ขนไก่

นุ่น ตั้งใจควง ต๊อด ทำบุญ ไม่สนดราม่ากินปลาร้าสร้างภาพ!!
นุ่น วรนุช /  ต๊อด ปิติ / 

        เจอดราม่าเข้ามาตลอดๆ สำหรับนักธุรกิจหนุ่ม ต๊อด ปิติ ที่ล่าสุดควงภรรยาคนสวย นุ่น วรนุช ไปทำบุญทอดกฐินที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมีภาพ หนุ่มต๊อด ร่วมวงกินข้าวกินปลาร้ากับนักมวยชื่อดังเจ้าถิ่นอย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ จึงกลายเป็นดราม่ากินปลาร้าสร้างภาพซะอย่างนั้น ทำเอาเจ้าตัวออกโรงโพสต์ข้อความร่ายยาวผ่าน Facebook ส่วนตัวเลยทีเดียว งานนี้ สาวนุ่น มองว่าดราม่าดังกล่าวเป็นแค่เสียงวิจารณ์เสียงหนึ่ง ถือเป็นเรื่องปกติของวงการที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ยืนยันทุกคนตั้งใจทำความดีและมีความสุขที่ได้ทำบุญร่วมกัน              "ล่าสุดไปเปิดโรงเรียนเกษตร เป็นเหมือนเกษตรพอเพียง จริงๆ โครงการนี้เริ่มทำมาตั้งเเต่ปีที่เเล้วค่ะ เรามีเงินจำนวนนึงที่เราเอามาช่วยเหลือน้องๆ เเต่ว่าเราก็ไม่ได้ให้ไปเพื่อเอาไปใช้ เเต่เราให้ไปซื้อปลาดุกให้เอาไว้เลี้ยงเพื่อเพาะ เอาไว้ทาน เอาไว้ขาย มีสอนการเพาะเห็ดต่างๆ ด้วย เเล้วก็ซื้อไก่จำนวน 100 ตัว เราตั้งวัตถุประสงค์กันเอาไว้ว่า เด็กควรที่จะมีอาหารที่ดี ถูกสุขลักษณะ เด็กควรได้กินไข่ไก่อาทิตย์นึงประมาณอย่างน้อย 3-5 ฟอง ส่วนที่เหลือก็นำไปขายเพื่อสร้างรายได้กลับมาสู่เค้าด้วย การทำอะไรไม่ใช่ให้คนอื่นทำให้ เราต้องรู้จักทำเอง รู้จักเรียนรู้ด้วยตัวเอง"              "คุณต๊อดเป็นคนเริ่มแนวคิดนี้และเค้าก็ทำมาตลอดอยู่เเล้วค่ะ การขยายไปหลายจังหวัดคงไม่ใช่เร็วๆ นี้ เราก็คงทำไปเรื่อยๆ อาจจะต้องมีการคัดเลือกโรงเรียนตัวอย่าง นักเรียนตัวอย่างที่เหมาะสมด้วย ไม่ว่าทุกโรงเรียนจะสามารถทำได้ เราต้องมีการคัดเลือกกันด้วยค่ะ ก็มีไปช่วยลงพื้นที่ไปเเจกขนม เราก็ไปทำขนมเลี้ยง ทำน้ำแข็งใส เค้าอาจจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำคืออะไร แต่สิ่งที่เราเห็นในวันนั้นก็คือรอยยิ้มของเด็กๆ เค้าก็มีความสุขค่ะ"              "ก่อนหน้านี้ไปทำบุญทอดกฐินมา สนุกสนานดีค่ะไปทำบุญก็ได้บุญกลับมากันค่ะ อย่างน้อยอิ่มใจ ที่คุณต๊อดโพสต์ก็เห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง ไม่ได้ดูตลอดค่ะ แต่จะบอกว่าเวลาคนทำดีไม่ว่าจะเป็นทางเราเองหรือเพื่อนๆ เราก็มีความสุข ส่วนอื่นๆ เสียงความคิดเห็นต่างๆ ก็เป็นแค่เสียงนึง เราก็ใช้ชีวิตของเราปกติ ไม่บั่นทอนค่ะ เป็นปกติค่ะ นุ่นก็อยู่วงการมานานเเล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่มีทั้งคนชอบเเละไม่ชอบ คนวิจารณ์ดีไม่ดีเป็นเรื่องปกติค่ะ เอาเป็นว่าทุกคนก็ตั้งใจที่จะทำดีค่ะ ไม่ว่าจะเป็นบัวขาวเอง เค้าก็ได้ไปทำความดีที่บ้านเค้า เราก็มีโอกาสได้ไป เห็นผู้เฒ่าผู้เเก่เอาผ้าไหมไทยมาให้ นุ่นก็เคยมีโอกาสไปถ่ายละครที่นั่นด้วย ก็น่ารักดี" นุ่น กล่าว      นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   นุ่น วรนุช   บัวขาว-ต๊อด ร่วมวงกินข้าว   บัวขาว-ต๊อด-นุ่น   บัวขาว-นุ่น-ต๊อด   นุ่น-ต๊อด-บัวขาว  

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

เบน แอฟเฟล็ก ไม่กลัวผู้มีอิทธิพล! ในตัวอย่างล่าสุด Live By Night
Anthony Michael Hall /  Ben Affleck / 

เบน แอฟเฟล็ก ไม่กลัวผู้มีอิทธิพล! ในตัวอย่างล่าสุด Live By Night ปล่อยตัวอย่างล่าสุดจากภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) ที่เป็นทั้งนักแสดงนำและผู้กำกับเรื่อง Live by Night โดยตัวอย่างเผยให้เห็นความระห่ำของ โจ คอฟลิน ลูกชายของนายตำรวจที่ไม่กลัวอิทธิพลมืด ท้าทายผู้มีอำนาจที่ยังไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง Live By Night ว่าด้วยเรื่องราวของ โจ คอฟลิน รับบทโดย เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) ลูกชายของนายตำรวจใหญ่กับน้องชายของเขาที่ต้องเข้ามาพัวพันกับคดีอาชญากรรมในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรลักลอบนำเข้าของผิดกฎหมายที่พยายามจะขนย้ายของเถื่อน

พระเอกตัวจริง!!! ฟิล์ม รัฐภูมิ ยึดตามคำสอนพ่อ รวมพลัง สร้างบ้าน สานฝันคนไร้ที่อยู่
ทำดีเพื่อพ่อ /  ฟิล์ม รัฐภูมิ

    กลายเป็นพระเอกหนุ่มจิตอาสาอย่างเต็มตัว สำหรับ ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ที่ล่าสุดได้นำ คำสอนของพ่อ ที่ได้เคยให้ไว้ใน พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521 ว่า "คนเราจะต้องรับและจะต้องให้" ซึ่ง บริษัทอาร์เอสฯ เล็งเห็นความสำคัญ จึงส่งหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ ที่ได้นำหลักคิดมาใช้ในการดำเนินชีวิต และเนื่องในวันคล้ายเกิด 17 พฤศจิกายน นี้ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งสร้างบุญกุศลครั้งยิ่งใหญ่ ร่วมกับอาสาสมัครแฟนคลับฟิล์มแฟมิลี่ สานต่อโครงการ มูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติประเทศไทย ( Habitat For Humanity Thailand ) ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนทางด้านที่อยู่อาศัย ร่วมกันระดมทุนในการช่วยเหลือสร้างบ้านหลังใหม่ให้คนไทยได้มีที่อยู่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล     โดย ฟิล์ม รัฐภูมิ เผยว่า “จะนำหลักคำสอนพ่อมาดำเนินชีวิต โดยเฉพาะพระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีใจความว่า คนเราจะต้องรับและจะต้องให้คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ หมายความว่า เมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้บ้าง ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะ จากเล็กน้อยไปถึงระดับชาติ ทำให้ ฝ่ายที่ได้รับทั้งหลาย เกิดความมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้จริง     ผมในฐานะนักแสดงที่อยู่ในวงการมานาน เปรียบเสมือนแบบอย่างที่ดีแก่น้องๆเยาวชน และสังคมได้สอนให้ผมได้รับทั้งประสบการณ์ที่ดี ผมจึงอยากจะหยิบยื่นโอกาสดีๆ เหล่านี้คืนสู่สังคมบ้าง อาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เล็กน้อย แต่ผมก็ภูมิที่ได้ทำ จึงขอสานต่อโครงการของ มูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติประเทศไทย สร้างบ้านหลังใหม่ให้กับคนไร้ที่อยู่อาศัย ด้อยโอกาส ไม่มีทุน เพราะผมเห็นว่ายังมีคนอีกมากมายที่ขาดแคลน     ซึ่งตอนนี้ได้แบบบ้านที่ต้องการแล้ว เป็นแบบบ้าน คสล. 1 ชั้น ขนาด 42 ตร.ม. (1ห้องนอน) หลังละ 250,000 บาท ตอนนี้ระดมทุนได้ครบเรียบร้อย ซึ่งจะสร้างให้กับ ครอบครัว พี่สายใจ โพธิ์พยา มีอาชีพรับจ้างทำนา และขายไก่สดตามตลาดนัด เป็นชาวจังหวัดปทุมธานี มีสมาชิกอยู่ในบ้านทั้งหมด 8 คน 3 ครอบครัว ซึ่งสภาพบ้านหลังเดิมทรุดโทรมมาก โดย ฟิล์ม และเหล่าแฟนคลับ ฟิล์ม แฟมิลี่ จิตอาสา จะไปช่วยกันสร้างบ้าน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน นี้ ที่ อำเภอหนองเสือ จังหวัด ปทุมธานี ตั้งแต่ เวลา 10.00น เป็นต้นไป อยากให้ทุกคนร่วมกันมอบโอกาสและสร้างความสุขให้กับผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัยให้มีบ้านเป็นของตนเอง และแบ่งปันความรู้สึกการได้อยู่บ้านดีๆ สักหลัง แต่ก็ยังมีผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัยอีกมากมายรอการช่วยเหลือจากพวกเรา ถ้าเพื่อนๆ คนไหน อยากจะช่วยเหลือ ก็สามารถร่วมสมทบทุนสร้างบ้าน หรือบริจาคเงิน ผ่านทางธนาคาร ไทยพานิชย์ สาขา อโศกทาวเวอร์ ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 234-203753-7 ชื่นบัญชี มูลนิธิที่อยู่อาศัยประเทศไทย หรือ สามารถโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-6640644 ครับ"

ร้างจริง หลอนจริง...คฤหาสน์สุดสยองใน “The Disappointments Room”
The Disappointments Room /  ดี เจ คารูโซ่ / 

ร้างจริง หลอนจริง...คฤหาสน์สุดสยองใน “The Disappointments Room” กลับมาอีกครั้งสำหรับผลงานระทึกขวัญของผู้กำกับวิสัยทัศน์ไม่ซ้ำทางใครอย่าง ดี.เจ. คารูโซ่ ที่หวนคืนสู่วงการเตรียมส่งมอบความสยองแก่คอหนังชาวไทยส่งท้ายปี 2016 ในภาพยนตร์ The Disappointments Room ผลงานที่สร้างจากเหตุการณ์จริงสุดสะพรึงของครอบครัวหนึ่งที่ซื้อบ้านเก่าแถบโรดไอส์แลนด์ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ก่อนจะพบกับความสยดสยองที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ โดยนอกเหนือจากชื่อของผู้กำกับ ดี.เจ. คารูโซ่ ที่ถือเป็นเครื่องการันตีความหลอนชั้นดี สิ่งสำคัญที่ส่งให้หนังสยองขวัญเรื่องนี้ทวีความน่ากลัวยิ่งไปอีกขั้น คือ บรรยากาศที่สร้างความอึดอัดชวนขนหัวลุกของคฤหาสน์อดัมส์ลี สถานที่ทีมงานและนักแสดงใช้ในการถ่ายทำ ทอม เซาธ์เวลล์ ผู้ออกแบบงานสร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้พูดถึงสถานที่ถ่ายทำที่มีความน่ากลัวอยู่ในตัวอย่างคฤหาสน์อดัมส์ลีไว้อย่างน่าสนใจว่า “พวกเราถ่ายทำกันในคฤหาสน์อดัมส์ลี เมืองกรีนส์โบโร่ รัฐนอร์ธ แคโลไรนา สิ่งปลูกสร้างที่ถูกสร้างขึ้นใน บนที่ดินทั้งหมด 13.5 เอเคอร์ ในสมัยช่วงต้นทศวรรษ 1930 ซึ่งถือว่ามีความเก่าแก่ น่ากลัว และเหมาะสมกับหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ผมคิดว่าเมื่อคุณมีฉากทีน่ากลัวในการถ่ายทำ คุณจะสามารถช่วยลดงานของนักแสดงไปได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เพราะพวกเขาไม่ต้องมานั่งนึกบรรยากาศเอง ขณะเดียวกันถ้าคุณถ่ายกันในสตูดิโอ นักแสดงต้องคิดขึ้นมาเองทั้งหมดว่ามีอะไรรอบข้าง แต่เมื่อคุณถ่ายทำในสถานที่ที่มีความน่ากลัวอยู่ในตัวเองแบบนี้มันไม่มีอะไรต้องกังวลเลย”    เช่นเดียวกับนักแสดงสาว เคท เบคคินเซล ผู้รับบทนำในหนังเรื่องนี้ ซึ่งได้พูดถึงคฤหาสน์หลังนี้ว่า “บ้านหลังนี้เป็นมากกว่าโลเคชั่นที่ใช้ถ่ายทำ มันมีความขนลุกและน่ากดดัน เหมาะกับการสร้างบรรยากาศชวนอึดอัดในหนังระทึกขวัญแนวจิตวิทยา เราถ่ายหนังเกือบทั้งเรื่องในคฤหาสน์หลังนี้ และฉันคิดว่าคุณน่าจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแบบเดียวกันขณะที่คุณดูหนังเรื่องนี้” ความลับบางอย่าง ไม่จำเป็นต้องสอดรู้ ! แฟนหนังสยองชาวไทยไปเตรียมกรี๊ดให้สุดเสียงและหวาดผวาไปกับการปลดล็อกห้องลี้ลับสุดสยองขวัญใน The Disappointments Room กำหนดฉาย 24 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ชีวอน, BTS นำทัพไอดอลเกาหลี มาเปิดร้านอาหารที่ SHOW DC ประเทศไทย!
Bangtan Boys /  BTS / 

แฟนคลับเกาหลีฟินแน่นอน! เมื่อร้านอาหารของเหล่าศิลปิน K-POP ชื่อดัง กำลังจะมาเปิดที่เมืองไทย ณ K-Celebrity Street Food by The Mall of Korea at SHOW DC ที่ชั้น1 ศูนย์การค้า SHOW DC เริ่มเปิดให้บริการ 22 มกราคม 2560 (คลิปวิดีโอแนะนำร้านอาหารต่างๆ ที่จะมาเปิด ณ K-Celebrity Street Food by The Mall of Korea at SHOW DC บรรยายโดย มิส โน ฮียอง มาสเตอร์เชฟหญิงเซเลบริตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและไลฟ์สไตล์จาก The Mall of Korea และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท YG FOODS บริษัทในเครือ YG Entertainment) K-Celebrity Street Food by The Mall of Korea at SHOW DC จะเป็นศูนย์รวมร้านอาหารของดารา/นักร้องแดนกิมจิ ซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยเหล่าศิลปินชื่อดังของเกาหลีเลือกมาเปิดร้านของตัวเองเพื่อแฟนๆ ชาวไทยเป็นแห่งแรก! AFTER THE RAIN ร้านอาหารฟิวชั่นสไตล์อิตาเลี่ยนและเบเกอรี่สไตล์เกาหลีเพื่อสุขภาพ ของนักร้อง-นักแสดงซุปเปอร์แห่งเอเชีย เรน PSY-MIEN ร้านราเมงสไตล์เกาหลีรสชาติจัดจ้านพิเศษสำหรับคนไทย ของ ไซ เจ้าของเพลงฮิตระดับโลก Gangnum Style BTS BRICK LIVE CAFE ร้านกาแฟและวาฟเฟิลที่ตกแต่งด้วยเลโก้เพื่อเอาใจเหล่าแฟนคลับของบอยแบนด์สุดฮอตวง BTS โดยเฉพาะ BUGSY DOG ร้านฮอทด็อกสไตล์เกาหลี พร้อมเบอรี่โซดาที่ทานคู่กันกับฮอทด็อกได้อย่างลงตัว ของ ชเว ชีวอน Super Junior นอกจากนั้นที่ K-Celebrity Street Food by The Mall of Korea at SHOW DC ยังมี ร้านต๊อกโบกิที่สามารถเลือกซอสและท๊อปปิ้งได้เองตามใจชอบ LEE SEUNG GI'S MILL ของพระเอกหนุ่ม ลีซึงกิ, ร้านข้าวผัดกิมจิ KIM'S FULL HOUSE ของนักแสดงหนุ่ม คิมซองซู, ร้านไก่ทอดสไตล์เกาหลี SEOJINI'S CHICKEN ของ ลีซอจิน และโซนอาหารแนว Street Food จากเมียงดง ยกมาให้ชิมที่เมืองไทยด้วย สาวกเกาหลีห้ามพลาดจริงๆ เพราะจะได้อิ่ม อิน และฟินกันอย่างเต็มที่... เตรียมยกพลกันไปศูนย์การค้า SHOW DC ได้เลย เปิดให้บริการ 22 มกราคมปีหน้า!

นิหน่า-แบงค์ บอกรักกันเบาๆ ครบรอบ 6 ปี พิธีหมั้น!!
นิหน่า สุฐิตา /  แบงค์ พชร / 

  เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่น่ารักมากๆ สำหรับครอบครัวของ นิหน่า สุฐิตา และ แบงค์ พชร ปัญญายงค์ ที่มีล่าสุดมีพยานรักน่ารักๆ ด้วยกัน 2 คนคือ น้องแพทริก และ น้องริต้า ซึ่งเมื่อวานนี้ (17พ.ย.59) ตรงกับวันครบรอบ 6 ปีที่ทั้งคู่ได้เข้าพิธีหมั้นและได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ด้าน สาวนิหน่า ได้โพสต์ข้อความบอกรักคุณสามีผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า   “6 years alreadyyyyyy ไม่มีปาร์ตี้ ไม่มีอะไรใดๆ วันนี้ นอกจากเสียงแผดร้องของลูกชายที่โดนจับล้างจมูก รอวันครบรอบแต่งงานแล้วขนลูกๆไปเลี้ยงด้วยกันนะ รักพ่อนะ @mjbank”   ส่วนด้าน หนุ่มแบงค์ พชร ก็ได้โพสต์ข้อความหวานซึ้งถึงภรรยาสุดที่รักผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวด้วยเช่นกันว่า   “6 years ago today, I vowed to you that I will always be true to you and you only. 60 years from now, I will still be as I vowed. Thank you for being the best wife, a husband can ever ask for. the best Mother to a Big Bear and a Chubby Cat. You may be just a girl to this world, but you are the only woman to this man. (Credit นายห้างแหนมดอนเมือง) Happy 6th Engagement Anniversary." ขอบคุณภาพจาก IG patrickandrita, mjbank, ninanaka     พ่อแบงค์ น้องริต้า   น้องแพทริก น้องริต้า   น้องแพทริก ลูก นิหน่า แบงค์   พ่อแบงค์ น้องแพทริก   นิหน่า แบงค์ น้องแพทริก น้องริต้า  

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

น้ำท่วมเพชรบุรีบ้านเกิด! ป๋อ ลงพื้นที่นำถุงทรายช่วยชาวบ้าน!!
ป๋อ ณัฐวุฒิ /  ข่าวบันเทิง / 

         เป็นพระเอกน้ำใจงามจริงๆ สำหรับพระเอกพ่อลูกสองอย่าง ป๋อ ณัฐวุฒิ หลังประกาศตัวขอเป็นสื่อกลางช่วยชาวนาขายข้าวผ่านอินสตาแกรมของตัวเองแล้ว ล่าสุดเมื่อบ้านเกิดมีความเดือดร้อนเจ้าตัวก็พร้อมลงมือช่วยเหลือเสมอ วานนี้ 4 พฤศจิกายน หนุ่มป๋อ ลงพื้นที่นำถุงใส่ทรายจำนวน 10,000 ถุงเดินทางมามอบให้กับเทศบาลเมืองจังหวัดเพชรบุรี เพื่อนำไปทำคันกั้นตลิ่งและแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมหนัก ซึ่งบ้านของตนก็ถูกน้ำท่วมไปด้วยเช่นกัน และยังช่วยชาวบ้านขนทรายใส่ถุงเพื่อนำไปแจกจ่ายต่อไป โดยเจ้าตัวโพสต์ภาพพร้อมแคปชั่นว่า "สู้ๆ นะคนเพชร เราต้องผ่านมันไปให้ได้!!" ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่านด้วยนะคะ      ขอบคุณภาพจาก IG @poh_natthawut, clubpoh, sinee_ton2525, ii_farm                        

กรุง ศรีวิไล /  ฉลอง ภักดีวิจิตร / 

ความโป๊ และ ความแรงของเซ็กซ์ในหนังไทย มักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่เสมอๆ จนหลายครั้งกลายเป็น Talk of the town ในวงกว้าง ตัวอย่างเช่น กรณี ‘จันดารา ปฐมบท’ ที่มีเสียงท้วงติงว่าควรปรับเป็นเรต ฉ 20- แม้จะได้รับอนุญาตให้ฉายด้วยเรต น 18+ ก็ตาม หรือแม้แต่กรณีล่าสุดใน Motel Mist ‘โรงแรมต่างดาว’ ท่ามกลางเสียงเล่าลือถึงความแรงของฉากเซ็กซ์ในหนัง หลังจากการฉายรอบสื่อมวลชน ก่อนจะถูกูประกาศเลื่อนฉายอย่างกระทันหันแบบไม่มีกำหนด ก่อนหนังเข้าฉายเพียงวันเดียว!! แม้จะผ่านการได้รับอนุญาตให้ฉายด้วยเรต น 18+ มาแล้วก็ตาม แต่หากเราย้อนไปในยุคที่หนังไทยยังมีจำนวนมากและหลากหลายกว่านี้ ในยุคที่หนังไทยยังมีการจัดระเบียบภาพยนตร์จากกองเซ็นเซอร์สุดเฮี้ยบอยู่และไม่มีการจัดเรตภาพยนตร์อย่างเช่นปัจจุบัน (คือช่วง พ.ศ. 2500 - 2530) ทว่าหนังไทยหลายเรื่องกลับมีฉากเซ็กซ์อันหวือหวา แถมยังพูดประเด็นทางเพศได้ไกลกว่าหนังไทยในปัจจุบันเสียด้วยซ้ำ และนี่คือตัวอย่าง 5 ฉากเซ็กซ์สุดแรงจากหนังไทยในอดีต อันเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าแท้จริงนั้น "เรา 'โป๊' กันมานานแล้ว" !! ฉาก นวลนางในห้องน้ำ ‘ทอง’ (พ.ศ. 2516, ฉลอง ภักดีวิจิตร) จุดขายหนังฉลอง ภักดีวิจิตร นอกจากดาราฝรั่ง และฉากบู๊ทุนสูงแล้ว ยังต้องมีสาวเซ็กซี่ให้ได้เห็น โดยใน ‘ทอง’  ได้นางเอกชาวเวียดนาม ถั่มถุยหั่ง มารับบทสายลับสาวเวียดนาม ที่ต้อง เจอจารชนไทย (กรุง ศรีวิไล) พามาพลอดรักกันบนเตียง ดูไปแล้วไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไหร่ แต่พอเจ้าหล่อนลุกไปอาบน้ำนี่สิ กรุงมือไวคว้าผ้าขนหนูติดมือจนหล่อนวิ่งเปลือยหลัง หายเข้าห้องน้ำไป แถมยังเป็นห้องกระจกฝ้าที่ชัดชนิดกรุงเห็นอะไรในตัวเธอ คนดูก็ได้เห็นด้วยหมด ไหนๆ ก็พูดถึงถั่มถุยหั่งแล้ว ขอชี้แจงว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติของเวียดนามด้วย ไม่ได้ถูกคอมมิวนิสต์ยิงตายอย่างที่หนังสือพิมพ์หรือนิตยสารดารายุคโน้น (พ.ศ. 2516-2519) เขียนไว้แต่อย่างใด ฉาก เธอกับฉัน และนั่นใครอีกคน ‘คนกินเมีย’ (พ.ศ. 2517, ดอกดิน กัญญามาลย์) “7 ขวบก็ได้ดูหนังไทยแล้ว” สมเกียรติ วิทุรานิช ผู้กำกับ October Sonata เล่าให้ผมฟังถึงยุคสมัยหนึ่งที่หนังไทยโป๊มาก “ตอนนั้นแม่จะยอมให้ดูเฉพาะหนังดอกดิน มีดาวยั่วแต่ว่าจะไม่โป๊มาก แล้วหนังเรื่องอื่นๆ แม่จะไม่พาไปดูเพราะว่าหนังไทยมีดาวโป๊เยอะ” ซึ่ง ‘คนกินเมีย’ ถือเป็นหนังไม่กี่เรื่องที่ดอกดินขยายบทดาวยั่วให้มีความสำคัญกับเรื่องขึ้นเยอะ ดลนภา โสภี รับบทสาวสวยที่มาติดพันกับทั้งพระเอก (สมบัติ เมทะนี) และลุงของเขา (อดุลย์ ดุลยรัตน์) แถมยังมีส่วนพัวพันในการตายของภรรยาทั้ง 3 คนของพระเอกด้วย กระทั่งคนที่ 4 (วันดี ศรีตรัง) ยังถูกจับตาว่าจะจบชีวิตเหมือนคนอื่นๆ หรือไม่ ฉากเซ็กซ์เกิดในช่วงกลางเรื่อง เพื่อเฉลยเบื้องลึกตัวละครของอดุลย์ผู้รับบทน้าชายที่แอบหลงรักหลายชายอย่างสมบัติ เพราะ ระหว่างร่วมรักกับดลนภา กล้องตัดสลับกับภาพชายหนุ่มเปลือยกายที่ติดตามผนังห้อง เมื่อตัดมารับหน้าดลนภาอีกที เรากลับพบว่าเธอมีหนวดอย่างผู้ชายเสียอย่างนั้น! และปมนี้เองที่จะเฉลยสาเหตุการตายของอดีตภรรยาทุกคน ฉาก 36-23-36 ‘เผ่าขน’ (พ.ศ. 2519, คมน์ อรรฆเดช) ฉากเปิดตัวนางเอกที่เซ็กซี่ที่สุดตลอดกาล เพราะคมน์ อรรฆเดช ให้ อรัญญา นามวงศ์ โชว์สัดส่วนในชุดชั้นในสีดำเต็มตา กล้องถ่ายไล่ตั้งแต่ตอนเธอเปลื้องผ้า ยอมให้เสี่ยร่างใหญ่ (บู๊ วิบูลย์นันท์) ปลุกปล้ำ ถ่ายสัดส่วนจากสะโพก ไล่ขึ้นมาเอว และจบที่หน้าอก แต่ละส่วนสัดมีตัวเลขกำกับ 36-23-36 ตามลำดับ ซึ่งตัวเลขชุดนี้จะเป็นรหัสสำคัญในหนังต่อไป บทของอรัญญาเป็นนางนกต่อที่ถูกล่อลวงให้เสี่ยๆ ปลุกปล้ำเพื่อให้น้องชาย (ไพโรจน์ ใจสิงห์) ฉวยโอกาสตามสังหารในจังหวะละเลงบทรักกัน อิงคศักดิ์ เกตุหอม คณะกรรมการหอภาพยนตร์ แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เล่าถึงอรัญญาที่ฉีกภาพนางเอกเรียบร้อยมาเล่นบทเซ็กซี่แข่งกับดาวยั่วในยุคนั้นว่า "คุณอรัญญาถือเป็นนางเอกที่กล้าแสดงบทเลิฟซีนหนักๆ รูปร่างเธอสวย จะมีเยอะมากที่ในหนังคุณอรัญญานุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวสู้กับผู้ร้าย นุ่งบิกินีชายหาด เป็นนางเอกที่เล่นบทยั่วได้ แทนที่เป็นนางเอกโดนแกล้งจะนั่งร้องไห้ พี่เปี๊ยก (อรัญญา) นี่จะสู้เลย ไม่หนี ไม่ร้องไห้ ฉันแกร่ง” ฉาก ดวงตาสวรรค์ ‘นักเลงตาทิพย์’ (พ.ศ. 2523, สมบัติ เมทะนี) หนังที่กำกับโดยตัวของ สมบัติ เมทะนี (‘นักเลงเทวดา’, ‘ท้ามฤตยู’, ‘แหย่หนวดเสือ’) เองนั้นมักจะครบเครื่องทั้งด้านบู๊, ชีวิต, ตลก และเซ็กซ์ แต่ไม่มีเรื่องไหนจะชูจุดขายฉากเซ็กซ์ได้ฮือฮา (ก่อนเข้าฉาย) ได้เท่าเรื่องนี้เลย โดย มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ นักวิจารณ์หนังเล่าให้ฟังว่า “คนที่กล้าเอาฉากเลิฟซีนมาเป็นจุดขาย (ในหนังกระแสหลัก) ต้องยกให้สมบัติในเรื่องนี้เลย ‘นักเลงตาทิพย์’ เป็นเรื่องของคนที่ประสบอุบัติเหตุแล้วสายตาเกิดมองเห็นทะลุไปหมด แล้วมักเห็นผู้หญิงเปลือยในที่สาธารณะ อย่างฉากนี้ก็เกณฑ์ตัวประกอบไปถ่ายในห้างไดมารู, ห้างเมอรี่คิงโดยใช้วิธีบังมุม เมื่อก่อนห้างสรรพสินค้ามีไม่กี่เจ้าหรอก สามารถปิดห้างถ่ายได้ คนก็เลยเข้าใจว่าพนักงานในห้างมาแก้ผ้าถ่ายหรือเปล่า (ฮา)” ฉาก เก้าอี้โยก ‘พิศวาสซาตาน’ (2529, พิศาล อัครเศรณี) นักโทษชาย (พิศาล) แหกคุกออกมาด้วยสภาพปางตาย ก่อนหลบหนีไปถึงคฤหาสน์กลางป่าที่มีสาวๆ อาศัยอยู่ พวกหล่อนช่วยกันรักษาเขา โดยที่ไม่รู้เลยแท้จริงแล้วเขาเป็นอดีตพ่อเล้าขาโหด เมื่อหายดีชายหนุ่มก็เริ่มหว่านเสน่ห์ไปทั่วจนถึงขั้นมีเซ็กซ์ด้วยหลายคน จนเลยเถิดเกิดตบตีแย่งชิงตัวเขา เรื่องทั้งหมดไม่พ้นสายตาเจ้าบ้าน (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) ที่เป็นดั่งผู้ปกครอง และกำลังเสียอำนาจเพราะผู้ชายเพียงคนเดียว ฉากนี้อยู่ในช่วงท้ายและเป็นการทลายขนบหนังพิศาลเอง ที่มักเล่าเรื่องรักอันเต็มด้วยตัณหา สุดท้ายผู้ชายเอาชนะผู้หญิงได้ด้วยเซ็กซ์ แต่คราวนี้คนที่โดนสยบกลับเป็นตัวพิศาลเอง ที่ แปรสภาพเป็น ‘เซ็กซ์ทอย’ เมื่อชายหนุ่มพิการขาขาดสองข้าง ทำได้เพียงนั่งอยู่บนม้าโยก รอให้เพ็ญพักตร์ในชุดซีทรูเดินเข้ามานั่งคร่อมร่างเพื่อเล่นสนุกกับอาวุธหนักที่เขาใช้กำราบทุกคนในบ้านมาแล้ว โดยที่เจ้าตัวไม่อาจขัดขืนได้เลย โดยประเด็นเรื่องเซ็กซ์ในหนัง ‘พิศวาสซาตาน’ รุนแรงเสียจนกรรมการสภาสตรีแห่งชาติเรียกตัวพิศาลเข้าไปชี้แจงว่า “ทำไมพิศาลทำหนังแบบนี้ ทำไมต้องโหดร้ายแบบนี้” มาแล้ว **เนื้อหาจาก "5 ฉากเซ็กซ์ (ซี่) สุดสะเด็ดหนังไทยในอดีต" โดย ชาญชนะ หอมทรัพย์ ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 136 (พฤษภาคม 2556) ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine