ขนไก่

วิธีทำ ปีกไก่คั่วพริกเกลือ สูตรนี้แม่ให้มา
Mother may i /  เมนูแม่ / 

เมนูที่ทำให้นึกถึงแม่มีเมนูอะไรกันบ้างคะเพื่อนๆ ส่วนตัวแล้วเมนูที่ทำให้นึกถึงตอนเด็กๆ เลยคือปีกไก่ทอด เป็นเมนูที่อร่อยทุกครั้งจนต้องเติมข้าวอีกรอบ และก็กลับมานึกถึงเมนูไก่ทอดอีกครั้งเมื่อได้ไปกินเมนู ปีกไก่คั่วพริกเกลือ ของ ร้าน Mother May I  ความอร่อยที่ทำให้คิดถึงฝีมือแม่ขึ้นมาทันที วันนี้เราได้นำสูตร ปีกไก่คั่วพริกเกลือจาก คุณมีวินัย ใจบุญ เชฟประจำร้าน Mother May I มาฝากกันค่ะ ส่วนผสม ปีกไก่ขนาดกลาง 5 ปีก (ล้างน้ำสะอาด) น้ำตาลทราย 5 กรัม เกลือ 2 กรัม ซอสปรุงรสฝาเขียว 5 กรัม กระเทียม 2 กรัม (โขลกให้ละเอียด) รากผักชีไทย 2 กรัม (โขลกให้ละเอียด) พริกไทยเม็ด 2 กรัม (โขลกละเอียด) น้ำมันพืชสำหรับทอด 500 กรัม ต้นหอมซอย 5 กรัม กระเทียมเจียว 15 กรัม พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแว่น 5 กรัม มะนาวหั่นซีกสำหรับเสิร์ฟ วิธีทำ ผสมกระเทียม รากผักชีและพริกไทยในชามผสมให้เข้ากันปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ และซอสปรุงรส คลุกเคล้าให้เข้ากันดี นำปีกไก่ลงไปหมักประมาณ 5-10 นาที พักไว้ ตั้งน้ำมันไฟปานกลางรอจนร้อนได้ที่ นำปีกไก่ลงไปทอดจนสุกด้านนอกมีสีเหลืองสวยงาม ตักไก่ขึ้นมาแล้วนำไปคั่วในกระทะอีกใบพร้อมกับกระเทียมเจียว ต้นหอมซอย พริกชี้ฟ้าแดง และเกลือเพียงหยิบมือ คลุกเคล้าทั้งหมดให้เข้ากัน ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมมะนาวหั่นซีก ก่อนกินบีบมะนาวลงบนปีกไก่เล็กน้อยเพื่อเสริมรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น อ่านต่อได้ที่ mbookstore : TAMAGO issue 64 : Jun 2016

เพลง วงไกอา สวยแซ่บในแบบสาวนิเทศฯ อินเตอร์
คณะนิเทศศาสตร์ /  จุฬาฯ / 

หนึ่งสาวสวยแซ่บวงเกิร์ลกรุ๊ป GAIA (ไกอา) เพลง-ธนิสสา อินทฤทธิ์ ที่กำลังฮิตกับซิงเกิ้ล “Love Me Please!” และหนึ่งวัน กับหนึ่งกระเป๋าใบเล็กกะทัดรัดเพื่อความคล่องตัวไปเรียนในคณะนิเทศฯ อินเตอร์ จุฬาฯ เพลง วงไกอา สวยแซ่บในแบบสาวนิเทศฯ อินเตอร์ “เวลาไปเรียนจะใช้กระเป๋าใบเล็กค่ะ จะไม่ชอบพกของเยอะ เพราะหลังจากเรียนเสร็จจะต้องขึ้นบีทีเอสกลับบ้าน ใบเล็กๆ คล่องตัวดีกว่า ใช้มาจะสองปีแล้ว ใบนี้ก็ซื้อโดยบังเอิญมาก เพราะตอนนั้นไปทำงานค้างคืนบ้านเพื่อน ก็พกกระเป๋าเป้สีเหลืองใบใหญ่ ระหว่างกลับบ้านต้องรอแม่และน้องที่สยามฯ ก็เลยลองแวะไปที่ช้อปหากระเป๋าที่ใบเล็กหน่อย พกสะดวก เลยได้ใบนี้มาค่ะ” สมุด จดรวมทุกวิชาเลย แต่จริงๆ ส่วนมากจะเรียนจากสไลด์มากกว่า เวลาได้ชีทมาก็มีจดในชีทบ้าง แต่ส่วนมากจะจดในนี้มากกว่า และก็จดตารางในชีวิต ตั้งแต่วันสอบ จนถึงวันทำงาน เพราะพอเรามาเป็นศิลปิน และ นักเรียนด้วย เหมือนมีสองอาชีพในเวลาเดียวกัน ก็เลยต้องแบ่งเวลา จัดสรรชีวิตดีๆ กระเป๋าสตางค์ ปกติเพลงไม่ใช่คนติดแบรนด์นะ แต่ใบนี้ซื้อเป็นของขวัญชิ้นแรกที่ได้จากการทำงาน มันก็ดี ใช้ได้นาน ส่วนเงินก็พก 200 ก็เอาอยู่ค่ะ บางทีก็กินโรงอาหารคณะ เฉลี่ยมื้อละ 50 บาท ก็ประหยัดได้อยู่ แต่ส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการเดินทางมากกว่า เครื่องสำอาง ในกลุ่มเพลงมี 6 คนส่วนใหญ่จะแต่งเบาๆ คือในกลุ่มเป็นผู้หญิงเรียบร้อย เด็กเรียน กับทำกิจกรรม อย่างคณะเรากิจกรรมเยอะ ถ้าแต่งหน้าเยอะ บางทีก็หนักและเยิ้ม ส่วนเพลงเวลามาเรียน 9โมง ก็จะออกสัก 7.30 น. เช้าคุณพ่อมาส่ง ก็จะแต่งหน้าในรถ เน้นคิ้ว ขนตา ปาก แก้มเบาๆ ค่ะ โทรศัพท์ ที่ใช้หนักๆ เลยก็ LINE กับ IG ค่ะ ไลน์กรุ๊ปเพื่อนที่มอ กรุ๊ปวงไกอา กลุ่มที่บ้าน แล้วก็กลุ่มวิชาต่างๆ อย่างที่ใช้เยอะก็วิชา Research Data แล้วก็มี Google Drive เก็บงานที่แชร์ไว้ จะได้ไม่ต้องพกหนังสือเยอะ หวี บางทีขากลับบ้านต้องนั่งมอเตอร์ไซด์ไปขึ้นบีทีเอส ผมก็จะยุ่งมาก แต่ก็ใช้หวีเป็นซี่ไม่ได้ เพราะเป็นคนหยักศก เลยต้องพกเป็นหวีแปรงแบบพกพาแทน ติดตามได้ในคอลัมน์ open bag นิตยสาร Campus Star No.37 www.facebook.com/campusstar

ผลบอล : ชไวนี่ ลงมาปิดกล่อง!! เยอรมัน เชือดนิ่ม ยูเครน ซิว3แต้มประเดิม ยูโร กลุ่มซี
ทีมชาติยูเครน /  ทีมชาติเยอรมัน / 

ผลบอล ยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่ม (กลุ่มC) วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2559 เยอรมัน 2-0 ยูเครน ผู้ทำประตู : 1-0 ชโคดราน มุสตาฟี่ น.19, 2-0 บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ น.90+2 เวลา : 2.00 น. สนาม : สต๊าด ปิแอร์ โมรัว ถ่ายทอดสด : ช่อง3 ศึกฟุตบอล ยูโร 2016 รอบสุดท้าย นัดเปิดสนามรอบแบ่งกลุ่มของ "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน มีคิวปะทะ ยูเครน โดยเกมนี้กุนซือของทั้งสองทีมขนนักเตะชุดใหญ่ลงสนามกันเต็มอัตราศึก [เริ่มเกม] ช่วง 10 นาทีแรก เป็นทาง "อินทรีเหล็ก" ที่เป็นฝ่ายเดินหน้าครองบอลหาช่องบุกใส่เกมรับ ยูเครน อยู่แทบจะฝ่ายเดียว โดยมีจังหวะลุ้นจบสกอร์อยู่ 2-3 ครั้ง แต่ก็ยังทำได้ไม่ค่อยถนัด และกดดัน อันเดร พียาตอฟ ได้ไม่มากพอ หลังจากนั้นยังคงเป็น เยอรมัน ที่เดินหน้าลุยจนมาได้ประตูขึ้นนำในนาที 19 จากจังหวะฟรีคิกของ โทนี่ โครส ปั่นโค้งเข้ามาให้ ชโคดราน มุสตาฟี่ เทคตัวขึ้นโขกเข้าไปช่วยให้ทีมออกนำเร็วตั้งแต่ยังไม่ผ่านครึ่งชั่วโมงแรก หลังจากที่โดนพังประตูขึ้นนำรูปเกมของ ยูเครน ก็ทำได้ดีขึ้นมาเรื่อยๆ และมีโอกาสที่จะทำประตูตีเสมอ โดยเฉพาะจังหวะของ เยฟเก้น โคโนพลียานก้า ที่ได้ซัดเหน่งๆ แต่ดันโดน เจอโรม บัวเต็ง เคลียทิ้งออกจากเส้นได้พอดี(ในนาที37) ถัดจากนั้น 2-3 นาที ยังคงเป็น ยูเครน ที่ได้บุกและคราวนี้ อังเดร ยาร์โมเลนโก้ เก็บตกซัดจ่อๆเข้าไปไม่มีพลาด แต่ไลน์แมนยกธงให้จังหวะนี้เป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว ทำให้จบ 45 นาทีแรก เยอรมัน ยังคงทำสกอร์ขึ้นนำอยู่ที่ 1-0 ช่วงครึ่งหลัง แม้ว่า เยอรมัน จะเป็นฝ่ายทำสกอร์ขึ้นนำ แต่ก็ไม่ได้ลดจังหวะการบุกลงไปมากนัก โดยพยายามค่อยๆต่อบอลหาช่องเข้าทำ แต่ก็ยังเจาะกำแพงแนวรับ ยูเครน ที่ถือว่าวันนี้ทำผลงานกันได้เยี่ยมตลอดทั้งเกมไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เกมรุกของ ยูเครน ก็ไม่สามารถสร้างความปั่นป่วนให้เกมรับ "อินทรีเหล็ก" ได้มากเท่าที่ควรเหมือนกัน ช่วงท้ายเกม เยอรมัน ที่ทำท่าว่าจะเฉือนชนะไปแบบหืดจับก็มาได้ประตูตอกฝาโรงจากตัวสำรองอย่าง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ จุดเริ่มต้นมาจากจังหวะสวนกลับ ก่อนที่สุดท้ายแล้ว ชไวนี่ จะมาซัดระยะเผาขนเข้าไปช่วยให้กองทัพ "อินทรีเหล็ก" เก็บชัยในนัดเปิดสนามไปได้ตามคาดด้วยสกอร์ 2-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เยอรมัน : มานูเอล นอยเออร์(GK), เบเนดิคห์ โฮเวเดส, ชโคดราน มุสตาฟี่, เจอโรม บัวเต็ง, โยนาส เฮ็คเตอร์, ซามิ เคดิร่า, โทนี่ โครส, โธมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิล, จูเลี่ยน แดร๊กซ์เลอร์, มาริโอ เกิทเซ่ ยูเครน : อันเดร พียาตอฟ(GK), อาร์เตม เฟเด็ตสกี้, เยฟเก้น คาเชริดี้, ยาโรสลาฟ ราคิตสกี้, วยาเชสลาฟ เชฟชุค, ทาราส สเตปาเนนโก้, วิคเตอร์ โควาเลนโก้, อังเดร ยาร์โมเลนโก้, เซอร์เก ซีดอร์ชุค, เยฟเก้น โคโนพลียานก้า, โรมัน โซซัลย่า เช็คผลบอล euro 2016 คู่อื่นๆ เช็คผลบอล Euro 2016 รายงานทุกสนาม และการทำประตู >> ผลบอลยูโร

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ฝนเซเทลงมา ! ท่ามกลาง 10 ฉากภาพยนตร์ในความทรงจำ
About Time /  Hard Rain / 

ฝนเซเทลงมา ! ท่ามกลาง 10 ฉากภาพยนตร์ในความทรงจำ ย่างเข้าเดือนหกฝนก็ตกพรำ ๆ เสียงฟ้าร้องระงมงึมงำ ชวนให้ความรู้สึกล่องลอยไปตามสภาพอากาศ เช่นเดียวกับตัวละครในภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ ที่มักมีเรื่องราวสำคัญเกิดขึ้นท่ามกลางสายฝน มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง คละเคล้ากัน หากแต่มีไม่น้อยที่เหตุการณ์เหล่านั้นไม่ได้พัดผ่านเลยไปเช่นเดียวกับเมฆฝน วันนี้เราจึงได้คัดสรรฉากสายฝนจาก 10 ภาพยนตร์ที่เคยสร้างความประทับใจนำกลับมาให้ทุกคนได้หวนระลึกถึงกันอีกครั้งหนึ่ง ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...ตรงใจคุณหรือเปล่า ไปติดตามกันได้เลย Hard Rain (1998) ประเดิมเรื่องแรกด้วยภาพยนตร์แอ็คชั่นสุดมัน Hard Rain ที่เพียงแค่ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่าไม่สามารถฟันธงได้จริง ๆ ว่าฉากกลางสายฝนฉากไหนคือ The Best (ฝนมันตกทั้งเรื่องนี่นา !) ตัวเรื่องว่าด้วยเรื่องราวในวันฝนกระหน่ำ น้ำไหลบ่าเข้าท่วมเมืองเนื่องจากเขื่อนระบายน้ำออกมา ขณะที่ผู้คนในเมืองเริ่มอพยพ ทอมและลุงของเขาก็มีหน้าที่ขนเงินจากธนาคารออกจากเมืองเพื่อไม่ให้ทรัพย์สินของชาวเมืองเสียหาย หากแต่การขนของมีค่าฝ่ามหันตภัยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากสองลุงหลานจะต้องขับรถฝ่าสายฝนที่ตกหนักมาก...ก...ก พวกเขายังต้องเผชิญกับคนร้ายที่หมายจะปล้นเงิน รวมถึงโจรในคราวตำรวจที่มีเป้าหมายคือเงินเช่นเดียวกัน งานนี้วันฝนตกจึงไม่ใช่แค่วันธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็นทั้งการเอาชีวิตรอดและการรักษาเงินก้อนโตอีกด้วย Singin’ in the Rain (1952) Singin’ in the Rain คือ หนังโรแมนติกมิวสิเคิลที่ไม่เพียงเล่าถึงความรักของคนหนุ่มคนสาว หากแต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านจากยุคภาพยนตร์เงียบมาเป็นภาพยนตร์เสียง และฉากที่อยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คนก็คงหนีไม่พ้นฉากที่ Gene Kelly โชว์สกิลเต้นแท็บและร้องเพลงหลักของเรื่องอย่าง ‘Singin’ in the Rain’ ท่ามกลางสายฝนด้วยท่าทางเริงร่าสุด ๆ Spider Man (2002) หลายคนคงจะคุ้นเคยและประทับใจกับฉากในตำนานฉากนี้เป็นอย่างดี เพราะเป็นฉากหวานซึ้งระหว่างฮีโร่หนุ่ม Spider Man หรือปีเตอร์ พาร์กเกอร์ (Peter Parker) กับหญิงสาวในดวงใจของเขา...แมรี่ เจน (Mary Jane) หลังจากที่ฝ่ายหญิงถูกคนตามปองร้ายจนต้องวิ่งหลบหนีกระเซอะกระเซิงท่ามกลางสายฝน และทันใดนั้นพระเอกของเราในมาดยอดมนุษย์สวมหน้ากากก็โผล่มาตั๊นหน้าวายร้ายจนหมอบกระแตไปถ้วนทั่ว ก่อนจะจบซีนด้วยการห้อยกลับหัวลงมาหาแมรี่และยอมให้เธอเลิกหน้ากากของเขาลงมากึ่งหนึ่งเพื่อแลกจุมพิตอันสุดแสนโรแมนติก The Notebook (2004) หนังขวัญเรียมสไตล์ฝรั่งที่พล็อตเรื่องถูกผูกไว้ด้วยความแตกต่างทางสังคมที่ทำให้ โนอาห์...หนุ่มชนบทยากจนไม่มีสิทธิ์จะรักกับ แอลลี่...ลูกสาวตระกูลผู้มั่งมี ในวันที่โนอาห์ถูกเกณฑ์ไปร่วมรบในสงครามโลก แอลลี่ถูกกีดกันไม่ให้อ่านจดหมายของแฟนหนุ่ม แต่ถึงอย่างนั้นความรักที่เธอมีให้ต่อเขาก็มิได้ลดน้อยลงไป เพราะเธอเฝ้าเพียรจดบันทึกความความรู้สึกของเธอไว้ก่อนที่ความทรงจำจะพร่าเลือนหายไป ส่วนฉากสายฝนที่จะนำมากล่าวถึงก็คือ ฉากที่โนอาห์และแอลลี่ออกไปพายเรื่องด้วยกันในแม่น้ำ เมื่อเม็ดฝนโบกพลิ้วความรักและความปรารถนาที่ทั้งคู่เก็บไว้ในใจก็พรั่งพรูออกมาจนเขาและเธอไม่อาจที่จะทนต่อความโหยหา และกลายเป็นซีนจูบกลางสายฝนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันรุนแรง About Time (2013) ภาพยนตร์โรแมนติกที่มาเหนือเมฆด้วยความสามารถของทิม เลค (Tim Lake) ผู้มีความสามารถวนลูปย้อนไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตได้อย่างอิสระ นั่นเองที่ทำให้เขาสามารถเอาชนะใจหญิงสาวนามว่าแมรี่ จนสรุปสุดท้ายทั้งคู่ได้ตกลงแต่งงานกัน ทว่าความเด็ดดวงมันอยู่ตรงงานแต่งงานครั้งนี้กลับมีสายฝนโปรยปรายลงมาราวกับพายุ ทำเอาเจ้าบ่าว เจ้าสาว ตลอดจนแขกเหรื่อในงานต้องวิ่งหนีเปียกกันจ้าละหวั่น ทำให้ฉากนี้กลายเป็นงานวิวาห์ที่โรแมนติกแซมด้วยตลกนิด ๆ แล้วเมื่อพระเอกของเราถามเจ้าสาวว่าต้องการเปลี่ยนให้งานแต่งงานฝนไม่ตกไหม คำตอบที่ได้รับกลับเป็น...มันไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่เราก็มีความสุขได้ The Bridges of Madison County (1995) ความรักต้องห้ามเกิดขึ้นภายในใจของฟรานเชสก้าหลังจากที่เธอรู้จักกับโรเบิร์ตได้เพียงแค่ 4 วัน สำหรับเธอผู้ใช้ชีวิตเป็นช้างเท้าหลังมาตลอด การปรากฏตัวของช่างภาพรุ่นใหญ่ที่แสนอบอุ่นเปรียบเหมือนน้ำหยดเข้ามาหล่อเลี้ยงหัวใจที่แห้งเหี่ยวมาแสนนานของเธอ หากแต่ด้วยพันธะที่เธอมีไม่ว่าจะเป็นสามีหรือลูก ๆ ทำให้ฟรานเชสก้าไม่ด้สามารถละทิ้งพวกเขาเพื่อหนีไปกับโรเบิร์ตได้ สุดท้ายทั้งสองจึงลงเอยด้วยการลาจาก และในฉากสุดท้ายของเรื่องที่ถือว่าเป็นฉากที่ทรงพลังสุด ๆ นั่นก็คือตอนที่ฟรานเชสก้ากับสามีขับรถมาถึงสี่แยกไฟแดงท่ามกลางสายฝนพร่างพรำ เธอสังเกตเห็นว่ารถที่จอดอยู่ข้างหน้าคือรถของโรเบิร์ต เธอต้องต่อสู้กับความปรารถนาในใจ มือที่กำที่จับประตูแน่นและสั่นด้วยความลังเลว่าจะหนีไปกับชายคนใหม่ดีหรือไม่ ก่อนที่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะไม่เปิดประตูรถ แล้วเมื่อสัญญาณไฟกลายเป็นสีเขียว รถคันข้างหน้าเลี้ยวแยกจากไป ส่วนรถของเธอมุ่งตรงไปข้างหน้า ราวกับจะบอกว่าเส้นทางชีวิตของเธอกับโรเบิร์ตคงจะไม่มีวันกลับมาบรรจบกันได้อีก สายฝนในฉากนี้จึงไม่ต่างอะไรกับหยาดน้ำตาแห่งการจากลาของทั้งคู่ The Shawshank Redemption (1994) เมื่อดูเฟรนส์...อดีตนายธนาคารต้องโทษคดีฆาตกรรมภรรยาและชายชู้ทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่ได้เป็นคนก่อ ส่งผลให้เขาจำใจต้องเข้าไปรับโทษในเรือนจำชอว์แชงค์ แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นานเขาก็เริ่มปรับตัวให้คุ้นเคย ตลอดจนสร้างมิตรภาพกับหมู่เพื่อนนักโทษและพัศดีเรือนจำโดยอาศัยความรอบรู้และความเฉลียวฉลาดในด้านกฎหมายที่เขามี ทว่าสิ่งที่ดูเฟรนส์มีชัดเจนมากที่สุดกลับเป็นศรัทธาต่อสิ่งที่เขาตั้งใจลงมือทำ ซึ่งมันสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในฉากที่เขาตัดสินใจแหกคุกโดยการมุดลงไปในท่อ เขาฝ่าฟันสิ่งสกปรกต่าง ๆ เฉกเช่นเดียวกับที่ชีวิตเขาต้องเผชิญกับคนนิสัยหน้าซื่อใจคด จนกระทั่งสุดท้ายเขาก็หนีออกจากคุกได้สำเร็จ พร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาต้อนรับอิสรภาพของเขาและชำระล้างความสกปรกทั้งมวลออกไป Jurassic Park (1993) หลังจากไปย้อนชมฉากสายฝนที่นำไปสู่ความสุขและความทุกข์มาแล้ว คราวนี้จึงอาจจะกล่าวถึงเหตุการณ์ท่ามกลางสายฝนที่เต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว ซึ่งเพียงแค่เห็นชื่อภาพยนตร์หลาย ๆ คนก็คงจะพอเดาออกแล้วว่า ต้นตอของความน่าเสียวสันหลังวาบนี้คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากไดโนเสาร์ตัวใหญ่ไซส์ XL ทีเร็กซ์ ที่เข้ามาจู่โจมเล็กซ์และทิมสองเด็กน้อยที่บังเอิญเข้ามาพัวพันกับสถานการณ์ ซึ่งด้วยบรรยากาศที่รายล้อมด้วยสายฝนและความมืดนี้เองที่กระตุ้นความน่ากลัวของฉากให้พุ่งขึ้นสูง เพราะไม่มีล่วงใครรู้ว่าหากเด็กทั้งสองหาวิธีหลบหนีเจ้ากิ้งก่ายักษ์ไปได้จะต้องเจอกับอะไรบ้าง ฤดูที่ฉันเหงา (2556) มาที่ฟากหนังไทยกันบ้าง เริ่มต้นด้วยภาพยนตร์โรแมนติก – คอมเมดี้ที่จั่วหัวว่า...เวลาที่ฝนตก ห้วงอารมณ์ที่เราเป็นอยู่ในขณะนั้นก็จะทบทวีคูณไปเป็นเท่าตัว เช่นเดียวกับความรักที่มักจะผ่านเข้ามาทำให้เรามีความสุข และก็กลับกลายเป็นความทุกข์ได้อย่างโดยที่เรายังไม่ทันตั้งตัว นี่คือเรื่องราวของ 5 ตัวละครที่ดำเนินไปพร้อมกับเม็ดฝนที่ตั้งเค้าก่อตัว เมื่อก้อนเมฆที่อุ้มท้องมานานเริ่มทยอยกลั่นหยดน้ำให้ร่วงลงมา เขาและเธอก็จะทุกคนไปพบกับเหตุการณ์ที่เปี่ยมด้วยความสุข ความเศร้า และความครื้นเครง อันจะนำพาสู่อ้อมกอดของสิ่งที่เรียกว่าความรัก ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง (2558) หนึ่งใน 4 หนังสั้นภายใต้โครงการคีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์ ภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์จำนวน 4 เพลง โดย ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง เป็นผลงานการกำกับของ โอ๋ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ที่ได้น้อมนำบทเพลงสายฝน มาเป็นแรงบันดาลใจร่วมกับชีวประวัติการทำงานรักษาผืนป่าไทยของสืบ นาคะเสถียร ซึ่งสายฝนในช่วงท้ายภาพยนตร์ก็คือหยาดน้ำที่ตกลงมาสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ป่าห้วยขาแข้ง เช่นเดียวกับคุณงามความดีของคุณสืบที่ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติประกาศให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมรดกโลก ทำให้ป่ายังคงอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์สืบต่อไป

กุ๊บกิ๊บ - บี้ อุ้มลูกสาวโชว์ เผยเจ็บสุดคลอด น้องเป่าเปา ธรรมชาติ ไม่ใช่ในน้ำ!!
กุ๊บกิ๊บ คลอด /  ข่าว บี้ กุ๊บกิ๊บ / 

ขุ่นพ่อและขุ่นแม่ป้ายแดงอีกคู่ของวงการ บี้ KPN และ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ออกมาเปิดใจหลังคลอด น้องเป่าเปา ลูกสาวด้วยวิธีธรรมชาติ(ไม่ใช่คลอดใต้น้ำ) ไปเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา สำหรับชื่อ เป่าเปา เป็นภาษาจีน แปลว่า สมบัติ หรือแปลว่า เบบี้น้อยๆ เผยตั้งใจจะเลี้ยงเอง ด้านหนุ่มบี้บอกมีลูกแล้วทำให้รักกุ๊บกิ๊บมากขึ้น ด้านสาวกุ๊บเองก็เอ่ยขอบคุณสามีที่ดูแลเธอดีมากๆ บอกเลือกคนไม่ผิด ส่วนรายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ กุ๊บกิ๊บ “วินาทีแรกที่เห็นลูกคือเจ็บมาก เจ็บที่สุด เพราะตอนที่คุณหมอดึงออกมามันเจ็บที่สุด เนื่องจากกิ๊บไม่ได้มีการกรีดการอะไรก่อนเลย พยายามกับคุณหมอเก่งมากค่ะ เพราะทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติมากจริงๆ ส่วนบี้เขาก็เป็นคนตัดสายสะดือให้ลูก” บี้ “ช่วงที่ปากมดลูกเปิดประมาณ 7-10 เซนติเมตร คือเจ็บที่สุด เพราะเขาเบ่งมา 3 ชั่วโมง จนเขาเกือบจะหมดแรง ตอนนั้นคุณหมอเขาก็เลยเอามือของกิ๊บไปจับหัวลูก กิ๊บเขาก็เลยเร่งเบ่งเฮือกสุดท้ายและหมอก็ช่วยดึงลูกออกมา” บี้ “มีแต่งหน้าด้วยนะหลังคลอดเสร็จ คือเจ็บก็จริงแต่ต้องมีแรง เพราะตอนแรกกิ๊บแต่งหน้ามาแล้ว แต่ระหว่างคลอดมันร้องมันอะไรก็เลอะไปหมด” กุ๊บกิ๊บ “เราคลอดธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์เพราะไม่อยากให้เขาเป็นภูมิแพ้ รวมถึงคลอดแบบนี้ส่งผลดีต่อเด็กด้วย อะไรที่ดีต่อลูกกิ๊บก็อยากให้เขาได้ไป ยิ่งพอออกมาแล้วเขาแข็งแรงมากเลยนะ กินก็เก่ง ห่อลิ้นเองได้ด้วย” กุ๊บกิ๊บ “อธิบายก่อนนะคะกิ๊บไม่ได้คลอดในน้ำเลย แต่กิ๊บใช้อุปกรณ์ในห้องทั้งหมด คืออ่างน้ำ เชือกโหน ลูกบอล เก้าอี้ ยืนกอดสามี ซึ่งน้องก็ไม่ออกมานะ สุดท้ายไปจบที่โถส้วม เพราะช่วงโถส้วมทำให้น้องหัวเริ่มโผล่ จากนั้นจึงได้เอาตัวไปคลอดบนเตียงค่ะ" กุ๊บกิ๊บ “เราเองก็ประทับใจเหมือนกันนะที่ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ เพราะมีช่วงหนึ่งที่เกือบถอดใจแล้วเหมือนกัน แต่ก็โชคดีได้คุณหมอช่วยให้กำลังใจ คุณหมอคอยบอกอยู่เสมอว่า อีกนิด อีกนิด และที่ผ่านมาก็มีคนคอยบอกกิ๊บอยู่เสมอว่ากิ๊บตัวคลอดไม่ได้หรอก แต่กิ๊บก็ทำได้ และกิ๊บก็อยากสนับสนุนให้คุณแม่คลอดแบบนี้ด้วยนะ” บี้ “เขาเจ็บจนบี้ต้องร้องไห้ตามเขา กิ๊บเขาเก่งมากจริงๆ ผมไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน ผมนับถือเขามากครับ” กุ๊บกิ๊บ “ตาเหมือนพ่อ แต่เล่นกล้องเก่งมากและก็หน้าตาทะเล้นน่าจะเหมือนแม่ เวลามีคนมาเยี่ยมเขาก็ไม่งอแง ให้ลืมตามองกล้องเขาก็มอง เขาดูชินกับคนนะ” บี้ “ตั้งใจจะเลี้ยงเองครับ แต่ก็คงต้องให้คุณย่าคุณยายมาช่วยมาให้คำแนะนำด้วยเหมือนกัน” กุ๊บกิ๊บ “แต่กิ๊บอยากชมบี้นะ เขาเก่งมากเขาอยู่ด้วยทุกช่วงเวลาจริงๆ เขาคอยช่วยดูแลลูกตลอด เหมือนเขาอยากที่จะเป็นคุณพ่อที่ทำได้หมด” บี้ “ติดลูกครับ(หัวเราะ) ไม่หรอก 50/50 แชร์ๆ กันไป บี้รักกิ๊บมากขึ้นนะ รักเขาที่เขาทำได้ขนาดนี้ เขาเจ๋งมากครับ” กุ๊บกิ๊บ “เรายังนั่งคุยกันอยู่เลยนะว่าเราดีใจที่เรามีลูกเร็ว และเขาทำให้เราได้มีโอกาสลองประสบการณ์หลายๆ อย่าง เพราะถ้าเอาจริงๆ หากเราอายุมากกว่านี้ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้ค่ะ” บี้ “ชื่อเล่น "เป่าเปา" แปลว่า "สมบัติ" หรือ "เบเบี๋น้อย" ก็หมายความว่าเขาคือสมบัติของเราสองคน ส่วนชื่อจริงตอนนี้ก็เลือกๆ คิดๆ ไว้อยู่ว่าชื่อไหนเหมาะกับน้อง ถ้าชัวร์เมื่อไหร่จะบอกอีกที” กุ๊บกิ๊บ “อาการของกิ๊บหลังคลอดลูกประมาณ 20 นาที กิ๊บก็เดินไปเข้าห้องน้ำได้เลย เดินได้ปกติ สั่งไก่ทอดมากินทันที(หัวเราะ)” กุ๊บกิ๊บ “ของรับขวัญหลานมีพี่ๆ ในวงการส่งมาให้เยอะมากค่ะ แต่ใครให้ทองให้เงินเดินเข้ามาก่อนเลย ส่วนใครให้ดอกไม้หรือตุ๊กตารอก่อน(หัวเราะ) ตลกมากค่ะ คือมีพี่ๆ ผู้ใหญ่หลายคน” บี้ “คนที่สองเราอยากได้ชายหนึ่งหญิงหนึ่งครับ แต่คงต้องพักก่อนสัก 2-3 ปี ให้เขาเป็นพี่สาวที่ดูแลน้องได้ครับ” บี้ “รางวัลเหรอ เอาไว้อีกสัก 2-3 เดือน ค่อยว่ากันอีกทีนะเรื่องของรางวัล(หัวเราะ)” กุ๊บกิ๊บ “ความเป็นแม่ สัญชาติญาณมันมาเอง เพราะเอาจริงๆ เราก็ไม่ได้ไปเรียนรู้อะไรมาก คือกิ๊บไม่อยากให้ชีวิตของเราเปลี่ยน แต่เราต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้นเอง เลี้ยงเขาให้เป็นปกติ เพราะโลกมันไม่ได้สวยมากขนาดนั้น ไม่ต้องประคบประหงมมากหรอกค่ะ” บี้ “ผมรักกิ๊บมากขึ้นครับ” กุ๊บกิ๊บ “ตอนที่แต่งงานก็คิดว่าตัวเองโชคดีแล้วนะที่ได้เขาเป็นสามี แต่ตอนที่กิ๊บท้องกิ๊บได้รู้อีกว่าเขาน่ารัก เขาเป็นสามีที่ดูแลกิ๊บดูแลได้ดีจริงๆ เขาใส่กางเกงในให้ในวันที่เราใส่เองไม่ได้ เขานวดเท้าให้ ยิ่งในวันคลอดเขาก็ยังนั่งอยู่ข้างๆ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนกลัวเลือดจนเป็นลม ก่อนคลอดเขานั่งดูคลิปคลอดลูกเพื่อที่เขาจะได้ไม่กลัวเลือดตอนอยู่ในห้องคลอดกับกิ๊บ บี้คือคนที่ทำให้กิ๊บรู้ว่าอีกนิดเดียวมันจะผ่านไป ให้กิ๊บทนอีกนิดหนึ่งเพื่อลูกในเวลาที่กิ๊บเกือบจะยอมแพ้ กิ๊บเลือกไม่ผิดที่แต่งงานกับบี้ค่ะ” กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา

Brunch /  มื้อสาย / 

"My Brunch" 4 เมนูมื้อสายในวันสบายๆ วันหยุดมักเป็นวันที่ใครหลายคนเลือกที่จะตื่นสาย โดยอาจรับประทานอาหารควบ 2 มื้อคือมื้อเช้าและกลางวันเป็น Brunch กันไปเลย ซึ่งเราสามารถใช้เวลาช่วงนี้ทำอาหารเอง หรือใช้เป็นกิจกรรมสังสรรค์ของครอบครัวแบบกึ่งปิกนิกก็ได้บรรยากาศสบายๆ ในวันหยุดไปอีกแบบ ถ้าใครยังคิดเมนูไม่ออกล่ะก็ เรามีเมนูที่สุดแสนจะทำง่ายแล้วก็เหมาะกับวันหยุดชิวๆ มานำเสนอ... Wholewheat Pancake with Banana and Bacon จับคู่แพนเค้กกับกล้วยหอมและเบคอน ราดด้วยนํ้าเชื่อมเมเปิล ลองชิมดูแล้วจะติดใจ ส่วนผสม แป้งโฮลวีต 3 ถ้วย นํ้าตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ผงฟู 2 ช้อนชา เบกกิงโซดา 1/2 ช้อนชา เกลือ 1/4 ช้อนชา บัตเตอร์มิลค์ 2 ถ้วย ไข่ไก่ 2 ฟอง เนยละลาย 3 ช้อนโต๊ะ กล้วยหอม 2 ผล เบคอน 4-5 ชิ้น เนยเค็มสำหรับทอด นํ้าเชื่อมเมเปิล วิธีทำ ผสมแป้งโฮลวีต นํ้าตาลทราย ผงฟู เบกกิงโซดา และเกลือในชามผสม คนให้เข้ากัน ผสมบัตเตอร์มิลก์ ไข่ไก่ และเนยละลายในชามผสมอีกใบหนึ่ง คนให้เข้ากัน แล้วเทลงไปผสมส่วนผสมแป้งคนให้เข้ากันอีกครั้ง พักไว้ประมาณ 10-15 นาที ละลายเนยใส่กระทะรอจนร้อนตักแป้งหยอดลงไปครั้งละประมาณ 1/3-1/2 ถ้วย รอจนฟองอากาศขึ้นทั่วแผ่นค่อยกลับอีกด้าน รอจนสุก ตักใส่จาน ทาด้วยเนยเค็ม จากนั้นทำซํ้าจนแป้งหมด ละลายเนยในกระทะอีกใบ ปอกเปลือกกล้วยหอม แล้วผ่าครึ่งตามยาว นำลงไปทอดในเนยประมาณ 2-3 นาทีหรือจนนิ่ม ตักขึ้นใส่เบคอนลงไปทอดต่อ ตักแพนเค้กวางคู่กับกล้วยหอมและเบคอน เสิร์ฟคู่กับนํ้าเชื่อมเมเปิล **ถ้าหาซื้อบัตเตอร์มิลค์ไม่ได้ ให้ผสมน้ำส้มสายชูหรือนํ้ามะนาว 2 ช้อนโต๊ะลงไปในนมสด 2 ถ้วย แล้ววางพักไว้ประมาณ 5 นาทีแทน** Baked Egg with Mixed Vegetables and Sausage ไข่อบที่มีหอมหัวใหญ่ เบคอน และมันฝรั่งซ่อนอยู่ด้านล่าง เสิร์ฟคู่กับขนมปังทาเนยอีกสักชิ้นก็อิ่มได้ ส่วนผสม ไข่ไก่ 4 ฟอง หอมหัวใหญ่ 1 หัว มันฝรั่ง (เล็ก) 1 หัว ซุกกินี 1/2 ผล ไส้กรอกรมควัน 1-2 ชิ้น เกลือ / พริกไทย เนยเค็มสำหรับผัด วิธีทำ หั่นหอมหัวใหญ่เป็นเส้นๆ พักไว้ ปอกเปลือกมันฝรั่งและซุกกินี จากนั้นนำที่ขูดชีสมาขูดให้เป็นเส้นยาวผสมกันไว้ ส่วนไส้กรอกให้หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเล็ก ตักเนยเค็มใส่กระทะ ใส่ไส้กรอกลงไป ผัดจนเริ่มสุก แล้วใส่หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง และซุกกินีลงไป ผัดจนสุก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ใช้ช้อนเกลี่ยให้เป็นแอ่งตรงกลางแล้วตอกไข่ใส่ลงไป ลดความร้อนเป็นไฟอ่อน แล้วปิดฝาตั้งไฟไปประมาณ 10-15 นาที ขึ้นอยู่กับความสุกของไข่ที่ต้องการ **ถ้าต้องการทำใส่ถ้วยขนาด 1 ที่ ให้ตักส่วนผสมผักที่ผัดจนสุกใส่พิมพ์ที่ทาเนย แล้วตักไข่ใส่ลงไป นำไปอบที่ในเตาอบจนสุก** Garlic Butter Ravioli พาสตาครีมซอสแบบเบาๆ ใส่ผักลงไป ทานแล้วไม่เลี่ยน ส่วนผสม พาสตาราวิโอลี 350 กรัม หน่อไม้ฝรั่ง 300-400 กรัม มะเขือเทศเชอร์รี 10-15 ผล เห็ดกระดุม 6-8 ดอก เนยเค็ม 4 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 3-4 กลีบ นมสด 1/3 ถ้วย พาร์เมซานชีส 1/4 ถ้วย เกลือ / พริกไทย วิธีทำ ต้มพาสตาให้สุก พักไว้ ละลายเนยในกระทะ ใส่กระเทียมสับลงไปใช้ไฟปานกลางผัดไปเรื่อยๆ จนหอม ใส่หน่อไม้ฝรั่งและเห็ดลงไป ผัดจนเริ่มนิ่ม ใส่พาสตาลงไป ตามด้วยพาร์เมซานชีส (แบ่งไว้โรยหน้าเล็กน้อย) เทนมสดลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ปิดไฟแล้วใส่มะเขือเทศ เชอร์รีลงไป คนให้เขากัน ตักใส่จานแล้วโรยด้วยชีสที่เหลือ **เมื่อต้มเส้นพาสตาจนเกือบสุก สามารถใส่หน่อไม้ฝรั่งลงไปลวกด้วยได้** Roast Stuffed Chicken เพิ่มรสชาติไก่อบด้วยการนำผักและเบคอนมาสอดไส้ตรงกลาง ก่อนนำไปอบแบบง่ายๆ ได้รสชาติ ส่วนผสม อกไก่ 3 ชิ้น พริกหวานแดง 1 ลูก ซุกกินี 1/2 ผล ใจอาร์ติโชกดอง 4-5 ดอก เบคอน 3 ชิ้น ชีสมอซซาเรลลา 1 ถ้วย นํ้ามันมะกอก สมุนไพร เช่น ไทม์ เสจ เกลือ / พริกไทย วิธีทำ นำอกไก่มาผ่าครึ่งตามขวาง โรยด้วยสมุนไพร เกลือ และพริกไทยให้ทั่วทั้งชิ้น พักไว้ เปิดเตาอบเตรียมไว้ประมาณ 180 องศาเซลเซียส นำพริกหวานแดงไปอบประมาณ 20 นาทีหรือจนนิ่ม นำออกมาลอกเปลือกออก แล้วหั่นเป็นชิ้นยาว นำซุกกินีสไลซ์ไปย่างจนนิ่ม หั้นครึ่งเบคอน หั่นใจอาร์ติโชกดองเป็นชิ้นบางๆ นำเนื้ออกไก่ที่หมักไว้มาวางบนเขียง เปิดด้านบนออก วางเบคอนลงไป ตามด้วยผักย่าง ใจอาร์ติโชกดอง ปิดทับด้วยเบคอนอีกชั้น ปิดเนื้ออกไก่อีกด้านลงมา (คล้ายกับแซนด์วิช) นำอกไก่ยัดไส้ไปวางบนถาดอบ โรยด้วยน้ำมันมะกอกเล็กน้อย นำไปอบประมาณ 15-20 นาทีหรือจนสุก โรยด้วยชีสมอซซาเรลลา ปรับความร้อนเป็นไฟบน รอจนชีสเป็นสีเหลืองทอง ยกออกจากเตาอบ **สามารถเสิร์ฟคู่กับสลัดผักสด ผักต้มผัดกับเนย หรือพาสตาได้ตามชอบ** เครดิตจาก นิตยสาร @Kitchen ฉบับเดือนมิถุนายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

ผลบอล : ขาดสุดในยูโร2016! โมราต้า เบิ้ลสองตุงพา สเปน เขี่ย ตุรกี ทะลุน็อคเอาท์ตามนัด
กระทิงดุ /  ทีมชาติตุรกี / 

รายงานสด ศึกฟุตบอล ยูโร 2016 คู่สุดท้ายประจำค่ำคืนวันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2559 เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติสเปน พบกับ ทีมชาติตุรกี ผลบอล ยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่ม (กลุ่มE) วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2559 สเปน 3-0 ตุรกี ผู้ทำประตู : 1-0 อัลบาโร่ โมราต้า น.34, 2-0 โนริโต้ น.37, 3-0 อัลบาโร่ โมราต้า น.48 เวลา : 2.00 น. สนาม : อัลลิอันซ์ ริเวียร่า ถ่ายทอดสด : ช่อง 3 HD (ช่อง33) เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรก เป็นทางฝั่ง "กระทิงดุ" ที่เป็นฝ่ายพับสนามบุกใส่ ตุรกี ที่ลงไปตั้งรับกันในฝั่งของตัวเองทั้งหมด 11 คน แต่จังหวะการเข้าทำ และลุ้นจบสกอร์ของ สเปน ยังมีให้เห็นค่อนข้างน้อย / ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ยังคงเป็น สเปน ที่เดินหน้าบุกพับสนามใส่ ตุรกี ที่วันนี้มาตั้งรับและรอสวนกลับ แต่รูปเกมยังคงดูค่อนข้างอึดอัด และทำอะไรกันไม่ค่อยถนัดด้วยกันทั้งสองทีม หลังจากที่รูปเกมดูค่อนข้างอึดอัดความพยายามของกองทัพ "กระทิงดุ" ก็มาสำเร็จเอาจากจังหวะโจมตีทางฝั่งซ้าย โนริโต้ เปิดมาให้ อัลบาโร่ โมราต้า ขึ้นโขกให้ สเปน ขึ้นนำ ตุรกี 1-0 ในนาที 34 / ถัดจากนั้นแค่ 3 นาที(นาที37) สเปน ก็มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากการโขกพลาดของ เมเหม็ด โทปัล ไปเข้าทาง โนริโต้ วิ่งมาซัดเสียบมุมเข้าไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกด้วยการขึ้นนำของ "กระทิงดุ" ไปด้วยสกอร์นี้ เปิดฉากครึ่งหลังยังไม่ทันไร สเปน ก็มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 ในนาที 48 จากจังหวะวิ่งทะลุช่องเข้ามาในกรอบเขตโทษของ ฆอร์ดี้ อัลบา ก่อนจะไหลถวายพานให้กับ อัลบาโร่ โมราต้า ซัดนิ่มๆเข้าไปไม่มีพลาด / ผ่านมาถึง 70 นาที ยังคงเป็น สเปน ที่ครองเกมได้เหนือกว่าเหมือนเดิม แต่เริ่มลดจังหวะบุกลงไป โดยต่อบอลกันไปมาบริเวณกลางสนาม และทาง ตุรกี ก็ถือว่าพยามวิ่งไล่เอาบอลมาครอง แต่ก็ทำกันได้ไม่เด็ดขาดพอที่จะเจาะแผงหลัง "กระทิงดุ" เข้าไปทำประตู / ช่วยท้ายเกมกองทัพ "ไก่งวง" ยิ่งเล่นเหมือนยิ่งถอดใจ แม้ว่าพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถฝ่าด่านกำแพงแนวรับของ "กระทิงดุ" เข้าไปทำประตูได้ ทำให้สุดท้ายแล้วเป็น สเปน ที่เอาชนะ ตุรกี ไปได้แบบขาดลอย 3-0  รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สเปน : ดาบิด เด เคอา(GK), ฆวนฟราน, เซร์คิโอ รามอส, เคราร์ด ปิเก้, ฆอร์ดี้ อัลบา, เซร์คิโอ บุสเก็ต, โนริโต้, เชสก์ ฟาเบรกาส, อันเดรียส อิเนียสต้า, ดาบิด ซิลบา, อัลบาโร่ โมราต้า ตุรกี : โวลคาน บาบากาน(GK), โกคาน โกนูล, เซมิห์ คาย่า, ฮาคาน บัลต้า, กาเนอร์ เออร์กิ้น, เมเหม็ด โทปัล, เซลซุค อินาน, โอกูซาน ออซยาคุป, โอซาน ทูฟาน, ฮาคาน คัลฮาโนกลู, อาร์ด้า ตูราน เช็คผลบอล Euro 2016 รายงานทุกสนาม และการทำประตู >> ผลบอลยูโร

เก็บไข่ได้นาน 1 ปี โดยไม่ต้องง้อตู้เย็น แค่ใช้....
เมนูไข่ /  ไข่ / 

ไข่ ถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่ทุกครัวต้องมี และทุกๆ ครั้งที่จัดอาหารบนโต๊ะกับข้าว ต้องมีเมนูไข่อย่างน้อย 1-2 อย่าง แม่บ้านทั้งหลายก็มักจะซื้อเก็บกักตุนไว้ที่ก้นครัว ยิ่งในช่วงที่ไข่ไก่ลดราคาก็ซื้อกันมาเยอะจนลืมนึกไปว่า ไข่มันก็มีอายุไขตามกาลเวลา แม้แต่แช่ตู้เย็นก็ยังเก็บไว้ไม่ได้นานอย่างที่พอใจ วันนี้มีวิธีเก็บรักษาไข่ที่อยู่ได้นานถึง 1 ปี โดยไม่ต้องใช้อุณภูมิในตู้เย็น เก็บไข่ได้นาน 1 ปี โดยไม่ต้องง้อตู้เย็น แค่ใช้.... เพียงแค่มีน้ำมันพืชก็สามารถช่วยให้ไข่ของเราอยู่ได้นานยิ่งขึ้นโดยเตรียมใส่ถุงมือพลาสติก และหยดน้ำมันพืชลงบนฝ่ามือเพียงเล็กน้อย ไม่ต้องให้ชุ่มมาก ถูน้ำมันให้ทั่วมือพอหมาดๆ และนำไข่มาคลึงบนมือ ให้น้ำมันเคลือบไข่จนทั่วและเก็บไว้ในถาดเหมือนเดิม วิธีนี้ไข่จะอยู่ได้นาน 10-12 เดือน โดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น น้ำมันจะทำหน้าที่ป้องกันออกซิเจนซึมเข้าไปในไข่ เหมือนไข่ที่เพิ่งออกมาจากแม่ไก่ใหม่ๆ ไขมันของแม่ไก่จะเคลือบไข่เอาไว้ ทำให้ไข่อยู่ได้นาน ที่มาจาก Maeban.co.th

9 อาหาร แก้หวัด หายเป็นปลิดทิ้ง
หวัด /  อาหารแก้หวัด / 

พออากาศเปลี่ยน อุณหภูมิร่างกายก็เปลี่ยน แล้วยิ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ทันตั้งตัวแล้ว อาการหวัดและไข้หวัดก็จะถามหาเอาได้ แล้วที่สำคัญคือ ปัจจุบัน แค่ยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียว นั้นไม่อาจสู้หสัดให้หายได้ในเร็ววัน เพราะเชื้อไข้หวัดนั้น ก็พัฒนาตัวเองตามกาลเวลา ดังนั้น การรักษาโรคหวัดทีดี คือนอกจากทานยาแล้ว ยังต้องดูแลตนเองให้ถูกสุขลักษณะ เลือกอาหารที่มีสารอาหารในการป้องกันหวัดช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ดังอาหาร 9 ชนิดที่เรารวบรวมมาให้นี้ค่ะ 1. ซุบไก่ร้อนๆ ไม่น่าเชื่อว่าอาหารยอดนิยมที่ทุกชาติใช้ต้านหวัดคือ ซุปไก่ ซึ่งว่ากันว่าใช้กันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 นั่นเลย ตามรายงานวิจัยพบว่าซุปไก่มีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวชนิดที่เรียกว่า นิวโทรฟิลด์ ไปยังเนื้อเยื่อปอด ทำให้ลดกระบวนการอักเสบในปอด และลดอาการไอได้ โดยตำรับซุปไก่ที่ใช้ศึกษาประกอบด้วย ไก่ มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง ก้านขึ้นฉ่าย ผักชี แครอท หัวผักกาด เกลือ และพริกไทย นอกจากนั้นซุปไก่ที่รวมถึง ต้มยำไก่ แกงไก่ ยังมีสมุนไพรที่ช่วยต้านหวัดรวมอยู่อีกหลายชนิด 2. อาหารรสเผ็ด อาหารที่ช่วยให้จมูกโล่ง หายคัดจมูก ก็คืออาหารรสเผ็ดร้อนที่มีพริกเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็น พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกแห้ง รวมไปถึงพริกไทย และสมุนไพรรสเผ็ดร้อนอื่น ๆ เราสามารถกินเผ็ดอย่างเอร็ดอร่อยและหลากหลายในอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น พริกขี้หนูในต้มยำ พริกชี้ฟ้าในผัดเผ็ด พริกไทยในแกงเลียง พริกแห้งในลาบ หรืออาหารที่มีส่วนผสมของสมุนไพรรสเผ็ดร้อนต่าง ๆ เช่น ขิง กะเพรา โหระพา เป็นต้น 3. กระเทียม กระเทียม นั้นเป็นยาดีช่วยลดอาการหวัดได้ เมื่อมีอาการหวัด ให้นำกระเทียม 1 กลีบเล็กมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วใช้ช้อนบี้ให้แตก เติมน้ำร้อนลงไป 1 ถ้วย ปิดฝาทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นเติมน้ำผึ้ง และมะนาวเล็กน้อย ดื่มวันละ 2 ถ้วย จะช่วยบรรเทาอาการได้ เมื่อหายแล้วให้ดื่มต่ออีกสัก 3 วัน วันละ 1 ถ้วย หรือถ้าติดใจจะดื่มเป็นประจำก็ได้ เพราะกระเทียมจะช่วยป้องกันและรักษาไข้หวัดได้อย่างดี นักวิจัยชาวจีน ดร.เบนจามิน เลา แห่งมหาวิทยาลัยโลมาลินดาในแคลิฟอร์เนีย ได้ศึกษายารักษาโรคตามแบบแพทย์ตะวันออกมานาน ได้ทำการศึกษาแล้วพบว่า “กระเทียม” มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ ซึ่งออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสหวัดได้โดยตรง และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวได้ 4. ดื่มน้ำมากๆ ผู้ป่วยควรดื่มน้ำมาก ๆ เวลาที่เป็นหวัด แต่ไม่ควรดื่มน้ำเย็นซึ่งจะทำให้เจ็บคอและไอมากขึ้น ควรจิบน้ำอุ่นหรือน้ำสมุนไพรอุ่น ๆ ตลอดเวลา เช่น น้ำตะไคร้ น้ำมะตูม น้ำใบเตย น้ำเก๊กฮวย จะช่วยให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการไอ และละลายเสมหะ การจิบน้ำอุ่นบ่อย ๆ ร่วมกับการรักษาความสะอาดภายในช่องปาก จะช่วยให้อาการเจ็บคอทุเลาและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นด้วย 5. ผลไม้ตระกูลส้ม ผลไม้ตระกูลส้มนั้นจะมีวิตามินซีสูง โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่หรืออยู่ในแวดวงคนสูบบุหรี่ บุหรี่เพิ่มความเสี่ยงการเป็นหวัดและทำให้ร่างกายต้องการวิตามินซีสูงขึ้น วิตามินซีป้องกันหวัดได้ ถ้ารู้ตัวว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ติดหวัด เป็นหวัดง่าย ก็ต้องกินผักและผลไม้ให้วิตามินซีมากๆ เช่น ส้ม มะละกอสุก มะม่วง ฝรั่ง สับปะรด ส้มโอ ชมพู่ พุทรา มะขาม แตงโม ฯลฯ 6. ขิง ขิงช่วยขับเหงื่อ มีฤทธิ์ แก้หวัด เย็น (หวัดเย็น คือรู้สึกหนาว มีไข้ต่ำ ไม่ค่อยมีเหงื่อออก มีเสมหะมักเหลวใส) และยังช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด และข้ออักเสบได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจอีกด้วย ช่วงฝนพรำ สภาพอากาศเปลี่ยนและชื้น ๆ แบบนี้ เมื่อเริ่มจะรู้สึกเซื่อง ๆ เฉื่อยชา หนาว ๆ มีน้ำมูกใสไหลจี๊ด ๆ หรือเริ่มมีเสมหะ ก็อย่าได้ชะล่าใจ ขอให้รีบต้มน้ำขิงดื่มเลย 7. น้ำผักผลไม้สด ผักผลไม้ในกลุ่มที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบตาแคโรทีน (วิตามินเอ) วิตามินซี วิตามินอี จะช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อ ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แครอท ผักใบเขียวจัด ส้ม ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น สามารถเลือกตามที่ชอบและนำมาปั่นทานกันได้เลย เน้นว่าควรเป็นผักและผลไม้สด เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระกันแบบเต็ม ๆ หรือถ้าไม่อยากเสียเวลาปั่น ก็ทานผลไม้สด ๆ ก็ได้ 8. ชาร้อน ชาร้อนทุกชนิดล้วนมีสารโพลิฟีนนอล สารแอนติออกซีเดนต์ในพืชที่ช่วยลดอาการติดเชื้อ ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกชุ่มชื้น หายใจสะดวก ควรชงชาในน้ำร้อนตั้งทิ้งไว้ราว 1 นาที จะดึงคุณสมบัติ แก้หวัด ชาได้ดีที่สุด 9. โยเกิร์ต มีการศึกษาพบว่า โยเกิร์ตช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว และช่วยเพิ่มการสร้างสารแอนติบอดีบางชนิดได้ การศึกษากับอาสาสมัครทั้งคนหนุ่มและคนสูงอายุ พบว่าการรับประทานโยเกิร์ตทุกวันเป็นเวลา 1 ปี ช่วยลดอาการจากหวัดและภูมิแพ้ ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น และร้อยละ 25 เป็นหวัดน้อยลง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน แนะนำให้เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติชนิดไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย และมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ จะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ นอกเหนือจากเมนูที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานและบรรเทาอาการหวัดดังที่กล่าวมานี้ อย่าลืมรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้ คนรักสุขภาพทั้งหลายก็พอจะสู้กับหวัดได้แล้ว แต่หากไม่ดีขึ้น หรือป็นหนักควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาเป็นวิธีที่ดีที่สุด ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

บรรยากาศงาน COMMART JOY 2016 วันแรกคึกคัก สินค้าไอทีลดราคา คนดัง พริตตี้ เต็มงาน
COMMART JOY 2016 /  notebook / 

งาน COMMART JOY 2016 (คอมมาร์ต จอย 2016) จัดโดย เออาร์ไอพี ในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากพันธมิตรธุรกิจเข้าร่วมแสดงเทคโนโลยีภายในงานคับคั่ง อาทิ Epson, Dell, Lenovo, Asus, MSI, HP, Intel, Advice, J.I.B, IT City, SPVi, Speed Computer, Hollywood HD และ SVOA ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างขนสินค้ามาลดราคากันเพียบ โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2559 เวลา 10.00 น. – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พี่ติ๊กยังหล่อเหมือนเดิม น้องโม Miss Tiffany 2016 ก็มา น้องจา พริตตี้คนดังจากบูธ Typhoon โปรโมชั่นดีๆ เพียบ งานคอสเพลย์ก็มา งานนี้เกมเมอร์ก็ต้องไม่พลาดด้วยน งานจะมีไปจนถึงวันที่ 26 มิ.ย. นี้เท่านั้นนะจ๊ะ

นอนเต็นท์ติดแอร์ ล่องแพริมแม่น้ำแคว ที่ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี
กางเต็นท์ /  ที่พักกาญจนบุรี / 

ช่วงนี้ใครเบื่อเที่ยวทะเลแล้ว ลองเปลี่ยนมาเที่ยวภูเขา นอนเต็นท์ริมฝั่งแม่น้ำกันดูไหม? หลายคนคิดว่านอนเต็นท์ต้องลำบากแน่นอน แต่ที่ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี นี้จะทำให้เพื่อนๆ ติดใจแน่นอน เพราะเป็นเต็นท์ติดแอร์ แถมวิวริมแม่น้ำแคว ได้บรรยากาศสุด! นอนเต็นท์ติดแอร์ ล่องแพริมแม่น้ำแคว ที่ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี เราไม่ได้ต้องการที่นอนห้าดาวสวยหรู เราไม่ต้องการความไฮเทคของสถานที่นั้นๆ แต่สิ่งที่เราต้องการคือ การเข้าหาธรรมชาติ และอยากได้ยินเสียงธรรมชาติรอบข้าง เพราะเรามีความเชื่อว่า ธรรมชาติคือสิ่งบำบัดให้กับตัวเราเอง วันนี้เรามานอนเต็นท์ค่ะ และก็เป็นเต็นท์ติดแอร์ด้วยนะ อยู่ภายใต้ธรรมชาติห้อมล้อม เป็นเต็นท์ที่ติดอันดับ 1 ใน 5 เต็นท์ที่น่านอนที่สุดของไทย ที่แห่งนี้ Mida Resort Kanchanaburi การเดินทางมายัง ไมด้า รีสอร์ท กาจนบุรี ของเราในครั้งนีด้วยรถยนต์ส่วนตัวค่ะ โดยการวิ่งยาวๆ เส้นนครปฐม-บ้านโป่ง มาถึงแยกแสงชูโตและเลี้ยวขวา ผ่านตัวเมืองกาญจบุรียาวๆ คือทางตรงอย่างเดียวนะ ไม่ว่าจะจะไฟแดงกี่แยกก็ตาม ซึ่งระหว่างทางจะมีป้ายคัตเอาท์ของ ไมด้า รีสอร์ท กาญจุบุรี โชว์ผืนใหญ่เด่นชัดมาก ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี มีแบบพักเต็นท์ และเพิ่งเปิดเฟสใหม่ มีตึกใหม่ 3 ตึก ห้องพักรวม 90 ห้อง มองเห็นวิวแม่น้ำและภูเขา มีสระว่ายน้ำ และห้องประชุมสัมมนาใหญ่ จุดเช็คอินแรก ที่เรามาถึง Mida Resort Kanchanaburi คือกิจกรรมสุดชิลของที่นี่ กิจกรรมลงแพ ที่นี่มีทำเลที่ตั้งติดแม่น้ำแควใหญ่ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ และป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราอยากแนะนำค่ะ ซึ่งการลงแพมีวันละ 2 รอบ คือ 13.00 น. และ 15.00 น. ขึ้นอยู่กับระดับน้ำในวันนั้นด้วยนะคะ พร้อมแล้วๆ พร้อมกันหรือยัง ชูชีพช่วยได้ ทาง ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี จะมี ทีม Lifeguard สุดแกร่งคอยดูแลอย่างใกล้ชิดให้กับลูกค้าทุกคนในกิจกรรมนี้ หากถามว่า การลอยคอ ล่องแพ ลอยตามน้ำดีอย่างไร เราตอบได้ว่า เสมือนปลดปล่อย ให้ร่างกายไหลไปตามสายน้ำ ตามธรรมชาติ โดยมีจุดหมายหน้า รออยู่  ความรู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย กับสายน้ำ อีกจุดที่เรียกว่าธรรมชาติบำบัด ความรู้สึกในเวลาล่องลอยนั่นแหละคะ ความสนุกมันอยู่ตรงนั้น ^^ ช่วงเวลา 13.00 น. และ 15.00 น. เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะตอนเช้า เขื่อนศรีนครินทร์เพิ่งเปิดน้ำจากเขื่อนมาอาจจะมีเศษกิ่งไม้เกาะตามมาด้วยก็ได้  ช่วงบ่ายๆ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ที่แม่น้ำแควไหลได้เต็มที่ และปลอดภัยที่สุดด้วยเช่นกัน รวมไปถึงความสะอาดของแม่น้ำแคว ในเวลานี้ล่ะค่ะ น่าลงเล่นน้ำเป็นที่สุดแล้วนะ ใส้ ใส ... ช่วงเวลานี้แหละที่รู้สึก สบายใจที่สุด รับลมเย็นๆ หากใครไม่ได้ลอยคอ ล่องแพ ก็สามารถนั่งเรือชมบรรยากาศได้ ทำให้เห็นวิว ทิวทัศน์ รอบๆ รีสอร์ทในช่วงของแม่น้ำแคว และก็ได้เห็น จุดเช็คอินที่สอง ที่ตั้งเต็นท์ติดแอร์ ที่นอนของเราในค่ำคืนนี้ด้วยค่าาา จุดเช็คอินที่สอง เต็นท์ติดแอร์ ริมแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นที่ตั้งพื้นดินบนฐานฉาบแบบขั้นบันได โดยมีเต็นท์หลายหลัง เรียงราย และตั้งห่างๆ กัน โดยมีทางเดินแยกเป็นสัดส่วนของของแต่ละโซนนั้นๆ หากใครสนใจที่อยากจะนอนเต็นท์แบบเราๆ ขอแนะนำให้เลือกจองหลังติดริมน้ำนะคะ เพราะจะฟินมากกกก หลังนี้แหละค่าาา ของเราๆ ติดน้ำแควแบบใกล้มากก นอนฟังเสียงน้ำไหล และเสียงแมลงกล่อมทั้งคืน ติดธรรมชาติสุดๆ แต่เดี๋ยวนะ !! นี่มันแท็กซี่หรือป่าว สีเขียวเหลือง เหมือนมากเลยนะ  ว่าไหม 555 ไปค่ะ ดูภายในเต็นท์ติดแอร์กันนะคะ  แหวกม่านประตู เปิดซิบเข้าไป กุญแจที่นี่จะได้มาคือเป็นที่ล็อคแบบคล้องค่ะ ค่อนข้างปลอดภัย ภายในเต็นท์กว้าง  และสูงพอๆ ที่เราจะลุกขึ้นยืนได้โดยไม่ต้องกลัวหัวชนมุมบนของเต็นท์แต่อย่างใด ชุดเครื่องนอนมาตรฐานรีสอร์ททั่วไป โดยมีผ้าเช็ดตัวและชุดคลุม วางอยู่บนฟูกนอน มาอีกฝั่งหนึ่งติดแอร์ เย็นสบาย มีตู้เซฟ และตู้เย็น ในตู้มีน้ำดื่มให้ฟรี 2 ขวดค่ะ ฉากหลังอีกด้านหนึ่งของกระจกเงาจะเป็นที่เก็บเสื้อผ้า แขวนเสื้อผ้าไว้นะคะ เราไม่ได้ถ่ายรูปมา มีเบาะโฟมขนาดใหญ่ให้นอนเล่นตรงกลางเต็นท์ เอาไว้ชิมวิว หรือนอนเล่นเฟสบุ๊ค แบบเพลินๆ ไปเล้ยยย อ้อมี Free Wi-Fi ให้ด้วยค่ะ แต่เต็นท์ที่เรานอนอยู่นี้หลุดๆ ดับๆ อ่ะนะ หลังอื่นเราไม่แน่ใจนะคะ พูดถึงเรื่องราคาเต็นท์ เราขอเข้าเวปจองโดยตรงกับทางรีสอร์ทมาให้ดูนะคะ เราใส่วันที่จองไป 5-6 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเสาร์อาทิตย์ค่ะ ราคาจากเวปโดยตรงอยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท ถ้ารวมอาหารเช้าก็ 2,100 บาท เบอร์โทรติดต่อค่ะ 02-574-3636 เต็นท์หลังบนที่ขึ้นเนินตามขั้นบันได สีสันอื่นๆ บ้าง และไปดูห้องน้ำกันค่ะ ดูเต็นท์ริมน้ำแควแล้วมาดูห้องน้ำในกลุ่มเต็นท์กันบ้างคะ แต่ห้องน้ำไม่ได้อย่ริมน้ำนะ แต่ใกล้ๆ กันในโซนเต็นท์ด้วยกัน ห้องน้ำแยกชาย-หญิง แยกห้องส้วมกับห้องอาบน้ำออกจากกันมีหลายห้อง และเพียงพอต่อลูกค้าที่มาใช้บริการอย่างแน่นอนค่ะ ภายในห้องน้ำนี่สร้างอิงแบบธรรมชาติมาก อย่างเช่นห้องอาบน้ำนี่หลังคาห้องน้ำจะเปิดครึ่งหนึ่งด้วยนะคะ เรียกว่า อาบน้ำเย้ยฟ้าท้าตะวันกันได้เลยแหละ 555 มีให้เลือกระหว่างตุ่มอาบน้ำกระบวยตักน้ำ หรือจะเป็นแบบฝักบัวเรนชาวเวอร์ก็ได้ทั้งนั้น ส่วนเรานะเหรอ ไม่ได้ใช้กระบวยตักอาบมานานแค่ไหนแล้วไม่พลาดๆ ชอบๆ เราออกมาอาบน้ำตอนเที่ยงคืนด้วยซ้ำนะ เย็นสบายตัวมาก 555 และในช่วงบรรยากาศยามเย็นเช่นนี้ ต้องไม่พลาดริมน้ำแควใหญ่ กับมุมที่ฟินที่สุด River Romance เป็นมุมที่โรแม๊นซ์ที่สุดที่เราจะมานั่ง Dinner กันตรงนี้ค่ะ และมุมนี้จะเปิดแค่วันศุกร์ ถึงวันอาทิตย์เท่านั้นนะคะ ใครมาวันอื่นอดนะเออ มาถึงถิ่นเมืองกาญ ก็ต้องสั่งอาหารพื้นเมืองของกาญจบุรีด้วยนะคะ พนักงาน ส่วนมากในรีสอร์ทนี้จะเป็นคนพื้นที่เกือบทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลคือทางรีสอร์ทต้องการกระจายรายได้ให้ชาวพื้นที่ และคนในพื้นที่ย่อมรู้เรืองราวถิ่นของตนได้ดีกว่าด้วย เวลาลูกค้าหรือแขกที่มาเข้าพักสอบถาม ก็สามารถตอบให้ได้เลยค่ะ  และอาหารในช่วง Dinner มื้อนี้ มีรสชาติกลางๆ ไปยังจัดจ้าน ตามสไตล์ เริ่มจาก แกงป่าไก่บ้าน  แต่เดี๋ยวนะ จะมันๆ ไปไหนเนี่ย 555 แบบว่าต้นตำหรับของพื้นบ้าน กาญจนบุรีเค้าจริงๆค่า ยกมาทั้งหม้อดินกลิ่นหอมๆ กันเลย ปลารากกล้วยทอด จานนี้ก็อร่อยมากกก ปลาตัวเล็กๆ ทอดมาตอนกรอบๆ ร้อนๆ นี่หละคะ อร่อยเคี้ยวเพลินไม่ต้องมองข้าวสวยเลยก็ยังได้ แกงเลียงมอญ นี่ก็เช่นกันอาหารพื้นบ้านเมืองกาญฯ เค้า เห็นแกงเลียงมาหลายแบบเพิ่งรู้ว่า แกงเลียงมอญที่นี่เขาใส่กะทิด้วยนะคะ ปลาแรดเขื่อนทอดสองแคว (ซอสทอดน้ำปลา กับ แกงเขียวหวาน) จานนี้แนะนำเลยค่าาา ปลาเป็นชิ้นๆ ใหญ่ๆ ทอดมากรอบมากจิ้มทานได้เลยกับซอยน้ำปลาหรือแกงเขียวหวาน อร่อยทั้งคู่ค่ะ เนื้อปลาพูนอิ่มมากด้วย จานนี้อยู่ตรงหน้าเรานานไปหน่อย เกลี้ยงค่ะ 555 และบรรยากาศยามค่ำคืนรอบๆ River Romance  ค่ะ ^^ นอกจากโซน River Romance แล้วยังมีห้องอาหาร The Terrace ของไมด้า รีสอร์ท กาญจบุรี สำหรับทานอาหารค่ำ และอาหารเช้าที่นี่ค่ะ ร่มรื่นแวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่เพียบ ยามค่ำคืนกับสระว่ายน้ำใหญ่ที่อยู่ตรงกลางของ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี และบริเวณรอบๆ สระว่ายน้ำจะมีห้องพัก Type ต่างๆ ของที่นี่นะคะ ไว้พรุ่งนี้เราจะแวะมาเก็บภาพให้ชมกันต่อค่าา สำหรับคือนนี้เรานอนที่เต็นท์ติดแอร์  นอนฟังเสียงน้ำไหล นอนฟังเสียงแมลงร้องระงมกันทั้งคืน คือรู้สึกได้เลยว่าใกล้ชิดกับธรรมชาติจริงๆ ค่ะ ถามตัวเองว่า นานแค่ไหนแล้วที่เราไมไ่ด้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนี้ ^^ ยามเช้าตรู่พระอาทิตย์ทอแสงขึ้นมาแล้ว ตรงริมน้ำแควจะมีหมอกบางจางๆ ที่เห็นได้จากน้ำแควไหญ่ตรงท่าน้ำนะคะ จะสังเกตได้เลยว่าน้ำลดลงไปอย่างมาก เนื่องจากช่วงเวลากลางคืน ตั้งแต่ 4 ทุ่มถึง 8 โมงเช้าอีกวันหนึ่ง เชื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำแควใหญ่ปิดประตูน้ำไว้ เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าค่ะ และจะเปิดอีกทีในตอน 8 โมงเช้า นันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กิจกรรมลอยคอล่องแพจัดขึ้นในช่วงบ่ายๆ เพราะต้องรอให้น้ำไหลมาอย่างเพียงพอก่อน แต่เราว่า ตอนเช้าๆ นี่น้ำก็ไหลมาเรื่อยๆ อย่างเพียงพอในระดับหนึงแล้วเช่นกันนะคะ  เป็นช่วงเวลาที่เราออกมาเดินเล่น ริมแม่น้ำ นั่งเล่นชิงช้า หยุดนิ่งกับตัวเอง มองสายน้ำไหลผ่านไปเรื่อยๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมากมาย แบบนี้แหละค่ะ ปล่อยไปกับฉากตรงหน้า มันสบายใจที่สุดแล้ว ณ เวลานี้ อาหารเช้ามื้อนั้นสำหรับเราถือว่ากลางๆ นะคะ ไม่ได้น้อยมาก และไม่ได้เยอะมากมายเท่าไหร่ แต่ก็สามารถตอบโจทย์ได้ครบเช่นกัน สำหรับมื้อเช้าของวันใหม่ที่นี่ค่ะ โดยจะได้บัตรทานอาหารเช้าตั้งแต่ตอนที่เช็คอินหน้า Front มาในตอนแรกๆ ห้องละ 2 ใบ ซึ่งเต็นท์ที่เรานอนนี้ค่าที่พักก็รวมอาหารเช้าด้วยแล้ว ภายในบริเวณ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี จะมีต้นไม้สูงใหญ่ปลูกไว้รายรอบ รวมทั้งต้นไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติด้วยเช่นกัน เห็นเล่าว่า ไม่มีนโยบายที่จะตัดต้นไม้แต่เดิมออกนะคะ ซึ่งเราสังเกตได้เลยว่าตั้งแต่ขับรถเข้ามาในเขตบริเวณรีสอร์ท ตั้งแต่ปากทางเข้าถนนใหญ่ จะมีต้นไม้สองข้างทางเยอะมากกกก เรียกว่าทั้งป่าเลยก็ว่าได้ สายๆ ของวันนั้นเราถือโอกาสเดินเล่นและไปเก็บภาพห้องพัก Type อื่นๆ ของ ไมด้า รีสอร์ท กาญจบุรีเพิ่มเติมค่ะ มีทั้ง Superior Room / Deluxe Room ภายในห้องพัก จะตกแต่งแบบเรียบง่าย โทนสีขาวสะอาดตา อุปกรณ์และของใช้ภายในห้องพักครบถ้วนเหมือนรีสอร์ททั่วไป พอเปิดม่านจะเจอต้นไม้และน้ำแควใหญ่ไหลผ่านอีก ฟิน!! อีกหนึ่ง Type ที่พักของ ไมด้า รีสอร์ท กาญจบุรี  Pool Villa ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง มีแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอนค่ะ  โดยแบบ 1 ห้องนอนในไมด้า รีสอร์ท กาญจบุรี มี 4 หลังและแบบ 2 ห้องนอนมี 1 หลังเท่านั้นค่ะ Pool Villa รั้วรอบขอบชิดมีทางเข้าออกเป็นส่วนตัวทุกหลัง และสระว่ายน้ำเล็กๆ บนพื้นที่แห่งความเป็นส่วนตัวของ Pool Villa แต่ละหลัง เราเห็นแล้ว แบบอยากจัดปาร์ตี้น่ะ 555 ภายในห้องพักที่แยกโซนเป็นสัดส่วนไว้อย่างชัดเจนทั้ง one bedroom  และ two bedroom กั้นโซนตรงกลางด้วย ครัวเล็กๆ และห้องนั่งเล่น โต๊ะทานข้าว เดินมาดูห้องพักแบบสุดท้ายอีกที่หนึ่ง  บ้านร่มไม้ทีนี่จะมี 2 หลังค่ะ พักได้ถึง 10 คน ห้องน้ำ 3 ห้อง มาเป็นแกงค์ มาเป็นก๊วน หรือกลุ่มสัมมนาใหญ่ๆ ก็อยู่ร่วมกันได้เล้ยยย แต่ ... สำหรับเรา การเลือกมาพักในครั้งนี้ เลือกที่จะสุขกับความเป็นธรรมชาติมากกว่า คงไม่แปลกใจที่บางครั้งเราจะนั่งนิ่งๆ เดินช้าๆ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปตามธรรมชาติแห่งนั้น แต่เรากลับรู้สึกสบายใจอย่างน่าปะหลาด เราจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ในทุกการเดินทาง ที่ได้อยู่กับตัวเอง ... ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล Facebook RinSa YoyoLive (https://www.facebook.com/RinsaYoyoliveTravelBlogger/)

จัดเต็มกับ 15 ร้านอาหารจังหวัดอุดรฯ ที่ต้องตามไปเช็คอิน
คาเฟ่ /  ร้านกาแฟ / 

ไปเที่ยวจังหวัดอุดรธานี เพื่อนๆ นึกถึงอะไรกันบ้างคะ ส่วนตัวแล้วหากจะเป็นเที่ยวไหนจะคำนึงถึงร้านอาหารไว้เป็นอันดับแรก การเดินทางกับการแวะร้านข้างทางก็เป็นสิ่งที่ควรทำ แล้วเราจะได้รู้ว่าจังหวัดนั้นมีร้านที่น่าสนใจอีกเพียบ วันนี้ Food.mthai มานำเสนอร้านที่น่านั่ง ทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ ทั้งหมด 15 ร้าน ให้ไปตามชิมกันค่ะ 1) ร้านเป่าปากชามกะลา ' ร้านเป่าปากชามกะลา ' ก๋วยเตี๋ยวเรือที่มีความโดดเด่นอยู่ที่ชามที่ทำมาจากกะลา ทำให้ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้น่ากินยิ่งขึ้น ส่วนเมนูของก๋วยเตี๋ยวนั้น มีมากมายหลายอย่างให้เลือกสั่ง ไม่ว่าจะเป็น หมี่เหลืองแห้ง หมูรวม หรือเมนูลวกจิ้มอย่าง ตีนไก่ ไส้อ่อน ตับ ลูกชิ้น และ หมูนุ่ม เปิด-ปิด ทุกวัน : 09:00 - 21:00 น. ที่ตั้ง : หน้ากองบิน 23 (ถนนทหาร) บ้านจั่น เมืองอุดรธานี  อุดรธานี 41000 Facebook : ก๋วยเตี๋ยวเรือเป่าปาก ชามกะลา สาขาถนนอุดร-เลย จ.หนองบัวลำภู ------------------------------------------------------------- 2) ร้าน O"รส  จิ้มจุ่มหม้อไฟ ' ร้าน O"รส จิ้มจุ่มหม้อไฟ ' เป็นหม้อไฟจิ้มจุ่มสไตล์เวียดนาม ลักษณะของหม้อจะมีพื้นที่ด้านข้างของขอบหม้อไว้วางวัตถุดิบที่เราเตรียมจะลวก  มีทั้งแบบหม้อและสั่งแบบเป็นชุด ราคาไม่แพง ใครที่กำลังจะผ่านแถวนั้นลองเข้าไปชิมได้เลย เปิด-ปิด ทุกวัน 16.00-24.00 น. (เสาร์อาทิตย์เปิดตั้งแต่ 11.00 ) ที่ตั้ง : แยกตลาดบ้านห้วย ตรงข้ามซอยวันเวย์ข้างตลาด ถ.โพนพิสัย ติดศาลปกครองอุดร อ.เมือง จ.อุดรธานี Facebook : ร้าน O"รส - จิ้มจุ่มหม้อไฟ ------------------------------------------------------------- 3) ร้าน MAMA ABC Club ' ร้าน MAMA ABC Club ' ร้านนี้เปิดได้ไม่นาน เปิดมาได้ยังไม่ถึง 1 ปี เต็ม ลูกค้าก็เต็มร้านแล้ว ด้วยเมนูที่ตีโจทย์ทุกคนด้วยเมนูมาม่า ชามโตๆ เครื่องแน่น เมนูเด็ดเลยคือเมนู Mama UFO ในราคา 259 บาท แถมเติมไข่ได้ไม่อั้นอีกด้วย เปิด-ปิด ทุกวัน 12.00-00.00 น. ที่ตั้ง : ( UD TOWN ) The Cube ตรงข้าม KFC UD town Facebook : ABC mama club ------------------------------------------------------------- 4) ร้านลาบนัว  ' ร้านลาบนัว ' “ลาบนัว” เป็นอีกหนึ่งร้าน “the must” อีกร้านหนึ่ง สำหรับนักกินที่มีโอกาสไปเยือนเมืองอุดรธานี จะว่าไป ร้านลาบนัว ไม่ใช่ร้านอาหารหน้าใหม่ที่ต้องมาบรรยายสรรพคุณให้มากความกันนัก เพราะเป็นร้านอาหารที่คนเมืองอุดรรู้จักกันดี และคอส้มตำคงจำกันได้ดีว่า “ลาบนัว” เคยสร้างปรากฏการณ์ “ตำถาดลาบนัว” จนกลายเป็นเมนูอาหารสุดฮอตไปทั่วไปประเทศมาแล้ว เปิด-ปิด ทุกวัน 17:00 - 5:00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้ามองค์การโทรศัพท์(TOT) Udon Thani 41000, เทศบาลนครอุดรธานี 41000 Facebook : ลาบนัว ------------------------------------------------------------- 5) ร้าน กินเตี๋ยวกัน ณ โนนสูงอุดร ' ร้าน กินเตี๋ยวกัน ณ โนนสูงอุดร ' ร้านไม้ เหมือนบ้านไม้สไตล์บ้านๆ เป็นกันเองสุดๆ เมนูเด็ดที่เห็นก็คือก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ ต้องเกณฑ์คนมากิน ห้ามกินคนเดียวเป็นอันขาด ต้องอิ่มจนพุงกางแน่ๆ ระดับความเผ็ดก็สามารถเลือกได้ หากต้างการเผ็ดมากก็สั่ง "เจ็บต้มยำ" หากเผ็ดน้อยก็สั่ง "ใจเสาะ" เห็นชามใหญ่แบบนี้ หลายคนกลัวว่าน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเรือที่ให้มาจะจืดจาง แต่ไม่เลยกัลบเข้มข้นกว่าเดิม เปิด-ปิด  ทุกวัน 9:00 - 17:00น. (หยุดวันอาทิตย์) ที่ตั้ง : 137 โนนสูง อำเภอ เมือง  เทศบาลนครอุดรธานี 41000 Facebook : กินเตี๋ยวกัน ณ โนนสูงอุดร ------------------------------------------------------------- 6) ร้าน จุด 3 จุด ' ร้าน จุด 3 จุด ' เป็นร้านเล็กๆ น่ารัก แค่การตกแต่งของร้านก็ทำให้ร้านดูโดดเด่นสะดุดด้วยสีขาวทั้งร้าน ทำเอาคนที่ผ่านไปผ่านมาต้องแวะเข้าไปชิมอาหารกันให้ได้ ในร้านเป็นห้องแอร์เย็นฉ่ำ มีมุมนั่งกับพื้นและนั่งบนโต๊ะ เมนูก็เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูป รูปที่ได้จะน่ารักมากๆ ด้วยสไตล์การ Create เมนู ให้ดูสวยงาม ร้านนี้ขายทั้ง ชา กาแฟ โทสต์ บิงซู เค้ก และของคาวจะเป็นสเต็ก สปาเก็ตตี้ สลัด ราคากลางๆ ไม่แพงมาก เปิด-ปิด  ทุกวัน 07.30 – 24.00 น. ที่ตั้ง : พิทักษ์สฤษดิ์ (เลี้ยวซ้ายซอยก่อนถึงยูดีผับ) หมากแข้ง  เมืองอุดรธานี Facebook : จุด3จุด ------------------------------------------------------------- 7) ร้าน I-View Cafe ' ร้าน I-View Cafe ' เป็นร้านที่บรรยากาศดี เป็นกันเอง และมุมถ่ายรูปเยอะมากหากใครที่ได้เข้าไปที่แฟนเพจของร้าน จะมีแต่รูปลูกค้าที่มาทานอาหารที่นี่ถ่ายรูปกันจนมุมช้ำข้างไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว ส่วนเมนูอาหารก็มีมากมายหลายอย่าง ทั้งบิงซู โทสต์  กาแฟ และของหวาน ส่วนของคาวก็จะมีสาปเก็ตตี้ ข้าวแพนงไข่ดาว เป็นต้น เปิด-ปิด  ทุกวัน 10:30 – 20:00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) ที่ตั้ง : ข้างโลตัสรังษิณาซอยบีทีแกรนด์ประมาณ100เมตรซ้ายมือ Facebook : I-View Cafe ------------------------------------------------------------- 8) ร้าน Ice Allow by ชารี ปัง ' ร้าน Ice Allow by ชารี ปัง ' ร้านเล็กๆ มีแต่เมนูน้ำแข็งไสหรือบิงซูและเครื่องดื่ม พิกัดร้านตั้งอยู่ข้างหนองประจักษ์ตรงข้ามเป็ดเหลือง ใครเป็นคนอุดรจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ใครที่มาถ่ายรูปเล่นที่หนองประจักษ์ ลองแวะมาชิมกันได้ นั่งกันเป็นโต๊ะเล็กๆ น่ารัก เปิด-ปิด  จันทร์-ศุกร์  16:00 - 22:00 น. ที่ตั้ง : ซอย เทศา (ข้างสวนสาธารณะหนองประจักษ์) อุดรธานี  เมืองอุดรธานี  อุดรธานี Facebook : Ice Allow by ชารี ปัง ------------------------------------------------------------- 9) ร้าน Charms Cafe ' ร้าน Charms Cafe ' เป็นร้านที่น่ารักมากๆ ใครเห็นเป็นต้องกรี๊ด กับความหรูหราแต่เรียบๆ ลงตัว มีหลายมุมที่ถ่ายรูป ไม่ต้องจัดแสงมากถ่ายกี่รูปก็สวย เป็นร้านที่ขายกาแฟและเค้ก และขนมหวานอย่าง โทสต์กับบิงซู เปิด-ปิด ทุกวัน 10.00-20.00 น. (ร้านปิดทุกวันจันทร์ที่2ของเดือน) ที่ตั้ง : ถ.วัฒนานุวงศ์ เข้า ซ.โพธิ์ทอง (ซอยตรงสะพานหลังเซนทรัลฯอุดร) Facebook : Charms Cafe ------------------------------------------------------------- 10) ร้าน Beyound Cafe ' ร้าน Beyound Cafe ' ร้านกาแฟชื่อดัง ไม่มาถือว่าไม่ถึงอุดร ต้องมาเช็คอินกันให้ได้ ร้านมีบรรยากาศโล่งสบาย ตกแต่งในสไตล์ Modern Loft การออกแบบที่เป๊ะทุกมุม สวยทุกมุมเลยทีเดียวไม่เว้ยแต่ลานจอดรถ เมนูเด็ดของที่นี่คือ Tropical Pavlova ความสดชื่นของมะม่วง เสาวรสและกีวี่ ผลไม้รสเปรี้ยวที่นำมาทำเป็นขนมหวาน รสชาติโดนใจทุกคนที่ได้ทาน เปิด-ปิด ทุกวัน : 08:30 - 21:00 น. พิกัด1 :สาขาหนองประจักษ์ ถนนตัดใหม่ข้างหนองประจักษ์ พิกัด2 : สนามกีฬาเทศบาลนครอุดรธานี พิกัด3 : หนองคาย Vviang Lifestyle Mall ชั้น1 Facebook : BEYOND CAFE กาแฟ เค้ก อุดรธานี ------------------------------------------------------------- 11) บ้านไม้ขาว ' บ้านไม้ขาว ' ร้านอาหารฟิวชั่นประจำจังหวัดอุดร ลักษณะของร้านจะเป็นเหมือนบ้านคนจริงๆ เป็นบ้านไม้สีขาว 2 ชั้น ชั้นด้านบนเป็นโซนห้องนั่งเล่นและมีโต๊ะรับประทานอาหาร 2 โต๊ะ ด้านล่างก็จะเป็นครัว และโต๊ะเล็กๆ มีสวนข้างบ้านร่มรื่นสบายตา เหมือนนั่งกินข้าวอยู่บ้าน บ้านหลังไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป และจำนวนโต๊ะก็ไม่แออัด นั่งสบายๆ เปิด-ปิด ทุกวัน 11.00 – 15.00 และเปิดอีกที 17.00 – 21.00 น. (หยุดวันจันทร์) ที่ตั้ง : ศุภกิจจรรยา (อพาร์ตเม้นท์) อุดรธานี , เมืองอุดรธานี , อุดรธานี 41000 Facebook : บ้านไม้ขาว • Baan Mai Khao ------------------------------------------------------------- 12) ร้าน Velo Presso ' ร้าน Velo Presso ' อยากดับร้อนต้องที่นี่เลย เมนูปั่นๆ หวานเย็นอย่างชาเขียวรสกลมกล่อม ชานมเย็น กาแฟ รสชาติเข้มข้น ร้านจะตกแต่งในสไตล์ที่น่าจดจำ ด้วยสีเหลืองสดใส และมีโลโก้เป็นรูปจักรยาน ทำให้นึกถึงความสบายๆ สไตล์นอกเมืองไม่วุ่นวายในบรรยากาศชิลล์ๆ เปิด-ปิด ทุกวัน 8:30-20:00 น. ที่ตั้ง : (เมืองอุดรธานี) ตรง Topworld ที่ใหม่ ตรงข้ามทางเข้าซอยจินตคาม Facebook : Velo Presso Cafe' ------------------------------------------------------------- 13) ร้าน Under the tree ' ร้าน Under the tree ' ร้านน่ารักและดูจะน่ารักไปทุกมุม ยันเมนูเลยทีเดียว ทั้งแก้วที่เอาใจคนที่ชอบถ่ายรูป ที่นี่เหมาะเป็นอย่างมากที่จะมาแวะกินกาแฟ และเค้ก ที่มีทั้งเค้กหวานนุ่มและโทสต์หอมที่ออกมาจากเตา เปิด-ปิด 10.00-20.00 น.(หยุดวันจันทร์) ที่ตั้ง : ถนน ประชารักษา (อยู่เยื้องโรงแรมนภาลัย หากมาจากทาง รร ราชินูฯ จะอยู่เลยโีงแรมนภาลัยมาประมาณ500เมตร อยู่ทางขวามือ) i.com/restaurants/172672yA-under-the-tree?ref=ct Facebook : Under The Tree ------------------------------------------------------------- 14) Twosone cafe ' Twosone cafe ' บรรยากาศดีทั้งกลางคืนและกลางวัน ใครที่มาแล้วเช็คอิน ถ่ายรูปสวยทุกรูป จึงเป็นที่ดึงดูดผู้คนให้ไหลมาตามปากต่อปาก และตามเช็คอินของเพื่อนๆ ทั้งขนมที่น่ารับประทาน เค้กเป็นเค้กที่ทำเอง โฮมเมดทั้งหมเด จึงมีความสดใหม่อยู่ทุกวัน เปิด-ปิด ทุกวัน 10:00 – 19:00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้ามศูนย์มาสด้าเก่า รังสินา เมือง อุดรธานี Facebook : Twosons cafe ------------------------------------------------------------- 15) ร้าน The Zixga club ' ร้าน The Zixga club ' ร้านคาเฟ่แนวๆ ดูก็รู้ว่าเป็นร้านกาแฟที่ชิคที่สุดในเมืองอุดร จากชื่อร้านและโลโก้ร้านมีความเท่ห์เป็นพิเศษ ตกแต่งร้านเป็นแนววินเทจ มีสไตล์เป็นของตัวเอง เมนูเด็ดๆ ก็มีหลายเมนู ไม่ได้มีแค่ของหวานอย่างเดียว อาหารคาวก็มีด้วยเช่นกัน เปิด-ปิด 09:00 – 21:00 น. (หยุดวันจันทร์) ที่ตั้ง : ถ.ศรีชมชื่น ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี 41000 "ประตูหลังโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล" Facebook : The Zixgar Club -------------------------------------------------------------