอมีหวังจะขึ้นคาน จึงเปิดไพ่ยิปซีดูดวงประจำปีของตัวเองแล้วพบว่าตัวเองกำลังพบเนื้อคู่ แต่เขากำลังมีเคราะห์หนัก และถ้าเธอไม่รีบเข้าไปช่วยเหลือเห็นทีว่าต้องขึ้นคานเป็นแน่ แล้วเธอก็ได้พบ ภูมินทร์ ชายหนุ่มรูปที่สะบักสะบอมจากการถูกทำร้ายจากกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคน พิณช่วยไว้ได้อย่างเฉียดฉิว และ รีบพาภูมินทร์ส่งโรงพยาบาล ในสภาพที่หมดสติ 3 วันผ่านไปภูมินทร์ฟื้นขึ้นมาในสภาพความจำเสื่อม...!!! เธอจึงตัดสินใจพาเขากลับมารักษาตัวที่คอนโดที่เธออาศัยอยู่ พร้อมกับตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “โชคดี” แม้จะกลายสภาพเป็นคนความจำเสื่อม แต่ภูมินทร์ก็ยังคงความเรื่องมาก ถือตัว เอาแต่ใจ จนทำให้พิณปวดหัว และ สงสัยว่าชายคนนี้เป็นใครกันแน่ ภูมินทร์จำต้องอาศัยเก็บตัวอยู่ร่วมห้องกับ พิณชนิดา และ ตุ๊กแกอย่างๆ “ปิ่นเพชร” ด้วยความหวาดระแวง และแปลกใจในพฤติกรรมที่พิณคุยกับตุ๊กแก ยิ่งรู้ว่า ปิ่นเพชรเป็นตุ๊กแกที่คนทั้งตึกยำเกรง เขายิ่งลำบากใจ เพราะขนาด ขวัญทิพย์ กับ แพนเค้ก สามีภรรยาเจ้าของตึก ที่กลัวถึงขนาดลดค่าส่วนกลางให้ เพื่อให้ พิณดูแลตุ๊กแก ปิ่นเพชร ไม่ให้ออกมาทำให้ผู้อาศัยในตึกกลัว แต่ให้ ภูมินทร์รู้สึกกลัวแค่ไหน ก็หมดหนทางที่จะไป ชายหนุ่มจึงยอมหลบซ่อนตัวอยู่ที่คอนโดกับหญิงสาวที่อ้างว่าเธอเป็นเนื้อคู่ของเขาไปก่อน และนั่นก็ทำให้มี “ใครบางคน” ไม่พอใจมาก ! ใครบางคนที่ว่านั้นก็คือ เหล่าวิญญาณบรรพบุรุษประกอบด้วย ปราชญ์ กานต์กมล พัณทิพา พ่อ, แม่, และป้าของพวกเธอที่ยังเป็นห่วงลูกหลานจึงไม่ยอมไปผุดไปเกิด ทั้ง 3 คนไปรบเร้าให้ ภิชาสินี ไปห้ามพี่สาว ทำเอาภิชาสินี ไม่มีสมาธิทำข้อสอบเลยจึงเผลอร้องห้ามก๊วนวิญญาณออกมากลางห้องสอบ แต่ไม่มีใครแปลกใจกับท่าทางแปลกประหลาดของภิชาสินี เพราะต่างคุ้นเคยกับอาการพูดคนเดียวของเธอ และทุกคนก็คิดไปว่าเธอเพี้ยน หากความเป็นจริงแล้ว ภิชาสินีมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นวิญญาณตามที่ต่างๆ บ้างก็มาขอความช่วยเหลือจากเธอ ซึ่งความสามารถนี้เกิดหลังจากอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตพ่อแม่เช่นเดียวกับที่พี่สาวของเธอมีความสามารถในการดูดวงจนยึดเป็นอาชีพอยู่ในทุกวันนี้ ต่างจากภิชาสินีที่ไม่เคยบอกความสามารถนี้ให้ใครรู้เพราะไม่อยากถูกพาไปพิสูจน์ผี รวมทั้งพี่สาวของเธอ ภิชาสินีไม่พอใจที่พี่สาวพาผู้ชายมาอยู่ด้วย แต่พิณชนิดาขอร้องไว้ เพราะนายโชคดีความจำเสื่อม พิณชนิดามาไม้นี้ ภิก็เถียงไม่ออก แค่วันแรกที่ภูมินทร์อยู่ที่นี่ มีเรื่องให้ปวดหัวตลอด เพราะนอกจาก ภิชาสินี ที่ต่อต้าน แต่ยังมี หนึ่ง หนุ่มน้อยที่ปลื้มพิณชนิดาอย่างหนัก พยายามหาทางแกล้งเพื่อให้ภูมินทร์ทนไม่ไหว แต่น่าแปลกที่คืนนั้น เขากลับหลับสนิท เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยข่มตาหลับได้เลย วันรุ่งขึ้น 2 พี่น้องต้องพบกับความเรื่องมากของนายโชคดี จนพิณชนิดาต้องพาไปหาซื้อเสื้อผ้า เป็นเหตุให้ ภิชาสินี มีโอกาสจุดธูปไหว้ตรงระเบียง เป็นเหตุให้ นายตำรวจหนุ่มไฟแรง อรรถพร ตกใจคิดว่าไฟไหม้ตึก รีบมาเคาะประตูห้อง แต่ถูกภิชาสินีปิดประตูใส่ หลังจากนั้นทำให้ อรรถพร เริ่มสงสัยในตัว ภิ เพราะเข้าข่ายผู้ต้องสงสัย เป็นเหตุให้ต้องติดตามดูพฤติกรรมของผู้หญิงคนนี้ หลังจากภูมินทร์หายไป ก้องภพ ก็รีบไปปรึกษา กับ สัญชัย เพื่อให้ตำรวจช่วยตามหา แต่สัญชัย ไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่าหุ้นบริษัทจะตก การหายตัวของภูมินทร์ ทำให้คนรอบข้าง อย่าง เปรมสุดา และ แม่นวลจันทร์ วิตกกังวล เพราะปกติเวลาจะไปไหนเขาจะต้องบอก แต่ครั้งนี้เงียบหายไปเฉยๆ ท่าทางจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล ส่วนคนที่ดูจะเดือดร้อนสุดน่าจะเป็น ปณิตา แม่ของเปรมสุดา ที่จะยอมให้ว่าที่ลูกเขยอย่างภูมินทร์เป็นอะไรไม่ได้ เพราะเขาคือบ่อเงินบ่อทอง เปรมสุดาจึงหวังพึ่งหมอดูดังๆ อย่าง “หมอพิณ พูดเลย...!!” แต่ก็ต้องคลาดกัน ในที่สุด สิรวิทย์ เพื่อนสนิทของภูมินทร์แนะนำให้ก้องภพ รีบแจ้งความตามหาในหนังสือพิมพ์ พิณชนิดาจึงติดต่อกลับไปให้ญาติมารับ แต่กลับเป็นคนร้าย เธอจึงต้องพาเขาหนีอีกครั้ง โชคดีที่ครั้งนี้ อรรถพร มาช่วยเอาไว้ และพาภูมินทร์ไปส่งโรงพยาบาล ภูมินทร์ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความจำที่กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม อีกทั้งยังร้ายกาจดูถูกว่า พิณ ดูแลเขาเพราะต้องการคนรวยๆ อย่างเขาเป็นสามี ทำให้ทั้งคู่แตกหัก แบบไม่ต้องเจอหน้ากันอีกเลย...!!แต่หลังจากที่ภูมินทร์กลับมานอนที่บ้าน โรคนอนไม่หลับกลับมาเป็นเหมือนเดิม ภูมินทร์คิดว่าน่าจะเป็นเพราะโซฟาของพิณชนิดาที่ทำให้เขาหลับสนิท จึงโทรไปขอซื้อ พิณชนิดายอมขายเพื่อปัดความรำคาญแต่ก็ไม่ได้ผล ภูมินทร์จึงคิดว่าน่าจะเป็นเพราะห้องนั้น เขาจึงติดต่อขอซื้ออพาร์เม้นท์กับขวัญทิพย์ ในราคา 100 ล้าน ขวัญทิพย์ยอมขายและเร่งให้ทุกคนย้ายออก เป็นเหตุให้ ตุ๊กแกปิ่นเพชร ไปหลอกขวัญทิพย์ทั้งคืน จนปลี่ยนใจไม่ขาย..เพราะกลัวตุ๊กแกกินตับ...!! ความวุ่นวายในอพาร์ทเม้นท์ยังมีขึ้นอีกครั้ง เมื่ออยู่ๆ มีคนเสียชีวิตในนั้น เป็นเหตุให้ ภิชาสินีถูกผีสาวตามหลอกหลอนเพื่อให้ไปช่วยหาศพ เป็นเหตุให้อรรถพรเห็นความผิดปกติในตัวของภิอย่างชัดเจน จนภิทนไม่ไหว บอกเรื่องที่เธอเห็นวิญญาณ และ พาอรรถพรไปตึกร้าง จนเจอศพจริงๆ อรรถพรเริ่มสงสัยมากขึ้น เพราะคิดเลยเถิดไปว่า ภิมีส่วนรู้เห็นกับการตายของหญิงสาวคนนี้ การไปรู้เห็นและพบศพทำให้ภิถูกสะกดรอยตามจากกลุ่มฆาตกร โชคดีที่อรรถพรมาช่วยไว้ทัน แต่ก็ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ ตุ๊กแกปิ่นเพชรจึงสั่งให้ลูกสมุนมาช่วยเหลือทั้ง 2 คน ฝูงตุ๊กแกนับพันตัวจึงออกมาจัดการฆาตกรเอาไว้ทำ ทำให้อรรถพรเชื่อว่า ภิชาสินี เห็นผีจริงๆ ...!! ส่วนทางด้าน ภูมินทร์ และ พิณ ความเข้าใจผิดของทั้ง 2 คนเกิดขึ้นอีกครั้ง จนทำให้พิณแค้น กลับไปเปิดไพ่เช็คดวงให้ภูมินทร์ปรากฏว่าไพ่เตือนเรื่องภูมินทร์จะถูกตามฆ่า พิณสองจิตสองใจว่าจะปล่อยตามดวงหรือช่วยไว้ดี และในที่สุดก็ปลอมตัวไปช่วยภูมินทร์ ซึ่งครั้งนี้มีวิญญาณ พ่อ แม่ และ ป้า ตามไปช่วยด้วย แม้ปากจะบอกว่าเกลียดภูมินทร์ แต่ลึกๆ ในใจของพิณกลับเป็นห่วงผู้ชายคนนี้มาก ถึงขนาดยอมทุ่มเทปลอมตัวไปช่วยเหลือหลายครั้ง และก็ถูกต่อว่าดูถูกทุกครั้ง พิณยืนยันว่าเธอไม่ได้เป็นหมอเดา มีคนคิดร้ายกับเขาจริงๆ ภูมินทร์จึงให้พิสูจน์ โดยให้ พิณหาของสำคัญของเขาให้ได้ภายใน 3 วัน ถ้าทำได้จริง เขาจะเชื่อเธอ..ความเป็นความตาย กำลังวิ่งไล่ล่าชีวิตภูมินทร์อยู่ พิณชนิดา ต้องลบคำครหาเรื่องหมอดู หรือหมอเดา ของเธอให้ได้ การพิสูจน์ตัวเองด้วยการกหาของสำคัญที่เขาต้องการ ความลึกลับซับซ้อน ความรักที่ชะตาฟ้ากำหนดเนื้อคู่ ที่ดูเมือน คู่กัด จะลงเอยกันอย่างไร ท่ามกลางความห่วงใยของวิญญาณญาติผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมไปเกิดซักที ติดตามชมความสนุกครบรสได้ ในละครผลงานใหม่แห่งค่าย “ดูมันดี” ในเรื่อง “พรายพยากรณ์” รายชื่อนักแสดง ไปรยา สวนดอกไม้ รับบทเป็น พิณชนิดาธนา สุทธิกมล รับบทเป็น ภูมินทร์ ทัศนียา การสมนุช รับบทเป็น ภิชาสินี โตนนท์ วงบุญ รับบทเป็น ร.ต.ท.อรรถพร ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร รับบทเป็น เปรมสุดานันทศัย พิศลยบุตร รับบทเป็น สิรวิทย์ เชื้อชาติ วงษ์สวัสดิ์ รับบทเป็น ก้องภพภรัณยู โรจนวุฒิธรรม รับบทเป็น แสงโชติ ธีร์ วณิชนันทธาดา รับบทเป็น เอกอธิชนัน ศรีเสวก รับบทเป็น ฟ้ารุ่ง

ละครสายลับสามมิติ , เรื่องย่อสายลับสามมิติ
สายลับสามมิติ /  ละคร สายลับสามมิติ / 

สายลับสามมิติ บทประพันธ์ : สีชาติบทโทรทัศน์ : เบญจมาส, ฝนพรำ, วรรณพร, ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส กำกับการแสดง : ตระกูล อรุณสวัสดิ์วันเวลาออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 เชน (ณัฐวุฒิ สกิดใจ) ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็ก ๆ เชนฮีโร่ของเด็กกับลินดา( อมราภัสร์ จุลกะเศียน ) คู่หูสวยสุดเซ็กซี่ช่วยกันจัดการมิสเตอร์โอเค (เดวิด อัศวนนท์) และสมุนจนราบคาบ ตังตัง(ชาร์เลท วาศิตา แฮเมเนา) นั่งดูหนังเรื่องสายลับเจ้าเสน่ห์หนังยุคขาวดำเรื่องโปรดของคุณปู่อย่างมีความสุข วันปิดภาคเรียนมาถึงตังตังนั่งรอตฤณ(ปีเตอร์ เดนแมน)น้าชายมารับกลับบ้านแต่ไร้วี่แวว ตังตังกลับเอง ตฤณวิ่งตามมาทันบนรถไฟฟ้า แต่พานั่งเลยไปเจอร้านของเก่า ตังตังเห็นแว่นสามมิติหน้าตาประหลาด หยิบมาจะใส่ ลุงเจิด (สมชาย ศักดิ์กุล ) เจ้าของร้านบอกว่าเมื่อสวมแว่นนี้จะทะลุผ่านเข้าไปในหนังได้ แต่อันนี้มีคนสั่งเอาไว้แล้ว จู่ ๆ ดร.อาทิตย์ (ธนากร โปษยานนท์) นักจิตวิทยาคนดังพร้อมสมุนซ้ายขวา นารีนารี(รมิดา ประภาสโนบล) อินทุ (เล้ง ราชนิกร ) จู่โจมเข้ามาในร้าน ตฤณรีบพาตังตังหลบออกไปก่อน ตกใจตังตังวิ่งออกมาทั้งที่แว่นอยู่บนหัว วันเกิดเจนจิรา( มารีน่า บาเลนซิเอก้า) คนรักตฤนเอาดอกไม้ไปให้เจนทั้งที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ค่อยดีเท่าไร ตังตังนั่งดูวีดีโอสายลับเจ้าเสน่ห์เรื่องโปรด นึกสนุกหยิบเอาแว่นมาใส่ ตังตังหลุดเข้าไปในหนังเจอเชนกำลังถูกมัดติดกับระเบิดเวลา แต่เชนมั่นใจว่าลินดาคู่หูสาวทรงเสน่ห์ต้องมาช่วยทัน แต่ผิดคาดกลายเป็นตังตังโผล่มาแทน ตังตังเข้าไปช่วยเชนระเบิดทำงานตู๊ม...!! เชนหลุดออกมาจากจอทีวี ตังตังตกใจเชนมาโผล่ที่บ้านตังตัง แต่ตัวเป็นขาว-ดำ เชนกลับไม่ได้ตังตังทำ แว่นพัง เจนแวะมาเก็บของที่บ้านตฤนและบอกเลิกตฤณ บารมี( วริษฐ์ ทิพย์โกมุท )คอยเทคแคร์ดูแล ตฤณช้ำใจ เชนเป็นห่วงลินดา ขอให้ตฤณกับตังตังพากลับไปที่ร้านของเก่าอีกครั้งแต่พบว่าร้านปิดกิจการ อาทิตย์จัดการแสดงโชว์มายากล เจนนัดตฤณไปปิดบัญชีที่ธนาคารพอดี ตกใจธนาคารกำลังถูกปล้น ทุกคนตกเป็นตัวประกัน เชนฮีโร่สู้กับโจรและช่วยทุกคนได้ปลอดภัย หมวดปวัน (พิจักขณา วงศารัตนศิลป์)และจ่าเจี๊ยบ (ฝันเด่น จรรยาธนากร ) รอคำสั่งอยู่ข้างนอกทนไม่ไหว ขัดคำสั่งผู้การธงธิว (เกริก ซิลเลอร์) บุกเข้าไปจัดการผู้ร้าย ทุกคนพาเชนหนีไป หมวดปวันมัวแต่จัดการกับโจเลยไม่รู้ว่าฮีโร่ชายตัวขาว-ดำคือใคร ปวันได้รับคำสั่งจากผู้การให้หาเบาะแสของชายชุดขาวดำและห้ามยุ่งกับคดีปล้นธนาคารอีก เจนจิราจะพาเชนออกทีวี แต่พอรู้ว่าเชนหลุดมาจากในหนังเปลี่ยนใจ กลับช่วยเหลือเชนด้วยการพาเชนไปเปลี่ยนสีผิวที่บารมีคลีนิกของบารมี ตฤณเอาแว่นไปให้ วิศวะ (ภัทร ฉัตรบริรักษ์) ซ่อมแต่ซ่อมไม่ได้ เชนพบสัจธรรมในโลกความจริงว่าในปัจจุบันว่า ผู้คนพูดจากลับกลอก ไม่มีสัจจะ ไม่มีศักดิ์ศรี ตรงข้ามกับความเป็นพระเอกในยุคอดีต ที่ยึดมั่นในความดีและรักษาความถูกต้องเยี่ยงชีวิต ปวันปลอมตัวเป็นปลายฟ้า (พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ )มาสืบเรื่องตฤณที่บ้านเช่าของทิวา (ปรารถนา สัชชุกร) ราตรี (ปาริฉัตร ไพรหิรัญ ) โลกปัจจุบันเชนไม่เก่งเหมือนในหนังอดนอนมาหลายวันเชนหมดสติ ปรายฟ้าพาขึ้นห้อง เชนตื่นมาตกใจที่นอนถอดเสื้ออยู่ในห้องของปลายฟ้า เชนคิดว่าข่มแหงน้ำใจปลายฟ้าจึงขอปลายฟ้าวิศวะไปหาเบาะแสที่ร้านของเก่า เจอลุงเจิดกำลังหนีจากการตามล่าของนารีกับอินทุ เชนพาลุงเจิดหนีมาเจอปวันปลอมตัวเป็นชายชุดำขี่บิ๊กไบท์สะกดรอยตาม ปวันจับลุงเจิดมาที่สถานีตำรวเชนตามมาช่วยลุงเจิดหนีไปหาวิศวะ ปวันเริ่มมั่นใจว่าชายฮีโร่ขาว-ดำคือเชน เชนเป็นห่วงลินดาพยายามจะกลับไปในหนังแต่ทำไม่ได้ เชนตัดสินใจที่จะอยู่ในโลกปัจจุบันเพื่อช่วยเหลือทุกคนและดูแลปลายฟ้า ปลายฟ้าพยายามล้วงความลับว่าเชนเป็นใครมากจากไหนแต่ไม่สำเร็จเพราะเชนไม่รู้ ดร.อาทิตย์จัดแสดงโชว์มายากลครั้งใหญ่อลังการเป้าหมายคือปล้นเพชร เจนโดนดร.อาทิตย์สะกดจิตให้บอกที่ซ่อนแว่น เชนกับปวันรู้ทันตามมา แต่เชนพลาดถูกอาทิตย์สะกดจิตจับไปขังเชนไว้ในกล่องคริสตัล ปวันตามไปช่วยเชนหลุดจากการถูกสะกดจิตทั้งคู่หนีรอดหวุดหวิด ดร.อาทิตย์จับตัวทุกคนไปสะกดจิตเค้นหาความลับเรื่องแว่น เชนฝ่าอันตรายตามมาช่วยไว้ได้ทัน ดร.อาทิตย์ดูหนังและเห็นเชนหายไปจากจอ ดร.อาทิตย์สั่งให้สมุนจัดการเชน เชนรู้ตัวจึงหนีไปห้องลับของวิศวะ ลุงเจิดสร้างแว่นสามมิติอันใหม่สำเร็จ ปวันแอบสะกดรอยตามมาแต่ปวันยังไม่เชื่อว่าเชนหลุดออกมาจากจอทีวี วิศวะกับลุงเจิดพิสูจน์ด้วยการสวมแว่นสามมิติและหลุดเข้าไปในหนังต่อหน้าต่อตาปวัน ตฤณถูกบก.ไล่ออกเพราะวาดการ์ตูนล้อเลียนบารมี บารมียั่วโมโหตฤณตฤณทนไม่ไหวต่อยบารมีคว่ำ เชนทึ่งในตัวตฤนที่เริ่มมีเลือดนักสู้ตังตังหนีออกจากบ้านเชนเตือนสติตฤณให้ปรับความเข้าใจกัน เชน ปวัน วิศวะ ลุงเจิด จ่าเจี๊ยบวางแผนเพื่อไปจัดการดร.อาทิตย์ แต่พลาดลุงเจิดถูกจับตัวไปได้ งานโชว์ Diamond Day ที่เดอะซันฮอลล์ เชนกับปวันปลอมตัวเป็นคู่รักไฮโซเข้าร่วมงานอาทิตย์ใช้มายากลสลับเพชรของจริงกับของปลอม ปวันรู้ทันตะโกนเปิดโปง ดร.อาทิตย์ถูกกระชากหน้ากากว่าแหกตาผู้ชม ดร.อาทิตย์หนีไปปวันตามล่า แต่พลาดโดนดร.อาทิตย์จับเป็นตัวประกันแทน เชนมาช่วยปวันแต่ตัวเองกลับโดนยาพิษของดร.อาทิตย์และถูกแทงสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ลุงเจิดกับ วิศวะดักปล้นรถพยาบาล ตฤนอาสาพาเชนกลับไปในหนังเพื่อช่วยชีวิตเชน ในหนังเชนหายเป็นหลิดทิ้ง เชนพาตฤนมาที่คลังอาวุธของเชน ตฤณได้เป็นผู้ช่วยเชนทั้งคู่บุกไปที่คฤหาสน์ของมิสเตอร์โอเคเพื่อช่วยลินดา และเด็กได้สำเร็จ ตฤณได้รับบาดเจ็บ เชนคิดถึงปวันลินดาแอบหวั่นไหวและอยากรู้ว่าปวันคือใคร ดร.อาทิตย์สวมแว่นสามมิติไปในหนังเรียกมิสเตอร์โอเคและสะกดจิตลินดาให้เชื่อฟังและพาออกมาจากในหนัง ลินดากับมิสเตอร์โอเคปล้นรถขนทอง ตฤนกลับมาอาทิตย์จับตฤณ ตังตัง วิศวะ ลุงเจิด มาขังไว้ ตฤณและตังตังหนีออกมาได้ อาทิตย์สะกดจิตให้เจนหมางเมินต่อตฤณ ตฤณย้อนกลับไปช่วยตังตัง วิศวะและลุงเจิดแต่วิศวะกับลุงเจิดไม่รอดถูกสมุนของอาทิตย์จับตัวได้ ดร.อาทิตย์และมิสเตอร์โอเคชอบปืนของลุงเจิดและวิศวะมาก ลุงเจิดตกลงที่จะผลิตปืนให้ดร.อาทิตย์ ลุงเจิดซ้อนแผนจัดการดร.อาทิตย์ โดยขโมยแว่นสามมิติหนีไป ปวันอาสาไปตามเชนในหนัง เชนคิดว่าตัวเองฝันไปที่ได้พบกับปวันอีกครั้ง ดึงปวันมาจูบปวันสวนหมัดกลับไปเชนเห็นดาวรู้ว่านี่คือความจริง ปวันทำแว่นหายจึงออกตามหา ตกหนักปวันทั้งคู่หนีไปหลบในกระท่อม ตฤณพยายามช่วยเจนจากการสะกดจิตแต่ไม่ได้ผล เจนเพ้อเรียกแต่บารมี ดร.อาทิตย์นัดพ่อค้าอาวุธสงครามมาดูการทดสอบปืนซุปเปอร์ซัน แต่คนประดิษฐ์คือลุงเจิดหนีไปแล้วมิสเตอร์โอเครับอาสาทำเอง เชน ปวัน ตฤณ ลุงเจิดและวิศวะปลอมตัวเป็นพยัคฆ์ร้าย5แผ่นดิน แฝงเข้าไปในงานเพื่อขัดขวางการแสดงแสนยานุภาพของปืนซุปเปอร์ซัน จนเกิดการต่อสู้กัน เชนให้ทุกคนหนีไปก่อนเชนจะคุยกับลินดา ลินดาถูกสะกดจิตยิงเชนปางตาย อาทิตย์ส่งลินดาเข้าแฝงตัวในบ้านเช่าตฤณ และส่งมิสเตอร์โอเคและสมุนมาจัดการเชนและทุกคนที่บ้าน ทิวา ราตรี จ่าเจี๊ยบ ไปขอความช่วยเหลือจากจันทร์เจ้า (นก-ศิขรินธาร พลายเถื่อน) จันทร์เจ้าให้ไปพักที่บ้านพักตากอากาศริมทะเล ปวันไม่ไว้ใจลินดา พยายามจะพิสูจน์ให้เชนเห็น แต่เชนไม่เชื่อว่าลินดาจะทำร้ายเชน ลินดาส่งความเคลื่อนไหวของทุกคนให้ดร.อาทิตย์ ดร.อาทิตย์ส่งไซล่าจากในหนังมาจัดการทุกคน ปวันปลอมตัวเป็นปลายฟ้าสารภาพว่าไม่ได้รักเชน ลินดาสะกดรอยตามเชนมา ปรายฟ้าแกล้งทำร้ายเชน ลินดาเผยธาตุแท้ออกมาว่าปรายฟ้ากับลินดาเป็นพวกเดียวกัน ที่จะกำจัดเจน ปรายฟ้าสารภาพนี่คือแผน ลินดาหนีไป เจนอ่านสมุดบันทึกทำให้หลุดจากการสะกดจิต เจนกลับไปกับบารมีแต่แกล้งทำว่ายังถูกสะกดจิต ดร.อาทิตย์ส่งไซล่าร์บุกมาถล่มเชน เชนถูกไซล่าร์แทงทุกคนคิดว่าเชนตายไปแล้ว มิสเตอร์โอเคช่วยเหลือเชน เชนแกล้งเจ็บ ไซล่าทำร้ายดร.อาทิตย์กับลินดา เชนตามหาแว่นสามมิติจนเจอ ลินดาคลายจากการสะกดจิต จำใครไม่ได้ ธงธิวจับตัวดร.อาทิตย์มาตรวจคลื่นสมอง ตฤณขอให้เจนให้โอกาสเจนมาเริ่มต้นกันใหม่ บารมีไม่ยอมเจนเลือกตฤณ เชนรู้ความจริงว่าปลายฟ้ากับปวันคือคนเดียวกัน เชน ปวัน มิสเตอร์โอเค และธงทิวซ้อนแผนหลอกให้ดร.อาทิตย์ใช้พลังจิตแล้วเข้าจับกุม ธงธิวหักหลังจับตัวเชนลินดามิสเตอร์โอเค ขังคุกรับความดีความชอบคนเดียว ปวันมาปล่อยทุกคนแต่ไม่มีใครฟัง เชนตัดสินใจกลับในโลกแห่งหนังขาวดำ ปวันจะทำอย่างไรเมื่อหลงรักฮีโร่ขาวดำเข้าเต็มเปาซะแล้ว จะตามไปในหนังหรือจะเอาเชนออกมาอยู่ในโลกแห่งความจริงตลอดไป รายชื่อนักแสดงณัฐวุฒิ สกิดใจ (ป๋อ) รับบทเป็น เชน พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ (น้ำตาล) รับบทเป็น ปวัน/ปรายฟ้าปีเตอร์ เดนแมน (ปีเตอร์) รับบทเป็น ตฤน มารีน่า บาเลนซิเอก้า (มารีน่า) รับบทเป็น เจนจิรา วาศิตา แฮเมเนา (ชาร์เลท) รับบทเป็น ตังตัง ธนากร โปษยานนท์ ( อู๋) รับบทเป็น ดร.อาทิตย์เดวิด อัศวนนท์ (เดวิด) รับบทเป็น มิสเตอร์โอเค อัมราภัสร์ จุลกะเศียน (มิ้ม) รับบทเป็น ลินดา ปรารถนา สัชฌุกร (กล้วย) รับบทเป็น ทิวา ปาริฉัตร ไพรหิรัญ (ก้อย) รับบทเป็น ราตรี

ละครสามใบไม่เถา , เรื่องย่อสามใบไม่เถา
สมาร์ท กฤษฏา /  พรีม รณิดา / 

เรื่องย่อละคร “สามใบไม่เถา” บทประพันธ์ : อาริตาบทโทรทัศน์ : ชลนภัสส์/ตุณย์กำกับการแสดง : ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติวันเวลาออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องรักของสามสาวในครอบครัวคุณพ่อจอมหวง.. หนึ่ง.. คือรักมั่นคงของลูกสาวคนโต ที่พร้อมจะท้าทายกฏเหล็ก อีกหนึ่ง.. คือรักสุดห้าวลูกสาวคนกลาง ที่รู้แจ้งเรื่องผู้ชายจนยากจะหาใครดีพร้อมสำหรับตัวเอง และอีกหนึ่ง.. คือรักซ่อนรูปของน้องสาวคนสุดท้องอันยากจะหักห้าม กว่าจะได้มาซึ่งความรักที่มีอุปสรรคคือคุณพ่อขี้หวง พวกเธอยังต้องเอาชนะทั้งหัวใจตัวเองและคนที่เธอรัก ที่นำมาซึ่งรสชาติหลากหลายของสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อัษฎา มีลูกสาว 3 คน.. สวยล้ำทุกคน ผู้เป็นพ่อหวงลูกสาวเรียกว่าจงอางหวงไข่ยังน้อยไป อัษฎาเป็นเหมือนพญานาค 8 เศียรที่แผ่ทุกเศียรปกป้องลูกสาวจากบรรดาหนุ่มๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัวอัษฎานับว่าแปลกทีเดียว อัษฎา กับ บราลี ภรรยา ต่างมีลูกติดและทั้งสองมีลูกของเรา อุรวสา คนโตเป็นลูกติดอัษฎาที่สนิทสนมกับแม่เลี้ยงตั้งแต่เล็ก ไม่ค่อยกินเส้นกับพ่อแท้ๆ ตัวเอง อันตรา คนรองเป็นลูกติดบราลี แต่กลับเป็นคู่ซี้อัษฎาพ่อเลี้ยง ลุยไหนลุยกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง อินทุอร คนเล็กสนิทกับทั้งพ่อทั้งแม่ มีดีที่ลีลาออดอ้อนให้พ่อยอมทำตามทุกอย่างได้โดยดุษฏี สามศรีพี่น้องรักใคร่สามัคคีกันดี ต่างไม่คิดว่าเป็นลูกคนละพ่อคนละแม่ เนื่องด้วยพ่อกับแม่รักลูกทุกคนเท่ากัน เมื่อต้นปี อุรวสา กลับจากอเมริกาหลังไปใช้ชีวิตที่นั่นหลายปี หอบใบปริญญามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และดีกรีนักออกแบบมือรางวัลกลับมาให้พ่อแม่ภูมิใจ ทว่าสิ่งที่พ่อแม่ไม่รู้ก็คือ อุรวสาหอบสามีกลับมาด้วย... แสงฉาน แฟนหนุ่มจูงมืออุรวสาเข้าโบสถ์แต่งงานเรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน ทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภรรยามา 2 ปีแล้ว อุรวสาเป็นคนต้องการปิดเรื่องแต่งงาน เพราะพ่อคาดหวังกับลูกเขยคนโตไว้สูงลิบ ต้องเป็นคนดี เจ้าของกิจการใหญ่โต ฐานะมั่นคง แต่แสงฉานเป็นแค่เชฟจบใหม่ ไฟแรง จิตใจดี ดีกรีเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่งอุรวสาตั้งเงื่อนไขจะพาแสงฉานไปกราบพ่อในฐานะสามี ก็ต่อเมื่อแสงฉานสร้างเนื้อสร้างตัวทำตามฝันตัวเอง เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยฟิวชั่นประยุกต์จนติดอันดับโลกได้ก่อน ฝ่ายแสงฉานได้แต่ยิ้มฟังตามประสาชายหนุ่มอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ รู้ดีว่าเมื่อแฟนสาวคนเก่งแสดงเจตจำนงใด อีกฝ่ายห้ามต่อรอง อันตรา สาวห้าวคนรองเปิดธุรกิจฟิตเนส แต่ด้านหน้าแบ่งเป็นสำนักงานนักสืบ เธอเจริญรอยตามพ่อแท้ ๆ ที่เป็นตำรวจสายสืบซึ่งเสียชีวิตตอนสืบคดีๆ หนึ่ง อันตราได้รับการว่าจ้างให้สะกดรอยตาม เวสน์ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผู้ว่าจ้างสาวคนหนึ่งสงสัยว่าชายหนุ่มแอบซุกหญิงอื่นไว้ เวสม์รู้ตัวว่าถูกตาม พยายามคาดคั้นอันตราว่าใครจ้าง แต่เธอไม่ยอมบอกเพราะผิดจรรยาบรรณนักสืบ อันตราสมเพชเวสน์ที่หน้าตาก็ดีไม่น่า... ขายตัว เวสม์อึ้งที่อันตราหาว่าเป็นแมงดา เขาขำแกมประทับใจในจินตนาการของสาวเจ้า เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนใครด่าว่าเป็นแมงดาแบบนี้...วสม์ไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสอันตรา อันตราประกาศไม่รับแมงดาเป็นสมาชิก แต่ลูกน้องดันรับเงินให้ใบเสร็จเวสน์ไปแล้ว จึงบังเกิดเรื่องโกลาหลอยู่เนืองๆ เมื่อเวสม์มาออกกำลังกาย ชายหนุ่มชอบยั่วให้อันตรายัวะแล้วเถียงกัน เวสม์สนุกเวลาต่อปากต่อคำกับอันตราสาวห้าวเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามเซ้าซี้ถามว่าใครจ้างตามสืบ.. แต่อันตรารูดซิปปากสนิท ซิปไม่มีแตกงานวันเกิดอัษฎาจัดขึ้นทุกปี ปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนเพราะมีแขกพิเศษ ภิสิต เพิ่งเดินทางกลับจากฝรั่งเศสหลังไปทำงานเป็นผู้ช่วยทูตอยู่ 10 กว่าปี อินทุอรใจเต้นระส่ำเมื่อเห็น...คุณอาสิต ย้อนไปเมื่ออินทุอร 7 ขวบ เด็กหญิงตัวน้อยไปงานเลี้ยงกับพ่อ พวกผู้ใหญ่ออกไปเต้นรำ เด็กหญิงอินทุอรเฝ้ามองผู้ใหญ่เต้นรำกอดกัน ประหนึ่งเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงในนิทาน เด็กหญิงอินทุอรฝัน จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาขอเต้นรำ อาสิตเดินมาหา โค้งให้เด็กหญิงตัวน้อย จูงมืออินทุอรออกไปเต้นรำโดยคุณอาสิตอุ้มอินทุอรตลอดเพลง ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงอินทุอรก็ติดคุณอาสิตแจ จนกระทั่งภิสิตถูกส่งไปประจำที่ฝรั่งเศสจึงห่างเหินกัน ผ่านมา 10 กว่าปีใครต่อใครคิดว่าอินทุอรลืมภิสิตแล้ว หากแต่ความจริง...ภิสิตเป็น...รักฝังใจอินทุอร รักฝังใจที่เป็นไปไม่ได้... เพราะภิสิตแต่งงานแล้วภิสิตสนิทสนมกับครอบครัวอัษฎามากพอจะเล่าเรื่องส่วนตัว เขามีชีวิตการแต่งงานล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อภิสิตพูดถึง บุษบาบัณ อินทุอรสังเกตเห็นนัยน์ตาเศร้า ๆ แล้วสงสารจับใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือ..จุดเริ่มต้นของ “ความรัก” ความที่เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ภิสิตกับบุษบาบัณตกลงอยู่กันฉันท์สามีภรรยาแต่เพียงในนามมานานหลายปีแล้ว อัปสร ป้าของภิสิตรับรู้ความไม่ลงรอยในชีวิตคู่ของหลานชายคนเดียว เธอสงสารหลานมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่แล้ว ภิสิตถูกพ่อจับแต่งงานกับบุษบาบัณเพราะความเหมาะสมทางสังคม เขาเป็นคนหนุ่มบ้างานมุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จในกระทรวงฯ ตรงข้ามกับบุษบาบัณที่เป็นสาวเปรี้ยวเฉี่ยว ชอบสังคม รักการเที่ยวเตร่ ใช้เงินซื้อความสุขทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่แต่งงานแล้ว.. ขณะอยู่ที่ฝรั่งเศสบุษบาบัณก็ยังไม่หยุดเที่ยว เธอควงชายหนุ่มไม่เลือกหน้าโดยไม่เกรงใจภิสิตผู้เป็นสามีเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดภิสิตทนไม่ได้ ตกลงต่างคนต่างอยู่ มีชีวิตส่วนตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งบุษบาบัณก็ไม่รู้สึกอะไร... ดีเสียอีกที่เธอจะได้สนุกกับชีวิตสาวโสดได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร ! เมื่อภิสิตกลับมาเมืองไทยแล้ว ป้าอัปสรอยากให้ภิสิตหย่าขาดให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที เขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่...แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา ผู้หญิงดีๆ มีออกถมเถ แต่ภิสิตไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น ด้วยเพราะภาระทางสังคมและเกียรติยศชื่อเสียงวงศ์ตระกูลระหว่างบุษบาบัณกับเขายังค้ำคออยู่ ในวันหยุดวันหนึ่ง.. ภิสิตเจออินทุอรที่บ้านป้าอัปสร จึงได้รู้ว่าอินทุอรเป็นเพื่อนต่างวัยของอัปสรเพราะชอบฟังเพลงลูกกรุงเหมือนๆ กัน อินทุอรมักจะจูงมืออัปสรไปดูคอนเสิร์ตชรินทร์ นันทนาคร อยู่บ่อยๆ เหตุที่อินทุอรชอบเพลงของชรินทร์ก็เพราะนั่นเป็นเพลงแรกที่ภิสิตเต้นรำกับอินทุอรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภิสิตกับอินทุอรจึงมีโอกาสพบกันอยู่บ่อยครั้ง อัปสรทำตนเป็นแม่สื่อชั้นดี ให้อินทุอรแสดงฝีมือทำกับข้าวให้ภิสิตกิน ให้อินทุอรถักเสื้อหนาวให้ภิสิตเผื่อภิสิตถูกส่งไปประจำเมืองหนาว หนำซ้ำอัปสรยังให้ภิสิตไปรับไปส่งอินทุอรที่บ้านอยู่บ่อยๆ ภิสิตรู้ทัน... อัปสรต้องการจับคู่เขากับอินทุอร ไม่ใช่อินทุอรคนเดียวที่จำงานเต้นรำคืนนั้นได้ ภิสิตเองก็จำภาพเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักแก้มแดงสุกปลั่งเป็นที่น่าเอ็นดู โตเป็นสาวอินทุอรยิ่งสวย สวยจนทำให้ภิสิตหวั่นไหวตั้งแต่วันที่เจอกันงานวันเกิดอัษฎา ภิสิตไม่กล้าแสดงออกด้วยเกรงใจอัษฎา ภาระทางสังคมอันยิ่งใหญ่...ทำให้ความรักระหว่างเขากับอินทุทรเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้... หากแต่ขณะนี้ความรักระหว่างอินทุอรกับภิสิตเกิดขึ้นแล้ว .. เขาและเธอต่างพึงใจซึ่งกันและกัน ก่อเกิดความผูกพันโดยทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย... อันตราขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามเวสม์ตามภารกิจนักสืบ แต่เวสม์จับได้จึงแกล้งสะกดรอยอันตรากลับ อันตรารู้ตัวตกใจจึงขี่รถหนีแต่ก็ไม่พ้น เธอชนรถของเวสม์อย่างจังจนสลบ ระหว่างนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอันตราบอกทุกคนว่าเวสม์จงใจขับรถชน เพราะเกลียดที่เธอตามสะกดรอยเขาที่กำลังติดพันกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง อัษฎาจะเอาผิดเวสม์ แต่อุรวสาห้ามไว้เพราะเธอทำธุรกิจกับเวสม์มานานและรู้นิสัยเวสม์ดี แต่ทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่องตามประสาพ่อลูกที่ไม่มีใครยอมใครจากการแอบตามอันตราครั้งนั้นทำให้เวสม์รู้ว่าคนว่าจ้างคือ ศศิพิมล ศศิพิมลกลัวเวสม์มีผู้หญิงอื่นจึงจ้างนักสืบสะกดรอย เวสม์โกรธมากเพราะศศิพิมลไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา ทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากอดีตรักครั้งแรกที่ผ่านมานานแสนนาน เวสม์ขอให้ศศิพิมลออกไปจากชีวิตเพราะไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว แต่ศศิพิมลตื๊อไม่เลิก ร้องห่มร้องไห้ว่าโดน พงษ์ชัย สามีเจ้าพ่อทำร้ายจิตใจสารพัด ครั้งหลังสุดเธอโดนทุบตีบาดเจ็บเจียนตาย เวสน์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นอาการร้องไห้แบบไม่สมประดีของสาวที่เขาเคยพึงใจ.. เวสม์สงสารศศิพิมลในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงช่วยเหลือให้ที่เธอพักที่คอนโดฯ เก่าซึ่งเขาไม่ได้อยู่แล้วเพื่อหนีจากพงษ์ชัย โดยไม่เฉลียวใจเลยว่านั่นยิ่งสร้างความหวังให้กับศศิพิมลมากขึ้นไปอีก เธอตั้งใจจะใช้จิตใจที่ดีงามของเวสม์...เป็นหนทางกลับเข้ามาสู่ชีวิตของชายหนุ่มอีกครั้ง เวสม์มาเยี่ยมอันตราทุกวัน เวลามาต้องคอยหลบอัษฎาที่มีสายตาไม่เป็นมิตร เพราะคิดว่าเขาเป็นผู้ชายไม่ดี อำพล เพื่อนหมอของเวสม์เป็นเจ้าของไข้อันตราช่วยดูต้นทางให้ อำพลดีใจที่เห็นเวสม์เริ่มหันมาสนใจรู้จักรักผู้หญิง เพราะหลังจากเวสม์อกหักช้ำรักจากศศิพิมลตอนวัยรุ่น เวสม์ก็เตลิดไปเมืองนอก มุหาเงินเพื่อชดเชยปมที่โดนศศิพิมลทิ้งเพราะจน เขาประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นข้ามชาติ ปัจจุบันเป็นนักการเงินชื่อดังหาตัวจับยาก แต่เวสม์เอาแต่หาเงินจนลืมหาแฟน อำพลเชียร์เวสม์กับอันตรา แต่ก่อนอื่นเวสม์ต้องทำให้อันตราเลิกเข้าใจผิดว่าเป็นไอ้ตัวซะก่อน เมื่อออกมาจากโรงพยาบาล อันตราเห็นเวสม์ดูแลศศิพิมลในวันที่โดนสามีเจ้าพ่อทำร้าย บางวันศศิพิมลก็นอนค้างคอนโดเก่าของเวศม์ ยิ่งทำให้อันตราเข้าใจผิด ขยะแขยงคิดว่าเวสม์เกาะผู้หญิงมีสามี เวสม์แกล้งไม่อธิบายปล่อยให้อันตราเข้าใจผิด เพราะสนุกดีเวลายั่วให้สาวห้าวด่าเล่น อันตราถึงขนาดท้าเวสม์ลงนวมต่อยมวยที่ฟิตเนส เวสม์ออมมือปล่อยให้อันตราชนะไป สาวห้าวยิ่งเหลิงน่าดู ทำซ่า ท้าตีท้าต่อยเวสม์ประจำ แสงฉานซื้อร้านอาหารเก่าเล็กๆ มาปรับปรุงใหม่ เปิดเป็นร้านขายอาหารฝรั่งและไทยประยุกต์ โดยลงทุนจากเงินเก็บของตัวเอง ไม่ยอมใช้เงินของอุรวสาผู้เป็นภรรยา แม้ว่าอุรวสาจะไม่เห็นด้วยและพยายามผลักดันให้แสงฉานเปิดร้านใหญ่มากกว่านี้ก็ตาม แสงฉานต้องการตั้งตัวให้ได้ด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้อัษฎาเห็นว่าเขาเหมาะสมกับอุรวสา แสงฉานตั้งชื่อร้านว่า US Restaurant ตัว U มาจากชื่อ อุรวสา ส่วน S ก็คือชื่อ แสงฉาน ในวันเปิดร้าน อุรวสาพาอัษฎามา US Restaurant ด้วยหวังจะให้พ่อมองแสงฉานดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แสงฉานเคยเจออัษฎาว่าที่พ่อตา แต่อัษฎาไม่ชอบแสงฉาน เพราะคุณสมบัติแสงฉานไม่ผ่านมาตรฐานสุดเนี๊ยบ และเพื่อให้บรรยากาศราบรื่น อุรวสาพาอินทุอรน้องสาวคนเล็กขวัญใจพ่อมาอีกคนทว่างานนี้ 10 อินทุอรก็ช่วยไม่ได้ อัษฎาตำหนิแสงฉานไม่รู้จักคิดการใหญ่ ร้านเข้ามาในซอยลึกทำเลไม่ดี ไม่น่าจะเจริญไปได้ แต่แสงฉานมั่นใจรสชาติอาหารของตนจะสามารถดึงลูกค้าได้ วันเปิดร้านจึงเกิดบรรยากาศโกลาหลของความไม่ลงรอยกันระหว่างว่าที่พ่อตากับลูกสาวและลูกเขยจนร้านแทบแตก แสงฉานทำงานหนักเป็นสองเท่า คิดเมนูอาหารไทยประยุกต์แบบใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ติดป้ายทางเข้าร้าน ซึ่งก็ได้ผลลูกค้าเริ่มมา แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจอุรวสา อุรวสาต้องการให้ร้านเต็มทุกที่นั่ง แสงฉานอ่อนใจ บางครั้งมาตรฐานสูงลิบของอุรสาก็กดดันเขาอยู่ไม่น้อย คู่หนุ่มสาวทะเลาะกันบ่อยครั้ง การไม่ให้เกียรติสามีของอุรวสา ทำให้ความอดทนของแสงฉานหมดลงเรื่อย ๆ แสงฉานอาจไม่ใช่ผู้ชายที่เก่งที่สุด... แต่ก็ไม่ได้โง่ ขนาดต้องให้เมียเข้ามาจัดการชีวิตทุกอย่าง อัษฎาชวนภิสิตมากินข้าวที่บ้าน อินทุอรดูแลปรนนิบัติภิสิตอย่างดีจนบราลีและอุรวสาอดที่จะร้อนใจไม่ได้ว่าอินทุอรข้ามเส้นคิดเกินเลยกับภิสิต ภิสิตเห็นสายตาของอินทุอรที่ชื่นชมก็ยิ่งทรมานใจและรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำอยู่ ขอตัวกลับ แต่อินทุอรเข้าใจผิดคิดว่าภิสิตโกรธ เมื่อเธอขอคำอธิบาย ภิสิตตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่อินทุอรคิด ทำให้อินทุอรช้ำใจกับความหมางเมินเหินห่าง บราลีกับอุรวสาแน่ใจว่าอินทุอรปักใจกับภิสิตแน่ๆ จึงตกลงกันว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้อัษฎารู้และรอดูท่าทีของภิสิต หากเขาแสดงออกว่าชอบอินทุอร อุรวสาและอันตราจะเป็นคนไปพูดกับภิสิตเอง อุรวสาต้องการเปิดสาขาร้าน แต่แสงฉานไม่เห็นด้วยอยากให้ร้านแรกอยู่ตัวก่อนแล้วค่อยขยับขยาย อุรวสาไม่ฟัง ซื้อร้านเก่ามาตกแต่งใหม่ แสงฉานโมโหไม่ยอมไปเป็นเชฟให้ ด้วยความเจ้าอารมณ์อุรวสาเผลอต่อว่าแสงฉานว่าไม่มีหัวธุรกิจ ไม่มีความทะเยอทะยาน เธอไม่ต้องการผู้ชายแบบนี้มาเป็นผู้นำครอบครัว แสงฉานเหมือนโดนตบหน้า... เมียปรามาสดูถูก แสงฉานขอเลิก ! อุรวสาโมโห เลิกก็เลิก ! แต่หลังเลิกรากันต่างฝ่ายต่างเสียใจ แสงฉานไม่มีจิตใจบริหารร้าน อุรวสาแทบไม่มีรอยยิ้มเพราะคนเดียวที่ทำให้อุรวสายิ้มได้... คือแสงฉาน บุษบาบัณมีโอกาสพบกับแสงฉานในงานปาร์ตี้ครั้งหนึ่งที่ก๊วนแก๊งจัดที่ US Restaurant ทันทีที่เห็นหน้า ด้วยความเป็นสาวเปรี้ยวเจ้าชู้.. บุษบาบัณถึงกับถูกใจในความหล่อเหลาของแสงฉานบุษบาบัณหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดแสงฉานอยู่ตลอดเวลา ใช้เล่ห์มารยาหญิงยั่วยวนแสงฉานแต่เขาไม่เล่นด้วย ผู้หญิงคนเดียวที่แสงฉานรักคือ...อุรวสาบุษบาบัณไม่ยอมแพ้วางแผนให้อุรวสาเข้าใจผิดว่าแสงฉานมีอะไรกับเธอ แต่อุรวสาไม่หลงกล...ตบหน้าบุษบาบัณฉาดใหญ่ ให้สาสมกับความหน้าไม่อายอยากจะแย่งผู้ชายที่เธอรัก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้อุรวสาตระหนักว่ารักแสงฉานมากแค่ไหน .. ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ในงานเลี้ยงเปิดงานโครงการก่อสร้างแห่งใหม่ของอัษฎา เวสม์ไปด้วยในฐานะนักการเงิน อัษฎาจึงชวนภิสิตไปร่วมงานเพื่อกันเวสม์จากอินทุอร เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเวสม์ทำดีกับอันตราเพื่อจีบอินทุอร ยังไงเสียเขาก็ไม่ยอมเสียลูกสาวให้กับผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจเป็นอันขาด!! บุษบาบัณตามภิสิตมาด้วย เพราะเริ่มระแคะระคายคิดว่าภิสิตต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หญิงคนใดคนหนึ่งแน่นอน แม้เธอไม่ได้รักภิสิต... แต่บุษบาบัณต้องการความเป็นเจ้าของผู้ชายคนนี้ บุษบาบัณยอมไม่ได้ที่ภิสิตจะทิ้งเธอ.. เพื่อไปหาผู้หญิงคนใหม่ !! อินทุอรสลดไปเมื่อเห็นภิสิตมากับบุษบาบัณ เธอต้องเลี่ยงไปคุยกับเวสม์แทน เมื่อบุษบาบัณเห็นแววตาของอินทุอร เธอมั่นใจขึ้นทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ภิสิตแอบชอบอยู่ เธอยิ่งชิงชังอินทุอรมากขึ้นไปอีกอันตรากับอุรสาเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของบุษบาบัณ รีบดึงอินทุอรออกมาเตือนด้วยความเป็นห่วงกลัวเธอปล่อยใจให้ภิสิต อินทุอรจำต้องยอมรับกับพี่สาวทั้งสองคนว่าเธอชอบภิสิตเกินกว่าจะห้ามใจ อันตราและอุรสาเข้าใจน้องสาว.. และสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้อัษฎารู้ อินทุอรถูกโทรศัพท์ลึกลับตามรังควานและยังถูกบุษบาบัณใส่ร้ายว่าแย่งภิสิตผ่านหน้านิตยสาร ภิสิตทะเลาะกับบุษบาบัณอย่างรุนแรง ที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของอินทุอรแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนในสังคมรับรู้ว่าบุษบาบัณไม่เคยแยแสภิสิตแม้แต่นิดเดียว เมื่ออัปสรรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงนัดอัษฎามาคุยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แนะนำให้อัษฎายอมรับความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง เพราะความรักระหว่างภิสิตกับอินทุอรมีแต่ความสวยงามและอยู่ในสายตาของเธอโดยตลอด อัษฎาถึงกับอึ้งเมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด...ยากจะทำใจจริงๆ ที่ลูกสาวคนเล็กจะรักกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างภิสิต อุรสาช่วยย้ำให้อัษฎาเห็นว่าอินทุอรไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของภิสิตแตกแยก เธอเล่าเรื่องราวระหว่างเธอ บุษบาบัณ และ แสงฉาน ให้พ่อฟัง เพื่อตอกย้ำว่าบุษบาบัณทำตัวแย่เพียงใด ผู้หญิงอย่างบุษบาบัณไม่เคยซื่อสัตย์กับภิสิตเลยสักครั้ง..สถานการณ์เรื่องราวระหว่างอินทุอรกับภิสิตเบาบางลง .. แต่เรื่องราวการแอบแต่งงานกันระหว่างอุรสากับแสงฉานกลับถูกรับรู้โดยอัษฎา.. ระเบิดระหว่างพ่อกับลูกสาวคนโตในบ้านประทุอีกครั้ง !! ศศิพิมลขอหย่าพงษ์ชัยเพื่อเดินหน้าแย่งชิงเวสม์ แต่พงษ์ชัยไม่ยอมหย่า ตบตีและทำร้ายศศิพิมลจนเข้าโรงพยาบาล เวสม์ขู่จะแจ้งความหากพงษ์ชัยยังทำร้ายศศิพิมลอีก ในที่สุดศศิพิมลพ่ายแพ้ต่อความดีของเวสน์ในครั้งนี้ ศศิพิมลเรียกอันตราเข้ามาบอกความจริงและความดีของเวสน์ในอดีตทั้งหมด เล่าให้อันตราฟังว่าเวสน์รักอันตรามากแค่ไหน เหตุการณ์ครั้งนี้.. ทำให้อินตรารับรู้ความจริงว่าเวสม์เป็นผู้ชายแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษเพียงใด เป็นครั้งแรกที่สาวห้าว ยินดีเปิดใจรับชายหนุ่มอย่างเวสม์เข้ามาในหัวใจ คนในครอบครัวแปลกใจเมื่อเห็นอันตราใส่กระโปรง ตั้งแต่ใช้นางสาวนำหน้า สาวห้าวไม่เคยนุ่งกระโปรงอื่น.. นอกจากกระโปรงนักเรียน !! แม่พี่สาวน้องสาวถามไถ่ยกใหญ่ อะไรดลใจให้เปลี่ยนไป อันตราปิดปากเงียบแต่อัษฎารู้...ก็ไอ้แมงกะจั๊วหน้าหล่อนั่นไง ทำลูกสาวคนสนิทของเขากลายเป็นหญิงจ๋า อัษฎาบอกอันตรา...หัวเด็ดตีนขาด พ่อก็ไม่รับไอ้เจ้าเวสม์เป็นลูกเขย แม้ว่าอันตรากับบราลีผู้เป็นแม่.. จะอรรถาธิบายถึงเหตุผลความดีของเวสน์ยังไง คนหัวดื้ออย่างอัษฎาก็ไม่ยอมฟัง พงษ์ชัยสั่งให้ลูกน้องจับตัวเวสม์ไปซ้อมทำร้าย แล้วกลายเป็นอัษฎาที่เข้าไปช่วยเวสม์ออกมาจากเหล่าร้ายจนตัวเองเกือบโดนยิงตาย อัษฎายอมเสี่ยงตายเพื่อเวสม์เพราะรู้ว่าเวสม์เป็นผู้ชายที่อันตรารัก อัษฎารู้ว่าเวสม์ไม่ใช่แมงดา แต่ที่ไม่ยอมรับเพราะกลัวเวสม์แย่งลูกสาวไป เวสม์ตัดสินใจเข้าไปสู่ขออันตรา พร้อมๆ กับที่ภิสิตกับแสงฉานเอาธูปเทียนแพไปกราบขอขมาอัษฎา ที่ปิดปังความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับลูกสาวอีกสองคนของอัษฎามาโดยตลอด บราลีพยายามชี้ให้อัษฎาตระหนักรับรู้ถึงความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคู่... อุรวสา อันตรา และ อินทุอร โตเป็นผู้ใหญ่... ไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่อัษฎาเคยดูแลและปกป้อง อาจถึงเวลาที่สาวน้อยของพ่อต้องออกไปเผชิญโลกกว้างกับผู้ชายที่รักแล้ว ในที่สุดอัษฎาจึงเปลี่ยนความคิด ยอมรับความจริงข้อนี้ทั้งหมด.. อัษฎาปลื้มใจที่ลูกทั้งสามคน แม้ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ แต่รักกันมาก เสียสละดูแลกันและกันตลอดเวลาในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนงานแต่งงานอย่างเป็นทางการระหว่างอุรวสากับแสงฉาน อัษฎาสอนอุรวสา...เป็นภรรยาไม่ควรข่มสามี ต้องให้เกียรติสามี เคารพสามี เพราะทั้งคู่เปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน อุรวสาพยักหน้ารับคำ...ก้มกราบพ่อ อันตราจะแต่งงานกับเวสม์เดือนหน้า...ส่วนอินทุอรมีแพลนจะแต่งกับภิสิตสิ้นปี ต้นปีหน้าภิสิตต้องจะต้องไปเป็นผู้ช่วยทูตที่ออสเตรียและจะพาอินทุอรไปอยู่ด้วยในฐานะภรรยา อีกไม่นานบ้านหลังใหญ่ของอัษฎา ลูกๆ ก็จะแยกย้ายไปมีครอบครัว แต่ไม่ว่าลูกของพ่อไปอยู่แห่งหนไหน สายใยรักของพ่อก็เชื่อมโยงถึงลูกเสมอ... รายชื่อนักแสดง กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบทเป็น ภิสิตรณิดา เตชสิทธิ์ รับบทเป็น อินทิราหลุยส์ สก๊อตต์ รับบทเป็น เวศม์อามีนา กูล รับบทเป็น อันตราอเล็กซ์ เรนเดลล์ รับบทเป็น แสงฉานณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (ณิชา) รับบทเป็น อุรวสาทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบทเป็น อัษฎาอาภาศิริ นิติพน รับบทเป็น บราลีพิตต้า ณ พัทลุง รับบทเป็น บุษบาบัณอภิษฎา เครือคงคา รับบทเป็น ศศิพิมลอนันต์ บุนนาค รับบทเป็น สมศักดิ์ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น พงษ์ชัยณัฐฐา ลอยด์ รับบทเป็น ป้าอัปสรปรารถนา สัชฌุกร รับบทเป็น ป้าแต๋วปาริฉัตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ป้าต้อย

ละครบ้านศิลาแดง  , เรื่องย่อบ้านศิลาแดง
นิโคล กิตติวัฒน์ /  วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ / 

“เพ็ญพร” หรือ “เพ็ญ” หญิงสาวสวยปราดเปรียว ทายาทของเจ้าของบริษัท สวนเสาวรส ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตมะพร้าวผงส่งนอก และส่วนผสมในการชงกาแฟทั้งหลาย เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยหลังจากจบวิชาบริหาร และด้วยความที่ชอบวิชาการต่อสู้ทุกชนิด เพ็ญพรก็กลับมาพร้อมวิชาการต่อสู้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้,เทควันโด้,ยิงปืน ฯลฯ และเที่ยวนี้เธอกลับมาพร้อมกับสุดา เพื่อนรักที่เดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกามาด้วยกัน ย่างก้าวแรกที่กลับมาถึงเมืองไทย เพ็ญพรก็ได้พบกับเดือนฉาย ผู้เป็นแม่มารอรับอยู่ที่สนามบิน และคลาดกันกับ สโรชาและอาภาพร ซึ่งเดินออกมาจากสนามบินเช่นกันเพ็ญพรเหยียบเมืองไทยได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็เกือบไปมีเรื่องกับตรัย ซึ่งตรัยเองก็เข้าใจผิดคิดว่าเพ็ญพรนั้น เป็นพรเพ็ญ ทางด้านบ้านศิลาแดง เมื่ออาภาพรเข้ามาถึงบ้านศิลาแดง ก็หาเรื่องแกล้งพรเพ็ญด้วยความหมั่นไส้ พรเพ็ญไม่โต้ตอบแต่อย่างใด มีเพียงป้าแจ่มที่คอยแต่จะให้กำลังใจ ถึงแม้จะปกป้องอะไรไม่ได้มาก พรเพ็ญต้องอดทนอยู่ในบ้านศิลาแดง เพราะเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่อคนเดียวเท่านั้น เมื่อกลับถึงบ้านที่ “สวนเสาวรส” เพ็ญพรรีบเข้าไปหา “เคน” ซึ่งเป็นตา ทั้งตาและหลานพูดคุยล้อเล่นกันสนุกสนานตามประสาตาหลานที่ไม่ได้พบกันมานานหลายปี เพ็ญพรมีลูกน้องอยู่คนหนึ่งคือ กอล์ฟ ซึ่งเป็นเด็กในสวนเสาวรส เคนเป็นคนเก็บเอากอล์ฟมาเลี้ยง เพราะสงสารที่ไม่มีพ่อ มีแต่แม่ซึ่งเป็นคนงานในไร่ โดยกอล์ฟจะเป็นลูกไล่ และโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เป็นประจำ แต่ก็มักจะแกล้งด้วยความเอ็นดู เพราะกอล์ฟเป็นเด็กอ้วนน่ารัก เสียแต่ปากไม่ค่อยดีนัก พูดจาโผงผาง เพ็ญพรจึงมักจะหาเรื่องมาแกล้งกอล์ฟอยู่เสมอ โดยที่กอล์ฟก็จะหาทางแก้เผ็ดเพ็ญพรอยู่เสมอเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ก็โดนจับได้และโดนเพ็ญพรเล่นงานจนเจ็บแสบกลับไปทุกครั้ง แต่แม้ว่าทั้งคู่จะแกล้งกันไปมาเป็นประจำ แต่ลึกๆ ทั้งเพ็ญพรและกอล์ฟก็รักและห่วงกันเหมือนพี่สาวกับน้องชาย เพ็ญพรชวนกอล์ฟ เข้าตลาด มาหาของกินอร่อยๆ แต่ก็บังเอิญไปเจอพวกโจรกระชากสร้อย เพ็ญพรมองแบบไม่อยากมีเรื่อง แต่ก็โชว์ฝีไม้ลายมือแบบไม่ยั้ง จนเอาสร้อยมาจากโจร ส่งคืนให้กับเจ้าของได้ วิทวัสมาเจอกับเพ็ญพรโดยบังเอิญ ในคราบของแม่ค้าขายปาท่องโก๋ แค่การพบกันครั้งแรก ทั้งคู่ก็ได้ปะทะคารมกันอย่างถึงพริกถึงขิงเพ็ญพรไม่ชอบขี้หน้าวิทวัสอย่างแรง แต่ก็ไม่ทันข้ามวันเพ็ญพรต้องเจอกับวิทวัสอีก ที่บ้านสวนเสาวรส เพ็ญพรถึงกับอึ้งที่รู้ว่า ต้องเจอกับวิทวัส ในฐานะที่ทำธุรกิจร่วมกันทั้งเพ็ญพรและวิทวัสมีโอกาสพบกันอีกหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งทั้งคู่ก็อดที่จะแกล้งให้อีกฝ่ายเจ็บใจไม่ได้ จนกลายเป็นเหมือนขมิ้นกับปูนกันเลยทีเดียว หลังจากที่เอกสิทธิ์กลายเป็นอัมพาตต้องนอนอย่างเดียว พูดอะไรไม่ได้ สโรชาปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่ เพราะถ้าเอกสิทธิ์ตายสมบัติทั้งหมดก็ต้องตกอยู่กับลูกสาว เธอปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่อย่างคนที่มีแต่ร่างแต่ไร้วิญญาณ และคอยรับหน้าทนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับมรดกและทรัพย์สินทั้งหมดของบ้านศิลาแดง โดยคอยเป็นทำดีต่อหน้าทนายสมศักดิ์ว่าเป็นห่วงเป็นใย คอยดูแลเอกสิทธิ์ที่นอนป่วยอยู่เป็นอย่างดี แต่พอทนายสมศักดิ์กลับไป ก็ปล่อยให้เอกสิทธิ์อยู่แบบคนอนาถา มีเพียงพรเพ็ญคนเดียวที่คอยดูแลพ่อของเธอ เชาว์เข้ามาครอบครองบ้านศิลาแดงโดยเปิดเผย ด้วยการเป็นสามีเก่าของสโรชา เชาว์นั้นมีลูกกับสโรชา 2 คนคือ “ณัฐพงษ์” และ “อาภาพร” แต่เชาว์ก็ไม่ได้เข้ามาเพียงคนเดียว เชาว์พาวาทินีเมียเด็กของเขาเข้ามาด้วย เลยทำให้สโรชา และอาภาพรไม่พอใจ แต่สโรชาก็ต้องยอมให้เชาว์พาวาทินีเข้ามา เพราะสโรชายังต้องพึ่งเชาว์ อยู่ดี สิบเจ็ดปีผ่านไป เดือนฉายกลายเป็นเศรษฐีนีเจ้าของโรงงานผงมะพร้าวสกัดแห้งกระป๋องสำเร็จรูป ขยายกิจการจนรุ่งเรือง เพราะทางราชการตัดถนนผ่านสวนเสาวรสของเคน ทำให้มีเงินขยายกิจการสวนมะพร้าวและซื้อที่ดินแถบนั้นอีกหลายร้อยไร่ เธอมุมาะทำธุรกิจนี้จนประสบความสำเร็จ โดยมีเคนเป็นคนช่วยดูแลธุรกิจให้เธอ ส่วนเพ็ญพรนั้นเรียนทางด้านบริหารธุรกิจจบมาจากเมืองนอก และในขณะเดียวกันก็เรียนศิลปะการต่อสู้มาหลายแขนง เพราะคุณตาของเธอคือ “เคน” ที่คอยสอนการต่อสู้ให้เธอตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นความชอบของเพ็ญพร และเมื่อมีโอกาสเพ็ญพรก็จะหาเวลาไปเรียนวิชาการต่อสู้ต่างๆ จากหลายอาจารย์จนเกิดความช่ำชองในด้านนี้เป็นอย่างดี แม้ว่าเดือนฉายจะไม่เห็นด้วยในการให้ลูกผู้หญิงไปเรียนวิชาพวกนี้ แต่ก็มีเคนที่คอยพูดและแนะว่าลูกผู้หญิงควรจะรู้จักวิชาพวกนี้เอาไว้ป้องกันตัวบ้าง เพ็ญพรเป็นสาวสวยที่ฉลาดเป็นกรด แก่นแก้ว และไม่ยอมคน ในขณะเดียวกันการเรียนก็ดี ทำให้เดือนฉายโล่งใจในเรื่องนี้ไปได้ แถมยังเรียนวิชาการแต่งหน้าเปลี่ยนตัวเองไปได้หลายบุคลิกด้วย ส่วนพรเพ็ญนั้นเติบโตขึ้นมาในบ้านศิลาแดงเหมือนคนรับใช้ ได้เรียนแค่มัธยมปีที่ 3 เท่านั้น เพราะสโรชาไม่ต้องการให้เธอฉลาดนัก และไม่ต้องการให้พรเพ็ญทัดเทียมกับณัฐพงษ์และอาภาพรลูกทั้งสองของเธอ แถมยังกดขี่ข่มเหงพรเพ็ญตลอดเวลา ใช้ให้ทำงานเยี่ยงทาส ในขณะเดียวกันก็เอาเอกสิทธิ์ไปอยู่ห้องเล็กซึ่งเป็นห้องของพรเพ็ญ เพราะว่าป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถทำอะไรได้ ปล่อยให้อยู่โดยไม่มีใครเหลียวแล มีเพียงพรเพ็ญที่มาดูแลพ่อของตนเพียงคนเดียว แต่ก็โดนด่าอยู่ตลอด พรเพ็ญได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านศิลาแดงเพราะเธอห่วงพ่อของเธอ ถ้าเธอหนีไปเมื่อไร พ่อของเธอก็จะไม่มีคนดูแล และอาจต้องตายเหมือนคนไร้ญาติขาดมิตร ณัฐพงษ์โตขึ้นเป็นหนุ่มหน้าตาดี แม้จะเรียนเก่งแต่ก็ขี้เกียจ เอาแต่เที่ยวและติดหรู เจ้าชู้เหมือนเชาว์ผู้เป็นพ่อ ไม่ยอมทำงานอะไรถึงแม้จะเรียนจบแล้ว เที่ยวเตร่ไปวันๆ ส่วนอาภาพรนั้นไม่ค่อยสนใจการเรียนจึงเรียนไม่จบ แต่ก็ชอบคุยอวดเพื่อนๆ ว่าไม่อยากเรียนจบในเมืองไทย จะไปเรียนต่อเมืองนอก ณัฐพงษ์พึงพอใจในตัวพรเพ็ญมากเพราะเธอเป็นคนสวย และมักจะพูดจาแทะโลมพรเพ็ญเสมอเมื่อลับตาคนอื่น ส่วนอาภาพรนั้นรูปร่างหน้าตาก็สะสวย แต่งตัวเก่ง แต่ก็อิจฉาที่พรเพ็ญนั้นถึงแม้จะไม่ได้แต่งตัว แต่ก็สวยกว่าเธอ เธอจึงมักจะข่มเหงและดูถูกพรเพ็ญเสมอ พรเพ็ญนั้นก็ทำได้แค่ปัดป้องตัวเองไม่ให้บาดเจ็บเท่านั้น ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ ส่วนเชาว์นั้นก็เริ่มเห็นว่าพรเพ็ญกลายเป็นสาวแล้ว และด้วยความเจ้าชู้ของตน เขาหมายใจเอาไว้ว่าสบโอกาสเหมาะเมื่อไรก็จะปล้ำพรเพ็ญเป็นเมียอีกคนให้ได้ แต่ก็หาโอกาสได้ยาก เพราะว่าเมียทั้งสองคือวาทินีและสโรชายังอยู่ที่บ้านทั้งสองคน เพ็ญพรเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป้าหมายแรกของเธอคือสุดา สุดาดีใจที่พบเพ็ญพรอีกครั้งและชวนให้พักที่บ้านของเธอ แต่เพ็ญพรอยากพักโรงแรมมากกว่า และในใจแล้วยังไม่อยากพบตรัยด้วย เพราะยังอดหมั่นไส้ในความขี้เต๊ะของเขาไม่หาย เพ็ญพรเล่าเรื่องที่เธอจะมาสืบหาพี่สาวฝาแฝดของเธอ สุดารับปากว่าจะให้ความช่วยเหลือ และเป็นคนออกความคิดให้เพ็ญพรปลอมเป็นสาวมิสทีน เพ็ญพรปลอมตัวใส่วิก แต่งหน้าจนจำไม่ได้เป็นพนักงานขายเครื่องสำอางค์เข้าไปขายในบ้านศิลาแดง พบอาภาพรก็จำได้ว่าเป็นสาวที่ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ “ตรัย” จึงคิดแกล้ง และด้วยฝีปากของเพ็ญพรทำให้อาภาพรชอบใจเครื่องสำอางค์ที่เธอเสนอขาย แต่เพ็ญพรก็อ้างว่าหมด และจะนำมาให้ดูอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น และในระหว่างที่ขายของให้อาภาพรนั้น เพ็ญพรก็ได้พบกับพรเพ็ญ เพราะอาภาพรสั่งให้พรเพ็ญเอาน้ำมาเสิร์ฟให้เธอ และยังเห็นว่าวาทินีและสโรชานั้นข่มพรเพ็ญเหมือนทาสก็ไม่ปาน ทำให้เพ็ญพรโมโหจนเกือบเก็บอาการไม่ได้ เพ็ญพรมองหาช่องทางในการเข้ามาในบ้านศิลาแดง และก่อนกลับเธอก็พบกับเชาว์ที่เข้าบ้านมาพอดี เชาว์มองดูเธอเหมือนเสือจ้องขม้ำเหยื่อ และเพ็ญพรก็ทำเป็นอ่อยเหยื่อให้กับเชาว์แทน จนทำให้เชาว์แทบหัวปั่นในรูปร่างหน้าตาของเธอ เพ็ญพรไปหาสุดาที่บ้านเล่าเรื่องทั้งหมดเล่าให้สุดาฟัง สุดาเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเพ็ญพร เพ็ญพรมีแผนจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ และต้องการสืบเรื่องพ่อของเธอด้วย อาภาพรนั้นมักจะชวนให้ตรัยมาทานข้าวที่บ้านเป็นประจำ เมื่อตรัยได้พบกับพรเพ็ญก็นึกชอบ เพราะว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยน่ารัก แต่ก็มักจะโดนอาภาพรกีดกันบอกว่าพรเพ็ญเป็นแค่คนใช้ในบ้านเท่านั้น ไม่สมควรจะสนทนาพาทีด้วย และเมื่อตรัยกลับไป พรเพ็ญก็มักจะโดนอาภาพรทำร้ายร่างกายเป็นประจำ พร้อมทั้งสั่งไม่ให้พรเพ็ญออกมาเสนอหน้าอีกตอนที่ตรัยมาที่บ้าน ป้าแจ่มและลุงเติมคนรับใช้เก่าแก่ของบ้านนี้ แม้จะสงสารพรเพ็ญ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงได้แต่ปลอบใจให้พรเพ็ญมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตในบ้านนี้ต่อไป วันรุ่งขึ้น เพ็ญพรก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอีกครั้ง โดยทำทีเป็นมาส่งเครื่องสำอางค์ที่อาภาพรสั่งเอาไว้ และได้พบกับตรัยซึ่งจำเธอไม่ได้ อาภาพรแสดงท่าทีเหมือนเขาเป็นแฟนเธอทำให้เพ็ญพรอดหมั่นไส้ไม่ได้ จึงแกล้งทำกาแฟหกใส่เขา อาภาพรไปหาเสื้อให้ตรัยเปลี่ยน ตรัยและเพ็ญพรปะทะคารมกัน และเมื่อเพ็ญพรกำลังจะเดินออกจากบ้านก็พบว่าเชาว์กำลังจะลวนลามพรเพ็ญ แต่วาทินีมาพบเข้าจึงตรงเข้าทำร้ายตบตีพรเพ็ญจนบาดเจ็บ แถมยังด่าว่าพรเพ็ญว่ามาให้ท่าเชาว์ซึ่งเป็นสามีของตน แม้ว่าพรเพ็ญจะแก้ตัวอย่างไรวาทินีก็ไม่ฟัง แถมเชาว์เองก็ยังสมทบว่าพรเพ็ญมาให้ท่าตนอีก ซึ่งทำให้วาทินียิ่งโกรธและทำร้ายพรเพ็ญหนักขึ้น เพ็ญพรเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถช่วยพรเพ็ญได้ และกลับออกมาจากบ้านศิลาแดงด้วยความไม่สบายใจ คืนนั้นเพ็ญพรวางแผนกับสุดา โดยจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ โดยให้สุดาขับรถไปจอดข้างบ้านศิลาแดง เพ็ญพรลอบปืนเข้าไปในบ้าน และเข้าไปพบพรเพ็ญ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พรเพ็ญฟัง พรเพ็ญนั้นแทบจะปรับตัวไม่ทัน สองพี่น้องฝาแฝดกอดกันแล้วร้องไห้ แต่เมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดของเธอมีฝีมือพอตัว จึงยอมเปลี่ยนตัวกลับไปที่สวนเสาวรสเพราะอยากพบแม่และตาเหมือนกัน แต่ก็เป็นห่วงเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่ออยู่ เพ็ญพรรับปากว่าจะดูแลเอกสิทธิ์ให้ดีที่สุด พรเพ็ญเล่าเรื่องราวของคนในบ้านศิลาแดงให้เพ็ญพรรู้ถึงพฤติกรรมของแต่ละคน รวมถึงเผยว่าทั้งสามคนนี่เองที่ทำให้พ่อของพวกเธอต้องกลายเป็นคนพิการน่าเวทนา ยิ่งทำให้เพ็ญพรโกรธและคิดแก้แค้นคนในบ้านศิลาแดงให้สาสม ก่อนที่พรเพ็ญจะไปกับสุดา เพ็ญพรบอกว่าจะส่งข่าวไปให้พรเพ็ญรู้เป็นระยะ แต่ในช่วงที่พรเพ็ญกลับไปอยู่สวนเสาวรส พรเพ็ญต้องแสดงตัวว่าเป็นเพ็ญพรถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน พรเพ็ญรับปาก และคืนนั้นก่อนเข้านอนเพ็ญพรก็ลอบเข้าไปหาเอกสิทธิ์ เมื่อเธอเห็นสภาพพ่อของเธอ ความไม่พอใจที่เธอเคยมีและคิดว่าพ่อทิ้งแม่และเธอไปก็หายไปจนหมด เหลือแต่ความสงสาร เอกสิทธิ์มองหน้าเธอแล้วน้ำตาไหล แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพ็ญพรกอดพ่อเอาไว้ในอ้อมแขนและสัญญาว่าจะแก้แค้นทุกคนที่ทำให้ครอบครัวของเธอต้องมาพบกับชะตากรรมอย่างนี้ รุ่งเช้าป้าแจ่มเข้ามาปลุกเพ็ญพรให้ลุกขึ้นช่วยงานในบ้าน งานแรกคือทำอาหารเช้าให้เจ้านายทั้งหลายในบ้าน แต่เมื่อทุกคนมาถึงโต๊ะอาหารก็พบว่ามีขนมปังไหม้กองอยู่บนจาน พร้อมด้วยไข่ดาวเกรียมจนดำปี๋อีกหลายใบ อาภาพรกรี๊ดลั่นโต๊ะ ตะโกนเรียกป้าแจ่มสอบถามถึงคนทำอาหารเช้า ป้าแจ่มเดินเข้ามาดูที่โต๊ะอาหารก็แทบเป็นลมไปอีกคน เพ็ญพรเดินตามเข้ามา อาภาพรเดินเข้าไปด่าเหมือนเคย แต่เพ็ญพรก็ด่าสวนกลับทุกคำ วาทินี,สโรชา และเชาว์มองหน้ากันด้วยความสงสัยในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือของเพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญ พร้อมทั้งลงความเห็นกันว่าพรเพ็ญคงกินอาหารผิดสำแดงไป จึงทำให้เป็นบ้า หลังจากนั้นป้าแจ่มก็บอกให้เพ็ญพรกวาดบ้าน,ถูบ้านและซักเสื้อผ้า เพราะว่าพรเพ็ญนั้นก็ทำงานอย่างนี้อยู่ทุกวัน เพ็ญพรมองเห็นงานที่พี่สาวตนต้องทำเหมือนทาสทุกวันแล้วยิ่งแค้นจึงแกล้งทำจนบ้านเละไปหมด วาทินีเมื่อเดินลงบันไดบ้านมาก็ลื่นตกบันไดจึงส่งเสียงกรี๊ดสนั่นบ้าน เพราะเพ็ญพรเอา น้ำราดจนเปียกโชกไปหมด แถมไม้ปาร์เก้ที่ห้องรับแขกก็ลอยเป็นแพ เพราะน้ำที่ขังอยู่บนพื้น วาทินีตะโกนเรียกพรเพ็ญในร่างเพ็ญพร เพ็ญพรวิ่งเข้ามารายงานตัว เพ็ญพรถูกวาทินีด่าว่า แต่เธอก็ลอยหน้าลอยตารับผิดอย่างหน้าชื่นตาบาน แล้ววิ่งกลับไปทำงานอย่างอื่นต่อ ทำให้วาทินีโกรธจนแทบเป็นลม ส่วนสโรชานั้นสั่งให้เพ็ญพรดูแลตัดเล็มดอกไม้ที่เธออุตส่าห์สั่งให้ลุงเติมปลูกให้เรียบร้อย แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอก็แทบสลบเพราะดอกไม้ทั้งหลายหน้าบ้านโดนเพ็ญพรตัดจนเหี้ยนไม่เหลือซากทีเดียว สโรชาเรียกเพ็ญพรมาถาม เพ็ญพรจึงตอบว่าสโรชาสั่งให้ตัดให้เรียบร้อยเธอจึงตัดจนเรียบหมดไม่มีเหลือตามคำสั่ง สโรชาโมโหมาก ยกมือจะตบเพ็ญพร แต่เพ็ญพรก็จับมือสโรชาบิดจนสโรชาเจ็บต้องรามือไปเอง เพ็ญพรบอกว่าคนอย่างเธอไม่ชอบให้ใครมาใช้กำลัง ถ้าใครทำเธอก่อนเธอก็จะทำกลับมากกว่าเป็นเท่าทวีคูณ แต่ถ้าใครดีกับเธอ เธอก็จะดีตอบเหมือนกัน สโรชากลับเข้าบ้านด้วยความโมโหปนประหลาดใจ เพราะพรเพ็ญที่เธอรู้จักและคอยกดหัวมาสิบกว่าปีไม่ได้เป็นอย่างนี้ ส่วนเชาว์นั้นวันๆ ไม่ทำงานอะไรคอยแต่จะกินสมบัติเก่าของบ้านศิลาแดง และมีเพื่อนเป็นพวกนักเลงและมาเฟีย เชาว์เล่นการพนันบ่อยแต่ส่วนใหญ่ก็จะเสียมากกว่าได้ เชาว์นั้นเห็นว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยจึงมักคอยหาโอกาสแทะเล็มพรเพ็ญอยู่เสมอ แต่ในช่วงหลังนี้เขาก็เริ่มสงสัยว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไป เพราะเขาไม่สามารถเข้าใกล้หรือล่วงเกินได้เหมือนก่อน เพราะพรเพ็ญใช้การหลบเลี่ยงและหาจังหวะผลักเขาจนขาแพลงไปครั้งหนึ่ง เชาว์โมโหมากชวนเพื่อนฝูงมาที่บ้านหลายคนและเรียกให้เพ็ญพรมาทำอาหารให้ วันนั้นเพ็ญพรไม่สบายมากเพราะคืนก่อนโดนฝน และยังไม่มีโอกาสไปหาหมอ เธอแทบลุกไม่ขึ้น แต่ก็ฝืนใจขึ้นมาทำอาหารให้ แต่ก็ไม่วายแกล้งทำอาหารรสชาติแปลกประหลาดให้กิน วาทินี,สโรชา และ อาภาพรก็รุมด่าเพ็ญพรว่าฝีมือทำอาหารอย่างนี้ท่าทางจะหาผัวลำบาก เพ็ญพรเถียง อาภาพรจึงฉวยโอกาสตบเพ็ญพรจนหน้าหันเลือดออกจากปาก วาทินีเห็นว่าเพ็ญพรไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้จึงตรงเข้าตบซ้ำอีกครั้ง เพ็ญพรโกรธจนแทบบ้า แต่สภาพร่างกายไม่อำนวยในการป้องกันตัวเองจึงได้แต่กัดฟันทนและคิดว่าแค้นครั้งนี้เธอจะต้องเอาคืนให้สาแก่ใจ พักหลังเชาว์รู้จักสมปองซึ่งเป็นพวกค้ายาเสพติดและถูกชักชวนให้ลองขายดูเพราะเงินดี เชาว์ยังไม่กล้าเท่าไรนัก เพราะยังไม่มีเงินมากพอ จึงพกยาเสพติดกลับมาที่บ้านศิลาแดงและเสพบ่อยๆ จนติดตรัยและลูกน้องเฝ้าติดตามพวกของสมปอง และพบว่าสมปองกำลังติดต่อขายยาเสพติดจึงตรงเข้าจับ เกิดการยิงต่อสู้ขึ้น ลูกน้องของสมปองถูกยิงตายหมด สมปองหนีไปได้ ตรัยตามไปติดๆ แต่ก็คลาดกันเพ็ญพรแอบได้ยินเชาว์ติดต่อเรื่องขายยาเสพติดกับสมปองจึงโทรแจ้งตำรวจ ตรัยจึงนำกำลังตำรวจเข้าจับพร้อมของกลาง เชาว์ถูกจับ แต่สมปองหนีไปได้ เชาว์โมโหมากโดยไม่รู้ว่ามีใครแกล้งตน และคิดว่าเด็กข้างบ้านที่ตัวเองเคยข่มอยู่เสมอแอบโทรไปบอกตำรวจ เพ็ญพรเข้าไปดูแลเอกสิทธิ์ทุกวันเมื่อมีเวลาว่าง เธอมักจะเข้าไปพูดคุยกับพ่อของตน เอกสิทธิ์นั้นเริ่มมีอาการดีขึ้น เพราะเพ็ญพรจะคอยนวดเฟ้นให้กล้ามเนื้อเขากระเตื้องขึ้น และคอยพยุงให้นั่งและนอนอยู่เสมอ ด้วยสุขภาพจิตที่ดีของเพ็ญพร ทำให้เอกสิทธิ์ก็เริ่มไหวติงขึ้นมาเรื่อยๆ และเริ่มรับรู้เรื่องราวต่างๆ มากขึ้น แม้ว่าจะยังพูดอะไรไม่ได้ก็ตาม อาภาพรมักจะชวนตรัยมาที่บ้านศิลาแดงบ่อยๆ แต่ก็มักจะโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เสมอๆ ตรัยเริ่มสังเกตว่าพรเพ็ญ เด็กรับใช้ในบ้านที่เขาเคยเห็นนั้นเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม จากผู้หญิงอมทุกข์ที่ไม่กล้ามองหน้าใครตรงๆ แถมยังขี้อายและน่าสงสาร กลายเป็นผู้หญิงสาวสวยปราดเปรียว แคล่วคล่องว่องไว ดูทะมัดทะแมง แถมฝีปากยังคมกริบ และกลายเป็นคนไม่ยอมคนไปได้ แม้ว่าจะถูกแกล้งอยู่บ่อยๆ แต่ตรัยก็ไม่ถือสา แถมยังคอยดูว่าแต่ละวันเธอจะมีอะไรมาแกล้งเขาอีก จากที่เคยสงสารกลับกลายเป็นสนใจ เพราะเขาชอบผู้หญิงที่สวย ฉลาดปราดเปรียวและไม่ยอมคนอย่างนี้มานานแล้ว เพ็ญพรเองถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบหน้าตรัยมาตั้งแต่แรก แต่พอได้พบบ่อยๆ และแกล้งเขาอยู่เรื่อยๆ ก็อดสงสารไม่ได้ แถมยังเห็นว่าความจริงเขาก็เป็นผู้ชายน่ารักคนหนึ่งเหมือนกัน แถมเป็นพี่ชายของเพื่อนรักอย่างสุดาด้วย ก็อดที่จะสนใจเขาอยู่ลึกๆ ไม่ได้ ซึ่งอาการของทั้งคู่นั้นหาได้รอดสายตาของอาภาพรไปไม่ อาภาพรเริ่มอาละวาดกับตรัย แต่ตรัยก็ไม่สนใจ เพราะเขาไม่ได้คิดว่าอาภาพรจะมาเป็นแม่ของลูกเขาอยู่แล้ว ที่เขาคบอาภาพรเพราะว่าสงสารและเธอก็ตามตื๊อเขามาตลอด เมื่อยังไม่มีใครน่าสนใจกว่าก็เลยคบไปก่อน และเมื่อได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านศิลาแดงทั้งหมดจากป้าแจ่มและลุงเติม ทำให้เพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญเริ่มประกาศอิสระภาพโดยการเชิญทนายประจำตระกูลคือทนายสมศักดิ์,ตรัย และสุดามาที่บ้าน เมื่อได้เวลาทนายสมศักดิ์เป็นคนประกาศว่าพรเพ็ญบรรลุนิติภาวะแล้ว และเป็นลูกสาวของเจ้าของบ้านศิลาแดงมีอำนาจในการดูแลทรัพย์สินและมรดกทุกอย่างที่เป็นของเอกสิทธิ์ นับตั้งแต่วันนี้ไปพรเพ็ญจะเป็นคนดูแลทรัพย์สินทุกอย่างของบ้านศิลาแดงเอง โดยมีทนายสมศักดิ์เป็นที่ปรึกษา สโรชา และ อาภาพร คัดค้านไม่เห็นด้วย แต่ทนายสมศักดิ์บอกว่าพรเพ็ญมีสิทธิ์ที่จะทำได้อย่างชอบธรรม สร้างความโกรธแค้นให้กับสามสาวเป็นอย่างมาก หลังจากวันนั้นเพ็ญพรก็นำเอาเอกสิทธิ์ขึ้นมาอยู่ที่บ้านใหญ่ และให้ทั้งสามสาวไปอยู่ที่บ้านหลังเล็กซึ่งเป็นสิทธิ์ของวาทินีแทน แม้ว่าทั้งสามสาวจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะวันนี้พรเพ็ญที่พวกเธอเห็นแข็งแกร่งไม่อ่อนแอขี้แยเหมือนพรเพ็ญที่พวกเธอรู้จัก ทำให้ไม่มีใครกล้าหือกับพรเพ็ญ และเมื่อย้ายขึ้นมาอยู่บ้านใหญ่แล้ว เพ็ญพรก็สั่งให้ป้าแจ่มและลุงเติมขึ้นมาดูแลเอกสิทธิ์ ปล่อยให้วาทินี,สโรชา และอาภาพร ทำงานบ้านทั้งหมดแทน แม้ว่าไม่อยากทำและไม่พอใจในคำสั่งของเพ็ญพร แต่ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม เพราะว่าเพ็ญพรเป็นคนถือเงินและบัญชีทั้งหมด แถมเพ็ญพรยังแกล้งให้ทั้งสามทำงานหนักเป็นการแก้แค้นแทนพรเพ็ญที่เคยถูกใช้ทำงานเยี่ยงข้าทาสในบ้านศิลาแดง อาภาพรซึ่งเคยมีเงินซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวสวยๆ ก็ไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าแพงๆ เหมือนก่อน และต้องทำงานแลกกับเงินค่าจ้างไปวันๆ ซึ่งทำให้เพ็ญพรสะใจยิ่งนัก ตรัยได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมด เพราะเขามาเที่ยวที่บ้านศิลาแดงและเห็นอาภาพรต้องทำงานไม่ได้เฉิดฉายเหมือนก่อน อาภาพรบอกตรัยว่าพรเพ็ญยึดอำนาจไปอย่างไม่เป็นธรรม ตรัยได้แต่พยักหน้ารับรู้ทั้งที่ในใจเขาแสนจะดีใจ เพราะว่าสาวคนที่เขาแอบชอบกลายเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้อย่างเต็มภาคภูมิ และในช่วงหลังเพ็ญพรต้อนรับเขาอย่างมิตรไม่เหมือนศัตรูเหมือนแต่ก่อน ความสัมพันธ์ของตรัยและเพ็ญพรสร้างความไม่พอใจให้กับอาภาพรเป็นอย่างมาก อาภาพรวางแผนให้เพ็ญพรเข้าใจผิดตรัยโดยโทรไปนัดตรัยให้มาพบบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาเมื่อตรัยมาพบเธอวานให้วาทินีเดินไปบอกเพ็ญพรว่าตรัยมาหาอาภาพรที่บ้าน เพ็ญพรเดินมาที่ห้องรับแขก อาภาพรเหลือบเห็นจึงทำเป็นกอดกับตรัยอยู่ ตรัยไม่ทันรู้ตัว เพ็ญพรโกรธกับภาพที่เธอเห็น ตรัยหันมาพบว่าเพ็ญพรกำลังทำหน้าบึ้งกับเหตุการณ์นี้อยู่ ตรัยสลัดอาภาพรออกและเดินเข้าไปปรับความเข้าใจกับเพ็ญพร แต่เพ็ญพรไม่ฟังวิ่งขึ้นห้องและล็อคประตู ตรัยวิ่งตามขึ้นไปตะโกนอธิบายแต่เพ็ญพรไล่ให้ตรัยกลับไปก่อนเพราะเธอยังไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น โดยมีอาภาพรและวาทินียืนยิ้มดีใจในความสำเร็จครั้งนี้ เพ็ญพรเสียใจเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง สุดารู้เรื่องจากตรัยก็มาปรับความเข้าใจแทนพี่ชาย เพ็ญพรไม่ยอมฟัง แต่ในที่สุดสุดาบอกว่าอยากแพ้คนที่บ้านศิลาแดงหรือ เพ็ญพรจึงรวบรวมสติและทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยลดความโกรธและความใจร้อนซึ่งเป็นข้อเสียของเธอ และในที่สุดเพ็ญพรก็เข้าใจว่าเป็นแผนของอาภาพรและวาทินีที่ต้องการให้เธอกับตรัยเข้าใจผิดกันตรัยมาหาเพ็ญพรที่บ้าน อาภาพรตรงเข้ามากอดคลอเคลียกับตรัยอีกเพื่อให้เพ็ญพรโมโหตรัย แต่เที่ยวนี้เพ็ญพรกลับเฉยและไม่แยแสการกระทำของอาภาพร เธอต้อนรับขับสู้ตรัยอย่างดี ตรัยพยายามเดินหนีอาภาพร แต่อาภาพรก็ตามติดอย่างกับตุ๊กแกเกาะผนังห้อง เพ็ญพรบอกตรัยว่าเธอรักเขาต่อหน้าอาภาพร ตรัยก็บอกว่าเขาก็รักเธอสุดหัวใจเหมือนกัน อาภาพรกรี๊ดลั่นบ้านเพราะทนไม่ได้กับการเป็นส่วนเกินอย่างที่เป็นอยู่ อาภาพรวิ่งขึ้นห้องไปหาวาทินีที่ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้เลย เพ็ญพรยิ้มเยาะอย่างสะใจ มยุรีได้พบกับณัฐพงษ์ที่งานแต่งงานของบุษกรเพื่อนสนิทของเธอ ณัฐพงษ์เมื่อเห็นมยุรีก็พอใจในความสวยของเธอและเข้าไปจีบ มยุรีก็พอใจในความเป็นหนุ่มหล่อของณัฐพงษ์เหมือนกัน คืนนั้นทั้งคู่จบลงที่โรงแรม หลังจากวันนั้นมยุรีก็ตกหลุมรักณัฐพงษ์เพราะเขาเป็นคนเอาใจผู้หญิงเก่ง และอยู่ในตระกูลดี มยุรีอดหึงหวงสาวทุกคนที่เข้าใกล้ณัฐพงษ์ไม่ได้ ไม่นานณัฐพงษ์ก็เริ่มเบื่อเพราะมยุรีนั้นอายุแก่กว่าเขาหลายปี และเขาก็ไม่ได้รักมยุรีเพราะคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งของเขาเท่านั้นช่วงหลังสุดามักจะตามตรัยมาที่บ้านศิลาแดงเป็นประจำเพราะว่าอยากมาเจอเพ็ญพร แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้แสดงให้ใครรู้ว่าเป็นเพื่อนรักกัน ณัฐพงษ์นั้นเมื่อพบหน้าสุดาครั้งแรกก็นึกชอบ และพยายามทำตัวใกล้ชิดกับสุดา ซึ่งในช่วงแรกเพ็ญพรเตือนสุดาบอกให้ดูณัฐพงษ์ให้ดีเสียก่อน สุดาจึงพยายามให้ณัฐพงษ์ปรับปรุงตัวเสียใหม่ ซึ่งณัฐพงษ์ก็เต็มใจที่จะเปลี่ยนจากพ่อพวงมาลัย หางานทำและตั้งใจทำงานสร้างฐานะ เพราะหลังจากที่คบกับสุดาไปพักใหญ่ เขาก็รู้ตัวว่าเขาหลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าเสียแล้ว และวันนี้ถึงวันที่เขาจะต้องสร้างฐานะเพื่ออนาคตเสียที ทำให้สุดาดีใจที่สามารถทำให้พ่อไก่แจ้กลายเป็นคนดีได้ เพ็ญพรก็ดีใจที่เพื่อนรักจะได้มีความสุขเสียที มยุรีเมื่อรู้ว่าณัฐพงษ์กำลังจีบสุดาก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอาละวาดกับณัฐพงษ์ซึ่งกำลังนั่งคุยหยอกล้ออยู่กับสุดาและเพ็ญพร เธอตรงเข้าตบสุดาอย่างไม่ยังมือ ณัฐพงษ์ตรงเข้ากระชากมยุรีจนกระเด็นไปติดข้างฝาพร้อมทั้งออกปากไล่มยุรีให้ออกไปจากบ้าน มยุรีตกใจแทบช็อคเพราะผู้ชายคนที่เธอรักเขาสุดชีวิตกลับไม่มีเยื่อใยกับเธอเลย มยุรีเดินน้ำตานองหน้าออกจากบ้านศิลาแดงไปอย่างคนที่พ่ายแพ้ สุดาโกรธณัฐพงษ์ที่ไม่บอกเรื่องนี้กับเธอ ณัฐพงษ์สัญญาว่าจะไม่นอกใจเธออีกตลอดชีวิตและจะดูแลสุดาให้ดีที่สุดโดยมีเพ็ญพรเป็นพยานรักครั้งนี้ทางด้านพรเพ็ญเมื่อกลับไปอยู่ที่สวนเสาวรส ก็ปลอมตัวเป็นเพ็ญพร เพราะทำตามสัญญากับเพ็ญพรที่ไม่ต้องการทำให้พ่อและตาเป็นห่วง แต่ด้วยความที่เป็นคนเรียบร้อย เธอก็ดูแลปรนนิบัติเดือนฉายและเคนเป็นอย่างดีสร้างความแปลกใจให้กับทั้งสองเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากกลับจากกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นคนละคน ไม่ซนแก่นเซี้ยวเหมือนเมื่อก่อน และไม่แกล้งกอล์ฟเหมือนอย่างเคยจนทำให้กอล์ฟอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอมาไม้ไหนกันแน่ แต่ก็ยังคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังติดสอยห้อยตามพรเพ็ญไปไหนมาไหนตลอด พรเพ็ญได้พบวิทวัสที่ตลาด วิทวัสปราดเข้าหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร และหาเรื่องแกล้งเหมือนเคย โดยขับรถปาดน้ำโคลนที่เอ่อล้นอยู่ข้างทางให้กระเด็นโดนพรเพ็ญ แถมยังจอดรถลงมาเยาะเย้ย แต่เที่ยวนี้เขาผิดคาด เพราะคิดว่าพรเพ็ญจะตรงเข้ามาต่อว่าเขา เธอกลับบอกว่าไม่เป็นไร และคิดว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ทำให้วิทวัสทำตัวไม่ถูก ต้องเอ่ยปากขอโทษเธอ พร้อมทั้งขอพาเธอกลับไปส่งที่สวนเสาวรส แต่กอล์ฟอดโมโหแทนพรเพ็ญไม่ได้ ก็เลยต่อว่าต่อขานวิทวัส พรเพ็ญเอ่ยปากห้ามกอล์ฟไม่ให้พูดมาก และยอมให้วิทวัสไปส่งที่สวนเสวรสโดยดี ที่นั่นวิทวัสได้พบกับเดือนฉายและเคนเป็นครั้งแรก และได้รู้จักคุยกันจนถูกคอกับเคนเป็นอย่างดีเพราะมีนิสัยนักเลงไม่กลัวคนเหมือนกัน เย็นนั้นพรเพ็ญเอ่ยปากชวนให้วิทวัสทานข้าวที่บ้าน ซึ่งแม้จะแปลกใจและคิดว่าอาจจะโดนสาวเจ้าแกล้งเหมือนเคย แต่ก็อยากลองดูว่าเธอจะมาไม้ไหนกับเขา แต่เมื่อได้ลิ้มรสชาติฝีมือทำอาหารของพรเพ็ญเข้า เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าความจริงผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่ยังมีความเป็นแม่ศรีเรือนอยู่ในตัวอย่างที่เขาต้องการเสียด้วย หลังจากวันนั้นวิทวัสก็หาทางพาพบพรเพ็ญบ่อยๆ แม้ว่าจะยังไม่ไว้ใจนักว่าเธอจะเปลี่ยนนิสัยจากสาวจอมกวนมาเป็นสาวหวานได้จริงๆ แต่ในใจลึกๆ แล้ว เขาก็รู้ว่าเขารักเธอเข้าเสียแล้ว โดยมีพัฒน์คอยสอดแนมและยุยงอยู่ตลอดให้วิทวัสตามจีบพรเพ็ญให้สำเร็จ ส่วนพรเพ็ญก็มีกอล์ฟคอยเป็นกันชนไม่ให้วิทวัสเข้าถึงตัวได้ง่าย แต่แล้ววิทวัสก็ติดสินบนกอล์ฟได้ด้วยของฝากต่างๆ จนสามารถเอากอล์ฟมาเป็นพวกของตนได้อีกคน ซึ่งช่วงหลังพรเพ็ญเองก็ไม่ปฏิเสธว่าในหัวใจของเธอก็มีชายชื่อ “วิทวัส” นั่งอยู่เต็มหัวใจเหมือนกัน เดือนฉายและเคนเฝ้ามองความรักของทั้งคู่อย่างเบาใจ เพราะวิทวัสก็เป็นชายหนุ่มที่มีความมั่นคงทั้งฐานะและความดี พอที่จะเข้ามาเป็นเขยของสวนเสาวรสได้โดยไม่ขาดตกบกพร่องเดือนฉายป่วยเพราะตรากตรำงานหนัก พรเพ็ญโทรบอกให้เพ็ญพรกลับมาเยี่ยมแม่บ้าง เพ็ญพรเมื่อรู้เรื่องก็บอกให้พรเพ็ญกลับมาที่บ้านศิลาแดงเพื่อสลับตัวกัน พรเพ็ญกลับมาเปลี่ยนตัวกับเพ็ญพรโดยมีสุดาเป็นคนช่วย เมื่อเพ็ญพรกลับมาถึงบ้านก็ตรงเข้าไปดูเดือนฉายซึ่งอาการดีขึ้นและพูดคุยกับเดือนฉายมากมายจนเดือนฉายงง เพราะคิดว่าเพ็ญพรอยู่กับเธอตลอดเวลา ทำใมถึงได้แสดงท่าทีเหมือนคนที่ไม่ได้พบกันมานาน วิทวัสมาเยี่ยมเดือนฉายที่บ้าน เมื่อพบเพ็ญพรก็คิดว่าเป็นพรเพ็ญ เขากุมมือเพ็ญพรแต่เพ็ญพรซึ่งไม่รู้ว่าพรเพ็ญนั้นบัดนี้กลายเป็นคนรักของวิทวัสแล้วจึงสบัดมือออก วิทวัสงงกับอาการที่เพ็ญพรแสดงกับเขา เพ็ญพรด่าว่าวิทวัสที่มาหาเศษหาเลยกับเธอ วิทวัสยิ่งงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีก จึงขอตัวกลับบ้าน เพ็ญพรโทรกลับไปหาพรเพ็ญที่บ้านศิลาแดงเพื่อถามเรื่องวิทวัส พรเพ็ญจึงบอกความจริงทั้งหมดและย้ำให้เพ็ญพรทำดีกับวิทวัส เพ็ญพรรับปากรุ่งขึ้นวิทวัสมาหาเพ็ญพรอีกครั้ง เที่ยวนี้เพ็ญพรทำเป็นเอาใจวิทวัสอย่างดี ทำให้วิทวัสหายโกรธและเมื่อเขาจะเข้าใกล้เพ็ญพรเธอก็กระเถิบหนีจนเขาสงสัย แต่ก็คิดว่าเพ็ญพรคงอายตามประสาผู้หญิง ส่วนพรเพ็ญกลับไปถึงบ้านศิลาแดงพร้อมกับสุดา โดยสุดาทำทีว่ามาค้างเป็นเพื่อนพรเพ็ญและต้องการป้องกันพรเพ็ญจากคนในบ้านด้วย ตรัยมาหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร เที่ยวนี้พรเพ็ญกลับเรียบร้อยน่ารักเหมือนกับที่เขาเคยพบครั้งแรก เธอต้อนรับเขาอย่างดีคอยปรนนิบัติเหมือนเมื่อก่อนจนตรัยเองก็งงเพราะพรเพ็ญช่วงหลังที่เขารู้จักเป็นคนคล่องแคล่วว่องไว พูดจาห้วนๆ แต่ก็ฉลาดทันคน ตรัยคิดว่าพรเพ็ญคงอยากเปลี่ยนเป็นสาวหวานบ้าง แต่ก็อดพูดกับสุดาไม่ได้ว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเมื่อเดือนฉายหายป่วย เพ็ญพรจึงโทรหาสุดาและพรเพ็ญเพื่อเปลี่ยนตัวกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เกือบพลาดเพราะอาภาพรมาเห็นเข้าพอดี จึงเดินตรงเข้ามาหา สุดาเข้าขวางพรเพ็ญจึงหลบไปขึ้นรถสุดาที่จอดอยู่ทัน เพ็ญพรเข้าปะทะคารมกับอาภาพรเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ สุดารีบขึ้นรถขับออกไปก่อนที่ความลับทั้งหมดจะแตก ที่ไร่ของวิทวัสเกิดมีโรคระบาดทำให้วัวและสัตว์เลี้ยงในไร่ของเขาล้มป่วย วิทวัสวุ่น นักแสดง วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ รับบท ตรัยธนพล นิ่มทัยสุข รับบท วิทวัสนิโคล กิตติวัฒน์ รับบท เพ็ญพร (เพ็ญ) คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท พรเพ็ญ ปิยะธิดา ชิตอรุณ รับบท สุดา กันตา ดานาว รับบท เดือนฉายณหทัย พิจิตรา รับบท สโรชาชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท อาภาพร เอกสิทธิ์ รับบทโดย ไพโรจน์ สังวริบุตร

Boys Over Flower รักฉบับใหม่ หัวใจ 4 ดวง [พากย์ไทย] ตอนที่20
Boys /  Over / 

จากการ์ตูนสุดฮิต สาวแกร่งแรงเกินร้อย (HANA YORI DANGO) ที่สร้างความประทับใจ ผู้อ่านจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ซีรีส์ทางโทรทัศน์ ทั้งในรูปแบบไต้หวัน และ ญี่ปุ่น ทำให้เกิดกระแสเอฟโฟร์ฟีเวอร์ ไปทั่วเอเชีย ล่าสุดสถานีโทรทัศน์ KBS นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในแบบฉบับเกาหลี ซึ่งยังคงกลิ่นอายของความโรแมนติกในแบบดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วนใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS) ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั้งในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และโดยเฉพาะในประเทศเกาหลี ซีรีส์เรื่องนี้จัดว่าเป็น 1 ใน 5 รายการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2009 ส่งผลให้ ลี มิน โฮ ผู้ รับบทนำในเรื่อง ได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ จากงานประกาศผลรางวัล 45th Paek Sang Arts Awards ร่วมด้วยนักร้อง-นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังมากมาย ได้แก่ คิม ฮยอง จุน หัวหน้าวง SS501 คิม จุน สมาชิกวง T- Max คิม บอม และ คู ฮเย ซอน ชินฮวากรุ๊ป เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศเกาหลี ดำเนินการด้านธุรกิจมากมาย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ โทรคมนาคม และหนึ่งในธุรกิจเหล่านั้นคือ โรงเรียนชินฮวา โรงเรียนแห่งแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี ผู้ที่เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าระบบการศึกษา โรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้สร้างให้คนธรรมดาทั่วไป แต่เป็นแหล่งรวมบรรดาลูกหลานนักธุรกิจและมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าของประเทศไว้ มากมาย และถ้าหากใครที่ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นการปูทางสำหรับอนาคตได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ชื่อเสียงของโรงเรียนชินฮวา โด่งดังไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 4 หนุ่มแก๊ง “ฟลาวเวอร์โฟร์” (F4) ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนชายที่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นๆ ประกอบไปด้วย กู จุนเพียว หัวหน้ากลุ่ม ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของกลุ่มธุรกิจชินฮวากรุ๊ป ยุน จีฮู หนุ่มมาดขรึมเจ้าเสน่ห์หลานชายอดีตประธานาธิบดี โซ อีจอง หนุ่มเพลย์บอยทายาทตระกูลศิลปินชื่อดัง และ ซอง ยูบิน ลูกชายกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพล สิ่งที่ทำให้ทุกคนเกรงกลัวแก๊งเอฟโฟร์ เนื่องจากพวกเขามักแสดงอำนาจด้วยการนำกระดาษแดงเขียนข้อความว่า “จาก เอฟโฟร์” หรือที่เรียกกันว่า “ใบแดง” ไปติดที่ตู้ล็อกเกอร์ของคนที่บังอาจต่อต้านพวกเขา หากใครได้ใบแดงจะถูกเพื่อนนักเรียนรุมกลั่นแกล้งจนต้องลาออกไปในที่สุด แต่ในบรรดานักเรียนสุดไฮโซของโรงเรียนชินฮวา ยังมี กึม จันดี เด็กสาวชาวบ้านธรรมดาที่ประกาศตัวเป็นปรปักษ์ต่อแก๊งเอฟโฟร์อย่างเต็มที่ เพราะเอือมระอาต่อพฤติกรรมของพวกเขา รวมถึงเบื่อหน่ายสภาพแวดล้อมสุดหรูที่แตกต่างจากชีวิตความเป็นอยู่ของเธอ อย่างสิ้นเชิง กึม จันดี เป็นเพียงเด็กที่มีฐานะยากจนแต่เป็นคนร่าเริงสดใส พ่อและแม่ประกอบอาชีพซักแห้งเสื้อผ้า ที่เธอสามารถเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้ เพราะเคยช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ทางโรงเรียนจึงมอบทุนการศึกษาให้เธอได้เข้ามาเรียนที่นี่ กึม จันดี เฝ้ามองเหล่าเด็กนักเรียนที่ถูกแก๊งเอฟโฟร์ทำร้าย เธอมักจะข่มความไม่พอใจของตัวเองด้วยการวิ่งขึ้นไปที่ดาดฟ้าของโรงเรียนแล้ว ร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจและความไร้สาระของระบบในโรงเรียนแห่งนี้อยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่า ยุน จีฮู เฝ้ามองเธออยู่ เพราะเขามักไปแอบงีบหลับอยู่ในบริเวณนั้นเป็นประจำ วันหนึ่งเพื่อนนักเรียนหญิงผู้โชคร้ายเกิดทำไอศกรีมหกใส่ กู จุนเพียว เมื่อเห็นเพื่อนกำลังจะถูกแก๊งเอฟโฟร์เล่นงาน กึม จันดี จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หลังจากนั้นเธอได้รับใบแดงจากแก๊งเอฟโฟร์ และถูกทุกคนในโรงเรียนกลั่นแกล้ง แต่กึม จันดี ยังยืนหยัดต่อสู้ พร้อมทั้งประกาศว่าไม่กลัวพวกเขาแม้แต่น้อย ในระหว่างนี้มี ยุน จีฮู เพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือ กึม จันดี รู้สึกประทับใจที่ ยุน จีฮู เป็นคนไม่โอ้อวด ต่างจากสมาชิกแก๊งเอฟโฟร์คนอื่นๆ ทำให้เธอกับเขาเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม กึม จันดี กลับกลายเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของ กู จุนเพียว แต่ด้วยความที่ต้องเผชิญหน้ากันหลายครั้ง กลับเป็นเหตุให้ กู จุนเพียว เริ่มรู้สึกมีใจให้กับ กึม จันดี อย่างไม่รู้ตัว เขาคิดว่าเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และเป็นหญิงสาวคนแรกที่สามารถต่อต้านอำนาจของแก๊งเอฟโฟร์ได้ กู จุนเพียว พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับ กึม จันดี โดยมีเหล่าสมาชิกเอฟโฟร์คอยเอาใจช่วย แต่ กึม จันดี กลับเริ่มมีใจให้ ยุน จีฮู ถึงแม้จะรู้ว่าเขามอบหัวใจให้หญิงอื่นไปแล้วก็ตาม ดูเหมือนว่ารักครั้งนี้ของเทพบุตรอย่าง กู จุนเพียว จะมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน เขาจะสามารถพิชิตใจสาวน้อยธรรมดาที่แสนจะน่ารักคนนี้ได้หรือไม่ ติดตามชมได้ใน “รักฉบับใหม่...หัวใจ 4 ดวง” (BOYS OVER FLOWERS)

เนียนเลยดิ!เปิดสถิติ ช้างศึก ข่มเบอร์1อาเซียนมิดด้าม
ฆวน กัวราโด้ /  ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา / 

ใกล้เข้าไปทุกขณะแล้วสำหรับ การจะก้าวขึ้นไปสร้างความยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลอาเซียนอีกครั้งของ ช้างศึก ทีมชาติไทย หลังจากห่างหายบัลลังก์ไปกว่า 12 ปี ซึ่งเวลานี้ได้ทะลุมาถึงรอบรองชนะเลิศ ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 เป็นที่เรียบร้อย โดยทีมที่เป็นก้างขวางคออยู่ในด่านต่อไปนี้นั้น จะบอกว่าเป็นงานง่าย ก็ไม่ง่าย และจะบอกว่าเป็นงานยาก ก็ไม่ยาก ทีมนั้นคือขุนพล ตากาล็อก ทีมชาติฟิลิปปินส์ ทีมอันดับที่ 1 ของฟุตบอลอาเซียน ในเวลานี้ตามการจัดอันดับของฟีฟ่า การพบกันรอบรองชนะเลิศ เกมแรกนั้น ช้างศึก ทีมชาติไทย จะออกไปเยือนถิ่นตากาล็อก ก่อนในวันที่ 6 ธ.ค.57 วันนี้ก็เช่นเคยเราจะมาเปิดสถิติที่น่าสนใจของ ทั้ง 2 ทีมให้ได้ยลกัน ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผ่านเข้ารอบนี้มาได้ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มบี เก็บ 9 คะแนนเต็ม ส่วนฟิลิปปินส์ ภายใต้การคุมทัพของ โธมัส ดูลีย์ เข้ารอบมาด้วยการเป็นอันดับที่ 2 ด้วยการชนะ 2 แพ้ 1 มี 6 คะแนน การพบกันของ ช้างศึก กับ ตากาล็อก ในรายการนี้ ทุกชื่อ ดวลแข้งกันมา 6 ครั้ง ทีมชาติไทย มีสถิติที่ดีกว่า เก็บชัยชนะได้ครบทั้ง 6 ครั้ง แถมถลุงประตู ฟิลิปปินส์ ไปได้ถึง 19 ตุง และเสียเพียง 3 ตุงเท่านั้น เกมที่ทีมชาติไทย เอาชนะได้เยอะที่สุดคือ 5-0 ซึ่งเป็นการแข่งกันในปีพ.ศ.2509 แข่งกันที่ประเทศสิงคโปร์ ส่วนเกมที่ ช้างศึก ชนะได้น้อยที่สุด ก็เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ เอาชนะไปได้ 2-1 เท่านั้น ซึ่งเล่นที่เมืองไทย อีกด้วย ส่วนเกมล่าสุดที่อุ่นเครื่องกัน ทีมชาติไทย ต้อนเอาชนะ ฟิลิปปินส์ ไปได้ 3-0 เมื่อวันที่ 9 พ.ย.57 ณ จังหวัดนครราชสีมา ชาริล ชัปปุยส์ คือนักเตะที่มีสถิติดีที่สุดของไทย ในรอบที่ผ่านมา ยิง 2 (1 จุดโทษ) และส่งให้เพื่อนทำประตูได้ 1 ครั้ง ตามมาด้วย อดิศักดิ์ ไกรษร ยิง 2 และประกิต ดีพร้อม เป็นนักเตะที่มีผลงานดีตามมายิง 1 จ่าย 2 ศึกซูซูกิคัพ 2014 ทีมชาติไทย มีสถิติการยิงประตูอยู่ที่ 2.33 ประตูต่อนัด ส่วนฟิลิปปินส์ อยู่ที่ 3 ประตูต่อนัด ขณะที่การเสียประตูนั้น ไทย เสีย 1 ประตูต่อนัด และฟิลิปปินส์ 1.33 ประตูต่อนัด ช้างศึก เป็นทีมที่ใช้เวลาเฉลี่ยในการยิงประตูแรกอยู่ที่ 21 นาที ส่วนตากาล็อก อยู่ที่ 41 นาที การเสียประตูแรก ช้างศึก อยู่ที่ 23 นาที ฟิลิปปินส์ อยู่ที่ 15 นาที ทีมชาติไทย ยิงประตูระหว่างนาทีที่ 0-15 อยู่ที่ 28.6 เปอร์เซ็นต์ นาทีที่ 30-45 และนาทีที่ 60-75 ช้างศึก มีสถิติอยู่ที่ 14.3 เปอร์เซ็นต์ ส่วนนาทีที่ 75-90 ทีมชาติไทย ยิงประตูได้มากถึง 42.9 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้นาทีที่ 15-30 และนาทีที่ 45-60 นักเตะทั้งยังไม่สามารถพังประตูได้เลย ทีมชาติฟิลิปปินส์ ยังไม่สามารถพังประตูได้เลยในระหว่างเวลา 0-15 นาที แต่มักจะไปยิงประตูได้มากในช่วงนาทีที่ 75-90 ซึ่งมีสถิติอยู่ที่ 33.3 เปอร์เซ็นต์ นาทีที่ 15-45 ยิงประตูได้ 22.2 เปอร์เซ็นต์ และนาทีที่ 45-75 ยิงประตูได้ 44.4 เปอร์เซ็นต์ ช้างศึก มีอายุนักเตะเฉลี่ยอยู่ที่ 24.2 ปี เนื่องจากมีนักเตะที่อายุน้อยกว่า 22 ปี 5 คน นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม อายุน้อยที่สุด 20 ปี และชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา อายุมากที่สุด 31 ปี ด้านตากาล็อก มีอายุนักเตะเฉลี่ยอยู่ที่ 26.1 ปี เนื่องจากมีนักเตะที่อายุน้อยกว่า 22 ปี 4 คน อมานี่ อกุยนัลโด้ อายุน้อยที่สุด 19 ปี และฆวน กัวราโด้ อายุมากที่สุด 35 ปี และเป็นผู้เล่นคนเดียวของทีมที่เป็นนักเตะโอนสัญชาติ ขอบคุณภาพสวยๆจาก : เฟซบุ๊คบริษัท สปอร์ต ฮีโร่ จำกัด

10 นิสัยที่คนเป็นแฟนกันรังเกียจ
ความรักวัยรุ่น /  พฤติกรรมวัยรุ่น

นี่คือ 10 นิสัยที่คนเป็นแฟนกันรังเกียจ ! ลองดูสิว่า คุณหน่ะ มีนิสัยหรือพฤติกรรมแบบ 10 ข้อนี้รึเปล่า ถ้ามีก็ควรจะปรับปรุงตัวแบบเร่งด่วนก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป! (ฟังดูน่ากลัวม๊ะ >,<) 10 นิสัยที่คนเป็นแฟนกันรังเกียจ ! 10. เอาแต่ใจตัวเอง : ไม่มีใครหรอกที่จะเอาแต่ใจคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว แต่การเอาใจตัวเองก็ควรจะมีลิมิต ไม่งั้นชีวิตรักจะสั่นคลอนเอาได้ง่ายๆ 9. ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป : เข้าใจว่าคุณอยากอยู่กับเธอตลอดเวลาที่คุณตื่น ไปไหนก็ไปด้วย ทำอะไรก็ทำด้วย แต่ความจริงที่คุณอาจหลงลืมไป นั่นคือ คนทุกคนต้องการเวลาส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น 8. หึงแบบไร้ขีดจำกัด : ความหึงห้ามกันไม่ได้ และหนุ่มบางคนก็ไม่อยากให้แฟนตัวเองไปไหนกับเพื่อนเลย จะต้องโทรเช็คโทรหาอยู่ตลอดเวลา เวลามีเพื่อนชายมาพูดด้วยก็จะหึง จะหวง จะพาล อย่างนี้เขาเรียกว่าหึงจนน่ารำคาญ ระวังเธอจะไม่อยู่ให้คุณหึงนะ!! 7. เชื่อเพื่อนมากเกินไป : ความหวังดีของเพื่อน อาจเป็นเพียงการปลอบใจ แต่คนที่รู้ปัญหา 'วงใน' จริงๆ ก็คือตัวคุณเองไม่ใช่หรือ? เพียงแต่เส้นผมอาจบังภูเขาอยู่ก็เท่านั้นเอง 6. นัดไม่เป็นนัด : เธออาจรอคุณมาทั้งชีวิต(รอแม้กระทั่งวันที่คุณขอเธอแต่งงาน) แต่หนุ่มๆ ดันลืมคิดไปว่า เวลาก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเธอเช่นกัน จงจำไว้ให้ดีว่า "เธอ คือ สิ่งมีชีวิตที่ต้องการการเติบโตไปพร้อมกับคุณ เติบโตไปพร้อมกับเวลา และไม่ใช่ของตายของใคร" 5. พูดจาข่มต่อหน้าคนอื่น : ข้อนี้ส่วนใหญ่ผู้ชายจะกระทำมากกว่าฝ่ายหญิง เพราะผู้ชายมักเติบโตมากับความเชื่อที่ว่า "ผู้ชายเก่งกว่า" แต่ถ้าคุณผู้หญิงโบกมือลา แล้วคุณผู้ชายจะกลายเป็นคนเก่งที่อยู่คนเดียว เอาไหมเล่า? 4. บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะกัน : ที่พูดไป ก็เพราะว่าอยากทำให้อีกฝ่ายเสียใจ(แบบไม่มีเหตุผล)ใช่ไหม? หรือจะแสดงให้เห็นว่าคุณก็ไม่แคร์เธอ แต่ที่ทำไปก็อยากให้เธอให้ความสำคัญกับคุณก็เท่านั้นเอง!! วิธีนี้จะใช้ได้ผล ก็ในช่วงแรกๆ เท่านั้น แต่พอทำหลายๆ ครั้งเข้า ใคร๊! มันจะไปทนได้ เพราะอารมณ์กับความสัมพันธ์ช่างดูไม่มั่นคงเอาเสียเลย 3. โกรธแล้วไม่พูดด้วย : คุณคิดอย่าง เธอคิดอีกอย่าง เข้าใจกันไปคนละทิศละทาง เรื่องนี้ล่ะอันตรายที่สุด จากผลสำรวจระบุว่า "การเก็บงำ การไม่แชร์ความรู้สึก การไม่สื่อสารกัน" เป็นเหตุทำให้คู่รักเลิกกันได้มากที่สุด ข้อนี้ถ้ารักศักดิ์ศรีของตัวเองมากนัก หรือเอาแต่ใจตัวเองเป็นหลัก ก็จงอย่าอยู่ร่วมกับคนอื่นเลยจะดีที่สุด 2. โกหก : การโกหกบางครั้งก็มีข้อดีอยู่ เพราะความจริงที่พูดออกไปบางครั้งก็เป็นการทำร้าย แต่การโกหกจนไม่รู้ไหนจริงไหนเท็จ แม้แต่คนพูดเองก็ยังจำไม่ได้ ก็จงหยุดเสียเถอะ ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น เดี๋ยวจะหาว่า FHM ไม่เตือน... 1. ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น : คุณอาจนึกสนุก ลองใจกับเธอที่คุณรักให้ได้หึงดูบ้าง อยากจะ "เช็ก" ว่าคุณเองก็มีค่าในสายตาเธอ แต่คุณควรจะรู้ไว้บ้าง จากเหตุผลเดียวกัน นั่นก็คือ คุณไม่แคร์ความรู้สึกของเธอเลยสักนิด และถ้าเธอคิดจะไปเจ๊าะแจ๊ะกับหนุ่มอื่นดูบ้าง ก็อย่าเผลอไปโกรธเธอเข้าให้ล่ะ ขอบคุณข้อมูล postjung.com