ข่มขื่น

ละครบ้านศิลาแดง  , เรื่องย่อบ้านศิลาแดง
นิโคล กิตติวัฒน์ /  วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ / 

“เพ็ญพร” หรือ “เพ็ญ” หญิงสาวสวยปราดเปรียว ทายาทของเจ้าของบริษัท สวนเสาวรส ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตมะพร้าวผงส่งนอก และส่วนผสมในการชงกาแฟทั้งหลาย เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยหลังจากจบวิชาบริหาร และด้วยความที่ชอบวิชาการต่อสู้ทุกชนิด เพ็ญพรก็กลับมาพร้อมวิชาการต่อสู้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้,เทควันโด้,ยิงปืน ฯลฯ และเที่ยวนี้เธอกลับมาพร้อมกับสุดา เพื่อนรักที่เดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกามาด้วยกัน ย่างก้าวแรกที่กลับมาถึงเมืองไทย เพ็ญพรก็ได้พบกับเดือนฉาย ผู้เป็นแม่มารอรับอยู่ที่สนามบิน และคลาดกันกับ สโรชาและอาภาพร ซึ่งเดินออกมาจากสนามบินเช่นกันเพ็ญพรเหยียบเมืองไทยได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็เกือบไปมีเรื่องกับตรัย ซึ่งตรัยเองก็เข้าใจผิดคิดว่าเพ็ญพรนั้น เป็นพรเพ็ญ ทางด้านบ้านศิลาแดง เมื่ออาภาพรเข้ามาถึงบ้านศิลาแดง ก็หาเรื่องแกล้งพรเพ็ญด้วยความหมั่นไส้ พรเพ็ญไม่โต้ตอบแต่อย่างใด มีเพียงป้าแจ่มที่คอยแต่จะให้กำลังใจ ถึงแม้จะปกป้องอะไรไม่ได้มาก พรเพ็ญต้องอดทนอยู่ในบ้านศิลาแดง เพราะเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่อคนเดียวเท่านั้น เมื่อกลับถึงบ้านที่ “สวนเสาวรส” เพ็ญพรรีบเข้าไปหา “เคน” ซึ่งเป็นตา ทั้งตาและหลานพูดคุยล้อเล่นกันสนุกสนานตามประสาตาหลานที่ไม่ได้พบกันมานานหลายปี เพ็ญพรมีลูกน้องอยู่คนหนึ่งคือ กอล์ฟ ซึ่งเป็นเด็กในสวนเสาวรส เคนเป็นคนเก็บเอากอล์ฟมาเลี้ยง เพราะสงสารที่ไม่มีพ่อ มีแต่แม่ซึ่งเป็นคนงานในไร่ โดยกอล์ฟจะเป็นลูกไล่ และโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เป็นประจำ แต่ก็มักจะแกล้งด้วยความเอ็นดู เพราะกอล์ฟเป็นเด็กอ้วนน่ารัก เสียแต่ปากไม่ค่อยดีนัก พูดจาโผงผาง เพ็ญพรจึงมักจะหาเรื่องมาแกล้งกอล์ฟอยู่เสมอ โดยที่กอล์ฟก็จะหาทางแก้เผ็ดเพ็ญพรอยู่เสมอเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ก็โดนจับได้และโดนเพ็ญพรเล่นงานจนเจ็บแสบกลับไปทุกครั้ง แต่แม้ว่าทั้งคู่จะแกล้งกันไปมาเป็นประจำ แต่ลึกๆ ทั้งเพ็ญพรและกอล์ฟก็รักและห่วงกันเหมือนพี่สาวกับน้องชาย เพ็ญพรชวนกอล์ฟ เข้าตลาด มาหาของกินอร่อยๆ แต่ก็บังเอิญไปเจอพวกโจรกระชากสร้อย เพ็ญพรมองแบบไม่อยากมีเรื่อง แต่ก็โชว์ฝีไม้ลายมือแบบไม่ยั้ง จนเอาสร้อยมาจากโจร ส่งคืนให้กับเจ้าของได้ วิทวัสมาเจอกับเพ็ญพรโดยบังเอิญ ในคราบของแม่ค้าขายปาท่องโก๋ แค่การพบกันครั้งแรก ทั้งคู่ก็ได้ปะทะคารมกันอย่างถึงพริกถึงขิงเพ็ญพรไม่ชอบขี้หน้าวิทวัสอย่างแรง แต่ก็ไม่ทันข้ามวันเพ็ญพรต้องเจอกับวิทวัสอีก ที่บ้านสวนเสาวรส เพ็ญพรถึงกับอึ้งที่รู้ว่า ต้องเจอกับวิทวัส ในฐานะที่ทำธุรกิจร่วมกันทั้งเพ็ญพรและวิทวัสมีโอกาสพบกันอีกหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งทั้งคู่ก็อดที่จะแกล้งให้อีกฝ่ายเจ็บใจไม่ได้ จนกลายเป็นเหมือนขมิ้นกับปูนกันเลยทีเดียว หลังจากที่เอกสิทธิ์กลายเป็นอัมพาตต้องนอนอย่างเดียว พูดอะไรไม่ได้ สโรชาปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่ เพราะถ้าเอกสิทธิ์ตายสมบัติทั้งหมดก็ต้องตกอยู่กับลูกสาว เธอปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่อย่างคนที่มีแต่ร่างแต่ไร้วิญญาณ และคอยรับหน้าทนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับมรดกและทรัพย์สินทั้งหมดของบ้านศิลาแดง โดยคอยเป็นทำดีต่อหน้าทนายสมศักดิ์ว่าเป็นห่วงเป็นใย คอยดูแลเอกสิทธิ์ที่นอนป่วยอยู่เป็นอย่างดี แต่พอทนายสมศักดิ์กลับไป ก็ปล่อยให้เอกสิทธิ์อยู่แบบคนอนาถา มีเพียงพรเพ็ญคนเดียวที่คอยดูแลพ่อของเธอ เชาว์เข้ามาครอบครองบ้านศิลาแดงโดยเปิดเผย ด้วยการเป็นสามีเก่าของสโรชา เชาว์นั้นมีลูกกับสโรชา 2 คนคือ “ณัฐพงษ์” และ “อาภาพร” แต่เชาว์ก็ไม่ได้เข้ามาเพียงคนเดียว เชาว์พาวาทินีเมียเด็กของเขาเข้ามาด้วย เลยทำให้สโรชา และอาภาพรไม่พอใจ แต่สโรชาก็ต้องยอมให้เชาว์พาวาทินีเข้ามา เพราะสโรชายังต้องพึ่งเชาว์ อยู่ดี สิบเจ็ดปีผ่านไป เดือนฉายกลายเป็นเศรษฐีนีเจ้าของโรงงานผงมะพร้าวสกัดแห้งกระป๋องสำเร็จรูป ขยายกิจการจนรุ่งเรือง เพราะทางราชการตัดถนนผ่านสวนเสาวรสของเคน ทำให้มีเงินขยายกิจการสวนมะพร้าวและซื้อที่ดินแถบนั้นอีกหลายร้อยไร่ เธอมุมาะทำธุรกิจนี้จนประสบความสำเร็จ โดยมีเคนเป็นคนช่วยดูแลธุรกิจให้เธอ ส่วนเพ็ญพรนั้นเรียนทางด้านบริหารธุรกิจจบมาจากเมืองนอก และในขณะเดียวกันก็เรียนศิลปะการต่อสู้มาหลายแขนง เพราะคุณตาของเธอคือ “เคน” ที่คอยสอนการต่อสู้ให้เธอตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นความชอบของเพ็ญพร และเมื่อมีโอกาสเพ็ญพรก็จะหาเวลาไปเรียนวิชาการต่อสู้ต่างๆ จากหลายอาจารย์จนเกิดความช่ำชองในด้านนี้เป็นอย่างดี แม้ว่าเดือนฉายจะไม่เห็นด้วยในการให้ลูกผู้หญิงไปเรียนวิชาพวกนี้ แต่ก็มีเคนที่คอยพูดและแนะว่าลูกผู้หญิงควรจะรู้จักวิชาพวกนี้เอาไว้ป้องกันตัวบ้าง เพ็ญพรเป็นสาวสวยที่ฉลาดเป็นกรด แก่นแก้ว และไม่ยอมคน ในขณะเดียวกันการเรียนก็ดี ทำให้เดือนฉายโล่งใจในเรื่องนี้ไปได้ แถมยังเรียนวิชาการแต่งหน้าเปลี่ยนตัวเองไปได้หลายบุคลิกด้วย ส่วนพรเพ็ญนั้นเติบโตขึ้นมาในบ้านศิลาแดงเหมือนคนรับใช้ ได้เรียนแค่มัธยมปีที่ 3 เท่านั้น เพราะสโรชาไม่ต้องการให้เธอฉลาดนัก และไม่ต้องการให้พรเพ็ญทัดเทียมกับณัฐพงษ์และอาภาพรลูกทั้งสองของเธอ แถมยังกดขี่ข่มเหงพรเพ็ญตลอดเวลา ใช้ให้ทำงานเยี่ยงทาส ในขณะเดียวกันก็เอาเอกสิทธิ์ไปอยู่ห้องเล็กซึ่งเป็นห้องของพรเพ็ญ เพราะว่าป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถทำอะไรได้ ปล่อยให้อยู่โดยไม่มีใครเหลียวแล มีเพียงพรเพ็ญที่มาดูแลพ่อของตนเพียงคนเดียว แต่ก็โดนด่าอยู่ตลอด พรเพ็ญได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านศิลาแดงเพราะเธอห่วงพ่อของเธอ ถ้าเธอหนีไปเมื่อไร พ่อของเธอก็จะไม่มีคนดูแล และอาจต้องตายเหมือนคนไร้ญาติขาดมิตร ณัฐพงษ์โตขึ้นเป็นหนุ่มหน้าตาดี แม้จะเรียนเก่งแต่ก็ขี้เกียจ เอาแต่เที่ยวและติดหรู เจ้าชู้เหมือนเชาว์ผู้เป็นพ่อ ไม่ยอมทำงานอะไรถึงแม้จะเรียนจบแล้ว เที่ยวเตร่ไปวันๆ ส่วนอาภาพรนั้นไม่ค่อยสนใจการเรียนจึงเรียนไม่จบ แต่ก็ชอบคุยอวดเพื่อนๆ ว่าไม่อยากเรียนจบในเมืองไทย จะไปเรียนต่อเมืองนอก ณัฐพงษ์พึงพอใจในตัวพรเพ็ญมากเพราะเธอเป็นคนสวย และมักจะพูดจาแทะโลมพรเพ็ญเสมอเมื่อลับตาคนอื่น ส่วนอาภาพรนั้นรูปร่างหน้าตาก็สะสวย แต่งตัวเก่ง แต่ก็อิจฉาที่พรเพ็ญนั้นถึงแม้จะไม่ได้แต่งตัว แต่ก็สวยกว่าเธอ เธอจึงมักจะข่มเหงและดูถูกพรเพ็ญเสมอ พรเพ็ญนั้นก็ทำได้แค่ปัดป้องตัวเองไม่ให้บาดเจ็บเท่านั้น ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ ส่วนเชาว์นั้นก็เริ่มเห็นว่าพรเพ็ญกลายเป็นสาวแล้ว และด้วยความเจ้าชู้ของตน เขาหมายใจเอาไว้ว่าสบโอกาสเหมาะเมื่อไรก็จะปล้ำพรเพ็ญเป็นเมียอีกคนให้ได้ แต่ก็หาโอกาสได้ยาก เพราะว่าเมียทั้งสองคือวาทินีและสโรชายังอยู่ที่บ้านทั้งสองคน เพ็ญพรเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป้าหมายแรกของเธอคือสุดา สุดาดีใจที่พบเพ็ญพรอีกครั้งและชวนให้พักที่บ้านของเธอ แต่เพ็ญพรอยากพักโรงแรมมากกว่า และในใจแล้วยังไม่อยากพบตรัยด้วย เพราะยังอดหมั่นไส้ในความขี้เต๊ะของเขาไม่หาย เพ็ญพรเล่าเรื่องที่เธอจะมาสืบหาพี่สาวฝาแฝดของเธอ สุดารับปากว่าจะให้ความช่วยเหลือ และเป็นคนออกความคิดให้เพ็ญพรปลอมเป็นสาวมิสทีน เพ็ญพรปลอมตัวใส่วิก แต่งหน้าจนจำไม่ได้เป็นพนักงานขายเครื่องสำอางค์เข้าไปขายในบ้านศิลาแดง พบอาภาพรก็จำได้ว่าเป็นสาวที่ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ “ตรัย” จึงคิดแกล้ง และด้วยฝีปากของเพ็ญพรทำให้อาภาพรชอบใจเครื่องสำอางค์ที่เธอเสนอขาย แต่เพ็ญพรก็อ้างว่าหมด และจะนำมาให้ดูอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น และในระหว่างที่ขายของให้อาภาพรนั้น เพ็ญพรก็ได้พบกับพรเพ็ญ เพราะอาภาพรสั่งให้พรเพ็ญเอาน้ำมาเสิร์ฟให้เธอ และยังเห็นว่าวาทินีและสโรชานั้นข่มพรเพ็ญเหมือนทาสก็ไม่ปาน ทำให้เพ็ญพรโมโหจนเกือบเก็บอาการไม่ได้ เพ็ญพรมองหาช่องทางในการเข้ามาในบ้านศิลาแดง และก่อนกลับเธอก็พบกับเชาว์ที่เข้าบ้านมาพอดี เชาว์มองดูเธอเหมือนเสือจ้องขม้ำเหยื่อ และเพ็ญพรก็ทำเป็นอ่อยเหยื่อให้กับเชาว์แทน จนทำให้เชาว์แทบหัวปั่นในรูปร่างหน้าตาของเธอ เพ็ญพรไปหาสุดาที่บ้านเล่าเรื่องทั้งหมดเล่าให้สุดาฟัง สุดาเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเพ็ญพร เพ็ญพรมีแผนจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ และต้องการสืบเรื่องพ่อของเธอด้วย อาภาพรนั้นมักจะชวนให้ตรัยมาทานข้าวที่บ้านเป็นประจำ เมื่อตรัยได้พบกับพรเพ็ญก็นึกชอบ เพราะว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยน่ารัก แต่ก็มักจะโดนอาภาพรกีดกันบอกว่าพรเพ็ญเป็นแค่คนใช้ในบ้านเท่านั้น ไม่สมควรจะสนทนาพาทีด้วย และเมื่อตรัยกลับไป พรเพ็ญก็มักจะโดนอาภาพรทำร้ายร่างกายเป็นประจำ พร้อมทั้งสั่งไม่ให้พรเพ็ญออกมาเสนอหน้าอีกตอนที่ตรัยมาที่บ้าน ป้าแจ่มและลุงเติมคนรับใช้เก่าแก่ของบ้านนี้ แม้จะสงสารพรเพ็ญ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงได้แต่ปลอบใจให้พรเพ็ญมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตในบ้านนี้ต่อไป วันรุ่งขึ้น เพ็ญพรก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอีกครั้ง โดยทำทีเป็นมาส่งเครื่องสำอางค์ที่อาภาพรสั่งเอาไว้ และได้พบกับตรัยซึ่งจำเธอไม่ได้ อาภาพรแสดงท่าทีเหมือนเขาเป็นแฟนเธอทำให้เพ็ญพรอดหมั่นไส้ไม่ได้ จึงแกล้งทำกาแฟหกใส่เขา อาภาพรไปหาเสื้อให้ตรัยเปลี่ยน ตรัยและเพ็ญพรปะทะคารมกัน และเมื่อเพ็ญพรกำลังจะเดินออกจากบ้านก็พบว่าเชาว์กำลังจะลวนลามพรเพ็ญ แต่วาทินีมาพบเข้าจึงตรงเข้าทำร้ายตบตีพรเพ็ญจนบาดเจ็บ แถมยังด่าว่าพรเพ็ญว่ามาให้ท่าเชาว์ซึ่งเป็นสามีของตน แม้ว่าพรเพ็ญจะแก้ตัวอย่างไรวาทินีก็ไม่ฟัง แถมเชาว์เองก็ยังสมทบว่าพรเพ็ญมาให้ท่าตนอีก ซึ่งทำให้วาทินียิ่งโกรธและทำร้ายพรเพ็ญหนักขึ้น เพ็ญพรเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถช่วยพรเพ็ญได้ และกลับออกมาจากบ้านศิลาแดงด้วยความไม่สบายใจ คืนนั้นเพ็ญพรวางแผนกับสุดา โดยจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ โดยให้สุดาขับรถไปจอดข้างบ้านศิลาแดง เพ็ญพรลอบปืนเข้าไปในบ้าน และเข้าไปพบพรเพ็ญ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พรเพ็ญฟัง พรเพ็ญนั้นแทบจะปรับตัวไม่ทัน สองพี่น้องฝาแฝดกอดกันแล้วร้องไห้ แต่เมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดของเธอมีฝีมือพอตัว จึงยอมเปลี่ยนตัวกลับไปที่สวนเสาวรสเพราะอยากพบแม่และตาเหมือนกัน แต่ก็เป็นห่วงเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่ออยู่ เพ็ญพรรับปากว่าจะดูแลเอกสิทธิ์ให้ดีที่สุด พรเพ็ญเล่าเรื่องราวของคนในบ้านศิลาแดงให้เพ็ญพรรู้ถึงพฤติกรรมของแต่ละคน รวมถึงเผยว่าทั้งสามคนนี่เองที่ทำให้พ่อของพวกเธอต้องกลายเป็นคนพิการน่าเวทนา ยิ่งทำให้เพ็ญพรโกรธและคิดแก้แค้นคนในบ้านศิลาแดงให้สาสม ก่อนที่พรเพ็ญจะไปกับสุดา เพ็ญพรบอกว่าจะส่งข่าวไปให้พรเพ็ญรู้เป็นระยะ แต่ในช่วงที่พรเพ็ญกลับไปอยู่สวนเสาวรส พรเพ็ญต้องแสดงตัวว่าเป็นเพ็ญพรถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน พรเพ็ญรับปาก และคืนนั้นก่อนเข้านอนเพ็ญพรก็ลอบเข้าไปหาเอกสิทธิ์ เมื่อเธอเห็นสภาพพ่อของเธอ ความไม่พอใจที่เธอเคยมีและคิดว่าพ่อทิ้งแม่และเธอไปก็หายไปจนหมด เหลือแต่ความสงสาร เอกสิทธิ์มองหน้าเธอแล้วน้ำตาไหล แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพ็ญพรกอดพ่อเอาไว้ในอ้อมแขนและสัญญาว่าจะแก้แค้นทุกคนที่ทำให้ครอบครัวของเธอต้องมาพบกับชะตากรรมอย่างนี้ รุ่งเช้าป้าแจ่มเข้ามาปลุกเพ็ญพรให้ลุกขึ้นช่วยงานในบ้าน งานแรกคือทำอาหารเช้าให้เจ้านายทั้งหลายในบ้าน แต่เมื่อทุกคนมาถึงโต๊ะอาหารก็พบว่ามีขนมปังไหม้กองอยู่บนจาน พร้อมด้วยไข่ดาวเกรียมจนดำปี๋อีกหลายใบ อาภาพรกรี๊ดลั่นโต๊ะ ตะโกนเรียกป้าแจ่มสอบถามถึงคนทำอาหารเช้า ป้าแจ่มเดินเข้ามาดูที่โต๊ะอาหารก็แทบเป็นลมไปอีกคน เพ็ญพรเดินตามเข้ามา อาภาพรเดินเข้าไปด่าเหมือนเคย แต่เพ็ญพรก็ด่าสวนกลับทุกคำ วาทินี,สโรชา และเชาว์มองหน้ากันด้วยความสงสัยในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือของเพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญ พร้อมทั้งลงความเห็นกันว่าพรเพ็ญคงกินอาหารผิดสำแดงไป จึงทำให้เป็นบ้า หลังจากนั้นป้าแจ่มก็บอกให้เพ็ญพรกวาดบ้าน,ถูบ้านและซักเสื้อผ้า เพราะว่าพรเพ็ญนั้นก็ทำงานอย่างนี้อยู่ทุกวัน เพ็ญพรมองเห็นงานที่พี่สาวตนต้องทำเหมือนทาสทุกวันแล้วยิ่งแค้นจึงแกล้งทำจนบ้านเละไปหมด วาทินีเมื่อเดินลงบันไดบ้านมาก็ลื่นตกบันไดจึงส่งเสียงกรี๊ดสนั่นบ้าน เพราะเพ็ญพรเอา น้ำราดจนเปียกโชกไปหมด แถมไม้ปาร์เก้ที่ห้องรับแขกก็ลอยเป็นแพ เพราะน้ำที่ขังอยู่บนพื้น วาทินีตะโกนเรียกพรเพ็ญในร่างเพ็ญพร เพ็ญพรวิ่งเข้ามารายงานตัว เพ็ญพรถูกวาทินีด่าว่า แต่เธอก็ลอยหน้าลอยตารับผิดอย่างหน้าชื่นตาบาน แล้ววิ่งกลับไปทำงานอย่างอื่นต่อ ทำให้วาทินีโกรธจนแทบเป็นลม ส่วนสโรชานั้นสั่งให้เพ็ญพรดูแลตัดเล็มดอกไม้ที่เธออุตส่าห์สั่งให้ลุงเติมปลูกให้เรียบร้อย แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอก็แทบสลบเพราะดอกไม้ทั้งหลายหน้าบ้านโดนเพ็ญพรตัดจนเหี้ยนไม่เหลือซากทีเดียว สโรชาเรียกเพ็ญพรมาถาม เพ็ญพรจึงตอบว่าสโรชาสั่งให้ตัดให้เรียบร้อยเธอจึงตัดจนเรียบหมดไม่มีเหลือตามคำสั่ง สโรชาโมโหมาก ยกมือจะตบเพ็ญพร แต่เพ็ญพรก็จับมือสโรชาบิดจนสโรชาเจ็บต้องรามือไปเอง เพ็ญพรบอกว่าคนอย่างเธอไม่ชอบให้ใครมาใช้กำลัง ถ้าใครทำเธอก่อนเธอก็จะทำกลับมากกว่าเป็นเท่าทวีคูณ แต่ถ้าใครดีกับเธอ เธอก็จะดีตอบเหมือนกัน สโรชากลับเข้าบ้านด้วยความโมโหปนประหลาดใจ เพราะพรเพ็ญที่เธอรู้จักและคอยกดหัวมาสิบกว่าปีไม่ได้เป็นอย่างนี้ ส่วนเชาว์นั้นวันๆ ไม่ทำงานอะไรคอยแต่จะกินสมบัติเก่าของบ้านศิลาแดง และมีเพื่อนเป็นพวกนักเลงและมาเฟีย เชาว์เล่นการพนันบ่อยแต่ส่วนใหญ่ก็จะเสียมากกว่าได้ เชาว์นั้นเห็นว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยจึงมักคอยหาโอกาสแทะเล็มพรเพ็ญอยู่เสมอ แต่ในช่วงหลังนี้เขาก็เริ่มสงสัยว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไป เพราะเขาไม่สามารถเข้าใกล้หรือล่วงเกินได้เหมือนก่อน เพราะพรเพ็ญใช้การหลบเลี่ยงและหาจังหวะผลักเขาจนขาแพลงไปครั้งหนึ่ง เชาว์โมโหมากชวนเพื่อนฝูงมาที่บ้านหลายคนและเรียกให้เพ็ญพรมาทำอาหารให้ วันนั้นเพ็ญพรไม่สบายมากเพราะคืนก่อนโดนฝน และยังไม่มีโอกาสไปหาหมอ เธอแทบลุกไม่ขึ้น แต่ก็ฝืนใจขึ้นมาทำอาหารให้ แต่ก็ไม่วายแกล้งทำอาหารรสชาติแปลกประหลาดให้กิน วาทินี,สโรชา และ อาภาพรก็รุมด่าเพ็ญพรว่าฝีมือทำอาหารอย่างนี้ท่าทางจะหาผัวลำบาก เพ็ญพรเถียง อาภาพรจึงฉวยโอกาสตบเพ็ญพรจนหน้าหันเลือดออกจากปาก วาทินีเห็นว่าเพ็ญพรไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้จึงตรงเข้าตบซ้ำอีกครั้ง เพ็ญพรโกรธจนแทบบ้า แต่สภาพร่างกายไม่อำนวยในการป้องกันตัวเองจึงได้แต่กัดฟันทนและคิดว่าแค้นครั้งนี้เธอจะต้องเอาคืนให้สาแก่ใจ พักหลังเชาว์รู้จักสมปองซึ่งเป็นพวกค้ายาเสพติดและถูกชักชวนให้ลองขายดูเพราะเงินดี เชาว์ยังไม่กล้าเท่าไรนัก เพราะยังไม่มีเงินมากพอ จึงพกยาเสพติดกลับมาที่บ้านศิลาแดงและเสพบ่อยๆ จนติดตรัยและลูกน้องเฝ้าติดตามพวกของสมปอง และพบว่าสมปองกำลังติดต่อขายยาเสพติดจึงตรงเข้าจับ เกิดการยิงต่อสู้ขึ้น ลูกน้องของสมปองถูกยิงตายหมด สมปองหนีไปได้ ตรัยตามไปติดๆ แต่ก็คลาดกันเพ็ญพรแอบได้ยินเชาว์ติดต่อเรื่องขายยาเสพติดกับสมปองจึงโทรแจ้งตำรวจ ตรัยจึงนำกำลังตำรวจเข้าจับพร้อมของกลาง เชาว์ถูกจับ แต่สมปองหนีไปได้ เชาว์โมโหมากโดยไม่รู้ว่ามีใครแกล้งตน และคิดว่าเด็กข้างบ้านที่ตัวเองเคยข่มอยู่เสมอแอบโทรไปบอกตำรวจ เพ็ญพรเข้าไปดูแลเอกสิทธิ์ทุกวันเมื่อมีเวลาว่าง เธอมักจะเข้าไปพูดคุยกับพ่อของตน เอกสิทธิ์นั้นเริ่มมีอาการดีขึ้น เพราะเพ็ญพรจะคอยนวดเฟ้นให้กล้ามเนื้อเขากระเตื้องขึ้น และคอยพยุงให้นั่งและนอนอยู่เสมอ ด้วยสุขภาพจิตที่ดีของเพ็ญพร ทำให้เอกสิทธิ์ก็เริ่มไหวติงขึ้นมาเรื่อยๆ และเริ่มรับรู้เรื่องราวต่างๆ มากขึ้น แม้ว่าจะยังพูดอะไรไม่ได้ก็ตาม อาภาพรมักจะชวนตรัยมาที่บ้านศิลาแดงบ่อยๆ แต่ก็มักจะโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เสมอๆ ตรัยเริ่มสังเกตว่าพรเพ็ญ เด็กรับใช้ในบ้านที่เขาเคยเห็นนั้นเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม จากผู้หญิงอมทุกข์ที่ไม่กล้ามองหน้าใครตรงๆ แถมยังขี้อายและน่าสงสาร กลายเป็นผู้หญิงสาวสวยปราดเปรียว แคล่วคล่องว่องไว ดูทะมัดทะแมง แถมฝีปากยังคมกริบ และกลายเป็นคนไม่ยอมคนไปได้ แม้ว่าจะถูกแกล้งอยู่บ่อยๆ แต่ตรัยก็ไม่ถือสา แถมยังคอยดูว่าแต่ละวันเธอจะมีอะไรมาแกล้งเขาอีก จากที่เคยสงสารกลับกลายเป็นสนใจ เพราะเขาชอบผู้หญิงที่สวย ฉลาดปราดเปรียวและไม่ยอมคนอย่างนี้มานานแล้ว เพ็ญพรเองถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบหน้าตรัยมาตั้งแต่แรก แต่พอได้พบบ่อยๆ และแกล้งเขาอยู่เรื่อยๆ ก็อดสงสารไม่ได้ แถมยังเห็นว่าความจริงเขาก็เป็นผู้ชายน่ารักคนหนึ่งเหมือนกัน แถมเป็นพี่ชายของเพื่อนรักอย่างสุดาด้วย ก็อดที่จะสนใจเขาอยู่ลึกๆ ไม่ได้ ซึ่งอาการของทั้งคู่นั้นหาได้รอดสายตาของอาภาพรไปไม่ อาภาพรเริ่มอาละวาดกับตรัย แต่ตรัยก็ไม่สนใจ เพราะเขาไม่ได้คิดว่าอาภาพรจะมาเป็นแม่ของลูกเขาอยู่แล้ว ที่เขาคบอาภาพรเพราะว่าสงสารและเธอก็ตามตื๊อเขามาตลอด เมื่อยังไม่มีใครน่าสนใจกว่าก็เลยคบไปก่อน และเมื่อได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านศิลาแดงทั้งหมดจากป้าแจ่มและลุงเติม ทำให้เพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญเริ่มประกาศอิสระภาพโดยการเชิญทนายประจำตระกูลคือทนายสมศักดิ์,ตรัย และสุดามาที่บ้าน เมื่อได้เวลาทนายสมศักดิ์เป็นคนประกาศว่าพรเพ็ญบรรลุนิติภาวะแล้ว และเป็นลูกสาวของเจ้าของบ้านศิลาแดงมีอำนาจในการดูแลทรัพย์สินและมรดกทุกอย่างที่เป็นของเอกสิทธิ์ นับตั้งแต่วันนี้ไปพรเพ็ญจะเป็นคนดูแลทรัพย์สินทุกอย่างของบ้านศิลาแดงเอง โดยมีทนายสมศักดิ์เป็นที่ปรึกษา สโรชา และ อาภาพร คัดค้านไม่เห็นด้วย แต่ทนายสมศักดิ์บอกว่าพรเพ็ญมีสิทธิ์ที่จะทำได้อย่างชอบธรรม สร้างความโกรธแค้นให้กับสามสาวเป็นอย่างมาก หลังจากวันนั้นเพ็ญพรก็นำเอาเอกสิทธิ์ขึ้นมาอยู่ที่บ้านใหญ่ และให้ทั้งสามสาวไปอยู่ที่บ้านหลังเล็กซึ่งเป็นสิทธิ์ของวาทินีแทน แม้ว่าทั้งสามสาวจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะวันนี้พรเพ็ญที่พวกเธอเห็นแข็งแกร่งไม่อ่อนแอขี้แยเหมือนพรเพ็ญที่พวกเธอรู้จัก ทำให้ไม่มีใครกล้าหือกับพรเพ็ญ และเมื่อย้ายขึ้นมาอยู่บ้านใหญ่แล้ว เพ็ญพรก็สั่งให้ป้าแจ่มและลุงเติมขึ้นมาดูแลเอกสิทธิ์ ปล่อยให้วาทินี,สโรชา และอาภาพร ทำงานบ้านทั้งหมดแทน แม้ว่าไม่อยากทำและไม่พอใจในคำสั่งของเพ็ญพร แต่ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม เพราะว่าเพ็ญพรเป็นคนถือเงินและบัญชีทั้งหมด แถมเพ็ญพรยังแกล้งให้ทั้งสามทำงานหนักเป็นการแก้แค้นแทนพรเพ็ญที่เคยถูกใช้ทำงานเยี่ยงข้าทาสในบ้านศิลาแดง อาภาพรซึ่งเคยมีเงินซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวสวยๆ ก็ไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าแพงๆ เหมือนก่อน และต้องทำงานแลกกับเงินค่าจ้างไปวันๆ ซึ่งทำให้เพ็ญพรสะใจยิ่งนัก ตรัยได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมด เพราะเขามาเที่ยวที่บ้านศิลาแดงและเห็นอาภาพรต้องทำงานไม่ได้เฉิดฉายเหมือนก่อน อาภาพรบอกตรัยว่าพรเพ็ญยึดอำนาจไปอย่างไม่เป็นธรรม ตรัยได้แต่พยักหน้ารับรู้ทั้งที่ในใจเขาแสนจะดีใจ เพราะว่าสาวคนที่เขาแอบชอบกลายเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้อย่างเต็มภาคภูมิ และในช่วงหลังเพ็ญพรต้อนรับเขาอย่างมิตรไม่เหมือนศัตรูเหมือนแต่ก่อน ความสัมพันธ์ของตรัยและเพ็ญพรสร้างความไม่พอใจให้กับอาภาพรเป็นอย่างมาก อาภาพรวางแผนให้เพ็ญพรเข้าใจผิดตรัยโดยโทรไปนัดตรัยให้มาพบบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาเมื่อตรัยมาพบเธอวานให้วาทินีเดินไปบอกเพ็ญพรว่าตรัยมาหาอาภาพรที่บ้าน เพ็ญพรเดินมาที่ห้องรับแขก อาภาพรเหลือบเห็นจึงทำเป็นกอดกับตรัยอยู่ ตรัยไม่ทันรู้ตัว เพ็ญพรโกรธกับภาพที่เธอเห็น ตรัยหันมาพบว่าเพ็ญพรกำลังทำหน้าบึ้งกับเหตุการณ์นี้อยู่ ตรัยสลัดอาภาพรออกและเดินเข้าไปปรับความเข้าใจกับเพ็ญพร แต่เพ็ญพรไม่ฟังวิ่งขึ้นห้องและล็อคประตู ตรัยวิ่งตามขึ้นไปตะโกนอธิบายแต่เพ็ญพรไล่ให้ตรัยกลับไปก่อนเพราะเธอยังไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น โดยมีอาภาพรและวาทินียืนยิ้มดีใจในความสำเร็จครั้งนี้ เพ็ญพรเสียใจเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง สุดารู้เรื่องจากตรัยก็มาปรับความเข้าใจแทนพี่ชาย เพ็ญพรไม่ยอมฟัง แต่ในที่สุดสุดาบอกว่าอยากแพ้คนที่บ้านศิลาแดงหรือ เพ็ญพรจึงรวบรวมสติและทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยลดความโกรธและความใจร้อนซึ่งเป็นข้อเสียของเธอ และในที่สุดเพ็ญพรก็เข้าใจว่าเป็นแผนของอาภาพรและวาทินีที่ต้องการให้เธอกับตรัยเข้าใจผิดกันตรัยมาหาเพ็ญพรที่บ้าน อาภาพรตรงเข้ามากอดคลอเคลียกับตรัยอีกเพื่อให้เพ็ญพรโมโหตรัย แต่เที่ยวนี้เพ็ญพรกลับเฉยและไม่แยแสการกระทำของอาภาพร เธอต้อนรับขับสู้ตรัยอย่างดี ตรัยพยายามเดินหนีอาภาพร แต่อาภาพรก็ตามติดอย่างกับตุ๊กแกเกาะผนังห้อง เพ็ญพรบอกตรัยว่าเธอรักเขาต่อหน้าอาภาพร ตรัยก็บอกว่าเขาก็รักเธอสุดหัวใจเหมือนกัน อาภาพรกรี๊ดลั่นบ้านเพราะทนไม่ได้กับการเป็นส่วนเกินอย่างที่เป็นอยู่ อาภาพรวิ่งขึ้นห้องไปหาวาทินีที่ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้เลย เพ็ญพรยิ้มเยาะอย่างสะใจ มยุรีได้พบกับณัฐพงษ์ที่งานแต่งงานของบุษกรเพื่อนสนิทของเธอ ณัฐพงษ์เมื่อเห็นมยุรีก็พอใจในความสวยของเธอและเข้าไปจีบ มยุรีก็พอใจในความเป็นหนุ่มหล่อของณัฐพงษ์เหมือนกัน คืนนั้นทั้งคู่จบลงที่โรงแรม หลังจากวันนั้นมยุรีก็ตกหลุมรักณัฐพงษ์เพราะเขาเป็นคนเอาใจผู้หญิงเก่ง และอยู่ในตระกูลดี มยุรีอดหึงหวงสาวทุกคนที่เข้าใกล้ณัฐพงษ์ไม่ได้ ไม่นานณัฐพงษ์ก็เริ่มเบื่อเพราะมยุรีนั้นอายุแก่กว่าเขาหลายปี และเขาก็ไม่ได้รักมยุรีเพราะคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งของเขาเท่านั้นช่วงหลังสุดามักจะตามตรัยมาที่บ้านศิลาแดงเป็นประจำเพราะว่าอยากมาเจอเพ็ญพร แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้แสดงให้ใครรู้ว่าเป็นเพื่อนรักกัน ณัฐพงษ์นั้นเมื่อพบหน้าสุดาครั้งแรกก็นึกชอบ และพยายามทำตัวใกล้ชิดกับสุดา ซึ่งในช่วงแรกเพ็ญพรเตือนสุดาบอกให้ดูณัฐพงษ์ให้ดีเสียก่อน สุดาจึงพยายามให้ณัฐพงษ์ปรับปรุงตัวเสียใหม่ ซึ่งณัฐพงษ์ก็เต็มใจที่จะเปลี่ยนจากพ่อพวงมาลัย หางานทำและตั้งใจทำงานสร้างฐานะ เพราะหลังจากที่คบกับสุดาไปพักใหญ่ เขาก็รู้ตัวว่าเขาหลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าเสียแล้ว และวันนี้ถึงวันที่เขาจะต้องสร้างฐานะเพื่ออนาคตเสียที ทำให้สุดาดีใจที่สามารถทำให้พ่อไก่แจ้กลายเป็นคนดีได้ เพ็ญพรก็ดีใจที่เพื่อนรักจะได้มีความสุขเสียที มยุรีเมื่อรู้ว่าณัฐพงษ์กำลังจีบสุดาก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอาละวาดกับณัฐพงษ์ซึ่งกำลังนั่งคุยหยอกล้ออยู่กับสุดาและเพ็ญพร เธอตรงเข้าตบสุดาอย่างไม่ยังมือ ณัฐพงษ์ตรงเข้ากระชากมยุรีจนกระเด็นไปติดข้างฝาพร้อมทั้งออกปากไล่มยุรีให้ออกไปจากบ้าน มยุรีตกใจแทบช็อคเพราะผู้ชายคนที่เธอรักเขาสุดชีวิตกลับไม่มีเยื่อใยกับเธอเลย มยุรีเดินน้ำตานองหน้าออกจากบ้านศิลาแดงไปอย่างคนที่พ่ายแพ้ สุดาโกรธณัฐพงษ์ที่ไม่บอกเรื่องนี้กับเธอ ณัฐพงษ์สัญญาว่าจะไม่นอกใจเธออีกตลอดชีวิตและจะดูแลสุดาให้ดีที่สุดโดยมีเพ็ญพรเป็นพยานรักครั้งนี้ทางด้านพรเพ็ญเมื่อกลับไปอยู่ที่สวนเสาวรส ก็ปลอมตัวเป็นเพ็ญพร เพราะทำตามสัญญากับเพ็ญพรที่ไม่ต้องการทำให้พ่อและตาเป็นห่วง แต่ด้วยความที่เป็นคนเรียบร้อย เธอก็ดูแลปรนนิบัติเดือนฉายและเคนเป็นอย่างดีสร้างความแปลกใจให้กับทั้งสองเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากกลับจากกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นคนละคน ไม่ซนแก่นเซี้ยวเหมือนเมื่อก่อน และไม่แกล้งกอล์ฟเหมือนอย่างเคยจนทำให้กอล์ฟอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอมาไม้ไหนกันแน่ แต่ก็ยังคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังติดสอยห้อยตามพรเพ็ญไปไหนมาไหนตลอด พรเพ็ญได้พบวิทวัสที่ตลาด วิทวัสปราดเข้าหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร และหาเรื่องแกล้งเหมือนเคย โดยขับรถปาดน้ำโคลนที่เอ่อล้นอยู่ข้างทางให้กระเด็นโดนพรเพ็ญ แถมยังจอดรถลงมาเยาะเย้ย แต่เที่ยวนี้เขาผิดคาด เพราะคิดว่าพรเพ็ญจะตรงเข้ามาต่อว่าเขา เธอกลับบอกว่าไม่เป็นไร และคิดว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ทำให้วิทวัสทำตัวไม่ถูก ต้องเอ่ยปากขอโทษเธอ พร้อมทั้งขอพาเธอกลับไปส่งที่สวนเสาวรส แต่กอล์ฟอดโมโหแทนพรเพ็ญไม่ได้ ก็เลยต่อว่าต่อขานวิทวัส พรเพ็ญเอ่ยปากห้ามกอล์ฟไม่ให้พูดมาก และยอมให้วิทวัสไปส่งที่สวนเสวรสโดยดี ที่นั่นวิทวัสได้พบกับเดือนฉายและเคนเป็นครั้งแรก และได้รู้จักคุยกันจนถูกคอกับเคนเป็นอย่างดีเพราะมีนิสัยนักเลงไม่กลัวคนเหมือนกัน เย็นนั้นพรเพ็ญเอ่ยปากชวนให้วิทวัสทานข้าวที่บ้าน ซึ่งแม้จะแปลกใจและคิดว่าอาจจะโดนสาวเจ้าแกล้งเหมือนเคย แต่ก็อยากลองดูว่าเธอจะมาไม้ไหนกับเขา แต่เมื่อได้ลิ้มรสชาติฝีมือทำอาหารของพรเพ็ญเข้า เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าความจริงผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่ยังมีความเป็นแม่ศรีเรือนอยู่ในตัวอย่างที่เขาต้องการเสียด้วย หลังจากวันนั้นวิทวัสก็หาทางพาพบพรเพ็ญบ่อยๆ แม้ว่าจะยังไม่ไว้ใจนักว่าเธอจะเปลี่ยนนิสัยจากสาวจอมกวนมาเป็นสาวหวานได้จริงๆ แต่ในใจลึกๆ แล้ว เขาก็รู้ว่าเขารักเธอเข้าเสียแล้ว โดยมีพัฒน์คอยสอดแนมและยุยงอยู่ตลอดให้วิทวัสตามจีบพรเพ็ญให้สำเร็จ ส่วนพรเพ็ญก็มีกอล์ฟคอยเป็นกันชนไม่ให้วิทวัสเข้าถึงตัวได้ง่าย แต่แล้ววิทวัสก็ติดสินบนกอล์ฟได้ด้วยของฝากต่างๆ จนสามารถเอากอล์ฟมาเป็นพวกของตนได้อีกคน ซึ่งช่วงหลังพรเพ็ญเองก็ไม่ปฏิเสธว่าในหัวใจของเธอก็มีชายชื่อ “วิทวัส” นั่งอยู่เต็มหัวใจเหมือนกัน เดือนฉายและเคนเฝ้ามองความรักของทั้งคู่อย่างเบาใจ เพราะวิทวัสก็เป็นชายหนุ่มที่มีความมั่นคงทั้งฐานะและความดี พอที่จะเข้ามาเป็นเขยของสวนเสาวรสได้โดยไม่ขาดตกบกพร่องเดือนฉายป่วยเพราะตรากตรำงานหนัก พรเพ็ญโทรบอกให้เพ็ญพรกลับมาเยี่ยมแม่บ้าง เพ็ญพรเมื่อรู้เรื่องก็บอกให้พรเพ็ญกลับมาที่บ้านศิลาแดงเพื่อสลับตัวกัน พรเพ็ญกลับมาเปลี่ยนตัวกับเพ็ญพรโดยมีสุดาเป็นคนช่วย เมื่อเพ็ญพรกลับมาถึงบ้านก็ตรงเข้าไปดูเดือนฉายซึ่งอาการดีขึ้นและพูดคุยกับเดือนฉายมากมายจนเดือนฉายงง เพราะคิดว่าเพ็ญพรอยู่กับเธอตลอดเวลา ทำใมถึงได้แสดงท่าทีเหมือนคนที่ไม่ได้พบกันมานาน วิทวัสมาเยี่ยมเดือนฉายที่บ้าน เมื่อพบเพ็ญพรก็คิดว่าเป็นพรเพ็ญ เขากุมมือเพ็ญพรแต่เพ็ญพรซึ่งไม่รู้ว่าพรเพ็ญนั้นบัดนี้กลายเป็นคนรักของวิทวัสแล้วจึงสบัดมือออก วิทวัสงงกับอาการที่เพ็ญพรแสดงกับเขา เพ็ญพรด่าว่าวิทวัสที่มาหาเศษหาเลยกับเธอ วิทวัสยิ่งงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีก จึงขอตัวกลับบ้าน เพ็ญพรโทรกลับไปหาพรเพ็ญที่บ้านศิลาแดงเพื่อถามเรื่องวิทวัส พรเพ็ญจึงบอกความจริงทั้งหมดและย้ำให้เพ็ญพรทำดีกับวิทวัส เพ็ญพรรับปากรุ่งขึ้นวิทวัสมาหาเพ็ญพรอีกครั้ง เที่ยวนี้เพ็ญพรทำเป็นเอาใจวิทวัสอย่างดี ทำให้วิทวัสหายโกรธและเมื่อเขาจะเข้าใกล้เพ็ญพรเธอก็กระเถิบหนีจนเขาสงสัย แต่ก็คิดว่าเพ็ญพรคงอายตามประสาผู้หญิง ส่วนพรเพ็ญกลับไปถึงบ้านศิลาแดงพร้อมกับสุดา โดยสุดาทำทีว่ามาค้างเป็นเพื่อนพรเพ็ญและต้องการป้องกันพรเพ็ญจากคนในบ้านด้วย ตรัยมาหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร เที่ยวนี้พรเพ็ญกลับเรียบร้อยน่ารักเหมือนกับที่เขาเคยพบครั้งแรก เธอต้อนรับเขาอย่างดีคอยปรนนิบัติเหมือนเมื่อก่อนจนตรัยเองก็งงเพราะพรเพ็ญช่วงหลังที่เขารู้จักเป็นคนคล่องแคล่วว่องไว พูดจาห้วนๆ แต่ก็ฉลาดทันคน ตรัยคิดว่าพรเพ็ญคงอยากเปลี่ยนเป็นสาวหวานบ้าง แต่ก็อดพูดกับสุดาไม่ได้ว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเมื่อเดือนฉายหายป่วย เพ็ญพรจึงโทรหาสุดาและพรเพ็ญเพื่อเปลี่ยนตัวกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เกือบพลาดเพราะอาภาพรมาเห็นเข้าพอดี จึงเดินตรงเข้ามาหา สุดาเข้าขวางพรเพ็ญจึงหลบไปขึ้นรถสุดาที่จอดอยู่ทัน เพ็ญพรเข้าปะทะคารมกับอาภาพรเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ สุดารีบขึ้นรถขับออกไปก่อนที่ความลับทั้งหมดจะแตก ที่ไร่ของวิทวัสเกิดมีโรคระบาดทำให้วัวและสัตว์เลี้ยงในไร่ของเขาล้มป่วย วิทวัสวุ่น นักแสดง วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ รับบท ตรัยธนพล นิ่มทัยสุข รับบท วิทวัสนิโคล กิตติวัฒน์ รับบท เพ็ญพร (เพ็ญ) คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท พรเพ็ญ ปิยะธิดา ชิตอรุณ รับบท สุดา กันตา ดานาว รับบท เดือนฉายณหทัย พิจิตรา รับบท สโรชาชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท อาภาพร เอกสิทธิ์ รับบทโดย ไพโรจน์ สังวริบุตร

สุริยะใส ชม วิชา ผู้เป็นมหาคน
ข่าววันนี้ /  จำนำข้าว / 

สุริยะใส โพสต์ชื่นชม วิชา มหาคุณ หลังทำหน้าที่ตามเอาผิดการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคม พร้อมยกเป็น  "วิชาผู้เป็นมหาคน" วันนี้ (22 ม.ค. 58) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย และผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังนายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เข้าชี้แจงปิดคดีปมจำนำข้าวต่อ สนช. โดยนายสุริยะใส ยกย่องนายวิชา เป็นมหาคน ภายหลังจัดเต็มไล่ล่าการทุจริต คอรัปชั่น ซึ่งเป็นต้นตอทุกปัญหาของชาติ โดยระบุว่า ...รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จำนำข้าว ชาวนา จำนำชีวิต ประเทศจำนำหนี้ ...ท่านวิชา มหาคุณ กรรมการ ปปช. ขอคารวะอีกครั้งกับการทำหน้าที่แถลงปิดคดี ไม่เยิ่นเย้อ กระชับ ชัดเจน และเข้าสู่กระบวนการถอดถอน ทั้งตอนเปิด ปิด และขั้นตอนซักถาม อย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหายังใช้วิธีโฆษณาชวนเชื่อ มายืนอ่านแถลงการณ์ปิดคดีแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเสียดายไม่ได้เปิดให้ สนช.ซักถามหรือมีข้อโต้แย้งใดๆ ได้ เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ท่านวิชาต้องพ้นจากตำแหน่งภายในปีนี้ ซึ่งครบวาระของการดำรงตำแหน่ง 9 ปีพอดี เรียกได้ว่านับเดือนเหลือก็ว่าได้ ตลอดห้วงระยะเวลาการทำงานของท่านวิชา เป็นแถวหน้าของการเอาจริงเอาจังและไม่ลดลาวาศอกกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคม จนถูกข่มขูอาฆาต มาดหมายเอาชีวิตเป็นระยะๆ ที่สำคัญช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งการเมืองไทยจมปลักอยู่กับความแตกแยก ปัญหาการทุจริตฯ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นต้นตอสำคัญก็ว่าได้ เพราะการทุจริตรุนแรงขึ้นทั้งแนวราบแนวดิ่ง ซึมลึกไปถึงทัศนคติ ค่านิยมของผู้คนบางกลุ่มที่ยอมให้ผู้มีอำนาจ โกงได้ถ้าตัวเองได้ประโยชน์ด้วย ผลพวงจากกลุ่มธุรกิจการเมืองเฮโลยกทัพเข้ามายึดอำนาจรัฐผ่านพรรคการเมือง ผ่านสัปทานการเลือกตั้ง เกิดการทุจริตเชิงนโยบายเอื้อประโยชน์ญาติพี่น้องและพวกพ้อง ผ่านเมกะโปรเจคต์สารพัดและนโยบายประชานิยมสุดโต่งที่หากินกับความยากจน ท่านวิชาเป็นผู้หนึ่งที่จับได้ไล่ทัน เล่ห์เพทุบาย และพยายามเปิดโปงตีแผ่ตลอดมา ความรู้เท่าทัน ความเข้าใจที่แจ่มแจ้ง และความมุ่งมั่นที่ท่านเพียรพยายาม ผมอยากเห็นท่านวิชาในวัยหลังหมดวาระ หาทางถ่ายทอดประสบการณ์ ถอดบทเรียนชีวิต เพื่อเป็นวิทยาการและเพื่อประสาทวิชา และใช้ในการฝึกอบรม ให้ผู้คน ให้สังคม ตื่นตัวต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่าจริงจัง คารวะ ท่านวิชา มหาคุณ ผู้เป็น "มหาคน" ครับ.. MThai news

กำเนิดสุดยอดกลางรับ สถิติชี้ โคเกอแลง คุณภาพคับแก้วข่มมาติช
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

พลิกกลับมาแจ้งเกิดได้อย่างไม่น่าเชื่อสำหรับ ฟรานซิส โคเกอแลง มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสของ อาร์เซนอล ที่ทำท่าจะหมดอนาคคกับทีมไปแล้วเพราะปั้นเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นจนถูกส่งยืมตัวไปหลายสโมสร แต่หลังจาก เวนเกอร์ เรียกตัวกลับมาช่วงปลายปีก่อน โคเกอแลง กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดแบบเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เมื่อเอาผลงานการเล่นมาเทียบกับ เนมานย่า มาติช เทพกลางรับของ เชลซี ถือว่าสถิติของ โคเกอแลง ขี่เกือบหมดทุกอย่าง ไม่เชื่อวัดกันดูได้ โคเกอแลง – มาติช 13 เกมที่ลงสนาม 25 925 นาทีที่ลงสนาม 2,229 0.2 บล็อกลูกยิง(ต่อเกม) 0.6 5.2 เคลียร์บอล(ต่อเกม) 3.2 59.1% ชนะการดวลภาคพื้นดิน(เปอร์เซ็นต์) 49.6% 0 เล่นเกมรับผิดพลาด(ต่อเกม) 0.04 48.6% เสียบสกัดสำเร็จ(เปอร์เซ็นต์) 41.6% 68.9% ดวลลูกกลางอากาศชนะ(เปอร์เซ็นต์) 62.5% 4.1 การตัดบอล(ต่อเกม) 2.2

รวมพฤติกรรมที่ทำให้คู่รักเลิกกันมากที่สุด
คู่รักเลิกกัน /  สาเหตุการเลิก / 

เพราะสาเหตุใด ความรักของเราถึงไปไม่ถึงฝั่งฝัน ถ้ายังคิดไม่ออก ก็ลองมาดูพฤติกรรมเหล่านี้กัน เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ คู่รักเลิกกัน มากที่สุด หลายคนคงสงสัยกันว่า เพราะสาเหตุใดทำไม ความรัก ของเราถึงไปไม่ถึงฝั่งฝัน เป็นเหตุให้เราต้องเลิกรากันก่อน จะเป็นความผิดที่เขาหรือที่เรากันแน่ เพราะฉะเราจึงต้องพยายามมองย้อนกลับไปในขณะที่คบกันอยู่ว่าเราทำอะไรผิดหรือเปล่า ถ้ายังคิดไม่ออก ก็ลองมาดูพฤติกรรมเหล่านี้กัน ว่ามีอยู่ในตัวเราหรือเปล่า เพราะพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ คู่รักเลิกกัน มากที่สุด เอาแต่ใจ ตัวเอง เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะ เอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองค่ะ บางคนคิดว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง น้อย แต่ความจริงแล้วมากเนี่ย ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย ทำตัวเป็นเจ้าของ มากเกินไป การที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่า คุณกับเขาเป็นแฟนกันเนี่ย ก็ไม่ใช่เรื่อง แปลก เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขา ในลักษณะที่เป็นเงา ตามตัวกันเลย เช่น ไปไหนไปด้วย ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลา ส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเป็นปัญหาได้เหมือนกัน หึง แบบไร้ขีดจำกัด คงจะห้ามกันได้ยาก เรื่องความหึงเนี่ย แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างนะ ไม่ใช่ว่าเพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้น คงจะไม่ไหว บางคนเข้าขั้นโทเช็คตลอด เวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมาก บอกเลิกทุกครั้ง ที่ทะเลาะ ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า จริงๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้เขามาง้อเท่า นั้น ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นค่ะ แต่หลังๆ ล่ะก็ เอ้า.. อยากเลิกดีนัก เลิกเลยดีกว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่า ไปเจ๊าะแจ๊ะ กับคนอื่น ถือได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง บางครั้งอาจทำ เพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ เป็นการคอนเฟิร์มว่าคุณเองก็มีค่า สำหรับพวกเขา แต่ต้องระวังนะคะ เพราะมองอีกมุมคือคุณไม่แคร์ความรู้สึกของ เขาเลย และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันไปทำไม อีกกรณีหนึ่งที่หึงหรือชายไปชอบเพื่อนของฝ่ายหนึ่ง นอกจากจะทำให้มิตรภาพระหว่างเพื่อนแตกสะบั้นแล้ว คนอื่นจะมองคุณเป็นคนไม่ดีเอามาก ๆ ด้วย ข้อนี้ต้องคิดให้ดี เชื่อเพื่อน มากเกินไป บางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะ เพราะจากที่ เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ก็กลับกลายเป็นว่า คุณไปตัวติดกับแฟนแทน หรืออาจจะด้วยความหวังดีมากเกินไป ก็เลยคิดแทนคุณไปหมด ว่าแฟนคุณดีพอ สำหรับคุณหรือเปล่า โกรธแล้ว ไม่พูดด้วย เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่รัก เลิก รากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ อาการแบบนี้จะทำให้อีกฝ่าย รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความเข้าใจผิด แล้วไม่พูด กัน ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้ นัดแล้ว ไม่เป็นนัด การเลื่อนนัด ประเภทเลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือว่ามาเลทแบบนัดเช้ามาบ่าย นัดบ่ายมาเย็น อาการแบบนี้เนี่ย บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา เลิก รอตลอดไปเลยก็มีนะ พูดจาข่มกัน ต่อหน้าคนอื่น อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป อาจจะเกิดการทะเลาะกันได้ ซึ่งเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้ โกหก บางคนโกหกเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่เป็นไร แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้ น้อยคนนัก ถึงจะยอมเข้าใจ ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail

รวบลูกจ้าง แอบเข้าห้อง หวังข่มขืนลูกสาวนายจ้าง
ข่มขืน /  ข่มขืนลูกสาวนายจ้าง / 

ตำรวจสภ.เมืองลพบุรี จับหนุ่มลูกจ้างกลัดมัน ย่องเงียบบุกเข้าห้อง ลูกสาวนายจ้างวัย 18 ปี หวังข่มขืน เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 02.00 น. ตำรวจสายตรวจรถยนต์สถานีตำรวจภูธรเมืองลพบุรี นำกำลังไปจับกุมตัว นายสงวน มีประสุข อายุ 35 ปี พร้อมเครื่องชอร์ตไฟฟ้ามือถือ 1 อัน ที่อู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่งในเขตหมู่ 8 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี หลังจากก่อเหตุบุกเข้าไปในห้องนอนแล้วใช้เครื่องชอร์ตข่มขู่เหยื่อสาววัย 18 ปี ลูกสาวเจ้าของอู่ เพื่อพยายามจะข่มขื่นแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากเหยื่อสาวได้พยายามพูดคุยกับคนร้ายซึ่งรู้จักกันฐานะเป็นลูกจ้างจนคนร้ายยอมสำนึกผิดเปลี่ยนใจไม่ทำอะไรเหยื่อ โดยเหตุเกิดขึ้นช่วงประมาณ 01.00 น. ขณะที่เหยื่อกำลังนอนหลับกับน้องชายวัย 9 ขวบ ในร้าน แต่นายสงวน ซึ่งเป็นช่างประจำร้านที่ได้เข้ามาทำงานได้ประมาณ 6 เดือน และอยู่กินนอนอยู่ห้องข้างร้าน ได้ฉวยโอกาสที่แม่ของเด็กสาวรายนี้ยังไม่กลับบ้าน บุกเข้าไปทางประตูหลังร้านย่องไปในห้องนอนขณะเธอกำลังนอนอยู่กับน้องชาย นายสงวน เข้าไปกอดจนเด็กสาวรู้สึกแปลกใจ พอมองเห็นใบหน้าไม่ใช้น้องชาย จึงกระโดดออกจากที่นอนทันทีวิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำ นายสงวนก็ยังตามไปทัน พร้อมเอาเครื่องชอร์ตขู่บังคับให้เดินไปนั่งกลางร้าน แล้วพยายามที่จะข่มขื่น แต่ลูกสาวเจ้าของร้านตั้งสติ พยายามพูดคุยขอร้องไม่ให้นายสงวนทำแบบนี้เพราะก็เป็นคนรู้จักกัน ในที่สุดนายสงวน เกิดความสำนึกผิดกลับเปลี่ยนใจไม่ยอมทำอะไร เดินออกไปเข้าห้องนอนของตนเองทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเด็กสาวได้โทรศัพท์ไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง หลังจากนั้นก็แจ้งตำรวจเข้าไปจับกุมตัวขณะกำลังนอนอยู่ในห้องข้างร้าน

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม วิลล่า พาร์ค วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2557 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium1 ความพร้อม ทั้งสองทีม แมนฯ ยูฯ ฟอร์มแรงเหลือเชื่อชนะหกเกมรวดในลีกแม้จะกระท่อนกระแท่นในบางนัด สถิติก่อนเกมพวกเขาข่มเจ้าบ้านวิลล่ามิด โดยพลพรรคผีแดงไม่เคยแพ้ในบ้านวิลล่าเลยตลอด 18 เกมหลังสุด รวมแล้วในทุกถ้วยทุกรายการ 35 นัดหลังสุดที่ทั้งสองทีมพบกัน สิงห์ผยอง ชนะ ปีศาจแดงครั้งเดียวที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในปี 2009 โดยก่อนลงสนามเจ้าบ้านมีเกมรุกที่ย่ำแย่สุดๆ ทำไปได้เพียงสิบลูก น้อยกว่าทุกทีมในพรีเมียร์ลีก โดยฤดูกาลนี้มีถึง 8 จาก 16 เกมที่พวกเขาไม่สามารถยิงประตูได้ พอล แลมเบิร์ต กุนซือ แอสตัน วิลล่า เกมนี้จะขาดตัวหลักหลายคนทั้ง อลัน ฮัตตัน, คีแรน ริชาร์ดสัน, ทอม เคล็ฟเวอร์ลี่ย์ ส่วนนักเตะที่ยังบาดเจ็บมี โจ โคล, แอชลี่ย์ เว้สต์วู้ด, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดรอส, ลิบอร์ โคซัค แต่ ฟาเบียน เดล์ฟ น่าจะกลับมาลงสนามได้ทันในนัดนี้ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ มีข่าวดีเมื่อเกมนี้น่าจะได้ อังเคล ดิ มาเรีย กับ มาร์กอส โรโฮ คืนสนามจากอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ ราดาเมล ฟัลเกา ที่กลับมาฟิตเต็มร้อยพร้อมลงเล่นเต็มเวลาแต่ต้องรอลุ้นว่าจะถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงหรือไม่ ส่วน คริส สมอลลิ่ง, ลุค ชอว์, ดาลี่ย์ บลินด์ ยังต้องพักยาวต่อไป ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม วิลล่า – กูซาน, โอโคเร่, รอน ฟลาร์, คีแรน คลาร์ก, โลว์ตัน, คาร์ลอส ซานเชซ, เดล์ฟ, อาลี ซิสโซโก้, เอ็นซ็อกเบีย, เบนเทเก้, อั๊กบอนลาฮอร์ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, คาร์ริค, โรโฮ, วาเลนเซีย, เฟลไลนี่, ดิ มาเรีย, แอชลีย์ ยัง, มาต้า, รูนี่ย์, ฟาน เพอร์ซี สถิติที่น่าสนใจ - วิลล่า ไม่ชนะใครในบ้านมาตั้งแต่เดือนมีนาคม - วิลล่า เล่นในบ้าน 60 เกมหลังสุด แพ้ไปถึง 30 นัด ชนะ 15 นัดเสมอ 15 นัด - ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูฯ ทำประตูได้ 11 จาก 16 นัดใน พรีเมียร์ลีก มากที่สุดเท่ากับ เชลซี, สวอนซี - วิลล่า เล่นใน พรีเมียร์ลีก 92 เกม พวกเขาจบเก้าสิบนาทีแบบยิงไม่ได้ถึง 36 นัด - ฤดูกาลนี้ ฮวน มาต้า ยิงตรงกรอบ 6 ครั้ง และเป็นประตูถึง 5 ลูก - เวย์น รูนี่ย์ ยิงวิลล่ามาแล้ว 12 ประตู เป็นทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่โดนเขายิงมากที่สุด

อกหัก ไม่ใช่เรื่องตลก 7 สิ่งที่ อกหัก ส่งผลกับร่างกายได้เห็นๆ!
สาวโสด /  สุขภาพ / 

อกหัก รักคุด ไม่สมหวัง แฟนหนีไปมีใหม่ เราทิ้งเขา เขาทิ้งเรา เป็นปัญหาที่สาวๆทุกคนต้องพบเจอสักครั้งในชีวิต แต่สาวๆรู้ป่าวว่า อาการอกหักหรือโดนทำร้ายทางความรู้สึกเนี่ย ไม่ว่าจะคบกันมาเจ็ดแปดปี หรือ แค่วันไนท์แสตนด์ สามารถกระทบความรู้สึกด้านอารมณ์และร่างกายของคุณได้แล้ว นี่คือ 7 ข้อที่ทำร้ายร่างกายคุณ ถ้าคุณเศร้าใจจากการอกหัก!! 1.สมองจะจดจำความรู้สึกเจ็บปวด และสร้างความคิดถึงแฟนเก่าอย่างรุนแรง เวลาเราเพ้อคิดถึงคนที่จากไปไม่ใช่ว่าเราเพ้อไปเองนะคะ เพราะสมองจะจดจำและถูกทำร้ายเมื่อคุณผ่านประสบการณ์อกหัก โดยในวารสาร Journal of Neurophysiology ในปี 2010 กล่าวว่า เมื่อ ทดลองกับคน โดยเปิดรูปของแฟนเก่าให้ดู จะเกิดผลกระทบต่อสมองในด้านความเจ็บปวด นอกจากนั้น การศึกษาของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ยังบอกเราอีกว่า คุณจะรู้สึกขาดหาย อย่างมีนัยยะ กล่าวคือ คุณจะโหยหาและต้องการมาก พื้นที่ในสมองจะมีการทำงานเหมือนกับคนที่ติดโคเคน ที่ติดแล้วต้องหยุดใช้ยา ขนาดนั้นเลยล่ะเธอ 2.ร่างกายจะต่อสู้และหลีกหนี พฤติกรรมนี้เป็นพฤติกรรมทางชีววิทยา โดยร่างกายจะหลังความเครียดอย่างรุนแรงจำนวนมาก และอะดรีนาลิน และ คอดิซอล จะหลั่งออกมาเพื่อตอบสนองความเครียดเหล่านั้น  โดยผลที่เกิดคือ เมื่อร่างกายคุณไม่พร้อมจะรับฮอร์โมนเหล่านั้น คือ คุณจะเจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย หัวใจเต้นแรง 3.ระบบย่อยจะช้าลง คอติซอล จะหลั่งออกมาในร่างกายเมื่อร่างกายคุณอ่อนแอ โดยจะเปลี่ยนเส้นทางการเดินเลือดจากทางที่ย่อยอาหาร และทิ้งแก๊ซไว้ และเมื่อเครียดก็จะส่งผลให้คุณอ้วนขึ้นได้ด้วย 4.ผิวแห้งแตก สิวขึ้น หลายๆอย่างต่างส่งผลกับผิวพรรณ ของคุณไม่ว่าจะฝุ่นละออง อากาศ อุณหภูมิ ซึ่งรวมไปถึงความเครียดด้วยนะเธอ 23 % ของคนที่เครียด มีผลกับผิวพรรณตรงๆนะ สิวขึ้นสิวเห่อแน่นอน 5.ผมร่วง ความเครียดส่งผลกับการร่วงของเส้นผมได้เช่นกัน เคยได้ยินมั้ยคะ ว่าคนที่ผมร่วงอยู่แล้ว ห้ามเครียด เพราะถ้าเครียดเพิ่มอีก ผมจะร่วงเร็วมาก เพราะฉะนั้นถ้าช่วงอกหัก ยังฟื้นตัวไม่ได้ ถ้าผมร่วงก็ไม่ต้องตกใจนะ เพราะฉะนั้น รีบๆหาย รีบๆกลับมาเป็นคนเดิมนะก่อนที่หัวจะล้าน 6.ความดันเพิ่มสูง ไม่ใช่เรื่องน่าเครียดค่ะ เพราะความดันเลือกมักจะขึ้นเวลาคุณเครียดเป็นบางครั้งอยู่แล้ว  แต่ถ้าคนที่เป็นโรคความดันสูงเนี่ย ต้องระวังให้ดี อย่าให้เครียดมาก ยิ่งตอนอกหักต้องดูแลรักษาร่างกายให้ดี อาการส่วนใหญ่มักคือ อาการปวดหัว  หายใจสั้น และมีเลือดกำเดาไหล 7.หัวใจคนอกหักจะขยายใหญ่ขึ้นจนน่ากลัว ไม่ใช่เรื่องตลกนะเธอ เพราะ American Heart Association  อธิบายว่าอาการนี้ เมื่อใครก็ตามที่เครียด หรือ อกหัก หัวใจคุณบางครั้งจะมีขนาดใหญ่ และไม่สามารถเต้นได้ดี ในขณะที่ระบบอื่นๆที่ช่วยหัวใจ จะมีอาการหดตัวลง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ ยิ่งไปกว่านั้น อาจทำให้คุณเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจได้ ( ไม่น่าเชื่อว่าอกหักนี่เกี่ยวกับหัวใจจริงๆนะเนี่ย) โดยอาจเรียกได้ว่าเป็น broken heart syndrome เลยก็ได้  โดยมักเกิดกับคนที่พบสภาวะอกหักรุนแรงครั้งแรก หรือ หาได้ยากมาก แต่นักวิจัยจากญี่ปุ่นกล่าวว่า พบเพียง 2 % เท่านั้น ที่เข้าโรงพยาบาลเพราะปัญหาโรคหัวใจที่เกิดจากการอกหัก แต่ข่าวร้ายก็คือ โรคแบบนี้ มักเกิดกับเพศหญิงเป็นส่วนใหญ่ (เอาล่ะสิ)   อกหัก เป็นเรื่องธรรมชาตินะจ๊ะ ใช้หลักธรรมะเข้าข่มเถอะ ดังที่ว่า "เกิดขึ้น มีอยู่ ดับไป" หรือไม่ก็ หาอะไรทำให้ชีวิตตัวเองรื่นเริงสดใสดีกว่าเนอะ เรื่องเครียดๆปล่อยมันไปดีกว่า เขาไม่สนใจ เราก็ไม่สน สะบัดบ๊อบใส่ไปเลย บ๊าย หัวไม่ล้าน หัวใจก็ปกติดีด้วยนะ :D  ที่มา Marieclair เรียบเรียงโดย Women Mthai Team    

ละครสายลับสามมิติ , เรื่องย่อสายลับสามมิติ
สายลับสามมิติ /  ละคร สายลับสามมิติ / 

สายลับสามมิติ บทประพันธ์ : สีชาติบทโทรทัศน์ : เบญจมาส, ฝนพรำ, วรรณพร, ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส กำกับการแสดง : ตระกูล อรุณสวัสดิ์วันเวลาออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 เชน (ณัฐวุฒิ สกิดใจ) ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็ก ๆ เชนฮีโร่ของเด็กกับลินดา( อมราภัสร์ จุลกะเศียน ) คู่หูสวยสุดเซ็กซี่ช่วยกันจัดการมิสเตอร์โอเค (เดวิด อัศวนนท์) และสมุนจนราบคาบ ตังตัง(ชาร์เลท วาศิตา แฮเมเนา) นั่งดูหนังเรื่องสายลับเจ้าเสน่ห์หนังยุคขาวดำเรื่องโปรดของคุณปู่อย่างมีความสุข วันปิดภาคเรียนมาถึงตังตังนั่งรอตฤณ(ปีเตอร์ เดนแมน)น้าชายมารับกลับบ้านแต่ไร้วี่แวว ตังตังกลับเอง ตฤณวิ่งตามมาทันบนรถไฟฟ้า แต่พานั่งเลยไปเจอร้านของเก่า ตังตังเห็นแว่นสามมิติหน้าตาประหลาด หยิบมาจะใส่ ลุงเจิด (สมชาย ศักดิ์กุล ) เจ้าของร้านบอกว่าเมื่อสวมแว่นนี้จะทะลุผ่านเข้าไปในหนังได้ แต่อันนี้มีคนสั่งเอาไว้แล้ว จู่ ๆ ดร.อาทิตย์ (ธนากร โปษยานนท์) นักจิตวิทยาคนดังพร้อมสมุนซ้ายขวา นารีนารี(รมิดา ประภาสโนบล) อินทุ (เล้ง ราชนิกร ) จู่โจมเข้ามาในร้าน ตฤณรีบพาตังตังหลบออกไปก่อน ตกใจตังตังวิ่งออกมาทั้งที่แว่นอยู่บนหัว วันเกิดเจนจิรา( มารีน่า บาเลนซิเอก้า) คนรักตฤนเอาดอกไม้ไปให้เจนทั้งที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ค่อยดีเท่าไร ตังตังนั่งดูวีดีโอสายลับเจ้าเสน่ห์เรื่องโปรด นึกสนุกหยิบเอาแว่นมาใส่ ตังตังหลุดเข้าไปในหนังเจอเชนกำลังถูกมัดติดกับระเบิดเวลา แต่เชนมั่นใจว่าลินดาคู่หูสาวทรงเสน่ห์ต้องมาช่วยทัน แต่ผิดคาดกลายเป็นตังตังโผล่มาแทน ตังตังเข้าไปช่วยเชนระเบิดทำงานตู๊ม...!! เชนหลุดออกมาจากจอทีวี ตังตังตกใจเชนมาโผล่ที่บ้านตังตัง แต่ตัวเป็นขาว-ดำ เชนกลับไม่ได้ตังตังทำ แว่นพัง เจนแวะมาเก็บของที่บ้านตฤนและบอกเลิกตฤณ บารมี( วริษฐ์ ทิพย์โกมุท )คอยเทคแคร์ดูแล ตฤณช้ำใจ เชนเป็นห่วงลินดา ขอให้ตฤณกับตังตังพากลับไปที่ร้านของเก่าอีกครั้งแต่พบว่าร้านปิดกิจการ อาทิตย์จัดการแสดงโชว์มายากล เจนนัดตฤณไปปิดบัญชีที่ธนาคารพอดี ตกใจธนาคารกำลังถูกปล้น ทุกคนตกเป็นตัวประกัน เชนฮีโร่สู้กับโจรและช่วยทุกคนได้ปลอดภัย หมวดปวัน (พิจักขณา วงศารัตนศิลป์)และจ่าเจี๊ยบ (ฝันเด่น จรรยาธนากร ) รอคำสั่งอยู่ข้างนอกทนไม่ไหว ขัดคำสั่งผู้การธงธิว (เกริก ซิลเลอร์) บุกเข้าไปจัดการผู้ร้าย ทุกคนพาเชนหนีไป หมวดปวันมัวแต่จัดการกับโจเลยไม่รู้ว่าฮีโร่ชายตัวขาว-ดำคือใคร ปวันได้รับคำสั่งจากผู้การให้หาเบาะแสของชายชุดขาวดำและห้ามยุ่งกับคดีปล้นธนาคารอีก เจนจิราจะพาเชนออกทีวี แต่พอรู้ว่าเชนหลุดมาจากในหนังเปลี่ยนใจ กลับช่วยเหลือเชนด้วยการพาเชนไปเปลี่ยนสีผิวที่บารมีคลีนิกของบารมี ตฤณเอาแว่นไปให้ วิศวะ (ภัทร ฉัตรบริรักษ์) ซ่อมแต่ซ่อมไม่ได้ เชนพบสัจธรรมในโลกความจริงว่าในปัจจุบันว่า ผู้คนพูดจากลับกลอก ไม่มีสัจจะ ไม่มีศักดิ์ศรี ตรงข้ามกับความเป็นพระเอกในยุคอดีต ที่ยึดมั่นในความดีและรักษาความถูกต้องเยี่ยงชีวิต ปวันปลอมตัวเป็นปลายฟ้า (พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ )มาสืบเรื่องตฤณที่บ้านเช่าของทิวา (ปรารถนา สัชชุกร) ราตรี (ปาริฉัตร ไพรหิรัญ ) โลกปัจจุบันเชนไม่เก่งเหมือนในหนังอดนอนมาหลายวันเชนหมดสติ ปรายฟ้าพาขึ้นห้อง เชนตื่นมาตกใจที่นอนถอดเสื้ออยู่ในห้องของปลายฟ้า เชนคิดว่าข่มแหงน้ำใจปลายฟ้าจึงขอปลายฟ้าวิศวะไปหาเบาะแสที่ร้านของเก่า เจอลุงเจิดกำลังหนีจากการตามล่าของนารีกับอินทุ เชนพาลุงเจิดหนีมาเจอปวันปลอมตัวเป็นชายชุดำขี่บิ๊กไบท์สะกดรอยตาม ปวันจับลุงเจิดมาที่สถานีตำรวเชนตามมาช่วยลุงเจิดหนีไปหาวิศวะ ปวันเริ่มมั่นใจว่าชายฮีโร่ขาว-ดำคือเชน เชนเป็นห่วงลินดาพยายามจะกลับไปในหนังแต่ทำไม่ได้ เชนตัดสินใจที่จะอยู่ในโลกปัจจุบันเพื่อช่วยเหลือทุกคนและดูแลปลายฟ้า ปลายฟ้าพยายามล้วงความลับว่าเชนเป็นใครมากจากไหนแต่ไม่สำเร็จเพราะเชนไม่รู้ ดร.อาทิตย์จัดแสดงโชว์มายากลครั้งใหญ่อลังการเป้าหมายคือปล้นเพชร เจนโดนดร.อาทิตย์สะกดจิตให้บอกที่ซ่อนแว่น เชนกับปวันรู้ทันตามมา แต่เชนพลาดถูกอาทิตย์สะกดจิตจับไปขังเชนไว้ในกล่องคริสตัล ปวันตามไปช่วยเชนหลุดจากการถูกสะกดจิตทั้งคู่หนีรอดหวุดหวิด ดร.อาทิตย์จับตัวทุกคนไปสะกดจิตเค้นหาความลับเรื่องแว่น เชนฝ่าอันตรายตามมาช่วยไว้ได้ทัน ดร.อาทิตย์ดูหนังและเห็นเชนหายไปจากจอ ดร.อาทิตย์สั่งให้สมุนจัดการเชน เชนรู้ตัวจึงหนีไปห้องลับของวิศวะ ลุงเจิดสร้างแว่นสามมิติอันใหม่สำเร็จ ปวันแอบสะกดรอยตามมาแต่ปวันยังไม่เชื่อว่าเชนหลุดออกมาจากจอทีวี วิศวะกับลุงเจิดพิสูจน์ด้วยการสวมแว่นสามมิติและหลุดเข้าไปในหนังต่อหน้าต่อตาปวัน ตฤณถูกบก.ไล่ออกเพราะวาดการ์ตูนล้อเลียนบารมี บารมียั่วโมโหตฤณตฤณทนไม่ไหวต่อยบารมีคว่ำ เชนทึ่งในตัวตฤนที่เริ่มมีเลือดนักสู้ตังตังหนีออกจากบ้านเชนเตือนสติตฤณให้ปรับความเข้าใจกัน เชน ปวัน วิศวะ ลุงเจิด จ่าเจี๊ยบวางแผนเพื่อไปจัดการดร.อาทิตย์ แต่พลาดลุงเจิดถูกจับตัวไปได้ งานโชว์ Diamond Day ที่เดอะซันฮอลล์ เชนกับปวันปลอมตัวเป็นคู่รักไฮโซเข้าร่วมงานอาทิตย์ใช้มายากลสลับเพชรของจริงกับของปลอม ปวันรู้ทันตะโกนเปิดโปง ดร.อาทิตย์ถูกกระชากหน้ากากว่าแหกตาผู้ชม ดร.อาทิตย์หนีไปปวันตามล่า แต่พลาดโดนดร.อาทิตย์จับเป็นตัวประกันแทน เชนมาช่วยปวันแต่ตัวเองกลับโดนยาพิษของดร.อาทิตย์และถูกแทงสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ลุงเจิดกับ วิศวะดักปล้นรถพยาบาล ตฤนอาสาพาเชนกลับไปในหนังเพื่อช่วยชีวิตเชน ในหนังเชนหายเป็นหลิดทิ้ง เชนพาตฤนมาที่คลังอาวุธของเชน ตฤณได้เป็นผู้ช่วยเชนทั้งคู่บุกไปที่คฤหาสน์ของมิสเตอร์โอเคเพื่อช่วยลินดา และเด็กได้สำเร็จ ตฤณได้รับบาดเจ็บ เชนคิดถึงปวันลินดาแอบหวั่นไหวและอยากรู้ว่าปวันคือใคร ดร.อาทิตย์สวมแว่นสามมิติไปในหนังเรียกมิสเตอร์โอเคและสะกดจิตลินดาให้เชื่อฟังและพาออกมาจากในหนัง ลินดากับมิสเตอร์โอเคปล้นรถขนทอง ตฤนกลับมาอาทิตย์จับตฤณ ตังตัง วิศวะ ลุงเจิด มาขังไว้ ตฤณและตังตังหนีออกมาได้ อาทิตย์สะกดจิตให้เจนหมางเมินต่อตฤณ ตฤณย้อนกลับไปช่วยตังตัง วิศวะและลุงเจิดแต่วิศวะกับลุงเจิดไม่รอดถูกสมุนของอาทิตย์จับตัวได้ ดร.อาทิตย์และมิสเตอร์โอเคชอบปืนของลุงเจิดและวิศวะมาก ลุงเจิดตกลงที่จะผลิตปืนให้ดร.อาทิตย์ ลุงเจิดซ้อนแผนจัดการดร.อาทิตย์ โดยขโมยแว่นสามมิติหนีไป ปวันอาสาไปตามเชนในหนัง เชนคิดว่าตัวเองฝันไปที่ได้พบกับปวันอีกครั้ง ดึงปวันมาจูบปวันสวนหมัดกลับไปเชนเห็นดาวรู้ว่านี่คือความจริง ปวันทำแว่นหายจึงออกตามหา ตกหนักปวันทั้งคู่หนีไปหลบในกระท่อม ตฤณพยายามช่วยเจนจากการสะกดจิตแต่ไม่ได้ผล เจนเพ้อเรียกแต่บารมี ดร.อาทิตย์นัดพ่อค้าอาวุธสงครามมาดูการทดสอบปืนซุปเปอร์ซัน แต่คนประดิษฐ์คือลุงเจิดหนีไปแล้วมิสเตอร์โอเครับอาสาทำเอง เชน ปวัน ตฤณ ลุงเจิดและวิศวะปลอมตัวเป็นพยัคฆ์ร้าย5แผ่นดิน แฝงเข้าไปในงานเพื่อขัดขวางการแสดงแสนยานุภาพของปืนซุปเปอร์ซัน จนเกิดการต่อสู้กัน เชนให้ทุกคนหนีไปก่อนเชนจะคุยกับลินดา ลินดาถูกสะกดจิตยิงเชนปางตาย อาทิตย์ส่งลินดาเข้าแฝงตัวในบ้านเช่าตฤณ และส่งมิสเตอร์โอเคและสมุนมาจัดการเชนและทุกคนที่บ้าน ทิวา ราตรี จ่าเจี๊ยบ ไปขอความช่วยเหลือจากจันทร์เจ้า (นก-ศิขรินธาร พลายเถื่อน) จันทร์เจ้าให้ไปพักที่บ้านพักตากอากาศริมทะเล ปวันไม่ไว้ใจลินดา พยายามจะพิสูจน์ให้เชนเห็น แต่เชนไม่เชื่อว่าลินดาจะทำร้ายเชน ลินดาส่งความเคลื่อนไหวของทุกคนให้ดร.อาทิตย์ ดร.อาทิตย์ส่งไซล่าจากในหนังมาจัดการทุกคน ปวันปลอมตัวเป็นปลายฟ้าสารภาพว่าไม่ได้รักเชน ลินดาสะกดรอยตามเชนมา ปรายฟ้าแกล้งทำร้ายเชน ลินดาเผยธาตุแท้ออกมาว่าปรายฟ้ากับลินดาเป็นพวกเดียวกัน ที่จะกำจัดเจน ปรายฟ้าสารภาพนี่คือแผน ลินดาหนีไป เจนอ่านสมุดบันทึกทำให้หลุดจากการสะกดจิต เจนกลับไปกับบารมีแต่แกล้งทำว่ายังถูกสะกดจิต ดร.อาทิตย์ส่งไซล่าร์บุกมาถล่มเชน เชนถูกไซล่าร์แทงทุกคนคิดว่าเชนตายไปแล้ว มิสเตอร์โอเคช่วยเหลือเชน เชนแกล้งเจ็บ ไซล่าทำร้ายดร.อาทิตย์กับลินดา เชนตามหาแว่นสามมิติจนเจอ ลินดาคลายจากการสะกดจิต จำใครไม่ได้ ธงธิวจับตัวดร.อาทิตย์มาตรวจคลื่นสมอง ตฤณขอให้เจนให้โอกาสเจนมาเริ่มต้นกันใหม่ บารมีไม่ยอมเจนเลือกตฤณ เชนรู้ความจริงว่าปลายฟ้ากับปวันคือคนเดียวกัน เชน ปวัน มิสเตอร์โอเค และธงทิวซ้อนแผนหลอกให้ดร.อาทิตย์ใช้พลังจิตแล้วเข้าจับกุม ธงธิวหักหลังจับตัวเชนลินดามิสเตอร์โอเค ขังคุกรับความดีความชอบคนเดียว ปวันมาปล่อยทุกคนแต่ไม่มีใครฟัง เชนตัดสินใจกลับในโลกแห่งหนังขาวดำ ปวันจะทำอย่างไรเมื่อหลงรักฮีโร่ขาวดำเข้าเต็มเปาซะแล้ว จะตามไปในหนังหรือจะเอาเชนออกมาอยู่ในโลกแห่งความจริงตลอดไป รายชื่อนักแสดงณัฐวุฒิ สกิดใจ (ป๋อ) รับบทเป็น เชน พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ (น้ำตาล) รับบทเป็น ปวัน/ปรายฟ้าปีเตอร์ เดนแมน (ปีเตอร์) รับบทเป็น ตฤน มารีน่า บาเลนซิเอก้า (มารีน่า) รับบทเป็น เจนจิรา วาศิตา แฮเมเนา (ชาร์เลท) รับบทเป็น ตังตัง ธนากร โปษยานนท์ ( อู๋) รับบทเป็น ดร.อาทิตย์เดวิด อัศวนนท์ (เดวิด) รับบทเป็น มิสเตอร์โอเค อัมราภัสร์ จุลกะเศียน (มิ้ม) รับบทเป็น ลินดา ปรารถนา สัชฌุกร (กล้วย) รับบทเป็น ทิวา ปาริฉัตร ไพรหิรัญ (ก้อย) รับบทเป็น ราตรี

แก้ม ปรี๊ดแตก!! โดนดูถูก คนอีสานโสโครก
แก้ม กวินตรา /  นักเลงคีย์บอร์ด / 

ทำเอาเจ้าของฉายา มิสเหวี่ยง อย่างนักแสดงสาวดีกรีนางงาม แก้ม กวินตรา ถึงกับปรี๊ดแตกกกกก!! เมื่อเจอเกรียนคีย์บอร์ดโพสต์ข้อความในเฟสบุ้คดูถูกเหยียมหยามคนอีสานด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า "เกลียดคนอีสานแล้วผิดอะไร นี่คือความคิดเห็นส่วนตัวของกู ก็คนอีสานมันโสโครกจริงๆ เพราะกูเจอแต่คนอีสานแบบนั้น พวกอีสานที่เป็นดาราก็ศัลยกรรมทั้งนั้น #ข้องใจไรอัดคลิปด่ากูสิ พวกชาวอีสาน HE หมา" งานนี้เลือดอีสานอย่าง สาวแก้ม เจ็บแค้น!! จัดเต็มชุดใหญ่โพสต์ฉะกลับแบบสะท้านไปถึงทรวงว่า "ตายแล้ววววววววว... เห็นแบบนี้เลือดอีสานพี่แทบพุ่งออกตามรูขุมขนเลย เดี๋ยวพี่จะตอบปัญหาของน้องเค้าให้ค่ะ อันดับแรกที่น้องเกลียดคนอีสาน ไม่ผิดค่ะแม้แต่น้อย และถ้าคนอื่นจะเกลียดน้องก็คงไม่ผิดเช่นกัน น้องบอกคนอีสานโสโครก คือพี่นี่อีสาน 100% เลย พี่ไม่อาบน้ำ 3 เดือน พี่ยังดูสะอาดกว่าน้องนะคะ พี่มั่นเง้ามาก" "ส่วนดาราที่เป็นคนอีสานส่วนมากศัลยกรรม คือน้องไปอยู่รูไหนมาคะ เพราะพี่คิดว่าการศัลยกรรมเป็นการดูแลตัวเอง เป็นพัฒนาการแบบก้าวกระโดด และต้องมีเงินนะคะถึงจะสามารถทำได้ ถ้าให้นั่งส่องกระจกและยังตกใจตัวเองเหมือนน้อง บอกเลยพี่ไม่กล้าด่าใครนะคะ ถ้าพี่เป็นน้อง พี่จะตั้งใจเรียน ทำงาน และเก็บเงินไปเปลี่ยนคอที่อเวจีค่ะ พูดตามความจริงนะคะ คือบางคนแค่เสริมจมูกก็สวย บางคนแค่ทำปากก็สวย แต่สำหรับเบ้าหน้าน้องนี่ศัลยกรรมยอมแพ้อ่ะค่ะ" "แล้วสิ่งที่น้องขอให้อัดคลิป ใจจริงอยากทำให้ตามคำขอนะคะ แต่ติดที่พี่กลัวน้องอายไปมากกว่านี้อ่ะค่ะ (นี่ถือว่าข่มใจด่าสุภาพสุดๆ)... ถ้าน้องดังจากการกระทำนี้จริง...รีบเอาหัวมุด HE หมานะคะพี่อายแทน และสุดท้ายพี่อดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าสิ่งที่น้องทำมันทำให้เห็นรากเง้าของน้องเลยค่ะว่ามีรากฐานแบบไหน หวังว่าใช้คำธรรมดาเข้าใจง่ายแล้วคงสำนึกบ้าง แล้วก็ไม่ต้องมาด่าไปมานะคะ เพราะมันเป็นความคิดเห็นส่วนตัวเหวี่ยงศรีที่มีกับน้องเค้าเท่านั้นนะจ๊ะ" โพสต์จากเกรียนคีย์บอร์ด แก้ม กวินตรา ปรี๊ดแตก! โพสต์สั่งสอนเกรียนคีย์บอร์ด แก้ม กวินตรา แก้ม กวินตรา

อยากให้ความคิดมีเสียง : Peet Peera [Official MV] - Mono Music Bar
อยากให้ความคิดมีเสียง /  Peet Peera / 

เผยแพร่เมื่อ 8 ก.ย. 2014 อยากให้ความคิดมีเสียง : Peet Peera [Official MV] - Mono Music Bar"คิด" แต่..."พูดไม่ได้" คือสิ่งที่ทำให้คนแอบรักทรมานมากที่สุด▼ iTunes : http://bit.ly/MonoMusicBar♫ Deezer : http://www.deezer.com/album/7852130♫ KKBOX : http://kkbox.fm/Gd0izLข่าวสารเพิ่มเติมที่ http://www.facebook.com/MonoMusic และ http://www.facebook.com/MrFellowMusic"อยากให้ความคิดมีเสียง" โดย พีท พีระ เพลงที่ของคนที่มีความลับอยู่ในใจแต่ไม่กล­้าพูดMono Music Bar อัลบั้มที่รวมเพลงฮิตจาก Mono Music ในรอบ 5 ปี มาเรียบเรียงดนตรีใหม่ในสไตล์ "Chilling Night Out" ให้อารมณ์เวลาฟังเหมือนนั่งดื่มไวน์ช่วงหั­วค่ำอยู่ในบาร์สุดหรูย่าน Manhattan, New York โดยมีบาร์เทนเดอร์ชั้นนำที่ใส่ใจทุกรายละเ­อียดจาก Fellow Music ในเครือ Mono Music เมนูที่ 8 จาก Mono Music Barคนที่ดื่ม "วอดก้า" มักจะเป็นคนใจกว้าง รักความสนุกสนาน แต่ก็มีบางเรื่องที่ขัดแย้งกับบุคลิกไม่กล­้าพูด เหมือนกับเพลง "อยากให้ความคิดมีเสียง" เพลงช้า ความหมายดีที่พูดถึงการแอบรัก ให้ความรู้สึกคล้ายช่วงเวลาในการกระดกวอดก­้า ถึงแม้จะขมแต่ก็ต้องข่มเอาไว้ข้างใน แม้จะไม่สามารถพูดได้ แต่ก็ไม่สามารถหักห้ามใจให้ไม่คิดได้ จากเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ "อ้อน ลัคนา" สู่แนวเพลง Electronic Bossa Nova โดย "พีท พีระ" เจ้าพ่อเพลงเศร้า "อยาก ให้ความคิดมีเสียง" จาก "พีท พีระ" เพลงที่คุณฟังแล้วให้อารมณ์เหมือนนั่งจิบ "วอดก้า" ที่บาร์สุดหรูย่านย่าน Manhattan, New York แล้วพบกับเมนูอื่นๆ จาก Mono Music Bar ได้ในเร็วๆ นี้Executive Supervisor : รัชพล จิตพึงธรรมExecutive Producer : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีProducer : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนี Co-Producer : ชินวุฒิ วัฒนาสัจจา Lyrics : ปัญญา โกเมนไปรินทร์Melody : MildVocalistArrangement : ชินวุฒิ วัฒนาสัจจา Recording Engineer : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีVocal Director : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีDigital Edited : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีRecorded at Guess Music Studio, A More StudioMixed and Mastered : วารุศ รินทรานุกูลMixed and Mastered at Sevendogs StudioArt Director : ประวิทย์ เจนสุขุม Graphic Designer : อริสรา วรศิริPhotographer : ตติพล ขุนอ่อน Stylist : สิวนาถ เลิศศักดิ์สิริ ติดต่อประชาสัมพันธ์ : คุณนิว 087 685 4495 / คุณเก๋ 089 967 4565 / คุณโป้ง 085 917 1709

ออกกำลังกายอย่างไรให้ ลดน้ำหนัก ได้ถาวร
ความอ้วน /  ลดความอ้วน / 

การ ลดน้ำหนัก โดยการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นเรื่องยากลำบากมากๆ โดยเฉพาะเมื่ออายุเกิน 20 ปี  เพราะว่า...ปฏิกิริยาทางเคมี และอัตราการเผาผลาญอาหารในร่างกายของคนเราจะค่อยๆ ลดลงหลังจากที่อายุขึ้นเลข 2 เป็นต้นไป ยิ่งถ้าการงานของคุณเป็นประเภทที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย หรือไม่ค่อยได้ออกกำลังกายด้วยแล้วล่ะก็ นั่นจะยิ่งทำให้คุณมีโอกาสอ้วนมากขึ้น นอกจากนี้อายุที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้ต่อมฮอร์โมนต่างๆ และต่อมไร้ท่อบางชนิดผลิตฮอร์โมนออกมาน้อยลง ฮอร์โมนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย จึงทำให้ร่างกายเผาผลาญสารอาหารได้ลดลง การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว โดยไม่จำกัดปริมาณอาหาร จึงเป็นเรื่องยากที่จะได้ผล การลดความอ้วน(ไขมัน) กับการออกกำลังกาย การลดความอ้วนที่ถูกต้องจึงหมายถึงการลดปริมาณไขมันในร่างกายลง และจะต้องค่อยๆ ลดทีละเล็กทีละน้อย ไม่ใช่ลดลงฮวบฮาบสัปดาห์ละ 6 -7 กิโลกรัม ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเลย และที่สำคัญน้ำหนักที่ลดลงมากอย่างรวดเร็วนั้น มักเป็นน้ำหนักของน้ำเสียส่วนใหญ่ (ประมาณ 70%) การ ลดน้ำหนัก ที่ถือว่าปลอดภัยนั้น ควรลดไม่เกิน 0.5 -1 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวต่อหนึ่งสัปดาห์ เช่น คนที่มีน้ำหนัก 65 ก.ก. ไม่ควร ลดน้ำหนัก เกินสัปดาห์ละ 0.3 - 0.6 ก.ก.  แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเมื่อคุณเริ่มออกกำลังกายและจำกัดอาหารแล้ว หนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้น้ำหนักของคุณจะต้องลดลงทันทีครึ่งกิโลกรัมนะคะ  เพราะเมื่อคุณออกกำลังกายไปได้สักระยะ ไขมันในร่างกายอาจลดลงแต่น้ำหนักจะไม่ลดตาม เพราะในขณะที่คุณออกกำลังกายไขมันจะลดลงแต่กล้ามเนื้อ กลับใหญ่ขึ้น (และกล้ามเนื้อก็มีน้ำหนักมากกว่าไขมันเสียด้วย)  ดังนั้น คุณจะใช้น้ำหนักที่ชั่งได้ในช่วงนี้เป็นตัวบ่งชี้ผลของการออกกำลังกายว่าได้ผลในการ ลดน้ำหนัก หรือไม่นั้น  จึงไม่ใช่เรื่องถูกต้อง แต่ถ้ามีการออกกำลังกาย ต่อเนื่องไปอีก กล้ามเนื้อจะขยายใหญ่จนถึงขีดจำกัด ตามปริมาณความหนักของการออกกำลังกายนั้น แล้วจะไม่ขยายเพิ่มอีก (ถ้าคุณไม่เพิ่มปริมาณความหนักให้มากขึ้น) ส่วนไขมันจะลดลงไปเรื่อยๆ เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วน้ำหนักตัวจึงค่อยๆ ลดลง การลดไขมันในร่างกายนั้นมี 2 ประเภท คือ ลดจำนวนเซลล์ไขมัน และลดขนาดของเซลล์ไขมัน การออกกำลังกายถือเป็นการลดแต่ขนาดของเซลล์ไขมันเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำให้จำนวนเซลล์ไขมันลดลงด้วย  การออกกำลังกายมากหรือน้อยต่อ 1 ครั้ง ไม่สำคัญเท่ากับ การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างต่อเนื่องนานพอสมควร (ประมาณ 2 เดือนขึ้นไป) จึงจะลดขนาดของเซลล์ไขมันในร่างกายได้ แต่จำนวนของเซลล์ไขมันนั้นต้องใช้การออกกำลังกายและการควบคุมอาหารเป็นเวลานานมาก หลายๆ ปี เซลล์ไขมันนั้นจึงจะฝ่อไป นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าคนที่เคยอ้วนมาก่อน แม้ว่าจะสามารถ ลดน้ำหนัก ลงมาได้ตามต้องการแล้ว แต่หยุดออกกำลังกายหรือไม่ควบคุมการบริโภคอาหารต่อไป ก็อาจกลับมาอ้วนได้อีก เพราะหากมีไขมันมาสะสมในเซลล์ไขมันซึ่งยังไม่ฝ่อ ร่างกายก็จะขยายขนาดขึ้นในที่สุด ทำไมยิ่งออกกำลังกายก็ยิ่งหิว? เมื่อคุณออกกำลังกาย ร่างกายของคุณจะต้องใช้พลังงานมากขึ้นกว่าปกติ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ร่างกายจะร้องขอพลังงานมากขึ้น โดยแสดงออกมาในรูปของความหิวที่มากขึ้น หลายคนที่ชอบออกกำลังกายคงเคยประสบปัญหา ยิ่งออกกำลังกาย ก็ยิ่งกิน ใช่มั้ยคะ และถ้าคุณกินเข้าไป(รับพลังงานเข้าไป)มากกว่าพลังงานที่เสียไปกับการออกกำลังกาย พลังงานส่วนที่เกินนั้นก็จะกลายไปเป็นไขมันสะสมเพิ่มอีก กลายเป็นยิ่งอ้วนกว่าเดิม สุดท้ายแพ้ใจตัวเอง เลิกออกกำลังกาย แล้วหันไปอดอาหารเพียงอย่างเดียว ซึ่งถ้าคุณควบคุมตัวเองได้ดี ในระยะเวลาไม่นานน้ำหนักของคุณก็จะลดลงได้ แต่น้ำหนักที่ลดลงนั้นไม่ใช่จากปริมาณไขมันที่ลดลง แต่เป็นปริมาณโปรตีนที่อยู่ในกล้ามเนื้อต่างหากที่ลดลง ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าขณะที่คุณอดอาหารเป็นเวลานานๆ ไกลโคเจน(คาร์โบไฮเดรตที่เก็บสะสมไว้ที่ตับ และกล้ามเนื้อ)ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานพื้นฐานที่ร่างกายเตรียมไว้สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ถูกใช้หมดแล้ว แหล่งพลังงานฉุกเฉินจึงจะถูกดึงมาใช้ต่อ ซึ่งก็คือโปรตีนในกล้ามเนื้อ ในระยะนี้ถ้าคุณไม่ออกกำลังกาย กล้ามเนื้อของคุณก็จะยิ่งลีบเล็กลง(ที่คุณดีใจว่าน้ำหนักลดลงนั่นล่ะค่ะ) จนกระทั่งร่างกายไม่สามารถสลายกล้ามเนื้อมาใช้ได้อีกแล้วเพราะต้องเก็บไว้เพื่อดำรงชีวิต จากนั้นร่างกายจึงจะสลายไขมันมาใช้เป็นลำดับสุดท้าย แต่กว่าจะมาถึงช่วงนี้หลายคนอาจเลิกอดอาหารแล้ว เพราะคงไม่มีใครจะสามารถทนอดอาหารนานๆ ได้ ที่สำคัญเมื่อร่างกายสูญเสียโปรตีนไปมากๆ บวกกับการได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอมาเป็นเวลานาน ร่างกายก็จะอ่อนแอลง จนกระทั่งเจ็บป่วยได้ง่ายๆ และพอคุณเริ่มกลับมากินอาหาร แม้จะไม่มากนัก ร่างกายจะรีบตอบสนองต่อสารอาหารที่เข้ามา โดยการนำไปเก็บเป็นไขมันพอกตรงกล้ามเนื้อที่ถูกสลายเอาโปรตีนไป(เช่น หน้าท้อง บั้นท้าย ต้นขา ต้นแขน)  เพื่อป้องกันอันตรายให้กับกล้ามเนื้อนั้นเพราะไม่รู้ว่าในอนาคตจะถูกทำร้ายด้วยการอดอาหารอีกหรือเปล่า  ตอนนี้เองที่คุณจะกลับมาอ้วนอีก อาจมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ดังนั้นวิธีการลดความอ้วนที่ปลอดภัยและยั่งยืน คือการจำกัดปริมาณอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเพื่อรักษากล้ามเนื้อเอาไว้ ทุกครั้งที่คุณรู้สึกหิวมากหลังจากออกกำลังกาย คุณต้องแข็งใจข่มความหิวไว้ หรือหลอกให้ร่างกายรู้สึกอิ่มด้วยการดื่มน้ำมากๆ หรือกินผักผลไม้ที่ให้พลังงานน้อยแต่มีปริมาณใยอาหารมากเพราะใยอาหารจะไม่ถูกย่อยไปเป็นพลังงาน  แต่อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าการลดความอ้วนนั้นต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป การทรมานร่างกายมากเกินไป จะทำให้คุณท้อ และล้มเลิกได้ง่าย จึงควรจัดโปรแกรมการรับประทานอาหารที่พอดี ได้สารอาหารครบถ้วน หลีกเลี่ยงไขมัน งดรับประทานอาหารหลัง 6 โมงเย็น ออกกำลังกายแบบไหน ลดน้ำหนัก ได้ดีที่สุด คำตอบคือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิค เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ใช้เวลานาน แต่ใช้ความหนักน้อย ที่สำคัญ คือร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้น เนื่องจากได้ออกแรงติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายจึงมีเวลาจะสลายไขมันมาใช้ได้มากขึ้น  ตัวอย่างของการออกกำลังกายแบบแอโรบิคคือ เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยานอยู่กับที่ เต้นแอโรบิค เต้นรำ ฯลฯ ระยะเวลาการออกกำลังกายเพื่อ ลดน้ำหนัก ต้องใช้เวลาตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป(ไม่รวมเวลายืดเหยียด และผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนและหลังออกกำลังกายนะคะ) แต่ไม่ควรเกินหนึ่งชั่วโมง เพราะจะทำให้ร่างกายล้าเกินไป ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเช้าตรู่ ก่อนอาหารเช้า เนื่องจากการอดอาหารตลอดทั้งคืนซึ่งระหว่างนั้นร่างกายคุณเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต(ไกลโคเจน)จนเกือบหมด ดังนั้นร่างกายจึงถูกบังคับให้โจมตีแหล่งไขมันสะสมในระหว่างการออกกำลังกายก่อนอาหารเช้านั่นเอง สำหรับการออกกำลังกายในตอนเช้านั้นมีข้อควรระวังเพียงอย่างเดียวนั่นคือ ควรจะให้เวลาในการยืดกล้ามเนื้อ อบอุ่นร่างกายให้มากหน่อย เพราะกล้ามเนื้อที่พักมาตลอดคืน ต้องการเวลาปรับตัวเพื่อเข้ารับการใช้งานอย่างค่อยเป็นค่อยไป  H&C ฉบับนี้เลือกท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อที่เหมาะสำหรับจะใช้ในยามเช้า เตรียมพร้อมสำหรับการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนทั้งหลาย โดยแต่ละท่าให้หยุดค้างไว้ท่าละ 10 วินาทีค่ะ สำหรับยืดกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ยืนแยกเท้าให้กว้างกว่าไหล่เล็กน้อย ปลายเท้าเสมอกัน งอเข่าเล็กน้อย แขม่วหน้าท้องเข้าไป  ยืดแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะ แขนขวาไปข้างหลังลำตัว ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำอีกข้าง ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า ปลายเท้าหันเข้าข้างใน ย่อตัวไปข้างหน้า ขาขวาเหยียดตรง (รู้สึกตึงที่น่องขาขวา) หยุดค้างไว้ 10 วินาที ยืดขาซ้ายให้ตรง ปลายเท้าชี้ไปด้านหน้า งอเข่าขวาลง (รู้สึกตึงที่ข้อเท้าซ้ายด้านหน้า) หยุดค้างไว้ 10 วินาที ยกปลายเท้าซ้ายขึ้น (รู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อน่องซ้ายด้านหลัง) หยุดค้างไว้ 10 วินาที ยืนตรงเท้าชิดกัน งอเข่าและย่อตัวลงนั่ง ระวังให้เท้าราบกับพื้นไม่เขย่งขึ้น และทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้า ใช้แขนช่วยพยุงตัวให้สมดุล หยุดค้างท่านี้ 10 วินาที ยืนแยกเท้าห่างกันให้กว้างกว่าไหล่เล็กน้อย ปลายเท้าเสมอกัน งอเข่าเล็กน้อย วางมือบนต้นขา ก้มตัวลงให้หลังเป็นเส้นตรงเดียวกันจากปลายกระดูกสันหลังมาถึงปลายศีรษะ หยุดค้างไว้ 10 วินาที และเพื่อให้หลังส่วนล่างและต้นขายืดหยุ่นดีขึ้น ตรึงร่างกายส่วนบนให้แข็งไว้  แล้วยกก้นขึ้นลงหนึ่งถึงสองนิ้วเป็นจังหวะ 10 ครั้ง ผ่อนไหล่และต้นคอนั่ง มือจับที่ต้นขาด้านหลัง ดึงต้นขาเข้าหาอก กดไหล่ลง ยืดขาไปข้างหน้า หยุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นยืดขาไปข้างหน้า กดคางมาหาอก โค้งหลังเล็กน้อย หยุดค้างไว้ 10 วินาที นอนหงาย ยกขาขึ้นให้ฝ่าเท้าหงายขึ้นฟ้า จับต้นขาด้านหลังบริเวณเหนือเข่าเล็กน้อย แล้วดึงเข่าเข้าหาอก หยุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นใช้เท้าทั้งสองวาดวงกลมในอากาศ ปล่อยให้หลังส่วนล่างได้เคลื่อนไหวเบาๆบนพื้น นอนหงายขาซ้ายเหยียดตรง พับขาขวามาวางพาดขนเข่าซ้าย วางมือขวาบนเข่าข้างที่งอและออกแรงกดลงพื้น ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำเช่นเดียวกันอีกข้าง นั่งขัดสมาธิ ยืดแขนขวาตรงผ่านหน้าอก ใช้มือซ้ายจับแขนขวาเหนือข้อศอกเล็กน้อย ดึงเบาๆเข้าหาตัว หยุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นพับแขนขวาให้มือพาดผ่านคอไปด้านหลัง แล้วใช้มือซ้ายดันข้อศอกขวาเข้าหาคอ ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำเช่นเดียวกันกับแขนอีกข้าง นั่งขัดสมาธิ งอแขนขวายกขึ้นไว้หลังศีรษะให้ฝ่ามือแตะหลัง ใช้มือซ้ายจับข้อศอกและดันไปข้างหลังเบาๆ ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำเช่นเดียวกันกับแขนอีกข้าง ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine กันยายน, Issue 56

สะท้านอารมณ์
mthai /  คลิปวีดีโอ / 

...แว่วธาราหลากไหลใจพาลเศร้า ให้ปวดร้าวมิอาจข่มอารมณ์ไหว น้ำตาร่วงอย่างไม่แคร์สายตาใคร ช้ำหมองไหม้เกินจะลบล้างยากลืม ...จดจำคืนเพ็ญงามอร่ามฟ้า กลางธาราต่างสัญญารักแสนปลื้ม มนต์รักมัดมารรักคลายสลายครืน เจ้าเป็นอื่นพี่เจ็บช้ำย้ำคืนเพ็ญ

10 นิสัยที่คนเป็นแฟนกันรังเกียจ
ความรักวัยรุ่น /  พฤติกรรมวัยรุ่น

นี่คือ 10 นิสัยที่คนเป็นแฟนกันรังเกียจ ! ลองดูสิว่า คุณหน่ะ มีนิสัยหรือพฤติกรรมแบบ 10 ข้อนี้รึเปล่า ถ้ามีก็ควรจะปรับปรุงตัวแบบเร่งด่วนก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป! (ฟังดูน่ากลัวม๊ะ >,<) 10 นิสัยที่คนเป็นแฟนกันรังเกียจ ! 10. เอาแต่ใจตัวเอง : ไม่มีใครหรอกที่จะเอาแต่ใจคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว แต่การเอาใจตัวเองก็ควรจะมีลิมิต ไม่งั้นชีวิตรักจะสั่นคลอนเอาได้ง่ายๆ 9. ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป : เข้าใจว่าคุณอยากอยู่กับเธอตลอดเวลาที่คุณตื่น ไปไหนก็ไปด้วย ทำอะไรก็ทำด้วย แต่ความจริงที่คุณอาจหลงลืมไป นั่นคือ คนทุกคนต้องการเวลาส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น 8. หึงแบบไร้ขีดจำกัด : ความหึงห้ามกันไม่ได้ และหนุ่มบางคนก็ไม่อยากให้แฟนตัวเองไปไหนกับเพื่อนเลย จะต้องโทรเช็คโทรหาอยู่ตลอดเวลา เวลามีเพื่อนชายมาพูดด้วยก็จะหึง จะหวง จะพาล อย่างนี้เขาเรียกว่าหึงจนน่ารำคาญ ระวังเธอจะไม่อยู่ให้คุณหึงนะ!! 7. เชื่อเพื่อนมากเกินไป : ความหวังดีของเพื่อน อาจเป็นเพียงการปลอบใจ แต่คนที่รู้ปัญหา 'วงใน' จริงๆ ก็คือตัวคุณเองไม่ใช่หรือ? เพียงแต่เส้นผมอาจบังภูเขาอยู่ก็เท่านั้นเอง 6. นัดไม่เป็นนัด : เธออาจรอคุณมาทั้งชีวิต(รอแม้กระทั่งวันที่คุณขอเธอแต่งงาน) แต่หนุ่มๆ ดันลืมคิดไปว่า เวลาก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเธอเช่นกัน จงจำไว้ให้ดีว่า "เธอ คือ สิ่งมีชีวิตที่ต้องการการเติบโตไปพร้อมกับคุณ เติบโตไปพร้อมกับเวลา และไม่ใช่ของตายของใคร" 5. พูดจาข่มต่อหน้าคนอื่น : ข้อนี้ส่วนใหญ่ผู้ชายจะกระทำมากกว่าฝ่ายหญิง เพราะผู้ชายมักเติบโตมากับความเชื่อที่ว่า "ผู้ชายเก่งกว่า" แต่ถ้าคุณผู้หญิงโบกมือลา แล้วคุณผู้ชายจะกลายเป็นคนเก่งที่อยู่คนเดียว เอาไหมเล่า? 4. บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะกัน : ที่พูดไป ก็เพราะว่าอยากทำให้อีกฝ่ายเสียใจ(แบบไม่มีเหตุผล)ใช่ไหม? หรือจะแสดงให้เห็นว่าคุณก็ไม่แคร์เธอ แต่ที่ทำไปก็อยากให้เธอให้ความสำคัญกับคุณก็เท่านั้นเอง!! วิธีนี้จะใช้ได้ผล ก็ในช่วงแรกๆ เท่านั้น แต่พอทำหลายๆ ครั้งเข้า ใคร๊! มันจะไปทนได้ เพราะอารมณ์กับความสัมพันธ์ช่างดูไม่มั่นคงเอาเสียเลย 3. โกรธแล้วไม่พูดด้วย : คุณคิดอย่าง เธอคิดอีกอย่าง เข้าใจกันไปคนละทิศละทาง เรื่องนี้ล่ะอันตรายที่สุด จากผลสำรวจระบุว่า "การเก็บงำ การไม่แชร์ความรู้สึก การไม่สื่อสารกัน" เป็นเหตุทำให้คู่รักเลิกกันได้มากที่สุด ข้อนี้ถ้ารักศักดิ์ศรีของตัวเองมากนัก หรือเอาแต่ใจตัวเองเป็นหลัก ก็จงอย่าอยู่ร่วมกับคนอื่นเลยจะดีที่สุด 2. โกหก : การโกหกบางครั้งก็มีข้อดีอยู่ เพราะความจริงที่พูดออกไปบางครั้งก็เป็นการทำร้าย แต่การโกหกจนไม่รู้ไหนจริงไหนเท็จ แม้แต่คนพูดเองก็ยังจำไม่ได้ ก็จงหยุดเสียเถอะ ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น เดี๋ยวจะหาว่า FHM ไม่เตือน... 1. ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น : คุณอาจนึกสนุก ลองใจกับเธอที่คุณรักให้ได้หึงดูบ้าง อยากจะ "เช็ก" ว่าคุณเองก็มีค่าในสายตาเธอ แต่คุณควรจะรู้ไว้บ้าง จากเหตุผลเดียวกัน นั่นก็คือ คุณไม่แคร์ความรู้สึกของเธอเลยสักนิด และถ้าเธอคิดจะไปเจ๊าะแจ๊ะกับหนุ่มอื่นดูบ้าง ก็อย่าเผลอไปโกรธเธอเข้าให้ล่ะ ขอบคุณข้อมูล postjung.com

ความเชื่อโบราณวิธีเห็นผี ผีมีจริงไหม มาแชร์กัน
ความเชื่อ /  ความเชื่อเรื่องผี / 

คุณเชื่อเรื่องพวก ผี หรือวิญญาณบ้างไหมครับ เคยมีใครเคยเห็นแล้วบ้าง และใครบ้างที่เชื่อว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้มีอยู่จริง ผมคนหนึ่งที่ไม่เชื่อเพราะยังไม่เคยเจอ แต่ผมก็ไม่ลบหลู่นะครับ เคยมีคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยคอลเลจ ที่กรุงลอนดอน ได้พบในการศึกษาเรื่องนี้ว่า เมื่อคนเราตกอยู่ ในบริเวณที่ไม่ค่อยจะมีแสงสว่างนัก สมองอาจถูกหลอกให้เห็นโน่นเห็นนี่ ซึ่งไม่ได้มีอยู่จริงได้ สิ่งแวดล้อมในที่เราอยู่นับว่าสำคัญมาก บางทีมันอาจจะข่มหลักฐานตามที่ตาเราเห็นไปได้ และอาจจะทำให้เราทึกทักว่าเราเห็นมัน วันนี้ทาง  Horoscope.Mthai.com จึงอยากให้เพื่อนมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้กัน ว่ามีใครเคยเจอแล้วบ้าง หรือใครที่ยังไม่เคยเจอ พร้อมทั้ง ยังนำข้อมูลดีๆเกี่ยวกับความเชื่อในสมัยโบราณ ซึ่งบอกถึงวิธีการเห็น ผี มาฝากเพื่อนๆกันครับ ซึ่งใครจะลองนำวิธีดังกล่าวไปพิสูจน์กันก็ไม่ว่า แต่โปรดใช้วิจารณญาณในการศึกษาดีๆด้วยนะครับ 10 วิธีเห็น ผี แบบโบราณ อันดับที่ 10 ใส่เสื้อผ้าของคนตาย ใส่เสื้อผ้าของคนตายและกลั้นหายใจ ลองทำแบบนี้ที่วัด คุณจะเห็นเจ้าของเสื้อผ้าตัวจริงที่ตายไปแล้ว อันดับที่ 9 เล่น ผี ถ้วยแก้ว เตรียมผังกระดาษกับถ้วยแก้ว และลองเล่นผีถ้วยแก้ว เมื่อเล่นเสร็จ ตอนจะเชิญวิญญาณออกจากถ้วย กลับถ้วยแก้วให้อยู่ข้างบน คุณจะเห็น วิญญาณ ที่มาเล่นกับคุณ อันดับที่ 8 นอนในโลงศพ ถ้าอยากรู้ว่าชีวิตในโลกหน้าเป็นยังไง ลองนอนในโลงศพดูสิ อย่าลืมใส่เหรียญไว้ในปาก จะมีใครซักคนพาคุณไปทัวร์โลกหน้า อันดับที่ 7 ก้มมองทะลุหว่างขา เรา ทุกคนล้วนเกิดมาจากหว่างของมารดา ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบริเวณที่ติดต่อกันระหว่างโลกและโลกของ วิญญาณ ลองก้มหัวมองทะลุหว่างขาที่วัดจะทำให้คุณเห็น วิญญาณ ได้ อย่าดูนานเกินไปละ ไม่เช่นนั้นอาจจะได้ไปอยู่กับ วิญญาณ เหล่านั้น อันดับที่ 6 กางร่ม การกางร่มภายในอาคารตอนกลางคืนจะทำให้ ผี และ วิญญาณ ติดตามคุณ อันดับที่ 5 ดูเงาในกระจก เที่ยงคืน ปิดไฟทั้งหมด และจุดเทียน นั่งอยู่หน้ากระจกและใช้หวี หวีผม มองตัวเองในกระจกเงา สิ่งที่เห็นในกระจกอาจจะไม่ใช่ตัวคุณ อันดับที่ 4 ใช้ดินจากสุสานมาทาเปลือกตา เชื่อกันว่าดินที่ใช้ขุดหลุมฝังศพจะซึมซับ วิญญาณ และความตายเอาไว้ ยิ่งลึกลงไปก็ยิ่งซึมซับได้มากขึ้น เมื่อใช้ดินทาเปลือกตาจะทำให้เรามองเห็นว่า วิญญาณ กำลังทำอะไรกันอยู่ อันดับที่ 3 เล่นซ่อนหา เล่นซ่อนหาตอนกลางคืนเป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้คุณเจอ ผี ผี จะทำให้คนที่ซ่อนอยู่ไม่มีใครเห็น ส่วนคนที่กำลังหาก็จะหาไม่พบ และคนที่ซ่อนก็จะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าตัวเอง ผี จะลวงตาทำให้ไม่เห็นคนที่พยายามหาเค้าอยู่ วิธีแก้คือ ต้องให้แมวดำวิ่งผ่าน ถ้าไม่มีแมวดำ คุณจะไม่เห็นสิ่งใดๆอีกตลอดกาลจนตาย เพราะมีความเชื่อว่า ผี ต้องการใครไปอยู่ด้วย อันดับที่ 2 เรียก ผี มาทานอาหาร ผี ตายโหง หรือ คนที่ตายแบบฉับพลันจากอุบัติเหตุ จะยังไม่สามารถรับสภาพความตายนั้นได้ วิญญาณ เหล่านั้นยังคงเชื่อว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่และทำสิ่งต่างๆเสมือนคนปกติ ลองวางอาหารไว้ในที่ที่เกิดอุบัติเหตุ หรือ ทางสามแพร่ง(เชื่อกันว่าเป็นทาง ผี ผ่าน) เคาะช้อนหรือส้อม เสียงเคาะจะทำให้ผีคิดว่าถึงเวลามาทานอาหาร สิ่งที่จะเห็นคืออาหารจะค่อยๆหายไป อันดับที่ 1 ใช้น้ำตาของสุนัขดำมาป้ายเปลือกตา สุนัขดำเป็นสัญลักษณ์ของโชคร้ายและสัตว์ที่เชื่อว่ามองเห็นสิ่งลี้ลับได้ ลองใช้น้ำตาของสุนัขดำทาเปลือกตา มีความเชื่อกันว่าถ้าลืมตาขึ้น จะทำให้เราสามารถมองเห็นสิ่งลี้ลับจากโลกอื่นได้ อีกหนึ่งความเชื่อโบราณ 1. ไปกินข้าวตรงที่ที่มีคนพึ่งจะตายไปไม่เกิน 3 วัน อันนี้ต้องเป็นตอนกลางคืนแล้วอ่ะ ลองเลย 50% มีคนเคยเห็น 2. ขโมยของ รึเอาของคนที่ตายแล้วมาใช้ เน้น ต้องเป็นของใช้ที่ผู้ตายรัก และห่วงมากที่สุด 80% มีคนเคยเห็น ( แล้วมานต้องเอาของไปคืนเค้าด้วย ) 3. จับแมวดำโยนข้ามศพคนตาย 30% ใครเคยเห็น 4. นอนในโลงศพ แบบเดียวกับศพ โดยมัดตราสังด้วย แต่ห้ามทำพิธี นอนสักพักนึงค่อยลุกออกมาจากโลงศพแล้วคุณจะพบกับสิ่ง ที่คุณต้องการ 80% มีคนเคยเห็น ( วิธีนี้ถ้าลองแล้วเจอ วิธีการคือการให้พระทำพิธีบังสกุลให้เรา ถ้าเป็นพระที่ปฏิบัติธรรมมาดีจะสับสนว่าเราเป็น คนรึ ผี แต่เราก็ต้องขอร้องให้ท่านทำให้ ยิ่งเป็นพวกจิตอ่อนยิ่งหลอน ) 5. เล่นซ่อนหาในป่าช้า ตอนกลางคืน 20% มีคนเคยเห็น 6. ไปลองของตามสถานที่ต่างๆ ที่มีประวัติน่ากลัวๆ 20% มีคนเคยเห็น 7. นอนขวางประตู รึ นอนตรงกับคานบ้าน(บ้านไม้แบบที่มีคาน) 50% มีคนเคยเห็น 8. ตอนที่กำลังเผาศพ เอาไม้กวาดพื้นกวาดรอบเมรุ 3 รอบ แล้วหักเศษไม้กวาดมา1ก้านเอามาเหน็บไว้ที่หูข้างซ้าย เอาน้ำมะพร้าวที่ล้างหน้าศพ มาป้ายตาทั้ง 2 ข้าง ก้มลงมองลอกหว่างขาในเงาของเมรุ ( กรณีที่เห็นท่านยมฯ ให้รีบวิ่งไปหลบใต้เงาโบสถ์ ถ้าไม่ทัน รึ รู้สึกว่าท่านยมฯ ตามอยู่ตลอดเวลา รึเห็นท่านยมฯ บ่อยเกินเห็น ให้พระทำพิธีบังสุกุลให้ *ท่านอาจจะรอดนะ ) จากนั้นก็จะเห็นวิญญาณของคนที่ตายไป รวมทั้งของคนอื่นด้วย % มีคนเคยเห็น (ไม่มีคนกล้าลอง)  9. ฉี่ใส่ ถ่มน้ำลายใส่ ทำลาย เผาไฟ ศาลเจ้าที่ ทั้งที่ร้างแล้ว รึ ยังไม่ร้างก็ได้ 80 % มีคนเคยเห็น 10. นำเศษบาตรพระที่แตกมารวมกับ ตะปูที่ตอกฝาโล่งศพ ฟันของศพที่ถูกเผาแล้ว มาห่อไว้ในผ้าสีดำ ว่างไว้ตรงกลางสำหรับข้าว หรือโต๊ะกินข้าว จุดธูป 1 ดอก แล้วจะเจอ ผี มากินข้าว  98 % มีคนเคยเห็น ขอบคุณข้อมูลจาก ghostwiki.blogspot.com ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท

หนังเข้าใหม่ พฤหัสที่ 13 พ.ย. เร็วทะลุเร็ว, หลับ ลืม ตื่น ตาย, ผีฆาตกร, กระดานผีกระชากวิญญาณ ฯลฯ
Before I Go to Sleep /  Ouija / 

แนะนำหนังเข้าใหม่ วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2557 มีเข้าใหม่ ทั้งหมด5เรื่อง มีทั้งหนังไทยแนวแอ็คชั่น เร็วทะลุเร็ว ผลงานสุดท้ายของ พันนา ฤทธิไกร  และหนังต่างประเทศอีก ทั้งแนวสยองขวัญ 2 เรื่อง The Pact 2 ผีฆาตกร และ Ouija กระดานผีกระชากวิญญาณ , แนวระทึกขวัญ Before I Go to Sleep หลับ ลืม ตื่น ตาย ปิดท้ายด้วย ดราม่า โรแมนติคหอมอร่อย อย่าง The Hundred-Foot Journey ปรุงชีวิต...ลิขิตฝัน ลองมาดูกันว่า เรื่องไหนที่จะโดนใจคุณ จนต้องไปตั๋วดูวันหยุดนี้ เร็วทะลุเร็ว สำหรับ นที (เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง) แล้ว เหตุผลเพียงข้อเดียวที่ทำให้ชีวิตของเขาก้าวเข้ามาสู่วิถีแห่งการเป็นนักฆ่าอย่างเต็มตัว ถึงขนาดยอมละทิ้ง ธาร (วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์) น้องชายเพียงคนเดียว ก็เพียงเพื่อแลกกับข้อมูลคนที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าพ่อแม่ของเขา การต่อสู้สุดระห่ำที่มีความแค้นเป็นที่ตั้ง มาพร้อมกับกลยุทธ์การต่อสู้แบบมันส์สะใจคอแอ็คชั่น อย่างแน่นอน ขีดสุดความมันส์เสี่ยงตายผลงานเรื่องสุดท้ายของสุดยอดปรมาจารย์คิวบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทยผู้ล่วงลับ พันนา ฤทธิไกร และการผนึกความมันส์ของสองนักบู๊พันธุ์ระห่ำครั้งแรกบนแผ่นฟิล์ม เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง และ วุฒิ-นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์ Before I Go to Sleep หลับ ลืม ตื่น ตาย  สร้างจากนิยายทริลเลอร์ของ สตีฟ วัตสัน ที่ติดอันดับเบสเซลเลอร์อันดับหนึ่งของ NY Times และถูกแปลไปแล้วมากกว่า 30 ภาษาทั่วโลก เรื่องราวของ คริสทีน (นิโคล คิดแมน) ผู้หญิงที่หลังจากประสบอุบัติเหตุร้ายแรง ทำให้เธอต้องสูญเสียความจำทั้งหมด โดยสมองของเธอจะมีความจุเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น และทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาก็เหมือนกดปุ่มรีเซ็ทตัวเองทุกวัน คริสทีน พยายามประติดประต่อเรื่องราวว่าตัวเองเป็นใคร เกิดอะไรขึ้นกับเธอ และที่สำคัญก็คือการหาคำตอบว่าใครที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ ถึงแม้ว่า คริสทีน จะมีทั้งสามี (รับบทโดย โคลิน เฟิร์ธ) และหมอ (รับบทโดย มาร์ค สตรอง) ที่คอยดูแลช่วยเหลือเธอ แต่แท้จริงแล้วเธอจะสามารถเชื่อใจพวกเขาได้หรือไม่ The Pact 2 ผีฆาตกร ภาคหนึ่งฉายไปตอนไหนไม่รู้ แต่นี่ภาคสอง ร่วมท้าพิสูจน์ปรากฏการณ์ขนหัวลุกกับภาคต่อของภาพยนตร์สยองขวัญสุดเฮี้ยนที่เคยสร้างกระแสความหลอนให้สะพรึงดังลั่นอเมริกามาแล้ว มันคือเรื่องราวของ จูน หญิงสาวที่ทุกข์ทรมานกับฝันร้ายปริศนาที่คอยหลอกหลอนทุกคืน ในฝันเธอเห็นภาพของฆาตกรต่อเนื่องสุดโหด จนยากที่จะข่มตาลง Ouija กระดานผีกระชากวิญญาณ ผลงานจากผู้สร้างทรานส์ฟอร์เมอร์ส ไมเคิล เบย์ เรื่องราวของกลุ่มเพื่อน 4 คน ที่ใช้กระดานผีสื่อสารกับวิญญาณของเพื่อนอีกคนที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ พวกเขาจึงใช้กระดานนี้เพื่อสื่อสารกับวิญญาณ เพื่อหาคำตอบ สิ่งที่เริ่มต้นด้วยการเป็นเกม กลับปลดปล่อยปีศาจร้ายที่มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่จะหยุดได้ The Hundred-Foot Journey ปรุงชีวิต...ลิขิตฝัน หนังหอมกลิ่นอาหาร ชายหนุ่มนาม ฮัสซัน คาดัม (มานิช ดายัล) คือผู้ปราดเปรื่องเรื่องการทำอาหารด้วยพรสวรรค์ด้านการปรุง ที่ถือได้ว่าเทียบเท่าอัจฉริยะ ครอบครัวของเขาต้องย้ายถิ่นฐานจากบ้าน จากอินเดีย  มาสู่หมู่บ้านชนบทของ เซนต์-แอนโทนิน-วาล ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส คนละซีกโลกกันเลยทีเดียว ที่นี่คือสถานที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์, สวยงามราวกับภาพวาด และคือสถานที่ในอุดมคติในการลงหลักปักฐาน และเปิดร้านอาหารอินเดียที่มีชื่อว่า “เมซอง มุมไบ” ของครอบครัว จนกระทั่ง หญิงผู้ดูแลเชฟ ผู้เย็นชาของร้าน “เลอ ซอล เพลอร์เรอร์”  ร้านอาหารฝรั่งเศสแบบคลาสสิคระดับ 1 ดาวมิชลิน ที่มี มาดาม มัลลอรี ( เฮเลน มิเรน) เป็นเจ้าของได้ก้าวเข้ามา การต่อต้านอันเยือกเย็นของเธอที่มีต่อร้านอาหารอินเดียเปิดใหม่ ที่อยู่ตรงข้ามร้านของเธอ ได้กลายเป็นการต่อสู้ระหว่างสองร้าน จนกระทั่งความหลงใหลของฮัสซานที่มีต่ออาหารฝรั่งเศสชั้นสูงและผู้ช่วยเชฟคนสวย มาร์การีต (ชาร์ลอตต์ เลอ บอน) รวมกับพรสวรรค์แห่งความอร่อยอันลึกลับของเขา ที่จะร่ายมนต์หลอมรวมสองวัฒนธรรมมาไว้ด้วยกัน สนใจเรื่องไหน ก็เลือกรับชมได้ตามสะดวกครับ หรือถ้ายังเก็บหนังสัปดาห์ที่แล้วไม่หมด ดูได้ที่นี่ ว่ายังเหลือเรื่องอะไรอีกบ้าง โปรแกรมหนัง

เช็คดวง! 12 ราศี ดวงการงาน ประจำเดือนเมษายน 2558
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน เดือนเมษายน 2558 โดย อ.คฑา ชินบัญชร        เพิ่งจากผ่านพ้นปีใหม่ไปไม่นาน เดือนเมษายนซะแล้ว อุณหภูมิร้อนระอุ หลายคนคงเตรียมที่จะพักผ่อนช่วงสงกรานต์กันแล้ว แต่ยังไงก็ยังต้องทำงานอยู่นะจ๊ะ มาเช็คดวงการงานเดือนเมษายนกันดีกว่าค่ะ ว่าราศีไหนผลงานจะโดดเด่นสะดุดตาเจ้านายมากที่สุด ติดตามได้ที่ Horoscope.mthai.com  เลยจ้า ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ไพ่นางสีดา ต้นเดือนเรื่องคนรอบข้างยังคงเป็นภาระผูกพันที่ทำให้คิดมาก ช่วงนี้ให้มองมุมกว้างจะเจอทางออก หากคิดปิดตัวเองจะเจอทางตัน การงานถึงแม้ว่าจะไม่เป็นอย่างที่หวังไว้ แต่โดยรวมผลลัพธ์ก็เกิน 80% จุดอ่อนจะอยู่ที่การต้องการทำงานเป็นทีม คุณมักเจอเพื่อนร่วมงานที่ขาดความกระตือรือร้นและเกี่ยงงาน ต้องอดทนและดึงตัวเองขึ้นมาเป็นผู้นำถึงจะประสบความสำเร็จ ช่วงกลางเดือนมั่นคงและมีการขยับขยายมากขึ้น ครอบครัวและคนรักเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรให้หาที่ปรึกษา จะทำให้งานนั้นสำเร็จไปด้วยดี หากกำลังมองหางานใหม่จะมีข่าวดี ปลายเดือนแม้เริ่มต้นด้วยความเหนื่อย แต่จบลงด้วยความสบายใจ งานที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นงานเร่งรีบ ต้องทุ่มเทกายใจ แต่ถ้าทำสำเร็จจะได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ เพื่อนฝูง บริวารร่วมแรงร่วมใจทำให้งานดีมีคุณภาพ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ไพ่สังหารนนทก ต้นเดือนคิดไวทำไว อยากได้อะไรเป็นต้องไขว่คว้าหามาให้ได้ ช่วงนี้ใจร้อนและเชื่อมั่นในตัวเองเป็นพิเศษ เพิ่มความรอบคอบและลดความใจร้อนลงบ้าง ทำให้ดูโดดเด่นกว่าใใคร การงานได้รับการโปรโมทและได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ได้ทำงานสำคัญใหญ่โต กลางเดือน การงานรู้สึกได้ถึงความวุ่นวาย มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงกะทันหัน คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อม ถึงจะมองเห็นช่องทางที่เหมาะสม มีข่าวดีเกี่ยวกับงาน หากกำลังว่าง จะได้งานในเร็ววัน แต่ช่วงปลายเดือน จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง อย่าตั้งเป้าไว้สูงเกิน จะทำให้เครียดและมีโอกาสผิดหวังสูง ระวังศัตรูที่ไม่ชอบหน้า จะทำให้เกิดปัญหา ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ไพ่เผากรุงลงกา เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันอยู่เสมอ เรื่องที่คิดว่าดีกับร้าย ต้องใจเย็นและเตรียมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ดีการงานสะดุดบ่อยๆ การประสานงานไม่ราบรื่น ถึงแม้จะเป็นในหน่วยงานเดียวกันก็ตาม ถ้าคิดอะไรไม่ออกให้นิ่งเฉย ดีกว่าใช้อารมณ์ เพราะจะทำให้เรื่องบานปลาย แต่คงต้องทำใจช่วงนี้มีดวงเรื่องความขัดแย้งสูง อย่าเพิ่งเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ช่วงกลางเดือนเหนื่อยสุดๆ มีปัญหาไม่จบไม่สิ้น ทั้งเรื่องคนและงาน อย่าไปคิดพึ่งพาใครจะเสียความรู้สึก อาจจะโดนหางเลข มีเรื่องร้ายมาลงที่คุณ ต้องใจเย็นใช้สติในการแก้ปัญหา ถ้าเผลอใส่อารมณ์ ผลีผลามจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ปลายเดือนงานล้นมือ มีการปรับเปลี่ยนวุ่นวาย คุณอาจถูกเลิกจ้างโดยไม่รู้ตัว ต้องพยายามทำผลงานเสมอต้นเสมอปลาย ต้องทำใจกับคู่แข่ง ที่คอยหาวิธีกลั่นแกล้งใส่ร้าย หากคิดเปลี่ยนงานช่วงปลาย นับเป็นเวลาที่เหมาะสุด ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ไพ่พระอิศวร ต้นเดือนแม้จะมีติดขัดบ้าง แต่เอาตัวรอดได้ดี ช่วงนี้สมองแล่น ความคิดไปไกล มีผลงานได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ แต่ไม่ควรประมาท ยังมีคนไม่พอใจ และคอยซ้ำเมื่อคุณล้ม ช่วงกลางเดือนอึดอัด น้ำท่วมปาก ถูกใช้งานเยอะกว่าเพื่อน แถมถูกจับตามองเป็นพิเศษ ดูเหมือนผู้ใหญ่จะไม่ค่อยชอบหน้า อย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง เดี๋ยวช่วงปลายมรสุมจะหายไปเอง จะได้รับข่าวดี ดูเหมือนแต่ละอย่างที่อยากทำ หรือที่ต้องทำ จะมีอุปสรรคให้ปวดหัวอยู่ตลอด โดยเฉพาะกับผุ้ใหญ่ หรือคนที่มีอิทธิพลเหนือคุณ ให้ใจเย็นๆไว้ คุณจะดึงสถานการณ์กลับมาได้เอง การงานออกแนวเครียดๆ มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ควมคิดสวนทางกับนโยบาย ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเวลาได้รับคำสั่ง ช่วงปลายถึงจะได้ทำในสิ่งที่คุณเชื่อมั่น ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ไพ่วงล้อแห่งโชค ช่วงนี้ยิ่งรีบยิ่งเร่งจะยิ่งเครียด ต้องปล่อยให้เป็นตามเวลา คุณจะพบว่าเจอเรื่องดีๆเกิดขึ้นมากมาย การงานได้รับการเอาใจใส่และผู้ใหญ่เห็นคุณค่ามากขึ้น ถ้ามีความคิดดีๆให้รีบนำเสนอ จะได้รับการยอมรับ งานเด่น มีชื่อเสียง น้ำขึ้นต้องรีบตัก ขยันตักตวงไม่ใช่เรื่องผิด แต่ที่สำคัญต้องนอบน้อม ไม่ข้ามหน้าผู้ใหญ่ จะเป็นที่เอ็นดูไปอีกนาน กลางเดือนจับพลัดจับผลูมีโอกาสได้เลื่อนขั้น ปรับตำแหน่ง หรือได้รับข้อมเสนอพิเศษ หากเกิดปัญหาให้คุยกับผู้ใหญ่ หรือเจ้าของเรื่องที่ทำให้คุณหมองใจโดยตรง อย่าบ่นกับคนอื่นเดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่ ปลายเดือนหัวหมุนหัวปั่น ต้องเจองานวุ่น ทำทีเดียวไม่เสร็จต้องคอยตามแก้ไขกันตลอด หากตั้งสติมีสมาธิจะตัดสินใจได้อย่างไม่ผิดพลาด ให้ฟังหูไว้หู เป็นช่วงที่จะได้ยินข่าวคราวหลายอย่าง คงต้องใช้เหตุผลช่วยตัดสินใจ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ไพ่ภาพลวงตา ช่วงต้นดูท้อแท้ เหมือนโลกทั้งใบคุณต้องแบกไว้คนเดียว ภาระเยอะ อึดอัด ต้องไปรับผิดชอบเรื่องคนอื่นแบบไม่ตั้งใจ หรือไปรับรู้ในเรื่องที่ไม่ควรรู้ ทำให้อึดอัด การงานเหนื่อยหนัก ความรับผิดชอบเพิ่ม ให้อดทนไว้ก่อน ทุกอย่างจะดีขึ้น จะมีคนเข้ามาช่วย และหยิบยื่นโอกาสดีๆเข้ามาให้ มีดวงได้งานเสริม เพิ่มรายรับให้มากขึ้น การงานเหนื่อยสุดๆ ทั้งงานของตัวเอง ทั้งงานของคนอื่น และยังมีเวลามาเป็นตัวหนดอีกต่างหาก ทำให้ต้องรีบเร่ง สู้เข้าไว้ ช่วงปลายเดือนเจอจัดหนัก งานเยอะ งานหนัก แถมเป็นงานที่คุณไม่ถนัด จะปฏิเสธก็ไม่ได้ คงต้องก้มหน้าก้มตาทำไปก่อน พร้อมๆกับเตรียมใจในการถูกโยกย้าย มีดวงในการย้ายงาน เปลี่ยนงาน ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ไพ่พระรามได้ศร ช่วงต้นเดือน เครียดบ้างสนุกบ้าง แต่คุณมักตีสีหน้ายิ้มแย้ม เป็นคนเก้บอารมณ์เก่ง ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าคิดอะไรอยู่ มีดวงเปลี่ยนงาน แต่ต้องทุ่มเททำด้วยตัวเอง ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดี เข้าสังคมเก่ง ช่วงนี้ถ้าได้พบปะเจรจากับใครต้องคอยหาช่องทางในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เพื่อความก้าวหน้า กลางเดือนต้องยึดพวกพ้องเป็นหลัก ช่วงนี้ทำอะไรเองมักล้มเหลว หากใครอยากได้ลองงานใหม่ๆจะได้ลองทำอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่ต้องกล้าที่จะเข้าหาผู้ใหญ่เพื่อปรึกษา ขอความช่วยเหลือ ได้รับความเอ็นดูเต็มที่อยู่ที่เสน่ห์ลมปากของเราค่ะ ช่วงปลายการงานไม่หมูอย่างที่คิด เจอปัญหาร้อยแปด แต่ที่หนักสุดน่าจะเป้นปัญหาที่เกี่ยวกับตัวคน แต่ยังโชคดีที่คุณมีโอกาสในการเริ่มต้นงานใหม่ ใครที่คิดเปลี่ยนงาน ลองสมัครดูจะมีข่าวดี ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ไพ่หนุมานปราบไมยราพ จะมีเหตุเปลี่ยนแปลงบางอย่าง โดยไม่ทันตั้งตัว แต่ถ้าเตรียมใจพร้อมก็ไม่ยากที่จะรับมือ การงานมีดวงถูกเลิกจ้าง หรือถูกจับเปลี่ยนหน้าที่ ช่วงแรกอาจติดขัดบ้าง แต่ไม่น่าเป็นห่วง ส่งผลให้งานเข้าที่ได้เร็ว และมีคนคอยช่วยเหลือ ถ้ามีจุดมุ่งหมายที่อยากทำ ให้รีบลงมือจะประสบความสำเร็จ มีครอบครัวและคนรอบข้างให้กำลังใจ ความใจเย็น สุขุมรอบคอบ ทำให้คุณได้รับโอกาสดีๆ มีจังหวะในการสานฝันต่อไป การงานราบรื่น ทั้งงานที่ทำเดี่ยวและทำเป็นทีม เป็นช่วงที่คุณกับเพื่อร่วมงานมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน จึงทำให้ทำงานอย่างสบายใจ รวมถึงมีผลงานออกมาดี ผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดู ถึงแม้ว่าจะบางเรื่องที่ขัดแย้งกับความเห็นเราไปบ้าง แต่คงต้องปล่อยวาง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเรื่องใหญ่ การงานเรียบง่าย ไม่ค่อยเจอปัญหาเหมือนช่วงที่ผ่านมา ทำงานกับเพื่อร่วมงานได้เป็นอย่างดี หากมีความคิดอะไรดีๆให้รีบบอกผู้ใหญ่ จะได้รับการยอมรับ ดวงการงานก้าวหน้า แบบมั่นคง ค่อยเป็นค่อยไป ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ไพ่พระรามครองราชย์ อารมณ์แปรปวน บทจะดีก็ดีใจหาย บทจะร้ายก็ร้ายสุดๆ ช่วงต้นเดือนเดาอารมณ์ไม่ถูก ต้องข่มใจลงมาบ้าง การงานเข้าทางตรงไม่ได้ ต้องเข้าทางลัด มีการแข่งขันอยู่ตลอด และคุณมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่สถานการณ์จะดีขึ้น คุณได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ มีผลงานเข้าตา ได้รู้จักคนใหญ่คนโต ได้รับคำแนะนำ และมุมมองที่กว้างขึ้น ช่วงกลางเดือนหัวไว หาทางออก มักก้าวนำคนอื่นออกไปหนึ่งก้าวเสมอ มีโอกาสได้ลุยงานใหม่ๆ และมีโอกาสในการสร้างผลงาน สร้างชื่อเสียง มีดวงในการโยกย้ายปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น ถ้ากำลังอยากเปลี่ยนงานอยู่แล้ว จะได้รับข่าวดี ปลายเดือนเป้าของคุณแน่วแน่ ฝันให้ไกลไปให้ถึง มีความคิดมุ่งมั่น ทำให้คุณมีความพยายาม และสำเร็จในที่สุด การงานของคุณจะโดดเด่นเป็นจุดสนใจ ผู้ใหญ่ยอมรับในความสามารถ เหมาะในการทำธุรกิจส่วนตัว ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ไพ่สรวงสวรรค์ ไม่ค่อยได้อยู่นิ่ง ต้องทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แต่ก็ลงเอยด้วยดีในทุกเรื่อง การงานเฮงสุดๆ มีเพื่อนฝูงคอยช่วยเหลือ คอยออกรับให้ รวมถึงผู้ใหญ่ก็ให้ความเอ็นดูเป็นพิเศษ ได้รับคำชมไม่ขาดปาก มีคนยื่นข้อเสนอพิเศษให้ มีงานเสริม รายรับเสริม แต่ต้องแบ่งเวลาให้ดี สถาการณ์ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้คุณอดฝันไกลไม่ได้ ต้องเตือนก่อนว่าหากคุณคาดหวัง จะทำให้สิ่งที่คุณคาดหวังไปไกล แต่ถ้าคิดตรงข้ามจะกลับได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการ การงานต้องร่วมแรงร่วมใจ อาศัยพวกพ้อง จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จ อย่าเพิ่งคิดทำอะไรลำพังจะล้มเหลวไม่เป็นท่า ให้ระวังเรื่องความผิดพลาด จะทำให้เสียเครดิต ช่วงปลายมีมิตรภาพใหม่ๆหรือได้ผู้ช่วยคนใหม่มาเบาแรง การงานราบรื่น งานวิ่งฉิว ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ เพื่อนฝูงเป็นมิตร คอยสนับสนุน ทำงานด้วยความสบายใจ เวลาผ่านไปเร็วไม่อึดอัด ช่วงนี้งานเยอะ ต้องจริงจังกับงาน แต่ถ้าคุณได้ลงมือแล้วไม่มีอะไรเกินความพยายามแน่นอน ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ไพ่ลงฑัณฑ์หนุมาน ช่วงต้นต้องอดทนไปก่อน เจอผลของการทำอะไรส่งๆ งานผิดพลาดถูกตำหนิได้ง่าย พยายามทำอะไรให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น และดูเหมือนบริวารเพื่อนร่วมงานไม่ค่อยเป็นใจ พาให้หัวเสียตลอด ใจเย็นไว้ก่อนมีโอกาสดีได้คุยกับผู้ใหญ่ และได้รับการช่วยเหลือ ได้เจอเรื่องลึกลับซับซ้อน ฝึกสมองลองปัญญาอยู่ตลอดเวลา ถ้าเจอปัญหาต้องใจเย็นๆอย่าใช้อารมณ์ ช่วงนี้คุณอาจจะต้องอาศัยให้คนอื่นช่วยเหลืองานไปก่อน ปรึกษาเข้าหาผู้ใหญ่จะช่วยให้งานรุ่งมากขึ้น มีโอกาสได้งานเสริมควบคู่กันไป งานเสริมจะช่วยให้คุณโดดเด่นและมีชื่อเสียง ช่วงปลายการงานหนักใจกับการขอร้องไหว้วานเพื่อนฝูงและผู้ใหญ่ อย่ารับปากถ้าไม่สะดวกใจ จะทำให้คุณอึดอัดเดือดร้อน งานนี้ผิดพลาดบ่อย ต้องรอบคอบให้มากขึ้น ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ไพ่นางสีดาดำเนินไพร ช่วงต้นเดือนปรับเปลี่ยนโยกย้ายเป็นเรื่องปกติ งานที่รับผิดชอบจะรุดหน้าไปได้ไกล ถึงแม้งานจะเร่งรีบ แต่ผลงานออกมาดี จะมีอึดอัดบ้างเพราะถูกคาดหวังไว้มาก พยายามทำใจให้เป็นปกติ ทุกอย่างจะผ่านไปได้ คิดมากกังวลไปเสียทุกเรื่อง บางสิ่งบางอย่างที่ยังไม่เกิด ก็อย่าเพิ่งไปตีโพยตีพาย เก็บสมองไว้คิดเรื่องดีๆ จะทำให้จิตใจสบายมากกว่า การงานไม่ค่อยดี หยิบจับทำอะไรเป็นผิดพลาดไปหมด มีคนคอยเพ่งเล็งทำให้คุณอึดอัด อย่าไปกังวล มีโอกาสแก้ตัวได้เสมอ ยงัพอที่จะได้รับข้อมเสนอดีๆ มีการเริ่มต้นใหม่ คุณอาจมีงานเสริมเพิ่มเข้ามา ช่วงปลายต้องรักษาระดับของผลงานให้ดี คู่แข่งคอยจ้องทำร้าย แต่ถ้าหากคุณรอบคอบก็สามารถคุมเกมส ์ได้เหมือนกัน จะได้รับโอกาสดีๆจากผู้ใหญ่ ควรถ่อมตนให้มาก   ดูดวงแบบเต็มๆ ตลอดทั้งปี จาก หนังสือพยากรณ์ชะตาชีวิต ไพ่ยิปซี 2558 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

ละครสามใบไม่เถา , เรื่องย่อสามใบไม่เถา
สมาร์ท กฤษฏา /  พรีม รณิดา / 

เรื่องย่อละคร “สามใบไม่เถา” บทประพันธ์ : อาริตาบทโทรทัศน์ : ชลนภัสส์/ตุณย์กำกับการแสดง : ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติวันเวลาออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องรักของสามสาวในครอบครัวคุณพ่อจอมหวง.. หนึ่ง.. คือรักมั่นคงของลูกสาวคนโต ที่พร้อมจะท้าทายกฏเหล็ก อีกหนึ่ง.. คือรักสุดห้าวลูกสาวคนกลาง ที่รู้แจ้งเรื่องผู้ชายจนยากจะหาใครดีพร้อมสำหรับตัวเอง และอีกหนึ่ง.. คือรักซ่อนรูปของน้องสาวคนสุดท้องอันยากจะหักห้าม กว่าจะได้มาซึ่งความรักที่มีอุปสรรคคือคุณพ่อขี้หวง พวกเธอยังต้องเอาชนะทั้งหัวใจตัวเองและคนที่เธอรัก ที่นำมาซึ่งรสชาติหลากหลายของสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อัษฎา มีลูกสาว 3 คน.. สวยล้ำทุกคน ผู้เป็นพ่อหวงลูกสาวเรียกว่าจงอางหวงไข่ยังน้อยไป อัษฎาเป็นเหมือนพญานาค 8 เศียรที่แผ่ทุกเศียรปกป้องลูกสาวจากบรรดาหนุ่มๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัวอัษฎานับว่าแปลกทีเดียว อัษฎา กับ บราลี ภรรยา ต่างมีลูกติดและทั้งสองมีลูกของเรา อุรวสา คนโตเป็นลูกติดอัษฎาที่สนิทสนมกับแม่เลี้ยงตั้งแต่เล็ก ไม่ค่อยกินเส้นกับพ่อแท้ๆ ตัวเอง อันตรา คนรองเป็นลูกติดบราลี แต่กลับเป็นคู่ซี้อัษฎาพ่อเลี้ยง ลุยไหนลุยกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง อินทุอร คนเล็กสนิทกับทั้งพ่อทั้งแม่ มีดีที่ลีลาออดอ้อนให้พ่อยอมทำตามทุกอย่างได้โดยดุษฏี สามศรีพี่น้องรักใคร่สามัคคีกันดี ต่างไม่คิดว่าเป็นลูกคนละพ่อคนละแม่ เนื่องด้วยพ่อกับแม่รักลูกทุกคนเท่ากัน เมื่อต้นปี อุรวสา กลับจากอเมริกาหลังไปใช้ชีวิตที่นั่นหลายปี หอบใบปริญญามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และดีกรีนักออกแบบมือรางวัลกลับมาให้พ่อแม่ภูมิใจ ทว่าสิ่งที่พ่อแม่ไม่รู้ก็คือ อุรวสาหอบสามีกลับมาด้วย... แสงฉาน แฟนหนุ่มจูงมืออุรวสาเข้าโบสถ์แต่งงานเรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน ทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภรรยามา 2 ปีแล้ว อุรวสาเป็นคนต้องการปิดเรื่องแต่งงาน เพราะพ่อคาดหวังกับลูกเขยคนโตไว้สูงลิบ ต้องเป็นคนดี เจ้าของกิจการใหญ่โต ฐานะมั่นคง แต่แสงฉานเป็นแค่เชฟจบใหม่ ไฟแรง จิตใจดี ดีกรีเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่งอุรวสาตั้งเงื่อนไขจะพาแสงฉานไปกราบพ่อในฐานะสามี ก็ต่อเมื่อแสงฉานสร้างเนื้อสร้างตัวทำตามฝันตัวเอง เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยฟิวชั่นประยุกต์จนติดอันดับโลกได้ก่อน ฝ่ายแสงฉานได้แต่ยิ้มฟังตามประสาชายหนุ่มอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ รู้ดีว่าเมื่อแฟนสาวคนเก่งแสดงเจตจำนงใด อีกฝ่ายห้ามต่อรอง อันตรา สาวห้าวคนรองเปิดธุรกิจฟิตเนส แต่ด้านหน้าแบ่งเป็นสำนักงานนักสืบ เธอเจริญรอยตามพ่อแท้ ๆ ที่เป็นตำรวจสายสืบซึ่งเสียชีวิตตอนสืบคดีๆ หนึ่ง อันตราได้รับการว่าจ้างให้สะกดรอยตาม เวสน์ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผู้ว่าจ้างสาวคนหนึ่งสงสัยว่าชายหนุ่มแอบซุกหญิงอื่นไว้ เวสม์รู้ตัวว่าถูกตาม พยายามคาดคั้นอันตราว่าใครจ้าง แต่เธอไม่ยอมบอกเพราะผิดจรรยาบรรณนักสืบ อันตราสมเพชเวสน์ที่หน้าตาก็ดีไม่น่า... ขายตัว เวสม์อึ้งที่อันตราหาว่าเป็นแมงดา เขาขำแกมประทับใจในจินตนาการของสาวเจ้า เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนใครด่าว่าเป็นแมงดาแบบนี้...วสม์ไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสอันตรา อันตราประกาศไม่รับแมงดาเป็นสมาชิก แต่ลูกน้องดันรับเงินให้ใบเสร็จเวสน์ไปแล้ว จึงบังเกิดเรื่องโกลาหลอยู่เนืองๆ เมื่อเวสม์มาออกกำลังกาย ชายหนุ่มชอบยั่วให้อันตรายัวะแล้วเถียงกัน เวสม์สนุกเวลาต่อปากต่อคำกับอันตราสาวห้าวเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามเซ้าซี้ถามว่าใครจ้างตามสืบ.. แต่อันตรารูดซิปปากสนิท ซิปไม่มีแตกงานวันเกิดอัษฎาจัดขึ้นทุกปี ปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนเพราะมีแขกพิเศษ ภิสิต เพิ่งเดินทางกลับจากฝรั่งเศสหลังไปทำงานเป็นผู้ช่วยทูตอยู่ 10 กว่าปี อินทุอรใจเต้นระส่ำเมื่อเห็น...คุณอาสิต ย้อนไปเมื่ออินทุอร 7 ขวบ เด็กหญิงตัวน้อยไปงานเลี้ยงกับพ่อ พวกผู้ใหญ่ออกไปเต้นรำ เด็กหญิงอินทุอรเฝ้ามองผู้ใหญ่เต้นรำกอดกัน ประหนึ่งเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงในนิทาน เด็กหญิงอินทุอรฝัน จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาขอเต้นรำ อาสิตเดินมาหา โค้งให้เด็กหญิงตัวน้อย จูงมืออินทุอรออกไปเต้นรำโดยคุณอาสิตอุ้มอินทุอรตลอดเพลง ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงอินทุอรก็ติดคุณอาสิตแจ จนกระทั่งภิสิตถูกส่งไปประจำที่ฝรั่งเศสจึงห่างเหินกัน ผ่านมา 10 กว่าปีใครต่อใครคิดว่าอินทุอรลืมภิสิตแล้ว หากแต่ความจริง...ภิสิตเป็น...รักฝังใจอินทุอร รักฝังใจที่เป็นไปไม่ได้... เพราะภิสิตแต่งงานแล้วภิสิตสนิทสนมกับครอบครัวอัษฎามากพอจะเล่าเรื่องส่วนตัว เขามีชีวิตการแต่งงานล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อภิสิตพูดถึง บุษบาบัณ อินทุอรสังเกตเห็นนัยน์ตาเศร้า ๆ แล้วสงสารจับใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือ..จุดเริ่มต้นของ “ความรัก” ความที่เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ภิสิตกับบุษบาบัณตกลงอยู่กันฉันท์สามีภรรยาแต่เพียงในนามมานานหลายปีแล้ว อัปสร ป้าของภิสิตรับรู้ความไม่ลงรอยในชีวิตคู่ของหลานชายคนเดียว เธอสงสารหลานมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่แล้ว ภิสิตถูกพ่อจับแต่งงานกับบุษบาบัณเพราะความเหมาะสมทางสังคม เขาเป็นคนหนุ่มบ้างานมุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จในกระทรวงฯ ตรงข้ามกับบุษบาบัณที่เป็นสาวเปรี้ยวเฉี่ยว ชอบสังคม รักการเที่ยวเตร่ ใช้เงินซื้อความสุขทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่แต่งงานแล้ว.. ขณะอยู่ที่ฝรั่งเศสบุษบาบัณก็ยังไม่หยุดเที่ยว เธอควงชายหนุ่มไม่เลือกหน้าโดยไม่เกรงใจภิสิตผู้เป็นสามีเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดภิสิตทนไม่ได้ ตกลงต่างคนต่างอยู่ มีชีวิตส่วนตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งบุษบาบัณก็ไม่รู้สึกอะไร... ดีเสียอีกที่เธอจะได้สนุกกับชีวิตสาวโสดได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร ! เมื่อภิสิตกลับมาเมืองไทยแล้ว ป้าอัปสรอยากให้ภิสิตหย่าขาดให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที เขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่...แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา ผู้หญิงดีๆ มีออกถมเถ แต่ภิสิตไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น ด้วยเพราะภาระทางสังคมและเกียรติยศชื่อเสียงวงศ์ตระกูลระหว่างบุษบาบัณกับเขายังค้ำคออยู่ ในวันหยุดวันหนึ่ง.. ภิสิตเจออินทุอรที่บ้านป้าอัปสร จึงได้รู้ว่าอินทุอรเป็นเพื่อนต่างวัยของอัปสรเพราะชอบฟังเพลงลูกกรุงเหมือนๆ กัน อินทุอรมักจะจูงมืออัปสรไปดูคอนเสิร์ตชรินทร์ นันทนาคร อยู่บ่อยๆ เหตุที่อินทุอรชอบเพลงของชรินทร์ก็เพราะนั่นเป็นเพลงแรกที่ภิสิตเต้นรำกับอินทุอรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภิสิตกับอินทุอรจึงมีโอกาสพบกันอยู่บ่อยครั้ง อัปสรทำตนเป็นแม่สื่อชั้นดี ให้อินทุอรแสดงฝีมือทำกับข้าวให้ภิสิตกิน ให้อินทุอรถักเสื้อหนาวให้ภิสิตเผื่อภิสิตถูกส่งไปประจำเมืองหนาว หนำซ้ำอัปสรยังให้ภิสิตไปรับไปส่งอินทุอรที่บ้านอยู่บ่อยๆ ภิสิตรู้ทัน... อัปสรต้องการจับคู่เขากับอินทุอร ไม่ใช่อินทุอรคนเดียวที่จำงานเต้นรำคืนนั้นได้ ภิสิตเองก็จำภาพเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักแก้มแดงสุกปลั่งเป็นที่น่าเอ็นดู โตเป็นสาวอินทุอรยิ่งสวย สวยจนทำให้ภิสิตหวั่นไหวตั้งแต่วันที่เจอกันงานวันเกิดอัษฎา ภิสิตไม่กล้าแสดงออกด้วยเกรงใจอัษฎา ภาระทางสังคมอันยิ่งใหญ่...ทำให้ความรักระหว่างเขากับอินทุทรเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้... หากแต่ขณะนี้ความรักระหว่างอินทุอรกับภิสิตเกิดขึ้นแล้ว .. เขาและเธอต่างพึงใจซึ่งกันและกัน ก่อเกิดความผูกพันโดยทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย... อันตราขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามเวสม์ตามภารกิจนักสืบ แต่เวสม์จับได้จึงแกล้งสะกดรอยอันตรากลับ อันตรารู้ตัวตกใจจึงขี่รถหนีแต่ก็ไม่พ้น เธอชนรถของเวสม์อย่างจังจนสลบ ระหว่างนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอันตราบอกทุกคนว่าเวสม์จงใจขับรถชน เพราะเกลียดที่เธอตามสะกดรอยเขาที่กำลังติดพันกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง อัษฎาจะเอาผิดเวสม์ แต่อุรวสาห้ามไว้เพราะเธอทำธุรกิจกับเวสม์มานานและรู้นิสัยเวสม์ดี แต่ทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่องตามประสาพ่อลูกที่ไม่มีใครยอมใครจากการแอบตามอันตราครั้งนั้นทำให้เวสม์รู้ว่าคนว่าจ้างคือ ศศิพิมล ศศิพิมลกลัวเวสม์มีผู้หญิงอื่นจึงจ้างนักสืบสะกดรอย เวสม์โกรธมากเพราะศศิพิมลไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา ทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากอดีตรักครั้งแรกที่ผ่านมานานแสนนาน เวสม์ขอให้ศศิพิมลออกไปจากชีวิตเพราะไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว แต่ศศิพิมลตื๊อไม่เลิก ร้องห่มร้องไห้ว่าโดน พงษ์ชัย สามีเจ้าพ่อทำร้ายจิตใจสารพัด ครั้งหลังสุดเธอโดนทุบตีบาดเจ็บเจียนตาย เวสน์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นอาการร้องไห้แบบไม่สมประดีของสาวที่เขาเคยพึงใจ.. เวสม์สงสารศศิพิมลในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงช่วยเหลือให้ที่เธอพักที่คอนโดฯ เก่าซึ่งเขาไม่ได้อยู่แล้วเพื่อหนีจากพงษ์ชัย โดยไม่เฉลียวใจเลยว่านั่นยิ่งสร้างความหวังให้กับศศิพิมลมากขึ้นไปอีก เธอตั้งใจจะใช้จิตใจที่ดีงามของเวสม์...เป็นหนทางกลับเข้ามาสู่ชีวิตของชายหนุ่มอีกครั้ง เวสม์มาเยี่ยมอันตราทุกวัน เวลามาต้องคอยหลบอัษฎาที่มีสายตาไม่เป็นมิตร เพราะคิดว่าเขาเป็นผู้ชายไม่ดี อำพล เพื่อนหมอของเวสม์เป็นเจ้าของไข้อันตราช่วยดูต้นทางให้ อำพลดีใจที่เห็นเวสม์เริ่มหันมาสนใจรู้จักรักผู้หญิง เพราะหลังจากเวสม์อกหักช้ำรักจากศศิพิมลตอนวัยรุ่น เวสม์ก็เตลิดไปเมืองนอก มุหาเงินเพื่อชดเชยปมที่โดนศศิพิมลทิ้งเพราะจน เขาประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นข้ามชาติ ปัจจุบันเป็นนักการเงินชื่อดังหาตัวจับยาก แต่เวสม์เอาแต่หาเงินจนลืมหาแฟน อำพลเชียร์เวสม์กับอันตรา แต่ก่อนอื่นเวสม์ต้องทำให้อันตราเลิกเข้าใจผิดว่าเป็นไอ้ตัวซะก่อน เมื่อออกมาจากโรงพยาบาล อันตราเห็นเวสม์ดูแลศศิพิมลในวันที่โดนสามีเจ้าพ่อทำร้าย บางวันศศิพิมลก็นอนค้างคอนโดเก่าของเวศม์ ยิ่งทำให้อันตราเข้าใจผิด ขยะแขยงคิดว่าเวสม์เกาะผู้หญิงมีสามี เวสม์แกล้งไม่อธิบายปล่อยให้อันตราเข้าใจผิด เพราะสนุกดีเวลายั่วให้สาวห้าวด่าเล่น อันตราถึงขนาดท้าเวสม์ลงนวมต่อยมวยที่ฟิตเนส เวสม์ออมมือปล่อยให้อันตราชนะไป สาวห้าวยิ่งเหลิงน่าดู ทำซ่า ท้าตีท้าต่อยเวสม์ประจำ แสงฉานซื้อร้านอาหารเก่าเล็กๆ มาปรับปรุงใหม่ เปิดเป็นร้านขายอาหารฝรั่งและไทยประยุกต์ โดยลงทุนจากเงินเก็บของตัวเอง ไม่ยอมใช้เงินของอุรวสาผู้เป็นภรรยา แม้ว่าอุรวสาจะไม่เห็นด้วยและพยายามผลักดันให้แสงฉานเปิดร้านใหญ่มากกว่านี้ก็ตาม แสงฉานต้องการตั้งตัวให้ได้ด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้อัษฎาเห็นว่าเขาเหมาะสมกับอุรวสา แสงฉานตั้งชื่อร้านว่า US Restaurant ตัว U มาจากชื่อ อุรวสา ส่วน S ก็คือชื่อ แสงฉาน ในวันเปิดร้าน อุรวสาพาอัษฎามา US Restaurant ด้วยหวังจะให้พ่อมองแสงฉานดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แสงฉานเคยเจออัษฎาว่าที่พ่อตา แต่อัษฎาไม่ชอบแสงฉาน เพราะคุณสมบัติแสงฉานไม่ผ่านมาตรฐานสุดเนี๊ยบ และเพื่อให้บรรยากาศราบรื่น อุรวสาพาอินทุอรน้องสาวคนเล็กขวัญใจพ่อมาอีกคนทว่างานนี้ 10 อินทุอรก็ช่วยไม่ได้ อัษฎาตำหนิแสงฉานไม่รู้จักคิดการใหญ่ ร้านเข้ามาในซอยลึกทำเลไม่ดี ไม่น่าจะเจริญไปได้ แต่แสงฉานมั่นใจรสชาติอาหารของตนจะสามารถดึงลูกค้าได้ วันเปิดร้านจึงเกิดบรรยากาศโกลาหลของความไม่ลงรอยกันระหว่างว่าที่พ่อตากับลูกสาวและลูกเขยจนร้านแทบแตก แสงฉานทำงานหนักเป็นสองเท่า คิดเมนูอาหารไทยประยุกต์แบบใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ติดป้ายทางเข้าร้าน ซึ่งก็ได้ผลลูกค้าเริ่มมา แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจอุรวสา อุรวสาต้องการให้ร้านเต็มทุกที่นั่ง แสงฉานอ่อนใจ บางครั้งมาตรฐานสูงลิบของอุรสาก็กดดันเขาอยู่ไม่น้อย คู่หนุ่มสาวทะเลาะกันบ่อยครั้ง การไม่ให้เกียรติสามีของอุรวสา ทำให้ความอดทนของแสงฉานหมดลงเรื่อย ๆ แสงฉานอาจไม่ใช่ผู้ชายที่เก่งที่สุด... แต่ก็ไม่ได้โง่ ขนาดต้องให้เมียเข้ามาจัดการชีวิตทุกอย่าง อัษฎาชวนภิสิตมากินข้าวที่บ้าน อินทุอรดูแลปรนนิบัติภิสิตอย่างดีจนบราลีและอุรวสาอดที่จะร้อนใจไม่ได้ว่าอินทุอรข้ามเส้นคิดเกินเลยกับภิสิต ภิสิตเห็นสายตาของอินทุอรที่ชื่นชมก็ยิ่งทรมานใจและรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำอยู่ ขอตัวกลับ แต่อินทุอรเข้าใจผิดคิดว่าภิสิตโกรธ เมื่อเธอขอคำอธิบาย ภิสิตตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่อินทุอรคิด ทำให้อินทุอรช้ำใจกับความหมางเมินเหินห่าง บราลีกับอุรวสาแน่ใจว่าอินทุอรปักใจกับภิสิตแน่ๆ จึงตกลงกันว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้อัษฎารู้และรอดูท่าทีของภิสิต หากเขาแสดงออกว่าชอบอินทุอร อุรวสาและอันตราจะเป็นคนไปพูดกับภิสิตเอง อุรวสาต้องการเปิดสาขาร้าน แต่แสงฉานไม่เห็นด้วยอยากให้ร้านแรกอยู่ตัวก่อนแล้วค่อยขยับขยาย อุรวสาไม่ฟัง ซื้อร้านเก่ามาตกแต่งใหม่ แสงฉานโมโหไม่ยอมไปเป็นเชฟให้ ด้วยความเจ้าอารมณ์อุรวสาเผลอต่อว่าแสงฉานว่าไม่มีหัวธุรกิจ ไม่มีความทะเยอทะยาน เธอไม่ต้องการผู้ชายแบบนี้มาเป็นผู้นำครอบครัว แสงฉานเหมือนโดนตบหน้า... เมียปรามาสดูถูก แสงฉานขอเลิก ! อุรวสาโมโห เลิกก็เลิก ! แต่หลังเลิกรากันต่างฝ่ายต่างเสียใจ แสงฉานไม่มีจิตใจบริหารร้าน อุรวสาแทบไม่มีรอยยิ้มเพราะคนเดียวที่ทำให้อุรวสายิ้มได้... คือแสงฉาน บุษบาบัณมีโอกาสพบกับแสงฉานในงานปาร์ตี้ครั้งหนึ่งที่ก๊วนแก๊งจัดที่ US Restaurant ทันทีที่เห็นหน้า ด้วยความเป็นสาวเปรี้ยวเจ้าชู้.. บุษบาบัณถึงกับถูกใจในความหล่อเหลาของแสงฉานบุษบาบัณหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดแสงฉานอยู่ตลอดเวลา ใช้เล่ห์มารยาหญิงยั่วยวนแสงฉานแต่เขาไม่เล่นด้วย ผู้หญิงคนเดียวที่แสงฉานรักคือ...อุรวสาบุษบาบัณไม่ยอมแพ้วางแผนให้อุรวสาเข้าใจผิดว่าแสงฉานมีอะไรกับเธอ แต่อุรวสาไม่หลงกล...ตบหน้าบุษบาบัณฉาดใหญ่ ให้สาสมกับความหน้าไม่อายอยากจะแย่งผู้ชายที่เธอรัก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้อุรวสาตระหนักว่ารักแสงฉานมากแค่ไหน .. ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ในงานเลี้ยงเปิดงานโครงการก่อสร้างแห่งใหม่ของอัษฎา เวสม์ไปด้วยในฐานะนักการเงิน อัษฎาจึงชวนภิสิตไปร่วมงานเพื่อกันเวสม์จากอินทุอร เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเวสม์ทำดีกับอันตราเพื่อจีบอินทุอร ยังไงเสียเขาก็ไม่ยอมเสียลูกสาวให้กับผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจเป็นอันขาด!! บุษบาบัณตามภิสิตมาด้วย เพราะเริ่มระแคะระคายคิดว่าภิสิตต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หญิงคนใดคนหนึ่งแน่นอน แม้เธอไม่ได้รักภิสิต... แต่บุษบาบัณต้องการความเป็นเจ้าของผู้ชายคนนี้ บุษบาบัณยอมไม่ได้ที่ภิสิตจะทิ้งเธอ.. เพื่อไปหาผู้หญิงคนใหม่ !! อินทุอรสลดไปเมื่อเห็นภิสิตมากับบุษบาบัณ เธอต้องเลี่ยงไปคุยกับเวสม์แทน เมื่อบุษบาบัณเห็นแววตาของอินทุอร เธอมั่นใจขึ้นทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ภิสิตแอบชอบอยู่ เธอยิ่งชิงชังอินทุอรมากขึ้นไปอีกอันตรากับอุรสาเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของบุษบาบัณ รีบดึงอินทุอรออกมาเตือนด้วยความเป็นห่วงกลัวเธอปล่อยใจให้ภิสิต อินทุอรจำต้องยอมรับกับพี่สาวทั้งสองคนว่าเธอชอบภิสิตเกินกว่าจะห้ามใจ อันตราและอุรสาเข้าใจน้องสาว.. และสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้อัษฎารู้ อินทุอรถูกโทรศัพท์ลึกลับตามรังควานและยังถูกบุษบาบัณใส่ร้ายว่าแย่งภิสิตผ่านหน้านิตยสาร ภิสิตทะเลาะกับบุษบาบัณอย่างรุนแรง ที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของอินทุอรแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนในสังคมรับรู้ว่าบุษบาบัณไม่เคยแยแสภิสิตแม้แต่นิดเดียว เมื่ออัปสรรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงนัดอัษฎามาคุยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แนะนำให้อัษฎายอมรับความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง เพราะความรักระหว่างภิสิตกับอินทุอรมีแต่ความสวยงามและอยู่ในสายตาของเธอโดยตลอด อัษฎาถึงกับอึ้งเมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด...ยากจะทำใจจริงๆ ที่ลูกสาวคนเล็กจะรักกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างภิสิต อุรสาช่วยย้ำให้อัษฎาเห็นว่าอินทุอรไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของภิสิตแตกแยก เธอเล่าเรื่องราวระหว่างเธอ บุษบาบัณ และ แสงฉาน ให้พ่อฟัง เพื่อตอกย้ำว่าบุษบาบัณทำตัวแย่เพียงใด ผู้หญิงอย่างบุษบาบัณไม่เคยซื่อสัตย์กับภิสิตเลยสักครั้ง..สถานการณ์เรื่องราวระหว่างอินทุอรกับภิสิตเบาบางลง .. แต่เรื่องราวการแอบแต่งงานกันระหว่างอุรสากับแสงฉานกลับถูกรับรู้โดยอัษฎา.. ระเบิดระหว่างพ่อกับลูกสาวคนโตในบ้านประทุอีกครั้ง !! ศศิพิมลขอหย่าพงษ์ชัยเพื่อเดินหน้าแย่งชิงเวสม์ แต่พงษ์ชัยไม่ยอมหย่า ตบตีและทำร้ายศศิพิมลจนเข้าโรงพยาบาล เวสม์ขู่จะแจ้งความหากพงษ์ชัยยังทำร้ายศศิพิมลอีก ในที่สุดศศิพิมลพ่ายแพ้ต่อความดีของเวสน์ในครั้งนี้ ศศิพิมลเรียกอันตราเข้ามาบอกความจริงและความดีของเวสน์ในอดีตทั้งหมด เล่าให้อันตราฟังว่าเวสน์รักอันตรามากแค่ไหน เหตุการณ์ครั้งนี้.. ทำให้อินตรารับรู้ความจริงว่าเวสม์เป็นผู้ชายแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษเพียงใด เป็นครั้งแรกที่สาวห้าว ยินดีเปิดใจรับชายหนุ่มอย่างเวสม์เข้ามาในหัวใจ คนในครอบครัวแปลกใจเมื่อเห็นอันตราใส่กระโปรง ตั้งแต่ใช้นางสาวนำหน้า สาวห้าวไม่เคยนุ่งกระโปรงอื่น.. นอกจากกระโปรงนักเรียน !! แม่พี่สาวน้องสาวถามไถ่ยกใหญ่ อะไรดลใจให้เปลี่ยนไป อันตราปิดปากเงียบแต่อัษฎารู้...ก็ไอ้แมงกะจั๊วหน้าหล่อนั่นไง ทำลูกสาวคนสนิทของเขากลายเป็นหญิงจ๋า อัษฎาบอกอันตรา...หัวเด็ดตีนขาด พ่อก็ไม่รับไอ้เจ้าเวสม์เป็นลูกเขย แม้ว่าอันตรากับบราลีผู้เป็นแม่.. จะอรรถาธิบายถึงเหตุผลความดีของเวสน์ยังไง คนหัวดื้ออย่างอัษฎาก็ไม่ยอมฟัง พงษ์ชัยสั่งให้ลูกน้องจับตัวเวสม์ไปซ้อมทำร้าย แล้วกลายเป็นอัษฎาที่เข้าไปช่วยเวสม์ออกมาจากเหล่าร้ายจนตัวเองเกือบโดนยิงตาย อัษฎายอมเสี่ยงตายเพื่อเวสม์เพราะรู้ว่าเวสม์เป็นผู้ชายที่อันตรารัก อัษฎารู้ว่าเวสม์ไม่ใช่แมงดา แต่ที่ไม่ยอมรับเพราะกลัวเวสม์แย่งลูกสาวไป เวสม์ตัดสินใจเข้าไปสู่ขออันตรา พร้อมๆ กับที่ภิสิตกับแสงฉานเอาธูปเทียนแพไปกราบขอขมาอัษฎา ที่ปิดปังความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับลูกสาวอีกสองคนของอัษฎามาโดยตลอด บราลีพยายามชี้ให้อัษฎาตระหนักรับรู้ถึงความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคู่... อุรวสา อันตรา และ อินทุอร โตเป็นผู้ใหญ่... ไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่อัษฎาเคยดูแลและปกป้อง อาจถึงเวลาที่สาวน้อยของพ่อต้องออกไปเผชิญโลกกว้างกับผู้ชายที่รักแล้ว ในที่สุดอัษฎาจึงเปลี่ยนความคิด ยอมรับความจริงข้อนี้ทั้งหมด.. อัษฎาปลื้มใจที่ลูกทั้งสามคน แม้ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ แต่รักกันมาก เสียสละดูแลกันและกันตลอดเวลาในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนงานแต่งงานอย่างเป็นทางการระหว่างอุรวสากับแสงฉาน อัษฎาสอนอุรวสา...เป็นภรรยาไม่ควรข่มสามี ต้องให้เกียรติสามี เคารพสามี เพราะทั้งคู่เปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน อุรวสาพยักหน้ารับคำ...ก้มกราบพ่อ อันตราจะแต่งงานกับเวสม์เดือนหน้า...ส่วนอินทุอรมีแพลนจะแต่งกับภิสิตสิ้นปี ต้นปีหน้าภิสิตต้องจะต้องไปเป็นผู้ช่วยทูตที่ออสเตรียและจะพาอินทุอรไปอยู่ด้วยในฐานะภรรยา อีกไม่นานบ้านหลังใหญ่ของอัษฎา ลูกๆ ก็จะแยกย้ายไปมีครอบครัว แต่ไม่ว่าลูกของพ่อไปอยู่แห่งหนไหน สายใยรักของพ่อก็เชื่อมโยงถึงลูกเสมอ... รายชื่อนักแสดง กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบทเป็น ภิสิตรณิดา เตชสิทธิ์ รับบทเป็น อินทิราหลุยส์ สก๊อตต์ รับบทเป็น เวศม์อามีนา กูล รับบทเป็น อันตราอเล็กซ์ เรนเดลล์ รับบทเป็น แสงฉานณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (ณิชา) รับบทเป็น อุรวสาทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบทเป็น อัษฎาอาภาศิริ นิติพน รับบทเป็น บราลีพิตต้า ณ พัทลุง รับบทเป็น บุษบาบัณอภิษฎา เครือคงคา รับบทเป็น ศศิพิมลอนันต์ บุนนาค รับบทเป็น สมศักดิ์ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น พงษ์ชัยณัฐฐา ลอยด์ รับบทเป็น ป้าอัปสรปรารถนา สัชฌุกร รับบทเป็น ป้าแต๋วปาริฉัตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ป้าต้อย

ท่านอนแบบไหน โบราณว่าจะตายโหง
ความเชื่อ /  ความเชื่อสมัยโบราณ / 

สมัยโบราณ เมื่อความเชื่ออยู่หลายสิ่งหลายอย่าง ที่คนสมัยก่อนยืดถือกัน โดยเฉพาะ ท่านอน คนโบราณว่าไว้ เวลานอนห้ามเอามือประสานกันรองหัว ไม่งั้นจะตายโหง ห้าม นอน หงายฟ้าจะผ่า ห้าม นอน คว่ำ - ใจดำ ห้าม นอน ไขว่ห้างกระดิกขาวาสนาไม่ดี ห้าม นอน เสมอหรือสูงกว่าผู้ใหญ่จะเป็นบาป ห้าม นอน เอาขาพาดหน้าต่าง ผีเหย้าผีเรือนจะชัง ห้าม นอน เอามือประสานกันรองหัวจะตายโหง ห้าม นอน ขวางกระดานจะเป็นคนขวางโลก ห้าม นอน กอดอกเป็นลางร้าย คนสมัยก่อนจะมีความพิถีพิถันในการวางตัว มีมารยาทที่ดี บุคลิกที่สง่า ไม่มีใครมาตำหนิ ติติงลูกหลานได้ เพราะถ้าลูกหลานใครมีความประพฤติไม่ดี เขามักจะถามถึงพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ทำให้บรรพบุรุษต้องมาหนาว ๆ ร้อน ๆ ไปกับพฤติกรรมของลูกหลานถ้าอบรมได้ดี เขาก็ถามหา เหมือนกันจะชมเชยไปถึง และก็จะกลายเป็นการการันตีได้เลยว่า ตระกูลนี้เป็นแบบนี้ ตระกูลนั้น เป็นแบบไหน ฉะนั้นการอบรมลูกหลาน เขาก็จะมีข้อห้าม และข้อควรปฏิบัติมากมาย วันนี้จะมากล่าวถึงเรื่องการนอน ห้าม นอน หงายฟ้าจะผ่า ที่ห้าม นอน หงายเพราะเกรงว่าคนนอนไม่ระมัดระวัง เพราะคน นอน หลับจะไม่รู้สึกตัว ไม่รู้ถึงความงาม หรือไม่งามของตนเองขณะหลับสนิท คน นอน หลับสนิท จึงไม่ต่างไปจาก คน นอน ตายเลย บางคนนอนอ้าปาก น้ำลายไหล หลับตาไม่สนิท นอน ผ้าเปิด คิดดูนะ ถ้าเป็นผู้หญิงสมัยก่อน ใส่ผ้าถุง นอน หงาย แล้วเปิดพัดลม อะไรมันจะเกิดขึ้น คนนอนข้าง ๆ คงไม่เป็นอันหลับอันนอนกันละนะ เพราะการนอนแบบนี้มีลุ้นนะ ถ้าเคยอ่านพุทธประวัติ จะเห็นว่า จากท่า นอน นี้ มีผลทำให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ต้องปลง จนถึงออกบวชมาแล้ว และการที่บอกว่า นอนหงายแล้วฟ้าผ่า ก็เพื่อให้เด็ก ๆ กลัว ไม่กล้านอนหงาย เปลี่ยนเป็นนอนตะแคง ซึ่งผิดจากหลักการแพทย์ปัจจุบัน ที่แนะนำให้ นอนหงาย เพราะเป็นท่านอนอิสระ ไม่ทับเส้นสาย ทำให้ นอน หลับสบาย และต้องไม่หนุน หมอนสูง ยิ่งถ้าใครนอนราบกับพื้น โดยไม่ต้องใช้หมอน จะทำให้ไม่แก่เร็ว เพระผิวหน้า และลำคอ จะไม่ย่นเหมือนนอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่ง แต่ถ้าตามหลักความจริง ท่าจะ นอน ให้สบายคือนอนตะแคงขวา และกอดหมอนข้าง ท่านี้จะเป็นท่าที่นอนสบาย และหลับสนิท และไม่ดูน่าเกลียดเหมือนนอนหงายเพราะดูแล้วไม่งามตา ห้าม นอน คว่ำ - ใจดำ การนอนคว่ำจะทำให้เราไม่เห็นหน้าใคร และใครก็ไม่เห็นหน้าเรา ถึงเห็นก็เห็นไม่ถนัด ทำให้ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เหมือนกับไม่สนใจใคร เป็นการตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ จริง ๆ แล้ว การนอนคว่ำไม่ดีตรงที่ว่า ผู้ใหญ่มีน้ำหนักตัวมาก อายุมาก เส้นเอ็นก็ยืด ถ้าไปนอนคว่ำ จะทำให้นอนไม่สบาย หลับไม่สนิท จะตื่นมาด้วยความไม่สดชื่น ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว คอเคล็ด ปวดแขนเพราะ นอน ทับ หรือนอนหันหน้าไปทางใดทางหนึ่งโดยตลอด ไม่มีการพลิกตัว แต่ท่านอนคว่ำนี้ จะใช้ได้ดีกับเด็กทารก เพราะเขาจะนอนหลับสนิท หัวก็จะทุยสวยไม่บี้แบนเหมือนเด็กที่นอนหงาย เด็กนอนคว่ำจะไม่ผวา และนอนนาน คนไทยได้ชื่อว่า เป็นคนใจดีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่พอบอกว่าคนนี้ใจดำ จะแทงใจคนที่ถูกว่า รู้สึกว่าเป็นคนไม่น่าคบ พอมาห้ามนอนคว่ำ เลยบอกว่าถ้านอนคว่ำเป็นคนใจดำ ทำให้ไม่กล้านอน ห้าม นอน ไขว่ห้างกระดิกขาวาสนาไม่ดี คนบางคนเวลา นอน หรือเอนหลังเวลาบ่าย ๆ หรือเวลาว่างชอบนอนเอกเขนก คือนอนไขว่ห้างแล้วตาก็มองเพดานเท้าก็กระดิกเป็นอาการที่สบายกายสบายใจ ผู้นอนจะปลดปล่อยอารมณ์เต็มที่อาจจะฮัมเพลงแล้วกระดิกเท้าให้เข้าจังหวะ ถ้าเผลอหลับไปก็เป็นท่านอนที่ไม่ค่อยสุภาพ หรือถ้าไม่หลับมีใครมาพบเห็นว่ากระดิกเท้าอยู่ก็ทำให้ดูไม่งามตา ทุกคนเมื่อเกิดมาแล้วก็อยากมีชีวิตที่สุขสบายสมบูรณ์ในชีวิต แต่ถ้ามีคนมาทักว่าเออนอนแล้วกระดิกขาเนี่ยนะเธอจะมีวาสนาไม่ดีไม่รุ่งเรือง ในชีวิตจะต้องลำบากนะ ก็ทำให้กลัวไม่กล้าทำกิริยาแบบนี้ เพราะไม่ว่าใคร ก็คงไม่อยากลำบากและชีวิตไม่รุ่งโรจน์ ห้าม นอน เสมอหรือสูงกว่าผู้ใหญ่จะเป็นบาป การดำเนินชีวิตสมัยก่อนเด็กจะต้องเคารพนบนอบผู้ใหญ่ จะมาทำตีตัวเสมอ ปากกล้าเถียงด่าผู้ใหญ่ไม่ได้เด็ดขาด เขาจะปลูกฝังแม้กระทั่งท่านอนให้เด็กนอน ต่ำกว่าผู้ใหญ่ซึ่งก็เป็นการดีเพราะถ้า นอน ไปดึก ๆ แล้วดิ้นก็คงไม่เตลิดออกไปนอกมุ้ง เพราะเมื่อก่อนเขายังไม่มีมุ้งลวดเหมือนปัจจุบัน และถ้าเด็กนอนสูงกว่าผู้ใหญ่ก็จะไม่ดี ตรงที่ว่าถ้าเขาดิ้นเอามือเอาเท้าไปฟาดหน้าฟาดหัวผู้ใหญ่ ถ้าฟาดแรงจนเจ็บ ก็จะทำให้เกิดอาการโมโหทำให้การหลับ นอน ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร ห้าม นอน เอาขาพาดหน้าต่าง ผีเหย้าผีเรือนจะชัง คนบางคนเคยตัวจริง ๆ เวลานอนจะต้องกอดต้องเกยต้องปีนป่ายอะไรสักอย่าง ไม่งั้นนอนไม่หลับ จนคนอื่น ๆ ทนไม่ได้ขอแยกห้องนอนเพราะรำคาญ พอจะหลับ ๆ ก็เจอลูกลงปึ้กเข้าให้อ้าว ตื่นนอนลืมตาโพลง ทีนี้กว่าจะข่มตาหลับได้ก็อีกพักใหญ่ ๆ น่ะแหละ การนอนเอาขาพาดขอบหน้าต่างก็เป็นได้ คือเรือนไทยสมัยก่อนขอบประตูหน้าต่างจะอยู่ต่ำ ๆ เพราะบานประตูหน้าต่างจะยาวและแคบเป็น 2 บานประกบ ไม่กว้างและใหญ่เหมือนเดี๋ยวนี้ พอนอนหงายหนุนหมอนได้ที่ก็เอาเท้าพาดปั๊บลงล็อกพอดี ใครเดินผ่านบ้านนี้ก็มองเข้ามา แทนที่จะเห็นหน้าเจ้าของบ้านโผล่หน้าต่างก็กลายเป็นเห็นเท้าแทน แล้วใครละจะอยากมอง มาทางหน้าต่างของบ้านหลังนี้อีก เพราะคนในบ้านนอนทุเรศเหลือเกิน จะเตือนก็คงบ่อย จนเมื่อยปากเลยเอาผีสางมาช่วยชะหน่อย ใคร ๆ ก็ไม่อยากให้ใครเกลียดอยากเป็นที่รัก และสุดที่รักด้วยกันทั้งนั้นแม้แต่ผีก็ยังไม่อยากให้เกลียดก็ทำให้เลิกนอนท่านี้ได้ง่าย ๆ ห้าม นอน เอามือประสานกันรองหัวจะตายโหง การนอนท่านี้ผู้นอนต้องนอนหงายก็เป็นท่านอนที่ไม่ค่อยสวยงามนักในสายตาของผู้ใหญ่ แล้วถ้านอนเอามือประสานกันรองหัวแทนที่จะใช้หมอนหนุนให้เรียบร้อยก็เป็นการ ส่อแสดงนิสัยของผู้นอนว่าเกียจคร้านแค่จะหาหมอนมาหนุนก็ขี้เกียจและก็เอามือประสาน รองหัวนอนแบบนี้ก็จะทำให้นอนทับเส้นสายพอตื่นมาจะมีการชา ปวดตามกระดูก ตามข้อทำให้นอนได้ไม่นานต้องเปลี่ยนท่า นอน นอนหลับไม่สนิทเป็นท่านอนที่เด็ก ๆ ไม่ควรเห็นและนอนตาม ห้าม นอน ขวางกระดานจะเป็นคนขวางโลก เรือนไทยสมัยก่อนพื้นบ้านจะเป็นไม้กระดานแผ่นใหญ่ ๆ ไม่ใช่ไม้รางลิ้นหรือปาเก้ เหมือนเดี๋ยวนี้ บางบ้านปัจจุบันไม่มีไม้เลย มีแต่วงกบประตูหน้าต่างเท่านั้น บานประตู ก็เป็นไม้อัดเพราะว่าไม้หายากและมีราคาแพง คนจึงหันมาปลูกตึกอยู่แทนจนมีคำพูดว่า "สมัยนี้คนรวยอยู่บ้านไม้" เพราะไม้หายากและแพงนั่นเอง พื้นบ้านสมัยก่อนเป็นไม้กระดานแผ่นใหญ่ ๆ พอเวลานอนก็จะถูให้สะอาดแล้วก็นอนได้เลย แต่ผู้ใหญ่จะบอกให้นอนตามความยาวของแผ่นกระดานไม่ให้นอนขวางแผ่นกระดาน และถ้าหากใครนอนแบบนี้ก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนขวางโลกนอนไม่เหมือนชาวบ้านเขา การนอนแบบนี้ถ้ากระดานไม่เรียบมีร่องมีรูก็จะทำให้เจ็บเนื้อเจ็บตัว และตามร่องกระดาน จะมีเศษฝุ่นผงไปคาอยู่ทำให้บรรดาสัตว์เล็ก ๆ เช่น ไร เรือด ไปอาศัยอยู่ถ้าใครนอน มันก็จะขึ้นมากัดได้ และที่สำคัญการ นอนตามกระดานทำให้ไม่ดูขัดนัยน์ตาของผู้พบเห็น จริงๆแล้วเป็นการฝึกความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่า ห้าม นอน กอดอกเป็นลางร้าย การห้าม นอน ท่านี้คงจะสืบเนื่องมาจากการไปงานศพมาแน่ ๆ เพราะตามชนบท การจัดทำพิธีศพ เป็นเรื่องธรรมดาไม่น่ารังเกียจใคร ๆ ก็จะเข้าไปดูได้ตั้งแต่อาบน้ำศพ มัดตราสังข์ และเปิดให้ดูหน้าครั้งสุดท้ายก่อนเผา และการนอนกอดอกหรือเอามือประสาน ไว้บนอกนี้ก็เหมือนท่า นอน ของคนตายแล้วเขามัดตราสังข์ไว้ เมื่อเป็นท่านอนที่ไม่ค่อยโสภา จึงห้ามนอนโดยให้หันไปนอนตะแคงหรือนอนกอดหมอนข้างแทนซะให้มันรู้แล้วรู้รอดไป (ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสารแม่และเด็ก) (ขอบคุณภาพจาก tonghealthy.blogspot,thaieditorial)

เข้าใจนะสาวๆ! 10 นิสัยห้ามทำถ้าไม่อยากโดนทิ้ง
ความรักวัยรุ่น /  อกหัก

ครั้งก่อนนี้ได้เสนอเรื่องราวความรักเกี่ยวกับ 16 พฤติกรรมของผู้ชาย ถ้าเจอคนแบบนี้โชคดีสุดๆ และ 13 พฤติกรรมแย่ๆ ของผู้ชายที่ไม่ควรเอามาเป็นแฟน ให้สาวๆได้เช็คหนุ่มๆ(เจ็บช้ำน้ำใจ) กันไปแล้ว มาคราวนี้ก็ขอให้หนุ่มๆ ได้เช็คสาวๆ กันบ้างละกันนะ(ตาผมบ้างหล่ะ หึ!) กับ 10 นิสัยห้ามทำถ้าไม่อยากโดนทิ้ง .. บางทีสาวๆ ทำนิสัยบางอย่างนิดๆ หน่อยๆ ก็จะดูน่ารักนะ แต่บางทีถ้ามันเยอะ!เกินไป หนุ่มๆก็อาจจะเซย์โนได้เช่นกันนะเธอ! เข้าใจนะสาวๆ! 10 นิสัยห้ามทำถ้าไม่อยากโดนทิ้ง เข้าใจนะสาวๆ! 10 นิสัยห้ามทำถ้าไม่อยากโดนทิ้ง 1. ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น  ใครที่คิดจะลองใจแฟนหนุ่มด้วยการไปจิ๊จ๊ะกับหนุ่มอื่น เพราะอยากให้เขาแสดงอาการหึงออกมาบ้าง บางครั้งวิธีนี้อาจได้ผล แต่บางครั้งการทำแบบนี้อาจนำมาซื่งจุดจบของความสัมพันธ์ค่ะ เพราะนั่นแสดงว่า คุณไม่แคร์ความรู้สึกของเขาเลยสักนิด และถ้าเขาคิดจะไปเจ๊าะแจ๊ะกับสาวอื่นดูบ้าง อย่ามานั่งเสียใจทีหลังแล้วกันนะคะ 2.โกหก   แม้ว่าการโกหกบางครั้งจะมีข้อดีอยู่เหมือนกัน เพราะความจริงที่พูดออกไปบางครั้งก็เป็นการทำร้ายเขา แต่ความรักคือการเชื่อใจค่ะ การโกหกไปเรื่อย จนทำให้แฟนหนุ่มของคุณหมดความเชื่อใจ มันคงไม่ดีต่อชีวิตคู่นักหรอกค่ะ 3.โกรธแล้วไม่พูดด้วย ใครที่คิดว่าเมื่อโกรธกันแล้ว ต่างคนต่างเงียบเดี๋ยวก็ลืมแล้ว คุณคิดผิดแล้วล่ะค่ะ เพราะถ้าคุณคิดอย่าง เขาคิดอีกอย่าง แล้วไม่เปิดปากคุยกันให้จบๆ มีหวังบานปลายกว่าเดิม แถมผลสำรวจยังพบอีกว่า "การเก็บงำ การไม่แชร์ความรู้สึก การไม่สื่อสารกัน" เป็นต้นเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกกันได้มากที่สุดเลยล่ะค่ะ  4.บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะกัน  คำพูดที่ว่า ‘เลิกกันเถอะ’ เพราะอยากให้เขาแคร์ เขาง้อ หรือรั้งคุณไม่ให้เลิกกับเขา เลิกใช่เถอะค่ะ เพราะวิธีนี้จะใช้ได้ผล ก็ในช่วงแรกๆ เท่านั้นล่ะค่ะ หากทำหลายๆ ครั้งเข้า ผู้ชายที่ไหนมันจะไปทนได้ บางครั้งผู้ชายก็ไม่ได้อยากเป็นฝ่ายง้อ ฝ่ายตื๊อไปตลอดหรอกนะคะ 5. พูดจาข่มเขาต่อหน้าคนอื่น  แม้นี่จะเป็นพฤติกรรมที่ผู้หญิงอย่างเราๆ ไม่ค่อยได้ทำมากเท่าผู้ชายก็ตาม แต่จำไว้เถอะค่ะว่า อย่าได้คิดข่มให้เขาดูด้อยต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด เพราะไม่มีผู้ชายที่ไหนอยากดูด้อยกว่าผู้หญิงหรอกค่ะ ถ้าอยากเป็นสาวเก่งในสายตาเขาควรเลือกให้ถูกเรื่องถูกเวลาดีกว่านะคะ 6.นัดไม่เป็นนัด  การปล่อยให้ผู้ชายรอเป็นชั่วโมงๆ ไม่ใช่เรื่องดีนักหรอกค่ะ แม้แรกๆ เขาจะยอมตามใจคุณหรือพร่ำบอกว่านานแค่ไหนก็รอได้ แต่นานเข้าเขาอาจจะเบื่อ และปล่อยให้คุณรอเขาดูบ้าง หรือเบี้ยวนัดคุณบ้าง ผู้ชายบางคนก็มีความอดทนไม่มากพอหรอกนะคะ 7.เชื่อเพื่อนมากเกินไป  แม้เพื่อนจะเป็นที่ปรึกษาชั้นยอดในเรื่องความรัก แต่บางครั้งความหวังดีของเพื่อน อาจเป็นเพียงการปลอบใจ และพูดเพื่อให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ซึ่งคนที่รู้ปัญหาจริงๆ ก็คือตัวคุณเองนั่นล่ะค่ะ ลองคิดทบทวนกับตัวเอง และพูดคุยกับแฟนหนุ่มอย่างใจเย็นดีกว่านะคะ 8.หึงแบบไร้ขีดจำกัด  ก็จริงที่ว่า ความหึงมันห้ามกันไม่ได้ แต่สำหรับสาวบางคนที่ไม่อยากให้แฟนตัวเองไปไหนกับเพื่อนเลย จะต้องโทรเช็คโทรหาอยู่ตลอดเวลา แถมเวลามีเพื่อนผู้หญิงมาพูดด้วยก็จะหึง จะหวง จะพาลงี่เง่า อย่างนี้เขาเรียกว่าหึงจนน่ารำคาญ ระวังเขาจะทนไม่ไหวแล้วไม่อยู่ให้หึงนะคะ!! 9.ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป  ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้นนะคะที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ผู้ชายก็มีอารมณ์แบบนั้นเช่นกันค่ะ ก็เข้าใจว่าบางทีคุณก็อยากอยู่กับเขาตลอดเวลา เขาจะไปไหนก็อยากไปด้วย ทำอะไรก็ทำด้วย แต่บางครั้งมันก็อาจจะมากไป ลองถอยออกมาสักนิด ให้เวลาส่วนตัวกับเขาบ้าง ความรักจะยืดแน่นอนค่ะ 10.เอาแต่ใจตัวเอง  บางคนอาจไม่รู้ตัวว่านิสัยเอาแต่ใจตัวเองเวลาอยู่กับแฟนมันมากขนาดไหน จำไว้ว่าไม่มีใครที่อยากจะเอาแต่ใจคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียวหรอกค่ะ ฉะนั้นการเอาแต่ใจตัวเองก็ควรจะมีลิมิตบ้าง ไม่งั้นเขาคงเบื่อที่ต้องมานั่งตามใจคุณตลอดเวลา ซึ่งนั่นทำให้ชีวิตรักสั่นคลอนเอาได้ง่ายๆ เลยล่ะค่ะ ขอบคุณข้อมูลจาก fhm.in.th