กูเกิ้ล

หยุดแชร์มั่ว ไอแรงๆช่วย ปั๊มหัวใจ หากหัวใจล้มเหลว ไม่จริง
ปั๊มหัวใจ /  หัวใจล้มเหลว / 

สืบเนื่องจากที่มีแฟนเพจถามมาเกี่ยวกับเนื้อหาของ forward mail ที่ได้รับใจความก็ประมาณว่า... ถ้ากำลังขับรถอยู่คนเดียว แล้วเกิดมีอาการเจ็บหน้าอก คิดว่าตัวเองกำลังจะหัวใจล้มเหลวจะทำยังไง? ในเมล์บอกว่า ให้ช่วยตัวเองด้วยการไอแรงๆทุกๆ 2 วินาที ทำไปจนกว่าจะหายหรือมีคนมาช่วย อธิบายว่าการไอจะช่วยให้มีแรงกระแทกไปบีบหัวใจ ให้เลือดยังไหลเวียนต่อไปได้ หรือช่วยให้หัวใจกลับมาเต้นปกติ อ้างอิงว่าบทความนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร JOURNAL OF GENERAL HOSPITAL ROCHESTER บอกให้ส่งต่อ เพื่อช่วยชีวิตคนอื่นต่อไป ฟังดูเหมือนจะมีเหตุมีผล....รึเปล่านะ??? มาดูกันค่ะ หมอเริ่มต้นง่ายๆค่ะ เข้ากูเกิ้ล พิมพ์ชื่อวารสารที่ถูกอ้าง สิ่งที่ได้มาคืออันนี้ค่ะ http://www.rochestergeneral.org/centers-and-services/sands-constellation-heart-institute/patient-education/how-to-survive- a-heart-attack-when-alone/ แถลงการณ์ของหน่วยงานที่ถูกอ้างอิง บอกว่าไอ้เมล์เนี่ย มันมั่วโคตรๆ ไม่เคยมีรายงานแบบนี้ออกมาจากหน่วยงานนี้ หรือหมอคนไหนในสังกัดที่นี่!! และขอให้เลิกแชร์ไอ้เมล์นี่ แต่ให้บอกข้อมูลที่ถูกต้องแทน พอลองหาข้อมูลจาก American Heart Association ก็มีการพูดถึงเรื่อง Cough CPR(แปลตามตัว : การ ปั๊มหัวใจ ด้วยการไอ) ไว้ค่ะ แต่ไม่ได้บอกว่าให้ทำนะ สิ่งเค้าบอกคือ - วิธีนี้ไม่ได้ผลสำหรับกรณีการเจ็บหน้าอกทั่วไป และไม่ควรใช้ - กรณีเดียวที่การทำแบบนี้อาจได้ประโยชน์ คือ ***ผู้ป่วยที่กำลังได้รับการใส่สายสวนหัวใจ (cardiac catheterization) แล้วเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมา โดยต้องมีเครื่องตรวจคลื่นหัวใจ(EKG monitor) ติดอยู่ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฝ้าดู การให้คนไข้ไอแรงๆในกรณีนี้ อาจมีประโยชน์ระหว่างรอการรักษาด้วยยา*** สรุปคือไม่มีประโยชน์สำหรับกรณีทั่วไป และไม่แนะนำให้ทำนะคะ แล้วถ้าเกิดกรณีแบบที่สมมติจะทำยังไง??? ถ้าขับรถอยู่คนเดียว มีอาการผิดปกติ คิดว่าไม่ไหวจะหมดสติ สิ่งแรกที่ควรทำคือ **หาที่จอดรถที่ปลอดภัย แล้วหาความช่วยเหลือค่ะ จะเรียกคนรอบข้าง หรือโทรตามใครมาช่วย โทร 1669 ก็ได้ค่ะ เพราะถ้าฝืนขับรถ แล้วหมดสติไปจริงๆ(เพราะไอไปก็ไม่ช่วยอะไร) แทนที่จะไปรพ.ด้วยหัวใจวายอย่างเดียว อาจจะกลายเป็น หัวใจวาย+สมองกระแทก+ปอดฉีก+ตับแตก+ขาหัก จากรถชนแถมไปด้วยนะคะ ย้ำอีกทีค่ะ การแชร์อะไรสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ตรวจสอบ แทนที่จะได้บุญ จะกลายเป็นทำบาปไม่รู้ตัว @หมอบาส ที่มาบทความสุขภาพ จากเพจใกล้ชิดหมอ https://www.facebook.com/Drnextdoor

สุดเจ๋ง ! ลูกเล่นแปลกๆจาก กูเกิ้ล ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน
กูเกิ้ล /  สุดเจ๋ง

สุดเจ๋ง ! ลูกเล่นแปลกๆจาก กูเกิ้ล ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

คำถามทดสอบแฟน ปีศาจแดง คุณรู้จัก ไรอัน กิ๊กส์ ดีแค่ไหนกัน?
กิ๊กส์ /  ปีศาจแดง / 

ในโอกาสที่ครบรอบ 25 ปีที่ ไรอัน กิ๊กส์ ประเดิมสนามให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเดือนนี้ (เกมพบกับ เอฟเวอร์ตัน วันที่ 2 มีนาคม 1991, เปลี่ยนตัวลงสนามแทน เดนิส เออร์วิน) เราจำมาขอทดสอบแฟน ปีศาจแดง อย่างคุณสักหน่อยว่ารู้จักกับ ปีกพ่อมด รายนี้ของเรากันดีแค่ไหน? ว่าแล้วก็มาตอบคำถามทั้งหมด 10 ข้อ กันเลยดีกว่า อ้อ... อย่าได้โกงดูคำตอบก่อน หรือใช้ กูเกิ้ล เสิร์ชหาคำตอบกันด้วยล่ะ! ข้อละ 1 คะแนน... เริ่มได้! 1. ไรอัน กิ๊กส์ เกิดที่เมืองอะไร? 2. ชื่อกลางของ กิ๊กซี่ คืออะไร? 3. เขาประเดิมสนามในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน แต่ทีมไหนกันที่เขายิงประตูใส่เป็นทีมแรก? 4. แชมป์รายการใหญ่ถ้วยแรกที่ กิ๊กส์ ได้ชูขึ้นเหนือศีรษะคือรายการใด? 5. เขาลงเล่นให้กับทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ไปทั้งหมดกี่ครั้ง - 44, 54 หรือ 64? 6. เขาทาบสถิติลงเล่นสูงสุดให้กับสโมสรของ เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ในการลงเล่นเจอกับทีมใด? 7. ปีไหนที่เขาได้รับรางวัลบุคคลกีฬายอดเยี่ยมแห่งปี (Sports Personality of the Year)? 8. 2 ทีมใดที่เขาลงสนามเจอด้วยบ่อยครั้งที่สุดด้วยจำนวนเท่ากัน? 9. เกมแรกที่เขาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวให้กับสโมสรเป็นการเจอกับทีมใด? 10. เขาลงสนามนัดสุดท้ายในฐานะนักเตะ ปีศาจแดง เจอกับทีมใด? เฉลย - 1. คาร์ดิฟฟ์ 2. โจเซฟ 3. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4. ลีก คัพ ปี 1992 5. 64 6. วีแกน แอธเลติก 7. 2009 8. เชลซี กับ อาร์เซน่อล 9. นอริช ซิตี้ 10. ฮัลล์ ซิตี้ คุณได้คะแนนเท่าไหร่กัน? 0-2 คะแนน - นี่แสดงว่าคุณเพิ่งตามเชียร์ แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ไม่กี่ปีเองล่ะสิ! 3-5 คะแนน - เรียกได้ว่าเป็นแฟน ปีศาจแดง ในระดับหนึ่ง 6-8 คะแนน - คุณคือแฟนบอลที่เก็บรายละเอียดของสโมสรได้ดีทีเดียว 9-10 คะแนน - นอกจากจะเป็นแฟนตัวจริงของสโมสรแล้ว คุณยังต้องชอบ กิ๊กซี่ มากๆ แน่ ถึงเก็บได้ทุกเม็ดแบบนี้!

ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
ออฟฟิศ

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี กันค่ะ ออฟฟิศแห่งนี้ยังคง Concept เดิมของกูเกิ้ลไว้ก็คือการตกแต่งออฟฟิศให้พนักงานได้ผ่อนคลายเวลาทำงานมากที่สุด มีมุมพักผ่อน มีมุมนั่งเล่นมากมายค่ะ ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี  มีชิงช้าไว้ให้พนักงานได้นั่งเล่นผ่อนคลาย มีมุมนั่งทำงานที่สามารถมองวิวข้างนอกที่สวยงาม ตกแต่งพื้นเป็นสีฟ้าเหมือนนั่งประชุมกลางแม่น้ำ เพดานด้านบนมุมนี้เปิดโล่ง เพื่อโชว์ท่อหลากสี ที่เป็นสีสัญญาลักษณ์ของ Google ผนังตามทางเดินจะประดับด้วยป้ายไฟตัวอักษร เพิ่มลูกเล่นและความสวยงามให้กับออฟฟิศด้วยมุมนั่งเล่นสุดชิคที่ตกแต่งด้วยเก้าอี้บิวอินตัวใหญ่ปูด้วยหญ้าสุดแปลกตา เห็นออฟฟิศแห่งใหม่ของกูเกิ้ลแล้ว เรียกได้ว่าถ้าใครมีโอกาสได้ไปทำงานที่นั้น คงจะฟินและมีความสุขมากๆ อย่างแน่นอนเลยค่ะ ได้ทำงานในออฟฟิศที่ตกแต่งได้อย่างผ่อนคลายมากๆ ขอบคุณภาพ : http://www.homedit.com

ย้อนรอย! 25 ปี ไนกี้ ฟุตบอล กับเส้นทางประวัติศาสตร์ของกีฬาลูกหนังตอนที่ 3 (ตอนจบ)
Nike Magista Obra /  บาร์เซโลน่า / 

ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก นำเสนอ 25 ช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกีฬาลูกหนังที่ผลักดันให้ไนกี้ก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของผลิตภัณฑ์กีฬาฟุตบอลในยุคปัจจุบัน มาให้ติดตามอ่านเป็นตอนที่ 3 ปี 2006 – ไนกี้ได้เริ่มบุกสื่อดิจิตอลด้วยแคมเปญที่มีชื่อว่า “Joga Bonito” โดยถือเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการวางแผนการตลาดผ่านสื่อดิจิตอล โดยไนกี้ร่วมมือกับ บริษัท กูเกิ้ล เพื่อสร้างเว็บไซด์สังคมออนไลน์ที่มีการป้อนข้อมูลก่อนจะถึงทัวร์นาเม็นต์และส่งเสริมข้อมูลที่สร้างขึ้นมาโดยผู้ใช้เอง ปี 2009 – สโมสรบาร์เซโลน่า จากสเปนได้รับชัยชนะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยทางสโมสรได้รับการยกย่องปรัชญาการทำทีมที่เน้นทีมเวิร์คมากกว่าความเก่งของตัวบุคคล ตลอดจนความกล้าหาญที่ปราศจากความกลัว และวิธีเล่นแบบบุกไม่หยุด ปี 2010 – แคมเปญ “Write the Future” ได้ถูกปล่อยออกมาบน Facebook และได้รับการแชร์มากที่สุดบนสื่อออนไลน์ และถือเป็นโฆษณาความยาว 3 นาที ที่เผยแพร่ได้รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของไนกี้ ฟุตบอล ขณะเดียวกันในปีนั้น ไนกี้ เอลิทแพ็ค ผลิตภัณฑ์ฟุตบอลสำหรับประเทศในแถบอเมริกาใต้ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะรองเท้าฟุตบอลที่ประกอบด้วย 4 สี 4 สไตล์ ที่มีแม่สีใกล้เคียงกับสีม่วงและสีส้ม ซึ่งมันช่วยสร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดบนสนามและช่วยให้นักเตะในทีมเดียวกันสามารถมองหากันได้อย่างรวดเร็ว และในปีนี้ยังถือเป็นครั้งแรก ที่ทีมฟุตบอล 9 ทีมชาติที่ทางไนกี้เป็นผู้สนับสนุน เช่นโปรตุเกส บราซิล เนเธอร์แลนด์ และ สหรัฐอเมริกา ได้สวมใส่เสื้อที่ทำจากการขวดรีไซเคิลจากบ่อขยะมูลฝอยในประเทศไต้หวันและญี่ปุ่น โดยเสื้อแต่ละตัวนั้นทำมากจากขวดน้ำแปดขวด  โดยตั้งแต่ปี 2010 ขวดน้ำทั้งหมดเกือบ 2 พันล้านขวดได้ถูกนำมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีปริมาณมากพอที่จะถมสนามฟุตบอลได้ถึง 3,500 สนาม ปี 2013 – รองเท้าฟุตบอลไฮเปอร์เวนอมได้ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับนักเตะเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านความเร็วและสามารถยิงบอลได้จากทุกมุม ไนกี้ได้รับข้อมูลจาก เนย์มาร์ จูเนียร์ และ เวย์น รูนี่ย์ เกี่ยวกับความเร็วของเกมฟุตบอลที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งผสานเทคโนโลยีไนกี้สกิน (NIKESKIN) ที่สร้างขึ้นเป็นโครงตาข่ายด้วยฟิล์มโพลิยูรีเทนชนิดบาง เพื่อให้เท้าของนักเตะรู้สึกใกล้เคียงกับเท้าเปล่ามากที่สุด  ปี 2014 – ไนกี้ได้นำเสนอรองเท้าฟุตบอลหุ้มข้อที่ฉีกกฎเกณฑ์ในกีฬาฟุตบอล ด้วยการนำเทคโนโลยี ไนกี้ ฟลายนิต มาพัฒนาร่วมกับรองเท้ารุ่น มาจิสต้า และ เมอร์คิวเรียล ซุปเปอร์ฟลาย โดยตัวดีไซน์นั้นตอบโจทย์กับการเล่นที่เปลี่ยนไป โดยมาจิสต้านั้นสร้างขึ้นมาเพื่อสำหรับการทำเกมโดยเฉพาะ และเมอร์คิวเรียล ซุปเปอร์ฟลาย นั้นมีไว้สำหรับผู้เล่นที่ต้องการจะใช้ประโยชน์ของแต่ละวินาทีให้มากที่สุด “นวัตกรรมของฟลายนิตช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของรองเท้าฟุตบอลและช่วยพัฒนาผู้เล่นอีกด้วย”   มาร์ค ปาร์คเกอร์ ประธาน และ ผู้บริหารบริษัท ไนกี้ กล่าว นอกจากนี้ภาพยนตร์โฆษณาไนกี้ที่มีชื่อว่า “Winner Stays” นำแสดงโดยคริสเตียโน่ โรโนลโด้ เนย์มาร์ จูเนียร์ และ เวย์น รูนี่ย์ ยังได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง โดยมียอดผู้ชมทั้งหมดบน Youtube มากกว่า 140 ล้านครั้งและกำลังทำลายสถิติเป็นวิดีโอของไนกี้ที่มีคนดูมากที่สุด ในฤดูร้อนนี้ที่ประเทศบราซิล ไนกี้จะเป็นผู้สนับสนุนให้กับ 10 ทีมบนสนามแข่งขันอันทรงเกียรติ ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นๆในตลาด โดยไนกี้เองนั้นได้เริ่มต้นจากการเป็นน้องใหม่ และใช้เวลาเพียงแค่ 20 ปี ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นผู้นำนวัตกรรมอันดับหนึ่งของตลาด

เผยผลจัดอันดับ100แบรนด์สินค้า มูลค่าสูงสุดในโลก ปี2014
2014 /  interbrand / 

เผยผลจัดอันดับ100แบรนด์สินค้า มูลค่าสูงสุดในโลก ปี2014 โดย interbrand  วันนี้(22 พ.ย.) เว็บไซต์ interbrand บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ชั้นนำ ได้เผยผลการสำรวจBest Global Brands  จัดอันดับแบรนด์สินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ประจำปี2557 โดย10อันดับแรกมีดังนี้ อันดับ 1  แอปเปิ้ล รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 21 % มูลค่ารวม118,863 $M อันดับ 2  กูเกิ้ล รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 15% มูลค่ารวม107,439 $M อันดับ 3 โคคาโคล่า  รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +3% มูลค่ารวม 81,563 $M อันดับ 4 IBM รายได้ในปีนี้ ลดลง -8 % มูลค่ารวม 72,244  $M อันดับ 5 ไมโครซอฟต์ รายได้ในปีนี้ ลดลง -3 % มูลค่ารวม 61,154 $M อันดับ 6 GE (General Electric) รายได้ในปีนี้ลดลง -3% มูลค่ารวม 45,480 $M อันดับ 7 ซัมซุง รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +15%  มูลค่ารวม 45,462 $M อันดับ8 โตโยต้า รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +20%  มูลค่ารวม 42,392 $M อันดับ9 แมคโดนัลด์ รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +1%  มูลค่ารวม 42,254 $M อันดับ10 เมอซิเดส เบนซ์ รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +8%  มูลค่ารวม 34,388 $M *** มูลค่าหลักพันล้าน*** ส่วนแบรนด์ที่รายได้เติบโตสูงสุดประจำปีนี้คือเฟซบุ๊ค อยู่อันดับที่ 29 รายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 86% มูลค่ารวม14,349 $M ตามมาด้วยออดี้และอเมซอน ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้มากกว่า20% ส่วนแบรนด์ที่ตกต่ำมากที่สุดของปีนี้คือ  โนเกียในอันดับที่98 นินเทนโดในอันดับที่ 100 แต่แบรนด์ที่ย่ำแย่กว่านั้นคือแบรนด์ที่หลุดโผ100อันดับแรก คือแบรนด์สินค้า ไฮซ์(ซอสมะเขือเทศ) เฟอรารี่ เอว่อน และDELL MThai News

รู้ไว้ใช่ว่า แบกกล้องขึ้นบ่า ตามหาสถานที่ที่คุณเข้าไม่ถึงกับ Google's Street View !
google /  google's street view / 

ลองคิดดูถึงความยากลำบากของการแบกน้ำหนัก 18 กิโลกรัมไว้บนบ่าระหว่างเดินเท้าไปทั่วประเทศไทยซิคะ แต่คุณภานุพงศ์ หลวงสะอาด นักไตรกีฬาคนนี้ ใช้เวลาเดินเท้ามากกว่า 2 ปี ในระยะทาง 500 กิโลเมตร เพียงเพื่อที่จะเก็บภาพให้กับ Google's Street View ในพื้นที่ที่ยากจะเข้าถึง โดยการแบกกล้องที่สามารถถ่ายได้รอบตัวแบบ 360 องศา และซ้ำยังแบกน้ำหนักมากถึง 18 กิโลกรัมไว้บนบ่าทั้งสองข้างของเขาตลอดเวลา ผลจากความมานะของคุณภานุพงศ์ทำให้ Google's Street View ได้ภาพของพื้นที่น่าสนใจที่ไม่เคยมีใครเข้าถึงมาก่อนถึง 150 สถานที่ ทั้งไร่ชา ไร่สตรอเบอร์รี่ ตลาดน้ำ โบราณสถานต่างๆ เราไปดูเส้นทางเดินทางของคุณภานุพงศ์กันค่ะว่าจะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ต้องขอยกย่องและชื่นชมความมุมานะของคุณภานุพงศ์ที่ทำให้พวกเราได้เห็นสถานที่สวยงามที่ไม่เคยมีใครถ่ายทอดมาก่อน หากใครสนใจเพิ่มเติมสามารถเข้าไปได้ติดตามได้ที่ http://www.google.com/maps/streetview/#thailand-highlights ค่ะ ขอบคุณภาพและบทความจาก: boredpanda

สรุปเหตุการณ์สำคัญของโลกและอันดับยอดนิยมโดยกูเกิ้ล
กูเกิ้ล /  คลิป / 

วันนี้(18ธ.ค.) เว็บไซต์กูเกิ้ลได้เปิดเผยเหตุการณ์และบุคคลยอดนิยมแห่งปี 2013 ที่ได้รับการค้นหามากที่สุดบนเว็บไซต์ รวมไปถึงได้มีการทำคลิปวิดีโอสรุปเหตุการณ์สำคัญรอบโลก โดยมีเหตุการณ์และบุคคลที่ได้รับความนิยมดังต่อไปนี้ Top Trending 2013 1.Nelson Mandela อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้เสียชีวิต 2.Paul Walker นักแสดงชื่อดังจากเรื่อง fast furious เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ 3.การเปิดตัว iPhone 5s 4.Cory Monteith นักแสดงวัยรุ่นจากซีรีย์เรื่อง GLEE เสียชีวิตด้วยยาเสพติด 5.กระแสท่าเต้น Harlem Shake บุคคลแห่งปี 2013 1.Nelson Mandela อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ 2.Paul Walker นักแสดง 3.Malala Yousafzai เด็กหญิงที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ 4.James Gandolfini นักแสดง 5.Miley Cyrus นักร้องวัยรุ่น เหตุการณ์เด่นแห่งปี 1.เหตุการณ์ระเบิดที่งานBoston Marathon 2.ไต่ฝุ่นไห่เยี่ยนถล่มฟิลิปปินส์ 3.รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเผชิญวิกฤตชัตดาวน์ 4.ฟีฟ่าเวิลด์คัฟ 2014 ที่กำลังจะมีขึ้น 5.ตรุษจีน วิดีโอที่ได้รับความนิยมในปี 2013 1.Ylvis - The Fox (What Does the Fox Say?) 2.Harlem Shake (Original Army Edition) 3.How Animals Eat Their Food | MisterEpicMann 4.Baby&Me / The New Evian Film 5.Miley Cyrus - Wrecking B ภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมในปี 2013 1.Man of Steel 2.Iron Man 3 3.World War Z 4.Django Unchained 5.Despicable Me 2 MthaiNews

เรื่องน่ารู้ 9 กฎเหล็กที่กูเกิ้ลใช้ในการรับคนเข้าทำงาน
10 อันดับ /  Google / 

ใครๆ ก็รู้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างอากู๋ Google ที่เราเปิดหน้าเว็บแว๊บแรกก็เจอกู๋ตลอดคนเนี่ย เวลาจะรับคนเข้าทำงานเขาก็ต้องพิถีพิถันในการเลือกพนักงานอยู่แล้ว! ก่อนหน้านี้ที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอไปเกี่ยวกับ Google กูเกิ้ลไม่รับนักศึกษาจบใหม่ จบจากสถาบันมีชื่อ-เกรดสวย ก็เป็นอีกหนึ่งการพิจารณาคนของเขา วันนี้ทีนเอ็มไทยก็มี เรื่องน่ารู้ 9 กฎเหล็กที่กูเกิ้ลใช้ในการรับคนเข้าทำงาน มาฝากกันอีก ใครอยากเข้าทำงานต้องศึกษาคุณสมบัติของตัวเองดูกันหน่อยแล้วแหละ ^^ ถ้าเพื่อนๆ มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในตัวและใฝ่ฝันที่จะเป็นหนึ่งในทีมที่มีประสิทธิภาพของอากู๋แล้วหล่ะก็ ขอให้โชคดี Fighting ..! เรื่องน่ารู้ 9 กฎเหล็กที่กูเกิ้ลใช้ในการรับคนเข้าทำงาน 1. GigaBRIGHT : หลักแหลมและมีไหวพริบ DO : จ้าง – คนที่ฉลาด และมีไหวพริบความรู้รอบตัวสูง DONT : ไม่จ้าง – คนที่ไม่มีความคิดเห็น และบริษัทไม่สามารถเรียนรู้อะไรจากคนๆนั้นได้เลย 2. Peopletential : ศักยภาพที่พัฒนาได้  DO : จ้าง – คนที่จะสร้างประโยชน์และเป็นแรงขับเคลื่อนให้บริษัทเดินไปในทิศทางที่ดีได้ นอกจากนั้นยังสามารถปรับตัวอยู่รวมกับวัฒนธรรมขององค์กรได้อีกด้วย DONT : ไม่จ้าง – คนที่ไม่มีวี่แววว่าจะทำได้ทั้งสองอย่างในข้อข้างบน 3. Smell like ‘Done’ Spirt : มุ่งมั่นแม้วันมามาก DO : จ้าง – คนที่มีความพยายามจะทำงานให้สำเร็จ DONT : ไม่จ้าง – คนที่คอยแต่โทษนู่น โทษนี่…เมื่อทำงานไม่สำเร็จ 4. Do less, Love more : รัก มีความสุขในงานที่ทำ DO : จ้าง – คนที่มีความกระตือรือร้น ตั้งใจ และสนใจที่อยากจะ ‘ทำ’ งานจริงๆ DONT : ไม่จ้าง – คนที่แค่อยากจะ ‘ได้’ งาน 5. Come Together : รวมกันเราเป็น ‘หนึ่ง’ DO : จ้าง – คนที่มีความเป็นผู้นำ สามารถผลักดันทีมได้และสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้เป็นอย่างดี DONT : ไม่จ้าง – คนที่ชอบทำงานคนเดียวมากกกว่าเป็น ‘ทีม’ 6. One of Us : ’หนึ่ง’ ในพวกเรา DO : จ้าง – คนที่สามารถจะเติบโตควบคู่ไปกับความสำเร็จของบริษัทได้ DONT : ไม่จ้าง – คนที่มีมุมมองแคบ และไม่ค่อยเปิดรับสิ่งใดๆ 7. Skillity : ทักษะรอบตัว DO : จ้าง – คนที่มีความสามารถหลากหลาย มีทักษะหลายด้าน และมีความสนใจในสิ่งเฉพาะทาง DONT : ไม่จ้าง – คนที่อยู่เพื่อทำงานอย่างเดียว 8. Great Mind : คุณธรรมนำงาน DO : จ้าง – คนที่มีจริยธรรม และ จรรยาบรรณอันดีงาม DONT : ไม่จ้าง – คนที่เห็นแก่ตัว และมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อทุกสิ่ง 9. Best of The Best  DO : จ้าง – ทันที! ที่เจอคนที่เหมาะสมที่สุด DONT : ไม่จ้าง – หากยังไม่เจอคนๆนั้น ขอบคุณข้อมูล http://www.marketingoops.com/,http://www.businessinsider.com/ บทความที่เกี่ยวข้อง  Google กูเกิ้ลไม่รับนักศึกษาจบใหม่ จบจากสถาบันมีชื่อ-เกรดสวย

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้าง 9 คนดังระดับโลก
10 อันดับ /  ข่าวการศึกษา / 

อย่างที่เรารู้กันว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) นั้นขึ้นชื่อเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่หลายๆคนทั่วโลกใฝ่ฝันอยากจะเข้าเรียน และจบจากที่นี่ด้วยความภาคภูมิใจ อีกทั้งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ มีชื่อเสียงหลายคน เป็นหนึ่งในตัวผลักดันที่ทำให้นักเรียนของเขาประสบความสำเร็จ ดังตัวอย่างที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันนั้นล้วนเป็นบุคคลชื่อดังของโลก ขอบอกแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ^^ ตามไปดูกันเลย มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้าง 9 คนดังระดับโลก เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยนะคะ  มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้าง 9 คนดังระดับโลก 1.  บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ( U.S. President ) ในปี 1988 บารัก โอบามา ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนกฎหมายฮาร์วาร์ดและเขาก็ได้เป็นประธานธิบดีผิวสีคนแรกของโรงเรียนกฎหมายฮาร์วาร์ดแห่งนั้น ในขณะที่เรียนในโรงเรียนกฎหมายฮาร์วาร์ดนั้น บารัก โอบามา ยังเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนเป็นนักบาสเกตบอล สิ้นปีแรกเขาได้รับคัดเลือกจากการแข่งขันในการเขียนและเกรดของการเรียนให้เข้ามาเป็นบรรณาธิการคนหนึ่งของวารสาร Harvard Law Review พอขึ้นปีที่สอง ในปี 1990 เขาได้รับคัดเลือกเป็นประธานของ Harvard Law Review ในตำแหน่งหัวหน้าบรรณาธิการ(อาสาสมัครเต็มเวลา) และกำกับควบคุมนักเขียนถึง 80 คน โอบามาเป็นชาวผิวดำคนแรกที่ได้รับคัดเลือกเป็นประธานของ Law Review ข่าวการคัดเลือกได้มีการรายงานในวงกว้าง ตามด้วยประวัติส่วนตัวที่ละเอียดในสื่อระดับประเทศ แค่ตอนเรียนก็เจ๋งสุดๆ! 2.  อัลกอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ( Former U.S. Vice President Al Gore) ในปี 1969 จบการศึกษาระดับเกียรตินิยมจากวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด (Harvard College) ซึ่งในตอนแรกเขาเลือกเรียนเอกภาษาอังกฤษ แต่รู้สึกเบื่อ จึงตัดสินใจเปลี่ยนไปเรียนเอกรัฐศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมในเดือนมิถุนายน 2512 ปริญญาศิลปศาสตร์สาขารัฐศาสตร์ ในปัจจุบันเขาเป็นประธานของช่องรายการโทรทัศน์อเมริกัน เคอร์เรนท์ ทีวี (Current TV) , ประธานบริษัท เจเนอเรชั่น อินเวสท์เมนท์ แมเนจเมนท์ (Generation Investment Management LLP) , หนึ่งในคณะกรรมการบริษัท แอปเปิ้ล (Apple Inc.) , ประธาน องค์กรพันธมิตรเพื่อการปกป้องสภาพอากาศ (Aliance for Climate Protection) , และที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการแก่ผู้บริหารระดับสูงของกูเกิ้ล (Google) และในปี พ.ศ. 2550 นายอัล กอร์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ สวดยอด!! 3. Ben Bernanke อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ : Ben Bernanke เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีอิทธิผลคนหนึ่งของโลก ในสมัยเด็กนั้นถือว่าเป็นคนที่เรียนเก่งที่สุดคนนึงเลยก็ว่าได้ เรียนจบมัธยมปลายเป็นที่หนึ่งของชั้น, เคยชนะการประกวดการสะกดคำในมลรัฐ South Carolina และเป็นที่ 26 ของประเทศ, เรียนหนังสือต่อที่ Harvard ด้านเศรษฐศาสตร์ ในชั้นปริญญาตรี จบได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เขายังทำคะแนนสอบ SAT (การสอบวัดมาตรฐานความรู้เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ) ได้ถึง 1590 จาก 1600 คะแนนหรือคิดเป็น 99.38% และเรียนต่อในระดับปริญญาเอกที่ MIT ระหว่างปี 1975-1979 ภายใต้ศาสตราจารย์  Stanley Fischer อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก รองผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และผู้ว่าการธนาคารกลางของอิสราเอลในปัจจุบัน 4. บิลเกตส์ (เจ้าของไมโครซอฟท์) เริ่มเรียนที่ฮาร์วาร์ในปี 1973 ในสาขานคณิตศาสตร์ประยุกต์ แต่เขาได้ดร๊อปเรียนไป 2 ปี และนั่นทำให้เขาและเพื่อนซี้ พอล อัลเลน ค้นพบ Microsoft ที่เราใช้กันอยู่ทั่วโลก ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร และหัวหน้าสถาปนิกซอฟต์แวร์ นิตยสารฟอบส์ได้จัดอันดับให้ บิล เกตส์ เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกหลายปีติดต่อกัน เรียกได้ว่าเป็นนักธุรกิจที่มีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลกเลยทีเดียว 5. นักแสดงตลก โคนัน โอ'ไบรอัน (Conan O'Brien) จบการศึกษาในปี 1985 ด้วยปริญญาในประวัติศาสตร์อเมริกัน เขาเป็นประธานของนิตยสารล้อเลียนฮาร์วาร์ด เขาเป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์และดาราตลก เป็นพิธีกรLate, เป็นนักเขียนบทให้รายการ Saturday Night Live และซีรีส์แอนิเมชันเรื่อง The Simpsons 6. ดีน นอร์รีส (Dean Norris) เป็นที่รู้จักกันดีในภาพยนตร์ และรายการดัง "Breaking Bad" เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมและวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปี 1985 เขาเป็นนักแสดง เริ่มจากการเล่มซีรีส์ แสดงภาพยนตร์กว่า 140 เรื่อง รวมถึงรายการโทรทัศน์รวมทั้งภาพยนตร์ Total Recall, Terminator 2, อาวุธร้ายแรง 2 Gattaca เป็นต้น 7. แฟรงกลิน เดลาโน โรสเวลต์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (Former U.S. President) เข้าศึกษา Harvard ในปี 1900 และเขาก็มีส่วนร่วมได้เป็นประธานของหนังสือพิมพ์ The Harvard Crimson, เป็นเลขานุการของวงประสานเสียง และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งของสังคมทางการเมือง แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ เขาเป็นประธานาธิบดีคนที่ 32 ของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังเป็นประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด (พ.ศ. 2476-2488) และเป็นประธานาธิบดีเพียงคนเดียวของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับเลือกถึงสี่สมัย ก่อนการประกาศญัตติข้อที่ 22 ในปี พ.ศ. 2494 (22nd Amendment) ซึ่งจำกัดให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้แค่สองสมัยเท่านั้น ซึ่งเขาเป็นผู้นำของประเทศในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และแนวคิดของเขายังก่อให้เกิดองค์กรระหว่างประเทศ คือสหประชาชาติ 8. จอร์จ ดับเบิลยู. บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (Former U.S. President George W. Bush)  เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 43  และเกิดในตระกูลบุชซึ่งเป็นตระกูลนักการเมืองตระกูลใหญ่ของสหรัฐอเมริกา โดยพ่อของเขาคือนายจอร์จ บุชเป็นประธานาธิบดีคนที่ 41 และน้องชาย เจบ บุช เป็นผู้ว่าการรัฐฟลอริดาคนปัจจุบัน จอร์จ ดับเบิลยู. บุช จบการศึกษาจาก ฟีลิปป์ อคาเดมี รัฐแมสซาชูเสต และได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเยล สำเร็จปริญญาอักษรศาสตร์ สาขาประวัติศาสตร์ ในปี 1968 ต่อมาระหว่างสงครามเวียดนาม เขาได้เข้าประจำการกองกำลังป้องกันประเทศทางอากาศ แห่งรัฐเทกซัส เขาเข้ารับการฝึกฝนในกองกำลังเป็นเวลาสองปี และก็ได้เรียนขับเครื่องบินในช่วงนั้นเอง ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเรืออากาศเอก เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 1970 จากการสนับสนุนของนาวาอากาศโทเจอรี บี. คิลเลน ผู้บังคับบัญชาในสมัยนั้น บุชรับราชการเป็นนักบินเครื่องเอฟ-102 จนกระทั่งปี 1972 ในปี 1974  เขาได้รับอนุญาตให้สิ้นสุดวาระรับราชการทหาร หกเดือนก่อนกำหนด เพื่อเข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเขาก็ได้รับปริญญาโทสาขาการบริหารธุรกิจ (MBA) ในปี 1975 ทำให้บุชเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่จบ MBA ภายหลังจบการศึกษา เขาได้กลับไปยังรัฐเทกซัสเพื่อเข้าสู่ธุรกิจน้ำมัน สองปีต่อมา เขาได้เข้าพิธีสมรสกับนางสาวลอรา เวลช์ บรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียน ผู้มีพื้นเพมาจากมิดแลนด์ รัฐเทกซัส พวกเขามีบุตรสาวฝาแฝด บาบารา และเจนนา บุช เมื่อปี 1981 บุชเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่มีบุตรฝาแฝด 9. เฮนรี คิสซินเจอร์ อดีตเลขาธิการรัฐของสหรัฐอเมริกา (Former U.S. Secretary of State) เขาจบจาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ในปี 1950 เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักการทูตชาวอเมริกันเชื้อสายเยอรมัน และเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี ค.ศ. 1973 เคยเป็นที่ปรึกษาความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในรัฐบาลของ ริชาร์ด นิกสัน มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้าง 9 คนดังระดับโลก นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนเลยคะ เช่น Jeremy Lin นักบาวเก็ตบอล, Jill Abramson อดีตบรรณาธิการบริหารนิวยอร์กไทม์ส, John F. Kennedy อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, Mark Zuckerberg ผู้บริหาร Facebook, Matt Damon นักแสดง, Mitt Romney นักการเมืองและนักธุรกิจ, Natalie Portman นักแสดง, Theodore Roosevelt อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา (ปี 1876), Tommy Lee นักแสดง, Yo-Yo Ma นักดนตรี เป็นต้น เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล www.businessinsider.com

10 ภาพสวยอัศจรรย์ ถ่ายจากมุมสูง
ภาพถ่ายทางอากาศ /  ภาพทิวทัศน์ / 

หากว่า ภาพวิวทิวทัศน์ ต่างๆ ตามเว็บไซต์ชั้นนำที่โพสต์ให้เราๆ ได้เห็นนั้น เป็นสุดยอดภาพสวยแล้วล่ะก็ .. ลองมาดูภาพสวยแปลกตา ที่ถ่ายลงมาจากมุมสูงนี้กันค่ะ จะสูงแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า มันสูงมากกกกกกกก .. 10 ภาพสวยอัศจรรย์ ถ่ายจากมุมสูง ดูภาพเหล่านี้ แล้วให้ทายไว้ในใจ .. ว่าสถานที่เหล่านี้คือที่ไหน มองแว๊บแรก เราจินตนาการถึงใบไม้สีเขียว ที่มีบางส่วนโดนหนอนแทะ .. แต่เมื่ออ่านเฉลย ก็ได้แต่อึ้ง !! คำตอบของภาพแรก 1. Venice, Italy ------------------ นี่คือเครื่องจักรกลของหุ่นยนต์ตัวไหนกัน !!! คำตอบ 2. Chicago O'Hare International Airport ------------------ บ่อน้ำสีสวย รึเปล่า ? สถานที่แห่งนี้ คือ .. 3. Camps Bay suburb of Cape Town, South Africa ------------------ เหมือนแผงวงจรข้างในวิทยุทรานซิสเตอร์ (ตอนเด็กๆ เคยเห็นข้างในวิทยุด้วยล่ะ) แต่ที่แห่งนี้ เป็นภาพถ่ายจากมุมสูง มาจาก 4. Palm Desert, California ------------------ โอ้ว โว้ว สุดยอด ..ว่าแต่ที่ไหนอ่ะ ? คำตอบคือ 5. Gibraltar International Airport สนามบินนี้ ติดอันดับ 10 สนามบินที่น่ากลัว ที่สุดในโลก ด้วยนะ ------------------ นี่คือภาพอัลไล อัลไล และ อัลไล .. ถ้าไม่ดูคำเฉลย ก็คิดภาพตามไม่ออกเลยทีเดียว เพราะคำตอบคือ ภาพถ่ายจาก 6. The Sunset District, San Francisco ---------------------------- ส่วนภาพนี้ เรามองมุมสูงเหมือนเป็นขยะซะงั้น แต่ที่เห็นนั้นเป็นคนนะ คำเฉลยของภาพนี้คือ 7. Tanglewood music venue in Lenox and Stockbridge, Massachusetts ---------------------------- ภาพเหมือนพื้นที่จอดยาน ของมนุษย์ต่างดาว .. (คิดไปด๊ายยย) ภาพนี้มาจากภาพถ่ายมุมสูงจาก 8. Bourtange, Netherlands ---------------------------- เรือ ? คิดได้แค่นี้ .. แต่คำเฉลยคือออออ 9. Palm Island and Hibiscus Island in Miami Beach, Florida  เหมือนเรือใบ ... นี่คือคำตอบที่ได้ของน้องคนหนึ่ง เฉลย ภาพนี้ถ่ายจาก  >>> 10. Port of Santander, Spain ภาพจาก www.huffingtonpost.com อัศจรรย์ 10 ภาพสวย มุมสูง จาก กูเกิ้ล เอิร์ธ

เกมบน google chrome ก็อตซิล่าวิ่งได้
เกม /  กูเกิ้ล / 

สำหรับใครที่เข้าหน้าเวบไม่ได้ เกมนี้มีเพื่อนการนี้

ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

ถ้าพูดถึงการจะทำรายงานแต่ละทีวัยรุ่น - วัยทำงานสมัยนี้ก็ต้องนึกถึงการเข้าอินเทอร์เน็ต กูเกิ้ล แทนการเข้าห้องสมุดที่ดูยังไงก็ล้าหลังไปซะแล้วสิ สำหรับยุคสมัยนี้ แต่ถ้าเพื่อนๆ ได้มาเห็น ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก นี้ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าต้องมีหลายคนเลยหล่ะ ที่อยากเข้ามานั่งเล่น อ่านหนังสือกัน^^ ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Anagrama โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล  ไอเดียความคิดสร้างสรรค์นี้ออกแบบมาเพื่อต้องการส่งเสริมให้เด็กๆ รักการเรียนรู้ที่จะอ่านหนังสือ ได้ทั้งความรู้และความสนุกไปพร้อมๆกัน  ห้องสมุดแสนเก๋นี้ตั้งอยู่ที่ Fundidora Park โดยเมือก่อนนั้นที่แห่งนี้เคยเป็นโรงหลอมเหล็กมาก่อน แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการปรับปรุงใหม่ให้ดูทันสมัยและมีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น เช่น ห้องสมุด, พิพิธภัณฑ์, หอประชุม เป็นต้น  เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่า มีชั้นวางหนังสือเป็นรูปทรงเรขาคณิต - ทรงสามเหลี่ยมอยู่มากมาย ที่ทำเป็นรูปแบบนี้ก็เพราะเขาต้องการออกแบบสะท้อนให้เห็นภูมิประเทศที่เป็นภูเขาของเมือง Monterrey  นั่นเอง โดยชั้นวางหนังสือเป็นทรงเรขาคณิตเอาไว้เป็นชั้นเก็บหนังสือต่างๆ อีกทั้งทำพื้นยกระดับอีกหลายชั้น พร้อมปูพรมเพื่อที่จะให้เด็กๆ ได้เล่นและเพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือ นอกจากนี้ก็ตกแต่งสีสันสดใสในห้องเพื่อส่งเสริมจิตนาการด้วยคะ .. ถ้างั้น ห้องสมุด ก็คงจะไม่ใช่สถานที่ที่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้วสินะ ^^ ข้อมูลโดย designtaxi.com เรียบเรียงโดย teen.mthai

ไขข้อสงสัยภาพดอกไม้ในไลน์ แท้จริงผิด-ไม่ผิดลิขสิทธิ์!?
คำคม /  คำอวยพร / 

ภาพดอกไม้ คำคม คำอวยพร ถูกส่งต่อว่อนไลน์ ถือเป็นเทรนด์ฮิตของผู้สูงวัย จนหลายคนตั้งคำถามว่าภาพเหล่านั้นมาจากไหน ถูกลิขสิทธิ์หรือไม่ หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโซเชียลมีเดีย ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์ในทุกเพศทุกวัย แทบจะทุกเวลาก้มหน้าก้มตากดท่องโลกออนไลน์ โดยเฉพาะวัยรุ่น และวัยทำงานที่ต้องติดต่อสื่อสารกัน  แต่อย่ามองข้ามผู้สูงอายุไปยังมีผู้ใหญ่สูงวัยจำนวนไม่น้อยก็สนใจหันมาจับเทคโนโลยีเหล่านี้บ้าง กลายเป็นกระแสเทรนด์ฮิตสำหรับเหล่าบรรดานักท่องโซเชียลสูงวัย อย่างการส่งภาพดอกไม้ทักทายกันยามเช้า คำคม คำอวยพรต่างๆ ในโซเชียลไลน์ จนถึงขณะนี้ก็ยังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยผู้ใหญ่หลายๆ คน มักพูดน้อย แต่เน้นการส่งภาพมาให้ เพื่อแทนคำพูด ส่วนใหญ่ภาพเหล่านั้นจะเป็นแพทเทิร์นเดิมๆ คือแบ็คกราวน์รูปดอกไม้สีสดใส พร้อมคำคม หรือคำอวยพรตามเทศกาล  ตั้งแต่อรุณสวัสดิ์ยามเช้า ไปจนถึงราตรีสวัสดิ์ยามค่ำคืน ช่างมากมายและหลากหลาย จนใครหลายคนต่างตั้งข้อสงสัยว่า ภาพเหล่านั้นต้นตอที่แท้จริงมาจากไหน แล้วถูกลิขสิทธิ์หรือไม่? ซึ่งภาพดังกล่าว ถูกสันนิษฐานว่ามาจากเว็บไซต์ที่ถูกค้นหามากที่สุด อย่างกูเกิ้ล(Google) ส่วนหนึ่งมาจากช่องทางนี้ และบางส่วนได้รับมาจากการส่งต่อแล้วเก็บรวบรวมไว้ และสติ๊กเกอร์ไลน์ก็สื่อความหมายได้ดีเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีแอพสำหรับแต่งภาพ เพื่อให้มือโปรทั้งหลายได้ทดลองใช้เองอีกด้วย ก่อนหน้านี้ไม่นาน ได้มีข่าวลือในโซเชียลไลน์ของกลุ่มเครือญาติผู้ใหญ่  โดยได้เตือนให้งดการแชร์ภาพดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะโดนข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ทางทีมข่าว MThai News จึงได้ตรวจสอบเกี่ยวกับกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์กับทาง ปอท. ทำให้สามารถอธิบายข้อกฎหมายได้ ดังนี้ 1.กฎหมายลิขสิทธิ์ มุ่งคุ้มครองงานสร้างสรรค์ของเจ้าของ หรือผู้มีสิทธิ์ ใน 2 กรณีคือ ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่ เพื่อมุ่งประสงค์ทางการค้าหรือหากำไร ฉะนั้น ถ้าไม่ได้ทำ 3 อย่างนี้ ก็ไม่เป็นความผิด เช่น เราส่งรูปภาพกันทางไลน์ ในลักษณะติดต่อถึงกัน ไม่ใช่ค้าขาย หรือโฆษณาไม่ผิด เซฟไว้ครอบครองก็ไม่ผิด แต่ห้ามนำไปขาย 2. เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์แก้ไข กรณีส่งรูปภาพกันทางสื่อออนไลน์ ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นกรณีไม่ได้ทำในกรอบ 3 อย่างข้างต้น ก็ไม่ผิดเช่นกัน ดังนั้นชาวโซเชียลจึงไม่ต้องตกใจ เพราะที่แก้ไขใหม่นี้ มุ่งเน้นไปที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือบริการออนไลน์ จะต้องไม่รู้เห็นเป็นใจ หรือปกปิดการทำผิดของผู้ใช้บริการ หากกระทำอย่างนั้นถือว่าเป็นผู้กระทำผิด แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นหากจะผิดหรือถูก ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของศาลท่านว่าจะตัดสินออกมาเช่นไร การส่งภาพดังกล่าวส่วนใหญ่มีแต่ผู้สูงวัยนิยมใช้นั้น เนื่องจากท่านหาความสดชื่นให้กับชีวิต ด้วยคำอวยพร ส่งความสุขให้กัน แม้อาจทำให้ลูกหลานรำคาญไปบ้าง แต่ภาพเหล่านี้ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย ยิ่งถ้าผู้ส่งนั้นอยู่ห่างไกลกัน จะสามารถรับรู้ได้เลยว่าเขาคิดถึงเราอยู่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการให้ความสำคัญ และเห็นคุณค่าของคนในครอบครัวมากขึ้น รุ่งฤดี  ฤทธิสิทธิ์  เขียน ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ news.mthai.com MThai News

Google ให้คุณเลือกข้าง ปลุกพลังด้านมืด หรือสว่าง ใน The Force Awakens
google /  Google.com / 

Google ชวนคุณเลือกข้าง คุณจะปลุกพลังด้านมืด หรือด้านสว่าง กับแคมเปญ Star Wars : The Force Awakens หากคุณเป็นแฟนตัวยงของ Star Wars แล้วล่ะก็ อย่าพลาดที่จะปลุกพลังของคุณวันนี้เด็ดขาด เพราะว่าทาง Google ตอบรับกระแส Star Wars : The Force Awakens ด้วยการให้คุณเลือกข้างว่าจะปลุกพลังด้านมืด หรือด้านสว่างแล้วในเว็บ Google.com วิธีร่วมแคมเปญนี้ก็ไม่ยากครับ ไปลองเล่นพร้อมๆ กันกับผมเลย ก่อนอื่น เราไปกันที่ Google.com ก่อนเลยครับ เมื่อเข้ามาแล้ว จะเห็นว่ามีดาบ Lightsaber สีฟ้ากับสีแดงที่ด้านล่าง คลิกเลือกดาปที่คุณชอบได้เลย อันไหนก็ได้ ต่อไป ก็เป็นเวลาที่คุณต้องเลือกแล้วครับว่า คุณอยากจะปลุกพลังด้านมืด หรือด้านสว่างในตัวคุณ คลิปเลือกฝั่งที่คุณต้องการ ในที่นี้ ผมลองเลือกเป็นด้านสว่างดูก็แล้วกัน หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นดังภาพครับ คือจะบอกว่า ตอนนี้คุณได้เลือกด้านสว่างแล้ว โดยหากอยากลองเปลี่ยนด้านเป็นด้านมืดก็กดปุ่มเปลี่ยนด้านเลย คราวนี้ ต่อไปผมจะลองคลิ๊กไปที่ปุ่มบริการต่างๆ ของ Google ที่เรียงอยู่ด้านล่าง 11 ตัว โดยจะลองเลือกเป็น Gmail ก่อนแล้วกัน มาแล้วครับ ดาบไลท์เซเบอร์สีฟ้า จะมาแทนแถบดาวน์โหลดอย่างเท่เลย นอกจากนี้ ทางด้าน Wallpaper ที่ด้านหลังก็เปลียนเป็นภาพจากในหนังด้วย ต่อไปลองไปดูที่ YouTube บ้าง ที่แถบการเล่น และแถบเสียงก็เปลี่ยนเป็นดาบลำแสงสีฟ้าเช่นกัน คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ครับ ใครอยากลองเลือกเป็นด้านมืด หรืออยากดูบริการอื่นๆ ว่าจะมีลูกเล่นอะไรบ้าง ก็ไปเล่นกันได้ที่ Google.com เลยครับ แล้วคุณล่ะ ชอบด้านมืด หรือด้านสว่างมากกว่ากัน :)

ฟอบส์ จัดอันดับมหาเศรษฐีมะกัน 'บิลเกตส์' ยังครองแชมป์ !
บิลเกตส์ /  ฟอบส์ / 

นิตยสารฟอร์บส์ เผยชื่อชาวอเมริกันที่รวยที่สุด 400 คน ประจำปี 2015 โดย "บิล เกตส์" ยังคงรั้งตำแหน่งชาวอเมริกันที่รวยที่สุด ส่วน "มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" ซีอีโอเฟซบุ๊ก ขึ้นมาอยู่อันดับ 7 นิตยสารฟอร์บส์ สื่อดังของโลก ได้เปิดรายชื่อชาวอเมริกันที่รวยที่สุด400คนประจำปี2015 โดบ อันดับ 1ยังคงเป็นมหาเศรษฐีอย่าง บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ โดยรั้งตำแหน่งเป็นปีที่ 22 ติดต่อกันแล้ว ทรัพย์สิน 76,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 2 วอร์เรน บัฟเฟต์ ซีอีโอของบริษัทเบิร์กเชียร์ฮาธาเวย์ ทรัพย์สิน 62,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 3 แลร์รี เอลลิสัน อดีตซีอีโอของออราเคิล ทรัพย์สิน 47,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอหนุ่มคนดังของของเฟซบุ๊ก กระโดดขึ้นมาอยู่อันดับที่ 7 จากอันดับ 11 ทรัพย์สินราว 40,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้าน แลร์รี่ เพจ ซีอีโอเว็บยอดนิยมอย่าง กูเกิ้ล จากอันดับ 13 ของเมื่อปีที่แล้วมาอยู่ที่อันดับ10ทรัพย์สินประมาณ 33,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ฟอร์บส์ ระบุว่า ทรัพย์สินโดยเฉลี่ยของชาวอเมริกัน 400 คนอยู่ที่ 5,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสถิติใหม่เพราะมากกว่าปีที่แล้ว ขอบคุณเนื้อหาจาก inn

Google เผยสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2558 เชือกวิเศษ เอ็มวีสุดฮอต ควง ซีรีส์วัยใส รักนะเป็ดโง่ ติดอันดับดาวรุ่งพุ่งแรง
google /  กูเกิ้ล / 

Google เผยสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2558 ‘เชือกวิเศษ’ เอ็มวีสุดฮอต ควง ซีรีส์วัยใส ‘รักนะเป็ดโง่’ ติดอันดับดาวรุ่งพุ่งแรง คอนเทนต์บันเทิงครอง 10 อันดับดาวรุ่งพุ่งแรงปีนี้ คนไทยกับความบันเทิงเป็นสิ่งคู่กันตลอดกาล คนไทยยังคงเกาะติดกระแสข่าวตลอดเวลาทั้งข่าวในและนอกประเทศ มีการค้นหาข่าวความเคลื่อนไหวแผ่นดินไหวที่เนปาลจำนวนมากจนติดอันดับข่าวที่มีการค้นหามากที่สุด Google ประกาศสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2558 ชีพจรของสังคมไทย และเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวจากทั่วโลกที่คนไทยให้ความสนใจค้นหา ปีนี้คนไทยมีความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น โดยพิจารณาได้จากทั้ง 10 อันดับคำค้นดาวรุ่งพุ่งเเรงประจำปีนี้ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องราวความสนใจในด้านบันเทิงทั้งสิ้น ตั้งเเต่ เพลงเชือกวิเศษ ของวงลาบานูน ที่กลายเป็นมิวสิควิดีโอในดวงใจเเละสร้างความประทับใจให้ผู้ฟังชาวไทยจำนวนมาก ขณะที่ซีรีส์ไทย 2 เรื่องที่มาแรงแซงโค้งจนติดอันดับในปีนี้ ได้เเก่ รักนะเป็ดโง่ ที่ได้เค้าโครงเรื่องมาจากนิยายขายดีของสำนักพิมพ์แจ่มใส นำเสนอเรื่องราววัยรุ่นไทยในวันนี้ และ เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน อีกหนึ่งซีรีส์แนวสยองขวัญที่ตีเเผ่ความลับในโรงเรียนที่ปกปิดไว้ จากฝีมือการสร้างและเขียนบทโดย 13 ผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงของจีทีเอช สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการค้นหาของคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการฟังเพลง เคียงคู่การชมซีรีส์ฮิตบนออนไลน์ คนไทยหันมาค้นหาข่าวสำคัญผ่านเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้นทุกปี - ข่าวแผ่นดินไหวที่เนปาล หรือล่าสุดเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายโจมตีกลางกรุงปารีส แต่ยังคงเกาะติดข่าวกอสซิปดาราอยู่ตลอด อย่าง ข่าวการแต่งงานของนางเอกสาว ชมพู่ อารยา ซุปตาร์ตัวแม่วงการบันเทิงไทยที่มีกระแสโด่งดังและได้รับความสนใจจากคนไทยอย่างมาก ขณะที่ปีนี้สูตรอาหารถือเป็นกลุ่มใหม่ที่มาแรง โดยเมนูเด็ดที่มีการถูกค้นมากที่สุด ได้แก่ วุ้นเป็ด หมูทอดน้ำปลา เเละ ยำมะนาว นายภีท นุชนาฏนนท์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย กล่าวว่า “คำค้นหาในปีนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยให้ความสนใจติดตามความเคลื่อนไหวรอบตัวทั้งภายในเเละต่างประเทศอยู่ตลอดเวลา เช่นเหตุการณ์เเผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลที่ได้รับความสนใจสูงสุดติดอันดับ 1 ของคำค้นหาดาวรุ่งพุ่งเเรงในหมวดข่าวต่างประเทศ เเต่ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมด้านความบันเทิงของไทยก็ยังฮิตและอยู่ในยุคเฟื่องฟู เหตุเพราะคนไทยเฝ้าติดตามผลงานการเเสดงละครเเละซีรีส์ต่างๆ รวมถึงรายการโชว์ดังๆ ที่พวกเขาชื่นชอบบนโลกออนไลน์” คำค้นดาวรุ่งพุ่งแรงประจำปี (Desktop) 1. เชือกวิเศษ           2. รักนะเป็ดโง่         3. เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน 4. ทิ้งไว้กลางทาง       5. สุดแค้นแสนรัก 6. สงครามนางงาม 7. เพลงขัดใจ 8. ข้าบดินทร์          9. แอบรักออนไลน์        10. ตัดพ้อ   คำค้นดาวรุ่งพุ่งแรงประจำปี (Mobile) 1. เน็ต AIS 2. ดูดวงทะเบียนรถ 3. อ๊อฟ ปองศักดิ์ 4. จ๊ะ อาร์สยาม 5. อาเซ่นอลคลับ 6. ราคาทองวันนี้ 7. เพิ่มความเร็วเน็ต 8. รัสเซีย 9. แวมไพร์ทไวไลท์ ภาค 4 10. เนย โชติกา เพลงและมิวสิควิดีโอ 1. เชือกวิเศษ 2. ทิ้งไว้กลางทาง     3. เพลงขัดใจ 4. ตัดพ้อ 5. กาโว 6. ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน 7. See You Again 8. ไม่เคย 9. ใจหมา 10. คู่ชีวิต คนดัง 1. หลวงพ่อคูณ 2. แอนนา รีส 3. ปอ ทฤษฎี 4. พลอย เฌอมาลย์ 5. แตงโม 6. โตโน่ 7. หมอหยอง 8. ดีเจโซดา 9. พอล วอล์คเกอร์ 10. ดีเจพุฒ ภาพยนตร์ 1. ฟาส 7 2. มินเนี่ยน 3. Jurassic World 4. Fifty Shades of Grey 5. เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ   6. อาบัติ 7. แม่เบี้ย   8. ไอฟายแต๊งกิ้วเลิฟยู 9. ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ 10. ant man             ละคร-ซีรีส์ยอดฮิต 1.รักนะเป็ดโง่ 2. เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน 3. สุดแค้นแสนรัก 4. สงครามนางงาม 5. ข้าบดินทร์ 6. แอบรักออนไลน์ 7. ลมซ่อนรัก 8. น้ําตากามเทพ 9. นางชฎา 10. บัลลังก์ เมฆ ข่าวดังในประเทศ 1. ข่าวแตงโม 2. งานแต่งชมพู่ 3. สรุปเหรียญซีเกมส์ 4. โรฮิงญา 5. ระเบิดราชประสงค์ 6. อุทยานราชภักดิ์ 7. หลวงพ่อคูณมรณภาพ 8. อาการไข้เลือดออก 9. ฟุตบอลโลกหญิง 10. Single Gateway ข่าวดังต่างประเทศ 1. แผ่นดินไหวเนปาล 2. ISIS 3. สัตว์ประหลาดล็อกเนสส์ 4. ไวรัสเมอร์ส 5. ปาเกียว ฟลอยด์ 6. ข่าวปารีส 7. ตูร์เดอฟร็องส์ 8. Charlie Hebdo 9. ดาวพลูโต 10. Wimbledon 2015 รุ่นรถโดนใจ 1. Toyota Revo 2. Z125 3. R3 4. Civic 2016 5. R15 6. ปาเจโร่ 2015 7. ฟอร์จูนเนอร์ 2016 8. Mazda 2 2015 9. Isuzu d-max 2016 10. Camry 2015 สถานที่ท่องเที่ยว 1. อุทยานราชภักดิ์ 2. วานา นาวา 3. ทะเลทรายเมืองไทย 4. สวนละไม 5. เขาคิชกุฏ จันทบุรี 2558 6. ท่ามหาราช 7. วัดเจ้าอาม 8. เกาะไม้ท่อน 9. วัดผาซ่อนแก้ว จ เพชรบูรณ์ 10. หาดน้ำใส สูตรปรุงอาหาร 1.วิธีทำเต้าหู้เย็น 2. วิธีทำชีสบอล 3. วิธีทำยำมะนาว 4. วิธีทำหมูทอดน้ำปลา 5. ทำขนมเข่ง 6. วิธีทำวุ้นเป็ด 7. ขนมไทยทำง่ายๆ 8. วิธีทำอาหารคลีน 9. วิธีทำตับหมูหวาน 10. วิธีทำกุ้งถัง เสาะหาข้อมูล-ความรู้ 1.สตาบัคใช้กาแฟอะไรทำลาเต้ 2.บางระจันทำศึกกี่ครั้ง 3.หมอหยองทำอะไรผิด 4.เฉาก๊วยทำมาจากอะไร 5.โปรตีนเกษตรทำจากอะไร 6.ช่วงอายุกับการทำศัลยกรรม research 7.ทำไมถึงเรียกส้มตำ 8.ตับทำหน้าที่ 9. ปูอัดทำมาจากอะไร 10. สิ่งที่ควรทำก่อนอายุ 40 อุปกรณ์ไอที-แก็ดเจ็ต 1. iPhone 6s 2. ซัมซุง j7 3. ไอโฟน 7 4. Samsung Galaxy S6 5. Zenfone 2 6. Note 5 7. Samsung Galaxy A5 8. Oppo R5 9. Oppo Mirror 5 10. Lenovo A7000 เกมส์ฮิตติดกระเเส 1. Dragon Slayer 2. SF2 3. Infestation 4. คุกกี้ รัน 5. Rohan 6. Devilian 7. Line ranger 8. Sword art online 2 9. Fallout 4 10. Minecraft 1.7.10

กูเกิ้ล เผย คำค้นหามากที่สุดในไทย ปี 2556
กูเกิ้ล /  คำที่ค้นหามากที่สุด / 

วันนี้(18 ธ.ค.) เว็บไซต์กูเกิ้ล ผู้ให้บริการเสิร์จเอนจิ้น รายใหญ่ของโลก ได้เผยคำที่ถูกค้นหามากที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2556 แบ่งจัดอันดับดังนี้ คนค้นแบรนด์ดัง อันดับ1 แอร์เอเซีย อันดับ 2 นกแอร์ อันดับ 3 ดีแทค อันดับ 4 ซัมซุง อันดับ 5 เอไอเอส คนดังประจำปี (ชาย) อันดับ 1 บอย ปกรณ์ อับดับ 2 ณเดช อันดับ 3 บัวขาว อันดับ 4 หมาก ปริญ อันดับ 5 ไผ่ พงศธร คนดังประจำปี(หญิง) อันดับ 1 หญิงลี อันดับ 2 ใบเตย อันดับ 3 ญาญ่า อันดับ 4 เจนี่ อันดับ 5 ต่าย อรทัย คำค้นดาวรุ่งพุ่งแรงประจำปี อันดับ 1.เดี่ยว 10 อันดับ 2.คุณชายพุฒิภัทร อันดับ 3.พี่มากพระโขนง อันดับ 4.ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น อันดับ 5.ทองเนื้อเก้า คำค้นยอดนิยมประจำปี อันดับ 1.รถมือสอง อันดับ 2.ราคาทอง อันดับ 3.คนอวดผี อันดับ 4.นารูโตะ อันดับ 5.พยากรณ์อากาศ ท่องเที่ยวและที่พักแห่งปี อันดับ 1.เกาะล้าน อันดับ 2.เอเชียทีค อันดับ 3.สวนสยาม อันดับ 4.เกาะช้าง อันดับ 5.ที่พักหัวหิน ละครจอแก้ว อันดับ  1.คุณชายพุฒิภัทร อันดับ  2.ทองเนื้อเก้า อันดับ 3.แรงปรารถนา อันดับ  4.แค้นเสน่หา อันดับ 5.พรพรหม อลเวง ภาพยนตร์จอเงิน อันดับ 1.พี่มากพระโขนง อันดับ 2.จันดารา อันดับ 3.น้ําตาลแดง อันดับ 4.คู่กรรม อันดับ 5.คุณนายโฮ

พิธีกรมะกัน สงสัย ทำไมคนไทยจึงคลั่งไคล้ฮิตเลอร์ ?
จอห์น โอลิเวอร์ /  พิธีกร / 

จอห์น โอลิเวอร์ พิธีกรฝีปากกล้า ชาวอเมริกัน ผู้ดำเนินรายการ 'Last Week Tonight' ตั้งคำถาม เพราะเหตุใดคนไทย จริงคลั่งไคล้ฮิตเลอร์ ? วานนี้ (1 ม.ย.) บัญชีผู้ใช้ยูทูป 'LastTonightWeek' รายการข่าวสารวาไรตี้ชื่อดังในสหรัฐ เผยแพร่คลิปเทปบันทึกรายการชื่อตอน 'Thailand HITLER' ซึ่งมี จอห์น โอลิเวอร์ พิธีกรฝีปากกล้า เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมหยิบยกเอากรณีที่ประเทศไทย มักนิยมเอารูปภาพ หรือสัญลักษณ์ของพรรคนาซีเยอรมัน ของนาย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการในตำนาน ที่โลกต้องจดจำชื่อของเขาไว้ตลอดกาล ในฐานะของหมากตัวสำคัญในการขับเคลื่อนสงครามโลกครั้งที่สอง และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งยิ่งใหญาของโลก ทั้งนี้ เนื้อหาของการดำเนินรายการตอน 'Thailand HITLER' ได้พูดถึงการตั้งข้อสงสัยว่า เพราะเหตุใด ชาวไทยจึงคลั่งไคล้ ฮิตเลอร์นัก ทั้งที่ประวัติศาสตร์ ไม่ได้จารึกเขาไว้ในทางที่ดีเสียเท่าไร แต่ทว่า คนไทยบางกลุ่ม ยังนำเอาสัญลักษณ์ของพรรคนาซี และใบหน้าของฮิตเลอร์ มาใช้เป็นโลโก้สินค้า ร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งการผุดอยู่ในโฆษณาค่านิยมอันดีงามของคนในชาติ ไม่เว้นแม้กระทั่ง การแต่งกายล้อเลียนเครื่องแบบทหารในยุคนั้นก็ไม่ปาน ที่ปรากฏอยู่ในวีดีโอเพลงของประเทศไทย นี่คนไทยไม่ทราบถึงวีรกรรม ที่ฮิตเลอร์เคยทำไว้ในอดีตอย่างนั้นหรือ ? ทั้งยังเสียดสีเกี่ยวกับระบบการศึกษาของไทย ในด้านการถ่ายทอดความรู้ทางด้านประวัติศาสตรโลกอีกด้วย พร้อมทั้งกล่าวว่า การกระทำของฮิตเลอร์ มิใช้การกระทำที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง และยังระบุด้วยว่า "Please stand by while Thailand googles Hitler" ซึ่งหมายความว่า โปรดรอสักครู่ เพื่อให้ชาวไทยค้นกูเกิ้ล เพื่อสืบหาว่า ฮิตเลอร์คือใคร อย่างไรก็ตาม หัวข้อดังกล่าว ได้โด่งดังจนกระทั่ง เพจ Drama-addict เพจชื่อดังในสื่อสังคมออนไลน์ ได้หยิบยกเอาเรื่องราวดังกล่าว มาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ของประเทศไทย ทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวอย่างคับคั่ง ซึ่งส่วนใหญ่เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ไม่ใช่เฉพาะนาซีเยอรมนีเท่านั้น ที่เคยก่อเหตุฆ่าล้างเผาพันธุ์ในอดีต แต่สหรัฐฯ ก็เคยทำสงครามและสังหารมวลมนุษย์มากมายในอดีตเช่นเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในเหตุการณ์ที่ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่หยิบยกมานั้น เห็นจะหนีไม่พ้นกรณีที่ ประธานาธิบดี 'แฮร์รี เอส. ทรูแมน' ผู้นำสหรัฐที่ดำรงตำแหน่งขณะที่ชาติกำลังอยู่ในระหว่างภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเป็นชนวนเหตุสำคัญต่อการเข่นฆ่าประชาชนชาวญี่ปุ่นหลายล้านคน โดยแฮร์รี่ เป็นผู้เซ็นอนุมัติให้กองทัพ ทิ้งระเบิดปรมาณูที่ประเทศญี่ปุ่น MThai News