ข่มขื่น

Healthy trick ก่อน ตรวจสุขภาพ
ตรวจสุขภาพ /  นอนไม่หลับ / 

    หากใกล้ถึงเวลา ตรวจสุขภาพ ประจำปี คนที่สุขภาพไม่ค่อยจะดีคงรู้สึกหวั่น ๆ กับการตรวจไม่น้อย จนพาลคิดว่าอาจเป็นโรคนั้นโรคนี้แล้วแต่จิตนาการจะพร่ำเพ้อจนนอนหลับไม่สนิท "กินดี" ศุกร์นี้ขอพักเมนูอาหารน่าหม่ำไว้ชั่วคราว เพื่อแนะนำผลหมากรากไม้ ที่ช่วยบำรุง (จิตใจ) ให้ข่มตา หลับสนิท เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายไว้ เจาะเลือด ในวันรุ่งขึ้น ดังนี้     กล้วย ผลไม้ที่เป็นแหล่งสะสมของแมกนีเซียม มีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายตัว อีกทั้งในกล้วยมีฤทธิ์ลดการหลั่งสารซีโรโทนินหรือฮอร์โมนควบคุมการนอนหลับ ทำให้ร่างกายถูกกระตุ้นน้อยลง     ชาคาโมไมล์ ใช้ดื่มก่อนนอน ช่วยลดอาการกระสับกระส่ายหรือตื้นเต้นจากอาการหวาดกลัว     นมอุ่น ๆ ผสมน้ำผึ้งหยดเดียว จะช่วยให้สมองลดการหลั่งโอเรซิน หรือสารสื่อประสาทตื่นตัว ให้ตื่นตัวน้อยลง     มันฝรั่งปริมาณน้อย ย้ำ! ปริมาณน้อย เพราะจะไม่รบกวนกระเพาะอาหารมาก แต่จะช่วยลดกรดที่จะรบกวนการหาว ซึ่งกระตุ้นการหลั่งทริปโตแฟน หรือกรดอะมิโนธรรมชาติ มีมากในอาหารโปรตีน สมองเปลี่ยนทริปโตแฟนเป็นฮอร์โมนซีโรโทนินซึ่งช่วยควบคุมการนอนหลับอีกที ทานกับนมอุ่น ๆ สักแก้ว เวิร์กสุด ๆ     ข้าวโอ๊ตและอัลมอนด์ อุดมไปด้วยสารที่ช่วยให้นอนหลับสบาย การทานซีเรียลผสมอัลมอนด์ชามเล็ก ๆ ราด้วยน้ำเชื่อมเมเปิล จะทำให้หลับสบาย     ขนมปังธัญพืช ทานกับน้ำชาผสมน้ำผึ้งหยดเดียว มีฤทธิ์กระตุ้นสารหลั่งอินสุลิน ช่วยให้ทริปโตแฟนเข้าสู่สมองได้ดีขึ้น เห็นไหม หลับฝันดีได้ โดยไม่ต้องพึ่งยานอนหลับ แต่อย่าลืมนะว่า ก่อน ตรวจสุขภาพ ห้ามทานยาทุกชนิดจ้า ขอให้สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้านะคะ    

เปิดเทอมเฮี้ยน ! ตามมาดูว่าใครเป็นใครใน
นีโม ปุณณดา /  มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ / 

. เปิดเทอมเฮี้ยน ! ตามมาดูว่าใครเป็นใครใน "โรงเรียนผี" . "ทุกโรงเรียนมีเรื่องผีที่เล่าต่อกันมา จากรุ่นสู่รุ่น จากห้องสู่ห้อง… ไม่เว้นแม้กระทั่งโรงเรียนนี้...ที่ร่ำลือกันว่ามีผีอยู่แทบทุกแห่ง ถ้าอยากลองดีก็เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ แล้วมาแข่งกันมั้ยว่าเรื่องผีของใครจะน่ากลัวกว่ากัน" เรื่องเล่าสยองขวัญผีโรงเรียนแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นในปีการศึกษาใหม่ เมื่อ เอ๋, เอ้อ, เด่น, ป๊อป, ดอน แก๊งนักเรียนมัธยมต้นสุดแสบประจำรุ่นได้รวมหัวกันหนีการปฐมนิเทศอันแสนน่าเบื่อ และหาเรื่องน่าตื่นเต้นทำแก้เซ็งแทน โดยพวกเขาขอลองดีด้วยการแข่งกันเล่าเรื่องผีสุดสยองในห้องเรียนของตึกเก่าที่เล่าลือกันว่าสุดหลอนจนไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป เพื่อเป็นการข่มขวัญว่าใครจะแน่กว่ากัน และแล้วเรื่องผี ๆ ไม่ว่าจะเป็น...ผีห้องสมุดสุดเฮี้ยนที่มักจะโผล่มาให้เหล่านักเรียนได้ขนหัวลุก, นักเรียนหญิงผู้ถูกเพื่อนกลั่นแกล้งจนต้องเอาคืนด้วยความอาฆาต, ครูสาวแสนสวยที่ทุกคนต่างรุมรักแต่แน่ใจแล้วหรือว่ารู้จักเธอดีพอ, ภารโรงกับหมาเห็นผี, ครูใหญ่ผู้โดดเดี่ยวกับบางสิ่งที่ไม่ยอมให้เขาอยู่คนเดียว และอีกหลากหลายเรื่องผีที่ถูกขุดขึ้นมาเล่าอย่างไม่รู้ว่าจะจบลงตรงไหน จนกระทั่ง... สมาชิกโรงเรียน เอ๋ (แสดงโดย อาไท กลมกิ๊ก) เด็กโข่งชั้น ม.3 ที่ซ้ำชั้นซ้ำซาก ชอบโชว์พาวข่มรุ่นน้อง รู้ดีทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่ควรรู้ ตัวตั้งตัวตีที่อยากลองดีกับเรื่องผีที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง เด่น (แสดงโดย สุชาติ แคปเจอร์) สมุนมือขวาของเอ๋ ความกล้าให้ 5 แต่ความมั่นหน้าให้ 100 นางขี้บ่น ขี้กลัว และที่สำคัญคือขี้อ่อย ไม่เก่งเรื่องผี แต่ถนัดเรื่องผีเห็นผีมากกว่า เอ้อ (แสดงโดย ออสการ์ ชยณัฐ) น้องเล็กสุด แต่แสบกวนป่วนไม่แพ้ใคร แม้จะยกเอ๋เป็นไอดอลแต่ก็ชอบจิกกัดเอ๋อย่างเนียน ๆ ปกติก็เล่นใหญ่รัชดาลัยเสมอ แล้วถ้าต้องมาเจอกับเรื่องผีตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกล่ะ ป๊อป (แสดงโดย นีโม ปุณณดา) หญิงเดียวของกลุ่ม ลุคใส ๆ เห็นเงียบ ๆ แต่ความแสบเพียบนะคะ เรื่องผีไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมความกลัวของเธอ (เหรอ ?) ดอน (แสดงโดย ริว อิงครัต) นักเรียนใหม่หล่อหน้านิ่งที่บังเอิญโดนลากมาลองดีกับเรื่องผี ๆ แบบที่ต้องจดจำจนวันตาย ครูใหญ่ (แสดงโดย เท่ง เถิดเทิง) ครูใหญ่ใจดีผู้ชอบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักครูเพียงลำพัง โดยไม่รู้เลยว่ามีบางสิ่งที่ไม่เคยยอมให้เขาอยู่คนเดียว ครูแสงดาว (แสดงโดย แม็กกี้ อาภา) ครูประจำชั้นแสนสวยผู้ที่หนุ่ม ๆ ทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กต่างหลงรัก แต่แน่ใจแล้วใช่มั้ยว่ารู้จักเธอดีพอที่จะกล้ารัก ภารโรงโก๊ะ (แสดงโดย โก๊ะตี๋ อารามบอย) ถ้าตำแหน่งนี้เป็นเหมือนกล้องวงจรปิดของโรงเรียน เคยคิดมั้ยว่า 1 คน 1 หมา กับหน้าที่ดูแลโรงเรียนตลอด 24 ชั่วโมงแบบนี้ เขาจะได้เห็นอะไรที่คนทั่วไปไม่ได้เห็นบ้าง... โทนี่ (แสดงโดย หม่ำ จ๊กม๊ก) และ จรวย (แสดงโดย โจอี้ เชิญยิ้ม) คู่หูคู่เผือกที่มักจะเสือกไสตัวเองให้เข้าไปยุ่งกับเรื่องผี ๆ โดยไม่ว่างเว้น มีงานผีที่ไหนต้องมี #ทีมเผือก ทีมนี้ไปการันตีความสยอง โรงเรียนผี กำกับโดย มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ กำหนดเข้าฉาย 3 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

เช็คด่วน! ดวงเนื้อคู่ของคุณ.....จะใช่ที่คบอยู่มั้ยน๊าา ?
ความรัก /  ดวง12ราศี / 

ดวงความรักของผู้เกิด ราศีมังกร เป็นคนโรแมนติกบ้างแต่ไม่ค่อยยอมแสดงออกเท่าไรรู้วิธีทำให้คนอื่นมีความสุขเนื้อคู่ของคนเดือนนี้ถ้าได้คนผิวนวล หรือผิว 2สีก็ได้ จะถือว่าดีเยี่ยม ไม่ผอม บางเกินไปและควรมีอารมณ์ขัน ไม่มุทะลุเคร่งเครียดผู้ที่เกิดเดือนนี้มักจะได้คู่ที่ดีมีความรักใคร่กันครอบครัวไม่ทุกข์ยากถ้ามีลูกคนแรกเป็นผู้ชายจะยอดเยี่ยมที่สุด ดวงความรักของผู้เกิด ราศีกุมภ์ เป็นคนโรแมนติคลึกๆ แต่ไม่แสดงออก เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ถ้าเป็นคู่เทียม ก็จะทิ้งกันได้ในยามมีปัญหาคู่แท้จึงมีลักษณะเป็นเพื่อนตายที่มีความซื่อตรง ต่อกันอย่างแท้จริงคอยตักเตือน ไม่ให้ถูกล่อลวงได้ง่าย และต้องทำใจได้กับนิสัยที่ชอบท้าทาย ของคนเกิดเดือนนี้เนื้อคู่มักมีลักษณะสง่างามกว่าคนเดือนสาม คิ้วเข้มตาคม มีบุคลิกน่านับถือผู้ที่เกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่มีเกียรติ มีทรัพย์จึงอาจถูกคู่ข่มบ้าง ถ้ามีลูกสาวก่อน จะถือว่าดีมาก ดวงความรักของผู้เกิด ราศีมีน เนื้อคู่ของคนราศีมีน จะมีรูปร่างไม่สูงไม่เตี้ย หุ่นกำลังดี พูดจาคารมเหลือร้าย มีความรู้ความสามารถและชอบชีวิตสุขสงบ เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อเกินตัว ถ้ารู้จักเข้าใจนิสัยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของคนเดือนนี้ได้ก็จะอยู่กันยั่งยืน ถ้ามีลูกคนแรกเป็นลูกสาวจะไม่ค่อยได้ดั่งใจนัก ดวงความรักของผู้เกิด ราศีเมษ เนื้อคู่ของคนราศีเมษ ควรมีผิวขาวหรือผิวเดียวกัน รูปร่างล่ำสัน หรือสูงกำลังดีหน้ากลมอิ่มเอิบสุขุมรอบคอบและมีวาทศิลป์ช่วยเหลือให้กำลังใจ หรือคำปรึกษาที่ดีได้ เป็นคนขยันและปราดเปรียว ผู้ที่เกิดราศีเมษนี้ถ้าได้คู่ที่เด่นกว่าในด้านใดด้านหนึ่งถือว่าเยี่ยมมาก ถ้าได้ลูกสาวคนแรกจะมีวาสนาดี ดวงความรักของผู้เกิด ราศีพฤษภ เนื้อคู่ของคนราศีพฤษภนี้ เป็นคนรูปร่างกำลังดี ดวงตาสดใสน่ามอง คิ้วสวยได้รูป เป็นคนชอบทำบุญ มีลักษณะของผู้ใหญ่หรือผู้ดี เป็นคนรู้จักกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าว ไม่เห็นแก่ตัว ผู้ที่เกิดราศีพฤษภนี้ ถ้าคู่มีกำลังช่วยเสริมจะยิ่งทำให้รุ่งเรือง ลูกคนแรกหากเป็น ผู้ชาย ถือว่าจะนำเกียรติมาสู่วงศ์ตระกูลในวันหน้า ดวงความรักของผู้เกิด ราศีเมถุน เนื้อคู่จะมีลักษณะเพรียวบางใบหน้าเรียวสวย มีความคิดอ่าน ลึกซึ้งรู้จักพูดจาดีและถ้ารู้จักอดทน ก็จะอยู่กันยืดเพราะทั้งคู่อาจจะไม่ได้อยู่ชิดใกล้หวานชื่นกันนักผู้ที่เกิด เดือนนี้จะได้คู่ที่ซื่อสัตย์ลูกคนแรกเป็นผู้ชายจะดี แต่ถ้าได้ลูกสาวก็ไม่มีผลร้าย ดวงความรักของผู้เกิด ราศีกรกฎ เนื้อคู่ของคนราศีกรกฎนี้ มักจะมีวัยที่ต่างกันมาก รูปร่างสูง มีเรื่องไม่เข้าใจกันเสมอเพราะไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกต่อกัน หากแก้จุดนี้ได้จะเป็นคู่ชีวิตที่อบอุ่นและรุ่งเรืองได้ดีที่สุดคนเกิดเดือน นี้จะได้คู่ที่ดวงตาสวยถ้ามีลูกสาวก่อนลูกชายจะมีเรื่องยุ่งยากใจ ดวงความรักของผู้เกิดราศีสิงห์ เป็นคนโรแมนติคดีเลยทีเดียว เนื้อคู่ของคนราศีสิงห์นี้ อาจเป็นคนต่างชาติหรือลูกครึ่ง จิตใจทิฐิ ดื้อดึงเชื่อมั่น ในตัวเองสูง ถ้าอารมณ์เสียจะปากร้ายแต่ก็ขยันหมั่นเพียร หวังก้าวหน้าก้าวไกล จะได้คู่ที่อยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่าลูกคนแรกจะดีมากถ้าเป็นชาย ดวงความรักของผู้เกิด ราศีกันย์ จะได้พบกับเนื้อคู่ แบบไม่ทันตั้งใจ เป็นคนมีผิวขาว รูปร่างไม่สูง ไม่เตี้ยใบหน้าสั้นอารมณ์รื่นเริงดี ติดจะดูไร้สาระไปบ้างคนเกิดราศีกันย์นี้ อาจจะต้องแตกแยกกับคู่ก่อนจะได้แต่งอีกครั้ง ลูกคนแรกถ้าได้ลูกชายถือว่าเป็นมงคล ดวงความรักของผู้เกิด ราศีตุลย์ เป็นคนโรแมนติค เป็นห่วงเป็นใย เนื้อคู่ของคนราศีตุลย์นี้เป็นคนสูงเพรียวริมฝีปากเล็กบางถ้าขยันทำงานด้วย ก็จะสมพงษ์กันที่สุดแต่ถ้าขาดจุดนี้ ก็จะอยู่กันไม่นานและเนื้อคู่มักเป็นคน ปากร้าย หรือพูดมาก ขี้หึงหวงแม้จะเจ้าชู้พอกันคนเกิดราศีตุลย์ถ้าอยู่กินกันแล้ว จะมีฐานะดีขึ้นลูกคนแรกเป็นชายหรือหญิงก็ถือว่าดีทั้งนั้น ดวงความรักของผู้เกิด ราศีพิจิก เป็นคนที่รักใครรักจริง โรแมนติค แต่ไม่ค่อยสนใจสัมพันธ์จริงจังนัก เนื้อคู่ของคนราศีพิจิกจะมีผิวพรรณดี รูปร่างดี ใบหน้ามน ชอบช่วยกันทำมาหากิน รักใคร่กันดีทั้งยามสุขทุกข์ แม้ขัดใจกันบ้างแต่ก็ไม่ทอดทิ้งกัน คนเกิดราศีพิจิกนี้จะได้คู่ที่เป็นคู่รักคู่กรรม ลูกคนแรกจะเป็นคนมีปากเป็นเอก เป็นคนโรแมนติค เป็นห่วงเป็นใย เนื้อคู่ของคนราศีตุลย์นี้เป็นคนสูงเพรียวริมฝีปากเล็กบางถ้าขยันทำงานด้วย ก็จะสมพงษ์กันที่สุดแต่ถ้าขาดจุดนี้ ก็จะอยู่กันไม่นานและเนื้อคู่มักเป็นคน ปากร้าย หรือพูดมาก ขี้หึงหวงแม้จะเจ้าชู้พอกันคนเกิดราศีตุลย์ถ้าอยู่กินกันแล้ว จะมีฐานะดีขึ้นลูกคนแรกเป็นชายหรือหญิงก็ถือว่าดีทั้งนั้น ดวงความรักของผู้เกิด ราศีธนู มักได้คู่ช้ากว่าเพื่อน เพราะจะเลือกคนที่เหมือนภาพวาดฝันไว้ให้มากที่สุด ทั้งเรื่องหน้าตา ฐานะ และนิสัยใจคอ เนื้อคู่จะมีรูปร่างสูงกำลังดี ผิวพรรณละเอียด ผ่องใส คนเกิดราศีธนูนี้จะมีคู่ที่พึ่งพาได้ ลูกคนแรกจะไม่ดีนักถ้าเป็นชาย รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

พรีวิว: ปีศาจแดงกำลังคึก จัดชุดเดิมเยือนฮัลล์ที่เปิดฤดูกาลสวย พรีเมียร์ ลีก
ปีศาจแดง /  พรีวิว / 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังเล่นกันด้วยความมั่นใจ มีโปรแกรมลงเตะ พรีเมียร์ ลีก คู่ดึกของวันเสาร์ที่ 27 ส.ค. นี้ โดยจะออกไปเยือน ฮัลล์ ซิตี้ ทีมน้องใหม่ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรูในช่วงต้นฤดูกาล เรามาดูความพร้อมของทั้งคู่ก่อนเกมกันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559 ฮัลล์ ซิตี้ - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เวลา: 23.30 น. สนาม: เคคอม สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1 ฮัลล์ ซิตี้ เกมนี้ผู้จัดการทีมชั่วคราวอย่าง ไมค์ ฟีแลน ยังน่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากทั้ง 2 เกมแรกในลีกที่ทำผลงานได้ดี โดยเก็บชัยได้ 2 นัดรวด โดยจะได้ตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาคือกองหลัง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่ฟิตกลับมาพร้อมลงสนามแล้ว หลังจากได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้ามาก่อนหน้านั้น โดยในแดนหน้าจะใช้ อาเบล เอร์นานเดซ ศูนย์หน้าทีมชาติอุรุกวัยคอยล่าตาข่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมปีศาจแดงของ โชเซ่ มูรินโญ่ เองก็มีโอกาสสูงเช่นกันที่จะจัดทีมชุดเดิมจากสุดสัปดาห์ก่อน ซึ่งโชว์ฟอร์มสวยเปิดบ้านเอาชนะ เซาแธมป์ตัน 2-0 โดยจะได้ตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาเช่นกันคือ เจสซี่ ลินการ์ด ที่หายจากอาการบาดเจ็บช่วง คอมมิวนิตี้ ชีลด์ โดยในแนวรุกจะมีศูนย์หน้าฟอร์มร้อนแรงอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พร้อมใส่สกอร์ เฮดทูเฮด สถิติการพบกันในช่วงหลังถือว่าทีมปีศาจแดงข่มมิด เนื่องจาก 11 เกมหลังสุดรวมทุกรายการ สามารถคว้าชัยได้ถึง 10 เกม และอีกครั้งจบลงด้วยผลเสมอ โดยครั้งสุดท้ายที่ เดอะ ไทเกอร์ส สามารถเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ก็ต้องย้อนกลับไปถึงปี 1974 เลยทีเดียว ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ฮัลล์ ซิตี้: เอลดิน ยาคูโปวิช; เคอร์ติส เดวี่ส์, เจค ลิเวอร์มอร์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, อาเหม็ด เอลโมฮามาดี้; ทอม ฮัดเดิลสตัน, แซม คลูคัส, เดวิด เมย์เลอร์; อาดาม่า ดิโอมานเด้, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, อาเบล เอร์นานเดซ แมนฯ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา; ดาลี่ย์ บลินด์, เอริก ไบญี่, ลุค ชอว์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย; ปอล ป็อกบา, มารูยาน เฟลไลนี่; อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, ฆวน มาต้า, เวย์น รูนี่ย์; ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รูปเกมที่คาด ฮัลล์ ซิตี้ อาจจะกำลังมั่นใจหลังคว้าชัยชนะมาได้ติดๆ กัน แต่ก็อย่าลืมว่าทีมเยือนอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็กำลังคึกสุดขีดเช่นกัน หลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีมาตลอด แถมนักเตะใหม่ก็เริ่มเล่นได้เข้าขากันคนอื่นๆ แล้วด้วย เกมนี้ขึ้นอยู่ที่ว่า มูรินโญ่ จะเน้นกับผลการแข่งขันมากขนาดไหนเท่านั้นเอง แต่เชื่อได้ว่ารูปเกมจะเป็นทีมปีศาจแดงที่ทำได้ดีกว่า และน่าจะคว้า 3 คะแนนเต็มกลับบ้านไปได้ไม่ยากเย็นนัก ฟันธง ฮัลล์ ซิตี้ แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-2

พรีวิว: สเปอร์ส ที่แนวรุกพร้อม! เปิดบ้านรอต้อน ลิเวอร์พูล ที่ไม่คงเส้นคงวา (พรีเมียร์ลีก)
ตารางบอล /  พรีวิวบอล / 

เกม พรีเมียร์ ลีก คู่แรก และ "บิ๊กแมตช์" ประจำสัปดาห์ "ไก่เดือยทอง" ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ เปิดรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เวลา 18.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง beIN Sports 1 เรามาดูความพร้อมของทั้งสองทีมกันดีกว่า... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559 ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ - ลิเวอร์พูล เวลา: 18.30 น. สนาม: ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1 สเปอร์ส "ไก่เดือยทอง" ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน ฮูโก้ โยริส นายด่านกัปตันทีมที่บาดเจ็บแฮมสตริง โดยใช้ มิเชล ฟอร์ม ยืนเฝ้าเสาต่อไปในเกมนี้ ส่วนในรายของ มุสซ่า เดมเบเล่ โดนโทษแบน ลงสนามไม่ได้ ในด้านความพร้อม คาดว่า โปเช็ตติโน่ ยังคงใช้ วินเซนต์ แยนเซ่น ค้ำหน้าเป้า โดยมี แฮร์รี่ เคน สวมบทบาทหน้าต่ำในเกมนี้ ลิเวอร์พูล เอ็มเร่ ชาน จะชวดลงสนามในเกมนี้ หลังมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าในเกมลีก คัพที่ถล่มเบอร์ตัน อัลเบี้ยน 5-0 กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ ลอริส คาริอุส, เชยี่ โอโจ้, มามาดู ซาโก้, โจ โกเมซ และ ลูคัส เลว่า ที่มีอาการบาดเจ็บ โดยในเกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคงใช้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงล่าตาข่าย แล้วจับ ดิว็อค โอริกี นั่งตัวสำรองเช่นเคย ส่วน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ นั้นสลัดอาการบาดเจ็บ และเดินทางไปลอนดอนพร้อมทีม แต่ยังคงต้องเช็คความฟิตจนถึงวินาทีสุดท้าย เฮดทูเฮด ลิเวอร์พูลสามารถเก็บคลีนชีทจากการออกไปเยือนถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลนได้ใน 3 เกมล่าสุด รวมทุกรายการ นอกจากนี้ "หงส์แดง" ยังไม่แพ้ 7 เกมหลังสุดในการออกไปเยือน "ไก่เดือยทอง" รวมทุกรายการ อีกด้วย ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม สเปอร์ส (4-5-1): มิเชล ฟอร์ม; ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ตองเกน, แดนนี่ โรส; เอริก ดายเออร์, วิคตอร์ วันยาม่า, เอริก ลาเมล่า, ครสเตียน อิริกเซ่น, แฮร์รี่ เคน; วินเซนต์ แยนเซ่น ลิเวอร์พูล (4-3-3): ซิมง มินโญเล่ต์; นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, แร็กนาร์ คลาวาน, เจมส์ มิลเนอร์; จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัมลัลลาน่า, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่; แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ รูปเกมที่คาด สเปอร์ส ดูเป็นต่อผู้มาเยือนอย่าง ลิเวอร์พูล อยู่นิดหน่อย คาดว่าเกมนี้ ทั้งคู่ต่างใช้เกมเพรสซิ่งเข้าหากัน แต่ในเรื่องขุมกำลงเกมรับ และประสิทธิภาพในเกมรุก "ไก่เดือยทอง" ดูจะข่มลิเวอร์พูลอยู่นิดหน่อย โดยตัวทีเด็ดในเกมนี้คงเป็น แฮร์รี่ เคน ดาวยิงตัวความหวังของสเปอร์ส หากศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษรายนี้ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ พวกเขายังคงมีผู้เล่นรายอื่นคอยทดแทนเสมอในการทำประตู คงต้องดูกันต่อไปว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะรับมือกับเจ้าบ้านอย่างไรบ้าง... ฟันธง สเปอร์สขย่มลิเวอร์พูล 2-0 หรือชนะสกอร์ขาด 2 ลูก!

จับเข่าคุยกับ 5 เด็กแสบแห่ง
ชยณัฐ แจ่มใส /  ปุณณดา วอสเบียน / 

จับเข่าคุยกับ 5 เด็กแสบแห่ง "โรงเรียนผี" งานนี้ใครไม่หลอนให้มันรู้ไป เป็นอีกหนึ่งควันหลงทิ้งทวนเทสกาลฮาโลวีนประจำปีนี้ สำหรับภาพยนตร์ โรงเรียนผี ภาพยนตร์สุดหลอนที่หยิบยกเรื่องราวลี้ลับในรั้วโรงเรียนมาถ่ายทอด โดยในวันนี้เราได้พาตัวแก๊งเด็กแสบทั้งห้าซึ่งเป็นกลุ่มตัวละครหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้มาบอกเล่าเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ บทบาท-คาแรคเตอร์ ริว : ผมรับบทเป็น ดอน ก็อยู่ในแก๊งเด็ก 5 คน ผมจะเป็นคนที่เงียบที่สุด แล้วก็จะโดนอีก 4 คนข่มอยู่เสมอครับ ในแก๊งนี้ก็จะมีทั้งหมด 5 คน จะมีหัวหน้าแก๊งชื่อ เอ๋ และลูกน้องอย่าง เด่น สมุนมือขวาของพี่เอ๋ เอ้อ เด็กเล็กสุดในกลุ่มแต่ก็กวนแสบที่สุดเช่นกัน และ ป๊อป เป็นผู้หญิงคนเดียวในแก๊ง ออกแนวห้าว ๆ แสบไม่แพ้ใครครับ อาไท : ผมเล่นเป็น เอ๋ ครับ เป็นหัวโจกของแก๊งนี้ เป็นเด็กชั้นม.3 ที่ตกซ้ำชั้น เรียนตก ๆ ๆ อยู่อย่างงี้อยู่หลายปี ด้วยความเป็นรุ่นพี่ไงก็เลยชอบโชว์พาว เป็นคนชอบท้าทายผีสาง จะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เอ๋จะรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนนี้ที่ไม่ควรรู้แต่เค้ารู้ ตัวละครตัวนี้ก็เหมือนผมตรงที่กวน ๆ มั้งครับ แต่ผมเรียนไม่ตกซ้ำชั้นนะครับ ไม่เหมือนเอ๋ ผมเรียนเก่งครับ ออสการ์ : ผมรับบทเป็น เอ้อ เป็นลูกน้องพี่เอ๋ครับก็ออกแนวกวน ๆ แล้วก็ซ่า ๆ กวนพี่เอ๋เวลาพูดอะไร เราก็ชอบแทรกเข้าไป กวนเข้าไป ถึงจะเป็นน้องเล็กสุดก็ไม่กลัวครับ นิสัยก็คล้าย ๆ กันครับ ทั้งความกวน ความซน จะว่าไปก็เหมือนกันเป๊ะเลยฮะ สุชาติ : สวัสดีค่ะ ญาญ่าเล่นหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ก็เป็นนางเอกค่ะชื่อ เด่น นางเอกก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก ก็มันสวยค่ะ มั่นหน้าเนาะ คาแรคเตอร์ช่วงแรก ๆ ก็จะไม่เปิดเผย จะแอ๊บแมน แล้วก็เป็นคนฮา ๆ มีความมั่นใจสูงมาก สวยมาก ก็กลัวผีด้วย แต่ก็ชอบอ่อยด้วย เพราะในแก๊งมีคนหล่อคนหนึ่งชื่อ ดอน หล่อมาก หล่อที่สุด เขินเลยค่ะ นีโม : เรื่องนี้นีโมรับบทเป็น ป๊อป ค่ะ จะเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มนี้ จะเป็นคนห้าว ๆ เลยอยู่กับแก๊งเด็กผู้ชายแก๊งนี้ได้ ตัวป๊อปก็จะเหมือนนีโมเหมือนกันนะคะ ก็จะออกห้าว ๆ เหมือนกัน แตกต่างจากหนังเรื่องที่ผ่าน ๆ มายังไงบ้าง อาไท : คือเรื่องอื่น ๆ ก็จะเป็นตลกอย่างเดียว แต่เรื่องนี้เราต้องมาเป็นตัวนำเรื่อง เราต้องมาเล่าเรื่องผีเพื่อโยงไปคนนั้นคนนี้ แถมยังต้องไปเจอผีเองด้วยครับ ริว : เรื่องนี้จะเป็นแนวผีหลอน ๆ ครับ ตัวผมเองยังไม่เคยเล่นหนังผีมาก่อนครับ นี่ก็เป็นเรื่องแรก จะมีบางทีที่ถ่ายตอนกลางคืนก็จะมีเสียวบ้างครับ และก็มีบางมุมที่ตลกอาไทครับ นีโม : เรื่องที่ผ่าน ๆ มาก็จะเล่นเป็นนางเอกตอนเด็ก ๆ แต่เรื่องนี้ก็มาเล่นเป็นตัวเราเอง และเรื่องนี้ก็เป็นหนังผีเต็มตัวเรื่องแรกด้วยค่ะ สุชาติ : ส่วนหนูกับออสการ์ก็ได้เล่นหนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกค่ะ ก็ตื่นเต้นและดีใจที่สุดเลย ในเรื่องนี้พี่เค้าก็บอกให้เป็นตัวเราเองเลย เป็นคนเฮฮา ชอบแอ๊บแต่ก็แอ๊บไม่อยู่ อย่าเดินตูดบิดนะ แต่หนูก็เดินตูดบิดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เข้าฉากวันแรกก็ตื่นเต้น จำบทไม่ค่อยได้ ตื่นเต้นมาก คือทำอะไรไม่ได้เลยอ่ะ เป็นครั้งแรกก็ตื่นเต้นอ่ะค่ะ ออสการ์ : หนูผ่านงานแสดงมาบ้างแล้ว แต่เพิ่งเล่นหนังเรื่องแรก ก็สนุกครับ เราต้องเล่นให้คนดูเค้าเชื่อจริง ๆ ยิ่งเป็นหนังผีด้วยยิ่งยาก ต้องโดนเลือดสาด ต้องโดนผีหลอก ต้องน่ากลัวจริง ๆ ครับ เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับ “ผีโรงเรียน” บ้างมั้ย เล่าให้ฟังหน่อย (โรงเรียนของแต่ละคน) ออสการ์ : เคยครับ เรื่องนี้ได้มาจากภารโรงเก่าแก่ของที่โรงเรียนหนู แต่ตอนนี้เค้าออกแล้วเพราะเค้ากลัวมาก ก่อนที่เค้าจะออก มีเรื่องแปลกๆ หลายอย่าง คือโรงเรียนหนูมันใกล้กับวัดอ่างทอง โรงเรียนหนูเป็นเขตของวัด ซึ่งตอนนั้นเค้าเอาไว้ฝังศพกัน แรก ๆ ก็ยังไม่ค่อยมีคนมาสมัครกัน แล้วตรงสนามเด็กเล่นตอนนั้นเป็นต้นกล้วย น่ากลัวมาก ถ้าใครไปตอนกลางคืนต้องสะพรึงมาก พอสร้างเป็นโรงเรียนแล้ว เมื่อก่อนก็เคยมีครูผูกคอตายในห้องน้ำ แล้วภารโรงก็มาเล่าให้ฟังว่า เค้าอาฆาตแค้น แล้วก็วนเวียนอยู่ในห้องน้ำนั้น พออยู่ไปนาน ๆ ก็รู้สึกว่ามีใครมาคอยดูว่าห้องเราเป็นยังไง ก็ด้วยความอยากรู้ก็เลยเอาเก้าอี้ขึ้นไปส่องดู ก็เห็นเลยจ้า เชือกห้อยแกว่งไปมา แล้วตอนหนูฉี่ตรงที่ฉี่ พอมองลงไปในน้ำ ก็เห็นเงาผู้ชายจ้องขึ้นมาเลย อันนี้หนูเจอจริง ๆ ริว : ก็เคยมีคนเล่าให้ฟังเรื่อง ผีห้องดนตรีไทย ก็เหมือนเค้าอยู่ดึก แล้วเค้าก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากห้องดนตรีไทย บางคนก็บอกเห็นเงาลางๆ ก็เลยเกิดความกลัวขึ้น ไม่ค่อยอยากไปห้องดนตรีไทยเท่าไหร่ ผมยังไม่เคยเจอกับตัวเองครับ ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากเจอครับ อาไท : โรงเรียนที่ผมเคยเรียนตอนประถมนะครับ เค้าเล่าว่าเคยมีประวัติ คือเค้าบอกว่าจะมี ห้องนาฏศิลป์ คือตอนเย็น ๆ เวลานักเรียนกลับบ้านหมด คนเดินผ่านเค้าจะได้ยินเสียงระนาดหรือขิมกำลังบรรเลงกันอยู่ แต่ว่าไม่มีใคร เค้าก็เล่ากันมาครับ วันนั้นผมเดินผ่านก็ได้ยินเสียงเหมือนกัน เปิดไปดูก็เจอเลยครับ...ภารโรงนั่งเล่นอยู่ นีโม : ของหนูเคยได้ยินตอนประถม เท่าที่จำได้ก็คือเป็น ผีพี่ฟ้า นะคะ เหมือนพี่ฟ้าเค้าไปซ้อมดนตรีอยู่ที่ห้องดนตรีไทย แล้วเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ทำให้ตาย แล้วพอโตขึ้นก็มีเล่ามาอีกฝั่งหนึ่งว่าพี่เค้ากระโดดตึกตาย ก็ไม่รู้ว่ายังไงพอเข้าไปเค้าก็พูดกันแล้ว จำไม่ได้ว่าได้ยินมาจากใคร น่าจะจากเพื่อนมั้งคะ สุชาติ : ก็จะมีนักศึกษาประสบอุบัติเหตุหน้าวิทยาลัย เค้าก็เล่ากันว่า ตายแล้วยังเดินมาเรียน หนูก็จริงเหรอ ก็ไม่รู้อ่ะ แต่เพื่อนเค้าก็เชื่อกันนะ ตอนโรงเรียนเก่า เค้าก็บอกว่าเป็นที่ของป่าช้า หนูก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพื่อน ๆ ก็จะมาเล่าให้ฟัง แต่หนูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ผีเคยเจอมั้ย ไม่เคยเจอนะ นอกจากเจอตัวเองในกระจกประมาณนั้นค่ะ เรื่องราวของ “โรงเรียนผี” เป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย ริว : ผมเป็นคนเงียบ ๆ ก็จะไม่ค่อยมีเพื่อน แล้ว 4 คนนี้ก็ชวนผมไปเข้าแก๊งด้วย วันนั้นเป็นวันปฐมนิเทศ เค้าก็ชวนผมไปในห้องไปเล่าเรื่องผี เพื่อความสนุกสนาน แต่ละคนก็เล่าเรื่องผีที่แตกต่างกันจนมันไม่จบไม่สิ้น จนกระทั่งมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เอาเป็นว่าไปดูกันในโรงดีกว่าครับ อาไท : คือมันจะเป็นเรื่องของเด็กกลุ่มหนึ่งที่หนีการปฐมนิเทศมาหาอะไรทำสนุก ๆ โดยมีผมเป็นหัวโจกแล้วก็มีลูกน้อง 4 คนมาร่วมด้วย ก็เลยมาเล่าเรื่องผีกันตามประสบการณ์ของตัวเอง ก็ขุดเรื่องผีมาเล่ากันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น อยากรู้ต้องไปดูกันเองครับ คิดว่าในโรงเรียนใครจะเสี่ยงเจอผีมากที่สุด อาไท : ผมว่าตัดยามออกก่อนเลย ไม่เจอหรอก เพราะยามหลับ อันนี้หยอกเล่น คนที่น่าจะเจอผีมากที่สุด น่าจะเป็นภารโรงครับ เพราะโรงเรียนผมเนี่ย ภารโรงเค้าจะอยู่กินนอนที่โรงเรียนเลย พอตอนดึกเค้าก็มาเดินตรวจตราเช็กอะไรต่าง ๆ ผมว่าเค้ามีเปอร์เซ็นต์เจอผีมากที่สุด อย่างครูพอเสร็จงานเค้าก็กลับบ้าน ยามก็อยู่ในป้อม แต่ภารโรงเค้าจะเดินตรวจทุกชั้น ผมว่าเค้ามีเปอร์เซ็นต์โดนมากที่สุด ริว : ผมคิดว่าภารโรง, แม่บ้าน และก็ยามครับ เพราะเป็นสามบุคคลที่อยู่ดึกสุดครับ ก็อาจจะเจอมากที่สุดครับ เหมือนเค้ามีหน้าที่ดูแลโรงเรียนทุกซอกทุกมุม ต้องอยู่ดึก ก็เลยมีสิทธิ์เจอบ่อย ออสการ์ : ยามโรงเรียนผมก็จะอยู่ที่ป้อมตรงสนามเด็กเล่นอย่างเดียว แต่ก็มีโอกาสเจอมั่งแหละ ถ้าครูนี่บางทีเค้าก็จะกลับก่อนนักเรียน เค้าก็มีโอกาสเจอน้อยมาก 100 % ก็อาจจะเจอซะ 20% ส่วนนักเรียนอย่างพวกหนูก็มีโอกาสเจอแค่ 10 % ที่น่าจะเจอมากที่สุดก็น่าจะเป็นภารโรง เพราะเค้าอยู่ที่โรงเรียนนานที่สุด แต่ภารโรงโรงเรียนหนูเค้าอยู่แค่ถึงเที่ยงคืน พอหกโมงเช้าเค้าก็มา แต่ก่อนกลับเค้าก็ต้องตรวจโน่นนี่ เค้ามีสิทธิ์เจอมากสุดเพราะเค้าอยู่ดึกกว่าทุกคน เป็นคนกลัวผีมั้ย ริว : ก็กลัวครับ แต่ที่ถ่าย ๆ มาก็ยังไม่เจอนะครับ ก็ไม่อยากเจอด้วย ออสการ์ : ถ้าไปเป็นแก๊ง 4-5 คนนี่จะไม่กลัวอะไรเลย ยกเว้นไปวัด แต่ถ้าไปคนเดียวกลางคืนในที่มืดๆ นี่จะไม่กล้าครับ กลัวครับ นีโม : ก็กลัวผีอยู่นะคะ กลัวแต่ชอบดูอะไรผี ๆ ค่ะ ถ้าวันหนึ่ง เราดันเจอผีที่โรงเรียน จะทำยังไง อาไท : โห ! ตอบยาก ผมไม่เคยเจอ อันดับแรกคงต้องยืนวิเคราะห์ก่อน ไม่ใช่ ! คงไม่บ้าบอขนาดนั้น ก็คงตามประสา คงจะกลัวแล้วก็วิ่งหนีครับ แต่ผมว่าคนเราเวลาเจอผี ไม่ใช่เจอแล้ววิ่งเลยนะ ผมว่าทุกคนเวลาเจอผี เค้าต้องยืนสตั๊นซะ 3 วิ แล้วค่อยวิ่งหนีไป ริว : ถ้าเจอผีในโรงเรียนจะทำยังไงเหรอครับ ก็วิ่งหนีเลยครับ ถ้ามีเพื่อนมาด้วยผมว่าก็ไม่มีใครรอใครแล้วครับวิ่งไปก่อนเลย ไม่รอแน่ ๆ เราเป็นคนมีเซ้นส์ผีหรืออะไรพวกนี้มั้ย ออสการ์ : หนูไม่ได้เห็นไง แต่รู้อ่ะ รู้ว่าเค้ากำลังมองเราอยู่ เค้ากำลังทำอะไรอยู่ มีความรู้สึกได้ว่าเค้ามาหาอะไรอย่างงี้ . เคยเจอเหตุการณ์ลึกลับประหลาด ๆ ผี ๆ ในกองถ่ายมั้ย อาไท : ก็มีนะฮะ คือวันนั้นผมต้องถ่ายฉากที่เล่าเรื่องผีอยู่ตลอดทั้งวัน แล้วรู้สึกว่าอยู่ดี ๆ ก็ปวดไหล่สองข้าง ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้สะพายกระเป๋าอะไรเลยนะ ผมก็เอาแล้ว ถ้าเป็นคนที่มีเซ้นส์เค้าคงเห็นอะไรอยู่บนบ่าผมอ่ะ ก็นั่งปวดซักพักนึง สุดท้ายก็ไปไหว้ขอขมาเจ้าที่ที่โรงเรียนที่ถ่าย พอไหว้เสร็จอาการก็ดีขึ้นเลย ก็อาจจะเป็นเพราะเรามาทำมาพูดอะไรที่ไม่ให้เกียรติสถานที่อะไรอย่างนี้ก็ได้มั้งครับ ออสการ์ : เคยมีแต่เรื่องหลอกเด็กว่า ระวังนะมาถ่ายที่โรงเรียนนี้ แต่หนูก็ยังไม่เจออะไร ถ้ายังไม่ได้เจอด้วยตัวเอง หนูก็ยังไม่เชื่อ นีโม : ก็มีพี่ ๆ ทีมงานเคยเล่าให้ฟังค่ะ เหมือนมีฉากหนึ่งที่ถ่ายกันตรงบันได แล้วเหมือนเค้าถ่ายติดใครมาก็ไม่รู้ ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะใช่ทีมงาน ก็ลองไปดูนะคะว่ามันจะอยู่ในหนังรึเปล่า บรรยากาศกลางคืนตอนที่ถ่ายหนังในโรงเรียนนี้เป็นยังไง อาไท : โหย น่ากลัวมากครับ ตอนนั้นผมถ่ายอยู่ฝั่งโน้น แล้วมองข้ามมาอีกฝั่งของชั้นเดียวกัน มันมืดแบบจ้างผมเดินผมก็ไม่เอาอ่ะ นีโม : ถ่ายตอนกลางคืนที่นี่ก็น่ากลัว เพราะมันไม่ใช่สถานที่ที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว แล้วรอบ ๆ โรงเรียนมันก็มีต้นไม้ล้อมรอบเยอะแยะ และด้วยตัวตึกโรงเรียนมันก็น่ากลัวอยู่แล้ว แล้วยิ่งตอนกลางคืนก็ยิ่งน่ากลัวใหญ่เลยค่ะ ในแก๊งเรา 5 คนนี้ อยากให้ใครเจอผีมากที่สุด ริว : ที่อยากให้เจอผีมากที่สุดก็คงเป็น สุชาติ แคปเจอร์ นี่แหละครับ เพราะอยากรู้ว่าถ้าเจอผีแล้วจะเป็นยังไง สุชาติจะกลัวผี หรือผีจะกลัวสุชาติครับ แต่สุชาติต้องกรี๊ดลั่นแน่ ๆ ครับ อาไท : โอ้โห ! สุชาติ แคปเจอร์ นี่ตัดออกก่อนเพราะผีกลัวเค้า หันมาช็อกกันเอง ผมว่าคนที่ผมอยากให้เจอนะก็คือ ออสการ์ มันกวนผมมาก มันกวนประสาทคนทั้งกอง คนที่อยากให้เจออีกคนก็คือ ริว เพราะริวเป็นคนหน้านิ่งมาก อยากจะรู้ว่าเวลาเจอผีหน้ามันจะเป็นยังไง ออสการ์ : อยากให้เป็น พี่สุชาติ แคปเจอร์ เพราะพอเวลาผีเจอพี่เค้า ผีจะตกใจก่อน แล้วก็จะหนีไป ส่วนพี่เค้าก็จะงงว่าพี่หนีเราทำไม ผีก็จะกลัวเค้ามากกว่า สุชาติ : ในแก๊งก็อยากให้ อาไท และ ออสการ์ เจอผีมากที่สุด โดยเฉพาะออสการ์มันแสบมากเลย อยากให้มันเจอผี มันก็อาจจะมอง ๆ แล้วก็วิ่งร้องไห้ไปเลยมั้งคะ นีโม : ก็อยากให้ ออสการ์ หรือ พี่สุชาติ เจอผีเพราะดูลักษณะแล้วก็น่าจะสนุกดี ก็อาจจะกรี๊ด วิ่งหนีอะไรประมาณนั้นมั้งคะ การร่วมงานกับผู้กำกับ ริว : พี่เปิ้ลก็เป็นผู้กำกับที่ใจดีครับ ยังไม่เคยดุเลย ก็โอเคครับ อาไท : ดีมากครับ พี่เปิ้ลเค้าก็คอยบอกอะไรที่ผมยังทำแล้วไม่ค่อยดี เค้าก็จะบอก ดีครับ ออสการ์ : ใจดีครับ หนูเป็นคนที่สั่งได้ สั่งได้เลย เค้าก็จะเอนเตอร์เทนเรา ซึ่งหนูชอบผู้กำกับแบบนี้มากกว่า สุชาติ : พี่เปิ้ลก็เป็นผู้กำกับที่ใจดี มีความเป็นกันเอง พอหนูผิดพลาด ก็บอกให้ปรับตรงนั้นตรงนี้หน่อยนะ ไม่ดุค่ะ พี่เค้าก็ให้กำลังใจ นีโม : การร่วมงานกับพี่เปิ้ลก็ดีค่ะ ก็ไม่มีอะไรแย่ พี่เปิ้ลเป็นคนใจดี เวลากำกับตรงไหนที่เรายังเล่นไม่ดี ก็จะมาบอกมาสอนว่าควรจะปรับปรุงตรงไหนค่ะ ความน่าสนใจหรือความโดดเด่นโดยรวมของหนังผีเรื่องนี้ ริว : ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ก็คือการเล่าเรื่องผี บางคนอาจจะชอบฟังแม้เค้าจะไม่มีประสบการณ์ในการเจอ แต่เค้าอาจจะเคยฟังมาบ้าง ทุกโรงเรียนต้องมีเรื่องเล่าต่างๆ อยู่แล้ว ก็อยากให้ทุกคนมาลองดู ผมคิดว่าทุกคนอาจจะเคยได้ฟัง ได้เล่าเรื่อง หรือได้พบเจอกับตัวเอง โรงเรียนผี ก็จะถ่ายทอดความรู้สึกตรงนั้นมา ก็คอยติดตามนะครับว่า โรงเรียนผี เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน อาไท : ผมว่าโรงเรียนทุกคนต้องมีเรื่องผีที่เล่าต่อกันมาแน่นอน เรื่องนี้ก็จะถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมที่ทุกคนเคยผ่านมา ก็มาดูว่าเรื่องผีของ โรงเรียนผี เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน เป็นหนังที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี สตรีดูแล้วสวย คนป่วยดูแล้วหายแน่นอนครับ ออสการ์ : คือว่าหนังมันมีเรื่องสยองขวัญ เรื่องที่ทุกคนเล่ามันน่ากลัว ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ทุกเคยได้ยินได้ฟังมา เค้าก็จะเอามาเล่าให้ฟัง ให้เป็นภาพเลยว่าเป็นอย่างงี้ ๆ นะ มาดูกันครับว่าโรงเรียนเรานี่จะมีสิ่งที่น่ากลัวลึกลับขนาดไหนและจะน่ากลัวกว่าเรื่องที่คุณเคยได้ยินมาหรือเปล่า สุชาติ : เพราะว่าหลายโรงเรียนมันก็ต้องมีเรื่องเล่ากันแหละเนาะ คนที่ชอบเล่าเรื่องผีก็ต้องดู เหมือนมันเป็นการแชร์ประสบการณ์จริง ต้องมาดูนะ หนังเรื่องนี้น่ากลัวมากจริง ๆ มาดูกันว่า โรงเรียนผี นี้จะน่ากลัวขนาดไหน นีโม : เรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเล่าเรื่องผีต่าง ๆ ของโรงเรียน ก็อยากให้มาดูกันค่ะว่า มันจะน่ากลัวกว่าที่เคยได้ยินมาหรือเปล่า นอกจากพวกหนู 5 คนแล้วก็จะมีพี่ ๆ นักแสดงอีกทั้งพี่แม็กกี้, พี่โจอี้, พี่หม่ำ, พี่เท่ง, พี่โก๊ะตี๋ ในเรื่องนี้ทุกคนก็จะได้เห็นมุมความกลัวของพี่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยค่ะ ก็ฝากเรื่อง โรงเรียนผี ไว้ด้วยนะคะ สำหรับใครที่ชอบเล่าเรื่องผี ชอบฟังเรื่องผี ชอบอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องผี ก็มาติดตามดูกันนะคะ โรงเรียนผี หลอนทุกคาบ หลอกทุกโรง 3 พ.ย.นี้ค่ะ

หวาน-ฟิน-ซึ้ง-แฮปปี้ทั่วถึง! ในแฟนมีตติ้ง ยงพัล 'จูวอน'
AIS PRESENTS 2016 THE BEST OF ME JOO WON มาเหอะ อยากเจอ /  Joo Won / 

ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ สำหรับพระเอกหนุ่มหล่อหน้าใสกิ๊ง จูวอน (JOOWON) ที่หอบความน่ารักมาเสิร์ฟแฟนชาวไทยเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ในงาน เอไอเอส พรีเซ็นต์ 2016 เดอะ เบส ออฟ มี, จูวอน มาเหอะ อยากเจอ ( AIS PRESENTS 2016 THE BEST OF ME, JOO WON มาเหอะ อยากเจอ) ณ เมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยผู้จัดใจดี บริษัท นาว โปรดักชั่นส์ จำกัด ที่งานนี้เปิดโอกาสให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดกับ พี่จ๋า กันแบบสุดๆ ด้านโชว์พระเอกหนุ่มก็จัดเต็มทั้งเสียงร้อง ลีลา คารมมาแบบครบเซ็ทให้สมกับชื่องาน 'THE BEST OF ME' ที่ทำให้ประทับใจกันไปนานแน่ งานนี้เริ่มด้วยวีทีอาร์ของหนุ่มจูวอนที่เชิญชวนสาวๆ มาเจอกันในแฟนมีตติ้ง เรียกเสียงกรี๊ดได้ถล่มทลาย ก่อนชายในชุดสูทสีดำพร้อมแว่นกันแดดสุดเท่จะปรากฏตัวบนเวทีกับเพลงแดนซ์สไตล์วินเทจอย่าง HONEY ของพัคจินยอง ทำเอาบรรยากาศในฮอลล์ดูคึกคักขึ้นทันตา จูวอน โชว์ทั้งการร้องพร้อมทั้งออกสเต็ปลีลาการเต้นได้อย่างลงตัว พูดได้ว่าแค่เพลงเปิดตัวก็เผยเสน่ห์รุนแรงทะลวงหัวใจกันแล้ว พอจบเพลงก็ถอดแว่นออกก่อนกล่าวทักทายทุกคนเป็นภาษาไทย “สวัสดีครับ ผมชื่อ จูวอน ครับ สบายดีไหมครับ?” ทำเอาเสียงกรี๊ดสนั่นเลยทีเดียว เมื่อพิธีกร ดีเจคิว ธิติพันธ์ สุริยาวิชญ์ และ ล่ามคนเก่ง แจยอง ถาม จูวอน ว่า 'เป็นแฟนมีตติ้งครั้งที่ 3 แล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง?' พระเอกหนุ่มเจ้าของงานก็ตอบว่า “ผมมาถึงเมืองไทยเมื่อ 2 วันก่อน หนึ่งวันก่อนงานแฟนมีตติ้งผมตื่นเต้นมาก กลัวทำไม่ได้ แอบนอยด์นิดนึง ก่อนขึ้นเวทีก็ยังไม่ค่อยมีแรง แต่พอขึ้นมาบนเวทีปุ๊บไม่รู้พลังมันมาจากไหน มาสนุกให้เต็มที่กันนะครับ แล้วที่เลือกเพลง HONEY เป็นเพลงเปิดตัวก็เพราะเพลงนี้เป็นเพลงแดนซ์เพียงไม่กี่เพลงที่ผมชอบ แล้วที่สำคัญเพราะทุกคนคือ HONEY ของผมไงครับ" พูดจบพระเอกของเราก็เอามือปิดหน้าอย่างเขินๆ น่ารักเป็นที่สุด! อย่างที่รู้กันว่า จูวอน มีความสามารถด้านกาาร้องเพลงไม่แพ้การแสดง เล่นซีรี่ส์เรื่องไหนก็ได้ร้องเพลงประกอบเกือบแทบทุกเรื่อง อย่างเรื่อง TOMORROW’S CANTABILE เขาก็ได้ร้องเพลง INNOCENTE พระเอกหนุ่มจึงขอมอบเพลงนี้ให้กับทุกคน เสียงร้องดังขึ้นพร้อมมิวสิควิดีโอภาพจากซีรีส์ จากนั้น พี่จ๋า ก็ก้าวลงจากเวทีเพื่อจะได้ให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น แม้จะพยายามทำมือบอกให้ทุกคนนั่งลง แต่แฟนคลับก็ไม่อาจห้ามมือไม่ให้ไขว่คว้า สุดท้ายเดินมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง จูวอน ก็ต้องหันหลังกลับเดินขึ้นเวทีไป และเมื่อจบเพลงนี้ก็มาต่อด้วยเพลง MY LOVE จากซีรีส์สร้างชื่อ THE KING OF BAKING KIM TAK KU ที่ทำเอาแฟนๆ ซึ้งไปตามกัน แถม จูวอน ยังอ้อนเพิ่มเติมอีกว่า “ผมคิดว่าทุกคนเป็น MY LOVE ไงครับ” โอ้ววว มาถึงกิจกรรมร่วมสนุกกับแฟนๆ กิจกรรมแรก 'ฉันอยากรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับจูวอน' โดยให้จูวอนจับหมายเลขผู้โชคดีที่จะได้สิทธิ์ถามคำถาม (จูวอนอยากเที่ยวจังหวัดไหนในเมืองไทยที่สุด?)"ปีก่อนที่มางานแฟนมีตติ้งผมเคยไปเที่ยวเชียงใหม่กับพ่อแม่ สวยงามมาก มีความทรงจำดีๆมากมายที่นั่น ผมชอบอากาศอุ่นๆ มากกว่าอากาศหนาวครับ พอรู้ว่าต้องมาทำงานที่เมืองไทย ผมตื่นเต้นตั้งแต่ตอนเก็บกระเป๋าเลย ช่วยแนะนำที่เที่ยวให้ผมเยอะๆนะครับ", (เมื่อวานเอาหมวกให้ที่หน้าลิฟท์หลังกินข้าว ได้อ่านโน้ตหรือเปล่า?)"เป็นหมวกที่มีชื่อผมหรือเปล่าครับ? ในนั้นมีโน้ตด้วยเหรอครับ ผมไม่ได้หยิบโน้ตขึ้นมาอ่าน แต่หมวกอยู่ที่ผมแล้วนะครับ เป็นจดหมายหรือว่าโน้ตเล็กๆ ครับ เขียนประมาณว่าให้จูวอนรึเปล่าครับ ถ้าเป็นอันนั้นได้รับแล้วครับ" ช่วงเวลานี้แม้จูวอนจะไถ่ถามด้วยความซีเรียสเพราะใส่ใจความรู้สึกของแฟนๆ แต่แฟนคลับในงานกลับไม่เครียดตาม ต่างขำก๊ากในความน่ารักของพ่อหนุ่มใสซื่อกันสนั่นฮอลล์ ฟากคำถามจากพิธีกร หนุ่ม จูวอน ก็ตอบอย่างเอาใจใส่เช่นกัน (3 เหตุผลที่คุณชอบเมืองไทยคืออะไร?)"อากาศ อาหาร และสำคัญที่สุดเลยก็เพราะทุกคนนี่แหละ นี่ผมตอบจากใจจริงไม่ได้ปากหวานนะ วันนี้พอเห็นทุกคนปุ๊บ รู้สึกเลยว่าทำไมทุกคนสวยขึ้น แล้วผู้หญิงไทยก็มีเสน่ห์มากด้วยครับ" (ถ้ามีละครไทยติดต่อไปจะมาเล่นมั้ย?)"แน่นอนอยู่แล้ว ผมอยากมีผลงานที่เมืองไทยให้ทุกคนเป็นของขวัญครับ" จบพักช่วงสัมภาษณ์มาเข้ากิจกรรมที่สอง 'เต้นให้แรง Post-it กระจาย' หนุ่ม จูวอน จับหมายเลขผู้โชคดี 4 ท่านขึ้นมาเล่นเกมแบบใกล้ชิดสนิทสนมบนเวที โดยกติกามีอยู่ว่าใครสลัด Post-it ออกจากร่างกายได้มากที่สุดคือผู้ชนะ ซึ่งจะได้รับสแตนดี้รูปจูวอนพร้อมลายเซ็นไปตั้งไว้ที่บ้าน ซึ่งพระเอกหนุ่มปล่อยมุขเรียกเสียงฮาว่า "ห้ามเตะผมนะ...ผมมองคุณอยู่นะ" ส่วนผู้แพ้ก็ได้ตุ๊กตาอุ่นใจพร้อมลายเซ็นต์ไปแทน แต่ใครจะชนะหรือแพ้หนุ่มจูวอน ก็ได้รับแจกอ้อมกอดอุ่นๆ อย่างทั่วถึง ให้เก็บไปเคลิ้มกันไป ภาพสลับมาที่ จูวอน ในมาดร็อกเกอร์ที่เตรียมเพลงไทยมาเซอร์ไพรส์แฟนคลับ กับเพลง แสงสุดท้าย ของ BODY SLAM บทเพลงที่พระเอกหนุ่มเลือกจะร้องเอง! ฝึกร้องเอง! ด้วยภาษาไทยที่ชัดเป๊ะ!! ในน้ำเสียงและลีลาซึ่งแฟนๆ ต่างลงความเห็นว่าคล้ายพี่ตูนซะเหลือเกิน (น่าเสียดายที่พี่จ๋าไม่ยอมถอดเสื้อแบบพี่ตูนนี่ละ!) แต่เพียงแค่นี้ก็ทำเอาเหล่าแฟนคลับทั้งทึ่งทั้งปลึ้มในความตั้งใจเต็มเปี่ยมของจูวอน พากันส่งเสียงกรี๊ดกระจายสนั่นฮอลล์กันแล้ว [Fancam] Joo Won sing Thai song 'แสงสุดท้าย The Last Light' @ 2016 The Best of Me Joo Won 2016.02.20 youtube channel : Aungnie Dee ต่อเนื่องความฟินในกิจกรรมต่อมา 'ลูกโป่งแตก' บอกได้คำเดียวว่านี่คือไฮไลท์ของงานสำหรับสาวๆ เพราะมีผู้โชคดี 7 ท่านได้ขึ้นมากอดกับพี่จ๋ายาวนานถึง 30 วินาที แต่มีข้อแม้ว่าต้องทำลูกโป่งแตกให้ได้มากที่สุด โดยรายแรกก็ทำแตกไปถึง 10 ลูก สร้างความหนักใจแก่ผู้เข้าแข่งขันคนถัดๆ ไปอย่างมาก จึงต้องเลือกระหว่าง 'ทำลูกโป่งแตกให้ได้มากกว่า' กับ 'ดึงเวลาไว้ให้ได้กอดพี่จ๋าให้นานที่สุด' ซึ่งดูเหมือนว่าส่วนใหญ่จะเน้น 'กอดแน่นๆ แพ้ช่างมัน!' เว้นแต่ ป้าดา ขวัญใจมหาชนที่กอดก็แน๊นแน่น แถมทำแตกไปตั้ง 10 ลูก สุดท้ายต้องตัดสินผู้ชนะเลิศด้วยการเป่ายิ้งฉุบกับหนุ่มจูวอน ก่อนป้าดาจะชนะได้รับกิฟท์เซ็ตชุดใหญ่จากพระเอกหนุ่มของเราไป หลังจบเกมเจ้าตัวถึงกับต้องซับเหงื่อและบอกว่า "เหนื่อยนิดนึงแต่สนุกมากกกกครับ" แหมจะไม่เหนื่อยได้ไง เพราะต้องออกแรกกดฝ่ายเดียว ในขณะที่เหล่าแฟนคลับผู้แข่งขันต่างเน้นการกอดกันอย่างชัดเจน! เข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์กันต่อ (ตอนนี้มีผลงานอะไรให้ติดตามบ้างครับ?) จูวอนก็ตอบแบบหยอกให้ขำๆ ว่า "ก็ผลงานที่ผมเล่นไงครับ", (เวลาว่างคุณชอบทำอะไร?)"ดื่มกาแฟครับ เพราะผมจะมีเวลาว่างไปที่ร้านกาแฟ ได้สั่งกินเอง ได้เจอเพื่อนๆ ไปดูหนังกันครับ" หนุ่ม คิว พิธีกรของงานเลยแซวว่า เวลาที่เขาว่างๆ จะลงไปนั่งที่ล็อบบี้คอนโด เพราะเปิดแอร์เย็นๆ แล้วก็ไปซื้อกาแฟเซเว่นมานั่งจิบ ทำเอาจูวอนขำหนักมากก่อนจะเล่าว่า "ที่เกาหลีช่วงหน้าร้อนคนเกาหลีก็ชอบไปธนาคารกันเพราะเปิดแอร์เย็นๆ ให้น่ะครับ"... มาพูดเรื่องรางวัลใหญ่ที่ได้รับจากการทำงานหนักกันบ้าง “ผมได้รับรางวัลแดซังไป แต่ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปนะครับ วันต่อมาผมยังตื่นไปซื้อขนมที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตกินเองเหมือนเดิม ใช้ชีวิตเหมือนเดิม จริงๆแล้วผมรู้สึกดีนะที่ได้รางวัลมา แต่ผมก็ต้องทำให้ดีขึ้นเพื่อตอบแทนความรักของทุกคนครับ" จากนั้นเข้าสู่บทเพลง LOVE MEDICINE เพลงที่จะมาช่วยรักษาหัวใจสาวๆ ด้วยน้ำเสียงของ คุณหมอพัคชีอน จากเรื่อง GOOD DOCTOR แล้วไปพักเบรคความซึ้งกับการแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้กับแฟนคลับที่มีวันเกิดตรงกับวันนี้พอดี ซึ่งงานนี้เจ้าของวันเกิดมีถึงสี่สาว จูวอน ก็เลยร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้พร้อมกันและร่วมเป่าเค้กด้วย ก่อนจะมอบกอดแน่นๆ ให้กับทุกคนแทนของขวัญ ในขณะที่สาวๆ ก็ฝากรักด้วยรอยลิปสติกหลากสีบนเสื้อสูท ซึ่งพระเอกหนุ่มบอกว่า "วันนี้สนุกมากเลยครับ จะจบงานแล้วเหรอเนี่ย?" พอพิธีกรแซวเรื่องสูทของจูวอนที่เปื้อนรอยลิปสติก เขาก็ตอบทันควันว่า "ผมรู้ว่าทุกคนอยากดูสวยเวลาเจอผม เลยแต่งหน้าจัดเต็มกันมาครับ" นอกจากนั้น จูวอน ก็ยังพูดให้กำลังใจทุกคนอีกว่า "เวลาทำงานหนักมากๆ บางทีเราก็เหนื่อย ทุกคนเหนื่อยหมดไม่ใช่แค่ผม แต่เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป อย่าไปท้อ แล้ววันหนึ่งเราจะยิ้มได้อย่างมีความสุขแน่นอนครับ" ก่อนจะพาเข้าเพลง IF I WERE เพลงประกอบละครความหมายลึกซึ้งจากใจ ชีอน ในเรื่อง GOOD DOCTOR เพลงที่ทำให้ทุกหัวใจอบอุ่นไปกับเนื้อหาและน้ำเสียงสะกดอารมณ์ของ จูวอน ก้าวสู่ช่วงซึ้งด้วยแฟนโปรเจ็คท์ที่แฟนคลับชาวไทยตั้งใจมอบให้ จูวอน ด้วยการเล่าเรื่องผ่านภาพการทำงานและข้อความแทนความรู้สึกห่วงใย 'อย่าลืมที่จะมีความสุข อย่าลืมที่จะยิ้ม' ซึ่งหลังจากคลิปวิดีโอจบลง จูวอน ก็หันมาหาแฟนคลับที่พร้อมใจกันชูป้ายซึ่งมีตัวอักษรทั้งภาษาไทย อังกฤษ และเกาหลี สื่อความหมายว่า 'กลับมานะ...เราจะรอ' ทำเอาน้ำตาลูกผู้ชายที่ไม่ได้ไหลกันง่ายๆ ก็พรั่งพรู จูวอนกล่าวชื่นชมทั้งน้ำตาว่า "ปกติผมไม่ใช่คนร้องไห้เก่งขนาดนี้นะ แต่ผมประทับใจมากเวลาแฟนๆ ทำอะไรแบบนี้ให้ เลือกเพลงได้ดีมาก เขียนได้ดีมาก แฟนคลับของผมเก่งมากๆเลยครับ" และนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งศิลปิน พิธีกร และล่าม พากันร้องไห้ด้วยความประทับใจ จนจูวอนอดตัดพ้อไม่ได้ว่า "เขียนว่าอย่าร้องไห้ แต่ทุกคนนั่นแหละทำให้ผมร้องไห้" แฟนโปรเจคงานมิตติ้ง 2016 "The Best Of Me" JooWon มาเหอะ อยากเจอ #JooWonThailandFanMeeting2016 [VTR HD] วีทีอาร์เซอร์ไพรส์ที่ทำให้จูวอนร้องไห้ อัพแบบ HD ให้ดูกันชัดๆเพลงในโปรเจคคือ 다시사랑한다말할까 / Should I Say I Love You again ของ Kim Dong Ryul Posted by Joo Won Thailand Fanclub on 22 กุมภาพันธ์ 2016 เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย จูวอน ก็ได้เผยความในใจก่อนจากกันว่า "เดี๋ยวผมจะร้องเพลงสุดท้ายแล้วนะครับ ผมเป็นแค่คนธรรมดาที่อยู่บนโลกนี้ ผมเป็นคนที่ไม่มีอะไรดีพอ ขอบคุณทุกคนที่รักคนที่ไม่ดีพร้อมคนนี้นะครับ" เสียน้ำตาไปเยอะ จูวอน เลยชวนแฟนๆ ให้สนุกไปกับเพลง My Way To You แม้พระเอกของเราจะพยายามข่มอารมณ์ แล้วชวนแฟนๆ ร้องเล่นเต้นตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน แต่มาถึงท่อนสุดท้ายเจ้าตัวก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวไหลออกมาอีกรอบ ก่อนกลับเข้าไปหลังเวที ปล่อยให้แฟนคลับอังกอร์เรียกชื่อ "จูวอน" ได้สักพัก พระเอกหนุ่มก็ออกมาปิดท้ายด้วยเพลง HONEY อีกครั้ง ในเวอร์ชั่นที่มาพร้อมน้ำเสียงลีลาลูกเล่นและออกสเต็ปแดนซ์จัดเต็มโดนใจ ก่อนอำลาเวทีไปด้วยคำว่า "ขอบคุณคร้าบ" หลังงานจบลงด้วยความประทับใจ โดยแฟนคลับทุกที่นั่งของ เอไอเอส พรีเซ็นต์ 2016 เดอะ เบส ออฟ มี, จูวอน มาเหอะ อยากเจอ ( AIS PRESENTS 2016 THE BEST OF ME, JOO WON มาเหอะ อยากเจอ) ยังมีโอกาสได้สัมผัสมือนุ่มๆ แถมบางส่วนได้ของที่ระลึกและได้ถ่ายภาพร่วมกับจูวอนด้วย... ถ้าจะน่ารัก อบอุ่น ใจดีแบบนี้ ดูท่าคงจะมีเสียงอ้อนให้รีบกลับมาหาสาวไทยไวๆ อีกแน่นอน! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

บุ๋ม โวย!! ละครไม่ใช่ต้นตอคดีฆ่าข่มขืน
ข่าว บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม ล่ารายชื่อ / 

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ขอออกมาเถียงแทนสื่อและนักแสดงทุกคน กรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาสังคมกับคดีฆ่าข่มขืนนั้น มาจากสื่ออย่างละครทีวี ที่นำเสนอแต่ความรุนแรง และฉากพระเอกข่มขืนนางเอก แต่กลับยกย่องเป็นฮีโร่ ซึ่งงานนี้ สาวบุ๋ม ในฐานะนักแสดง และประธานองค์กรทำดี ที่ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อการขอยกเลิกการอภัยโทษคดีฆ่าข่มขื่นทั้งผู้ใหญ่และเยาวชน เลยต้องออกมาโพสต์แสดงความเห็นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวบ้างว่า "สำหรับคำถามนี้ขอตอบเป็นสองข้อนะคะ 1. ละครทำให้เยาชนมีความรุนแรง? แสดงว่าคนในยุคปัจจุบันถึงขั้นแยกแยะไม่ออกแล้วเหรอว่าอันไหนชีวิตจริง อันไหนละคร? ละครฉากบู๊ฉากตบฉากข่มขืนมันก็มีมาตั้งแต่สมัยไหนก่อน ก็ไม่เห็นว่าพฤติกรรมจะรุนแรงเหมือนยุคปัจจุบัน มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ศีลธรรม จริยธรรมในแต่ละคนมากกว่า ว่าแยกแยะและยับยั้งชั่งใจได้ไหม? มันขึ้นอยู่กับสันดานของแต่ละคนค่ะ อย่าโทษนั่นโทษนี่เวลาทำผิดเลย มันแค่ข้ออ้างและข้อแก้ตัวค่ะ ที่สำคัญ เราดูละครเพราะมันไม่ใช่เราในชีวิตจริง ไม่มีคุณชายตามตื้อ ไม่มีคฤหาสน์ให้เดิน ส่วนตัวบุ๋มเองเล่นละครเป็นตัวร้าย กะหรี่ มาเฟีย ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจริงต้องเป็นแบบนั้นสักหน่อย เงื้อมมือตบยังไม่มีเลย! ละครก็คือละคร ไม่จำเป็นทึ่จะต้องมาทำให้เป็นชีวิตจริงใช่ไหมคะ และขอถามกลับบ้างนะคะว่า คุณคิดว่าไอ้สี่ตัวนั้นที่มันทำขนาดนี้เพราะมันดูละครเหรอคะ? ถ้ามันดูจริงมันจะรู้ว่า ตัวร้ายตายตอนจบเสมอ! จริงไหม?" ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @boompanadda บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา

บอกละเอียดยิบ! ดวงการงาน 12 ราศี เดือนพฤศจิกายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12 ราศี ประจำเดือน พฤศจิกายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ดวงไม่ค่อยรุ่งทำอะไรเป็นมีคนคอยจ้องจับผิดตลอด  คนรอบข้างนำปัญหาร้อนใจมาให้ พยายามอย่าไปรับปากใครสุ่มสี่สุ่มห้าจะต้องมาเดือดร้อนเสียเอง การทำงานถ้าทำเป็นทีมเข้าขากันไม่ได้เลย ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ช่วงนี้ระวังคำพูดสักนิด เกิดพูดผิดพลาดไปจะผิดใจกันเปล่าๆ “ไพ่พิเภก” (ไพ่ The Magician) หัวสมองปลอดโปร่ง มีงานเสริม เจรจาขอความช่วยเหลือสำเร็จทุกราย กลางเดือน ทำงานอึดอัด ต้องทำในงานที่คุณไม่ถนัดและไม่สามารถปฏิเสธได้ ยิ่งมีทั้งเสือสิงห์กระทิงแรดคอยจับตาดู คู่แข่งคุณก็ไม่พลาด จ้องเล่นงานตลอด ขยับตัวไม่ค่อยถนัด สิ้นเดือน รอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ช่วงกลางมีการย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบเรื่องงาน การทำงานก้าวหน้า แต่เวลานี้ห้ามอยู่เฉย ต้องลุกขึ้นมาแสดงความสามารถ มีความคิดเห็นอะไรพูดออกไปได้เลย ดวงผู้ใหญ่สนับสนุนอยู่แล้ว งานด้านเจรจา งานต่างประเทศเป็นไปตามเป้าหมาย คุณที่อยากเปลี่ยนอยากย้ายมีโอกาสเหมาะ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) เริ่มคิดแผนการอันชั่วร้าย มีอะไรหลายอย่างอยู่ในหัว ทุกอย่างจะสำเร็จได้ต้องมีนอกมีใน การทำงานขึ้นๆลงๆ เป็นเวลาที่คุณต้องรีบฉวยโอกาส อยากทำอะไรให้รีบลงมือทันที เพราะถ้าเลยช่วงนี้ไปแล้วจะไม่มีโอกาสดีสำหรับคุณ หนักไปในเรื่องความขัดแย้ง การถกเถียง งานหนักเอาการ กลางเดือน ความเจ้าเล่ห์เพทุบายเริ่มเข้ามาอีกครั้ง คุณมีไหวพริบเป็นเยี่ยมทำให้ใครต่อใครทำงานให้คุณตามแผนที่วางไว้ การทำงานแคล่วคล่องว่องไว ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ คุณเองก็เริ่มเปล่งรัศมี ตำแหน่งหน้าที่การงานก้าวหน้า แต่เหนื่อยหน่อย มีการแข่งขันพิสูจน์ความสามารถ ถ้าทำอย่างเต็มที่ไม่แพ้ใครแน่นอน ปลายเดือน คนใกล้ชิดเริ่มเข้ามาก้าวก่ายชีวิตประจำวันคุณมากขึ้น คอยบอกคอยกำกับทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ฟังไว้ก็ไม่เสียหาย การทำงานให้รีบขยันขันแข็งจะมีผู้ใหญ่เห็นความดี ทำธุรกิจกับครอบครัวก้าวหน้า รู้สึกกังวลได้รับมอบหมายงานที่ไม่ถนัด อยากเปลี่ยนอยากย้าย สิ่งแวดล้อมปลอดโปร่งแมวไม่อยู่หนูร่าเริง ทำงานได้อย่างสบายใจ ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) เจอแต่เรื่องน่าปวดหัว ช่วงนี้คุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยอยู่ ขี้หงุดหงิดง่าย ทั้งดื้อทั้งแรง ทำให้เรื่องงานขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาบ่อย ต้องคุมตัวเองบ้าง ความคิดของคุณมาถูกทางแล้ว เพียงแต่รอโอกาสที่จะพูด ให้เหตุผล ผู้บังคับบัญชาถึงจะคล้องตาม แต่ถ้าใจร้อนใช้อารมณ์คงจะหมดโอกาส มีดวงในการเปลี่ยนงาน การทำงานขยับขยาย กลางเดือน เกิดอาการเหม่อลอยบ่อย “ไพ่ฝ่าพงไพร” (ไพ่ 9 ถ้วย) นั่งคิดทบทวนเรื่องเก่าๆ จมอยู่กับความผิดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ อะไรที่รู้ว่าแก้ไขไม่ได้แล้วควรปล่อยไปซะ คุณมีโอกาสดีๆมารออยู่ การทำงานอารมณ์เสียเพราะคอยเกี่ยงงาน คุณเองไม่ชอบเอาเปรียบใคร และไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบเลยยอมไม่ค่อยได้ มีปากมีเสียงกับเพื่อนร่วมงาน เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่เข้าข้าง สิ้นเดือน การทำงานมีความริเริ่ม โดดเด่น เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ช่วงนี้คิดอะไรได้ให้รีบเสนอ คุณมักนำสิ่งใหม่ๆมาให้ที่ทำงานเสมอ ช่วงปลายได้เพื่อนดีคอยสนับสนุน เป็นแรงผลักดันให้ก้าวหน้า ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ช่วงนี้อารมณ์ปรวนแปรเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าใกล้ มีเหตุให้ต้องหงุดหงิดอยู่บ่อยๆจากผู้อื่น “ไพ่พิเภกถูกเนรเทศ” (ไพ่ 2 เหรียญ) การทำงานไม่แน่ไม่นอน ต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์ผู้บังคับบัญชาด้วย พยายามทำตัวตามน้ำ อย่าไปฝืน มิฉะนั้นเกิดความขัดแย้งแน่ ช่วงนี้อย่าไปยุ่งเรื่องคนอื่นมากจะเดือดร้อนเอง มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องงาน  กลางเดือน การทำงานก้าวหน้าสุดๆ มีโอกาสได้เปลี่ยนงาน หยิบจับงานใหม่ เป็นงานที่คุณชอบและถนัด ผลงานจึงออกมาดี ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ค่อยได้อยู่ติดที่ จะเหมาะมาก ปลายๆไอเดียกระฉูด บริวารและคนรอบข้างให้การสนับสนุนเต็มที่ สิ้นเดือน “ไพ่พระนารายณ์” (ไพ่ ราชาคทา) ความกระตือรือร้นเต็มเปี่ยม ช่วงนี้อยู่นิ่งไม่ค่อยได้ หานั่นทำนี่ตลอด แต่อยากจะเตือนไว้สักนิด ให้ใช้เหตุผล มากกว่าอารมณ์ เพราะช่วงนี้คุณเริ่มใจร้อนทำให้แผนที่วางไว้เสียได้ การทำงานมีโอกาสเหมาะในการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ระวังจะเจอเรื่องน่าเบื่อ หงุดหงิดอารมณ์เสียกับคนใน เจรจาปรึกษามีแต่ความขัดแย้ง ต้องใจเย็นๆแล้วปัญหาจะคลี่คลายได้เอง ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) อารมณ์ขึ้นลง ช่วงนี้เป็นทั้งนางฟ้าและซาตานในเวลาเดียวกัน ใครอย่ามาแหย่ให้ฉุนทีเดียว ยากในการห้ามปาม การทำงานรู้สึกเหมือนสิ่งที่ทำมันไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ก็คงถึงเวลาที่ต้องแสวงหากันใหม่ ช่วงนี้ใกล้ชิดใครความคิดมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามคนๆนั้นได้ง่ายต้องระวังด้วย กลางเดือน เริ่มออกลาย ความเจ้าเล่ห์เพทุบายไม่แพ้ใครเลย ช่วงนี้แผนการที่วางไว้สำเร็จได้โดยง่าย มีความสามารถพิเศษทำอะไรหลายๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน การทำงานแม้จะวุ่นวาย มีงานหลายอย่าง แต่คุณก็ไม่หวั่น เมื่อนึกถึงเงินเข้ามา งานก็เดินได้อย่างมีพละกำลัง การที่จะสำเร็จได้คงต้องอ่อนน้อมรู้จักพูด รู้จักเข้าหาผู้ใหญ่ ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม สิ้นเดือน “ไพ่ค่อมกุจจียุยง” (ไพ่ 6 ถ้วย) มักมีโอกาสได้เจอะเจอเพื่อนเก่า คนคุ้นเคยเก่าๆ ทำให้ได้เฮฮา ระลึกถึงความหลังอีกครั้ง ช่วงนี้เรื่องบางเรื่องที่คาใจจะได้ปลดปล่อย การทำงานวุ่นวายมีการปรับเปลี่ยนที่ทางบ้าง แต่ไม่เป็นปัญหา ช่วงนี้ให้คิดดีทำดีแล้วคุณจะได้ผลตอบแทนที่ดี จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ รักษาโอกาสของตัวเองให้ดี ให้ระวังอึดอัดน้ำท่วมปากต้องรับผิดชอบในเรื่องที่ไม่ถนัด ไม่สามารถปฏิเสธได้ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) “ไพ่จองจำพิเภก” (ไพ่ 8 ดาบ) รู้สึกห่อเหี่ยว คิดหวังอะไรจากคนรักมักต้องผิดหวังกลับมา ช่วงนี้รักคือการให้ ให้เขาแล้วเรามีความสุขเป็นดีที่สุด คนโสดตื่นเต้นมีคนมาสารภาพรัก มีของขวัญ แต่อย่าเหลิงจนลืมความเป็นจริง  การทำงานเจอแต่เพื่อนร่วมงานที่เห็นแก่ตัว งานไม่เดิน คุณเองเบื่อสภาพนี้เต็มที แต่ก็ยังไม่มีโอกาสดีๆในการปรับเปลี่ยน มีคนชักชวนลงทุนหรือทำอะไรใหม่ๆคิดให้ดีก่อน อาจต้องเสียใจภายหลัง กลางเดือน การทำงานแคล่วคล่องว่องไว เก่งทุกเรื่อง แถมได้แสดงฝีมือในสิ่งที่คุณถนัด ใครๆก็ต้องยอมรับ ผู้บังคับบัญชาต้องมาพึ่งพา งานก้าวหน้าไปอีกขั้น แต่จะมีปัญหาจากคู่แข่งบ้าง อย่าไปหัวเสียจะทำให้คู่แข่งได้ใจ ยังไงคุณมีภาษีดีกว่าอยู่แล้ว ปลายเดือน การทำงานกระตือรือร้น มีโอกาสได้หยิบจับงานใหม่ ใครที่อยากลงทุนกิจการของตัวเองประสบความสำเร็จ แต่เกี่ยวกับบริวาร เพื่อนร่วมงานยังทำให้หงุดหงิดอยู่บ้าง ทำอะไรด้วยตัวเองได้ก็ทำไปก่อน หวังพึ่งพาใครลำบาก มีแต่คนไม่อยากช่วย ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ไม่มีอะไรหวือหวา แต่ก็น่าประทับใจ ช่วงนี้คุณได้ทำตามฝัน มีดวงเดินทางไกล  การงานก้าวไปอย่างช้าๆแต่มั่นคง คุณได้รับการหยิบยื่นโอกาสดี ให้รีบตัดสินใจรับไว้จะนำความก้าวหน้ามาให้ การปรับเปลี่ยน โยกย้ายไม่น่าเป็นห่วงทำให้คุณก้าวหน้ากว่าเก่า ช่วงนี้งานที่ต้องใช้สมอง ใช้ความคิด ได้ไอเดียดีๆ มีชื่อเสียง กลางเดือน ทำงานไม่ได้ดังใจสักเรื่อง ที่คิดไว้มีอันต้องล้มเลิก ผิดหวัง ทำใจให้เย็นลงอีกนิด อ่อนน้อมขึ้นมาอีกหน่อย แค่นี้คุณก็ได้รับความนิยมเหมือนเดิม ช่วงนี้เข้าหา เจรจากับผู้ใหญ่ประสบความสำเร็จ ได้เพื่อนดี ครอบครัวดี คอยหนุน ปลายเดือน “ไพ่พระฤษีชนก” (ไพ่ Hermit) มีเดินทางไกล เปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่ที่ทำงาน แต่เป็นในทางที่ดีขึ้น การทำงานเป็นช่วงเวลาของการแสวงหา อยากทำอะไรใหม่ๆ ช่วงนี้มีโอกาสได้หยิบจับสิ่งใหม่ๆสมใจ แต่ออกจะโดดเดี่ยวต้องช่วยเหลือตัวเอง  กล้าคิดกล้าทำจะเกิดความสำเร็จ คุณที่คิดเปลี่ยนงานให้รีบส่งใบสมัคร ได้ลุ้นงานใหม่แน่นอน ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ดวงการงาน ต้นเดือน ผู้ใหญ่เริ่มเข้ามามีบทบาทกับคุณมากขึ้นทั้งเรื่องงาน ที่บ้าน แต่อย่าพึ่งร้อนใจ เพราะช่วงนี้คุณมีดวงอุปถัมภ์ ที่ผู้ใหญ่เข้ามาจะทำให้ชีวิตดีขึ้น การงานช่วงต้นๆจะยุ่ง วุ่นกับการปรับเปลี่ยน งานเอกสารแก้ไข แต่พอสะสางเสร็จแล้วงานจะก้าวหน้าขึ้น ได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ได้รับโอกาสดีกว่าคนอื่น เหมาะกับการลงทุน ขวนขวายทำสิ่งที่ฝัน “ไพ่พระลบ” (ไพ่ ราชาถ้วย) เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีคนมาขอความช่วยเหลือ ขอคำปรึกษา เรื่องคนอื่นต้องยกนิ้วให้คุณเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องตัวเองเหมือนเส้นผมบังภูเขา คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก การงานลุ่มลึกมาแรงแซงโค้ง ตอนนี้คะแนนนำโด่ง ผู้บังคับบัญชาไว้วางใจให้เป็นมือขวา แต่อย่าเพิ่งออกฤทธิ์ ทำอะไรอย่าข้ามหน้าข้ามตา มีดวงศัตรูคอยอาฆาตจ้องเล่นงานอยู่ ปลายเดือน เจอเรื่องเครียดๆรายล้อม ทั้งปัญหาเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว พลอยทำให้สุขภาพแย่ไปด้วย “ไพ่วิตกนางสีดา” (ไพ่ 9 ดาบ) การงานอึดอัดใจ มีคนขอให้ช่วยจนรู้สึกไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว จะปฏิเสธก็น้ำท่วมปาก คุณดันเก่งทุกเรื่องเลยต้องมานั่งแก้ปัญหาให้คนนั้นคนนี้ ช่วงปลายถึงจะมีที่พึ่งบ้าง ได้เพื่อนคู่คิด มีคนมาแบ่งเบาภาระ แต่ก็ต้องตามติดเพื่อให้เรียบร้อย ถ้ามัวแต่นั่งกระดิกเท้ามีหวังถูกหมั่นไส้ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) “ไพ่หนุมานถวายคันศร” (ไพ่ 8 คทา) มีเหตุให้ต้องไปนั่นมานี่ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานจะสำเร็จด้วยดี ช่วงนี้บรรยากาศในการทำงานแจ่มใส คิดหวังทำอะไรก็ประสบผลสำเร็จ งานท่องเที่ยว ทัวร์ งานต่างประเทศกำลังพุ่งแรง แต่ปลายๆยังต้องระวังตัวบ้าง จะมีปัญหากับผู้ใหญ่ คู่แข่งที่ไม่ประสงค์ดี ถ้ามัวแต่ชักช้าลังเลจะถูกคนอื่นแซงหน้าได้ กลางเดือน การทำงานมีการโยกย้าย ปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น ถ้ากำลังมองหางานใหม่ก็มีจังหวะที่ดี พยายามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการให้เจอ และมุ่งไปที่สิ่งนั้นจะประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม สิ้นเดือน ช่วงนี้ดีเป็นเรื่องๆ “ไพ่พระลักษมี” (ไพ่ ราชินีคทา) งานดี โดดเด่น ยิ่งงานที่ต้องพบปะ ติดต่อ คุณทำได้ดีเป็นที่พอใจของผู้บังคับบัญชา แต่เจ้านายช่วงนี้ก็ขึ้นๆลงๆ ทำให้คุณเริ่มหงุดหงิด ต้องพยายามเข้าหาให้ถูกจังหวะ ไม่เช่นนั้นก็คงไม่รอดเหมือนกัน สิ่งที่คิดที่หวังเริ่มใกล้ความเป็นจริง มีโอกาสได้พบเจอคนมีชื่อเสียง มีคำแนะนำดีๆที่ได้ไป ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) มาแบบม้ามืด แซงหน้าทุกเรื่อง เก่งทุกทาง ช่วงนี้โอกาสเข้ามาทำให้คุณได้เริ่มต้น ได้สร้างฝันหลายๆอย่าง การทำงานคล่องแคล่ว เรียนรู้ไว ได้รับการหยิบยื่นโอกาส เรียกว่าเป็นช่วงทองของคุณทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ วางแผน จะมีผลงานได้รับการยอมรับ งานก้าวหน้า มีทางเลือกให้กับตัวเองมากขึ้น กลางเดือน ยับยั้งชั่งใจไม่ค่อยได้ มีปัญหากับคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย พอจะอารมณ์ดีขึ้น เพราะได้ข่าวดีเรื่องงาน การทำงานถ้าเป็นงานที่พึ่งตัวเองเป็นหลัก มีผลงานเป็นที่พอใจ แต่ก็ต้องลดทิฐิความดื้อลงบ้าง บางครั้งอาจไม่ได้รับการยอมรับเต็มร้อยจากผู้ใหญ่ ส่วนถ้าต้องทำงานเป็นทีม เตรียมใจรับกับเรื่องวุ่นวายได้เลย คุณเข้ากับใครไม่ค่อยได้ สิ้นเดือน มีดวงเดินทางไกล แต่ต้องพบปัญหาติดขัดตลอด “ไพ่นางสีดาลุยไฟ” (ไพ่ อัศวินคทา) ความขัดแย้งมาแรง ไม่ว่าจะทำอะไรมักมีคนขวาง ช่วงนี้ให้ช้าๆไว้ก่อน การทำงานเจอคนคอยจับผิด ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ช่วงนี้พยายามเข้าเมืองตาหลิ่ว หลิ่วตาตามไปก่อน เพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมา สิ่งที่คาดหวัง ความก้าวหน้าต่างๆจะถูกบั่นทอน ใครที่กำลังอยากเปลี่ยนอยากย้ายคงต้องอดทนทำไปก่อน ยังไม่มีจังหวะ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม)  “ไพ่รถศึก” (ไพ่ The Chariot) ชีพจรลงเท้า ดวงเดินทางเด่นมาก ถึงแม้ไม่อยากเดินทางไปไหน ก็ต้องมีเหตุการณ์ให้ต้องไปต้องโยกย้าย เดินทางจนได้ การทำงานหยิบนั่นจับนี่ให้วุ่น ชอบทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียว ทั้งงานหลักงานเสริม แต่สุดท้ายก็เคลียร์ได้สำเร็จ ช่วงนี้มีเหตุให้วางมวยกับเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา เตือนไว้ก่อนอย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงดีกว่า งานจะได้ก้าวหน้า กลางเดือน ช่วงนี้สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเรื่องคำพูด มักจะโผงผางตรงจนเกิดเรื่อง “ไพ่พระอิศวร”(ไพ่ ราชาดาบ) งานไม่เดินเพราะมัวแต่ตั้งแง่ วางชั้นเชิงกับผู้บังคับบัญชา มีเหตุถูกตำหนิเรื่องงานที่รับผิดชอบ มีดวงในการเปลี่ยน หรือย้ายงาน ถ้ากำลังเบื่อให้รีบส่งใบสมัครไปให้ทั่วจะมีข่าวดี สิ้นเดือน ใจร้อน ไม่ฟังใครจนเป็นเหตุให้เกิดความผิดใจกันตามมา ช่วงนี้มีเรื่องขัดแย้งกับคนใกล้ตัวบ่อยมาก ให้ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์จะดีกว่า การทำงานโดนเพิ่มความรับผิดชอบ แต่เงินเดือนเท่าเดิม ทำให้อารมณ์เดือดอยู่เหมือนกันแต่ทำอะไรมากไม่ได้  ช่วงนี้พอมีโอกาสสำหรับงานเสริม การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ แต่ยังไงก็ต้องไม่ข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่ด้วย ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) “ไพ่พาลีได้ชัย” (ไพ่ Strength) หลายสิ่งหลายอย่างเข้ามาวนเวียนในหัว ต้องใช้เหตุผลในการตรึกตรองตัดสินใจ ช่วงนี้ต้องพยายามข่มอารมณ์ เมื่อไรใจร้อนหงุดหงิดจะเกิดเรื่องเดือดร้อน การทำงานไม่แน่ไม่นอนขึ้นอยู่กับอารมณ์ผู้บังคับบัญชา ตัวคุณเองก็แสนดื้อ ยอมใครเป็นเสียเมื่อไหร่ ช่วงนี้ต้องนอบน้อม เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตามถึงจะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ กลางเดือน เพื่อนล้นปรี่ ใครๆก็ต่างมารุมล้อม มีที่ปรึกษา มีคนคอยช่วยเหลือ คิดอยากทำอะไรก็เป็นเรื่องง่าย การทำงานเริ่มมีความคิดอยากลงทุน อยากทำอะไรเป็นของตัวเอง ช่วงนี้พอทำได้ แต่ให้ทำกับเพื่อนสนิทหรือครอบครัวมีความก้าวหน้ามากกว่าทำเองคนเดียว มีโอกาสดีในการเปลี่ยนงานย้ายงาน ให้รีบส่งใบสมัคร กับเพื่อนฝูงที่ทำงานคอยช่วยเหลือดีไม่มีปัญหา สิ้นเดือน “ไพ่ขันธกุมาร” (ไพ่ เจ้าชายดาบ) มีเรื่องคิดจุกจิกร้อยแปด คนรอบข้างมักทำให้เสียความรู้สึก การทำงานมีแต่การเกี่ยงงาน โยนความผิดจนมีความรู้สึกเบื่อ งานก็ยุ่งอยู่แล้วยังต้องมาเบื่อเรื่องคนอีก พวกงานตัวเลข เอกสารต้องระวังให้มาก มีเปอร์เซ็นต์จะทำผิดพลาดถูกตำหนิสูง มีเรื่องขัดแย้งในที่ทำงาน อาจบานปลายเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวพันหัวหน้างาน รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.MThai.com

และนี่คือ 10 หนังดังที่สร้างจากวรรณกรรม...แถมยังทำภาคต่อ !
Alice in Wonderland /  Alice Through the Looking Glass / 

และนี่คือ 10 หนังดังที่สร้างจากวรรณกรรม แถมยังทำภาคต่อ ! ในโลกของการสร้างสรรค์บทภาพยนตร์ บ่อยครั้งที่เราจะพบว่าเนื้อเรื่องถูกรังสรรค์ขึ้นใหม่จากตัวผู้กำกับก็ดี ทีมเขียนบทก็ดี แต่ก็มีภาพยนตร์อีกไม่น้อยทีเดียวที่เราจะพบว่ามันถูกดัดแปลงเนื้อเรื่องมาจากสื่ออื่นที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที หนังสั้น หนังสือการ์ตูน รวมถึงวรรณกรรมเยาวชน ! กล่าวได้ว่าบทภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดมาจากเรื่องราวในวรรณกรรมนั้นมีความพิเศษกว่าต้นฉบับที่เป็นสื่อประเภทอื่นอยู่เล็กน้อย ด้วยข้อจำกัดของวรรณกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านเพียงตัวอักษร ไม่มีรูปภาพที่เป็นรูปธรรมใด ๆ การได้เห็นสิ่งที่ถูกตีความจนกลายเป็นรูปเป็นร่างครั้งแรกจึงย่อมน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะฉะนั้น...วันนี้เราจึงได้รวบรวม 10 หนังที่มีต้นตอที่มาจากวรรณกรรม แถมยังเป็นหนังที่เข้าตาถูกใจใครหลาย ๆ คน ขนาดที่ค่ายต้นสังกัดยอมควักกระเป๋าสั่งลุยทำภาคต่อกันถ้วนหน้าอีกด้วย ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...ตามลงมาดูพร้อม ๆ กันได้เลย The Lord of the Rings ภาพยนตร์ชุด The Lord of the Rings สร้างมาจากวรรณกรรมชื่อเดียวกัน ผลงานการประพันธ์ของ J. R. R. Tolkien หรือ John Ronald Reuel Tolkien บิดาแห่งวรรณกรรมแฟนตาซีระดับสูงยุคใหม่ เนื้อเรื่องเล่าถึงเหตุการณ์ในโลกจินตนาการ Middle-Earth สถานที่ซึ่งฮอบบิทนามว่า โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ (Frodo Baggins) และเหล่าเพื่อนพ้อง ที่ได้รับภารกิจให้ออกเดินทางไปทำลายแหวนเอก (The One Ring) เพื่อล้มล้างอำนาจของจอมมารเซารอน (Sauron) โดยภาพยนตร์แบ่งออกเป็น 3 ภาค ได้แก่ - The Lord of the Rings : The Fellowship of the Ring (2001) - The Lord of the Rings : The Two Towers (2002) - The Lord of the Rings: The Return of the King (2003) Harry Potter หากเอ่ยชื่อวรรณกรรมที่โด่งดังเปรี้ยงปร้างที่สุด Harry Potter คงจะเป็นชื่อแรกที่หลาย ๆ คนนึกถึง ด้วยเป็นวรรณกรรมเยาวชนเรื่องยาวขนาด 7 เล่มจบของ J. K. Rowling หรือ Joanne "Jo" Rowling นั้นได้สร้างปรากฏการณ์ยอดขายและยอดแฟนคลับถล่มทลายทั่วทั้งโลก เนื้อเรื่องเล่าถึงแฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) และเพื่อน ๆ ของเขา รอน วีสลีย์ (Ron Weasley) เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ (Hermione Granger) กับชีวิตการศึกษาในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ ฮอกวอตส์ (Hogwarts School of Witchcraft and Wizardry) ซึ่งในแต่ละปีพวกเขาต้องเจอกับเรื่องราวที่วุ่นวายและหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งด้วยกระแสฟีเวอร์ของตัววรรณกรรมนี้เอง ค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง Warner Bros. จึงไม่พลาดที่จะนำพ่อมดหนุ่มในหนังสือมาร่ายเวทย์เสกคาถาให้กลายเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงรวมทั้งสิ้น 8 ภาคด้วยกัน ได้แก่ - Harry Potter and the Philosopher's Stone (2001) - Harry Potter and the Chamber of Secrets (2002) - Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (2004) - Harry Potter and the Goblet of Fire (2005) - Harry Potter and the Order of the Phoenix (2007) - Harry Potter and the Half-Blood Prince (2009) - Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 1 (2010) - Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 2 (2011) The Chronicles of Narnia The Chronicles of Narnia คือวรรณกรรมสุดแฟนตาซี ผลงานเขียนโดย C. S. Lewis หรือ Clive Staples Lewis มีความยาวทั้งสิ้น 7 เล่มจบ เนื้อเรื่องว่าด้วยกลุ่มเด็ก ๆ ที่เดินทางข้ามมิติไปสู่ดินแดนนาร์เนีย (Narnia) เริ่มต้นด้วย 4 พี่น้องตระกูลพีเวนซี่ ประกอบด้วย ปีเตอร์ (Peter Pevensie) ซูซาน (Susan Pevensie) เอ็ดมันด์ (Edmund Pevensie) และลูซี่ (Lucy Pevensie) ที่ได้กอบกู้ดินแดนแห่งนี้คืนจากแม่มดขาวในภาคแรก ก่อนที่จะมีตัวละครอื่น ๆ เข้ามาสร้างสีสันให้กับเนื้อเรื่องตามลำดับเหตุการณ์และช่วงเวลา ทั้งนี้วรรณกรรมเรื่อง The Chronicles of Narnia ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ทั้งสิ้น 3 ภาค ได้แก่ - The Chronicles of Narnia: The Lion, the Witch and the Wardrobe (2005) - The Chronicles of Narnia: Prince Caspian (2008) - The Chronicles of Narnia: The Voyage of the Dawn Treader (2010) Death Note ข้ามฟากมาที่ฝั่งญี่ปุ่นกันบ้าง กับ Death Note ภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนแนวสยองขวัญแฟนตาซี พล็อตเรื่องโดย สึงุมิ โอบะ (Tsugumi Ohba) ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ ยางามิ ไลท์ (Light Yagami) นักเรียน ม.ปลายหัวดีที่บังเอิญไปพบบันทึกมรณะ (Death Note) ของยมทูตลุค (Ryuk) และได้ทราบถึงความสามารถพิเศษของมันว่าเมื่อจรดชื่อใครลงในสมุดเล่มนี้ เขาจะเสียชีวิตตามรายละเอียดที่บันทึกลงไป ไลท์จึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนโลกใบนี้ด้วยการไล่ฆ่าอาชญากรเป็นจำนวนมาก เดือดร้อนถึงองค์กรตำรวจที่ต้องส่งนักสืบผู้ใช้นามแฝงว่า แอล (L) โดยทั้งไลท์และแอลต่างแสดงความเหนือเมฆชิงไหวชิงพริบกันในภาพยนตร์ถึง 2 ภาค ได้แก่ - Death Note (2006) - Death Note 2 : The Last Name (2006) Twilight ผลงานวรรณกรรมเกี่ยวกับแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าของสเตเฟนี เมเยอร์ (Stephenie Meyer) ประกอบด้วยหนังสือทั้งหมด 4 เล่ม ในชื่อชุด Twilight เนื้อเรื่องกล่าวถึงเบลล่า สวอน (Bella Swan) สาววัยรุ่นที่มีความรักกับแวมไพร์หนุ่ม เอ็ดเวิร์ด คัลเลน (Edward Cullen) จนเข้าไปพัวพันกับสงครามครั้งใหญ่ของเหล่าแวมไพร์อย่างไม่ทันตั้งตัว แถมงานนี้เธอยังได้พระรองหนุ่มเป็นมนุษย์หมาป่าชื่อ เจคอบ แบล็ก (Jacob Black) คอยช่วยเหลืออยู่ไม่ห่างอีกด้วย ในการนี้ภาพยนตร์ Twilight แบ่งออกเป็น 5 ภาคด้วยกัน ได้แก่ - Twilight (2008) - The Twilight Saga : New Moon (2009) - The Twilight Saga : Eclipse (2010) - The Twilight Saga : Breaking Dawn – Part 1 (2011) - The Twilight Saga : Breaking Dawn – Part 2 (2012) Sherlock Holmes Sherlock Holmes สุดยอดวรรณกรรมนักสืบที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับนวนิยายสืบสวนยุคหลังอีกมากมาย ผลงานการสร้างสรรค์โดยเซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ (Arthur Ignatius Conan Doyle) เรื่องราวของเชอร์ล็อก โฮมส์ (Sherlock Holmes) นักสืบชาวลอนดอนผู้ฉลาดหลักแหลม ร่วมสืบคดีกับคู่หูอย่างหมอวัตสัน (Dr. John H. Watson) วรรณกรรมต้นฉบับประกอบด้วย เรื่องยาว จำนวน 4 เรื่อง และหนังสือรวมเรื่องสั้น จำนวน 5 เรื่อง โดยสำหรับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ทำออกมาทั้งสิ้น 2 ภาค ได้แก่ - Sherlock Holmes (2009) - Sherlock Holmes :  A Game of Shadows (2011) Percy Jackson ภาพยนตร์ Percy – Jackson สร้างจากนวนิยายชุด เรื่อง Percy Jackson & the Olympians ของริก ไรออร์แดน (Rick Riordan) ซึ่งในชุดประกอบด้วยหนังสือ 5 เล่ม เนื้อหาว่าด้วยการผจญภัยของเพอร์ซีย์ แจ็กสัน (Percy Jackson) เด็กชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่วันดีคืนดีเขาก็ได้ทราบความจริงว่าตนเองมีสายเลือดของเทพโพไซดอน เทพแห่งมหาสมุทรตามตำนานเทพปกรณัมกรีก ซึ่งในส่วนของภาพยนตร์นั้น...ทีมงานได้เนรมิตการผจญภัยยิ่งใหญ่ของ ลูกเทพ คนนี้จากการหยิบเอาหนังสือเล่มที่ 1 และ 2 ของชุด มาสร้างเป็นภาพยนตร์ ได้แก่ - Percy Jackson & the Olympians : The Lightning Thief (2010) - Percy Jackson & the Olympians : Sea of Monsters (2013) The Hunger Games เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ภาคต่อที่ใคร ๆ ต่างประทับใจและเฝ้ารอชมอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาพยนตร์ The Hunger Games ที่ได้เค้าโครงมาจากวรรณกรรมชื่อเดียวกันของซูซาน คอลลินส์ (Suzanne Collins) เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่พาเน็ม (Panem) ดินแดนใหญ่ที่ประกอบด้วยนครหลวง แคปปิตอล และอีก 13 เขตปกครอง ซึ่งหลังจากแคปปิตอลทำลายเขตปกครองที่ 13 ลง แคปปิตอลก็ได้กำหนดให้อีก 12 เขตที่เหลือส่งบรรณาการชายและหญิงวัย 12 – 18 ปี มาเข้าแข่งขันเกมล่าชีวิตที่ผู้เข้าแข่งขันต้องฆ่าฟันกันเองจนกว่าจะเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว เพื่อเป็นการข่มอำนาจให้อยู่เหนือเขตปกครองทั้งหลาย ซึ่งในการแข่งขันครั้งที่ 74 แคตนิส เอฟเวอร์ดีน (Katniss Everdeen) สาววัยสิบหกจากเขต 12 ก็เป็นผู้คว้าชัยชนะไป โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าชัยชนะของเธอในครั้งนี้ได้สร้างความสั่นคลอนต่อแคปปิตอลเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ เนื้อเรื่องในภาพยนตร์แบ่งออกเป็น 4 ภาค ได้แก่ - The Hunger Games (2012) - The Hunger Games : Catching Fire (2013) - The Hunger Games : Mockingjay – Part 1 (2014) - The Hunger Games : Mockingjay – Part 2 (2015) The Maze Runner The Maze Runner สร้างจากวรรณกรรมเยาวชนในชุดเกมล่าปริศนา (Pentalogy) ของเจมส์ แดชเนอร์ (James Dashner) ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ชุดดังกล่าวประกอบด้วยหนังสือ 5 เล่ม เรื่องราวว่าด้วยการถูกพาตัวมายังทุ่งปริศนาของโทมัส (Thomas) ท่ามกลางความงุนงง เขาได้พบกับเด็กผู้ชายอีกหลายคนที่ถูกพาตัวมาที่นี่เช่นเดียวกัน โทมัสยังได้เรียนรู้อีกว่าที่ทุ่งนี้มีเขาวงกตที่นำไปสู่ทางออกและภายในนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตลึกลับอาศัยอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นการเอาชีวิตรอดด้วยการฝ่าออกไปจากเขาวงกตก็ไม่ได้หมายความว่าเขากับเพื่อน ๆ จะได้พบกับอิสรภาพ เพราะนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการทดลองที่มีจุดมุ่งหมายพิเศษเท่านั้น โดยทีมสร้างภาพยนตร์ได้นำวรรณกรรมชุดนี้มาสร้างเป็นหนังจอเงินแล้วทั้งสิ้น 2 ภาค ได้แก่ - The Maze Runner (2014) - Maze Runner: The Scorch Trials (2015) Alice ปิดท้ายกันด้วยการผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์ของหญิงสาวนามมว่า อลิซ (Alice) ที่สร้างมาจากวรรณกรรมเรื่อง Alice's Adventures in Wonderland และภาคต่ออย่าง Through the Looking-Glass, and What Alice Found There ของชาลส์ ลัตวิดจ์ ดอดจ์สัน (Charles Lutwidge Dodgson) เจ้าของนามปากกา ลูอิส แคร์รอล (Lewis Carroll) โดยในภาพยนตร์ภาคแรก Alice in Wonderland (2010) ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่อลิซได้ไปเยือนดินแดนมหัศจรรย์ และกำราบมังกรแจ็บเบอร์ว็อกกี (Jabberwocky) ของราชินีโพแดง (Red Queen) ได้สำเร็จ ทำให้ความสงบสุขกลับมาเยือนดินแดนแห่งนี้ และล่าสุดในปีนี้ เราก็จะได้พบกับภาคต่อของภาพยนตร์ชุด Alice ที่ได้นำวรรณกรรมภาคต่อมาสร้างเป็นภาพยนตร์ Alice Through the Looking Glass ที่เล่าถึงการกลับสู่ดินแดนมหัศจรรย์อีกครั้งหนึ่งของอลิซ เพื่อไปช่วยเหลือเพื่อนสนิท แมด แฮตเตอร์ (Mad Hatter) โดยการเดินทางไปตามหาบุรุษแห่งเวลา ผู้ซึ่งสามารถควบคุมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต งานนี้อลิซจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ไปติดตามได้พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ 11 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป

จบนะ!! ปันปัน ไม่ยุ่งเรื่อง วุ้นเส้น-น้ำชา ยันสัมพันธ์ ไฮโซฟิล่า แค่เพื่อน!!
ปันปัน สุทัตตา /  ข่าว ปันปัน สุทัตตา / 

  จะกระดิกตัวทำอะไร ก็กลับกลายเป็นว่าเป็นที่ถูกจับตามองไม่น้อย สำหรับ ปันปัน สุทัตตา ที่ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าแท็กทีมกับนักแสดงรุ่นพี่ วุ้นเส้น วิริฒิพา เพื่อข่ม น้ำชา ชีรณัฐ ซึ่งงานนี้ สาวปันปัน ยืนยันว่าไม่ขอยุ่งเกี่ยวและไม่เกี่ยวกับตน สำหรับกระแสข่าวซุ่มคบ ไฮโซฟิล่า นั้นเจ้าตัวเผยความสัมพันธ์เป็นได้แค่เพื่อน ตอนนี้ขอเวลาพักใจ เน้นโฟกัสเรื่องเรียนเป็นหลัก พร้อมกับเผยเรื่องราวดีๆ ทำหน้าที่สอนหนังสือให้กับสามเณร!! เป็นอย่างไรบ้างไปสอนภาษาอังกฤษสามเณร   "ก็ไปให้คำถามภาษาอังกฤษแล้วพรุ่งนี้ไปเฉลย แล้วก็ไปด้วยใจไม่มีเรื่องเงินพรุ่งนี้ก็กลับไปอีกเพราะน้องเณรจะสอบโอเน็ตในวันเสาร์นี้ ก็เลยไปกับพี่ลูกกอล์ฟ ช่วยกันสอนเพาะปัน สอนไม่ค่อยเก่ง" รู้จักกับพี่วุ้นเส้นได้ยังไง   "รู้จักกับพี่วุ้นเส้นมาก่อนหน้านี้แล้วเจอกันตามงานเลยคุยกันถูกคอ ก็คุยกันเรื่องชีวิตสารพัดสิ่ง" โดนกระแสอะไรไหมหลังจากที่ลงรูปกับวุ้นเส้น   "ก็ไม่มีนะคะ เพราะว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา ไม่ได้มีมาคอมเม้นท์หรืออะไรเลย" ไฮโซฟิล่า คือใคร   "หนูเห็นแล้วตอนที่เขาจะลงรูป ก็คือเป็นเพื่อนกันปกติ ก็เป็นงานวันเกิดแล้วหนูเป็นคนถือเค้กเข้าไป ก็แค่ถ่ายรูปกัน กล้องโพลารอยด์ แล้วเขาก็เจ็บรูปปกติคือรู้จักกันมาสักพักแล้ว เป็นเพื่อนกันมาสักพักแล้ว" มีอะไรเป็นพิเศษไหม   "รู้จักกันมาสักพัก ก็เป็นเพื่อนกัน ตอนนี้ยังค่ะขอพักก่อนขอเวลาหน่อย ตอนนี้กำลังเรียนและการเปิดกล้อง ก็มีคนเข้ามาคุยได้เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้อะไร สเปคก็เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆเริ่มโตก็เริ่มเปลี่ยนไปค่ะ" งานน้อยไหมเพราะไม่มีสังกัด   "ก็ไม่นะคะงานมีเข้ามาเรื่อยๆ แต่ว่ารับได้นิดเดียวเพราะว่าจันทร์ถึงศุกร์เรียน อย่างเดียว โฟกัสที่เรื่องเรียนก่อนค่ะ อยากเรียนให้จบก่อน" ปันปันกล่าว ขอบคุณภาพจาก IG punpun_sutatta ปันปัน วุ้นเส้น พีค ปันปัน สอนภาษาอังกฤษสามเณร ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา

พรีวิว: หงส์สถิติข่มเจ้าบ้าน! เบิร์นลีย์ - ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
พรีวิวบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มร้อนแรง หลังเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปในเกมประเดิมสนาม พรีเมียร์ ลีก มีคิวเล่นเกมเยือน 2 นัดติด โดยจะต้องเดินทางไปเยือนถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ของ เบิร์นลีย์ ที่แพ้สอนซีมาในเกมแรก เรามาดูความพร้อมของทั้งสองทีมกันดีกว่า... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2016 เบิร์นลีย์ - ลิเวอร์พูล เวลา: 21.00 น. สนาม: เทิร์ฟ มัวร์ ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1, PPTV HD ช่อง 36 เบิร์นลีย์ สตีเฟ่น เดอฟูร์ เจ้าของสถิติผู้เล่นค่าตัวแพงของสโมสรจะมีโอกาสลงเล่นเป็นเกมแรกในวันนี้ โดยมาแทนที่ เดวิด โจนส์ ที่ย้ายไปร่วมทีมเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ นอกจากนี้ น้องใหม่แต่หน้าเดิมของพรีเมียร์ ลีก จะหมดสิทธิ์ใช้งาน จอน ฟลานาแกน ที่ยืมมาจากลิเวอร์พูลนั่นเอง รวมไปถึง แอชลีย์ บาร์นส์ ที่มีอาการบาดเจ็บแฮมสตริง นอกจากนั้น ผู้เล่นตัวหลักยังคงอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิ่ล คีน, จอร์จ บอยด์, อังเดร เกรย์ และ แซม โวคส์ ลิเวอร์พูล "ทีมหงส์แดง" หลังจากเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปแบบสุดมันส์ พวกเขายังคงหมดสิ้นใช้งาน ลอริส คาริอุส, โจ โกเมซ และ ซาดิโอ มาเน่ ที่เพิ่งมีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ไปเมื่อกลางสัปดาห์ แต่จะได้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และ เจมส์ มิลเนอร์ กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง นอกจากนี้ คูตินโญ่ น่าจะฟิตทันลงสนาม หลังโดนเปลี่ยนตัวออกในเกมกับอาร์เซน่อล รวมถึง โจเอล มาติป และ ลูคัส ที่น่าจะมีลุ้นมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมนี้ เฮดทูเฮด ลิเวอร์พูลมีสถิติที่ดีกว่าในการพบกัน โดยสามารถเอาชนะเบิร์นลีย์ทั้ง 4 เกมหลังสุดที่พบกัน ซึ่งประตูที่เกิดขึ้นทั้ง 11 ประตูเป็นของลิเวอร์พูลทั้งหมด ชัยชนะครั้งหลังสุดที่เบิร์นลีย์เอาชนะลิเวอร์พูล ต้องย้อนไปในปี 1974 โดยเป็นการเอาชนะถึงแอนฟิลด์ 1-0 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม เบิร์นลีย์ (4-4-2): ทอม ฮีตัน; แมทธิว โลว์ตัน, ไมเคิ่ล คีน, เบน มี, สตีเฟ่น วอร์ด; จอร์จ บอยด์, ดีน มาร์นีย์, สตีเฟ่น เดอฟูร์, สก็อตต์ อาร์ฟิลด์; อังเดร เกรย์, แซม โวคส์ ลิเวอร์พูล (4-3-3): ซิมง มินโญเล่ต์; นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, แร็กนาร์ คลาวาน, อัลแบร์โต้ โมเรโน่; เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม; อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ดิว็อค โอริกี รูปเกมที่คาด แน่นอนว่าชื่อชั้นนั้น ลิเวอร์พูล เป็นต่อเบิร์นลีย์อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถประมาทเจ้าบ้านได้แม้แต่วินาทีเดียว โดยเฉพาะ อังเดร เกรย์ ดาวยิงตัวความหวังที่สามารถเป็นหมัดเด็ดให้กับเบิร์นลีย์ในทีมชุดนี้ แต่เชื่อว่าลิเวอร์พูลน่าจะกำชัยชนะไปได้ในเกมนี้ ด้วยจังหวะบอลที่เป็นต่อ หากพวกเขาไม่ก่อความผิดพลาดในเกมรับไปเสียก่อน ลิเวอร์พูลจะสามารถเก็บ 3 แต้มในนัดนี้ไปได้ ฟันธง ลิเวอร์พูลเอาชนะเบิร์นลีย์ไปแบบน่าอึดอัด 2-0

ละครวิมานเมขลา  , เรื่องย่อวิมานเมขลา
ละครวิมานเมขลา /  เรื่องย่อละครวิมานเมขลา / 

บทประพันธ์ : กันยา กุมารีบทโทรทัศน์ : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ /เทิดโชค เกียรติสุขเกษม / วิริยาภรณ์ จุนหะวิทยะกำกับการแสดง : แชมป์-อินทนนท์ รัตนากาญจน์ออกอากาศ : ศุกร์ เวลา 20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทาง ช่อง 3 และ 3HD เมขลา (เบลล่า-ราณี) นางเอกละครโทรทัศน์ชื่อดัง เล่นนอกคิวแบบแม่ไม้มวยไทยกับ จ๊ะเอ๋(ออย-มิรา) นางร้ายจอมเซ็กซี่ เพราะเมขลาจับได้ว่าจ๊ะเอ๋ทำตีสนิท คิดจับ แจ๊ค (เบิร์ด-กิตติธัช) แฟนหนุ่มของเธอ นิสัยวีนแตกของเมขลาคราวนี้เป็นข่าวใหญ่ เธอถูกสังคมประณามถึงความอารมณ์ร้าย เอาแต่ใจ แต่เมขลาก็ไม่แคร์ เชิดใส่ทุกคน เป็นสาวมั่นที่คิดว่าตัวเองสวย และผู้จัดละครทุกคนต้องเอาใจ แต่เรื่องคราวนี้กลับทำให้เธอกลายเป็นนางฟ้าตกกระป๋อง เพราะทั้งทางสถานีและผู้จัดต่างๆ พากันยกเลิกงานทั้งหมด เพื่อดัดนิสัยขี้วีนแตกของเมขลาสักที ละครเรื่องล่าสุด เมขลาต้องสวมบทบาทเป็น ลาล่า นักฆ่าสาว เมขลาทุ่มเทหัดคิวบู๊จนคล่องเคล่ว เพื่อให้ตัวเองอินกับบทบาท แต่เมื่อต้องถูกปลดกลางอากาศ ทำให้เธอทั้งเสียใจและนึกอายมาก แต่ก็ยังเชิดใส่สื่อ ทำเป็นไม่แคร์ เมขลาเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ระดับมหาเศรษฐี แต่พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เมขลาอยู่ในความดูแลของ ไข่มุก (แก้ว-อภิรดี) น้าสาว ไข่มุกช่วยผลาญเงินของหลานอย่างสนุกสนาน เธอเลี้ยงเมขลามาอย่างผิดๆ ตามใจจนเสียนิสัย ขณะเดียวกันไข่มุกก็หาทางถ่ายเงินของเมขลามาเป็นของเธอและ มาการีน (โจอี้-อรวิภา) ลูกสาว ด้วยนิสัยใช้เงินอย่างมือเติบของสามสาว ทำให้ฐานะการเงินของเมขลามีปัญหา จนเมื่อรู้ตัวอีกที เธอก็กลายเป็นลูกหนี้ของพวกกู้เงินนอกระบบไปร่วมๆ ห้าล้านบาท เมขลาถูกแก๊งทวงหนี้ตามรังควาน เธอใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัด เอาตัวรอดไปได้ เมขลาได้พบ เสี่ยส่ง(แจ๊ค-เกริก) ที่มาติดต่อด้วยตัวเอง เพื่อเสนอซื้อ ป่าสวนน้ำผึ้ง ป่าไม้สักที่สวยที่สุด ที่ ตระกล (สมภพ เบญจาธิกุล) ยกให้เธอเป็นมรดก ในราคาห้าล้านบาท ตระกลเป็นลุง ที่ไม่เคยติดต่อกับเมขลาเลย เธอแปลกใจมากที่ลุงยังคิดถึง เมขลาดูออกว่าเสี่ยส่งอยากได้ที่ดินผืนนี้มาก เลยทำเล่นตัว หวังโก่งราคา เมขลาแอบเดินทางไปป่าสวนน้ำผึ้ง โดยไม่บอกไข่มุกระหว่างทางเธอได้พบกับ ครูปริม (เตย-อรัชมน) ที่กำลังเดินทางจะไปสอนหนังสือที่ป่าสวนน้ำผึ้ง ครูปริมเป็นแฟนพันธ์แท้ของเมขลา ปลื้มและชื่นชม ในขณะที่เมขลาแสนจะเบื่อหน่ายในความเชย สุดเรียบร้อยของเธอ เมขลาเห็นครูปริมชอบแหวนเพชรที่แจ๊คซื้อให้ ก็เอ่ยปากยกให้ โดยแลกกับสร้อยจี้เพชรเก่าแก่ของครูปริม ครูปริมดีใจมากรีบแลกด้วย เมขลาได้แต่แอบยิ้มในความซื่อจนโง่ของปริม เพราะแหวนของแจ๊คเป็นของเก๊ แต่เพชรของครูปริม เป็นของแท้ พญา (แอนดริว เกร้กสัน) มารับครูปริมที่สถานีรถไฟ เมขลาที่แสนเย่อหยิ่ง คิดว่าพญาเป็นแค่ลูกจ้าง ก็วางมาดเป็นเจ้าของป่าคนใหม่ทันที พญาเกลียดความปากร้ายของเธอแทบจะทันทีที่ได้คุยกัน เมขลาวางท่าข่มพญาทุกทาง เผลอคุยว่าจะขายป่าให้เสี่ยส่ง พญาพยายามบอกถึงความสำคัญของป่าสวนน้ำผึ้ง ที่เป็นป่าต้นน้ำ เสี่ยส่งเคยเป็นเจ้าของที่มาก่อน แต่ตัดป่าจนหมด ปีนั้นน้ำท่วมใหญ่ทั้งจังหวัด ทำให้มีคนตายจำนวนมาก ถ้าขายให้เสี่ยส่งอีก ก็จะต้องเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ แบบที่เคยเป็น เมขลาบอกไม่แคร์ สนใจแต่เงินที่จะได้ และยังยืนยันจะขายป่าให้เสี่ยส่ง ระหว่างการเดินทางสู่ป่าสายน้ำผึ้งนั้นเอง ฝนเกิดตกหนัก ฟ้าผ่าสะพานขาด รถจิ๊ปตกลงไปในเหวทุกคนในรถกลิ้งกระจายกระแทกหมุนตลับ พญารู้สึกตัวว่าลอยจากรถหล่นลงมาในน้ำ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป เมื่อพญาฟื้นขึ้นมา อรัญ (ตุ้ย-เกียรติกมล) บอกว่าเมขลาตายเสียแล้ว กระดูกทุกส่วนแหลกเหลวและถูกเผาไปพร้อมกับรถจิ๊ป ส่วนครูปริมสิ้นสติถูกพัดไปติดที่โขดหินน้ำตกแสงอุษา พญานึกสงสัยแอบไปดูศพผู้ตาย เขารู้ทันทีว่าเกิดการเข้าใจผิดขึ้นแล้ว เนื่องมาจากเสื้อผ้าที่สลับกันของคนทั้งสอง ที่ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อน คนที่ตายคือครูปริมและคนที่รอดคือเมขลา เรื่องวุ่นๆ ยิ่งวุ่นหนักเมื่อเมขลาฟื้นคืนสติขึ้นมา ความจำของเธอเกิดเลอะเลือนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครอยู่ที่ไหน พญาจึงเกิดแผนร้ายวูบขึ้นมาในสมองทันที ถ้าเขาไม่บอกความจริงเรื่องนี้แก่ใคร เมขลาผู้ความจำเสื่อมก็จะกลายเป็นครูปริม ต้องใช้ชีวิตสอนหนังสือในป่า โดยไม่มีทางรู้เลยว่าตนคือทายาทมรดกร้อยล้าน ป่าสายน้ำผึ้งจะไม่ต้องถูกขาย ชาวบ้านจะได้รับความสงบสุขอย่างเดิม ที่พญาปกป้องป่าสายน้ำผึ้งยิ่งกว่าชีวิต เพราะน้ำท่วมคราวนั้น ทำให้พ่อของเขาต้องเสียชีวิต เมื่อโตขึ้นพญา จึงเลือกเรียนวิชาวนศาสตร์ และเมื่อจบแล้วก็มุ่งหน้าออกสู่ชนบท เพื่อเสนอโครงการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กับนายทุนป่าไม้ทางภาคเหนือ แต่ก็ไม่มีใครฟังเขา ทุกคนหาว่าพญาบ้าทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จนกระทั่งพญามาเจอ ลุงตระกล ชายชราผู้ซื้อที่ดินเสื่อมโทรมมาในราคาถูก ตั้งใจจะอยู่อย่างเงียบสงบในบั้นปลายชีวิตตระกลเกิดถูกชะตากับพญาและทุ่มเงินก้อนสุดท้ายให้พญาใช้ในการฟื้นชีวิตผืนป่าชื่อป่าสายน้ำผึ้ง โดยไม่ได้คิดจะหวังผลทางธุรกิจ ห้าปีต่อมาพญาทำได้สำเร็จ ที่ดินร้อยไร่กลายเป็นป่าสักทองที่เติบโตงดงาม และตัวพญาเอง เขามีที่ดินของครอบครัว อยู่ตรงเชิงเขา พญาจึงทำกิจการไร่ของตนเอง เพาะกล้าไม้ ทำสวนดอกไม้สวยงาม เพื่อให้คนท้องถิ่นได้มีงานทำ โดยเขาได้ช่วยเหลือ อุดหนุนผลผลิตของป่าสวนน้ำผึ้งมาตลอด ไข่มุกกับแจ๊ค ถูกตามมาให้ดูศพเมขลา แต่ทั้งคู่กลัวผีมาก ไม่กล้ามองศพ แจ๊คเห็นแค่แหวนในมือก็นึกว่าเป็นศพเมขลาจริง เลยรีบจัดการเผาอย่างรีบร้อนโดยไม่กล้าดูศพและไม่ใส่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างดูจะเป็นใจให้พญาอย่างยิ่ง เขาพาเมขลาเดินทางกลับป่าสายน้ำผึ้งทันที ในนามของครูปริม แม้จะจำอดีตของตัวเองไม่ได้ แต่เมขลาก็ยังมีนิสัยรักสวยงามติดหรูหราเหมือนเดิม จึงต้องทนทุกข์ทรมานกับสภาพบ้านป่าที่ปราศจากความสะดวกสบาย แถมยังถูกพญาแกล้งให้ได้รับความลำบากสารพัดเมขลาต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างเธอและพวกคนงานที่หมั่นไส้ความเว่อร์ของเธอ ต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งของลูกศิษย์ทโมนอย่างน้ำตาล (ด.ญ.วาสิตา) และเพื่อนๆ จนเธอทนไม่ไหวขอลาออก แต่พญาไม่ยอมให้ออก โดยกล่าวหาว่าเมขลาในนามครูปริม ได้รับเงินเดือนล่วงหน้าไปแล้วหนึ่งปี และเธอต้องทำงานชดใช้ให้จนกว่าจะครบกำหนด ถึงจะลาออกได้เมขลาเริ่มดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ให้ได้ เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหาคนอื่น เหมือนต้นไม้ที่เปลี่ยนสีในฤดูแล้งเพื่อความอยู่รอด การปรับตัวของเมขลาไม่เพียงทำให้เมขลาได้เรียนรู้ชีวิตแท้จริง ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่มันยังได้เริ่มบ่มเพราะความคิดดีงามใหม่ๆ ลงในจิตใจของเมขลาทีละน้อย ในที่สุดเมขลาเอาชนะหัวใจเด็กๆ ที่เกลียดชังเธอได้ด้วยวิธีการของเธอเอง และยังได้ช่วยพัฒนาหญิงสาวในหมู่บ้าน ด้วยการส่งเสริมให้ผู้หญิงหารายได้จากการทอผ้า เป็นหัวหอกปลุกปั่นหญิงสาวชาวบ้านให้ลุกขึ้นมามีบทบาทในครอบครัวทัดเทียมสามีพญาติดต่อขอซื้อป่าสายน้ำผึ้งจากไข่มุก แต่มาการีนเห็นพญาก็ปิ๊งมาก ไข่มุกคิดมีลูกเขยรวย เลยยังยักท่าไม่ยอมขายง่ายๆ พามาการีนมาที่ป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพญา ไข่มุกกับมาการีนหาอุบายไปพักที่ไร่ของพญา ทำให้ได้พบกับเมขลาในนามของครูปริม ไข่มุกกับมาการีนนึกว่าผีหลอกไข่มุกนึกว่าเมขลาสร้างเรื่อง ทำเป็นความจำเสื่อม เพื่อจะหนีหนี้และจับพญา แต่หลังจากทดสอบหลายครั้ง จนแน่ใจว่าเมขลาความจำเสื่อมจริง ไข่มุกก็คิดแผนชั่ว ไม่ยอมบอกความจริง เพราะนึกว่าพญาไม่รู้เรื่องนี้ไข่มุกคิดให้เมขลาเป็นครูจนๆ แบบนี้ตลอดไป แล้วเธอจะกับลูกสาว จะได้ครอบครองป่าสายน้ำผึ้งและพญา แต่ไข่มุกต้องเจออุปสรรคสำคัญ แอนนี่ (เมจิ-รัศม์ประภา) ก็หวังในตัวพญา แถมเธอยังเหนือกว่าทุกคนตรงที่ พญาเองแอบหลงรักแอนนี่มาตลอด ไข่มุกกับมาการีนจึงต้องชิงไหวชิงพริบกับแอนนี่อย่างดุเดือด โดยมี แม่เพ็ญ(จิ๊ก-เนาวรัตน์) คอยจับตา เพราะเพ็ญเอง ก็ไม่ถูกชะตากับไข่มุกอย่างแรง มีเรื่องปะทะกันตลอด เสี่ยส่งทำมาตีสนิทจีบไข่มุก หวังได้ทั้งตัวเธอ และป่าสายน้ำผึ้งฟรีๆ แต่กลับเจอความร้ายกาจของไข่มุก ที่ไม่เสียทีใครง่ายๆ ไข่มุกกลับคิดว่า จะต้องได้ทั้งตัวเสี่ยส่งและทรัพย์สินของเขาทั้งหมด ความจำของเมขลาเริ่มกลับมาบางส่วน เธอเห็นตัวเองฝึกการต่อสู้ เป็นนักฆ่า เมขลาไม่รู้ว่านั่นคือบทในละครเรื่องใหม่ เธอกลับคิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่าจริงๆ แจ๊คติดหนี้การพนัน จนเสี่ยส่งคิดเล่นงานแจ๊คได้เจอกับเมขลาโดยบังเอิญ เมขลาเข้าใจผิด คิดว่าแจ๊คเป็นคนที่สอนเธอต่อสู้ ส่งสวมรอยเป็นหัวหน้าลาล่า สั่งเมขลาว่าเธอมีงานสำคัญต้องทำ เล่นงานพญาเมขลารู้ตัวว่าเธอแอบหลงรักพญาเข้าให้แล้ว ในขณะที่พญานั้นกลับพยายามบอกตัวเองว่าเมขลาคือตัวมารของเขา มารของป่าสายน้ำผึ้ง เขารักเธอไม่ได้และจะไม่มีวันเผลอใจเป็น อันขาด เมขลาถึงหนักใจมาก ที่นักฆ่าสาวอย่างเธอ ต้องมาจัดการคนที่รัก เมขลาพยายามหาทางเล่นงานพญา แต่เธอไม่ได้มีฝีมือต่อสู้เก่งกาจจริง เคยแต่ฝึกตามคิวเท่านั้น ทำให้การกำจัดพญาผิดพลาดทุกครั้งไป พญาชักสงสัย จนได้รู้ว่าเมขลาเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่า เขาได้แต่นึกขำ และแกล้งเธอกลับ จนเมขลากลับเป็นฝ่ายเสียท่าตลอด แจ๊คอยากบอกความจริงกับเมขลา แต่โดนแอนนี่ขู่ แจ๊คได้เห็นถึงความเหี้ยมโหดของแอนนี่ ศนิ (เกล-เวธกา) เดินทางมาป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อมาตรวจคุณภาพของศูนย์เด็กเล็ก ศนิมาถึงก็ตกตะลึง เมื่อพบว่าคนที่ใครๆ เข้าใจว่าเป็นครูปริม ที่แท้คือเมขลาศนิทำแกล้งจำเมขลาไม่ได้ เพื่อไข่มุกกับมาการีนจะได้ไม่สงสัย ศนิพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวและสงสัยว่าพญาวางแผนทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ โดยมีไข่มุกกับมาการีนร่วมด้วย แต่เมื่อเธอบอกความจริงแก่เมขลา เมขลากลับไม่เชื่อศนิ เรื่องยิ่งขมวดเกลียวหนักขึ้น เมื่อเสี่ยส่งวิ่งเต้นให้ทางราชการออกนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอำเภอสายน้ำผึ้ง พญาและเมขลาไม่เห็นด้วยกับการเอาป่าไปพัฒนาอย่างไม่คำนึกถึงทรัพยากรและชาวบ้านในท้องถิ่น จึงนำชาวบ้านลุกขึ้นประท้วง ปรากฏว่าการประท้วงมีผลทำให้นโยบายถูกยับยั้ง เสี่ยส่งโกรธพญาและเมขลามาก ถึงกับส่งคนมาทำร้าย เมขลาที่ถูกสั่งมาให้กำจัดพญา ก็มาร่วมด้วย แต่เมขลากลับทำร้ายพญาไม่ลง และหันไปเล่นงานลูกน้องเสี่ยส่งแทน แอนนี่ผลักเมขลาตกไปในน้ำ ทำให้หัวเธอกระแทกหินอย่างแรง ความจำของเมขลากลับคืนมาเมขลาจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ก็เสียใจมากที่พญาหลอกลวงเธอและพลอยเข้าใจผิดว่าพญานั่นเองที่คิดจะกำจัดเธอ เมขลาจึงประกาศที่จะขายที่ดินให้เสี่ยส่ง และกลับกรุงเทพฯฯ ไปใช้ชีวิตอย่างเดิม สถานีป้อนงานละครให้เมขลาหลายเรื่อง แฟนคลับดีใจมากที่เธอกลับมา เธอกลายเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการอีกครั้ง ชื่อเสียงและเงินทองไหลมาเทมา ไข่มุกกับมาการีนที่โดนเสี่ยส่งไล่มา เพราะไร้ประโยชน์แล้ว ทั้งคู่ของ้อให้เมขลายกโทษให้ เมขลาให้เงินไข่มุกไปจำนวนหนึ่ง ตอบแทนที่มีบุญคุณ แต่ต่อไปเธอกับมาการีนต้องหางานทำ ช่วยตัวเอง เพราะไข่มุกจะไม่ช่วยอะไรอีกแล้วไข่มุกออกทีวีรายการสด มีการเปิดให้แฟนๆ ที่เข้ามาดูรายการ ซักถามเมขลา พญาปรากฏตัว ถามว่าเธอจะยกโทษให้เขาได้มั้ย พร้อมเอ่ยปากขอโทษ ให้คนทั้งประเทศได้เห็น แต่เมขลาว่าสายเกินไปแล้วเสี่ยส่งประกาศขายที่ดินล่วงหน้าเก็บเงินมัดจำอย่างเอิกเกริก เมขลาเดินทางกลับมาป่าสายน้ำผึ้งอีกครั้งในมาดดาราสาวผู้เย่อหยิ่ง เพื่อจัดการเซ็นสัญญาขายป่าเมขลากำลังจะลงชื่อในสัญญาขายที่ดินตามที่ลั่นปากไว้ แต่แล้วความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความรับผิดชอบที่มีผืนป่าที่ถูกปลูกฝังมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน รวมทั้งหลักฐานสำคัญที่ทำให้เธอรู้ความจริงว่าพญาไม่ใช่คนที่ทำร้ายเธอ ก็เอาชนะความรู้สึกโกรธแค้นส่วนตัวของเธอลงได้ ในที่สุดเมขลาตัดสินใจที่จะไม่ขายที่ดินป่าสายน้ำผึ้ง เธอตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ป่าสายน้ำผึ้งอย่างถาวรและร่วมกับพญาปกป้องดูแลป่ารวมทั้งเป็นปากเสียงแทนชาวอำเภอสายน้ำผึ้งต่อไป… รายชื่อนักแสดง แอนดริว เกร้กสัน รับบท พญา ชายหนุ่ม หน้าตาดี แข็งแรง บึกบึน เป็นคนมุ่งมั่น อดทน ทำงานหนัก ไม่สนใจแสงสี เป็นผู้บุกเบิกป่าสายน้ำผึ้งที่ถูกทำลายให้กลับสมบูรณ์ขึ้นมาด้วยสองมือแต่อารมณ์โกรธชั่ววูบทำให้สร้างเรื่องหลอกลวงวุ่นวายใหญ่โตขึ้นมา ราณี แคมเปน (เบลล่า) รับบท เมขลาสาวสวย สวยจัด รูปร่างนางแบบ เป็นดาราสาวสวยมีชื่อเสียงโด่งดัง รวยจัดเพราะใครๆ ก็ต้องการตัวไปเล่นหนัง มีสองบุคลิก ก่อนประสพอุบัติเหตุเป็นสาวเว่อร์สุดขีดหัวสูงไม่ติดดิน ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ไม่สนใจสังคม กรีดกรายเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ทำอะไรไม่เป็นพอประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม กลายเป็นคุณครูสาวผู้สงบเสงี่ยมตามรูปแบบที่คิดเอาเองว่าตนควรจะเป็น เหมือนเกิดใหม่กลายเป็นคนง่ายๆ ติดดิน ได้สัมผัสและเรียนรู้ที่จะรักธรรมชาติ รักชาวบ้าน รักเด็ก เกียรติกมล ล่าทา (ตุ้ย) รับบท อรัญหนุ่มใหญ่ นายอำเภอ รูปหล่อ นิสัยอ่อนโยน ใจเย็น หลงรักเมขลา เวธกา ศิริวัฒนา (เกล) รับบท ศนิ เพื่อนเมขลา อาจารย์หญิง โสด แฟนพันธ์แท้ของวงการมายา รู้จักดาราทุก คนดีกว่าเมขลาอีก นิสัยสอดรู้สอดเห็น ชอบทำตัวเป็นนักสืบพันทิป รัศม์ประภา วิสุมา (เมจิ) รับบท แอนนี่สาวสวยมาดดี ทำอ่อนหวาน แต่ที่แท้ร้ายลึก ร้ายเงียบ แอนนี่ใช้ความรักความหวังดีของพญาที่มีต่อเธอ หาประโยชน์จากเขาทุกทาง กิตติธัช ประดับ (เบิร์ด)รับบท แจ๊คกี้ ชายหนุ่ม มาจากครอบครัวรวย ชอบทำตัวเป็นคุณหนู สำรวย หยิบโหย่ง งานไม่ทำ ดีแต่ทำเท่ห์คอยตามจีบดารา อภิรดี ภวภูตานนท์ (แก้ว)รับบท ไข่มุกน้าเมขลา งก เห็นแก่เงินและเห็นแก่ตัว นิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบายสารพัด

หนุ่ม กรรชัย ห่วง น้องมายู ยังเล็ก!! ลั่นกลัวตาย หลังโรคหัวใจกำเริบ!!
หนุ่ม กรรชัย /  น้องมายู / 

  หลังต้องหามตัวส่งโรงพยาบาลกลางดึก เพราะโรคหัวใจกำเริบ และหัวใจเต้นผิดจังหวะจนทำให้นักแสดงหนุ่มและพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม กรรชัย วูบไปจนต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลหลายวัน ล่าสุดเจ้าตัวได้เดินทางมาอัดรายการ ปากโป้ง พร้อมกับอัพเดทอาการป่วยให้ฟัง ยอมรับว่ากลัวตาย เข้าใจกับคำว่า ห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตาย เพราะลูกสาวสุดที่รักอย่าง น้องมายู ยังเล็กมาก อนาคตยังไม่รู้จะเป็นอย่างไร ด้านภรรยา เมย์ เฟื่องอารมย์ ให้กำลังใจเพราะทราบอยู่แล้วว่าตนเป็นโรคหัวใจ   “วันนั้นตอนตีหนึ่งคือพี่มีอาการแน่นหน้าอก เหมือนมีคนมาเหยียบที่หน้าอกปึ๊กๆ ก็รู้แล้วว่าคงเป็นโรคเก่าที่เคยเป็นมาเมื่อสามปีก่อน คือหัวใจเต้นผิดจังหวะ แล้วก็หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก จนต้องให้คนที่บ้านพาส่งโรงพยาบาล" วินาทีตอนนั้นตกใจไหม?   "ก็งงนะว่าเป็นอะไรอีก อาจจะเป็นเพราะว่าเราเครียดมากก็ได้ และก็ทำงานเยอะ ก็เลยมีอาการ เพราะคุณหมอเคยเตือนไว้แล้วห้ามกินเคเฟอีน กาแฟ ห้ามเครียด ห้ามนอนดึก แต่เรื่องกาแฟไม่ดื่มอยู่แล้ว แต่มีปัญหาเรื่องการพักผ่อน การเครียด" ตอนนี้ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ?   "คือคุณหมอก็ไม่ให้เครียดนะครับ คือ PVC มันก็คือ มันอยู่ที่ตัวเราเองด้วย เหมือนหัวใจมันลัดวงจร ทำให้หัวใจมันเต้นผิดไปสเต็ปหนึ่ง เช่นอย่างที่มันเคยเต้นตึ๊บ ตึ๊บ ตึ๊บ ของพี่จะเป็น ตึ๊บตึ๊บ และก็หายไปทีหนึ่ง และก็ตึ๊บตึ๊บ และก็หายไปอีก" อย่างสามปีที่แล้วหมอบอกว่าจะหายไหม?   "คงไม่หายครับเพียงแต่ว่าเราต้องลดปัจจัยเสี่ยง ควบคุมตัวเองให้ได้ ต้องอยู่กับมันไป แต่สุดท้ายแล้วถ้ามันเป็นเยอะขึ้น หรือว่ามันไม่หาย เขาก็จะมีวิวัฒนาการใหม่ก็จะเป็นเหมือนแบบคลื่นเสียงเข้าไปจี้ในหัวใจเรา มันไม่ใช่การผ่าตัด เป็นเหมือนเข้าไปในเส้นเลือด หลอดเลือดเรา" แล้วเริ่มรักษาหรือยัง?   "ถ้ามันเป็นหนักมากๆ อย่างวันที่เราเป็นวันนั้นอะ จริงๆหมอก็แนะนำถ้ารบกวนชีวิตประจำวันมาก หรือทำงานไม่ได้ ก็แนะนำให้ทำ แต่ถ้ากินยาไปแล้ว แล้วสามารถควบคุมได้ก็ไม่มีอะไร" ส่วนตัวแล้วพี่หนุ่มอยากทำไหม?   "กลัวตายสิ (หัวเราะ) คือกลัวไงเพราะว่าพ่อพี่ก็เป็นโรคหัวใจ และไปผ่าตัด พ่อพี่เป็นเส้นเลือดหัวใจตีบไปทำบอลลูน และก็เสียชีวิต ก็เลยกลัวเหมือนกัน คุณหมอบอกว่าถ้าเป็นนาทีหนึ่งหนึ่งครั้งจะไม่เป็นไร แต่ถ้านาทีหนึ่งเป็นสิบครั้งแบบตอนที่เป็นหนักๆ 12-13 ครั้ง ก็อันตรายเหมือนกัน มีปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องทำ แต่ถ้าควบคุมมันได้ ต้องกินยาต่อเนื่อง ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่นะ ตอนที่เป็นหนักๆ นาทีหนึ่งเป็น คือมันจะตาย มันเหนื่อย มันหายใจไม่ออก" จะลดงานลงไหม?   "เอิ่ม...ด้วยหน้าที่แล้วคงไม่ได้ลด" พี่เมย์ว่าไงบ้าง?   "ก็ไม่ได้ว่าไง คือเขาก็รู้ว่าเราเป็นโรคนี้อยู่แล้วก็รักษาไป" มีเรื่องไม่เครียดบ้างไหม?   "โอย ชีวิตคนก็ต้องมีความเครียดทุกวันนั่นแหล่ะ หลีกเลี่ยงไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้อย่างใจ บางทีเราอาจจะใช้ธรรมะเข้ามาช่วยข่ม ปล่อยวางมากขึ้น เข้าใจตอนที่เขาบอกเลยว่า ห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตาย ตอนที่ลูกยังเล็กอยู่เพราะเราก็ไม่รู้ว่าลูกเราเป็นอย่างไร ก็ต้องพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด” หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู น้องมายู ลูกสาว หนุ่ม กรรชัย น้องมายู ลูกสาว หนุ่ม กรรชัย

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือน สิงหาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือน สิงหาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) การทำงานยังไม่ได้ดั่งใจ เพื่อนร่วมงานคอยเกี่ยงงานกัน คุณเลยต้องเงียบทีสุดเพื่อที่จะไม่ให้มีปากเสียงกับใคร แต่ถ้าคิดเปลี่ยนงาน ก็พอมีจังหวะในช่วงกลางอยู่บ้าง มีโอกาสลองปรึกษาผู้ใหญ่ดู จะได้คำตอบที่ดี งานที่ไม่อยู่ติดที่ หรืองานที่จ้องเดินทาง งานท่องเที่ยว งานทัวร์ จะก้าวหน้า ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) การทำงานมีช่องทางเลือก คุณเริ่มสนุกและท้าทายในงานมากขึ้น ปัญหาที่เกิดจะมีคนมาช่วยเหลือ บรรยากาศในที่ทำงานดีขึ้นจนน่าแปลกใจ มีแนวปฏิบัติใหม่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความรับผิดชอบในหน้าหน้าที่ตัวเองมากขึ้น เรื่องเกี่ยงงานก็จะน้อยลง ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) การทำงานวุ่นวาย โยนความผิดกันไปมา หัวหน้าก็ผีเข้าผีออก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเอาใจไม่ถูก ให้คุณแสดงความตั้งใจทำงานให้เต็มที่จะดีที่สุด ความคิดจะได้รับการยอมรับ มีผลงานที่ดี มีการโยกย้าย เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) การทำงานหนักหนาสาหัสเลยทีเดียว ช่วงนี้มีงานต้องรับผิดชอบมาก เลยทำให้เครียด ไม่ต้องไปหวังพึ่งพาใคร ปลายเดือนมีโอกาสได้เข้าไปปรึกษาผู้ใหญ่ งานจะผิดพลาดบ่อย ต้องใช้ความระมัดระวัง เป็นช่วงขาลง อย่าไปคาดหวังอะไรมาก ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) การทำงานยุ่งยาก มีแต่งานมาสุม กว่าจะสะสางได้ก็แทบแย่ อย่าไปคิดพึ่งพาใคร ให้ช่วยเหลือตัวเองไปก่อน จะได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ งานผ่านฉลุย ทั้งงานนอกงานใน สบายมาก เจรจาต่อรองไม่เป็นปัญหา ลื่นไหลเอาตัวรอดไปได้ตลอด กล้าเสี่ยงกล้าลอง รับรองประสบความสำเร็จ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) งานเดือนนี้หนักเอาเรื่อง มีคนเกี่ยงงานมาให้คุณต้องรับไปเต็มๆ  แต่เคราะห์ร้ายจะคลายลงมาบ้าง ใครที่สมัครงานเอาไว้ รอรับข่าวดีได้เลย จะได้งานที่ถนัด ให้แสดงฝีมือให้เต็มที่ ผลงานเป็นที่น่าพอใจของผู้ใหญ่ ปลายเดือนไม่ค่อยมีสมาธิ แต่โชคดีที่มีเพื่อนร่วมงานดี ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) มีดวงผู้ใหญ่สนับสนุน ทำให้เรื่องงานดูง่ายดาย ช่วงนี้ได้รับเจรจาติดต่อกับคนที่มีชื่อเสียง หรือมีหน้าตาในสังคม ได้แรงบันดาลใจทำให้คุณปรับเปลี่ยนตัวเอง มีความกระตือรือร้น ใฝ่หาความก้าวหน้ามากขึ้น มีข่าวดีเกี่ยวกับงาน สมัครงาน เปลี่ยนงาน มีความสำเร็จ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) การทำงานรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของเพื่อนร่วมงาน และหัวหน้างานอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีการถกเถียงอยู่บ้าง ถึงแม้ไม่ใช่นิสัยของคุณ แต่ช่วงนี้หงุดหงิดใจง่ายมาก การทำงานรับเละ มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง มีคนมาปรึกษามากจนทำให้งานของคุณล่าช้า ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) การทำงาน แม้จะไม่ค่อยเต็มใจทำงานเท่าไรนัก แต่ผลงานที่ออกมาก็น่าพอใจ ถ้าคิดจะเปลี่ยนย้ายงาน มีโอกาสดี งานที่ต้องเดินทางบ่อย ไม่อยู่ที่ เหมาะกับคุณมาก มีดวงได้ไปต่างประเทศ จะได้เปลี่ยนตำแหน่งงานที่ดีขึ้น ให้ใช้ความสามารถให้เต็มที่ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การทำงานอึดอัด ต้องรับภาระหลายอย่าง จะแบ่งให้ใครก็ไม่ได้ แถมเจอหัวหน้าไม่เข้าใจ ทำให้เบื่อ อยากเปลี่ยนงาน แต่ไม่ต้องเครียดนาน พอมีโอกาสได้แสดงศักยภาพ ที่สำคัญทำให้เต็มที่ งานช่วงนี้หนักเอาการ แต่ก็ต้องสะสางให้เรียบร้อย จะได้ไม่ถูกตำหนิ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) การทำงานถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ก็สามารถฟันฝ่าได้สำเร็จ ช่วงนี้สิ่งสำคัญ  คือการควบคุมอารมณ์ให้ได้ จะเป็นต่อคู่แข่งอย่างมาก เพราะมักจะถูกยั่วยุอยู่เสมอ มีเกณฑ์เดินทางไกล ติดต่อเจรจาธุรกิจมีเรื่องหงุดหงิดใจ แต่ต้องข่มใจไว้ ไม่อย่างนั้นจะต้องมานั่งเสียใจ ทำให้รู้สึกเบื่องาน ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) การทำงานวุ่นวาย ต้องดูแลเอาใจใส่ให้มากกว่าเดิม แต่ยังดีที่ได้เพื่อนร่วมงานช่วยเหลือกัน มีการสังสรรค์เฮฮา บรรยากาศในที่ทำงานลดความตึงเครียดไปได้บ้าง แต่งานจะสะดุด ต้องใช้ความอดทนสักหน่อย โวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าอดทนทำงานจนเสร็จจะได้รับคำชม รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

เมนู แพนเค้กผักโขมไข่ดาวแฮม ตัวช่วยของคนไม่กินผัก
ผักโขม /  แพนเค้ก / 

สำหรับคนที่กินผักยาก ไม่ชอบรสชาติข่มๆ ของผักใบเขียว แต่ร่างกายของคนเราต้องการผักเพื่อการขับถ่ายของร่างกายดีขึ้น ปัญหาของคนไม่กินผัก ยิ่งโตยิ่งหัดยาก การกินผักสำคัญต่อร่างกายคนมากมายเลย วันนี้เราจึงมาเสนอเมนูที่ให้คนไม่กินผัก ได้รับสารอาหารของผักแบบเต็มๆ กับเมนู แพนเค้กไข่ดาวแฮม โดยส่วนผสมของแป้งแพนเค้กมีผักโขมผสมอยู่ด้วย กับขั้นตอนและวิธีการทำดังนี้ค่ะ เมนู แพนเค้กผักโขมไข่ดาวแฮม ส่วนผสมแป้งแพนเค้ก แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 3/4 ถ้วย ใบผักโขมสด 1 1/2 ถ้วย นมสด 1 1/2 ถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง ผงฟู 1/2 ช้อนชา เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำมันพืช 2 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ไข่ดาวทอดแบบฝรั่ง 2-3 ฟอง ส่วนผสมแฮม แฮมหั่นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย น้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/4 ช้อนชา พริกไทยดำป่น 1/4 ช้อนชา วิธีทำ ผสมแป้งสาลี เกลือ ผงฟู เบกกิงโซดาและน้ำตาลเข้าด้วยกัน พักไว้ ปั่นผักโขมกับนมสดจนละเอียด ใส่ไข่ไก่ ปั่นต่อให้เข้ากัน เทลงใส่ชามแป้ง ค่อยๆ คนจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน แช่ไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที ลวกแฮมแล้วคลุกกับน้ำส้มสายชูหมัก น้ำผึ้ง เกลือ และพริกไทยเข้าด้วยกัน เตรียมไว้ ตั้งกระทะเทฟลอนให้พอร้อน ทาน้ำมันบางๆ ตักส่วนผสมแป้งแพนเค้กใส่ ทอดจนด้านหนึ่งสุกแล้วกลับอีกด้าน ทอกให้สุก จัดใส่จาน เวลาเสิร์ฟวางแป้งแพนเค้ก ใส่แฮมปรุงรสวางแพนเค้กอีกแผ่น วางไข่ดาว ประกบ้านบนด้วยแป้งแพนเค้ก เครดิตจาก นิตยสาร Gourmet & Cuisine issue 192 : Jul 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

แล้วทีมไหนล่ะ? ผีแดง ร่วงอันดับหนึ่งสโมสรที่คนเกลียดมากสุดในลีกผู้ดี
ปีศาจแดง /  ผีแดง / 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีอันต้องร่วงจากอันดับหนึ่ง สโมสรที่มีคนเกลียดมากที่สุดใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ซะแล้ว จากการสำรวจล่าสุดของสื่อผู้ดี ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2016/17 ทีมที่ก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์โพลล์สำรวจอันไม่พึ่งประสงค์นี้คือ เชลซี ที่ถีบทีมปีศาจแดงร่วงลงไปเป็นอันดับที่ 2 ซึ่งคาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากความสำเร็จในระยะหลัง ที่ทำให้แฟนบอลสิงโตน้ำเงินครามไปโม้ข่มทีมอื่นเอาไว้เยอะ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ตามมาติดๆ เป็นอันดับที่ 3 ต่อด้วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล ตามลำดับ ขณะที่ทีมซึ่งคนเกลียดน้อยที่สุดก็คือ บอร์นมัธ ที่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรกับใครอยู่แล้ว ตามมาด้วย เลสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลก่อนไปแบบสุดประทับใจ โดยไม่ได้สร้างความโกรธเคืองให้กับแฟนบอลทีมอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย สำหรับผลสำรวจสโมสรที่คนเกลียดที่สุดในลีกผู้ดี จากการสอบถามแฟนบอลเกือบ 10,000 คน มีดังต่อไปนี้ 1. เชลซี 2. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3. ลิเวอร์พูล 4. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5. อาร์เซน่อล 6. ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 7. สโต๊ค ซิตี้ 8. เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 9. ซันเดอร์แลนด์ 10. เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน 11. คริสตัล พาเลซ 12. เอฟเวอร์ตัน 13. ฮัลล์ ซิตี้ 14. มิดเดิ้ลสโบรช์ 15. สวอนซี ซิตี้ 16. เซาแธมป์ตัน 17. วัตฟอร์ด 18. เบิร์นลี่ย์ 19. เลสเตอร์ ซิตี้ 20. บอร์นมัธ

Footnote อ่านโลกผ่านหนัง : ‘ซูชิ’ ศิลปะแห่งการกิน
Footnote อ่านโลกผ่านหนัง /  ซูชิ / 

"วัตถุดิบแต่ละชนิดมีช่วงเวลาแห่งความอร่อยในอุดมคติอยู่”  ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) นักทําซูชิระดับตํานานอย่าง จิโระ โอโนะ ยังคงวาดฝันถึงซูชิที่มีรสชาติสมบูรณ์พร้อม แม้ร้านสุคิบายาชิของเขาจะได้ชื่อว่าเป็นร้านที่ทําซูชิได้อร่อยที่สุดในโลกแล้วก็ตาม... ตรงข้ามกับซูชิรสชืดที่เราหาซื้อมากินได้ในห้างทั่วไป ซึ่งเต็มไปด้วยสาหร่ายเหนียวหนืด กลิ่นเหม็นคาว หรือวัตถุดิบบี้แบน...บางทีซูชิอาจเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มากกว่าการแล่ปลาดิบชิ้นบางวางโปะลงบนข้าวปั้นสี่เหลี่ยมก้อนเล็กๆ  โดยเริ่มต้นจากปลาส้มในแถบบ้านเรา... ปี 1824 ฮานายะ โชเฮย์ เริ่มแล่ปลาดิบวางลงไปบนข้าวผสมน้ําส้มสายชู...จนปี 2011 จิโระ พ่อครัววัย 85 ยังคง “พยายามขึ้นสู่จุดสูงสุด (แห่งการทําซูชิ) ไม่ว่าจุดสูงสุดที่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตาม โปรดเตรียมท้องให้ว่าง เปิดใจให้กว้าง ก่อนตะลุยสู่ดินแดนแห่งปรัชญาชีวิต จิตวิญญาณ และศิลปะแห่งที่สืบทอดมานานหลายร้อยปี! 1.ข้าวเปรี้ยวหวาน สิ่งแรกที่เราควรให้ความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปลาดิบ ก็คือ ‘ข้าวผสมน้ํา ส้มสายชู’ ซึ่งชาวญี่ปุ่นจะพิถีพิถันตั้งแต่การปลูกโดยปราศจากสารเคมีและดูแลต้นข้าวทุกกระเบียดนิ้ว แม้คนส่วนใหญ่ชอบกินข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาใหม่ๆ แต่ข้าวที่มีอายุสักเล็กน้อยจะเหมาะแก่การทําซูชิมากกว่า โดยพ่อครัวจะติดต่อซื้อข้าวจากแหล่งโดยตรงเพื่อคัดเฉพาะเมล็ดที่โตเต็มที่แล้วนํา ไปผสมกับพันธุ์ข้าวจากแหล่งอื่นๆ จนตรงตามต้องการ เมื่อได้เมล็ดข้าวมาแล้ว หัวใจสําคัญสําหรับข้าวในซูชิก็คือ การหุงโดยใช้น้ําสําหรับปรุงอาหารหรือน้ําธรรมชาติเติมลงไปในหม้อโดยกะปริมาณตามความชื้นและอุณหภูมิในช่วงนั้นอย่างละเอียดอ่อน ทิ้งข้าวหุงสุกไว้จนเย็น (แต่ไม่นําไปแช่แข็ง) แล้วนํามาผสมน้ําส้มสายชูแบบใส อาจใส่น้ําตาลเล็กน้อยเพื่อข่มรสเปรี้ยว ดูวิธีหุงข้าวแบบญี่ปุ่นได้จาก Flavour of Green Tea over Rice (1952) ผลงานสุดคลาสสิกของ ยาสุจิโร โอสุ ซึ่งถ่ายทอดวิถีชีวิตประจําวันอันเรียบง่ายผ่านเหตุการณ์ที่คู่รักคืนดีกันระหว่างเตรียมอาหารมื้อเล็กๆ  2.เจาะกรุสมบัติแห่งธรรมชาติ เม็ดฝนโปรยปรายลงผืนดินในภูเขาพร้อมให้กําเนิดพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ แล้วชะล้างแร่ธาตุจากป่าลงสู่แม่น้ํา ให้ปลากิน และแม่น้ําก็จะชักพาสารอาหารสู่สัตว์น้อยใหญ่ที่แหวกว่ายในทะเลอีกทอดหนึ่ง... การเรียนรู้วัฏจักรที่ก่อเกิดสรรพสิ่งจะช่วยให้พ่อครัวเข้าใจสภาพของแหล่งวัตถุดิบซึ่งส่งผลสําคัญต่อรสชาติ และสามารถคํานวณช่วง ‘ชุน’ หรือช่วงที่วัตถุดิบมีคุณภาพดีที่สุดตามฤดูกาลของมัน เช่น ปลาบางพันธุ์อร่อยสุดเมื่อมีไข่ในท้อง, สะสมไขมันเพื่อรับฤดูหนาว หรือว่ายทวนกระแสน้ําเพื่อวางไข่ เป็นต้น เช่นเดียวกับ ชัค โนแลนด์ ใน Cast Away (2000) ซึ่งประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนต้องติดเกาะร้างอยู่นานปี เขาจึงเอาตัวรอดด้วยการเรียนรู้ธรรมชาติ เช่น การกินมะพร้าวและหัดตกปลา หรือหนูน้อย ซันเป ใน Sanpei the Fisher Boy (2009) ซึ่งมุ่งตกปลาในตํานานจนต้องศึกษากระแสน้ําแหล่งธรรมชาติของปลาและออกเดินทางเลี้ยวลดคดเคี้ยวในป่าใหญ่ นอกจากพ่อครัวต้องคํานึงถึงรสชาติและสารอาหารแล้ว ยังต้องระวังเรื่องพิษในอาหารเป็นพิเศษ เพราะวัตถุดิบเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพของร้านซูชิ เช่น Le Grand Chef (2007) ซุงชานมีอดีตฝังใจจากการถูกกลั่นแกล้งว่าแล่ซาชิมิปลาปักเป้าไม่ดีจนทํา ให้กรรมการยกโขยงเข้าร.พ. เหตุการณ์ครั้งนั้นทําให้เขาเลือกวัตถุดิบเองทุกครั้งอย่างพิถีพิถัน 3.หลากที่ หลายเครื่อง มากรส ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงชันและล้อมรอบด้วยทะเล สภาพอากาศจึงผันแปรตามพื้นที่ ตั้งแต่เขตหนาวเหน็บอย่างฮอกไกโดไปจนถึงเขตร้อนอย่างคิวชูและโอกินาวา ซึ่งพืชและสัตว์ต่างสายพันธุ์จะเลือกอาศัยในอุณหภูมิที่เอื้อต่อการดํารงชีวิตของมันจนเกิดวัตถุดิบเฉพาะแห่ง แล้วพัฒนาเป็นซูชิรสท้องถิ่น เช่น ฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องปลาเฮอร์ริง แซลมอน และปลาหมึกกล้วย หรือโตโฮคุมักใช้สมุนไพรบนภูเขามาทํา เป็นหน้าซูชิ ฯลฯ วิคเตอร์ เชฟหนุ่มใน Letters to Juliet (2010) ฝักใฝ่ในอาหารท้องถิ่น จนทิ้งการฮันนีมูนไปตระเวนหาวัตถุดิบและสูตรชั้นยอดจากเมืองต่างๆ ในอิตาลี   4.ปั้นซูชิตํา รับบูชิโด ชิ้งงง เสียงพ่อครัวใช้หินลับมีดเล่มโปรดอย่างระมัดระวัง เพราะนอกจากมันจะเป็นมีดเหล็กกล้าราคาแพงหูฉี่แล้วยังเป็นอาวุธคู่ใจที่ใช้แล่ปลาได้เรียบสวยเป็นเหลี่ยมมุมและไม่ทําให้เนื้อปลาฉีกขาดเหมือนมีดแสตนเลสทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสาวทวงแค้นใน Kill Bill: Vol. 1 (2003) ซึ่งขอให้ ฮัตโตริ ฮันโซ อดีตนักตีดาบผู้ผันตัวมาเป็นพ่อครัวซูชิ สร้างดาบสุดแกร่งในตํานานให้ แต่หนังก็ไม่ได้เว่อร์เกินหรอกนะเพราะจริง ๆ แล้วมีดของพ่อครัวซูชิก็สืบทอดจากดาบซามูไรซึ่งคมกริบไม่หักไม่งอ เมื่อแล่ปลาแล้วต้องปรุงวัตถุดิบให้ขับเน้นรสธรรมชาติออกมาโดยพิจารณาว่า สิ่งไหนควรกินดิบ หมักหรือปรุงสุก จากนั้นจุ่มมือในน้ําเย็นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย แล้วนําข้าวกับเครื่องปรุงมาปั้นเป็นซูชิทรงพัดกระดาษ โดยส่วนใหญ่จะปั้น 5 ครั้ง (หากมากกว่านั้นอุณหภูมิของมือ จะทําให้วัตถุดิบเสียความสดใหม่และบีบข้าวมากไปจนแข็ง) ให้ข้าวสมดุลกับชิ้นปลาจนได้รสชาติเลิศรส ดูวิธีแล่ปลาและปั้นอย่างเหมาะสมได้ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) ซึ่งตีแผ่ชีวิตพ่อครัวระดับตํา นานอย่าง จิโระ โอโนะ ผู้ไขว่คว้าหาซูชิที่สมบูรณ์แบบ 5.วาซาบิ จี๊ดดด...เต็มพิกัด ใน Wasabi (2001) พนักงานเสิร์ฟถ้วยใส่วาซาบิพร้อมขวดโชยุ ก่อนฮูเบิร์ตจะโชว์เหนือด้วยการหยิบวาซาบิกินเปล่าๆ และ Jackass: the Movie (2002) ทําฮาโดยนําวาซาบิมาละเลงในโชยุ แล้วสูดเข้าจมูกเต็มๆ ! ทั้งสองเรื่องแสดงพฤติกรรมจิ้มซอสอย่างผิดๆ จนคนปลูกวาซาบิอาจร้องไห้เพราะรสฉุนเผ็ดจะหายไปง่ายๆ เมื่อสัมผัสออกซิเจน! การกินให้ได้รสชาติจัดจ้านต้องจุ่มด้านที่เป็นหน้าของซูชิลงไปในโชยุ โดยสัมผัสแค่ปลายชิ้น (ไม่จุ่มลงไปทั้งก้อนเพราะจะทํา ให้ข้าวดูด ซับโชยุมากเกินไป) ส่วนวาซาบิจะไม่ขูดทิ้งไว้ให้สัมผัสอากาศโดยตรง แต่ มักทาบางๆ ไว้บนข้าวซูชิส่วนที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อปลาแทน 6.เอาใจรายคน จะกินทั้งที เอ๊ะ ทํา ไมไม่บอกราคาในเมนู... ก็เพราะทุกๆ เช้า ร้านซูชิเปี่ยมคุณภาพมักเลือกซื้อปลาที่ดีที่สุดในท้องตลาดมาตีราคาอย่างแฟร์ๆ วันต่อวันว่าพวกเขามีปลาชนิดใด คุณภาพระดับไหนมานําเสนอ นอกจากนี้ทางร้านยังพยายามขายสินค้าให้เกลี้ยงภายในวันนั้นเลย เพื่อพรุ่งนี้จะได้ซื้อของสดใหม่มาให้ลูกค้าลิ้มรสอีก พ่อครัวซูชิต้องสังเกตรสนิยมของลูกค้าแต่ละคนเพื่อให้จัดเรียงซูชิได้ตรงใจ โดยทุกครั้งพ่อครัวจะไม่เตรียมวัตถุดิบจนเสร็จสรรพเพราะเมื่อปลาทํา ปฏิกิริยากับอากาศจะสูญเสียความสดใหม่ แต่เขามักลงมือทําพร้อมโชว์ศิลปะการปั้นทันทีที่ลูกค้าอยากทานเท่านั้น (แม้วิธีนี้จะเอื้อให้ลูกค้าสั่งอาหารอย่างอิสระ แต่หากกลัวงบกระฉูดก็สามารถสั่งเซ็ตรวมที่มี 7-9 ชิ้นได้เช่นกัน) สังเกตการสั่งอาหารในร้านซูชิอย่างถูกต้องได้ใน Defending Your Life (1991) เมื่อ แดเนียล ใช้ชีวิตหลังความตายด้วยการเข้าร้านซูชิ เขาเลือกนั่งที่บาร์แล้วถามพ่อครัวว่าอาหารอะไรสดที่สุดในวันนั้น ส่วนพ่อครัวก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเขาระหว่างเสิร์ฟ (การพูดคุยช่วยสานสัมพันธ์อันดีและว่ากันว่าพ่อครัวควรจํา ตั้งแต่ชื่อลูกค้า ไปจนถึงชื่อลูกเมียของเขาเลยทีเดียว) ตรงกันข้ามกับพนักงานร้านซูชิใน Woman on the Beach (2006) ซึ่งเพิกเฉยและไม่ยอมบริการลูกค้า จน จุงเร กราดเกรี้ยวใส่ 7.ทูนา เจ้าแห่งปลาทั้งมวล เดิมทีคนญี่ปุ่นนิยมกินปลาชิราอุโอะ แต่พอเริ่มลิ้มลองเนื้อวัวก็หันมาเชิดชูรสปลาทูนา ด้วยเส้นลายไขมันเรียงตัวสวยที่มาพร้อมรสชาติเข้มข้นคล้ายเนื้อวัวแต่มีรสตกค้างในปากน้อยกว่า... ข้ามฟากมาอีกซีกโลก ณ อเมริกา ทูนาเป็นเพียงอาหารราคาถูก โดยนําเศษเนื้อมาบดรวมกันแล้วอัดกระป๋องขาย ชาวตะวันตกจึงไม่เข้าใจรสชาติซูชิ พวกเขาแพ้ทางกลิ่นสาหร่าย รสฉุนขึ้นจมูกของวาซาบิ และเนื้อดิบแฉะของปลา ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจาก Scenes from a Mall (1991) เมื่อ วูดดี อัลเลน มาในคราบของ นิค ชายหนุ่มผู้พร่ําบ่นรสซูชิในห้างว่ามัน “โคตรแพงเลยสําหรับอาหารทําจากปลาตาย” ต่อมาไม่นานซูชิกลับแพร่หลายไปทั่วโลก ทุกเช้าตอนตี 5 ตลาดซึคิจิซึ่งเป็นตลาดปลาแห่งใหญ่ในโตเกียวจะอัดแน่นไปด้วยลูกค้ากว่าแสนคนที่จ้องประมูลทูนาขนาดยักษ์เข้าร้านสินค้าส่งออก-นําเข้าในตลาดแห่งนี้สร้างเม็ดเงินมหาศาลกว่าพันล้านเยน จนเมื่อพระอาทิตย์สาดแสงตอน 7 โมงเช้า สมรภูมิซื้อ-ขายอันดุเดือดจะสงบลง วัฒนธรรมแดนปลาดิบกลายเป็นอาหารที่นานาชาติยอมรับไม่เว้นกระทั่งแม่บ้านฝรั่งเศสใน The Hedgehog (2009) ผู้มองตัวเองว่า อ้วน แก่ น่าเกลียด แถมยังเป็นแม่ม่าย แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อไปเดตกับชาวญี่ปุ่นในร้านซูชิ เธอค่อยๆ ซึมซับกระแสนิยมพร้อมๆ กับยอมรับตัวเอง หรือ ใน Sushi: The Global Catch (2011) สารคดีที่จับตาการเติบโตอย่างรวดเร็วของวัฒนธรรมซูชิ และตั้งคําถามว่าพฤติกรรมการบริโภคมหาศาลจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติเช่นไร 8.ซูชิกลายพันธุ์ ลัดฟ้ามาสู่อีกซีกโลกทั้งที พ่อครัวญี่ปุ่นจึงเอาใจฝรั่งด้วยการใส่ส่วนผสมแปลกใหม่อย่าง เนื้อ หมูไก่ แฮม แซลมอนรมควัน มะเขือเทศ ฯลฯ ลงไปในซูชิด้วย แถมคิดค้นสูตร ‘แคลิฟอร์เนีย โรล’ ซึ่งมีทั้งเนื้อปู แตงกวาและอโวคาโด (เชื่อว่ามีรสมันเข้มข้นคล้ายทูนา) แล้วกลับสาหร่ายเข้าด้านในซูชิเพื่อกลบกลิ่น ที่เด็ดกว่านั้นคือ เนียวไตโมริ หรือการเสิร์ฟซูชิที่วางบนตัวสาวเปลือยสุดเซ็กซี ซึ่งแม้จะไม่ได้พบเห็นทั่วไปในญี่ปุ่นแต่มันก็กลายเป็นภาพจําในสื่อต่างๆ และดึงดูดนักท่องเที่ยวจํานวนมหาศาลให้มาลองของวิธีนี้ต้องใช้ผู้หญิงที่ถูกฝึกให้นอนนิ่งๆ ได้นานหลายชั่วโมง ผิวไม่แพ้อาหารเย็นๆ และเป็นคนรักษาความสะอาด...สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามันเป็นศิลปะหรือการเหยียดเพศอย่างรุนแรงกันแน่ Map of the Sounds of Tokyo (2009) หนังสเปนซึ่งให้พนักงานสาวในตลาดขายปลารับอาชีพเสริมเป็นนักฆ่า โดยถูกวิจารณ์ว่าเสนอภาพเนียวไตโมริราวกับมีอยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น หรือใน Sex and the City (2008) เมื่อ ซาแมนธา โจนส์ พยายามชนะใจชายหนุ่มด้วยการเปลื้องผ้าแล้ววางซูชิลงบนตัว 9.รัชทายาทคนต่อไป การสืบทอดวิถีแห่งซูชิไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาฝึกฝนวิทยายุทธเกือบ 10 ปี อันได้แก่ 2 ปีแรก ทําความสะอาดร้านและในครัว / 2 ปีถัดมา เรียนรู้วิธีหุงข้าว / 3-4 ปีให้หลัง หัดเลือกซื้อวัตถุดิบและแล่ปลา โดยทั้งหมดนี้ต้องผ่านบททดสอบสุดหินอย่างการทํา ซูชิปลาโคฮาดะ (แล่ปลาที่มีก้างเล็กๆ เยอะแล้วหมักด้วยน้ําส้มสายชู) หรือทํา ซูชิปลาไหล (ใช้ซอสบางๆ ทาแทนวาซาบิ ซึ่งทํามาจากน้ําต้มซุปปลาไหลที่สะสมไขมันเข้มข้นนานหลายปี) การเรียนรู้วิชาซูชิก็คล้ายกับใน The Ramen Girl (2008) เมื่อ แอ็บบี สาวอเมริกันที่ชีวิตมาถึงทางตัน ได้กินน้ําซุปราเม็งแสนเลิศรส เธอจึงตัดสินใจขอเรียนรู้วิธีทําจากปรมาจารย์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การทําความสะอาด ผ่านการฝึกฝนอันยากลําบากจนในที่สุดก็ทําราเม็งเป็น นอกจากฝีมือแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดของการทําซูชิคือจิตใจที่อยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อย ซึ่งใน No Reservations (2007) เราจะเห็นชีวิตของกุ๊กเปลี่ยนไปเมื่อเธอรับเลี้ยงเด็ก จากเดิมที่ทําอาหารตามตํารา ก็หันมาคํา นึงถึงจิตใจของลูกค้า **เรียบเรียงจากคอลัมน์ Footnote : ศิลปะ ‘ซูชิ’ เมื่อชีวิตควรค่าแก่การกิน โดย สุภัชา ทิพเสนา / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 119 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine