ข่มขื่น

ครบเดือน คสช.พยุงชาติ มะกัน ยังแทรกหาแง่จ้วง พี่จีนฮึ่ม!โดดช่วยไทย
Cobra Gold /  กองทัพไทย จีน / 

ครบเดือน คสช.พยุงชาติ มะกัน ยังแทรกหาแง่จ้วงไทย จีนฮึ่ม!โดดช่วยไทย เสริมกองทัพ เศรษฐกิจ มีแววฝึกร่วมครั้งใหญ่           ภายหลังการเข้ายึดอำนาจการปกครอง (รัฐประหาร) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา จวบจนวานนี้ (22 มิถุนายน 2557) ครบ 1 เดือนกับอีก 1 วันในวันนี้ (23 มิถุนายน) พอดิบพอดี กับการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในตำแหน่งหัวโขน หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. (ระหว่างการประกาศเข้ายึดอำนาจ ของ คสช.)           ตลอดห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องถือเป็นงานหนักของ คสช.เอง ที่ถูกแรงกดดันจากนานาประเทศไม่น้อย โดยเฉพาะบทบาทจากฟากกองทัพของนานาประเทศ ที่ต่างออกแถลงการณ์ถึงสถานการณ์ในประเทศไทย           จนท้ายสุดการชี้แจงทำความเข้าใจต่อนานาชาติ ก็สร้างความเข้าใจ จนทำแรงกดดันจากต่างชาติผ่อนคลายลง แต่ก็ยังคงมีชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ที่พยายามกดดันไทย อย่างต่อเนื่องในทุกด้าน แม้ไทย-สหรัฐฯ จะมีความสัมพันธ์ยาวนานถึง 180 ปี ถึงขั้นต้องตัดงบประมาณช่วยเหลือไทยด้านการทหาร 3.5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 112 ล้านบาท           ทั้งโครงการ การเงินด้านการทหารต่างประเทศที่ให้ทุนสำหรับการซื้ออาวุธ โครงการอบรมและให้การศึกษาด้านการทหารระหว่างประเทศแก่เจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่ทำให้ หัวหน้า คสช.อย่างพล.อ.ประยุทธ์ หวั่นไหว (ระหว่าง ผบ.ทบ.ไทย เคยเยือนกลาโหมจีน)           “นั่นจึงทำให้พี่ซี้ปึ๊กพี่ไทย อย่างพี่จีน ที่มีความสัมพันธ์ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม งบประมาณ รวมแม้กระทั่งกองทัพ กลับกลายเป็นผู้หยิบยื่น ไมตรีให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะทางด้านกองทัพจีน ที่ผู้นำระดับสูงทางการทหาร ไทยและจีน ซึ่งมีความสนิทสนมกันอย่างแนบแน่น ต้องรีบเข้ามาหนุนกองทัพไทย”           ผ่านการทำหนังสือเทียบเชิญอย่างเป็นทางการ ให้ผู้นำระดับสูงกองทัพไทย เยือนกองทัพจีนอย่างเป็นทางการ โดยรักษาการปลัดกลาโหมไทย พร้อมตัวแทนแต่ละเหล่าทัพไทย ได้ตอบรับและเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการแล้วในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านกองทัพ ทั้ง 2 ประเทศ แต่นั่นก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่เกินความคาดหมาย ซึ่งก็ยังไม่เพียงเท่านั้น ด้านทางการจีน ยังมีนโยบายให้นักธุรกิจจีนที่อยู่ในประเทศไทย ให้การสนับสุนไทยทั้งด้านการเงิน การลงทุน เศรษฐกิจ อื่น ๆ  ผ่านการพูดคุยกันเรียบร้อยระหว่าง คสช.และนักธุรกิจชาวจีนแล้ว (นักธุรกิจจีน ถ่ายภาพร่วมกับคณะ คสช.)            แหล่ะนี่คงเป็นข่าวที่ขยี้หัวใจสหรัฐฯ ไม่น้อย เพราะด้านการทหารและยุทธศาสตร์ความมั่นคงของสหรัฐฯ หลังโอบามาขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ประกาศชัดว่า แถบอาเซียนและแปซิฟิกคือ ไข่แดง ของสหรัฐฯ           “เป็นไข่แดงทั้งทางทหาร และการรุกทางเศรษฐกิจ ที่จีน อินเดีย และอาเซียน เป็นตลาดใหญ่แห่งใหม่ของโลก”แต่ถึงแม้การประกาศเตรียมเข้ายึดยุทธศาสตร์นี้จะเป็นเช่นไรก็ตาม (ระหว่าง ผบ.ทบ.ไทย เคยเยือนกลาโหมจีน)           แต่ผลการเยือนของคณะทหารไทย ที่เดินทางตามคำเทียบเชิญของกองทัพจีน ซึ่งยังไม่เปิดเผยออกมานั้น คงเป็นที่น่าจับตามองได้ว่า กองทัพไทย และ จีน อาจยกระดับการซ้อมรบร่วมถึงขั้นเป็น "การซัอมรบ" ร่วมกันครั้งใหญ ที่อาจใหญ่กว่า เมื่อปี 2010 ที่เรียกว่า ปรากฎการณ์ Strike 2010 เพราะครั้งนั้นถือเป็นครั้งแรกที่หน่วยรบพิเศษจีนออกนอกประเทศ โดยมาร่วมซ้อมรบกับกองทัพเรือไทย กระนั้น จึงอาจเป็นไปได้ว่าการฝึกร่วมกองทัพไทย-สหรัฐฯ ภายใต้รหัส Cobra Gold ในอนาคตก็อาจสั่นคลอนไม่น้อย เพราะอันที่จริงแล้ว การฝึกภายใต้รหัสนี้ เป็นความต้องการที่เข้ามามีบทบาท พยายามแสดงกำลังข่มจีนแบบชัดเจนในภูมิภาคนี้ ของสหรัฐอเมริกา แต่อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนของกองทัพจีนที่เข้ามาสนับสนุนกองทัพไทยแบบสายฟ้าแล็บครั้งนี้ ก็สร้างความไม่พอใจให้แก่สหรัฐฯ เป็นที่แน่นอน เพราะสหรัฐฯ ยังคงหาทางแก้เผ็ดประเทศไทยในทุกด้าน และเล่นแง่ในข้อกฎหมายระหว่างประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะ ล่าสุด มีการเตรียมตัดงบประมาณ คว่ำบาตรไทย ใน 90 วัน กรณีกล่าวอ้างว่าไทย มีความเกี่ยวข้องด้านการค้ามนุษย์ MThai News

ชูวิทย์ ประกาศลงสมัครเลือกตั้ง 2 ก.พ. อ้างเพื่อรักษากติกาบ้านเมือง
ข่าวเลือกตั้ง /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ ประกาศลงสมัครเลือกตั้ง 2 ก.พ. อ้างเพื่อรักษากติกาบ้านเมือง ปัดต่ออายุระบอบทักษิณ-เพื่อไทย บี้มาร์ค-สุเทพ รับผิดชอบหากเสียงส่วนใหญ่เลือกพรรคการเมืองมากกว่าโหวตโน จากที่ก่อนหน้านี้นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้ารักประเทศไทย ได้โยนหินถามทางขอความเห็นกับประชาชนด้วยการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว @ชูวิทย์ No.5 ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับอนาคตการเมืองสำหรับตนนั้น ล่าสุดนายชูวิทย์ ได้โพสต์ข้อความประกาศพร้อมลงสมัครเลือกตั้งในวันที่ 2ก.พ. นี้ โดยเขาให้เหตุผลว่า เพื่อต้องการรักษากติกาของบ้านเมือง ไม่อยากให้คิดว่าเลือกข้างหรืออยู่ฝั่งใดฝ่ายหนึ่ง และไม่ได้ต่ออายุให้พรรคเพื่อไทย โดยระบุว่า "ผมได้ไตร่ตรองถึงการลงเลือกตั้งครั้งนี้อย่างถี่ถ้วน ว่าจะลงหรือไม่ลง?" หากผมไม่ลงเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าผมอยู่ฝั่งคุณอภิสิทธิ์ หรือ กปปส. หรือไปสนับสนุนให้คุณอภิสิทธิ์กระทำการนอกกติกา เพราะผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการแบบนี้ การที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้ง และคุณอภิสิทธิ์บอกว่า "พรรคที่ลงเลือกตั้งกลายเป็นผู้ต่ออายุให้ระบอบทักษิณ" ถือเป็นคำพูดที่เห็นแก่ตัว ยกตนข่มท่าน แบ่งแยกประชาชน ยกตัวเองเป็นเทพ และให้พรรคอื่นเป็นมาร พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรมีวิสัยมองผู้ที่คิดต่างจากตัวเองเป็นศัตรูเสียหมด เพราะในระบอบประชาธิปไตย ย่อมต้องรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ไม่นำเอาความคิดเห็นของตัวเองมาตัดสินว่าถูกต้องแต่เพียงผู้เดียว สามารถทำงานร่วมกับผู้คนหลากความคิด หลายอุดมการณ์ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่นำเอาความคิดเห็น หรืออุดมการณ์ของตัวเองเป็นใหญ่ บดบังเหยียดหยามผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับตัวเองไปเสียหมด แต่หากผมลงเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าผมไปต่ออายุให้ระบอบทักษิณแต่อย่างใด แม้ว่าผมเห็นว่าพรรคเพื่อไทยกระทำการโดยใช้เสียงส่วนมากหาประโยชน์ให้กับตัวเอง มองข้ามศรัทธาของประชาชน ใช้อำนาจของฝ่ายบริหารที่มีมากเกินไป สร้างความเสื่อมศรัทธาของประชาชนต่อระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่โต้แย้ง กลับเข้าข้างเห็นดีเห็นงาม คาดหวังผลประโยชน์ต่างตอบแทน ช่วยหนุนรัฐบาลให้กระทำการหยามต่อความเชื่อมั่นของประชาชนให้ลดน้อยถอยลง แต่ผมเห็นว่าบ้านเมืองต้องมีกฎกติกาใช้ยึดถือ เพื่อให้ทุกคนในสังคมปฏิบัติตาม ไม่อย่างนั้นจะถือว่าการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ได้อย่างไร? แม้ว่าการเลือกตั้งไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมด แต่อย่างน้อยยังได้ฟังเสียงของประชาชนซึ่งเป็นเสียงส่วนมากที่มีอำนาจอย่างแท้จริง เราไปคิดแทนประชาชนทั้งหมดไม่ได้ เพราะท้ายสุดนักการเมืองเป็นเพียงตัวแทน ไม่ใช่เจ้านายที่จะไปสั่งการ เราจึงต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านคะแนนเสียงในวันเลือกตั้ง และนำไปปฏิบัติ ผมจึงตัดสินใจว่าควรลงเลือกตั้ง แม้จะรู้ดีว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ อาจเกิดความวุ่นวายตั้งแต่วันรับสมัครไปจนถึงวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่ผมจำเป็นต้องรักษากฎกติกาของบ้านเมืองเอาไว้ จะทำตามอำเภอใจฝั่งใดฝั่งหนึ่งไม่ได้ หากท้ายสุด ผลการเลือกตั้งออกมาว่าประชาชนโหวตโนมากกว่า คุณสุเทพและคุณอภิสิทธิ์สามารถนำเอาความชอบธรรมจากคะแนนนี้ ไปอ้างอิงว่าเป็นเสียงส่วนมากอย่างแท้จริง ที่ต้องการให้คุณอภิสิทธิ์กับคุณสุเทพนำการปฏิรูปตามที่เสนอ แต่หากคนมาลงคะแนนเสียงมากกว่า โดยเลือกพรรคการเมืองที่ลงเลือกตั้งในครั้งนี้ คุณอภิสิทธิ์จะต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้ง และคุณสุเทพสมควรเลิกม็อบกลับบ้าน มันเป็นวิถีทางเดียว ที่จะหาทางออกให้กับเรื่องนี้ได้ MThai News

เพียงข้างหลัง - อ๊อฟ ปองศักดิ์ feat. เบน ชลาทิศ
THE ILLUSION OF LOVE /  อ๊อฟ ปองศักดิ์ / 

ดูมิวสิควีดีโอ เพียงข้างหลัง - อ๊อฟ ปองศักดิ์ feat. เบน ชลาทิศ เพียงข้างหลัง ความดีเด่นของเพลงนี้ คือการร้องเพลงสอดประสานของสองพลังเสียง เสียงหนึ่งทรงพลังและกว้างใหญ่ กับอีกเสียงที่นุ่มนวลแต่บาดลึก อ๊อฟชวนเบนมาร้องเพลงนี้ด้วยคำสัญญาเล็กๆท­ี่มีให้กัน ทั้งคู่กำลังเล่าเรื่องความรักของคนที่เจี­ยมเนื้อเจียมตัวด้วยท่าทาง แต่ความรักที่มีอยู่ข้างในนั้นยิ่งใหญ่และ­จริงจัง คุณจึงกำลังจะได้ฟังความขัดแย้งระหว่างสิ่­งที่ทำได้กับสิ่งที่ใจอยากทำ ว่าความเศร้าและภาพลวงของความรักจะเข้มข้น­แค่ไหน เนื้อเพลง เพียงข้างหลัง ศิลปิน อ๊อฟ ปองศักดิ์ Feat. เบน ชลาทิศ อัลบั้ม : The Illusion Of Love  คำร้อง /ทำนอง/ เรียบเรียง : ศรัณย์ วงศ์น้อย  -------------------------------------------------------------- (อ๊อฟ) กระวนกระวาย คิดถึงเท่าไหร่ก็ไม่ถึงเขา จะเป็นจะตายทุรนทุราย สุดท้ายก็เหงา ภาพเขานั้นทำเราเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องเก็บความรักนี้ไว้ในใจ (เบน) ข่มตาให้นอนกอดหมอนทุกคืน ต้องฝืนทุกครั้ง เธอคงรักใครที่ไม่ใช่เรา อย่าเอาแต่ฝัน อย่าไปคิดให้เกินตัว อย่าไปรักให้เปลืองใจ ยังไงก็คงไม่มีทาง (อ๊อฟ) ฉันได้แต่อยู่ใกล้เขา มุมที่เขาจะมองไม่เห็นฉันแล้วรำคาญ จะมีไหมสักวันหนึ่ง แววตาเธอนั้นจะเปลี่ยน สะท้อนภาพคนไกลไกลอย่างฉัน (เบน) ได้แต่มองเธอข้างหลัง ตรงที่เดิมอยู่ซ้ำซ้ำ ได้แต่ส่งใจไปรั้ง หวังให้เธอมองหันมา เป็นแค่เพียงคนคนหนึ่ง คนที่อยู่ข้างนอกสายตา แค่คนที่ธรรมดา ที่เธอมองข้ามไป (อ๊อฟ) ได้แต่มองเธอข้างหลัง ยิ้มให้เธอเพียงข้างหลัง คงต้องปิดตายความหวัง ฝังหัวใจที่ไม่กล้า เธอที่ดูจะเพียบพร้อม คงไม่ยอมที่จะหันมา ให้เสียเวลาฟังคำนี้ ฉันรักเธอ (เบน) ฉันได้แต่ อยู่ใกล้เขา มุมที่เขาจะมองไม่เห็นฉันแล้วรำคาญ (เบน,อ๊อฟ) จะมีไหมสักวันหนึ่ง แววตาเธอนั้นจะเปลี่ยน สะท้อนภาพคนไกลไกลอย่างฉัน… (อ๊อฟ) ได้แต่มองเธอข้างหลัง ตรงที่เดิมอยู่ซ้ำซ้ำ ได้แต่ส่งใจไปรั้ง หวังให้เธอมองหันมา เป็นแค่เพียงคนคนหนึ่ง คนที่อยู่ข้างนอกสายตา แค่คนที่ธรรมดา ที่เธอมองข้ามไป (เบน) ได้แต่มองเธอข้างหลัง ยิ้มให้เธอเพียงข้างหลัง คงต้องปิดตายความหวัง ฝังหัวใจที่ไม่กล้า เธอที่ดูจะเพรียบพร้อม คงไม่ยอมที่จะหันมา ให้เสียเวลาฟังคำนี้ (อ๊อฟ) ว่าฉันรักเธอ อยากอยู่ใกล้เธอ อยากจะฝืนและเดินเข้าไปเพียงสักครั้ง (เบน) เพียงสักครั้ง (เบน) ไม่อยากทักเธอ แค่ในใจ แต่จะฝืนได้สักเท่าไหร่ (เบน,อ๊อฟ) หัวใจได้แต่รอ (เบน) อยู่ตรงนี้… (เบน,อ๊อฟ) ได้แต่มองเธอข้างหลัง ตรงที่เดิมอยู่ซ้ำซ้ำ ได้แต่ส่งใจไปรั้ง หวังให้เธอมองหันมา เป็นแค่เพียงคนคนหนึ่ง คนที่อยู่ข้างนอกสายตา (นอกสายตา) แค่คนที่ธรรมดา ที่เธอมองข้ามไป ได้แต่มองเธอข้างหลัง ยิ้มให้เธอเพียงข้างหลัง (เพียงข้างหลัง) คงต้องปิดตายความหวัง ฝังหัวใจที่ไม่กล้า เธอที่ดูจะเพรียบพร้อม คงไม่ยอมที่จะหันมา ให้เสียเวลาฟังคำนี้ ฉันรักเธอ… ฉันรักเธอ… ฉันรักเธอ…

ทวงบัลลังก์คู่จิ้นในตำนาน! แท่ง-แหม่ม หวนคืนจอ!!
แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ /  แหม่ม คัทลียา / 

เรียกว่ากลับมาทวงบัลลังก์คู่จิ้นในตำนานกันเลยทีเดียว! สำหรับพระเอกหนุ่ม แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ กับนางเอกคู่ขวัญ แหม่ม คัทลียา ที่โคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในรอบ 10 ปีกับผลงานล่าสุด ละครซิทคอมเรื่อง เพราะมีเธอ ของค่ายเอ็กแซ็กท์ สมใจบรรดาแฟนคลับ แท่ง-แหม่ม ที่รอคอยอยากเห็นคู่จิ้นคู่นี้อีกครั้ง!! แท่ง "ไม่ได้เล่นละครด้วยกันมานานมากครับเป็น 10 ปี" แหม่ม "ถ้านับจากเรื่องแรกก็ 16 ปี เรื่องเพื่อเธอ และเรื่องสุดท้ายที่เล่นด้วยกันก็เรื่องรักแท้แค่ขอบฟ้า" แท่ง "กลับมาเล่นด้วยกันก็น่าจะต้องปรับกันเยอะครับ เพราะไม่รู้ฝีไม้ลายมือตอนนี้เป็นไงบ้าง มีการข่มกันเล็กน้อย" แหม่ม "คือเคยเล่นซิทคอมนานมากแล้ว ถือว่ากลับมาเริ่มใหม่หมดเลย ก็บอกพี่แท่งไว้ว่าฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะเป็นน้องใหม่ แกก็บอกว่าเป็นน้องใหม่ฝากเนื้อฝากตัวก็อย่าหือ พูดไรก็ต้องเชื่อฟัง ห้ามเถียง" แหม่ม "ยังไม่ถึงกับเคาะสนิม เพราะสนิมยังไม่ขึ้น เรายังคิดถึงการแสดงเสมออยู่แล้วค่ะ ก็เป็นสิ่งที่ชอบอย่างนึง แต่ก็อาจจะต้องลองปรับ อย่างที่บอกไม่เคยเล่นซิทคอมมาก่อน คือเคยเล่นนานมาแล้วและก็แปปเดียว จังหวะมันก็จะอีกแบบนึงไม่เหมือนกับละครยาว ก็อาจจะมีเคาะๆ บ้างนิดหน่อย อาศัยรุ่นพี่ที่เค้ามีฝีไม้ลายมือเชี่ยวชาญอยู่แล้วค่ะ" แหม่ม "วันนี้แฟนคลับก็มา น้องๆ เค้าก็ติดตาม โดยเฉพาะรุ่นเราที่ติดตามมาตั้งแต่สมัยละครเรื่องเพื่อเธอ ตอนนั้นก็จะเป็นรุ่นม.ปลาย ม.ต้น จนตอนนี้บางคนก็จบทำงานแต่งงานกันไปแล้ว ก็ยังรอคอยที่จะเห็นเราสองคนทำงานร่วมกันอีก" แท่ง "กลับมาทวงบัลลังก์คู่จิ้นในตำนานก็ได้มาทำงานร่วมกันอีก โอกาสดีก็คงจะสร้างความสุขอีกรูปแบบนึงให้กับท่านผู้ชมได้ชมกัน ไม่ได้คิดว่าจะโดดเด่นโด่งดังอะไรมาก แต่หวังว่าจะเป็นการมอบความสุขอีกครั้งนึงสำหรับแฟนๆ ที่รอคอยให้แท่งกับแหม่มได้เล่นละครด้วยกันอีกครั้งนึง จริงๆ ก็รออยู่เหมือนกันว่าจะเล่นโปรเจคไหนดีนะ คลาดกันไปคลาดกันมาหลายครั้ง บางทีมาตามเค้าก็ไม่มีเวลาบ้าง บางทีมาตามผมก็เล่นตัวบ้าง ในที่สุดก็ต้องเล่นด้วยกันเรื่องนี้ พี่บอยก็บอกว่าขอเถอะเจอกันสักทีนึง ก็เลยมาเป็นซิทคอมเรื่องนี้เพราะมีเธอครับ" แท่ง-แหม่ม แท่ง-แหม่ม แท่ง-แหม่ม แท่ง-แหม่ม แท่ง-แหม่ม ทีมนักแสดงซิทคอม เพราะมีเธอ

จรยุทธ์ ทร.57 ยกพลเข้าตีหาดนราธิวาส ถอดสมอเรืออ่างทอง กระจายกำลังยึดขลุงน้ำใต้
กองทัพเรือ /  ชายแดนภาคใต้ / 

จรยุทธ์ ทร.57 ยกพลเข้าตีหาดนราธิวาส ถอดสมอเรืออ่างทอง กระจายกำลังยึด ขลุงน้ำทะเล (ใต้) สุดแผ่นดินสยาม จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่สั่งสมมานานนับปี ยังคงบั่นทอนจิตใจสร้างความหวาดกลัวให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จึงเป็นเหตุผลให้หน่วยงานด้านความมั่นคง (ทหาร) จาก 3 เหล่าทัพของทุกหน่วยทั่วประเทศ ต้องลงพื้นที่ปฏิบัติงานดูแล ความสงบ ปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ของทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมแบ่งความรับผิดชอบเป็น ตำบล อำเภอ จังหวัด โดยหนึ่งในนั้นคือหน่วยงานของกองทัพเรือ ที่ต้องประจำการในพื้นที่ กระจายกำลังดูแลประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส จ.นราธิวาส ถือเป็นจังหวัดที่มีทะเล และอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงจำเป็นต้องมีกำลังรบทางน้ำ เพื่อป้องกันภัยแทรกซึมจากทางน้ำ แต่นั่นยังไม่พอ กองทัพเรือโดยหน่วยนาวิกโยธิน ยังทำงานในพื้นที่ ทั้งออกลาดตระเวน รวมทั้งประกอบกำลังรบย่อย ๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการฝึกปฏิบัติการในพื้นที่แบบเฉียบพลัน นี่จึงถือเป็นครั้งแรก ของเรือยกพลขึ้นบกลำใหญ่ลำแรกของไทยอย่าง “เรือหลวงอ่างทอง” ที่จัดทัพขนกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ พร้อมเรือรบ ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ยึดครองทะเลใต้ ก่อนเข้าตีหาดยึดเมือง ภายใต้การฝึกประจำปี 2557 นานกว่า 1 สัปดาห์เต็ม ที่หาดบ้านถอน กรมทหารราบที่ 3 รักษาพระองค์ กองพลนาวิกโยธิน จ.นราธิวาส หรือ กรม ร.3 พล.น.ย.นราธิวาส การฝึกได้มีการสมมุติสถานการณ์ว่า ประเทศแดง และ ประเทศน้ำเงิน (ไทย) มีความขัดแย้งเกี่ยวกับแหล่งผลประโยชน์ทางทะเลบนพื้นที่เหลื่อมทับ และได้มีการหาข้อยุติ ด้วยการดำเนินการทางด้านการทูต ต่อมาเมื่อการเจรจาทางการทูตระหว่าง ประเทศแดง และ ประเทศน้ำเงิน (ไทย) ไม่เป็นผล จึงได้มีการใช้กำลัง โดยเมื่อกำลังฝ่ายแดงยิงต่อต้านการยกพลขึ้นบก ดังนั้นทางเรือหลวงอ่างทอง ได้ทำการปล่อยรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV และ เรือระบายพล ที่บรรทุกยานเกราะล้อยาง แบบ BTR 3 E - 1 ออกจากท้ายเรือ โดยแบ่งกำลังออกเป็น 10 คลื่น คลื่นที่ 1 เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง/เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ จำนวน 2 เครื่อง คลื่นที่ 2 AAV จำนวน 8 คัน คลื่นที่ 3 LCVP กับกำลังพล ชุดชีวะนิวเคลียร์ คลื่นที่ 4 เฮลิคอปเตอร์แบบ MH605 และ S – 70 B ลำเลียงทหารราบ คลื่นที่ 5 LCU ลำเลียงเครื่องมือหนัง รถลำเลียง รถพยาบาล คลื่นที่ 6 LCM ลำเลียงปืน 105 มม. รถลาก คลื่นที่ 7 LCM ลำเลียง ปตอ. 40/60 รถลาก คลื่นที่ 8 LCM ลำเลียงรถ 2.5 ตัน คลื่นที่ 9 LCU ลำเลียงรถ 2.5 ตัน /รถฮัมวี คลื่นที่ 10 CCM ลำเลียงยานเกราะล้อยาง BTR 3 E – 1 โดยเมื่อคลื่นชุดที่ 3 ผ่านแนวออกตี ชุดปฏิบัติการพิเศษ จุดระเบิดหน้าหาด จากนั้น เฮลิคอปเตอร์แบบ MH605 และ S – 70 B เข้าโจมตีหลังคลื่นที่ 3 และเมื่อกำลังคลื่นที่ 3 เข้าแตะหาดได้ บนฝั่งเป็นหน้าที่ของหน่วยนาวิกโยธินที่ดำเนินการยุทธ์ เข้ายึดหาดจนสำเร็จ และสถาปนาหาด ถือเป็นการใช้ทักษะกำลังรบด้านยุทธการอย่างเฉียบพลัน ภายใต้สายตาของ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่ขนเหล่านายทหารชั้นผู้ใหญ่ ลงพื้นที่ดูการฝึกและให้กำลังใจกำลังพลในพื้นที่ด้วยตัวเอง พร้อมกล่าวกับกำลังพลใจความสำคัญว่า กำลังพลทุกคนคงทราบความหมายดีที่หาดบ้านถอน เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะจอมทัพไทย พร้อมสมเด็จบรมโอสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร ซึ่งทั้งสองพระองค์ได้ประทับที่แห่งนี้ เมื่อครั้งการรบยกพลขึ้นบก นาวิกโยธินมายังหาดบ้านถอน ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีกำลังของกองทัพเรือประจำที่จังหวัดนราธิวาส รวมถึงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉะนั้นพระองค์ท่าน ทรงมีพระราชดำรัสว่า ทหารเรือควรจะมาประจำอยู่ที่แห่งนี้ เพราะฉะนั้นจึงนำมาซึ่งการที่มาให้ทหารเรือรับสนองพระบรมราโชบายให้มาจัดตั้ง กรมทหารราบที่ 3 รักษาพระองค์ ในจังหวัดนราธิวาส เมื่อปี พ.ศ.2528 ขณะเดียวกัน หาดบ้านถอนเป็นหาดประวัติศาตร์ ของหน่วยนาวิกโยธินในกองทัพเรือ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากจอมทัพไทย เพราะฉะนั้นพื้นที้แห่งนี้ และพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางทหารเรือต้องดูแลให้ดีที่สุด สมอย่างที่พระองค์ท่านไว้วางพระราชหฤทัย ประกอบสถานการณ์ในปัจจุบัน ของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงมีเหตุการณ์ไม่สงบอยู่ ทหารเรือเมื่อได้มาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่นี้ ต้องดูแลความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ตนขอขื่นชมกำลังพลทุกคน ที่มาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและอันตราย ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ตามต้องมีการระวังตัวอยู่ตลอด แต่ถือว่าพวกเรายังมีขวัญกำลังใจที่ยอดเยี่ยม ทุกคนสมัครใจเข้ามาทำงานในพื้นที่นี้ ตนขอให้ทุกคนไม่ประมาท นี่ถือเป็นคำพูดของผู้บังคับบัญชาที่แสดงถึงความห่วงใยกำลังพลในพื้นที่ ที่ไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียของลูกน้อง กระนั้นการลงพื้นที่ของผู้บังคับบัญชา อีกทั้งการฝึกที่ยาวนานนับสัปดาห์ ถือเป็นการเสริมสร้างทักษะ รวมทั้งเป็นเครื่องการันตีความหึกเหิมให้เกิดความพร้อมตื่นตัวตลอดเวลาของกำลังพลในพื้นที่ ไม่ว่าจะเจอภัยคุกคามทั้งด้านใน หรือนอกประเทศก็ตาม     MThai News

คิมมินฮี กับผลงานการแสดงที่เสียน้ำตามากที่สุดในชีวิต No Tears For The Dead
Crying Man /  No Tears for the Dead / 

คิมมินฮี นักแสดงสาวมากความสามารถ ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในวงการภาพยนตร์เกาหลี ตอบรับคำเชิญของผู้กำกับ ลีจองบอม (The Man From Nowhere) ในผลงานภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่องใหม่ของเขาอย่าง No Tears For The Dead: กระสุนเพื่อฆ่า น้ำตาเพื่อเธอ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการพิสูจน์ฝีมือการแสดงของเธออีกขั้นหนึ่ง ในบทของ โมกุง นักธุรกิจสาวที่มีลมหายใจในการใช้ชีวิตไปวันวันหลังจากที่เธอต้องสูญเสียสามีและลูกสาวไปอย่างกระทันหัน เบื้องหน้าที่ดูแข่งแกร่งในบทบาทของนักธุรกิจแต่ในใจดูเศร้าและหดหู่จนไม่อาจจะบรรยายได้ “ ในเรื่องฉันรับบท โมกุง นักธุรกิจที่ดูเหมือนชีวิตจะเพียบพร้อมทุกอย่าง แต่จริงๆแล้วเธอแทบไม่เหลือความสุขในชีวิตเลยหลังจากที่สูญเสียสามีและลูกสาวไป เธอต้องข่มความทุกไว้ในใจเวลาต้องเผชิญหน้ากับผู้คน แต่เมื่อถึงบ้านเพื่อนสนิทของเธอคือน้ำตา ที่เต็มได้ด้วยความโศกเศร้าและหดหู่ ซึ่งเป็นความรู้สึกเพียงหนึ่งเดียวในการแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ฉันคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ฉันเสียน้ำตามากที่สุดในชีวิตของการเป็นนักแสดงก็ว่าได้คะ” No Tears For The Dead: กระสุนเพื่อฆ่า น้ำตาเพื่อเธอ ภาพยนตร์แอ็คชั่นสุดมันส์ที่ได้นักแสดงมากความสามารถคนใจคนไทยอย่าง แจงดองกัน นำแสดงในบทของนักฆ่าสุดเท่ห์ ที่ทำเรื่องผิดพลาดในอดีตจนทำให้ชีวิตเขาต้องมาพัวพันและปกป้อง โมกุง (คิมมินฮี) แทนที่จะเป็นการกำจัดเธอทิ้งตามใบสั่ง กระสุนนี้จะเปลี่ยนจากฆ่า เป็นปกป้องเธอ No Tears For The Dead: กระสุนเพื่อฆ่า น้ำตาเพื่อเธอ 24 กรกฎาคมนี้  เฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์

เผยนาทีปฏิบัติการค้นหา 'น้องแก้ม'
ข่าว น้องแก้ม /  ข่าว วันนี้ / 

เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เผย นาทีปฏิบัติการค้นหา "น้องแก้ม" เด็กหญิงผู้เคราะห์ร้าย เหยื่อพนักงานปูเตียงของการรถไฟ นายวสุพล หรือ เจี๊ยบ พุ่มพวง นามเรียกขานเพชรเกษม 02 เปิดเผยนาทีปฏิบัติการค้นหา น้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี เหยื่อ ไอ้เกมส์ พนักงานปูเตียงของการรถไฟ ว่า ภายหลังเวลา 21.10 น. ที่ได้รับแจ้งข่าวว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้และรับสารภาพว่า ได้ฆ่าข่มขื่นและโยนศพน้องแก้มทิ้งข้างทางช่วงสถานีวังพงศ์ถึงสถานีหัวหิน แต่จากการสอบถามไปยังมูลนิธิใกล้เคียงก็ไม่มีใครพบเห็น โดยเมื่อเวลา 00.15 น. ตนและนายกสมาคมจึงได้ปรึกษาหารือแนวทางการค้นหาน้องแก้ม โดยเวลา 00.30 น. ทางนายกสมาคมได้สั่งการเรียกอาสาสมัครมาร่วมทีมค้นหาทันที ต่อมาเวลา 01.00 น. ตน นายกสมาคม พร้อมกำลังอีกกว่า 40 นาย ได้เดินทางมาถึงทางตัดรถไฟบ้านเขาเต่าพร้อมอุปกรณ์ส่องสว่าง โดยการแบ่งกำลังออกเป็น 2 ทีม ซึ่งตนรับผิดชอบด้านฝั่งทิศตะวันออกของรถไฟ และทีมนายกสมาคมรับผิดชอบด้านทิศตะวันตก 01.30 น. กำลังพลทั้งหมดเริ่มปฏิบัติการค้นหา ระหว่างทางพบอุปสรรคมากมาย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่รถไฟสายใต้เดินทางมุ่งหน้ากรุงเพทมหานคร จึงต้องคอยหลบหลีกกันเป็นระยะ ทีมค้นหาเดินเท้าค้นหานานกว่า 1 ชั่วโมง ยังไม่พบความคืบหน้า ตนจึงเอ่ยปากพูดว่า "น้องแก้มพี่มารับน้องแก้มกลับบ้านแล้ว หากน้องแก้มอยากกลับบ้าน ขอให้พี่หาน้องแก้มพบแล้วกัน" เวลา 03.00 น. ทีมค้นหาเดินทางมาถึงจุดตัดรถไฟวนอุทยานปราณบุรี กำลังพลขอหยุดพักดื่มน้ำหลังเดินเท้าค้นหามากกว่า 6 กิโลเมตร เวลา 03.10 น. ทีมค้นหาเริ่มออกเดินทางต่อ และเมื่อเวลา 03.40 น. ปฏิบัติการค้นหาได้สิ้นสุดลง หลังจากได้เดินเท้าค้นหากันร่วมหลายชั่วโมง ตนได้สังเกตเห็นป่าข้างทางเป็นรอยราบจึงแหวกกิ้งไม้เอาไฟฉายส่อง ซึ่งพบร่างน้องแก้มลักษณะนอนคว่ำหน้าคุดคู้อยู่ในพงหญ้าห่างจากรางรถไฟประมาณ 2-3 เมตร โดยไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย สร้างความหดหู่ให้กับตนเป็นอย่างมาก ตนจึงวิทยุแจ้ง นายกสมาคมให้รับทราบทันที ก่อนนายกสมาคมจะขอผ้าขาวม้าของเลขาฯ มาคลุมศพน้องแก้ม เวลา 03.50 น. มูลนิธิสว่างไพศาลธรรมสถาน มูลนิธิเจ้าของพื้นที่ เดินทางมาถึง นายกสมาคมกู้ภัยเพชรเกษมหัวหินได้ให้รายละเอียดแก้เจ้าหน้าที่พร้อมส่งมอบให้กับเจ้าของพื้นที่เป็นอันสิ้นสุดปฏิบัติการค้นหา อย่างไรก็ตาม คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคดีนี้เป็นคดีที่สร้างความหดหู่ใจกับคนในสังคมยิ่งนัก พร้อมทั้งการค้นหาร่างของน้องผู้เสียหายจะไม่สามารถพบได้เลย หากขาดพวกเขาเหล่านี้ที่เป็นผู้ปฏิบัติการอย่างแท้จริง คนทำดีต้องได้รับการยกย่อง "เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน และอาสาสมัครทุกคน" ข่าวที่เกี่ยวข้อง แฉประภัสร์ โบ้ย ฆาตกรเป็นพนง.เอกชน พบแล้ว! ศพน้องแก้มด.ญ.13ปี พนง.รถไฟข่มขืนโยนทิ้งข้างทาง ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผู้ชายถือป้าย “อยากให้คดีข่มขืนถูกประหาร” ดาบสองคม โทษประหาร!! เหมาะสมหรือไม่กับคนร้าย “ฆ่าข่มขืน” ย้อนรอย ‘พันธุ์-เดชา’ นักโทษข่มขืน2รายสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิต ป้องกันจากภัยการโดนข่มขืน รู้ไว้ก่อนจะสาย

สบายๆ! ลอนน์สตอร์ม เทรนเนอร์อินดี้งัดสถิติโปลิศข่มวัวชน
กุนซือมาดเด็กแนว /  มิก้า ลอนน์สตอร์ม / 

มิก้า ลอนน์สตอร์ม กุนซือมาดเด็กแนวของเพื่อนตำรวจ ไม่คิดอะไรมาก ก่อนเกมเปิดบ้านรับ สงขลา ยูไนเต็ด งัดสถิติเกมในบ้านไม่เคยปราชัยต่อวัวชนทุกครั้งที่พบกัน ความเคลื่อนไหวก่อนเกมไทยพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์นี้ เพื่อนตำรวจ จะเปิดสนาม ม.ธรรมศาสตร์ (รังสิต) ต้อนรับการมาเยือนทีมดังจากแดนใต้ สงขลา ยูไนเต็ด ในวันที่ 4 เม.ย.57 เวลา 19.00 น. ล่าสุด มิก้า ลอนน์สตอร์ม เทรนเนอร์ขาสั้นขวัญใจเด็กแนว ออกมาเปิดเผยว่า ตนไม่กังวลอะไรมากกับเกมการแข่งขันนัดนี้ โดยของัดสถิติในการเล่นในบ้านยังไม่เคยพ่ายแพ้ต่อวัวชนแดนใต้ทุกครั้งที่พบกัน "ยอมรับว่าสปิริตทีมของผู้เล่นทุกคนนั้นเกินร้อยอยู่แล้ว ทำให้ผมไม่ต้องคิดกังวลอะไรมากมาย ที่สำคัญเชื่อว่านักเตะก็พร้อมที่จะคงสถิติการพบกันในบ้านระหว่างเพื่อนตำรวจ กับสงขลาฯ ไว้เช่นเคย" ส่วนของผู้เล่นตอนนี้คงยังไม่มีความเปลี่ยนแปลง คงจะยังเน้นชุดเดิมที่เปิดบ้านชนะสิงห์ท่าเรือ เป็นหลัก แต่อาจได้เห็น มิคาเอล เมอร์ซี่ ลงสนาม และทำหน้าที่ไล่ล่าตาข่ายเพิ่มความคมกริบให้กับทีม สำหรับสถิติ 4 นัดหลังของทั้งสองทีมที่เคยพบกันในลีก 17/08/2013 สงขลา ยูไนเต็ด 0-2 เพื่อนตำรวจ 21/04/2013 เพื่อนตำรวจ 1-1 สงขลา ยูไนเต็ด 18/08/2012 เพื่อนตำรวจ 2-0 สงขลา ยูไนเต็ด 30/05/2012 สงขลา ยูไนเต็ด 3-2 เพื่อนตำรวจ

ทายนิสัยจากปลายนิ้ว
ทายนิสัย

เป็นความจริงที่ยอมรับกันไปแล้วว่าแต่ละคนบนโลกใบนี้มีชุดลายนิ้วมือที่แตกต่างกันหมด ชาวจีนได้คิดค้นวิธีที่จะอ่านลักษณะพิเศษด้านบุคลิกลักษณะและโชคชะตาโดยการศึกษาริ้วคลื่นและวงกลมที่ปรากฏอยู่ที่ปลายนิ้วมือของทุกคน ซึ่งจริงๆแล้วเป็นที่เชื่อกันมาแต่โบราณว่านิ้วมือของหญิงที่จะมาเป็นลูกสะใภ้นั้นจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากตระกูลที่โด่งดังเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เผลอรับผู้หญิงที่มีลายนิ้วมือแบบสลับกันไปมาระหว่างวงกลมและริ้วคลื่น เพราะเชื่อกันว่าผู้หญิงที่มีลักษณะเช่นนี้จะนำปัญหามาสู่ตระกูล ควบคุมยาก และมักจะก้าวร้าวมาก เราจึงได้นำข้อบ่งชี้บางประการเกี่ยวกับโชคชะตาและบุคลิกลักษณะนิสัยตามลายวงกลมและริ้วคลื่นบนปลายนิ้วทั้งห้าในแต่ละมือมาให้คุณ ผู้ชายควรตรวจดูที่มือซ้าย  ขณะที่ผู้หญิงควรดูที่มือขวา ถ้าอยากรู้ว่าจะเป็นยังไงไป ทายนิสัยจากปลายนิ้ว กับทีนเอ็มไทยกันแลย ^^ ทายนิสัยจากปลายนิ้ว นี่คือสองรูปแบบที่แตกต่างกันของวงกลมและริ้วคลื่นที่เห็นได้จากทุกนิ้ว การอ่านให้เริ่มอ่านจากนิ้วโป้งก่อน แล้วค่อยไปที่นิ้วชี้ นิ้วก ลาง นิ้วนางและนิ้วก้อยตามลำดับ นี่คือลำดับที่บ่งบอกนัยเกี่ยวกับดวงชะตาและโชคลาภในชีวิตของคุณ เพื่อให้ง่ายต่อการอ้างถึงเราจะใช้ O แทนวงกลม และ W แทนริ้วคลื่น  แบบ: OOOOO (วงกลมทั้งหมด) ความหมาย: คุณเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง มีความหนักแน่นและอารมณ์ร้อน รักอิสระ ไม่ขึ้นกับใคร โชคของคุณนี้จะพลิกผันอย่างมากในช่วงชีวิต สิ่งที่เป็นบ่อนทำลายคุณก็คืออารมณ์ร้อนดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณต้องฝึกที่จะอดทนอดกลั้นและสงบสติอารมณ์เข้าไว้ แบบ: WWWWW (ริ้วคลื่นทั้งหมด) ความหมาย: คุณเป็นคนตรงไปตรงมา เปิดเผย ที่สามารถลื่นไหลไปตามสถานการณ์ นิ้วแบบนี้แสดงให้เห็นลักษณะของคนที่อ่อนไหวมาก และเหมาะกับงานออกแบบและงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ คนที่มีลายนิ้วมือแบบนี้ออกจะเป็นคนข ี้อายและรู้สึกอึดอัดเวลาอยู่ในแวดวงสังคม ดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ การเมือง หรืองานอะไรก็ตามที่จำเป็นต้องพบปะผู้คน แบบ: WOOOO ความหมาย: คุณเป็นคนที่มีจิตใจใสสะอาด ตราบเท่าที่คุณขยันทำงาน รับรองได้เลยว่าจะต้องประสบความสำเร็จแน่นอน ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนรีบร้อน ก็จะมีคนยื่นมือมาช่วยคุณตลอด คุณยังเป็นคนที่มีจิตใจดีงามอีกด้วย แบบ: OOOOW ความหมาย: เนื่องจากคุณเป็นอ่อนโยนและมีท่าทีที่สุภาพ คุณอยู่ในตัว คุณจึงมักจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ที่อายุมากกว่าหรือจากเพื่อนๆ คุณจะมีความสุขกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในชีวิตการทำงานของคุณ จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของคุณคือคุณไม่ยอมเชื่อใครง่ายๆ นี่จึงอาจทำให้คุณหัวโบราณเกินไป แบบ: OWWWO ความหมาย: ถ้าคุณสามารถเลือกอาชีพที่มีเกียรติ คุณจะประสบความสำเร ็จมาก อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรทะนงตัวมากเกินไป และต้องไม่ดูถูกอาชีพตัวเอง คุณยังต้องคอยระวังหลังไว้ให้ดี เพราะมีแนวโน้มว่าจะมีคนอิจฉาและหักหลังคุณ ให้มองถึงผลประโยชน์ระยะยาวเสมอ แบบ: OOOWW ความหมาย: คุณดูจะเป็นคนอารมณ์ร้าย และค่อนข้างที่จะด่วนตัดสินใจ ซึ่งเป็นทัศนคติที่ผิวเผินและอาจทำให้คุณเดินทางผิดได้ง่ายๆ ถ้าคุณสามารถแก้ไขได้ คุณจะประสบความสำเร็จอย่างมาก คุณมีศักยภาพอยู่แล้วดังนั้นเวลาจะทำอะไรลองทำใจให้เย็นลงหน่อย แบบ: OWWOW ความหมาย: คุณจะต้องทำงานหนักในช่วงต้นของการทำงาน เมื่อถึงวัยกลางคนหรือมากกว่านั้น คุณจะได้รับการยอมรับและร่ำรวย ดังนั้นยิ่งคุณอายุมากขึ้น โชคคุณก็จะยิ่งดีขึ้น แบบ: OWWWW ความหมาย: คุณมีคุณลักษณะที่ดีเพียงแต่ว่าจะประสบความสำเร็จจริงๆ ตอนอายุมากแล้วเท่านั้น ให้เตรียมตัวให้พร ้อมที่จะทำงานหนักมากๆ ในช่วงที่อายุยังน้อยและช่วงวัยกลางคน แล้วคุณจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จเมื่ออายุมากขึ้น แบบ: OWOWW ความหมาย: คุณจำเป็นที่จะต้องอดกลั้นต่อการมีจิตใจคับแคบในทัศนคติของคุณและวิธีที่คุณคิดหรือทำงาน ลองทำตัวให้อ่อนน้อมถ่อมตนลงและเรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณได้รับความช่วยเหลือที่มีอิทธิพลซึ่งจะนำคุณไปสู่จุดสูงสุดของธุรกิจและชีวิตการทำงาน แบบ: WOWWW ความหมาย: คุณมีทักษะทางสังคมที่ดีมาก ไม่ว่าคุณจะทำกิจการอะไร คุณก็จะชอบที่จะลองเสี่ยงและคุณมักจะเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนเสมอ แต่จงระวัง ในช่วงหลังของชีวิตอาจจะมีเรื่องท้าท้ายมากขึ้น จงเสี่ยงให้น้อยลงเมื่อคุณอายุมากขึ้น แบบ: WWOWW ความหมาย: คุณเป็นคนที่มีทัศนะกว้างไกลและมีภาระรับผิดชอบมาก จงระวัง ทัศนะของคุณอาจ อาจทำให้คุณตกที่นั่งลำบาก อยู่บนพื้นฐานเหตุผลให้มากกว่านี้จะดีกว่า แล้วชีวิตคุณจะยิ่งประสบความสำเร็จมากขึ้นไปอีก แบบ: WOWOW ความหมาย: คุณเป็นคนที่ควบคุมหรือชักจูงไม่ได้ง่ายๆ เพราะคุณเป็นคนดื้อรั้น หากคุณสามารถมุ่งความสนใจไปยังสิ่งที่คุณต้องการในชีวิตได้ คุณก็จะประสบความสำเร็จ แต่ปัญหาก็คือคุณเป็นคนเอาแน่เอานอนไม่ได้และคลุมเครือในสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริงในชีวิต แบบ: OWOOW ความหมาย: คุณเป็นคนมีคุณธรรมและเป็นคนจิตใจดี คุณมีแนวโน้มที่จะเป็นที่พึ่งของผู้ร่วมงานและเพื่อนฝูง ดังนั้นคุณจึงเป็นที่ชื่นชอบ เนื่องจากคุณเป็นคนที่คิดอะไรลึกซึ้งและมีความละเอียดอ่อนต่อผู้อื่น คุณจะมีความสุขกับความสำเร็จในงานด้านความคิดสร้างสรรค์ แบบ: OOWOO ความหมาย: คุณเป็นคนกล้าหาญและทำงานหนัก คนมากมายต่างก็ไว้ใจคุณตั้ งแต่คุณอายุยังน้อย แต่ถ้าคุณไม่รักษาชื่อเสียงของคุณไว้ คุณอาจจะสร้างศัตรูขึ้นเมื่อคุณก้าวหน้าและชีวิตจะยากลำบากมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แบบ: WWWOW ความหมาย: คุณเป็นคนฉลาดมากและจะมีความสุขกับเกียรตินิยมหลายๆ ใบ คุณจะมีชีวิตที่ราบรื่นและได้มีโชคด้านความมั่งคั่ง ถ้าคุณทำงานหนักได้ คุณจะเป็นคนที่ยอดเยี่ยมและประสบความสำเร็จคนหนึ่ง แบบ: WWOWO ความหมาย: คุณมีชีวิตที่ขึ้นๆ ลงๆ ตลอดทั้งชีวิต ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณสามารถก้าวไปทีละขั้นอย่างมั่นคงได้ คุณจะมีความสุขกับชีวิตอันสงบสุขเมื่อคุณเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว แบบ: OWOWO ความหมาย: คุณมีสติปัญญาหลักแหลมหาใครเทียบได้ยาก คุณทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม คุณเป็นคนที่มีลักษณะก้าวร้าวมากและดูข่มผู้อื่น ถ้าคุณแก้ไขตรงนี้ได้คุณจะท ะยานไปได้สูง แบบ: OWOOO ความหมาย: คุณมีจิตใจดีและเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย คุณไม่เก่งด้านการทำธุรกิจ แต่คุณจะเป็นครูที่ดีหรือเป็นได้แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิ วิญญาณ คุณจะมีความสุขกับความสำเร็จในโลกวิชาการ แบบ: WWWWO ความหมาย: คุณจะได้รับธุรกิจหรือมรดกตกทอดจากบิดามารดาของคุณหรือจากผู้ที่อายุมากกว่า ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่มีฝีมือและสามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจของตัวเองได้ แต่ความใจร้อนที่คุณมีอาจทำให้คุณลำบากได้ไม่น้อย แบบ: WWWOO ความหมาย: คุณเป็นคนจิตใจดีและจะมีคนดีๆ เข้ามาในชีวิตคุณ เพราะคุณดึงดูดคนเหล่านี้เข้ามาหาคุณ ทำงานให้หนักแล้วคุณจะเก็บเกี่ยวสิ่ตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อมาได้อย่างง่ายๆ คุณจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน แบบ: OOWWW  ความหมาย: คุณเป็นคนตรงมากคนหนึ่ง แต่ความคิดของคุณค่อนข้างจะเหมือนซื่อและไม่ลึกซึ้ง แม้ว่าคำแนะนำของคุณจะดี แต่ถ้าคุณไม่คิดให้ดีก่อนในสิ่งที่คุณพูด คุณก็ไม่ต้องแปลกใจถ้าคนอื่นดูจะมองข้ามความคิดเห็นของคุณ คำพูดของคุณมีพลังไม่เพียงพอ แบบ: WOOWW ความหมาย: คุณเป็นคนที่น่าเชื่อถือและมีนิสัยรักสงบ ดังนั้นคุณจึงเป็นคนที่สามารถประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เพราะความทะนงตัวของคุณเองอาจทำให้คุณไปล่วงเกินผิดคนเข้า แบบ: OOWWW ความหมาย: คุณมีนิสัยหยิ่งทะนงและวางมาด แม้ว่าลึกลงไปแล้วคุณเป็นคนที่มีจิตใจงดงามคนหนึ่งเลยทีเดียว อย่างไรก็แล้วแต่ คุณต้องปรับปรุงทักษะด้านสังคมให้ดีขึ้น ญาติๆ คุณดูมีแนวโน้มที่จะตักตวงผลประโยชน์จากคุณ แบบ: OWWOO ความหมาย: คุณจะเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียง แม้ว่าชีวิตคุณดูเหมือนจะไม่มั่นคงในช่วงแรกของการทำงาน และคุณจำเป็นต้องทำงานหนักในช่วงอายุสามสิบ แต่เมื่อถึงช่วงที่คุณเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ชีวิตคุณจะดีขึ้นเรื่อยๆ แบบ: OOWOW ความหมาย: คุณเป็นคนที่มีจิตใจสูงส่ง สามารถที่จะมองเห็นและคว้าโอกาสต่างๆ มาได้ คุณเหมาะสมที่สุดที่จะทำงานด้านการเงินและการลงทุน โชคของคุณจะดีขึ้นเมื่อคุณอายุมากขึ้น แบบ: WOOWO ความหมาย: คุณเป็นคนง่ายๆ แต่มีเหตุมีผล ถ้าคุณสามารถมุ่งความสนใจไปที่พื้นฐานของชีวิตและค่อยๆ ไต่บันไดแห่งความสำเร็จไปทีละขั้น โดยไม่ใจร้อนเกินไป คุณจะได้ประโยชน์จากโชคด้านความมั่งคั่งและได้รับความเคารพจากผู้คน แบบ: WOWWO ความหมาย: คุณเป็นคนคิดอะไรลึกซึ้ง เมื่ออายุยังน้อย คุณก็เตรียมคิดถึงอนาคตของคุณแล้ว คุณจะมีความสุขกับช ีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุข นั่นคือคุณจะมีความสุขมากในวัยชรา แบบ: WWOOW ความหมาย: คุณเป็นคนที่มีความสามารถมากคนหนึ่ง แต่มีแนวโน้มว่าคุณจะขาดวิจารณญาณที่ดี และยังดูเหมือนว่าคุณจะเป็นคนที่เริ่มอะไรแล้วไม่นานก็หมดความสนใจ จงมีความแน่วแน่ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จ แบบ: OOWWO ความหมาย: คุณเป็นคนน่าซื่อตรงและน่าเชื่อถือมาก คุณแทบไม่มีแรงกระตุ้นที่จะร่ำรวยหรืออยากได้ทรัพย์สมบัติเลย แต่ระวังเอาไว้ ถ้าคุณไม่รู้จักดูแลตัวเอง คุณอาจจะถูกหลอกและถูกผู้อื่นเอาเปรียบได้ง่ายๆ แบบ: WOOOW ความหมาย: คุณเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมาและเข้าหาผู้อื่นอย่างเปิดเผย คุณมีความเด็ดเดี่ยวและขี้เล่น แต่คุณก็อาจจะทำให้คนอื่นไม่พอใจได้ง่ายๆ ถึงอย่างไรคุณก็ยังโชคดีเพราะเมื่อคุณถึงวัยกลางคน คุณจะขึ้นไปสู่สถานะที่โดดเด่น และโชคของคุณจะเ ปลี่ยนไปเป็นดียิ่งขึ้นไปอีก แบบ: WOWOO ความหมาย: คุณเป็นคนที่ชอบเข้าสังคมมากและคุณชอบใช้ชีวิตอิสระ ออกไปเที่ยว ปาร์ตี้ และงานสังสรรค์ เมื่อคุณเข้าสู่วัยกลางคน คุณจะได้อาศัยความช่วยเหลือสนับสนุนของผู้อื่น แต่คำเตือนก็คือ ถ้าคุณไม่เตรียมตัวไว้ให้ดี คุณอาจจะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในวันข้างหน้า แบบ: OOOWO ความหมาย: คุณมีทักษะทางด้านสังคมที่ดี คุณจึงมักจะได้รับคำชี้แนะและการช่วยเหลือจากผู้มีอิทธิพล ผู้คนมากมายจะช่วยให้คุณก้าวขึ้นมามีความโดดเด่น และโชคของคุณจะยอดเยี่ยมในปีหลังๆ จาก "ดวงชะตาและอุปนิสัยเฉพาะตัวจากปลายนิ้ว"

ละครล่ารักสุดขอบฟ้า , เรื่องย่อล่ารักสุดขอบฟ้า
ล่ารักสุดขอบฟ้า /  เรื่องย่อละคร ล่ารักสุดขอบฟ้า / 

ล่ารักสุดขอบฟ้าบทประพันธ์ : คนหลังม่าน บทโทรทัศน์ : ละลิตา ฉันทศาสตร์โกศลกำกับการแสดง : ธีระศักดิ์ พรหมเงิน ความรักระหว่างองครักษ์หนุ่มจากต่างแดนกับราชนิกูลสาวไทยจอมเฮี้ยวที่เกือบจะกลายเป็นเส้นขนาน เพราะหน้าที่และความภักดีต่อแผ่นดิน การคัดตัวราชองครักษ์ประจำปีของประเทศรายา ประเทศที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ใกล้กับประเทศอินเดียและจีนกำลังเริ่มขึ้น ตามธรรมเนียม องค์รัชทายาทจะต้องทรงเข้าร่วมประลองในรอบสุดท้าย เพื่อวัดฝีมือกับผู้ได้รับการคัดเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งการประลองก็เป็นไปอย่างราบรื่น องค์รัชทายาทภายใต้ชุดเกราะและหน้ากากสามารถเอาชนะได้อย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องของผู้เข้าชมการแข่งขัน มีเพียงองค์ราชาอินทราเท่านั้นที่ทรงทราบว่า แท้จริงผู้เข้าประลองคือ คามิน องครักษ์หนุ่ม ผู้ที่ทรงให้ความไว้วางใจให้ถวายการดูแล เจ้าชายมาคี รัชทายาทผู้ซึ่งต้องสืบต่อราชบัลลังก์จากนี้ในไม่ช้า หน้าที่ของคามิน นอกจากคุ้มครองเจ้าชาย ยังต้องเป็นตัวแทนของเจ้าชายไปทำราชกิจต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากองค์ราชา โดยมีสินธรทหารองครักษ์คู่ใจที่จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์และศรัทธาคามินอย่างที่สุดเป็นมือขวา คามินเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่เคยมีผู้ใดรู้ประวัติที่แน่ชัด บ้างก็ว่าพ่อแม่ของคามินเป็นมหาดเล็กของพระราชาอินทรา และเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตระหว่างตามเสด็จไปเยี่ยมราษฎร บ้างก็ว่าแม่ของคามินเป็นนางรำท้องลูกไม่มีพ่อ จึงฆ่าตัวตายหนีความอับอายและทิ้งลูกไว้ ซึ่งคามินไม่เคยสนใจที่จะสืบหาประวัติตัวเอง เพราะมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ที่จะถวายชีวิตเพื่อความจงรักภักดีต่อราชาอินทรา ที่ได้ชุบเลี้ยงเขามาแต่เยาว์วัย ราชาอินทราทรงหนักใจกับเจ้าชายมาคีซึ่งมีอุปนิสัยไม่เอาถ่าน ไม่ยอมสนใจศึกษางานราชกิจใดๆ คามินแทบจะต้องทำงานแทนทุกอย่าง แม้แต่เวลาที่มาคีไปมีสัมพันธ์กับสาวๆ คามินก็ต้องตามไปแก้ปัญหาให้ จนถูกสาวพวกนั้นตามตื๊อซะเอง กว่าจะสลัดหลุดไปได้ คามินก็ต้องแกล้งทำเป็นเกย์ ที่สำคัญ นายพลวิฑูร ผู้กุมอำนาจใหญ่ในวังก็คิดจะรวบอำนาจทางอ้อมด้วยการยกหฤทัย บุตรสาวให้เป็นชายาของเจ้าชายมาคี โดยมีพระนางสาวิตรี มเหสีของพระราชาให้การหนุนหลัง เนื่องจากทรงเป็นญาติกับนายพลวิฑูร พระนางสาวิตรีเองก็ไม่ค่อยชอบคามินนัก เพราะขณะที่เจ้าชายเป็นคนหยิบหย่งไม่เอาไหน แต่คามินกลับมีความสามารถทั้งบู๊และบุ๋น อบอุ่น มีวาทศิลป์ จนกลายเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านและคนรอบข้าง รวมทั้งราชาอินทราที่ทรงรักคามินเหมือนโอรสของพระองค์ เพื่อคานอำนาจของนายพล ราชาอินทราตัดสินใจหาทางออกด้วยการให้เจ้าชายมาคีอภิเษกกับหญิงต่างแดน และผู้หญิงที่เหมาะสมผู้นั้นก็คือ มัทนา สาวชาวไทยที่พระราชาได้แอบหมั้นหมายไว้กับธรรมรัตน์ บิดาของมัทนานั่นเอง ธรรมรัตน์เป็นพระสหายสนิทของพระราชามาตั้งแต่สมัยที่พระองค์มาศึกษาร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย และที่สำคัญที่สุด ธรรมรัตน์เป็นผู้กุมความลับของพระราชา และชาติกำเนิดที่แท้จริงขององครักษ์คามินมาตลอด 26 ปี!! นายพลวิฑูรและพระมเหสีสาวิตรีก็พากันคัดค้านเรื่องการเลือกสาวไทยมาเป็นพระชายา แต่ราชาอินทราให้เหตุผลว่าประเทศรายาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร การผูกสัมพันธ์กับนักธุรกิจระดับเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมอย่างธรรมรัตน์ จะสามารถนำวิทยาการที่ทันสมัยเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ ราชสภาต่างพากันสนับสนุน ทำให้นายพลวิฑูรยอมล่าถอย ราชาอินทราจึงมีคำสั่งให้องครักษ์คามินเดินทางไปเมืองไทย ธรรมรัตน์พ่อของมัทนากินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อราชาอินทราแจ้งข่าวว่าจะส่งคนมารับตัวมัทนาไปอภิเษกกับเจ้าชายที่ประเทศรายาตามคำสัญญา เพราะมัทนาลูกสาวไม่มีคุณสมบัติกุลสตรีที่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเลยแม้แต่น้อยนิด คามินเดินทางไปเมืองไทยทันทีโดยมอบหมายให้สินธรคอยดูแลอารักขามาคีแทน ในงานเลี้ยงฉลองรับปริญญาของมัทนา ม.ร.ว.มาณวิกาได้ทำการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับมัทนา บุตรสาว จนงดงามโดดเด่นดั่งเทพธิดาสมกับเป็นเชื้อสายราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ เพื่อเปิดตัวกับผู้คนในสังคมชั้นสูง แต่มาณวิกาต้องหน้าแตกและอับอายอย่างแรง เมื่อมัทนาออกมาเดินแบบโชว์พร้อมกับฟันที่เหยินเหมือนแก้วหน้าม้า พอๆ กับธรรมรัตน์ที่แทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินเพราะองครักษ์คามินมาถึงในวันนั้นพอดี ระหว่างที่ทุกคนมัวแต่สนใจมัทนา มือปืนลึกลับปรากฏตัวขึ้นยิงใส่ธรรมรัตน์ เป็นจังหวะที่มัทนากำลังวิ่งเข้าหาพ่อแม่ องครักษ์คามินกระโจนเข้าช่วยเหลือ ผลักมัทนาพ้นวิถีกระสุน ไล่ล่ายิงสู้กับมือปืนจนหลุดไปจากบริเวณงาน ซึ่งคามินก็ต้องตกใจมากเมื่อพบว่ามัทนาซิ่งมอเตอร์ไซด์ออกมาทั้งชุดสวยงามเพื่อไล่ล่าเช่นกัน มือปืนหลบหนีไปได้ธรรมรัตน์และมาณวิกาขอร้องให้คามินช่วยปกปิดเรื่องความก๋ากั่นของมัทนาเอาไว้ก่อน โดยจะพยายามเปลี่ยนแปลงมัทนาให้เป็นกุลสตรีให้ได้ แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะรูปถ่ายของมัทนาในสภาพแก้วหน้าม้าหลุดรอดไปถึงมือเจ้าชายมาคีที่รายา เจ้าชายรับไม่ได้กับหน้าตาอันสุดแสนจะขี้ริ้วขี้เหร่ของมัทนา จึงโทรศัพท์มายืนยันเสียงหนักแน่นกับองครักษ์คามินว่า หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ แถมยังบังคับให้องครักษ์คามินหาทางล้มเลิกการอภิเษกให้จงได้ ทำให้คามินหนักใจมาก เพราะในขณะเดียวกันก็ถูกกำชับจากองค์ราชาให้เตรียมการให้มัทนาเป็นเจ้าสาวให้ได้ เพราะองค์ราชาเคยพบกับมัทนาเทื่อตอนที่เริ่มเป็นสาวและแน่ใจว่ามัทนาไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วอย่างอย่างแน่นอน แท้จริงมัทนา เป็นเด็กสาวหัวสมัยใหม่ น่ารัก ร่าเริง สดใส ซุกซน รักความตื่นเต้น ชีวิตไม่เคยสัมผัสกับความทุกข์ ความยากลำบากใดๆ ชอบเล่นกีฬาผาดโผน ทั้งบันจี้จัมพ์ กีฬาทางน้ำต่างๆ เข้ากลุ่มเล่นร่มร่อน ปั่นจักรยานมาราธอน เล่นเอา ม.ร.ว.มาณวิกาปวดเศียรเวียนเกล้าที่ไม่สามารถฝึกลูกให้เป็นกุลสตรีได้ทุกกระเบียดนิ้วอย่างที่หวัง แม้จะพยายามหาคู่ที่ทัดเทียมเสมอศักดิ์กัน ผู้ชายเหล่านั้นก็โดนมัทนาพาไปรับน้องเล่นกีฬาผาดโผนจนขวัญหนีดีฝ่อกระเจิดกระเจิงกันไปหมด ต่างจากมินตรา บุตรสาวบุญธรรม ที่ได้ดั่งใจทุกอย่าง มินตราเป็นลูกสาวของพี่เลี้ยงของ ม.ร.วมาณวิกา ที่ป่วยตายและทิ้งลูกไว้ให้มาณวิกาช่วยดูแล มินตราเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมในทุกด้าน กิริยางดงาม งานบ้านงานเรือนไม่เคยบกพร่อง มินตราต้องการอยู่เหนือกว่ามัทนา เพราะมีปมในใจที่ตัวเองเป็นแค่ลูกคนรับใช้ มินตราจึงคอยเอาใจประจบประแจงมาณวิกาและธรรมรัตน์ จนมาณวิกาหลงรักรับเป็นลูกบุญธรรม โดยไม่มีใครมองออกว่าหญิงสาวผู้อ่อนหวานคนนี้ภายในเต็มไปด้วยความริษยาอันรุนแรง แม้แต่รูปแก้วหน้าม้าของมัทนา มินตราก็เป็นคนแอบส่งไปให้เจ้าชายมาคีเพราะอิจฉาที่มัทนาจะได้เป็นพระชายา มัทนาไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชาย จึงพยายามแสดงตนว่าไม่ใช่กุลสตรีต่อหน้าคามิน และใช้มุกเดิมพาคามินไปกลั่นแกล้งให้ขวัญหนีดีฝ่อ คามินแกล้งไม่รู้ทันมัทนา เพราะต้องการเรียนรู้ว่ามัทนาเป็นคนอย่างไรกันแน่ มัทนาโอ้อวดความสามารถในเชิงกีฬาผาดโผนเพื่อข่มคามิน แรกๆ คามินแกล้งแพ้ มัทนาได้ใจ จึงให้เหมันต์ เพื่อนหนุ่มตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่แอบหลงรักมัทนา ช่วยสืบให้ว่าจะเอาชนะคามินได้ยังไง ในที่สุดเหมันต์ก็แนะนำให้มัทนาแข่งเจ็ทสกี เพราะภูมิประเทศของรายาเป็นภูเขา ยังไม่เจริญเท่าประเทศตะวันตก คามินคงไม่ชำนาญเจ็ทสกี มัทนารีบยื่นคำท้าต่อคามิน โดยให้เงื่อนไขว่าหากคามินสามารถเอาชนะได้ มัทนาจะยอมเข้าคอร์สฝึกความเป็นกุลสตรีตามแบบฉบับของประเทศรายา และเดินทางไปอภิเษกกับเจ้าชายแต่โดยดี องครักษ์คามินรับคำท้า ทั้งสองแข่งขันกันโดยมีเหมันต์และมินตรามาเป็นกรรมการ เหมันต์ต้องการให้มัทนาชนะจึงแอบทำให้เจ็ทสกีของคามินเกิดปัญหาระหว่างแข่งขัน แต่คามินรู้ทันและสามารถแก้ปัญหา เร่งเครื่องจนเกือบจะเอาชนะมัทนา ขณะที่มัทนามุ่งแต่จะเอาชนะคามินจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ คามินต้องเป็นฝ่ายช่วยมัทนา ทำให้มัทนารู้ว่าคามินฝีมือระดับเทพ คามินยังคุยทับว่าเจ้าชายมาคีเก่งกว่าเขาหลายสิบเท่า มัทนาจำเป็นต้องรักษาสัจจะยอมให้คามินฝึกการปฏิบัติตัวตามประเพณีของประเทศรายาอย่างไม่เต็มใจ ส่วนมินตราก็พึงพอใจในความหล่อเท่สุดๆ ขององครักษ์คามิน พยายามหาทางตีสนิทอยู่ตลอดเวลาที่มีโอกาส มัทนาไม่ปรารถนาจะแต่งงานจึงแกล้งหลอกองครักษ์คามินว่าตัวเองเป็นโรคเกลียดผู้ชาย (Male Phobia: โรคกลัวผู้ชายแบบไร้เหตุผล) เพราะถูกมาณวิกาเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด เหมันต์ก็ร่วมช่วยโกหกอีกทางว่ามัทนาเคยถูกผู้ชายจูบแล้วหายใจไม่ออกเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ทุกวันนี้ยังต้องไปหาหมอทางจิตเพื่อรับการรักษาอยู่ตลอด ส่วนมินตราก็แอบให้ข้อมูลคามินว่ามัทนาชอบก่อกวนผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบจนหนีเตลิดไปหมด เพราะมัทนาเกลียดผู้ชาย คามินไม่ปักใจเชื่อพยายามค้นหาความจริง แต่ก็ยังจับผิดมัทนาไม่ได้ อสิต คู่แข่งทางธุรกิจของพ่อมัทนา เกิดความแค้นที่พ่อมัทนากำลังจะแย่งซื้อที่ดินผืนใหญ่ จึงส่งมือปืนมาตามเก็บธรรมรัตน์พ่อของมัทนา แต่โชคดีที่คามินมาช่วยได้ทันการ และในเหตุการณ์นี้เองทำให้คามินกับมัทนาจูบกันโดยไม่ตั้งใจ มัทนาอ่อนระทวยในวงแขนของคามินโดยไม่มีอาการหายใจไม่ออกอย่างที่เหมันต์เคยช่วยมัทนาโกหกไว้ ทำให้คามินรู้ได้ทันทีว่ามัทนากุเรื่องขึ้นทั้งเพ แม้ความจริงจะถูกเปิดเผย แต่เรื่องกลับวุ่นวายหนักขึ้นเมื่อ ทั้งคู่แอบมีใจให้แก่กันแต่ต้องพยายามเก็บงำความรักไว้ในใจอุปสรรคขององครักษ์คามินยังมีเข้ามาไม่หยุดหย่อน เมื่ออัคนี ลูกชายคนเก่งของอสิตพยายามตามจีบมัทนาเพื่อโชว์ความเจ๋งของตัวเอง แต่โดนมัทนาทำให้อับอายขายหน้า จึงเกิดความแค้นตามนิสัยของคนที่แพ้ไม่เป็น จึงคิดจะฉุดมัทนาไปเป็นเมียให้ได้ คามินเข้าขัดขวาง ทำให้อัคนียิ่งเสียหน้าและแค้นคามินไปด้วย ขณะที่มัทนาแอบประทับใจในความเก่งกล้าสามารถของคามินมากยิ่งขึ้นทุกที มัทนาเริ่มรู้สึกรักคามินมากขึ้นจนไม่อยากแต่งงานกับเจ้าชายมาคี จึงระบายความในใจที่มีต่อคามินให้มินตราฟัง โดยหารู้ไม่ว่ามินตราก็แอบหลงรักองครักษ์คามินอยู่เช่นกัน มินตราทำเป็นห่วงใยมัทนา ให้มัทนาตัดใจจากคามินเสีย ส่วนตัวเองก็ตามเอาใจใส่คามินในฐานะแขกคนสำคัญของครอบครัว มาณวิกาแม่ของมัทนาก็สนับสนุนมินตราจนออกนอกหน้า เพราะอยากได้ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบอย่างคามินมาเป็นเกี่ยวดองเป็นญาติ ขณะเดียวกันมินตราก็ยังริษยากลัวมัทนาได้ดิบได้ดีเหนือตน จึงคอยส่งข้อมูลแย่ๆ ที่เกี่ยวกับมัทนาให้เจ้าชายมาคีอยู่เรื่อยๆ เล่นเอาเจ้าชายขนหัวลุกไม่อยากแต่งงานกับมัทนาท่าเดียว ราชาอินทราเห็นท่าจะไปกันใหญ่จึงบังคับให้โภคิน กรมวังผู้จงรักภักดีพาเจ้าชายมาคีมาเมืองไทยเพื่อให้เจ้าชายเห็นมัทนากับตา เมื่อโภคินและเจ้าชายเดินทางมาถึงเมืองไทย โภคินได้บอกเรื่องที่มีคนลึกลับคอยสร้างภาพมัทนาในทางลบ ทำให้ธรรมรัตน์สงสัยว่าจะเป็นฝีมือเล่นไม่ซื่อของอัคนีที่ตามตอแยมัทนาไม่ลดละ มัทนาทำตัวเรียบร้อยน่ารัก ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับคามิน ทำให้มาคีถึงกับตกหลุมรักมัทนาในนาทีแรกที่เห็น พร่ำเพ้อพรรณนากับองครักษ์คามินว่ามัทนาคือที่สุดในใจตั้งแต่เจอผู้หญิงในโลกนี้มา คามินต้องสะกดเก็บความปวดแปลบใจไว้ เมื่อราชาอินทราเดินทางกลับไปประกาศหมายกำหนดการแต่งงานที่รายา สร้างความไม่พอใจให้กับนายพลวิฑูรเป็นอย่างมาก จึงเร่งรีบส่งทหารคนสนิทไปเมืองไทยเพื่อเด็ดชีวิตมัทนา แต่มัทนาอาศัยความฉลาดปราดเปรียวเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด ยิ่งทำให้เจ้าชายมาคีเกิดความประทับใจจึงเร่งเวลาการแต่งงานให้เร็วขึ้นมาอีก มัทนาไม่อยากแต่งงานจึงตัดสินใจหนี มินตราซึ่งไม่อยากเห็นมัทนาได้ดีอยู่แล้วจึงแกล้งเห็นดีเห็นงามอาสาช่วยมัทนาหลบหนี คามินตามไปทันและดุว่ามัทนาทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต จะทำให้พ่อแม่ของมัทนาเดือดร้อนไปด้วย และอาจนำความขัดแย้งมาสู่ทั้งสองประเทศ มัทนาระเบิดความในใจว่าที่หนีเพราะรักคามิน ถ้ารักใครแล้วก็จะรักคนนั้นไปจนวันตายจะไม่ขอแต่งกับผู้ชายคนไหน เล่นเอาคามินถึงกับช็อกที่มัทนามีใจตรงกัน แต่คามินต้องตัดใจเลือกความภักดี จึงปลอบโยนมัทนาให้ยอมเดินทางไปประเทศรายาก่อน แล้วค่อยไปแก้ปัญหากันที่นั่น หญิงสาวยอมเชื่อฟังวาทศิลป์ของคามิน จึงยอมไปแต่โดยดี แต่พอทั้งหมดเดินทางถึงรายา คามินกลับทำตัวเหมือนคนแปลกหน้าไม่เหมือนตอนอยู่เมืองไทย แถมยังพยายามสร้างภาพว่าตนเองมากรักหลายใจ ด้วยการพาสนมกำนัลในรายามาค้างคืนที่ที่พัก เพื่อหวังให้มัทนาเกลียดและตัดใจจากตนเสีย ขณะที่พระนางสาวิตรีก็แสดงท่าทีรังเกียจมัทนา พยายามกลั่นแกล้งให้ทุกคนเห็นว่ามัทนาไม่คู่ควรกับตำแหน่งมเหสี โดยมีลูกคู่คือหฤทัย ส่วนนายพลวิฑูรก็หาโอกาสล่อลวงมัทนาไปทำร้ายบ่อยๆ แต่ก็มีบุรุษลึกลับมาช่วยให้มัทนารอดหวุดหวิดทุกครั้ง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นคามินนั่นเอง ในที่สุดมัทนาจับได้ว่าคามินแอบคุ้มครองตัวเองอยู่ จึงรู้ว่าคามินยังรักตน มัทนาตัดสินใจที่จะเข้าเฝ้าราชาอินทราเพื่อปฏิเสธการอภิเษกในครั้งนี้ด้วยตนเอง แต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นก่อน หฤทัยพบว่าตัวเองท้องกับเจ้าชาย แต่เจ้าชายกลับไม่ยอมรับผิดชอบและอ้อนวอนให้คามินช่วยเหลือ คร่ำครวญว่าถ้าไม่ได้ครองคู่กับมัทนา ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ คามินเห็นทางว่าจะทำให้มัทนาตัดใจจากตนได้ จึงโกหกกับทุกคนว่าตัวเองคือพ่อเด็ก นายพลวิฑูรไม่ต้องการให้ลูกสาวเสียโอกาสเป็นชายา จึงต้องการยืดเวลาออกไปด้วยการขอให้มีการตรวจดีเอ็นเอคามินกับเด็ก เจ้าชายรอดตัวไปโดยปริยาย แต่การอภิเษกต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า คามินคือพ่อของลูกในท้องหฤทัยจริงหรือไม่ คามินพยายามหลบหน้ามัทนาเพราะไม่อยากตอบคำถามใดๆ มัทนาเองไม่เชื่อว่าคามินจะเป็นคนเช่นนั้น มินตราเกิดความละโมบอยากเป็นชายาเจ้าชาย จึงทำแผนให้มัทนากับคามินมาเจอกัน แล้วล่อให้เจ้าชายมาคีมาเห็นสองคนกอดกันกับตา เจ้าชายเจ็บปวดที่ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดทรยศหักหลัง สินธรซึ่งหลงรักหฤทัย เจ็บแค้นที่มาคีโยนความรับผิดชอบให้คามิน ประกอบกับรู้สึกมาตลอดว่ามาคีไม่คู่ควรจะเป็นราชา จึงลอบทำร้ายมาคี สุเทษเข้าขัดขวาง สินธรหนีรอดไปได้ แต่ก็ถูกประกาศจับไปทั่ว ขณะเดียวกันพวกโจรป่าก่อความวุ่นวายปล้นสะดมชาวบ้าน ส่วนราชาอินทราก็มาประชวรกะทันหันบ้านเมืองเกิดความระส่ำระสาย องครักษ์คามินแสดงฝีมือปราบโจรจนราบคาบ ประชาชน เสนาข้าราชบริพารพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในวีรกรรมอันอาจหาญของคามิน ท่าทีห่วงใยที่มัทนามีต่อคามินยิ่งทำให้เจ้าชายอิจฉา หึงหวง และหวาดระแวงว่าคามินจะแข่งดีแข่งเด่นเหนือเจ้าชาย ในช่วงจังหวะนี้เองที่พระมเหสีสาวิตรีค้นพบรูปถ่ายแรกเกิดของคามินโดยบังเอิญ มเหสีบอกนายพลวิฑูร นายพลวิฑูรจึงลากตัวโภคินมาทรมานรีดความจริงจนยอมเปิดปากว่าเด็กคนนั้นคือคามินโอรสของพระราชา นายพลฆ่าโภคินทิ้ง มเหสีตกใจมากที่เห็นความโหดเหี้ยมของนายพล แต่ต้องตกกระไดพลอยโจนร่วมมือเพื่อเจ้าชายจะได้ขึ้นครองราชย์ นายพลบอกเรื่องชาติกำเนิดของคามินให้เจ้าชายรู้ และเป่าหูว่าเจ้าชายจะตกกระป๋อง หากความจริงนี้ถูกเปิดเผยออกมา เจ้าชายจึงร่วมมือกับนายพลวิฑูร สร้างสถานการณ์ใส่ร้ายคามินว่าลอบปลงประชนม์พระราชา คามินถูกจับขังคุก ราชาอินทราเสียพระทัยจนประชวร นายพลเร่งรัดให้มีการประหารคามิน ขณะที่คามินไม่ยอมเปิดปากชี้แจงอะไรเลย เพราะคิดว่าไม่มีตนเองทุกอย่างก็จะจบ หฤทัยสำนึกบุญคุณที่องครักษ์คามินรับเป็นพ่อเด็ก และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ยังมีน้ำใจช่วยดูแลหฤทัยอย่างดี จึงยอมร่วมมือกับมัทนาช่วยเหลือคามินหนีจากที่คุมขังจนสำเร็จ หนำซ้ำยังเอาตัวขวางการตามล่าของนายพลวิฑูร จนตัวเองแท้งลูก นายพลวิฑูรใช้วิกฤติเป็นโอกาสปล่อยข่าวว่าคามินคบชู้กับมัทนา ทำให้เจ้าชายยิ่งแค้นนำทหารออกตามล่าตัวคามินจนไปพบอยู่ในป่า เจ้าชายทำร้ายคามินโดยคามินไม่ยอมต่อสู้ มัทนาพยายามขอร้องเจ้าชายทำให้เจ้าชายยิ่งโกรธ จะฆ่าคามินให้ได้ แต่เจ้าชายพลาดพลั้งเหยียบกับระเบิด คามินเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยถอดสลักระเบิดจนเจ้าชายรอดตาย แต่ตัวเองกลับโดนสะเก็ดระเบิด เมื่อควันจางลง คามินหายตัวไปอย่างลึกลับ ส่วนมัทนาที่สลบไปถูกเจ้าชายจับตัวกลับรายา และถูกกักบริเวณไม่ให้ไปไหน แต่มินตราช่วยมัทนาหนีกลับเมืองไทย ส่วนตัวเองก็อาศัยจังหวะที่เจ้าชายสับสน ยั่วยวนเจ้าชายจนได้เสียกันแบบลับๆ ที่เมืองไทย มัทนาเฝ้าห่วงใยคามิน โดยไม่รู้ว่าธรรมรัตน์เป็นผู้ส่งคนไปช่วยเหลือคามิน จนได้พบกับสินธรที่หลบอยู่ในป่าด้วย คามินขอให้สินธรอยู่ในรายาเพื่อคอยสืบข่าววิฑูร ธรรมรัตน์พาคามินไปเมืองไทยและส่งคามินไปรักษาอาการบาดเจ็บดวงตาในบ้านบนเกาะของแม่คามินซึ่งทิ้งไว้ให้ลูกก่อนตาย มัทนารู้ข่าวว่าเจ้าชายจะเดินทางมาปรับความเข้าใจกับธรรมรัตน์ จึงได้หนีหน้าไปพักผ่อนบนเกาะและที่นั่นมัทนาก็ได้พบกับคามินอีกครั้ง แต่การพบกันครั้งนี้ถึงกับทำให้มัทนาเข่าอ่อนเพราะคามินกลายเป็นคนตาบอด สูญเสียการมองเห็นชั่วคราว มัทนาไม่กล้าบอกให้คามินรู้ตัว จึงแอบอยู่กับคามินในบ้านหลังเดียวกัน และโกหกว่าเป็นคนรับใช้ แต่ก็โดนคามินจับได้ในเวลาต่อมา ขณะที่นายพลเดินทางมาติดต่ออัคนีซึ่งเบื้องหลังมีซุ้มมือปืนรับจ้างฆ่าคน อัคนีตกลงรับงานทันทีเพราะแค้นคามินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อัคนีสืบรู้ที่ซ่อนของคามินจากมินตรา จึงพาลูกน้องบุกไปฆ่าคามิน คามินต่อสู้กับผู้ร้ายโดยมีมัทนาเป็นคนคอยบอกทิศทางเป็นดวงตาให้กับคามิน ในที่สุดทั้งคู่หนีรอดไปในป่าและได้พบกับหมอจีนช่วยฝังเข็มรักษาดวงตาของคามินจนกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ราชาอินทราเริ่มแข็งแรงขึ้น และต้องการพบคามิน นายพลจึงหลอกพาราชาอินทราไปเพื่อลอบปลงพระชนม์โดยให้อัคนีเป็นคนลงมือ คามินกับมัทนาตามมาช่วย แต่ราชาอินทราถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ราชาบอกความจริงว่าคามินคือลูก ก่อนที่จะสิ้นใจ คามินจึงคาดคั้นถามความจริงจากธรรมรัตน์ ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เจ้าชายอินทราเดินทางไปศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในเมืองไทย พระองค์ได้รู้จักกับธรรมรัตน์และปรารถนา สาวงามชาวไทย ทั้งสามเป็นเพื่อนสนิทร่วมสถาบันเดียวกัน เจ้าชายตกหลุมรักปรารถนา และได้เสียกันจนปรารถนาตั้งท้องในช่วงที่สำเร็จการศึกษาพอดี เจ้าชายอินทราสัญญาว่าจะเดินทางกลับมารับปรารถนาไปเป็นมเหสี แต่เมื่อเดินทางไปแล้ว พระราชบิดาของเจ้าชายบังคับให้เจ้าชายอภิเษกกับมเหสีองค์ปัจจุบัน เวลานั้นเจ้าชายอินทราอ่อนแอไม่กล้าขัดคำสั่งพระราชบิดา จึงตัดการติดต่อกับปรารถนา ปรารถนาร่างกายอ่อนแอหลังคลอดลูกชาย จึงเสียชีวิตลง ธรรมรัตน์เลี้ยงดูลูกชายของพระราชาอินทราจนอายุได้ 2 ขวบ พระราชาสำนึกผิดจึงส่งคนรับใช้คนสนิท มารับตัวลูกชายไป และตั้งชื่อให้ว่าคามิน นายพลวิฑูรใส่ร้ายว่าคนที่ฆ่าพระราชาตายคือคามิน แต่มเหสีเชื่อว่าเป็นฝีมือของนายพล จึงรู้สึกสำนึกเสียใจที่หลงร่วมมือกับคนชั่ว ความที่กลัวว่าเจ้าชายจะรู้ว่าตนเองมีส่วนในการสิ้นพระชมน์ของราชาอินทรา ทำให้มเหสีเริ่มเก็บตัวอยู่คนเดียว ส่วนเจ้าชายแค้นคามินมากยอมร่วมมือกับนายพลกำจัดคามิน แลกกับการสนับสนุนให้เจ้าชายขึ้นครองราชย์ แต่มินตรานำจดหมายและรูปที่บอกชาติกำเนิดของคามินมาข่มขู่เจ้าชาย หากเจ้าชายไม่ต้องการให้ความลับนี้แพ่งพรายออกไป ต้องแต่งตั้งตัวเองให้เป็นชายา นายพลแอบรู้ข้อตกลงนี้จึงหลอกใช้มินตรา โดยสัญญาว่าจะผลักดันมินตราขึ้นเป็นพระชายาแทนหฤทัย แต่ขอให้มินตราหาตัวคามินและมัทนาให้พบ หลังจากนั้นก็แต่งตั้งตัวเองเป็นผู้สำเร็จราชการ เจ้าชายเริ่มอึดอัดที่กลายเป็นเพียงหุ่นเชิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มินตราเดินทางกลับมาที่เมืองไทย หลอกล่อมาณวิกา จนกระทั่งรู้ที่ซ่อนมัทนาและคามิน จึงส่งข่าวให้อัคนีรู้ อัคนีตามล่าตัวคามินและมัทนาจนพบ แต่จับมัทนาไปได้คนเดียว เพราะมัทนาจงใจจะให้คามินหนีรอด มัทนาไม่ยอมเปิดปากบอกว่าคามินอยู่ที่ไหน จึงถูกอัคนีพาตัวไปรายาเพื่อรับรางวัลจากนายพล เจ้าชายดีใจมากที่พบมัทนา แต่มัทนากลับไม่ใยดีทำให้เจ้าชายแค้นมากจับมัทนาขังไว้บนหอคอย คามินเสียใจมากทีมัทนาถูกจับตัว และแผ่นดินรายาก็กำลังตกอยู่ในมือของคนชั่ว จึงแอบลอบเข้าชายแดนรายาพร้อมกับเหมันต์ โดยมีธรรมรัตน์หนุนหลัง คามินพบว่านายพลส่งทหารออกรีดไถชาวบ้าน จึงปลอมตัวเข้าช่วยเหลือ จนเรื่องถึงหูนายพลว่ามีชายลึกลับคิดก่อกบฏ แต่ก็ตามจับตัวไม่ได้ ความหวาดระแวงว่าตนจะไม่ได้ครอบครองรายา ทำให้นายพลวิฑูรหักหลังเจ้าชายคิดการกบฏ มินตรารู้ว่าโดนหลอกใช้ จึงคิดหนี แต่ถูกนายพลข่มขืน และทำร้ายปางตาย ก่อนจะนำร่างของมินตราไปทิ้งไว้ชายป่า คามินและพวกเข้าช่วยมินตราไว้ได้ และก่อนที่นายพลจะสังหารเจ้าชาย คามิน ธรรมรัตน์ เหมันต์ พากองกำลังอาสาที่ภักดีต่อคามินมารวมกับกองทหารในวังที่เจ้าชายแอบรวบรวมได้ เข้าสู้รบกับฝ่ายกบฏและคนของอัคนี จนสามารถเอาชนะได้ อัคนีถูกจับ นายพลวิฑูรหนีไปที่หอคอยที่ขังมัทนา จังหวะที่นายพลจะฆ่ามัทนา หฤทัยเข้าขวางถูกพ่อทำร้ายบาดเจ็บ นายพลหนีการจับกุมจนพลัดตกหอคอยตาย หลังเรื่องร้ายผ่านไป พระนางสาวิตรีสำนึกผิด จึงตั้งใจสถาปนาคามินขึ้นปกครองรายา แทนเจ้าชายมาคี เจ้าชายเองก็สนับสนุน เพราะตามสิทธิแล้ว คามินเป็นรัชทายาทลำดับที่หนึ่ง แต่คามินกลับหายตัวไปพร้อมหฤทัย เขียนจดหมายทิ้งไว้ขอสละตำแหน่งให้เจ้าชาย และอวยพรให้ครองคู่กับมัทนาอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่าเจ้าชายรักมัทนา มัทนาแค้นมากตกลงจะอภิเษกกับเจ้าชาย ร้อนถึงมินตราที่สำนึกผิดแล้วต้องตามหาตัวคามินจนพบว่าไปแอบอยู่ที่บ้านบนเกาะกับหฤทัยเพื่อหลีกทางให้เจ้าชายกับมัทนาได้สมหวัง มินตราจึงร่วมมือกับเจ้าชาย และเหมันต์ทำแผน ให้ทั้งคู่ได้คืนดีกัน ณ ชายหาดขาวสะอาด และทะเลสีครามอันงดงามของเมืองไทย ภารกิจตามล่าหารักคนสองคนก็ปิดฉากลง พร้อมกับสองหัวใจที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว รายชื่อนักแสดง ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท คามินพีชญา วัฒนามนตรี รับบท มัทนาหลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท มาคีภูมิภาฑิต นิตยารส รับบท สินธรชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท มินตราภูษณะ บัวงาม รับบท เหมันต์ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท อินทราอภิรดี ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม รับบท สาวิตรีตฤณ เศรษฐโชค รับบท ธรรมรัตน์อัญษนา บุรานันท์ รับบท มาณวิกา สินิทธา บุณยศักดิ์ รับบท ปรารถนา ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท วิฑูร อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท หฤทัย

20 ข้อกฎแห่งความสำเร็จ
10 อันดับ /  เกร็ดความรู้

เชื่อว่าเพื่อนๆหรือใครๆก็ต้องการที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเรียน และสิ่งที่ตนเองฝันไว้ ถ้าเพื่อนๆมีความมุ่งหวังตั้งใจแล้ว ก็ไม่ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ วันนี้ทีนเอ็มไทยจะมาแนะนำเคล็ดลับ 20 ข้อกฎแห่งความสำเร็จ ให้เพื่อนๆได้นำมาประยุกต์ใช้แต่ถ้าทำได้หมด 20ข้อรับรองสำเร็จเสร็จชัวร์ 20 ข้อกฎแห่งความสำเร็จ 1. ฝันต้องยิ่งใหญ่ 2. เป้าหมายเด่นชัด 3. ฝึกหัดให้ชำนาญ 4. กระทำการอย่างมุ่งมั่น 5. มนุษย์สัมพันธุ์ต้องดีเยี่ยม 6. เต็มเปี่ยมด้วยกำลังใจ 7. ใช้คนตามความสามารถ 8. ฉลาดในการแก้ปัญหา 9. มีความปรารถนาอยากสำเร็จ 10. ศึกษากลเม็ดทุกหลักสูตร 11.หนักแน่น 12.มั่นคง 13.ไม่หูเบา 14.ไม่เจ้าอารมณ์ 15.ไม่ข่มพวกพ้อง 16.ไม่จองเวร 17.ไม่เห็นแก่ตัว 18.ไม่กลัวเหนื่อย 19.ไม่เฉื่อยชา 20.อย่าชักช้ากับโอกาส ถ้าเพื่อนๆทำ 20 ข้อกฎแห่งความสำเร็จ ได้รับรองว่า ฝันไกลไปถึงแน่นอนคะ สู้ๆ

10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์
10 อันดับ /  ประวัติศาสตร์ / 

สิ่งของ มนุษย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ล้วนก็มีที่มา จุดกำเนิดด้วยกันทั้งสิ้น .. นักวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยา หรือคนหลายกลุ่มต่างก็ค้นคว้าหาข้อเท็จจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันมากมาย ไม่ว่าจะผ่านไปนานเป็นสิบ ร้อย พัน หรือหมื่นปี ผู้คนก็ยังคงให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์กันเรื่อยมา แต่! เรื่องราวในประวัติศาสตร์บางเรื่องที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆอ่านกันนี้ เป็น 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ จะมีเรื่องอะไรบ้างตามมาเลยคะ ^^ 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ 10.โทมัส อัลวา เอดิสัน ไม่ใช่คนประดิษฐ์หลอดไฟคนแรกของโลก ในความเป็นจริงแล้ว โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าตามที่คนทั่วไปเข้าใจแต่อย่างใด หลักการของหลอดไฟฟ้าถูกพัฒนามาก่อนหน้านี้โดยนักประดิษฐ์หลายท่าน เช่น จูเซ็ปป์ สวอน (Juseph Swan) หรือ ไฮน์ริช เกอเบิล (Heinrich Goebel) อย่างไรก็ตามเอดิสันได้คำนึงถึงการนำหลอดไฟฟ้าไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง โดยเอดิสันได้ทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟฟ้ายาวนานพอที่จะนำไปใช้ได้อย่างสะดวกสบายในบ้านเรือนหรือร้านค้า นอกจากนั้นเอดิสันยังได้สร้างระบบผลิตและแจกจ่ายไฟฟ้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับเอดิสันอีกว่า  สิ่งประดิษฐ์ภายใต้ชื่อของเขาและจดสิทธิบัตรเป็นจำนวนถึง 1,093 ชิ้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง แต่เป็นการพัฒนาจากสิ่งประดิษฐ์ดั้งเดิมที่คิดค้นขึ้นโดยลูกจ้างของเขา เพราะเหตุนี้ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ ในเรื่องการอ้างผลงานเป็นของตัวแต่ผู้เดียว โดยไม่แบ่งปันให้กับผู้คิดค้นดั้งเดิม 9. เธอคือโป๊บ ? เพื่อนๆเคยดูภาพยนตร์เรื่อง เธอคือโป๊บ (Pope Joan) ที่สร้างจากเค้าโครงในตำนาน (โดยเนื้อเรื่องเอามาจากนิยาย) กันบ้างรึเปล่าคะ เป็นเรื่องราวในตำนานของหญิงสาวที่แต่งตัวเป็นพระชายและไปกรุงโรมเพื่อศึกษา ในที่สุดเธอก็ได้เป็นพระสันตะปาปา แต่เธอคลอดบุตรในขณะกำลังขึ้นม้า ภาพยนตร์เรื่องนี้โดนแบนหลายประเทศมาก (ยกเว้นไทย) เพราะว่าเนื้อหาค่องข้างหมิ่นศาสนามา หนังพยายามบอกว่าเรื่องพระสันตะปาปาเป็นเรื่องจริง หากแต่ปัจจุบันเรื่องราวของพระสันตะปาปาหญิงโจน (Pope Joan หรือ Popess Joan) ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า มีตัวตนจริงๆหรือไม่  โดยตำนานกล่าวว่าพระสันตะปาปาหญิงโจนมี ชื่อเดิมคือโจฮานนา แองลิกัส (Johanna Anglicus) โดยใช้ชื่อผู้ชายว่าจอห์น (John) เกิดที่ไมนส์ (Mainz) เป็นผู้เชียวชาญศิลปวิทยาหลากหลายแขนง จนไม่มีผู้ทัดเทียม และภายหลังเธอเดินทางไปโรม ก็เปิดสอนวิชาศิลปศาสตร์จนที่เคารพรักแก่บรรดาศิษย์  จากนั้นก็เล่นการเมืองและถูกเลือกโดยพระสันตะปาปา ในขณะที่เธอเป็นพระสันตะปาปา เธอตั้งครรภ์โดยคนรักของเธอ โดยไม่รู้ว่า เมื่อไรจะถึงกำหนดคลอด เธอให้กำเนิดทารกเพศชาย และโดนการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมของกรุงโรม เธอต้องโดนลงโทษ โดยการผูกติดกับขาม้าแล้วก็ถูกลากไป และโดนโยนก้อนหินโดยประชาชนครึ่งหนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานว่าที่ที่ฝังเธอเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจจะเนื่องมากจากเหตุผลที่ว่า เธอเป็นผู้หญิง หรือมาจากความโง่ของหลักฐานก็ตาม และเรื่องราวของเธอถูกเขียนโดย(Martin of Opava) ใน Chronicon Pontificum et Imperatum แต่กระนั้นนักประวัติศาสตร์ และผู้เคร่งศาสนา ต่างไม่เชื่อว่า มีพระสันตะปาปาหญิงโจนมีตัวตนจริงๆ เป็นเพียงเรื่องโกหกและเป็นตำนานลอย ๆ เท่านั้น สาเหตุเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ถูกพบในเอกสารที่เชื่อถือได้ 8.รูปร่างที่แท้จริงของเทวรูปโคโลสซูสเป็นอย่างไรกันแน่ ? นี้คือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ขาดหายไปในประวัติศาสตร์ยุคโบราณ  เทวรูปโคโลสซูสเป็นที่เกาะโรดส์ ประเทศกรีก หล่อด้วยทองบรอนซ์ ในท่ายืน สูง 100 ฟุตโดยเฉพาะฐานที่รองรับรูปหล่อนั้นสูงกว่าตึก 5 ชั้น พระหัตถ์ขวาถือดวงประทีป ตั้งอยู่หน้าเมืองโรดส์ประเทศกรีก สร้างโดยกษัตริย์แชรัสแห่งลินดัส เชื่อกันว่าเป็นรูปปั้นที่คอยกั้นอ่าวของเกาะแห่งนี้ของกรีกในทะเลเอเจียน สร้างเสร็จหลังจากใช้เวลา 12 ปี แล้วเสร็จเมื่อประมาณ 280 ปีก่อนคริสตกาล และต้องพังทลายลง เพราะแผ่นดินไหว ถูกทอดทิ้งเป็นเวลา 900 ปี จนถูกขายเป็นเศษเหล็ก ให้แก่ชาวเมืองซาราเซน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสงคราม จนเราไม่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์นี้เลยแม้แต่ซาก ส่วนภาพที่เห็นเป็นเพียงจินตนการของคนวาดเท่านั้น แต่ที่น่าเหลือเชื่อคือเอกสารหลายชิ้นพรรณารูปปั้นนี้ไม่เหมือนกันเลย บ้างก็บอกว่ารูปปั้นอ้าขาจนเรือรอดได้ บ้างก็บอกว่ารูปปั้นไม่ได้อ้าขา 7. แรงงานสร้างพีระมิดไม่ใช้ทาส ? จากที่เราอ่านประวัติศาสตร์เรามักเห็นฉากแรงงานสร้างพีระมิด โดยหนังสือบอกว่าพวกเขาเป็นทาสและมีคนโบยแส้ที่ด้านหลังใช่รึเปล่า หากแต่ปัจจุบันความคิดนี้ต้องเปลี่ยนไปเมื่อนักโบราณคดีค้นพบสุสานในอียิปต์ ซึ่งช่วยพิสูจน์ว่าแรงงานที่ช่วยกันสร้างพีระมิดนั้นไม่ใช่ทาสอย่างที่เคยเข้าใจ แต่เป็นคนที่ได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี มีการจ่ายค่าแรงรวมถึงมีการจัดอาหารให้รับประทาน 3 มื้อต่อวันเป็นอย่างดี อีกทั้งการสร้างสุสานใกล้กับที่ฝังศพของกษัตริย์  แสงให้เห็นว่าแรงงานเหล่านี้ไม่ใช่ทาสแต่อย่างใด โดยคาดว่าแรงงานเหล่านั้นน่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ผู้มีความเชื่อว่าสิ่งที่ตนกำลังทำนั้น มีส่วนช่วยให้องค์ฟาโรห์ได้ไปจุติบนสวรรค์ และเมื่อถึงเวลาที่ตนจะจากโลกนี้ไปบ้าง เทพฟาโรห์ก็จะได้พิทักษ์ปกป้องตนต่อไป 6. ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไวกิ้ง ไวกิ้งที่เราได้เห็นภาพยนตร์หลายเรื่องนั้น ส่วนใหญ่มักตัวใหญ่น่ากลัวสวมหมวกขนสัตว์ โหดร้ายป่าเถื่อนชอบปล้นทรัพย์ฆ่าและข่มขื่นหญิงชาวบ้าน อีกทั้งตัวสกปรก ไร้สมอง เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของยุโรปอย่างแท้จริง แหละนี่คือความรู้ที่ผิด! จากการศึกษาประวัติศาสตร์พบว่าไวกิ้งไม่โหดร้ายอย่างที่คุณคิด ไวกิ้งไม่ใช่นักรบอย่างเดียว หากแต่เป็นพ่อค้าและนักตั้งถิ่นฐานที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนายุโรปกลาง พวกเขาอาบน้ำสัปดาห์ละครั้ง ในวันเสาร์เท่านั้น(อย่าลืมว่าอากาศยุโรปมันหนาว) ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่พวกเขาสูงแค่ 170 ซม. ซึ่งไม่สูงอย่างที่เราเข้าใจกัน ผมและหนวดสีทองที่เราเห็นในภาพยนตร์เป็นเพียงอุดมคติความเชื่อในวัฒนธรรมไวกิ้งที่ใช้สบู่พิเศษในการแต่งไม่ใช้เป็นมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งพวกเขาไม่ได้อาศัยเฉพาะสแกนดิเนเวีย พวกเขาอพยพไปหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย, แอฟริกา หรือแม้แต่อเมริกาเหนือ ส่วนพฤติกรรมที่ฆ่าและข่มขืนปล้มทรัพย์นั้นเป็นส่วนน้อยเท่านั้น แต่สิ่งที่เชื่อถือได้คือพวกนักบวชในยุโรปไม่ชอบพวกนี้เท่าไหร่ เนื่องจากครั้งหนึ่งพวกไวกิ้งเคยทำลายวัดและฆ่าพวกพระบาทหลวงหลายคน(ภายหลังไวกิ้งก็เข้ารีตเป็นคริสต์ศาสนิกชน) 5. ครีโอพัตราไม่ใช่คนอียิปต์ คลีโอพัตรา ที่ 7 ฟิโลปา หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ คลีโอพัตรา) เป็นราชินีแห่งอียิปต์โบราณ และเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของราชวงศ์ปโตเลมีแห่งมาเซโดเนีย แต่จนบัดนี้ยังมีหลายคนเข้าใจว่าเธอเป็นคนอียิปต์(อย่างน้อยก็การ์ตูนญี่ปุ่นล่ะ) เพราะว่าเธอเป็นชาวกรีกแท้ๆ บิดาของพระนางคือปโตเลมีที่ 12 โอเลเตส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอ พระนางทรงมีความเฉลียวฉลาดมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ภาษาฮิบรู ภาษาละติน ภาษามาซิโดเนีย ภาษาเอธิโอเปียน ภาษาซีเรีย ภาษาเปอร์เซีย ภาษาอียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ก็น้อยคนนักที่จะแตกฉานในภาษานี้ และเธอเป็นผู้ปกครองอียิปต์คนสุดท้ายที่มีเชื้อสายกรีก 4. คิงอาเธอร์มีตัวตนในประวัติศาสตร์จริงเหรอ กษัตริย์อาเธอร์ (King Arthur) เป็นกษัตริย์อังกฤษผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในตำนานเล่าขานในฐานะวีรบุรุษในยุคกลาง ซึ่งได้ปกป้องเกาะบริเตนจากการรุกรานของชาวแซ็กซอนในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 รายละเอียดส่วนใหญ่เกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าขาน ตำนานพื้นบ้าน และวรรณกรรมที่แต่งขึ้นโดยส่วนมากมักเกินจริงไปหน่อย เช่น มีพ่อมดเมอร์ลินเป็นผู้ช่วยทำสงคราม, อาเธอร์สามารถต่อสู้ตามลำพังด้วยมือเปล่า และสังหารศัตรูไปถึง 960 คน และแน่นอนเรื่องราวภูมิหลังที่แท้จริงทางประวัติศาสตร์ของตำนานกษัตริย์อาเธอร์เป็นที่ถกเถียงในหมู่นักวิชาการมาเป็นเวลานานแล้ว หลายคนเชื่อว่าอาเธอร์เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6  แต่กระนั้นก็ยังขาดหลักฐานสนับสนุนที่หนักแน่นเพียงพอ(ปละหลักฐานส่วนใหญ่เป็นของปลอม) นักประวัติศาสตร์ในยุคหลังโดยมากจึงไม่นับว่าอาเธอร์เป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่มีตัวตนจริง นักประวัติศาสตร์ จนมีนักประวัติศาสตร์ออกมาบอกว่า "ไม่มีบุคคลใดในกรอบประวัติศาสตร์และตำนานที่จะทำให้นักประวัติศาสตร์เสียเวลามากเท่านี้” 3. เลดี้โกไดวา มีตัวตนอยู่จริงเหรอ เลดี้โกไดวา (Lady Godiva) เป็นสตรีสูงศักดิ์ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองโคเวนทรี (ประเทศอังกฤษมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 997-1067 เธอเป็นภรรยาของลีโอฟริก เอิร์ลแห่งเมอร์เซียและลอร์ดแห่งเมืองโคเวนทรี ผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินอังกฤษ เป็นคนละโมบและกดขี่ชอบเก็บภาษีประชาชนอย่างบ้าเลือด แม้เลดี้โกไดวาเฝ้าขอร้องสามีให้ลดภาษี แต่เขาไม่เคยยอม จนกระทั้งวันหนึ่ง ลีโอฟริกได้คิดสนุกเลยบอกเลี้โกไดวาว่าถ้าเธอกล้าเปลือยกายขี่ม้ารอบเมือง เขาจะยอมลดภาษีให้ตามที่ขอ ซึ่งการการกระทำดังกล่าวสำหรับผู้หญิงอังกฤษสมัยกลางย่อมถือเป็นเรื่องต่ำช้าอย่างยิ่ง แต่เลดี้โกไดวาก็ตัดสินที่จะยอมทำตามดังกล่าว โดยเธอได้กระจายข่าวบอกชาวเมืองให้พวกเขาร่วมมือด้วยการปิด ประตูหน้าต่างหลบอยู่ในที่พักอาศัยขณะเธอขี่ม้าผ่านเปลือยกาย ซึ่งชาวบ้านก็ร่วมมือเป็นอย่างดี(ความจริงมีชายคนหนึ่งแอบดูนาง หากแต่เขาถูกสวรรค์ลงโทษด้วยการทำให้ตาบอดในเวลาต่อมา และชายคนนั้นชื่อทอม จนเกิดสำนวนว่า “ทอมนักถ้ำมอง” Peeping Tom ในเวลาต่อมา)  จนนางสามารถทำสิ่งที่สามีบอกได้สำเร็จ และส่งผลให้สามีของเธอยกเลิกภาษาตามสัญญาที่ว่าไว้ อีกทั้งเธอก็ไม่ถูกประณามซ้ำยังชกลายเป็นวีรสตรีของชาวเมืองไปในทันที ทุกวันนี้ที่จัตุรัสกลางเมืองโคเวนทรีมีอนุสาวรีย์เลดี้โกไดวาตั้งอยู่อย่าง โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจ ในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1678 สภาเมืองโคเวนทรีได้เริ่มจัดให้มีขบวนแห่ "เลดี้โกไดวา" บันทึกไว้เป็นครั้งแรก โดยจัดหาผู้หญิงมาสวมผ้าสีเนื้อรัดกายให้ดูคล้ายเปลือยเปล่า นั่งบนหลังม้าแห่ไปรอบเมืองเพื่อรำลึกการกระทำอันงดงามของโกไดวา ในขณะเดียวกัน นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยหลายคนไม่คิดว่าเรื่องของโกไดวาได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากหลักฐานระบุไว้เพียงว่าเธอเป็นภรรยาของเอิร์ลลีโอฟริก และข้อมูลยังบ่งชี้ว่าทั้งคู่ต่างก็มีน้ำใจงามและเคร่งศาสนา เช่นในปี 1043 ท่านเอิร์ลและเลดี้ได้บริจาคเงินพร้อมที่ดินเพื่อสร้างวัดในนิกายเบเนดิกทีนที่โคเวนทรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกับโบสถ์โคเวนทรีที่ถูกระเบิดทำลายไปบางส่วนในสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดแห่งนี้ประดับด้วยพลอยล้ำค่างดงามอย่างที่ไม่มีวัดใดในอังกฤษยุคนั้นเทียบได้ และในช่วงทศวรรษ1050 ทั้งสองยังบริจาคที่ดินและเงินมหาศาลเพื่อสร้างวัดและโบสถ์อีกหลายแห่ง เช่นที่ลินคอล์นเชียร์ ลีโอมินสเตอร์ และอีฟแชม นักประวัติศาสตร์หลายคนจึงไม่คิดว่าท่านเอิร์ลจะโหดหินจนโกไดวาต้องเปลือยร่างขี่ม้าขอความเป็นธรรมให้ประชาชน ส่วนผู้ที่เชื่อว่าตำนานนี้เป็นเรื่องจริงก็จะอิงบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์อังกฤษฉบับภาษาละตินที่ชื่อ Flores Historiarum (Flowers of History) ของโรเจอร์แห่งเวนโดเวอร์ (Roger of Wendover) ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่ระบุเรื่องราวของเลดี้โกไดวาไว้ตามที่ระบุข้างต้น ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนแย้งว่าเวนโดเวอร์เป็นเพียงผู้บันทึกตำนานและเกร็ดประวัติศาสตร์ แต่ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเขียนบันทึกนี้ขึ้นเมื่อ 2 ศตวรรษหลังการตายของโกไดวา ข้อความดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักพอให้เชื่อถือ แม้จะมีบันทึกระบุว่าครั้งหนึ่งลีโอฟริกได้ยกเลิกภาษีให้ประชาชนจริง และประทับตราด้วยตราประจำตัวของเขาเองเลยก็ตาม ส่วนคนอื่นก็เสริมว่าบางทีเลดี้โกไดวาอาจไม่ได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้า หากแต่ปลดเชิงสัญลักษณ์ คือปลดทั้งเครื่องประดับกายและผม เพราะเมื่อสตรีสูงศักดิ์ปราศจากเครื่องประดับก็เท่ากับลดเกียรติของตนลงเทียบเท่าสตรีสามัญ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของโกไดวาจะเป็นเพียงตำนานหรือความจริงย่อมยากที่จะพิสูจน์ไม่ต่างจากทุกตำนานในโลก หากเหนือข้อเท็จจริงย่อมเป็นคุณค่าของตำนานที่ถูกส่งผ่านมากับกาลเวลา เฉกเช่นเรื่องของเลดี้โกไดวาที่เนื้อหาแท้จริงได้แทรกตัวอยู่ทั้งในบทกวี รูปปั้น ภาพเขียนของจิตรกรหลายยุคสมัย หรือกระทั่งในกระดาษห่อช็อกโกแลตยี่ห้อโกไดวา 2.สวนอีเดนอยู่ที่ไหนกันแน่ สวนอีเด็น หรือ สวนเอเดน (Garden of Eden) เป็นสถานที่บรรยายไว้ในพระธรรมปฐมกาลว่าเป็นสถานที่มนุษย์สองคนแรกที่พระเจ้าสร้างอาดัม และ อีฟ  โดยสวนนั้นบรรยายไว้ว่าสวยงามราวกับสวรรค์ มีพืชพรรณอาหารอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสัตว์ป่า แม่น้ำใสสะอาด แต่ปัญหาคือถ้าสถานที่นี้มีจริง มันจะอยู่จุดไหนของโลกกันแน่ โดยหลายคนเชื่อว่าสวนอีเดนนี้อยู่ในโมโสโปเตเนีย ทางภาคกลาง เนื่องจากบันทึกการสร้างโลกในพระธรรมปฐมกาลได้กล่าวถึงที่ตั้งของสวนอีเด็นว่าอยู่ในบริเวณแม่น้ำสำคัญสี่สาย : แม่น้ำพิชอน แม่น้ำกิฮอน แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำยูเฟรติสซึ่งอยู่ในบริเวณอาร์เมเนีย, ยอดเขาอาระรัต, เยเรวาน หรือที่ราบสูงอาร์เมเนีย)  (พระธรรมปฐมกาล บทที่ 2 ข้อที่ 10-14) ซึ่งอยู่ในบริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นบริเวณคอเคซัสโบราณโดยเฉพาะบริเวณใกล้กับอาร์เมเนีย แต่ที่ตั้งของแม่น้ำทั้งสี่ยังเป็นที่ถกเถียงกันและยังไม่มีหลักฐานเป็นที่แน่นอนที่สนับสนุนที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของแม่น้ำนอกจากที่กล่าวในพระธรรมปฐมกาลเอง และ วรรณกรรมยิว-คริสเตียนเช่น “จูบิลี” สมมุติฐานอื่นก็ว่าตั้งอยู่ที่เมโสโปเตเมีย ทวีปแอฟริกา หรือ อ่าวเปอร์เซีย สมมุติฐานหลังมาจากหลักฐานของลุ่มแม่น้ำสี่สายที่มาพบกันที่เป็นที่ผลิตทองคำ และยางไม้หอม ซึ่งตรงกับการพรรณนาการสร้างโลกดังกล่าว 1. Prester John  เพรสเตอร์ จอห์น เป็นชื่อของกษัตริย์ในตำนานยุคกลางของยุโรป โดยเชื่อว่ากษัตริย์องค์นี้อยู่ในดินแดนหนึ่งในเอเชีย หรืออาจเป็นแอฟริกา โดยดินแดนแห่งนั้นเป็นเดินแดนแห่งความเพียบพร้อม ไม่มีคนจน ไม่มีโจร ไม่มีคนพูดโกหกหรือมุ่งร้ายต่อกัน นอกจากจะเป็นกษัตริย์แล้วเพรสเตอร์ จอห์นยังเป็นประมุขศาสนาอีกด้วย ทำให้ดินแดนแห่งนี้มีคนนับถือศาสนาคริสต์อย่างเคร่งครัด กล่าวกันว่าเขาสืบเชื้อสายจากมากี 3 ท่านที่เดินไปให้พรแก่พระเยซูเมื่อครั้งประสูติบนโลกอีกด้วย เรื่องราวของเพรสเตอร์ จอห์นและอาณาจักรอันสมบูรณ์นั้นได้ถูกกล่าวถึงในบันทึกของบาทหลวงชาวเยอรมันท่านหนึ่ง ในสมัยเกิดสงครามครูเสดหลังชาวคริสต์ยึดดินแดนศักดิ์สิทธิจากชาวมุสลิม พวกเขาพยายามค้นหาอาณาจักรแห่งนี้ หากแต่ไม่พบ แต่เชื่อกันว่าดินแดนแห่งที่ว่าน่าจะเป็น อินเดีย หรือไม่ก็เอธิโอเปีย หรือจะอยู่ในอบิสซิเนีย ข้อมูลโดย Cammy,.unigang.com/Article/11833

เบื้องหลังฉากปะทะคารมของ เบนซ์ ปุณยาพร-แพร วรภร ในละคร สะใภ้หัวแดง
เบื้องหลัง /  ฉากปะทะคารม / 

สะกิดบันเทิง 27 มีนาคม 2557 - ดีกรีความแซ่บต้องบอกว่าเกินร้อย ฉากนี้ เบนซ์ ปุณยาพร มาเต็ม สีหน้าเอาเรื่อง พร้อมเปิดฉากปะทะ แพร วรภร แบบไม่มียอม ทั้งคำพูดเชือดเฉือนแทงใจดำล้วนๆ แต่คิดจะต่อปากต่อคำกับเบนซ์เรื่องนี้สู้ยาก! ยังไม่ทันไรก็ลงไม้ลงมือซะแล้ว แพรเป็นฝ่ายเสียเปรียบทำอะไรไม่ได้ก็เอาเสียงกรี๊ดแหลมๆเข้าข่ม ทำเอาทีมงานและผู้กำกับสะดุ้งกันเป็นแถว ร้ายแสบแบบไม่มีแอ๊บตั้งแต่ตอนแรกติดตาม สะใภ้หัวแดง ...

น้องต๊ะ ลูกสาวชูวิทย์ โพสต์อัด หมอก้อง หลังวิจารณ์ผู้เป็นพ่อเสียหาย
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ /  ต๊ะ ตระการตา / 

น้องต๊ะ ลูกสาวชูวิทย์ โพสต์อัด หมอก้อง หลังวิจารณ์ผู้เป็นพ่อเสียหาย ซัดอย่ามาตัดสินคนอื่นด้วยคำพูด ก่อนเย้ยเป็นแค่หมาก ที่ถูกนักการเมืองหลอก ให้ร่วมเล่นเกม เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อ น.ส.ตระการตา กมลวิศิษฎ์ หรือน้องต๊ะ ลูกสาวคนสวยของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตราแกรมส่วนตัวตอบโต้ หมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ หนึ่งในดารา-นักแสดง ที่แสดงออกทางการเมืองเลือกข้างอยู่ตรงข้ามกับฝากรัฐบาล เนื่องจากได้วิพากษ์วิจารณ์นายชูวิทย์ แบบเจ็บแสบคอยฉวยโอกาสหาประโยชน์ใส่ตัวเอง เป็นภาระสังคมไม่ต่างกับทรราชย์ โดยระบุว่า "สิ่งที่คุณทำอาจจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย คุณก็ทำไปเถอะค่ะ ดีแล้ว แต่คุณอาจจะลืมว่าการตัดสินคนอื่นด้วยคำพูดคำจาที่ดูถูกความเป็นคนของเค้านั้น มันส่อให้เห็นชัดว่าคุณกำลังยกตนข่มท่าน คิดว่าตัวเองเก่ง สูงส่ง อุดมการณ์แน่วแน่กว่าใคร ๆ แล้วให้คนที่เค้าไม่เห็นด้วยกับคุณนั้นเป็นมาร เป็นคนเลว ภาพที่คุณเห็นวันนี้อาจจะเป็นแค่ละครเรื่องหนึ่ง ที่มีนักการเมืองเป็นผู้กำกับ สร้างเรื่อง ใช้นักแสดงมากหน้าหลายตาเพื่อให้ละครสมบูรณ์ แต่คุณก็ลองหันมามองผู้ชมอย่างดิฉันและอีกหลาย ๆ คน ที่อาจจะกำลังหัวเราะกับความเพ้อเจ้อ บ้าบอ ของนักแสดงแบบคุณที่อินกับบทไม่เลิกจนต้องมานอกรอบแบบนี้อยู่ก็ได้นะคะ" อย่างไรก็ดีน้องต๊ะ ก็ได้ทำการลบข้อความดังกล่าวออกไป หลังได้โพสต์ไปไม่นาน เพราะเจ้าตัวได้ประกาศไว้ก่อนหน้าที่มีการแชร์ภาพดังกล่าวลงไป MThai News น้องต๊ะ ตระการตา ลูกสาวชูวิทย์

ปิดกรุง! ครบเดือน หยั่งเชิงจิตวิทยาสู้รัฐบาล “รอเวลาพึ่ง กฏหมายปิดจ็อบ”
ข่าวม็อบ /  ชัตดาวน์กรุงเทพ / 

ครบ 1 เดือนเต็ม กับภารกิจยกระดับปิดกรุงเทพฯ ของ กปปส. ที่ดูทุลักทุเลจนทำให้ต้องยอมถอยเปิดทางยุบตัวเวทีลงทันที 2 เวที เพื่อโดยให้เหตุผลลดเหตุความรุนแรง จากกลุ่มผู้ไม่หวังดีก่อเหตุร้าย ในห้วงตลอดเวลาที่มีการปักหลักชุมนุม แต่ยังคง เวทีแยกศาลาแดง (สวนลุม) เวทีปทุมวัน (แยกปทุมวัน) เวทีราชประสงค์ (แยกราชประสงค์) เวทีอโศก (แยกอโศก-สุขุม) และเวทีแจ้งวัฒนะ (ศูนย์ราชการ) ตลอดจน เวที คปท.ข้างทำเนียบรัฐบาลบนถนนพิษณุโลก และเวที กปท.แยก จปร.(ถนนราชดำเนิน) และอีกฐานที่มั่นสำคัญ คือ กระทรวงมหาดไทย ที่มี สรส.เป็นผู้ดูแล   ถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญที่เหลืออยู่ในการต่อสู้ เพื่อหวังเรียกร้องให้รัฐบาล และรัฐมนตรีลาออกไม่ให้มีการรักษาการใด ๆ เพื่อเปิดทางนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่จากตัวกลาง ผ่านการปฏิรูปตามเงื่อนไขแนวทาง กปปส. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จากการประเมินสถานการณ์ถึงแนวทางการต่อสู้ของกลุ่ม กปปส.จากหลายฟากฝ่ายแล้ว เชื่อว่า ช่วงนี้แกนนำยังคงเคลื่อนไหวตามกิจกรรม และสถานการณ์นั้น ๆ ตามปกติเพื่อหวังดึงมวลชนไม่ให้มีความเบื่อหน่ายการต่อสู้ที่เนิ่นนาน ซึ่งประเด็นสาระสำคัญการต่อสู่อันที่จริงแล้ว ต้องการให้มวลชนเป็นเงื่อนไข เพื่อให้ฝ่ายกฏหมาย ทั้ง คณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. รวมทั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระต่าง  ๆ พิจารณาความผิดของรัฐบาลในเรื่องต่างๆ ที่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนไปแล้วก่อนหน้านี้ นี่จึงเป็นสาระสำคัญที่ว่า เมื่อไหร่การเรียกร้องครั้งนี้จะถึงที่สิ้นสุด ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ยังหยั่งเชิง รอดูสู้ข้อกฏหมายในทุกประเด็น ถึงแม้จะไม่มีอำนาจเต็มในอำนาจของรัฐบาลรักษาการ แต่ยังคงตะแบงบริหารบ้านเมืองต่อไป แม้จะเจอศึกทั้งม็อบโค่นรัฐบาล และความเดือดร้อนที่แท้จริงในการไม่จ่ายเงินให้กลุ่มเกษตรกรชาวนา นานเกือบครึ่งปีแล้วก็ตาม       นอกจากนั้น ตลอดเกือบระยะเวลา 3 เดือน สำหรับรัฐบาลรักษาการตั้งแต่มีการยุบสภา ก็ยังไม่สามารถทำงานชิ้นใดที่เป็นชิ้นเป็นอัน แต่ยังคงเลี้ยงเวลาโดยมีการสั่งการตรงจากต่างประเทศ เพื่อรอจังหวะทำอะไรบางอย่าง โดยเวลานี้ต่างฝ่ายต่างใช้จิตวิทยาเข้าข่มกันกินเวลากันไปพราง ๆ ก่อน MThai News

10 กลเม็ดแสนง่าย เลี้ยงลูก อย่างฉลาด
คู่มือเลี้ยงลูก /  เลี้ยงลูก / 

10 กลเม็ดแสนง่าย เลี้ยงลูก อย่างฉลาด 1. เป็นเพื่อนซี้ของลูก เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะต้องหนักแน่นกับลูก แต่อย่าให้เกินเลยจนกลายเป็นความเข้มงวดแบบทุกอย่างต้องเป๊ะ พยายามเป็นเพื่อนซื้ของลูกที่คอยให้คำแนะนำแทนที่คอยแต่จะสั่งหรือบังคับ จำไว้เสมอนะคะว่าคุณคือต้นแบบ (คนแรก) ในชีวิตของลูก ให้ลูกรู้สึกยอมรับนับถือในตัวคุณย่อมดีกว่าให้ลูกกลัวคุณเป็นไหน ๆ 2. ปฏิบัติต่อลูกเหมือนกับลูกคือผู้ใหญ่ (ตัวน้อย ๆ ) คนหนึ่ง คุณอยากให้ลูกประพฤติตัวอย่างไรเมื่อเขาโตขึ้นคะ คุณควรปฏิบัติต่อลูกเหมือนกับลูกคือผู้ใหญ่คนหนึ่ง อย่าบังคับควบคุมหรือข่มลูกมากจนเกินไป ให้อิสระกับลูกบ้าง คอยสังเกตและสอนให้ลูกรู้จักผิดชอบชั่วดี การทำผิดพลาดบ้างเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้นะคะ 3. เลิกกดดัน...แต่พร้อมรับมือแบบสบาย ๆ การดูแลลูกวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เป็นเรื่องปกติที่เด็กวัยรุ่นจะอยากสำรวจสิ่งแปลกใหม่ที่เขาเพิ่งเคยพบเจอ ช่วยลูกให้คุ้นชินกับโลกใบนี้ด้วยการให้คำแนะนำเพื่อให้ลูกผ่านพ้นแต่ละช่วงของชีวิตไปได้อย่างราบรื่น 4. อย่าตั้งข้อจำกัดกับลูกมากเกินไป มันเป็นเรื่องปกติที่คุณจะไม่ซื้อของเล่นแพง ๆ ให้ลูก แต่อย่าถึงขนาดตั้งกฎเกณฑ์กับลูกในการเลือกคบเพื่อน สิ่งที่ลูกสนใจ หรืองานอดิเรกของลูก ให้ลูกรู้ว่าคุณคอยอยู่เคียงข้างลูกเสมอทั้งเวลาที่ลูกสุขและทุกข์ ที่สำคัญก็คือ อย่าตัดสินสิ่งที่ลูกสนใจ แต่คุณควรให้คำแนะนำกับลูกแทน 5. สร้างกิจวัตร คุณจำเป็นที่จะต้องสอนให้ลูก ๆ รู้จักความสำคัญของกิจกรรมในครอบครัว เช่น การรับประทานอาหารเย็นพร้อมหน้ากัน การรวมญาติในโอกาสพิเศษ หรือแม้แต่กิจกรรมธรรมดา ๆ อย่างการไปเที่ยวด้วยกัน พาลูกไปดูหนังบ้าง ที่พลาดไม่ได้สำหรับลูกสาวก็คือการช้อปปิ้งด้วยกัน 6. ปลีกตัวไปสงบสติอารมณ์ ความเครียดความกดดันอาจทำให้คุณทำอะไรเกินกว่าเหตุ และกลายเป็นการระเบิดอารมณ์ออกมา ถ้าคุณรู้สึกเครียดเพราะลูก ปลีกตัวจากสถานการณ์ตรงนั้นไปหาที่สงบ ๆ คุณจะได้ใจเย็นขึ้น หลีกเลี่ยงการเถียงหรือทะเลาะกับลูก และอย่าใช้ถ้อยคำรุนแรงทำร้ายจิตใจกับลูกเด็ดขาด 7. หากิจกรรมที่คุณกับลูกสนใจ การที่คุณกับลูกจะสนใจสิ่งเดียวกันมีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง ลูกก็ไม่ต่างจากคุณหรอกค่ะที่จะสนใจเรื่องของเทคโนโลยี การทำอาหาร แฟชั่น หรือแม้แต่กีฬา หาความสนใจที่คุณกับลูกมีเหมือนกันให้เจอและสร้างความผูกพันระหว่างคุณกับลูกเสีย ลูก ๆ จะตื่นเต้นยินดีกับความใกล้ชิดสนิทสนมและการสนับสนุนครั้งนี้ของคุณค่ะ 8. ให้คุณสามีหรือคุณภรรยาช่วยอีกแรง คุณไม่ได้โดดเดี่ยวนะคะ ช่วยกันวางแผนและดูแลลูกกับคุณสามีหรือคุณภรรยา ดีซะอีกที่ลูก ๆ ได้รับคำแนะนำจากต้นแบบทั้งสองให้เขาเติบโตขึ้นได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วยนะคะ 9. ปริมาณเป็นคนละเรื่องกับคุณภาพ คุณสามีและคุณภรรยาอาจจะทำงานนอกบ้านและมีหน้าที่การงานยุ่งเหยิงกันทั้งคู่ แต่อย่าละสายตาจากลูก ๆ เป็นอันขาด ใช้เวลากับลูก ๆ ตอนเช้าและกลางคืน ถามไถ่พูดคุยถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ลูกทำหรือปัญหาที่ลูกอาจประสบอยู่ ใช้เวลาที่มีจำกัดนี้ในการพูดคุยสื่อสาร อย่ามัวแต่บ่น 10. ช้าไปหน่อย แต่ยังดีกว่าไม่ทำเลย เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะสัญญากับลูก ๆ เรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ต้องรักษาสัญญาให้ได้นะคะ คุณอาจจะเลื่อนทริปเที่ยวทะเลออกไปก่อน แต่อย่าลืมเด็ดขาด ทำให้ได้ตามที่สัญญาไว้กับลูก แล้วลูกจะยกให้คุณเป็นสุดยอดต้นแบบ มีความสุขกับการดูแลลูกนะคะ! ขอบคุณที่มาจาก..th.theasianparent.com  

ดิฉันนอกใจสามี ไปกับเพื่อนร่วมงาน แล้วท้อง
ท้อง /  นอกใจ / 

ดิฉันคบกับสามีได้ 7 ปีแล้วถึงแต่งงานกันเมื่อ 2 ปีก่อน รวมเวลาคบกันทั้งหมดแล้ว 9 ปี ยังไม่มีลูกค่ะ สามีเป็นคนใจเย็น ขยันทำงาน แต่ไม่ค่อยยอมมีเซ็กซ์กับดิฉันอันนี้เพิ่งจะรู้หลังแต่งงานค่ะ ก่อนแต่งดิฉันไม่ยอมมีเซ็กซ์ด้วย เขาก็ไม่เกี่ยง เราก็นึกว่าเป็นคนดี แต่พอแต่งแล้วเพิ่งมารู้ว่าเขามีความต้องการด้านนี้น้อย (กว่าเรามาก) และตอนมีอะไรกันเราก็ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไร ดิฉันก็พยายามข่มใจอยู่นานค่ะ แต่แล้วตบะก็มาแตกเอาตอนที่เพื่อนร่วมงานใหม่เข้ามาในชีวิต เขาหน้าตาไม่เอาไหน มารยาทไม่เป็นผู้ดี แต่เป็นคนสนุกสนาน ตลกโปกฮา เราไปทานข้าวด้วยกันไม่กี่ครั้งเขาก็บอกว่าเขาซีเรียส และอยากแต่งงานกับดิฉันทั้งๆที่รู้ว่าดิฉันมีสามีอยู่แล้ว เขาเคยผิดหวังในการแต่งงานกับภรรยาเก่าซึ่งแต่งงานกันไม่ถึงปีและไม่มีลูกด้วยกัน เขาบอกรักและพยายามเอาใจดิฉันหลายๆอย่าง แล้วดิฉันก็เผลอใจไปกับเขา เรามีอะไรกัน 3 คืนโดยป้องกัน จนกระทั่งคืนที่ 4 ดิฉันรู้สึกผิดกับสามีและ ดิฉันบอกเขาว่าเราควรจะหยุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกิน ดิฉันบอกกับเขาตรงๆว่าดิฉันรู้สึกดีๆกับเขา แต่เราเจอกันช้าไป เขาบอกว่าเขาเข้าใจดีและพร้อมจะรอ แต่คืนนั้นเขาก็ไม่ยอมใช้ถุงยางอนามัย และหลั่งข้างใน ดิฉันโกรธมาก และ พยายามหายาป้องกันการท้องหลังเพศสัมพันธ์มาทาน แต่ยานี้ป้องกันได้แต่ 70เปอร์เซ็นต์ ดิฉันไม่อยากทำแท้งค่ะ เพื่อนร่วมงานดิฉันคนนี้เขาก็ขอโทษขอโพย และ ขอให้ดิฉันเก็บลูกไว้ หย่ากับสามีแล้วมาแต่งงานกับเขา แล้วเรามาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน สามีดิฉันไม่ผิด และเขายังไม่รู้เรื่องค่ะ ดิฉันควรจะเอาเด็กออกดี บอกสามีให้เขายอมรับลูกที่ไม่ใช่ของเขา หรือ ควรแต่งงานใหม่กับเพื่อนร่วมงานคนนี้ดีคะ ดิฉันถูกใจเพื่่อนร่วมงานคนนี้ค่ะ แม้มารยาทบางอย่างยังต้องปรับปรุงอีกมาก เรามีเซ็กซ์ที่ดีมาก ตรงข้ามกับสามีดิฉัน เขาใจเย็นเป็นผู้ดี แต่เรามีเซ็กซ์กันน้อยมากค่ะ ปีละ 7 ครั้งเห็นจะได้ ส่วนฐานะการงานและการเงินที้งสองคนไม่ต่างกันค่ะดีมากทั้งคู่ ดิฉันรู้สึกแย่มากกับตัวเอง และสับสนค่ะ รู้ตัวว่าทำผิด แต่คนที่มาทีหลังนั้นทำให้ความรู้สึกทางเพศดิฉันกระปรี้กระเปร่าขึ้นมากค่ะ เรื่องทางโลกด้านอื่นๆ เราก็น่าจะปรับตัวกันไปได้นะคะ คำตอบ : สวัสดีค่ะ โอ๊ย ตายๆๆ   อกมาดามจะแตก  เป็นหญิงใช้สามีพร้อมกันถึง 2 คน ยังไม่พอ ยังมาเปรียบเทียบคุณสมบัติระหว่างชู้กับสามี  โอ๊ยๆๆๆ   ตายๆๆๆ   งามไส้จริงๆ    เรื่องเลยเถิดมาจนขั้นนี้ จะทำแท้งก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาอยู่ดีค่ะ  มาดามรักเข้าใจว่าเรื่องเซ็กส์มันเรื่องใหญ่สำหรับชีวิตคู่  แต่ก็ต้องเป็นคู่นั้นๆ ที่แก้กันเอง  ไม่ใช่เอาใครมาแก้ขัดแบบนี้ ยอมรับมาซะเถอะค่ะว่าคุณผิดเอง ที่ไม่ยั้งใจจากกิเลสตัณหา  ถึงแม้สามีคุณไม่ผิด แต่คุณไม่มีความซื่อสัตย์ และจงรักภักดีต่อสามีคุณเลย  ยอมรับสิ่งที่ตนเองคิดและทำซะค่ะ   บอกกับเค้าไปตามตรง แต่เดินออกจากชีวิตเค้าซะ  เพราะคุณไม่คู่ควรกับตำแหน่งภรรยาเค้าอีกต่อไป ส่วนเพื่อนร่วมงานที่เป็นชู้กับคุณนั้น   คุณจะเลือกให้เค้าเป็นพ่อของลูก  หรือไม่   คุณเองก็รู้อยู่แก่ใจค่ะ   คุณรักเค้าหรือไม่  ?   ชีวิตคู่ของทั้งคุณและเค้าเดินไปด้วยกันได้จริงๆ หรือไม่   มาดามรักคิดว่าถ้าคุณไม่หลอกตัวเอง มองแค่ว่าเรื่องเซ็กส์เค้าดีเยี่ยม   มาดามรักคิดว่าคุณน่าจะฉลาดพอที่จะเลือกทางออกที่ดี ให้กับตัวคุณ อย่างไร ก็อย่าทำแท้ง ไปทำร้ายลูกตัวเองเข้าล่ะคะ   หยุดหลงมัวเมากิเลส ราคะ   และกลับมาเป็นแม่แบบที่ดีให้กับลูกตัวเองได้แล้ว มาดามรักจะเอาใจช่วยทั้งคุณและลูกให้มีอนาคตที่สดใสค่ะ บุญรักษา จากใจ  มาดามรัก