กูเกิ้ล

ปีเตอร์ วอนอย่าบิ้วเรื่องไม่ใช่เรื่อง!! ย้ำชัดไม่มีสาวโพสต์ไอจีให้ ใช้เองโพสต์เองผ่านแอพ!!
RIDE WITH ME ขี่ตามฝัน /  ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล / 

  ไม่ว่าจะทำอะไรขยับตัวนิดหน่อยก็ดูจะเป็นข่าวกลายเป็นกระแสดราม่าไปหมด สำหรับคุณพ่อลูกสองอย่างหนุ่ม ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ที่ล่าสุดไปถ่ายทำรายการ RIDE WITH ME  ขี่ตามฝัน ทางช่อง 8 แล้วโพสต์รูปในขณะที่กำลังไหว้พระขอพรให้ลูกชาย ณ ปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมแคปชั่นที่เป็นสำนวนลงในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า "นางปรัชญาปารมิตา เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด ที่ประสาทเมืองสิงห์ ขอ พรให้ลูกเรียนเก่งๆครับ"   ไม่วายงานนี้ยังโดนคอมเม้นท์ถล่มเละ กล่าวหาว่าหนุ่ม หนุ่มปีเตอร์ เป็นลูกครึ่งไม่มีทางเขียนข้อความภาษาไทยได้ตรงเป๊ะอย่างที่เห็นนี่ หรือว่าอาจจะให้คนอื่นหรือสาวที่ซ่อนไว้เป็นคนโพสต์ให้หรือเปล่า งานนี้ ปีเตอร์ เลยขอออกมาชี้แจงพร้อมกับวอนจบดราม่า และอย่าพยายามบิ้วเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องว่า   “ผมเข้าใจนะครับว่าทำอะไรก็มีคนจับตามอง มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ผมยอมรับมาตลอด กับล่าสุดที่ผมโพสต์รูปไหว้พระขอพรแล้วเขียนข้อความที่เป็นแคปชั่นลงไป “นางปรัชญาปารมิตา เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด ที่ปราสาทเมืองสิงห์ขอพรให้ลูกเรียนเก่งๆครับ” ก็มีหลายคนเข้ามาคอนเม้นท์ต่อว่าผม สันนิษฐานต่างๆ นานา ว่าน่าจะมีสาวคนใดคนหนึ่ง เป็นคนพิมพ์แคปชั่นให้ สำบัดสำนวนขนาดนี้ ไม่น่าจะทำได้เองได้   ซึ่งไม่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะครับว่าผมเป็นคนโพสต์เอง อินสตาแกรมของผม ผมจะให้ใครโพสต์ทำไม  และตอนนี้ในโทรศัพท์มือถือก็มีโปรแกรมที่ทันสมัย บอกเลยว่าผมใช้แอพพลิเคชั่น Dictation (คือการเขียนตามคำบอก) หรือจะเป็นแอพพลิเคชั่น Google keyboard (กูเกิ้ล คีย์บอร์ด) ซึ่งในมือถือที่เป็นแอนดรอยด์ก็มี  จะแปลประโยคต่อประโยค  แปลคำต่อคำให้เลย ซึ่งผมก็ใช้แอพพลิเคชั่นนี้เป็นประจำ ขอร้องนะครับบางทีผมถ่ายรายการ Ride With Me ผมมีรูปภาพสวยๆ ผมก็เลยเก็บภาพนิ่งมาอัพลงในโซเชี่ยล อย่าพยายามมาบิ้วเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องเลยนะครับ” ขอบคุณภาพจาก IG petercorp ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล   ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล   ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล   ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล   ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล   ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล  

ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
ออฟฟิศ

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี กันค่ะ ออฟฟิศแห่งนี้ยังคง Concept เดิมของกูเกิ้ลไว้ก็คือการตกแต่งออฟฟิศให้พนักงานได้ผ่อนคลายเวลาทำงานมากที่สุด มีมุมพักผ่อน มีมุมนั่งเล่นมากมายค่ะ ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี  มีชิงช้าไว้ให้พนักงานได้นั่งเล่นผ่อนคลาย มีมุมนั่งทำงานที่สามารถมองวิวข้างนอกที่สวยงาม ตกแต่งพื้นเป็นสีฟ้าเหมือนนั่งประชุมกลางแม่น้ำ เพดานด้านบนมุมนี้เปิดโล่ง เพื่อโชว์ท่อหลากสี ที่เป็นสีสัญญาลักษณ์ของ Google ผนังตามทางเดินจะประดับด้วยป้ายไฟตัวอักษร เพิ่มลูกเล่นและความสวยงามให้กับออฟฟิศด้วยมุมนั่งเล่นสุดชิคที่ตกแต่งด้วยเก้าอี้บิวอินตัวใหญ่ปูด้วยหญ้าสุดแปลกตา เห็นออฟฟิศแห่งใหม่ของกูเกิ้ลแล้ว เรียกได้ว่าถ้าใครมีโอกาสได้ไปทำงานที่นั้น คงจะฟินและมีความสุขมากๆ อย่างแน่นอนเลยค่ะ ได้ทำงานในออฟฟิศที่ตกแต่งได้อย่างผ่อนคลายมากๆ ขอบคุณภาพ : http://www.homedit.com

กูเกิ้ลเผย 'ชัชชาติ-ประยุทธ์' ขึ้นแท่นคนดังแห่งปี 2014
กูเกิ้ล /  ค้นหามากที่สุดในไทย / 

กูเกิ้ล เผย 'ชัชชาติ-ประยุทธ์' ขึ้นแท่น คนดังแห่งปี 2014 วันนี้(1 ม.ค.) เว็บไซต์กูเกิ้ล ผู้ให้บริการค้นหาระดับโลกได้เปิดเผยอันดับการค้นหามากที่สุดในไทย โดยแบ่งเป็นประเภท ซึ่งปรากฎว่าฝ่ายชายจากเดิมที่เป็นดาราดัง 2 อันดับแรกกลายเป็นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ถูกนำมาสร้างเป็นมีมเผยแพร่บนโลกออนไลน์อย่างสนุกสนาน ในขณะที่อันดับที่2 คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.นำรัฐประหารเมื่อปีที่ผ่านมา อันดับที่ 3 คือรอบบิ้น วิลเลี่ยม นักแสดงชื่อดังที่เสียชีวิตในปีนี้ อันดับที่ 4 นายกนก รัตน์วงศ์สกุล นักข่าวชื่อดังที่มีข่าวถูกแฉบนอินสตราแกรม และอันดับที่ 5 คือนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎร์ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเมืองตลอดปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าในปีนี้มีบุคคลทางการเมืองเข้ามาติดอันดับเป็นจำนวนมาก แตกต่างจากปีที่แล้วที่มีแต่กลุ่มคนวงการบันเทิงอย่างเดียว MThai News

เผยผลจัดอันดับ100แบรนด์สินค้า มูลค่าสูงสุดในโลก ปี2014
2014 /  interbrand / 

เผยผลจัดอันดับ100แบรนด์สินค้า มูลค่าสูงสุดในโลก ปี2014 โดย interbrand  วันนี้(22 พ.ย.) เว็บไซต์ interbrand บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ชั้นนำ ได้เผยผลการสำรวจBest Global Brands  จัดอันดับแบรนด์สินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ประจำปี2557 โดย10อันดับแรกมีดังนี้ อันดับ 1  แอปเปิ้ล รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 21 % มูลค่ารวม118,863 $M อันดับ 2  กูเกิ้ล รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 15% มูลค่ารวม107,439 $M อันดับ 3 โคคาโคล่า  รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +3% มูลค่ารวม 81,563 $M อันดับ 4 IBM รายได้ในปีนี้ ลดลง -8 % มูลค่ารวม 72,244  $M อันดับ 5 ไมโครซอฟต์ รายได้ในปีนี้ ลดลง -3 % มูลค่ารวม 61,154 $M อันดับ 6 GE (General Electric) รายได้ในปีนี้ลดลง -3% มูลค่ารวม 45,480 $M อันดับ 7 ซัมซุง รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +15%  มูลค่ารวม 45,462 $M อันดับ8 โตโยต้า รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +20%  มูลค่ารวม 42,392 $M อันดับ9 แมคโดนัลด์ รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +1%  มูลค่ารวม 42,254 $M อันดับ10 เมอซิเดส เบนซ์ รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +8%  มูลค่ารวม 34,388 $M *** มูลค่าหลักพันล้าน*** ส่วนแบรนด์ที่รายได้เติบโตสูงสุดประจำปีนี้คือเฟซบุ๊ค อยู่อันดับที่ 29 รายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 86% มูลค่ารวม14,349 $M ตามมาด้วยออดี้และอเมซอน ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้มากกว่า20% ส่วนแบรนด์ที่ตกต่ำมากที่สุดของปีนี้คือ  โนเกียในอันดับที่98 นินเทนโดในอันดับที่ 100 แต่แบรนด์ที่ย่ำแย่กว่านั้นคือแบรนด์ที่หลุดโผ100อันดับแรก คือแบรนด์สินค้า ไฮซ์(ซอสมะเขือเทศ) เฟอรารี่ เอว่อน และDELL MThai News

3 เหตุผล ที่เราควร เข้าครัว ทำอาหารทานเอง รู้แล้ว ชีวิตเปลี่ยน!
ทำอาหาร /  ทำอาหารทานเอง / 

อาหาร คือ สิ่งที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดของเราได้  สำหรับบางคน การกิน ก็คือการช่วยคลายเครียด เพราะฉะนั้น เมื่อเครียด พวกเขาจึงหาทางออกด้วยการทานอาหาร แต่สำหรับบางคน ก็คลายเครียดด้วยการทำอาหาร เพียงแค่เริ่มเดินหาวัตถุดิบในตลาดพวกเขาก็สนุกและมีความสุขแล้ว การทำอาหาร สำหรับคนรุ่นใหม่ ...อาจจะเป็นเหมือนเรื่องที่ยุ่งยากน่ารำคาญ เพียงแค่หาซื้ออาหารปรุงสำเร็จ ...ก็มีอยู่แทบจะทุกหัวถนน แล้วจะมาเสียเวลา คิดเมนู หาวัตถุดิบ เข้าครัวให้หัวมัน  แถมยังต้องมาเก็บล้างเองให้ยุ่งยากทำไมกัน แต่ในขณะที่เรากำลังหลีกเลี่ยงการเข้าครัวในบ้านของเราเอง มันก็ทำให้เราติดนิสัยแย่ๆ ในการกินอยู่ไปด้วยโดยไม่รู้ตัว อย่างแรก เราไม่เคยรู้เลยว่า อาหารตามร้านนั้น ใส่อะไรมาให้เราทานบ้าง? คุณแยกมันออก? คิดว่าจะสะอาดสะอ้านไปทุกมุมหรืออย่างไร? หรือ หากเราต้องการอาหารในราคามิตรภาพจากร้านอาหาร บ่อยไปที่เราได้อิ่มท้องก็จริง แต่คุณภาพและคุณค่าโภชนาการทางอาหารก็ลดน้อยด้อยลงไปด้วย หรือหากคุณมีรายได้สูง ...ชอบอาหารตามร้านหรูๆ ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมเมื่อไปร้านเก๋ๆ เราว่า คุณน่าจะลอง เดินตลาดไปซื้อหาของมาเข้าครัวทำจานโปรดของคุณเองดูสักครั้ง จะทำตาม วิธีที่เสิร์ชหาจากกูเกิ้ล หรือ ตาม วิธีสอนทำอาหารบน Youtube ก็ได้  แล้วคุณจะรู้สึกดีกว่าเป็นกอง อันที่จริงแล้ว มันคือเหตุผลในทางจิตวิทยา การที่คุณได้ลงมือทำอาหารทานเอง จะทำให้คุณกลายเป็นผู้กำหนดไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ด้วยตัวของคุณเองจากอาหารที่คุณทำนั่นแหละค่ะ ประโยคที่ว่า You are what you eat. นี่คือเรื่องจริง ลองมาดูประโยชน์ของการ เข้าครัว ทำอาหารทานเอง กันดูสิ เผื่อคุณจะเปลี่ยนใจ การทำอาหารทานเองเปลี่ยนให้คุณเป็นผู้นำ  การทำอาหารทานเองนอกจากจะช่วยคุณกำหนดแคลอรี่ แต่ยังช่วยให้คุณเป็นผู้กำหนดสุขภาพของคุณเอง ศาสตราจารย์ Clay Routledge ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยา กล่าวไว้ใน บทความบนเว็บไซต์ Psychology Today ว่า  การเตรียมอาหารเอง จะทำให้คุณรู้สึกเป็นอิสระ  ทำให้คุณกล้าที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานของการใช้ชีวิต ทำให้คุณมีความภาคภูมิใจในตัวเองและ มีความเป็นอยู่ที่ดี แม้เพียงมื้อเดียว ด้วยอาหารจานเดียวที่คุณได้ทำ...การตัดสินใจทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับคุณ คุณเป็นผู้กำหนดเครื่องปรุง วัตถุดิบ คุณได้เห็นว่าคุณกำลังใส่อะไรลงไปในร่างกายของคุณ  การที่คุณได้เฝ้าสังเกตขั้นตอนเหล่านี้ จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียด และนี่คือ วิธีที่จะเปลี่ยนชีวิตที่เหลือของคุณ ให้คุณกลายเป็นคนที่รู้ว่าจะเลือกอะไรให้กับชีวิตตัวเองในด้านอื่นๆ มันเป็นการประหยัดเงิน คุณเคยคำนวณราคาที่ต้องจ่ายสำหรับกาแฟในแต่ละวันของคุณไหมคะ ? ราคาทั้งหมดของทุกแก้ว / วัน นั้นรวมแล้ว แค่หลักสิบ หรือ หลักร้อย ? แล้วค่าข้าวในแต่ละมื้อนอกบ้านของคุณล่ะราคาเท่าไหร่ ? การเข้าครัวด้วยตัวคุณเอง จะประหยัดเงินมากกว่ากันเยอะ เพราะไม่ได้บวกกำไร ไม่ต้องจ่ายค่า Service Charge ไม่ต้องจ่ายค่า Vat ให้ร้านค้า  คุณเคยคำนวณราคาเมนู จานปลาแซลมอนสเต็ก สูตรทำเองในบ้าน กับ รายจ่ายเมนูจานนี้ตามร้านดังไหมล่ะ ลองทำดูสักครั้ง ถ้าได้รู้แล้วคุณอาจจะขนหัวลุกเลยก็เป็นได้ การเข้าครัวเอง จะสร้างความสุขให้คุณในระยะยาว การทานอาหารตามร้านจะให้ความสุขแค่ช่วงสั้นๆ ชั่วคราวสำหรับคุณ แต่การเข้าครัวทำอาหารทานเองจะมอบความสุขให้กับคุณตั้งแต่คุณเริ่มช้อปปิ้งหาของไปปรุงในครัว การไปสั่งอาหารตามร้าน มันสะดวกและประหยัดพลังงานของคุณก็จริง ที่ไม่ต้องเหนื่อยทำเอง เพียงแค่เรียกบ๋อย สั่งอาหารแล้วก็รอ ...เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ คุณก็ได้ทานแล้ว รสชาติอาจยอดเยี่ยม มีความสุขในการลิ้มรส แต่หลังจากคุณอิ่ม คุณก็ไม่ได้สัมผัสกับความสุขในอาหารจานนั้นอีกแล้ว ศาสตราจารย์ Clay Routledge กล่าวว่า การทำอาหาร และ ทานอาหารที่มีคุณภาพ ก็เหมือนการเล่นเกมตาใหญ่ๆ  เมื่อคุณเริ่มทำอาหาร และได้เลือกใช้วัตถุดิบดีๆ ที่บ้านคุณเอง เพียงเท่านี้คุณก็เริ่มรู้สึกดีแล้ว  ศาสตราจารย์ยังกล่าวต่อว่า มันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ และเปี่ยมด้วยพลังเมื่อเรามีเป้าหมายที่จะทำอาหารเพื่อสุขภาพของเรา เริ่มแรกก็แค่สนุกกับการเข้าครัวเสียก่อน คุณคือผู้กำหนดนิสัยของคุณเอง ซึ่งเป็นตัวชี้ว่าชีวิตคุณจะเป็นอย่างไร  ถ้าคุณไม่ชอบ ไม่สนุก ในสิ่งที่คุณทำ มันก็จะไม่กลายเป็นนิสัย การที่คุณพยายามฝืนเข้าครัวโดยที่คุณไม่ได้รู้สึกพอใจกับมัน แน่นอนว่า คุณจะไม่เข้าครัวอีกเลย ช่วงแรก คุณแค่หาวิธีที่จะสนุกกับการเข้าครัวเสียก่อน จากนั้นค่อยหาสิ่งที่คุณสนใจ สิ่งที่คุณชอบในการเข้าครัว ..และนี่จะทำให้คุณชอบเข้าครัวจนเป็นนิสัย คำแนะนำจากเรา : ลองเข้าครัวกับคนที่คุณชอบดูสิ ;P ที่มาจาก  elitedaily เรียบเรียงโดย Women MThai Team ภาพประกอบโดย Women MThai Team

Google เตรียมปล่อยให้อัพเดท Android 7.0 Nougat ได้วันที่ 22 สิงหาคมนี้
Android /  Android 7.0 Nougat / 

ทาง Google เตรียมปล่อย Android 7.0 Nougat ให้เหล่าผู้ใช้งานอัพเดทกันในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ จะมีเฉพาะรุ่น Nexus 6P และ Nexus 5X ที่จะสามารถอัพเดทได้ก่อน ส่วนรุ่นอื่นๆ ทาง Google ยังไม่ได้กำนัดวันอย่างเป็นทางการ ที่มา : androidauthority ,phonearena

เปิดตัว Obi Worldphone SF1 มาพร้อมสเปคโคตรคุ้ม ในราคา 7 พันนิดๆ!
hands-on /  Obi Worldphone / 

โอบิ เวิลด์โฟน ประกาศเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยสมาร์ทโฟน รุ่น SF1 โอบิ เวิลด์โฟน บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนคุณภาพระดับสากล ประกาศการขยายตลาดสู่ประเทศไทย หลังจากสร้างชื่อเสียงมาแล้วทั่วโลก โดยวันนี้โอบิได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน โอบิ เวิลด์โฟน SF1 (Obi Worldphone SF1) พร้อมด้วยพันธมิตรทางการค้าสำคัญอย่าง ลาซาด้า คลิปทดลองเล่น Obi Worldphone SF1 โอบิ เวิลด์โฟน ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือของ จอห์น สกัลลี่ ผู้มีชื่อเสียงในวงการเทคโนโลยี และอดีตผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแอปเปิ้ล และเป็ปซี่-โคล่า โดยสมาร์ทโฟนโอบิ ถูกออกแบบขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความหรูหรา และเผยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับผู้ใช้งาน และเพื่อตอบสนองต่อการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย โอบิจึงได้ผลิตสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมที่มีคุณภาพสูง โดยคำนึงถึงผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นเป็นสำคัญ สมาร์ทโฟนจากโอบิ รุ่นโอบิ เวิลด์โฟน SF1 มีความโดดเด่นที่ดีไซน์ของตัวเครื่อง โดยได้รับการออกแบบจากสตูดิโอที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะอย่าง Ammunition Group ซึ่งนอกจากตัวเครื่องแล้ว Ammunition ยังช่วยพัฒนา Lifespeedหรือ Custom UI สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานระหว่างซอฟแวร์และฮาร์ดแวร์ที่ลงตัวให้กับผู้ใช้งาน นอกจากนี้สมาร์ทโฟนของโอบิ ยังได้รวบรวมเอาดีไซน์หรูหราเข้ากับหลากหลายเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น ควอลคอมม์ (Qualcomm) ดอลบี้ (Dolby) โซนี่ (Sony)คอร์นนิ่ง อินคอร์ปอเรท (Corning Incorporated) กูเกิ้ล (Google) มีเดียเทค (MediaTek) เจแปน ดิสเพลย์ (Japan Display) และซัมซุง เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนอันทรงประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้ ซึ่งโอบิ ถือเป็นสมาร์ทโฟนเจ้าแรกที่ลดช่องว่างระหว่างสมาร์ทโฟนที่เน้นดีไซน์ในราคาสูง และสมาร์ทโฟนที่มีสเปกทั่วไปในราคาปกติเข้าด้วยกัน คุณจอห์น สกัลลี่ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทโอบิ เวิลด์โฟน กล่าวว่า “โอบิได้นำเอาสิ่งที่ดีที่สุดจากซิลิคอนวัลเล่ย์ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ล้ำสมัย เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน มาใส่ไว้ในตัวสมาร์ทโฟน เพื่อมอบความสวยงาม ทรงพลัง ในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง ด้วยโครงสร้างเรื่องต้นทุนและการกระจายสินค้าในวงกว้าง จะช่วยให้ผู้บริโภคของเราได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและตอบสนองต่อความต้องการของพวกเขาไปพร้อมๆกัน” คุณนีราจ โชฮาน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท โอบิ เวิลด์โฟน กล่าวว่า “การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่สำคัญสำหรับโอบิ โดยตลาดในไทยนั้น มีโทรศัพท์มือถือเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 150% ในขณะที่สมาร์ทโฟนมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียง 49% นอกจากนี้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่นยังเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในตลาดสมาร์ทโฟน ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลักของโอบิ และด้วยดีไซน์ที่มีความทันสมัย เราจึงมีความมั่นใจว่า เราจะสามารถสร้างตลาดที่มีเราเป็นผู้นำในเรื่องสมาร์ทโฟนได้อย่างแน่นอน” คุณอเล็กแซนดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัทลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรร่วมกับโอบิ เวิลด์โฟน ในการเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลออนไลน์ เฟสติวัลของเราในปีนี้ ด้วยโอบิ เป็นสมาร์ทโฟนที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ในเรื่องดีไซน์ที่มีความล้ำสมัยบนราคาที่จับต้องได้ ซึ่งเรามีความมุ่งมั่นที่จะนำเอาสินค้า และประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่สุดส่งตรงถึงมือผู้บริโภคชาวไทย โดยครั้งนี้ ลาซาด้าได้นำเอาสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นอย่าง SF1 มาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เลือกสรรเป็นที่แรก ซึ่งเรามีความมั่นใจว่า ความเป็นผู้นำในตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ของประเทศไทยเมื่อรวมเข้ากับสมาร์ทโฟนคุณภาพเยี่ยมจากโอบิ จะทำให้การเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ได้ผลประโยชน์สูงสุด” โอบิ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง เจนเนอราลี่ กรุ๊ป ซึ่งทาง เจนเนอราลีได้วางแผนที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟนใน 20 ตลาดทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ภายในปี พ.ศ. 2560 โดยแอพพลิเคชั่นเจนเนอราลี่ จะมีอยู่ในสมาร์ทโฟนของ โอบิในประเทศไทยเช่นเดียวกัน คุณบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต และประกันภัย (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการพันธมิตรร่วมกับโอบิในครั้งนี้ว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้เป็นพันธมิตรร่วมกับบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับโลกอย่างโอบิ ซึ่งโอกาสในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับเจนเนอราลี่ ที่จะได้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ เพื่อมอบโซลูชันในการเข้าถึงสินค้าและบริการของเรา” SF1 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย และเทคโนโลยีอันทรงพลัง ชื่อของ โอบิ SF1 ได้มาจากตัวย่อของ ซานฟรานซิสโก เมืองที่โอบิถือกำเนิดขึ้นมา โดยโอบิ เวิลด์โฟน SF1 ถือเป็นสมาร์ทโฟน 4G/LTE รุ่นแรก ที่มีความโดดเด่นในเรื่องศาสตร์แห่งการถ่ายภาพ และคุณภาพของเสียงอันทรงพลัง สมาร์ทโฟนรุ่น SF1 มีหน้าจอกว้าง 5 นิ้ว ที่มีความทนทานจาก Corning® Gorilla® Glass 4ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ UI จากตัวเครื่อง นอกจากนี้ตัวเครื่องยังเป็นไฟเบอร์กลาส ที่มาพร้อมกับส่วนของโลหะที่ส่วนบนและล่าง รุ่น SF1 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ชาร์ตได้เร็วยิ่งขึ้น ง่ายต่อการใช้งาน และเป็นระบบสองซิม ที่สามารถใส่ไมโครเอสดีเพิ่มได้ สมาร์ทโฟนรุ่น SF1จะเปิดตัวที่ราคา 7,290 บาทโดยจะวางขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟบนเว็บไซด์ลาซาด้าเท่านั้นตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป สมาร์ทโฟนของโอบิได้รับเอาหน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon™ 615 processor เพื่อดึงเอาความโดดเด่นของกล้องขนาด 13MP และเซ็นเซอร์ Sony IMX214 Exmor™ ในการจับภาพแห่งความประทับใจให้สวยงามที่สุดบน สมาร์ทโฟน ในส่วนของฟีเจอร์ออโต้โฟกัสแบบไฮบริด ยังช่วยให้การถ่ายรูปมีคุณภาพสูงแม้ในที่มืด หรือที่สว่างกลางแจ้ง ด้วยเทคโนโลยีตรวจจับสิ่งของ นอกจากนี้ฟีเจอร์ถ่ายภาพของ Qualcomm® ChromaFlash™ ยังช่วยในการจับภาพถ่ายสองครั้งในเวลาเดียวกัน โดยภาพแรกจะมาพร้อมแฟลช อีกภาพจะไม่มีแฟลช ซึ่งระบบจะนำเอาแสงจากภาพที่มีแฟลชมาผสมผสานกับสีภาพจริงจากภาพที่ไม่มีแฟลช เพื่อให้เกิดภาพถ่ายที่ให้ความสมจริงที่สุด ผู้ใช้สามารถปรับโฟกัสหลังจากถ่ายภาพได้ด้วยฟีเจอร์ Qualcomm® UbiFocus™ และสามารถซูมภาพได้มากกว่ากล้องทั่วไปด้วยฟีเจอร์ Qualcomm® OptiZoom™ โดยไม่ทำให้ภาพแตก สมาร์ทโฟนรุ่น SF1 มาพร้อมกับ RAM 2GB และ ROM 16 GB สมาร์ทโฟนรุ่น SF1มาพร้อมกับ Dolby Audio™ ที่มอบเสียงอันทรงพลังและคมชัดกังวาน ผ่านลำโพงและหูฟัง สำหรับความบันเทิงทุกรูปแบบ โดยระบบเสียง Dolby Audio™ จะจำลองระบบเสียงรอบทิศทาง เพื่อมอบเสียงที่สมจริงจากต้นฉบับ เปิดประสบการณ์แห่งเสียงคุณภาพสูง สมาร์ทโฟนรุ่น SF1 ยังมีฟีเจอร์ Qualcomm® Quick Charge 1.0™ ที่มีเทคโนโลยีชาร์ตเร็ว โดยสามารถชาร์ตแบตเตอรี่ได้เต็มในเวลาเพียงสามชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปถึง 40% โดยสมาร์ทโฟนรุ่น SF1 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Lollipop โอบิ มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย AVG AntiVirus PRO สำหรับระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งจะช่วยป้องกันเครื่องจากมัลแวร์ไวรัส และการโจรกรรมข้อมูล นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยจากกูเกิ้ลที่จะช่วยป้องกันการบุกรุกข้อมูลอีกด้วย สมาร์ทโฟนโอบิรุ่น SF1 รองรับการใช้งาน Google Play และแอพพลิเคชั่นสำหรับระบบแอนดรอยด์ นอกจากแอพพลิเคชั่น AVG Anti-Virus แล้ว SF1 ยังมาพร้อมแอพพลิเคชั่นอย่าง Swiftkey™, AccuWeather™, Clean Master® และColorNote® ช่องทางการจัดจำหน่าย ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์จาก โอบิ เวิลด์โฟน จะจัดจำหน่ายผ่าน ลาซาด้า ผู้นำทางด้านตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งลาซาด้า มีประสบการณ์การจัดจำหน่ายสินค้าทางด้านเทคโนโลยี และเป็นสื่อกลางระหว่างแบรนด์ชื่อดังและผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดีโดยสมาร์ทโฟน Obi Worldphone SF1 จะวางขายบนเว็บไซด์ลาซาด้า ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป                      

ฟอบส์ จัดอันดับมหาเศรษฐีมะกัน 'บิลเกตส์' ยังครองแชมป์ !
บิลเกตส์ /  ฟอบส์ / 

นิตยสารฟอร์บส์ เผยชื่อชาวอเมริกันที่รวยที่สุด 400 คน ประจำปี 2015 โดย "บิล เกตส์" ยังคงรั้งตำแหน่งชาวอเมริกันที่รวยที่สุด ส่วน "มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" ซีอีโอเฟซบุ๊ก ขึ้นมาอยู่อันดับ 7 นิตยสารฟอร์บส์ สื่อดังของโลก ได้เปิดรายชื่อชาวอเมริกันที่รวยที่สุด400คนประจำปี2015 โดบ อันดับ 1ยังคงเป็นมหาเศรษฐีอย่าง บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ โดยรั้งตำแหน่งเป็นปีที่ 22 ติดต่อกันแล้ว ทรัพย์สิน 76,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 2 วอร์เรน บัฟเฟต์ ซีอีโอของบริษัทเบิร์กเชียร์ฮาธาเวย์ ทรัพย์สิน 62,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 3 แลร์รี เอลลิสัน อดีตซีอีโอของออราเคิล ทรัพย์สิน 47,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอหนุ่มคนดังของของเฟซบุ๊ก กระโดดขึ้นมาอยู่อันดับที่ 7 จากอันดับ 11 ทรัพย์สินราว 40,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้าน แลร์รี่ เพจ ซีอีโอเว็บยอดนิยมอย่าง กูเกิ้ล จากอันดับ 13 ของเมื่อปีที่แล้วมาอยู่ที่อันดับ10ทรัพย์สินประมาณ 33,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ฟอร์บส์ ระบุว่า ทรัพย์สินโดยเฉลี่ยของชาวอเมริกัน 400 คนอยู่ที่ 5,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสถิติใหม่เพราะมากกว่าปีที่แล้ว ขอบคุณเนื้อหาจาก inn

หญิงลี ฮอตได้อีก กับรางวัล Youtube Partner Rewards
Youtube Partner Rewards /  ขอใจเธอแลกเบอร์โทร / 

แกรมมี่ ปลื้มรับรางวัล Youtube Partner Rewards (ยูทูป พาร์ทเนอร์ รีวอร์ดส) หญิงลี สาวลำซิ่ง 100 ล้านวิว ...ดีด๊า ร่วมรับรางวัล ถือเป็นพันธมิตรยักษ์ใหญ่ที่สุดในวงการเพลงและบันเทิงเมืองไทยสำหรับบริษัท “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ” เพราะเมื่อ ยูทูป โกบอล จัดงานเปิด ยูทูป ไทยแลนด์ เมื่อวันก่อนนั้น นาย ทอม พิคเกตต์ รองประธานฝ่ายเนื้อหา ยูทูป ในงานเปิดตัวยูทูป ไทยแลนด์ ได้ทำพิธีร่วมแสดงความยินดีมอบรางวัล ยูทูป พาร์ทเนอร์ รีวอร์ดส (YouTube Partner rewards) ให้กับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, จีนี่ เรคคอร์ดส และวี เรคคอร์ด ที่มีจำนวนสมาชิกเกิน 1 ล้านรายชื่อ โดยมอบให้กับคุณ กริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจเพลง) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับมอบ พร้อมทั้งมี หญิงลี ศรีจุมพล สาวลำซิ่งเจ้าของสถิติ 100 ล้านวิวจากเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ร่วมรับมอบด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม เมื่อบ่ายวันก่อน ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ “ผมว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของวงการบันเทิงเมืองไทย ที่ Google (กูเกิ้ล) เข้ามาเปิดให้บริการ You Tube (ยูทูป) ในประเทศไทย ดังนั้น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในฐานะเจ้าของคอนเทนท์บันเทิงรายใหญ่ที่เรามีคลังเพลงกว่า 20,000 เพลง รวมถึงมีมิวสิควิดีโอ คอนเสิร์ต ละคร ละครเวที และอื่นๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อยูทูปไทยแลนด์ได้ ขณะที่ ยูทูป ซึ่งเป็นเว็บไซต์วิดีโออันดับ 1 ของโลก ก็เป็นช่องทางที่คอนเทนท์ต่างๆของแกรมมี่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นเดียวกัน และที่สำคัญเพลงของแกรมมี่สามารถสร้างยอดวิวได้สูงสุดติดอันดับ 1 และ 2 ของเมืองไทย โดยเพลง “ไกลแค่ไหนคือใกล้” ของวงเก็ทสึโนว่า ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเพลงไทยเมื่อมีผู้เข้าชมคลิปเพลงนี้กว่า 108 ล้านวิว ขณะที่เพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ของสาวลำซิ่ง “หญิงลี ศรีจุมพล” ก็กลายเป็นมิวสิควิดีโอเพลงไทยลูกทุ่งเพลงแรกที่สร้างสถิติใหม่มียอดวิวบนยูทูปทะลุ 100 ล้านวิว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีๆอีกเรื่อง” กริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจเพลง) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เผย ย้อนไปดูภาพบรรยากาศ การฉลอง เพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร ทะลุ ร้อยล้านวิว ใน Youtube คลิก มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ทำได้ แต่ไม่จริง บอยคอต แบนสินค้าอียู-สหรัฐ
สหรัฐ /  อียู / 

"สหภาพยุโรปและประเทศไทยมีความผูกพันแน่นแฟ้นต่อกันมาเป็นเวลานานทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองฝ่าย ด้วยเหตุนี้ ทางคณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปจึงได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ในประเทศไทยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยความกังวลเป็นอย่างยิ่ง คณะรัฐมนตรีได้เรียกร้องให้ผู้นำทหารดำเนินการเรื่องที่เร่งด่วนที่สุดในการคืนสู่กระบวนการทางด้านประชาธิปไตยที่มีความชอบธรรมและคืนการปกครองตามหลักรัฐธรรมนูญผ่านทางการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและทุกฝ่ายมีส่วนร่วม คณะรัฐมนตรียังได้ขอให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจสูงสุด โดยจะต้องให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและยึดมั่นต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทหารปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวทางการเมืองทั้งหมด รวมทั้งหลีกเลี่ยงการจับกุมที่มีเหตุผลทางการเมืองและยกเลิกการควบคุมสื่อ การประกาศของผู้นำทหารที่ผ่านไม่นานนั้น ยังไม่ได้ให้หลักประกันที่น่าเชื่อถือในการกลับคืนสู่การปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ อันเป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้จะต้องให้สถาบันทางด้านประชาธิปไตยต่างๆ สามารถกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่เพื่อเป็นหลักประกันการคุ้มครองและสวัสดิภาพของประชาชนทุกคน ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว สหภาพยุโรปมีความจำเป็นที่จะต้องทบทวนการทำงาน โดยให้มีการระงับการเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างกัน สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกจะไม่ลงนามในกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (Partnership and Cooperation Agreement) กับประเทศไทย จนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และความตกลงอื่นๆ จะได้รับผลกระทบตามสมควร โดยประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้เริ่มทบทวนความร่วมมือทางทหารกับประเทศไทย การมีแผนดำเนินการที่น่าเชื่อถือในการ กลับสู่การปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญโดยเร็ว การมีการเลือกตั้งอันน่าเชื่อถือและทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างจริงจังเท่านั้นที่จะสามารถทำให้สหภาพยุโรปให้การสนับสนุนต่อไปได้ คณะรัฐมนตรีจึงได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการทบทวนความสัมพันธ์กับประเทศไทยและอาจพิจารณาดำเนินมาตร การอื่นๆ ต่อไปตามสถานการณ์" ข้อความดังกล่าวข้างต้นเป็นถ้อยแถลงฉบับเต็มจากกลุ่มสหภาพยุโรป หรืออียู ที่ได้ออกแอ๊คชั่นทันที หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติประกาศยึดอำนาจบริหารประเทศจากคณะรัฐบาลชุดก่อน เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่กำลังร้อนระอุในช่วงเวลานั้น หากแปลง่ายๆ ว่ากันซื่อๆ ท่าทีที่เกิดขึ้นเป็นเสียงคำรามของผู้มีอำนาจในโลก ต้องการขู่ให้จัดเลือกตั้งมีประชาธิปไตยในไทย ตามครรลองของประเทศที่เจริญ ต้องการโดยเร็ว ถ้าไม่ทำก็อย่าหวังที่จะได้รับความร่วมมือ ทว่าคสช.กลับนิ่งเฉยเมินต่อปฏิกิริยา ขอเดินหน้าเน้นทำความเข้าใจ ชี้แจงถึงความจำเป็นในบริบทประชาธิปไตยแบบไทยๆ แต่กระนั้นด้วยกระแสกดดันที่เกิดขึ้นกลับส่งผลยังคนไทยบางกลุ่มที่ไม่พอใจกับท่าทีของอียู ต่างพากันตบเท้าพาเหรดประกาศขอแบนสินค้าดังจากทั้งยุโรป และอเมริกาที่ได้ออกมาแอนตี้ Thai Coup ก่อนหน้านี้ และเมื่อสำรวจตามหลักความจริงที่เป็นอยู่ บอกได้เลยว่าทำได้ยากถึงยากมาก เพราะไม่ว่าจะแลซ้ายหรือแลขวาก็เห็นสินค้าตีตราอิมพอร์ตจาก 2 ทวีปเต็มไปหมด ทั้งมือถือไอโฟน เฟสบุ๊ค กูเกิ้ล แมคโดนัลด์ เครื่องดื่มโค้ก เครื่องแต่งตัวลีวาย รองเท้ารีบอค กาแฟสตาร์บัค กุชชี่ ดิออร์ รถเบนซ์ บีเอ็ม โรงแรมห้าดาวฮิลล์ตัน ไฮแอท ฮอลิเดย์อินน์ รวบถึงความบันเทิงในรูปแบบภาพยนตร์ฮอลลีวูด และฟุตบอลพรีเมียลีก ฯลฯ ถามว่าถ้าเราใจแข็งพอ ไม่ขอใช้ของจากพวกเขา แล้วเราจะมีของจากที่อื่นมาทดแทนหรือไม่? คำตอบก็คือมี เพราะเราทำกันเอง ใช้กันเองในประเทศ และใช้ของที่เหมือนกับอียู-สหรัฐในประเทศอื่นๆ ได้ แต่ถ้ามองให้ลึกสืบให้รู้ กลับพบว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ เชื่อมโยงฟากอียู และสหรัฐอยู่ดี  เพราะสินค้าจากประเทศมหาอำนาจครอบคลุมแทบทุกลมหายใจของคนในโลกไปแล้ว ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราเปลี่ยนสมาร์ทโฟนจาก Iphone มาใช้ SamSung แม้ชื่อจะบอกอยู่โลกตะวันออกไม่เกี่ยวกับอียู หรือ สหรัฐ แต่กลับพบว่าระบบปฏิบัติการที่ใช้ภายในเครื่องกลับถูกผลิตโดยทีมงานจากอเมริกาทั้งสิ้น การต่อต้านแสดงจุดยืน ไม่เอาสินค้า และบริการจากยุโรป-อเมริกา นั้น ไม่ใช่สิ่งผิด เพราะเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แถม คสช. ก็ไม่ได้มีคำสั่งห้าม ถ้าปากบอกว่าบอยคอต แต่ไม่เห็นจะทำอะไรเป็นรูปธรรม ตัวเองยังใช้สินค้าจากอียู ก็ดูเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ต่างจากการผายลม เหม็นชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็หายไป อย่างที่คุณชูวิทย์ ได้เปรียบไว้ในเฟซบุ๊ก ทางที่ดีควรคิดสักนิด ก่อนจะใส่ความเห็นแสดงตน เพื่อไม่ให้เลือดรักชาติ พลุกพล่านไปทางที่ผิด เป็นการลดมิตรเพิ่มศัตรูให้ตัวเอง เพราะท้ายที่สุดเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ประเทศเหล่านั้นก็ต้องกลับมาซูฮกร่วมหอลงโรงด้วยอยู่ดี "ไทยทำ มงคลเจริญ"

ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่
Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) /  กูเกิ้ล / 

Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เสิร์จเอ็นจิ้นดัง "กูเกิล" ปรับโฉม "ดูเดิล" ต้อนรับ "ฟุตบอลโลก" เปลี่ยนโลโก้เป็น "ภาพการ์ตูนสุดเก๋ มีลูกฟุตบอล ชายหาด รวมทั้งรูปปั้นพระเยซูคริส์อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศบราซิล" พร้อมค้นหาข้อมูลฟุตบอลโลก โดยอัตโนมัติ นับได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำสำหรับเว็บไซต์เสิร์จเอ็นจิ้นชื่อดัง "กูเกิล" อยู่แล้ว ที่จะมีการปรับโลโก้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ตามเทศกาลต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า "ดูเดิล" สำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก เวิลด์ คัพ 2014 ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 20 แล้ว โดยมีประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ ซึ่งก็นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ของบราซิลแล้วล่ะที่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอย่างนี้ หลังจากที่เคยเป็นเจ้าภาพไปครั้งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ โดยจะจัดแข่งขั้นใน 12 เมืองทั่วบราซิล MThai News

พิสูจน์ความสยองผ่านสายตาคุณ ด้วยเทคนิคสุดล้ำ ใน “JERUZALEM เมืองปลุกปีศาจ”
JeruZalem /  หนังสยองขวัญ / 

ความพิเศษที่พลาดไม่ได้สำหรับ JERUZALEM เมืองปลุกปีศาจ ภาพยนตร์สยองขวัญแหวกแนว ที่นำความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับประตูนรกใจกลาง กรุงเยรูซาเล็ม พร้อมปลดปล่อยปีศาจออกมาอาละวาดในบริบทปัจจุบัน โดยถ่ายทอดความสยองขวัญ สั่นประสาท ออกมาบนจอภาพยนตร์แล้ว ยังเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ถ่ายทำด้วย แว่นตาอัจฉริยะ (กูเกิ้ล กลาส) สิ่งประดิษฐ์สุดล้ำแห่งยุค “เราอยากให้ผู้ชมได้ท่องเที่ยวไปกับตัวละคร สัมผัสความสยองและความลุ้นระทึกผ่านสายตาของตัวละคร ได้ดูวันนรกคืนชีพอย่างใกล้ชิดในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของโลกใบนี้” สองพี่น้องผู้กำกับฯ โดรอน พาซ และ โยฟ พาซ กล่าวถึงวัตถุประสงค์สำคัญของการใช้แว่นตาอัจฉริยะในการทำภาพยนตร์นี้ ซึ่งคุณสมบัติของแว่นตาอัจริยะคือสามารถบอกรายละเอียด ประวัติความเป็นมาของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งที่ผู้ใส่แว่นมองเห็น ราวกับอ่านหนังสือ และรับรู้ข้อมูลของผู้คนที่อยู่ตรงหน้าผ่านโซเชียลมีเดีย “เราอยากเรียกว่ามันคือ การเล่าเรื่องผ่านมุมมองของบุคคลที่หนึ่ง ไม่ใช่หนัง Found Footage โดยทั่วไป เราอยากให้ตัวละครอื่น ๆ มาคุยกับคนดูจริง ๆ และเมื่อตัวละครกำลังคืบคลานในที่มืด คนดูก็รู้สึกว่าตนเองกำลังคืบคลานจริง ๆ เหมือนการเล่นเกมเสมือนจริงนั่นแหละ เราเคยคุยกันเมื่อปีก่อนว่าจะใช้แว่นนี้ในการทำหนัง และแล้วก็พบว่ามันก็ให้มิติอีกระดับหนึ่งจริง ๆ ซึ่งคนดูสามารถรับรู้ข้อมูลเชิงลึกของสถานที่ในหนัง นั่นหมายความว่าเราสามารถใช้โซเชียลมีเดียลในรูปแบบของการเล่าเรื่องบนจอหนังได้ มันคือการเล่าตำนานอันเก่าแก่ในรูปแบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา” นอกจากนี้พวกเขายังเปิดเผยเหตุผลในการใช้กรุงเยรูซาเล็มเป็นฉากหลังของหนังเรื่องนี้ว่า “เรารู้สึกว่ายังไม่มีใครใช้เมืองเยรูซาเล็มมาเล่าเรื่องโลกาวินาศสักที ทั้ง ๆ ที่เป็นสถานที่เหมาะสมสุด ๆ เท่าที่เคยเห็นมานะ คุณเคยเห็นแต่หนังโลกาวินาศที่เกิดขึ้นในมหานครต่าง ๆ ทุกมุมโลก แต่ยังไม่เห็นเกิดขึ้นในเยรูซาเล็มเลย ทั้งที่คัมภีร์ไบเบิลและพวกพระคัมภีร์ต่าง ๆ ล้วนถือกำเนิดขึ้นที่เมืองนี้ นั่นคือเหตุผลที่เราเลือกเยรูซาเล็มเป็นฉากหลังสำคัญ” สามารถพิสูจน์ความพิเศษของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยตาของคุณเองได้ใน JERUZALEM เมืองปลุกปีศาจ 17 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์

3 สาวนักสู้ แม้
กำลังใจ /  คีโม / 

ขึ้นชื่อว่า "มะเร็ง" ใครไม่เจอกับตัวคงไม่มีทางเข้าใจ หลายครั้งที่มันทำร้ายชีวิตของใครหลายคนให้ทรุดลงแบบตั้งตัวแทบไม่ทัน บางคนท้อจนไม่สามารถกลับมามีความสุขกับการมีชีวิตอยู่ได้อีก แต่สิ่งเหล่านั้นคงไม่ได้เกิดขึ้นกับสามสาวที่เราพามาในวันนี้แน่ เพราะทั้งสามมีวิธีตั้งรับในแบบที่มั่นคงและแตกต่างกันไป เราจึงนำเรื่องราวและแง่มุมที่ดีๆ ที่ทั้งสามถ่ายทอดมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจให้กับใครอีกหลายๆคน  ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าเป็น "มะเร็ง" คุณพิมพ์ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ดารานักแสดงสาวสวย เล่าให้เราฟังว่า... "หมอบอกพิมพ์ว่า เจอก้อนเนื้อขนาด 18 เซนต์อยู่ในรังไข่ด้านซ้าย เหมือนส้มโอลูกหนึ่งอยู่ในรังไข่ แล้วให้เวลาไปเคลียร์ชีวิตตัวเอง 2 อาทิตย์แล้วกลับมาผ่าตัด ตอนนั้นพิมพ์มีทั้งงานละครและงานผู้จัดค้างอยู่ ก็ยังต่อรองว่าขอพิมพ์ไปทำงานอีกสักพักได้ไหม คือยังชิล ยังไม่รู้เรื่อง เพราะชีวิตนี้มีความสุขมาตลอด ไม่มีอะไรให้เครียดหรือคิดมาก ยกเว้นตอนอกหัก (หัวเราะ) คำว่า ‘มะเร็ง’ ไม่เคยอยู่ในหัว คิดว่าคงเป็นเนื้องอกหรือถุงน้ำเหมือนที่ใครๆก็เป็นกัน ยังบอกคุณหมอก่อนผ่าตัดเลยว่า ยังไงคุณหมอช่วยเอาไขมันพิมพ์ออกไปด้วยนะคะ จนเมื่อหมอบอกว่าก้อนเนื้อที่ว่านั้นคือมะเร็ง จึงทั้งชาทั้งมือไม้สั่น  ความรู้สึกทุกอย่างมันป๊อปอัพเข้ามาในหัว พิมพ์จะตายไหม แล้วพิมพ์จะไปทำงานยังไง เพราะตอนนั้นละครก็ถ่ายใกล้จบแล้ว พิมพ์ขอหมอไปถ่ายละครให้จบก่อนหมอก็บอกไม่ได้ ซึ่งก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรง" ในขณะที่คุณแป้ง อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ สไตลิสท์ และ กรรมการบริหารแบรนด์เสื้อผ้า Vickteerut และ Vick’s  เล่าว่า... "ตอนหมอบอกก็ตกใจประมาณหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เครียดมากมาย เพราะก่อนนั้นก็สังเกตเห็นว่าทำไมแม่ เพื่อนแฟน หมอต้องออกไปคุยกันนอกห้อง ก็คิดว่าเป็นมะเร็งใช่ไหมเนี่ย เขาถึงต้องทำแบบในละคร (หัวเราะ) แล้วก็ทราบจากในละครอีกนั่นแหละว่าเออ...เดี๋ยวถ้าให้คีโมแล้วต้องหัวโล้นนะ งั้นก็ไปโกนหัวรอเลยก็แล้วกัน เพราะที่จริงก็อยากจะไว้ผมทรงนี่อยู่แล้วล่ะ คือแป้งเป็นคนพร้อมรับกับทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตอยู่แล้ว ก็เลยไม่รู้สึกกังวลอะไรกับมันมากมาย แล้วก็มั่นใจว่าหมอเก่ง คิดว่ายังไงเราก็ต้องหายเพราะแป้งเป็นคนชอบเที่ยว ยังมีที่อีกตั้งเยอะที่อยากจะไป" สำหรับคุณหนึ่ง มสธร เห็นใจชน Marketing & PR Director บริษัท Bemyguest Management เธอบอกว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของเธอก็คือช่วงที่รอผ่าตัดและรอฟังผล "นอนไปนี่ตื่นขึ้นมาทุก 1 ชั่วโมง คิดอยู่แค่ว่าถ้ามันเป็นมะเร็งล่ะ แล้วถ้าเป็น...มันจะเป็นขนาดไหน แต่พอรู้ว่าเป็นอะไรแน่นอนแล้ว หลังจากวันนั้นก็ ‘สู้’ เลยคิดเลยว่าเราเกิดวันที่ 1 ใหม่ เราจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ใหม่ keep fighting คือก่อนนี้หนึ่งเป็นคนใช้ชีวิตแบบเลวร้าย ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ นอนดึก เที่ยวหนัก แต่ในวันที่ตั้งใจว่าฉันจะเกิดใหม่ ก็เปลี่ยนมาเป็นนอนเร็ว สองทุ่มนี่ต้องอยู่บนเตียงแล้วพร้อมหลับ อาหารการกินก็เปลี่ยน จากที่เคยนอนกินหมูสามชั้นทอดตอน 4 ทุ่ม ตอนนี้งดของทอด กินผักผลไม้มากขึ้น เพราะเสิร์ชเจอในกูเกิ้ล (ซึ่งเธอบอกว่าช่วงที่เป็นมะเร็ง เธอเข้ากูเกิลเป็นพันๆหน) ว่าคนเราต้องกินผักและผลไม้ 50เปอร์เซ็นต์ต่อมื้อ แล้วก็ดื่มน้ำเยอะๆ รวมถึงกินไข่ขาว ข้าวกล้อง เวลาไปเดินซูปเปอร์มาร์เก็ต ทุกอย่างที่เคยหยิบแต่ก่อนนี้ ตอนนี้หยิบไม่ได้เลย  ไส้กรอก อาหารที่เป็นโปรเซสส์ ฟู้ดส์ ต้องหยุดหรืออาหารตามร้านสะดวกซื้อ ไม่กินค่ะ เพราะว่าเป็นอาหารไมโครเวฟ ห้ามเด็ดขาด แต่ก่อนหนึ่งชอบมากตื่นมาขี้เกียจทำกับข้าวก็ใส่ไมโครเวฟ แล้วก็กินๆๆๆ แต่ช่วง 3 เดือนแรกที่ให้คีโม หนึ่งกินอาหารที่บ้าน ปรุงเองตลอด ส่วนพวกเหล้า บุหรี่นี่ตัดทันทีเลยแบบหักดิบ (หัวเราะ)" "คีโม" อีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปโดยเฉพาะคุณพิมพ์ที่อยู่ในวงการบันเทิงถือเป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก "ต้องบอกว่า ผมร่วงจนโล้นนี่เป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดในชีวิตที่เกิดขึ้นกับพิมพ์ก็ว่าได้ มันแย่กว่าตอนที่รู้ว่าเป็นมะเร็งอีก จนพิมพ์คิดว่าคงจะผ่านมันไปไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตแล้ว จะให้ใครเห็นสภาพเราแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่ก็ทำใจไว้แล้วนิดหนึ่งนะคะ เพราะก่อนจะร่วงหมด ผมมันก็เริ่มจะปลิวออกจากศีรษะไปแบบง่ายๆ นั่งๆอยู่ก็บอกแม่ผมร่วงอีกแล้ว แต่วันที่แค่จับแล้วผมหลุดเลยนี่ช็อคมากเลย จับตรงไหนก็หลุดไปทั้งกระจุก จับตรงไหนตรงนั้นโหว่ ก็ร้องไห้หนักมาก กอดกันกับคุณแม่ทั้งคืน พอตื่นขึ้นมาก็ตกใจตัวเองอีกเพราะเห็นสภาพตัวเองในแบบที่ผมมันไม่เหลือแล้ว เหลือแต่ตอแหว่งๆ" "ในที่สุดพิมพ์ก็ตัดสินใจโกนผมทั้งน้ำตา แต่การโกนผมก็ทำให้พิมพ์ได้คิดว่า พิมพ์จะอ่อนแอไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วนะเพราะไม่รู้ว่าถ้าเป็นแบบนี้แล้ว จะผ่านมันไปได้ยังไง พิมพ์ยังต้องให้คีโม ยังต้องสู้กับมันอีกตั้ง 5 ครั้ง นี่เพิ่งครั้งแรกเอง แล้วพิมพ์จะผมร่วงฟรีเหรอ เพื่ออะไร พิมพ์ก็ต้องรักษาให้หายให้ได้ พิมพ์จะบอกตัวเองอย่างนี้ทุกวันๆ" การมองโลกในแง่บวกเป็นเครื่องมือ ‘สู้’ กับ ‘มะเร็ง’ "สำหรับหนึ่งจะบอกว่าเป็นความโชคร้ายบนความโชคดีก็ได้เพราะตอนนี้หนึ่งอายุ 42 เราใช้ชีวิตสุดโต่งมาเต็มที่แล้ว แต่เรายังมีชีวิตอีก 40 กว่าปี ที่เรายังต้องอยู่ต่อไป ...มันเหมือนมะเร็งมาเตือนเรา ให้เราดูแลชีวิตดีขึ้น รักตัวเองมากขึ้น เพราะหนึ่งคิดว่าไม่ใช่ว่าเมื่อเราเป็นมะเร็งแล้ว แล้วเราจะต้องไปพร้อมกับมัน หนึ่งคิดว่าหนึ่งมีทางเลือก" ส่วนคุณแป้งเธอว่า "มะเร็ง มันช่วยให้รู้ว่ามีคนรักเรามากแค่ไหน ไม่ใช่แค่คนสนิท แม้แต่คนที่ห่างไปหน่อย ที่เขียนอะไรซึ่งบางครั้งเราก็รู้สึกว่ามันดราม่า แต่ลึกๆเราก็รู้ว่าเขาเป็นห่วงเรานะ แล้วมันก็เป็นกำลังใจให้เรา" "พิมพ์มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมและได้พูดหน้าชั้นในวันสุดท้าย ก็เล่าให้ทุกคนฟัง เปิดหมวกให้ทุกคนดู พิมพ์เห็นทุกคนช็อค เพราะตอนนั้นคนทั่วไปยังไม่รู้ แล้วคนที่เม้าท์ว่ามาปฏิบัติธรรมแล้วทำไมต้องใส่หมวก ทำไมต้องติดสวย เขาเดินมาขออโหสิกรรม มาขอโทษ มาให้กำลังใจ กลายเป็นได้พลังบวกแฮะ แล้วพิมพ์รู้สึกโล่งไปเลย สบายใจที่ได้บอกออกไป อีกครั้งคือตอนให้สัมภาษณ์นักข่าว ที่ทำให้พิมพ์ได้คิดว่าด้วยอาชีพของเรา เราสามารถเป็นกำลังใจให้คนได้อีกเยอะมากๆสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนกล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่เป็น" "พิมพ์จะพูดตลอดว่าต้องเห็นคุณค่าของตัวเองก่อน ต้องทำตัวเองให้มีประโยชน์สิ ถ้าทำได้ จะมามัวนั่งอมทุกข์อยู่ทำไม เพราะการเจ็บป่วยแบบนี้มันเป็นเรื่องภายนอก พอรักษาหายแล้วเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป” ทั้งสามคนมีจุดเริ่มต้นที่เหมือนกันคือการพบก้อนเนื้อที่บริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ดังนั้นสาวๆก็ควรหมั่นสังเกตตัวเองกันด้วยนะคะ และที่สำคัญควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะการตรวจภายในเพื่อที่จะได้แก้ไขได้ทันถ่วงที แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม "ความหวัง" และ "กำลังใจ"  เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้จิตใจของคุณแข็งแรง และหลายๆครั้งที่จิตใจที่เข้มแข็งสามารถพาเราผ่านเรื่องร้ายไปได้ราวกับปาฏิหาริย์ เช่นเดียวกับสามสาว ที่ขอบอกว่าเรานับถือหัวใจของเธอจริงๆ 

ชูวิทย์ เปรียบแค่ กบในกะลา กลุ่มคนต้านสินค้า EU-สหรัฐ
คสช. /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ เปรียบแค่ กบในกะลา กลุ่มคนต้านสินค้า EU-สหรัฐ หลังไม่พอใจแบนไทยจากเหตุรัฐประหาร วานนี้ (30 มิ.ย.57) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังมีกลุ่มคนออกมาต่อต้านไม่ขอใช้สินค้า-บริการจากประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารในไทย โดยระบุว่า เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี แค่กบในกะลา "กบในกะลา" ตอนนี้มีกระแสต่อต้านยุโรป เพราะ EU (สหภาพยุโรป) และสหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารในประเทศไทย มีคนออกมาพูดต่อต้านทำนองรณรงค์ไม่ซื้อสินค้ายุโรปและอเมริกา บางคนไปประท้วงถึงหน้าสถานฑูต ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษเป็นประเทศแม่บทประชาธิปไตย จะต้องยืนหยัดอย่างชัดเจนถึงระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศเหล่านั้นจะมาเข้าข้าง ปรบไม้ปรบมือ แสดงอาการเข้าอกเข้าใจ หรือเชียร์การทำรัฐประหาร เราต้องเข้าใจบทบาทและบริบทของแต่ละประเทศ ปัจจุบัน สินค้าจากประเทศมหาอำนาจครอบคลุมแทบทุกลมหายใจของคนไทย ไม่ว่ามือถือไอโฟน เฟสบุ๊ค กูเกิ้ล ฟาสฟู๊ดอย่างแมคโดนัลด์ เครื่องดื่มโค้ก เครื่องแต่งตัวลีวาย รองเท้ารีบอค กาแฟสตาร์บัค ส่วนสินค้าจากยุโรปทั้ง กุชชี่ ดิออร์ รถเบนซ์ บีเอ็ม ไปจนถึงโรงแรมห้าดาวฮิลล์ตัน ไฮแอท ฮอลิเดย์อินน์ โลกทั้งโลกถูกประเทศมหาอำนาจกลืนไปหมดแล้ว การต่อต้านสินค้าที่คนไทยบางคนให้ข่าวจึงเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ในอดีตเมื่อ 30 ปีก่อน สมัยผมเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ ประเทศไทยเคยประท้วงต่อต้านไม่ซื้อสินค้าต่างประเทศเช่นกัน ไม่ว่าญี่ปุ่น หรือ สหรัฐอเมริกา มีการประท้วงให้สหรัฐอเมริกาถอนฐานทัพออกจากประเทศไทย แต่การประท้วงก็เหมือนกับการผายลม เหม็นชั่วครั้งชั่วคราวแล้วหายไป โบราณเขาเปรียบเทียบพวก "กบในกะลา" สำคัญตัวเองว่ารู้มากยิ่งใหญ่ คิดว่าที่ที่ตัวเองอยู่คือโลกทั้งโลก ทั้งๆที่แท้จริงมันคือกะลา เพ้อเจ้อ ไม่มีประสบการณ์ เพราะไม่เคยออกไปเจอกับโลกทัศน์ภายนอก ไม่รู้ว่ามันกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน MThai news

ไขข้อสงสัยภาพดอกไม้ในไลน์ แท้จริงผิด-ไม่ผิดลิขสิทธิ์!?
คำคม /  คำอวยพร / 

ภาพดอกไม้ คำคม คำอวยพร ถูกส่งต่อว่อนไลน์ ถือเป็นเทรนด์ฮิตของผู้สูงวัย จนหลายคนตั้งคำถามว่าภาพเหล่านั้นมาจากไหน ถูกลิขสิทธิ์หรือไม่ หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโซเชียลมีเดีย ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์ในทุกเพศทุกวัย แทบจะทุกเวลาก้มหน้าก้มตากดท่องโลกออนไลน์ โดยเฉพาะวัยรุ่น และวัยทำงานที่ต้องติดต่อสื่อสารกัน  แต่อย่ามองข้ามผู้สูงอายุไปยังมีผู้ใหญ่สูงวัยจำนวนไม่น้อยก็สนใจหันมาจับเทคโนโลยีเหล่านี้บ้าง กลายเป็นกระแสเทรนด์ฮิตสำหรับเหล่าบรรดานักท่องโซเชียลสูงวัย อย่างการส่งภาพดอกไม้ทักทายกันยามเช้า คำคม คำอวยพรต่างๆ ในโซเชียลไลน์ จนถึงขณะนี้ก็ยังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยผู้ใหญ่หลายๆ คน มักพูดน้อย แต่เน้นการส่งภาพมาให้ เพื่อแทนคำพูด ส่วนใหญ่ภาพเหล่านั้นจะเป็นแพทเทิร์นเดิมๆ คือแบ็คกราวน์รูปดอกไม้สีสดใส พร้อมคำคม หรือคำอวยพรตามเทศกาล  ตั้งแต่อรุณสวัสดิ์ยามเช้า ไปจนถึงราตรีสวัสดิ์ยามค่ำคืน ช่างมากมายและหลากหลาย จนใครหลายคนต่างตั้งข้อสงสัยว่า ภาพเหล่านั้นต้นตอที่แท้จริงมาจากไหน แล้วถูกลิขสิทธิ์หรือไม่? ซึ่งภาพดังกล่าว ถูกสันนิษฐานว่ามาจากเว็บไซต์ที่ถูกค้นหามากที่สุด อย่างกูเกิ้ล(Google) ส่วนหนึ่งมาจากช่องทางนี้ และบางส่วนได้รับมาจากการส่งต่อแล้วเก็บรวบรวมไว้ และสติ๊กเกอร์ไลน์ก็สื่อความหมายได้ดีเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีแอพสำหรับแต่งภาพ เพื่อให้มือโปรทั้งหลายได้ทดลองใช้เองอีกด้วย ก่อนหน้านี้ไม่นาน ได้มีข่าวลือในโซเชียลไลน์ของกลุ่มเครือญาติผู้ใหญ่  โดยได้เตือนให้งดการแชร์ภาพดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะโดนข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ทางทีมข่าว MThai News จึงได้ตรวจสอบเกี่ยวกับกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์กับทาง ปอท. ทำให้สามารถอธิบายข้อกฎหมายได้ ดังนี้ 1.กฎหมายลิขสิทธิ์ มุ่งคุ้มครองงานสร้างสรรค์ของเจ้าของ หรือผู้มีสิทธิ์ ใน 2 กรณีคือ ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่ เพื่อมุ่งประสงค์ทางการค้าหรือหากำไร ฉะนั้น ถ้าไม่ได้ทำ 3 อย่างนี้ ก็ไม่เป็นความผิด เช่น เราส่งรูปภาพกันทางไลน์ ในลักษณะติดต่อถึงกัน ไม่ใช่ค้าขาย หรือโฆษณาไม่ผิด เซฟไว้ครอบครองก็ไม่ผิด แต่ห้ามนำไปขาย 2. เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์แก้ไข กรณีส่งรูปภาพกันทางสื่อออนไลน์ ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นกรณีไม่ได้ทำในกรอบ 3 อย่างข้างต้น ก็ไม่ผิดเช่นกัน ดังนั้นชาวโซเชียลจึงไม่ต้องตกใจ เพราะที่แก้ไขใหม่นี้ มุ่งเน้นไปที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือบริการออนไลน์ จะต้องไม่รู้เห็นเป็นใจ หรือปกปิดการทำผิดของผู้ใช้บริการ หากกระทำอย่างนั้นถือว่าเป็นผู้กระทำผิด แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นหากจะผิดหรือถูก ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของศาลท่านว่าจะตัดสินออกมาเช่นไร การส่งภาพดังกล่าวส่วนใหญ่มีแต่ผู้สูงวัยนิยมใช้นั้น เนื่องจากท่านหาความสดชื่นให้กับชีวิต ด้วยคำอวยพร ส่งความสุขให้กัน แม้อาจทำให้ลูกหลานรำคาญไปบ้าง แต่ภาพเหล่านี้ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย ยิ่งถ้าผู้ส่งนั้นอยู่ห่างไกลกัน จะสามารถรับรู้ได้เลยว่าเขาคิดถึงเราอยู่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการให้ความสำคัญ และเห็นคุณค่าของคนในครอบครัวมากขึ้น รุ่งฤดี  ฤทธิสิทธิ์  เขียน ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ news.mthai.com MThai News

รีวิว HTC One A9: ร่างโคลนนิ่งไอโฟน ที่รัน Android มีอะไรเจ๋งบ้าง?
Android /  htc / 

ตั้งแต่ที่ผมได้รีวิวสมาร์ทโฟนมา (นอกเหนือจากบางครั้งที่ได้รีวิว แก็ตเจ็ต, ของเล่นเทคโน, และ ... เอ่อ ... ลูกหมา) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมจะพกมือถือติดตัว 2 เครื่องเสมอ ซึ่งก็คือ iPhone 6 เครื่องส่วนตัวของผมเอง และอีกเครื่องคือมือถือ Android OS ที่ผมกำลังรีวิวอยู่ ผมไม่เคยรู้สึกสับสนเวลาพกมือถือ Android กับ iPhone เลยสักครั้งเดียว จนมาถึงคราวที่ได้ทดสอบ HTC One A9 เครื่องนี้แหละ One A9 มีหน้าตาการออกแบบที่แทบจะเหมือน iPhone 6 จนผมมักจะหยิบผิดครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งก็ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกนะที่คิดแบบนี้ ทุกคนที่ผมเอามือถือทั้งสองเครื่องให้ดูก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันเหมือนไอโฟนมาก ยกเว้นก็แต่โลโก้ HTC ที่ด้านหลัง และด้านหน้าเท่านั้นเอง ทางด้านเรื่องของการออกแบบ ทาง HTC ออกมาแก้ข้อกล่าวหาเรื่องการโคลนนิ่งไอโฟนว่า การออกแบบของ One A9 นี้ พัฒนามาจาก HTC One M7 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2013 และหลังจากนั้น 1 ปี Apple ก็เปิดตัว iPhone 6 ที่มาพร้อมกับบอดี้โลหะ และแทบสัญญานเหมือนกับที่ One M7 มีมาก่อน แต่ข้อแตกต่างของทั้งสองแบรนด์ก็คือ ทั้ง HTC One M7/M8/M9 มาพร้อมกับลำโพง BoomSound ที่ด้านหน้า แต่ไอโฟนไม่มี และไอโฟนมีกระจกหน้าจอที่โค้งมนด้านข้าง ซึ่ง HTC ก็ไม่มีเช่นกัน ซึ่งนอกจากเรื่องดีไซน์ที่คล้ายกันแล้ว เหตุผลที่คุณจะต้องอ่านบทความนี้ก็คือ แล้ว HTC One A9 มีอะไรน่าสนใจบ้างล่ะ ซึ่งหลังจากได้ทดสอบตลอดช่วงเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมบอกได้เลยว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้มันดีจริงๆ แต่ยังไม่ดีถึงระดับจะเรือธงในตลาดได้ HTC One A9 (ซ้าย) and iPhone 6 (ขวา). Image: Jhila Farzaneh/Mashable ถ้าวัดกันในเรื่องดีไซน์ ผมชอบการออกแบบของทั้ง iPhone 6 และ One A9 เพราะว่ามันสวยมากทั้งคู่ โดย HTC One A9 มาพร้อมบอดี้ และกรอบโลหะเหมือนกัน มีงานประกอบที่โค้งมนจับง่ายเมื่ออยู่ในมือเหมือนกัน และมีกระจกหน้าจอด้านข้างโค้งเหมือนกัน ปุ่ม Power มีผิวสัมผัสไม่เรียบ คุณจะไม่สับสนกับปุ่มควบคุมเสียงที่อยู่ถัดไปแน่นอน และผมค่อนข้างชอบกับปุ่มโฮมของ One A9 ที่ใช้สแกนลายนิ้วมือได้ แถมยังเหนือกว่า TouchID ของ iPhone 6 เพราะสามารถสแกนลายนิ้วมือได้ทันที ไม่ต้องเปิดหน้าจอก่อน ทำให้เมื่อวางนิ้วมือบนปุ่มโฺฮม มือถือก็จะปลดล็อคทันที แล้วสิ่งที่ผมไม่ชอบล่ะ? จริงๆ แล้วที่ผมไม่ชอบ อาจไม่ได้เป็นปัญหาของทุกคนก็ได้นะ ซึ่งก็คือพอร์ต Micro USB , ช่องลำโพง และช่องหูฟังที่อยู่ด้านล่างของเครื่อง ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าคุณต้องใช้มันทุกวัน คุณอาจไม่ชอบเหมือนผมก็ได้ HTC One A9 (บน) and iPhone 6 (ล่าง). Image: Jhila Farzaneh/Mashable อย่างไรก็ตาม Katherine Kim หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ HTC บอกกับผมว่า ทีมออกแบบของเธอทุ่มเทการออกแบบให้กับมือถือเครื่องนี้มากเป็นพิเศษ ที่จะทำให้กล้องหลังอยู่ตรงกลางพอดี เช่นเดียวกันกับโลโก้ HTC ที่ด้านหลัง แต่ผมกลับไม่ชอบมันเท่าไหร่ เหมือนกับ iPhone, ที่รัน Android Marshmallow HTC One A9 รัน Android 6.0 Marshmallow ทำงานร่วมกับ HTC Sense Image: Jhila Farzaneh/Mashable ทางด้านของหน้าจอ One A9 มาพร้อมหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920x1080) ซึ่งหน้าจอไม่ค่อยสว่างเท่าที่ควร โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกลางแจ้ง แต่ถ้าใช้ภายในอาคาร ภาพก็สีสวยสดงดงามไม่มีปัญหา แม้ว่าจะมีแฟนๆ HTC หลายคนบ่นว่า ทำไมไม่อัพความละเอียดหน้าจอให้สูงกว่า Full HD ล่ะ ซึ่งสำหรับผมแล้ว คิดว่าหน้าจอขนาดนี้ ความละเอียดแค่ Full HD ก็ดีเกินพอแล้วล่ะ ในสหรัฐ One A9 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่มาแทนที่ HTC One M9 รุ่นที่น่าสงสาร แม้จะไม่ได้มีสเปคระดับท็อปก็ตาม ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 617 ไม่สามารถทำคะแนนเทียบเท่ากับเรือธงของค่ายอื่น ที่ใช้ชิป Snapdragon 808 หรือ 810 ได้เลยทั้งทางด้านคะแนน Benchmark หรือการเล่นเกม 3 มิติ แต่ก็แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานสมาร์ทโฟนทั่วไปในชีวิตประจำวัน - และไม่มีปัญหาเครื่องร้อน overheat อีกด้วย (ปัญหาใหญ่ของ One M9 เลยทีเดียว) อย่างน้อยก็รองรับการเพิ่มหน่วยความนอกด้วยการ์ด microSD Image: Jhila Farzaneh/Mashable HTC One A9 มาพร้อมความจำภายใน 32GB RAM 3GB (ในบางประเทศอาจขายรุ่นความจำ 16GB RAM 2GB) สำหรับเครื่องที่ผมทดสอบรุ่น RAM 3GB นี้ สามารถรันแอพพร้อมกันได้หลายแอพโดยไม่มีปัญหา และรองรับการเพิ่มหน่วยความจำนอกด้วย microSD Card ได้สูงสุด 2TB ที่เอาจริงๆ แล้วก็ไม่รู้จะมีใครซื้อความจุนี้ไปใช้จริงๆ มั้ยนะ ทางด้านของซอฟท์แวร์ นอกจากมือถือ Nexus แล้ว One A9 เป็นมือถือ Android เครื่องแรกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดจากกูเกิ้ล Android 6.0 Marshmallow ซึ่งครอบด้วย HTC Sense เหมือนเดิม ซึ่งหากคุณเคยใช้ UI นี้มาแล้ว การใช้ OS ใหม่นี้ก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณแน่นอน วิตเจ็ต Sense Home จะใช้ข้อมูลตำแหน่งของคุณเพื่อแสดงแอพพลิเคชั่นที่แตกต่างกัน สำหรับเวลาที่คุณอยู่บ้าน ที่ทำงาน หรืออยู่ที่อื่นๆ เช่นเดียวกับ One M9 รวมไปถึงมี theme app ให้ใช้ด้วย Theme App ของ HTC ที่ให้คุณเลือกใช้ได้แม้ Android Marshmallow จะเป็นการอัพเดตครั้งใหญ่ของ Google แต่การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่จะพัฒนาทางด้านระบบการทำงานด้านหลัง โดยฟีเจอร์หลักอย่างเช่น การขออนุญาตการเข้าถึงข้อมูลภายในของแอพต่างๆ และ Google Now On Tap (การกดปุ่มโฮมค้างไว้เพื่อทำการค้นหาข้อมูลต่างๆ ในแอพ) ก็มีให้ใช้แน่นอน แต่อย่างที่ผมเคยบอกไปในรีวิว Nexus 5X และ Nexus 6P การอัพเดตนี้ก็ยังไม่น่าตื่นเต้นเท่าที่ควร รวมไปถึงฟีเจอร์อย่างการปิดการทำงานของบางแอพที่รันอยู่ด้านหลัง เพื่อประหยัดการใช้พลังงานถูกตัดออกไป ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นส่วนที่ช่วยเพิ่มเวลาการใช้งานให้มากขึ้น (แบตรุ่นนี้คือ 2150mAh) Google Now On Tap ยังดูไม่น่าสนใจเท่าไหร่ Image: Jhila Farzaneh/Mashable แบตเตอรี่ดูจะน้อยกว่าที่คิดมาก จากการทดสอบใช้งาน One A9 ตามปกติ เหมือนกับที่ผมใช้ iPhone 6 แค่ประมาณ 6 โมงเย็นผมก็ต้องรีบหาที่ชาร์จแล้ว ในขณะที่ i6 ผมจะชาร์จเต็ม และถอดสายชาร์จตอน 8 โมงเช้า และเมื่อถึงตอนประมาณ 3-4 ทุ่ม แบตจะเหลือประมาณ 10% แต่อย่างไรก็ตาม HTC ได้ใส่ฟีเจอร์ Quick Charging 3.0 ที่ให้คุณชาร์จแบตไวขึ้น คือชาร์จจาก 0 ถึง 80 % ด้วยเวลาเพียง 35 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าแจ่มมาก กล้องถ่ายภาพที่ดูธรรมดา Image: Jhila Farzaneh/Mashable เมื่ออ่านถึงจุดนี้แล้วเพือนๆ อาจคิดว่า One A9 ดูเหมือนว่าจะเป็นมือถือที่โอเคในระดับหนึ่ง แล้วเรื่องของกล้องล่ะ? อย่างที่พวกเราทราบกันว่า รุ่นเรือธงตัวก่อนหน้าอย่าง One M9 มาพร้อมกับกล้องคู่ที่สุดยอดมากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ที่นอกจากจะพัฒนาในเรื่องการถ่ายภาพในที่แสงน้อย และคุณภาพของภาพ HTC ยังเพิ่มความละเอียดของภาพเข้าไปด้วย แต่เมื่อดูคุณภาพของภาพถ่ายจากกล้อง HTC One A9 ก็ต้องบอกว่า "ดูดีขึ้น แต่ยังไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่" โดยมาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 4 ล้าน "UltraPixel" ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นกล้องหลังให้กับ One M7 และ M8 มาแล้ว แต่การถ่ายภาพเซลฟี่กลับ ไม่ดูดี กว่าคู่แข่งอย่าง iPhone 6S, Galaxy S6 และ Nexus 5X ที่ต่างใช้กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล หรือแม้แต่ iPhone 6 ที่มีกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล ก็ยังได้ภาพที่คมกว่าเล็กน้อย แต่สิ่งที่น่าประทับใจสำหรับกล้องหน้าของ One A9 ก็คือ กล้องหน้าที่ใช้เลนส์แบบมุมกว้าง ทำให้การถ่ายภาพเซลฟี่กับเพื่อนดีขึ้น รวมไปถึงได้ภาพแบ็คกราวด์ที่ดีกว่า   สำหรับกล้องหลัง One A9 มาพร้อมกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มีระบบป้องกันภาพสั่นด้วยเลนส์ OIS และไฟแฟลช LED คู่ โดยที่ชิ้นส่วนกล้องมีขนาดใหญ่กว่าบน iPhone 6 แต่ภาพถ่ายกลับไม่แตกต่างจากกันเลย ข้อแตกต่างของกล้องรุ่นนี้เมื่อเทียบกับ i6 มีเพียงตำแหน่งของกล้องที่ย้ายไปอยู่ตรงกึ่งกลางเท่านั้น คุณภาพของภาพค่อนข้างดี แม้สีสันอาจไม่สดอย่างที่ผมชอบเท่าไรนัก ซึ่งภาพถ่ายดูดีมากเมื่อดูภาพจากหน้าจอโทรศัพท์ แต่เมื่อนำภาพขึ้นจอคอมพิวเตอร์แล้ว ภาพดูไม่ดีอย่างที่ควร โดยที่ความคมของภาพดูลดลง รวมไปถึงดูเหมือนว่าบริเวณขอบๆ ภาพจะเบลอด้วย แต่ก็อีกนั่นแหละ คนส่วนใหญ่ยุคนี้คิดว่าดูภาพถ่ายจากมือถือ หรือคอมพิวเตอร์มากกว่ากันล่ะ แน่นอนว่าต้องเป็นสมาร์ทโฟนอยู่แล้วล่ะ ภาพถ่ายความละเอียดเต็ม 13 ล้านพิกเซลจะถูกคร็อปภาพให้มีสุดส่วน 4:3 ในขณะที่ค่าเริ่มต้นแบบ 16:9 จะถ่ายได้ที่ความละเอียด 10ล้านพิกเซล Image: Raymond Wong/Mashable ภาพถ่ายดูค่อนข้างคมชัดเมื่อดูจากหน้าจอ Full HD บน One A9 แต่เมื่อซูมภาพแบบ 100% คุณจะเริ่มเห็นบางจุดที่ไม่คม ลองซูมดูฝุ่นที่อยู่บนตัวของเล่นพวกนี้สิ! Image: Raymond Wong/Mashable ภาพถ่ายในที่แสงน้อยดูเหมือนจะไม่ดีเท่าไหร่ รวมไปถึงการโฟกัสภาพที่ทำได้ค่อนข้างยากในสภาพแสงแบบนี้ ทำให้ภาพออกมาไม่ดีเท่าไหร่ ภาพถ่ายในที่แสงน้อยของ One A9 ดูไม่แจ่มเท่าไหร่ Image: Raymond Wong/Mashable โหมดการถ่ายภาพที่คาดไม่ถึงที่สุดก็คงเป็นโหมด "โปร" นี่แหละ มันเหมือนกับกล้องบน LG G4 ที่ให้คุณสามารถถ่ายภาพไฟล์ RAW ได้ รวมไปถึงสามารถปรับควบคุมกล้องได้เหมือนกับกล้องโปร ไม่ว่าจะเป็นการปรับ ISO ชัตเตอร์สปีด White Balance รวมไปถึงการชดเชยแสง ซึ่งสำหรับคนที่พอรู้เรื่องการถ่ายภาพแบบโปรอย่างผม ก็ถือว่าฟีเจอร์นี้มันแจ๋วมาก โหมดกล้องโปร HTC One A9 สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ในระดับเบื้องต้นได้เองทั้งหมด ดูเหมือนจะไม่เป็นเรือธงเท่าไหร่ แน่นอนว่าทาง HTC มีสิทธิที่จะบอกว่า HTC เป็นบริษัทผลิตมือถือเจ้าแรกๆ ที่ทำมือถือแบบ Unibody ออกมาสู่ตลาด แต่การเป็นคนแรกอาจไม่สำคัญสำหรับบางคน เพราะจากมุมมองของลูกค้าส่วนใหญ่ HTC One A9 ดูเหมือนจะลอกดีไซน์ของ iPhone 6 เพราะมันดูเหมือนกันเกินไป Image: Jhila Farzaneh/Mashable แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ One A9 เป็นมือถือที่แย่ - แน่นอนว่ามันเป็นมือถือที่ดีเครื่องหนึ่ง แต่ไม่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถ่าย และประสิทธิภาพการประมวลผล One A9 มีดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม และมีระบบการสแกนลายนิ้วมือที่แจ๋วมาก แต่ด้วยราคา $499.99 (ประมาณ 17,500 บาท) หากคุณเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย คุณจะได้มือถือระดับเรือธงที่น่าจะคุ้มกว่า หรือจะใช้เงิน $499 นั้น ไปเล่นมือถือที่จอใหญ่กว่า และเร็วกว่าอย่าง Google Nexus 6P ที่มีกล้องที่ดีกว่า และรันเพียว Android 6.0 Marshmallow ดูจะเป็นตัวเลือกน่าสนใจมากกว่า สรุป HTC One A9 The Good งานประกอบโลหะสุดพรีเมี่ยม ระบบสแกนลายนิ้วมือที่เร็ว และตอบสนองได้ดี รัน Android 6.0 Marshmallow ทำงานลื่นไหลด้วย RAM ถึง 3GB กล้องโหมด Pro ที่ถ่าน RAW ไฟล์ได้ The Bad ถ่ายในที่แสงน้อยไม่ดีเท่าที่ควร HTC Sense 7 ไม่เวิร์ค แบตน้อยไปหน่อย จอไม่สู้แสงแดดไม่ค่อยได้ Nexus 6P เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในงบ $500 The Bottom Line HTC One A9 มาพร้อมดีไซน์พรีเมี่ยมระดับเรือธง แต่ที่เหลือยังดูธรรมดา Bonus: HTC One A9: A quick tour Video: Noah Throop ดูบทความต้นฉบับ : HTC One A9 review: Is an iPhone clone that runs Android any good?

อั๊ยย่ะ! ป้อง รับสนิทซุปตาร์จีน เหมาหลินหลิน !!
ป้อง ณวัฒน์ /  เหมาหลินหลิน / 

โกอินเตอร์เต็มตัว! สำหรับพระเอกหนุ่ม ป้อง ณวัฒน์ ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองจีน หลังบินไปถ่ายละครกับซุปตาร์จีนอยู่นาน 4 เดือน แถมมีภาพนางร้ายสาวหน้าใส เหมา หลินหลิน หอบเค้กพร้อมดอกไม้ช่อโตมาเซอร์ไพร้ส์วันเกิด หนุ่มป้อง และยังมีภาพควงไปทานข้าวสองต่อสองอีกด้วย จนหลายคนสงสัยว่าสาวจีนคนนี้เป็นเจ้าของหัวใจคนใหม่หรือเปล่า..?? งานนี้เจ้าตัวออกอาการเขิน! รับไปทานข้าวสองต่อสองกับฝ่ายหญิงบ่อย ย้ำสถานะแค่เพื่อนร่วมงาน ยันไม่มีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์!! "เพิ่งกลับจากจีนมาเมื่อวานครับ เพิ่งไปตัดผมมาใหม่ลองละครบทบู๊หน่อยๆ จริงๆ อยากตัดสกินเฮดตั้งนานแล้ว ก็เลยลองดูว่าจะออกมาเป็นยังไง ลองทรงดูก่อนว่าเวิร์คมั้ย เรฟเฟอเรนซ์คือคีนูรีฟเลย แต่ตัดมาไม่เหมือน ยังไม่ค่อยมั่นใจมันยังเด๋อๆ อยู่ครับ ไปอยู่จีนมาประมาณ 3-4 เดือน ถ่ายเสร็จเรียบร้อย 100% สนุกดีครับ ถ้ามีไปอีกก็ต้องปีหน้า เพราะเค้าต้องไปตัดต่อลงเสียงอะไรอีก ผู้กำกับอยากจะให้ทันออนแอร์ปลายปีหรือไม่ก็ปีหน้าก็ต้องดูว่าเป็นยังไง ด้วยภาษาที่ไม่เหมือนกัน สไตล์การทำงานก็ไม่เหมือนกัน บ้านเมืองอาหารการกินทุกอย่างก็เป็นสิ่งใหม่หมดเลย แรกๆ ก็มีโฮมซิกบ้าง จริงๆ ผมเป็นคนอยู่ง่าย ไปอยู่ไหนก็ปรับตัวแปปเดียว แต่พอจะกลับก็เริ่มเศร้าแล้ว" "แฟนคลับที่นู่นเค้าก็ดีใจที่มาเล่นละครของประเทศเค้า คือปกติเหมือนซื้อละครเราไปออก หรือยกกองเราไปถ่ายที่นู่นก็ยังถือเป็นละครต่างประเทศ แต่นี่ถือเป็นโปรดักชั่นเค้าออกช่องฟรีทีวีของเค้าเลยทั่วถึง สมัยก่อนที่ถือว่าดังคือแค่ออกช่องเคเบิ้ลเอง พี่บอยก็คุยว่าจะซื้อมาฉายนะครับ ฐานแฟนคลับก็เยอะขึ้นนะครับ เพราะไปเล่นกับดารานักแสดงที่นู่น คนก็จะรู้จักเรามากขึ้น เวลาไปไหนคนก็รู้จักจำได้ก็มีทักทายครับ ถือว่าโกจีนเต็มตัว ไปอยู่ที่นู่นตัดขาดโลกโชเชียลเลยไม่ได้อัพเดทอะไรเลย อย่างที่รู้ว่าจีนจะบล็อกกูเกิ้ล เฟสบุ้ค และหลังๆ บล็อกไลน์ซะงั้น แต่ไอจียังไม่โดน" "เห็นในไอจีมีภาพสาวยกเค้กวันเกิดให้ คือเป็นช่วงวันเกิดพอดีก็เหมือนเมืองไทยครับ บรรยากาศกองถ่ายก็อยู่กันอย่างอบอุ่น ผู้กำกับ ทีมงาน นางเอก นางร้ายก็ยกเค้กแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้เราเต็มที่ ส่วนที่ว่านักแสดงที่ชื่อเหมาหลินหลินจะมาดามใจ คือวันนั้นผมได้เค้กตั้งหลายก้อน เหมาหลินก็ให้ โปรดักชั่นเฮ้าท์ก็ให้ ก็ได้เล่นด้วยกันครับ เหมาหลินเค้าเป็นนางร้าย หน้าคล้ายน้องแก้วเหรอครับ ไม่คล้ายมั้งครับ เดี๋ยวเค้าจะมาเที่ยวเมืองไทยกันหลายคนเลย ตอนผมไปอยู่เค้าก็เทคแคร์เต็มที่เพราะเราเป็นคนต่างชาติ แล้วถ้าเค้ามาเที่ยวเราก็ต้องดูแลเต็มที่เหมือนกัน อยู่นู่นก็ไม่ค่อยมีสาวๆ เพราะเราถ่ายละครทุกวัน ไม่เหมือนบ้านเราที่ถ่ายไม่กี่วันและมีวันหยุด" "เหมาหลินหลินให้ของขวัญวันเกิดอะไรมั้ย ก็ไม่มีอะไรมากนะครับ ออกแนวทำงานกันมากกว่าครับ เราก็สนิทกันทุกคน ถ่ายด้วยกัน พักที่เดียวกัน เหมือนกินนอนอยู่ด้วยกันเลย โอกาสพัฒนามันไม่มีหรอกครับ เพราะเราทำงานด้วยกัน พวกเค้ายังเคยถามผมว่าทำไมประเทศไทยชอบมีข่าวแบบนี้ไม่เห็นเกี่ยวเลย ทำไมต้องมีข่าวรักกัน ทำงานก็คือทำงาน ก็ชวนทุกคนมาเที่ยวเมืองไทยครับ จริงๆ ไม่ต้องชวนเค้าก็อยากมากันอยู่แล้ว ภาพที่ไปกินข้าวด้วยกันสองคน คือจริงๆ ผมก็ไปด้วยกัน 2 คนบ่อยนะ กับคนอื่นก็ไป กับเหมาหลินก็ไป แค่ว่างก็ไปกับทุกคน ในกองก็ไม่ได้มีเชียร์อะไร สถานะเป็นเพื่อนร่วมงานกันหมดครับ ยังชอบสาวไทยอยู่หรือเปล่าก็ชอบหมดแหละครับ ไม่มีอะไร เดี๋ยวผมบอกอยู่แล้ว" "กลับมายังไม่ได้โทรหาแก้วเลยครับ เห็นว่าเค้าโสดอีกแล้ว จริงเหรอครับ ไม่ได้คุยกันครับ แต่ไม่ได้โกรธกันแค่ไม่รู้จะคุยทำไม แต่เจอหน้าก็คุยได้นะครับ มันไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว มีข่าวว่าแก้วเลิกกับแฟนแบบนี้จะโทรไปปลอบใจบ้างมั้ย คือผมไม่รู้ว่าเค้าเสียใจหรือเปล่า แต่ถ้าเจอกันก็ถามได้ว่าโอเคมั้ย คงไม่ถึงขั้นต้องโทรไปหรอกครับ ตามดูไอจีแก้วบ้างมั้ย คือไอจีมันเป็นสาธารณะอยู่แล้วผมก็ดูทุกคนแหละ หลายคนลุ้นรีเทิร์น ก็คิดว่าไม่น่าจะนะครับ ก็ต้องถามเค้าด้วย แต่เราไม่ได้คิดในมุมนั้นนะครับ แค่หวังดีต่อกันมากกว่า" ป้อง กล่าว ป้อง ณวัฒน์ ป้อง ณวัฒน์ ป้อง ณวัฒน์ ป้อง ณวัฒน์ ป้อง-เหมาหลินหลิน ป้อง-เหมาหลินหลิน เหมาหลินหลิน ป้อง-แก้ว