กูเกิ้ล

จำคุก 6 ปี โสเภณี ฉีดเฮโรอีน ผู้บริหารกูเกิ้ลเสียชีวิต
จำคุก6ปี /  ฉีดเฮโรอีน / 

ศาลซานตาครูซ ตัดสินโทษจำคุก 6 ปี อลิกซ์ แคทเธอรีน ทิกเคิลแมน สาวโสเภณี กรณีฉีดเฮโรอีน ผู้บริหารกูเกิ้ลเสียชีวิต สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเกี่ยวการพิพากษาคดี ของ อลิกซ์ แคทเธอรีน ทิกเคิลแมน โสเภณี วัย 27 ปี หลังจากถูกจับในข้อหา ฉีดเฮโรอีนในปริมาณมาก ให้กับ ฟอร์เรสต์ เฮย์ส หนึ่งในผู้บริหารกูเกิ้ล วัย 51 ปี จนเสียชีวิต เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี2013 โดยนางทิกเคิลแมน ยอมรับสารภาพ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และถูกตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 6 ปี อัยการของศาลซานตาครูซ แคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า อลิกซ์ แคทเธอรีน ทิกเคิลแมน ถูกเรียกขึ้นเรือยอชท์ไปกับ นายเฮย์ส ด้วยราคาค่าตัวที่สูง พร้อมกับนำเฮโรอีนไปด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเรือลำดังกล่าว พบว่า หลังจากเธอได้ฉีดเฮโรอีนให้กับนายเฮย์สแล้ว เธอไม่แม้แต่จะช่วยเขา ซ้ำยังเหยียบย่ำบนตัวเขาอีกหลายครั้ง ก่อนจะนั่งจิบไวน์แล้วจึงโทรเรียก 911 โดยนางทิกเกิลแมน ถูกจับกุมด้วยการล่อซื้อของตำรวจ ในราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (33,000 บาท)เมื่อปี2014 ซึ่งเธอได้ยอมรับว่าทำการค้าประเวณีจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายผู้ตาย ซึ่งการฉีดยาในครั้งนั้น ก็เกิดจากความสมัครใจของเขาเอง MThai News ที่มา...reuters

The Sea-Cret Garden Hua hin ไม่ติดทะเลก็เฮได้
The Sea-Cret Garden Hua hin /  ที่พักหัวหิน / 

เมื่อเอ่ยถึงหัวหินแล้ว..ใครหลายๆคนอาจจะต้องนึกถึงภาพทะเลขึ้นมาเป็นอย่างแรก แต่สำหรับทริปหัวหินครั้งนี้แพรและ Where is จะพามาเที่ยวหัวหินแบบไม่เจอทะเลแต่ก็มีความสุขได้เหมือนกัน พาทุกคนไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ The Sea-Cret Garden Hua-Hin The Sea-Cret Garden Hua hin ไม่ติดทะเลก็เฮได้ The Sea-Cret Garden Hua-Hin ตั้งอยู่ที่ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหินค่ะ ซึ่งห่างจากตัวเมืองหัวหิน ประมาณ 15 กิโล แพรใช้วิธีค้นหาจากกูเกิ้ล map หากเราวิ่งเส้น กรุงเทพ-ปราณบุรี มุ่งหน้าปราณบุรี จะสังเกตได้จากป้ายบอกตลอดทางเลยค่ะ รีสอร์ทจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ให้เราเลี้ยวซ้ายตรงทางแยก หากเลี้ยวขวาจะไปวัดห้วยมงคล ถนนทางเข้าจะเป็นดิน หลายๆคนอาจจะลังเลว่าใช่ซอยนี้ไหม แต่ตามป้ายเข้ามาเจอแน่นอนจ้า ครั้งแรกที่แพรมีโอกาสได้เห็นภาพรีสอร์ทนี้จากในเว็ปไซต์ต่างๆ ก็ชวนให้อยากมาที่นี่มากๆเลยค่ะ ด้วยสีสัน การออกแบบต่างๆ ห้องพักของที่นี่จะเป็นลักษณะวิลล่าค่ะ และที่ดึงดูดสุดๆเลยนั้นก็คือสระว่ายน้ำของที่นี่ที่จะสามารถเชื่อมต่อไปได้ทุกห้องตามแนวยาวและล็อบบี้สีหวาน และที่นี่จะสวยแค่ไหนนั้นเรารีบเข้าไปดูกันดีกว่าจ้า ก่อนอื่นเลยเราต้องมาสำรวจที่จอดรถกันก่อนค่ะ ที่จอดรถกว้างขวางเพียงพอหายห่วงได้เลย หลังจากนั้นเราก็เดินมาในส่วนของล็อบบี้กันจ้า ล็อบบี้ที่ The Sea-Cret Garden Hua-Hin นี้ จะตกแต่งด้วยโทนสีขาวม่วงและชมพูเป็นหลักค่ะ มีความหวานน่ารักๆและดูหรูหราเข้ากันมากๆ รับรองว่าฟรุ้งฟริ้งโดนใจสาวๆหลายคนแน่ๆเลย และบนล็อบบี้นี้ยังมีบริการให้เช่าห่วงยางอีกด้วยค่ะ สำหรับใครที่ไม่ได้นำห่วงยางมาเองสามารถมาเช่าได้ที่ล็อบบี้เลย ด้านหลังของล็อบบี้จะมีบันไดอีกฝั่งหนึ่งค่ะ เมื่อเราลงบันไดฝั่งนี้ ก็จะเป็นส่วนของห้องพักต่างๆและสวนค่ะ บริเวณนี้นอกจากจะเป็นส่วนของห้องพักแล้ว ยังเป็นในส่วนของสวนอีกด้วยค่ะ ซึ่งสวนที่แพรพูดถึงนี้จะเป็นสวนที่เราสามารถมาเดินเล่น นั่งชิล รวมไปถึงการจัดปาร์ตี้ที่สวนนี้ได้เลยค่ะ บรรยากาศยามเย็น ดีมากๆค่ะ หลังจากที่ชมส่วนด้านรอบๆรีสอร์ทกันไปบ้างแล้ว ก็เข้ามาในส่วนของห้องพักของที่นี่กันบ้างค่ะ ซึ่งห้องพักของที่นี่จะมีหลายโทนสีค่ะ เช่น สีชมพู สีเหลือง สีเขียว หรือ สีม่วง และครั้งนี้เราได้เข้าพักกันที่ห้อง408 ซึ่งเป็นห้องสีชมพูค้า ตามไปกันเลย ในห้องพักของ The Sea-Cret Garden Hua-Hin จะจัดแยกสัดส่วนแต่ละส่วนภายในห้องได้เป็นอย่างดีค่ะ เมื่อเข้ามาในห้องพัก ส่วนแรกที่เราจะพบเลย นั่นก็คือส่วนของห้องครัว ภายในห้องครัวมีอุปกรณ์ครบครันค่ะ อ่างล้างจาน ไมโครเวฟ ตู้เย็น มินิบาร์ ต่างๆ ติดกับห้องครัวก็จะเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า และ โต๊ะกระจก ค่ะ ซึ่งภายในตู้จะมีชุดคลุมมอาบน้ำ  ไดร์เป่าผม และตู้เซฟไว้บริการอีกด้วยจ้า ถัดมาจากส่วนของห้องครัวและตู้เสื้อผ้าแล้วเราก็ย่องไปที่ห้องนอนของเรากันเลยค่า อย่างที่ทราบกันแล้วว่าการเข้าพักครั้งนี้แพรได้ห้องสีชมพูค่ะ เมื่อสีขาวกับสีชมพูมาอยู่ด้วยกันแล้วเป็นอะไรที่โล่งโปร่งสบายตา รู้สึกว่าห้องโล่งกว้าง ไม่คับแคบค่ะ จากห้องของเรา เมื่อเปิดม่านรอบด้านเราจะสามารถเห็นสระว่ายน้ำด้านหลังห้องและต้นไม้สีเขียวได้ด้วยค่ะ ส่วนต่อไปคือส่วนที่สำคัญไม่แพ้กับส่วนอื่นเลยค่ะ นั่นก็คือห้องน้ำนั่นเอง ห้องน้ำที่นี่จะจัดแบบน่ารักๆ กว้างขวาง แบ่งแยกส่วนแห้งและส่วนเปียก มีอ่างจากุซซี่ ให้นอนแช่อย่างสบาย ม่านห้องน้ำเราสามารถเปิดให้โล่งชมวิวด้านนอกหรือจะเลือกดูทีวีจากห้องเราก็ได้ด้วยค่ะ  หลังจากที่ชมบรรยากาศภายในห้องกันไปแล้ว ก็ลองออกมาชมวิวที่หลังห้องของเรากันสักนิดค่าว่าโรแมนติกแค่ไหน แต่ละห้องจะมีบันได เราสามารถเดินลงสระว่ายน้ำจากประตูห้องของเราได้เลยค่ะ ชมกันเพลินๆก็ถึงเวลามื้อเย็นของเรากันแล้วค่ะ มื้อเย็นวันนี้แพรและ Where is ก็ไปฝากท้องกันที่ห้องอาหาร Jin & Juice restaurant ซึ่งเป็นห้องอาหารในรีสอร์ทนั่นเองค่ะ ห้องอาหารนี้จะอยู่บริเวนบนล็อบบี้นั่นเอง การตกแต่งของห้องอาหารที่นี่จะจัดแบบเดียวและโทนสีเดียวกันล็อบบี้เลยค่ะ สวยหวานสุด และมื้อเย็นวันนี้ขอนำเสนอ...... ข้าวหมูกระเทียม และ แกงส้มชะอมกุ้งจ้า เมื่อทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้วแพรก็จะพาไปนั่งชิลๆยามค่ำก่อนนอนกันที่ริมสะว่ายน้ำที่ห้องพักของเรากันค่ะ ในขณะที่คนอื่นกำลังหลับกันอย่างสบายในช่วงเช้า  แพร และ Where is ก็ไม่พลาดที่จะตื่นแต่เช้าขึ้นมาเก็บภา สวยๆ จากบนดาดฟ้าของห้องพักยามเช้าพระอาทิตย์ขึ้นมาฝากทุกคนค่ะ แต่แล้วก็ต้องเสียใจ เพราะเมฆฝนมาแวะทักทายกันแต่เช้าและตลอดทั้งวันเลย แงแง แพรลืมบอกไปเลยค่ะ ว่าแต่ละห้องที่นี่จะมีชั้นดาดฟ้าให้เราได้ขึ้นไปชมวิวด้านบน  หรือจะสั่งปิ้งย่างซีฟู้ดที่ทางรีสอร์ทมีบริการมานั่งทานกันเป็นครอบครัวบนนี้ได้ด้วยค่า เช้านี้เราตื่นแต่เช้าเก็บภาพและเดินชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ทระหว่างที่รออาหารเช้าให้บริการกันค่ะ ที่นี่จะมีรถกอล์ฟบริการหากแขกต้องการเรียกเพื่อไปที่ล็อบบี้ แต่แพรเลือกเดินค่ะ เพราะจะได้เป็นการสูดอากาศยามเช้าไปด้วยเลย และแล้วก็ได้เวลาอาหารเช้าค่ะ ซึ่งเวลาอาหารเช้า คือเวลา 07.30 - 10.30 ค่ะ ส่วนสถานที่ทานอาหารเช้า ก็จะเป็นห้องอาหารเดียวกันกับที่เราไปทานเมื่อวานตอนค่ำเลยจ้า ตอนแพรมาถึงเริ่มมีแขกทะยอยกันมาทานอาหารบ้างแล้วค่ะ ซึ่งอาหารเช้าที่นี่จะมีให้เลือกไม่เยอะมากค่ะ แต่เพียงพอกับแขกที่มาเข้าพักและอาหารอร่อยถูกปากมากค้า และอาหารที่แพรทานวันนี้ค่ะ สลัดไข่โดนใจมาก ข้าวต้มหมูร้อนๆรสชาติกลมกล่อม อันนี้ของคนข้างๆหน้าตาน่าทานมากๆ เขาบอกว่าอร่อยอยู่น๊า เมนูสุดท้ายไข่กระทะค่ะ เพิ่งเคยกินครั้งแรก เครื่องอาจจะไม่ครบที่เคยเห็นจากอินเทอร์เน็ตแต่อร่อย หลังจากทานมื้อเช้าไปเยอะมากๆๆๆแล้วเราก็ไปเดินย่อยอาหารชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ทกันก่อนกลับดีสักหน่อยดีกว่าค่า สุดท้ายท้ายสุดนี้แพรต้องขอขอบคุณ The Sea-Cret Garden Hua hin ที่ให้แพรและ Where is ได้พักผ่อนแบบไม่ติดทะเลก็เฮได้ และนำข้อมูลดีๆ มาแบ่งปันกับเพื่อนๆกันจ้า ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆทุกคนที่เข้ามาชมรีวิวนี้และเป็นกำลังใจกันมาตั้งแต่ต้นจนจบรีวิวนี้นะคะ หวังว่ารีวิวและข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆพี่ๆและใครหลายๆคนที่กำลังสนใจหาที่พักแบบไม่ติดทะเลก็สุขได้นะคะ สำหรับรีวิวนี้แพรต้องขอจบแต่เพียงเท่านี้ ส่วนทริปหน้าแพรและ Where is จะพาเพื่อนๆพี่ๆ ไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนอีก อย่าลืมติดตามชมกันนะค้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล https://www.facebook.com/whereistrip ติดตามอัพเดททริปกับรูปสวย ๆ และพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ที่ https://www.facebook.com/whereistrip

พิสูจน์คลิป Google Earth ถ่ายติด
google earth /  กลางลำน้ำโขง / 

ฮือฮา!! สมาชิก youtube คนหนึ่งโพสต์คลิปเกี่ยวกับพญานาค โดยตั้งชื่อว่า "โลกตะลึง! Google Earth ถ่ายติด พญานาค ลอยคอ ในลำน้ำโขง" เผยแพร่ตั้งแต่เมื่อ 9 มิ.ย. 2013 ทำให้ผู้คนที่สนใจเข้ามาชมกันเป็นจำนวนมากกว่า 2 ล้านวิวแล้ว โดยผู้โพสต์ระบุว่าเมื่อขยายเข้าไปกลางแม่น้ำโขง จะพบว่ามี"สิ่งหนึ่ง"ลอยอยู่กลางแม่น้ำ แล้ววงกลมสีแดง เขียนว่า"ตัวอะไรหว่า" แต่หากเทียบขนาดแล้ว คาดว่าน่าจะมีขนาดใหญ่มาก หลายสิบเมตร อย่างไรก็ตามจากการเข้าไปดู Google Earth เวอร์ชั่นล่าสุด พบว่าบริเวณที่กล่าวอ้างถึงนั้น เป็นแม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่านจากปากเซ ไปจำปาสัก ก่อนถึงดอนหินใหญ่ และเมื่อขยายตรงจุดที่อ้างว่าพบตัวประหลาดคล้าย"พญานาค" กลับไม่พบอะไรเลย มีเพียงพื้นแม่น้ำโขงเท่านั้น เมื่อใช้กูเกิ้ล เอิร์ธ เวอร์ชั่นล่าสุดเข้าไปตรวจสอบบริเวณที่มีการอ้างถึง กลับไม่พบสิ่งแปลกปลอมในแม่น้ำโขงเลย ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  ข่าวสดออนไลน์   MThai news

ชูวิทย์ เปรียบแค่ กบในกะลา กลุ่มคนต้านสินค้า EU-สหรัฐ
คสช. /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ เปรียบแค่ กบในกะลา กลุ่มคนต้านสินค้า EU-สหรัฐ หลังไม่พอใจแบนไทยจากเหตุรัฐประหาร วานนี้ (30 มิ.ย.57) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังมีกลุ่มคนออกมาต่อต้านไม่ขอใช้สินค้า-บริการจากประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารในไทย โดยระบุว่า เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี แค่กบในกะลา "กบในกะลา" ตอนนี้มีกระแสต่อต้านยุโรป เพราะ EU (สหภาพยุโรป) และสหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารในประเทศไทย มีคนออกมาพูดต่อต้านทำนองรณรงค์ไม่ซื้อสินค้ายุโรปและอเมริกา บางคนไปประท้วงถึงหน้าสถานฑูต ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษเป็นประเทศแม่บทประชาธิปไตย จะต้องยืนหยัดอย่างชัดเจนถึงระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศเหล่านั้นจะมาเข้าข้าง ปรบไม้ปรบมือ แสดงอาการเข้าอกเข้าใจ หรือเชียร์การทำรัฐประหาร เราต้องเข้าใจบทบาทและบริบทของแต่ละประเทศ ปัจจุบัน สินค้าจากประเทศมหาอำนาจครอบคลุมแทบทุกลมหายใจของคนไทย ไม่ว่ามือถือไอโฟน เฟสบุ๊ค กูเกิ้ล ฟาสฟู๊ดอย่างแมคโดนัลด์ เครื่องดื่มโค้ก เครื่องแต่งตัวลีวาย รองเท้ารีบอค กาแฟสตาร์บัค ส่วนสินค้าจากยุโรปทั้ง กุชชี่ ดิออร์ รถเบนซ์ บีเอ็ม ไปจนถึงโรงแรมห้าดาวฮิลล์ตัน ไฮแอท ฮอลิเดย์อินน์ โลกทั้งโลกถูกประเทศมหาอำนาจกลืนไปหมดแล้ว การต่อต้านสินค้าที่คนไทยบางคนให้ข่าวจึงเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ในอดีตเมื่อ 30 ปีก่อน สมัยผมเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ ประเทศไทยเคยประท้วงต่อต้านไม่ซื้อสินค้าต่างประเทศเช่นกัน ไม่ว่าญี่ปุ่น หรือ สหรัฐอเมริกา มีการประท้วงให้สหรัฐอเมริกาถอนฐานทัพออกจากประเทศไทย แต่การประท้วงก็เหมือนกับการผายลม เหม็นชั่วครั้งชั่วคราวแล้วหายไป โบราณเขาเปรียบเทียบพวก "กบในกะลา" สำคัญตัวเองว่ารู้มากยิ่งใหญ่ คิดว่าที่ที่ตัวเองอยู่คือโลกทั้งโลก ทั้งๆที่แท้จริงมันคือกะลา เพ้อเจ้อ ไม่มีประสบการณ์ เพราะไม่เคยออกไปเจอกับโลกทัศน์ภายนอก ไม่รู้ว่ามันกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน MThai news

ก่อนนาซ่า (NASA) จะมีเทคโนโลยีใช้ เขาใช้สิ่งนี้เพื่อค้นคว้าและทดลอง!
ต่างประเทศ /  เกร็ดความรู้

ในปัจจุบันเราถ้าเราอยากรู้ว่า การเดินทางไป-กลับระหว่างดวงจันทร์กับโลกนั้นระยะทางเท่าไหร่ เราก็สามารถหาข้อมูลได้ง่ายๆ ในแอพฯ บนสมาร์ทโฟน หรืออยากรู้ว่าดาวเนปจูนมีน้ำหนักเท่าไหร่ เพียงแค่ค้นหาในอากู๋ กูเกิ้ล ก็เจอแล้ว! แต่ลองย้อนกลับไปสมัยก่อนที่ไม่มีเทคโนโลยีสิ รู้ไหมว่า นักวิทยาศาสตร์ในองค์กรน่าซ่า เขาคำนวณ คิดสูตรกันได้ยังไง? มาติดตามกันค่ะ ก่อนนาซ่า (NASA) จะมีเทคโนโลยีใช้ เขาใช้สิ่งนี้เพื่อค้นคว้าและทดลอง! ในปี 1961 ยังไม่มีเทคโนโลยี หรือสร้างเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ นักวิทยาศาสตร์ขององค์กรนาซ่า พวกเขามีเพียงชอล์คและกระดานดำใบยักษ์ใหญ่เท่านั้นที่เอาไว้คิดคำนวณหาค่าต่างๆ และเชื่อไหมว่าในปีเดียวกันนั้นพวกเขาได้ทำการส่งนักบินอวกาศคนแรกของสหรัฐอเมริกาออกสำรวจอวกาศ และสิ่งนี้เป็นที่น่าภูมิใจและประทับใจเมื่อคุณได้รู้ว่าความสำเร็จในครั้งนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาเลยด้วยซ้ำ ^^ Image credits : J. R. Eyerman, via LIFE

ย้อนรอย! 25 ปี ไนกี้ ฟุตบอล กับเส้นทางประวัติศาสตร์ของกีฬาลูกหนังตอนที่ 3 (ตอนจบ)
Nike Magista Obra /  บาร์เซโลน่า / 

ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก นำเสนอ 25 ช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกีฬาลูกหนังที่ผลักดันให้ไนกี้ก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของผลิตภัณฑ์กีฬาฟุตบอลในยุคปัจจุบัน มาให้ติดตามอ่านเป็นตอนที่ 3 ปี 2006 – ไนกี้ได้เริ่มบุกสื่อดิจิตอลด้วยแคมเปญที่มีชื่อว่า “Joga Bonito” โดยถือเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการวางแผนการตลาดผ่านสื่อดิจิตอล โดยไนกี้ร่วมมือกับ บริษัท กูเกิ้ล เพื่อสร้างเว็บไซด์สังคมออนไลน์ที่มีการป้อนข้อมูลก่อนจะถึงทัวร์นาเม็นต์และส่งเสริมข้อมูลที่สร้างขึ้นมาโดยผู้ใช้เอง ปี 2009 – สโมสรบาร์เซโลน่า จากสเปนได้รับชัยชนะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยทางสโมสรได้รับการยกย่องปรัชญาการทำทีมที่เน้นทีมเวิร์คมากกว่าความเก่งของตัวบุคคล ตลอดจนความกล้าหาญที่ปราศจากความกลัว และวิธีเล่นแบบบุกไม่หยุด ปี 2010 – แคมเปญ “Write the Future” ได้ถูกปล่อยออกมาบน Facebook และได้รับการแชร์มากที่สุดบนสื่อออนไลน์ และถือเป็นโฆษณาความยาว 3 นาที ที่เผยแพร่ได้รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของไนกี้ ฟุตบอล ขณะเดียวกันในปีนั้น ไนกี้ เอลิทแพ็ค ผลิตภัณฑ์ฟุตบอลสำหรับประเทศในแถบอเมริกาใต้ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะรองเท้าฟุตบอลที่ประกอบด้วย 4 สี 4 สไตล์ ที่มีแม่สีใกล้เคียงกับสีม่วงและสีส้ม ซึ่งมันช่วยสร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดบนสนามและช่วยให้นักเตะในทีมเดียวกันสามารถมองหากันได้อย่างรวดเร็ว และในปีนี้ยังถือเป็นครั้งแรก ที่ทีมฟุตบอล 9 ทีมชาติที่ทางไนกี้เป็นผู้สนับสนุน เช่นโปรตุเกส บราซิล เนเธอร์แลนด์ และ สหรัฐอเมริกา ได้สวมใส่เสื้อที่ทำจากการขวดรีไซเคิลจากบ่อขยะมูลฝอยในประเทศไต้หวันและญี่ปุ่น โดยเสื้อแต่ละตัวนั้นทำมากจากขวดน้ำแปดขวด  โดยตั้งแต่ปี 2010 ขวดน้ำทั้งหมดเกือบ 2 พันล้านขวดได้ถูกนำมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีปริมาณมากพอที่จะถมสนามฟุตบอลได้ถึง 3,500 สนาม ปี 2013 – รองเท้าฟุตบอลไฮเปอร์เวนอมได้ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับนักเตะเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านความเร็วและสามารถยิงบอลได้จากทุกมุม ไนกี้ได้รับข้อมูลจาก เนย์มาร์ จูเนียร์ และ เวย์น รูนี่ย์ เกี่ยวกับความเร็วของเกมฟุตบอลที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งผสานเทคโนโลยีไนกี้สกิน (NIKESKIN) ที่สร้างขึ้นเป็นโครงตาข่ายด้วยฟิล์มโพลิยูรีเทนชนิดบาง เพื่อให้เท้าของนักเตะรู้สึกใกล้เคียงกับเท้าเปล่ามากที่สุด  ปี 2014 – ไนกี้ได้นำเสนอรองเท้าฟุตบอลหุ้มข้อที่ฉีกกฎเกณฑ์ในกีฬาฟุตบอล ด้วยการนำเทคโนโลยี ไนกี้ ฟลายนิต มาพัฒนาร่วมกับรองเท้ารุ่น มาจิสต้า และ เมอร์คิวเรียล ซุปเปอร์ฟลาย โดยตัวดีไซน์นั้นตอบโจทย์กับการเล่นที่เปลี่ยนไป โดยมาจิสต้านั้นสร้างขึ้นมาเพื่อสำหรับการทำเกมโดยเฉพาะ และเมอร์คิวเรียล ซุปเปอร์ฟลาย นั้นมีไว้สำหรับผู้เล่นที่ต้องการจะใช้ประโยชน์ของแต่ละวินาทีให้มากที่สุด “นวัตกรรมของฟลายนิตช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของรองเท้าฟุตบอลและช่วยพัฒนาผู้เล่นอีกด้วย”   มาร์ค ปาร์คเกอร์ ประธาน และ ผู้บริหารบริษัท ไนกี้ กล่าว นอกจากนี้ภาพยนตร์โฆษณาไนกี้ที่มีชื่อว่า “Winner Stays” นำแสดงโดยคริสเตียโน่ โรโนลโด้ เนย์มาร์ จูเนียร์ และ เวย์น รูนี่ย์ ยังได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง โดยมียอดผู้ชมทั้งหมดบน Youtube มากกว่า 140 ล้านครั้งและกำลังทำลายสถิติเป็นวิดีโอของไนกี้ที่มีคนดูมากที่สุด ในฤดูร้อนนี้ที่ประเทศบราซิล ไนกี้จะเป็นผู้สนับสนุนให้กับ 10 ทีมบนสนามแข่งขันอันทรงเกียรติ ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นๆในตลาด โดยไนกี้เองนั้นได้เริ่มต้นจากการเป็นน้องใหม่ และใช้เวลาเพียงแค่ 20 ปี ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นผู้นำนวัตกรรมอันดับหนึ่งของตลาด

เด็กชายวัย 14 ปี ประดิษฐ์นาฬิกา แต่ถูกจับเพราะครูคิดว่าเป็นระเบิด!
Student /  Technology / 

แค่นาฬิกาประดิษฐ์ ก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตได้ซะงั้น! เมื่อ "อาเหม็ด โมฮัมเหม็ด" เด็กชายวัย 14 ปี ในรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา ถูกตำรวจจับเพราะครูคิดว่าเขาสร้างนาฬิการะเบิด ข่าวนี้โด่งดังและสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากจนทำให้ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา และ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก (CEO เฟซบุ๊ก) อยากเจอเด็กชายคนนี้เลย .. เด็กชายวัย 14 ปี ประดิษฐ์นาฬิกา แต่ถูกจับเพราะครูคิดว่าเป็นระเบิด!  เด็กชายวัย 14 ปี ประดิษฐ์นาฬิกา แต่ถูกจับเพราะครูคิดว่าเป็นระเบิด! อาเหม็ด โมฮัมเหม็ด เด็กชายวัย 14 ปี คนนี้ได้ประดิษฐ์นาฬิกาดิจิตอลขึ้นมาซึ่งนาฬิกาที่เขาประดิษฐ์นั้น ทำด้วยกล่องใส่ดินสอสี่เหลี่ยม โดยข้างในเป็นระบบนาฬิกาที่เขาประกอบ หลังจากนั้นเขาก็นำไปให้คุณครูที่โรงเรียนดู เพื่ออยากจะให้คุณครูประทับใจ! แต่แล้วคุณครูกลับคิดว่าสิ่งที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมานั้นคือ ระเบิด จึงโทร.เรียกตำรวจ อาเม็ดจึงถูกคุมตัวในฐานะ ผู้ต้องสงสัย ไปซะงั้น สิ่งนี้ทำให้เขางงและตกใจเป็นอย่างมาก โดยอาเม็ดบอกว่า ในระหว่างที่ถูกคุมตัวจากตำรวจเขาไม่สามารถโทร.หาพ่อแม่ได้เลย และเขาก็ย้ำกับตำรวจว่า 'มันเป็นแค่นาฬิกา' แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ! เมื่อข่าวการถูกจับกุมตัวของอาเหม็ดเผยแพร่ออกไป เขาก็ถูกเชิญไปเยี่ยมชมบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีหลายที่ ไม่ว่าจะ เฟสบุ๊ค (Facebook), เชิญให้เข้าร่วมนิทรรศการวิทยาศาสตร์ ของกูเกิ้ล (Google), เข้าฝึกงานที่ ทวิตเตอร์ (Twitter) รวมไปถึงถูกเชิญจาก ประธานาธิบดีโอบามา เพื่อเยี่ยมชมทำเนียบขาวเป็นการส่วนตัวด้วย ซึ่งอาเม็ดก็ตอบรับคำเชิญของโอบามาเป็นที่เรียบร้อย แต่สิ่งที่เขาตื่นเต้นยิ่งกว่าก็คือ เขาได้คำเชิญจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ซึ่งเป็นที่ที่เขาใฝ่ฝันอยากจะเข้าเรียนมากๆ อีกทั้งอาเม็ดบอกว่า "ผมอยากให้ครูเห็นว่า เมื่อโตขึ้นผมจะเป็นวิศวกร แล้วตอนนี้ก็มีผู้คนนับล้านกำลังเฝ้าดูผมเป็นวิศวกร" นอกจากนี้ผู้คนยังสนับสนุน อีกทั้งชื่นชมว่าเขาเป็นเด็กที่ใฝ่รู้ เก่ง และมีความสามารถ ดูบทความต้นฉบับ : Texas teen kept saying it was a clock, not a bomb, but school wouldn't listen

เรื่องน่ารู้ 9 กฎเหล็กที่กูเกิ้ลใช้ในการรับคนเข้าทำงาน
10 อันดับ /  Google / 

ใครๆ ก็รู้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างอากู๋ Google ที่เราเปิดหน้าเว็บแว๊บแรกก็เจอกู๋ตลอดคนเนี่ย เวลาจะรับคนเข้าทำงานเขาก็ต้องพิถีพิถันในการเลือกพนักงานอยู่แล้ว! ก่อนหน้านี้ที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอไปเกี่ยวกับ Google กูเกิ้ลไม่รับนักศึกษาจบใหม่ จบจากสถาบันมีชื่อ-เกรดสวย ก็เป็นอีกหนึ่งการพิจารณาคนของเขา วันนี้ทีนเอ็มไทยก็มี เรื่องน่ารู้ 9 กฎเหล็กที่กูเกิ้ลใช้ในการรับคนเข้าทำงาน มาฝากกันอีก ใครอยากเข้าทำงานต้องศึกษาคุณสมบัติของตัวเองดูกันหน่อยแล้วแหละ ^^ ถ้าเพื่อนๆ มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในตัวและใฝ่ฝันที่จะเป็นหนึ่งในทีมที่มีประสิทธิภาพของอากู๋แล้วหล่ะก็ ขอให้โชคดี Fighting ..! เรื่องน่ารู้ 9 กฎเหล็กที่กูเกิ้ลใช้ในการรับคนเข้าทำงาน 1. GigaBRIGHT : หลักแหลมและมีไหวพริบ DO : จ้าง – คนที่ฉลาด และมีไหวพริบความรู้รอบตัวสูง DONT : ไม่จ้าง – คนที่ไม่มีความคิดเห็น และบริษัทไม่สามารถเรียนรู้อะไรจากคนๆนั้นได้เลย 2. Peopletential : ศักยภาพที่พัฒนาได้  DO : จ้าง – คนที่จะสร้างประโยชน์และเป็นแรงขับเคลื่อนให้บริษัทเดินไปในทิศทางที่ดีได้ นอกจากนั้นยังสามารถปรับตัวอยู่รวมกับวัฒนธรรมขององค์กรได้อีกด้วย DONT : ไม่จ้าง – คนที่ไม่มีวี่แววว่าจะทำได้ทั้งสองอย่างในข้อข้างบน 3. Smell like ‘Done’ Spirt : มุ่งมั่นแม้วันมามาก DO : จ้าง – คนที่มีความพยายามจะทำงานให้สำเร็จ DONT : ไม่จ้าง – คนที่คอยแต่โทษนู่น โทษนี่…เมื่อทำงานไม่สำเร็จ 4. Do less, Love more : รัก มีความสุขในงานที่ทำ DO : จ้าง – คนที่มีความกระตือรือร้น ตั้งใจ และสนใจที่อยากจะ ‘ทำ’ งานจริงๆ DONT : ไม่จ้าง – คนที่แค่อยากจะ ‘ได้’ งาน 5. Come Together : รวมกันเราเป็น ‘หนึ่ง’ DO : จ้าง – คนที่มีความเป็นผู้นำ สามารถผลักดันทีมได้และสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้เป็นอย่างดี DONT : ไม่จ้าง – คนที่ชอบทำงานคนเดียวมากกกว่าเป็น ‘ทีม’ 6. One of Us : ’หนึ่ง’ ในพวกเรา DO : จ้าง – คนที่สามารถจะเติบโตควบคู่ไปกับความสำเร็จของบริษัทได้ DONT : ไม่จ้าง – คนที่มีมุมมองแคบ และไม่ค่อยเปิดรับสิ่งใดๆ 7. Skillity : ทักษะรอบตัว DO : จ้าง – คนที่มีความสามารถหลากหลาย มีทักษะหลายด้าน และมีความสนใจในสิ่งเฉพาะทาง DONT : ไม่จ้าง – คนที่อยู่เพื่อทำงานอย่างเดียว 8. Great Mind : คุณธรรมนำงาน DO : จ้าง – คนที่มีจริยธรรม และ จรรยาบรรณอันดีงาม DONT : ไม่จ้าง – คนที่เห็นแก่ตัว และมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อทุกสิ่ง 9. Best of The Best  DO : จ้าง – ทันที! ที่เจอคนที่เหมาะสมที่สุด DONT : ไม่จ้าง – หากยังไม่เจอคนๆนั้น ขอบคุณข้อมูล http://www.marketingoops.com/,http://www.businessinsider.com/ บทความที่เกี่ยวข้อง  Google กูเกิ้ลไม่รับนักศึกษาจบใหม่ จบจากสถาบันมีชื่อ-เกรดสวย

3 สาวนักสู้ แม้
กำลังใจ /  คีโม / 

ขึ้นชื่อว่า "มะเร็ง" ใครไม่เจอกับตัวคงไม่มีทางเข้าใจ หลายครั้งที่มันทำร้ายชีวิตของใครหลายคนให้ทรุดลงแบบตั้งตัวแทบไม่ทัน บางคนท้อจนไม่สามารถกลับมามีความสุขกับการมีชีวิตอยู่ได้อีก แต่สิ่งเหล่านั้นคงไม่ได้เกิดขึ้นกับสามสาวที่เราพามาในวันนี้แน่ เพราะทั้งสามมีวิธีตั้งรับในแบบที่มั่นคงและแตกต่างกันไป เราจึงนำเรื่องราวและแง่มุมที่ดีๆ ที่ทั้งสามถ่ายทอดมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจให้กับใครอีกหลายๆคน  ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าเป็น "มะเร็ง" คุณพิมพ์ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ดารานักแสดงสาวสวย เล่าให้เราฟังว่า... "หมอบอกพิมพ์ว่า เจอก้อนเนื้อขนาด 18 เซนต์อยู่ในรังไข่ด้านซ้าย เหมือนส้มโอลูกหนึ่งอยู่ในรังไข่ แล้วให้เวลาไปเคลียร์ชีวิตตัวเอง 2 อาทิตย์แล้วกลับมาผ่าตัด ตอนนั้นพิมพ์มีทั้งงานละครและงานผู้จัดค้างอยู่ ก็ยังต่อรองว่าขอพิมพ์ไปทำงานอีกสักพักได้ไหม คือยังชิล ยังไม่รู้เรื่อง เพราะชีวิตนี้มีความสุขมาตลอด ไม่มีอะไรให้เครียดหรือคิดมาก ยกเว้นตอนอกหัก (หัวเราะ) คำว่า ‘มะเร็ง’ ไม่เคยอยู่ในหัว คิดว่าคงเป็นเนื้องอกหรือถุงน้ำเหมือนที่ใครๆก็เป็นกัน ยังบอกคุณหมอก่อนผ่าตัดเลยว่า ยังไงคุณหมอช่วยเอาไขมันพิมพ์ออกไปด้วยนะคะ จนเมื่อหมอบอกว่าก้อนเนื้อที่ว่านั้นคือมะเร็ง จึงทั้งชาทั้งมือไม้สั่น  ความรู้สึกทุกอย่างมันป๊อปอัพเข้ามาในหัว พิมพ์จะตายไหม แล้วพิมพ์จะไปทำงานยังไง เพราะตอนนั้นละครก็ถ่ายใกล้จบแล้ว พิมพ์ขอหมอไปถ่ายละครให้จบก่อนหมอก็บอกไม่ได้ ซึ่งก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรง" ในขณะที่คุณแป้ง อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ สไตลิสท์ และ กรรมการบริหารแบรนด์เสื้อผ้า Vickteerut และ Vick’s  เล่าว่า... "ตอนหมอบอกก็ตกใจประมาณหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เครียดมากมาย เพราะก่อนนั้นก็สังเกตเห็นว่าทำไมแม่ เพื่อนแฟน หมอต้องออกไปคุยกันนอกห้อง ก็คิดว่าเป็นมะเร็งใช่ไหมเนี่ย เขาถึงต้องทำแบบในละคร (หัวเราะ) แล้วก็ทราบจากในละครอีกนั่นแหละว่าเออ...เดี๋ยวถ้าให้คีโมแล้วต้องหัวโล้นนะ งั้นก็ไปโกนหัวรอเลยก็แล้วกัน เพราะที่จริงก็อยากจะไว้ผมทรงนี่อยู่แล้วล่ะ คือแป้งเป็นคนพร้อมรับกับทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตอยู่แล้ว ก็เลยไม่รู้สึกกังวลอะไรกับมันมากมาย แล้วก็มั่นใจว่าหมอเก่ง คิดว่ายังไงเราก็ต้องหายเพราะแป้งเป็นคนชอบเที่ยว ยังมีที่อีกตั้งเยอะที่อยากจะไป" สำหรับคุณหนึ่ง มสธร เห็นใจชน Marketing & PR Director บริษัท Bemyguest Management เธอบอกว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของเธอก็คือช่วงที่รอผ่าตัดและรอฟังผล "นอนไปนี่ตื่นขึ้นมาทุก 1 ชั่วโมง คิดอยู่แค่ว่าถ้ามันเป็นมะเร็งล่ะ แล้วถ้าเป็น...มันจะเป็นขนาดไหน แต่พอรู้ว่าเป็นอะไรแน่นอนแล้ว หลังจากวันนั้นก็ ‘สู้’ เลยคิดเลยว่าเราเกิดวันที่ 1 ใหม่ เราจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ใหม่ keep fighting คือก่อนนี้หนึ่งเป็นคนใช้ชีวิตแบบเลวร้าย ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ นอนดึก เที่ยวหนัก แต่ในวันที่ตั้งใจว่าฉันจะเกิดใหม่ ก็เปลี่ยนมาเป็นนอนเร็ว สองทุ่มนี่ต้องอยู่บนเตียงแล้วพร้อมหลับ อาหารการกินก็เปลี่ยน จากที่เคยนอนกินหมูสามชั้นทอดตอน 4 ทุ่ม ตอนนี้งดของทอด กินผักผลไม้มากขึ้น เพราะเสิร์ชเจอในกูเกิ้ล (ซึ่งเธอบอกว่าช่วงที่เป็นมะเร็ง เธอเข้ากูเกิลเป็นพันๆหน) ว่าคนเราต้องกินผักและผลไม้ 50เปอร์เซ็นต์ต่อมื้อ แล้วก็ดื่มน้ำเยอะๆ รวมถึงกินไข่ขาว ข้าวกล้อง เวลาไปเดินซูปเปอร์มาร์เก็ต ทุกอย่างที่เคยหยิบแต่ก่อนนี้ ตอนนี้หยิบไม่ได้เลย  ไส้กรอก อาหารที่เป็นโปรเซสส์ ฟู้ดส์ ต้องหยุดหรืออาหารตามร้านสะดวกซื้อ ไม่กินค่ะ เพราะว่าเป็นอาหารไมโครเวฟ ห้ามเด็ดขาด แต่ก่อนหนึ่งชอบมากตื่นมาขี้เกียจทำกับข้าวก็ใส่ไมโครเวฟ แล้วก็กินๆๆๆ แต่ช่วง 3 เดือนแรกที่ให้คีโม หนึ่งกินอาหารที่บ้าน ปรุงเองตลอด ส่วนพวกเหล้า บุหรี่นี่ตัดทันทีเลยแบบหักดิบ (หัวเราะ)" "คีโม" อีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปโดยเฉพาะคุณพิมพ์ที่อยู่ในวงการบันเทิงถือเป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก "ต้องบอกว่า ผมร่วงจนโล้นนี่เป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดในชีวิตที่เกิดขึ้นกับพิมพ์ก็ว่าได้ มันแย่กว่าตอนที่รู้ว่าเป็นมะเร็งอีก จนพิมพ์คิดว่าคงจะผ่านมันไปไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตแล้ว จะให้ใครเห็นสภาพเราแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่ก็ทำใจไว้แล้วนิดหนึ่งนะคะ เพราะก่อนจะร่วงหมด ผมมันก็เริ่มจะปลิวออกจากศีรษะไปแบบง่ายๆ นั่งๆอยู่ก็บอกแม่ผมร่วงอีกแล้ว แต่วันที่แค่จับแล้วผมหลุดเลยนี่ช็อคมากเลย จับตรงไหนก็หลุดไปทั้งกระจุก จับตรงไหนตรงนั้นโหว่ ก็ร้องไห้หนักมาก กอดกันกับคุณแม่ทั้งคืน พอตื่นขึ้นมาก็ตกใจตัวเองอีกเพราะเห็นสภาพตัวเองในแบบที่ผมมันไม่เหลือแล้ว เหลือแต่ตอแหว่งๆ" "ในที่สุดพิมพ์ก็ตัดสินใจโกนผมทั้งน้ำตา แต่การโกนผมก็ทำให้พิมพ์ได้คิดว่า พิมพ์จะอ่อนแอไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วนะเพราะไม่รู้ว่าถ้าเป็นแบบนี้แล้ว จะผ่านมันไปได้ยังไง พิมพ์ยังต้องให้คีโม ยังต้องสู้กับมันอีกตั้ง 5 ครั้ง นี่เพิ่งครั้งแรกเอง แล้วพิมพ์จะผมร่วงฟรีเหรอ เพื่ออะไร พิมพ์ก็ต้องรักษาให้หายให้ได้ พิมพ์จะบอกตัวเองอย่างนี้ทุกวันๆ" การมองโลกในแง่บวกเป็นเครื่องมือ ‘สู้’ กับ ‘มะเร็ง’ "สำหรับหนึ่งจะบอกว่าเป็นความโชคร้ายบนความโชคดีก็ได้เพราะตอนนี้หนึ่งอายุ 42 เราใช้ชีวิตสุดโต่งมาเต็มที่แล้ว แต่เรายังมีชีวิตอีก 40 กว่าปี ที่เรายังต้องอยู่ต่อไป ...มันเหมือนมะเร็งมาเตือนเรา ให้เราดูแลชีวิตดีขึ้น รักตัวเองมากขึ้น เพราะหนึ่งคิดว่าไม่ใช่ว่าเมื่อเราเป็นมะเร็งแล้ว แล้วเราจะต้องไปพร้อมกับมัน หนึ่งคิดว่าหนึ่งมีทางเลือก" ส่วนคุณแป้งเธอว่า "มะเร็ง มันช่วยให้รู้ว่ามีคนรักเรามากแค่ไหน ไม่ใช่แค่คนสนิท แม้แต่คนที่ห่างไปหน่อย ที่เขียนอะไรซึ่งบางครั้งเราก็รู้สึกว่ามันดราม่า แต่ลึกๆเราก็รู้ว่าเขาเป็นห่วงเรานะ แล้วมันก็เป็นกำลังใจให้เรา" "พิมพ์มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมและได้พูดหน้าชั้นในวันสุดท้าย ก็เล่าให้ทุกคนฟัง เปิดหมวกให้ทุกคนดู พิมพ์เห็นทุกคนช็อค เพราะตอนนั้นคนทั่วไปยังไม่รู้ แล้วคนที่เม้าท์ว่ามาปฏิบัติธรรมแล้วทำไมต้องใส่หมวก ทำไมต้องติดสวย เขาเดินมาขออโหสิกรรม มาขอโทษ มาให้กำลังใจ กลายเป็นได้พลังบวกแฮะ แล้วพิมพ์รู้สึกโล่งไปเลย สบายใจที่ได้บอกออกไป อีกครั้งคือตอนให้สัมภาษณ์นักข่าว ที่ทำให้พิมพ์ได้คิดว่าด้วยอาชีพของเรา เราสามารถเป็นกำลังใจให้คนได้อีกเยอะมากๆสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนกล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่เป็น" "พิมพ์จะพูดตลอดว่าต้องเห็นคุณค่าของตัวเองก่อน ต้องทำตัวเองให้มีประโยชน์สิ ถ้าทำได้ จะมามัวนั่งอมทุกข์อยู่ทำไม เพราะการเจ็บป่วยแบบนี้มันเป็นเรื่องภายนอก พอรักษาหายแล้วเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป” ทั้งสามคนมีจุดเริ่มต้นที่เหมือนกันคือการพบก้อนเนื้อที่บริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ดังนั้นสาวๆก็ควรหมั่นสังเกตตัวเองกันด้วยนะคะ และที่สำคัญควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะการตรวจภายในเพื่อที่จะได้แก้ไขได้ทันถ่วงที แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม "ความหวัง" และ "กำลังใจ"  เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้จิตใจของคุณแข็งแรง และหลายๆครั้งที่จิตใจที่เข้มแข็งสามารถพาเราผ่านเรื่องร้ายไปได้ราวกับปาฏิหาริย์ เช่นเดียวกับสามสาว ที่ขอบอกว่าเรานับถือหัวใจของเธอจริงๆ 

3 เหตุผล ที่เราควร เข้าครัว ทำอาหารทานเอง รู้แล้ว ชีวิตเปลี่ยน!
ทำอาหาร /  ทำอาหารทานเอง / 

อาหาร คือ สิ่งที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดของเราได้  สำหรับบางคน การกิน ก็คือการช่วยคลายเครียด เพราะฉะนั้น เมื่อเครียด พวกเขาจึงหาทางออกด้วยการทานอาหาร แต่สำหรับบางคน ก็คลายเครียดด้วยการทำอาหาร เพียงแค่เริ่มเดินหาวัตถุดิบในตลาดพวกเขาก็สนุกและมีความสุขแล้ว การทำอาหาร สำหรับคนรุ่นใหม่ ...อาจจะเป็นเหมือนเรื่องที่ยุ่งยากน่ารำคาญ เพียงแค่หาซื้ออาหารปรุงสำเร็จ ...ก็มีอยู่แทบจะทุกหัวถนน แล้วจะมาเสียเวลา คิดเมนู หาวัตถุดิบ เข้าครัวให้หัวมัน  แถมยังต้องมาเก็บล้างเองให้ยุ่งยากทำไมกัน แต่ในขณะที่เรากำลังหลีกเลี่ยงการเข้าครัวในบ้านของเราเอง มันก็ทำให้เราติดนิสัยแย่ๆ ในการกินอยู่ไปด้วยโดยไม่รู้ตัว อย่างแรก เราไม่เคยรู้เลยว่า อาหารตามร้านนั้น ใส่อะไรมาให้เราทานบ้าง? คุณแยกมันออก? คิดว่าจะสะอาดสะอ้านไปทุกมุมหรืออย่างไร? หรือ หากเราต้องการอาหารในราคามิตรภาพจากร้านอาหาร บ่อยไปที่เราได้อิ่มท้องก็จริง แต่คุณภาพและคุณค่าโภชนาการทางอาหารก็ลดน้อยด้อยลงไปด้วย หรือหากคุณมีรายได้สูง ...ชอบอาหารตามร้านหรูๆ ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมเมื่อไปร้านเก๋ๆ เราว่า คุณน่าจะลอง เดินตลาดไปซื้อหาของมาเข้าครัวทำจานโปรดของคุณเองดูสักครั้ง จะทำตาม วิธีที่เสิร์ชหาจากกูเกิ้ล หรือ ตาม วิธีสอนทำอาหารบน Youtube ก็ได้  แล้วคุณจะรู้สึกดีกว่าเป็นกอง อันที่จริงแล้ว มันคือเหตุผลในทางจิตวิทยา การที่คุณได้ลงมือทำอาหารทานเอง จะทำให้คุณกลายเป็นผู้กำหนดไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ด้วยตัวของคุณเองจากอาหารที่คุณทำนั่นแหละค่ะ ประโยคที่ว่า You are what you eat. นี่คือเรื่องจริง ลองมาดูประโยชน์ของการ เข้าครัว ทำอาหารทานเอง กันดูสิ เผื่อคุณจะเปลี่ยนใจ การทำอาหารทานเองเปลี่ยนให้คุณเป็นผู้นำ  การทำอาหารทานเองนอกจากจะช่วยคุณกำหนดแคลอรี่ แต่ยังช่วยให้คุณเป็นผู้กำหนดสุขภาพของคุณเอง ศาสตราจารย์ Clay Routledge ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยา กล่าวไว้ใน บทความบนเว็บไซต์ Psychology Today ว่า  การเตรียมอาหารเอง จะทำให้คุณรู้สึกเป็นอิสระ  ทำให้คุณกล้าที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานของการใช้ชีวิต ทำให้คุณมีความภาคภูมิใจในตัวเองและ มีความเป็นอยู่ที่ดี แม้เพียงมื้อเดียว ด้วยอาหารจานเดียวที่คุณได้ทำ...การตัดสินใจทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับคุณ คุณเป็นผู้กำหนดเครื่องปรุง วัตถุดิบ คุณได้เห็นว่าคุณกำลังใส่อะไรลงไปในร่างกายของคุณ  การที่คุณได้เฝ้าสังเกตขั้นตอนเหล่านี้ จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียด และนี่คือ วิธีที่จะเปลี่ยนชีวิตที่เหลือของคุณ ให้คุณกลายเป็นคนที่รู้ว่าจะเลือกอะไรให้กับชีวิตตัวเองในด้านอื่นๆ มันเป็นการประหยัดเงิน คุณเคยคำนวณราคาที่ต้องจ่ายสำหรับกาแฟในแต่ละวันของคุณไหมคะ ? ราคาทั้งหมดของทุกแก้ว / วัน นั้นรวมแล้ว แค่หลักสิบ หรือ หลักร้อย ? แล้วค่าข้าวในแต่ละมื้อนอกบ้านของคุณล่ะราคาเท่าไหร่ ? การเข้าครัวด้วยตัวคุณเอง จะประหยัดเงินมากกว่ากันเยอะ เพราะไม่ได้บวกกำไร ไม่ต้องจ่ายค่า Service Charge ไม่ต้องจ่ายค่า Vat ให้ร้านค้า  คุณเคยคำนวณราคาเมนู จานปลาแซลมอนสเต็ก สูตรทำเองในบ้าน กับ รายจ่ายเมนูจานนี้ตามร้านดังไหมล่ะ ลองทำดูสักครั้ง ถ้าได้รู้แล้วคุณอาจจะขนหัวลุกเลยก็เป็นได้ การเข้าครัวเอง จะสร้างความสุขให้คุณในระยะยาว การทานอาหารตามร้านจะให้ความสุขแค่ช่วงสั้นๆ ชั่วคราวสำหรับคุณ แต่การเข้าครัวทำอาหารทานเองจะมอบความสุขให้กับคุณตั้งแต่คุณเริ่มช้อปปิ้งหาของไปปรุงในครัว การไปสั่งอาหารตามร้าน มันสะดวกและประหยัดพลังงานของคุณก็จริง ที่ไม่ต้องเหนื่อยทำเอง เพียงแค่เรียกบ๋อย สั่งอาหารแล้วก็รอ ...เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ คุณก็ได้ทานแล้ว รสชาติอาจยอดเยี่ยม มีความสุขในการลิ้มรส แต่หลังจากคุณอิ่ม คุณก็ไม่ได้สัมผัสกับความสุขในอาหารจานนั้นอีกแล้ว ศาสตราจารย์ Clay Routledge กล่าวว่า การทำอาหาร และ ทานอาหารที่มีคุณภาพ ก็เหมือนการเล่นเกมตาใหญ่ๆ  เมื่อคุณเริ่มทำอาหาร และได้เลือกใช้วัตถุดิบดีๆ ที่บ้านคุณเอง เพียงเท่านี้คุณก็เริ่มรู้สึกดีแล้ว  ศาสตราจารย์ยังกล่าวต่อว่า มันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ และเปี่ยมด้วยพลังเมื่อเรามีเป้าหมายที่จะทำอาหารเพื่อสุขภาพของเรา เริ่มแรกก็แค่สนุกกับการเข้าครัวเสียก่อน คุณคือผู้กำหนดนิสัยของคุณเอง ซึ่งเป็นตัวชี้ว่าชีวิตคุณจะเป็นอย่างไร  ถ้าคุณไม่ชอบ ไม่สนุก ในสิ่งที่คุณทำ มันก็จะไม่กลายเป็นนิสัย การที่คุณพยายามฝืนเข้าครัวโดยที่คุณไม่ได้รู้สึกพอใจกับมัน แน่นอนว่า คุณจะไม่เข้าครัวอีกเลย ช่วงแรก คุณแค่หาวิธีที่จะสนุกกับการเข้าครัวเสียก่อน จากนั้นค่อยหาสิ่งที่คุณสนใจ สิ่งที่คุณชอบในการเข้าครัว ..และนี่จะทำให้คุณชอบเข้าครัวจนเป็นนิสัย คำแนะนำจากเรา : ลองเข้าครัวกับคนที่คุณชอบดูสิ ;P ที่มาจาก  elitedaily เรียบเรียงโดย Women MThai Team ภาพประกอบโดย Women MThai Team

พิสูจน์ความสยองผ่านสายตาคุณ ด้วยเทคนิคสุดล้ำ ใน “JERUZALEM เมืองปลุกปีศาจ”
JeruZalem /  หนังสยองขวัญ / 

ความพิเศษที่พลาดไม่ได้สำหรับ JERUZALEM เมืองปลุกปีศาจ ภาพยนตร์สยองขวัญแหวกแนว ที่นำความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับประตูนรกใจกลาง กรุงเยรูซาเล็ม พร้อมปลดปล่อยปีศาจออกมาอาละวาดในบริบทปัจจุบัน โดยถ่ายทอดความสยองขวัญ สั่นประสาท ออกมาบนจอภาพยนตร์แล้ว ยังเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ถ่ายทำด้วย แว่นตาอัจฉริยะ (กูเกิ้ล กลาส) สิ่งประดิษฐ์สุดล้ำแห่งยุค “เราอยากให้ผู้ชมได้ท่องเที่ยวไปกับตัวละคร สัมผัสความสยองและความลุ้นระทึกผ่านสายตาของตัวละคร ได้ดูวันนรกคืนชีพอย่างใกล้ชิดในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของโลกใบนี้” สองพี่น้องผู้กำกับฯ โดรอน พาซ และ โยฟ พาซ กล่าวถึงวัตถุประสงค์สำคัญของการใช้แว่นตาอัจฉริยะในการทำภาพยนตร์นี้ ซึ่งคุณสมบัติของแว่นตาอัจริยะคือสามารถบอกรายละเอียด ประวัติความเป็นมาของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งที่ผู้ใส่แว่นมองเห็น ราวกับอ่านหนังสือ และรับรู้ข้อมูลของผู้คนที่อยู่ตรงหน้าผ่านโซเชียลมีเดีย “เราอยากเรียกว่ามันคือ การเล่าเรื่องผ่านมุมมองของบุคคลที่หนึ่ง ไม่ใช่หนัง Found Footage โดยทั่วไป เราอยากให้ตัวละครอื่น ๆ มาคุยกับคนดูจริง ๆ และเมื่อตัวละครกำลังคืบคลานในที่มืด คนดูก็รู้สึกว่าตนเองกำลังคืบคลานจริง ๆ เหมือนการเล่นเกมเสมือนจริงนั่นแหละ เราเคยคุยกันเมื่อปีก่อนว่าจะใช้แว่นนี้ในการทำหนัง และแล้วก็พบว่ามันก็ให้มิติอีกระดับหนึ่งจริง ๆ ซึ่งคนดูสามารถรับรู้ข้อมูลเชิงลึกของสถานที่ในหนัง นั่นหมายความว่าเราสามารถใช้โซเชียลมีเดียลในรูปแบบของการเล่าเรื่องบนจอหนังได้ มันคือการเล่าตำนานอันเก่าแก่ในรูปแบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา” นอกจากนี้พวกเขายังเปิดเผยเหตุผลในการใช้กรุงเยรูซาเล็มเป็นฉากหลังของหนังเรื่องนี้ว่า “เรารู้สึกว่ายังไม่มีใครใช้เมืองเยรูซาเล็มมาเล่าเรื่องโลกาวินาศสักที ทั้ง ๆ ที่เป็นสถานที่เหมาะสมสุด ๆ เท่าที่เคยเห็นมานะ คุณเคยเห็นแต่หนังโลกาวินาศที่เกิดขึ้นในมหานครต่าง ๆ ทุกมุมโลก แต่ยังไม่เห็นเกิดขึ้นในเยรูซาเล็มเลย ทั้งที่คัมภีร์ไบเบิลและพวกพระคัมภีร์ต่าง ๆ ล้วนถือกำเนิดขึ้นที่เมืองนี้ นั่นคือเหตุผลที่เราเลือกเยรูซาเล็มเป็นฉากหลังสำคัญ” สามารถพิสูจน์ความพิเศษของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยตาของคุณเองได้ใน JERUZALEM เมืองปลุกปีศาจ 17 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์

Google เตรียมปล่อยให้อัพเดท Android 7.0 Nougat ได้วันที่ 22 สิงหาคมนี้
Android /  Android 7.0 Nougat / 

ทาง Google เตรียมปล่อย Android 7.0 Nougat ให้เหล่าผู้ใช้งานอัพเดทกันในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ จะมีเฉพาะรุ่น Nexus 6P และ Nexus 5X ที่จะสามารถอัพเดทได้ก่อน ส่วนรุ่นอื่นๆ ทาง Google ยังไม่ได้กำนัดวันอย่างเป็นทางการ ที่มา : androidauthority ,phonearena

เผยผลจัดอันดับ100แบรนด์สินค้า มูลค่าสูงสุดในโลก ปี2014
2014 /  interbrand / 

เผยผลจัดอันดับ100แบรนด์สินค้า มูลค่าสูงสุดในโลก ปี2014 โดย interbrand  วันนี้(22 พ.ย.) เว็บไซต์ interbrand บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ชั้นนำ ได้เผยผลการสำรวจBest Global Brands  จัดอันดับแบรนด์สินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ประจำปี2557 โดย10อันดับแรกมีดังนี้ อันดับ 1  แอปเปิ้ล รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 21 % มูลค่ารวม118,863 $M อันดับ 2  กูเกิ้ล รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 15% มูลค่ารวม107,439 $M อันดับ 3 โคคาโคล่า  รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +3% มูลค่ารวม 81,563 $M อันดับ 4 IBM รายได้ในปีนี้ ลดลง -8 % มูลค่ารวม 72,244  $M อันดับ 5 ไมโครซอฟต์ รายได้ในปีนี้ ลดลง -3 % มูลค่ารวม 61,154 $M อันดับ 6 GE (General Electric) รายได้ในปีนี้ลดลง -3% มูลค่ารวม 45,480 $M อันดับ 7 ซัมซุง รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +15%  มูลค่ารวม 45,462 $M อันดับ8 โตโยต้า รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +20%  มูลค่ารวม 42,392 $M อันดับ9 แมคโดนัลด์ รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +1%  มูลค่ารวม 42,254 $M อันดับ10 เมอซิเดส เบนซ์ รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +8%  มูลค่ารวม 34,388 $M *** มูลค่าหลักพันล้าน*** ส่วนแบรนด์ที่รายได้เติบโตสูงสุดประจำปีนี้คือเฟซบุ๊ค อยู่อันดับที่ 29 รายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 86% มูลค่ารวม14,349 $M ตามมาด้วยออดี้และอเมซอน ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้มากกว่า20% ส่วนแบรนด์ที่ตกต่ำมากที่สุดของปีนี้คือ  โนเกียในอันดับที่98 นินเทนโดในอันดับที่ 100 แต่แบรนด์ที่ย่ำแย่กว่านั้นคือแบรนด์ที่หลุดโผ100อันดับแรก คือแบรนด์สินค้า ไฮซ์(ซอสมะเขือเทศ) เฟอรารี่ เอว่อน และDELL MThai News

ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
ออฟฟิศ

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี กันค่ะ ออฟฟิศแห่งนี้ยังคง Concept เดิมของกูเกิ้ลไว้ก็คือการตกแต่งออฟฟิศให้พนักงานได้ผ่อนคลายเวลาทำงานมากที่สุด มีมุมพักผ่อน มีมุมนั่งเล่นมากมายค่ะ ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี  มีชิงช้าไว้ให้พนักงานได้นั่งเล่นผ่อนคลาย มีมุมนั่งทำงานที่สามารถมองวิวข้างนอกที่สวยงาม ตกแต่งพื้นเป็นสีฟ้าเหมือนนั่งประชุมกลางแม่น้ำ เพดานด้านบนมุมนี้เปิดโล่ง เพื่อโชว์ท่อหลากสี ที่เป็นสีสัญญาลักษณ์ของ Google ผนังตามทางเดินจะประดับด้วยป้ายไฟตัวอักษร เพิ่มลูกเล่นและความสวยงามให้กับออฟฟิศด้วยมุมนั่งเล่นสุดชิคที่ตกแต่งด้วยเก้าอี้บิวอินตัวใหญ่ปูด้วยหญ้าสุดแปลกตา เห็นออฟฟิศแห่งใหม่ของกูเกิ้ลแล้ว เรียกได้ว่าถ้าใครมีโอกาสได้ไปทำงานที่นั้น คงจะฟินและมีความสุขมากๆ อย่างแน่นอนเลยค่ะ ได้ทำงานในออฟฟิศที่ตกแต่งได้อย่างผ่อนคลายมากๆ ขอบคุณภาพ : http://www.homedit.com

หยุดแชร์มั่ว ไอแรงๆช่วย ปั๊มหัวใจ หากหัวใจล้มเหลว ไม่จริง
ปั๊มหัวใจ /  หัวใจล้มเหลว / 

สืบเนื่องจากที่มีแฟนเพจถามมาเกี่ยวกับเนื้อหาของ forward mail ที่ได้รับใจความก็ประมาณว่า... ถ้ากำลังขับรถอยู่คนเดียว แล้วเกิดมีอาการเจ็บหน้าอก คิดว่าตัวเองกำลังจะหัวใจล้มเหลวจะทำยังไง? ในเมล์บอกว่า ให้ช่วยตัวเองด้วยการไอแรงๆทุกๆ 2 วินาที ทำไปจนกว่าจะหายหรือมีคนมาช่วย อธิบายว่าการไอจะช่วยให้มีแรงกระแทกไปบีบหัวใจ ให้เลือดยังไหลเวียนต่อไปได้ หรือช่วยให้หัวใจกลับมาเต้นปกติ อ้างอิงว่าบทความนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร JOURNAL OF GENERAL HOSPITAL ROCHESTER บอกให้ส่งต่อ เพื่อช่วยชีวิตคนอื่นต่อไป ฟังดูเหมือนจะมีเหตุมีผล....รึเปล่านะ??? มาดูกันค่ะ หมอเริ่มต้นง่ายๆค่ะ เข้ากูเกิ้ล พิมพ์ชื่อวารสารที่ถูกอ้าง สิ่งที่ได้มาคืออันนี้ค่ะ http://www.rochestergeneral.org/centers-and-services/sands-constellation-heart-institute/patient-education/how-to-survive- a-heart-attack-when-alone/ แถลงการณ์ของหน่วยงานที่ถูกอ้างอิง บอกว่าไอ้เมล์เนี่ย มันมั่วโคตรๆ ไม่เคยมีรายงานแบบนี้ออกมาจากหน่วยงานนี้ หรือหมอคนไหนในสังกัดที่นี่!! และขอให้เลิกแชร์ไอ้เมล์นี่ แต่ให้บอกข้อมูลที่ถูกต้องแทน พอลองหาข้อมูลจาก American Heart Association ก็มีการพูดถึงเรื่อง Cough CPR(แปลตามตัว : การ ปั๊มหัวใจ ด้วยการไอ) ไว้ค่ะ แต่ไม่ได้บอกว่าให้ทำนะ สิ่งเค้าบอกคือ - วิธีนี้ไม่ได้ผลสำหรับกรณีการเจ็บหน้าอกทั่วไป และไม่ควรใช้ - กรณีเดียวที่การทำแบบนี้อาจได้ประโยชน์ คือ ***ผู้ป่วยที่กำลังได้รับการใส่สายสวนหัวใจ (cardiac catheterization) แล้วเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมา โดยต้องมีเครื่องตรวจคลื่นหัวใจ(EKG monitor) ติดอยู่ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฝ้าดู การให้คนไข้ไอแรงๆในกรณีนี้ อาจมีประโยชน์ระหว่างรอการรักษาด้วยยา*** สรุปคือไม่มีประโยชน์สำหรับกรณีทั่วไป และไม่แนะนำให้ทำนะคะ แล้วถ้าเกิดกรณีแบบที่สมมติจะทำยังไง??? ถ้าขับรถอยู่คนเดียว มีอาการผิดปกติ คิดว่าไม่ไหวจะหมดสติ สิ่งแรกที่ควรทำคือ **หาที่จอดรถที่ปลอดภัย แล้วหาความช่วยเหลือค่ะ จะเรียกคนรอบข้าง หรือโทรตามใครมาช่วย โทร 1669 ก็ได้ค่ะ เพราะถ้าฝืนขับรถ แล้วหมดสติไปจริงๆ(เพราะไอไปก็ไม่ช่วยอะไร) แทนที่จะไปรพ.ด้วยหัวใจวายอย่างเดียว อาจจะกลายเป็น หัวใจวาย+สมองกระแทก+ปอดฉีก+ตับแตก+ขาหัก จากรถชนแถมไปด้วยนะคะ ย้ำอีกทีค่ะ การแชร์อะไรสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ตรวจสอบ แทนที่จะได้บุญ จะกลายเป็นทำบาปไม่รู้ตัว @หมอบาส ที่มาบทความสุขภาพ จากเพจใกล้ชิดหมอ https://www.facebook.com/Drnextdoor

Google จัดเกมส์ในตำนานมาให้เล่นแก้เบื่อบนสมาร์ทโฟน
google /  Solitaire / 

ใครที่กำลังหาเกมส์ใหม่ๆ (แต่เก่า) เล่นบนสมาร์ทโฟนของตัวเอง ทาง Google ก็มีเกมส์มาไว้ให้เล่นแก้เบื่อ 2 เกมส์ คือ เกมส์ Solitaire หรือเกมส์ไพ่ในตำนานนั่นเอง ส่วนอีกเกมส์คือ Tic-Tac-Toe เกมส์ XO ของบ้านเรานั่นแหละ วิธีเล่นก็ง่ายๆ เพียงแค่เสิชชื่อเกมส์ในแอพฯ Google บนสมาร์ทโฟนของคุณ แล้วก็เล่นได้เลย โดยไม่ต้องโหลดลงเรื่องแต่อย่างใด ที่มา : googleblog

หญิงลี ฮอตได้อีก กับรางวัล Youtube Partner Rewards
Youtube Partner Rewards /  ขอใจเธอแลกเบอร์โทร / 

แกรมมี่ ปลื้มรับรางวัล Youtube Partner Rewards (ยูทูป พาร์ทเนอร์ รีวอร์ดส) หญิงลี สาวลำซิ่ง 100 ล้านวิว ...ดีด๊า ร่วมรับรางวัล ถือเป็นพันธมิตรยักษ์ใหญ่ที่สุดในวงการเพลงและบันเทิงเมืองไทยสำหรับบริษัท “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ” เพราะเมื่อ ยูทูป โกบอล จัดงานเปิด ยูทูป ไทยแลนด์ เมื่อวันก่อนนั้น นาย ทอม พิคเกตต์ รองประธานฝ่ายเนื้อหา ยูทูป ในงานเปิดตัวยูทูป ไทยแลนด์ ได้ทำพิธีร่วมแสดงความยินดีมอบรางวัล ยูทูป พาร์ทเนอร์ รีวอร์ดส (YouTube Partner rewards) ให้กับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, จีนี่ เรคคอร์ดส และวี เรคคอร์ด ที่มีจำนวนสมาชิกเกิน 1 ล้านรายชื่อ โดยมอบให้กับคุณ กริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจเพลง) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับมอบ พร้อมทั้งมี หญิงลี ศรีจุมพล สาวลำซิ่งเจ้าของสถิติ 100 ล้านวิวจากเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ร่วมรับมอบด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม เมื่อบ่ายวันก่อน ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ “ผมว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของวงการบันเทิงเมืองไทย ที่ Google (กูเกิ้ล) เข้ามาเปิดให้บริการ You Tube (ยูทูป) ในประเทศไทย ดังนั้น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในฐานะเจ้าของคอนเทนท์บันเทิงรายใหญ่ที่เรามีคลังเพลงกว่า 20,000 เพลง รวมถึงมีมิวสิควิดีโอ คอนเสิร์ต ละคร ละครเวที และอื่นๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อยูทูปไทยแลนด์ได้ ขณะที่ ยูทูป ซึ่งเป็นเว็บไซต์วิดีโออันดับ 1 ของโลก ก็เป็นช่องทางที่คอนเทนท์ต่างๆของแกรมมี่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นเดียวกัน และที่สำคัญเพลงของแกรมมี่สามารถสร้างยอดวิวได้สูงสุดติดอันดับ 1 และ 2 ของเมืองไทย โดยเพลง “ไกลแค่ไหนคือใกล้” ของวงเก็ทสึโนว่า ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเพลงไทยเมื่อมีผู้เข้าชมคลิปเพลงนี้กว่า 108 ล้านวิว ขณะที่เพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ของสาวลำซิ่ง “หญิงลี ศรีจุมพล” ก็กลายเป็นมิวสิควิดีโอเพลงไทยลูกทุ่งเพลงแรกที่สร้างสถิติใหม่มียอดวิวบนยูทูปทะลุ 100 ล้านวิว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีๆอีกเรื่อง” กริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจเพลง) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เผย ย้อนไปดูภาพบรรยากาศ การฉลอง เพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร ทะลุ ร้อยล้านวิว ใน Youtube คลิก มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Google เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ในประเทศไทย
google /  กูเกิ้ล / 

เคยสงสัยหรือไม่ว่าคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตในแต่ละวันกันมากน้อยแค่ไหน? จำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีเท่าไหร่? และมีคนไทยกี่เปอร์เซ็นต์ที่ดูโทรทัศน์และใช้อินเทอร์เน็ตพร้อมกัน? ผลสำรวจล่าสุดจาก Thailand Consumer Barometer ช่วยตอบคำถามเหล่านั้นได้ การสำรวจดังกล่าวดำเนินการโดย TNS ซึ่ง Google Consumer Barometer ให้ข้อมูลครอบคลุมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย ถ้าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตนี้มีให้นำไปใช้ได้แล้วโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตามรายงาน จาก Google Consumer Barometer ระบุว่า (53% ของคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตทุกวัน, ในขณะที่ 70% ของประชากรไทยใช้สมาร์ทโฟนและอีก 58% ใช้อินเทอร์เน็ตพร้อมๆ กับดูทีวีไปด้วย) การบริโภคสื่อดิจิทัลของคนไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยมีการคาดไว้ เนื่องจากปัจจัยและความสะดวกต่างๆ ที่เอื้อต่อการ “ใช้ชีวิตออนไลน์” ที่กำลังเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย และนี่เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก (85% เข้าใช้เว็บทุกวัน ซึ่งสำหรับกลุ่มผู้ใช้อายุต่ำกว่า 25 ปี จะสูงถึง 92%) คนไทยกำลังเดินหน้าไปสู่วิถีของดิจิทัลมากยิ่งขึ้น (69% ชื่นชอบงานดิจิทัล หรือคิดเป็น 80% ในกลุ่มผู้ใช้อายุต่ำกว่า 25 ปี) คนทั่วไปบอกว่ามักเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ เป็นหลัก (70% เข้าใช้เว็บจากสมาร์ทโฟน) คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมๆ กัน (58% ใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อกันกับอุปกรณ์อื่นๆ ในขณะดูทีวี) แต่ ความน่าสนใจอยู่ที่  88%  ของคอนเทนต์ที่พวกเขาชมไม่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์บนทีวีที่กำลังรับชม) การชมออนไลน์วิดีโอ:  45% ของคนไทยชมออนไลน์วิดีโอทุกวัน คนไทยยังนิยมและคุ้นเคยกับการชมวิดีโอยาวๆ  โดย 77% รับชมวิดีโอนานกว่า 5 นาที

มาดู 10 หนังฮอตฮิตของชาวเน็ต ประจำปี 2014 จากเว็บ Google
10 อันดับ หนังที่คนเสิร์ชหาเยอะที่สุดในกูเกิ้ล /  17 & Life Jailbait / 

ขึ้นชื่อว่าเป็นเว็บสามัญประจำบ้านไปแล้ว สำหรับ Google.com ที่คิดอะไรไม่ออกก็ไปถามได้ ซึงเป็นประจำทุกสิ้นปี ที่ Google จะทำการรวบรวมคำค้นหายอดฮิตตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งในปี 2014 นี้ มีหนังเรื่องไหน ที่ฮอตฮิตในหมู่ชาวเน็ตบ้าง มาดูกัน อันดับ 10 : Divergent เป็นกระแสฮือฮาเมื่อมีข่าวการสร้าง Divergent ฉบับภาพยนตร์ ที่มาจากวรรณกรรมสุดฮิต เรื่องราวของมนุษย์ที่ต้องถูกแบ่งเป็น 5 กลุ่ม 5 ชนชั้น ที่นางเอกสาวถือกำเนิดขึ้น โดยมีคุณสมบัติเหมาะสมมากกว่า 1 กลุ่ม ซึ่งถือว่าเป็นการแหกกฏแบบสุดขีด! ถึงแม้กระแสตอบรับจะได้ทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ แต่ Divergent ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอยู่พอตัว ทำให้ปีหน้าจะมีภาคต่ออย่าง Insurgent รอคุณผู้ชมอยู่แล้วเรียบร้อย -------------------------- อันดับ 9 : ทาสรักอสูร พี่หม่ำ จ๊กม๊ก ขวัญใจชาวไทยยังมาแรงเสมอ และในปี 2014 นี้ ก็พา ทาสรักอสูร หนังรักสไตล์ตบจูบ ตบจูบ เข้ามาอันดับ 9 ที่ชาวเน็ตเสิร์ชหากันมากที่สุด ยิ่งหฤโหด ก็ยิ่งโคตรหฤฮา ได้ใจไปเต็มๆ ล่ะครับงานนี้ ----------------------- อันดับ 8 : Interstellar ลงโรงฉายช่วงปลายปี แต่ด้วยการการันตีจากชื่อผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ก็ทำให้ Interstellar หนังท่องอวกาศผ่านรูหนอนเรื่องยิ่งใหญ่ ก็ติดโผกับเขาด้วย อีกทั้งหนังยังอุดมไปด้วยรายละเอียดซับซ้อน ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ชวนปวดเศียรเวียนเกล้า และการตีความมากมาย แฟนๆ เลยต้องเสาะหาคำตอบกันยกใหญ่ ------------------------ อันดับ 7 : Godzilla จะมีสัตว์ประหลาดใดเล่า จะยิ่งใหญ่ครองใจแฟนๆ ไปเท่ากับราชันย์ ก๊อตซิลล่า ซึ่งการกลับมาของภาพยนตร์ Godzilla ในรูปแบบเคารพต้นฉบับของญี่ปุ่นนี้ ก็ได้เสียงตอบรับแดนบวกล้นหลามสมใจทุกคนที่เฝ้ารอ ถือว่าฮอลลีวู้ดแก้มือได้สำเร็จ หลังจากฉบับปี 1998 พังพินาศไปแบบสุดๆ  ---------------------------- อันดับ 6 :  Jailbait ถึงไม่ได้ลงโรงที่ไทย แต่โด่งดังไกลจนลงแผ่น สำหรับภาพยนตร์ 17 & Life Jailbait ที่นักแสดงสาว ซาร่า มาลากุล โกอินเตอร์ไปแสดงแบบลงทุนสุดๆ เล่นจริง เปลือยจริง จนเป็นกระแสฮือฮาพร้อมคลิปหลุดว่อน แต่นอกจากข่าวฉาวเกี่ยวกับนักแสดงแล้ว ตัวเนื้อหนังที่สะท้อนภาพของชีวิตภายในคุกอันโหดร้ายเรื่องนี้ ก็มีคุณภาพไม่แพ้เรื่องไหนๆ เหมือนกัน ---------------------------- อันดับ 5 : Begin Again  หนังรักต้องคู๋กับเพลงรัก แต่ในปี 2014 ที่ผ่านมา ใครเล่าจะมาแรงเท่ากับ Begin Again ที่นอกจากตัวหนังจะจี้จุดชวนอมยิ้มได้แล้ว เพลงประกอบก็กระแทกใจหอมหวานแบบสุดๆ จนแฟนๆ ต้องควานหาแบบเต็มอัลบั้มมาครอบครองกันให้วุ่น ซึ่งแน่นอนว่าอัลบั้มเพลงเพราะนี้ มีผู้นำสำคัญ จน Google ยังต้องยอมอย่างเพลง Lost Stars นั่นเอง --------------------------- อันดับ 4 : ฟัดจังโตะ หนังอารมณ์ดี หยิกแกมหยอก(แรงๆ) อย่าง ฟัดจังโตะ ก็มาแรง ถึงจะฉายตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ก็เข้ามาติดถึงอันดับ 4 ด้วยความหล่อรั่วเกรียน ของ บอย ปกรณ์ และสวยเอ๋อโหด อย่าง ยิบโซ รมิตา และโลเคชั่นประเทศญี่ปุ่นสุดสวย ก็ยังคงดึงดูดแฟนๆ หนังรักเคล้าเสียงหัวเราะ ให้ควานหาข้อมูลกันอยู่ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว  ------------------------- อันดับ 3 : กัปตันอเมริกา กัปตันอเมริกา แบกโล่พิทักษ์โลกมาแรงแซงโค้ง จนคว้าอันดับ 3 ด้วยตัวคาแร็คเตอร์ที่สุดจะป๊อปอยู่แล้วจากภาคแรก ในปี 2014 ก็มีภาคต่ออย่าง Captain America: The Winter Soldier มาตอกย้ำเข้าไปอีก มาร์เวลปีนี้ ใครมีดีเท่าพี่บึ้ก กัปตันอเมริกา ไม่มีอีกแล้ว ------------------------ อันดับ 2 : Frozen Let It Go Let it Go!! แอนิเมชั่นหนาวเยือก Frozen ครองใจแฟนหนังชาวไทยทุกเพศทุกวัยไปเรียบร้อย งานนี้ราชินีเอลซ่า ร่ายมนต์จนคุณผู้ชมชาวไทยหลงใหล ต้องไปตามหาข้อมูลภาพยนตร์อีกเพียบ ------------------------ อันดับ 1 : คิดถึงวิทยา ครูแอน และครูสอง จากภาพยนตร์ คิดถึงวิทยา พาโรงเรียนเรือนแพ คว้าแชมป์หนังที่มีคนค้นหามากที่สุด ของปี 2014 ไปครอง นอกจากความฟิลกู้ด ที่ดูแล้วรักคุณครูขึ้นอีกเยอะแล้ว หนังเรื่องนี้ ยังเป็นตัวแทนของหนังไทยไปชิงชัยออสการ์ครั้งที่ 87 นี้ด้วยนะเอ้อ ข้อมูลจาก Google -------------------------------