ข่มขื่น

ได้เกิดกันก็คราวนี้! จัดอันดับ 10 แข้ง สร้างชื่อกระหึ่มกับทีมชาติในศึก ยูโร 2016
กรีซมันน์ /  กุนนาร์สัน / 

เป็นปกติสำหรับทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ ซึ่งจะต้องมีนักเตะที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักแจ้งเกิดขึ้นมาได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ยูโร 2016 ครั้งนี้ก็เช่นกัน บางคนก็เป็นที่รู้จักมานานแล้ว บางคนก็ยังสดใหม่ไร้ชื่อเสียง ทุกคนล้วนทำให้ตัวเองได้กลายเป็น พาดหัวข่าว ขึ้นมาได้สำเร็จตลอดระยะเวลาเกือบเดือนที่ผ่านมา แล้วทั้ง 10 คนที่เราว่ามานี้จะมีใครกันบ้างล่ะ? เรามาไล่เรียงกันเลย... กาบอร์ คิราลี่ (ฮังการี) ด้วยวัย 40 ปีแล้ว จะบอกว่าแจ้งเกิดก็คงไม่เต็มปาก แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่แจ้งตายแน่นอนสำหรับเขาใน ยูโร 2016 ด้วยการทำลายสถิติผู้เล่นอายุมากสุดที่ลงสนามในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปของ โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานชาว เยอรมัน ลงได้ โดยหน้าประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเม้นท์ได้ลงบันทึกไว้ที่อายุ 40 ปี 87 วัน นอกจากนี้แล้ว เขาก็ยังมีกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ อย่างกางเกงวอร์มสีเทาให้เป็นที่พูดถึงอีกต่างหาก เอแดร์ (อิตาลี) กองหน้าเชื้อสาย บราซิล เริ่มต้นรับใช้ทัพอัซซูรี่เมื่อต้นปี 2015 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร เนื่องจากเจ้าตัวไม่ใช่ชาวอิตาเลียนโดยแท้ อย่างไรก็ตาม นักเตะวัย 29 ปี ก็ตอบแทนความไว้วางใจจาก อันโตนิโอ คอนเต้ ที่หนีบเขามาทำศึก ยูโร 2016 ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นในแนวรุก โดยเฉพาะในรอบแบ่งกลุ่มที่เขาซัดประตูชัยท้ายเกมช่วยให้ อิตาลี เอาชนะ สวีเดน ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่ม บาลาซ ซุดซัก (ฮังการี) มิดฟิลด์ชื่ออ่านยากวัย 29 ปี รับใช้ทีมชาติ ฮังการี มาตั้งแต่ปี 2007 แล้ว แต่เขาก็มาสร้างชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วโลกได้อย่างแท้จริงใน ยูโร 2016 ครั้งนี้ ด้วยผลงานอันโดดเด่นทุกเกมในรอบแบ่งกลุ่ม โดยมาพีคสุดๆ เอาในนัดที่เสมอ โปรตุเกส 3-3 ซึ่งเจ้าตัวยิงไปคนเดียว 2 ลูก ทำให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่มได้อย่างเหนือความคาดหมาย ซามูเอล อุมติตี้ (ฝรั่งเศส) ในวันที่เซ็นเตอร์แบ็คตัวจริงอย่าง อดิล รามี่ ติดโทษแบน กองหลังดาวรุ่งวัย 22 ปี ก็ได้โอกาสประเดิมสนามในนามทีมชาติ ตลอดเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่พบกับ ไอซ์แลนด์ เขาคุมแนวรับได้อย่างเหนียวแน่น และด้วยฟอร์มอันโดดเด่นก็ทำให้ ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ ยังไว้ใจส่งเขาเป็น 11 ตัวจริงอีกในรอบรองชนะเลิศที่พบกับ เยอรมัน ซึ่งหลังจากนี้ดูแล้วก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่นักเตะใหม่ถอดด้ามของ บาร์เซโลน่า รายนี้จะได้ลงสนามอีกในนัดชิงชนะเลิศ โจชัว คิมมิช (เยอรมัน) ในศึก ยูโร 2016 ครั้งนี้ ดาวรุ่งวัย 21 ปี จาก บาเยิร์น มิวนิค ถูกใช้งานเป็นแบ็คขวาและวิงแบ็คฝั่งขวา ตามแต่ระบบการเล่นที่เลือกใช้ในแต่ละเกม ซึ่งไม่ว่าจะลงเล่นตำแหน่งไหนก็ถือว่าเจ้าตัวทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าชั่วโมงบินในระดับทีมชาติยังถือว่ามีน้อยมากก็ตาม เรียกได้ว่าทัพอินทรีเหล็กน่าจะได้ตัวทดแทนตำแหน่งของ ฟิลิปป์ ลาห์ม ในระยะยาวแล้ว เรนาโต้ ซานเชส (โปรตุเกส) แฟนบอลทั่วโลกมาเริ่มรู้จักชื่อของมิดฟิลด์วัย 18 ปีรายนี้แบบจริงๆ จังๆ ก็ตอนที่ บาเยิร์น มิวนิค เซ็นสัญญาเขาไปร่วมทีมก่อนศึก ยูโร 2016 ซึ่งในทัวร์นาเม้นท์นี้เจ้าตัวก็ได้ถือโอกาสตอบคำถามให้กับใครก็ตามที่สงสัยในฝีเท้าของเขา ด้วยฟอร์มการเล่นที่พึ่งพาได้ และมาโดดเด่นเอาแบบสุดๆ ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ โปรตุเกส ดวลจุดโทษเอาชนะ โปแลนด์ ซึ่งเขาทำประตูได้ในเวลาปกติ และซัดจุดโทษในสถานการณ์กดดันเข้าไปอย่างเด็ดขาด อารอน กุนนาร์สัน (ไอซ์แลนด์) เขาอาจจะไม่ใช่ผู้เล่นที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดสำหรับ ไอซ์แลนด์ ชุดสร้างชื่อก้องโลกในศึก ยูโร 2016 ครั้งนี้ แต่เขาคือผู้เล่นที่กล้องจับภาพบ่อยที่สุดในฐานะกัปตันที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคนในทีม แม้แฟนบอลส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับชื่อของเขาอยู่แล้วจากการค้าแข้งกับทีมเล็กๆ ใน อังกฤษ อย่าง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมามิดฟิลด์วัย 27 ปี ก็ได้ข้ามขั้นขึ้นไปอีกระดับ และภาพของเขาที่นำเพื่อนๆ ปรบมือพร้อมส่งเสียง 'ฮู!' ต่อหน้าแฟนบอลก็จะเป็นตำนานให้เล่นขานกันไปอีกนาน ดิมิทรี ปาเยต์ (ฝรั่งเศส) จากนักเตะที่ต้องลุ้นติดทีมชาติ ตอนนี้มิดฟิลด์จาก เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ได้กลายมาเป็นดาวเด่นที่ ฝรั่งเศส ขาดไม่ได้ไปซะแล้ว อันที่จริงคอบอล พรีเมียร์ ลีก น่าจะรู้พิษสงของนักเตะวัย 29 ปีรายนี้กันเป็นอย่างดี แต่ในทัวร์นาเม้นท์ ยูโร 2016 เขาก็ได้ยกระดับตัวเองขึ้นไปอีก ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดูแล้วเพลินตา, ลีลาการทำประตูที่เฉียบคม และฟรีคิกที่แฟนบอลในสนามได้ฮือฮาทุกครั้ง เรียกได้ว่าปี 2016 นี้เป็นปีทองของเขาอย่างแท้จริง น่าสนใจว่าในฤดูกาลหน้า ทีมขุนค้อนจะรั้งตัวเขาไว้อยู่ได้จริงตามข่าวหรือเปล่า แกเร็ธ เบล (เวลส์) แม้ว่าจะมีชื่อเสียงมานานแล้วในระดับสโมสร ทั้งกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และ เรอัล มาดริด แต่ในนามทีมชาตินั้น ต้องบอกว่า ยูโร 2016 ครั้งนี้ ทั้งเขาและ เวลส์ เพิ่งจะได้แจ้งเกิดกันอย่างกระหึ่มโลก ด้วยทีมสปิริตอันแรงกล้า บวกกับความยอดเยี่ยมของตัวรุกฝีเท้าจัดจากทีมราชันชุดขาว ทำให้ทัพมังกรแดงไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ถือว่าได้ตบหน้าเพื่อนร่วมสหราชอาณาจักรอย่าง อังกฤษ ที่มักจะข่มพวกเขามาโดยตลอดไปแบบเต็มๆ อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส) ไม่ปฏิเสธว่าในระดับสโมสร ศูนย์หน้าวัย 25 ปี ได้แจ้งเกิดมาตั้งนานแล้ว แต่ในระดับทีมชาติ ยูโร 2016 ครั้งนี้ ถือว่าเขาสร้างชื่อเปรี้ยงปร้างชนิดที่ว่าเอาใครมาฉุดก็ไม่อยู่แล้วจริงๆ ด้วยจำนวน 6 ประตูที่เขายิงให้ ฝรั่งเศส ก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ ทำให้รางวัลรองเท้าทองคำคงไม่หลุดมือไปไหนแน่ และแม้ว่ามันจะห่างไกลจากสถิติ 9 ประตูที่รุ่นพี่อย่าง มิเชล พลาตินี่ ได้ทำเอาไว้ แต่แค่นี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้วในยุคที่ฟุตบอลเน้นเกมรับกันเป็นส่วนใหญ่ นี่คือการจัดอันดับของเรา แน่นอนว่าอาจไม่ตรงใจกับใครหลายคน ถ้าคุณคิดว่ามีใครที่ตกหล่นไปจากลิสต์นี้ ช่วยบอกให้เราได้รู้ผ่านทางช่องคอมเม้นท์ด้านล่างนี้เลย!

ส่งฝากขังศาล จ.ตราดแล้ว  5 ผู้ต้องหาข่มขืนสาวฝรั่งเศส
กัมพูชา /  ข่มขืน / 

ส่งฝากขังศาล จ.ตราดแล้ว  5 ผู้ต้องหาข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวฝรั่งเศส จัดกำลังเพิ่มดูปลอดภัย-หวั่นหลบหนี  พล.ต.ต.นพรัตน์ รินทพล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดตราด เปิดเผยว่าถึงความคืบหน้าคดีผู้ต้องหาชาวเขมรจำนวน 5 คนบุกข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวชาวฝรั่งเศส บนเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ไปฝากขังที่ศาล จ.ตราดแล้ว โดยมีการดูแลความปลอดภัยเพิ่มขึ้นจากปกติ เพื่อป้องกันเหตุชาวบ้านที่โกรธแค้นทำร้ายกลุ่มผู้ต้องหา พร้อมทั้งคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ส่วนผลการตรวจจากคราบอสุจิ และ ดีเอ็นเอ คาดว่าจะทราบภายใน 1 ถึง 2 วันนี้ ทั้งนี้ทางพล.ต.ต.นพรัตน์ ยังหกล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้สามารถเอาผิดกับกลุ่มผู้ต้องหาได้ท้งหมด เพราะพยานหลักฐานต่างๆ ที่รวบรวมไว้สามารถชี้ชัดเอาผิดได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เผย 1 ใน 3 นักท่องเที่ยวฝรั่งเศส มีเลือดออกในสมอง เตรียมส่งตัวเข้ากรุงเทพฯ ชี้ ต้องสร้างมาตรการความปลอดภัย ความคืบหน้าเรื่องลูกเรือชาวกัมพูชา 5 คน ทำร้ายร่างกายและข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 นั้น นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยถึง ในส่วนของการป้องกันและแก้ไข จะต้องมี 3 ส่วน คือ ลักษณะทางกายภาพ เนื่องจากสภาพที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางเปลี่ยวแสงสว่างไม่เพียงพอ ส่วนที่ 2 ต้องประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังด้วยตัวเอง ไม่ให้เดินทางไปพื้นที่ที่ไม่มีผู้คนหรือทางเปลี่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวบางคนก็ชอบลักษณะแบบนี้ แต่สำหรับเหตุการณ์นี้นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสถือว่าค่อนข้างมัดระวังตัวอยู่แล้ว แต่ก็ยังโดนลูกเรือกัมพูชาทำร้าย ซึ่งลูกเรือชาวกัมพูชาโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะไม่ค่อยก่อเหตุในลักษณะนี้ ทุกอย่างต้องทบทวนกันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ การระมัดระวัง รวมถึงแรงงานที่หายไปจากเรือทั้งตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ จำเป็นต้องรายงานหน่วยราชการให้ทราบ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้สร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเกาะกูดอย่างมาก และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียหาย พร้อมทั้งจะดูแลเยี่ยวยาอย่างเต็มความสามารถ ส่วนอาการผู้บาดเจ็บ ได้รับรายงานว่า 1 ใน 3 ยังมีเลือดออกในสมอง และเตรียมจะส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครต่อไป ซึ่งในรายของนักท่องเที่ยวผู้หญิงอายุ 57 ปี ถูกทำร้ายตามร่างกาย และศีรษะ รวมทั้งที่อื่นๆ ได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่าทุกคน ส่วนชายมีเลือดออกที่เหนือศรีษะ และเจ็บตามร่างกายจากการถูกมีดฟัน และอีกคนถูกข่มขืน และทำร้ายร่างกายหลายแห่ง ทั้งหมดปลอดภัยแล้ว ----------------------------------------------------------------------------------- ตำรวจตราด รวบ 3 ลูกเรือประมงกัมพูชา ทำร้ายร่างกาย ข่มขื่น นักท่องเที่ยวต่างชาติ เร่งล่าอีก 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะกูด ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมฟาร์มเฮาส์ รีสอร์ท หมู่ 5 บ้านอ่าวพร้าว ต.เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด ว่ามีนักท่องเที่ยวถูกแรงงานทำร้ายและข่มขืน ก่อนได้รับความช่วยเหลือจากพนักงานโรงแรมและชาวบ้าน พ.ต.ท.สุรพร เทพเสน รอง ผกก.เกาะกูด ได้ประสานงานกับ นายทรงกลด สอนพึ่งรักษ์ ปลัดอาวุโส อ.เกาะกูด และ จ.อ.วิชัย จันทร์คาม หน.ชุดประสานงานกองทัพเรือประจำเกาะกูด นำกำลังทหารนาวิกโยธิน ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้เข้าทำการปิดล้อมคนร้าย นานกว่า 2 ชม. และสามารถจับกุมได้ในป่าหลังเขา จำนวน 3 คน ส่วนอีก 2 คนหลบหนีเข้าป่าไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังทำการปิดล้อมต่อไป สำหรับลูกเรือชาวกัมพูชาทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายยิ้ม อายุ 25 ปี นายภัย อายุ 22 ปี นายเจิน อายุ 25 ปี ส่วนอีก 2 คน ที่ยังหลบหนีอยู่คือ นายที อายุ 20 ปี และ นายบด มาน อายุ 20 ปี ทั้งหมดเป็นลูกเรือประมง ที่ออกจากท่าเรือเฉลิมพล อ.แหลมงอบ จ.ตราด และมาจอดอยู่ที่ท่าเรืออ่าวพร้าว ใน อ.เกาะกูด ทั้งนี้ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 3 คน ล่าสุดทางโรงพยาบาลเกาะกูดได้นำตัวส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตราดแล้ว เนื่องจากมีอาการสาหัสและถูกส่งตัวเข้าทำการผ่าตัด ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว ขอบคุณเนื้อหาและภาพจาก INN

หนุ่ม กรรชัย ห่วง น้องมายู ยังเล็ก!! ลั่นกลัวตาย หลังโรคหัวใจกำเริบ!!
หนุ่ม กรรชัย /  น้องมายู / 

  หลังต้องหามตัวส่งโรงพยาบาลกลางดึก เพราะโรคหัวใจกำเริบ และหัวใจเต้นผิดจังหวะจนทำให้นักแสดงหนุ่มและพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม กรรชัย วูบไปจนต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลหลายวัน ล่าสุดเจ้าตัวได้เดินทางมาอัดรายการ ปากโป้ง พร้อมกับอัพเดทอาการป่วยให้ฟัง ยอมรับว่ากลัวตาย เข้าใจกับคำว่า ห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตาย เพราะลูกสาวสุดที่รักอย่าง น้องมายู ยังเล็กมาก อนาคตยังไม่รู้จะเป็นอย่างไร ด้านภรรยา เมย์ เฟื่องอารมย์ ให้กำลังใจเพราะทราบอยู่แล้วว่าตนเป็นโรคหัวใจ   “วันนั้นตอนตีหนึ่งคือพี่มีอาการแน่นหน้าอก เหมือนมีคนมาเหยียบที่หน้าอกปึ๊กๆ ก็รู้แล้วว่าคงเป็นโรคเก่าที่เคยเป็นมาเมื่อสามปีก่อน คือหัวใจเต้นผิดจังหวะ แล้วก็หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก จนต้องให้คนที่บ้านพาส่งโรงพยาบาล" วินาทีตอนนั้นตกใจไหม?   "ก็งงนะว่าเป็นอะไรอีก อาจจะเป็นเพราะว่าเราเครียดมากก็ได้ และก็ทำงานเยอะ ก็เลยมีอาการ เพราะคุณหมอเคยเตือนไว้แล้วห้ามกินเคเฟอีน กาแฟ ห้ามเครียด ห้ามนอนดึก แต่เรื่องกาแฟไม่ดื่มอยู่แล้ว แต่มีปัญหาเรื่องการพักผ่อน การเครียด" ตอนนี้ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ?   "คือคุณหมอก็ไม่ให้เครียดนะครับ คือ PVC มันก็คือ มันอยู่ที่ตัวเราเองด้วย เหมือนหัวใจมันลัดวงจร ทำให้หัวใจมันเต้นผิดไปสเต็ปหนึ่ง เช่นอย่างที่มันเคยเต้นตึ๊บ ตึ๊บ ตึ๊บ ของพี่จะเป็น ตึ๊บตึ๊บ และก็หายไปทีหนึ่ง และก็ตึ๊บตึ๊บ และก็หายไปอีก" อย่างสามปีที่แล้วหมอบอกว่าจะหายไหม?   "คงไม่หายครับเพียงแต่ว่าเราต้องลดปัจจัยเสี่ยง ควบคุมตัวเองให้ได้ ต้องอยู่กับมันไป แต่สุดท้ายแล้วถ้ามันเป็นเยอะขึ้น หรือว่ามันไม่หาย เขาก็จะมีวิวัฒนาการใหม่ก็จะเป็นเหมือนแบบคลื่นเสียงเข้าไปจี้ในหัวใจเรา มันไม่ใช่การผ่าตัด เป็นเหมือนเข้าไปในเส้นเลือด หลอดเลือดเรา" แล้วเริ่มรักษาหรือยัง?   "ถ้ามันเป็นหนักมากๆ อย่างวันที่เราเป็นวันนั้นอะ จริงๆหมอก็แนะนำถ้ารบกวนชีวิตประจำวันมาก หรือทำงานไม่ได้ ก็แนะนำให้ทำ แต่ถ้ากินยาไปแล้ว แล้วสามารถควบคุมได้ก็ไม่มีอะไร" ส่วนตัวแล้วพี่หนุ่มอยากทำไหม?   "กลัวตายสิ (หัวเราะ) คือกลัวไงเพราะว่าพ่อพี่ก็เป็นโรคหัวใจ และไปผ่าตัด พ่อพี่เป็นเส้นเลือดหัวใจตีบไปทำบอลลูน และก็เสียชีวิต ก็เลยกลัวเหมือนกัน คุณหมอบอกว่าถ้าเป็นนาทีหนึ่งหนึ่งครั้งจะไม่เป็นไร แต่ถ้านาทีหนึ่งเป็นสิบครั้งแบบตอนที่เป็นหนักๆ 12-13 ครั้ง ก็อันตรายเหมือนกัน มีปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องทำ แต่ถ้าควบคุมมันได้ ต้องกินยาต่อเนื่อง ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่นะ ตอนที่เป็นหนักๆ นาทีหนึ่งเป็น คือมันจะตาย มันเหนื่อย มันหายใจไม่ออก" จะลดงานลงไหม?   "เอิ่ม...ด้วยหน้าที่แล้วคงไม่ได้ลด" พี่เมย์ว่าไงบ้าง?   "ก็ไม่ได้ว่าไง คือเขาก็รู้ว่าเราเป็นโรคนี้อยู่แล้วก็รักษาไป" มีเรื่องไม่เครียดบ้างไหม?   "โอย ชีวิตคนก็ต้องมีความเครียดทุกวันนั่นแหล่ะ หลีกเลี่ยงไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้อย่างใจ บางทีเราอาจจะใช้ธรรมะเข้ามาช่วยข่ม ปล่อยวางมากขึ้น เข้าใจตอนที่เขาบอกเลยว่า ห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตาย ตอนที่ลูกยังเล็กอยู่เพราะเราก็ไม่รู้ว่าลูกเราเป็นอย่างไร ก็ต้องพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด” หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู หนุ่ม กรรชัย น้องมายู น้องมายู ลูกสาว หนุ่ม กรรชัย น้องมายู ลูกสาว หนุ่ม กรรชัย

10 วิธีปราบแฟนนอกใจ
10 อันดับ /  ความรักวัยรุ่น / 

เวลาสาวๆหรือหนุ่มๆก็แล้วแต่ จับได้ว่าแฟนของคุณนั้น นอกใจ!!! อย่าทำอะไรโดยที่ขาดสติเด็ดขาด เพราะมิเช่นนั้นคุณอาจจะเสียเขาหรือเธอไปได้ง่ายๆเลยนะ .. ท่องไว้ ยุบหนอ พองหนอ รวบรวมสมาธิแล้วเก็บรายละเอียดเรื่องราวไว้ จากนั้นค่อยๆเปิดใจคุยกัน แต่จะมีวิธีทำยังไงหล่ะ มาดู 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ กันเลย 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 1.อย่าโวยวาย เริ่มจาก นับ หนึ่ง สอง สาม ในใจ. แล้วนิ่ง เฉยไว้ก่อน อย่าปล่อยให้อารมณ์หึง ทำให้ คุณหุนหันพลันแล่น ตีโพยตีพายไปก่อน หรือปล่อยให้ความเสียใจ ทำให้คุณตัดสิน ใจอะไรผิด ๆ เรื่องแค่นี้อาจเป็นความ ผิดพลาด ชั่วครั้งชั่วคราวยิ่งทำไม่รู้ไม่ชี้ ไว้ก่อนยิ่งดี 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 2.ห้ามใช้วิธีรุนแรงโดยเด็ดขาด พยายามทำตัวเป็นนางเอกเข้าไว้ (อย่าเป็น นางร้ายซะเอง)ข่มใจไว้ อย่าลุกขึ้นอาละวาด หรือทำร้ายฝ่ายตรงข้าม เพียงเพราะต้องการแก้แค้นให้สาสม กับที่คุณเจ็บปวด เพราะ มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นซ้ำร้ายมันอาจทำให้ ปัญหาลุกลามใหญ่โต 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 3.คุณคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต ถ้าเค้าจะนอกลู่นอกทาง ไปตื่นเต้นกับ ของใหม่ ก็ปล่อย ๆไปบ้าง แต่ที่สำคัญคือคุณ ต้องแสดงให้เค้าเห็นว่า เราเป็นผู้หญิงที่มีคุณค่า และเหมาะที่จะเป็นภรรยา และแม ่ของลูกมากที่สุด ของดี? ใครๆ ก็อยากได้? จริงไหม ทำดีต่อเค้า ให้มาก เพื่อพิสูจน์ว่าคุณยอมรับเค้าได้ในทุกเรื่อง 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 4.อย่ามัวแต่ระแวงการนอกใจ แม้จะร้ายแรง แต่ไม่ถึงขั้น "ฆ่าคนตาย" นะจ๊ะ ถ้าต่อจากนั้น คุณเอาแต่จ้องจับผิดว่าเค้าจะไปไหน ทำอะไร กับใคร คอยเช็คไปซะทุกเรื่องมันก็ยิ่งทำให้เค้า เบื่อหน่าย และรำคาญ (แทนที่จะสำนึกผิด)แค่แสดงให้เค้ารู้ว่าเรารู้ แต่นิ่งเฉยไว้ ปล่อยให้สำนึกผิดเองได้ผลกว่า 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 5.ไร้ประโยชน์ที่จะฟื้นฝอย หาตะเข็บ จำไว้ว่าการขุดคุ้ยอดีต ที่เป็นแผลของ อีกฝ่ายเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ทั้งไม่ได้ ประโยชน์ และรังแต่จะตอกย้ำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น กลายเป็นชนวน ของการทะเลาะเบาะแว้งกันไปปล่าวๆ และยิ่งตอกย้ำว่าคุณยังฝังใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 6.การให้อภัย แม้ว่า"การให้อภัย" จะเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุด อย่างหนึ่งในชีวิตคนเราแต่ถ้าการที่เราเลือก ที่จะคบใครสักคน และจะประคองความรัก ไปให้ตลอดรอดฝั่งก็ควรยกโทษให้กับคนที่ เรารัก เพราะเค้าเองก็เป็นแค่คนธรรมดา คนหนึ่งที่ทำผิดพลาดได้เสมอ 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 7.อย่าประชดชีวิต ควรวางตัวเองให้มีคุณค่า อย่าคิดประชดคนรัก ด้วยวิธีเดียวกันคือหันไปหาคนอื่นบ้าง เพราะ วิธีนี้จะทำให้เค้าเป็นฝ่ายเลือกที่จะไปหาคนอื่น การใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง ใช้ไม่ได้ผลกับความรักนะจะบอกให้ 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 8.เอาใจใส่ตัวเองมากขึ้น อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว ทำตัวให้ดูดี ดูสวยเข้าไว้เอาแบบที่รียกว่า แม้แต่คนรักของคุณยังตาค้าง ผมที่ยุ่ง ๆ ฟู ๆก็จัดการซะให้เรียบร้อย เช็ด คราบน้ำตาทิ้ง แล้วหันมาเอาใจใส่ให้สวยปิ๊งดีกว่าเป็นไหน ๆ เราไม่ใช่ของตายของใคร นะเออ 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 9.หันหน้าเข้าหากัน สาเหตุของการนอกใจส่วนหนึ่งมาจากปัญหา ระหว่างคุณและเค้า ซึ่งคุณเองอาจมีข้อบกพร่องในบางสิ่ง ควรหันมาพูดคุยกัน เพื่อปรับความ รู้สึกเข้ากับอีกฝ่ายรวมทั้งให้เวลาและเอาใจใส่ คนรักให้มากขึ้น 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ : 10.ไม่ควรเอาเรื่องนี้ไปประจาน กับคนอื่น ปัญหานี้เป็นเรื่องของคนสองคนระหว่างคุณ และเค้า ทางที่ดีอย่านำความผิดของเค้าไป โพนทะนาหรือประจานให้เพื่อนหรือบุคคล ใกล้ชิดฟัง เพราะจะทำให้คนรักของคุณรู้สึกเสียหน้า และเข้าหน้าคนใกล้ชิดของคุณ ไม่ติดแล้วแม้ว่าต่อไปเค้ากับคุณจะคืนดีกัน หรือไม่ก็ตาม ความรัก : 10 วิธีปราบแฟนนอกใจ

อ.คฑา ชินบัญชร! จัดอันดับ ราศีดวงดีที่สุดในปี 2559
ดูดวงปี2559 /  ราศีดวงดีที่สุดในปี 2559 / 

เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง กับการเข้าศักราชใหม่ 2559 ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเปลี่ยนปี ดวงชะตาราศีของคุณ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย วันนี้ Horoscope.Mthai.com เลยขอมาจัดอันดับ ราศีดวงดีที่สุดในปี 2559 โดยความหมายของคำว่า "ดวงดี" ไม่ได้หมายถึงคุณจะไม่ต้องทำอะไรเลยแล้วมีแต่สิ่งดีเข้ามา แต่เป็นเหมือนโอกาสดีๆ เรื่องราวๆดี และคนดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงปี 2559 จนส่งผลให้ชีวิตคุณมีความสุข แล้วอย่าลืมทำตามคำแนะนำนะคะ :) ราศีดวงดีอันดับ 12 ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) ปีนี้เกิดอาการคิดมาก เพราะถูกเป่าหูเหลือเกิน “ไพ่ขันธกุมาร” และ “ไพ่เจ้าชายแห่งดาบ” มักได้ยินเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ อย่าเพิ่งไปสนใจใครมาก ให้เชื่อมั่นในตัวเอง ทำดีได้ดีแน่นอน การทำงานไม่ค่อยได้ดั่งใจ ยิ่งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เข้าหากันไม่ค่อยติด ต่างคนต่างความคิด ช่วงปลายถึงจะลงเอยกันได้ด้วยดี คุณต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี เวลามีบู๊ คุณจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เงินทองมีแต่คนหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ ทั้งคนใกล้ตัวและไกลตัว ถ้าทำได้ให้ปฏิเสธไปก่อนจะดีกว่า ถึงแม้จะรู้สึกไม่ดีแต่แรก แต่พอเวลาผ่านไปก็จะดีขึ้นเอง ดีกว่าต้องมานั่งเป็นทุกข์ร้อนไปตลอด ความรักเจอมือที่สามเข้ามาแทรก เอาใจคนรักให้มากๆ แล้วจะรู้ว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังเหมือนเคย คำแนะนำ : ชาวราศีธนูทำบุญด้วยการบริจาคหนังสือ ตำราเรียน ตำราความรู้ต่างๆ จะช่วยเพิ่มพลังบารมี ให้เกิดความรู้ความคิดที่แตกฉาน มีสติในการตัดสินใจแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ราศีดวงดีอันดับ 11 ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) ปีนี้ได้ “ไพ่เผากรุงลงกา” และ “ไพ่เดอะทาวเวอร์” คงต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวสักหน่อย ความใจร้อนก็ลดลงมาบ้าง มีเรื่องขัดแย้งผิดใจกับคนรอบข้างบ่อย อาจถึงขั้นแตกหัก การทำงานเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม มิฉะนั้นจะถูกเพ่งเล็ง ลดความดื้อลงอีกนิด งานใหญ่จำเป็นต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจ ปลายปีมีโอกาสปรับเปลี่ยนงาน เงินทองไหลออกเป็นส่วนใหญ่ หันไปทางไหนก็มีแต่เรื่องที่ต้องจ่าย แถมมีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ อย่าเพิ่งไปลงทุนกับใคร มีแต่จะเสียมากกว่าได้ ความรักต้นปีรบราฆ่าฟันกันน่าดู ไม่มีใครยอมใคร พยายามข่มอารมณ์แล้วเรื่องร้ายผ่านไป คนโสดจะมีอัศวินเดินทางไกลมาหา ช่วงปลายปีมีรักกุ๊กกิ๊ก คำแนะนำ : ชาวราศีเมษ ควรทำบุญโดยการเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก หรือทำทานกับคนยากจน จะทำให้เกิดมีทานบารมีที่ดี มีบริวารมีคนช่วยเหลือ ราศีดวงดีอันดับ 10 ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) ปีนี้ยุ่งอยู่กับเรื่องเงินทองตลอด เดี๋ยวได้มา เดี๋ยวจ่ายไปให้เวียนหัว “ไพ่ลงทัณฑ์หนุมาน” และ “ไพ่ 5 เหรียญ” ต้นปีจ่ายกันให้พอ กระเป๋ารั่ว อย่าเพิ่งไปคิดเก็บออม หมดไปกับค่าใช้จ่ายจุกจิก ทั้งค่ารักษา ซ่อมแซม กู้เงิน ยืมเงิน อย่าไปรับปากใครเด็ดขาด ความเดือดร้อนจะมาเยือน ช่วงกลางปีไปแล้วค่อยโล่งใจ เหมือนมีเทวดามาช่วย มีช่องทางทำกำไรที่ดี มีงานเสริม เข้าหาผู้ใหญ่ได้รับความช่วยเหลือ การลุ้นเสี่ยง มีลาภ การทำงานเอาแน่นอนไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยมีสมาธิ อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ งานเลยไม่ค่อยคืบหน้า แต่ถ้าเป็นงานบันเทิง ท่องเที่ยว ผับ บาร์ จะไปได้เร็ว ความรักมักชิงสุกก่อนห่าม ไม่ดี ปีนี้มีมาก็รักจริงหวังฟันทั้งนั้น ให้ดูใจกันให้นานแล้วจะรักกันยืนยาว คำแนะนำ : ชาวราศีสิงห์ควรทำบุญเสริมมงคลด้วยการปล่อยชีวิตสัตว์ ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า หรือเป็นสัตว์ใหญ่ด้วยการไถ่ชีวิตโค กระบือ ก็ทำให้ได้บุญมาก ช่วยเพิ่มพลังชีวิตหลุดพ้นจากเรื่องร้ายๆ คนที่คุณเคยทำร้ายเขาจะให้อภัยและยกโทษ ทำให้ศัตรูน้อยลง ราศีดวงดีอันดับ 9 ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) ปีนี้เหมือนเจอมรสุม “ไพ่นนทกสิ้นฤทธิ์” และ “ไพ่ 10 ดาบ” ทำอะไรไปก็ไม่ได้ดี ช่วงกลางปีให้ระวังอุบัติเหตุจากของมีคม และการเดินทาง อย่าไปคาดหวังอะไรจากใครมากจะผิดหวัง การทำงานคอยแต่เกี่ยงกัน เรื่องดีๆ ก็แย่งกันรับ แต่พอมีปัญหาก็หนีเอาตัวรอด บรรยากาศแบบนี้ทำให้เบือได้ง่ายๆ ช่วงปลายปีลองแสดงความสามารถ แสดงความคิดเห็นให้เต็มที่ จะได้รับการยอมรับ เงินทองไหลออกมากกว่าเข้า มีเรื่องให้ต้องเสียอยู่ตลอดเวลา เจอะเจอใครก็พูดเรื่องหยิบยืมเงิน เริ่มรู้สึกเซ็งๆ แต่ช่วงปลายได้เฮ มีลาภฟลุ้คๆ ช่องทางทำเงินเริ่มเห็นชัดขึ้น ความรักหงอยเหงา แอบรักเขาข้างเดียว ที่มีแฟนอยู่แล้วก็บึ้งตึงกันบ่อย แถมอาจถูกนอกใจด้วย ทำตัวน่ารักๆ เข้าไว้จะได้ไม่มีปัญหา คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีกรกฏ ให้ระวังโรคที่เกี่ยวกับเลือด ให้เสริมมงคลด้วยการทำบุญกับธาตุน้ำ บริจาคค่าน้ำ น้ำดื่ม สร้างแท็งก์น้ำให้วัดในที่ทุรกันดาร รวมถึงการสร้างห้องน้ำสาธารณะ จะทำให้ชีวิตมีความร่มเย็น ไหลลื่นเหมือนสายน้ำ ราศีดวงดีอันดับ 8 ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) ต้นปียังหมกมุ่นคิดถึงแต่เรื่องเก่าที่ผ่านมา จนไม่เป็นอันทำอะไร ขอแนะนำให้ทิ้งเรื่องเก่า มองเรื่องใหม่ที่กำลังเข้ามาจะดีกว่า กลางปีได้เดินทาง ปรับเปลี่ยนที่อยู่ การทำงานดีขึ้น งานก้าวหน้า แต่คุณคงต้องกระตือรือร้นตามไปด้วย ส่งให้ไม่ค่อยได้อยู่ติดที่ เดินทางบ่อย คุณที่อยากเปลี่ยนงาน ลองสมัครดูจะได้รับข่าวดี ช่วงปลายผู้บังคับบัญชา สนับสนุนเต็มที่ เงินทองช่วงต้นปีทำให้หงุดหงิด มีบางอย่างเสียไปแล้วเกิดความเสียดาย ระวังของหาย ช่วงกลางปีมีลาภจากการเดินทาง ความรัก “ไพ่ทศกัณฐ์แห้ความ” และ “ไพ่ 5 ถ้วย” จุกจิกขี้บ่น จนเลยเถิด ตัวเองก็ต้องมานั่งเสียใจในคำพูด คนโสดสบายสุดๆ ช่วงนี้มีกามเทพแผลงศร ให้ได้สะดุดรักกันให้วุ่น คำแนะนำ : ชาวราศีตุลย์หากมีเวลาว่าง ให้ตระเวนไหว้พระ ทำบุญแล้วอย่าลืมเอาน้ำมนต์กลับบ้าน เพื่อมาล้างหน้าตอนเช้า ทำให้สิ่งร้ายๆ ออกไป มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา ถ้าให้ดีก็ให้ถวายสังฆทาน ปัจจัยสี่ เพื่อความอยู่ดีมีสุข ขอให้โชคดีกันทุกคน ราศีดวงดีอันดับ 7 ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) เริ่มมีความกระตือรือร้นกลับมาอีกครั้ง ปีนี้ได้ “ไพ่พิเภก” และ “ไพ่เดอะเมจิกเชียน” มักมีแนวคิดแหวกแนวกว่าคนอื่น โครงการที่ไม่เคยทำก็อยากลองทำ ทำอะไรที่ตนเองถนัด คุณจะได้รับรู้ถึงพรสวรรค์ของตัวเอง การทำงานมีช่องทางใหม่ๆ ให้เลือก บางทีได้ชิมลางกับงานที่ไม่เคยทำ อย่าไปกลัวคุณทำได้อยู่แล้ว ในช่วงกลางปี ให้ระวังความป๋ำเป๋อหรือกังวลจะทำให้งานผิดพลาด ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องคำนวณ งานตัวเลข คงต้องรอบคอบมากขึ้น เรื่องการเงิน เงินทอง กระเป๋าแบนตลอด หยิบอะไรคิดอะไรเป็นต้องลงทุน ปีนี้ค่าใช้จ่ายอะไรก็ประดังเข้ามา ทำให้หมุนกันตัวเป็นเกลียว ความรักสำหรับคนโสด สดใสมาก ได้พบรักโดยบังเอิญ แบบบุพเพอาละวาดทำนองนั้น แต่ถ้ามีคู่รักอยู่แล้ว ก็ต้องระวังมือที่สาม เอาใจกันให้ดี คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีกุมภ์ ควรเสริมมงคลชีวิตด้วยการบริจาคทรัพย์สร้างหอธรรม หอคัมภีร์ หนังสือสวดมนต์ หนังสือธรรมะ จะช่วยเพิ่มพูนสติปัญญา มีเกียรติยศชื่อเสียง มีปัญหาก็สามารถมองเห็นทางออก ราศีดวงดีอันดับ 6 ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) ปีนี้ต้นร้ายปลายดี ช่วงต้นปีมีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง เห็นอะไรเป็นขวางหูขวางตา ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ถ้าคุณไม่ไปหาเรื่องเขา ก็มีคนมาหาเรื่องคุณ สุดท้ายก็เป็นเรื่องจนได้ ก็สงบจิตสงบใจหน่อย จะได้ไม่เกิดปัญหา คุณที่อยากเปลี่ยนงาน สมัครงานทิ้งไว้ ปลายปีนี้มีข่าวดีแน่นอน การเงิน “ไพ่นางสีดา” และ “ไพ่ 9 เหรียญ” ปีนี้เก็บออมเป็นเลิศ ใครอย่ามาหวังแอ้มได้เงินจากคุณเลย ยากมากๆ แต่ก็จะมีเรื่องต้องเสียเงินแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ เป็นเรื่องฉุกเฉิน ปลายปีถึงจะมีลาภ ความรักมีปากเสียงกันตลอด คงต้องลดทิฐิลงมากันคนละครึ่งทาง คนโสดมีกามเทพมาแผลงศรให้ได้คู่ คำแนะนำ : ชาวราศีพฤษภ ควรทำบุญเสริมมงคลให้กับโรงพยาบาลหรือคนเจ็บป่วย จะทำให้คุณชนะเรื่องร้ายต่างๆ ที่ประดังเข้ามาได้อย่างง่ายดาย เคราะห์ที่มีก็จะเบาบางลง ราศีดวงดีอันดับ 5 ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) ปีนี้จะนุ่มนวล อ่อนโยนกับเขาบ้างแล้ว เพราะได้รับอิทธิพลจาก “ไพ่จักรพรรดินี” และ “ไพ่ดิเอ็มเพรส” อ่อนไหวง่าย ขี้สงสาร การทำงานถึงแม้ว่าจะไม่ได้คล่องแคล่วว่องไวอย่างใจคิด แต่ก็ไปช้าๆ แบบมั่นคง ปีนี้คำพูด การเจรจา ไพเราะเสนาะหู มีเสน่ห์ ต่อรองอะไรก็สำเร็จผล ปลายปีได้เพื่อนคู่คิด ช่วยกันทำงาน ครอบครัวเป็นแรงหนุน เงินทองเริ่มรู้จักเก็บรู้จักใช้มากขึ้น คิดจะวางแผนลงทุนก็ทำได้ดี เข้าหาเพศตรงข้ามจะได้ลาภจากการเสน่หา ถึงแม้เงินจะได้มาช้ากว่าที่คิด แต่ได้แน่ๆ ไม่ต้องห่วง ความรักหวานโรแมนติก เอาใจใส่กันเป็นอย่างดี ใครที่กำลังคิดสร้างครอบครัว อยากมีบุตรจะมีข่าวดี คนโสดคงได้คนรอบข้างช่วยกันแนะนำ คำแนะนำ : ถ้ามีโอกาสควรหาเวลาเสริมมงคลให้ตัวเอง ด้วยการบริจาคเงินให้กับเด็กกำพร้า เด็กยากจน เด็กพิการซ้ำซ้อน ก็จะช่วยเสริมพลังชีวิต ให้มีบริวาร มีบุตรหลาน เป็นที่พึ่งพาอาศัยได้ ราศีดวงดีอันดับ 4 ราศีมังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) หัวสมองโลดแล่นอยุ่นิ่งไม่ได้เลย อยากหยิบนั่นจับนี่ โครงการในหัวทะลักทลาย แต่สุดท้ายก็ทำได้ทุกอย่าง ปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ การทำงานมีหลายๆ งานที่คุณต้องรับผิดชอบ รวมถึงงานใหม่ งานเสริมด้วย เป็นปีที่อยากลอง อยากทำทุกอย่าง ช่วงปลายปีมีความก้าวหน้าที่ดี ได้พบปะเจรจากับคนสำคัญ ซึ่งมีแนวทางใหม่ๆ หรือได้รับการสนับสนุนในเรื่องของเงินทอง ปีนี้ได้ “ไพ่พระลักษมี” และ “ไพ่ราชินีแห่งเหรียญ” มีข่าวสารที่ช่วยในการตัดสินใจ ทีนี้ใครที่ชอบเสี่ยง ชอบลุ้นสบายใจได้ เล่นหุ้นได้ผลกำไรดี ความรักมักจะมีรูปแบบแปลกใหม่เข้ามาเสมอ มีสีสันพอสมควร คนโสดคงจะมีเด็กกว่ามาจีบหรืออายุมากกว่าไปเลย ปีนี้เบิกบานใจ ส่วนคนที่มีคู่อยู่แล้ว ก็คงจะเจ้าชู้ แอบมีกิ๊กเพิ่ม คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีมังกร ควรไปไหว้เทพจ้าไฉ่ซิงเอี้ยเป็นประจำทุกปี เพื่อขอพระเสริมโชคลาภด้วยการลูบถุงเงินเทพเจ้าฯ มาใส่ในกระเป๋าเงินของเรา สามารถไปไหว้ได้ที่วัดมังกรกมลาวาส(เล่งเน่ยยี่) กรุงเทพฯ , วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) จ.ฉะเชิงเทรา , วัดมังกรบุปผาราม (วัดเล่งฮัวยี่) จ.จันทบุรี , ไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลที่มีชื่อเสียงในย่านพาหุรัด ให้ตัวเรามีแต่ความสุขความสำเร็จ มีโชคลาภ เจริญรุ่งเรือง ราศีดวงดีอันดับ 3 ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) ปีนี้นับเป็นช่วงทองของชาวราศีเมถุนเลยทีเดียว  “ไพ่พระตรีมูรติ” และ “ไพ่ราชาแห่งเหรียญ” เงินทองไหลมาเทมา หยิบจับอะไรก็ขึ้น เป็นเงินเป็นทองไปทุกเรื่อง ถ้ากำลังมีโครงการในใจ ให้รีบสานต่อให้เสร็จ เหมาะในการเสี่ยงการลงทุน เล่นหุ้นได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ปลายปีมีลาภฟลุ้คๆ คนที่เคยชวยเหลือจะกลับมาตอบแทน เดินทางไกลดีมีโชคลาภ การทำงานสบายมาก ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ ถ้าได้ผ่านมือคุณทุกอย่างไม่มีปัญหา ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา กลางปีมีข่าวดีเกี่ยวกับงาน มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งดีขึ้น ความรักเฮฮา ปาร์ตี้ ได้เพื่อนใหม่ คนโสดได้ปิ๊งแน่ ช่วงนี้ลุกขึ้นมาแต่งตัวนิดหน่อยก็เสน่ห์แรงแล้ว ส่วนที่มีคู่ได้สวีทให้ชื่นใจ คำแนะนำ : ชาวราศีเมถุน ควรทำบุญเสริมมงคลด้วยการบริจาคโลหิต หรือบริจาคเงินให้กับสภากาชาด ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน เสริมพลังชีวิตให้กับตัวคุณได้เป็นอย่างดี ราศีดวงดีอันดับ 2 ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ มีความคิดความอ่าน รอบคอบมากขึ้น เรื่องวุ่นวายเลยจางหายไป ปีนี้ได้ “ไพ่หนุมานครองเมือง” “ไพ่ 4 คฑา” การทำงานมีความสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี มีผลงานเป็นที่น่าพอใจของผู้ใหญ่ และดูเหมือนคุณจะใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชามากขึ้น รู้จักนอบน้อม ทำตัวให้เป็น จะก้าวหน้ามากๆ งานที่ปรึกษา กฎหมาย วิชาชีพอิสระมีความสำเร็จ การเงิน เงินทองช่วงต้นๆ จะโชคดีมาก มีลาภวิ่งเข้ามาหา หรือคิดลงทุนก็ประสบความสำเร็จ ไม่ขัดสนแน่ปีนี้ เป็นจังหวะที่เหมาะในการเริ่มต้น ความรักหมั่นดูแลถนอมรักกันตลอด อบอุ่น มีกำลังใจที่ดี คนโสดในปีนี้สะดุดรักจังเบอเร่อ แต่ห้ามรีบร้อน ศึกษาดูใจกันให้ดี แล้วจะได้รักที่ยืนยาวมั่นคง คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีมีน หาเวลาทำบุญเกี่ยวกับการสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เช่น หอระฆัง เจดีย์ โบสถ์วิหาร หมายถึงความมั่นคงในชีวิต จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ และมีชีวิตที่มั่นคงเจริญรุ่งเรือง ราศีดวงดีอันดับ 1 ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) ปีนี้ได้ “ไพ่เสนาวานร” และ “ไพ่เดอะสตาร์” ยังคงส่องแสงระยิบระยับ หันไปทางไหนก็เจอแต่แสงสว่าง ไปได้ทุกที่ หยิบจับงานได้ทุกงาน การทำงานก้าวหน้า มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ผู้บังคับบัญชากำลังเทคะแนนให้อย่างแรง ถ้าคุณมีไอเดียเจ๋งๆ ไม่ต้องเก็บไว้ แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ ช่วงนี้ทางสะดวก ช่วงกลางปีคนใกล้ชิด ครอบครัวจะคอยสนับสนุน เป็นแรงเชียร์ได้เป็นอย่างดี เงินทองจะไปไหนเสีย งานดี เงินก็ดีตามไปด้วย สิ่งที่คาดหวังอยากได้ จะได้ในช่วงนี้ ต้นปีการเสี่ยงลุ้น มีโอกาสสูง ความรักก้าวไกลกว่าคู่ไหนๆ จูงมือกันวิวาห์ มีฤกษ์งามดี คนโสด ก็คงได้คู่กันก็คราวนี้ มีความสุขกันทั่วหน้า คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีกันย์ ควรทำบุญเกี่ยวกับการบริจาคน้ำ การร่วมสร้างแท็งก์น้ำ อ่างเก็บน้ำ เขื่อนกั้นน้ำต่างๆ การบริจาคน้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำให้กับโรงเรียนยากจน น้ำหมายถึงโชคลาภ และความสดชื่น แจ่มใส รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

รวมหนังผีทีเด็ด ! เตรียมใจให้ดี...ฮาโลวีนนี้มีหลอน
Death Note: Light Up the New World /  Ouija : Origin of Evil / 

รวมหนังผีทีเด็ด ! เตรียมใจให้ดี...ฮาโลวีนนี้มีหลอน ปฏิทินหมุนเวียนมาบรรจบครบวาระอีกครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับเทศกาลปล่อยผีตามคตินิยมตะวันตก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ เทศกาลฮาโลวีน (Halloween) และเป็นที่แน่นอนว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ คงจะไม่มีภาพยนตร์แนวไหนเหมาะสมไปกว่า หนังสยองขวัญ...หนังที่เต็มไปด้วยภูตผีปีศาจสารพัดอย่างที่ตบเท้าเข้ามาสร้างความหลอนจนหลาย ๆ คนนอนไม่หลับ มาดูกันซิว่า...เทศกาลฮาโลวีน ปี 2559 นี้ โรงภาพยนตร์บ้านเราได้เตรียมความขนหัวลุกแบบไหนไว้ต้อนรับเหล่าผู้ชมใจกล้ากันบ้าง !?!! Under the Shadow ผู้กำกับ : บาบัก อันวารี นักแสดง : นาเกส ราชิดิ, อวิน มันชาดิ เข้าฉาย : 13 ต.ค. 2559 หนังผีสัญชาติอิหร่าน กับเรื่องราวความสยองที่สองแม่ลูกพบเจอจากการอยู่อาศัยในหอพัก ภายใต้สภาวะสงครามที่หนีไปไหนไม่ได้ หากเป็นคุณ...จะออกไปผจญสงครามข้างนอก หรือจะเผชิญหน้ากับผีอยู่ข้างใน ? โปรไฟล์หนัง คลิก อ่านรีวิว คลิก เนอสเซอรี่ เลี้ยงผี ผู้กำกับ : พัชนนท์ ธรรมจิรา นักแสดง : พีชญา วัฒนามนตรี, จู อี้หลง เข้าฉาย : 27 ต.ค. 2559 จิตรกรหนุ่มชาวจีนตัดสินใจเดินทางกลับบ้านที่เคยอยู่สมัยเด็กพร้อมกับแฟนสาวของเขา โดยหารู้ไม่ว่าความลับอันดำมืดของหมู่บ้านดังกล่าวกำลังจะหวนกลับมาหาเขาอีกครั้งหนึ่ง ! โปรไฟล์หนัง คลิก Death Note : Light Up the New World ผู้กำกับ : ชินสึเกะ ซาโต นักแสดง : ทัตสึยะ ฟูจิวาระ, เคนอิจิ มัตสึยามะ, เอริกะ โทดะ เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 คดีอาชญากรรมเกิดขึ้นอย่างแปลกประหลาด หลังจากเจ้าของสมุดโน้ต Death Note ได้จดชื่อของใครบางคนลงไปในนั้น เกมจิตวิทยาระหว่างตำรวจ อาชญากร และเหล่ายมทูต ได้เริ่มต้นอีกครั้งหลังเวลาผ่านไปร่วมทศวรรษ ! โปรไฟล์หนัง คลิก Ouija : Origin of Evil ผู้กำกับ : ไมค์ ฟลานาแกน นักแสดง : เฮนรี่ โธมัส, เอลิซาเบธ รีเซอร์, ดั๊ก โจนส์, ปาร์กเกอร์ แม็ค, แซม แอนเดอร์สัน, เคท ซีเกล, แอนนาลีส บาสโซ, ลูลู่ วิลสัน เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 ใครจะไปเชื่อว่า 3 แม่-ลูกที่หากินด้วยการหลอกลวงบนพื้นฐานความเชื่อเรื่องผีสาง จะได้พบเจอกับเรื่องราวสุดสยองด้วยตาตัวเอง หลังจากที่พวกเขาได้เชิญปีศาจเข้าบ้านโดยไม่ตั้งใจ และมันก็เริ่มเข้าสิงร่างของลูกสาวคนเล็กจนอยู่ในสภาพที่น่าสะพรึงกลัวเป็นที่สุด โปรไฟล์หนัง คลิก โรงเรียนผี ผู้กำกับ : มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ นักแสดง : อาไท กลมกิ๊ก, สุชาติ แคปเจอร์, ชยณัฐ แจ่มใส, ปุณณดา วอสเบียน, อิงครัต ดำรงศักดิ์กุล, หม่ำ จ๊กม๊ก, เท่ง เถิดเทิง, โก๊ะตี๋ อารามบอย, แม็กกี้ อาภา, โจอี้ เชิญยิ้ม เข้าฉาย : 3 พ.ย. 2559 เมื่อแก๊งเด็กแสบทั้ง 5 ตั้งวงเล่าเรื่องผีในโรงเรียนเพื่อข่มกันว่าเรื่องของใครจะน่ากลัวที่สุด ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า เรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมานี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง จนกระทั่งการท้าทายต่อสิ่งเหนือธรรมชาติได้เริ่มต้นขึ้น โปรไฟล์หนัง คลิก School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า… ผู้กำกับ : ภาส พัฒนกำจร นักแสดง : เสฎฐวุฒิ อนุสิทธิ์, รณิดา เตชสิทธิ์, ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ, โทรุ ทากิซาว่า, เอกวัฒน์ นิรัตน์วรปัญญา, ธีธัช รัตนศรีทัย, วริษฐา วชิรวงศ์, ธนเศรษฐ์ สุริยะพรชัยกุล เข้าฉาย : 10 พ.ย. 2559 (เลื่อนฉายเป็น 12 มกราคม 2560) การเข้าค่ายเก็บตัวของนักเรียนสมาชิกวงโยธวาทิตอาจดูเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทุกโรงเรียน แต่ไม่ใช่ที่นี่ ! โรงเรียนที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณและความตาย แถมเด็ก ๆ สมาชิกชมรมยังนึกสนุกออกไปลองของกันกลางดึกโดยไม่หวั่นเกรงต่อบรรยากาศอันเงียบสงัดของโรงเรียนเลยแม้แต่น้อย ! โปรไฟล์หนัง คลิก Shut In ผู้กำกับ : แฟร์เรน แบล็คเบิร์น นักแสดง : นาโอมิ วัตส์, โอลิเวอร์ แพลตท์, เจคอบ เทรมเบลย์ เข้าฉาย : 17 พ.ย. 2559 ท่ามกลางย่านชนบทที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ นักจิตวิทยาสาวที่ต้องดูแลลูกชายบุญธรรมที่ไม่สามารถพูดหรือขยับตัวได้ เธอกำลังจะต้องเผชิญกับความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่ หลังจากเด็กผู้ชาย (อีกคน) ที่เธอรับมาอุปการะได้หายตัวไปจากบ้านและเสียชีวิตลง โปรไฟล์หนัง คลิก The Disappointments Room ผู้กำกับ : ดี.เจ. คารูโซ นักแสดง : เคท เบคกินเซล, เมล ไรโด, ลูคัส ทิลล์ เข้าฉาย : 24 พ.ย. 2559 อย่าไว้ใจบ้านหลังใหม่แสนสวย เพราะคุณไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยว่าก่อนหน้าที่คุณจะย้ายเข้ามาอยู่ มันเคยเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง บางทีที่นี่อาจจะมีห้องลับที่รอใครสักคนมาปลดล็อกกุญแจ...เพียงแต่มันไม่ใช่ห้องสำหรับให้คนอยู่เท่านั้น ! โปรไฟล์หนัง คลิก

บุ๋ม โวย!! ละครไม่ใช่ต้นตอคดีฆ่าข่มขืน
ข่าว บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม ล่ารายชื่อ / 

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ขอออกมาเถียงแทนสื่อและนักแสดงทุกคน กรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาสังคมกับคดีฆ่าข่มขืนนั้น มาจากสื่ออย่างละครทีวี ที่นำเสนอแต่ความรุนแรง และฉากพระเอกข่มขืนนางเอก แต่กลับยกย่องเป็นฮีโร่ ซึ่งงานนี้ สาวบุ๋ม ในฐานะนักแสดง และประธานองค์กรทำดี ที่ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อการขอยกเลิกการอภัยโทษคดีฆ่าข่มขื่นทั้งผู้ใหญ่และเยาวชน เลยต้องออกมาโพสต์แสดงความเห็นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวบ้างว่า "สำหรับคำถามนี้ขอตอบเป็นสองข้อนะคะ 1. ละครทำให้เยาชนมีความรุนแรง? แสดงว่าคนในยุคปัจจุบันถึงขั้นแยกแยะไม่ออกแล้วเหรอว่าอันไหนชีวิตจริง อันไหนละคร? ละครฉากบู๊ฉากตบฉากข่มขืนมันก็มีมาตั้งแต่สมัยไหนก่อน ก็ไม่เห็นว่าพฤติกรรมจะรุนแรงเหมือนยุคปัจจุบัน มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ศีลธรรม จริยธรรมในแต่ละคนมากกว่า ว่าแยกแยะและยับยั้งชั่งใจได้ไหม? มันขึ้นอยู่กับสันดานของแต่ละคนค่ะ อย่าโทษนั่นโทษนี่เวลาทำผิดเลย มันแค่ข้ออ้างและข้อแก้ตัวค่ะ ที่สำคัญ เราดูละครเพราะมันไม่ใช่เราในชีวิตจริง ไม่มีคุณชายตามตื้อ ไม่มีคฤหาสน์ให้เดิน ส่วนตัวบุ๋มเองเล่นละครเป็นตัวร้าย กะหรี่ มาเฟีย ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจริงต้องเป็นแบบนั้นสักหน่อย เงื้อมมือตบยังไม่มีเลย! ละครก็คือละคร ไม่จำเป็นทึ่จะต้องมาทำให้เป็นชีวิตจริงใช่ไหมคะ และขอถามกลับบ้างนะคะว่า คุณคิดว่าไอ้สี่ตัวนั้นที่มันทำขนาดนี้เพราะมันดูละครเหรอคะ? ถ้ามันดูจริงมันจะรู้ว่า ตัวร้ายตายตอนจบเสมอ! จริงไหม?" ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @boompanadda บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา

แล้วทีมไหนล่ะ? ผีแดง ร่วงอันดับหนึ่งสโมสรที่คนเกลียดมากสุดในลีกผู้ดี
ปีศาจแดง /  ผีแดง / 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีอันต้องร่วงจากอันดับหนึ่ง สโมสรที่มีคนเกลียดมากที่สุดใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ซะแล้ว จากการสำรวจล่าสุดของสื่อผู้ดี ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2016/17 ทีมที่ก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์โพลล์สำรวจอันไม่พึ่งประสงค์นี้คือ เชลซี ที่ถีบทีมปีศาจแดงร่วงลงไปเป็นอันดับที่ 2 ซึ่งคาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากความสำเร็จในระยะหลัง ที่ทำให้แฟนบอลสิงโตน้ำเงินครามไปโม้ข่มทีมอื่นเอาไว้เยอะ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ตามมาติดๆ เป็นอันดับที่ 3 ต่อด้วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล ตามลำดับ ขณะที่ทีมซึ่งคนเกลียดน้อยที่สุดก็คือ บอร์นมัธ ที่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรกับใครอยู่แล้ว ตามมาด้วย เลสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลก่อนไปแบบสุดประทับใจ โดยไม่ได้สร้างความโกรธเคืองให้กับแฟนบอลทีมอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย สำหรับผลสำรวจสโมสรที่คนเกลียดที่สุดในลีกผู้ดี จากการสอบถามแฟนบอลเกือบ 10,000 คน มีดังต่อไปนี้ 1. เชลซี 2. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3. ลิเวอร์พูล 4. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5. อาร์เซน่อล 6. ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 7. สโต๊ค ซิตี้ 8. เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 9. ซันเดอร์แลนด์ 10. เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน 11. คริสตัล พาเลซ 12. เอฟเวอร์ตัน 13. ฮัลล์ ซิตี้ 14. มิดเดิ้ลสโบรช์ 15. สวอนซี ซิตี้ 16. เซาแธมป์ตัน 17. วัตฟอร์ด 18. เบิร์นลี่ย์ 19. เลสเตอร์ ซิตี้ 20. บอร์นมัธ

ละครชื่นชีวา  , เรื่องย่อชื่นชีวา
ละครชื่นชีวา /  ละครชื่นชีวา ช่อง7 / 

ชื่นชีวา บทประพันธ์โดย : บุษยมาสบทโทรทัศน์โดย : ภาวิตกำกับการแสดงโดย : ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์ผลิตโดย : บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัดออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครชื่นชีวา หลวงพิทยไพบูลย์ พาลูกสาว ชีวา ซึ่งกำลังตั้งครรภ์อพยพหนีออกมาจากเมืองชัยนาทอย่างคับแค้นใจ ย้อนไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ชีวาลูกสาวคนสวยรักกับ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล ข้าราชการหนุ่มหล่อที่เพิ่งมาประจำที่ชัยนาท เขารักเธอมากจนไม่อาจห้ามใจทำให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน ม.ล.นิวัฒน์ลำบากใจเมื่อบิดาและมารดาให้คนมาตามกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวแต่งงานกับ กานดา สาวสวย ไฮโซ ที่เขาเคยคบด้วยก่อนที่จะมาชัยนาท นิวัฒน์รู้ดีว่าบิดาและมารดาพอใจที่จะได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้ เขาไม่อยากหลอกชีวาจึงบอกเธอเรื่องกานดา และความจำเป็นที่ต้องแต่งงานกับเธอ ชีวาเสียใจแต่ก็ยอมให้เขาไปแต่งงานกับกานดาเพื่อไม่ให้บิดาและมารดา ของสามีโกรธ เพราะเธอรักเขามาก ชีวาเป็นคนอ่อนหวานใจอ่อนมองโลกในแง่ดี เธอหวังว่านิวัฒน์ คงจะอธิบายให้บิดามารดาและกานดายอมรับเธอได้ในวันหนึ่ง ม.ล.นิวัฒน์แต่งงานกับกานดาแต่ก็ยังไม่กล้าบอกเรื่องชีวา เมื่อกลับชัยนาทเขาจะไปอยู่กับชีวา เวลาผ่านไปจนกระทั่งกานดาคลอดลูกสาว ไม่นานนักชีวาก็ตั้งครรภ์บ้างยังไม่ทันที่นิวัฒน์จะจัดการเรื่องต่างๆให้เรียบร้อยกานดาก็รู้เรื่องชีวา เธอโกรธมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นรูปชีวาในกระเป๋าสตางค์ของนิวัฒน์ กานดายอมรับว่าเธอสวยมากจนกานดากลัวว่าสามีจะทิ้งเธอไปอยู่กับชีวา ซึ่งเธอยอมไม่ได้ กานดาวางแผนใส่ร้ายป้ายสีชีวาอย่างแนบเนียน จนทำให้นิวัฒน์เข้าใจผิดว่าชีวาคบชู้ และลูกในท้องของเธอก็เป็นลูกของชายอื่น นิวัฒน์หึงหวงจนขาดสติเขาทะเลาะกับชีวาอย่างรุนแรงคำกล่าวหาที่ว่าเธอคบชู้ทำให้ชีวาเสียใจมาก กานดาปล่อยข่าวลือจนชีวาเสื่อมเสียชื่อเสียง หลวงพิทยไพบูลย์ พยายามอธิบายให้ลูกเขยเข้าใจ แต่ ม.ล.นิวัฒน์ไม่ยอมรับรู้และเข้าใจอะไรทั้งสิ้น หลวงพิทยไพบูลย์จึงพาลูกสาวหนีออกจากชัยนาทมาใช้ชีวิตใหม่อย่างเรียบง่ายอยู่ที่รังสิต โดยเปลี่ยนชื่อเป็นนายชม ลูกสาวชื่อช้อย เมื่อครบกำหนดคลอดชีวาหรือช้อยคลอดลูกสาวหน้าตาน่าเอ็นดู ชมตั้งชื่อให้ว่า ชื่น ละครชื่นชีวา เวลาผ่านไป แม้ชื่นจะเป็นเด็กหญิงแต่ก็รู้กันเฉพาะในครอบครัว แต่กับเพื่อนบ้านและคนละแวกนั้นรับรู้ว่าลูกของช้อยเป็นผู้ชายชื่อชื่น ชมเลี้ยงหลานสาวเหมือนเลี้ยงหลานชายสอนวิชาป้องกันตัวให้จนเก่ง แกต้องการให้หลานสาวเข้มแข็งเหมือนผู้ชายจะได้ป้องกันตัวเองได้ หลังคลอด ไม่นานช้อยกลับเดินไม่ได้โดยที่ไม่รู้สาเหตุ ชมสานกระบุงตะกร้าออกเร่ขายที่สถานีรถไฟเพื่อเลี้ยงลูกและหลาน ชื่นเก่งสมใจตา เรื่องชก ต่อย ไม่กลัวใครแม้จะตัวเล็กแต่ก็ล้มเด็กผู้ชายตัวใหญ่ๆมาแล้วหลายคน ชื่นมีเด็กชายวัยไล่เลี่ยกันเป็นลูกน้อง ชื่อ เบิ้ม หลอ และ เปี๊ยกทั้งสามมีเรื่องมาให้ชื่นตามไปจัดการโดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกพี่คนเก่งนั้นเป็นผู้หญิง วันหนึ่งในหน้าร้อนเบิ้มมาตามชื่นให้ไปช่วย เปี๊ยกที่ถูกเด็กต่างถิ่นรังแก เมื่อถึงที่เกิดเหตุชื่นเห็นเด็กผู้ชายโตๆ สองคนยืนข่มขู่เปี๊ยกอยู่ ชื่นโกรธมากเมื่อเห็นว่าเปี๊ยกได้รับบาดเจ็บด้วย เด็กทั้งสองกลุ่มทะเลาะกันและท้าทายกันไปมาก่อนที่ชื่นจะตัดสินใจชกกับเด็กต่างถิ่นนั้นเพื่อยุติเรื่องยุ่ง ชื่นมั่นใจว่าต้องชนะแน่ๆ ก่อนที่การชกต่อยจะเริ่มขึ้นก็มีคนมาห้ามเสียก่อน คนที่มาห้ามนั้นเป็นเด็กรุ่นหนุ่มสองคน ชื่อ คุณต้น หรือ ศรันย์ และ คุณต่อ หรือ สาโรจน์ ซึ่งชื่นได้รู้จักภายหลังว่าเป็นลูกชายของ พระยาพิชัยศรายุทธ เจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆนั่นเอง คุณต้นเป็นพี่สวมแว่นสายตาดูเคร่งขรึม ต่างจากคุณต่อน้องชายที่ร่าเริง อารมณ์ดี มากกว่า ทั้งสองคนเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยยุติเรื่องชกต่อย เพราะคนที่เริ่มเรื่องก่อนเป็นคนในบ้านพิชัยศรายุทธชื่อ เจิมกับลอย ระหว่างที่โต้เถียงกันไปมา ชื่นพูดแย้งอย่างฉลาด ฉาดฉาน จนทำให้สองพี่น้องเอ็นดู จึงขอเป็นเพื่อนกับชื่น และพวก ซึ่งชื่นยอมตกลง หลังจากวันนั้น ชื่น กับลูกน้องจะไปบ้าน พิชัยศรายุทธทุกวัน ชื่นสนิทกับคุณต่อมากกว่าคุณต้น เพราะท่าทางเคร่งขรึมของเขา แต่ทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของชื่น เมื่อใกล้เปิดเทอมคุณต้นกับคุณต่อก็กลับพระนครเพื่อเรียนหนังสือ ส่วนชื่นนั้นแม้ไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนคนอื่นๆแต่ตาชมกับแม่ช้อย ก็สอนหนังสือให้ชื่นได้เช่นกัน วันเวลาผ่านไปอีก ชื่นไม่ได้พบคุณต้นและคุณต่อ สองสามปีเพราะทั้งคู่ไปพักร้อนที่จังหวัดอื่น แต่คุณต่อมักจะมีจดหมายมาถึงชื่นเสมอโดยที่คุณต้นจะฝากความคิดถึงมาด้วยทุกครั้ง มีอยู่ฉบับหนึ่งคุณต่อเล่าว่าท่านเจ้าคุณพ่อจะแต่งงานใหม่กับ ม.ล.วีณา ชวาล น้องสาวของม.ล.นิวัฒน์ ชวาล เจ้าเมืองชัยนาท ชื่นตกใจเมื่ออ่านจดหมายให้ตากับแม่ฟังเหมือนทุกครั้ง ทว่าคราวนี้ ตาชมหน้าบึ้ง แววตาโกรธจัดอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อได้ยินชื่อ ม.ล.นิวัฒน์ แม่ช้อยเองก็หน้าซีดเมินหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนน้ำตา วันนั้นตาชมบอกชื่นว่าให้จำชื่อนี้ไว้แล้ววันหนึ่งตาจะเล่าให้ฟังเมื่อชื่นโตกว่านี้ ชื่นใจแป้วทุกครั้งที่รู้ว่าคุณต้นและคุณต่อจะไม่มารังสิต แต่หน้าร้อนปีนี้ชื่นดีใจเมื่อรู้ว่าจะได้พบกันอีก เธอเตรียมหาของชอบเอาไว้ให้ทั้งคู่แม้ตาจะเตือนว่าให้เผื่อใจไว้บ้างถ้าหากว่าคุณต้นและคุณต่อเปลี่ยนไป ไม่รับชื่นเป็นเพื่อนอีกต่อไป ละครชื่นชีวา เย็นวันหนึ่ง ชื่นทั้งตกใจและดีใจเมื่อเห็นคุณต้นกับคุณต่อมาถึงบ้าน ทั้งสองหนุ่มไหว้ตาชมอย่างนอบน้อมแสดงถึงการเป็นคนที่ได้รับการอบรมมาดี ตาชมดีใจที่ชื่นมีเพื่อนดีๆอย่างนี้ สองพี่น้องชวนชื่นกับเพื่อนไปเที่ยวอยุธยาโดยให้ไปขึ้นรถที่บ้าน ชื่นดีใจที่ตาอนุญาตให้ไป เช้าวันรุ่งขึ้นชื่นกับเปี๊ยกรีบไปที่บ้านพิชัยศรายุทธ ขณะที่ชะเง้อรอคนมาเปิดประตูบ้านให้บังเอิญว่า เกศินี ชวาล ลูกสาวของกานดากับม.ล. นิวัฒน์ นั่งเล่นอยู่แถวนั้น กานดาฝากเกศินีให้อยู่กับคุณหญิงวีณา เพราะเรียนหนังสือในพระนคร เกศินีเริ่มจะเป็นสาวเธอติดใจ “คุณต้น” นักหนาถึงกับอ้อนขอตามมารังสิตด้วยทั้งที่ไม่ชอบท้องนาท้องไร่เลย เกศินีได้ยินคุณต้นและคุณต่อพูดถึงชื่นอย่างเอ็นดูจนหมั่นไส้ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า การพบกันเช้าวันนี้จึงไม่น่าประทับใจ เกศินีจิกเรียกชื่นกับเปี๊ยกว่า บ้านนอก ไพร่ จนชื่นทนไม่ไหวย้อนให้บ้างจนเกศินีกรีดร้องอย่างโกรธจัด ส่วนชื่นตาวาวกำมือแน่นพยายามข่มใจไม่ให้ชกผู้หญิงปากร้ายคนนี้ ก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นคุณต้นและคุณต่อก็ลงมาพอดี เกศินีฉอเลาะกับคุณต้นว่าร้ายชื่นอย่างน่าหมั่นไส้ ชื่นนึกเคืองคุณต้นเมื่อเขาหันมามองทำหน้าเคร่งเหมือนตำหนิ ชื่นเลยหาเหตุกล่าวลาไม่ยอมไปอยุธยาด้วย หน้าสวยหวานเกินเด็กผู้ชายงอง้ำทำให้คุณต่ออดอมยิ้มไม่ได้ วันนั้นแผนการไปเที่ยวต้องยกเลิกไปโดยปริยาย ตาชมแปลกใจเมื่อเห็นหลานสาวกลับมาเร็วกว่าปกติ เมื่อชื่นเล่าให้ฟังตาชมก็ยิ่งผูกใจเจ็บ กานดา และ ม.ล. นิวัฒน์ มากขึ้น แกจะสอนให้ชื่นล้างแค้นครอบครัวชวาลให้ได้ ส่วนคุณต่อเมื่ออยู่ตามลำพังกับพี่ชายคุยกันหลายเรื่องแล้วก็วกมาพูดเรื่องชื่น คุณต่อพูดขำๆว่าถ้าชื่นเป็นผู้หญิงคงสวยมากเขาคงไม่ลังเลเลยที่จะแต่งงานด้วย คุณต้นซึ่งเป็นคนจริงจังปรามน้องชายว่าเหลวไหล คุณต่อเลยยิ่งแกล้งพี่ชายโดยบอกว่าถ้าชื่นเป็นผู้หญิง เขาจะจองตัวให้เป็นเจ้าสาวและห้ามคุณต้นแย่งเป็นอันขาด เย็นวันนั้นสองหนุ่มชวนกันไปหาชื่นที่บ้านอีกทำให้ชื่นดีใจที่คุณต้นและคุณต่อยังเมตตาตนอยู่ เวลาผ่านไปเกศินีหงุดหงิดและเกลียดชื่นมากขึ้นทุกทีเพราะทั้งคุณต้นและคุณต่อขยันออกไปให้ชื่นพาเที่ยวในละแวกนั้นได้ทุกวัน ไม่กี่วันต่อมา พระยาพิชัยศรายุทธ และคุณหญิงวีณา ก็ตามมาพักที่รังสิตด้วยเกศินีฟ้องคุณอาหญิงเรื่องชื่นว่าปากร้าย นักเลง ไม่น่าที่จะให้คุณต้นและคุณต่อคบหาด้วย เด็กสาวต้องการให้เรื่องนี้รู้ถึงหูพระยาพิชัยศรายุทธท่านจะได้ห้ามปรามลูกชาย แต่คุณหญิงวีณาไม่สนใจวันหนึ่งคุณหญิงออกมาจ่ายตลาดจึงได้พบกับชื่น ส่วนชื่นรู้ได้ทันทีว่าเป็นคุณหญิงเพราะมากับคนเฝ้าบ้านพิชัย ศรายุทธที่คุ้นเคย เมื่อคุณหญิงขาดชะลอมใส่ของ ชื่นกุลีกุจอไปหอบผลงานของตาชมมาให้เธอทันที แถมไม่คิดเงินอีก ชื่นบอกคุณหญิงว่าเพราะเธอเป็นญาติกับคุณต้นและคุณต่อผู้เป็นทั้งเพื่อนและผู้มีพระคุณ ชื่นไม่สามารถจะรับเงินของท่านได้ คุณหญิงวีณานึกรักชื่นที่มีน้ำใจ พูดจาฉลาดเฉลียว เรียบร้อยรู้กาลเทศะ ต่างจากที่เกศินีเล่าให้ฟังเป็นคนละเรื่อง อะไรบางอย่างในตัวชื่นทำให้เธอนึกรัก เอ็นดูถึงขนาดจะไปขอตัวชื่นจากตาและแม่ไปอุปการะส่งให้เรียนหนังสืออย่างที่ควรจะเป็น คุณหญิงวีณาสั่งให้ชื่นไปบอกตาและถ้าตายินยอมเธอจะไปพบตาชมที่บ้านในเร็วๆนี้ ชื่นรีบกลับไปเล่าให้ตาฟังเด็กสาวดีใจที่ตาอนุญาต สองสามวันต่อมาคุณหญิงวีณาก็มาบ้านตาชมพร้อมกับคุณต้นและคุณต่อ เธอไหว้ตาชมอย่างไม่นึกรังเกียจหรือแบ่งชนชั้นทำให้ตาชมใจอ่อนลงบ้างเมื่อพบญาติของศัตรู ตกลงรายละเอียดการรับตัวชื่นกลับพระนครคุณหญิงวีณาบอกว่าเธอจะเลี้ยงชื่นอย่างลูกหลาน ยิ่งไปกว่านั้นเธอตกลงใจว่าจะให้ชื่นเปลี่ยนนามสกุลจากชาวนามาใช้ชวาล ซึ่งพระยาพิชัยศรายุทธก็เห็นด้วย ตาชมซ่อนความรู้สึกสะใจไว้ภายใต้รอยยิ้มและคำพูดนอบน้อมให้คุณหญิงเมตตาชื่นให้มากๆ ละครชื่นชีวา ก่อนถึงกำหนดเดินทางไปอยู่กับคุณหญิงวีณาที่บ้านพิชัยศรายุทธ ตาชมเล่าให้ชื่นฟังว่าพ่อของเธอชื่อ วิทยา วรงค์ เป็นเพื่อนรักกับ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล แต่ผ่านไปไม่นาน ม.ล.นิวัฒน์ เป็นเพื่อนทรยศหาเรื่องใส่ร้ายว่าพ่อของเธอเป็นโจรจนเขาต้องหนีเข้าป่าไม่มีที่ซุกหัวนอน ภัยนั้นยังลามมาถึงตาชมและแม่ช้อยซึ่งกำลังตั้งท้องจนอยู่บ้านไม่ได้ตาจึงพาแม่และชื่นมารังสิต ส่วนพ่อวิทยาถูกตำรวจจับตายที่ในป่า ต้นเหตุก็เพราะ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล และภรรยา ดังนั้นถ้ามีโอกาสให้ชื่นหาทางแก้แค้นให้ได้ การเข้าไปอยู่ที่พิชัยศรายุทธอยู่ร่วมบ้านกับเกศินีชื่นต้องอดทนในขณะเดียวกันก็ต้องทำทุกอย่างให้เหนือกว่า เก่งกว่า เกศินีให้ได้ พวกชวาลจะได้รู้สึกถึงความเป็นผู้แพ้เสียบ้าง ที่สำคัญเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ ส่วนเรื่องที่ชื่นเป็นผู้หญิงให้หาโอกาสเรียนให้คุณหญิงวีณาทราบเอง ในวันที่ต้องจากตาและแม่ชื่นต้องฝืนใจให้เข้มแข็งไม่ร้องไห้ต่อหน้าคุณต้นและคุณต่อ ที่บ้านพิชัยศรายุทธ คุณหญิงวีณาให้ชื่นอยู่เรือนเล็กข้างห้องของนมอ่อน โดยเธอขอให้นมอ่อนช่วยอบรมสั่งสอนชื่นโดยมีสะอาดเป็นผู้ช่วยอีกคน ชื่นต้องปรับตัวใหม่แต่ก็ไม่ยากนักเพราะทั้งตาและแม่อบรมสั่งสอนมาดี คุณหญิงวีณาขอให้คุณต้นช่วยสอนหนังสือให้ชื่นเพื่อเตรียมตัวเข้าโรงเรียน ชื่นตัวเกร็งเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าคุณต้นมาดเคร่งขรึมของเขาทำให้เธอเกรงใจ ไม่กล้าดื้อ คุณต้นทดสอบความรู้ชื่น ทั้งคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ชื่นเก่งกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก แต่คุณต้นก็ไม่แปลกใจมากนักเพราะเขาเคยเห็นว่าตาชมมีหนังสือดีๆทั้งไทยและภาษาอังกฤษมากมาย เขาค่อนข้างแน่ใจว่าตาชมต้องได้รับการศึกษาและมาจากครอบครัวที่ดีกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน ชื่นมาอยู่พิชัยศรายุทธไม่นาน คุณต่อก็ต้องไปเรียนที่โรงเรียนนายร้อย คุณต้นไปปีนังกับเพื่อนๆ เขาอนุญาตให้ชื่นเล่นกับสโนไวท์สุนัขตัวโปรดของเขาได้ ส่วนเกศินีได้แต่เก็บความไม่พอใจชื่นไว้เธอรอว่าเมื่อใดที่ครอบครัวเธอมาพักที่พิชัยศรายุทธ เธอจะฟ้องคุณกานดาเรื่องที่คุณหญิงวีณาโอ๋เด็กบ้านนอกอย่างชื่นเหลือเกิน ระหว่างที่คุณต้นและคุณต่อไม่อยู่ ยังไม่ทันที่ชื่นจะเรียนคุณหญิงวีณาเรื่องเพศที่แท้จริง ความลับของชื่นเรื่องที่เธอเป็นผู้หญิงก็ไม่เป็นความลับอีก เมื่อธรรมชาติของผู้หญิงประกาศตัวออกมาเองนมอ่อนและสะอาดได้รู้เป็นคนแรก นมอ่อนจึงพาเธอไปกราบคุณหญิงวีณาให้รู้ความจริง ชื่นกลัวคุณหญิงโกรธ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอกลับรักและเมตตาชื่นมากขึ้นไปอีก คุณหญิงวีณาสั่งให้จัดเสื้อผ้าให้ชื่นใหม่ทั้งหมดทำให้เกศินียิ่งเกลียดชื่นมากขึ้นไปอีก สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือชื่นสวยน่ารักมาก เมื่อถึงวันหยุดคุณต่อกลับมาบ้านเขาเตรียมเสื้อผ้าของใช้สำหรับผู้ชายมาให้ชื่น แต่เมื่อได้พบเธอที่ห้องนมอ่อนคุณต่อจำไม่ได้งงไปเป็นครู่ ตาใสๆและรอยยิ้มอายๆของชื่นทำให้เขาจำได้ ชายหนุ่มบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรที่เพื่อนหนุ่มห้าวกลายเป็นเพื่อนสาวและสวยเสียด้วย เขาอยากรู้จริงๆว่าคุณต้นจะทำหน้าอย่างไรเมื่อรู้ว่าชื่นเป็นผู้หญิง เมื่อพี่ชายกลับจากปีนังคุณต่อรีบเข้าไปนั่งคุยที่ห้องพัก เขาเกรงว่าของฝากจากคุณต้นจะไม่เหมาะสมกับชื่นเมื่อได้โอกาสเขาจึงบอกพี่ชายเรื่องชื่นเป็นผู้หญิง คุณต้นจึงเปลี่ยนของฝากที่สวยน่ารักให้แทนและสวยกว่าของคนอื่นเสียอีก ละครชื่นชีวา ชื่นทำอะไรไม่ถูกเมื่อต้องพบคุณต้นโดยบังเอิญที่สวนหลังบ้าน ขณะที่เธอวิ่งเล่นกับสโนไวท์ ชายหนุ่มเองก็ต้องนิ่งไปเป็นครู่ แม้เจ้าชื่นจะเป็นหนุ่มหน้าสวยแต่เมื่อเป็นผู้หญิงแล้วเขาต้องยอมรับว่าชื่นสวยและน่ารักมากกว่าเดิมเสียอีก มาดขรึมๆของเขาทำให้การสนทนาไม่ประดักประเดิดมากไปนัก ครู่เดียวทั้งสองคนก็คุยกันอย่างสนิทสนมเหมือนเดิม แล้ววันที่ครอบครัวชวาลมาพิชัยศรายุทธก็มาถึง ม.ล. นิวัฒน์ ได้พบกับชื่นโดยบังเอิญ ท่านนิ่งไปเมื่อชื่นหน้าตาเหมือนชีวาเหลือเกิน ม.ล. นิวัฒน์ อดใจไม่ได้ต้องเดินตามเพื่อถามชื่นว่ารู้จัก ชีวา วิชชลักษณ์ หรือไม่ ชื่นปฏิเสธวันรุ่งขึ้นเธอได้พบ ม.ล. นิวัฒน์ อีกคราวนี้ ท่านหยิบรูปจากกระเป๋าเสื้อออกมาให้เธอดูว่ารู้จักผู้หญิงในรูปหรือไม่ แม้ชื่นจะแปลกใจที่รูปนั้นคือรูปแม่ช้อย เธอเคยเห็นรูปนี้ในกล่องเก็บของในห้องนอนแม่ แต่ชื่นก็ปฏิเสธและเดินจากไปอย่างหมางเมิน เด็กสาวได้แต่เขียนจดหมายเล่าให้ตาฟัง ซึ่งตาชมตอบกลับมาว่าเธอทำถูกแล้วเมื่อโรงเรียนเปิดเทอม ชื่นได้เข้าเรียนที่กุลธิดาวิทยาลัยซึ่งเป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน โดยมีชื่อเต็มว่า น.ส. ชื่นชีวา ชวาล เธอเรียนเก่งเป็นที่รักของเพื่อนๆ และในวันหยุดทุกสัปดาห์คุณต้นและคุณต่อจะมารับเธอกลับบ้าน มาคนเดียวบ้างสลับกันมาบ้าง ความเป็นหนุ่มหน้าตาดีสมาร์ทของสองพี่น้องทำให้เพื่อนๆคอยเดาคนมารับชื่นอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไปคุณต้นเรียนสำเร็จปริญญาตรีและเตรียมตัวจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ชื่นแอบถักเสื้อสเว็ตเตอร์ไหมพรมสีเทาสวยไว้ให้เขาใช้ที่นั่นด้วย หนุ่มสาวทั้งสองเริ่มมีความรู้สึกดีๆต่อกันโดยที่ไม่รู้ตัว คนที่เฝ้าจับตาอย่างริษยาคือเกศินี ก่อนที่คุณต้นจะไปต่างประเทศ ชื่นได้มีโอกาสมอบเสื้อถักตัวสวยให้เขา คุณต้นบอกเธอว่าเขาจะสวมมันแน่นอน ชายหนุ่มเดินทางไปแล้วและมีจดหมายมาถึงพระยาพิชัยศรายุทธ คุณต่อ นมอ่อนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเกศินีเขาตอบจดหมายเธอก็ต่อเมื่อเธอเขียนถึงเขาแต่น้อยกว่าจดหมายถึงนมอ่อนซึ่งรวมของชื่นไว้ด้วย ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งระหว่างเขาและชื่นเพิ่มมากขึ้นทุกวัน วันหนึ่งตาชมให้เปี๊ยกมาตามเธอกลับบ้านบอกว่าแม่ป่วยหนัก ชื่นรีบกลับบ้านโดยคุณหญิงวีณากับ ม.ล. นิวัฒน์ พาหมอธนา หมอประจำตระกูลไปด้วย เมื่อถึงบ้านชื่นที่รังสิตม.ล. นิวัฒน์ตกใจเมื่อพบ ตาชม เขาก้มลงกราบทันทีและเรียกว่า อาหลวง ขณะที่ตาชมคว้าปืนขึ้นมาไล่ให้เขาไปจากบ้าน คุณหญิงวีณารีบขอให้หมอเข้าไปรักษาช้อยโดยมีชื่นเข้าไปด้วย หมอธนาสีหน้าไม่สู้ดีนักช้อยอาการหนักมากต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดจึงต้องค้างที่รังสิต วันนั้นคุณหญิงวีณาจึงได้รู้ว่าตาชมคือหลวงพิทยไพบูลย์พ่อของชีวาภรรยาอีกคนของพี่ชาย ดังนั้นชื่นก็คือลูกสาวของม.ล.นิวัฒน์ ซึ่งก็คือหลานแท้ๆของเธอเอง ชื่นชีวามีสายเลือดชวาลจริงๆ ม.ล.นิวัฒน์พยายามขอร้องอาหลวงเข้าไปพบชีวาแต่ก็ยากเหลือเกิน จนกระทั่งช้อยหรือชีวาขอร้องบิดาขอพบม.ล.นิวัฒน์เป็นครั้งสุดท้าย ม.ล. นิวัฒน์ใจหายเมื่อเข้าไปเห็นชีวาเธอยังสวย แต่ซูบผอม อิดโรย อย่างน่าสงสาร ช้อยหรือ ชีวาได้มีโอกาสพูดในสิ่งที่อัดอั้นใจมานาน คำตัดพ้อต่อว่าของเธอทำให้ม.ล. นิวัฒน์สงสารแทบขาดใจ เขาเองก็ยอมรับว่าพลาดที่หูเบาเชื่อกานดาง่ายเกินไป ความรักทำให้หวาดระแวง หึงหวงแต่เมื่อเขาถามเธอว่าชื่นคือลูกของเขาใช่หรือไม่ ช้อยกลับปฏิเสธอย่างหมางเมิน ทว่าม.ล.นิวัฒน์ กลับมั่นใจว่าชื่นชีวาคือลูกสาวของเขากับชีวา คืนนั้นทุกคนอยู่ดูอาการชีวาที่รังสิตภาวนาให้เธอหายป่วย ทว่า ชีวาสิ้นใจตอนใกล้รุ่ง เธอจากไปอย่างสงบทิ้งให้คนที่อยู่คิดถึงเธอ นอกจากพ่อกับลูกสาวแล้วยังมี ม.ล. นิวัฒน์ที่ต้องทนทุกข์ทรมานใจไปตลอดชีวิต คุณหญิงวีณารับเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้ชีวาหรือช้อยอย่างสมเกียรติ หลวงพิทยไพบูลย์ไม่ยอมไปอยู่ที่พิชัยศรายุทธตามคำอ้อนวอนของม.ล.นิวัฒน์ และคุณหญิงวีณา แต่แกแอบเข้าพระนครมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆชื่นชีวาโดยมีเปี๊ยกตามมาอยู่ด้วย ละครชื่นชีวา เมื่อชาติกำเนิดที่แท้จริงของชื่นถูกเปิดเผย เธออยู่ในพิชัยศรายุทธในฐานะหลานสาวคนโปรดของคุณหญิงวีณา ม.ล. นิวัฒน์ เรียกชื่นชีวาว่าลูกทุกคำ แม้เธอจะเมินเฉยไม่แยแสแต่ท่านก็ทำใจเพราะความผิดของท่านที่ทำไว้กับแม่ของเธอนั้นมากมายนัก กนก น้องชายของเกศินีเองก็ยอมรับชื่นชีวา เรียกเธอว่าพี่ชื่นอย่างเต็มใจ มีเพียงกานดาและเกศินีที่ยังเคียดแค้นชิงชังชื่นชีวา ความเคียดแค้นของกานดามากขึ้นอีกเมื่อเธอต่อว่าสามีว่าเห่อลูกสาวคนใหม่ใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้ม.ล. นิวัฒน์กลับพูดชัดเจนว่าเขาเชื่อว่าชื่นชีวาเป็นลูกสาวของเขา และเขาจะแบ่งทรัพย์สินให้เท่ากับเกศินี และกนกในฐานะลูกคนหนึ่ง กานดายอมไม่ได้เพราะนางรู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องที่ชีวามีชู้นั้นเป็นแผนการของนางเองและไม่เป็นความจริงสักนิดเดียว ชื่นชีวาเป็นลูกสาวของม.ล. นิวัฒน์ จริงๆ เป็นมารความสุขของนางและเกศินี กานดาจึงให้ นางจันทร์ บ่าวคนสนิทไปตามหลานชายชื่อ จาบ มาวางแผนหลอกชื่นไปข่มขืน ทำให้เสียหาย กนกผ่านมาได้ยินพอดีพยายามหาโอกาสช่วยพี่สาวโดยทีไม่ให้ใครรู้ เย็นวันหนึ่งไม่มีใครอยู่บ้านนอกจาก ชื่น เกศินี และกานดา เป็นโอกาสให้จาบในมาดของนายจำรักษ์คนสนิทของหลวงพิทยไพบูลย์เข้ามาสร้างเรื่องหลอกให้ชื่นชีวาไปกับเขาจนได้ กนกร้อนใจแต่ไม่สามารถตามไปได้ ได้แต่กระวนกระวายใจจนกระทั่งคุณต่อกลับมา เขาจึงบอกให้ตามไปช่วยตามที่อยู่ที่ได้ยินมา ส่วนชื่นใจหายเมื่อจำรักษ์พาเธอไปขังไว้ในห้องนอนที่บ้านริมทางเปลี่ยว จำรักษ์พยายามปล้ำเธอแต่ชื่นตั้งสติ ชื่นชีวากลับมาอยู่ในมาดของเจ้าชื่นไอ้หนุ่มหมัดหนักอีกครั้ง เธอหาจังหวะใช้ขวดเหล้าฟาดจำรักษ์จนสลบเหมือดคุณต่อเองก็ตามมาช่วยเธอทันเวลา จำรักษ์และลูกน้องจึงโดนจัดการอย่างสาสม คุณต่อกับชื่นตกลงว่าจะไม่บอกใครเพื่อหาตัวการให้ได้ เมื่อครบสองปีคุณต้นเรียนจบจึงกลับเมืองไทย เกศินีตื่นเต้นจนออกนอกหน้า ตรงข้ามกับชื่นที่เก็บอาการทั้งที่ใจจดจ่อรอวันกลับของเขาเช่นกัน เกศินีไม่รู้ว่าจะจัดการกับชื่นอย่างไรดีในเมื่อทุกคนดูจะเป็นใจให้ชื่นได้ดูแลคุณต้นเหลือเกินแม้กระทั่งการจัดห้องพัก นมอ่อนก็ต้องตามให้คุณชื่นไปช่วยทั้งที่เธออยากจะทำหน้าที่นี้เอง ในวันที่คุณต้นเดินทางกลับทุกคนไปรับที่สนามบิน คุณต้น กราบบิดาไหว้คุณหญิงวีณาทักนมอ่อนแล้วจึงทักชื่นด้วย สายตาของคุณต้นที่มองชื่นทำให้เธอแก้มแดงเขินอาย น่ารักจนชายหนุ่มอยากจะหันไปมองอีกครั้งแต่ต้องรักษากิริยา ทักคนอื่นๆต่อไป เกศินีหน้าบึ้งงอนเมื่อเห็นว่าคุณต้นทักชื่นก่อนเธอ ที่จริงแล้วเป็นเพราะชื่นยืนอยู่ใกล้นมอ่อนนั่นเอง งานเลี้ยงต้อนรับคุณต้นจัดที่บ้านเป็นงานใหญ่ เกศินีวุ่นวายเตรียมเสื้อผ้าให้สวยที่สุดเธอหวังว่าจะได้เปิดฟลอร์กับเขา ชื่นชีวาคอยช่วยคุณหญิงวีณาจัดบ้าน จัดดอกไม้ โดยมีคุณต้นคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เขาสนทนากับมารดาเลี้ยงอย่างสนิทสนมจนทำให้ท่านเจ้าคุณพ่อพอใจและมีความสุข ละครชื่นชีวา เมื่อถึงวันงาน ชื่นชีวาแต่งตัวเสร็จแล้วแต่ไม่กล้าเดินออกไป นั่งอยู่กับนมอ่อนจนนางต้องคิดหาทางช่วยแต่แล้วคุณต้นก็เป็นคนเดินมารับชื่นชีวาเอง เขาจองให้เธอเต้นรำเปิดฟลอร์กับเขา เมื่อดนตรีบรรเลงชายหนุ่มเดินตรงมารับชื่นชีวาไปเต้นรำโดยเดินผ่านเกศินีอย่างไม่ได้มองด้วยซ้ำ หนุ่มสาวทั้งคู่มีความสุขมาก คุณต้นขอจองเต้นกับชื่นอีกครั้งในเพลงสุดท้ายเธอรับปาก เพลงจบเขาพาเธอมาส่งที่โต๊ะแล้วจึงหันไปเต้นรำกับคนอื่นๆบ้าง คุณต่อนั่งดื่มสนุกกับเพื่อนๆที่กรมฯจนหลับอยู่ที่โต๊ะ เวลาผ่านไปจนดึกมากชื่นแอบหลบไปอยู่กับนมชื่นเธอเกรงว่าคุณต้นอาจจะลืมสัญญาแล้วเธออาจจะเก้อ แต่เขาเดินกลับมาเพื่อรับเธอไปเต้นรำในเพลงสุดท้ายจริงๆ ชื่นชีวามีความสุขที่สุดตรงข้ามกับเกศินีที่แค้นใจมากเช่นกัน เกศินีทนเห็นชื่นมีความสุขไม่ได้ เธอแกล้งทำดีกับชื่นและพูดเรื่องที่เธอรักกับคุณต้นและจะแต่งงานกันหลังจากเรียนจบ แม้ชื่นจะไม่เชื่อนักแต่ก็เจ็บปวดใจเหลือเกิน เกศินีไปพูดให้คุณต่อเข้าใจผิดเรื่องชื่นชอบหว่านเสน่ห์กับหนุ่มๆโดยเฉพาะคุณต้นทำให้เขาทนไม่ไหว คุณต่อไปทวงสัญญาจากพี่ชายที่บอกว่าจะไม่แต่งงานกับชื่นถ้าเธอเป็นผู้หญิงและเขาพร้อมจะแต่งงานกับชื่นแล้ว คุณต้นข่มใจบอกน้องชายว่าเขาไม่เคยคิดเรื่องนี้ทุกอย่างจะเป็นไปตามความต้องการของคุณต่อและชื่น น้องชายออกไปจากห้องแล้ว ชายหนุ่มนั่งนิ่งที่โต๊ะทำงานความเจ็บปวดที่ต้องเสียของรักมันมากมายท่วมท้นจนแทบทนไม่ไหวเขาจำเป็นต้องตัดใจจากชื่นให้ได้ทั้งที่รักเธอมากเหลือเกิน คุณต้นลุกไปเปิดลิ้นชักหยิบแหวนหมั้นที่บิดาหมั้นคุณหญิงสลิลมารดาของเขาออกมา ชายหนุ่มพลิกแหวนดูอย่างพิจารณา เขาจะให้คุณต่อใช้แหวนวงนี้เป็นแหวนหมั้นชื่นชีวาของที่คุณต้นรักจะได้เป็นของคนที่เขารักคือชื่นชีวา พระยาพิชัยศรายุทธ ถามลูกชายคนโตอย่างไม่แน่ใจเมื่อเขานำแหวนของมารดามาให้เพื่อให้คุณต่อใช้เป็นแหวนหมั้น เพราะเป็นที่รู้กันว่าคุณต้นรักและหวงแหวนวงนี้มาก ชายหนุ่มตอบอย่างมั่นใจว่าแหวนวงนี้เหมาะสมกับสะใภ้คนแรกของศรายุทธ ลูกชายออกไปจากห้องแล้วแม้ท่าทางสงบนิ่ง แต่พระยาพิชัยศรายุทธก็รู้ว่าคุณต้นรักชื่นชีวาและรักน้องชายมากด้วย เขาจึงยอมสละสิ่งที่เขารักให้น้องได้ทั้งหมดทั้งคนรักและของรัก งานหมั้นถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะคุณต่อต้องการหมั้นก่อนไปราชการที่เกาหลี ระหว่างนั้นทั้งชื่นชีวาและคุณต้นต่างก็หมางเมินต่อกันเพราะความเข้าใจผิดที่เกศินียุแยงไว้ นมอ่อนแปลกใจที่คุณชื่นไม่ค่อยสนใจไยดีเรื่องเสื้อผ้าหรือทำผมนัก เธอปล่อยตามสบายทำเหมือนโดนบังคับแต่ปากบอกเต็มใจ ละครชื่นชีวา งานหมั้นผ่านไปอย่างเรียบง่ายโดยที่คุณต้นไม่อยู่ร่วมพิธีด้วยเขาอ้างว่าติดราชการทั้งที่จริงคือทำใจไม่ได้ เขากลับมาเมื่อพิธีหมั้นเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มพบน้องชายและชื่นอยู่ด้วยกันที่เฉลียงหน้าบ้าน คุณต่อจึงบอกให้ชื่นขอบคุณที่คุณต้นยอมให้แหวนหมั้นของมารดามาหมั้นเธอทั้งๆที่ควรจะเป็นของผู้หญิงที่คุณต้นรัก ชื่นพูดไม่ออกเธอไหว้เขาเรียบร้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าคุณต้นมองเธออยู่แล้ว แววตาเขาเศร้าและปวดร้าวทั้งที่ปากบอกว่ายินดี เมื่ออยู่คนเดียวชื่นชีวามองแหวนหมั้นที่นิ้วมืออย่างไม่เข้าใจ ทำไมคุณต้นจึงยอมมอบของรักของหวงมาให้เธอไม่นานนักคุณต่อเดินทางไปราชการที่เกาหลี วันเวลาผ่านไปชื่นชีวาตั้งใจเรียนให้ได้ปริญญาอีกใบ เธอหลบหน้าคุณต้นแม้จะมีชั่วโมงเรียนกับเขาจนเขาต้องให้นมอ่อนมาเตือน หญิงสาวทำใจไม่ได้ถ้าจะต้องอยู่ใกล้กับคุณต้น เธอรักเขาแต่เขาไม่รักเธอเลยสักนิดผลักไสจนเธอต้องยอมหมั้นกับคุณต่อ สถานการณ์สงครามที่เกาหลีไม่ดีนักทุกคนเป็นห่วงคุณต่อ แต่แล้วข่าวร้ายมาถึงพิชัยศรายุทธในวันหนึ่งคุณต่อโดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิตเขาเขียนจดหมายถึง บิดา พี่ชาย และชื่นชีวา คำขอร้องครั้งสุดท้ายคือขอให้คุณต้นแต่งงานกับชื่นชีวาแทนเขา เป็นการไถ่โทษที่เขาแย่งชื่นชีวามาจากพี่ชาย ถ้าเขารู้เร็วกว่านี้สักนิดว่าทั้งสองคนรักกันเขาจะไม่หมั้นกับเธอ พระยาพิชัยศรายุทธถามความสมัครใจจากลูกชาย คุณต้นตอบตกลงส่วนชื่นชีวาไม่ปฏิเสธเช่นกันเมื่อคุณหญิงวีณาถาม เกศินียังไม่หยุดบั่นทอนความรักของทั้งคู่เธอพูดจนชื่นชีวาเข้าใจว่า คุณต้นยอมแต่งงานกับเธอก็เพราะคำขอร้องของน้องชาย แต่ชื่นชีวาไม่ปฏิเสธการแต่งงานเพราะเธอต้องการให้เกศินีและกานดาต้องเสียใจเหมือนตากับแม่ของเธอบ้าง งานแต่งงานจัดอย่างเรียบง่าย แต่ชื่นชีวายังคงงอนคุณต้นอยู่โดยที่เจ้าตัวไม่เข้าใจ แต่เขาตั้งใจว่าจะปรับความเข้าใจกับเธอเมื่อไปฮันนีมูนที่หัวหินในช่วงเวลาเดียวกันความผิดหวังทำให้เกศินียอมออกไปกินข้าวกับ ทรงวุฒิ เพื่อนนักบัญชีรุ่นพี่โดยไม่รู้ว่าเขาได้ ยุพา ญาติห่างๆของเธอเป็นเมียแล้วและกำลังตั้งท้อง ทรงวุฒินั้นยากจนแต่ทะเยอทะยานเขาหวังในตัวเกศินีเพื่อใช้เธอตามเข้าสังคมชั้นสูง เกศินีพลาดตกเป็นของทรงวุฒิจนได้ กานดาแทบคลั่งรีบส่งนายจาบหรือจำรักษ์ไปหัวหินเพื่อทำลายครอบครัวของคุณต้นและชื่นชีวา นางต้องทำให้คุณต้นเกลียดชื่นชีวาหย่ากันแล้วจากนั้นจึงจะเป็นโอกาสของเกศินี แต่ทรงวุฒิกลับเป็นมาร เขานำรูปของเขากับเกศินีที่แอบถ่ายไว้มาแบล็กเมล์จนกานดาตั้งใจว่าต้องให้จาบฆ่าทรงวุฒิหลังจากจบงานที่หัวหิน ละครชื่นชีวา ที่บ้าน ชื่นสวาท จำรักษ์ทำงานได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ความรักทำให้คุณต้นหูเบาเชื่อว่าจำรักษ์คือสามีของชื่นชีวาจริงๆ เขาเอ่ยปากให้เธอกลับไปอยู่กับจำรักษ์เสียเขายินดีเปิดทางให้ ชายหนุ่มออกจากบ้านอย่างปวดร้าว ขณะที่ชื่นชีวาอาละวาดไล่จำรักษ์ออกไปเช่นกันหญิงสาวเก็บเสื้อผ้าหนีกลับมาอยู่กับตาชมเสียใจและเจ็บปวดอย่างที่สุด นมอ่อนรีบติดต่อคุณหญิงวีณาให้ตามมาแก้สถานการณ์ กนกซึ่งตามดูมารดาและเกศินีผ่านมาได้ยินเรื่องนี้เขารีบไปบอกม.ล. นิวัฒน์ ทั้งหมดจึงตามไปที่ชื่นสวาท กนกเล่าความจริงให้คุณต้นรู้ว่าชื่นชีวาโดนกลั่นแกล้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วครั้งแรกคุณต่อตามไปช่วยไว้ทันก่อนที่จะพลาดให้กับจำรักษ์ ชายหนุ่มโกรธตัวเองที่หูเบาอย่างไม่น่าอภัยสงสารชื่นชีวาจับใจเมื่อกลับถึงพิชัยศรายุทธ พระยาพิชัยศรายุทธคุณหญิงวีณา คุณต้นม.ล. นิวัฒน์ และกนก ตามไปที่บ้านของหลวงพิทยไพบูลย์ หรือตาชม คุณหลวงฯต้อนรับอย่างดีท่านยอมให้อภัย ม.ล. นิวัฒน์ เมื่อรู้ว่าเขาได้สละโลหิตช่วยชีวิตท่านเมื่อครั้งที่ได้รับอุบัติเหตุรถชนไม่นานมานี้ ตาชมพยักหน้าให้คุณต้นตามไปปรับความเข้าใจกับชื่นชีวาในห้อง เธอยอมตามสามีออกมาแต่ตั้งใจว่าจะยังไม่คืนดีง่ายๆ ส่วนคุณต้นวางแผนไว้ในใจว่าเขาจะพาเธอกลับไปปรับความเข้าใจที่ชื่นสวาทอีกครั้งเมื่อถึงที่พักคุณต้น ง้อ และลงโทษคนแสนงอนด้วยความรักที่มีมากมายจนชื่นชีวาหายโกรธ ที่บ้านพิชัยศรายุทธ ม.ล.นิวัฒน์วางแผนจับจำรักษ์หรือนายจาบ รวมทั้งนางจันทร์ จนสารภาพหมดว่าทั้งหมดเป็นแผนของกานดาจนกา ติดตามชมกันต่อได้ใน ละคร ชื่นชีวา ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี ละคร ชื่นชีวา เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2559 รายชื่อนักแสดงนำในละคร ชื่นชีวา ศรัณย์ ศิริลักษณ์ รับบท คุณต้น/ศรันย์คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท ชื่นชีวาแก้วใส คริสตัล รับบท ม.ร.ว.ฉัตร์สุดาขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์ รับบท ยุพาณทรรศชัย จรัสมาส รับบท คุณต่อ/สาโรจน์พูลภัทร อัตถปัญญาพล รับบท นัททีพิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบท ทรงวุฒิกชกร ส่งแสงเติม รับบท เกศินีสรพงศ์ ชาตรี รับบท หลวงพิทยไพบูลย์/ตาชมเกรียงไกร อุณหนันท์ รับบท พระยาพิชัยศรายุทธวสุ แสงสิงแก้ว รับบท ม.ล.นิวัฒน์ ชวาลนคินธร ภาษยวรรณ์ รับบท กนกจักรกฤษณ์ คชรัตน์ รับบท จาบ/จำรักษ์ ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา

ก้องเกียรติ โขมศิริ /  ขุนพันธ์ / 

"แฟรงค์ ภคชนก์" ร้ายระดับพระกาฬ ด้วยบท "หลวงโอฬาร" ในขุนพันธ์ “พี่โขมเป็นคนที่ใช้ความมืดมาบีบคั้นคนดูเพื่อให้เห็นคุณค่าของแสงสว่าง เขาใช้ความมืดกดดันเพื่อให้คนดูหิวกระหายความสว่าง และเมื่อความสว่างโผล่ออกมาเมื่อไหร่มันจะดื่มด่ำขึ้นมาทันที มันจะโอ้ว มันสว่างแล้ว และนี่คือวิธีการของพี่โขมที่ผมชอบความละเมียดละไมแบบนี้มาก กดดันให้คนหิวความสว่าง กดดันให้คนหิวความสดใส พอมันถึงความสว่างขึ้นมาปุ๊บ อ๋อมันสว่างขึ้นมาจริง ๆ”  แฟรงค์ ภคชนก์ กล่าว หลังจากที่เราได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ 2 นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ กันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อนันดา เอเวอริ่งแฮม (อ่านบทสัมภาษณ์ คลิก) หรือ น้อย วงพรู (อ่านบทสัมภาษณ์ คลิก) คราวนี้ก็ถึงทีของอีกหนึ่งตัวละครสำคัญผู้รับบทบาทเป็น หลวงโอฬาร จอมร้ายกาจ ซึ่งได้แก่ แฟรงค์ ภคชนก์ โวอ่อนศรี ว่าแต่หนุ่มแฟรงค์จะมาพูดอะไรเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้บ้าง ตามไปอ่านกันได้เลยครับ... ครั้งแรกที่ได้รู้จักท่านขุนพันธ์ รู้จักท่านขุนพันธ์ครั้งแรกจากหนังสือพิมพ์ครับ จากรายการทีวี จากหลาย ๆ แหล่งที่ต่างพูดเหมือนกันว่าท่านคือตำรวจที่ดี แล้วก็ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ที่โดนใจมากเลยก็คือเรื่องของการมีอาคม คือคนสมัยก่อน สภาวะแวดล้อมสิ่งต่าง ๆ มันไม่เหมือนสมัยนี้ มันก็จำเป็นที่ต้องมีคาถาอาคม อย่างผมเองมีโอกาสที่ได้ทันคุณทวดของผมซึ่งเป็นคุณยายของคุณพ่อ คุณทวดจะมีสมุดอยู่เล่มหนึ่งซึ่งในนั้นก็จะมีคาถามากมาย อย่างเช่น เวลาที่คุณโดนของร้อนไฟลวกนะคุณก็ต้องเป่าคาถานี้นะ เวลาคุณเดินไปในพงหญ้าคุณกลัวงูคุณก็ต้องท่องคาถานี้นะ พออ่านเรื่องของขุนพันธ์ว่าท่านมีคาถาอาคมก็เลยยิ่งอินเข้าไปใหญ่ เมื่อก่อนมีความศรัทธาทางด้านนี้ เขามีวิชาอย่างนี้อยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าท่านเป็นตัวแทนของคนไทยในยุคนั้น ท่านก็เป็นตำรวจตัวแทนของด้านสว่าง ถ้าในวันวานคนทุกคนมีอาคม คุณจะใช้อาคมของคุณไปในทางไหนล่ะ ท่านมีพลังอาคมอันแก่กล้าแล้ว ท่านใช้ไปในทางที่ดี นี่คือฮีโร่ของยุคนั้นครับผม แล้วพอได้มีโอกาสมาร่วมงานภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ ความรู้สึกที่มีต่อขุนพันธ์เมื่อสัมผัสแรกยิ่งเข้มข้นมากขึ้นด้วยความชื่นชม และประทับใจจากการได้รู้เรื่องราวในส่วนประวัติของท่าน ว่าท่านปราบเสือ ปราบโจรร้ายมาหลายที่ ด้วยพลังของความดี ทราบมาว่าในการที่ได้มีโอกาสเป็น1ในตัวละครสำคัญ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องมีการเตรียมตัวเพื่อรับบทนี้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถึงกับศึกษาบรรยากาศแวดล้อมของยุคสมัยของภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะเลยทีเดียว ผมก็ต้องไปหาว่ายุคนั้น ยุคก่อนสงครามโลกบ้านเมืองมันเป็นอย่างไร ความวุ่นวายมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็มีการอ่านหนังสืออยู่ 3 เล่มครับ (หัวเราะ) เพื่อดูภาพของความเป็นอยู่ตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ จนถึงช่วงเวลาที่ขุนพันธ์มีชีวิตครับ เล่มที่ 2 พูดถึงเรื่องความคิดของชนชั้นปกครองที่เปลี่ยนไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4-รัชกาลที่ 7 ตอนที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง เล่มที่ 3 อ่าน 100 ปีแห่งความโดดเดี่ยว มันเป็นหนังสือที่เป็นเรียกว่าเป็นแนวหรือประเภท Magical realismซึ่งเป็นแนวเดียวกับหนังเหมือนกัน ก็เลยได้คำตอบว่าสังคม ความคิดของคนมันไม่เหมือนตอนนี้ คนไทยยังคิดเรื่องเหตุผลแบบไตรภูมิอยู่ครับ แบบเวียนว่ายเกิดแก่เจ็บตาย ฉันเป็นผู้น้อยเพราะว่าฉันทำบุญมาน้อยในชาติที่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันความคิดแบบใหม่มันกำลังวิ่งเข้ามาในเมืองไทย แบบการศึกษา คิดแบบฝรั่ง ณ ยุคหนึ่งของขุนพันธ์ คนเรามีมีสิทธิ์ที่จะหาความรู้ได้ เราเริ่มมองข้ามความคิดแบบบาปบุญคุณโทษ เรารวยได้เราเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้ มันเลยเป็นช่วงจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อที่ทำให้เกิดโจรไง แบบหลวงโอฬารทำไม่ดีใส่ กดขี่ข่มเหง การสอดส่องปกครองยังไม่ทั่วถึง การจะออกจากกรุงเทพฯไปแค่ราชบุรีมันใช้เวลาวันหนึ่งนะครับคุณ เมื่อสังคมข้างบนมันเต็มไปด้วยคนที่คิดที่จะดึงผลประโยชน์ต่างๆเข้าหาตัวเอง นั่นแหละครับมันเลยทำให้เกิดฮีโร่ขึ้นมา ขุนพันธ์เป็นคนที่ไม่ยอมที่จะทำตัวไม่ดี เชื่อมั่นในความดี แล้วออกไปปราบเหล่าเสือร้าย ในที่สุดเท่าที่อ่านมา ณ จุดนั้นเสือร้ายบางคนไม่ใช่โจรร้าย บางคนทำด้วยคุณธรรมด้วยซ้ำไป นี่แหละครับ ท่านเป็นคนที่เชื่อมั่นในพลังของความดีแล้วพลังความดีก็ปกป้องท่าน ถามว่าเสือร้ายต่างๆมีอาคมมั้ย มี แต่ว่าสิ่งที่เป็นอาคมที่มีพลังที่สุดคือความดีของท่าน มันเป็นเรื่องยากมากที่คนมีพลังขนาดนั้นจะดึงตัวเองให้อยู่ในด้านสว่างตลอดเวลาครับผม การกลับมาร่วมงานกับก้องเกียรติ โขมศิริ เป็นครั้งที่ 2 ได้มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ตอนแรกพอได้ทราบว่าจะได้เล่นเรื่องขุนพันธ์ ผมก็เตรียมตัวโดยการเอาหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่าน ผมอยากจะดูสภาพแวดล้อมของประเทศเป็นอย่างไร การคมนาคมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งลำบากยากเย็นขนาดไหน และมันทำให้เรารู้ว่าการเดินทางจากพระนครไปเมืองใต้ มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลยนะ มันเป็นเหมือนการเดินทางไปจาริกแสวงบุญด้วยซ้ำไปเพราะว่ามันเป็นการเดินทางที่ไกลมาก คนๆหนึ่งที่จะสามารถไปตรงนั้นด้วยปฏิบัติการลับได้ จะต้องเป็นคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นจริงๆสำหรับการทำความดี สำหรับการทำหน้าที่ของตัวเองซึ่งผมก็ดีใจครับที่ได้มีโอกาสเป็นตัวละครซึ่งเป็นปรปักษ์กับขุนพันธ์ เป็นคนที่จะต้องสู้กับอำนาจของความดีที่บริสุทธิ์ขนาดนั้น ในเมื่อเรามีโอกาสได้รู้ว่าเราจะต้องสู้กับคนดีมากๆ มันทำให้ผมต้องไปเตรียมตัวว่าเลวแค่ไหน เพื่อที่พอจะสู้กับคุณธรรมของคนอย่างนี้ให้ได้ เป็นเกียรติที่ได้นำเสนอเรื่องของท่านให้คนได้รู้ว่าคนที่รักประเทศชาตินี้และมีอุดมการณ์ที่แท้จริงเคยอยู่ในประเทศนี้ แล้วผมก็หวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คนได้กลับมาสู่ยุคสมัยที่ผู้คนต่างมีอุดมการณ์กลับมาอีกครั้งหนึ่งครับ เรื่องราวของท่านขุนพันธ์จากมุมมองของแฟรงค์ เรื่องราวของขุนพันธ์เป็นเรื่องของข้าราชการตำรวจท่านหนึ่งครับซึ่งมียศเป็นท่านขุน ท่านเป็นมือปราบโจรดังๆมากมาย มีเรื่องเล่ามากมายว่าท่านเป็นนายตำรวจหนังเหนียว เป็นตำรวจซึ่งถ้าจับโจรได้แล้วจะเอาหัวกะโหลกของโจรมาไว้ใต้บันไดเป็นการตัดไม้ข่มนาม เป็นตำรวจซึ่งสามารถปราบเสือร้าย ซึ่งใครบอกว่าคงกระพันชาตรีก็ปราบได้ มีเวทย์มนต์ท่านก็ปราบได้ แต่สิ่งที่ผมมองไปมากกว่าการมีเวทย์มนต์ หรือเรื่องมนต์ดำคือท่านมีจิตใจที่มุ่งมั่นในความดี และท่านก็มีความศรัทธาในสิ่งที่ท่านทำว่าสิ่งที่ท่านทำนั้นเป็นสิ่งที่ดี ที่ถูกที่ต้อง พระถึงคุ้มครองท่าน ที่เราจะได้เห็นฝีไม้ลายมือทางด้านการแสดง ของนักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทย มาเฉือดเชือนตั้งแต่นักแสดงหลักอย่างอนันดา ,น้อย-กฤษดา ไปจนถึงนักแสดงสมทบ ใช่ครับ ผมดีใจมาก ผมเห็นนักแสดงแต่ละคน ล้วนแล้วแต่เป็นนักแสดงที่มีพลังทางการแสดงสูงครับ ตัวละครที่เป็นนักแสดงสมทบในบทนายตำรวจเผือก หรือสารวัตรดำเกิง หรือใครอีกหลายคนซึ่งล้วนต่างมีความกระหายที่จะแสดง น้องอ้อม-กานต์พิสชา (แม่เบี้ย) ซึ่งมันทำให้เข้มข้น แล้วบทของพี่โขมที่เขียนมามันจะพลิกไปตลอดเรื่อง เรื่องที่คุณคิดว่าคุณรู้แล้ว สิ่งที่เฉลยออกมามันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง คือมันจะมีตลอดทั้งเรื่องให้เราได้ติดตามกัน และแน่นอนว่าทีมแอ็คชั่น นักแสดงคิวบู๊ต่างๆแต่ละคนก็ทุ่มเทจริง ๆ ครับ คิวบู๊อลังการมาก รับรองว่าคุณจะได้ทั้งความสนุกสนานทางด้านแอ็คชั่น ได้ความเข้มข้นของการเชือดเฉือนของบท แต่ที่ท้าทายมากๆคือการที่ต้องเล่นกับนักแสดงที่มีความสามารถสูงๆ อย่างอนันดา พี่น้อย เขาจะต้องปะทะกันด้วยอารมณ์ด้วยคารม บางฉากมันมีการพูดกันน้อยมาก บางฉากขุนพันเดินขึ้นมาบนโรงพักเพื่อที่จะปลดหลวงโอฬารออกจากตำแหน่งคืออนันดาเขาก็มาเต็มไง เพราะเขาทำให้เรารู้สึกว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้เอาอยู่ สามารถตอบโต้เล่นโต้กันได้ ก็ดีใจครับที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงที่มีฝีมือ ก็เลยทำให้เราอยากจะพัฒนาฝีมือให้มากกว่านี้ เลยรู้สึกว่าเราค่อนข้างได้บทที่ค่อนข้างโชคดี แล้วก็มีสีสันมาก ๆ เลย คงต้องเล่าให้ฟังแล้วถึงบทบาทที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ ผมรับบทเป็นหลวงโอฬาร เป็นข้าราชการที่อยากเป็นใหญ่ ด้วยการให้ผลประโยชน์แก่คนต่างๆโดยที่ไม่ได้มอบสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ มอบสิ่งที่ฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็นมันก็เลยทำให้วิถีชีวิตของผู้คนเหล่านี้เสียไป เบื้องหน้าอาจจะดูเป็นคนที่ดูใจดีดูเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ความช่วยเหลือคนอื่น แต่ที่จริงแล้วหวังสิ่งตอบแทน ไม่ได้เพราะใจเมตตา จุดเริ่มต้นของตัวหลวงโอฬารก็คล้ายๆกับข้าราชการ แต่เขาก็รู้ว่าอุดมการณ์ที่ดีมันก็ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เป็นจริงได้ง่าย ในโลกของความเป็นจริง เขาก็เลยเลือกทำความเลวทำได้ง่ายกว่า ตัวหลวงโอฬารกลับมองที่ความสุขคือรูปร่างภายนอก ถ้าจะพูดให้เห็นภาพชัดๆเป็นข้าราชการที่ขี้ฉ้อโกงกิน ขายชาติ ต่ำช้า ด้วยความคิดที่ว่า ทุกคนสามารถเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้ เมื่อหลวงโอฬารได้ถูกย้ายไปที่ที่ทุรกันดารห่างไกลด้วยความคิดที่แสนชาญฉลาดและเลวร้าย ในเมื่อเราไม่ได้อยู่ในที่ที่เจริญ เราก็สร้างความเจริญขึ้นมาใหม่สิ หลวงโอฬารเป็นคนที่เรียนนอกมา อันนี้เป็นแบคกราวด์ข้างหลังของตัวละครไม่ได้ถูกเอามาเล่าในหนัง เรียนปีนังมา อ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้ อ่านภาษาฝรั่งเศสได้ มีความคิดแบบฝรั่งเศสที่แบบเป็นนักปฏิวัติ ฉันสามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ มีความรู้ทางการเมือง สงครามโลกกำลังจะมาใกล้แค่ไหน ฮิตเลอร์อยู่ตรงไหนของโลกแล้ว เขาใช้ช่องว่างนี้ในการเอาเปรียบคน เขาสร้างท่าเรือขึ้นมาเพื่อให้สินค้าเข้า เขาทำให้มีฝรั่งเข้ามาตรงจุดนี้ เพื่อให้มันมีวิถีชีวิตแบบชาวฝรั่ง และก็ดึงคนในชุมชน ดึงคนในเมืองเข้ามาทำงานรับใช้ฝรั่ง เพื่อให้คนที่มีชีวิตแบบเดิมได้เห็นถึงชีวิตแบบศิวิไลซ์ เขาสร้างบ่อนขึ้นมาเพื่อให้วงจรชีวิตของคนในนั้นต้องมาติดกับเขา เขาก็จะเป็นเจ้าของเงินตราติดลบของทุกคนในชุมชน สร้างสโมสรงาช้างเพื่อเป็นแหล่งที่จะทำให้มีฝรั่งมีชาวญี่ปุ่นทำให้สโมสรนี้เป็นจุดศูนย์รวมของโลก แล้วก็ตบตาคนทั้งเมืองว่าสิ่งที่เขานำมานั้นคือความเจริญ โดยมีศูนย์กลางที่เมืองเมืองนี้ เหมือนกับคนที่ถูกบีบให้ไปอยู่ชายขอบ เขาก็จะกลายเป็นโจรนั้นก็คืออัลฮาวียะลู หลวงโอฬารเลือกที่จะใช้โจรเป็นกองกำลังของตัวเองในการนำสินค้าเข้า ในการนำสินค้าหนีภาษีเข้า เอามาขายในราคาแพงในสโมสรงาช้างของตัวเอง ลูกสาวของคนที่ไม่มีหนี้ที่จะใช้ก็ต้องกลายไปเป็นโสเภณี ซึ่งจริงๆพวกเขาไม่ใช่โจร เมืองนี้ไม่ให้มีการตรวจสอบจากรัฐบาลกลางมาโดยตลอด จนขุนพันธ์เข้ามาทุกอย่างก็เลยเกิดขึ้น ขุนพันธ์มาเป็นฮีโร่ เห็นว่าผู้กำกับก้องเกียรติใส่ใจในทุกรายละเอียดของตัวละคร ถึงขนาดที่ว่าเราสามารถสัมผัสได้ถึงบุคลิกคาแรคเตอร์ของตัวละครสะท้อนผ่านจากชุดหรือเสื้อผ้าที่สวมใส่เลยทีเดียว การแต่งตัวของหลวงโอฬารก็จะสะท้อนถึงบุคลิกของเขา ที่จะใส่ใจหรือสนใจแต่เรื่องภายนอก ข้างในมันจะเป็นอย่างไรไม่ได้สนใจ จากการแต่งตัวดูมีอารยะ เหมือนกับที่เขาเอาความเจริญมาใส่ให้ ความเจริญฟู่ฟ่า แต่จริง ๆ แล้วคนต้องการรึเปล่า ผมใส่ครั้งแรกแล้วผมแบบ ยืนกลางกองแล้ว ฮ่า ๆ ๆ เสื้อฉันขาวกว่าใครเพราะว่าฉันรับสบู่จากปีนังมาใช้ เอาสบู่จากปีนังมั้ยล่ะก้อนละ 20 บาทเอง ทองบาทละตั้ง 20 เขาเดินไปไหนเขาก็จะมีกล้องตัวหนึ่งตาม เขาสามารถที่จะซื้อกล้องเข้ามานะ พอทำคาแรคเตอร์กับพี่โขมไปประมาณหนึ่งด้วยการนั่งคุยกัน ผมอ่านหนังสือเล่มนี้มา ผมสามารถทำท่าน่าหมันไส้ได้อย่างไม่เคอะเขิน ฟังดูแล้วเป็นตัวละครสำคัญที่พูดได้ว่าเป็นทั้งตัวแปร และเป็นตัวละครที่มีสีสันมากเลยทีเดียว ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับอีกตัวละครสำคัญอย่าง “อัลฮาวียะลู” คู่ปรับคนสำคัญของขุนพันธ์ “อัลฮาวียะลู” ที่แสดงโดยพี่น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์ ในภาพยนตร์เขาเป็นทายาทโจรมาตั้งแต่แรก เราเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เราเห็นแววความมุ่งมั่นของเขาในการทำเพื่อส่วนรวม แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นคนหัวอ่อนซึ่งๆสามารถเกลี่ยกล่อมได้ง่าย เพราะว่าจิตใจเขาดีบริสุทธิ์ แล้วก็เป็นอีกครั้งที่หลวงโอฬารใช้ความบริสุทธิ์ของคนรอบตัวของ “อัลฮาวียะลู” มาเป็นเครื่องมือโดยการร่วมมือกัน สิ่งที่“อัลฮาวียะลู” ปล้นมาได้ก็จะนำมาเป็นกำลังทรัพย์ของหลวงโอฬารเพื่อที่จะเลี้ยงกองกำลังของ“อัลฮาวียะลู” ต่อไป เพื่อที่จะปกป้องเขาบูโดนี้ให้อยู่ใต้อาณัติของหลวงโอฬาร เงินที่ได้ก็เอามาสร้างสโมสรงาช้างเป็นที่ที่ผลิตเงินจากสิ่งนอกกฎหมายมากมาย จนกระทั่งวันหนึ่งที่ขุนพันธ์สามารถเข้ามาในเขตนี้ได้ มันทำให้ตัวหลวงโอฬารต้องปรับตัวกับการสั่นคลอนของอำนาจ เพราะว่าตัวขุนพันธ์ก็เอาจริงเอาจังและในขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถจะปราบเขาลงได้เหมือนกับผู้ตรวจการคนอื่นๆที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเราก็คงต้องชนกัน แต่ หลวงโอฬารวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว โดยใช้กองกำลังของอัลฮาวียะลูเป็นตัวต้านทานขุนพันธ์ นี่คือสิ่งหนึ่งที่สะท้อนในตัวคาแรคเตอร์ที่ว่าเขาพร้อมจะไปทุกอย่าง มีช่องทางไหนที่เขาจะเติบโตได้ ที่จะใหญ่ได้ เขาพร้อมที่จะทำ และพร้อมที่จะเปลี่ยนเหตุผลให้ตัวเองได้เสมอๆเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ถือได้ว่าเป็นตัวร้ายในภาพยนตร์แอ็คชั่นที่มีมิติและเต็มไปด้วยความซับซ้อนเลยทีเดียวในฐานะนักแสดงแล้วบทนี้ทั้งยากและท้าทายการแสดงอย่างไรบ้าง พอเมื่ออ่านบทผมเชื่อว่าบทของหลวงโอฬารเป็นตัวแทนของความเลว และผมก็ทำการสดุดีความดีของขุนพันธ์ ด้วยการทำตัวหลวงโอฬารให้เลวที่สุดอย่างสมเหตุสมผลในทุก ๆ มิติ อย่างมีที่มาที่ไป ผมเชื่อว่าถ้าตัวละครของหลวงโอฬารยิ่งเลวเท่าไหร่พลังงานความดีของขุนพันธ์จะยิ่งส่องแสงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พี่โขมบอกว่าหนังเรื่องนี้พี่โขมอยากจะให้คนได้เห็นคุณค่าของความดี พี่โขมจะเล่าถึงความมืดมนที่มันเกิดขึ้นจนท่านผู้ชมกระหายอยากความสว่าง ผมได้รับบทเป็นความมืดมนสีขาว ที่มันดูช่างสะอาดเหลือเกิน เพราะฉะนั้นยิ่งผมไปได้สุดเท่าไหร่มันยิ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อท่านขุนพันธ์มากแค่นั้น ผมพยายามทำสุดฝีมือ สำหรับบทหลวงโอฬาร มันมีความยากอยู่อย่างหนึ่งคือ หลวงโอฬารจะเป็นคนที่รู้อะไรก่อนที่ทุกคนในเรื่องนี้จะรู้ทุกอย่าง อันนี้คือข้อได้เปรียบของตัวละครนี้ แล้วมันทำให้เราสนุกสนานว่า แล้วเราจะเก็บไว้ยังไงให้ทั้งคนดูก็ไม่รู้ทั้งคนที่เล่นกับเราก็ไม่รู้ว่าเรารู้ ความท้าทายที่สุดมันคือ มันคือการต้องอยู่ในยุคนั้นให้ได้ เมื่อก่อนการที่คนจะรู้ข่าวสารรอบ ๆ ได้นั้น มันไม่มีหนังสือพิมพ์ ประเทศไทยไม่มีวิทยุ ส่วนมากคนเราจะได้รับข่าวสารจากลิเก หนังตะลุง ลำตัด คณะโน้นคณะนี้ที่เวียนกันมาแล้วก็เล่าขานด้วยภาษาไทย แต่หลวงโอฬารมีช่องทางการรับรู้ข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ แสดงว่าเขาจะต้องมีความรู้เรื่องภาษา ในเรื่องก็จะมีชาวฝรั่งเศสเข้ามาสโมสรงาช้าง ต้องพูดหลายภาษามากเป็นนักการเมืองชาวใต้ก็ต้องพูดภาษาใต้ได้ ซึ่งภาษาใต้ยากที่สุดเพราะว่าสำเนียงมันยาก แล้วถ้าเกิดพูดผิดมันจะกลายเป็นล้อ เราก็พยายามที่จะพูดให้ชัดทันที ต้องพูดภาษาญี่ปุ่น ร้องเพลงญี่ปุ่น มีกงสุลฝรั่งเศสเข้ามาก็ต้องพูดภาษาฝรั่งเศส อาศัยว่ามีเจ้าของภาษา มาอธิบาย แต่ละพยางค์ แต่ละประโยคว่ามันหมายถึงอะไร แล้วก็พยายามที่จะสื่อสารให้ได้ในจังหวะจะโคนที่มันถูกต้อง พี่โขมส่งครูฝรั่งเศสมาให้ก็เขียนคำภาษาไทย ไปหาหนังฝรั่งเศสมาดู เขามีวิธีการออกเสียงกันอย่างไร ญี่ปุ่นนี่ตอนแรกไม่ต้องได้พูดหรอก แต่ว่าคุยกับพี่โขมว่าพอถึงไลน์ที่เสนอขายชาติเราพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นกลับไป มันจะดีมั้ยพี่ พี่เขาบอกเอาๆ แล้วก็ได้ฉากนี้มาเขาก็สอนให้ตรงนั้นเดี๋ยวนั้นเลย แต่ที่ยากที่สุด ภาคใต้ครับผม มันจะต้องมีฉากปราศรัย แล้วบทมันก็เป็นภาษาไทยภาษาภาคกลางนี่แหละ พี่โขมบอกว่า เฮ้ยแฟร้งค์เคยเห็นนักการเมืองมั้ยเวลาไปไหนเขาจะพูดภาษานั้นนะ คุณเป็นคนกรุงเทพแต่ว่าสิ่งที่อยากได้คือเป็นนักการเมืองแบบน่ารัก พูดภาษาใต้เลย แล้วมันอันตรายมากคือภาษาใต้ถ้าเราพูดไม่ตรงมันจะเหมือนล้อเลียนทองแดง ก็ได้คุณครูสน อัดวีดีโอคุณครูสนเลยให้อ่านให้ฟังแล้วก็เหมือนร้องเพลงเลย เนี่ยแหละความท้าทาย และสิ่งที่เป็นที่สุดอีกอย่างหนึ่งในคาแรคเตอร์นี้ก็คือ หลวงโอฬารเป็นคนที่รู้เยอะ มีความทะเยอทะยานด้วย บุคลิกของเขาก็เลยมีพลัง มันคือการที่ผมศรัทธาในความดีของขุนพันธ์ครับ ฉากที่เป็นความประทับใจในการทำงานในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ มีหลายฉากครับที่ประทับใจ ฉากโรงพัก เป็นการพบกันครั้งแรกของหลวงโอฬารกับขุนพันธ์ หลังจากที่หลวงโอฬารไปฆ่าจเรตำรวจมาแล้ว รู้ข่าวว่าจเรตำรวจจะมาเอาอัลฮาวียะรู และสมุนออกไปฆ่า คนที่เล็ดรอดมาได้คือขุนพันธ์ แล้วก็อยู่ในสโมสรงาช้างมาตลอดจนวันหนึ่งเขาจึงปรากฏตัวในเครื่องแบบมาที่โรงพัก แล้วไล่หลวงโอฬารออกจากราชการ ด้วยพลังของความดี และความเลวก้อนใหญ่ๆ พอมันชนกัน คือฉากนั้นเล่นมันมาก คือแบบว่าคุณรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าคุณดี เรามาพิสูจน์กันว่าความดีหรือความเลวหรืออำนาจกันแน่ที่จะข่มกันอยู่อย่างนี้ แล้วเป็นครั้งแรกที่เล่นกับอนันดา เราได้สัมผัสเขามีพลังอยู่ข้างใน วันนั้นผมไม่ออกจากกองเลย ผมประทับใจ ผมเดินตามอนันดาเดินดูว่าอนันดาแสดงอะไรต่อ อีกฉากหนึ่งที่ประทับใจเลย อันนี้เป็นเรื่องงานสร้างย้อนกลับไปพอผมอ่านหนังสือสามเล่ม ผมได้เห็นภาพของเมืองของบ้านของคน ปลูกอย่างไรใช้วัสดุอะไรในการปลูก แล้วพอผมได้เห็นสโมสรงาช้างผมขนลุกเลยนะ หลวงโอฬารเป็นเจ้าของสิ่งนี้คือมันรวยมากนะมันมหาอำนาจ แล้วสวยงาม มีระเบียงศิลปะแบบโคโรเนียล ยุคล่าอาณานิคมอะไรแบบนี้ คือมันทำให้ยิ่งตัวละครผมมันทำได้ลึกขึ้น คือยุคอาณานิคมนะ ทุกอย่างมันมีศิลปะ วัฒนธรรม ในความฝรั่งมันมีความจีน ในความจีนมันมีรูปไทยๆ หรือในคลับซึ่งมีนักดนตรีสากลมาเล่น ในขณะที่นอกคลับงาช้างนี้ยังเป็นลำมะนา ปี่พาทย์กัน มีเปียโน มันยิ่งเสริมสิ่งที่เราทำการบ้านมาคราวนี้พลิ้วเลย รวมไปถึงงานอาร์ตทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย ไม้ถือ หมวก อะไรแบบนี้ครับ พอยิ่งฉากเยอะๆ เช่นฉากสร้างทางรถไฟ พอเราไปยืนอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่เหมือนเรา คนแต่งตัวชาวบ้านชาวช่องเรายิ่งรู้สึกว่าโอ้โหตัวละครนี้มันช่างศิวิไลซ์จริงๆ มันช่างมีอำนาจซะเหลือเกิน การทำงานร่วมกับผู้กำกับอย่างก้องเกียรติ โขมศิริ พี่โขมหลายคนอาจจะบอกว่าเป็นผกก.เลือดสาด แต่จริง ๆ ก่อนที่จะมาเจอจุดเลือดสาดมันจะมีความละเมียดละไมครับ พี่โขมเป็นคนที่ใช้ความมืดมาบีบคั้นคนดูเพื่อให้เห็นคุณค่าของแสงสว่าง แล้วมันทำให้เกิดผลของความรู้สึกทางอารมณ์ที่มันรุนแรงครับ การทำงานกับพี่โขมสนุกครับ ที่ผ่านมาเพราะว่าผมกับพี่โขมสนิทกันมาตั้งแต่เด็กน้อยตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง 14 ตุลาสงครามประชาชน ตอนนั้นพี่โขมเป็นพรอพ ทำน้ำป่าอยู่ เป็นคนเขย่าเข่งให้น้ำกลายเป็นสีแดง แล้วก็โตมาก็มีโอกาสได้เจอกัน พี่โขมทำงานด้วยหัวใจจริง ๆ เขารักในการเล่าเรื่อง เขารักที่จะสร้างชิ้นงานที่เป็นมหรสพให้กับท่านผู้ชม เขาจะทุ่มเทกับทุกงานและเราก็จะสนิทกัน แล้วเราก็จะค่อยๆเพิ่มตัวละครทีละนิด งานมันถูกเตรียมเป็นปี ตั้งแต่บทถูกสร้างขึ้นมาจนกระทั่งบทเสร็จ แล้วพอไปในกองปั๊บเราไม่ต้องกังวลเราไม่ต้องคิดเรื่องอื่นเลย มันสามารถเล่นไปได้เลย คราวนี้มันก็ยิ่งสนุก ฉากนี้เล่นแบบนี้ดีกว่า 4-5 ฉาก ทำให้ได้เห็นแง่มุมในความคิดต่าง ๆ ความรู้สึกต่าง ๆ การปะทะกับคนต่าง ๆ ในมิติที่แตกต่างกันหลวงโอฬารจะเจอกับน้องมาลัยก็จะทำตัวแบบหนึ่ง เจอกับอัลฮาวียะรูก็ทำตัวอีกแบบหนึ่ง เจอกับพี่สนก็ทำแบบหนึง อะไรแบบนี้ครับ ความรู้สึกที่มีต่อนักแสดงอย่าง อนันดา เอเวอริ่งแฮม ไม่ค่อยได้มีฉากชน ๆ กับพี่อนันดาเท่าไหร่ ส่วนมากจะเป็นพี่น้อย แต่ว่าผมชอบอยู่กองไง เราไปถ่ายกันที่ต่างจังหวัดส่วนมากจะเป็นกุยบุรี เมื่อถ่ายเสร็จปุ๊บเราก็จะอยู่ที่นั่นเพื่อรอถ่ายวันรุ่งขึ้น เขาเท่มากเลยครับ คืออนันดาไม่ได้เป็นแบบที่เราเห็นนะครับ เขาเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งไงที่เดินกุ๊กกิ๊ก ๆ เฮ้ยพี่ทำอะไร แต่พออยู่ในบทปุ๊บต่อให้ติดหนวดแล้วนะรูปลักษณ์เสร็จแล้วนะเขาก็ยังเป็นเด็กกุ๊กกิ๊ก ๆ แต่พอเขาเริ่มจะเล่นปั๊บคือเขามาเลย เฮ้ยเยี่ยมว่ะ เขามีมาดพระเอกอย่างไอ้ฉากที่เปิดเรื่องที่ยิงกันที่ปัดกระสุนปืนที่เป็นทีเซอร์ตัวแรกเลย ผมมีโอกาสได้ไปนั่งดูด้วยคือเท่ห์ พลังเขาสูงมาก เราได้เรียนรู้จากคนเก่ง ๆ ไม่มีข้อสงสัยกับการที่อนันดาเป็นขุนพันธ์ อนันดาเป็นคนที่ใส จิตใจดี รู้จักหาความงามของโลกใบนี้ เมื่อมันไปประกอบกับการแสดงที่เขาร่ำเรียนมาที่เขาทำความเข้าใจมาตลอดในวิชาชีพของเขา ความดีที่มีอยู่ในตัวอนันดาบวกกับความดีของขุนพันธ์ที่เป็นแบบอย่างมันจึงเชื่อมกันได้อย่างไม่เป็นปัญหา เขารู้ว่าคนเราดีไปเพื่ออะไร อนันดารู้จักและรู้สึกได้ถึงความงดงามของความดี เหมือนที่อนันดาเป็นนักแสดงแล้วก็ทำงานอย่างมีคุณภาพมาตลอด แต่ในคราวนี้เขาจะสวมบทบาทของคนที่รักในงานเหมือนกัน และงานนั้นคืองานที่ทำลาย ปราบปรามและสยบความชั่วร้าย อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย พี่น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์กับการร่วมงานกันเป็นครั้งที่หลังจากอันธพาล พี่น้อยร่วมงานกันมาตั้งแต่อันธพาลแล้ว รักพี่เขาอยู่แล้ว พี่น้อยเป็นอาร์ททิสต์ครับ คือเขาเป็นเครื่องมือในการนำพลังจากศิลปะแล้วถ่ายทอดออกมาได้เป็นคนที่มีธรรมชาติแบบนั้นอยู่แล้ว นั่นทำให้ทุกครั้งที่พี่น้อยแสดงมันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้น แน่นอนพี่น้อยต้องทำการบ้านมา แต่ว่า ณ ขณะนั้น แล้วเวลาเราเล่นอยู่กับพี่น้อย เราจะต้องเปิดสมาธิอย่างมาก และเขาก็จะรอเรานะ เขาก็จะดูว่าเราเล่นจะต้องเล่นเบอร์นี้ แต่ว่าเมื่อเราเล่นกับพี่น้อย เราเปิดรับกันสดๆ มาเบอร์นี้หรอ ฉันผลักกลับเบอร์นั้นอย่างงั้นหรอ มันเหมือนเกิดขึ้นจริง ๆ เวลาเล่นกับพี่น้อยมันเหมือนเรามีเรื่องราวด้วยกันจริง ๆ พี่น้อยเป็นกองกำลังของเราจริง ๆ เรามีความกริ่งเกรงกันในแต่ละด้านของกันจริง ๆ ถ้าหลวงโอฬารเป็นเหมือนผู้นำ อัลฮาวียะลูจะเป็นเหมือนแม่ทัพ แน่นอนผู้นำขาดแม่ทัพไม่ได้ และแม่ทัพก็ขาดผู้น้ไม่ได้เช่นเดียวกัน ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานและสิ่งที่อยากจะพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ “ขุนพันธ์” หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การถ่ายทำหนังธรรมดา ไม่ใช่แค่หนังแอคชั่นที่จะมีบู๊เลือดสาดกันอย่างเดียว แต่มันเป็นหนังที่บอกถึงปัญหาของประเทศเราครับ บอกถึงปัญหาของความคิดของคน อย่างเช่นเมื่อก่อนที่นี่เคยมีความสุขอย่างมากก็มีแค่ความจนที่เป็นปัญหา แต่พอหลวงโอฬารเข้ามาสร้างความหรูหราอะไรต่างๆความจนไม่ได้เป็นปัญหาต่อไปละ สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือหนี้สิน ซึ่งมันเลวร้ายกว่าความจนอีก แล้วคุณก็ตกอยู่ใต้ระบบของเศรษฐกิจ อยากให้มาดูและฉุกคิดว่าที่จริงแล้วอะไรคือความสุขที่จะอยู่กับเราไปได้โดยตลอด ถ้าเกิดมองความสุขแต่เพียงเปลือกนอก ข้างหลังเปลือกนั้นก็จะไม่ได้รับความสนใจ ทำไมต้องไปดูหนังเรื่องนี้... เพราะมันสนุกแน่นอน เพราะว่า Conflict มันแรงมันชัด ความดีกับความเลวมาปะทะกัน ความศรัทธาในความดี พลังของจิตใจมันจะปะทะกันในเรื่องนี้ ผมเชื่ออย่างนี้ว่า เมื่อได้ดูคุณจะรู้ว่าคุณจะยืนอยู่ฝั่งไหน มันอาจจะทำให้คุณกระตุกคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นชีวิตที่เรากำลังเดินกันอยู่มันไปถูกทางแล้วเหรอ แน่นอนคนเรามีเสรีภาพแต่มันไม่ควรมาเป็นข้ออ้างในการทำชั่ว เลือกเอาคุณจะใช้เสรีภาพของคุณอย่างไร ศรัทธาในความดีแล้วชีวิตเราก็จะมีแต่สิ่งดีดี เนื่องในวันที่ 5 ก.ค. จะเป็นวันคล้ายวันครบรอบ 10 ปีที่ท่านขุนพันธ์เสียชีวิต อยากให้พูดอะไรถึงท่านขุนพันธ์ ถึงแม้ว่าท่านขุนพันธ์จะเสียไปแล้ว ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าคนที่ได้ศึกษาประวัติท่าน ได้อ่านเรื่องราวของท่าน หลายคนอาจจะชื่นชอบนะกับคาถาอาคมของท่าน มีฤทธิ์ปราบ เอาหัวกะโหลกมาไว้ใต้บันได คนอาจจะชื่นชอบกับสิ่งเหล่านั้น แต่ที่จริงแล้ว การที่อาคมแก่กล้าขนาดนั้น สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นมือปราบที่หนังเหนียวได้ เป็นเพราะว่าสิ่งที่ท่านศรัทธาก็คือความดีความถูกต้อง หลายคนที่บูชาท่านอยู่ห้อยท่านอยู่ ก็น่าจะสัมผัสได้ ได้ระลึกว่าคนธรรมดาถ้าอยากจะถูกจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์แล้วและให้ลูกหลานพูดถึงอย่างสมเกียรติต่อไปสิ่งที่คุณต้องทำในวันนี้คือความดี

จับเข่าคุยกับ 5 เด็กแสบแห่ง
ชยณัฐ แจ่มใส /  ปุณณดา วอสเบียน / 

จับเข่าคุยกับ 5 เด็กแสบแห่ง "โรงเรียนผี" งานนี้ใครไม่หลอนให้มันรู้ไป เป็นอีกหนึ่งควันหลงทิ้งทวนเทสกาลฮาโลวีนประจำปีนี้ สำหรับภาพยนตร์ โรงเรียนผี ภาพยนตร์สุดหลอนที่หยิบยกเรื่องราวลี้ลับในรั้วโรงเรียนมาถ่ายทอด โดยในวันนี้เราได้พาตัวแก๊งเด็กแสบทั้งห้าซึ่งเป็นกลุ่มตัวละครหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้มาบอกเล่าเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ บทบาท-คาแรคเตอร์ ริว : ผมรับบทเป็น ดอน ก็อยู่ในแก๊งเด็ก 5 คน ผมจะเป็นคนที่เงียบที่สุด แล้วก็จะโดนอีก 4 คนข่มอยู่เสมอครับ ในแก๊งนี้ก็จะมีทั้งหมด 5 คน จะมีหัวหน้าแก๊งชื่อ เอ๋ และลูกน้องอย่าง เด่น สมุนมือขวาของพี่เอ๋ เอ้อ เด็กเล็กสุดในกลุ่มแต่ก็กวนแสบที่สุดเช่นกัน และ ป๊อป เป็นผู้หญิงคนเดียวในแก๊ง ออกแนวห้าว ๆ แสบไม่แพ้ใครครับ อาไท : ผมเล่นเป็น เอ๋ ครับ เป็นหัวโจกของแก๊งนี้ เป็นเด็กชั้นม.3 ที่ตกซ้ำชั้น เรียนตก ๆ ๆ อยู่อย่างงี้อยู่หลายปี ด้วยความเป็นรุ่นพี่ไงก็เลยชอบโชว์พาว เป็นคนชอบท้าทายผีสาง จะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เอ๋จะรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนนี้ที่ไม่ควรรู้แต่เค้ารู้ ตัวละครตัวนี้ก็เหมือนผมตรงที่กวน ๆ มั้งครับ แต่ผมเรียนไม่ตกซ้ำชั้นนะครับ ไม่เหมือนเอ๋ ผมเรียนเก่งครับ ออสการ์ : ผมรับบทเป็น เอ้อ เป็นลูกน้องพี่เอ๋ครับก็ออกแนวกวน ๆ แล้วก็ซ่า ๆ กวนพี่เอ๋เวลาพูดอะไร เราก็ชอบแทรกเข้าไป กวนเข้าไป ถึงจะเป็นน้องเล็กสุดก็ไม่กลัวครับ นิสัยก็คล้าย ๆ กันครับ ทั้งความกวน ความซน จะว่าไปก็เหมือนกันเป๊ะเลยฮะ สุชาติ : สวัสดีค่ะ ญาญ่าเล่นหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ก็เป็นนางเอกค่ะชื่อ เด่น นางเอกก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก ก็มันสวยค่ะ มั่นหน้าเนาะ คาแรคเตอร์ช่วงแรก ๆ ก็จะไม่เปิดเผย จะแอ๊บแมน แล้วก็เป็นคนฮา ๆ มีความมั่นใจสูงมาก สวยมาก ก็กลัวผีด้วย แต่ก็ชอบอ่อยด้วย เพราะในแก๊งมีคนหล่อคนหนึ่งชื่อ ดอน หล่อมาก หล่อที่สุด เขินเลยค่ะ นีโม : เรื่องนี้นีโมรับบทเป็น ป๊อป ค่ะ จะเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มนี้ จะเป็นคนห้าว ๆ เลยอยู่กับแก๊งเด็กผู้ชายแก๊งนี้ได้ ตัวป๊อปก็จะเหมือนนีโมเหมือนกันนะคะ ก็จะออกห้าว ๆ เหมือนกัน แตกต่างจากหนังเรื่องที่ผ่าน ๆ มายังไงบ้าง อาไท : คือเรื่องอื่น ๆ ก็จะเป็นตลกอย่างเดียว แต่เรื่องนี้เราต้องมาเป็นตัวนำเรื่อง เราต้องมาเล่าเรื่องผีเพื่อโยงไปคนนั้นคนนี้ แถมยังต้องไปเจอผีเองด้วยครับ ริว : เรื่องนี้จะเป็นแนวผีหลอน ๆ ครับ ตัวผมเองยังไม่เคยเล่นหนังผีมาก่อนครับ นี่ก็เป็นเรื่องแรก จะมีบางทีที่ถ่ายตอนกลางคืนก็จะมีเสียวบ้างครับ และก็มีบางมุมที่ตลกอาไทครับ นีโม : เรื่องที่ผ่าน ๆ มาก็จะเล่นเป็นนางเอกตอนเด็ก ๆ แต่เรื่องนี้ก็มาเล่นเป็นตัวเราเอง และเรื่องนี้ก็เป็นหนังผีเต็มตัวเรื่องแรกด้วยค่ะ สุชาติ : ส่วนหนูกับออสการ์ก็ได้เล่นหนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกค่ะ ก็ตื่นเต้นและดีใจที่สุดเลย ในเรื่องนี้พี่เค้าก็บอกให้เป็นตัวเราเองเลย เป็นคนเฮฮา ชอบแอ๊บแต่ก็แอ๊บไม่อยู่ อย่าเดินตูดบิดนะ แต่หนูก็เดินตูดบิดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เข้าฉากวันแรกก็ตื่นเต้น จำบทไม่ค่อยได้ ตื่นเต้นมาก คือทำอะไรไม่ได้เลยอ่ะ เป็นครั้งแรกก็ตื่นเต้นอ่ะค่ะ ออสการ์ : หนูผ่านงานแสดงมาบ้างแล้ว แต่เพิ่งเล่นหนังเรื่องแรก ก็สนุกครับ เราต้องเล่นให้คนดูเค้าเชื่อจริง ๆ ยิ่งเป็นหนังผีด้วยยิ่งยาก ต้องโดนเลือดสาด ต้องโดนผีหลอก ต้องน่ากลัวจริง ๆ ครับ เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับ “ผีโรงเรียน” บ้างมั้ย เล่าให้ฟังหน่อย (โรงเรียนของแต่ละคน) ออสการ์ : เคยครับ เรื่องนี้ได้มาจากภารโรงเก่าแก่ของที่โรงเรียนหนู แต่ตอนนี้เค้าออกแล้วเพราะเค้ากลัวมาก ก่อนที่เค้าจะออก มีเรื่องแปลกๆ หลายอย่าง คือโรงเรียนหนูมันใกล้กับวัดอ่างทอง โรงเรียนหนูเป็นเขตของวัด ซึ่งตอนนั้นเค้าเอาไว้ฝังศพกัน แรก ๆ ก็ยังไม่ค่อยมีคนมาสมัครกัน แล้วตรงสนามเด็กเล่นตอนนั้นเป็นต้นกล้วย น่ากลัวมาก ถ้าใครไปตอนกลางคืนต้องสะพรึงมาก พอสร้างเป็นโรงเรียนแล้ว เมื่อก่อนก็เคยมีครูผูกคอตายในห้องน้ำ แล้วภารโรงก็มาเล่าให้ฟังว่า เค้าอาฆาตแค้น แล้วก็วนเวียนอยู่ในห้องน้ำนั้น พออยู่ไปนาน ๆ ก็รู้สึกว่ามีใครมาคอยดูว่าห้องเราเป็นยังไง ก็ด้วยความอยากรู้ก็เลยเอาเก้าอี้ขึ้นไปส่องดู ก็เห็นเลยจ้า เชือกห้อยแกว่งไปมา แล้วตอนหนูฉี่ตรงที่ฉี่ พอมองลงไปในน้ำ ก็เห็นเงาผู้ชายจ้องขึ้นมาเลย อันนี้หนูเจอจริง ๆ ริว : ก็เคยมีคนเล่าให้ฟังเรื่อง ผีห้องดนตรีไทย ก็เหมือนเค้าอยู่ดึก แล้วเค้าก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากห้องดนตรีไทย บางคนก็บอกเห็นเงาลางๆ ก็เลยเกิดความกลัวขึ้น ไม่ค่อยอยากไปห้องดนตรีไทยเท่าไหร่ ผมยังไม่เคยเจอกับตัวเองครับ ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากเจอครับ อาไท : โรงเรียนที่ผมเคยเรียนตอนประถมนะครับ เค้าเล่าว่าเคยมีประวัติ คือเค้าบอกว่าจะมี ห้องนาฏศิลป์ คือตอนเย็น ๆ เวลานักเรียนกลับบ้านหมด คนเดินผ่านเค้าจะได้ยินเสียงระนาดหรือขิมกำลังบรรเลงกันอยู่ แต่ว่าไม่มีใคร เค้าก็เล่ากันมาครับ วันนั้นผมเดินผ่านก็ได้ยินเสียงเหมือนกัน เปิดไปดูก็เจอเลยครับ...ภารโรงนั่งเล่นอยู่ นีโม : ของหนูเคยได้ยินตอนประถม เท่าที่จำได้ก็คือเป็น ผีพี่ฟ้า นะคะ เหมือนพี่ฟ้าเค้าไปซ้อมดนตรีอยู่ที่ห้องดนตรีไทย แล้วเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ทำให้ตาย แล้วพอโตขึ้นก็มีเล่ามาอีกฝั่งหนึ่งว่าพี่เค้ากระโดดตึกตาย ก็ไม่รู้ว่ายังไงพอเข้าไปเค้าก็พูดกันแล้ว จำไม่ได้ว่าได้ยินมาจากใคร น่าจะจากเพื่อนมั้งคะ สุชาติ : ก็จะมีนักศึกษาประสบอุบัติเหตุหน้าวิทยาลัย เค้าก็เล่ากันว่า ตายแล้วยังเดินมาเรียน หนูก็จริงเหรอ ก็ไม่รู้อ่ะ แต่เพื่อนเค้าก็เชื่อกันนะ ตอนโรงเรียนเก่า เค้าก็บอกว่าเป็นที่ของป่าช้า หนูก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพื่อน ๆ ก็จะมาเล่าให้ฟัง แต่หนูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ผีเคยเจอมั้ย ไม่เคยเจอนะ นอกจากเจอตัวเองในกระจกประมาณนั้นค่ะ เรื่องราวของ “โรงเรียนผี” เป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย ริว : ผมเป็นคนเงียบ ๆ ก็จะไม่ค่อยมีเพื่อน แล้ว 4 คนนี้ก็ชวนผมไปเข้าแก๊งด้วย วันนั้นเป็นวันปฐมนิเทศ เค้าก็ชวนผมไปในห้องไปเล่าเรื่องผี เพื่อความสนุกสนาน แต่ละคนก็เล่าเรื่องผีที่แตกต่างกันจนมันไม่จบไม่สิ้น จนกระทั่งมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เอาเป็นว่าไปดูกันในโรงดีกว่าครับ อาไท : คือมันจะเป็นเรื่องของเด็กกลุ่มหนึ่งที่หนีการปฐมนิเทศมาหาอะไรทำสนุก ๆ โดยมีผมเป็นหัวโจกแล้วก็มีลูกน้อง 4 คนมาร่วมด้วย ก็เลยมาเล่าเรื่องผีกันตามประสบการณ์ของตัวเอง ก็ขุดเรื่องผีมาเล่ากันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น อยากรู้ต้องไปดูกันเองครับ คิดว่าในโรงเรียนใครจะเสี่ยงเจอผีมากที่สุด อาไท : ผมว่าตัดยามออกก่อนเลย ไม่เจอหรอก เพราะยามหลับ อันนี้หยอกเล่น คนที่น่าจะเจอผีมากที่สุด น่าจะเป็นภารโรงครับ เพราะโรงเรียนผมเนี่ย ภารโรงเค้าจะอยู่กินนอนที่โรงเรียนเลย พอตอนดึกเค้าก็มาเดินตรวจตราเช็กอะไรต่าง ๆ ผมว่าเค้ามีเปอร์เซ็นต์เจอผีมากที่สุด อย่างครูพอเสร็จงานเค้าก็กลับบ้าน ยามก็อยู่ในป้อม แต่ภารโรงเค้าจะเดินตรวจทุกชั้น ผมว่าเค้ามีเปอร์เซ็นต์โดนมากที่สุด ริว : ผมคิดว่าภารโรง, แม่บ้าน และก็ยามครับ เพราะเป็นสามบุคคลที่อยู่ดึกสุดครับ ก็อาจจะเจอมากที่สุดครับ เหมือนเค้ามีหน้าที่ดูแลโรงเรียนทุกซอกทุกมุม ต้องอยู่ดึก ก็เลยมีสิทธิ์เจอบ่อย ออสการ์ : ยามโรงเรียนผมก็จะอยู่ที่ป้อมตรงสนามเด็กเล่นอย่างเดียว แต่ก็มีโอกาสเจอมั่งแหละ ถ้าครูนี่บางทีเค้าก็จะกลับก่อนนักเรียน เค้าก็มีโอกาสเจอน้อยมาก 100 % ก็อาจจะเจอซะ 20% ส่วนนักเรียนอย่างพวกหนูก็มีโอกาสเจอแค่ 10 % ที่น่าจะเจอมากที่สุดก็น่าจะเป็นภารโรง เพราะเค้าอยู่ที่โรงเรียนนานที่สุด แต่ภารโรงโรงเรียนหนูเค้าอยู่แค่ถึงเที่ยงคืน พอหกโมงเช้าเค้าก็มา แต่ก่อนกลับเค้าก็ต้องตรวจโน่นนี่ เค้ามีสิทธิ์เจอมากสุดเพราะเค้าอยู่ดึกกว่าทุกคน เป็นคนกลัวผีมั้ย ริว : ก็กลัวครับ แต่ที่ถ่าย ๆ มาก็ยังไม่เจอนะครับ ก็ไม่อยากเจอด้วย ออสการ์ : ถ้าไปเป็นแก๊ง 4-5 คนนี่จะไม่กลัวอะไรเลย ยกเว้นไปวัด แต่ถ้าไปคนเดียวกลางคืนในที่มืดๆ นี่จะไม่กล้าครับ กลัวครับ นีโม : ก็กลัวผีอยู่นะคะ กลัวแต่ชอบดูอะไรผี ๆ ค่ะ ถ้าวันหนึ่ง เราดันเจอผีที่โรงเรียน จะทำยังไง อาไท : โห ! ตอบยาก ผมไม่เคยเจอ อันดับแรกคงต้องยืนวิเคราะห์ก่อน ไม่ใช่ ! คงไม่บ้าบอขนาดนั้น ก็คงตามประสา คงจะกลัวแล้วก็วิ่งหนีครับ แต่ผมว่าคนเราเวลาเจอผี ไม่ใช่เจอแล้ววิ่งเลยนะ ผมว่าทุกคนเวลาเจอผี เค้าต้องยืนสตั๊นซะ 3 วิ แล้วค่อยวิ่งหนีไป ริว : ถ้าเจอผีในโรงเรียนจะทำยังไงเหรอครับ ก็วิ่งหนีเลยครับ ถ้ามีเพื่อนมาด้วยผมว่าก็ไม่มีใครรอใครแล้วครับวิ่งไปก่อนเลย ไม่รอแน่ ๆ เราเป็นคนมีเซ้นส์ผีหรืออะไรพวกนี้มั้ย ออสการ์ : หนูไม่ได้เห็นไง แต่รู้อ่ะ รู้ว่าเค้ากำลังมองเราอยู่ เค้ากำลังทำอะไรอยู่ มีความรู้สึกได้ว่าเค้ามาหาอะไรอย่างงี้ . เคยเจอเหตุการณ์ลึกลับประหลาด ๆ ผี ๆ ในกองถ่ายมั้ย อาไท : ก็มีนะฮะ คือวันนั้นผมต้องถ่ายฉากที่เล่าเรื่องผีอยู่ตลอดทั้งวัน แล้วรู้สึกว่าอยู่ดี ๆ ก็ปวดไหล่สองข้าง ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้สะพายกระเป๋าอะไรเลยนะ ผมก็เอาแล้ว ถ้าเป็นคนที่มีเซ้นส์เค้าคงเห็นอะไรอยู่บนบ่าผมอ่ะ ก็นั่งปวดซักพักนึง สุดท้ายก็ไปไหว้ขอขมาเจ้าที่ที่โรงเรียนที่ถ่าย พอไหว้เสร็จอาการก็ดีขึ้นเลย ก็อาจจะเป็นเพราะเรามาทำมาพูดอะไรที่ไม่ให้เกียรติสถานที่อะไรอย่างนี้ก็ได้มั้งครับ ออสการ์ : เคยมีแต่เรื่องหลอกเด็กว่า ระวังนะมาถ่ายที่โรงเรียนนี้ แต่หนูก็ยังไม่เจออะไร ถ้ายังไม่ได้เจอด้วยตัวเอง หนูก็ยังไม่เชื่อ นีโม : ก็มีพี่ ๆ ทีมงานเคยเล่าให้ฟังค่ะ เหมือนมีฉากหนึ่งที่ถ่ายกันตรงบันได แล้วเหมือนเค้าถ่ายติดใครมาก็ไม่รู้ ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะใช่ทีมงาน ก็ลองไปดูนะคะว่ามันจะอยู่ในหนังรึเปล่า บรรยากาศกลางคืนตอนที่ถ่ายหนังในโรงเรียนนี้เป็นยังไง อาไท : โหย น่ากลัวมากครับ ตอนนั้นผมถ่ายอยู่ฝั่งโน้น แล้วมองข้ามมาอีกฝั่งของชั้นเดียวกัน มันมืดแบบจ้างผมเดินผมก็ไม่เอาอ่ะ นีโม : ถ่ายตอนกลางคืนที่นี่ก็น่ากลัว เพราะมันไม่ใช่สถานที่ที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว แล้วรอบ ๆ โรงเรียนมันก็มีต้นไม้ล้อมรอบเยอะแยะ และด้วยตัวตึกโรงเรียนมันก็น่ากลัวอยู่แล้ว แล้วยิ่งตอนกลางคืนก็ยิ่งน่ากลัวใหญ่เลยค่ะ ในแก๊งเรา 5 คนนี้ อยากให้ใครเจอผีมากที่สุด ริว : ที่อยากให้เจอผีมากที่สุดก็คงเป็น สุชาติ แคปเจอร์ นี่แหละครับ เพราะอยากรู้ว่าถ้าเจอผีแล้วจะเป็นยังไง สุชาติจะกลัวผี หรือผีจะกลัวสุชาติครับ แต่สุชาติต้องกรี๊ดลั่นแน่ ๆ ครับ อาไท : โอ้โห ! สุชาติ แคปเจอร์ นี่ตัดออกก่อนเพราะผีกลัวเค้า หันมาช็อกกันเอง ผมว่าคนที่ผมอยากให้เจอนะก็คือ ออสการ์ มันกวนผมมาก มันกวนประสาทคนทั้งกอง คนที่อยากให้เจออีกคนก็คือ ริว เพราะริวเป็นคนหน้านิ่งมาก อยากจะรู้ว่าเวลาเจอผีหน้ามันจะเป็นยังไง ออสการ์ : อยากให้เป็น พี่สุชาติ แคปเจอร์ เพราะพอเวลาผีเจอพี่เค้า ผีจะตกใจก่อน แล้วก็จะหนีไป ส่วนพี่เค้าก็จะงงว่าพี่หนีเราทำไม ผีก็จะกลัวเค้ามากกว่า สุชาติ : ในแก๊งก็อยากให้ อาไท และ ออสการ์ เจอผีมากที่สุด โดยเฉพาะออสการ์มันแสบมากเลย อยากให้มันเจอผี มันก็อาจจะมอง ๆ แล้วก็วิ่งร้องไห้ไปเลยมั้งคะ นีโม : ก็อยากให้ ออสการ์ หรือ พี่สุชาติ เจอผีเพราะดูลักษณะแล้วก็น่าจะสนุกดี ก็อาจจะกรี๊ด วิ่งหนีอะไรประมาณนั้นมั้งคะ การร่วมงานกับผู้กำกับ ริว : พี่เปิ้ลก็เป็นผู้กำกับที่ใจดีครับ ยังไม่เคยดุเลย ก็โอเคครับ อาไท : ดีมากครับ พี่เปิ้ลเค้าก็คอยบอกอะไรที่ผมยังทำแล้วไม่ค่อยดี เค้าก็จะบอก ดีครับ ออสการ์ : ใจดีครับ หนูเป็นคนที่สั่งได้ สั่งได้เลย เค้าก็จะเอนเตอร์เทนเรา ซึ่งหนูชอบผู้กำกับแบบนี้มากกว่า สุชาติ : พี่เปิ้ลก็เป็นผู้กำกับที่ใจดี มีความเป็นกันเอง พอหนูผิดพลาด ก็บอกให้ปรับตรงนั้นตรงนี้หน่อยนะ ไม่ดุค่ะ พี่เค้าก็ให้กำลังใจ นีโม : การร่วมงานกับพี่เปิ้ลก็ดีค่ะ ก็ไม่มีอะไรแย่ พี่เปิ้ลเป็นคนใจดี เวลากำกับตรงไหนที่เรายังเล่นไม่ดี ก็จะมาบอกมาสอนว่าควรจะปรับปรุงตรงไหนค่ะ ความน่าสนใจหรือความโดดเด่นโดยรวมของหนังผีเรื่องนี้ ริว : ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ก็คือการเล่าเรื่องผี บางคนอาจจะชอบฟังแม้เค้าจะไม่มีประสบการณ์ในการเจอ แต่เค้าอาจจะเคยฟังมาบ้าง ทุกโรงเรียนต้องมีเรื่องเล่าต่างๆ อยู่แล้ว ก็อยากให้ทุกคนมาลองดู ผมคิดว่าทุกคนอาจจะเคยได้ฟัง ได้เล่าเรื่อง หรือได้พบเจอกับตัวเอง โรงเรียนผี ก็จะถ่ายทอดความรู้สึกตรงนั้นมา ก็คอยติดตามนะครับว่า โรงเรียนผี เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน อาไท : ผมว่าโรงเรียนทุกคนต้องมีเรื่องผีที่เล่าต่อกันมาแน่นอน เรื่องนี้ก็จะถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมที่ทุกคนเคยผ่านมา ก็มาดูว่าเรื่องผีของ โรงเรียนผี เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน เป็นหนังที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี สตรีดูแล้วสวย คนป่วยดูแล้วหายแน่นอนครับ ออสการ์ : คือว่าหนังมันมีเรื่องสยองขวัญ เรื่องที่ทุกคนเล่ามันน่ากลัว ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ทุกเคยได้ยินได้ฟังมา เค้าก็จะเอามาเล่าให้ฟัง ให้เป็นภาพเลยว่าเป็นอย่างงี้ ๆ นะ มาดูกันครับว่าโรงเรียนเรานี่จะมีสิ่งที่น่ากลัวลึกลับขนาดไหนและจะน่ากลัวกว่าเรื่องที่คุณเคยได้ยินมาหรือเปล่า สุชาติ : เพราะว่าหลายโรงเรียนมันก็ต้องมีเรื่องเล่ากันแหละเนาะ คนที่ชอบเล่าเรื่องผีก็ต้องดู เหมือนมันเป็นการแชร์ประสบการณ์จริง ต้องมาดูนะ หนังเรื่องนี้น่ากลัวมากจริง ๆ มาดูกันว่า โรงเรียนผี นี้จะน่ากลัวขนาดไหน นีโม : เรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเล่าเรื่องผีต่าง ๆ ของโรงเรียน ก็อยากให้มาดูกันค่ะว่า มันจะน่ากลัวกว่าที่เคยได้ยินมาหรือเปล่า นอกจากพวกหนู 5 คนแล้วก็จะมีพี่ ๆ นักแสดงอีกทั้งพี่แม็กกี้, พี่โจอี้, พี่หม่ำ, พี่เท่ง, พี่โก๊ะตี๋ ในเรื่องนี้ทุกคนก็จะได้เห็นมุมความกลัวของพี่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยค่ะ ก็ฝากเรื่อง โรงเรียนผี ไว้ด้วยนะคะ สำหรับใครที่ชอบเล่าเรื่องผี ชอบฟังเรื่องผี ชอบอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องผี ก็มาติดตามดูกันนะคะ โรงเรียนผี หลอนทุกคาบ หลอกทุกโรง 3 พ.ย.นี้ค่ะ

ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ , เรื่องย่อเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ
ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ /  เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ / 

เรื่องย่อละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย : กรุง ญ. ฉัตรกำกับการแสดงโดย : กฤษฎา เตชะนิโลบลออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ เมื่อพูดถึงหญิงสาวเลอค่าในแวดวงไฮโซเมืองไทย ทุกคนจะต้องนึกถึงสองเซเลบริตี้ที่เฉิดฉายข่มรัศมีกันไม่ลง หนึ่งในนั้นคือ อนุศนิยา วรเลิศลักษณ์ ผู้เป็นทายาทมหาเศรษฐีรายใหญ่ของไทยที่กำลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งว่าที่นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลในเจเนอเรชั่นใหม่ถ้าอนุศนิยาสูงส่งเปรียบได้กับเจ้าหญิงบนหอคอยงาช้าง โสมมิกา พรรณราย ผู้เป็นทายาทพันล้านของผู้มีอิทธิพลชื่อดัง ก็ยอมไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน เธอฉีกตัวเองให้เป็นดาวดังในแวดวงเซเลบในฐานะคาสโนวี่ของเมืองไทย ที่ใคร ๆ ก็พากันตั้งฉายาให้แก่ความเซ็กซี่ ขี้เล่นของเธอว่าเป็น ปารีส ฮิลตัน ของเมืองไทยนั่นเอง ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ทั้งอนุศนิยาและโสมมิกาต่างเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันตั้งแต่อนุบาลยันมหาวิทยาลัย แม้จะไม่มีอะไรเหมือนกัน แต่ทั้งคู่ก็ถูกมองเป็นคู่แข่งกันอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อไม่สามารถเปรียบได้ว่าใครเหนือกว่าใคร คำตอบสุดท้ายก็คงจะต้องตัดเชือกกันที่ผู้ชายที่สองสาวจะเลือกเป็นคู่ครองนั่นเองแม้ว่าใคร ๆ จะมองสองสาวด้วยความอิจฉา แต่ดูเหมือนทั้งสองสาวจะรู้สึกว่าความร่ำรวยของเธอเหมือนจะเป็นคำสาปมากกว่า เพราะเงินและความร่ำรวยทำให้ทั้งคู่ห่างไกลจากคำว่า "รักแท้" อนุศนิยากับโสมมิกาได้มาเจอกันอีกครั้งในงานเปิดตัวโรงแรมของไฮโซชื่อดังบนเกาะแถบอันดามัน ในงานนั้นเป็นงานที่อนุศนิยาได้มาเจอโสมมิกาควงกันมากับชยากรอาของเธอเอง ด้วยความหมั่นไส้ในความเชิดหยิ่งและถือตัวของอนุศนิยา ทำให้โสมมิกาคิดวางยาลงในแก้วเครื่องดื่มของอนุศนิยาเพื่อให้เธอหยุดเล่นตัวและเสร็จหนุ่มสักรายในงานนั้นในตอนดึกระหว่างที่นั่งเรือสปีดโบทกลับไปยังโรงแรมบนฝั่ง อนุศนิยารู้สึกเมายามาก เธอไม่มีสติพอที่จะควบคุมตนเอง และเมื่อมีหนุ่มแปลกหน้าเริ่มฉวยโอกาส อนุศนิยาก็พยายามปัดป้องจนกระทั่งเธอพลัดตกจากเรือลงไปในทะเล ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ชยากรโกรธจัดเมื่อรู้ว่าอนุศนิยากลับไม่ถึงโรงแรม เขาร้อนใจแทบคลั่ง สั่งให้คนออกตามหาหลานสาวทันที โดยไม่มีใครรู้ว่า มิรันตรี นักข่าวสาวที่ได้รับเชิญไปร่วมงานล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ทั้งหมด มิรันตรีแอบจับตามองดูศึกของสองสาวและคิดว่านี่จะเป็นข่าวทอล์คออฟเดอะทาวน์แน่ ๆ อนุศนิยาพลัดจากเรือลอยคว้างอยู่กลางทะเล ศตวรรษ สามารถช่วยเธอขึ้นมาไว้ได้ ศตวรรษพาอนุศนิยาไปที่บ้านพักชาวเลของตัวเองบนเกาะ เขาพยายามจะช่วยหญิงสาวแล้วพบว่าเธอยังอยู่ในอาการเมายา ศตวรรษเดาได้ว่าเธอน่าเป็นแขกในงานไพรเวทปาร์ตี้ที่ไฮโซมักจะมามั่วยาตามเกาะ แต่เมื่ออนุศนิยาฟื้นขึ้นมาเธอก็เข้าใจว่าถูกศตวรรษฉวยโอกาส เธอแสดงท่าทีรังเกียจศตวรรษมากจนศตวรรษทนไม่ไหว ชยากรตามอนุศนิยามาจนเจอ เขาเห็นอนุศนิยาไม่พูดไม่จาก็เข้าใจผิดว่าศตวรรษล่วงเกินอนุศนิยา จึงมีเรื่องชกต่อยกับศตวรรษ จนศตวรรษเข้าใจว่าชยากรคือแฟนของอนุศนิยา ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ อนุศนิยารู้ทันว่าโสมมิกาต้องเป็นคนเล่นงานเธอเมื่อคืนแน่ ๆ เธอจึงตั้งใจจะคิดบัญชีกับโสมมิกา ชยากรรับไม่ได้ที่โสมมิกาเล่นสกปรกกับอนุศนิยา เขาโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้อนุศนิยาต้องเจอเรื่องเลวร้าย เขาบอกเลิกโสมมิกาทันที โสมมิกาอึ้งที่ชยากรบอกเลิกเธอแบบฟ้าผ่า โสมมิกาทนไม่ได้ที่เธอพ่ายแพ้อนุศนิยา เธอเอาแต่ร้องไห้เสียใจจนไปเจอกับศตวรรษโดยบังเอิญ ศตวรรษเห็นโสมมิกากำลังผิดหวังในความรักก็กลัวว่าเธอจะคิดสั้น เขาถึงได้ไปช่วย โสมมิการะบายเรื่องที่เธอถูกอนุศนิยาแย่งแฟนจนทำให้ศตวรรษได้รู้ว่าที่แท้แล้วอนุศนิยาเป็นต้นเหตุทำลายความรักของโสมมิกา และที่ช็อคยิ่งกว่าก็คือ อนุศนิยากับชยากรไม่ใช่คู่รักกันอย่างที่เขาเข้าใจ แต่เป็นอาหลานกันแท้ ๆ ด้วย ศตวรรษเห็นอาการของโสมมิกาแล้วก็นึกสงสาร ศตวรรษรู้สึกว่าผู้หญิงอย่างโสมมิกานั้นทำเป็นแกร่งแต่เพียงภายนอก โสมมิกาเมาและพักอยู่ที่กระท่อมบนเกาะของศตวรรษเพราะไม่กล้ากลับไปสู้หน้าแขกที่มาร่วมงาน ต่อมาเธอจึงรู้ว่าที่จริงแล้วศตวรรษไม่ใช่ชาวประมงอย่างที่เธอเข้าใจ แต่เขาเป็นแพทย์ด้านไตที่มาลงพื้นที่ทำวิจัยที่เกาะนั้น ทำให้โสมมิกาทึ่งและหลงรักเขาทันที โสมมิกานึกเคลิ้มไปกับผู้ชายเท่ ๆ อย่างศตวรรษ เธอจึงขอกลับกรุงเทพฯ ไปพร้อมกับเขา และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ปล่อยผู้ชายคนนี้หลุดมือไปเด็ดขาด ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ข่าวรักร้าวของชยากรกับโสมมิกากลายเป็นข่าวกอสซิปดังคาด โดยบอกว่าชนวนรักร้าวนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหลานแท้ ๆ อย่างอนุศนิยานั่นเอง ข่าวดังกล่าวทำให้นันทพล พ่อของอนุศนิยาไม่พอใจอย่างมาก เพราะทำให้ครอบครัวของเขาเสื่อมเสีย ชยากรตามไปเอาเรื่องมิรันตรี อนุศนิยาจำได้ว่ามิรันตรีเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับเธอ เธอจึงได้เป็นคนกลางขอเคลียร์ปัญหาเอง มิรันตรีลดอคติกับอนุศนิยาไปมากเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้คุกคามสื่ออย่างที่ชยากรทำ นันทพลล้มป่วยเพราะตรอมใจเรื่องข่าวฉาวของครอบครัว แพทย์ตรวจพบว่านันทพลมีปัญหาเรื่องไต ศตวรรษในฐานะแพทย์เฉพาะทางมือหนึ่งถูกเรียกตัวมาให้มาดูแลเคสนี้อย่างเร่งด่วน อนุศนิยาช็อคมากเมื่อพบว่าที่แท้แล้วศตวรรษเป็นหมอไม่ใช่ชาวเลอย่างที่เธอเข้าใจ ที่สำคัญก็คือ ครอบครัวเขาเป็นลูกหนี้รายใหญ่ของครอบครัวเธอ ซึ่งนั่นทำให้อนุศนิยากลัวว่าศตวรรษจะเอาชีวิตพ่อของเธอเป็นประกัน โสมมิกาตามมาจีบศตวรรษที่โรงพยาบาล โสมมิกาเปิดตัวว่าเธอกำลังกิ๊กอยู่กับศตวรรษเพื่อเชิดใส่ชยากร โสมมิกาตามจีบศตวรรษแบบไม่ปิดบังจนทำให้ศตวรรษที่ไม่เคยโดนผู้หญิงรุกแบบนี้มาก่อนถึงกับอึ้ง แต่เมื่อเทียบกันแล้วเขากลับรู้สึกประทับใจในความจริงใจตรงไปตรงมาของเธอ ผิดกับอนุศนิยาที่ดูอ่านยากและซับซ้อนกว่าจนทำให้เขาไม่ค่อยไว้ใจมาดนางพญาของอนุศนิยาเท่าไหร่นัก ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ นันทพลจำเป็นต้องเปลี่ยนไตโดยเร่งด่วนทำให้เขาไม่สามารถเข้าไปบริหารบริษัทเฟอร์นิเจอร์ได้อีก เขาจึงฝากงานทั้งหมดให้ชยากรและอนุศนิยาร่วมกันดูแล บรรดาน้องสาวของนันทพลต่างกลัวว่าชยากรซึ่งเป็นเพียงลูกเมียน้อยจะฮุบอำนาจไว้คนเดียว น้องสาวของนันทพลทุกคนต่างมายุแยงให้อนุศนิยายึดอำนาจมาจากชยากรอีกที ทำให้อนุศนิยาปวดหัวกับคุณอาทั้งสี่มาก เพราะแต่ละนางต่างก็เชี่ยวชาญแต่เรื่องผลาญเงินกงสี แต่ไม่เคยช่วยทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นนันทนา ม่ายสาวใจเปลี่ยวที่ได้ชื่อว่าเป็นมิสจุ้นจ้าน นุดี ภรรยาของนักธุรกิจที่คอยหาทางหนุนหลังธุรกิจ ประสงค์สามีนักธุรกิจของเธอตลอดเวลา นนทยา สาวสวยที่วัน ๆ ต้องการเงินไปอัพหน้าจนเมาโบท็อกซ์ทุกวัน จะมีนาวิกา ที่ดีหน่อยเพราะเอาแต่หันหน้าไปปฏิบัติธรรมแต่ก็ขนสมบัติไปถวายวัดตลอดเวลาเช่นกัน แม้ทุกคนจะเห็นแก่ตัวแต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่สมานฉันท์กันได้นั่นก็คือ เรื่องเกลียดชยากรนั่นเอง เพราะทุกคนเชื่อว่าชยากรนั้นเป็นมารหัวขนที่อังกาบ เมียน้อยของเตี่ยเอามาสวมเขาให้ เพราะเห็นว่าตระกูลกำลังต้องการทายาทผู้ชาย นันทนา นุดี นนทยาและนาวิกาต่างหาหลานเขยมานำเสนอเพื่อหวังว่าจะให้เขยในสังกัดของตนเข้ามาควบคุมอนุศนิยาอีกทอดหนึ่ง โดยเฉพาะกับนันทนานั้นกำลังตกที่นั่งลำบากเพราะเธอเอาเงินกงสีไปปล่อยกู้ให้กับเสาวรส แม่ของศตวรรษกู้จนหนี้สูญไปกว่าหกสิบล้าน นันทนาไปเร่งรัดหนี้สินจากเสาวรส เสาวรสอวดอ้างกับทุกคนเรื่องที่ศตวรรษกำลังคบหากับไฮโซชื่อดัง จนทำให้อุดมศักดิ์พ่อของโสมมิกาที่เป็นเจ้าพ่อไม่พอใจ พอเขารู้ว่าโสมมิกาทิ้งชยากรมาหาผู้ชายมีแต่ตัว แถมยังมีหนี้สินรุงรังอย่างศตวรรษ ก็ทำให้อุดมศักดิ์ออกโรงกีดกัน ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ อนุศนิยาได้รู้จากนันทนาก็ทำให้เธอเข้าใจไปว่าศตวรรษนั้นกำลังคบโสมมิกาเพื่อหลอกเอาเงินมาใช้หนี้ อนุศนิยาจึงยิ่งนึกสมเพชชายหนุ่มขึ้นมาทันทีเพราะคิดว่าเขาเป็นพวกที่ชอบจับแต่ผู้หญิงรวย ๆ โสมมิกาควงศตวรรษเปิดตัวไปทั่ว มิรันตรียุให้อนุศนิยาทำให้โสมมิกาตาสว่าง ว่าถูกหลอกด้วยการขู่ฟ้องให้เสาวรสล้มละลาย เสาวรสรีบแจ้นไปขอให้อุดมศักดิ์ช่วยเหลือเรื่องหนี้สินแต่ถูกปฏิเสธ เสาวรสจึงแค้นและไม่อยากให้ศตวรรษคบหากับโสมมิกาอีก เสาวรสได้ยินข่าวที่นันทพลกำลังหาลูกเขย เสาวรสจึงเสนอตัวศตวรรษให้กับนันทนา โดยเสาวรสยื่นข้อเสนอว่าถ้าหากได้เป็นลูกเขยของนันทพลแล้วได้รับการยกหนี้ให้ เธอจะให้ศตวรรษกอบโกยเงินจากกงสีมาให้นันทนาเอง นันทนาได้ยินอย่างนั้นก็หูผึ่งเพราะกำลังร้อนเงินเต็มที่ เธอรีบจับคู่ศตวรรษให้อนุศนิยาโดยไม่สนว่าศตวรรษจะคบหากับโสมมิกาอยู่ โสมมิกาแค้นที่อนุศนิยากำลังเปิดศึกแย่งผู้ชายไปจากเธอ ชยากรรู้สึกทรมานที่ต้องเห็นอนุศนิยาไปเป็นของคนอื่น แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะพิสูจน์ชาติกำเนิดของตนเพราะกลัวว่าจะเป็นการประจานแม่ผู้แสนดีของตนเอง เขาจึงต้องทนมีฐานะเป็นอาของผู้หญิงที่เขารักจนทำให้รักของเขานั้นไม่มีวันเป็นไปได้ อาการหวงก้างนั้นทำให้นันทพลไม่ค่อยพอใจ เพราะเขาดูออกว่าชยากรคิดเลยเถิดกับอนุศนิยา เพียงแต่อนุศนิยาไม่รู้ตัวและยังดื้อรั้นยืนยันที่จะครองตัวเป็นโสดประสาผู้หญิงเก่ง นันทพลเห็นด้วยที่จะดัดนิสัยผู้หญิงจอมมั่นและตัดไฟต้นลมไม่ให้ชยากรคิดเลยเถิด ด้วยการให้อนุศนิยาแต่งงาน ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ นันทพลรักษาตัวอยู่กับศตวรรษและชื่นชมในความมีมนุษยธรรมของศตวรรษมาก ยิ่งเมื่อรู้ว่าหนี้หกสิบล้านนั้นเป็นหนี้ที่พ่อของศตวรรษกู้ไปเพื่อเปิดศูนย์แพทย์กลางทะเล และศตวรรษก็ยังต้องการจะสานฝันของพ่อ นันทพลก็ยิ่งอยากได้คนดีอย่างศตวรรษมาเป็นลูกเขย อนุศนิยารับไม่ได้ที่นันทนาพยายามแย่งศตวรรษมาให้เธอ เพราะเธอคิดว่าเขาเป็นผู้ชายหิวเงิน ศตวรรษเองก็รู้ว่าอนุศนิยารังเกียจและดูถูกเขา อนุศนิยาคิดว่าที่ทุกคนต้องการให้เธอแต่งงานก็เพราะระแวงเรื่องเธอกับชยากรจะทำอะไรผิดศีลธรรม อนุศนิยาจึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ชยากรสงสารที่อนุศนิยาถูกคลุมถุงชนกับศตวรรษซึ่งเป็นคนที่เธอรังเกียจ ชยากรตัดสินใจจะสารภาพความรู้สึกของตัวเองและชวนอนุศนิยาหนีไปใช้ชีวิตตามลำพัง อนุศนิยาตกใจเมื่อได้รู้ว่าชยากรหลงรักเธอ ชยากรพาอนุศนิยาเข้าโรงแรม อนุศนิยาช็อกและรับไม่ได้ เธอหนีออกมาจากโรงแรมตอนที่ศตวรรษกำลังมาตามหาพอดี ทำให้ศตวรรษยิ่งมั่นใจว่าอนุศนิยามีอะไรลึกซึ้งกับอาของตัวเองไปแล้ว อนุศนิยาเสียใจที่รู้ว่าชยากรคิดกับเธอเกินกว่าหลาน เธอจึงคิดที่จะแต่งงานกับศตวรรษเพื่อให้ชยากรตัดใจ เพราะเธอยังรักและเคารพและยังอยากให้เขากลับมาทำงานในบริษัทได้ดังเดิม ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ นันทพลเรียกศตวรรษและเสาวรสมาตกลงว่าถ้าหากเขายอมแต่งงานกับอนุศนิยาแล้ว นันทพลจะไม่ฟ้องล้มละลายและยกหนี้จำนวนหกสิบล้านให้ฟรี ๆ แลกกับการแต่งงานอยู่กินกับอนุศนิยาเป็นเวลาสามปี ศตวรรษรู้สึกเสียศักดิ์ศรีที่จะต้องมาขายตัวล้างหนี้ เขาจึงปฏิเสธที่จะแต่งงานเพื่อล้างหนี้ แต่ขอแค่แต่งงานเพื่อประวิงเวลาให้เขาได้ทยอยหาเงินมาชดใช้หนี้หกสิบล้าน เพื่อไถ่อิสรภาพของตัวเองคืน นันทพลรู้สึกพอใจในคำตอบของศตวรรษ เขาจึงยอมรับข้อเสนอนี้ และแถมโบนัสให้ว่าถ้าหากศตวรรษทำให้อนุศนิยามีทายาทให้เขาได้เมื่อไหร่ เขาจะมอบเงินให้สามสิบล้านทันที ศตวรรษเข้าใจว่าที่นันทพลจำเป็นต้องทุ่มทุนขนาดนี้ก็เพื่อจะล้างคาวให้กับลูกสาวตัวเองการแต่งงานจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบตั้งตัวไม่ติด ทั้งชยากรและโสมมิกาต่างอกหักและทำใจไม่ได้ อนุศนิยาไม่ไว้ใจกลัวศตวรรษจะหัวหมอรีบปั๊มทายาทเพื่อจะเอาเงินสิบล้านจากพ่อ อนุศนิยาจึงตั้งเงื่อนไขกับศตวรรษว่าจะแต่งกับศตวรรษแค่ในนามเท่านั้น ชยากรกลับมาทำงานที่บริษัทแบบซังกะตาย เขาต้องพบอนุศนิยาทุกวัน แต่อนุศนิยาก็ยังไม่สนิทใจกับเขาแถมมีศตวรรษคอยกันท่าอยู่ด้วย นันทพลอยากจับคู่ชยากรกับมิรันตรีที่เขาเชื่อว่าจะคุมชยากรได้ นันทพลขอให้อนุศนิยาช่วย อนุศนิยาไม่แน่ใจเพราะเห็นว่ามิรันตรีนั้นเป็นคู่กัดของชยากร ซ้ำยังห่างไกลจากสเปคของเขามาก อนุศนิยาเป็นแม่สื่อให้ชยากรกับมิรันตรี แม้ชยากรจะไม่ชอบ แต่เขาคิดว่านี่เป็นทางเดียวที่เขาจะได้กลับไปใกล้ชิดกับอนุศนิยาอีก มิรันตรีรู้ทั้งรู้ว่าชยากรแค่ใช้เธอบังหน้า เพื่อหาทางประสานรอยร้าวกับอนุศนิยา แต่เธอก็ยอมให้เขาหลอกใช้ ทั้งคู่ยอมตกลงคบหากัน โดยที่มิรันตรีแอบหวังว่าวันหนึ่งชยากรจะลืมอนุศนิยาได้ ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ โสมมิกายังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียศตวรรษไปให้กับคู่แค้น เธอยังคอยมาสร้างความร้าวฉานให้กับชีวิตแต่งงานของอนุศนิยาอยู่เรื่อย ๆ เพราะรู้ว่าศตวรรษจำใจแต่งงานเพื่อล้างหนี้แค่สามปี โสมมิกาให้สัญญาว่าเธอจะรอเขาอยู่ดี อนุศนิยาเห็นโสมมิกายังตอแยศตวรรษก็รู้สึกขวางหูขวางตา ยิ่งเห็นศตวรรษไปวิ่งรอกทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งเพื่อหวังจะหารายได้มาใช้หนี้ ก็ยิ่งทำให้อนุศนิยาคิดว่าศตวรรษคงจะกำลังทำทุกทางเพื่อปลดหนี้ไปหาโสมมิกา โสมมิกาตอกย้ำให้อนุศนิยาเชื่อว่าเธอได้แต่ตัวศตวรรษ แต่ไม่เคยได้ความรักของเขา ทำให้อนุศนิยารู้สึกน้อยใจตลอดเวลาที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับศตวรรษ ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ อนุศนิยายังคงทำงานหนัก มิรันตรีพาชาครีย์ เพื่อนดีไซน์เนอร์หนุ่มรูปหล่อมาช่วยงาน เพื่อหวังจะให้ชาครีย์เป็นพาร์ทเนอร์ให้อนุศนิยา ทำให้ชยากรไม่ต้องมีข้ออ้างหาเรื่องใกล้ชิดอนุศนิยาอีก บรรดาอา ๆ ของอนุศนิยาเห็นชยากรถูกแทนที่ก็วางแผนจะกำจัดชยากรให้หมดความสำคัญลงทันที แล้วดันอนุกรให้ขึ้นมาเป็นผู้บริหารแทน เพราะเบื่ออนุศนิยาที่คุมเงินกงสีเข้มเกิน อนุศนิยาต้องเจอเรื่องปั่นป่วนในบริษัทและยังต้องคอยแก้ปัญหาที่เด็กเกรียนอย่างอนุกรเข้ามาสร้างไว้ ศตวรรษเห็นปัญหาที่อนุศนิยาต้องเผชิญ จึงได้เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้ต้องทำเก่งวางมาดข่มคนอื่นอยู่เสมอ อนุกรทำจีน่าพนักงานขายของบริษัทท้อง อนุศนิยาเข้ามาช่วยหาทางแก้ปัญหา ศตวรรษพาลเข้าใจไปว่าที่อนุศนิยามีลับลมคมในก็เพราะกำลังตั้งท้องลูกของชยากร นันทพลถึงต้องมาเร่ย้อมแมวขายเพื่อปิดข่าวฉาวของครอบครัว แม้ศตวรรษจะเข้าใจอนุศนิยาผิดแต่เขาก็ยินดีรับเป็นพ่อของเด็กเพื่อปกป้องชื่อเสียงให้ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้อนุศนิยารู้สึกว่าศตวรรษไร้ศักดิ์ศรีจนยอมทำทุกอย่างได้เพื่อไถ่หนี้ เสาวรสตื่นเต้นเพราะนึกว่าจะได้เงินโบนัสจากการการที่มีทายาท จึงได้เอามาป่าวประกาศจนทำให้ความแตกว่าอนุกรต่างหากที่กำลังจะมีลูกไม่ใช่อนุศนิยา ศตวรรษผิดหวังที่อนุศนิยาปล่อยให้เขาเข้าใจผิดตลอดมา เขาจึงหนีไปทำงานที่เกาะชั่วคราว อนุศนิยาเริ่มรู้ตัวว่าศตวรรษพยายามปกป้องเธอมาตลอด และเธอเองที่เป็นฝ่ายเหยียบย่ำน้ำใจของเขา อนุศนิยายอมไปง้อศตวรรษที่เกาะ โสมมิกากลัวว่าศตวรรษจะหลงรักอนุศนิยาจึงได้วางแผนให้คนจับอนุศนิยาไป ศตวรรษช่วยอนุศนิยาจากโจรได้ ทำให้อนุศนิยายิ่งซึ้งใจที่ศตวรรษยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเธอ อนุศนิยาอยู่ดูแลศตวรรษที่บาดเจ็บและสองคนก็ได้เริ่มต้นใช้ชีวิตสามีภรรยากันที่เกาะนั่นเอง หลังจากอนุศนิยากับศตวรรษกลับจากเกาะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นมากจนทำให้ชยากรรับไม่ได้ โสมมิกาจึงได้วางแผนกับชยากรที่จะทำลายความรักของทั้งคู่ โสมมิการู้ว่าเสาวรสกำลังร้อนเงินเพราะหนี้พนัน เธอจึงแกล้งเอาเงินมาล่อ เสาวรสกำลังเดือดร้อนมากจึงแกล้งหลอกให้ความหวังโสมมิกาว่าศตวรรษจะกลับมาหาหลังครบกำหนดการแต่งงาน ชยากรเห็นว่าครอบครัวของศตวรรษแอบกอบโกยเงินจากผู้หญิงทั้งสองทาง เขาจึงร่วมมือกับโสมมิกาเปิดโปงให้อนุศนิยารู้ธาตุแท้ของศตวรรษด้วยการยอมออกเงินให้โสมมิกาไปหลอกล่อเสาวรส มิรันตรีจับได้ว่าชยากรร่วมมือทำอะไรบางอย่างกับโสมมิกาทำให้เธอรับไม่ได้จึงขอเลิกกับเขา ชยากรยอมเลิกกับมิรันตรีไปอย่างไม่ใยดี มิรันตรีเสียใจมากที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่อาจเปลี่ยนใจของชยากรได้เลย โสมมิกาตั้งใจจะแย่งศตวรรษคืนจากอนุศนิยาและแฉให้อนุศนิยาต้องอับอาย ชยากรทนไม่ได้ที่เห็นโสมมิกาพยายามทำลายชื่อเสียงของอนุศนิยา จึงได้หักหลังไม่ยอมออกเงินให้โสมมิกาตามที่ได้รับปาก โสมมิกาเจ็บใจมากที่ชยากรหักหลังในนาทีสุดท้าย จึงได้ขับรถไล่ล่าจนรถของชยากรพลิกคว่ำ ชยากรโคม่าอาการเป็นตายเท่ากัน ชยากรเคยบอกไว้ว่าเขาอยากจะสละไตเพื่อต่อชีวิตให้นันทพลเป็นการตอบแทนบุญคุณ ทุกคนจึงตั้งใจว่าถ้าหากชยากรเสียไปจะเปลี่ยนถ่ายไตให้กับนันทพล เมื่อตรวจไตของชยากร ผลปรากฏว่าไตของชยากรเข้ากันได้กับนันทพลและยังเป็นการพิสูจน์ด้วยว่าชยากรเป็นน้องชายของนันทพลจริง ๆ ทำให้บรรดาพี่สาวของเขาหน้าแตกยับและไม่สามารถหาเรื่องกีดกันอังกาบกับชยากรได้อีก เพราะชยากรก็มีสิทธิ์ในกงสีเท่า ๆ กับที่ทุกคน รอยร้าวในครอบครัวที่เกิดจากการหวาดระแวงกันและกันก็หายไป ขณะที่ชยากรยังไม่ฟื้น โสมมิกายังคงเดินหน้าเปิดโปงให้อนุศนิยาเห็นว่าศตวรรษรับเงินจากเธอไปผ่อนหนี้ให้อนุศนิยา ทำให้อนุศนิยาเข้าใจผิดว่าตลอดเวลาศตวรรษแอบอยู่กินกับโสมมิกาเพื่อหลอกเอาเงินจากทางนั้นไปพร้อม ๆ กันด้วย อนุศนิยาผิดหวังที่รู้ว่าศตวรรษเป็นผู้ชายเห็นแก่เงิน เธอออกปากขอหย่า ศตวรรษตกใจมากที่รู้ว่าแม่เป็นคนรับเงินจากโสมมิกา อุดมศักดิ์แค้นที่ศตวรรษมาหลอกลูกสาวเขา จึงได้จับตัวเสาวรสไปและขู่ให้ศตวรรษหย่าขาดกับอนุศนิยามาหาโสมมิกาเพื่อแลกกับชีวิตแม่ ในขณะที่ศตวรรษกำลังจะหย่าขาดกับอนุศนิยา โสมมิการู้ว่าอนุศนิยาตั้งครรภ์ ทำให้เธอคิดว่าอนุศนิยากำลังเอาเด็กมายื้อศตวรรษไว้ โสมมิกาแค้นจึงได้ขับรถพุ่งเข้าชนอนุศนิยา อนุศนิยาเจ็บหนักแต่ก็รอดมาได้ อนุศนิยายืนยันที่จะเลิกกับศตวรรษเพื่อไถ่ชีวิตสงบสุขในชีวิตของเธอคืนมา ศตวรรษเข้าใจว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้อนุศนิยาต้องสูญเสียลูกไป เขายอมหย่าตามที่อนุศนิยาขอเพื่อชดเชยกับที่เขาปกป้องครอบครัวไม่ได้ ตำรวจจับได้ว่าโสมมิกาเป็นคนขับรถชนอนุศนิยา อุดมศักดิ์ขมขู่ให้ศตวรรษมาเป็นพยานเวลาให้โสมมิกาพ้นผิด เพื่อแลกกับการปล่อยตัวเสาวรส ศตวรรษจำใจไปเป็นพยานในคดีเพื่อช่วยชีวิตแม่ ทำให้อนุศนิยาผิดหวังมากที่ศตวรรษเลือกปกป้องโสมมิกามากกว่าเธอ ชยากรฟื้นขึ้นมาและได้รู้ความจริงเรื่องที่เขาเป็นอาแท้ ๆ ของอนุศนิยา ชยากรพบว่าระหว่างที่เขาสลบไปนั้น ศตวรรษกำลังทำเรื่องหย่ากับอนุศนิยา ชยากรรู้ดีว่าศตวรรษแค่ตกเป็นเหยื่อของโสมมิกา ที่สำคัญก็คือ อนุศนิยาไม่ได้แท้งลูกจริง แต่เธอแค่ต้องการจะกำจัดศตวรรษออกไปจากชีวิตจึงได้ร่วมมือกับนันทพลปกปิดเรื่องลูกที่ยังมีชีวิตอยู่เอาไว้ ชยากรรู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้ชีวิตครอบครัวของอนุศนิยาพังลงดังนั้นเมื่อเขาค้นพบว่าศตวรรษยอมหักหลังอุดมศักดิ์ด้วยการมอบหลักฐานให้ตำรวจใช้เอาผิดโสมมิกา ชยากรก็ยอมบอกความจริงกับศตวรรษเรื่องลู กเพื่อให้ศตวรรษได้มีโอกาสกลับมาแก้ตัวกับอนุศนิยาอีกครั้ง ศตวรรษดีใจมากที่รู้ว่าเขาไม่ได้สูญเสียลูกไป หลังจากที่ตำรวจออกหมายจับโสมมิกา ศตวรรษก็เปลี่ยนใจไม่ยอมเซ็นหย่าในนาทีสุดท้ายเพราะต้องการจะกลับมาเริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์กับอนุศนิยาอีกครั้ง แต่อนุศนิยาคิดว่าศตวรรษยอมกลับมาเพราะหมดหนทางไปหลังจากที่โสมมิกากำลังถูกตำรวจไล่ล่า อนุศนิยาจึงไม่ยอมเสี่ยงที่จะกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับคนเห็นแก่เงินอย่างเขาอีก ศตวรรษพยายามที่จะเปลี่ยนใจอนุศนิยาเพื่อเรียกความเชื่อมั่นคืนมา เขาขอเวลาสิบวันเพื่อพิสูจน์ว่าอนุศนิยาและลูกยังต้องการเขา ซึ่งถ้าหากครบสิบวันอนุศนิยายังไม่ใจอ่อน ศตวรรษก็พร้อมจะออกจากชีวิตอนุศนิยาและลูกไปทันที ศตวรรษกลับมาใช้ชีวิตอยู่กับอนุศนิยา แต่อนุศนิยาใจแข็งเพราะตั้งใจไว้ว่าหนีไปใช้ชีวิตเป็นซิงเกิลมัมที่เมืองนอกหลังจากหย่า ศตวรรษเข้าใจว่าที่อนุศนิยาพยายามตัดใจก็เพราะจะเอาชาครีย์มาแทนที่ ศตวรรษน้อยใจที่อนุศนิยาไม่ให้โอกาส แต่เขาก็พยายามใช้เวลาที่เหลือทุ่มเทเอาใจใส่อนุศนิยาอย่างดี ศตวรรษพยายามกล่อมให้อนุศนิยาเลิกบ้างานเพื่อทำหน้าที่แม่ให้เต็มที่ อนุศนิยาค่อย ๆ ค้นพบว่าเธอไม่ได้ต้องการประสบความสำเร็จ เพราะแค่ได้เป็นแม่และเมียที่ดีให้กับผู้ชายธรรมดาสักคนก็ทำให้เธอมีความสุขมากพอแล้ว อนุศนิยาได้รู้จักรักแท้เพียงแต่ว่าเธอยังไม่อยากจะยอมรับว่าเธอตกหลุมรักผู้ชายที่ขายตัวแลกศักดิ์ศรีอย่างศตวรรษได้ เพราะกลัวจะต้องผิดหวังในวันข้างหน้าอีก ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ชยากรเห็นอนุศนิยากับศตวรรษกำลังไปด้วยกันได้ดี มีแต่เขาที่ไม่เหลือใคร เพราะแม้แต่มิรันตรีก็ให้อภัยเขาไม่ได้ ชยากรยอมเข้าผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้นันทพลเพื่อตอบแทนบุญคุณครอบครัว และเดินหน้าง้อมิรันตรี มิรันตรียอมให้โอกาสชยากรอีกครั้ง เพียงแต่ขอเวลาดูใจไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้เพื่อพิสูจน์ความจริงใจของเขา อุดมศักดิ์ต้องการล้างแค้นที่ศตวรรษทำให้โสมมิกาต้องหนีคดีหัวซุกหัวซุน เขาส่งคนมาเก็บศตวรรษจนศตวรรษบาดเจ็บปางตาย อนุศนิยาเพิ่งรู้ว่าศตวรรษถูกตามปองร้ายอยู่ตลอดเวลา และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ศตวรรษต้องการใช้เวลาสิบวันอยู่กับเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อนุศนิยารู้สึกเสียใจที่เธอไม่เคยเห็นความทุ่มเทของศตวรรษที่พยายามใช้เวลาที่เหลืออยู่ในสิบวันนั้นอย่างคุ้มค่า อนุศนิยาเพิ่งมาเรียนรู้ว่าเงินทองไม่สามารถปิดกั้นหัวใจไม่ให้พบรักแท้ อนุศนิยาหัดใช้ชีวิตแต่ละวันที่เหลือเพื่อสัมผัสกับสิ่งยิ่งใหญ่ที่มีค่ายิ่งกว่าเงินทองต่าง ๆ ที่เธอหามาได้ นั่นคือ ความสุขที่เกิดจากการได้รักผู้ชายธรรมดาที่ไม่ใช่ผู้วิเศษคนนี้แม้ไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีเวลาเหลืออยู่กับเขาได้อีกกี่วันก็ตาม ติดตามชมความสนุกเข้มข้นของ ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2559 รายชื่อนักแสดงละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ เจมส์ มาร์ รับบท ศตวรรษ คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ รับบท อนุศนิยา/นุช ฐากูร การทิพย์ รับบท ชยากร ชีรณัฐ ยูสานนท์ รับบท โสมมิกา/โสม กมลเนตร เรืองศรี รับบท มิรันตี จินตหรา สุขพัฒน์ รับบท เสาวรส ดารณีนุช ปสุตนาวิน รับบท นันทนา ดารัณ ฐิตะกวิน รับบท นุดี มนตรี เจนอักษร รับบท เจ้าสัวพล รัชนี ศิระเลิศ รับบท อังกาบ จิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท อนุกร/เล็ก ไอริณ ศรีแกล้ว รับบท นนทิยา

เปิดเทอมเฮี้ยน ! ตามมาดูว่าใครเป็นใครใน
นีโม ปุณณดา /  มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ / 

. เปิดเทอมเฮี้ยน ! ตามมาดูว่าใครเป็นใครใน "โรงเรียนผี" . "ทุกโรงเรียนมีเรื่องผีที่เล่าต่อกันมา จากรุ่นสู่รุ่น จากห้องสู่ห้อง… ไม่เว้นแม้กระทั่งโรงเรียนนี้...ที่ร่ำลือกันว่ามีผีอยู่แทบทุกแห่ง ถ้าอยากลองดีก็เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ แล้วมาแข่งกันมั้ยว่าเรื่องผีของใครจะน่ากลัวกว่ากัน" เรื่องเล่าสยองขวัญผีโรงเรียนแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นในปีการศึกษาใหม่ เมื่อ เอ๋, เอ้อ, เด่น, ป๊อป, ดอน แก๊งนักเรียนมัธยมต้นสุดแสบประจำรุ่นได้รวมหัวกันหนีการปฐมนิเทศอันแสนน่าเบื่อ และหาเรื่องน่าตื่นเต้นทำแก้เซ็งแทน โดยพวกเขาขอลองดีด้วยการแข่งกันเล่าเรื่องผีสุดสยองในห้องเรียนของตึกเก่าที่เล่าลือกันว่าสุดหลอนจนไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป เพื่อเป็นการข่มขวัญว่าใครจะแน่กว่ากัน และแล้วเรื่องผี ๆ ไม่ว่าจะเป็น...ผีห้องสมุดสุดเฮี้ยนที่มักจะโผล่มาให้เหล่านักเรียนได้ขนหัวลุก, นักเรียนหญิงผู้ถูกเพื่อนกลั่นแกล้งจนต้องเอาคืนด้วยความอาฆาต, ครูสาวแสนสวยที่ทุกคนต่างรุมรักแต่แน่ใจแล้วหรือว่ารู้จักเธอดีพอ, ภารโรงกับหมาเห็นผี, ครูใหญ่ผู้โดดเดี่ยวกับบางสิ่งที่ไม่ยอมให้เขาอยู่คนเดียว และอีกหลากหลายเรื่องผีที่ถูกขุดขึ้นมาเล่าอย่างไม่รู้ว่าจะจบลงตรงไหน จนกระทั่ง... สมาชิกโรงเรียน เอ๋ (แสดงโดย อาไท กลมกิ๊ก) เด็กโข่งชั้น ม.3 ที่ซ้ำชั้นซ้ำซาก ชอบโชว์พาวข่มรุ่นน้อง รู้ดีทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่ควรรู้ ตัวตั้งตัวตีที่อยากลองดีกับเรื่องผีที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง เด่น (แสดงโดย สุชาติ แคปเจอร์) สมุนมือขวาของเอ๋ ความกล้าให้ 5 แต่ความมั่นหน้าให้ 100 นางขี้บ่น ขี้กลัว และที่สำคัญคือขี้อ่อย ไม่เก่งเรื่องผี แต่ถนัดเรื่องผีเห็นผีมากกว่า เอ้อ (แสดงโดย ออสการ์ ชยณัฐ) น้องเล็กสุด แต่แสบกวนป่วนไม่แพ้ใคร แม้จะยกเอ๋เป็นไอดอลแต่ก็ชอบจิกกัดเอ๋อย่างเนียน ๆ ปกติก็เล่นใหญ่รัชดาลัยเสมอ แล้วถ้าต้องมาเจอกับเรื่องผีตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกล่ะ ป๊อป (แสดงโดย นีโม ปุณณดา) หญิงเดียวของกลุ่ม ลุคใส ๆ เห็นเงียบ ๆ แต่ความแสบเพียบนะคะ เรื่องผีไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมความกลัวของเธอ (เหรอ ?) ดอน (แสดงโดย ริว อิงครัต) นักเรียนใหม่หล่อหน้านิ่งที่บังเอิญโดนลากมาลองดีกับเรื่องผี ๆ แบบที่ต้องจดจำจนวันตาย ครูใหญ่ (แสดงโดย เท่ง เถิดเทิง) ครูใหญ่ใจดีผู้ชอบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักครูเพียงลำพัง โดยไม่รู้เลยว่ามีบางสิ่งที่ไม่เคยยอมให้เขาอยู่คนเดียว ครูแสงดาว (แสดงโดย แม็กกี้ อาภา) ครูประจำชั้นแสนสวยผู้ที่หนุ่ม ๆ ทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กต่างหลงรัก แต่แน่ใจแล้วใช่มั้ยว่ารู้จักเธอดีพอที่จะกล้ารัก ภารโรงโก๊ะ (แสดงโดย โก๊ะตี๋ อารามบอย) ถ้าตำแหน่งนี้เป็นเหมือนกล้องวงจรปิดของโรงเรียน เคยคิดมั้ยว่า 1 คน 1 หมา กับหน้าที่ดูแลโรงเรียนตลอด 24 ชั่วโมงแบบนี้ เขาจะได้เห็นอะไรที่คนทั่วไปไม่ได้เห็นบ้าง... โทนี่ (แสดงโดย หม่ำ จ๊กม๊ก) และ จรวย (แสดงโดย โจอี้ เชิญยิ้ม) คู่หูคู่เผือกที่มักจะเสือกไสตัวเองให้เข้าไปยุ่งกับเรื่องผี ๆ โดยไม่ว่างเว้น มีงานผีที่ไหนต้องมี #ทีมเผือก ทีมนี้ไปการันตีความสยอง โรงเรียนผี กำกับโดย มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ กำหนดเข้าฉาย 3 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ละครชาติพยัคฆ์ , เรื่องย่อชาติพยัคฆ์
ละครชาติพยัคฆ์ ตอนแรก /  ละครชาติพยัคฆ์ ตอนจบ / 

เรื่องย่อละครชาติพยัคฆ์ บทโทรทัศน์โดย : ณพุทธ สุศรีฯ กำกับการแสดงโดย : โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงศ์ ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด ออกอากาศ ทุกวัน จันทร์-อังคาร ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อชาติพยัคฆ์ ใจผองป้องปกปฐพี ดวงชีวีถวายราช ดุจชาติพยัคฆ์ ปี พ.ศ. 2436 -ร.ศ.112 ราชอาณาจัรสยามต้องสูญเสียดินแดน และไพร่พลจำนวนมากจากการล่าอาณานิคมของต่างชาติ รวมทั้งต้องจ่ายเงินชดเชยถึงสามล้านฟรังก์ให้กับความพ่ายแพ้ กล้า...เป็นลูกของนายทหารที่เสียชีวิตลง เพราะไฟสงครามระหว่างสยามและต่างชาติ ทั้งเขาและนางเพียรผู้เป็นแม่ต้องขายตัวเองเป็นทาสเพื่อความอยู่รอด แต่เจ้านายของนางเพียรกลับหาเรื่องทารุณกล้า ชาติพยัคฆ์ เพื่อบีบนางเพียรให้ยอมเป็นเมียเก็บของตน ด้วยความเทิดทูนในศักดิ์ศรีของสามี นางเพียรจึงช่วยกล้าให้หลบหนีไป และนับจากนั้นกล้าก็ไม่เคยได้ข่าวของแม่อีกเลย คุณพระพิสุทธิ์มนตรี...นายอำเภอแห่งเมืองเวียงสิงห์ ได้รับเด็กชายกล้ามาเป็นบ่าวในบ้านด้วยความสงสาร กล้าจึงมีโอกาสได้รู้จักกับคุณพลอย บุตรสาวของคุณพระ ชาติพยัคฆ์ เด็กทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน และผูกพันต่อกันเกินกว่าสหายทั่วไป ยังความไม่พอใจให้แก่คุณกุหลาบ ภรรยาของคุณพระเป็นอันมากแม้บ่าวไพร่คนอื่นในบ้านต่างมองกล้าเป็นทาสเสนียดที่ไม่ควรคบหา แต่ก็ยังมี ตาสังข์...คนเรือของบ้านกับลูกสาวคือนังบัว ที่เห็นกล้าเป็นเหมือนสมาชิกครอบครัวคนนึง กล้ารักตาสังข์เหมือนญาติผู้ใหญ่ และเห็นบัวเป็นเหมือนน้องสาวแท้ ๆ โดยไม่รู้ว่าบัวกลับแอบหลงรักกล้าเสมอมา ความสนิทสนมระหว่างกล้าและบัว ได้สร้างความเคืองแค้นให้แก่ นายนิ่งบ่าวคนสนิทของคุณพระพิสุทธิ์ มิ่งเป็นหัวหน้าบ่าวไพร่ในเรือน เป็นคนที่คุณพระไว้วางใจให้ ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านมิ่ง จึงหาเรื่องข่มแหงกล้าอยู่เนือง ๆ โดยที่กล้าไม่สามารถจะตอบโต้อะไรได้ เพราะตัวเองไม่ได้มีวิชาการต่อสู้เหมือนกับมิ่ง ซึ่งเป็นคนฝึกการต่อสู้ให้กับบ่าวผู้ชายภายในบ้านด้วยแต่แล้วโชคชะตาก็บันดาลให้กล้า มีโอกาสช่วยเหลือนายทองอินนักโทษหนีคดีผู้หนึ่งเอาไว้ นายทองอินเป็นอดีตทหารที่ช่ำชองในด้านเพลงมวยไชยา ชาติพยัคฆ์ แต่ต้องกลายเป็นคนร้ายเพราะติดลอบสังหารมิสเตอร์ปีเตอร์ นายวาณิชหนุ่มลูกครึ่ง ผู้มีเบื้องหลังเป็นสมุนของฝรั่งต่างชาติ ซึ่งกำลังคิดยึดครองสยามประเทศอยู่ในขณะนั้น นายทองอิน ได้ตอบแทนกล้าด้วยการปกป้องครอบครัวคุณพระพิสุทธิ์ฯ จากพวกนักเลงหัวไม้ที่คิดบุกปล้นบ้าน ส่งผลให้นายด้วง หัวหน้านักเลงหัวไม้ที่เข้าปล้นต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือมวยไชยาของทองอิน ขณะที่รื่น สมุนมือขวาของไอ้ด้วง ต้องถูกส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำ นอกจากนี้นายทองอิน ยังได้ถ่ายทอดวิชาเพลงมวยให้กล้าอีกด้วย ซึ่งในเหตุการณ์เข้าปล้นคืนนั้นเอง มิ่ง และไอ้ทิว สมุนคนสนิทในบ้านคุณพระ ก็ได้แอบทำการยักยอกทรัพย์ จากกำปั่นเก็บทองและของมีค่าของคุณกุหลาบไปขาย โดยคำยุยงและความโลภของไอ้ทิว โดยมิ่ง และทิว ได้โยนความผิดไปให้กล้า ทั้ง ๆ ที่กล้า กับนายทองอิน เป็นคนช่วยไม่ให้โจรเอากำปั่นใส่ทองไปได้ ยังผลให้คุณกุหลาบภรรยาของคุณพระ ผู้ไม่ชอบกล้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โกรธแค้นกล้ายิ่งนัก เมื่อรู้ว่าทองได้หายไปจากกำปั่น หนำซ้ำไอ้ทิวยังเอาทองไปส่วนหนึ่งไปซ่อนในกระท่อมของกล้า เพื่อกลั่นแกล้งกล้า แต่กล้าปฏิเสธใครจะเชื่อในเมื่อมิ่งกับทิวพาคุณพระและภรรยาไปค้นในกระท่อมของกล้า...หลักฐานก็คากระท่อม!! กล้าจึงโดนลงโทษมัดโซ่ตรวนเพื่อสอบสวนอย่างหนัก แต่เดชะบุญ...ตาสังข์ เห็นไอ้ทิว หอบเอาทองส่วนที่หายไปของเจ้านายไปขาย แต่ด้วยความฉลาดแกมโกงของไอทิว มันจึงให้ไอ้ขาบ เป็นคนออกหน้าเอาของไปขายแทน ให้กับ พ่อค้ารับซื้อของโจร ที่ชื่อจีนหลง ตาสังข์ เห็นดังนั้น จึงนำความไปบอกคุณพระฯ ผู้ใหญ่เชื้อ ผู้ติดตามคดีนี้อยู่จึงยกพวกไปจับจีนหลง ๆ โดนจับ พร้อมหลักฐานไอทิว พอรู้ว่าตาสังข์เห็นหน้าไอ้ขาบ มันจึงเก็บไอ้ขาบ เพื่อปิดปากเพื่อไม่ให้ไอ้ขาบ สาวความผิดมาถึงตัวมัน และลูกพี่ คือไอ้มิ่ง เมื่อความจริงถูกปิดเผยพระยาพิสุทธิ์ ชาติพยัคฆ์ จึงได้ปล่อยตัวกล้าในที่สุด ไม่นานต่อมา พระยาประเสริฐภักดี และคุณโชติผู้เป็นบุตรชาย ก็ได้เดินทางมาเวียงสิงห์เพื่อตามล่าตัวทองอิน กล้าได้เจอกับ นายยอดองครักษ์ของพระยาประเสริฐภักดี และจำได้ว่าอีกฝ่ายคือหัวหน้าทาสที่เคยทารุณตนเองกับนางเพียรในอดีต กล้าจึงพยายามสืบหาข่าวของแม่จากมัน แต่นายยอดกลับท้าทายให้กล้าโค่นมันในงานสมโภชเจดีย์เวียงสิงห์เสียก่อน ด้วยความเป็นห่วงแม่ กล้าจึงยอมละเมิดคำสั่งของอาจารย์ทองอิน ที่กำชับให้ปกปิดวิชามวยไว้เป็นความลับ เขาสามารถเอาชนะนายยอดได้สำเร็จ และได้รู้ว่านางเพียรแม่ของตน ได้ถูกเจ้านายเก่าขายต่อให้กับนายทหารฝรั่งรายหนึ่ง การกระทำของกล้าในครั้งนั้นก็ทำให้ ท่านเตี่ยหรือหม่อมเจ้านภากรเกียรติวงศ์ พระญาติสนิทของพระพุทธเจ้าหลวง ซึ่งดินทางมายังเวียงสิงห์พร้อมด้วยลงครักษ์คู่ใจ คือ นายยันต์กับนายเที่ยง ได้รู้เบาะแสของทองอิน ชาติพยัคฆ์ ซึ่งเคยเป็นทหารร่วมสังกัดเดียวกัน ท่านเตี่ย วางแผนจะช่วยเหลือทองอิน โดยวานให้พระยาประเสริฐช่วยเปิดทางให้ แต่พระยาประเสริฐกลับมีใจฝักใฝ่ต่อพวกต่างชาติ จึงให้คนส่งข่าวไปบอกมิสเตอร์ปีเตอร์ เชื้อพาคนมุกจับตัวทองอิน กล้ารีบมาบอก ท่านเตี่ย ยันต์ เที่ยง ช่วยให้กล้ากับทองอินหนีไป พระยาประเสริฐให้คนจับตัวทองอินไว้ ทองอินจึงจะยิงพระยาประเสริฐ แต่พระพิสุทธิ์เอาตัวเข้ากำบัง จึงถูกยิงเสียชีวิต กุหลาบกับพลอยเสียใจมากโชติรีบพูดใส่ไฟเรื่องที่กล้า ซุกซ่อนคนร้ายเอาไว้จนเกิดเรื่องทองอินถูกปีเตอร์ฆ่าตายในที่สุด ชาติพยัคฆ์ ส่วนกล้าก็โดนปีเตอร์จับมา ส่วนตาสังข์และบัว สองพ่อ-ลูก ถูกมิ่งจับ ตัวส่งให้ปีเตอร์ โทษฐานที่ช่วยเหลือนายทองอินเอาไว้ โดยนิ่งหันไปแปรพักตร์กับฝรั่งอย่าง ปีเตอร์ มันจึงอยากเสนอหน้าได้ความดีความชอบจากปีเตอร์ ปีเตอร์สั่งประหารสังข์กับกล้าในวันรุ่งขึ้น ติพาพลอยมาดูหน้ากล้าเป็นครั้งสุดท้าย กล้าขอโทษที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพิสุทธิ์ เสียชีวิต แต่พลอยไม่ให้อภัย ทั้งคู่จากกันด้วยความเสียใจ ก่อนที่จะมีการประหารเกิดขึ้น ท่านเตี่ยมาขอให้ปีเตอร์ไว้ชีวิต ปีเตอร์เลยแกล้งส่งทั้งสองไปที่คุกฝรั่งแบบตายทั้งเป็นท่านเตี่ยสัญญาจะมาช่วยกล้าให้ได้สักวัน ในขณะที่บัวนั้น ก็ลูกปีเตอร์พาตัวไปขายที่เหลาบุปเผา สถานเริงรมย์ที่หรูหราที่สุดในพระนคร บัวถูกประมูลขายตัว เธอหนีอย่างไม่คิดชีวิต จนเอาเหวิน ที่กำลังลากรถอยู่แถวนั้น มาช่วยบัวเอาไว้ อาเหวินพาบัวไปนอนที่บ้าน เขารู้สึกถูกชะตากับบัวอย่างบอกไม่ถูก รุ่งขึ้น พี่สาวของอาเหวินกลับมาที่บ้าน ซึ่งก็คือเจ๊คิ้มนั่นเอง อาเหวินเป็นน้องแม่เดียวกัน ชาติพยัคฆ์ แต่คนละพ่อกับเจ๊คิ้ม ปีเตอร์สั่งมิ่งกับทิวให้กระทืบบัว เหวินเข้าช่วยเจ๊คิ้มไม่กล้าห้าม เหวินกับบัวเจ็บตัวด้วยกันทั้งคู่ หน้าของบัวต้องมีแผลเป็น เหตุเกิดจากการต่อสู้ เธอจึงต้องไปทำงานในครัวเป็นการชั่วคราวก่อนที่บัวจะถูกขายไปอีกครั้ง ทางด้านคุณพลอย ก็ได้ตามคุณกุหลาบอาศัยอยู่กับพระยาประเสริฐภักดี โดยอีกฝ่ายมีแผนร้ายที่จะครอบครองมรดกของพ่อเธอ ด้วยการจับเธอกับคุณโชติให้แต่งงานกัน คุณโชติพยายามมัดใจคุณพลอยด้วยวิธีต่าง ๆ จนคุณพลอยจำยอมต้องรับหมั้นหมาย ทั้ง ๆ ที่ใจยังไม่ลืมกล้า ส่วนกล้ากับตาสังข์ ก็ต้องใช้ชีวิตในคุกอย่างทุกข์ทรมาน เพราะนอกจากจะต้องทำงานหนักแล้วยังต้องถูกรังควานจากอริเก่าอย่าง...รื่น ที่บังเอิญมาเจอกันในคุกอีกด้วย แต่ความมีใจนักเลงของกล้า ก็ทำให้รื่นต้องยอมรับและเลิกอาฆาต เรื่องที่ด้วงถูกทองอินฆ่าตาย ต่อมาได้เกิดการจลาจลขึ้นในคุก กล้า ตาสังข์ และรื่นได้ปกป้องกันนายพลอังเครหัวหน้าค่ายเอาไว้ วีรกรรมครั้งนั้นของกล้าทำให้นายพลอังเดรยอมปล่อยเขากับตาสังข์และรื่นเป็นอิสระ ทั้งสามจึงรีบเดินทางไปยังพระนครเพื่อตามหาบัวทันที กล้าโกรธมาก เมื่อรู้ว่าปีเตอร์หาบัวไปขายที่เหลาบุปผา ชาติพยัคฆ์ จึงบุกเข้าเพื่อชิงตัวออกมาแต่ก็ถูกสมุนของปีเตอร์ขัดขวางเอาไว้ ก่อนที่ปีเตอร์จะบีบบังคับให้กล้าหาเงินก้อนโตมาเป็นค่าไถ่และค่าเสียหายสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น อาเหวินพยายามช่วยบัวจากมิ่ง จนโดนซ้อมอาการสาหัส อาฉาง อาเฉียง ตาสังข์ รื่น พาไปรักษาที่วังของ่านเตี่ย สังข์ได้เห็นหน้า จึงจำท่านเตี่ยได้ วันต่อมา จึงพากล้าไปกราบท่านเตี่ยที่วัง ทั้งกล้า บัว รื่น ตาสังข์ จึงไปอาศัยอยู๋ที่วังท่านเตี่ย และดูอาการของเหวินไปด้วย เมื่อปีเตอร์รู้ข่าว ก็พาทั้งประเสริฐ มิ่ง ทิว ยอด โชติ จะไปจับตัวกล้าที่วัง พอดีท่านเตี่ยไม่อยู่ ทั้งมิ่งและยอด ต่างรุมต่อยกล้า ชาติพยัคฆ์ แต่ทั้งสองสู้ไม่ได้ ท่านเตี่ยกลับมาพอดี บอกกับปีเตอร์ ประเสริฐ และทุกคนว่า กล้า บัว สังข์ เป็นไทแก่ตัวแล้ว ท่านเตี่ยกลับมานำจดหมายของเบอร์นาร์ด มาให้ทุกคนดูว่า หนังสือรับรองความเป็นไทของนายกล้าและพวกพ้องทุกคนรวมไปถึงนังบัว เขียนโดยท่านกงสุลเบอนาร์ดตัวแทนแห่งเจ้าอาณานิคม ต่อจากนี้ไป นายกล้ากับพวกถือว่าเป็นอิสระอย่างแท้จริง จะมีผู้ใดมาข่มเหง หรือจับกุมมิได้ ประเสริฐให้ปีเตอร์กลับก่อน เพราะเป็นรอง ปีเตอร์แค้นมาก อาเหมยยุให้ล้างแค้นท่านเตี่ย และเหตุการณ์ การต่อสู้ครั้งนี้เอง ในวันที่ยอดจะมาจับตัวกล้าทำให้ยอดต้องขาพิการ พ่ายแพ้ต่อกรบวนท่ามวยของกล้าอย่างหมดรูป เมื่อเหวินฟื้นขึ้น จึงเห็นแววตามที่บัวมองกล้า ชาติพยัคฆ์ ทำให้รู้ว่าบัวรักกล้า เหวินเสียใจมาก พลอยแอบมาพบกล้า ให้รีบหนีไป กล้าเข้าใจว่าพลอยยังโกรธเรื่องที่คนเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพิสุทธิ์ตาย จึงขอชดใช้ด้วยชีวิต เมื่อแม่เอียดกับบัว บอกว่าโชติกำลังเอาปืนเดินมาตามหาพลอย สุดท้ายพลอยต้องคุณเข่าของให้กล้าหนีไปด้วยน้ำตานองหน้า ทั้งกล้า พลอย บัว หนีโชติมาหลบอยู่ภายในวัด แต่หลังจากที่แม่เอียดและพลอยขึ้นรถลากของอาเฉียงกลับบ้าน โชติกับชด ก็จับตัวกล้ากับบัวไปที่โรงนา ตั้งใจจะฆ่าให้ตาย ยอดก็มาร่วมทำร้ายกล้าด้วย สุดท้ายกล้าสู้ โชตจะเอาปืนยิงกล้า แต่กลับพลาดไปโดนยอดตาย แม้ในนาทีสุดท้ายของชีวิต ยอดก็ไม่ยอมบอกกับกล้า ว่าแม่ของเขาอยู่ไหน ซึ่งเป็นเหตุผลเดียว ที่กล้ายอมเสี่ยงชีวิตอยู่ในพระนคร โชติบอกกับประเสริฐและทุกคนว่ากล้าฆ่ายอดตาย โยนความผิดให้กักล้าทันที กุหลาบโกรธมากที่พลอยหนีไปพบกับกล้าจนเกิดเรื่อง กุหลาบตบหน้าพลอย ทำให้พลอยเสียใจมาก... ระหว่างนั้น บัวได้แอบฟังและรับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของปีเตอร์ ที่คบคิดกับพวกฝรั่งล่าอาณานิคม วางแผนหวังตักตวงผลประโยชน์จากแผ่นดินสยาม ซึ่งหนึ่งในนั้น ได้มุขนนางไทยอย่าง พระยาประเสริฐภักดี (ผู้ซึ่งหาได้มีความภักดีต่อแผ่นดินเกิดไม่) ได้เข้าร่วมคบคิดแผนชั่ว ๆ ในทุกครั้งด้วยบัว ได้นำความเหล่านี้ไปปรับทุกข์กับเพื่อนคนเดียวของเธอ อย่าง...อาเหวิน อยู่บ่อย ๆ อาเหวิน...ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาทำหน้าที่เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพี่ เป็นผู้ฟังที่ดี พร้อมที่จะปลอบใจ และให้กำลังใจกับบัว โดยบัวหารู้ไม่ว่า...เพื่อนหนุ่มชาวจีน นิสัยดีมีน้ำใจคนนี้ ไดแอบหลงรักเธอมาโดยตลอดมา อาเหวิน จึงนำเรื่องที่บัวสืบทราบมาไปบอกกับกล้า ชาติพยัคฆ์ เพื่อที่กล้าจะได้คิดหาทางช่วยแก้ไข หาทางสกัดกั้นแผนชั่วร้ายของคนเหล่านั้น โดยกล้าและอาเหวิน ได้ร่วมมือกัน และสืบมาว่า ท่านเตี่ย ได้ถูกพระยาประเสริฐภักดี ใช้เล่ห์กลการเมืองใส่ร้ายจนต้องออกจากกราชการ และด้วยอาชีพรับจ้างลากรถเจ๊กของอาเหวิน ไปในที่ต่าง ๆ และพบเจอผู้คนมากหน้าหลาบตา อาเหวินก็ได้พบว่า ท่านเตี่ย ได้มาเปิดโรงหมอรักษาชาวบ้าน ในย่านคนจีนนั่นเอง จากนั้น กล้าและอาเหวิน จึงได้ส่งข่าวคราวความเคลื่อนไหวของพวกคนชั่ว ไปให้ท่านเตี่ย ได้รับทราบอยู่เนือง ๆ และแล้วสวรรค์ ก็ตอบแทนความดีของบัว เสียทีเวลาต่อมาได้มีการจัดประลองมวยในสังเวียนบ่อนแห่งหนึ่ง รื่นจึงแนะนำกล้าให้ลงแข่งขัน ซึ่งกล้าก็สามารถเอาชนะนักมวยเอกในงานได้อย่างง่ายดายและเนื่องจากพระยาประเสริฐภักดีเป็นประธานของงานดังกล่าว กล้าจึงได้มีโอกาสพบกับคุณพลอยอีกครั้ง การปรากฏตัวของกล้า สร้างความไม่พอใจให้แก่คุณติเป็นอันมาก คุณโชติ จึงอ้างเรื่องที่กล้าเป็นต้นเหตุให้คุณพระพิสุทธิ์ บิดาของคุณพลอยเสียชีวิตมาบีบคั้นไม่ให้คุณพลอยใกล้ชิดกล้า หลังจากการชกชนะ กล้าก็นำเงินไปไถ่บัว ชาติพยัคฆ์ ที่เหลาบุปผา แต่ปีเตอร์ก็ยังเล่นแง่บ่ายเบี่ยงจะโก่งราคาอีก จนร้อนถึง ท่านเตี่ย ที่ต้องมาไถ่บัวเสียเอง ซึ่งถึงแม้ว่าท่านเตี่ยจะโดนกลการเมืองจากพระยาประเสริฐฯ ใส่ร้ายจนต้องออกจากราชการ แต่บารมีของท่านก็ยังมีคนยำเกรงอยู่มาก ปีเตอร์ไม่กล้ามีปัญหา จึงยอมให้ท่านเตี่ยรับบัวไปอุปการะพร้อมกับตาสังข์ ชื่อเสียงของกล้าเริ่มโด่งดังจากการชกครั้งนั้น แม้แต่ จีนหยง ซึ่งเป็นนายอากรโรงฝิ่ง ก็ยังส่งคนมาทาบทาม กล้ากับรื่นไปเป็นสมุน แต่ทั้งสองกลับปฏิเสธและพอใจที่จะทำงานเป็นคนลากรถมากกว่า เพราะอย่างน้อย...อาเหวินและเพื่อนพ้องชาวจีน ก็ไม่มีใครดูถูกเรื่องที่ทั้งสองเคยติดคุกมาก่อน อาเหวิน มีโอกาสไปมาหาสู่กับบัวอยู่เสมอ เวลารับส่งท่านเตี่ย เขาพยายามที่จะเอาชนะใจบัวด้วยวิธีต่าง ๆ นานา แต่ดูเหมือนว่าจะทำอย่างไร บัวก็ไม่เคยเปิดใจยอมรับคนอื่นอยู่ดี เช่นเดียวกับกล้า ที่ยังไม่ลืมคุณพลอย แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายได้หมั้นหมายกับคุณโชติแล้วก็ตาม เมื่อรู้ว่าคุณพลอยต้องไปสอนหนังสือไทยให้ลูกนายพลต่างชาติท่านหนึ่ง กล้าก็แอบไปเฝ้าดูเธอหลังเลิกงานเสมอ ชาติพยัคฆ์ แต่ในเวลานั้นสงครามแย่งชิงอำนาจระหว่าง พระยาประเสริฐและจีนหยง ก็ทวีความรุนแรงถึงขีดสุด เมื่อท่านกงสุลคนเก่า ที่เคยหนุนหลังจีนหยงได้เกษียณอายุราชการ ปีเตอร์จึงหนุนพระยาประเสริฐให้แย่งชิงธุรกิจค้าฝิ่นของจีนหยงมาเป็นของตน จีนหยงแค้นใจเลยส่งคนไปอุ้มตัวคุณพลอยเพื่อต่อรอง แต่เคราะห์ดีที่กล้ามาเจอเข้าเสียก่อน เขาจึงได้ช่วยเหลือคุณพลอยเอาไว้ คุณโชติ พอทราบเรื่องเข้า ก็เลยแกล้งประชดลองใจ ด้วยการให้กล้ารับหน้าที่คอยลากรถ รับส่งคุณพลอยเป็นประจำมานับแต่นั้น สร้างความยืดอัดใจให้แก่กล้าและคุณพลอยเป็นอย่างมาก ในขณะที่จีนหยงก็ถูกพวกของปีเตอร์และพระยาประเสริฐสั่งเก้บในเวลาต่อมา หลังจากนั้นกงสุลคนใหม่ก็เดินทางมาถึงพระนคร กล้าจึงได้รู้ว่าบิดาของเด็กที่คุณพลอยสอนหนังสือให้ก็คือ นายพลอังเดรที่เคยเป็นผู้คุมค่ายนักโทษ แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ ภรรยาของนายพลอังเดรกลับกลายเป็น นางเพียร แม่ของกล้านั่นเอง ด้วยเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปทำให้นางเพียรจำกล้าไม่ได้ กล้ามาทราบความในภายหลังว่า หลังจากเขาได้หนีไปตอนเด็ก ชาติพยัคฆ์ เจ้านายเก่าก็จะเอานางเพียรไปขายที่ช่องแห่งหนึ่งเพื่อเป็นการลงโทษ แต่นายพลยังเดรมาเจอเข้าเสียก่อนจึงอุปการะเธอเอาไว้กล้าแค้นใจมาก เพราะคิดว่านางเพียรยอมตกเป็นนางป่าเรอของคนต่างชาติ ทั้ง ๆ ที่รู้เต็มอกว่าพ่อของกล้าต้องตายในการรบกับพวกล่าอาณานิคม แต่นางเพียรก็อธิบายความจริงให้ฟังว่าไม่ได้มีอะไรกับท่านนายพล และขอร้องกล้าให้มาอยู่ในอุปการะของนายพลอังเดรเช่นเดียวกับตน เพื่อกล้าจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย แต่กล้าก็ปฏิเสธไปอย่างไม่ใยดี ระหว่างนั้นก็ได้เกิดโรคระบาดขึ้นในชุมชนชาวจีน อาการป่วยของคนไข้หนักหนาเกินกว่าท่านเตี่ยจะเยียวยาได้ เพราะว่ายาฝรั่งที่ใช้รักษา ถูกปีเตอร์กักตูนไว้เพื่อโก่งราคา ด้วยเหตุนี้ กล้าจึงยอมขึ้นชกในงานเลี้ยงต้อนรับกงสุลคนใหม่ที่จัดขึ้น ณ เหลาบุปาผา โดยมีคู่ต่อสู้เป็นถึงนักมวยฝรั่งจอมพลังรายหนึ่งพระยาประเสริฐภักดีขอร้องแกมขู่ ให้กล้าล้มมวยเพื่อเอาใจท่านกงสุล แต่กล้าสับเล่นงานนักมวยต่างชาติจนยับคาเวที ทำให้พระยาประเสริฐแค้นใจมากและคิดจะทำร้ายกล้า แต่ท่านเตี่ยก็มาออกหน้าขวางไว้ ทำให้กล้ารอดตัวและสามารถนำยามาช่วยรื่น และทุกคนได้ในที่สุด ช่วงเวลาดังกล่าว ชาติพยัคฆ์ พระยาประเสริฐพบว่าท่านเตี่ย ได้ขัดขวางกิจการค้าฝิ่งของตนอย่างลับ ๆ ด้วยการส่งคนมาทำลายสินค้า รวมถึงเผาโรงฝิ่นที่ตนกับปีเตอร์เป็นหุ้นส่วนกัน พระยาประเสริฐ จึงคิดลอบสังหารท่านเตี่ย เพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม แต่โชคร้ายกลับตกเป็นของตาสังข์ที่เกิดรู้แผนการณ์เข้าเสียก่อน จึงปกป้องท่านเตี่ยไว้ด้วยชีวิตของตน ด้วยความสำนึกในวีรกรรมของตาสังข์ ท่านเตี่ยจึงรับบัวเป็นบุตรบุญธรรม และอุ้มชูให้มีฐานะไม่แพ้คุณพลอยในเวลาต่อมา แต่บัวรู้ว่าถึงเธอจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน ก็ไม่อาจแย่งเชิงหัวใจรักของกล้า มาจากคุณพลอยได้อยู่ดี และเฉกเช่นกัน ที่ถึงอาเหวิน จะภักดีต่อเอเพียงใด บัวก็ไม่อาจเปลี่ยนใจมารักเขาได้ บัวจึงแกล้งเฉยชาต่ออาเหวินเพื่อให้อีกฝ่ายตัดใจ จนอาเหวินเข้าใจผิด คิดว่าบัวที่กลายเป็นดอกฟ้าคงไม่เห็นค่าตนอีกต่อไป จึงตรอมใจด้วยความเศร้าโศกการตายของตาสังข์ ทำให้กล้าหมดสิ้นความอดทน และวางแผนที่จะบุกไปลอบสังหารปีเตอร์ แต่รื่นรู้เข้าเสียก่อนจึงชิงตัดหน้าลงมือแทน แต่กลับพลาดท่าถูกปีเตอร์จับได้และถูกสั่งประหารในที่สุด สร้างความปวดร้าวให้แก่คนรอบข้างเป็นอันมาก โดยเฉพาะกล้า ยิ่งเสียศูนย์มากขึ้น เพราะโทษตนเองว่าเป็นต้นเหตุให้รื่นต้องตาย ด้วยความห่วงใยที่กล้าคุณพลอยจึงแวะเวียนไปดูแลเขาเสมอ จนต้องมีปากเสียงกับคุณโชติที่ทราบเรื่องเข้า คุณโชติสะเทือนใจที่คุณพลอยยังไม่ลืมความรักที่มีต่อกล้า ในช่วงเวลาที่เคว้งคว้างนี้เอง ปีเตอร์จึงเข้ามอมมาคุณโชติ โดยความร่วมมือของมิ่ง...ชาติพยัคฆ์ จนคุณโชติต้องตกเป็นทาสของยาฝิ่น โดยมีเป้าหมายที่จะได้ครอบงำคุณโชติไว้ใช้งานโดยง่าย โดยมีมิ่ง คอยส่งฝิ่น และคอยเสี้ยม เป่าหูคุณโชติ ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณพลอย และกล้า และที่สำคัญ คือมิ่ง ยุให้คุณโชติ คิดกระทำการเลว ๆ ทรยศต่อแผ่นดินสยาม แผ่นดินเกิดของตัวเอง ต่อมาท่านเตี่ย ก็ได้รับการสนับสนุนจากเบื้องบนให้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง จึงมีการตรวจสอบเรื่องทุจริตในการประมูลอากรภาษี และคดีสังหารจีนหยง นายอากรฝิ่นคนเก่า ทำให้พระยาประเสริฐร้อนตัว คิดจะโยนความผิดทั้งหมดให้แก้ปีเตอร์ ด้วยเหตุนี้ ปีเตอร์จึงแก้แค้นด้วยการฆ่าพระยาประเสริฐทิ้ง ก่อนจะป้ายความผิดว่าเป็นฝีมือของท่านเตี่ย ก่อนจะหลอกล่อคุณติรับช่วงแทนบิดา และด้วยความแค้นที่บดบังสติ คุณโชติจึงสนับสนุนปีเตอร์ในการทำจัดท่านเตี่ยอย่างเต็มที่ ด้วยฤทธิ์ของยาฝิ่นที่ปีเตอร์ และมิ่ง ได้มอมเมาคุณโชติมาหลายเพลา ก็ทำให้นิสัยของคุณโชติแปรเปลี่ยนไป คุณโชติ เริ่มหึงหวงโมโหร้าย เกรี้ยวกราด จนคุณพลอยไม่อาจยอมรับได้ จึงขอถอนหมั้นในที่สุด ส่วนคุณกุหลาบก็คิดทวงคืนทรัพย์สินของคุณพระพิสุทธิ์ฯ ชาติพยัคฆ์ คืนมา แต่เพราะคุณโชติและบิดาได้ยักยอกไปถลุงจนหมดสิ้น คุณโชติ กับมิ่ง จึงได้ร่วมกันวางแผน เพื่อหลอกฆ่าคุณกุหลาบ เพื่อเป็นการล้างหนี้ รวมถึงคิดจะฆ่าคุณพลอยอีกด้วย แต่โชคดีที่คุณพลอยไหวตัวเสียก่อน จึงให้ อาเหวิน พาหนีไปหากล้าได้ทัน กล้าฝากนางเพียร รับอุปกระคุณพลอยชั่วคราว และให้อาเหวินคอยเฝ้าอยู่ด้วยเพื่อความปลอดภัยจังหวะนั้นเอง ที่อาเหวิน ซึ่งยังช้ำรักจากบัว ก็มีโอกาสตั้งต้นใหม่ เมื่อนายพลอังเดร ได้เล็งเห็น ถึงความซื่อสัตย์ ความสามารถในการใช้ภาษาจีนและการบวกคิดเลขของเขา ซึ่งมีพื้นฐานจากครอบครัวที่เป็นเสมียนมาหลายชั่วคน จึงว่าจ้างอาเหวินให้เป็นผู้ติดตาม ทำให้อาเหวินได้มีหน้ามีตาเขยิบฐานะตัวเองบ้าง และเริ่มมีความหวังว่าจะเอาชนะใจบัวสำเร็จในไม่ช้า ความผันแปรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้กล้ารู้สึกท้อใจจนคิดจะไปจากพระนคร เขาตั้งใจจะไปบอกลาคุณพลอยเป็นครั้งสุดท้าย แต่การพบกันครั้งนั้นกลับทำให้คุณพลอยและกล้าได้เปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อกันคุณพลอยจึงตัดสินใจที่จะกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เวียงสิงห์พร้อมกล้า ระหว่างนั้น ท่านเตี่ยกับนายพลอังเดร ซึ่งดำรงตำแหน่งกงสุลก็ได้นัดเจรจากัน ด้วยถึงแม้จะอยู่ต่างฝ่าย แต่ก็เห็นห้องต้องกันว่ากิจการค้าฝิ่นของปีเตอร์ กำลังเป็นภัยต่อความมั่นคงของแผ่นดินสยาม จึงมีความคิดจะลดทอนอำนาจของปีเตอร์ลง ชาติพยัคฆ์ เมื่อปีเตอร์ทราบเรื่อง จึงวางแผนที่จะลวงท่านกงสุลและท่านเตี่ยมาสังหารพร้อมกันที่เหลาบุปผา โดยหวังจะให้กลายเป็นความขัดแย้งจนเกิดเป็นขนวนสงคราม เพื่อตนจะได้แสวงหาอำนาจใหม่อีกครั้ง วันนั้น เป็นวันที่กล้าและคุณพลอย มีนัดหมายจะหนีไปจากพระนครด้วยกัน แต่คุณโชติเกิดทราบเรื่องเข้าเสียก่อน คุณโชติจึงแกล้งเปิดเผยแผนการณ์ของปีเตอร์ให้กล้าได้รู้ในวินาทีสุดท้าย กล้าเลยต้องรีบย้อนไปช่วยท่านเตี่ยและท่านกงสุลที่เหลาบุปผา แทนที่จะไปตามนัดของคุณพลอย อีกไม่นานเรือกลไฟจะออกจากท่า อีกไม่นานวิญญาณของกล้าอาจถูกปลิดออกจากร่าง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ชาติพยัคฆ์ ติดตามชมกันต่อได้ใน ละครชาติพยัคฆ์ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครชาติพยัคฆ์ จรณ โสรัตน์ รับบท กล้า นิษฐา จิรยั่งยืน รับบท คุณพลอย กมลเนคร เรืองศรี รับบท บัว ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ รับบท อาเหวิน ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ท่านเตี่ย สินจัย เปล่งพานิช รับบท นางเพียร สมิทธิ ลิขิตมาศกุล รับบท คุณโชติ จิรายุ ตันตระกูล รับบท รื่น โชคชัย บุญวรเมธี รับบท มิ่ง นพพล โกมารชุน รับบท พระยาประเสริฐ เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท พระพิสุทธิ์ สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ รับบท คุณกุหลาบ นภัสกร มิตรเอม รับบท ทองอิน

โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า เกมส์มือถือจีนแอคชั่นวางแผน ฟอร์มยักษ์แห่งปี
เกมส์มือถือ /  โกวเล้ง / 

Playpark ประกาศเปิดตัวเกมส์มือถือ โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า (facebook.com/gulongTH) เกมส์จีนฟอร์มยักษ์แห่งปีแนว Action Strategy ผสานกับเสียงพากษ์จากทีมพันธมิตร ปล่อยดาวน์โหลดเล่นฟรีบน iOS และ Android วันที่ 7 มีนาคม 2559 นี้ โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า ได้หยิบยกจากนิยายกำลังภายในจีนทะยานสู่ความมันส์เหนือจินตนาการ ในเวอร์ชั่นเกมส์มือถือ เมื่อเหล่าจอมยุทธ์ผู้โด่งดังผนึกกำลังต่อสู้ ด้วยกระบวนท่าไม้ตายที่สวยงาม อลังการ ผสานกับเสียงพากย์อันคุ้นหูของ “หนึ่งในทีมพากย์พันธมิตร” ยิ่งทำให้ได้อรรถรส เสมือนการเล่นเกมและโลดแล่นท่องยุทธจักรในหนังจีนเรื่องโปรดไปพร้อมๆ กัน จุดเด่นของเกมส์ โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า คือการรวบรวมเหล่าจอมยุทธ์ชื่อดังจากนวนิยายปลายปากกาโกวเล้งอันสุดโด่งดัง กว่า 10 เรื่อง แต่ละจอมยุทธ์จะมีคาแรคเตอร์และวิทยายุทธ์ที่โดดเด่นแตกต่างกัน ตัวเกมสามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ เพื่อถ่ายทอดผ่านตัวละครจอมยุทธ์ชื่อก้องฟ้า ให้มีความสมจริงราวกับมีชีวิต นอกจากแต่ละตัวละครยังมีแอคชั่นการต่อสู้และกระบวนท่าเฉพาะที่สวยงามสมจริงชวนให้ผู้เล่นสะสมและนำมาร่วมทีมต่อสู้อย่างยิ่ง ดาวน์โหลดเกมส์โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า บน iOS และ Android ได้เร็วๆนี้ Pre-Register เกมส์โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า 1) ลงทะเบียน Pre-register รับไอเทมฟรีๆ ที่ http://bit.ly/gulongregister ตั้งแต่วันนี้ -10 มีนาคม 59 2) เตรียมไอดีสำหรับใช้เล่น สามารถเลือกได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Play ID (สมัครได้ผ่าน http://bit.ly/PlayIDRegister) Facebook ID Google ID 3) เตรียมอาวุธในมือ เช็คสเปคเครื่องมือถือให้พร้อม (สเปคขั้นต่ำ) CPU 1.0G ขึ้นไป Memory 1 GB ขึ้นไป Android Version 4.1 ขึ้นไป และ iOS version 5.0 ขึ้นไป 4) ศึกษาข้อมูลการเล่นเบื้องต้น รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ประเภทของตัวละคร แบ่งเป็น 3 สาย สายกำลัง, สายวรยุทธ์ และสายท่าร่าง มีระบบดาวข่มระหว่างสาย (ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/GLCharacterType) การจัดทีม และวิธีการเล่นเบื้องต้น (ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/GLHowToPlay) วิธีการพัฒนาตัวละคร (ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/GLUpgradeCharacter) 5) ฝึกเป็นจอมยุทธ์ ร่วมกิจกรรมสนุกๆ เลียนท่า ลิปซิงค์ กระบวนท่า ฮา Voice เสียงพากย์หนังจีนที่http://bit.ly/Gllipsing (ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/GLLipSyncContestNews)

ละคร นางอาย , เรื่องย่อ นางอาย
ละครนางอาย /  ละครนางอาย ตอนแรก / 

นางอาย บทประพันธ์โดย : นราวดีบทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกษกำกับการแสดงโดย : ปวันรัตน์ นาคสุริยะออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครนางอาย ...กำแพงรั้วที่เรียกว่าโรงเรียน ซึ่งตัดขาดเธอจากโลกภายนอก แต่มันกลับพาเธอก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ โลกของมิตรภาพ เมื่อความรักฉันท์เพื่อนก่อตัวสูงขึ้น ขอบรั้วที่เคยบีบรัดหัวใจก็ค่อย ๆ ทลายลง สุดท้ายที่ ๆ เคยถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเรือนจำของความสุข กลายเป็นสถานที่แห่งความรักความผูกพัน ที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากใจของเธอ... อภิรดี อโณทัย หรือ นาง สาวน้อยแสนสวยวัย 17 ปี ลูกสาวคนเดียวของ เด่นชาติ และเอมอร เมื่อนางเริ่มเป็นที่หมายตาจากหนุ่ม ๆ เพื่อนร่วมรุ่นในโรงเรียนสหศึกษา เด่นชาติ และเอมอร ตัดสินใจส่งตัวไปเรียนโรงเรียนคอนแวนต์หญิงล้วนที่ปีนัง เพราะไม่อยากให้ลูกสาวริรักในวัยเรียน หวังให้เหล่าซิสเตอร์ผู้เข้มงวดช่วยอบรมขัดเกลามารยาทกุลสตรี นักเรียนไทยหลายคนต่างมองว่าโรงเรียนคอนแวนต์แห่งนั้น คือโรงเรียนดัดสันดารของเหล่าสาวแสบ ก้าวแรกที่นางได้ก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียน ซิสเตอร์ออเดรย์ หัวหน้าแม่ชีที่ดูแลนักเรียนประจำ ม.ปลายรัก และเอ็นดูนางตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็ไม่วายขัดใจนางด้วยการตรวจค้นกระเป๋าเสื้อผ้า และริบข้าวของที่ไม่จำเป็นไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ นางแทบจะกรี๊ด... สเตตัสสุดท้ายที่นางโพสก่อนจะจำใจส่งมือถือให้ซิสเตอร์ซิสเตอร์ออเดรย์คือ "ลาก่อนอิสรภาพของฉัน วันหนึ่งเราคงได้พบกันใหม่" นางได้เช็คอินสถานที่โดยครีเอทใหม่ ว่า เรือนจำคอนแวนต์ ละครนางอาย เรเวอร์เร้นท์มาเธอร์ซิสเตอร์หลุยส์ หรือคุณแม่อธิการผู้เคร่งขรึมหมายจะให้เด่นชาติพบกับ ซิสเตอร์เทเรซ่า แม่ชีคนไทยเพียงคนเดียวที่อกหักจากรักแรกจนต้องตัดสินใจหันหน้าเข้าหาพระเจ้า สาบานตนว่าชาตินี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก อดีตคนรักของเทเรซ่าก็คือท่านรัฐตรีเด่นชาติ ! คุณแม่อธิการต้องการให้ทั้งสองได้พบกัน..ก็เพื่อให้ซิสเตอร์เทเรซ่าตัดใจอย่างถาวร แต่การที่เด่นชาติจูงมือนางเข้ามาในโรงเรียนนั้น ยิ่งทำให้แผลใจของซิสเตอร์เทเรซ่าถูกซ้ำเติมมากขึ้น นางได้พบกับ จรรยา หัวหน้านักเรียนไทยรุ่นพี่ที่ศึกษาอยู่ชั้นม.6 จรรยาแนะนำให้นางรู้จักกับกลุ่มนักเรียนไทยในชั้นเรียน ฝากฝังให้ สินีนาฏ สาวไทยแสนเรียบร้อยเป็นคนดูแลนาง สินีนาฎถูก สายสนม แม่ของเธอส่งมาอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่ม.1 เพราะพ่อแม่หย่ากัน และสายสนมต้องทำงาน และดูแลลูกเพียงคนเดียว สินีนาฏ และนางถูกชะตากันทันทีที่เจอ สินีนาฎแนะนำทุกอย่างให้นาง ตั้งแต่สถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน กิจวัตรประจำวัน และอธิบายเรื่องการอาบน้ำแบบ Fast Speed 5 นาทีทันใจ โดยมีแม่ชีสุดโหดเฮี้ยบอย่าง ซิสเตอร์ฟรานซิส เป็นผู้ดูแลการเปิด-ปิดวาล์วน้ำในระหว่างการอาบ นางแทบจะร้องไห้ที่ต้องใช้ชีวิตลำบากแบบนี้ นอกจากสินีนาฎแล้ว ยังมีนักเรียนไทยอีก 2 คนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนาง นั่นคือ สายสุดา และมีนา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน โดยสายสุดามองว่ามีนาคือลูกน้องของเธอ ส่วนมีนาเองก็อาศัยบารมีของสายสุดาทำตัวอวดเบ่งกับทุกคน เพราะสายสุดามีดีกรีเป็นถึงน้องสาวคนเดียวของท่านกงสุลไทยประจำปีนัง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าที่สายสุดาชอบทำตัวให้เป็นที่สนใจ และต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ เพราะปมชีวิตส่วนตัวที่ความจริงแล้วสายสุดาคือลูกนอกสมรส สายสุดาไม่ชอบหน้านาง เพราะตั้งแต่นางเข้ามาในโรงเรียนหลายคนให้ความสนใจจนเด่นเกินหน้าเกินตา สายสุดาหาทางแกล้งนางอยู่เสมอแต่กลับโดนนางเอาคืนทุกที อย่างในงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ประจำปี นางโดนสายสุดาแกล้งจนพลัดตกลงไปในบ่อบัว สินีนาฎพานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นางได้ทีจึงเอาชุดนักเรียนที่เปียกชุ่มยัดใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้าของสายสุดา สายสุดาโกรธมาก หมายใจไว้ว่างานนี้เธอกับนางไม่มีวันอยู่กันอย่างมีความสุขแน่ ทุกวันพฤหัสบดีถือเป็นวัน English Day คือวันที่นักเรียน และซิสเตอร์ทุกคนต้องสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น สายสุดาและมีนาคอยฟ้องซิสเตอร์ว่านางแอบพูดภาษาไทย นอกจากคู่อริสองแสบแล้ว นางยังมีศัตรูอีกคน คือ จอยคาม สาวน้อยเจ้าถิ่นในปีนังที่มีเรื่องปะฉะดะกับนางตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียน จอยคามเห็นสายสุดาไม่ชอบนาง จึงรวมตัวกันหาทางกลั่นแกล้งนาง ละครนางอาย นอกจากสินีนาฎ นางยังมีเพื่อร่วมรุ่นอีก 2 คนที่สนิทกัน นั่นคือ ฮองลัน สาวอ้วนที่รักการกินเป็นที่สุด ฮองลันเป็นนักเรียนไป-กลับที่สนิทกับนาง เพราะทั้งคู่คอยช่วยกันหาทางแอบลอดเอาของกินเข้ามาทานในรั้วโรงเรียนอยู่เสมอ และฮองลันประทับใจนางมากที่เคยโดนซิสเตอร์ฟรานซิสจับได้เรื่องแอบเอาขนมเข้ามาทานที่ห้องเรียน นางก็พร้อมจะโดนลงโทษร่วมกับฮองลันไปด้วย อีกหนึ่งสาวที่นางชื่นชมตั้งแต่แรกเห็น คือ มาเรีย สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน-มาเลเซีย ที่ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นเพราะพิการมาตั้งแต่เด็ก หลายคนชอบพูดจาดูถูก และรังเกียจมาเรีย แต่นางไม่คิดแบบนั้น แถมยังคอยช่วยซ่อมรถเข็นให้มาเรียอีกด้วย ทุกวันศุกร์ที่นักเรียนทุกคนต้องเข้าโบสถเพื่อนมัสการพระเจ้า นางได้รู้ว่ามาเรียร้องเพลงเพราะมาก นางจึงสนับสนุนให้มาเรียได้ขึ้นร้องนำในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างงานวันไหว้ครู นางพยายามทำทุกอย่างให้มาเรียได้แสดงความสามารถของเธอ จนในที่สุดมาเรียก็ได้ร้องนำ แถมนางรับเลือกจากเพื่อน ๆ และรุ่นพี่รุ่นน้องให้เป็นตัวนักเรียนไทยไปถือพานไหว้ครู สายสุดา และมีนาทั้งโกรธทั้งเสียหน้าที่เสียตำแหน่งให้นาง เลยหาทางแกล้งไม่ให้นางได้ถือพาน แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ สายสุดาแอบรู้ว่านางชอบแอบใช้มือถือของ คัมพล เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกับนางที่เรียนอยู่โรงเรียนซิสเตอร์เซเวียร์ชายล้วนรั้วติดกัน โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอ คัมพลเป็นลูกชายคนเล็กของพิทักษ์ เศรษฐีเหมืองแร่ในภูเก็ตซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเด่นชาติ คัมพลไม่เคยขัดใจนางเพราะแอบชอบนางอยู่ เรื่องนางติดต่อกับเพื่อนนักเรียนชายโรงเรียนข้าง ๆ ดังไปทั่ว คุณแม่อธิการตัดสินใจตามตัวท่าน ธนาธิป กงสุลไทยที่รับหน้าที่ดูแลนักเรียนไทยที่อยู่ที่ปีนังทั้งหมด แถมยังเป็นพี่ชายต่างมารดาของสายสุดาอีกด้วย นางจึงตั้งท่าไม่ถูกชะตากับธนาธิปตั้งแต่ยังไม่เจอตัว ธนาธิปตามตัวผู้ปกครองของนางและคัมพลมาพบ การเจอหน้ากันครั้งนี้ทำให้ธนาธิปรู้ว่าพิทักษ์หมายปองให้นางแต่งงานกับคัมพลหลังเรียนจบจากคอนแวนต์ เมื่อรู้ว่ามีชายหนุ่มหมายปองสาวแก่นเซี้ยวอย่างนาง ธนาธิปก็แปลกใจไม่น้อยว่าอะไรที่ทำให้คัมพลชอบนางได้ขนาดนี้ ยิ่งสงสัย..ก็ยิ่งเข้าใกล้นางมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่นางเสนอความคิดออกมา มักทำให้ธนาธิปทึ่งในความเฉลียวฉลาดของนางอยู่เสมอ ละครนางอาย ความไม่ลงรอยของนางและสายสุดาเริ่มทวีคุณความแรงขึ้น เมื่อถึงกิจกรรมกีฬาสีมาถึง เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายตั้งใจจะให้กิจกรรมนี้เป็นการสมานแผลระหว่างนางกับสายสุดา โดยจัดให้ทั้งคู่อยู่สีเดียวกัน แต่แผนกลับไม่เป็นไปตามที่คิด สายสุดาร่วมมือกับจอยคามที่อยู่คนละสีแอบโกงในการแข่งขันว่ายน้ำ จนนางเกือบจะจมน้ำเพราะเจ็บขา แถมจอยคามก็ไม่ช่วยเธอเสียด้วย กลายเป็นสินีนาฎ และจรรยาต้องเป็นคนลงไปช่วยนางขึ้นมาแทน เหตุการณ์ครั้งนี้คุณแม่อธิการโกรธมาก ทำโทษกลุ่มนาง และสายสุดายกใหญ่ พร้อมทั้งตามตัวธนาธิปให้มาทราบเรื่องนักเรียนไทยมีปัญหากันเอง ธนาธิปจึงต้องรับหน้าที่เป็นดูแลควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนไทยเพิ่มอีกตำแหน่ง ธนาธิปลงโทษทุกคนด้วยการให้ช่วยทำความสะอาดบ้านทูต ร้อยมาลัย ทำกับข้าวเพื่อต้อนรับแขกต่างบ้านต่างเมืองที่เข้ามาพักที่บ้านพักของสถานทูตไทย แรก ๆ ทุกคนอิดออด แต่หลัง ๆ กลับเสนอตัวขอมาช่วยงานเสมอ เพราะต้องการออกมานอกรั้วคอนแวนต์ นางชอบแอบปีนต้นมะม่วงที่อยู่ข้างห้องทำงานธนาธิป แรก ๆ ธนาธิปตกใจ และเรียกนางมาต่อว่าในความไม่เป็นกุลสตรี แต่นาน ๆ เข้าก็ปล่อยให้ปีนขึ้นปีนลงอยู่เรื่อย ๆ จนเป็นความคุ้นเคย แถมบางวันนางยังแอบเข้ามาในห้องทำงานธนาธิป จัดการเปลี่ยนหลอดไฟในห้องที่ติด ๆ ดับ ๆ ให้เสียด้วย นอกจากธนาธิปที่ต้องคอยดูแลนักเรียนไทยในปีนังแล้ว ยังมี ชัยพงษ์ อีกคนที่เป็นกงสุลไทยที่ดูแลในส่วนของกิจกรรมประเพณี และวัฒนธรรม ชัยพงษ์มีโอกาสได้เจอกลุ่มนักเรียนไทยอยู่เรื่อย ๆ ชัยพงษ์เป็นพี่ชายคนกลางของคัมพล จึงสนิทสนมกับนางเช่นกัน ชัยพงษ์ต่างกับธนาธิปแบบคนละขั้ว เพราะชัยพงษ์คือหนุ่ม Biker ที่มีมอเตอร์ไซค์ Big Bike คันเท่เป็นพาหนะคู่กาย ธนาธิปไม่พอใจที่ชัยพงษ์สนิทสนมกับนางเพราะคิดว่าชัยพงษ์แอบชอบนาง แต่จริง ๆ แล้ว ชัยพงษ์แอบชอบสินีนาฎ และนางเองก็รู้แถมยังทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้ด้วย แต่สินีนาฎกลับไม่มีใจให้เพราะเธอแอบหลงรักธนาธิปมาตั้งแต่แรกเจอเช่นกัน เวลาผ่านไป...นางเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นในรั้วคอนแวนต์ แต่ก็ยังไม่วายแหกกฎระเบียบโรงเรียนอยู่เสมอ วีรกรรมที่โด่งดังของนางคือการแอบเอาอาหารคาวหวานซุกซ่อนเข้ามาในกระเป๋าเสื้อผ้าทุกครั้งที่กลับเข้าโรงเรียนในวันจันทร์ต้นเดือน... อาทิตย์นี้เป็นวันเกิดของฮองลัน นางวางแผนแอบเอาขนมเค้กเข้ามาฉลองวันเกิด โดยจะแอบเอาเค้กปอน์ดใส่มาในกล่องรองเท้าพละ และขอให้จรรยาช่วยปล่อยผ่านตอนเข้าเวรตรวจกระเป๋า แต่เมื่อถึงเวลาเป่าเค้ก เมื่อนางเปิดกล่องรองเท้าพละออกมา กลับพบว่าจากเค้กปอน์ดแสนอร่อยกลายเป็นรองเท้าพละเก่า ๆ เน่า ๆ คู่หนึ่งเท่านั้น เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายปรากฎตัวขึ้นพร้อมด้วยเทียนวันเกิดสั้น ๆ กุด ๆ แท่งหนึ่ง เซ็นส์ฟรานซิสจัดการปักเทียนบนรองเท้าคู่นั้นแล้วให้นางและฮองลันช่วยกันเป่าเทียนให้ดับ แต่เทียนเล่มนั้นดันเป็นเทียนแบบเป่าดับได้ยากเสียด้วย ฮองลันทั้งโกรธทั้งอายที่โดนทำโทษประจานที่ลานกิจกรรม ทั้งหมดโดนทำโทษร่วมกัน ถึงจะอดทานเค้กแต่กลับรักกันแน่นแฟ้นมากขึ้น ละครนางอาย หลายครั้งที่นางมักมีปัญหากับ ซิสเตอร์ปอนลีน แม่ชีประจำวิชาดนตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความลำเอียงรักนักเรียนไม่เท่ากัน คนไหนที่ลงเรียนพิเศษเปียโนกับเธอ เธอจะรักและเอ็นดูเด็กพวกนั้นมาก ส่วนนักเรียนคนอื่นมักจะโดนไม่ให้ซ้อมเปียโนในห้องดนตรีของเธอ นางเห็นว่าไม่ยุติธรรมเพราะสินีนาฎมักโดนไล่ออกมาจากห้องซ้อมก่อนหมดเวลา พยายามเจรจาเท่าไหร่ก็โดนซิสเตอร์ปอนลีนสั่งทำโทษตลอด คัมพลอาสามารับนาง และเพื่อน ๆ ไปเที่ยวทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยทุกครั้งชัยพงษ์จะตามมาเจอด้วยเพราะต้องการพบกับสินีนาฎ สายสุดาที่อิจฉาที่พวกนางได้เที่ยวจึงคอยหาเรื่องพูดจาจิกกัดคัมพลเสมอ เพราะลึก ๆ ไม่พอใจที่คัมพลสนใจนางมากกว่าเธอ ช่วงสอบปลายภาคของภาคเรียนที่ 1 สินีนาฎขาดการติดต่อจากสายสุดาแม่ของเธอ จนปิดเทอมแล้วสายสุดาก็ยังไม่ติดต่อมา จนในที่สุดสินีนาฎก็ได้รู้ความจริงว่าแม่ถูกเพื่อนร่วมธุรกิจโกงจนหมดตัว ส่งข่าวมาบอกว่าไม่สามารถส่งให้เรียนต่อได้แล้ว สินีนาฏทั้งโกรธทั้งเสียใจที่ต้องหมดอนาคต ซิสเตอร์ออเดรย์ขอให้แม่อธิการช่วยเหลือสินีนาฏได้เรียนต่อจนจบ ม.6 แต่สินีนาฏต้องย้ายจากนักเรียนประจำชั้นหนึ่ง ไปเป็นนักเรียนประจำชั้นสองที่ต้อยต่ำกว่า สินีนาฏคิดฆ่าตัวตาย แต่ซิสเตอร์เทเรซ่ามาห้ามไว้ได้ทัน ซิสเตอร์เทเรซ่ าและซิสเตอร์ออเดรย์เกลี้ยกล่อมจนสินีนาฏยอมเรียนหนังสือต่อจนจบเพื่ออนาคตของเธอเอง สินีนาฏขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับนางเพราะไม่อยากให้นางช่วยเหลือ และอยากตัดขาดเพื่อนชั้นหนึ่งทุกคน วันเปิดภาคเรียน ทุกคนแปลกใจที่เห็นสินีนาฎถูกย้ายไปอยู่รวมกับกลุ่มนักเรียนชั้นสอง พวกสายสุดาพากันเยาะเย้ยถากถาง และสมน้ำหน้า นางไปหาสินีนาฏเพื่อถามความจริงแต่ถูกหลบหน้า นางยิ่งทุกข์ใจเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรัก ในที่สุดนางได้รู้เรื่องราวของสินีนาฎ นางเข้าพบคุณแม่อธิการเพื่อส่งตัวสินีนาฏกลับมาเรียนชั้นหนึ่งเหมือนเดิม และจะให้พ่อแม่ของเธอส่งเสียสินีนาฏเอง แต่แม่อธิการไม่ยอมจนกว่าจะได้คำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากเด่นชาติ และเอมอร ซึ่งตอนนี้ติดต่อไม่ได้เพราะทั้งสองเดินทางไปต่างประเทศ ที่พึ่งสุดท้ายของนางจึงเป็นธนาธิป กลางดึกคืนนั้นนางตัดสินใจแอบออกจากตึกนอน ปีนรั้วไปหาธนาธิปที่ห้องทำงาน แต่ยังไม่ทันได้คุยกันก็โดนไล่กลับมาก่อน เพราะธนาธิปเห็นว่าไม่ควรพบกันดึก ๆ เช่นนี้ นางขอให้ธนาธิปมาพบเธอที่โรงเรียนในวันพรุ่งนี้ ละครนางอาย แต่ธนาธิปกลับมาในอีก 2 วันถัดมา นางโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่เหลือใครที่จะช่วยสินีนาฎได้แล้ว นางขอยืมเงินธนาธิปก่อนจนกว่าพ่อแม่ของเธอจะเดินทางกลับมา แต่ธนาธิปกลับขอรับอุปการะสินีนาฏเอง โดยอธิบายเหตุผลสารพัดจนนางต้องยอมให้ธนาธิปเป็นผู้อุปการะสินีนาฏ นางขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับสายสุดา เพราะกลัวจะเอาเรื่องนี้มาข่มสินีนาฏ เมื่อสินีนาฏรู้เรื่องการช่วยเหลือครั้งนี้ ก็ซาบซึ้งและยิ่งทำให้สินีนาฏประทับใจในตัวธนาธิป มากขึ้นไปอีก ชัยพงษ์รู้เรื่องที่ธนาธิปอุปการะสินีนาฎ ก็รู้สึกขัดใจไม่น้อยเพราะเขาอยากจะรับผิดชอบช่วยเหลือสินีนาฎมากกว่าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ธนาธิปงานยุ่งไม่ค่อยได้มาเยี่ยมสินีนาฏตามคำแนะนำของซิสเตอร์ออเดรย์เท่าที่ควร ชัยพงษ์จึงเสนอตัวคอยหมั่นไปเยี่ยมสินีนาฎอยู่บ่อย ๆ คอยซื้อข้าวของต่าง ๆ ให้โดยอ้างว่าธนาธิปสั่ง เมื่อชัยพงษ์รุกหน้าทำคะแนนกับสินีนาฎ คัมพลก็ไม่แพ้กันพยายามมาทำคะแนนกับนาง ธนาธิปไม่พอใจที่นางสนิทสนทกับผู้ชายคนอื่น จึงเริ่มเข้ามาเยี่ยมสินีนาฎมากขึ้น เพื่อจะหาโอกาสได้เจอกับนางมากขึ้นเช่นกัน นางขอให้ธนาธิปพาเธอกับสินีนาฏออกไปดูหนัง ยิ่งได้ออกไปเที่ยวด้วยกันก็ยิ่งใกล้ชิดกัน ธนาธิปถูกใจในความสดใสร่าเริงของนาง แต่กับสินีนาฎเขามองเธอเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น จอยคามที่แอบชอบธนาธิปมานาน เมื่อเห็นธนาธิปมาส่งนางกับสินีนาฏ จึงรีบไปบอกสายสุดา สายสุดามาเอาเรื่องแกล้งเทขยะใส่สินีนาฏ นางมาช่วย เด็กสาวทั้งสองกลุ่มจึงตะลุมบอนกัน ซิสเตอร์ฟรานซิสลงโทษเด็กทุกคนให้ช่วยกันเก็บขยะ ทำความสะอาดตึกเรียนทั้งหมด แต่สุดท้ายพวกนาง และสายสุดาก็ทะเลาะกันอีก จนเหล่าซิสเตอร์ต้องเข้ามาแยก และหาทางลงโทษพวกเด็ก ๆ ขั้นเด็ดขาด สินีนาฏรู้เรื่องธนาธิปส่งเงินค่าเทอมให้สินีนาฎ จึงโพทะนาไปทั่วว่าสินีนาฏให้ท่าพี่ชายเธอเพื่อให้ส่งเสียเลี้ยงดูหวังจะเป็นเมีย สินีนาฏถูกนักเรียนคนอื่นดูถูกโดยเฉพาะจอยคาม จอยพูดจาดูดถูกสินีนาฎสารพัด สายสุดาคอยพูดเหน็บเปรียบเทียบฐานะให้สินีนาฏเจียมตัว สินีนาฏร้องไห้เสียใจ นางเจ็บแค้นแทนเพื่อนจึงหาทางแก้เผ็ดสายสุดาด้วยการเอาหน้ากากผีมาใส่หลอกสายสุดาตอนกลางคืน ข่าวสายสุดาถูกผีหลอกแพร่สะพัดในโรงเรียน แถมสายสุดาโดนทำโทษที่รบกวนเพื่อนกลางดึกด้วย ละครนางอาย ช่วงเลิกเรียนตอนเย็น กลุ่มนักเรียนจะไปทำกิจกรรมที่ลานกว้างใกล้รั้วระหว่างโรงเรียนหญิงล้วนกับโรงเรียนชายล้วน นาง สินีนาฏ กับเพื่อนแบ่งทีมเล่นคิงส์แคมป์กัน นางดันเผลอตบลูกบอลแรงจนลูกบอลกระเด็นเข้าไปในบริเวณโรงเรียนชายล้วน ทุกคนหน้าจ๋อยเพราะโรงเรียนมีกฎห้ามเข้าไปในโรงเรียนชายล้วน แต่นางยืนยันที่จะปีนเข้าไปเก็บบอลด้วยตัวเอง นางแอบปีนรั้วเข้ามาเก็บบอลที่สนามของโรงเรียนชายล้วน แต่ถูก เดวิด กับ ปีเตอร์ นักเรียนชายชั้นเดียวกับคัมพลแย่งลูกบอลไปและหวังจะลวนลามนาง คริส เพื่อนตัวอ้วนคนสนิทของคัมพลพยายามจะช่วย แต่กลับโดนเดวิด และปีเตอร์จัดการจนต้องหนีไป นางพยายามจะหนีแต่โดนเดวิดและปีเตอร์เข้ามาจับตัวไว้ คัมพลเข้ามาช่วยนางไว้ได้ จัดการเดวิดกับปีเตอร์จนหมอบราบ ทำให้ทั้งสองอาฆาตแค้นคัมพลมาก ธนาธิปมาหานางด้วยเรื่องที่แอบปีนเข้าไปในโรงเรียนชายล้วนจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต เพราะนอกจากคัมพลโดนสั่งพักการเรียนแล้ว เดวิส และปีเตอร์ยังโดนไล่ออกด้วยเพราะเคยมีความผิดเรื่องการชกต่อย แถมยังมีนักเรียนแอบได้ยินพวกเดวิดวางแผนทำร้ายคัมพล นางรู้สึกผิดขอร้องให้ธนาธิปช่วยคัมพลที่เดือดร้อนเพราะเธอ ถึงจะเจ็บปวดที่นางเป็นห่วงชายอื่น แต่ธนาธิปรับปากว่าจะช่วย และขอให้นางสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอะไรอีก เดวิด ปีเตอร์ พาเพื่อนมาดักทำร้ายคัมพลกับคริสตรงถนนเลียบชายทะเล คัมพลเอาตัวเข้าปกป้องคริสจนบาดเจ็บ ธนาธิปมาช่วยเหลือคัมพลได้ทันพร้อมแจ้งตำรวจชาวมาเลย์ให้มาจับกุมตัวเดวิดกับเพื่อนไป ธนาธิปสั่งห้ามไม่ให้นางออกไปเที่ยวนอกโรงเรียนกับคัมพลอีกเพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย และในเวลาว่างจากชั่วโมงเรียน ธนาธิปก็บังคับให้พานางมาอยู่ที่บ้านทูต โดยอ้างว่าให้นางมาทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ จะได้ไม่ได้เกเรที่ไหนอีก แต่ลึก ๆ แล้วธนาธิปอยากอยู่ใกล้นางมากขึ้นเพราะเขารู้ตัวแน่แล้วว่ามีใจให้นาง แต่ธนาธิปจำต้องปิดบังทุกอย่างไว้ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม เจ้าระเบียบ จอยคาม และสายสุดาหาเรื่องแกล้งสินีนาฎ ให้ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้าใจผิดว่าสินีนาฏแอบเอานิยายรักโรแมนติกมาอ่าน แต่นางกลับออกรับแทนว่าเป็นหนังสือของเธอ นางเลยโดนลงโทษด้วยการให้อดอาหารเย็น คืนนั้นซิสเตอร์เทเรซ่าแอบเอาขนมปังมาให้ นางซาบซึ้งในความเมตตาของ ซิสเตอร์เทเรซ่า พูดประสาซื่อว่าขอให้หนูเรียกซิสเตอร์ว่าแม่อีกคนได้มั้ย ซิสเตอร์เทเรซ่าอึ้งเพราะถ้าเด่นชาติไม่ทิ้งเธอไป นางคนเป็นลูกสาวของเธอจริง ๆ ละครนางอาย ช่วงปิดเทอมใหญ่ เด็กนักเรียนประจำที่ไม่ได้กลับบ้านจะได้ไปพักที่บังกะโล ตันหยงบุหงา นาง สินีนาฏ มาเรีย จอยคาม มีนา จรรยา และเพื่อนนักเรียนประจำมาพร้อมเหล่าซิสเตอร์ ทุกคนสังเกตเห็นซิสเตอร์เทเรซ่าเศร้ามากเมื่อมาถึงที่นี่ เพราะที่แห่งนี้คือที่ ๆ เธอได้พบกับเด่นชาติ และเด่นชาติพูดขอความรัก ขอให้ซิสเตอร์เทเรซ่ารอเขาเรียนจบกลับมาจากอเมริกาแล้วแต่งงานด้วยกัน นางกับจอยคามท้าแข่งว่ายน้ำออกไปยังประภาคารไกลฝั่ง เพราะนางยังฝังใจที่แข่งว่ายน้ำแพ้จอยคามในงานกีฬาสี จอยคามรับคำท้า สินีนาฎพยายามห้ามเพื่อนทั้งสองแต่ไม่มีใครฟัง จอยคามเป็นตะคริวกำลังจะจมน้ำ นางรีบเข้าไปช่วยพาจอยคามกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย จอยคามซาบซึ้งในน้ำใจที่นางช่วยชีวิต จอยคามกับนางถูกลงโทษด้วยกัน ทั้งคู่จึงได้เปิดใจกัน และเคลียร์เรื่องหมางใจต่าง ๆ พร้อมทั้งจับมือสัญญาเป็นเพื่อนรักกันอีกด้วย ธนาธิปทนคิดถึงนางไม่ได้ แสร้งขอติดตามเด่นชาติกับเอมอรมาเยี่ยมสินีนาฏที่ตันหยงบุหงา แม่อธิการให้ซิสเตอร์เทเรซ่าไปต้อนรับเด่นชาติกับเอมอร เมื่อเด่นชาติเจอซิสเตอร์เทเรซ่าก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าเธอจะเป็นแม่ชีอยู่ที่โรงเรียนคอนแวนต์ เมื่อมีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง เด่นชาติพยายามจะพูดคุยกับซิสเตอร์เทเรซ่า แต่เธอกลับไม่ยอมพูดด้วย นางแอบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็แปลกใจในความสัมพันธ์ของพ่อกับซิสเตอร์เทเรซ่าร์ ธนาธิปเปิดบ้านพักกงสุลไทยจัดงานเลี้ยงต้อนรับเด่นชาติกับเอมอรที่มาพักในปีนัง และเชิญพิทักษ์กับคัมพล ชัยพงษ์ ลูกชายมาด้วย ในงานเลี้ยงธนาธิปตะลึงเมื่อเจอนางแต่งตัวน่ารักสวยสดใส ต่างจากสินีนาฏที่สวยหวาน คืนนั้นคัมพลขอนางเต้นรำ นางที่ไม่ได้คิดอะไรก็ออกไปเต้นรำอย่างสนุกสนาน ธนาธิปหาจังหวะอยู่ตามลำพังกับนาง เพื่อเตือนนางให้ไว้ตัวบ้าง อย่าปล่อยให้ใครจับมือถือแขนง่าย ๆ เพราะเขาหวงนางอย่างไม่รู้ตัว แต่นางกลับรู้สึกว่าธนาธิปไม่ชอบเธอ จึงหาเรื่องติเธอทุกอย่าง ทำอะไรก็ผิดเสมอในสายตาธนาธิป นางเลยประชดธนาธิปด้วยการอยู่ใกล้คัมพลตลอดเวลา ยิ่งทำให้ธนาธิปร้อนรุ่ม อึดอัดใจมาก พิทักษ์พูดสู่ขอนางให้ ทัศนัย ลูกชายคนโตที่กำลังเรียนหมออยู่อเมริกา เพราะจากเรื่องชกต่อยของคัมพล ทำให้เด่นชาติเคยปฏิเสธที่จะให้นางหมั้นกับคัมพล ส่วนชัยพงษ์ก็หลงรักสินีนาฎ ดังนั้นจึงเหลือแค่ทัศนัย คัมพลและชัยพงษ์พานาง และสินีนาฎมาเที่ยวงานของปีนัง ธนาธิปที่พาสายสุดามาด้วยจึงมีโอกาสได้เที่ยวด้วยกันทั้งหมด คืนนั้นธนาธิปมีโอกาสได้อยู่กับนางสองต่อสองอีกครั้ง ธนาธิปพานางไปยังจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ทั้งสองคนมีเวลาดี ๆ ร่วมกัน ละครนางอาย สายสุดารู้ว่าจอยคามเป็นมิตรกับนางก็โกรธ หาเรื่องนางที่มาแย่งเพื่อนเธอไป นางและสายสุดาทะเลาะกัน นางเห็นว่าสายสุดาพูดไม่รู้เรื่องก็จะเลิกคุย แต่สายสุดาไม่ยอม ทั้งหมดตะลุมบอลยื้อกันจนสายสุดาพลาดล้มหัวแตก นวลใย แม่ของสายสุดามาเอาเรื่องนางถึงโรงเรียน บังคับจะให้คุณแม่อธิการไล่นางออก แต่งานนี้เพื่อนทุกคนพร้อมใจกันเป็นพยานว่านางไม่ได้เริ่มหาเรื่องก่อน และสายสุดาซุ่มซ่ามหกล้มเอง แถมธนาธิปยังเข้าข้างนางอีกด้วย นวลใยเลยทะเลาะกับธนาธิปไปอีกคน แถมงานนี้นวลใยเผลอหลุดพูดไปว่าเพราะสายสุดาเป็นลูกคนใช้อย่างป้าใช่มั้ย ธนาธิปจึงไม่คิดจะนับเธอเป็นญาติ สายสุดาทั้งโกรธทั้งอายที่เพื่อน ๆ ได้รู้ว่าเธอคือลูกคนใช้ สินีนาฏที่กำลังเศร้าเรื่องที่แม่ป่วยจึงไปซ้อมเปียโนเพื่อผ่อนคลาย โดยไม่รู้ว่าห้องข้าง ๆ กำลังสอบวัดผลเปียโนกันอยู่ ซิสเตอร์ปอนลีนที่โกรธจนขาดสติเข้ามาอาละวาดในห้องซ้อมเปียโน พร้อมทั้งตบหน้าสินีนาฏต่อหน้าทุกคน สินีนาฏเสียใจมากทั้งเจ็บปวด และอับอาย แต่ไม่มีซิสเตอร์คนไหนกล้ายุ่งกับซิสเตอร์ปอนลีน นางทนไม่ได้จึงไปกดดันให้แม่อธิการพาซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้าทุกคน ไม่อย่างนั้นเธอจะลาออกและเพื่อนทุกคนจะลาออกด้วย รวมทั้งสายสุดาเช่นกัน สุดท้ายซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้านักเรียนทุกคน นางขอบคุณสายสุดาที่ร่วมมือกับเพื่อนช่วยสินีนาฏ สายสุดาเก๊ก ๆ ไม่อยากดีกับนางมาก เทศกาลงานวันคริสมาสต์มาถึง นักเรียนทุกคนต่างตื่นเต้นกับงานแฟร์ที่จะมีขึ้นในปลายอาทิตย์หน้า ทุกคนตั้งใจเตรียมงานกันสุด ๆ ทั้งการแสดง ทั้งการออกร้านขายของรวมทั้งซุ้มสอยดาว งานแฟร์คืนนั้นนางต้องไปรับผิดชอบซุ้มสอยดาว เพราะเป็นหน้าที่ของนักเรียนม.4 ธนาธิปมาสอยดาวตามคำชวนของสายสุดา และได้เห็นว่านางกำลังพูดคุยกับชายคนหนึ่งอย่างมีความสุข โต๋เต๋ คือเพื่อนชายที่ชอบ และพยายามจีบนางเป็นคนรัก เลยทำให้นางต้องมาอยู่ที่คอนแวนต์แห่งนี้ ธนาธิป เอมอร และเด่นชาติต่อว่านางเพราะคิดว่านางแอบติดต่อกับโต๋เต๋ นางปฏิเสธและเสียใจมากที่ธนาธิปไม่เชื่อเลยหนีไป สุดท้ายชัยพงษ์ที่ได้สอบสวนโต๋เต๋แล้วยืนยันว่านางพูดความจริง ธนาธิปรู้สึกผิดรีบตามไปง้อนาง ธนาธิปขอโทษที่โกรธเพราะคิดว่านางคบหากับโต๋เต๋ และไม่ต้องการให้นางมีคนรักตอนนี้ อยากให้รอเวลาที่สมควรแล้วค่อยรักกัน นางถามรักกันน่ะรักกับใคร ธนาธิปไม่ตอบแต่กลับซื้อตุ๊กตาหมีที่มีปักตัวอักษรย่อว่า T. แล้วส่งให้นาง ธนาธิปตั้งใจบอกให้นางรู้ว่าเขาต้องการเป็นคนรักของนาง ช่วงวันหยุดยาวระหว่างคริสมาตส์จนถึงปีใหม่ นักเรียนประจำหลายคนเดินทางกลับบ้าน ธนาธิปออกตั๋วเครื่องบินให้สินีนาฏกลับไปเยี่ยมแม่ที่เมืองไทยพร้อมกับนาง เขาตามมาส่งนางที่สนามบินพร้อมซิสเตอร์ออเดรย์ คัมพลเอาดอกไม้ช่อใหญ่มาให้นางด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับจะไม่ได้เจอกันอีก นางขำแต่ก็รับช่อดอกไม้ไปด้วยความยินดี ธนาธิปเตือนนางอ้อม ๆ เรื่องการรับดอกไม้จากผู้ชายคือการเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนนั้นคิดเข้าข้างตัวเองไปได้ว่านางมีใจให้ นางก็ประชดประชันไม่ฟังธนาธิป สายสนมพาสินีนาฏมาพักอยู่กับ ทับทิม เพื่อนของเธอที่คอยช่วยเหลือมาตั้งแต่โดนโกง ทับทิมรัก และเอ็นดูสินีนาฎเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง พิทักษ์เดินทางจากภูเก็ตเอาแหวนเพชรมาให้ เด่นชาติเพื่อหมั้นนางกับทัศนัย เด่นชาติและเอมอรรับไว้อย่างเสียไม่ได้ ส่วนชัยพงษ์เองก็พาพิทักษ์มาสู่ขอสินีนาฏกับสายสนมไว้ก่อน สายสนมตกลง เพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี โดยที่สินีนาฏไม่รู้เรื่องนี้ ละครนางอาย ธนาธิปบินมาธุระที่กรุงเทพฯได้พบกับสินีนาฎ และสายสนม สินีนาฎพยายามบอกความรู้สึกของเธอที่มีต่อธนาธิป โดยไม่รู้เลยว่าธนาธิปเปิดเผยความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางไปหมดแล้ว ธนาธิปขอนางว่าอย่าเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนนอกจากตน นางอึ้งไม่แน่ใจว่าธนาธิปหมายความว่าอย่างไร ธนาธิปบอกไม่ต้องหาคำตอบจนกว่านางจะเรียนจบ ระหว่างนี้แค่ให้นางทำตามที่ตนขอก็พอ ปีการศึกษาสุดท้าย... แม้เหล่าซิสเตอร์ต่างหนักใจที่พวกนางยังคงความเป็นเด็กซนแซบไว้อย่างเต็มตัว แต่ในเวลาที่จำเป็นทั้งหมดก็แสดงความเป็นผู้ใหญ่ออกมาได้ดี ยิ่งเห็นเด็กรุ่นน้องทะเลาะกัน หรือร้องห่มร้องไห้อยากกลับบ้าน รุ่นพี่อย่างพวกนาง สินีนาฏ สายสุดา ก็จะเข้าไปตักเตือนและให้คำปรึกษาแทนเหล่าซิสเตอร์ เหมือนที่ซิสเตอร์คอยสอนให้พวกเธอรู้จักความสามัคคีและการแบ่งปัน หลังจากสอบปีสุดท้ายเสร็จ นาง สินีนาฏ สายสุดา และเพื่อน ๆ แอบจัดงานเซอร์ไพรส์ขอบคุณเหล่าซิสเตอร์ มอบดอกไม้ขอขมาที่พวกเธอเคยล่วงเกิน ซิสเตอร์ซาบซึ้งน้ำตาซึม...เมื่อเห็นนักเรียนที่รักทุกคน เติบโตเป็นผู้ใหญ่ กำลังจะเรียนจบ และจากโรงเรียนนี้ไปสู่โลกอันกว้างใหญ่ คืนก่อนเดินทางกลับประเทศไทย นางเข้าไปหาซิสเตอร์เทเรซ่า ถามสิ่งที่เธอสงสัยมาตลอด จนรู้ว่าเด่นชาติเคยทิ้งซิสเตอร์เทเรซ่าไปแต่งงานกับเอมอร ทำให้ซิสเตอร์ตัดสินใจบวชตลอดชีวิต นางกราบขอโทษแทนพ่อ ไม่รู้จะชดใช้ความเจ็บปวดนั้นให้ซิสเตอร์เทเรซ่ายังไง นาง สินีนาฏ จอยคาม มาเรีย ฮองลัน ล่ำลากันก่อนจากทั้งน้ำตา และทั้งหมดสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ สินีนาฏรู้ว่าธนาธิปเตรียมตัวย้ายไปกงสุลไทยในสหรัฐ สินีนาฏใฝ่ฝันจะอยากเป็นภรรยาที่ติดตามธนาธิปไปด้วย แต่ธนาธิปกลับพูดดักคอว่าจะแนะนำสินีนาฏให้ทำงานกับเพื่อนของเขา สายสนมต้องแบ่งรับแบ่งสู้เพราะยังไม่ได้บอกสินีนาฏว่าจะต้องแต่งงานกับชัยพงษ์ นางกับธนาธิปมาเจอกันโดยบังเอิญ ธนาธิปช่วยนางหิ้วของ และเดินตามไปช้อปปิ้งอย่างไม่รู้สึกเบื่อ เขาชอบมองใบหน้า และท่าทางที่สดใสตลอดเวลาของนาง ธนาธิปรู้ดีว่าตนเหลือเวลาที่อยู่ในประเทศไทยน้อยลงทุกที เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มจีบนางแบบนิ่มนวล ธนาธิปเทียวรับเทียวส่งนางหลายวันติดกัน พร้อมทั้งหมั่นพูดความนัยกับนางตลอดเวลา ซึ่งนางก็เอะใจ แต่ไม่กล้าถามตรง ๆ เพราะความเขินอาย เอมอรและเด่นชาติเริ่มรับรู้ในความสัมพันธ์ระหว่างนาง และธนาธิป เด่นชาติไม่ค่อยชอบเพราะได้รับปากหมั้นหมายให้นางกับทัศนัยไปแล้ว สินีนาฏเองก็รับรู้เรื่องธนาธิปชอบนางเช่นกันจึงเสียใจมาก สายสนมเตือนสินีนาฏ และพูดเรื่องยกสินีนาฏให้ชัยพงษ์แล้ว สินีนาฏไม่ยอมแต่งงานกับชัยพงษ์เพราะเธอไม่ได้รักเขา ธนาธิปเริ่มเปิดเผยความในใจกับนาง ซึ่งแทนที่นางจะแก่นแก้วตอบตรง ๆ กลับอ้อมค้อม เอียงอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ธนาธิปสัญญาว่าจะพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอนาง เมื่อกลับจากทำธุระที่ต่างจังหวัดเสร็จแล้ว เด่นชาติจึงจัดงานหมั้นระหว่างนางกับทัศนัยอย่างรวบรัด นางร้องไห้เสียใจไม่ยอมหมั้นแต่ขัดคำสั่งพ่อแม่ไม่ได้ ธนาธิปกลับมาจากต่างจังหวัด นางแอบมาหาธนาธิปที่บ้าน และเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ธนาธิปใช้สติคิดหาทางทำให้นางกับเขาได้รักกันและแต่งงานกัน ส่วนคัมพลเองก็โกรธที่รู้ว่าพ่อพาทัศนัยไปหมั้นนาง คัมพลชกต่อยกับทัศนัยทันทีที่เจอหน้า และไปหานางที่บ้านเพื่อขอความรักจากนาง ขอให้นางถอนหมั้นจากทัศนัย แต่นางปฏิเสธ และบอกว่าว่าเธอรักธนาธิป คัมพลช็อก...ไม่คาดคิดว่าผู้ชายมาดนิ่งอย่างธนาธิป จะแย่งหัวใจนางไปจากเขา ละครนางอาย ธนาธิปไปหาเด่นชาติกับเอมอรเพื่อยืนยันว่าเขารักนางจริง และพร้อมจะแต่งงานด้วย ติดที่เด่นชาติไม่อยากเสียคำพูดกับเพื่อนรัก และจะไม่มีวันยอมให้นางเป็นฝ่ายถอนหมั้นให้เขาเสียหน้าเป็นอันขาด สินีนาฏที่มาปรึกษาธนาธิปเรื่องที่ถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับชัยพงษ์ ธนาธิปเตือนสติสินีนาฏให้มองเหตุผลของผู้ใหญ่ สินีนาฏกอดธนาธิป และสารภาพรัก ธนาธิปบอกสินีนาฏตรง ๆ ว่าเขารักนาง และเขาจะแต่งงานกับนาง สินีนาฏอึ้ง ช็อกรู้สึกเหมือนถูกนางทรยศหักหลัง ธนาธิปบอกนางเรื่องสินีนาฏ นางเป็นห่วงเพื่อนจึงรีบมาหาแต่ดันพบว่าสินีนาฏกินยาฆ่าตัวตาย นางรีบพาสินีนาฏไปส่งโรงพยาบาล พร่ำร้องไห้โทษตัวเองที่ทำให้เพื่อนรักต้องเป็นแบบนี้ สินีนาฏฟื้นขึ้นมาเจอชัยพงษ์นอนเฝ้าเธออยู่ สายสนมเล่าว่าชัยพงษ์รู้ข่าวก็รีบบินมาจากภูเก็ตและขอเฝ้าเธอทั้งคืนด้วยตัวเอง สินีนาฏเห็นใจชัยพงษ์ แต่หัวใจเธอปวดร้าวเพราะรักที่ไม่สมหวังจากธนาธิป นางมาหาสินีนาฏเพื่อขอโทษในสิ่งที่ทำให้เพื่อนเสียใจ แต่ความรักมันห้ามกันไม่ได้ บังคับกันไม่ได้ นางก็ไม่รู้ตัวว่ารักธนาธิปตั้งแต่เมื่อไหร่ สินีนาฏใจอ่อน...เพราะมิตรภาพของความเป็นเพื่อนระหว่างเธอกับนางมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจะโกรธเกลียดเพื่อนรักได้ ธนาธิปตามสืบทัศนัยจนรู้ว่าทัศนัยรักอยู่กับพยาบาลสาวสวยในคลินิก ธนาธิปจึงไปพูดกับทัศนัยตรง ๆ ว่าเขารักนาง และขอให้ทัศนัยถอนหมั้นกับนาง ในที่สุด...นางกับธนาธิปก็ได้แต่งงานกัน ธนาธิปแทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวแก่นแก้ว สนุกสนานในอดีตอย่างนาง จะกลายเป็นหญิงสาวงดงาม และขี้อายตรงหน้าเขาในปัจจุบัน ติดตามชม ละครนางอาย ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครนางอาย เริ้มตอนแรกวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2559 รายขื่อนักแสดงนำใน ละครนางอาย วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ธนาธิปณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท นาง/อภิรดีชนกสุดา รักษนาเวส รับบท สินีนาฏคาริสา สปริงเก็ตต์ รับบท สายสุดาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท คัมพลจิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ชัยพงษ์ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท เด่นชาติไรวินทร์ ออง รับบท มีนาพรรณปพร ศรีดุรงคธรรมพ์ รับบท จอยคามอภัสริญญา แพมเบอร์เกอร์ รับบท ฮองลันอาริศา หอมกรุ่น รับบท มาเรียบุณฑรีก์ จิตรีงาม รับบท จรรยาณัชพงศ์พล สุดดี รับบท คริสภูวดล เวชวงศา รับบท เดวิดขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ รับบท ปีเตอร์อัญชลี จงคดีกิจ รับบท คุณแม่อธิการนนทิยา จิวบางป่า รับบท มาการิต้าเพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท ฟรานซิส ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย

พรีวิว: สเปอร์ส ที่แนวรุกพร้อม! เปิดบ้านรอต้อน ลิเวอร์พูล ที่ไม่คงเส้นคงวา (พรีเมียร์ลีก)
ตารางบอล /  พรีวิวบอล / 

เกม พรีเมียร์ ลีก คู่แรก และ "บิ๊กแมตช์" ประจำสัปดาห์ "ไก่เดือยทอง" ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ เปิดรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เวลา 18.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง beIN Sports 1 เรามาดูความพร้อมของทั้งสองทีมกันดีกว่า... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559 ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ - ลิเวอร์พูล เวลา: 18.30 น. สนาม: ไวท์ ฮาร์ท เลน ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1 สเปอร์ส "ไก่เดือยทอง" ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน ฮูโก้ โยริส นายด่านกัปตันทีมที่บาดเจ็บแฮมสตริง โดยใช้ มิเชล ฟอร์ม ยืนเฝ้าเสาต่อไปในเกมนี้ ส่วนในรายของ มุสซ่า เดมเบเล่ โดนโทษแบน ลงสนามไม่ได้ ในด้านความพร้อม คาดว่า โปเช็ตติโน่ ยังคงใช้ วินเซนต์ แยนเซ่น ค้ำหน้าเป้า โดยมี แฮร์รี่ เคน สวมบทบาทหน้าต่ำในเกมนี้ ลิเวอร์พูล เอ็มเร่ ชาน จะชวดลงสนามในเกมนี้ หลังมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าในเกมลีก คัพที่ถล่มเบอร์ตัน อัลเบี้ยน 5-0 กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ ลอริส คาริอุส, เชยี่ โอโจ้, มามาดู ซาโก้, โจ โกเมซ และ ลูคัส เลว่า ที่มีอาการบาดเจ็บ โดยในเกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคงใช้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงล่าตาข่าย แล้วจับ ดิว็อค โอริกี นั่งตัวสำรองเช่นเคย ส่วน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ นั้นสลัดอาการบาดเจ็บ และเดินทางไปลอนดอนพร้อมทีม แต่ยังคงต้องเช็คความฟิตจนถึงวินาทีสุดท้าย เฮดทูเฮด ลิเวอร์พูลสามารถเก็บคลีนชีทจากการออกไปเยือนถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลนได้ใน 3 เกมล่าสุด รวมทุกรายการ นอกจากนี้ "หงส์แดง" ยังไม่แพ้ 7 เกมหลังสุดในการออกไปเยือน "ไก่เดือยทอง" รวมทุกรายการ อีกด้วย ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม สเปอร์ส (4-5-1): มิเชล ฟอร์ม; ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ตองเกน, แดนนี่ โรส; เอริก ดายเออร์, วิคตอร์ วันยาม่า, เอริก ลาเมล่า, ครสเตียน อิริกเซ่น, แฮร์รี่ เคน; วินเซนต์ แยนเซ่น ลิเวอร์พูล (4-3-3): ซิมง มินโญเล่ต์; นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, แร็กนาร์ คลาวาน, เจมส์ มิลเนอร์; จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัมลัลลาน่า, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่; แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ รูปเกมที่คาด สเปอร์ส ดูเป็นต่อผู้มาเยือนอย่าง ลิเวอร์พูล อยู่นิดหน่อย คาดว่าเกมนี้ ทั้งคู่ต่างใช้เกมเพรสซิ่งเข้าหากัน แต่ในเรื่องขุมกำลงเกมรับ และประสิทธิภาพในเกมรุก "ไก่เดือยทอง" ดูจะข่มลิเวอร์พูลอยู่นิดหน่อย โดยตัวทีเด็ดในเกมนี้คงเป็น แฮร์รี่ เคน ดาวยิงตัวความหวังของสเปอร์ส หากศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษรายนี้ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ พวกเขายังคงมีผู้เล่นรายอื่นคอยทดแทนเสมอในการทำประตู คงต้องดูกันต่อไปว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะรับมือกับเจ้าบ้านอย่างไรบ้าง... ฟันธง สเปอร์สขย่มลิเวอร์พูล 2-0 หรือชนะสกอร์ขาด 2 ลูก!

นับถอยหลัง 'BikeForDad' เกาะติดกิจกรรม 'ปั่นเพื่อพ่อ'
Bike For Dad /  ปั่นเพื่อพ่อ / 

เกาะติดกิจกรรมการปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 88 พรรษา 5 ธ.ค. 2558 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ธ.ค. นี้ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เมื่อวันที่ (7 ธ.ค.) กรมพลาธิการทหารเรือ กองเรือลำน้ำ พล.ต.ธรรมนูญ วิถี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) ร่วม นายรักษา สุทิน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางกอกใหญ่ เป็นประธานปล่อยขบวนทำความสะอาดถนนและทางเท้า เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับกิจกรรม 'Bike for Dad' ปั่นเพื่อพ่อ โดยครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือในการทำความสะอาด ถนนบริเวณ 2 ข้างตลอดระยะ 2 กิโลเมตร จากกำลังพลจาก กองพลทหานราบที่ 9 กำลังพลกองทัพเรือ สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ บางกอกน้อยธนบุรี และกรมอู่ทหารทหารเรือ ตำรวจนครบาล 8 รวม 300 คน อย่างไรก็ตาม นายรักษา เผยว่า ได้บูรณาการร่วมกันในการทำความสะอาดเส้นปั่นเพื่อพ่อ ตั้งแต่สะพานอรุณอมรินทร์จนถึงสะพานมอญ ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ในการทำความสะอาดและจัดระเบียบเพื่อรองรับการจัดกิจกรรม และแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดย พล.ต.ธรรมนูญได้ขอความร่วมมือประชาชนที่อาศัยบริเวณ 2 ข้างทางขบวนเสด็จทำความสะอาดบ้านเรือน ประดับธงตราสัญลักษณ์ ประดับดอกไม้เพื่อความสวยงามด้วยเช่นกัน --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เมื่อวันที่ (6 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ซ้อมวางกำลังรักษาความปลอดภัยกิจกรรม 'Bike for Dad' ซ้อม รปภ. 30,000 นาย ขณะ ร.ฟ.ท.เปลี่ยนสถานีรับ-ส่ง 11ธ.ค.จากหัวลำโพงเป็นสถานีบางซื่อและมักกะสัน 12.00 - 20.00 น. พลตำรวจเอก เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ กทม. จะมีการลงพื้นที่ซักซ้อมและตรวจความพร้อมการวางกำลังรักษาความปลอดภัย อย่างเต็มรูปแบบ ก่อนกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ Bike For Dad ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคม นี้ โดยจะออกตรวจกำลังเจ้าหน้าที่ รวมถึงเส้นทาง จุดสูงข่มต่างๆ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิรถพยาบาล รถสุขา โดยการซ้อมในวันนี้เพื่อหาจุดที่ต้องแก้ไขและปรับปรุงในการรักษาความปลอดภัยในวันจริง ซึ่งจะใช้มาตรฐานเดียวกันหมดทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศที่มีการจัดกิจกรรม ทั้งนี้จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้นร่วม 30000 นาย ร.ฟ.ท.เปลี่ยนสถานีรับ-ส่ง11ธ.ค.Bike For Dad นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการในการรองรับกิจกรรม Bike For Dad ปั่นเพื่อพ่อ ว่า ในวันที่ 11 ธันวาคม 2558 ที่จะมีการจัดกิจกรรม Bike For Dad ทาง ร.ฟ.ท. จะทำการสั่งการให้รถไฟทุกขบวนที่ต้องวิ่งเข้าสถานีรถไฟกรุงเทพฯ หรือ สถานีรถไฟหัวลำโพง เปลี่ยนไปเริ่มต้นเส้นทางการรับ-ส่งผู้โดยสาร ที่สถานีรถไฟบางซื่อ และสถานีรถไฟมักกะสันแทน ตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. จนถึงเวลา 20.00 น. เพราะจะมีการปูแผ่นเหล็กบริเวณรางรถไฟในเส้นทางของกิจกรรม Bike For Dad เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปั่นจักรยานในวันทำกิจกรรม ซึ่งจะสอดคล้องกับการปิดเส้นทางถนนเพื่อทำกิจกรรม นอกจากนี้ ได้ประสานงานกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ในการจัดรถโดยสารจำนวน 70 - 80 คัน มาให้บริการประชาชนจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปยังสถานีรถไฟบางซื่อ และสถานีรถไฟมักกะสัน และหากประชาชนยังสามารถใช้เส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน ในการเดินทางไปยังสถานีรถไฟทั้ง 2 แห่ง ได้เช่นกัน และได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปประจำยังสถานีรถไฟทุกแห่ง เพื่อทำการประชาสัมพันธ์ถึงการเดินทางในวันดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนที่ใช้บริการได้รับข่าวสาร และมีเวลาในการเตรียมตัวที่จะเดินทาง ตร.จราจรเตรียมตั้งขบวนตรวจเส้นทางปั่นเพื่อพ่อ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยถึงการซักซ้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเสมือนจริงในกิจกรรม ปั่นเพื่อพ่อ Bike For Dad ว่า ในวันนี้เป็นการซักซ้อมการวางกำลังรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรใน 32 จุด ตลอดเส้นทาง 29 กิโลเมตร โดยตั้งขบวนรถยนต์ตรวจตามเส้นทาง แทนขบวนจักรยาน ซึ่งขณะนี้มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกันนี้ได้มีการซักซ้อมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจตระเวนชายแดนที่ร่วมสนับสนุนเพิ่มการรักษาความปลอดภัย จำนวน 1,120 คน โดยแต่ละจุดจะมีตำรวจ ทหาร นักเรียนนายร้อย และเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร วางกำลังตลอดระยะทาง 29 กิโลเมตร เมตรละ 1 คน รวมถึงในรัศมีขอบทางในซอยลึก 500 เมตร ก็มีการวางกำลังด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ในวันที่ 9 - 10 ธันวาคม นี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลแต่ละพื้นที่จะร่วมกับกรุงเทพมหานคร ทำความสะอาดเส้นทาง 5 จุดสำคัญ คือ พระลานพระราชวังดุสิต แยกราชประสงค์ เยาวราช วงเวียนใหญ่ และกองทัพเรือ และจะมีการตรวจครั้งสุดท้ายตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป จนถึงเช้าวันที่ 11 ธันวาคม ผบก.น.5จัด ตร.800นาย ปั่นเพื่อพ่อพร้อมดูแล ปชช. พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความพร้อมในการดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad ว่า ในพื้นที่ความรับผิดชอบของตำรวจนครบาล 5 ขณะนี้มีความพร้อมในการดูแลและให้ความสะดวกแก่ประชาชนชาวไทยที่จะร่วมกิจกรรมแล้ว โดยในวันจริงนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 800 นาย คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลประชาชนทุกคนเป็นอย่างดี ทั้งนี้ พล.ต.ต.สมประสงค์ ฝากถึงประชาชนชาวไทยให้ออกมาร่วมกิจกรรม ปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 88 พรรษา ขอบคุณข้อมูลจาก innnews

ไฮเปอร์ไปอี๊ก บี้ - กุ๊บกิ๊บ สวีทท้าแดดริมทะเล กับท่าโพสที่แซ่บมาก!!
ข่าว กุ๊บกิ๊บ บี้ /  กุ๊บกิ๊บ บี้ ลูกสาว / 

เรียกว่าอากาศจะร้อนแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรกับว่าที่ขุ่นพ่อและว่าที่ขุ่นแม่สุดไฮเปอร์อย่าง ดาราสาว กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ กับคุณสา บี้ เคพีเอ็น ได้ ที่ช่วง long weekend ล่าสุดทั้งคู่ก็เก็บกระเป๋าไปท้าลมท้าแดดกันที่ทะเล๊ทะเล จุดนี้โชว์สวีทหนักมากๆ เช่นเคย จะว่าไปคู่นี้เคมีเข้ากันจริงๆ ด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่ทั้งคู่มักจะชอบทำอะไรคล้ายๆ กันอย่างภาพชุดนี้แปลงร่างเป็นนางเงือก, นายเงือก โพสท่าถ่ายรูปข่มกันสุดฤทธิ์ หลายคนที่เห็นก็อดที่จะฮาเสียไม่ได้ ไม่ต้องสงสัยว่า น้องเป่าเปา ลูกสาวของทั้งคู่จะออกมาเป็นเด็กอารมณ์ดีแค่ไหน จริงมั้ยจ๊ะครอบครัวเงือก อิอิขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @bie_kpn, @gggubgib36, @jiiiiiiiiiib กุ๊บกิ๊บ - บี้ กุ๊บกิ๊บ - บี้ กุ๊บกิ๊บ - บี้ กุ๊บกิ๊บ - บี้ กุ๊บกิ๊บ - บี้ กุ๊บกิ๊บ - บี้