ข่มขื่น

ขุดคุ้ย! ทำไม แมนยู ลิเวอร์พูล เกลียดกัน นักหนา?
lfc /  LiverPool / 

ด้วยความสงสัยมานาน ทำไม ทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และ "ผีแดง" แมนยู  ถึง เกลียดกัน นักหนา เกลียดใครก็ไม่เท่าคู่อริ เหยียดหยามใครก็ไม่สะใจเท่าคู่อริ ชนะใครก็ไม่เท่าชนะคู่อริ บางคนก็บอกว่า ไม่รู้ล่ะว่าเริ่มต้นที่ไหน ก็ เกลียดกัน มา หยามมา ก็เกลียดกลับ หยามกลับน่ะ ผมก็รักทีม หงส์/ผี ของผมนี่นา บางคนก็บอกว่า คนบริหารทีม อาจจะอาฆาตกันมาก่อน แบบ เมืองทอง - บุรีรัมย์ ก็เป็นได้? ขุดตำนาน เมืองอริ แมนยู - ลิเวอร์พูล เกลียดกัน เหตุการค้า ย้อนกลับไปเมือ 120 กว่าปีที่แล้ว (ตอนนั้น ยังไม่มีทีมฟุตบอล) เมือง แมนเชสเตอร์ (Manchester) คือ เมืองอุตสาหกรรมที่เจริญรุ่งเรือง ในการผลิต ฝ้ายดิบ ส่วน ลิเวอร์พูล (Liverpool) คือ เมืองท่า (ท่าเรือ) ที่เงินไหนมาเทมา จากการ เป็นตัวเชื่อมในอังกฤษ ไปยังแดนตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ และไปยังอเมริกา สองเมืองพึ่งพากันดี เพราะ แมนเชสเตอร์ ไม่มีจุดขนส่งออกแม่น้ำและทะเล แต่ในทศวรรษ 1870 เริ่มมีวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ทุกคนดิ้นรนเอาตัวรอด และ แมนเชสเตอร์ ก็รู้สึกว่า ทาง ลิเวอร์พูล เก็บค่าผ่านทาง ทั้งทางเรือ และรถไฟ สูงเกินไป จนคนแมนเชสเตอร์เดือดร้อน บังเกิดความคิดที่จะสร้างท่าเรือ และขุดคลองเข้ามายัง แมนเชสเตอร์ ของตนเอง จึงระดมเงินขุดคลองยาวจาก แม่น้ำ Mersey เข้ามายังแมนเชสเตอร์ เปิดทำการเมื่อ 1894 การขุดคลองดังกล่าว ทำให้ เมืองลิเวอร์พูล ขาดรายได้ทันที รวมทั้ง มีคนตกงานเพิ่มขึ้น เป็นความแค้น เกลียดกัน แรกๆในอดีตกาล แมนยู ลิเวอร์พูล เกลียดกัน ในแชมป์เกมส์ บอล เรื่องของเรื่อง ก็มาจาก การที่สองทีม ไล่บี้กันเก็บคะแนน ถ้วย ในยุคนั้น ที่เรียกว่า มีเพียงสองทีมที่ยิ่งใหญ่สูสีกัน บิล แชงคลีย์ นำ LFC ให้ได้แชมป์ลีคใน ปี 1963-1964 ซึ่งปีต่อมา มัตต์ บัสบี้ นำ แมนยู ได้แชมป์ลีก ตามด้วย LFC และ แมนยู สลับกันแบบนี้ ปีต่อปี บี้กันรดต้นคอ ต่อมาเมื่อ แมนยู ได้แชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพได้ ปี 1968 ทาง ลิเวอร์พูล ก็ตามมาเก็บ ยูโรเปี้ยนคัพบ้าง ไปอีก 4 ครั้ง สร้างหน้าตาให้กับ อังกฤษได้มากมาย และเป็นหน้าเป็นตาแก่สโมสรอย่างมาก รวมทั้งเก็บ ถ้วยดิวิชั่น 1 ในบ้านได้ช้วน 11 สมัย (ณ จุดนี้ การเปลี่ยนมือจากกุนซือ บิล แชงคลีย์  ไปยัง บ็อบ เพลสลี่ย์ และ โจ เฟแกน ล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จ เป็นกุนซือมือทองทั้งนั้น) ส่วน แมนยู นั้น ร้างถ้วยรางวัลนาน 26 ปีเลยทีเดียวจน กระทั่ง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามาเป็นกุนซือมือทองให้ผีแดง ในปี 1986 แล้วก็คว้าถ้วยลีกที่ 8 ให้กับ แมนยู ในฤดูกาล 1992-1993  ในอายุการทำงานกุมบังเหียนทั้ง 26 ปีกว่าๆให้กับแมนยู ป๋า ก็คว้าถ้วยลีกมาอีกเพียบ จนได้ครบ 20 ครั้ง! นำหน้า ลิเวอร์พูล เลยคราวนี้ ส่วน ลิเวอร์พูล เอง ก็ก้าวสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง เมื่อได้ครอง ยูโรเปี้ยนคัพ ถ้วยที่ 5 ในปี 2004-2005 ทุกครั้งที่มีศึก แดงเดือด ก็จะมี คนแห่มาชมกันแน่นสนาม พร้อมทั้งมีการเหยียดหยาม นักเลงตีกันต่างๆนานา ซึ่ง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกว่า "ไม่แปลกที่คนจะรอดู การแข่งขันของทีมสโมสรที่มีประวัติประสบความสำเร็จมากที่สุดสองทีม" นับว่าเป็นการให้เกียรติคู่แข่งอย่างดีเลย อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปในช่วงที่ผลัดกันได้แชมป์นั้น ถือว่าเป็นช่วงที่ทั้งสองเมือง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นมาก เรียกได้ว่าเงินสะพัดจาก ทีมฟุตบอล มากโข (แต่ แมนเชสเตอร์ ก็ยังคงเป็นต่อในเรื่องของธุรกิจที่เฟื่องฟู และบ้านเมืองพัฒนามากกว่าอยู่ดี) ดราม่า อื่นๆ หมูพริ้ว เวนย์ รูนี่ย์ ที่เป็นกองหน้าสำคัญของ แมนยู เติบโตจากเมือง ลิเวอร์พูล และเป็นเด็กปั้นของ เอฟเวอร์ตัน อีกหนึ่งคู่แข่งตัวยง (Derby) ของ ลิเวอร์พูล (เรียกได้ว่า เฮียรูน จองล้างจองผลาญกับ LFC มาโดยตลอดนั่นเอง ส่วนแหล่งข่าวลือว่า เฮียรูนประกาศตัวเลยว่า เกลียด the Reds มานานแล้ว และจะอยู่กับทีมใดๆก็ตามที่จะตัดฝันสามแต้มของ หงส์ ให้ได้) ส่วน เฮียเจิด สตีเฟ่น เจอร์ราร์ดก็ไม่น้อยหน้า เห็นหงิมๆนิสัยงาม เฮียบอกว่า แลกเสื้อกับนักเตะทีมอื่นมาหมดเลยแล้วมาแขวนไว้ที่บ้าน ยกเว้น แมนยู ส่วนพ่อเหยิน กัดแหลก หลุยส์ ซัวเรซ (ลิเวอร์พูล) ก็สร้างประเด็นพูดถึง ปาทริซ เอฟร่า (แมนยู) ในเชิงดูถูกชาติพันธุ์ ทำให้ ถูกแบน 8 นัด และหลังจากนั้นพอมาเจอกันอีก เฮียเหยินก็ไม่ยอมจับมือกับ เอฟร่า อีก สร้างความขัดเคืองระหว่างแฟนทั้งสองทีม (แต่จริงๆ แล้ว ทุกคนก็รู้นิสัย พ่อเหยิน ว่า เฮียแกว่งมากขนาดไหนในเกมส์ต่อๆมา) เรื่องราวนักเตะต่อๆมา หลายๆคนก็เป็นดราม่า ไม่ว่าจะกระทบกระทั่งในเกมส์ นอกเกมส์ ก็ดูเป็นเรื่องเป็นราวเสียหมด รวมทั้ง การย้ายทีมของนักเตะ ถ้าย้ายระหว่างสองทีมนี้ ถือว่า "ทรยศ" แฟนๆอย่างมาก ซึ่ง ไมเคิล โอเว่นเจ้าหนูมหัศจรรย์ ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ เติบโตจากทีมเยาวชนของ LFC หงส์แดง จนติดในทีมตัวจริง ต่อมาย้ายไป เรอัล มาดริด จากนั้นก็ย้ายไปอยู่กับนิวคาลเซิล ยูไนเต็ด แล้วมาอยู่กับ แมนยู  แถมทะลึ่งได้แชมป์ลีกกับผีแดงอีกจนทำให้แฟนหงส์ ช้ำใจว่า เด็กปั้น ทรยศ (บางคน ถึงขนาดไม่อยากเรียกเขาเป็น LFC Legend ด้วยซ้ำ) ศึกแห่ง สี แดงเดือด ฟ้าบันดาลหรือไร สองทีมนี้ ดันมีสีนำโชค สีหลักเป็นสีแดงเหมือนกัน ดังนั้น เวลาไปเยือนถิ่นอีกฝั่งก็ต้องใส่สีทีมเยือน เรียกว่า เป็นอริ สีแดงเหมือนกัน คนไทยเรียก ศึก แดงเดือด คนอังกฤษเรียก Red War ปัจจุบัน แฟนบอลรุ่นใหม่จะรู้สึกถึง ความอาฆาตระหว่างสองทีมน้อยลงไป เพราะว่า ทั้งแมนยู และ ลิเวอร์พูล ต่างก็มีช่วงถดถอย โดยมี อาร์เซน่อล, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดดเด่นขึ้นมา ก็เรียกได้ว่า ความสำเร็จของดาวเด่นเหล่านี้ กลบความบาดหมางของทีมใหญ่สองทีมนี้ไปได้บ้าง (คู่แข่งเยอะขึ้น ประมาทไม่ได้) สีสันแฟนบอล หยามกัน คดี ปีกพ่อมด ไรอัน กิ๊กส์ มีชู้กับเมียน้องชายตนเองถึงแปดปี รวมทั้งนอกใจเมียตนเองด้วย เป็นเรื่องร้ายแรงเชิงศีลธรรมมากๆ ซึ่งน้องชายก็แฉว่า ปีกแมนยูที่ปัจจุบันทำหน้าที่จัดการทีม พูดสารภาพหน้าด้านๆว่า "ไม่มีอะไรในกอไผ่เลยนะน้องรัก แค่เซ็กซ์ล้วนๆ" แฟนบอลชาว ผีแดง ส่ายหัวในพฤติกรรม แต่บอกว่า เรื่องในสนาม ในเตียง คนละเรื่องกันแยกแยะได้ (เพราะ กิ๊กส์ คือ หนึ่งในนักเตะมีฝีมือที่มีระเบียบดีที่สุด) ส่วนแฟนบอล หงส์แดง หยามว่า พฤติกรรมแบบนี้หรือที่แฟนผี ยกย่อง? ช็อตพลาด ไม่ว่าจะยาม ลื่น หรือ โดนใบแดง ของเฮียเจิด เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ชาว the Kop พร้อมให้อภัยเมื่อคิดถึงคุณความดีของเฮียเจิดที่มีต่อหงส์แดงมาตั้งแต่เป็นนักเตะเยาวชน แต่ ชาว ปิศาจแดง บอกได้คำเดียวว่า น่าอายโคตรๆ เรื่องถ้วยใครเยอะกว่า ยังคงเย้ยหยันกันได้เสมอ อยู่ที่ว่าใครจะนับถ้วยอะไรมาข่ม เพราะแมนยูครองถ้วยลีก 20 ครั้ง (ลิเวอร์พูล 18) ในขณะที่ ลิเวอร์พูล ครองถ้วยยูโรเปี้ยนคัพ 5 ครั้ง (แมนยู 3 ครั้ง) และถ้ามองเรื่องถ้วยลีก ทาง ลิเวอร์พูล ห่างเหินถ้วยลีกมานานกว่า 24 ปีแล้ว (ครั้งสุดท้าย ฤดูกาล 1989-1990) แฟนไทย เล่นหยามที่สัญลักษณ์กันง่ายๆเลย จะ เผาผี ไล่ผี หรือไม่ก็ ต้องเชือดเป็ด ภาพต่อไปนี้เริ่ม จาก ล้อเลียน ฝั่ง หงส์แดง ก่อนละกัน ตามด้วย ฝั่งผีกันบ้าง รักสโมสรใดก็รักกันไป และขอให้ การข่มกัน หยามกันเป็นสีสันการเชียร์บอลแล้วกัน (เราไม่ได้เสี้ยมนะ เรานำเสนอเฉยๆ ให้เห็นความคิดสร้างสรรค์ของแฟนคลับสองฝ่าย เพราะทีมงาน MThai เอง ก็มีแฟนคลับทั้งสองฝ่ายจ้า เราเข้าใจดีเลย สุดท้ายก็อยากให้แซวเป็นสีสัน แค่เกมส์กีฬานะจ๊ะ มีแพ้มีชนะ มีขึ้น มีลง) อ่านต่อ แดงเดือด" เกมส์แห่งแฟนบอล ไอ้หนอนเน่า! น้องชายกิ๊กส์ ชี้พี่ชายน่ารังเกียจ หื่นมาก! ไรอัน กิ๊กส์ ชู้เมียน้องชายตัวเองนาน 8 ปี ประมวลภาพล้อ เมื่อหงส์แดง ปราชัย แก่ ผีแดง อ้างอิง http://en.wikipedia.org/wiki/Liverpool_F.C.%E2%80%93Manchester_United_F.C._rivalry http://www.fourfourtwo.com/features/our-manc-kop-why-liverpool-vs-man-united-more-game http://therepublikofmancunia.com/rooney-i-hate-liverpool/ http://www.caughtoffside.com/2015/03/22/lol-liverpools-steven-gerrard-trolled-hard-by-meme-artists-after-rapid-red-card-vs-manchester-united/

ละครบางระจัน , เรื่องย่อบางระจัน
เรื่องย่อ บางระจัน /  บางระจัน ช่อง3 / 

บางระจัน บทประพันธ์ : ไม้ เมืองเดิม บทโทรทัศน์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้นออกอากาศ : จันทร์-อังคาร 20.15 น. ทางช่อง 3 หนึ่งรัก...คือนาง รักหนึ่ง...คือมิตร รักยิ่งใหญ่เทิดเหนือชีวิต ให้สยามอยู่คู่ค้ำฟ้า ในปีพุทธศักราช ๒๓๐๑ หลังการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินมาสู่รัชสมัยของสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ หรือสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ความไม่เด็ดขาดในการปกครองทำให้เหล่าเจ้านายและข้าราชบริพารเกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก เกิดการแข็งข้อของหัวเมืองฝ่ายเหนือ ไม่มีความสามัคคีในหมู่ข้าราชการ ต่างพากันแย่งชิงตำแหน่งหน้าที่ รับสินบน เบียดบังผลประโยชน์ชาติ เอาความสุขใส่ตัว ชาวบ้านเดือดร้อน ข้าวยากหมากแพงทุกหัวระแหง พระเจ้าอลองพญามังลองยกทัพพม่ามาตีไทยทางทวาย มะริด ตะนาวศรี หวังยึดกรุงศรี ทัพไทยแตกพ่ายถึง 3 กองทัพ เดชะบุญของไทยยังมีพระเสื้อเมืองคุ้มครอง พระเจ้าอลองพญาถูกรางปืนแตก บาดเจ็บสาหัส มังลอราชบุตรจึงรีบยกทัพกลับ ลางร้ายแห่งความวิปโยคเริ่มขึ้นเมื่อน้ำหลากสีปูนแดงดั่งเลือดไหลจากเหนือลงสู่อยุธยาเป็นที่โจษขาน ก่อนทัพของพระเจ้ามังระจะยาตราทหารหนึ่งแสนสองหมื่นนายมาแก้แค้นให้พระเจ้าอลองพญามังลอที่สวรรคต ทัพพม่ามีเนเมียวสีหบดีเป็นแม่ทัพฝ่ายเหนือ นำทัพมาจากเชียงใหม่ ตีหัวเมืองแตกระเรื่อย จนมาต่อเรือรบที่กำแพงเพชร มังมหานรธานำทัพฝ่ายใต้เผาเมืองชุมพร ปะทิว ขึ้นมาถึงปราณบุรี กาญจนบุรี และจัดทัพแยกไปตีเพชรบุรี ราชบุรี ความเดือดร้อนยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เมื่อทัพอังวะปล้น ฆ่า ข่มขืน ชิงทรัพย์สินของชาวบ้านตลอดรายทางเพื่อมุ่งสู่กรุงศรีอยุธยา ที่บ้านคำหยาด แขวงวิเศษไชยชาญ ทหารกรุงศรีเร่งกวาดต้อนชาวบ้านเพื่ออพยพ หนีภัยศึกเข้ากำแพงเมือง เวลาเดียวกับที่ ทัพ หรือเจ้าเสือแห่งบ้านคำหยาด ทหารผู้มีฝีมือดาบไม่เป็นสองรองใคร ฝ่าทัพอังวะที่ปล้นฆ่า ได้กลับมาก้มลงกราบแทบเท้าพ่อแม่ หมู่เที่ยง อดีตทหารกล้า กับ นางจันทร์ ผู้เป็นแม่ จวง น้องสาวบอกทัพ เรื่องที่อดีตเพื่อนรัก นายกองสังข์ และ หมู่ขาบ กำลังเร่งกวาดต้อนครัวไทยไปกรุงศรี ทัพเห็นอาการป่วยของแม่ยังไม่ดี ก็ขอประวิงเวลาไปเอายาจากสุพรรณมาให้แม่ แต่สังข์ที่ถืออำนาจบาตรใหญ่หาเรื่องว่าทัพคิดหนีเกณฑ์ ไม่ยอมเป็นทหารสู้ศึก ทัพรู้ดีว่าความบาดหมางครั้งนี้รุนแรง เพราะสังข์อ้างการอพยพเพื่อหวังรวบรัดจวงเป็นเมีย ขณะที่ขาบเองก็แอบรัก เฟื่อง คนรักของตน ทัพขอร้องเพื่อน แต่สังข์กลับสั่งทหารเข้ารุมจับตัวทัพ จนเกิดการต่อสู้ สังข์และขาบแพ้ แต่สังข์ไม่ยอมเสียเชิงให้อายคน ใส่ร้ายว่าทัพเป็นขบถหนีกองทัพทันที ทัพต้องหนีหลบไปซุ่มซ่อนในป่า เฟื่องที่เฝ้ารอคนรักต้องระทมทุกข์เพราะความพลัดพราก ถึงจะรู้ว่าขาบคิดอย่างไร และแม้ขาบจะทำดีให้แค่ไหน เฟื่องก็ไม่อาจแบ่งใจรักคนอื่นนอกจากทัพได้ ใต้ตาล 5 ต้นที่ทัพและเฟื่องให้สัญญาต่อกันว่าหนาวหน้าคงได้ร่วมชีวิตคู่ แต่บัดนี้กลับต้องรอเวลาทอดยาวหลังศึกผ่านพ้น ต่างจาก แฟง น้องสาวเฟื่องที่แก่นกล้าเกินหญิง แฟงเจ็บใจและตามเอาเรื่องสังข์ ขาบ แทนพี่สาว สังข์กับขาบจึงเร่งเอาทหารจับตัวจวง เฟื่องไป ก่อนจะย้ายครัวหลบหนี แต่ทัพก็ตามไปช่วยคนรักและน้องสาวมาได้ ยิ่งทำให้สังข์ ขาบเจ็บใจ ประกาศจะตามล่าตัวขบถอย่างทัพมารับโทษให้จงได้ เวลาเดียวกับที่บ้านสามโก้ อีกด้านแขวงวิเศษไชยชาญ หมู่บ้านของ สไบ ลูกสาว ผู้ใหญ่แสง กำลังถูก นายกองอูจี นำทหารเลวทัพอังวะเข้าปล้น สไบกำลังจะถูกข่มเหง แต่ ใจ พรานหนุ่มเข้ามาช่วยไว้ พร้อม เจิด พี่ชาย และ จาด พรานใหญ่ผู้เป็นพ่อ ทั้งหมดต้องอพยพหนีโดยการนำของใจ ระหว่างทางใจได้ช่วยสไบไวอีกหลายครั้ง สไบกับใจต่างตาต้องตา ใจต้องใจ แต่ ดอกรัก ญาติผู้พี่ของสไบที่เหม็นหน้าใจคอยหาเรื่องกีดกัน ไม่ให้ทั้งสองได้อยู่ใกล้ชิดกัน ระหว่างทางอพยพ ดอกรักและใจผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะในการช่วงชิงหัวใจสาวงามอย่างสไบ ทัพพาทุกคนอพยพหนีมาที่บ้านกระทุ่มด่าน พึ่งเรือนญาติคือ กำนันพัน อยู่ชั่วคราว ก่อนจะรวบรวมพรรคพวกทหารจากทัพที่แตกพ่าย อย่าง หมู่เคลิ้ม เอิบ ช่วง และ ฟัก พี่ชายของเฟื่องและแฟง อาสาเข้าซุ่มโจมตีตัดกำลังทางเดินทัพของอังวะที่กระทุ่มด่าน กลุ่มของสไบหนีตามมาสมทบกับกลุ่มของเฟื่องและแฟง ทั้งหมดรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ หลบภัยอยู่กับชาวบ้านอีกมากมายที่กำลังหนีภัยข้าศึก ไทยกอดคอไทย น้ำตาหลั่ง ตายเถิด จะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ตายแทนไทย บ้านใคร ใครก็รัก เมื่อชาติอื่นภาษาใด จะเข้ามาครอบงำ ข่มกันถึงบ้าน แล้วจะนิ่งดูดาย ให้หนีไปไหนได้อีกเล่า ชื่อเสียงของกลุ่มทัพที่หาญกล้าซุ่มโจมตีศัตรูเลื่องลือ จนถึงหูสังข์และขาบ ทั้งสองตามล่าเพื่อนรักมาจนถึงกระทุ่มด่าน และฉวยโอกาสที่เฟื่องเข้าใจทัพผิด เพราะเห็นทัพกอดแฟงที่เอาแต่ปั้นปึ่งหาเรื่องให้โมโห จนสังข์กับขาบจับตัวเฟื่องและจวงไปจนได้ แฟงเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุ แต่คนที่ใจแทบขาดคือทัพ เพราะคนรักและน้องสาวตกไปอยู่กำมือของเพื่อนรักเพื่อนแค้น แม้กายห่าง แต่ใจฝากไว้กับนาง ทัพออกตามตัวเฟื่องและจวง แฟงเฝ้าโทษตัวเองที่ทำให้พี่สาวตกระกำลำบาก ถูกพรากจากครอบครัวและชายคนรักไปจนได้ สไบเตือนให้แฟงเตรียมตัวหนีอีกครั้งเมื่อข้าศึกเข้ามาใกล้ แฟงอยากรอพี่สาว แต่ข้าศึกอังวะประชิดกระทุ่มด่าน ขบวนอพยพต้องเคลื่อนออกทันที แฟงใจจะขาดรอนๆ เมื่อต้องไกลจากพี่สาวอย่างไม่รู้ชะตากรรม ระหว่างทางที่ตามหาเฟื่อง ทัพเจอกับกลุ่มก๊กโจร เสือปิ่น ที่อดอยากจนต้องปล้นชิงพี่น้องไทยกันเอง ทัพถูกกักตัวและเกลี้ยกล่อมให้ร่วมเป็นพวกโจร เวลาเดียวกับที่เฟื่องและจวงเข้าใกล้กำแพงกรุงศรี ขบวนของสังข์กับขาบต้องหยุดพักรอที่บ้านพรานตามคำสั่งของ คุณพระนายหมื่นศรี ขบวนอพยพของแฟงกับสไบเจอโจรที่บุกเข้าปล้น ฟักกับกลุ่มผู้ชายสู้ตายเพื่อปกป้องชาวบ้าน แฟงคว้าดาบไล่ฟันโจรอย่างห้าวหาญ ปกป้องคนแก่และเด็กๆ ก่อนจะถูกโจรลากตัวหายเข้าป่าลึก ฟักกับกลุ่มผู้ชายออกตามหา แต่ไม่เจอแฟงแม้แต่เงา สไบหลั่งน้ำตา ไม่รู้ชะตากรรมเพื่อน ขบวนอพยพต้องเร่งเดินทาง บัดนี้สามชีวิตต้องแยกห่าง คนรักห่างกันก็ทุกข์เหลือแสนไม่แตกต่างกัน เฟื่องที่ตกอยู่ในกำมือของขาบ ประวิงเวลาให้ขาบไม่คิดหักหาญน้ำใจ รักษาตัวไว้รอชายคนรัก ขณะที่ทัพก็หาทางเอาตัวรอดจากกลุ่มโจรเสือปิ่น แฟงถูกกลุ่มของ นายแท่น ชาวบ้านศรีบัวทอง แขวงเมืองสิงห์ช่วยไว้ได้ แฟงเห็นความเด็ดเดี่ยวของกลุ่มนายแท่น ที่มี นายโชติ นายอิน นายเมือง ซุ่มโจมตีกองทัพอังวะ เลือดหญิงไทยหวงแหนแผ่นดินหลั่งไหลทั่วกาย แฟงยอมสละแล้วทั้งชีวิต อาสาเป็นหญิงล่อตาล่อใจทหารอังวะมาให้นายแท่นกับพวกฟันจนละเอียด หลายครั้งที่แฟงเกือบไม่รอดเงื้อมือข้าศึกเลวที่จ้องย่ำยีศักดิ์ศรีหญิงไทย แต่หัวใจห้าวของแฟงไม่เคยครั่นคร้ามหวาดกลัว นายดอกไม้ บ้านกรับ นายทองแก้ว บ้านโพธิ์ทะเล สองผู้นำชาวบ้านมาขอร่วมกับกำลังกลุ่มนายแท่นด้วย แฟงและหญิงชาวบ้านคนอื่นพากันทำอุบายล่อทัพอังวะมาให้ถูกนักรบไทยฆ่าลงเสียมาก จนกองทัพอังวะส่งทหารมากมายมาล้อมบ้านศรีบัวทอง นายแท่นต้องพาทุกคนหนีตาย แฟงได้แต่อาลัยที่ต้องพลัดพรากจากเฟื่อง พี่สาวและครอบครัวที่รักไกลออกไปทุกที ขอให้คิดปลื้มไว้ เมื่อตายไปชีวิตหนึ่ง ก็ได้ตายสมศักดิ์ของผู้หญิงเมืองไทย ยามศึกมาติดเมือง ทัพช่วยชีวิตเสือปิ่นไว้ได้จาก ชิด ลูกน้องทรยศ น้ำใจของทัพทำให้เสือปิ่นสำนึกบุญคุณ ปล่อยตัวทัพออกตามหาคนรัก แต่เฟื่องไม่อาจยื้อยุดความปรารถนาล้ำลึกของขาบไว้ได้อีก เฟื่องตกเป็นของขาบ ขณะที่สังข์ใช้กำลังครอบครองกายใจจวง ทัพอังวะเข้าโจมตีขบวนอพยพทหารกรุงศรี สังข์ ขาบสู้ไว้ชื่อไทย แต่ศัตรูมากมายเข้าโอบล้อมไว้ไม่ขาดสาย เฟื่องกับจวงกำลังจะถูกศัตรูรุมข่มเหงในกระท่อม ร่างของทัพบนหลังม้าคู่ใจ อ้ายเลา พุ่งทะยานเข้ามาฟันข้าศึกล้มตาย เลือดนองสังเวยผืนดินไทย สังข์ ขาบซึ้งในน้ำใจของไอ้ทัพเพื่อนแท้ เมื่อต้องสู้เพื่อรักษาดินทุกก้อนของไทย เพื่อนรักทั้งสามละทิ้งความขุ่นเคืองโกรธแค้นในอดีตลงเสียสิ้น หันหลังชนกันประจันหน้าศัตรู พุ่งเข้าฟันข้าศึกจนยับแตกพ่าย สังข์ ขาบซึ้งแก่ใจว่ายามคับขัน ทุกคนต่างพากันเอาตัวรอด คุณพระนายหมื่นศรีละทิ้งลูกน้องเข้าไปหลบก่อนประตูกรุงศรีจะปิดลง เมื่อไม่อาจเข้าสู่กำบังหลังกำแพงกรุงศรีได้ดังหวัง แม้ศัตรูกำลังโอบล้อมไว้ แต่เลือดไทยจะไม่ยอมแพ้ ทัพ สังข์ ขาบพาเฟื่อง จวง และขบวนอพยพที่เหลือบ่ายหน้าเพื่อสู้ร่วมกับไทยอีกนับร้อยที่ค่ายบ้านระจัน คนตายกลางทัพนั้นมีเกียรติ ฝากชื่อไม่ให้ลูกหลานอับอาย ที่ค่ายบ้านระจัน กลุ่มของสไบมาถึง และเจอกับแฟงที่มาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ทุกคนดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง กำนันพันเรือง ใช้ค่ายบ้านระจันเป็นที่ประชุมสู้ศึกทัพพม่า มี นายทองเหม็น เป็นผู้ใหญ่บ้าน นายทองแสงใหญ่ นายจันหนวดเขี้ยว และหัวหน้าอีก 6 คนที่อพยพมาร่วมกันเป็นผู้นำ อันได้แก่ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง ชาวบ้านศรีบัวทอง นายทองแก้ว บ้านโพธิ์ทะเล นายดอกไม้ ชาวบ้านกรับ และ ขุนสรรค์กรมการ จากเมืองสรรค์บุรี ทุกคนในค่ายมี พระอาจารย์ธรรมโชติ เป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจปลุกปลอบขวัญ เครื่องรางป้องกันภัยก่อนออกศึกทุกครั้ง ทุกคนวางแผนให้บ้านระจันคือด่านหน้าปะทะทัพอังวะไม่ให้ล่วงเข้าอยุธยาได้ใครอื่นจะช่วยเราอีกไม่ได้เป็นแท้ นอกจากพวกเราต้องร่วมใจกัน ช่วยกันเอง เหลือจะทนดูดายให้ข้าศึกข่มเหง ศึกแรก นายแท่นนำทัพเข้าสู้ และฟาดฟันจนชนะอังวะ เสียงเพลงบ้านระจันปลุกเร้าฮึกเหิมให้ชาวบ้านทุกคนรวมเป็นน้ำหนึ่ง สไบดีใจที่ได้เจอแฟงอีกครั้ง ใจที่ตามดูแลสไบขวางหูขวางตาดอกรักจนพาลหาเรื่อง พวกฟักต้องคอยห้ามปราม สไบไม่ชอบที่ดอกรักทำตัวเป็นเจ้าของ ดอกรักอ้างเรื่องที่ผู้ใหญ่ยกสไบให้ตั้งแต่เด็ก สไบไม่รับรู้เพราะในใจผูกพันอยู่กับพรานใจไปหมดแล้ว ดอกรักสังเกตเห็นใจชอบเข้านอกออกในส่วนต่างๆ ของค่าย เหมือนคอยสำรวจแล้วก็หายตัวไปบ่อยๆ สไบคิดว่าดอกรักระแวง แต่ไม่มีใครระแคะระคายเลยว่าใจคือสายลับอังวะ ใจหรือ อองนาย ติดตามสืบความเคลื่อนไหวในค่าย แล้วลอบออกไปส่งข่าวให้กับ เจิด หรือ อูทิน พี่ชายศิษย์ร่วมสำนัก โดยมี จาด หรือ จอกยีโบ อาจารย์คอยส่งข่าวไปยังแม่ทัพในค่ายที่ปากน้ำพระประสบครั้งหนึ่งใจลอบออกนอกค่าย ขณะที่เจิดกำลังสั่งให้ใจเลิกช่วยเหลือสไบ และเร่งหาข่าวของค่ายบ้านระจัน ดอกรักลอบตามมาเห็นความลับ เจิดคิดฆ่าดอกรัก แต่ใจไม่อยากทำให้ทุกคนสงสัย จึงทำอุบายเป็นโดนทำร้ายพร้อมดอกรัก โชคช่วยที่ดอกรักฟื้นขึ้นมาจำใครไม่ได้ กลายเป็นคนบ้าบอเสียสติ ใจยังคงลอบสืบข่าวด้วยความหวังว่าวันข้างหน้าจะพาสไบคนรักกลับอังวะไปร่วมชีวิตใหม่กัน ทัพ สังข์ ขาบ เฟื่อง จวงพาชาวบ้านมารวมกันที่ค่ายบ้านระจัน ทัพ สังข์ ขาบได้เป็นกำลังสำคัญให้กับนักรบไทยที่มีเพียงมีดไม้และใจฮึกเหิม แฟงก้มกราบเฟื่องด้วยความเสียใจ เฟื่องไม่ติดใจความผิดพลั้งของน้องสาว แฟงเห็นสายตาทัพที่ยังมองเฟื่องด้วยอาลัยก็ยิ่งพาลเกลียดสังข์กับขาบ เฟื่องต้องคอยเตือนอารมณ์ชิงชังของเด็กสาว และสอบถามถึงความในใจ แฟงบ่ายเบี่ยงทั้งๆ ที่แอบชอบทัพในความเก่งกล้ามานานแล้ว เฟื่องอ่านใจน้องออกแต่แฟงไม่ยอมรับถ่ายเดียว เฟื่องเองก็จำต้องเงียบนิ่ง เพราะในใจแล้วก็ยังมีความอาลัยในตัวคนรักเก่าอยู่มาก ขาบมองเห็นสายตาเฟื่องก็รู้ดีว่าทำอย่างไรก็ไม่อาจเข้าไปแทนที่ทัพในใจเฟื่องได้เลย ทัพมองเห็นความห่างเหินเย็นชาของเฟื่องที่มีให้ขาบ ก็ไม่อยากเป็นปัญหาให้เฟื่องพะวักพะวง จึงคอยอยู่ห่างจนเฟื่องน้อยใจ แฟงที่ชังน้ำหน้าพี่เขยอย่างขาบก็คอยมากวนใจ เลียบเคียงถามทัพเรื่องเฟื่อง พอโดนทัพเอ็ดไปหลายครั้ง แฟงก็พาลน้อยใจประสาเด็ก ต่อปากต่อคำ ยั่วเย้าอารมณ์ทัพให้คอยนึกถึงไม่ว่างเว้น ความผูกพันของทัพกับแฟงก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทันได้รู้ตัว เจิดแฝงตัวกลับเข้ามาในค่ายเพื่อฆ่าสไบตามคำสั่งของจาด เพราะกลัวว่าความรักของใจที่มีให้สไบจะเป็นปัญหาทำให้ใจละทิ้งหน้าที่สายลับ ใจรู้เรื่องก็ตัดสินใจเป็นเจ้าของกายและใจสไบจนหมดสิ้น และบอกกับเจิดว่า หากคิดจะฆ่าสไบเมียรัก ก็จงข้ามศพเขาไปเสียก่อน เอาเลือดพลีให้เมือง ถวายชีพให้แก่เจ้าเหนือหัว ชีวิตที่เราเกิดมาในร่มฟ้าแผ่นดินสยาม เลือดเนื้อก็ต้องเป็นของชาติ เนเมียวสีหบดีแต่งตั้ง งาจุนหวุ่น เป็นแม่ทัพ มาตีบ้านระจัน นายเมืองนำทัพออกไปสู้ ทัพ สังข์ และขาบนำพวกไล่ต้อนฆ่าทัพอังวะจนราบ เยกินหวุ่น นำทัพมาช่วยก็โดนไล่ต้อนจนพ่ายแพ้ ค่ายบ้านระจันครึกครื้นด้วยเสียงโห่ร้องยินดีแห่งชัยชนะ ชื่อเสียงชาวบ้านคนไทยผู้รวมตัวสู้ดังเลื่องลือ เนเมียวสีหบดีไม่ยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ส่ง ติงจาโบ และ สุรินทจอข่อง มาตีอีก แต่ก็พ่ายอย่างไร้ท่า สุรินทจอข่องตายกลางสนามรบ ยิ่งสร้างขวัญและกำลังใจให้คนไทยผู้รักและหวงแหนแผ่นดินหญ้าบางระจัน ไม่ใช่สำหรับช้างศึกหรือม้าพม่ามากิน ในยามพักรบ ชาวค่ายรวมกันฝึกปรือฝีมือดาบและอาวุธ ทัพเองเป็นผู้นำฝึกอาวุธ สังข์หยอกล้อจวง เฟื่องเองก็คอยดูแลขาบที่บาดเจ็บจากรบ ทัพที่มองเห็นรอยยิ้มของเพื่อนและคนรักเก่าก็เกิดเหว่ว้าในใจ แฟงยังตะบึงตะบอนคิดว่าทัพมองเฟื่องด้วยสายตาอาวรณ์ เลยพูดจาประชดจนทัพหันมาเห็นแฟงที่เป็นสาวรุ่นไม่ใช่เด็กเมื่อวานซืนคนเดิม แฟงหนีหน้าทัพเพราะแง่งอน แต่ทัพเฝ้าออดให้แฟงรอกินข้าวด้วยยามกลับจากสนามรบ แฟงกับทัพกำลังจะเข้าใจ แต่ด้วยพลั้งปากไป แฟงพูดเรื่องเฟื่อง ทัพโกรธที่แฟงไม่เชื่อคำรักที่เขาบอกก็โต้เถียงกัน แฟงด่าว่าจนทัพต้องดึงเด็กสาวเข้ามาจูบ ยิ่งทำให้แฟงโกรธว่าทัพดูถูกน้ำใจ สองคนที่ควรจะรักกันให้เป็นสีสันของค่าย กลายเป็นคู่ปรับขวางกันไปทุกเรื่อง ใจหรืออองนายรู้ดีว่าเนเมียวสีหบดีกำลังแต่งนายกองยกทหารร่วมพันมาทำลายค่ายบ้านระจัน ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของชาวบ้านที่จะตั้งตัวต่อสู้ขวางทางเดินทัพสู่กรุงศรี ดอกรักฟื้นขึ้นพูดจารู้เรื่อง เจิดฆ่าดอกรักปิดปากทันที สไบเสียใจมาก ทัพไม่เชื่อว่าดอกรักตายเอง แต่ก็ยังเก็บความสงสัยไว้เพื่อหาคนลงมือตัวจริง ใจกังวลเรื่องที่ค่ายบ้านระจันอาจจะแตกพ่าย จึงเลียบเคียงชวนสไบหนี แต่สไบยืนยันจะขอตายที่ค่ายร่วมกับพี่น้องทุกคน ใจเริ่มห่วงระหว่างหน้าที่กับชีวิตคนรัก แยจออากา นายทัพเรือถูกส่งมารบ แต่ถูกนักรบบ้านระจันตีแตกพ่าย จิกแกปลัดเมืองทวาย อาสาเป็นนายกองมารบ ทัพเป็นกองหน้าและวางกลศึกไว้รัดกุม แต่ใจที่ลอบส่งข่าวทำให้จิกแกเกือบเอาชนะทัพได้ สังข์ ขาบเข้ามาช่วยไว้ทัน ทัพเริ่มสงสัยว่ากลศึกต้องแพร่งพรายออกไปจากใครสักคนในค่าย สถานการณ์ในค่ายบ้านระจันเริ่มระส่ำระส่าย เมื่อคนอพยพเข้ามามากและเสบียงน้อยลง ทั้งหมดเพราะใจวางแผนให้ทหารอังวะปล่อยข่าวซื้อเสบียงด้วยทองคำ เสบียงในค่ายถูกคนโลภเห็นแก่ตัวขโมยไปขายแก่ทหารอังวะ พ่อค่ายจับได้ก็ลงโทษหนัก ใจเปลี่ยนแผนยุแหย่ให้สังข์กับขาบแตกสามัคคี ทัพเพ่งสายตามองใจ แต่ใจคลายข้อสงสัยด้วยอาสาออกรบในศึกที่ อากาปันญี เป็นนายกอง ทัพเห็นใจฟันทหารอังวะล้มตายหลายคน แต่ใจก็พลาดเมื่ออากาปันญีจะแทง แต่ทัพเข้าขวางและเด็ดหัวอากาปันญีให้ใจรอด ศึกนี้เฟื่อง แฟง สไบ นำผู้หญิงห่มตะเบงมานจับดาบลุกขึ้นสู้เคียงบ่ากับทัพและเหล่าชาย นักรบระจันสู้ศึกด้วยกตัญญูชาติ จนอังวะต้องยกทัพกลับไปอย่างคนแพ้เลือดตลอดตัวนี้ จะขอหลั่งทาดิน ฝากธรณีไว้บูชาชาติที่อาศัย แผ่นดินได้สุข ใจเห็นความสามัคคี เสียสละได้กระทั่งชีวิตของชาวค่ายระจันก็ใจเริ่มเอนเอียง กังวลว่าถ้าสไบรู้ความเรื่องเป็นสายลับ เค้าคงต้องสูญเสียสไบไปจนชั่วชีวิต แฟงกับทัพได้ใช้เวลาแห่งรักกันเพียงไม่นาน เพราะทัพต้องออกไปลาดตระเวนทำลายคาราวานเสบียงของพม่า แฟงขอสัญญาเพียงทัพต้องกลับมากินข้าวรสมือนาง คืนหนึ่งทัพออกไปกลางดึก แฟงรอจนเช้าทัพยังไม่กลับ แฟงร้อนใจจับดาบออกตามเพราะกลัวทัพเป็นอันตราย แต่ทัพหลงไปในดงศัตรู แฟงลอบปลอมเป็นพม่า จับดาบไปช่วยทัพออกมา ทัพมองไม่ชัดเกือบทำร้ายแฟงด้วยเข้าใจผิด ใจเห็นก็ลอบช่วยทัพกับแฟงออกไป ทัพสั่งขังแฟงไว้ แฟงอาลาะวาดจนเฟื่องอ่อนใจมาช่วยแก้มัด ทัพกลับจากลาดตระเวนไม่เห็นแฟงก็ออกตามหาแทบคลั่ง จนมาเจอแฟงที่ถูกงูกัดเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทัพทั้งเคืองทั้งโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะปากฉอเลาะของแฟง จึงได้แต่วนเวียนลงโทษด้วยจูบอ่อนหวาน เฟื่องที่รู้แน่แก่ใจว่าหัวใจของทัพมีแฟงครอบครองแทนที่ตนไปแล้ว ก็พูดกับทัพให้แต่งงานกับแฟงเสีย ทัพดีใจมาก แฟงยังตั้งแง่แต่ทัพรวบรัดสู่ขอแฟง แล้วจัดงานให้ได้ครึกครื้นมีรอยยิ้มไปทั้งค่าย หลังเวลาแห่งสุข ทุกคนเตรียมป้องกันค่ายแข็งขัน แต่ไม่ทันกับสุกี้นายกองที่ใช้ปืนใหญ่ยิงทำลายค่าย ชาวค่ายล้มตายยิ่งกว่าใบไม้ร่วงเพราะมีเพียงปืน มีด ไม้ ชาวระจันต่างสะอื้นตะโกนเพราะความรักบ้านเกิด หากจะตายเสียแล้ว จะจดจารึกโคนไม้ จะสลักหินและพื้นกระเบื้อง ฝากธรณีแม่ระจัน ฝังไว้ให้คนอยู่หลัง มันร้องไห้ถึงนักรบค่ายระจัน ตลอดไปชั่วลูกหลานทัพอาสาเป็นทหารเสือระจัน ควบม้าฝ่าข้าศึกมากรุงศรีเพื่อขอปืนใหญ่ เจิดได้ข่าวก็ควบม้าตามหวังเด็ดหัวทัพ แต่ใจตามมาขวางไว้ ทัพรอดผ่านทัพพม่ามาได้หลายครั้ง โดยไม่รู้ว่าใจคือคนที่ลอบช่วยเหลือมาตลอดทาง เพราะสำนึกว่าทัพเองก็เคยช่วยชีวิตตนไว้ เมื่อมาถึงกรุงศรีทัพได้เจอกับความขัดแย้งของเหล่าเสนาบดีที่รักตัวกลัวตาย ไม่ยอมให้ปืนใหญ่กับชาวค่ายบ้านระจัน เพราะกลัวชาวบ้านจะแพ้แล้วถูกทัพอังวะยึดปืนย้อนกลับมายิงพระนคร ทัพกลับมาพร้อมข่าวเศร้า แฟงที่กำลังท้องได้แต่ปลุกปลอบใจสามี ใจลอบไปส่งข่าวนอกค่าย แต่เฟื่องกับขาบสังเกตเห็น ขาบไม่แน่ใจ ปรึกษาเฟื่องทั้งเรื่องที่ทัพสงสัยว่าใครกันเอากลศึกไปขยายแก่ศัตรู เฟื่องบอกข้อสงสัยกับสไบอย่างระวัง เพราะรู้ว่าสไบรักอยู่กับใจ สไบเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติของใจกับเจิดที่หายตัวไปจากค่ายด้วยข้ออ้างต่างๆ สไบแกล้งวางแผนปล่อยข่าวเรื่องทัพกำลังจะพาสังข์ ขาบบุกลุยกันเพียงสามคนให้ถึงใจกลางทัพอังวะ หวังตัดหัวแม่ทัพใหญ่ ใจตกหลุมที่สไบวางไว้ เอากำลังทหารอังวะมาตั้งรอ แต่พอเห็นร่างสไบที่น้ำตานองหน้า ชายหนุ่มใจหล่นวูบ ประจักษ์แล้วว่าสไบรู้ความจริงทั้งหมด สไบด่าว่าขับไสใจให้กลับไปค่ายอังวะ อย่าได้มาให้เจอกันอีกเลย เพราะคราหน้าดาบในมือเธอจะฟันลงบนอกที่ซ่อนหัวใจยอกย้อนหลอกลวงไว้ ใจขอร้องสไบให้หนีไปด้วยกันเพราะค่ายบ้านระจันกำลังจะแตก สุกี้นายกองเตรียมการณ์หักค่ายไว้ทั้งหมดแล้ว สไบด่าว่าใจและยืนยันว่าจะขอตายที่ค่ายระจันเสียดีกว่าจะต้องไปยืนมีลมหายใจบนแผ่นดินอังวะ ใจกอดคนรัก สไบเอ่ยลาทั้งน้ำตา หากว่าต้องเป็นศัตรูก็ขอให้สิ้นสุดแค่ชาตินี้ คืนสุดท้ายของสองคนรักต่างเชื้อชาติ ปวดร้าว โหยไห้ จนรุ่งตะวันขึ้นใจเห็นเพียงผ้าสไบที่คนรักทิ้งไว้ต่างหน้า แฟงตั้งท้อง เฟื่องรู้ก็เอ่ยเตือน แต่แฟงไม่อยากให้ทัพห่วงหน้าพะวงหลังเลยไม่ยอมบอกผัวรัก จนวันหนึ่งแฟงเป็นลมไป ทัพร้อนใจว่าแฟงป่วย แต่พอรู้จากปากเมียว่ากำลังจะมีบุตรน้อย ทัพคิดถึงอนาคตของลูกและเมีย จึงปรึกษาสังข์ขอให้ทำอุบายพาแฟงและลูกน้อยในครรภ์ไปให้พ้นค่ายบ้านระจัน ระหว่างทางไปหาญาติที่นครสวรรค์ แฟงฉุกใจ บังคับถามจนสังข์ต้องบอกความจริง แฟงควบม้าฝ่าศัตรูกลับมา เวลาเดียวกับที่ทัพออกไปลอบปล้นเสบียงตัดกำลังอังวะ ทันทีที่กลับค่ายพอเห็นหน้าแฟง ทัพโผกอดเมียรัก แฟงน้ำตานองหน้า น้อยใจ ผลักไสทัพให้ไปพ้นๆ หากชาตินี้คิดจะปล่อยให้เธออยู่กับลูกอย่างไร้เขา ชีวิตแฟงที่เหลือก็หามีค่าพอจะมีลมหายใจ ทัพซึ้งใจ แฟงบอกว่าหากจะตาย ขอตายไปพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก เพื่อจะได้อยู่ร่วมกันบนสวรรค์สุกี้นายกองสั่งไพร่พลขุดอุโมงค์ลอบเข้าค่าย และยิงปืนใหญ่ใส่จนชาวบ้านล้มตาย นายทองเหม็นขี่นังเผือกควงขวานออกมาไล่ฆ่าฟันศัตรูที่ล้อมค่าย แต่ไพร่พลอังวะมากมายมหาศาล รุมฟันจนนายทองเหม็นถึงแก่ความตายลงพร้อมนังเผือก ชาวค่ายเสียกำลังใจ บางคนเริ่มหนีเอาตัวรอด แต่พวกทัพทุกคนตั้งสัตย์สาบาน ยอมตายร่วมกันใจแอบทำลายกระสุนปืนใหญ่ แต่เจิดจับได้ ใจถูกจอกยีโบลงโทษอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่สิ้นความพยายามที่จะช่วยให้คนค่ายระจันได้รอดชีวิตบ้าง ใจถูกสั่งขัง ทัพอังวะรุกหนัก ขุนสรรค์กับนายจันหนวดเขี้ยวสู้จนตัวตาย พระยารัตนาธิเบศร์จากเมืองหลวงมาถึงค่ายบางระจันเพราะรู้กิตติศัพท์ความกล้า ขอให้ชาวบ้านเอาทองมาหล่อปืน ทุกคนมีความหวัง แต่ก็สิ้นสูญเมื่อปืนแตกใช้การไม่ได้ วันจันทร์ 2 ค่ำ ข้างแรม เดือน 8 ปีจอ พ่อค่ายกำนันพันเรือง ทองแสง ปลุกใจชายหญิงชาวค่ายให้สู้ ทัพ แฟง เฟื่อง ขาบ สังข์ จวง ชาวค่ายทุกคนขอบูชาชีวิตให้ชาติ พระอาจารย์ธรรมโชติประสิทธิ์ประสาทวิทยาคมอาคมบำรุงขวัญ เสียงโห่สามลาดังครบกึกก้อง เหมือนเป็นสัญญาณ ลาก่อนค่ายระจันและเมืองสยามที่เกิด ลาสองนี้เป็นเกียรติเป็นศักดิ์ของทหารเองที่ต้องรักษาไว้ ใครอื่นจะแย่งศักดิ์นี้ไปจากตัวมิได้ ถึงตายแล้ว ศักดิ์ชายยังหอมหวน ติดโลก ติดปากคนอยู่หลังสุกี้นายกองสั่งยิงปืนใหญ่ถล่มค่าย ชาวค่ายระจันชายหญิงถือดาบสองมือตะลุยเข้าต่อสู้ ยอมสละชีพเอากายเป็นโล่กำบัง เอาเลือดทาแผ่นดิน ไม่ให้ศัตรูฝ่าไปได้ กองศพชาวบ้านทับถม แต่ไม่มีใครถอย สังข์กับจวงจับดาบคู่สู้จนลมหายใจสุดท้ายก่อนจะตายเคียงกัน ที่กลางสนามรบ ใจหรืออองนายในชุดทหารอังวะฝ่าไพร่พลเข้ามา ช้อนร่างสไบที่เลือดเต็มร่างไว้แนบอก สไบยิ้ม เอ่ยลาคนรักและขอพบกันอีกครั้งในชาติหน้า ใจสวมกอดร่างสไบไว้ทั้งน้ำตาและหัวใจแหลกสลาย เพราะไม่อาจช่วยคนรักได้ทัน ทัพมาเห็นภาพใจในชุดทหารอังวะ ความผิดหวังแล่นไปทั้งร่าง ใจขอตายด้วยคมดาบทัพ ทัพท้าให้ใจสู้อย่างชาติทหาร ใจกับทัพประดาบใส่กันไม่ยั้ง ทัพมีชัยเอาดาบจ่อคอใจ และเอ่ยให้ใจตัดสินความผิดตัวเอง ใจไม่ทันกดดาบลงที่คอตัวเอง จอกยีโบผู้เป็นครูยิงปืนกระสุนเจาะร่างศิษย์รัก ใจทรุดตายลงเคียงร่างสไบ หวังว่าชาติหน้าจะไม่สิ่งใดขวางกั้นรักนี้ได้อีก เฟื่องกับขาบสู้ทหารอังวะที่หลั่งไหลยิ่งกว่าสายน้ำ เอาร่างรับคมดาบแทนกันจนล้มทรุด ขาบยอมรับคมดาบสุดท้ายแทนเฟื่องจนสิ้นลมหายใจ เฟื่องกอดขาบไว้กระซิบคำรักที่ขาบไม่ทันได้ยิน ก่อนตายเคียงคู่ด้วยรอยยิ้มที่ได้สละชีพนี้รักษาชาติทัพกับแฟงสู้จนเลือดหยดหยาดสุดท้าย มือกำดาบมั่น กายมีแผลยับไปทั้งตัว สู้ศึกพลีชีวิต ใจยังโลดลำพอง สาบานจะขอยืนกอดคอกันทั้งชาตินี้ชาติหน้าไม่ห่าง จะกอดกันอยู่ร่วมทุกข์เมืองทั้งสวรรค์แล นรก ปลงใจบูชาชีวิตให้แก่ชาติ ขอฝากนามไว้กับอนุชนสยามที่จะเกิดมาภายหลัง หมู่ศัตรูกรูเข้ามาท่ามกลางฟ้าสีหม่นมัวปกคลุม วังเวงใจไปทั้งค่ายที่ร่างชาวระจันทับถม เลือดนองยิ่งกว่าสายน้ำเชี่ยว ทัพและแฟงพนมมือรำลึกคุณชาติ ไหว้ลาแผ่นดินสยามที่จะกลบหน้าแต่มื้อนี้ อธิษฐานขออำนาจเทพยดาฟ้าดินคุ้มครองชาติ พระศรีสรรเพชรดาญาณที่ศักดิ์สิทธิ์ คุ้มศรีอยุธยาตลอดกว่าฟ้าจะล่ม เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน ทัพทิ้งร่างโชกเลือดลงในอกแฟงเมียรัก สองสามีหนุ่มสาวผู้กล้ากอดกันสิ้นลมหายใจไปกับความภูมิใจที่มอบชีวิตและหัวใจไว้เพื่อแผ่นดินกิตติศัพท์ชาวบ้านระจันที่มีเพียงมีด ไม้ มือเปล่า และหัวใจแกล้วกล้า รักบ้านเกิดเมืองนอน มีใจเจ็บร้อนแทนชาติและเพื่อนร่วมเมือง สู้ศึก สละชีพ กลายเป็นความภาคภูมิ ขนาดแม่ทัพใหญ่พม่ายังเอ่ยสดุดี ขอให้คนในชาติจดจำวีรกรรมเยี่ยงนี้เป็นตัวอย่าง ตราบนี้จนวันหน้าอย่ารู้ลืม... รายชื่อนักแสดงพงศกร เมตตาริกานนท์ รับบทเป็น ทัพณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด รับบทเป็น แฟง พศุตม์ บานแย้ม รับบทเป็น ใจ (อองนาย)ศิรพันธ์ วัฒนจินดา รับบทเป็น สไบฐกฤต ตวันพงค์ รับบทเป็น ขาบ กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล รับบทเป็น เฟื่องปรมะ อิ่มอโนทัย รับบทเป็น สังข์สาวิตรี สุทธิชานนท์ รับบทเป็น จวงภัทรภณ โตอุ่น รับบทเป็น ฟักปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ รับบทเป็น ดอกรัก

ละครบ้านศิลาแดง  , เรื่องย่อบ้านศิลาแดง
นิโคล กิตติวัฒน์ /  วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ / 

“เพ็ญพร” หรือ “เพ็ญ” หญิงสาวสวยปราดเปรียว ทายาทของเจ้าของบริษัท สวนเสาวรส ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตมะพร้าวผงส่งนอก และส่วนผสมในการชงกาแฟทั้งหลาย เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยหลังจากจบวิชาบริหาร และด้วยความที่ชอบวิชาการต่อสู้ทุกชนิด เพ็ญพรก็กลับมาพร้อมวิชาการต่อสู้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้,เทควันโด้,ยิงปืน ฯลฯ และเที่ยวนี้เธอกลับมาพร้อมกับสุดา เพื่อนรักที่เดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกามาด้วยกัน ย่างก้าวแรกที่กลับมาถึงเมืองไทย เพ็ญพรก็ได้พบกับเดือนฉาย ผู้เป็นแม่มารอรับอยู่ที่สนามบิน และคลาดกันกับ สโรชาและอาภาพร ซึ่งเดินออกมาจากสนามบินเช่นกันเพ็ญพรเหยียบเมืองไทยได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็เกือบไปมีเรื่องกับตรัย ซึ่งตรัยเองก็เข้าใจผิดคิดว่าเพ็ญพรนั้น เป็นพรเพ็ญ ทางด้านบ้านศิลาแดง เมื่ออาภาพรเข้ามาถึงบ้านศิลาแดง ก็หาเรื่องแกล้งพรเพ็ญด้วยความหมั่นไส้ พรเพ็ญไม่โต้ตอบแต่อย่างใด มีเพียงป้าแจ่มที่คอยแต่จะให้กำลังใจ ถึงแม้จะปกป้องอะไรไม่ได้มาก พรเพ็ญต้องอดทนอยู่ในบ้านศิลาแดง เพราะเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่อคนเดียวเท่านั้น เมื่อกลับถึงบ้านที่ “สวนเสาวรส” เพ็ญพรรีบเข้าไปหา “เคน” ซึ่งเป็นตา ทั้งตาและหลานพูดคุยล้อเล่นกันสนุกสนานตามประสาตาหลานที่ไม่ได้พบกันมานานหลายปี เพ็ญพรมีลูกน้องอยู่คนหนึ่งคือ กอล์ฟ ซึ่งเป็นเด็กในสวนเสาวรส เคนเป็นคนเก็บเอากอล์ฟมาเลี้ยง เพราะสงสารที่ไม่มีพ่อ มีแต่แม่ซึ่งเป็นคนงานในไร่ โดยกอล์ฟจะเป็นลูกไล่ และโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เป็นประจำ แต่ก็มักจะแกล้งด้วยความเอ็นดู เพราะกอล์ฟเป็นเด็กอ้วนน่ารัก เสียแต่ปากไม่ค่อยดีนัก พูดจาโผงผาง เพ็ญพรจึงมักจะหาเรื่องมาแกล้งกอล์ฟอยู่เสมอ โดยที่กอล์ฟก็จะหาทางแก้เผ็ดเพ็ญพรอยู่เสมอเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ก็โดนจับได้และโดนเพ็ญพรเล่นงานจนเจ็บแสบกลับไปทุกครั้ง แต่แม้ว่าทั้งคู่จะแกล้งกันไปมาเป็นประจำ แต่ลึกๆ ทั้งเพ็ญพรและกอล์ฟก็รักและห่วงกันเหมือนพี่สาวกับน้องชาย เพ็ญพรชวนกอล์ฟ เข้าตลาด มาหาของกินอร่อยๆ แต่ก็บังเอิญไปเจอพวกโจรกระชากสร้อย เพ็ญพรมองแบบไม่อยากมีเรื่อง แต่ก็โชว์ฝีไม้ลายมือแบบไม่ยั้ง จนเอาสร้อยมาจากโจร ส่งคืนให้กับเจ้าของได้ วิทวัสมาเจอกับเพ็ญพรโดยบังเอิญ ในคราบของแม่ค้าขายปาท่องโก๋ แค่การพบกันครั้งแรก ทั้งคู่ก็ได้ปะทะคารมกันอย่างถึงพริกถึงขิงเพ็ญพรไม่ชอบขี้หน้าวิทวัสอย่างแรง แต่ก็ไม่ทันข้ามวันเพ็ญพรต้องเจอกับวิทวัสอีก ที่บ้านสวนเสาวรส เพ็ญพรถึงกับอึ้งที่รู้ว่า ต้องเจอกับวิทวัส ในฐานะที่ทำธุรกิจร่วมกันทั้งเพ็ญพรและวิทวัสมีโอกาสพบกันอีกหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งทั้งคู่ก็อดที่จะแกล้งให้อีกฝ่ายเจ็บใจไม่ได้ จนกลายเป็นเหมือนขมิ้นกับปูนกันเลยทีเดียว หลังจากที่เอกสิทธิ์กลายเป็นอัมพาตต้องนอนอย่างเดียว พูดอะไรไม่ได้ สโรชาปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่ เพราะถ้าเอกสิทธิ์ตายสมบัติทั้งหมดก็ต้องตกอยู่กับลูกสาว เธอปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่อย่างคนที่มีแต่ร่างแต่ไร้วิญญาณ และคอยรับหน้าทนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับมรดกและทรัพย์สินทั้งหมดของบ้านศิลาแดง โดยคอยเป็นทำดีต่อหน้าทนายสมศักดิ์ว่าเป็นห่วงเป็นใย คอยดูแลเอกสิทธิ์ที่นอนป่วยอยู่เป็นอย่างดี แต่พอทนายสมศักดิ์กลับไป ก็ปล่อยให้เอกสิทธิ์อยู่แบบคนอนาถา มีเพียงพรเพ็ญคนเดียวที่คอยดูแลพ่อของเธอ เชาว์เข้ามาครอบครองบ้านศิลาแดงโดยเปิดเผย ด้วยการเป็นสามีเก่าของสโรชา เชาว์นั้นมีลูกกับสโรชา 2 คนคือ “ณัฐพงษ์” และ “อาภาพร” แต่เชาว์ก็ไม่ได้เข้ามาเพียงคนเดียว เชาว์พาวาทินีเมียเด็กของเขาเข้ามาด้วย เลยทำให้สโรชา และอาภาพรไม่พอใจ แต่สโรชาก็ต้องยอมให้เชาว์พาวาทินีเข้ามา เพราะสโรชายังต้องพึ่งเชาว์ อยู่ดี สิบเจ็ดปีผ่านไป เดือนฉายกลายเป็นเศรษฐีนีเจ้าของโรงงานผงมะพร้าวสกัดแห้งกระป๋องสำเร็จรูป ขยายกิจการจนรุ่งเรือง เพราะทางราชการตัดถนนผ่านสวนเสาวรสของเคน ทำให้มีเงินขยายกิจการสวนมะพร้าวและซื้อที่ดินแถบนั้นอีกหลายร้อยไร่ เธอมุมาะทำธุรกิจนี้จนประสบความสำเร็จ โดยมีเคนเป็นคนช่วยดูแลธุรกิจให้เธอ ส่วนเพ็ญพรนั้นเรียนทางด้านบริหารธุรกิจจบมาจากเมืองนอก และในขณะเดียวกันก็เรียนศิลปะการต่อสู้มาหลายแขนง เพราะคุณตาของเธอคือ “เคน” ที่คอยสอนการต่อสู้ให้เธอตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นความชอบของเพ็ญพร และเมื่อมีโอกาสเพ็ญพรก็จะหาเวลาไปเรียนวิชาการต่อสู้ต่างๆ จากหลายอาจารย์จนเกิดความช่ำชองในด้านนี้เป็นอย่างดี แม้ว่าเดือนฉายจะไม่เห็นด้วยในการให้ลูกผู้หญิงไปเรียนวิชาพวกนี้ แต่ก็มีเคนที่คอยพูดและแนะว่าลูกผู้หญิงควรจะรู้จักวิชาพวกนี้เอาไว้ป้องกันตัวบ้าง เพ็ญพรเป็นสาวสวยที่ฉลาดเป็นกรด แก่นแก้ว และไม่ยอมคน ในขณะเดียวกันการเรียนก็ดี ทำให้เดือนฉายโล่งใจในเรื่องนี้ไปได้ แถมยังเรียนวิชาการแต่งหน้าเปลี่ยนตัวเองไปได้หลายบุคลิกด้วย ส่วนพรเพ็ญนั้นเติบโตขึ้นมาในบ้านศิลาแดงเหมือนคนรับใช้ ได้เรียนแค่มัธยมปีที่ 3 เท่านั้น เพราะสโรชาไม่ต้องการให้เธอฉลาดนัก และไม่ต้องการให้พรเพ็ญทัดเทียมกับณัฐพงษ์และอาภาพรลูกทั้งสองของเธอ แถมยังกดขี่ข่มเหงพรเพ็ญตลอดเวลา ใช้ให้ทำงานเยี่ยงทาส ในขณะเดียวกันก็เอาเอกสิทธิ์ไปอยู่ห้องเล็กซึ่งเป็นห้องของพรเพ็ญ เพราะว่าป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถทำอะไรได้ ปล่อยให้อยู่โดยไม่มีใครเหลียวแล มีเพียงพรเพ็ญที่มาดูแลพ่อของตนเพียงคนเดียว แต่ก็โดนด่าอยู่ตลอด พรเพ็ญได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านศิลาแดงเพราะเธอห่วงพ่อของเธอ ถ้าเธอหนีไปเมื่อไร พ่อของเธอก็จะไม่มีคนดูแล และอาจต้องตายเหมือนคนไร้ญาติขาดมิตร ณัฐพงษ์โตขึ้นเป็นหนุ่มหน้าตาดี แม้จะเรียนเก่งแต่ก็ขี้เกียจ เอาแต่เที่ยวและติดหรู เจ้าชู้เหมือนเชาว์ผู้เป็นพ่อ ไม่ยอมทำงานอะไรถึงแม้จะเรียนจบแล้ว เที่ยวเตร่ไปวันๆ ส่วนอาภาพรนั้นไม่ค่อยสนใจการเรียนจึงเรียนไม่จบ แต่ก็ชอบคุยอวดเพื่อนๆ ว่าไม่อยากเรียนจบในเมืองไทย จะไปเรียนต่อเมืองนอก ณัฐพงษ์พึงพอใจในตัวพรเพ็ญมากเพราะเธอเป็นคนสวย และมักจะพูดจาแทะโลมพรเพ็ญเสมอเมื่อลับตาคนอื่น ส่วนอาภาพรนั้นรูปร่างหน้าตาก็สะสวย แต่งตัวเก่ง แต่ก็อิจฉาที่พรเพ็ญนั้นถึงแม้จะไม่ได้แต่งตัว แต่ก็สวยกว่าเธอ เธอจึงมักจะข่มเหงและดูถูกพรเพ็ญเสมอ พรเพ็ญนั้นก็ทำได้แค่ปัดป้องตัวเองไม่ให้บาดเจ็บเท่านั้น ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ ส่วนเชาว์นั้นก็เริ่มเห็นว่าพรเพ็ญกลายเป็นสาวแล้ว และด้วยความเจ้าชู้ของตน เขาหมายใจเอาไว้ว่าสบโอกาสเหมาะเมื่อไรก็จะปล้ำพรเพ็ญเป็นเมียอีกคนให้ได้ แต่ก็หาโอกาสได้ยาก เพราะว่าเมียทั้งสองคือวาทินีและสโรชายังอยู่ที่บ้านทั้งสองคน เพ็ญพรเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป้าหมายแรกของเธอคือสุดา สุดาดีใจที่พบเพ็ญพรอีกครั้งและชวนให้พักที่บ้านของเธอ แต่เพ็ญพรอยากพักโรงแรมมากกว่า และในใจแล้วยังไม่อยากพบตรัยด้วย เพราะยังอดหมั่นไส้ในความขี้เต๊ะของเขาไม่หาย เพ็ญพรเล่าเรื่องที่เธอจะมาสืบหาพี่สาวฝาแฝดของเธอ สุดารับปากว่าจะให้ความช่วยเหลือ และเป็นคนออกความคิดให้เพ็ญพรปลอมเป็นสาวมิสทีน เพ็ญพรปลอมตัวใส่วิก แต่งหน้าจนจำไม่ได้เป็นพนักงานขายเครื่องสำอางค์เข้าไปขายในบ้านศิลาแดง พบอาภาพรก็จำได้ว่าเป็นสาวที่ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ “ตรัย” จึงคิดแกล้ง และด้วยฝีปากของเพ็ญพรทำให้อาภาพรชอบใจเครื่องสำอางค์ที่เธอเสนอขาย แต่เพ็ญพรก็อ้างว่าหมด และจะนำมาให้ดูอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น และในระหว่างที่ขายของให้อาภาพรนั้น เพ็ญพรก็ได้พบกับพรเพ็ญ เพราะอาภาพรสั่งให้พรเพ็ญเอาน้ำมาเสิร์ฟให้เธอ และยังเห็นว่าวาทินีและสโรชานั้นข่มพรเพ็ญเหมือนทาสก็ไม่ปาน ทำให้เพ็ญพรโมโหจนเกือบเก็บอาการไม่ได้ เพ็ญพรมองหาช่องทางในการเข้ามาในบ้านศิลาแดง และก่อนกลับเธอก็พบกับเชาว์ที่เข้าบ้านมาพอดี เชาว์มองดูเธอเหมือนเสือจ้องขม้ำเหยื่อ และเพ็ญพรก็ทำเป็นอ่อยเหยื่อให้กับเชาว์แทน จนทำให้เชาว์แทบหัวปั่นในรูปร่างหน้าตาของเธอ เพ็ญพรไปหาสุดาที่บ้านเล่าเรื่องทั้งหมดเล่าให้สุดาฟัง สุดาเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเพ็ญพร เพ็ญพรมีแผนจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ และต้องการสืบเรื่องพ่อของเธอด้วย อาภาพรนั้นมักจะชวนให้ตรัยมาทานข้าวที่บ้านเป็นประจำ เมื่อตรัยได้พบกับพรเพ็ญก็นึกชอบ เพราะว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยน่ารัก แต่ก็มักจะโดนอาภาพรกีดกันบอกว่าพรเพ็ญเป็นแค่คนใช้ในบ้านเท่านั้น ไม่สมควรจะสนทนาพาทีด้วย และเมื่อตรัยกลับไป พรเพ็ญก็มักจะโดนอาภาพรทำร้ายร่างกายเป็นประจำ พร้อมทั้งสั่งไม่ให้พรเพ็ญออกมาเสนอหน้าอีกตอนที่ตรัยมาที่บ้าน ป้าแจ่มและลุงเติมคนรับใช้เก่าแก่ของบ้านนี้ แม้จะสงสารพรเพ็ญ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงได้แต่ปลอบใจให้พรเพ็ญมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตในบ้านนี้ต่อไป วันรุ่งขึ้น เพ็ญพรก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอีกครั้ง โดยทำทีเป็นมาส่งเครื่องสำอางค์ที่อาภาพรสั่งเอาไว้ และได้พบกับตรัยซึ่งจำเธอไม่ได้ อาภาพรแสดงท่าทีเหมือนเขาเป็นแฟนเธอทำให้เพ็ญพรอดหมั่นไส้ไม่ได้ จึงแกล้งทำกาแฟหกใส่เขา อาภาพรไปหาเสื้อให้ตรัยเปลี่ยน ตรัยและเพ็ญพรปะทะคารมกัน และเมื่อเพ็ญพรกำลังจะเดินออกจากบ้านก็พบว่าเชาว์กำลังจะลวนลามพรเพ็ญ แต่วาทินีมาพบเข้าจึงตรงเข้าทำร้ายตบตีพรเพ็ญจนบาดเจ็บ แถมยังด่าว่าพรเพ็ญว่ามาให้ท่าเชาว์ซึ่งเป็นสามีของตน แม้ว่าพรเพ็ญจะแก้ตัวอย่างไรวาทินีก็ไม่ฟัง แถมเชาว์เองก็ยังสมทบว่าพรเพ็ญมาให้ท่าตนอีก ซึ่งทำให้วาทินียิ่งโกรธและทำร้ายพรเพ็ญหนักขึ้น เพ็ญพรเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถช่วยพรเพ็ญได้ และกลับออกมาจากบ้านศิลาแดงด้วยความไม่สบายใจ คืนนั้นเพ็ญพรวางแผนกับสุดา โดยจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ โดยให้สุดาขับรถไปจอดข้างบ้านศิลาแดง เพ็ญพรลอบปืนเข้าไปในบ้าน และเข้าไปพบพรเพ็ญ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พรเพ็ญฟัง พรเพ็ญนั้นแทบจะปรับตัวไม่ทัน สองพี่น้องฝาแฝดกอดกันแล้วร้องไห้ แต่เมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดของเธอมีฝีมือพอตัว จึงยอมเปลี่ยนตัวกลับไปที่สวนเสาวรสเพราะอยากพบแม่และตาเหมือนกัน แต่ก็เป็นห่วงเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่ออยู่ เพ็ญพรรับปากว่าจะดูแลเอกสิทธิ์ให้ดีที่สุด พรเพ็ญเล่าเรื่องราวของคนในบ้านศิลาแดงให้เพ็ญพรรู้ถึงพฤติกรรมของแต่ละคน รวมถึงเผยว่าทั้งสามคนนี่เองที่ทำให้พ่อของพวกเธอต้องกลายเป็นคนพิการน่าเวทนา ยิ่งทำให้เพ็ญพรโกรธและคิดแก้แค้นคนในบ้านศิลาแดงให้สาสม ก่อนที่พรเพ็ญจะไปกับสุดา เพ็ญพรบอกว่าจะส่งข่าวไปให้พรเพ็ญรู้เป็นระยะ แต่ในช่วงที่พรเพ็ญกลับไปอยู่สวนเสาวรส พรเพ็ญต้องแสดงตัวว่าเป็นเพ็ญพรถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน พรเพ็ญรับปาก และคืนนั้นก่อนเข้านอนเพ็ญพรก็ลอบเข้าไปหาเอกสิทธิ์ เมื่อเธอเห็นสภาพพ่อของเธอ ความไม่พอใจที่เธอเคยมีและคิดว่าพ่อทิ้งแม่และเธอไปก็หายไปจนหมด เหลือแต่ความสงสาร เอกสิทธิ์มองหน้าเธอแล้วน้ำตาไหล แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพ็ญพรกอดพ่อเอาไว้ในอ้อมแขนและสัญญาว่าจะแก้แค้นทุกคนที่ทำให้ครอบครัวของเธอต้องมาพบกับชะตากรรมอย่างนี้ รุ่งเช้าป้าแจ่มเข้ามาปลุกเพ็ญพรให้ลุกขึ้นช่วยงานในบ้าน งานแรกคือทำอาหารเช้าให้เจ้านายทั้งหลายในบ้าน แต่เมื่อทุกคนมาถึงโต๊ะอาหารก็พบว่ามีขนมปังไหม้กองอยู่บนจาน พร้อมด้วยไข่ดาวเกรียมจนดำปี๋อีกหลายใบ อาภาพรกรี๊ดลั่นโต๊ะ ตะโกนเรียกป้าแจ่มสอบถามถึงคนทำอาหารเช้า ป้าแจ่มเดินเข้ามาดูที่โต๊ะอาหารก็แทบเป็นลมไปอีกคน เพ็ญพรเดินตามเข้ามา อาภาพรเดินเข้าไปด่าเหมือนเคย แต่เพ็ญพรก็ด่าสวนกลับทุกคำ วาทินี,สโรชา และเชาว์มองหน้ากันด้วยความสงสัยในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือของเพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญ พร้อมทั้งลงความเห็นกันว่าพรเพ็ญคงกินอาหารผิดสำแดงไป จึงทำให้เป็นบ้า หลังจากนั้นป้าแจ่มก็บอกให้เพ็ญพรกวาดบ้าน,ถูบ้านและซักเสื้อผ้า เพราะว่าพรเพ็ญนั้นก็ทำงานอย่างนี้อยู่ทุกวัน เพ็ญพรมองเห็นงานที่พี่สาวตนต้องทำเหมือนทาสทุกวันแล้วยิ่งแค้นจึงแกล้งทำจนบ้านเละไปหมด วาทินีเมื่อเดินลงบันไดบ้านมาก็ลื่นตกบันไดจึงส่งเสียงกรี๊ดสนั่นบ้าน เพราะเพ็ญพรเอา น้ำราดจนเปียกโชกไปหมด แถมไม้ปาร์เก้ที่ห้องรับแขกก็ลอยเป็นแพ เพราะน้ำที่ขังอยู่บนพื้น วาทินีตะโกนเรียกพรเพ็ญในร่างเพ็ญพร เพ็ญพรวิ่งเข้ามารายงานตัว เพ็ญพรถูกวาทินีด่าว่า แต่เธอก็ลอยหน้าลอยตารับผิดอย่างหน้าชื่นตาบาน แล้ววิ่งกลับไปทำงานอย่างอื่นต่อ ทำให้วาทินีโกรธจนแทบเป็นลม ส่วนสโรชานั้นสั่งให้เพ็ญพรดูแลตัดเล็มดอกไม้ที่เธออุตส่าห์สั่งให้ลุงเติมปลูกให้เรียบร้อย แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอก็แทบสลบเพราะดอกไม้ทั้งหลายหน้าบ้านโดนเพ็ญพรตัดจนเหี้ยนไม่เหลือซากทีเดียว สโรชาเรียกเพ็ญพรมาถาม เพ็ญพรจึงตอบว่าสโรชาสั่งให้ตัดให้เรียบร้อยเธอจึงตัดจนเรียบหมดไม่มีเหลือตามคำสั่ง สโรชาโมโหมาก ยกมือจะตบเพ็ญพร แต่เพ็ญพรก็จับมือสโรชาบิดจนสโรชาเจ็บต้องรามือไปเอง เพ็ญพรบอกว่าคนอย่างเธอไม่ชอบให้ใครมาใช้กำลัง ถ้าใครทำเธอก่อนเธอก็จะทำกลับมากกว่าเป็นเท่าทวีคูณ แต่ถ้าใครดีกับเธอ เธอก็จะดีตอบเหมือนกัน สโรชากลับเข้าบ้านด้วยความโมโหปนประหลาดใจ เพราะพรเพ็ญที่เธอรู้จักและคอยกดหัวมาสิบกว่าปีไม่ได้เป็นอย่างนี้ ส่วนเชาว์นั้นวันๆ ไม่ทำงานอะไรคอยแต่จะกินสมบัติเก่าของบ้านศิลาแดง และมีเพื่อนเป็นพวกนักเลงและมาเฟีย เชาว์เล่นการพนันบ่อยแต่ส่วนใหญ่ก็จะเสียมากกว่าได้ เชาว์นั้นเห็นว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยจึงมักคอยหาโอกาสแทะเล็มพรเพ็ญอยู่เสมอ แต่ในช่วงหลังนี้เขาก็เริ่มสงสัยว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไป เพราะเขาไม่สามารถเข้าใกล้หรือล่วงเกินได้เหมือนก่อน เพราะพรเพ็ญใช้การหลบเลี่ยงและหาจังหวะผลักเขาจนขาแพลงไปครั้งหนึ่ง เชาว์โมโหมากชวนเพื่อนฝูงมาที่บ้านหลายคนและเรียกให้เพ็ญพรมาทำอาหารให้ วันนั้นเพ็ญพรไม่สบายมากเพราะคืนก่อนโดนฝน และยังไม่มีโอกาสไปหาหมอ เธอแทบลุกไม่ขึ้น แต่ก็ฝืนใจขึ้นมาทำอาหารให้ แต่ก็ไม่วายแกล้งทำอาหารรสชาติแปลกประหลาดให้กิน วาทินี,สโรชา และ อาภาพรก็รุมด่าเพ็ญพรว่าฝีมือทำอาหารอย่างนี้ท่าทางจะหาผัวลำบาก เพ็ญพรเถียง อาภาพรจึงฉวยโอกาสตบเพ็ญพรจนหน้าหันเลือดออกจากปาก วาทินีเห็นว่าเพ็ญพรไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้จึงตรงเข้าตบซ้ำอีกครั้ง เพ็ญพรโกรธจนแทบบ้า แต่สภาพร่างกายไม่อำนวยในการป้องกันตัวเองจึงได้แต่กัดฟันทนและคิดว่าแค้นครั้งนี้เธอจะต้องเอาคืนให้สาแก่ใจ พักหลังเชาว์รู้จักสมปองซึ่งเป็นพวกค้ายาเสพติดและถูกชักชวนให้ลองขายดูเพราะเงินดี เชาว์ยังไม่กล้าเท่าไรนัก เพราะยังไม่มีเงินมากพอ จึงพกยาเสพติดกลับมาที่บ้านศิลาแดงและเสพบ่อยๆ จนติดตรัยและลูกน้องเฝ้าติดตามพวกของสมปอง และพบว่าสมปองกำลังติดต่อขายยาเสพติดจึงตรงเข้าจับ เกิดการยิงต่อสู้ขึ้น ลูกน้องของสมปองถูกยิงตายหมด สมปองหนีไปได้ ตรัยตามไปติดๆ แต่ก็คลาดกันเพ็ญพรแอบได้ยินเชาว์ติดต่อเรื่องขายยาเสพติดกับสมปองจึงโทรแจ้งตำรวจ ตรัยจึงนำกำลังตำรวจเข้าจับพร้อมของกลาง เชาว์ถูกจับ แต่สมปองหนีไปได้ เชาว์โมโหมากโดยไม่รู้ว่ามีใครแกล้งตน และคิดว่าเด็กข้างบ้านที่ตัวเองเคยข่มอยู่เสมอแอบโทรไปบอกตำรวจ เพ็ญพรเข้าไปดูแลเอกสิทธิ์ทุกวันเมื่อมีเวลาว่าง เธอมักจะเข้าไปพูดคุยกับพ่อของตน เอกสิทธิ์นั้นเริ่มมีอาการดีขึ้น เพราะเพ็ญพรจะคอยนวดเฟ้นให้กล้ามเนื้อเขากระเตื้องขึ้น และคอยพยุงให้นั่งและนอนอยู่เสมอ ด้วยสุขภาพจิตที่ดีของเพ็ญพร ทำให้เอกสิทธิ์ก็เริ่มไหวติงขึ้นมาเรื่อยๆ และเริ่มรับรู้เรื่องราวต่างๆ มากขึ้น แม้ว่าจะยังพูดอะไรไม่ได้ก็ตาม อาภาพรมักจะชวนตรัยมาที่บ้านศิลาแดงบ่อยๆ แต่ก็มักจะโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เสมอๆ ตรัยเริ่มสังเกตว่าพรเพ็ญ เด็กรับใช้ในบ้านที่เขาเคยเห็นนั้นเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม จากผู้หญิงอมทุกข์ที่ไม่กล้ามองหน้าใครตรงๆ แถมยังขี้อายและน่าสงสาร กลายเป็นผู้หญิงสาวสวยปราดเปรียว แคล่วคล่องว่องไว ดูทะมัดทะแมง แถมฝีปากยังคมกริบ และกลายเป็นคนไม่ยอมคนไปได้ แม้ว่าจะถูกแกล้งอยู่บ่อยๆ แต่ตรัยก็ไม่ถือสา แถมยังคอยดูว่าแต่ละวันเธอจะมีอะไรมาแกล้งเขาอีก จากที่เคยสงสารกลับกลายเป็นสนใจ เพราะเขาชอบผู้หญิงที่สวย ฉลาดปราดเปรียวและไม่ยอมคนอย่างนี้มานานแล้ว เพ็ญพรเองถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบหน้าตรัยมาตั้งแต่แรก แต่พอได้พบบ่อยๆ และแกล้งเขาอยู่เรื่อยๆ ก็อดสงสารไม่ได้ แถมยังเห็นว่าความจริงเขาก็เป็นผู้ชายน่ารักคนหนึ่งเหมือนกัน แถมเป็นพี่ชายของเพื่อนรักอย่างสุดาด้วย ก็อดที่จะสนใจเขาอยู่ลึกๆ ไม่ได้ ซึ่งอาการของทั้งคู่นั้นหาได้รอดสายตาของอาภาพรไปไม่ อาภาพรเริ่มอาละวาดกับตรัย แต่ตรัยก็ไม่สนใจ เพราะเขาไม่ได้คิดว่าอาภาพรจะมาเป็นแม่ของลูกเขาอยู่แล้ว ที่เขาคบอาภาพรเพราะว่าสงสารและเธอก็ตามตื๊อเขามาตลอด เมื่อยังไม่มีใครน่าสนใจกว่าก็เลยคบไปก่อน และเมื่อได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านศิลาแดงทั้งหมดจากป้าแจ่มและลุงเติม ทำให้เพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญเริ่มประกาศอิสระภาพโดยการเชิญทนายประจำตระกูลคือทนายสมศักดิ์,ตรัย และสุดามาที่บ้าน เมื่อได้เวลาทนายสมศักดิ์เป็นคนประกาศว่าพรเพ็ญบรรลุนิติภาวะแล้ว และเป็นลูกสาวของเจ้าของบ้านศิลาแดงมีอำนาจในการดูแลทรัพย์สินและมรดกทุกอย่างที่เป็นของเอกสิทธิ์ นับตั้งแต่วันนี้ไปพรเพ็ญจะเป็นคนดูแลทรัพย์สินทุกอย่างของบ้านศิลาแดงเอง โดยมีทนายสมศักดิ์เป็นที่ปรึกษา สโรชา และ อาภาพร คัดค้านไม่เห็นด้วย แต่ทนายสมศักดิ์บอกว่าพรเพ็ญมีสิทธิ์ที่จะทำได้อย่างชอบธรรม สร้างความโกรธแค้นให้กับสามสาวเป็นอย่างมาก หลังจากวันนั้นเพ็ญพรก็นำเอาเอกสิทธิ์ขึ้นมาอยู่ที่บ้านใหญ่ และให้ทั้งสามสาวไปอยู่ที่บ้านหลังเล็กซึ่งเป็นสิทธิ์ของวาทินีแทน แม้ว่าทั้งสามสาวจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะวันนี้พรเพ็ญที่พวกเธอเห็นแข็งแกร่งไม่อ่อนแอขี้แยเหมือนพรเพ็ญที่พวกเธอรู้จัก ทำให้ไม่มีใครกล้าหือกับพรเพ็ญ และเมื่อย้ายขึ้นมาอยู่บ้านใหญ่แล้ว เพ็ญพรก็สั่งให้ป้าแจ่มและลุงเติมขึ้นมาดูแลเอกสิทธิ์ ปล่อยให้วาทินี,สโรชา และอาภาพร ทำงานบ้านทั้งหมดแทน แม้ว่าไม่อยากทำและไม่พอใจในคำสั่งของเพ็ญพร แต่ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม เพราะว่าเพ็ญพรเป็นคนถือเงินและบัญชีทั้งหมด แถมเพ็ญพรยังแกล้งให้ทั้งสามทำงานหนักเป็นการแก้แค้นแทนพรเพ็ญที่เคยถูกใช้ทำงานเยี่ยงข้าทาสในบ้านศิลาแดง อาภาพรซึ่งเคยมีเงินซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวสวยๆ ก็ไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าแพงๆ เหมือนก่อน และต้องทำงานแลกกับเงินค่าจ้างไปวันๆ ซึ่งทำให้เพ็ญพรสะใจยิ่งนัก ตรัยได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมด เพราะเขามาเที่ยวที่บ้านศิลาแดงและเห็นอาภาพรต้องทำงานไม่ได้เฉิดฉายเหมือนก่อน อาภาพรบอกตรัยว่าพรเพ็ญยึดอำนาจไปอย่างไม่เป็นธรรม ตรัยได้แต่พยักหน้ารับรู้ทั้งที่ในใจเขาแสนจะดีใจ เพราะว่าสาวคนที่เขาแอบชอบกลายเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้อย่างเต็มภาคภูมิ และในช่วงหลังเพ็ญพรต้อนรับเขาอย่างมิตรไม่เหมือนศัตรูเหมือนแต่ก่อน ความสัมพันธ์ของตรัยและเพ็ญพรสร้างความไม่พอใจให้กับอาภาพรเป็นอย่างมาก อาภาพรวางแผนให้เพ็ญพรเข้าใจผิดตรัยโดยโทรไปนัดตรัยให้มาพบบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาเมื่อตรัยมาพบเธอวานให้วาทินีเดินไปบอกเพ็ญพรว่าตรัยมาหาอาภาพรที่บ้าน เพ็ญพรเดินมาที่ห้องรับแขก อาภาพรเหลือบเห็นจึงทำเป็นกอดกับตรัยอยู่ ตรัยไม่ทันรู้ตัว เพ็ญพรโกรธกับภาพที่เธอเห็น ตรัยหันมาพบว่าเพ็ญพรกำลังทำหน้าบึ้งกับเหตุการณ์นี้อยู่ ตรัยสลัดอาภาพรออกและเดินเข้าไปปรับความเข้าใจกับเพ็ญพร แต่เพ็ญพรไม่ฟังวิ่งขึ้นห้องและล็อคประตู ตรัยวิ่งตามขึ้นไปตะโกนอธิบายแต่เพ็ญพรไล่ให้ตรัยกลับไปก่อนเพราะเธอยังไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น โดยมีอาภาพรและวาทินียืนยิ้มดีใจในความสำเร็จครั้งนี้ เพ็ญพรเสียใจเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง สุดารู้เรื่องจากตรัยก็มาปรับความเข้าใจแทนพี่ชาย เพ็ญพรไม่ยอมฟัง แต่ในที่สุดสุดาบอกว่าอยากแพ้คนที่บ้านศิลาแดงหรือ เพ็ญพรจึงรวบรวมสติและทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยลดความโกรธและความใจร้อนซึ่งเป็นข้อเสียของเธอ และในที่สุดเพ็ญพรก็เข้าใจว่าเป็นแผนของอาภาพรและวาทินีที่ต้องการให้เธอกับตรัยเข้าใจผิดกันตรัยมาหาเพ็ญพรที่บ้าน อาภาพรตรงเข้ามากอดคลอเคลียกับตรัยอีกเพื่อให้เพ็ญพรโมโหตรัย แต่เที่ยวนี้เพ็ญพรกลับเฉยและไม่แยแสการกระทำของอาภาพร เธอต้อนรับขับสู้ตรัยอย่างดี ตรัยพยายามเดินหนีอาภาพร แต่อาภาพรก็ตามติดอย่างกับตุ๊กแกเกาะผนังห้อง เพ็ญพรบอกตรัยว่าเธอรักเขาต่อหน้าอาภาพร ตรัยก็บอกว่าเขาก็รักเธอสุดหัวใจเหมือนกัน อาภาพรกรี๊ดลั่นบ้านเพราะทนไม่ได้กับการเป็นส่วนเกินอย่างที่เป็นอยู่ อาภาพรวิ่งขึ้นห้องไปหาวาทินีที่ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้เลย เพ็ญพรยิ้มเยาะอย่างสะใจ มยุรีได้พบกับณัฐพงษ์ที่งานแต่งงานของบุษกรเพื่อนสนิทของเธอ ณัฐพงษ์เมื่อเห็นมยุรีก็พอใจในความสวยของเธอและเข้าไปจีบ มยุรีก็พอใจในความเป็นหนุ่มหล่อของณัฐพงษ์เหมือนกัน คืนนั้นทั้งคู่จบลงที่โรงแรม หลังจากวันนั้นมยุรีก็ตกหลุมรักณัฐพงษ์เพราะเขาเป็นคนเอาใจผู้หญิงเก่ง และอยู่ในตระกูลดี มยุรีอดหึงหวงสาวทุกคนที่เข้าใกล้ณัฐพงษ์ไม่ได้ ไม่นานณัฐพงษ์ก็เริ่มเบื่อเพราะมยุรีนั้นอายุแก่กว่าเขาหลายปี และเขาก็ไม่ได้รักมยุรีเพราะคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งของเขาเท่านั้นช่วงหลังสุดามักจะตามตรัยมาที่บ้านศิลาแดงเป็นประจำเพราะว่าอยากมาเจอเพ็ญพร แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้แสดงให้ใครรู้ว่าเป็นเพื่อนรักกัน ณัฐพงษ์นั้นเมื่อพบหน้าสุดาครั้งแรกก็นึกชอบ และพยายามทำตัวใกล้ชิดกับสุดา ซึ่งในช่วงแรกเพ็ญพรเตือนสุดาบอกให้ดูณัฐพงษ์ให้ดีเสียก่อน สุดาจึงพยายามให้ณัฐพงษ์ปรับปรุงตัวเสียใหม่ ซึ่งณัฐพงษ์ก็เต็มใจที่จะเปลี่ยนจากพ่อพวงมาลัย หางานทำและตั้งใจทำงานสร้างฐานะ เพราะหลังจากที่คบกับสุดาไปพักใหญ่ เขาก็รู้ตัวว่าเขาหลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าเสียแล้ว และวันนี้ถึงวันที่เขาจะต้องสร้างฐานะเพื่ออนาคตเสียที ทำให้สุดาดีใจที่สามารถทำให้พ่อไก่แจ้กลายเป็นคนดีได้ เพ็ญพรก็ดีใจที่เพื่อนรักจะได้มีความสุขเสียที มยุรีเมื่อรู้ว่าณัฐพงษ์กำลังจีบสุดาก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอาละวาดกับณัฐพงษ์ซึ่งกำลังนั่งคุยหยอกล้ออยู่กับสุดาและเพ็ญพร เธอตรงเข้าตบสุดาอย่างไม่ยังมือ ณัฐพงษ์ตรงเข้ากระชากมยุรีจนกระเด็นไปติดข้างฝาพร้อมทั้งออกปากไล่มยุรีให้ออกไปจากบ้าน มยุรีตกใจแทบช็อคเพราะผู้ชายคนที่เธอรักเขาสุดชีวิตกลับไม่มีเยื่อใยกับเธอเลย มยุรีเดินน้ำตานองหน้าออกจากบ้านศิลาแดงไปอย่างคนที่พ่ายแพ้ สุดาโกรธณัฐพงษ์ที่ไม่บอกเรื่องนี้กับเธอ ณัฐพงษ์สัญญาว่าจะไม่นอกใจเธออีกตลอดชีวิตและจะดูแลสุดาให้ดีที่สุดโดยมีเพ็ญพรเป็นพยานรักครั้งนี้ทางด้านพรเพ็ญเมื่อกลับไปอยู่ที่สวนเสาวรส ก็ปลอมตัวเป็นเพ็ญพร เพราะทำตามสัญญากับเพ็ญพรที่ไม่ต้องการทำให้พ่อและตาเป็นห่วง แต่ด้วยความที่เป็นคนเรียบร้อย เธอก็ดูแลปรนนิบัติเดือนฉายและเคนเป็นอย่างดีสร้างความแปลกใจให้กับทั้งสองเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากกลับจากกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นคนละคน ไม่ซนแก่นเซี้ยวเหมือนเมื่อก่อน และไม่แกล้งกอล์ฟเหมือนอย่างเคยจนทำให้กอล์ฟอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอมาไม้ไหนกันแน่ แต่ก็ยังคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังติดสอยห้อยตามพรเพ็ญไปไหนมาไหนตลอด พรเพ็ญได้พบวิทวัสที่ตลาด วิทวัสปราดเข้าหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร และหาเรื่องแกล้งเหมือนเคย โดยขับรถปาดน้ำโคลนที่เอ่อล้นอยู่ข้างทางให้กระเด็นโดนพรเพ็ญ แถมยังจอดรถลงมาเยาะเย้ย แต่เที่ยวนี้เขาผิดคาด เพราะคิดว่าพรเพ็ญจะตรงเข้ามาต่อว่าเขา เธอกลับบอกว่าไม่เป็นไร และคิดว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ทำให้วิทวัสทำตัวไม่ถูก ต้องเอ่ยปากขอโทษเธอ พร้อมทั้งขอพาเธอกลับไปส่งที่สวนเสาวรส แต่กอล์ฟอดโมโหแทนพรเพ็ญไม่ได้ ก็เลยต่อว่าต่อขานวิทวัส พรเพ็ญเอ่ยปากห้ามกอล์ฟไม่ให้พูดมาก และยอมให้วิทวัสไปส่งที่สวนเสวรสโดยดี ที่นั่นวิทวัสได้พบกับเดือนฉายและเคนเป็นครั้งแรก และได้รู้จักคุยกันจนถูกคอกับเคนเป็นอย่างดีเพราะมีนิสัยนักเลงไม่กลัวคนเหมือนกัน เย็นนั้นพรเพ็ญเอ่ยปากชวนให้วิทวัสทานข้าวที่บ้าน ซึ่งแม้จะแปลกใจและคิดว่าอาจจะโดนสาวเจ้าแกล้งเหมือนเคย แต่ก็อยากลองดูว่าเธอจะมาไม้ไหนกับเขา แต่เมื่อได้ลิ้มรสชาติฝีมือทำอาหารของพรเพ็ญเข้า เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าความจริงผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่ยังมีความเป็นแม่ศรีเรือนอยู่ในตัวอย่างที่เขาต้องการเสียด้วย หลังจากวันนั้นวิทวัสก็หาทางพาพบพรเพ็ญบ่อยๆ แม้ว่าจะยังไม่ไว้ใจนักว่าเธอจะเปลี่ยนนิสัยจากสาวจอมกวนมาเป็นสาวหวานได้จริงๆ แต่ในใจลึกๆ แล้ว เขาก็รู้ว่าเขารักเธอเข้าเสียแล้ว โดยมีพัฒน์คอยสอดแนมและยุยงอยู่ตลอดให้วิทวัสตามจีบพรเพ็ญให้สำเร็จ ส่วนพรเพ็ญก็มีกอล์ฟคอยเป็นกันชนไม่ให้วิทวัสเข้าถึงตัวได้ง่าย แต่แล้ววิทวัสก็ติดสินบนกอล์ฟได้ด้วยของฝากต่างๆ จนสามารถเอากอล์ฟมาเป็นพวกของตนได้อีกคน ซึ่งช่วงหลังพรเพ็ญเองก็ไม่ปฏิเสธว่าในหัวใจของเธอก็มีชายชื่อ “วิทวัส” นั่งอยู่เต็มหัวใจเหมือนกัน เดือนฉายและเคนเฝ้ามองความรักของทั้งคู่อย่างเบาใจ เพราะวิทวัสก็เป็นชายหนุ่มที่มีความมั่นคงทั้งฐานะและความดี พอที่จะเข้ามาเป็นเขยของสวนเสาวรสได้โดยไม่ขาดตกบกพร่องเดือนฉายป่วยเพราะตรากตรำงานหนัก พรเพ็ญโทรบอกให้เพ็ญพรกลับมาเยี่ยมแม่บ้าง เพ็ญพรเมื่อรู้เรื่องก็บอกให้พรเพ็ญกลับมาที่บ้านศิลาแดงเพื่อสลับตัวกัน พรเพ็ญกลับมาเปลี่ยนตัวกับเพ็ญพรโดยมีสุดาเป็นคนช่วย เมื่อเพ็ญพรกลับมาถึงบ้านก็ตรงเข้าไปดูเดือนฉายซึ่งอาการดีขึ้นและพูดคุยกับเดือนฉายมากมายจนเดือนฉายงง เพราะคิดว่าเพ็ญพรอยู่กับเธอตลอดเวลา ทำใมถึงได้แสดงท่าทีเหมือนคนที่ไม่ได้พบกันมานาน วิทวัสมาเยี่ยมเดือนฉายที่บ้าน เมื่อพบเพ็ญพรก็คิดว่าเป็นพรเพ็ญ เขากุมมือเพ็ญพรแต่เพ็ญพรซึ่งไม่รู้ว่าพรเพ็ญนั้นบัดนี้กลายเป็นคนรักของวิทวัสแล้วจึงสบัดมือออก วิทวัสงงกับอาการที่เพ็ญพรแสดงกับเขา เพ็ญพรด่าว่าวิทวัสที่มาหาเศษหาเลยกับเธอ วิทวัสยิ่งงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีก จึงขอตัวกลับบ้าน เพ็ญพรโทรกลับไปหาพรเพ็ญที่บ้านศิลาแดงเพื่อถามเรื่องวิทวัส พรเพ็ญจึงบอกความจริงทั้งหมดและย้ำให้เพ็ญพรทำดีกับวิทวัส เพ็ญพรรับปากรุ่งขึ้นวิทวัสมาหาเพ็ญพรอีกครั้ง เที่ยวนี้เพ็ญพรทำเป็นเอาใจวิทวัสอย่างดี ทำให้วิทวัสหายโกรธและเมื่อเขาจะเข้าใกล้เพ็ญพรเธอก็กระเถิบหนีจนเขาสงสัย แต่ก็คิดว่าเพ็ญพรคงอายตามประสาผู้หญิง ส่วนพรเพ็ญกลับไปถึงบ้านศิลาแดงพร้อมกับสุดา โดยสุดาทำทีว่ามาค้างเป็นเพื่อนพรเพ็ญและต้องการป้องกันพรเพ็ญจากคนในบ้านด้วย ตรัยมาหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร เที่ยวนี้พรเพ็ญกลับเรียบร้อยน่ารักเหมือนกับที่เขาเคยพบครั้งแรก เธอต้อนรับเขาอย่างดีคอยปรนนิบัติเหมือนเมื่อก่อนจนตรัยเองก็งงเพราะพรเพ็ญช่วงหลังที่เขารู้จักเป็นคนคล่องแคล่วว่องไว พูดจาห้วนๆ แต่ก็ฉลาดทันคน ตรัยคิดว่าพรเพ็ญคงอยากเปลี่ยนเป็นสาวหวานบ้าง แต่ก็อดพูดกับสุดาไม่ได้ว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเมื่อเดือนฉายหายป่วย เพ็ญพรจึงโทรหาสุดาและพรเพ็ญเพื่อเปลี่ยนตัวกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เกือบพลาดเพราะอาภาพรมาเห็นเข้าพอดี จึงเดินตรงเข้ามาหา สุดาเข้าขวางพรเพ็ญจึงหลบไปขึ้นรถสุดาที่จอดอยู่ทัน เพ็ญพรเข้าปะทะคารมกับอาภาพรเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ สุดารีบขึ้นรถขับออกไปก่อนที่ความลับทั้งหมดจะแตก ที่ไร่ของวิทวัสเกิดมีโรคระบาดทำให้วัวและสัตว์เลี้ยงในไร่ของเขาล้มป่วย วิทวัสวุ่น นักแสดง วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ รับบท ตรัยธนพล นิ่มทัยสุข รับบท วิทวัสนิโคล กิตติวัฒน์ รับบท เพ็ญพร (เพ็ญ) คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท พรเพ็ญ ปิยะธิดา ชิตอรุณ รับบท สุดา กันตา ดานาว รับบท เดือนฉายณหทัย พิจิตรา รับบท สโรชาชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท อาภาพร เอกสิทธิ์ รับบทโดย ไพโรจน์ สังวริบุตร

รวบลูกจ้าง แอบเข้าห้อง หวังข่มขืนลูกสาวนายจ้าง
ข่มขืน /  ข่มขืนลูกสาวนายจ้าง / 

ตำรวจสภ.เมืองลพบุรี จับหนุ่มลูกจ้างกลัดมัน ย่องเงียบบุกเข้าห้อง ลูกสาวนายจ้างวัย 18 ปี หวังข่มขืน เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 02.00 น. ตำรวจสายตรวจรถยนต์สถานีตำรวจภูธรเมืองลพบุรี นำกำลังไปจับกุมตัว นายสงวน มีประสุข อายุ 35 ปี พร้อมเครื่องชอร์ตไฟฟ้ามือถือ 1 อัน ที่อู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่งในเขตหมู่ 8 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี หลังจากก่อเหตุบุกเข้าไปในห้องนอนแล้วใช้เครื่องชอร์ตข่มขู่เหยื่อสาววัย 18 ปี ลูกสาวเจ้าของอู่ เพื่อพยายามจะข่มขื่นแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากเหยื่อสาวได้พยายามพูดคุยกับคนร้ายซึ่งรู้จักกันฐานะเป็นลูกจ้างจนคนร้ายยอมสำนึกผิดเปลี่ยนใจไม่ทำอะไรเหยื่อ โดยเหตุเกิดขึ้นช่วงประมาณ 01.00 น. ขณะที่เหยื่อกำลังนอนหลับกับน้องชายวัย 9 ขวบ ในร้าน แต่นายสงวน ซึ่งเป็นช่างประจำร้านที่ได้เข้ามาทำงานได้ประมาณ 6 เดือน และอยู่กินนอนอยู่ห้องข้างร้าน ได้ฉวยโอกาสที่แม่ของเด็กสาวรายนี้ยังไม่กลับบ้าน บุกเข้าไปทางประตูหลังร้านย่องไปในห้องนอนขณะเธอกำลังนอนอยู่กับน้องชาย นายสงวน เข้าไปกอดจนเด็กสาวรู้สึกแปลกใจ พอมองเห็นใบหน้าไม่ใช้น้องชาย จึงกระโดดออกจากที่นอนทันทีวิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำ นายสงวนก็ยังตามไปทัน พร้อมเอาเครื่องชอร์ตขู่บังคับให้เดินไปนั่งกลางร้าน แล้วพยายามที่จะข่มขื่น แต่ลูกสาวเจ้าของร้านตั้งสติ พยายามพูดคุยขอร้องไม่ให้นายสงวนทำแบบนี้เพราะก็เป็นคนรู้จักกัน ในที่สุดนายสงวน เกิดความสำนึกผิดกลับเปลี่ยนใจไม่ยอมทำอะไร เดินออกไปเข้าห้องนอนของตนเองทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเด็กสาวได้โทรศัพท์ไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง หลังจากนั้นก็แจ้งตำรวจเข้าไปจับกุมตัวขณะกำลังนอนอยู่ในห้องข้างร้าน

หรือทั้งหมด....อยู่ที่แค่คำว่า
คิดไปเอง /  มโน / 

เรื่องของเรื่องคือ มีครอบครัวหนึ่งที่ค่อนข้างมีฐานะมากๆ แต่ธุรกิจเกิดมีปัญหาขึ้นมา บ้านถูกขายทอดตลาด เค้าเลยต้องย้ายมาอยู่บ้านญาติก่อน ซึ่งก็คือข้างบ้านเรา ! เท่าที่เห็นก็มีพ่อแม่ ลูกชาย 2 คน ที่จริงก็ย้ายมาราวๆ ปีกว่าแล้ว แต่เราไม่เคยคุยกับบ้านนี้เลยเพราะไปเรียนที่อื่น พอดีช่วงนี้กลับบ้านมาช่วงปิดเทอม ก็เห็นคนที่เราแอบมองๆ เค้าก็กลับมาช่วงสงกรานต์พอดี คือเราจะบังเอิญเจอกันค่อนข้างบ่อยในแต่ละวัน เช่น ตื่นเข้าแล้วเปิดประตูบ้านออกมาเจอกันพอดี เค้าออกไปวิ่งตอนเช้า เราออกไปตลาดบ้าง แต่ช่วงเวลาออกมาจากบ้านมันจะพอดี๊เหลือเกิน หรือบางครั้งเราเดินออกมานอกบ้านเค้าก็เหมือนเดินออกมานอกบ้านแล้วก็จะบังเอิญเจอกัน วันนึงๆ ก็หลายทีนะ แบบตอนเช้าเวลาเราไปวิ่งมาทางกลับบ้านเราก็ต้องผ่านหน้าบ้านเค้าอยู่แล้ว เค้าก็จะเหมือนออกมายืนหน้าบ้านพอดี๊!!!  อะไรจะบังเอิญขนาดน้านนนนน และแล้วด้วยความมโนและความฟินของนาง...นางก็ตกหลุมรักหนุ่มข้างบ้านอย่างจัง ทั้งๆที่ไม่รู้จักกันเลย ยิ่งมีครั้งนึงที่เราไปซื้อของที่ตลาดสั่งขนมไว้แล้วพอเดินกลับมาเอาขนมกำลังยืนคุยกับแม่ค้า พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเค้าอยู่ตรงข้ามพอดี เหมือนเค้าก็อึ้งๆนะ เราเห็นเค้าอมยิ้มแล้วก็ก้มหน้าลงไป เราก็ก้มหน้าคุยกับแม่ค้าต่อเลย มันเขินมากกกก พักหลังเราเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ความบังเอิญแต่เค้าเหมือนอยากจะออกมาพอดีเจอเราเหมือนกัน...เหมือนที่เราหวังว่าออกมานอกบ้านครั้งนี้ ขอให้เจอด้วยเถอะ แล้วก็เจอ... ขอบรรยายเพิ่มเติมนะคะ คือเราไม่รู้จักกันเลยยยย แต่คือหล่อ กล้ามใหญ่มากกกก ริ้วกล้ามเนื้อแบบชัดมากๆๆๆๆ ขาวๆ ตี๋ๆ มีหนวดนิดหน่อย (เค้าชอบใส่เสื้อกล้ามวิ่ง) บวกกับดูเป็นคนสุขุมๆ เรายิ่งชอบบบบไปอีก เราบอกก่อนว่าเราอายุจะ 22 ปีแล้ว เรียนอยู่คณะที่เค้าเรียนกัน 6 ปี เรียนหมอแหละ 5555 เราเลยรู้สึกว่าตัวเองยังเด็กอยู่ แต่เราก็รู้สึกว่า ผช คนนี้น่าจะอายุมากกว่าเรานะ อาจจะ 24-25 มั้ง แต่เราไม่รู้เค้าเรียนจบยังหรือทำงานแล้วรึเปล่า เพราะเห็นกลับมาช่วงสงกรานต์ ส่วนเราเป็นผู้หญิงอวบๆ ขาวเหลือง แต่งหน้าแต่งตัวบ้าง ประเด็นคือเราขับรถผ่านออกไปถนนใหญ่เส้นหลักเห็นว่าร้านของที่บ้านเค้าที่สร้างใหม่กำลังจะเสร็จ เค้าอาจจะย้ายออกไปภายในปีนี้แหละ เราคิดว่า(มโน)ว่าเค้าอาจจะชอบเราเหมือนกันมั้ง T____T แต่ด้วยความที่เราไม่เคยคุยกันเลย เราก็หลบหน้าเค้าตลอด เราชอบหน้านิ่งๆ บูดๆ ใส่ ผช ที่เราชอบ ปิดบังความเขิน ( - -') เค้าเลยอาจจะไม่กล้าทักเราหรือเค้าไม่ได้คิดอะไรจริงๆ เพราะเค้ามีแฟนแล้ว ? หรือเค้าเป็นเกย์ ? หรือทั้งหมดอิชั้น มโน อยู่ฝ่ายเดียว อิชั้นควรทำอย่างไรดีคะ ที่จะได้โอกาสคุยกับเค้าหรือทำความรู้จักกันก่อนที่เค้าจะกลับไปเรียนหรือกลับไปทำงาน ก่อนที่อิชั้นจะเปิดเทอม หรือก่อนที่เค้าจะย้ายออกไป.... คือไม่เคยมีแฟนเลย อ่อยผู้ชายไม่เป็น เอาหน้านิ่งๆ เข้าข่มความเขินอย่างเดียว อร้ากกกกกก เห็นนิ่งๆ แต่ในใจจะปะทุออกมาแล้วนะคะ ผู้ชายที่เคยอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเป็นคุณจะทักสาวข้างบ้านก่อนไหมถ้าเกิดปิ๊งเค้าจริงๆ หรือเค้าเกร็งที่เราเรียนหมอเปล่า แล้วชอบทำหน้านิ่งๆ เปล่า ? หรือสาวแอบมองคนข้างบ้านอย่างเราควรจะทำไงดี เริ่มต้นยังไงดีไม่ให้น่าเกลียด คืออยู่ดีๆ ไปยิ้มให้ทั้งๆ ที่ไม่เคยยิ้มให้มาก่อน หน้าเค้าเรายังไม่กล้ามองด้วยซ้ำ ถ้าพรุ่งนี้เช้าไปยิ้มให้เลยกลัวเค้าตกใจ 5555 หรือถ้าพรุ่งนี้เช้าเราจะออกไปวัด วัดอยู่ใกล้บ้านเรามากๆ ประมาณ 500 เมตรเอง ไม่ใช่วัดธรรมดาในหมู่บ้านนะ ประมาณวัดพระธาตุดอยสุเทพแหละ แต่เราไม่ได้อยู่เชียงใหม่ 5555 แล้วเจอเค้าออกมาหน้าบ้านพอดี ชวนไปวัดเลยไหม โอยยยย ใจมันคิดไปไกลล่ะ แต่แค่ยิ้มให้ครั้งแรกยังไม่กล้าเลย   ช่วยยัยเพิ้งงงที ไม่อยากเสียโอกาสไปอีกแล้ววววว เราชอบคนนี้มากจริงๆ..... คำตอบ : สวัสดีค่ะ คุณน้องว่าที่คุณหมอคะ  มาดามรัก จะขอกล่าวแค่ประโยคสั้นๆ นะ "ตื่นยังลูก? " ข้อ 1. คนอยู่บ้านรั้วติดกันไม่เจอกันเลยสิแปลก! พรหมลิขิต ? บังเอิญ ? น้องลองไปถามคุณปู่ไอน์สไตน์ ดูก็ได้ว่านี่มันเป็นเพราะพรหมลิขิตรึเปล่านะ ดูค่าความน่าจะเป็นที ว่าเป็นไปได้ไหม ข้อ 2. คนไม่เคยคุยกัน จะยิ้มให้เขาอย่างมิตร ก็ยังไม่ทำ แล้วเขาจะมารู้ มาสนใจอะไรกับน้องว่า น้องเรียนหมอ เลยเกร็ง ไม่กล้าเข้าหา!!!? กรรม นี่มันงานมโนล้วนๆ เลยจ่ะ ข้อ 3. ขับรถผ่านหน้าบ้าน แล้วเจอเขา ก็มันบ้านเขาป่ะจ๊ะลูก เขาจะอยู่หน้าบ้าน ในบ้านมันก็บ้านเขาป่ะลูก ตื่นๆ มาดามรัก ว่าหนูก็รู้ตัวนะว่า งานมโนล้วนๆ คิดไปเองคนเดียว ล้วนๆ รู้ตัวก็ดี จงมีสติ แล้วตื่นนะบัดนาวจ่ะ นี่มันเป็นความฟุ้งซ่าน ที่เกิดจากความสนใจในตัวเขา หนูจึงตั้งข้อสังเกต และตั้งสมมติฐาน แต่หนูยังไม่เข้าไปทำการทดลองจริงเสียที มัวรออะไรอยู่จ๊ะ ทำการทดลองเลย เข้าไปคุยไปทักเขาเลย ก็คุยอย่างคนเป็นมิตร เป็นเพื่อนบ้านกันแค่นี้เอง เขาไม่ได้เรียกว่าอ่อย แต่เขาเรียกว่าทำความรู้จัก เพราะไม่อย่างนั้น หนูจะเป็นเพียงชะนีน้อยโลกสวย ที่ได้แค่เพ้อ เพราะจากที่หนูเล่ามา เขาจะไม่เข้าหาหนูแน่ๆ จ่ะ ถ้าจะรอบนหอคอย คงจะได้รอไปอีกนานนนนนนนนนน โอกาสจะไม่เป็นของเรา ถ้าไม่คว้ามาเอง คุยกันเป็นเพื่อน ไม่มีอะไรเสียหายหรอก จะได้เปิดโอกาสทำความรู้จักกันไว้ เป็นการฝึกทักษะการเข้าสังคมไปด้วยในตัวนะ ขอให้ลอง แค่หนูเปิด โลกก็เปลี่ยนจ่ะ บุญรักษา จากใจ มาดามรัก 

ตะลึง สาวคนนี้ ถึง จุดสุดยอด 90 ครั้งต่อชั่วโมง
คู่รัก /  จุดสุดยอด / 

สาวๆจ๋า แน่นอนว่า จุดสุดยอด ของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันออกไป ตามสิ่งเร้าที่เกิดขึ้น แต่จะทรมานแค่ไหน ถ้าสาวๆเกิดออกัสซัมมากกว่า 90 ครั้งต่อหนึ่งชั่วโมง งานี้เกิดขึ้นแล้วกับคุณแม่คนหนึ่ง  โดยคุณแม่รายนี้จะมีอาการ " ถึง " ในแต่ละวัน 90 ครั้งเลยทีเดียว และเกิดขึ้นทุกๆชั่วโมงอีกด้วย ซึ่งอาการของเธอเกิดจากความผิดปกติทางระบบทางเพศที่เกิดขึ้นได้ยากและหาได้ยาก      โดย คาร่า อานาย่า นั้น ได้เกิดความผิดปกติที่เรียกว่า Persistent Genital Arousal ซึ่งแปลว่า ไม่ว่าเธอจะทำอะไรอยู่ อาการถึงจุดสุดยอดก็จะมาเยือนเธอได้ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะเป็นไปซื้อของ ชอปปิ้ง รับลุกที่โรงเรียน   คาร่าวัย 30 ปี จากอริโซน่า ได้รับวินิจฉัยว่าเธอมีอาการผิดปกติเมื่อ สามปีทีแล้ว ด้วยอาการถึง ราวๆ 6 ชั่วโมงต่อวัน     มันเป็นอาการที่เกี่ยวเนื่องกับลูกชายของฉันโดยตรง เพราะบ่างทีเมื่อมีกิจกรรมกับโรงเรียน ฉันไม่อาจร่วมทำกับลูกได้เลย มันสร้างปัญหามาก บางครั้งเพื่อนของลูกก็มีทีท่าแปลกๆ เมื่อรู้ว่าลูกมีแม่ที่เป็นอาการนี้"   " ที่ยากที่สุดคือฉันไม่อาจอธิบายให้ลูกฟังได้ ก็เขายังเด็กมาก " โดยตอนนี้คาราต้องหลีกเลี่ยง สถานที่สาธารณะทุกอย่าง เพื่อป้องกันความอับอายจากอาการที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่นั่นเอง คาร่าเล่าให้ฟังว่า " อาการมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ฉันหยุดแทบไม่ไหว บางทีมันก็จักจี้ฉัน ทำให้ฉันปั่นป่วนทั้งความคิด สมอง และร่างกาย และมันส่งผลกับอารมณ์ความรู้สึกในแต่ละวันมาก เช่นบางวันที่มีอาการรุนแรงมาก" คุณแม่ผู้น่าสงสารต้องใช้วิธีข่มตาให้หลับ เพื่อลดความรู้สึกถึงที่มาไม่หยุดหย่อน บางวันก็ทรมาณเธอได้ถึง 10 ครั้งต่อวัน ก่อนหน้านี้ คาราทำงานเป็นพนักงานเสริฟ แต่ตอนนี้เธอต้องอาศัยอยู่กับแม่แล้ว เนื่องจากไม่กล้ากลับไปทำงานเพราะอายเหลือเกินกับอาการแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เธอใส่ส้นสูงไม่ได้แล้ว เพราะเมื่อมีอาการ เข่าเธอจะอ่อนและทรุดลงอย่างรุนแรง โดยอาการนี้ สาวๆอาจจะสงสัยใช่มั้ยล่ะว่า แล้วสามีของนางจะทำยังไงเนี้ย แฟนตัวเองปรี๊ดทุกชั่วโมงแบบนี้ โดยเธอบอกว่า เธอก็ยังทำการบ้านกับแฟนเป็นประจำอาทิตย์ละครั้ง แต่ก็สร้างความมึนงงเบาๆเหมือนกัน เพราะสามีเธอก็จะรู้ว่า อาการถึงของเธอมันเกิดจากเขา หรือ โรคของเธอกันแน่เนี้ย คาร่าบอกว่าเธอหาวิธีแก้แทบจะครบหมดแล้ว ทั้งไปหาหมอ ตรวจร่างกาย การบรรเทาด้วยการช่วยตัวเองด้วยน้ำแข็ง อาบน้ำเย็น แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลยจริงๆ แต่เรื่องสนุกๆก็มี เมื่อหนุ่มๆหรือเหล่าเพื่อนฝูงของเธอ รู้ว่าเธอมีอาการนี้ ก็จะพากันตื่นเต้นกันอย่างแรง " บางคนก็หาว่าฉันเฟค เพื่อนบางคนก็คิดว่าฉันโกหกก็พากันหายไป พ่อแม่ฉันบางทีก็อับอาย และยากเกินจะยอมรับอาการนี้ แต่โชคดีที่พวกเขายังคอยอยู่เคียงข้าง ตอนนี้ฉันก็ได้แต่หาคำแนะนำจากเพื่อนๆในเวปไซต์ต่างๆ ก็แม้แต่หมอยังช่วยฉันไม่ได้ ก็ได้แต่หวังพึ่งตัวเอง และขอให้มันหายเร็วๆทีเถอะ" ที่มา  Metro.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ลูกตลกตกไม่ไกลต้น
ลูกตลกตกไม่ไกลต้น /  รพีภัทร เอกพันธ์กุล / 

ณ โรงเรียน 2 โรงเรียน ซึ่งใช้รั้วกลางรวมกัน โรงเรียนหนึ่งเป็นวัดโทรมๆ ส่วนโรงเรียนหนึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนหรูหรา ความแตกต่างของนักเรียน ครูและผู้ปกครองจึงแตกต่างกันในเรื่องฐานะอย่างชัดเจน จนกระทั่งเด็กนักเรียนเล็กๆ 2 คนซึ่งเป็นเพื่อนกันแต่อยู่กันคนละโรงเรียน กินไอศครีมหยอกล้อกันด้วยความสนุกสนาน แล้วอุบัติเหตุทางอารมณ์ก็เกิดขึ้น เมื่อรุ่นพี่ทั้ง 2 โรงเรียนเข้ามายุ่งด้วย จนเรื่องราวบานปลายไปถึงผู้ปกครองและครูใหญ่ทั้ง 2 โรงเรียนต้องพยายามไกล่เกลี่ยให้ความขัดแย้งลดลงเรื่องก็เหมือนจะจบลงด้วยดี แต่จากเรื่องเด็กๆ ก็กลับเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นไปอีกเมื่อครูทั้ง 2 โรงเรียนกลับเป็นฝ่ายทะเลาะกันเองจากการที่จะพยายามไกล่เกลี่ยก็กลายเป็นคุยข่มกัน ที่เคยจะจัดงานแข่งขันเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กลับกลายเป็นการแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อชัยชนะ การแข่งขันครั้งแรกดำเนินไปท่ามกลางความขัดแย้งของเด็กทั้ง 2 โรงเรียน จนทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขัน ทำให้นักดนตรีทั้ง 2 โรงเรียนบาดเจ็บ อาจารย์ทั้ง 2 โรงเรียน จึงเรียกเด็กๆ ที่ก่อเรื่องมาฝึกดนตรีเพื่อเป็นตัวแทนในการแข่งขันครั้งต่อไป ในช่วงเวลาฝึกดนตรีกันนี่เองเด็กๆ ได้สนุกสนานร่วมกัน การแข่งขันครั้งที่ 2 จึงเป็นไปด้วยความราบรื่น เป็นการแข่งขันดนตรีที่เปลี่ยนแปลงไปโดยถนัดตา เพราะเด็กๆ ของทั้งสองโรงเรียน ร่วมเล่นดนตรีกันด้วยความสนุกสนาน การแข่งขันเพื่อชัยชนะจึงกลายเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ไปโดยปริยายด้วยตัวเด็กๆ เองส่วนครูใหญ่ทั้ง 2 โรงเรียนเห็นเหตุการณ์กลับกลายเป็นอย่างนี้ก็อายเด็กพากันจับมือและจบความขัดแย้งลง

ละครสามใบไม่เถา , เรื่องย่อสามใบไม่เถา
สมาร์ท กฤษฏา /  พรีม รณิดา / 

เรื่องย่อละคร “สามใบไม่เถา” บทประพันธ์ : อาริตาบทโทรทัศน์ : ชลนภัสส์/ตุณย์กำกับการแสดง : ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติวันเวลาออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องรักของสามสาวในครอบครัวคุณพ่อจอมหวง.. หนึ่ง.. คือรักมั่นคงของลูกสาวคนโต ที่พร้อมจะท้าทายกฏเหล็ก อีกหนึ่ง.. คือรักสุดห้าวลูกสาวคนกลาง ที่รู้แจ้งเรื่องผู้ชายจนยากจะหาใครดีพร้อมสำหรับตัวเอง และอีกหนึ่ง.. คือรักซ่อนรูปของน้องสาวคนสุดท้องอันยากจะหักห้าม กว่าจะได้มาซึ่งความรักที่มีอุปสรรคคือคุณพ่อขี้หวง พวกเธอยังต้องเอาชนะทั้งหัวใจตัวเองและคนที่เธอรัก ที่นำมาซึ่งรสชาติหลากหลายของสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อัษฎา มีลูกสาว 3 คน.. สวยล้ำทุกคน ผู้เป็นพ่อหวงลูกสาวเรียกว่าจงอางหวงไข่ยังน้อยไป อัษฎาเป็นเหมือนพญานาค 8 เศียรที่แผ่ทุกเศียรปกป้องลูกสาวจากบรรดาหนุ่มๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัวอัษฎานับว่าแปลกทีเดียว อัษฎา กับ บราลี ภรรยา ต่างมีลูกติดและทั้งสองมีลูกของเรา อุรวสา คนโตเป็นลูกติดอัษฎาที่สนิทสนมกับแม่เลี้ยงตั้งแต่เล็ก ไม่ค่อยกินเส้นกับพ่อแท้ๆ ตัวเอง อันตรา คนรองเป็นลูกติดบราลี แต่กลับเป็นคู่ซี้อัษฎาพ่อเลี้ยง ลุยไหนลุยกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง อินทุอร คนเล็กสนิทกับทั้งพ่อทั้งแม่ มีดีที่ลีลาออดอ้อนให้พ่อยอมทำตามทุกอย่างได้โดยดุษฏี สามศรีพี่น้องรักใคร่สามัคคีกันดี ต่างไม่คิดว่าเป็นลูกคนละพ่อคนละแม่ เนื่องด้วยพ่อกับแม่รักลูกทุกคนเท่ากัน เมื่อต้นปี อุรวสา กลับจากอเมริกาหลังไปใช้ชีวิตที่นั่นหลายปี หอบใบปริญญามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และดีกรีนักออกแบบมือรางวัลกลับมาให้พ่อแม่ภูมิใจ ทว่าสิ่งที่พ่อแม่ไม่รู้ก็คือ อุรวสาหอบสามีกลับมาด้วย... แสงฉาน แฟนหนุ่มจูงมืออุรวสาเข้าโบสถ์แต่งงานเรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน ทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภรรยามา 2 ปีแล้ว อุรวสาเป็นคนต้องการปิดเรื่องแต่งงาน เพราะพ่อคาดหวังกับลูกเขยคนโตไว้สูงลิบ ต้องเป็นคนดี เจ้าของกิจการใหญ่โต ฐานะมั่นคง แต่แสงฉานเป็นแค่เชฟจบใหม่ ไฟแรง จิตใจดี ดีกรีเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่งอุรวสาตั้งเงื่อนไขจะพาแสงฉานไปกราบพ่อในฐานะสามี ก็ต่อเมื่อแสงฉานสร้างเนื้อสร้างตัวทำตามฝันตัวเอง เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยฟิวชั่นประยุกต์จนติดอันดับโลกได้ก่อน ฝ่ายแสงฉานได้แต่ยิ้มฟังตามประสาชายหนุ่มอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ รู้ดีว่าเมื่อแฟนสาวคนเก่งแสดงเจตจำนงใด อีกฝ่ายห้ามต่อรอง อันตรา สาวห้าวคนรองเปิดธุรกิจฟิตเนส แต่ด้านหน้าแบ่งเป็นสำนักงานนักสืบ เธอเจริญรอยตามพ่อแท้ ๆ ที่เป็นตำรวจสายสืบซึ่งเสียชีวิตตอนสืบคดีๆ หนึ่ง อันตราได้รับการว่าจ้างให้สะกดรอยตาม เวสน์ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผู้ว่าจ้างสาวคนหนึ่งสงสัยว่าชายหนุ่มแอบซุกหญิงอื่นไว้ เวสม์รู้ตัวว่าถูกตาม พยายามคาดคั้นอันตราว่าใครจ้าง แต่เธอไม่ยอมบอกเพราะผิดจรรยาบรรณนักสืบ อันตราสมเพชเวสน์ที่หน้าตาก็ดีไม่น่า... ขายตัว เวสม์อึ้งที่อันตราหาว่าเป็นแมงดา เขาขำแกมประทับใจในจินตนาการของสาวเจ้า เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนใครด่าว่าเป็นแมงดาแบบนี้...วสม์ไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสอันตรา อันตราประกาศไม่รับแมงดาเป็นสมาชิก แต่ลูกน้องดันรับเงินให้ใบเสร็จเวสน์ไปแล้ว จึงบังเกิดเรื่องโกลาหลอยู่เนืองๆ เมื่อเวสม์มาออกกำลังกาย ชายหนุ่มชอบยั่วให้อันตรายัวะแล้วเถียงกัน เวสม์สนุกเวลาต่อปากต่อคำกับอันตราสาวห้าวเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามเซ้าซี้ถามว่าใครจ้างตามสืบ.. แต่อันตรารูดซิปปากสนิท ซิปไม่มีแตกงานวันเกิดอัษฎาจัดขึ้นทุกปี ปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนเพราะมีแขกพิเศษ ภิสิต เพิ่งเดินทางกลับจากฝรั่งเศสหลังไปทำงานเป็นผู้ช่วยทูตอยู่ 10 กว่าปี อินทุอรใจเต้นระส่ำเมื่อเห็น...คุณอาสิต ย้อนไปเมื่ออินทุอร 7 ขวบ เด็กหญิงตัวน้อยไปงานเลี้ยงกับพ่อ พวกผู้ใหญ่ออกไปเต้นรำ เด็กหญิงอินทุอรเฝ้ามองผู้ใหญ่เต้นรำกอดกัน ประหนึ่งเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงในนิทาน เด็กหญิงอินทุอรฝัน จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาขอเต้นรำ อาสิตเดินมาหา โค้งให้เด็กหญิงตัวน้อย จูงมืออินทุอรออกไปเต้นรำโดยคุณอาสิตอุ้มอินทุอรตลอดเพลง ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงอินทุอรก็ติดคุณอาสิตแจ จนกระทั่งภิสิตถูกส่งไปประจำที่ฝรั่งเศสจึงห่างเหินกัน ผ่านมา 10 กว่าปีใครต่อใครคิดว่าอินทุอรลืมภิสิตแล้ว หากแต่ความจริง...ภิสิตเป็น...รักฝังใจอินทุอร รักฝังใจที่เป็นไปไม่ได้... เพราะภิสิตแต่งงานแล้วภิสิตสนิทสนมกับครอบครัวอัษฎามากพอจะเล่าเรื่องส่วนตัว เขามีชีวิตการแต่งงานล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อภิสิตพูดถึง บุษบาบัณ อินทุอรสังเกตเห็นนัยน์ตาเศร้า ๆ แล้วสงสารจับใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือ..จุดเริ่มต้นของ “ความรัก” ความที่เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ภิสิตกับบุษบาบัณตกลงอยู่กันฉันท์สามีภรรยาแต่เพียงในนามมานานหลายปีแล้ว อัปสร ป้าของภิสิตรับรู้ความไม่ลงรอยในชีวิตคู่ของหลานชายคนเดียว เธอสงสารหลานมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่แล้ว ภิสิตถูกพ่อจับแต่งงานกับบุษบาบัณเพราะความเหมาะสมทางสังคม เขาเป็นคนหนุ่มบ้างานมุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จในกระทรวงฯ ตรงข้ามกับบุษบาบัณที่เป็นสาวเปรี้ยวเฉี่ยว ชอบสังคม รักการเที่ยวเตร่ ใช้เงินซื้อความสุขทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่แต่งงานแล้ว.. ขณะอยู่ที่ฝรั่งเศสบุษบาบัณก็ยังไม่หยุดเที่ยว เธอควงชายหนุ่มไม่เลือกหน้าโดยไม่เกรงใจภิสิตผู้เป็นสามีเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดภิสิตทนไม่ได้ ตกลงต่างคนต่างอยู่ มีชีวิตส่วนตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งบุษบาบัณก็ไม่รู้สึกอะไร... ดีเสียอีกที่เธอจะได้สนุกกับชีวิตสาวโสดได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร ! เมื่อภิสิตกลับมาเมืองไทยแล้ว ป้าอัปสรอยากให้ภิสิตหย่าขาดให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที เขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่...แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา ผู้หญิงดีๆ มีออกถมเถ แต่ภิสิตไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น ด้วยเพราะภาระทางสังคมและเกียรติยศชื่อเสียงวงศ์ตระกูลระหว่างบุษบาบัณกับเขายังค้ำคออยู่ ในวันหยุดวันหนึ่ง.. ภิสิตเจออินทุอรที่บ้านป้าอัปสร จึงได้รู้ว่าอินทุอรเป็นเพื่อนต่างวัยของอัปสรเพราะชอบฟังเพลงลูกกรุงเหมือนๆ กัน อินทุอรมักจะจูงมืออัปสรไปดูคอนเสิร์ตชรินทร์ นันทนาคร อยู่บ่อยๆ เหตุที่อินทุอรชอบเพลงของชรินทร์ก็เพราะนั่นเป็นเพลงแรกที่ภิสิตเต้นรำกับอินทุอรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภิสิตกับอินทุอรจึงมีโอกาสพบกันอยู่บ่อยครั้ง อัปสรทำตนเป็นแม่สื่อชั้นดี ให้อินทุอรแสดงฝีมือทำกับข้าวให้ภิสิตกิน ให้อินทุอรถักเสื้อหนาวให้ภิสิตเผื่อภิสิตถูกส่งไปประจำเมืองหนาว หนำซ้ำอัปสรยังให้ภิสิตไปรับไปส่งอินทุอรที่บ้านอยู่บ่อยๆ ภิสิตรู้ทัน... อัปสรต้องการจับคู่เขากับอินทุอร ไม่ใช่อินทุอรคนเดียวที่จำงานเต้นรำคืนนั้นได้ ภิสิตเองก็จำภาพเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักแก้มแดงสุกปลั่งเป็นที่น่าเอ็นดู โตเป็นสาวอินทุอรยิ่งสวย สวยจนทำให้ภิสิตหวั่นไหวตั้งแต่วันที่เจอกันงานวันเกิดอัษฎา ภิสิตไม่กล้าแสดงออกด้วยเกรงใจอัษฎา ภาระทางสังคมอันยิ่งใหญ่...ทำให้ความรักระหว่างเขากับอินทุทรเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้... หากแต่ขณะนี้ความรักระหว่างอินทุอรกับภิสิตเกิดขึ้นแล้ว .. เขาและเธอต่างพึงใจซึ่งกันและกัน ก่อเกิดความผูกพันโดยทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย... อันตราขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามเวสม์ตามภารกิจนักสืบ แต่เวสม์จับได้จึงแกล้งสะกดรอยอันตรากลับ อันตรารู้ตัวตกใจจึงขี่รถหนีแต่ก็ไม่พ้น เธอชนรถของเวสม์อย่างจังจนสลบ ระหว่างนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอันตราบอกทุกคนว่าเวสม์จงใจขับรถชน เพราะเกลียดที่เธอตามสะกดรอยเขาที่กำลังติดพันกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง อัษฎาจะเอาผิดเวสม์ แต่อุรวสาห้ามไว้เพราะเธอทำธุรกิจกับเวสม์มานานและรู้นิสัยเวสม์ดี แต่ทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่องตามประสาพ่อลูกที่ไม่มีใครยอมใครจากการแอบตามอันตราครั้งนั้นทำให้เวสม์รู้ว่าคนว่าจ้างคือ ศศิพิมล ศศิพิมลกลัวเวสม์มีผู้หญิงอื่นจึงจ้างนักสืบสะกดรอย เวสม์โกรธมากเพราะศศิพิมลไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา ทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากอดีตรักครั้งแรกที่ผ่านมานานแสนนาน เวสม์ขอให้ศศิพิมลออกไปจากชีวิตเพราะไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว แต่ศศิพิมลตื๊อไม่เลิก ร้องห่มร้องไห้ว่าโดน พงษ์ชัย สามีเจ้าพ่อทำร้ายจิตใจสารพัด ครั้งหลังสุดเธอโดนทุบตีบาดเจ็บเจียนตาย เวสน์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นอาการร้องไห้แบบไม่สมประดีของสาวที่เขาเคยพึงใจ.. เวสม์สงสารศศิพิมลในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงช่วยเหลือให้ที่เธอพักที่คอนโดฯ เก่าซึ่งเขาไม่ได้อยู่แล้วเพื่อหนีจากพงษ์ชัย โดยไม่เฉลียวใจเลยว่านั่นยิ่งสร้างความหวังให้กับศศิพิมลมากขึ้นไปอีก เธอตั้งใจจะใช้จิตใจที่ดีงามของเวสม์...เป็นหนทางกลับเข้ามาสู่ชีวิตของชายหนุ่มอีกครั้ง เวสม์มาเยี่ยมอันตราทุกวัน เวลามาต้องคอยหลบอัษฎาที่มีสายตาไม่เป็นมิตร เพราะคิดว่าเขาเป็นผู้ชายไม่ดี อำพล เพื่อนหมอของเวสม์เป็นเจ้าของไข้อันตราช่วยดูต้นทางให้ อำพลดีใจที่เห็นเวสม์เริ่มหันมาสนใจรู้จักรักผู้หญิง เพราะหลังจากเวสม์อกหักช้ำรักจากศศิพิมลตอนวัยรุ่น เวสม์ก็เตลิดไปเมืองนอก มุหาเงินเพื่อชดเชยปมที่โดนศศิพิมลทิ้งเพราะจน เขาประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นข้ามชาติ ปัจจุบันเป็นนักการเงินชื่อดังหาตัวจับยาก แต่เวสม์เอาแต่หาเงินจนลืมหาแฟน อำพลเชียร์เวสม์กับอันตรา แต่ก่อนอื่นเวสม์ต้องทำให้อันตราเลิกเข้าใจผิดว่าเป็นไอ้ตัวซะก่อน เมื่อออกมาจากโรงพยาบาล อันตราเห็นเวสม์ดูแลศศิพิมลในวันที่โดนสามีเจ้าพ่อทำร้าย บางวันศศิพิมลก็นอนค้างคอนโดเก่าของเวศม์ ยิ่งทำให้อันตราเข้าใจผิด ขยะแขยงคิดว่าเวสม์เกาะผู้หญิงมีสามี เวสม์แกล้งไม่อธิบายปล่อยให้อันตราเข้าใจผิด เพราะสนุกดีเวลายั่วให้สาวห้าวด่าเล่น อันตราถึงขนาดท้าเวสม์ลงนวมต่อยมวยที่ฟิตเนส เวสม์ออมมือปล่อยให้อันตราชนะไป สาวห้าวยิ่งเหลิงน่าดู ทำซ่า ท้าตีท้าต่อยเวสม์ประจำ แสงฉานซื้อร้านอาหารเก่าเล็กๆ มาปรับปรุงใหม่ เปิดเป็นร้านขายอาหารฝรั่งและไทยประยุกต์ โดยลงทุนจากเงินเก็บของตัวเอง ไม่ยอมใช้เงินของอุรวสาผู้เป็นภรรยา แม้ว่าอุรวสาจะไม่เห็นด้วยและพยายามผลักดันให้แสงฉานเปิดร้านใหญ่มากกว่านี้ก็ตาม แสงฉานต้องการตั้งตัวให้ได้ด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้อัษฎาเห็นว่าเขาเหมาะสมกับอุรวสา แสงฉานตั้งชื่อร้านว่า US Restaurant ตัว U มาจากชื่อ อุรวสา ส่วน S ก็คือชื่อ แสงฉาน ในวันเปิดร้าน อุรวสาพาอัษฎามา US Restaurant ด้วยหวังจะให้พ่อมองแสงฉานดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แสงฉานเคยเจออัษฎาว่าที่พ่อตา แต่อัษฎาไม่ชอบแสงฉาน เพราะคุณสมบัติแสงฉานไม่ผ่านมาตรฐานสุดเนี๊ยบ และเพื่อให้บรรยากาศราบรื่น อุรวสาพาอินทุอรน้องสาวคนเล็กขวัญใจพ่อมาอีกคนทว่างานนี้ 10 อินทุอรก็ช่วยไม่ได้ อัษฎาตำหนิแสงฉานไม่รู้จักคิดการใหญ่ ร้านเข้ามาในซอยลึกทำเลไม่ดี ไม่น่าจะเจริญไปได้ แต่แสงฉานมั่นใจรสชาติอาหารของตนจะสามารถดึงลูกค้าได้ วันเปิดร้านจึงเกิดบรรยากาศโกลาหลของความไม่ลงรอยกันระหว่างว่าที่พ่อตากับลูกสาวและลูกเขยจนร้านแทบแตก แสงฉานทำงานหนักเป็นสองเท่า คิดเมนูอาหารไทยประยุกต์แบบใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ติดป้ายทางเข้าร้าน ซึ่งก็ได้ผลลูกค้าเริ่มมา แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจอุรวสา อุรวสาต้องการให้ร้านเต็มทุกที่นั่ง แสงฉานอ่อนใจ บางครั้งมาตรฐานสูงลิบของอุรสาก็กดดันเขาอยู่ไม่น้อย คู่หนุ่มสาวทะเลาะกันบ่อยครั้ง การไม่ให้เกียรติสามีของอุรวสา ทำให้ความอดทนของแสงฉานหมดลงเรื่อย ๆ แสงฉานอาจไม่ใช่ผู้ชายที่เก่งที่สุด... แต่ก็ไม่ได้โง่ ขนาดต้องให้เมียเข้ามาจัดการชีวิตทุกอย่าง อัษฎาชวนภิสิตมากินข้าวที่บ้าน อินทุอรดูแลปรนนิบัติภิสิตอย่างดีจนบราลีและอุรวสาอดที่จะร้อนใจไม่ได้ว่าอินทุอรข้ามเส้นคิดเกินเลยกับภิสิต ภิสิตเห็นสายตาของอินทุอรที่ชื่นชมก็ยิ่งทรมานใจและรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำอยู่ ขอตัวกลับ แต่อินทุอรเข้าใจผิดคิดว่าภิสิตโกรธ เมื่อเธอขอคำอธิบาย ภิสิตตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่อินทุอรคิด ทำให้อินทุอรช้ำใจกับความหมางเมินเหินห่าง บราลีกับอุรวสาแน่ใจว่าอินทุอรปักใจกับภิสิตแน่ๆ จึงตกลงกันว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้อัษฎารู้และรอดูท่าทีของภิสิต หากเขาแสดงออกว่าชอบอินทุอร อุรวสาและอันตราจะเป็นคนไปพูดกับภิสิตเอง อุรวสาต้องการเปิดสาขาร้าน แต่แสงฉานไม่เห็นด้วยอยากให้ร้านแรกอยู่ตัวก่อนแล้วค่อยขยับขยาย อุรวสาไม่ฟัง ซื้อร้านเก่ามาตกแต่งใหม่ แสงฉานโมโหไม่ยอมไปเป็นเชฟให้ ด้วยความเจ้าอารมณ์อุรวสาเผลอต่อว่าแสงฉานว่าไม่มีหัวธุรกิจ ไม่มีความทะเยอทะยาน เธอไม่ต้องการผู้ชายแบบนี้มาเป็นผู้นำครอบครัว แสงฉานเหมือนโดนตบหน้า... เมียปรามาสดูถูก แสงฉานขอเลิก ! อุรวสาโมโห เลิกก็เลิก ! แต่หลังเลิกรากันต่างฝ่ายต่างเสียใจ แสงฉานไม่มีจิตใจบริหารร้าน อุรวสาแทบไม่มีรอยยิ้มเพราะคนเดียวที่ทำให้อุรวสายิ้มได้... คือแสงฉาน บุษบาบัณมีโอกาสพบกับแสงฉานในงานปาร์ตี้ครั้งหนึ่งที่ก๊วนแก๊งจัดที่ US Restaurant ทันทีที่เห็นหน้า ด้วยความเป็นสาวเปรี้ยวเจ้าชู้.. บุษบาบัณถึงกับถูกใจในความหล่อเหลาของแสงฉานบุษบาบัณหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดแสงฉานอยู่ตลอดเวลา ใช้เล่ห์มารยาหญิงยั่วยวนแสงฉานแต่เขาไม่เล่นด้วย ผู้หญิงคนเดียวที่แสงฉานรักคือ...อุรวสาบุษบาบัณไม่ยอมแพ้วางแผนให้อุรวสาเข้าใจผิดว่าแสงฉานมีอะไรกับเธอ แต่อุรวสาไม่หลงกล...ตบหน้าบุษบาบัณฉาดใหญ่ ให้สาสมกับความหน้าไม่อายอยากจะแย่งผู้ชายที่เธอรัก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้อุรวสาตระหนักว่ารักแสงฉานมากแค่ไหน .. ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ในงานเลี้ยงเปิดงานโครงการก่อสร้างแห่งใหม่ของอัษฎา เวสม์ไปด้วยในฐานะนักการเงิน อัษฎาจึงชวนภิสิตไปร่วมงานเพื่อกันเวสม์จากอินทุอร เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเวสม์ทำดีกับอันตราเพื่อจีบอินทุอร ยังไงเสียเขาก็ไม่ยอมเสียลูกสาวให้กับผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจเป็นอันขาด!! บุษบาบัณตามภิสิตมาด้วย เพราะเริ่มระแคะระคายคิดว่าภิสิตต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หญิงคนใดคนหนึ่งแน่นอน แม้เธอไม่ได้รักภิสิต... แต่บุษบาบัณต้องการความเป็นเจ้าของผู้ชายคนนี้ บุษบาบัณยอมไม่ได้ที่ภิสิตจะทิ้งเธอ.. เพื่อไปหาผู้หญิงคนใหม่ !! อินทุอรสลดไปเมื่อเห็นภิสิตมากับบุษบาบัณ เธอต้องเลี่ยงไปคุยกับเวสม์แทน เมื่อบุษบาบัณเห็นแววตาของอินทุอร เธอมั่นใจขึ้นทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ภิสิตแอบชอบอยู่ เธอยิ่งชิงชังอินทุอรมากขึ้นไปอีกอันตรากับอุรสาเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของบุษบาบัณ รีบดึงอินทุอรออกมาเตือนด้วยความเป็นห่วงกลัวเธอปล่อยใจให้ภิสิต อินทุอรจำต้องยอมรับกับพี่สาวทั้งสองคนว่าเธอชอบภิสิตเกินกว่าจะห้ามใจ อันตราและอุรสาเข้าใจน้องสาว.. และสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้อัษฎารู้ อินทุอรถูกโทรศัพท์ลึกลับตามรังควานและยังถูกบุษบาบัณใส่ร้ายว่าแย่งภิสิตผ่านหน้านิตยสาร ภิสิตทะเลาะกับบุษบาบัณอย่างรุนแรง ที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของอินทุอรแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนในสังคมรับรู้ว่าบุษบาบัณไม่เคยแยแสภิสิตแม้แต่นิดเดียว เมื่ออัปสรรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงนัดอัษฎามาคุยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แนะนำให้อัษฎายอมรับความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง เพราะความรักระหว่างภิสิตกับอินทุอรมีแต่ความสวยงามและอยู่ในสายตาของเธอโดยตลอด อัษฎาถึงกับอึ้งเมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด...ยากจะทำใจจริงๆ ที่ลูกสาวคนเล็กจะรักกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างภิสิต อุรสาช่วยย้ำให้อัษฎาเห็นว่าอินทุอรไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของภิสิตแตกแยก เธอเล่าเรื่องราวระหว่างเธอ บุษบาบัณ และ แสงฉาน ให้พ่อฟัง เพื่อตอกย้ำว่าบุษบาบัณทำตัวแย่เพียงใด ผู้หญิงอย่างบุษบาบัณไม่เคยซื่อสัตย์กับภิสิตเลยสักครั้ง..สถานการณ์เรื่องราวระหว่างอินทุอรกับภิสิตเบาบางลง .. แต่เรื่องราวการแอบแต่งงานกันระหว่างอุรสากับแสงฉานกลับถูกรับรู้โดยอัษฎา.. ระเบิดระหว่างพ่อกับลูกสาวคนโตในบ้านประทุอีกครั้ง !! ศศิพิมลขอหย่าพงษ์ชัยเพื่อเดินหน้าแย่งชิงเวสม์ แต่พงษ์ชัยไม่ยอมหย่า ตบตีและทำร้ายศศิพิมลจนเข้าโรงพยาบาล เวสม์ขู่จะแจ้งความหากพงษ์ชัยยังทำร้ายศศิพิมลอีก ในที่สุดศศิพิมลพ่ายแพ้ต่อความดีของเวสน์ในครั้งนี้ ศศิพิมลเรียกอันตราเข้ามาบอกความจริงและความดีของเวสน์ในอดีตทั้งหมด เล่าให้อันตราฟังว่าเวสน์รักอันตรามากแค่ไหน เหตุการณ์ครั้งนี้.. ทำให้อินตรารับรู้ความจริงว่าเวสม์เป็นผู้ชายแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษเพียงใด เป็นครั้งแรกที่สาวห้าว ยินดีเปิดใจรับชายหนุ่มอย่างเวสม์เข้ามาในหัวใจ คนในครอบครัวแปลกใจเมื่อเห็นอันตราใส่กระโปรง ตั้งแต่ใช้นางสาวนำหน้า สาวห้าวไม่เคยนุ่งกระโปรงอื่น.. นอกจากกระโปรงนักเรียน !! แม่พี่สาวน้องสาวถามไถ่ยกใหญ่ อะไรดลใจให้เปลี่ยนไป อันตราปิดปากเงียบแต่อัษฎารู้...ก็ไอ้แมงกะจั๊วหน้าหล่อนั่นไง ทำลูกสาวคนสนิทของเขากลายเป็นหญิงจ๋า อัษฎาบอกอันตรา...หัวเด็ดตีนขาด พ่อก็ไม่รับไอ้เจ้าเวสม์เป็นลูกเขย แม้ว่าอันตรากับบราลีผู้เป็นแม่.. จะอรรถาธิบายถึงเหตุผลความดีของเวสน์ยังไง คนหัวดื้ออย่างอัษฎาก็ไม่ยอมฟัง พงษ์ชัยสั่งให้ลูกน้องจับตัวเวสม์ไปซ้อมทำร้าย แล้วกลายเป็นอัษฎาที่เข้าไปช่วยเวสม์ออกมาจากเหล่าร้ายจนตัวเองเกือบโดนยิงตาย อัษฎายอมเสี่ยงตายเพื่อเวสม์เพราะรู้ว่าเวสม์เป็นผู้ชายที่อันตรารัก อัษฎารู้ว่าเวสม์ไม่ใช่แมงดา แต่ที่ไม่ยอมรับเพราะกลัวเวสม์แย่งลูกสาวไป เวสม์ตัดสินใจเข้าไปสู่ขออันตรา พร้อมๆ กับที่ภิสิตกับแสงฉานเอาธูปเทียนแพไปกราบขอขมาอัษฎา ที่ปิดปังความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับลูกสาวอีกสองคนของอัษฎามาโดยตลอด บราลีพยายามชี้ให้อัษฎาตระหนักรับรู้ถึงความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคู่... อุรวสา อันตรา และ อินทุอร โตเป็นผู้ใหญ่... ไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่อัษฎาเคยดูแลและปกป้อง อาจถึงเวลาที่สาวน้อยของพ่อต้องออกไปเผชิญโลกกว้างกับผู้ชายที่รักแล้ว ในที่สุดอัษฎาจึงเปลี่ยนความคิด ยอมรับความจริงข้อนี้ทั้งหมด.. อัษฎาปลื้มใจที่ลูกทั้งสามคน แม้ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ แต่รักกันมาก เสียสละดูแลกันและกันตลอดเวลาในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนงานแต่งงานอย่างเป็นทางการระหว่างอุรวสากับแสงฉาน อัษฎาสอนอุรวสา...เป็นภรรยาไม่ควรข่มสามี ต้องให้เกียรติสามี เคารพสามี เพราะทั้งคู่เปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน อุรวสาพยักหน้ารับคำ...ก้มกราบพ่อ อันตราจะแต่งงานกับเวสม์เดือนหน้า...ส่วนอินทุอรมีแพลนจะแต่งกับภิสิตสิ้นปี ต้นปีหน้าภิสิตต้องจะต้องไปเป็นผู้ช่วยทูตที่ออสเตรียและจะพาอินทุอรไปอยู่ด้วยในฐานะภรรยา อีกไม่นานบ้านหลังใหญ่ของอัษฎา ลูกๆ ก็จะแยกย้ายไปมีครอบครัว แต่ไม่ว่าลูกของพ่อไปอยู่แห่งหนไหน สายใยรักของพ่อก็เชื่อมโยงถึงลูกเสมอ... รายชื่อนักแสดง กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบทเป็น ภิสิตรณิดา เตชสิทธิ์ รับบทเป็น อินทิราหลุยส์ สก๊อตต์ รับบทเป็น เวศม์อามีนา กูล รับบทเป็น อันตราอเล็กซ์ เรนเดลล์ รับบทเป็น แสงฉานณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (ณิชา) รับบทเป็น อุรวสาทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบทเป็น อัษฎาอาภาศิริ นิติพน รับบทเป็น บราลีพิตต้า ณ พัทลุง รับบทเป็น บุษบาบัณอภิษฎา เครือคงคา รับบทเป็น ศศิพิมลอนันต์ บุนนาค รับบทเป็น สมศักดิ์ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น พงษ์ชัยณัฐฐา ลอยด์ รับบทเป็น ป้าอัปสรปรารถนา สัชฌุกร รับบทเป็น ป้าแต๋วปาริฉัตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ป้าต้อย

อยากให้ความคิดมีเสียง : Peet Peera [Official MV] - Mono Music Bar
อยากให้ความคิดมีเสียง /  Peet Peera / 

เผยแพร่เมื่อ 8 ก.ย. 2014 อยากให้ความคิดมีเสียง : Peet Peera [Official MV] - Mono Music Bar"คิด" แต่..."พูดไม่ได้" คือสิ่งที่ทำให้คนแอบรักทรมานมากที่สุด▼ iTunes : http://bit.ly/MonoMusicBar♫ Deezer : http://www.deezer.com/album/7852130♫ KKBOX : http://kkbox.fm/Gd0izLข่าวสารเพิ่มเติมที่ http://www.facebook.com/MonoMusic และ http://www.facebook.com/MrFellowMusic"อยากให้ความคิดมีเสียง" โดย พีท พีระ เพลงที่ของคนที่มีความลับอยู่ในใจแต่ไม่กล­้าพูดMono Music Bar อัลบั้มที่รวมเพลงฮิตจาก Mono Music ในรอบ 5 ปี มาเรียบเรียงดนตรีใหม่ในสไตล์ "Chilling Night Out" ให้อารมณ์เวลาฟังเหมือนนั่งดื่มไวน์ช่วงหั­วค่ำอยู่ในบาร์สุดหรูย่าน Manhattan, New York โดยมีบาร์เทนเดอร์ชั้นนำที่ใส่ใจทุกรายละเ­อียดจาก Fellow Music ในเครือ Mono Music เมนูที่ 8 จาก Mono Music Barคนที่ดื่ม "วอดก้า" มักจะเป็นคนใจกว้าง รักความสนุกสนาน แต่ก็มีบางเรื่องที่ขัดแย้งกับบุคลิกไม่กล­้าพูด เหมือนกับเพลง "อยากให้ความคิดมีเสียง" เพลงช้า ความหมายดีที่พูดถึงการแอบรัก ให้ความรู้สึกคล้ายช่วงเวลาในการกระดกวอดก­้า ถึงแม้จะขมแต่ก็ต้องข่มเอาไว้ข้างใน แม้จะไม่สามารถพูดได้ แต่ก็ไม่สามารถหักห้ามใจให้ไม่คิดได้ จากเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ "อ้อน ลัคนา" สู่แนวเพลง Electronic Bossa Nova โดย "พีท พีระ" เจ้าพ่อเพลงเศร้า "อยาก ให้ความคิดมีเสียง" จาก "พีท พีระ" เพลงที่คุณฟังแล้วให้อารมณ์เหมือนนั่งจิบ "วอดก้า" ที่บาร์สุดหรูย่านย่าน Manhattan, New York แล้วพบกับเมนูอื่นๆ จาก Mono Music Bar ได้ในเร็วๆ นี้Executive Supervisor : รัชพล จิตพึงธรรมExecutive Producer : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีProducer : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนี Co-Producer : ชินวุฒิ วัฒนาสัจจา Lyrics : ปัญญา โกเมนไปรินทร์Melody : MildVocalistArrangement : ชินวุฒิ วัฒนาสัจจา Recording Engineer : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีVocal Director : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีDigital Edited : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีRecorded at Guess Music Studio, A More StudioMixed and Mastered : วารุศ รินทรานุกูลMixed and Mastered at Sevendogs StudioArt Director : ประวิทย์ เจนสุขุม Graphic Designer : อริสรา วรศิริPhotographer : ตติพล ขุนอ่อน Stylist : สิวนาถ เลิศศักดิ์สิริ ติดต่อประชาสัมพันธ์ : คุณนิว 087 685 4495 / คุณเก๋ 089 967 4565 / คุณโป้ง 085 917 1709

เสื่อมอีก วัยรุ่นตาเยิ้ม จับกลุ่มดูดกัญชา  อัดคลิปเย้ยโซเชียล
กัญชา /  ตาเยิ้ม / 

เสื่อมอีก วัยรุ่นตาเยิ้ม จับกลุ่มดูดกัญชา  อัดคลิปเย้ยโซเชียล วันนี้(25 ธ.ค.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการแชร์คลิปกลุ่มวัยรุ่น 4-5 คน จับกลุ่มดูดกัญชาภายในห้องพักแห่งหนึ่ง โดยแต่ละคนอยู่ในอาการเมาเคลิ้ม ตาเยิ้มกันหมด พร้อมกับได้อัดคลิปแนะนำสมาชิกในกลุ่มรายคน นอกจากนี้ภายในคลิปยังได้ประกาศศักดาว่าเจ๋งจริง รวมไปถึงมีการพูดข่มคู่อริด้วย ภายในห้องดังกล่าวพบอุปกรณ์สูบ เช่น บ้องสูบทำจากขวดพลาสติก เขียงและมีดสำหรับหั่นกัญชา ก่อนที่จะมีการนำคลิปแชร์ลงบนโลกออนไลน์ และถูกแชร์ไปในวงกว้าง โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้เรียนอยู่ในโรงเรียนย่านสามโคก ปทุมธานี ซึ่งหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ก่อให้เกิดการแสดงความคิดเห็นถล่มคลิปเป็นจำนวนมาก โดยหลายคนมองว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมและจะลุกลามไปสู่ปัญหาด้านอื่นๆ รวมถึงมองว่าเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้เป็นปัญหาของสังคม วอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานรัฐเข้ามาแก้ไขปัญหาของเยาวชน ซึ่งส่วนหนึ่งมองว่าพฤติกรรมอัดคลิปในด้านลบโชว์โลกออนไลน์เป็นพฤติกรรมเลียนแบบและเป็นสิ่งที่วัยรุ่นในยุคนี้คิดว่าเจ๋งจริง ทำให้ดังชั่วข้ามคืน โดยลืมคิดหน้าคิดหลังถึงผลที่ตามมา อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเฟซบุ๊คของวัยรุ่นในกลุ่มนี้ได้มีการโพสต์ข้อความว่า คนไทยเดี๋ยวนี้เป็นอะไรกัน คนทำพลาดชอบซ้ำเติม  ลองคิดดูถ้าเป็นคุณบ้าง แล้วผมซ้ำเติมคุณบ้างล่ะ MThai News

ไม่สน! มุสซ่า ซิสโซโก้ เผยแฮปปี้ดีกับสาลิกาแม้ปืนใหญ่จะตามจีบ
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด / 

มุสซ่า ซิสโซโก้ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ของนิวคาลเซิล ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยว่า ยังมีความสุขดีกับสโมสร แม้ว่าทีมยักษ์ใหญ่อย่าง อาร์เซน่อล จะให้ความสนใจอยากได้ไปร่วมทีมก็ตาม โดยอาร์เซน่อล พร้อมทุ่มเงินประมาณ 16 ล้านปอนด์เพื่อซื้อตัวแข้งวัย 25 ปีรายนี้มาร่วมทัพ และทางนักเตะก็ดูจะมีใจเมื่อเคยออกมาบอกว่า อาร์เซน่อลคือทีมโปรดในวัยเด็ก โดยมี พาทริค วิเอร่าอดีตกัปตันทีมเป็นไอดอล แถมยังขื่นชอบในการทำงานของอาร์เซน เวนเกอร์ แต่ล่าสุด ซิสโซโก้ ออกมาเผยว่า ยังมี่ความสุขดีในถิ่นเซนต์เจมส์พาร์ค “ผมมีความสุขกับอะไรที่เป็นอยู่ตอนนี้มาก” “บางครั้งผมได้รับโอกาสให้สวมปลอกแขนกัปตันทีม มันทำให้ผมพอใจกับสถานะของผมกับทีมในตอนนี้เอามากๆ”

คนกลาง (The Middleman) - พาร์ท เคียราน
kamikaze /  Part Kieran / 

ส่งซิงเกิ้ลแรกในชีวิตเพลง คนกลาง ออกมาระบายความเจ็บปวดของอารมณ์คนแอบรักจนโดนใจใครหลายคนไปแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่มอาร์แอนด์บี พาร์ท-เคียราน  ชัยธัช ชีวมงคล จากค่ายกามิกาเซ่ ซึ่งแค่ปล่อยเพลงทางยูทูปเพียงสัปดาห์เดียวก็ทำให้ยอดวิวพุ่งกว่าสองแสนเลยทีเดียว งานนี้ไม่รอช้ารีบปล่อยเอ็มวีตามมาให้ได้ติดตามกันแล้ว V1 ไม่มีเวลาหรอกนะ ถ้าจะมาคุยเรื่องเขา อยากจะคืนดีก็คุยกับเขาเอง V2 ช่วยพวกเธอเคลียร์กี่ครั้ง ให้เข้าใจกันกี่หน แต่สุดท้ายคนสับสนคือฉันเอง Pre ชอบพูดแบบนี้ให้ไม่คิดได้ยังไง เหมือนให้ความหวังโดยที่เธอไม่ตั้งใจ ทำเป็นจะไป แต่สุดท้ายก็คืนดี Hook เจ็บที่คนกลาง ก็เจ็บที่มันต้องวางตัว ต้องข่มหัวใจที่เต้นรัว ไม่ให้เธอรู้ ที่จริงฉันรักเธอแค่ไหน คนกลาง คนนี้ที่เธอแค่วางใจ จะเปลี่ยนที่ยืนบ้างได้ไหม ขอแทนที่เขา เพียงสักครั้ง ขอให้ฉัน ดูแลเธอ V3 ตอนที่เธอดีกับเขา ก็แทบจะทำใจไม่ไหว เธอไม่สงสัยก็เลยไม่รู้ตัว -------------------------------------------------------------- Written : Postcard Composed & Arranged : Narongsak Sribandasakwatcharakorn (AFU) Music : DOGFATHER Executive Producer : Narongsak Sribandasakwatcharakorn (AFU), Thanee Wongniwatkajorn Producer : Narongsak Sribandasakwatcharakorn (AFU) Lyric Producer : Thanee Wongniwatkajorn Vocal Director/ Audio Editor : AFU

กำเนิดสุดยอดกลางรับ สถิติชี้ โคเกอแลง คุณภาพคับแก้วข่มมาติช
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

พลิกกลับมาแจ้งเกิดได้อย่างไม่น่าเชื่อสำหรับ ฟรานซิส โคเกอแลง มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสของ อาร์เซนอล ที่ทำท่าจะหมดอนาคคกับทีมไปแล้วเพราะปั้นเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นจนถูกส่งยืมตัวไปหลายสโมสร แต่หลังจาก เวนเกอร์ เรียกตัวกลับมาช่วงปลายปีก่อน โคเกอแลง กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดแบบเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เมื่อเอาผลงานการเล่นมาเทียบกับ เนมานย่า มาติช เทพกลางรับของ เชลซี ถือว่าสถิติของ โคเกอแลง ขี่เกือบหมดทุกอย่าง ไม่เชื่อวัดกันดูได้ โคเกอแลง – มาติช 13 เกมที่ลงสนาม 25 925 นาทีที่ลงสนาม 2,229 0.2 บล็อกลูกยิง(ต่อเกม) 0.6 5.2 เคลียร์บอล(ต่อเกม) 3.2 59.1% ชนะการดวลภาคพื้นดิน(เปอร์เซ็นต์) 49.6% 0 เล่นเกมรับผิดพลาด(ต่อเกม) 0.04 48.6% เสียบสกัดสำเร็จ(เปอร์เซ็นต์) 41.6% 68.9% ดวลลูกกลางอากาศชนะ(เปอร์เซ็นต์) 62.5% 4.1 การตัดบอล(ต่อเกม) 2.2

พระมหาไพรวัลย์เขียน 'อนุสติจากการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ'
บทความหลวงพ่อคูณ /  พระมหาไพรวัลย์ / 

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ เขียนบทความ "อนุสติจากการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ"  วันที่ 18 พ.ค. พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ แห่งวัดสร้อยทอง เผยแพร่บทความ "อนุสติจากการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ" ผ่านเฟซบุ๊กเพจ "พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ" ถึงการจากไปของหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ โดยข้อความระบุว่า การมรณภาพของหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หรือเรียกอย่างพระมีสมณศักดิ์ก็คือ พระเทพวิทยาคม แห่งวัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา ได้นำความอาลัยมาสู่ชาวพุทธทั้งที่เป็นชาวบ้านและพระภิกษุสามเณรอยู่ไม่น้อย แม้เราจะทราบกันดีว่า ในมุมมองของศาสนาพุทธ ความตาย ถือเป็นเรื่องปกติสามัญที่สุดซึ่งมนุษย์ทุกคนจะต้องพบเจอเข้าจนได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง โดยเฉพาะก็สำหรับนักบวชอย่างพระด้วยแล้ว การมีชีวิตอยู่ก็คือการเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความตายได้ทุกเมื่อนั่นเอง แต่การจากไปของหลวงพ่อคูณในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่าของพระพุทธศาสนาไปอีกท่านหนึ่ง ย่อมเป็นสิ่งยากต่อการข่มใจไม่ให้รู้สึกถึงความอาลัยได้ ก่อนหน้าที่หลวงพ่อคูณท่านจะมรณภาพ ก็เคยมีข่าวลือเกี่ยวกับการมรณภาพของท่านออกมาหลายครั้ง ให้เป็นที่ต้องได้กังวลของชาวพุทธหลายคน ซึ่งให้การเคารพนับถือท่าน แต่ทุกครั้งที่มีข่าว สุดท้ายก็มักจบลงด้วยความไม่เป็นจริงอยู่เสมอ และที่น่าสังเกตมากไปกว่านั้น คือหลังจากการมีข่าว มักจะมีเรื่องของการสร้างวัตถุมงคลตามมาด้วย มีการเข็นสรีระที่ดูอิดโรยและไร้สติของหลวงพ่อออกมาพบชาวบ้าน อย่างเกิดภาพที่ไม่ชวนให้เลื่อมใสเลย หนักเข้าจนระยะหลัง คนในสังคมเริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของบรรดาลูกศิษย์คนใกล้ชิดหลวงพ่อมากขึ้น ที่ไม่ยอมให้ท่านได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เสียที ทั้งที่สังขารร่างกายของท่านอ่อนล้าเต็มทีแล้ว ถึงกับมีการเสียดสีวัตถุมงคลรุ่นหลังที่สร้างขึ้นว่า "รุ่นกูไม่รู้เรื่อง" เลยทีเดียว พูดถึงหลวงพ่อคูณนั้น แน่นอนว่า ท่านเป็นพระที่ชาวบ้านให้การเคารพนับถือและศรัทธาเลื่อมใส โดยเฉพาะก็คนในแถบภาคอีสาน ที่ดูจะเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่า หลวงพ่อเป็นพระสุปฏิปันโนที่มีวิชาอาคม ไปในทางของไสยเวทย์ ดั่งราชทินนามจากสมณศักดิ์ของท่านที่ว่า พระเทพวิทยาคม นั้น ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงกิตติศัพท์ในเรื่องนี้ได้ดี แต่ในภูมิหลังแล้ว ใครจะทราบว่า พระเกจิอย่างหลวงพ่อคูณ ก็เป็นแค่พระธรรมดารูปหนึ่ง ที่เพียรบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ของสังคมเท่านั้น ดังที่ปรากฏว่าเคยมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ท่านว่า หลวงพ่อมีฌานจริงหรือเปล่า ท่านก็ตอบอย่างไม่อวดอุตตริว่า กูไม่รู้หรอก มีญานอะไร มีก็แต่ยานโตงเตง นี่คืออารมณ์ขันของท่าน ไม่ต่างจากที่มีคนถามท่านว่า ทำไมถึงใช้วิธีเคาะหัว ไม่พรมน้ำมนต์เหมือนวัดอื่น ท่านก็ตอบอย่างติดตลกว่า พรมไม่ไหวหรอก วัดมันแคบ พรมไปพรมมาเดี๋ยวเปียกแฉะ ถึงเรื่องวัตถุมงคลเล่า ท่านก็เคยพูดไว้ชัดเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ว่า ที่มันขายกันหน้าวัด ไม่ใช่ของกูดอก แต่ก็ไม่ได้ห้าม เพราะเห็นว่ามันต้องเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียมัน กูเข้าใจ และถึงท่านจะเป็นพระเกจิ ที่ขาดเรื่องของการปลุกเสกเครื่องรางของขลังและรับเงินทองไม่ได้ แต่ท่านก็เคยพูดไว้ชัดว่า กูไม่เคยพูดว่า เอาเหรียญไปเอาพระไปแล้ว ไปอวดดีอวดเก่ง ให้เอาไปห้อยคอ ใส่กระเป๋าไว้ กระตุ้นเตือนใจว่า เราจะไปทำสิ่งที่ชั่วช้าสารเลวอย่างหนึ่งอย่างใด ก็ให้นึกถึงคุณพระ ไม่ใช่เอาไปยิงไม่ตาย ฟันไม่เข้า กูไม่เคยพูดเลย เป็นต้น ส่วนเรื่องเงินนั้น มีคนมาทำบุญ ท่านก็รับ แต่ท่านจะบอกว่า ไม่ใช่เงินกู เขาไม่ได้เอามาถวายกู เขาเอามาฝาก กูก็ตีกลับ กูเอาเงินนั่นไปทำสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ ให้แก่ชาติบ้านเมือง อย่ามาว่าของกู อาตมาออกจะชอบใจที่ครั้งหนึ่งเคยมีนักข่าวไปถามท่านว่า หลวงพ่อทำไมไม่สร้างวัด สร้างแต่โรงพยาบาลสร้างแต่โรงเรียน ท่านตอบอย่างน่าคารวะว่า โรงพยาบาล มึงไปดูเถอะ ไม่ว่าในสถานที่หนึ่งที่ใด คนจะหาบ้านพักไม่มี แล้วไปนอนตามฟุตปาธกัน หาโรงเรียนเล่าเรียนไม่มี มันแน่นกันไปหมด สร้างโบสถ์นี่มันหลายล้าน นานๆจะมีพระมาบวช สร้างเมรุก็นานๆ จะมีศพมาเผา นี่คือวิธีการคิดเพื่อส่วนรวมของพระอย่าง หลวงพ่อคูณ แม้จะมีคนตำหนิท่านอยู่บ้างว่า วิธีการที่ท่านใช้ ไม่เหมาะสม พาชาวบ้านลุ่มหลงงมงายอยู่กับวัตถุมงคล แต่ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา จวบจนถึงกาลที่ท่านมรณภาพ หลวงพ่อคูณได้แสดงให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่ท่านทำ มาจากกุศลเจตนาของท่านจริงจริง ไม่ได้มีเรื่องของผลประโยชน์สิ่งอื่นใดแอบแฝงเพื่อตัวของท่านเองนอกไปจากนี้ อีกประการหนึ่ง สิ่งที่จะไม่กล่าวถึงดูจะไม่ได้นั่นก็คือ แม้ว่าท่านจะมรณภาพไปแล้ว ตามอำนาจของกฎพระไตรลักษณ์ที่ไม่มีใครจะต่อสู้หรือแข็งขืนอยู่ได้ แต่พินัยกรรมที่ท่านได้ทำไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ท่านไม่ต้องการเครื่องเกียรติยศใดใดทั้งสิ้น อย่างที่พระซึ่งมีสมณศักดิ์ต่างพากันกวิลหาและแก่งแย่งอยากได้มาครอบครอง แม้แต่สรีระอันปราศจากวิญญาณ ท่านก็ยังถือเป็นสิ่งที่มีคุณอันอาจบริจาคเป็นทานแก่ผู้อื่นได้ สิ่งนี้เป็นเครื่องที่น่าจะยืนยันให้เราประจักษ์กันได้แล้วว่า หลวงพ่อคูณหรือพระเทพวิทยาคม เป็นพระโดยสมบูรณ์อย่างแท้จริง และได้ประพฤติตนเพื่อให้เกิดสุขะและหิตะประโยชน์แก่ผู้อื่น ดั่งพุทธดำรัสที่ตรัสสั่งทุกประการ ในที่สุดนี้ ด้วยกุศลบุญทั้งหลายที่หลวงพ่อท่านได้เคยทำไว้ตลอดระยะเวลาที่ครองสมณวิสัย อาตมาคิดว่าคงจะส่งผลเป็นพลวปัจจัยให้หลวงพ่อได้จุติยังสัมปรายภพเบื้องหน้าอันเป็นแดนแห่งสุคติภูมิอย่างไม่ต้องสงสัย จึงขอแสดงความอาลัยกับการจากไปของท่านในครั้งนี้ด้วย ขอบคุณภาพ/ข้อความจากเฟซบุ๊ก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ MThai News

เช็คดวง! 12 ราศี ดวงการงาน ประจำเดือนเมษายน 2558
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน เดือนเมษายน 2558 โดย อ.คฑา ชินบัญชร        เพิ่งจากผ่านพ้นปีใหม่ไปไม่นาน เดือนเมษายนซะแล้ว อุณหภูมิร้อนระอุ หลายคนคงเตรียมที่จะพักผ่อนช่วงสงกรานต์กันแล้ว แต่ยังไงก็ยังต้องทำงานอยู่นะจ๊ะ มาเช็คดวงการงานเดือนเมษายนกันดีกว่าค่ะ ว่าราศีไหนผลงานจะโดดเด่นสะดุดตาเจ้านายมากที่สุด ติดตามได้ที่ Horoscope.mthai.com  เลยจ้า ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ไพ่นางสีดา ต้นเดือนเรื่องคนรอบข้างยังคงเป็นภาระผูกพันที่ทำให้คิดมาก ช่วงนี้ให้มองมุมกว้างจะเจอทางออก หากคิดปิดตัวเองจะเจอทางตัน การงานถึงแม้ว่าจะไม่เป็นอย่างที่หวังไว้ แต่โดยรวมผลลัพธ์ก็เกิน 80% จุดอ่อนจะอยู่ที่การต้องการทำงานเป็นทีม คุณมักเจอเพื่อนร่วมงานที่ขาดความกระตือรือร้นและเกี่ยงงาน ต้องอดทนและดึงตัวเองขึ้นมาเป็นผู้นำถึงจะประสบความสำเร็จ ช่วงกลางเดือนมั่นคงและมีการขยับขยายมากขึ้น ครอบครัวและคนรักเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรให้หาที่ปรึกษา จะทำให้งานนั้นสำเร็จไปด้วยดี หากกำลังมองหางานใหม่จะมีข่าวดี ปลายเดือนแม้เริ่มต้นด้วยความเหนื่อย แต่จบลงด้วยความสบายใจ งานที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นงานเร่งรีบ ต้องทุ่มเทกายใจ แต่ถ้าทำสำเร็จจะได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ เพื่อนฝูง บริวารร่วมแรงร่วมใจทำให้งานดีมีคุณภาพ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ไพ่สังหารนนทก ต้นเดือนคิดไวทำไว อยากได้อะไรเป็นต้องไขว่คว้าหามาให้ได้ ช่วงนี้ใจร้อนและเชื่อมั่นในตัวเองเป็นพิเศษ เพิ่มความรอบคอบและลดความใจร้อนลงบ้าง ทำให้ดูโดดเด่นกว่าใใคร การงานได้รับการโปรโมทและได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ได้ทำงานสำคัญใหญ่โต กลางเดือน การงานรู้สึกได้ถึงความวุ่นวาย มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงกะทันหัน คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อม ถึงจะมองเห็นช่องทางที่เหมาะสม มีข่าวดีเกี่ยวกับงาน หากกำลังว่าง จะได้งานในเร็ววัน แต่ช่วงปลายเดือน จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง อย่าตั้งเป้าไว้สูงเกิน จะทำให้เครียดและมีโอกาสผิดหวังสูง ระวังศัตรูที่ไม่ชอบหน้า จะทำให้เกิดปัญหา ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ไพ่เผากรุงลงกา เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันอยู่เสมอ เรื่องที่คิดว่าดีกับร้าย ต้องใจเย็นและเตรียมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ดีการงานสะดุดบ่อยๆ การประสานงานไม่ราบรื่น ถึงแม้จะเป็นในหน่วยงานเดียวกันก็ตาม ถ้าคิดอะไรไม่ออกให้นิ่งเฉย ดีกว่าใช้อารมณ์ เพราะจะทำให้เรื่องบานปลาย แต่คงต้องทำใจช่วงนี้มีดวงเรื่องความขัดแย้งสูง อย่าเพิ่งเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ช่วงกลางเดือนเหนื่อยสุดๆ มีปัญหาไม่จบไม่สิ้น ทั้งเรื่องคนและงาน อย่าไปคิดพึ่งพาใครจะเสียความรู้สึก อาจจะโดนหางเลข มีเรื่องร้ายมาลงที่คุณ ต้องใจเย็นใช้สติในการแก้ปัญหา ถ้าเผลอใส่อารมณ์ ผลีผลามจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ปลายเดือนงานล้นมือ มีการปรับเปลี่ยนวุ่นวาย คุณอาจถูกเลิกจ้างโดยไม่รู้ตัว ต้องพยายามทำผลงานเสมอต้นเสมอปลาย ต้องทำใจกับคู่แข่ง ที่คอยหาวิธีกลั่นแกล้งใส่ร้าย หากคิดเปลี่ยนงานช่วงปลาย นับเป็นเวลาที่เหมาะสุด ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ไพ่พระอิศวร ต้นเดือนแม้จะมีติดขัดบ้าง แต่เอาตัวรอดได้ดี ช่วงนี้สมองแล่น ความคิดไปไกล มีผลงานได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ แต่ไม่ควรประมาท ยังมีคนไม่พอใจ และคอยซ้ำเมื่อคุณล้ม ช่วงกลางเดือนอึดอัด น้ำท่วมปาก ถูกใช้งานเยอะกว่าเพื่อน แถมถูกจับตามองเป็นพิเศษ ดูเหมือนผู้ใหญ่จะไม่ค่อยชอบหน้า อย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง เดี๋ยวช่วงปลายมรสุมจะหายไปเอง จะได้รับข่าวดี ดูเหมือนแต่ละอย่างที่อยากทำ หรือที่ต้องทำ จะมีอุปสรรคให้ปวดหัวอยู่ตลอด โดยเฉพาะกับผุ้ใหญ่ หรือคนที่มีอิทธิพลเหนือคุณ ให้ใจเย็นๆไว้ คุณจะดึงสถานการณ์กลับมาได้เอง การงานออกแนวเครียดๆ มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ควมคิดสวนทางกับนโยบาย ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเวลาได้รับคำสั่ง ช่วงปลายถึงจะได้ทำในสิ่งที่คุณเชื่อมั่น ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ไพ่วงล้อแห่งโชค ช่วงนี้ยิ่งรีบยิ่งเร่งจะยิ่งเครียด ต้องปล่อยให้เป็นตามเวลา คุณจะพบว่าเจอเรื่องดีๆเกิดขึ้นมากมาย การงานได้รับการเอาใจใส่และผู้ใหญ่เห็นคุณค่ามากขึ้น ถ้ามีความคิดดีๆให้รีบนำเสนอ จะได้รับการยอมรับ งานเด่น มีชื่อเสียง น้ำขึ้นต้องรีบตัก ขยันตักตวงไม่ใช่เรื่องผิด แต่ที่สำคัญต้องนอบน้อม ไม่ข้ามหน้าผู้ใหญ่ จะเป็นที่เอ็นดูไปอีกนาน กลางเดือนจับพลัดจับผลูมีโอกาสได้เลื่อนขั้น ปรับตำแหน่ง หรือได้รับข้อมเสนอพิเศษ หากเกิดปัญหาให้คุยกับผู้ใหญ่ หรือเจ้าของเรื่องที่ทำให้คุณหมองใจโดยตรง อย่าบ่นกับคนอื่นเดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่ ปลายเดือนหัวหมุนหัวปั่น ต้องเจองานวุ่น ทำทีเดียวไม่เสร็จต้องคอยตามแก้ไขกันตลอด หากตั้งสติมีสมาธิจะตัดสินใจได้อย่างไม่ผิดพลาด ให้ฟังหูไว้หู เป็นช่วงที่จะได้ยินข่าวคราวหลายอย่าง คงต้องใช้เหตุผลช่วยตัดสินใจ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ไพ่ภาพลวงตา ช่วงต้นดูท้อแท้ เหมือนโลกทั้งใบคุณต้องแบกไว้คนเดียว ภาระเยอะ อึดอัด ต้องไปรับผิดชอบเรื่องคนอื่นแบบไม่ตั้งใจ หรือไปรับรู้ในเรื่องที่ไม่ควรรู้ ทำให้อึดอัด การงานเหนื่อยหนัก ความรับผิดชอบเพิ่ม ให้อดทนไว้ก่อน ทุกอย่างจะดีขึ้น จะมีคนเข้ามาช่วย และหยิบยื่นโอกาสดีๆเข้ามาให้ มีดวงได้งานเสริม เพิ่มรายรับให้มากขึ้น การงานเหนื่อยสุดๆ ทั้งงานของตัวเอง ทั้งงานของคนอื่น และยังมีเวลามาเป็นตัวหนดอีกต่างหาก ทำให้ต้องรีบเร่ง สู้เข้าไว้ ช่วงปลายเดือนเจอจัดหนัก งานเยอะ งานหนัก แถมเป็นงานที่คุณไม่ถนัด จะปฏิเสธก็ไม่ได้ คงต้องก้มหน้าก้มตาทำไปก่อน พร้อมๆกับเตรียมใจในการถูกโยกย้าย มีดวงในการย้ายงาน เปลี่ยนงาน ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ไพ่พระรามได้ศร ช่วงต้นเดือน เครียดบ้างสนุกบ้าง แต่คุณมักตีสีหน้ายิ้มแย้ม เป็นคนเก้บอารมณ์เก่ง ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าคิดอะไรอยู่ มีดวงเปลี่ยนงาน แต่ต้องทุ่มเททำด้วยตัวเอง ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดี เข้าสังคมเก่ง ช่วงนี้ถ้าได้พบปะเจรจากับใครต้องคอยหาช่องทางในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เพื่อความก้าวหน้า กลางเดือนต้องยึดพวกพ้องเป็นหลัก ช่วงนี้ทำอะไรเองมักล้มเหลว หากใครอยากได้ลองงานใหม่ๆจะได้ลองทำอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่ต้องกล้าที่จะเข้าหาผู้ใหญ่เพื่อปรึกษา ขอความช่วยเหลือ ได้รับความเอ็นดูเต็มที่อยู่ที่เสน่ห์ลมปากของเราค่ะ ช่วงปลายการงานไม่หมูอย่างที่คิด เจอปัญหาร้อยแปด แต่ที่หนักสุดน่าจะเป้นปัญหาที่เกี่ยวกับตัวคน แต่ยังโชคดีที่คุณมีโอกาสในการเริ่มต้นงานใหม่ ใครที่คิดเปลี่ยนงาน ลองสมัครดูจะมีข่าวดี ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ไพ่หนุมานปราบไมยราพ จะมีเหตุเปลี่ยนแปลงบางอย่าง โดยไม่ทันตั้งตัว แต่ถ้าเตรียมใจพร้อมก็ไม่ยากที่จะรับมือ การงานมีดวงถูกเลิกจ้าง หรือถูกจับเปลี่ยนหน้าที่ ช่วงแรกอาจติดขัดบ้าง แต่ไม่น่าเป็นห่วง ส่งผลให้งานเข้าที่ได้เร็ว และมีคนคอยช่วยเหลือ ถ้ามีจุดมุ่งหมายที่อยากทำ ให้รีบลงมือจะประสบความสำเร็จ มีครอบครัวและคนรอบข้างให้กำลังใจ ความใจเย็น สุขุมรอบคอบ ทำให้คุณได้รับโอกาสดีๆ มีจังหวะในการสานฝันต่อไป การงานราบรื่น ทั้งงานที่ทำเดี่ยวและทำเป็นทีม เป็นช่วงที่คุณกับเพื่อร่วมงานมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน จึงทำให้ทำงานอย่างสบายใจ รวมถึงมีผลงานออกมาดี ผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดู ถึงแม้ว่าจะบางเรื่องที่ขัดแย้งกับความเห็นเราไปบ้าง แต่คงต้องปล่อยวาง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเรื่องใหญ่ การงานเรียบง่าย ไม่ค่อยเจอปัญหาเหมือนช่วงที่ผ่านมา ทำงานกับเพื่อร่วมงานได้เป็นอย่างดี หากมีความคิดอะไรดีๆให้รีบบอกผู้ใหญ่ จะได้รับการยอมรับ ดวงการงานก้าวหน้า แบบมั่นคง ค่อยเป็นค่อยไป ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ไพ่พระรามครองราชย์ อารมณ์แปรปวน บทจะดีก็ดีใจหาย บทจะร้ายก็ร้ายสุดๆ ช่วงต้นเดือนเดาอารมณ์ไม่ถูก ต้องข่มใจลงมาบ้าง การงานเข้าทางตรงไม่ได้ ต้องเข้าทางลัด มีการแข่งขันอยู่ตลอด และคุณมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่สถานการณ์จะดีขึ้น คุณได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ มีผลงานเข้าตา ได้รู้จักคนใหญ่คนโต ได้รับคำแนะนำ และมุมมองที่กว้างขึ้น ช่วงกลางเดือนหัวไว หาทางออก มักก้าวนำคนอื่นออกไปหนึ่งก้าวเสมอ มีโอกาสได้ลุยงานใหม่ๆ และมีโอกาสในการสร้างผลงาน สร้างชื่อเสียง มีดวงในการโยกย้ายปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น ถ้ากำลังอยากเปลี่ยนงานอยู่แล้ว จะได้รับข่าวดี ปลายเดือนเป้าของคุณแน่วแน่ ฝันให้ไกลไปให้ถึง มีความคิดมุ่งมั่น ทำให้คุณมีความพยายาม และสำเร็จในที่สุด การงานของคุณจะโดดเด่นเป็นจุดสนใจ ผู้ใหญ่ยอมรับในความสามารถ เหมาะในการทำธุรกิจส่วนตัว ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ไพ่สรวงสวรรค์ ไม่ค่อยได้อยู่นิ่ง ต้องทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แต่ก็ลงเอยด้วยดีในทุกเรื่อง การงานเฮงสุดๆ มีเพื่อนฝูงคอยช่วยเหลือ คอยออกรับให้ รวมถึงผู้ใหญ่ก็ให้ความเอ็นดูเป็นพิเศษ ได้รับคำชมไม่ขาดปาก มีคนยื่นข้อเสนอพิเศษให้ มีงานเสริม รายรับเสริม แต่ต้องแบ่งเวลาให้ดี สถาการณ์ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้คุณอดฝันไกลไม่ได้ ต้องเตือนก่อนว่าหากคุณคาดหวัง จะทำให้สิ่งที่คุณคาดหวังไปไกล แต่ถ้าคิดตรงข้ามจะกลับได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการ การงานต้องร่วมแรงร่วมใจ อาศัยพวกพ้อง จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จ อย่าเพิ่งคิดทำอะไรลำพังจะล้มเหลวไม่เป็นท่า ให้ระวังเรื่องความผิดพลาด จะทำให้เสียเครดิต ช่วงปลายมีมิตรภาพใหม่ๆหรือได้ผู้ช่วยคนใหม่มาเบาแรง การงานราบรื่น งานวิ่งฉิว ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ เพื่อนฝูงเป็นมิตร คอยสนับสนุน ทำงานด้วยความสบายใจ เวลาผ่านไปเร็วไม่อึดอัด ช่วงนี้งานเยอะ ต้องจริงจังกับงาน แต่ถ้าคุณได้ลงมือแล้วไม่มีอะไรเกินความพยายามแน่นอน ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ไพ่ลงฑัณฑ์หนุมาน ช่วงต้นต้องอดทนไปก่อน เจอผลของการทำอะไรส่งๆ งานผิดพลาดถูกตำหนิได้ง่าย พยายามทำอะไรให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น และดูเหมือนบริวารเพื่อนร่วมงานไม่ค่อยเป็นใจ พาให้หัวเสียตลอด ใจเย็นไว้ก่อนมีโอกาสดีได้คุยกับผู้ใหญ่ และได้รับการช่วยเหลือ ได้เจอเรื่องลึกลับซับซ้อน ฝึกสมองลองปัญญาอยู่ตลอดเวลา ถ้าเจอปัญหาต้องใจเย็นๆอย่าใช้อารมณ์ ช่วงนี้คุณอาจจะต้องอาศัยให้คนอื่นช่วยเหลืองานไปก่อน ปรึกษาเข้าหาผู้ใหญ่จะช่วยให้งานรุ่งมากขึ้น มีโอกาสได้งานเสริมควบคู่กันไป งานเสริมจะช่วยให้คุณโดดเด่นและมีชื่อเสียง ช่วงปลายการงานหนักใจกับการขอร้องไหว้วานเพื่อนฝูงและผู้ใหญ่ อย่ารับปากถ้าไม่สะดวกใจ จะทำให้คุณอึดอัดเดือดร้อน งานนี้ผิดพลาดบ่อย ต้องรอบคอบให้มากขึ้น ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ไพ่นางสีดาดำเนินไพร ช่วงต้นเดือนปรับเปลี่ยนโยกย้ายเป็นเรื่องปกติ งานที่รับผิดชอบจะรุดหน้าไปได้ไกล ถึงแม้งานจะเร่งรีบ แต่ผลงานออกมาดี จะมีอึดอัดบ้างเพราะถูกคาดหวังไว้มาก พยายามทำใจให้เป็นปกติ ทุกอย่างจะผ่านไปได้ คิดมากกังวลไปเสียทุกเรื่อง บางสิ่งบางอย่างที่ยังไม่เกิด ก็อย่าเพิ่งไปตีโพยตีพาย เก็บสมองไว้คิดเรื่องดีๆ จะทำให้จิตใจสบายมากกว่า การงานไม่ค่อยดี หยิบจับทำอะไรเป็นผิดพลาดไปหมด มีคนคอยเพ่งเล็งทำให้คุณอึดอัด อย่าไปกังวล มีโอกาสแก้ตัวได้เสมอ ยงัพอที่จะได้รับข้อมเสนอดีๆ มีการเริ่มต้นใหม่ คุณอาจมีงานเสริมเพิ่มเข้ามา ช่วงปลายต้องรักษาระดับของผลงานให้ดี คู่แข่งคอยจ้องทำร้าย แต่ถ้าหากคุณรอบคอบก็สามารถคุมเกมส ์ได้เหมือนกัน จะได้รับโอกาสดีๆจากผู้ใหญ่ ควรถ่อมตนให้มาก   ดูดวงแบบเต็มๆ ตลอดทั้งปี จาก หนังสือพยากรณ์ชะตาชีวิต ไพ่ยิปซี 2558 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

ผบ.ตร ลั่น! ไม่เคยรับเงินผิดกฏหมาย-เอี่ยวบ่อนเตาปูน
การพนัน /  บ่อนเตาปูน / 

ผบ.ตร โต้ลั่น! ไม่เคยรับเงินผิดกฏหมาย ข่ม คนอ้างชื่อเอี่ยวเปิดบ่อนเตาปูน ซัด ปล่อยข่าวมั่ว ตรวจสอบแล้ว พบแต่ฝุ่น  25 ก.พ.58 จากกรณีมีอดีตนายตำรวจร้องเรียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งจับกุมบ่อนการพนันย่านเตาปูน หลังมีการเปิดบริการอีกครั้งช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งพบมีเงินหมุนเวียนนับล้านบาท โดยได้รับอนุญาตให้เปิดเล่นได้จากการแอบอ้างชื่อนายทหารกองทัพบกและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงหลังจากได้รับรายงาน ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับทหารในพื้นที่ดังกล่าวทันที เบื้องต้น ไม่พบการเล่นการพนัน ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในสภาพเก่าและไม่มีการใช้พื้นที่มานาน ส่วนการกล่าวอ้างบุคคลสำคัญและตนเอง เป็นเรื่องที่ใครก็แอบอ้างได้ แต่ก็สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยง่าย จึงขอย้ำ "คนอย่าง พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ไม่เคยรับเงินผิดกฎหมายแน่นอน" MThai News

สุริยะใส ชม วิชา ผู้เป็นมหาคน
ข่าววันนี้ /  จำนำข้าว / 

สุริยะใส โพสต์ชื่นชม วิชา มหาคุณ หลังทำหน้าที่ตามเอาผิดการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคม พร้อมยกเป็น  "วิชาผู้เป็นมหาคน" วันนี้ (22 ม.ค. 58) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย และผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังนายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เข้าชี้แจงปิดคดีปมจำนำข้าวต่อ สนช. โดยนายสุริยะใส ยกย่องนายวิชา เป็นมหาคน ภายหลังจัดเต็มไล่ล่าการทุจริต คอรัปชั่น ซึ่งเป็นต้นตอทุกปัญหาของชาติ โดยระบุว่า ...รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จำนำข้าว ชาวนา จำนำชีวิต ประเทศจำนำหนี้ ...ท่านวิชา มหาคุณ กรรมการ ปปช. ขอคารวะอีกครั้งกับการทำหน้าที่แถลงปิดคดี ไม่เยิ่นเย้อ กระชับ ชัดเจน และเข้าสู่กระบวนการถอดถอน ทั้งตอนเปิด ปิด และขั้นตอนซักถาม อย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหายังใช้วิธีโฆษณาชวนเชื่อ มายืนอ่านแถลงการณ์ปิดคดีแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเสียดายไม่ได้เปิดให้ สนช.ซักถามหรือมีข้อโต้แย้งใดๆ ได้ เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ท่านวิชาต้องพ้นจากตำแหน่งภายในปีนี้ ซึ่งครบวาระของการดำรงตำแหน่ง 9 ปีพอดี เรียกได้ว่านับเดือนเหลือก็ว่าได้ ตลอดห้วงระยะเวลาการทำงานของท่านวิชา เป็นแถวหน้าของการเอาจริงเอาจังและไม่ลดลาวาศอกกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคม จนถูกข่มขูอาฆาต มาดหมายเอาชีวิตเป็นระยะๆ ที่สำคัญช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งการเมืองไทยจมปลักอยู่กับความแตกแยก ปัญหาการทุจริตฯ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นต้นตอสำคัญก็ว่าได้ เพราะการทุจริตรุนแรงขึ้นทั้งแนวราบแนวดิ่ง ซึมลึกไปถึงทัศนคติ ค่านิยมของผู้คนบางกลุ่มที่ยอมให้ผู้มีอำนาจ โกงได้ถ้าตัวเองได้ประโยชน์ด้วย ผลพวงจากกลุ่มธุรกิจการเมืองเฮโลยกทัพเข้ามายึดอำนาจรัฐผ่านพรรคการเมือง ผ่านสัปทานการเลือกตั้ง เกิดการทุจริตเชิงนโยบายเอื้อประโยชน์ญาติพี่น้องและพวกพ้อง ผ่านเมกะโปรเจคต์สารพัดและนโยบายประชานิยมสุดโต่งที่หากินกับความยากจน ท่านวิชาเป็นผู้หนึ่งที่จับได้ไล่ทัน เล่ห์เพทุบาย และพยายามเปิดโปงตีแผ่ตลอดมา ความรู้เท่าทัน ความเข้าใจที่แจ่มแจ้ง และความมุ่งมั่นที่ท่านเพียรพยายาม ผมอยากเห็นท่านวิชาในวัยหลังหมดวาระ หาทางถ่ายทอดประสบการณ์ ถอดบทเรียนชีวิต เพื่อเป็นวิทยาการและเพื่อประสาทวิชา และใช้ในการฝึกอบรม ให้ผู้คน ให้สังคม ตื่นตัวต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่าจริงจัง คารวะ ท่านวิชา มหาคุณ ผู้เป็น "มหาคน" ครับ.. MThai news

ข่มกันมิด!เผยสถิติกองหน้าผี รูนี่ย์, ฟานเพอร์ซี่, ฟัลเกา ยิงเท่า เคน คนเดียว
ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส /  พรีเมียร์ลีก / 

ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงสำหรับฟอร์มการเล่นของสามศูนย์หน้าค่าตัวแพงของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง เวนย์ รูนี่ย์ , โรบิน ฟานเพอร์ซี่ และ ราดาเมล ฟัลเกา ที่มีสถิติการยิงประตูรวมกันเท่ากับ แฮร์รี่ เคน กองหน้าของคู่แข่งในสุดสัปดาห์นี้อย่าง ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส ดาวยิงเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน 2  เดือนติดต่อกันยิงไปแล้ว 26 ประตูจากการลงเล่น 41 นัดในทุกถ้วยทุกรายงานในฤดูกาลนี้ เท่ากันกับสามดาวยิงค่าตัวแพงของ หลุยส์ ฟานกัล ที่ทำได้รวมกัน 26 ประตู เวนย์ รูนี่ย์ 12, โรบิน ฟานเพอร์ซี่ 10 และ ราดาเมล ฟัลเกา 4 โดยเฉพาะรายหลังที่โดนส่งไปเล่นกับทีมสำรองแล้ว

ละครพรายพยากรณ์ , เรื่องย่อพรายพยากรณ์
ปู ไปรยา /  ออย ธนา / 

เรื่องย่อ "พรายพยากรณ์" บทประพันธ์ : รอมแพงบทโทรทัศน์ ปณธี-อรุณแก้ว พิณชนิดา หมอดูสาวอารมณ์ดีวัยยี่สิบห้า ถูก ธีร์ คนรักที่คบกันมานาน 8 ปี นอกใจไปคบกับ ฟ้ารุ่ง เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ทำให้พิณเริ่มหวั่นใจว่าอนาคตของเธอมีหวังจะขึ้นคาน จึงเปิดไพ่ยิปซีดูดวงประจำปีของตัวเองแล้วพบว่าตัวเองกำลังพบเนื้อคู่ แต่เขากำลังมีเคราะห์หนัก และถ้าเธอไม่รีบเข้าไปช่วยเหลือเห็นทีว่าต้องขึ้นคานเป็นแน่ แล้วเธอก็ได้พบ ภูมินทร์ ชายหนุ่มรูปที่สะบักสะบอมจากการถูกทำร้ายจากกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคน พิณช่วยไว้ได้อย่างเฉียดฉิว และ รีบพาภูมินทร์ส่งโรงพยาบาล ในสภาพที่หมดสติ 3 วันผ่านไปภูมินทร์ฟื้นขึ้นมาในสภาพความจำเสื่อม...!!! เธอจึงตัดสินใจพาเขากลับมารักษาตัวที่คอนโดที่เธออาศัยอยู่ พร้อมกับตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “โชคดี” แม้จะกลายสภาพเป็นคนความจำเสื่อม แต่ภูมินทร์ก็ยังคงความเรื่องมาก ถือตัว เอาแต่ใจ จนทำให้พิณปวดหัว และ สงสัยว่าชายคนนี้เป็นใครกันแน่ ภูมินทร์จำต้องอาศัยเก็บตัวอยู่ร่วมห้องกับ พิณชนิดา และ ตุ๊กแกอย่างๆ “ปิ่นเพชร” ด้วยความหวาดระแวง และแปลกใจในพฤติกรรมที่พิณคุยกับตุ๊กแก ยิ่งรู้ว่า ปิ่นเพชรเป็นตุ๊กแกที่คนทั้งตึกยำเกรง เขายิ่งลำบากใจ เพราะขนาด ขวัญทิพย์ กับ แพนเค้ก สามีภรรยาเจ้าของตึก ที่กลัวถึงขนาดลดค่าส่วนกลางให้ เพื่อให้ พิณดูแลตุ๊กแก ปิ่นเพชร ไม่ให้ออกมาทำให้ผู้อาศัยในตึกกลัว แต่ให้ ภูมินทร์รู้สึกกลัวแค่ไหน ก็หมดหนทางที่จะไป ชายหนุ่มจึงยอมหลบซ่อนตัวอยู่ที่คอนโดกับหญิงสาวที่อ้างว่าเธอเป็นเนื้อคู่ของเขาไปก่อน และนั่นก็ทำให้มี “ใครบางคน” ไม่พอใจมาก ! ใครบางคนที่ว่านั้นก็คือ เหล่าวิญญาณบรรพบุรุษประกอบด้วย ปราชญ์ กานต์กมล พัณทิพา พ่อ, แม่, และป้าของพวกเธอที่ยังเป็นห่วงลูกหลานจึงไม่ยอมไปผุดไปเกิด ทั้ง 3 คนไปรบเร้าให้ ภิชาสินี ไปห้ามพี่สาว ทำเอาภิชาสินี ไม่มีสมาธิทำข้อสอบเลยจึงเผลอร้องห้ามก๊วนวิญญาณออกมากลางห้องสอบ แต่ไม่มีใครแปลกใจกับท่าทางแปลกประหลาดของภิชาสินี เพราะต่างคุ้นเคยกับอาการพูดคนเดียวของเธอ และทุกคนก็คิดไปว่าเธอเพี้ยน หากความเป็นจริงแล้ว ภิชาสินีมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นวิญญาณตามที่ต่างๆ บ้างก็มาขอความช่วยเหลือจากเธอ ซึ่งความสามารถนี้เกิดหลังจากอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตพ่อแม่เช่นเดียวกับที่พี่สาวของเธอมีความสามารถในการดูดวงจนยึดเป็นอาชีพอยู่ในทุกวันนี้ ต่างจากภิชาสินีที่ไม่เคยบอกความสามารถนี้ให้ใครรู้เพราะไม่อยากถูกพาไปพิสูจน์ผี รวมทั้งพี่สาวของเธอ ภิชาสินีไม่พอใจที่พี่สาวพาผู้ชายมาอยู่ด้วย แต่พิณชนิดาขอร้องไว้ เพราะนายโชคดีความจำเสื่อม พิณชนิดามาไม้นี้ ภิก็เถียงไม่ออก แค่วันแรกที่ภูมินทร์อยู่ที่นี่ มีเรื่องให้ปวดหัวตลอด เพราะนอกจาก ภิชาสินี ที่ต่อต้าน แต่ยังมี หนึ่ง หนุ่มน้อยที่ปลื้มพิณชนิดาอย่างหนัก พยายามหาทางแกล้งเพื่อให้ภูมินทร์ทนไม่ไหว แต่น่าแปลกที่คืนนั้น เขากลับหลับสนิท เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยข่มตาหลับได้เลย วันรุ่งขึ้น 2 พี่น้องต้องพบกับความเรื่องมากของนายโชคดี จนพิณชนิดาต้องพาไปหาซื้อเสื้อผ้า เป็นเหตุให้ ภิชาสินี มีโอกาสจุดธูปไหว้ตรงระเบียง เป็นเหตุให้ นายตำรวจหนุ่มไฟแรง อรรถพร ตกใจคิดว่าไฟไหม้ตึก รีบมาเคาะประตูห้อง แต่ถูกภิชาสินีปิดประตูใส่ หลังจากนั้นทำให้ อรรถพร เริ่มสงสัยในตัว ภิ เพราะเข้าข่ายผู้ต้องสงสัย เป็นเหตุให้ต้องติดตามดูพฤติกรรมของผู้หญิงคนนี้ หลังจากภูมินทร์หายไป ก้องภพ ก็รีบไปปรึกษา กับ สัญชัย เพื่อให้ตำรวจช่วยตามหา แต่สัญชัย ไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่าหุ้นบริษัทจะตก การหายตัวของภูมินทร์ ทำให้คนรอบข้าง อย่าง เปรมสุดา และ แม่นวลจันทร์ วิตกกังวล เพราะปกติเวลาจะไปไหนเขาจะต้องบอก แต่ครั้งนี้เงียบหายไปเฉยๆ ท่าทางจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล ส่วนคนที่ดูจะเดือดร้อนสุดน่าจะเป็น ปณิตา แม่ของเปรมสุดา ที่จะยอมให้ว่าที่ลูกเขยอย่างภูมินทร์เป็นอะไรไม่ได้ เพราะเขาคือบ่อเงินบ่อทอง เปรมสุดาจึงหวังพึ่งหมอดูดังๆ อย่าง “หมอพิณ พูดเลย...!!” แต่ก็ต้องคลาดกัน ในที่สุด สิรวิทย์ เพื่อนสนิทของภูมินทร์แนะนำให้ก้องภพ รีบแจ้งความตามหาในหนังสือพิมพ์ พิณชนิดาจึงติดต่อกลับไปให้ญาติมารับ แต่กลับเป็นคนร้าย เธอจึงต้องพาเขาหนีอีกครั้ง โชคดีที่ครั้งนี้ อรรถพร มาช่วยเอาไว้ และพาภูมินทร์ไปส่งโรงพยาบาล ภูมินทร์ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความจำที่กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม อีกทั้งยังร้ายกาจดูถูกว่า พิณ ดูแลเขาเพราะต้องการคนรวยๆ อย่างเขาเป็นสามี ทำให้ทั้งคู่แตกหัก แบบไม่ต้องเจอหน้ากันอีกเลย...!!แต่หลังจากที่ภูมินทร์กลับมานอนที่บ้าน โรคนอนไม่หลับกลับมาเป็นเหมือนเดิม ภูมินทร์คิดว่าน่าจะเป็นเพราะโซฟาของพิณชนิดาที่ทำให้เขาหลับสนิท จึงโทรไปขอซื้อ พิณชนิดายอมขายเพื่อปัดความรำคาญแต่ก็ไม่ได้ผล ภูมินทร์จึงคิดว่าน่าจะเป็นเพราะห้องนั้น เขาจึงติดต่อขอซื้ออพาร์เม้นท์กับขวัญทิพย์ ในราคา 100 ล้าน ขวัญทิพย์ยอมขายและเร่งให้ทุกคนย้ายออก เป็นเหตุให้ ตุ๊กแกปิ่นเพชร ไปหลอกขวัญทิพย์ทั้งคืน จนปลี่ยนใจไม่ขาย..เพราะกลัวตุ๊กแกกินตับ...!! ความวุ่นวายในอพาร์ทเม้นท์ยังมีขึ้นอีกครั้ง เมื่ออยู่ๆ มีคนเสียชีวิตในนั้น เป็นเหตุให้ ภิชาสินีถูกผีสาวตามหลอกหลอนเพื่อให้ไปช่วยหาศพ เป็นเหตุให้อรรถพรเห็นความผิดปกติในตัวของภิอย่างชัดเจน จนภิทนไม่ไหว บอกเรื่องที่เธอเห็นวิญญาณ และ พาอรรถพรไปตึกร้าง จนเจอศพจริงๆ อรรถพรเริ่มสงสัยมากขึ้น เพราะคิดเลยเถิดไปว่า ภิมีส่วนรู้เห็นกับการตายของหญิงสาวคนนี้ การไปรู้เห็นและพบศพทำให้ภิถูกสะกดรอยตามจากกลุ่มฆาตกร โชคดีที่อรรถพรมาช่วยไว้ทัน แต่ก็ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ ตุ๊กแกปิ่นเพชรจึงสั่งให้ลูกสมุนมาช่วยเหลือทั้ง 2 คน ฝูงตุ๊กแกนับพันตัวจึงออกมาจัดการฆาตกรเอาไว้ทำ ทำให้อรรถพรเชื่อว่า ภิชาสินี เห็นผีจริงๆ ...!! ส่วนทางด้าน ภูมินทร์ และ พิณ ความเข้าใจผิดของทั้ง 2 คนเกิดขึ้นอีกครั้ง จนทำให้พิณแค้น กลับไปเปิดไพ่เช็คดวงให้ภูมินทร์ปรากฏว่าไพ่เตือนเรื่องภูมินทร์จะถูกตามฆ่า พิณสองจิตสองใจว่าจะปล่อยตามดวงหรือช่วยไว้ดี และในที่สุดก็ปลอมตัวไปช่วยภูมินทร์ ซึ่งครั้งนี้มีวิญญาณ พ่อ แม่ และ ป้า ตามไปช่วยด้วย แม้ปากจะบอกว่าเกลียดภูมินทร์ แต่ลึกๆ ในใจของพิณกลับเป็นห่วงผู้ชายคนนี้มาก ถึงขนาดยอมทุ่มเทปลอมตัวไปช่วยเหลือหลายครั้ง และก็ถูกต่อว่าดูถูกทุกครั้ง พิณยืนยันว่าเธอไม่ได้เป็นหมอเดา มีคนคิดร้ายกับเขาจริงๆ ภูมินทร์จึงให้พิสูจน์ โดยให้ พิณหาของสำคัญของเขาให้ได้ภายใน 3 วัน ถ้าทำได้จริง เขาจะเชื่อเธอ..ความเป็นความตาย กำลังวิ่งไล่ล่าชีวิตภูมินทร์อยู่ พิณชนิดา ต้องลบคำครหาเรื่องหมอดู หรือหมอเดา ของเธอให้ได้ การพิสูจน์ตัวเองด้วยการกหาของสำคัญที่เขาต้องการ ความลึกลับซับซ้อน ความรักที่ชะตาฟ้ากำหนดเนื้อคู่ ที่ดูเมือน คู่กัด จะลงเอยกันอย่างไร ท่ามกลางความห่วงใยของวิญญาณญาติผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมไปเกิดซักที ติดตามชมความสนุกครบรสได้ ในละครผลงานใหม่แห่งค่าย “ดูมันดี” ในเรื่อง “พรายพยากรณ์” รายชื่อนักแสดง ไปรยา สวนดอกไม้ รับบทเป็น พิณชนิดาธนา สุทธิกมล รับบทเป็น ภูมินทร์ ทัศนียา การสมนุช รับบทเป็น ภิชาสินี โตนนท์ วงบุญ รับบทเป็น ร.ต.ท.อรรถพร ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร รับบทเป็น เปรมสุดานันทศัย พิศลยบุตร รับบทเป็น สิรวิทย์ เชื้อชาติ วงษ์สวัสดิ์ รับบทเป็น ก้องภพภรัณยู โรจนวุฒิธรรม รับบทเป็น แสงโชติ ธีร์ วณิชนันทธาดา รับบทเป็น เอกอธิชนัน ศรีเสวก รับบทเป็น ฟ้ารุ่ง

ความเชื่อโบราณวิธีเห็นผี ผีมีจริงไหม มาแชร์กัน
ความเชื่อ /  ความเชื่อเรื่องผี / 

คุณเชื่อเรื่องพวก ผี หรือวิญญาณบ้างไหมครับ เคยมีใครเคยเห็นแล้วบ้าง และใครบ้างที่เชื่อว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้มีอยู่จริง ผมคนหนึ่งที่ไม่เชื่อเพราะยังไม่เคยเจอ แต่ผมก็ไม่ลบหลู่นะครับ เคยมีคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยคอลเลจ ที่กรุงลอนดอน ได้พบในการศึกษาเรื่องนี้ว่า เมื่อคนเราตกอยู่ ในบริเวณที่ไม่ค่อยจะมีแสงสว่างนัก สมองอาจถูกหลอกให้เห็นโน่นเห็นนี่ ซึ่งไม่ได้มีอยู่จริงได้ สิ่งแวดล้อมในที่เราอยู่นับว่าสำคัญมาก บางทีมันอาจจะข่มหลักฐานตามที่ตาเราเห็นไปได้ และอาจจะทำให้เราทึกทักว่าเราเห็นมัน วันนี้ทาง  Horoscope.Mthai.com จึงอยากให้เพื่อนมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้กัน ว่ามีใครเคยเจอแล้วบ้าง หรือใครที่ยังไม่เคยเจอ พร้อมทั้ง ยังนำข้อมูลดีๆเกี่ยวกับความเชื่อในสมัยโบราณ ซึ่งบอกถึงวิธีการเห็น ผี มาฝากเพื่อนๆกันครับ ซึ่งใครจะลองนำวิธีดังกล่าวไปพิสูจน์กันก็ไม่ว่า แต่โปรดใช้วิจารณญาณในการศึกษาดีๆด้วยนะครับ 10 วิธีเห็น ผี แบบโบราณ อันดับที่ 10 ใส่เสื้อผ้าของคนตาย ใส่เสื้อผ้าของคนตายและกลั้นหายใจ ลองทำแบบนี้ที่วัด คุณจะเห็นเจ้าของเสื้อผ้าตัวจริงที่ตายไปแล้ว อันดับที่ 9 เล่น ผี ถ้วยแก้ว เตรียมผังกระดาษกับถ้วยแก้ว และลองเล่นผีถ้วยแก้ว เมื่อเล่นเสร็จ ตอนจะเชิญวิญญาณออกจากถ้วย กลับถ้วยแก้วให้อยู่ข้างบน คุณจะเห็น วิญญาณ ที่มาเล่นกับคุณ อันดับที่ 8 นอนในโลงศพ ถ้าอยากรู้ว่าชีวิตในโลกหน้าเป็นยังไง ลองนอนในโลงศพดูสิ อย่าลืมใส่เหรียญไว้ในปาก จะมีใครซักคนพาคุณไปทัวร์โลกหน้า อันดับที่ 7 ก้มมองทะลุหว่างขา เรา ทุกคนล้วนเกิดมาจากหว่างของมารดา ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบริเวณที่ติดต่อกันระหว่างโลกและโลกของ วิญญาณ ลองก้มหัวมองทะลุหว่างขาที่วัดจะทำให้คุณเห็น วิญญาณ ได้ อย่าดูนานเกินไปละ ไม่เช่นนั้นอาจจะได้ไปอยู่กับ วิญญาณ เหล่านั้น อันดับที่ 6 กางร่ม การกางร่มภายในอาคารตอนกลางคืนจะทำให้ ผี และ วิญญาณ ติดตามคุณ อันดับที่ 5 ดูเงาในกระจก เที่ยงคืน ปิดไฟทั้งหมด และจุดเทียน นั่งอยู่หน้ากระจกและใช้หวี หวีผม มองตัวเองในกระจกเงา สิ่งที่เห็นในกระจกอาจจะไม่ใช่ตัวคุณ อันดับที่ 4 ใช้ดินจากสุสานมาทาเปลือกตา เชื่อกันว่าดินที่ใช้ขุดหลุมฝังศพจะซึมซับ วิญญาณ และความตายเอาไว้ ยิ่งลึกลงไปก็ยิ่งซึมซับได้มากขึ้น เมื่อใช้ดินทาเปลือกตาจะทำให้เรามองเห็นว่า วิญญาณ กำลังทำอะไรกันอยู่ อันดับที่ 3 เล่นซ่อนหา เล่นซ่อนหาตอนกลางคืนเป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้คุณเจอ ผี ผี จะทำให้คนที่ซ่อนอยู่ไม่มีใครเห็น ส่วนคนที่กำลังหาก็จะหาไม่พบ และคนที่ซ่อนก็จะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าตัวเอง ผี จะลวงตาทำให้ไม่เห็นคนที่พยายามหาเค้าอยู่ วิธีแก้คือ ต้องให้แมวดำวิ่งผ่าน ถ้าไม่มีแมวดำ คุณจะไม่เห็นสิ่งใดๆอีกตลอดกาลจนตาย เพราะมีความเชื่อว่า ผี ต้องการใครไปอยู่ด้วย อันดับที่ 2 เรียก ผี มาทานอาหาร ผี ตายโหง หรือ คนที่ตายแบบฉับพลันจากอุบัติเหตุ จะยังไม่สามารถรับสภาพความตายนั้นได้ วิญญาณ เหล่านั้นยังคงเชื่อว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่และทำสิ่งต่างๆเสมือนคนปกติ ลองวางอาหารไว้ในที่ที่เกิดอุบัติเหตุ หรือ ทางสามแพร่ง(เชื่อกันว่าเป็นทาง ผี ผ่าน) เคาะช้อนหรือส้อม เสียงเคาะจะทำให้ผีคิดว่าถึงเวลามาทานอาหาร สิ่งที่จะเห็นคืออาหารจะค่อยๆหายไป อันดับที่ 1 ใช้น้ำตาของสุนัขดำมาป้ายเปลือกตา สุนัขดำเป็นสัญลักษณ์ของโชคร้ายและสัตว์ที่เชื่อว่ามองเห็นสิ่งลี้ลับได้ ลองใช้น้ำตาของสุนัขดำทาเปลือกตา มีความเชื่อกันว่าถ้าลืมตาขึ้น จะทำให้เราสามารถมองเห็นสิ่งลี้ลับจากโลกอื่นได้ อีกหนึ่งความเชื่อโบราณ 1. ไปกินข้าวตรงที่ที่มีคนพึ่งจะตายไปไม่เกิน 3 วัน อันนี้ต้องเป็นตอนกลางคืนแล้วอ่ะ ลองเลย 50% มีคนเคยเห็น 2. ขโมยของ รึเอาของคนที่ตายแล้วมาใช้ เน้น ต้องเป็นของใช้ที่ผู้ตายรัก และห่วงมากที่สุด 80% มีคนเคยเห็น ( แล้วมานต้องเอาของไปคืนเค้าด้วย ) 3. จับแมวดำโยนข้ามศพคนตาย 30% ใครเคยเห็น 4. นอนในโลงศพ แบบเดียวกับศพ โดยมัดตราสังด้วย แต่ห้ามทำพิธี นอนสักพักนึงค่อยลุกออกมาจากโลงศพแล้วคุณจะพบกับสิ่ง ที่คุณต้องการ 80% มีคนเคยเห็น ( วิธีนี้ถ้าลองแล้วเจอ วิธีการคือการให้พระทำพิธีบังสกุลให้เรา ถ้าเป็นพระที่ปฏิบัติธรรมมาดีจะสับสนว่าเราเป็น คนรึ ผี แต่เราก็ต้องขอร้องให้ท่านทำให้ ยิ่งเป็นพวกจิตอ่อนยิ่งหลอน ) 5. เล่นซ่อนหาในป่าช้า ตอนกลางคืน 20% มีคนเคยเห็น 6. ไปลองของตามสถานที่ต่างๆ ที่มีประวัติน่ากลัวๆ 20% มีคนเคยเห็น 7. นอนขวางประตู รึ นอนตรงกับคานบ้าน(บ้านไม้แบบที่มีคาน) 50% มีคนเคยเห็น 8. ตอนที่กำลังเผาศพ เอาไม้กวาดพื้นกวาดรอบเมรุ 3 รอบ แล้วหักเศษไม้กวาดมา1ก้านเอามาเหน็บไว้ที่หูข้างซ้าย เอาน้ำมะพร้าวที่ล้างหน้าศพ มาป้ายตาทั้ง 2 ข้าง ก้มลงมองลอกหว่างขาในเงาของเมรุ ( กรณีที่เห็นท่านยมฯ ให้รีบวิ่งไปหลบใต้เงาโบสถ์ ถ้าไม่ทัน รึ รู้สึกว่าท่านยมฯ ตามอยู่ตลอดเวลา รึเห็นท่านยมฯ บ่อยเกินเห็น ให้พระทำพิธีบังสุกุลให้ *ท่านอาจจะรอดนะ ) จากนั้นก็จะเห็นวิญญาณของคนที่ตายไป รวมทั้งของคนอื่นด้วย % มีคนเคยเห็น (ไม่มีคนกล้าลอง)  9. ฉี่ใส่ ถ่มน้ำลายใส่ ทำลาย เผาไฟ ศาลเจ้าที่ ทั้งที่ร้างแล้ว รึ ยังไม่ร้างก็ได้ 80 % มีคนเคยเห็น 10. นำเศษบาตรพระที่แตกมารวมกับ ตะปูที่ตอกฝาโล่งศพ ฟันของศพที่ถูกเผาแล้ว มาห่อไว้ในผ้าสีดำ ว่างไว้ตรงกลางสำหรับข้าว หรือโต๊ะกินข้าว จุดธูป 1 ดอก แล้วจะเจอ ผี มากินข้าว  98 % มีคนเคยเห็น ขอบคุณข้อมูลจาก ghostwiki.blogspot.com ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท