ขายนักเตะ

ยอด LPG ตกฮวบ หวังปีหน้า โต 5-10%
LPG /  LPG mthai / 

นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว เผยยอดใช้ LPG 8 เดือนแรกลดลงหวังปีหน้า โต 5-10% ยอดใช้ LPG ครัวเรือน 8 เดือนแรกลดลง 13-14% จากศก.ชะลอ คาดปี 58 ศก.ฟื้นจะส่งผลให้กลับมาขยายตัวปกติที่ 5-10% นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาพรวมยอดจำหน่ายแอลพีจี (ก๊าซหุงต้ม) ภาคครัวเรือนช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.) ยังคงลดลงประมาณร้อยละ 13-14 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ที่รัฐอนุโลมให้ใช้แอลพีจีราคาครัวเรือนได้ไม่เกิน 1,000 กิโลกรัม ได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงจึงกระทบต่อการใช้แอลพีจีลดตามไปด้วย นอกจากนี้ พบว่าการขยายตัวของที่อยู่อาศัยตามแนวสูง หรือประเภทคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น ได้ส่งผลให้การใช้แอลพีจีลดลงไปด้วย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเศรษฐกิจในปี 2558 จะดีขึ้น และจะส่งผลให้การใช้แอลพีจีกลับมาขยายตัวตามปกติประมาณร้อยละ 5-10 ส่วนการใช้แอลพีจีในภาคขนส่งยังคงเพิ่มขึ้น แม้รัฐบาลจะทยอยปรับราคาเพิ่มขึ้นเพื่อให้เท่ากับครัวเรือน แต่ก็ยังพบว่าราคายังต่ำกว่าน้ำมัน โดยจากนี้มองว่าเมื่อรัฐเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีทั้งระบบเพื่อให้สะท้อนต้นทุนราคาหน้าโรงแยกก๊าซธรรมชาติ จึงควรคงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยไว้เช่นเดิม MThai News

มารู้จักกับ 'แคตเธอรีน' นางฟ้าตัวน้อยใจบุญที่คุณต้องตกหลุมรัก
บริจาคเงินช่วยวิกฤติโรคระบาด /  ประวัติแคตเธอรีน คอมเมล / 

รู้จักกับ แคตเธอรีน คอมเมล นางฟ้าตัวน้อย ซึ่งเธอไม่ใช่เพียงเด็กน้อยไร้เดียงสา หากแต่เธอยังเป็นผู้เริ่มต้น คิดทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ แคตเธอรีน คอมเมล ซึ่งขณะนั้น เธออายุได้เพียง 5 ขวบ ซึ่งตามธรรมชาติ เด็กในวัยนี้มักจะใช้เวลาในการเล่นซนตามภาษาเด็กเท่านั้น แต่เธอคนนี้ได้เป็นผู้สร้างปาฏิหารย์ให้กับเด็กอีกมากมายในอีกมุมโลกให้รอดชีวิตจากโรคร้าย จุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันน่าประทับใจเกิดจาก เมื่อปี 2006 แคตเธอรีนได้ชมสารคดีที่ตีแผ่เรื่องราวของของชาวแอฟริกา ที่ในทุกๆ 30 วินาที จะมีผู้ที่ต้องจบชีวิตเพราะโรคมาลาเรีย เพราะส่วนใหญ่ ประชาชนในแถบนี้ยากจนมาก จนไม่มีเงินซื้อมุ้งเพื่อป้องกันยุงซึ่งเป็นพาหะของโรคมาลาเรีย แคตเธอรีนไม่ยอมปล่อยเรื่องราวเหล่านี้ให้ผ่านไปเฉยๆ หากแต่เธอเริ่มเก็บเงินค่าขนม เพื่อซื้อมุ้งเพื่อส่งไปบริจาคให้ผู้ประสบกับวิกฤตินี้  ผ่านองค์กรการกุศลชื่อว่า 'Nothing but net' หลังจากนั้น 1 สัปดาห์เธอได้รับจดหมายขอบคุณจากหน่วยงานดังกล่าว พร้อมบอกว่าเธอเป็นผู้บริจาคที่อายุน้อยที่สุด และถ้าบริจาคมุ้งครบ 10 หลังเธอจะได้รับใบประกาศเกียรติคุณ เธอไม่หยุดความตั้งใจเพียงเท่านั้น หากแต่เธอและแม่ เริ่มออกไปเปิดท้ายขายของกับเธอ และนำหนังสือเก่า ของเล่น เสื้อผ้าเก่ามาขาย เพื่อหาเงินมาบริจาค โดยเธอให้เหตุผลว่า คนที่มาซื้อของเหล่านี้จากเธอ จะเป็นผู้ที่ได้ร่วมทำบุญอีกหนึ่งทาง จนกระทั่งเธอสามารถส่งเงินเพื่อซื้อมุ้งครบ10หลังไปยังมูลนิธินี้ได้สำเร็จ เธอมีกำลังใจเพิ่มขึ้นมาก เมื่อเธออายุได้ 6 ขวบ เธอได้รับเงินบริจาคแล้ว 6316 เหรียญ เพราะบาทหลวงในชุมชนได้เชิญเธอไปพูดในโบสถ์ ซึ่ง 3 นาที เธอจะได้รับเงินบริจาคถึง 800 เหรียญ หลังจากความมุ่งมานะ พยายามของเธอแบบไม่หยุดยั้ง ทาง nothing but net ได้เริ่มนำเรื่องของเธอลงในเว็บไซต์ ในวันหนึ่งเธอเห็น เดวิด เบคแฮ่ม นักฟุตบอลชื่อดังปรากฎตัวในทีวี เขาช่วยประชาสัมพันธ์ให้องค์กรกุศล“nothing but net ” เธอรีบแนบใบประกาศเกียรติคุณของเธอให้เบคแฮ่มทันที หลังจากนั้น เบคแฮ่ม ได้นำใบประกาศเกียรติคุณของเธอโพสลงเว็บไซต์ส่วนตัว เรื่องของเธอจึงกลายเป็นเรื่องราวโด่งดัง วันหนึ่งเธอได้รับจดหมายขอบคุณจากหมู่บ้านที่เธอส่งมุ้งไปให้ เธอดีใจมาก และมีกำลังใจเพิ่มอีก เธอและทีมงานเริ่มทำใบประกาศเกียรติคุณอีก 100 ใบ ส่งให้มหาเศรษฐีที่ติดอันดับโลก และหนึ่งในนั้น คือ บิลเกต มหาเศรษฐีอับดับ 1 ของโลก และแล้ว องค์กรการกุศล“nothing but net ”ได้รับเงินบริจาคจากเขา กว่า 100 ล้านบาท ในปี 2008 มูลนิธิบิลเกตออกค่าใช้จ่ายถ่ายทำสารคดี “เด็กช่วยเด็ก” ซึ่งแคตเธอรีนจึงมีโอกาศได้ไปแอฟริกา และพบกับเด็กๆที่เขียนชื่อเธอไว้บนมุ้ง พวกเขาเรียกมุ้งนี้ว่า มุ้งแคตเธอรีน หมู่บ้านนี้ เดี๋ยวนี้ชื่อว่า หมู่บ้านแคตเธอรีน ภายใน 2 ปีเธอสามารถช่วยชีวิตคนจากโรคร้ายได้กว่า 2 หมื่นคน จนกระทั่งเรื่องราวของเธอยังคงถูกพูดถึงมาจนปัจจุบัน Mthai News

เกมส์ Far Cry 4 เผยชุด Season Pass มอบคอนเทนต์พิเศษ
Far Cry /  Far Cry 4 / 

Ubisoft เปิดเผยรายละเอียดเกมส์ Far Cry 4 ในชุด Season Pass รวบรวมคอนเทนต์ดาวน์โหลดเกมส์พิเศษครอบคลุมทั้งโหมดผู้เล่นคนเดียวและมัลติเพลเยอร์ สนนราคา 29.99 ดอลล่าร์ เตรียมวางขาย 18 พฤศจิกายน 2014 หรือแถมมากับชุดเกมส์พิเศษ สำหรับ Far Cry 4 ในชุด Season Pass ได้บรรจุภารกิจเกมส์ใหม่ๆที่จะต้องจบเกมส์ในโหมดผู้เล่นคนเดียวหรือโหมด Co-Op อีกทั้งยังบรรจุภารกิจแหกคุกที่อยู่ในโหมด Co-Op รวมถึงโหมด PvP ที่จำเป็นต้องรวมทีมระหว่างผู้เล่นเพื่อปะทะกับปีศาจเยติบนเทือกเขาหิมาลัย The Syringe ภารกิจพิเศษจากการปกป้องวัตถุอันล้ำค่าเพื่อไม่ให้ตกไปยังมือของกองทัพ Pagan Min สามารถเล่นได้ในโหมดผู้เล่นคนเดียวและ Co-Op Escape from Durgesh Prison - ร่วมทีมร่วมใจ และเอาตัวรอดฝ่าฟันจากการแหกคุกใน Yuma ให้ได้ Hurk Deluxe Pack - บรรจุภารกิจใหม่จำนวน 5 ภารกิจ สามารถเล่นได้ในโหมดผู้เล่นคนเดียวหรือ Co-Op และสามารถเข้าถึงอาวุธปืนใหม่ๆรวมถึงปืนฉมวกของตัวละคร Overrun - ร่วมทีมในโหมด PvP และทำการเข้ายืดพื้นที่ชานเมืองของ Kyrat เพื่อปกป้องฝ่ายตรงเข้ามที่เข้ามารุกราน Valley of the Yetis - ผจญภัยในด่านใหม่ในโหมดผู้เล่นคนเดียวหรือ Co-Op ในการปะทะ "เยติ" ปีศาจในตำนานบนเทือกเขา Far Cry 4 ในชุด Season Pass สนนราคา 29.99 ดอลล่าร์ เตรียมวางขาย 18 พฤศจิกายน 2014

มีเงื่อนงำ? คุณตาพึ่งขายที่นา ได้เงิน2 ล้านผูกคอดับ
ขายที่นา /  ขายที่นาฆ่าตัวตาย / 

คุณตาวัย 61  พึ่งขายที่นาได้เงิน2 ล้าน ผูกคอดับปริศนา  วันนี้(21ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ได้เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.แซร์ออ อ.วัฒนานคร หลังจากชาวบ้านได้แจ้งว่ามีชายชราท่านหนึ่งผูกคอตาย เมื่อทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบศพคนผูกคอตายทราบชื่อคือ นายชื่น เงินสิน อายุ 61 ปี เป็นเจ้าของบ้านหลังเกิดเหตุ (ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าว) จากการสอบสวนน้องสาวผู้ตายอายุ 59 ปีได้ให้การว่า ตนและพี่ชายต่างไม่มีครอบครัวและแก่มากแล้ว จึงตัดสินใจขายที่นา จำนวน 40 ไร่ ในราคา2 ล้าน 2 แสนบาท เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งวันเกิดเหตุตนไม่เห็นพี่ชาย จึงเดินไปดูที่ห้องน้ำ พบว่าประตูห้องน้ำล็อก เรียกพี่ชายเท่าไหร่ก็ไม่เปิด จึงวิ่งไปเรียกเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ มาช่วยกันงัดประตูห้องน้ำ พอเปิดประตูเข้าไป พบพี่ชายใช้ผ้าขาวม้าผูกคอกับหลังคาห้องน้ำเสียชีวิต ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากชาวบ้านรายหนึ่งว่าหลังขายที่นาได้เงินมาแล้ว น้องสาวผู้ตายเป็นคนเก็บเงินไว้คนเดียว พอนายชื่นต้องการจะใช้เงินบ้าง น้องสาวก็ไม่ค่อยให้ เนื่องจากน้องสาวเป็นคนขี้เหนียว อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นายชื่นพี่ชายเกิดความน้อยใจน้องสาวแล้วคิดสั้นผูกคอตายก็เป็นได้ ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News

รัฐบาลเร่งปราม! ร้านเหล้าปั่นรอบสถานศึกษา
ยงยุทธ ยุทธวงศ์ /  รองนายกรัฐมนตรี / 

รองนายกรัฐมนตรี "ยงยุทธ" จี้ฝ่ายกฎหมาย เร่งจัดระเบียบร้านขายเหล้าปั่นรอบสถานศึกษา ไม่มีใบอนุญาต พร้อมเฝ้าระวังเพิ่มจำนวน นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดระเบียบร้านขายเหล้าปั่นรอบสถานศึกษาว่า ปัญหาดังกล่าวได้มีการหารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ปัญหาคือมีการตั้งขายข้างถนน เมื่อถูกไล่ ก็ย้ายไปขายที่อื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายต้องดูแล โดยต้องทำงานให้เข้มแข็งขึ้น เพราะร้านส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาต ไม่สามารถทำได้ ดังนั้น เราต้องเข้าไปสู่ต้นตอของปัญหา คือการดูแลสังคมไม่ให้หมกมุ่นกับอบายมุขต่างๆ หากสังคมมั่นคงเรื่องเหล่านี้ก็เกิดขึ้นได้ไม่มาก แต่จะให้หมดไปร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นคงทำได้ยาก และต้องเฝ้าระวังการเพิ่มจำนวนของร้านเหล้าด้วย ส่วนปลายเหตุก็ต้องป้องปราม เช่นเดียวกับเรื่องบารากุ เป็นปัญหาที่มีมานาน นอกจากนี้ นายยงยุทธ เปิดเผยถึงการหารือระหว่าง นายชิเกะคะสุ ซะโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยว่า ได้มีการพูดคุยถึงความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม ในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ การศึกษา งานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น งานด้านระบบการขนส่ง ระบบราง และดาวเทียม ที่ไทยต้องการพัฒนาด้วยตนเอง รวมถึงได้สอบถามแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็จะมีการประสานเพื่อติดตามความคืบหน้าเป็นระยะ MThai News

มาดามแป้ง เป็นปลื้ม จอย-ไหม โชว์สุดยอดพาODFFเลื่อนชั้นลีกสวีเดน
2 แข้งสาวไทย /  ASSI / 

ความเคลื่อนไหวของ 2 แข้งสาวไทย ธนีกานต์ แดงดา กับ ธนัสถา ชาวงษ์ ที่ถูกส่งไปล่าฝันในลีกสวีเดน กับทีม ODFF ซึ่งล่าสุด 2 แข้งสาวไทย ช่วยให้ทีมเอาชนะ ASSI 1-0 ในการเพลย์ออฟเกมที่ 2 ส่งผลให้ได้สิทธิเลื่อนชั้นไปเล่นในลีกฮีลิทเอ็ทตัน แชมป์เปี้ยนชิพ ในฤดูกาลหน้า ด้วยประตูรวม 3-2 โดย มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก หลังทราบข่าวว่าทั้งสองคน สามารถพาต้นสังกัดประสบความสำเร็จได้ครั้งนี้ จึงถือเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของนักเตะไทยทั้งสองคนได้เป็นอย่างดี ที่ทำหน้าที่เป็นตัวจริงในสนามได้อย่างสมบูรณ์ “ขอแสดงความยินดีอีกครั้งกับ จอย ธนัสถา ชาวงษ์ ในฐานะนักเตะที่ครองรางวัล Girl of the Match จากการแข่งขันเพลออฟรอบล่าสุด นับเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชม และถือเป็นการต่อยอดพัฒนานักเตะของไทยในระดับสากลด้วย ตนยังเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญ ที่จะเปิดทางให้กับนักกีฬาน้องๆ คนอื่นๆ สู่สนามการฟาดแข้งในกลุ่มประเทศยุโรปต่อไปในอนาคต” มาดามแป้ง กล่าวทิ้งท้าย

ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน
ประวัติศาสตร์ /  ส้วม / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยชวนเพื่อนๆ ให้มาย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน กันค่ะ ฟังชื่อแล้วอย่าเพิ่งร้องอี้ นะคะ เพราะคอนเฟิร์มว่าเรื่องราวที่มาที่ไปของส้วมนี้ น่าสนใจมากเป็นเหมือนประวัติศาสตร์แปลกๆ หน้าหนึ่งได้เลยทีเดียว อิอิ เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ ถ้างั้นอย่ารอช้าไปติดตามกันเลย... ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน เรื่อง "ส้วม" สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ผศ.อุดร จารุรัตน์ บรรณาธิการต่วยตูนพิเศษ อดีตอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รวบรวมและเรียบเรียงไว้เป็นความรู้ว่า ชาติที่มีอารยธรรมในด้านการขับถ่ายครั้งอดีตไม่มีใครเกินโรมัน จากซากเมืองเมอริดาในสเปน ที่ชนโรมันสร้างไว้ ยังมีหลักฐานเด่นชัดอยู่ด้านหลังของโรงละครแห่งหนึ่ง เป็นสุขากลางแจ้งที่มี ๒๕ ที่นั่งตั้งอยู่เหนือท่อระบายน้ำใหญ่ของเมือง พออึหล่นปุ๊ลงไป น้ำเบื้องล่างก็จะพัดพาเอามันไป ที่นั่งเดิมนั้นเป็นหินตั้งอยู่ในกรอบโลหะ แต่ทางการได้บูรณะโดยหล่อด้วยคอนกรีต เบื้องหน้าของแถวที่นั่งมีรางน้ำทำด้วยหินอ่อน ชาวโรมันจะใช้ไม้ติดฟองน้ำยื่นลงไปจุ่มน้ำในรางแล้วยกมาใช้ชำระก้น โรมันรู้จักการนำน้ำจากบนเขาสูงโดยใช้รางลำเลียงลงมา เรียกว่าระบบอาควีดักต์ (Aqueduct) ระบบท่อน้ำจ่ายน้ำในเมอริดามีความยาวทั้งสิ้น ๕ กิโลเมตร หลังจากล่มสลายของอาณาจักรโรมัน ชนชาวยุโรปก็ทอดทิ้งคุณค่าที่โรมันสร้างสรรค์ไว้อย่างสิ้นเชิง ทั้งที่งานสุขาภิบาลเหล่านี้โรมันสร้างไว้ให้เห็นเกือบทุกหนแห่ง แม้แต่ที่บริเวณกำแพงเมืองฮาเดรียนในบริเทนก็มีสุขาเหลือซากอยู่ และชนบริเทนหรืออังกฤษก็มิได้ใส่ใจบำรุงรักษา ปล่อยให้แตกหักไร้ประโยชน์ ยุโรปทั้งหมดหันกลับไปหาวิธีถ่ายทุกข์แบบเดียวกับที่ใช้ในยุคมืด คือนับเป็นเวลานานยาวถึงพันปีหลังยุคโรมันที่พวกเขาออกไปปลดทุกข์ในพื้นนาพื้นสวน เหมือนที่คนไทย "ไปทุ่ง" นั่นเอง จวบจนเข้าสู่ยุโรปสมัยกลาง จึงเริ่มการสร้างสุขาให้เห็นบ้าง หลักฐานสมัยศตวรรษที่ ๑๓ การขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ จะระบายทิ้งลงตามช่องกำแพงเมือง ซึ่งเรียกเป็นภาษานอร์มันว่า "การ์เดโรบส์" (Garderobes) ความหมายเดิมคือที่ใช้เก็บเสื้อผ้า โดยคิดกันว่าก๊าซแอมโมเนียจากปัสสาวะนั้นมีประโยชน์ในการขับไล่ตัวมอดตัวแมลงต่างๆ ไปจากผ้าไหมและผ้าขนสัตว์ของขุนนางเจ้าของปราสาท การ์เดโรบส์มักจะมีที่นั่งถ่ายเป็นกรอบไม้ ข้อเสียของการระบายคือทำให้เบื้องล่างของผนังกำแพงเหม็นคลุ้ง ส่งกลิ่นขึ้นมายามนั่งถ่ายโดยเฉพาะหน้าร้อน ส่วนหน้าหนาวก็มีลมพัดขึ้นมาทำให้ก้นเย็นฉียบ เมื่ออุจจาระกองสุมกันเป็นเนิน ก็จะมีคนจัดการเอาพลั่วตักใส่ถังไปทิ้งที่อื่น จนถึงสมัยทิวดอร์ เริ่มมีการใช้ส้วมตามบ้านคนรวย แต่ก็ยังไม่ถูกสุขลักษณะและมีกลิ่นเหม็นอยู่ดี นั่นคือมีลักษณะเป็นส้วมหลุมที่ขุดลงไปในดิน อาจมีก่ออิฐกันหลุมพัง ส่วนที่นั่งถ่ายก็เป็นแบบหยาบๆ เจาะเป็นรูแล้วถ่ายอุจจาระตกลงไปในหลุมโดยตรง เมื่อหลุมเต็มก็ต้องขนถ่ายปฏิกูลเบื้องล่างออกไปเป็นคราวๆ ที่มีการระบายดีกว่าและปราศจากกลิ่นเหม็นได้แก่บ้านในชนบททางตอนเหนือของเวลส์ สำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ลำธารจะปลูกสร้างคร่อมทางน้ำ ใช้กระแสน้ำเป็นตัวพัดพาอุจจาระให้ลอยหรือชะไป แต่ก็น่าจะคำนึงถึงบ้านหรือชุมชนที่อยู่ทางท้ายน้ำซึ่งต้องใช้ลำธารในการอุปโภคเช่นกัน สำหรับส้วมทันสมัยรุ่นแรกๆ กำเนิดขึ้นในปี ๑๕๙๔ ออกแบบสร้างโดย เซอร์ จอห์น ฮาร์ริงตัน ส้วมนี้มีถังเก็บน้ำอยู่เหนือที่นั่ง เมื่อยกก้านวาล์วจะมีน้ำชำระพุ่งลงมาอยู่ในโถ พออึเสร็จก็ยกก้านอันที่สอง น้ำและอุจจาระในโถก็จะระบายลงสู่หลุมเบื้องล่าง และนี่อาจเรียกได้ว่า เป็นส้วมระบบชักโครก (Flush toilet) อันแรกของโลก ฮาริงตันประดิษฐ์ส้วมชนิดนี้เพียง ๒ ชุด ชุดหนึ่งสำหรับตนเอง และอีกชุดถวายแด่แม่ทูนหัวของเขา คือ สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ ๑ กระทั่งอีก ๑๗๐ ปี ต่อมา ค.ศ. ๑๗๗๕ ช่างทำนาฬิกา อเล็กซานเดอร์ คัมมิงส์ ได้จดลิขสิทธิ์ส้วมชักโครกเป็นรายแรก โดยใช้คอห่านเพื่อป้องกันกลิ่นมิให้ย้อนขึ้นมา แม้จะมีวาล์วระบายทิ้งจากโถ แต่ก็ใช้งานไม่ค่อยดี บางทีอุจจาระลอยสวนขึ้นมาทำให้มีกลิ่น และท่ออุดตัน งานของคัมมิงส์ได้รับการพัฒนาปรับปรุงขึ้นในปี ๑๗๗๘ โดย โจเซฟ บรามาห์ ด้วยการติดตั้งวาล์วกระดกที่ปล่อยน้ำชำระแบบอัตโนมัติ ทำให้การระบายของเสียหมดจดขึ้น และมีน้ำขังอยู่ในโถตลอดเวลา เป็นการดักกลิ่น ผลงานชิ้นนี้เป็นที่นิยมใช้กันยาวนานกว่า ๑๕๐ ปี มีการติดตั้งในสถานที่ราชการ รวมถึงวังเวสต์มินสเตอร์ และมีผู้ขนานนามว่าเป็น "โรลล์ซรอยส์แห่งส้วม" กระนั้นก็ยังมีชนผู้ดีอีกมากที่ยังคงใช้หม้ออุจจาระตามเดิม ชนชั้นสูงมีโถอุจจาระประจำไว้แม้แต่ในห้องดินเนอร์ โดยเก็บในตู้ถ้วยชาม ล่วงเข้า ค.ศ.๑๘๘๐ จึงมีผลิตภัณฑ์ส้วมชักโครกสำเร็จรูปยูนิทาส (Unitas) ออกจำหน่าย ทำด้วยเซรามิกรูปทรงสวยงามแบบชิ้นเดียว โดยซ่อนคอห่านไว้ภายในมิดชิด ไม่รั่วไม่ซึม และด้วยการผลิตปริมาณมากจึงราคาถูก ขายดีนับล้านชุดทั่วโลก ปี ๑๘๕๔ จอร์จ เจนนิงส์ ออกแบบส้วมสาธารณะสำหรับชาวลอนดอนทั่วไปใช้โดยเสียเงิน ๑ เพนนี เลยเกิดเป็นสำนวน ไปจ่ายหนึ่งเพนนี (to spend a penny) เวลาจะไปส้วมสาธารณะ ราคานี้ใช้อยู่จนถึง ค.ศ.๑๙๗๑ นับว่าน่าทึ่งที่คงอยู่ยาวนานถึง ๑๒๐ ปี เมื่อโถส้วมเซรามิกเก็บท่อไว้ภายในไม่รุงรัง ผู้ผลิตก็เริ่มแข่งขันในด้านออกแบบให้เตะตาน่าจูงใจ เช่น เป็นรูปชามซุป เป็นรูปปลา ส่วนโถฉี่ของสุภาพบุรุษซึ่งมักเป็นรูปกลมเพื่อกันกระเด็นก็อาจออกแบบเป็นรูปลูกกอล์ฟเช่นในอัมสเตอร์ดัม หรือที่โตเกียวก็มีโถฉี่ที่เชิญชวนให้ฉี่ลงไปดับไฟ ส่วนการชำระล้าง ผู้คนใช้วัสดุแปลกๆ แตกต่างกันไป ตั้งแต่หญ้า ขนเป็ด ขนไก่ ซังข้าวโพด บางคนคุ้นเคยกับการใช้เปลือกหอยซึ่งแข็งบางจับถนัดถนี่กว่า กระทั่งปี ๑๘๕๗ โจเซฟ คาเยตตี้ ชาวอเมริกัน จึงประดิษฐ์กระดาษชำระให้ใช้กัน แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากที่นิยมใช้น้ำชำระล้าง เช่นเดียวกับวิธีการนั่งถ่าย ทุกวันนี้ก็ยังแบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งถนัดแบบนั่งบนขอบโถชักโครก แต่อีกฝ่ายหนึ่งชอบนั่งยองๆ จุงโก โคบายาชิ สถาปนิกโถส้วมชาวญี่ปุ่น กล่าวว่า เขาจะออกแบบให้มีส้วมนั่งยองไว้อย่างน้อยหนึ่งที่ในศูนย์การค้าสำหรับลูกค้าสูงอายุ และคิดค้นวิธีการสร้างเสียงชักโครกโดยไม่มีน้ำไหลสำหรับลูกค้าหน้าบางที่ชอบกดชักโครกกลบเสียงไม่พึงประสงค์ การอำนวยความสะดวกสบายเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับชาวญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้จึงมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการให้ที่นั่งส้วมอบอุ่นก่อนจะหย่อนก้นลงไปนอกจากนี้ยังมีปุ่มกดให้มีน้ำฉีดพุ่งออกมาชำระล้างก้นโดยไม่ต้องใช้มือให้เปรอะเปื้อน ส้วมที่ถูกสุขลักษณะมีส่วนช่วยลดโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มูลนิธิบิลกับเมลินดา เกตส์ จึงจัดตั้งทุนสำหรับผู้ค้นคิดพัฒนาส้วม เช่น มหาวิทยาลัยเดลฟต์ ในเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในองค์กรที่ได้รับทุน กำลังค้นคิดติดตั้งอุปกรณ์ที่จะไมโครเวฟอุจจาระให้เกิดก๊าซเร็วขึ้น และนำก๊าซไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือน โอ้โฮ้วเรื่องของส้วมนี่เข้มข้นและมีที่มาอย่างยาวนานจริงๆ เชื่อว่าในอนาคตข้างหน้า ส้วมจะต้องถูกพัฒนาให้มีความทันสมัย และสะดวกสบายมากขึ้นกว่านี้อีกแน่ๆ ยังไงก็อย่าลืมติดตามวิวัฒนาการของส้วมกันต่อไปนะคะ ข้อมูลและภาพ : sookjai.com

Skara: The Blade Remains เกมส์ต่อสู้สงครามสองฝ่าย สุดมันส์
Skara: The Blade Remains

Indie Studio ประกาศเปิดตัวเกมส์ออนไลน์ในรูปแบบมัลติเพลเยอร์ Skara: The Blade Remains ให้ผู้เล่นเลือกฝ่ายและต่อสู้กับศัตรูในแบบระยะประชิด ดวลอาวุธตัวต่อตัว เตรียมเปิดให้เล่นบนแพลตฟอร์ม Steam ภายใต้ Early Access และ Xbox One เกมส์ Skara: The Blade Remains นำเสนอฉากสงครามสองฝ่ายระหว่างเหล่าอัศวินผู้ปกป้องอาณาจักรกับปีศาจ Orc ผู้รุกรานและหวังยึดครองอาณาจักร ภายในเกมส์เป็นลักษณะมุมมองบุคคลที่สาม ให้ผู้เล่นต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามเพื่อปราชัยกับสงคราม นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถปรับแต่งชุดเกราะอาวุธ และสไตล์การต่อสู้ ของตัวละครให้มีความแข็งแกร่งและตรงกับแนวทางต่อสู้ของผู้เล่นมากที่สุด ที่สำคัญ เกมส์ดังกล่าว ยังใช้ Unreal Engine 4 เอนจิ้นเกมส์ตัวล่าสุดในการพัฒนา ถ่ายทอดบรรยากาศและองค์ประกบของเกมส์อย่างเสมือนจริง เกมส์ Skara: The Blade Remains เตรียมเปิดให้เล่นในรูปแบบ Early Access บนแพลตฟอร์ม Steam บนเครื่อง PC และมีกำหนดวางขายบน Xbox One ด้วย ดูเพิ่มเติมที่ skarathebladeremains.com

กว่าจะรู้เดียงสา (2530) 3/3 จบ
หนังไทย

เรื่องย่อ : ครอบครัวของทิพย์ (มาช่า วัฒนพานิช) เป็นผู้ดีเก่า มีคุณแม่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) เป็นคนดูถูกคนจน เมื่อทิพย์อายุ 15 ย่าง 16 ได้รู้จักกับหนุ่มดาวโรงเรียนชื่อ ไชยา (สุริยา เยาว์สังข์) ทั้งสองคนมักพบปะกันประจำโดยทางบ้านไม่รู้ พี่ชายของไชยา (นพพล โกมารชุน) เปิดร้านขายเเละซ่อมจักรยาน และมักทะเลาะกับไชยาประจำ ทำให้เขาเบื่อที่บ้านมาก เมื่อทิพย์ไปเที่ยวน้ำตกกับไชยา ทั้งคู่ก็ได้มีความสัมพันธ์กัน จนท้องขึ้นมาและหนีไปอยู่ด้วยกัน พ่อแม่ของทิพย์ตามไปที่ร้านของพี่ชายไชยาและกล่าวว่าโทษให้ ทั้งคู่หนีไปอยู่กรุงเทพฯ แฉล้ม (อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) ผู้หญิงหากินพาไปเช่าบ้านอยู่ ทั้งสองต้องแยกกันหางานทำ ไชยาไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านคนจีนซ่อมจักรยาน ส่วนทิพย์ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กทำงานบ้านที่บ้านครู แต่อยู่ได้ไม่นานสามีเจ้าของบ้านเข้ามาลวนลาม โชคดีที่ทิพย์ได้ใช้ขวดตีที่ศีรษะเเละหนีออกมาได้ จึงหนีไปหาไชยาที่ร้านซ่อมจักรยาน แต่ก็ไม่เจอกัน เพราะไชยาได้ลาออกไปแล้ว จึงกลับไปหาแฉล้ม โดยขอโทรศัพท์กลับไปที่บ้าน หวังให้คุณพ่อรับหลานไปเลี้ยงหลังคลอด แต่ก็ต้องตกใจ เพราะพี่ชายบอกว่าคุณพ่อได้หย่ากับคุณแม่แล้วและไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พี่ชายต้องการให้ทิพย์กลับไปอยู่ด้วยกันพร้อมยินดีรับเลี้ยงลูกของทิพย์ แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรมาก ทิพย์ก็ร้องไห้วางสายโทรศัพท์ด้วยความเสียใจกับข่าวที่พ่อหายตัวไป อีกทั้งยังรู้ว่าไชยาซึ่งติดยาถูกรถชนตายเพราะวิ่งหนีตำรวจ แฉล้มจึงได้โอกาสเกลี้ยกล่อมให้ทิพย์ทำงานเป็นผู้หญิงหากินและเอาไปฝากไว้ที่บ้านของแม่เล้า เมื่อทิพย์คลอดลูก ก็โดนพาไปขายที่หาดใหญ่ ทิพย์ต้องทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย จากนั้นหมอสุริยา (อธิป ทองจินดา) ญาติของทิพย์ ได้มาตรวจร่างกายในซ่อง จึงพยายามหาทางช่วยทิพย์ แต่ทิพย์ต้องการให้ลูกออกไปได้ก่อน ทิพย์ตัดสินใจผูกคอตาย หมอสุริยาส่งเด็กให้กับพี่ชายทิพย์เลี้ยง แม่ของทิพย์จึงรู้ว่าทิพย์ได้จากไปแล้ว กว่าจะรู้เดียงสา เป็นภาพยนตร์ไทย ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2530 ที่ดัดแปลงสร้างมาจากนวนิยายของ โบตั๋น จัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น กำกับโดย ชนะ คราประยูร บทภาพยนตร์โดย ชนะ คราประยูร และ นพมาศ ศิริกายะ นำแสดงโดย พิม (มาช่า) วัฒนพานิช, สุริยา เยาว์สังข์, อธิป ทองจินดา, นพพล โกมารชุน, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ,กำธร สุวรรณปิยะศิริ, สุริวิภา กุลตังวัฒนา, สุเชาว์ พงษ์วิไล, ไกรลาศ เกรียงไกร ออกฉายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2530 กว่าจะรู้เดียงสา ได้สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้ง ครั้งแรกและครั้งที่ 2 โดย ดาราวิดีโอ ออกอากาศทาง ช่อง 7 ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 นำแสดงโดย มาช่า วัฒนพานิช, สิวะ แตรสังข์, พิศมัย วิไลศักดิ์ ครั้งที่สองปี พ.ศ. 2543 นำแสดงโดย คีตภัทร อันติมานนท์, วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, ดวงดาว จารุจินดา และครั้งที่สามปี พ.ศ. 2555 นำแสดงโดย ธีรภัทร์ แย้มศรี, พิรุณรัตน์ เกตุคำ, รชยา รักกสิกรณ์ สร้างและออกอากาศทางช่อง media channel รายชื่อนักแสดง มาช่า วัฒนพานิช ............ แว่นทิพย์ (ทิพย์) สุริยา เยาว์สังข์ ............ ไชยา อธิป ทองจินดา ............ หมอสุริยา นพพล โกมารชุน ............ พี่ชาย ไชยา พิศมัย วิไลศักดิ์ ............ แม่ของทิพย์ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ ............ แฉล้ม (หญิงขายบริการ) กำธร สุวรรณปิยะศิริ ............ พ่อของทิพย์ สุริวิภา กุลตังวัฒนา ............ เพื่อนสาวของทิพย์ สุเชาว์ พงษ์วิไล ............ สามีของครู (นายจ้างของทิพย์) ไกรลาศ เกรียงไกร ............ สิงห์ (คนคุมส่งหญิงขายบริการ) ยุวดี ไทยหิรัญ ............ ครู (นายจ้างของทิพย์) ปุยฝ้าย ไทยหิรัญ ............ เพื่อนชายของไชยา นภาพร หงสกุล ............ เฉลา เพื่อนของแฉล้ม (อาชีพค้าผู้หญิงบริการ) บู๊ วิบูลย์นันท์ ............ เสี่ยเจ้าของสถานบริการบันเทิง (นายจ้างของทิพย์) ชูศรี มีสมมนต์ ............ แม่เล้าในซ่อง ชินดิษฐ์ บุนนาค ............ นายจ้างร้านซ่อมจักรยานของไชยา เรืองศรี อินทรกำแหง ............ เรือง (พนักงานโรงเเรม) ขจรศักดิ์ ศุกระจันทร์ ............ พี่ชายของทิพย์ ทัศนีย์ ชินวัตร ............ พี่สะใภ้ของทิพย์ ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2530-master-vcd.html 1/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413839651.html 2/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413844670.html 3/3 -

มาแปลก! บอล ลีกอิตาลี ใส่หมวกนิรภัยลงสนาม
ฟุตบอลอิตาลี /  ลิวอร์โน่ / 

บอล ลีกอิตาลี พักหลังมานี่มักทำอะไรแปลกๆ กันเป็นประจำ คราวนี้เป็นนักเตะ เทร์นาน่า ทีมใน เซเรีย บี อิตาลี ที่เดินลงสนามพร้อมหมวกเซฟตี้ก่อสร้างในเกมที่ต้อนรับการมาเยือนของ ลิวอร์โน่ สาเหตุที่ทำแบบนี้มีการออกมาชี้แจงว่าเป็นเพราะสโมสรต้องการโปรโมตสนับสนุนการหยุดงานประท้วงของคนงานในท้องถิ่น แต่ผลการแข่งขันไม่เข้าทางเลยสักนิดเพราะ เทร์นาน่า เจ้าถิ่นโดนถล่มไป 4-0

ร้าน Casablanca Wine Bar & Bistro เมืองทองธานี
อาหารฝรั่งเศส

สวัสดีค่ะตามรอยนักชิมและมาเฟียฟู้ดมาแนะนำความอร่อยกันอีกเช่นเคยวันนี้พามาชิมกันที่ร้าน Casablanca wine bar & bistro ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศส ร้านหรูๆ แบบนี้ไม่ได้อยู่ย่านกลางใจเมืองแต่อย่างใด อยู่แค่เมืองทองธานีนี้เอง เดินทางมาได้สะดวกรถไม่ติดเหมาะกับเวลาหลังเลิกงานมานั่งจิบไวน์และทานอาหารฝรั่งเศสยามค่ำคืน Casablanca wine bar & bistro ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสประยุกต์ โดยวัตถุดิบที่นำมารังสรรค์เป็นเมนูสุดหรูนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว วัตถุดิบถูกส่งตรงจากประเทศต่างๆ เลือกแต่ของชั้นดีของแต่ละประเทศนั้นมารวมกันเป็นเมนูสุดพิเศษกับที่นี่ทีเดียว Casablanca wine bar & bistro การเดินทางมาไม่ยากเลยค่ะ เพียงเข้ามาในเมืองทองธานี ขับรถเลยมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ขวามือเป็นโครงการ Sukhothai Avenue 99 ร้านอยู่ติดริมถนน แค่เห็นป้ายสีเขียวแบบนี้ก็ถึงแล้วค่ะ ร้านตกแต่งสไตล์เฟรนซ์-โมร็อกแคน ที่คล้องกับชื่อร้าน Casablanca ซึ่งเป็นชื่อเมืองของประเทศโมร็อกโก และตกแต่งร้านด้วยโปสเตอร์หนังเรื่องดังอย่าง Casablanca ที่นี่มี 2 ชั้น เปิดเพลงคลอเบาๆ ให้ได้บรรยากาศโรแมนติกแบบสุดๆ เฟอร์นิเจอร์เป็นไม้ทั้งหมด โทนสีดำ น้ำตาล เพิ่มความคลาสสิคด้วยผนังอิฐมอญ ให้ความอบอุ่นแบบสุดๆ ชั้นไม้ถูกวางเรียงรายด้วยไวน์กว่า 130 ชนิด จากประเทศต่างๆ เดินมาบนชั้นที่ 2 ของร้าน ให้ความรู้สึกแบบส่วนตัว ทุกวันศุกร์และเสาร์ เพลิดเพลินไปกับวงดนตรีแจ๊ส เล่นสด และเอาใจคอบอลด้วยการถ่ายทอดสดฟุตบอลให้ดูกันทุกแมท เมนูแนะนำ พ็อคเบลลี่แอปเปิ้ลซอส (36 Hrs Pork Belly apple sauce) 380 บาท พ็อคเบลลี่จานนี้ไม่ธรรมดาจริงกว่าจะได้เมนูสุดพิเศษจานนี้ต้องใช้เวลาทำถึง 36 ชั่วโมง และจัดจานเสริฟคู่กับซอสแอปเปิ้ล ขาเป็ดตุ๋นสไตล์ฝรั่งเศส (Duck Confit) 380 บาท สูตรต้นตำหรับจากฝรั่งเศส มาถึงร้านอาหารฝรั่งเศสแล้วไม่สั่งเมนูนี้ได้อย่างไร แต่ Duck Confit ร้านนี้พิเศสกว่าร้านอื่น ด้วยซอสส้มรสเปรี้ยวกลิ่นหอมราดบนขาเป็ดกรอบนอกนุ่มใน หอยเชลล์ฮอกไกโดซอสมิโซะ (Hokkaido Scallop miso Sauce) 320 บาท หอยเชลล์ส่งตรงจากฮอกไกโด บวกกับซอสมิโซะสูตรพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่โดยเฉพาะ แองเจิลแฮร์ผัดปู (Angle hair crab with black olive) 260 บาท เป็นอีกเมนูหนึ่งที่ขายดี ใครมาเป็นต้องสั่งกับแองเจิงแฮร์ผัดปูจานนี้ เพราะรสชาติถูกรังสรรค์ให้ถูกปากกับคนไทย รับรองว่าต้องโดนใจหลายๆ คนแน่นอน ซุปใสฟัวกราส์ (Leek and ginger Broth with Cube of Foie gras) 490 บาท เป็นสูตรจากฝรั่งเศส เรียกได้ว่าหาทานที่เมืองไทยยาก น้อยร้านที่จะมีเมนูนี้ หากจะหาทานแบบอร่อยๆ ต้องที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ฮันนี่โทสต์ (Casablanca Black Honey toast) 160 บาท เป็นฮันนี่โทสต์สีดำที่ทำมาจากชาโคล บอกได้เลยว่าฮันนี่โทสต์สีดำมีที่นี่ที่เดียว ครีมบูเล่ (Creme Brulee) 150 บาท หวาน หอม นุ่ม ลงตัว เสริฟคู่กับวิปครีมและไอศครีมหวานฉ่ำ ภาพบรรยากาศ โปรโมชั่นแรงสำหรับร้าน Casablanca ในวันนี้  Buffet เบียร์ Hoegaarden ในราคา 699++ บาท ในเวลา 17.00-21.00 เท่านั้น !!!! พิเศษสำหรับสมาชิก MThai แค่บอกว่ารู้จักร้านจากเว็บไซต์ MThai รับส่วนลด 10 % (เฉพาะค่าอาหาร) !!!  กิจกรรมชิงรางวัล ลุ้น Gift Voucher มูลค่า 500 บาท 10 รางวัล (เฉพาะค่าอาหาร) กติกา 1. Casablanca เป็นชื่อเมืองของประเทศอะไร 2. กด Like Fanpage https://www.facebook.com/casablancawinebarbkk  *หมดเขตการร่วมสนุกวันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 ประกาศผลรางวัลวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557

ทีมกระดูกยุง! สถิติแข้งปืนเจ็บบ่อย วัลคอตต์ นำโด่งแซง ดิยาบี้
บาดเจ็บ /  พรีเมียร์ลีก / 

เลอ กิ๊ป สื่อชื่อดังของประเทศฝรั่งเศสออกมาเปิดเผยข้อมูลอาการบาดเจ็บของเหล่าบรรดานักเตะ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล โดยแข้งที่มีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งที่สุดตกเป็นของ ธีโอ วัลค็อตต์ ที่มีอาการบาดเจ็บรวมทั้งสิ้นแล้ว 42 ครั้ง ตามมาด้วย อาบู ดิยาบี้ 40 ครั้ง ส่วนอันดับ 3 เป็นของ โธมัส โรซิคกี้ 36 ครั้ง โดยข้อมูลดังกล่าวนั้นอ้างอิงมาจาก เว็บไซต์ physioroom.com โดยก่อนหน้าพรีเมียร์ลีก ก็ได้ออกมาเปิดเผยสถิติอาการบาดเจ็บตลอด 12 ปีหลังสุดว่า นักเตะของ อาร์เซน่อล มีอาการบาดเจ็บรวมกันมากถึง 890 ครั้ง หรือในทุกๆ 5 วัน จะมีนักเตะบาดเจ็บ 1 คน *ธีโอ วัลค็อตต์ ปัจจุบันอายุ 25 ปี ค้าแข้งกับ อาร์เซน่อล มา 8 ซีซั่น ได้รับอาการบาดเจ็บทั้งหมด 42 ครั้ง 10 อันดับนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บบ่อยที่สุดของ อาร์เซนอล 1.ธีโอ วัลค็อตต์ : 42 ครั้ง 2.อาบู ดิยาบี้ : 40 ครั้ง 3.โธมัส โรซิคกี้ : 36 ครั้ง 4.เฟรดิก ลยุงเบิร์ก : 29 ครั้ง 5.คีแรน กิ๊บส์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ : 27 ครั้ง 6.โธมัส แฟร์มาเล่น : 24 ครั้ง 7.โยฮัน ฌูรู : 23 ครั้ง 8.บาการี่ ซานญ่า, เธียรี่ อองรี : 21 ครั้ง 9.โลร็องต์ กอสเซียลนี่ : 20 ครั้ง 10.เชสก์ ฟาเบรกัส, แจ็ค วิลเชียร์, โซล แคมป์เบลล์ : 19 ครั้ง

พี่เคยผ่านมาก่อน! เช็ค แนะ คูร์ตัวส์ เซฟหัวตัวเอง
คริสตัล พาเรซ /  คูร์ตัวส์ / 

คนเคยผ่านน้ำร้อนมาก่อนแล้ว แนะอะไรมาดีไปหมด เมื่อ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ประตูจอมหนึบของ เซลซี ออกมาเผยว่าเขาได้รับคำแนะนำดีๆ ในการป้องกันการปะทะที่ศีรษะในจังหวะต่างๆ จาก ปีเตอร์ เช็ค หลังจาก ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจากจังหวะที่ปะทะกับ อเล็กซิส ซานเชซ จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไป ในเกมที่เจอกับ อาร์เซนอล นั้น ปีเตอร์ เช็ค ที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนจึงได้แบ่งปั่นคำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับการป้องกันการปะทะทางศีรษะให้กับ คูร์ตัวส์ โดยให้ใช้หัวไหล่และหลังป้องกันเวลาที่ต้องพุ่งเขาไปปะทะกับคู่แข่ง คูร์ตัวส์ ได้เผยว่า "เช็คเขาบอกผมว่าใน พรีเมียร์ ลีก มักจะมีนักเตะจะพุ่งเข้าหาผู้รักษาประตู บางทีเราต้องรู้จักป้องกันศีรษะตัวเอง ให้พุ่งตัวไปเร็วขึ้น และใช้หัวไหล่หรือหลังในการป้องศีรษะ นี่เป็นเคล็ดลับที่ดีที่เขาฝากถึงผม มันต่างจากที่สเปนมาก ที่นี่ใช้ร่างกายสู้กันมากกว่า และบางทีผู้ตัดสินก็ไม่เป่าหยุดเกมเร็วเหมือนที่สเปน" ทั้งนี้ คูร์ตัวส์ ได้รักษาอาการบาดเจ็บจนสามารถกลับมาลงสนามรับใช้ทีมชาติได้อย่างรวดเร็ว และยังกลับมาลงสนามในเกมที่เอาชนะ คริสตัล พาเรซ 2-1 ได้อีกด้วย

ฟาน กัล เลิกมโน! รับแล้วซีซั่นนี้จบท็อปโฟร์ก็บุญโข
ฟาน กัล /  ฟุตบอล / 

ออกมายอมรับความจริงแล้วสำหรับ หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่พาทีมออกสตาร์ทในศึกพรีเมียร์ลีกไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยเกมล่าสุดก็เกือบตายตีเจ๊า เวสต์บรอมวิช ได้ช่วงท้ายเกม เสมอกันไป 2-2 ฟาน กัล ออกมาระบุหลังจบเกมว่าผิดหวังมากที่ 8 นัดแรกของซีซั่น แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บแต้มได้น้อยนิด ทั้งๆที่ศักยภาพของนักเตะนั้นเหนือกว่าคู่แข่งเยอะ นอกจากนี้ ฟาน ยังยอมรับด้วยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะแข่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ แมนฯ ซิตี้ หรือ เชลซี อีกด้วย "ปัญหาแรกนักเตะเรามีสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ ที่พรีเมียร์ลีกสภาพร่างกายคือสิ่งที่สำคัญมาก" "เราสามารถทำได้ดีขึ้นด้วยปรัชญาการเล่นของเรา และตอนนี้นักเตะของเราเริ่มเข้าใจระบบการเล่น และปรัชญาของทีมมากยิ่งขึ้น" "ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เราผิดหวังที่ไม่สามารถคว้าผลการแข่งขันที่ต้องการ ได้ในคืนนี้ มันไม่ใช่เรื่องดีเลยหลังจากผ่านไป 8 แมตช์ แต่เมื่อคุณได้เห็นหลายๆ เกมที่ผ่านมา เราเป็นทีมที่ดีกว่า แต่เราทำแต้มหลุดมือไปแบบไม่ควรเสีย" "เมื่อคุณเพิ่งอยู่กับทีมได้ 3 เดือนและต้องเจอนักเตะในทีม 10 คนมีปัญหาบาดเจ็บ คุณก็ไม่อาจพัฒนาทีมแบบก้าวกระโดดได้ เพราะคุณต้องจัดทีมที่แตกต่างกันลงสนามอยู่เสมอ ผมไม่คิดว่า 12 คะแนนที่เราทำได้จาก 8 นัดแรก จะดีกว่าที่ผมคาดคิดไว้ ผมคิดว่ามันคงดีพอที่จะติดอันดับ 4 ของตารางและไม่ได้หวังอะไรมากกว่านั้นแล้ว" ฟาน กัล กล่าวทิ้งท้าย

5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้หลังเกือบโดนแบ็กกี้ส์สยบ
ฆวน มาต้า /  ปีศาจแดง / 

ผ่านหลักกิโลเมตรที่ 8 ของการแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก ฟอร์มของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดภายใต้การนำทัพของ หลุยส์ฟานกัลเทรนเนอร์คนใหม่ยังถือว่าไม่ลงล็อคนัก เมื่อยังไม่สามารถเดินเครื่องเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่องได้ และยังไม่สามารถยึดอันดับท็อปโฟร์ได้ เมื่อผ่านสัปดาห์ที่ 8 หลังทำได้เพียงแค่ไล่ตามตีเสมอ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-2 หลังโดนออกนำไป สองครั้งสองคราว จากประตูแรกในเสื้อตราปีศาจถือสามง่ามของทั้ง มารูยาน เฟลไลนี่ และ ดาลี่ย์ บลินด์ มาดู 5 เหตุผลที่ ผีแดงได้เรียนรู้จาก 1 แต้มที่ไปควักมาจากเดอะฮอว์ทอนส์ 1.กองหลังยังไว้ใจไม่ได้เหมือนเดิม แมนยูไนเต็ดไม่ควรตกที่นั่งลำบากขนาดนี้ถ้าหากแผงหลังดี วันนี้สองประตูที่เสียไป แม้จะเป็นจังหวะฉาบฉวย แต่ก็เป็นการเตรียมการมาแล้วอย่างแนบเนียนของเจ้าบ้าน ประตูแรก ลุค ชอว์ เข้าสกัดบอลพลาดจนบอลทะลักมาถึง อังเดร วิสดอม แต่ก็ต้องชม สเตฟาน แซสเซอญง ที่จบสกอร์ได้อย่างยอดเยียม ส่วนประตูที่ 2ที่เสียไป ราฟาเอลรับไปเต็มๆ ข้อหายืนเหม่อลอยจนเช็กล้ำหน้าพลาดและปล่อยให้ ไซโด้ เบราฮิโน่ หลุดเข้าไปล่อเป้า เดเคอา แผงหลังทั้ง 4 มีเพียงแค่ มาร์กอส โรโฮ เท่านั้นที่สอบผ่าน การได้ผู้เล่นที่หายเจ็บแบบ ฟิล โจนส์ กลับมาไม่ได้ทำให้ทีมดีขึ้น ส่วน ลุค ชอว์ เดี๋ยวว่ากันต่อในหัวข้อถัดไป 2.ชอว์ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าคุ้มค่าที่ราคา 27 ล้านปอนด์ ถือเป็นอีกนัดที่น่าผิดหวังของ ดาวเตะค่าตัว 27 ล้านปอนด์ และค่าเหนื่อยแพงระยับ เมื่อแทบจะไม่สามารถประสานงานกับ อัลเคล ดิมาเรียได้เลยในครึ่งแรก การออกบอลและการเติมเกมส์ดูขาดๆเกินๆไปหมด หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปนานๆแน่นอนว่าย่อมประทบถึงความมั่นใจ เพราะลำพังด้วยค่าตัวที่สูง ความคาดหวังจากแฟนบอลย่อมสูงไปด้วยทำให้แข้งวัยยังไม่ 20 ดีต้องเรียนรู้ที่จะรับมืออีกเยอะ 3.ย้ำอีกครั้งว่ายานาไซไม่ดีพอ ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกในฤดูกาลนี้ แต่ก็ทำผลงานได้แบบน่าผิดหวังมากๆเหตุผลเดียวที่ปีกร่างบางรายนี้ยังได้ยืนครบ 90 นาที เพราะ ดิมาเรียดันไปได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่มีทางเลือกต้องเก็บไว้ และก็อย่างที่เห็น ไม่รู้ทำไมยิ่งเล่นไปเล่นไปสเต็บคล้ายกับ แอชลี่ย์ ยัง เข้าไปทุกทีกับลูกเสี้ยงไต่กรอบเขตโทษก่อนที่จะล็อคเข้าเท้าถนัด แล้วโยนแบบไม่ใกล้เคียงเป้าหมาย บางทีทางแก้ง่ายๆ ถ้าหากจับไปเล่นกราบซ้ายตามเท้าที่ถนัดอาจจะทำได้ดีกว่านี้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องมาเสียเวลาล็อคกลับมาให้โดนดักง่ายๆอีก แต่ทางที่ดีที่สุดคือปล่อยไปสะสมประสบการณ์ช่วงปีใหม่นี้ การสัมผัสเกมส์ที่ความกดดันต่ำกว่านี้อาจจะช่วย ยานาไซได้ 4.อาจจะเป็นฟ้าหลังฝนของเฟลไลนี่ แม้ฟอร์มการเล่นโดยรวมของทีมไม่ดี แต่อย่างน้อยการได้เห็นประตูแรกของ มารูยาน เฟลไลนี่ นับตั้งแต่ย้ายมาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก็น่าจะเป็นการเรียกความมั่นใจ ให้กับเจ้าตัวได้ไม่น้อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาตลอดว่า จะถูกปล่อยออกจากทีม แต่ดูแล้วนัดนี้ บอสชาวดัตช์เน้นกับดาวเตะเบลเยียมเป็นพิเศษด้วยการติวตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรกบนม้านั่งอย่างที่กล้องจับภาพไปเห็น ก่อนที่จะส่งลงมา แทนที่ เอร์เรร่า ที่เล่นไม่ออกและก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อพังประตูตีเสมอให้ทีมได้ และฟอร์มโดยรวมถือว่าไม่เลวนัก บางทีนัดนี้อาจจะเป็นการจุดประกายให้กับตัวนักเตะมีฮึดกลับมาสู้แย่งตำแหน่งในทีมและถ้าหากคว้าไว้ได้ในนัดต่อๆไปมันอาจจะเป็นฟ้าหลังฝนของคนหัวฟู  5.ฟัลเกาควรไม่ควรโดนขังไว้บนม้านั่งสำรอง แค่ 20 นาทีที่ ราดาเมล ฟัลเกา อยู่ในสนามก็สามารถสร้างความแตกต่างในแนวรุกได้ แม้จะพังประตูไม่ได้ แต่ก็มีส่วนกับประตูตีเสมอ และจังหวะเกมส์รุกอื่นๆ ที่สามารถพักบอลในแดนหน้าให้กับทีมได้หากมีเวลามากกว่านี้ อาจจะทำอะไรได้มากกว่านี้ ในช่วงที่ ฟานเพอร์ซี่ ทำฟอร์มเก่งหล่นหาย และ เวนย์ รูนี่ย์ ทำอะไรโง่ๆจนโดนแบน หากฟานกัลคิดจะเล่นหมากศูนย์หน้าตัวดียวตัวเลือกแรกจะต้องเป็นดาวยิงชาวโคลัมเบียเท่านั้น แม้นักเตะจะเหนื่อยล้ามาจากทีมชาติ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าไม่เอ่ยปากเอง อย่างไรก็ต้องอยากลงไปเล่นเป็นตัวจริงอยู่แล้ว ฤดูกาลนี้บอลยุโรปไม่มีให้เล่น และบอลถ้วยแบบคาร์ลิ่งคัพก็จอดป้ายไปแล้วเกมส์ให้ลงสนามเหนื่อน้อยมากๆ การโรเตชั่นไม่จำเป็น

ตัวจริงเสียงจริง!! ของเหล่าคนประหลาด ใน American Horror Story: Freak Show
AHS /  American Horror Story / 

เชื่อว่าคุณผู้ชมสาวกซีรีย์สุดสยองอย่างงดงาม อย่าง American Horror Story หรือ AHS ทางช่อง FX คงไม่มีใครยอมพลาดซีซั่นที่ 4 ในชื่อ American Horror Story: Freak Show ที่พึ่งปล่อยออกมาเมื่อไม่นานมานี้อย่างแน่นอน กับเรื่องราวของคณะโชว์มนุษย์ประหลาด กลุ่มท้ายๆ ในโลก ทั้งสาวร่างแคระ หญิงที่มีเต้านม 3 เต้า แฝดสยาม ผู้หญิงหนวดเคราเฟิ้ม และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ล้วนแต่แปลกพิลึกพิลั่น และชวนสะพรึงจับจิตอยู่ไม่ใช่น้อยซึ่งทั้งหมดนั้นอยู่ภายใต้การนำของ เอลซา มาร์ส สาวรุ่นใหญ่ผู้เป็นศูนย์รวมอำนาจ กำลังใจ และกุมความลับสุดหวาดหวั่นไว้ ตัวอย่างแนะนำซีรีส์ American Horror Story: Freak Show แต่คุณผู้ชมรู้หรือไม่ ว่าเหล่ามนุษย์ประหลาดในซีรีย์ American Horror Story: Freak Show มีที่มาตัวบุคคล ที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้จริงๆ!! อันเกิดจากความผิดปกติทางร่างกายที่เกิดขึ้นจริง! และเราจะพาทุกคนไปรู้จักกับพวกเขา และพวกเธอเหล่านั้นกัน เพื่อคุณจะได้อินจัด กับราตรีแห่งการโชว์ประหลาดบันลือโลกนี้ แบบไม่มีวันลืม เฟร็ด วิลสัน เฟร็ด วิลสัน "มิอปีศาจ"  (Fred Wilson - The Lobster Boy) เฟร็ด วิลสัน เกิดเมื่อปี 1866 รัฐแมสซาชูเซตส์ พร้อมกับโรค Ectrodactyly หรือผิวหนังชั้นนอกเจริญผิดปกติ ทำให้มือมีลักษณะเหมือนก้ามกุ้ง กระดูกบางส่วนหายไป ไม่มีนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ ให้เกิดเป็นตัวละคร จิมมี่ ดาร์ลิ่ง (รับบทโดย อีแวน ปีเตอร์ส ขาประจำ AHS ตั้งแต่ซีซั่นแรก) จิมมี่ ดาร์ลิ่ง ใน AHS ------------------------------ มิลลี และ คริสทีน มิลลี และ คริสทีน "แฝดสยาม" (Millie-Christine - The Two-Headed Nightingale) มิลลี และ คริสทีน สองสาวที่เกิดมาตัวติดกัน ด้วยความผิดปกติในภาวะ Polycephaly ที่เกิดจากภาวะการแยกไข่ไม่สมบูรณ์ ที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา เมือปี 1851 พ่อแม่ของเธอตัดสินใจขายลูกสาวให้คณะโชว์ตัวประหลาด ของ จอห์น เพอร์วิซ ในราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และถูกลักพาตัวไปร่อนเร่ในโชว์อื่นอีก ซึ่งสองสาวแฝดสยามนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นตัวละคร เบตต์ และ ดอต แททเลอร์ สาวสองหัวหนึ่งร่าง (รับบทโดย ซาราห์ พอลสัน ขาประจำตั้งแต่ AHS ซีซั่นแรก)   เบตต์ และ ดอต แททเลอร์ ใน AHS ------------------------------   แอนนี่ โจนส์ แอนนี่ โจนส์ "สาวหน้าหนวด" (Annie Jones - The Bearded Woman) ตั้งแต่ แอนนี่ โจนส์ อายุได้ 5 ขวบ เธอก็มีหนวดเคราเต็มคางและข้างใบหู อันเกิดจากการที่เธอป่วยเป็นภาวะ Hirsutism ทำให้มีขนดก และหนวดเคราเหมือนผู้ชาย หนำซ้ำเธอยังเคยถูกลักพาตัว จากกลุ่มหมอดูกะโหลกศีรษะ แต่สามารถหลบหนีกลับมาหาพ่อแม่ได้สำเร็จ ซึ่งเรื่องราวของ แอนนี่ โจนส์ นี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดตัวละคร อีเทล ดาร์ลิ่ง (รับบทโดย เคธี เบตต์) อีเทล ดาร์ลิ่ง ใน AHS ---------------------------------   มินนี่ วูซีย์ มินนี่ วูซีย์ มนุษย์นก คุกคู  (Minnie Woolsey - Koo Koo the Bird Girl) มินนี่ วูซีย์ เกิดมาพร้อมความพิกลพิการค่อนข้างหนักหนาสาหัส เธอมีปัญหาทางจิต มีศีรษะล้าน และตาแทบไม่มองเห็น ทำให้ต้องใส่แว่นหนามากๆ เพื่อใช้ชีวิต อันเกิดจากภาวะ Virchow-Seckel syndrome หรืออาการ คนแคระหัวนก ด้วยภาวะผิดปกติ และไม่อยู่กะร่องกะรอย ทำให้ มินนี่ เคยถูกจับส่งโรงพยาบาลบ้า จนในที่สุดเธอก็ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา มินนี่ วูซีย์ คนนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นตัวละคร มีฟ มีฟ ใน AHS ---------------------------------- พิพ และ ฟลิป พิพ และ ฟลิป "มนุษย์หัวตะปู" (Pip and Flip - Pinheads) พิพ และ ฟลิบ ผู้เกิดมาพร้อมภาวะ Microcephaly ทำให้กะโหลกศีรษะมีขนาดเล็กผิดปกติ อันเกิดจากระบบประสาทพัฒนาผิดพลาด ทั้งสองเคยปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่อง Freaks ของ ท็อด บราวนิ่ง ที่นำเสนอความผิดแปลกของร่างกาย ของนักแสดงในคณะละครรวมคนแปลก เมื่อปี 1932 มาแล้ว พิพ และ ฟลิบ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นตัวละคร เปปเปอร์ (รับบทโดย นาโอมิ กรอสแมน) เปปเปอร์ ใน AHS --------------------------------   ลูเซีย ซาราเต้ ลูเซีย ซาราเต้ "มนุษย์ที่ตัวเล็กที่สุดในโลก" (Lucia Zarate - The Smallest Person Who Ever Lived) ลูเซีย ซาราเต้ เกิดเมื่อปี 1890 ที่ซานคาร์ลอส ประเทศเม็กซิโก พร้อมภาวะโรคหายาก ชื่อยาวเหยียดอย่าง Microcephalic osteodysplastic primordial dwarfism type II ทำให้เธอมีร่างกายแคระแกร็น สมองและกระดูกผิดปกติ ซึ่งนั่นทำให้ ลูเซีย มีร่างกายเล็ก และหนักเพียง 4 ปอนด์ ในขณะที่เจริญโตเต็มที่แล้ว ซึ่งผู้หญิงคนนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดตัวละคร มาร์ เพอะทีท (พิเศษตรงที่ บทบาทนี้ รับบทโดย เจโยติ อัมเก หญิงสาวชาวอินเดีย ที่ตัวเล็กที่สุดในโลก ไม่ได้ใช้เทคนิคซีจีแต่ประการใด) มาร์ เพอะทีท ใน AHS ------------------------------------ อิไล โบเวน อิไล โบเวน "ชายประหลาดขากุด" (Eli Bowen - The Legless Wonder) อิไล โบเวน เกิดในปี 1844 ที่รัฐโอไฮโอ โดยีความผิดปกติในภาวะ Phocomelia ทำให้ขากุดสั้น ไม่เจิรญเติบโตตามอวัยวะอื่นของร่างกาย ถึงแม้ อิไล โบเวน จะเกิดมาพิการ แต่เขาเป็นนักแสดงกายกรรมมากฝีมือ ที่เคยกระโดดตีลังกากลางอากาศ จนทำให้คนดูตกตะลึงมาแล้ว เขามีชีวิตจนถึงอายุ 79 ปี ก่อนจะจากไปขณะประจำอยู่ในคณะละครสัตว์ ดรีมแลนด์ เซอร์คัส ซึ่งรูปร่างของ อิไล โบเวน ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นตัวละคร สาวที่มีร่างกายครึ่งท่อน และใช้สเก็ตบอร์ดเพื่อเคลื่อนที่ (รับบทโดย โรส ซิคกันส์) สาวสเก็ตบอร์ดใน AHS ---------------------------- บลาชช์ ดูมัส บลาชช์ ดูมัส "หญิงสามขา" (Blanche Dumas) บลาชช์ ดูมัส เกิดเมื่อปี 1860 ในเกาะมาร์ตีนิก อันห่างไกลความเจริญ ในประเทศฝรั่งเศส เธอเกิดมามีอวัยวะเกินคือ มี 3 ขา และ 2 อวัยวะสืบพันธ์ คาดว่าเกิดจากภาวะความผิดปกติตั้งแต่ช่วงระยะตัวอ่อนที่เป็นฝาแฝด เกิดการผสมกัน บลาชช์ ดูมัส  ได้เป็นแรงบันดาลให้สร้างเป็นหุ่นหญิงสาวเปลือยมี 3 ขา ในช่วงเครดิตตอนต้น สาวเปลือย 3 ขา ใน AHS เครดิตตอนต้นซีรีส์ American Horror Story: Freak Show ที่มา: moviepilot ------------------------------------

ผู้ชายชอบผู้หญิงแบบไหน ? มีแบบเราหรือเปล่านะ
ผู้ชายชอบผู้หญิงแบบไหน /  สาวโสด / 

เราก็รู้แหละว่า สาวโสดเดี่ยวนี้ก็เยอะจริงๆ สาวๆรู้มั้ยคะว่า ทำไมเราถึงโสด หนึ่งในเหตุผลคือเราอาจจะยังไม่เข้าตาผู้ชายนะสิคะ สาวๆมาดูดีกว่าว่าประเภทของสาวๆแบบไหน ที่หนุ่มๆมักจะชอบขายขนมจีบเปนพิเศษ จะได้ทำตัวถูก หรือจัดประเภทของตัวเองได้ถุูกต้อง ว่าจะไปในแบบไหนดี เผื่อจะมีหนุ่มๆมาเร่ขายขนมจีบเราบ้าง มาดูกันค่ะ ผู้ชายชอบผู้หญิงแบบไหน น้า? 1.ร่าเริง เหตุผลที่ทำให้ผู้ชายชอบผู้หญิงร่าเริงเพราะว่า พวกเธอมักมีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนหน้าเสมอ ความขี้เล่น ซุกซน น่ารักและ ขี้อ้อนนี่แหละ ที่ดึงดูดหนุ่มๆได้อยู่หมัด 2. น่าค้นหา ไพ่ที่ยังไม่เปิด ย่อมน่าสนใจกว่าไพ่ที่เปิดแล้ว ผู้ชายมักชอบอะไรที่หวือหวาและท้าทาย สาวที่เหมือนกับเกมปริศนาที่เดาไม่ออกและความลึกลับที่ทำให้เขาตื่นเต้น คุณควรทำตัวลึกลับไว้บ้าง ไม่ต้องบอกรายละเอียดชีวิตของคุณทั้งหมดหรอก ปล่อยให้เขาได้เรียนรู้เองดีกว่า 3.สาวผู้ช่ำชองเรื่องบนเตียง แหม ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย เรื่องบนเตียงก็สุดจะแสนสำคัญใช่ไหมละคะ หากเซ็กส์จืดชืดก็อาจจะทำให้ความรักจืดจางได้เช่นกัน หนุ่มๆบางคนจึงชอบสาวๆที่สามารถเติมเต็มเรื่องเซ็กส์ให้กับเขาได้ แต่เรื่องนี้ก็เป็นแค่เรื่องเล็กๆค่ะ ผู้ชายมักดูเรื่องอื่นประกอบด้วย เช่น เซ็กส์แซ่บ แต่นิสัยเอาแต่ใจเกินไป หนุ่มๆก็ขอลานะจ๊ะ 4.เวอร์จิ้น เอ้า.. ต่างกับข้อบนซะ แต่ก็มีหนุ่มๆไม่น้อยนะ ที่หลงรักผู้หญิงที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยถูกต้องมือชายใดมาก่อน เพราะทำให้เขารู้สึกอยากปกป้องคุณ ดูแล ทะนุถนอมความบอบบางของพวกเธอไว้ เขาได้เป็นผู้นำอย่างแท้จริงนั่นเอง 5.พึ่งพาตัวเองได้ หนุ่มๆชอบการดูแลเทคแคร์ค่ะ แต่ในขณะเดียวกัน ในสภาวะคับขันหรือในช่วงที่เขาไม่อยู่ เขาต้องการคนรักที่ดูแลตัวเองได้ ไม่บ่นไม่บ้าบอ งี่เง่าจนเกินเหตุ สาวอ่อนแอรังแต่จะสร้างความน่ารำคาญให้กับเขา ถ้าคุณสามารถทำในเรื่องที่เขาคาดไม่ถึง เขาจะรู้สึกประทับใจมากเลยแหละ 6.ใส่ใจตัวเอง ของที่ไกลเกินคว้าเป็น สิ่งที่หนุ่มๆชอบจ้า สาวๆที่ดูแลตัวเองตลอดเวลา ไม่ว่าจะเสื้อผ้าหน้าผม หรือการวางตัว ความเนี้ยบ ผู้ชายเขาประทับใจนักเลยแหละ ทำให้เขารู้สึกว่า ถ้าพวกเธอดูแลตัวเองได้ เธอก็ต้องดูแลเขาได้เช่นกัน รวมถึงการสร้างครอบครัวในอนาคตด้วยนะ 7. สาวมั่น ไม่มีอะไรจะเซ็กซี่ไปกว่า สาวที่มีความมั่นใจในตัวเอง ผู้หญิงแบบนี้ดูฉลาดแบบมีความสามารถสูง ซึ่งทำให้พวกเธอมีความโดดเด่นกว่าผู้หญิงคนอื่น น่าสนใจจะตาย ยิ่งเวลาสาวมั่น เดินด้วยความมั่นใจ มีแววตาที่มั่นใจ ดุดัน แบบนี้หนุ่มๆคลั่งนะบอกเลย 8.คล้ายกับแม่ของเขา เช่นหน้าตา นิสัย การตัดสินใจ การวางตัว หรือ ฝีมือในการทำอาหาร เขาจะไม่มีวันปล่อยเธอคนนั้นหลุดมือไปแน่ เพราะเขาจะมีความไว้วางใจมากกว่าผู้หญิงแบบอื่นๆนั่นเอง 9.สาวที่มีความสามารถโดดเด่นด้านใดด้านหนึ่ง สาวที่มีความสามารถสูงในด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งตรงกับความสนใจของเขาพอดี โดยอาจจะเป็นเรื่องวงการดนตรี วงการเพลงหรือวงการอื่นๆ เพราะเธอคือแรงบันดาลใจและจุดหมายที่ทำให้เขาสามารถเดินไปถึงฝั่งฝันได้ 10. สาวติสท์ จริงๆสาวประเภทนี้ก็ตกอยู่ใน สาวๆที่ทำตัวลึกลับน่ะล่ะ เพราะหนุ่มๆจะไม่มีทางรู้เลยว่า เธอทำอะไร มีชีวิตเป็นยังไง เพราะความแหวกแนวของเธอ แต่ถ้าวันนึง สาวติสท์ลุกขึ้นมาทำอะไรน่ารักๆล่ะก็ หนุ่มๆจะให้ความสนใจเป็นพิเศษเลยล่ะ บอกเลย ขอบคุณที่มาจาก หนังสือ เสกรักให้ปักใจ 

ใหญ่กว่าโค้ช?! สื่อสเปนแฉ เมสซี่ ไม่ยอมถูกเปลี่ยนตัวออก
คลิป /  บาร์เซโลน่า / 

สื่อในสเปนอ้างว่าซุป’ตาร์ดาวเตะชาวอาร์เจนติน่า ลิโอเนล เมสซี่ ออกอาการดื้อแพ่งทีไม่ยอมถูกเปลี่ยนตัวออกตามแท็คติคของ หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือ บาร์เซโลน่า ในเกมที่ทีมเจ้าบุญทุ่มถล่มเอาชนะ ไอบาร์ ไปได้ 3-0 สำหรับเกมนี้ เมสซี่ ทำได้หนึ่งประตู เหลือแค่ยิงอีกสองประตูเท่านั้นเขาจะกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดของ ลาลีก้า คนใหม่ จากคลิปจะเห็นว่า เอ็นริเก้ พยายามเรียก เมสซี่ ให้ออกมาขณะที่ มูนิร์ เอล ฮัดดาดี้ กำลังเตรียมพร้อมลงสนาม แต่ เมสซี่ ไม่ยอมออกจากสนาม สุดท้ายกลายเป็น เนย์มาร์ ดาวเตะชาวบราซิลที่ถูกเปลี่ยนออกแทน

เอ็นริเก้แถไม่กลัว เมสซี่ อ้างข้างๆคูๆต้องถามนักเตะก่อนเปลี่ยนตัว
บาร์เซโลน่า /  ลิโอเนล เมสซี่ / 

หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือ บาร์เซโลน่า ออกมาแก้ต่างกรณีที่สื่อในสเปนเล่นข่าวว่าเขาไร้บารมีจนไม่สามารถเปลี่ยนตัว ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะชาวอาร์เจนติน่าออกจากสนามได้ เอ็นริเก้ อ้างว่าเขาต้องถามนักเตะก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกเสมอ เขาให้สัมภาษณ์ว่า “ผมถามนักเตะเสมอว่าพวกเขาโอเคมั้ยที่จะถูกเปลี่ยนตัวออก ผมถาม เนย์มาร์ และก่อนหน้านั้นผมก็ถาม เมสซี่ เราจดบันทึกทุกอย่างไว้ ไม่ว่านักเตะจะถูกใบเหลือง บาดเจ็บ หรืออะไรก็ตามที่เห็นว่าสำคัญ” อดีตลูกหม้อ บาร์ซ่า ตอบโต้สื่อด้วยว่า “คุณจะเอาไปตีความยังไงก็ได้ตามที่คุณชอบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากให้มันเป็นอย่างไร แต่ผมจะทำแบบนี้ต่อไป(ถามนักเตะก่อนเปลี่ยนตัวออก) ผมไม่สนใจหรอก” ข่าวที่เกี่ยวข้อง - ใหญ่กว่าโค้ช! สื่อสเปนแฉเมสซี่ไม่ยอมถูกเปลี่ยนตัวออก