กูเกิ้ล

พิธีกรมะกัน สงสัย ทำไมคนไทยจึงคลั่งไคล้ฮิตเลอร์ ?
จอห์น โอลิเวอร์ /  พิธีกร / 

จอห์น โอลิเวอร์ พิธีกรฝีปากกล้า ชาวอเมริกัน ผู้ดำเนินรายการ 'Last Week Tonight' ตั้งคำถาม เพราะเหตุใดคนไทย จริงคลั่งไคล้ฮิตเลอร์ ? วานนี้ (1 ม.ย.) บัญชีผู้ใช้ยูทูป 'LastTonightWeek' รายการข่าวสารวาไรตี้ชื่อดังในสหรัฐ เผยแพร่คลิปเทปบันทึกรายการชื่อตอน 'Thailand HITLER' ซึ่งมี จอห์น โอลิเวอร์ พิธีกรฝีปากกล้า เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมหยิบยกเอากรณีที่ประเทศไทย มักนิยมเอารูปภาพ หรือสัญลักษณ์ของพรรคนาซีเยอรมัน ของนาย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการในตำนาน ที่โลกต้องจดจำชื่อของเขาไว้ตลอดกาล ในฐานะของหมากตัวสำคัญในการขับเคลื่อนสงครามโลกครั้งที่สอง และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งยิ่งใหญาของโลก ทั้งนี้ เนื้อหาของการดำเนินรายการตอน 'Thailand HITLER' ได้พูดถึงการตั้งข้อสงสัยว่า เพราะเหตุใด ชาวไทยจึงคลั่งไคล้ ฮิตเลอร์นัก ทั้งที่ประวัติศาสตร์ ไม่ได้จารึกเขาไว้ในทางที่ดีเสียเท่าไร แต่ทว่า คนไทยบางกลุ่ม ยังนำเอาสัญลักษณ์ของพรรคนาซี และใบหน้าของฮิตเลอร์ มาใช้เป็นโลโก้สินค้า ร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งการผุดอยู่ในโฆษณาค่านิยมอันดีงามของคนในชาติ ไม่เว้นแม้กระทั่ง การแต่งกายล้อเลียนเครื่องแบบทหารในยุคนั้นก็ไม่ปาน ที่ปรากฏอยู่ในวีดีโอเพลงของประเทศไทย นี่คนไทยไม่ทราบถึงวีรกรรม ที่ฮิตเลอร์เคยทำไว้ในอดีตอย่างนั้นหรือ ? ทั้งยังเสียดสีเกี่ยวกับระบบการศึกษาของไทย ในด้านการถ่ายทอดความรู้ทางด้านประวัติศาสตรโลกอีกด้วย พร้อมทั้งกล่าวว่า การกระทำของฮิตเลอร์ มิใช้การกระทำที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง และยังระบุด้วยว่า "Please stand by while Thailand googles Hitler" ซึ่งหมายความว่า โปรดรอสักครู่ เพื่อให้ชาวไทยค้นกูเกิ้ล เพื่อสืบหาว่า ฮิตเลอร์คือใคร อย่างไรก็ตาม หัวข้อดังกล่าว ได้โด่งดังจนกระทั่ง เพจ Drama-addict เพจชื่อดังในสื่อสังคมออนไลน์ ได้หยิบยกเอาเรื่องราวดังกล่าว มาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ของประเทศไทย ทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวอย่างคับคั่ง ซึ่งส่วนใหญ่เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ไม่ใช่เฉพาะนาซีเยอรมนีเท่านั้น ที่เคยก่อเหตุฆ่าล้างเผาพันธุ์ในอดีต แต่สหรัฐฯ ก็เคยทำสงครามและสังหารมวลมนุษย์มากมายในอดีตเช่นเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในเหตุการณ์ที่ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่หยิบยกมานั้น เห็นจะหนีไม่พ้นกรณีที่ ประธานาธิบดี 'แฮร์รี เอส. ทรูแมน' ผู้นำสหรัฐที่ดำรงตำแหน่งขณะที่ชาติกำลังอยู่ในระหว่างภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเป็นชนวนเหตุสำคัญต่อการเข่นฆ่าประชาชนชาวญี่ปุ่นหลายล้านคน โดยแฮร์รี่ เป็นผู้เซ็นอนุมัติให้กองทัพ ทิ้งระเบิดปรมาณูที่ประเทศญี่ปุ่น MThai News

ทำได้ แต่ไม่จริง บอยคอต แบนสินค้าอียู-สหรัฐ
สหรัฐ /  อียู / 

"สหภาพยุโรปและประเทศไทยมีความผูกพันแน่นแฟ้นต่อกันมาเป็นเวลานานทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองฝ่าย ด้วยเหตุนี้ ทางคณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปจึงได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ในประเทศไทยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยความกังวลเป็นอย่างยิ่ง คณะรัฐมนตรีได้เรียกร้องให้ผู้นำทหารดำเนินการเรื่องที่เร่งด่วนที่สุดในการคืนสู่กระบวนการทางด้านประชาธิปไตยที่มีความชอบธรรมและคืนการปกครองตามหลักรัฐธรรมนูญผ่านทางการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและทุกฝ่ายมีส่วนร่วม คณะรัฐมนตรียังได้ขอให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจสูงสุด โดยจะต้องให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและยึดมั่นต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทหารปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวทางการเมืองทั้งหมด รวมทั้งหลีกเลี่ยงการจับกุมที่มีเหตุผลทางการเมืองและยกเลิกการควบคุมสื่อ การประกาศของผู้นำทหารที่ผ่านไม่นานนั้น ยังไม่ได้ให้หลักประกันที่น่าเชื่อถือในการกลับคืนสู่การปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ อันเป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้จะต้องให้สถาบันทางด้านประชาธิปไตยต่างๆ สามารถกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่เพื่อเป็นหลักประกันการคุ้มครองและสวัสดิภาพของประชาชนทุกคน ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว สหภาพยุโรปมีความจำเป็นที่จะต้องทบทวนการทำงาน โดยให้มีการระงับการเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างกัน สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกจะไม่ลงนามในกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (Partnership and Cooperation Agreement) กับประเทศไทย จนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และความตกลงอื่นๆ จะได้รับผลกระทบตามสมควร โดยประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้เริ่มทบทวนความร่วมมือทางทหารกับประเทศไทย การมีแผนดำเนินการที่น่าเชื่อถือในการ กลับสู่การปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญโดยเร็ว การมีการเลือกตั้งอันน่าเชื่อถือและทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างจริงจังเท่านั้นที่จะสามารถทำให้สหภาพยุโรปให้การสนับสนุนต่อไปได้ คณะรัฐมนตรีจึงได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการทบทวนความสัมพันธ์กับประเทศไทยและอาจพิจารณาดำเนินมาตร การอื่นๆ ต่อไปตามสถานการณ์" ข้อความดังกล่าวข้างต้นเป็นถ้อยแถลงฉบับเต็มจากกลุ่มสหภาพยุโรป หรืออียู ที่ได้ออกแอ๊คชั่นทันที หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติประกาศยึดอำนาจบริหารประเทศจากคณะรัฐบาลชุดก่อน เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่กำลังร้อนระอุในช่วงเวลานั้น หากแปลง่ายๆ ว่ากันซื่อๆ ท่าทีที่เกิดขึ้นเป็นเสียงคำรามของผู้มีอำนาจในโลก ต้องการขู่ให้จัดเลือกตั้งมีประชาธิปไตยในไทย ตามครรลองของประเทศที่เจริญ ต้องการโดยเร็ว ถ้าไม่ทำก็อย่าหวังที่จะได้รับความร่วมมือ ทว่าคสช.กลับนิ่งเฉยเมินต่อปฏิกิริยา ขอเดินหน้าเน้นทำความเข้าใจ ชี้แจงถึงความจำเป็นในบริบทประชาธิปไตยแบบไทยๆ แต่กระนั้นด้วยกระแสกดดันที่เกิดขึ้นกลับส่งผลยังคนไทยบางกลุ่มที่ไม่พอใจกับท่าทีของอียู ต่างพากันตบเท้าพาเหรดประกาศขอแบนสินค้าดังจากทั้งยุโรป และอเมริกาที่ได้ออกมาแอนตี้ Thai Coup ก่อนหน้านี้ และเมื่อสำรวจตามหลักความจริงที่เป็นอยู่ บอกได้เลยว่าทำได้ยากถึงยากมาก เพราะไม่ว่าจะแลซ้ายหรือแลขวาก็เห็นสินค้าตีตราอิมพอร์ตจาก 2 ทวีปเต็มไปหมด ทั้งมือถือไอโฟน เฟสบุ๊ค กูเกิ้ล แมคโดนัลด์ เครื่องดื่มโค้ก เครื่องแต่งตัวลีวาย รองเท้ารีบอค กาแฟสตาร์บัค กุชชี่ ดิออร์ รถเบนซ์ บีเอ็ม โรงแรมห้าดาวฮิลล์ตัน ไฮแอท ฮอลิเดย์อินน์ รวบถึงความบันเทิงในรูปแบบภาพยนตร์ฮอลลีวูด และฟุตบอลพรีเมียลีก ฯลฯ ถามว่าถ้าเราใจแข็งพอ ไม่ขอใช้ของจากพวกเขา แล้วเราจะมีของจากที่อื่นมาทดแทนหรือไม่? คำตอบก็คือมี เพราะเราทำกันเอง ใช้กันเองในประเทศ และใช้ของที่เหมือนกับอียู-สหรัฐในประเทศอื่นๆ ได้ แต่ถ้ามองให้ลึกสืบให้รู้ กลับพบว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ เชื่อมโยงฟากอียู และสหรัฐอยู่ดี  เพราะสินค้าจากประเทศมหาอำนาจครอบคลุมแทบทุกลมหายใจของคนในโลกไปแล้ว ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราเปลี่ยนสมาร์ทโฟนจาก Iphone มาใช้ SamSung แม้ชื่อจะบอกอยู่โลกตะวันออกไม่เกี่ยวกับอียู หรือ สหรัฐ แต่กลับพบว่าระบบปฏิบัติการที่ใช้ภายในเครื่องกลับถูกผลิตโดยทีมงานจากอเมริกาทั้งสิ้น การต่อต้านแสดงจุดยืน ไม่เอาสินค้า และบริการจากยุโรป-อเมริกา นั้น ไม่ใช่สิ่งผิด เพราะเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แถม คสช. ก็ไม่ได้มีคำสั่งห้าม ถ้าปากบอกว่าบอยคอต แต่ไม่เห็นจะทำอะไรเป็นรูปธรรม ตัวเองยังใช้สินค้าจากอียู ก็ดูเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ต่างจากการผายลม เหม็นชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็หายไป อย่างที่คุณชูวิทย์ ได้เปรียบไว้ในเฟซบุ๊ก ทางที่ดีควรคิดสักนิด ก่อนจะใส่ความเห็นแสดงตน เพื่อไม่ให้เลือดรักชาติ พลุกพล่านไปทางที่ผิด เป็นการลดมิตรเพิ่มศัตรูให้ตัวเอง เพราะท้ายที่สุดเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ประเทศเหล่านั้นก็ต้องกลับมาซูฮกร่วมหอลงโรงด้วยอยู่ดี "ไทยทำ มงคลเจริญ"

อั๊ยย่ะ! ป้อง รับสนิทซุปตาร์จีน เหมาหลินหลิน !!
ป้อง ณวัฒน์ /  เหมาหลินหลิน / 

โกอินเตอร์เต็มตัว! สำหรับพระเอกหนุ่ม ป้อง ณวัฒน์ ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองจีน หลังบินไปถ่ายละครกับซุปตาร์จีนอยู่นาน 4 เดือน แถมมีภาพนางร้ายสาวหน้าใส เหมา หลินหลิน หอบเค้กพร้อมดอกไม้ช่อโตมาเซอร์ไพร้ส์วันเกิด หนุ่มป้อง และยังมีภาพควงไปทานข้าวสองต่อสองอีกด้วย จนหลายคนสงสัยว่าสาวจีนคนนี้เป็นเจ้าของหัวใจคนใหม่หรือเปล่า..?? งานนี้เจ้าตัวออกอาการเขิน! รับไปทานข้าวสองต่อสองกับฝ่ายหญิงบ่อย ย้ำสถานะแค่เพื่อนร่วมงาน ยันไม่มีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์!! "เพิ่งกลับจากจีนมาเมื่อวานครับ เพิ่งไปตัดผมมาใหม่ลองละครบทบู๊หน่อยๆ จริงๆ อยากตัดสกินเฮดตั้งนานแล้ว ก็เลยลองดูว่าจะออกมาเป็นยังไง ลองทรงดูก่อนว่าเวิร์คมั้ย เรฟเฟอเรนซ์คือคีนูรีฟเลย แต่ตัดมาไม่เหมือน ยังไม่ค่อยมั่นใจมันยังเด๋อๆ อยู่ครับ ไปอยู่จีนมาประมาณ 3-4 เดือน ถ่ายเสร็จเรียบร้อย 100% สนุกดีครับ ถ้ามีไปอีกก็ต้องปีหน้า เพราะเค้าต้องไปตัดต่อลงเสียงอะไรอีก ผู้กำกับอยากจะให้ทันออนแอร์ปลายปีหรือไม่ก็ปีหน้าก็ต้องดูว่าเป็นยังไง ด้วยภาษาที่ไม่เหมือนกัน สไตล์การทำงานก็ไม่เหมือนกัน บ้านเมืองอาหารการกินทุกอย่างก็เป็นสิ่งใหม่หมดเลย แรกๆ ก็มีโฮมซิกบ้าง จริงๆ ผมเป็นคนอยู่ง่าย ไปอยู่ไหนก็ปรับตัวแปปเดียว แต่พอจะกลับก็เริ่มเศร้าแล้ว" "แฟนคลับที่นู่นเค้าก็ดีใจที่มาเล่นละครของประเทศเค้า คือปกติเหมือนซื้อละครเราไปออก หรือยกกองเราไปถ่ายที่นู่นก็ยังถือเป็นละครต่างประเทศ แต่นี่ถือเป็นโปรดักชั่นเค้าออกช่องฟรีทีวีของเค้าเลยทั่วถึง สมัยก่อนที่ถือว่าดังคือแค่ออกช่องเคเบิ้ลเอง พี่บอยก็คุยว่าจะซื้อมาฉายนะครับ ฐานแฟนคลับก็เยอะขึ้นนะครับ เพราะไปเล่นกับดารานักแสดงที่นู่น คนก็จะรู้จักเรามากขึ้น เวลาไปไหนคนก็รู้จักจำได้ก็มีทักทายครับ ถือว่าโกจีนเต็มตัว ไปอยู่ที่นู่นตัดขาดโลกโชเชียลเลยไม่ได้อัพเดทอะไรเลย อย่างที่รู้ว่าจีนจะบล็อกกูเกิ้ล เฟสบุ้ค และหลังๆ บล็อกไลน์ซะงั้น แต่ไอจียังไม่โดน" "เห็นในไอจีมีภาพสาวยกเค้กวันเกิดให้ คือเป็นช่วงวันเกิดพอดีก็เหมือนเมืองไทยครับ บรรยากาศกองถ่ายก็อยู่กันอย่างอบอุ่น ผู้กำกับ ทีมงาน นางเอก นางร้ายก็ยกเค้กแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้เราเต็มที่ ส่วนที่ว่านักแสดงที่ชื่อเหมาหลินหลินจะมาดามใจ คือวันนั้นผมได้เค้กตั้งหลายก้อน เหมาหลินก็ให้ โปรดักชั่นเฮ้าท์ก็ให้ ก็ได้เล่นด้วยกันครับ เหมาหลินเค้าเป็นนางร้าย หน้าคล้ายน้องแก้วเหรอครับ ไม่คล้ายมั้งครับ เดี๋ยวเค้าจะมาเที่ยวเมืองไทยกันหลายคนเลย ตอนผมไปอยู่เค้าก็เทคแคร์เต็มที่เพราะเราเป็นคนต่างชาติ แล้วถ้าเค้ามาเที่ยวเราก็ต้องดูแลเต็มที่เหมือนกัน อยู่นู่นก็ไม่ค่อยมีสาวๆ เพราะเราถ่ายละครทุกวัน ไม่เหมือนบ้านเราที่ถ่ายไม่กี่วันและมีวันหยุด" "เหมาหลินหลินให้ของขวัญวันเกิดอะไรมั้ย ก็ไม่มีอะไรมากนะครับ ออกแนวทำงานกันมากกว่าครับ เราก็สนิทกันทุกคน ถ่ายด้วยกัน พักที่เดียวกัน เหมือนกินนอนอยู่ด้วยกันเลย โอกาสพัฒนามันไม่มีหรอกครับ เพราะเราทำงานด้วยกัน พวกเค้ายังเคยถามผมว่าทำไมประเทศไทยชอบมีข่าวแบบนี้ไม่เห็นเกี่ยวเลย ทำไมต้องมีข่าวรักกัน ทำงานก็คือทำงาน ก็ชวนทุกคนมาเที่ยวเมืองไทยครับ จริงๆ ไม่ต้องชวนเค้าก็อยากมากันอยู่แล้ว ภาพที่ไปกินข้าวด้วยกันสองคน คือจริงๆ ผมก็ไปด้วยกัน 2 คนบ่อยนะ กับคนอื่นก็ไป กับเหมาหลินก็ไป แค่ว่างก็ไปกับทุกคน ในกองก็ไม่ได้มีเชียร์อะไร สถานะเป็นเพื่อนร่วมงานกันหมดครับ ยังชอบสาวไทยอยู่หรือเปล่าก็ชอบหมดแหละครับ ไม่มีอะไร เดี๋ยวผมบอกอยู่แล้ว" "กลับมายังไม่ได้โทรหาแก้วเลยครับ เห็นว่าเค้าโสดอีกแล้ว จริงเหรอครับ ไม่ได้คุยกันครับ แต่ไม่ได้โกรธกันแค่ไม่รู้จะคุยทำไม แต่เจอหน้าก็คุยได้นะครับ มันไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว มีข่าวว่าแก้วเลิกกับแฟนแบบนี้จะโทรไปปลอบใจบ้างมั้ย คือผมไม่รู้ว่าเค้าเสียใจหรือเปล่า แต่ถ้าเจอกันก็ถามได้ว่าโอเคมั้ย คงไม่ถึงขั้นต้องโทรไปหรอกครับ ตามดูไอจีแก้วบ้างมั้ย คือไอจีมันเป็นสาธารณะอยู่แล้วผมก็ดูทุกคนแหละ หลายคนลุ้นรีเทิร์น ก็คิดว่าไม่น่าจะนะครับ ก็ต้องถามเค้าด้วย แต่เราไม่ได้คิดในมุมนั้นนะครับ แค่หวังดีต่อกันมากกว่า" ป้อง กล่าว ป้อง ณวัฒน์ ป้อง ณวัฒน์ ป้อง ณวัฒน์ ป้อง ณวัฒน์ ป้อง-เหมาหลินหลิน ป้อง-เหมาหลินหลิน เหมาหลินหลิน ป้อง-แก้ว

20ปีผ่านไป หนังไทย ปี 2538 คุณยังจำได้กี่เรื่อง
2538 /  หนังเก่า / 

เนื่องในโอกาสครบรอบ 20ปี ของปี พ.ศ. 2538 (หืม???) เอ็มไทย จึงรวบรวม โปสเตอร์ และหนังไทยบางเรื่อง ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2538 มาให้ได้ชมกันครับ รู้จักเยอะ ยิ่งอายุเยอะนะครับ บอกไว้ก่อน หนังบางเรื่อง หาดูไม่ได้แล้ว บางเรื่อง มีให้ดูแบบถูกลิขสิทธิ์ตามเว็บดูหนังออนไลน์, บางเรื่องยังมีขายเป็นดีวีดี วีซีดี แต่ภาพไม่ค่อยดี และบางเรื่อง มีเต็มๆเรื่องบนยูทูปนั่นแหละ เป็นที่น่าเสียดายนะครับ หนังอายุเพียง20ปี บางเรื่อง แต่ไม่มีการเก็บบันทึกไว้แล้ว มาดูกันเลย หนังไทย ปี 2538 กอง100 501 ตอน ถึงใจจะแตกแต่ไม่แตกแถว (2538) ชื่ออื่น... กองร้อย 501 ริมแดง 2 ผู้กำกับ: มนู วรรณายก นำแสดงโดย: แอนดริว เกรกสัน, สุวนันท์ คงยิ่ง, ปราโมทย์ แสงศร, พรชิตา ณ สงขลา, จตุพล ชมพูนิช กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ (2538) ผู้กำกับ: บัณฑิต ฤทธิ์ถกล นำแสดงโดย: จินตหรา สุขพัฒน์, สันติสุข พรหมศิริ, มาตัง จันทรานี, พชร ธรรมมล, ชาลี ไตรรัตน์   กึ๋ยทู (2538) ชื่ออื่น... สยึมกึ๋ย 2 ผู้กำกับ: ธนิตย์ จิตนุกูล นำแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง เกิดอีกทีต้องมีเธอ (Dark Side Romance)(2538) ผู้กำกับ: ปรัชญา ปิ่นแก้ว นำแสดงโดย: ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง, กุลสตรี ศิริพงศ์ปรีดา, โชคชัย เจริญสุข ขอเก็บหัวใจเธอไว้คนเดียว (2538) ผู้กำกับ: แจ๊สสยาม นำแสดงโดย: ธรรม์ โทณะวณิก, ธัญญาเรศ รามณรงค์, ฌัชฌา รุจินานนท์, สิทธิพร นิยม คู่กรรม (2538) ผู้กำกับ: ยุทธนา มุกดาสนิท, พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์, นิพนธ์ ผิวเณร นำแสดงโดย: ธงไชย แมคอินไตย์, อาภาศิริ นิติพน, วิไลวรรณ วัฒนพานิช, จิตรกร สุนทรปักษิน, สุทิศา พัฒนุช ฉลุยหิน คนไข่สุดขอบโลก (2538) ผู้กำกับ: อดิเรก วัฏลีลา นำแสดงโดย: สุรศักดิ์ วงศ์ไทย, จันทร์จิรา จูแจ้ง, ศุภกร อุดมชัย, ชลิต นาคพะวัน, ส.อาสนจินดา ฉากสุดท้ายของทัดทรวง (2538) ผู้กำกับ: ปกรณ์ พรหมวิทักษ์ นำแสดงโดย: ทัดทรวง มณีจันทร์, ศิวกร ชุ่มชื่น, ประกายกานต์ กอบเกื้อกูล, โรเบิรต์ ฟองออเดรซ, น้อย โพธิ์งาม, เทพยุดา ศรียาภัย ฉีกป่าล่าคน (2538) ผู้กำกับ: สุขุม เมธาวนิช นำแสดงโดย: ฉัตรชัย เปล่งพานิช, สมจินต์ ธรรมฑัต, รณ ฤทธิชัย, ศักราช ฤกษ์ธำรงค์, วสันต์ กรรณสูตร, ภราดร ยารสเอก ตัวเก็งเต็งหนึ่ง (2538) ผู้กำกับ: พิชชากร โพธิ์ดี นำแสดงโดย: เจจินตัย อังติมานนท์, คาเรน คล่องตรวจโรค นะมะปะสุ (2538) ผู้กำกับ: นิรันดร์ ธรรมปรีชา นำแสดงโดย: สุรศักดิ์ วงศ์ไทย, สุธิตา เกตานนท์, ขวัญภิรมย์ หลิน, วิทิต แลต, วีระชัย หัตถโกวิท นักเรียนวัยรุ่น รุ่น 95 (2538) ผู้กำกับ: นาติ พันธุ์มณี นำแสดงโดย: วรวิทย์ นัยสำราญ, สุชา พรรคเนตร, วลัยทิพย์ คุ้มพันธ์, กล้วย เชิญยิ้ม, กาละแม กลิ่นสี บันทึก(ลับ)ลูกผู้หญิง (2538) บินแหลก (2538) ผู้กำกับ: เปี๊ยก โปสเตอร์ นำแสดงโดย: ศรัณยู วงศ์กระจ่าง, สลักจิต ดลมินทร์, รัชนก พูนผลิน บุญชู 8 เพื่อเธอ (2538) ผู้กำกับ: บัณฑิต ฤทธิ์ถกล นำแสดงโดย: สันติสุข พรหมศิริ, จินตหรา สุขพัฒน์, จารุณี สุขสวัสดิ์, สุเทพ ประยูรพิทักษ์, ปรารถนา สัชฌุกร, เกียรติ กิจเจริญ, อรุณ ภาวิไล, วัชระ ปานเอี่ยม, กฤษณ์ ศุกระมงคล, เกรียงไกร อมาตยกุล ประถม มัธยม เปรี้ยวอมหวาน (2538) ผู้กำกับ: ชาติชาย แก้วสว่าง นำแสดงโดย: ภูธเนศ หงษ์มานพ, ธัญญาเรศ รามณรงค์, กีรติ เทพธัญญ์ ผู้ชายหัวใจไม่พายเรือ (2538) ผู้กำกับ: พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม นำแสดงโดย: ธัญญาเรศ รามณรงค์, วินัย ไกรบุตร มนต์รักเพลงลูกทุ่ง (2538) ผู้กำกับ: บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ นำแสดงโดย: บิณฑ์ บันลือฤทธิ์, สมบัติ เมทะนี, ศจีพันธ์ เจริญสุข, มรกต อุ่นบางหลวง, อาภรณ์ บุญเสนอ, ดลฤทัย ไอยรา มหัศจรรย์แห่งรัก (2538) ผู้กำกับ: ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล นำแสดงโดย: ศรัณยู วงศ์กระจ่าง, สินจัย หงษ์ไทย, สันติสุข พรหมศิริ, วิลลี่ แมคอินทอช, นุสบา วานิชอังกูร, อังคณา ทิมดี มุม (หนึ่งของชีวิตใคร?) (2538) ผู้กำกับ: สุธรรม สุริยวงศ์ นำแสดงโดย: สกาวใจ พูนสวัสดิ์, วิทิต แลต, ปนัดดา โกมารทัต, ทวนทน คำมีศรี, วุฒิ คงคาเขต ยุทธการเด็ดดอกฟ้า (2538) ผู้กำกับ: บรรหาร สีตะพงศ์ นำแสดงโดย: ปราโมทย์ แสงศร, ชไมพร สิทธิวรนันท์ รักแท้บทที่ 1 (2538) ผู้กำกับ: สุเทพ ตันนิรัตน์ นำแสดงโดย: ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง, บุญพิทักษ์ จิตกระจ่าง โลกทั้งใบให้นายคนเดียว (Romantic Blue) (2538) ผู้กำกับ: ราเชนทร์ ลิ้มตระกูล นำแสดงโดย: สมชาย เข็มกลัด, สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา, ปราโมทย์ แสงศร, สุรศักดิ์ วงศ์ไทย วัยรุ่นสุดหรรษา (2538) ผู้กำกับ: ชาย มีคุณสุต ศยามล (2538) ผู้กำกับ: อภิชาติ หาลำเจียก นำแสดงโดย: พรนภา เทพทินกร, จอนนี่ แอนโฟเน่, ชฎาพร รัตนากร, นรินทร์ ทองคำ, ปทุมรัตน์ วรมาลี สติแตกสุดขั้วโลก (2538) ผู้กำกับ: พจน์ อานนท์ นำแสดงโดย: แอนดริว เกร้กสัน, ปราโมทย์ แสงศร, จอห์น ดีแลน, อัษฎา พานิชกุล, ฝันดี-ฝันเด่น จรรยาธากร, ชาช่า อัลเทอร์แมท สมศรี 422 R โปรแกรม D ปีนี้มีน้อง (2538) ผู้กำกับ: ณรงค์ จารุจินดา นำแสดงโดย: สันติสุข พรหมศิริ, จินตหรา สุขพัฒน์, สายธาร นิยมการณ์, ดวงดาว จารุจินดา, ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง, สุประวัติ ปัทมสูต หน่วยรบสติแตก (2538) นำแสดงโดย: สามารถ พยัคฆ์อรุณ, หนู เชิญยิ้ม หมอลำปืนโหด (2538) ผู้กำกับ: ศักดิ์มรกต นำแสดงโดย: สรพงศ์ ชาตรี, เฉลิมพล มาลาคำ, สรัญญา สัมพันธ์สุวรรณ, พรทิพย์ โสระเวช ไอ้เพชร บขส.-ไอ้ผาง รฟท. (2538) ------------------------------- ที่ภาพทั้งหมด เซิร์ชจาก กูเกิ้ล ตามชื่อหนัง และเว็บต่างๆ มากมาย http://www.thaiworldview.com/tv/act.php?myChoice=1995&mySearch=5 th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อภาพยนตร์ไทย_พ.ศ._2538 www.fivestarent.com/

ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
ออฟฟิศ

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี กันค่ะ ออฟฟิศแห่งนี้ยังคง Concept เดิมของกูเกิ้ลไว้ก็คือการตกแต่งออฟฟิศให้พนักงานได้ผ่อนคลายเวลาทำงานมากที่สุด มีมุมพักผ่อน มีมุมนั่งเล่นมากมายค่ะ ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี  มีชิงช้าไว้ให้พนักงานได้นั่งเล่นผ่อนคลาย มีมุมนั่งทำงานที่สามารถมองวิวข้างนอกที่สวยงาม ตกแต่งพื้นเป็นสีฟ้าเหมือนนั่งประชุมกลางแม่น้ำ เพดานด้านบนมุมนี้เปิดโล่ง เพื่อโชว์ท่อหลากสี ที่เป็นสีสัญญาลักษณ์ของ Google ผนังตามทางเดินจะประดับด้วยป้ายไฟตัวอักษร เพิ่มลูกเล่นและความสวยงามให้กับออฟฟิศด้วยมุมนั่งเล่นสุดชิคที่ตกแต่งด้วยเก้าอี้บิวอินตัวใหญ่ปูด้วยหญ้าสุดแปลกตา เห็นออฟฟิศแห่งใหม่ของกูเกิ้ลแล้ว เรียกได้ว่าถ้าใครมีโอกาสได้ไปทำงานที่นั้น คงจะฟินและมีความสุขมากๆ อย่างแน่นอนเลยค่ะ ได้ทำงานในออฟฟิศที่ตกแต่งได้อย่างผ่อนคลายมากๆ ขอบคุณภาพ : http://www.homedit.com

ออฟฟิศใหม่ของกูเกิ้ล ในเมืองอัมสเตอร์ดัมส์
ออฟฟิศ

ขึ้นชื่อว่าออฟฟิศ ของ Google แล้วหล่ะก็ เพื่อนๆ หลายคนคงจะเคยเห็นไอเดียการตกแต่งภายในที่แหวกแนวของบริษัทกูเกิ้ลในเมืองต่างๆ กันไปบ้างแล้ว แต่วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชม ออฟฟิศใหม่ของกูเกิ้ล ในเมืองอัมสเตอร์ดัมส์ กันค่ะ Google เลือกที่จะทำให้ออฟฟิศที่ปกติจะเรียบหรูให้ความรู้สึกเป็นทางการ เปลี่ยนเป็นรูปแบบที่แตกต่างออกไป ด้วยการตกแต่งหลากสีสัน ดังเช่นโลโก้ของกูเกิ้ลนั้นเอง เพื่อกระตุ้นให้พนักงานมีความกระฉับกระเฉงในการทำงาน และพร้อมสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ออกมา ว่าแล้วเราไปดูตัวอย่างออฟฟิศแห่งนี้กัน ออฟฟิศใหม่ของกูเกิ้ล ในเมืองอัมสเตอร์ดัมส์ สัญลักษณ์ประจำสาขาอัมสเตอร์ดัมส์ สำหรับออฟฟิศแห่งใหม่ของกูเกิ้ลนี้ตั้งอยู่ในเมือง Amsterdam ประเทศเนเธอแลนด์ เป็นผลงานการออกแบบของ D/Dock ออกแบบมาได้ดูดีไม่แพ้สำนักงานอื่นๆ ของกูเกิ้ลเลยทีเดียว -- ส่วนต้อนรับ -- ผนังห้องที่ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ลายอิฐ พร้อมจอ LED ขนาดใหญ่เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของบริษัท มีจักรยานจอดอยู่ข้างโต๊ะประชาสัมพันธ์ ส่วนโซฟา หรือเก้าอี้ก็ตกแต่งให้มีความเป็นเอกลักษณะเฉพาะตัว ดูโด่ดเด่น -- ห้องทำงาน -- ห้องทำงานของแผนกต่างๆ  ตกแต่งได้แตกต่างกันตามภาระหน้าที่การทำงาน ทำให้พนักงานมีความกระตือรือร้นในการทำงานมากยิ่งขึ้น เพราะมีความตื่นตัวตลอดเวลา -- มุมพักผ่อน -- ออฟฟิศแห่งนี้ยังมีมุมพักผ่อนของพนักงาน ออกแบบมาเหมือนยกธรรมชาติมาไว้ในออฟฟิศ จำลองรถคลาสสิคเล็กๆ ไว้สำหรับเข้าไปนั่งคุยงานกับลูกค้าหรือทีมงานได้อย่างเป็นส่วนตัวอีกต่างหาก มีพักผ่อนมุมนี้มีโต๊ะบอลที่ใช้มือเล่นตัวเล็กๆ ตั้งไว้ให้พนักงานเล่นผ่อนคลายหลังจากทำงานมาเคลียดๆ กันด้วยค่ะ -- ส่วนรับรองผู้มาติดต่องาน -- ที่นั่งสำหรับผู้มาติดต่องาน ออกแบบได้มีเอกลักษณะที่สวยงาม  -- ส่วนโรงอาหาร -- ออกแบบโรงอาหารให้เหมือนกับพนักงานได้ทานอาหารอยู่ในร้านอาหารที่ไม่ใช้โรงอาหารร้อนๆ และที่สำคัญอาหารกลางวันในออฟฟิศเป็นแบบบุฟเฟต์ไว้ค่อยให้บริการกับพนักงานอีกด้วย เป็นไงบ้างค่ะเพื่อนๆ เห็นไอเดียการตกแต่งออฟฟิศของ Google กันไปแล้วเชื่อได้ว่าเพื่อนๆ หลายคนคงอยากไปทำงานที่ออฟฟิศนี้กันเลยใช่มั้ยค่ะ ถ้าออฟฟิศแบบนี้มีอยู่ในประเทศไทยบ้างคงดีไม่ใช้น้อยเลยนะคะ credit : homedit.com

เกมบน google chrome ก็อตซิล่าวิ่งได้
เกม /  กูเกิ้ล / 

สำหรับใครที่เข้าหน้าเวบไม่ได้ เกมนี้มีเพื่อนการนี้

3 เหตุผล ที่เราควร เข้าครัว ทำอาหารทานเอง รู้แล้ว ชีวิตเปลี่ยน!
ทำอาหาร /  ทำอาหารทานเอง / 

อาหาร คือ สิ่งที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดของเราได้  สำหรับบางคน การกิน ก็คือการช่วยคลายเครียด เพราะฉะนั้น เมื่อเครียด พวกเขาจึงหาทางออกด้วยการทานอาหาร แต่สำหรับบางคน ก็คลายเครียดด้วยการทำอาหาร เพียงแค่เริ่มเดินหาวัตถุดิบในตลาดพวกเขาก็สนุกและมีความสุขแล้ว การทำอาหาร สำหรับคนรุ่นใหม่ ...อาจจะเป็นเหมือนเรื่องที่ยุ่งยากน่ารำคาญ เพียงแค่หาซื้ออาหารปรุงสำเร็จ ...ก็มีอยู่แทบจะทุกหัวถนน แล้วจะมาเสียเวลา คิดเมนู หาวัตถุดิบ เข้าครัวให้หัวมัน  แถมยังต้องมาเก็บล้างเองให้ยุ่งยากทำไมกัน แต่ในขณะที่เรากำลังหลีกเลี่ยงการเข้าครัวในบ้านของเราเอง มันก็ทำให้เราติดนิสัยแย่ๆ ในการกินอยู่ไปด้วยโดยไม่รู้ตัว อย่างแรก เราไม่เคยรู้เลยว่า อาหารตามร้านนั้น ใส่อะไรมาให้เราทานบ้าง? คุณแยกมันออก? คิดว่าจะสะอาดสะอ้านไปทุกมุมหรืออย่างไร? หรือ หากเราต้องการอาหารในราคามิตรภาพจากร้านอาหาร บ่อยไปที่เราได้อิ่มท้องก็จริง แต่คุณภาพและคุณค่าโภชนาการทางอาหารก็ลดน้อยด้อยลงไปด้วย หรือหากคุณมีรายได้สูง ...ชอบอาหารตามร้านหรูๆ ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมเมื่อไปร้านเก๋ๆ เราว่า คุณน่าจะลอง เดินตลาดไปซื้อหาของมาเข้าครัวทำจานโปรดของคุณเองดูสักครั้ง จะทำตาม วิธีที่เสิร์ชหาจากกูเกิ้ล หรือ ตาม วิธีสอนทำอาหารบน Youtube ก็ได้  แล้วคุณจะรู้สึกดีกว่าเป็นกอง อันที่จริงแล้ว มันคือเหตุผลในทางจิตวิทยา การที่คุณได้ลงมือทำอาหารทานเอง จะทำให้คุณกลายเป็นผู้กำหนดไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ด้วยตัวของคุณเองจากอาหารที่คุณทำนั่นแหละค่ะ ประโยคที่ว่า You are what you eat. นี่คือเรื่องจริง ลองมาดูประโยชน์ของการ เข้าครัว ทำอาหารทานเอง กันดูสิ เผื่อคุณจะเปลี่ยนใจ การทำอาหารทานเองเปลี่ยนให้คุณเป็นผู้นำ  การทำอาหารทานเองนอกจากจะช่วยคุณกำหนดแคลอรี่ แต่ยังช่วยให้คุณเป็นผู้กำหนดสุขภาพของคุณเอง ศาสตราจารย์ Clay Routledge ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยา กล่าวไว้ใน บทความบนเว็บไซต์ Psychology Today ว่า  การเตรียมอาหารเอง จะทำให้คุณรู้สึกเป็นอิสระ  ทำให้คุณกล้าที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานของการใช้ชีวิต ทำให้คุณมีความภาคภูมิใจในตัวเองและ มีความเป็นอยู่ที่ดี แม้เพียงมื้อเดียว ด้วยอาหารจานเดียวที่คุณได้ทำ...การตัดสินใจทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับคุณ คุณเป็นผู้กำหนดเครื่องปรุง วัตถุดิบ คุณได้เห็นว่าคุณกำลังใส่อะไรลงไปในร่างกายของคุณ  การที่คุณได้เฝ้าสังเกตขั้นตอนเหล่านี้ จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียด และนี่คือ วิธีที่จะเปลี่ยนชีวิตที่เหลือของคุณ ให้คุณกลายเป็นคนที่รู้ว่าจะเลือกอะไรให้กับชีวิตตัวเองในด้านอื่นๆ มันเป็นการประหยัดเงิน คุณเคยคำนวณราคาที่ต้องจ่ายสำหรับกาแฟในแต่ละวันของคุณไหมคะ ? ราคาทั้งหมดของทุกแก้ว / วัน นั้นรวมแล้ว แค่หลักสิบ หรือ หลักร้อย ? แล้วค่าข้าวในแต่ละมื้อนอกบ้านของคุณล่ะราคาเท่าไหร่ ? การเข้าครัวด้วยตัวคุณเอง จะประหยัดเงินมากกว่ากันเยอะ เพราะไม่ได้บวกกำไร ไม่ต้องจ่ายค่า Service Charge ไม่ต้องจ่ายค่า Vat ให้ร้านค้า  คุณเคยคำนวณราคาเมนู จานปลาแซลมอนสเต็ก สูตรทำเองในบ้าน กับ รายจ่ายเมนูจานนี้ตามร้านดังไหมล่ะ ลองทำดูสักครั้ง ถ้าได้รู้แล้วคุณอาจจะขนหัวลุกเลยก็เป็นได้ การเข้าครัวเอง จะสร้างความสุขให้คุณในระยะยาว การทานอาหารตามร้านจะให้ความสุขแค่ช่วงสั้นๆ ชั่วคราวสำหรับคุณ แต่การเข้าครัวทำอาหารทานเองจะมอบความสุขให้กับคุณตั้งแต่คุณเริ่มช้อปปิ้งหาของไปปรุงในครัว การไปสั่งอาหารตามร้าน มันสะดวกและประหยัดพลังงานของคุณก็จริง ที่ไม่ต้องเหนื่อยทำเอง เพียงแค่เรียกบ๋อย สั่งอาหารแล้วก็รอ ...เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ คุณก็ได้ทานแล้ว รสชาติอาจยอดเยี่ยม มีความสุขในการลิ้มรส แต่หลังจากคุณอิ่ม คุณก็ไม่ได้สัมผัสกับความสุขในอาหารจานนั้นอีกแล้ว ศาสตราจารย์ Clay Routledge กล่าวว่า การทำอาหาร และ ทานอาหารที่มีคุณภาพ ก็เหมือนการเล่นเกมตาใหญ่ๆ  เมื่อคุณเริ่มทำอาหาร และได้เลือกใช้วัตถุดิบดีๆ ที่บ้านคุณเอง เพียงเท่านี้คุณก็เริ่มรู้สึกดีแล้ว  ศาสตราจารย์ยังกล่าวต่อว่า มันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ และเปี่ยมด้วยพลังเมื่อเรามีเป้าหมายที่จะทำอาหารเพื่อสุขภาพของเรา เริ่มแรกก็แค่สนุกกับการเข้าครัวเสียก่อน คุณคือผู้กำหนดนิสัยของคุณเอง ซึ่งเป็นตัวชี้ว่าชีวิตคุณจะเป็นอย่างไร  ถ้าคุณไม่ชอบ ไม่สนุก ในสิ่งที่คุณทำ มันก็จะไม่กลายเป็นนิสัย การที่คุณพยายามฝืนเข้าครัวโดยที่คุณไม่ได้รู้สึกพอใจกับมัน แน่นอนว่า คุณจะไม่เข้าครัวอีกเลย ช่วงแรก คุณแค่หาวิธีที่จะสนุกกับการเข้าครัวเสียก่อน จากนั้นค่อยหาสิ่งที่คุณสนใจ สิ่งที่คุณชอบในการเข้าครัว ..และนี่จะทำให้คุณชอบเข้าครัวจนเป็นนิสัย คำแนะนำจากเรา : ลองเข้าครัวกับคนที่คุณชอบดูสิ ;P ที่มาจาก  elitedaily เรียบเรียงโดย Women MThai Team ภาพประกอบโดย Women MThai Team

สุดเจ๋ง ! ลูกเล่นแปลกๆจาก กูเกิ้ล ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน
กูเกิ้ล /  สุดเจ๋ง

สุดเจ๋ง ! ลูกเล่นแปลกๆจาก กูเกิ้ล ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่
Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) /  กูเกิ้ล / 

Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เสิร์จเอ็นจิ้นดัง "กูเกิล" ปรับโฉม "ดูเดิล" ต้อนรับ "ฟุตบอลโลก" เปลี่ยนโลโก้เป็น "ภาพการ์ตูนสุดเก๋ มีลูกฟุตบอล ชายหาด รวมทั้งรูปปั้นพระเยซูคริส์อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศบราซิล" พร้อมค้นหาข้อมูลฟุตบอลโลก โดยอัตโนมัติ นับได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำสำหรับเว็บไซต์เสิร์จเอ็นจิ้นชื่อดัง "กูเกิล" อยู่แล้ว ที่จะมีการปรับโลโก้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ตามเทศกาลต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า "ดูเดิล" สำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก เวิลด์ คัพ 2014 ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 20 แล้ว โดยมีประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ ซึ่งก็นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ของบราซิลแล้วล่ะที่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอย่างนี้ หลังจากที่เคยเป็นเจ้าภาพไปครั้งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ โดยจะจัดแข่งขั้นใน 12 เมืองทั่วบราซิล MThai News

ชูวิทย์ เปรียบแค่ กบในกะลา กลุ่มคนต้านสินค้า EU-สหรัฐ
คสช. /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ เปรียบแค่ กบในกะลา กลุ่มคนต้านสินค้า EU-สหรัฐ หลังไม่พอใจแบนไทยจากเหตุรัฐประหาร วานนี้ (30 มิ.ย.57) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังมีกลุ่มคนออกมาต่อต้านไม่ขอใช้สินค้า-บริการจากประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารในไทย โดยระบุว่า เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี แค่กบในกะลา "กบในกะลา" ตอนนี้มีกระแสต่อต้านยุโรป เพราะ EU (สหภาพยุโรป) และสหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารในประเทศไทย มีคนออกมาพูดต่อต้านทำนองรณรงค์ไม่ซื้อสินค้ายุโรปและอเมริกา บางคนไปประท้วงถึงหน้าสถานฑูต ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษเป็นประเทศแม่บทประชาธิปไตย จะต้องยืนหยัดอย่างชัดเจนถึงระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศเหล่านั้นจะมาเข้าข้าง ปรบไม้ปรบมือ แสดงอาการเข้าอกเข้าใจ หรือเชียร์การทำรัฐประหาร เราต้องเข้าใจบทบาทและบริบทของแต่ละประเทศ ปัจจุบัน สินค้าจากประเทศมหาอำนาจครอบคลุมแทบทุกลมหายใจของคนไทย ไม่ว่ามือถือไอโฟน เฟสบุ๊ค กูเกิ้ล ฟาสฟู๊ดอย่างแมคโดนัลด์ เครื่องดื่มโค้ก เครื่องแต่งตัวลีวาย รองเท้ารีบอค กาแฟสตาร์บัค ส่วนสินค้าจากยุโรปทั้ง กุชชี่ ดิออร์ รถเบนซ์ บีเอ็ม ไปจนถึงโรงแรมห้าดาวฮิลล์ตัน ไฮแอท ฮอลิเดย์อินน์ โลกทั้งโลกถูกประเทศมหาอำนาจกลืนไปหมดแล้ว การต่อต้านสินค้าที่คนไทยบางคนให้ข่าวจึงเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ในอดีตเมื่อ 30 ปีก่อน สมัยผมเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ ประเทศไทยเคยประท้วงต่อต้านไม่ซื้อสินค้าต่างประเทศเช่นกัน ไม่ว่าญี่ปุ่น หรือ สหรัฐอเมริกา มีการประท้วงให้สหรัฐอเมริกาถอนฐานทัพออกจากประเทศไทย แต่การประท้วงก็เหมือนกับการผายลม เหม็นชั่วครั้งชั่วคราวแล้วหายไป โบราณเขาเปรียบเทียบพวก "กบในกะลา" สำคัญตัวเองว่ารู้มากยิ่งใหญ่ คิดว่าที่ที่ตัวเองอยู่คือโลกทั้งโลก ทั้งๆที่แท้จริงมันคือกะลา เพ้อเจ้อ ไม่มีประสบการณ์ เพราะไม่เคยออกไปเจอกับโลกทัศน์ภายนอก ไม่รู้ว่ามันกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน MThai news

ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

ถ้าพูดถึงการจะทำรายงานแต่ละทีวัยรุ่น - วัยทำงานสมัยนี้ก็ต้องนึกถึงการเข้าอินเทอร์เน็ต กูเกิ้ล แทนการเข้าห้องสมุดที่ดูยังไงก็ล้าหลังไปซะแล้วสิ สำหรับยุคสมัยนี้ แต่ถ้าเพื่อนๆ ได้มาเห็น ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก นี้ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าต้องมีหลายคนเลยหล่ะ ที่อยากเข้ามานั่งเล่น อ่านหนังสือกัน^^ ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Anagrama โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล  ไอเดียความคิดสร้างสรรค์นี้ออกแบบมาเพื่อต้องการส่งเสริมให้เด็กๆ รักการเรียนรู้ที่จะอ่านหนังสือ ได้ทั้งความรู้และความสนุกไปพร้อมๆกัน  ห้องสมุดแสนเก๋นี้ตั้งอยู่ที่ Fundidora Park โดยเมือก่อนนั้นที่แห่งนี้เคยเป็นโรงหลอมเหล็กมาก่อน แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการปรับปรุงใหม่ให้ดูทันสมัยและมีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น เช่น ห้องสมุด, พิพิธภัณฑ์, หอประชุม เป็นต้น  เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่า มีชั้นวางหนังสือเป็นรูปทรงเรขาคณิต - ทรงสามเหลี่ยมอยู่มากมาย ที่ทำเป็นรูปแบบนี้ก็เพราะเขาต้องการออกแบบสะท้อนให้เห็นภูมิประเทศที่เป็นภูเขาของเมือง Monterrey  นั่นเอง โดยชั้นวางหนังสือเป็นทรงเรขาคณิตเอาไว้เป็นชั้นเก็บหนังสือต่างๆ อีกทั้งทำพื้นยกระดับอีกหลายชั้น พร้อมปูพรมเพื่อที่จะให้เด็กๆ ได้เล่นและเพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือ นอกจากนี้ก็ตกแต่งสีสันสดใสในห้องเพื่อส่งเสริมจิตนาการด้วยคะ .. ถ้างั้น ห้องสมุด ก็คงจะไม่ใช่สถานที่ที่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้วสินะ ^^ ข้อมูลโดย designtaxi.com เรียบเรียงโดย teen.mthai

27 ภาพถ่ายรอบโลก ที่เห็นแล้วต้องอึ้ง!
10 อันดับ /  ความรู้รอบโลก / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 27 ภาพถ่ายรอบโลก ที่เห็นแล้วต้องอึ้ง! ซึ่งภาพเหล่านี้เป็นภาพที่ถ่ายมาจากทั่วมุมโลก ไม่ว่าจะเป็น วัตถุสิ่งของ สัตว์โลก ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่อยู่รอบๆ ตัวเราที่เราหรือความมหัศจรรย์ของสิ่งต่างๆ รอบโลก ลองไปดูกันค่ะ แล้วมาบอกกันหน่อยสิว่าชอบรูปไหนกันบ้าง ^^ 27 ภาพถ่ายรอบโลก ที่เห็นแล้วต้องอึ้ง!  ไข่ปลาหมึกยักษ์ ภาพลิ้นของมนุษย์ ที่ส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ ภาพเอ็กซเรย์ก่อนและหลังการรักษาโรค "สันหลังคด" หน้าตาของสุนัขพันธุ์ "ปั๊ก" ในสมัยก่อน ปี 1880 (หน้าเปลี่ยนไปนะเธอ!) ภาพไขมันน้ำหนัก 5ปอนด์ เปรียบเทียบกับกล้ามเนื้อน้ำหนัก 5ปอนด์ เซลล์มะเร็ง ภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน สีจริงๆ ของพื้นผิวดาวอังคาร ลาวาจากภูเขาไฟ ที่ยุงคงคุกรุ่นตลอด ในเอธิโอเปีย  ข้างในเครื่องบินโบอิ้ง 757 ของ FexEX แบบไม่มีสินค้าใดๆ นาฬิกาของอิกโตะ คาวาโกเอะ ที่หยุดเดินตอน 8.15 น. ในปี 1945 เวลาที่ฮิโรชิม่าโดนทิ้งระเบิดนิวเคลียร์พอดี โต๊ะของไอสไตน์ ชั่วโมงหลังจากที่เขาเสียชีวิต ฟันของ จอร์จ วอชิงตัน ไมเคิล แองเจลโล่ วาดรายชื่อสิ่งของให้กับคนที่ใช้ที่ไม่รู้หนังสือของเขา เพื่อจะได้รู้ว่าเขาจะต้องซื้ออะไรบ้าง ออฟฟิศของฮิตเลอร์ กูเกิ้ล ดาต้า เซ็นเตอร์ (ที่เก็บเซิฟเวอร์ของกูเกิ้ล) ด้านใน ของสายเคเบิ้ลใต้น้ำ คุกขังนักโทษใน เอลซัลวาดอร์ (หายใจยังลำบาก)  ภาพน้ำพุร้อน ก่อนที่จะระเบิด  เมืองของชาวบาวาเรีย ที่สร้างขึ้นในหลุ่มอุกาบาตที่พุ่งชนโลกเมื่อ 14 ล้านปีก่อน อนุสาวรีย์ เจง กีสข่าน ในมองโกเลีย  ภาพสายรุ้งแบบ 360 องศา ถ่ายจากบนเครื่องบิน จุดสิ้นสุดของกำแพงเมืองจีน พายุทรายขนาดยักษ์โจมตีฝังออสเตรเลียตะวันตก ช่วงต้นปี 2013  แบ็กเกอร์ 288 พาหนะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภาพถ่ายจากบนฟ้า ของสุสานยางรถยนต์   แสงเหนือ จากอวกาศ ภาพถ่ายดาวพุธที่ชัดเจนที่สุดที่เคยถ่ายได้ ขอบคุณข้อมูล http://www.ssballthai.in.th/boards/topic/1189992

เผยผลจัดอันดับ100แบรนด์สินค้า มูลค่าสูงสุดในโลก ปี2014
2014 /  interbrand / 

เผยผลจัดอันดับ100แบรนด์สินค้า มูลค่าสูงสุดในโลก ปี2014 โดย interbrand  วันนี้(22 พ.ย.) เว็บไซต์ interbrand บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ชั้นนำ ได้เผยผลการสำรวจBest Global Brands  จัดอันดับแบรนด์สินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ประจำปี2557 โดย10อันดับแรกมีดังนี้ อันดับ 1  แอปเปิ้ล รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 21 % มูลค่ารวม118,863 $M อันดับ 2  กูเกิ้ล รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 15% มูลค่ารวม107,439 $M อันดับ 3 โคคาโคล่า  รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +3% มูลค่ารวม 81,563 $M อันดับ 4 IBM รายได้ในปีนี้ ลดลง -8 % มูลค่ารวม 72,244  $M อันดับ 5 ไมโครซอฟต์ รายได้ในปีนี้ ลดลง -3 % มูลค่ารวม 61,154 $M อันดับ 6 GE (General Electric) รายได้ในปีนี้ลดลง -3% มูลค่ารวม 45,480 $M อันดับ 7 ซัมซุง รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +15%  มูลค่ารวม 45,462 $M อันดับ8 โตโยต้า รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +20%  มูลค่ารวม 42,392 $M อันดับ9 แมคโดนัลด์ รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +1%  มูลค่ารวม 42,254 $M อันดับ10 เมอซิเดส เบนซ์ รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +8%  มูลค่ารวม 34,388 $M *** มูลค่าหลักพันล้าน*** ส่วนแบรนด์ที่รายได้เติบโตสูงสุดประจำปีนี้คือเฟซบุ๊ค อยู่อันดับที่ 29 รายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 86% มูลค่ารวม14,349 $M ตามมาด้วยออดี้และอเมซอน ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้มากกว่า20% ส่วนแบรนด์ที่ตกต่ำมากที่สุดของปีนี้คือ  โนเกียในอันดับที่98 นินเทนโดในอันดับที่ 100 แต่แบรนด์ที่ย่ำแย่กว่านั้นคือแบรนด์ที่หลุดโผ100อันดับแรก คือแบรนด์สินค้า ไฮซ์(ซอสมะเขือเทศ) เฟอรารี่ เอว่อน และDELL MThai News

พิสูจน์คลิป Google Earth ถ่ายติด
google earth /  กลางลำน้ำโขง / 

ฮือฮา!! สมาชิก youtube คนหนึ่งโพสต์คลิปเกี่ยวกับพญานาค โดยตั้งชื่อว่า "โลกตะลึง! Google Earth ถ่ายติด พญานาค ลอยคอ ในลำน้ำโขง" เผยแพร่ตั้งแต่เมื่อ 9 มิ.ย. 2013 ทำให้ผู้คนที่สนใจเข้ามาชมกันเป็นจำนวนมากกว่า 2 ล้านวิวแล้ว โดยผู้โพสต์ระบุว่าเมื่อขยายเข้าไปกลางแม่น้ำโขง จะพบว่ามี"สิ่งหนึ่ง"ลอยอยู่กลางแม่น้ำ แล้ววงกลมสีแดง เขียนว่า"ตัวอะไรหว่า" แต่หากเทียบขนาดแล้ว คาดว่าน่าจะมีขนาดใหญ่มาก หลายสิบเมตร อย่างไรก็ตามจากการเข้าไปดู Google Earth เวอร์ชั่นล่าสุด พบว่าบริเวณที่กล่าวอ้างถึงนั้น เป็นแม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่านจากปากเซ ไปจำปาสัก ก่อนถึงดอนหินใหญ่ และเมื่อขยายตรงจุดที่อ้างว่าพบตัวประหลาดคล้าย"พญานาค" กลับไม่พบอะไรเลย มีเพียงพื้นแม่น้ำโขงเท่านั้น เมื่อใช้กูเกิ้ล เอิร์ธ เวอร์ชั่นล่าสุดเข้าไปตรวจสอบบริเวณที่มีการอ้างถึง กลับไม่พบสิ่งแปลกปลอมในแม่น้ำโขงเลย ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  ข่าวสดออนไลน์   MThai news

ราคูเท็น ตลาด ดอทคอม จับมือ Google เสริมบริการ Adwords ดันผู้ค้าออนไลน์ครบวงจร
AdWords /  google / 

“ราคูเท็น ตลาด ดอทคอม” ดัน Google AdWords พรีเมียมพาร์ทเนอร์สำหรับธุรกิจ SMB เสริมบริการ “Adwords” ดันผู้ค้าออนไลน์ครบวงจร ราคูเท็น ตลาดดอทคอม (Rakuten Tarad.com) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ตลาดออนไลน์ชั้นนำของเมืองไทยจับมือ Google ผู้ให้บริการด้านเสิร์ชเอนจิ้นระดับโลกประกาศจับมือ Google เป็นพันธมิตรทางธุรกิจในด้านตลาดการค้าออนไลน์ในฐานะ Premier SMB Partner (พาร์ทเนอร์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางระดับพรีเมี่ยม) ด้วยบริการ Google AdWords และเทคโนโลยีล่าสุดจาก Google ทั้งนี้เพื่อรองรับผู้ค้าออนไลน์ (Merchant) ของราคูเท็น ตลาดดอทคอมกว่า 270,000 รายให้เข้าถึงองค์ความรู้ของบริการดังกล่าวซึ่งทรงประสิทธิภาพสำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ทั่วโลกมากกว่าที่เคย ภายใต้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดจาก ECC (E-Commerce Consultant) ของราคูเท็น ตลาดดอทคอม และ การบริหารด้านเทคนิคโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Google อันนำไปสู่การต่อยอดทางธุรกิจทั้งสำหรับอี-มาร์เก็ตเพลซในประเทศไทยที่มีผู้ประกอบการทั่วประเทศมากกว่า 3 ล้านราย และเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาคต่อไป ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งราคูเท็น ตลาดดอทคอม เผยถึงแนวคิดและที่มาของการร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้ว่า “โดยพื้นฐานแล้ว ทางราคูเท็น ตลาดดอทคอม ให้ความสำคัญอย่างมากกับการส่งเสริมความสำเร็จของผู้ค้าหรือที่เรียกว่า Merchant Empowermentตามนโยบายของราคูเท็น โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของตลาดอี-มาร์เก็ตเพลซในประเทศไทยตามแผนการพัฒนาธุรกิจร่วมกันในตลาดอี-คอมเมิร์ซทั่วโลกของราคูเท็นและกูเกิล เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านอี - คอมเมิร์ซ หรือ ECC ที่คอยให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์อย่างใกล้ชิดให้ผู้ประกอบการธุรกิจระดับเล็กและระดับกลาง (SME) สามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีทิศทางและก้าวทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแส เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของเมืองไทยดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ” “การร่วมมือกันระหว่างราคูเท็น ตลาดดอทคอม และ Google จึงเกิดขึ้นด้วยแนวคิดดังกล่าวในฐานะ Premier SMB Partner หรือพาร์ทเนอร์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางระดับพรีเมี่ยม เพื่อเสริมกำลังผู้ประกอบการ SME ให้แข็งแรงและผลักดันศักยภาพผู้ค้าด้วยเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังและตรงกลุ่มเป้าหมายอย่าง Google AdWords เรามีเป้าหมายสูงสุดคือให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์สูงสุดจาก Google Adwords ได้อย่างแท้จริง และเมื่อผู้เหล่าผู้ประกอบการเหล่านี้มีกลยุทธ์ทางการตลาดที่แข็งแรงก็จะยิ่งเป็นกำลังสำคัญในสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมได้อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับการร่วมมือกันครั้งนี้ เราตั้งเป้าว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายโดยรวมได้ถึง 20-25 % ซึ่งแผนดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทราคูเท็น สำนักงานใหญ่ประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการสร้างธุรกิจและเสริมสมรรถนะทางการตลาดให้กับผู้ค้าภายใต้การดูแลของราคูเท็นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วก่อนหน้านี้กับราคูเท็น ประเทศไต้หวันซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง” แมท เฮลเลอร์ หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจ Google ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงการสนับสนุนพันธมิตรครั้งสำคัญว่า “เราสร้างโปรแกรม Google AdWords Premier SMB Partner ขึ้นมาเพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็กให้สามารถเข้าถึงผ่านการพิจารณาคุณสมบัติขั้นสูงสุดในการเป็นพันธมิตรธุรกิจของ Google อย่าง ราคูเท็น ตลาดดอทคอม ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์จากการฝึกอบรมเชิงลึก ของราคูเท็น ตลาดดอทคอมที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานในการช่วยผู้ประกอบการ SMB ให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์” สำหรับบริการ Google AdWords ที่ราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับในฐานะ Premier SMB Partner นั้นคือการบริหารและการจัดการในเชิงเทคนิคและเชิงธุรกิจต่างๆ โดยทีมงานจาก Google โดยตรง โดยเฉพาะการบริหารด้านเทคนิคอย่างเต็มรูปแบบให้แคมเปญโฆษณาของผู้ค้าปรากฏบนพื้นที่ที่เหมาะสมและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดด้วยข้อตกลงที่เป็นธรรม ทั้งยังสนับสนุนราคูเท็น ตลาดดอทคอมในด้านการแจ้งรายงานผลอย่างโปร่งใสแก่ผู้ค้า การช่วยเหลือผู้ค้าเป็นรายบุคคล และการแนะแนวกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้การลงโฆษณาของผู้ค้าเกิดประโยชน์สูงสุด สิทธิประโยชน์ที่ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอม จะได้รับในฐานะ Premier SMB Partner ได้แก่ 1. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมสามารถเข้าถึงเครื่องมือต่างๆ ของ Google การอบรมด้านผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการด้าน Google AdWords เคียงข้างไปกับเทคโนโลยีล่าสุดของกูเกิล จึงแน่ใจได้ว่าระบบ AdWords ของผู้ค้าจะได้รับการพัฒนาและการจัดการอย่างเต็มประสิทธิภาพ 2. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับการดูแลช่วยเหลือจาก ECC อย่างใกล้ชิดในด้านการจัดการและวางกลยุทธ์แคมเปญโฆษณาใน AdWords ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จากความร่วมมือนี้ผู้ค้าของราคูเท็นจะได้รับบริการเต็มรูปแบบจากจัดการบัญชี Google AdWords ซึ่ง ECC ยังช่วยสนับสนุนการจัดการแคมเปญโฆษณาใน AdWords ของผู้ค้าเพื่อให้เกิดการซื้อขายออนไลน์ 3. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับโอกาสในการสร้างแคมเปญการตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงแต่ใช้งบประมาณน้อยลง ราคูเท็น ตลาดดอทคอมยังคงมุ่งมั่นที่จะสานฝันเหล่าผู้ประกอบการในเมืองไทยด้วยแนวคิด Merchant Empowerment ให้ผู้ค้าได้สามารถสร้างแบรนด์และฐานลูกค้าด้วยการเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรงไปพร้อมๆ กับการเพิ่มพูนความรู้ทักษะด้านธุรกิจโดยทีม ECC ของราคูเท็นตลาดดอทคอม ให้สามารถใช้เครื่องมือทางการตลาดทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจ ซึ่งการร่วมมือกับGoogle ในฐานะ Premier SMB Partner ครั้งนี้ยังจะเสริมกำลังผู้ค้าในสนามแข่งขันและช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทยคว้าโอกาสทองทางธุรกิจจากแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด เยี่ยมชมเว็บไซต์ ราคูเท็น ตลาดดอทคอมได้ที่ http://www.tarad.com

แนท-เกศริน แขวนเต้า!  นั่งแท่นคุณนายแต่งงานเศรษฐีอเมริกา
แนท เกศริน /  น้องแนท / 

ฮือฮาสนั่นโซเชียลเมื่อ แนท เกศริน หรือปัจจุบันเปลี่ยนชื่อและนามสกุลเป็น ศุจินันช์ เนสแลนด์ ประกาศแต่งงานพร้อมทั้งโชว์ทะเบียนสมรสกับหนุ่มต่างชาติรุ่นคุณปู่อย่างนาย ฮาโรลด์ เจนนิ้งส์ เนสแลนด์ จูเนียร์ ซึ่งมีดีรีความล่ำซำถึงขั้นจัดได้ว่าเป็นเศรษฐีอเมริกาด้วยตำแหน่งกรรมการผู้จัดการระหว่างประเทศ เอเชียแฟซิฟิก และกรรมการผู้จัดการศูนย์การแพทย์ดูไบ เท่านั้นยังไม่พอแว่วมาว่า สามีเปเงินให้ใช้ หลักแสนต่อเดือน ซึ่งงานนี้เจ้าตัวขอเปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมดว่า... ประกาศแต่งงาน ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร? เป็นคนอเมริกาค่ะ เจอกันได้ยังไง ? แนทว่าเป็นรักแรกพบของเรา เราเจอกันในการติดต่อธุรกิจอสังหาค่ะ เป็นพาร์ทเนอร์กันเขาเป็นพาร์ทเนอร์กับคนที่มาขอแนทแต่งงานก่อนหน้านี้ ก่อนหน้านี้ผู้ชายไทยขอแต่งงาน แต่สุดท้ายประกาศแต่งงานกับฝรั่ง? ก็เขามาขอช้าไป(ยิ้ม) คนไทยมาขอช้าไป แล้วก็ที่สำคัญคือเราดูใจกันมานานพอสมควร เราไม่อยากจะไปเสียใจกับความรักครั้งเก่าๆ เราไม่อยากเป็นแบบนั้น ตกลงแต่งงานกับเขาได้ยังไง? เขาเป็นคนดีมากค่ะ แนทเคยทำงานอะไร ทำงานยังไงเขาจะทราบทุกอย่าง จากข่าวจากกูเกิ้ล ติดตามหมดแม้กระทั้งเขาเคยมาเที่ยวเมืองไทยพาแนทไปดูธุรกิจของเขา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ธุรกิจกันค่ะ เขาก็เคยไปนั่งตามเฝ้าแนทในกองถ่าย ไปดูงานแนทเดินแฟชั่นโชว์ เราบอกแล้วเราจะไม่ก้าวก่ายเรื่องงานกันและกัน”ฃ ภาพในอดีตของเราเขาทราบไหม ? เขาทราบทุกอย่างค่ะ เขาทราบหมด เพราะการทำเอกสารที่จะไปอเมริกาเนี่ยเราต้องแจงข้อมูลทั้งหมด ถ้าเราปิดบังแม้แต่นิดเดียวเราจะไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เดินเข้าประเทศเขาเลย จะกลายเป็นบุคลลต้องห้าม เพราะฉะนั้นเราต้องแจกแจง” เขาทำงานอะไรตอนนี้ ? เป็นสถาปนิกค่ะ เป็นกรรมการผู้จัดการระหว่างประเทศ เอเชียแฟซิฟิกค่ะ แล้วก็เป็นกรรมการผู้จัดการศูนย์การแพทย์ที่ดูไบค่ะ” เขาอายุเท่าไหร่? รุ่นคุณปู่(หัวเราะ) ก็ประมาณ 69 ยังไม่ 69 ดีค่ะ เทียบกันนะแฟนเก่าคนไทย กับสามีคนปัจจุบันใครรวยกว่ากัน? อย่ามองที่เขารวยเลย ถ้าคนมองตรงนั้นล่ะ ถ้าเปรียบกัน? มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ ก็ฝรั่งสิคะ(ยิ้ม) กลับมาที่เรื่องขอแต่งงาน เขาขอยังไง? เขามาขอแต่งงานกับคนในครอบครัว ตอนนั้นคุณย่ายังอยู่เขามาขอกับคุณย่าเขาก็บอกว่าเขาจะดูแลแนท เขาจะเทคแคร์อย่างดีเสมือนคนในครอบครัวดูแลแนท แล้วแนทก็ม่าเอาพยายามทำนิสัยเลวทุกอย่างให้เขาเห็น แต่เขาก็ยังจะเอาเราอยู่ ศึกษา คุยกันกี่ปี? คุยมาเรื่อยๆ ค่ะ นานพอสมควรมันมีช่วงหนึ่งแนทก็แกล้งอำเขาว่าฉันไปนอนกับผู้หญิง เลสเบี้ยนมา เขาก็เหรอ ไม่ว่าไง เขาก็ขำไป ทำเลวกับเขาสารพัดเขาก็ยังโอเค เขาขอแต่งงานวันที่เท่าไหร่? เดือนมกราค่ะ หลังวันเกิดเรานิดเดียวเอง จดทะเบียนสมรสแล้ว? จดแล้วค่ะ จดที่พระโขนงค่ะ จดวันที่ 27 มกราคมค่ะ แต่ยังใช้นางสาวอยู่ค่ะ ใช้นามสกุลสามีค่ะ ตอนแรกอยากใช้นามสกุลตัวเอง แต่เขาบอกให้ใช้นางสกุลเขา เนื่องจากเขาอายุค่อนข้างเยอะ กลัวคนมองไหม หวังอะไรจากเขา? ต้องถามว่าเขาหวังอะไรจากแนทรึป่าว แนทไม่เคยหวังอะไรในตัวเขาเลย ทุกวันนี้คือเขาอยากได้แนทไปเป็นแม่ของลูก คนเราที่อายุขนาดนี้จะยอมไปแก้หมันเพื่อให้เราเป็นแม่ของลูก” แก้หมันเลย? ใช่ เขาทุ่มเทมาก เขาเคยมีครอบครัวมาก่อน? เคยค่ะ คนแรกจดทะเบียน คนที่ 2 ไม่ได้จด แล้วเขามาจดกับแนทค่ะ แนทเป็นคนที่ 3 คนที่ 2 นี่เขาแยกกันอยู่แล้ว ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เขาก็จะบอกตลอดว่าภรรยาคนที่ 2 ของเขามาจากเวียดนามนะ เขาก็ส่งรูปถ่ายมาให้ดู เราก็เฉยๆ ถ้าคนมองหวังดูดเงิน ? เขาให้เยอะมากค่ะ แต่ไม่ค่อยจะรับเท่าไหร่ คือการที่เราไม่ยอมรับเงินเขาง่ายๆ มันทำให้เขาสงสารเรามาก เขากลัวเราไม่มีเงิน ปั้นปลายชีวิตเราจะลำบาก เขาก็ให้ สปอยตลอด จ่ายตลอด เขาให้เดือนละเท่าไหร่? 6 หลักค่ะ แล้วแนทเป็นคนที่ไม่ช้อปปิ้งไร้สาระกับของฟุ่มเฟือย ถามว่าให้เงินตรงเวลาไหม ก่อนเวลาด้วยซ้ำค่ะ ก่อนจะมาเมืองไทยเขาจะเอาเงินมาซับพอร์ต แนทอยู่กับเขาเหมือนกระเป๋าตังก์เดียวกัน เวลาเขามาเราจะจ่ายค่าโน้นค่านี้ แต่ถ้าจะไปกินหรูๆ เขาก็จะจ่ายเพราะแนทไม่ชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แนท เกศริน แนท เกศริน แนท เกศริน แนท เกศริน

3 สาวนักสู้ แม้
กำลังใจ /  คีโม / 

ขึ้นชื่อว่า "มะเร็ง" ใครไม่เจอกับตัวคงไม่มีทางเข้าใจ หลายครั้งที่มันทำร้ายชีวิตของใครหลายคนให้ทรุดลงแบบตั้งตัวแทบไม่ทัน บางคนท้อจนไม่สามารถกลับมามีความสุขกับการมีชีวิตอยู่ได้อีก แต่สิ่งเหล่านั้นคงไม่ได้เกิดขึ้นกับสามสาวที่เราพามาในวันนี้แน่ เพราะทั้งสามมีวิธีตั้งรับในแบบที่มั่นคงและแตกต่างกันไป เราจึงนำเรื่องราวและแง่มุมที่ดีๆ ที่ทั้งสามถ่ายทอดมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจให้กับใครอีกหลายๆคน  ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าเป็น "มะเร็ง" คุณพิมพ์ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ดารานักแสดงสาวสวย เล่าให้เราฟังว่า... "หมอบอกพิมพ์ว่า เจอก้อนเนื้อขนาด 18 เซนต์อยู่ในรังไข่ด้านซ้าย เหมือนส้มโอลูกหนึ่งอยู่ในรังไข่ แล้วให้เวลาไปเคลียร์ชีวิตตัวเอง 2 อาทิตย์แล้วกลับมาผ่าตัด ตอนนั้นพิมพ์มีทั้งงานละครและงานผู้จัดค้างอยู่ ก็ยังต่อรองว่าขอพิมพ์ไปทำงานอีกสักพักได้ไหม คือยังชิล ยังไม่รู้เรื่อง เพราะชีวิตนี้มีความสุขมาตลอด ไม่มีอะไรให้เครียดหรือคิดมาก ยกเว้นตอนอกหัก (หัวเราะ) คำว่า ‘มะเร็ง’ ไม่เคยอยู่ในหัว คิดว่าคงเป็นเนื้องอกหรือถุงน้ำเหมือนที่ใครๆก็เป็นกัน ยังบอกคุณหมอก่อนผ่าตัดเลยว่า ยังไงคุณหมอช่วยเอาไขมันพิมพ์ออกไปด้วยนะคะ จนเมื่อหมอบอกว่าก้อนเนื้อที่ว่านั้นคือมะเร็ง จึงทั้งชาทั้งมือไม้สั่น  ความรู้สึกทุกอย่างมันป๊อปอัพเข้ามาในหัว พิมพ์จะตายไหม แล้วพิมพ์จะไปทำงานยังไง เพราะตอนนั้นละครก็ถ่ายใกล้จบแล้ว พิมพ์ขอหมอไปถ่ายละครให้จบก่อนหมอก็บอกไม่ได้ ซึ่งก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรง" ในขณะที่คุณแป้ง อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ สไตลิสท์ และ กรรมการบริหารแบรนด์เสื้อผ้า Vickteerut และ Vick’s  เล่าว่า... "ตอนหมอบอกก็ตกใจประมาณหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เครียดมากมาย เพราะก่อนนั้นก็สังเกตเห็นว่าทำไมแม่ เพื่อนแฟน หมอต้องออกไปคุยกันนอกห้อง ก็คิดว่าเป็นมะเร็งใช่ไหมเนี่ย เขาถึงต้องทำแบบในละคร (หัวเราะ) แล้วก็ทราบจากในละครอีกนั่นแหละว่าเออ...เดี๋ยวถ้าให้คีโมแล้วต้องหัวโล้นนะ งั้นก็ไปโกนหัวรอเลยก็แล้วกัน เพราะที่จริงก็อยากจะไว้ผมทรงนี่อยู่แล้วล่ะ คือแป้งเป็นคนพร้อมรับกับทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตอยู่แล้ว ก็เลยไม่รู้สึกกังวลอะไรกับมันมากมาย แล้วก็มั่นใจว่าหมอเก่ง คิดว่ายังไงเราก็ต้องหายเพราะแป้งเป็นคนชอบเที่ยว ยังมีที่อีกตั้งเยอะที่อยากจะไป" สำหรับคุณหนึ่ง มสธร เห็นใจชน Marketing & PR Director บริษัท Bemyguest Management เธอบอกว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของเธอก็คือช่วงที่รอผ่าตัดและรอฟังผล "นอนไปนี่ตื่นขึ้นมาทุก 1 ชั่วโมง คิดอยู่แค่ว่าถ้ามันเป็นมะเร็งล่ะ แล้วถ้าเป็น...มันจะเป็นขนาดไหน แต่พอรู้ว่าเป็นอะไรแน่นอนแล้ว หลังจากวันนั้นก็ ‘สู้’ เลยคิดเลยว่าเราเกิดวันที่ 1 ใหม่ เราจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ใหม่ keep fighting คือก่อนนี้หนึ่งเป็นคนใช้ชีวิตแบบเลวร้าย ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ นอนดึก เที่ยวหนัก แต่ในวันที่ตั้งใจว่าฉันจะเกิดใหม่ ก็เปลี่ยนมาเป็นนอนเร็ว สองทุ่มนี่ต้องอยู่บนเตียงแล้วพร้อมหลับ อาหารการกินก็เปลี่ยน จากที่เคยนอนกินหมูสามชั้นทอดตอน 4 ทุ่ม ตอนนี้งดของทอด กินผักผลไม้มากขึ้น เพราะเสิร์ชเจอในกูเกิ้ล (ซึ่งเธอบอกว่าช่วงที่เป็นมะเร็ง เธอเข้ากูเกิลเป็นพันๆหน) ว่าคนเราต้องกินผักและผลไม้ 50เปอร์เซ็นต์ต่อมื้อ แล้วก็ดื่มน้ำเยอะๆ รวมถึงกินไข่ขาว ข้าวกล้อง เวลาไปเดินซูปเปอร์มาร์เก็ต ทุกอย่างที่เคยหยิบแต่ก่อนนี้ ตอนนี้หยิบไม่ได้เลย  ไส้กรอก อาหารที่เป็นโปรเซสส์ ฟู้ดส์ ต้องหยุดหรืออาหารตามร้านสะดวกซื้อ ไม่กินค่ะ เพราะว่าเป็นอาหารไมโครเวฟ ห้ามเด็ดขาด แต่ก่อนหนึ่งชอบมากตื่นมาขี้เกียจทำกับข้าวก็ใส่ไมโครเวฟ แล้วก็กินๆๆๆ แต่ช่วง 3 เดือนแรกที่ให้คีโม หนึ่งกินอาหารที่บ้าน ปรุงเองตลอด ส่วนพวกเหล้า บุหรี่นี่ตัดทันทีเลยแบบหักดิบ (หัวเราะ)" "คีโม" อีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปโดยเฉพาะคุณพิมพ์ที่อยู่ในวงการบันเทิงถือเป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก "ต้องบอกว่า ผมร่วงจนโล้นนี่เป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดในชีวิตที่เกิดขึ้นกับพิมพ์ก็ว่าได้ มันแย่กว่าตอนที่รู้ว่าเป็นมะเร็งอีก จนพิมพ์คิดว่าคงจะผ่านมันไปไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตแล้ว จะให้ใครเห็นสภาพเราแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่ก็ทำใจไว้แล้วนิดหนึ่งนะคะ เพราะก่อนจะร่วงหมด ผมมันก็เริ่มจะปลิวออกจากศีรษะไปแบบง่ายๆ นั่งๆอยู่ก็บอกแม่ผมร่วงอีกแล้ว แต่วันที่แค่จับแล้วผมหลุดเลยนี่ช็อคมากเลย จับตรงไหนก็หลุดไปทั้งกระจุก จับตรงไหนตรงนั้นโหว่ ก็ร้องไห้หนักมาก กอดกันกับคุณแม่ทั้งคืน พอตื่นขึ้นมาก็ตกใจตัวเองอีกเพราะเห็นสภาพตัวเองในแบบที่ผมมันไม่เหลือแล้ว เหลือแต่ตอแหว่งๆ" "ในที่สุดพิมพ์ก็ตัดสินใจโกนผมทั้งน้ำตา แต่การโกนผมก็ทำให้พิมพ์ได้คิดว่า พิมพ์จะอ่อนแอไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วนะเพราะไม่รู้ว่าถ้าเป็นแบบนี้แล้ว จะผ่านมันไปได้ยังไง พิมพ์ยังต้องให้คีโม ยังต้องสู้กับมันอีกตั้ง 5 ครั้ง นี่เพิ่งครั้งแรกเอง แล้วพิมพ์จะผมร่วงฟรีเหรอ เพื่ออะไร พิมพ์ก็ต้องรักษาให้หายให้ได้ พิมพ์จะบอกตัวเองอย่างนี้ทุกวันๆ" การมองโลกในแง่บวกเป็นเครื่องมือ ‘สู้’ กับ ‘มะเร็ง’ "สำหรับหนึ่งจะบอกว่าเป็นความโชคร้ายบนความโชคดีก็ได้เพราะตอนนี้หนึ่งอายุ 42 เราใช้ชีวิตสุดโต่งมาเต็มที่แล้ว แต่เรายังมีชีวิตอีก 40 กว่าปี ที่เรายังต้องอยู่ต่อไป ...มันเหมือนมะเร็งมาเตือนเรา ให้เราดูแลชีวิตดีขึ้น รักตัวเองมากขึ้น เพราะหนึ่งคิดว่าไม่ใช่ว่าเมื่อเราเป็นมะเร็งแล้ว แล้วเราจะต้องไปพร้อมกับมัน หนึ่งคิดว่าหนึ่งมีทางเลือก" ส่วนคุณแป้งเธอว่า "มะเร็ง มันช่วยให้รู้ว่ามีคนรักเรามากแค่ไหน ไม่ใช่แค่คนสนิท แม้แต่คนที่ห่างไปหน่อย ที่เขียนอะไรซึ่งบางครั้งเราก็รู้สึกว่ามันดราม่า แต่ลึกๆเราก็รู้ว่าเขาเป็นห่วงเรานะ แล้วมันก็เป็นกำลังใจให้เรา" "พิมพ์มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมและได้พูดหน้าชั้นในวันสุดท้าย ก็เล่าให้ทุกคนฟัง เปิดหมวกให้ทุกคนดู พิมพ์เห็นทุกคนช็อค เพราะตอนนั้นคนทั่วไปยังไม่รู้ แล้วคนที่เม้าท์ว่ามาปฏิบัติธรรมแล้วทำไมต้องใส่หมวก ทำไมต้องติดสวย เขาเดินมาขออโหสิกรรม มาขอโทษ มาให้กำลังใจ กลายเป็นได้พลังบวกแฮะ แล้วพิมพ์รู้สึกโล่งไปเลย สบายใจที่ได้บอกออกไป อีกครั้งคือตอนให้สัมภาษณ์นักข่าว ที่ทำให้พิมพ์ได้คิดว่าด้วยอาชีพของเรา เราสามารถเป็นกำลังใจให้คนได้อีกเยอะมากๆสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนกล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่เป็น" "พิมพ์จะพูดตลอดว่าต้องเห็นคุณค่าของตัวเองก่อน ต้องทำตัวเองให้มีประโยชน์สิ ถ้าทำได้ จะมามัวนั่งอมทุกข์อยู่ทำไม เพราะการเจ็บป่วยแบบนี้มันเป็นเรื่องภายนอก พอรักษาหายแล้วเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป” ทั้งสามคนมีจุดเริ่มต้นที่เหมือนกันคือการพบก้อนเนื้อที่บริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ดังนั้นสาวๆก็ควรหมั่นสังเกตตัวเองกันด้วยนะคะ และที่สำคัญควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะการตรวจภายในเพื่อที่จะได้แก้ไขได้ทันถ่วงที แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม "ความหวัง" และ "กำลังใจ"  เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้จิตใจของคุณแข็งแรง และหลายๆครั้งที่จิตใจที่เข้มแข็งสามารถพาเราผ่านเรื่องร้ายไปได้ราวกับปาฏิหาริย์ เช่นเดียวกับสามสาว ที่ขอบอกว่าเรานับถือหัวใจของเธอจริงๆ