ข่มขื่น

ก้องเกียรติ โขมศิริ /  ขุนพันธ์ / 

"แฟรงค์ ภคชนก์" ร้ายระดับพระกาฬ ด้วยบท "หลวงโอฬาร" ในขุนพันธ์ “พี่โขมเป็นคนที่ใช้ความมืดมาบีบคั้นคนดูเพื่อให้เห็นคุณค่าของแสงสว่าง เขาใช้ความมืดกดดันเพื่อให้คนดูหิวกระหายความสว่าง และเมื่อความสว่างโผล่ออกมาเมื่อไหร่มันจะดื่มด่ำขึ้นมาทันที มันจะโอ้ว มันสว่างแล้ว และนี่คือวิธีการของพี่โขมที่ผมชอบความละเมียดละไมแบบนี้มาก กดดันให้คนหิวความสว่าง กดดันให้คนหิวความสดใส พอมันถึงความสว่างขึ้นมาปุ๊บ อ๋อมันสว่างขึ้นมาจริง ๆ”  แฟรงค์ ภคชนก์ กล่าว หลังจากที่เราได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ กันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อนันดา เอเวอริ่งแฮม (อ่านบทสัมภาษณ์ คลิก) หรือ น้อย วงพรู (อ่านบทสัมภาษณ์ คลิก) คราวนี้ก็ถึงทีของอีกหนึ่งตัวละครสำคัญผู้รับบทบาทเป็น หลวงโอฬาร จอมร้ายกาจ ซึ่งได้แก่ แฟรงค์ ภคชนก์ โวอ่อนศรี ว่าแต่หนุ่มแฟรงค์จะมาพูดอะไรเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้บ้าง ตามไปอ่านกันได้เลยครับ... ครั้งแรกที่ได้รู้จักท่านขุนพันธ์ รู้จักท่านขุนพันธ์ครั้งแรกจากหนังสือพิมพ์ครับ จากรายการทีวี จากหลาย ๆ แหล่งที่ต่างพูดเหมือนกันว่าท่านคือตำรวจที่ดี แล้วก็ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ที่โดนใจมากเลยก็คือเรื่องของการมีอาคม คือคนสมัยก่อน สภาวะแวดล้อมสิ่งต่าง ๆ มันไม่เหมือนสมัยนี้ มันก็จำเป็นที่ต้องมีคาถาอาคม อย่างผมเองมีโอกาสที่ได้ทันคุณทวดของผมซึ่งเป็นคุณยายของคุณพ่อ คุณทวดจะมีสมุดอยู่เล่มหนึ่งซึ่งในนั้นก็จะมีคาถามากมาย อย่างเช่น เวลาที่คุณโดนของร้อนไฟลวกนะคุณก็ต้องเป่าคาถานี้นะ เวลาคุณเดินไปในพงหญ้าคุณกลัวงูคุณก็ต้องท่องคาถานี้นะ พออ่านเรื่องของขุนพันธ์ว่าท่านมีคาถาอาคมก็เลยยิ่งอินเข้าไปใหญ่ เมื่อก่อนมีความศรัทธาทางด้านนี้ เขามีวิชาอย่างนี้อยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าท่านเป็นตัวแทนของคนไทยในยุคนั้น ท่านก็เป็นตำรวจตัวแทนของด้านสว่าง ถ้าในวันวานคนทุกคนมีอาคม คุณจะใช้อาคมของคุณไปในทางไหนล่ะ ท่านมีพลังอาคมอันแก่กล้าแล้ว ท่านใช้ไปในทางที่ดี นี่คือฮีโร่ของยุคนั้นครับผม แล้วพอได้มีโอกาสมาร่วมงานภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ ความรู้สึกที่มีต่อขุนพันธ์เมื่อสัมผัสแรกยิ่งเข้มข้นมากขึ้นด้วยความชื่นชม และประทับใจจากการได้รู้เรื่องราวในส่วนประวัติของท่าน ว่าท่านปราบเสือ ปราบโจรร้ายมาหลายที่ ด้วยพลังของความดี ทราบมาว่าในการที่ได้มีโอกาสเป็น1ในตัวละครสำคัญ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องมีการเตรียมตัวเพื่อรับบทนี้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถึงกับศึกษาบรรยากาศแวดล้อมของยุคสมัยของภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะเลยทีเดียว ผมก็ต้องไปหาว่ายุคนั้น ยุคก่อนสงครามโลกบ้านเมืองมันเป็นอย่างไร ความวุ่นวายมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็มีการอ่านหนังสืออยู่ 3 เล่มครับ (หัวเราะ) เพื่อดูภาพของความเป็นอยู่ตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ จนถึงช่วงเวลาที่ขุนพันธ์มีชีวิตครับ เล่มที่ 2 พูดถึงเรื่องความคิดของชนชั้นปกครองที่เปลี่ยนไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4-รัชกาลที่ 7 ตอนที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง เล่มที่ 3 อ่าน 100 ปีแห่งความโดดเดี่ยว มันเป็นหนังสือที่เป็นเรียกว่าเป็นแนวหรือประเภท Magical realismซึ่งเป็นแนวเดียวกับหนังเหมือนกัน ก็เลยได้คำตอบว่าสังคม ความคิดของคนมันไม่เหมือนตอนนี้ คนไทยยังคิดเรื่องเหตุผลแบบไตรภูมิอยู่ครับ แบบเวียนว่ายเกิดแก่เจ็บตาย ฉันเป็นผู้น้อยเพราะว่าฉันทำบุญมาน้อยในชาติที่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันความคิดแบบใหม่มันกำลังวิ่งเข้ามาในเมืองไทย แบบการศึกษา คิดแบบฝรั่ง ณ ยุคหนึ่งของขุนพันธ์ คนเรามีมีสิทธิ์ที่จะหาความรู้ได้ เราเริ่มมองข้ามความคิดแบบบาปบุญคุณโทษ เรารวยได้เราเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้ มันเลยเป็นช่วงจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อที่ทำให้เกิดโจรไง แบบหลวงโอฬารทำไม่ดีใส่ กดขี่ข่มเหง การสอดส่องปกครองยังไม่ทั่วถึง การจะออกจากกรุงเทพฯไปแค่ราชบุรีมันใช้เวลาวันหนึ่งนะครับคุณ เมื่อสังคมข้างบนมันเต็มไปด้วยคนที่คิดที่จะดึงผลประโยชน์ต่างๆเข้าหาตัวเอง นั่นแหละครับมันเลยทำให้เกิดฮีโร่ขึ้นมา ขุนพันธ์เป็นคนที่ไม่ยอมที่จะทำตัวไม่ดี เชื่อมั่นในความดี แล้วออกไปปราบเหล่าเสือร้าย ในที่สุดเท่าที่อ่านมา ณ จุดนั้นเสือร้ายบางคนไม่ใช่โจรร้าย บางคนทำด้วยคุณธรรมด้วยซ้ำไป นี่แหละครับ ท่านเป็นคนที่เชื่อมั่นในพลังของความดีแล้วพลังความดีก็ปกป้องท่าน ถามว่าเสือร้ายต่างๆมีอาคมมั้ย มี แต่ว่าสิ่งที่เป็นอาคมที่มีพลังที่สุดคือความดีของท่าน มันเป็นเรื่องยากมากที่คนมีพลังขนาดนั้นจะดึงตัวเองให้อยู่ในด้านสว่างตลอดเวลาครับผม การกลับมาร่วมงานกับก้องเกียรติ โขมศิริ เป็นครั้งที่ 2 ได้มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ตอนแรกพอได้ทราบว่าจะได้เล่นเรื่องขุนพันธ์ ผมก็เตรียมตัวโดยการเอาหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่าน ผมอยากจะดูสภาพแวดล้อมของประเทศเป็นอย่างไร การคมนาคมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งลำบากยากเย็นขนาดไหน และมันทำให้เรารู้ว่าการเดินทางจากพระนครไปเมืองใต้ มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลยนะ มันเป็นเหมือนการเดินทางไปจาริกแสวงบุญด้วยซ้ำไปเพราะว่ามันเป็นการเดินทางที่ไกลมาก คนๆหนึ่งที่จะสามารถไปตรงนั้นด้วยปฏิบัติการลับได้ จะต้องเป็นคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นจริงๆสำหรับการทำความดี สำหรับการทำหน้าที่ของตัวเองซึ่งผมก็ดีใจครับที่ได้มีโอกาสเป็นตัวละครซึ่งเป็นปรปักษ์กับขุนพันธ์ เป็นคนที่จะต้องสู้กับอำนาจของความดีที่บริสุทธิ์ขนาดนั้น ในเมื่อเรามีโอกาสได้รู้ว่าเราจะต้องสู้กับคนดีมากๆ มันทำให้ผมต้องไปเตรียมตัวว่าเลวแค่ไหน เพื่อที่พอจะสู้กับคุณธรรมของคนอย่างนี้ให้ได้ เป็นเกียรติที่ได้นำเสนอเรื่องของท่านให้คนได้รู้ว่าคนที่รักประเทศชาตินี้และมีอุดมการณ์ที่แท้จริงเคยอยู่ในประเทศนี้ แล้วผมก็หวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คนได้กลับมาสู่ยุคสมัยที่ผู้คนต่างมีอุดมการณ์กลับมาอีกครั้งหนึ่งครับ เรื่องราวของท่านขุนพันธ์จากมุมมองของแฟรงค์ เรื่องราวของขุนพันธ์เป็นเรื่องของข้าราชการตำรวจท่านหนึ่งครับซึ่งมียศเป็นท่านขุน ท่านเป็นมือปราบโจรดังๆมากมาย มีเรื่องเล่ามากมายว่าท่านเป็นนายตำรวจหนังเหนียว เป็นตำรวจซึ่งถ้าจับโจรได้แล้วจะเอาหัวกะโหลกของโจรมาไว้ใต้บันไดเป็นการตัดไม้ข่มนาม เป็นตำรวจซึ่งสามารถปราบเสือร้าย ซึ่งใครบอกว่าคงกระพันชาตรีก็ปราบได้ มีเวทย์มนต์ท่านก็ปราบได้ แต่สิ่งที่ผมมองไปมากกว่าการมีเวทย์มนต์ หรือเรื่องมนต์ดำคือท่านมีจิตใจที่มุ่งมั่นในความดี และท่านก็มีความศรัทธาในสิ่งที่ท่านทำว่าสิ่งที่ท่านทำนั้นเป็นสิ่งที่ดี ที่ถูกที่ต้อง พระถึงคุ้มครองท่าน ที่เราจะได้เห็นฝีไม้ลายมือทางด้านการแสดง ของนักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทย มาเฉือดเชือนตั้งแต่นักแสดงหลักอย่างอนันดา ,น้อย-กฤษดา ไปจนถึงนักแสดงสมทบ ใช่ครับ ผมดีใจมาก ผมเห็นนักแสดงแต่ละคน ล้วนแล้วแต่เป็นนักแสดงที่มีพลังทางการแสดงสูงครับ ตัวละครที่เป็นนักแสดงสมทบในบทนายตำรวจเผือก หรือสารวัตรดำเกิง หรือใครอีกหลายคนซึ่งล้วนต่างมีความกระหายที่จะแสดง น้องอ้อม-กานต์พิสชา (แม่เบี้ย) ซึ่งมันทำให้เข้มข้น แล้วบทของพี่โขมที่เขียนมามันจะพลิกไปตลอดเรื่อง เรื่องที่คุณคิดว่าคุณรู้แล้ว สิ่งที่เฉลยออกมามันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง คือมันจะมีตลอดทั้งเรื่องให้เราได้ติดตามกัน และแน่นอนว่าทีมแอ็คชั่น นักแสดงคิวบู๊ต่างๆแต่ละคนก็ทุ่มเทจริง ๆ ครับ คิวบู๊อลังการมาก รับรองว่าคุณจะได้ทั้งความสนุกสนานทางด้านแอ็คชั่น ได้ความเข้มข้นของการเชือดเฉือนของบท แต่ที่ท้าทายมากๆคือการที่ต้องเล่นกับนักแสดงที่มีความสามารถสูงๆ อย่างอนันดา พี่น้อย เขาจะต้องปะทะกันด้วยอารมณ์ด้วยคารม บางฉากมันมีการพูดกันน้อยมาก บางฉากขุนพันเดินขึ้นมาบนโรงพักเพื่อที่จะปลดหลวงโอฬารออกจากตำแหน่งคืออนันดาเขาก็มาเต็มไง เพราะเขาทำให้เรารู้สึกว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้เอาอยู่ สามารถตอบโต้เล่นโต้กันได้ ก็ดีใจครับที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงที่มีฝีมือ ก็เลยทำให้เราอยากจะพัฒนาฝีมือให้มากกว่านี้ เลยรู้สึกว่าเราค่อนข้างได้บทที่ค่อนข้างโชคดี แล้วก็มีสีสันมาก ๆ เลย คงต้องเล่าให้ฟังแล้วถึงบทบาทที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ ผมรับบทเป็นหลวงโอฬาร เป็นข้าราชการที่อยากเป็นใหญ่ ด้วยการให้ผลประโยชน์แก่คนต่างๆโดยที่ไม่ได้มอบสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ มอบสิ่งที่ฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็นมันก็เลยทำให้วิถีชีวิตของผู้คนเหล่านี้เสียไป เบื้องหน้าอาจจะดูเป็นคนที่ดูใจดีดูเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ความช่วยเหลือคนอื่น แต่ที่จริงแล้วหวังสิ่งตอบแทน ไม่ได้เพราะใจเมตตา จุดเริ่มต้นของตัวหลวงโอฬารก็คล้ายๆกับข้าราชการ แต่เขาก็รู้ว่าอุดมการณ์ที่ดีมันก็ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เป็นจริงได้ง่าย ในโลกของความเป็นจริง เขาก็เลยเลือกทำความเลวทำได้ง่ายกว่า ตัวหลวงโอฬารกลับมองที่ความสุขคือรูปร่างภายนอก ถ้าจะพูดให้เห็นภาพชัดๆเป็นข้าราชการที่ขี้ฉ้อโกงกิน ขายชาติ ต่ำช้า ด้วยความคิดที่ว่า ทุกคนสามารถเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้ เมื่อหลวงโอฬารได้ถูกย้ายไปที่ที่ทุรกันดารห่างไกลด้วยความคิดที่แสนชาญฉลาดและเลวร้าย ในเมื่อเราไม่ได้อยู่ในที่ที่เจริญ เราก็สร้างความเจริญขึ้นมาใหม่สิ หลวงโอฬารเป็นคนที่เรียนนอกมา อันนี้เป็นแบคกราวด์ข้างหลังของตัวละครไม่ได้ถูกเอามาเล่าในหนัง เรียนปีนังมา อ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้ อ่านภาษาฝรั่งเศสได้ มีความคิดแบบฝรั่งเศสที่แบบเป็นนักปฏิวัติ ฉันสามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ มีความรู้ทางการเมือง สงครามโลกกำลังจะมาใกล้แค่ไหน ฮิตเลอร์อยู่ตรงไหนของโลกแล้ว เขาใช้ช่องว่างนี้ในการเอาเปรียบคน เขาสร้างท่าเรือขึ้นมาเพื่อให้สินค้าเข้า เขาทำให้มีฝรั่งเข้ามาตรงจุดนี้ เพื่อให้มันมีวิถีชีวิตแบบชาวฝรั่ง และก็ดึงคนในชุมชน ดึงคนในเมืองเข้ามาทำงานรับใช้ฝรั่ง เพื่อให้คนที่มีชีวิตแบบเดิมได้เห็นถึงชีวิตแบบศิวิไลซ์ เขาสร้างบ่อนขึ้นมาเพื่อให้วงจรชีวิตของคนในนั้นต้องมาติดกับเขา เขาก็จะเป็นเจ้าของเงินตราติดลบของทุกคนในชุมชน สร้างสโมสรงาช้างเพื่อเป็นแหล่งที่จะทำให้มีฝรั่งมีชาวญี่ปุ่นทำให้สโมสรนี้เป็นจุดศูนย์รวมของโลก แล้วก็ตบตาคนทั้งเมืองว่าสิ่งที่เขานำมานั้นคือความเจริญ โดยมีศูนย์กลางที่เมืองเมืองนี้ เหมือนกับคนที่ถูกบีบให้ไปอยู่ชายขอบ เขาก็จะกลายเป็นโจรนั้นก็คืออัลฮาวียะลู หลวงโอฬารเลือกที่จะใช้โจรเป็นกองกำลังของตัวเองในการนำสินค้าเข้า ในการนำสินค้าหนีภาษีเข้า เอามาขายในราคาแพงในสโมสรงาช้างของตัวเอง ลูกสาวของคนที่ไม่มีหนี้ที่จะใช้ก็ต้องกลายไปเป็นโสเภณี ซึ่งจริงๆพวกเขาไม่ใช่โจร เมืองนี้ไม่ให้มีการตรวจสอบจากรัฐบาลกลางมาโดยตลอด จนขุนพันธ์เข้ามาทุกอย่างก็เลยเกิดขึ้น ขุนพันธ์มาเป็นฮีโร่ เห็นว่าผู้กำกับก้องเกียรติใส่ใจในทุกรายละเอียดของตัวละคร ถึงขนาดที่ว่าเราสามารถสัมผัสได้ถึงบุคลิกคาแรคเตอร์ของตัวละครสะท้อนผ่านจากชุดหรือเสื้อผ้าที่สวมใส่เลยทีเดียว การแต่งตัวของหลวงโอฬารก็จะสะท้อนถึงบุคลิกของเขา ที่จะใส่ใจหรือสนใจแต่เรื่องภายนอก ข้างในมันจะเป็นอย่างไรไม่ได้สนใจ จากการแต่งตัวดูมีอารยะ เหมือนกับที่เขาเอาความเจริญมาใส่ให้ ความเจริญฟู่ฟ่า แต่จริง ๆ แล้วคนต้องการรึเปล่า ผมใส่ครั้งแรกแล้วผมแบบ ยืนกลางกองแล้ว ฮ่า ๆ ๆ เสื้อฉันขาวกว่าใครเพราะว่าฉันรับสบู่จากปีนังมาใช้ เอาสบู่จากปีนังมั้ยล่ะก้อนละ 20 บาทเอง ทองบาทละตั้ง 20 เขาเดินไปไหนเขาก็จะมีกล้องตัวหนึ่งตาม เขาสามารถที่จะซื้อกล้องเข้ามานะ พอทำคาแรคเตอร์กับพี่โขมไปประมาณหนึ่งด้วยการนั่งคุยกัน ผมอ่านหนังสือเล่มนี้มา ผมสามารถทำท่าน่าหมันไส้ได้อย่างไม่เคอะเขิน ฟังดูแล้วเป็นตัวละครสำคัญที่พูดได้ว่าเป็นทั้งตัวแปร และเป็นตัวละครที่มีสีสันมากเลยทีเดียว ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับอีกตัวละครสำคัญอย่าง “อัลฮาวียะลู” คู่ปรับคนสำคัญของขุนพันธ์ “อัลฮาวียะลู” ที่แสดงโดยพี่น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์ ในภาพยนตร์เขาเป็นทายาทโจรมาตั้งแต่แรก เราเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เราเห็นแววความมุ่งมั่นของเขาในการทำเพื่อส่วนรวม แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นคนหัวอ่อนซึ่งๆสามารถเกลี่ยกล่อมได้ง่าย เพราะว่าจิตใจเขาดีบริสุทธิ์ แล้วก็เป็นอีกครั้งที่หลวงโอฬารใช้ความบริสุทธิ์ของคนรอบตัวของ “อัลฮาวียะลู” มาเป็นเครื่องมือโดยการร่วมมือกัน สิ่งที่“อัลฮาวียะลู” ปล้นมาได้ก็จะนำมาเป็นกำลังทรัพย์ของหลวงโอฬารเพื่อที่จะเลี้ยงกองกำลังของ“อัลฮาวียะลู” ต่อไป เพื่อที่จะปกป้องเขาบูโดนี้ให้อยู่ใต้อาณัติของหลวงโอฬาร เงินที่ได้ก็เอามาสร้างสโมสรงาช้างเป็นที่ที่ผลิตเงินจากสิ่งนอกกฎหมายมากมาย จนกระทั่งวันหนึ่งที่ขุนพันธ์สามารถเข้ามาในเขตนี้ได้ มันทำให้ตัวหลวงโอฬารต้องปรับตัวกับการสั่นคลอนของอำนาจ เพราะว่าตัวขุนพันธ์ก็เอาจริงเอาจังและในขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถจะปราบเขาลงได้เหมือนกับผู้ตรวจการคนอื่นๆที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเราก็คงต้องชนกัน แต่ หลวงโอฬารวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว โดยใช้กองกำลังของอัลฮาวียะลูเป็นตัวต้านทานขุนพันธ์ นี่คือสิ่งหนึ่งที่สะท้อนในตัวคาแรคเตอร์ที่ว่าเขาพร้อมจะไปทุกอย่าง มีช่องทางไหนที่เขาจะเติบโตได้ ที่จะใหญ่ได้ เขาพร้อมที่จะทำ และพร้อมที่จะเปลี่ยนเหตุผลให้ตัวเองได้เสมอๆเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ถือได้ว่าเป็นตัวร้ายในภาพยนตร์แอ็คชั่นที่มีมิติและเต็มไปด้วยความซับซ้อนเลยทีเดียวในฐานะนักแสดงแล้วบทนี้ทั้งยากและท้าทายการแสดงอย่างไรบ้าง พอเมื่ออ่านบทผมเชื่อว่าบทของหลวงโอฬารเป็นตัวแทนของความเลว และผมก็ทำการสดุดีความดีของขุนพันธ์ ด้วยการทำตัวหลวงโอฬารให้เลวที่สุดอย่างสมเหตุสมผลในทุก ๆ มิติ อย่างมีที่มาที่ไป ผมเชื่อว่าถ้าตัวละครของหลวงโอฬารยิ่งเลวเท่าไหร่พลังงานความดีของขุนพันธ์จะยิ่งส่องแสงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พี่โขมบอกว่าหนังเรื่องนี้พี่โขมอยากจะให้คนได้เห็นคุณค่าของความดี พี่โขมจะเล่าถึงความมืดมนที่มันเกิดขึ้นจนท่านผู้ชมกระหายอยากความสว่าง ผมได้รับบทเป็นความมืดมนสีขาว ที่มันดูช่างสะอาดเหลือเกิน เพราะฉะนั้นยิ่งผมไปได้สุดเท่าไหร่มันยิ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อท่านขุนพันธ์มากแค่นั้น ผมพยายามทำสุดฝีมือ สำหรับบทหลวงโอฬาร มันมีความยากอยู่อย่างหนึ่งคือ หลวงโอฬารจะเป็นคนที่รู้อะไรก่อนที่ทุกคนในเรื่องนี้จะรู้ทุกอย่าง อันนี้คือข้อได้เปรียบของตัวละครนี้ แล้วมันทำให้เราสนุกสนานว่า แล้วเราจะเก็บไว้ยังไงให้ทั้งคนดูก็ไม่รู้ทั้งคนที่เล่นกับเราก็ไม่รู้ว่าเรารู้ ความท้าทายที่สุดมันคือ มันคือการต้องอยู่ในยุคนั้นให้ได้ เมื่อก่อนการที่คนจะรู้ข่าวสารรอบ ๆ ได้นั้น มันไม่มีหนังสือพิมพ์ ประเทศไทยไม่มีวิทยุ ส่วนมากคนเราจะได้รับข่าวสารจากลิเก หนังตะลุง ลำตัด คณะโน้นคณะนี้ที่เวียนกันมาแล้วก็เล่าขานด้วยภาษาไทย แต่หลวงโอฬารมีช่องทางการรับรู้ข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ แสดงว่าเขาจะต้องมีความรู้เรื่องภาษา ในเรื่องก็จะมีชาวฝรั่งเศสเข้ามาสโมสรงาช้าง ต้องพูดหลายภาษามากเป็นนักการเมืองชาวใต้ก็ต้องพูดภาษาใต้ได้ ซึ่งภาษาใต้ยากที่สุดเพราะว่าสำเนียงมันยาก แล้วถ้าเกิดพูดผิดมันจะกลายเป็นล้อ เราก็พยายามที่จะพูดให้ชัดทันที ต้องพูดภาษาญี่ปุ่น ร้องเพลงญี่ปุ่น มีกงสุลฝรั่งเศสเข้ามาก็ต้องพูดภาษาฝรั่งเศส อาศัยว่ามีเจ้าของภาษา มาอธิบาย แต่ละพยางค์ แต่ละประโยคว่ามันหมายถึงอะไร แล้วก็พยายามที่จะสื่อสารให้ได้ในจังหวะจะโคนที่มันถูกต้อง พี่โขมส่งครูฝรั่งเศสมาให้ก็เขียนคำภาษาไทย ไปหาหนังฝรั่งเศสมาดู เขามีวิธีการออกเสียงกันอย่างไร ญี่ปุ่นนี่ตอนแรกไม่ต้องได้พูดหรอก แต่ว่าคุยกับพี่โขมว่าพอถึงไลน์ที่เสนอขายชาติเราพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นกลับไป มันจะดีมั้ยพี่ พี่เขาบอกเอาๆ แล้วก็ได้ฉากนี้มาเขาก็สอนให้ตรงนั้นเดี๋ยวนั้นเลย แต่ที่ยากที่สุด ภาคใต้ครับผม มันจะต้องมีฉากปราศรัย แล้วบทมันก็เป็นภาษาไทยภาษาภาคกลางนี่แหละ พี่โขมบอกว่า เฮ้ยแฟร้งค์เคยเห็นนักการเมืองมั้ยเวลาไปไหนเขาจะพูดภาษานั้นนะ คุณเป็นคนกรุงเทพแต่ว่าสิ่งที่อยากได้คือเป็นนักการเมืองแบบน่ารัก พูดภาษาใต้เลย แล้วมันอันตรายมากคือภาษาใต้ถ้าเราพูดไม่ตรงมันจะเหมือนล้อเลียนทองแดง ก็ได้คุณครูสน อัดวีดีโอคุณครูสนเลยให้อ่านให้ฟังแล้วก็เหมือนร้องเพลงเลย เนี่ยแหละความท้าทาย และสิ่งที่เป็นที่สุดอีกอย่างหนึ่งในคาแรคเตอร์นี้ก็คือ หลวงโอฬารเป็นคนที่รู้เยอะ มีความทะเยอทะยานด้วย บุคลิกของเขาก็เลยมีพลัง มันคือการที่ผมศรัทธาในความดีของขุนพันธ์ครับ ฉากที่เป็นความประทับใจในการทำงานในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ มีหลายฉากครับที่ประทับใจ ฉากโรงพัก เป็นการพบกันครั้งแรกของหลวงโอฬารกับขุนพันธ์ หลังจากที่หลวงโอฬารไปฆ่าจเรตำรวจมาแล้ว รู้ข่าวว่าจเรตำรวจจะมาเอาอัลฮาวียะรู และสมุนออกไปฆ่า คนที่เล็ดรอดมาได้คือขุนพันธ์ แล้วก็อยู่ในสโมสรงาช้างมาตลอดจนวันหนึ่งเขาจึงปรากฏตัวในเครื่องแบบมาที่โรงพัก แล้วไล่หลวงโอฬารออกจากราชการ ด้วยพลังของความดี และความเลวก้อนใหญ่ๆ พอมันชนกัน คือฉากนั้นเล่นมันมาก คือแบบว่าคุณรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าคุณดี เรามาพิสูจน์กันว่าความดีหรือความเลวหรืออำนาจกันแน่ที่จะข่มกันอยู่อย่างนี้ แล้วเป็นครั้งแรกที่เล่นกับอนันดา เราได้สัมผัสเขามีพลังอยู่ข้างใน วันนั้นผมไม่ออกจากกองเลย ผมประทับใจ ผมเดินตามอนันดาเดินดูว่าอนันดาแสดงอะไรต่อ อีกฉากหนึ่งที่ประทับใจเลย อันนี้เป็นเรื่องงานสร้างย้อนกลับไปพอผมอ่านหนังสือสามเล่ม ผมได้เห็นภาพของเมืองของบ้านของคน ปลูกอย่างไรใช้วัสดุอะไรในการปลูก แล้วพอผมได้เห็นสโมสรงาช้างผมขนลุกเลยนะ หลวงโอฬารเป็นเจ้าของสิ่งนี้คือมันรวยมากนะมันมหาอำนาจ แล้วสวยงาม มีระเบียงศิลปะแบบโคโรเนียล ยุคล่าอาณานิคมอะไรแบบนี้ คือมันทำให้ยิ่งตัวละครผมมันทำได้ลึกขึ้น คือยุคอาณานิคมนะ ทุกอย่างมันมีศิลปะ วัฒนธรรม ในความฝรั่งมันมีความจีน ในความจีนมันมีรูปไทยๆ หรือในคลับซึ่งมีนักดนตรีสากลมาเล่น ในขณะที่นอกคลับงาช้างนี้ยังเป็นลำมะนา ปี่พาทย์กัน มีเปียโน มันยิ่งเสริมสิ่งที่เราทำการบ้านมาคราวนี้พลิ้วเลย รวมไปถึงงานอาร์ตทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย ไม้ถือ หมวก อะไรแบบนี้ครับ พอยิ่งฉากเยอะๆ เช่นฉากสร้างทางรถไฟ พอเราไปยืนอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่เหมือนเรา คนแต่งตัวชาวบ้านชาวช่องเรายิ่งรู้สึกว่าโอ้โหตัวละครนี้มันช่างศิวิไลซ์จริงๆ มันช่างมีอำนาจซะเหลือเกิน การทำงานร่วมกับผู้กำกับอย่างก้องเกียรติ โขมศิริ พี่โขมหลายคนอาจจะบอกว่าเป็นผกก.เลือดสาด แต่จริง ๆ ก่อนที่จะมาเจอจุดเลือดสาดมันจะมีความละเมียดละไมครับ พี่โขมเป็นคนที่ใช้ความมืดมาบีบคั้นคนดูเพื่อให้เห็นคุณค่าของแสงสว่าง แล้วมันทำให้เกิดผลของความรู้สึกทางอารมณ์ที่มันรุนแรงครับ การทำงานกับพี่โขมสนุกครับ ที่ผ่านมาเพราะว่าผมกับพี่โขมสนิทกันมาตั้งแต่เด็กน้อยตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง 14 ตุลาสงครามประชาชน ตอนนั้นพี่โขมเป็นพรอพ ทำน้ำป่าอยู่ เป็นคนเขย่าเข่งให้น้ำกลายเป็นสีแดง แล้วก็โตมาก็มีโอกาสได้เจอกัน พี่โขมทำงานด้วยหัวใจจริง ๆ เขารักในการเล่าเรื่อง เขารักที่จะสร้างชิ้นงานที่เป็นมหรสพให้กับท่านผู้ชม เขาจะทุ่มเทกับทุกงานและเราก็จะสนิทกัน แล้วเราก็จะค่อยๆเพิ่มตัวละครทีละนิด งานมันถูกเตรียมเป็นปี ตั้งแต่บทถูกสร้างขึ้นมาจนกระทั่งบทเสร็จ แล้วพอไปในกองปั๊บเราไม่ต้องกังวลเราไม่ต้องคิดเรื่องอื่นเลย มันสามารถเล่นไปได้เลย คราวนี้มันก็ยิ่งสนุก ฉากนี้เล่นแบบนี้ดีกว่า 4-5 ฉาก ทำให้ได้เห็นแง่มุมในความคิดต่าง ๆ ความรู้สึกต่าง ๆ การปะทะกับคนต่าง ๆ ในมิติที่แตกต่างกันหลวงโอฬารจะเจอกับน้องมาลัยก็จะทำตัวแบบหนึ่ง เจอกับอัลฮาวียะรูก็ทำตัวอีกแบบหนึ่ง เจอกับพี่สนก็ทำแบบหนึง อะไรแบบนี้ครับ ความรู้สึกที่มีต่อนักแสดงอย่าง อนันดา เอเวอริ่งแฮม ไม่ค่อยได้มีฉากชน ๆ กับพี่อนันดาเท่าไหร่ ส่วนมากจะเป็นพี่น้อย แต่ว่าผมชอบอยู่กองไง เราไปถ่ายกันที่ต่างจังหวัดส่วนมากจะเป็นกุยบุรี เมื่อถ่ายเสร็จปุ๊บเราก็จะอยู่ที่นั่นเพื่อรอถ่ายวันรุ่งขึ้น เขาเท่มากเลยครับ คืออนันดาไม่ได้เป็นแบบที่เราเห็นนะครับ เขาเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งไงที่เดินกุ๊กกิ๊ก ๆ เฮ้ยพี่ทำอะไร แต่พออยู่ในบทปุ๊บต่อให้ติดหนวดแล้วนะรูปลักษณ์เสร็จแล้วนะเขาก็ยังเป็นเด็กกุ๊กกิ๊ก ๆ แต่พอเขาเริ่มจะเล่นปั๊บคือเขามาเลย เฮ้ยเยี่ยมว่ะ เขามีมาดพระเอกอย่างไอ้ฉากที่เปิดเรื่องที่ยิงกันที่ปัดกระสุนปืนที่เป็นทีเซอร์ตัวแรกเลย ผมมีโอกาสได้ไปนั่งดูด้วยคือเท่ห์ พลังเขาสูงมาก เราได้เรียนรู้จากคนเก่ง ๆ ไม่มีข้อสงสัยกับการที่อนันดาเป็นขุนพันธ์ อนันดาเป็นคนที่ใส จิตใจดี รู้จักหาความงามของโลกใบนี้ เมื่อมันไปประกอบกับการแสดงที่เขาร่ำเรียนมาที่เขาทำความเข้าใจมาตลอดในวิชาชีพของเขา ความดีที่มีอยู่ในตัวอนันดาบวกกับความดีของขุนพันธ์ที่เป็นแบบอย่างมันจึงเชื่อมกันได้อย่างไม่เป็นปัญหา เขารู้ว่าคนเราดีไปเพื่ออะไร อนันดารู้จักและรู้สึกได้ถึงความงดงามของความดี เหมือนที่อนันดาเป็นนักแสดงแล้วก็ทำงานอย่างมีคุณภาพมาตลอด แต่ในคราวนี้เขาจะสวมบทบาทของคนที่รักในงานเหมือนกัน และงานนั้นคืองานที่ทำลาย ปราบปรามและสยบความชั่วร้าย อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย พี่น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์กับการร่วมงานกันเป็นครั้งที่หลังจากอันธพาล พี่น้อยร่วมงานกันมาตั้งแต่อันธพาลแล้ว รักพี่เขาอยู่แล้ว พี่น้อยเป็นอาร์ททิสต์ครับ คือเขาเป็นเครื่องมือในการนำพลังจากศิลปะแล้วถ่ายทอดออกมาได้เป็นคนที่มีธรรมชาติแบบนั้นอยู่แล้ว นั่นทำให้ทุกครั้งที่พี่น้อยแสดงมันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้น แน่นอนพี่น้อยต้องทำการบ้านมา แต่ว่า ณ ขณะนั้น แล้วเวลาเราเล่นอยู่กับพี่น้อย เราจะต้องเปิดสมาธิอย่างมาก และเขาก็จะรอเรานะ เขาก็จะดูว่าเราเล่นจะต้องเล่นเบอร์นี้ แต่ว่าเมื่อเราเล่นกับพี่น้อย เราเปิดรับกันสดๆ มาเบอร์นี้หรอ ฉันผลักกลับเบอร์นั้นอย่างงั้นหรอ มันเหมือนเกิดขึ้นจริง ๆ เวลาเล่นกับพี่น้อยมันเหมือนเรามีเรื่องราวด้วยกันจริง ๆ พี่น้อยเป็นกองกำลังของเราจริง ๆ เรามีความกริ่งเกรงกันในแต่ละด้านของกันจริง ๆ ถ้าหลวงโอฬารเป็นเหมือนผู้นำ อัลฮาวียะลูจะเป็นเหมือนแม่ทัพ แน่นอนผู้นำขาดแม่ทัพไม่ได้ และแม่ทัพก็ขาดผู้น้ไม่ได้เช่นเดียวกัน ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานและสิ่งที่อยากจะพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ “ขุนพันธ์” หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การถ่ายทำหนังธรรมดา ไม่ใช่แค่หนังแอคชั่นที่จะมีบู๊เลือดสาดกันอย่างเดียว แต่มันเป็นหนังที่บอกถึงปัญหาของประเทศเราครับ บอกถึงปัญหาของความคิดของคน อย่างเช่นเมื่อก่อนที่นี่เคยมีความสุขอย่างมากก็มีแค่ความจนที่เป็นปัญหา แต่พอหลวงโอฬารเข้ามาสร้างความหรูหราอะไรต่างๆความจนไม่ได้เป็นปัญหาต่อไปละ สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือหนี้สิน ซึ่งมันเลวร้ายกว่าความจนอีก แล้วคุณก็ตกอยู่ใต้ระบบของเศรษฐกิจ อยากให้มาดูและฉุกคิดว่าที่จริงแล้วอะไรคือความสุขที่จะอยู่กับเราไปได้โดยตลอด ถ้าเกิดมองความสุขแต่เพียงเปลือกนอก ข้างหลังเปลือกนั้นก็จะไม่ได้รับความสนใจ ทำไมต้องไปดูหนังเรื่องนี้... เพราะมันสนุกแน่นอน เพราะว่า Conflict มันแรงมันชัด ความดีกับความเลวมาปะทะกัน ความศรัทธาในความดี พลังของจิตใจมันจะปะทะกันในเรื่องนี้ ผมเชื่ออย่างนี้ว่า เมื่อได้ดูคุณจะรู้ว่าคุณจะยืนอยู่ฝั่งไหน มันอาจจะทำให้คุณกระตุกคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นชีวิตที่เรากำลังเดินกันอยู่มันไปถูกทางแล้วเหรอ แน่นอนคนเรามีเสรีภาพแต่มันไม่ควรมาเป็นข้ออ้างในการทำชั่ว เลือกเอาคุณจะใช้เสรีภาพของคุณอย่างไร ศรัทธาในความดีแล้วชีวิตเราก็จะมีแต่สิ่งดีดี เนื่องในวันที่ 5 ก.ค. จะเป็นวันคล้ายวันครบรอบ 10 ปีที่ท่านขุนพันธ์เสียชีวิต อยากให้พูดอะไรถึงท่านขุนพันธ์ ถึงแม้ว่าท่านขุนพันธ์จะเสียไปแล้ว ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าคนที่ได้ศึกษาประวัติท่าน ได้อ่านเรื่องราวของท่าน หลายคนอาจจะชื่นชอบนะกับคาถาอาคมของท่าน มีฤทธิ์ปราบ เอาหัวกะโหลกมาไว้ใต้บันได คนอาจจะชื่นชอบกับสิ่งเหล่านั้น แต่ที่จริงแล้ว การที่อาคมแก่กล้าขนาดนั้น สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นมือปราบที่หนังเหนียวได้ เป็นเพราะว่าสิ่งที่ท่านศรัทธาก็คือความดีความถูกต้อง หลายคนที่บูชาท่านอยู่ห้อยท่านอยู่ ก็น่าจะสัมผัสได้ ได้ระลึกว่าคนธรรมดาถ้าอยากจะถูกจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์แล้วและให้ลูกหลานพูดถึงอย่างสมเกียรติต่อไปสิ่งที่คุณต้องทำในวันนี้คือความดี

บุ๋ม โวย!! ละครไม่ใช่ต้นตอคดีฆ่าข่มขืน
ข่าว บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม ล่ารายชื่อ / 

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ขอออกมาเถียงแทนสื่อและนักแสดงทุกคน กรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาสังคมกับคดีฆ่าข่มขืนนั้น มาจากสื่ออย่างละครทีวี ที่นำเสนอแต่ความรุนแรง และฉากพระเอกข่มขืนนางเอก แต่กลับยกย่องเป็นฮีโร่ ซึ่งงานนี้ สาวบุ๋ม ในฐานะนักแสดง และประธานองค์กรทำดี ที่ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อการขอยกเลิกการอภัยโทษคดีฆ่าข่มขื่นทั้งผู้ใหญ่และเยาวชน เลยต้องออกมาโพสต์แสดงความเห็นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวบ้างว่า "สำหรับคำถามนี้ขอตอบเป็นสองข้อนะคะ 1. ละครทำให้เยาชนมีความรุนแรง? แสดงว่าคนในยุคปัจจุบันถึงขั้นแยกแยะไม่ออกแล้วเหรอว่าอันไหนชีวิตจริง อันไหนละคร? ละครฉากบู๊ฉากตบฉากข่มขืนมันก็มีมาตั้งแต่สมัยไหนก่อน ก็ไม่เห็นว่าพฤติกรรมจะรุนแรงเหมือนยุคปัจจุบัน มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ศีลธรรม จริยธรรมในแต่ละคนมากกว่า ว่าแยกแยะและยับยั้งชั่งใจได้ไหม? มันขึ้นอยู่กับสันดานของแต่ละคนค่ะ อย่าโทษนั่นโทษนี่เวลาทำผิดเลย มันแค่ข้ออ้างและข้อแก้ตัวค่ะ ที่สำคัญ เราดูละครเพราะมันไม่ใช่เราในชีวิตจริง ไม่มีคุณชายตามตื้อ ไม่มีคฤหาสน์ให้เดิน ส่วนตัวบุ๋มเองเล่นละครเป็นตัวร้าย กะหรี่ มาเฟีย ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจริงต้องเป็นแบบนั้นสักหน่อย เงื้อมมือตบยังไม่มีเลย! ละครก็คือละคร ไม่จำเป็นทึ่จะต้องมาทำให้เป็นชีวิตจริงใช่ไหมคะ และขอถามกลับบ้างนะคะว่า คุณคิดว่าไอ้สี่ตัวนั้นที่มันทำขนาดนี้เพราะมันดูละครเหรอคะ? ถ้ามันดูจริงมันจะรู้ว่า ตัวร้ายตายตอนจบเสมอ! จริงไหม?" ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @boompanadda บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา

ศาลนัดตรวจพยาน 'คดีพธม.' ชุมนุม-ปิดสถานที่ราชการปี51
คดีพันธมิตรปิดสนามบิน /  จำลอง ศรีเมือง / 

ศาลนัดตรวจหลักฐาน คดี 9 แกนนำ พธม. ระดม ปชช. ชุมนุมไล่รัฐบาลปิดสถานที่ราชการ ปี 51 วันที่ 16 พ.ค. นี้ เวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดสอบคำให้การในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พลตรี จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ แกนนำพันธมิตรฯ รวม 9 คน เป็นจำเลยที่ 1 - 9 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังข่มขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวช แล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดจำเลยทั้งหมดได้เดินทางมาศาล ศาลจึงได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหมดฟัง ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 09.00 น. สำหรับคดีนี้ มีผู้ต้องหา คือ พลตรี จำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์, นายเทิดภูมิ ใจดี และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งทั้งหมดได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยศาลตีราคาประกันคนละ 2 แสน ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ศาลให้ประกันคนละ2แสนแกนนำพธม. คดีปิดสนามบิน ศาลให้ประกัน 8 แกนนำพันธมิตร คดีปลุกระดม ประชาชน ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการ ขับไล่รัฐบาล ปี 51 คนละ 2 แสนบาท ความคืบหน้ากรณี น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความแกนนำกลุ่มพันธมิตร ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจากกองทุนพันธมิตรฯ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง และแกนนำพันธมิตรฯ ชุดแรก รวม 9 คน จำเลยที่ 1 - 9 ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 9 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังขมขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวชแล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ล่าสุดศาลพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์ และ นายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำทั้ง 8 คน โดยตีราคาประกันเป็นเงินคนละ 2แสนบาท ยกเว้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล เนื่องจากในวันนี้ไม่ได้เดินทางมาศาล ศาลเลื่อนนัดสืบพยาน 'คดีพันธมิตรปิดสนามบินดอนเมือง' ศาลนัดสืบพยาน สนธิ กับพวกรวม 98 คน คดีบุกรุกสนามบินดอนเมือง ปี51 ไปเป็นวันที่ 20 ต.ค.นี้ ขณะที่ "จำลอง" ยื่นศาลเว้นค่าชดใช้ 600 ล้านบาท วันที่ 1 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 98 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน หรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ กรณีพวกจำเลยบุกเข้าไปในสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 โดยเมื่อถึงเวลานัด จำเลยได้เดินทางมาศาลจำนวน 88 คน 1 คน เสียชีวิต ส่วนอีก 7 คน อ้างว่าติดภารกิจ และมีอาการป่วย จึงไม่สามารถเดินทางมาศาลในวันนี้ ศาลจึงได้นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ในวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ขณะเดียวกัน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 14 คน ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ในคดีที่ศาลแพ่งสั่งให้ชดใช้ เงินจำนวน 600 ล้านบาท แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนคำร้อง ในวันที่ 21 มี.ค. 59 เวลา 09.00 น. ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

แบบนี้ก็ยังข่มกันด้วย! อัมโบร ทวีตแซว ไนกี้ หลัง อังกฤษ ปิ๋ว ยูโร 2016
ยูโร 2016 /  อังกฤษ / 

อัมโบร อดีตผู้ผลิตเสื้อแข่งให้กับทีมชาติ อังกฤษ ออกมาทวีตข้อความแซวสปอนเซอร์ชุดแข่งปัจจุบันของทีมสิงโตคำรามอย่าง ไนกี้ หลังจากที่ลูกทีมของ รอย ฮ็อดจ์สัน ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโร 2016 ไปแบบไม่น่าประทับใจ ด้วยการแพ้ทีมรองบ่อนอย่าง ไอซ์แลนด์ ไป 1-2 เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ประเด็น อังกฤษ ร่วงตกรอบ ยูโร 2016 ยังมีเรื่องให้เล่นไม่รู้จบรู้สิ้น ล่าสุด อัมโบร บริษัทกีฬาชื่อดังของแดนผู้ดีได้ออกมาทวีตข้อความแซว ไนกี้ โดยมีเนื้อหาว่า "อังกฤษเคยเป็นทีมที่ดีในตอนที่เราผลิตชุดแข่งให้พวกเขา..." ซึ่งทีมสิงโตคำรามเคยสวมใส่ชุดของ อัมโบร ในสมัยคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1966 England were good when we made the kits... — Umbro UK (@UmbroUK) June 27, 2016 นอกจากนั้นแล้ว อังกฤษ ก็ยังมีเหตุการณ์ที่น่าประทับใจมากมายภายใต้อาภรณ์ของแบรนด์นี้ เช่น ประตูสุดสวยของ พอล แกสคอยจ์ เมื่อ ยูโร 1996, แมตช์แจ้งเกิดในระดับทีมชาติของ ไมเคิล โอเว่น ตอน ฟุตบอลโลก 1998 หรือแม้กระทั่งเสื้อแข่งสีขาวเปื้อนเลือดอันโด่งดังของ เทอร์รี่ บุตเชอร์ เมื่อปี 1989 สำหรับผู้ผลิตชุดแข่งของ อังกฤษ ในปัจจุบันอย่าง ไนกี้ นั้น ได้เซ็นสัญญากันเอาไว้ถึงปี 2018 โดยมีมูลค่าสูงถึงราว 20 ล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว

ละครชาติพยัคฆ์ , เรื่องย่อชาติพยัคฆ์
ละครชาติพยัคฆ์ ตอนแรก /  ละครชาติพยัคฆ์ ตอนจบ / 

เรื่องย่อละครชาติพยัคฆ์ บทโทรทัศน์โดย : ณพุทธ สุศรีฯ กำกับการแสดงโดย : โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงศ์ ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด ออกอากาศ ทุกวัน จันทร์-อังคาร ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อชาติพยัคฆ์ ใจผองป้องปกปฐพี ดวงชีวีถวายราช ดุจชาติพยัคฆ์ ปี พ.ศ. 2436 -ร.ศ.112 ราชอาณาจัรสยามต้องสูญเสียดินแดน และไพร่พลจำนวนมากจากการล่าอาณานิคมของต่างชาติ รวมทั้งต้องจ่ายเงินชดเชยถึงสามล้านฟรังก์ให้กับความพ่ายแพ้ กล้า...เป็นลูกของนายทหารที่เสียชีวิตลง เพราะไฟสงครามระหว่างสยามและต่างชาติ ทั้งเขาและนางเพียรผู้เป็นแม่ต้องขายตัวเองเป็นทาสเพื่อความอยู่รอด แต่เจ้านายของนางเพียรกลับหาเรื่องทารุณกล้า ชาติพยัคฆ์ เพื่อบีบนางเพียรให้ยอมเป็นเมียเก็บของตน ด้วยความเทิดทูนในศักดิ์ศรีของสามี นางเพียรจึงช่วยกล้าให้หลบหนีไป และนับจากนั้นกล้าก็ไม่เคยได้ข่าวของแม่อีกเลย คุณพระพิสุทธิ์มนตรี...นายอำเภอแห่งเมืองเวียงสิงห์ ได้รับเด็กชายกล้ามาเป็นบ่าวในบ้านด้วยความสงสาร กล้าจึงมีโอกาสได้รู้จักกับคุณพลอย บุตรสาวของคุณพระ ชาติพยัคฆ์ เด็กทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน และผูกพันต่อกันเกินกว่าสหายทั่วไป ยังความไม่พอใจให้แก่คุณกุหลาบ ภรรยาของคุณพระเป็นอันมากแม้บ่าวไพร่คนอื่นในบ้านต่างมองกล้าเป็นทาสเสนียดที่ไม่ควรคบหา แต่ก็ยังมี ตาสังข์...คนเรือของบ้านกับลูกสาวคือนังบัว ที่เห็นกล้าเป็นเหมือนสมาชิกครอบครัวคนนึง กล้ารักตาสังข์เหมือนญาติผู้ใหญ่ และเห็นบัวเป็นเหมือนน้องสาวแท้ ๆ โดยไม่รู้ว่าบัวกลับแอบหลงรักกล้าเสมอมา ความสนิทสนมระหว่างกล้าและบัว ได้สร้างความเคืองแค้นให้แก่ นายนิ่งบ่าวคนสนิทของคุณพระพิสุทธิ์ มิ่งเป็นหัวหน้าบ่าวไพร่ในเรือน เป็นคนที่คุณพระไว้วางใจให้ ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านมิ่ง จึงหาเรื่องข่มแหงกล้าอยู่เนือง ๆ โดยที่กล้าไม่สามารถจะตอบโต้อะไรได้ เพราะตัวเองไม่ได้มีวิชาการต่อสู้เหมือนกับมิ่ง ซึ่งเป็นคนฝึกการต่อสู้ให้กับบ่าวผู้ชายภายในบ้านด้วยแต่แล้วโชคชะตาก็บันดาลให้กล้า มีโอกาสช่วยเหลือนายทองอินนักโทษหนีคดีผู้หนึ่งเอาไว้ นายทองอินเป็นอดีตทหารที่ช่ำชองในด้านเพลงมวยไชยา ชาติพยัคฆ์ แต่ต้องกลายเป็นคนร้ายเพราะติดลอบสังหารมิสเตอร์ปีเตอร์ นายวาณิชหนุ่มลูกครึ่ง ผู้มีเบื้องหลังเป็นสมุนของฝรั่งต่างชาติ ซึ่งกำลังคิดยึดครองสยามประเทศอยู่ในขณะนั้น นายทองอิน ได้ตอบแทนกล้าด้วยการปกป้องครอบครัวคุณพระพิสุทธิ์ฯ จากพวกนักเลงหัวไม้ที่คิดบุกปล้นบ้าน ส่งผลให้นายด้วง หัวหน้านักเลงหัวไม้ที่เข้าปล้นต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือมวยไชยาของทองอิน ขณะที่รื่น สมุนมือขวาของไอ้ด้วง ต้องถูกส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำ นอกจากนี้นายทองอิน ยังได้ถ่ายทอดวิชาเพลงมวยให้กล้าอีกด้วย ซึ่งในเหตุการณ์เข้าปล้นคืนนั้นเอง มิ่ง และไอ้ทิว สมุนคนสนิทในบ้านคุณพระ ก็ได้แอบทำการยักยอกทรัพย์ จากกำปั่นเก็บทองและของมีค่าของคุณกุหลาบไปขาย โดยคำยุยงและความโลภของไอ้ทิว โดยมิ่ง และทิว ได้โยนความผิดไปให้กล้า ทั้ง ๆ ที่กล้า กับนายทองอิน เป็นคนช่วยไม่ให้โจรเอากำปั่นใส่ทองไปได้ ยังผลให้คุณกุหลาบภรรยาของคุณพระ ผู้ไม่ชอบกล้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โกรธแค้นกล้ายิ่งนัก เมื่อรู้ว่าทองได้หายไปจากกำปั่น หนำซ้ำไอ้ทิวยังเอาทองไปส่วนหนึ่งไปซ่อนในกระท่อมของกล้า เพื่อกลั่นแกล้งกล้า แต่กล้าปฏิเสธใครจะเชื่อในเมื่อมิ่งกับทิวพาคุณพระและภรรยาไปค้นในกระท่อมของกล้า...หลักฐานก็คากระท่อม!! กล้าจึงโดนลงโทษมัดโซ่ตรวนเพื่อสอบสวนอย่างหนัก แต่เดชะบุญ...ตาสังข์ เห็นไอ้ทิว หอบเอาทองส่วนที่หายไปของเจ้านายไปขาย แต่ด้วยความฉลาดแกมโกงของไอทิว มันจึงให้ไอ้ขาบ เป็นคนออกหน้าเอาของไปขายแทน ให้กับ พ่อค้ารับซื้อของโจร ที่ชื่อจีนหลง ตาสังข์ เห็นดังนั้น จึงนำความไปบอกคุณพระฯ ผู้ใหญ่เชื้อ ผู้ติดตามคดีนี้อยู่จึงยกพวกไปจับจีนหลง ๆ โดนจับ พร้อมหลักฐานไอทิว พอรู้ว่าตาสังข์เห็นหน้าไอ้ขาบ มันจึงเก็บไอ้ขาบ เพื่อปิดปากเพื่อไม่ให้ไอ้ขาบ สาวความผิดมาถึงตัวมัน และลูกพี่ คือไอ้มิ่ง เมื่อความจริงถูกปิดเผยพระยาพิสุทธิ์ ชาติพยัคฆ์ จึงได้ปล่อยตัวกล้าในที่สุด ไม่นานต่อมา พระยาประเสริฐภักดี และคุณโชติผู้เป็นบุตรชาย ก็ได้เดินทางมาเวียงสิงห์เพื่อตามล่าตัวทองอิน กล้าได้เจอกับ นายยอดองครักษ์ของพระยาประเสริฐภักดี และจำได้ว่าอีกฝ่ายคือหัวหน้าทาสที่เคยทารุณตนเองกับนางเพียรในอดีต กล้าจึงพยายามสืบหาข่าวของแม่จากมัน แต่นายยอดกลับท้าทายให้กล้าโค่นมันในงานสมโภชเจดีย์เวียงสิงห์เสียก่อน ด้วยความเป็นห่วงแม่ กล้าจึงยอมละเมิดคำสั่งของอาจารย์ทองอิน ที่กำชับให้ปกปิดวิชามวยไว้เป็นความลับ เขาสามารถเอาชนะนายยอดได้สำเร็จ และได้รู้ว่านางเพียรแม่ของตน ได้ถูกเจ้านายเก่าขายต่อให้กับนายทหารฝรั่งรายหนึ่ง การกระทำของกล้าในครั้งนั้นก็ทำให้ ท่านเตี่ยหรือหม่อมเจ้านภากรเกียรติวงศ์ พระญาติสนิทของพระพุทธเจ้าหลวง ซึ่งดินทางมายังเวียงสิงห์พร้อมด้วยลงครักษ์คู่ใจ คือ นายยันต์กับนายเที่ยง ได้รู้เบาะแสของทองอิน ชาติพยัคฆ์ ซึ่งเคยเป็นทหารร่วมสังกัดเดียวกัน ท่านเตี่ย วางแผนจะช่วยเหลือทองอิน โดยวานให้พระยาประเสริฐช่วยเปิดทางให้ แต่พระยาประเสริฐกลับมีใจฝักใฝ่ต่อพวกต่างชาติ จึงให้คนส่งข่าวไปบอกมิสเตอร์ปีเตอร์ เชื้อพาคนมุกจับตัวทองอิน กล้ารีบมาบอก ท่านเตี่ย ยันต์ เที่ยง ช่วยให้กล้ากับทองอินหนีไป พระยาประเสริฐให้คนจับตัวทองอินไว้ ทองอินจึงจะยิงพระยาประเสริฐ แต่พระพิสุทธิ์เอาตัวเข้ากำบัง จึงถูกยิงเสียชีวิต กุหลาบกับพลอยเสียใจมากโชติรีบพูดใส่ไฟเรื่องที่กล้า ซุกซ่อนคนร้ายเอาไว้จนเกิดเรื่องทองอินถูกปีเตอร์ฆ่าตายในที่สุด ชาติพยัคฆ์ ส่วนกล้าก็โดนปีเตอร์จับมา ส่วนตาสังข์และบัว สองพ่อ-ลูก ถูกมิ่งจับ ตัวส่งให้ปีเตอร์ โทษฐานที่ช่วยเหลือนายทองอินเอาไว้ โดยนิ่งหันไปแปรพักตร์กับฝรั่งอย่าง ปีเตอร์ มันจึงอยากเสนอหน้าได้ความดีความชอบจากปีเตอร์ ปีเตอร์สั่งประหารสังข์กับกล้าในวันรุ่งขึ้น ติพาพลอยมาดูหน้ากล้าเป็นครั้งสุดท้าย กล้าขอโทษที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพิสุทธิ์ เสียชีวิต แต่พลอยไม่ให้อภัย ทั้งคู่จากกันด้วยความเสียใจ ก่อนที่จะมีการประหารเกิดขึ้น ท่านเตี่ยมาขอให้ปีเตอร์ไว้ชีวิต ปีเตอร์เลยแกล้งส่งทั้งสองไปที่คุกฝรั่งแบบตายทั้งเป็นท่านเตี่ยสัญญาจะมาช่วยกล้าให้ได้สักวัน ในขณะที่บัวนั้น ก็ลูกปีเตอร์พาตัวไปขายที่เหลาบุปเผา สถานเริงรมย์ที่หรูหราที่สุดในพระนคร บัวถูกประมูลขายตัว เธอหนีอย่างไม่คิดชีวิต จนเอาเหวิน ที่กำลังลากรถอยู่แถวนั้น มาช่วยบัวเอาไว้ อาเหวินพาบัวไปนอนที่บ้าน เขารู้สึกถูกชะตากับบัวอย่างบอกไม่ถูก รุ่งขึ้น พี่สาวของอาเหวินกลับมาที่บ้าน ซึ่งก็คือเจ๊คิ้มนั่นเอง อาเหวินเป็นน้องแม่เดียวกัน ชาติพยัคฆ์ แต่คนละพ่อกับเจ๊คิ้ม ปีเตอร์สั่งมิ่งกับทิวให้กระทืบบัว เหวินเข้าช่วยเจ๊คิ้มไม่กล้าห้าม เหวินกับบัวเจ็บตัวด้วยกันทั้งคู่ หน้าของบัวต้องมีแผลเป็น เหตุเกิดจากการต่อสู้ เธอจึงต้องไปทำงานในครัวเป็นการชั่วคราวก่อนที่บัวจะถูกขายไปอีกครั้ง ทางด้านคุณพลอย ก็ได้ตามคุณกุหลาบอาศัยอยู่กับพระยาประเสริฐภักดี โดยอีกฝ่ายมีแผนร้ายที่จะครอบครองมรดกของพ่อเธอ ด้วยการจับเธอกับคุณโชติให้แต่งงานกัน คุณโชติพยายามมัดใจคุณพลอยด้วยวิธีต่าง ๆ จนคุณพลอยจำยอมต้องรับหมั้นหมาย ทั้ง ๆ ที่ใจยังไม่ลืมกล้า ส่วนกล้ากับตาสังข์ ก็ต้องใช้ชีวิตในคุกอย่างทุกข์ทรมาน เพราะนอกจากจะต้องทำงานหนักแล้วยังต้องถูกรังควานจากอริเก่าอย่าง...รื่น ที่บังเอิญมาเจอกันในคุกอีกด้วย แต่ความมีใจนักเลงของกล้า ก็ทำให้รื่นต้องยอมรับและเลิกอาฆาต เรื่องที่ด้วงถูกทองอินฆ่าตาย ต่อมาได้เกิดการจลาจลขึ้นในคุก กล้า ตาสังข์ และรื่นได้ปกป้องกันนายพลอังเครหัวหน้าค่ายเอาไว้ วีรกรรมครั้งนั้นของกล้าทำให้นายพลอังเดรยอมปล่อยเขากับตาสังข์และรื่นเป็นอิสระ ทั้งสามจึงรีบเดินทางไปยังพระนครเพื่อตามหาบัวทันที กล้าโกรธมาก เมื่อรู้ว่าปีเตอร์หาบัวไปขายที่เหลาบุปผา ชาติพยัคฆ์ จึงบุกเข้าเพื่อชิงตัวออกมาแต่ก็ถูกสมุนของปีเตอร์ขัดขวางเอาไว้ ก่อนที่ปีเตอร์จะบีบบังคับให้กล้าหาเงินก้อนโตมาเป็นค่าไถ่และค่าเสียหายสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น อาเหวินพยายามช่วยบัวจากมิ่ง จนโดนซ้อมอาการสาหัส อาฉาง อาเฉียง ตาสังข์ รื่น พาไปรักษาที่วังของ่านเตี่ย สังข์ได้เห็นหน้า จึงจำท่านเตี่ยได้ วันต่อมา จึงพากล้าไปกราบท่านเตี่ยที่วัง ทั้งกล้า บัว รื่น ตาสังข์ จึงไปอาศัยอยู๋ที่วังท่านเตี่ย และดูอาการของเหวินไปด้วย เมื่อปีเตอร์รู้ข่าว ก็พาทั้งประเสริฐ มิ่ง ทิว ยอด โชติ จะไปจับตัวกล้าที่วัง พอดีท่านเตี่ยไม่อยู่ ทั้งมิ่งและยอด ต่างรุมต่อยกล้า ชาติพยัคฆ์ แต่ทั้งสองสู้ไม่ได้ ท่านเตี่ยกลับมาพอดี บอกกับปีเตอร์ ประเสริฐ และทุกคนว่า กล้า บัว สังข์ เป็นไทแก่ตัวแล้ว ท่านเตี่ยกลับมานำจดหมายของเบอร์นาร์ด มาให้ทุกคนดูว่า หนังสือรับรองความเป็นไทของนายกล้าและพวกพ้องทุกคนรวมไปถึงนังบัว เขียนโดยท่านกงสุลเบอนาร์ดตัวแทนแห่งเจ้าอาณานิคม ต่อจากนี้ไป นายกล้ากับพวกถือว่าเป็นอิสระอย่างแท้จริง จะมีผู้ใดมาข่มเหง หรือจับกุมมิได้ ประเสริฐให้ปีเตอร์กลับก่อน เพราะเป็นรอง ปีเตอร์แค้นมาก อาเหมยยุให้ล้างแค้นท่านเตี่ย และเหตุการณ์ การต่อสู้ครั้งนี้เอง ในวันที่ยอดจะมาจับตัวกล้าทำให้ยอดต้องขาพิการ พ่ายแพ้ต่อกรบวนท่ามวยของกล้าอย่างหมดรูป เมื่อเหวินฟื้นขึ้น จึงเห็นแววตามที่บัวมองกล้า ชาติพยัคฆ์ ทำให้รู้ว่าบัวรักกล้า เหวินเสียใจมาก พลอยแอบมาพบกล้า ให้รีบหนีไป กล้าเข้าใจว่าพลอยยังโกรธเรื่องที่คนเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพิสุทธิ์ตาย จึงขอชดใช้ด้วยชีวิต เมื่อแม่เอียดกับบัว บอกว่าโชติกำลังเอาปืนเดินมาตามหาพลอย สุดท้ายพลอยต้องคุณเข่าของให้กล้าหนีไปด้วยน้ำตานองหน้า ทั้งกล้า พลอย บัว หนีโชติมาหลบอยู่ภายในวัด แต่หลังจากที่แม่เอียดและพลอยขึ้นรถลากของอาเฉียงกลับบ้าน โชติกับชด ก็จับตัวกล้ากับบัวไปที่โรงนา ตั้งใจจะฆ่าให้ตาย ยอดก็มาร่วมทำร้ายกล้าด้วย สุดท้ายกล้าสู้ โชตจะเอาปืนยิงกล้า แต่กลับพลาดไปโดนยอดตาย แม้ในนาทีสุดท้ายของชีวิต ยอดก็ไม่ยอมบอกกับกล้า ว่าแม่ของเขาอยู่ไหน ซึ่งเป็นเหตุผลเดียว ที่กล้ายอมเสี่ยงชีวิตอยู่ในพระนคร โชติบอกกับประเสริฐและทุกคนว่ากล้าฆ่ายอดตาย โยนความผิดให้กักล้าทันที กุหลาบโกรธมากที่พลอยหนีไปพบกับกล้าจนเกิดเรื่อง กุหลาบตบหน้าพลอย ทำให้พลอยเสียใจมาก... ระหว่างนั้น บัวได้แอบฟังและรับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของปีเตอร์ ที่คบคิดกับพวกฝรั่งล่าอาณานิคม วางแผนหวังตักตวงผลประโยชน์จากแผ่นดินสยาม ซึ่งหนึ่งในนั้น ได้มุขนนางไทยอย่าง พระยาประเสริฐภักดี (ผู้ซึ่งหาได้มีความภักดีต่อแผ่นดินเกิดไม่) ได้เข้าร่วมคบคิดแผนชั่ว ๆ ในทุกครั้งด้วยบัว ได้นำความเหล่านี้ไปปรับทุกข์กับเพื่อนคนเดียวของเธอ อย่าง...อาเหวิน อยู่บ่อย ๆ อาเหวิน...ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาทำหน้าที่เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพี่ เป็นผู้ฟังที่ดี พร้อมที่จะปลอบใจ และให้กำลังใจกับบัว โดยบัวหารู้ไม่ว่า...เพื่อนหนุ่มชาวจีน นิสัยดีมีน้ำใจคนนี้ ไดแอบหลงรักเธอมาโดยตลอดมา อาเหวิน จึงนำเรื่องที่บัวสืบทราบมาไปบอกกับกล้า ชาติพยัคฆ์ เพื่อที่กล้าจะได้คิดหาทางช่วยแก้ไข หาทางสกัดกั้นแผนชั่วร้ายของคนเหล่านั้น โดยกล้าและอาเหวิน ได้ร่วมมือกัน และสืบมาว่า ท่านเตี่ย ได้ถูกพระยาประเสริฐภักดี ใช้เล่ห์กลการเมืองใส่ร้ายจนต้องออกจากกราชการ และด้วยอาชีพรับจ้างลากรถเจ๊กของอาเหวิน ไปในที่ต่าง ๆ และพบเจอผู้คนมากหน้าหลาบตา อาเหวินก็ได้พบว่า ท่านเตี่ย ได้มาเปิดโรงหมอรักษาชาวบ้าน ในย่านคนจีนนั่นเอง จากนั้น กล้าและอาเหวิน จึงได้ส่งข่าวคราวความเคลื่อนไหวของพวกคนชั่ว ไปให้ท่านเตี่ย ได้รับทราบอยู่เนือง ๆ และแล้วสวรรค์ ก็ตอบแทนความดีของบัว เสียทีเวลาต่อมาได้มีการจัดประลองมวยในสังเวียนบ่อนแห่งหนึ่ง รื่นจึงแนะนำกล้าให้ลงแข่งขัน ซึ่งกล้าก็สามารถเอาชนะนักมวยเอกในงานได้อย่างง่ายดายและเนื่องจากพระยาประเสริฐภักดีเป็นประธานของงานดังกล่าว กล้าจึงได้มีโอกาสพบกับคุณพลอยอีกครั้ง การปรากฏตัวของกล้า สร้างความไม่พอใจให้แก่คุณติเป็นอันมาก คุณโชติ จึงอ้างเรื่องที่กล้าเป็นต้นเหตุให้คุณพระพิสุทธิ์ บิดาของคุณพลอยเสียชีวิตมาบีบคั้นไม่ให้คุณพลอยใกล้ชิดกล้า หลังจากการชกชนะ กล้าก็นำเงินไปไถ่บัว ชาติพยัคฆ์ ที่เหลาบุปผา แต่ปีเตอร์ก็ยังเล่นแง่บ่ายเบี่ยงจะโก่งราคาอีก จนร้อนถึง ท่านเตี่ย ที่ต้องมาไถ่บัวเสียเอง ซึ่งถึงแม้ว่าท่านเตี่ยจะโดนกลการเมืองจากพระยาประเสริฐฯ ใส่ร้ายจนต้องออกจากราชการ แต่บารมีของท่านก็ยังมีคนยำเกรงอยู่มาก ปีเตอร์ไม่กล้ามีปัญหา จึงยอมให้ท่านเตี่ยรับบัวไปอุปการะพร้อมกับตาสังข์ ชื่อเสียงของกล้าเริ่มโด่งดังจากการชกครั้งนั้น แม้แต่ จีนหยง ซึ่งเป็นนายอากรโรงฝิ่ง ก็ยังส่งคนมาทาบทาม กล้ากับรื่นไปเป็นสมุน แต่ทั้งสองกลับปฏิเสธและพอใจที่จะทำงานเป็นคนลากรถมากกว่า เพราะอย่างน้อย...อาเหวินและเพื่อนพ้องชาวจีน ก็ไม่มีใครดูถูกเรื่องที่ทั้งสองเคยติดคุกมาก่อน อาเหวิน มีโอกาสไปมาหาสู่กับบัวอยู่เสมอ เวลารับส่งท่านเตี่ย เขาพยายามที่จะเอาชนะใจบัวด้วยวิธีต่าง ๆ นานา แต่ดูเหมือนว่าจะทำอย่างไร บัวก็ไม่เคยเปิดใจยอมรับคนอื่นอยู่ดี เช่นเดียวกับกล้า ที่ยังไม่ลืมคุณพลอย แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายได้หมั้นหมายกับคุณโชติแล้วก็ตาม เมื่อรู้ว่าคุณพลอยต้องไปสอนหนังสือไทยให้ลูกนายพลต่างชาติท่านหนึ่ง กล้าก็แอบไปเฝ้าดูเธอหลังเลิกงานเสมอ ชาติพยัคฆ์ แต่ในเวลานั้นสงครามแย่งชิงอำนาจระหว่าง พระยาประเสริฐและจีนหยง ก็ทวีความรุนแรงถึงขีดสุด เมื่อท่านกงสุลคนเก่า ที่เคยหนุนหลังจีนหยงได้เกษียณอายุราชการ ปีเตอร์จึงหนุนพระยาประเสริฐให้แย่งชิงธุรกิจค้าฝิ่นของจีนหยงมาเป็นของตน จีนหยงแค้นใจเลยส่งคนไปอุ้มตัวคุณพลอยเพื่อต่อรอง แต่เคราะห์ดีที่กล้ามาเจอเข้าเสียก่อน เขาจึงได้ช่วยเหลือคุณพลอยเอาไว้ คุณโชติ พอทราบเรื่องเข้า ก็เลยแกล้งประชดลองใจ ด้วยการให้กล้ารับหน้าที่คอยลากรถ รับส่งคุณพลอยเป็นประจำมานับแต่นั้น สร้างความยืดอัดใจให้แก่กล้าและคุณพลอยเป็นอย่างมาก ในขณะที่จีนหยงก็ถูกพวกของปีเตอร์และพระยาประเสริฐสั่งเก้บในเวลาต่อมา หลังจากนั้นกงสุลคนใหม่ก็เดินทางมาถึงพระนคร กล้าจึงได้รู้ว่าบิดาของเด็กที่คุณพลอยสอนหนังสือให้ก็คือ นายพลอังเดรที่เคยเป็นผู้คุมค่ายนักโทษ แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ ภรรยาของนายพลอังเดรกลับกลายเป็น นางเพียร แม่ของกล้านั่นเอง ด้วยเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปทำให้นางเพียรจำกล้าไม่ได้ กล้ามาทราบความในภายหลังว่า หลังจากเขาได้หนีไปตอนเด็ก ชาติพยัคฆ์ เจ้านายเก่าก็จะเอานางเพียรไปขายที่ช่องแห่งหนึ่งเพื่อเป็นการลงโทษ แต่นายพลยังเดรมาเจอเข้าเสียก่อนจึงอุปการะเธอเอาไว้กล้าแค้นใจมาก เพราะคิดว่านางเพียรยอมตกเป็นนางป่าเรอของคนต่างชาติ ทั้ง ๆ ที่รู้เต็มอกว่าพ่อของกล้าต้องตายในการรบกับพวกล่าอาณานิคม แต่นางเพียรก็อธิบายความจริงให้ฟังว่าไม่ได้มีอะไรกับท่านนายพล และขอร้องกล้าให้มาอยู่ในอุปการะของนายพลอังเดรเช่นเดียวกับตน เพื่อกล้าจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย แต่กล้าก็ปฏิเสธไปอย่างไม่ใยดี ระหว่างนั้นก็ได้เกิดโรคระบาดขึ้นในชุมชนชาวจีน อาการป่วยของคนไข้หนักหนาเกินกว่าท่านเตี่ยจะเยียวยาได้ เพราะว่ายาฝรั่งที่ใช้รักษา ถูกปีเตอร์กักตูนไว้เพื่อโก่งราคา ด้วยเหตุนี้ กล้าจึงยอมขึ้นชกในงานเลี้ยงต้อนรับกงสุลคนใหม่ที่จัดขึ้น ณ เหลาบุปาผา โดยมีคู่ต่อสู้เป็นถึงนักมวยฝรั่งจอมพลังรายหนึ่งพระยาประเสริฐภักดีขอร้องแกมขู่ ให้กล้าล้มมวยเพื่อเอาใจท่านกงสุล แต่กล้าสับเล่นงานนักมวยต่างชาติจนยับคาเวที ทำให้พระยาประเสริฐแค้นใจมากและคิดจะทำร้ายกล้า แต่ท่านเตี่ยก็มาออกหน้าขวางไว้ ทำให้กล้ารอดตัวและสามารถนำยามาช่วยรื่น และทุกคนได้ในที่สุด ช่วงเวลาดังกล่าว ชาติพยัคฆ์ พระยาประเสริฐพบว่าท่านเตี่ย ได้ขัดขวางกิจการค้าฝิ่งของตนอย่างลับ ๆ ด้วยการส่งคนมาทำลายสินค้า รวมถึงเผาโรงฝิ่นที่ตนกับปีเตอร์เป็นหุ้นส่วนกัน พระยาประเสริฐ จึงคิดลอบสังหารท่านเตี่ย เพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม แต่โชคร้ายกลับตกเป็นของตาสังข์ที่เกิดรู้แผนการณ์เข้าเสียก่อน จึงปกป้องท่านเตี่ยไว้ด้วยชีวิตของตน ด้วยความสำนึกในวีรกรรมของตาสังข์ ท่านเตี่ยจึงรับบัวเป็นบุตรบุญธรรม และอุ้มชูให้มีฐานะไม่แพ้คุณพลอยในเวลาต่อมา แต่บัวรู้ว่าถึงเธอจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน ก็ไม่อาจแย่งเชิงหัวใจรักของกล้า มาจากคุณพลอยได้อยู่ดี และเฉกเช่นกัน ที่ถึงอาเหวิน จะภักดีต่อเอเพียงใด บัวก็ไม่อาจเปลี่ยนใจมารักเขาได้ บัวจึงแกล้งเฉยชาต่ออาเหวินเพื่อให้อีกฝ่ายตัดใจ จนอาเหวินเข้าใจผิด คิดว่าบัวที่กลายเป็นดอกฟ้าคงไม่เห็นค่าตนอีกต่อไป จึงตรอมใจด้วยความเศร้าโศกการตายของตาสังข์ ทำให้กล้าหมดสิ้นความอดทน และวางแผนที่จะบุกไปลอบสังหารปีเตอร์ แต่รื่นรู้เข้าเสียก่อนจึงชิงตัดหน้าลงมือแทน แต่กลับพลาดท่าถูกปีเตอร์จับได้และถูกสั่งประหารในที่สุด สร้างความปวดร้าวให้แก่คนรอบข้างเป็นอันมาก โดยเฉพาะกล้า ยิ่งเสียศูนย์มากขึ้น เพราะโทษตนเองว่าเป็นต้นเหตุให้รื่นต้องตาย ด้วยความห่วงใยที่กล้าคุณพลอยจึงแวะเวียนไปดูแลเขาเสมอ จนต้องมีปากเสียงกับคุณโชติที่ทราบเรื่องเข้า คุณโชติสะเทือนใจที่คุณพลอยยังไม่ลืมความรักที่มีต่อกล้า ในช่วงเวลาที่เคว้งคว้างนี้เอง ปีเตอร์จึงเข้ามอมมาคุณโชติ โดยความร่วมมือของมิ่ง...ชาติพยัคฆ์ จนคุณโชติต้องตกเป็นทาสของยาฝิ่น โดยมีเป้าหมายที่จะได้ครอบงำคุณโชติไว้ใช้งานโดยง่าย โดยมีมิ่ง คอยส่งฝิ่น และคอยเสี้ยม เป่าหูคุณโชติ ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณพลอย และกล้า และที่สำคัญ คือมิ่ง ยุให้คุณโชติ คิดกระทำการเลว ๆ ทรยศต่อแผ่นดินสยาม แผ่นดินเกิดของตัวเอง ต่อมาท่านเตี่ย ก็ได้รับการสนับสนุนจากเบื้องบนให้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง จึงมีการตรวจสอบเรื่องทุจริตในการประมูลอากรภาษี และคดีสังหารจีนหยง นายอากรฝิ่นคนเก่า ทำให้พระยาประเสริฐร้อนตัว คิดจะโยนความผิดทั้งหมดให้แก้ปีเตอร์ ด้วยเหตุนี้ ปีเตอร์จึงแก้แค้นด้วยการฆ่าพระยาประเสริฐทิ้ง ก่อนจะป้ายความผิดว่าเป็นฝีมือของท่านเตี่ย ก่อนจะหลอกล่อคุณติรับช่วงแทนบิดา และด้วยความแค้นที่บดบังสติ คุณโชติจึงสนับสนุนปีเตอร์ในการทำจัดท่านเตี่ยอย่างเต็มที่ ด้วยฤทธิ์ของยาฝิ่นที่ปีเตอร์ และมิ่ง ได้มอมเมาคุณโชติมาหลายเพลา ก็ทำให้นิสัยของคุณโชติแปรเปลี่ยนไป คุณโชติ เริ่มหึงหวงโมโหร้าย เกรี้ยวกราด จนคุณพลอยไม่อาจยอมรับได้ จึงขอถอนหมั้นในที่สุด ส่วนคุณกุหลาบก็คิดทวงคืนทรัพย์สินของคุณพระพิสุทธิ์ฯ ชาติพยัคฆ์ คืนมา แต่เพราะคุณโชติและบิดาได้ยักยอกไปถลุงจนหมดสิ้น คุณโชติ กับมิ่ง จึงได้ร่วมกันวางแผน เพื่อหลอกฆ่าคุณกุหลาบ เพื่อเป็นการล้างหนี้ รวมถึงคิดจะฆ่าคุณพลอยอีกด้วย แต่โชคดีที่คุณพลอยไหวตัวเสียก่อน จึงให้ อาเหวิน พาหนีไปหากล้าได้ทัน กล้าฝากนางเพียร รับอุปกระคุณพลอยชั่วคราว และให้อาเหวินคอยเฝ้าอยู่ด้วยเพื่อความปลอดภัยจังหวะนั้นเอง ที่อาเหวิน ซึ่งยังช้ำรักจากบัว ก็มีโอกาสตั้งต้นใหม่ เมื่อนายพลอังเดร ได้เล็งเห็น ถึงความซื่อสัตย์ ความสามารถในการใช้ภาษาจีนและการบวกคิดเลขของเขา ซึ่งมีพื้นฐานจากครอบครัวที่เป็นเสมียนมาหลายชั่วคน จึงว่าจ้างอาเหวินให้เป็นผู้ติดตาม ทำให้อาเหวินได้มีหน้ามีตาเขยิบฐานะตัวเองบ้าง และเริ่มมีความหวังว่าจะเอาชนะใจบัวสำเร็จในไม่ช้า ความผันแปรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้กล้ารู้สึกท้อใจจนคิดจะไปจากพระนคร เขาตั้งใจจะไปบอกลาคุณพลอยเป็นครั้งสุดท้าย แต่การพบกันครั้งนั้นกลับทำให้คุณพลอยและกล้าได้เปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อกันคุณพลอยจึงตัดสินใจที่จะกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เวียงสิงห์พร้อมกล้า ระหว่างนั้น ท่านเตี่ยกับนายพลอังเดร ซึ่งดำรงตำแหน่งกงสุลก็ได้นัดเจรจากัน ด้วยถึงแม้จะอยู่ต่างฝ่าย แต่ก็เห็นห้องต้องกันว่ากิจการค้าฝิ่นของปีเตอร์ กำลังเป็นภัยต่อความมั่นคงของแผ่นดินสยาม จึงมีความคิดจะลดทอนอำนาจของปีเตอร์ลง ชาติพยัคฆ์ เมื่อปีเตอร์ทราบเรื่อง จึงวางแผนที่จะลวงท่านกงสุลและท่านเตี่ยมาสังหารพร้อมกันที่เหลาบุปผา โดยหวังจะให้กลายเป็นความขัดแย้งจนเกิดเป็นขนวนสงคราม เพื่อตนจะได้แสวงหาอำนาจใหม่อีกครั้ง วันนั้น เป็นวันที่กล้าและคุณพลอย มีนัดหมายจะหนีไปจากพระนครด้วยกัน แต่คุณโชติเกิดทราบเรื่องเข้าเสียก่อน คุณโชติจึงแกล้งเปิดเผยแผนการณ์ของปีเตอร์ให้กล้าได้รู้ในวินาทีสุดท้าย กล้าเลยต้องรีบย้อนไปช่วยท่านเตี่ยและท่านกงสุลที่เหลาบุปผา แทนที่จะไปตามนัดของคุณพลอย อีกไม่นานเรือกลไฟจะออกจากท่า อีกไม่นานวิญญาณของกล้าอาจถูกปลิดออกจากร่าง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ชาติพยัคฆ์ ติดตามชมกันต่อได้ใน ละครชาติพยัคฆ์ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครชาติพยัคฆ์ จรณ โสรัตน์ รับบท กล้า นิษฐา จิรยั่งยืน รับบท คุณพลอย กมลเนคร เรืองศรี รับบท บัว ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ รับบท อาเหวิน ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ท่านเตี่ย สินจัย เปล่งพานิช รับบท นางเพียร สมิทธิ ลิขิตมาศกุล รับบท คุณโชติ จิรายุ ตันตระกูล รับบท รื่น โชคชัย บุญวรเมธี รับบท มิ่ง นพพล โกมารชุน รับบท พระยาประเสริฐ เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท พระพิสุทธิ์ สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ รับบท คุณกุหลาบ นภัสกร มิตรเอม รับบท ทองอิน

เปิดเทอมเฮี้ยน ! ตามมาดูว่าใครเป็นใครใน
นีโม ปุณณดา /  มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ / 

. เปิดเทอมเฮี้ยน ! ตามมาดูว่าใครเป็นใครใน "โรงเรียนผี" . "ทุกโรงเรียนมีเรื่องผีที่เล่าต่อกันมา จากรุ่นสู่รุ่น จากห้องสู่ห้อง… ไม่เว้นแม้กระทั่งโรงเรียนนี้...ที่ร่ำลือกันว่ามีผีอยู่แทบทุกแห่ง ถ้าอยากลองดีก็เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ แล้วมาแข่งกันมั้ยว่าเรื่องผีของใครจะน่ากลัวกว่ากัน" เรื่องเล่าสยองขวัญผีโรงเรียนแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นในปีการศึกษาใหม่ เมื่อ เอ๋, เอ้อ, เด่น, ป๊อป, ดอน แก๊งนักเรียนมัธยมต้นสุดแสบประจำรุ่นได้รวมหัวกันหนีการปฐมนิเทศอันแสนน่าเบื่อ และหาเรื่องน่าตื่นเต้นทำแก้เซ็งแทน โดยพวกเขาขอลองดีด้วยการแข่งกันเล่าเรื่องผีสุดสยองในห้องเรียนของตึกเก่าที่เล่าลือกันว่าสุดหลอนจนไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป เพื่อเป็นการข่มขวัญว่าใครจะแน่กว่ากัน และแล้วเรื่องผี ๆ ไม่ว่าจะเป็น...ผีห้องสมุดสุดเฮี้ยนที่มักจะโผล่มาให้เหล่านักเรียนได้ขนหัวลุก, นักเรียนหญิงผู้ถูกเพื่อนกลั่นแกล้งจนต้องเอาคืนด้วยความอาฆาต, ครูสาวแสนสวยที่ทุกคนต่างรุมรักแต่แน่ใจแล้วหรือว่ารู้จักเธอดีพอ, ภารโรงกับหมาเห็นผี, ครูใหญ่ผู้โดดเดี่ยวกับบางสิ่งที่ไม่ยอมให้เขาอยู่คนเดียว และอีกหลากหลายเรื่องผีที่ถูกขุดขึ้นมาเล่าอย่างไม่รู้ว่าจะจบลงตรงไหน จนกระทั่ง... สมาชิกโรงเรียน เอ๋ (แสดงโดย อาไท กลมกิ๊ก) เด็กโข่งชั้น ม.3 ที่ซ้ำชั้นซ้ำซาก ชอบโชว์พาวข่มรุ่นน้อง รู้ดีทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่ควรรู้ ตัวตั้งตัวตีที่อยากลองดีกับเรื่องผีที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง เด่น (แสดงโดย สุชาติ แคปเจอร์) สมุนมือขวาของเอ๋ ความกล้าให้ 5 แต่ความมั่นหน้าให้ 100 นางขี้บ่น ขี้กลัว และที่สำคัญคือขี้อ่อย ไม่เก่งเรื่องผี แต่ถนัดเรื่องผีเห็นผีมากกว่า เอ้อ (แสดงโดย ออสการ์ ชยณัฐ) น้องเล็กสุด แต่แสบกวนป่วนไม่แพ้ใคร แม้จะยกเอ๋เป็นไอดอลแต่ก็ชอบจิกกัดเอ๋อย่างเนียน ๆ ปกติก็เล่นใหญ่รัชดาลัยเสมอ แล้วถ้าต้องมาเจอกับเรื่องผีตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกล่ะ ป๊อป (แสดงโดย นีโม ปุณณดา) หญิงเดียวของกลุ่ม ลุคใส ๆ เห็นเงียบ ๆ แต่ความแสบเพียบนะคะ เรื่องผีไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมความกลัวของเธอ (เหรอ ?) ดอน (แสดงโดย ริว อิงครัต) นักเรียนใหม่หล่อหน้านิ่งที่บังเอิญโดนลากมาลองดีกับเรื่องผี ๆ แบบที่ต้องจดจำจนวันตาย ครูใหญ่ (แสดงโดย เท่ง เถิดเทิง) ครูใหญ่ใจดีผู้ชอบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักครูเพียงลำพัง โดยไม่รู้เลยว่ามีบางสิ่งที่ไม่เคยยอมให้เขาอยู่คนเดียว ครูแสงดาว (แสดงโดย แม็กกี้ อาภา) ครูประจำชั้นแสนสวยผู้ที่หนุ่ม ๆ ทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กต่างหลงรัก แต่แน่ใจแล้วใช่มั้ยว่ารู้จักเธอดีพอที่จะกล้ารัก ภารโรงโก๊ะ (แสดงโดย โก๊ะตี๋ อารามบอย) ถ้าตำแหน่งนี้เป็นเหมือนกล้องวงจรปิดของโรงเรียน เคยคิดมั้ยว่า 1 คน 1 หมา กับหน้าที่ดูแลโรงเรียนตลอด 24 ชั่วโมงแบบนี้ เขาจะได้เห็นอะไรที่คนทั่วไปไม่ได้เห็นบ้าง... โทนี่ (แสดงโดย หม่ำ จ๊กม๊ก) และ จรวย (แสดงโดย โจอี้ เชิญยิ้ม) คู่หูคู่เผือกที่มักจะเสือกไสตัวเองให้เข้าไปยุ่งกับเรื่องผี ๆ โดยไม่ว่างเว้น มีงานผีที่ไหนต้องมี #ทีมเผือก ทีมนี้ไปการันตีความสยอง โรงเรียนผี กำกับโดย มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ กำหนดเข้าฉาย 3 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

นับถอยหลัง 'BikeForDad' เกาะติดกิจกรรม 'ปั่นเพื่อพ่อ'
Bike For Dad /  ปั่นเพื่อพ่อ / 

เกาะติดกิจกรรมการปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 88 พรรษา 5 ธ.ค. 2558 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ธ.ค. นี้ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เมื่อวันที่ (7 ธ.ค.) กรมพลาธิการทหารเรือ กองเรือลำน้ำ พล.ต.ธรรมนูญ วิถี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) ร่วม นายรักษา สุทิน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางกอกใหญ่ เป็นประธานปล่อยขบวนทำความสะอาดถนนและทางเท้า เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับกิจกรรม 'Bike for Dad' ปั่นเพื่อพ่อ โดยครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือในการทำความสะอาด ถนนบริเวณ 2 ข้างตลอดระยะ 2 กิโลเมตร จากกำลังพลจาก กองพลทหานราบที่ 9 กำลังพลกองทัพเรือ สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ บางกอกน้อยธนบุรี และกรมอู่ทหารทหารเรือ ตำรวจนครบาล 8 รวม 300 คน อย่างไรก็ตาม นายรักษา เผยว่า ได้บูรณาการร่วมกันในการทำความสะอาดเส้นปั่นเพื่อพ่อ ตั้งแต่สะพานอรุณอมรินทร์จนถึงสะพานมอญ ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ในการทำความสะอาดและจัดระเบียบเพื่อรองรับการจัดกิจกรรม และแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดย พล.ต.ธรรมนูญได้ขอความร่วมมือประชาชนที่อาศัยบริเวณ 2 ข้างทางขบวนเสด็จทำความสะอาดบ้านเรือน ประดับธงตราสัญลักษณ์ ประดับดอกไม้เพื่อความสวยงามด้วยเช่นกัน --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เมื่อวันที่ (6 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ซ้อมวางกำลังรักษาความปลอดภัยกิจกรรม 'Bike for Dad' ซ้อม รปภ. 30,000 นาย ขณะ ร.ฟ.ท.เปลี่ยนสถานีรับ-ส่ง 11ธ.ค.จากหัวลำโพงเป็นสถานีบางซื่อและมักกะสัน 12.00 - 20.00 น. พลตำรวจเอก เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ กทม. จะมีการลงพื้นที่ซักซ้อมและตรวจความพร้อมการวางกำลังรักษาความปลอดภัย อย่างเต็มรูปแบบ ก่อนกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ Bike For Dad ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคม นี้ โดยจะออกตรวจกำลังเจ้าหน้าที่ รวมถึงเส้นทาง จุดสูงข่มต่างๆ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิรถพยาบาล รถสุขา โดยการซ้อมในวันนี้เพื่อหาจุดที่ต้องแก้ไขและปรับปรุงในการรักษาความปลอดภัยในวันจริง ซึ่งจะใช้มาตรฐานเดียวกันหมดทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศที่มีการจัดกิจกรรม ทั้งนี้จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้นร่วม 30000 นาย ร.ฟ.ท.เปลี่ยนสถานีรับ-ส่ง11ธ.ค.Bike For Dad นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการในการรองรับกิจกรรม Bike For Dad ปั่นเพื่อพ่อ ว่า ในวันที่ 11 ธันวาคม 2558 ที่จะมีการจัดกิจกรรม Bike For Dad ทาง ร.ฟ.ท. จะทำการสั่งการให้รถไฟทุกขบวนที่ต้องวิ่งเข้าสถานีรถไฟกรุงเทพฯ หรือ สถานีรถไฟหัวลำโพง เปลี่ยนไปเริ่มต้นเส้นทางการรับ-ส่งผู้โดยสาร ที่สถานีรถไฟบางซื่อ และสถานีรถไฟมักกะสันแทน ตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. จนถึงเวลา 20.00 น. เพราะจะมีการปูแผ่นเหล็กบริเวณรางรถไฟในเส้นทางของกิจกรรม Bike For Dad เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปั่นจักรยานในวันทำกิจกรรม ซึ่งจะสอดคล้องกับการปิดเส้นทางถนนเพื่อทำกิจกรรม นอกจากนี้ ได้ประสานงานกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ในการจัดรถโดยสารจำนวน 70 - 80 คัน มาให้บริการประชาชนจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปยังสถานีรถไฟบางซื่อ และสถานีรถไฟมักกะสัน และหากประชาชนยังสามารถใช้เส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน ในการเดินทางไปยังสถานีรถไฟทั้ง 2 แห่ง ได้เช่นกัน และได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปประจำยังสถานีรถไฟทุกแห่ง เพื่อทำการประชาสัมพันธ์ถึงการเดินทางในวันดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนที่ใช้บริการได้รับข่าวสาร และมีเวลาในการเตรียมตัวที่จะเดินทาง ตร.จราจรเตรียมตั้งขบวนตรวจเส้นทางปั่นเพื่อพ่อ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยถึงการซักซ้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเสมือนจริงในกิจกรรม ปั่นเพื่อพ่อ Bike For Dad ว่า ในวันนี้เป็นการซักซ้อมการวางกำลังรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรใน 32 จุด ตลอดเส้นทาง 29 กิโลเมตร โดยตั้งขบวนรถยนต์ตรวจตามเส้นทาง แทนขบวนจักรยาน ซึ่งขณะนี้มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกันนี้ได้มีการซักซ้อมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจตระเวนชายแดนที่ร่วมสนับสนุนเพิ่มการรักษาความปลอดภัย จำนวน 1,120 คน โดยแต่ละจุดจะมีตำรวจ ทหาร นักเรียนนายร้อย และเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร วางกำลังตลอดระยะทาง 29 กิโลเมตร เมตรละ 1 คน รวมถึงในรัศมีขอบทางในซอยลึก 500 เมตร ก็มีการวางกำลังด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ในวันที่ 9 - 10 ธันวาคม นี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลแต่ละพื้นที่จะร่วมกับกรุงเทพมหานคร ทำความสะอาดเส้นทาง 5 จุดสำคัญ คือ พระลานพระราชวังดุสิต แยกราชประสงค์ เยาวราช วงเวียนใหญ่ และกองทัพเรือ และจะมีการตรวจครั้งสุดท้ายตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป จนถึงเช้าวันที่ 11 ธันวาคม ผบก.น.5จัด ตร.800นาย ปั่นเพื่อพ่อพร้อมดูแล ปชช. พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความพร้อมในการดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad ว่า ในพื้นที่ความรับผิดชอบของตำรวจนครบาล 5 ขณะนี้มีความพร้อมในการดูแลและให้ความสะดวกแก่ประชาชนชาวไทยที่จะร่วมกิจกรรมแล้ว โดยในวันจริงนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 800 นาย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลประชาชนทุกคนเป็นอย่างดี ทั้งนี้ พล.ต.ต.สมประสงค์ ฝากถึงประชาชนชาวไทยให้ออกมาร่วมกิจกรรม ปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 88 พรรษา ขอบคุณข้อมูลจาก innnews

In the Heart of the Sea : ราคาของมนุษย์
In the Heart of the Sea /  คริส เฮมส์เวิร์ธ / 

ก่อนจะว่ากันในประเด็นอื่นใด ขอชื่นชม In the Heart of the Sea ว่าสามารถใช้ประโยชน์จากภาพอลังการงานสร้าง ระบบการฉายแบบสามมิติ และจอยักษ์ไอแม็กซ์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ถึงแม้จะไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งในทุกๆ ฉากที่ปรากฏแก่สายตา แต่ยุทธการมนุษย์ล่าวาฬกลางมหาสมุทรเรื่องนี้ คู่ควรอย่างยิ่งแก่การรับชมในโรงภาพยนตร์ ถึงไม่ใช่คอวรรณกรรมตัวกลั่น ต้องมีสักครั้งในชีวิตที่เคยได้ยินชื่อเสียงของตำนานนิยาย "โมบี้ ดิก" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงในปี 1820 เมื่อเรือล่าวาฬเอสเซกซ์ อับปางกลางทะเลด้วยฝีมือของวาฬยักษ์ จนเหลือผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คน ผู้กำกับ รอน ฮาวเวิร์ด ได้หยิบยกวิกฤตการณ์ครั้งนั้น มาบอกเล่าใหม่ด้วยลีลาเร้าอารมณ์ แฝงปรัชญาชวนคิดหลายหลากตามแต่จะคนดูจะสามารถหยิบจับกลับไปได้ใน In the Heart of the Sea โดยพาย้อนอดีตผ่านคำบอกเล่าเคล้าอาการกลั้นน้ำตาของลูกเรือที่เหลือรอดอย่าง โทมัส นิกเคอร์สัน ในวัยชรา (เบรนแดน กลีสัน) และมี เฮอร์แมน เมล์วิลล์ (เบน วิชอว์) เป็นผู้จดบันทึก ก่อนจะกลายเป็นนวนิยายเรื่องดังกล่าว ภาพการสัมภาษณ์และจดบันทึกนี้ ถูกแทรกสลับกับเหตุการณ์ในอดีตอยู่ตลอดเรื่อง ราวกับเป็นการคารวะถึงต้นกำเนิดของนวนิยายว่า เรื่องแต่งอันโด่งดังนี้มีที่มาจากเรื่องจริง ที่ต้องผ่านบททดสอบของชีวิตทั้งโหดร้ายและน่าอัศจรรย์มากมายเพียงไร แต่นี่เป็นเพียงประเด็นเสริมในทำนองบูชาครูเท่านั้น เพราะในเส้นเรื่องหลัก นิกเคอร์สัน เป็นเพียงเด็กรับใช้วัยกระเตาะในเรือเท่านั้น เขามีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกัปตันและต้นหน แกนหลักของ In the Heart of the Sea พาคนดูไปสำรวจความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณมนุษย์ โดยมีวาฬยักษ์ ระบบทุนนิยม และชีวิตที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนขอบเหวของความเป็นความตายมาช่วยขับเน้นได้อย่างออกรส ตั้งแต่แรกเริ่มที่คนดูได้รู้จัก โอเวน เชส (คริส เฮมส์เวิร์ธ) ต้นหนเรือล่าวาฬฝีมือดี แต่บุญไม่พาวาสนาไม่ส่ง เสียตำแหน่งกัปตันเรือเอสเซกซ์ให้กับ จอร์จ พอลลาร์ด (เบนจามิน วอล์คเกอร์) ทายาทตระกูลใหญ่ทว่าไร้ประสบการณ์ไปเสียฉิบ การออกทะเลในครึ่งแรกของหนัง จึงเต็มไปด้วยการข่มกันไปมา คำพูดดูถูกเหยียดหยาม อุดมด้วยบรรยากาศมาคุอยู่เนืองๆ หายนะที่บังเกิดขึ้นจากความดื้อดึงของพอลลาร์ดที่เหมือนเด็กเอาแต่ใจ หากไม่ได้ประสบการณ์ชีวิตของเชสช่วยไว้ เหล่าลูกเรือก็อาจจะต้องไปพบความตายกันยกโขยง หนังวิพากษ์ระบอบชนชั้นผ่านความรู้สึกนึกคิดและการกระทำของตัวละครทั้งสอง สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงจุดแตกหักนี้ไว้ เห็นจะเป็นความละโมบและหิวกระหายยศฐาบรรดาศักดิ์ที่ทั้งคู่มีร่วมกัน โดยมีมีเดิมพันจากผลผลิตไขวาฬที่ต้องเก็บเกี่ยวกลับไป เพื่อเป็นพลังงานให้แสงสว่างแก่ชุมชนมนุษย์ โดยแลกมาด้วยชีวิตของบรรดาวาฬที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรกับธุรกิจของมนุษย์ทั้งสิ้น ภาพยุทธการล่าวาฬ และการมาถึงของฉาก "น้ำพุเลือด" ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของมนุษย์ สามารถยืนยันชัดเจนถึงเจตนาของ In the Heart of the Sea ว่ามีน้ำเสียงเช่นไรต่อกระบวนการล่าวัตถุดิบดังกล่าว ความโหดร้ายคลุ้งคาวเลือดตรงหน้าถูกโหมประโคมขึ้นราวกับงานฉลองครึกครื้น จนอาจทำเอาชาวสมาคมคนรักสัตว์โลกถึงกับหัวเสีย แต่ธรรมชาติของโลกใบนี้ ย่อมมีวิธีรักษาสมดุลของมันเสมอ วาฬยักษ์จึงถูกส่งมาบดขยี้เรือเอสเซกซ์ อาวุธร้าย และความทะเยอทะยานของมนุษย์ให้ราบเป็นหน้ากลอง อีกทั้งมันยังมีเชาว์สติปัญญา ความคิดจิตใจที่เกินกว่าเพื่อนร่วมสปีชีส์จะมีได้ ราวกับเป็นการส่งตรงจากพระเจ้า (ไม่ก็ซาตาน) หนังทำให้วาฬยักษ์มีสถานะมากกว่าเป็นสัตว์ธรรมดาตัวหนึ่ง แต่เป็นตัวละครที่นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเรื่อง และเป็นค้อนอันมหึมา ที่กะเทาะเปลือกยศฐาและทิฐิของเผ่าพันธุ์ที่คิดว่าตนสูงส่งออกเสียจนเกือบสิ้น หลังหายนะเรือเอสเซกซ์บังเกิดขึ้น ทำให้มหกรรมความหรรษาล่าชีวิตวาฬของ In the Heart of the Sea กลับกลายเป็นความหมองหม่น และโยนบททดสอบข้อแล้วข้อเล่าให้ลูกเรือต้องก้าวข้าม หากครึ่งเรื่องแรกเป็นหนังแอ็คชั่นผจญภัยที่ดูสนุกตื่นเต้น ครึ่งหลังคงเป็นดราม่าว่าด้วยการยื้อชีวิตเพื่อต่อเวลากับมัจจุราช เมื่อเวลาผ่านไประบบความคิดของกัปตันและต้นหน ก็ค่อยๆ เปลี่ยนและละลายการยึดมั่นถือมั่นออกไปทีละน้อย จนเหลือเพียงสัญชาตญาณเอาตัวรอด มองข้ามศีลธรรมจรรยาไม่ต่างจากสัตว์หิวโหย และได้สำเหนียกเสียว่าตนเองมีขนาดและคุณค่าของชีวิตเพียงใดกันแน่ ไม่ว่าจะเทียบกับวาฬที่ถูกคร่าชีวิตไป วาฬยักษ์เพชฌฆาต หรือแม้แต่ผืนน้ำมหาสมุทรกว้างไกล ที่หนังจงใจใส่ภาพกว้างมาให้เราเห็นหลายต่อหลายครั้งอย่างมีนัยยะ จนเราได้เห็นภาวะยอมจำนนของมนุษย์ ที่ยอมศิโรราบต่อพลังที่กราดเกรี้ยว และเลือกทางใครทางมันในที่สุด แม้วาฬยักษ์อาจดูเป็นภัยพิบัติอันโหดร้ายที่สุดในเรื่อง แต่  In the Heart of the Sea ก็จัดแจงบดขยี้ความเป็นมนุษย์ของผู้เหลือรอดหลังผ่านเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นมาซ้ำอีก แสดงความย้อนแยงที่น่าสลดสิ้นดี เมื่อสุดท้ายแล้วอำนาจของเงินตราและระบบธุรกิจก็เป็นสิ่งทรงอำนาจอันไม่อาจหลีกเลี่ยง ในโลกของสัตว์ประเสริฐนี้ กำไรขาดทุนดูจะเป็นของที่พึงให้คุณค่า ตีราคาได้มากกว่าการแตกสลายจิตใจของมนุษย์ ชีวิตสรรพสัตว์เดรัจฉานใดๆ หรือแม้แต่ความเป็นจริงอันโหดร้ายก็ตาม ถึงตอนนี้ปี 2015 การล่าวาฬจะถูกต่อต้านอย่างหนักและลดจำนวนลง ผู้คนหาแหล่งพลังงานอื่นๆ ได้มากมายแล้ว แต่อำนาจแห่งทุนนิยมก็ยังครอบงำ และหลอมรวมไปกับสังคมมนุษย์โลกใบนี้อย่างแยกขาดจากกันมิได้ หรือแท้จริงแล้ว เราอาจต้องการวาฬยักษ์ในรูปแบบอื่นใด มาเตือนสติกันดูสักที 8.5 / 10 ครับ  Lecter. ---------------------------------------------

พรีวิว: หงส์สถิติข่มเจ้าบ้าน! เบิร์นลีย์ - ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
พรีวิวบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มร้อนแรง หลังเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปในเกมประเดิมสนาม พรีเมียร์ ลีก มีคิวเล่นเกมเยือน 2 นัดติด โดยจะต้องเดินทางไปเยือนถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ของ เบิร์นลีย์ ที่แพ้สอนซีมาในเกมแรก เรามาดูความพร้อมของทั้งสองทีมกันดีกว่า... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2016 เบิร์นลีย์ - ลิเวอร์พูล เวลา: 21.00 น. สนาม: เทิร์ฟ มัวร์ ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1, PPTV HD ช่อง 36 เบิร์นลีย์ สตีเฟ่น เดอฟูร์ เจ้าของสถิติผู้เล่นค่าตัวแพงของสโมสรจะมีโอกาสลงเล่นเป็นเกมแรกในวันนี้ โดยมาแทนที่ เดวิด โจนส์ ที่ย้ายไปร่วมทีมเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ นอกจากนี้ น้องใหม่แต่หน้าเดิมของพรีเมียร์ ลีก จะหมดสิทธิ์ใช้งาน จอน ฟลานาแกน ที่ยืมมาจากลิเวอร์พูลนั่นเอง รวมไปถึง แอชลีย์ บาร์นส์ ที่มีอาการบาดเจ็บแฮมสตริง นอกจากนั้น ผู้เล่นตัวหลักยังคงอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิ่ล คีน, จอร์จ บอยด์, อังเดร เกรย์ และ แซม โวคส์ ลิเวอร์พูล "ทีมหงส์แดง" หลังจากเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปแบบสุดมันส์ พวกเขายังคงหมดสิ้นใช้งาน ลอริส คาริอุส, โจ โกเมซ และ ซาดิโอ มาเน่ ที่เพิ่งมีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ไปเมื่อกลางสัปดาห์ แต่จะได้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และ เจมส์ มิลเนอร์ กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง นอกจากนี้ คูตินโญ่ น่าจะฟิตทันลงสนาม หลังโดนเปลี่ยนตัวออกในเกมกับอาร์เซน่อล รวมถึง โจเอล มาติป และ ลูคัส ที่น่าจะมีลุ้นมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมนี้ เฮดทูเฮด ลิเวอร์พูลมีสถิติที่ดีกว่าในการพบกัน โดยสามารถเอาชนะเบิร์นลีย์ทั้ง 4 เกมหลังสุดที่พบกัน ซึ่งประตูที่เกิดขึ้นทั้ง 11 ประตูเป็นของลิเวอร์พูลทั้งหมด ชัยชนะครั้งหลังสุดที่เบิร์นลีย์เอาชนะลิเวอร์พูล ต้องย้อนไปในปี 1974 โดยเป็นการเอาชนะถึงแอนฟิลด์ 1-0 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม เบิร์นลีย์ (4-4-2): ทอม ฮีตัน; แมทธิว โลว์ตัน, ไมเคิ่ล คีน, เบน มี, สตีเฟ่น วอร์ด; จอร์จ บอยด์, ดีน มาร์นีย์, สตีเฟ่น เดอฟูร์, สก็อตต์ อาร์ฟิลด์; อังเดร เกรย์, แซม โวคส์ ลิเวอร์พูล (4-3-3): ซิมง มินโญเล่ต์; นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, แร็กนาร์ คลาวาน, อัลแบร์โต้ โมเรโน่; เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม; อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ดิว็อค โอริกี รูปเกมที่คาด แน่นอนว่าชื่อชั้นนั้น ลิเวอร์พูล เป็นต่อเบิร์นลีย์อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถประมาทเจ้าบ้านได้แม้แต่วินาทีเดียว โดยเฉพาะ อังเดร เกรย์ ดาวยิงตัวความหวังที่สามารถเป็นหมัดเด็ดให้กับเบิร์นลีย์ในทีมชุดนี้ แต่เชื่อว่าลิเวอร์พูลน่าจะกำชัยชนะไปได้ในเกมนี้ ด้วยจังหวะบอลที่เป็นต่อ หากพวกเขาไม่ก่อความผิดพลาดในเกมรับไปเสียก่อน ลิเวอร์พูลจะสามารถเก็บ 3 แต้มในนัดนี้ไปได้ ฟันธง ลิเวอร์พูลเอาชนะเบิร์นลีย์ไปแบบน่าอึดอัด 2-0

บอกละเอียดยิบ! ดวงการงาน 12 ราศี เดือนพฤศจิกายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12 ราศี ประจำเดือน พฤศจิกายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ดวงไม่ค่อยรุ่งทำอะไรเป็นมีคนคอยจ้องจับผิดตลอด  คนรอบข้างนำปัญหาร้อนใจมาให้ พยายามอย่าไปรับปากใครสุ่มสี่สุ่มห้าจะต้องมาเดือดร้อนเสียเอง การทำงานถ้าทำเป็นทีมเข้าขากันไม่ได้เลย ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ช่วงนี้ระวังคำพูดสักนิด เกิดพูดผิดพลาดไปจะผิดใจกันเปล่าๆ “ไพ่พิเภก” (ไพ่ The Magician) หัวสมองปลอดโปร่ง มีงานเสริม เจรจาขอความช่วยเหลือสำเร็จทุกราย กลางเดือน ทำงานอึดอัด ต้องทำในงานที่คุณไม่ถนัดและไม่สามารถปฏิเสธได้ ยิ่งมีทั้งเสือสิงห์กระทิงแรดคอยจับตาดู คู่แข่งคุณก็ไม่พลาด จ้องเล่นงานตลอด ขยับตัวไม่ค่อยถนัด สิ้นเดือน รอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ช่วงกลางมีการย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบเรื่องงาน การทำงานก้าวหน้า แต่เวลานี้ห้ามอยู่เฉย ต้องลุกขึ้นมาแสดงความสามารถ มีความคิดเห็นอะไรพูดออกไปได้เลย ดวงผู้ใหญ่สนับสนุนอยู่แล้ว งานด้านเจรจา งานต่างประเทศเป็นไปตามเป้าหมาย คุณที่อยากเปลี่ยนอยากย้ายมีโอกาสเหมาะ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) เริ่มคิดแผนการอันชั่วร้าย มีอะไรหลายอย่างอยู่ในหัว ทุกอย่างจะสำเร็จได้ต้องมีนอกมีใน การทำงานขึ้นๆลงๆ เป็นเวลาที่คุณต้องรีบฉวยโอกาส อยากทำอะไรให้รีบลงมือทันที เพราะถ้าเลยช่วงนี้ไปแล้วจะไม่มีโอกาสดีสำหรับคุณ หนักไปในเรื่องความขัดแย้ง การถกเถียง งานหนักเอาการ กลางเดือน ความเจ้าเล่ห์เพทุบายเริ่มเข้ามาอีกครั้ง คุณมีไหวพริบเป็นเยี่ยมทำให้ใครต่อใครทำงานให้คุณตามแผนที่วางไว้ การทำงานแคล่วคล่องว่องไว ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ คุณเองก็เริ่มเปล่งรัศมี ตำแหน่งหน้าที่การงานก้าวหน้า แต่เหนื่อยหน่อย มีการแข่งขันพิสูจน์ความสามารถ ถ้าทำอย่างเต็มที่ไม่แพ้ใครแน่นอน ปลายเดือน คนใกล้ชิดเริ่มเข้ามาก้าวก่ายชีวิตประจำวันคุณมากขึ้น คอยบอกคอยกำกับทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ฟังไว้ก็ไม่เสียหาย การทำงานให้รีบขยันขันแข็งจะมีผู้ใหญ่เห็นความดี ทำธุรกิจกับครอบครัวก้าวหน้า รู้สึกกังวลได้รับมอบหมายงานที่ไม่ถนัด อยากเปลี่ยนอยากย้าย สิ่งแวดล้อมปลอดโปร่งแมวไม่อยู่หนูร่าเริง ทำงานได้อย่างสบายใจ ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) เจอแต่เรื่องน่าปวดหัว ช่วงนี้คุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยอยู่ ขี้หงุดหงิดง่าย ทั้งดื้อทั้งแรง ทำให้เรื่องงานขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาบ่อย ต้องคุมตัวเองบ้าง ความคิดของคุณมาถูกทางแล้ว เพียงแต่รอโอกาสที่จะพูด ให้เหตุผล ผู้บังคับบัญชาถึงจะคล้องตาม แต่ถ้าใจร้อนใช้อารมณ์คงจะหมดโอกาส มีดวงในการเปลี่ยนงาน การทำงานขยับขยาย กลางเดือน เกิดอาการเหม่อลอยบ่อย “ไพ่ฝ่าพงไพร” (ไพ่ 9 ถ้วย) นั่งคิดทบทวนเรื่องเก่าๆ จมอยู่กับความผิดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ อะไรที่รู้ว่าแก้ไขไม่ได้แล้วควรปล่อยไปซะ คุณมีโอกาสดีๆมารออยู่ การทำงานอารมณ์เสียเพราะคอยเกี่ยงงาน คุณเองไม่ชอบเอาเปรียบใคร และไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบเลยยอมไม่ค่อยได้ มีปากมีเสียงกับเพื่อนร่วมงาน เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่เข้าข้าง สิ้นเดือน การทำงานมีความริเริ่ม โดดเด่น เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ช่วงนี้คิดอะไรได้ให้รีบเสนอ คุณมักนำสิ่งใหม่ๆมาให้ที่ทำงานเสมอ ช่วงปลายได้เพื่อนดีคอยสนับสนุน เป็นแรงผลักดันให้ก้าวหน้า ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ช่วงนี้อารมณ์ปรวนแปรเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าใกล้ มีเหตุให้ต้องหงุดหงิดอยู่บ่อยๆจากผู้อื่น “ไพ่พิเภกถูกเนรเทศ” (ไพ่ 2 เหรียญ) การทำงานไม่แน่ไม่นอน ต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์ผู้บังคับบัญชาด้วย พยายามทำตัวตามน้ำ อย่าไปฝืน มิฉะนั้นเกิดความขัดแย้งแน่ ช่วงนี้อย่าไปยุ่งเรื่องคนอื่นมากจะเดือดร้อนเอง มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องงาน  กลางเดือน การทำงานก้าวหน้าสุดๆ มีโอกาสได้เปลี่ยนงาน หยิบจับงานใหม่ เป็นงานที่คุณชอบและถนัด ผลงานจึงออกมาดี ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ค่อยได้อยู่ติดที่ จะเหมาะมาก ปลายๆไอเดียกระฉูด บริวารและคนรอบข้างให้การสนับสนุนเต็มที่ สิ้นเดือน “ไพ่พระนารายณ์” (ไพ่ ราชาคทา) ความกระตือรือร้นเต็มเปี่ยม ช่วงนี้อยู่นิ่งไม่ค่อยได้ หานั่นทำนี่ตลอด แต่อยากจะเตือนไว้สักนิด ให้ใช้เหตุผล มากกว่าอารมณ์ เพราะช่วงนี้คุณเริ่มใจร้อนทำให้แผนที่วางไว้เสียได้ การทำงานมีโอกาสเหมาะในการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ระวังจะเจอเรื่องน่าเบื่อ หงุดหงิดอารมณ์เสียกับคนใน เจรจาปรึกษามีแต่ความขัดแย้ง ต้องใจเย็นๆแล้วปัญหาจะคลี่คลายได้เอง ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) อารมณ์ขึ้นลง ช่วงนี้เป็นทั้งนางฟ้าและซาตานในเวลาเดียวกัน ใครอย่ามาแหย่ให้ฉุนทีเดียว ยากในการห้ามปาม การทำงานรู้สึกเหมือนสิ่งที่ทำมันไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ก็คงถึงเวลาที่ต้องแสวงหากันใหม่ ช่วงนี้ใกล้ชิดใครความคิดมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามคนๆนั้นได้ง่ายต้องระวังด้วย กลางเดือน เริ่มออกลาย ความเจ้าเล่ห์เพทุบายไม่แพ้ใครเลย ช่วงนี้แผนการที่วางไว้สำเร็จได้โดยง่าย มีความสามารถพิเศษทำอะไรหลายๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน การทำงานแม้จะวุ่นวาย มีงานหลายอย่าง แต่คุณก็ไม่หวั่น เมื่อนึกถึงเงินเข้ามา งานก็เดินได้อย่างมีพละกำลัง การที่จะสำเร็จได้คงต้องอ่อนน้อมรู้จักพูด รู้จักเข้าหาผู้ใหญ่ ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม สิ้นเดือน “ไพ่ค่อมกุจจียุยง” (ไพ่ 6 ถ้วย) มักมีโอกาสได้เจอะเจอเพื่อนเก่า คนคุ้นเคยเก่าๆ ทำให้ได้เฮฮา ระลึกถึงความหลังอีกครั้ง ช่วงนี้เรื่องบางเรื่องที่คาใจจะได้ปลดปล่อย การทำงานวุ่นวายมีการปรับเปลี่ยนที่ทางบ้าง แต่ไม่เป็นปัญหา ช่วงนี้ให้คิดดีทำดีแล้วคุณจะได้ผลตอบแทนที่ดี จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ รักษาโอกาสของตัวเองให้ดี ให้ระวังอึดอัดน้ำท่วมปากต้องรับผิดชอบในเรื่องที่ไม่ถนัด ไม่สามารถปฏิเสธได้ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) “ไพ่จองจำพิเภก” (ไพ่ 8 ดาบ) รู้สึกห่อเหี่ยว คิดหวังอะไรจากคนรักมักต้องผิดหวังกลับมา ช่วงนี้รักคือการให้ ให้เขาแล้วเรามีความสุขเป็นดีที่สุด คนโสดตื่นเต้นมีคนมาสารภาพรัก มีของขวัญ แต่อย่าเหลิงจนลืมความเป็นจริง  การทำงานเจอแต่เพื่อนร่วมงานที่เห็นแก่ตัว งานไม่เดิน คุณเองเบื่อสภาพนี้เต็มที แต่ก็ยังไม่มีโอกาสดีๆในการปรับเปลี่ยน มีคนชักชวนลงทุนหรือทำอะไรใหม่ๆคิดให้ดีก่อน อาจต้องเสียใจภายหลัง กลางเดือน การทำงานแคล่วคล่องว่องไว เก่งทุกเรื่อง แถมได้แสดงฝีมือในสิ่งที่คุณถนัด ใครๆก็ต้องยอมรับ ผู้บังคับบัญชาต้องมาพึ่งพา งานก้าวหน้าไปอีกขั้น แต่จะมีปัญหาจากคู่แข่งบ้าง อย่าไปหัวเสียจะทำให้คู่แข่งได้ใจ ยังไงคุณมีภาษีดีกว่าอยู่แล้ว ปลายเดือน การทำงานกระตือรือร้น มีโอกาสได้หยิบจับงานใหม่ ใครที่อยากลงทุนกิจการของตัวเองประสบความสำเร็จ แต่เกี่ยวกับบริวาร เพื่อนร่วมงานยังทำให้หงุดหงิดอยู่บ้าง ทำอะไรด้วยตัวเองได้ก็ทำไปก่อน หวังพึ่งพาใครลำบาก มีแต่คนไม่อยากช่วย ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ไม่มีอะไรหวือหวา แต่ก็น่าประทับใจ ช่วงนี้คุณได้ทำตามฝัน มีดวงเดินทางไกล  การงานก้าวไปอย่างช้าๆแต่มั่นคง คุณได้รับการหยิบยื่นโอกาสดี ให้รีบตัดสินใจรับไว้จะนำความก้าวหน้ามาให้ การปรับเปลี่ยน โยกย้ายไม่น่าเป็นห่วงทำให้คุณก้าวหน้ากว่าเก่า ช่วงนี้งานที่ต้องใช้สมอง ใช้ความคิด ได้ไอเดียดีๆ มีชื่อเสียง กลางเดือน ทำงานไม่ได้ดังใจสักเรื่อง ที่คิดไว้มีอันต้องล้มเลิก ผิดหวัง ทำใจให้เย็นลงอีกนิด อ่อนน้อมขึ้นมาอีกหน่อย แค่นี้คุณก็ได้รับความนิยมเหมือนเดิม ช่วงนี้เข้าหา เจรจากับผู้ใหญ่ประสบความสำเร็จ ได้เพื่อนดี ครอบครัวดี คอยหนุน ปลายเดือน “ไพ่พระฤษีชนก” (ไพ่ Hermit) มีเดินทางไกล เปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่ที่ทำงาน แต่เป็นในทางที่ดีขึ้น การทำงานเป็นช่วงเวลาของการแสวงหา อยากทำอะไรใหม่ๆ ช่วงนี้มีโอกาสได้หยิบจับสิ่งใหม่ๆสมใจ แต่ออกจะโดดเดี่ยวต้องช่วยเหลือตัวเอง  กล้าคิดกล้าทำจะเกิดความสำเร็จ คุณที่คิดเปลี่ยนงานให้รีบส่งใบสมัคร ได้ลุ้นงานใหม่แน่นอน ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ดวงการงาน ต้นเดือน ผู้ใหญ่เริ่มเข้ามามีบทบาทกับคุณมากขึ้นทั้งเรื่องงาน ที่บ้าน แต่อย่าพึ่งร้อนใจ เพราะช่วงนี้คุณมีดวงอุปถัมภ์ ที่ผู้ใหญ่เข้ามาจะทำให้ชีวิตดีขึ้น การงานช่วงต้นๆจะยุ่ง วุ่นกับการปรับเปลี่ยน งานเอกสารแก้ไข แต่พอสะสางเสร็จแล้วงานจะก้าวหน้าขึ้น ได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ได้รับโอกาสดีกว่าคนอื่น เหมาะกับการลงทุน ขวนขวายทำสิ่งที่ฝัน “ไพ่พระลบ” (ไพ่ ราชาถ้วย) เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีคนมาขอความช่วยเหลือ ขอคำปรึกษา เรื่องคนอื่นต้องยกนิ้วให้คุณเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องตัวเองเหมือนเส้นผมบังภูเขา คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก การงานลุ่มลึกมาแรงแซงโค้ง ตอนนี้คะแนนนำโด่ง ผู้บังคับบัญชาไว้วางใจให้เป็นมือขวา แต่อย่าเพิ่งออกฤทธิ์ ทำอะไรอย่าข้ามหน้าข้ามตา มีดวงศัตรูคอยอาฆาตจ้องเล่นงานอยู่ ปลายเดือน เจอเรื่องเครียดๆรายล้อม ทั้งปัญหาเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว พลอยทำให้สุขภาพแย่ไปด้วย “ไพ่วิตกนางสีดา” (ไพ่ 9 ดาบ) การงานอึดอัดใจ มีคนขอให้ช่วยจนรู้สึกไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว จะปฏิเสธก็น้ำท่วมปาก คุณดันเก่งทุกเรื่องเลยต้องมานั่งแก้ปัญหาให้คนนั้นคนนี้ ช่วงปลายถึงจะมีที่พึ่งบ้าง ได้เพื่อนคู่คิด มีคนมาแบ่งเบาภาระ แต่ก็ต้องตามติดเพื่อให้เรียบร้อย ถ้ามัวแต่นั่งกระดิกเท้ามีหวังถูกหมั่นไส้ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) “ไพ่หนุมานถวายคันศร” (ไพ่ 8 คทา) มีเหตุให้ต้องไปนั่นมานี่ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานจะสำเร็จด้วยดี ช่วงนี้บรรยากาศในการทำงานแจ่มใส คิดหวังทำอะไรก็ประสบผลสำเร็จ งานท่องเที่ยว ทัวร์ งานต่างประเทศกำลังพุ่งแรง แต่ปลายๆยังต้องระวังตัวบ้าง จะมีปัญหากับผู้ใหญ่ คู่แข่งที่ไม่ประสงค์ดี ถ้ามัวแต่ชักช้าลังเลจะถูกคนอื่นแซงหน้าได้ กลางเดือน การทำงานมีการโยกย้าย ปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น ถ้ากำลังมองหางานใหม่ก็มีจังหวะที่ดี พยายามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการให้เจอ และมุ่งไปที่สิ่งนั้นจะประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม สิ้นเดือน ช่วงนี้ดีเป็นเรื่องๆ “ไพ่พระลักษมี” (ไพ่ ราชินีคทา) งานดี โดดเด่น ยิ่งงานที่ต้องพบปะ ติดต่อ คุณทำได้ดีเป็นที่พอใจของผู้บังคับบัญชา แต่เจ้านายช่วงนี้ก็ขึ้นๆลงๆ ทำให้คุณเริ่มหงุดหงิด ต้องพยายามเข้าหาให้ถูกจังหวะ ไม่เช่นนั้นก็คงไม่รอดเหมือนกัน สิ่งที่คิดที่หวังเริ่มใกล้ความเป็นจริง มีโอกาสได้พบเจอคนมีชื่อเสียง มีคำแนะนำดีๆที่ได้ไป ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) มาแบบม้ามืด แซงหน้าทุกเรื่อง เก่งทุกทาง ช่วงนี้โอกาสเข้ามาทำให้คุณได้เริ่มต้น ได้สร้างฝันหลายๆอย่าง การทำงานคล่องแคล่ว เรียนรู้ไว ได้รับการหยิบยื่นโอกาส เรียกว่าเป็นช่วงทองของคุณทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ วางแผน จะมีผลงานได้รับการยอมรับ งานก้าวหน้า มีทางเลือกให้กับตัวเองมากขึ้น กลางเดือน ยับยั้งชั่งใจไม่ค่อยได้ มีปัญหากับคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย พอจะอารมณ์ดีขึ้น เพราะได้ข่าวดีเรื่องงาน การทำงานถ้าเป็นงานที่พึ่งตัวเองเป็นหลัก มีผลงานเป็นที่พอใจ แต่ก็ต้องลดทิฐิความดื้อลงบ้าง บางครั้งอาจไม่ได้รับการยอมรับเต็มร้อยจากผู้ใหญ่ ส่วนถ้าต้องทำงานเป็นทีม เตรียมใจรับกับเรื่องวุ่นวายได้เลย คุณเข้ากับใครไม่ค่อยได้ สิ้นเดือน มีดวงเดินทางไกล แต่ต้องพบปัญหาติดขัดตลอด “ไพ่นางสีดาลุยไฟ” (ไพ่ อัศวินคทา) ความขัดแย้งมาแรง ไม่ว่าจะทำอะไรมักมีคนขวาง ช่วงนี้ให้ช้าๆไว้ก่อน การทำงานเจอคนคอยจับผิด ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ช่วงนี้พยายามเข้าเมืองตาหลิ่ว หลิ่วตาตามไปก่อน เพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมา สิ่งที่คาดหวัง ความก้าวหน้าต่างๆจะถูกบั่นทอน ใครที่กำลังอยากเปลี่ยนอยากย้ายคงต้องอดทนทำไปก่อน ยังไม่มีจังหวะ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม)  “ไพ่รถศึก” (ไพ่ The Chariot) ชีพจรลงเท้า ดวงเดินทางเด่นมาก ถึงแม้ไม่อยากเดินทางไปไหน ก็ต้องมีเหตุการณ์ให้ต้องไปต้องโยกย้าย เดินทางจนได้ การทำงานหยิบนั่นจับนี่ให้วุ่น ชอบทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียว ทั้งงานหลักงานเสริม แต่สุดท้ายก็เคลียร์ได้สำเร็จ ช่วงนี้มีเหตุให้วางมวยกับเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา เตือนไว้ก่อนอย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงดีกว่า งานจะได้ก้าวหน้า กลางเดือน ช่วงนี้สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเรื่องคำพูด มักจะโผงผางตรงจนเกิดเรื่อง “ไพ่พระอิศวร”(ไพ่ ราชาดาบ) งานไม่เดินเพราะมัวแต่ตั้งแง่ วางชั้นเชิงกับผู้บังคับบัญชา มีเหตุถูกตำหนิเรื่องงานที่รับผิดชอบ มีดวงในการเปลี่ยน หรือย้ายงาน ถ้ากำลังเบื่อให้รีบส่งใบสมัครไปให้ทั่วจะมีข่าวดี สิ้นเดือน ใจร้อน ไม่ฟังใครจนเป็นเหตุให้เกิดความผิดใจกันตามมา ช่วงนี้มีเรื่องขัดแย้งกับคนใกล้ตัวบ่อยมาก ให้ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์จะดีกว่า การทำงานโดนเพิ่มความรับผิดชอบ แต่เงินเดือนเท่าเดิม ทำให้อารมณ์เดือดอยู่เหมือนกันแต่ทำอะไรมากไม่ได้  ช่วงนี้พอมีโอกาสสำหรับงานเสริม การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ แต่ยังไงก็ต้องไม่ข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่ด้วย ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) “ไพ่พาลีได้ชัย” (ไพ่ Strength) หลายสิ่งหลายอย่างเข้ามาวนเวียนในหัว ต้องใช้เหตุผลในการตรึกตรองตัดสินใจ ช่วงนี้ต้องพยายามข่มอารมณ์ เมื่อไรใจร้อนหงุดหงิดจะเกิดเรื่องเดือดร้อน การทำงานไม่แน่ไม่นอนขึ้นอยู่กับอารมณ์ผู้บังคับบัญชา ตัวคุณเองก็แสนดื้อ ยอมใครเป็นเสียเมื่อไหร่ ช่วงนี้ต้องนอบน้อม เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตามถึงจะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ กลางเดือน เพื่อนล้นปรี่ ใครๆก็ต่างมารุมล้อม มีที่ปรึกษา มีคนคอยช่วยเหลือ คิดอยากทำอะไรก็เป็นเรื่องง่าย การทำงานเริ่มมีความคิดอยากลงทุน อยากทำอะไรเป็นของตัวเอง ช่วงนี้พอทำได้ แต่ให้ทำกับเพื่อนสนิทหรือครอบครัวมีความก้าวหน้ามากกว่าทำเองคนเดียว มีโอกาสดีในการเปลี่ยนงานย้ายงาน ให้รีบส่งใบสมัคร กับเพื่อนฝูงที่ทำงานคอยช่วยเหลือดีไม่มีปัญหา สิ้นเดือน “ไพ่ขันธกุมาร” (ไพ่ เจ้าชายดาบ) มีเรื่องคิดจุกจิกร้อยแปด คนรอบข้างมักทำให้เสียความรู้สึก การทำงานมีแต่การเกี่ยงงาน โยนความผิดจนมีความรู้สึกเบื่อ งานก็ยุ่งอยู่แล้วยังต้องมาเบื่อเรื่องคนอีก พวกงานตัวเลข เอกสารต้องระวังให้มาก มีเปอร์เซ็นต์จะทำผิดพลาดถูกตำหนิสูง มีเรื่องขัดแย้งในที่ทำงาน อาจบานปลายเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวพันหัวหน้างาน รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.MThai.com

หยามกันชัดๆ ขนมหวานศรีภรรยา ทำ แมน การิน ของขึ้น!!
สามีภรรยา /  คู่รักคนบันเทิง / 

เล่นกันไม่เลิกเลยค้าาา สำหรับมุกฮาๆ ของสามีภรรยาสุดจิ๊ดอย่าง แมน การิน และ เกล เวธกา เรียกว่าสรรหารอยยิ้มมาให้ประชาชีที่ติดตามอินสตาแกรมของทั้งคู่ได้ยลอยู่ตลอดๆ ล่าสุดฮากันอีกครั้งกับมุกขนมหวานของศรี เมื่อสามีหนุ่มแมนโพสต์รูปเมนูเด็ดของภรรยาคนสวย ที่ต้องบอกว่าเด็ดจริงอะไรจริง เพราะแคปชั่นทะลึ่งตึงตังปนฮาน้ำตาเล็ดแบบว่า... "นี่คือของหวานของศรี (อีโมติคอนรูปกล้วย) #พาเฟ่ต์ลูกชาย ตั้งสง่าตรงหน้านี่ ศรีสั่งมาข่มสา (อีโมติคอนรูปร้องไห้) ศรีบอกว่าน่ากินดี #แบบนี้หยามกันชัดๆ #สาจะไม่ทน (อีโมติคอนรูปโกรธ) #สาก็ทำได้ รอดูเลย #พาเฟ่ต์พ่อบ้าน คืนนี้จัดเลย 1 จาน (อีโมติคอนยิ้มมุมปาก) #พ่อบ้านสายเข้าครัว (อีโมติคอนรูปมะเขือ) ปล.อย่าดราม่าเพราะมีเมนูนี้จริงๆ (อีโมติคอนรูปยิ้ม)" โถๆๆๆ เรียกว่าเป็นเมนูเด็ดดวง(ที่น่ารัก)ซะจนสามีเคืองเลยทีเดียวเชียวแหละ คุณศรีภรรยาเกลชอบขนมหวานแบบนี้ คุณสามีอย่างแมนมีเคืองเบาๆ ถึงขั้นขอจัดหนักให้คืนนี้เลย อุ๊ตะ!! เป็นพ่อบ้านสายเข้าครัว เสิร์ฟขนมหวานลบเมนูสบประมาทของคุณภรรยาเยี่ยงนี้ ไม่ช้าไม่นานคงมีข่าวดี...ดี๊...ดี ให้ได้เฮกันสักวันแหละ คริๆๆ แมน การิน เกล เวธกา แมน - เกล เกล เวธกา เกล เวธกา แมน การิน แมน - เกล แมน - เกล แมน - เกล ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @man_karin @gale_waythaka

พรีวิว: สเปอร์ส ที่แนวรุกพร้อม! เปิดบ้านรอต้อน ลิเวอร์พูล ที่ไม่คงเส้นคงวา (พรีเมียร์ลีก)
ตารางบอล /  พรีวิวบอล / 

เกม พรีเมียร์ ลีก คู่แรก และ "บิ๊กแมตช์" ประจำสัปดาห์ "ไก่เดือยทอง" ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ เปิดรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เวลา 18.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง beIN Sports 1 เรามาดูความพร้อมของทั้งสองทีมกันดีกว่า... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559 ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ - ลิเวอร์พูล เวลา: 18.30 น. สนาม: ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1 สเปอร์ส "ไก่เดือยทอง" ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน ฮูโก้ โยริส นายด่านกัปตันทีมที่บาดเจ็บแฮมสตริง โดยใช้ มิเชล ฟอร์ม ยืนเฝ้าเสาต่อไปในเกมนี้ ส่วนในรายของ มุสซ่า เดมเบเล่ โดนโทษแบน ลงสนามไม่ได้ ในด้านความพร้อม คาดว่า โปเช็ตติโน่ ยังคงใช้ วินเซนต์ แยนเซ่น ค้ำหน้าเป้า โดยมี แฮร์รี่ เคน สวมบทบาทหน้าต่ำในเกมนี้ ลิเวอร์พูล เอ็มเร่ ชาน จะชวดลงสนามในเกมนี้ หลังมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าในเกมลีก คัพที่ถล่มเบอร์ตัน อัลเบี้ยน 5-0 กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ ลอริส คาริอุส, เชยี่ โอโจ้, มามาดู ซาโก้, โจ โกเมซ และ ลูคัส เลว่า ที่มีอาการบาดเจ็บ โดยในเกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคงใช้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงล่าตาข่าย แล้วจับ ดิว็อค โอริกี นั่งตัวสำรองเช่นเคย ส่วน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ นั้นสลัดอาการบาดเจ็บ และเดินทางไปลอนดอนพร้อมทีม แต่ยังคงต้องเช็คความฟิตจนถึงวินาทีสุดท้าย เฮดทูเฮด ลิเวอร์พูลสามารถเก็บคลีนชีทจากการออกไปเยือนถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลนได้ใน 3 เกมล่าสุด รวมทุกรายการ นอกจากนี้ "หงส์แดง" ยังไม่แพ้ 7 เกมหลังสุดในการออกไปเยือน "ไก่เดือยทอง" รวมทุกรายการ อีกด้วย ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม สเปอร์ส (4-5-1): มิเชล ฟอร์ม; ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ตองเกน, แดนนี่ โรส; เอริก ดายเออร์, วิคตอร์ วันยาม่า, เอริก ลาเมล่า, ครสเตียน อิริกเซ่น, แฮร์รี่ เคน; วินเซนต์ แยนเซ่น ลิเวอร์พูล (4-3-3): ซิมง มินโญเล่ต์; นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, แร็กนาร์ คลาวาน, เจมส์ มิลเนอร์; จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัมลัลลาน่า, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่; แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ รูปเกมที่คาด สเปอร์ส ดูเป็นต่อผู้มาเยือนอย่าง ลิเวอร์พูล อยู่นิดหน่อย คาดว่าเกมนี้ ทั้งคู่ต่างใช้เกมเพรสซิ่งเข้าหากัน แต่ในเรื่องขุมกำลงเกมรับ และประสิทธิภาพในเกมรุก "ไก่เดือยทอง" ดูจะข่มลิเวอร์พูลอยู่นิดหน่อย โดยตัวทีเด็ดในเกมนี้คงเป็น แฮร์รี่ เคน ดาวยิงตัวความหวังของสเปอร์ส หากศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษรายนี้ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ พวกเขายังคงมีผู้เล่นรายอื่นคอยทดแทนเสมอในการทำประตู คงต้องดูกันต่อไปว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะรับมือกับเจ้าบ้านอย่างไรบ้าง... ฟันธง สเปอร์สขย่มลิเวอร์พูล 2-0 หรือชนะสกอร์ขาด 2 ลูก!

ละครชื่นชีวา  , เรื่องย่อชื่นชีวา
ละครชื่นชีวา /  ละครชื่นชีวา ช่อง7 / 

ชื่นชีวา บทประพันธ์โดย : บุษยมาสบทโทรทัศน์โดย : ภาวิตกำกับการแสดงโดย : ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์ผลิตโดย : บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัดออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครชื่นชีวา หลวงพิทยไพบูลย์ พาลูกสาว ชีวา ซึ่งกำลังตั้งครรภ์อพยพหนีออกมาจากเมืองชัยนาทอย่างคับแค้นใจ ย้อนไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ชีวาลูกสาวคนสวยรักกับ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล ข้าราชการหนุ่มหล่อที่เพิ่งมาประจำที่ชัยนาท เขารักเธอมากจนไม่อาจห้ามใจทำให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน ม.ล.นิวัฒน์ลำบากใจเมื่อบิดาและมารดาให้คนมาตามกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวแต่งงานกับ กานดา สาวสวย ไฮโซ ที่เขาเคยคบด้วยก่อนที่จะมาชัยนาท นิวัฒน์รู้ดีว่าบิดาและมารดาพอใจที่จะได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้ เขาไม่อยากหลอกชีวาจึงบอกเธอเรื่องกานดา และความจำเป็นที่ต้องแต่งงานกับเธอ ชีวาเสียใจแต่ก็ยอมให้เขาไปแต่งงานกับกานดาเพื่อไม่ให้บิดาและมารดา ของสามีโกรธ เพราะเธอรักเขามาก ชีวาเป็นคนอ่อนหวานใจอ่อนมองโลกในแง่ดี เธอหวังว่านิวัฒน์ คงจะอธิบายให้บิดามารดาและกานดายอมรับเธอได้ในวันหนึ่ง ม.ล.นิวัฒน์แต่งงานกับกานดาแต่ก็ยังไม่กล้าบอกเรื่องชีวา เมื่อกลับชัยนาทเขาจะไปอยู่กับชีวา เวลาผ่านไปจนกระทั่งกานดาคลอดลูกสาว ไม่นานนักชีวาก็ตั้งครรภ์บ้างยังไม่ทันที่นิวัฒน์จะจัดการเรื่องต่างๆให้เรียบร้อยกานดาก็รู้เรื่องชีวา เธอโกรธมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นรูปชีวาในกระเป๋าสตางค์ของนิวัฒน์ กานดายอมรับว่าเธอสวยมากจนกานดากลัวว่าสามีจะทิ้งเธอไปอยู่กับชีวา ซึ่งเธอยอมไม่ได้ กานดาวางแผนใส่ร้ายป้ายสีชีวาอย่างแนบเนียน จนทำให้นิวัฒน์เข้าใจผิดว่าชีวาคบชู้ และลูกในท้องของเธอก็เป็นลูกของชายอื่น นิวัฒน์หึงหวงจนขาดสติเขาทะเลาะกับชีวาอย่างรุนแรงคำกล่าวหาที่ว่าเธอคบชู้ทำให้ชีวาเสียใจมาก กานดาปล่อยข่าวลือจนชีวาเสื่อมเสียชื่อเสียง หลวงพิทยไพบูลย์ พยายามอธิบายให้ลูกเขยเข้าใจ แต่ ม.ล.นิวัฒน์ไม่ยอมรับรู้และเข้าใจอะไรทั้งสิ้น หลวงพิทยไพบูลย์จึงพาลูกสาวหนีออกจากชัยนาทมาใช้ชีวิตใหม่อย่างเรียบง่ายอยู่ที่รังสิต โดยเปลี่ยนชื่อเป็นนายชม ลูกสาวชื่อช้อย เมื่อครบกำหนดคลอดชีวาหรือช้อยคลอดลูกสาวหน้าตาน่าเอ็นดู ชมตั้งชื่อให้ว่า ชื่น ละครชื่นชีวา เวลาผ่านไป แม้ชื่นจะเป็นเด็กหญิงแต่ก็รู้กันเฉพาะในครอบครัว แต่กับเพื่อนบ้านและคนละแวกนั้นรับรู้ว่าลูกของช้อยเป็นผู้ชายชื่อชื่น ชมเลี้ยงหลานสาวเหมือนเลี้ยงหลานชายสอนวิชาป้องกันตัวให้จนเก่ง แกต้องการให้หลานสาวเข้มแข็งเหมือนผู้ชายจะได้ป้องกันตัวเองได้ หลังคลอด ไม่นานช้อยกลับเดินไม่ได้โดยที่ไม่รู้สาเหตุ ชมสานกระบุงตะกร้าออกเร่ขายที่สถานีรถไฟเพื่อเลี้ยงลูกและหลาน ชื่นเก่งสมใจตา เรื่องชก ต่อย ไม่กลัวใครแม้จะตัวเล็กแต่ก็ล้มเด็กผู้ชายตัวใหญ่ๆมาแล้วหลายคน ชื่นมีเด็กชายวัยไล่เลี่ยกันเป็นลูกน้อง ชื่อ เบิ้ม หลอ และ เปี๊ยกทั้งสามมีเรื่องมาให้ชื่นตามไปจัดการโดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกพี่คนเก่งนั้นเป็นผู้หญิง วันหนึ่งในหน้าร้อนเบิ้มมาตามชื่นให้ไปช่วย เปี๊ยกที่ถูกเด็กต่างถิ่นรังแก เมื่อถึงที่เกิดเหตุชื่นเห็นเด็กผู้ชายโตๆ สองคนยืนข่มขู่เปี๊ยกอยู่ ชื่นโกรธมากเมื่อเห็นว่าเปี๊ยกได้รับบาดเจ็บด้วย เด็กทั้งสองกลุ่มทะเลาะกันและท้าทายกันไปมาก่อนที่ชื่นจะตัดสินใจชกกับเด็กต่างถิ่นนั้นเพื่อยุติเรื่องยุ่ง ชื่นมั่นใจว่าต้องชนะแน่ๆ ก่อนที่การชกต่อยจะเริ่มขึ้นก็มีคนมาห้ามเสียก่อน คนที่มาห้ามนั้นเป็นเด็กรุ่นหนุ่มสองคน ชื่อ คุณต้น หรือ ศรันย์ และ คุณต่อ หรือ สาโรจน์ ซึ่งชื่นได้รู้จักภายหลังว่าเป็นลูกชายของ พระยาพิชัยศรายุทธ เจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆนั่นเอง คุณต้นเป็นพี่สวมแว่นสายตาดูเคร่งขรึม ต่างจากคุณต่อน้องชายที่ร่าเริง อารมณ์ดี มากกว่า ทั้งสองคนเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยยุติเรื่องชกต่อย เพราะคนที่เริ่มเรื่องก่อนเป็นคนในบ้านพิชัยศรายุทธชื่อ เจิมกับลอย ระหว่างที่โต้เถียงกันไปมา ชื่นพูดแย้งอย่างฉลาด ฉาดฉาน จนทำให้สองพี่น้องเอ็นดู จึงขอเป็นเพื่อนกับชื่น และพวก ซึ่งชื่นยอมตกลง หลังจากวันนั้น ชื่น กับลูกน้องจะไปบ้าน พิชัยศรายุทธทุกวัน ชื่นสนิทกับคุณต่อมากกว่าคุณต้น เพราะท่าทางเคร่งขรึมของเขา แต่ทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของชื่น เมื่อใกล้เปิดเทอมคุณต้นกับคุณต่อก็กลับพระนครเพื่อเรียนหนังสือ ส่วนชื่นนั้นแม้ไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนคนอื่นๆแต่ตาชมกับแม่ช้อย ก็สอนหนังสือให้ชื่นได้เช่นกัน วันเวลาผ่านไปอีก ชื่นไม่ได้พบคุณต้นและคุณต่อ สองสามปีเพราะทั้งคู่ไปพักร้อนที่จังหวัดอื่น แต่คุณต่อมักจะมีจดหมายมาถึงชื่นเสมอโดยที่คุณต้นจะฝากความคิดถึงมาด้วยทุกครั้ง มีอยู่ฉบับหนึ่งคุณต่อเล่าว่าท่านเจ้าคุณพ่อจะแต่งงานใหม่กับ ม.ล.วีณา ชวาล น้องสาวของม.ล.นิวัฒน์ ชวาล เจ้าเมืองชัยนาท ชื่นตกใจเมื่ออ่านจดหมายให้ตากับแม่ฟังเหมือนทุกครั้ง ทว่าคราวนี้ ตาชมหน้าบึ้ง แววตาโกรธจัดอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อได้ยินชื่อ ม.ล.นิวัฒน์ แม่ช้อยเองก็หน้าซีดเมินหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนน้ำตา วันนั้นตาชมบอกชื่นว่าให้จำชื่อนี้ไว้แล้ววันหนึ่งตาจะเล่าให้ฟังเมื่อชื่นโตกว่านี้ ชื่นใจแป้วทุกครั้งที่รู้ว่าคุณต้นและคุณต่อจะไม่มารังสิต แต่หน้าร้อนปีนี้ชื่นดีใจเมื่อรู้ว่าจะได้พบกันอีก เธอเตรียมหาของชอบเอาไว้ให้ทั้งคู่แม้ตาจะเตือนว่าให้เผื่อใจไว้บ้างถ้าหากว่าคุณต้นและคุณต่อเปลี่ยนไป ไม่รับชื่นเป็นเพื่อนอีกต่อไป ละครชื่นชีวา เย็นวันหนึ่ง ชื่นทั้งตกใจและดีใจเมื่อเห็นคุณต้นกับคุณต่อมาถึงบ้าน ทั้งสองหนุ่มไหว้ตาชมอย่างนอบน้อมแสดงถึงการเป็นคนที่ได้รับการอบรมมาดี ตาชมดีใจที่ชื่นมีเพื่อนดีๆอย่างนี้ สองพี่น้องชวนชื่นกับเพื่อนไปเที่ยวอยุธยาโดยให้ไปขึ้นรถที่บ้าน ชื่นดีใจที่ตาอนุญาตให้ไป เช้าวันรุ่งขึ้นชื่นกับเปี๊ยกรีบไปที่บ้านพิชัยศรายุทธ ขณะที่ชะเง้อรอคนมาเปิดประตูบ้านให้บังเอิญว่า เกศินี ชวาล ลูกสาวของกานดากับม.ล. นิวัฒน์ นั่งเล่นอยู่แถวนั้น กานดาฝากเกศินีให้อยู่กับคุณหญิงวีณา เพราะเรียนหนังสือในพระนคร เกศินีเริ่มจะเป็นสาวเธอติดใจ “คุณต้น” นักหนาถึงกับอ้อนขอตามมารังสิตด้วยทั้งที่ไม่ชอบท้องนาท้องไร่เลย เกศินีได้ยินคุณต้นและคุณต่อพูดถึงชื่นอย่างเอ็นดูจนหมั่นไส้ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า การพบกันเช้าวันนี้จึงไม่น่าประทับใจ เกศินีจิกเรียกชื่นกับเปี๊ยกว่า บ้านนอก ไพร่ จนชื่นทนไม่ไหวย้อนให้บ้างจนเกศินีกรีดร้องอย่างโกรธจัด ส่วนชื่นตาวาวกำมือแน่นพยายามข่มใจไม่ให้ชกผู้หญิงปากร้ายคนนี้ ก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นคุณต้นและคุณต่อก็ลงมาพอดี เกศินีฉอเลาะกับคุณต้นว่าร้ายชื่นอย่างน่าหมั่นไส้ ชื่นนึกเคืองคุณต้นเมื่อเขาหันมามองทำหน้าเคร่งเหมือนตำหนิ ชื่นเลยหาเหตุกล่าวลาไม่ยอมไปอยุธยาด้วย หน้าสวยหวานเกินเด็กผู้ชายงอง้ำทำให้คุณต่ออดอมยิ้มไม่ได้ วันนั้นแผนการไปเที่ยวต้องยกเลิกไปโดยปริยาย ตาชมแปลกใจเมื่อเห็นหลานสาวกลับมาเร็วกว่าปกติ เมื่อชื่นเล่าให้ฟังตาชมก็ยิ่งผูกใจเจ็บ กานดา และ ม.ล. นิวัฒน์ มากขึ้น แกจะสอนให้ชื่นล้างแค้นครอบครัวชวาลให้ได้ ส่วนคุณต่อเมื่ออยู่ตามลำพังกับพี่ชายคุยกันหลายเรื่องแล้วก็วกมาพูดเรื่องชื่น คุณต่อพูดขำๆว่าถ้าชื่นเป็นผู้หญิงคงสวยมากเขาคงไม่ลังเลเลยที่จะแต่งงานด้วย คุณต้นซึ่งเป็นคนจริงจังปรามน้องชายว่าเหลวไหล คุณต่อเลยยิ่งแกล้งพี่ชายโดยบอกว่าถ้าชื่นเป็นผู้หญิง เขาจะจองตัวให้เป็นเจ้าสาวและห้ามคุณต้นแย่งเป็นอันขาด เย็นวันนั้นสองหนุ่มชวนกันไปหาชื่นที่บ้านอีกทำให้ชื่นดีใจที่คุณต้นและคุณต่อยังเมตตาตนอยู่ เวลาผ่านไปเกศินีหงุดหงิดและเกลียดชื่นมากขึ้นทุกทีเพราะทั้งคุณต้นและคุณต่อขยันออกไปให้ชื่นพาเที่ยวในละแวกนั้นได้ทุกวัน ไม่กี่วันต่อมา พระยาพิชัยศรายุทธ และคุณหญิงวีณา ก็ตามมาพักที่รังสิตด้วยเกศินีฟ้องคุณอาหญิงเรื่องชื่นว่าปากร้าย นักเลง ไม่น่าที่จะให้คุณต้นและคุณต่อคบหาด้วย เด็กสาวต้องการให้เรื่องนี้รู้ถึงหูพระยาพิชัยศรายุทธท่านจะได้ห้ามปรามลูกชาย แต่คุณหญิงวีณาไม่สนใจวันหนึ่งคุณหญิงออกมาจ่ายตลาดจึงได้พบกับชื่น ส่วนชื่นรู้ได้ทันทีว่าเป็นคุณหญิงเพราะมากับคนเฝ้าบ้านพิชัย ศรายุทธที่คุ้นเคย เมื่อคุณหญิงขาดชะลอมใส่ของ ชื่นกุลีกุจอไปหอบผลงานของตาชมมาให้เธอทันที แถมไม่คิดเงินอีก ชื่นบอกคุณหญิงว่าเพราะเธอเป็นญาติกับคุณต้นและคุณต่อผู้เป็นทั้งเพื่อนและผู้มีพระคุณ ชื่นไม่สามารถจะรับเงินของท่านได้ คุณหญิงวีณานึกรักชื่นที่มีน้ำใจ พูดจาฉลาดเฉลียว เรียบร้อยรู้กาลเทศะ ต่างจากที่เกศินีเล่าให้ฟังเป็นคนละเรื่อง อะไรบางอย่างในตัวชื่นทำให้เธอนึกรัก เอ็นดูถึงขนาดจะไปขอตัวชื่นจากตาและแม่ไปอุปการะส่งให้เรียนหนังสืออย่างที่ควรจะเป็น คุณหญิงวีณาสั่งให้ชื่นไปบอกตาและถ้าตายินยอมเธอจะไปพบตาชมที่บ้านในเร็วๆนี้ ชื่นรีบกลับไปเล่าให้ตาฟังเด็กสาวดีใจที่ตาอนุญาต สองสามวันต่อมาคุณหญิงวีณาก็มาบ้านตาชมพร้อมกับคุณต้นและคุณต่อ เธอไหว้ตาชมอย่างไม่นึกรังเกียจหรือแบ่งชนชั้นทำให้ตาชมใจอ่อนลงบ้างเมื่อพบญาติของศัตรู ตกลงรายละเอียดการรับตัวชื่นกลับพระนครคุณหญิงวีณาบอกว่าเธอจะเลี้ยงชื่นอย่างลูกหลาน ยิ่งไปกว่านั้นเธอตกลงใจว่าจะให้ชื่นเปลี่ยนนามสกุลจากชาวนามาใช้ชวาล ซึ่งพระยาพิชัยศรายุทธก็เห็นด้วย ตาชมซ่อนความรู้สึกสะใจไว้ภายใต้รอยยิ้มและคำพูดนอบน้อมให้คุณหญิงเมตตาชื่นให้มากๆ ละครชื่นชีวา ก่อนถึงกำหนดเดินทางไปอยู่กับคุณหญิงวีณาที่บ้านพิชัยศรายุทธ ตาชมเล่าให้ชื่นฟังว่าพ่อของเธอชื่อ วิทยา วรงค์ เป็นเพื่อนรักกับ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล แต่ผ่านไปไม่นาน ม.ล.นิวัฒน์ เป็นเพื่อนทรยศหาเรื่องใส่ร้ายว่าพ่อของเธอเป็นโจรจนเขาต้องหนีเข้าป่าไม่มีที่ซุกหัวนอน ภัยนั้นยังลามมาถึงตาชมและแม่ช้อยซึ่งกำลังตั้งท้องจนอยู่บ้านไม่ได้ตาจึงพาแม่และชื่นมารังสิต ส่วนพ่อวิทยาถูกตำรวจจับตายที่ในป่า ต้นเหตุก็เพราะ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล และภรรยา ดังนั้นถ้ามีโอกาสให้ชื่นหาทางแก้แค้นให้ได้ การเข้าไปอยู่ที่พิชัยศรายุทธอยู่ร่วมบ้านกับเกศินีชื่นต้องอดทนในขณะเดียวกันก็ต้องทำทุกอย่างให้เหนือกว่า เก่งกว่า เกศินีให้ได้ พวกชวาลจะได้รู้สึกถึงความเป็นผู้แพ้เสียบ้าง ที่สำคัญเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ ส่วนเรื่องที่ชื่นเป็นผู้หญิงให้หาโอกาสเรียนให้คุณหญิงวีณาทราบเอง ในวันที่ต้องจากตาและแม่ชื่นต้องฝืนใจให้เข้มแข็งไม่ร้องไห้ต่อหน้าคุณต้นและคุณต่อ ที่บ้านพิชัยศรายุทธ คุณหญิงวีณาให้ชื่นอยู่เรือนเล็กข้างห้องของนมอ่อน โดยเธอขอให้นมอ่อนช่วยอบรมสั่งสอนชื่นโดยมีสะอาดเป็นผู้ช่วยอีกคน ชื่นต้องปรับตัวใหม่แต่ก็ไม่ยากนักเพราะทั้งตาและแม่อบรมสั่งสอนมาดี คุณหญิงวีณาขอให้คุณต้นช่วยสอนหนังสือให้ชื่นเพื่อเตรียมตัวเข้าโรงเรียน ชื่นตัวเกร็งเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าคุณต้นมาดเคร่งขรึมของเขาทำให้เธอเกรงใจ ไม่กล้าดื้อ คุณต้นทดสอบความรู้ชื่น ทั้งคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ชื่นเก่งกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก แต่คุณต้นก็ไม่แปลกใจมากนักเพราะเขาเคยเห็นว่าตาชมมีหนังสือดีๆทั้งไทยและภาษาอังกฤษมากมาย เขาค่อนข้างแน่ใจว่าตาชมต้องได้รับการศึกษาและมาจากครอบครัวที่ดีกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน ชื่นมาอยู่พิชัยศรายุทธไม่นาน คุณต่อก็ต้องไปเรียนที่โรงเรียนนายร้อย คุณต้นไปปีนังกับเพื่อนๆ เขาอนุญาตให้ชื่นเล่นกับสโนไวท์สุนัขตัวโปรดของเขาได้ ส่วนเกศินีได้แต่เก็บความไม่พอใจชื่นไว้เธอรอว่าเมื่อใดที่ครอบครัวเธอมาพักที่พิชัยศรายุทธ เธอจะฟ้องคุณกานดาเรื่องที่คุณหญิงวีณาโอ๋เด็กบ้านนอกอย่างชื่นเหลือเกิน ระหว่างที่คุณต้นและคุณต่อไม่อยู่ ยังไม่ทันที่ชื่นจะเรียนคุณหญิงวีณาเรื่องเพศที่แท้จริง ความลับของชื่นเรื่องที่เธอเป็นผู้หญิงก็ไม่เป็นความลับอีก เมื่อธรรมชาติของผู้หญิงประกาศตัวออกมาเองนมอ่อนและสะอาดได้รู้เป็นคนแรก นมอ่อนจึงพาเธอไปกราบคุณหญิงวีณาให้รู้ความจริง ชื่นกลัวคุณหญิงโกรธ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอกลับรักและเมตตาชื่นมากขึ้นไปอีก คุณหญิงวีณาสั่งให้จัดเสื้อผ้าให้ชื่นใหม่ทั้งหมดทำให้เกศินียิ่งเกลียดชื่นมากขึ้นไปอีก สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือชื่นสวยน่ารักมาก เมื่อถึงวันหยุดคุณต่อกลับมาบ้านเขาเตรียมเสื้อผ้าของใช้สำหรับผู้ชายมาให้ชื่น แต่เมื่อได้พบเธอที่ห้องนมอ่อนคุณต่อจำไม่ได้งงไปเป็นครู่ ตาใสๆและรอยยิ้มอายๆของชื่นทำให้เขาจำได้ ชายหนุ่มบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรที่เพื่อนหนุ่มห้าวกลายเป็นเพื่อนสาวและสวยเสียด้วย เขาอยากรู้จริงๆว่าคุณต้นจะทำหน้าอย่างไรเมื่อรู้ว่าชื่นเป็นผู้หญิง เมื่อพี่ชายกลับจากปีนังคุณต่อรีบเข้าไปนั่งคุยที่ห้องพัก เขาเกรงว่าของฝากจากคุณต้นจะไม่เหมาะสมกับชื่นเมื่อได้โอกาสเขาจึงบอกพี่ชายเรื่องชื่นเป็นผู้หญิง คุณต้นจึงเปลี่ยนของฝากที่สวยน่ารักให้แทนและสวยกว่าของคนอื่นเสียอีก ละครชื่นชีวา ชื่นทำอะไรไม่ถูกเมื่อต้องพบคุณต้นโดยบังเอิญที่สวนหลังบ้าน ขณะที่เธอวิ่งเล่นกับสโนไวท์ ชายหนุ่มเองก็ต้องนิ่งไปเป็นครู่ แม้เจ้าชื่นจะเป็นหนุ่มหน้าสวยแต่เมื่อเป็นผู้หญิงแล้วเขาต้องยอมรับว่าชื่นสวยและน่ารักมากกว่าเดิมเสียอีก มาดขรึมๆของเขาทำให้การสนทนาไม่ประดักประเดิดมากไปนัก ครู่เดียวทั้งสองคนก็คุยกันอย่างสนิทสนมเหมือนเดิม แล้ววันที่ครอบครัวชวาลมาพิชัยศรายุทธก็มาถึง ม.ล. นิวัฒน์ ได้พบกับชื่นโดยบังเอิญ ท่านนิ่งไปเมื่อชื่นหน้าตาเหมือนชีวาเหลือเกิน ม.ล. นิวัฒน์ อดใจไม่ได้ต้องเดินตามเพื่อถามชื่นว่ารู้จัก ชีวา วิชชลักษณ์ หรือไม่ ชื่นปฏิเสธวันรุ่งขึ้นเธอได้พบ ม.ล. นิวัฒน์ อีกคราวนี้ ท่านหยิบรูปจากกระเป๋าเสื้อออกมาให้เธอดูว่ารู้จักผู้หญิงในรูปหรือไม่ แม้ชื่นจะแปลกใจที่รูปนั้นคือรูปแม่ช้อย เธอเคยเห็นรูปนี้ในกล่องเก็บของในห้องนอนแม่ แต่ชื่นก็ปฏิเสธและเดินจากไปอย่างหมางเมิน เด็กสาวได้แต่เขียนจดหมายเล่าให้ตาฟัง ซึ่งตาชมตอบกลับมาว่าเธอทำถูกแล้วเมื่อโรงเรียนเปิดเทอม ชื่นได้เข้าเรียนที่กุลธิดาวิทยาลัยซึ่งเป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน โดยมีชื่อเต็มว่า น.ส. ชื่นชีวา ชวาล เธอเรียนเก่งเป็นที่รักของเพื่อนๆ และในวันหยุดทุกสัปดาห์คุณต้นและคุณต่อจะมารับเธอกลับบ้าน มาคนเดียวบ้างสลับกันมาบ้าง ความเป็นหนุ่มหน้าตาดีสมาร์ทของสองพี่น้องทำให้เพื่อนๆคอยเดาคนมารับชื่นอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไปคุณต้นเรียนสำเร็จปริญญาตรีและเตรียมตัวจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ชื่นแอบถักเสื้อสเว็ตเตอร์ไหมพรมสีเทาสวยไว้ให้เขาใช้ที่นั่นด้วย หนุ่มสาวทั้งสองเริ่มมีความรู้สึกดีๆต่อกันโดยที่ไม่รู้ตัว คนที่เฝ้าจับตาอย่างริษยาคือเกศินี ก่อนที่คุณต้นจะไปต่างประเทศ ชื่นได้มีโอกาสมอบเสื้อถักตัวสวยให้เขา คุณต้นบอกเธอว่าเขาจะสวมมันแน่นอน ชายหนุ่มเดินทางไปแล้วและมีจดหมายมาถึงพระยาพิชัยศรายุทธ คุณต่อ นมอ่อนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเกศินีเขาตอบจดหมายเธอก็ต่อเมื่อเธอเขียนถึงเขาแต่น้อยกว่าจดหมายถึงนมอ่อนซึ่งรวมของชื่นไว้ด้วย ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งระหว่างเขาและชื่นเพิ่มมากขึ้นทุกวัน วันหนึ่งตาชมให้เปี๊ยกมาตามเธอกลับบ้านบอกว่าแม่ป่วยหนัก ชื่นรีบกลับบ้านโดยคุณหญิงวีณากับ ม.ล. นิวัฒน์ พาหมอธนา หมอประจำตระกูลไปด้วย เมื่อถึงบ้านชื่นที่รังสิตม.ล. นิวัฒน์ตกใจเมื่อพบ ตาชม เขาก้มลงกราบทันทีและเรียกว่า อาหลวง ขณะที่ตาชมคว้าปืนขึ้นมาไล่ให้เขาไปจากบ้าน คุณหญิงวีณารีบขอให้หมอเข้าไปรักษาช้อยโดยมีชื่นเข้าไปด้วย หมอธนาสีหน้าไม่สู้ดีนักช้อยอาการหนักมากต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดจึงต้องค้างที่รังสิต วันนั้นคุณหญิงวีณาจึงได้รู้ว่าตาชมคือหลวงพิทยไพบูลย์พ่อของชีวาภรรยาอีกคนของพี่ชาย ดังนั้นชื่นก็คือลูกสาวของม.ล.นิวัฒน์ ซึ่งก็คือหลานแท้ๆของเธอเอง ชื่นชีวามีสายเลือดชวาลจริงๆ ม.ล.นิวัฒน์พยายามขอร้องอาหลวงเข้าไปพบชีวาแต่ก็ยากเหลือเกิน จนกระทั่งช้อยหรือชีวาขอร้องบิดาขอพบม.ล.นิวัฒน์เป็นครั้งสุดท้าย ม.ล. นิวัฒน์ใจหายเมื่อเข้าไปเห็นชีวาเธอยังสวย แต่ซูบผอม อิดโรย อย่างน่าสงสาร ช้อยหรือ ชีวาได้มีโอกาสพูดในสิ่งที่อัดอั้นใจมานาน คำตัดพ้อต่อว่าของเธอทำให้ม.ล. นิวัฒน์สงสารแทบขาดใจ เขาเองก็ยอมรับว่าพลาดที่หูเบาเชื่อกานดาง่ายเกินไป ความรักทำให้หวาดระแวง หึงหวงแต่เมื่อเขาถามเธอว่าชื่นคือลูกของเขาใช่หรือไม่ ช้อยกลับปฏิเสธอย่างหมางเมิน ทว่าม.ล.นิวัฒน์ กลับมั่นใจว่าชื่นชีวาคือลูกสาวของเขากับชีวา คืนนั้นทุกคนอยู่ดูอาการชีวาที่รังสิตภาวนาให้เธอหายป่วย ทว่า ชีวาสิ้นใจตอนใกล้รุ่ง เธอจากไปอย่างสงบทิ้งให้คนที่อยู่คิดถึงเธอ นอกจากพ่อกับลูกสาวแล้วยังมี ม.ล. นิวัฒน์ที่ต้องทนทุกข์ทรมานใจไปตลอดชีวิต คุณหญิงวีณารับเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้ชีวาหรือช้อยอย่างสมเกียรติ หลวงพิทยไพบูลย์ไม่ยอมไปอยู่ที่พิชัยศรายุทธตามคำอ้อนวอนของม.ล.นิวัฒน์ และคุณหญิงวีณา แต่แกแอบเข้าพระนครมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆชื่นชีวาโดยมีเปี๊ยกตามมาอยู่ด้วย ละครชื่นชีวา เมื่อชาติกำเนิดที่แท้จริงของชื่นถูกเปิดเผย เธออยู่ในพิชัยศรายุทธในฐานะหลานสาวคนโปรดของคุณหญิงวีณา ม.ล. นิวัฒน์ เรียกชื่นชีวาว่าลูกทุกคำ แม้เธอจะเมินเฉยไม่แยแสแต่ท่านก็ทำใจเพราะความผิดของท่านที่ทำไว้กับแม่ของเธอนั้นมากมายนัก กนก น้องชายของเกศินีเองก็ยอมรับชื่นชีวา เรียกเธอว่าพี่ชื่นอย่างเต็มใจ มีเพียงกานดาและเกศินีที่ยังเคียดแค้นชิงชังชื่นชีวา ความเคียดแค้นของกานดามากขึ้นอีกเมื่อเธอต่อว่าสามีว่าเห่อลูกสาวคนใหม่ใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้ม.ล. นิวัฒน์กลับพูดชัดเจนว่าเขาเชื่อว่าชื่นชีวาเป็นลูกสาวของเขา และเขาจะแบ่งทรัพย์สินให้เท่ากับเกศินี และกนกในฐานะลูกคนหนึ่ง กานดายอมไม่ได้เพราะนางรู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องที่ชีวามีชู้นั้นเป็นแผนการของนางเองและไม่เป็นความจริงสักนิดเดียว ชื่นชีวาเป็นลูกสาวของม.ล. นิวัฒน์ จริงๆ เป็นมารความสุขของนางและเกศินี กานดาจึงให้ นางจันทร์ บ่าวคนสนิทไปตามหลานชายชื่อ จาบ มาวางแผนหลอกชื่นไปข่มขืน ทำให้เสียหาย กนกผ่านมาได้ยินพอดีพยายามหาโอกาสช่วยพี่สาวโดยทีไม่ให้ใครรู้ เย็นวันหนึ่งไม่มีใครอยู่บ้านนอกจาก ชื่น เกศินี และกานดา เป็นโอกาสให้จาบในมาดของนายจำรักษ์คนสนิทของหลวงพิทยไพบูลย์เข้ามาสร้างเรื่องหลอกให้ชื่นชีวาไปกับเขาจนได้ กนกร้อนใจแต่ไม่สามารถตามไปได้ ได้แต่กระวนกระวายใจจนกระทั่งคุณต่อกลับมา เขาจึงบอกให้ตามไปช่วยตามที่อยู่ที่ได้ยินมา ส่วนชื่นใจหายเมื่อจำรักษ์พาเธอไปขังไว้ในห้องนอนที่บ้านริมทางเปลี่ยว จำรักษ์พยายามปล้ำเธอแต่ชื่นตั้งสติ ชื่นชีวากลับมาอยู่ในมาดของเจ้าชื่นไอ้หนุ่มหมัดหนักอีกครั้ง เธอหาจังหวะใช้ขวดเหล้าฟาดจำรักษ์จนสลบเหมือดคุณต่อเองก็ตามมาช่วยเธอทันเวลา จำรักษ์และลูกน้องจึงโดนจัดการอย่างสาสม คุณต่อกับชื่นตกลงว่าจะไม่บอกใครเพื่อหาตัวการให้ได้ เมื่อครบสองปีคุณต้นเรียนจบจึงกลับเมืองไทย เกศินีตื่นเต้นจนออกนอกหน้า ตรงข้ามกับชื่นที่เก็บอาการทั้งที่ใจจดจ่อรอวันกลับของเขาเช่นกัน เกศินีไม่รู้ว่าจะจัดการกับชื่นอย่างไรดีในเมื่อทุกคนดูจะเป็นใจให้ชื่นได้ดูแลคุณต้นเหลือเกินแม้กระทั่งการจัดห้องพัก นมอ่อนก็ต้องตามให้คุณชื่นไปช่วยทั้งที่เธออยากจะทำหน้าที่นี้เอง ในวันที่คุณต้นเดินทางกลับทุกคนไปรับที่สนามบิน คุณต้น กราบบิดาไหว้คุณหญิงวีณาทักนมอ่อนแล้วจึงทักชื่นด้วย สายตาของคุณต้นที่มองชื่นทำให้เธอแก้มแดงเขินอาย น่ารักจนชายหนุ่มอยากจะหันไปมองอีกครั้งแต่ต้องรักษากิริยา ทักคนอื่นๆต่อไป เกศินีหน้าบึ้งงอนเมื่อเห็นว่าคุณต้นทักชื่นก่อนเธอ ที่จริงแล้วเป็นเพราะชื่นยืนอยู่ใกล้นมอ่อนนั่นเอง งานเลี้ยงต้อนรับคุณต้นจัดที่บ้านเป็นงานใหญ่ เกศินีวุ่นวายเตรียมเสื้อผ้าให้สวยที่สุดเธอหวังว่าจะได้เปิดฟลอร์กับเขา ชื่นชีวาคอยช่วยคุณหญิงวีณาจัดบ้าน จัดดอกไม้ โดยมีคุณต้นคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เขาสนทนากับมารดาเลี้ยงอย่างสนิทสนมจนทำให้ท่านเจ้าคุณพ่อพอใจและมีความสุข ละครชื่นชีวา เมื่อถึงวันงาน ชื่นชีวาแต่งตัวเสร็จแล้วแต่ไม่กล้าเดินออกไป นั่งอยู่กับนมอ่อนจนนางต้องคิดหาทางช่วยแต่แล้วคุณต้นก็เป็นคนเดินมารับชื่นชีวาเอง เขาจองให้เธอเต้นรำเปิดฟลอร์กับเขา เมื่อดนตรีบรรเลงชายหนุ่มเดินตรงมารับชื่นชีวาไปเต้นรำโดยเดินผ่านเกศินีอย่างไม่ได้มองด้วยซ้ำ หนุ่มสาวทั้งคู่มีความสุขมาก คุณต้นขอจองเต้นกับชื่นอีกครั้งในเพลงสุดท้ายเธอรับปาก เพลงจบเขาพาเธอมาส่งที่โต๊ะแล้วจึงหันไปเต้นรำกับคนอื่นๆบ้าง คุณต่อนั่งดื่มสนุกกับเพื่อนๆที่กรมฯจนหลับอยู่ที่โต๊ะ เวลาผ่านไปจนดึกมากชื่นแอบหลบไปอยู่กับนมชื่นเธอเกรงว่าคุณต้นอาจจะลืมสัญญาแล้วเธออาจจะเก้อ แต่เขาเดินกลับมาเพื่อรับเธอไปเต้นรำในเพลงสุดท้ายจริงๆ ชื่นชีวามีความสุขที่สุดตรงข้ามกับเกศินีที่แค้นใจมากเช่นกัน เกศินีทนเห็นชื่นมีความสุขไม่ได้ เธอแกล้งทำดีกับชื่นและพูดเรื่องที่เธอรักกับคุณต้นและจะแต่งงานกันหลังจากเรียนจบ แม้ชื่นจะไม่เชื่อนักแต่ก็เจ็บปวดใจเหลือเกิน เกศินีไปพูดให้คุณต่อเข้าใจผิดเรื่องชื่นชอบหว่านเสน่ห์กับหนุ่มๆโดยเฉพาะคุณต้นทำให้เขาทนไม่ไหว คุณต่อไปทวงสัญญาจากพี่ชายที่บอกว่าจะไม่แต่งงานกับชื่นถ้าเธอเป็นผู้หญิงและเขาพร้อมจะแต่งงานกับชื่นแล้ว คุณต้นข่มใจบอกน้องชายว่าเขาไม่เคยคิดเรื่องนี้ทุกอย่างจะเป็นไปตามความต้องการของคุณต่อและชื่น น้องชายออกไปจากห้องแล้ว ชายหนุ่มนั่งนิ่งที่โต๊ะทำงานความเจ็บปวดที่ต้องเสียของรักมันมากมายท่วมท้นจนแทบทนไม่ไหวเขาจำเป็นต้องตัดใจจากชื่นให้ได้ทั้งที่รักเธอมากเหลือเกิน คุณต้นลุกไปเปิดลิ้นชักหยิบแหวนหมั้นที่บิดาหมั้นคุณหญิงสลิลมารดาของเขาออกมา ชายหนุ่มพลิกแหวนดูอย่างพิจารณา เขาจะให้คุณต่อใช้แหวนวงนี้เป็นแหวนหมั้นชื่นชีวาของที่คุณต้นรักจะได้เป็นของคนที่เขารักคือชื่นชีวา พระยาพิชัยศรายุทธ ถามลูกชายคนโตอย่างไม่แน่ใจเมื่อเขานำแหวนของมารดามาให้เพื่อให้คุณต่อใช้เป็นแหวนหมั้น เพราะเป็นที่รู้กันว่าคุณต้นรักและหวงแหวนวงนี้มาก ชายหนุ่มตอบอย่างมั่นใจว่าแหวนวงนี้เหมาะสมกับสะใภ้คนแรกของศรายุทธ ลูกชายออกไปจากห้องแล้วแม้ท่าทางสงบนิ่ง แต่พระยาพิชัยศรายุทธก็รู้ว่าคุณต้นรักชื่นชีวาและรักน้องชายมากด้วย เขาจึงยอมสละสิ่งที่เขารักให้น้องได้ทั้งหมดทั้งคนรักและของรัก งานหมั้นถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะคุณต่อต้องการหมั้นก่อนไปราชการที่เกาหลี ระหว่างนั้นทั้งชื่นชีวาและคุณต้นต่างก็หมางเมินต่อกันเพราะความเข้าใจผิดที่เกศินียุแยงไว้ นมอ่อนแปลกใจที่คุณชื่นไม่ค่อยสนใจไยดีเรื่องเสื้อผ้าหรือทำผมนัก เธอปล่อยตามสบายทำเหมือนโดนบังคับแต่ปากบอกเต็มใจ ละครชื่นชีวา งานหมั้นผ่านไปอย่างเรียบง่ายโดยที่คุณต้นไม่อยู่ร่วมพิธีด้วยเขาอ้างว่าติดราชการทั้งที่จริงคือทำใจไม่ได้ เขากลับมาเมื่อพิธีหมั้นเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มพบน้องชายและชื่นอยู่ด้วยกันที่เฉลียงหน้าบ้าน คุณต่อจึงบอกให้ชื่นขอบคุณที่คุณต้นยอมให้แหวนหมั้นของมารดามาหมั้นเธอทั้งๆที่ควรจะเป็นของผู้หญิงที่คุณต้นรัก ชื่นพูดไม่ออกเธอไหว้เขาเรียบร้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าคุณต้นมองเธออยู่แล้ว แววตาเขาเศร้าและปวดร้าวทั้งที่ปากบอกว่ายินดี เมื่ออยู่คนเดียวชื่นชีวามองแหวนหมั้นที่นิ้วมืออย่างไม่เข้าใจ ทำไมคุณต้นจึงยอมมอบของรักของหวงมาให้เธอไม่นานนักคุณต่อเดินทางไปราชการที่เกาหลี วันเวลาผ่านไปชื่นชีวาตั้งใจเรียนให้ได้ปริญญาอีกใบ เธอหลบหน้าคุณต้นแม้จะมีชั่วโมงเรียนกับเขาจนเขาต้องให้นมอ่อนมาเตือน หญิงสาวทำใจไม่ได้ถ้าจะต้องอยู่ใกล้กับคุณต้น เธอรักเขาแต่เขาไม่รักเธอเลยสักนิดผลักไสจนเธอต้องยอมหมั้นกับคุณต่อ สถานการณ์สงครามที่เกาหลีไม่ดีนักทุกคนเป็นห่วงคุณต่อ แต่แล้วข่าวร้ายมาถึงพิชัยศรายุทธในวันหนึ่งคุณต่อโดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิตเขาเขียนจดหมายถึง บิดา พี่ชาย และชื่นชีวา คำขอร้องครั้งสุดท้ายคือขอให้คุณต้นแต่งงานกับชื่นชีวาแทนเขา เป็นการไถ่โทษที่เขาแย่งชื่นชีวามาจากพี่ชาย ถ้าเขารู้เร็วกว่านี้สักนิดว่าทั้งสองคนรักกันเขาจะไม่หมั้นกับเธอ พระยาพิชัยศรายุทธถามความสมัครใจจากลูกชาย คุณต้นตอบตกลงส่วนชื่นชีวาไม่ปฏิเสธเช่นกันเมื่อคุณหญิงวีณาถาม เกศินียังไม่หยุดบั่นทอนความรักของทั้งคู่เธอพูดจนชื่นชีวาเข้าใจว่า คุณต้นยอมแต่งงานกับเธอก็เพราะคำขอร้องของน้องชาย แต่ชื่นชีวาไม่ปฏิเสธการแต่งงานเพราะเธอต้องการให้เกศินีและกานดาต้องเสียใจเหมือนตากับแม่ของเธอบ้าง งานแต่งงานจัดอย่างเรียบง่าย แต่ชื่นชีวายังคงงอนคุณต้นอยู่โดยที่เจ้าตัวไม่เข้าใจ แต่เขาตั้งใจว่าจะปรับความเข้าใจกับเธอเมื่อไปฮันนีมูนที่หัวหินในช่วงเวลาเดียวกันความผิดหวังทำให้เกศินียอมออกไปกินข้าวกับ ทรงวุฒิ เพื่อนนักบัญชีรุ่นพี่โดยไม่รู้ว่าเขาได้ ยุพา ญาติห่างๆของเธอเป็นเมียแล้วและกำลังตั้งท้อง ทรงวุฒินั้นยากจนแต่ทะเยอทะยานเขาหวังในตัวเกศินีเพื่อใช้เธอตามเข้าสังคมชั้นสูง เกศินีพลาดตกเป็นของทรงวุฒิจนได้ กานดาแทบคลั่งรีบส่งนายจาบหรือจำรักษ์ไปหัวหินเพื่อทำลายครอบครัวของคุณต้นและชื่นชีวา นางต้องทำให้คุณต้นเกลียดชื่นชีวาหย่ากันแล้วจากนั้นจึงจะเป็นโอกาสของเกศินี แต่ทรงวุฒิกลับเป็นมาร เขานำรูปของเขากับเกศินีที่แอบถ่ายไว้มาแบล็กเมล์จนกานดาตั้งใจว่าต้องให้จาบฆ่าทรงวุฒิหลังจากจบงานที่หัวหิน ละครชื่นชีวา ที่บ้าน ชื่นสวาท จำรักษ์ทำงานได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ความรักทำให้คุณต้นหูเบาเชื่อว่าจำรักษ์คือสามีของชื่นชีวาจริงๆ เขาเอ่ยปากให้เธอกลับไปอยู่กับจำรักษ์เสียเขายินดีเปิดทางให้ ชายหนุ่มออกจากบ้านอย่างปวดร้าว ขณะที่ชื่นชีวาอาละวาดไล่จำรักษ์ออกไปเช่นกันหญิงสาวเก็บเสื้อผ้าหนีกลับมาอยู่กับตาชมเสียใจและเจ็บปวดอย่างที่สุด นมอ่อนรีบติดต่อคุณหญิงวีณาให้ตามมาแก้สถานการณ์ กนกซึ่งตามดูมารดาและเกศินีผ่านมาได้ยินเรื่องนี้เขารีบไปบอกม.ล. นิวัฒน์ ทั้งหมดจึงตามไปที่ชื่นสวาท กนกเล่าความจริงให้คุณต้นรู้ว่าชื่นชีวาโดนกลั่นแกล้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วครั้งแรกคุณต่อตามไปช่วยไว้ทันก่อนที่จะพลาดให้กับจำรักษ์ ชายหนุ่มโกรธตัวเองที่หูเบาอย่างไม่น่าอภัยสงสารชื่นชีวาจับใจเมื่อกลับถึงพิชัยศรายุทธ พระยาพิชัยศรายุทธคุณหญิงวีณา คุณต้นม.ล. นิวัฒน์ และกนก ตามไปที่บ้านของหลวงพิทยไพบูลย์ หรือตาชม คุณหลวงฯต้อนรับอย่างดีท่านยอมให้อภัย ม.ล. นิวัฒน์ เมื่อรู้ว่าเขาได้สละโลหิตช่วยชีวิตท่านเมื่อครั้งที่ได้รับอุบัติเหตุรถชนไม่นานมานี้ ตาชมพยักหน้าให้คุณต้นตามไปปรับความเข้าใจกับชื่นชีวาในห้อง เธอยอมตามสามีออกมาแต่ตั้งใจว่าจะยังไม่คืนดีง่ายๆ ส่วนคุณต้นวางแผนไว้ในใจว่าเขาจะพาเธอกลับไปปรับความเข้าใจที่ชื่นสวาทอีกครั้งเมื่อถึงที่พักคุณต้น ง้อ และลงโทษคนแสนงอนด้วยความรักที่มีมากมายจนชื่นชีวาหายโกรธ ที่บ้านพิชัยศรายุทธ ม.ล.นิวัฒน์วางแผนจับจำรักษ์หรือนายจาบ รวมทั้งนางจันทร์ จนสารภาพหมดว่าทั้งหมดเป็นแผนของกานดาจนกา ติดตามชมกันต่อได้ใน ละคร ชื่นชีวา ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี ละคร ชื่นชีวา เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2559 รายชื่อนักแสดงนำในละคร ชื่นชีวา ศรัณย์ ศิริลักษณ์ รับบท คุณต้น/ศรันย์คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท ชื่นชีวาแก้วใส คริสตัล รับบท ม.ร.ว.ฉัตร์สุดาขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์ รับบท ยุพาณทรรศชัย จรัสมาส รับบท คุณต่อ/สาโรจน์พูลภัทร อัตถปัญญาพล รับบท นัททีพิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบท ทรงวุฒิกชกร ส่งแสงเติม รับบท เกศินีสรพงศ์ ชาตรี รับบท หลวงพิทยไพบูลย์/ตาชมเกรียงไกร อุณหนันท์ รับบท พระยาพิชัยศรายุทธวสุ แสงสิงแก้ว รับบท ม.ล.นิวัฒน์ ชวาลนคินธร ภาษยวรรณ์ รับบท กนกจักรกฤษณ์ คชรัตน์ รับบท จาบ/จำรักษ์ ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา

ตัวเลขแบบไหน ที่บ่งบอกว่าเป็นคน...ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม
ฉลาด /  ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม / 

58 85 “ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม” ความหมายคู่เลข 58 และ 85 เป็นตัวเลขที่ผู้เขียนหาคำนิยามที่เหมาะสมได้ยากมาก จึงจะได้ความหมายนี้ “ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม” นั้น ค่อนข้างคิด วิเคราะห์หลายรอบอยู่เหมือนกัน เชื่อว่าผู้ที่รู้จัก ศึกษาความหมายของพลังตัวเลขหลายๆท่าน ก็ยังคนรู้สึกสับสน ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะแปลคู่เลขนี้ไปในทิศทางไหนดี จะชี้ชัดว่าเลขนี้คือเลขแห่งคุณธรรมได้หรือไม่ เพราะมีเลข 5 ประกอบอยู่ในคู่เลขนี้ หรือจะมองว่าเป็นตัวเลขแห่งพลังอำนาจ เล่ห์เหลี่ยม เพราะมีตัวเลข 8 ประกอบอยู่ด้วยเช่นกัน ตัวเลข 5 นั้น คือ ตัวแทนของดาวพฤหัส เทพแห่งสติปัญญา คุณธรรม ความดีงาม ส่วนตัวเลข 8 คือ ราหู ความลุ่มหลงอำนาจ ความเด็ดขาด การใช้เล่ห์เหลี่ยม เมื่อพลังในแต่ละขั้ว ทั้งด้านสว่างและด้านครึ้มๆ มารวมกัน คู่เลขนี้ จึงกลายเป็น พลังเลข สายเทา จะเป็นพลังดีก็ไม่ใช่ จะเป็นพลังด้านร้าย ก็ไม่เชิง เมื่อรวมความหมายของพลังเลขทั้งสองตัวเลขแล้ว จะตีความได้ว่า “ผู้ที่ต้องการบรรลุผลสำเร็จตามความต้องการของตัวเอง ด้วยการใช้เทคนิคพิเศษ เล่ห์เหลี่ยม ด้วยการใช้วิธีการต่างๆ ไม่ว่า จะโปร่งใส หรือ วิธีเดินทางลัด เพื่อให้สิ่งที่มุ่งหวังสำเร็จผลให้ได้” บุคลิกของผู้ใช้เลขคู่นี้ บุคลิกของคนเลข 58 85 นั้น จะถูกมองว่า มีความน่าเชื่อถือมาก ด้วยพลังเลข 8 มีอำนาจ บารมี มีบริวาร และเลข 5 บุคลิกน่าเชื่อถือ เมื่อรวมกันแล้ว ผู้่ใช้ตัวเลขคู่นี้ดูเป็นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจอยู่ในมือ ประกอบด้วยลักษณะการพูดที่ดูนิ่งๆ มีมาดด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก เหมาะสำหรับการเป็นล้อบบี้ยีสต์ นักเจรจาต่อรอง ลักษณะต่อมาคือ “เห็นแก่ผลประโยชน์เหนืออื่นใด” เพราะเขาจะมองว่าเรื่องของผลประโยชน์เป็นเรื่องสำคัญ หากผลประโยชน์นั้นมีค่ามากกว่า “ประโยชน์ที่น่าจะได้จากเพื่อน” แล้วล่ะก็ เขาสามารถที่จะตัดเพื่อนกับคุณได้อย่างไม่ลังเล และดีไม่ดีคุณอาจจะกลายเป็นแพะรับบาปแทนเขาเนื่องจากให้ความไว้วางใจในตัว เขามากไปจนไม่ทันได้ระมัดระวังตัวอีกด้วย แต่ถ้าผลประโยชน์ที่เขากำลังจะได้รับ มีคุณเป็นส่วนเอื้อประโยชน์ให้เขาได้ เขาจะดูแล ปกป้องคุณ ภักดีกับคุณในช่วงเวลานั้น เพื่อให้ตัวเขาได้บรรลุผลสำเร็จเพราะมีคุณเป็นองค์ประกอบสำคัญ ต้องยอมรับในเรื่องความฉลาด ไหวพริบ การวางแผนแบบแยบยลได้อย่างลงตัว รู้จักการดึงทรัพยากร ทั้งคน ทั้งไอเดีย ทั้งคอนเนคชั่นต่างๆ เข้ามาร่วมในงานนั้นได้อย่างเหมาะสม จึงไม่แปลกเลย ที่เขาจะเป็นคนทำงานได้รวดเร็ว กว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายเท่า การวางแผน ปูพื้นงานมาก่อนจะเริ่มต้น ทำให้ เขาเป็นมนุษย์เดินทางลัด แทนที่จะเริ่มต้นจาก 1 2 3… แต่เริ่มต้นก้าวแรก ก็ ก้าวที่ 5 ไปแล้ว สำหรับงานที่จำเป็นต้องอดทนรอคอย เขาก็ สามารถที่จะรอวันเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆได้ จะรอแค่เวลาที่แผนการของเขาสำเร็จก็เท่านั้น และแน่นอนว่าเมื่อไรที่เขาได้ฉกฉวยโอกาสนั้นๆไปแล้ว จะไม่มีใครสามารถสืบสาวราวเรื่องจากเขาได้อีก เพราะเขาได้วางแผนไว้อย่างแนบเนียนแล้วซะด้วยสิ ในด้านความรัก... มักจะเป็นคนเอาแต่ใจ ไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง และชอบข่มแฟนอยู่เป็นประจำ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนที่อารมณ์ ร้อน หรือหงุดหงิดง่าย แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่สบายใจเวลาอยู่ด้วยกัน มันจะดูอึดอัดอยู่ตลอดเวลา แต่ใจลึกๆ ไม่ได้คิดคดกับคนใกล้ตัวที่เขารักเลย คนที่ใช้ตัวเลข 58 นั้นมีคุณธรรมบ้างไหม เพราะประกอบด้วยเลข 5 เลขแห่งเทพเจ้าของสติปัญญา ความดีงาม มีคุณธรรม ถ้านอกเหนือจากเรื่องเป้าหมายของงาน ที่เขาต้องวางแผนแยบยลซับซ้อนเพื่อบรรลุเป้าประสงค์แล้ว คนรักหรือคนใกล้ชิดตัวเขา จะได้รับความดีงาม ความเป็นคนมีคุณธรรมของเขา หากให้มองถึงข้อดีของตัวเลข 58 ต้องบอกว่า เขาคือคนเก่งคนหนึ่ง เป็นคนที่หาตัวจับยาก มีความสามารถวางแผนเจรจาได้อย่างแนบเนียน และฉับไวในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย แต่มักจะชอบใช้ปัญญาเหล่านั้นไปในทางที่ไม่โปร่งใส แต่เป็นสีเทาๆ จึงไม่แปลกว่า คนกลุ่มนี้ จะมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเป็นได้ และแต่ละองค์กรมักต้องการคนที่มีความสามารถแบบคนกลุ่มเลข 58 85 เอาไว้ การคบหากับคนเลข 58 85 เนื่องจากตัวเขาเองเป็นคนมีความซับซ้อนในการวางแผนต่างๆนาๆ เมื่อเขาจะต้องคบใครที่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องงาน เรื่องผลประโยชน์ จะมีความระแวงบุคคลอืนๆ เช่นกัน ดังนั้น เขาจึงไม่ไว้ใจใครนอกจากคนใกล้ชิด สนิดสนมกันจริงๆ คนที่จะเข้าไปคบกับเขา จะเกิดความระแวงเขาเช่นกัน เพราะจากรูปแบบงานที่ค่อนข้างใช้ความฉลาดแบบมีเทคนิค ผู้คนที่เข้ามาสัมพันธ์ด้วย จึงไม่รู้ว่า เขาจะมาไม้ไหน จึงเลือกอยู่ห่างๆเอาไว้ก่อนดีกว่า…. แล้วตัวเลข 58 85 ควรใช้ไหม ใครใช้ได้ คู่เลขนี้ เหมาะกับ การทำงานที่ต้องอาศัย ความฉลาด ความรวดเร็ว ฉับไว พลิกแพลงสถานการณ์ แก้ปัญหาต่างๆได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยการไม่คำนึงถึงวิธีการ ว่าสมควรใช้วิธีนั้นๆหรือไม่ ดังนั้น เลขคู่นี้ ให้นักเจรจาต่อรอง ล้อบบี้ยีสต์ นักกฎหมาย ทนายความจะเหมาะกว่า แต่ถ้ามีเลขคู่นี้อยู่ในเบอร์แล้วสัก 1 คู่ จำเป็นต้องกังวลไหม จะไม่กังวลถ้าคู่เลขที่เหลืออีก 5 คู่ในเบอร์ จาก 6 คู่ ในเบอร์โทรศัพท์ เป็นเลขพลังด้านอื่น ด้านความมีสติหยั่งรู้ ด้านความรู้แนววิชาการ…หรือเลขพลังดีด้านอื่นๆ จะช่วยให้เบอร์โทรศัพท์นั้น เกิดความสมดุลย์ได้ ข้อมูลโดย : อ. ปอ นางฟ้าเลขลิขิต

หวาน-ฟิน-ซึ้ง-แฮปปี้ทั่วถึง! ในแฟนมีตติ้ง ยงพัล 'จูวอน'
AIS PRESENTS 2016 THE BEST OF ME JOO WON มาเหอะ อยากเจอ /  Joo Won / 

ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ สำหรับพระเอกหนุ่มหล่อหน้าใสกิ๊ง จูวอน (JOOWON) ที่หอบความน่ารักมาเสิร์ฟแฟนชาวไทยเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ในงาน เอไอเอส พรีเซ็นต์ 2016 เดอะ เบส ออฟ มี, จูวอน มาเหอะ อยากเจอ ( AIS PRESENTS 2016 THE BEST OF ME, JOO WON มาเหอะ อยากเจอ) ณ เมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยผู้จัดใจดี บริษัท นาว โปรดักชั่นส์ จำกัด ที่งานนี้เปิดโอกาสให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดกับ พี่จ๋า กันแบบสุดๆ ด้านโชว์พระเอกหนุ่มก็จัดเต็มทั้งเสียงร้อง ลีลา คารมมาแบบครบเซ็ทให้สมกับชื่องาน 'THE BEST OF ME' ที่ทำให้ประทับใจกันไปนานแน่ งานนี้เริ่มด้วยวีทีอาร์ของหนุ่มจูวอนที่เชิญชวนสาวๆ มาเจอกันในแฟนมีตติ้ง เรียกเสียงกรี๊ดได้ถล่มทลาย ก่อนชายในชุดสูทสีดำพร้อมแว่นกันแดดสุดเท่จะปรากฏตัวบนเวทีกับเพลงแดนซ์สไตล์วินเทจอย่าง HONEY ของพัคจินยอง ทำเอาบรรยากาศในฮอลล์ดูคึกคักขึ้นทันตา จูวอน โชว์ทั้งการร้องพร้อมทั้งออกสเต็ปลีลาการเต้นได้อย่างลงตัว พูดได้ว่าแค่เพลงเปิดตัวก็เผยเสน่ห์รุนแรงทะลวงหัวใจกันแล้ว พอจบเพลงก็ถอดแว่นออกก่อนกล่าวทักทายทุกคนเป็นภาษาไทย “สวัสดีครับ ผมชื่อ จูวอน ครับ สบายดีไหมครับ?” ทำเอาเสียงกรี๊ดสนั่นเลยทีเดียว เมื่อพิธีกร ดีเจคิว ธิติพันธ์ สุริยาวิชญ์ และ ล่ามคนเก่ง แจยอง ถาม จูวอน ว่า 'เป็นแฟนมีตติ้งครั้งที่ 3 แล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง?' พระเอกหนุ่มเจ้าของงานก็ตอบว่า “ผมมาถึงเมืองไทยเมื่อ 2 วันก่อน หนึ่งวันก่อนงานแฟนมีตติ้งผมตื่นเต้นมาก กลัวทำไม่ได้ แอบนอยด์นิดนึง ก่อนขึ้นเวทีก็ยังไม่ค่อยมีแรง แต่พอขึ้นมาบนเวทีปุ๊บไม่รู้พลังมันมาจากไหน มาสนุกให้เต็มที่กันนะครับ แล้วที่เลือกเพลง HONEY เป็นเพลงเปิดตัวก็เพราะเพลงนี้เป็นเพลงแดนซ์เพียงไม่กี่เพลงที่ผมชอบ แล้วที่สำคัญเพราะทุกคนคือ HONEY ของผมไงครับ" พูดจบพระเอกของเราก็เอามือปิดหน้าอย่างเขินๆ น่ารักเป็นที่สุด! อย่างที่รู้กันว่า จูวอน มีความสามารถด้านกาาร้องเพลงไม่แพ้การแสดง เล่นซีรี่ส์เรื่องไหนก็ได้ร้องเพลงประกอบเกือบแทบทุกเรื่อง อย่างเรื่อง TOMORROW’S CANTABILE เขาก็ได้ร้องเพลง INNOCENTE พระเอกหนุ่มจึงขอมอบเพลงนี้ให้กับทุกคน เสียงร้องดังขึ้นพร้อมมิวสิควิดีโอภาพจากซีรีส์ จากนั้น พี่จ๋า ก็ก้าวลงจากเวทีเพื่อจะได้ให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น แม้จะพยายามทำมือบอกให้ทุกคนนั่งลง แต่แฟนคลับก็ไม่อาจห้ามมือไม่ให้ไขว่คว้า สุดท้ายเดินมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง จูวอน ก็ต้องหันหลังกลับเดินขึ้นเวทีไป และเมื่อจบเพลงนี้ก็มาต่อด้วยเพลง MY LOVE จากซีรีส์สร้างชื่อ THE KING OF BAKING KIM TAK KU ที่ทำเอาแฟนๆ ซึ้งไปตามกัน แถม จูวอน ยังอ้อนเพิ่มเติมอีกว่า “ผมคิดว่าทุกคนเป็น MY LOVE ไงครับ” โอ้ววว มาถึงกิจกรรมร่วมสนุกกับแฟนๆ กิจกรรมแรก 'ฉันอยากรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับจูวอน' โดยให้จูวอนจับหมายเลขผู้โชคดีที่จะได้สิทธิ์ถามคำถาม (จูวอนอยากเที่ยวจังหวัดไหนในเมืองไทยที่สุด?)"ปีก่อนที่มางานแฟนมีตติ้งผมเคยไปเที่ยวเชียงใหม่กับพ่อแม่ สวยงามมาก มีความทรงจำดีๆมากมายที่นั่น ผมชอบอากาศอุ่นๆ มากกว่าอากาศหนาวครับ พอรู้ว่าต้องมาทำงานที่เมืองไทย ผมตื่นเต้นตั้งแต่ตอนเก็บกระเป๋าเลย ช่วยแนะนำที่เที่ยวให้ผมเยอะๆนะครับ", (เมื่อวานเอาหมวกให้ที่หน้าลิฟท์หลังกินข้าว ได้อ่านโน้ตหรือเปล่า?)"เป็นหมวกที่มีชื่อผมหรือเปล่าครับ? ในนั้นมีโน้ตด้วยเหรอครับ ผมไม่ได้หยิบโน้ตขึ้นมาอ่าน แต่หมวกอยู่ที่ผมแล้วนะครับ เป็นจดหมายหรือว่าโน้ตเล็กๆ ครับ เขียนประมาณว่าให้จูวอนรึเปล่าครับ ถ้าเป็นอันนั้นได้รับแล้วครับ" ช่วงเวลานี้แม้จูวอนจะไถ่ถามด้วยความซีเรียสเพราะใส่ใจความรู้สึกของแฟนๆ แต่แฟนคลับในงานกลับไม่เครียดตาม ต่างขำก๊ากในความน่ารักของพ่อหนุ่มใสซื่อกันสนั่นฮอลล์ ฟากคำถามจากพิธีกร หนุ่ม จูวอน ก็ตอบอย่างเอาใจใส่เช่นกัน (3 เหตุผลที่คุณชอบเมืองไทยคืออะไร?)"อากาศ อาหาร และสำคัญที่สุดเลยก็เพราะทุกคนนี่แหละ นี่ผมตอบจากใจจริงไม่ได้ปากหวานนะ วันนี้พอเห็นทุกคนปุ๊บ รู้สึกเลยว่าทำไมทุกคนสวยขึ้น แล้วผู้หญิงไทยก็มีเสน่ห์มากด้วยครับ" (ถ้ามีละครไทยติดต่อไปจะมาเล่นมั้ย?)"แน่นอนอยู่แล้ว ผมอยากมีผลงานที่เมืองไทยให้ทุกคนเป็นของขวัญครับ" จบพักช่วงสัมภาษณ์มาเข้ากิจกรรมที่สอง 'เต้นให้แรง Post-it กระจาย' หนุ่ม จูวอน จับหมายเลขผู้โชคดี 4 ท่านขึ้นมาเล่นเกมแบบใกล้ชิดสนิทสนมบนเวที โดยกติกามีอยู่ว่าใครสลัด Post-it ออกจากร่างกายได้มากที่สุดคือผู้ชนะ ซึ่งจะได้รับสแตนดี้รูปจูวอนพร้อมลายเซ็นไปตั้งไว้ที่บ้าน ซึ่งพระเอกหนุ่มปล่อยมุขเรียกเสียงฮาว่า "ห้ามเตะผมนะ...ผมมองคุณอยู่นะ" ส่วนผู้แพ้ก็ได้ตุ๊กตาอุ่นใจพร้อมลายเซ็นต์ไปแทน แต่ใครจะชนะหรือแพ้หนุ่มจูวอน ก็ได้รับแจกอ้อมกอดอุ่นๆ อย่างทั่วถึง ให้เก็บไปเคลิ้มกันไป ภาพสลับมาที่ จูวอน ในมาดร็อกเกอร์ที่เตรียมเพลงไทยมาเซอร์ไพรส์แฟนคลับ กับเพลง แสงสุดท้าย ของ BODY SLAM บทเพลงที่พระเอกหนุ่มเลือกจะร้องเอง! ฝึกร้องเอง! ด้วยภาษาไทยที่ชัดเป๊ะ!! ในน้ำเสียงและลีลาซึ่งแฟนๆ ต่างลงความเห็นว่าคล้ายพี่ตูนซะเหลือเกิน (น่าเสียดายที่พี่จ๋าไม่ยอมถอดเสื้อแบบพี่ตูนนี่ละ!) แต่เพียงแค่นี้ก็ทำเอาเหล่าแฟนคลับทั้งทึ่งทั้งปลึ้มในความตั้งใจเต็มเปี่ยมของจูวอน พากันส่งเสียงกรี๊ดกระจายสนั่นฮอลล์กันแล้ว [Fancam] Joo Won sing Thai song 'แสงสุดท้าย The Last Light' @ 2016 The Best of Me Joo Won 2016.02.20 youtube channel : Aungnie Dee ต่อเนื่องความฟินในกิจกรรมต่อมา 'ลูกโป่งแตก' บอกได้คำเดียวว่านี่คือไฮไลท์ของงานสำหรับสาวๆ เพราะมีผู้โชคดี 7 ท่านได้ขึ้นมากอดกับพี่จ๋ายาวนานถึง 30 วินาที แต่มีข้อแม้ว่าต้องทำลูกโป่งแตกให้ได้มากที่สุด โดยรายแรกก็ทำแตกไปถึง 10 ลูก สร้างความหนักใจแก่ผู้เข้าแข่งขันคนถัดๆ ไปอย่างมาก จึงต้องเลือกระหว่าง 'ทำลูกโป่งแตกให้ได้มากกว่า' กับ 'ดึงเวลาไว้ให้ได้กอดพี่จ๋าให้นานที่สุด' ซึ่งดูเหมือนว่าส่วนใหญ่จะเน้น 'กอดแน่นๆ แพ้ช่างมัน!' เว้นแต่ ป้าดา ขวัญใจมหาชนที่กอดก็แน๊นแน่น แถมทำแตกไปตั้ง 10 ลูก สุดท้ายต้องตัดสินผู้ชนะเลิศด้วยการเป่ายิ้งฉุบกับหนุ่มจูวอน ก่อนป้าดาจะชนะได้รับกิฟท์เซ็ตชุดใหญ่จากพระเอกหนุ่มของเราไป หลังจบเกมเจ้าตัวถึงกับต้องซับเหงื่อและบอกว่า "เหนื่อยนิดนึงแต่สนุกมากกกกครับ" แหมจะไม่เหนื่อยได้ไง เพราะต้องออกแรกกดฝ่ายเดียว ในขณะที่เหล่าแฟนคลับผู้แข่งขันต่างเน้นการกอดกันอย่างชัดเจน! เข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์กันต่อ (ตอนนี้มีผลงานอะไรให้ติดตามบ้างครับ?) จูวอนก็ตอบแบบหยอกให้ขำๆ ว่า "ก็ผลงานที่ผมเล่นไงครับ", (เวลาว่างคุณชอบทำอะไร?)"ดื่มกาแฟครับ เพราะผมจะมีเวลาว่างไปที่ร้านกาแฟ ได้สั่งกินเอง ได้เจอเพื่อนๆ ไปดูหนังกันครับ" หนุ่ม คิว พิธีกรของงานเลยแซวว่า เวลาที่เขาว่างๆ จะลงไปนั่งที่ล็อบบี้คอนโด เพราะเปิดแอร์เย็นๆ แล้วก็ไปซื้อกาแฟเซเว่นมานั่งจิบ ทำเอาจูวอนขำหนักมากก่อนจะเล่าว่า "ที่เกาหลีช่วงหน้าร้อนคนเกาหลีก็ชอบไปธนาคารกันเพราะเปิดแอร์เย็นๆ ให้น่ะครับ"... มาพูดเรื่องรางวัลใหญ่ที่ได้รับจากการทำงานหนักกันบ้าง “ผมได้รับรางวัลแดซังไป แต่ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปนะครับ วันต่อมาผมยังตื่นไปซื้อขนมที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตกินเองเหมือนเดิม ใช้ชีวิตเหมือนเดิม จริงๆแล้วผมรู้สึกดีนะที่ได้รางวัลมา แต่ผมก็ต้องทำให้ดีขึ้นเพื่อตอบแทนความรักของทุกคนครับ" จากนั้นเข้าสู่บทเพลง LOVE MEDICINE เพลงที่จะมาช่วยรักษาหัวใจสาวๆ ด้วยน้ำเสียงของ คุณหมอพัคชีอน จากเรื่อง GOOD DOCTOR แล้วไปพักเบรคความซึ้งกับการแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้กับแฟนคลับที่มีวันเกิดตรงกับวันนี้พอดี ซึ่งงานนี้เจ้าของวันเกิดมีถึงสี่สาว จูวอน ก็เลยร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้พร้อมกันและร่วมเป่าเค้กด้วย ก่อนจะมอบกอดแน่นๆ ให้กับทุกคนแทนของขวัญ ในขณะที่สาวๆ ก็ฝากรักด้วยรอยลิปสติกหลากสีบนเสื้อสูท ซึ่งพระเอกหนุ่มบอกว่า "วันนี้สนุกมากเลยครับ จะจบงานแล้วเหรอเนี่ย?" พอพิธีกรแซวเรื่องสูทของจูวอนที่เปื้อนรอยลิปสติก เขาก็ตอบทันควันว่า "ผมรู้ว่าทุกคนอยากดูสวยเวลาเจอผม เลยแต่งหน้าจัดเต็มกันมาครับ" นอกจากนั้น จูวอน ก็ยังพูดให้กำลังใจทุกคนอีกว่า "เวลาทำงานหนักมากๆ บางทีเราก็เหนื่อย ทุกคนเหนื่อยหมดไม่ใช่แค่ผม แต่เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป อย่าไปท้อ แล้ววันหนึ่งเราจะยิ้มได้อย่างมีความสุขแน่นอนครับ" ก่อนจะพาเข้าเพลง IF I WERE เพลงประกอบละครความหมายลึกซึ้งจากใจ ชีอน ในเรื่อง GOOD DOCTOR เพลงที่ทำให้ทุกหัวใจอบอุ่นไปกับเนื้อหาและน้ำเสียงสะกดอารมณ์ของ จูวอน ก้าวสู่ช่วงซึ้งด้วยแฟนโปรเจ็คท์ที่แฟนคลับชาวไทยตั้งใจมอบให้ จูวอน ด้วยการเล่าเรื่องผ่านภาพการทำงานและข้อความแทนความรู้สึกห่วงใย 'อย่าลืมที่จะมีความสุข อย่าลืมที่จะยิ้ม' ซึ่งหลังจากคลิปวิดีโอจบลง จูวอน ก็หันมาหาแฟนคลับที่พร้อมใจกันชูป้ายซึ่งมีตัวอักษรทั้งภาษาไทย อังกฤษ และเกาหลี สื่อความหมายว่า 'กลับมานะ...เราจะรอ' ทำเอาน้ำตาลูกผู้ชายที่ไม่ได้ไหลกันง่ายๆ ก็พรั่งพรู จูวอนกล่าวชื่นชมทั้งน้ำตาว่า "ปกติผมไม่ใช่คนร้องไห้เก่งขนาดนี้นะ แต่ผมประทับใจมากเวลาแฟนๆ ทำอะไรแบบนี้ให้ เลือกเพลงได้ดีมาก เขียนได้ดีมาก แฟนคลับของผมเก่งมากๆเลยครับ" และนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งศิลปิน พิธีกร และล่าม พากันร้องไห้ด้วยความประทับใจ จนจูวอนอดตัดพ้อไม่ได้ว่า "เขียนว่าอย่าร้องไห้ แต่ทุกคนนั่นแหละทำให้ผมร้องไห้" แฟนโปรเจคงานมิตติ้ง 2016 "The Best Of Me" JooWon มาเหอะ อยากเจอ #JooWonThailandFanMeeting2016 [VTR HD] วีทีอาร์เซอร์ไพรส์ที่ทำให้จูวอนร้องไห้ อัพแบบ HD ให้ดูกันชัดๆเพลงในโปรเจคคือ 다시사랑한다말할까 / Should I Say I Love You again ของ Kim Dong Ryul Posted by Joo Won Thailand Fanclub on 22 กุมภาพันธ์ 2016 เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย จูวอน ก็ได้เผยความในใจก่อนจากกันว่า "เดี๋ยวผมจะร้องเพลงสุดท้ายแล้วนะครับ ผมเป็นแค่คนธรรมดาที่อยู่บนโลกนี้ ผมเป็นคนที่ไม่มีอะไรดีพอ ขอบคุณทุกคนที่รักคนที่ไม่ดีพร้อมคนนี้นะครับ" เสียน้ำตาไปเยอะ จูวอน เลยชวนแฟนๆ ให้สนุกไปกับเพลง My Way To You แม้พระเอกของเราจะพยายามข่มอารมณ์ แล้วชวนแฟนๆ ร้องเล่นเต้นตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน แต่มาถึงท่อนสุดท้ายเจ้าตัวก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวไหลออกมาอีกรอบ ก่อนกลับเข้าไปหลังเวที ปล่อยให้แฟนคลับอังกอร์เรียกชื่อ "จูวอน" ได้สักพัก พระเอกหนุ่มก็ออกมาปิดท้ายด้วยเพลง HONEY อีกครั้ง ในเวอร์ชั่นที่มาพร้อมน้ำเสียงลีลาลูกเล่นและออกสเต็ปแดนซ์จัดเต็มโดนใจ ก่อนอำลาเวทีไปด้วยคำว่า "ขอบคุณคร้าบ" หลังงานจบลงด้วยความประทับใจ โดยแฟนคลับทุกที่นั่งของ เอไอเอส พรีเซ็นต์ 2016 เดอะ เบส ออฟ มี, จูวอน มาเหอะ อยากเจอ ( AIS PRESENTS 2016 THE BEST OF ME, JOO WON มาเหอะ อยากเจอ) ยังมีโอกาสได้สัมผัสมือนุ่มๆ แถมบางส่วนได้ของที่ระลึกและได้ถ่ายภาพร่วมกับจูวอนด้วย... ถ้าจะน่ารัก อบอุ่น ใจดีแบบนี้ ดูท่าคงจะมีเสียงอ้อนให้รีบกลับมาหาสาวไทยไวๆ อีกแน่นอน! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

จับเข่าคุยกับ 5 เด็กแสบแห่ง
ชยณัฐ แจ่มใส /  ปุณณดา วอสเบียน / 

จับเข่าคุยกับ 5 เด็กแสบแห่ง "โรงเรียนผี" งานนี้ใครไม่หลอนให้มันรู้ไป เป็นอีกหนึ่งควันหลงทิ้งทวนเทสกาลฮาโลวีนประจำปีนี้ สำหรับภาพยนตร์ โรงเรียนผี ภาพยนตร์สุดหลอนที่หยิบยกเรื่องราวลี้ลับในรั้วโรงเรียนมาถ่ายทอด โดยในวันนี้เราได้พาตัวแก๊งเด็กแสบทั้งห้าซึ่งเป็นกลุ่มตัวละครหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้มาบอกเล่าเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ บทบาท-คาแรคเตอร์ ริว : ผมรับบทเป็น ดอน ก็อยู่ในแก๊งเด็ก 5 คน ผมจะเป็นคนที่เงียบที่สุด แล้วก็จะโดนอีก 4 คนข่มอยู่เสมอครับ ในแก๊งนี้ก็จะมีทั้งหมด 5 คน จะมีหัวหน้าแก๊งชื่อ เอ๋ และลูกน้องอย่าง เด่น สมุนมือขวาของพี่เอ๋ เอ้อ เด็กเล็กสุดในกลุ่มแต่ก็กวนแสบที่สุดเช่นกัน และ ป๊อป เป็นผู้หญิงคนเดียวในแก๊ง ออกแนวห้าว ๆ แสบไม่แพ้ใครครับ อาไท : ผมเล่นเป็น เอ๋ ครับ เป็นหัวโจกของแก๊งนี้ เป็นเด็กชั้นม.3 ที่ตกซ้ำชั้น เรียนตก ๆ ๆ อยู่อย่างงี้อยู่หลายปี ด้วยความเป็นรุ่นพี่ไงก็เลยชอบโชว์พาว เป็นคนชอบท้าทายผีสาง จะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เอ๋จะรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนนี้ที่ไม่ควรรู้แต่เค้ารู้ ตัวละครตัวนี้ก็เหมือนผมตรงที่กวน ๆ มั้งครับ แต่ผมเรียนไม่ตกซ้ำชั้นนะครับ ไม่เหมือนเอ๋ ผมเรียนเก่งครับ ออสการ์ : ผมรับบทเป็น เอ้อ เป็นลูกน้องพี่เอ๋ครับก็ออกแนวกวน ๆ แล้วก็ซ่า ๆ กวนพี่เอ๋เวลาพูดอะไร เราก็ชอบแทรกเข้าไป กวนเข้าไป ถึงจะเป็นน้องเล็กสุดก็ไม่กลัวครับ นิสัยก็คล้าย ๆ กันครับ ทั้งความกวน ความซน จะว่าไปก็เหมือนกันเป๊ะเลยฮะ สุชาติ : สวัสดีค่ะ ญาญ่าเล่นหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ก็เป็นนางเอกค่ะชื่อ เด่น นางเอกก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก ก็มันสวยค่ะ มั่นหน้าเนาะ คาแรคเตอร์ช่วงแรก ๆ ก็จะไม่เปิดเผย จะแอ๊บแมน แล้วก็เป็นคนฮา ๆ มีความมั่นใจสูงมาก สวยมาก ก็กลัวผีด้วย แต่ก็ชอบอ่อยด้วย เพราะในแก๊งมีคนหล่อคนหนึ่งชื่อ ดอน หล่อมาก หล่อที่สุด เขินเลยค่ะ นีโม : เรื่องนี้นีโมรับบทเป็น ป๊อป ค่ะ จะเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มนี้ จะเป็นคนห้าว ๆ เลยอยู่กับแก๊งเด็กผู้ชายแก๊งนี้ได้ ตัวป๊อปก็จะเหมือนนีโมเหมือนกันนะคะ ก็จะออกห้าว ๆ เหมือนกัน แตกต่างจากหนังเรื่องที่ผ่าน ๆ มายังไงบ้าง อาไท : คือเรื่องอื่น ๆ ก็จะเป็นตลกอย่างเดียว แต่เรื่องนี้เราต้องมาเป็นตัวนำเรื่อง เราต้องมาเล่าเรื่องผีเพื่อโยงไปคนนั้นคนนี้ แถมยังต้องไปเจอผีเองด้วยครับ ริว : เรื่องนี้จะเป็นแนวผีหลอน ๆ ครับ ตัวผมเองยังไม่เคยเล่นหนังผีมาก่อนครับ นี่ก็เป็นเรื่องแรก จะมีบางทีที่ถ่ายตอนกลางคืนก็จะมีเสียวบ้างครับ และก็มีบางมุมที่ตลกอาไทครับ นีโม : เรื่องที่ผ่าน ๆ มาก็จะเล่นเป็นนางเอกตอนเด็ก ๆ แต่เรื่องนี้ก็มาเล่นเป็นตัวเราเอง และเรื่องนี้ก็เป็นหนังผีเต็มตัวเรื่องแรกด้วยค่ะ สุชาติ : ส่วนหนูกับออสการ์ก็ได้เล่นหนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกค่ะ ก็ตื่นเต้นและดีใจที่สุดเลย ในเรื่องนี้พี่เค้าก็บอกให้เป็นตัวเราเองเลย เป็นคนเฮฮา ชอบแอ๊บแต่ก็แอ๊บไม่อยู่ อย่าเดินตูดบิดนะ แต่หนูก็เดินตูดบิดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เข้าฉากวันแรกก็ตื่นเต้น จำบทไม่ค่อยได้ ตื่นเต้นมาก คือทำอะไรไม่ได้เลยอ่ะ เป็นครั้งแรกก็ตื่นเต้นอ่ะค่ะ ออสการ์ : หนูผ่านงานแสดงมาบ้างแล้ว แต่เพิ่งเล่นหนังเรื่องแรก ก็สนุกครับ เราต้องเล่นให้คนดูเค้าเชื่อจริง ๆ ยิ่งเป็นหนังผีด้วยยิ่งยาก ต้องโดนเลือดสาด ต้องโดนผีหลอก ต้องน่ากลัวจริง ๆ ครับ เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับ “ผีโรงเรียน” บ้างมั้ย เล่าให้ฟังหน่อย (โรงเรียนของแต่ละคน) ออสการ์ : เคยครับ เรื่องนี้ได้มาจากภารโรงเก่าแก่ของที่โรงเรียนหนู แต่ตอนนี้เค้าออกแล้วเพราะเค้ากลัวมาก ก่อนที่เค้าจะออก มีเรื่องแปลกๆ หลายอย่าง คือโรงเรียนหนูมันใกล้กับวัดอ่างทอง โรงเรียนหนูเป็นเขตของวัด ซึ่งตอนนั้นเค้าเอาไว้ฝังศพกัน แรก ๆ ก็ยังไม่ค่อยมีคนมาสมัครกัน แล้วตรงสนามเด็กเล่นตอนนั้นเป็นต้นกล้วย น่ากลัวมาก ถ้าใครไปตอนกลางคืนต้องสะพรึงมาก พอสร้างเป็นโรงเรียนแล้ว เมื่อก่อนก็เคยมีครูผูกคอตายในห้องน้ำ แล้วภารโรงก็มาเล่าให้ฟังว่า เค้าอาฆาตแค้น แล้วก็วนเวียนอยู่ในห้องน้ำนั้น พออยู่ไปนาน ๆ ก็รู้สึกว่ามีใครมาคอยดูว่าห้องเราเป็นยังไง ก็ด้วยความอยากรู้ก็เลยเอาเก้าอี้ขึ้นไปส่องดู ก็เห็นเลยจ้า เชือกห้อยแกว่งไปมา แล้วตอนหนูฉี่ตรงที่ฉี่ พอมองลงไปในน้ำ ก็เห็นเงาผู้ชายจ้องขึ้นมาเลย อันนี้หนูเจอจริง ๆ ริว : ก็เคยมีคนเล่าให้ฟังเรื่อง ผีห้องดนตรีไทย ก็เหมือนเค้าอยู่ดึก แล้วเค้าก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากห้องดนตรีไทย บางคนก็บอกเห็นเงาลางๆ ก็เลยเกิดความกลัวขึ้น ไม่ค่อยอยากไปห้องดนตรีไทยเท่าไหร่ ผมยังไม่เคยเจอกับตัวเองครับ ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากเจอครับ อาไท : โรงเรียนที่ผมเคยเรียนตอนประถมนะครับ เค้าเล่าว่าเคยมีประวัติ คือเค้าบอกว่าจะมี ห้องนาฏศิลป์ คือตอนเย็น ๆ เวลานักเรียนกลับบ้านหมด คนเดินผ่านเค้าจะได้ยินเสียงระนาดหรือขิมกำลังบรรเลงกันอยู่ แต่ว่าไม่มีใคร เค้าก็เล่ากันมาครับ วันนั้นผมเดินผ่านก็ได้ยินเสียงเหมือนกัน เปิดไปดูก็เจอเลยครับ...ภารโรงนั่งเล่นอยู่ นีโม : ของหนูเคยได้ยินตอนประถม เท่าที่จำได้ก็คือเป็น ผีพี่ฟ้า นะคะ เหมือนพี่ฟ้าเค้าไปซ้อมดนตรีอยู่ที่ห้องดนตรีไทย แล้วเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ทำให้ตาย แล้วพอโตขึ้นก็มีเล่ามาอีกฝั่งหนึ่งว่าพี่เค้ากระโดดตึกตาย ก็ไม่รู้ว่ายังไงพอเข้าไปเค้าก็พูดกันแล้ว จำไม่ได้ว่าได้ยินมาจากใคร น่าจะจากเพื่อนมั้งคะ สุชาติ : ก็จะมีนักศึกษาประสบอุบัติเหตุหน้าวิทยาลัย เค้าก็เล่ากันว่า ตายแล้วยังเดินมาเรียน หนูก็จริงเหรอ ก็ไม่รู้อ่ะ แต่เพื่อนเค้าก็เชื่อกันนะ ตอนโรงเรียนเก่า เค้าก็บอกว่าเป็นที่ของป่าช้า หนูก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพื่อน ๆ ก็จะมาเล่าให้ฟัง แต่หนูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ผีเคยเจอมั้ย ไม่เคยเจอนะ นอกจากเจอตัวเองในกระจกประมาณนั้นค่ะ เรื่องราวของ “โรงเรียนผี” เป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย ริว : ผมเป็นคนเงียบ ๆ ก็จะไม่ค่อยมีเพื่อน แล้ว 4 คนนี้ก็ชวนผมไปเข้าแก๊งด้วย วันนั้นเป็นวันปฐมนิเทศ เค้าก็ชวนผมไปในห้องไปเล่าเรื่องผี เพื่อความสนุกสนาน แต่ละคนก็เล่าเรื่องผีที่แตกต่างกันจนมันไม่จบไม่สิ้น จนกระทั่งมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เอาเป็นว่าไปดูกันในโรงดีกว่าครับ อาไท : คือมันจะเป็นเรื่องของเด็กกลุ่มหนึ่งที่หนีการปฐมนิเทศมาหาอะไรทำสนุก ๆ โดยมีผมเป็นหัวโจกแล้วก็มีลูกน้อง 4 คนมาร่วมด้วย ก็เลยมาเล่าเรื่องผีกันตามประสบการณ์ของตัวเอง ก็ขุดเรื่องผีมาเล่ากันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น อยากรู้ต้องไปดูกันเองครับ คิดว่าในโรงเรียนใครจะเสี่ยงเจอผีมากที่สุด อาไท : ผมว่าตัดยามออกก่อนเลย ไม่เจอหรอก เพราะยามหลับ อันนี้หยอกเล่น คนที่น่าจะเจอผีมากที่สุด น่าจะเป็นภารโรงครับ เพราะโรงเรียนผมเนี่ย ภารโรงเค้าจะอยู่กินนอนที่โรงเรียนเลย พอตอนดึกเค้าก็มาเดินตรวจตราเช็กอะไรต่าง ๆ ผมว่าเค้ามีเปอร์เซ็นต์เจอผีมากที่สุด อย่างครูพอเสร็จงานเค้าก็กลับบ้าน ยามก็อยู่ในป้อม แต่ภารโรงเค้าจะเดินตรวจทุกชั้น ผมว่าเค้ามีเปอร์เซ็นต์โดนมากที่สุด ริว : ผมคิดว่าภารโรง, แม่บ้าน และก็ยามครับ เพราะเป็นสามบุคคลที่อยู่ดึกสุดครับ ก็อาจจะเจอมากที่สุดครับ เหมือนเค้ามีหน้าที่ดูแลโรงเรียนทุกซอกทุกมุม ต้องอยู่ดึก ก็เลยมีสิทธิ์เจอบ่อย ออสการ์ : ยามโรงเรียนผมก็จะอยู่ที่ป้อมตรงสนามเด็กเล่นอย่างเดียว แต่ก็มีโอกาสเจอมั่งแหละ ถ้าครูนี่บางทีเค้าก็จะกลับก่อนนักเรียน เค้าก็มีโอกาสเจอน้อยมาก 100 % ก็อาจจะเจอซะ 20% ส่วนนักเรียนอย่างพวกหนูก็มีโอกาสเจอแค่ 10 % ที่น่าจะเจอมากที่สุดก็น่าจะเป็นภารโรง เพราะเค้าอยู่ที่โรงเรียนนานที่สุด แต่ภารโรงโรงเรียนหนูเค้าอยู่แค่ถึงเที่ยงคืน พอหกโมงเช้าเค้าก็มา แต่ก่อนกลับเค้าก็ต้องตรวจโน่นนี่ เค้ามีสิทธิ์เจอมากสุดเพราะเค้าอยู่ดึกกว่าทุกคน เป็นคนกลัวผีมั้ย ริว : ก็กลัวครับ แต่ที่ถ่าย ๆ มาก็ยังไม่เจอนะครับ ก็ไม่อยากเจอด้วย ออสการ์ : ถ้าไปเป็นแก๊ง 4-5 คนนี่จะไม่กลัวอะไรเลย ยกเว้นไปวัด แต่ถ้าไปคนเดียวกลางคืนในที่มืดๆ นี่จะไม่กล้าครับ กลัวครับ นีโม : ก็กลัวผีอยู่นะคะ กลัวแต่ชอบดูอะไรผี ๆ ค่ะ ถ้าวันหนึ่ง เราดันเจอผีที่โรงเรียน จะทำยังไง อาไท : โห ! ตอบยาก ผมไม่เคยเจอ อันดับแรกคงต้องยืนวิเคราะห์ก่อน ไม่ใช่ ! คงไม่บ้าบอขนาดนั้น ก็คงตามประสา คงจะกลัวแล้วก็วิ่งหนีครับ แต่ผมว่าคนเราเวลาเจอผี ไม่ใช่เจอแล้ววิ่งเลยนะ ผมว่าทุกคนเวลาเจอผี เค้าต้องยืนสตั๊นซะ 3 วิ แล้วค่อยวิ่งหนีไป ริว : ถ้าเจอผีในโรงเรียนจะทำยังไงเหรอครับ ก็วิ่งหนีเลยครับ ถ้ามีเพื่อนมาด้วยผมว่าก็ไม่มีใครรอใครแล้วครับวิ่งไปก่อนเลย ไม่รอแน่ ๆ เราเป็นคนมีเซ้นส์ผีหรืออะไรพวกนี้มั้ย ออสการ์ : หนูไม่ได้เห็นไง แต่รู้อ่ะ รู้ว่าเค้ากำลังมองเราอยู่ เค้ากำลังทำอะไรอยู่ มีความรู้สึกได้ว่าเค้ามาหาอะไรอย่างงี้ . เคยเจอเหตุการณ์ลึกลับประหลาด ๆ ผี ๆ ในกองถ่ายมั้ย อาไท : ก็มีนะฮะ คือวันนั้นผมต้องถ่ายฉากที่เล่าเรื่องผีอยู่ตลอดทั้งวัน แล้วรู้สึกว่าอยู่ดี ๆ ก็ปวดไหล่สองข้าง ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้สะพายกระเป๋าอะไรเลยนะ ผมก็เอาแล้ว ถ้าเป็นคนที่มีเซ้นส์เค้าคงเห็นอะไรอยู่บนบ่าผมอ่ะ ก็นั่งปวดซักพักนึง สุดท้ายก็ไปไหว้ขอขมาเจ้าที่ที่โรงเรียนที่ถ่าย พอไหว้เสร็จอาการก็ดีขึ้นเลย ก็อาจจะเป็นเพราะเรามาทำมาพูดอะไรที่ไม่ให้เกียรติสถานที่อะไรอย่างนี้ก็ได้มั้งครับ ออสการ์ : เคยมีแต่เรื่องหลอกเด็กว่า ระวังนะมาถ่ายที่โรงเรียนนี้ แต่หนูก็ยังไม่เจออะไร ถ้ายังไม่ได้เจอด้วยตัวเอง หนูก็ยังไม่เชื่อ นีโม : ก็มีพี่ ๆ ทีมงานเคยเล่าให้ฟังค่ะ เหมือนมีฉากหนึ่งที่ถ่ายกันตรงบันได แล้วเหมือนเค้าถ่ายติดใครมาก็ไม่รู้ ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะใช่ทีมงาน ก็ลองไปดูนะคะว่ามันจะอยู่ในหนังรึเปล่า บรรยากาศกลางคืนตอนที่ถ่ายหนังในโรงเรียนนี้เป็นยังไง อาไท : โหย น่ากลัวมากครับ ตอนนั้นผมถ่ายอยู่ฝั่งโน้น แล้วมองข้ามมาอีกฝั่งของชั้นเดียวกัน มันมืดแบบจ้างผมเดินผมก็ไม่เอาอ่ะ นีโม : ถ่ายตอนกลางคืนที่นี่ก็น่ากลัว เพราะมันไม่ใช่สถานที่ที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว แล้วรอบ ๆ โรงเรียนมันก็มีต้นไม้ล้อมรอบเยอะแยะ และด้วยตัวตึกโรงเรียนมันก็น่ากลัวอยู่แล้ว แล้วยิ่งตอนกลางคืนก็ยิ่งน่ากลัวใหญ่เลยค่ะ ในแก๊งเรา 5 คนนี้ อยากให้ใครเจอผีมากที่สุด ริว : ที่อยากให้เจอผีมากที่สุดก็คงเป็น สุชาติ แคปเจอร์ นี่แหละครับ เพราะอยากรู้ว่าถ้าเจอผีแล้วจะเป็นยังไง สุชาติจะกลัวผี หรือผีจะกลัวสุชาติครับ แต่สุชาติต้องกรี๊ดลั่นแน่ ๆ ครับ อาไท : โอ้โห ! สุชาติ แคปเจอร์ นี่ตัดออกก่อนเพราะผีกลัวเค้า หันมาช็อกกันเอง ผมว่าคนที่ผมอยากให้เจอนะก็คือ ออสการ์ มันกวนผมมาก มันกวนประสาทคนทั้งกอง คนที่อยากให้เจออีกคนก็คือ ริว เพราะริวเป็นคนหน้านิ่งมาก อยากจะรู้ว่าเวลาเจอผีหน้ามันจะเป็นยังไง ออสการ์ : อยากให้เป็น พี่สุชาติ แคปเจอร์ เพราะพอเวลาผีเจอพี่เค้า ผีจะตกใจก่อน แล้วก็จะหนีไป ส่วนพี่เค้าก็จะงงว่าพี่หนีเราทำไม ผีก็จะกลัวเค้ามากกว่า สุชาติ : ในแก๊งก็อยากให้ อาไท และ ออสการ์ เจอผีมากที่สุด โดยเฉพาะออสการ์มันแสบมากเลย อยากให้มันเจอผี มันก็อาจจะมอง ๆ แล้วก็วิ่งร้องไห้ไปเลยมั้งคะ นีโม : ก็อยากให้ ออสการ์ หรือ พี่สุชาติ เจอผีเพราะดูลักษณะแล้วก็น่าจะสนุกดี ก็อาจจะกรี๊ด วิ่งหนีอะไรประมาณนั้นมั้งคะ การร่วมงานกับผู้กำกับ ริว : พี่เปิ้ลก็เป็นผู้กำกับที่ใจดีครับ ยังไม่เคยดุเลย ก็โอเคครับ อาไท : ดีมากครับ พี่เปิ้ลเค้าก็คอยบอกอะไรที่ผมยังทำแล้วไม่ค่อยดี เค้าก็จะบอก ดีครับ ออสการ์ : ใจดีครับ หนูเป็นคนที่สั่งได้ สั่งได้เลย เค้าก็จะเอนเตอร์เทนเรา ซึ่งหนูชอบผู้กำกับแบบนี้มากกว่า สุชาติ : พี่เปิ้ลก็เป็นผู้กำกับที่ใจดี มีความเป็นกันเอง พอหนูผิดพลาด ก็บอกให้ปรับตรงนั้นตรงนี้หน่อยนะ ไม่ดุค่ะ พี่เค้าก็ให้กำลังใจ นีโม : การร่วมงานกับพี่เปิ้ลก็ดีค่ะ ก็ไม่มีอะไรแย่ พี่เปิ้ลเป็นคนใจดี เวลากำกับตรงไหนที่เรายังเล่นไม่ดี ก็จะมาบอกมาสอนว่าควรจะปรับปรุงตรงไหนค่ะ ความน่าสนใจหรือความโดดเด่นโดยรวมของหนังผีเรื่องนี้ ริว : ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ก็คือการเล่าเรื่องผี บางคนอาจจะชอบฟังแม้เค้าจะไม่มีประสบการณ์ในการเจอ แต่เค้าอาจจะเคยฟังมาบ้าง ทุกโรงเรียนต้องมีเรื่องเล่าต่างๆ อยู่แล้ว ก็อยากให้ทุกคนมาลองดู ผมคิดว่าทุกคนอาจจะเคยได้ฟัง ได้เล่าเรื่อง หรือได้พบเจอกับตัวเอง โรงเรียนผี ก็จะถ่ายทอดความรู้สึกตรงนั้นมา ก็คอยติดตามนะครับว่า โรงเรียนผี เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน อาไท : ผมว่าโรงเรียนทุกคนต้องมีเรื่องผีที่เล่าต่อกันมาแน่นอน เรื่องนี้ก็จะถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมที่ทุกคนเคยผ่านมา ก็มาดูว่าเรื่องผีของ โรงเรียนผี เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน เป็นหนังที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี สตรีดูแล้วสวย คนป่วยดูแล้วหายแน่นอนครับ ออสการ์ : คือว่าหนังมันมีเรื่องสยองขวัญ เรื่องที่ทุกคนเล่ามันน่ากลัว ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ทุกเคยได้ยินได้ฟังมา เค้าก็จะเอามาเล่าให้ฟัง ให้เป็นภาพเลยว่าเป็นอย่างงี้ ๆ นะ มาดูกันครับว่าโรงเรียนเรานี่จะมีสิ่งที่น่ากลัวลึกลับขนาดไหนและจะน่ากลัวกว่าเรื่องที่คุณเคยได้ยินมาหรือเปล่า สุชาติ : เพราะว่าหลายโรงเรียนมันก็ต้องมีเรื่องเล่ากันแหละเนาะ คนที่ชอบเล่าเรื่องผีก็ต้องดู เหมือนมันเป็นการแชร์ประสบการณ์จริง ต้องมาดูนะ หนังเรื่องนี้น่ากลัวมากจริง ๆ มาดูกันว่า โรงเรียนผี นี้จะน่ากลัวขนาดไหน นีโม : เรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเล่าเรื่องผีต่าง ๆ ของโรงเรียน ก็อยากให้มาดูกันค่ะว่า มันจะน่ากลัวกว่าที่เคยได้ยินมาหรือเปล่า นอกจากพวกหนู 5 คนแล้วก็จะมีพี่ ๆ นักแสดงอีกทั้งพี่แม็กกี้, พี่โจอี้, พี่หม่ำ, พี่เท่ง, พี่โก๊ะตี๋ ในเรื่องนี้ทุกคนก็จะได้เห็นมุมความกลัวของพี่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยค่ะ ก็ฝากเรื่อง โรงเรียนผี ไว้ด้วยนะคะ สำหรับใครที่ชอบเล่าเรื่องผี ชอบฟังเรื่องผี ชอบอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องผี ก็มาติดตามดูกันนะคะ โรงเรียนผี หลอนทุกคาบ หลอกทุกโรง 3 พ.ย.นี้ค่ะ

แล้วทีมไหนล่ะ? ผีแดง ร่วงอันดับหนึ่งสโมสรที่คนเกลียดมากสุดในลีกผู้ดี
ปีศาจแดง /  ผีแดง / 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีอันต้องร่วงจากอันดับหนึ่ง สโมสรที่มีคนเกลียดมากที่สุดใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ซะแล้ว จากการสำรวจล่าสุดของสื่อผู้ดี ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2016/17 ทีมที่ก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์โพลล์สำรวจอันไม่พึ่งประสงค์นี้คือ เชลซี ที่ถีบทีมปีศาจแดงร่วงลงไปเป็นอันดับที่ 2 ซึ่งคาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากความสำเร็จในระยะหลัง ที่ทำให้แฟนบอลสิงโตน้ำเงินครามไปโม้ข่มทีมอื่นเอาไว้เยอะ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ตามมาติดๆ เป็นอันดับที่ 3 ต่อด้วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล ตามลำดับ ขณะที่ทีมซึ่งคนเกลียดน้อยที่สุดก็คือ บอร์นมัธ ที่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรกับใครอยู่แล้ว ตามมาด้วย เลสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลก่อนไปแบบสุดประทับใจ โดยไม่ได้สร้างความโกรธเคืองให้กับแฟนบอลทีมอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย สำหรับผลสำรวจสโมสรที่คนเกลียดที่สุดในลีกผู้ดี จากการสอบถามแฟนบอลเกือบ 10,000 คน มีดังต่อไปนี้ 1. เชลซี 2. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3. ลิเวอร์พูล 4. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5. อาร์เซน่อล 6. ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 7. สโต๊ค ซิตี้ 8. เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 9. ซันเดอร์แลนด์ 10. เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน 11. คริสตัล พาเลซ 12. เอฟเวอร์ตัน 13. ฮัลล์ ซิตี้ 14. มิดเดิ้ลสโบรช์ 15. สวอนซี ซิตี้ 16. เซาแธมป์ตัน 17. วัตฟอร์ด 18. เบิร์นลี่ย์ 19. เลสเตอร์ ซิตี้ 20. บอร์นมัธ

Healthy trick ก่อน ตรวจสุขภาพ
ตรวจสุขภาพ /  นอนไม่หลับ / 

    หากใกล้ถึงเวลา ตรวจสุขภาพ ประจำปี คนที่สุขภาพไม่ค่อยจะดีคงรู้สึกหวั่น ๆ กับการตรวจไม่น้อย จนพาลคิดว่าอาจเป็นโรคนั้นโรคนี้แล้วแต่จิตนาการจะพร่ำเพ้อจนนอนหลับไม่สนิท "กินดี" ศุกร์นี้ขอพักเมนูอาหารน่าหม่ำไว้ชั่วคราว เพื่อแนะนำผลหมากรากไม้ ที่ช่วยบำรุง (จิตใจ) ให้ข่มตา หลับสนิท เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายไว้ เจาะเลือด ในวันรุ่งขึ้น ดังนี้     กล้วย ผลไม้ที่เป็นแหล่งสะสมของแมกนีเซียม มีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายตัว อีกทั้งในกล้วยมีฤทธิ์ลดการหลั่งสารซีโรโทนินหรือฮอร์โมนควบคุมการนอนหลับ ทำให้ร่างกายถูกกระตุ้นน้อยลง     ชาคาโมไมล์ ใช้ดื่มก่อนนอน ช่วยลดอาการกระสับกระส่ายหรือตื้นเต้นจากอาการหวาดกลัว     นมอุ่น ๆ ผสมน้ำผึ้งหยดเดียว จะช่วยให้สมองลดการหลั่งโอเรซิน หรือสารสื่อประสาทตื่นตัว ให้ตื่นตัวน้อยลง     มันฝรั่งปริมาณน้อย ย้ำ! ปริมาณน้อย เพราะจะไม่รบกวนกระเพาะอาหารมาก แต่จะช่วยลดกรดที่จะรบกวนการหาว ซึ่งกระตุ้นการหลั่งทริปโตแฟน หรือกรดอะมิโนธรรมชาติ มีมากในอาหารโปรตีน สมองเปลี่ยนทริปโตแฟนเป็นฮอร์โมนซีโรโทนินซึ่งช่วยควบคุมการนอนหลับอีกที ทานกับนมอุ่น ๆ สักแก้ว เวิร์กสุด ๆ     ข้าวโอ๊ตและอัลมอนด์ อุดมไปด้วยสารที่ช่วยให้นอนหลับสบาย การทานซีเรียลผสมอัลมอนด์ชามเล็ก ๆ ราด้วยน้ำเชื่อมเมเปิล จะทำให้หลับสบาย     ขนมปังธัญพืช ทานกับน้ำชาผสมน้ำผึ้งหยดเดียว มีฤทธิ์กระตุ้นสารหลั่งอินสุลิน ช่วยให้ทริปโตแฟนเข้าสู่สมองได้ดีขึ้น เห็นไหม หลับฝันดีได้ โดยไม่ต้องพึ่งยานอนหลับ แต่อย่าลืมนะว่า ก่อน ตรวจสุขภาพ ห้ามทานยาทุกชนิดจ้า ขอให้สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้านะคะ    

พรีวิว: ปีศาจแดงกำลังคึก จัดชุดเดิมเยือนฮัลล์ที่เปิดฤดูกาลสวย พรีเมียร์ ลีก
ปีศาจแดง /  พรีวิว / 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังเล่นกันด้วยความมั่นใจ มีโปรแกรมลงเตะ พรีเมียร์ ลีก คู่ดึกของวันเสาร์ที่ 27 ส.ค. นี้ โดยจะออกไปเยือน ฮัลล์ ซิตี้ ทีมน้องใหม่ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรูในช่วงต้นฤดูกาล เรามาดูความพร้อมของทั้งคู่ก่อนเกมกันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559 ฮัลล์ ซิตี้ - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เวลา: 23.30 น. สนาม: เคคอม สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1 ฮัลล์ ซิตี้ เกมนี้ผู้จัดการทีมชั่วคราวอย่าง ไมค์ ฟีแลน ยังน่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากทั้ง 2 เกมแรกในลีกที่ทำผลงานได้ดี โดยเก็บชัยได้ 2 นัดรวด โดยจะได้ตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาคือกองหลัง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่ฟิตกลับมาพร้อมลงสนามแล้ว หลังจากได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้ามาก่อนหน้านั้น โดยในแดนหน้าจะใช้ อาเบล เอร์นานเดซ ศูนย์หน้าทีมชาติอุรุกวัยคอยล่าตาข่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมปีศาจแดงของ โชเซ่ มูรินโญ่ เองก็มีโอกาสสูงเช่นกันที่จะจัดทีมชุดเดิมจากสุดสัปดาห์ก่อน ซึ่งโชว์ฟอร์มสวยเปิดบ้านเอาชนะ เซาแธมป์ตัน 2-0 โดยจะได้ตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาเช่นกันคือ เจสซี่ ลินการ์ด ที่หายจากอาการบาดเจ็บช่วง คอมมิวนิตี้ ชีลด์ โดยในแนวรุกจะมีศูนย์หน้าฟอร์มร้อนแรงอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พร้อมใส่สกอร์ เฮดทูเฮด สถิติการพบกันในช่วงหลังถือว่าทีมปีศาจแดงข่มมิด เนื่องจาก 11 เกมหลังสุดรวมทุกรายการ สามารถคว้าชัยได้ถึง 10 เกม และอีกครั้งจบลงด้วยผลเสมอ โดยครั้งสุดท้ายที่ เดอะ ไทเกอร์ส สามารถเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ก็ต้องย้อนกลับไปถึงปี 1974 เลยทีเดียว ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ฮัลล์ ซิตี้: เอลดิน ยาคูโปวิช; เคอร์ติส เดวี่ส์, เจค ลิเวอร์มอร์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, อาเหม็ด เอลโมฮามาดี้; ทอม ฮัดเดิลสตัน, แซม คลูคัส, เดวิด เมย์เลอร์; อาดาม่า ดิโอมานเด้, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, อาเบล เอร์นานเดซ แมนฯ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา; ดาลี่ย์ บลินด์, เอริก ไบญี่, ลุค ชอว์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย; ปอล ป็อกบา, มารูยาน เฟลไลนี่; อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, ฆวน มาต้า, เวย์น รูนี่ย์; ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รูปเกมที่คาด ฮัลล์ ซิตี้ อาจจะกำลังมั่นใจหลังคว้าชัยชนะมาได้ติดๆ กัน แต่ก็อย่าลืมว่าทีมเยือนอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็กำลังคึกสุดขีดเช่นกัน หลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีมาตลอด แถมนักเตะใหม่ก็เริ่มเล่นได้เข้าขากันคนอื่นๆ แล้วด้วย เกมนี้ขึ้นอยู่ที่ว่า มูรินโญ่ จะเน้นกับผลการแข่งขันมากขนาดไหนเท่านั้นเอง แต่เชื่อได้ว่ารูปเกมจะเป็นทีมปีศาจแดงที่ทำได้ดีกว่า และน่าจะคว้า 3 คะแนนเต็มกลับบ้านไปได้ไม่ยากเย็นนัก ฟันธง ฮัลล์ ซิตี้ แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-2