ขนไก่

ละครลูกตาลลอยแก้ว (ละครเย็น) , เรื่องย่อลูกตาลลอยแก้ว (ละครเย็น)
ละคร ลูกตาลลอยแก้ว /  แอมป์ พีรวัศ ละครลูกตาลลอยแก้ว / 

ลูกตาลลอยแก้ว บทประพันธ์โดย : โสภี พรรณรายบทโทรทัศน์โดย : กุลธิดากำกับการแสดงโดย : ปัญจพงศ์ คงคาน้อยออกอากาศทุกวัน เวลา 18.50 ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละคร ลูกตาลลอยแก้ว อนาวิล รัชชานนท์ หรือ ต้นตาล (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) ทายาทเจ้าของธนาคารอันดับต้นของเมืองไทย กำลังจะไปทำงานสายตั้งแต่วันแรก หลังกลับมาจากเมืองนอก แถมวันนี้ยังมีนัดสำคัญ เพราะ ธีรเดช (ปริยะ วิมลโนช) พี่ชาย จะแนะนำเขาให้รู้จักกับหุ้นส่วนของธนาคาร อนาวิล จึงจำเป็นต้องขอยืมมอเตอร์ไซค์สภาพแย่ของ เผือก (เก่งกาจ ณรงค์ศักดิ์ อังกาบ) คนขับรถที่บ้าน ไปใช้แทนรถเบนซ์ เพื่อขี่ลัดเลาะไปประชุมให้ทันในช่วงเวลารถติดยามเช้าแบบนี้ แต่ก็มีเหตุให้อนาวิล ไปไม่ทันอยู่ดี เพราะรถมอเตอร์ไซค์ของเขาชนกับรถเก๋งคันหรูของ มินทรา วรโชติ หรือ แก้ว (ซอนญ่า สิงหะ) มินทราเห็นสภาพชายหนุ่มคู่กรณี ขี่มอเตอร์ไซค์เก่า ๆ เสื้อกางเกงขาด เพราะครูดกับถนน ตามแขนขามีรอยถลอกเลือดซึม หน้าตามอมแมม มินทรา จึงประเมินสถานะชายหนุ่มเป็นแค่คนขับรถ ยิ่งอนาวิล มีท่าทียียวนไม่ยอมคนและยังเรียกร้องค่าเจ็บตัวที่ถูกชน มินทรายิ่งเข้าใจว่าเป็นพวกที่มีอาชีพตั้งใจชนเพื่อหาเงิน และกว่าทั้งคู่จะยอมแยกย้ายไปได้ มินทรา ต้องโทร. เรียก แพรพิไล (อังคณา วรรัตนาชัย) เพื่อนสนิท มาไกล่เกลี่ย และต้องยอมจ่ายเงินให้อนาวิล ไปแบบไม่เต็มใจ ละคร ลูกตาลลอยแก้ว มินทรา และแพรพิไล รีบมาที่สมาคมผู้สงเคราะห์คนยากจน เพราะคณะกรรมการจัดงานละครการกุศลหาทุน มารอดูตัวมินทรา เพื่อคัดเลือกเป็นนางเอกละครการกุศลปีนี้ ด้วยคุณสมบัติที่เพียบพร้อมสวยตรงใจ และด้วยการผลักดันของ คุณหญิงเขมิกา (ณหทัย พิจิตรา) แม่ของมินทรา ทำให้เธอผ่านการคัดเลือกในรอบแรก แต่พรุ่งนี้มินทรา ต้องมาที่สมาคมอีกครั้งเพื่อให้ คุณหญิงกุลนาถ (วิยะดา โกมารกุล ณ นคร) ประธานมูลนิธิ เป็นผู้ตัดสินคุณหญิงเขมิกา ดีใจที่ลูกสาวคนเดียวผ่านการคัดเลือกรอบแรก เธออยากให้มินทรา เป็นดาวเด่นในวงสังคม จึงคุยฟุ้งให้สมาชิกในบ้านร่วมยินดี ทั้ง คุณพยัคฆ์ (กลศ อัทธเสรี) สามีที่ขึ้นชื่อเรื่องกลัวเมียเป็นที่สุด ยศกร (ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์) ลูกชาย ยมล (ณพัชรินทร์ ไพบูลย์รัตนกิจ) ลูกสะใภ้ และยศพล (ด.ช.สิรวิชญ์ ตั้งจิตร์มั่นคง) ลูกชายตัวอ้วน มีแต่มินทรา คนเดียวที่เฉย ๆ เพราะไม่อยากเด่นดังแค่ทำตามใจแม่เท่านั้น เช้าวันนี้อนาวิล ต้องเข้าประชุมนัดสำคัญอีกครั้งแทนการประชุมเมื่อวานนี้ที่เขาไปไม่ทัน อนาวิล ตื่นแต่เช้าทันทานข้าวร่วมกับ ธีรเดช พรวลัย (ชนกวนันท์ รักชีพ) พี่สะใภ้ และกรกนก (ด.ญ.รชาดา) หลานสาวช่างพูด อนาวิล จึงมีเวลาแวะไปส่งคุณหญิงกุลนาถ ที่สมาคม ก่อนไปทำงาน แต่หลังจากส่งแม่แล้วก็มีรถคันหนึ่งแล่นมาอย่างเร็วชนกับรถของอนาวิล และเหมือนบุพเพสันนิวาส คู่กรณีที่ลงมาจากรถคือ มินทรา สาวสวยที่รถเพิ่งชนกันเมื่อวาน มินทราแปลกใจที่เห็นอนาวิลขับรถเบนซ์ แต่ก็คิดอย่างดูถูกว่าเป็นคนขับรถของเจ้านาย อนาวิลไม่ได้ปฏิเสธ และเพราะวันนี้เขารีบไม่อยากผิดนัดสำคัญอีก มินทราก็รีบเพราะต้องมาให้คุณหญิงกุลนาถ ดูตัว ทั้งคู่จึงตกลงแลกชื่อและเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกันภายหลัง ไม่มีใครยอมบอกชื่อจริง อนาวิลให้ชื่อว่า ตาล ให้ที่อยู่ที่ธนาคาร อนาวิลสมอ้างว่าทำงานเป็นคนขับรถของธนาคารตามความคิดของมินทรา มินทราได้รับเลือกให้เป็นนางเอกละครการกุศลประจำปีนี้อนาวิล ใช้ชื่อ ตาล โทรศัพท์ไปหา มินทรา เพื่อตกลงเรื่องอุบัติเหตุ มินทราไม่ยอมจ่ายและยืนยันขอคุยกับเจ้าของรถเท่านั้น อนาวิลหมั่นไส้จึงยียวนไปหลายคำ จนมินทราทนไม่ไหว คุณหญิงเขมิกา เป็นผู้เจรจาแทน และเมื่ออนาวิล จะเอาเรื่องที่มินทราขับรถชนจนได้รับบาดเจ็บ คุณหญิงเขมิกา จึงมีท่าทีอ่อนลง และขอให้ต่างคนต่างซ่อม เพราะไม่อยากเสียเงินเพิ่ม อนาวิลถามจนรู้ว่าคุณหญิงชื่อและนามสกุลอะไร อนาวิลแกล้งยอ คุณหญิงพอใจเอ่ยปากชวนให้มาเที่ยวที่บ้านตามมารยาทก่อนจะวางสายไป ละคร ลูกตาลลอยแก้ว อนาวิล ถามประวัติของบ้านวรโชติ จากคุณหญิงกุลนาถ ทำให้รู้ว่ามินทรา ได้รับเลือกเป็นนางเอกละครของสมาคมปีนี้ คุณหญิงกุลนาถ ส่งเสริมหากอนาวิล จะสนใจมินทรา เพราะอยากให้ลูกชายคนเล็กเป็นฝั่งเป็นฝา แต่สำหรับอนาวิล เขาหมั่นไส้ท่าทางหยิ่ง ๆ ของมินทรา มากกว่า จึงอยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้...ในฐานะคนขับรถธนาคาร และคืนนี้อนาวิล ก็ออกไปเลี้ยงต้อนรับ ทิพเกสร (ปราณวรินทร์ ปามี) คู่ควงคนสวย ที่ทนคิดถึงเขาไม่ไหวต้องทิ้งการเรียนที่เมืองนอกแล้วบินกลับมาหา ทิพเกสร เป็นนางเอกละครการกุศลของสมาคมเมื่อปีที่แล้ว ระหว่างทานอาหารได้พบกับ ปรารณ (พิชยดนย์ พึ่งพันธ์) เพื่อนสนิทของอนาวิล โดยบังเอิญ อนาวิลขอตัวลงมาเอาโทรศัพท์ที่ลืมไว้ในรถ และได้เจอกับมินทรา ที่เพิ่งขับรถมาจอดพอดี มินทรา คิดว่าอนาวิล เอารถเจ้านายมาใช้ แถมยังวางมาดยังกับรถตัวเอง อนาวิลทักทาย และบอกจะไปเยี่ยมที่บ้านตามคำเชิญของคุณหญิงเขมิกา ก่อนจะแยกกันเมื่อ กษม (แอนดรูว์ กรเศก โคร์นิน) หนุ่มนักธุรกิจที่กำลังตามจีบมินทรา มาถึง อนาวิลไม่ชอบหน้ากษม โดยไม่รู้สาเหตุ อนาวิล ขี่รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของเผือกไปบ้านวรโชติ คุณหญิงเขมิกา งงที่นายตาล มาจริงตามคำชวนไปอย่างนั้นของเธอ แต่พอคุณหญิงเขมิกา เห็นทุเรียนลูกใหญ่ของแพงที่อนาวิล หิ้วมาด้วย ก็พูดคุยด้วยอย่างดี อนาวิลยังผูกมิตรกับ ขนมตาล สุนัขแสนรู้ที่บ้านวรโชติ มีแต่มินทราที่ไล่เขากลับแล้วไม่ให้มาอีก แต่เมื่ออนาวิล เอาผลไม้แพง ๆ มาล่อว่าจะเอามาฝากอีก คุณหญิงเขมิกา ก็หูผึ่งและอนุญาตให้อนาวิล มาเยี่ยมได้อีกยศพล ร้องโวยวายว่าเงินในบัญชีหายไปทั้งที่ไม่เคยถอนเงินออกมาใช้เลย ทุกคนช่วยกันปลอบใจและถึงบอกว่าจะให้เงินเพิ่ม ยศพลก็ไม่ยอม จนมินทราต้องช่วยเขียนจดหมายไปถึงธนาคารว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องนี้ยังไง จดหมายฉบับนี้มาถึงมือธีรเดช และอนาวิล และทั้งคู่ก็เป็นผู้บริหารที่ไม่ละเลยลูกค้าถึงจะเป็นเด็กและเงินไม่มาก จึงเรียกมินทรา และยศพล มาพบที่ธนาคารเพื่อรับผิดชอบ มินทรากำลังจะกลับก็บังเอิญเจออนาวิล ที่เข้าใจว่าคือ นายตาล แต่เป็นขณะเดียวกับที่ทิพเกสร ก็มารอเขาอยู่เช่นกัน แต่ด้วยความไหลลื่นอนาวิล จึงรอดมาได้ โดยแผนไม่แตกซะก่อน คุณหญิงกุลนาถ กลุ้มใจมาก เพราะคนที่รับปากจะมาเป็นพระเอกให้ละครการกุศลขอถอนตัวกะทันหัน คุณหญิงกุลนาถ จึงขอให้อนาวิล มารับบทพระเอกแทน อนาวิลขัดแม่ไม่ได้แต่ก็กลัวแผนหลอกมินทรา จะแตก เขาจึงต้องปลอมตัวติดหนวดใส่แว่นดำเพื่อให้เข้ากับบทพระเอกมาดเข้มในละคร และเพื่อไม่ให้ใครจำได้ และถึงมินทรา จะคุ้น ๆ หน้าอนาวิลอยู่บ้าง แต่ก็ยากจะคิดว่าหนุ่มผู้ร่ำรวยคนนี้จะเป็นคนเดียวกับคนขับรถผู้ยากจน มินทราไม่ชอบท่าทางแปลก ๆ ของอนาวิล แถมอนาวิล ยังฉวยโอกาสเล่นนอกบทกอดมินทราซะแน่นตั้งแต่ครั้งแรกที่ซ้อมด้วยกัน... ละคร ลูกตาลลอยแก้ว ปรารณ รู้จักบ้านวรโชติเป็นอย่างดี เพราะคนใช้บ้านวรโชติเพิ่งลาออกมาอยู่บ้านปรารณ เพราะทนความเค็มเหมือนเกลือของคุณหญิงเขมิกาไม่ไหว อนาวิลเล่าถึงเรื่องที่เขาสมอ้างเป็นคนขับรถธนาคาร ชื่อตาล เพราะอยากรู้จักมินทรามากกว่านี้ ปรารณรู้จักเพื่อนที่ชอบทำอะไรแผลง ๆ อยู่แล้วจึงไม่แปลกใจ และแนะนำแบบคิดสนุกให้อนาวิลปลอมตัวเป็น นายตาล เข้าไปทำงานที่บ้านของมินทราในฐานะคนสวน ขณะเดียวกันก็ยังซ้อมละครเวทีด้วยกันในฐานะนายแบงก์ อนาวิลคิดว่าเป็นเรื่องท้าทายและต้องลอง จึงออกอุบายให้คุณหญิงกุลนาถ ช่วยพูดฝากฝังญาติห่าง ๆ ของเผือก เข้าทำงานเป็นคนสวนที่บ้านคุณหญิงเขมิกา ค่าแรงไม่เกี่ยง...อนาวิล เข้าไปแนะนำตัวว่าเป็นคนที่คุณหญิงกุลนาถ แนะนำมา นายตาลจึงได้เข้าไปทำงานเป็นคนสวนในบ้านคุณหญิงเขมิกาด้วยค่าแรงแสนต่ำ โดยจะมาทำงานหลังเลิกงานขับรถที่ธนาคารทุกวัน งานนี้อนาวิลทุ่มเท ทุ่มทุนอย่างหนัก เพราะในฐานะ ตาล ที่คนในบ้านเรียกว่า นายต้นตาล เพื่อไม่ให้ซ้ำกับ เจ้าขนมตาล สุนัขในบ้าน อนาวิลต้องทำงานสวนทุกอย่าง และยังต้องจัดหาเครื่องตัดหญ้ามาใช้เพื่อทุ่นแรงตัวเอง จนสวนสวย ด้วยความชอบต้นไม้อยู่แล้วจึงไม่ใช่เรื่องยาก และยังต้องหาของกำนัลเป็นเครื่องกระป๋องของนอก ผลไม้อย่างดีมาฝากคุณหญิงเขมิกา เป็นประจำ จนคุณหญิงพอใจถึงกับแถมข้าวเย็นให้อนาวิลอีกมื้อเป็นรางวัล มีแต่มินทราที่รู้สึกสงสัยในตัวนายต้นตาล แต่ก็จับไม่ได้ซะที ซึ่งการได้ยั่วให้มินทราโกรธถือเป็นเรื่องสนุกสำหรับเขา และก็ทำให้มินทรามีชีวิตชีวาขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเช่นกัน วันหนึ่งระหว่างที่มินทรากำลังนั่งเล่นในสวน กษม ถือดอกไม้ช่อใหญ่มาวางไว้ที่โต๊ะและขอมินทราแต่งงาน มินทราปฏิเสธเพราะเธอไม่ได้รักกษม เขาเป็นนักธุรกิจที่บ้างานมากเกินไป คุยโทรศัพท์ตลอดเวลา กษมจะคว้าช่อดอกไม้ที่วางไว้เพื่อส่งให้หญิงสาวก็เห็นว่าเจ้าขนมตาลกำลังฟัดดอกไม้ที่อนาวิลแอบโยนให้กลีบกระจุย นายต้นตาลหัวเราะเสียงดัง กษมอายจนต้องหนีกลับไป มินทราดุต้นตาล ต้นตาลพูดยั่วแต่ก็แทงใจดำว่ากษม ไม่เหมาะกับเธอ...ทุกเสาร์-อาทิตย์ เป็นคิวที่อนาวิล จะต้องซ้อมละครเวทีกับมินทรา อนาวิลพาปรารณมาด้วยหวังจับคู่ให้แพรพิไล เพื่อหวังกันแพรพิไลให้ห่างมินทรา และก็ได้ผล ปรารณปิ๊งแพรพิไลตั้งแต่ครั้งแรก ทั้งคู่พูดคุยถูกคอทำให้อนาวิล มีโอกาสคุยตามลำพังกับมินทรามากขึ้น มินทราหาโอกาสดึงหนวดของอนาวิลบ่อย ๆ แต่ไม่เคยสำเร็จ บรรยากาศการซ้อมเป็นไปอย่างราบรื่น แต่พระนางไม่ค่อยลงรอยกัน อนาวิลมักฉวยโอกาสแกล้งหอมแกล้งจูบมินทราบ่อย ๆ ทิพเกสรและกษมก็มาเฝ้าอนาวิลและมินทราซ้อมละครจนทั้งคู่ได้รู้จักกัน ละคร ลูกตาลลอยแก้ว อนาวิลหลอกว่าดูหมอแม่นแต่มินทราไม่สนใจ แต่คุณหญิงเขมิกาสนใจ โดยเฉพาะต้นตาลดูให้ฟรี ต้นตาลบอกคุณหญิงจะได้ลาภ หลังจากนั้นต้นตาลเอาสร้อยทองมาใส่ไว้ในกระถางให้คุณหญิงเจอ คุณหญิงเชื่อสนิทใจว่าเป็นไปตามคำทำนายของต้นตาล เขากลายเป็นคนโปรดขึ้นมาอีกมินทราป่วยเจ็บคอ ไอ กินอะไรไม่ลง ต้นตาลทำน้ำจับเลี้ยงและบะช่อต้มน้ำแกงมาให้และขอขึ้นไปเยี่ยมมินทราบนห้อง คุณหญิงเขมิกาไม่อนุญาต แต่พอกษมมาคุณหญิงกลับให้ขึ้นไปเยี่ยมทันที อนาวิลน้อยใจ จึงได้แค่ให้ จำปี(รมิดา เจริญมาก) จำปา (เสาวนิตย์ ณัฐวรวโรตม์) เด็กรับใช้ในบ้าน ยกอาหารขึ้นไปให้มินทราแทน มินทราทานอาหารที่อนาวิลทำหมดเกลี้ยง อนาวิลดีใจ พยัคฆ์ ยศกร ยมล มองอนาวิลด้วยความสงสัยว่านายต้นตาลไม่ใช่คนสวนธรรมดาและก็มีเหตุบังเอิญหลายครั้งที่แผนเกือบแตก...พยัคฆ์หนีคุณหญิงเขมิกาไปเที่ยว ก็เห็นเหมือนต้นตาลมาเที่ยวเช่นกันแต่ก็คลาดไปได้ และครั้งหนึ่งที่ครอบครัววรโชติและครอบครัวรัชชานนท์ ไปทานอาหารที่โรงแรมเดียวกัน กรกนกวิ่งซนจนหลงไปชนกับยศพลที่เดินมาพร้อมมินทรา และทำให้เจอกับอนาวิลที่กำลังตามหากรกนกอยู่ อนาวิลตกใจรีบปิดปากกรกนกลัวหลานสาวจะแนะนำว่าชื่อต้นตาล ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่เรียกกันเฉพาะในครอบครัวเท่านั้น และรีบอธิบายว่ามาตามลูกเจ้านาย แต่ก็ยังไม่รอดเพราะโต๊ะอาหารที่ทั้ง 2 ครอบครัวนั่งก็ดันอยู่ใกล้กัน อนาวิลไม่รู้จะทำยังไงจึงลุกออกไปทันที มินทราสงสัยว่านายต้นตาลไม่ใช่คนสวนธรรมดา เพราะด้วยผิวพรรณหน้าตาดี และมักมีของแพง ๆ มาให้คุณหญิงเขมิกา และมีขนมของเล่นมาฝากยศพลบ่อย ๆ แต่ก็อ้างว่าเป็นของบ้านเจ้านายให้มา แพรพิไลคอยช่วยจับผิด และซักถามกับปรารณ แฟนหนุ่ม แต่ปรารณก็ไม่เคยหลุดให้แพรไพลินจับได้ยศพลมาบ่นว่าไม่ชอบกษม ที่กำลังจะแต่งงานกับมินทรา อนาวิลตกใจหลอกถามคุณหญิงเขมิกา จึงรู้ว่ากษม มาทาบทามขอหมั้นกับมินทรา ด้วยสินสอดที่คุณหญิงเขมิกาพอใจ ต้นตาลเริ่มรู้ใจตัวเองว่ารัก มินทราจริง ๆ ซะแล้ว ต้นตาลตัดพ้อมินทราว่าคนจนไม่มีสิทธิ์ และพูดให้มินทราได้คิดว่าการแต่งกับเงินไม่มีความสุข...แพรไพลินและปรารณตัดสินใจหมั้นกันหลังคบกันได้ไม่นาน ทั้งมินทราและอนาวิลมาช่วยงานแข็งขัน และแน่นอนอนาวิลไม่ลืมติดหมวดเข้มเมื่อสวมบทเป็นอนาวิล ละคร ลูกตาลลอยแก้ว ครอบครัววรโชติจะไปทะเลทั้งครอบครัว อนาวิลขอไปด้วยโดยมีข้อแม้ว่าต้องหาของดี ๆ ไปบริการและทำสวนที่บ้านพักตากอากาศให้ฟรี และแผนเกือบแตก เพราะมินทราเห็นอนาวิลคุยกับเพื่อนต่างชาติ ที่บังเอิญเจอกัน อนาวิลโกหกว่าคุยภาษาไทยและเขาเป็นเกย์ ตอนเย็นหลังบริการทุกคนเสร็จอนาวิลก็หลบไปนั่งฟังเพลงที่ร้านริมชายหาด มินทราเดินมานั่งด้วยอย่างไม่รังเกียจคนสวนเหมือนเก่า และได้เดินเล่นริมหาดกับมินทรา แต่ความสุขของอนาวิลก็หมดลงอย่างรวดเร็วเพราะกษม ขับรถตามมาจากกรุงเทพฯ แพรไพลินและปรารณก็มาเช่นกัน กษมข่มอนาวิลที่ทุกคนชมว่าทำอาหารอร่อยด้วยการจะพาไปเลี้ยงอาหารข้างนอก แต่ไม่มีใครไป มินทราหมั่นไส้จึงไปทานกับกษม 2 คน แต่แล้วทั้งกษม และมินทราก็ท้องเสียจนต้องกลับกรุงเทพฯ ทันที กษมเป็นหนักต้องเข้าโรงพยาบาล มินทราและคุณหญิงเขมิกาไปเยี่ยม อนาวิลวางแผนเอาไข่ไปเยี่ยมในเวลาเดียวกันและทำไข่แตกเลอะตัวคนไข้และเตียงไปหมด คุณหญิงกุลนาถ สงสัยพฤติกรรมของลูกชายที่หายไปหลังเลิกงานทุกวัน เลยจ้างเผือกสืบจนรู้ว่าอนาวิลไปบ้านวรโชติ...พยัคฆ์ และ ยศกร หนีคุณหญิงเขมิกาไปเที่ยวและครั้งนี้ได้พบกับอนาวิลและปรารณแบบเต็ม ๆ อนาวิลปฏิเสธไม่ได้และยอมรับว่ารักมินทราจริง ๆ ขอร้องอย่าเพิ่งบอกความจริงเรื่องนี้มินทราเบื่อไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ และเพราะไม่อยากแต่งงานกับกษม จึงหางานทำและมีตำแหน่งว่างที่ธนาคารของอนาวิล มินทราลองไปสอบดูและอนาวิลเป็นคนเรียกสัมภาษณ์ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ อนาวิลเสนอตำแหน่งแม่บ้านภรรยาของเขาให้มินทรา เธองง เพราะก่อนหน้านี้อนาวิลไม่เคยมีท่าทีจีบเธอมาก่อน มินทราคุยกับต้นตาลว่านายแบงก์ประสาท ต้นตาลยืนยันว่าอนาวิลชอบมินทรา และเผยความในใจแบบอ้อม ๆ ว่าเขาก็ชอบมินทราเช่นกัน เพื่อหวังลองใจหญิงสาว มินทรารู้สึกสับสนเพราะชายหนุ่มที่ทำให้เธอคิดถึงและมีความสุขคือนายต้นตาล คนสวน เธอต้องเก็บความคิดนี้ไว้ไม่กล้าบอกใคร กษมตกลงสินสอดและวันหมั้นกับคุณหญิงเขมิกา เรียบร้อย โดยที่มินทราไม่มีโอกาสปฏิเสธ อนาวิลร้อนใจอยู่เฉยไม่ได้ จึงให้คุณหญิงกุลนาถ รีบไปสู่ขอมินทราทันที คุณหญิงเขมิกาเห็นแก่หน้าตา และฐานะที่มากกว่าจึงยอมยกมินทราให้อนาวิลแทนกษม กษมเสียใจแต่ก็ยอมรับขอเป็นเพื่อนที่ดีแทน ก่อนถึงวันหมั้นระหว่างมินทรากับอนาวิล มินทรามาคุยกับต้นตาลที่กำลังนั่งท้อใจอยู่ในสนาม มินทราไม่อยากหมั้นแต่ขัดแม่ไม่ได้ อยากให้ต้นตาลมางานด้วย ต้นตาลไม่รับปากเพราะเศร้ามากอยากฆ่าตัวตาย มินทราก็ซึมไปเช่นกัน แต่ไม่กล้าแสดงออก วันงานหมั้นอนาวิลที่ติดหนวดยิ้มแย้มดีใจ มินทราเข้าพิธีตามหน้าที่ เธอพยายามมองหาต้นตาลแต่ไม่พบ จนอนาวิลนึกขำ ทิพเกสรมาแสดงความเป็นเจ้าของอนาวิลในงาน มินทราไม่หึงไม่สนใจ และหลังจากวันนั้นต้นตาลก็ไม่ได้มาทำงานที่บ้านหลายวันจนมินทราคิดถึง ถึงกับยอมไปเยี่ยมคุณหญิงกุลนาถที่บ้าน เพราะอยากไปถามข่าวนายต้นตาลที่บ้านอนาวิล อนาวิลโกหกว่าต้นตาลลาป่วยไม่ได้มาทำงานหลายวันแล้ว มินทรากลัวต้นตาลฆ่าตัวตายจริง ๆ แต่แล้วต้นตาลก็กลับมาทำงานเหมือนเดิม มินทราดีใจแต่ต้องเก็บอาการ ละคร ลูกตาลลอยแก้ว วันแถลงข่าวเปิดตัวละครเวทีการกุศลของสมาคม ได้รับความสนใจจากสื่อเป็นอย่างดี เพราะพระนางในละครกลายเป็นพระนางในชีวิตจริง แต่ทิพเกสร ก็มาแย่งความเด่นและควงอนาวิลแทนมินทรา คุณหญิงเขมิกาช่วยกัน มินทราตอกกลับทิพเกสรให้ถอยไป ต้นตาลขนของดี ๆ แพง ๆ มาให้คุณหญิงเขมิกามากมายเหมือนทิ้งทวนเพราะวันนี้ต้นตาลจะลาออกจากการเป็นคนสวน คุณหญิงเขมิกา ขอให้อยู่ต่อถึงขนาดยอมเพิ่มเงินให้ ต้นตาลก็ไม่สน มินทรามาขอร้องด้วย ต้นตาลก็ยืนยันจะลาออก ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากทนเจ็บอีกต่อไปวันแสดงละครมาถึง ทิพเกสรนั่งคู่กับกษม ทิพเกสรพูดให้กษมร่วมมือเพื่อแย่งคนรักกลับมา แต่กษมไม่ทำตาม เขาพูดให้ทิพเกสรมองคนอื่นบ้าง ทิพเกสรคิดได้ว่ากษมก็น่าสนใจไม่แพ้อนาวิลเช่นกัน...ฉากสุดท้ายอนาวิลโน้มคอมินทราลงมาจูบจริง มินทราตกใจแต่ทำอะไรไม่ได้ แต่เมื่อม่านค่อย ๆ ปิดลง มินทราอาศัยความไวดึงหนวดของอนาวิลออกมาได้ ความลับแตกอนาวิลคือ นายต้นตาล... คุณหญิงเขมิกา ที่เพิ่งรู้เรื่องเช่นกันก็โกรธแต่ไม่มากเพราะสุดท้ายได้ลูกเขยรวย ส่วนมินทราโกรธจัด ประกาศจะถอนหมั้นไม่ว่าใครจะพูดยังไงก็ไม่เป็นผล อนาวิลมาหาส่งดอกไม้มาขอโทษเธอก็ไม่ยอมพบ อนาวิลคิดแผนประกาศจะหมั้นกับทิพเกสรแทน มินทราตกใจแต่ยังวางฟอร์ม วันหมั้นของอนาวิลกับ ทิพเกสรทุกคนในครอบครัววรโชติ ไปร่วมงาน มินทราไปด้วยทั้งที่ใจเจ็บช้ำ อนาวิลกล่าวว่างานหมั้นนี้จัดขึ้นเพื่อมินทรา เธอจึงรู้ว่าเป็นแผนง้อของชายหนุ่มที่ร่วมมือกับทิพเกสรที่ตอนนี้คบอยู่กับกษม มินทรายอมยกโทษให้ เพราะไม่อยากเสียอนาวิลไปจริง ๆ ลูกตาลก็ต้องลอยแก้ว คู่กันตลอดไป ติดตามชมความสนุกของละคร ลูกตาลลอยแก้ว ได้ทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 สี ละคร ลูกตาลลอยแก้ว เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2559 รายชื่อนักแสดงละคร ลูกตาลลอยแก้ว พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท อนาวิลซอนญ่า สิงหะ รับบท มินทราพิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบท ปารณ/รณอังคณา วรรัตนาชัย รับบท แพรพิไลปราณวรินทร์ ปามี รับบท ทิพเกสร แอนดรูว์ กรเศก โคร์นิน รับบท กษมพิมพ์นารา เอี่ยมอ่อง รับบท โรสวิยะดา โกมารกุล ณ นคร รับบท คุณหญิงกุลนาถณหทัย พิจิตรา รับบท คุณหญิงเขมิกากลศ อัทธเสรี รับบท พยัคฆ์ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ รับบท ยศกรณพัชรินทร์ ไพบูลย์รัตนกิจ รับบท ยมลด.ช.สิรวิชญ์ ตั้งจิตร์มั่นคง รับบท ยศพลปริยะ วิมลโนช รับบท ธีเดชชนกวนันท์ รักชีพ รับบท พรวลัยด.ญ.รชาดา รับบท กรกนก ละคร ลูกตาลลอยแก้ว ละคร ลูกตาลลอยแก้ว ละคร ลูกตาลลอยแก้ว

ทับทิม ปรี๊ดแตก! โดนแอบถ่าย-เม้าท์พาผู้ใหม่ขึ้นคอนโดทุกวัน!!
ทับทิม มัลลิกา /  ข่าวบันเทิง / 

        หลังดาราสาว ทับทิม มัลลิกา โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวขอบคุณของขวัญปีใหม่จากอดีตสามีอย่าง ปลื้ม สุรบถ ก็ทำเอาแฟนๆ ชาวโซเชียลหลายคนแอบลุ้นว่าทั้งคู่จะมีข่าวดีรีเทิร์นกันหรือเปล่า?? ซึ่งมีหญิงสาวคนหนึ่งมาคอมเม้นท์ในเพจชื่อดัง ใต้เตียงดารา พร้อมหลักฐานเป็นภาพแอบถ่าย สาวทับทิม ขณะกำลังยืนซื้อกาแฟกับชายหนุ่มคนหนึ่ง และยังเม้าท์ด้วยว่า "คิดว่าไม่น่าคืนค่ะ ครั้งก่อนไปนั่งกินกาแฟแถวสุขุมวิท 24 นางมากะผู้ พอดีแฟนทำงานที่ร้านกาแฟ บอกมากินทุกวันกับผู้ชายคนนี้ แล้วก็ขึ้นคอนโดไปกับผู้คนใหม่ทุกวันจ้า"         และเมื่อ สาวทับทิม รับทราบคอมเม้นท์ดังกล่าวถึงกับปรี๊ดแตก! แคปภาพและข้อความนั้นมาโพสต์ร่ายยาวจัดหนักในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า         "เก่งค่ะเก่ง อินไซด์มากค่ะ ไม่ได้แคร์เรื่องข่าวผู้ชาย โสดอยู่หน้าไม่แย่ อายุจะ30แล้ว ตังค์ก็มีงานก็ทำ ไม่สนใจหมูหมากาไก่จะแอบถ่ายหรอกค่ะ ประเด็นคือ ทับทิมอุดหนุนร้านXXมาตลอด และใช้XXด้วย พาเพื่อนทั้งหญิงชายมาที่นี่บ่อย มากับเพื่อนก็โพสต์รูปให้ร้านXXตลอด ไม่คิดเลยว่าพนักงานท่านนี้จะทำแบบนี้กับลูกค้า ถึงเราจะเป็นบุคคลสาธารณะ แต่ถามว่าคุณทำถูกแล้วหรือ เม้าท์ลูกค้าสนุกปาก ถ่ายรูปลูกค้ามาโพสต์ ตีความเห็นถึงคอนโด เดินตามมาหรอคะ หรือไง? ขอมองแค่จุดประสงค์ของการกระทำของพนักงานXXครั้งนี้ การที่คุณทำแบบนี้คุณจะออกมายอมรับการกระทำของคุณเองยังไง? ทับทิมพาเพื่อนสนิทเพื่อนดาราหลายๆ ท่านไปนั่งเม้าท์มอยที่ร้านบ้าง คุยงานบ้าง ไม่เคยคิดว่าลับหลังพนักงานจะเอาเรื่องลูกค้าดารามาเม้าท์มอย มาโพสต์ XXสาขานี้ดาราใหญ่ๆ ไปเยอะ ขอเตือนเพื่อนๆ ให้ทราบโดยทั่วกันเลยละกัน ต่อไปนี้คงไม่ไปแล้วค่ะ เสียความรู้สึก!"         งานนี้มีแฟนๆ เข้ามาคอมเม้นท์ตำหนิการกระทำของหญิงสาวคนดังกล่าว และให้กำลังใจ สาวทับทิม อย่างท่วมท้น      ขอบคุณภาพจาก IG @tubtimofficial           ทับทิม มัลลิกา   ทับทิม มัลลิกา   ทับทิม มัลลิกา   ทับทิม มัลลิกา  

ละครสาปดอกสร้อย , เรื่องย่อสาปดอกสร้อย
ละครสาปดอกสร้อย /  เรื่องย่อ ละครสาปดอกสร้อย

สาปดอกสร้อยบทประพันธ์ : เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์บทโทรทัศน์ : ลายน้ำผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอเทนเมนท์ จำกัดออกอากาศ : พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี และ เรื่องย่อ ละครสาปดอกสร้อย สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย คณะดอกสร้อย เป็นที่ร่ำลือไปทั้งนครเขลางค์ ว่าเป็นคณะการแสดงเร่ที่สร้างความบันเทิงได้อย่างน่าประทับใจ การรำฟ้อนอันแสนงดงามอ่อนช้อยของ ดอกสร้อย เมื่อบวกรวมกับความสวยงามของเธอ ไม่ว่าหญิงหรือชาย หนุ่มหรือแก่ต่างตั้งตารอคอยชมการแสดงของเธอสักครั้งในชีวิต โดยหารู้ไม่...ภายใต้ความงามของดอกสร้อย มีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่ดอกสร้อย ฟ้อนแอ่นร่ายรำไปตามจังหวะเสียงสะล้อซอซึง ด้วยใบหน้ายิ้มพริ้มเพราให้ผู้ชม แต่ทุกครั้งที่ดอกสร้อยหันไปเจอ ฟองจันทร์ ผู้เป็นแม่เลี้ยง ภาพแห่งความเศร้าและขมขื่นก็ปรากฎชัดขึ้นในใจของเธอ ภายหลังจากแม่ตายด้วยไข้ป่า คำป้อน พ่อของดอกสร้อย แต่งงานใหม่กับฟองจันทร์ ผู้ตั้งป้อมจงเกลียดจงชังลูกเลี้ยงคอยหาทางกลั่นแกล้งดอกสร้อยสารพัด ดอกสร้อยจำต้องยอมให้แม่เลี้ยงใจยักษ์ เพราะรู้ว่าคำป้อนรักและหลงฟองจันทร์มาก ฟองจันทร์มีลูกสาวให้กับคำป้อนชื่อ ซอมพอ และคอยยุยงให้ลูกเกลียดชังดอกสร้อยไปด้วย ซอมพอจึงกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจและจิกใช้ดอกสร้อย ซอมพอหนีไปเล่นน้ำตกแล้วพลาดตกน้ำ ดอกสร้อยกระโดดลงไปช่วยไว้ได้ ฟองจันทร์เข้าใจผิดคิดว่าดอกสร้อยแกล้งลูกตน จึงผลักดอกสร้อยตกน้ำไป โชคดีที่ ไผ่ เด็กกำพร้าที่มาอาศัยอยู่กับคำป้อน ว่ายน้ำมาช่วยดอกสร้อยไว้ทัน เด็กทั้งสองจึงกลายเป็นเพื่อนรักที่คอยช่วยเหลือกันนับแต่นั้น ขุนฤทธิไกร (ชื่อเดิมนายไกร) นายตำรวจหนุ่มหล่อมีฝีมือเชิงมวยและเชิงดาบ รับข่าวจากม้าเร็วว่านายทอง ผู้เป็นพ่อ ถูกฆ่าตายระหว่างเดินทางไปไหว้พระธาตุลำปางหลวง ขุนฤทธิไกรออกเดินทางพร้อม นายเปรื่อง เพื่อนชาวอยุธยาที่มีวิชาอาคม ขุนฤทธิไกรเห็นศพพ่อก็แปลกใจที่ร่างกายโดนแหวกท้องตับไตไส้พุงหายไป นายผิน คนรับใช้บอกว่าโดนผีกะฆ่าตาย แต่ นายปัน บอกว่าโดนโจรป่าฆ่าแล้วปล่อยให้สัตว์กิน ขุน ฤทธิไกรสัญญาต่อหน้าศพจะฆ่าคนผิด ไม่ว่าเป็นคนหรือผี! ดอกสร้อย ออกเดินทางพร้อมชาวคณะนักดนตรีไปยังบ้านผาหมอก หมู่บ้านห่างไกลในหุบเขาอันซับซ้อน ตามคำเชิญของผู้ใหญ่สัก ที่ต้องการให้ดอกสร้อยมาแสดงให้นางบัวศรี เมียที่ตรอมใจด้วยโรคประหลาด ขาทั้งสองข้างเดินไม่ได้ ผู้ใหญ่สักหวังว่าการแสดงของคณะดอกสร้อยจะทำให้นางมีชีวิตชีวาขึ้น ระหว่างการเดินทางของคณะดอกสร้อย กลุ่มโจรป่าได้บุกปล้นและจับตัวดอกสร้อยและซอมพอไปขืนใจ ขุนฤทธิไกรและนายเปรื่องช่วยทั้งสองไว้ได้ ดอกสร้อยซาบซึ้งและประทับใจที่ ขุนฤทธิไกรช่วยชีวิต ขุนฤทธิไกรก็ถูกชะตาดอกสร้อย ยิ่งเห็นความอ่อนแอก็เป็นห่วงกลัวเกิดเหตุร้าย อาสาจะไปส่งให้ถึงหมู่บ้าน...แต่ดอกสร้อยไม่ยอม เลือกที่จะไปกันเอง ละครสาปดอกสร้อย สิ้นแสงสูรย์ ทันทีที่ตะวันลับขอบฟ้า เสียงดนตรีบรรเลงเสนาะทั่วเชิงดอย ขุนฤทธิไกรตามเข้ามาในหมู่บ้านเห็นดอกสร้อยร่ายรำก็เหมือนต้องมนต์ในความงามของลีลาการร่ายรำ มีพลังบางอย่างที่ทำให้ดอกสร้อยดูแข็งแรงและมีพลังชีวิต แตกต่างจากช่วงกลางวันที่อ่อนแอเปราะบาง ทันใดนั้น กลุ่มโจรป่าบุกเข้ามาปล้นชาวบ้านแล้วลากตัวดอกสร้อยออกไป! ดอกสร้อยร้องขอชีวิต ไล่ให้โจรป่ารีบหนีไปก่อนที่จะต้องตาย โจรป่าไม่ฟังเสียงห้ามใดๆ ผีกะ วิญญาณร้ายในร่างดอกสร้อยออกอาละวาดไล่ฆ่าตาย ดอกสร้อยรู้สึกตัวอีกทีพบว่ามือ ปาก และเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดของโจร ดอกสร้อยกรีดร้องด้วยความเสียใจสุดจะประมาณ คำป้อนปลอบใจดอกสร้อยพร้อมขอโทษ ที่ทำให้ลูกสาวต้องเผชิญชะตากรรมแบบนี้ย้อนไปเมื่อสองสามปีก่อน ไม่มีใครสนใจชมการแสดงคณะดอกสร้อยและซ้ำร้าย ดอกสร้อยล้มป่วยง่าย ไม่สามารถแสดงได้ ฟองจันทร์สั่งให้คำป้อนตัดดอกสร้อยออกจากคณะ ทิ้งดอกสร้อยไว้ที่บ้านป่าเพียงลำพัง ดอกสร้อยออกตามหาพ่อเห็นผีกะกำลังจะฆ่าคำป้อน ดอกสร้อยร้องขอชีวิต ผีกะโดนพรานเวทย์ไล่ล่า ขอสิงร่างดอกสร้อยแลกกับชีวิตคำป้อน ดอกสร้อยจึงยอมให้ผีกะสิงร่างนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา!! ดังนั้นทุกครั้งหลังจากแสดง คำป้อนจึงต้องเอาเป็ดไก่มาให้ผีกะกินบนเรือนพักของดอกสร้อย ผีกะจึงช่วยให้ดอกสร้อยมีพลังชีวิต สามารถร่ายรำได้อย่างทรงพลัง!! ขุนฤทธิไกรตกใจกับสภาพศพโจรป่าที่ถูกฆ่าตาย พยายามสืบหาความจริงเหตุการณ์นี้และจับผู้ร้ายที่ฆ่าพ่อ! แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะ ขุนพิศณุแสน (ชื่อเดิมนายปลิว) คู่อริเก่าของขุนฤทธิไกร ได้รับคำสั่งให้มาดูแลความสงบที่หมู่บ้าน ขุนพิศณุแสนหวังจะได้เลื่อนขั้นเหนือกว่าขุนฤทธิไกร จึงขัดขาและหักหน้าขุนฤทธิไกรโดยมี นายดำเป็นผู้ช่วย!เอื้องคำ นางรำประจำหมู่บ้าน อิจฉาที่ใครๆ สนใจและชื่นชมดอกสร้อย เอื้องคำสั่งให้ ศรีออน สาวรับใช้ไปกลั่นแกล้งแต่ล้มเหลว เอื้องคำจึงยุยงว่าดอกสร้อยเป็นตัวกาลกิณี ใส่ไฟชาวบ้านให้ไล่คณะดอกสร้อยออกไป ผู้ใหญ่สักยืนยันที่จะให้คณะดอกสร้อยแสดงให้นางบัวศรีดูต่อไป ยิ่งทำให้เอื้องคำ เกลียดชังและหาทางกำจัดดอกสร้อยโดยไว!เรื่องราวผีกะฆ่าโจรป่า ถูกพูดปากต่อปากจนเข้าหูพรานเวทย์ ผู้มีความแค้นกับผีกะ ผีกะเคยฆ่าเมียและลูก! พรานเวทย์จึงพา ไอ้ใบ้ ชายหนุ่มกำพร้าเดินทางไปบ้านผาหมอก!! ละครสาปดอกสร้อย ดอกสร้อยเปิดทำการแสดงอีกครั้ง ขุนพิศณุแสนเมามายเข้าไปลวนลามดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรและไผ่เข้าไปปกป้องดอกสร้อย เกิดการต่อยตีโกลาหล เอื้องคำสบโอกาสสั่งศรีออนลากดอกสร้อยไปตบตีหลังหมู่บ้าน ดอกสร้อยขอร้องให้เอื้องคำและศรีออนหยุด แต่ทั้งสองไม่ยอม ผีกะในร่างดอกสร้อยจะเล่นงานพวกเอื้องคำ เป็นจังหวะเดียวที่ขุนฤทธิไกรตามเข้ามาช่วยดอกสร้อย ทั้งขุนฤทธิไกรและพวกเอื้องคำจะเห็นร่างผีกะ แต่คำป้อนฆ่าเป็ดไก่เรียกผีกะไปเสียก่อนคำลับของดอกสร้อยจึงยังเป็นความลับอยู่ ขุนฤทธิไกรเข้าไปช่วยเหลือดอกสร้อยไว้ เอื้องคำยิ่งหมั่นไส้ดอกสร้อย อยากได้ขุนฤทธิไกรเป็นคู่ชีวิต!! ขุนฤทธิไกรพาดอกสร้อยไปพักฟื้นดูแลที่เพิงริมลำธาร ดอกสร้อยไม่อยากอยู่กับขุนฤทธิไกรตามลำพังแต่ฝนตกหนัก กลับบ้านไม่ได้ ขุนฤทธิไกรถามถึงเหตุการณ์โจรป่าถูกฆ่าตายและชวนคุยเรื่องผีกะดอกสร้อยพยายามกลบเกลื่อน ทันใดนั้น ผีกะปรากฎตัว! ดอกสร้อยกลัวผีกะจะเล่นงานขุนฤทธิไกรรีบวิ่งฝ่าสายฝนหนีไป!! ทำให้ขุนฤทธิไกรแปลกใจในท่าทีของดอกสร้อยมากขึ้น! ดอกสร้อยนึกย้อนในวันแสดง เธอมองเห็นผีตายโหงชายตนหนึ่งสิงอยู่ในร่างนางบัวศรี มันคอยกัดกินร่างนางจนกว่านางจะตาย ดอกสร้อยขอร้องให้ตองนวล สาวใช้นางบัวศรีพาไปที่ห้อง ดอกสร้อยปรุงยาสมุนไพรให้นางบัวศรีกินจนหลับ และดอกสร้อยได้ขอร้องให้ผีตายโหงออกจากร่าง ผีตายโหงไม่ยอมจะทำร้ายดอกสร้อย นายเปรื่องเข้าไปช่วยไว้ ผีตายโหงจึงหนีไปหลบในป่า นายเปรื่องพยายามซักดอกสร้อย แต่ขุนฤทธิไกรเห็นดอกสร้อยไม่สบายรีบพากลับเรือน สั่งห้ามนายเปรื่องกวนใจดอกสร้อยอีก คำป้อนสั่งให้ดอกสร้อยปิดปากเรื่องผีตายโหง เพราะถ้าชาวบ้านรู้ว่ามีผีในหมู่บ้านก็จะพากันแตกตื่น และภัยจะถึงตัวดอกสร้อย!! ดอกสร้อยทำการแสดงให้นางบัวศรีและชาวบ้านดู....ผีตายโหงโกรธแค้นดอกสร้อย เข้ามาหลอกหลอนชาวคณะ...แล้วสิงร่างดอกสร้อย ทำให้การร่ายรำผิดเพี้ยน...แต่แล้ว..ผีกะมากระชากร่างผีตายโหงออกไป วิญญาณทั้งสองไปต่อสู้กันในป่าไผ่ ผีกะเล่นงานผีตายโหงอย่างหนัก อย่ามายุ่งกับดอกสร้อย ไม่งั้นจะฆ่าให้วิญญาณดับ! ผีตายโหงเก็บความแค้นไว้ รอวันที่จะสะสางกับผีกะ!!ขุนฤทธิไกรมั่นใจว่าดอกสร้อยมีความลับปกปิดไว้ เขาจึงเข้าหาเพื่อหาทางช่วยดอกสร้อย ยิ่งทำให้ฟองจันทร์ไม่พอใจ ฟองจันทร์รู้ว่าขุนพิศณุแสนชอบพอดอกสร้อย อาสาลวงดอกสร้อยไปหาของป่าแล้วล่ามโซ่ดอกสร้อย ขุนพิศณุแสนจะขืนใจดอกสร้อย ไผ่เข้าไปช่วยแล้วประกาศเป็นคู่รักดอกสร้อย ขุนพิศณุแสนเจ็บใจจะจับดอกสร้อยมาทำเมียให้ได้!! ละครสาปดอกสร้อย อยู่มาวันหนึ่ง ไผ่สารภาพรักดอกสร้อย แต่ดอกสร้อยมอบใจให้ได้แค่เพื่อน ไผ่เสียใจอย่างหนักยืนยันจะพิสูจน์ให้ดอกสร้อยเห็นว่าเขารักดอกสร้อยหมดใจ ให้ได้แม้กระทั่งชีวิต!!ดอกสร้อยหลบหลีกผู้คนไปอยู่ในป่าเพียงลำพัง ขุนฤทธิไกรเฝ้าติดตามชีวิตดอกสร้อย สงสารอยากทำให้ดอกสร้อยมีชีวิตชีวาเหมือนตอนรำแสดง ขุนฤทธิไกรพาดอกสร้อยขี่ม้าชมดอกกล้วยไม้ป่าและทุ่งดอกไม้บนเชิงดอยที่ดอกสร้อยไม่เคยเห็น ดอกสร้อยตื่นตาตื่นใจ และอุ่นใจที่มีคนคอยปกป้อง ทำให้ดอกสร้อยมีพลังชีวิตขึ้นมาอีกครั้งขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยกลับไปส่งบ้าน ขุนพิศณุแสนและดำปลอมตัวเป็นโจร เข้ามาทำร้าย ขุนฤทธิไกรได้รับบาดเจ็บต้องควบม้าหนีไปที่บ้านเกิดนครสวรรค์ ขุนพิศณุแสนจึงสร้างเรื่องว่าขุนฤทธิไกรลักพาตัวดอกสร้อย ฟองจันทร์โกรธจัดใส่ไฟว่าดอกสร้อยจงใจแย่งขุนฤทธิไกร ซอมพอพลอยเกลียดชังดอกสร้อยหนักกว่าเดิม นายเปรื่องคอยเตือนสติไม่ให้ซอมพอหูเบา อย่าเชื่อในสิ่งที่ไม่เห็น..ยิ่งทำให้ซอมพอพาลโกรธนายเปรื่อง คิดว่านายเปรื่องก็รักดอกสร้อย นายเปรื่องปฎิเสธว่าเขามีคนรักแล้วแต่ไม่ยอมบอกว่าเป็น ซอมพอ นางแสง แม่ของขุนฤทธิไกรให้หมอมารักษาแต่อาการไม่ดีขึ้น ดอกสร้อยสั่งให้นายผินและนายปันไปหาสมุนไพรป่า ดอกสร้อยต้มยาหม้อและรักษาจนกระทั่งขุนฤทธิไกรฟื้นได้สติ..นวล สาวใช้นางแสงเห็นความรักและความห่วงใยที่ดอกสร้อยมีต่อขุนฤทธิไกร นำความไปบอกเจ้านาย..ประกอบกับนายผิน,นายปันฟ้องว่าตั้งแต่ดอกสร้อยมาอยู่ เป็ดไก่ในเล้าตายทุกคืน นางแสงจึงสั่งให้นายผินและนายปันจัดเวรยามเฝ้าดูดอกสร้อย! ผีกะในร่างดอกสร้อยออกหากิน นายผินและนายปัน,นวลเห็นผีกะก็วิ่งหนีตกใจ นายเปรื่องเห็นผีกะหายไปในห้องพักของดอกสร้อย สะกดรอยตามไป แล้วภาพตรงหน้าทำให้นายเปรื่องแทบหมดสติ เขาเห็นดอกสร้อยกินไก่สดอยู่ในห้อง ดอกสร้อยหันมาเจอนายเปรื่อง ทันใดนั้น นายปันพานางแสงบุกมาที่ห้อง ยืนยันว่าเห็นผีกะเข้าห้องดอกสร้อย นางแสงสั่งให้จับตัวดอกสร้อยไป ขุนฤทธิไกรรู้เรื่องก็ฝืนตัวจากไข้เข้าไปห้าม ไม่ยอมให้ใครทำร้ายดอกสร้อย นายเปรื่องเห็นความรักที่เพื่อนมีต่อดอกสร้อยก็สงสารไม่กล้าบอกความจริง นายเปรื่องตัดสินใจเป็นพยานว่าดอกสร้อยไม่ได้เลี้ยงผีกะ นางแสงจึงต้องยอมปล่อยตัวดอกสร้อย ดอกสร้อยซึ้งน้ำใจที่เปรื่องช่วยปิดบังเรื่องผีกะ นายเปรื่องได้แต่รอเวลาที่จะบอกความลับกับขุนฤทธิไกร นางแสงต้องการให้ดอกสร้อยออกไปจากชีวิตขุนฤทธิไกร สร้างเรื่องว่าขุนฤทธิไกรมีคู่รักแล้ว ขอให้ดอกสร้อยออกไปจากชีวิตขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยก้มกราบรับคำ เธอรู้ดีว่าความรักระหว่างเธอกับขุนฤทธิไกรไม่มีวันเป็นไปได้....ดอกสร้อยจึงหนีไปจากคุ้ม! พรานเวทย์มายืนอยู่หน้าบ้านผู้ใหญ่สัก...เครื่องรางของขลังในตัวพรานเวทย์ทำให้ผีตายโหงที่สิงนางบัวศรีอาละวาดทันที พรานเวทย์ทำพิธีจับผี.. ผีตายโหงต่อสู้สุดกำลัง...หลุดรอดจากการจับลงหม้อไปได้อย่างหวุดหวิด นางบัวศรีจึงลุกเดินได้เป็นปกติ ผู้ใหญ่สักดีใจมากมอบเงินทองให้พรานเวทย์มากมาย พรานเวทย์จึงเข้าป่าตามล่าวิญญาณผีตายโหง!! ละครสาปดอกสร้อย ดอกสร้อยกลับมาถึงหมู่บ้านตอนกลางวัน...พรานเวทย์สัมผัสได้ถึงเงาดำที่อยู่รอบตัวเธอ .....เพราะจิตของเธออ่อนแอง่ายต่อการถูกผีสิง พรานเวทย์มอบตะกรุดไม้ไผ่ให้เธอห้อยคอ คำป้อนรู้เรื่องนี้ก็สั่งให้ดอกสร้อยเอาไปทิ้ง เพราะถ้าเก็บไว้ผีกะเข้าสิงดอกสร้อยไม่ได้! ดอกสร้อยรับคำแต่แอบเอามาแขวนคอ ถึงเวลากลางคืน....ผีกะเข้าสิงดอกสร้อยไม่ได้ ขู่จะฆ่าชาวคณะ...ดอกสร้อยจึงบอกความจริงว่าได้ตะกรุดจากพรายเวทย์. ผีกะได้ยินชื่อพรานเวทย์ก็รู้แล้วว่าภัยกำลังมาถึงตัว ผีกะขอร้องให้ดอกสร้อยนำตะกรุดไปทิ้ง ดอกสร้อยเพิ่งเห็นผีกะกลัวเป็นครั้งแรก ถ้าเธอสวมตะกรุดเส้นนี้ ชีวิตของเธอก็คงหลุดพ้นจากผีกะ หรือเธอต้องอยู่กับผีกะเพื่อช่วยชาวคณะ ในที่สุดดอกสร้อยเลือกที่จะซ่อนตะกรุดคณะดอกสร้อยจึงทำการแสดงให้ชาวบ้านชมต่อไปได้.... ฟองจันทร์สั่งห้ามดอกสร้อยเข้าหาขุนฤทธิไกรเด็ดขาด เพราะเป็นคนรักของซอมพอ...ซอมพอสับสนในใจ เพราะซอมพอเริ่มมีใจให้นายเปรื่อง.. เขาคอยบอกให้เธอสงสารดอกสร้อย โดยไม่ยอมบอกว่าเพราะอะไร? ซอมพอจะเข้าไปซักความจริงจากดอกสร้อย เห็นดอกสร้อยกำลังกินสัตว์ ผีกะไล่ล่าจะฆ่าซอมพอ นายเปรื่องช่วยซอมพอไว้ได้ ....ดอกสร้อยเสียใจที่เกือบฆ่าน้องสาว..เล่าความลับที่มาของผีกะตัวนั้นให้ซอมพอฟัง ซอมพอรู้ความจริงว่าดอกสร้อยต้องเสียสละเพื่อชาวคณะ ก็รู้สึกผิดที่ใจร้ายใจดำกับดอกสร้อย สัญญาจะปกปิดความลับนี้ไว้และช่วยเหลือดอกสร้อย สองพี่น้องกอดร้องไห้ด้วยความรักความเข้าใจอันดีที่มีต่อกันดอกสร้อยรู้ดีว่าเธอไม่มีทางหนีรอดผีกะตัวนี้ได้ เพราะมันใช้อาคมเวทย์สิงสถิตย์อยู่ในตัวเธอ เธอเป็นเพียงร่างเดียวที่ทำให้มันมีพลังฤทธิ์เดชมากขึ้น ดอกสร้อยจำต้องเอาตะกรุดไปทิ้งน้ำตก แล้วยอมให้มันสิงร่างต่อไป แลกกับชีวิตของชาวคณะ! ขุนพิศณุแสนและดำรู้ว่าพรานเวทย์ได้เงินและทองมากมายจากผู้ใหญ่สัก ปลอมตัวเป็นโจรออกปล้น เล่นงานพรานเวทย์หมดสติ ขุนฤทธิไกรและนายเปรื่องเข้าไปขวาง ขุนพิศณุแสนพลิกสถานการณ์และหลักฐานว่าขุนฤทธิไกรคือโจรป่าทำร้ายพรานเวทย์ นายเปรื่องช่วยขุนฤทธิไกรไว้ โดยระหว่างนั้นขุนฤทธิไกรตัดสินใจซ่อนตัวอยู่ในป่า เพื่อหาหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ละครสาปดอกสร้อย ผีตายโหงรู้ว่าพรานเวทย์บาดเจ็บรักษาตัว มันเข้าสิงขุนฤทธิไกรไปเล่นงานพรานเวทย์และทุกคนในหมู่บ้าน นางแสงและนวลเข้ามาตามขุนฤทธิไกรกลับบ้าน โดนผีตายโหงในร่างขุนฤทธิไกรเล่นงาน ดอกสร้อยรีบไปเอาตะกรุดที่เคยทิ้งไว้ที่น้ำตก มาคล้องคอขุนฤทธิไกร ผีตายโหงโกรธแค้นคิดว่าผีกะในตัวดอกสร้อยเล่นงานมัน จะฆ่าดอกสร้อยและพวกเอื้องคำ พรานเวทย์ฝืนตัวจากอาการบาดเจ็บใช้มีดหมอเล่นงานผีตายโหง ก่อนวิญญาณผีตายโหงจะดับ ได้บอกความลับกับพรานเวทย์ ว่าผีกะซ่อนอยู่ในหมู่บ้าน...ไม่ทันพูดจบ ไอ้ไบ้ใช้อาคมฆ่าผีตายโหงดับ หวังเอาหน้าว่ามันเป็นหมอผีที่เก่ง พรานเวทย์ลงโทษไอ้ไบ้อย่างหนัก โกรธแค้นที่ไม่รู้ว่าผีกะอยู่ร่างใคร? นางแสงตกใจเรื่องผีนอนหมดสติ ขุนฤทธิไกรอยากอยู่ช่วยดูแลแม่ แต่โดนขุนพิศณุแสนและผู้ใหญ่สักไล่ล่าต้องหนีเข้าป่า ดอกสร้อยอาสาช่วยดูแลนางแสง ฝ่ายฟองจันทร์บังคับให้ซอมพอไปเอาใจนางแสง ซอมพอรับปากแต่กลับไปเป็นลูกมือช่วยเหลือดอกสร้อย แล้วก็กันท่าไม่ให้เอื้องคำเข้าหานางแสง ดอกสร้อยดูแลจนนางแสงหาย นางแสงรู้สึกดีและยอมรับในตัวดอกสร้อย หากขุนฤทธิไกรหลุดคดีความจะไปสู่ขอดอกสร้อย ดอกสร้อยกลับปฎิเสธเพราะรู้ดีว่าความรักของเธอกับขุนฤทธิไกรไม่มีวันสมหวัง ผีกะในร่างดอกสร้อยอาละวาดฆ่าคน และมีพลังอำนาจแก่กล้ามากขึ้น ดอกสร้อยไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของผีกะอีกแล้ว หอบผ้าหนีเข้าป่าไปให้ไกลแสนไกล ขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยกลับหมู่บ้าน ดอกสร้อยสารภาพความจริงว่าเธอคือร่างของผีกะ เธอฆ่าโจรป่าและคนมากมาย ขุนฤทธิไกรไม่เชื่อว่าผู้หญิงที่เขารักจะเป็นร่างของผีกะและฆ่าคน! ขุนฤทธิไกรเอาเถาวัลย์มามัดมือดอกสร้อยกับเขาไว้...แบกพาดอกสร้อยกลับบ้านเวลายามค่ำคืน ผีกะเข้าร่างดอกสร้อยจะฆ่าขุนฤทธิไกร ขุนฤทธิไกรตกใจไม่คิดว่าสิ่งที่ดอกสร้อยพูดจะเป็นความจริง ขุนฤทธิไกรหนีไม่ได้เพราะเขามัดล่ามตัวไว้กับดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรเรียกชื่อดอกสร้อยเพื่อให้สติ ดอกสร้อยพยายามฝืนใจตัวเองสู้กับผีกะในร่างที่จะฆ่าขุนฤทธิไกรให้ได้ สุดท้ายคำป้อนฆ่าสัตว์ให้ผีกะออกไปกิน ผีกะจึงยอมปล่อยขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยได้สติอีกครั้ง มือของเธอเปื้อนเลือดขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยนึกทบทวนเรื่องราว ร้องไห้เสียใจที่เธอเกือบฆ่าผู้ชายที่รักเธอมากและเธอก็รักเขา ดอกสร้อยไม่อยากมีชีวิตอยู่เพื่อฆ่าใครอีกแล้ว ดอกสร้อยตัดสินใจจะฆ่าตัวตายที่หน้าผา แต่แล้ว ขุนฤทธิไกรมาดึงร่างโอบกอดไม่ยอมให้ดอกสร้อยตาย เพราะเขารักดอกสร้อย ดอกสร้อยซาบซึ้งใจไม่เคยคิดว่าจะมีชายคนใดจะยอมรับในสิ่งที่เธอเป็นได้ ทั้งสองโอบกอดร้องไห้ในวิบากกรรมที่เกิดขึ้น ขุนฤทธิไกรไปส่งดอกสร้อยที่หมู่บ้าน ขอร้องให้ดอกสร้อยรักษาชีวิตไว้ เขาจะเร่งเรียนวิชาอาคมจากเปรื่อง หาทางช่วยเหลือดอกสร้อย ดอกสร้อยรับคำแต่ภายในใจเธอรู้ดีว่าไม่มีใครช่วยเธอได้ มีหนทางเดียวที่จะกำจัดมันคือเธอต้องตายไปพร้อมกับมัน! ดอกสร้อยขอร้องให้ซอมพอไปบอกให้พรานเวทย์ฆ่าดอกสร้อย ซอมพอไม่ยอมแต่ทนรบเร้าไม่ได้ จำต้องไปนัดหมายพิธีกับพรานเวทย์! ละครสาปดอกสร้อย ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านแห่มาชมการแสดงของดอกสร้อย เพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ชาวคณะจะเดินทางไปที่อื่น โดยไม่มีใครรู้ว่า เป็นการรำครั้งสุดท้ายในชีวิตของดอกสร้อย พรานเวทย์ปรากฎตัวเข้ามาทำพิธีมัดร่างดอกสร้อยกับผีกะไว้ เสียงร้องโหยหวลของผีกะดังไปทั้งดอย ขุนฤทธิไกรขัดขวางไม่ยอมให้พรานเวทย์ฆ่าดอกสร้อย ผีกะออกจากร่างหนีเข้าป่า ขุนฤทธิไกรรีบพาดอกสร้อยหนีไป ชาวบ้านจึงรู้ว่าผีกะอาศัยอยู่ในร่างดอกสร้อย ขุนพิศณุแสนและผู้ใหญ่สักนำพวกออกไล่ล่าขุนฤทธิไกรและดอกสร้อย!!ขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยหนีไปให้ไกลสุดหล้า แต่ดอกสร้อยไม่ยอม เพราะรู้ดีว่าเมื่อถึงกลางคืน ผีกะต้องมาสิงร่างตนและมันต้องฆ่าขุนฤทธิไกร ผีกะไล่ล่าตามมาพบ ขุนฤทธิไกรใช้วิชาอาคมที่เรียนรู้จากนายเปรื่องป้องกันตัว ผีกะจึงเข้าสิงร่างดอกสร้อยทำร้ายขุนฤทธิไกร ขุนฤทธิไกรไม่กล้าทำร้ายดอกสร้อย จึงโดนผีกะในร่างดอกสร้อยเล่นงานปางตาย นายเปรื่อง ไผ่ นายปัน และนายผินมาช่วยไว้ แต่ขุนพิศณุแสนและผู้ใหญ่สักตามมาจับขุนฤทธิไกรและดอกสร้อย!! ชาวบ้านจับดอกสร้อยมัดไว้กลางลาน เอื้องคำยุให้ชาวบ้านเผาดอกสร้อยทั้งเป็น ชาวบ้านจึงช่วยกันสุมไฟเผาร่างดอกสร้อย ในขณะที่ขุนพิศณุแสนและนายดำบุกไปที่คุมขังจะฆ่าขุนฤทธิไกร นายเปรื่องบอกให้ผู้ใหญ่สักจับขุนพิศณุแสน แต่ผู้ใหญ่สักกลับทำร้ายนายเปรื่องและขุนฤทธิไกร ทั้งสองจึงรู้ความจริงว่าผู้ใหญ่สักเป็นคนฆ่าพ่อของขุนฤทธิไกร และออกปล้นชาวบ้าน ผู้ใหญ่สักจะฆ่าขุนฤทธิไกรปิดปาก ดอกสร้อยซึ่งมีพลังของผีกะในตัวดิ้นออกจากกองไฟมาช่วยขุนฤทธิไกร..ฆ่าผู้ใหญ่สักและขุนพิศณุแสน,นายดำตาย! ชาวบ้านต่างหวาดกลัวที่ดอกสร้อยเป็นกึ่งผีกึ่งคน...พรานเวทย์เอาตะกรุดทองเหลืองคล้องคอดอกสร้อย...ผีกะหลุดออกจากร่าง...ขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยไปรักษาในเมือง แต่ดอกสร้อยไม่กล้าสู้หน้าใครและกลัวผีกะจะทำร้ายขุนฤทธิไกรอีก...จึงหนีเข้าไปอยู่ในป่า!!นางฟองจันทร์กลัวผีกะฆ่า.. สั่งให้ชาวคณะหนีไปจากหมู่บ้าน คำป้อนไม่ยอมทำตามคำสั่งเมีย....เพราะเป็นห่วงดอกสร้อย.....บรรดาชาวคณะก็ช่วยคำป้อนออกตามหาดอกสร้อย ฟองจันทร์ไม่พอใจประกาศแยกทางกับคำป้อน ขโมยเงินทั้งหมดของคำป้อนหนีไป!! ละครสาปดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรพบดอกสร้อยซ่อนตัวอยู่ในถ้ำหลังม่านน้ำตก... ดอกสร้อยเอาโซ่มาล่ามขาตัวเองไว้ .. ไม่อยากออกไปฆ่าคน..ขุนฤทธิไกรใช้ดาบฟันโซ่จนขาด...จะพาดอกสร้อยไปให้พรานเวทย์รักษา...เอื้องคำสั่งให้ขุนฤทธิไกรฆ่าดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรไม่ยอมทำ เอื้องคำกระชากสร้อยตะกรุดของพรานเวทย์ทำลายทิ้ง..ผีกะจึงเข้าสิงดอกสร้อยออกอาละวาดใหญ่ เอื้องคำขวัญเสียหวีดร้องลั่นป่ากลายเป็นคนบ้าร้องเพ้อเรียกผีกะฟองจันทร์เจอผีกะฆ่า..กลัวรนรานวิ่งหนีตกหน้าผาตาย!! ...ส่วนคำป้อนโดนผีกะกินตับไตเหมือนที่คำป้อนเคยฆ่าสัตว์ให้ผีกะกิน!!ผีกะเล่นงานชาวบ้านอย่างหนัก คาถาอาคมของพรานเวทย์สู้ไม่ได้ มีทางออกทางเดียวที่จะปราบผีกะได้คือใช้วิญญาณที่แกร่งกล้า....ไผ่อยากช่วยดอกสร้อยเพราะหากปล่อยให้ผีกะสิงร่างดอกสร้อยข้ามคืน ดอกสร้อยจะกลายเป็นผีกะตลอดกาล.... ไผ่ขอร้องให้พรานเวทย์ฆ่าเขา เอาวิญญาณเขาสู้กับผีกะ ดอกสร้อยขัดขวางไม่ให้ไผ่ฆ่าตัวตาย..แต่ไผ่ปลิดชีวิตตัวเองเพื่อช่วยดอกสร้อย... พรานเวทย์ทำพิธี วิญญาณของไผ่กลายเป็นผีตายโหงที่มีพลังเข้าต่อสู้กับผีกะ จนพลังของผีกะอ่อนแรง แต่ด้วยพลังแก่กล้าของมันก็ทำลายวิญญาณไผ่ดับ ผีกะจะฆ่าพรานเวทย์ มีดหมอตกอยู่ข้างขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยร้องขอให้ขุนฤทธิไกรฆ่าเธอ ขุนฤทธิไกรจำต้องคว้ามีดหมอแล้วแทงร่างดอกสร้อย วิญญาณผีกะจึงดับสลายไป พรานเวทย์และชาวบ้านจึงรอดพ้นจากความตาย!ขุนฤทธิไกรเสียใจที่เป็นคนฆ่าดอกสร้อย นำร่างดอกสร้อยไปวางไว้ทุ่งดอกไม้ที่ดอกสร้อยชื่นชอบ เมื่อละอองหมอกลอยผ่านมา ร่างดอกสร้อยฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะขุนฤทธิไกรไม่ได้แทงส่วนสำคัญของร่างกาย ขุนฤทธิไกรรีบนำดอกสร้อยไปรักษาตัวจนหายดี นางแสงผูกข้อมือสู่ขอดอกสร้อยให้ขุนฤทธิไกร และขอซอมพอให้นายเปรื่อง ดอกสร้อยจึงใช้ชีวิตร่วมกับขุนฤทธิไกรอย่างมีความสุข โดยไม่มีใครรู้ว่า ได้มีผีกะตัวใหม่ ถือกำเนิด ณ ที่แห่งนั้น ติดตามได้ในละคร สาปดอกสร้อย ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี นักแสดงละคร สาปดอกสร้อยวงศกร ปรมัตถากร รับบท ขุนฤทธิไกร ทิสานาฎ ศรศึก รับบท ดอกสร้อย วีรคณิศร์ กานต์วัฒนากุล รับบท เปรื่อง พรชดา เครือคช รับบท ซอมพอ นนทพันธ์ ใจกันทา รับบท ไผ่ ทองภูมิ ศิริพิพัฒน์ รับบท ขุนพิศนุแสน นิชานันท์ ฝั้นแก้ว รับบท เอื้องคำ วรรษพร วัฒนากุล รับบท ศรีออน สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท ทองคำ รัชนี ศิระเลิศ รับบท นางแสง ศตวรรษ ดุลยวิจิตร รับบท คำป้อน ณหทัย พิจิตรา รับบท ฟองจันทร์ สุรวุฑ ไหมกัน รับบท ผู้ใหญ่สัก สายธาร นิยมการณ์ รับบท บัวศรี นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท พรานเวทย์ พงษธัช รัตนเศรณี รับบท ไอ้ใบ้ ถนอม สามโทน รับบท ผิน สร้อย สารคาม รับบท ปัน ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย

ละครเพชรกลางไฟ , เรื่องย่อเพชรกลางไฟ
ละครเพชรกลางไฟ ช่อง3 /  เรื่องย่อละครเพชรกลางไฟ / 

เพชรกลางไฟบทประพันธ์โดย : ว.วินิจฉัยกุลบทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิตกำกับการแสดงโดย : อดุลย์ บุญบุตรออกอากาศทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละครเพชรกลางไฟ มิอาจประสบพบพักตร์ ใช่ว่าจักคิดหักใจ คิดถึงทุกวันไป แม้มีได้อยู่ใกล้กัน ไม่ใกล้ก็เหมือนใกล้ เพราะดวงใจอันผูกพัน เหมือนเห็นกันทุกวัน เราพบกันนั้นด้วยใจ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากการสิ้นพระชนม์ของ เสด็จในกรมฯ ผู้เป็นพระบิดา หม่อมเจ้าหญิงอุรวศี ก็ถูกกีดกันไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตำหนักใหญ่ ซึ่งเป็นที่อยู่ของ หม่อมต่วน หม่อมใหญ่ของเสด็จพ่อ เพราะหม่อมต่วนเกลียดชัง หม่อมสลวย หม่อมแม่ของอุรวศี ที่มาแย่งชิงความรักของเสด็จฯไปจากเธอ แม้ว่าเสด็จฯ จะมี หม่อมเรี่ยม เป็นหม่อมอีกคน ก็ไม่ถูกชิงชังเท่าหม่อมสลวย อุรวศีเป็นห่วงว่าห้องทรงพระอักษรของเสด็จพ่อจะไม่มีคนดูแลความสะอาด จึงขัดคำสั่งของหม่อมต่วน แอบเข้าไปทำความสะอาดห้อง แต่กลับพบว่าหม่อมต่วนให้คนมาเก็บหนังสือในห้องทั้งหมด ถวายแด่เสด็จเสนาบดี โดยมี อนล เป็นคนที่มาขนย้ายหนังสือตามคำสั่ง อนลเข้าใจว่าอุรวศีเป็นนางข้าหลวงในวัง จึงไม่ได้คำราชาศัพท์ด้วย อุรวศีไม่ได้แก้ไขความเข้าใจผิดนั้น และขอหนังสือของเสด็จฯ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกไม่กี่เล่ม อนลพยายามจะสานสัมพันธ์ต่อด้วยการชวนให้อุรวศีมาดูเครื่องเรือนที่ต้องการเก็บไว้ อุรวศีตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ไปที่ตำหนักใหญ่อีก เมื่ออนลรู้ความจริงว่าอุรวศีเป็นถึงหม่อมเจ้าหญิง จึงฝากจดหมายขอประทานอภัยมากับ จัน คนสนิทของอุรวศี อุรวศีรับจดหมายไว้ แต่ไม่คิดจะตอบเพราะจะไม่เหมาะสมหากถูกจับได้ว่าส่งจดหมายติดต่อกับชายหนุ่ม ละครเพชรกลางไฟ หม่อมสลวยพาอุรวศีไปฝากไว้ที่ตำหนักของเสด็จพระองค์หญิงฯ ซึ่งเป็นเสด็จป้าของอุรวศี โดยให้เหตุผลว่าจะมีคนงานมาก่อสร้างกำแพงวัง กั้นระหว่างตำหนักใหญ่ของหม่อมต่วนกับเรือนที่เสด็จพ่อประทานให้หม่อมสลวยกับอุรวศี อีกทั้งหม่อมสลวยเองก็จะไม่อยู่สักพัก จึงเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่งามขึ้น ในตำหนักของเสด็จป้า อุรวศีต้องเผชิญหน้ากับพระธิดาของเสด็จพ่อกับหม่อมต่วนอีกสามองค์ คือ หม่อมเจ้าหญิงติโลตตมา หม่อมเจ้าหญิงอทริกา และ หม่อมเจ้าหญิงอรุณวาสี ในบรรดาเจ้าพี่หญิงทั้งสามท่านหญิงอรุณวาสีเป็นคนที่อุปนิสัยดีที่สุด ส่วนท่านหญิงติโลตตมาและท่านหญิงอทริกานั้น คอยจ้องแต่จะหาเรื่องอุรวศีอยู่เป็นประจำ แต่อุรวศีก็เอาตัวรอดมาได้ด้วยพระเมตตาของเสด็จป้า อุรวศีคอยให้หม่อมสลวยมารับออกไปจากตำหนัก แต่หม่อมสลวยก็หายไป อุรวศีจึงขอประทานอนุญาตจากเสด็จป้ากลับไปเยี่ยมบ้าน และได้รู้ความจริงจาก จางวางสม และ แสง ตากับยาย ว่าหม่อมแม่ของเธอแอบหนีแต่งงานใหม่กับเถ้าแก่ บุญทัน คนรักเก่าตั้งแต่ก่อนจะถวายตัว และอพยพไปอยู่ที่เมืองนครสวรรค์แล้ว ส่วนอุรวศีก็จะให้อยู่กับเสด็จป้าฯ เป็นการชั่วคราวเพื่อให้พ้นเงื้อมือของหม่อมต่วนจนกว่าหม่อมเจ้าวิสสุกรรม พระเชษฐาของอุรวศีจะเสด็จกลับจากต่างประเทศมาอยู่ด้วยกัน หม่อมต่วนเรียกให้อุรวศีไปพบที่ตำหนักใหญ่และดูถูกเหยียดหยามหม่อมสลวยที่ใฝ่ต่ำ เป็นถึงหม่อม แต่กลับลงไปเกลือกลั้วกับสามัญชน อุรวศีเสียใจมาก อนลมาพบอุรวศีกำลังร้องไห้ จึงพูดให้กำลังใจอุรวศี ทำให้อุรวศีรู้สึกดีขึ้นมา กอุรวศีได้ยินว่าอนลกำลังจะไปราชการที่หัวเมือง จึงแอบฝากจดหมายไปถึงหม่อมสลวย ก่อนจะกลับไปอาศัยกับเสด็จป้าระหว่างรอจดหมายตอบกลับมา ละครเพชรกลางไฟ หม่อมต่วนเอาเรื่องที่หม่อมสลวยแต่งงานใหม่ไปฟ้องเสด็จป้า แต่เสด็จป้าไม่สนพระทัย ทำให้หม่อมต่วนโกรธแค้นมาก คิดจะพาหม่อมเจ้าหญิงทั้งสามกลับวัง แต่ท่านหญิงติโลตตมาเตือนว่าถ้าไม่มีใครอยู่คอยขวาง อุรวศีจะประจบเอาสมบัติของเสด็จป้าไปหมด หม่อมต่วนจึงอนุญาตให้ท่านหญิงติโลตตมากับท่านหญิงอทริกาอยู่ต่อไปได้ แต่ท่านหญิงอรุณวาสีต้องกลับวังเพราะเข้าข้างอุรวงศีมากเกินไป หม่อมต่วนกำชับท่านหญิงทั้งสองให้หาทางกลั่นแกล้งอุรวศีจนอยู่ที่นั่นต่อไปไม่ได้ ท่านหญิงติโลตตมาและท่านหญิงอทริกาจึงสั่งห้ามนางช้าหลวงในตำหนักพูดจากับอุรวศี ทำให้ทุกคอยหลบหน้าหลบตาอุรวศี อุรวศีรู้เข้า ก็ตัดปัญหาด้วยการเข้าเฝ้าคอยถวายงานเสด็จป้าบ่อย ๆ จะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร ด้านอนล เมื่อไปถึงเมืองนครสวรรค์ ก็ได้พบกับ ดวงแข บุตรีของ พระยาไกรเพชรรัตน์ และคุณหญิงไกรเพชรรัตน์ ซึ่งมีท่าทางสนใจเขาอย่างเห็นได้ชัด แต่อนลไม่ได้สนใจดวงแขเลย เพราะชายหนุ่มมีใจให้อุรวศี แม้จะรู้ดีว่าไม่มีหวัง เพราะอุรวศีเป็นถึงหม่อมเจ้าหญิง อนลสืบหาตัวบุญทันจากทนายหน้าหอของพระยาไกรเพชรรัตน์ และนำจดหมายจากอุรวศีไปมอบให้หม่อมสลวยด้วยตัวเองได้สำเร็จ ขณะที่อุรวศีก็ถูกท่านหญิงทั้งสองแอบเข้ามาค้นห้อง และพบจดหมายที่อนลเขียนเพลงยาวส่งมาให้ อุรวศีไทวงจดหมายคืน ท่านหญิงทั้งสองกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่กลับเอามาคืนให้ต่อหน้าเสด็จป้า เพราะหวังจะให้เสด็จป้ากริ้วอุรวศี ทว่าเคราะห์ดีที่อุรวศีไปปรึกษา สร้อย ช้าหลวงคนสนิทของเสด็จป้าก่อน เสด็จป้าทรงรู้ทัน จึงไม่ทรงเอาพระทัยใส่ข้อหาที่ท่านหญิงทั้งสองใส่ร้าย ทำให้ท่านหญิงติโลตตมาไม่พอพระทัยมาก คิดว่าเสด็จป้าเข้าข้างอุรวศีมากกว่า ขณะที่เสด็จป้าก็ทรงเป็นห่วงอนาคตข้างหน้าของอุรวศี จึงทรงฝากฝังให้สร้อยคอยดูแลอุรวศีหลังจากที่พระองค์มีอันเป็นไป และให้สร้อยมองหาคู่ครองที่เหมาะสมกับชาติกำเนิดของอุรวศีให้ด้วย ในงานฉลองเสกสมรสระหว่าง หม่อมเจ้าหญิงเมรา พระธิดาของหม่อมเรี่ยม กับ หม่อมเจ้าอธิปพระโอรสของเสด็จในเกรมฯ อีกวังหนึ่ง อุรวศีและเพื่อน ๆ นางข้าหลวงต่างก็ไปร่วมงานนี้กัน โดยมีสร้อยไปคอยควบคุมดูแล อีกทั้งคอยสอดส่องหาชายหนุ่มเชื้อพระวงศ์ที่เหมาะสมคู่ควรกับอุรวศี ในที่สุดสร้อยก็ตัดสินใจว่า หม่อมเจ้าสุรคม พระอนุชาต่างมารดาของหม่อมเจ้าอธิป เป็นผู้ที่เหมาะสมกับอุรวศีที่สุด หม่อมเจ้าสุรคมเองก็ดูเหมือนจะพอพระทัยในตัวอุรวศีเช่นกัน ในงานเดียวกัน อนลถือจดหมายของหม่อมสลวยมาหาโอกาสมอบให้กับอุรวศี อุรวศีขอร้องอนลไม่ให้มาพบเธออีก เพราะเรื่องที่เกิดคราวก่อน เสด็จป้าเว้นโทษให้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น อนลผิดหวังที่ความรักระหว่างเธอกับเขา ช่างมีอุปสรรคมากเหลือเกิน ละครเพชรกลางไฟ ที่บ้านของ พระยารัชปาลี บิดาของอนล มีผู้อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน คือ เกื้อ ผู้มีศักดิ์เป็นอาของอนล เกื้อขาพิการมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาอับอายที่ไม่เหมือนคนอื่น จึงมุมานะเรียนหนังสือจนเก่ง เกื้อเป็นคนหัวก้าวหน้า สนใจระบอบการปกครองที่เอาอย่างมาจากฝรั่ง และมองว่าระบอบการปกครองที่เป็นอยู่ จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าได้ยาก ระหว่างที่อนลไปเยี่ยมเกื้อที่บ้าน ก็แอบได้ยินเกื้อ กับอนึก พี่ชายของอนลที่เป็นทหาร กำลังสมคบคิดกันวางแผนบางอย่างซึ่งอนลยังจับใจความไม่ได้ชัดเจน จึงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ ขณะเดียวกัน ดวงแขกับคุณหญิงไกรเพชรรัตน์มาพักที่บ้านองพระยารัชปาลีโดยอ้างว่าเพื่อรักษาตัว คุณหญิงรัชปาลีเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย เพราะต้องการจับคู่ดวงแขกับอนล ดวงแขพยายามเอาตัวมาใกล้ชิดอนล แต่อนลก็ไม่ได้มีท่าทีชอบพอตอบกลับหม่อมเอื้อน หม่อมแม่ของท่านชายสุรคม คิดจะทาบทามอุรวศีให้กับท่านชายสุรคม เมื่อหม่อมต่วนรู้เข้าก็เกิดความริษยา ไม่อยากให้อุรวศีได้ดีไปกว่าลูก ๆ ของตน จึงเล่าเรื่องที่หม่อมสลวยหนีไปแต่งงานใหม่ให้หม่อมเอื้อนฟัง และเสนอว่าหากท่านชายสุรคมเสกสมรสกับท่านหญิงอรุณวาสี จะแถมทรัพย์สินเงินทองให้ท่านชายสุรคมไปด้วย หม่อมเอื้อนลังเลเพราะเห็นแก่ทรัพย์สมบัติที่จะได้จากหม่อมต่วน เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงหูเสด็จป้า ก็ทรงกริ้วมาก เพราะทรงหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้ท่านชายสุรคมเสกสมรสกับอุรวศี ด้านคุณหญิงรัชปาลีเห็นว่าอนลไม่กระตือรือร้นเรื่องดวงแข จึงแอบไปตกลงกับคุณหญิงไกรเพชรรัตน์และรวบรัดหมั้นหมายอนลไว้กับดวงแขโดยที่อนลปฏิเสธไม่ได้ ขณะเดียวกัน อนลก็สังเกตเห็นความผิดปกติของอนึกกับเกื้อที่มักจะออกไปด้วยกันตอนกลางคืนบ่อย ๆ ชายหนุ่มพยายามเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามเกื้อ ทว่าก็ได้แต่อารมณ์เสียหงุดหงิดใส่ ทำให้อนลคิดจะหาคำตอบให้ได้ว่าอนึกกับเกื้อกำลังทำอะไรกันอยู่ เสด็จป้าประชวรหนักและทรงรู้พระองค์ดีว่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน เสด็จป้ารับสั่งกับคุณสร้อยให้ตามท่านหญิงทั้งหมดเข้าเฝ้า หม่อมต่วนจึงรีบนำท่านหญิงทั้งสามมาเข้าเฝ้าเพราะไม่อยากให้อุรวศีได้สมบัติจากเสด็จป้าไปคนเดียว เสด็จป้าจึงทรงแบ่งทรัพย์สินที่มีให้แก่หลาน ๆ ทุกคน อุรวศีได้ส่วนแบ่งจากเสด็จป้ามากที่สุด ทำให้หม่อมต่วนไม่พอใจเป็นอย่างมาก หม่อมต่วนวางอุบายจะฮุบสร้อยพระศอที่เสด็จป้าประทานให้อุรวศี แต่อุรวศีรู้ทัน เอาสร้อยพระศอคืนมาได้อย่างชาญฉลาด ด้านเกื้อก็ทนเก็บความลับคับอกไว้ไม่ไหว จึงมาสารภาพกับอนลว่าเขากับอนึกและนายทหารอีกหลายคน กำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครอง อนลตกใจมาก เพราะนั่นเท่ากับว่าเกื้อกับอนึกมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อนลรีบไปเตือนเกื้อให้ถอนตัวออกมาจากขบวนการ เกื้อขอร้องให้อนลไปตามตัวอนึกกลับบ้าน แต่ระหว่างนั้น ข่าวเรื่องขบวนการดังกล่าวได้เล็ดรอดออกไป และมีนายทหารบุกมาจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการดังกล่าว อนลโชคร้ายที่อยู่ในที่เกิดเหตุ จึงพลอยติดร่างแหไปด้วย ขณะที่อนึกหนีเอาตัวรอดไปได้อย่างหวุดหวิด ละครเพชรกลางไฟ ระหว่างการสอบปากคำ อนลไม่ยอมพูดอะไรเลยเพราะไม่อยากให้เกื้อกับอนึกได้รับโทษ แต่นั่นกลับทำให้พระยารัชปาลีโกรธจัด เพราะคิดว่าอนลมีส่วนเกี่ยวข้องจริง ๆ พระยารัชปาลีจึงประกาศตัดพ่อตัดลูกกับอนล เกื้อร้อนใจมากที่อนลถูกจับตัว จึงไปปรึกษากับอนึก อนึกได้แต่บ่ายเบี่ยงเพราะกลัวความผิดและคิดจะหาทางหลบหนีออกจากพระนครสักพักดวงแขมาโวยวายกับพระรัชปาลีและคุณหญิงรัชปาลีเรื่องที่อนลถูกจับกุมตัวไป ทั้ง ๆ ที่อีกไม่กี่วันจะถึงงานหมั้น อนึกสบโอกาส จึงขันอาสาเป็นเจ้าบ่าวให้ดวงแขเสียเอง จะได้มีข้ออ้างที่จะหลบหนีไปที่หัวเมืองสักพัก ดวงแขยินยอมเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเพราะไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นหม้ายขันหมาก เกื้อเริ่มรู้สึกไม่ยุติธรรมที่อนลจะต้องรับผิดแทนเขากับอนึก จนกระทั่งถึงวันงานแต่งงานของอนึกกับดวงแข เกื้อจึงบุกเข้าไปประกาศความจริงกลางงานว่าเขากับอนึกเป็นผู้ร่วมขบวนการ ไม่ใช่อนล อนึกโกรธจัด ลงมือทำร้ายร่างกายเกื้อ พระยารัชปาลีจึงมั่นใจว่าอนึกทำผิดจริง อนึกสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป จึงเขียนจดหมายสารภาพความจริงและยิงตัวตายเพื่อชดใช้ความผิดที่ก่อขึ้น อนลได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากไม่มีส่วนรู้เห็นกับแผนการ แต่อนลก็สลดใจมากที่อนึกต้องมาเสียชีวิต และเกื้อก็ต้องถูกลงโทษด้วยการคุมชัง หลังการสิ้นพระชนม์ของเสด็จป้า ตำหนักของเสด็จป้าก็ถูกปิดลง นางช้าหลวงในตำหนักต่างก็แยกย้ายกันไปตามทาง อุรวศีจึงต้องกลับมาอยู่ที่เรือนปั้นหยาที่เสด็จพ่อประทานให้ระหว่างรอให้ท่านชายวิสสุกรรมเสด็จกลับจากต่างประเทศ โดยมีสร้อยตามมาดูแลตามที่ได้รับปากกับเสด็จป้าไว้ ด้านอนลก็ผ่านมาที่เรือนของอุรวศีด้วยความบังเอิญและได้พบกับอุรวศีอีก ทั้งคู่ต่างแบ่งปันความทุกข์ที่มีให้กัน ทำให้ยิ่งรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้นเจ้าพี่หญิงทั้งสามเสด็จมาที่เรือนของอุรวศีเพื่อต่อว่าเรื่องที่ท่านชายสุรคมจะถอนหมั้นกับท่านหญิงอรุณวาสี เพื่อไปเสกสมรสกับอุรวศี อุรวศีจึงต้องไปพูดกับท่านชายสุรคมด้วยตัวเอง แต่ท่านชายสุรคมไม่ทรงฟัง และทรงยืนยันว่าจะรอจนกว่าอุรวศีจะเปลี่ยนพระทัย ขณะเดียวกัน อุรวศีก็ได้รับจดหมายจากท่านชายวิสสุกรรมว่ากำลังจะกลับมาถึงประเทศไทย ทว่าเมื่อถึงวันกลับ กลับมีแต่ หม่อมเจ้าอรชุน พระโอรสองค์โตของหม่อมต่วน เสด็จกลับมาเพียงผู้เดียว เมื่อสอบถามก็ได้ความว่า ท่านชายวิสสุกรรม สิ้นชีพิตักชัยด้วยโรคท้องร่วงระหว่างทาง อุรวศีสะเทือนพระทัยมากเพราะเท่ากับไม่เหลือใครเป็นที่พึ่งแล้ว ละครเพชรกลางไฟ ถึงอย่างนั้นหม่อมต่วนก็ยังกลั่นแกล้งอุรวศีไม่ยอมเลิกราด้วยการไม่ยอมมอบพระอิฐิของท่านชายวิสสุกรรมให้อุรวศีไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี อนลช่วยอุรวศีด้วยการปล่อยข่าวลือว่ามีคนพบยมบาลมารับคนตายที่ยังไม่ได้ทำบุญตามประเพณี หม่อมต่วนหวาดกลัวมาก จึงรีบคืนพระอัฐิของท่านชายวิสสุกรรมให้กับอุรวศีทันที นางแสง ยายของอุรวศี ล้มป่วยหนัก อุรวศีอาสามานอนเฝ้านางแสงโดยไม่บอกให้ใครรู้ นางแสงก็เสียชีวิตหลังจากที่เรือนปั้นหยาถูกไฟไหม้และรู้ว่าท่านชายวิสสุกรรมสิ้นชีพิตักชัย ที่เรือนของอุรวศีก็เกิดเพลิงไหม้ สาเหตุของไฟเกิดจากการเผากิ่งไม้ใบไม้ที่หม่อมต่วนเป็นคนสั่งให้เผา เอาไฟยังไม่ดับดี ก็เกิดลุกลามไปติดกับตัวเรียน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสามคน คือ คุณสร้อย ผิน (แม่ของจัน) และบ่าวของคุณสร้อย แต่คนภายนอกเข้าใจว่าหม่อมสลวยกับอุรวศีอยู่ในบ้านหลังนั้นและเสียชีวิตไปแล้ว ทุกคนจึงปล่อยให้เข้าใจผิดไปแบบนั้น เพราะหวาดกลัวว่าหากหม่อมต่วนรู้ว่าหม่อมสลวยและอุรวศียังไม่ตาย ก็จะหาโอกาสทำร้ายกันอีกไม่มีที่สิ้นสุด จางวางสมเสนอให้หม่อมสลวยกับอุรวศีหนีไปอยู่ที่นครสวรรค์กับบุญทันจะได้พ้นเงื้อมมือของหม่อมต่วน ขณะที่หม่อมต่วนก็ล้มเจ็บหนักเนื่องจากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกัดกินจิตใจ ที่บ้านของอนล คุณหญิงรัชปาลีที่ป่วยกระเสาะกระแสะหลังจากที่อนึกฆ่าตัวตาย ไม่นานคุณหญิงรัชปาลีก็เสียชีวิตลงเช่นกัน อนลได้ข่าวจากเกื้อว่าอุรวศีสิ้นเพราะชมม์ในกองไฟพร้อมหม่อมสลวย ก็ยิ่งสะเทือนใจมาก ดวงแขกับบิดมารดามาร่วมงานศพของคุณหญิงรัชปาลีเพราะหวังจะกลับมาสานสัมพันธ์กับอนลอีกครั้ง อนลตัดสินใจออกจากพระนคร ไปรับตำแหน่งอักษรเลขที่เมืองนครสวรรค์ตามคำชักชวนของพระยาไกรเพชรรัตน์ ดวงแขพยายามเข้ามาใกล้ชิดกับอนลมากขึ้น เพราะคิดว่าอนลอาจจะมีเยื่อใยอยู่บ้างจากตอนที่เคยเป็นคู่หมั้นกัน แต่อนลก็ไม่เคยเปิดใจให้ดวงแขเลยสักครั้งด้านอุรวศีหลบหนีหม่อมต่วนไปอาศัยอยู่ในเรือนแพที่เมืองนครสวรรค์ และเปลี่ยนชื่อเป็นอุษา โดยมีจัน กับ ผ่อง พี่สาวของสลวยติดตามไปด้วย ผ่องมีฝีมือด้านการทำอาหาร จึงทำขนมจีนน้ำยาขายที่หน้าแพ ทำให้อุรวศีต้องออกมาช่วยงานบ่อย ๆ ถึก กับ คล้อง บ่าวชายของอนลแวะมาซื้อขนมจีนน้ำยาไปให้จึง จึงหว่านล้อมให้อนลกินขนมจีน ระหว่างที่อุรวศีกับจันพากันไปเก็บผักเพื่อจะมาขาย ก็เกิดอุบัติเหตุเรือชนเข้ากับเรือของอนลเข้า อนลเห็นหน้าอุรวศีก็จำได้ทันที อุรวศีกับจันรีบกลับเรือนแพเพราะกลัวความแตกผ่อง ละครเพชรกลางไฟ หม่อมสลวยและบุญทันช่วยกันโกหกเอาตัวรอด แต่อนลก็ไม่เชื่อ จึงสั่งให้ถึกกับคล้องคอยจับตาดูเวลาที่ผ่องกับจันออกจากบ้านไป เมื่อสบโอกาส ก็เข้าไปในเรือนแพเพื่อจับผิดให้อุรวศีปฏิเสธไม่ได้ อนลยินดีมากที่รู้ว่าอุรวศียังไม่ตาย และตั้งปณิธานว่าขอติดตามอุรวศีไปตลอดชีวิตดวงแขวางแผนรวบรัดอนลให้แต่งงานด้วย ด้วยการเข้าไปในเรือนที่อนลพักอยู่ยามวิกาล อนลเห็นทำไม่ดี จึงหลบไปอีกห้องก่อน เมื่อคุณหญิงไกรเพชรรัตน์เข้ามาตามที่ตกลงกันไว้กับดวงแข จึงเอาผิดอนลไม่ได้ แต่คุณหญิงก็ยังยืนยันให้อนลรับผิดชอบ อนลจึงขอลาออกจากตำแหน่งอักษรเลข เมื่อพระยาไกรเพชรรัตนรู้เข้าก็ไม่พอใจคุณหญิงกับดวงแขมากที่สิ้นคิด ใช้วิธีต่ำช้าเพื่อมัดมือชกอนลให้เป็นลูกเขย พระยาไกรเพชรรัตน์ไปขอร้องอนลไม่ให้ลาออก แต่จะฝากฝังให้ไปทำงานกับเจ้าเมืองอุทัยธานีแทน จางวางสมส่งข่าวว่าหม่อมต่วนตายแล้ว ที่ตำหนักใหญ่ก็กำลังวุ่นวายเรื่องแบ่งสมบัติกัน อนลถามอุรวศีว่าอุรวศีคิดจะกลับพระนครหรือไม่ อุรวศีไม่เห็นประโยชน์ที่จะกลับไป ในเมื่อตอนนี้ก็มีความสุขดี อนลบอกข่าวเรื่องที่เขากำลังจะย้ายไปเป็นอักษรเลขที่เมืองอุทัยธานี จึงจะขอแต่งงานกับอุรวศีก่อน หม่อมสลวยยกให้เป็นการตัดสินใจของอุรวศี อุรวศีตอบตกลง ทั้งคู่จึงพากันย้ายไปอยู่ที่อุทัยธานี ช่วยกันทำมาหากิน ครองรักกันอย่างมีความสุขโดยไม่มีช่องว่างระหว่างชนชั้นมาเป็นอุปสรรคอีกต่อไป ติดตามชมละคร เพชรกลางไฟ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 นักแสดงนำละคร เพชรกลางไฟ นิษฐา จิรยั่งยืน รับบท หม่อมเจ้าหญิงอุรวศี (หญิงหลง) / อุษาวฤษฎิ์ ศิริสันธนะ รับบท อนลพัชรินทร์ ศรีสุภิรมย์ รับบท หม่อมเจ้าหญิงติโลตตมา ศุกล ศศิจุลกะ รับบท เสด็จในกรม กชกร นิมากรณ์ รับบท หม่อมสลวยชุติมา นัยนา รับบท หม่อมต่วนอดิศร อรรถกฤษณ์ รับบท หม่อมเจ้าอรชุน ภิชาภัทร มหาทิตยากุล รับบท หม่อมเจ้าหญิงอลัมพุษา ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ รับบท หม่อมเจ้าหญิงอทริกา บุศย์สิริ รัตนาไพศาลสุข รับบท หม่อมเจ้าหญิงอรุณวาสี สกาวใจ พูนสวัสดิ์ รับบท หม่อมเรี่ยม มรกต หทัยวสีวงศ์ รับบท หม่อมเจ้าหญิงเมรา ดวงใจ หทัยกาญจน์ รับบท เสด็จพระองค์หญิง ชินมิษ บุนนาค รับบท หม่อมเจ้าอธิป วาสนา พูนผล รับบท หม่อมเอื้อนยงวรี งามเกษม รับบท ดวงแขสุประวัติ ปัทมสูต รับบท จางวางสม ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ ละครเพชรกลางไฟ

ละครบัลลังก์ดอกไม้ , เรื่องย่อบัลลังก์ดอกไม้
ละคร บัลลังก์ดอกไม้ /  เรื่องย่อ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ / 

บัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย : คีตาบทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวีกำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอกออกอากาศทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละคร บัลลังก์ดอกไม้ พูดชมพู ฤาชุดา หรือ พุด เจ้าของไร่ดอกเล็ก ๆ นาม อุ่นรัก ต้องเข้าไปมีเอี่ยวกับตระกูลธุรกิจพันล้านอย่างสัตยารักษ์โดยไม่ตั้งใจ เมื่อ ปู่เล็ก ผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับ ขอร้องให้เธอช่วยดัดนิสัย อนาวินทร์ หรือ วิน สัตยารักษ์ หลานชายคนเดียวของเขา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจ และร้ายกาจ ให้พร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของตระกูล โดยกำหนดให้สาวห้าวชาวไร่อย่างพุดชมพู มาร่วมบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างสัตยาอสังหา และส่งคุณชายเทวดาอย่างอนาวินทร์ ไปทำงานที่ไร่อุ่นรักเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อแลกกับสิทธิในการรับมรดกพินัยกรรมประหลาดนี้ สร้างความไม่พอใจให้อนาวินทร์ ผู้มีปมฝังใจว่าปู่ไม่รัก และทิพนาถ แม่เลี้ยงที่เอาแต่เสวยสุขบนกองเงินของสัตยารักษ์อย่างมาก ทั้งคู่มองว่าพุดชมพูเป็นศัตรูตัวร้ายที่จะมาแย่งสมบัติของตระกูลไป ละคร บัลลังก์ดอกไม้ เพียงแค่วันแรกที่พุดชมพูเข้ามาอยู่ในบ้านสัตยารักษ์ เธอก็เปิดศึกกับอนาวินทร์ที่โต๊ะอาหารจนบ้าน แทบแตก เล่นเอาบรรดาคนรับใช้ที่ไม่เคยเห็นใครกล้าขัดใจคุณชายของบ้านต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน ยังดีที่พุดชมพูมีทนายาหนุ่มประจำตระกูลสัตยารักษ์อย่าง ทรงรบ คอยช่วยดูแล และเบรกเหตุการณ์ไว้ ฝ่ายอนาวินทร์ก็มี การันต์ ลูกกำพร้าที่ปู่เล็กเก็บมาเลี้ยงให้เป็นเพื่อนหลานชาย คอยเป็นเพื่อนคู่คิด และรองรับความโกรธ ขณะที่ทิพนาถก็มี ชวกร หนุ่มคู่ขารุ่นลูกคอยพาไปแก้เซ็งที่บ่อนไฮโซ ซึ่งกลับยิ่งทำให้เธอเครียดหนักเพราะเสียเงินก้อนโต จนต้องหาทางออกโดยการให้ชวกรแอบใช้ตำแหน่งฝ่ายบัญชีของสัตยาอสังหา ซึ่งได้มาด้วยบารมีของทิพนาถ แอบยักยอกเงินออกจากบริษัท เมื่อเห็นท่าว่าจะต้องรับศึกหนัก พุดชมพูจึงขอร้องให้ ช่อม่วง เพื่อนซี้สาวนักบัญชีมาทำงานเป็นเลขาของเธอที่สัตยาอสังหา หนอนหนังสือช่างฝันอย่างช่อม่วง จึงได้มาทำงานกับหนุ่มตึ๋ผู้เคร่งเครียดกับงาน และจริงจังกับชีวิตแบบเกินร้อยอย่างทรงรบ กลายเป็นคู่คิดที่เข้าขาแต่ไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไร พุดชมพูเริ่มต้นปฏิวัติสัตยารักษ์ ด้วยการออกกฎให้คนรับใช้มีวันหยุดสัปดาห์ละหนึ่งวัน รวมทั้งไม่ต้องออกมารับใช้เจ้านายหลัง 4 ทุ่ม ทำเอาทั้งอนาวินทร์ และทพนาถอาละวาดฟาดงวงฟาดงาใหญ่โต แต่พุดชมพูไม่สะทกท้าน และอ้างความชอบธรรมจากพินัยกรรมที่ให้เธอเป็นผู้ดูแลบ้านสัตยารักษ์ สองแม่ลูกจึงได้แต่เก็บความโกรธไว้เป็นคลื่นใต้น้ำ และเริ่มวางแผนเล่นงานพุดชมพู อนาวินทร์ให้การันต์สืบเรื่องของพุดชมพู จนได้รู้ความลับว่าเธอกลัวความมือ เขาจึงวางแผนจัดงานเลี้ยงต้อนรับพุดชมพู และแกล้งดับไฟในห้องจัดเลี้ยงจนมืดสนิท หมายจะได้เห็นผู้บริหารใหม่ที่เขาเรียนกว่า ยัยพุดเน่า นั่งร้องไห้ตัวสั่นงันงก แต่เรื่องกลับผิดภาคเมื่อเพื่อนรักอย่างการันต์เข้าไปช่วยพุดชมพูไว้ไม่ให้ต้องอับอายต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท อนาวินทร์โกรธที่เพื่อนหักหลัง แม้เขาจะให้อภัยการันต์ที่แก้ตัวว่าทำไปเพราะความไม่รู้ว่าไฟจะดับตอนนั้น แต่เรื่องนี้ก็จุดประกายความสงสัยในเขตนาของการันต์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เดินหน้ากวนประสาทผู้คุมกฎบ้านอย่างพุดชมพูต่อ ด้วยการพาสาว ๆ มาเสพสุขที่บ้านไม่ซ้ำหน้า และทุกครั้งเขาจะต้องมาเคาะประตูห้องพุดชมพู ทำเป็นเด็กดีมารยายงานด้วยอยู่เสมอ พุดชมพูจึงได้กลับด้วยการจัดฉากเอากล้องวิดีโอพร้อมอุปกรณ์อย่าง โซ่ แส้ กุญแจมือ มาซ่อนแบบไม่เนียนไว้ในห้องอนาวินทร์ทำเอาสาวรายล่าสุดที่อนาวินทร์พามา ต้องเปิดแน่บพร้อมกระจายข่าวลือว่าอนาวินทร์เป็นพวกกามวิตถารเหตุการณ์นี้ทำให้อนาวินทร์แอบติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้อง เพื่อจับพุดชมพูที่อาจแอบมาทำอะไรพิสดารในห้องเขาอีก ระเบิดลูกต่อมาเกิดขึ้น เมื่อยนาวินทร์จัดงานปาร์ตี้ในบ้านอย่างที่ทำเป็นประจำทุกเดือน เสียงเฮฮาลั่นบ้านจนดึกดื่นนั้น ทำให้ความอดทนของสาวชาวไร่ที่มักเข้านอนแต่หัวค่ำขาดฝัง พุดชมพูสั่งยุติงานปาร์ตี้ทันที การปรากฏตัวของเธอ ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งท่ามกลางชุดสวยหรูของบรรดาเพื่อนฝูงอนาวินทร์ ยังไม่สร้างความแตกตื่น และประหลาดใจเท่ากับอาการใบ้กินของคุณชายของบ้านที่ไม่เคยยอมใคร แม้ วาธิณี หรือ หวาย เพื่อนสาวคนสนิทที่ประกาศกับใครต่อใครว่าเป็นแฟนอนาวินทร์ จะพยายามยุชายหนุ่มให้จัดการกับพุดชมพู แต่ก็ไม่เป็นผล แม้แขกเหรื่อจะวงแตกแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ความโกรธที่ถูกหักหน้าก็ยังไม่ลดลง อนาวินทร์ นึกถึงคำยุของการันต์ที่ให้จัดการรวบหัวรวบหางพุดชมพู เพื่อเขาจะได้ทั้งเมียได้ทั้งสมบัติความคิดบ้า ๆ เสริมแรงด้วยฉากรักตบจูบในทีวีที่เขาเปิดไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา ทำให้อนาวินทร์เกิดลูกบ้าบุกปล้ำพุดชมพู เจ้าของไร่อุ่นรักต้องเรียกสติชายหนุ่มด้วยการประเคนแจกันฟาดหัวเขาจนเลือดอาบ และก็เป็นเธอเองที่พาหนุ่มพันธุ์หมาบ้าที่กลายเป็นเหมาจ๋อยไปทำแผลที่โรงพยาบาล ละคร บัลลังก์ดอกไม้ การยอมหักไม่ยอมงอของพุดชมพูอาจจะเป็นที่ถูกใจคนที่เกลียด และกลัวอนาวินทร์ แต่ไม่ใช่สำหรับ ป้านุ่ม คนรับใช้เก่าแก่ของบ้านที่เลี้ยงอนาวินทร์มาตั้งแต่เด็ก หลังเหตุการณ์หลายปาร์ตี้ ป้านุ่มขอร้องพุดชมพูให้เห็นใจคุณหนูของเธอด้วย เพราะลึก ๆ แล้ว อนาวินทร์เป็นคนขาดความรัก เนื่องจากแม่แท้ ๆ เสียชีวิตตั้งแต่คลอดเขาออกมา ส่วนพ่อก็มาจากไปอีกคนตั้งแต่เขายังเด็ก เหลือก็แต่ปู่เล็กที่มัวยุ่งกับบริษัท จนไม่มีเวลาให้หลานชาย กับแม้เลี้ยงอย่างทิพนาถที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง พุดชมพูได้ฟังก็รู้สึกเห็นใจ และเข้าใจคุณหนูอารมณ์ร้ายขึ้นมาบ้าง เธอจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อนในการทำให้คุณชายไฮโซยอมตามเธอไปเป็นคนงานไร่ วันหนึ่งขณะที่อนาวินทร์จะขับรถไปทำงาน พุดชมพูก็จัดแจงยัดเยียดตัวเองไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถ และใช้เวลาตลอดระยะทางจากบ้านถึงสัตยาอสังหาในการเจรจาสงบศึกกับอนาวินทร์ พร้อมแสดงความจริงใจโดยยื่นข้อเสนอว่าหากอนาวินทร์ทำงานที่ไร่ได้ครบสามเดือน เขามีสิทธิขอรางวัลจากเธอหนึ่งอย่าง อนาวินทร์เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไป และดูจริงใจของพุดชมพู จึงตกลงใจลองรับข้อเสนอ สมาชิกไร่อุ่นรักต้อนรับอนาวินทร์ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป สาวใหญ่อารมณ์ดีอย่าง ภัทรา แม่ของพุดชมพู ที่รู้จักลูกสาวดีว่าเก่งพอที่จะเอาชนะอุปสรรคด ๆ ได้เสมอ ก็ยังอดเป็นกำลังไม่ได้กับการจับคุณชายเทวดามาเป็นคนงานไร่ ข้างฝ่าย จิระ หรือ โจ้ เพื่อนสนิทอีกคนของพุดชมพูนั้น มองอนาวินทร์อย่างไม่ไว้ใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโจ้แอบชอบพุดชมพูมานาน แม้จะรู้ว่าเขาไม่อาจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนที่หญิงสาวมอบให้ได้ เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวง และห่วง เมื่ออนาวินทร์เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตพุดชมพู ฝ่ายจิตรา น้าสาวก็อดกรี๊ดกร๊าดกับหน้าตาที่หล่อเหลาของอนาวินทร์ และแอบจับคู่จิ้นให้กับหลานสาวของเธออนาวินทร์ต้องปรับตัวกับชีวิตชาวไร่ไม่น้อย ทุกครั้งที่เขาดื้อหรืออิดออด พุดชมพูที่จับจุดได้ว่าเขาเป็นพวกไม่ยอมแพ้ ก็จะแกล้งสบประมาทจนชายหนุ่มเกิดลูกฮึดจะเอาชนะ และตกหลุมพรางเจ้าของไร่อยู่เสมอพุดชมพูเริ่มสังเกตเห็นอีกด้านหนึ่งของอนาวินทร์ วิธีที่เขาปฏิบัติกับแม่ของเธออย่างเคารพ ทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนไม่เห็นหัวคนอื่นอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ รวมทั้งการตั้งใจเรียนรู้ และทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใคร ๆ คิด จะมีก็แต่ความปากเสียเท่านั้นที่อนาวินทร์ดูจะรักษาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ละคร บัลลังก์ดอกไม้ นอกจากพุดชมพู และจีระแล้ว อนาวินทร์ยังมีพี่เลี้ยงคนสำคัญอีกคนหนึ่งคือ ลุงหมาย หัวหน้าชมรมอนุรักษ์กล้วยไม้ป่า ซึ่งดูจะเอ็นดู และเข้าใจคนหนุ่มเลือดร้อนเป็นอย่างดีวันหนึ่งลุงหมายชวนพุดชมพู อนาวินทร์ และจิระไปดูที่ทำการชมรมหลังใหม่ซึ่งตั้งอยู่บนเขา ตอนเย็นขากลับฝนตกหนัก ทำให้รถติดหลัมโคลน ลุงหมายกับจิระอาสาเดินไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ทิ้งพุดชมพูกับอนาวินทร์ไว้เฝ้ารถ หญิงสาวนั่งมองสายฝนแล้วคิดถึงวันที่พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เธอเล่าเรื่องที่ตัวเองต้องพยายามตั้งหลัก และลุกขึ้นสานฝันของพ่อให้ชายหนุ่มฟัง โดยไม่ได้คิดอะไรมากกว่าแค่อยากแบ่งปันเรื่องในอดีตที่ยังชัดเจนอยู่ในใจ แต่มันทำให้อนาวินทร์มองเธอเปลี่ยนไป เขานึกเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า และสงสัยว่าเธอเอาความเข้มแข็งแบบนั้นมาจากไหนกันหนอ แม้อนาวินทร์จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ความรู้สึกภายในใจเขาก็สะท้อนออกมา เมื่อเขาถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกคลุมหัวให้พุดชมพูไม่เปียกฝน สายฝนที่เริ่มซาสวนทางกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อขึ้นในใจของทั้งสองคน การตากฝนวันนั้นทำให้อนาวินทร์รู้สึกว่ากำลังจะเป็นไข้ ระหวางเดินหายากินอยู่ในครัว เขาเห็นพุดชมพูเดินเข้าห้องเก็บของ และถูกจิตราล็อคไว้ในนั้นโดยไม่ตั้งใจ ด้วยความหมั่นไส้ศัตรูคู่กัด อนาวินทร์จึงคิดจะปล่อยพุดชมพูไว้เผชิญกับความมืดที่เธอหวาดกลัว เขากลับเข้าห้องมานอนพัก เพียงเพื่อจะพบว่าตัวเองไม่อาจหลับได้อย่างสบายใจ เขาตัดสินใจเดินไปดูที่ห้องเก็บของ และหัวใจวูบลงเมื่อได้ยินเสียงสะอึ้นเบา ๆ จากาภยใน เขารีบหากุญแจมาเปิดประตูให้ แต่ทันทีที่พุดชมพูออกมาได้ เธอกลับคิดว่าเขาจงใจแกล้งเธอ เลยต่อว่าเขาอย่างรุนแรงอนาวินทร์ทั้งโกรธทั้งเจ็บปวด เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่ใคร ๆ มักมองว่าเรื่องเลว ๆ ต้องเป็นฝีมือเขา เหมือนในอดีตที่ปู่ตำหนิเขาอย่างรุนแรงในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ กลายเป็นปมสำคัญในใจของอนาวินทร์ ว่าเขาไม่เคยได้รับความเชื่อใจจากใครเลย แต่เย็นวันนั้นเองพุดชมพูได้รู้ความจริงว่าจิตราเป็นคนล็อคเธอไว้ในห้องเก็บของ พุดชมพูรู้สึกผิดที่ต่อว่าอนาวินทร์ทั้งที่เขาเป็นคนช่วยเธอไว้ เธอไปหาอนาวินทร์เพื่อขอโทษเลยได้รู้ว่าชายหนุ่มนอนซมด้วยพิษไข้ถึงขั้นไม่ได้สติ พุดชมพูรีบเช็ดตัวให้ และคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ จนชายหนุ่มรู้สึกตัว พุดชมพูเอ่ยขอโทษที่เข้าใจเขาผิด ขณะที่อนาวินทร์ก็ขอบคุณที่เธอดูแลเขาอย่างดี แม้จะนอนซมเพราะพิษไข้ ชาหยนุ่มก็พอรู้ว่าพุดชมพูคอยเช็ดตัวเขาเพื่อลดความร้อนอยู่เกือบทุกชั่วโมง ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงต้องมาเยี่ยมพุดชมพูกับอนาวินทร์เกือบทุกสัปดาห์ เพื่อให้ผู้บริหารทั้งสองเซ็นเอกสารของบริษัท วันหนึ่งทั้งสองมาปรากฏตัวที่ไร่อุ่นรักพร้อมวาธิณี ซึ่งเวียนไปหาอนาวินทร์ที่บริษัทหลายครั้ง แต่ไม่เจอตัว เธอจึงตามทนายหนุ่มมาหาอนาวินทร์ถึงไร่ และเริ่มปิดฉากกระรานพุดชมพู จิระทั้งรำคาญทั้งหมั่นไส้สาวไฮโซเลยออกมาปะทะคารมกับวาธิณีแทน พุดชมพูอาศัยจังหวะชุลมุนหนีไปประชุมเทศกาลดอกไม้ในตัวเมือง โดยมีอนาวินทร์ติดตามไปด้วย เพียงแต่คราวนี้เขาอาสาเป็นคนขับแทนที่จะนั่งเป็นคุณชายเหมือนทุกครั้ง ชายหนุ่มไปนั่งรอพุดชมพูที่ร้านกาแฟกึ่งเกลลอรี่แห่งหนึ่ง เขาหยุดมองภาพถ่ายใบหนึ่งด้วยความสนใจภาพของพุดชมพูในชุดนักเรียนมัธยมยืนกอดช่อเบญจมาศ ในภาพนั้นเธอผมยาว บุคลิกช่างแตกต่างจาพุดชมพูในปัจจุบัน อนาวินทร์มองดวงตาที่ยิ้มสดใสนั้นราวต้องมนต์สะกด แต่แล้วเสียงร้องไห้ช่วยจับขโมยก็ปลุกเขาจากภวังค์ อนาวินทร์ช่วยจับตัวขโมยไว้ได้ แต่แล้วก็นึกสะท้อนใจเมื่อสิ่งที่ชายมอซอคนนั้นขโมยมาเป็นแค่กับข้าวถุงหนึ่งเท่านั้น อนาวินทร์จึงควักเงินซื้อข้าวถุงนั้นให้ขโมย โดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาของพุดชมพูแอบมองมุมอ่อนโยนของคุณชายแห่งสัตยารักษ์อยู่ เมื่อทำงานที่ไร่อุ่นรักครบสามเดือน อนาวินทร์ทวงรางวัลที่พุดชมพูสัญญาว่าจะให้ เขาไม่ได้เอ่ยปากบอกสิ่งที่ต้องการ แต่ก้นลงจูบพุดชมพูในสวนสวยหลังบ้าน ข้างแนวต้นพุดชมพู ต้นไม้ที่อนารินทร์เคยมองว่าไม่มีเสน่ห์ แต่วันนี้มันสวยจับใจ หลังจากคืนนั้น อนาวินทร์ก็คอยตามติดพุดชมพูไม่ห่าง จนจิระเริ่มจับตาอย่างไม่ไว้ใจ เขาพยายามเข้ามาเป็นก้างขวางคอ ไม่ให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง จนเริ่มจะผิดใจกับอนาวินทร์ แต่ก็มีบางวันที่สามเส้ากลายเป็นสี่เส้าเมื่อวาธิณีมาร่วมวงด้วย ซึ่งกลับทำให้จิระต้องจัดการกับวาธิณีแทน จนวันหนึ่งที่จิระแอบเห็นพุดชมพูกับอนาวินทร์หยอกล้อกันในเรือนเพาะกล้า จิระเห็นแววตาของพุดชมพูที่มองชายหนุ่มแล้วก็ได้แต่ถอยออกมาเงียบ ๆ คืนนั้นสมาชิกไร่อุ่นรักยกขบวนกันไปร่วมงานเลี้ยงของเพื่อนบ้านลุงหมายหมักเหล้าสาโทไว้โอ่งใหญ่ เหล้าเถื่อนนี่เองเป็นสื่อกลางให้อนาวินทร์กับจิระได้เปิดใจคุยกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงทำงานกันอย่างเข้าขา จะขัดขากันบ้างก็เรื่องที่ทรงรบชอบมองช่อม่วงเป็นสาวเพ้อฝันไม่อยู่กับความจริง แถมยังกินจุผิดผู้หญิงทั่วไป แต่ช่อม่วงก็ค่อย ๆ แสดงให้ทรงรบเห็นทีละนิดว่าเธอทั้งฉลาดแถมมีสายตาแหลมคมอ่านคนได้ขาด ช่อม่วงพบหลักฐานว่าชวกรยักยอกเงินบริษัทไปก้อนใหญ่ ทรงรบจึงโทรตามพุดชมพูกลับมาจัดการ พุดชมพูไล่ชวกรออกจากบริษัทโดยไม่บอกอนาวินทร์ เพราะเชื่อว่าทิพนาถน่าจะมีส่วนรู้เห็นจึงไม่อยากให้อนาวินทร์ลำบากใจ ทิพนาถ และชวกรแค้นจัด คิดหาทางกำจัดพุดชมพูออกไปจากสัตยารักษ์ เช่นเดียวกับการันต์ที่เริ่มสังเกตท่าทีของอนาวินทร์กับพุดชมพู แม้การันต์จะโตมากับอนาวินทร์แต่การันต์รู้สึกเก็บกดที่กลายเป็นคนไม่มีตัวตนเมื่ออยู่กับอนาวินทร์ ไม่มีใครเห็นคุณค่าเด็กกำพร้าอย่างเขา เมื่อเทียบกับทายาทสัตยารักษ์ ความอิจฉากลายเป็นความเกลียดชัง เขาเกลียดที่เห็นอนาวินทร์มีความสุขการันต์ยุให้พุดชมพูผิดใจกับอนาวินทร์ด้วยการบอกเธอว่า อนาวินทร์คิดจะหลอกจีบเธอเพื่อให้ได้มรดกง่ายขึ้นด้านหนึ่ง พุดชมพูก็หวั่นไหวกับสิ่งที่ได้ยิน แต่อึกใจนึง เธอเริ่มรู้สึกว่าการันต์ไม่น่าไว้ใจ คืนหนึ่งพุดชมพูได้รับโทรศัพท์ด่วนจากจิระ บอกว่าเกิดไฟไหม้ที่โรงเรียนเพาะพันธุ์ไม้ พุดชมพูตกใจมือไม้สั่น เพราะในโรงเรียนนั้นมีต้นไม้ตัวแทนของพ่อผู้ล่วงลับอยู่ อนาวินทร์อาสาขับรถพาเธอกลับไร่ทันทีระหว่างทางก็คอยกุมมือเธอเพื่อให้กำลังใจ เมื่อไปถึงพุดชมพูเข่าอ่อน มองโรงเรือน และต้นไม้ของพ่อที่เหลือแต่ซากด้วยใจสลายเธอเป็นลล้มพับไปตรงนั้น อนาวินทร์รีบพาเธอไปโรงพยาบาล และคอยดูเธอไม่ห่างจิระมาแจ้งว่าตำรวจสงสัยว่าเป็นการวางเพลิง แถมพูดทำนองสงสัยว่าอนาวินทร์เป็นตัวการ อนาวินทร์มีปากเสียงกับจิระ จนพุดชมพูต้องระงับศึก และบอกจีระว่า เธอเชื่อใจอนาวิณทร์ว่าจะไม่ทำอะไรลอบกัดแบบนี้ อนาวินทร์หัวใจพองโตที่หญิงสาวเชื่อใจเขา ระหว่างนั้นทางจังหวัดจัดงานเทศกาลดอกไม้ประจำปี และมีกิจกรรมไฮไลท์เป็นการประกวดหนุ่มดอกไม้ พุดชมพูใช้ไม้เดิมคือสบประมาทอนาวินทร์ จนเขารับคำท้าเข้าประกวด ชายหนุ่มคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ตามที่คุยไว้ ด้วยการเล่นกีตาร์ร้องเพลงที่ฝากความในใจไปถึงพุดชมพู แถมยังประกาศบนเวทีว่าเข้าประกวดในฐานะแฟนเจ้าของไร่อุ่นรัก เล่นเอาตะลึงกันไปทั้งบาง รวมทั้งวาธิณีที่มาดูการประกวดด้วย วาธิณีไปอาละวาดใส่พุดชมพู แต่อนาวินทร์ออกมาปกป้อง และบอกวาธิณีให้เลิกยุ่งกับเขา จีระช่วยลากวาธิณีออกไป และเตือนสติให้เธอยอมรับความจริง ซึ่งลึก ๆ แล้ว เขาก็เดือนตัวเองแบบนั้นเช่นกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เกณฑ์คนงานของสัตยาอสังหา สร้างโรงเรือนใหม่ที่เขาออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างด้วยตัวเอง ระหว่างกำลังง่วนกับงานป้านุ่มโทรศัพท์มาหา อนาวินทร์นึกรำคาญที่ป้านุ่มชอบโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่รับสาย แต่แล้ววันรุ่งขึ้น เขากลับได้รับข่าวร้ายว่าป้านุ่มเสียชีวิต เพราะฝึกมือโจรที่บุกบ้านกลางดึก อนาวินทร์แทบล้มทั้งยืน ป้านุ่มที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เขามี ตำรวจตรวจดูกล้องวงจรปิดหน้าบ้านเห็นคนสวมเจ๊กเก็ต และหมวกปิดบังใบหน้าเดินเข้า และออกจากบ้านในเวลาใกล้เคียงกับที่ป้านุ่มเสียชีวิต แต่ หมวดจัดวา เจ้าของคดีแอบกระซิบอนารินทร์ว่าเขาสงสัยคนในบ้านมากกว่า เพราะกล้องวงจรปิดบริเวณถนนใกล้เคียงไม่มีภาพชายคนนี้เลย หลังงานศพป้านุ่ม อนาวินทร์บังเอิญพบลูกค้าคนสำคัญคนหนึ่งของสัตยาอสังหาภายนอกบริษัท ลูกค้าถามถึงข่าวลือที่อนาวินทร์จะทิ้งบริษัทหันไปทำไร่ อนารินทร์สอบถามที่มาของข่าวลือจนได้รู้ว่า คนใกล้ตัวกำลังจ้องทำลายเขาอยู่ พุดชมพูเรียกทิพมาถมาทวงถามถึงการใช้หนี้ที่ชวกรโกงบริษัทไป เมื่อชวกรรู้ก็ยิ่งโกรธ และส่งคนไปดักทำร้ายพุดชมพู โชคดีที่ทรงรบ และช่อม่วงอยู่ในเหตุการณ์จึงช่วยกันเอาตัวรอดมาได้ ระหว่างที่ทั้งสามกำลังปรึกษาหาตัวต้นเหตุอยู่นั้น อนาวินทร์เข้ามากับการันต์พร้อมรูปถ่ายหลายใบ ที่การันต์อ้างว่าเป็นหลักฐานว่าพุดชมพูกับทรงรบรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้งคู่อาจสมคบกันหลอกอนาวินทร์ ทิพนาถกับชวกรเองก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมหลักฐานว่าพุดชมพูยักยอกเงินของบริษัท พุดชมพูพยายามอธิบาย แต่ชายหนุ่มไม่ยอมฟัง แถมไล่พุดชมพูให้เก็บของออกไปจากบ้านสัตยารักษ์ ก่อนไปพุดชมพูมอบจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงเธอให้อนาวินทร์ไว้อ่าน เพื่อให้เขาเข้าใจเจตนาดีของปู่ และได้รู้ว่าที่จริงแล้ว ปู่รักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน พุดชมพูกลับไร่ด้วยสภาพเหมือนคนใจสลาย เธอยอมรับกับตัวเองแล้วว่าชอบอนาวินทร์ ฝ่ายอนาวินทร์เองก็ไม่ต่างกันนัก เขาคิดถึงพุดชมพู จึงมานั่งย้อนดูภาพในกล้องวงจรปิดที่เขาแอบติดไว้ในห้องเผื่อมันจะมีภาพของพุดชมพูบ้าง แต่เขากลับพบหลักฐานสำคัญว่าใครเป็นคนฆ่าป้านุ่ม ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบมาหาอนาวินทร์เพื่อบอกเรื่องสัญญาลับ ที่พุดชมพูเซ็นไว้ก่อนเข้าทำงานกับสัตยารักษ์ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าหากเธอแต่งงานกับอนาวินทร์ เธอจะไม่มีส่วนในสมบัติใด ๆ ของสัตยารักษ์ทั้งสิ้น รวมทั้งอนาวินทร์ยังต้องบริจาคเงินมรดกสามสิบเปอร์เซ็นต์เข้าการกุศลด้วย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พุดชมพูคิดจะหลอกทายาทของสัตยารักษ์ อนาวินทร์อ่านจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงพุดชมพู และปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องเป็นผู้นำสัตยารักษ์แทนปู่ให้ได้ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาในที่ประชุมผู้บริหารสัตยาอสังหา อนาวินทร์ประกาศไล่การันต์ออกจากตำแหน่งรองกรรมการ เขาแสดงหลักฐานที่ได้มาจากการว่าจ้างช่อม่วงอย่างลับ ๆ ว่าการันต์มีส่วนในการร่วมกับชากรปลอมแปลงเอกสารเพื่อใส่ร้ายพุดชมพู อนาวินทร์ยังมีข้อมูว่า การันต์ปล่อยข่าวลือทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัท และส่งลูกค้าของสัตยาอสังหาไปให้บริษัทคู่แข่งที่การันต์แอบถือหุ้นไว้ อนาวินทร์ยังเชิญตำรวจมาจับตัวการันต์ฐานฆาตกรรมป้านุ่ม โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่อนารินทร์แอบติดไว้ในห้องนอนของเขาว่าทั้งสองทะเลาะกันก่อนที่ป้านุ่มวิ่งหนีออกจากห้อง และจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นไม่กี่วัน การันต์ได้ประกันด้วยออกไป เมื่ออนาวินทร์รู้ข่าวก็นึกเป็นห่วงพุดชมพู จึงชวนทรงรบกับช่อม่วงไปที่ไร่ แต่การันต์ไปถึงก่อน และจับตัวพุดชมพูไว้เป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ที่จะใช้หลบไปอยู่ต่างประเทศ และต้องการให้อนาวินทร์ถอนฟ้อง การันต์บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจฆ่าป้านุ่ม แต่ป้านุ่มแอบได้ยินตอนที่เขาคุยโทรศัพท์เรื่องจ้างคนไปเผาโรงเรียนของพุดชมพู เขาพยายามจะให้เงินแลกกับการปิดปากแต่ป้านุ่มไม่ยอมคุยด้วย การันต์จึงแกล้งให้ป้านุ่มเข้าใจผิดว่าอนาวินทร์กลับมาที่บ้าน เมื่อป้านุ่มมาที่ห้องของอนาวินทร์ก็พบการันต์รออยู่ ป้านุ่มด่าการันต์ที่อกตัญญูต่อบ้านสัตยารักษ์ เขาพลั้งมือฆ่าป้านุ่มเพราะความโกรธ เลยจัดฉากให้ดูเหมือนขโมยเข้าบ้าน ระหว่างนั้น พุดชมพูหลอกดึงความสนใจของการันต์ อนาวินทร์อาศัยจังหวะนั้นโดดเข้ารวบตัวการันต์ไว้ ขณะที่ทรงรบเข้าแย่งปืนไว้ได้ แต่การันต์ใช้มีดที่ซ่อนไว้ฟันอนาวินทร์ โชคดีที่ชายหนุ่มหลบทันจึงไม่โดนจุดสำคัญ การันต์คิดจะซ้ำ หมายเอาชีวิตทายาทสัตยารักษ์ แต่ลุงหมายกับชาวบ้านมาช่วยพร้อมปืนหลายกระบอก การันต์จึงสิ้นฤทธิ์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ หลังเหตุการณ์ร้ายคลี่คลาย อนาวินทร์พยายามง้อพุดชมพู เขาเฉลยว่าตัวเองแกล้งหลงเชื่อการันต์ และไล่พุดชมพูออกจากบ้าน เพื่อกันหญิงสาวให้ห่างจากอันตรายระหว่างที่เขาเดินหน้าสืบเรื่องทั้งหมด แม้พุดชมพูจะเชื่อในความหวังดีของชายหนุ่ม แต่ความเจ็บปวดที่เธอได้รับตอนถูกขับไล่ ทำให้เธอกลัวที่จะรักอนาวินทร์แบบเต็มหัวใจ อีกทั้งเธอไม่อยากทำให้อนารินทร์ต้องลำบากใจ กับการเสียมรดกตามเงื่อนไขสัญญาลับ พุดชมพูจึงขอให้อนาวินทร์เลิกติดต่อกับเธอ เดือนต่อมา ช่อม่วงกัทรงรบ ซึ่งเพิ่งตกลงเป็นแฟนกัน ชวนพุดชมพูไปเที่ยวทะเล โดยบอกว่าเพิ่งชิงรางวัลแพ็คเกจที่พักพร้อมอาหารมาได้ ภัทราซึ่งเห็นลูกสาวซึมเศร้าเหมือนคนไร้วิญญาณมาตลอด ตั้งแต่บอกปัดอนาวินทร์ ช่วยคะยั้นคะยอให้พุดชมพูไปพักผ่อน ช่อม่วงเล่าให้พุดชมพูฟังว่า จิระไปเรียนปริญญาโทด้านเกษตรศาสตร์ และต้นถูกอาจารย์ส่งตัวไปช่วยงานกิจการอาหารปลอดสารพิษ ที่บ้านของวาธิณีกำลังเริ่มทำเพื่อทดแทนธุรกิจที่ปิดตัวไป หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง พุดชมพูกลับมาไร่ด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้นเล็กน้อย ภัทรามองหน้าช่อม่วงกับทรงรบที่ขับรถมาส่งหญิงสาวอย่างรู้กัน ภัทราให้พุดชมพูไปดูต้นไม้ใหม่ในสวน พุดชมพูเปิดประตูออกไปสวนหลังบ้าน ก็พบกับศาลาไม้ตั้งอยู่กลางแนวต้นพุดชมพู อย่างที่พ่อเธอฝันไว้ แต่ทำไม่สำเร็จ กลางศาลามีช่อดอกเบญจมาศพร้อมการ์ดใบเล็ก ๆ เขียนว่า แต่งงานกันนะ อนาวินทร์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมแหวนล้อมเพชร พุดชมพูแกล้งถามว่า ไม่กลัวเสียเงินมรดกหรือ อนาวินทร์ยิ้มรับแล้วตอบว่า มรดกที่มีค่าที่สุดที่ปู่เล็กทิ้งไว้ให้เขาก็คือพุดชมพู และเขาจะรักษามรดกชิ้นนี้ไว้ด้วยหัวใจเขาตราบนานเท่านาน ติดตามชม ละครบัลลังก์ดอกไม้ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 นักแสดงนำ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท อนาวินทร์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท พุดชมพู กวี ตันจรารักษ์ รับบท ทรงรบ มัจฉา โมซิมันน์ รับบท ช่อม่วง มาวิน ทวีผล รับบท จิระ โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท วาธินี/หวาย ภัทร ฉัตรบริรักษ์ รับบท การันต์ โกสินทร์ ราชกรม รับบท ชวกร ชนานา นุตาคม รับบท ทิพนาถ พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ป้านุ่ม ณัฐฐา ลอยด์ รับบท ภัทรา ดีใจ ดีดีดี รับบท จินรา ญาณี ตราโมท รับบท ลุงหมาย วราพรรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท วิภา สุเมธ องอาจ รับบท ทรงศักดิ์ เศรษฐา ศิระฉายา รับบท อาทิตย์/ปื่เล็ก เวนย์ ฟอลโคเนอร์ รับบท วันชัย สรัลธร คล้ายอุดม รับบท นิลลดา ขอบคุณภาพจากIG:#บัลลังก์ดอกไม้