ข่มขื่น

และนี่คือ 10 หนังดังที่สร้างจากวรรณกรรม...แถมยังทำภาคต่อ !
Alice in Wonderland /  Alice Through the Looking Glass / 

และนี่คือ 10 หนังดังที่สร้างจากวรรณกรรม แถมยังทำภาคต่อ ! ในโลกของการสร้างสรรค์บทภาพยนตร์ บ่อยครั้งที่เราจะพบว่าเนื้อเรื่องถูกรังสรรค์ขึ้นใหม่จากตัวผู้กำกับก็ดี ทีมเขียนบทก็ดี แต่ก็มีภาพยนตร์อีกไม่น้อยทีเดียวที่เราจะพบว่ามันถูกดัดแปลงเนื้อเรื่องมาจากสื่ออื่นที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที หนังสั้น หนังสือการ์ตูน รวมถึงวรรณกรรมเยาวชน ! กล่าวได้ว่าบทภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดมาจากเรื่องราวในวรรณกรรมนั้นมีความพิเศษกว่าต้นฉบับที่เป็นสื่อประเภทอื่นอยู่เล็กน้อย ด้วยข้อจำกัดของวรรณกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านเพียงตัวอักษร ไม่มีรูปภาพที่เป็นรูปธรรมใด ๆ การได้เห็นสิ่งที่ถูกตีความจนกลายเป็นรูปเป็นร่างครั้งแรกจึงย่อมน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะฉะนั้น...วันนี้เราจึงได้รวบรวม 10 หนังที่มีต้นตอที่มาจากวรรณกรรม แถมยังเป็นหนังที่เข้าตาถูกใจใครหลาย ๆ คน ขนาดที่ค่ายต้นสังกัดยอมควักกระเป๋าสั่งลุยทำภาคต่อกันถ้วนหน้าอีกด้วย ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...ตามลงมาดูพร้อม ๆ กันได้เลย The Lord of the Rings ภาพยนตร์ชุด The Lord of the Rings สร้างมาจากวรรณกรรมชื่อเดียวกัน ผลงานการประพันธ์ของ J. R. R. Tolkien หรือ John Ronald Reuel Tolkien บิดาแห่งวรรณกรรมแฟนตาซีระดับสูงยุคใหม่ เนื้อเรื่องเล่าถึงเหตุการณ์ในโลกจินตนาการ Middle-Earth สถานที่ซึ่งฮอบบิทนามว่า โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ (Frodo Baggins) และเหล่าเพื่อนพ้อง ที่ได้รับภารกิจให้ออกเดินทางไปทำลายแหวนเอก (The One Ring) เพื่อล้มล้างอำนาจของจอมมารเซารอน (Sauron) โดยภาพยนตร์แบ่งออกเป็น 3 ภาค ได้แก่ - The Lord of the Rings : The Fellowship of the Ring (2001) - The Lord of the Rings : The Two Towers (2002) - The Lord of the Rings: The Return of the King (2003) Harry Potter หากเอ่ยชื่อวรรณกรรมที่โด่งดังเปรี้ยงปร้างที่สุด Harry Potter คงจะเป็นชื่อแรกที่หลาย ๆ คนนึกถึง ด้วยเป็นวรรณกรรมเยาวชนเรื่องยาวขนาด 7 เล่มจบของ J. K. Rowling หรือ Joanne "Jo" Rowling นั้นได้สร้างปรากฏการณ์ยอดขายและยอดแฟนคลับถล่มทลายทั่วทั้งโลก เนื้อเรื่องเล่าถึงแฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) และเพื่อน ๆ ของเขา รอน วีสลีย์ (Ron Weasley) เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ (Hermione Granger) กับชีวิตการศึกษาในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ ฮอกวอตส์ (Hogwarts School of Witchcraft and Wizardry) ซึ่งในแต่ละปีพวกเขาต้องเจอกับเรื่องราวที่วุ่นวายและหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งด้วยกระแสฟีเวอร์ของตัววรรณกรรมนี้เอง ค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง Warner Bros. จึงไม่พลาดที่จะนำพ่อมดหนุ่มในหนังสือมาร่ายเวทย์เสกคาถาให้กลายเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงรวมทั้งสิ้น 8 ภาคด้วยกัน ได้แก่ - Harry Potter and the Philosopher's Stone (2001) - Harry Potter and the Chamber of Secrets (2002) - Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (2004) - Harry Potter and the Goblet of Fire (2005) - Harry Potter and the Order of the Phoenix (2007) - Harry Potter and the Half-Blood Prince (2009) - Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 1 (2010) - Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 2 (2011) The Chronicles of Narnia The Chronicles of Narnia คือวรรณกรรมสุดแฟนตาซี ผลงานเขียนโดย C. S. Lewis หรือ Clive Staples Lewis มีความยาวทั้งสิ้น 7 เล่มจบ เนื้อเรื่องว่าด้วยกลุ่มเด็ก ๆ ที่เดินทางข้ามมิติไปสู่ดินแดนนาร์เนีย (Narnia) เริ่มต้นด้วย 4 พี่น้องตระกูลพีเวนซี่ ประกอบด้วย ปีเตอร์ (Peter Pevensie) ซูซาน (Susan Pevensie) เอ็ดมันด์ (Edmund Pevensie) และลูซี่ (Lucy Pevensie) ที่ได้กอบกู้ดินแดนแห่งนี้คืนจากแม่มดขาวในภาคแรก ก่อนที่จะมีตัวละครอื่น ๆ เข้ามาสร้างสีสันให้กับเนื้อเรื่องตามลำดับเหตุการณ์และช่วงเวลา ทั้งนี้วรรณกรรมเรื่อง The Chronicles of Narnia ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ทั้งสิ้น 3 ภาค ได้แก่ - The Chronicles of Narnia: The Lion, the Witch and the Wardrobe (2005) - The Chronicles of Narnia: Prince Caspian (2008) - The Chronicles of Narnia: The Voyage of the Dawn Treader (2010) Death Note ข้ามฟากมาที่ฝั่งญี่ปุ่นกันบ้าง กับ Death Note ภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนแนวสยองขวัญแฟนตาซี พล็อตเรื่องโดย สึงุมิ โอบะ (Tsugumi Ohba) ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ ยางามิ ไลท์ (Light Yagami) นักเรียน ม.ปลายหัวดีที่บังเอิญไปพบบันทึกมรณะ (Death Note) ของยมทูตลุค (Ryuk) และได้ทราบถึงความสามารถพิเศษของมันว่าเมื่อจรดชื่อใครลงในสมุดเล่มนี้ เขาจะเสียชีวิตตามรายละเอียดที่บันทึกลงไป ไลท์จึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนโลกใบนี้ด้วยการไล่ฆ่าอาชญากรเป็นจำนวนมาก เดือดร้อนถึงองค์กรตำรวจที่ต้องส่งนักสืบผู้ใช้นามแฝงว่า แอล (L) โดยทั้งไลท์และแอลต่างแสดงความเหนือเมฆชิงไหวชิงพริบกันในภาพยนตร์ถึง 2 ภาค ได้แก่ - Death Note (2006) - Death Note 2 : The Last Name (2006) Twilight ผลงานวรรณกรรมเกี่ยวกับแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าของสเตเฟนี เมเยอร์ (Stephenie Meyer) ประกอบด้วยหนังสือทั้งหมด 4 เล่ม ในชื่อชุด Twilight เนื้อเรื่องกล่าวถึงเบลล่า สวอน (Bella Swan) สาววัยรุ่นที่มีความรักกับแวมไพร์หนุ่ม เอ็ดเวิร์ด คัลเลน (Edward Cullen) จนเข้าไปพัวพันกับสงครามครั้งใหญ่ของเหล่าแวมไพร์อย่างไม่ทันตั้งตัว แถมงานนี้เธอยังได้พระรองหนุ่มเป็นมนุษย์หมาป่าชื่อ เจคอบ แบล็ก (Jacob Black) คอยช่วยเหลืออยู่ไม่ห่างอีกด้วย ในการนี้ภาพยนตร์ Twilight แบ่งออกเป็น 5 ภาคด้วยกัน ได้แก่ - Twilight (2008) - The Twilight Saga : New Moon (2009) - The Twilight Saga : Eclipse (2010) - The Twilight Saga : Breaking Dawn – Part 1 (2011) - The Twilight Saga : Breaking Dawn – Part 2 (2012) Sherlock Holmes Sherlock Holmes สุดยอดวรรณกรรมนักสืบที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับนวนิยายสืบสวนยุคหลังอีกมากมาย ผลงานการสร้างสรรค์โดยเซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ (Arthur Ignatius Conan Doyle) เรื่องราวของเชอร์ล็อก โฮมส์ (Sherlock Holmes) นักสืบชาวลอนดอนผู้ฉลาดหลักแหลม ร่วมสืบคดีกับคู่หูอย่างหมอวัตสัน (Dr. John H. Watson) วรรณกรรมต้นฉบับประกอบด้วย เรื่องยาว จำนวน 4 เรื่อง และหนังสือรวมเรื่องสั้น จำนวน 5 เรื่อง โดยสำหรับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ทำออกมาทั้งสิ้น 2 ภาค ได้แก่ - Sherlock Holmes (2009) - Sherlock Holmes :  A Game of Shadows (2011) Percy Jackson ภาพยนตร์ Percy – Jackson สร้างจากนวนิยายชุด เรื่อง Percy Jackson & the Olympians ของริก ไรออร์แดน (Rick Riordan) ซึ่งในชุดประกอบด้วยหนังสือ 5 เล่ม เนื้อหาว่าด้วยการผจญภัยของเพอร์ซีย์ แจ็กสัน (Percy Jackson) เด็กชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่วันดีคืนดีเขาก็ได้ทราบความจริงว่าตนเองมีสายเลือดของเทพโพไซดอน เทพแห่งมหาสมุทรตามตำนานเทพปกรณัมกรีก ซึ่งในส่วนของภาพยนตร์นั้น...ทีมงานได้เนรมิตการผจญภัยยิ่งใหญ่ของ ลูกเทพ คนนี้จากการหยิบเอาหนังสือเล่มที่ 1 และ 2 ของชุด มาสร้างเป็นภาพยนตร์ ได้แก่ - Percy Jackson & the Olympians : The Lightning Thief (2010) - Percy Jackson & the Olympians : Sea of Monsters (2013) The Hunger Games เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ภาคต่อที่ใคร ๆ ต่างประทับใจและเฝ้ารอชมอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาพยนตร์ The Hunger Games ที่ได้เค้าโครงมาจากวรรณกรรมชื่อเดียวกันของซูซาน คอลลินส์ (Suzanne Collins) เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่พาเน็ม (Panem) ดินแดนใหญ่ที่ประกอบด้วยนครหลวง แคปปิตอล และอีก 13 เขตปกครอง ซึ่งหลังจากแคปปิตอลทำลายเขตปกครองที่ 13 ลง แคปปิตอลก็ได้กำหนดให้อีก 12 เขตที่เหลือส่งบรรณาการชายและหญิงวัย 12 – 18 ปี มาเข้าแข่งขันเกมล่าชีวิตที่ผู้เข้าแข่งขันต้องฆ่าฟันกันเองจนกว่าจะเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว เพื่อเป็นการข่มอำนาจให้อยู่เหนือเขตปกครองทั้งหลาย ซึ่งในการแข่งขันครั้งที่ 74 แคตนิส เอฟเวอร์ดีน (Katniss Everdeen) สาววัยสิบหกจากเขต 12 ก็เป็นผู้คว้าชัยชนะไป โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าชัยชนะของเธอในครั้งนี้ได้สร้างความสั่นคลอนต่อแคปปิตอลเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ เนื้อเรื่องในภาพยนตร์แบ่งออกเป็น 4 ภาค ได้แก่ - The Hunger Games (2012) - The Hunger Games : Catching Fire (2013) - The Hunger Games : Mockingjay – Part 1 (2014) - The Hunger Games : Mockingjay – Part 2 (2015) The Maze Runner The Maze Runner สร้างจากวรรณกรรมเยาวชนในชุดเกมล่าปริศนา (Pentalogy) ของเจมส์ แดชเนอร์ (James Dashner) ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ชุดดังกล่าวประกอบด้วยหนังสือ 5 เล่ม เรื่องราวว่าด้วยการถูกพาตัวมายังทุ่งปริศนาของโทมัส (Thomas) ท่ามกลางความงุนงง เขาได้พบกับเด็กผู้ชายอีกหลายคนที่ถูกพาตัวมาที่นี่เช่นเดียวกัน โทมัสยังได้เรียนรู้อีกว่าที่ทุ่งนี้มีเขาวงกตที่นำไปสู่ทางออกและภายในนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตลึกลับอาศัยอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นการเอาชีวิตรอดด้วยการฝ่าออกไปจากเขาวงกตก็ไม่ได้หมายความว่าเขากับเพื่อน ๆ จะได้พบกับอิสรภาพ เพราะนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการทดลองที่มีจุดมุ่งหมายพิเศษเท่านั้น โดยทีมสร้างภาพยนตร์ได้นำวรรณกรรมชุดนี้มาสร้างเป็นหนังจอเงินแล้วทั้งสิ้น 2 ภาค ได้แก่ - The Maze Runner (2014) - Maze Runner: The Scorch Trials (2015) Alice ปิดท้ายกันด้วยการผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์ของหญิงสาวนามมว่า อลิซ (Alice) ที่สร้างมาจากวรรณกรรมเรื่อง Alice's Adventures in Wonderland และภาคต่ออย่าง Through the Looking-Glass, and What Alice Found There ของชาลส์ ลัตวิดจ์ ดอดจ์สัน (Charles Lutwidge Dodgson) เจ้าของนามปากกา ลูอิส แคร์รอล (Lewis Carroll) โดยในภาพยนตร์ภาคแรก Alice in Wonderland (2010) ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่อลิซได้ไปเยือนดินแดนมหัศจรรย์ และกำราบมังกรแจ็บเบอร์ว็อกกี (Jabberwocky) ของราชินีโพแดง (Red Queen) ได้สำเร็จ ทำให้ความสงบสุขกลับมาเยือนดินแดนแห่งนี้ และล่าสุดในปีนี้ เราก็จะได้พบกับภาคต่อของภาพยนตร์ชุด Alice ที่ได้นำวรรณกรรมภาคต่อมาสร้างเป็นภาพยนตร์ Alice Through the Looking Glass ที่เล่าถึงการกลับสู่ดินแดนมหัศจรรย์อีกครั้งหนึ่งของอลิซ เพื่อไปช่วยเหลือเพื่อนสนิท แมด แฮตเตอร์ (Mad Hatter) โดยการเดินทางไปตามหาบุรุษแห่งเวลา ผู้ซึ่งสามารถควบคุมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต งานนี้อลิซจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ไปติดตามได้พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ 11 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป

ส่งฝากขังศาล จ.ตราดแล้ว  5 ผู้ต้องหาข่มขืนสาวฝรั่งเศส
กัมพูชา /  ข่มขืน / 

ส่งฝากขังศาล จ.ตราดแล้ว  5 ผู้ต้องหาข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวฝรั่งเศส จัดกำลังเพิ่มดูปลอดภัย-หวั่นหลบหนี  พล.ต.ต.นพรัตน์ รินทพล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดตราด เปิดเผยว่าถึงความคืบหน้าคดีผู้ต้องหาชาวเขมรจำนวน 5 คนบุกข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวชาวฝรั่งเศส บนเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ไปฝากขังที่ศาล จ.ตราดแล้ว โดยมีการดูแลความปลอดภัยเพิ่มขึ้นจากปกติ เพื่อป้องกันเหตุชาวบ้านที่โกรธแค้นทำร้ายกลุ่มผู้ต้องหา พร้อมทั้งคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ส่วนผลการตรวจจากคราบอสุจิ และ ดีเอ็นเอ คาดว่าจะทราบภายใน 1 ถึง 2 วันนี้ ทั้งนี้ทางพล.ต.ต.นพรัตน์ ยังหกล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้สามารถเอาผิดกับกลุ่มผู้ต้องหาได้ท้งหมด เพราะพยานหลักฐานต่างๆ ที่รวบรวมไว้สามารถชี้ชัดเอาผิดได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เผย 1 ใน 3 นักท่องเที่ยวฝรั่งเศส มีเลือดออกในสมอง เตรียมส่งตัวเข้ากรุงเทพฯ ชี้ ต้องสร้างมาตรการความปลอดภัย ความคืบหน้าเรื่องลูกเรือชาวกัมพูชา 5 คน ทำร้ายร่างกายและข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 นั้น นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยถึง ในส่วนของการป้องกันและแก้ไข จะต้องมี 3 ส่วน คือ ลักษณะทางกายภาพ เนื่องจากสภาพที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางเปลี่ยวแสงสว่างไม่เพียงพอ ส่วนที่ 2 ต้องประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังด้วยตัวเอง ไม่ให้เดินทางไปพื้นที่ที่ไม่มีผู้คนหรือทางเปลี่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวบางคนก็ชอบลักษณะแบบนี้ แต่สำหรับเหตุการณ์นี้นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสถือว่าค่อนข้างมัดระวังตัวอยู่แล้ว แต่ก็ยังโดนลูกเรือกัมพูชาทำร้าย ซึ่งลูกเรือชาวกัมพูชาโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะไม่ค่อยก่อเหตุในลักษณะนี้ ทุกอย่างต้องทบทวนกันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ การระมัดระวัง รวมถึงแรงงานที่หายไปจากเรือทั้งตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ จำเป็นต้องรายงานหน่วยราชการให้ทราบ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้สร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเกาะกูดอย่างมาก และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียหาย พร้อมทั้งจะดูแลเยี่ยวยาอย่างเต็มความสามารถ ส่วนอาการผู้บาดเจ็บ ได้รับรายงานว่า 1 ใน 3 ยังมีเลือดออกในสมอง และเตรียมจะส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครต่อไป ซึ่งในรายของนักท่องเที่ยวผู้หญิงอายุ 57 ปี ถูกทำร้ายตามร่างกาย และศีรษะ รวมทั้งที่อื่นๆ ได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่าทุกคน ส่วนชายมีเลือดออกที่เหนือศรีษะ และเจ็บตามร่างกายจากการถูกมีดฟัน และอีกคนถูกข่มขืน และทำร้ายร่างกายหลายแห่ง ทั้งหมดปลอดภัยแล้ว ----------------------------------------------------------------------------------- ตำรวจตราด รวบ 3 ลูกเรือประมงกัมพูชา ทำร้ายร่างกาย ข่มขื่น นักท่องเที่ยวต่างชาติ เร่งล่าอีก 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะกูด ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมฟาร์มเฮาส์ รีสอร์ท หมู่ 5 บ้านอ่าวพร้าว ต.เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด ว่ามีนักท่องเที่ยวถูกแรงงานทำร้ายและข่มขืน ก่อนได้รับความช่วยเหลือจากพนักงานโรงแรมและชาวบ้าน พ.ต.ท.สุรพร เทพเสน รอง ผกก.เกาะกูด ได้ประสานงานกับ นายทรงกลด สอนพึ่งรักษ์ ปลัดอาวุโส อ.เกาะกูด และ จ.อ.วิชัย จันทร์คาม หน.ชุดประสานงานกองทัพเรือประจำเกาะกูด นำกำลังทหารนาวิกโยธิน ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้เข้าทำการปิดล้อมคนร้าย นานกว่า 2 ชม. และสามารถจับกุมได้ในป่าหลังเขา จำนวน 3 คน ส่วนอีก 2 คนหลบหนีเข้าป่าไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังทำการปิดล้อมต่อไป สำหรับลูกเรือชาวกัมพูชาทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายยิ้ม อายุ 25 ปี นายภัย อายุ 22 ปี นายเจิน อายุ 25 ปี ส่วนอีก 2 คน ที่ยังหลบหนีอยู่คือ นายที อายุ 20 ปี และ นายบด มาน อายุ 20 ปี ทั้งหมดเป็นลูกเรือประมง ที่ออกจากท่าเรือเฉลิมพล อ.แหลมงอบ จ.ตราด และมาจอดอยู่ที่ท่าเรืออ่าวพร้าว ใน อ.เกาะกูด ทั้งนี้ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 3 คน ล่าสุดทางโรงพยาบาลเกาะกูดได้นำตัวส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตราดแล้ว เนื่องจากมีอาการสาหัสและถูกส่งตัวเข้าทำการผ่าตัด ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว ขอบคุณเนื้อหาและภาพจาก INN

10 นิสัยของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่โอเค!
ความรักวัยรุ่น

ปกติแล้วนิสัยของผู้หญิงก็จะมี เอาแต่ใจบ้าง ขี้งอนบ้าง แล้วแต่ว่าคนไหนจะมีมากหรือน้อย ซึ่งเมื่อเวลามีแฟน แฟนรับในสิ่งที่เราเป็นได้ก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าเขาทนกับพฤติกรรมบางอย่างที่มันมากเกินไปของเราไม่ได้ วันนึงเขาอาขขะทิ้งเราไปก็ได้นะ วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 นิสัยของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่โอเค! มาฝากกันค่ะ นิสัยบางอย่างถ้ามีเยอะเกินไปก็ลดๆ ลงมาหน่อย เพื่อความสุขของทั้ง 2 คนนะ ^^ 10 นิสัยของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่โอเค! 10. งอนแล้วไม่พูด การงอนแล้วไม่พูดทำให้ผู้ชายไม่รู้ในสิ่งที่ผู้หญิงกำลังคิดอยู่ ณ เวลาขนาดนั้น การกระทำแบบนี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้ชายไม่ชอบและไม่รู้ว่าควรทำสิ่งใดต่อไปจึงเป็นการเมินเฉยมากกว่าที่จะเข้ามาพูดคุยกัน 9. ขุดเรื่องเก่ามาพูด เรื่องเก่าหมายถึงเรื่องในอดีต ฉะนั้นเรื่องในอดีตก็คือสิ่งที่สมควรลืมเพราะผ่านมาเนิ่นนาน การขุดคุ้ยเรื่องเก่ามาพูดในเวลาใหม่หรือในเวลาปัจจุบันนั้นจึงไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับผู้ชายบางคน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีพฤติกรรมนี้ควรหักห้ามใจและเลิกทำเพื่อความรักที่ยั่งยืนต่อไป 8. จู่จี้มากเกินไป การต้องออกความคิดเองในทุกเรื่องหรือบ่นทุกครั้งที่ทำกิริยาที่คุณผู้หญิงไม่พอใจนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ชายทั้งหลายทนไม่ค่อยได้เมื่อเจอกับสิ่งเดิมๆ ในทุกวันจึงเป็นเรื่องง่ายที่คนสองสามารถเลิกกันได้ง่ายๆ 7. อย่าด่าหรือออกคำสั่งต่อหน้าเพื่อนหรือบุคคลอื่น ตามนิสัยพื้นฐานของบรรดาหนุ่มๆ ที่ต้องมีมาดหรือวางฟอร์มต่อหน้าคนอื่น ยิ่งกับบุคคลที่รู้จักแล้วนั่นยิ่งต้องมีนิสัยที่แอบข่มแฟนต่อหน้าเพื่อนเพื่อดูยิ่งใหญ่ ไม่ว่าต่อหน้าคุณนั้นเค้าจะยอมคุณมากมายเพียงใด แต่ถ้าต่อหน้าเพื่อนหรือบุคคลอื่นแล้วนั้นคุณอย่าได้ทำเลยทีเดียว 6. ล้ำเส้นมากเกินไป ผู้ชายส่วนใหญ่ย่อมมีพื้นที่ส่วนตัวของตนเองทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการห้ามยุ่งกับโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าตังค์ หรือแม้แต่ที่นอนหมอนใบเล็กๆ เค้าอาจโกรธคุณมากหากคุณบุกรุกที่ส่วนตัวเหล่านี้เพราะในความคิดของบรรดาหนุ่มๆ เค้าคือเจ้าของอาณาจักรในพื้นที่ส่วนตัวของเค้าเอง 5. เรียกร้องมากเกินไป สิ่งใดที่มากเกินไปก็ไม่ดีเหมือนที่พระท่านว่า เพราะการเรียกร้องมากเกินไปของสาวๆ ทั้งหลายทำให้ดูน่าเบื่อในสายตาของบรรดาหนุ่มๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องโดยการถามว่าจำวันเกิดได้ไหม ชอบสีอะไร ใส่เสื้อผ้าแบบไหนบ้าง ไม่ใช่แค่ผู้ชายที่รำคาญหากเกิดกับสาวๆ บางคนคงรำคาญเหมือนกัน 4. ใช้วาจาไม่สุภาพวาจา ไม่สุภาพทั้งหลายต่างๆ นานา ที่ผู้หญิงอาจพูดไปด้วยความโมโหหรือตั้งใจก็ตามแต่ ชายทั้งหลายไม่ชอบการสนทนาที่ไม่สุภาพเหล่านั้น 3. ปล่อยให้ท้อง วิธีการที่คุณผู้หญิงกำลังกระทำนั้นไม่เห็นผลสักเท่าไหร่นัก หากคุณปล่อยให้ท้องเพื่อหวังจะได้อยู่กับเค้าหรือให้เค้ารับผิดชอบ ชายส่วนใหญ่นั้นรู้เท่าทันการกระทำเหล่านี้แล้วเค้าจะกระทำกลับโดยการไม่คิดจะรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำลงไป 2. ขู่เลิกตลอดเวลา สิ่งที่ผู้ชายทั้งหลายไม่ชอบอีกอย่างคือการขู่เลิกตลอดเวลา ทำให้เกิดความรำคาญจากการขู่เลิกบ่อยครั้งทำให้รู้สึกว่าคุณอยากเลิกกับเค้าจริงๆ จนทนไม่ไหวแม้รักแค่ไหนผู้ชายร้อยทั้งร้อยก็ยอมเลิก 1. อย่าลองใจกันมากนัก การอย่าลองใจกันในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการคบกับคนอื่นเพื่อให้แฟนหึงห่วง แต่หมายถึงการถามทุกครั้งว่าเค้ารักคุณมากกว่าคู่ของคนอื่นหรือไม่ รักคุณหรือป่าว เพราะในสายตาของหนุ่มๆ นั้นเป็นสิ่งที่ดูน่ารำคาญและความน่ารักของคุณจะหายไปด้วย ขอบคุณข้อมูล toptenthailand.com

อยู่มานาน กาลเวลาพาสุข
art /  event / 

อยู่มานาน กาลเวลาพาสุข สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ชวนชมนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงบันทึกระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงปี พ.ศ.2557-2558 เพื่อให้คนไทยได้ขื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองต่างๆผ่านสายพระเนตรและปีนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ยังโปรดฯ ให้นำวิดีทัศน์ ที่ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ด้วยพระองค์เองมาจัดฉายให้แก่ผู้ร่วมชมนิทรรศการได้ชมกันด้วย  ร่วมชมนิทรรศการนี้ได้ที่ ห้องนิทรรศการหลัก หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  ตั้งแต่วันนี้- 6 มีนาคม 2559

จับเข่าคุยกับ 5 เด็กแสบแห่ง
ชยณัฐ แจ่มใส /  ปุณณดา วอสเบียน / 

จับเข่าคุยกับ 5 เด็กแสบแห่ง "โรงเรียนผี" งานนี้ใครไม่หลอนให้มันรู้ไป เป็นอีกหนึ่งควันหลงทิ้งทวนเทสกาลฮาโลวีนประจำปีนี้ สำหรับภาพยนตร์ โรงเรียนผี ภาพยนตร์สุดหลอนที่หยิบยกเรื่องราวลี้ลับในรั้วโรงเรียนมาถ่ายทอด โดยในวันนี้เราได้พาตัวแก๊งเด็กแสบทั้งห้าซึ่งเป็นกลุ่มตัวละครหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้มาบอกเล่าเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ บทบาท-คาแรคเตอร์ ริว : ผมรับบทเป็น ดอน ก็อยู่ในแก๊งเด็ก 5 คน ผมจะเป็นคนที่เงียบที่สุด แล้วก็จะโดนอีก 4 คนข่มอยู่เสมอครับ ในแก๊งนี้ก็จะมีทั้งหมด 5 คน จะมีหัวหน้าแก๊งชื่อ เอ๋ และลูกน้องอย่าง เด่น สมุนมือขวาของพี่เอ๋ เอ้อ เด็กเล็กสุดในกลุ่มแต่ก็กวนแสบที่สุดเช่นกัน และ ป๊อป เป็นผู้หญิงคนเดียวในแก๊ง ออกแนวห้าว ๆ แสบไม่แพ้ใครครับ อาไท : ผมเล่นเป็น เอ๋ ครับ เป็นหัวโจกของแก๊งนี้ เป็นเด็กชั้นม.3 ที่ตกซ้ำชั้น เรียนตก ๆ ๆ อยู่อย่างงี้อยู่หลายปี ด้วยความเป็นรุ่นพี่ไงก็เลยชอบโชว์พาว เป็นคนชอบท้าทายผีสาง จะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เอ๋จะรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนนี้ที่ไม่ควรรู้แต่เค้ารู้ ตัวละครตัวนี้ก็เหมือนผมตรงที่กวน ๆ มั้งครับ แต่ผมเรียนไม่ตกซ้ำชั้นนะครับ ไม่เหมือนเอ๋ ผมเรียนเก่งครับ ออสการ์ : ผมรับบทเป็น เอ้อ เป็นลูกน้องพี่เอ๋ครับก็ออกแนวกวน ๆ แล้วก็ซ่า ๆ กวนพี่เอ๋เวลาพูดอะไร เราก็ชอบแทรกเข้าไป กวนเข้าไป ถึงจะเป็นน้องเล็กสุดก็ไม่กลัวครับ นิสัยก็คล้าย ๆ กันครับ ทั้งความกวน ความซน จะว่าไปก็เหมือนกันเป๊ะเลยฮะ สุชาติ : สวัสดีค่ะ ญาญ่าเล่นหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ก็เป็นนางเอกค่ะชื่อ เด่น นางเอกก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก ก็มันสวยค่ะ มั่นหน้าเนาะ คาแรคเตอร์ช่วงแรก ๆ ก็จะไม่เปิดเผย จะแอ๊บแมน แล้วก็เป็นคนฮา ๆ มีความมั่นใจสูงมาก สวยมาก ก็กลัวผีด้วย แต่ก็ชอบอ่อยด้วย เพราะในแก๊งมีคนหล่อคนหนึ่งชื่อ ดอน หล่อมาก หล่อที่สุด เขินเลยค่ะ นีโม : เรื่องนี้นีโมรับบทเป็น ป๊อป ค่ะ จะเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มนี้ จะเป็นคนห้าว ๆ เลยอยู่กับแก๊งเด็กผู้ชายแก๊งนี้ได้ ตัวป๊อปก็จะเหมือนนีโมเหมือนกันนะคะ ก็จะออกห้าว ๆ เหมือนกัน แตกต่างจากหนังเรื่องที่ผ่าน ๆ มายังไงบ้าง อาไท : คือเรื่องอื่น ๆ ก็จะเป็นตลกอย่างเดียว แต่เรื่องนี้เราต้องมาเป็นตัวนำเรื่อง เราต้องมาเล่าเรื่องผีเพื่อโยงไปคนนั้นคนนี้ แถมยังต้องไปเจอผีเองด้วยครับ ริว : เรื่องนี้จะเป็นแนวผีหลอน ๆ ครับ ตัวผมเองยังไม่เคยเล่นหนังผีมาก่อนครับ นี่ก็เป็นเรื่องแรก จะมีบางทีที่ถ่ายตอนกลางคืนก็จะมีเสียวบ้างครับ และก็มีบางมุมที่ตลกอาไทครับ นีโม : เรื่องที่ผ่าน ๆ มาก็จะเล่นเป็นนางเอกตอนเด็ก ๆ แต่เรื่องนี้ก็มาเล่นเป็นตัวเราเอง และเรื่องนี้ก็เป็นหนังผีเต็มตัวเรื่องแรกด้วยค่ะ สุชาติ : ส่วนหนูกับออสการ์ก็ได้เล่นหนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกค่ะ ก็ตื่นเต้นและดีใจที่สุดเลย ในเรื่องนี้พี่เค้าก็บอกให้เป็นตัวเราเองเลย เป็นคนเฮฮา ชอบแอ๊บแต่ก็แอ๊บไม่อยู่ อย่าเดินตูดบิดนะ แต่หนูก็เดินตูดบิดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เข้าฉากวันแรกก็ตื่นเต้น จำบทไม่ค่อยได้ ตื่นเต้นมาก คือทำอะไรไม่ได้เลยอ่ะ เป็นครั้งแรกก็ตื่นเต้นอ่ะค่ะ ออสการ์ : หนูผ่านงานแสดงมาบ้างแล้ว แต่เพิ่งเล่นหนังเรื่องแรก ก็สนุกครับ เราต้องเล่นให้คนดูเค้าเชื่อจริง ๆ ยิ่งเป็นหนังผีด้วยยิ่งยาก ต้องโดนเลือดสาด ต้องโดนผีหลอก ต้องน่ากลัวจริง ๆ ครับ เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับ “ผีโรงเรียน” บ้างมั้ย เล่าให้ฟังหน่อย (โรงเรียนของแต่ละคน) ออสการ์ : เคยครับ เรื่องนี้ได้มาจากภารโรงเก่าแก่ของที่โรงเรียนหนู แต่ตอนนี้เค้าออกแล้วเพราะเค้ากลัวมาก ก่อนที่เค้าจะออก มีเรื่องแปลกๆ หลายอย่าง คือโรงเรียนหนูมันใกล้กับวัดอ่างทอง โรงเรียนหนูเป็นเขตของวัด ซึ่งตอนนั้นเค้าเอาไว้ฝังศพกัน แรก ๆ ก็ยังไม่ค่อยมีคนมาสมัครกัน แล้วตรงสนามเด็กเล่นตอนนั้นเป็นต้นกล้วย น่ากลัวมาก ถ้าใครไปตอนกลางคืนต้องสะพรึงมาก พอสร้างเป็นโรงเรียนแล้ว เมื่อก่อนก็เคยมีครูผูกคอตายในห้องน้ำ แล้วภารโรงก็มาเล่าให้ฟังว่า เค้าอาฆาตแค้น แล้วก็วนเวียนอยู่ในห้องน้ำนั้น พออยู่ไปนาน ๆ ก็รู้สึกว่ามีใครมาคอยดูว่าห้องเราเป็นยังไง ก็ด้วยความอยากรู้ก็เลยเอาเก้าอี้ขึ้นไปส่องดู ก็เห็นเลยจ้า เชือกห้อยแกว่งไปมา แล้วตอนหนูฉี่ตรงที่ฉี่ พอมองลงไปในน้ำ ก็เห็นเงาผู้ชายจ้องขึ้นมาเลย อันนี้หนูเจอจริง ๆ ริว : ก็เคยมีคนเล่าให้ฟังเรื่อง ผีห้องดนตรีไทย ก็เหมือนเค้าอยู่ดึก แล้วเค้าก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากห้องดนตรีไทย บางคนก็บอกเห็นเงาลางๆ ก็เลยเกิดความกลัวขึ้น ไม่ค่อยอยากไปห้องดนตรีไทยเท่าไหร่ ผมยังไม่เคยเจอกับตัวเองครับ ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากเจอครับ อาไท : โรงเรียนที่ผมเคยเรียนตอนประถมนะครับ เค้าเล่าว่าเคยมีประวัติ คือเค้าบอกว่าจะมี ห้องนาฏศิลป์ คือตอนเย็น ๆ เวลานักเรียนกลับบ้านหมด คนเดินผ่านเค้าจะได้ยินเสียงระนาดหรือขิมกำลังบรรเลงกันอยู่ แต่ว่าไม่มีใคร เค้าก็เล่ากันมาครับ วันนั้นผมเดินผ่านก็ได้ยินเสียงเหมือนกัน เปิดไปดูก็เจอเลยครับ...ภารโรงนั่งเล่นอยู่ นีโม : ของหนูเคยได้ยินตอนประถม เท่าที่จำได้ก็คือเป็น ผีพี่ฟ้า นะคะ เหมือนพี่ฟ้าเค้าไปซ้อมดนตรีอยู่ที่ห้องดนตรีไทย แล้วเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ทำให้ตาย แล้วพอโตขึ้นก็มีเล่ามาอีกฝั่งหนึ่งว่าพี่เค้ากระโดดตึกตาย ก็ไม่รู้ว่ายังไงพอเข้าไปเค้าก็พูดกันแล้ว จำไม่ได้ว่าได้ยินมาจากใคร น่าจะจากเพื่อนมั้งคะ สุชาติ : ก็จะมีนักศึกษาประสบอุบัติเหตุหน้าวิทยาลัย เค้าก็เล่ากันว่า ตายแล้วยังเดินมาเรียน หนูก็จริงเหรอ ก็ไม่รู้อ่ะ แต่เพื่อนเค้าก็เชื่อกันนะ ตอนโรงเรียนเก่า เค้าก็บอกว่าเป็นที่ของป่าช้า หนูก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพื่อน ๆ ก็จะมาเล่าให้ฟัง แต่หนูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ผีเคยเจอมั้ย ไม่เคยเจอนะ นอกจากเจอตัวเองในกระจกประมาณนั้นค่ะ เรื่องราวของ “โรงเรียนผี” เป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย ริว : ผมเป็นคนเงียบ ๆ ก็จะไม่ค่อยมีเพื่อน แล้ว 4 คนนี้ก็ชวนผมไปเข้าแก๊งด้วย วันนั้นเป็นวันปฐมนิเทศ เค้าก็ชวนผมไปในห้องไปเล่าเรื่องผี เพื่อความสนุกสนาน แต่ละคนก็เล่าเรื่องผีที่แตกต่างกันจนมันไม่จบไม่สิ้น จนกระทั่งมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เอาเป็นว่าไปดูกันในโรงดีกว่าครับ อาไท : คือมันจะเป็นเรื่องของเด็กกลุ่มหนึ่งที่หนีการปฐมนิเทศมาหาอะไรทำสนุก ๆ โดยมีผมเป็นหัวโจกแล้วก็มีลูกน้อง 4 คนมาร่วมด้วย ก็เลยมาเล่าเรื่องผีกันตามประสบการณ์ของตัวเอง ก็ขุดเรื่องผีมาเล่ากันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น อยากรู้ต้องไปดูกันเองครับ คิดว่าในโรงเรียนใครจะเสี่ยงเจอผีมากที่สุด อาไท : ผมว่าตัดยามออกก่อนเลย ไม่เจอหรอก เพราะยามหลับ อันนี้หยอกเล่น คนที่น่าจะเจอผีมากที่สุด น่าจะเป็นภารโรงครับ เพราะโรงเรียนผมเนี่ย ภารโรงเค้าจะอยู่กินนอนที่โรงเรียนเลย พอตอนดึกเค้าก็มาเดินตรวจตราเช็กอะไรต่าง ๆ ผมว่าเค้ามีเปอร์เซ็นต์เจอผีมากที่สุด อย่างครูพอเสร็จงานเค้าก็กลับบ้าน ยามก็อยู่ในป้อม แต่ภารโรงเค้าจะเดินตรวจทุกชั้น ผมว่าเค้ามีเปอร์เซ็นต์โดนมากที่สุด ริว : ผมคิดว่าภารโรง, แม่บ้าน และก็ยามครับ เพราะเป็นสามบุคคลที่อยู่ดึกสุดครับ ก็อาจจะเจอมากที่สุดครับ เหมือนเค้ามีหน้าที่ดูแลโรงเรียนทุกซอกทุกมุม ต้องอยู่ดึก ก็เลยมีสิทธิ์เจอบ่อย ออสการ์ : ยามโรงเรียนผมก็จะอยู่ที่ป้อมตรงสนามเด็กเล่นอย่างเดียว แต่ก็มีโอกาสเจอมั่งแหละ ถ้าครูนี่บางทีเค้าก็จะกลับก่อนนักเรียน เค้าก็มีโอกาสเจอน้อยมาก 100 % ก็อาจจะเจอซะ 20% ส่วนนักเรียนอย่างพวกหนูก็มีโอกาสเจอแค่ 10 % ที่น่าจะเจอมากที่สุดก็น่าจะเป็นภารโรง เพราะเค้าอยู่ที่โรงเรียนนานที่สุด แต่ภารโรงโรงเรียนหนูเค้าอยู่แค่ถึงเที่ยงคืน พอหกโมงเช้าเค้าก็มา แต่ก่อนกลับเค้าก็ต้องตรวจโน่นนี่ เค้ามีสิทธิ์เจอมากสุดเพราะเค้าอยู่ดึกกว่าทุกคน เป็นคนกลัวผีมั้ย ริว : ก็กลัวครับ แต่ที่ถ่าย ๆ มาก็ยังไม่เจอนะครับ ก็ไม่อยากเจอด้วย ออสการ์ : ถ้าไปเป็นแก๊ง 4-5 คนนี่จะไม่กลัวอะไรเลย ยกเว้นไปวัด แต่ถ้าไปคนเดียวกลางคืนในที่มืดๆ นี่จะไม่กล้าครับ กลัวครับ นีโม : ก็กลัวผีอยู่นะคะ กลัวแต่ชอบดูอะไรผี ๆ ค่ะ ถ้าวันหนึ่ง เราดันเจอผีที่โรงเรียน จะทำยังไง อาไท : โห ! ตอบยาก ผมไม่เคยเจอ อันดับแรกคงต้องยืนวิเคราะห์ก่อน ไม่ใช่ ! คงไม่บ้าบอขนาดนั้น ก็คงตามประสา คงจะกลัวแล้วก็วิ่งหนีครับ แต่ผมว่าคนเราเวลาเจอผี ไม่ใช่เจอแล้ววิ่งเลยนะ ผมว่าทุกคนเวลาเจอผี เค้าต้องยืนสตั๊นซะ 3 วิ แล้วค่อยวิ่งหนีไป ริว : ถ้าเจอผีในโรงเรียนจะทำยังไงเหรอครับ ก็วิ่งหนีเลยครับ ถ้ามีเพื่อนมาด้วยผมว่าก็ไม่มีใครรอใครแล้วครับวิ่งไปก่อนเลย ไม่รอแน่ ๆ เราเป็นคนมีเซ้นส์ผีหรืออะไรพวกนี้มั้ย ออสการ์ : หนูไม่ได้เห็นไง แต่รู้อ่ะ รู้ว่าเค้ากำลังมองเราอยู่ เค้ากำลังทำอะไรอยู่ มีความรู้สึกได้ว่าเค้ามาหาอะไรอย่างงี้ . เคยเจอเหตุการณ์ลึกลับประหลาด ๆ ผี ๆ ในกองถ่ายมั้ย อาไท : ก็มีนะฮะ คือวันนั้นผมต้องถ่ายฉากที่เล่าเรื่องผีอยู่ตลอดทั้งวัน แล้วรู้สึกว่าอยู่ดี ๆ ก็ปวดไหล่สองข้าง ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้สะพายกระเป๋าอะไรเลยนะ ผมก็เอาแล้ว ถ้าเป็นคนที่มีเซ้นส์เค้าคงเห็นอะไรอยู่บนบ่าผมอ่ะ ก็นั่งปวดซักพักนึง สุดท้ายก็ไปไหว้ขอขมาเจ้าที่ที่โรงเรียนที่ถ่าย พอไหว้เสร็จอาการก็ดีขึ้นเลย ก็อาจจะเป็นเพราะเรามาทำมาพูดอะไรที่ไม่ให้เกียรติสถานที่อะไรอย่างนี้ก็ได้มั้งครับ ออสการ์ : เคยมีแต่เรื่องหลอกเด็กว่า ระวังนะมาถ่ายที่โรงเรียนนี้ แต่หนูก็ยังไม่เจออะไร ถ้ายังไม่ได้เจอด้วยตัวเอง หนูก็ยังไม่เชื่อ นีโม : ก็มีพี่ ๆ ทีมงานเคยเล่าให้ฟังค่ะ เหมือนมีฉากหนึ่งที่ถ่ายกันตรงบันได แล้วเหมือนเค้าถ่ายติดใครมาก็ไม่รู้ ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะใช่ทีมงาน ก็ลองไปดูนะคะว่ามันจะอยู่ในหนังรึเปล่า บรรยากาศกลางคืนตอนที่ถ่ายหนังในโรงเรียนนี้เป็นยังไง อาไท : โหย น่ากลัวมากครับ ตอนนั้นผมถ่ายอยู่ฝั่งโน้น แล้วมองข้ามมาอีกฝั่งของชั้นเดียวกัน มันมืดแบบจ้างผมเดินผมก็ไม่เอาอ่ะ นีโม : ถ่ายตอนกลางคืนที่นี่ก็น่ากลัว เพราะมันไม่ใช่สถานที่ที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว แล้วรอบ ๆ โรงเรียนมันก็มีต้นไม้ล้อมรอบเยอะแยะ และด้วยตัวตึกโรงเรียนมันก็น่ากลัวอยู่แล้ว แล้วยิ่งตอนกลางคืนก็ยิ่งน่ากลัวใหญ่เลยค่ะ ในแก๊งเรา 5 คนนี้ อยากให้ใครเจอผีมากที่สุด ริว : ที่อยากให้เจอผีมากที่สุดก็คงเป็น สุชาติ แคปเจอร์ นี่แหละครับ เพราะอยากรู้ว่าถ้าเจอผีแล้วจะเป็นยังไง สุชาติจะกลัวผี หรือผีจะกลัวสุชาติครับ แต่สุชาติต้องกรี๊ดลั่นแน่ ๆ ครับ อาไท : โอ้โห ! สุชาติ แคปเจอร์ นี่ตัดออกก่อนเพราะผีกลัวเค้า หันมาช็อกกันเอง ผมว่าคนที่ผมอยากให้เจอนะก็คือ ออสการ์ มันกวนผมมาก มันกวนประสาทคนทั้งกอง คนที่อยากให้เจออีกคนก็คือ ริว เพราะริวเป็นคนหน้านิ่งมาก อยากจะรู้ว่าเวลาเจอผีหน้ามันจะเป็นยังไง ออสการ์ : อยากให้เป็น พี่สุชาติ แคปเจอร์ เพราะพอเวลาผีเจอพี่เค้า ผีจะตกใจก่อน แล้วก็จะหนีไป ส่วนพี่เค้าก็จะงงว่าพี่หนีเราทำไม ผีก็จะกลัวเค้ามากกว่า สุชาติ : ในแก๊งก็อยากให้ อาไท และ ออสการ์ เจอผีมากที่สุด โดยเฉพาะออสการ์มันแสบมากเลย อยากให้มันเจอผี มันก็อาจจะมอง ๆ แล้วก็วิ่งร้องไห้ไปเลยมั้งคะ นีโม : ก็อยากให้ ออสการ์ หรือ พี่สุชาติ เจอผีเพราะดูลักษณะแล้วก็น่าจะสนุกดี ก็อาจจะกรี๊ด วิ่งหนีอะไรประมาณนั้นมั้งคะ การร่วมงานกับผู้กำกับ ริว : พี่เปิ้ลก็เป็นผู้กำกับที่ใจดีครับ ยังไม่เคยดุเลย ก็โอเคครับ อาไท : ดีมากครับ พี่เปิ้ลเค้าก็คอยบอกอะไรที่ผมยังทำแล้วไม่ค่อยดี เค้าก็จะบอก ดีครับ ออสการ์ : ใจดีครับ หนูเป็นคนที่สั่งได้ สั่งได้เลย เค้าก็จะเอนเตอร์เทนเรา ซึ่งหนูชอบผู้กำกับแบบนี้มากกว่า สุชาติ : พี่เปิ้ลก็เป็นผู้กำกับที่ใจดี มีความเป็นกันเอง พอหนูผิดพลาด ก็บอกให้ปรับตรงนั้นตรงนี้หน่อยนะ ไม่ดุค่ะ พี่เค้าก็ให้กำลังใจ นีโม : การร่วมงานกับพี่เปิ้ลก็ดีค่ะ ก็ไม่มีอะไรแย่ พี่เปิ้ลเป็นคนใจดี เวลากำกับตรงไหนที่เรายังเล่นไม่ดี ก็จะมาบอกมาสอนว่าควรจะปรับปรุงตรงไหนค่ะ ความน่าสนใจหรือความโดดเด่นโดยรวมของหนังผีเรื่องนี้ ริว : ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ก็คือการเล่าเรื่องผี บางคนอาจจะชอบฟังแม้เค้าจะไม่มีประสบการณ์ในการเจอ แต่เค้าอาจจะเคยฟังมาบ้าง ทุกโรงเรียนต้องมีเรื่องเล่าต่างๆ อยู่แล้ว ก็อยากให้ทุกคนมาลองดู ผมคิดว่าทุกคนอาจจะเคยได้ฟัง ได้เล่าเรื่อง หรือได้พบเจอกับตัวเอง โรงเรียนผี ก็จะถ่ายทอดความรู้สึกตรงนั้นมา ก็คอยติดตามนะครับว่า โรงเรียนผี เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน อาไท : ผมว่าโรงเรียนทุกคนต้องมีเรื่องผีที่เล่าต่อกันมาแน่นอน เรื่องนี้ก็จะถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมที่ทุกคนเคยผ่านมา ก็มาดูว่าเรื่องผีของ โรงเรียนผี เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน เป็นหนังที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี สตรีดูแล้วสวย คนป่วยดูแล้วหายแน่นอนครับ ออสการ์ : คือว่าหนังมันมีเรื่องสยองขวัญ เรื่องที่ทุกคนเล่ามันน่ากลัว ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ทุกเคยได้ยินได้ฟังมา เค้าก็จะเอามาเล่าให้ฟัง ให้เป็นภาพเลยว่าเป็นอย่างงี้ ๆ นะ มาดูกันครับว่าโรงเรียนเรานี่จะมีสิ่งที่น่ากลัวลึกลับขนาดไหนและจะน่ากลัวกว่าเรื่องที่คุณเคยได้ยินมาหรือเปล่า สุชาติ : เพราะว่าหลายโรงเรียนมันก็ต้องมีเรื่องเล่ากันแหละเนาะ คนที่ชอบเล่าเรื่องผีก็ต้องดู เหมือนมันเป็นการแชร์ประสบการณ์จริง ต้องมาดูนะ หนังเรื่องนี้น่ากลัวมากจริง ๆ มาดูกันว่า โรงเรียนผี นี้จะน่ากลัวขนาดไหน นีโม : เรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเล่าเรื่องผีต่าง ๆ ของโรงเรียน ก็อยากให้มาดูกันค่ะว่า มันจะน่ากลัวกว่าที่เคยได้ยินมาหรือเปล่า นอกจากพวกหนู 5 คนแล้วก็จะมีพี่ ๆ นักแสดงอีกทั้งพี่แม็กกี้, พี่โจอี้, พี่หม่ำ, พี่เท่ง, พี่โก๊ะตี๋ ในเรื่องนี้ทุกคนก็จะได้เห็นมุมความกลัวของพี่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยค่ะ ก็ฝากเรื่อง โรงเรียนผี ไว้ด้วยนะคะ สำหรับใครที่ชอบเล่าเรื่องผี ชอบฟังเรื่องผี ชอบอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องผี ก็มาติดตามดูกันนะคะ โรงเรียนผี หลอนทุกคาบ หลอกทุกโรง 3 พ.ย.นี้ค่ะ

ล้อมวงเข้ามา ! ฟังที่มาที่ไปของ
ชยณัฐ แจ่มใส /  ปุณณดา วอสเบียน / 

ล้อมวงเข้ามา ! ฟังที่มาที่ไปของ "โรงเรียนผี" จากปากผู้กำกับ พร้อมออกมาสร้างความหลอนไม่มีเปลี่ยนแปลงสำหรับ โรงเรียนผี ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล โดยผู้กำกับ เปิ้ล มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ ได้รวบรวมทีมนักแสดงทั้งรุ่นเล็กอย่าง อาไท กลมกิ๊ก, ออสการ์ ชยณัฐ, ริว อิงครัต, นีโม ปุณณดา, สุชาติ แคปเจอร์ และรุ่นใหญ่อย่าง หม่ำ จ๊กม๊ก, เท่ง เถิดเทิง, โก๊ะตี๋, โจอี้ เชิญยิ้ม มาล้อมวงเล่าเรื่องผีในโรงเรียน ที่ทุกคนล้วนต้องเคยผ่านประสบการณ์ขนหัวลุกเหล่านี้มาไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ผู้กำกับหญิงคนเก่งได้พูดถึงแรงบันดาลใจและจุดมุ่งหมายของเรื่องนี้ว่า “จริง ๆ เรื่อง โรงเรียนผี มันเป็นโปรเจกต์ที่อยากทำมานานแล้ว ตอนนั้นเราเคยร่วมงานกับเด็ก ๆ แล้วก็ได้ดูเค้านั่งคุยกันเรื่องสัพเพเหระ เรื่องผีโน่นนี่นั่น แล้วเรารู้สึกว่ามันเป็นบรรยากาศที่น่าสนใจ เค้าเล่าเรื่องผีกันแล้วเค้าก็กลัวในสิ่งที่เป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ เพราะเด็กก็ต้องเรียนที่โรงเรียน เราว่ามันเป็นประสบการณ์ร่วมของทุกคนที่เคยผ่านการเรียนหนังสือมา ซึ่งมันก็จะมีเรื่องเล่าต่าง ๆ และแน่นอนที่สุดก็ต้องมีเรื่องผีแน่ ๆ ซึ่งเรื่องในหนังเราคิดมาจากว่าเวลาที่เราอยู่ในโรงเรียน เรื่องราวหรือบรรยากาศที่มันน่ากลัวจะเกิดจากตรงไหนได้บ้าง แล้วเราก็หยิบจับสถานที่และตัวละครมาเล่าอย่างห้องเรียน, ห้องสมุด, ภารโรง, ครู, นักเรียน หมาโรงเรียนอะไรอย่างนี้ ซึ่งจริง ๆ ทุกที่ในโรงเรียน ถ้าไม่มีคนมันก็น่ากลัวหมดอยู่แล้ว เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของแก๊งนักเรียนมัธยมตัวแสบ 5 คนที่ลองดี ขุดเรื่องผีหลอน ๆ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมาเล่าข่มกันว่าเรื่องของใครจะน่ากลัวกว่ากัน ก็จะมีทั้งเรื่องจริงบ้าง เรื่องเล่าบ้าง เรื่องแต่งบ้าง รวมทั้งเรื่องที่พวกเค้าไปเจอด้วยตัวเอง ซึ่งบางทีเราก็หาคำตอบไม่ได้ว่ามันมาจากไหน เล่ากันไปเล่ากันมาก็ไม่จบสิ้น จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดว่า พวกเขาจะต้องมาเผชิญหน้ากับประสบการณ์สยองขวัญในท้ายที่สุด  แน่นอนว่า เราอยากทำหนังผีสยองขวัญตลกที่มีความสนุกเหมือนเมื่อก่อนที่มาล้อมวงกัน นั่งเล่านั่งฟัง และกลัวไปด้วยกัน สนุกด้วยกัน ไม่ต้องคิดมาก มันเหมือนเป็นประสบการณ์ร่วมที่ทุกคนต้องเคยผ่านมาสมัยที่ยังเรียนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนเล่า คนฟัง หรือประสบพบเจอเอง ก็หวังว่าทุกคนจะมาฟังเรื่องผี แล้วสนุกไปด้วยกันค่ะ” เตรียมตัวรับประสบการณ์ขนหัวลุกของเรื่องเล่าผีโรงเรียนที่หลอนกว่าโรงเรียนไหนๆ จะเรียนที่นี่ เคยได้ยินเรื่องผีแล้วหรือยัง โรงเรียนผี หลอนทุกคาบ หลอกทุกโรง 3 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

หนุ่ม กรรชัย ห่วง น้องมายู ยังเล็ก!! ลั่นกลัวตาย หลังโรคหัวใจกำเริบ!!
หนุ่ม กรรชัย /  น้องมายู / 

  หลังต้องหามตัวส่งโรงพยาบาลกลางดึก เพราะโรคหัวใจกำเริบ และหัวใจเต้นผิดจังหวะจนทำให้นักแสดงหนุ่มและพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม กรรชัย วูบไปจนต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลหลายวัน ล่าสุดเจ้าตัวได้เดินทางมาอัดรายการ ปากโป้ง พร้อมกับอัพเดทอาการป่วยให้ฟัง ยอมรับว่ากลัวตาย เข้าใจกับคำว่า ห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตาย เพราะลูกสาวสุดที่รักอย่าง น้องมายู ยังเล็กมาก อนาคตยังไม่รู้จะเป็นอย่างไร ด้านภรรยา เมย์ เฟื่องอารมย์ ให้กำลังใจเพราะทราบอยู่แล้วว่าตนเป็นโรคหัวใจ   “วันนั้นตอนตีหนึ่งคือพี่มีอาการแน่นหน้าอก เหมือนมีคนมาเหยียบที่หน้าอกปึ๊กๆ ก็รู้แล้วว่าคงเป็นโรคเก่าที่เคยเป็นมาเมื่อสามปีก่อน คือหัวใจเต้นผิดจังหวะ แล้วก็หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก จนต้องให้คนที่บ้านพาส่งโรงพยาบาล" วินาทีตอนนั้นตกใจไหม?   "ก็งงนะว่าเป็นอะไรอีก อาจจะเป็นเพราะว่าเราเครียดมากก็ได้ และก็ทำงานเยอะ ก็เลยมีอาการ เพราะคุณหมอเคยเตือนไว้แล้วห้ามกินเคเฟอีน กาแฟ ห้ามเครียด ห้ามนอนดึก แต่เรื่องกาแฟไม่ดื่มอยู่แล้ว แต่มีปัญหาเรื่องการพักผ่อน การเครียด" ตอนนี้ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ?   "คือคุณหมอก็ไม่ให้เครียดนะครับ คือ PVC มันก็คือ มันอยู่ที่ตัวเราเองด้วย เหมือนหัวใจมันลัดวงจร ทำให้หัวใจมันเต้นผิดไปสเต็ปหนึ่ง เช่นอย่างที่มันเคยเต้นตึ๊บ ตึ๊บ ตึ๊บ ของพี่จะเป็น ตึ๊บตึ๊บ และก็หายไปทีหนึ่ง และก็ตึ๊บตึ๊บ และก็หายไปอีก" อย่างสามปีที่แล้วหมอบอกว่าจะหายไหม?   "คงไม่หายครับเพียงแต่ว่าเราต้องลดปัจจัยเสี่ยง ควบคุมตัวเองให้ได้ ต้องอยู่กับมันไป แต่สุดท้ายแล้วถ้ามันเป็นเยอะขึ้น หรือว่ามันไม่หาย เขาก็จะมีวิวัฒนาการใหม่ก็จะเป็นเหมือนแบบคลื่นเสียงเข้าไปจี้ในหัวใจเรา มันไม่ใช่การผ่าตัด เป็นเหมือนเข้าไปในเส้นเลือด หลอดเลือดเรา" แล้วเริ่มรักษาหรือยัง?   "ถ้ามันเป็นหนักมากๆ อย่างวันที่เราเป็นวันนั้นอะ จริงๆหมอก็แนะนำถ้ารบกวนชีวิตประจำวันมาก หรือทำงานไม่ได้ ก็แนะนำให้ทำ แต่ถ้ากินยาไปแล้ว แล้วสามารถควบคุมได้ก็ไม่มีอะไร" ส่วนตัวแล้วพี่หนุ่มอยากทำไหม?   "กลัวตายสิ (หัวเราะ) คือกลัวไงเพราะว่าพ่อพี่ก็เป็นโรคหัวใจ และไปผ่าตัด พ่อพี่เป็นเส้นเลือดหัวใจตีบไปทำบอลลูน และก็เสียชีวิต ก็เลยกลัวเหมือนกัน คุณหมอบอกว่าถ้าเป็นนาทีหนึ่งหนึ่งครั้งจะไม่เป็นไร แต่ถ้านาทีหนึ่งเป็นสิบครั้งแบบตอนที่เป็นหนักๆ 12-13 ครั้ง ก็อันตรายเหมือนกัน มีปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องทำ แต่ถ้าควบคุมมันได้ ต้องกินยาต่อเนื่อง ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่นะ ตอนที่เป็นหนักๆ นาทีหนึ่งเป็น คือมันจะตาย มันเหนื่อย มันหายใจไม่ออก" จะลดงานลงไหม?   "เอิ่ม...ด้วยหน้าที่แล้วคงไม่ได้ลด" พี่เมย์ว่าไงบ้าง?   "ก็ไม่ได้ว่าไง คือเขาก็รู้ว่าเราเป็นโรคนี้อยู่แล้วก็รักษาไป" มีเรื่องไม่เครียดบ้างไหม?   "โอย ชีวิตคนก็ต้องมีความเครียดทุกวันนั่นแหล่ะ หลีกเลี่ยงไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้อย่างใจ บางทีเราอาจจะใช้ธรรมะเข้ามาช่วยข่ม ปล่อยวางมากขึ้น เข้าใจตอนที่เขาบอกเลยว่า ห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตาย ตอนที่ลูกยังเล็กอยู่เพราะเราก็ไม่รู้ว่าลูกเราเป็นอย่างไร ก็ต้องพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด” หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู น้องมายู ลูกสาว หนุ่ม กรรชัย น้องมายู ลูกสาว หนุ่ม กรรชัย

ตัวเลขแบบไหน ที่บ่งบอกว่าเป็นคน...ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม
ฉลาด /  ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม / 

58 85 “ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม” ความหมายคู่เลข 58 และ 85 เป็นตัวเลขที่ผู้เขียนหาคำนิยามที่เหมาะสมได้ยากมาก จึงจะได้ความหมายนี้ “ฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม” นั้น ค่อนข้างคิด วิเคราะห์หลายรอบอยู่เหมือนกัน เชื่อว่าผู้ที่รู้จัก ศึกษาความหมายของพลังตัวเลขหลายๆท่าน ก็ยังคนรู้สึกสับสน ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะแปลคู่เลขนี้ไปในทิศทางไหนดี จะชี้ชัดว่าเลขนี้คือเลขแห่งคุณธรรมได้หรือไม่ เพราะมีเลข 5 ประกอบอยู่ในคู่เลขนี้ หรือจะมองว่าเป็นตัวเลขแห่งพลังอำนาจ เล่ห์เหลี่ยม เพราะมีตัวเลข 8 ประกอบอยู่ด้วยเช่นกัน ตัวเลข 5 นั้น คือ ตัวแทนของดาวพฤหัส เทพแห่งสติปัญญา คุณธรรม ความดีงาม ส่วนตัวเลข 8 คือ ราหู ความลุ่มหลงอำนาจ ความเด็ดขาด การใช้เล่ห์เหลี่ยม เมื่อพลังในแต่ละขั้ว ทั้งด้านสว่างและด้านครึ้มๆ มารวมกัน คู่เลขนี้ จึงกลายเป็น พลังเลข สายเทา จะเป็นพลังดีก็ไม่ใช่ จะเป็นพลังด้านร้าย ก็ไม่เชิง เมื่อรวมความหมายของพลังเลขทั้งสองตัวเลขแล้ว จะตีความได้ว่า “ผู้ที่ต้องการบรรลุผลสำเร็จตามความต้องการของตัวเอง ด้วยการใช้เทคนิคพิเศษ เล่ห์เหลี่ยม ด้วยการใช้วิธีการต่างๆ ไม่ว่า จะโปร่งใส หรือ วิธีเดินทางลัด เพื่อให้สิ่งที่มุ่งหวังสำเร็จผลให้ได้” บุคลิกของผู้ใช้เลขคู่นี้ บุคลิกของคนเลข 58 85 นั้น จะถูกมองว่า มีความน่าเชื่อถือมาก ด้วยพลังเลข 8 มีอำนาจ บารมี มีบริวาร และเลข 5 บุคลิกน่าเชื่อถือ เมื่อรวมกันแล้ว ผู้่ใช้ตัวเลขคู่นี้ดูเป็นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจอยู่ในมือ ประกอบด้วยลักษณะการพูดที่ดูนิ่งๆ มีมาดด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก เหมาะสำหรับการเป็นล้อบบี้ยีสต์ นักเจรจาต่อรอง ลักษณะต่อมาคือ “เห็นแก่ผลประโยชน์เหนืออื่นใด” เพราะเขาจะมองว่าเรื่องของผลประโยชน์เป็นเรื่องสำคัญ หากผลประโยชน์นั้นมีค่ามากกว่า “ประโยชน์ที่น่าจะได้จากเพื่อน” แล้วล่ะก็ เขาสามารถที่จะตัดเพื่อนกับคุณได้อย่างไม่ลังเล และดีไม่ดีคุณอาจจะกลายเป็นแพะรับบาปแทนเขาเนื่องจากให้ความไว้วางใจในตัว เขามากไปจนไม่ทันได้ระมัดระวังตัวอีกด้วย แต่ถ้าผลประโยชน์ที่เขากำลังจะได้รับ มีคุณเป็นส่วนเอื้อประโยชน์ให้เขาได้ เขาจะดูแล ปกป้องคุณ ภักดีกับคุณในช่วงเวลานั้น เพื่อให้ตัวเขาได้บรรลุผลสำเร็จเพราะมีคุณเป็นองค์ประกอบสำคัญ ต้องยอมรับในเรื่องความฉลาด ไหวพริบ การวางแผนแบบแยบยลได้อย่างลงตัว รู้จักการดึงทรัพยากร ทั้งคน ทั้งไอเดีย ทั้งคอนเนคชั่นต่างๆ เข้ามาร่วมในงานนั้นได้อย่างเหมาะสม จึงไม่แปลกเลย ที่เขาจะเป็นคนทำงานได้รวดเร็ว กว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายเท่า การวางแผน ปูพื้นงานมาก่อนจะเริ่มต้น ทำให้ เขาเป็นมนุษย์เดินทางลัด แทนที่จะเริ่มต้นจาก 1 2 3… แต่เริ่มต้นก้าวแรก ก็ ก้าวที่ 5 ไปแล้ว สำหรับงานที่จำเป็นต้องอดทนรอคอย เขาก็ สามารถที่จะรอวันเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆได้ จะรอแค่เวลาที่แผนการของเขาสำเร็จก็เท่านั้น และแน่นอนว่าเมื่อไรที่เขาได้ฉกฉวยโอกาสนั้นๆไปแล้ว จะไม่มีใครสามารถสืบสาวราวเรื่องจากเขาได้อีก เพราะเขาได้วางแผนไว้อย่างแนบเนียนแล้วซะด้วยสิ ในด้านความรัก... มักจะเป็นคนเอาแต่ใจ ไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง และชอบข่มแฟนอยู่เป็นประจำ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนที่อารมณ์ ร้อน หรือหงุดหงิดง่าย แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่สบายใจเวลาอยู่ด้วยกัน มันจะดูอึดอัดอยู่ตลอดเวลา แต่ใจลึกๆ ไม่ได้คิดคดกับคนใกล้ตัวที่เขารักเลย คนที่ใช้ตัวเลข 58 นั้นมีคุณธรรมบ้างไหม เพราะประกอบด้วยเลข 5 เลขแห่งเทพเจ้าของสติปัญญา ความดีงาม มีคุณธรรม ถ้านอกเหนือจากเรื่องเป้าหมายของงาน ที่เขาต้องวางแผนแยบยลซับซ้อนเพื่อบรรลุเป้าประสงค์แล้ว คนรักหรือคนใกล้ชิดตัวเขา จะได้รับความดีงาม ความเป็นคนมีคุณธรรมของเขา หากให้มองถึงข้อดีของตัวเลข 58 ต้องบอกว่า เขาคือคนเก่งคนหนึ่ง เป็นคนที่หาตัวจับยาก มีความสามารถวางแผนเจรจาได้อย่างแนบเนียน และฉับไวในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย แต่มักจะชอบใช้ปัญญาเหล่านั้นไปในทางที่ไม่โปร่งใส แต่เป็นสีเทาๆ จึงไม่แปลกว่า คนกลุ่มนี้ จะมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเป็นได้ และแต่ละองค์กรมักต้องการคนที่มีความสามารถแบบคนกลุ่มเลข 58 85 เอาไว้ การคบหากับคนเลข 58 85 เนื่องจากตัวเขาเองเป็นคนมีความซับซ้อนในการวางแผนต่างๆนาๆ เมื่อเขาจะต้องคบใครที่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องงาน เรื่องผลประโยชน์ จะมีความระแวงบุคคลอืนๆ เช่นกัน ดังนั้น เขาจึงไม่ไว้ใจใครนอกจากคนใกล้ชิด สนิดสนมกันจริงๆ คนที่จะเข้าไปคบกับเขา จะเกิดความระแวงเขาเช่นกัน เพราะจากรูปแบบงานที่ค่อนข้างใช้ความฉลาดแบบมีเทคนิค ผู้คนที่เข้ามาสัมพันธ์ด้วย จึงไม่รู้ว่า เขาจะมาไม้ไหน จึงเลือกอยู่ห่างๆเอาไว้ก่อนดีกว่า…. แล้วตัวเลข 58 85 ควรใช้ไหม ใครใช้ได้ คู่เลขนี้ เหมาะกับ การทำงานที่ต้องอาศัย ความฉลาด ความรวดเร็ว ฉับไว พลิกแพลงสถานการณ์ แก้ปัญหาต่างๆได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยการไม่คำนึงถึงวิธีการ ว่าสมควรใช้วิธีนั้นๆหรือไม่ ดังนั้น เลขคู่นี้ ให้นักเจรจาต่อรอง ล้อบบี้ยีสต์ นักกฎหมาย ทนายความจะเหมาะกว่า แต่ถ้ามีเลขคู่นี้อยู่ในเบอร์แล้วสัก 1 คู่ จำเป็นต้องกังวลไหม จะไม่กังวลถ้าคู่เลขที่เหลืออีก 5 คู่ในเบอร์ จาก 6 คู่ ในเบอร์โทรศัพท์ เป็นเลขพลังด้านอื่น ด้านความมีสติหยั่งรู้ ด้านความรู้แนววิชาการ…หรือเลขพลังดีด้านอื่นๆ จะช่วยให้เบอร์โทรศัพท์นั้น เกิดความสมดุลย์ได้ ข้อมูลโดย : อ. ปอ นางฟ้าเลขลิขิต

Footnote อ่านโลกผ่านหนัง : ‘ซูชิ’ ศิลปะแห่งการกิน
Footnote อ่านโลกผ่านหนัง /  ซูชิ / 

"วัตถุดิบแต่ละชนิดมีช่วงเวลาแห่งความอร่อยในอุดมคติอยู่”  ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) นักทําซูชิระดับตํานานอย่าง จิโระ โอโนะ ยังคงวาดฝันถึงซูชิที่มีรสชาติสมบูรณ์พร้อม แม้ร้านสุคิบายาชิของเขาจะได้ชื่อว่าเป็นร้านที่ทําซูชิได้อร่อยที่สุดในโลกแล้วก็ตาม... ตรงข้ามกับซูชิรสชืดที่เราหาซื้อมากินได้ในห้างทั่วไป ซึ่งเต็มไปด้วยสาหร่ายเหนียวหนืด กลิ่นเหม็นคาว หรือวัตถุดิบบี้แบน...บางทีซูชิอาจเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มากกว่าการแล่ปลาดิบชิ้นบางวางโปะลงบนข้าวปั้นสี่เหลี่ยมก้อนเล็กๆ  โดยเริ่มต้นจากปลาส้มในแถบบ้านเรา... ปี 1824 ฮานายะ โชเฮย์ เริ่มแล่ปลาดิบวางลงไปบนข้าวผสมน้ําส้มสายชู...จนปี 2011 จิโระ พ่อครัววัย 85 ยังคง “พยายามขึ้นสู่จุดสูงสุด (แห่งการทําซูชิ) ไม่ว่าจุดสูงสุดที่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตาม โปรดเตรียมท้องให้ว่าง เปิดใจให้กว้าง ก่อนตะลุยสู่ดินแดนแห่งปรัชญาชีวิต จิตวิญญาณ และศิลปะแห่งที่สืบทอดมานานหลายร้อยปี! 1.ข้าวเปรี้ยวหวาน สิ่งแรกที่เราควรให้ความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปลาดิบ ก็คือ ‘ข้าวผสมน้ํา ส้มสายชู’ ซึ่งชาวญี่ปุ่นจะพิถีพิถันตั้งแต่การปลูกโดยปราศจากสารเคมีและดูแลต้นข้าวทุกกระเบียดนิ้ว แม้คนส่วนใหญ่ชอบกินข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาใหม่ๆ แต่ข้าวที่มีอายุสักเล็กน้อยจะเหมาะแก่การทําซูชิมากกว่า โดยพ่อครัวจะติดต่อซื้อข้าวจากแหล่งโดยตรงเพื่อคัดเฉพาะเมล็ดที่โตเต็มที่แล้วนํา ไปผสมกับพันธุ์ข้าวจากแหล่งอื่นๆ จนตรงตามต้องการ เมื่อได้เมล็ดข้าวมาแล้ว หัวใจสําคัญสําหรับข้าวในซูชิก็คือ การหุงโดยใช้น้ําสําหรับปรุงอาหารหรือน้ําธรรมชาติเติมลงไปในหม้อโดยกะปริมาณตามความชื้นและอุณหภูมิในช่วงนั้นอย่างละเอียดอ่อน ทิ้งข้าวหุงสุกไว้จนเย็น (แต่ไม่นําไปแช่แข็ง) แล้วนํามาผสมน้ําส้มสายชูแบบใส อาจใส่น้ําตาลเล็กน้อยเพื่อข่มรสเปรี้ยว ดูวิธีหุงข้าวแบบญี่ปุ่นได้จาก Flavour of Green Tea over Rice (1952) ผลงานสุดคลาสสิกของ ยาสุจิโร โอสุ ซึ่งถ่ายทอดวิถีชีวิตประจําวันอันเรียบง่ายผ่านเหตุการณ์ที่คู่รักคืนดีกันระหว่างเตรียมอาหารมื้อเล็กๆ  2.เจาะกรุสมบัติแห่งธรรมชาติ เม็ดฝนโปรยปรายลงผืนดินในภูเขาพร้อมให้กําเนิดพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ แล้วชะล้างแร่ธาตุจากป่าลงสู่แม่น้ํา ให้ปลากิน และแม่น้ําก็จะชักพาสารอาหารสู่สัตว์น้อยใหญ่ที่แหวกว่ายในทะเลอีกทอดหนึ่ง... การเรียนรู้วัฏจักรที่ก่อเกิดสรรพสิ่งจะช่วยให้พ่อครัวเข้าใจสภาพของแหล่งวัตถุดิบซึ่งส่งผลสําคัญต่อรสชาติ และสามารถคํานวณช่วง ‘ชุน’ หรือช่วงที่วัตถุดิบมีคุณภาพดีที่สุดตามฤดูกาลของมัน เช่น ปลาบางพันธุ์อร่อยสุดเมื่อมีไข่ในท้อง, สะสมไขมันเพื่อรับฤดูหนาว หรือว่ายทวนกระแสน้ําเพื่อวางไข่ เป็นต้น เช่นเดียวกับ ชัค โนแลนด์ ใน Cast Away (2000) ซึ่งประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนต้องติดเกาะร้างอยู่นานปี เขาจึงเอาตัวรอดด้วยการเรียนรู้ธรรมชาติ เช่น การกินมะพร้าวและหัดตกปลา หรือหนูน้อย ซันเป ใน Sanpei the Fisher Boy (2009) ซึ่งมุ่งตกปลาในตํานานจนต้องศึกษากระแสน้ําแหล่งธรรมชาติของปลาและออกเดินทางเลี้ยวลดคดเคี้ยวในป่าใหญ่ นอกจากพ่อครัวต้องคํานึงถึงรสชาติและสารอาหารแล้ว ยังต้องระวังเรื่องพิษในอาหารเป็นพิเศษ เพราะวัตถุดิบเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพของร้านซูชิ เช่น Le Grand Chef (2007) ซุงชานมีอดีตฝังใจจากการถูกกลั่นแกล้งว่าแล่ซาชิมิปลาปักเป้าไม่ดีจนทํา ให้กรรมการยกโขยงเข้าร.พ. เหตุการณ์ครั้งนั้นทําให้เขาเลือกวัตถุดิบเองทุกครั้งอย่างพิถีพิถัน 3.หลากที่ หลายเครื่อง มากรส ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงชันและล้อมรอบด้วยทะเล สภาพอากาศจึงผันแปรตามพื้นที่ ตั้งแต่เขตหนาวเหน็บอย่างฮอกไกโดไปจนถึงเขตร้อนอย่างคิวชูและโอกินาวา ซึ่งพืชและสัตว์ต่างสายพันธุ์จะเลือกอาศัยในอุณหภูมิที่เอื้อต่อการดํารงชีวิตของมันจนเกิดวัตถุดิบเฉพาะแห่ง แล้วพัฒนาเป็นซูชิรสท้องถิ่น เช่น ฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องปลาเฮอร์ริง แซลมอน และปลาหมึกกล้วย หรือโตโฮคุมักใช้สมุนไพรบนภูเขามาทํา เป็นหน้าซูชิ ฯลฯ วิคเตอร์ เชฟหนุ่มใน Letters to Juliet (2010) ฝักใฝ่ในอาหารท้องถิ่น จนทิ้งการฮันนีมูนไปตระเวนหาวัตถุดิบและสูตรชั้นยอดจากเมืองต่างๆ ในอิตาลี   4.ปั้นซูชิตํา รับบูชิโด ชิ้งงง เสียงพ่อครัวใช้หินลับมีดเล่มโปรดอย่างระมัดระวัง เพราะนอกจากมันจะเป็นมีดเหล็กกล้าราคาแพงหูฉี่แล้วยังเป็นอาวุธคู่ใจที่ใช้แล่ปลาได้เรียบสวยเป็นเหลี่ยมมุมและไม่ทําให้เนื้อปลาฉีกขาดเหมือนมีดแสตนเลสทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสาวทวงแค้นใน Kill Bill: Vol. 1 (2003) ซึ่งขอให้ ฮัตโตริ ฮันโซ อดีตนักตีดาบผู้ผันตัวมาเป็นพ่อครัวซูชิ สร้างดาบสุดแกร่งในตํานานให้ แต่หนังก็ไม่ได้เว่อร์เกินหรอกนะเพราะจริง ๆ แล้วมีดของพ่อครัวซูชิก็สืบทอดจากดาบซามูไรซึ่งคมกริบไม่หักไม่งอ เมื่อแล่ปลาแล้วต้องปรุงวัตถุดิบให้ขับเน้นรสธรรมชาติออกมาโดยพิจารณาว่า สิ่งไหนควรกินดิบ หมักหรือปรุงสุก จากนั้นจุ่มมือในน้ําเย็นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย แล้วนําข้าวกับเครื่องปรุงมาปั้นเป็นซูชิทรงพัดกระดาษ โดยส่วนใหญ่จะปั้น 5 ครั้ง (หากมากกว่านั้นอุณหภูมิของมือ จะทําให้วัตถุดิบเสียความสดใหม่และบีบข้าวมากไปจนแข็ง) ให้ข้าวสมดุลกับชิ้นปลาจนได้รสชาติเลิศรส ดูวิธีแล่ปลาและปั้นอย่างเหมาะสมได้ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) ซึ่งตีแผ่ชีวิตพ่อครัวระดับตํา นานอย่าง จิโระ โอโนะ ผู้ไขว่คว้าหาซูชิที่สมบูรณ์แบบ 5.วาซาบิ จี๊ดดด...เต็มพิกัด ใน Wasabi (2001) พนักงานเสิร์ฟถ้วยใส่วาซาบิพร้อมขวดโชยุ ก่อนฮูเบิร์ตจะโชว์เหนือด้วยการหยิบวาซาบิกินเปล่าๆ และ Jackass: the Movie (2002) ทําฮาโดยนําวาซาบิมาละเลงในโชยุ แล้วสูดเข้าจมูกเต็มๆ ! ทั้งสองเรื่องแสดงพฤติกรรมจิ้มซอสอย่างผิดๆ จนคนปลูกวาซาบิอาจร้องไห้เพราะรสฉุนเผ็ดจะหายไปง่ายๆ เมื่อสัมผัสออกซิเจน! การกินให้ได้รสชาติจัดจ้านต้องจุ่มด้านที่เป็นหน้าของซูชิลงไปในโชยุ โดยสัมผัสแค่ปลายชิ้น (ไม่จุ่มลงไปทั้งก้อนเพราะจะทํา ให้ข้าวดูด ซับโชยุมากเกินไป) ส่วนวาซาบิจะไม่ขูดทิ้งไว้ให้สัมผัสอากาศโดยตรง แต่ มักทาบางๆ ไว้บนข้าวซูชิส่วนที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อปลาแทน 6.เอาใจรายคน จะกินทั้งที เอ๊ะ ทํา ไมไม่บอกราคาในเมนู... ก็เพราะทุกๆ เช้า ร้านซูชิเปี่ยมคุณภาพมักเลือกซื้อปลาที่ดีที่สุดในท้องตลาดมาตีราคาอย่างแฟร์ๆ วันต่อวันว่าพวกเขามีปลาชนิดใด คุณภาพระดับไหนมานําเสนอ นอกจากนี้ทางร้านยังพยายามขายสินค้าให้เกลี้ยงภายในวันนั้นเลย เพื่อพรุ่งนี้จะได้ซื้อของสดใหม่มาให้ลูกค้าลิ้มรสอีก พ่อครัวซูชิต้องสังเกตรสนิยมของลูกค้าแต่ละคนเพื่อให้จัดเรียงซูชิได้ตรงใจ โดยทุกครั้งพ่อครัวจะไม่เตรียมวัตถุดิบจนเสร็จสรรพเพราะเมื่อปลาทํา ปฏิกิริยากับอากาศจะสูญเสียความสดใหม่ แต่เขามักลงมือทําพร้อมโชว์ศิลปะการปั้นทันทีที่ลูกค้าอยากทานเท่านั้น (แม้วิธีนี้จะเอื้อให้ลูกค้าสั่งอาหารอย่างอิสระ แต่หากกลัวงบกระฉูดก็สามารถสั่งเซ็ตรวมที่มี 7-9 ชิ้นได้เช่นกัน) สังเกตการสั่งอาหารในร้านซูชิอย่างถูกต้องได้ใน Defending Your Life (1991) เมื่อ แดเนียล ใช้ชีวิตหลังความตายด้วยการเข้าร้านซูชิ เขาเลือกนั่งที่บาร์แล้วถามพ่อครัวว่าอาหารอะไรสดที่สุดในวันนั้น ส่วนพ่อครัวก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเขาระหว่างเสิร์ฟ (การพูดคุยช่วยสานสัมพันธ์อันดีและว่ากันว่าพ่อครัวควรจํา ตั้งแต่ชื่อลูกค้า ไปจนถึงชื่อลูกเมียของเขาเลยทีเดียว) ตรงกันข้ามกับพนักงานร้านซูชิใน Woman on the Beach (2006) ซึ่งเพิกเฉยและไม่ยอมบริการลูกค้า จน จุงเร กราดเกรี้ยวใส่ 7.ทูนา เจ้าแห่งปลาทั้งมวล เดิมทีคนญี่ปุ่นนิยมกินปลาชิราอุโอะ แต่พอเริ่มลิ้มลองเนื้อวัวก็หันมาเชิดชูรสปลาทูนา ด้วยเส้นลายไขมันเรียงตัวสวยที่มาพร้อมรสชาติเข้มข้นคล้ายเนื้อวัวแต่มีรสตกค้างในปากน้อยกว่า... ข้ามฟากมาอีกซีกโลก ณ อเมริกา ทูนาเป็นเพียงอาหารราคาถูก โดยนําเศษเนื้อมาบดรวมกันแล้วอัดกระป๋องขาย ชาวตะวันตกจึงไม่เข้าใจรสชาติซูชิ พวกเขาแพ้ทางกลิ่นสาหร่าย รสฉุนขึ้นจมูกของวาซาบิ และเนื้อดิบแฉะของปลา ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจาก Scenes from a Mall (1991) เมื่อ วูดดี อัลเลน มาในคราบของ นิค ชายหนุ่มผู้พร่ําบ่นรสซูชิในห้างว่ามัน “โคตรแพงเลยสําหรับอาหารทําจากปลาตาย” ต่อมาไม่นานซูชิกลับแพร่หลายไปทั่วโลก ทุกเช้าตอนตี 5 ตลาดซึคิจิซึ่งเป็นตลาดปลาแห่งใหญ่ในโตเกียวจะอัดแน่นไปด้วยลูกค้ากว่าแสนคนที่จ้องประมูลทูนาขนาดยักษ์เข้าร้านสินค้าส่งออก-นําเข้าในตลาดแห่งนี้สร้างเม็ดเงินมหาศาลกว่าพันล้านเยน จนเมื่อพระอาทิตย์สาดแสงตอน 7 โมงเช้า สมรภูมิซื้อ-ขายอันดุเดือดจะสงบลง วัฒนธรรมแดนปลาดิบกลายเป็นอาหารที่นานาชาติยอมรับไม่เว้นกระทั่งแม่บ้านฝรั่งเศสใน The Hedgehog (2009) ผู้มองตัวเองว่า อ้วน แก่ น่าเกลียด แถมยังเป็นแม่ม่าย แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อไปเดตกับชาวญี่ปุ่นในร้านซูชิ เธอค่อยๆ ซึมซับกระแสนิยมพร้อมๆ กับยอมรับตัวเอง หรือ ใน Sushi: The Global Catch (2011) สารคดีที่จับตาการเติบโตอย่างรวดเร็วของวัฒนธรรมซูชิ และตั้งคําถามว่าพฤติกรรมการบริโภคมหาศาลจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติเช่นไร 8.ซูชิกลายพันธุ์ ลัดฟ้ามาสู่อีกซีกโลกทั้งที พ่อครัวญี่ปุ่นจึงเอาใจฝรั่งด้วยการใส่ส่วนผสมแปลกใหม่อย่าง เนื้อ หมูไก่ แฮม แซลมอนรมควัน มะเขือเทศ ฯลฯ ลงไปในซูชิด้วย แถมคิดค้นสูตร ‘แคลิฟอร์เนีย โรล’ ซึ่งมีทั้งเนื้อปู แตงกวาและอโวคาโด (เชื่อว่ามีรสมันเข้มข้นคล้ายทูนา) แล้วกลับสาหร่ายเข้าด้านในซูชิเพื่อกลบกลิ่น ที่เด็ดกว่านั้นคือ เนียวไตโมริ หรือการเสิร์ฟซูชิที่วางบนตัวสาวเปลือยสุดเซ็กซี ซึ่งแม้จะไม่ได้พบเห็นทั่วไปในญี่ปุ่นแต่มันก็กลายเป็นภาพจําในสื่อต่างๆ และดึงดูดนักท่องเที่ยวจํานวนมหาศาลให้มาลองของวิธีนี้ต้องใช้ผู้หญิงที่ถูกฝึกให้นอนนิ่งๆ ได้นานหลายชั่วโมง ผิวไม่แพ้อาหารเย็นๆ และเป็นคนรักษาความสะอาด...สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามันเป็นศิลปะหรือการเหยียดเพศอย่างรุนแรงกันแน่ Map of the Sounds of Tokyo (2009) หนังสเปนซึ่งให้พนักงานสาวในตลาดขายปลารับอาชีพเสริมเป็นนักฆ่า โดยถูกวิจารณ์ว่าเสนอภาพเนียวไตโมริราวกับมีอยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น หรือใน Sex and the City (2008) เมื่อ ซาแมนธา โจนส์ พยายามชนะใจชายหนุ่มด้วยการเปลื้องผ้าแล้ววางซูชิลงบนตัว 9.รัชทายาทคนต่อไป การสืบทอดวิถีแห่งซูชิไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาฝึกฝนวิทยายุทธเกือบ 10 ปี อันได้แก่ 2 ปีแรก ทําความสะอาดร้านและในครัว / 2 ปีถัดมา เรียนรู้วิธีหุงข้าว / 3-4 ปีให้หลัง หัดเลือกซื้อวัตถุดิบและแล่ปลา โดยทั้งหมดนี้ต้องผ่านบททดสอบสุดหินอย่างการทํา ซูชิปลาโคฮาดะ (แล่ปลาที่มีก้างเล็กๆ เยอะแล้วหมักด้วยน้ําส้มสายชู) หรือทํา ซูชิปลาไหล (ใช้ซอสบางๆ ทาแทนวาซาบิ ซึ่งทํามาจากน้ําต้มซุปปลาไหลที่สะสมไขมันเข้มข้นนานหลายปี) การเรียนรู้วิชาซูชิก็คล้ายกับใน The Ramen Girl (2008) เมื่อ แอ็บบี สาวอเมริกันที่ชีวิตมาถึงทางตัน ได้กินน้ําซุปราเม็งแสนเลิศรส เธอจึงตัดสินใจขอเรียนรู้วิธีทําจากปรมาจารย์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การทําความสะอาด ผ่านการฝึกฝนอันยากลําบากจนในที่สุดก็ทําราเม็งเป็น นอกจากฝีมือแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดของการทําซูชิคือจิตใจที่อยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อย ซึ่งใน No Reservations (2007) เราจะเห็นชีวิตของกุ๊กเปลี่ยนไปเมื่อเธอรับเลี้ยงเด็ก จากเดิมที่ทําอาหารตามตํารา ก็หันมาคํา นึงถึงจิตใจของลูกค้า **เรียบเรียงจากคอลัมน์ Footnote : ศิลปะ ‘ซูชิ’ เมื่อชีวิตควรค่าแก่การกิน โดย สุภัชา ทิพเสนา / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 119 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

รวมหนังผีทีเด็ด ! เตรียมใจให้ดี...ฮาโลวีนนี้มีหลอน
Death Note: Light Up the New World /  Ouija : Origin of Evil / 

รวมหนังผีทีเด็ด ! เตรียมใจให้ดี...ฮาโลวีนนี้มีหลอน ปฏิทินหมุนเวียนมาบรรจบครบวาระอีกครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับเทศกาลปล่อยผีตามคตินิยมตะวันตก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ เทศกาลฮาโลวีน (Halloween) และเป็นที่แน่นอนว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ คงจะไม่มีภาพยนตร์แนวไหนเหมาะสมไปกว่า หนังสยองขวัญ...หนังที่เต็มไปด้วยภูตผีปีศาจสารพัดอย่างที่ตบเท้าเข้ามาสร้างความหลอนจนหลาย ๆ คนนอนไม่หลับ มาดูกันซิว่า...เทศกาลฮาโลวีน ปี 2559 นี้ โรงภาพยนตร์บ้านเราได้เตรียมความขนหัวลุกแบบไหนไว้ต้อนรับเหล่าผู้ชมใจกล้ากันบ้าง !?!! Under the Shadow ผู้กำกับ : บาบัก อันวารี นักแสดง : นาเกส ราชิดิ, อวิน มันชาดิ เข้าฉาย : 13 ต.ค. 2559 หนังผีสัญชาติอิหร่าน กับเรื่องราวความสยองที่สองแม่ลูกพบเจอจากการอยู่อาศัยในหอพัก ภายใต้สภาวะสงครามที่หนีไปไหนไม่ได้ หากเป็นคุณ...จะออกไปผจญสงครามข้างนอก หรือจะเผชิญหน้ากับผีอยู่ข้างใน ? โปรไฟล์หนัง คลิก อ่านรีวิว คลิก เนอสเซอรี่ เลี้ยงผี ผู้กำกับ : พัชนนท์ ธรรมจิรา นักแสดง : พีชญา วัฒนามนตรี, จู อี้หลง เข้าฉาย : 27 ต.ค. 2559 จิตรกรหนุ่มชาวจีนตัดสินใจเดินทางกลับบ้านที่เคยอยู่สมัยเด็กพร้อมกับแฟนสาวของเขา โดยหารู้ไม่ว่าความลับอันดำมืดของหมู่บ้านดังกล่าวกำลังจะหวนกลับมาหาเขาอีกครั้งหนึ่ง ! โปรไฟล์หนัง คลิก Death Note : Light Up the New World ผู้กำกับ : ชินสึเกะ ซาโต นักแสดง : ทัตสึยะ ฟูจิวาระ, เคนอิจิ มัตสึยามะ, เอริกะ โทดะ เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 คดีอาชญากรรมเกิดขึ้นอย่างแปลกประหลาด หลังจากเจ้าของสมุดโน้ต Death Note ได้จดชื่อของใครบางคนลงไปในนั้น เกมจิตวิทยาระหว่างตำรวจ อาชญากร และเหล่ายมทูต ได้เริ่มต้นอีกครั้งหลังเวลาผ่านไปร่วมทศวรรษ ! โปรไฟล์หนัง คลิก Ouija : Origin of Evil ผู้กำกับ : ไมค์ ฟลานาแกน นักแสดง : เฮนรี่ โธมัส, เอลิซาเบธ รีเซอร์, ดั๊ก โจนส์, ปาร์กเกอร์ แม็ค, แซม แอนเดอร์สัน, เคท ซีเกล, แอนนาลีส บาสโซ, ลูลู่ วิลสัน เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 ใครจะไปเชื่อว่า 3 แม่-ลูกที่หากินด้วยการหลอกลวงบนพื้นฐานความเชื่อเรื่องผีสาง จะได้พบเจอกับเรื่องราวสุดสยองด้วยตาตัวเอง หลังจากที่พวกเขาได้เชิญปีศาจเข้าบ้านโดยไม่ตั้งใจ และมันก็เริ่มเข้าสิงร่างของลูกสาวคนเล็กจนอยู่ในสภาพที่น่าสะพรึงกลัวเป็นที่สุด โปรไฟล์หนัง คลิก โรงเรียนผี ผู้กำกับ : มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ นักแสดง : อาไท กลมกิ๊ก, สุชาติ แคปเจอร์, ชยณัฐ แจ่มใส, ปุณณดา วอสเบียน, อิงครัต ดำรงศักดิ์กุล, หม่ำ จ๊กม๊ก, เท่ง เถิดเทิง, โก๊ะตี๋ อารามบอย, แม็กกี้ อาภา, โจอี้ เชิญยิ้ม เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 เมื่อแก๊งเด็กแสบทั้ง 5 ตั้งวงเล่าเรื่องผีในโรงเรียนเพื่อข่มกันว่าเรื่องของใครจะน่ากลัวที่สุด ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า เรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมานี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง จนกระทั่งการท้าทายต่อสิ่งเหนือธรรมชาติได้เริ่มต้นขึ้น โปรไฟล์หนัง คลิก School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า… ผู้กำกับ : ภาส พัฒนกำจร นักแสดง : เสฎฐวุฒิ อนุสิทธิ์, รณิดา เตชสิทธิ์, ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ, โทรุ ทากิซาว่า, เอกวัฒน์ นิรัตน์วรปัญญา, ธีธัช รัตนศรีทัย, วริษฐา วชิรวงศ์, ธนเศรษฐ์ สุริยะพรชัยกุล เข้าฉาย : 10 พ.ย. 2559 (เลื่อนฉายเป็น 12 มกราคม 2560) การเข้าค่ายเก็บตัวของนักเรียนสมาชิกวงโยธวาทิตอาจดูเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทุกโรงเรียน แต่ไม่ใช่ที่นี่ ! โรงเรียนที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณและความตาย แถมเด็ก ๆ สมาชิกชมรมยังนึกสนุกออกไปลองของกันกลางดึกโดยไม่หวั่นเกรงต่อบรรยากาศอันเงียบสงัดของโรงเรียนเลยแม้แต่น้อย ! โปรไฟล์หนัง คลิก Shut In ผู้กำกับ : แฟร์เรน แบล็คเบิร์น นักแสดง : นาโอมิ วัตส์, โอลิเวอร์ แพลตท์, เจคอบ เทรมเบลย์ เข้าฉาย : 17 พ.ย. 2559 ท่ามกลางย่านชนบทที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ นักจิตวิทยาสาวที่ต้องดูแลลูกชายบุญธรรมที่ไม่สามารถพูดหรือขยับตัวได้ เธอกำลังจะต้องเผชิญกับความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่ หลังจากเด็กผู้ชาย (อีกคน) ที่เธอรับมาอุปการะได้หายตัวไปจากบ้านและเสียชีวิตลง โปรไฟล์หนัง คลิก The Disappointments Room ผู้กำกับ : ดี.เจ. คารูโซ นักแสดง : เคท เบคกินเซล, เมล ไรโด, ลูคัส ทิลล์ เข้าฉาย : 24 พ.ย. 2559 อย่าไว้ใจบ้านหลังใหม่แสนสวย เพราะคุณไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยว่าก่อนหน้าที่คุณจะย้ายเข้ามาอยู่ มันเคยเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง บางทีที่นี่อาจจะมีห้องลับที่รอใครสักคนมาปลดล็อกกุญแจ...เพียงแต่มันไม่ใช่ห้องสำหรับให้คนอยู่เท่านั้น ! โปรไฟล์หนัง คลิก

ศาลนัดตรวจพยาน 'คดีพธม.' ชุมนุม-ปิดสถานที่ราชการปี51
คดีพันธมิตรปิดสนามบิน /  จำลอง ศรีเมือง / 

ศาลนัดตรวจหลักฐาน คดี 9 แกนนำ พธม. ระดม ปชช. ชุมนุมไล่รัฐบาลปิดสถานที่ราชการ ปี 51 วันที่ 16 พ.ค. นี้ เวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดสอบคำให้การในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พลตรี จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ แกนนำพันธมิตรฯ รวม 9 คน เป็นจำเลยที่ 1 - 9 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังข่มขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวช แล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดจำเลยทั้งหมดได้เดินทางมาศาล ศาลจึงได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหมดฟัง ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 09.00 น. สำหรับคดีนี้ มีผู้ต้องหา คือ พลตรี จำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์, นายเทิดภูมิ ใจดี และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งทั้งหมดได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยศาลตีราคาประกันคนละ 2 แสน ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ศาลให้ประกันคนละ2แสนแกนนำพธม. คดีปิดสนามบิน ศาลให้ประกัน 8 แกนนำพันธมิตร คดีปลุกระดม ประชาชน ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการ ขับไล่รัฐบาล ปี 51 คนละ 2 แสนบาท ความคืบหน้ากรณี น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความแกนนำกลุ่มพันธมิตร ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจากกองทุนพันธมิตรฯ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง และแกนนำพันธมิตรฯ ชุดแรก รวม 9 คน จำเลยที่ 1 - 9 ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 9 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังขมขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวชแล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ล่าสุดศาลพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์ และ นายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำทั้ง 8 คน โดยตีราคาประกันเป็นเงินคนละ 2แสนบาท ยกเว้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล เนื่องจากในวันนี้ไม่ได้เดินทางมาศาล ศาลเลื่อนนัดสืบพยาน 'คดีพันธมิตรปิดสนามบินดอนเมือง' ศาลนัดสืบพยาน สนธิ กับพวกรวม 98 คน คดีบุกรุกสนามบินดอนเมือง ปี51 ไปเป็นวันที่ 20 ต.ค.นี้ ขณะที่ "จำลอง" ยื่นศาลเว้นค่าชดใช้ 600 ล้านบาท วันที่ 1 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 98 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน หรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ กรณีพวกจำเลยบุกเข้าไปในสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 โดยเมื่อถึงเวลานัด จำเลยได้เดินทางมาศาลจำนวน 88 คน 1 คน เสียชีวิต ส่วนอีก 7 คน อ้างว่าติดภารกิจ และมีอาการป่วย จึงไม่สามารถเดินทางมาศาลในวันนี้ ศาลจึงได้นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ในวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ขณะเดียวกัน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 14 คน ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ในคดีที่ศาลแพ่งสั่งให้ชดใช้ เงินจำนวน 600 ล้านบาท แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนคำร้อง ในวันที่ 21 มี.ค. 59 เวลา 09.00 น. ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

พรีวิว: ปีศาจแดงกำลังคึก จัดชุดเดิมเยือนฮัลล์ที่เปิดฤดูกาลสวย พรีเมียร์ ลีก
ปีศาจแดง /  พรีวิว / 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังเล่นกันด้วยความมั่นใจ มีโปรแกรมลงเตะ พรีเมียร์ ลีก คู่ดึกของวันเสาร์ที่ 27 ส.ค. นี้ โดยจะออกไปเยือน ฮัลล์ ซิตี้ ทีมน้องใหม่ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรูในช่วงต้นฤดูกาล เรามาดูความพร้อมของทั้งคู่ก่อนเกมกันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559 ฮัลล์ ซิตี้ - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เวลา: 23.30 น. สนาม: เคคอม สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1 ฮัลล์ ซิตี้ เกมนี้ผู้จัดการทีมชั่วคราวอย่าง ไมค์ ฟีแลน ยังน่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากทั้ง 2 เกมแรกในลีกที่ทำผลงานได้ดี โดยเก็บชัยได้ 2 นัดรวด โดยจะได้ตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาคือกองหลัง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่ฟิตกลับมาพร้อมลงสนามแล้ว หลังจากได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้ามาก่อนหน้านั้น โดยในแดนหน้าจะใช้ อาเบล เอร์นานเดซ ศูนย์หน้าทีมชาติอุรุกวัยคอยล่าตาข่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมปีศาจแดงของ โชเซ่ มูรินโญ่ เองก็มีโอกาสสูงเช่นกันที่จะจัดทีมชุดเดิมจากสุดสัปดาห์ก่อน ซึ่งโชว์ฟอร์มสวยเปิดบ้านเอาชนะ เซาแธมป์ตัน 2-0 โดยจะได้ตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาเช่นกันคือ เจสซี่ ลินการ์ด ที่หายจากอาการบาดเจ็บช่วง คอมมิวนิตี้ ชีลด์ โดยในแนวรุกจะมีศูนย์หน้าฟอร์มร้อนแรงอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พร้อมใส่สกอร์ เฮดทูเฮด สถิติการพบกันในช่วงหลังถือว่าทีมปีศาจแดงข่มมิด เนื่องจาก 11 เกมหลังสุดรวมทุกรายการ สามารถคว้าชัยได้ถึง 10 เกม และอีกครั้งจบลงด้วยผลเสมอ โดยครั้งสุดท้ายที่ เดอะ ไทเกอร์ส สามารถเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ก็ต้องย้อนกลับไปถึงปี 1974 เลยทีเดียว ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ฮัลล์ ซิตี้: เอลดิน ยาคูโปวิช; เคอร์ติส เดวี่ส์, เจค ลิเวอร์มอร์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, อาเหม็ด เอลโมฮามาดี้; ทอม ฮัดเดิลสตัน, แซม คลูคัส, เดวิด เมย์เลอร์; อาดาม่า ดิโอมานเด้, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, อาเบล เอร์นานเดซ แมนฯ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา; ดาลี่ย์ บลินด์, เอริก ไบญี่, ลุค ชอว์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย; ปอล ป็อกบา, มารูยาน เฟลไลนี่; อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, ฆวน มาต้า, เวย์น รูนี่ย์; ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รูปเกมที่คาด ฮัลล์ ซิตี้ อาจจะกำลังมั่นใจหลังคว้าชัยชนะมาได้ติดๆ กัน แต่ก็อย่าลืมว่าทีมเยือนอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็กำลังคึกสุดขีดเช่นกัน หลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีมาตลอด แถมนักเตะใหม่ก็เริ่มเล่นได้เข้าขากันคนอื่นๆ แล้วด้วย เกมนี้ขึ้นอยู่ที่ว่า มูรินโญ่ จะเน้นกับผลการแข่งขันมากขนาดไหนเท่านั้นเอง แต่เชื่อได้ว่ารูปเกมจะเป็นทีมปีศาจแดงที่ทำได้ดีกว่า และน่าจะคว้า 3 คะแนนเต็มกลับบ้านไปได้ไม่ยากเย็นนัก ฟันธง ฮัลล์ ซิตี้ แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-2

ได้เกิดกันก็คราวนี้! จัดอันดับ 10 แข้ง สร้างชื่อกระหึ่มกับทีมชาติในศึก ยูโร 2016
กรีซมันน์ /  กุนนาร์สัน / 

เป็นปกติสำหรับทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ ซึ่งจะต้องมีนักเตะที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักแจ้งเกิดขึ้นมาได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ยูโร 2016 ครั้งนี้ก็เช่นกัน บางคนก็เป็นที่รู้จักมานานแล้ว บางคนก็ยังสดใหม่ไร้ชื่อเสียง ทุกคนล้วนทำให้ตัวเองได้กลายเป็น พาดหัวข่าว ขึ้นมาได้สำเร็จตลอดระยะเวลาเกือบเดือนที่ผ่านมา แล้วทั้ง 10 คนที่เราว่ามานี้จะมีใครกันบ้างล่ะ? เรามาไล่เรียงกันเลย... กาบอร์ คิราลี่ (ฮังการี) ด้วยวัย 40 ปีแล้ว จะบอกว่าแจ้งเกิดก็คงไม่เต็มปาก แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่แจ้งตายแน่นอนสำหรับเขาใน ยูโร 2016 ด้วยการทำลายสถิติผู้เล่นอายุมากสุดที่ลงสนามในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปของ โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานชาว เยอรมัน ลงได้ โดยหน้าประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเม้นท์ได้ลงบันทึกไว้ที่อายุ 40 ปี 87 วัน นอกจากนี้แล้ว เขาก็ยังมีกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ อย่างกางเกงวอร์มสีเทาให้เป็นที่พูดถึงอีกต่างหาก เอแดร์ (อิตาลี) กองหน้าเชื้อสาย บราซิล เริ่มต้นรับใช้ทัพอัซซูรี่เมื่อต้นปี 2015 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร เนื่องจากเจ้าตัวไม่ใช่ชาวอิตาเลียนโดยแท้ อย่างไรก็ตาม นักเตะวัย 29 ปี ก็ตอบแทนความไว้วางใจจาก อันโตนิโอ คอนเต้ ที่หนีบเขามาทำศึก ยูโร 2016 ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นในแนวรุก โดยเฉพาะในรอบแบ่งกลุ่มที่เขาซัดประตูชัยท้ายเกมช่วยให้ อิตาลี เอาชนะ สวีเดน ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่ม บาลาซ ซุดซัก (ฮังการี) มิดฟิลด์ชื่ออ่านยากวัย 29 ปี รับใช้ทีมชาติ ฮังการี มาตั้งแต่ปี 2007 แล้ว แต่เขาก็มาสร้างชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วโลกได้อย่างแท้จริงใน ยูโร 2016 ครั้งนี้ ด้วยผลงานอันโดดเด่นทุกเกมในรอบแบ่งกลุ่ม โดยมาพีคสุดๆ เอาในนัดที่เสมอ โปรตุเกส 3-3 ซึ่งเจ้าตัวยิงไปคนเดียว 2 ลูก ทำให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่มได้อย่างเหนือความคาดหมาย ซามูเอล อุมติตี้ (ฝรั่งเศส) ในวันที่เซ็นเตอร์แบ็คตัวจริงอย่าง อดิล รามี่ ติดโทษแบน กองหลังดาวรุ่งวัย 22 ปี ก็ได้โอกาสประเดิมสนามในนามทีมชาติ ตลอดเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่พบกับ ไอซ์แลนด์ เขาคุมแนวรับได้อย่างเหนียวแน่น และด้วยฟอร์มอันโดดเด่นก็ทำให้ ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ ยังไว้ใจส่งเขาเป็น 11 ตัวจริงอีกในรอบรองชนะเลิศที่พบกับ เยอรมัน ซึ่งหลังจากนี้ดูแล้วก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่นักเตะใหม่ถอดด้ามของ บาร์เซโลน่า รายนี้จะได้ลงสนามอีกในนัดชิงชนะเลิศ โจชัว คิมมิช (เยอรมัน) ในศึก ยูโร 2016 ครั้งนี้ ดาวรุ่งวัย 21 ปี จาก บาเยิร์น มิวนิค ถูกใช้งานเป็นแบ็คขวาและวิงแบ็คฝั่งขวา ตามแต่ระบบการเล่นที่เลือกใช้ในแต่ละเกม ซึ่งไม่ว่าจะลงเล่นตำแหน่งไหนก็ถือว่าเจ้าตัวทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าชั่วโมงบินในระดับทีมชาติยังถือว่ามีน้อยมากก็ตาม เรียกได้ว่าทัพอินทรีเหล็กน่าจะได้ตัวทดแทนตำแหน่งของ ฟิลิปป์ ลาห์ม ในระยะยาวแล้ว เรนาโต้ ซานเชส (โปรตุเกส) แฟนบอลทั่วโลกมาเริ่มรู้จักชื่อของมิดฟิลด์วัย 18 ปีรายนี้แบบจริงๆ จังๆ ก็ตอนที่ บาเยิร์น มิวนิค เซ็นสัญญาเขาไปร่วมทีมก่อนศึก ยูโร 2016 ซึ่งในทัวร์นาเม้นท์นี้เจ้าตัวก็ได้ถือโอกาสตอบคำถามให้กับใครก็ตามที่สงสัยในฝีเท้าของเขา ด้วยฟอร์มการเล่นที่พึ่งพาได้ และมาโดดเด่นเอาแบบสุดๆ ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ โปรตุเกส ดวลจุดโทษเอาชนะ โปแลนด์ ซึ่งเขาทำประตูได้ในเวลาปกติ และซัดจุดโทษในสถานการณ์กดดันเข้าไปอย่างเด็ดขาด อารอน กุนนาร์สัน (ไอซ์แลนด์) เขาอาจจะไม่ใช่ผู้เล่นที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดสำหรับ ไอซ์แลนด์ ชุดสร้างชื่อก้องโลกในศึก ยูโร 2016 ครั้งนี้ แต่เขาคือผู้เล่นที่กล้องจับภาพบ่อยที่สุดในฐานะกัปตันที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคนในทีม แม้แฟนบอลส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับชื่อของเขาอยู่แล้วจากการค้าแข้งกับทีมเล็กๆ ใน อังกฤษ อย่าง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมามิดฟิลด์วัย 27 ปี ก็ได้ข้ามขั้นขึ้นไปอีกระดับ และภาพของเขาที่นำเพื่อนๆ ปรบมือพร้อมส่งเสียง 'ฮู!' ต่อหน้าแฟนบอลก็จะเป็นตำนานให้เล่นขานกันไปอีกนาน ดิมิทรี ปาเยต์ (ฝรั่งเศส) จากนักเตะที่ต้องลุ้นติดทีมชาติ ตอนนี้มิดฟิลด์จาก เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ได้กลายมาเป็นดาวเด่นที่ ฝรั่งเศส ขาดไม่ได้ไปซะแล้ว อันที่จริงคอบอล พรีเมียร์ ลีก น่าจะรู้พิษสงของนักเตะวัย 29 ปีรายนี้กันเป็นอย่างดี แต่ในทัวร์นาเม้นท์ ยูโร 2016 เขาก็ได้ยกระดับตัวเองขึ้นไปอีก ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดูแล้วเพลินตา, ลีลาการทำประตูที่เฉียบคม และฟรีคิกที่แฟนบอลในสนามได้ฮือฮาทุกครั้ง เรียกได้ว่าปี 2016 นี้เป็นปีทองของเขาอย่างแท้จริง น่าสนใจว่าในฤดูกาลหน้า ทีมขุนค้อนจะรั้งตัวเขาไว้อยู่ได้จริงตามข่าวหรือเปล่า แกเร็ธ เบล (เวลส์) แม้ว่าจะมีชื่อเสียงมานานแล้วในระดับสโมสร ทั้งกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และ เรอัล มาดริด แต่ในนามทีมชาตินั้น ต้องบอกว่า ยูโร 2016 ครั้งนี้ ทั้งเขาและ เวลส์ เพิ่งจะได้แจ้งเกิดกันอย่างกระหึ่มโลก ด้วยทีมสปิริตอันแรงกล้า บวกกับความยอดเยี่ยมของตัวรุกฝีเท้าจัดจากทีมราชันชุดขาว ทำให้ทัพมังกรแดงไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ถือว่าได้ตบหน้าเพื่อนร่วมสหราชอาณาจักรอย่าง อังกฤษ ที่มักจะข่มพวกเขามาโดยตลอดไปแบบเต็มๆ อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส) ไม่ปฏิเสธว่าในระดับสโมสร ศูนย์หน้าวัย 25 ปี ได้แจ้งเกิดมาตั้งนานแล้ว แต่ในระดับทีมชาติ ยูโร 2016 ครั้งนี้ ถือว่าเขาสร้างชื่อเปรี้ยงปร้างชนิดที่ว่าเอาใครมาฉุดก็ไม่อยู่แล้วจริงๆ ด้วยจำนวน 6 ประตูที่เขายิงให้ ฝรั่งเศส ก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ ทำให้รางวัลรองเท้าทองคำคงไม่หลุดมือไปไหนแน่ และแม้ว่ามันจะห่างไกลจากสถิติ 9 ประตูที่รุ่นพี่อย่าง มิเชล พลาตินี่ ได้ทำเอาไว้ แต่แค่นี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้วในยุคที่ฟุตบอลเน้นเกมรับกันเป็นส่วนใหญ่ นี่คือการจัดอันดับของเรา แน่นอนว่าอาจไม่ตรงใจกับใครหลายคน ถ้าคุณคิดว่ามีใครที่ตกหล่นไปจากลิสต์นี้ ช่วยบอกให้เราได้รู้ผ่านทางช่องคอมเม้นท์ด้านล่างนี้เลย!

แบบนี้ก็ยังข่มกันด้วย! อัมโบร ทวีตแซว ไนกี้ หลัง อังกฤษ ปิ๋ว ยูโร 2016
ยูโร 2016 /  อังกฤษ / 

อัมโบร อดีตผู้ผลิตเสื้อแข่งให้กับทีมชาติ อังกฤษ ออกมาทวีตข้อความแซวสปอนเซอร์ชุดแข่งปัจจุบันของทีมสิงโตคำรามอย่าง ไนกี้ หลังจากที่ลูกทีมของ รอย ฮ็อดจ์สัน ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโร 2016 ไปแบบไม่น่าประทับใจ ด้วยการแพ้ทีมรองบ่อนอย่าง ไอซ์แลนด์ ไป 1-2 เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ประเด็น อังกฤษ ร่วงตกรอบ ยูโร 2016 ยังมีเรื่องให้เล่นไม่รู้จบรู้สิ้น ล่าสุด อัมโบร บริษัทกีฬาชื่อดังของแดนผู้ดีได้ออกมาทวีตข้อความแซว ไนกี้ โดยมีเนื้อหาว่า "อังกฤษเคยเป็นทีมที่ดีในตอนที่เราผลิตชุดแข่งให้พวกเขา..." ซึ่งทีมสิงโตคำรามเคยสวมใส่ชุดของ อัมโบร ในสมัยคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1966 England were good when we made the kits... — Umbro UK (@UmbroUK) June 27, 2016 นอกจากนั้นแล้ว อังกฤษ ก็ยังมีเหตุการณ์ที่น่าประทับใจมากมายภายใต้อาภรณ์ของแบรนด์นี้ เช่น ประตูสุดสวยของ พอล แกสคอยจ์ เมื่อ ยูโร 1996, แมตช์แจ้งเกิดในระดับทีมชาติของ ไมเคิล โอเว่น ตอน ฟุตบอลโลก 1998 หรือแม้กระทั่งเสื้อแข่งสีขาวเปื้อนเลือดอันโด่งดังของ เทอร์รี่ บุตเชอร์ เมื่อปี 1989 สำหรับผู้ผลิตชุดแข่งของ อังกฤษ ในปัจจุบันอย่าง ไนกี้ นั้น ได้เซ็นสัญญากันเอาไว้ถึงปี 2018 โดยมีมูลค่าสูงถึงราว 20 ล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว

บุ๋ม โวย!! ละครไม่ใช่ต้นตอคดีฆ่าข่มขืน
ข่าว บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม ล่ารายชื่อ / 

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ขอออกมาเถียงแทนสื่อและนักแสดงทุกคน กรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาสังคมกับคดีฆ่าข่มขืนนั้น มาจากสื่ออย่างละครทีวี ที่นำเสนอแต่ความรุนแรง และฉากพระเอกข่มขืนนางเอก แต่กลับยกย่องเป็นฮีโร่ ซึ่งงานนี้ สาวบุ๋ม ในฐานะนักแสดง และประธานองค์กรทำดี ที่ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อการขอยกเลิกการอภัยโทษคดีฆ่าข่มขื่นทั้งผู้ใหญ่และเยาวชน เลยต้องออกมาโพสต์แสดงความเห็นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวบ้างว่า "สำหรับคำถามนี้ขอตอบเป็นสองข้อนะคะ 1. ละครทำให้เยาชนมีความรุนแรง? แสดงว่าคนในยุคปัจจุบันถึงขั้นแยกแยะไม่ออกแล้วเหรอว่าอันไหนชีวิตจริง อันไหนละคร? ละครฉากบู๊ฉากตบฉากข่มขืนมันก็มีมาตั้งแต่สมัยไหนก่อน ก็ไม่เห็นว่าพฤติกรรมจะรุนแรงเหมือนยุคปัจจุบัน มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ศีลธรรม จริยธรรมในแต่ละคนมากกว่า ว่าแยกแยะและยับยั้งชั่งใจได้ไหม? มันขึ้นอยู่กับสันดานของแต่ละคนค่ะ อย่าโทษนั่นโทษนี่เวลาทำผิดเลย มันแค่ข้ออ้างและข้อแก้ตัวค่ะ ที่สำคัญ เราดูละครเพราะมันไม่ใช่เราในชีวิตจริง ไม่มีคุณชายตามตื้อ ไม่มีคฤหาสน์ให้เดิน ส่วนตัวบุ๋มเองเล่นละครเป็นตัวร้าย กะหรี่ มาเฟีย ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจริงต้องเป็นแบบนั้นสักหน่อย เงื้อมมือตบยังไม่มีเลย! ละครก็คือละคร ไม่จำเป็นทึ่จะต้องมาทำให้เป็นชีวิตจริงใช่ไหมคะ และขอถามกลับบ้างนะคะว่า คุณคิดว่าไอ้สี่ตัวนั้นที่มันทำขนาดนี้เพราะมันดูละครเหรอคะ? ถ้ามันดูจริงมันจะรู้ว่า ตัวร้ายตายตอนจบเสมอ! จริงไหม?" ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @boompanadda บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา

ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ , เรื่องย่อเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ
ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ /  เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ / 

เรื่องย่อละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย : กรุง ญ. ฉัตรกำกับการแสดงโดย : กฤษฎา เตชะนิโลบลออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ เมื่อพูดถึงหญิงสาวเลอค่าในแวดวงไฮโซเมืองไทย ทุกคนจะต้องนึกถึงสองเซเลบริตี้ที่เฉิดฉายข่มรัศมีกันไม่ลง หนึ่งในนั้นคือ อนุศนิยา วรเลิศลักษณ์ ผู้เป็นทายาทมหาเศรษฐีรายใหญ่ของไทยที่กำลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งว่าที่นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลในเจเนอเรชั่นใหม่ถ้าอนุศนิยาสูงส่งเปรียบได้กับเจ้าหญิงบนหอคอยงาช้าง โสมมิกา พรรณราย ผู้เป็นทายาทพันล้านของผู้มีอิทธิพลชื่อดัง ก็ยอมไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน เธอฉีกตัวเองให้เป็นดาวดังในแวดวงเซเลบในฐานะคาสโนวี่ของเมืองไทย ที่ใคร ๆ ก็พากันตั้งฉายาให้แก่ความเซ็กซี่ ขี้เล่นของเธอว่าเป็น ปารีส ฮิลตัน ของเมืองไทยนั่นเอง ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ทั้งอนุศนิยาและโสมมิกาต่างเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันตั้งแต่อนุบาลยันมหาวิทยาลัย แม้จะไม่มีอะไรเหมือนกัน แต่ทั้งคู่ก็ถูกมองเป็นคู่แข่งกันอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อไม่สามารถเปรียบได้ว่าใครเหนือกว่าใคร คำตอบสุดท้ายก็คงจะต้องตัดเชือกกันที่ผู้ชายที่สองสาวจะเลือกเป็นคู่ครองนั่นเองแม้ว่าใคร ๆ จะมองสองสาวด้วยความอิจฉา แต่ดูเหมือนทั้งสองสาวจะรู้สึกว่าความร่ำรวยของเธอเหมือนจะเป็นคำสาปมากกว่า เพราะเงินและความร่ำรวยทำให้ทั้งคู่ห่างไกลจากคำว่า "รักแท้" อนุศนิยากับโสมมิกาได้มาเจอกันอีกครั้งในงานเปิดตัวโรงแรมของไฮโซชื่อดังบนเกาะแถบอันดามัน ในงานนั้นเป็นงานที่อนุศนิยาได้มาเจอโสมมิกาควงกันมากับชยากรอาของเธอเอง ด้วยความหมั่นไส้ในความเชิดหยิ่งและถือตัวของอนุศนิยา ทำให้โสมมิกาคิดวางยาลงในแก้วเครื่องดื่มของอนุศนิยาเพื่อให้เธอหยุดเล่นตัวและเสร็จหนุ่มสักรายในงานนั้นในตอนดึกระหว่างที่นั่งเรือสปีดโบทกลับไปยังโรงแรมบนฝั่ง อนุศนิยารู้สึกเมายามาก เธอไม่มีสติพอที่จะควบคุมตนเอง และเมื่อมีหนุ่มแปลกหน้าเริ่มฉวยโอกาส อนุศนิยาก็พยายามปัดป้องจนกระทั่งเธอพลัดตกจากเรือลงไปในทะเล ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ชยากรโกรธจัดเมื่อรู้ว่าอนุศนิยากลับไม่ถึงโรงแรม เขาร้อนใจแทบคลั่ง สั่งให้คนออกตามหาหลานสาวทันที โดยไม่มีใครรู้ว่า มิรันตรี นักข่าวสาวที่ได้รับเชิญไปร่วมงานล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ทั้งหมด มิรันตรีแอบจับตามองดูศึกของสองสาวและคิดว่านี่จะเป็นข่าวทอล์คออฟเดอะทาวน์แน่ ๆ อนุศนิยาพลัดจากเรือลอยคว้างอยู่กลางทะเล ศตวรรษ สามารถช่วยเธอขึ้นมาไว้ได้ ศตวรรษพาอนุศนิยาไปที่บ้านพักชาวเลของตัวเองบนเกาะ เขาพยายามจะช่วยหญิงสาวแล้วพบว่าเธอยังอยู่ในอาการเมายา ศตวรรษเดาได้ว่าเธอน่าเป็นแขกในงานไพรเวทปาร์ตี้ที่ไฮโซมักจะมามั่วยาตามเกาะ แต่เมื่ออนุศนิยาฟื้นขึ้นมาเธอก็เข้าใจว่าถูกศตวรรษฉวยโอกาส เธอแสดงท่าทีรังเกียจศตวรรษมากจนศตวรรษทนไม่ไหว ชยากรตามอนุศนิยามาจนเจอ เขาเห็นอนุศนิยาไม่พูดไม่จาก็เข้าใจผิดว่าศตวรรษล่วงเกินอนุศนิยา จึงมีเรื่องชกต่อยกับศตวรรษ จนศตวรรษเข้าใจว่าชยากรคือแฟนของอนุศนิยา ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ อนุศนิยารู้ทันว่าโสมมิกาต้องเป็นคนเล่นงานเธอเมื่อคืนแน่ ๆ เธอจึงตั้งใจจะคิดบัญชีกับโสมมิกา ชยากรรับไม่ได้ที่โสมมิกาเล่นสกปรกกับอนุศนิยา เขาโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้อนุศนิยาต้องเจอเรื่องเลวร้าย เขาบอกเลิกโสมมิกาทันที โสมมิกาอึ้งที่ชยากรบอกเลิกเธอแบบฟ้าผ่า โสมมิกาทนไม่ได้ที่เธอพ่ายแพ้อนุศนิยา เธอเอาแต่ร้องไห้เสียใจจนไปเจอกับศตวรรษโดยบังเอิญ ศตวรรษเห็นโสมมิกากำลังผิดหวังในความรักก็กลัวว่าเธอจะคิดสั้น เขาถึงได้ไปช่วย โสมมิการะบายเรื่องที่เธอถูกอนุศนิยาแย่งแฟนจนทำให้ศตวรรษได้รู้ว่าที่แท้แล้วอนุศนิยาเป็นต้นเหตุทำลายความรักของโสมมิกา และที่ช็อคยิ่งกว่าก็คือ อนุศนิยากับชยากรไม่ใช่คู่รักกันอย่างที่เขาเข้าใจ แต่เป็นอาหลานกันแท้ ๆ ด้วย ศตวรรษเห็นอาการของโสมมิกาแล้วก็นึกสงสาร ศตวรรษรู้สึกว่าผู้หญิงอย่างโสมมิกานั้นทำเป็นแกร่งแต่เพียงภายนอก โสมมิกาเมาและพักอยู่ที่กระท่อมบนเกาะของศตวรรษเพราะไม่กล้ากลับไปสู้หน้าแขกที่มาร่วมงาน ต่อมาเธอจึงรู้ว่าที่จริงแล้วศตวรรษไม่ใช่ชาวประมงอย่างที่เธอเข้าใจ แต่เขาเป็นแพทย์ด้านไตที่มาลงพื้นที่ทำวิจัยที่เกาะนั้น ทำให้โสมมิกาทึ่งและหลงรักเขาทันที โสมมิกานึกเคลิ้มไปกับผู้ชายเท่ ๆ อย่างศตวรรษ เธอจึงขอกลับกรุงเทพฯ ไปพร้อมกับเขา และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ปล่อยผู้ชายคนนี้หลุดมือไปเด็ดขาด ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ข่าวรักร้าวของชยากรกับโสมมิกากลายเป็นข่าวกอสซิปดังคาด โดยบอกว่าชนวนรักร้าวนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหลานแท้ ๆ อย่างอนุศนิยานั่นเอง ข่าวดังกล่าวทำให้นันทพล พ่อของอนุศนิยาไม่พอใจอย่างมาก เพราะทำให้ครอบครัวของเขาเสื่อมเสีย ชยากรตามไปเอาเรื่องมิรันตรี อนุศนิยาจำได้ว่ามิรันตรีเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับเธอ เธอจึงได้เป็นคนกลางขอเคลียร์ปัญหาเอง มิรันตรีลดอคติกับอนุศนิยาไปมากเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้คุกคามสื่ออย่างที่ชยากรทำ นันทพลล้มป่วยเพราะตรอมใจเรื่องข่าวฉาวของครอบครัว แพทย์ตรวจพบว่านันทพลมีปัญหาเรื่องไต ศตวรรษในฐานะแพทย์เฉพาะทางมือหนึ่งถูกเรียกตัวมาให้มาดูแลเคสนี้อย่างเร่งด่วน อนุศนิยาช็อคมากเมื่อพบว่าที่แท้แล้วศตวรรษเป็นหมอไม่ใช่ชาวเลอย่างที่เธอเข้าใจ ที่สำคัญก็คือ ครอบครัวเขาเป็นลูกหนี้รายใหญ่ของครอบครัวเธอ ซึ่งนั่นทำให้อนุศนิยากลัวว่าศตวรรษจะเอาชีวิตพ่อของเธอเป็นประกัน โสมมิกาตามมาจีบศตวรรษที่โรงพยาบาล โสมมิกาเปิดตัวว่าเธอกำลังกิ๊กอยู่กับศตวรรษเพื่อเชิดใส่ชยากร โสมมิกาตามจีบศตวรรษแบบไม่ปิดบังจนทำให้ศตวรรษที่ไม่เคยโดนผู้หญิงรุกแบบนี้มาก่อนถึงกับอึ้ง แต่เมื่อเทียบกันแล้วเขากลับรู้สึกประทับใจในความจริงใจตรงไปตรงมาของเธอ ผิดกับอนุศนิยาที่ดูอ่านยากและซับซ้อนกว่าจนทำให้เขาไม่ค่อยไว้ใจมาดนางพญาของอนุศนิยาเท่าไหร่นัก ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ นันทพลจำเป็นต้องเปลี่ยนไตโดยเร่งด่วนทำให้เขาไม่สามารถเข้าไปบริหารบริษัทเฟอร์นิเจอร์ได้อีก เขาจึงฝากงานทั้งหมดให้ชยากรและอนุศนิยาร่วมกันดูแล บรรดาน้องสาวของนันทพลต่างกลัวว่าชยากรซึ่งเป็นเพียงลูกเมียน้อยจะฮุบอำนาจไว้คนเดียว น้องสาวของนันทพลทุกคนต่างมายุแยงให้อนุศนิยายึดอำนาจมาจากชยากรอีกที ทำให้อนุศนิยาปวดหัวกับคุณอาทั้งสี่มาก เพราะแต่ละนางต่างก็เชี่ยวชาญแต่เรื่องผลาญเงินกงสี แต่ไม่เคยช่วยทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นนันทนา ม่ายสาวใจเปลี่ยวที่ได้ชื่อว่าเป็นมิสจุ้นจ้าน นุดี ภรรยาของนักธุรกิจที่คอยหาทางหนุนหลังธุรกิจ ประสงค์สามีนักธุรกิจของเธอตลอดเวลา นนทยา สาวสวยที่วัน ๆ ต้องการเงินไปอัพหน้าจนเมาโบท็อกซ์ทุกวัน จะมีนาวิกา ที่ดีหน่อยเพราะเอาแต่หันหน้าไปปฏิบัติธรรมแต่ก็ขนสมบัติไปถวายวัดตลอดเวลาเช่นกัน แม้ทุกคนจะเห็นแก่ตัวแต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่สมานฉันท์กันได้นั่นก็คือ เรื่องเกลียดชยากรนั่นเอง เพราะทุกคนเชื่อว่าชยากรนั้นเป็นมารหัวขนที่อังกาบ เมียน้อยของเตี่ยเอามาสวมเขาให้ เพราะเห็นว่าตระกูลกำลังต้องการทายาทผู้ชาย นันทนา นุดี นนทยาและนาวิกาต่างหาหลานเขยมานำเสนอเพื่อหวังว่าจะให้เขยในสังกัดของตนเข้ามาควบคุมอนุศนิยาอีกทอดหนึ่ง โดยเฉพาะกับนันทนานั้นกำลังตกที่นั่งลำบากเพราะเธอเอาเงินกงสีไปปล่อยกู้ให้กับเสาวรส แม่ของศตวรรษกู้จนหนี้สูญไปกว่าหกสิบล้าน นันทนาไปเร่งรัดหนี้สินจากเสาวรส เสาวรสอวดอ้างกับทุกคนเรื่องที่ศตวรรษกำลังคบหากับไฮโซชื่อดัง จนทำให้อุดมศักดิ์พ่อของโสมมิกาที่เป็นเจ้าพ่อไม่พอใจ พอเขารู้ว่าโสมมิกาทิ้งชยากรมาหาผู้ชายมีแต่ตัว แถมยังมีหนี้สินรุงรังอย่างศตวรรษ ก็ทำให้อุดมศักดิ์ออกโรงกีดกัน ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ อนุศนิยาได้รู้จากนันทนาก็ทำให้เธอเข้าใจไปว่าศตวรรษนั้นกำลังคบโสมมิกาเพื่อหลอกเอาเงินมาใช้หนี้ อนุศนิยาจึงยิ่งนึกสมเพชชายหนุ่มขึ้นมาทันทีเพราะคิดว่าเขาเป็นพวกที่ชอบจับแต่ผู้หญิงรวย ๆ โสมมิกาควงศตวรรษเปิดตัวไปทั่ว มิรันตรียุให้อนุศนิยาทำให้โสมมิกาตาสว่าง ว่าถูกหลอกด้วยการขู่ฟ้องให้เสาวรสล้มละลาย เสาวรสรีบแจ้นไปขอให้อุดมศักดิ์ช่วยเหลือเรื่องหนี้สินแต่ถูกปฏิเสธ เสาวรสจึงแค้นและไม่อยากให้ศตวรรษคบหากับโสมมิกาอีก เสาวรสได้ยินข่าวที่นันทพลกำลังหาลูกเขย เสาวรสจึงเสนอตัวศตวรรษให้กับนันทนา โดยเสาวรสยื่นข้อเสนอว่าถ้าหากได้เป็นลูกเขยของนันทพลแล้วได้รับการยกหนี้ให้ เธอจะให้ศตวรรษกอบโกยเงินจากกงสีมาให้นันทนาเอง นันทนาได้ยินอย่างนั้นก็หูผึ่งเพราะกำลังร้อนเงินเต็มที่ เธอรีบจับคู่ศตวรรษให้อนุศนิยาโดยไม่สนว่าศตวรรษจะคบหากับโสมมิกาอยู่ โสมมิกาแค้นที่อนุศนิยากำลังเปิดศึกแย่งผู้ชายไปจากเธอ ชยากรรู้สึกทรมานที่ต้องเห็นอนุศนิยาไปเป็นของคนอื่น แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะพิสูจน์ชาติกำเนิดของตนเพราะกลัวว่าจะเป็นการประจานแม่ผู้แสนดีของตนเอง เขาจึงต้องทนมีฐานะเป็นอาของผู้หญิงที่เขารักจนทำให้รักของเขานั้นไม่มีวันเป็นไปได้ อาการหวงก้างนั้นทำให้นันทพลไม่ค่อยพอใจ เพราะเขาดูออกว่าชยากรคิดเลยเถิดกับอนุศนิยา เพียงแต่อนุศนิยาไม่รู้ตัวและยังดื้อรั้นยืนยันที่จะครองตัวเป็นโสดประสาผู้หญิงเก่ง นันทพลเห็นด้วยที่จะดัดนิสัยผู้หญิงจอมมั่นและตัดไฟต้นลมไม่ให้ชยากรคิดเลยเถิด ด้วยการให้อนุศนิยาแต่งงาน ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ นันทพลรักษาตัวอยู่กับศตวรรษและชื่นชมในความมีมนุษยธรรมของศตวรรษมาก ยิ่งเมื่อรู้ว่าหนี้หกสิบล้านนั้นเป็นหนี้ที่พ่อของศตวรรษกู้ไปเพื่อเปิดศูนย์แพทย์กลางทะเล และศตวรรษก็ยังต้องการจะสานฝันของพ่อ นันทพลก็ยิ่งอยากได้คนดีอย่างศตวรรษมาเป็นลูกเขย อนุศนิยารับไม่ได้ที่นันทนาพยายามแย่งศตวรรษมาให้เธอ เพราะเธอคิดว่าเขาเป็นผู้ชายหิวเงิน ศตวรรษเองก็รู้ว่าอนุศนิยารังเกียจและดูถูกเขา อนุศนิยาคิดว่าที่ทุกคนต้องการให้เธอแต่งงานก็เพราะระแวงเรื่องเธอกับชยากรจะทำอะไรผิดศีลธรรม อนุศนิยาจึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ชยากรสงสารที่อนุศนิยาถูกคลุมถุงชนกับศตวรรษซึ่งเป็นคนที่เธอรังเกียจ ชยากรตัดสินใจจะสารภาพความรู้สึกของตัวเองและชวนอนุศนิยาหนีไปใช้ชีวิตตามลำพัง อนุศนิยาตกใจเมื่อได้รู้ว่าชยากรหลงรักเธอ ชยากรพาอนุศนิยาเข้าโรงแรม อนุศนิยาช็อกและรับไม่ได้ เธอหนีออกมาจากโรงแรมตอนที่ศตวรรษกำลังมาตามหาพอดี ทำให้ศตวรรษยิ่งมั่นใจว่าอนุศนิยามีอะไรลึกซึ้งกับอาของตัวเองไปแล้ว อนุศนิยาเสียใจที่รู้ว่าชยากรคิดกับเธอเกินกว่าหลาน เธอจึงคิดที่จะแต่งงานกับศตวรรษเพื่อให้ชยากรตัดใจ เพราะเธอยังรักและเคารพและยังอยากให้เขากลับมาทำงานในบริษัทได้ดังเดิม ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ นันทพลเรียกศตวรรษและเสาวรสมาตกลงว่าถ้าหากเขายอมแต่งงานกับอนุศนิยาแล้ว นันทพลจะไม่ฟ้องล้มละลายและยกหนี้จำนวนหกสิบล้านให้ฟรี ๆ แลกกับการแต่งงานอยู่กินกับอนุศนิยาเป็นเวลาสามปี ศตวรรษรู้สึกเสียศักดิ์ศรีที่จะต้องมาขายตัวล้างหนี้ เขาจึงปฏิเสธที่จะแต่งงานเพื่อล้างหนี้ แต่ขอแค่แต่งงานเพื่อประวิงเวลาให้เขาได้ทยอยหาเงินมาชดใช้หนี้หกสิบล้าน เพื่อไถ่อิสรภาพของตัวเองคืน นันทพลรู้สึกพอใจในคำตอบของศตวรรษ เขาจึงยอมรับข้อเสนอนี้ และแถมโบนัสให้ว่าถ้าหากศตวรรษทำให้อนุศนิยามีทายาทให้เขาได้เมื่อไหร่ เขาจะมอบเงินให้สามสิบล้านทันที ศตวรรษเข้าใจว่าที่นันทพลจำเป็นต้องทุ่มทุนขนาดนี้ก็เพื่อจะล้างคาวให้กับลูกสาวตัวเองการแต่งงานจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบตั้งตัวไม่ติด ทั้งชยากรและโสมมิกาต่างอกหักและทำใจไม่ได้ อนุศนิยาไม่ไว้ใจกลัวศตวรรษจะหัวหมอรีบปั๊มทายาทเพื่อจะเอาเงินสิบล้านจากพ่อ อนุศนิยาจึงตั้งเงื่อนไขกับศตวรรษว่าจะแต่งกับศตวรรษแค่ในนามเท่านั้น ชยากรกลับมาทำงานที่บริษัทแบบซังกะตาย เขาต้องพบอนุศนิยาทุกวัน แต่อนุศนิยาก็ยังไม่สนิทใจกับเขาแถมมีศตวรรษคอยกันท่าอยู่ด้วย นันทพลอยากจับคู่ชยากรกับมิรันตรีที่เขาเชื่อว่าจะคุมชยากรได้ นันทพลขอให้อนุศนิยาช่วย อนุศนิยาไม่แน่ใจเพราะเห็นว่ามิรันตรีนั้นเป็นคู่กัดของชยากร ซ้ำยังห่างไกลจากสเปคของเขามาก อนุศนิยาเป็นแม่สื่อให้ชยากรกับมิรันตรี แม้ชยากรจะไม่ชอบ แต่เขาคิดว่านี่เป็นทางเดียวที่เขาจะได้กลับไปใกล้ชิดกับอนุศนิยาอีก มิรันตรีรู้ทั้งรู้ว่าชยากรแค่ใช้เธอบังหน้า เพื่อหาทางประสานรอยร้าวกับอนุศนิยา แต่เธอก็ยอมให้เขาหลอกใช้ ทั้งคู่ยอมตกลงคบหากัน โดยที่มิรันตรีแอบหวังว่าวันหนึ่งชยากรจะลืมอนุศนิยาได้ ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ โสมมิกายังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียศตวรรษไปให้กับคู่แค้น เธอยังคอยมาสร้างความร้าวฉานให้กับชีวิตแต่งงานของอนุศนิยาอยู่เรื่อย ๆ เพราะรู้ว่าศตวรรษจำใจแต่งงานเพื่อล้างหนี้แค่สามปี โสมมิกาให้สัญญาว่าเธอจะรอเขาอยู่ดี อนุศนิยาเห็นโสมมิกายังตอแยศตวรรษก็รู้สึกขวางหูขวางตา ยิ่งเห็นศตวรรษไปวิ่งรอกทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งเพื่อหวังจะหารายได้มาใช้หนี้ ก็ยิ่งทำให้อนุศนิยาคิดว่าศตวรรษคงจะกำลังทำทุกทางเพื่อปลดหนี้ไปหาโสมมิกา โสมมิกาตอกย้ำให้อนุศนิยาเชื่อว่าเธอได้แต่ตัวศตวรรษ แต่ไม่เคยได้ความรักของเขา ทำให้อนุศนิยารู้สึกน้อยใจตลอดเวลาที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับศตวรรษ ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ อนุศนิยายังคงทำงานหนัก มิรันตรีพาชาครีย์ เพื่อนดีไซน์เนอร์หนุ่มรูปหล่อมาช่วยงาน เพื่อหวังจะให้ชาครีย์เป็นพาร์ทเนอร์ให้อนุศนิยา ทำให้ชยากรไม่ต้องมีข้ออ้างหาเรื่องใกล้ชิดอนุศนิยาอีก บรรดาอา ๆ ของอนุศนิยาเห็นชยากรถูกแทนที่ก็วางแผนจะกำจัดชยากรให้หมดความสำคัญลงทันที แล้วดันอนุกรให้ขึ้นมาเป็นผู้บริหารแทน เพราะเบื่ออนุศนิยาที่คุมเงินกงสีเข้มเกิน อนุศนิยาต้องเจอเรื่องปั่นป่วนในบริษัทและยังต้องคอยแก้ปัญหาที่เด็กเกรียนอย่างอนุกรเข้ามาสร้างไว้ ศตวรรษเห็นปัญหาที่อนุศนิยาต้องเผชิญ จึงได้เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้ต้องทำเก่งวางมาดข่มคนอื่นอยู่เสมอ อนุกรทำจีน่าพนักงานขายของบริษัทท้อง อนุศนิยาเข้ามาช่วยหาทางแก้ปัญหา ศตวรรษพาลเข้าใจไปว่าที่อนุศนิยามีลับลมคมในก็เพราะกำลังตั้งท้องลูกของชยากร นันทพลถึงต้องมาเร่ย้อมแมวขายเพื่อปิดข่าวฉาวของครอบครัว แม้ศตวรรษจะเข้าใจอนุศนิยาผิดแต่เขาก็ยินดีรับเป็นพ่อของเด็กเพื่อปกป้องชื่อเสียงให้ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้อนุศนิยารู้สึกว่าศตวรรษไร้ศักดิ์ศรีจนยอมทำทุกอย่างได้เพื่อไถ่หนี้ เสาวรสตื่นเต้นเพราะนึกว่าจะได้เงินโบนัสจากการการที่มีทายาท จึงได้เอามาป่าวประกาศจนทำให้ความแตกว่าอนุกรต่างหากที่กำลังจะมีลูกไม่ใช่อนุศนิยา ศตวรรษผิดหวังที่อนุศนิยาปล่อยให้เขาเข้าใจผิดตลอดมา เขาจึงหนีไปทำงานที่เกาะชั่วคราว อนุศนิยาเริ่มรู้ตัวว่าศตวรรษพยายามปกป้องเธอมาตลอด และเธอเองที่เป็นฝ่ายเหยียบย่ำน้ำใจของเขา อนุศนิยายอมไปง้อศตวรรษที่เกาะ โสมมิกากลัวว่าศตวรรษจะหลงรักอนุศนิยาจึงได้วางแผนให้คนจับอนุศนิยาไป ศตวรรษช่วยอนุศนิยาจากโจรได้ ทำให้อนุศนิยายิ่งซึ้งใจที่ศตวรรษยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเธอ อนุศนิยาอยู่ดูแลศตวรรษที่บาดเจ็บและสองคนก็ได้เริ่มต้นใช้ชีวิตสามีภรรยากันที่เกาะนั่นเอง หลังจากอนุศนิยากับศตวรรษกลับจากเกาะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นมากจนทำให้ชยากรรับไม่ได้ โสมมิกาจึงได้วางแผนกับชยากรที่จะทำลายความรักของทั้งคู่ โสมมิการู้ว่าเสาวรสกำลังร้อนเงินเพราะหนี้พนัน เธอจึงแกล้งเอาเงินมาล่อ เสาวรสกำลังเดือดร้อนมากจึงแกล้งหลอกให้ความหวังโสมมิกาว่าศตวรรษจะกลับมาหาหลังครบกำหนดการแต่งงาน ชยากรเห็นว่าครอบครัวของศตวรรษแอบกอบโกยเงินจากผู้หญิงทั้งสองทาง เขาจึงร่วมมือกับโสมมิกาเปิดโปงให้อนุศนิยารู้ธาตุแท้ของศตวรรษด้วยการยอมออกเงินให้โสมมิกาไปหลอกล่อเสาวรส มิรันตรีจับได้ว่าชยากรร่วมมือทำอะไรบางอย่างกับโสมมิกาทำให้เธอรับไม่ได้จึงขอเลิกกับเขา ชยากรยอมเลิกกับมิรันตรีไปอย่างไม่ใยดี มิรันตรีเสียใจมากที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่อาจเปลี่ยนใจของชยากรได้เลย โสมมิกาตั้งใจจะแย่งศตวรรษคืนจากอนุศนิยาและแฉให้อนุศนิยาต้องอับอาย ชยากรทนไม่ได้ที่เห็นโสมมิกาพยายามทำลายชื่อเสียงของอนุศนิยา จึงได้หักหลังไม่ยอมออกเงินให้โสมมิกาตามที่ได้รับปาก โสมมิกาเจ็บใจมากที่ชยากรหักหลังในนาทีสุดท้าย จึงได้ขับรถไล่ล่าจนรถของชยากรพลิกคว่ำ ชยากรโคม่าอาการเป็นตายเท่ากัน ชยากรเคยบอกไว้ว่าเขาอยากจะสละไตเพื่อต่อชีวิตให้นันทพลเป็นการตอบแทนบุญคุณ ทุกคนจึงตั้งใจว่าถ้าหากชยากรเสียไปจะเปลี่ยนถ่ายไตให้กับนันทพล เมื่อตรวจไตของชยากร ผลปรากฏว่าไตของชยากรเข้ากันได้กับนันทพลและยังเป็นการพิสูจน์ด้วยว่าชยากรเป็นน้องชายของนันทพลจริง ๆ ทำให้บรรดาพี่สาวของเขาหน้าแตกยับและไม่สามารถหาเรื่องกีดกันอังกาบกับชยากรได้อีก เพราะชยากรก็มีสิทธิ์ในกงสีเท่า ๆ กับที่ทุกคน รอยร้าวในครอบครัวที่เกิดจากการหวาดระแวงกันและกันก็หายไป ขณะที่ชยากรยังไม่ฟื้น โสมมิกายังคงเดินหน้าเปิดโปงให้อนุศนิยาเห็นว่าศตวรรษรับเงินจากเธอไปผ่อนหนี้ให้อนุศนิยา ทำให้อนุศนิยาเข้าใจผิดว่าตลอดเวลาศตวรรษแอบอยู่กินกับโสมมิกาเพื่อหลอกเอาเงินจากทางนั้นไปพร้อม ๆ กันด้วย อนุศนิยาผิดหวังที่รู้ว่าศตวรรษเป็นผู้ชายเห็นแก่เงิน เธอออกปากขอหย่า ศตวรรษตกใจมากที่รู้ว่าแม่เป็นคนรับเงินจากโสมมิกา อุดมศักดิ์แค้นที่ศตวรรษมาหลอกลูกสาวเขา จึงได้จับตัวเสาวรสไปและขู่ให้ศตวรรษหย่าขาดกับอนุศนิยามาหาโสมมิกาเพื่อแลกกับชีวิตแม่ ในขณะที่ศตวรรษกำลังจะหย่าขาดกับอนุศนิยา โสมมิการู้ว่าอนุศนิยาตั้งครรภ์ ทำให้เธอคิดว่าอนุศนิยากำลังเอาเด็กมายื้อศตวรรษไว้ โสมมิกาแค้นจึงได้ขับรถพุ่งเข้าชนอนุศนิยา อนุศนิยาเจ็บหนักแต่ก็รอดมาได้ อนุศนิยายืนยันที่จะเลิกกับศตวรรษเพื่อไถ่ชีวิตสงบสุขในชีวิตของเธอคืนมา ศตวรรษเข้าใจว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้อนุศนิยาต้องสูญเสียลูกไป เขายอมหย่าตามที่อนุศนิยาขอเพื่อชดเชยกับที่เขาปกป้องครอบครัวไม่ได้ ตำรวจจับได้ว่าโสมมิกาเป็นคนขับรถชนอนุศนิยา อุดมศักดิ์ขมขู่ให้ศตวรรษมาเป็นพยานเวลาให้โสมมิกาพ้นผิด เพื่อแลกกับการปล่อยตัวเสาวรส ศตวรรษจำใจไปเป็นพยานในคดีเพื่อช่วยชีวิตแม่ ทำให้อนุศนิยาผิดหวังมากที่ศตวรรษเลือกปกป้องโสมมิกามากกว่าเธอ ชยากรฟื้นขึ้นมาและได้รู้ความจริงเรื่องที่เขาเป็นอาแท้ ๆ ของอนุศนิยา ชยากรพบว่าระหว่างที่เขาสลบไปนั้น ศตวรรษกำลังทำเรื่องหย่ากับอนุศนิยา ชยากรรู้ดีว่าศตวรรษแค่ตกเป็นเหยื่อของโสมมิกา ที่สำคัญก็คือ อนุศนิยาไม่ได้แท้งลูกจริง แต่เธอแค่ต้องการจะกำจัดศตวรรษออกไปจากชีวิตจึงได้ร่วมมือกับนันทพลปกปิดเรื่องลูกที่ยังมีชีวิตอยู่เอาไว้ ชยากรรู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้ชีวิตครอบครัวของอนุศนิยาพังลงดังนั้นเมื่อเขาค้นพบว่าศตวรรษยอมหักหลังอุดมศักดิ์ด้วยการมอบหลักฐานให้ตำรวจใช้เอาผิดโสมมิกา ชยากรก็ยอมบอกความจริงกับศตวรรษเรื่องลู กเพื่อให้ศตวรรษได้มีโอกาสกลับมาแก้ตัวกับอนุศนิยาอีกครั้ง ศตวรรษดีใจมากที่รู้ว่าเขาไม่ได้สูญเสียลูกไป หลังจากที่ตำรวจออกหมายจับโสมมิกา ศตวรรษก็เปลี่ยนใจไม่ยอมเซ็นหย่าในนาทีสุดท้ายเพราะต้องการจะกลับมาเริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์กับอนุศนิยาอีกครั้ง แต่อนุศนิยาคิดว่าศตวรรษยอมกลับมาเพราะหมดหนทางไปหลังจากที่โสมมิกากำลังถูกตำรวจไล่ล่า อนุศนิยาจึงไม่ยอมเสี่ยงที่จะกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับคนเห็นแก่เงินอย่างเขาอีก ศตวรรษพยายามที่จะเปลี่ยนใจอนุศนิยาเพื่อเรียกความเชื่อมั่นคืนมา เขาขอเวลาสิบวันเพื่อพิสูจน์ว่าอนุศนิยาและลูกยังต้องการเขา ซึ่งถ้าหากครบสิบวันอนุศนิยายังไม่ใจอ่อน ศตวรรษก็พร้อมจะออกจากชีวิตอนุศนิยาและลูกไปทันที ศตวรรษกลับมาใช้ชีวิตอยู่กับอนุศนิยา แต่อนุศนิยาใจแข็งเพราะตั้งใจไว้ว่าหนีไปใช้ชีวิตเป็นซิงเกิลมัมที่เมืองนอกหลังจากหย่า ศตวรรษเข้าใจว่าที่อนุศนิยาพยายามตัดใจก็เพราะจะเอาชาครีย์มาแทนที่ ศตวรรษน้อยใจที่อนุศนิยาไม่ให้โอกาส แต่เขาก็พยายามใช้เวลาที่เหลือทุ่มเทเอาใจใส่อนุศนิยาอย่างดี ศตวรรษพยายามกล่อมให้อนุศนิยาเลิกบ้างานเพื่อทำหน้าที่แม่ให้เต็มที่ อนุศนิยาค่อย ๆ ค้นพบว่าเธอไม่ได้ต้องการประสบความสำเร็จ เพราะแค่ได้เป็นแม่และเมียที่ดีให้กับผู้ชายธรรมดาสักคนก็ทำให้เธอมีความสุขมากพอแล้ว อนุศนิยาได้รู้จักรักแท้เพียงแต่ว่าเธอยังไม่อยากจะยอมรับว่าเธอตกหลุมรักผู้ชายที่ขายตัวแลกศักดิ์ศรีอย่างศตวรรษได้ เพราะกลัวจะต้องผิดหวังในวันข้างหน้าอีก ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ชยากรเห็นอนุศนิยากับศตวรรษกำลังไปด้วยกันได้ดี มีแต่เขาที่ไม่เหลือใคร เพราะแม้แต่มิรันตรีก็ให้อภัยเขาไม่ได้ ชยากรยอมเข้าผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้นันทพลเพื่อตอบแทนบุญคุณครอบครัว และเดินหน้าง้อมิรันตรี มิรันตรียอมให้โอกาสชยากรอีกครั้ง เพียงแต่ขอเวลาดูใจไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้เพื่อพิสูจน์ความจริงใจของเขา อุดมศักดิ์ต้องการล้างแค้นที่ศตวรรษทำให้โสมมิกาต้องหนีคดีหัวซุกหัวซุน เขาส่งคนมาเก็บศตวรรษจนศตวรรษบาดเจ็บปางตาย อนุศนิยาเพิ่งรู้ว่าศตวรรษถูกตามปองร้ายอยู่ตลอดเวลา และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ศตวรรษต้องการใช้เวลาสิบวันอยู่กับเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อนุศนิยารู้สึกเสียใจที่เธอไม่เคยเห็นความทุ่มเทของศตวรรษที่พยายามใช้เวลาที่เหลืออยู่ในสิบวันนั้นอย่างคุ้มค่า อนุศนิยาเพิ่งมาเรียนรู้ว่าเงินทองไม่สามารถปิดกั้นหัวใจไม่ให้พบรักแท้ อนุศนิยาหัดใช้ชีวิตแต่ละวันที่เหลือเพื่อสัมผัสกับสิ่งยิ่งใหญ่ที่มีค่ายิ่งกว่าเงินทองต่าง ๆ ที่เธอหามาได้ นั่นคือ ความสุขที่เกิดจากการได้รักผู้ชายธรรมดาที่ไม่ใช่ผู้วิเศษคนนี้แม้ไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีเวลาเหลืออยู่กับเขาได้อีกกี่วันก็ตาม ติดตามชมความสนุกเข้มข้นของ ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2559 รายชื่อนักแสดงละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ เจมส์ มาร์ รับบท ศตวรรษ คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ รับบท อนุศนิยา/นุช ฐากูร การทิพย์ รับบท ชยากร ชีรณัฐ ยูสานนท์ รับบท โสมมิกา/โสม กมลเนตร เรืองศรี รับบท มิรันตี จินตหรา สุขพัฒน์ รับบท เสาวรส ดารณีนุช ปสุตนาวิน รับบท นันทนา ดารัณ ฐิตะกวิน รับบท นุดี มนตรี เจนอักษร รับบท เจ้าสัวพล รัชนี ศิระเลิศ รับบท อังกาบ จิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท อนุกร/เล็ก ไอริณ ศรีแกล้ว รับบท นนทิยา

โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า เกมส์มือถือจีนแอคชั่นวางแผน ฟอร์มยักษ์แห่งปี
เกมส์มือถือ /  โกวเล้ง / 

Playpark ประกาศเปิดตัวเกมส์มือถือ โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า (facebook.com/gulongTH) เกมส์จีนฟอร์มยักษ์แห่งปีแนว Action Strategy ผสานกับเสียงพากษ์จากทีมพันธมิตร ปล่อยดาวน์โหลดเล่นฟรีบน iOS และ Android วันที่ 7 มีนาคม 2559 นี้ โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า ได้หยิบยกจากนิยายกำลังภายในจีนทะยานสู่ความมันส์เหนือจินตนาการ ในเวอร์ชั่นเกมส์มือถือ เมื่อเหล่าจอมยุทธ์ผู้โด่งดังผนึกกำลังต่อสู้ ด้วยกระบวนท่าไม้ตายที่สวยงาม อลังการ ผสานกับเสียงพากย์อันคุ้นหูของ “หนึ่งในทีมพากย์พันธมิตร” ยิ่งทำให้ได้อรรถรส เสมือนการเล่นเกมและโลดแล่นท่องยุทธจักรในหนังจีนเรื่องโปรดไปพร้อมๆ กัน จุดเด่นของเกมส์ โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า คือการรวบรวมเหล่าจอมยุทธ์ชื่อดังจากนวนิยายปลายปากกาโกวเล้งอันสุดโด่งดัง กว่า 10 เรื่อง แต่ละจอมยุทธ์จะมีคาแรคเตอร์และวิทยายุทธ์ที่โดดเด่นแตกต่างกัน ตัวเกมสามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ เพื่อถ่ายทอดผ่านตัวละครจอมยุทธ์ชื่อก้องฟ้า ให้มีความสมจริงราวกับมีชีวิต นอกจากแต่ละตัวละครยังมีแอคชั่นการต่อสู้และกระบวนท่าเฉพาะที่สวยงามสมจริงชวนให้ผู้เล่นสะสมและนำมาร่วมทีมต่อสู้อย่างยิ่ง ดาวน์โหลดเกมส์โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า บน iOS และ Android ได้เร็วๆนี้ Pre-Register เกมส์โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า 1) ลงทะเบียน Pre-register รับไอเทมฟรีๆ ที่ http://bit.ly/gulongregister ตั้งแต่วันนี้ -10 มีนาคม 59 2) เตรียมไอดีสำหรับใช้เล่น สามารถเลือกได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Play ID (สมัครได้ผ่าน http://bit.ly/PlayIDRegister) Facebook ID Google ID 3) เตรียมอาวุธในมือ เช็คสเปคเครื่องมือถือให้พร้อม (สเปคขั้นต่ำ) CPU 1.0G ขึ้นไป Memory 1 GB ขึ้นไป Android Version 4.1 ขึ้นไป และ iOS version 5.0 ขึ้นไป 4) ศึกษาข้อมูลการเล่นเบื้องต้น รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ประเภทของตัวละคร แบ่งเป็น 3 สาย สายกำลัง, สายวรยุทธ์ และสายท่าร่าง มีระบบดาวข่มระหว่างสาย (ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/GLCharacterType) การจัดทีม และวิธีการเล่นเบื้องต้น (ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/GLHowToPlay) วิธีการพัฒนาตัวละคร (ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/GLUpgradeCharacter) 5) ฝึกเป็นจอมยุทธ์ ร่วมกิจกรรมสนุกๆ เลียนท่า ลิปซิงค์ กระบวนท่า ฮา Voice เสียงพากย์หนังจีนที่http://bit.ly/Gllipsing (ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/GLLipSyncContestNews)

ละครชาติพยัคฆ์ , เรื่องย่อชาติพยัคฆ์
ละครชาติพยัคฆ์ ตอนแรก /  ละครชาติพยัคฆ์ ตอนจบ / 

เรื่องย่อละครชาติพยัคฆ์ บทโทรทัศน์โดย : ณพุทธ สุศรีฯ กำกับการแสดงโดย : โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงศ์ ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด ออกอากาศ ทุกวัน จันทร์-อังคาร ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อชาติพยัคฆ์ ใจผองป้องปกปฐพี ดวงชีวีถวายราช ดุจชาติพยัคฆ์ ปี พ.ศ. 2436 -ร.ศ.112 ราชอาณาจัรสยามต้องสูญเสียดินแดน และไพร่พลจำนวนมากจากการล่าอาณานิคมของต่างชาติ รวมทั้งต้องจ่ายเงินชดเชยถึงสามล้านฟรังก์ให้กับความพ่ายแพ้ กล้า...เป็นลูกของนายทหารที่เสียชีวิตลง เพราะไฟสงครามระหว่างสยามและต่างชาติ ทั้งเขาและนางเพียรผู้เป็นแม่ต้องขายตัวเองเป็นทาสเพื่อความอยู่รอด แต่เจ้านายของนางเพียรกลับหาเรื่องทารุณกล้า ชาติพยัคฆ์ เพื่อบีบนางเพียรให้ยอมเป็นเมียเก็บของตน ด้วยความเทิดทูนในศักดิ์ศรีของสามี นางเพียรจึงช่วยกล้าให้หลบหนีไป และนับจากนั้นกล้าก็ไม่เคยได้ข่าวของแม่อีกเลย คุณพระพิสุทธิ์มนตรี...นายอำเภอแห่งเมืองเวียงสิงห์ ได้รับเด็กชายกล้ามาเป็นบ่าวในบ้านด้วยความสงสาร กล้าจึงมีโอกาสได้รู้จักกับคุณพลอย บุตรสาวของคุณพระ ชาติพยัคฆ์ เด็กทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน และผูกพันต่อกันเกินกว่าสหายทั่วไป ยังความไม่พอใจให้แก่คุณกุหลาบ ภรรยาของคุณพระเป็นอันมากแม้บ่าวไพร่คนอื่นในบ้านต่างมองกล้าเป็นทาสเสนียดที่ไม่ควรคบหา แต่ก็ยังมี ตาสังข์...คนเรือของบ้านกับลูกสาวคือนังบัว ที่เห็นกล้าเป็นเหมือนสมาชิกครอบครัวคนนึง กล้ารักตาสังข์เหมือนญาติผู้ใหญ่ และเห็นบัวเป็นเหมือนน้องสาวแท้ ๆ โดยไม่รู้ว่าบัวกลับแอบหลงรักกล้าเสมอมา ความสนิทสนมระหว่างกล้าและบัว ได้สร้างความเคืองแค้นให้แก่ นายนิ่งบ่าวคนสนิทของคุณพระพิสุทธิ์ มิ่งเป็นหัวหน้าบ่าวไพร่ในเรือน เป็นคนที่คุณพระไว้วางใจให้ ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านมิ่ง จึงหาเรื่องข่มแหงกล้าอยู่เนือง ๆ โดยที่กล้าไม่สามารถจะตอบโต้อะไรได้ เพราะตัวเองไม่ได้มีวิชาการต่อสู้เหมือนกับมิ่ง ซึ่งเป็นคนฝึกการต่อสู้ให้กับบ่าวผู้ชายภายในบ้านด้วยแต่แล้วโชคชะตาก็บันดาลให้กล้า มีโอกาสช่วยเหลือนายทองอินนักโทษหนีคดีผู้หนึ่งเอาไว้ นายทองอินเป็นอดีตทหารที่ช่ำชองในด้านเพลงมวยไชยา ชาติพยัคฆ์ แต่ต้องกลายเป็นคนร้ายเพราะติดลอบสังหารมิสเตอร์ปีเตอร์ นายวาณิชหนุ่มลูกครึ่ง ผู้มีเบื้องหลังเป็นสมุนของฝรั่งต่างชาติ ซึ่งกำลังคิดยึดครองสยามประเทศอยู่ในขณะนั้น นายทองอิน ได้ตอบแทนกล้าด้วยการปกป้องครอบครัวคุณพระพิสุทธิ์ฯ จากพวกนักเลงหัวไม้ที่คิดบุกปล้นบ้าน ส่งผลให้นายด้วง หัวหน้านักเลงหัวไม้ที่เข้าปล้นต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือมวยไชยาของทองอิน ขณะที่รื่น สมุนมือขวาของไอ้ด้วง ต้องถูกส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำ นอกจากนี้นายทองอิน ยังได้ถ่ายทอดวิชาเพลงมวยให้กล้าอีกด้วย ซึ่งในเหตุการณ์เข้าปล้นคืนนั้นเอง มิ่ง และไอ้ทิว สมุนคนสนิทในบ้านคุณพระ ก็ได้แอบทำการยักยอกทรัพย์ จากกำปั่นเก็บทองและของมีค่าของคุณกุหลาบไปขาย โดยคำยุยงและความโลภของไอ้ทิว โดยมิ่ง และทิว ได้โยนความผิดไปให้กล้า ทั้ง ๆ ที่กล้า กับนายทองอิน เป็นคนช่วยไม่ให้โจรเอากำปั่นใส่ทองไปได้ ยังผลให้คุณกุหลาบภรรยาของคุณพระ ผู้ไม่ชอบกล้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โกรธแค้นกล้ายิ่งนัก เมื่อรู้ว่าทองได้หายไปจากกำปั่น หนำซ้ำไอ้ทิวยังเอาทองไปส่วนหนึ่งไปซ่อนในกระท่อมของกล้า เพื่อกลั่นแกล้งกล้า แต่กล้าปฏิเสธใครจะเชื่อในเมื่อมิ่งกับทิวพาคุณพระและภรรยาไปค้นในกระท่อมของกล้า...หลักฐานก็คากระท่อม!! กล้าจึงโดนลงโทษมัดโซ่ตรวนเพื่อสอบสวนอย่างหนัก แต่เดชะบุญ...ตาสังข์ เห็นไอ้ทิว หอบเอาทองส่วนที่หายไปของเจ้านายไปขาย แต่ด้วยความฉลาดแกมโกงของไอทิว มันจึงให้ไอ้ขาบ เป็นคนออกหน้าเอาของไปขายแทน ให้กับ พ่อค้ารับซื้อของโจร ที่ชื่อจีนหลง ตาสังข์ เห็นดังนั้น จึงนำความไปบอกคุณพระฯ ผู้ใหญ่เชื้อ ผู้ติดตามคดีนี้อยู่จึงยกพวกไปจับจีนหลง ๆ โดนจับ พร้อมหลักฐานไอทิว พอรู้ว่าตาสังข์เห็นหน้าไอ้ขาบ มันจึงเก็บไอ้ขาบ เพื่อปิดปากเพื่อไม่ให้ไอ้ขาบ สาวความผิดมาถึงตัวมัน และลูกพี่ คือไอ้มิ่ง เมื่อความจริงถูกปิดเผยพระยาพิสุทธิ์ ชาติพยัคฆ์ จึงได้ปล่อยตัวกล้าในที่สุด ไม่นานต่อมา พระยาประเสริฐภักดี และคุณโชติผู้เป็นบุตรชาย ก็ได้เดินทางมาเวียงสิงห์เพื่อตามล่าตัวทองอิน กล้าได้เจอกับ นายยอดองครักษ์ของพระยาประเสริฐภักดี และจำได้ว่าอีกฝ่ายคือหัวหน้าทาสที่เคยทารุณตนเองกับนางเพียรในอดีต กล้าจึงพยายามสืบหาข่าวของแม่จากมัน แต่นายยอดกลับท้าทายให้กล้าโค่นมันในงานสมโภชเจดีย์เวียงสิงห์เสียก่อน ด้วยความเป็นห่วงแม่ กล้าจึงยอมละเมิดคำสั่งของอาจารย์ทองอิน ที่กำชับให้ปกปิดวิชามวยไว้เป็นความลับ เขาสามารถเอาชนะนายยอดได้สำเร็จ และได้รู้ว่านางเพียรแม่ของตน ได้ถูกเจ้านายเก่าขายต่อให้กับนายทหารฝรั่งรายหนึ่ง การกระทำของกล้าในครั้งนั้นก็ทำให้ ท่านเตี่ยหรือหม่อมเจ้านภากรเกียรติวงศ์ พระญาติสนิทของพระพุทธเจ้าหลวง ซึ่งดินทางมายังเวียงสิงห์พร้อมด้วยลงครักษ์คู่ใจ คือ นายยันต์กับนายเที่ยง ได้รู้เบาะแสของทองอิน ชาติพยัคฆ์ ซึ่งเคยเป็นทหารร่วมสังกัดเดียวกัน ท่านเตี่ย วางแผนจะช่วยเหลือทองอิน โดยวานให้พระยาประเสริฐช่วยเปิดทางให้ แต่พระยาประเสริฐกลับมีใจฝักใฝ่ต่อพวกต่างชาติ จึงให้คนส่งข่าวไปบอกมิสเตอร์ปีเตอร์ เชื้อพาคนมุกจับตัวทองอิน กล้ารีบมาบอก ท่านเตี่ย ยันต์ เที่ยง ช่วยให้กล้ากับทองอินหนีไป พระยาประเสริฐให้คนจับตัวทองอินไว้ ทองอินจึงจะยิงพระยาประเสริฐ แต่พระพิสุทธิ์เอาตัวเข้ากำบัง จึงถูกยิงเสียชีวิต กุหลาบกับพลอยเสียใจมากโชติรีบพูดใส่ไฟเรื่องที่กล้า ซุกซ่อนคนร้ายเอาไว้จนเกิดเรื่องทองอินถูกปีเตอร์ฆ่าตายในที่สุด ชาติพยัคฆ์ ส่วนกล้าก็โดนปีเตอร์จับมา ส่วนตาสังข์และบัว สองพ่อ-ลูก ถูกมิ่งจับ ตัวส่งให้ปีเตอร์ โทษฐานที่ช่วยเหลือนายทองอินเอาไว้ โดยนิ่งหันไปแปรพักตร์กับฝรั่งอย่าง ปีเตอร์ มันจึงอยากเสนอหน้าได้ความดีความชอบจากปีเตอร์ ปีเตอร์สั่งประหารสังข์กับกล้าในวันรุ่งขึ้น ติพาพลอยมาดูหน้ากล้าเป็นครั้งสุดท้าย กล้าขอโทษที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพิสุทธิ์ เสียชีวิต แต่พลอยไม่ให้อภัย ทั้งคู่จากกันด้วยความเสียใจ ก่อนที่จะมีการประหารเกิดขึ้น ท่านเตี่ยมาขอให้ปีเตอร์ไว้ชีวิต ปีเตอร์เลยแกล้งส่งทั้งสองไปที่คุกฝรั่งแบบตายทั้งเป็นท่านเตี่ยสัญญาจะมาช่วยกล้าให้ได้สักวัน ในขณะที่บัวนั้น ก็ลูกปีเตอร์พาตัวไปขายที่เหลาบุปเผา สถานเริงรมย์ที่หรูหราที่สุดในพระนคร บัวถูกประมูลขายตัว เธอหนีอย่างไม่คิดชีวิต จนเอาเหวิน ที่กำลังลากรถอยู่แถวนั้น มาช่วยบัวเอาไว้ อาเหวินพาบัวไปนอนที่บ้าน เขารู้สึกถูกชะตากับบัวอย่างบอกไม่ถูก รุ่งขึ้น พี่สาวของอาเหวินกลับมาที่บ้าน ซึ่งก็คือเจ๊คิ้มนั่นเอง อาเหวินเป็นน้องแม่เดียวกัน ชาติพยัคฆ์ แต่คนละพ่อกับเจ๊คิ้ม ปีเตอร์สั่งมิ่งกับทิวให้กระทืบบัว เหวินเข้าช่วยเจ๊คิ้มไม่กล้าห้าม เหวินกับบัวเจ็บตัวด้วยกันทั้งคู่ หน้าของบัวต้องมีแผลเป็น เหตุเกิดจากการต่อสู้ เธอจึงต้องไปทำงานในครัวเป็นการชั่วคราวก่อนที่บัวจะถูกขายไปอีกครั้ง ทางด้านคุณพลอย ก็ได้ตามคุณกุหลาบอาศัยอยู่กับพระยาประเสริฐภักดี โดยอีกฝ่ายมีแผนร้ายที่จะครอบครองมรดกของพ่อเธอ ด้วยการจับเธอกับคุณโชติให้แต่งงานกัน คุณโชติพยายามมัดใจคุณพลอยด้วยวิธีต่าง ๆ จนคุณพลอยจำยอมต้องรับหมั้นหมาย ทั้ง ๆ ที่ใจยังไม่ลืมกล้า ส่วนกล้ากับตาสังข์ ก็ต้องใช้ชีวิตในคุกอย่างทุกข์ทรมาน เพราะนอกจากจะต้องทำงานหนักแล้วยังต้องถูกรังควานจากอริเก่าอย่าง...รื่น ที่บังเอิญมาเจอกันในคุกอีกด้วย แต่ความมีใจนักเลงของกล้า ก็ทำให้รื่นต้องยอมรับและเลิกอาฆาต เรื่องที่ด้วงถูกทองอินฆ่าตาย ต่อมาได้เกิดการจลาจลขึ้นในคุก กล้า ตาสังข์ และรื่นได้ปกป้องกันนายพลอังเครหัวหน้าค่ายเอาไว้ วีรกรรมครั้งนั้นของกล้าทำให้นายพลอังเดรยอมปล่อยเขากับตาสังข์และรื่นเป็นอิสระ ทั้งสามจึงรีบเดินทางไปยังพระนครเพื่อตามหาบัวทันที กล้าโกรธมาก เมื่อรู้ว่าปีเตอร์หาบัวไปขายที่เหลาบุปผา ชาติพยัคฆ์ จึงบุกเข้าเพื่อชิงตัวออกมาแต่ก็ถูกสมุนของปีเตอร์ขัดขวางเอาไว้ ก่อนที่ปีเตอร์จะบีบบังคับให้กล้าหาเงินก้อนโตมาเป็นค่าไถ่และค่าเสียหายสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น อาเหวินพยายามช่วยบัวจากมิ่ง จนโดนซ้อมอาการสาหัส อาฉาง อาเฉียง ตาสังข์ รื่น พาไปรักษาที่วังของ่านเตี่ย สังข์ได้เห็นหน้า จึงจำท่านเตี่ยได้ วันต่อมา จึงพากล้าไปกราบท่านเตี่ยที่วัง ทั้งกล้า บัว รื่น ตาสังข์ จึงไปอาศัยอยู๋ที่วังท่านเตี่ย และดูอาการของเหวินไปด้วย เมื่อปีเตอร์รู้ข่าว ก็พาทั้งประเสริฐ มิ่ง ทิว ยอด โชติ จะไปจับตัวกล้าที่วัง พอดีท่านเตี่ยไม่อยู่ ทั้งมิ่งและยอด ต่างรุมต่อยกล้า ชาติพยัคฆ์ แต่ทั้งสองสู้ไม่ได้ ท่านเตี่ยกลับมาพอดี บอกกับปีเตอร์ ประเสริฐ และทุกคนว่า กล้า บัว สังข์ เป็นไทแก่ตัวแล้ว ท่านเตี่ยกลับมานำจดหมายของเบอร์นาร์ด มาให้ทุกคนดูว่า หนังสือรับรองความเป็นไทของนายกล้าและพวกพ้องทุกคนรวมไปถึงนังบัว เขียนโดยท่านกงสุลเบอนาร์ดตัวแทนแห่งเจ้าอาณานิคม ต่อจากนี้ไป นายกล้ากับพวกถือว่าเป็นอิสระอย่างแท้จริง จะมีผู้ใดมาข่มเหง หรือจับกุมมิได้ ประเสริฐให้ปีเตอร์กลับก่อน เพราะเป็นรอง ปีเตอร์แค้นมาก อาเหมยยุให้ล้างแค้นท่านเตี่ย และเหตุการณ์ การต่อสู้ครั้งนี้เอง ในวันที่ยอดจะมาจับตัวกล้าทำให้ยอดต้องขาพิการ พ่ายแพ้ต่อกรบวนท่ามวยของกล้าอย่างหมดรูป เมื่อเหวินฟื้นขึ้น จึงเห็นแววตามที่บัวมองกล้า ชาติพยัคฆ์ ทำให้รู้ว่าบัวรักกล้า เหวินเสียใจมาก พลอยแอบมาพบกล้า ให้รีบหนีไป กล้าเข้าใจว่าพลอยยังโกรธเรื่องที่คนเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพิสุทธิ์ตาย จึงขอชดใช้ด้วยชีวิต เมื่อแม่เอียดกับบัว บอกว่าโชติกำลังเอาปืนเดินมาตามหาพลอย สุดท้ายพลอยต้องคุณเข่าของให้กล้าหนีไปด้วยน้ำตานองหน้า ทั้งกล้า พลอย บัว หนีโชติมาหลบอยู่ภายในวัด แต่หลังจากที่แม่เอียดและพลอยขึ้นรถลากของอาเฉียงกลับบ้าน โชติกับชด ก็จับตัวกล้ากับบัวไปที่โรงนา ตั้งใจจะฆ่าให้ตาย ยอดก็มาร่วมทำร้ายกล้าด้วย สุดท้ายกล้าสู้ โชตจะเอาปืนยิงกล้า แต่กลับพลาดไปโดนยอดตาย แม้ในนาทีสุดท้ายของชีวิต ยอดก็ไม่ยอมบอกกับกล้า ว่าแม่ของเขาอยู่ไหน ซึ่งเป็นเหตุผลเดียว ที่กล้ายอมเสี่ยงชีวิตอยู่ในพระนคร โชติบอกกับประเสริฐและทุกคนว่ากล้าฆ่ายอดตาย โยนความผิดให้กักล้าทันที กุหลาบโกรธมากที่พลอยหนีไปพบกับกล้าจนเกิดเรื่อง กุหลาบตบหน้าพลอย ทำให้พลอยเสียใจมาก... ระหว่างนั้น บัวได้แอบฟังและรับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของปีเตอร์ ที่คบคิดกับพวกฝรั่งล่าอาณานิคม วางแผนหวังตักตวงผลประโยชน์จากแผ่นดินสยาม ซึ่งหนึ่งในนั้น ได้มุขนนางไทยอย่าง พระยาประเสริฐภักดี (ผู้ซึ่งหาได้มีความภักดีต่อแผ่นดินเกิดไม่) ได้เข้าร่วมคบคิดแผนชั่ว ๆ ในทุกครั้งด้วยบัว ได้นำความเหล่านี้ไปปรับทุกข์กับเพื่อนคนเดียวของเธอ อย่าง...อาเหวิน อยู่บ่อย ๆ อาเหวิน...ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาทำหน้าที่เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพี่ เป็นผู้ฟังที่ดี พร้อมที่จะปลอบใจ และให้กำลังใจกับบัว โดยบัวหารู้ไม่ว่า...เพื่อนหนุ่มชาวจีน นิสัยดีมีน้ำใจคนนี้ ไดแอบหลงรักเธอมาโดยตลอดมา อาเหวิน จึงนำเรื่องที่บัวสืบทราบมาไปบอกกับกล้า ชาติพยัคฆ์ เพื่อที่กล้าจะได้คิดหาทางช่วยแก้ไข หาทางสกัดกั้นแผนชั่วร้ายของคนเหล่านั้น โดยกล้าและอาเหวิน ได้ร่วมมือกัน และสืบมาว่า ท่านเตี่ย ได้ถูกพระยาประเสริฐภักดี ใช้เล่ห์กลการเมืองใส่ร้ายจนต้องออกจากกราชการ และด้วยอาชีพรับจ้างลากรถเจ๊กของอาเหวิน ไปในที่ต่าง ๆ และพบเจอผู้คนมากหน้าหลาบตา อาเหวินก็ได้พบว่า ท่านเตี่ย ได้มาเปิดโรงหมอรักษาชาวบ้าน ในย่านคนจีนนั่นเอง จากนั้น กล้าและอาเหวิน จึงได้ส่งข่าวคราวความเคลื่อนไหวของพวกคนชั่ว ไปให้ท่านเตี่ย ได้รับทราบอยู่เนือง ๆ และแล้วสวรรค์ ก็ตอบแทนความดีของบัว เสียทีเวลาต่อมาได้มีการจัดประลองมวยในสังเวียนบ่อนแห่งหนึ่ง รื่นจึงแนะนำกล้าให้ลงแข่งขัน ซึ่งกล้าก็สามารถเอาชนะนักมวยเอกในงานได้อย่างง่ายดายและเนื่องจากพระยาประเสริฐภักดีเป็นประธานของงานดังกล่าว กล้าจึงได้มีโอกาสพบกับคุณพลอยอีกครั้ง การปรากฏตัวของกล้า สร้างความไม่พอใจให้แก่คุณติเป็นอันมาก คุณโชติ จึงอ้างเรื่องที่กล้าเป็นต้นเหตุให้คุณพระพิสุทธิ์ บิดาของคุณพลอยเสียชีวิตมาบีบคั้นไม่ให้คุณพลอยใกล้ชิดกล้า หลังจากการชกชนะ กล้าก็นำเงินไปไถ่บัว ชาติพยัคฆ์ ที่เหลาบุปผา แต่ปีเตอร์ก็ยังเล่นแง่บ่ายเบี่ยงจะโก่งราคาอีก จนร้อนถึง ท่านเตี่ย ที่ต้องมาไถ่บัวเสียเอง ซึ่งถึงแม้ว่าท่านเตี่ยจะโดนกลการเมืองจากพระยาประเสริฐฯ ใส่ร้ายจนต้องออกจากราชการ แต่บารมีของท่านก็ยังมีคนยำเกรงอยู่มาก ปีเตอร์ไม่กล้ามีปัญหา จึงยอมให้ท่านเตี่ยรับบัวไปอุปการะพร้อมกับตาสังข์ ชื่อเสียงของกล้าเริ่มโด่งดังจากการชกครั้งนั้น แม้แต่ จีนหยง ซึ่งเป็นนายอากรโรงฝิ่ง ก็ยังส่งคนมาทาบทาม กล้ากับรื่นไปเป็นสมุน แต่ทั้งสองกลับปฏิเสธและพอใจที่จะทำงานเป็นคนลากรถมากกว่า เพราะอย่างน้อย...อาเหวินและเพื่อนพ้องชาวจีน ก็ไม่มีใครดูถูกเรื่องที่ทั้งสองเคยติดคุกมาก่อน อาเหวิน มีโอกาสไปมาหาสู่กับบัวอยู่เสมอ เวลารับส่งท่านเตี่ย เขาพยายามที่จะเอาชนะใจบัวด้วยวิธีต่าง ๆ นานา แต่ดูเหมือนว่าจะทำอย่างไร บัวก็ไม่เคยเปิดใจยอมรับคนอื่นอยู่ดี เช่นเดียวกับกล้า ที่ยังไม่ลืมคุณพลอย แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายได้หมั้นหมายกับคุณโชติแล้วก็ตาม เมื่อรู้ว่าคุณพลอยต้องไปสอนหนังสือไทยให้ลูกนายพลต่างชาติท่านหนึ่ง กล้าก็แอบไปเฝ้าดูเธอหลังเลิกงานเสมอ ชาติพยัคฆ์ แต่ในเวลานั้นสงครามแย่งชิงอำนาจระหว่าง พระยาประเสริฐและจีนหยง ก็ทวีความรุนแรงถึงขีดสุด เมื่อท่านกงสุลคนเก่า ที่เคยหนุนหลังจีนหยงได้เกษียณอายุราชการ ปีเตอร์จึงหนุนพระยาประเสริฐให้แย่งชิงธุรกิจค้าฝิ่นของจีนหยงมาเป็นของตน จีนหยงแค้นใจเลยส่งคนไปอุ้มตัวคุณพลอยเพื่อต่อรอง แต่เคราะห์ดีที่กล้ามาเจอเข้าเสียก่อน เขาจึงได้ช่วยเหลือคุณพลอยเอาไว้ คุณโชติ พอทราบเรื่องเข้า ก็เลยแกล้งประชดลองใจ ด้วยการให้กล้ารับหน้าที่คอยลากรถ รับส่งคุณพลอยเป็นประจำมานับแต่นั้น สร้างความยืดอัดใจให้แก่กล้าและคุณพลอยเป็นอย่างมาก ในขณะที่จีนหยงก็ถูกพวกของปีเตอร์และพระยาประเสริฐสั่งเก้บในเวลาต่อมา หลังจากนั้นกงสุลคนใหม่ก็เดินทางมาถึงพระนคร กล้าจึงได้รู้ว่าบิดาของเด็กที่คุณพลอยสอนหนังสือให้ก็คือ นายพลอังเดรที่เคยเป็นผู้คุมค่ายนักโทษ แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ ภรรยาของนายพลอังเดรกลับกลายเป็น นางเพียร แม่ของกล้านั่นเอง ด้วยเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปทำให้นางเพียรจำกล้าไม่ได้ กล้ามาทราบความในภายหลังว่า หลังจากเขาได้หนีไปตอนเด็ก ชาติพยัคฆ์ เจ้านายเก่าก็จะเอานางเพียรไปขายที่ช่องแห่งหนึ่งเพื่อเป็นการลงโทษ แต่นายพลยังเดรมาเจอเข้าเสียก่อนจึงอุปการะเธอเอาไว้กล้าแค้นใจมาก เพราะคิดว่านางเพียรยอมตกเป็นนางป่าเรอของคนต่างชาติ ทั้ง ๆ ที่รู้เต็มอกว่าพ่อของกล้าต้องตายในการรบกับพวกล่าอาณานิคม แต่นางเพียรก็อธิบายความจริงให้ฟังว่าไม่ได้มีอะไรกับท่านนายพล และขอร้องกล้าให้มาอยู่ในอุปการะของนายพลอังเดรเช่นเดียวกับตน เพื่อกล้าจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย แต่กล้าก็ปฏิเสธไปอย่างไม่ใยดี ระหว่างนั้นก็ได้เกิดโรคระบาดขึ้นในชุมชนชาวจีน อาการป่วยของคนไข้หนักหนาเกินกว่าท่านเตี่ยจะเยียวยาได้ เพราะว่ายาฝรั่งที่ใช้รักษา ถูกปีเตอร์กักตูนไว้เพื่อโก่งราคา ด้วยเหตุนี้ กล้าจึงยอมขึ้นชกในงานเลี้ยงต้อนรับกงสุลคนใหม่ที่จัดขึ้น ณ เหลาบุปาผา โดยมีคู่ต่อสู้เป็นถึงนักมวยฝรั่งจอมพลังรายหนึ่งพระยาประเสริฐภักดีขอร้องแกมขู่ ให้กล้าล้มมวยเพื่อเอาใจท่านกงสุล แต่กล้าสับเล่นงานนักมวยต่างชาติจนยับคาเวที ทำให้พระยาประเสริฐแค้นใจมากและคิดจะทำร้ายกล้า แต่ท่านเตี่ยก็มาออกหน้าขวางไว้ ทำให้กล้ารอดตัวและสามารถนำยามาช่วยรื่น และทุกคนได้ในที่สุด ช่วงเวลาดังกล่าว ชาติพยัคฆ์ พระยาประเสริฐพบว่าท่านเตี่ย ได้ขัดขวางกิจการค้าฝิ่งของตนอย่างลับ ๆ ด้วยการส่งคนมาทำลายสินค้า รวมถึงเผาโรงฝิ่นที่ตนกับปีเตอร์เป็นหุ้นส่วนกัน พระยาประเสริฐ จึงคิดลอบสังหารท่านเตี่ย เพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม แต่โชคร้ายกลับตกเป็นของตาสังข์ที่เกิดรู้แผนการณ์เข้าเสียก่อน จึงปกป้องท่านเตี่ยไว้ด้วยชีวิตของตน ด้วยความสำนึกในวีรกรรมของตาสังข์ ท่านเตี่ยจึงรับบัวเป็นบุตรบุญธรรม และอุ้มชูให้มีฐานะไม่แพ้คุณพลอยในเวลาต่อมา แต่บัวรู้ว่าถึงเธอจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน ก็ไม่อาจแย่งเชิงหัวใจรักของกล้า มาจากคุณพลอยได้อยู่ดี และเฉกเช่นกัน ที่ถึงอาเหวิน จะภักดีต่อเอเพียงใด บัวก็ไม่อาจเปลี่ยนใจมารักเขาได้ บัวจึงแกล้งเฉยชาต่ออาเหวินเพื่อให้อีกฝ่ายตัดใจ จนอาเหวินเข้าใจผิด คิดว่าบัวที่กลายเป็นดอกฟ้าคงไม่เห็นค่าตนอีกต่อไป จึงตรอมใจด้วยความเศร้าโศกการตายของตาสังข์ ทำให้กล้าหมดสิ้นความอดทน และวางแผนที่จะบุกไปลอบสังหารปีเตอร์ แต่รื่นรู้เข้าเสียก่อนจึงชิงตัดหน้าลงมือแทน แต่กลับพลาดท่าถูกปีเตอร์จับได้และถูกสั่งประหารในที่สุด สร้างความปวดร้าวให้แก่คนรอบข้างเป็นอันมาก โดยเฉพาะกล้า ยิ่งเสียศูนย์มากขึ้น เพราะโทษตนเองว่าเป็นต้นเหตุให้รื่นต้องตาย ด้วยความห่วงใยที่กล้าคุณพลอยจึงแวะเวียนไปดูแลเขาเสมอ จนต้องมีปากเสียงกับคุณโชติที่ทราบเรื่องเข้า คุณโชติสะเทือนใจที่คุณพลอยยังไม่ลืมความรักที่มีต่อกล้า ในช่วงเวลาที่เคว้งคว้างนี้เอง ปีเตอร์จึงเข้ามอมมาคุณโชติ โดยความร่วมมือของมิ่ง...ชาติพยัคฆ์ จนคุณโชติต้องตกเป็นทาสของยาฝิ่น โดยมีเป้าหมายที่จะได้ครอบงำคุณโชติไว้ใช้งานโดยง่าย โดยมีมิ่ง คอยส่งฝิ่น และคอยเสี้ยม เป่าหูคุณโชติ ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณพลอย และกล้า และที่สำคัญ คือมิ่ง ยุให้คุณโชติ คิดกระทำการเลว ๆ ทรยศต่อแผ่นดินสยาม แผ่นดินเกิดของตัวเอง ต่อมาท่านเตี่ย ก็ได้รับการสนับสนุนจากเบื้องบนให้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง จึงมีการตรวจสอบเรื่องทุจริตในการประมูลอากรภาษี และคดีสังหารจีนหยง นายอากรฝิ่นคนเก่า ทำให้พระยาประเสริฐร้อนตัว คิดจะโยนความผิดทั้งหมดให้แก้ปีเตอร์ ด้วยเหตุนี้ ปีเตอร์จึงแก้แค้นด้วยการฆ่าพระยาประเสริฐทิ้ง ก่อนจะป้ายความผิดว่าเป็นฝีมือของท่านเตี่ย ก่อนจะหลอกล่อคุณติรับช่วงแทนบิดา และด้วยความแค้นที่บดบังสติ คุณโชติจึงสนับสนุนปีเตอร์ในการทำจัดท่านเตี่ยอย่างเต็มที่ ด้วยฤทธิ์ของยาฝิ่นที่ปีเตอร์ และมิ่ง ได้มอมเมาคุณโชติมาหลายเพลา ก็ทำให้นิสัยของคุณโชติแปรเปลี่ยนไป คุณโชติ เริ่มหึงหวงโมโหร้าย เกรี้ยวกราด จนคุณพลอยไม่อาจยอมรับได้ จึงขอถอนหมั้นในที่สุด ส่วนคุณกุหลาบก็คิดทวงคืนทรัพย์สินของคุณพระพิสุทธิ์ฯ ชาติพยัคฆ์ คืนมา แต่เพราะคุณโชติและบิดาได้ยักยอกไปถลุงจนหมดสิ้น คุณโชติ กับมิ่ง จึงได้ร่วมกันวางแผน เพื่อหลอกฆ่าคุณกุหลาบ เพื่อเป็นการล้างหนี้ รวมถึงคิดจะฆ่าคุณพลอยอีกด้วย แต่โชคดีที่คุณพลอยไหวตัวเสียก่อน จึงให้ อาเหวิน พาหนีไปหากล้าได้ทัน กล้าฝากนางเพียร รับอุปกระคุณพลอยชั่วคราว และให้อาเหวินคอยเฝ้าอยู่ด้วยเพื่อความปลอดภัยจังหวะนั้นเอง ที่อาเหวิน ซึ่งยังช้ำรักจากบัว ก็มีโอกาสตั้งต้นใหม่ เมื่อนายพลอังเดร ได้เล็งเห็น ถึงความซื่อสัตย์ ความสามารถในการใช้ภาษาจีนและการบวกคิดเลขของเขา ซึ่งมีพื้นฐานจากครอบครัวที่เป็นเสมียนมาหลายชั่วคน จึงว่าจ้างอาเหวินให้เป็นผู้ติดตาม ทำให้อาเหวินได้มีหน้ามีตาเขยิบฐานะตัวเองบ้าง และเริ่มมีความหวังว่าจะเอาชนะใจบัวสำเร็จในไม่ช้า ความผันแปรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้กล้ารู้สึกท้อใจจนคิดจะไปจากพระนคร เขาตั้งใจจะไปบอกลาคุณพลอยเป็นครั้งสุดท้าย แต่การพบกันครั้งนั้นกลับทำให้คุณพลอยและกล้าได้เปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อกันคุณพลอยจึงตัดสินใจที่จะกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เวียงสิงห์พร้อมกล้า ระหว่างนั้น ท่านเตี่ยกับนายพลอังเดร ซึ่งดำรงตำแหน่งกงสุลก็ได้นัดเจรจากัน ด้วยถึงแม้จะอยู่ต่างฝ่าย แต่ก็เห็นห้องต้องกันว่ากิจการค้าฝิ่นของปีเตอร์ กำลังเป็นภัยต่อความมั่นคงของแผ่นดินสยาม จึงมีความคิดจะลดทอนอำนาจของปีเตอร์ลง ชาติพยัคฆ์ เมื่อปีเตอร์ทราบเรื่อง จึงวางแผนที่จะลวงท่านกงสุลและท่านเตี่ยมาสังหารพร้อมกันที่เหลาบุปผา โดยหวังจะให้กลายเป็นความขัดแย้งจนเกิดเป็นขนวนสงคราม เพื่อตนจะได้แสวงหาอำนาจใหม่อีกครั้ง วันนั้น เป็นวันที่กล้าและคุณพลอย มีนัดหมายจะหนีไปจากพระนครด้วยกัน แต่คุณโชติเกิดทราบเรื่องเข้าเสียก่อน คุณโชติจึงแกล้งเปิดเผยแผนการณ์ของปีเตอร์ให้กล้าได้รู้ในวินาทีสุดท้าย กล้าเลยต้องรีบย้อนไปช่วยท่านเตี่ยและท่านกงสุลที่เหลาบุปผา แทนที่จะไปตามนัดของคุณพลอย อีกไม่นานเรือกลไฟจะออกจากท่า อีกไม่นานวิญญาณของกล้าอาจถูกปลิดออกจากร่าง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ชาติพยัคฆ์ ติดตามชมกันต่อได้ใน ละครชาติพยัคฆ์ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครชาติพยัคฆ์ จรณ โสรัตน์ รับบท กล้า นิษฐา จิรยั่งยืน รับบท คุณพลอย กมลเนคร เรืองศรี รับบท บัว ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ รับบท อาเหวิน ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ท่านเตี่ย สินจัย เปล่งพานิช รับบท นางเพียร สมิทธิ ลิขิตมาศกุล รับบท คุณโชติ จิรายุ ตันตระกูล รับบท รื่น โชคชัย บุญวรเมธี รับบท มิ่ง นพพล โกมารชุน รับบท พระยาประเสริฐ เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท พระพิสุทธิ์ สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ รับบท คุณกุหลาบ นภัสกร มิตรเอม รับบท ทองอิน

ดูดวงปี2559 ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม)
12ราศี /  ดูดวง / 

ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) ปีนี้ได้ “ไพ่เผากรุงลงกา” และ “ไพ่เดอะทาวเวอร์” คงต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวสักหน่อย ความใจร้อนก็ลดลงมาบ้าง มีเรื่องขัดแย้งผิดใจกับคนรอบข้างบ่อย อาจถึงขั้นแตกหัก การทำงานเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม มิฉะนั้นจะถูกเพ่งเล็ง ลดความดื้อลงอีกนิด งานใหญ่จำเป็นต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจ ปลายปีมีโอกาสปรับเปลี่ยนงาน เงินทองไหลออกเป็นส่วนใหญ่ หันไปทางไหนก็มีแต่เรื่องที่ต้องจ่าย แถมมีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ อย่าเพิ่งไปลงทุนกับใคร มีแต่จะเสียมากกว่าได้ ความรักต้นปีรบราฆ่าฟันกันน่าดู ไม่มีใครยอมใคร พยายามข่มอารมณ์แล้วเรื่องร้ายผ่านไป คนโสดจะมีอัศวินเดินทางไกลมาหา ช่วงปลายปีมีรักกุ๊กกิ๊ก คำทำนายโดย : อาจารย์ คฑา ชินบัญชร รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

หวาน-ฟิน-ซึ้ง-แฮปปี้ทั่วถึง! ในแฟนมีตติ้ง ยงพัล 'จูวอน'
AIS PRESENTS 2016 THE BEST OF ME JOO WON มาเหอะ อยากเจอ /  Joo Won / 

ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ สำหรับพระเอกหนุ่มหล่อหน้าใสกิ๊ง จูวอน (JOOWON) ที่หอบความน่ารักมาเสิร์ฟแฟนชาวไทยเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ในงาน เอไอเอส พรีเซ็นต์ 2016 เดอะ เบส ออฟ มี, จูวอน มาเหอะ อยากเจอ ( AIS PRESENTS 2016 THE BEST OF ME, JOO WON มาเหอะ อยากเจอ) ณ เมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยผู้จัดใจดี บริษัท นาว โปรดักชั่นส์ จำกัด ที่งานนี้เปิดโอกาสให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดกับ พี่จ๋า กันแบบสุดๆ ด้านโชว์พระเอกหนุ่มก็จัดเต็มทั้งเสียงร้อง ลีลา คารมมาแบบครบเซ็ทให้สมกับชื่องาน 'THE BEST OF ME' ที่ทำให้ประทับใจกันไปนานแน่ งานนี้เริ่มด้วยวีทีอาร์ของหนุ่มจูวอนที่เชิญชวนสาวๆ มาเจอกันในแฟนมีตติ้ง เรียกเสียงกรี๊ดได้ถล่มทลาย ก่อนชายในชุดสูทสีดำพร้อมแว่นกันแดดสุดเท่จะปรากฏตัวบนเวทีกับเพลงแดนซ์สไตล์วินเทจอย่าง HONEY ของพัคจินยอง ทำเอาบรรยากาศในฮอลล์ดูคึกคักขึ้นทันตา จูวอน โชว์ทั้งการร้องพร้อมทั้งออกสเต็ปลีลาการเต้นได้อย่างลงตัว พูดได้ว่าแค่เพลงเปิดตัวก็เผยเสน่ห์รุนแรงทะลวงหัวใจกันแล้ว พอจบเพลงก็ถอดแว่นออกก่อนกล่าวทักทายทุกคนเป็นภาษาไทย “สวัสดีครับ ผมชื่อ จูวอน ครับ สบายดีไหมครับ?” ทำเอาเสียงกรี๊ดสนั่นเลยทีเดียว เมื่อพิธีกร ดีเจคิว ธิติพันธ์ สุริยาวิชญ์ และ ล่ามคนเก่ง แจยอง ถาม จูวอน ว่า 'เป็นแฟนมีตติ้งครั้งที่ 3 แล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง?' พระเอกหนุ่มเจ้าของงานก็ตอบว่า “ผมมาถึงเมืองไทยเมื่อ 2 วันก่อน หนึ่งวันก่อนงานแฟนมีตติ้งผมตื่นเต้นมาก กลัวทำไม่ได้ แอบนอยด์นิดนึง ก่อนขึ้นเวทีก็ยังไม่ค่อยมีแรง แต่พอขึ้นมาบนเวทีปุ๊บไม่รู้พลังมันมาจากไหน มาสนุกให้เต็มที่กันนะครับ แล้วที่เลือกเพลง HONEY เป็นเพลงเปิดตัวก็เพราะเพลงนี้เป็นเพลงแดนซ์เพียงไม่กี่เพลงที่ผมชอบ แล้วที่สำคัญเพราะทุกคนคือ HONEY ของผมไงครับ" พูดจบพระเอกของเราก็เอามือปิดหน้าอย่างเขินๆ น่ารักเป็นที่สุด! อย่างที่รู้กันว่า จูวอน มีความสามารถด้านกาาร้องเพลงไม่แพ้การแสดง เล่นซีรี่ส์เรื่องไหนก็ได้ร้องเพลงประกอบเกือบแทบทุกเรื่อง อย่างเรื่อง TOMORROW’S CANTABILE เขาก็ได้ร้องเพลง INNOCENTE พระเอกหนุ่มจึงขอมอบเพลงนี้ให้กับทุกคน เสียงร้องดังขึ้นพร้อมมิวสิควิดีโอภาพจากซีรีส์ จากนั้น พี่จ๋า ก็ก้าวลงจากเวทีเพื่อจะได้ให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น แม้จะพยายามทำมือบอกให้ทุกคนนั่งลง แต่แฟนคลับก็ไม่อาจห้ามมือไม่ให้ไขว่คว้า สุดท้ายเดินมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง จูวอน ก็ต้องหันหลังกลับเดินขึ้นเวทีไป และเมื่อจบเพลงนี้ก็มาต่อด้วยเพลง MY LOVE จากซีรีส์สร้างชื่อ THE KING OF BAKING KIM TAK KU ที่ทำเอาแฟนๆ ซึ้งไปตามกัน แถม จูวอน ยังอ้อนเพิ่มเติมอีกว่า “ผมคิดว่าทุกคนเป็น MY LOVE ไงครับ” โอ้ววว มาถึงกิจกรรมร่วมสนุกกับแฟนๆ กิจกรรมแรก 'ฉันอยากรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับจูวอน' โดยให้จูวอนจับหมายเลขผู้โชคดีที่จะได้สิทธิ์ถามคำถาม (จูวอนอยากเที่ยวจังหวัดไหนในเมืองไทยที่สุด?)"ปีก่อนที่มางานแฟนมีตติ้งผมเคยไปเที่ยวเชียงใหม่กับพ่อแม่ สวยงามมาก มีความทรงจำดีๆมากมายที่นั่น ผมชอบอากาศอุ่นๆ มากกว่าอากาศหนาวครับ พอรู้ว่าต้องมาทำงานที่เมืองไทย ผมตื่นเต้นตั้งแต่ตอนเก็บกระเป๋าเลย ช่วยแนะนำที่เที่ยวให้ผมเยอะๆนะครับ", (เมื่อวานเอาหมวกให้ที่หน้าลิฟท์หลังกินข้าว ได้อ่านโน้ตหรือเปล่า?)"เป็นหมวกที่มีชื่อผมหรือเปล่าครับ? ในนั้นมีโน้ตด้วยเหรอครับ ผมไม่ได้หยิบโน้ตขึ้นมาอ่าน แต่หมวกอยู่ที่ผมแล้วนะครับ เป็นจดหมายหรือว่าโน้ตเล็กๆ ครับ เขียนประมาณว่าให้จูวอนรึเปล่าครับ ถ้าเป็นอันนั้นได้รับแล้วครับ" ช่วงเวลานี้แม้จูวอนจะไถ่ถามด้วยความซีเรียสเพราะใส่ใจความรู้สึกของแฟนๆ แต่แฟนคลับในงานกลับไม่เครียดตาม ต่างขำก๊ากในความน่ารักของพ่อหนุ่มใสซื่อกันสนั่นฮอลล์ ฟากคำถามจากพิธีกร หนุ่ม จูวอน ก็ตอบอย่างเอาใจใส่เช่นกัน (3 เหตุผลที่คุณชอบเมืองไทยคืออะไร?)"อากาศ อาหาร และสำคัญที่สุดเลยก็เพราะทุกคนนี่แหละ นี่ผมตอบจากใจจริงไม่ได้ปากหวานนะ วันนี้พอเห็นทุกคนปุ๊บ รู้สึกเลยว่าทำไมทุกคนสวยขึ้น แล้วผู้หญิงไทยก็มีเสน่ห์มากด้วยครับ" (ถ้ามีละครไทยติดต่อไปจะมาเล่นมั้ย?)"แน่นอนอยู่แล้ว ผมอยากมีผลงานที่เมืองไทยให้ทุกคนเป็นของขวัญครับ" จบพักช่วงสัมภาษณ์มาเข้ากิจกรรมที่สอง 'เต้นให้แรง Post-it กระจาย' หนุ่ม จูวอน จับหมายเลขผู้โชคดี 4 ท่านขึ้นมาเล่นเกมแบบใกล้ชิดสนิทสนมบนเวที โดยกติกามีอยู่ว่าใครสลัด Post-it ออกจากร่างกายได้มากที่สุดคือผู้ชนะ ซึ่งจะได้รับสแตนดี้รูปจูวอนพร้อมลายเซ็นไปตั้งไว้ที่บ้าน ซึ่งพระเอกหนุ่มปล่อยมุขเรียกเสียงฮาว่า "ห้ามเตะผมนะ...ผมมองคุณอยู่นะ" ส่วนผู้แพ้ก็ได้ตุ๊กตาอุ่นใจพร้อมลายเซ็นต์ไปแทน แต่ใครจะชนะหรือแพ้หนุ่มจูวอน ก็ได้รับแจกอ้อมกอดอุ่นๆ อย่างทั่วถึง ให้เก็บไปเคลิ้มกันไป ภาพสลับมาที่ จูวอน ในมาดร็อกเกอร์ที่เตรียมเพลงไทยมาเซอร์ไพรส์แฟนคลับ กับเพลง แสงสุดท้าย ของ BODY SLAM บทเพลงที่พระเอกหนุ่มเลือกจะร้องเอง! ฝึกร้องเอง! ด้วยภาษาไทยที่ชัดเป๊ะ!! ในน้ำเสียงและลีลาซึ่งแฟนๆ ต่างลงความเห็นว่าคล้ายพี่ตูนซะเหลือเกิน (น่าเสียดายที่พี่จ๋าไม่ยอมถอดเสื้อแบบพี่ตูนนี่ละ!) แต่เพียงแค่นี้ก็ทำเอาเหล่าแฟนคลับทั้งทึ่งทั้งปลึ้มในความตั้งใจเต็มเปี่ยมของจูวอน พากันส่งเสียงกรี๊ดกระจายสนั่นฮอลล์กันแล้ว [Fancam] Joo Won sing Thai song 'แสงสุดท้าย The Last Light' @ 2016 The Best of Me Joo Won 2016.02.20 youtube channel : Aungnie Dee ต่อเนื่องความฟินในกิจกรรมต่อมา 'ลูกโป่งแตก' บอกได้คำเดียวว่านี่คือไฮไลท์ของงานสำหรับสาวๆ เพราะมีผู้โชคดี 7 ท่านได้ขึ้นมากอดกับพี่จ๋ายาวนานถึง 30 วินาที แต่มีข้อแม้ว่าต้องทำลูกโป่งแตกให้ได้มากที่สุด โดยรายแรกก็ทำแตกไปถึง 10 ลูก สร้างความหนักใจแก่ผู้เข้าแข่งขันคนถัดๆ ไปอย่างมาก จึงต้องเลือกระหว่าง 'ทำลูกโป่งแตกให้ได้มากกว่า' กับ 'ดึงเวลาไว้ให้ได้กอดพี่จ๋าให้นานที่สุด' ซึ่งดูเหมือนว่าส่วนใหญ่จะเน้น 'กอดแน่นๆ แพ้ช่างมัน!' เว้นแต่ ป้าดา ขวัญใจมหาชนที่กอดก็แน๊นแน่น แถมทำแตกไปตั้ง 10 ลูก สุดท้ายต้องตัดสินผู้ชนะเลิศด้วยการเป่ายิ้งฉุบกับหนุ่มจูวอน ก่อนป้าดาจะชนะได้รับกิฟท์เซ็ตชุดใหญ่จากพระเอกหนุ่มของเราไป หลังจบเกมเจ้าตัวถึงกับต้องซับเหงื่อและบอกว่า "เหนื่อยนิดนึงแต่สนุกมากกกกครับ" แหมจะไม่เหนื่อยได้ไง เพราะต้องออกแรกกดฝ่ายเดียว ในขณะที่เหล่าแฟนคลับผู้แข่งขันต่างเน้นการกอดกันอย่างชัดเจน! เข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์กันต่อ (ตอนนี้มีผลงานอะไรให้ติดตามบ้างครับ?) จูวอนก็ตอบแบบหยอกให้ขำๆ ว่า "ก็ผลงานที่ผมเล่นไงครับ", (เวลาว่างคุณชอบทำอะไร?)"ดื่มกาแฟครับ เพราะผมจะมีเวลาว่างไปที่ร้านกาแฟ ได้สั่งกินเอง ได้เจอเพื่อนๆ ไปดูหนังกันครับ" หนุ่ม คิว พิธีกรของงานเลยแซวว่า เวลาที่เขาว่างๆ จะลงไปนั่งที่ล็อบบี้คอนโด เพราะเปิดแอร์เย็นๆ แล้วก็ไปซื้อกาแฟเซเว่นมานั่งจิบ ทำเอาจูวอนขำหนักมากก่อนจะเล่าว่า "ที่เกาหลีช่วงหน้าร้อนคนเกาหลีก็ชอบไปธนาคารกันเพราะเปิดแอร์เย็นๆ ให้น่ะครับ"... มาพูดเรื่องรางวัลใหญ่ที่ได้รับจากการทำงานหนักกันบ้าง “ผมได้รับรางวัลแดซังไป แต่ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปนะครับ วันต่อมาผมยังตื่นไปซื้อขนมที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตกินเองเหมือนเดิม ใช้ชีวิตเหมือนเดิม จริงๆแล้วผมรู้สึกดีนะที่ได้รางวัลมา แต่ผมก็ต้องทำให้ดีขึ้นเพื่อตอบแทนความรักของทุกคนครับ" จากนั้นเข้าสู่บทเพลง LOVE MEDICINE เพลงที่จะมาช่วยรักษาหัวใจสาวๆ ด้วยน้ำเสียงของ คุณหมอพัคชีอน จากเรื่อง GOOD DOCTOR แล้วไปพักเบรคความซึ้งกับการแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้กับแฟนคลับที่มีวันเกิดตรงกับวันนี้พอดี ซึ่งงานนี้เจ้าของวันเกิดมีถึงสี่สาว จูวอน ก็เลยร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้พร้อมกันและร่วมเป่าเค้กด้วย ก่อนจะมอบกอดแน่นๆ ให้กับทุกคนแทนของขวัญ ในขณะที่สาวๆ ก็ฝากรักด้วยรอยลิปสติกหลากสีบนเสื้อสูท ซึ่งพระเอกหนุ่มบอกว่า "วันนี้สนุกมากเลยครับ จะจบงานแล้วเหรอเนี่ย?" พอพิธีกรแซวเรื่องสูทของจูวอนที่เปื้อนรอยลิปสติก เขาก็ตอบทันควันว่า "ผมรู้ว่าทุกคนอยากดูสวยเวลาเจอผม เลยแต่งหน้าจัดเต็มกันมาครับ" นอกจากนั้น จูวอน ก็ยังพูดให้กำลังใจทุกคนอีกว่า "เวลาทำงานหนักมากๆ บางทีเราก็เหนื่อย ทุกคนเหนื่อยหมดไม่ใช่แค่ผม แต่เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป อย่าไปท้อ แล้ววันหนึ่งเราจะยิ้มได้อย่างมีความสุขแน่นอนครับ" ก่อนจะพาเข้าเพลง IF I WERE เพลงประกอบละครความหมายลึกซึ้งจากใจ ชีอน ในเรื่อง GOOD DOCTOR เพลงที่ทำให้ทุกหัวใจอบอุ่นไปกับเนื้อหาและน้ำเสียงสะกดอารมณ์ของ จูวอน ก้าวสู่ช่วงซึ้งด้วยแฟนโปรเจ็คท์ที่แฟนคลับชาวไทยตั้งใจมอบให้ จูวอน ด้วยการเล่าเรื่องผ่านภาพการทำงานและข้อความแทนความรู้สึกห่วงใย 'อย่าลืมที่จะมีความสุข อย่าลืมที่จะยิ้ม' ซึ่งหลังจากคลิปวิดีโอจบลง จูวอน ก็หันมาหาแฟนคลับที่พร้อมใจกันชูป้ายซึ่งมีตัวอักษรทั้งภาษาไทย อังกฤษ และเกาหลี สื่อความหมายว่า 'กลับมานะ...เราจะรอ' ทำเอาน้ำตาลูกผู้ชายที่ไม่ได้ไหลกันง่ายๆ ก็พรั่งพรู จูวอนกล่าวชื่นชมทั้งน้ำตาว่า "ปกติผมไม่ใช่คนร้องไห้เก่งขนาดนี้นะ แต่ผมประทับใจมากเวลาแฟนๆ ทำอะไรแบบนี้ให้ เลือกเพลงได้ดีมาก เขียนได้ดีมาก แฟนคลับของผมเก่งมากๆเลยครับ" และนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งศิลปิน พิธีกร และล่าม พากันร้องไห้ด้วยความประทับใจ จนจูวอนอดตัดพ้อไม่ได้ว่า "เขียนว่าอย่าร้องไห้ แต่ทุกคนนั่นแหละทำให้ผมร้องไห้" แฟนโปรเจคงานมิตติ้ง 2016 "The Best Of Me" JooWon มาเหอะ อยากเจอ #JooWonThailandFanMeeting2016 [VTR HD] วีทีอาร์เซอร์ไพรส์ที่ทำให้จูวอนร้องไห้ อัพแบบ HD ให้ดูกันชัดๆเพลงในโปรเจคคือ 다시사랑한다말할까 / Should I Say I Love You again ของ Kim Dong Ryul Posted by Joo Won Thailand Fanclub on 22 กุมภาพันธ์ 2016 เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย จูวอน ก็ได้เผยความในใจก่อนจากกันว่า "เดี๋ยวผมจะร้องเพลงสุดท้ายแล้วนะครับ ผมเป็นแค่คนธรรมดาที่อยู่บนโลกนี้ ผมเป็นคนที่ไม่มีอะไรดีพอ ขอบคุณทุกคนที่รักคนที่ไม่ดีพร้อมคนนี้นะครับ" เสียน้ำตาไปเยอะ จูวอน เลยชวนแฟนๆ ให้สนุกไปกับเพลง My Way To You แม้พระเอกของเราจะพยายามข่มอารมณ์ แล้วชวนแฟนๆ ร้องเล่นเต้นตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน แต่มาถึงท่อนสุดท้ายเจ้าตัวก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวไหลออกมาอีกรอบ ก่อนกลับเข้าไปหลังเวที ปล่อยให้แฟนคลับอังกอร์เรียกชื่อ "จูวอน" ได้สักพัก พระเอกหนุ่มก็ออกมาปิดท้ายด้วยเพลง HONEY อีกครั้ง ในเวอร์ชั่นที่มาพร้อมน้ำเสียงลีลาลูกเล่นและออกสเต็ปแดนซ์จัดเต็มโดนใจ ก่อนอำลาเวทีไปด้วยคำว่า "ขอบคุณคร้าบ" หลังงานจบลงด้วยความประทับใจ โดยแฟนคลับทุกที่นั่งของ เอไอเอส พรีเซ็นต์ 2016 เดอะ เบส ออฟ มี, จูวอน มาเหอะ อยากเจอ ( AIS PRESENTS 2016 THE BEST OF ME, JOO WON มาเหอะ อยากเจอ) ยังมีโอกาสได้สัมผัสมือนุ่มๆ แถมบางส่วนได้ของที่ระลึกและได้ถ่ายภาพร่วมกับจูวอนด้วย... ถ้าจะน่ารัก อบอุ่น ใจดีแบบนี้ ดูท่าคงจะมีเสียงอ้อนให้รีบกลับมาหาสาวไทยไวๆ อีกแน่นอน! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com