ข่มขื่น

กำเนิดสุดยอดกลางรับ สถิติชี้ โคเกอแลง คุณภาพคับแก้วข่มมาติช
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

พลิกกลับมาแจ้งเกิดได้อย่างไม่น่าเชื่อสำหรับ ฟรานซิส โคเกอแลง มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสของ อาร์เซนอล ที่ทำท่าจะหมดอนาคคกับทีมไปแล้วเพราะปั้นเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นจนถูกส่งยืมตัวไปหลายสโมสร แต่หลังจาก เวนเกอร์ เรียกตัวกลับมาช่วงปลายปีก่อน โคเกอแลง กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดแบบเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เมื่อเอาผลงานการเล่นมาเทียบกับ เนมานย่า มาติช เทพกลางรับของ เชลซี ถือว่าสถิติของ โคเกอแลง ขี่เกือบหมดทุกอย่าง ไม่เชื่อวัดกันดูได้ โคเกอแลง – มาติช 13 เกมที่ลงสนาม 25 925 นาทีที่ลงสนาม 2,229 0.2 บล็อกลูกยิง(ต่อเกม) 0.6 5.2 เคลียร์บอล(ต่อเกม) 3.2 59.1% ชนะการดวลภาคพื้นดิน(เปอร์เซ็นต์) 49.6% 0 เล่นเกมรับผิดพลาด(ต่อเกม) 0.04 48.6% เสียบสกัดสำเร็จ(เปอร์เซ็นต์) 41.6% 68.9% ดวลลูกกลางอากาศชนะ(เปอร์เซ็นต์) 62.5% 4.1 การตัดบอล(ต่อเกม) 2.2

รวบแล้ว!! โจ๋หื่นงัดบ้านย่านปทุมฯ ข่มขืน-ชิงทรัพย์
ข่มขื่น /  บุกชิงทรัพย์ / 

ตร.ปทุมฯ รวบวัยรุ่น 19 ปี หลังก่อเหตุบุกงัดบ้าน ก่อนชิงทรัพย์และข่มขื่นสาวเจ้าของบ้าน อ้างทำไปเพราะเมา วันนี้ 5 มิ.ย. พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี แถลงข่าวจับกุมตัวนายธนา สืบสุนทอน อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุบุกงัดบ้านสาวแล้วเข้าไปบังคับข่มขืนภายในบ้าน และชิงทรัพย์รถยนต์เก๋งของผู้เสียหายหลบหนีไป โดยนายธนา ให้การรับสารภาพว่าวันเกิดเหตุ ได้ดื่มสุราจนเมา และต้องการใช้เงิน จึงพยายามเข้าไปงัดบ้าน และเข้าไปที่ห้องนอนของเหยื่อ และหยิบเพียงแค่เงิน แต่เห็นผู้เสียหายอยู่ในตู้เสื้อผ้า จึงบังคับให้ถอดเสื้อผ้า แล้วลงมือข่มขืน จากนั้นได้บังคับให้เหยื่อขับรถเก๋งไปส่งที่บ้านญาติ แต่ผู้เสียหายกระโดดลงจากรถ ขณะรถติดไฟแดงที่ บริเวณสามแยกถนนหทัยมิตรตัดถนนหทัยราษฎร์ กทม. และวิ่งไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอความช่วยเหลือ ตนจึงได้ขับรถหนีไปหาเพื่อนที่ชลบุรี ก่อนจะนั่งรถจยย. ไปหาเพื่อนที่บ้านพัก กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว จากนั้นได้คุมตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีในข้อหา บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน , ข่มขืนกระทำชำเรา หญิงซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยใช้กำลังประทุษร้าย , หน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และชิงทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ และทารุณกรรมสัตว์ และในวันพรุ่งนี้ จะคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ MThai News ที่มา... ข่าวสด

ข่มกันมิด!เผยสถิติกองหน้าผี รูนี่ย์, ฟานเพอร์ซี่, ฟัลเกา ยิงเท่า เคน คนเดียว
ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส /  พรีเมียร์ลีก / 

ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงสำหรับฟอร์มการเล่นของสามศูนย์หน้าค่าตัวแพงของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง เวนย์ รูนี่ย์ , โรบิน ฟานเพอร์ซี่ และ ราดาเมล ฟัลเกา ที่มีสถิติการยิงประตูรวมกันเท่ากับ แฮร์รี่ เคน กองหน้าของคู่แข่งในสุดสัปดาห์นี้อย่าง ท็อตแน่มฮอทสเปอร์ส ดาวยิงเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน 2  เดือนติดต่อกันยิงไปแล้ว 26 ประตูจากการลงเล่น 41 นัดในทุกถ้วยทุกรายงานในฤดูกาลนี้ เท่ากันกับสามดาวยิงค่าตัวแพงของ หลุยส์ ฟานกัล ที่ทำได้รวมกัน 26 ประตู เวนย์ รูนี่ย์ 12, โรบิน ฟานเพอร์ซี่ 10 และ ราดาเมล ฟัลเกา 4 โดยเฉพาะรายหลังที่โดนส่งไปเล่นกับทีมสำรองแล้ว

ขุดคุ้ย! ทำไม แมนยู ลิเวอร์พูล เกลียดกัน นักหนา?
lfc /  LiverPool / 

ด้วยความสงสัยมานาน ทำไม ทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และ "ผีแดง" แมนยู  ถึง เกลียดกัน นักหนา เกลียดใครก็ไม่เท่าคู่อริ เหยียดหยามใครก็ไม่สะใจเท่าคู่อริ ชนะใครก็ไม่เท่าชนะคู่อริ บางคนก็บอกว่า ไม่รู้ล่ะว่าเริ่มต้นที่ไหน ก็ เกลียดกัน มา หยามมา ก็เกลียดกลับ หยามกลับน่ะ ผมก็รักทีม หงส์/ผี ของผมนี่นา บางคนก็บอกว่า คนบริหารทีม อาจจะอาฆาตกันมาก่อน แบบ เมืองทอง - บุรีรัมย์ ก็เป็นได้? ขุดตำนาน เมืองอริ แมนยู - ลิเวอร์พูล เกลียดกัน เหตุการค้า ย้อนกลับไปเมือ 120 กว่าปีที่แล้ว (ตอนนั้น ยังไม่มีทีมฟุตบอล) เมือง แมนเชสเตอร์ (Manchester) คือ เมืองอุตสาหกรรมที่เจริญรุ่งเรือง ในการผลิต ฝ้ายดิบ ส่วน ลิเวอร์พูล (Liverpool) คือ เมืองท่า (ท่าเรือ) ที่เงินไหนมาเทมา จากการ เป็นตัวเชื่อมในอังกฤษ ไปยังแดนตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ และไปยังอเมริกา สองเมืองพึ่งพากันดี เพราะ แมนเชสเตอร์ ไม่มีจุดขนส่งออกแม่น้ำและทะเล แต่ในทศวรรษ 1870 เริ่มมีวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ทุกคนดิ้นรนเอาตัวรอด และ แมนเชสเตอร์ ก็รู้สึกว่า ทาง ลิเวอร์พูล เก็บค่าผ่านทาง ทั้งทางเรือ และรถไฟ สูงเกินไป จนคนแมนเชสเตอร์เดือดร้อน บังเกิดความคิดที่จะสร้างท่าเรือ และขุดคลองเข้ามายัง แมนเชสเตอร์ ของตนเอง จึงระดมเงินขุดคลองยาวจาก แม่น้ำ Mersey เข้ามายังแมนเชสเตอร์ เปิดทำการเมื่อ 1894 การขุดคลองดังกล่าว ทำให้ เมืองลิเวอร์พูล ขาดรายได้ทันที รวมทั้ง มีคนตกงานเพิ่มขึ้น เป็นความแค้น เกลียดกัน แรกๆในอดีตกาล แมนยู ลิเวอร์พูล เกลียดกัน ในแชมป์เกมส์ บอล เรื่องของเรื่อง ก็มาจาก การที่สองทีม ไล่บี้กันเก็บคะแนน ถ้วย ในยุคนั้น ที่เรียกว่า มีเพียงสองทีมที่ยิ่งใหญ่สูสีกัน บิล แชงคลีย์ นำ LFC ให้ได้แชมป์ลีคใน ปี 1963-1964 ซึ่งปีต่อมา มัตต์ บัสบี้ นำ แมนยู ได้แชมป์ลีก ตามด้วย LFC และ แมนยู สลับกันแบบนี้ ปีต่อปี บี้กันรดต้นคอ ต่อมาเมื่อ แมนยู ได้แชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพได้ ปี 1968 ทาง ลิเวอร์พูล ก็ตามมาเก็บ ยูโรเปี้ยนคัพบ้าง ไปอีก 4 ครั้ง สร้างหน้าตาให้กับ อังกฤษได้มากมาย และเป็นหน้าเป็นตาแก่สโมสรอย่างมาก รวมทั้งเก็บ ถ้วยดิวิชั่น 1 ในบ้านได้ช้วน 11 สมัย (ณ จุดนี้ การเปลี่ยนมือจากกุนซือ บิล แชงคลีย์  ไปยัง บ็อบ เพลสลี่ย์ และ โจ เฟแกน ล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จ เป็นกุนซือมือทองทั้งนั้น) ส่วน แมนยู นั้น ร้างถ้วยรางวัลนาน 26 ปีเลยทีเดียวจน กระทั่ง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามาเป็นกุนซือมือทองให้ผีแดง ในปี 1986 แล้วก็คว้าถ้วยลีกที่ 8 ให้กับ แมนยู ในฤดูกาล 1992-1993  ในอายุการทำงานกุมบังเหียนทั้ง 26 ปีกว่าๆให้กับแมนยู ป๋า ก็คว้าถ้วยลีกมาอีกเพียบ จนได้ครบ 20 ครั้ง! นำหน้า ลิเวอร์พูล เลยคราวนี้ ส่วน ลิเวอร์พูล เอง ก็ก้าวสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง เมื่อได้ครอง ยูโรเปี้ยนคัพ ถ้วยที่ 5 ในปี 2004-2005 ทุกครั้งที่มีศึก แดงเดือด ก็จะมี คนแห่มาชมกันแน่นสนาม พร้อมทั้งมีการเหยียดหยาม นักเลงตีกันต่างๆนานา ซึ่ง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกว่า "ไม่แปลกที่คนจะรอดู การแข่งขันของทีมสโมสรที่มีประวัติประสบความสำเร็จมากที่สุดสองทีม" นับว่าเป็นการให้เกียรติคู่แข่งอย่างดีเลย อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปในช่วงที่ผลัดกันได้แชมป์นั้น ถือว่าเป็นช่วงที่ทั้งสองเมือง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นมาก เรียกได้ว่าเงินสะพัดจาก ทีมฟุตบอล มากโข (แต่ แมนเชสเตอร์ ก็ยังคงเป็นต่อในเรื่องของธุรกิจที่เฟื่องฟู และบ้านเมืองพัฒนามากกว่าอยู่ดี) ดราม่า อื่นๆ หมูพริ้ว เวนย์ รูนี่ย์ ที่เป็นกองหน้าสำคัญของ แมนยู เติบโตจากเมือง ลิเวอร์พูล และเป็นเด็กปั้นของ เอฟเวอร์ตัน อีกหนึ่งคู่แข่งตัวยง (Derby) ของ ลิเวอร์พูล (เรียกได้ว่า เฮียรูน จองล้างจองผลาญกับ LFC มาโดยตลอดนั่นเอง ส่วนแหล่งข่าวลือว่า เฮียรูนประกาศตัวเลยว่า เกลียด the Reds มานานแล้ว และจะอยู่กับทีมใดๆก็ตามที่จะตัดฝันสามแต้มของ หงส์ ให้ได้) ส่วน เฮียเจิด สตีเฟ่น เจอร์ราร์ดก็ไม่น้อยหน้า เห็นหงิมๆนิสัยงาม เฮียบอกว่า แลกเสื้อกับนักเตะทีมอื่นมาหมดเลยแล้วมาแขวนไว้ที่บ้าน ยกเว้น แมนยู ส่วนพ่อเหยิน กัดแหลก หลุยส์ ซัวเรซ (ลิเวอร์พูล) ก็สร้างประเด็นพูดถึง ปาทริซ เอฟร่า (แมนยู) ในเชิงดูถูกชาติพันธุ์ ทำให้ ถูกแบน 8 นัด และหลังจากนั้นพอมาเจอกันอีก เฮียเหยินก็ไม่ยอมจับมือกับ เอฟร่า อีก สร้างความขัดเคืองระหว่างแฟนทั้งสองทีม (แต่จริงๆ แล้ว ทุกคนก็รู้นิสัย พ่อเหยิน ว่า เฮียแกว่งมากขนาดไหนในเกมส์ต่อๆมา) เรื่องราวนักเตะต่อๆมา หลายๆคนก็เป็นดราม่า ไม่ว่าจะกระทบกระทั่งในเกมส์ นอกเกมส์ ก็ดูเป็นเรื่องเป็นราวเสียหมด รวมทั้ง การย้ายทีมของนักเตะ ถ้าย้ายระหว่างสองทีมนี้ ถือว่า "ทรยศ" แฟนๆอย่างมาก ซึ่ง ไมเคิล โอเว่นเจ้าหนูมหัศจรรย์ ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ เติบโตจากทีมเยาวชนของ LFC หงส์แดง จนติดในทีมตัวจริง ต่อมาย้ายไป เรอัล มาดริด จากนั้นก็ย้ายไปอยู่กับนิวคาลเซิล ยูไนเต็ด แล้วมาอยู่กับ แมนยู  แถมทะลึ่งได้แชมป์ลีกกับผีแดงอีกจนทำให้แฟนหงส์ ช้ำใจว่า เด็กปั้น ทรยศ (บางคน ถึงขนาดไม่อยากเรียกเขาเป็น LFC Legend ด้วยซ้ำ) ศึกแห่ง สี แดงเดือด ฟ้าบันดาลหรือไร สองทีมนี้ ดันมีสีนำโชค สีหลักเป็นสีแดงเหมือนกัน ดังนั้น เวลาไปเยือนถิ่นอีกฝั่งก็ต้องใส่สีทีมเยือน เรียกว่า เป็นอริ สีแดงเหมือนกัน คนไทยเรียก ศึก แดงเดือด คนอังกฤษเรียก Red War ปัจจุบัน แฟนบอลรุ่นใหม่จะรู้สึกถึง ความอาฆาตระหว่างสองทีมน้อยลงไป เพราะว่า ทั้งแมนยู และ ลิเวอร์พูล ต่างก็มีช่วงถดถอย โดยมี อาร์เซน่อล, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดดเด่นขึ้นมา ก็เรียกได้ว่า ความสำเร็จของดาวเด่นเหล่านี้ กลบความบาดหมางของทีมใหญ่สองทีมนี้ไปได้บ้าง (คู่แข่งเยอะขึ้น ประมาทไม่ได้) สีสันแฟนบอล หยามกัน คดี ปีกพ่อมด ไรอัน กิ๊กส์ มีชู้กับเมียน้องชายตนเองถึงแปดปี รวมทั้งนอกใจเมียตนเองด้วย เป็นเรื่องร้ายแรงเชิงศีลธรรมมากๆ ซึ่งน้องชายก็แฉว่า ปีกแมนยูที่ปัจจุบันทำหน้าที่จัดการทีม พูดสารภาพหน้าด้านๆว่า "ไม่มีอะไรในกอไผ่เลยนะน้องรัก แค่เซ็กซ์ล้วนๆ" แฟนบอลชาว ผีแดง ส่ายหัวในพฤติกรรม แต่บอกว่า เรื่องในสนาม ในเตียง คนละเรื่องกันแยกแยะได้ (เพราะ กิ๊กส์ คือ หนึ่งในนักเตะมีฝีมือที่มีระเบียบดีที่สุด) ส่วนแฟนบอล หงส์แดง หยามว่า พฤติกรรมแบบนี้หรือที่แฟนผี ยกย่อง? ช็อตพลาด ไม่ว่าจะยาม ลื่น หรือ โดนใบแดง ของเฮียเจิด เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ชาว the Kop พร้อมให้อภัยเมื่อคิดถึงคุณความดีของเฮียเจิดที่มีต่อหงส์แดงมาตั้งแต่เป็นนักเตะเยาวชน แต่ ชาว ปิศาจแดง บอกได้คำเดียวว่า น่าอายโคตรๆ เรื่องถ้วยใครเยอะกว่า ยังคงเย้ยหยันกันได้เสมอ อยู่ที่ว่าใครจะนับถ้วยอะไรมาข่ม เพราะแมนยูครองถ้วยลีก 20 ครั้ง (ลิเวอร์พูล 18) ในขณะที่ ลิเวอร์พูล ครองถ้วยยูโรเปี้ยนคัพ 5 ครั้ง (แมนยู 3 ครั้ง) และถ้ามองเรื่องถ้วยลีก ทาง ลิเวอร์พูล ห่างเหินถ้วยลีกมานานกว่า 24 ปีแล้ว (ครั้งสุดท้าย ฤดูกาล 1989-1990) แฟนไทย เล่นหยามที่สัญลักษณ์กันง่ายๆเลย จะ เผาผี ไล่ผี หรือไม่ก็ ต้องเชือดเป็ด ภาพต่อไปนี้เริ่ม จาก ล้อเลียน ฝั่ง หงส์แดง ก่อนละกัน ตามด้วย ฝั่งผีกันบ้าง รักสโมสรใดก็รักกันไป และขอให้ การข่มกัน หยามกันเป็นสีสันการเชียร์บอลแล้วกัน (เราไม่ได้เสี้ยมนะ เรานำเสนอเฉยๆ ให้เห็นความคิดสร้างสรรค์ของแฟนคลับสองฝ่าย เพราะทีมงาน MThai เอง ก็มีแฟนคลับทั้งสองฝ่ายจ้า เราเข้าใจดีเลย สุดท้ายก็อยากให้แซวเป็นสีสัน แค่เกมส์กีฬานะจ๊ะ มีแพ้มีชนะ มีขึ้น มีลง) อ่านต่อ แดงเดือด" เกมส์แห่งแฟนบอล ไอ้หนอนเน่า! น้องชายกิ๊กส์ ชี้พี่ชายน่ารังเกียจ หื่นมาก! ไรอัน กิ๊กส์ ชู้เมียน้องชายตัวเองนาน 8 ปี ประมวลภาพล้อ เมื่อหงส์แดง ปราชัย แก่ ผีแดง อ้างอิง http://en.wikipedia.org/wiki/Liverpool_F.C.%E2%80%93Manchester_United_F.C._rivalry http://www.fourfourtwo.com/features/our-manc-kop-why-liverpool-vs-man-united-more-game http://therepublikofmancunia.com/rooney-i-hate-liverpool/ http://www.caughtoffside.com/2015/03/22/lol-liverpools-steven-gerrard-trolled-hard-by-meme-artists-after-rapid-red-card-vs-manchester-united/

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม วิลล่า พาร์ค วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2557 เวลา 22.00น. ถ่ายทอดสด CTH Stadium1 ความพร้อม ทั้งสองทีม แมนฯ ยูฯ ฟอร์มแรงเหลือเชื่อชนะหกเกมรวดในลีกแม้จะกระท่อนกระแท่นในบางนัด สถิติก่อนเกมพวกเขาข่มเจ้าบ้านวิลล่ามิด โดยพลพรรคผีแดงไม่เคยแพ้ในบ้านวิลล่าเลยตลอด 18 เกมหลังสุด รวมแล้วในทุกถ้วยทุกรายการ 35 นัดหลังสุดที่ทั้งสองทีมพบกัน สิงห์ผยอง ชนะ ปีศาจแดงครั้งเดียวที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในปี 2009 โดยก่อนลงสนามเจ้าบ้านมีเกมรุกที่ย่ำแย่สุดๆ ทำไปได้เพียงสิบลูก น้อยกว่าทุกทีมในพรีเมียร์ลีก โดยฤดูกาลนี้มีถึง 8 จาก 16 เกมที่พวกเขาไม่สามารถยิงประตูได้ พอล แลมเบิร์ต กุนซือ แอสตัน วิลล่า เกมนี้จะขาดตัวหลักหลายคนทั้ง อลัน ฮัตตัน, คีแรน ริชาร์ดสัน, ทอม เคล็ฟเวอร์ลี่ย์ ส่วนนักเตะที่ยังบาดเจ็บมี โจ โคล, แอชลี่ย์ เว้สต์วู้ด, นาธาน เบเกอร์, ฟิลิปป์ เซนเดรอส, ลิบอร์ โคซัค แต่ ฟาเบียน เดล์ฟ น่าจะกลับมาลงสนามได้ทันในนัดนี้ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ แมนฯ ยูฯ มีข่าวดีเมื่อเกมนี้น่าจะได้ อังเคล ดิ มาเรีย กับ มาร์กอส โรโฮ คืนสนามจากอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ ราดาเมล ฟัลเกา ที่กลับมาฟิตเต็มร้อยพร้อมลงเล่นเต็มเวลาแต่ต้องรอลุ้นว่าจะถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงหรือไม่ ส่วน คริส สมอลลิ่ง, ลุค ชอว์, ดาลี่ย์ บลินด์ ยังต้องพักยาวต่อไป ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม วิลล่า – กูซาน, โอโคเร่, รอน ฟลาร์, คีแรน คลาร์ก, โลว์ตัน, คาร์ลอส ซานเชซ, เดล์ฟ, อาลี ซิสโซโก้, เอ็นซ็อกเบีย, เบนเทเก้, อั๊กบอนลาฮอร์ แมนฯ ยูฯ – เด เคอา, ฟิล โจนส์, คาร์ริค, โรโฮ, วาเลนเซีย, เฟลไลนี่, ดิ มาเรีย, แอชลีย์ ยัง, มาต้า, รูนี่ย์, ฟาน เพอร์ซี สถิติที่น่าสนใจ - วิลล่า ไม่ชนะใครในบ้านมาตั้งแต่เดือนมีนาคม - วิลล่า เล่นในบ้าน 60 เกมหลังสุด แพ้ไปถึง 30 นัด ชนะ 15 นัดเสมอ 15 นัด - ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูฯ ทำประตูได้ 11 จาก 16 นัดใน พรีเมียร์ลีก มากที่สุดเท่ากับ เชลซี, สวอนซี - วิลล่า เล่นใน พรีเมียร์ลีก 92 เกม พวกเขาจบเก้าสิบนาทีแบบยิงไม่ได้ถึง 36 นัด - ฤดูกาลนี้ ฮวน มาต้า ยิงตรงกรอบ 6 ครั้ง และเป็นประตูถึง 5 ลูก - เวย์น รูนี่ย์ ยิงวิลล่ามาแล้ว 12 ประตู เป็นทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่โดนเขายิงมากที่สุด

อยากให้ความคิดมีเสียง : Peet Peera [Official MV] - Mono Music Bar
อยากให้ความคิดมีเสียง /  Peet Peera / 

เผยแพร่เมื่อ 8 ก.ย. 2014 อยากให้ความคิดมีเสียง : Peet Peera [Official MV] - Mono Music Bar"คิด" แต่..."พูดไม่ได้" คือสิ่งที่ทำให้คนแอบรักทรมานมากที่สุด▼ iTunes : http://bit.ly/MonoMusicBar♫ Deezer : http://www.deezer.com/album/7852130♫ KKBOX : http://kkbox.fm/Gd0izLข่าวสารเพิ่มเติมที่ http://www.facebook.com/MonoMusic และ http://www.facebook.com/MrFellowMusic"อยากให้ความคิดมีเสียง" โดย พีท พีระ เพลงที่ของคนที่มีความลับอยู่ในใจแต่ไม่กล­้าพูดMono Music Bar อัลบั้มที่รวมเพลงฮิตจาก Mono Music ในรอบ 5 ปี มาเรียบเรียงดนตรีใหม่ในสไตล์ "Chilling Night Out" ให้อารมณ์เวลาฟังเหมือนนั่งดื่มไวน์ช่วงหั­วค่ำอยู่ในบาร์สุดหรูย่าน Manhattan, New York โดยมีบาร์เทนเดอร์ชั้นนำที่ใส่ใจทุกรายละเ­อียดจาก Fellow Music ในเครือ Mono Music เมนูที่ 8 จาก Mono Music Barคนที่ดื่ม "วอดก้า" มักจะเป็นคนใจกว้าง รักความสนุกสนาน แต่ก็มีบางเรื่องที่ขัดแย้งกับบุคลิกไม่กล­้าพูด เหมือนกับเพลง "อยากให้ความคิดมีเสียง" เพลงช้า ความหมายดีที่พูดถึงการแอบรัก ให้ความรู้สึกคล้ายช่วงเวลาในการกระดกวอดก­้า ถึงแม้จะขมแต่ก็ต้องข่มเอาไว้ข้างใน แม้จะไม่สามารถพูดได้ แต่ก็ไม่สามารถหักห้ามใจให้ไม่คิดได้ จากเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ "อ้อน ลัคนา" สู่แนวเพลง Electronic Bossa Nova โดย "พีท พีระ" เจ้าพ่อเพลงเศร้า "อยาก ให้ความคิดมีเสียง" จาก "พีท พีระ" เพลงที่คุณฟังแล้วให้อารมณ์เหมือนนั่งจิบ "วอดก้า" ที่บาร์สุดหรูย่านย่าน Manhattan, New York แล้วพบกับเมนูอื่นๆ จาก Mono Music Bar ได้ในเร็วๆ นี้Executive Supervisor : รัชพล จิตพึงธรรมExecutive Producer : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีProducer : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนี Co-Producer : ชินวุฒิ วัฒนาสัจจา Lyrics : ปัญญา โกเมนไปรินทร์Melody : MildVocalistArrangement : ชินวุฒิ วัฒนาสัจจา Recording Engineer : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีVocal Director : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีDigital Edited : ม.ล. พิทยากรณ์ รัชนีRecorded at Guess Music Studio, A More StudioMixed and Mastered : วารุศ รินทรานุกูลMixed and Mastered at Sevendogs StudioArt Director : ประวิทย์ เจนสุขุม Graphic Designer : อริสรา วรศิริPhotographer : ตติพล ขุนอ่อน Stylist : สิวนาถ เลิศศักดิ์สิริ ติดต่อประชาสัมพันธ์ : คุณนิว 087 685 4495 / คุณเก๋ 089 967 4565 / คุณโป้ง 085 917 1709

ละครบางระจัน , เรื่องย่อบางระจัน
เรื่องย่อ บางระจัน /  บางระจัน ช่อง3 / 

บางระจัน บทประพันธ์ : ไม้ เมืองเดิม บทโทรทัศน์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้นออกอากาศ : จันทร์-อังคาร 20.15 น. ทางช่อง 3 หนึ่งรัก...คือนาง รักหนึ่ง...คือมิตร รักยิ่งใหญ่เทิดเหนือชีวิต ให้สยามอยู่คู่ค้ำฟ้า ในปีพุทธศักราช ๒๓๐๑ หลังการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินมาสู่รัชสมัยของสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ หรือสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ความไม่เด็ดขาดในการปกครองทำให้เหล่าเจ้านายและข้าราชบริพารเกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก เกิดการแข็งข้อของหัวเมืองฝ่ายเหนือ ไม่มีความสามัคคีในหมู่ข้าราชการ ต่างพากันแย่งชิงตำแหน่งหน้าที่ รับสินบน เบียดบังผลประโยชน์ชาติ เอาความสุขใส่ตัว ชาวบ้านเดือดร้อน ข้าวยากหมากแพงทุกหัวระแหง พระเจ้าอลองพญามังลองยกทัพพม่ามาตีไทยทางทวาย มะริด ตะนาวศรี หวังยึดกรุงศรี ทัพไทยแตกพ่ายถึง 3 กองทัพ เดชะบุญของไทยยังมีพระเสื้อเมืองคุ้มครอง พระเจ้าอลองพญาถูกรางปืนแตก บาดเจ็บสาหัส มังลอราชบุตรจึงรีบยกทัพกลับ ลางร้ายแห่งความวิปโยคเริ่มขึ้นเมื่อน้ำหลากสีปูนแดงดั่งเลือดไหลจากเหนือลงสู่อยุธยาเป็นที่โจษขาน ก่อนทัพของพระเจ้ามังระจะยาตราทหารหนึ่งแสนสองหมื่นนายมาแก้แค้นให้พระเจ้าอลองพญามังลอที่สวรรคต ทัพพม่ามีเนเมียวสีหบดีเป็นแม่ทัพฝ่ายเหนือ นำทัพมาจากเชียงใหม่ ตีหัวเมืองแตกระเรื่อย จนมาต่อเรือรบที่กำแพงเพชร มังมหานรธานำทัพฝ่ายใต้เผาเมืองชุมพร ปะทิว ขึ้นมาถึงปราณบุรี กาญจนบุรี และจัดทัพแยกไปตีเพชรบุรี ราชบุรี ความเดือดร้อนยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เมื่อทัพอังวะปล้น ฆ่า ข่มขืน ชิงทรัพย์สินของชาวบ้านตลอดรายทางเพื่อมุ่งสู่กรุงศรีอยุธยา ที่บ้านคำหยาด แขวงวิเศษไชยชาญ ทหารกรุงศรีเร่งกวาดต้อนชาวบ้านเพื่ออพยพ หนีภัยศึกเข้ากำแพงเมือง เวลาเดียวกับที่ ทัพ หรือเจ้าเสือแห่งบ้านคำหยาด ทหารผู้มีฝีมือดาบไม่เป็นสองรองใคร ฝ่าทัพอังวะที่ปล้นฆ่า ได้กลับมาก้มลงกราบแทบเท้าพ่อแม่ หมู่เที่ยง อดีตทหารกล้า กับ นางจันทร์ ผู้เป็นแม่ จวง น้องสาวบอกทัพ เรื่องที่อดีตเพื่อนรัก นายกองสังข์ และ หมู่ขาบ กำลังเร่งกวาดต้อนครัวไทยไปกรุงศรี ทัพเห็นอาการป่วยของแม่ยังไม่ดี ก็ขอประวิงเวลาไปเอายาจากสุพรรณมาให้แม่ แต่สังข์ที่ถืออำนาจบาตรใหญ่หาเรื่องว่าทัพคิดหนีเกณฑ์ ไม่ยอมเป็นทหารสู้ศึก ทัพรู้ดีว่าความบาดหมางครั้งนี้รุนแรง เพราะสังข์อ้างการอพยพเพื่อหวังรวบรัดจวงเป็นเมีย ขณะที่ขาบเองก็แอบรัก เฟื่อง คนรักของตน ทัพขอร้องเพื่อน แต่สังข์กลับสั่งทหารเข้ารุมจับตัวทัพ จนเกิดการต่อสู้ สังข์และขาบแพ้ แต่สังข์ไม่ยอมเสียเชิงให้อายคน ใส่ร้ายว่าทัพเป็นขบถหนีกองทัพทันที ทัพต้องหนีหลบไปซุ่มซ่อนในป่า เฟื่องที่เฝ้ารอคนรักต้องระทมทุกข์เพราะความพลัดพราก ถึงจะรู้ว่าขาบคิดอย่างไร และแม้ขาบจะทำดีให้แค่ไหน เฟื่องก็ไม่อาจแบ่งใจรักคนอื่นนอกจากทัพได้ ใต้ตาล 5 ต้นที่ทัพและเฟื่องให้สัญญาต่อกันว่าหนาวหน้าคงได้ร่วมชีวิตคู่ แต่บัดนี้กลับต้องรอเวลาทอดยาวหลังศึกผ่านพ้น ต่างจาก แฟง น้องสาวเฟื่องที่แก่นกล้าเกินหญิง แฟงเจ็บใจและตามเอาเรื่องสังข์ ขาบ แทนพี่สาว สังข์กับขาบจึงเร่งเอาทหารจับตัวจวง เฟื่องไป ก่อนจะย้ายครัวหลบหนี แต่ทัพก็ตามไปช่วยคนรักและน้องสาวมาได้ ยิ่งทำให้สังข์ ขาบเจ็บใจ ประกาศจะตามล่าตัวขบถอย่างทัพมารับโทษให้จงได้ เวลาเดียวกับที่บ้านสามโก้ อีกด้านแขวงวิเศษไชยชาญ หมู่บ้านของ สไบ ลูกสาว ผู้ใหญ่แสง กำลังถูก นายกองอูจี นำทหารเลวทัพอังวะเข้าปล้น สไบกำลังจะถูกข่มเหง แต่ ใจ พรานหนุ่มเข้ามาช่วยไว้ พร้อม เจิด พี่ชาย และ จาด พรานใหญ่ผู้เป็นพ่อ ทั้งหมดต้องอพยพหนีโดยการนำของใจ ระหว่างทางใจได้ช่วยสไบไวอีกหลายครั้ง สไบกับใจต่างตาต้องตา ใจต้องใจ แต่ ดอกรัก ญาติผู้พี่ของสไบที่เหม็นหน้าใจคอยหาเรื่องกีดกัน ไม่ให้ทั้งสองได้อยู่ใกล้ชิดกัน ระหว่างทางอพยพ ดอกรักและใจผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะในการช่วงชิงหัวใจสาวงามอย่างสไบ ทัพพาทุกคนอพยพหนีมาที่บ้านกระทุ่มด่าน พึ่งเรือนญาติคือ กำนันพัน อยู่ชั่วคราว ก่อนจะรวบรวมพรรคพวกทหารจากทัพที่แตกพ่าย อย่าง หมู่เคลิ้ม เอิบ ช่วง และ ฟัก พี่ชายของเฟื่องและแฟง อาสาเข้าซุ่มโจมตีตัดกำลังทางเดินทัพของอังวะที่กระทุ่มด่าน กลุ่มของสไบหนีตามมาสมทบกับกลุ่มของเฟื่องและแฟง ทั้งหมดรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ หลบภัยอยู่กับชาวบ้านอีกมากมายที่กำลังหนีภัยข้าศึก ไทยกอดคอไทย น้ำตาหลั่ง ตายเถิด จะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ตายแทนไทย บ้านใคร ใครก็รัก เมื่อชาติอื่นภาษาใด จะเข้ามาครอบงำ ข่มกันถึงบ้าน แล้วจะนิ่งดูดาย ให้หนีไปไหนได้อีกเล่า ชื่อเสียงของกลุ่มทัพที่หาญกล้าซุ่มโจมตีศัตรูเลื่องลือ จนถึงหูสังข์และขาบ ทั้งสองตามล่าเพื่อนรักมาจนถึงกระทุ่มด่าน และฉวยโอกาสที่เฟื่องเข้าใจทัพผิด เพราะเห็นทัพกอดแฟงที่เอาแต่ปั้นปึ่งหาเรื่องให้โมโห จนสังข์กับขาบจับตัวเฟื่องและจวงไปจนได้ แฟงเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุ แต่คนที่ใจแทบขาดคือทัพ เพราะคนรักและน้องสาวตกไปอยู่กำมือของเพื่อนรักเพื่อนแค้น แม้กายห่าง แต่ใจฝากไว้กับนาง ทัพออกตามตัวเฟื่องและจวง แฟงเฝ้าโทษตัวเองที่ทำให้พี่สาวตกระกำลำบาก ถูกพรากจากครอบครัวและชายคนรักไปจนได้ สไบเตือนให้แฟงเตรียมตัวหนีอีกครั้งเมื่อข้าศึกเข้ามาใกล้ แฟงอยากรอพี่สาว แต่ข้าศึกอังวะประชิดกระทุ่มด่าน ขบวนอพยพต้องเคลื่อนออกทันที แฟงใจจะขาดรอนๆ เมื่อต้องไกลจากพี่สาวอย่างไม่รู้ชะตากรรม ระหว่างทางที่ตามหาเฟื่อง ทัพเจอกับกลุ่มก๊กโจร เสือปิ่น ที่อดอยากจนต้องปล้นชิงพี่น้องไทยกันเอง ทัพถูกกักตัวและเกลี้ยกล่อมให้ร่วมเป็นพวกโจร เวลาเดียวกับที่เฟื่องและจวงเข้าใกล้กำแพงกรุงศรี ขบวนของสังข์กับขาบต้องหยุดพักรอที่บ้านพรานตามคำสั่งของ คุณพระนายหมื่นศรี ขบวนอพยพของแฟงกับสไบเจอโจรที่บุกเข้าปล้น ฟักกับกลุ่มผู้ชายสู้ตายเพื่อปกป้องชาวบ้าน แฟงคว้าดาบไล่ฟันโจรอย่างห้าวหาญ ปกป้องคนแก่และเด็กๆ ก่อนจะถูกโจรลากตัวหายเข้าป่าลึก ฟักกับกลุ่มผู้ชายออกตามหา แต่ไม่เจอแฟงแม้แต่เงา สไบหลั่งน้ำตา ไม่รู้ชะตากรรมเพื่อน ขบวนอพยพต้องเร่งเดินทาง บัดนี้สามชีวิตต้องแยกห่าง คนรักห่างกันก็ทุกข์เหลือแสนไม่แตกต่างกัน เฟื่องที่ตกอยู่ในกำมือของขาบ ประวิงเวลาให้ขาบไม่คิดหักหาญน้ำใจ รักษาตัวไว้รอชายคนรัก ขณะที่ทัพก็หาทางเอาตัวรอดจากกลุ่มโจรเสือปิ่น แฟงถูกกลุ่มของ นายแท่น ชาวบ้านศรีบัวทอง แขวงเมืองสิงห์ช่วยไว้ได้ แฟงเห็นความเด็ดเดี่ยวของกลุ่มนายแท่น ที่มี นายโชติ นายอิน นายเมือง ซุ่มโจมตีกองทัพอังวะ เลือดหญิงไทยหวงแหนแผ่นดินหลั่งไหลทั่วกาย แฟงยอมสละแล้วทั้งชีวิต อาสาเป็นหญิงล่อตาล่อใจทหารอังวะมาให้นายแท่นกับพวกฟันจนละเอียด หลายครั้งที่แฟงเกือบไม่รอดเงื้อมือข้าศึกเลวที่จ้องย่ำยีศักดิ์ศรีหญิงไทย แต่หัวใจห้าวของแฟงไม่เคยครั่นคร้ามหวาดกลัว นายดอกไม้ บ้านกรับ นายทองแก้ว บ้านโพธิ์ทะเล สองผู้นำชาวบ้านมาขอร่วมกับกำลังกลุ่มนายแท่นด้วย แฟงและหญิงชาวบ้านคนอื่นพากันทำอุบายล่อทัพอังวะมาให้ถูกนักรบไทยฆ่าลงเสียมาก จนกองทัพอังวะส่งทหารมากมายมาล้อมบ้านศรีบัวทอง นายแท่นต้องพาทุกคนหนีตาย แฟงได้แต่อาลัยที่ต้องพลัดพรากจากเฟื่อง พี่สาวและครอบครัวที่รักไกลออกไปทุกที ขอให้คิดปลื้มไว้ เมื่อตายไปชีวิตหนึ่ง ก็ได้ตายสมศักดิ์ของผู้หญิงเมืองไทย ยามศึกมาติดเมือง ทัพช่วยชีวิตเสือปิ่นไว้ได้จาก ชิด ลูกน้องทรยศ น้ำใจของทัพทำให้เสือปิ่นสำนึกบุญคุณ ปล่อยตัวทัพออกตามหาคนรัก แต่เฟื่องไม่อาจยื้อยุดความปรารถนาล้ำลึกของขาบไว้ได้อีก เฟื่องตกเป็นของขาบ ขณะที่สังข์ใช้กำลังครอบครองกายใจจวง ทัพอังวะเข้าโจมตีขบวนอพยพทหารกรุงศรี สังข์ ขาบสู้ไว้ชื่อไทย แต่ศัตรูมากมายเข้าโอบล้อมไว้ไม่ขาดสาย เฟื่องกับจวงกำลังจะถูกศัตรูรุมข่มเหงในกระท่อม ร่างของทัพบนหลังม้าคู่ใจ อ้ายเลา พุ่งทะยานเข้ามาฟันข้าศึกล้มตาย เลือดนองสังเวยผืนดินไทย สังข์ ขาบซึ้งในน้ำใจของไอ้ทัพเพื่อนแท้ เมื่อต้องสู้เพื่อรักษาดินทุกก้อนของไทย เพื่อนรักทั้งสามละทิ้งความขุ่นเคืองโกรธแค้นในอดีตลงเสียสิ้น หันหลังชนกันประจันหน้าศัตรู พุ่งเข้าฟันข้าศึกจนยับแตกพ่าย สังข์ ขาบซึ้งแก่ใจว่ายามคับขัน ทุกคนต่างพากันเอาตัวรอด คุณพระนายหมื่นศรีละทิ้งลูกน้องเข้าไปหลบก่อนประตูกรุงศรีจะปิดลง เมื่อไม่อาจเข้าสู่กำบังหลังกำแพงกรุงศรีได้ดังหวัง แม้ศัตรูกำลังโอบล้อมไว้ แต่เลือดไทยจะไม่ยอมแพ้ ทัพ สังข์ ขาบพาเฟื่อง จวง และขบวนอพยพที่เหลือบ่ายหน้าเพื่อสู้ร่วมกับไทยอีกนับร้อยที่ค่ายบ้านระจัน คนตายกลางทัพนั้นมีเกียรติ ฝากชื่อไม่ให้ลูกหลานอับอาย ที่ค่ายบ้านระจัน กลุ่มของสไบมาถึง และเจอกับแฟงที่มาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ทุกคนดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง กำนันพันเรือง ใช้ค่ายบ้านระจันเป็นที่ประชุมสู้ศึกทัพพม่า มี นายทองเหม็น เป็นผู้ใหญ่บ้าน นายทองแสงใหญ่ นายจันหนวดเขี้ยว และหัวหน้าอีก 6 คนที่อพยพมาร่วมกันเป็นผู้นำ อันได้แก่ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง ชาวบ้านศรีบัวทอง นายทองแก้ว บ้านโพธิ์ทะเล นายดอกไม้ ชาวบ้านกรับ และ ขุนสรรค์กรมการ จากเมืองสรรค์บุรี ทุกคนในค่ายมี พระอาจารย์ธรรมโชติ เป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจปลุกปลอบขวัญ เครื่องรางป้องกันภัยก่อนออกศึกทุกครั้ง ทุกคนวางแผนให้บ้านระจันคือด่านหน้าปะทะทัพอังวะไม่ให้ล่วงเข้าอยุธยาได้ใครอื่นจะช่วยเราอีกไม่ได้เป็นแท้ นอกจากพวกเราต้องร่วมใจกัน ช่วยกันเอง เหลือจะทนดูดายให้ข้าศึกข่มเหง ศึกแรก นายแท่นนำทัพเข้าสู้ และฟาดฟันจนชนะอังวะ เสียงเพลงบ้านระจันปลุกเร้าฮึกเหิมให้ชาวบ้านทุกคนรวมเป็นน้ำหนึ่ง สไบดีใจที่ได้เจอแฟงอีกครั้ง ใจที่ตามดูแลสไบขวางหูขวางตาดอกรักจนพาลหาเรื่อง พวกฟักต้องคอยห้ามปราม สไบไม่ชอบที่ดอกรักทำตัวเป็นเจ้าของ ดอกรักอ้างเรื่องที่ผู้ใหญ่ยกสไบให้ตั้งแต่เด็ก สไบไม่รับรู้เพราะในใจผูกพันอยู่กับพรานใจไปหมดแล้ว ดอกรักสังเกตเห็นใจชอบเข้านอกออกในส่วนต่างๆ ของค่าย เหมือนคอยสำรวจแล้วก็หายตัวไปบ่อยๆ สไบคิดว่าดอกรักระแวง แต่ไม่มีใครระแคะระคายเลยว่าใจคือสายลับอังวะ ใจหรือ อองนาย ติดตามสืบความเคลื่อนไหวในค่าย แล้วลอบออกไปส่งข่าวให้กับ เจิด หรือ อูทิน พี่ชายศิษย์ร่วมสำนัก โดยมี จาด หรือ จอกยีโบ อาจารย์คอยส่งข่าวไปยังแม่ทัพในค่ายที่ปากน้ำพระประสบครั้งหนึ่งใจลอบออกนอกค่าย ขณะที่เจิดกำลังสั่งให้ใจเลิกช่วยเหลือสไบ และเร่งหาข่าวของค่ายบ้านระจัน ดอกรักลอบตามมาเห็นความลับ เจิดคิดฆ่าดอกรัก แต่ใจไม่อยากทำให้ทุกคนสงสัย จึงทำอุบายเป็นโดนทำร้ายพร้อมดอกรัก โชคช่วยที่ดอกรักฟื้นขึ้นมาจำใครไม่ได้ กลายเป็นคนบ้าบอเสียสติ ใจยังคงลอบสืบข่าวด้วยความหวังว่าวันข้างหน้าจะพาสไบคนรักกลับอังวะไปร่วมชีวิตใหม่กัน ทัพ สังข์ ขาบ เฟื่อง จวงพาชาวบ้านมารวมกันที่ค่ายบ้านระจัน ทัพ สังข์ ขาบได้เป็นกำลังสำคัญให้กับนักรบไทยที่มีเพียงมีดไม้และใจฮึกเหิม แฟงก้มกราบเฟื่องด้วยความเสียใจ เฟื่องไม่ติดใจความผิดพลั้งของน้องสาว แฟงเห็นสายตาทัพที่ยังมองเฟื่องด้วยอาลัยก็ยิ่งพาลเกลียดสังข์กับขาบ เฟื่องต้องคอยเตือนอารมณ์ชิงชังของเด็กสาว และสอบถามถึงความในใจ แฟงบ่ายเบี่ยงทั้งๆ ที่แอบชอบทัพในความเก่งกล้ามานานแล้ว เฟื่องอ่านใจน้องออกแต่แฟงไม่ยอมรับถ่ายเดียว เฟื่องเองก็จำต้องเงียบนิ่ง เพราะในใจแล้วก็ยังมีความอาลัยในตัวคนรักเก่าอยู่มาก ขาบมองเห็นสายตาเฟื่องก็รู้ดีว่าทำอย่างไรก็ไม่อาจเข้าไปแทนที่ทัพในใจเฟื่องได้เลย ทัพมองเห็นความห่างเหินเย็นชาของเฟื่องที่มีให้ขาบ ก็ไม่อยากเป็นปัญหาให้เฟื่องพะวักพะวง จึงคอยอยู่ห่างจนเฟื่องน้อยใจ แฟงที่ชังน้ำหน้าพี่เขยอย่างขาบก็คอยมากวนใจ เลียบเคียงถามทัพเรื่องเฟื่อง พอโดนทัพเอ็ดไปหลายครั้ง แฟงก็พาลน้อยใจประสาเด็ก ต่อปากต่อคำ ยั่วเย้าอารมณ์ทัพให้คอยนึกถึงไม่ว่างเว้น ความผูกพันของทัพกับแฟงก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทันได้รู้ตัว เจิดแฝงตัวกลับเข้ามาในค่ายเพื่อฆ่าสไบตามคำสั่งของจาด เพราะกลัวว่าความรักของใจที่มีให้สไบจะเป็นปัญหาทำให้ใจละทิ้งหน้าที่สายลับ ใจรู้เรื่องก็ตัดสินใจเป็นเจ้าของกายและใจสไบจนหมดสิ้น และบอกกับเจิดว่า หากคิดจะฆ่าสไบเมียรัก ก็จงข้ามศพเขาไปเสียก่อน เอาเลือดพลีให้เมือง ถวายชีพให้แก่เจ้าเหนือหัว ชีวิตที่เราเกิดมาในร่มฟ้าแผ่นดินสยาม เลือดเนื้อก็ต้องเป็นของชาติ เนเมียวสีหบดีแต่งตั้ง งาจุนหวุ่น เป็นแม่ทัพ มาตีบ้านระจัน นายเมืองนำทัพออกไปสู้ ทัพ สังข์ และขาบนำพวกไล่ต้อนฆ่าทัพอังวะจนราบ เยกินหวุ่น นำทัพมาช่วยก็โดนไล่ต้อนจนพ่ายแพ้ ค่ายบ้านระจันครึกครื้นด้วยเสียงโห่ร้องยินดีแห่งชัยชนะ ชื่อเสียงชาวบ้านคนไทยผู้รวมตัวสู้ดังเลื่องลือ เนเมียวสีหบดีไม่ยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ส่ง ติงจาโบ และ สุรินทจอข่อง มาตีอีก แต่ก็พ่ายอย่างไร้ท่า สุรินทจอข่องตายกลางสนามรบ ยิ่งสร้างขวัญและกำลังใจให้คนไทยผู้รักและหวงแหนแผ่นดินหญ้าบางระจัน ไม่ใช่สำหรับช้างศึกหรือม้าพม่ามากิน ในยามพักรบ ชาวค่ายรวมกันฝึกปรือฝีมือดาบและอาวุธ ทัพเองเป็นผู้นำฝึกอาวุธ สังข์หยอกล้อจวง เฟื่องเองก็คอยดูแลขาบที่บาดเจ็บจากรบ ทัพที่มองเห็นรอยยิ้มของเพื่อนและคนรักเก่าก็เกิดเหว่ว้าในใจ แฟงยังตะบึงตะบอนคิดว่าทัพมองเฟื่องด้วยสายตาอาวรณ์ เลยพูดจาประชดจนทัพหันมาเห็นแฟงที่เป็นสาวรุ่นไม่ใช่เด็กเมื่อวานซืนคนเดิม แฟงหนีหน้าทัพเพราะแง่งอน แต่ทัพเฝ้าออดให้แฟงรอกินข้าวด้วยยามกลับจากสนามรบ แฟงกับทัพกำลังจะเข้าใจ แต่ด้วยพลั้งปากไป แฟงพูดเรื่องเฟื่อง ทัพโกรธที่แฟงไม่เชื่อคำรักที่เขาบอกก็โต้เถียงกัน แฟงด่าว่าจนทัพต้องดึงเด็กสาวเข้ามาจูบ ยิ่งทำให้แฟงโกรธว่าทัพดูถูกน้ำใจ สองคนที่ควรจะรักกันให้เป็นสีสันของค่าย กลายเป็นคู่ปรับขวางกันไปทุกเรื่อง ใจหรืออองนายรู้ดีว่าเนเมียวสีหบดีกำลังแต่งนายกองยกทหารร่วมพันมาทำลายค่ายบ้านระจัน ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของชาวบ้านที่จะตั้งตัวต่อสู้ขวางทางเดินทัพสู่กรุงศรี ดอกรักฟื้นขึ้นพูดจารู้เรื่อง เจิดฆ่าดอกรักปิดปากทันที สไบเสียใจมาก ทัพไม่เชื่อว่าดอกรักตายเอง แต่ก็ยังเก็บความสงสัยไว้เพื่อหาคนลงมือตัวจริง ใจกังวลเรื่องที่ค่ายบ้านระจันอาจจะแตกพ่าย จึงเลียบเคียงชวนสไบหนี แต่สไบยืนยันจะขอตายที่ค่ายร่วมกับพี่น้องทุกคน ใจเริ่มห่วงระหว่างหน้าที่กับชีวิตคนรัก แยจออากา นายทัพเรือถูกส่งมารบ แต่ถูกนักรบบ้านระจันตีแตกพ่าย จิกแกปลัดเมืองทวาย อาสาเป็นนายกองมารบ ทัพเป็นกองหน้าและวางกลศึกไว้รัดกุม แต่ใจที่ลอบส่งข่าวทำให้จิกแกเกือบเอาชนะทัพได้ สังข์ ขาบเข้ามาช่วยไว้ทัน ทัพเริ่มสงสัยว่ากลศึกต้องแพร่งพรายออกไปจากใครสักคนในค่าย สถานการณ์ในค่ายบ้านระจันเริ่มระส่ำระส่าย เมื่อคนอพยพเข้ามามากและเสบียงน้อยลง ทั้งหมดเพราะใจวางแผนให้ทหารอังวะปล่อยข่าวซื้อเสบียงด้วยทองคำ เสบียงในค่ายถูกคนโลภเห็นแก่ตัวขโมยไปขายแก่ทหารอังวะ พ่อค่ายจับได้ก็ลงโทษหนัก ใจเปลี่ยนแผนยุแหย่ให้สังข์กับขาบแตกสามัคคี ทัพเพ่งสายตามองใจ แต่ใจคลายข้อสงสัยด้วยอาสาออกรบในศึกที่ อากาปันญี เป็นนายกอง ทัพเห็นใจฟันทหารอังวะล้มตายหลายคน แต่ใจก็พลาดเมื่ออากาปันญีจะแทง แต่ทัพเข้าขวางและเด็ดหัวอากาปันญีให้ใจรอด ศึกนี้เฟื่อง แฟง สไบ นำผู้หญิงห่มตะเบงมานจับดาบลุกขึ้นสู้เคียงบ่ากับทัพและเหล่าชาย นักรบระจันสู้ศึกด้วยกตัญญูชาติ จนอังวะต้องยกทัพกลับไปอย่างคนแพ้เลือดตลอดตัวนี้ จะขอหลั่งทาดิน ฝากธรณีไว้บูชาชาติที่อาศัย แผ่นดินได้สุข ใจเห็นความสามัคคี เสียสละได้กระทั่งชีวิตของชาวค่ายระจันก็ใจเริ่มเอนเอียง กังวลว่าถ้าสไบรู้ความเรื่องเป็นสายลับ เค้าคงต้องสูญเสียสไบไปจนชั่วชีวิต แฟงกับทัพได้ใช้เวลาแห่งรักกันเพียงไม่นาน เพราะทัพต้องออกไปลาดตระเวนทำลายคาราวานเสบียงของพม่า แฟงขอสัญญาเพียงทัพต้องกลับมากินข้าวรสมือนาง คืนหนึ่งทัพออกไปกลางดึก แฟงรอจนเช้าทัพยังไม่กลับ แฟงร้อนใจจับดาบออกตามเพราะกลัวทัพเป็นอันตราย แต่ทัพหลงไปในดงศัตรู แฟงลอบปลอมเป็นพม่า จับดาบไปช่วยทัพออกมา ทัพมองไม่ชัดเกือบทำร้ายแฟงด้วยเข้าใจผิด ใจเห็นก็ลอบช่วยทัพกับแฟงออกไป ทัพสั่งขังแฟงไว้ แฟงอาลาะวาดจนเฟื่องอ่อนใจมาช่วยแก้มัด ทัพกลับจากลาดตระเวนไม่เห็นแฟงก็ออกตามหาแทบคลั่ง จนมาเจอแฟงที่ถูกงูกัดเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทัพทั้งเคืองทั้งโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะปากฉอเลาะของแฟง จึงได้แต่วนเวียนลงโทษด้วยจูบอ่อนหวาน เฟื่องที่รู้แน่แก่ใจว่าหัวใจของทัพมีแฟงครอบครองแทนที่ตนไปแล้ว ก็พูดกับทัพให้แต่งงานกับแฟงเสีย ทัพดีใจมาก แฟงยังตั้งแง่แต่ทัพรวบรัดสู่ขอแฟง แล้วจัดงานให้ได้ครึกครื้นมีรอยยิ้มไปทั้งค่าย หลังเวลาแห่งสุข ทุกคนเตรียมป้องกันค่ายแข็งขัน แต่ไม่ทันกับสุกี้นายกองที่ใช้ปืนใหญ่ยิงทำลายค่าย ชาวค่ายล้มตายยิ่งกว่าใบไม้ร่วงเพราะมีเพียงปืน มีด ไม้ ชาวระจันต่างสะอื้นตะโกนเพราะความรักบ้านเกิด หากจะตายเสียแล้ว จะจดจารึกโคนไม้ จะสลักหินและพื้นกระเบื้อง ฝากธรณีแม่ระจัน ฝังไว้ให้คนอยู่หลัง มันร้องไห้ถึงนักรบค่ายระจัน ตลอดไปชั่วลูกหลานทัพอาสาเป็นทหารเสือระจัน ควบม้าฝ่าข้าศึกมากรุงศรีเพื่อขอปืนใหญ่ เจิดได้ข่าวก็ควบม้าตามหวังเด็ดหัวทัพ แต่ใจตามมาขวางไว้ ทัพรอดผ่านทัพพม่ามาได้หลายครั้ง โดยไม่รู้ว่าใจคือคนที่ลอบช่วยเหลือมาตลอดทาง เพราะสำนึกว่าทัพเองก็เคยช่วยชีวิตตนไว้ เมื่อมาถึงกรุงศรีทัพได้เจอกับความขัดแย้งของเหล่าเสนาบดีที่รักตัวกลัวตาย ไม่ยอมให้ปืนใหญ่กับชาวค่ายบ้านระจัน เพราะกลัวชาวบ้านจะแพ้แล้วถูกทัพอังวะยึดปืนย้อนกลับมายิงพระนคร ทัพกลับมาพร้อมข่าวเศร้า แฟงที่กำลังท้องได้แต่ปลุกปลอบใจสามี ใจลอบไปส่งข่าวนอกค่าย แต่เฟื่องกับขาบสังเกตเห็น ขาบไม่แน่ใจ ปรึกษาเฟื่องทั้งเรื่องที่ทัพสงสัยว่าใครกันเอากลศึกไปขยายแก่ศัตรู เฟื่องบอกข้อสงสัยกับสไบอย่างระวัง เพราะรู้ว่าสไบรักอยู่กับใจ สไบเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติของใจกับเจิดที่หายตัวไปจากค่ายด้วยข้ออ้างต่างๆ สไบแกล้งวางแผนปล่อยข่าวเรื่องทัพกำลังจะพาสังข์ ขาบบุกลุยกันเพียงสามคนให้ถึงใจกลางทัพอังวะ หวังตัดหัวแม่ทัพใหญ่ ใจตกหลุมที่สไบวางไว้ เอากำลังทหารอังวะมาตั้งรอ แต่พอเห็นร่างสไบที่น้ำตานองหน้า ชายหนุ่มใจหล่นวูบ ประจักษ์แล้วว่าสไบรู้ความจริงทั้งหมด สไบด่าว่าขับไสใจให้กลับไปค่ายอังวะ อย่าได้มาให้เจอกันอีกเลย เพราะคราหน้าดาบในมือเธอจะฟันลงบนอกที่ซ่อนหัวใจยอกย้อนหลอกลวงไว้ ใจขอร้องสไบให้หนีไปด้วยกันเพราะค่ายบ้านระจันกำลังจะแตก สุกี้นายกองเตรียมการณ์หักค่ายไว้ทั้งหมดแล้ว สไบด่าว่าใจและยืนยันว่าจะขอตายที่ค่ายระจันเสียดีกว่าจะต้องไปยืนมีลมหายใจบนแผ่นดินอังวะ ใจกอดคนรัก สไบเอ่ยลาทั้งน้ำตา หากว่าต้องเป็นศัตรูก็ขอให้สิ้นสุดแค่ชาตินี้ คืนสุดท้ายของสองคนรักต่างเชื้อชาติ ปวดร้าว โหยไห้ จนรุ่งตะวันขึ้นใจเห็นเพียงผ้าสไบที่คนรักทิ้งไว้ต่างหน้า แฟงตั้งท้อง เฟื่องรู้ก็เอ่ยเตือน แต่แฟงไม่อยากให้ทัพห่วงหน้าพะวงหลังเลยไม่ยอมบอกผัวรัก จนวันหนึ่งแฟงเป็นลมไป ทัพร้อนใจว่าแฟงป่วย แต่พอรู้จากปากเมียว่ากำลังจะมีบุตรน้อย ทัพคิดถึงอนาคตของลูกและเมีย จึงปรึกษาสังข์ขอให้ทำอุบายพาแฟงและลูกน้อยในครรภ์ไปให้พ้นค่ายบ้านระจัน ระหว่างทางไปหาญาติที่นครสวรรค์ แฟงฉุกใจ บังคับถามจนสังข์ต้องบอกความจริง แฟงควบม้าฝ่าศัตรูกลับมา เวลาเดียวกับที่ทัพออกไปลอบปล้นเสบียงตัดกำลังอังวะ ทันทีที่กลับค่ายพอเห็นหน้าแฟง ทัพโผกอดเมียรัก แฟงน้ำตานองหน้า น้อยใจ ผลักไสทัพให้ไปพ้นๆ หากชาตินี้คิดจะปล่อยให้เธออยู่กับลูกอย่างไร้เขา ชีวิตแฟงที่เหลือก็หามีค่าพอจะมีลมหายใจ ทัพซึ้งใจ แฟงบอกว่าหากจะตาย ขอตายไปพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก เพื่อจะได้อยู่ร่วมกันบนสวรรค์สุกี้นายกองสั่งไพร่พลขุดอุโมงค์ลอบเข้าค่าย และยิงปืนใหญ่ใส่จนชาวบ้านล้มตาย นายทองเหม็นขี่นังเผือกควงขวานออกมาไล่ฆ่าฟันศัตรูที่ล้อมค่าย แต่ไพร่พลอังวะมากมายมหาศาล รุมฟันจนนายทองเหม็นถึงแก่ความตายลงพร้อมนังเผือก ชาวค่ายเสียกำลังใจ บางคนเริ่มหนีเอาตัวรอด แต่พวกทัพทุกคนตั้งสัตย์สาบาน ยอมตายร่วมกันใจแอบทำลายกระสุนปืนใหญ่ แต่เจิดจับได้ ใจถูกจอกยีโบลงโทษอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่สิ้นความพยายามที่จะช่วยให้คนค่ายระจันได้รอดชีวิตบ้าง ใจถูกสั่งขัง ทัพอังวะรุกหนัก ขุนสรรค์กับนายจันหนวดเขี้ยวสู้จนตัวตาย พระยารัตนาธิเบศร์จากเมืองหลวงมาถึงค่ายบางระจันเพราะรู้กิตติศัพท์ความกล้า ขอให้ชาวบ้านเอาทองมาหล่อปืน ทุกคนมีความหวัง แต่ก็สิ้นสูญเมื่อปืนแตกใช้การไม่ได้ วันจันทร์ 2 ค่ำ ข้างแรม เดือน 8 ปีจอ พ่อค่ายกำนันพันเรือง ทองแสง ปลุกใจชายหญิงชาวค่ายให้สู้ ทัพ แฟง เฟื่อง ขาบ สังข์ จวง ชาวค่ายทุกคนขอบูชาชีวิตให้ชาติ พระอาจารย์ธรรมโชติประสิทธิ์ประสาทวิทยาคมอาคมบำรุงขวัญ เสียงโห่สามลาดังครบกึกก้อง เหมือนเป็นสัญญาณ ลาก่อนค่ายระจันและเมืองสยามที่เกิด ลาสองนี้เป็นเกียรติเป็นศักดิ์ของทหารเองที่ต้องรักษาไว้ ใครอื่นจะแย่งศักดิ์นี้ไปจากตัวมิได้ ถึงตายแล้ว ศักดิ์ชายยังหอมหวน ติดโลก ติดปากคนอยู่หลังสุกี้นายกองสั่งยิงปืนใหญ่ถล่มค่าย ชาวค่ายระจันชายหญิงถือดาบสองมือตะลุยเข้าต่อสู้ ยอมสละชีพเอากายเป็นโล่กำบัง เอาเลือดทาแผ่นดิน ไม่ให้ศัตรูฝ่าไปได้ กองศพชาวบ้านทับถม แต่ไม่มีใครถอย สังข์กับจวงจับดาบคู่สู้จนลมหายใจสุดท้ายก่อนจะตายเคียงกัน ที่กลางสนามรบ ใจหรืออองนายในชุดทหารอังวะฝ่าไพร่พลเข้ามา ช้อนร่างสไบที่เลือดเต็มร่างไว้แนบอก สไบยิ้ม เอ่ยลาคนรักและขอพบกันอีกครั้งในชาติหน้า ใจสวมกอดร่างสไบไว้ทั้งน้ำตาและหัวใจแหลกสลาย เพราะไม่อาจช่วยคนรักได้ทัน ทัพมาเห็นภาพใจในชุดทหารอังวะ ความผิดหวังแล่นไปทั้งร่าง ใจขอตายด้วยคมดาบทัพ ทัพท้าให้ใจสู้อย่างชาติทหาร ใจกับทัพประดาบใส่กันไม่ยั้ง ทัพมีชัยเอาดาบจ่อคอใจ และเอ่ยให้ใจตัดสินความผิดตัวเอง ใจไม่ทันกดดาบลงที่คอตัวเอง จอกยีโบผู้เป็นครูยิงปืนกระสุนเจาะร่างศิษย์รัก ใจทรุดตายลงเคียงร่างสไบ หวังว่าชาติหน้าจะไม่สิ่งใดขวางกั้นรักนี้ได้อีก เฟื่องกับขาบสู้ทหารอังวะที่หลั่งไหลยิ่งกว่าสายน้ำ เอาร่างรับคมดาบแทนกันจนล้มทรุด ขาบยอมรับคมดาบสุดท้ายแทนเฟื่องจนสิ้นลมหายใจ เฟื่องกอดขาบไว้กระซิบคำรักที่ขาบไม่ทันได้ยิน ก่อนตายเคียงคู่ด้วยรอยยิ้มที่ได้สละชีพนี้รักษาชาติทัพกับแฟงสู้จนเลือดหยดหยาดสุดท้าย มือกำดาบมั่น กายมีแผลยับไปทั้งตัว สู้ศึกพลีชีวิต ใจยังโลดลำพอง สาบานจะขอยืนกอดคอกันทั้งชาตินี้ชาติหน้าไม่ห่าง จะกอดกันอยู่ร่วมทุกข์เมืองทั้งสวรรค์แล นรก ปลงใจบูชาชีวิตให้แก่ชาติ ขอฝากนามไว้กับอนุชนสยามที่จะเกิดมาภายหลัง หมู่ศัตรูกรูเข้ามาท่ามกลางฟ้าสีหม่นมัวปกคลุม วังเวงใจไปทั้งค่ายที่ร่างชาวระจันทับถม เลือดนองยิ่งกว่าสายน้ำเชี่ยว ทัพและแฟงพนมมือรำลึกคุณชาติ ไหว้ลาแผ่นดินสยามที่จะกลบหน้าแต่มื้อนี้ อธิษฐานขออำนาจเทพยดาฟ้าดินคุ้มครองชาติ พระศรีสรรเพชรดาญาณที่ศักดิ์สิทธิ์ คุ้มศรีอยุธยาตลอดกว่าฟ้าจะล่ม เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน ทัพทิ้งร่างโชกเลือดลงในอกแฟงเมียรัก สองสามีหนุ่มสาวผู้กล้ากอดกันสิ้นลมหายใจไปกับความภูมิใจที่มอบชีวิตและหัวใจไว้เพื่อแผ่นดินกิตติศัพท์ชาวบ้านระจันที่มีเพียงมีด ไม้ มือเปล่า และหัวใจแกล้วกล้า รักบ้านเกิดเมืองนอน มีใจเจ็บร้อนแทนชาติและเพื่อนร่วมเมือง สู้ศึก สละชีพ กลายเป็นความภาคภูมิ ขนาดแม่ทัพใหญ่พม่ายังเอ่ยสดุดี ขอให้คนในชาติจดจำวีรกรรมเยี่ยงนี้เป็นตัวอย่าง ตราบนี้จนวันหน้าอย่ารู้ลืม... รายชื่อนักแสดงพงศกร เมตตาริกานนท์ รับบทเป็น ทัพณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด รับบทเป็น แฟง พศุตม์ บานแย้ม รับบทเป็น ใจ (อองนาย)ศิรพันธ์ วัฒนจินดา รับบทเป็น สไบฐกฤต ตวันพงค์ รับบทเป็น ขาบ กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล รับบทเป็น เฟื่องปรมะ อิ่มอโนทัย รับบทเป็น สังข์สาวิตรี สุทธิชานนท์ รับบทเป็น จวงภัทรภณ โตอุ่น รับบทเป็น ฟักปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ รับบทเป็น ดอกรัก

ผบ.ตร ลั่น! ไม่เคยรับเงินผิดกฏหมาย-เอี่ยวบ่อนเตาปูน
การพนัน /  บ่อนเตาปูน / 

ผบ.ตร โต้ลั่น! ไม่เคยรับเงินผิดกฏหมาย ข่ม คนอ้างชื่อเอี่ยวเปิดบ่อนเตาปูน ซัด ปล่อยข่าวมั่ว ตรวจสอบแล้ว พบแต่ฝุ่น  25 ก.พ.58 จากกรณีมีอดีตนายตำรวจร้องเรียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งจับกุมบ่อนการพนันย่านเตาปูน หลังมีการเปิดบริการอีกครั้งช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งพบมีเงินหมุนเวียนนับล้านบาท โดยได้รับอนุญาตให้เปิดเล่นได้จากการแอบอ้างชื่อนายทหารกองทัพบกและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงหลังจากได้รับรายงาน ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับทหารในพื้นที่ดังกล่าวทันที เบื้องต้น ไม่พบการเล่นการพนัน ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในสภาพเก่าและไม่มีการใช้พื้นที่มานาน ส่วนการกล่าวอ้างบุคคลสำคัญและตนเอง เป็นเรื่องที่ใครก็แอบอ้างได้ แต่ก็สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยง่าย จึงขอย้ำ "คนอย่าง พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ไม่เคยรับเงินผิดกฎหมายแน่นอน" MThai News

แก้ม ปรี๊ดแตก!! โดนดูถูก คนอีสานโสโครก
แก้ม กวินตรา /  นักเลงคีย์บอร์ด / 

ทำเอาเจ้าของฉายา มิสเหวี่ยง อย่างนักแสดงสาวดีกรีนางงาม แก้ม กวินตรา ถึงกับปรี๊ดแตกกกกก!! เมื่อเจอเกรียนคีย์บอร์ดโพสต์ข้อความในเฟสบุ้คดูถูกเหยียมหยามคนอีสานด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า "เกลียดคนอีสานแล้วผิดอะไร นี่คือความคิดเห็นส่วนตัวของกู ก็คนอีสานมันโสโครกจริงๆ เพราะกูเจอแต่คนอีสานแบบนั้น พวกอีสานที่เป็นดาราก็ศัลยกรรมทั้งนั้น #ข้องใจไรอัดคลิปด่ากูสิ พวกชาวอีสาน HE หมา" งานนี้เลือดอีสานอย่าง สาวแก้ม เจ็บแค้น!! จัดเต็มชุดใหญ่โพสต์ฉะกลับแบบสะท้านไปถึงทรวงว่า "ตายแล้ววววววววว... เห็นแบบนี้เลือดอีสานพี่แทบพุ่งออกตามรูขุมขนเลย เดี๋ยวพี่จะตอบปัญหาของน้องเค้าให้ค่ะ อันดับแรกที่น้องเกลียดคนอีสาน ไม่ผิดค่ะแม้แต่น้อย และถ้าคนอื่นจะเกลียดน้องก็คงไม่ผิดเช่นกัน น้องบอกคนอีสานโสโครก คือพี่นี่อีสาน 100% เลย พี่ไม่อาบน้ำ 3 เดือน พี่ยังดูสะอาดกว่าน้องนะคะ พี่มั่นเง้ามาก" "ส่วนดาราที่เป็นคนอีสานส่วนมากศัลยกรรม คือน้องไปอยู่รูไหนมาคะ เพราะพี่คิดว่าการศัลยกรรมเป็นการดูแลตัวเอง เป็นพัฒนาการแบบก้าวกระโดด และต้องมีเงินนะคะถึงจะสามารถทำได้ ถ้าให้นั่งส่องกระจกและยังตกใจตัวเองเหมือนน้อง บอกเลยพี่ไม่กล้าด่าใครนะคะ ถ้าพี่เป็นน้อง พี่จะตั้งใจเรียน ทำงาน และเก็บเงินไปเปลี่ยนคอที่อเวจีค่ะ พูดตามความจริงนะคะ คือบางคนแค่เสริมจมูกก็สวย บางคนแค่ทำปากก็สวย แต่สำหรับเบ้าหน้าน้องนี่ศัลยกรรมยอมแพ้อ่ะค่ะ" "แล้วสิ่งที่น้องขอให้อัดคลิป ใจจริงอยากทำให้ตามคำขอนะคะ แต่ติดที่พี่กลัวน้องอายไปมากกว่านี้อ่ะค่ะ (นี่ถือว่าข่มใจด่าสุภาพสุดๆ)... ถ้าน้องดังจากการกระทำนี้จริง...รีบเอาหัวมุด HE หมานะคะพี่อายแทน และสุดท้ายพี่อดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าสิ่งที่น้องทำมันทำให้เห็นรากเง้าของน้องเลยค่ะว่ามีรากฐานแบบไหน หวังว่าใช้คำธรรมดาเข้าใจง่ายแล้วคงสำนึกบ้าง แล้วก็ไม่ต้องมาด่าไปมานะคะ เพราะมันเป็นความคิดเห็นส่วนตัวเหวี่ยงศรีที่มีกับน้องเค้าเท่านั้นนะจ๊ะ" โพสต์จากเกรียนคีย์บอร์ด แก้ม กวินตรา ปรี๊ดแตก! โพสต์สั่งสอนเกรียนคีย์บอร์ด แก้ม กวินตรา แก้ม กวินตรา

ละครบ้านศิลาแดง  , เรื่องย่อบ้านศิลาแดง
นิโคล กิตติวัฒน์ /  วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ / 

“เพ็ญพร” หรือ “เพ็ญ” หญิงสาวสวยปราดเปรียว ทายาทของเจ้าของบริษัท สวนเสาวรส ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตมะพร้าวผงส่งนอก และส่วนผสมในการชงกาแฟทั้งหลาย เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยหลังจากจบวิชาบริหาร และด้วยความที่ชอบวิชาการต่อสู้ทุกชนิด เพ็ญพรก็กลับมาพร้อมวิชาการต่อสู้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้,เทควันโด้,ยิงปืน ฯลฯ และเที่ยวนี้เธอกลับมาพร้อมกับสุดา เพื่อนรักที่เดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกามาด้วยกัน ย่างก้าวแรกที่กลับมาถึงเมืองไทย เพ็ญพรก็ได้พบกับเดือนฉาย ผู้เป็นแม่มารอรับอยู่ที่สนามบิน และคลาดกันกับ สโรชาและอาภาพร ซึ่งเดินออกมาจากสนามบินเช่นกันเพ็ญพรเหยียบเมืองไทยได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็เกือบไปมีเรื่องกับตรัย ซึ่งตรัยเองก็เข้าใจผิดคิดว่าเพ็ญพรนั้น เป็นพรเพ็ญ ทางด้านบ้านศิลาแดง เมื่ออาภาพรเข้ามาถึงบ้านศิลาแดง ก็หาเรื่องแกล้งพรเพ็ญด้วยความหมั่นไส้ พรเพ็ญไม่โต้ตอบแต่อย่างใด มีเพียงป้าแจ่มที่คอยแต่จะให้กำลังใจ ถึงแม้จะปกป้องอะไรไม่ได้มาก พรเพ็ญต้องอดทนอยู่ในบ้านศิลาแดง เพราะเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่อคนเดียวเท่านั้น เมื่อกลับถึงบ้านที่ “สวนเสาวรส” เพ็ญพรรีบเข้าไปหา “เคน” ซึ่งเป็นตา ทั้งตาและหลานพูดคุยล้อเล่นกันสนุกสนานตามประสาตาหลานที่ไม่ได้พบกันมานานหลายปี เพ็ญพรมีลูกน้องอยู่คนหนึ่งคือ กอล์ฟ ซึ่งเป็นเด็กในสวนเสาวรส เคนเป็นคนเก็บเอากอล์ฟมาเลี้ยง เพราะสงสารที่ไม่มีพ่อ มีแต่แม่ซึ่งเป็นคนงานในไร่ โดยกอล์ฟจะเป็นลูกไล่ และโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เป็นประจำ แต่ก็มักจะแกล้งด้วยความเอ็นดู เพราะกอล์ฟเป็นเด็กอ้วนน่ารัก เสียแต่ปากไม่ค่อยดีนัก พูดจาโผงผาง เพ็ญพรจึงมักจะหาเรื่องมาแกล้งกอล์ฟอยู่เสมอ โดยที่กอล์ฟก็จะหาทางแก้เผ็ดเพ็ญพรอยู่เสมอเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ก็โดนจับได้และโดนเพ็ญพรเล่นงานจนเจ็บแสบกลับไปทุกครั้ง แต่แม้ว่าทั้งคู่จะแกล้งกันไปมาเป็นประจำ แต่ลึกๆ ทั้งเพ็ญพรและกอล์ฟก็รักและห่วงกันเหมือนพี่สาวกับน้องชาย เพ็ญพรชวนกอล์ฟ เข้าตลาด มาหาของกินอร่อยๆ แต่ก็บังเอิญไปเจอพวกโจรกระชากสร้อย เพ็ญพรมองแบบไม่อยากมีเรื่อง แต่ก็โชว์ฝีไม้ลายมือแบบไม่ยั้ง จนเอาสร้อยมาจากโจร ส่งคืนให้กับเจ้าของได้ วิทวัสมาเจอกับเพ็ญพรโดยบังเอิญ ในคราบของแม่ค้าขายปาท่องโก๋ แค่การพบกันครั้งแรก ทั้งคู่ก็ได้ปะทะคารมกันอย่างถึงพริกถึงขิงเพ็ญพรไม่ชอบขี้หน้าวิทวัสอย่างแรง แต่ก็ไม่ทันข้ามวันเพ็ญพรต้องเจอกับวิทวัสอีก ที่บ้านสวนเสาวรส เพ็ญพรถึงกับอึ้งที่รู้ว่า ต้องเจอกับวิทวัส ในฐานะที่ทำธุรกิจร่วมกันทั้งเพ็ญพรและวิทวัสมีโอกาสพบกันอีกหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งทั้งคู่ก็อดที่จะแกล้งให้อีกฝ่ายเจ็บใจไม่ได้ จนกลายเป็นเหมือนขมิ้นกับปูนกันเลยทีเดียว หลังจากที่เอกสิทธิ์กลายเป็นอัมพาตต้องนอนอย่างเดียว พูดอะไรไม่ได้ สโรชาปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่ เพราะถ้าเอกสิทธิ์ตายสมบัติทั้งหมดก็ต้องตกอยู่กับลูกสาว เธอปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่อย่างคนที่มีแต่ร่างแต่ไร้วิญญาณ และคอยรับหน้าทนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับมรดกและทรัพย์สินทั้งหมดของบ้านศิลาแดง โดยคอยเป็นทำดีต่อหน้าทนายสมศักดิ์ว่าเป็นห่วงเป็นใย คอยดูแลเอกสิทธิ์ที่นอนป่วยอยู่เป็นอย่างดี แต่พอทนายสมศักดิ์กลับไป ก็ปล่อยให้เอกสิทธิ์อยู่แบบคนอนาถา มีเพียงพรเพ็ญคนเดียวที่คอยดูแลพ่อของเธอ เชาว์เข้ามาครอบครองบ้านศิลาแดงโดยเปิดเผย ด้วยการเป็นสามีเก่าของสโรชา เชาว์นั้นมีลูกกับสโรชา 2 คนคือ “ณัฐพงษ์” และ “อาภาพร” แต่เชาว์ก็ไม่ได้เข้ามาเพียงคนเดียว เชาว์พาวาทินีเมียเด็กของเขาเข้ามาด้วย เลยทำให้สโรชา และอาภาพรไม่พอใจ แต่สโรชาก็ต้องยอมให้เชาว์พาวาทินีเข้ามา เพราะสโรชายังต้องพึ่งเชาว์ อยู่ดี สิบเจ็ดปีผ่านไป เดือนฉายกลายเป็นเศรษฐีนีเจ้าของโรงงานผงมะพร้าวสกัดแห้งกระป๋องสำเร็จรูป ขยายกิจการจนรุ่งเรือง เพราะทางราชการตัดถนนผ่านสวนเสาวรสของเคน ทำให้มีเงินขยายกิจการสวนมะพร้าวและซื้อที่ดินแถบนั้นอีกหลายร้อยไร่ เธอมุมาะทำธุรกิจนี้จนประสบความสำเร็จ โดยมีเคนเป็นคนช่วยดูแลธุรกิจให้เธอ ส่วนเพ็ญพรนั้นเรียนทางด้านบริหารธุรกิจจบมาจากเมืองนอก และในขณะเดียวกันก็เรียนศิลปะการต่อสู้มาหลายแขนง เพราะคุณตาของเธอคือ “เคน” ที่คอยสอนการต่อสู้ให้เธอตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นความชอบของเพ็ญพร และเมื่อมีโอกาสเพ็ญพรก็จะหาเวลาไปเรียนวิชาการต่อสู้ต่างๆ จากหลายอาจารย์จนเกิดความช่ำชองในด้านนี้เป็นอย่างดี แม้ว่าเดือนฉายจะไม่เห็นด้วยในการให้ลูกผู้หญิงไปเรียนวิชาพวกนี้ แต่ก็มีเคนที่คอยพูดและแนะว่าลูกผู้หญิงควรจะรู้จักวิชาพวกนี้เอาไว้ป้องกันตัวบ้าง เพ็ญพรเป็นสาวสวยที่ฉลาดเป็นกรด แก่นแก้ว และไม่ยอมคน ในขณะเดียวกันการเรียนก็ดี ทำให้เดือนฉายโล่งใจในเรื่องนี้ไปได้ แถมยังเรียนวิชาการแต่งหน้าเปลี่ยนตัวเองไปได้หลายบุคลิกด้วย ส่วนพรเพ็ญนั้นเติบโตขึ้นมาในบ้านศิลาแดงเหมือนคนรับใช้ ได้เรียนแค่มัธยมปีที่ 3 เท่านั้น เพราะสโรชาไม่ต้องการให้เธอฉลาดนัก และไม่ต้องการให้พรเพ็ญทัดเทียมกับณัฐพงษ์และอาภาพรลูกทั้งสองของเธอ แถมยังกดขี่ข่มเหงพรเพ็ญตลอดเวลา ใช้ให้ทำงานเยี่ยงทาส ในขณะเดียวกันก็เอาเอกสิทธิ์ไปอยู่ห้องเล็กซึ่งเป็นห้องของพรเพ็ญ เพราะว่าป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถทำอะไรได้ ปล่อยให้อยู่โดยไม่มีใครเหลียวแล มีเพียงพรเพ็ญที่มาดูแลพ่อของตนเพียงคนเดียว แต่ก็โดนด่าอยู่ตลอด พรเพ็ญได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านศิลาแดงเพราะเธอห่วงพ่อของเธอ ถ้าเธอหนีไปเมื่อไร พ่อของเธอก็จะไม่มีคนดูแล และอาจต้องตายเหมือนคนไร้ญาติขาดมิตร ณัฐพงษ์โตขึ้นเป็นหนุ่มหน้าตาดี แม้จะเรียนเก่งแต่ก็ขี้เกียจ เอาแต่เที่ยวและติดหรู เจ้าชู้เหมือนเชาว์ผู้เป็นพ่อ ไม่ยอมทำงานอะไรถึงแม้จะเรียนจบแล้ว เที่ยวเตร่ไปวันๆ ส่วนอาภาพรนั้นไม่ค่อยสนใจการเรียนจึงเรียนไม่จบ แต่ก็ชอบคุยอวดเพื่อนๆ ว่าไม่อยากเรียนจบในเมืองไทย จะไปเรียนต่อเมืองนอก ณัฐพงษ์พึงพอใจในตัวพรเพ็ญมากเพราะเธอเป็นคนสวย และมักจะพูดจาแทะโลมพรเพ็ญเสมอเมื่อลับตาคนอื่น ส่วนอาภาพรนั้นรูปร่างหน้าตาก็สะสวย แต่งตัวเก่ง แต่ก็อิจฉาที่พรเพ็ญนั้นถึงแม้จะไม่ได้แต่งตัว แต่ก็สวยกว่าเธอ เธอจึงมักจะข่มเหงและดูถูกพรเพ็ญเสมอ พรเพ็ญนั้นก็ทำได้แค่ปัดป้องตัวเองไม่ให้บาดเจ็บเท่านั้น ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ ส่วนเชาว์นั้นก็เริ่มเห็นว่าพรเพ็ญกลายเป็นสาวแล้ว และด้วยความเจ้าชู้ของตน เขาหมายใจเอาไว้ว่าสบโอกาสเหมาะเมื่อไรก็จะปล้ำพรเพ็ญเป็นเมียอีกคนให้ได้ แต่ก็หาโอกาสได้ยาก เพราะว่าเมียทั้งสองคือวาทินีและสโรชายังอยู่ที่บ้านทั้งสองคน เพ็ญพรเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป้าหมายแรกของเธอคือสุดา สุดาดีใจที่พบเพ็ญพรอีกครั้งและชวนให้พักที่บ้านของเธอ แต่เพ็ญพรอยากพักโรงแรมมากกว่า และในใจแล้วยังไม่อยากพบตรัยด้วย เพราะยังอดหมั่นไส้ในความขี้เต๊ะของเขาไม่หาย เพ็ญพรเล่าเรื่องที่เธอจะมาสืบหาพี่สาวฝาแฝดของเธอ สุดารับปากว่าจะให้ความช่วยเหลือ และเป็นคนออกความคิดให้เพ็ญพรปลอมเป็นสาวมิสทีน เพ็ญพรปลอมตัวใส่วิก แต่งหน้าจนจำไม่ได้เป็นพนักงานขายเครื่องสำอางค์เข้าไปขายในบ้านศิลาแดง พบอาภาพรก็จำได้ว่าเป็นสาวที่ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ “ตรัย” จึงคิดแกล้ง และด้วยฝีปากของเพ็ญพรทำให้อาภาพรชอบใจเครื่องสำอางค์ที่เธอเสนอขาย แต่เพ็ญพรก็อ้างว่าหมด และจะนำมาให้ดูอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น และในระหว่างที่ขายของให้อาภาพรนั้น เพ็ญพรก็ได้พบกับพรเพ็ญ เพราะอาภาพรสั่งให้พรเพ็ญเอาน้ำมาเสิร์ฟให้เธอ และยังเห็นว่าวาทินีและสโรชานั้นข่มพรเพ็ญเหมือนทาสก็ไม่ปาน ทำให้เพ็ญพรโมโหจนเกือบเก็บอาการไม่ได้ เพ็ญพรมองหาช่องทางในการเข้ามาในบ้านศิลาแดง และก่อนกลับเธอก็พบกับเชาว์ที่เข้าบ้านมาพอดี เชาว์มองดูเธอเหมือนเสือจ้องขม้ำเหยื่อ และเพ็ญพรก็ทำเป็นอ่อยเหยื่อให้กับเชาว์แทน จนทำให้เชาว์แทบหัวปั่นในรูปร่างหน้าตาของเธอ เพ็ญพรไปหาสุดาที่บ้านเล่าเรื่องทั้งหมดเล่าให้สุดาฟัง สุดาเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเพ็ญพร เพ็ญพรมีแผนจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ และต้องการสืบเรื่องพ่อของเธอด้วย อาภาพรนั้นมักจะชวนให้ตรัยมาทานข้าวที่บ้านเป็นประจำ เมื่อตรัยได้พบกับพรเพ็ญก็นึกชอบ เพราะว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยน่ารัก แต่ก็มักจะโดนอาภาพรกีดกันบอกว่าพรเพ็ญเป็นแค่คนใช้ในบ้านเท่านั้น ไม่สมควรจะสนทนาพาทีด้วย และเมื่อตรัยกลับไป พรเพ็ญก็มักจะโดนอาภาพรทำร้ายร่างกายเป็นประจำ พร้อมทั้งสั่งไม่ให้พรเพ็ญออกมาเสนอหน้าอีกตอนที่ตรัยมาที่บ้าน ป้าแจ่มและลุงเติมคนรับใช้เก่าแก่ของบ้านนี้ แม้จะสงสารพรเพ็ญ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงได้แต่ปลอบใจให้พรเพ็ญมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตในบ้านนี้ต่อไป วันรุ่งขึ้น เพ็ญพรก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอีกครั้ง โดยทำทีเป็นมาส่งเครื่องสำอางค์ที่อาภาพรสั่งเอาไว้ และได้พบกับตรัยซึ่งจำเธอไม่ได้ อาภาพรแสดงท่าทีเหมือนเขาเป็นแฟนเธอทำให้เพ็ญพรอดหมั่นไส้ไม่ได้ จึงแกล้งทำกาแฟหกใส่เขา อาภาพรไปหาเสื้อให้ตรัยเปลี่ยน ตรัยและเพ็ญพรปะทะคารมกัน และเมื่อเพ็ญพรกำลังจะเดินออกจากบ้านก็พบว่าเชาว์กำลังจะลวนลามพรเพ็ญ แต่วาทินีมาพบเข้าจึงตรงเข้าทำร้ายตบตีพรเพ็ญจนบาดเจ็บ แถมยังด่าว่าพรเพ็ญว่ามาให้ท่าเชาว์ซึ่งเป็นสามีของตน แม้ว่าพรเพ็ญจะแก้ตัวอย่างไรวาทินีก็ไม่ฟัง แถมเชาว์เองก็ยังสมทบว่าพรเพ็ญมาให้ท่าตนอีก ซึ่งทำให้วาทินียิ่งโกรธและทำร้ายพรเพ็ญหนักขึ้น เพ็ญพรเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถช่วยพรเพ็ญได้ และกลับออกมาจากบ้านศิลาแดงด้วยความไม่สบายใจ คืนนั้นเพ็ญพรวางแผนกับสุดา โดยจะเปลี่ยนตัวกับพรเพ็ญ โดยให้สุดาขับรถไปจอดข้างบ้านศิลาแดง เพ็ญพรลอบปืนเข้าไปในบ้าน และเข้าไปพบพรเพ็ญ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พรเพ็ญฟัง พรเพ็ญนั้นแทบจะปรับตัวไม่ทัน สองพี่น้องฝาแฝดกอดกันแล้วร้องไห้ แต่เมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดของเธอมีฝีมือพอตัว จึงยอมเปลี่ยนตัวกลับไปที่สวนเสาวรสเพราะอยากพบแม่และตาเหมือนกัน แต่ก็เป็นห่วงเอกสิทธิ์ผู้เป็นพ่ออยู่ เพ็ญพรรับปากว่าจะดูแลเอกสิทธิ์ให้ดีที่สุด พรเพ็ญเล่าเรื่องราวของคนในบ้านศิลาแดงให้เพ็ญพรรู้ถึงพฤติกรรมของแต่ละคน รวมถึงเผยว่าทั้งสามคนนี่เองที่ทำให้พ่อของพวกเธอต้องกลายเป็นคนพิการน่าเวทนา ยิ่งทำให้เพ็ญพรโกรธและคิดแก้แค้นคนในบ้านศิลาแดงให้สาสม ก่อนที่พรเพ็ญจะไปกับสุดา เพ็ญพรบอกว่าจะส่งข่าวไปให้พรเพ็ญรู้เป็นระยะ แต่ในช่วงที่พรเพ็ญกลับไปอยู่สวนเสาวรส พรเพ็ญต้องแสดงตัวว่าเป็นเพ็ญพรถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน พรเพ็ญรับปาก และคืนนั้นก่อนเข้านอนเพ็ญพรก็ลอบเข้าไปหาเอกสิทธิ์ เมื่อเธอเห็นสภาพพ่อของเธอ ความไม่พอใจที่เธอเคยมีและคิดว่าพ่อทิ้งแม่และเธอไปก็หายไปจนหมด เหลือแต่ความสงสาร เอกสิทธิ์มองหน้าเธอแล้วน้ำตาไหล แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพ็ญพรกอดพ่อเอาไว้ในอ้อมแขนและสัญญาว่าจะแก้แค้นทุกคนที่ทำให้ครอบครัวของเธอต้องมาพบกับชะตากรรมอย่างนี้ รุ่งเช้าป้าแจ่มเข้ามาปลุกเพ็ญพรให้ลุกขึ้นช่วยงานในบ้าน งานแรกคือทำอาหารเช้าให้เจ้านายทั้งหลายในบ้าน แต่เมื่อทุกคนมาถึงโต๊ะอาหารก็พบว่ามีขนมปังไหม้กองอยู่บนจาน พร้อมด้วยไข่ดาวเกรียมจนดำปี๋อีกหลายใบ อาภาพรกรี๊ดลั่นโต๊ะ ตะโกนเรียกป้าแจ่มสอบถามถึงคนทำอาหารเช้า ป้าแจ่มเดินเข้ามาดูที่โต๊ะอาหารก็แทบเป็นลมไปอีกคน เพ็ญพรเดินตามเข้ามา อาภาพรเดินเข้าไปด่าเหมือนเคย แต่เพ็ญพรก็ด่าสวนกลับทุกคำ วาทินี,สโรชา และเชาว์มองหน้ากันด้วยความสงสัยในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือของเพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญ พร้อมทั้งลงความเห็นกันว่าพรเพ็ญคงกินอาหารผิดสำแดงไป จึงทำให้เป็นบ้า หลังจากนั้นป้าแจ่มก็บอกให้เพ็ญพรกวาดบ้าน,ถูบ้านและซักเสื้อผ้า เพราะว่าพรเพ็ญนั้นก็ทำงานอย่างนี้อยู่ทุกวัน เพ็ญพรมองเห็นงานที่พี่สาวตนต้องทำเหมือนทาสทุกวันแล้วยิ่งแค้นจึงแกล้งทำจนบ้านเละไปหมด วาทินีเมื่อเดินลงบันไดบ้านมาก็ลื่นตกบันไดจึงส่งเสียงกรี๊ดสนั่นบ้าน เพราะเพ็ญพรเอา น้ำราดจนเปียกโชกไปหมด แถมไม้ปาร์เก้ที่ห้องรับแขกก็ลอยเป็นแพ เพราะน้ำที่ขังอยู่บนพื้น วาทินีตะโกนเรียกพรเพ็ญในร่างเพ็ญพร เพ็ญพรวิ่งเข้ามารายงานตัว เพ็ญพรถูกวาทินีด่าว่า แต่เธอก็ลอยหน้าลอยตารับผิดอย่างหน้าชื่นตาบาน แล้ววิ่งกลับไปทำงานอย่างอื่นต่อ ทำให้วาทินีโกรธจนแทบเป็นลม ส่วนสโรชานั้นสั่งให้เพ็ญพรดูแลตัดเล็มดอกไม้ที่เธออุตส่าห์สั่งให้ลุงเติมปลูกให้เรียบร้อย แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอก็แทบสลบเพราะดอกไม้ทั้งหลายหน้าบ้านโดนเพ็ญพรตัดจนเหี้ยนไม่เหลือซากทีเดียว สโรชาเรียกเพ็ญพรมาถาม เพ็ญพรจึงตอบว่าสโรชาสั่งให้ตัดให้เรียบร้อยเธอจึงตัดจนเรียบหมดไม่มีเหลือตามคำสั่ง สโรชาโมโหมาก ยกมือจะตบเพ็ญพร แต่เพ็ญพรก็จับมือสโรชาบิดจนสโรชาเจ็บต้องรามือไปเอง เพ็ญพรบอกว่าคนอย่างเธอไม่ชอบให้ใครมาใช้กำลัง ถ้าใครทำเธอก่อนเธอก็จะทำกลับมากกว่าเป็นเท่าทวีคูณ แต่ถ้าใครดีกับเธอ เธอก็จะดีตอบเหมือนกัน สโรชากลับเข้าบ้านด้วยความโมโหปนประหลาดใจ เพราะพรเพ็ญที่เธอรู้จักและคอยกดหัวมาสิบกว่าปีไม่ได้เป็นอย่างนี้ ส่วนเชาว์นั้นวันๆ ไม่ทำงานอะไรคอยแต่จะกินสมบัติเก่าของบ้านศิลาแดง และมีเพื่อนเป็นพวกนักเลงและมาเฟีย เชาว์เล่นการพนันบ่อยแต่ส่วนใหญ่ก็จะเสียมากกว่าได้ เชาว์นั้นเห็นว่าพรเพ็ญเป็นคนสวยจึงมักคอยหาโอกาสแทะเล็มพรเพ็ญอยู่เสมอ แต่ในช่วงหลังนี้เขาก็เริ่มสงสัยว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไป เพราะเขาไม่สามารถเข้าใกล้หรือล่วงเกินได้เหมือนก่อน เพราะพรเพ็ญใช้การหลบเลี่ยงและหาจังหวะผลักเขาจนขาแพลงไปครั้งหนึ่ง เชาว์โมโหมากชวนเพื่อนฝูงมาที่บ้านหลายคนและเรียกให้เพ็ญพรมาทำอาหารให้ วันนั้นเพ็ญพรไม่สบายมากเพราะคืนก่อนโดนฝน และยังไม่มีโอกาสไปหาหมอ เธอแทบลุกไม่ขึ้น แต่ก็ฝืนใจขึ้นมาทำอาหารให้ แต่ก็ไม่วายแกล้งทำอาหารรสชาติแปลกประหลาดให้กิน วาทินี,สโรชา และ อาภาพรก็รุมด่าเพ็ญพรว่าฝีมือทำอาหารอย่างนี้ท่าทางจะหาผัวลำบาก เพ็ญพรเถียง อาภาพรจึงฉวยโอกาสตบเพ็ญพรจนหน้าหันเลือดออกจากปาก วาทินีเห็นว่าเพ็ญพรไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้จึงตรงเข้าตบซ้ำอีกครั้ง เพ็ญพรโกรธจนแทบบ้า แต่สภาพร่างกายไม่อำนวยในการป้องกันตัวเองจึงได้แต่กัดฟันทนและคิดว่าแค้นครั้งนี้เธอจะต้องเอาคืนให้สาแก่ใจ พักหลังเชาว์รู้จักสมปองซึ่งเป็นพวกค้ายาเสพติดและถูกชักชวนให้ลองขายดูเพราะเงินดี เชาว์ยังไม่กล้าเท่าไรนัก เพราะยังไม่มีเงินมากพอ จึงพกยาเสพติดกลับมาที่บ้านศิลาแดงและเสพบ่อยๆ จนติดตรัยและลูกน้องเฝ้าติดตามพวกของสมปอง และพบว่าสมปองกำลังติดต่อขายยาเสพติดจึงตรงเข้าจับ เกิดการยิงต่อสู้ขึ้น ลูกน้องของสมปองถูกยิงตายหมด สมปองหนีไปได้ ตรัยตามไปติดๆ แต่ก็คลาดกันเพ็ญพรแอบได้ยินเชาว์ติดต่อเรื่องขายยาเสพติดกับสมปองจึงโทรแจ้งตำรวจ ตรัยจึงนำกำลังตำรวจเข้าจับพร้อมของกลาง เชาว์ถูกจับ แต่สมปองหนีไปได้ เชาว์โมโหมากโดยไม่รู้ว่ามีใครแกล้งตน และคิดว่าเด็กข้างบ้านที่ตัวเองเคยข่มอยู่เสมอแอบโทรไปบอกตำรวจ เพ็ญพรเข้าไปดูแลเอกสิทธิ์ทุกวันเมื่อมีเวลาว่าง เธอมักจะเข้าไปพูดคุยกับพ่อของตน เอกสิทธิ์นั้นเริ่มมีอาการดีขึ้น เพราะเพ็ญพรจะคอยนวดเฟ้นให้กล้ามเนื้อเขากระเตื้องขึ้น และคอยพยุงให้นั่งและนอนอยู่เสมอ ด้วยสุขภาพจิตที่ดีของเพ็ญพร ทำให้เอกสิทธิ์ก็เริ่มไหวติงขึ้นมาเรื่อยๆ และเริ่มรับรู้เรื่องราวต่างๆ มากขึ้น แม้ว่าจะยังพูดอะไรไม่ได้ก็ตาม อาภาพรมักจะชวนตรัยมาที่บ้านศิลาแดงบ่อยๆ แต่ก็มักจะโดนเพ็ญพรแกล้งอยู่เสมอๆ ตรัยเริ่มสังเกตว่าพรเพ็ญ เด็กรับใช้ในบ้านที่เขาเคยเห็นนั้นเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม จากผู้หญิงอมทุกข์ที่ไม่กล้ามองหน้าใครตรงๆ แถมยังขี้อายและน่าสงสาร กลายเป็นผู้หญิงสาวสวยปราดเปรียว แคล่วคล่องว่องไว ดูทะมัดทะแมง แถมฝีปากยังคมกริบ และกลายเป็นคนไม่ยอมคนไปได้ แม้ว่าจะถูกแกล้งอยู่บ่อยๆ แต่ตรัยก็ไม่ถือสา แถมยังคอยดูว่าแต่ละวันเธอจะมีอะไรมาแกล้งเขาอีก จากที่เคยสงสารกลับกลายเป็นสนใจ เพราะเขาชอบผู้หญิงที่สวย ฉลาดปราดเปรียวและไม่ยอมคนอย่างนี้มานานแล้ว เพ็ญพรเองถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบหน้าตรัยมาตั้งแต่แรก แต่พอได้พบบ่อยๆ และแกล้งเขาอยู่เรื่อยๆ ก็อดสงสารไม่ได้ แถมยังเห็นว่าความจริงเขาก็เป็นผู้ชายน่ารักคนหนึ่งเหมือนกัน แถมเป็นพี่ชายของเพื่อนรักอย่างสุดาด้วย ก็อดที่จะสนใจเขาอยู่ลึกๆ ไม่ได้ ซึ่งอาการของทั้งคู่นั้นหาได้รอดสายตาของอาภาพรไปไม่ อาภาพรเริ่มอาละวาดกับตรัย แต่ตรัยก็ไม่สนใจ เพราะเขาไม่ได้คิดว่าอาภาพรจะมาเป็นแม่ของลูกเขาอยู่แล้ว ที่เขาคบอาภาพรเพราะว่าสงสารและเธอก็ตามตื๊อเขามาตลอด เมื่อยังไม่มีใครน่าสนใจกว่าก็เลยคบไปก่อน และเมื่อได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านศิลาแดงทั้งหมดจากป้าแจ่มและลุงเติม ทำให้เพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญเริ่มประกาศอิสระภาพโดยการเชิญทนายประจำตระกูลคือทนายสมศักดิ์,ตรัย และสุดามาที่บ้าน เมื่อได้เวลาทนายสมศักดิ์เป็นคนประกาศว่าพรเพ็ญบรรลุนิติภาวะแล้ว และเป็นลูกสาวของเจ้าของบ้านศิลาแดงมีอำนาจในการดูแลทรัพย์สินและมรดกทุกอย่างที่เป็นของเอกสิทธิ์ นับตั้งแต่วันนี้ไปพรเพ็ญจะเป็นคนดูแลทรัพย์สินทุกอย่างของบ้านศิลาแดงเอง โดยมีทนายสมศักดิ์เป็นที่ปรึกษา สโรชา และ อาภาพร คัดค้านไม่เห็นด้วย แต่ทนายสมศักดิ์บอกว่าพรเพ็ญมีสิทธิ์ที่จะทำได้อย่างชอบธรรม สร้างความโกรธแค้นให้กับสามสาวเป็นอย่างมาก หลังจากวันนั้นเพ็ญพรก็นำเอาเอกสิทธิ์ขึ้นมาอยู่ที่บ้านใหญ่ และให้ทั้งสามสาวไปอยู่ที่บ้านหลังเล็กซึ่งเป็นสิทธิ์ของวาทินีแทน แม้ว่าทั้งสามสาวจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะวันนี้พรเพ็ญที่พวกเธอเห็นแข็งแกร่งไม่อ่อนแอขี้แยเหมือนพรเพ็ญที่พวกเธอรู้จัก ทำให้ไม่มีใครกล้าหือกับพรเพ็ญ และเมื่อย้ายขึ้นมาอยู่บ้านใหญ่แล้ว เพ็ญพรก็สั่งให้ป้าแจ่มและลุงเติมขึ้นมาดูแลเอกสิทธิ์ ปล่อยให้วาทินี,สโรชา และอาภาพร ทำงานบ้านทั้งหมดแทน แม้ว่าไม่อยากทำและไม่พอใจในคำสั่งของเพ็ญพร แต่ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม เพราะว่าเพ็ญพรเป็นคนถือเงินและบัญชีทั้งหมด แถมเพ็ญพรยังแกล้งให้ทั้งสามทำงานหนักเป็นการแก้แค้นแทนพรเพ็ญที่เคยถูกใช้ทำงานเยี่ยงข้าทาสในบ้านศิลาแดง อาภาพรซึ่งเคยมีเงินซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวสวยๆ ก็ไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าแพงๆ เหมือนก่อน และต้องทำงานแลกกับเงินค่าจ้างไปวันๆ ซึ่งทำให้เพ็ญพรสะใจยิ่งนัก ตรัยได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมด เพราะเขามาเที่ยวที่บ้านศิลาแดงและเห็นอาภาพรต้องทำงานไม่ได้เฉิดฉายเหมือนก่อน อาภาพรบอกตรัยว่าพรเพ็ญยึดอำนาจไปอย่างไม่เป็นธรรม ตรัยได้แต่พยักหน้ารับรู้ทั้งที่ในใจเขาแสนจะดีใจ เพราะว่าสาวคนที่เขาแอบชอบกลายเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้อย่างเต็มภาคภูมิ และในช่วงหลังเพ็ญพรต้อนรับเขาอย่างมิตรไม่เหมือนศัตรูเหมือนแต่ก่อน ความสัมพันธ์ของตรัยและเพ็ญพรสร้างความไม่พอใจให้กับอาภาพรเป็นอย่างมาก อาภาพรวางแผนให้เพ็ญพรเข้าใจผิดตรัยโดยโทรไปนัดตรัยให้มาพบบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาเมื่อตรัยมาพบเธอวานให้วาทินีเดินไปบอกเพ็ญพรว่าตรัยมาหาอาภาพรที่บ้าน เพ็ญพรเดินมาที่ห้องรับแขก อาภาพรเหลือบเห็นจึงทำเป็นกอดกับตรัยอยู่ ตรัยไม่ทันรู้ตัว เพ็ญพรโกรธกับภาพที่เธอเห็น ตรัยหันมาพบว่าเพ็ญพรกำลังทำหน้าบึ้งกับเหตุการณ์นี้อยู่ ตรัยสลัดอาภาพรออกและเดินเข้าไปปรับความเข้าใจกับเพ็ญพร แต่เพ็ญพรไม่ฟังวิ่งขึ้นห้องและล็อคประตู ตรัยวิ่งตามขึ้นไปตะโกนอธิบายแต่เพ็ญพรไล่ให้ตรัยกลับไปก่อนเพราะเธอยังไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น โดยมีอาภาพรและวาทินียืนยิ้มดีใจในความสำเร็จครั้งนี้ เพ็ญพรเสียใจเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง สุดารู้เรื่องจากตรัยก็มาปรับความเข้าใจแทนพี่ชาย เพ็ญพรไม่ยอมฟัง แต่ในที่สุดสุดาบอกว่าอยากแพ้คนที่บ้านศิลาแดงหรือ เพ็ญพรจึงรวบรวมสติและทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยลดความโกรธและความใจร้อนซึ่งเป็นข้อเสียของเธอ และในที่สุดเพ็ญพรก็เข้าใจว่าเป็นแผนของอาภาพรและวาทินีที่ต้องการให้เธอกับตรัยเข้าใจผิดกันตรัยมาหาเพ็ญพรที่บ้าน อาภาพรตรงเข้ามากอดคลอเคลียกับตรัยอีกเพื่อให้เพ็ญพรโมโหตรัย แต่เที่ยวนี้เพ็ญพรกลับเฉยและไม่แยแสการกระทำของอาภาพร เธอต้อนรับขับสู้ตรัยอย่างดี ตรัยพยายามเดินหนีอาภาพร แต่อาภาพรก็ตามติดอย่างกับตุ๊กแกเกาะผนังห้อง เพ็ญพรบอกตรัยว่าเธอรักเขาต่อหน้าอาภาพร ตรัยก็บอกว่าเขาก็รักเธอสุดหัวใจเหมือนกัน อาภาพรกรี๊ดลั่นบ้านเพราะทนไม่ได้กับการเป็นส่วนเกินอย่างที่เป็นอยู่ อาภาพรวิ่งขึ้นห้องไปหาวาทินีที่ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้เลย เพ็ญพรยิ้มเยาะอย่างสะใจ มยุรีได้พบกับณัฐพงษ์ที่งานแต่งงานของบุษกรเพื่อนสนิทของเธอ ณัฐพงษ์เมื่อเห็นมยุรีก็พอใจในความสวยของเธอและเข้าไปจีบ มยุรีก็พอใจในความเป็นหนุ่มหล่อของณัฐพงษ์เหมือนกัน คืนนั้นทั้งคู่จบลงที่โรงแรม หลังจากวันนั้นมยุรีก็ตกหลุมรักณัฐพงษ์เพราะเขาเป็นคนเอาใจผู้หญิงเก่ง และอยู่ในตระกูลดี มยุรีอดหึงหวงสาวทุกคนที่เข้าใกล้ณัฐพงษ์ไม่ได้ ไม่นานณัฐพงษ์ก็เริ่มเบื่อเพราะมยุรีนั้นอายุแก่กว่าเขาหลายปี และเขาก็ไม่ได้รักมยุรีเพราะคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งของเขาเท่านั้นช่วงหลังสุดามักจะตามตรัยมาที่บ้านศิลาแดงเป็นประจำเพราะว่าอยากมาเจอเพ็ญพร แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้แสดงให้ใครรู้ว่าเป็นเพื่อนรักกัน ณัฐพงษ์นั้นเมื่อพบหน้าสุดาครั้งแรกก็นึกชอบ และพยายามทำตัวใกล้ชิดกับสุดา ซึ่งในช่วงแรกเพ็ญพรเตือนสุดาบอกให้ดูณัฐพงษ์ให้ดีเสียก่อน สุดาจึงพยายามให้ณัฐพงษ์ปรับปรุงตัวเสียใหม่ ซึ่งณัฐพงษ์ก็เต็มใจที่จะเปลี่ยนจากพ่อพวงมาลัย หางานทำและตั้งใจทำงานสร้างฐานะ เพราะหลังจากที่คบกับสุดาไปพักใหญ่ เขาก็รู้ตัวว่าเขาหลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าเสียแล้ว และวันนี้ถึงวันที่เขาจะต้องสร้างฐานะเพื่ออนาคตเสียที ทำให้สุดาดีใจที่สามารถทำให้พ่อไก่แจ้กลายเป็นคนดีได้ เพ็ญพรก็ดีใจที่เพื่อนรักจะได้มีความสุขเสียที มยุรีเมื่อรู้ว่าณัฐพงษ์กำลังจีบสุดาก็เข้าไปที่บ้านศิลาแดงอาละวาดกับณัฐพงษ์ซึ่งกำลังนั่งคุยหยอกล้ออยู่กับสุดาและเพ็ญพร เธอตรงเข้าตบสุดาอย่างไม่ยังมือ ณัฐพงษ์ตรงเข้ากระชากมยุรีจนกระเด็นไปติดข้างฝาพร้อมทั้งออกปากไล่มยุรีให้ออกไปจากบ้าน มยุรีตกใจแทบช็อคเพราะผู้ชายคนที่เธอรักเขาสุดชีวิตกลับไม่มีเยื่อใยกับเธอเลย มยุรีเดินน้ำตานองหน้าออกจากบ้านศิลาแดงไปอย่างคนที่พ่ายแพ้ สุดาโกรธณัฐพงษ์ที่ไม่บอกเรื่องนี้กับเธอ ณัฐพงษ์สัญญาว่าจะไม่นอกใจเธออีกตลอดชีวิตและจะดูแลสุดาให้ดีที่สุดโดยมีเพ็ญพรเป็นพยานรักครั้งนี้ทางด้านพรเพ็ญเมื่อกลับไปอยู่ที่สวนเสาวรส ก็ปลอมตัวเป็นเพ็ญพร เพราะทำตามสัญญากับเพ็ญพรที่ไม่ต้องการทำให้พ่อและตาเป็นห่วง แต่ด้วยความที่เป็นคนเรียบร้อย เธอก็ดูแลปรนนิบัติเดือนฉายและเคนเป็นอย่างดีสร้างความแปลกใจให้กับทั้งสองเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากกลับจากกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นคนละคน ไม่ซนแก่นเซี้ยวเหมือนเมื่อก่อน และไม่แกล้งกอล์ฟเหมือนอย่างเคยจนทำให้กอล์ฟอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอมาไม้ไหนกันแน่ แต่ก็ยังคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังติดสอยห้อยตามพรเพ็ญไปไหนมาไหนตลอด พรเพ็ญได้พบวิทวัสที่ตลาด วิทวัสปราดเข้าหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร และหาเรื่องแกล้งเหมือนเคย โดยขับรถปาดน้ำโคลนที่เอ่อล้นอยู่ข้างทางให้กระเด็นโดนพรเพ็ญ แถมยังจอดรถลงมาเยาะเย้ย แต่เที่ยวนี้เขาผิดคาด เพราะคิดว่าพรเพ็ญจะตรงเข้ามาต่อว่าเขา เธอกลับบอกว่าไม่เป็นไร และคิดว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ทำให้วิทวัสทำตัวไม่ถูก ต้องเอ่ยปากขอโทษเธอ พร้อมทั้งขอพาเธอกลับไปส่งที่สวนเสาวรส แต่กอล์ฟอดโมโหแทนพรเพ็ญไม่ได้ ก็เลยต่อว่าต่อขานวิทวัส พรเพ็ญเอ่ยปากห้ามกอล์ฟไม่ให้พูดมาก และยอมให้วิทวัสไปส่งที่สวนเสวรสโดยดี ที่นั่นวิทวัสได้พบกับเดือนฉายและเคนเป็นครั้งแรก และได้รู้จักคุยกันจนถูกคอกับเคนเป็นอย่างดีเพราะมีนิสัยนักเลงไม่กลัวคนเหมือนกัน เย็นนั้นพรเพ็ญเอ่ยปากชวนให้วิทวัสทานข้าวที่บ้าน ซึ่งแม้จะแปลกใจและคิดว่าอาจจะโดนสาวเจ้าแกล้งเหมือนเคย แต่ก็อยากลองดูว่าเธอจะมาไม้ไหนกับเขา แต่เมื่อได้ลิ้มรสชาติฝีมือทำอาหารของพรเพ็ญเข้า เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าความจริงผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่ยังมีความเป็นแม่ศรีเรือนอยู่ในตัวอย่างที่เขาต้องการเสียด้วย หลังจากวันนั้นวิทวัสก็หาทางพาพบพรเพ็ญบ่อยๆ แม้ว่าจะยังไม่ไว้ใจนักว่าเธอจะเปลี่ยนนิสัยจากสาวจอมกวนมาเป็นสาวหวานได้จริงๆ แต่ในใจลึกๆ แล้ว เขาก็รู้ว่าเขารักเธอเข้าเสียแล้ว โดยมีพัฒน์คอยสอดแนมและยุยงอยู่ตลอดให้วิทวัสตามจีบพรเพ็ญให้สำเร็จ ส่วนพรเพ็ญก็มีกอล์ฟคอยเป็นกันชนไม่ให้วิทวัสเข้าถึงตัวได้ง่าย แต่แล้ววิทวัสก็ติดสินบนกอล์ฟได้ด้วยของฝากต่างๆ จนสามารถเอากอล์ฟมาเป็นพวกของตนได้อีกคน ซึ่งช่วงหลังพรเพ็ญเองก็ไม่ปฏิเสธว่าในหัวใจของเธอก็มีชายชื่อ “วิทวัส” นั่งอยู่เต็มหัวใจเหมือนกัน เดือนฉายและเคนเฝ้ามองความรักของทั้งคู่อย่างเบาใจ เพราะวิทวัสก็เป็นชายหนุ่มที่มีความมั่นคงทั้งฐานะและความดี พอที่จะเข้ามาเป็นเขยของสวนเสาวรสได้โดยไม่ขาดตกบกพร่องเดือนฉายป่วยเพราะตรากตรำงานหนัก พรเพ็ญโทรบอกให้เพ็ญพรกลับมาเยี่ยมแม่บ้าง เพ็ญพรเมื่อรู้เรื่องก็บอกให้พรเพ็ญกลับมาที่บ้านศิลาแดงเพื่อสลับตัวกัน พรเพ็ญกลับมาเปลี่ยนตัวกับเพ็ญพรโดยมีสุดาเป็นคนช่วย เมื่อเพ็ญพรกลับมาถึงบ้านก็ตรงเข้าไปดูเดือนฉายซึ่งอาการดีขึ้นและพูดคุยกับเดือนฉายมากมายจนเดือนฉายงง เพราะคิดว่าเพ็ญพรอยู่กับเธอตลอดเวลา ทำใมถึงได้แสดงท่าทีเหมือนคนที่ไม่ได้พบกันมานาน วิทวัสมาเยี่ยมเดือนฉายที่บ้าน เมื่อพบเพ็ญพรก็คิดว่าเป็นพรเพ็ญ เขากุมมือเพ็ญพรแต่เพ็ญพรซึ่งไม่รู้ว่าพรเพ็ญนั้นบัดนี้กลายเป็นคนรักของวิทวัสแล้วจึงสบัดมือออก วิทวัสงงกับอาการที่เพ็ญพรแสดงกับเขา เพ็ญพรด่าว่าวิทวัสที่มาหาเศษหาเลยกับเธอ วิทวัสยิ่งงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีก จึงขอตัวกลับบ้าน เพ็ญพรโทรกลับไปหาพรเพ็ญที่บ้านศิลาแดงเพื่อถามเรื่องวิทวัส พรเพ็ญจึงบอกความจริงทั้งหมดและย้ำให้เพ็ญพรทำดีกับวิทวัส เพ็ญพรรับปากรุ่งขึ้นวิทวัสมาหาเพ็ญพรอีกครั้ง เที่ยวนี้เพ็ญพรทำเป็นเอาใจวิทวัสอย่างดี ทำให้วิทวัสหายโกรธและเมื่อเขาจะเข้าใกล้เพ็ญพรเธอก็กระเถิบหนีจนเขาสงสัย แต่ก็คิดว่าเพ็ญพรคงอายตามประสาผู้หญิง ส่วนพรเพ็ญกลับไปถึงบ้านศิลาแดงพร้อมกับสุดา โดยสุดาทำทีว่ามาค้างเป็นเพื่อนพรเพ็ญและต้องการป้องกันพรเพ็ญจากคนในบ้านด้วย ตรัยมาหาพรเพ็ญเพราะคิดว่าเป็นเพ็ญพร เที่ยวนี้พรเพ็ญกลับเรียบร้อยน่ารักเหมือนกับที่เขาเคยพบครั้งแรก เธอต้อนรับเขาอย่างดีคอยปรนนิบัติเหมือนเมื่อก่อนจนตรัยเองก็งงเพราะพรเพ็ญช่วงหลังที่เขารู้จักเป็นคนคล่องแคล่วว่องไว พูดจาห้วนๆ แต่ก็ฉลาดทันคน ตรัยคิดว่าพรเพ็ญคงอยากเปลี่ยนเป็นสาวหวานบ้าง แต่ก็อดพูดกับสุดาไม่ได้ว่าพรเพ็ญเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเมื่อเดือนฉายหายป่วย เพ็ญพรจึงโทรหาสุดาและพรเพ็ญเพื่อเปลี่ยนตัวกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เกือบพลาดเพราะอาภาพรมาเห็นเข้าพอดี จึงเดินตรงเข้ามาหา สุดาเข้าขวางพรเพ็ญจึงหลบไปขึ้นรถสุดาที่จอดอยู่ทัน เพ็ญพรเข้าปะทะคารมกับอาภาพรเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ สุดารีบขึ้นรถขับออกไปก่อนที่ความลับทั้งหมดจะแตก ที่ไร่ของวิทวัสเกิดมีโรคระบาดทำให้วัวและสัตว์เลี้ยงในไร่ของเขาล้มป่วย วิทวัสวุ่น นักแสดง วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ รับบท ตรัยธนพล นิ่มทัยสุข รับบท วิทวัสนิโคล กิตติวัฒน์ รับบท เพ็ญพร (เพ็ญ) คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท พรเพ็ญ ปิยะธิดา ชิตอรุณ รับบท สุดา กันตา ดานาว รับบท เดือนฉายณหทัย พิจิตรา รับบท สโรชาชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท อาภาพร เอกสิทธิ์ รับบทโดย ไพโรจน์ สังวริบุตร

เช็คด่วน.. ดวงความรัก กุมภาพันธ์2558 วาเลนไทน์นี้จะหวานหรือขม
คู่รัก /  ดวงความรัก / 

ดวงความรัก กุมภาพันธ์ 2558 เข้าสู่เดือนแห่งความรัก เทศกาล วันวาเลนไทน์ ก็แวะเวียนเข้ามาให้ดี๊ด๊ากันอีกรอบ คนมีคู่หรือคนโสดจะมี ดวงความรัก เป็นอย่างไร จะเจอเนื้อคู่หรือจะเลิกรา อ.คฑา ชินบัณชร จะมาดูดวงให้ค่ะ เช็คดวงไพ่ยิปซีได้ที่ Horoscope.mthai.com ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ไพ่ วิตกนางสีดา คนโสดไม่ต้องกลุ้ม ช่วงนี้ความรักมาวนเวียนใกล้ๆ เสน่ห์แรงไม่เบา ทำให้กระปรี้กระเปร่า เสน่ห์แรง มีคนมารุมจีบ ส่วนที่มีคนรักแล้ว ดูหงอยๆมีเรื่องให้คิดมาก มีคนคอยยั่วให้หวั่นไหว  มีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวพัน ได้อย่างเสียอย่าง เป็นเวลาที่ต้องตัดสินใจเลือก ถ้ามีแฟนแล้วอึดอัด ขี้น้อยใจ ให้มองโลกในแง่ดี ความรักของคุณก็จะดีตามไปด้วย ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ไพ่ พาลีได้ชัย ใครๆก็อยากคบหา ทำให้มีเพื่อนเอยะแยะ มีคนรักเยอะ คนโสดจะรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา ได้คบหาคนหลายแบบ เสน่ห์ร้อนแรง มีคนมาสนใจ มีคนมาแอบรักแอบชอบ สบายใจสุดๆ มีคนเรียงแถวมาให้เลือก ช่วงนี้เด็กเยอะ ลุ้นกันมันส์สุดๆ มีคนมาแสดงความจำนงยื่นใบสมัครเป็นแฟนบ้าง กิ๊กบ้าง ต้องดูให้ดี ยิ่งคุณที่เป็นหญิง มีโอกาสเสียหายสูง ส่วนคู่ที่ผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วย เริ่มคิดนอกลู่นอกทางหนีตามกันไป คนมีแฟนแล้ว ช่วงต้นหวานพอหอมปากหอมคอ แต่พอช่วงปลายเดือน ทะเลาะกันแรงสุดๆ เห็นทีจะห้ามใจลำบาก ต้องข่มใจกับกิเลสตัณหาบ้าง ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ไพ่ สุครีพและพาลี ความรักช่วงต้นความใกล้ชิดเป็นเหตุให้เกิดความรัก เพื่อนเริ่มเปลี่ยนบทบาทมาเป็นแฟน ถ้ามีคนรักแล้วหวานชื่น เข้าใจกันดี เป็นที่ปรึกษาและกำลังใจให้กัน กลางเดือนแง่งอนกันพอหอมปากหอมคอ แต่สุดท้ายคนรักของคุณ ก็ต้องเป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อ คนโสดต้องหาเพื่อนช่วยแก้เหงาไปก่อน เล็งใครไว้ส่วนใหญ่มีคู่แล้วทั้งนั้น ปลายเดือนดูผิวเผินก็รักกันดี แต่ในใจยังมีคำถามคาใจ ช่วงนี้อย่าพยายามประชดประชันกัน จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนโสดได้แต่แอบชอบเขา แต่ความสัมพันธ์ไม่คืบ ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ไพ่ เสนาวานร คนโสดกำลังเสน่ห์แรง มีแต่คนมาห้อมล้อม มีโอกาสได้เจอคนถูกใจโดยบังเอิญ ส่วนคนมีแฟนแล้ว บรรยากาศรักหวานชื่น คนรักจะชวนไปพักผ่อน ได้เที่ยวที่ใหม่ๆกระชับความสัมพันธ์ให้เหนียวแน่นขึ้น กลางเดือนเสน่ห์แรง มีความรักเข้ามาหลากหลายแบบ ออกแนวเจ้าชู้ เห็นใครก็ชอบก็รักไปหมด ต้องสับรางให้ดี คนโสดไม่มีปัญหา แต่ถ้ามีแฟนแล้วอาจพลั้งเผลอโดนจับได้ ทำให้เกิดปัญหา แนะนำว่าอย่าจริงจัง ช่วงปลายเดือนรู้สึกประทับใจ คนรักชอบทำซึ้ง หาอะไรมาทำให้ประหลาดใจอยู่เสมอ ส่วนคนโสดไม่ต้องกลัวเฉา จะมีเพื่อนฝูงคนสนิทคอยแสวงหาคนถูกใจมาให้ หรือจะลองเปลี่ยนบรรยากาศ หาเรื่องไปพักผ่อน ก็มีโอกาสเจอคนถูกใจ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ไพ่ หนุมานครองเมือง ช่วงต้นเดือน คนโสดอย่าไปเร่งรีบมีแฟน ยิ่งรีบยิ่งเจอคนไม่ถูกใจ ปล่อยให้เป็นไปตามดวงชะตาจะดีกว่า ส่วนคนมีแฟนแล้วมักถูกจับเปรียบเทียบให้รู้สึกด้อยอยู่ตลอดเวลา อะไรปรับแก้ได้ก็ค่อยๆปรับกันไป กลางเดือนเนื้อหอม ไม่ว่าจะหยอกล้อใครก็มีแต่คนเล่นด้วย คนโสดจึงไม่ค่อยเหงา แต่ก็ยังไม่นึกอยากจะจริงจัง ส่วนคนมีแฟนแล้ว ความเจ้าชู้เป็นเหตุให้มีเรื่องผิดใจกัน อย่าทำอะไรล่อแหลม  ช่วงปลายเดือนเสน่ห์แรงสุดๆ ทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้ามมารุมล้อม เอาใจคุณเป็นการใหญ่ ส่วนคนมีแฟนแล้วก็มีเรื่องให้น่าตื่นเต้นอยู่บ้าง เพราะมีคนใหม่ๆผ่านเข้ามา กับคนรักคุณหวานชื่นกันดี ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ไพ่ พระสุรัสวดี ต้นๆมีเรื่องซึมเศร้า เพราะตัดสินใจผิด อย่าไปจมกับสิ่งนั้น คุณมีโอกาสเริ่มต้นใหม่หากคุณต้องการ คนโสดจะได้เจอกับคนที่ถูกใจ อ่อนโยน ขี้สงสาร ส่วนคนมีแฟนแล้วอบอุ่นหลังผ่านมรสุมมา อ่อนไหวง่าย จึงมักฟุ้งซ่าน ขี้กังวล ให้มองในแง่ดี ความรักจะเป็นสีชมพู คนโสดจะมีคนมาสนใจ แต่ไม่ควรรีบร้อน ศึกษาดูใจกันให้นานหน่อย ส่วนคนมีแฟนแล้วคนรักจะทำตัวดี แต่ก็ไม่วายคิดเล็กคิดน้อย  ปลายเดือนกำลังหอมหวาน คนโสดรักกำลังคืบคลานเข้ามา ความร่าเริงอ่อนโยน จะทำให้มีคนสนใจคุณ ส่วนคนมีแฟนแล้วรักหวานชื่น โรแมนติก คนรักตามใจสุดๆ อยากได้อะไรตามใจไปหมด ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ไพ่ พิเภกเลือกข้าง ช่วงต้นคนโสดมีแนวโน้มได้พบรัก พบคนถูกใจ แต่อาจมีอุปสรรคเรื่องการสานต่อความสัมพันธ์ ส่วนคนมีแฟนแล้วดูห่างเหิน ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน จนอาจจะปันใจกันได้ ช่วงกลางสดใสไปได้ดี แต่คุณต้องมีจุดยืนและมองในแง่ดีด้วย ส่วนคนโสดจะได้พบเจอกันระหว่างเดินทาง ความสัมพันธ์คืบหน้าไปอย่างช้าๆ อย่าใจร้อน ปลายเดือนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่งตัวเปลี่ยนทรงผม ทำให้มีคนสนใจมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ถูกใจใครเป็นพิเศษ ส่วนคนมีแฟนแล้วไม่หวานไป ไม่จืดไป กำลังดี ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ไพ่ พระฤาษีชนก รู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก น้อยอกน้อยใจคนรัก เหมือนอยู่คนเดียว ส่วนคนโสดยังไม่เจอใครโดนๆ แม้จะมีคนอายุน้อยกว่ามาพัวพัน แต่ก็กลายเป็นสร้างความหงุดหงิดให้เสียมากกว่า คนโสดเริ่มรู้สึกเหงา อยากได้ใครสักคนมาเคียงข้าง แต่ดูแล้วน่าจะแห้ว ยิ่งอยากได้ยิ่งเจอคนไม่ใช่ ส่วนคนมีแฟนแล้วชอบเปรียบเทียบ ทำให้เบื่อเซงคนรัก อยากเปลี่ยนคนใหม่ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ไพ่ ต้นเดือนต้องอาศัยความดีที่สะสมจะทำให้คนที่คุณเล็งไว้ใจอ่อน คนโสดช่วงนี้มีสะดุดรัก ส่วนคนมีแฟนแล้วหงุดหงิดใจเรื่องเดิมๆ แต่ก็เคลียร์ลงตัว กลางเดือนคนโสดอารมณ์แจ่มใส ไปไหนมีแต่คนชม อยากคบหาด้วย ส่วนคนมีแฟนแล้ว รักกันเป็นพักๆ อาจจะมีเหตุให้หมางใจให้เชื่อใจกันไว้อย่าเห็นคนอื่นดีกว่า ช่วงปลายเดือนมีเรื่องหึงหวง ค้างคาใจกันตลอด ต้องหาเวลาสะสางสิ่งที่อยู่ในใจ จะได้ไม่เป็นปมให้คิดมาก ส่วนคนโสดมีโอกาสได้คู่มาเดินควงแขน เป็นช่วงที่เสน่ห์แรง มีคนมารุมล้อมสนใจ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ไพ่ ความรักช่วงต้นเดือนหวานชื่น เหมือนรักกำลังสุกงอม แต่ช่วงปลายกลับขมขื่น เพราะความคาดหวังคิดไกลจนเกินเหตุของตัวเอง ควรทำวันนี้ให้ดีที่สุด ช่วงกลางอิ่มเอม คนรักมอบทั้งกายและใจ แต่ไม่วายยังเผลอไผลไปกับสิ่งเย้ารอบตัว ส่วนคนโสดมีเสน่ห์เข้าตาทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้าม ให้เลือกดูว่าชอบแบบไหน ความรักของคุณจะเดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก ช่วต้นดี แต่พอช่วงปลายมีแต่เรื่องทะเลาะกัน ถ้ายังใช้อารมณ์เข้าหากัน มีโอกาสเลิกรากันสูง แต่ถ้ายังโสดจะได้สะดุดรักแน่นอน เตรียมความพร้อมไว้ให้ดี ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ไพ่ นางสวาหะ ความรักช่วงต้นมีปัญหา ร้องไห้ต่อมน้ำตาแตก ถ้าอารมณ์พาไปก็รุนแรงถึงขั้นเลิกรากัน แต่ถ้าทนหน่อยจะดีขึ้น มีดวงได้กลับมาหวานชื่นเหมือนเดิม คนโสดมีเรื่องกุ๊กกิ๊กกับคนอายุน้อยกว่า หากแอบรักแอบชอบใครอยู่ เตรียมใจที่จะอกหักได้เลย เพราะคนโสดยังไม่มีดวงพบเนื้อคู่ ส่วนคนมีแฟนแล้ว มีปากเสียงกันบ่อย อย่าใจร้อน ปลายเดือนเข้าขั้นน่าห่วง มีดวงถูกหักอก คนโสดถ้าแอบรักแอบชอบใคร ต้องทำใจล่วงหน้า ส่วนคนมีแฟนแล้วระวังคำพูดประชดประชัน จะทำให้คุณน้ำตาตกใน ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ไพ่ สุครีพและพาลี ความรักของคุณออกแนวเพื่อนรักเพื่อน หาใครไม่ได้เลยต้องเล็งคนใกล้ตัว คนโสดมีแนวโน้มได้ลงจากคาน ได้เพื่อนแนะนำหรือคั่วกันกับเพื่อน ส่วนคนมีแฟนแล้วหวานชื่น คนรักดูแลดี ความรักเบ่งบาน  เริ่มต้นจากความใกล้ชิด มาเป็นคนรู้ใจ โรแมนติกสุดๆ คนโสดเหี่ยวแห้งไม่นาน จะมีคนมาเสนอตัวรดน้ำต้นไม้ให้ ส่วนคนมีแฟนแล้วจะเข้าอกเข้าใจกันมากกว่าเดิม คนรักทำตัวน่ารัก ทำตัวดีมีความสุข คนโสดมีวี่แววจะได้คู่สักที จากการแนะนำหรืออาจจะเสร็จพ่อสื่อแม่สื่อซะเอง คนมีแฟนแล้วจะหวานชื่น ถ้อยทีถ้อยอาศัย มีความเข้าใจกันเต็มเปี่ยม ดูดวงแบบเต็มๆ ตลอดทั้งปี จาก หนังสือพยากรณ์ชะตาชีวิต ไพ่ยิปซี 2558 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

สุริยะใส ชม วิชา ผู้เป็นมหาคน
ข่าววันนี้ /  จำนำข้าว / 

สุริยะใส โพสต์ชื่นชม วิชา มหาคุณ หลังทำหน้าที่ตามเอาผิดการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคม พร้อมยกเป็น  "วิชาผู้เป็นมหาคน" วันนี้ (22 ม.ค. 58) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย และผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังนายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เข้าชี้แจงปิดคดีปมจำนำข้าวต่อ สนช. โดยนายสุริยะใส ยกย่องนายวิชา เป็นมหาคน ภายหลังจัดเต็มไล่ล่าการทุจริต คอรัปชั่น ซึ่งเป็นต้นตอทุกปัญหาของชาติ โดยระบุว่า ...รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จำนำข้าว ชาวนา จำนำชีวิต ประเทศจำนำหนี้ ...ท่านวิชา มหาคุณ กรรมการ ปปช. ขอคารวะอีกครั้งกับการทำหน้าที่แถลงปิดคดี ไม่เยิ่นเย้อ กระชับ ชัดเจน และเข้าสู่กระบวนการถอดถอน ทั้งตอนเปิด ปิด และขั้นตอนซักถาม อย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหายังใช้วิธีโฆษณาชวนเชื่อ มายืนอ่านแถลงการณ์ปิดคดีแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเสียดายไม่ได้เปิดให้ สนช.ซักถามหรือมีข้อโต้แย้งใดๆ ได้ เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ท่านวิชาต้องพ้นจากตำแหน่งภายในปีนี้ ซึ่งครบวาระของการดำรงตำแหน่ง 9 ปีพอดี เรียกได้ว่านับเดือนเหลือก็ว่าได้ ตลอดห้วงระยะเวลาการทำงานของท่านวิชา เป็นแถวหน้าของการเอาจริงเอาจังและไม่ลดลาวาศอกกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคม จนถูกข่มขูอาฆาต มาดหมายเอาชีวิตเป็นระยะๆ ที่สำคัญช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งการเมืองไทยจมปลักอยู่กับความแตกแยก ปัญหาการทุจริตฯ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นต้นตอสำคัญก็ว่าได้ เพราะการทุจริตรุนแรงขึ้นทั้งแนวราบแนวดิ่ง ซึมลึกไปถึงทัศนคติ ค่านิยมของผู้คนบางกลุ่มที่ยอมให้ผู้มีอำนาจ โกงได้ถ้าตัวเองได้ประโยชน์ด้วย ผลพวงจากกลุ่มธุรกิจการเมืองเฮโลยกทัพเข้ามายึดอำนาจรัฐผ่านพรรคการเมือง ผ่านสัปทานการเลือกตั้ง เกิดการทุจริตเชิงนโยบายเอื้อประโยชน์ญาติพี่น้องและพวกพ้อง ผ่านเมกะโปรเจคต์สารพัดและนโยบายประชานิยมสุดโต่งที่หากินกับความยากจน ท่านวิชาเป็นผู้หนึ่งที่จับได้ไล่ทัน เล่ห์เพทุบาย และพยายามเปิดโปงตีแผ่ตลอดมา ความรู้เท่าทัน ความเข้าใจที่แจ่มแจ้ง และความมุ่งมั่นที่ท่านเพียรพยายาม ผมอยากเห็นท่านวิชาในวัยหลังหมดวาระ หาทางถ่ายทอดประสบการณ์ ถอดบทเรียนชีวิต เพื่อเป็นวิทยาการและเพื่อประสาทวิชา และใช้ในการฝึกอบรม ให้ผู้คน ให้สังคม ตื่นตัวต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่าจริงจัง คารวะ ท่านวิชา มหาคุณ ผู้เป็น "มหาคน" ครับ.. MThai news

ความเชื่อและข้อห้าม! เรื่องการกินผัก ของหญิงท้องและผู้มีอาคม
การกินผิก /  ข้อห้ามกินผัก / 

การกินผักของคนโบราณ มีความเชื่อสืบต่อกันมาเรื่อยๆ พวกเราอาจจะคิดว่าการกินผักดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่สำหรับคนโบราณแล้วเขาก็มีความเชื่อเกี่ยวกับข้อห้ามและข้อแนะนำในการกินผักบางชนิดถูกห้ามกินในกลุ่มคนบางกลุ่มเช่นกัน 1. หญิงตั้งครรภ์ ข้อห้ามในการกินผักได้แก่ ห้ามกินบอน จะทำให้สายรกเปื่อย ห้ามกินผักแว่นจะทำให้รกพันคอเด็ก ห้ามกินกล้วยจี่ จะทำให้รกติด เป็นต้น ข้อห้ามเหล่านี้ถูกอ้างว่าจะมีผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ทั้งสิ้น หากจะพิจารณาถึงผลโดยตรงต่อเด็กแล้วอาจจะเป็นไปไม่ได้ ผลที่จริงแล้วเกิดกับแม่ต่างหาก เช่น บอนหากทำไม่ถูกวิธีจะทำให้คันปาก ผักแว่นหากทำไม่สะอาด อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นต้น สำหรับข้อปฏิบัตินั้นได้แก่ ให้กินปลีกล้วย ขนุนอ่อน เพราะจะทำให้ช่วยบำรุงน้ำนม จุดนี้ชาวบ้านเองคงจะสังเกตเห็นว่า ผัก ทั้ง 2 อย่างมียางขาวๆ คล้ายนมจึงคาดหวังว่าคงช่วยได้ และจากการปฏิบัติจริงพบว่าได้ผลจริงด้วย ฉะนั้น จึงได้ตั้งเป็นข้อปฏิบัติตลอดมา 2. หญิงหลังคลอด ห้ามกินผัก เย็นเช่น แตงทุกชนิด ห้ามกินผักหวาน ผักกาด ชะอม หน่อไม้ ผักเลียบ พริกด้วย ผัก พวกนี้ จะทำให้เกิดอาการเจ็บท้องทั้งแม่และลูก ผักที่แนะนำให้กิน ได้แก่ ปลีกล้วย ผักตำลึง ขนุนอ่อน บัวบก ไพล เพราะจะช่วยให้น้ำนมมาก และไพลช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ข้อปฏิบัตินี้ได้มีการปฏิบัติสืบต่อกันมานาน และถ่ายทอดมาให้ลูกหลาน แต่การที่จะปฏิบัติตัวอย่างไรหรือไม่นั้น อาจจะพบได้น้อยลงไปบ้างแล้ว เพราะปัจจุบันระบบการคลอดจากสถานบริการของรัฐมุ่งใช้ยาบำรุงและอาหารหลัก 5 หมู่ อย่างไรก็ดีแกงเลียงจึงเป็นอาหารยอดฮิตสำหรับคนหลังคลอดเพราะประกอบด้วยผักที่แนะนำมาเกือบครบถ้วน 3. ผู้มีคาถาอาคม กลุ่มบุคคลเหล่านี้จะมีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการกินอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นข้อห้าม โดยจะมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังว่า พืช ผัก เหล่านี้จะทำให้คาถาเสื่อมลง พืช ผัก ที่ห้ามกินคือ มะขามป้อมอันเป็นพืชที่อยู่ในตำนานเรื่อง ทรพี ทรพา จากตำนานนี้ได้ถูกนำมาเป็นข้อห้ามของคนที่มีคาถาที่จะไม่กินมะขามป้อม ในขณะเดียวกันจะนิยมใช้ส้มป่อยมาใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น การล้าง เสนียดจัญไร การนำมาใช้สระหัว เป็นต้น สำหรับผักที่ห้ามกินนั้น ได้แก่ น้ำเต้าฟักเขียว และโหระพา โดยถือว่าผักเหล่านี้กินแล้วทำให้อ่อนแรงลง คาถาอาคมเสื่อม ซึ่งหมอคนเมืองคนหนึ่งเล่าว่า “น้ำเต้าเป็นของเย็น กินแล้วคาถาจะเสื่อมไม่ขึ้นมันแพ้กันฟักเขียวกินแล้วจะอ่อนแรง ช้างที่ตกมันเอาฟักหัวเขียวโยนให้กินจะอ่อนกำลังลงได้”  นอกจากข้อห้ามเหล่านี้แล้ว คนเหล่านี้จะไม่กินอาหารในงานศพ นอกจากนี้จะเป็นเวลาหลังจากเผาศพเสร็จแล้วถึงกินได้ โดยถือว่ากินของผี ผีจะข่มเอาได้ ความเชื่อนี้ยังมีอยู่เพราะกลุ่มหมอพื้นบ้านต่างๆ ยังคงยึดมั่นกับความเชื่อเหล่านี้จริงๆ สำหรับคนทั่วไปการจะเลือกกินผักหรือไม่ คงไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อร่างกายมากนักมีแต่ประโยชน์ทั้งนั้นแหละ เพราะผักย่อยง่ายดูดซึมง่ายทำให้ไม่อ้วน และยังช่วยให้ระบบย่อยของเราทำงานได้ปกติอีกต่างหาก ยกเว้นคุณจะอยู่ในกลุ่มดังที่กล่าวมาก็คงต้องระวัง และปฏิบัติตามเพื่อสุขภาพและความสบายใจของตัวเราและคนรอบข้าง ทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ :) ติดตามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com

ส่อแววรักข่ม! ไนกี้ สุดเคือง โรนัลโด้ ผลิตถุงเท้าบอลขาย
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ /  ถุงเท้าฟุตบอล / 

เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาแล้วสำหรับความไม่รู้เท่าถึงการณ์ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดแข้งจอมสับของ เรอัล มาดริด ที่ถูก ไนกี้ ออกมาตำหนิแบรนด์เสื้อผ้าของแข้งชาวโปรตุเกสที่ห้าวออกโปรดัก ถุงเท้าฟุตบอล ออกมาชนกับ ไนกี้ ภายในยี่ห้อ CR7 ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือลูกรักของ ไนกี้ เพราะเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับ ไนกี้ มาอย่างยาวนาน แต่ไหนได้ โรนัลโด้ ที่เพิ่งเปิดตัวแบรนด์สินค้าของตัวเองได้ราวๆ 2 ปี กับวออกโปรดัก ถุงเท้าฟุตบอล มาชนกับ ไนกี้ ซะอย่างงั้น ทั้งที่ก่อนหน้าไลน์การผลิตมีเพียง เกางเกงชั้นในและเสื้อผ้าทั่วของผู้ชายเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้ ไนกี้ จะถอด โรนัลโด้ ออกจกาการเป็นพรีเซนเตอร์ที่มียาวนาน หรือ โรนัลโด้ จะยุติไลน์การผลิตโปรดักถุงเท้ากีฬา CR7 ของเค้าเอง ทั้งนี้ โรนัลโด้ จะได้ค่าสปอนเซอร์ชิฟจาก ไนกี้ ปีละ 5.5 ล้านปอนด์

รวมพฤติกรรมที่ทำให้คู่รักเลิกกันมากที่สุด
คู่รักเลิกกัน /  สาเหตุการเลิก / 

เพราะสาเหตุใด ความรักของเราถึงไปไม่ถึงฝั่งฝัน ถ้ายังคิดไม่ออก ก็ลองมาดูพฤติกรรมเหล่านี้กัน เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ คู่รักเลิกกัน มากที่สุด หลายคนคงสงสัยกันว่า เพราะสาเหตุใดทำไม ความรัก ของเราถึงไปไม่ถึงฝั่งฝัน เป็นเหตุให้เราต้องเลิกรากันก่อน จะเป็นความผิดที่เขาหรือที่เรากันแน่ เพราะฉะเราจึงต้องพยายามมองย้อนกลับไปในขณะที่คบกันอยู่ว่าเราทำอะไรผิดหรือเปล่า ถ้ายังคิดไม่ออก ก็ลองมาดูพฤติกรรมเหล่านี้กัน ว่ามีอยู่ในตัวเราหรือเปล่า เพราะพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ คู่รักเลิกกัน มากที่สุด เอาแต่ใจ ตัวเอง เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะ เอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองค่ะ บางคนคิดว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง น้อย แต่ความจริงแล้วมากเนี่ย ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย ทำตัวเป็นเจ้าของ มากเกินไป การที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่า คุณกับเขาเป็นแฟนกันเนี่ย ก็ไม่ใช่เรื่อง แปลก เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขา ในลักษณะที่เป็นเงา ตามตัวกันเลย เช่น ไปไหนไปด้วย ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลา ส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเป็นปัญหาได้เหมือนกัน หึง แบบไร้ขีดจำกัด คงจะห้ามกันได้ยาก เรื่องความหึงเนี่ย แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างนะ ไม่ใช่ว่าเพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้น คงจะไม่ไหว บางคนเข้าขั้นโทเช็คตลอด เวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมาก บอกเลิกทุกครั้ง ที่ทะเลาะ ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า จริงๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้เขามาง้อเท่า นั้น ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นค่ะ แต่หลังๆ ล่ะก็ เอ้า.. อยากเลิกดีนัก เลิกเลยดีกว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่า ไปเจ๊าะแจ๊ะ กับคนอื่น ถือได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง บางครั้งอาจทำ เพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ เป็นการคอนเฟิร์มว่าคุณเองก็มีค่า สำหรับพวกเขา แต่ต้องระวังนะคะ เพราะมองอีกมุมคือคุณไม่แคร์ความรู้สึกของ เขาเลย และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันไปทำไม อีกกรณีหนึ่งที่หึงหรือชายไปชอบเพื่อนของฝ่ายหนึ่ง นอกจากจะทำให้มิตรภาพระหว่างเพื่อนแตกสะบั้นแล้ว คนอื่นจะมองคุณเป็นคนไม่ดีเอามาก ๆ ด้วย ข้อนี้ต้องคิดให้ดี เชื่อเพื่อน มากเกินไป บางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะ เพราะจากที่ เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ก็กลับกลายเป็นว่า คุณไปตัวติดกับแฟนแทน หรืออาจจะด้วยความหวังดีมากเกินไป ก็เลยคิดแทนคุณไปหมด ว่าแฟนคุณดีพอ สำหรับคุณหรือเปล่า โกรธแล้ว ไม่พูดด้วย เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่รัก เลิก รากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ อาการแบบนี้จะทำให้อีกฝ่าย รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความเข้าใจผิด แล้วไม่พูด กัน ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้ นัดแล้ว ไม่เป็นนัด การเลื่อนนัด ประเภทเลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือว่ามาเลทแบบนัดเช้ามาบ่าย นัดบ่ายมาเย็น อาการแบบนี้เนี่ย บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา เลิก รอตลอดไปเลยก็มีนะ พูดจาข่มกัน ต่อหน้าคนอื่น อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป อาจจะเกิดการทะเลาะกันได้ ซึ่งเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้ โกหก บางคนโกหกเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่เป็นไร แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้ น้อยคนนัก ถึงจะยอมเข้าใจ ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail

คนกลาง (The Middleman) - พาร์ท เคียราน
kamikaze /  Part Kieran / 

ส่งซิงเกิ้ลแรกในชีวิตเพลง คนกลาง ออกมาระบายความเจ็บปวดของอารมณ์คนแอบรักจนโดนใจใครหลายคนไปแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่มอาร์แอนด์บี พาร์ท-เคียราน  ชัยธัช ชีวมงคล จากค่ายกามิกาเซ่ ซึ่งแค่ปล่อยเพลงทางยูทูปเพียงสัปดาห์เดียวก็ทำให้ยอดวิวพุ่งกว่าสองแสนเลยทีเดียว งานนี้ไม่รอช้ารีบปล่อยเอ็มวีตามมาให้ได้ติดตามกันแล้ว V1 ไม่มีเวลาหรอกนะ ถ้าจะมาคุยเรื่องเขา อยากจะคืนดีก็คุยกับเขาเอง V2 ช่วยพวกเธอเคลียร์กี่ครั้ง ให้เข้าใจกันกี่หน แต่สุดท้ายคนสับสนคือฉันเอง Pre ชอบพูดแบบนี้ให้ไม่คิดได้ยังไง เหมือนให้ความหวังโดยที่เธอไม่ตั้งใจ ทำเป็นจะไป แต่สุดท้ายก็คืนดี Hook เจ็บที่คนกลาง ก็เจ็บที่มันต้องวางตัว ต้องข่มหัวใจที่เต้นรัว ไม่ให้เธอรู้ ที่จริงฉันรักเธอแค่ไหน คนกลาง คนนี้ที่เธอแค่วางใจ จะเปลี่ยนที่ยืนบ้างได้ไหม ขอแทนที่เขา เพียงสักครั้ง ขอให้ฉัน ดูแลเธอ V3 ตอนที่เธอดีกับเขา ก็แทบจะทำใจไม่ไหว เธอไม่สงสัยก็เลยไม่รู้ตัว -------------------------------------------------------------- Written : Postcard Composed & Arranged : Narongsak Sribandasakwatcharakorn (AFU) Music : DOGFATHER Executive Producer : Narongsak Sribandasakwatcharakorn (AFU), Thanee Wongniwatkajorn Producer : Narongsak Sribandasakwatcharakorn (AFU) Lyric Producer : Thanee Wongniwatkajorn Vocal Director/ Audio Editor : AFU

กรุ๊ปเลือด กับทุกความสัมพันธ์ เรื่องของความรัก !
กรุ๊ปเลือด /  กรุ๊ปเลือดกับความรัก / 

กรุ๊ปเลือด กับเรื่องของความรัก ทำไมถึงเกี่ยวข้องกันได้ และ กรุ๊ปเลือด แต่ละกรุ๊ป บอกเรื่องราวใน หัวใจ เป็นอย่างไรบ้าง คุณไม่ควรพลาด เพราะถ้าคุณพลาด คุณจะคุยกับเขา ไม่รู้เรื่อง!!! คำนี้คุ้นๆ อิอิ เอาเป็นว่าลองไปอ่านกันดู เพราะ Horoscope.Mthai.com นำมาฝากกันแล้ว กรุ๊ปเลือดเอ (A) ความมีเสน่ห์อย่างหนึ่งของกรุ๊ปเอ คือเป็นคนที่เอาใจเก่ง ชอบตามใจคนอื่น และด้วยความที่เป็นอ่อนไหวคิดมากในทุกๆเรื่อง เวลาที่โกรธก็จะจำฝังใจ ประมาณว่าใครทำให้ฉันเจ็บ ฉันขอจำไปจนตาย แค้นฝังหุ่นกันทีเดียว จะหายโกรธได้ก็ต้องใช้เวลานาน  เวลามีความรักก็กล้าๆกลัวๆ ไม่กล้าเข้าไปบอกคนที่ชอบ แต่ถ้ารักแล้วจะทุ่มเทให้หมดใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนรัก  พวกเขาจะให้ความสำคัญและแคร์ความรู้สึกของคนที่อยู่รอบตัวเสมอ กรุ๊ปเลือดบี (B) เรื่องความรัก กรุ๊ปบีจะจริงจังมากถ้าปักใจรักใครแล้วก็แน่วแน่ที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด กรุ๊ปเลือดโอ (O) เรื่องความรักชาวกรุ๊ปโอเป็นคนจริงจังมาก และบางครั้งก็ชอบคิดเข้าข้างตัวเอง ทำให้ไม่ได้คิดก่อนที่จะเปิดเผยความรู้สึก  เพราะเมื่อชอบหรือถูกใจใครแล้วก็จะรีบบอก จึงมักจะผิดหวังในความรักอยู่เสมอ ออกแนวรักเขาข้างเดียวคิดเองเออเอง เจ็บเอง  แต่ก็ไม่ค่อยเก็บมาคิดประมาณว่าปลงตก กรุ๊ปเลือดเอบี (AB) ในเรื่องความรักจะมั่นใจในตัวเองสูง คิดว่าตัวเองดูดีมีเสน่ห์อยู่แล้วเลยชอบอยู่นิ่งๆเพราะคิดว่าถ้าจะมีเดี๋ยวมันก็มาเอง ไม่ค่อยจริงจังกับความรักเท่าไหร่นัก คบใครจึงไม่ยาวนาน มาต่อกันที่ความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักกันค่ะ กรุ๊ปเลือด เอ กับ เอ รักกลมเกลียวของคนกรุ๊ปเลือด เอ  คนที่มีเลือดกรุ๊ป เอ เหมือนกันนั้น หากจะคบหาเป็นสหายกันแล้ว ความสัมพันธ์มักจะเป็นไปในลักษณะปิดมากกว่าเปิด (เผย) แต่ก็แน่นแฟ้นจริงจัง ถึงคราวพบอุปสรรคก็มักไว้วางใจ หันหน้าเข้าปรึกษาหารือกัน ดังนั้น ถ้าพบเพื่อนคู่หูคู่ใดที่ต่างก็มีกรุ๊ปเลือด เอ เหมือนกันแล้วจะเห็นได้ว่าทั้งสองรักใคร่กลมเกลียว เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันดี แต่ในขณะเดียวกัน ตำราท่านก็ได้ตักเตือน เพื่อนรักที่ต่างมีเลือดกรุ๊ป เอ เหมือนกันว่าอย่าได้วู่วามหุนหันพลันแล่น เที่ยวระบายอารมณ์ค้างหรืออารมณ์แค้นของตนใส่เพื่อนเป็นอันขาด เพราะเพื่อนเราก็มีนิสัยขี้โมโหพอ ๆ กับเรานั่นแหละ ฉะนั้น หากจะมีเพื่อนกรุ๊ปเลือดเดียวกันก็ต้องหัดระงับอารมณ์ไว้ให้มาก ๆ กรุ๊ปเลือด เอ กับ บี กรุ๊ปเลือด เอ บวก กรุ๊ปเลือด บี เท่ากับ คู่สร้างคู่สม  คนกรุ๊ปเลือด เอ เป็นคนรักสงบ ชอบอยู่กับบ้านกับช่อง ในขณะที่คนกรุ๊ปเลือดบี ชอบชีวิตหวือหวาไม่ซ้ำซากจำเจ ดังนั้น นิสัยของคนคู่นี้จึงตรงกันข้ามเลยทีเดียว แต่ยังเคราะห์ดีที่คนกรุ๊ปเลือด บี นั้นถึงจะอวดดีทรนงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใจน้อยคิดมากหรือโวยวายกับปัญหาจุกจิก ดังนั้นจึงไปด้วยกันได้กับคนกรุ๊ปเลือด เอ ที่มีนิสัยอ่อนโยน ละเอียดรอบคอบ เพราะมันก็คล้ายกับว่าคนหนึ่งเป็นหิน คนหนึ่งเป็นซีเมนต์ เมื่อรวมเข้าด้วยกันถึงจะมีแข็งบ้างนิ่มบ้าง แต่พอแห้งแล้วมันก็คอนกรีตชั้นดีนี่เอง ปรกติคนกรุ๊ปเลือด เอ จะเป็นคนใจดีมีเมตตา ไม่เคยคิดอกุศลกับใคร ฉะนั้น หากได้คนที่มีจิตใจเข้มแข็งอย่างคนกรุ๊ปเลือด บี มาเป็นผู้นำ ชีวิตก็จะสุขสมสโมสร รักกันไปจนแก่จนเฒ่าเลยทีเดียว กรุ๊ปเลือด เอ กับ โอ เอ กับ โอ ถ้าจะรักต้องลืมคำว่า "ตามใจ" เลือดกรุ๊ป เอ เป็นเลือดของคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง ส่วนคนเลือดกรุ๊ป โอ นั้นก็ไม่ค่อยจะแคร์กับความคิดของใครนัก เพราะฉะนั้น ถ้ารักจะคบหาสมาคมกันแล้ว คนทั้งสองควรต้องพยายามปรับตัวปรับนิสัยให้อยู่ในคลื่นความถี่เดียวกันเข้า ไว้ มิฉะนั้น ต่อให้เคาะจนนิ้วหัก อีกฝ่ายก็รับสัญญาณที่ท่านส่งไปไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ  บุคคลที่มีเลือดกรุ๊ป เอ มักมีความคิดที่เป็นของตนเอง เชื่อเสมอว่าตัวเองถูก ส่วนคนที่มีเลือดกรุ๊ป โอ ก็จัดว่าเป็นคนประเภทสุขุมเยือกเย็น เพราะฉะนั้น ถ้าจะมาร่วมงานหรือร่วมชีวิตกัน โอกาสที่จะไปให้ถึงจุดหมายปลายทางนั้น ก็เรียกได้ว่าพอมองเห็นใส ๆ อยู่ เพราะคนที่มีเลือดกรุ๊ป โอ เป็นคนละเอียดถี่ถ้วน ในขณะที่คนมีกรุ๊ปเลือด เอ ไม่ค่อยจะคิดเล็กคิดน้อย จะทำการสิ่งใดก็ตรงไปตรงมา ดังนั้น ความรอบคอบของคนกรุ๊ปเลือด โอ จึงช่วยป้องกันความผิดพลาดของคนกรุ๊ปเลือด เอ ได้อย่างพอเหมาะ ทีนี้ เมื่อปิดประตูความผิดพลาดเสียแล้ว ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล จริงไหม  แต่ว่า คนกรุ๊ปเลือด โอ เป็นคนประเภทไม่ค่อยยอมเสียเปรียบใคร โดยเฉพาะเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เรียกว่าทุกบาททุกสตางค์ต้องออกยอดแสดงบัญชีกันเชียวหล่ะส่วนคนกรุ๊ปเลือด เอ นั่นเล่า กลับเป็นคนใช้เงินเป็นเบี้ย จับจ่ายซื้อข้าวของโดยไม่ยั้งคิด ดังนั้น หากไม่สามารถปรับตัวปรับนิสัยในเรื่องนี้ให้สมดุลกันละก็ ความแตกแยกก็เห็นจะอยุ่แค่เอื้อมนั่นเอง  นอกจากเรื่องเงินเรื่องทองแล้ว บุคคลที่สามก็เป็นอันตรายสำหรับคนคู่นี้เช่นกัน เพราะถ้าหูเบาเชื่อคำยุแหย่ สัมพันธภาพก็อาจพังทลายเอาง่าย ๆ แต่ถ้าคนทั้งสองกรุ๊ปเลือดนี้ สามารถปรับตัวปรับใจในเรื่องที่กล่าวมาข้างต้นได้ทั้งหมด ก็เชื่อว่าคนทั้งสองจะสามารถไปด้วยกันได้อย่างสวยงามทีเดียว กรุ๊ปเลือด เอ กับ เอบี ถ้า เอบี ใจแคบ เอ ก็ต้องใจกว้างเข้าไว้  นิสัยที่ไม่สู้จะน่ารักของคนกรุ๊ปเลือด เอบี ก็คือค่อนข้างใจแคบ กระแนะกระแหนคนเก่ง แต่ยังดีที่คนกรุ๊ปเลือด เอ เป็นคนที่พอใจในสิ่งง่าย ๆ ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น แถมยังมีนิสัยอ่อนโยน เพราะฉะนั้น บางครั้งบางคราว คนเลือดกรุ๊ป เอ จึงพอใจเสียด้วยซ้ำที่ได้ผู้นำอย่างคนกรุ๊ปเลือด เอบี เพราะทำให้รู้สึกว่ายังมีคนยอมออกหน้าแทนในความเจ็บแค้นของตน และเมื่อเกิดความพอใจในสิ่งที่ตนมี ตนได้แล้ว ความสุขสมหวังก็จะตามมาเอง  แต่มีข้อควรระวังอยู่ว่า คนกรุ๊ปเลือด เอ ควรหลีกเลี่ยงการตั้งคำถามประเภทขวานผ่าซากหรือวิจารณ์ใครอย่างตรงไปตรงมา เพราะโบราณท่านว่า พูดดีเป็นศรีแก่ปาก แต่ถ้าพูดไม่ดีปากจะมีสี ดังนั้น คำพูดที่ล่วงเกินใครง่าย ๆ นั้น จึงไม่ควรพูดพล่อย ๆ ส่วนคนเลือดกรุ๊ป เอบี นั้นก็ควรหัดระงับจิตใจ อย่าถากถางใครบ่อยนัก รู้จักมีความเกรงใจบ้าง ชีวิตจึงจะราบรื่นไปได้ตลอดรอดฝั่ง  ปรกติคนกรุ๊ปเลือด เอ จะไม่ค่อยวางใจหรือเชื่อมั่นในเพื่อนต่างเพศเท่าใดนัก ในขณะที่คนกรุ๊ปเลือด เอบี กลับเชื่อใจคนง่าย โดยเฉพาะกับคนที่แสดงความเชื่อถือเขาก่อน เขาก็จะตอบแทนด้วยความไว้วางใจเป็นสิบเท่าเลยทีเดียว ฉะนั้น คนทั้งคู่จึงควรปรับตัวในเรื่องนี้ให้ตรงกันด้วย ไม่เช่นนั้น วันหน้าจะต้องมีเรื่องทะเลาะกันเพราะบุคคลที่สามเป็นแน่ กรุ๊ปเลือด บี กับ บี หัวใจตรงกัน เพราะเลือดเราเป็นกรุ๊ป บี เหมือนกัน  ถ้าหากอุปนิสัยต้องกันแล้ว คนกรุ๊ปเลือด บี สองคนจะเข้ากันได้อย่างรวดเร็วและสนิทสนม ทั้งนี้อาจเป็นเพราะในกายของคนทั้งสอง มีเลือดกรุ๊ปเดียวกันหมุนเวียนอยู่ก็ได้ ทีนี้เมื่อคนที่มีเลือดกรุ๊ป บี สองคนได้มาจับคู่กันแล้ว ก็เชื่อว่าเขาทั้งสองจะจูงมือกัน ฝ่าฟันอุปสรรคอย่างไม่ย่อท้อ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่า คนคู่นี้นิสัยออกจะร้อนแรง จนบางครั้งก็เข้ากับคนรอบข้างไม่ได้ อย่างเช่น เวลาทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่ คนกรุ๊ปเลือด บี จะพาตัวเองแตกกลุ่มไปทำกันเองสองคน โดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น  แต่ข้อดีของคนกรุ๊ปเลือด บี ก็ยังมีอยู่ คือพวกเขาจะเป็นคนทำงานเก่ง รู้จักวางแผนอย่างมีขั้นตอน ผลงานมีประสิทธิภาพ สามารถเป็นผู้บริหารที่ดีได้ ดังนั้น คนกรุ๊ปเลือดนี้จึงมักประสบความสำเร็จ มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานเสมอ  แต่ข้อเสียของคนกรุ๊ปเลือด บี ก็มีเหมือนกัน คืออารมณ์อ่อนไหว ใจคอไม่หนักแน่นพอ เดี๋ยวอย่างนี้เดี๋ยวอย่างโน้น, ถ้าเกิดสร้างครอบครัวร่วมกัน ทั้งคู่จะต้องมีความอดทน มิฉะนั้นชีวิตคู่จะไม่ค่อยมีความสุขนัก และเมื่อประกอบกับนิสัยของคนกรุ๊ปเลือด บี นี้เป็นคนใจกว้าง ใช้เงินเก่ง ไม่รู้จักเก็บออม ดังนั้น เรื่องฐานะการเงินก็อาจเป็นอีกปัญหาหนึ่งของคู่สามีและภรรยาที่ต่างก็มี เลือดกรุ๊ป บี เหมือนกัน กรุ๊ปเลือด บี กับ โอ บี และ โอ จะไปได้สวย ถ้าเชื่อใจกันเสียอย่าง  ผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป บี เป็นคนที่มีความทระนงในตนเอง รักเกียรติและชื่อเสียง จะทำสิ่งใดก็ระมัดระวัง ไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลได้ ในขณะที่คนกรุ๊ปเลือด โอ ก็ไม่ชอบเพ้อฝัน จริงจังต่อชีวิต ดังนั้น หากทั้งสองจับคู่เป็นคนรักกันแล้ว ก็จัดว่าเป็นคู่สร้างคู่สมเช่นกัน แต่ทั้งนี้มีข้อแม้อยู่ว่าคนกรุ๊ปเลือด บี จะต้องมีความจริงใจ มอบกายมอบใจให้กับคนกรุ๊ปเลือด โอ ด้วยความศรัทธา ให้คนกรุ๊ปเลือด โอ เกิดความมั่นใจ แล้วความรักจึงจะสดใสซาบซ่า ไม่แพ้น้ำอัดลมบางยี่ห้อเชียวหละ แต่ต้องพึงระวังไว้อย่างหนึ่งว่า คนกรุ๊ปเลือด บี เป็นคนที่ไวต่อความรู้สึก และทนกับสิ่งที่ไม่สบอารมณ์ไม่ได้ จึงมักมีเรื่องบาดหมางหรือทะเลาะวิวาทกับผู้อื่นอยู่เสมอ ดังนั้น คนที่เป็นคู่ชีวิตของคนกรุ๊ปเลือด บี จึงควรเตรียมตัวเตรียมใจกับเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้าไว้บ้าง กรุ๊ปเลือด บี กับ เอบี บี กับ เอบี ชาตินี้อย่าพบกันแหละดี นิสัยเอาแน่ไม่ได้ของคนกรุ๊ปเลือด เอบี มันทำให้คนอื่นอึดอัดที่จะคบหาสมาคมด้วยยิ่งเมื่อมาเจอคนที่ตัดสินใจเฉียบ ขาด หรือรักจะทำต้องไม่มีคำว่าเสียใจอย่างคนกรุ๊ปเลือด บี เข้าด้วยแล้ว ผลเสียจึงมีมากกว่าผลดีหลายเท่า และถ้ายังดันทุรังจะอยู่ด้วยกันให้ได้ละก็ จงเตรียมตัวเตรียมใจไว้เถิดว่า มิช้ามินานต้องแยกทางกันแน่  อันคนกรุ๊ปเลือด บี นั้น ในอารมณ์จะเต็มไปด้วยความร้อนแรง แต่กลับต้องมาเจอกับคนกรุ๊ปเลือด เอบี ที่เยือกเย็นเสียจนเกือบจะกลายเป็นเลือดเย็น แล้วความสมดุลย์จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ดังนั้น ไม่ว่าคนทั้งสองจะเป็นคู่รัก หรือคู่อะไรก็ตาม เรื่องจะราบรื่นเหมือนทะเลยามสงบนั้น อย่าหวัง เพราะฉะนั้นถ้าคู่รักคู่ใดที่รู้ตัวว่าอยู่ในกรุ๊ปเลือดทั้งสองนี้ ก็จงปรับใจเสียแต่เนิ่น ๆ อย่าให้ต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่ากันได้ในภายหลัง กรุ๊ปเลือด โอ กับ โอ เลือดกรุ๊ป โอ มิใช่จะคุยโอ่เสมอไป  นิสัยเสียของคนกรุ๊ปเลือด โอ ก็มีอยู่ว่า ชอบยึดมั่นในความคิดเห็นของตนเองมากเกินไป ชื่นชมกับความรู้ความสามารถของตน จนบางครั้งก็มองข้ามความสำคัญของคนอื่นเอาง่าย ๆ ดังนั้นเมื่อคนที่มีนิสัยเหมือนกันต้องมาพบปะร่วมงานกัน ถ้าหากต่างก็ไม่รู้จัก "ติดเบรค" ตัวเองละก็ มีหวังได้เห็นการประสานงากันแน่ แล้วเผลอ ๆ อาจต้องกลายเป็นศัตรูคู่แค้นกันก็ได้ แต่ก็ยังดีที่ตำราท่านบอกไว้ว่า ถ้าคนในเลือดกรุ๊ป โอ สามารถปรับตัวปรับใจจนสร้างครอบครัวร่วมกันได้ทั้งคู่ ก็จะเอาใจใส่อบรมบุตรหลานให้เป็นคนดี มีความรัก ความผูกพันธ์ต่อชีวิตครอบครัวที่ดี ในขณะที่หญิงเลือดกรุ๊ป โอ มีลักษณะของแม่ศรีเรือนเช่นกัน และเมื่อคนที่มีกรุ๊ปเลือด โอ สองคนตัดสินใจแน่วแน่ที่จะผูกรักสมัครใจรักใคร่ จูงมือฝ่าอุปสรรคด้วยกันแล้ว ก็ขอให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า อย่าถือทิฐิหรือดื้อรั้นในความคิดของตนเองมากนัก ฟังความเห็นของอีกฝ่ายหนึ่งบ้าง ความรักความสัมพันธ์ก็จะแนบแน่นยืนยาวจนได้ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร กรุ๊ปเลือด โอ กับ เอบี โอ กับ เอบี จะไปได้สวย ถ้าเข้าใจกัน คนที่มีเลือดกรุ๊ป เอบี บางครั้งก็เก่งกาจขนาดเข้าทำเนียบอัจฉริยะกับเขาได้ ยิ่งถ้ามาจับคู่กับคนที่จริงจังต่อชีวิตอย่างคนเลือดกรุ๊ป โอ ด้วยละก็ ชีวิตก็จะเจริญก้าวหน้าสมใจปรารถนา แต่ต้องมีข้อแม้นะว่า ชายกรุ๊ปเลือด โอ จะต้องเข้าใจและให้อภัยในความเย่อหยิ่งอวดดีของเธอ นั่นแหละคนทั้งสองถึงจะอยู่กินกันได้ยืด  นอกจากนี้ในบางโอกาสคนเลือดกรุ๊ป เอบี ก็เป็นคนประเภทกล้าพูดกล้าทำ ถือคติ "ด้านได้อายอด" ธุรกิจการงานของเขาจึงประสบความสำเร็จทันตาเห็น โดยมีหญิงกรุ๊ปเลือด โอ เป็นผู้ช่วยชั้นดี ที่คอยให้กำลังใจและคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ทำให้ชีวิตการงานและชีวิตสมรสราบรื่นยืนยาวไปได้โดยตลอด กรุ๊ปเลือด เอบี กับ เอบี เส้นประสาทจะระเบิด เมื่อ เอบี ประสานกัน  ยามที่คนมีกรุ๊ปเลือด เอบี สองคนต้องมาอยู่ร่วมกัน ส่วนที่น่าสงสารที่สุดในร่างกายเห็นจะได้แก่ เส้นประสาทของคนทั้งสองนั่นเอง เพราะจะต้องทำงานอย่างหนักด้วยความตึงเครียด ไม่มีเวลาพักผ่อน สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะลำพังคนกรุ๊ปเลือด เอบี คนเดียว ก็น่าปวดหัวพออยู่แล้ว โดยเฉพาะนิสัยชอบอวดดี ยกตนข่มท่าน ทำให้ผู้พบเห็นหมั่นไส้แกมรำคาญ แล้วนี่คนขี้โอ่กับคนขี้โอ่ต้องมาพบกัน ความร้ายแรงจะขนาดไหน ก็คิดกันเองเถิด  แล้วยิ่งถ้าผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาต่างมีเลือด เอบี วิ่งวนอยู่ในกายเหมือนกันละก็ เชื่อได้เลยว่าจะต้องมีเรื่องขัดแย้งสามเวลาก่อนอาหารแน่ ทั้งนี้ก็เพราะต่างก็ไม่เข้าใจกัน และเมื่อปั่นเกลียวเข้าหากันบ่อย ๆ เส้นประสาทก็เลยตึงเครียดจนพูดกันไม่รู้เรื่อง ฉะนั้น ถ้าคนกรุ๊ปเลือด เอบี คิดจะรักชอบเป็นคู่ชีวิตกันแล้ว จะต้องไม่วู่วาม ไม่พูดจากวนอารมณ์อีกฝ่ายหนึ่งให้โมโห ต้องสุขุมเยือกเย็นเข้าไว้ ความสัมพันธ์ถึงจะยืดยาว และประสบความสุขความสำเร็จในบั้นปลายได้  ติดตามอ่านดวงอื่นเพิ่มเติมได้ที่ : Horoscope.mthai.com ที่มาจาก : http://www.mahamongkol.com/content/index.php?category=40

9คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
5ธันวาคม /  วันพ่อ / 

เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม นี้เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เอ็มไทยนิวส์ขอน้อมนำ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งพระบรมราโชวาทที่คัดเลือกมานี้สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและแก้ไขปัญหาการทำงานได้ด้วย 1.คนดี "ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้" (พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี 11 ธันวาคม 2512) 2.อนาคตทำนายได้ "ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดที่เป็นอยู่แก่เราในวันนี้ ย่อมมีต้นเรื่องมาก่อน ต้นเรื่องนั้นคือ เหตุ สิ่งที่ได้รับคือ ผล และผลที่ท่านมีความรู้อยู่ขณะนี้ จะเป็นเหตุให้เกิดผลอย่างอื่นต่อไปอีก คือ ทำให้สามารถใช้ความรู้ที่มีอยู่ทำงานที่ต้องการได้ แล้วการทำงานของท่าน ก็จะเป็นเหตุให้เกิดผลอื่นๆ ต่อเนื่องกันไปอีก ไม่หยุดยั้ง ดังนั้นที่พูดกันว่า ให้พิจารณาเหตุผลให้ดีนั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้พิจารณาการกระทำหรือกรรมของตนให้ดีนั่นเอง คนเราโดยมากมักนึกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรเราทราบไม่ได้แต่ที่จริงเราย่อมจะทราบได้บ้างเหมือนกัน เพราอนาคต ก็คือ ผลของการกระทำในปัจจุบัน" (พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 8 กรกฎาคม 2519) 3.ความดี "การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็ซโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลัง ในการสร้างเสริมและสะสมความดี" (พระบรมราโชวาทพระราชทาน แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สวนอัมพร 14 สิงหาคม 2525) 4.การทำงาน "เมื่อมีโอกาสและมีงานทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้ หรือเงื่อนไขอันใด ไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใด ย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยัน และ ความซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" (พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา 8 กรกฎาคม 2530) 5.คุณธรรมของคน "ประการแรก คือ ความซื่อสัตย์ ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจฝึกใจตนเอง ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัตย์ความดีนั้น ประการที่สาม คือ การอดทน อดกลั้น และอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัตย์สุจริต ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมคุณธรรมสี่ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงาม จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุขความร่มเย็นและมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อไป" (พระบรมราโชวาท ในพิธีบรวงสรวง สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า 5 เมษายน 2535) 6.ความเพียร "ความเพียรที่ถูกต้องเป็นธรรม และพึงประสงค์นั้นคือความเพียรที่จะกำจัดความเสื่อมให้หมดไป และระวังป้องกันมิให้เกิดขึ้นใหม่ อย่างหนึ่ง กับความเพียรที่จะสร้างสรรค์ความดีงาม ให้บังเกิดขึ้นและระวังรักษามิให้เสื่อมสิ้นไป อย่างหนึ่ง ความเพียรทั้งสองประการนี้ เป็นอุปการะอย่างสำคัญ ต่อการปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน ถ้าทุกคนในชาติจะได้ตั้งตนตั้งใจอยู่ในความเพียรดังกล่าว ประโยชน์และความสุขก็จะบังเกิดขึ้นพร้อม ทั้งแก่ส่วนตัวและส่วนรวม" (พระราชดำรัสพระราชทานในพิธีกาญจนาภิเษก ทรงครองราชย์ ครบ 50 ปี พ.ศ.2539) 7.แก้ปัญหาด้วยปัญญา "ปัญหาทุกอย่างไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มีทางแก้ไขได้ ถ้ารู้จักคิดให้ดี ปฏิบัติให้ถูก การคิดได้ดีนั้น มิใช่การคิดได้ด้วยลูกคิด หรือด้วยสมองกล เพราะโลกเราในปัจจุบันจะวิวัฒนาการไปมากเพียงใดก็ตาม ก็ยังไมมีเครื่องมืออันวิเศษชนิดใด สามารถขบคิดแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ การขบคิดวินิจฉัยปัญหา จึงต้องใช้สติปัญญา คือคิดด้วยสติรู้ตัวอยู่เสมอ เพื่อหยุดยั้งและป้องกันความประมาทผิดพลาด และอคติต่างๆมิให้เกิดขึ้น ช่วยให้การใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างเที่ยงตรง ทำให้เห็นเหตุเห็นผลที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นกระบวนการได้กระจ่างชัด ทุกขั้นตอน" (พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 สิงหาคม 2539) 8. คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ "คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้" (พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521) 9.พูดจริง ทำจริง  "ผู้หนักแน่นในสัจจะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญ จากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม" (พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 10 กรกฎาคม 2540) MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ oknation

สคริปต์พิธีการ เรื่องง่ายที่ไม่น่าพลาด
พิธีกรงานแต่งงาน /  สคริปต์งานแต่งงาน / 

สคริปต์พิธีการ เรื่องง่ายที่ไม่น่าพลาด เริ่มจาก จำนวนของพิธีกร ผมแนะนำว่าควรจะมีพิธีกร 1 คน เท่านั้น ชายหรือหญิงก็ได้ ผมไม่ค่อยเห็นพิธีกร 2 คน งานแต่งงานไม่ใช่เกมโชว์ พิธีกรมีหน้าที่ลำดับพิธีการและขั้นตอนเท่านั้น ซึ่งพิธีการในงานเลี้ยงฉลองแต่งงานนั้นไม่มีมาก อย่างมากก็พูด 5- 6 ประโยค ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ 2 ถ้าใช้ 2 คน บางทีพิธีกรจะพูดเยอะเกินทำให้ภาพดูไม่ดี และอย่าลืมว่าโดยธรรมชาติแล้ว ถึงแม้พิธีกรจะตื่นเต้นแต่ก็มีสคริปต์ คนที่แย่กว่าบนเวทีตอนนั้นคือเจ้าบ่าวและเจ้าสาวครับ ตื่นเต้นนั้นธรรมดาอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรก่อนหลังดี บางคู่ก็นิ่งอยู่นานกว่าจะพูดออก เพราะนั้นอย่าให้พิธีกรมาแย่งซีนไปจากเราด้วยการพูดมากกว่าหรือข่มเราด้วยจำนวนที่เท่ากัน ถ้าพิธีกรมีหนึ่ง เรามีสอง ยังไงก็ดูเด่นกว่า แม้จะพูดติดขัดอยู้บ้างก็ไม่เป็นไร อีกอย่างที่ควรจะทำคือ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวนั้นเมื่อขึ้นเวทีแล้วให้ยืนคู่กันอยู่บนเวที ส่วนพิธีกรให้ยืนอยู่ด้านข้างใดข้างหนึ่ง ไม่ต้องเดินเข้ามาอยู่กับบ่าวสาว เพื่อให้ความสำคัญกับบ่าวสาวจริงๆ ถ้าจะเดินเข้าใกล้บ่าวสาวบ้าง ก็ทำได้หลังจากที่บ่าวสาวกล่าวขอบคุณแขกเรียบร้อยแล้ว และอาจมีการพูดคุยสัมภาษณ์กันเล็กน้อยก่อนตัดเค้ก ทีนี้มาว่ากันถึงลำดับขั้นตอน ปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ในงานแต่งงานจะมีการฉายพรีเซ็นเทชั่นกันเกือบทุกงาน ผมแนะนำให้ใช้ไฟในการเริ่มฉาย คือ หรี่ไฟลงจนกระทั้วไฟมืดสนิท ทิ้งไว้สัก 5 วินาที จากนั้นจึงเริ่มฉายพรีเซ็นเทชั่น ไม่แนะนำให้พิธีกรขึ้นไปพูดกล่าวต้อนรับและเชิญชวนแขกชมพรีเซ็นเทชั่น มี 2 เหตุคือ หนึ่ง ไม่ว่าจะในงานเลี้ยงแบบไหนก็แล้วแต่ (ค็อกเทลหรือโต๊ะจีน) ตอนที่พิธีกรขึ้นไปกล่าวต้อนรับนั้น แขกมักไม่รู้ตัวและไม่สนใจมองไปที่เวที บางทีพิธีกรกล่าวคำว่า “สวัสดีค่ะ/ครับ” อยู่สัก 3 – 4 แขกยังไม่รู้ตัวเลยด้วยเสียงของแขกในงานดังกว่า ข้อสอง ผมคิดว่าให้คู่บ่าวสาวขึ้นเวทีก่อนคนอื่นๆ ดีกว่า อย่าให้ใครขึ้นไปก่อน และเมื่อมีการฉายพรีเซ็นเทชั่นในงานระหว่างที่บ่าวสาวค่อยๆ เดินมาอยู่ใกล้เวทีหน่อย เมื่อพรีเซ็นเทชั่นจบก็ฉายไฟฟอลโลว์ไปที่บ่าวสาว และให้เดินขึ้นเวทีโดยไม่ต้องเปิดเพลงมันจะเยอะเกินไปครับ คุณมีเพลงในพรีเซ็นเทชั่นแล้วก็ควรจะทิ้งช่วงไว้สำหรับเพลงตัดเค้ก ซึ่งจะต้องเป็นเพลงที่เด่นที่สุด ถ้าคุณใช้เพลงตอนเดินเพิ่มเข้าไปอีก เชื่อผมเถอะครับ เพลงเค้กจะด้อยลง สำหรับงานที่ไม่ได้มีพรีเซ็นเทชั่น แนะนำให้พิธีกรใช้วิธีการเดียวกัน แต่อาจเปลี่ยนเป็นหรี่ไฟลงมืดสนิท ฟอลโลว์ไฟไปที่บ่าวสาวให้เดินขึ้นเวที โดยใช้เพลงหนึ่งเพลงสำหรับวอล์คอิน วิธีนี้จะไม่ทำให้พิธีกรเดินตามไปพร้อมกับประโยคที่ว่า “ขอเสียงปรบมือให้กับคู่บ่าวสาว ด้วยครับ/ค่ะ” เช่นเดียวกัน เมื่อบ่าวสาวเดินขึ้นเวทีและพิธีกรเดินตามขึ้นมาด้วยประโยคที่ว่า “ขอเสียงปรบมือต้อนรับให้กับคู่บ่าวสาวด้วยครับ/ค่ะ “ จุดที่จะยืนบนเวทีของคู่บ่าวสาวคือตรงกลางอย่างที่บอกไปตอนที่แล้ว ตรงนี้บ่าวสาวหลายคนจะเบลอหรืองง เพราะว่าตื่นเต้นหรือเดินมาไกลก็แล้วแต่ พิธีกร (หวังว่าจะไม่ตื่นเต้นตามไปด้วย) ต้องช่วยดูให้เรียบร้อย จากนั้นพิธีกรก็เริ่มดำเนินพิธีการต่อดังนี้ - กล่าวต้อนรับแขกที่มาในงานเช่น - กล่าวเชิญผู้ใหญ่ที่จะขึ้นมาอวยพรบ่าวสาวรวมถึงกล่าวขอบคุณเมื่อท่านอวยพรเสร็จแล้ว - กล่าวเชิญคู่บ่าวสาวกล่าวขอบคุณแขก - สัมภาษณ์ (ถ้ามี) - กล่าวเชิญบ่าวสาวตัดเค้ก ผมจะให้ประโยคอย่างเป็นทางการของแต่ละหัวข้อที่ว่ามานะครับถ้าใครไม่อยากให้ทางการมากก็ปรับใช้กันตามความเหมาะสมนะครับ กล่าวต้อนรับแขก “ขอต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมในงานเลี้ยงฉลองสมรสของคุณ........................... เจ้าบ่าวและเจ้าสาวในวันนี้” กล่าวเชิญผู้ใหญ่ “ขอกราบเรียนเชิญ .......................................บนเวทีเพื่อ (คล้องมาลัยถ้ามี) กล่าวอวยพรให้แก่คู่บ่าวสาวในวันนี้ ขอกราบเรียนเชิญครับ/ค่ะ” เมื่อผู้ใหญ่ท่านดังกล่าวเดินลงจากเวทีพิธีกรกล่าวขอบคุณ “ขอขอบคุณ............................................ มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ/ค่ะ” หากมีผู้ใหญ่ที่จะขึ้นมากล่าวอีกก็ทำซ้ำเหมือนเดิมครับ ตรงนี้ขอแนะนำคุณๆที่จะจัดงานทั้งหลายนะครับ ผู้ใหญ่ที่จะขึ้นกล่าวบนเวทีที่แจ๋วที่สุดเลยคือ 1 คนเท่านั้น ถ้าจำเป็นก็ 2 คนอย่างสูง อย่าให้มากกว่านี้ ลองนึกภาพพิธีกรพูดอย่างนี้สิครับ “ลำดับต่อไปขอกราบเรียนเชิญ ลำดับต่อไปขอกราบเรียนเชิญ ลำดับต่อไปขอกราบเรียนเชิญ ๆๆๆ “ ถ้าแบบนี้งานกร่อยแน่ เพราะเท่าที่เคยเห็นคืออย่างแรก แขกจะเริ่มคุยกันดังขึ้นๆ(ซึ่งแขกเองก็ไม่ควรเสียมารยาทตรงนี้) แขกหลายๆท่านถือโอกาสเดินไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งจะเกิดภาพที่ไม่ดีสำหรับในงาน แขกบางท่านไปห้องน้ำแล้วไปเลยครับ การที่แขกเริ่มคุยกันดังขึ้นเรื่อยๆนั้น มีผลต่อเนื่องมาถึงตอนที่บ่าวสาวจะพูดครับซึ่งอยู่ในช่วงถัดไป กล่าวเชิญบ่าวสาวขอบคุณแขก “ จากนี้ไปขอเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวกล่าวขอบคุณแขกที่มาในงานครับ/ค่ะ” ผมเห็นหลายๆงานชอบสัมภาษณ์บ่าวสาวเลย ซึ่งไม่เหมาะอย่างยิ่ง เราจำเป็นต้องกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่ที่ขึ้นมาอวยพรก่อน จากนั้นค่อยขอบคุณแขกอื่นๆรวมถึงขอบคุณใครก็ตามที่เราอยากขอบคุณ เช่น คุณพ่อคุณแม่อย่างที่ชอบทำ แล้วจึงสัมภาษณ์บ่าวสาว ใครจะพูดก่อนหรือหลังได้ตามใจครับ สัมภาษณ์ ช่วงนี้หากพิธีกรจะขยับเข้ามาใกล้บ่าวสาวมากขึ้นก็ได้เพื่อความผ่อนคลาย แต่อย่าสัมภาษณ์นานเกินจนน่าเบื่อ  ตัดเค้ก ประโยคง่ายๆเช่น “บัดนี้ก็ได้เวลาที่ทุกท่านรอคอยแล้ว ขอเชิญบ่าวสาวทำพิธีตัดเค้กฉลองสมรสครับ/ค่ะ” เป็นอันใช้ได้ ช่วงนี้บ่าวสาวควรรอให้เพลงตัดเค้กที่เราเลือกใช้เริ่มขึ้นมาก่อนแล้วจึงเริ่มเดินนะครับ  จากนี้พิธีกรก็ถอยตัวลงมาจากเวทีได้เลย ไม่ต้องมีประโยคร่ำลาใดๆครับ กระบวนการทั้งหมดจากนี้ขอให้บ่าวสาวทำทุกอย่างช้าลงจากปกติครึ่งจังหวะครับ เมื่อตัดเค้กแล้วบ่าวสาวก็น่าจะกินเค้กชิ้นแรกบนเวทีเค้กนั้น ผลัดกันป้อนคนละคำก็น่ารักดีครับ หรือจะไม่ทำก็ได้  ขั้นตอนต่อไปคือการนำเค้กไปให้ผู้ใหญ่ที่ขึ้นเวทีมาพูดตามลำดับ แล้วจึงนำไปให้คุณพ่อคุณแม่ ฝ่ายใดก่อนก็ได้ ส่วนจะนำไปให้ญาติผู้ใหญ่ท่านใดในงานอีกบ้างก็ตามอัธยาศัยครับ เอกวัฒน์ อมรพงศ์พิสุทธิ์ อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสาร WE คอลัมน์ Ask the Expert เดือนพฤศจิกายน 51