ข่มขื่น

ได้เกิดกันก็คราวนี้! จัดอันดับ 10 แข้ง สร้างชื่อกระหึ่มกับทีมชาติในศึก ยูโร 2016
กรีซมันน์ /  กุนนาร์สัน / 

เป็นปกติสำหรับทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ ซึ่งจะต้องมีนักเตะที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักแจ้งเกิดขึ้นมาได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ยูโร 2016 ครั้งนี้ก็เช่นกัน บางคนก็เป็นที่รู้จักมานานแล้ว บางคนก็ยังสดใหม่ไร้ชื่อเสียง ทุกคนล้วนทำให้ตัวเองได้กลายเป็น พาดหัวข่าว ขึ้นมาได้สำเร็จตลอดระยะเวลาเกือบเดือนที่ผ่านมา แล้วทั้ง 10 คนที่เราว่ามานี้จะมีใครกันบ้างล่ะ? เรามาไล่เรียงกันเลย... กาบอร์ คิราลี่ (ฮังการี) ด้วยวัย 40 ปีแล้ว จะบอกว่าแจ้งเกิดก็คงไม่เต็มปาก แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่แจ้งตายแน่นอนสำหรับเขาใน ยูโร 2016 ด้วยการทำลายสถิติผู้เล่นอายุมากสุดที่ลงสนามในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปของ โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานชาว เยอรมัน ลงได้ โดยหน้าประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเม้นท์ได้ลงบันทึกไว้ที่อายุ 40 ปี 87 วัน นอกจากนี้แล้ว เขาก็ยังมีกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ อย่างกางเกงวอร์มสีเทาให้เป็นที่พูดถึงอีกต่างหาก เอแดร์ (อิตาลี) กองหน้าเชื้อสาย บราซิล เริ่มต้นรับใช้ทัพอัซซูรี่เมื่อต้นปี 2015 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร เนื่องจากเจ้าตัวไม่ใช่ชาวอิตาเลียนโดยแท้ อย่างไรก็ตาม นักเตะวัย 29 ปี ก็ตอบแทนความไว้วางใจจาก อันโตนิโอ คอนเต้ ที่หนีบเขามาทำศึก ยูโร 2016 ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นในแนวรุก โดยเฉพาะในรอบแบ่งกลุ่มที่เขาซัดประตูชัยท้ายเกมช่วยให้ อิตาลี เอาชนะ สวีเดน ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่ม บาลาซ ซุดซัก (ฮังการี) มิดฟิลด์ชื่ออ่านยากวัย 29 ปี รับใช้ทีมชาติ ฮังการี มาตั้งแต่ปี 2007 แล้ว แต่เขาก็มาสร้างชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วโลกได้อย่างแท้จริงใน ยูโร 2016 ครั้งนี้ ด้วยผลงานอันโดดเด่นทุกเกมในรอบแบ่งกลุ่ม โดยมาพีคสุดๆ เอาในนัดที่เสมอ โปรตุเกส 3-3 ซึ่งเจ้าตัวยิงไปคนเดียว 2 ลูก ทำให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่มได้อย่างเหนือความคาดหมาย ซามูเอล อุมติตี้ (ฝรั่งเศส) ในวันที่เซ็นเตอร์แบ็คตัวจริงอย่าง อดิล รามี่ ติดโทษแบน กองหลังดาวรุ่งวัย 22 ปี ก็ได้โอกาสประเดิมสนามในนามทีมชาติ ตลอดเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่พบกับ ไอซ์แลนด์ เขาคุมแนวรับได้อย่างเหนียวแน่น และด้วยฟอร์มอันโดดเด่นก็ทำให้ ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ ยังไว้ใจส่งเขาเป็น 11 ตัวจริงอีกในรอบรองชนะเลิศที่พบกับ เยอรมัน ซึ่งหลังจากนี้ดูแล้วก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่นักเตะใหม่ถอดด้ามของ บาร์เซโลน่า รายนี้จะได้ลงสนามอีกในนัดชิงชนะเลิศ โจชัว คิมมิช (เยอรมัน) ในศึก ยูโร 2016 ครั้งนี้ ดาวรุ่งวัย 21 ปี จาก บาเยิร์น มิวนิค ถูกใช้งานเป็นแบ็คขวาและวิงแบ็คฝั่งขวา ตามแต่ระบบการเล่นที่เลือกใช้ในแต่ละเกม ซึ่งไม่ว่าจะลงเล่นตำแหน่งไหนก็ถือว่าเจ้าตัวทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าชั่วโมงบินในระดับทีมชาติยังถือว่ามีน้อยมากก็ตาม เรียกได้ว่าทัพอินทรีเหล็กน่าจะได้ตัวทดแทนตำแหน่งของ ฟิลิปป์ ลาห์ม ในระยะยาวแล้ว เรนาโต้ ซานเชส (โปรตุเกส) แฟนบอลทั่วโลกมาเริ่มรู้จักชื่อของมิดฟิลด์วัย 18 ปีรายนี้แบบจริงๆ จังๆ ก็ตอนที่ บาเยิร์น มิวนิค เซ็นสัญญาเขาไปร่วมทีมก่อนศึก ยูโร 2016 ซึ่งในทัวร์นาเม้นท์นี้เจ้าตัวก็ได้ถือโอกาสตอบคำถามให้กับใครก็ตามที่สงสัยในฝีเท้าของเขา ด้วยฟอร์มการเล่นที่พึ่งพาได้ และมาโดดเด่นเอาแบบสุดๆ ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ โปรตุเกส ดวลจุดโทษเอาชนะ โปแลนด์ ซึ่งเขาทำประตูได้ในเวลาปกติ และซัดจุดโทษในสถานการณ์กดดันเข้าไปอย่างเด็ดขาด อารอน กุนนาร์สัน (ไอซ์แลนด์) เขาอาจจะไม่ใช่ผู้เล่นที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดสำหรับ ไอซ์แลนด์ ชุดสร้างชื่อก้องโลกในศึก ยูโร 2016 ครั้งนี้ แต่เขาคือผู้เล่นที่กล้องจับภาพบ่อยที่สุดในฐานะกัปตันที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคนในทีม แม้แฟนบอลส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับชื่อของเขาอยู่แล้วจากการค้าแข้งกับทีมเล็กๆ ใน อังกฤษ อย่าง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมามิดฟิลด์วัย 27 ปี ก็ได้ข้ามขั้นขึ้นไปอีกระดับ และภาพของเขาที่นำเพื่อนๆ ปรบมือพร้อมส่งเสียง 'ฮู!' ต่อหน้าแฟนบอลก็จะเป็นตำนานให้เล่นขานกันไปอีกนาน ดิมิทรี ปาเยต์ (ฝรั่งเศส) จากนักเตะที่ต้องลุ้นติดทีมชาติ ตอนนี้มิดฟิลด์จาก เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ได้กลายมาเป็นดาวเด่นที่ ฝรั่งเศส ขาดไม่ได้ไปซะแล้ว อันที่จริงคอบอล พรีเมียร์ ลีก น่าจะรู้พิษสงของนักเตะวัย 29 ปีรายนี้กันเป็นอย่างดี แต่ในทัวร์นาเม้นท์ ยูโร 2016 เขาก็ได้ยกระดับตัวเองขึ้นไปอีก ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดูแล้วเพลินตา, ลีลาการทำประตูที่เฉียบคม และฟรีคิกที่แฟนบอลในสนามได้ฮือฮาทุกครั้ง เรียกได้ว่าปี 2016 นี้เป็นปีทองของเขาอย่างแท้จริง น่าสนใจว่าในฤดูกาลหน้า ทีมขุนค้อนจะรั้งตัวเขาไว้อยู่ได้จริงตามข่าวหรือเปล่า แกเร็ธ เบล (เวลส์) แม้ว่าจะมีชื่อเสียงมานานแล้วในระดับสโมสร ทั้งกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และ เรอัล มาดริด แต่ในนามทีมชาตินั้น ต้องบอกว่า ยูโร 2016 ครั้งนี้ ทั้งเขาและ เวลส์ เพิ่งจะได้แจ้งเกิดกันอย่างกระหึ่มโลก ด้วยทีมสปิริตอันแรงกล้า บวกกับความยอดเยี่ยมของตัวรุกฝีเท้าจัดจากทีมราชันชุดขาว ทำให้ทัพมังกรแดงไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ถือว่าได้ตบหน้าเพื่อนร่วมสหราชอาณาจักรอย่าง อังกฤษ ที่มักจะข่มพวกเขามาโดยตลอดไปแบบเต็มๆ อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส) ไม่ปฏิเสธว่าในระดับสโมสร ศูนย์หน้าวัย 25 ปี ได้แจ้งเกิดมาตั้งนานแล้ว แต่ในระดับทีมชาติ ยูโร 2016 ครั้งนี้ ถือว่าเขาสร้างชื่อเปรี้ยงปร้างชนิดที่ว่าเอาใครมาฉุดก็ไม่อยู่แล้วจริงๆ ด้วยจำนวน 6 ประตูที่เขายิงให้ ฝรั่งเศส ก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ ทำให้รางวัลรองเท้าทองคำคงไม่หลุดมือไปไหนแน่ และแม้ว่ามันจะห่างไกลจากสถิติ 9 ประตูที่รุ่นพี่อย่าง มิเชล พลาตินี่ ได้ทำเอาไว้ แต่แค่นี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้วในยุคที่ฟุตบอลเน้นเกมรับกันเป็นส่วนใหญ่ นี่คือการจัดอันดับของเรา แน่นอนว่าอาจไม่ตรงใจกับใครหลายคน ถ้าคุณคิดว่ามีใครที่ตกหล่นไปจากลิสต์นี้ ช่วยบอกให้เราได้รู้ผ่านทางช่องคอมเม้นท์ด้านล่างนี้เลย!

ก้องเกียรติ โขมศิริ /  ขุนพันธ์ / 

"แฟรงค์ ภคชนก์" ร้ายระดับพระกาฬ ด้วยบท "หลวงโอฬาร" ในขุนพันธ์ “พี่โขมเป็นคนที่ใช้ความมืดมาบีบคั้นคนดูเพื่อให้เห็นคุณค่าของแสงสว่าง เขาใช้ความมืดกดดันเพื่อให้คนดูหิวกระหายความสว่าง และเมื่อความสว่างโผล่ออกมาเมื่อไหร่มันจะดื่มด่ำขึ้นมาทันที มันจะโอ้ว มันสว่างแล้ว และนี่คือวิธีการของพี่โขมที่ผมชอบความละเมียดละไมแบบนี้มาก กดดันให้คนหิวความสว่าง กดดันให้คนหิวความสดใส พอมันถึงความสว่างขึ้นมาปุ๊บ อ๋อมันสว่างขึ้นมาจริง ๆ”  แฟรงค์ ภคชนก์ กล่าว หลังจากที่เราได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ กันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อนันดา เอเวอริ่งแฮม (อ่านบทสัมภาษณ์ คลิก) หรือ น้อย วงพรู (อ่านบทสัมภาษณ์ คลิก) คราวนี้ก็ถึงทีของอีกหนึ่งตัวละครสำคัญผู้รับบทบาทเป็น หลวงโอฬาร จอมร้ายกาจ ซึ่งได้แก่ แฟรงค์ ภคชนก์ โวอ่อนศรี ว่าแต่หนุ่มแฟรงค์จะมาพูดอะไรเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้บ้าง ตามไปอ่านกันได้เลยครับ... ครั้งแรกที่ได้รู้จักท่านขุนพันธ์ รู้จักท่านขุนพันธ์ครั้งแรกจากหนังสือพิมพ์ครับ จากรายการทีวี จากหลาย ๆ แหล่งที่ต่างพูดเหมือนกันว่าท่านคือตำรวจที่ดี แล้วก็ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ที่โดนใจมากเลยก็คือเรื่องของการมีอาคม คือคนสมัยก่อน สภาวะแวดล้อมสิ่งต่าง ๆ มันไม่เหมือนสมัยนี้ มันก็จำเป็นที่ต้องมีคาถาอาคม อย่างผมเองมีโอกาสที่ได้ทันคุณทวดของผมซึ่งเป็นคุณยายของคุณพ่อ คุณทวดจะมีสมุดอยู่เล่มหนึ่งซึ่งในนั้นก็จะมีคาถามากมาย อย่างเช่น เวลาที่คุณโดนของร้อนไฟลวกนะคุณก็ต้องเป่าคาถานี้นะ เวลาคุณเดินไปในพงหญ้าคุณกลัวงูคุณก็ต้องท่องคาถานี้นะ พออ่านเรื่องของขุนพันธ์ว่าท่านมีคาถาอาคมก็เลยยิ่งอินเข้าไปใหญ่ เมื่อก่อนมีความศรัทธาทางด้านนี้ เขามีวิชาอย่างนี้อยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าท่านเป็นตัวแทนของคนไทยในยุคนั้น ท่านก็เป็นตำรวจตัวแทนของด้านสว่าง ถ้าในวันวานคนทุกคนมีอาคม คุณจะใช้อาคมของคุณไปในทางไหนล่ะ ท่านมีพลังอาคมอันแก่กล้าแล้ว ท่านใช้ไปในทางที่ดี นี่คือฮีโร่ของยุคนั้นครับผม แล้วพอได้มีโอกาสมาร่วมงานภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ ความรู้สึกที่มีต่อขุนพันธ์เมื่อสัมผัสแรกยิ่งเข้มข้นมากขึ้นด้วยความชื่นชม และประทับใจจากการได้รู้เรื่องราวในส่วนประวัติของท่าน ว่าท่านปราบเสือ ปราบโจรร้ายมาหลายที่ ด้วยพลังของความดี ทราบมาว่าในการที่ได้มีโอกาสเป็น1ในตัวละครสำคัญ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องมีการเตรียมตัวเพื่อรับบทนี้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถึงกับศึกษาบรรยากาศแวดล้อมของยุคสมัยของภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะเลยทีเดียว ผมก็ต้องไปหาว่ายุคนั้น ยุคก่อนสงครามโลกบ้านเมืองมันเป็นอย่างไร ความวุ่นวายมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็มีการอ่านหนังสืออยู่ 3 เล่มครับ (หัวเราะ) เพื่อดูภาพของความเป็นอยู่ตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ จนถึงช่วงเวลาที่ขุนพันธ์มีชีวิตครับ เล่มที่ 2 พูดถึงเรื่องความคิดของชนชั้นปกครองที่เปลี่ยนไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4-รัชกาลที่ 7 ตอนที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง เล่มที่ 3 อ่าน 100 ปีแห่งความโดดเดี่ยว มันเป็นหนังสือที่เป็นเรียกว่าเป็นแนวหรือประเภท Magical realismซึ่งเป็นแนวเดียวกับหนังเหมือนกัน ก็เลยได้คำตอบว่าสังคม ความคิดของคนมันไม่เหมือนตอนนี้ คนไทยยังคิดเรื่องเหตุผลแบบไตรภูมิอยู่ครับ แบบเวียนว่ายเกิดแก่เจ็บตาย ฉันเป็นผู้น้อยเพราะว่าฉันทำบุญมาน้อยในชาติที่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันความคิดแบบใหม่มันกำลังวิ่งเข้ามาในเมืองไทย แบบการศึกษา คิดแบบฝรั่ง ณ ยุคหนึ่งของขุนพันธ์ คนเรามีมีสิทธิ์ที่จะหาความรู้ได้ เราเริ่มมองข้ามความคิดแบบบาปบุญคุณโทษ เรารวยได้เราเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้ มันเลยเป็นช่วงจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อที่ทำให้เกิดโจรไง แบบหลวงโอฬารทำไม่ดีใส่ กดขี่ข่มเหง การสอดส่องปกครองยังไม่ทั่วถึง การจะออกจากกรุงเทพฯไปแค่ราชบุรีมันใช้เวลาวันหนึ่งนะครับคุณ เมื่อสังคมข้างบนมันเต็มไปด้วยคนที่คิดที่จะดึงผลประโยชน์ต่างๆเข้าหาตัวเอง นั่นแหละครับมันเลยทำให้เกิดฮีโร่ขึ้นมา ขุนพันธ์เป็นคนที่ไม่ยอมที่จะทำตัวไม่ดี เชื่อมั่นในความดี แล้วออกไปปราบเหล่าเสือร้าย ในที่สุดเท่าที่อ่านมา ณ จุดนั้นเสือร้ายบางคนไม่ใช่โจรร้าย บางคนทำด้วยคุณธรรมด้วยซ้ำไป นี่แหละครับ ท่านเป็นคนที่เชื่อมั่นในพลังของความดีแล้วพลังความดีก็ปกป้องท่าน ถามว่าเสือร้ายต่างๆมีอาคมมั้ย มี แต่ว่าสิ่งที่เป็นอาคมที่มีพลังที่สุดคือความดีของท่าน มันเป็นเรื่องยากมากที่คนมีพลังขนาดนั้นจะดึงตัวเองให้อยู่ในด้านสว่างตลอดเวลาครับผม การกลับมาร่วมงานกับก้องเกียรติ โขมศิริ เป็นครั้งที่ 2 ได้มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ตอนแรกพอได้ทราบว่าจะได้เล่นเรื่องขุนพันธ์ ผมก็เตรียมตัวโดยการเอาหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่าน ผมอยากจะดูสภาพแวดล้อมของประเทศเป็นอย่างไร การคมนาคมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งลำบากยากเย็นขนาดไหน และมันทำให้เรารู้ว่าการเดินทางจากพระนครไปเมืองใต้ มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลยนะ มันเป็นเหมือนการเดินทางไปจาริกแสวงบุญด้วยซ้ำไปเพราะว่ามันเป็นการเดินทางที่ไกลมาก คนๆหนึ่งที่จะสามารถไปตรงนั้นด้วยปฏิบัติการลับได้ จะต้องเป็นคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นจริงๆสำหรับการทำความดี สำหรับการทำหน้าที่ของตัวเองซึ่งผมก็ดีใจครับที่ได้มีโอกาสเป็นตัวละครซึ่งเป็นปรปักษ์กับขุนพันธ์ เป็นคนที่จะต้องสู้กับอำนาจของความดีที่บริสุทธิ์ขนาดนั้น ในเมื่อเรามีโอกาสได้รู้ว่าเราจะต้องสู้กับคนดีมากๆ มันทำให้ผมต้องไปเตรียมตัวว่าเลวแค่ไหน เพื่อที่พอจะสู้กับคุณธรรมของคนอย่างนี้ให้ได้ เป็นเกียรติที่ได้นำเสนอเรื่องของท่านให้คนได้รู้ว่าคนที่รักประเทศชาตินี้และมีอุดมการณ์ที่แท้จริงเคยอยู่ในประเทศนี้ แล้วผมก็หวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คนได้กลับมาสู่ยุคสมัยที่ผู้คนต่างมีอุดมการณ์กลับมาอีกครั้งหนึ่งครับ เรื่องราวของท่านขุนพันธ์จากมุมมองของแฟรงค์ เรื่องราวของขุนพันธ์เป็นเรื่องของข้าราชการตำรวจท่านหนึ่งครับซึ่งมียศเป็นท่านขุน ท่านเป็นมือปราบโจรดังๆมากมาย มีเรื่องเล่ามากมายว่าท่านเป็นนายตำรวจหนังเหนียว เป็นตำรวจซึ่งถ้าจับโจรได้แล้วจะเอาหัวกะโหลกของโจรมาไว้ใต้บันไดเป็นการตัดไม้ข่มนาม เป็นตำรวจซึ่งสามารถปราบเสือร้าย ซึ่งใครบอกว่าคงกระพันชาตรีก็ปราบได้ มีเวทย์มนต์ท่านก็ปราบได้ แต่สิ่งที่ผมมองไปมากกว่าการมีเวทย์มนต์ หรือเรื่องมนต์ดำคือท่านมีจิตใจที่มุ่งมั่นในความดี และท่านก็มีความศรัทธาในสิ่งที่ท่านทำว่าสิ่งที่ท่านทำนั้นเป็นสิ่งที่ดี ที่ถูกที่ต้อง พระถึงคุ้มครองท่าน ที่เราจะได้เห็นฝีไม้ลายมือทางด้านการแสดง ของนักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทย มาเฉือดเชือนตั้งแต่นักแสดงหลักอย่างอนันดา ,น้อย-กฤษดา ไปจนถึงนักแสดงสมทบ ใช่ครับ ผมดีใจมาก ผมเห็นนักแสดงแต่ละคน ล้วนแล้วแต่เป็นนักแสดงที่มีพลังทางการแสดงสูงครับ ตัวละครที่เป็นนักแสดงสมทบในบทนายตำรวจเผือก หรือสารวัตรดำเกิง หรือใครอีกหลายคนซึ่งล้วนต่างมีความกระหายที่จะแสดง น้องอ้อม-กานต์พิสชา (แม่เบี้ย) ซึ่งมันทำให้เข้มข้น แล้วบทของพี่โขมที่เขียนมามันจะพลิกไปตลอดเรื่อง เรื่องที่คุณคิดว่าคุณรู้แล้ว สิ่งที่เฉลยออกมามันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง คือมันจะมีตลอดทั้งเรื่องให้เราได้ติดตามกัน และแน่นอนว่าทีมแอ็คชั่น นักแสดงคิวบู๊ต่างๆแต่ละคนก็ทุ่มเทจริง ๆ ครับ คิวบู๊อลังการมาก รับรองว่าคุณจะได้ทั้งความสนุกสนานทางด้านแอ็คชั่น ได้ความเข้มข้นของการเชือดเฉือนของบท แต่ที่ท้าทายมากๆคือการที่ต้องเล่นกับนักแสดงที่มีความสามารถสูงๆ อย่างอนันดา พี่น้อย เขาจะต้องปะทะกันด้วยอารมณ์ด้วยคารม บางฉากมันมีการพูดกันน้อยมาก บางฉากขุนพันเดินขึ้นมาบนโรงพักเพื่อที่จะปลดหลวงโอฬารออกจากตำแหน่งคืออนันดาเขาก็มาเต็มไง เพราะเขาทำให้เรารู้สึกว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้เอาอยู่ สามารถตอบโต้เล่นโต้กันได้ ก็ดีใจครับที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงที่มีฝีมือ ก็เลยทำให้เราอยากจะพัฒนาฝีมือให้มากกว่านี้ เลยรู้สึกว่าเราค่อนข้างได้บทที่ค่อนข้างโชคดี แล้วก็มีสีสันมาก ๆ เลย คงต้องเล่าให้ฟังแล้วถึงบทบาทที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ ผมรับบทเป็นหลวงโอฬาร เป็นข้าราชการที่อยากเป็นใหญ่ ด้วยการให้ผลประโยชน์แก่คนต่างๆโดยที่ไม่ได้มอบสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ มอบสิ่งที่ฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็นมันก็เลยทำให้วิถีชีวิตของผู้คนเหล่านี้เสียไป เบื้องหน้าอาจจะดูเป็นคนที่ดูใจดีดูเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ความช่วยเหลือคนอื่น แต่ที่จริงแล้วหวังสิ่งตอบแทน ไม่ได้เพราะใจเมตตา จุดเริ่มต้นของตัวหลวงโอฬารก็คล้ายๆกับข้าราชการ แต่เขาก็รู้ว่าอุดมการณ์ที่ดีมันก็ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เป็นจริงได้ง่าย ในโลกของความเป็นจริง เขาก็เลยเลือกทำความเลวทำได้ง่ายกว่า ตัวหลวงโอฬารกลับมองที่ความสุขคือรูปร่างภายนอก ถ้าจะพูดให้เห็นภาพชัดๆเป็นข้าราชการที่ขี้ฉ้อโกงกิน ขายชาติ ต่ำช้า ด้วยความคิดที่ว่า ทุกคนสามารถเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้ เมื่อหลวงโอฬารได้ถูกย้ายไปที่ที่ทุรกันดารห่างไกลด้วยความคิดที่แสนชาญฉลาดและเลวร้าย ในเมื่อเราไม่ได้อยู่ในที่ที่เจริญ เราก็สร้างความเจริญขึ้นมาใหม่สิ หลวงโอฬารเป็นคนที่เรียนนอกมา อันนี้เป็นแบคกราวด์ข้างหลังของตัวละครไม่ได้ถูกเอามาเล่าในหนัง เรียนปีนังมา อ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้ อ่านภาษาฝรั่งเศสได้ มีความคิดแบบฝรั่งเศสที่แบบเป็นนักปฏิวัติ ฉันสามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ มีความรู้ทางการเมือง สงครามโลกกำลังจะมาใกล้แค่ไหน ฮิตเลอร์อยู่ตรงไหนของโลกแล้ว เขาใช้ช่องว่างนี้ในการเอาเปรียบคน เขาสร้างท่าเรือขึ้นมาเพื่อให้สินค้าเข้า เขาทำให้มีฝรั่งเข้ามาตรงจุดนี้ เพื่อให้มันมีวิถีชีวิตแบบชาวฝรั่ง และก็ดึงคนในชุมชน ดึงคนในเมืองเข้ามาทำงานรับใช้ฝรั่ง เพื่อให้คนที่มีชีวิตแบบเดิมได้เห็นถึงชีวิตแบบศิวิไลซ์ เขาสร้างบ่อนขึ้นมาเพื่อให้วงจรชีวิตของคนในนั้นต้องมาติดกับเขา เขาก็จะเป็นเจ้าของเงินตราติดลบของทุกคนในชุมชน สร้างสโมสรงาช้างเพื่อเป็นแหล่งที่จะทำให้มีฝรั่งมีชาวญี่ปุ่นทำให้สโมสรนี้เป็นจุดศูนย์รวมของโลก แล้วก็ตบตาคนทั้งเมืองว่าสิ่งที่เขานำมานั้นคือความเจริญ โดยมีศูนย์กลางที่เมืองเมืองนี้ เหมือนกับคนที่ถูกบีบให้ไปอยู่ชายขอบ เขาก็จะกลายเป็นโจรนั้นก็คืออัลฮาวียะลู หลวงโอฬารเลือกที่จะใช้โจรเป็นกองกำลังของตัวเองในการนำสินค้าเข้า ในการนำสินค้าหนีภาษีเข้า เอามาขายในราคาแพงในสโมสรงาช้างของตัวเอง ลูกสาวของคนที่ไม่มีหนี้ที่จะใช้ก็ต้องกลายไปเป็นโสเภณี ซึ่งจริงๆพวกเขาไม่ใช่โจร เมืองนี้ไม่ให้มีการตรวจสอบจากรัฐบาลกลางมาโดยตลอด จนขุนพันธ์เข้ามาทุกอย่างก็เลยเกิดขึ้น ขุนพันธ์มาเป็นฮีโร่ เห็นว่าผู้กำกับก้องเกียรติใส่ใจในทุกรายละเอียดของตัวละคร ถึงขนาดที่ว่าเราสามารถสัมผัสได้ถึงบุคลิกคาแรคเตอร์ของตัวละครสะท้อนผ่านจากชุดหรือเสื้อผ้าที่สวมใส่เลยทีเดียว การแต่งตัวของหลวงโอฬารก็จะสะท้อนถึงบุคลิกของเขา ที่จะใส่ใจหรือสนใจแต่เรื่องภายนอก ข้างในมันจะเป็นอย่างไรไม่ได้สนใจ จากการแต่งตัวดูมีอารยะ เหมือนกับที่เขาเอาความเจริญมาใส่ให้ ความเจริญฟู่ฟ่า แต่จริง ๆ แล้วคนต้องการรึเปล่า ผมใส่ครั้งแรกแล้วผมแบบ ยืนกลางกองแล้ว ฮ่า ๆ ๆ เสื้อฉันขาวกว่าใครเพราะว่าฉันรับสบู่จากปีนังมาใช้ เอาสบู่จากปีนังมั้ยล่ะก้อนละ 20 บาทเอง ทองบาทละตั้ง 20 เขาเดินไปไหนเขาก็จะมีกล้องตัวหนึ่งตาม เขาสามารถที่จะซื้อกล้องเข้ามานะ พอทำคาแรคเตอร์กับพี่โขมไปประมาณหนึ่งด้วยการนั่งคุยกัน ผมอ่านหนังสือเล่มนี้มา ผมสามารถทำท่าน่าหมันไส้ได้อย่างไม่เคอะเขิน ฟังดูแล้วเป็นตัวละครสำคัญที่พูดได้ว่าเป็นทั้งตัวแปร และเป็นตัวละครที่มีสีสันมากเลยทีเดียว ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับอีกตัวละครสำคัญอย่าง “อัลฮาวียะลู” คู่ปรับคนสำคัญของขุนพันธ์ “อัลฮาวียะลู” ที่แสดงโดยพี่น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์ ในภาพยนตร์เขาเป็นทายาทโจรมาตั้งแต่แรก เราเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เราเห็นแววความมุ่งมั่นของเขาในการทำเพื่อส่วนรวม แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นคนหัวอ่อนซึ่งๆสามารถเกลี่ยกล่อมได้ง่าย เพราะว่าจิตใจเขาดีบริสุทธิ์ แล้วก็เป็นอีกครั้งที่หลวงโอฬารใช้ความบริสุทธิ์ของคนรอบตัวของ “อัลฮาวียะลู” มาเป็นเครื่องมือโดยการร่วมมือกัน สิ่งที่“อัลฮาวียะลู” ปล้นมาได้ก็จะนำมาเป็นกำลังทรัพย์ของหลวงโอฬารเพื่อที่จะเลี้ยงกองกำลังของ“อัลฮาวียะลู” ต่อไป เพื่อที่จะปกป้องเขาบูโดนี้ให้อยู่ใต้อาณัติของหลวงโอฬาร เงินที่ได้ก็เอามาสร้างสโมสรงาช้างเป็นที่ที่ผลิตเงินจากสิ่งนอกกฎหมายมากมาย จนกระทั่งวันหนึ่งที่ขุนพันธ์สามารถเข้ามาในเขตนี้ได้ มันทำให้ตัวหลวงโอฬารต้องปรับตัวกับการสั่นคลอนของอำนาจ เพราะว่าตัวขุนพันธ์ก็เอาจริงเอาจังและในขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถจะปราบเขาลงได้เหมือนกับผู้ตรวจการคนอื่นๆที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเราก็คงต้องชนกัน แต่ หลวงโอฬารวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว โดยใช้กองกำลังของอัลฮาวียะลูเป็นตัวต้านทานขุนพันธ์ นี่คือสิ่งหนึ่งที่สะท้อนในตัวคาแรคเตอร์ที่ว่าเขาพร้อมจะไปทุกอย่าง มีช่องทางไหนที่เขาจะเติบโตได้ ที่จะใหญ่ได้ เขาพร้อมที่จะทำ และพร้อมที่จะเปลี่ยนเหตุผลให้ตัวเองได้เสมอๆเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ถือได้ว่าเป็นตัวร้ายในภาพยนตร์แอ็คชั่นที่มีมิติและเต็มไปด้วยความซับซ้อนเลยทีเดียวในฐานะนักแสดงแล้วบทนี้ทั้งยากและท้าทายการแสดงอย่างไรบ้าง พอเมื่ออ่านบทผมเชื่อว่าบทของหลวงโอฬารเป็นตัวแทนของความเลว และผมก็ทำการสดุดีความดีของขุนพันธ์ ด้วยการทำตัวหลวงโอฬารให้เลวที่สุดอย่างสมเหตุสมผลในทุก ๆ มิติ อย่างมีที่มาที่ไป ผมเชื่อว่าถ้าตัวละครของหลวงโอฬารยิ่งเลวเท่าไหร่พลังงานความดีของขุนพันธ์จะยิ่งส่องแสงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พี่โขมบอกว่าหนังเรื่องนี้พี่โขมอยากจะให้คนได้เห็นคุณค่าของความดี พี่โขมจะเล่าถึงความมืดมนที่มันเกิดขึ้นจนท่านผู้ชมกระหายอยากความสว่าง ผมได้รับบทเป็นความมืดมนสีขาว ที่มันดูช่างสะอาดเหลือเกิน เพราะฉะนั้นยิ่งผมไปได้สุดเท่าไหร่มันยิ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อท่านขุนพันธ์มากแค่นั้น ผมพยายามทำสุดฝีมือ สำหรับบทหลวงโอฬาร มันมีความยากอยู่อย่างหนึ่งคือ หลวงโอฬารจะเป็นคนที่รู้อะไรก่อนที่ทุกคนในเรื่องนี้จะรู้ทุกอย่าง อันนี้คือข้อได้เปรียบของตัวละครนี้ แล้วมันทำให้เราสนุกสนานว่า แล้วเราจะเก็บไว้ยังไงให้ทั้งคนดูก็ไม่รู้ทั้งคนที่เล่นกับเราก็ไม่รู้ว่าเรารู้ ความท้าทายที่สุดมันคือ มันคือการต้องอยู่ในยุคนั้นให้ได้ เมื่อก่อนการที่คนจะรู้ข่าวสารรอบ ๆ ได้นั้น มันไม่มีหนังสือพิมพ์ ประเทศไทยไม่มีวิทยุ ส่วนมากคนเราจะได้รับข่าวสารจากลิเก หนังตะลุง ลำตัด คณะโน้นคณะนี้ที่เวียนกันมาแล้วก็เล่าขานด้วยภาษาไทย แต่หลวงโอฬารมีช่องทางการรับรู้ข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ แสดงว่าเขาจะต้องมีความรู้เรื่องภาษา ในเรื่องก็จะมีชาวฝรั่งเศสเข้ามาสโมสรงาช้าง ต้องพูดหลายภาษามากเป็นนักการเมืองชาวใต้ก็ต้องพูดภาษาใต้ได้ ซึ่งภาษาใต้ยากที่สุดเพราะว่าสำเนียงมันยาก แล้วถ้าเกิดพูดผิดมันจะกลายเป็นล้อ เราก็พยายามที่จะพูดให้ชัดทันที ต้องพูดภาษาญี่ปุ่น ร้องเพลงญี่ปุ่น มีกงสุลฝรั่งเศสเข้ามาก็ต้องพูดภาษาฝรั่งเศส อาศัยว่ามีเจ้าของภาษา มาอธิบาย แต่ละพยางค์ แต่ละประโยคว่ามันหมายถึงอะไร แล้วก็พยายามที่จะสื่อสารให้ได้ในจังหวะจะโคนที่มันถูกต้อง พี่โขมส่งครูฝรั่งเศสมาให้ก็เขียนคำภาษาไทย ไปหาหนังฝรั่งเศสมาดู เขามีวิธีการออกเสียงกันอย่างไร ญี่ปุ่นนี่ตอนแรกไม่ต้องได้พูดหรอก แต่ว่าคุยกับพี่โขมว่าพอถึงไลน์ที่เสนอขายชาติเราพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นกลับไป มันจะดีมั้ยพี่ พี่เขาบอกเอาๆ แล้วก็ได้ฉากนี้มาเขาก็สอนให้ตรงนั้นเดี๋ยวนั้นเลย แต่ที่ยากที่สุด ภาคใต้ครับผม มันจะต้องมีฉากปราศรัย แล้วบทมันก็เป็นภาษาไทยภาษาภาคกลางนี่แหละ พี่โขมบอกว่า เฮ้ยแฟร้งค์เคยเห็นนักการเมืองมั้ยเวลาไปไหนเขาจะพูดภาษานั้นนะ คุณเป็นคนกรุงเทพแต่ว่าสิ่งที่อยากได้คือเป็นนักการเมืองแบบน่ารัก พูดภาษาใต้เลย แล้วมันอันตรายมากคือภาษาใต้ถ้าเราพูดไม่ตรงมันจะเหมือนล้อเลียนทองแดง ก็ได้คุณครูสน อัดวีดีโอคุณครูสนเลยให้อ่านให้ฟังแล้วก็เหมือนร้องเพลงเลย เนี่ยแหละความท้าทาย และสิ่งที่เป็นที่สุดอีกอย่างหนึ่งในคาแรคเตอร์นี้ก็คือ หลวงโอฬารเป็นคนที่รู้เยอะ มีความทะเยอทะยานด้วย บุคลิกของเขาก็เลยมีพลัง มันคือการที่ผมศรัทธาในความดีของขุนพันธ์ครับ ฉากที่เป็นความประทับใจในการทำงานในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ มีหลายฉากครับที่ประทับใจ ฉากโรงพัก เป็นการพบกันครั้งแรกของหลวงโอฬารกับขุนพันธ์ หลังจากที่หลวงโอฬารไปฆ่าจเรตำรวจมาแล้ว รู้ข่าวว่าจเรตำรวจจะมาเอาอัลฮาวียะรู และสมุนออกไปฆ่า คนที่เล็ดรอดมาได้คือขุนพันธ์ แล้วก็อยู่ในสโมสรงาช้างมาตลอดจนวันหนึ่งเขาจึงปรากฏตัวในเครื่องแบบมาที่โรงพัก แล้วไล่หลวงโอฬารออกจากราชการ ด้วยพลังของความดี และความเลวก้อนใหญ่ๆ พอมันชนกัน คือฉากนั้นเล่นมันมาก คือแบบว่าคุณรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าคุณดี เรามาพิสูจน์กันว่าความดีหรือความเลวหรืออำนาจกันแน่ที่จะข่มกันอยู่อย่างนี้ แล้วเป็นครั้งแรกที่เล่นกับอนันดา เราได้สัมผัสเขามีพลังอยู่ข้างใน วันนั้นผมไม่ออกจากกองเลย ผมประทับใจ ผมเดินตามอนันดาเดินดูว่าอนันดาแสดงอะไรต่อ อีกฉากหนึ่งที่ประทับใจเลย อันนี้เป็นเรื่องงานสร้างย้อนกลับไปพอผมอ่านหนังสือสามเล่ม ผมได้เห็นภาพของเมืองของบ้านของคน ปลูกอย่างไรใช้วัสดุอะไรในการปลูก แล้วพอผมได้เห็นสโมสรงาช้างผมขนลุกเลยนะ หลวงโอฬารเป็นเจ้าของสิ่งนี้คือมันรวยมากนะมันมหาอำนาจ แล้วสวยงาม มีระเบียงศิลปะแบบโคโรเนียล ยุคล่าอาณานิคมอะไรแบบนี้ คือมันทำให้ยิ่งตัวละครผมมันทำได้ลึกขึ้น คือยุคอาณานิคมนะ ทุกอย่างมันมีศิลปะ วัฒนธรรม ในความฝรั่งมันมีความจีน ในความจีนมันมีรูปไทยๆ หรือในคลับซึ่งมีนักดนตรีสากลมาเล่น ในขณะที่นอกคลับงาช้างนี้ยังเป็นลำมะนา ปี่พาทย์กัน มีเปียโน มันยิ่งเสริมสิ่งที่เราทำการบ้านมาคราวนี้พลิ้วเลย รวมไปถึงงานอาร์ตทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย ไม้ถือ หมวก อะไรแบบนี้ครับ พอยิ่งฉากเยอะๆ เช่นฉากสร้างทางรถไฟ พอเราไปยืนอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่เหมือนเรา คนแต่งตัวชาวบ้านชาวช่องเรายิ่งรู้สึกว่าโอ้โหตัวละครนี้มันช่างศิวิไลซ์จริงๆ มันช่างมีอำนาจซะเหลือเกิน การทำงานร่วมกับผู้กำกับอย่างก้องเกียรติ โขมศิริ พี่โขมหลายคนอาจจะบอกว่าเป็นผกก.เลือดสาด แต่จริง ๆ ก่อนที่จะมาเจอจุดเลือดสาดมันจะมีความละเมียดละไมครับ พี่โขมเป็นคนที่ใช้ความมืดมาบีบคั้นคนดูเพื่อให้เห็นคุณค่าของแสงสว่าง แล้วมันทำให้เกิดผลของความรู้สึกทางอารมณ์ที่มันรุนแรงครับ การทำงานกับพี่โขมสนุกครับ ที่ผ่านมาเพราะว่าผมกับพี่โขมสนิทกันมาตั้งแต่เด็กน้อยตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง 14 ตุลาสงครามประชาชน ตอนนั้นพี่โขมเป็นพรอพ ทำน้ำป่าอยู่ เป็นคนเขย่าเข่งให้น้ำกลายเป็นสีแดง แล้วก็โตมาก็มีโอกาสได้เจอกัน พี่โขมทำงานด้วยหัวใจจริง ๆ เขารักในการเล่าเรื่อง เขารักที่จะสร้างชิ้นงานที่เป็นมหรสพให้กับท่านผู้ชม เขาจะทุ่มเทกับทุกงานและเราก็จะสนิทกัน แล้วเราก็จะค่อยๆเพิ่มตัวละครทีละนิด งานมันถูกเตรียมเป็นปี ตั้งแต่บทถูกสร้างขึ้นมาจนกระทั่งบทเสร็จ แล้วพอไปในกองปั๊บเราไม่ต้องกังวลเราไม่ต้องคิดเรื่องอื่นเลย มันสามารถเล่นไปได้เลย คราวนี้มันก็ยิ่งสนุก ฉากนี้เล่นแบบนี้ดีกว่า 4-5 ฉาก ทำให้ได้เห็นแง่มุมในความคิดต่าง ๆ ความรู้สึกต่าง ๆ การปะทะกับคนต่าง ๆ ในมิติที่แตกต่างกันหลวงโอฬารจะเจอกับน้องมาลัยก็จะทำตัวแบบหนึ่ง เจอกับอัลฮาวียะรูก็ทำตัวอีกแบบหนึ่ง เจอกับพี่สนก็ทำแบบหนึง อะไรแบบนี้ครับ ความรู้สึกที่มีต่อนักแสดงอย่าง อนันดา เอเวอริ่งแฮม ไม่ค่อยได้มีฉากชน ๆ กับพี่อนันดาเท่าไหร่ ส่วนมากจะเป็นพี่น้อย แต่ว่าผมชอบอยู่กองไง เราไปถ่ายกันที่ต่างจังหวัดส่วนมากจะเป็นกุยบุรี เมื่อถ่ายเสร็จปุ๊บเราก็จะอยู่ที่นั่นเพื่อรอถ่ายวันรุ่งขึ้น เขาเท่มากเลยครับ คืออนันดาไม่ได้เป็นแบบที่เราเห็นนะครับ เขาเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งไงที่เดินกุ๊กกิ๊ก ๆ เฮ้ยพี่ทำอะไร แต่พออยู่ในบทปุ๊บต่อให้ติดหนวดแล้วนะรูปลักษณ์เสร็จแล้วนะเขาก็ยังเป็นเด็กกุ๊กกิ๊ก ๆ แต่พอเขาเริ่มจะเล่นปั๊บคือเขามาเลย เฮ้ยเยี่ยมว่ะ เขามีมาดพระเอกอย่างไอ้ฉากที่เปิดเรื่องที่ยิงกันที่ปัดกระสุนปืนที่เป็นทีเซอร์ตัวแรกเลย ผมมีโอกาสได้ไปนั่งดูด้วยคือเท่ห์ พลังเขาสูงมาก เราได้เรียนรู้จากคนเก่ง ๆ ไม่มีข้อสงสัยกับการที่อนันดาเป็นขุนพันธ์ อนันดาเป็นคนที่ใส จิตใจดี รู้จักหาความงามของโลกใบนี้ เมื่อมันไปประกอบกับการแสดงที่เขาร่ำเรียนมาที่เขาทำความเข้าใจมาตลอดในวิชาชีพของเขา ความดีที่มีอยู่ในตัวอนันดาบวกกับความดีของขุนพันธ์ที่เป็นแบบอย่างมันจึงเชื่อมกันได้อย่างไม่เป็นปัญหา เขารู้ว่าคนเราดีไปเพื่ออะไร อนันดารู้จักและรู้สึกได้ถึงความงดงามของความดี เหมือนที่อนันดาเป็นนักแสดงแล้วก็ทำงานอย่างมีคุณภาพมาตลอด แต่ในคราวนี้เขาจะสวมบทบาทของคนที่รักในงานเหมือนกัน และงานนั้นคืองานที่ทำลาย ปราบปรามและสยบความชั่วร้าย อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย พี่น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์กับการร่วมงานกันเป็นครั้งที่หลังจากอันธพาล พี่น้อยร่วมงานกันมาตั้งแต่อันธพาลแล้ว รักพี่เขาอยู่แล้ว พี่น้อยเป็นอาร์ททิสต์ครับ คือเขาเป็นเครื่องมือในการนำพลังจากศิลปะแล้วถ่ายทอดออกมาได้เป็นคนที่มีธรรมชาติแบบนั้นอยู่แล้ว นั่นทำให้ทุกครั้งที่พี่น้อยแสดงมันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้น แน่นอนพี่น้อยต้องทำการบ้านมา แต่ว่า ณ ขณะนั้น แล้วเวลาเราเล่นอยู่กับพี่น้อย เราจะต้องเปิดสมาธิอย่างมาก และเขาก็จะรอเรานะ เขาก็จะดูว่าเราเล่นจะต้องเล่นเบอร์นี้ แต่ว่าเมื่อเราเล่นกับพี่น้อย เราเปิดรับกันสดๆ มาเบอร์นี้หรอ ฉันผลักกลับเบอร์นั้นอย่างงั้นหรอ มันเหมือนเกิดขึ้นจริง ๆ เวลาเล่นกับพี่น้อยมันเหมือนเรามีเรื่องราวด้วยกันจริง ๆ พี่น้อยเป็นกองกำลังของเราจริง ๆ เรามีความกริ่งเกรงกันในแต่ละด้านของกันจริง ๆ ถ้าหลวงโอฬารเป็นเหมือนผู้นำ อัลฮาวียะลูจะเป็นเหมือนแม่ทัพ แน่นอนผู้นำขาดแม่ทัพไม่ได้ และแม่ทัพก็ขาดผู้น้ไม่ได้เช่นเดียวกัน ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานและสิ่งที่อยากจะพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ “ขุนพันธ์” หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การถ่ายทำหนังธรรมดา ไม่ใช่แค่หนังแอคชั่นที่จะมีบู๊เลือดสาดกันอย่างเดียว แต่มันเป็นหนังที่บอกถึงปัญหาของประเทศเราครับ บอกถึงปัญหาของความคิดของคน อย่างเช่นเมื่อก่อนที่นี่เคยมีความสุขอย่างมากก็มีแค่ความจนที่เป็นปัญหา แต่พอหลวงโอฬารเข้ามาสร้างความหรูหราอะไรต่างๆความจนไม่ได้เป็นปัญหาต่อไปละ สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือหนี้สิน ซึ่งมันเลวร้ายกว่าความจนอีก แล้วคุณก็ตกอยู่ใต้ระบบของเศรษฐกิจ อยากให้มาดูและฉุกคิดว่าที่จริงแล้วอะไรคือความสุขที่จะอยู่กับเราไปได้โดยตลอด ถ้าเกิดมองความสุขแต่เพียงเปลือกนอก ข้างหลังเปลือกนั้นก็จะไม่ได้รับความสนใจ ทำไมต้องไปดูหนังเรื่องนี้... เพราะมันสนุกแน่นอน เพราะว่า Conflict มันแรงมันชัด ความดีกับความเลวมาปะทะกัน ความศรัทธาในความดี พลังของจิตใจมันจะปะทะกันในเรื่องนี้ ผมเชื่ออย่างนี้ว่า เมื่อได้ดูคุณจะรู้ว่าคุณจะยืนอยู่ฝั่งไหน มันอาจจะทำให้คุณกระตุกคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นชีวิตที่เรากำลังเดินกันอยู่มันไปถูกทางแล้วเหรอ แน่นอนคนเรามีเสรีภาพแต่มันไม่ควรมาเป็นข้ออ้างในการทำชั่ว เลือกเอาคุณจะใช้เสรีภาพของคุณอย่างไร ศรัทธาในความดีแล้วชีวิตเราก็จะมีแต่สิ่งดีดี เนื่องในวันที่ 5 ก.ค. จะเป็นวันคล้ายวันครบรอบ 10 ปีที่ท่านขุนพันธ์เสียชีวิต อยากให้พูดอะไรถึงท่านขุนพันธ์ ถึงแม้ว่าท่านขุนพันธ์จะเสียไปแล้ว ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าคนที่ได้ศึกษาประวัติท่าน ได้อ่านเรื่องราวของท่าน หลายคนอาจจะชื่นชอบนะกับคาถาอาคมของท่าน มีฤทธิ์ปราบ เอาหัวกะโหลกมาไว้ใต้บันได คนอาจจะชื่นชอบกับสิ่งเหล่านั้น แต่ที่จริงแล้ว การที่อาคมแก่กล้าขนาดนั้น สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นมือปราบที่หนังเหนียวได้ เป็นเพราะว่าสิ่งที่ท่านศรัทธาก็คือความดีความถูกต้อง หลายคนที่บูชาท่านอยู่ห้อยท่านอยู่ ก็น่าจะสัมผัสได้ ได้ระลึกว่าคนธรรมดาถ้าอยากจะถูกจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์แล้วและให้ลูกหลานพูดถึงอย่างสมเกียรติต่อไปสิ่งที่คุณต้องทำในวันนี้คือความดี

หนุ่ม กรรชัย ห่วง น้องมายู ยังเล็ก!! ลั่นกลัวตาย หลังโรคหัวใจกำเริบ!!
หนุ่ม กรรชัย /  น้องมายู / 

  หลังต้องหามตัวส่งโรงพยาบาลกลางดึก เพราะโรคหัวใจกำเริบ และหัวใจเต้นผิดจังหวะจนทำให้นักแสดงหนุ่มและพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม กรรชัย วูบไปจนต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลหลายวัน ล่าสุดเจ้าตัวได้เดินทางมาอัดรายการ ปากโป้ง พร้อมกับอัพเดทอาการป่วยให้ฟัง ยอมรับว่ากลัวตาย เข้าใจกับคำว่า ห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตาย เพราะลูกสาวสุดที่รักอย่าง น้องมายู ยังเล็กมาก อนาคตยังไม่รู้จะเป็นอย่างไร ด้านภรรยา เมย์ เฟื่องอารมย์ ให้กำลังใจเพราะทราบอยู่แล้วว่าตนเป็นโรคหัวใจ   “วันนั้นตอนตีหนึ่งคือพี่มีอาการแน่นหน้าอก เหมือนมีคนมาเหยียบที่หน้าอกปึ๊กๆ ก็รู้แล้วว่าคงเป็นโรคเก่าที่เคยเป็นมาเมื่อสามปีก่อน คือหัวใจเต้นผิดจังหวะ แล้วก็หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก จนต้องให้คนที่บ้านพาส่งโรงพยาบาล" วินาทีตอนนั้นตกใจไหม?   "ก็งงนะว่าเป็นอะไรอีก อาจจะเป็นเพราะว่าเราเครียดมากก็ได้ และก็ทำงานเยอะ ก็เลยมีอาการ เพราะคุณหมอเคยเตือนไว้แล้วห้ามกินเคเฟอีน กาแฟ ห้ามเครียด ห้ามนอนดึก แต่เรื่องกาแฟไม่ดื่มอยู่แล้ว แต่มีปัญหาเรื่องการพักผ่อน การเครียด" ตอนนี้ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ?   "คือคุณหมอก็ไม่ให้เครียดนะครับ คือ PVC มันก็คือ มันอยู่ที่ตัวเราเองด้วย เหมือนหัวใจมันลัดวงจร ทำให้หัวใจมันเต้นผิดไปสเต็ปหนึ่ง เช่นอย่างที่มันเคยเต้นตึ๊บ ตึ๊บ ตึ๊บ ของพี่จะเป็น ตึ๊บตึ๊บ และก็หายไปทีหนึ่ง และก็ตึ๊บตึ๊บ และก็หายไปอีก" อย่างสามปีที่แล้วหมอบอกว่าจะหายไหม?   "คงไม่หายครับเพียงแต่ว่าเราต้องลดปัจจัยเสี่ยง ควบคุมตัวเองให้ได้ ต้องอยู่กับมันไป แต่สุดท้ายแล้วถ้ามันเป็นเยอะขึ้น หรือว่ามันไม่หาย เขาก็จะมีวิวัฒนาการใหม่ก็จะเป็นเหมือนแบบคลื่นเสียงเข้าไปจี้ในหัวใจเรา มันไม่ใช่การผ่าตัด เป็นเหมือนเข้าไปในเส้นเลือด หลอดเลือดเรา" แล้วเริ่มรักษาหรือยัง?   "ถ้ามันเป็นหนักมากๆ อย่างวันที่เราเป็นวันนั้นอะ จริงๆหมอก็แนะนำถ้ารบกวนชีวิตประจำวันมาก หรือทำงานไม่ได้ ก็แนะนำให้ทำ แต่ถ้ากินยาไปแล้ว แล้วสามารถควบคุมได้ก็ไม่มีอะไร" ส่วนตัวแล้วพี่หนุ่มอยากทำไหม?   "กลัวตายสิ (หัวเราะ) คือกลัวไงเพราะว่าพ่อพี่ก็เป็นโรคหัวใจ และไปผ่าตัด พ่อพี่เป็นเส้นเลือดหัวใจตีบไปทำบอลลูน และก็เสียชีวิต ก็เลยกลัวเหมือนกัน คุณหมอบอกว่าถ้าเป็นนาทีหนึ่งหนึ่งครั้งจะไม่เป็นไร แต่ถ้านาทีหนึ่งเป็นสิบครั้งแบบตอนที่เป็นหนักๆ 12-13 ครั้ง ก็อันตรายเหมือนกัน มีปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องทำ แต่ถ้าควบคุมมันได้ ต้องกินยาต่อเนื่อง ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่นะ ตอนที่เป็นหนักๆ นาทีหนึ่งเป็น คือมันจะตาย มันเหนื่อย มันหายใจไม่ออก" จะลดงานลงไหม?   "เอิ่ม...ด้วยหน้าที่แล้วคงไม่ได้ลด" พี่เมย์ว่าไงบ้าง?   "ก็ไม่ได้ว่าไง คือเขาก็รู้ว่าเราเป็นโรคนี้อยู่แล้วก็รักษาไป" มีเรื่องไม่เครียดบ้างไหม?   "โอย ชีวิตคนก็ต้องมีความเครียดทุกวันนั่นแหล่ะ หลีกเลี่ยงไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้อย่างใจ บางทีเราอาจจะใช้ธรรมะเข้ามาช่วยข่ม ปล่อยวางมากขึ้น เข้าใจตอนที่เขาบอกเลยว่า ห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตาย ตอนที่ลูกยังเล็กอยู่เพราะเราก็ไม่รู้ว่าลูกเราเป็นอย่างไร ก็ต้องพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด” หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู น้องมายู ลูกสาว หนุ่ม กรรชัย น้องมายู ลูกสาว หนุ่ม กรรชัย

ศาลนัดตรวจพยาน 'คดีพธม.' ชุมนุม-ปิดสถานที่ราชการปี51
คดีพันธมิตรปิดสนามบิน /  จำลอง ศรีเมือง / 

ศาลนัดตรวจหลักฐาน คดี 9 แกนนำ พธม. ระดม ปชช. ชุมนุมไล่รัฐบาลปิดสถานที่ราชการ ปี 51 วันที่ 16 พ.ค. นี้ เวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดสอบคำให้การในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พลตรี จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ แกนนำพันธมิตรฯ รวม 9 คน เป็นจำเลยที่ 1 - 9 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังข่มขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวช แล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดจำเลยทั้งหมดได้เดินทางมาศาล ศาลจึงได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหมดฟัง ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 09.00 น. สำหรับคดีนี้ มีผู้ต้องหา คือ พลตรี จำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์, นายเทิดภูมิ ใจดี และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งทั้งหมดได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยศาลตีราคาประกันคนละ 2 แสน ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ศาลให้ประกันคนละ2แสนแกนนำพธม. คดีปิดสนามบิน ศาลให้ประกัน 8 แกนนำพันธมิตร คดีปลุกระดม ประชาชน ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการ ขับไล่รัฐบาล ปี 51 คนละ 2 แสนบาท ความคืบหน้ากรณี น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความแกนนำกลุ่มพันธมิตร ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจากกองทุนพันธมิตรฯ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง และแกนนำพันธมิตรฯ ชุดแรก รวม 9 คน จำเลยที่ 1 - 9 ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 9 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังขมขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวชแล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ล่าสุดศาลพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์ และ นายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำทั้ง 8 คน โดยตีราคาประกันเป็นเงินคนละ 2แสนบาท ยกเว้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล เนื่องจากในวันนี้ไม่ได้เดินทางมาศาล ศาลเลื่อนนัดสืบพยาน 'คดีพันธมิตรปิดสนามบินดอนเมือง' ศาลนัดสืบพยาน สนธิ กับพวกรวม 98 คน คดีบุกรุกสนามบินดอนเมือง ปี51 ไปเป็นวันที่ 20 ต.ค.นี้ ขณะที่ "จำลอง" ยื่นศาลเว้นค่าชดใช้ 600 ล้านบาท วันที่ 1 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 98 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน หรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ กรณีพวกจำเลยบุกเข้าไปในสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 โดยเมื่อถึงเวลานัด จำเลยได้เดินทางมาศาลจำนวน 88 คน 1 คน เสียชีวิต ส่วนอีก 7 คน อ้างว่าติดภารกิจ และมีอาการป่วย จึงไม่สามารถเดินทางมาศาลในวันนี้ ศาลจึงได้นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ในวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ขณะเดียวกัน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 14 คน ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ในคดีที่ศาลแพ่งสั่งให้ชดใช้ เงินจำนวน 600 ล้านบาท แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนคำร้อง ในวันที่ 21 มี.ค. 59 เวลา 09.00 น. ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

10 วิธีปราบแฟนนอกใจ
10 อันดับ /  ความรักวัยรุ่น / 

เวลาสาวๆหรือหนุ่มๆก็แล้วแต่ จับได้ว่าแฟนของคุณนั้น นอกใจ!!! อย่าทำอะไรโดยที่ขาดสติเด็ดขาด เพราะมิเช่นนั้นคุณอาจจะเสียเขาหรือเธอไปได้ง่ายๆเลยนะ .. ท่องไว้ ยุบหนอ พองหนอ รวบรวมสมาธิแล้วเก็บรายละเอียดเรื่องราวไว้ จากนั้นค่อยๆเปิดใจคุยกัน แต่จะมีวิธีทำยังไงหล่ะ มาดู 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ กันเลย 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 1.อย่าโวยวาย เริ่มจาก นับ หนึ่ง สอง สาม ในใจ. แล้วนิ่ง เฉยไว้ก่อน อย่าปล่อยให้อารมณ์หึง ทำให้ คุณหุนหันพลันแล่น ตีโพยตีพายไปก่อน หรือปล่อยให้ความเสียใจ ทำให้คุณตัดสิน ใจอะไรผิด ๆ เรื่องแค่นี้อาจเป็นความ ผิดพลาด ชั่วครั้งชั่วคราวยิ่งทำไม่รู้ไม่ชี้ ไว้ก่อนยิ่งดี 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 2.ห้ามใช้วิธีรุนแรงโดยเด็ดขาด พยายามทำตัวเป็นนางเอกเข้าไว้ (อย่าเป็น นางร้ายซะเอง)ข่มใจไว้ อย่าลุกขึ้นอาละวาด หรือทำร้ายฝ่ายตรงข้าม เพียงเพราะต้องการแก้แค้นให้สาสม กับที่คุณเจ็บปวด เพราะ มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นซ้ำร้ายมันอาจทำให้ ปัญหาลุกลามใหญ่โต 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 3.คุณคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต ถ้าเค้าจะนอกลู่นอกทาง ไปตื่นเต้นกับ ของใหม่ ก็ปล่อย ๆไปบ้าง แต่ที่สำคัญคือคุณ ต้องแสดงให้เค้าเห็นว่า เราเป็นผู้หญิงที่มีคุณค่า และเหมาะที่จะเป็นภรรยา และแม ่ของลูกมากที่สุด ของดี? ใครๆ ก็อยากได้? จริงไหม ทำดีต่อเค้า ให้มาก เพื่อพิสูจน์ว่าคุณยอมรับเค้าได้ในทุกเรื่อง 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 4.อย่ามัวแต่ระแวงการนอกใจ แม้จะร้ายแรง แต่ไม่ถึงขั้น "ฆ่าคนตาย" นะจ๊ะ ถ้าต่อจากนั้น คุณเอาแต่จ้องจับผิดว่าเค้าจะไปไหน ทำอะไร กับใคร คอยเช็คไปซะทุกเรื่องมันก็ยิ่งทำให้เค้า เบื่อหน่าย และรำคาญ (แทนที่จะสำนึกผิด)แค่แสดงให้เค้ารู้ว่าเรารู้ แต่นิ่งเฉยไว้ ปล่อยให้สำนึกผิดเองได้ผลกว่า 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 5.ไร้ประโยชน์ที่จะฟื้นฝอย หาตะเข็บ จำไว้ว่าการขุดคุ้ยอดีต ที่เป็นแผลของ อีกฝ่ายเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ทั้งไม่ได้ ประโยชน์ และรังแต่จะตอกย้ำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น กลายเป็นชนวน ของการทะเลาะเบาะแว้งกันไปปล่าวๆ และยิ่งตอกย้ำว่าคุณยังฝังใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 6.การให้อภัย แม้ว่า"การให้อภัย" จะเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุด อย่างหนึ่งในชีวิตคนเราแต่ถ้าการที่เราเลือก ที่จะคบใครสักคน และจะประคองความรัก ไปให้ตลอดรอดฝั่งก็ควรยกโทษให้กับคนที่ เรารัก เพราะเค้าเองก็เป็นแค่คนธรรมดา คนหนึ่งที่ทำผิดพลาดได้เสมอ 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 7.อย่าประชดชีวิต ควรวางตัวเองให้มีคุณค่า อย่าคิดประชดคนรัก ด้วยวิธีเดียวกันคือหันไปหาคนอื่นบ้าง เพราะ วิธีนี้จะทำให้เค้าเป็นฝ่ายเลือกที่จะไปหาคนอื่น การใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง ใช้ไม่ได้ผลกับความรักนะจะบอกให้ 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 8.เอาใจใส่ตัวเองมากขึ้น อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว ทำตัวให้ดูดี ดูสวยเข้าไว้เอาแบบที่รียกว่า แม้แต่คนรักของคุณยังตาค้าง ผมที่ยุ่ง ๆ ฟู ๆก็จัดการซะให้เรียบร้อย เช็ด คราบน้ำตาทิ้ง แล้วหันมาเอาใจใส่ให้สวยปิ๊งดีกว่าเป็นไหน ๆ เราไม่ใช่ของตายของใคร นะเออ 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 9.หันหน้าเข้าหากัน สาเหตุของการนอกใจส่วนหนึ่งมาจากปัญหา ระหว่างคุณและเค้า ซึ่งคุณเองอาจมีข้อบกพร่องในบางสิ่ง ควรหันมาพูดคุยกัน เพื่อปรับความ รู้สึกเข้ากับอีกฝ่ายรวมทั้งให้เวลาและเอาใจใส่ คนรักให้มากขึ้น 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 10.ไม่ควรเอาเรื่องนี้ไปประจาน กับคนอื่น ปัญหานี้เป็นเรื่องของคนสองคนระหว่างคุณ และเค้า ทางที่ดีอย่านำความผิดของเค้าไป โพนทะนาหรือประจานให้เพื่อนหรือบุคคล ใกล้ชิดฟัง เพราะจะทำให้คนรักของคุณรู้สึกเสียหน้า และเข้าหน้าคนใกล้ชิดของคุณ ไม่ติดแล้วแม้ว่าต่อไปเค้ากับคุณจะคืนดีกัน หรือไม่ก็ตาม ความรัก : 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ

ดูดวงปี2559 กับภาพรวม12ราศี! โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดูดวง / 

พยากรณ์ ภาพรวมดวงชะตา 12ราศี โดย อ. คฑา ชินบัญชร   ราศีมังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) หัวสมองโลดแล่นอยุ่นิ่งไม่ได้เลย อยากหยิบนั่นจับนี่ โครงการในหัวทะลักทลาย แต่สุดท้ายก็ทำได้ทุกอย่าง ปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ การทำงานมีหลายๆ งานที่คุณต้องรับผิดชอบ รวมถึงงานใหม่ งานเสริมด้วย เป็นปีที่อยากลอง อยากทำทุกอย่าง ช่วงปลายปีมีความก้าวหน้าที่ดี ได้พบปะเจรจากับคนสำคัญ ซึ่งมีแนวทางใหม่ๆ หรือได้รับการสนับสนุนในเรื่องของเงินทอง ปีนี้ได้ "ไพ่พระลักษมี" และ "ไพ่ราชินีแห่งเหรียญ" มีข่าวสารที่ช่วยในการตัดสินใจ ทีนี้ใครที่ชอบเสี่ยง ชอบลุ้นสบายใจได้ เล่นหุ้นได้ผลกำไรดี ความรักมักจะมีรูปแบบแปลกใหม่เข้ามาเสมอ มีสีสันพอสมควร คนโสดคงจะมีเด็กกว่ามาจีบหรืออายุมากกว่าไปเลย ปีนี้เบิกบานใจ ส่วนคนที่มีคู่อยู่แล้ว ก็คงจะเจ้าชู้ แอบมีกิ๊กเพิ่ม ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) เริ่มมีความกระตือรือร้นกลับมาอีกครั้ง ปีนี้ได้ "ไพ่พิเภก" และ "ไพ่เดอะเมจิกเชียน" มักมีแนวคิดแหวกแนวกว่าคนอื่น โครงการที่ไม่เคยทำก็อยากลองทำ ทำอะไรที่ตนเองถนัด คุณจะได้รับรู้ถึงพรสวรรค์ของตัวเอง การทำงานมีช่องทางใหม่ๆ ให้เลือก บางทีได้ชิมลางกับงานที่ไม่เคยทำ อย่าไปกลัวคุณทำได้อยู่แล้ว ในช่วงกลางปี ให้ระวังความป๋ำเป๋อหรือกังวลจะทำให้งานผิดพลาด ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องคำนวณ งานตัวเลข คงต้องรอบคอบมากขึ้น เรื่องการเงิน เงินทอง กระเป๋าแบนตลอด หยิบอะไรคิดอะไรเป็นต้องลงทุน ปีนี้ค่าใช้จ่ายอะไรก็ประดังเข้ามา ทำให้หมุนกันตัวเป็นเกลียว ความรักสำหรับคนโสด สดใสมาก ได้พบรักโดยบังเอิญ แบบบุพเพอาละวาดทำนองนั้น แต่ถ้ามีคู่รักอยู่แล้ว ก็ต้องระวังมือที่สาม เอาใจกันให้ดี ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ มีความคิดความอ่าน รอบคอบมากขึ้น เรื่องวุ่นวายเลยจางหายไป ปีนี้ได้ "ไพ่หนุมานครองเมือง" "ไพ่ 4 คฑา" การทำงานมีความสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี มีผลงานเป็นที่น่าพอใจของผู้ใหญ่ และดูเหมือนคุณจะใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชามากขึ้น รู้จักนอบน้อม ทำตัวให้เป็น จะก้าวหน้ามากๆ งานที่ปรึกษา กฎหมาย วิชาชีพอิสระมีความสำเร็จ การเงิน เงินทองช่วงต้นๆ จะโชคดีมาก มีลาภวิ่งเข้ามาหา หรือคิดลงทุนก็ประสบความสำเร็จ ไม่ขัดสนแน่ปีนี้ เป็นจังหวะที่เหมาะในการเริ่มต้น ความรักหมั่นดูแลถนอมรักกันตลอด อบอุ่น มีกำลังใจที่ดี คนโสดในปีนี้สะดุดรักจังเบอเร่อ แต่ห้ามรีบร้อน ศึกษาดูใจกันให้ดี แล้วจะได้รักที่ยืนยาวมั่นคง ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ปีนี้ได้ "ไพ่เผากรุงลงกา" และ "ไพ่เดอะทาวเวอร์" คงต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวสักหน่อย ความใจร้อนก็ลดลงมาบ้าง มีเรื่องขัดแย้งผิดใจกับคนรอบข้างบ่อย อาจถึงขั้นแตกหัก การทำงานเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม มิฉะนั้นจะถูกเพ่งเล็ง ลดความดื้อลงอีกนิด งานใหญ่จำเป็นต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจ ปลายปีมีโอกาสปรับเปลี่ยนงาน เงินทองไหลออกเป็นส่วนใหญ่ หันไปทางไหนก็มีแต่เรื่องที่ต้องจ่าย แถมมีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ อย่าเพิ่งไปลงทุนกับใคร มีแต่จะเสียมากกว่าได้ ความรักต้นปีรบราฆ่าฟันกันน่าดู ไม่มีใครยอมใคร พยายามข่มอารมณ์แล้วเรื่องร้ายผ่านไป คนโสดจะมีอัศวินเดินทางไกลมาหา ช่วงปลายปีมีรักกุ๊กกิ๊ก ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ปีนี้ต้นร้ายปลายดี ช่วงต้นปีมีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง เห็นอะไรเป็นขวางหูขวางตา ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ถ้าคุณไม่ไปหาเรื่องเขา ก็มีคนมาหาเรื่องคุณ สุดท้ายก็เป็นเรื่องจนได้ ก็สงบจิตสงบใจหน่อย จะได้ไม่เกิดปัญหา คุณที่อยากเปลี่ยนงาน สมัครงานทิ้งไว้ ปลายปีนี้มีข่าวดีแน่นอน การเงิน "ไพ่นางสีดา" และ "ไพ่ 9 เหรียญ" ปีนี้เก็บออมเป็นเลิศ ใครอย่ามาหวังแอ้มได้เงินจากคุณเลย ยากมากๆ แต่ก็จะมีเรื่องต้องเสียเงินแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ เป็นเรื่องฉุกเฉิน ปลายปีถึงจะมีลาภ ความรักมีปากเสียงกันตลอด คงต้องลดทิฐิลงมากันคนละครึ่งทาง คนโสดมีกามเทพมาแผลงศรให้ได้คู่ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ปีนี้นับเป็นช่วงทองของชาวราศีเมถุนเลยทีเดียว  "ไพ่พระตรีมูรติ" และ "ไพ่ราชาแห่งเหรียญ" เงินทองไหลมาเทมา หยิบจับอะไรก็ขึ้น เป็นเงินเป็นทองไปทุกเรื่อง ถ้ากำลังมีโครงการในใจ ให้รีบสานต่อให้เสร็จ เหมาะในการเสี่ยงการลงทุน เล่นหุ้นได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ปลายปีมีลาภฟลุ้คๆ คนที่เคยชวยเหลือจะกลับมาตอบแทน เดินทางไกลดีมีโชคลาภ การทำงานสบายมาก ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ ถ้าได้ผ่านมือคุณทุกอย่างไม่มีปัญหา ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา กลางปีมีข่าวดีเกี่ยวกับงาน มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งดีขึ้น ความรักเฮฮา ปาร์ตี้ ได้เพื่อนใหม่ คนโสดได้ปิ๊งแน่ ช่วงนี้ลุกขึ้นมาแต่งตัวนิดหน่อยก็เสน่ห์แรงแล้ว ส่วนที่มีคู่ได้สวีทให้ชื่นใจ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ปีนี้เหมือนเจอมรสุม "ไพ่นนทกสิ้นฤทธิ์" และ "ไพ่ 10 ดาบ" ทำอะไรไปก็ไม่ได้ดี ช่วงกลางปีให้ระวังอุบัติเหตุจากของมีคม และการเดินทาง อย่าไปคาดหวังอะไรจากใครมากจะผิดหวัง การทำงานคอยแต่เกี่ยงกัน เรื่องดีๆ ก็แย่งกันรับ แต่พอมีปัญหาก็หนีเอาตัวรอด บรรยากาศแบบนี้ทำให้เบือได้ง่ายๆ ช่วงปลายปีลองแสดงความสามารถ แสดงความคิดเห็นให้เต็มที่ จะได้รับการยอมรับ เงินทองไหลออกมากกว่าเข้า มีเรื่องให้ต้องเสียอยู่ตลอดเวลา เจอะเจอใครก็พูดเรื่องหยิบยืมเงิน เริ่มรู้สึกเซ็งๆ แต่ช่วงปลายได้เฮ มีลาภฟลุ้คๆ ช่องทางทำเงินเริ่มเห็นชัดขึ้น ความรักหงอยเหงา แอบรักเขาข้างเดียว ที่มีแฟนอยู่แล้วก็บึ้งตึงกันบ่อย แถมอาจถูกนอกใจด้วย ทำตัวน่ารักๆ เข้าไว้จะได้ไม่มีปัญหา ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ปีนี้ยุ่งอยู่กับเรื่องเงินทองตลอด เดี๋ยวได้มา เดี๋ยวจ่ายไปให้เวียนหัว "ไพ่ลงทัณฑ์หนุมาน" และ "ไพ่ 5 เหรียญ" ต้นปีจ่ายกันให้พอ กระเป๋ารั่ว อย่าเพิ่งไปคิดเก็บออม หมดไปกับค่าใช้จ่ายจุกจิก ทั้งค่ารักษา ซ่อมแซม กู้เงิน ยืมเงิน อย่าไปรับปากใครเด็ดขาด ความเดือดร้อนจะมาเยือน ช่วงกลางปีไปแล้วค่อยโล่งใจ เหมือนมีเทวดามาช่วย มีช่องทางทำกำไรที่ดี มีงานเสริม เข้าหาผู้ใหญ่ได้รับความช่วยเหลือ การลุ้นเสี่ยง มีลาภ การทำงานเอาแน่นอนไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยมีสมาธิ อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ งานเลยไม่ค่อยคืบหน้า แต่ถ้าเป็นงานบันเทิง ท่องเที่ยว ผับ บาร์ จะไปได้เร็ว ความรักมักชิงสุกก่อนห่าม ไม่ดี ปีนี้มีมาก็รักจริงหวังฟันทั้งนั้น ให้ดูใจกันให้นานแล้วจะรักกันยืนยาว ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ปีนี้ได้ "ไพ่เสนาวานร" และ "ไพ่เดอะสตาร์" ยังคงส่องแสงระยิบระยับ หันไปทางไหนก็เจอแต่แสงสว่าง ไปได้ทุกที่ หยิบจับงานได้ทุกงาน การทำงานก้าวหน้า มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ผู้บังคับบัญชากำลังเทคะแนนให้อย่างแรง ถ้าคุณมีไอเดียเจ๋งๆ ไม่ต้องเก็บไว้ แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ ช่วงนี้ทางสะดวก ช่วงกลางปีคนใกล้ชิด ครอบครัวจะคอยสนับสนุน เป็นแรงเชียร์ได้เป็นอย่างดี เงินทองจะไปไหนเสีย งานดี เงินก็ดีตามไปด้วย สิ่งที่คาดหวังอยากได้ จะได้ในช่วงนี้ ต้นปีการเสี่ยงลุ้น มีโอกาสสูง ความรักก้าวไกลกว่าคู่ไหนๆ จูงมือกันวิวาห์ มีฤกษ์งามดี คนโสด ก็คงได้คู่กันก็คราวนี้ มีความสุขกันทั่วหน้า ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ต้นปียังหมกมุ่นคิดถึงแต่เรื่องเก่าที่ผ่านมา จนไม่เป็นอันทำอะไร ขอแนะนำให้ทิ้งเรื่องเก่า มองเรื่องใหม่ที่กำลังเข้ามาจะดีกว่า กลางปีได้เดินทาง ปรับเปลี่ยนที่อยู่ การทำงานดีขึ้น งานก้าวหน้า แต่คุณคงต้องกระตือรือร้นตามไปด้วย ส่งให้ไม่ค่อยได้อยู่ติดที่ เดินทางบ่อย คุณที่อยากเปลี่ยนงาน ลองสมัครดูจะได้รับข่าวดี ช่วงปลายผู้บังคับบัญชา สนับสนุนเต็มที่ เงินทองช่วงต้นปีทำให้หงุดหงิด มีบางอย่างเสียไปแล้วเกิดความเสียดาย ระวังของหาย ช่วงกลางปีมีลาภจากการเดินทาง ความรัก "ไพ่ทศกัณฐ์แห้ความ" และ "ไพ่ 5 ถ้วย" จุกจิกขี้บ่น จนเลยเถิด ตัวเองก็ต้องมานั่งเสียใจในคำพูด คนโสดสบายสุดๆ ช่วงนี้มีกามเทพแผลงศร ให้ได้สะดุดรักกันให้วุ่น ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ปีนี้จะนุ่มนวล อ่อนโยนกับเขาบ้างแล้ว เพราะได้รับอิทธิพลจาก "ไพ่จักรพรรดินี" และ "ไพ่ดิเอ็มเพรส" อ่อนไหวง่าย ขี้สงสาร การทำงานถึงแม้ว่าจะไม่ได้คล่องแคล่วว่องไวอย่างใจคิด แต่ก็ไปช้าๆ แบบมั่นคง ปีนี้คำพูด การเจรจา ไพเราะเสนาะหู มีเสน่ห์ ต่อรองอะไรก็สำเร็จผล ปลายปีได้เพื่อนคู่คิด ช่วยกันทำงาน ครอบครัวเป็นแรงหนุน เงินทองเริ่มรู้จักเก็บรู้จักใช้มากขึ้น คิดจะวางแผนลงทุนก็ทำได้ดี เข้าหาเพศตรงข้ามจะได้ลาภจากการเสน่หา ถึงแม้เงินจะได้มาช้ากว่าที่คิด แต่ได้แน่ๆ ไม่ต้องห่วง ความรักหวานโรแมนติก เอาใจใส่กันเป็นอย่างดี ใครที่กำลังคิดสร้างครอบครัว อยากมีบุตรจะมีข่าวดี คนโสดคงได้คนรอบข้างช่วยกันแนะนำ ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ปีนี้เกิดอาการคิดมาก เพราะถูกเป่าหูเหลือเกิน "ไพ่ขันธกุมาร" และ "ไพ่เจ้าชายแห่งดาบ" มักได้ยินเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ อย่าเพิ่งไปสนใจใครมาก ให้เชื่อมั่นในตัวเอง ทำดีได้ดีแน่นอน การทำงานไม่ค่อยได้ดั่งใจ ยิ่งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เข้าหากันไม่ค่อยติด ต่างคนต่างความคิด ช่วงปลายถึงจะลงเอยกันได้ด้วยดี คุณต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี เวลามีบู๊ คุณจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เงินทองมีแต่คนหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ ทั้งคนใกล้ตัวและไกลตัว ถ้าทำได้ให้ปฏิเสธไปก่อนจะดีกว่า ถึงแม้จะรู้สึกไม่ดีแต่แรก แต่พอเวลาผ่านไปก็จะดีขึ้นเอง ดีกว่าต้องมานั่งเป็นทุกข์ร้อนไปตลอด ความรักเจอมือที่สามเข้ามาแทรก เอาใจคนรักให้มากๆ แล้วจะรู้ว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังเหมือนเคย รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

เมนู แพนเค้กผักโขมไข่ดาวแฮม ตัวช่วยของคนไม่กินผัก
ผักโขม /  แพนเค้ก / 

สำหรับคนที่กินผักยาก ไม่ชอบรสชาติข่มๆ ของผักใบเขียว แต่ร่างกายของคนเราต้องการผักเพื่อการขับถ่ายของร่างกายดีขึ้น ปัญหาของคนไม่กินผัก ยิ่งโตยิ่งหัดยาก การกินผักสำคัญต่อร่างกายคนมากมายเลย วันนี้เราจึงมาเสนอเมนูที่ให้คนไม่กินผัก ได้รับสารอาหารของผักแบบเต็มๆ กับเมนู แพนเค้กไข่ดาวแฮม โดยส่วนผสมของแป้งแพนเค้กมีผักโขมผสมอยู่ด้วย กับขั้นตอนและวิธีการทำดังนี้ค่ะ เมนู แพนเค้กผักโขมไข่ดาวแฮม ส่วนผสมแป้งแพนเค้ก แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 3/4 ถ้วย ใบผักโขมสด 1 1/2 ถ้วย นมสด 1 1/2 ถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง ผงฟู 1/2 ช้อนชา เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำมันพืช 2 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ไข่ดาวทอดแบบฝรั่ง 2-3 ฟอง ส่วนผสมแฮม แฮมหั่นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย น้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/4 ช้อนชา พริกไทยดำป่น 1/4 ช้อนชา วิธีทำ ผสมแป้งสาลี เกลือ ผงฟู เบกกิงโซดาและน้ำตาลเข้าด้วยกัน พักไว้ ปั่นผักโขมกับนมสดจนละเอียด ใส่ไข่ไก่ ปั่นต่อให้เข้ากัน เทลงใส่ชามแป้ง ค่อยๆ คนจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน แช่ไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที ลวกแฮมแล้วคลุกกับน้ำส้มสายชูหมัก น้ำผึ้ง เกลือ และพริกไทยเข้าด้วยกัน เตรียมไว้ ตั้งกระทะเทฟลอนให้พอร้อน ทาน้ำมันบางๆ ตักส่วนผสมแป้งแพนเค้กใส่ ทอดจนด้านหนึ่งสุกแล้วกลับอีกด้าน ทอกให้สุก จัดใส่จาน เวลาเสิร์ฟวางแป้งแพนเค้ก ใส่แฮมปรุงรสวางแพนเค้กอีกแผ่น วางไข่ดาว ประกบ้านบนด้วยแป้งแพนเค้ก เครดิตจาก นิตยสาร Gourmet & Cuisine issue 192 : Jul 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

หยามกันชัดๆ ขนมหวานศรีภรรยา ทำ แมน การิน ของขึ้น!!
สามีภรรยา /  คู่รักคนบันเทิง / 

เล่นกันไม่เลิกเลยค้าาา สำหรับมุกฮาๆ ของสามีภรรยาสุดจิ๊ดอย่าง แมน การิน และ เกล เวธกา เรียกว่าสรรหารอยยิ้มมาให้ประชาชีที่ติดตามอินสตาแกรมของทั้งคู่ได้ยลอยู่ตลอดๆ ล่าสุดฮากันอีกครั้งกับมุกขนมหวานของศรี เมื่อสามีหนุ่มแมนโพสต์รูปเมนูเด็ดของภรรยาคนสวย ที่ต้องบอกว่าเด็ดจริงอะไรจริง เพราะแคปชั่นทะลึ่งตึงตังปนฮาน้ำตาเล็ดแบบว่า... "นี่คือของหวานของศรี (อีโมติคอนรูปกล้วย) #พาเฟ่ต์ลูกชาย ตั้งสง่าตรงหน้านี่ ศรีสั่งมาข่มสา (อีโมติคอนรูปร้องไห้) ศรีบอกว่าน่ากินดี #แบบนี้หยามกันชัดๆ #สาจะไม่ทน (อีโมติคอนรูปโกรธ) #สาก็ทำได้ รอดูเลย #พาเฟ่ต์พ่อบ้าน คืนนี้จัดเลย 1 จาน (อีโมติคอนยิ้มมุมปาก) #พ่อบ้านสายเข้าครัว (อีโมติคอนรูปมะเขือ) ปล.อย่าดราม่าเพราะมีเมนูนี้จริงๆ (อีโมติคอนรูปยิ้ม)" โถๆๆๆ เรียกว่าเป็นเมนูเด็ดดวง(ที่น่ารัก)ซะจนสามีเคืองเลยทีเดียวเชียวแหละ คุณศรีภรรยาเกลชอบขนมหวานแบบนี้ คุณสามีอย่างแมนมีเคืองเบาๆ ถึงขั้นขอจัดหนักให้คืนนี้เลย อุ๊ตะ!! เป็นพ่อบ้านสายเข้าครัว เสิร์ฟขนมหวานลบเมนูสบประมาทของคุณภรรยาเยี่ยงนี้ ไม่ช้าไม่นานคงมีข่าวดี...ดี๊...ดี ให้ได้เฮกันสักวันแหละ คริๆๆ แมน การิน เกล เวธกา แมน - เกล เกล เวธกา เกล เวธกา แมน การิน แมน - เกล แมน - เกล แมน - เกล ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @man_karin @gale_waythaka

จับเข่าคุยกับ 5 เด็กแสบแห่ง
ชยณัฐ แจ่มใส /  ปุณณดา วอสเบียน / 

จับเข่าคุยกับ 5 เด็กแสบแห่ง "โรงเรียนผี" งานนี้ใครไม่หลอนให้มันรู้ไป เป็นอีกหนึ่งควันหลงทิ้งทวนเทสกาลฮาโลวีนประจำปีนี้ สำหรับภาพยนตร์ โรงเรียนผี ภาพยนตร์สุดหลอนที่หยิบยกเรื่องราวลี้ลับในรั้วโรงเรียนมาถ่ายทอด โดยในวันนี้เราได้พาตัวแก๊งเด็กแสบทั้งห้าซึ่งเป็นกลุ่มตัวละครหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้มาบอกเล่าเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ บทบาท-คาแรคเตอร์ ริว : ผมรับบทเป็น ดอน ก็อยู่ในแก๊งเด็ก 5 คน ผมจะเป็นคนที่เงียบที่สุด แล้วก็จะโดนอีก 4 คนข่มอยู่เสมอครับ ในแก๊งนี้ก็จะมีทั้งหมด 5 คน จะมีหัวหน้าแก๊งชื่อ เอ๋ และลูกน้องอย่าง เด่น สมุนมือขวาของพี่เอ๋ เอ้อ เด็กเล็กสุดในกลุ่มแต่ก็กวนแสบที่สุดเช่นกัน และ ป๊อป เป็นผู้หญิงคนเดียวในแก๊ง ออกแนวห้าว ๆ แสบไม่แพ้ใครครับ อาไท : ผมเล่นเป็น เอ๋ ครับ เป็นหัวโจกของแก๊งนี้ เป็นเด็กชั้นม.3 ที่ตกซ้ำชั้น เรียนตก ๆ ๆ อยู่อย่างงี้อยู่หลายปี ด้วยความเป็นรุ่นพี่ไงก็เลยชอบโชว์พาว เป็นคนชอบท้าทายผีสาง จะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เอ๋จะรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนนี้ที่ไม่ควรรู้แต่เค้ารู้ ตัวละครตัวนี้ก็เหมือนผมตรงที่กวน ๆ มั้งครับ แต่ผมเรียนไม่ตกซ้ำชั้นนะครับ ไม่เหมือนเอ๋ ผมเรียนเก่งครับ ออสการ์ : ผมรับบทเป็น เอ้อ เป็นลูกน้องพี่เอ๋ครับก็ออกแนวกวน ๆ แล้วก็ซ่า ๆ กวนพี่เอ๋เวลาพูดอะไร เราก็ชอบแทรกเข้าไป กวนเข้าไป ถึงจะเป็นน้องเล็กสุดก็ไม่กลัวครับ นิสัยก็คล้าย ๆ กันครับ ทั้งความกวน ความซน จะว่าไปก็เหมือนกันเป๊ะเลยฮะ สุชาติ : สวัสดีค่ะ ญาญ่าเล่นหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ก็เป็นนางเอกค่ะชื่อ เด่น นางเอกก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก ก็มันสวยค่ะ มั่นหน้าเนาะ คาแรคเตอร์ช่วงแรก ๆ ก็จะไม่เปิดเผย จะแอ๊บแมน แล้วก็เป็นคนฮา ๆ มีความมั่นใจสูงมาก สวยมาก ก็กลัวผีด้วย แต่ก็ชอบอ่อยด้วย เพราะในแก๊งมีคนหล่อคนหนึ่งชื่อ ดอน หล่อมาก หล่อที่สุด เขินเลยค่ะ นีโม : เรื่องนี้นีโมรับบทเป็น ป๊อป ค่ะ จะเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มนี้ จะเป็นคนห้าว ๆ เลยอยู่กับแก๊งเด็กผู้ชายแก๊งนี้ได้ ตัวป๊อปก็จะเหมือนนีโมเหมือนกันนะคะ ก็จะออกห้าว ๆ เหมือนกัน แตกต่างจากหนังเรื่องที่ผ่าน ๆ มายังไงบ้าง อาไท : คือเรื่องอื่น ๆ ก็จะเป็นตลกอย่างเดียว แต่เรื่องนี้เราต้องมาเป็นตัวนำเรื่อง เราต้องมาเล่าเรื่องผีเพื่อโยงไปคนนั้นคนนี้ แถมยังต้องไปเจอผีเองด้วยครับ ริว : เรื่องนี้จะเป็นแนวผีหลอน ๆ ครับ ตัวผมเองยังไม่เคยเล่นหนังผีมาก่อนครับ นี่ก็เป็นเรื่องแรก จะมีบางทีที่ถ่ายตอนกลางคืนก็จะมีเสียวบ้างครับ และก็มีบางมุมที่ตลกอาไทครับ นีโม : เรื่องที่ผ่าน ๆ มาก็จะเล่นเป็นนางเอกตอนเด็ก ๆ แต่เรื่องนี้ก็มาเล่นเป็นตัวเราเอง และเรื่องนี้ก็เป็นหนังผีเต็มตัวเรื่องแรกด้วยค่ะ สุชาติ : ส่วนหนูกับออสการ์ก็ได้เล่นหนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกค่ะ ก็ตื่นเต้นและดีใจที่สุดเลย ในเรื่องนี้พี่เค้าก็บอกให้เป็นตัวเราเองเลย เป็นคนเฮฮา ชอบแอ๊บแต่ก็แอ๊บไม่อยู่ อย่าเดินตูดบิดนะ แต่หนูก็เดินตูดบิดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เข้าฉากวันแรกก็ตื่นเต้น จำบทไม่ค่อยได้ ตื่นเต้นมาก คือทำอะไรไม่ได้เลยอ่ะ เป็นครั้งแรกก็ตื่นเต้นอ่ะค่ะ ออสการ์ : หนูผ่านงานแสดงมาบ้างแล้ว แต่เพิ่งเล่นหนังเรื่องแรก ก็สนุกครับ เราต้องเล่นให้คนดูเค้าเชื่อจริง ๆ ยิ่งเป็นหนังผีด้วยยิ่งยาก ต้องโดนเลือดสาด ต้องโดนผีหลอก ต้องน่ากลัวจริง ๆ ครับ เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับ “ผีโรงเรียน” บ้างมั้ย เล่าให้ฟังหน่อย (โรงเรียนของแต่ละคน) ออสการ์ : เคยครับ เรื่องนี้ได้มาจากภารโรงเก่าแก่ของที่โรงเรียนหนู แต่ตอนนี้เค้าออกแล้วเพราะเค้ากลัวมาก ก่อนที่เค้าจะออก มีเรื่องแปลกๆ หลายอย่าง คือโรงเรียนหนูมันใกล้กับวัดอ่างทอง โรงเรียนหนูเป็นเขตของวัด ซึ่งตอนนั้นเค้าเอาไว้ฝังศพกัน แรก ๆ ก็ยังไม่ค่อยมีคนมาสมัครกัน แล้วตรงสนามเด็กเล่นตอนนั้นเป็นต้นกล้วย น่ากลัวมาก ถ้าใครไปตอนกลางคืนต้องสะพรึงมาก พอสร้างเป็นโรงเรียนแล้ว เมื่อก่อนก็เคยมีครูผูกคอตายในห้องน้ำ แล้วภารโรงก็มาเล่าให้ฟังว่า เค้าอาฆาตแค้น แล้วก็วนเวียนอยู่ในห้องน้ำนั้น พออยู่ไปนาน ๆ ก็รู้สึกว่ามีใครมาคอยดูว่าห้องเราเป็นยังไง ก็ด้วยความอยากรู้ก็เลยเอาเก้าอี้ขึ้นไปส่องดู ก็เห็นเลยจ้า เชือกห้อยแกว่งไปมา แล้วตอนหนูฉี่ตรงที่ฉี่ พอมองลงไปในน้ำ ก็เห็นเงาผู้ชายจ้องขึ้นมาเลย อันนี้หนูเจอจริง ๆ ริว : ก็เคยมีคนเล่าให้ฟังเรื่อง ผีห้องดนตรีไทย ก็เหมือนเค้าอยู่ดึก แล้วเค้าก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากห้องดนตรีไทย บางคนก็บอกเห็นเงาลางๆ ก็เลยเกิดความกลัวขึ้น ไม่ค่อยอยากไปห้องดนตรีไทยเท่าไหร่ ผมยังไม่เคยเจอกับตัวเองครับ ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากเจอครับ อาไท : โรงเรียนที่ผมเคยเรียนตอนประถมนะครับ เค้าเล่าว่าเคยมีประวัติ คือเค้าบอกว่าจะมี ห้องนาฏศิลป์ คือตอนเย็น ๆ เวลานักเรียนกลับบ้านหมด คนเดินผ่านเค้าจะได้ยินเสียงระนาดหรือขิมกำลังบรรเลงกันอยู่ แต่ว่าไม่มีใคร เค้าก็เล่ากันมาครับ วันนั้นผมเดินผ่านก็ได้ยินเสียงเหมือนกัน เปิดไปดูก็เจอเลยครับ...ภารโรงนั่งเล่นอยู่ นีโม : ของหนูเคยได้ยินตอนประถม เท่าที่จำได้ก็คือเป็น ผีพี่ฟ้า นะคะ เหมือนพี่ฟ้าเค้าไปซ้อมดนตรีอยู่ที่ห้องดนตรีไทย แล้วเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ทำให้ตาย แล้วพอโตขึ้นก็มีเล่ามาอีกฝั่งหนึ่งว่าพี่เค้ากระโดดตึกตาย ก็ไม่รู้ว่ายังไงพอเข้าไปเค้าก็พูดกันแล้ว จำไม่ได้ว่าได้ยินมาจากใคร น่าจะจากเพื่อนมั้งคะ สุชาติ : ก็จะมีนักศึกษาประสบอุบัติเหตุหน้าวิทยาลัย เค้าก็เล่ากันว่า ตายแล้วยังเดินมาเรียน หนูก็จริงเหรอ ก็ไม่รู้อ่ะ แต่เพื่อนเค้าก็เชื่อกันนะ ตอนโรงเรียนเก่า เค้าก็บอกว่าเป็นที่ของป่าช้า หนูก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพื่อน ๆ ก็จะมาเล่าให้ฟัง แต่หนูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ผีเคยเจอมั้ย ไม่เคยเจอนะ นอกจากเจอตัวเองในกระจกประมาณนั้นค่ะ เรื่องราวของ “โรงเรียนผี” เป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย ริว : ผมเป็นคนเงียบ ๆ ก็จะไม่ค่อยมีเพื่อน แล้ว 4 คนนี้ก็ชวนผมไปเข้าแก๊งด้วย วันนั้นเป็นวันปฐมนิเทศ เค้าก็ชวนผมไปในห้องไปเล่าเรื่องผี เพื่อความสนุกสนาน แต่ละคนก็เล่าเรื่องผีที่แตกต่างกันจนมันไม่จบไม่สิ้น จนกระทั่งมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เอาเป็นว่าไปดูกันในโรงดีกว่าครับ อาไท : คือมันจะเป็นเรื่องของเด็กกลุ่มหนึ่งที่หนีการปฐมนิเทศมาหาอะไรทำสนุก ๆ โดยมีผมเป็นหัวโจกแล้วก็มีลูกน้อง 4 คนมาร่วมด้วย ก็เลยมาเล่าเรื่องผีกันตามประสบการณ์ของตัวเอง ก็ขุดเรื่องผีมาเล่ากันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น อยากรู้ต้องไปดูกันเองครับ คิดว่าในโรงเรียนใครจะเสี่ยงเจอผีมากที่สุด อาไท : ผมว่าตัดยามออกก่อนเลย ไม่เจอหรอก เพราะยามหลับ อันนี้หยอกเล่น คนที่น่าจะเจอผีมากที่สุด น่าจะเป็นภารโรงครับ เพราะโรงเรียนผมเนี่ย ภารโรงเค้าจะอยู่กินนอนที่โรงเรียนเลย พอตอนดึกเค้าก็มาเดินตรวจตราเช็กอะไรต่าง ๆ ผมว่าเค้ามีเปอร์เซ็นต์เจอผีมากที่สุด อย่างครูพอเสร็จงานเค้าก็กลับบ้าน ยามก็อยู่ในป้อม แต่ภารโรงเค้าจะเดินตรวจทุกชั้น ผมว่าเค้ามีเปอร์เซ็นต์โดนมากที่สุด ริว : ผมคิดว่าภารโรง, แม่บ้าน และก็ยามครับ เพราะเป็นสามบุคคลที่อยู่ดึกสุดครับ ก็อาจจะเจอมากที่สุดครับ เหมือนเค้ามีหน้าที่ดูแลโรงเรียนทุกซอกทุกมุม ต้องอยู่ดึก ก็เลยมีสิทธิ์เจอบ่อย ออสการ์ : ยามโรงเรียนผมก็จะอยู่ที่ป้อมตรงสนามเด็กเล่นอย่างเดียว แต่ก็มีโอกาสเจอมั่งแหละ ถ้าครูนี่บางทีเค้าก็จะกลับก่อนนักเรียน เค้าก็มีโอกาสเจอน้อยมาก 100 % ก็อาจจะเจอซะ 20% ส่วนนักเรียนอย่างพวกหนูก็มีโอกาสเจอแค่ 10 % ที่น่าจะเจอมากที่สุดก็น่าจะเป็นภารโรง เพราะเค้าอยู่ที่โรงเรียนนานที่สุด แต่ภารโรงโรงเรียนหนูเค้าอยู่แค่ถึงเที่ยงคืน พอหกโมงเช้าเค้าก็มา แต่ก่อนกลับเค้าก็ต้องตรวจโน่นนี่ เค้ามีสิทธิ์เจอมากสุดเพราะเค้าอยู่ดึกกว่าทุกคน เป็นคนกลัวผีมั้ย ริว : ก็กลัวครับ แต่ที่ถ่าย ๆ มาก็ยังไม่เจอนะครับ ก็ไม่อยากเจอด้วย ออสการ์ : ถ้าไปเป็นแก๊ง 4-5 คนนี่จะไม่กลัวอะไรเลย ยกเว้นไปวัด แต่ถ้าไปคนเดียวกลางคืนในที่มืดๆ นี่จะไม่กล้าครับ กลัวครับ นีโม : ก็กลัวผีอยู่นะคะ กลัวแต่ชอบดูอะไรผี ๆ ค่ะ ถ้าวันหนึ่ง เราดันเจอผีที่โรงเรียน จะทำยังไง อาไท : โห ! ตอบยาก ผมไม่เคยเจอ อันดับแรกคงต้องยืนวิเคราะห์ก่อน ไม่ใช่ ! คงไม่บ้าบอขนาดนั้น ก็คงตามประสา คงจะกลัวแล้วก็วิ่งหนีครับ แต่ผมว่าคนเราเวลาเจอผี ไม่ใช่เจอแล้ววิ่งเลยนะ ผมว่าทุกคนเวลาเจอผี เค้าต้องยืนสตั๊นซะ 3 วิ แล้วค่อยวิ่งหนีไป ริว : ถ้าเจอผีในโรงเรียนจะทำยังไงเหรอครับ ก็วิ่งหนีเลยครับ ถ้ามีเพื่อนมาด้วยผมว่าก็ไม่มีใครรอใครแล้วครับวิ่งไปก่อนเลย ไม่รอแน่ ๆ เราเป็นคนมีเซ้นส์ผีหรืออะไรพวกนี้มั้ย ออสการ์ : หนูไม่ได้เห็นไง แต่รู้อ่ะ รู้ว่าเค้ากำลังมองเราอยู่ เค้ากำลังทำอะไรอยู่ มีความรู้สึกได้ว่าเค้ามาหาอะไรอย่างงี้ . เคยเจอเหตุการณ์ลึกลับประหลาด ๆ ผี ๆ ในกองถ่ายมั้ย อาไท : ก็มีนะฮะ คือวันนั้นผมต้องถ่ายฉากที่เล่าเรื่องผีอยู่ตลอดทั้งวัน แล้วรู้สึกว่าอยู่ดี ๆ ก็ปวดไหล่สองข้าง ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้สะพายกระเป๋าอะไรเลยนะ ผมก็เอาแล้ว ถ้าเป็นคนที่มีเซ้นส์เค้าคงเห็นอะไรอยู่บนบ่าผมอ่ะ ก็นั่งปวดซักพักนึง สุดท้ายก็ไปไหว้ขอขมาเจ้าที่ที่โรงเรียนที่ถ่าย พอไหว้เสร็จอาการก็ดีขึ้นเลย ก็อาจจะเป็นเพราะเรามาทำมาพูดอะไรที่ไม่ให้เกียรติสถานที่อะไรอย่างนี้ก็ได้มั้งครับ ออสการ์ : เคยมีแต่เรื่องหลอกเด็กว่า ระวังนะมาถ่ายที่โรงเรียนนี้ แต่หนูก็ยังไม่เจออะไร ถ้ายังไม่ได้เจอด้วยตัวเอง หนูก็ยังไม่เชื่อ นีโม : ก็มีพี่ ๆ ทีมงานเคยเล่าให้ฟังค่ะ เหมือนมีฉากหนึ่งที่ถ่ายกันตรงบันได แล้วเหมือนเค้าถ่ายติดใครมาก็ไม่รู้ ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะใช่ทีมงาน ก็ลองไปดูนะคะว่ามันจะอยู่ในหนังรึเปล่า บรรยากาศกลางคืนตอนที่ถ่ายหนังในโรงเรียนนี้เป็นยังไง อาไท : โหย น่ากลัวมากครับ ตอนนั้นผมถ่ายอยู่ฝั่งโน้น แล้วมองข้ามมาอีกฝั่งของชั้นเดียวกัน มันมืดแบบจ้างผมเดินผมก็ไม่เอาอ่ะ นีโม : ถ่ายตอนกลางคืนที่นี่ก็น่ากลัว เพราะมันไม่ใช่สถานที่ที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว แล้วรอบ ๆ โรงเรียนมันก็มีต้นไม้ล้อมรอบเยอะแยะ และด้วยตัวตึกโรงเรียนมันก็น่ากลัวอยู่แล้ว แล้วยิ่งตอนกลางคืนก็ยิ่งน่ากลัวใหญ่เลยค่ะ ในแก๊งเรา 5 คนนี้ อยากให้ใครเจอผีมากที่สุด ริว : ที่อยากให้เจอผีมากที่สุดก็คงเป็น สุชาติ แคปเจอร์ นี่แหละครับ เพราะอยากรู้ว่าถ้าเจอผีแล้วจะเป็นยังไง สุชาติจะกลัวผี หรือผีจะกลัวสุชาติครับ แต่สุชาติต้องกรี๊ดลั่นแน่ ๆ ครับ อาไท : โอ้โห ! สุชาติ แคปเจอร์ นี่ตัดออกก่อนเพราะผีกลัวเค้า หันมาช็อกกันเอง ผมว่าคนที่ผมอยากให้เจอนะก็คือ ออสการ์ มันกวนผมมาก มันกวนประสาทคนทั้งกอง คนที่อยากให้เจออีกคนก็คือ ริว เพราะริวเป็นคนหน้านิ่งมาก อยากจะรู้ว่าเวลาเจอผีหน้ามันจะเป็นยังไง ออสการ์ : อยากให้เป็น พี่สุชาติ แคปเจอร์ เพราะพอเวลาผีเจอพี่เค้า ผีจะตกใจก่อน แล้วก็จะหนีไป ส่วนพี่เค้าก็จะงงว่าพี่หนีเราทำไม ผีก็จะกลัวเค้ามากกว่า สุชาติ : ในแก๊งก็อยากให้ อาไท และ ออสการ์ เจอผีมากที่สุด โดยเฉพาะออสการ์มันแสบมากเลย อยากให้มันเจอผี มันก็อาจจะมอง ๆ แล้วก็วิ่งร้องไห้ไปเลยมั้งคะ นีโม : ก็อยากให้ ออสการ์ หรือ พี่สุชาติ เจอผีเพราะดูลักษณะแล้วก็น่าจะสนุกดี ก็อาจจะกรี๊ด วิ่งหนีอะไรประมาณนั้นมั้งคะ การร่วมงานกับผู้กำกับ ริว : พี่เปิ้ลก็เป็นผู้กำกับที่ใจดีครับ ยังไม่เคยดุเลย ก็โอเคครับ อาไท : ดีมากครับ พี่เปิ้ลเค้าก็คอยบอกอะไรที่ผมยังทำแล้วไม่ค่อยดี เค้าก็จะบอก ดีครับ ออสการ์ : ใจดีครับ หนูเป็นคนที่สั่งได้ สั่งได้เลย เค้าก็จะเอนเตอร์เทนเรา ซึ่งหนูชอบผู้กำกับแบบนี้มากกว่า สุชาติ : พี่เปิ้ลก็เป็นผู้กำกับที่ใจดี มีความเป็นกันเอง พอหนูผิดพลาด ก็บอกให้ปรับตรงนั้นตรงนี้หน่อยนะ ไม่ดุค่ะ พี่เค้าก็ให้กำลังใจ นีโม : การร่วมงานกับพี่เปิ้ลก็ดีค่ะ ก็ไม่มีอะไรแย่ พี่เปิ้ลเป็นคนใจดี เวลากำกับตรงไหนที่เรายังเล่นไม่ดี ก็จะมาบอกมาสอนว่าควรจะปรับปรุงตรงไหนค่ะ ความน่าสนใจหรือความโดดเด่นโดยรวมของหนังผีเรื่องนี้ ริว : ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ก็คือการเล่าเรื่องผี บางคนอาจจะชอบฟังแม้เค้าจะไม่มีประสบการณ์ในการเจอ แต่เค้าอาจจะเคยฟังมาบ้าง ทุกโรงเรียนต้องมีเรื่องเล่าต่างๆ อยู่แล้ว ก็อยากให้ทุกคนมาลองดู ผมคิดว่าทุกคนอาจจะเคยได้ฟัง ได้เล่าเรื่อง หรือได้พบเจอกับตัวเอง โรงเรียนผี ก็จะถ่ายทอดความรู้สึกตรงนั้นมา ก็คอยติดตามนะครับว่า โรงเรียนผี เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน อาไท : ผมว่าโรงเรียนทุกคนต้องมีเรื่องผีที่เล่าต่อกันมาแน่นอน เรื่องนี้ก็จะถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมที่ทุกคนเคยผ่านมา ก็มาดูว่าเรื่องผีของ โรงเรียนผี เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน เป็นหนังที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี สตรีดูแล้วสวย คนป่วยดูแล้วหายแน่นอนครับ ออสการ์ : คือว่าหนังมันมีเรื่องสยองขวัญ เรื่องที่ทุกคนเล่ามันน่ากลัว ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ทุกเคยได้ยินได้ฟังมา เค้าก็จะเอามาเล่าให้ฟัง ให้เป็นภาพเลยว่าเป็นอย่างงี้ ๆ นะ มาดูกันครับว่าโรงเรียนเรานี่จะมีสิ่งที่น่ากลัวลึกลับขนาดไหนและจะน่ากลัวกว่าเรื่องที่คุณเคยได้ยินมาหรือเปล่า สุชาติ : เพราะว่าหลายโรงเรียนมันก็ต้องมีเรื่องเล่ากันแหละเนาะ คนที่ชอบเล่าเรื่องผีก็ต้องดู เหมือนมันเป็นการแชร์ประสบการณ์จริง ต้องมาดูนะ หนังเรื่องนี้น่ากลัวมากจริง ๆ มาดูกันว่า โรงเรียนผี นี้จะน่ากลัวขนาดไหน นีโม : เรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเล่าเรื่องผีต่าง ๆ ของโรงเรียน ก็อยากให้มาดูกันค่ะว่า มันจะน่ากลัวกว่าที่เคยได้ยินมาหรือเปล่า นอกจากพวกหนู 5 คนแล้วก็จะมีพี่ ๆ นักแสดงอีกทั้งพี่แม็กกี้, พี่โจอี้, พี่หม่ำ, พี่เท่ง, พี่โก๊ะตี๋ ในเรื่องนี้ทุกคนก็จะได้เห็นมุมความกลัวของพี่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยค่ะ ก็ฝากเรื่อง โรงเรียนผี ไว้ด้วยนะคะ สำหรับใครที่ชอบเล่าเรื่องผี ชอบฟังเรื่องผี ชอบอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องผี ก็มาติดตามดูกันนะคะ โรงเรียนผี หลอนทุกคาบ หลอกทุกโรง 3 พ.ย.นี้ค่ะ

เช็คด่วน! ดวงเนื้อคู่ของคุณ.....จะใช่ที่คบอยู่มั้ยน๊าา ?
ความรัก /  ดวง12ราศี / 

ดวงความรักของผู้เกิด ราศีมังกร เป็นคนโรแมนติกบ้างแต่ไม่ค่อยยอมแสดงออกเท่าไรรู้วิธีทำให้คนอื่นมีความสุขเนื้อคู่ของคนเดือนนี้ถ้าได้คนผิวนวล หรือผิว 2สีก็ได้ จะถือว่าดีเยี่ยม ไม่ผอม บางเกินไปและควรมีอารมณ์ขัน ไม่มุทะลุเคร่งเครียดผู้ที่เกิดเดือนนี้มักจะได้คู่ที่ดีมีความรักใคร่กันครอบครัวไม่ทุกข์ยากถ้ามีลูกคนแรกเป็นผู้ชายจะยอดเยี่ยมที่สุด ดวงความรักของผู้เกิด ราศีกุมภ์ เป็นคนโรแมนติคลึกๆ แต่ไม่แสดงออก เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ถ้าเป็นคู่เทียม ก็จะทิ้งกันได้ในยามมีปัญหาคู่แท้จึงมีลักษณะเป็นเพื่อนตายที่มีความซื่อตรง ต่อกันอย่างแท้จริงคอยตักเตือน ไม่ให้ถูกล่อลวงได้ง่าย และต้องทำใจได้กับนิสัยที่ชอบท้าทาย ของคนเกิดเดือนนี้เนื้อคู่มักมีลักษณะสง่างามกว่าคนเดือนสาม คิ้วเข้มตาคม มีบุคลิกน่านับถือผู้ที่เกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่มีเกียรติ มีทรัพย์จึงอาจถูกคู่ข่มบ้าง ถ้ามีลูกสาวก่อน จะถือว่าดีมาก ดวงความรักของผู้เกิด ราศีมีน เนื้อคู่ของคนราศีมีน จะมีรูปร่างไม่สูงไม่เตี้ย หุ่นกำลังดี พูดจาคารมเหลือร้าย มีความรู้ความสามารถและชอบชีวิตสุขสงบ เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อเกินตัว ถ้ารู้จักเข้าใจนิสัยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของคนเดือนนี้ได้ก็จะอยู่กันยั่งยืน ถ้ามีลูกคนแรกเป็นลูกสาวจะไม่ค่อยได้ดั่งใจนัก ดวงความรักของผู้เกิด ราศีเมษ เนื้อคู่ของคนราศีเมษ ควรมีผิวขาวหรือผิวเดียวกัน รูปร่างล่ำสัน หรือสูงกำลังดีหน้ากลมอิ่มเอิบสุขุมรอบคอบและมีวาทศิลป์ช่วยเหลือให้กำลังใจ หรือคำปรึกษาที่ดีได้ เป็นคนขยันและปราดเปรียว ผู้ที่เกิดราศีเมษนี้ถ้าได้คู่ที่เด่นกว่าในด้านใดด้านหนึ่งถือว่าเยี่ยมมาก ถ้าได้ลูกสาวคนแรกจะมีวาสนาดี ดวงความรักของผู้เกิด ราศีพฤษภ เนื้อคู่ของคนราศีพฤษภนี้ เป็นคนรูปร่างกำลังดี ดวงตาสดใสน่ามอง คิ้วสวยได้รูป เป็นคนชอบทำบุญ มีลักษณะของผู้ใหญ่หรือผู้ดี เป็นคนรู้จักกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าว ไม่เห็นแก่ตัว ผู้ที่เกิดราศีพฤษภนี้ ถ้าคู่มีกำลังช่วยเสริมจะยิ่งทำให้รุ่งเรือง ลูกคนแรกหากเป็น ผู้ชาย ถือว่าจะนำเกียรติมาสู่วงศ์ตระกูลในวันหน้า ดวงความรักของผู้เกิด ราศีเมถุน เนื้อคู่จะมีลักษณะเพรียวบางใบหน้าเรียวสวย มีความคิดอ่าน ลึกซึ้งรู้จักพูดจาดีและถ้ารู้จักอดทน ก็จะอยู่กันยืดเพราะทั้งคู่อาจจะไม่ได้อยู่ชิดใกล้หวานชื่นกันนักผู้ที่เกิด เดือนนี้จะได้คู่ที่ซื่อสัตย์ลูกคนแรกเป็นผู้ชายจะดี แต่ถ้าได้ลูกสาวก็ไม่มีผลร้าย ดวงความรักของผู้เกิด ราศีกรกฎ เนื้อคู่ของคนราศีกรกฎนี้ มักจะมีวัยที่ต่างกันมาก รูปร่างสูง มีเรื่องไม่เข้าใจกันเสมอเพราะไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกต่อกัน หากแก้จุดนี้ได้จะเป็นคู่ชีวิตที่อบอุ่นและรุ่งเรืองได้ดีที่สุดคนเกิดเดือน นี้จะได้คู่ที่ดวงตาสวยถ้ามีลูกสาวก่อนลูกชายจะมีเรื่องยุ่งยากใจ ดวงความรักของผู้เกิดราศีสิงห์ เป็นคนโรแมนติคดีเลยทีเดียว เนื้อคู่ของคนราศีสิงห์นี้ อาจเป็นคนต่างชาติหรือลูกครึ่ง จิตใจทิฐิ ดื้อดึงเชื่อมั่น ในตัวเองสูง ถ้าอารมณ์เสียจะปากร้ายแต่ก็ขยันหมั่นเพียร หวังก้าวหน้าก้าวไกล จะได้คู่ที่อยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่าลูกคนแรกจะดีมากถ้าเป็นชาย ดวงความรักของผู้เกิด ราศีกันย์ จะได้พบกับเนื้อคู่ แบบไม่ทันตั้งใจ เป็นคนมีผิวขาว รูปร่างไม่สูง ไม่เตี้ยใบหน้าสั้นอารมณ์รื่นเริงดี ติดจะดูไร้สาระไปบ้างคนเกิดราศีกันย์นี้ อาจจะต้องแตกแยกกับคู่ก่อนจะได้แต่งอีกครั้ง ลูกคนแรกถ้าได้ลูกชายถือว่าเป็นมงคล ดวงความรักของผู้เกิด ราศีตุลย์ เป็นคนโรแมนติค เป็นห่วงเป็นใย เนื้อคู่ของคนราศีตุลย์นี้เป็นคนสูงเพรียวริมฝีปากเล็กบางถ้าขยันทำงานด้วย ก็จะสมพงษ์กันที่สุดแต่ถ้าขาดจุดนี้ ก็จะอยู่กันไม่นานและเนื้อคู่มักเป็นคน ปากร้าย หรือพูดมาก ขี้หึงหวงแม้จะเจ้าชู้พอกันคนเกิดราศีตุลย์ถ้าอยู่กินกันแล้ว จะมีฐานะดีขึ้นลูกคนแรกเป็นชายหรือหญิงก็ถือว่าดีทั้งนั้น ดวงความรักของผู้เกิด ราศีพิจิก เป็นคนที่รักใครรักจริง โรแมนติค แต่ไม่ค่อยสนใจสัมพันธ์จริงจังนัก เนื้อคู่ของคนราศีพิจิกจะมีผิวพรรณดี รูปร่างดี ใบหน้ามน ชอบช่วยกันทำมาหากิน รักใคร่กันดีทั้งยามสุขทุกข์ แม้ขัดใจกันบ้างแต่ก็ไม่ทอดทิ้งกัน คนเกิดราศีพิจิกนี้จะได้คู่ที่เป็นคู่รักคู่กรรม ลูกคนแรกจะเป็นคนมีปากเป็นเอก เป็นคนโรแมนติค เป็นห่วงเป็นใย เนื้อคู่ของคนราศีตุลย์นี้เป็นคนสูงเพรียวริมฝีปากเล็กบางถ้าขยันทำงานด้วย ก็จะสมพงษ์กันที่สุดแต่ถ้าขาดจุดนี้ ก็จะอยู่กันไม่นานและเนื้อคู่มักเป็นคน ปากร้าย หรือพูดมาก ขี้หึงหวงแม้จะเจ้าชู้พอกันคนเกิดราศีตุลย์ถ้าอยู่กินกันแล้ว จะมีฐานะดีขึ้นลูกคนแรกเป็นชายหรือหญิงก็ถือว่าดีทั้งนั้น ดวงความรักของผู้เกิด ราศีธนู มักได้คู่ช้ากว่าเพื่อน เพราะจะเลือกคนที่เหมือนภาพวาดฝันไว้ให้มากที่สุด ทั้งเรื่องหน้าตา ฐานะ และนิสัยใจคอ เนื้อคู่จะมีรูปร่างสูงกำลังดี ผิวพรรณละเอียด ผ่องใส คนเกิดราศีธนูนี้จะมีคู่ที่พึ่งพาได้ ลูกคนแรกจะไม่ดีนักถ้าเป็นชาย รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

อยู่มานาน กาลเวลาพาสุข
art /  event / 

อยู่มานาน กาลเวลาพาสุข สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ชวนชมนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงบันทึกระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงปี พ.ศ.2557-2558 เพื่อให้คนไทยได้ขื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองต่างๆผ่านสายพระเนตรและปีนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ยังโปรดฯ ให้นำวิดีทัศน์ ที่ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ด้วยพระองค์เองมาจัดฉายให้แก่ผู้ร่วมชมนิทรรศการได้ชมกันด้วย  ร่วมชมนิทรรศการนี้ได้ที่ ห้องนิทรรศการหลัก หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  ตั้งแต่วันนี้- 6 มีนาคม 2559

ฉันตาถึง!!! ม้า อรนภา เชิ่ดใส่ ว่าน มั่นใจ เลือกถูกคน ไม่แคร์กระแสต้าน
La Banda Thailand /  กล้าหาญ / 

    ถึงคราวพี่ม้าออกโรงบ้างซะแล้ว หลังจากโดนกระแสโซเชียลในรายการ  La Banda Thailand ซุป’ตาร์บอยแบนด์ ถล่มว่ากรรมการ ม้า อรนภา เลือกคนที่หน้าตา แต่มาครั้งนี้ผิดคาด เมื่อหนุ่มที่ดูหน้าตาเนิร์ดๆ ชื่อ กล้าหาญ ที่ถึงแม้จะไม่ผ่านการโหวตของสาวๆ แต่พี่ม้าดันสวนกระแส เห็นแวว รีบกดกรuนไลท์ ไฟเขียวให้ผ่านเข้ามาโชว์เสียงต่อหน้ากรรมการทั้ง 4 คน ซึ่งหนุ่มกล้าหาญก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เพราะเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์ ในเพลง วู่วาม ทำเอาได้ใจกรรมการ และคนดูไปเต็มๆ ตลอดโชว์ของเขา ทำเอาพี่ม้ายิ้มแก้มปริ รีบพูดข่มใส่หนุ่มว่าน และปิดท้ายด้วยประโยคเด็ดๆ จากพี่ม้าว่า “ฉันตาถึง!!!”  คราวนี้คุณแม่จะได้ลบคำสบประมาทของหนุ่มว่านได้สักทีนะจ๊ะ

รวมหนังผีทีเด็ด ! เตรียมใจให้ดี...ฮาโลวีนนี้มีหลอน
Death Note: Light Up the New World /  Ouija : Origin of Evil / 

รวมหนังผีทีเด็ด ! เตรียมใจให้ดี...ฮาโลวีนนี้มีหลอน ปฏิทินหมุนเวียนมาบรรจบครบวาระอีกครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับเทศกาลปล่อยผีตามคตินิยมตะวันตก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ เทศกาลฮาโลวีน (Halloween) และเป็นที่แน่นอนว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ คงจะไม่มีภาพยนตร์แนวไหนเหมาะสมไปกว่า หนังสยองขวัญ...หนังที่เต็มไปด้วยภูตผีปีศาจสารพัดอย่างที่ตบเท้าเข้ามาสร้างความหลอนจนหลาย ๆ คนนอนไม่หลับ มาดูกันซิว่า...เทศกาลฮาโลวีน ปี 2559 นี้ โรงภาพยนตร์บ้านเราได้เตรียมความขนหัวลุกแบบไหนไว้ต้อนรับเหล่าผู้ชมใจกล้ากันบ้าง !?!! Under the Shadow ผู้กำกับ : บาบัก อันวารี นักแสดง : นาเกส ราชิดิ, อวิน มันชาดิ เข้าฉาย : 13 ต.ค. 2559 หนังผีสัญชาติอิหร่าน กับเรื่องราวความสยองที่สองแม่ลูกพบเจอจากการอยู่อาศัยในหอพัก ภายใต้สภาวะสงครามที่หนีไปไหนไม่ได้ หากเป็นคุณ...จะออกไปผจญสงครามข้างนอก หรือจะเผชิญหน้ากับผีอยู่ข้างใน ? โปรไฟล์หนัง คลิก อ่านรีวิว คลิก เนอสเซอรี่ เลี้ยงผี ผู้กำกับ : พัชนนท์ ธรรมจิรา นักแสดง : พีชญา วัฒนามนตรี, จู อี้หลง เข้าฉาย : 27 ต.ค. 2559 จิตรกรหนุ่มชาวจีนตัดสินใจเดินทางกลับบ้านที่เคยอยู่สมัยเด็กพร้อมกับแฟนสาวของเขา โดยหารู้ไม่ว่าความลับอันดำมืดของหมู่บ้านดังกล่าวกำลังจะหวนกลับมาหาเขาอีกครั้งหนึ่ง ! โปรไฟล์หนัง คลิก Death Note : Light Up the New World ผู้กำกับ : ชินสึเกะ ซาโต นักแสดง : ทัตสึยะ ฟูจิวาระ, เคนอิจิ มัตสึยามะ, เอริกะ โทดะ เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 คดีอาชญากรรมเกิดขึ้นอย่างแปลกประหลาด หลังจากเจ้าของสมุดโน้ต Death Note ได้จดชื่อของใครบางคนลงไปในนั้น เกมจิตวิทยาระหว่างตำรวจ อาชญากร และเหล่ายมทูต ได้เริ่มต้นอีกครั้งหลังเวลาผ่านไปร่วมทศวรรษ ! โปรไฟล์หนัง คลิก Ouija : Origin of Evil ผู้กำกับ : ไมค์ ฟลานาแกน นักแสดง : เฮนรี่ โธมัส, เอลิซาเบธ รีเซอร์, ดั๊ก โจนส์, ปาร์กเกอร์ แม็ค, แซม แอนเดอร์สัน, เคท ซีเกล, แอนนาลีส บาสโซ, ลูลู่ วิลสัน เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 ใครจะไปเชื่อว่า 3 แม่-ลูกที่หากินด้วยการหลอกลวงบนพื้นฐานความเชื่อเรื่องผีสาง จะได้พบเจอกับเรื่องราวสุดสยองด้วยตาตัวเอง หลังจากที่พวกเขาได้เชิญปีศาจเข้าบ้านโดยไม่ตั้งใจ และมันก็เริ่มเข้าสิงร่างของลูกสาวคนเล็กจนอยู่ในสภาพที่น่าสะพรึงกลัวเป็นที่สุด โปรไฟล์หนัง คลิก โรงเรียนผี ผู้กำกับ : มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ นักแสดง : อาไท กลมกิ๊ก, สุชาติ แคปเจอร์, ชยณัฐ แจ่มใส, ปุณณดา วอสเบียน, อิงครัต ดำรงศักดิ์กุล, หม่ำ จ๊กม๊ก, เท่ง เถิดเทิง, โก๊ะตี๋ อารามบอย, แม็กกี้ อาภา, โจอี้ เชิญยิ้ม เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 เมื่อแก๊งเด็กแสบทั้ง 5 ตั้งวงเล่าเรื่องผีในโรงเรียนเพื่อข่มกันว่าเรื่องของใครจะน่ากลัวที่สุด ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า เรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมานี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง จนกระทั่งการท้าทายต่อสิ่งเหนือธรรมชาติได้เริ่มต้นขึ้น โปรไฟล์หนัง คลิก School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า… ผู้กำกับ : ภาส พัฒนกำจร นักแสดง : เสฎฐวุฒิ อนุสิทธิ์, รณิดา เตชสิทธิ์, ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ, โทรุ ทากิซาว่า, เอกวัฒน์ นิรัตน์วรปัญญา, ธีธัช รัตนศรีทัย, วริษฐา วชิรวงศ์, ธนเศรษฐ์ สุริยะพรชัยกุล เข้าฉาย : 10 พ.ย. 2559 (เลื่อนฉายเป็น 12 มกราคม 2560) การเข้าค่ายเก็บตัวของนักเรียนสมาชิกวงโยธวาทิตอาจดูเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทุกโรงเรียน แต่ไม่ใช่ที่นี่ ! โรงเรียนที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณและความตาย แถมเด็ก ๆ สมาชิกชมรมยังนึกสนุกออกไปลองของกันกลางดึกโดยไม่หวั่นเกรงต่อบรรยากาศอันเงียบสงัดของโรงเรียนเลยแม้แต่น้อย ! โปรไฟล์หนัง คลิก Shut In ผู้กำกับ : แฟร์เรน แบล็คเบิร์น นักแสดง : นาโอมิ วัตส์, โอลิเวอร์ แพลตท์, เจคอบ เทรมเบลย์ เข้าฉาย : 17 พ.ย. 2559 ท่ามกลางย่านชนบทที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ นักจิตวิทยาสาวที่ต้องดูแลลูกชายบุญธรรมที่ไม่สามารถพูดหรือขยับตัวได้ เธอกำลังจะต้องเผชิญกับความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่ หลังจากเด็กผู้ชาย (อีกคน) ที่เธอรับมาอุปการะได้หายตัวไปจากบ้านและเสียชีวิตลง โปรไฟล์หนัง คลิก The Disappointments Room ผู้กำกับ : ดี.เจ. คารูโซ นักแสดง : เคท เบคกินเซล, เมล ไรโด, ลูคัส ทิลล์ เข้าฉาย : 24 พ.ย. 2559 อย่าไว้ใจบ้านหลังใหม่แสนสวย เพราะคุณไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยว่าก่อนหน้าที่คุณจะย้ายเข้ามาอยู่ มันเคยเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง บางทีที่นี่อาจจะมีห้องลับที่รอใครสักคนมาปลดล็อกกุญแจ...เพียงแต่มันไม่ใช่ห้องสำหรับให้คนอยู่เท่านั้น ! โปรไฟล์หนัง คลิก

Footnote อ่านโลกผ่านหนัง : ‘ซูชิ’ ศิลปะแห่งการกิน
Footnote อ่านโลกผ่านหนัง /  ซูชิ / 

"วัตถุดิบแต่ละชนิดมีช่วงเวลาแห่งความอร่อยในอุดมคติอยู่”  ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) นักทําซูชิระดับตํานานอย่าง จิโระ โอโนะ ยังคงวาดฝันถึงซูชิที่มีรสชาติสมบูรณ์พร้อม แม้ร้านสุคิบายาชิของเขาจะได้ชื่อว่าเป็นร้านที่ทําซูชิได้อร่อยที่สุดในโลกแล้วก็ตาม... ตรงข้ามกับซูชิรสชืดที่เราหาซื้อมากินได้ในห้างทั่วไป ซึ่งเต็มไปด้วยสาหร่ายเหนียวหนืด กลิ่นเหม็นคาว หรือวัตถุดิบบี้แบน...บางทีซูชิอาจเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มากกว่าการแล่ปลาดิบชิ้นบางวางโปะลงบนข้าวปั้นสี่เหลี่ยมก้อนเล็กๆ  โดยเริ่มต้นจากปลาส้มในแถบบ้านเรา... ปี 1824 ฮานายะ โชเฮย์ เริ่มแล่ปลาดิบวางลงไปบนข้าวผสมน้ําส้มสายชู...จนปี 2011 จิโระ พ่อครัววัย 85 ยังคง “พยายามขึ้นสู่จุดสูงสุด (แห่งการทําซูชิ) ไม่ว่าจุดสูงสุดที่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตาม โปรดเตรียมท้องให้ว่าง เปิดใจให้กว้าง ก่อนตะลุยสู่ดินแดนแห่งปรัชญาชีวิต จิตวิญญาณ และศิลปะแห่งที่สืบทอดมานานหลายร้อยปี! 1.ข้าวเปรี้ยวหวาน สิ่งแรกที่เราควรให้ความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปลาดิบ ก็คือ ‘ข้าวผสมน้ํา ส้มสายชู’ ซึ่งชาวญี่ปุ่นจะพิถีพิถันตั้งแต่การปลูกโดยปราศจากสารเคมีและดูแลต้นข้าวทุกกระเบียดนิ้ว แม้คนส่วนใหญ่ชอบกินข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาใหม่ๆ แต่ข้าวที่มีอายุสักเล็กน้อยจะเหมาะแก่การทําซูชิมากกว่า โดยพ่อครัวจะติดต่อซื้อข้าวจากแหล่งโดยตรงเพื่อคัดเฉพาะเมล็ดที่โตเต็มที่แล้วนํา ไปผสมกับพันธุ์ข้าวจากแหล่งอื่นๆ จนตรงตามต้องการ เมื่อได้เมล็ดข้าวมาแล้ว หัวใจสําคัญสําหรับข้าวในซูชิก็คือ การหุงโดยใช้น้ําสําหรับปรุงอาหารหรือน้ําธรรมชาติเติมลงไปในหม้อโดยกะปริมาณตามความชื้นและอุณหภูมิในช่วงนั้นอย่างละเอียดอ่อน ทิ้งข้าวหุงสุกไว้จนเย็น (แต่ไม่นําไปแช่แข็ง) แล้วนํามาผสมน้ําส้มสายชูแบบใส อาจใส่น้ําตาลเล็กน้อยเพื่อข่มรสเปรี้ยว ดูวิธีหุงข้าวแบบญี่ปุ่นได้จาก Flavour of Green Tea over Rice (1952) ผลงานสุดคลาสสิกของ ยาสุจิโร โอสุ ซึ่งถ่ายทอดวิถีชีวิตประจําวันอันเรียบง่ายผ่านเหตุการณ์ที่คู่รักคืนดีกันระหว่างเตรียมอาหารมื้อเล็กๆ  2.เจาะกรุสมบัติแห่งธรรมชาติ เม็ดฝนโปรยปรายลงผืนดินในภูเขาพร้อมให้กําเนิดพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ แล้วชะล้างแร่ธาตุจากป่าลงสู่แม่น้ํา ให้ปลากิน และแม่น้ําก็จะชักพาสารอาหารสู่สัตว์น้อยใหญ่ที่แหวกว่ายในทะเลอีกทอดหนึ่ง... การเรียนรู้วัฏจักรที่ก่อเกิดสรรพสิ่งจะช่วยให้พ่อครัวเข้าใจสภาพของแหล่งวัตถุดิบซึ่งส่งผลสําคัญต่อรสชาติ และสามารถคํานวณช่วง ‘ชุน’ หรือช่วงที่วัตถุดิบมีคุณภาพดีที่สุดตามฤดูกาลของมัน เช่น ปลาบางพันธุ์อร่อยสุดเมื่อมีไข่ในท้อง, สะสมไขมันเพื่อรับฤดูหนาว หรือว่ายทวนกระแสน้ําเพื่อวางไข่ เป็นต้น เช่นเดียวกับ ชัค โนแลนด์ ใน Cast Away (2000) ซึ่งประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนต้องติดเกาะร้างอยู่นานปี เขาจึงเอาตัวรอดด้วยการเรียนรู้ธรรมชาติ เช่น การกินมะพร้าวและหัดตกปลา หรือหนูน้อย ซันเป ใน Sanpei the Fisher Boy (2009) ซึ่งมุ่งตกปลาในตํานานจนต้องศึกษากระแสน้ําแหล่งธรรมชาติของปลาและออกเดินทางเลี้ยวลดคดเคี้ยวในป่าใหญ่ นอกจากพ่อครัวต้องคํานึงถึงรสชาติและสารอาหารแล้ว ยังต้องระวังเรื่องพิษในอาหารเป็นพิเศษ เพราะวัตถุดิบเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพของร้านซูชิ เช่น Le Grand Chef (2007) ซุงชานมีอดีตฝังใจจากการถูกกลั่นแกล้งว่าแล่ซาชิมิปลาปักเป้าไม่ดีจนทํา ให้กรรมการยกโขยงเข้าร.พ. เหตุการณ์ครั้งนั้นทําให้เขาเลือกวัตถุดิบเองทุกครั้งอย่างพิถีพิถัน 3.หลากที่ หลายเครื่อง มากรส ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงชันและล้อมรอบด้วยทะเล สภาพอากาศจึงผันแปรตามพื้นที่ ตั้งแต่เขตหนาวเหน็บอย่างฮอกไกโดไปจนถึงเขตร้อนอย่างคิวชูและโอกินาวา ซึ่งพืชและสัตว์ต่างสายพันธุ์จะเลือกอาศัยในอุณหภูมิที่เอื้อต่อการดํารงชีวิตของมันจนเกิดวัตถุดิบเฉพาะแห่ง แล้วพัฒนาเป็นซูชิรสท้องถิ่น เช่น ฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องปลาเฮอร์ริง แซลมอน และปลาหมึกกล้วย หรือโตโฮคุมักใช้สมุนไพรบนภูเขามาทํา เป็นหน้าซูชิ ฯลฯ วิคเตอร์ เชฟหนุ่มใน Letters to Juliet (2010) ฝักใฝ่ในอาหารท้องถิ่น จนทิ้งการฮันนีมูนไปตระเวนหาวัตถุดิบและสูตรชั้นยอดจากเมืองต่างๆ ในอิตาลี   4.ปั้นซูชิตํา รับบูชิโด ชิ้งงง เสียงพ่อครัวใช้หินลับมีดเล่มโปรดอย่างระมัดระวัง เพราะนอกจากมันจะเป็นมีดเหล็กกล้าราคาแพงหูฉี่แล้วยังเป็นอาวุธคู่ใจที่ใช้แล่ปลาได้เรียบสวยเป็นเหลี่ยมมุมและไม่ทําให้เนื้อปลาฉีกขาดเหมือนมีดแสตนเลสทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสาวทวงแค้นใน Kill Bill: Vol. 1 (2003) ซึ่งขอให้ ฮัตโตริ ฮันโซ อดีตนักตีดาบผู้ผันตัวมาเป็นพ่อครัวซูชิ สร้างดาบสุดแกร่งในตํานานให้ แต่หนังก็ไม่ได้เว่อร์เกินหรอกนะเพราะจริง ๆ แล้วมีดของพ่อครัวซูชิก็สืบทอดจากดาบซามูไรซึ่งคมกริบไม่หักไม่งอ เมื่อแล่ปลาแล้วต้องปรุงวัตถุดิบให้ขับเน้นรสธรรมชาติออกมาโดยพิจารณาว่า สิ่งไหนควรกินดิบ หมักหรือปรุงสุก จากนั้นจุ่มมือในน้ําเย็นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย แล้วนําข้าวกับเครื่องปรุงมาปั้นเป็นซูชิทรงพัดกระดาษ โดยส่วนใหญ่จะปั้น 5 ครั้ง (หากมากกว่านั้นอุณหภูมิของมือ จะทําให้วัตถุดิบเสียความสดใหม่และบีบข้าวมากไปจนแข็ง) ให้ข้าวสมดุลกับชิ้นปลาจนได้รสชาติเลิศรส ดูวิธีแล่ปลาและปั้นอย่างเหมาะสมได้ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) ซึ่งตีแผ่ชีวิตพ่อครัวระดับตํา นานอย่าง จิโระ โอโนะ ผู้ไขว่คว้าหาซูชิที่สมบูรณ์แบบ 5.วาซาบิ จี๊ดดด...เต็มพิกัด ใน Wasabi (2001) พนักงานเสิร์ฟถ้วยใส่วาซาบิพร้อมขวดโชยุ ก่อนฮูเบิร์ตจะโชว์เหนือด้วยการหยิบวาซาบิกินเปล่าๆ และ Jackass: the Movie (2002) ทําฮาโดยนําวาซาบิมาละเลงในโชยุ แล้วสูดเข้าจมูกเต็มๆ ! ทั้งสองเรื่องแสดงพฤติกรรมจิ้มซอสอย่างผิดๆ จนคนปลูกวาซาบิอาจร้องไห้เพราะรสฉุนเผ็ดจะหายไปง่ายๆ เมื่อสัมผัสออกซิเจน! การกินให้ได้รสชาติจัดจ้านต้องจุ่มด้านที่เป็นหน้าของซูชิลงไปในโชยุ โดยสัมผัสแค่ปลายชิ้น (ไม่จุ่มลงไปทั้งก้อนเพราะจะทํา ให้ข้าวดูด ซับโชยุมากเกินไป) ส่วนวาซาบิจะไม่ขูดทิ้งไว้ให้สัมผัสอากาศโดยตรง แต่ มักทาบางๆ ไว้บนข้าวซูชิส่วนที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อปลาแทน 6.เอาใจรายคน จะกินทั้งที เอ๊ะ ทํา ไมไม่บอกราคาในเมนู... ก็เพราะทุกๆ เช้า ร้านซูชิเปี่ยมคุณภาพมักเลือกซื้อปลาที่ดีที่สุดในท้องตลาดมาตีราคาอย่างแฟร์ๆ วันต่อวันว่าพวกเขามีปลาชนิดใด คุณภาพระดับไหนมานําเสนอ นอกจากนี้ทางร้านยังพยายามขายสินค้าให้เกลี้ยงภายในวันนั้นเลย เพื่อพรุ่งนี้จะได้ซื้อของสดใหม่มาให้ลูกค้าลิ้มรสอีก พ่อครัวซูชิต้องสังเกตรสนิยมของลูกค้าแต่ละคนเพื่อให้จัดเรียงซูชิได้ตรงใจ โดยทุกครั้งพ่อครัวจะไม่เตรียมวัตถุดิบจนเสร็จสรรพเพราะเมื่อปลาทํา ปฏิกิริยากับอากาศจะสูญเสียความสดใหม่ แต่เขามักลงมือทําพร้อมโชว์ศิลปะการปั้นทันทีที่ลูกค้าอยากทานเท่านั้น (แม้วิธีนี้จะเอื้อให้ลูกค้าสั่งอาหารอย่างอิสระ แต่หากกลัวงบกระฉูดก็สามารถสั่งเซ็ตรวมที่มี 7-9 ชิ้นได้เช่นกัน) สังเกตการสั่งอาหารในร้านซูชิอย่างถูกต้องได้ใน Defending Your Life (1991) เมื่อ แดเนียล ใช้ชีวิตหลังความตายด้วยการเข้าร้านซูชิ เขาเลือกนั่งที่บาร์แล้วถามพ่อครัวว่าอาหารอะไรสดที่สุดในวันนั้น ส่วนพ่อครัวก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเขาระหว่างเสิร์ฟ (การพูดคุยช่วยสานสัมพันธ์อันดีและว่ากันว่าพ่อครัวควรจํา ตั้งแต่ชื่อลูกค้า ไปจนถึงชื่อลูกเมียของเขาเลยทีเดียว) ตรงกันข้ามกับพนักงานร้านซูชิใน Woman on the Beach (2006) ซึ่งเพิกเฉยและไม่ยอมบริการลูกค้า จน จุงเร กราดเกรี้ยวใส่ 7.ทูนา เจ้าแห่งปลาทั้งมวล เดิมทีคนญี่ปุ่นนิยมกินปลาชิราอุโอะ แต่พอเริ่มลิ้มลองเนื้อวัวก็หันมาเชิดชูรสปลาทูนา ด้วยเส้นลายไขมันเรียงตัวสวยที่มาพร้อมรสชาติเข้มข้นคล้ายเนื้อวัวแต่มีรสตกค้างในปากน้อยกว่า... ข้ามฟากมาอีกซีกโลก ณ อเมริกา ทูนาเป็นเพียงอาหารราคาถูก โดยนําเศษเนื้อมาบดรวมกันแล้วอัดกระป๋องขาย ชาวตะวันตกจึงไม่เข้าใจรสชาติซูชิ พวกเขาแพ้ทางกลิ่นสาหร่าย รสฉุนขึ้นจมูกของวาซาบิ และเนื้อดิบแฉะของปลา ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจาก Scenes from a Mall (1991) เมื่อ วูดดี อัลเลน มาในคราบของ นิค ชายหนุ่มผู้พร่ําบ่นรสซูชิในห้างว่ามัน “โคตรแพงเลยสําหรับอาหารทําจากปลาตาย” ต่อมาไม่นานซูชิกลับแพร่หลายไปทั่วโลก ทุกเช้าตอนตี 5 ตลาดซึคิจิซึ่งเป็นตลาดปลาแห่งใหญ่ในโตเกียวจะอัดแน่นไปด้วยลูกค้ากว่าแสนคนที่จ้องประมูลทูนาขนาดยักษ์เข้าร้านสินค้าส่งออก-นําเข้าในตลาดแห่งนี้สร้างเม็ดเงินมหาศาลกว่าพันล้านเยน จนเมื่อพระอาทิตย์สาดแสงตอน 7 โมงเช้า สมรภูมิซื้อ-ขายอันดุเดือดจะสงบลง วัฒนธรรมแดนปลาดิบกลายเป็นอาหารที่นานาชาติยอมรับไม่เว้นกระทั่งแม่บ้านฝรั่งเศสใน The Hedgehog (2009) ผู้มองตัวเองว่า อ้วน แก่ น่าเกลียด แถมยังเป็นแม่ม่าย แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อไปเดตกับชาวญี่ปุ่นในร้านซูชิ เธอค่อยๆ ซึมซับกระแสนิยมพร้อมๆ กับยอมรับตัวเอง หรือ ใน Sushi: The Global Catch (2011) สารคดีที่จับตาการเติบโตอย่างรวดเร็วของวัฒนธรรมซูชิ และตั้งคําถามว่าพฤติกรรมการบริโภคมหาศาลจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติเช่นไร 8.ซูชิกลายพันธุ์ ลัดฟ้ามาสู่อีกซีกโลกทั้งที พ่อครัวญี่ปุ่นจึงเอาใจฝรั่งด้วยการใส่ส่วนผสมแปลกใหม่อย่าง เนื้อ หมูไก่ แฮม แซลมอนรมควัน มะเขือเทศ ฯลฯ ลงไปในซูชิด้วย แถมคิดค้นสูตร ‘แคลิฟอร์เนีย โรล’ ซึ่งมีทั้งเนื้อปู แตงกวาและอโวคาโด (เชื่อว่ามีรสมันเข้มข้นคล้ายทูนา) แล้วกลับสาหร่ายเข้าด้านในซูชิเพื่อกลบกลิ่น ที่เด็ดกว่านั้นคือ เนียวไตโมริ หรือการเสิร์ฟซูชิที่วางบนตัวสาวเปลือยสุดเซ็กซี ซึ่งแม้จะไม่ได้พบเห็นทั่วไปในญี่ปุ่นแต่มันก็กลายเป็นภาพจําในสื่อต่างๆ และดึงดูดนักท่องเที่ยวจํานวนมหาศาลให้มาลองของวิธีนี้ต้องใช้ผู้หญิงที่ถูกฝึกให้นอนนิ่งๆ ได้นานหลายชั่วโมง ผิวไม่แพ้อาหารเย็นๆ และเป็นคนรักษาความสะอาด...สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามันเป็นศิลปะหรือการเหยียดเพศอย่างรุนแรงกันแน่ Map of the Sounds of Tokyo (2009) หนังสเปนซึ่งให้พนักงานสาวในตลาดขายปลารับอาชีพเสริมเป็นนักฆ่า โดยถูกวิจารณ์ว่าเสนอภาพเนียวไตโมริราวกับมีอยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น หรือใน Sex and the City (2008) เมื่อ ซาแมนธา โจนส์ พยายามชนะใจชายหนุ่มด้วยการเปลื้องผ้าแล้ววางซูชิลงบนตัว 9.รัชทายาทคนต่อไป การสืบทอดวิถีแห่งซูชิไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาฝึกฝนวิทยายุทธเกือบ 10 ปี อันได้แก่ 2 ปีแรก ทําความสะอาดร้านและในครัว / 2 ปีถัดมา เรียนรู้วิธีหุงข้าว / 3-4 ปีให้หลัง หัดเลือกซื้อวัตถุดิบและแล่ปลา โดยทั้งหมดนี้ต้องผ่านบททดสอบสุดหินอย่างการทํา ซูชิปลาโคฮาดะ (แล่ปลาที่มีก้างเล็กๆ เยอะแล้วหมักด้วยน้ําส้มสายชู) หรือทํา ซูชิปลาไหล (ใช้ซอสบางๆ ทาแทนวาซาบิ ซึ่งทํามาจากน้ําต้มซุปปลาไหลที่สะสมไขมันเข้มข้นนานหลายปี) การเรียนรู้วิชาซูชิก็คล้ายกับใน The Ramen Girl (2008) เมื่อ แอ็บบี สาวอเมริกันที่ชีวิตมาถึงทางตัน ได้กินน้ําซุปราเม็งแสนเลิศรส เธอจึงตัดสินใจขอเรียนรู้วิธีทําจากปรมาจารย์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การทําความสะอาด ผ่านการฝึกฝนอันยากลําบากจนในที่สุดก็ทําราเม็งเป็น นอกจากฝีมือแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดของการทําซูชิคือจิตใจที่อยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อย ซึ่งใน No Reservations (2007) เราจะเห็นชีวิตของกุ๊กเปลี่ยนไปเมื่อเธอรับเลี้ยงเด็ก จากเดิมที่ทําอาหารตามตํารา ก็หันมาคํา นึงถึงจิตใจของลูกค้า **เรียบเรียงจากคอลัมน์ Footnote : ศิลปะ ‘ซูชิ’ เมื่อชีวิตควรค่าแก่การกิน โดย สุภัชา ทิพเสนา / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 119 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ตัวเลขแบบไหน ที่บ่งบอกว่าเป็นคน...ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม
ฉลาด /  ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม / 

58 85 “ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม” ความหมายคู่เลข 58 และ 85 เป็นตัวเลขที่ผู้เขียนหาคำนิยามที่เหมาะสมได้ยากมาก จึงจะได้ความหมายนี้ “ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม” นั้น ค่อนข้างคิด วิเคราะห์หลายรอบอยู่เหมือนกัน เชื่อว่าผู้ที่รู้จัก ศึกษาความหมายของพลังตัวเลขหลายๆท่าน ก็ยังคนรู้สึกสับสน ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะแปลคู่เลขนี้ไปในทิศทางไหนดี จะชี้ชัดว่าเลขนี้คือเลขแห่งคุณธรรมได้หรือไม่ เพราะมีเลข 5 ประกอบอยู่ในคู่เลขนี้ หรือจะมองว่าเป็นตัวเลขแห่งพลังอำนาจ เล่ห์เหลี่ยม เพราะมีตัวเลข 8 ประกอบอยู่ด้วยเช่นกัน ตัวเลข 5 นั้น คือ ตัวแทนของดาวพฤหัส เทพแห่งสติปัญญา คุณธรรม ความดีงาม ส่วนตัวเลข 8 คือ ราหู ความลุ่มหลงอำนาจ ความเด็ดขาด การใช้เล่ห์เหลี่ยม เมื่อพลังในแต่ละขั้ว ทั้งด้านสว่างและด้านครึ้มๆ มารวมกัน คู่เลขนี้ จึงกลายเป็น พลังเลข สายเทา จะเป็นพลังดีก็ไม่ใช่ จะเป็นพลังด้านร้าย ก็ไม่เชิง เมื่อรวมความหมายของพลังเลขทั้งสองตัวเลขแล้ว จะตีความได้ว่า “ผู้ที่ต้องการบรรลุผลสำเร็จตามความต้องการของตัวเอง ด้วยการใช้เทคนิคพิเศษ เล่ห์เหลี่ยม ด้วยการใช้วิธีการต่างๆ ไม่ว่า จะโปร่งใส หรือ วิธีเดินทางลัด เพื่อให้สิ่งที่มุ่งหวังสำเร็จผลให้ได้” บุคลิกของผู้ใช้เลขคู่นี้ บุคลิกของคนเลข 58 85 นั้น จะถูกมองว่า มีความน่าเชื่อถือมาก ด้วยพลังเลข 8 มีอำนาจ บารมี มีบริวาร และเลข 5 บุคลิกน่าเชื่อถือ เมื่อรวมกันแล้ว ผู้่ใช้ตัวเลขคู่นี้ดูเป็นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจอยู่ในมือ ประกอบด้วยลักษณะการพูดที่ดูนิ่งๆ มีมาดด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก เหมาะสำหรับการเป็นล้อบบี้ยีสต์ นักเจรจาต่อรอง ลักษณะต่อมาคือ “เห็นแก่ผลประโยชน์เหนืออื่นใด” เพราะเขาจะมองว่าเรื่องของผลประโยชน์เป็นเรื่องสำคัญ หากผลประโยชน์นั้นมีค่ามากกว่า “ประโยชน์ที่น่าจะได้จากเพื่อน” แล้วล่ะก็ เขาสามารถที่จะตัดเพื่อนกับคุณได้อย่างไม่ลังเล และดีไม่ดีคุณอาจจะกลายเป็นแพะรับบาปแทนเขาเนื่องจากให้ความไว้วางใจในตัว เขามากไปจนไม่ทันได้ระมัดระวังตัวอีกด้วย แต่ถ้าผลประโยชน์ที่เขากำลังจะได้รับ มีคุณเป็นส่วนเอื้อประโยชน์ให้เขาได้ เขาจะดูแล ปกป้องคุณ ภักดีกับคุณในช่วงเวลานั้น เพื่อให้ตัวเขาได้บรรลุผลสำเร็จเพราะมีคุณเป็นองค์ประกอบสำคัญ ต้องยอมรับในเรื่องความฉลาด ไหวพริบ การวางแผนแบบแยบยลได้อย่างลงตัว รู้จักการดึงทรัพยากร ทั้งคน ทั้งไอเดีย ทั้งคอนเนคชั่นต่างๆ เข้ามาร่วมในงานนั้นได้อย่างเหมาะสม จึงไม่แปลกเลย ที่เขาจะเป็นคนทำงานได้รวดเร็ว กว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายเท่า การวางแผน ปูพื้นงานมาก่อนจะเริ่มต้น ทำให้ เขาเป็นมนุษย์เดินทางลัด แทนที่จะเริ่มต้นจาก 1 2 3… แต่เริ่มต้นก้าวแรก ก็ ก้าวที่ 5 ไปแล้ว สำหรับงานที่จำเป็นต้องอดทนรอคอย เขาก็ สามารถที่จะรอวันเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆได้ จะรอแค่เวลาที่แผนการของเขาสำเร็จก็เท่านั้น และแน่นอนว่าเมื่อไรที่เขาได้ฉกฉวยโอกาสนั้นๆไปแล้ว จะไม่มีใครสามารถสืบสาวราวเรื่องจากเขาได้อีก เพราะเขาได้วางแผนไว้อย่างแนบเนียนแล้วซะด้วยสิ ในด้านความรัก... มักจะเป็นคนเอาแต่ใจ ไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง และชอบข่มแฟนอยู่เป็นประจำ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนที่อารมณ์ ร้อน หรือหงุดหงิดง่าย แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่สบายใจเวลาอยู่ด้วยกัน มันจะดูอึดอัดอยู่ตลอดเวลา แต่ใจลึกๆ ไม่ได้คิดคดกับคนใกล้ตัวที่เขารักเลย คนที่ใช้ตัวเลข 58 นั้นมีคุณธรรมบ้างไหม เพราะประกอบด้วยเลข 5 เลขแห่งเทพเจ้าของสติปัญญา ความดีงาม มีคุณธรรม ถ้านอกเหนือจากเรื่องเป้าหมายของงาน ที่เขาต้องวางแผนแยบยลซับซ้อนเพื่อบรรลุเป้าประสงค์แล้ว คนรักหรือคนใกล้ชิดตัวเขา จะได้รับความดีงาม ความเป็นคนมีคุณธรรมของเขา หากให้มองถึงข้อดีของตัวเลข 58 ต้องบอกว่า เขาคือคนเก่งคนหนึ่ง เป็นคนที่หาตัวจับยาก มีความสามารถวางแผนเจรจาได้อย่างแนบเนียน และฉับไวในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย แต่มักจะชอบใช้ปัญญาเหล่านั้นไปในทางที่ไม่โปร่งใส แต่เป็นสีเทาๆ จึงไม่แปลกว่า คนกลุ่มนี้ จะมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเป็นได้ และแต่ละองค์กรมักต้องการคนที่มีความสามารถแบบคนกลุ่มเลข 58 85 เอาไว้ การคบหากับคนเลข 58 85 เนื่องจากตัวเขาเองเป็นคนมีความซับซ้อนในการวางแผนต่างๆนาๆ เมื่อเขาจะต้องคบใครที่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องงาน เรื่องผลประโยชน์ จะมีความระแวงบุคคลอืนๆ เช่นกัน ดังนั้น เขาจึงไม่ไว้ใจใครนอกจากคนใกล้ชิด สนิดสนมกันจริงๆ คนที่จะเข้าไปคบกับเขา จะเกิดความระแวงเขาเช่นกัน เพราะจากรูปแบบงานที่ค่อนข้างใช้ความฉลาดแบบมีเทคนิค ผู้คนที่เข้ามาสัมพันธ์ด้วย จึงไม่รู้ว่า เขาจะมาไม้ไหน จึงเลือกอยู่ห่างๆเอาไว้ก่อนดีกว่า…. แล้วตัวเลข 58 85 ควรใช้ไหม ใครใช้ได้ คู่เลขนี้ เหมาะกับ การทำงานที่ต้องอาศัย ความฉลาด ความรวดเร็ว ฉับไว พลิกแพลงสถานการณ์ แก้ปัญหาต่างๆได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยการไม่คำนึงถึงวิธีการ ว่าสมควรใช้วิธีนั้นๆหรือไม่ ดังนั้น เลขคู่นี้ ให้นักเจรจาต่อรอง ล้อบบี้ยีสต์ นักกฎหมาย ทนายความจะเหมาะกว่า แต่ถ้ามีเลขคู่นี้อยู่ในเบอร์แล้วสัก 1 คู่ จำเป็นต้องกังวลไหม จะไม่กังวลถ้าคู่เลขที่เหลืออีก 5 คู่ในเบอร์ จาก 6 คู่ ในเบอร์โทรศัพท์ เป็นเลขพลังด้านอื่น ด้านความมีสติหยั่งรู้ ด้านความรู้แนววิชาการ…หรือเลขพลังดีด้านอื่นๆ จะช่วยให้เบอร์โทรศัพท์นั้น เกิดความสมดุลย์ได้ ข้อมูลโดย : อ. ปอ นางฟ้าเลขลิขิต

พรีวิว: หงส์สถิติข่มเจ้าบ้าน! เบิร์นลีย์ - ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
พรีวิวบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มร้อนแรง หลังเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปในเกมประเดิมสนาม พรีเมียร์ ลีก มีคิวเล่นเกมเยือน 2 นัดติด โดยจะต้องเดินทางไปเยือนถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ของ เบิร์นลีย์ ที่แพ้สอนซีมาในเกมแรก เรามาดูความพร้อมของทั้งสองทีมกันดีกว่า... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2016 เบิร์นลีย์ - ลิเวอร์พูล เวลา: 21.00 น. สนาม: เทิร์ฟ มัวร์ ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1, PPTV HD ช่อง 36 เบิร์นลีย์ สตีเฟ่น เดอฟูร์ เจ้าของสถิติผู้เล่นค่าตัวแพงของสโมสรจะมีโอกาสลงเล่นเป็นเกมแรกในวันนี้ โดยมาแทนที่ เดวิด โจนส์ ที่ย้ายไปร่วมทีมเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ นอกจากนี้ น้องใหม่แต่หน้าเดิมของพรีเมียร์ ลีก จะหมดสิทธิ์ใช้งาน จอน ฟลานาแกน ที่ยืมมาจากลิเวอร์พูลนั่นเอง รวมไปถึง แอชลีย์ บาร์นส์ ที่มีอาการบาดเจ็บแฮมสตริง นอกจากนั้น ผู้เล่นตัวหลักยังคงอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิ่ล คีน, จอร์จ บอยด์, อังเดร เกรย์ และ แซม โวคส์ ลิเวอร์พูล "ทีมหงส์แดง" หลังจากเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปแบบสุดมันส์ พวกเขายังคงหมดสิ้นใช้งาน ลอริส คาริอุส, โจ โกเมซ และ ซาดิโอ มาเน่ ที่เพิ่งมีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ไปเมื่อกลางสัปดาห์ แต่จะได้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และ เจมส์ มิลเนอร์ กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง นอกจากนี้ คูตินโญ่ น่าจะฟิตทันลงสนาม หลังโดนเปลี่ยนตัวออกในเกมกับอาร์เซน่อล รวมถึง โจเอล มาติป และ ลูคัส ที่น่าจะมีลุ้นมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมนี้ เฮดทูเฮด ลิเวอร์พูลมีสถิติที่ดีกว่าในการพบกัน โดยสามารถเอาชนะเบิร์นลีย์ทั้ง 4 เกมหลังสุดที่พบกัน ซึ่งประตูที่เกิดขึ้นทั้ง 11 ประตูเป็นของลิเวอร์พูลทั้งหมด ชัยชนะครั้งหลังสุดที่เบิร์นลีย์เอาชนะลิเวอร์พูล ต้องย้อนไปในปี 1974 โดยเป็นการเอาชนะถึงแอนฟิลด์ 1-0 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม เบิร์นลีย์ (4-4-2): ทอม ฮีตัน; แมทธิว โลว์ตัน, ไมเคิ่ล คีน, เบน มี, สตีเฟ่น วอร์ด; จอร์จ บอยด์, ดีน มาร์นีย์, สตีเฟ่น เดอฟูร์, สก็อตต์ อาร์ฟิลด์; อังเดร เกรย์, แซม โวคส์ ลิเวอร์พูล (4-3-3): ซิมง มินโญเล่ต์; นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, แร็กนาร์ คลาวาน, อัลแบร์โต้ โมเรโน่; เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม; อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ดิว็อค โอริกี รูปเกมที่คาด แน่นอนว่าชื่อชั้นนั้น ลิเวอร์พูล เป็นต่อเบิร์นลีย์อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถประมาทเจ้าบ้านได้แม้แต่วินาทีเดียว โดยเฉพาะ อังเดร เกรย์ ดาวยิงตัวความหวังที่สามารถเป็นหมัดเด็ดให้กับเบิร์นลีย์ในทีมชุดนี้ แต่เชื่อว่าลิเวอร์พูลน่าจะกำชัยชนะไปได้ในเกมนี้ ด้วยจังหวะบอลที่เป็นต่อ หากพวกเขาไม่ก่อความผิดพลาดในเกมรับไปเสียก่อน ลิเวอร์พูลจะสามารถเก็บ 3 แต้มในนัดนี้ไปได้ ฟันธง ลิเวอร์พูลเอาชนะเบิร์นลีย์ไปแบบน่าอึดอัด 2-0

เมื่อผมจะรับปริญญา ภารกิจลด 65 กิโล ในเวลา 8 เดือน เจ๋งมาก
เมื่อผมจะรับปริญญา

เมื่อผมจะรับปริญญา ภารกิจลดน้ำหนักจาก 140 กิโลกรัม ให้เหลือ 75 กิโลกรัม ในระยะเวลา 8 เดือน จึงเริ่มขึ้น! Men.MThai เราเชื่อมาตลอดว่า ถ้ามนุษย์เรามีความตั้งใจ และมุ่งมั่นอะไร อย่างเอาจริงเอาจังแล้ว ไม่มีสิ่งไหนที่เราทำไม่ได้แน่นอน ก็เหมือนกับคุณอาร์ม Opaque สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่ตั้งใจ และเอาชนะอุปสรรค์ต่างๆ จนทำให้ตัวเองลดน้ำหนัก 65 กิโลกรัม จาก 140 ให้เหลือ 75 กิโลกรัมภายในระยะเวลา 8 เดือน (และก่อนกำหนดเวลาที่ตัวเองตั้งเป้าไว้ด้วย) และวันนี้ ทางเราก็อยากจะขอนำเสนอ ประสบการณ์และเคล็ดลับวิธีการลดน้ำหนัก ของคุณอาร์มที่ทำด้วยใจและไม่ใช้ยาลดน้ำหนักซักเม็ด สวัสดีครับ พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ชาวพันทิปทุกท่าน ผมเขียนรีวิวครั้งนี้เพื่อ อยากแชร์ประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วยตนเอง จากคนที่เคยมีน้ำหนัก 140 กิโลกรัม จนปัจจุบันผมลดลงมาเหลือ 75 กิโลกรัม ในระยะเวลา 7-8 เดือน โดยไม่ใช้ยาลดความอ้วนแม้แต่เม็ดเดียว ก่อนอื่น ขอแนะนำตัวสักหน่อย ผมชื่อ “อาร์ม” ครับ ผมเป็นคนอ้วนมาตั้งแต่เด็กครับ ด้วยความที่เป็นคนชอบกินจุกจิก ชอบกินของทอด ชอบกินขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจ เข้าร้านสะดวกซื้อแทบทุกวัน ความรักในการกินทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ ครับ แค่ตอน ป.6 น้ำหนักก็เกิน 100 กิโลกรัมเข้าไปแล้วครับ นึกสภาพเด็ก ป.6น้ำหนักร้อยกิโลดูนะครับ ว่าคนรอบข้างจะตื่นตะลึงขนาดไหนกับน้ำหนักตัวนี้ แต่ไม่หยุดแค่นั้นครับเพราะในที่สุดน้ำหนักผมก็พุ่งทะยานมาแตะที่ 140 กิโลกรัมในขณะเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 4 แต่ยังพอมีดีอยู่บ้างเล็กน้อยที่ผมเป็นคนที่ค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน ผมสูง 185 ซม. แม้จะไม่ได้อ้วนกลมแบบลูกบอล แต่ก็ยังถืออ้วนมากอยู่ดี ไม่พูดพร่ำทำเพลงมากครับไปดูรูปตอนอ้วนกันเลยครับ ผมใช้ชีวิตแบบคนอ้วนมาตลอด 22 ปี ในที่สุดผมก็แบกร่างกายและก้อนไขมันเรียนจนจบปริญญาตรี พอเรียนจบ เพื่อนๆก็ชวนไปลองและเช่าชุดครุยกันครับ พอผมเห็นตัวเองในกระจกและเมื่อได้พิจารณารูปร่างอันอ้วนท้วนสมบูรณ์ของตัวเองในกระจก ผมก็เกิดจินตนาการและคำถามมากมายในหัว เช่น “ถ้าเราผอมลงมากในวันรับปริญญาเพื่อนๆในคณะจะเซอร์ไพรส์ขนาดไหน?”, “ถ้าเราผอมกว่านี้ เราจะมีหน้าตาเป็นยังไง?” จากวันที่ไปเช่าชุดครุยทำให้นึกสนุก อยากทำอะไรเซอร์ไพรส์ตัวเองและคนรอบข้างทั้งเพื่อนและคนในครอบครัว ส่วนหนึ่งก็อยากท้าทายตัวเองด้วยแหละครับ ว่าถ้าเราพยายามจริงๆ ย้ำว่า “พยายามจริงๆ” มันจะไปได้ไกลขนาดไหน โปรเจคลดความอ้วนด้วยตัวเองจึงเริ่มขึ้น หลังจากวันนั้นผมตั้งเป้าหมายในใจ โดยตั้งเป้าหมายเป็น 3 ระยะครับ ระยะที่ 1 พยายามลดน้ำหนักลง 20 กิโลกรัม ให้เหลือ 127 กิโลกรัม ระยะที่ 2 พยายามลดน้ำหนักลงให้เหลือ 100 กิโลกรัม ระยะที่ 3 พยายามลดน้ำหนักลงให้เหลือ 75 กิโลกรัม เป้าหมายทั้ง 3 ระยะ มีจุดเริ่มต้นคือวันที่ 16 มีนาคม 2558 และ “ต้อง” สำเร็จก่อนวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งคือวันรับปริญญานั่นเองครับ ผ่านไป 1 เดือนแรก (มี.ค.-เม.ย.) น้ำหนักผมก็ลดลงมาเหลือ 135-130กิโลกรัมครับ ตอนช่วงเดือนแรกนี้เป็นช่วงวัดใจครับ ทรมานจิตใจที่สุด ร่างกายขาดน้ำตาล ขาดของหวาน อยากจะกินแต่ขนม เหมือนคนลงแดง ตกกลางคืนนอนขดอยู่บนเตียงเลยวัน ผมแก้โดยการเปิดดูรีวิวบุฟเฟ่ต์/ร้านอาหารในพันทิปแก้หิว แล้วก็ข่มตานอนหลับไปครับ เข้าเดือนที่ 2 (พ.ค.) น้ำหนักผมลงมาอยู่ที่ 130-120 กิโลกรัมครับ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เริ่มปรับตัวกับกิจวัตร (Routine) ของตัวเองได้แล้วครับ เป็นช่วงที่น้ำหนักลงไว คนก็เริ่มๆ ทักกันบ้าง แต่ก็ยังอ้วนอยู่ดี เป้าหมายระยะที่ 1 ก็สำเร็จในช่วงนี้ครับ เข้าเดือนที่ 3 (มิ.ย.) น้ำหนักผมลงมาอยู่ที่ประมาณ 110-100 กิโลกรัม เป้าหมายระยะที่ 2 สำเร็จในช่วงนี้ครับ เข้าเดือนที่ 4 (ก.ค.) น้ำหนักผมลงมาอีกอยู่ที่ 100-90 ช่วงนี้คนทักเยอะมากครับว่าผอมลง ประมาณเดือนที่ 5-6  (ส.ค.-ก.ย.) เป็นช่วงที่น้ำหนักลงยากมากครับ ความท้อแท้เบื่อหน่ายก็เข้ามา แต่ต้องบอกกับตัวเองว่าต้องสู้ดิ!!! ต้องไหวดิ!!! สรุปช่วงนั้นน้ำหนักลดลงมาอยู่ที่ 90-85 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพื่อนชวนถ่ายนอกรอบพอดี เลยมีภาพที่สวยกว่าปกติสักหน่อย แหะๆ ในที่สุด!!!!! วันที่ผมรอคอยก็มาถึง เมื่อขึ้นชั่งน้ำหนักแล้วพบว่า น้ำหนักตัวเอง อยู่ที่ 75.00 กิโลกรัม ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2558 ถือเป็นการปิดโปรเจคการลดความอ้วนของผม อย่างสมบูรณ์ แถมยังสำเร็จก่อนเวลาด้วย 555+ ผมพร้อมแล้วครับ สำหรับร่างใหม่วันรับปริญญาในวันที่ 7 และ 17 พฤศจิกายน 2558 วิธีและเทคนิคในการลดความอ้วนผมปฏิบัติ ที่นำผมไปสู่ร่างใหม่มีทั้งหมด 4 วิธีหลักๆดังนี้ครับ 1. ปรับหัวใจ: ผมคิดว่า “หัวใจ” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความอ้วนครับ  หัวใจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอวัยวะที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายนะครับ แต่หมายถึง จิตใจ ความคิด ความเชื่อ ทัศนะคติ ทั้งหมดทั้งมวลเกี่ยวกับการลดความอ้วน เช่น... ความคิด: อย่าคิดว่าตัวเองจะทำไม่ได้ อย่าประเมินความสามารถของตัวเองต่ำขนาดนั้น คิดไว้ว่า “เราไม่ใช่คนกระจอก” ความอาย: อย่าอายที่จะออกไปออกกำลังกาย อย่าอายคนอื่นในการที่เป็นคนอ้วนและจะเดินเข้าฟิตเนส หากตกเป็นเป้าสายตาให้เดินมั่นๆ แล้วคิดในใจว่า “รอกรูก่อน พวกเมิงรอดูกรูร่างใหม่ได้เลย” และอย่าเขินหรืออายที่จะใช้อุปกรณ์ฟิตเนส อุปกรณ์ออกกำลังเขาสร้างมาให้เราใช้ครับ เพราะฉะนั้น “จงใช้มันซะ” ถ้าใช้ไม่เป็น ก็ขอให้คนแถวนั้นช่วยแนะนำก็ได้ครับ คนไทยใจดีครับ ข้ออ้าง: อย่าโทษนู้นโทษนี้ อ้างนู้นอ้างนี้ว่าเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการลดความอ้วน ถ้าเราอ้วนด้วยตัวเอง เราต้องลงมือลดความอ้วนด้วยตัวเองครับ คนอ้วนส่วนใหญ่รวมทั้งผมในอดีตมักจะอ้างว่าไม่มีเวลา เราควรหยุดอ้างแบบนั้นซะ เพราะถ้าเรามีเวลาเล่น facebook, pantip, ig เราก็มีเวลาออกกำลังกายครับ หรือไม่ก็พยายามตื่นเช้ากว่าเดิมสักครึ่งชั่วโมง-หนึ่งชั่วโมง มาออกกำลังเถอะครับ เริ่มลงมือให้เร็วที่สุด: เราต้องลงมือทำเลยครับ หลายคนที่พยายามจะลดความอ้วน ชอบเวิ่นเว้อครับ หยุดสักทีครับกับประโยคที่ว่า “พรุ่งนี้ฉันจะลดความอ้วน” “วันนี้ขอกินก่อน พรุ่งนี้จะลดแล้ว” ลงมือทำเลยครับ ทำสักที หยุดพูด หยุดกิน แล้วไปออกกำลังกายเถอะครับ 2. อาหารการกิน: ผมปฏิวัติพฤติกรรมการกินของผมใหม่ยกชุดเลยครับสามารถแบ่งได้ดังนี้ครับ กินแบบนับแคลอรี่: ผมคำนวณค่า BMI, TDEE ทั้งหลายแหล่ แล้วจึงจำกัดการกินของผมให้อยู่ในช่วง 1,500-1,700 แคลอรี่ (แบบหยาบๆ ผู้หญิงอาจอยู่ในช่วง 1,200-1,500 แคลอรี่) ในเรื่องการนับแคลอรี่ ผมใช้ แอปพลิเคชั่น “แคลอรี่ ไดอารี่” เพื่อช่วยให้สามารถบริหารกินและการออกกำลังกายได้ดีขึ้น หากใครสนใจลองไปโหลดมาเล่นก็ได้ครับ อาหาร : ช่วงแรกๆ ผมก็กินตามปกตินี่แหละครับ แต่มันไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่ เลยพยายามปรับมากินคลีน โดยพยายามงดของทอด งดอาหารผัดน้ำมัน งดของมัน งดของหวาน ลดอาหารเค็ม งดบุฟเฟ่ต์ น้ำและเครื่องดื่ม : ผมดื่มน้ำเปล่าวันละ 8-12 แก้ว หรือประมาณ 2-3 ลิตร โดยแบ่งเป็น หลังตื่นนอน 2 แก้ว หลังอาหารเช้า 1 แก้ว หลังอาหารกลางวัน 1 แก้ว หลังอาหารเย็น 1 แก้ว ก่อนนอน 1 แก้ว ที่เหลือก็ดื่มระหว่างวันครับ ข้อสำคัญคือต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ตามที่คุณครูสอนมาตั้งแต่ชั้นประถม โปรตีน : เน้นกินไข่ขาว อกไก่ ปลาทับทิม ปลาดอลลี่ ปลาทะเล อาหารทะเล ลดการกินเนื้อแดง (หมู+เนื้อวัว) คาร์โบไฮเดรต : เน้นกินข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีต ฟักทอง มันญี่ปุ่น กล้วยน้ำว้าสุก/ต้ม กราโนล่า วิตามิน+เกลือแร่ : กินผักเยอะๆผักกินได้แทบทุกชนิดครับ  ส่วนผลไม้ก็พยายามเลือกกินที่น้ำตาลน้อย เช่น แก้วมังกร มะละกอ แอปเปิ้ล ฝรั่ง แคนตาลูป เมล่อน สตอเบอร์รี่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม เป็นต้น ไขมัน : พยายามงดอาหารมอดและอาหารผัด เพราะอาหารปกติมักมีไขมันแทรกอยู่แล้ว หากจะกินก็ขอให้เป็นไขมันดีเช่น อัลมอนด์ ปลาแซลมอน เป็นต้น ผมถ่ายรูปอาหารที่ผมกินในแต่ละวันไว้ด้วยครับ บางทีก็ทำเอง บางทีก็ซื้อ สลับกันไป แต่ส่วนใหญ่จะซื้อเอาครับ 3. การออกกำลังกาย : ช่วงแรกของการออกกำลัง ผมเน้นการออกกำลังแบบ Cardio เป็นหลัก การออกกำลังกายที่ผมชอบก็คือ การเดินเร็ว เนื่องจากที่บ้านมีลู่วิ่ง ผมก็เลย เดินช้า เดินเร็ว วิ่งบ้างเล็กน้อย สลับกันไป ตอนแรกก็ 30 นาที พอนานๆ ไปก็เพิ่มเป็น 45, 60 นาทีตามลำดับ และตามความฟิตของร่างกาย โดยพิจารณาอัตราการเต้นของหัวใจควบคู่ไปด้วย สำหรับผม ผมคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ประมาณ 125-145 ครั้งต่อนาที หลังจากน้ำหนักเริ่มลดลงมาได้สักพักประกอบกับต้องย้ายมาอยู่หอพัก และมีฟิตเนสอยู่ใกล้หอพอดี ผมก็เลยเริ่มเล่นเวทควบคู่กันไปด้วยครับ เพื่อที่หนังจะได้ไม่ย้วยมาก ผมทำแบบนี้เป็นประจำ วันละ 45-60 นาที 4-5 วันต่อสัปดาห์ อันนี้รูปลู่วิ่งที่บ้านครับ อยากให้สังเกตที่กระดาษครับ มันเป็นการเตือนสติอย่างหนึ่งครับ ส่วนอันนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง อายุ, ประสิทธิผลในการออกำลัง, และอัตราการเต้นของหัวใจครับ 4. การพักผ่อน : เรื่องการนอนผมจะพยายามนอนให้ได้วันละ 6-8 ชั่วโมงครับ เพราะนอนน้อยจะไม่มีแรงออกกำลัง ร่างกายทรุดโทรม และอาจไม่สบายได้ นอกจากนี้การพักผ่อนของผมยังรวมไปถึง cheat meal คือมื้อปล่อยผีครับ ที่ผมจะไปหาอะไรอร่อยๆกิน อาหารญี่ปุ่น ไอศกรีม ขนมหวาน ของทอด ของมันๆ 1 มื้อต่อสัปดาห์ แต่กินแค่พออิ่ม ส่วนใหญ่ผมจะปล่อยผีในมื้อกลางวัน วันอาทิตย์ครับ มาดูความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นของเขากันครับ Men.MThai ขอบคุณเนื้อหาและสามารถอ่านเนื้อหาทั้งหมดต่อได้ที่ คุณอาร์ม Opaque สมาชิกเว็บไซต์ Pantip

ละครคนละขอบฟ้า , เรื่องย่อคนละขอบฟ้า
ละคร คนละขอบฟ้า /  เรื่องย่อละคร คนละขอบฟ้า / 

คนละขอบฟ้าบทประพันธ์ : กรุง ญ ฉัตรบทโทรทัศน์ : ตุณย์กำกับการแสดง : อดุลย์ ประยันโตผลิตโดย : บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัดออกอากาศ ทุวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.30 ทางช่อง 3 เรื่องย่อละคร คนละขอบฟ้า ชินภัทร หนุ่มหล่อเจ้าของสวนยางรายใหญ่ที่สุราษฎร์ธานี แต่ถูกตราหน้าจากชาวบ้านว่าเป็นฆาตกรข่มขืน ด้วยจดหมายลาตายของ ศิริกัญญา อดีตเพื่อนสนิท ที่เขียนทิ้งไว้ว่าชินภัทรปล้ำเธอจนท้อง เลยฆ่าตัวตายหนีอาย เพราะไม่มีหลักฐานว่าเขาเป็นคนทำ ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าชินภัทรไม่แคร์กับเรื่องนี้ ชนิกา นักศึกษาไทยในอเมริกา ครอบครัวเธอไม่ได้ร่ำรวยมากนัก แต่ชนิกาเป็นสาวสังคม ชอบงานปาร์ตี้ ด้วยหน้าตาที่สะสวยทำให้เป็นจุดสนใจ เธอมีรูมเมทชื่อ ศันสนีย์ ซึ่งศันสนีย์เองก็แอบหมั่นไส้ชนิกาลึกๆ เพราะคิดว่าชนิกาชอบทำตัวสวยข่มเพื่อน และลึกๆ แล้วศันสนีย์เองก็แอบรัก พัธนินทร์ แฟนหนุ่มคนไทยของชนิกาอยู่ ชนิกาต้องบินกลับเมืองไทยด่วน เพราะมีข่าวร้ายจากเมืองไทยว่า พ่อของเธอเส้นเลือดในสมองแตกเข้าห้องไอซียู สาเหตุเพราะกำลังจะล้มละลาย และบ้านจะถูกยึด ชนิกาขอร้องให้พัธนินทร์ช่วย แต่พัธนินทร์เพิ่งเอาเงินไปร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัท ไม่สามารถนำเงินออกมาได้ ชนิกาโกรธมาก ทั้งคู่ทะเลาะกันใหญ่โต ละคร คนละขอบฟ้า ด้วยความที่ยังเรียนไม่จบ ทำให้ชนิกาไม่สามารถหางานที่เงินเดือนสูงๆ ทำได้ ศันสนีย์เห็นโอกาสถีบหัวส่งชนิกาไปไกลๆ เลยแนะนำให้ชนิกาไปทำงานกับญาติที่สุราษฎร์ธานี โดยบอกว่าจะได้เงินเดือนเป็นแสน ชนิกาอับจนหนทางจึงต้องตกปากรับทำงานนี้ ที่สุราษฎร์ธานี ชินภัทรเกิดรักแรกพบกับชนิกา แต่ทั้งคู่คลาดกันไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักโดยทั้งคู่ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีก! ขณะที่ชนิกาหาเส้นทางไปบ้านนายจ้าง ก็ได้มาเจอกับร้านกาแฟของปริฉัตรน้องสาวของปานธง หนุ่มสุราษฯ จิตใจดี จากเพื่อนสนิทที่กลายมาเป็นคู่แข่งในทุกด้านกับชินภัทรปานธงเห็นชนิกาหลงทางจึงอาสาพาชนิกาไปส่งที่บ้านนายจ้างนั่นก็คือ ชินภัทรทั้งปาริฉัตรและปานธงเตือนให้ ชนิการะวังตัวเพราะชินภัทรเป็นผู้ชายอันตราย ! เมื่อเห็นหน้าชินภัทรผู้เป็นนายจ้าง ชนิกาเปลี่ยนใจไม่อยากจะทำงานเพราะได้ยินมาว่าเขาเป็นฆาตกรข่มขืน แต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอมเพราะศันสนีย์ช่วยยืนยันว่าชินภัทรไม่เป็นอันตรายและเขายังให้เงินเดือนเธอสูงถึงหนึ่งแสนบาท ชนิกาขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าทำให้ชินภัทรคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าเงินด้านชินภัทรเข้ามาตรวจงานโรงแรมที่กรุงเทพฯ แทน อาภาผู้เป็นแม่ ได้พบกับ อมีนา ลูกสาวเพื่อนแม่ที่ดูเหมือนจะเป็นสาวเรียบร้อย แต่แอบแรดเงียบ โดยแม่ของชินภัทรหมายมั่นไว้ว่าจะให้ชินภัทรแต่งงานกับอมีนา ชินภัทรให้ชนิกาดูแลงานเอกสารทั้งหมดในสำนักงาน ชนิกาจึงต้องพยายามตั้งใจเรียนรู้งานด้วยตัวเองชินภัทรแกล้งให้ชนิกาออกไปกรีดยาง เพราะเธอทำงานผิดพลาด ชนิกายอมทนทำทุกอย่างตามที่ชินภัทรสั่งเพราะ พัธนินทร์แฟนหนุ่มของเธอไม่สามารถช่วยเหลือเรื่องเงินทองอะไรได้เลย พัธนินทร์เองก็รู้สึกผิด แต่พื้นฐานเขาไม่ใช่คนร่ำรวยอะไรมาก ศันสนีย์แกล้งเห็นใจพัธนินทร์ แถมยังร่วมลงทุนกับพัธนินทร์หลายล้านบาท เพราะลึกๆแล้วศันสนีย์จ้องจะแย่งพัธนินทร์มาเป็นของเธอตลอดเวลา ละคร คนละขอบฟ้า ปาริฉัตรคิดจะจับคู่ชนิกากับปานธงพี่ชายของเธอ จนปานธงเริ่มเอนเอียงชอบชนิกา ปาริฉัตรเล่าเรื่องราวในอดีตให้ชนิกาฟัง ว่าแต่ก่อนชินภัทรกับปานธงและศิริกัญญาเป็นเพื่อนกันมานาน จากนั้นไม่นานศิริกัญญาคบหากับปานธงโดยที่ทั้งสองคนก็ไม่รู้ว่าชินภัทรแอบรักศิริกัญญาอยู่ จวบจนใกล้วันแต่งงานของปานธงกับศิริกัญญา ชินภัทรข่มขืนศิริกัญญาจนตั้งท้อง ศิริกัญญาหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย โดยทิ้งจดหมายไว้ ชนิการู้สึกขยะแขยงชินภัทร ทันทีที่รู้เรื่องราวทั้งหมดชินภัทรสั่งห้ามไม่ให้ชนิกายุ่งกับปานธงอีก และยังสั่งห้ามไม่ให้ชนิกาพูดชื่อศิริกัญญาให้เขาได้ยิน ทางด้านปานธง ก็เสนอเงินเดือนให้ชนิกาเท่ากับที่ชินภัทรให้ โดยขอให้เธอออกมาทำงานกับเขา แต่ทันทีที่ ชนิกาไปลาออก ชินภัทรไม่ยอม เพราะเธอเบิกเงินล่วงหน้าไปแล้วสามเดือน ทำให้ชนิกาจำต้องทนทำงานกับเขาต่อไป แต่เมื่อใดที่ชินภัทรรังแกเธอ เธอก็จะยกชื่อศิริกัญญามาพูดจนวันหนึ่งชินภัทรโมโหจับชนิกามาจูบ ชนิกาตบหน้าชินภัทร ชินภัทรเลยจูบเธออีก หลังจากนั้นก็เป็นที่รู้กันว่า ถ้าตบแล้วต้องโดนจูบ จูบแล้วก็ต้องจบ ไม่งั้น...มีจูบต่อ ป้าวาดแอบเห็นสายตาที่ชินภัทรมองชนิกาแปลกไป จึงรีบรายงาน อาภา แม่ของชินภัทร อาภารีบชวนอมีนามาหาชินภัทรเพื่อดักทาง ชินภัทรรู้สึกแปลกที่อยู่ดีๆ แม่ก็มาหาเขาพร้อมอมีนา เมื่ออาภาเจอกับ ชนิกาก็ซักประวัติละเอียดยิบ ชินภัทรรู้แล้วว่าแม่พยายามจะจับคู่ให้เขากับอมีนา ทางโรงพยาบาลแจ้งชนิกาว่าพ่อของเธอความจำเสื่อม ชนิกาจำเป็นต้องพาพ่อกลับไปที่บ้านเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำ แต่บ้านถูกเจ้าหนี้ล็อค ชนิกาพยายามจะขอซื้อบ้านคืนโดยขอผ่อนผัน แต่เจ้าหนี้ไม่ยอม ถ้าอยากได้บ้านคืนชนิกาต้องหาเงินมาซื้อคืนด้วยเงินหลายสิบล้าน ชินภัทรเสนอตัวเข้าช่วยโดยแลกกับที่เธอต้องยอมแต่งงานกับจดทะเบียนสมรสกับเขาชนิกาไม่มีทางเลือกจำต้องยอมแต่งงานกับชินภัทร การแต่งงานของชินภัทรกับชนิกา ถูกจับผิดจากทุกคนรอบตัว ชินภัทรกับชนิกาจึงต้องแกล้งแสดงเป็นคู่รักผัวเมียข้าวใหม่ปลามัน โดยมีอาภาและอมีนาคอยจับผิดทุกฝีก้าว ปาริฉัตรเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่า ชินภัทรกับชนิกาจะรักกันจริงๆ ปานธงตัดสินใจบอกรักชนิกา แต่ชนิกาปฏิเสธ อมีนารีบไปฟ้องชินภัทรว่าปานธงแอบนัดเจอชนิกา ยิ่งทำให้คู่ผัวเมียทะเลาะกันรุนแรง ชนิกาปวดหัวที่ต้องรับมือกับความเสแสร้งของอมีนา หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็อึมครึม พูดกันน้อยลงแทบนับคำได้ อาภาเห็นท่าทีทั้งคู่แปลกไป จึงตัดสินใจพิสูจน์โดยแกล้งให้อมีนาออดอ้อนชินภัทร ทางชนิกาแอบหึงแต่ไม่แสดงออกเธอทำเป็นไม่สนใจทำให้อาภาคิดว่าชนิกาไม่ได้รักชินภัทรจริง ชนิการ่างสัญญาการแต่งงานขึ้นมา ชินภัทรแอบช้ำใจ เพราะคิดว่าชนิกาแต่งงานกับเขาเพราะต้องการเงินล้วนๆ โดยที่ไม่รู้ว่าชนิกาเองก็แอบเจ็บอยู่เหมือนกัน ตั้งแต่แต่งงานกันมา ชนิกาไม่เห็นท่าทีของชินภัทรว่าจะเป็นฆาตกรข่มขืนได้เลย หรือจริงๆแล้ว ชินภัทรอาจจะไม่ได้ข่มขืนศิริกัญญา แต่ปานธงเองก็ยืนยันแน่นหนักว่าชินภัทรข่มขืนว่าที่เจ้าสาวของเขาจริง จนวันนึงชินภัทรล้มป่วยนอนซมเพราะพิษไข้ ชนิกาดูแลทำหน้าที่เมียด้วยความเต็มใจ แม้ชินภัทรจะไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะไข้หนักแต่คนที่รู้เห็นคืออาภา เมื่อฟื้นไข้ ปาหนันก็รายงานชินภัทรว่าชนิกาดูแลเขาอย่างดี ทำให้เขาหายป่วยเร็ว ชินภัทรได้ยินก็เป็นปลื้ม จึงทำดีกับชนิกาเพื่อตอบแทนน้ำใจของเธอความรู้สึกดีๆก่อตัวขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความสับสนในใจของทั้งคู่ ละคร คนละขอบฟ้า ครบรอบวันตาย 1 ปี ของศิริกัญญา ปานธงกับปาริฉัตรชวนชนิกาออกไปทำบุญ ชินภัทรตามไปจนเจอ ศรีจันทร์ แม่ของศิริกัญญา ศรีจันทร์ด่าทอและตบตีชินภัทรว่าเป็นฆาตกร ชนิกาสะเทือนใจพยายามปลอบ แต่ชินภัทรแสร้งทำเป็นไม่สนใจ แต่พอตกกลางคืนฝนตกฟ้าผ่า ชินภัทรสะดุ้งตื่น ซึ่งชนิกาสังเกตว่าเขาเป็นหลายครั้ง จึงหว่านล้อมจนชินภัทรยอมเปิดบอกว่าเสียงฟ้าฝ่าเหมือนเสียงปืนที่ศิริกัญญายิงตัวตายต่อหน้าเขา...ชนิการู้สึกสงสารชินภัทรขึ้นมาจับใจ หลังจากเปิดใจให้ชนิกา ชินภัทรก็เปิดอกคุยกับเธอมากขึ้น ทั้งคู่นอนคุยกันบนเตียงเหมือนผัวเมียธรรมดา พูดคุยกันทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือปัญหาส่วนตัวชินภัทรสารภาพกับชนิกาว่าเขาสะเทือนใจทุกครั้งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรข่มขืน เขายืนยันว่าเขาไม่ได้ข่มขืนศิริกัญญา ชนิกาตัดสินใจสืบความจริงเรื่องศิริกัญญาจากศรีจันทร์และปานธง ทางด้านอมีนา(ยังคงอยู่)ใช้โอกาสนี้ ฟ้องชินภัทรว่า ชนิกายังแอบนัดกับปานธงอีก ชินภัทรโมโหหึงหาเรื่องทะเลาะกับชนิกา พฤติกรรมของทั้งคู่ยิ่งนับวันยิ่งเหมือนผัวเมียกันจริงๆ มีทะเลาะ หึงหวง ตามง้องอนกัน จนอาภาเริ่มถอดใจและคิดว่าชินภัทรกับชนิการักกันจริงๆ อมีนาทำเป็นยอมล่าถอยกลับกรุงเทพฯ ทั้งที่ในใจประกาศก้องตลอดเวลาว่าเธอจะต้องได้ชินภัทรมาเป็นของเธอให้ได้!! ละคร คนละขอบฟ้า ชนิกาต้องมาๆไปๆระหว่างกรุงเทพฯกับสุราษฯ เพื่อดูแลพ่อที่เริ่มอาการดีขึ้นจนครั้งหนึ่งที่เธอติดรถปานธงกลับสุราษฯแล้วกลับผิดเวลา2 ชั่วโมง ชินภัทรโมโหหาเรื่องด่าทอเธอ ทำให้ชนิกาโมโหตอกกลับไปอย่างรุนแรง ชินภัทรขาดสติใช้กำลังปลุกปล้ำเธอ และสุดท้ายเขาก็ต้องรู้สึกผิดเมื่อพบว่าชนิกายังบริสุทธิ์อยู่ ชนิกาทำเหมือนชินภัทรไม่มีตัวตน เธอมองชินภัทรเป็นธาตุอากาศ ไม่ยอมให้อภัยเขาชินภัทรตามง้อชนิกาทุกทาง อาภาตามมาช่วยชินภัทรง้อชนิกาถึงสุราษฯ โดยมีอมีนาติดสอยห้อยตามมาด้วย อมีนาแทบกรี๊ดเมื่ออาภาเข้าข้างชนิกาลูกสะใภ้ เธอจึงใช้มารยาร้อยล้านเล่มเกวียนเข้าไปอ่อยชินภัทร แต่ชินภัทรไม่เล่นด้วย ซ้ำยังทำให้ความจริงเปิดเผยว่าอมีนาไม่ใสซื่ออย่างที่อาภาคิด ทำเอาอมีนาเผ่นกลับกรุงเทพฯ แทบไม่ทัน ชนิกาเริ่มใจอ่อนกับชินภัทร อาภามอบแหวนเก่าแก่ของครอบครัวให้ชนิกา โดยบอกว่ารู้เรื่องการแต่งงานหลอกๆ ทั้งหมดแล้ว แต่ต่อจากนี้ไปคือความจริง ชนิกาและชินภัทรเป็นสามีภรรยากันทั้งทางนิตินัย และพฤตินัย ชนิกาสับสันว่าตกลงแล้วชินภัทรรักเธอหรือเปล่า เหตุการณ์ยิ่งยุ่งเหยิงเมื่อพัธนินทร์คนรักเก่าของชนิกากลับมาเมืองไทยและขอเคลียร์กับชนิกาแม้ชินภัทรจะไม่อยากให้ชนิกาไปแต่ชนิกาขอให้ชินภัทรไว้ใจเธอ พัธนินทร์ขอชนิกาคืนดี เขามีเงินมากพอที่จะช่วยซื้อบ้านคืนให้ชนิกาแล้ว แต่ชนิกาก็ตัดสินใจบอกความจริงทุกอย่างกับพัธนินทร์ว่าเธอเป็นเมียชินภัทรโดยสมบูรณ์แล้ว และจริงๆ แล้ว พัธนินทร์และศันสนีย์ก็เป็นสามีภรรยากันทางพฤตินัยแล้วด้วย !!! มีเหตุการณ์ที่ทำให้ชินภัทรเข้าใจชนิกากับพัธนินทร์ผิดไป ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ชนิกาโมโหมาก เธอขอหย่ากับเขา แต่ชินภัทรไม่ยอมหย่า ยกสัญญามาอ้าง สุวัฒน์ พ่อของชนิกามาได้ยินจังหวะที่ชินภัทรกำลังพูดเรื่องสัญญาแต่งงานพอดี สุวัฒน์เสียใจล้มหมดสติเพราะรู้ว่าลูกสาวเอาตัวเข้าแลกเพื่อจะซื้อบ้านคืนให้พ่อ ชินภัทรรู้สึกผิดแต่ไม่กล้าไปขอโทษชนิกา อมีนาพยายามกลับเข้ามาในชีวิตชินภัทรอีกครั้งและวางแผนให้ชนิกาเข้าใจผิดว่าชินภัทรเมาแล้วมีอะไรกับเธอ แม้ชนิกาไม่เชื่อแต่เธอจำต้องยอมให้ อมีนาเป็นพยานเพื่อฟ้องหย่าชินภัทร สุดท้ายการแต่งงานของชินภัทรและชนิกาก็สิ้นสุดลงทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย....ชินภัทรกลับสุราษฯ ไปด้วยหัวใจที่แตกสลาย ชนิกาเองก็ไม่ต่างเธอจมกับความทุกข์เมื่อต้องสูญเสียชินภัทรไป... เมื่อทิฐิอยู่เหนือความรัก…ทำให้คนสองคนเหมือนอยู่ไกลกันคนละขอบฟ้า ทั้งยังมีปัญหามากมายตามมาเป็นบททดสอบให้ชินภัทรและชนิกาอย่างไม่จบสิ้น ความรักของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไรและเมื่อความจริงใกล้จะถูกเปิดเผยว่าสุดท้ายแล้วชินภัทรเป็นฆาตกรจริงหรือไม่ …โปรดติดตามเรื่องราวต่อไปได้ใน คนละขอบฟ้า ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3 รายชื่อนักแสดง ละครคนละขอบฟ้าชิปปี้ ศิรินทร์เกรท วรินทรโย่ง อาร์แชร์มิ้นท์ ณัฐวราดิว อริสรา ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า ละคร คนละขอบฟ้า