กูเกิ้ล

Google เผยสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2558 เชือกวิเศษ เอ็มวีสุดฮอต ควง ซีรีส์วัยใส รักนะเป็ดโง่ ติดอันดับดาวรุ่งพุ่งแรง
google /  กูเกิ้ล / 

Google เผยสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2558 ‘เชือกวิเศษ’ เอ็มวีสุดฮอต ควง ซีรีส์วัยใส ‘รักนะเป็ดโง่’ ติดอันดับดาวรุ่งพุ่งแรง คอนเทนต์บันเทิงครอง 10 อันดับดาวรุ่งพุ่งแรงปีนี้ คนไทยกับความบันเทิงเป็นสิ่งคู่กันตลอดกาล คนไทยยังคงเกาะติดกระแสข่าวตลอดเวลาทั้งข่าวในและนอกประเทศ มีการค้นหาข่าวความเคลื่อนไหวแผ่นดินไหวที่เนปาลจำนวนมากจนติดอันดับข่าวที่มีการค้นหามากที่สุด Google ประกาศสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2558 ชีพจรของสังคมไทย และเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวจากทั่วโลกที่คนไทยให้ความสนใจค้นหา ปีนี้คนไทยมีความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น โดยพิจารณาได้จากทั้ง 10 อันดับคำค้นดาวรุ่งพุ่งเเรงประจำปีนี้ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องราวความสนใจในด้านบันเทิงทั้งสิ้น ตั้งเเต่ เพลงเชือกวิเศษ ของวงลาบานูน ที่กลายเป็นมิวสิควิดีโอในดวงใจเเละสร้างความประทับใจให้ผู้ฟังชาวไทยจำนวนมาก ขณะที่ซีรีส์ไทย 2 เรื่องที่มาแรงแซงโค้งจนติดอันดับในปีนี้ ได้เเก่ รักนะเป็ดโง่ ที่ได้เค้าโครงเรื่องมาจากนิยายขายดีของสำนักพิมพ์แจ่มใส นำเสนอเรื่องราววัยรุ่นไทยในวันนี้ และ เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน อีกหนึ่งซีรีส์แนวสยองขวัญที่ตีเเผ่ความลับในโรงเรียนที่ปกปิดไว้ จากฝีมือการสร้างและเขียนบทโดย 13 ผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงของจีทีเอช สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการค้นหาของคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการฟังเพลง เคียงคู่การชมซีรีส์ฮิตบนออนไลน์ คนไทยหันมาค้นหาข่าวสำคัญผ่านเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้นทุกปี - ข่าวแผ่นดินไหวที่เนปาล หรือล่าสุดเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายโจมตีกลางกรุงปารีส แต่ยังคงเกาะติดข่าวกอสซิปดาราอยู่ตลอด อย่าง ข่าวการแต่งงานของนางเอกสาว ชมพู่ อารยา ซุปตาร์ตัวแม่วงการบันเทิงไทยที่มีกระแสโด่งดังและได้รับความสนใจจากคนไทยอย่างมาก ขณะที่ปีนี้สูตรอาหารถือเป็นกลุ่มใหม่ที่มาแรง โดยเมนูเด็ดที่มีการถูกค้นมากที่สุด ได้แก่ วุ้นเป็ด หมูทอดน้ำปลา เเละ ยำมะนาว นายภีท นุชนาฏนนท์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย กล่าวว่า “คำค้นหาในปีนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยให้ความสนใจติดตามความเคลื่อนไหวรอบตัวทั้งภายในเเละต่างประเทศอยู่ตลอดเวลา เช่นเหตุการณ์เเผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลที่ได้รับความสนใจสูงสุดติดอันดับ 1 ของคำค้นหาดาวรุ่งพุ่งเเรงในหมวดข่าวต่างประเทศ เเต่ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมด้านความบันเทิงของไทยก็ยังฮิตและอยู่ในยุคเฟื่องฟู เหตุเพราะคนไทยเฝ้าติดตามผลงานการเเสดงละครเเละซีรีส์ต่างๆ รวมถึงรายการโชว์ดังๆ ที่พวกเขาชื่นชอบบนโลกออนไลน์” คำค้นดาวรุ่งพุ่งแรงประจำปี (Desktop) 1. เชือกวิเศษ           2. รักนะเป็ดโง่         3. เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน 4. ทิ้งไว้กลางทาง       5. สุดแค้นแสนรัก 6. สงครามนางงาม 7. เพลงขัดใจ 8. ข้าบดินทร์          9. แอบรักออนไลน์        10. ตัดพ้อ   คำค้นดาวรุ่งพุ่งแรงประจำปี (Mobile) 1. เน็ต AIS 2. ดูดวงทะเบียนรถ 3. อ๊อฟ ปองศักดิ์ 4. จ๊ะ อาร์สยาม 5. อาเซ่นอลคลับ 6. ราคาทองวันนี้ 7. เพิ่มความเร็วเน็ต 8. รัสเซีย 9. แวมไพร์ทไวไลท์ ภาค 4 10. เนย โชติกา เพลงและมิวสิควิดีโอ 1. เชือกวิเศษ 2. ทิ้งไว้กลางทาง     3. เพลงขัดใจ 4. ตัดพ้อ 5. กาโว 6. ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน 7. See You Again 8. ไม่เคย 9. ใจหมา 10. คู่ชีวิต คนดัง 1. หลวงพ่อคูณ 2. แอนนา รีส 3. ปอ ทฤษฎี 4. พลอย เฌอมาลย์ 5. แตงโม 6. โตโน่ 7. หมอหยอง 8. ดีเจโซดา 9. พอล วอล์คเกอร์ 10. ดีเจพุฒ ภาพยนตร์ 1. ฟาส 7 2. มินเนี่ยน 3. Jurassic World 4. Fifty Shades of Grey 5. เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ   6. อาบัติ 7. แม่เบี้ย   8. ไอฟายแต๊งกิ้วเลิฟยู 9. ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ 10. ant man             ละคร-ซีรีส์ยอดฮิต 1.รักนะเป็ดโง่ 2. เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน 3. สุดแค้นแสนรัก 4. สงครามนางงาม 5. ข้าบดินทร์ 6. แอบรักออนไลน์ 7. ลมซ่อนรัก 8. น้ําตากามเทพ 9. นางชฎา 10. บัลลังก์ เมฆ ข่าวดังในประเทศ 1. ข่าวแตงโม 2. งานแต่งชมพู่ 3. สรุปเหรียญซีเกมส์ 4. โรฮิงญา 5. ระเบิดราชประสงค์ 6. อุทยานราชภักดิ์ 7. หลวงพ่อคูณมรณภาพ 8. อาการไข้เลือดออก 9. ฟุตบอลโลกหญิง 10. Single Gateway ข่าวดังต่างประเทศ 1. แผ่นดินไหวเนปาล 2. ISIS 3. สัตว์ประหลาดล็อกเนสส์ 4. ไวรัสเมอร์ส 5. ปาเกียว ฟลอยด์ 6. ข่าวปารีส 7. ตูร์เดอฟร็องส์ 8. Charlie Hebdo 9. ดาวพลูโต 10. Wimbledon 2015 รุ่นรถโดนใจ 1. Toyota Revo 2. Z125 3. R3 4. Civic 2016 5. R15 6. ปาเจโร่ 2015 7. ฟอร์จูนเนอร์ 2016 8. Mazda 2 2015 9. Isuzu d-max 2016 10. Camry 2015 สถานที่ท่องเที่ยว 1. อุทยานราชภักดิ์ 2. วานา นาวา 3. ทะเลทรายเมืองไทย 4. สวนละไม 5. เขาคิชกุฏ จันทบุรี 2558 6. ท่ามหาราช 7. วัดเจ้าอาม 8. เกาะไม้ท่อน 9. วัดผาซ่อนแก้ว จ เพชรบูรณ์ 10. หาดน้ำใส สูตรปรุงอาหาร 1.วิธีทำเต้าหู้เย็น 2. วิธีทำชีสบอล 3. วิธีทำยำมะนาว 4. วิธีทำหมูทอดน้ำปลา 5. ทำขนมเข่ง 6. วิธีทำวุ้นเป็ด 7. ขนมไทยทำง่ายๆ 8. วิธีทำอาหารคลีน 9. วิธีทำตับหมูหวาน 10. วิธีทำกุ้งถัง เสาะหาข้อมูล-ความรู้ 1.สตาบัคใช้กาแฟอะไรทำลาเต้ 2.บางระจันทำศึกกี่ครั้ง 3.หมอหยองทำอะไรผิด 4.เฉาก๊วยทำมาจากอะไร 5.โปรตีนเกษตรทำจากอะไร 6.ช่วงอายุกับการทำศัลยกรรม research 7.ทำไมถึงเรียกส้มตำ 8.ตับทำหน้าที่ 9. ปูอัดทำมาจากอะไร 10. สิ่งที่ควรทำก่อนอายุ 40 อุปกรณ์ไอที-แก็ดเจ็ต 1. iPhone 6s 2. ซัมซุง j7 3. ไอโฟน 7 4. Samsung Galaxy S6 5. Zenfone 2 6. Note 5 7. Samsung Galaxy A5 8. Oppo R5 9. Oppo Mirror 5 10. Lenovo A7000 เกมส์ฮิตติดกระเเส 1. Dragon Slayer 2. SF2 3. Infestation 4. คุกกี้ รัน 5. Rohan 6. Devilian 7. Line ranger 8. Sword art online 2 9. Fallout 4 10. Minecraft 1.7.10

ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่
Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) /  กูเกิ้ล / 

Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เสิร์จเอ็นจิ้นดัง "กูเกิล" ปรับโฉม "ดูเดิล" ต้อนรับ "ฟุตบอลโลก" เปลี่ยนโลโก้เป็น "ภาพการ์ตูนสุดเก๋ มีลูกฟุตบอล ชายหาด รวมทั้งรูปปั้นพระเยซูคริส์อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศบราซิล" พร้อมค้นหาข้อมูลฟุตบอลโลก โดยอัตโนมัติ นับได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำสำหรับเว็บไซต์เสิร์จเอ็นจิ้นชื่อดัง "กูเกิล" อยู่แล้ว ที่จะมีการปรับโลโก้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ตามเทศกาลต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า "ดูเดิล" สำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก เวิลด์ คัพ 2014 ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 20 แล้ว โดยมีประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ ซึ่งก็นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ของบราซิลแล้วล่ะที่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอย่างนี้ หลังจากที่เคยเป็นเจ้าภาพไปครั้งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ โดยจะจัดแข่งขั้นใน 12 เมืองทั่วบราซิล MThai News

27 ภาพถ่ายรอบโลก ที่เห็นแล้วต้องอึ้ง!
10 อันดับ /  ความรู้รอบโลก / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 27 ภาพถ่ายรอบโลก ที่เห็นแล้วต้องอึ้ง! ซึ่งภาพเหล่านี้เป็นภาพที่ถ่ายมาจากทั่วมุมโลก ไม่ว่าจะเป็น วัตถุสิ่งของ สัตว์โลก ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่อยู่รอบๆ ตัวเราที่เราหรือความมหัศจรรย์ของสิ่งต่างๆ รอบโลก ลองไปดูกันค่ะ แล้วมาบอกกันหน่อยสิว่าชอบรูปไหนกันบ้าง ^^ 27 ภาพถ่ายรอบโลก ที่เห็นแล้วต้องอึ้ง!  ไข่ปลาหมึกยักษ์ ภาพลิ้นของมนุษย์ ที่ส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ ภาพเอ็กซเรย์ก่อนและหลังการรักษาโรค "สันหลังคด" หน้าตาของสุนัขพันธุ์ "ปั๊ก" ในสมัยก่อน ปี 1880 (หน้าเปลี่ยนไปนะเธอ!) ภาพไขมันน้ำหนัก 5ปอนด์ เปรียบเทียบกับกล้ามเนื้อน้ำหนัก 5ปอนด์ เซลล์มะเร็ง ภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน สีจริงๆ ของพื้นผิวดาวอังคาร ลาวาจากภูเขาไฟ ที่ยุงคงคุกรุ่นตลอด ในเอธิโอเปีย  ข้างในเครื่องบินโบอิ้ง 757 ของ FexEX แบบไม่มีสินค้าใดๆ นาฬิกาของอิกโตะ คาวาโกเอะ ที่หยุดเดินตอน 8.15 น. ในปี 1945 เวลาที่ฮิโรชิม่าโดนทิ้งระเบิดนิวเคลียร์พอดี โต๊ะของไอสไตน์ ชั่วโมงหลังจากที่เขาเสียชีวิต ฟันของ จอร์จ วอชิงตัน ไมเคิล แองเจลโล่ วาดรายชื่อสิ่งของให้กับคนที่ใช้ที่ไม่รู้หนังสือของเขา เพื่อจะได้รู้ว่าเขาจะต้องซื้ออะไรบ้าง ออฟฟิศของฮิตเลอร์ กูเกิ้ล ดาต้า เซ็นเตอร์ (ที่เก็บเซิฟเวอร์ของกูเกิ้ล) ด้านใน ของสายเคเบิ้ลใต้น้ำ คุกขังนักโทษใน เอลซัลวาดอร์ (หายใจยังลำบาก)  ภาพน้ำพุร้อน ก่อนที่จะระเบิด  เมืองของชาวบาวาเรีย ที่สร้างขึ้นในหลุ่มอุกาบาตที่พุ่งชนโลกเมื่อ 14 ล้านปีก่อน อนุสาวรีย์ เจง กีสข่าน ในมองโกเลีย  ภาพสายรุ้งแบบ 360 องศา ถ่ายจากบนเครื่องบิน จุดสิ้นสุดของกำแพงเมืองจีน พายุทรายขนาดยักษ์โจมตีฝังออสเตรเลียตะวันตก ช่วงต้นปี 2013  แบ็กเกอร์ 288 พาหนะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภาพถ่ายจากบนฟ้า ของสุสานยางรถยนต์   แสงเหนือ จากอวกาศ ภาพถ่ายดาวพุธที่ชัดเจนที่สุดที่เคยถ่ายได้ ขอบคุณข้อมูล http://www.ssballthai.in.th/boards/topic/1189992

จำคุก 6 ปี โสเภณี ฉีดเฮโรอีน ผู้บริหารกูเกิ้ลเสียชีวิต
จำคุก6ปี /  ฉีดเฮโรอีน / 

ศาลซานตาครูซ ตัดสินโทษจำคุก 6 ปี อลิกซ์ แคทเธอรีน ทิกเคิลแมน สาวโสเภณี กรณีฉีดเฮโรอีน ผู้บริหารกูเกิ้ลเสียชีวิต สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเกี่ยวการพิพากษาคดี ของ อลิกซ์ แคทเธอรีน ทิกเคิลแมน โสเภณี วัย 27 ปี หลังจากถูกจับในข้อหา ฉีดเฮโรอีนในปริมาณมาก ให้กับ ฟอร์เรสต์ เฮย์ส หนึ่งในผู้บริหารกูเกิ้ล วัย 51 ปี จนเสียชีวิต เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี2013 โดยนางทิกเคิลแมน ยอมรับสารภาพ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และถูกตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 6 ปี อัยการของศาลซานตาครูซ แคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า อลิกซ์ แคทเธอรีน ทิกเคิลแมน ถูกเรียกขึ้นเรือยอชท์ไปกับ นายเฮย์ส ด้วยราคาค่าตัวที่สูง พร้อมกับนำเฮโรอีนไปด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเรือลำดังกล่าว พบว่า หลังจากเธอได้ฉีดเฮโรอีนให้กับนายเฮย์สแล้ว เธอไม่แม้แต่จะช่วยเขา ซ้ำยังเหยียบย่ำบนตัวเขาอีกหลายครั้ง ก่อนจะนั่งจิบไวน์แล้วจึงโทรเรียก 911 โดยนางทิกเกิลแมน ถูกจับกุมด้วยการล่อซื้อของตำรวจ ในราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (33,000 บาท)เมื่อปี2014 ซึ่งเธอได้ยอมรับว่าทำการค้าประเวณีจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายผู้ตาย ซึ่งการฉีดยาในครั้งนั้น ก็เกิดจากความสมัครใจของเขาเอง MThai News ที่มา...reuters

หยุดแชร์มั่ว ไอแรงๆช่วย ปั๊มหัวใจ หากหัวใจล้มเหลว ไม่จริง
ปั๊มหัวใจ /  หัวใจล้มเหลว / 

สืบเนื่องจากที่มีแฟนเพจถามมาเกี่ยวกับเนื้อหาของ forward mail ที่ได้รับใจความก็ประมาณว่า... ถ้ากำลังขับรถอยู่คนเดียว แล้วเกิดมีอาการเจ็บหน้าอก คิดว่าตัวเองกำลังจะหัวใจล้มเหลวจะทำยังไง? ในเมล์บอกว่า ให้ช่วยตัวเองด้วยการไอแรงๆทุกๆ 2 วินาที ทำไปจนกว่าจะหายหรือมีคนมาช่วย อธิบายว่าการไอจะช่วยให้มีแรงกระแทกไปบีบหัวใจ ให้เลือดยังไหลเวียนต่อไปได้ หรือช่วยให้หัวใจกลับมาเต้นปกติ อ้างอิงว่าบทความนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร JOURNAL OF GENERAL HOSPITAL ROCHESTER บอกให้ส่งต่อ เพื่อช่วยชีวิตคนอื่นต่อไป ฟังดูเหมือนจะมีเหตุมีผล....รึเปล่านะ??? มาดูกันค่ะ หมอเริ่มต้นง่ายๆค่ะ เข้ากูเกิ้ล พิมพ์ชื่อวารสารที่ถูกอ้าง สิ่งที่ได้มาคืออันนี้ค่ะ http://www.rochestergeneral.org/centers-and-services/sands-constellation-heart-institute/patient-education/how-to-survive- a-heart-attack-when-alone/ แถลงการณ์ของหน่วยงานที่ถูกอ้างอิง บอกว่าไอ้เมล์เนี่ย มันมั่วโคตรๆ ไม่เคยมีรายงานแบบนี้ออกมาจากหน่วยงานนี้ หรือหมอคนไหนในสังกัดที่นี่!! และขอให้เลิกแชร์ไอ้เมล์นี่ แต่ให้บอกข้อมูลที่ถูกต้องแทน พอลองหาข้อมูลจาก American Heart Association ก็มีการพูดถึงเรื่อง Cough CPR(แปลตามตัว : การ ปั๊มหัวใจ ด้วยการไอ) ไว้ค่ะ แต่ไม่ได้บอกว่าให้ทำนะ สิ่งเค้าบอกคือ - วิธีนี้ไม่ได้ผลสำหรับกรณีการเจ็บหน้าอกทั่วไป และไม่ควรใช้ - กรณีเดียวที่การทำแบบนี้อาจได้ประโยชน์ คือ ***ผู้ป่วยที่กำลังได้รับการใส่สายสวนหัวใจ (cardiac catheterization) แล้วเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมา โดยต้องมีเครื่องตรวจคลื่นหัวใจ(EKG monitor) ติดอยู่ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฝ้าดู การให้คนไข้ไอแรงๆในกรณีนี้ อาจมีประโยชน์ระหว่างรอการรักษาด้วยยา*** สรุปคือไม่มีประโยชน์สำหรับกรณีทั่วไป และไม่แนะนำให้ทำนะคะ แล้วถ้าเกิดกรณีแบบที่สมมติจะทำยังไง??? ถ้าขับรถอยู่คนเดียว มีอาการผิดปกติ คิดว่าไม่ไหวจะหมดสติ สิ่งแรกที่ควรทำคือ **หาที่จอดรถที่ปลอดภัย แล้วหาความช่วยเหลือค่ะ จะเรียกคนรอบข้าง หรือโทรตามใครมาช่วย โทร 1669 ก็ได้ค่ะ เพราะถ้าฝืนขับรถ แล้วหมดสติไปจริงๆ(เพราะไอไปก็ไม่ช่วยอะไร) แทนที่จะไปรพ.ด้วยหัวใจวายอย่างเดียว อาจจะกลายเป็น หัวใจวาย+สมองกระแทก+ปอดฉีก+ตับแตก+ขาหัก จากรถชนแถมไปด้วยนะคะ ย้ำอีกทีค่ะ การแชร์อะไรสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ตรวจสอบ แทนที่จะได้บุญ จะกลายเป็นทำบาปไม่รู้ตัว @หมอบาส ที่มาบทความสุขภาพ จากเพจใกล้ชิดหมอ https://www.facebook.com/Drnextdoor

3 สาวนักสู้ แม้
กำลังใจ /  คีโม / 

ขึ้นชื่อว่า "มะเร็ง" ใครไม่เจอกับตัวคงไม่มีทางเข้าใจ หลายครั้งที่มันทำร้ายชีวิตของใครหลายคนให้ทรุดลงแบบตั้งตัวแทบไม่ทัน บางคนท้อจนไม่สามารถกลับมามีความสุขกับการมีชีวิตอยู่ได้อีก แต่สิ่งเหล่านั้นคงไม่ได้เกิดขึ้นกับสามสาวที่เราพามาในวันนี้แน่ เพราะทั้งสามมีวิธีตั้งรับในแบบที่มั่นคงและแตกต่างกันไป เราจึงนำเรื่องราวและแง่มุมที่ดีๆ ที่ทั้งสามถ่ายทอดมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจให้กับใครอีกหลายๆคน  ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าเป็น "มะเร็ง" คุณพิมพ์ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ดารานักแสดงสาวสวย เล่าให้เราฟังว่า... "หมอบอกพิมพ์ว่า เจอก้อนเนื้อขนาด 18 เซนต์อยู่ในรังไข่ด้านซ้าย เหมือนส้มโอลูกหนึ่งอยู่ในรังไข่ แล้วให้เวลาไปเคลียร์ชีวิตตัวเอง 2 อาทิตย์แล้วกลับมาผ่าตัด ตอนนั้นพิมพ์มีทั้งงานละครและงานผู้จัดค้างอยู่ ก็ยังต่อรองว่าขอพิมพ์ไปทำงานอีกสักพักได้ไหม คือยังชิล ยังไม่รู้เรื่อง เพราะชีวิตนี้มีความสุขมาตลอด ไม่มีอะไรให้เครียดหรือคิดมาก ยกเว้นตอนอกหัก (หัวเราะ) คำว่า ‘มะเร็ง’ ไม่เคยอยู่ในหัว คิดว่าคงเป็นเนื้องอกหรือถุงน้ำเหมือนที่ใครๆก็เป็นกัน ยังบอกคุณหมอก่อนผ่าตัดเลยว่า ยังไงคุณหมอช่วยเอาไขมันพิมพ์ออกไปด้วยนะคะ จนเมื่อหมอบอกว่าก้อนเนื้อที่ว่านั้นคือมะเร็ง จึงทั้งชาทั้งมือไม้สั่น  ความรู้สึกทุกอย่างมันป๊อปอัพเข้ามาในหัว พิมพ์จะตายไหม แล้วพิมพ์จะไปทำงานยังไง เพราะตอนนั้นละครก็ถ่ายใกล้จบแล้ว พิมพ์ขอหมอไปถ่ายละครให้จบก่อนหมอก็บอกไม่ได้ ซึ่งก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรง" ในขณะที่คุณแป้ง อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ สไตลิสท์ และ กรรมการบริหารแบรนด์เสื้อผ้า Vickteerut และ Vick’s  เล่าว่า... "ตอนหมอบอกก็ตกใจประมาณหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เครียดมากมาย เพราะก่อนนั้นก็สังเกตเห็นว่าทำไมแม่ เพื่อนแฟน หมอต้องออกไปคุยกันนอกห้อง ก็คิดว่าเป็นมะเร็งใช่ไหมเนี่ย เขาถึงต้องทำแบบในละคร (หัวเราะ) แล้วก็ทราบจากในละครอีกนั่นแหละว่าเออ...เดี๋ยวถ้าให้คีโมแล้วต้องหัวโล้นนะ งั้นก็ไปโกนหัวรอเลยก็แล้วกัน เพราะที่จริงก็อยากจะไว้ผมทรงนี่อยู่แล้วล่ะ คือแป้งเป็นคนพร้อมรับกับทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตอยู่แล้ว ก็เลยไม่รู้สึกกังวลอะไรกับมันมากมาย แล้วก็มั่นใจว่าหมอเก่ง คิดว่ายังไงเราก็ต้องหายเพราะแป้งเป็นคนชอบเที่ยว ยังมีที่อีกตั้งเยอะที่อยากจะไป" สำหรับคุณหนึ่ง มสธร เห็นใจชน Marketing & PR Director บริษัท Bemyguest Management เธอบอกว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของเธอก็คือช่วงที่รอผ่าตัดและรอฟังผล "นอนไปนี่ตื่นขึ้นมาทุก 1 ชั่วโมง คิดอยู่แค่ว่าถ้ามันเป็นมะเร็งล่ะ แล้วถ้าเป็น...มันจะเป็นขนาดไหน แต่พอรู้ว่าเป็นอะไรแน่นอนแล้ว หลังจากวันนั้นก็ ‘สู้’ เลยคิดเลยว่าเราเกิดวันที่ 1 ใหม่ เราจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ใหม่ keep fighting คือก่อนนี้หนึ่งเป็นคนใช้ชีวิตแบบเลวร้าย ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ นอนดึก เที่ยวหนัก แต่ในวันที่ตั้งใจว่าฉันจะเกิดใหม่ ก็เปลี่ยนมาเป็นนอนเร็ว สองทุ่มนี่ต้องอยู่บนเตียงแล้วพร้อมหลับ อาหารการกินก็เปลี่ยน จากที่เคยนอนกินหมูสามชั้นทอดตอน 4 ทุ่ม ตอนนี้งดของทอด กินผักผลไม้มากขึ้น เพราะเสิร์ชเจอในกูเกิ้ล (ซึ่งเธอบอกว่าช่วงที่เป็นมะเร็ง เธอเข้ากูเกิลเป็นพันๆหน) ว่าคนเราต้องกินผักและผลไม้ 50เปอร์เซ็นต์ต่อมื้อ แล้วก็ดื่มน้ำเยอะๆ รวมถึงกินไข่ขาว ข้าวกล้อง เวลาไปเดินซูปเปอร์มาร์เก็ต ทุกอย่างที่เคยหยิบแต่ก่อนนี้ ตอนนี้หยิบไม่ได้เลย  ไส้กรอก อาหารที่เป็นโปรเซสส์ ฟู้ดส์ ต้องหยุดหรืออาหารตามร้านสะดวกซื้อ ไม่กินค่ะ เพราะว่าเป็นอาหารไมโครเวฟ ห้ามเด็ดขาด แต่ก่อนหนึ่งชอบมากตื่นมาขี้เกียจทำกับข้าวก็ใส่ไมโครเวฟ แล้วก็กินๆๆๆ แต่ช่วง 3 เดือนแรกที่ให้คีโม หนึ่งกินอาหารที่บ้าน ปรุงเองตลอด ส่วนพวกเหล้า บุหรี่นี่ตัดทันทีเลยแบบหักดิบ (หัวเราะ)" "คีโม" อีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปโดยเฉพาะคุณพิมพ์ที่อยู่ในวงการบันเทิงถือเป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก "ต้องบอกว่า ผมร่วงจนโล้นนี่เป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดในชีวิตที่เกิดขึ้นกับพิมพ์ก็ว่าได้ มันแย่กว่าตอนที่รู้ว่าเป็นมะเร็งอีก จนพิมพ์คิดว่าคงจะผ่านมันไปไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตแล้ว จะให้ใครเห็นสภาพเราแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่ก็ทำใจไว้แล้วนิดหนึ่งนะคะ เพราะก่อนจะร่วงหมด ผมมันก็เริ่มจะปลิวออกจากศีรษะไปแบบง่ายๆ นั่งๆอยู่ก็บอกแม่ผมร่วงอีกแล้ว แต่วันที่แค่จับแล้วผมหลุดเลยนี่ช็อคมากเลย จับตรงไหนก็หลุดไปทั้งกระจุก จับตรงไหนตรงนั้นโหว่ ก็ร้องไห้หนักมาก กอดกันกับคุณแม่ทั้งคืน พอตื่นขึ้นมาก็ตกใจตัวเองอีกเพราะเห็นสภาพตัวเองในแบบที่ผมมันไม่เหลือแล้ว เหลือแต่ตอแหว่งๆ" "ในที่สุดพิมพ์ก็ตัดสินใจโกนผมทั้งน้ำตา แต่การโกนผมก็ทำให้พิมพ์ได้คิดว่า พิมพ์จะอ่อนแอไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วนะเพราะไม่รู้ว่าถ้าเป็นแบบนี้แล้ว จะผ่านมันไปได้ยังไง พิมพ์ยังต้องให้คีโม ยังต้องสู้กับมันอีกตั้ง 5 ครั้ง นี่เพิ่งครั้งแรกเอง แล้วพิมพ์จะผมร่วงฟรีเหรอ เพื่ออะไร พิมพ์ก็ต้องรักษาให้หายให้ได้ พิมพ์จะบอกตัวเองอย่างนี้ทุกวันๆ" การมองโลกในแง่บวกเป็นเครื่องมือ ‘สู้’ กับ ‘มะเร็ง’ "สำหรับหนึ่งจะบอกว่าเป็นความโชคร้ายบนความโชคดีก็ได้เพราะตอนนี้หนึ่งอายุ 42 เราใช้ชีวิตสุดโต่งมาเต็มที่แล้ว แต่เรายังมีชีวิตอีก 40 กว่าปี ที่เรายังต้องอยู่ต่อไป ...มันเหมือนมะเร็งมาเตือนเรา ให้เราดูแลชีวิตดีขึ้น รักตัวเองมากขึ้น เพราะหนึ่งคิดว่าไม่ใช่ว่าเมื่อเราเป็นมะเร็งแล้ว แล้วเราจะต้องไปพร้อมกับมัน หนึ่งคิดว่าหนึ่งมีทางเลือก" ส่วนคุณแป้งเธอว่า "มะเร็ง มันช่วยให้รู้ว่ามีคนรักเรามากแค่ไหน ไม่ใช่แค่คนสนิท แม้แต่คนที่ห่างไปหน่อย ที่เขียนอะไรซึ่งบางครั้งเราก็รู้สึกว่ามันดราม่า แต่ลึกๆเราก็รู้ว่าเขาเป็นห่วงเรานะ แล้วมันก็เป็นกำลังใจให้เรา" "พิมพ์มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมและได้พูดหน้าชั้นในวันสุดท้าย ก็เล่าให้ทุกคนฟัง เปิดหมวกให้ทุกคนดู พิมพ์เห็นทุกคนช็อค เพราะตอนนั้นคนทั่วไปยังไม่รู้ แล้วคนที่เม้าท์ว่ามาปฏิบัติธรรมแล้วทำไมต้องใส่หมวก ทำไมต้องติดสวย เขาเดินมาขออโหสิกรรม มาขอโทษ มาให้กำลังใจ กลายเป็นได้พลังบวกแฮะ แล้วพิมพ์รู้สึกโล่งไปเลย สบายใจที่ได้บอกออกไป อีกครั้งคือตอนให้สัมภาษณ์นักข่าว ที่ทำให้พิมพ์ได้คิดว่าด้วยอาชีพของเรา เราสามารถเป็นกำลังใจให้คนได้อีกเยอะมากๆสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนกล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่เป็น" "พิมพ์จะพูดตลอดว่าต้องเห็นคุณค่าของตัวเองก่อน ต้องทำตัวเองให้มีประโยชน์สิ ถ้าทำได้ จะมามัวนั่งอมทุกข์อยู่ทำไม เพราะการเจ็บป่วยแบบนี้มันเป็นเรื่องภายนอก พอรักษาหายแล้วเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป” ทั้งสามคนมีจุดเริ่มต้นที่เหมือนกันคือการพบก้อนเนื้อที่บริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ดังนั้นสาวๆก็ควรหมั่นสังเกตตัวเองกันด้วยนะคะ และที่สำคัญควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะการตรวจภายในเพื่อที่จะได้แก้ไขได้ทันถ่วงที แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม "ความหวัง" และ "กำลังใจ"  เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้จิตใจของคุณแข็งแรง และหลายๆครั้งที่จิตใจที่เข้มแข็งสามารถพาเราผ่านเรื่องร้ายไปได้ราวกับปาฏิหาริย์ เช่นเดียวกับสามสาว ที่ขอบอกว่าเรานับถือหัวใจของเธอจริงๆ 

เกมบน google chrome ก็อตซิล่าวิ่งได้
เกม /  กูเกิ้ล / 

สำหรับใครที่เข้าหน้าเวบไม่ได้ เกมนี้มีเพื่อนการนี้

ฟอบส์ จัดอันดับมหาเศรษฐีมะกัน 'บิลเกตส์' ยังครองแชมป์ !
บิลเกตส์ /  ฟอบส์ / 

นิตยสารฟอร์บส์ เผยชื่อชาวอเมริกันที่รวยที่สุด 400 คน ประจำปี 2015 โดย "บิล เกตส์" ยังคงรั้งตำแหน่งชาวอเมริกันที่รวยที่สุด ส่วน "มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" ซีอีโอเฟซบุ๊ก ขึ้นมาอยู่อันดับ 7 นิตยสารฟอร์บส์ สื่อดังของโลก ได้เปิดรายชื่อชาวอเมริกันที่รวยที่สุด400คนประจำปี2015 โดบ อันดับ 1ยังคงเป็นมหาเศรษฐีอย่าง บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ โดยรั้งตำแหน่งเป็นปีที่ 22 ติดต่อกันแล้ว ทรัพย์สิน 76,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 2 วอร์เรน บัฟเฟต์ ซีอีโอของบริษัทเบิร์กเชียร์ฮาธาเวย์ ทรัพย์สิน 62,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 3 แลร์รี เอลลิสัน อดีตซีอีโอของออราเคิล ทรัพย์สิน 47,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอหนุ่มคนดังของของเฟซบุ๊ก กระโดดขึ้นมาอยู่อันดับที่ 7 จากอันดับ 11 ทรัพย์สินราว 40,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้าน แลร์รี่ เพจ ซีอีโอเว็บยอดนิยมอย่าง กูเกิ้ล จากอันดับ 13 ของเมื่อปีที่แล้วมาอยู่ที่อันดับ10ทรัพย์สินประมาณ 33,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ฟอร์บส์ ระบุว่า ทรัพย์สินโดยเฉลี่ยของชาวอเมริกัน 400 คนอยู่ที่ 5,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสถิติใหม่เพราะมากกว่าปีที่แล้ว ขอบคุณเนื้อหาจาก inn

เด็กชายวัย 14 ปี ประดิษฐ์นาฬิกา แต่ถูกจับเพราะครูคิดว่าเป็นระเบิด!
Student /  Technology / 

แค่นาฬิกาประดิษฐ์ ก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตได้ซะงั้น! เมื่อ "อาเหม็ด โมฮัมเหม็ด" เด็กชายวัย 14 ปี ในรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา ถูกตำรวจจับเพราะครูคิดว่าเขาสร้างนาฬิการะเบิด ข่าวนี้โด่งดังและสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากจนทำให้ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา และ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก (CEO เฟซบุ๊ก) อยากเจอเด็กชายคนนี้เลย .. เด็กชายวัย 14 ปี ประดิษฐ์นาฬิกา แต่ถูกจับเพราะครูคิดว่าเป็นระเบิด!  เด็กชายวัย 14 ปี ประดิษฐ์นาฬิกา แต่ถูกจับเพราะครูคิดว่าเป็นระเบิด! อาเหม็ด โมฮัมเหม็ด เด็กชายวัย 14 ปี คนนี้ได้ประดิษฐ์นาฬิกาดิจิตอลขึ้นมาซึ่งนาฬิกาที่เขาประดิษฐ์นั้น ทำด้วยกล่องใส่ดินสอสี่เหลี่ยม โดยข้างในเป็นระบบนาฬิกาที่เขาประกอบ หลังจากนั้นเขาก็นำไปให้คุณครูที่โรงเรียนดู เพื่ออยากจะให้คุณครูประทับใจ! แต่แล้วคุณครูกลับคิดว่าสิ่งที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมานั้นคือ ระเบิด จึงโทร.เรียกตำรวจ อาเม็ดจึงถูกคุมตัวในฐานะ ผู้ต้องสงสัย ไปซะงั้น สิ่งนี้ทำให้เขางงและตกใจเป็นอย่างมาก โดยอาเม็ดบอกว่า ในระหว่างที่ถูกคุมตัวจากตำรวจเขาไม่สามารถโทร.หาพ่อแม่ได้เลย และเขาก็ย้ำกับตำรวจว่า 'มันเป็นแค่นาฬิกา' แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ! เมื่อข่าวการถูกจับกุมตัวของอาเหม็ดเผยแพร่ออกไป เขาก็ถูกเชิญไปเยี่ยมชมบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีหลายที่ ไม่ว่าจะ เฟสบุ๊ค (Facebook), เชิญให้เข้าร่วมนิทรรศการวิทยาศาสตร์ ของกูเกิ้ล (Google), เข้าฝึกงานที่ ทวิตเตอร์ (Twitter) รวมไปถึงถูกเชิญจาก ประธานาธิบดีโอบามา เพื่อเยี่ยมชมทำเนียบขาวเป็นการส่วนตัวด้วย ซึ่งอาเม็ดก็ตอบรับคำเชิญของโอบามาเป็นที่เรียบร้อย แต่สิ่งที่เขาตื่นเต้นยิ่งกว่าก็คือ เขาได้คำเชิญจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ซึ่งเป็นที่ที่เขาใฝ่ฝันอยากจะเข้าเรียนมากๆ อีกทั้งอาเม็ดบอกว่า "ผมอยากให้ครูเห็นว่า เมื่อโตขึ้นผมจะเป็นวิศวกร แล้วตอนนี้ก็มีผู้คนนับล้านกำลังเฝ้าดูผมเป็นวิศวกร" นอกจากนี้ผู้คนยังสนับสนุน อีกทั้งชื่นชมว่าเขาเป็นเด็กที่ใฝ่รู้ เก่ง และมีความสามารถ ดูบทความต้นฉบับ : Texas teen kept saying it was a clock, not a bomb, but school wouldn't listen

หญิงลี ฮอตได้อีก กับรางวัล Youtube Partner Rewards
Youtube Partner Rewards /  ขอใจเธอแลกเบอร์โทร / 

แกรมมี่ ปลื้มรับรางวัล Youtube Partner Rewards (ยูทูป พาร์ทเนอร์ รีวอร์ดส) หญิงลี สาวลำซิ่ง 100 ล้านวิว ...ดีด๊า ร่วมรับรางวัล ถือเป็นพันธมิตรยักษ์ใหญ่ที่สุดในวงการเพลงและบันเทิงเมืองไทยสำหรับบริษัท “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ” เพราะเมื่อ ยูทูป โกบอล จัดงานเปิด ยูทูป ไทยแลนด์ เมื่อวันก่อนนั้น นาย ทอม พิคเกตต์ รองประธานฝ่ายเนื้อหา ยูทูป ในงานเปิดตัวยูทูป ไทยแลนด์ ได้ทำพิธีร่วมแสดงความยินดีมอบรางวัล ยูทูป พาร์ทเนอร์ รีวอร์ดส (YouTube Partner rewards) ให้กับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, จีนี่ เรคคอร์ดส และวี เรคคอร์ด ที่มีจำนวนสมาชิกเกิน 1 ล้านรายชื่อ โดยมอบให้กับคุณ กริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจเพลง) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับมอบ พร้อมทั้งมี หญิงลี ศรีจุมพล สาวลำซิ่งเจ้าของสถิติ 100 ล้านวิวจากเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ร่วมรับมอบด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม เมื่อบ่ายวันก่อน ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ “ผมว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของวงการบันเทิงเมืองไทย ที่ Google (กูเกิ้ล) เข้ามาเปิดให้บริการ You Tube (ยูทูป) ในประเทศไทย ดังนั้น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในฐานะเจ้าของคอนเทนท์บันเทิงรายใหญ่ที่เรามีคลังเพลงกว่า 20,000 เพลง รวมถึงมีมิวสิควิดีโอ คอนเสิร์ต ละคร ละครเวที และอื่นๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อยูทูปไทยแลนด์ได้ ขณะที่ ยูทูป ซึ่งเป็นเว็บไซต์วิดีโออันดับ 1 ของโลก ก็เป็นช่องทางที่คอนเทนท์ต่างๆของแกรมมี่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นเดียวกัน และที่สำคัญเพลงของแกรมมี่สามารถสร้างยอดวิวได้สูงสุดติดอันดับ 1 และ 2 ของเมืองไทย โดยเพลง “ไกลแค่ไหนคือใกล้” ของวงเก็ทสึโนว่า ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเพลงไทยเมื่อมีผู้เข้าชมคลิปเพลงนี้กว่า 108 ล้านวิว ขณะที่เพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ของสาวลำซิ่ง “หญิงลี ศรีจุมพล” ก็กลายเป็นมิวสิควิดีโอเพลงไทยลูกทุ่งเพลงแรกที่สร้างสถิติใหม่มียอดวิวบนยูทูปทะลุ 100 ล้านวิว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีๆอีกเรื่อง” กริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจเพลง) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เผย ย้อนไปดูภาพบรรยากาศ การฉลอง เพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร ทะลุ ร้อยล้านวิว ใน Youtube คลิก มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เปิดตัว Obi Worldphone SF1 มาพร้อมสเปคโคตรคุ้ม ในราคา 7 พันนิดๆ!
hands-on /  Obi Worldphone / 

โอบิ เวิลด์โฟน ประกาศเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยสมาร์ทโฟน รุ่น SF1 โอบิ เวิลด์โฟน บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนคุณภาพระดับสากล ประกาศการขยายตลาดสู่ประเทศไทย หลังจากสร้างชื่อเสียงมาแล้วทั่วโลก โดยวันนี้โอบิได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน โอบิ เวิลด์โฟน SF1 (Obi Worldphone SF1) พร้อมด้วยพันธมิตรทางการค้าสำคัญอย่าง ลาซาด้า คลิปทดลองเล่น Obi Worldphone SF1 โอบิ เวิลด์โฟน ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือของ จอห์น สกัลลี่ ผู้มีชื่อเสียงในวงการเทคโนโลยี และอดีตผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแอปเปิ้ล และเป็ปซี่-โคล่า โดยสมาร์ทโฟนโอบิ ถูกออกแบบขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความหรูหรา และเผยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับผู้ใช้งาน และเพื่อตอบสนองต่อการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย โอบิจึงได้ผลิตสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมที่มีคุณภาพสูง โดยคำนึงถึงผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นเป็นสำคัญ สมาร์ทโฟนจากโอบิ รุ่นโอบิ เวิลด์โฟน SF1 มีความโดดเด่นที่ดีไซน์ของตัวเครื่อง โดยได้รับการออกแบบจากสตูดิโอที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะอย่าง Ammunition Group ซึ่งนอกจากตัวเครื่องแล้ว Ammunition ยังช่วยพัฒนา Lifespeedหรือ Custom UI สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานระหว่างซอฟแวร์และฮาร์ดแวร์ที่ลงตัวให้กับผู้ใช้งาน นอกจากนี้สมาร์ทโฟนของโอบิ ยังได้รวบรวมเอาดีไซน์หรูหราเข้ากับหลากหลายเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น ควอลคอมม์ (Qualcomm) ดอลบี้ (Dolby) โซนี่ (Sony)คอร์นนิ่ง อินคอร์ปอเรท (Corning Incorporated) กูเกิ้ล (Google) มีเดียเทค (MediaTek) เจแปน ดิสเพลย์ (Japan Display) และซัมซุง เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนอันทรงประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้ ซึ่งโอบิ ถือเป็นสมาร์ทโฟนเจ้าแรกที่ลดช่องว่างระหว่างสมาร์ทโฟนที่เน้นดีไซน์ในราคาสูง และสมาร์ทโฟนที่มีสเปกทั่วไปในราคาปกติเข้าด้วยกัน คุณจอห์น สกัลลี่ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทโอบิ เวิลด์โฟน กล่าวว่า “โอบิได้นำเอาสิ่งที่ดีที่สุดจากซิลิคอนวัลเล่ย์ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ล้ำสมัย เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน มาใส่ไว้ในตัวสมาร์ทโฟน เพื่อมอบความสวยงาม ทรงพลัง ในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง ด้วยโครงสร้างเรื่องต้นทุนและการกระจายสินค้าในวงกว้าง จะช่วยให้ผู้บริโภคของเราได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและตอบสนองต่อความต้องการของพวกเขาไปพร้อมๆกัน” คุณนีราจ โชฮาน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท โอบิ เวิลด์โฟน กล่าวว่า “การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่สำคัญสำหรับโอบิ โดยตลาดในไทยนั้น มีโทรศัพท์มือถือเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 150% ในขณะที่สมาร์ทโฟนมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียง 49% นอกจากนี้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่นยังเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในตลาดสมาร์ทโฟน ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลักของโอบิ และด้วยดีไซน์ที่มีความทันสมัย เราจึงมีความมั่นใจว่า เราจะสามารถสร้างตลาดที่มีเราเป็นผู้นำในเรื่องสมาร์ทโฟนได้อย่างแน่นอน” คุณอเล็กแซนดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัทลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรร่วมกับโอบิ เวิลด์โฟน ในการเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นเข้าสู่ตลาดในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลออนไลน์ เฟสติวัลของเราในปีนี้ ด้วยโอบิ เป็นสมาร์ทโฟนที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ในเรื่องดีไซน์ที่มีความล้ำสมัยบนราคาที่จับต้องได้ ซึ่งเรามีความมุ่งมั่นที่จะนำเอาสินค้า และประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่สุดส่งตรงถึงมือผู้บริโภคชาวไทย โดยครั้งนี้ ลาซาด้าได้นำเอาสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นอย่าง SF1 มาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เลือกสรรเป็นที่แรก ซึ่งเรามีความมั่นใจว่า ความเป็นผู้นำในตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ของประเทศไทยเมื่อรวมเข้ากับสมาร์ทโฟนคุณภาพเยี่ยมจากโอบิ จะทำให้การเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ได้ผลประโยชน์สูงสุด” โอบิ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง เจนเนอราลี่ กรุ๊ป ซึ่งทาง เจนเนอราลีได้วางแผนที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟนใน 20 ตลาดทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ภายในปี พ.ศ. 2560 โดยแอพพลิเคชั่นเจนเนอราลี่ จะมีอยู่ในสมาร์ทโฟนของ โอบิในประเทศไทยเช่นเดียวกัน คุณบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต และประกันภัย (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการพันธมิตรร่วมกับโอบิในครั้งนี้ว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้เป็นพันธมิตรร่วมกับบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับโลกอย่างโอบิ ซึ่งโอกาสในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับเจนเนอราลี่ ที่จะได้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ เพื่อมอบโซลูชันในการเข้าถึงสินค้าและบริการของเรา” SF1 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย และเทคโนโลยีอันทรงพลัง ชื่อของ โอบิ SF1 ได้มาจากตัวย่อของ ซานฟรานซิสโก เมืองที่โอบิถือกำเนิดขึ้นมา โดยโอบิ เวิลด์โฟน SF1 ถือเป็นสมาร์ทโฟน 4G/LTE รุ่นแรก ที่มีความโดดเด่นในเรื่องศาสตร์แห่งการถ่ายภาพ และคุณภาพของเสียงอันทรงพลัง สมาร์ทโฟนรุ่น SF1 มีหน้าจอกว้าง 5 นิ้ว ที่มีความทนทานจาก Corning® Gorilla® Glass 4ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ UI จากตัวเครื่อง นอกจากนี้ตัวเครื่องยังเป็นไฟเบอร์กลาส ที่มาพร้อมกับส่วนของโลหะที่ส่วนบนและล่าง รุ่น SF1 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ชาร์ตได้เร็วยิ่งขึ้น ง่ายต่อการใช้งาน และเป็นระบบสองซิม ที่สามารถใส่ไมโครเอสดีเพิ่มได้ สมาร์ทโฟนรุ่น SF1จะเปิดตัวที่ราคา 7,290 บาทโดยจะวางขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟบนเว็บไซด์ลาซาด้าเท่านั้นตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป สมาร์ทโฟนของโอบิได้รับเอาหน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon™ 615 processor เพื่อดึงเอาความโดดเด่นของกล้องขนาด 13MP และเซ็นเซอร์ Sony IMX214 Exmor™ ในการจับภาพแห่งความประทับใจให้สวยงามที่สุดบน สมาร์ทโฟน ในส่วนของฟีเจอร์ออโต้โฟกัสแบบไฮบริด ยังช่วยให้การถ่ายรูปมีคุณภาพสูงแม้ในที่มืด หรือที่สว่างกลางแจ้ง ด้วยเทคโนโลยีตรวจจับสิ่งของ นอกจากนี้ฟีเจอร์ถ่ายภาพของ Qualcomm® ChromaFlash™ ยังช่วยในการจับภาพถ่ายสองครั้งในเวลาเดียวกัน โดยภาพแรกจะมาพร้อมแฟลช อีกภาพจะไม่มีแฟลช ซึ่งระบบจะนำเอาแสงจากภาพที่มีแฟลชมาผสมผสานกับสีภาพจริงจากภาพที่ไม่มีแฟลช เพื่อให้เกิดภาพถ่ายที่ให้ความสมจริงที่สุด ผู้ใช้สามารถปรับโฟกัสหลังจากถ่ายภาพได้ด้วยฟีเจอร์ Qualcomm® UbiFocus™ และสามารถซูมภาพได้มากกว่ากล้องทั่วไปด้วยฟีเจอร์ Qualcomm® OptiZoom™ โดยไม่ทำให้ภาพแตก สมาร์ทโฟนรุ่น SF1 มาพร้อมกับ RAM 2GB และ ROM 16 GB สมาร์ทโฟนรุ่น SF1มาพร้อมกับ Dolby Audio™ ที่มอบเสียงอันทรงพลังและคมชัดกังวาน ผ่านลำโพงและหูฟัง สำหรับความบันเทิงทุกรูปแบบ โดยระบบเสียง Dolby Audio™ จะจำลองระบบเสียงรอบทิศทาง เพื่อมอบเสียงที่สมจริงจากต้นฉบับ เปิดประสบการณ์แห่งเสียงคุณภาพสูง สมาร์ทโฟนรุ่น SF1 ยังมีฟีเจอร์ Qualcomm® Quick Charge 1.0™ ที่มีเทคโนโลยีชาร์ตเร็ว โดยสามารถชาร์ตแบตเตอรี่ได้เต็มในเวลาเพียงสามชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปถึง 40% โดยสมาร์ทโฟนรุ่น SF1 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Lollipop โอบิ มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย AVG AntiVirus PRO สำหรับระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งจะช่วยป้องกันเครื่องจากมัลแวร์ไวรัส และการโจรกรรมข้อมูล นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยจากกูเกิ้ลที่จะช่วยป้องกันการบุกรุกข้อมูลอีกด้วย สมาร์ทโฟนโอบิรุ่น SF1 รองรับการใช้งาน Google Play และแอพพลิเคชั่นสำหรับระบบแอนดรอยด์ นอกจากแอพพลิเคชั่น AVG Anti-Virus แล้ว SF1 ยังมาพร้อมแอพพลิเคชั่นอย่าง Swiftkey™, AccuWeather™, Clean Master® และColorNote® ช่องทางการจัดจำหน่าย ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์จาก โอบิ เวิลด์โฟน จะจัดจำหน่ายผ่าน ลาซาด้า ผู้นำทางด้านตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งลาซาด้า มีประสบการณ์การจัดจำหน่ายสินค้าทางด้านเทคโนโลยี และเป็นสื่อกลางระหว่างแบรนด์ชื่อดังและผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดีโดยสมาร์ทโฟน Obi Worldphone SF1 จะวางขายบนเว็บไซด์ลาซาด้า ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป                      

Google เตรียมปล่อยให้อัพเดท Android 7.0 Nougat ได้วันที่ 22 สิงหาคมนี้
Android /  Android 7.0 Nougat / 

ทาง Google เตรียมปล่อย Android 7.0 Nougat ให้เหล่าผู้ใช้งานอัพเดทกันในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ จะมีเฉพาะรุ่น Nexus 6P และ Nexus 5X ที่จะสามารถอัพเดทได้ก่อน ส่วนรุ่นอื่นๆ ทาง Google ยังไม่ได้กำนัดวันอย่างเป็นทางการ ที่มา : androidauthority ,phonearena

พลอยชมพู สุดปลื้ม Youtube มอบรางวัล ปุ่มทองคำ
ploychompoo /  YouTube Gold Button / 

นอกจากขึ้นแท่นช่องอันดับ 1 ที่มีคนติดตามมากที่สุดในประเทศไทยบน YouTube (ยูทูป)แชนอลไปแล้วสำหรับบริษัทเพลงยักษ์ใหญ์ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ ล่าสุดนักร้องสาว พลอยชมพู ญานนีน ภารวี ไวเกล ศิลปินดาวรุ่งดวงใหม่ของ แกรมมี่ ฯ เจ้าของซิงกิ้ล “ชักดิ้นชักงอ” สุดปลื้มเมื่อทางGoogle (กูเกิ้ล) ประเทศไทย มอบรางวัล YouTube Gold Button (ปุ่ม ทองคำ) ในฐานะศิลปินเดี่ยวคนไทยคนแรกที่มียอดผู้ติดตามบนยูทูปเกิน 1 ล้านคน โดยมี คุณอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจกูเกิล ประเทศไทย นำรางวัลมามอบให้ พร้อมกับ คุณกริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จีเอ็มเอ็ม มิวสิค ร่วมยินดีที่แกรมมี่เปิดโอกาสให้พลอยชมพูได้แสดงศักยภาพความเป็นนักร้องของเธอออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันในทุกวันนี้ ณ ชั้น 21 ตึก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส บ่ายวันก่อน เล่นเอาสาว “พลอยชมพู” สุดปลื้มยิ้มแก้มปริ “รู้สึกดีใจมากค่ะที่ได้รับรางวัล ปุ่มทองคำ เพราะว่าตั้งแต่หลังจากเป็นศิลปินฝึกหัดที่แกรมมี่เมื่อ 2 ปีก่อน ช่วงรอทำเพลง พลอยก็เริ่มทำคลิปออกมา แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมียอดผู้ติดตามเยอะขนาดนี้ แต่พอมาวันนี้มีคนตามเราเกินล้านแล้ว โอ้โห ปลื้มมาก จำได้ว่าวันที่ปล่อยเอ็มวี ชักดิ้นชักงอ ซิงเกิ้ลแรกของพลอยออกมาก็มีคนเข้ามาดูมากมายบนยูทูป ก็ยิ่งทำให้พลอยรู้สึกภูมิใจกับการร้องเพลงซึ่งเป็นสิ่งที่พลอยชมพูรัก และพอทำออกมาก็ทำให้แฟนๆที่ติดตามมาพลอยได้มีความสุขกันไปด้วย ยังไงก็ฝากติดตามผลงานของพลอยด้วยนะคะ ตอนนี้ก็มีละคร บัลลังก์เมฆ ทางช่อง วัน และก็มีเพลงประกอบซีรี่ส์ มาลี เพื่อนรัก พลังพิสดาร ของ จีทีเอช ที่ฟีเจอริ่งกับมาดามมดด้วย พลอยฝากถึงน้องๆที่ชอบการร้องเพลง ก็อยากให้ตั้งใจเรียน และมีความพยายาม ขยัน อดทน ทำในสิ่งที่ตนเองฝันไว้ เป้าหมายที่เราฝันไว้ก็จะอยู่ไม่ไกลแน่นอนค่ะ” พลอยชมพู เผยความรู้สึกหลังได้รับรางวัล ปุ่มทองคำ ล่าสุดจาก พลอยชมพู กับเพลง VOLG JOU HART (Follow Your Heart) จากละครซีรี่ส์ มาลี เพื่อนรัก..พลังพิสดาร มาดามมด VOLG JOU HART ha ha ha ha ha มาดามมด um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss พลอยชมพู la la la la la la la มาดามมด VOLG JOU HART ( ซ้ำ 4 ครั้ง) มาดามมด um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um ba um ba um ba VOLG JOU HART um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um baz พลอยชมพู ยังโออยู่ป๊ะเตง (โอป่ะ) จะเกร็งไปไหนเธอ (ไม่ได้เกร็งเว้ย) จะซ้ายก็คิด จะขวาก็คิด จะหน้าจะหลัง ละเมอยังคิด เยอะไปสักนิดหน่อย ชัก..บ่อยละนะคะตะเอง ซักเรื่องได้ไหมเธอ ( ha ha ha ha ) ลอง flow ดูสักที (Ah) นี่เรื่องความรัก เรื่องของหัวใจ ให้เธอเลิกคิด สมองหยุดนิด ท่องคำนี้ไว้ สิ ท่องสิ ท่องสิ ท่อง สิท่อง สิ ท่อง ท่อง (ท่องสิ) SAY พลอยชมพู la la la la la la la มาดามมด VOLG JOU HART ( ซ้ำ 4 ครั้ง) พลอยชมพู La la la la la la la la la la la la la la la la la la la มาดามมด VOLG JOU HART (ha ha ha ha ha ha) ( ซ้ำ 2 ครั้ง) มาดามมด um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um ba um ba um ba VOLG JOU HART um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um baz พลอยชมพู โลกเรายังสวยงาม ความรักก็เช่นกัน (ความรักก็เช่นกัน หรา) ปล่อยใจไม่คิด เรื่องของหัวใจ ให้ใจนำไปสมองเลิกใช้ ท่องคำนี้ไว้ สิ ท่องสิ ท่องสิ ท่อง สิท่อง สิ ท่อง ท่อง (พูดสิ) SAY พลอยชมพู & มาดามมด la la la la la la la พลอยชมพู & มาดามมด VOLG JOU HART ( ซ้ำ 4 ครั้ง) พลอยชมพู & มาดามมด la la la la la la la la la la la la la la la la la la la พลอยชมพู & มาดามมด VOLG JOU HART พลอยชมพู & มาดามมด la la la la la la la la la la la la la la la la la la la มาดามมด VOLG JOU HART (ha ha ha ha ha ha) --------------------------------------------------- เพลง VOLG JOU HART (Follow Your Heart) OST มาลี เพื่อนรัก..พลังพิสดาร Ploychompoo feat. Madame Mod Written , Composed , Arranged , Produced by Vichaya Vatanasapt The Word " VOLG JOU HART (Follow Your Heart) " by Patravoot Vatanasapt & Nureeya Sriphajak Mixed & Mastered by TPSM @ TPSM STUDIO ,2015 ,Thailand. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้าง 9 คนดังระดับโลก
10 อันดับ /  ข่าวการศึกษา / 

อย่างที่เรารู้กันว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) นั้นขึ้นชื่อเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่หลายๆคนทั่วโลกใฝ่ฝันอยากจะเข้าเรียน และจบจากที่นี่ด้วยความภาคภูมิใจ อีกทั้งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ มีชื่อเสียงหลายคน เป็นหนึ่งในตัวผลักดันที่ทำให้นักเรียนของเขาประสบความสำเร็จ ดังตัวอย่างที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันนั้นล้วนเป็นบุคคลชื่อดังของโลก ขอบอกแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ^^ ตามไปดูกันเลย มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้าง 9 คนดังระดับโลก เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยนะคะ  มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้าง 9 คนดังระดับโลก 1.  บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ( U.S. President ) ในปี 1988 บารัก โอบามา ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนกฎหมายฮาร์วาร์ดและเขาก็ได้เป็นประธานธิบดีผิวสีคนแรกของโรงเรียนกฎหมายฮาร์วาร์ดแห่งนั้น ในขณะที่เรียนในโรงเรียนกฎหมายฮาร์วาร์ดนั้น บารัก โอบามา ยังเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนเป็นนักบาสเกตบอล สิ้นปีแรกเขาได้รับคัดเลือกจากการแข่งขันในการเขียนและเกรดของการเรียนให้เข้ามาเป็นบรรณาธิการคนหนึ่งของวารสาร Harvard Law Review พอขึ้นปีที่สอง ในปี 1990 เขาได้รับคัดเลือกเป็นประธานของ Harvard Law Review ในตำแหน่งหัวหน้าบรรณาธิการ(อาสาสมัครเต็มเวลา) และกำกับควบคุมนักเขียนถึง 80 คน โอบามาเป็นชาวผิวดำคนแรกที่ได้รับคัดเลือกเป็นประธานของ Law Review ข่าวการคัดเลือกได้มีการรายงานในวงกว้าง ตามด้วยประวัติส่วนตัวที่ละเอียดในสื่อระดับประเทศ แค่ตอนเรียนก็เจ๋งสุดๆ! 2.  อัลกอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ( Former U.S. Vice President Al Gore) ในปี 1969 จบการศึกษาระดับเกียรตินิยมจากวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด (Harvard College) ซึ่งในตอนแรกเขาเลือกเรียนเอกภาษาอังกฤษ แต่รู้สึกเบื่อ จึงตัดสินใจเปลี่ยนไปเรียนเอกรัฐศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมในเดือนมิถุนายน 2512 ปริญญาศิลปศาสตร์สาขารัฐศาสตร์ ในปัจจุบันเขาเป็นประธานของช่องรายการโทรทัศน์อเมริกัน เคอร์เรนท์ ทีวี (Current TV) , ประธานบริษัท เจเนอเรชั่น อินเวสท์เมนท์ แมเนจเมนท์ (Generation Investment Management LLP) , หนึ่งในคณะกรรมการบริษัท แอปเปิ้ล (Apple Inc.) , ประธาน องค์กรพันธมิตรเพื่อการปกป้องสภาพอากาศ (Aliance for Climate Protection) , และที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการแก่ผู้บริหารระดับสูงของกูเกิ้ล (Google) และในปี พ.ศ. 2550 นายอัล กอร์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ สวดยอด!! 3. Ben Bernanke อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ : Ben Bernanke เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีอิทธิผลคนหนึ่งของโลก ในสมัยเด็กนั้นถือว่าเป็นคนที่เรียนเก่งที่สุดคนนึงเลยก็ว่าได้ เรียนจบมัธยมปลายเป็นที่หนึ่งของชั้น, เคยชนะการประกวดการสะกดคำในมลรัฐ South Carolina และเป็นที่ 26 ของประเทศ, เรียนหนังสือต่อที่ Harvard ด้านเศรษฐศาสตร์ ในชั้นปริญญาตรี จบได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เขายังทำคะแนนสอบ SAT (การสอบวัดมาตรฐานความรู้เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ) ได้ถึง 1590 จาก 1600 คะแนนหรือคิดเป็น 99.38% และเรียนต่อในระดับปริญญาเอกที่ MIT ระหว่างปี 1975-1979 ภายใต้ศาสตราจารย์  Stanley Fischer อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก รองผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และผู้ว่าการธนาคารกลางของอิสราเอลในปัจจุบัน 4. บิลเกตส์ (เจ้าของไมโครซอฟท์) เริ่มเรียนที่ฮาร์วาร์ในปี 1973 ในสาขานคณิตศาสตร์ประยุกต์ แต่เขาได้ดร๊อปเรียนไป 2 ปี และนั่นทำให้เขาและเพื่อนซี้ พอล อัลเลน ค้นพบ Microsoft ที่เราใช้กันอยู่ทั่วโลก ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร และหัวหน้าสถาปนิกซอฟต์แวร์ นิตยสารฟอบส์ได้จัดอันดับให้ บิล เกตส์ เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกหลายปีติดต่อกัน เรียกได้ว่าเป็นนักธุรกิจที่มีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลกเลยทีเดียว 5. นักแสดงตลก โคนัน โอ'ไบรอัน (Conan O'Brien) จบการศึกษาในปี 1985 ด้วยปริญญาในประวัติศาสตร์อเมริกัน เขาเป็นประธานของนิตยสารล้อเลียนฮาร์วาร์ด เขาเป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์และดาราตลก เป็นพิธีกรLate, เป็นนักเขียนบทให้รายการ Saturday Night Live และซีรีส์แอนิเมชันเรื่อง The Simpsons 6. ดีน นอร์รีส (Dean Norris) เป็นที่รู้จักกันดีในภาพยนตร์ และรายการดัง "Breaking Bad" เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมและวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปี 1985 เขาเป็นนักแสดง เริ่มจากการเล่มซีรีส์ แสดงภาพยนตร์กว่า 140 เรื่อง รวมถึงรายการโทรทัศน์รวมทั้งภาพยนตร์ Total Recall, Terminator 2, อาวุธร้ายแรง 2 Gattaca เป็นต้น 7. แฟรงกลิน เดลาโน โรสเวลต์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (Former U.S. President) เข้าศึกษา Harvard ในปี 1900 และเขาก็มีส่วนร่วมได้เป็นประธานของหนังสือพิมพ์ The Harvard Crimson, เป็นเลขานุการของวงประสานเสียง และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งของสังคมทางการเมือง แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ เขาเป็นประธานาธิบดีคนที่ 32 ของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังเป็นประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด (พ.ศ. 2476-2488) และเป็นประธานาธิบดีเพียงคนเดียวของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับเลือกถึงสี่สมัย ก่อนการประกาศญัตติข้อที่ 22 ในปี พ.ศ. 2494 (22nd Amendment) ซึ่งจำกัดให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้แค่สองสมัยเท่านั้น ซึ่งเขาเป็นผู้นำของประเทศในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และแนวคิดของเขายังก่อให้เกิดองค์กรระหว่างประเทศ คือสหประชาชาติ 8. จอร์จ ดับเบิลยู. บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (Former U.S. President George W. Bush)  เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 43  และเกิดในตระกูลบุชซึ่งเป็นตระกูลนักการเมืองตระกูลใหญ่ของสหรัฐอเมริกา โดยพ่อของเขาคือนายจอร์จ บุชเป็นประธานาธิบดีคนที่ 41 และน้องชาย เจบ บุช เป็นผู้ว่าการรัฐฟลอริดาคนปัจจุบัน จอร์จ ดับเบิลยู. บุช จบการศึกษาจาก ฟีลิปป์ อคาเดมี รัฐแมสซาชูเสต และได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเยล สำเร็จปริญญาอักษรศาสตร์ สาขาประวัติศาสตร์ ในปี 1968 ต่อมาระหว่างสงครามเวียดนาม เขาได้เข้าประจำการกองกำลังป้องกันประเทศทางอากาศ แห่งรัฐเทกซัส เขาเข้ารับการฝึกฝนในกองกำลังเป็นเวลาสองปี และก็ได้เรียนขับเครื่องบินในช่วงนั้นเอง ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเรืออากาศเอก เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 1970 จากการสนับสนุนของนาวาอากาศโทเจอรี บี. คิลเลน ผู้บังคับบัญชาในสมัยนั้น บุชรับราชการเป็นนักบินเครื่องเอฟ-102 จนกระทั่งปี 1972 ในปี 1974  เขาได้รับอนุญาตให้สิ้นสุดวาระรับราชการทหาร หกเดือนก่อนกำหนด เพื่อเข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเขาก็ได้รับปริญญาโทสาขาการบริหารธุรกิจ (MBA) ในปี 1975 ทำให้บุชเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่จบ MBA ภายหลังจบการศึกษา เขาได้กลับไปยังรัฐเทกซัสเพื่อเข้าสู่ธุรกิจน้ำมัน สองปีต่อมา เขาได้เข้าพิธีสมรสกับนางสาวลอรา เวลช์ บรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียน ผู้มีพื้นเพมาจากมิดแลนด์ รัฐเทกซัส พวกเขามีบุตรสาวฝาแฝด บาบารา และเจนนา บุช เมื่อปี 1981 บุชเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่มีบุตรฝาแฝด 9. เฮนรี คิสซินเจอร์ อดีตเลขาธิการรัฐของสหรัฐอเมริกา (Former U.S. Secretary of State) เขาจบจาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ในปี 1950 เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักการทูตชาวอเมริกันเชื้อสายเยอรมัน และเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี ค.ศ. 1973 เคยเป็นที่ปรึกษาความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในรัฐบาลของ ริชาร์ด นิกสัน มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้าง 9 คนดังระดับโลก นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนเลยคะ เช่น Jeremy Lin นักบาวเก็ตบอล, Jill Abramson อดีตบรรณาธิการบริหารนิวยอร์กไทม์ส, John F. Kennedy อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, Mark Zuckerberg ผู้บริหาร Facebook, Matt Damon นักแสดง, Mitt Romney นักการเมืองและนักธุรกิจ, Natalie Portman นักแสดง, Theodore Roosevelt อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา (ปี 1876), Tommy Lee นักแสดง, Yo-Yo Ma นักดนตรี เป็นต้น เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล www.businessinsider.com

เตือนภัย! เว็บธนาคารปลอม ลวงกรอกข้อมูล เหมือนจริงมาก!
KBANK /  กสิกร / 

เตือนภัย! เว็บธนาคารปลอม ลวงกรอกข้อมูล เหมือนจริงมาก! บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้จากสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อคุณ ThailandEazy ได้เปิดเผยว่า ตนได้เจอเว็บไซต์ทำธุรกรรมทางการเงินปลอม ชื่อเว็บไซต์ http://login.kasikorngroup-sys.ru/K-Online/login.jsp หลอกให้ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตกรอกข้อมูลและทำธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าวมีการซื้อโฆษณากับทางกูเกิ้ล ทำให้มีลักษณะออกมาเหมือนเว็บไซต์จริงของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งทางเจ้าของกระทู้ได้มีการแจ้งไปยังศูนย์ข้อมูลของธนาคารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเบื้องต้น ชื่อว่า K8888 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารกสิกรไทยได้แจ้งว่า หากพบว่าเจอเว็บไซต์ปลอม สามารถดำเนินการทำตามขั้นตอน ดังนี้ - กรุณาส่งอีเมล์หรือเว็บไซต์ปลอม (Phishing Website) ดังกล่าวไปที่ report_phishing@kasikornbank.com โดยเร็วที่สุด - หากท่านได้กรอกข้อมูลไปในเว็บไซต์ปลอมแล้ว กรุณาติดต่อ K-Contact Center 0 2888 8888 กด 03 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยด่วน เพื่อทำการเปลี่ยน Password หรืออายัดบัญชี ทั้งนี้ธนาคารกสิกรไทยขอขอบพระคุณที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ และป้องกันเว็บไซต์ปลอมและทางธนาคารจะเร่งทำการตรวจสอบตามข้อมูลที่แจ้งเข้ามา ซึ่งปัจจุบันทางธนาคาร จะคอยตรวจสอบเวปไซต์ต่าง หากพบเจอเว็บไซต์ปลอม (Phishing Website) จะรีบดำเนินการแก้ไขทันที ที่มา http://pantip.com/topic/34138748 MThai News

3 เหตุผล ที่เราควร เข้าครัว ทำอาหารทานเอง รู้แล้ว ชีวิตเปลี่ยน!
ทำอาหาร /  ทำอาหารทานเอง / 

อาหาร คือ สิ่งที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดของเราได้  สำหรับบางคน การกิน ก็คือการช่วยคลายเครียด เพราะฉะนั้น เมื่อเครียด พวกเขาจึงหาทางออกด้วยการทานอาหาร แต่สำหรับบางคน ก็คลายเครียดด้วยการทำอาหาร เพียงแค่เริ่มเดินหาวัตถุดิบในตลาดพวกเขาก็สนุกและมีความสุขแล้ว การทำอาหาร สำหรับคนรุ่นใหม่ ...อาจจะเป็นเหมือนเรื่องที่ยุ่งยากน่ารำคาญ เพียงแค่หาซื้ออาหารปรุงสำเร็จ ...ก็มีอยู่แทบจะทุกหัวถนน แล้วจะมาเสียเวลา คิดเมนู หาวัตถุดิบ เข้าครัวให้หัวมัน  แถมยังต้องมาเก็บล้างเองให้ยุ่งยากทำไมกัน แต่ในขณะที่เรากำลังหลีกเลี่ยงการเข้าครัวในบ้านของเราเอง มันก็ทำให้เราติดนิสัยแย่ๆ ในการกินอยู่ไปด้วยโดยไม่รู้ตัว อย่างแรก เราไม่เคยรู้เลยว่า อาหารตามร้านนั้น ใส่อะไรมาให้เราทานบ้าง? คุณแยกมันออก? คิดว่าจะสะอาดสะอ้านไปทุกมุมหรืออย่างไร? หรือ หากเราต้องการอาหารในราคามิตรภาพจากร้านอาหาร บ่อยไปที่เราได้อิ่มท้องก็จริง แต่คุณภาพและคุณค่าโภชนาการทางอาหารก็ลดน้อยด้อยลงไปด้วย หรือหากคุณมีรายได้สูง ...ชอบอาหารตามร้านหรูๆ ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมเมื่อไปร้านเก๋ๆ เราว่า คุณน่าจะลอง เดินตลาดไปซื้อหาของมาเข้าครัวทำจานโปรดของคุณเองดูสักครั้ง จะทำตาม วิธีที่เสิร์ชหาจากกูเกิ้ล หรือ ตาม วิธีสอนทำอาหารบน Youtube ก็ได้  แล้วคุณจะรู้สึกดีกว่าเป็นกอง อันที่จริงแล้ว มันคือเหตุผลในทางจิตวิทยา การที่คุณได้ลงมือทำอาหารทานเอง จะทำให้คุณกลายเป็นผู้กำหนดไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ด้วยตัวของคุณเองจากอาหารที่คุณทำนั่นแหละค่ะ ประโยคที่ว่า You are what you eat. นี่คือเรื่องจริง ลองมาดูประโยชน์ของการ เข้าครัว ทำอาหารทานเอง กันดูสิ เผื่อคุณจะเปลี่ยนใจ การทำอาหารทานเองเปลี่ยนให้คุณเป็นผู้นำ  การทำอาหารทานเองนอกจากจะช่วยคุณกำหนดแคลอรี่ แต่ยังช่วยให้คุณเป็นผู้กำหนดสุขภาพของคุณเอง ศาสตราจารย์ Clay Routledge ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยา กล่าวไว้ใน บทความบนเว็บไซต์ Psychology Today ว่า  การเตรียมอาหารเอง จะทำให้คุณรู้สึกเป็นอิสระ  ทำให้คุณกล้าที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานของการใช้ชีวิต ทำให้คุณมีความภาคภูมิใจในตัวเองและ มีความเป็นอยู่ที่ดี แม้เพียงมื้อเดียว ด้วยอาหารจานเดียวที่คุณได้ทำ...การตัดสินใจทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับคุณ คุณเป็นผู้กำหนดเครื่องปรุง วัตถุดิบ คุณได้เห็นว่าคุณกำลังใส่อะไรลงไปในร่างกายของคุณ  การที่คุณได้เฝ้าสังเกตขั้นตอนเหล่านี้ จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียด และนี่คือ วิธีที่จะเปลี่ยนชีวิตที่เหลือของคุณ ให้คุณกลายเป็นคนที่รู้ว่าจะเลือกอะไรให้กับชีวิตตัวเองในด้านอื่นๆ มันเป็นการประหยัดเงิน คุณเคยคำนวณราคาที่ต้องจ่ายสำหรับกาแฟในแต่ละวันของคุณไหมคะ ? ราคาทั้งหมดของทุกแก้ว / วัน นั้นรวมแล้ว แค่หลักสิบ หรือ หลักร้อย ? แล้วค่าข้าวในแต่ละมื้อนอกบ้านของคุณล่ะราคาเท่าไหร่ ? การเข้าครัวด้วยตัวคุณเอง จะประหยัดเงินมากกว่ากันเยอะ เพราะไม่ได้บวกกำไร ไม่ต้องจ่ายค่า Service Charge ไม่ต้องจ่ายค่า Vat ให้ร้านค้า  คุณเคยคำนวณราคาเมนู จานปลาแซลมอนสเต็ก สูตรทำเองในบ้าน กับ รายจ่ายเมนูจานนี้ตามร้านดังไหมล่ะ ลองทำดูสักครั้ง ถ้าได้รู้แล้วคุณอาจจะขนหัวลุกเลยก็เป็นได้ การเข้าครัวเอง จะสร้างความสุขให้คุณในระยะยาว การทานอาหารตามร้านจะให้ความสุขแค่ช่วงสั้นๆ ชั่วคราวสำหรับคุณ แต่การเข้าครัวทำอาหารทานเองจะมอบความสุขให้กับคุณตั้งแต่คุณเริ่มช้อปปิ้งหาของไปปรุงในครัว การไปสั่งอาหารตามร้าน มันสะดวกและประหยัดพลังงานของคุณก็จริง ที่ไม่ต้องเหนื่อยทำเอง เพียงแค่เรียกบ๋อย สั่งอาหารแล้วก็รอ ...เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ คุณก็ได้ทานแล้ว รสชาติอาจยอดเยี่ยม มีความสุขในการลิ้มรส แต่หลังจากคุณอิ่ม คุณก็ไม่ได้สัมผัสกับความสุขในอาหารจานนั้นอีกแล้ว ศาสตราจารย์ Clay Routledge กล่าวว่า การทำอาหาร และ ทานอาหารที่มีคุณภาพ ก็เหมือนการเล่นเกมตาใหญ่ๆ  เมื่อคุณเริ่มทำอาหาร และได้เลือกใช้วัตถุดิบดีๆ ที่บ้านคุณเอง เพียงเท่านี้คุณก็เริ่มรู้สึกดีแล้ว  ศาสตราจารย์ยังกล่าวต่อว่า มันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ และเปี่ยมด้วยพลังเมื่อเรามีเป้าหมายที่จะทำอาหารเพื่อสุขภาพของเรา เริ่มแรกก็แค่สนุกกับการเข้าครัวเสียก่อน คุณคือผู้กำหนดนิสัยของคุณเอง ซึ่งเป็นตัวชี้ว่าชีวิตคุณจะเป็นอย่างไร  ถ้าคุณไม่ชอบ ไม่สนุก ในสิ่งที่คุณทำ มันก็จะไม่กลายเป็นนิสัย การที่คุณพยายามฝืนเข้าครัวโดยที่คุณไม่ได้รู้สึกพอใจกับมัน แน่นอนว่า คุณจะไม่เข้าครัวอีกเลย ช่วงแรก คุณแค่หาวิธีที่จะสนุกกับการเข้าครัวเสียก่อน จากนั้นค่อยหาสิ่งที่คุณสนใจ สิ่งที่คุณชอบในการเข้าครัว ..และนี่จะทำให้คุณชอบเข้าครัวจนเป็นนิสัย คำแนะนำจากเรา : ลองเข้าครัวกับคนที่คุณชอบดูสิ ;P ที่มาจาก  elitedaily เรียบเรียงโดย Women MThai Team ภาพประกอบโดย Women MThai Team

Google ตอบรับกระแสโอลิมปิกกับ Trends Olympic Hub ค้นข้อมูลสถิติเชิงลึกใน Rio 2016
google /  Trends Olympic Hub / 

โอลิมปิกที่ริโอปีนี้มีนักกีฬาทั้งหมด 10,500 คนจากกว่า 200 ประเทศทั่วโลกมาร่วมแข่งขันกีฬาทั้งหมด 306 รายการ ตั้งแต่ยิงธนูไปจนถึงยกน้ำหนัก เพื่อให้คุณอินไปกับการแข่งขันในโอลิมปิกครั้งนี้ยิ่งขึ้นเราได้สร้าง Google Trends Olympic Hub ที่คุณจะพบข้อมูลสนุกๆ สถิติเชิงลึก เพจที่เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬาประเภทต่างๆ นักกีฬาและอื่นๆ อีกมาก Olympics Trend Hub ตลอดสองสามสัปดาห์จากนี้ไป Google Trends จะให้คุณมีมุมมองกีฬาและการแข่งขันที่ไม่เหมือนใครด้วย Trends Hub สำหรับโอลิมปิกโดยเฉพาะ ซึ่งคุณจะเห็นว่านักกีฬาคนไหน หรือการแข่งขันประเภทใดหรือเหตุการณ์อะไรที่กำลังตรึงผู้ชมทั่วโลกให้เฝ้าจับตาและค้นหา เช่นประเทศไหนกำลังมีการค้นหาเกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดมากที่สุด >> คำตอบคือเมือง Landlocked ประเทศ Switzerland  หรือตำแหน่งคุณย่าคุณยายที่ได้รับการค้นหาสูงสุดตกเป็นของ คุณยายของอดัม พีทตีย์ (Adam Peater) นักกีฬาว่ายน้ำจากสหราชอาณาจักร นี่เป็นเพียงบางส่วนที่คุณจะได้รับจาก Trends ตลอดช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ การค้นหาข้อมูลเชิงลึกจะเผยให้เห็นว่าทั่วโลกกำลังจับตามองเรื่องราวอะไรในเกมกีฬาครั้งนี้—จากกีฬาฟันดาบไปจนถึงระบำใต้น้ำ (และทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการแข่งขันครั้งนี้) การอัพเดตข้อมูลแบบฉับไว เช่น ตารางสรุปเหรียญรางวัล และประเภทกีฬาที่ถูกค้นหามากที่สุดในแต่ละประเทศ เทรนด์การค้นหาประเภทกีฬาและรายชื่อนักกีฬาที่มาแรงในเวลานั้น ที่บอกว่า ณ ขณะนั้นมีอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้น ทุกๆ 4 ปี มหกรรมกีฬาโอลิมปิกดึงดูดความสนใจจากคนทั่วโลก เราตื่นเต้นสุดๆ ที่ช่วยให้แฟนกีฬาได้อัพเดทความเคลื่อนไหวที่ลึกกว่าเกมการแข่งขันผ่านเครื่องมือค้นหาของเร​า​

ก่อนนาซ่า (NASA) จะมีเทคโนโลยีใช้ เขาใช้สิ่งนี้เพื่อค้นคว้าและทดลอง!
ต่างประเทศ /  เกร็ดความรู้

ในปัจจุบันเราถ้าเราอยากรู้ว่า การเดินทางไป-กลับระหว่างดวงจันทร์กับโลกนั้นระยะทางเท่าไหร่ เราก็สามารถหาข้อมูลได้ง่ายๆ ในแอพฯ บนสมาร์ทโฟน หรืออยากรู้ว่าดาวเนปจูนมีน้ำหนักเท่าไหร่ เพียงแค่ค้นหาในอากู๋ กูเกิ้ล ก็เจอแล้ว! แต่ลองย้อนกลับไปสมัยก่อนที่ไม่มีเทคโนโลยีสิ รู้ไหมว่า นักวิทยาศาสตร์ในองค์กรน่าซ่า เขาคำนวณ คิดสูตรกันได้ยังไง? มาติดตามกันค่ะ ก่อนนาซ่า (NASA) จะมีเทคโนโลยีใช้ เขาใช้สิ่งนี้เพื่อค้นคว้าและทดลอง! ในปี 1961 ยังไม่มีเทคโนโลยี หรือสร้างเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ นักวิทยาศาสตร์ขององค์กรนาซ่า พวกเขามีเพียงชอล์คและกระดานดำใบยักษ์ใหญ่เท่านั้นที่เอาไว้คิดคำนวณหาค่าต่างๆ และเชื่อไหมว่าในปีเดียวกันนั้นพวกเขาได้ทำการส่งนักบินอวกาศคนแรกของสหรัฐอเมริกาออกสำรวจอวกาศ และสิ่งนี้เป็นที่น่าภูมิใจและประทับใจเมื่อคุณได้รู้ว่าความสำเร็จในครั้งนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาเลยด้วยซ้ำ ^^ Image credits : J. R. Eyerman, via LIFE

The Sea-Cret Garden Hua hin ไม่ติดทะเลก็เฮได้
The Sea-Cret Garden Hua hin /  ที่พักหัวหิน / 

เมื่อเอ่ยถึงหัวหินแล้ว..ใครหลายๆคนอาจจะต้องนึกถึงภาพทะเลขึ้นมาเป็นอย่างแรก แต่สำหรับทริปหัวหินครั้งนี้แพรและ Where is จะพามาเที่ยวหัวหินแบบไม่เจอทะเลแต่ก็มีความสุขได้เหมือนกัน พาทุกคนไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ The Sea-Cret Garden Hua-Hin The Sea-Cret Garden Hua hin ไม่ติดทะเลก็เฮได้ The Sea-Cret Garden Hua-Hin ตั้งอยู่ที่ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหินค่ะ ซึ่งห่างจากตัวเมืองหัวหิน ประมาณ 15 กิโล แพรใช้วิธีค้นหาจากกูเกิ้ล map หากเราวิ่งเส้น กรุงเทพ-ปราณบุรี มุ่งหน้าปราณบุรี จะสังเกตได้จากป้ายบอกตลอดทางเลยค่ะ รีสอร์ทจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ให้เราเลี้ยวซ้ายตรงทางแยก หากเลี้ยวขวาจะไปวัดห้วยมงคล ถนนทางเข้าจะเป็นดิน หลายๆคนอาจจะลังเลว่าใช่ซอยนี้ไหม แต่ตามป้ายเข้ามาเจอแน่นอนจ้า ครั้งแรกที่แพรมีโอกาสได้เห็นภาพรีสอร์ทนี้จากในเว็ปไซต์ต่างๆ ก็ชวนให้อยากมาที่นี่มากๆเลยค่ะ ด้วยสีสัน การออกแบบต่างๆ ห้องพักของที่นี่จะเป็นลักษณะวิลล่าค่ะ และที่ดึงดูดสุดๆเลยนั้นก็คือสระว่ายน้ำของที่นี่ที่จะสามารถเชื่อมต่อไปได้ทุกห้องตามแนวยาวและล็อบบี้สีหวาน และที่นี่จะสวยแค่ไหนนั้นเรารีบเข้าไปดูกันดีกว่าจ้า ก่อนอื่นเลยเราต้องมาสำรวจที่จอดรถกันก่อนค่ะ ที่จอดรถกว้างขวางเพียงพอหายห่วงได้เลย หลังจากนั้นเราก็เดินมาในส่วนของล็อบบี้กันจ้า ล็อบบี้ที่ The Sea-Cret Garden Hua-Hin นี้ จะตกแต่งด้วยโทนสีขาวม่วงและชมพูเป็นหลักค่ะ มีความหวานน่ารักๆและดูหรูหราเข้ากันมากๆ รับรองว่าฟรุ้งฟริ้งโดนใจสาวๆหลายคนแน่ๆเลย และบนล็อบบี้นี้ยังมีบริการให้เช่าห่วงยางอีกด้วยค่ะ สำหรับใครที่ไม่ได้นำห่วงยางมาเองสามารถมาเช่าได้ที่ล็อบบี้เลย ด้านหลังของล็อบบี้จะมีบันไดอีกฝั่งหนึ่งค่ะ เมื่อเราลงบันไดฝั่งนี้ ก็จะเป็นส่วนของห้องพักต่างๆและสวนค่ะ บริเวณนี้นอกจากจะเป็นส่วนของห้องพักแล้ว ยังเป็นในส่วนของสวนอีกด้วยค่ะ ซึ่งสวนที่แพรพูดถึงนี้จะเป็นสวนที่เราสามารถมาเดินเล่น นั่งชิล รวมไปถึงการจัดปาร์ตี้ที่สวนนี้ได้เลยค่ะ บรรยากาศยามเย็น ดีมากๆค่ะ หลังจากที่ชมส่วนด้านรอบๆรีสอร์ทกันไปบ้างแล้ว ก็เข้ามาในส่วนของห้องพักของที่นี่กันบ้างค่ะ ซึ่งห้องพักของที่นี่จะมีหลายโทนสีค่ะ เช่น สีชมพู สีเหลือง สีเขียว หรือ สีม่วง และครั้งนี้เราได้เข้าพักกันที่ห้อง408 ซึ่งเป็นห้องสีชมพูค้า ตามไปกันเลย ในห้องพักของ The Sea-Cret Garden Hua-Hin จะจัดแยกสัดส่วนแต่ละส่วนภายในห้องได้เป็นอย่างดีค่ะ เมื่อเข้ามาในห้องพัก ส่วนแรกที่เราจะพบเลย นั่นก็คือส่วนของห้องครัว ภายในห้องครัวมีอุปกรณ์ครบครันค่ะ อ่างล้างจาน ไมโครเวฟ ตู้เย็น มินิบาร์ ต่างๆ ติดกับห้องครัวก็จะเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า และ โต๊ะกระจก ค่ะ ซึ่งภายในตู้จะมีชุดคลุมมอาบน้ำ  ไดร์เป่าผม และตู้เซฟไว้บริการอีกด้วยจ้า ถัดมาจากส่วนของห้องครัวและตู้เสื้อผ้าแล้วเราก็ย่องไปที่ห้องนอนของเรากันเลยค่า อย่างที่ทราบกันแล้วว่าการเข้าพักครั้งนี้แพรได้ห้องสีชมพูค่ะ เมื่อสีขาวกับสีชมพูมาอยู่ด้วยกันแล้วเป็นอะไรที่โล่งโปร่งสบายตา รู้สึกว่าห้องโล่งกว้าง ไม่คับแคบค่ะ จากห้องของเรา เมื่อเปิดม่านรอบด้านเราจะสามารถเห็นสระว่ายน้ำด้านหลังห้องและต้นไม้สีเขียวได้ด้วยค่ะ ส่วนต่อไปคือส่วนที่สำคัญไม่แพ้กับส่วนอื่นเลยค่ะ นั่นก็คือห้องน้ำนั่นเอง ห้องน้ำที่นี่จะจัดแบบน่ารักๆ กว้างขวาง แบ่งแยกส่วนแห้งและส่วนเปียก มีอ่างจากุซซี่ ให้นอนแช่อย่างสบาย ม่านห้องน้ำเราสามารถเปิดให้โล่งชมวิวด้านนอกหรือจะเลือกดูทีวีจากห้องเราก็ได้ด้วยค่ะ  หลังจากที่ชมบรรยากาศภายในห้องกันไปแล้ว ก็ลองออกมาชมวิวที่หลังห้องของเรากันสักนิดค่าว่าโรแมนติกแค่ไหน แต่ละห้องจะมีบันได เราสามารถเดินลงสระว่ายน้ำจากประตูห้องของเราได้เลยค่ะ ชมกันเพลินๆก็ถึงเวลามื้อเย็นของเรากันแล้วค่ะ มื้อเย็นวันนี้แพรและ Where is ก็ไปฝากท้องกันที่ห้องอาหาร Jin & Juice restaurant ซึ่งเป็นห้องอาหารในรีสอร์ทนั่นเองค่ะ ห้องอาหารนี้จะอยู่บริเวนบนล็อบบี้นั่นเอง การตกแต่งของห้องอาหารที่นี่จะจัดแบบเดียวและโทนสีเดียวกันล็อบบี้เลยค่ะ สวยหวานสุด และมื้อเย็นวันนี้ขอนำเสนอ...... ข้าวหมูกระเทียม และ แกงส้มชะอมกุ้งจ้า เมื่อทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้วแพรก็จะพาไปนั่งชิลๆยามค่ำก่อนนอนกันที่ริมสะว่ายน้ำที่ห้องพักของเรากันค่ะ ในขณะที่คนอื่นกำลังหลับกันอย่างสบายในช่วงเช้า  แพร และ Where is ก็ไม่พลาดที่จะตื่นแต่เช้าขึ้นมาเก็บภา สวยๆ จากบนดาดฟ้าของห้องพักยามเช้าพระอาทิตย์ขึ้นมาฝากทุกคนค่ะ แต่แล้วก็ต้องเสียใจ เพราะเมฆฝนมาแวะทักทายกันแต่เช้าและตลอดทั้งวันเลย แงแง แพรลืมบอกไปเลยค่ะ ว่าแต่ละห้องที่นี่จะมีชั้นดาดฟ้าให้เราได้ขึ้นไปชมวิวด้านบน  หรือจะสั่งปิ้งย่างซีฟู้ดที่ทางรีสอร์ทมีบริการมานั่งทานกันเป็นครอบครัวบนนี้ได้ด้วยค่า เช้านี้เราตื่นแต่เช้าเก็บภาพและเดินชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ทระหว่างที่รออาหารเช้าให้บริการกันค่ะ ที่นี่จะมีรถกอล์ฟบริการหากแขกต้องการเรียกเพื่อไปที่ล็อบบี้ แต่แพรเลือกเดินค่ะ เพราะจะได้เป็นการสูดอากาศยามเช้าไปด้วยเลย และแล้วก็ได้เวลาอาหารเช้าค่ะ ซึ่งเวลาอาหารเช้า คือเวลา 07.30 - 10.30 ค่ะ ส่วนสถานที่ทานอาหารเช้า ก็จะเป็นห้องอาหารเดียวกันกับที่เราไปทานเมื่อวานตอนค่ำเลยจ้า ตอนแพรมาถึงเริ่มมีแขกทะยอยกันมาทานอาหารบ้างแล้วค่ะ ซึ่งอาหารเช้าที่นี่จะมีให้เลือกไม่เยอะมากค่ะ แต่เพียงพอกับแขกที่มาเข้าพักและอาหารอร่อยถูกปากมากค้า และอาหารที่แพรทานวันนี้ค่ะ สลัดไข่โดนใจมาก ข้าวต้มหมูร้อนๆรสชาติกลมกล่อม อันนี้ของคนข้างๆหน้าตาน่าทานมากๆ เขาบอกว่าอร่อยอยู่น๊า เมนูสุดท้ายไข่กระทะค่ะ เพิ่งเคยกินครั้งแรก เครื่องอาจจะไม่ครบที่เคยเห็นจากอินเทอร์เน็ตแต่อร่อย หลังจากทานมื้อเช้าไปเยอะมากๆๆๆแล้วเราก็ไปเดินย่อยอาหารชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ทกันก่อนกลับดีสักหน่อยดีกว่าค่า สุดท้ายท้ายสุดนี้แพรต้องขอขอบคุณ The Sea-Cret Garden Hua hin ที่ให้แพรและ Where is ได้พักผ่อนแบบไม่ติดทะเลก็เฮได้ และนำข้อมูลดีๆ มาแบ่งปันกับเพื่อนๆกันจ้า ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆทุกคนที่เข้ามาชมรีวิวนี้และเป็นกำลังใจกันมาตั้งแต่ต้นจนจบรีวิวนี้นะคะ หวังว่ารีวิวและข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆพี่ๆและใครหลายๆคนที่กำลังสนใจหาที่พักแบบไม่ติดทะเลก็สุขได้นะคะ สำหรับรีวิวนี้แพรต้องขอจบแต่เพียงเท่านี้ ส่วนทริปหน้าแพรและ Where is จะพาเพื่อนๆพี่ๆ ไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนอีก อย่าลืมติดตามชมกันนะค้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล https://www.facebook.com/whereistrip ติดตามอัพเดททริปกับรูปสวย ๆ และพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ที่ https://www.facebook.com/whereistrip