กูเกิ้ล

ย้อนรอย! 25 ปี ไนกี้ ฟุตบอล กับเส้นทางประวัติศาสตร์ของกีฬาลูกหนังตอนที่ 3 (ตอนจบ)
Nike Magista Obra /  บาร์เซโลน่า / 

ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก นำเสนอ 25 ช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกีฬาลูกหนังที่ผลักดันให้ไนกี้ก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของผลิตภัณฑ์กีฬาฟุตบอลในยุคปัจจุบัน มาให้ติดตามอ่านเป็นตอนที่ 3 ปี 2006 – ไนกี้ได้เริ่มบุกสื่อดิจิตอลด้วยแคมเปญที่มีชื่อว่า “Joga Bonito” โดยถือเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการวางแผนการตลาดผ่านสื่อดิจิตอล โดยไนกี้ร่วมมือกับ บริษัท กูเกิ้ล เพื่อสร้างเว็บไซด์สังคมออนไลน์ที่มีการป้อนข้อมูลก่อนจะถึงทัวร์นาเม็นต์และส่งเสริมข้อมูลที่สร้างขึ้นมาโดยผู้ใช้เอง ปี 2009 – สโมสรบาร์เซโลน่า จากสเปนได้รับชัยชนะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยทางสโมสรได้รับการยกย่องปรัชญาการทำทีมที่เน้นทีมเวิร์คมากกว่าความเก่งของตัวบุคคล ตลอดจนความกล้าหาญที่ปราศจากความกลัว และวิธีเล่นแบบบุกไม่หยุด ปี 2010 – แคมเปญ “Write the Future” ได้ถูกปล่อยออกมาบน Facebook และได้รับการแชร์มากที่สุดบนสื่อออนไลน์ และถือเป็นโฆษณาความยาว 3 นาที ที่เผยแพร่ได้รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของไนกี้ ฟุตบอล ขณะเดียวกันในปีนั้น ไนกี้ เอลิทแพ็ค ผลิตภัณฑ์ฟุตบอลสำหรับประเทศในแถบอเมริกาใต้ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะรองเท้าฟุตบอลที่ประกอบด้วย 4 สี 4 สไตล์ ที่มีแม่สีใกล้เคียงกับสีม่วงและสีส้ม ซึ่งมันช่วยสร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดบนสนามและช่วยให้นักเตะในทีมเดียวกันสามารถมองหากันได้อย่างรวดเร็ว และในปีนี้ยังถือเป็นครั้งแรก ที่ทีมฟุตบอล 9 ทีมชาติที่ทางไนกี้เป็นผู้สนับสนุน เช่นโปรตุเกส บราซิล เนเธอร์แลนด์ และ สหรัฐอเมริกา ได้สวมใส่เสื้อที่ทำจากการขวดรีไซเคิลจากบ่อขยะมูลฝอยในประเทศไต้หวันและญี่ปุ่น โดยเสื้อแต่ละตัวนั้นทำมากจากขวดน้ำแปดขวด  โดยตั้งแต่ปี 2010 ขวดน้ำทั้งหมดเกือบ 2 พันล้านขวดได้ถูกนำมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีปริมาณมากพอที่จะถมสนามฟุตบอลได้ถึง 3,500 สนาม ปี 2013 – รองเท้าฟุตบอลไฮเปอร์เวนอมได้ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับนักเตะเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านความเร็วและสามารถยิงบอลได้จากทุกมุม ไนกี้ได้รับข้อมูลจาก เนย์มาร์ จูเนียร์ และ เวย์น รูนี่ย์ เกี่ยวกับความเร็วของเกมฟุตบอลที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งผสานเทคโนโลยีไนกี้สกิน (NIKESKIN) ที่สร้างขึ้นเป็นโครงตาข่ายด้วยฟิล์มโพลิยูรีเทนชนิดบาง เพื่อให้เท้าของนักเตะรู้สึกใกล้เคียงกับเท้าเปล่ามากที่สุด  ปี 2014 – ไนกี้ได้นำเสนอรองเท้าฟุตบอลหุ้มข้อที่ฉีกกฎเกณฑ์ในกีฬาฟุตบอล ด้วยการนำเทคโนโลยี ไนกี้ ฟลายนิต มาพัฒนาร่วมกับรองเท้ารุ่น มาจิสต้า และ เมอร์คิวเรียล ซุปเปอร์ฟลาย โดยตัวดีไซน์นั้นตอบโจทย์กับการเล่นที่เปลี่ยนไป โดยมาจิสต้านั้นสร้างขึ้นมาเพื่อสำหรับการทำเกมโดยเฉพาะ และเมอร์คิวเรียล ซุปเปอร์ฟลาย นั้นมีไว้สำหรับผู้เล่นที่ต้องการจะใช้ประโยชน์ของแต่ละวินาทีให้มากที่สุด “นวัตกรรมของฟลายนิตช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของรองเท้าฟุตบอลและช่วยพัฒนาผู้เล่นอีกด้วย”   มาร์ค ปาร์คเกอร์ ประธาน และ ผู้บริหารบริษัท ไนกี้ กล่าว นอกจากนี้ภาพยนตร์โฆษณาไนกี้ที่มีชื่อว่า “Winner Stays” นำแสดงโดยคริสเตียโน่ โรโนลโด้ เนย์มาร์ จูเนียร์ และ เวย์น รูนี่ย์ ยังได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง โดยมียอดผู้ชมทั้งหมดบน Youtube มากกว่า 140 ล้านครั้งและกำลังทำลายสถิติเป็นวิดีโอของไนกี้ที่มีคนดูมากที่สุด ในฤดูร้อนนี้ที่ประเทศบราซิล ไนกี้จะเป็นผู้สนับสนุนให้กับ 10 ทีมบนสนามแข่งขันอันทรงเกียรติ ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นๆในตลาด โดยไนกี้เองนั้นได้เริ่มต้นจากการเป็นน้องใหม่ และใช้เวลาเพียงแค่ 20 ปี ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นผู้นำนวัตกรรมอันดับหนึ่งของตลาด

 “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์” ส่งเวอร์ชั่น 3.0 ช่วยการท่องอินเตอร์เน็ตเร็วขึ้น 30 %
Baidu Browser /  ไป่ตู้ เบราว์เซอร์

“ไป่ตู้” ผู้นำเสิร์ชเอ็นจิ้นรายใหญ่ของโลก ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านผลิตภัณฑ์บนคอมพิวเตอร์พีซี, เว็บไซต์ และบนโทรศัพท์มือถือ ประกาศเปิดตัว “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์” (Baidu Browser) เวอร์ชั่นใหม่ 3.0 แอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่พัฒนาให้รองรับได้มากถึง 11 ภาษาทั่วโลก พร้อมการทำงานที่ควบคู่ไปกับ “T5 Engine” ช่วยเพิ่มความเร็วในการประมวลผลบนหน้าเว็บเพจได้ ผู้ใช้สามารถอ่านข่าวหรือดูรูปภาพได้โดยตรงบนหน้าโฮมเพจ โดย “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์” เปิดตัวครั้งแรกในประเทศจีน และประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก มร. แฟริส (Felix Li) หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนา ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ กล่าวว่า “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ เป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ผู้ใช้ท่องโลกอินเตอร์เน็ตในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเองได้จากหน้าโฮมเพจ และด้วยคุณสมบัติของ “T5 Engine” ที่ทีมผู้พัฒนาได้รวบรวมฟีเจอร์ใหม่ๆ จำนวนมหาศาลเพิ่มเติมเข้าไป ทำให้การท่องเว็บบนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์บน สมาร์ทโฟนของคุณง่ายขึ้น เร็วขึ้น และสนุกสนานมากยิ่งขึ้น” ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ 3.0 เป็นเวอร์ชั่นที่รวบรวมความสามารถหลากหลายมาไว้ที่เดียวกัน รวมกับประสิทธิภาพของ “T5 Engine” ทำให้พลังของความเร็วในการโหลดและการทำงานของฟีเจอร์อื่นๆ เร็วขึ้นอีก 30% นอกจากนั้น T5 Engine ยังเพียบพร้อมไปด้วยประสิทธิภาพที่เหนือระดับค่ามาตราฐานอุตสาหกรรมในการทดสอบการรองรับ HTML5, SunSpider และ V8 อีกด้วย “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ 3.0” ประกอบด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ดังนี้ 1. ดูข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว (Quick-view Content) : สามารถเลือกหมวดหมู่ของเนื้อหาและรูปภาพที่คุณต้องการให้แสดงโดยอัตโนมัติ 2. รองรับการใช้งานได้หลายภาษา (Multiple Languages): สามารถเลือกภาษาได้ 11 ภาษา ประกอบ ด้วย ภาษาอังกฤษ, โปรตุเกส, อินโดนิเซีย, ไทย, อาระบิก, จีน, ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, สเปน และ เกาหลี 3. ตัวควบคุมการสั่งงานอันทรงพลัง (Powerful Desktop Widget) : ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ มาพร้อมกับโปรแกรมคำสั่ง (Widget) บนหน้าจอ ที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าเว็บเพจที่ชื่นชอบได้อย่างสะดวกรวดเร็ว 4. รูปแบบของการสั่งงาน (Navigation Gestures): ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ รองรับการสัมผัสได้หลากหลาย ทั้งการเลื่อนขึ้น–ลง รวมถึงการเปิด–ปิดหน้าเพจด้วยสองนิ้ว 5. ดูหน้าเว็บแบบเต็มจอ (Full-screen Browsing): โดยแถบเครื่องมือและช่องแสดงที่อยู่ของเว็บจะถูกซ่อนไว้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์พร้อมเพลิดเพลินไปกับการดูหน้าเพจนั้นๆ ได้อย่างเต็มที่ “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์” เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไป่ตู้ ในหมวดผลิตภัณฑ์บนโทรศัพท์มือถือ และผลิตภัณฑ์บนคอมพิวเตอร์พีซี สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด “ไป่ตู้ เบราว์เซอร์” แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ http://imobile.baidu.com หรือจาก กูเกิ้ล เพลย์ สโตร์ (Google Play store) ที่https://play.google.com/store/apps/details?id=com.baidu.browser.inter&hl=en

เผยผลจัดอันดับ100แบรนด์สินค้า มูลค่าสูงสุดในโลก ปี2014
2014 /  interbrand / 

เผยผลจัดอันดับ100แบรนด์สินค้า มูลค่าสูงสุดในโลก ปี2014 โดย interbrand  วันนี้(22 พ.ย.) เว็บไซต์ interbrand บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ชั้นนำ ได้เผยผลการสำรวจBest Global Brands  จัดอันดับแบรนด์สินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ประจำปี2557 โดย10อันดับแรกมีดังนี้ อันดับ 1  แอปเปิ้ล รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 21 % มูลค่ารวม118,863 $M อันดับ 2  กูเกิ้ล รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 15% มูลค่ารวม107,439 $M อันดับ 3 โคคาโคล่า  รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +3% มูลค่ารวม 81,563 $M อันดับ 4 IBM รายได้ในปีนี้ ลดลง -8 % มูลค่ารวม 72,244  $M อันดับ 5 ไมโครซอฟต์ รายได้ในปีนี้ ลดลง -3 % มูลค่ารวม 61,154 $M อันดับ 6 GE (General Electric) รายได้ในปีนี้ลดลง -3% มูลค่ารวม 45,480 $M อันดับ 7 ซัมซุง รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +15%  มูลค่ารวม 45,462 $M อันดับ8 โตโยต้า รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +20%  มูลค่ารวม 42,392 $M อันดับ9 แมคโดนัลด์ รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +1%  มูลค่ารวม 42,254 $M อันดับ10 เมอซิเดส เบนซ์ รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +8%  มูลค่ารวม 34,388 $M *** มูลค่าหลักพันล้าน*** ส่วนแบรนด์ที่รายได้เติบโตสูงสุดประจำปีนี้คือเฟซบุ๊ค อยู่อันดับที่ 29 รายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 86% มูลค่ารวม14,349 $M ตามมาด้วยออดี้และอเมซอน ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้มากกว่า20% ส่วนแบรนด์ที่ตกต่ำมากที่สุดของปีนี้คือ  โนเกียในอันดับที่98 นินเทนโดในอันดับที่ 100 แต่แบรนด์ที่ย่ำแย่กว่านั้นคือแบรนด์ที่หลุดโผ100อันดับแรก คือแบรนด์สินค้า ไฮซ์(ซอสมะเขือเทศ) เฟอรารี่ เอว่อน และDELL MThai News

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้าง 9 คนดังระดับโลก
10 อันดับ /  การศึกษา / 

อย่างที่เรารู้กันว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) นั้นขึ้นชื่อเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่หลายๆคนทั่วโลกใฝ่ฝันอยากจะเข้าเรียน และจบจากที่นี่ด้วยความภาคภูมิใจ อีกทั้งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ มีชื่อเสียงหลายคน เป็นหนึ่งในตัวผลักดันที่ทำให้นักเรียนของเขาประสบความสำเร็จ ดังตัวอย่างที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันนั้นล้วนเป็นบุคคลชื่อดังของโลก ขอบอกแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ^^ ตามไปดูกันเลย มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้าง 9 คนดังระดับโลก เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยนะคะ  มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้าง 9 คนดังระดับโลก 1.  บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ( U.S. President ) ในปี 1988 บารัก โอบามา ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนกฎหมายฮาร์วาร์ดและเขาก็ได้เป็นประธานธิบดีผิวสีคนแรกของโรงเรียนกฎหมายฮาร์วาร์ดแห่งนั้น ในขณะที่เรียนในโรงเรียนกฎหมายฮาร์วาร์ดนั้น บารัก โอบามา ยังเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนเป็นนักบาสเกตบอล สิ้นปีแรกเขาได้รับคัดเลือกจากการแข่งขันในการเขียนและเกรดของการเรียนให้เข้ามาเป็นบรรณาธิการคนหนึ่งของวารสาร Harvard Law Review พอขึ้นปีที่สอง ในปี 1990 เขาได้รับคัดเลือกเป็นประธานของ Harvard Law Review ในตำแหน่งหัวหน้าบรรณาธิการ(อาสาสมัครเต็มเวลา) และกำกับควบคุมนักเขียนถึง 80 คน โอบามาเป็นชาวผิวดำคนแรกที่ได้รับคัดเลือกเป็นประธานของ Law Review ข่าวการคัดเลือกได้มีการรายงานในวงกว้าง ตามด้วยประวัติส่วนตัวที่ละเอียดในสื่อระดับประเทศ แค่ตอนเรียนก็เจ๋งสุดๆ! 2.  อัลกอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ( Former U.S. Vice President Al Gore) ในปี 1969 จบการศึกษาระดับเกียรตินิยมจากวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด (Harvard College) ซึ่งในตอนแรกเขาเลือกเรียนเอกภาษาอังกฤษ แต่รู้สึกเบื่อ จึงตัดสินใจเปลี่ยนไปเรียนเอกรัฐศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมในเดือนมิถุนายน 2512 ปริญญาศิลปศาสตร์สาขารัฐศาสตร์ ในปัจจุบันเขาเป็นประธานของช่องรายการโทรทัศน์อเมริกัน เคอร์เรนท์ ทีวี (Current TV) , ประธานบริษัท เจเนอเรชั่น อินเวสท์เมนท์ แมเนจเมนท์ (Generation Investment Management LLP) , หนึ่งในคณะกรรมการบริษัท แอปเปิ้ล (Apple Inc.) , ประธาน องค์กรพันธมิตรเพื่อการปกป้องสภาพอากาศ (Aliance for Climate Protection) , และที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการแก่ผู้บริหารระดับสูงของกูเกิ้ล (Google) และในปี พ.ศ. 2550 นายอัล กอร์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ สวดยอด!! 3. Ben Bernanke อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ : Ben Bernanke เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีอิทธิผลคนหนึ่งของโลก ในสมัยเด็กนั้นถือว่าเป็นคนที่เรียนเก่งที่สุดคนนึงเลยก็ว่าได้ เรียนจบมัธยมปลายเป็นที่หนึ่งของชั้น, เคยชนะการประกวดการสะกดคำในมลรัฐ South Carolina และเป็นที่ 26 ของประเทศ, เรียนหนังสือต่อที่ Harvard ด้านเศรษฐศาสตร์ ในชั้นปริญญาตรี จบได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เขายังทำคะแนนสอบ SAT (การสอบวัดมาตรฐานความรู้เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ) ได้ถึง 1590 จาก 1600 คะแนนหรือคิดเป็น 99.38% และเรียนต่อในระดับปริญญาเอกที่ MIT ระหว่างปี 1975-1979 ภายใต้ศาสตราจารย์  Stanley Fischer อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก รองผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และผู้ว่าการธนาคารกลางของอิสราเอลในปัจจุบัน 4. บิลเกตส์ (เจ้าของไมโครซอฟท์) เริ่มเรียนที่ฮาร์วาร์ในปี 1973 ในสาขานคณิตศาสตร์ประยุกต์ แต่เขาได้ดร๊อปเรียนไป 2 ปี และนั่นทำให้เขาและเพื่อนซี้ พอล อัลเลน ค้นพบ Microsoft ที่เราใช้กันอยู่ทั่วโลก ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร และหัวหน้าสถาปนิกซอฟต์แวร์ นิตยสารฟอบส์ได้จัดอันดับให้ บิล เกตส์ เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกหลายปีติดต่อกัน เรียกได้ว่าเป็นนักธุรกิจที่มีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลกเลยทีเดียว 5. นักแสดงตลก โคนัน โอ'ไบรอัน (Conan O'Brien) จบการศึกษาในปี 1985 ด้วยปริญญาในประวัติศาสตร์อเมริกัน เขาเป็นประธานของนิตยสารล้อเลียนฮาร์วาร์ด เขาเป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์และดาราตลก เป็นพิธีกรLate, เป็นนักเขียนบทให้รายการ Saturday Night Live และซีรีส์แอนิเมชันเรื่อง The Simpsons 6. ดีน นอร์รีส (Dean Norris) เป็นที่รู้จักกันดีในภาพยนตร์ และรายการดัง "Breaking Bad" เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมและวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปี 1985 เขาเป็นนักแสดง เริ่มจากการเล่มซีรีส์ แสดงภาพยนตร์กว่า 140 เรื่อง รวมถึงรายการโทรทัศน์รวมทั้งภาพยนตร์ Total Recall, Terminator 2, อาวุธร้ายแรง 2 Gattaca เป็นต้น 7. แฟรงกลิน เดลาโน โรสเวลต์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (Former U.S. President) เข้าศึกษา Harvard ในปี 1900 และเขาก็มีส่วนร่วมได้เป็นประธานของหนังสือพิมพ์ The Harvard Crimson, เป็นเลขานุการของวงประสานเสียง และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งของสังคมทางการเมือง แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ เขาเป็นประธานาธิบดีคนที่ 32 ของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังเป็นประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด (พ.ศ. 2476-2488) และเป็นประธานาธิบดีเพียงคนเดียวของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับเลือกถึงสี่สมัย ก่อนการประกาศญัตติข้อที่ 22 ในปี พ.ศ. 2494 (22nd Amendment) ซึ่งจำกัดให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้แค่สองสมัยเท่านั้น ซึ่งเขาเป็นผู้นำของประเทศในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และแนวคิดของเขายังก่อให้เกิดองค์กรระหว่างประเทศ คือสหประชาชาติ 8. จอร์จ ดับเบิลยู. บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (Former U.S. President George W. Bush)  เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 43  และเกิดในตระกูลบุชซึ่งเป็นตระกูลนักการเมืองตระกูลใหญ่ของสหรัฐอเมริกา โดยพ่อของเขาคือนายจอร์จ บุชเป็นประธานาธิบดีคนที่ 41 และน้องชาย เจบ บุช เป็นผู้ว่าการรัฐฟลอริดาคนปัจจุบัน จอร์จ ดับเบิลยู. บุช จบการศึกษาจาก ฟีลิปป์ อคาเดมี รัฐแมสซาชูเสต และได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเยล สำเร็จปริญญาอักษรศาสตร์ สาขาประวัติศาสตร์ ในปี 1968 ต่อมาระหว่างสงครามเวียดนาม เขาได้เข้าประจำการกองกำลังป้องกันประเทศทางอากาศ แห่งรัฐเทกซัส เขาเข้ารับการฝึกฝนในกองกำลังเป็นเวลาสองปี และก็ได้เรียนขับเครื่องบินในช่วงนั้นเอง ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเรืออากาศเอก เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 1970 จากการสนับสนุนของนาวาอากาศโทเจอรี บี. คิลเลน ผู้บังคับบัญชาในสมัยนั้น บุชรับราชการเป็นนักบินเครื่องเอฟ-102 จนกระทั่งปี 1972 ในปี 1974  เขาได้รับอนุญาตให้สิ้นสุดวาระรับราชการทหาร หกเดือนก่อนกำหนด เพื่อเข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเขาก็ได้รับปริญญาโทสาขาการบริหารธุรกิจ (MBA) ในปี 1975 ทำให้บุชเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่จบ MBA ภายหลังจบการศึกษา เขาได้กลับไปยังรัฐเทกซัสเพื่อเข้าสู่ธุรกิจน้ำมัน สองปีต่อมา เขาได้เข้าพิธีสมรสกับนางสาวลอรา เวลช์ บรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียน ผู้มีพื้นเพมาจากมิดแลนด์ รัฐเทกซัส พวกเขามีบุตรสาวฝาแฝด บาบารา และเจนนา บุช เมื่อปี 1981 บุชเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่มีบุตรฝาแฝด 9. เฮนรี คิสซินเจอร์ อดีตเลขาธิการรัฐของสหรัฐอเมริกา (Former U.S. Secretary of State) เขาจบจาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ในปี 1950 เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักการทูตชาวอเมริกันเชื้อสายเยอรมัน และเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี ค.ศ. 1973 เคยเป็นที่ปรึกษาความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในรัฐบาลของ ริชาร์ด นิกสัน มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้าง 9 คนดังระดับโลก นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนเลยคะ เช่น Jeremy Lin นักบาวเก็ตบอล, Jill Abramson อดีตบรรณาธิการบริหารนิวยอร์กไทม์ส, John F. Kennedy อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, Mark Zuckerberg ผู้บริหาร Facebook, Matt Damon นักแสดง, Mitt Romney นักการเมืองและนักธุรกิจ, Natalie Portman นักแสดง, Theodore Roosevelt อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา (ปี 1876), Tommy Lee นักแสดง, Yo-Yo Ma นักดนตรี เป็นต้น เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล www.businessinsider.com

มนุษย์เงินเดือนตาร้อน!! เว็บนอกเผย พนักงานกูเกิล ตายยังได้เงินเดือน
google /  กูเกิ้ล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัทเทคโนโลยีเสิร์ชเอนจินชื่อดังของโลกอย่าง กูเกิล (Google) ได้เปิดเผยว่า ทางบริษัทมีสวัสดิการพนักงานเสียชีวิต โดยเป็นการจ่ายเงินเดือน 50% ให้กับภรรยาหรือญาติที่สนิทที่สุด เป็นเวลานานถึง 10 ปี ทั้งนี้ยังรวมถึงค่าเลี้ยงดูบุตรอีกเดือนละ 1,000 ดอลลาร์ (30,000 บาท) จนกว่าบุตรจะอายุครบ 19 ปีบริบูรณ์ ซึ่งนอกจากสวัสดิการดังกล่าวแล้ว กูเกิลยังมีสวัสดิการอื่นๆ อีกมากมาย แม้แต่อาหารฟรี ไปจนถึงซักผ้าหรือล้างรถด้วย Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ดีแทค ปั้นโครงการ dtac Accelerate ทางลัดสุดยอดนักพัฒนาแอพ สู่ซิลิคอน แวลลีย์
dtac /  ดีแทค

ดีแทค ปั้นโครงการ dtac Accelerate พลิกเส้นทางลัดสุดยอดนักพัฒนาแอพ สู่ซิลิคอน แวลลีย์ ศูนย์กลางนวัตกรรมไฮเทคของโลก 27 กุมภาพันธ์ 2556 - ดีแทคเปิดตัวโครงการ dtac Accelerate ประเดิมกิจกรรมแรกด้วยการจัดประกวดผลงานโมบายแอพพลิเคชั่น ในธีม Wizard of App เฟ้นหาสุดยอดนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อคว้าเส้นทางลัดสู่โอกาสในการเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ทำงานกับนักสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอผลงานกับกลุ่มนักลงทุนที่ “ซิลิคอน แวลลีย์” ศูนย์กลางธุรกิจไฮเทคซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก พร้อมรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวม 50 ล้านบาท ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า “ดีแทคเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรม การเลือกใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ดีที่สุด ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจสู่โมบายคอนเทนท์และแอพพลิเคชั่น เพื่อสร้าง application ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ทางด้านการส่งเสริมการตลาดกับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นในประเทศไทย เพื่อนำแอพพลิเคชั่นดีๆ สู่ผู้ใช้บริการ โดยตอนนี้ ทางดีแทคได้ผู้บริหารหน้าใหม่ คือคุณกระทิง เรืองโรจน์ พูลผล มาร่วมงานเพื่อดูแลฝ่ายผลิตภัณฑ์ และ application ecosystem” กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย เราจึงริเริ่มโครงการ dtac Accelerate เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้คนไทยลุกขึ้นมาสร้างนวัตกรรม แอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ และเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมให้คนไทยร่วมปฏิวัติอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพิ่มพื้นที่เรียนรู้และแสดงศักยภาพให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จากการที่เคยผ่านประสบการณ์ทำงานที่ ซิลิคอน แวลลีย์ มาก่อน ผมเชื่อว่าที่นั่นคือศูนย์กลางนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ เป็นจุดเริ่มต้นขององค์กรด้านเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักทั่วโลกมากมาย แต่ก็ไม่ใช่ที่ที่ใครๆ สามารถประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ และวันนี้ ดีแทคได้นำโอกาสนั้นมาสู่คนไทยที่มีความสามารถ มีความกล้าที่จะคิด ทำในสิ่งที่แตกต่าง และเป็นไปได้ โครงการนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นเส้นทางลัดนำทีมนักพัฒนาไทยไปสู่ซิลิคอน แวลลีย์ เพื่อมุ่งมั่นสร้างฝันให้เป็นจริงบนเวทีการแข่งขันระดับโลก” ซิลิคอน แวลลีย์ คือ ศูนย์กลางนวัตกรรมทางเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมไฮเทคระดับโลก ได้รับการขนานนามว่าเป็นเสมือนดินแดนมหัศจรรย์ ที่ซึ่งความคิด ความฝัน เทคโนโลยี และธุรกิจมาสอดประสานกันและสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ให้กับโลกได้เสมอ ตั้งอยู่ที่เมืองซาน ฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งกำเนิดของบริษัทชั้นนำที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก อาทิ กูเกิ้ล ยูทูป แอปเปิ้ล เอชพี ซิสโก้ อินสตาแกรม ฯลฯ ประสบการณ์ของเรืองโรจน์ที่ซิลิคอน แวลลีย์ มีทั้งการทำงานและการร่วมลงทุนก่อตั้งบริษัท โดยทำงานที่บริษัทกูเกิ้ล และเป็นหนึ่งในทีมผู้พัฒนากูเกิ้ลเอิร์ธ โปรแกรมแสดงแผนที่ เส้นทาง และภาพภูมิทัศน์จากทั่วโลก และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Technology Startup สามารถระดมเงินทุน 1.1 ล้านดอลลาร์จาก Angel Investor และเริ่มต้นตั้งบริษัทของตัวเองที่นั่น โดยเรืองโรจน์จะนำเอาประสบการณ์ทำงานที่นั่นกว่า 7 ปี มากลั่นกรองและถ่ายทอดสู่ทีมนักพัฒนาที่เข้าร่วมโครงการ dtac Accelerate ภายในระยะเวลาไม่ถึงปี กิจกรรมแรกของโครงการ dtac Accelerate คือ การจัดประกวดผลงานโมบายแอพพลิเคชั่น ภายใต้ธีม Wizard of App เพื่อหาทีมสุดยอดนักพัฒนาแอพไปสัมผัสบรรยากาศการทำงานแบบองค์กรพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลก ที่ “ซิลิคอน แวลลีย์” ศูนย์กลางธุรกิจไฮเทคของโลก และผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันแคมเปญนี้คือ กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล ซึ่งจะนำเอาประสบการณ์ในการทำงานที่ซิลิคอน แวลลีย์มาบอกเล่าเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประสานงานกับบริษัทต่างๆ ที่นั่นเพื่อนำทีมนักพัฒนาไทยไปเรียนรู้การทำงานแบบนักพัฒนานวัตกรรมระดับโลก โดยโครงการ dtac accelerate ได้พันธมิตรระดับโลกมาสนับสนุนโครงการ อาทิ Blackbox Connect ซึ่งเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ทีมนักพัฒนาแอพที่ชนะเลิศในโครงการ dtac Accelerate จะได้เดินทางไปซิลิคอน แวลลีย์ เพื่อเข้าร่วมโครงการ Blackbox Accelerate เป็น 1 ใน 12 ทีมจากทั่วโลก และมีโอกาสได้นำเสนอผลงานกับกลุ่มนักลงทุน ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งในโลกธุรกิจปัจจุบันที่มีองค์กรพัฒนาเทคโนโลยีจำนวนมากมายและภาวะการแข่งขันอันรุนแรง และนอกจากนี้ทีมรองชนะเลิศจะได้รับโอกาสร่วม Accelerator program ในระดับภูมิภาค ซึ่งโครงการ dtac Accelerate นี้มีของรางวัลมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 50 ล้านบาท การจัดประกวดการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น ในโครงการ dtac Accelerate เปิดรับสมัครผู้แข่งขันเป็นทีมจำนวนไม่เกิน 5 คน ผู้สมัครจะต้องส่งข้อเสนอโครงการพัฒนาแอพ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2556 จากนั้นคณะกรรมการประกวดจะคัดเลือกให้เหลือ 30 โครงการและประกาศผู้ผ่านการคัดเลือกรอบแรกในเดือนพฤษภาคม จะมีการจัดโค้ชชิ่งเวิร์คช็อปโดยทีมนักพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลกให้กับทีมที่ได้รับการคัดเลือกระหว่างเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2556 จากนั้นจะคัดเลือกผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่เข้ารอบสุดท้าย 10 โครงการเพื่อทำการพัฒนาจริง และตัดสินหาทีมผู้ชนะเลิศในเดือนกันยายน 2556 การประกวดโมบายแอพเพื่อคว้าโอกาสในการเรียนรู้ประสบการณ์ทำงานที่ซิลิคอน แวลลีย์ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางลัดสู่ความสำเร็จ ดีแทคยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ภายใต้โครงการ dtac Accelerate ตามมาอย่างต่อเนื่อง    หมดเขตรับสมัคร 30 เม.ย. 56 นะคะ

ล่อง ห้วยโก๋น เส้นทางท้าทายจาก น่าน สู่ หลวงพระบาง
ลาว /  หลวงพระบาง / 

ล่อง ห้วยโก๋น สัมผัสมิตรภาพสองข้างทางและชุมชนต่างถิ่น ที่ไม่ต้องปรุงแต่งเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ได้ยินมาตั้งแต่พอจะรู้ความว่า เมืองหลวงพระบาง เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของลาว มีความเกี่ยวพันกับคนไทยมาแต่ช้านาน ด้วยวัฒนธรรมคนถิ่นที่กลมกลืนกันเหลือเกินในการดำเนินชีวิต มีเสน่ห์ของความเรียบง่าย มีความงามในการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นแต่ดั้งเดิม และจรรโลงพระพุทธศาสนา ซึ่งชาวพุทธอย่างพวกเราน่าจะจัดเวลาให้ตัวเองไปพักกายพักใจหาความสงบตามวิถีนั้น แต่จนแล้วจนรอด เราก็ยังสบโอกาสในการไปเยือนบ้านอ้ายเมืองน้องของเราสักที กระทั่งหน้าหนาวปีใหม่เริ่มมาทักทาย มิตรรักนักชมธรรมชาติทั้งมือโปร และมือใหม่ของเราลงขัน “เวลา” ที่แต่ละคนมีอยู่น้อยนิด สละชีวิตจากการงานชั่วคราวราว 1 สัปดาห์ ออกไปหาประสบการณ์ช่วงแหล่งท่องเที่ยวพักฟื้นตกตะกอนดังเช่นทุกปี ปีนี้มิตรทุกคนเห็นตรงกันอย่างมิได้นัดหมายว่าจะขอพักการเยือนทะแลแดนใต้ ที่สุดแล้ว จ.น่าน กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับคะแนนจากชาวเราเป็นเอกฉันท์ ทั้งๆ ที่แต่ละคนก็ยังไม่เคยได้แวะไปเยี่ยมเยียนกันมาก่อน แต่ความไม่เคยก็อาจเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่ยากจะปฏิเสธได้ “แล้วจะไปกันยังไง จะใช้เส้นทางไหน” หนึ่งในมิตรเดินทางผู้ไม่รู้ถามอย่างข้องใจระคนเป็นห่วง ด้วยรู้ดีว่า เส้นทางสู่เมืองน่านนั้นคดเคี้ยวและต้องฝ่าขุนเขาตระหง่านหลายลูก “ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถ้าหวังจะเห็นพรรณไม้สองข้างทางราบเรียบจากการเดินทางอันราบรื่น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป เมื่ออีกคนออกไอเดียว่าไหนๆ ก็ไหนๆ ก็อยากจะถือโอกาสข้ามด่านชายแดนน่านไปหลวงพระบางของลาวซะเลย และแน่นอน เมื่อตัดสินใจจะข้ามพรมแดนลาวผ่านทางจ.น่าน เส้นทางเดียวที่จะพาเราข้ามไปได้ ก็มีแค่ด่านห้วยโก๋นเท่านั้น เอาล่ะสิ หาเรื่องใส่ตัวให้เดินทางลำบากบากเย็นอีกแล้วมั้ยล่ะ ความท้าทายเกิดขึ้นทันทีเมื่อเพื่อนคนหนึ่งทักว่า หากไม่ใช่คนในพื้นที่แล้ว การจะเข้าออกไทย-ลาวทางด่านห้วยโก๋น นั้นค่อนข้างยาก เราจึงต้องพึ่งทั้งกูเกิ้ล พึ่งทั้งผู้มีประสบการณ์เพื่อที่จะได้เตรียมตัวถูกและเตรียมใจทันหากเราไม่ สามารถผ่านด่านห้วยโก๋นได้ แต่เราก็โล่งอก เมื่อที่สุดแล้ว ก็มีผู้รู้ยืนยันว่า ปัจจุบันนี้ ด่านห้วยโก๋น ได้เปิดจุดผ่านแดนถาวร ไทย-ลาว เมื่อปี 2537 เป็นจุดผ่านแดนสากลแล้ว นักท่องเที่ยวทั่วไปก็สามารถข้ามพรมแดนไทย-ลาวได้สะดวก ขอเพียงปฏิบัติตามกฎ เตรียมเอกสารผ่านแดน คือ หนังสือเดินทาง และหนังสือผ่านแดนชั่วคราว ไปให้พร้อม เอกสารชุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถพักอยู่ฝั่งลาวได้ 3 วัน 2 คืน ใช้เวลาจัดแจงเตรียมตัว จนถึงกำหนดออกเดินทาง คณะเดินทางอยากเก็บแรงไว้สูดโอโซนเมืองน่าน จึงเลือกที่จะใช้บริการบขส. แทนการขับรถทางไกล ซึ่งหากใครมีเวลามากพอก็อาจขับรถไปเองได้ ถือเป็นการสำรวจความเป็นไปของสภาพภูมิประเทศไปในตัว มิตรคนหนึ่งแอบเสียดายที่จับรถไฟไปน่านไม่ได้ เพราะ จ.น่าน ไม่มีเส้นทางรถไฟตัดผ่าน (แต่ทัวร์คาราวานที่รักการเดินทางแบบออฟโรดเขาชื่นชอบนัก) นักท่องเที่ยวธรรมดาๆ แบบพวกเราจึงใช้ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ ไปรอจับรถกันแต่เช้าที่สถานีขนส่งหมอชิต (อันที่จริง ใครอยากเดินทางสบายๆ บินเร็วทันใจ สายการบินนกแอร์ ก็มีเที่ยวบินตรงจากดอนเมืองไปน่าน เปิดให้บริการตั้งแต่ปีที่แล้ว) เส้นทางยาวนานจากเช้าตรู่ในจากกรุงเทพฯ สู่ตัวเมืองน่าน ก็พลบค่ำทำให้พวกเราเหนื่อยอ่อน วันแรกในน่านของเราจึงหมดไปกับการพักผ่อน เพื่อที่จะแข่งกันตื่นแต่เช้า ออกไปสูดไอแรกของเมืองน่านให้สดชื่น และแวะกาดเช้า ดูชีวิตหนุ่มสาวพ่อค้าแม่ค้า และบรรดาพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยออกมาจับจ่ายในวิถีเรียบง่ายที่พวกเราไม่มีโอกาสได้ สัมผัสอย่างลึกซึ้งในเมืองหลวง ถือเป็นการเติมพลังอย่างวิเศษ ก่อนที่คณะของเราจะได้ออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่กันที่ ด่านห้วยโก๋น ด่านห้วยโก๋น นั้นเพิ่งจะมีชื่อติดปากนักท่องเที่ยวระดับสากลเมื่อไม่นาน ด้วยเพราะแต่เดิมเป็นเพียงช่องทางผ่านข้ามพรมแดนระหว่างไทยกับลาวเท่านั้น ด่านห้วยโก๋นอยู่ห่างจากฝั่งตัวเมืองน่านไปราวๆ 138 กม. แต่ไม่ไกลจากเมืองเงิน ที่พักค้างแรมในลาวเพียง 3 กม. แน่นอน หากเราต้องการไปหลวงพระบางด้วยเส้นทางนี้ ก็ต้องเตรียมใจที่จะค้างคืนก่อน เราเลือกที่จะพักในหงสา เพราะเส้นทางใหม่จากเมืองเงินสู่หงสา สร้างเสร็จใช้งานได้แล้ว ทุ่นระยะเวลาเดินทางไปได้มากกว่าเคย ทริปห้วยโก๋น-น่าน-หลวงพระบาง หลายคนที่ไม่คุ้นเคยอาจจะคิดว่าเสียดายเวลาที่หมดไป กับการใช้เส้นทาง การเดินทาง และการพักค้างอ้างแรมก่อนจะไปถึงจุดหมายปลายทาง แต่หากทบทวนดูแล้ว นี่แหละคือ ประสบการณ์ที่เรียกว่าได้มาจากการท่องเที่ยวแท้ๆ การได้สัมผัสความดิบในพื้นที่ๆ ไม่เคยไปและยังไม่มีใครได้เข้าถึง การเรียนรู้ที่จะรับมือหากมีอุปสรรคอยู่ตรงหน้า มิตรภาพริมสองข้างทางและชุมชนต่างถิ่นที่ไม่ต้องคอยปรุงแต่งเพื่อต้อนรับนัก ท่องเที่ยว ประสบการณ์สุดสนุกที่เก็บเกี่ยวได้รอบๆ ตัว ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นเสน่ห์ที่หลายคนพยายามคว้าไชว่เพื่อจะหาแหล่งท่องเที่ยว แปลกๆ เส้นทางใหม่ๆ เพื่อผจญภัยและกำไรชีวิตต่อไปไม่มีหยุด ทิ้งท้ายนิดหนึ่งว่า นอกเหนือจากใจและร่างกายที่เตรียมพร้อมแล้ว อย่าลืมเหน็บกฏ-กติกา-มารยาท และเอกสารสำคัญก่อนเช้าสปป.ลาว เท่านี้ก็จะได้เที่ยวอย่างอุ่นใจไม่เจอแจ็คพ็อตตลอดการเดินทางอย่างแน่นอน ขอบคุณภาพ : sweet2syrup.blogspot.com บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com d View Larger Map

อิหร่านเตรียมใช้ อินเตอร์เน็ตภายในประเทศ ไม่เชื่อมต่อเว็บนอก
google /  กูเกิ้ล / 

MThai News: สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการประเทศอิหร่านมีแผนจะให้ประชาชนใช้ระบบอินเตอร์เน็ตภายในประเทศ ที่เรียกว่า "อินเตอร์เน็ตสะอาด" ที่ไม่สามารถเชื่อมต่อเว็บต่างประเทศได้ โดยจะเริ่มใช้ในเดือนมีนาคม ปีหน้า (2013) ทั้งนี้ ทางการจะสร้างระบบบริการต่างๆขึ้นมาใช้เอง เช่น Iran Mail, Iran Search Engine โดยบริการทั้งหมดของเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Google Youtube Facebook จะถูกปิดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าถึงได้ ซึ่งนักศึกษาคนหนึ่งให้เหตุผลที่กูเกิ้ลถูกแบนว่า เป็นเพราะ มันสามารถค้นหาภาพยนตร์ที่ต่อต้านโลกอิสลาม เรื่อง " Innocence of Muslims" จากเว็บไซต์ยูทูปได้ Mthai News

ทำได้ แต่ไม่จริง บอยคอต แบนสินค้าอียู-สหรัฐ
สหรัฐ /  อียู / 

"สหภาพยุโรปและประเทศไทยมีความผูกพันแน่นแฟ้นต่อกันมาเป็นเวลานานทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองฝ่าย ด้วยเหตุนี้ ทางคณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปจึงได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ในประเทศไทยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยความกังวลเป็นอย่างยิ่ง คณะรัฐมนตรีได้เรียกร้องให้ผู้นำทหารดำเนินการเรื่องที่เร่งด่วนที่สุดในการคืนสู่กระบวนการทางด้านประชาธิปไตยที่มีความชอบธรรมและคืนการปกครองตามหลักรัฐธรรมนูญผ่านทางการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและทุกฝ่ายมีส่วนร่วม คณะรัฐมนตรียังได้ขอให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจสูงสุด โดยจะต้องให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและยึดมั่นต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทหารปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวทางการเมืองทั้งหมด รวมทั้งหลีกเลี่ยงการจับกุมที่มีเหตุผลทางการเมืองและยกเลิกการควบคุมสื่อ การประกาศของผู้นำทหารที่ผ่านไม่นานนั้น ยังไม่ได้ให้หลักประกันที่น่าเชื่อถือในการกลับคืนสู่การปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ อันเป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้จะต้องให้สถาบันทางด้านประชาธิปไตยต่างๆ สามารถกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่เพื่อเป็นหลักประกันการคุ้มครองและสวัสดิภาพของประชาชนทุกคน ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว สหภาพยุโรปมีความจำเป็นที่จะต้องทบทวนการทำงาน โดยให้มีการระงับการเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างกัน สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกจะไม่ลงนามในกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (Partnership and Cooperation Agreement) กับประเทศไทย จนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และความตกลงอื่นๆ จะได้รับผลกระทบตามสมควร โดยประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้เริ่มทบทวนความร่วมมือทางทหารกับประเทศไทย การมีแผนดำเนินการที่น่าเชื่อถือในการ กลับสู่การปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญโดยเร็ว การมีการเลือกตั้งอันน่าเชื่อถือและทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างจริงจังเท่านั้นที่จะสามารถทำให้สหภาพยุโรปให้การสนับสนุนต่อไปได้ คณะรัฐมนตรีจึงได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการทบทวนความสัมพันธ์กับประเทศไทยและอาจพิจารณาดำเนินมาตร การอื่นๆ ต่อไปตามสถานการณ์" ข้อความดังกล่าวข้างต้นเป็นถ้อยแถลงฉบับเต็มจากกลุ่มสหภาพยุโรป หรืออียู ที่ได้ออกแอ๊คชั่นทันที หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติประกาศยึดอำนาจบริหารประเทศจากคณะรัฐบาลชุดก่อน เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่กำลังร้อนระอุในช่วงเวลานั้น หากแปลง่ายๆ ว่ากันซื่อๆ ท่าทีที่เกิดขึ้นเป็นเสียงคำรามของผู้มีอำนาจในโลก ต้องการขู่ให้จัดเลือกตั้งมีประชาธิปไตยในไทย ตามครรลองของประเทศที่เจริญ ต้องการโดยเร็ว ถ้าไม่ทำก็อย่าหวังที่จะได้รับความร่วมมือ ทว่าคสช.กลับนิ่งเฉยเมินต่อปฏิกิริยา ขอเดินหน้าเน้นทำความเข้าใจ ชี้แจงถึงความจำเป็นในบริบทประชาธิปไตยแบบไทยๆ แต่กระนั้นด้วยกระแสกดดันที่เกิดขึ้นกลับส่งผลยังคนไทยบางกลุ่มที่ไม่พอใจกับท่าทีของอียู ต่างพากันตบเท้าพาเหรดประกาศขอแบนสินค้าดังจากทั้งยุโรป และอเมริกาที่ได้ออกมาแอนตี้ Thai Coup ก่อนหน้านี้ และเมื่อสำรวจตามหลักความจริงที่เป็นอยู่ บอกได้เลยว่าทำได้ยากถึงยากมาก เพราะไม่ว่าจะแลซ้ายหรือแลขวาก็เห็นสินค้าตีตราอิมพอร์ตจาก 2 ทวีปเต็มไปหมด ทั้งมือถือไอโฟน เฟสบุ๊ค กูเกิ้ล แมคโดนัลด์ เครื่องดื่มโค้ก เครื่องแต่งตัวลีวาย รองเท้ารีบอค กาแฟสตาร์บัค กุชชี่ ดิออร์ รถเบนซ์ บีเอ็ม โรงแรมห้าดาวฮิลล์ตัน ไฮแอท ฮอลิเดย์อินน์ รวบถึงความบันเทิงในรูปแบบภาพยนตร์ฮอลลีวูด และฟุตบอลพรีเมียลีก ฯลฯ ถามว่าถ้าเราใจแข็งพอ ไม่ขอใช้ของจากพวกเขา แล้วเราจะมีของจากที่อื่นมาทดแทนหรือไม่? คำตอบก็คือมี เพราะเราทำกันเอง ใช้กันเองในประเทศ และใช้ของที่เหมือนกับอียู-สหรัฐในประเทศอื่นๆ ได้ แต่ถ้ามองให้ลึกสืบให้รู้ กลับพบว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ เชื่อมโยงฟากอียู และสหรัฐอยู่ดี  เพราะสินค้าจากประเทศมหาอำนาจครอบคลุมแทบทุกลมหายใจของคนในโลกไปแล้ว ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราเปลี่ยนสมาร์ทโฟนจาก Iphone มาใช้ SamSung แม้ชื่อจะบอกอยู่โลกตะวันออกไม่เกี่ยวกับอียู หรือ สหรัฐ แต่กลับพบว่าระบบปฏิบัติการที่ใช้ภายในเครื่องกลับถูกผลิตโดยทีมงานจากอเมริกาทั้งสิ้น การต่อต้านแสดงจุดยืน ไม่เอาสินค้า และบริการจากยุโรป-อเมริกา นั้น ไม่ใช่สิ่งผิด เพราะเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แถม คสช. ก็ไม่ได้มีคำสั่งห้าม ถ้าปากบอกว่าบอยคอต แต่ไม่เห็นจะทำอะไรเป็นรูปธรรม ตัวเองยังใช้สินค้าจากอียู ก็ดูเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ต่างจากการผายลม เหม็นชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็หายไป อย่างที่คุณชูวิทย์ ได้เปรียบไว้ในเฟซบุ๊ก ทางที่ดีควรคิดสักนิด ก่อนจะใส่ความเห็นแสดงตน เพื่อไม่ให้เลือดรักชาติ พลุกพล่านไปทางที่ผิด เป็นการลดมิตรเพิ่มศัตรูให้ตัวเอง เพราะท้ายที่สุดเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ประเทศเหล่านั้นก็ต้องกลับมาซูฮกร่วมหอลงโรงด้วยอยู่ดี "ไทยทำ มงคลเจริญ"

เจอ คำถาม ยากจาก ลูกอนุบาล พ่อแม่ ทำอย่างไรดี
คำถาม /  พ่อแม่ / 

เจอ คำถาม ยากจาก ลูกอนุบาล พ่อแม่ ทำอย่างไรดี “แม่ขา…ตัวนี้ชื่อตัวอะไรคะ?”  หรือ “พ่อจ๋าทำไมคืนนี้ดวงจันทร์เต็มดวงลูกเบ้อเริ่มเลย?” เจอคำถามตอบยากแม้จะสถานการณ์ปกติที่ พ่อแม่ ลูกวัยอนุบาลต้องเจอ แต่พ่อแม่หลายคนก็หนักใจแบบไม่ปกติเสียเลย พาเขาไปหาคำตอบจากกูเกิ้ล ก็อาจไม่ใช่คำตอบและวิธีที่ดีสำหรับ ลูกอนุบาล เสมอไป เพราะลูกอาจจะอยากสื่อสารกับเรามากกว่า ขณะเดียวกัน การศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด บรู๊คส์ ก็พบว่า เด็กวัยนี้จะเริ่มสังเกตได้ว่าใครที่รู้จริงหรือใครที่พูดตามคนอื่น.. เอาละสิ  จะมั่วซั่วไก่กาไปอย่างแต่ก่อนก็ไม่ได้แล้ว นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจำเป็นต้องตอบคำถามลูกทุกครั้งไปหรอกนะ  เพราะไม่ใช่เรื่องแย่อะไรถ้าคุณจะบอกเขาว่าคุณไม่รู้หรือยังไม่ค่อยแน่ใจในบางเรื่อง ( ดีกว่าตอบผ่านไปๆ ไป) เพราะการตอบว่าไม่รู้จะช่วยให้เด็กๆ เข้าใจความแตกต่างของระดับความรู้ของคนผ่านขั้นตอนเหล่านี้ ขอขอบคุณภาพและเนื้อหาจาก นิตยสาร Real Parenting

กูเกิ้ล กังวล พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คุกคามอินเทอร์เน็ตไทย
กูเกิ้ล /  ประชาไท / 

MThai News : กูเกิ้ลไทยแลนด์ ได้เผยแพร่บทความของ รอส ลาเจอร์เนส หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แสดงความกังวลในเรื่องข้อกฎหมายของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่อาจจะคุกคามอนาคตของอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย จากกรณีที่ มีการตัดสินจำคุก 8 เดือน ผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไท อ่าน : คุก 8 เดือน ผอ.เว็บไซต์ประชาไท หลังมีข้อความหมิ่นเบื้องสูงในเว็บ .................................................................................... โดยบทความดังกล่าวระบุว่า ธุรกิจนับล้านไม่ว่าจะขนาดเล็ก กลางหรือขนาดใหญ่ทั่วประเทศไทยเติบโต เจริญรุ่งเรืองและมีความหวังจากการทำให้ธุรกิจออนไลน์ เรื่องราวความสำเร็จจากอินเตอร์เน็ตของประเทศไทยที่ผมได้พบเห็นเป็นการบันดาลใจอย่างแท้จริง - จากนักตกแต่งบ้านที่่ใช้เว็บไซต์ฟื้นฟูธุรกิจที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม ไปจนถึงผู้ผลิตชุดกีฬาและอุปกรณ์กีฬามวยไทยที่สร้างปรากฎการณ์เผยแพร่วัฒนธรรมที่โดดเด่นของไทยไปสู่ตลาดโลกได้อย่างงดงาม มีเรื่องราวดีๆ อีกมากมายของคนไทยและธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จจากโลกออนไลน์ในลักษณะนี้ ซึ่งนี่เป็นแค่ตัวอย่างเพียงหยิบมือของศักยภาพที่มีอยู่ในประเทศไทย แต่น่าเสียดายที่อนาคตของอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยกำลังมีการคุกคามอย่างร้ายแรงอันหนึ่งเกิดขึ้น วันนี้มีการประกาศคำพิพากษาของคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นในศาลไทยที่กำลังวิ่งสวนทางกับความน่าตื่นเต้นของประเทศและบทบาทที่สำคัญที่จะนำมาซึ่งเสรีภาพ การเปิดกว้างและความรุ่มรวยของอินเตอร์เน็ตมาสู่ชีวิต เรื่องย่อๆ ของกรณีนี้คือการที่ผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่เปิดเว็บไซต์ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 8 เดือน โดยให้รอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี ด้วยข้อหา มีเจตนาจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีข้อความที่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีผู้โพสต์ไว้ ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ ซึ่งเธอได้ลบข้อความนั้นออกหลังจากที่เธอรับรู้ การตัดสินจำคุกเธอจากสิ่งที่เธอไม่เคยเขียนส่งสาส์นถึงผู้ประกอบการและนักธุรกิจชั้นนำที่ทำธุรกิจบริการอินเตอร์เน็ตแพลต์ฟอร์มในประเทศไทยว่าพวกเขาอาจหรือถูกลงโทษอย่างรุนแรงจากการกระทำของผู้ใช้ การตัดสินครั้งนี้เป็นแบบอย่างที่น่ากังวลอย่างมากเพราะว่าอินเตอร์เน็ตแพลตฟอร์มหรือที่อ้างถึงบ่อยๆ ว่า “ตัวกลาง” เป็นเครื่องมือและเว็บไซต์ที่พวกเราหลายๆ คนใช้อยู่ทุกวันเพื่อเชื่อมโยงกับเพื่อนฝูง ครอบครัว และลูกค้าทั่วโลก เช่น เครือข่ายสังคม ตลาดออนไลน์และเว็บสนทนาต่างๆ เหล่านี้เป็นฐานรากของเว็บทั้งสิ้น ลองจินตนาการดูว่าหากพรุ่งนี้บริการออนไลน์ทั้งหลายที่คุณใช้อยู่ปิดลงเพราะว่าเจ้าของบริการเหล่านั้นเกรงการถูกจำคุกเพราะเห็นความเสี่ยงที่มีมากกว่าสิ่งที่จะได้กลับมา เราไม่เพียงแต่จะเสียบริการที่เราชอบหรือต้องใช้งาน เราอาจต้องเสียความสามารถที่จะมีส่วนร่วมกับบทสนทนากับคนทั่วโลก และนั่นเป็นหัวใจและวิญญาณของอินเตอร์เน็ต เชื่อมโยงกับคนทั้งโลก สร้างสรรค์นวัตกรมและรับประสบการณ์จากโอกาสที่มีอยู่ในหลายๆ ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจดิจิตอลประกอบอยู่อย่างแนบแน่น อินเตอร์เน็ตเชื่อมเราเข้ากับความคิดของเรา เสรีภาพและการเปิดกว้างของอินเตอร์เน็ตทำให้เรามั่นใจว่าความคิดที่ยอดเยี่ยม ความคิดที่จุดประกายให้เกิดนวัตกรรมและมีศักยภาพในการเปลี่ยนโลกของเราไปสู่โลกที่ดีกว่าจะมีพื้นที่ให้คนได้เห็น ให้ได้ยินและให้ได้แบ่งปัน บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์ไม่ถูกลงโทษจากบทสนทนาของผู้ใช้โทรศัพท์ ในขณะเดียวกันเจ้าของเว็บไซต์ที่มีความรับผิดชอบไม่ควรได้รับการลงโทษจากความเห็นของผู้ใช้ที่ไปโพสต์บนเว็บไซต์นั้นๆ แต่ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กำลังถูกใช้เพื่อการนี้ พ.ร.บ. คอมพ์ฯ​ ยับยั้งการเกิดของนวัตกรรมและตัดโอกาสการลงทุนในประเทศที่มีคนที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ เราเข้าใจดีว่าเรื่องนี้ไม่่ใช่เรื่องธรรมดาๆ เรื่องนี้ซับซ้อนและหลายๆ ครั้งก็ไม่อาจชี้ชัดไปได้ว่าผิดหรือถูก แต่หากมีความโปร่งใสในกฏระเบียบเกี่ยวกับการระบุให้ชัดเจนและการดำเนินการกับเนื้อหาที่ไม่ถูกกฎหมายประเทศไทยจะก้าวไปข้างหน้าสู่เสรีภาพและการเปิดกว้างของอินเตอร์เน็ต และนั่นเป็นการช่วยให้คนไทยหลายล้านคนตั้งแต่เจ้าของกิจการขนาดเล็ก นักเรียน นักศึกษาไปถึงข้าราชการเชื่อมโยงกับคนทั้งโลกได้ และช่วยระบบเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป Google มุ่งมั่นกับประเทศไทยและผู้ใช้ชาวไทย เราปรารถนาที่จะอยู่ในประเทศไทยในระยะยาว และเราหวังที่จะเห็นอนาคตอันสดใสที่ให้เราทั้งหมดได้เชื่อมโยงกัน โดย รอส ลาเจอร์เนส หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Posted by Ross LaJeunesse, Head of Public Policy, Asia Pacific Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

google /  Google Maps / 

"ชาวบ้านสะเอียบ แถลงขอโทษกูเกิล ชาวไทย พร้อมต้อนรับรถ Street View หากมาอีก!!"   กลายเป็นข่าวให้คนโฟกัสการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ อย่างช่วยไม่ได้ หลังรถ Google Street View ซึ่งเข้าไปเก็บภาพพื้นที่ โดนชาวบ้านสะเอียบล้อม แล้วให้คนขับ ไปสาบานต่อหน้าพระ ว่าไม่ใช่พวกมาสอดแนม สนับสนุนการสร้างเขื่อน   ล่าสุด หลังพูดคุยจนเข้าใจตรงกันแล้ว ทางชาวบ้านสะเอียบก็ออกแถลงการณ์ขอโทษถึงกรณีดังกล่าว ทั้งต่อ   กูเกิ้ล และต่อชาวไทยเอง ที่ทำให้เสียชื่อเสียง     " ต้องขอโทษน้อง บริษัทกูเกิล รวมทั้งคนไทยทั้งชาติ ที่ทำให้เสียชื่อเสียงต่อเหตุการณ์นี้ รับรองมาคราวหน้า ทางเราจะต้อนรับอย่างดี " นายวิชัย รักษาพล ประธานคณะกรรมการคัดค้านเขื่อน ต.สะเอียบ กล่าว   " ชาวบ้านมีมาตรการเข้มงวด ป้องกันพวกสำรวจสร้างเขื่อน ถึงขนาดจัดเวรยามอย่างเคร่งเครียด เฝ้าป่าไม้ไม่ให้เขื่อนมาทำลาย ยิ่งเห็นกล้องบนรถหมุนรอบทิศทางก็งง เมื่อตรวจสอบแล้วว่าไม่ใช่ ก็ต้องขอโทษด้วย  " นายวุฒิชัย ศรีคำภา ตัวแทนสะเอียบ กลุ่มเยาวชนตะกอนยม กล่าว     สำหรับโครงการ Street View นั้น ดำเนินการอย่างถูกกฏหมาย โดยได้ร่วมกับ ททท. เพื่อเก็บภาพความสวยงามของประเทศไทย ให้ชาวโลกเห็น   ดำเนินงานมาแล้ว 2 ปี เก็บภาพไป 17 จังหวัด ซึ่งผู้ใช้ทั่วโลก สามารถเข้าไปชมภาพสตรีทวิวได้ที่ google.co.th/maps ส่วนรถสตรีทวิว ( Google Maps Camera Car ) นั้น มีหน้าตาเต็มๆ แบบด้านล่างนี้ วอนอย่าล้อม !!     Source : prachatai

ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่
Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) /  กูเกิ้ล / 

Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เสิร์จเอ็นจิ้นดัง "กูเกิล" ปรับโฉม "ดูเดิล" ต้อนรับ "ฟุตบอลโลก" เปลี่ยนโลโก้เป็น "ภาพการ์ตูนสุดเก๋ มีลูกฟุตบอล ชายหาด รวมทั้งรูปปั้นพระเยซูคริส์อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศบราซิล" พร้อมค้นหาข้อมูลฟุตบอลโลก โดยอัตโนมัติ นับได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำสำหรับเว็บไซต์เสิร์จเอ็นจิ้นชื่อดัง "กูเกิล" อยู่แล้ว ที่จะมีการปรับโลโก้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ตามเทศกาลต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า "ดูเดิล" สำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก เวิลด์ คัพ 2014 ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 20 แล้ว โดยมีประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ ซึ่งก็นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ของบราซิลแล้วล่ะที่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอย่างนี้ หลังจากที่เคยเป็นเจ้าภาพไปครั้งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ โดยจะจัดแข่งขั้นใน 12 เมืองทั่วบราซิล MThai News

22-2-56กูเกิ้ลเปิดตัวโครมบุ๊ค พิกเซล
โครมบุ๊ค /  พิกเซล

“กูเกิ้ล” เปิดตัว “โครมบุ๊ค พิกเซล” วันนี้ ( 22 ก.พ.56 ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า บริษัท “กูเกิ้ล” เผยโฉมโน้ตบุ๊คระดับ “ไฮ-เอนด์” ของบริษัทที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย และรูปลักษณ์อันโดดเด่นด้วยหน้าจอระบบสัมผัส โดยตั้งเป้าขอท้าชนกับ “แมคบุ๊คส์” ของบริษัท “แอปเปิ้ล” พร้อมกับเผยแผนเตรียมปล่อยซอฟท์แวร์ระบบปฏิบัติการใหม่ เพื่อให้เป็นทางเลือกนอกจาก “วินโดวส์ 8” ของไมโครซอฟท์ นายซันดาร์ พิชัย รองประธานอาวุโสของกูเกิ้ล โครม กล่าวในงานเปิดตัวสินค้าเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “โครมบุ๊ค พิกเซล” เป็นการผสมผสานทางเทคโนโลยีอย่างลงตัวระหว่างแท็บเล็ต กับโน้ตบุ๊ค มาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 12.85 นิ้ว กอริลลา กลาส ที่มีความละเอียด 239 พิกเซลต่อนิ้วสัมผัส และระบบปฏิบัติการ “โครม โอเอส” ที่ทีมวิศวกรของกูเกิ้ลบรรจงพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นระบบปฏิบัติการพื้นฐานสำหรับโน้ตบุ๊ครุ่นต่อไปของบริษัท พิชัยย้ำว่า โครมบุ๊ค พิกเซล ของกูเกิ้ล แตกต่างจากโน้ตบุ๊ค และเน็ตบุ๊คของบริษัทอื่นที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน พร้อมกับประกาศชัดเจนว่า บริษัทต้องการให้สินค้าตัวนี้ชิงพื้นที่ในตลาดจากโน้ตบุ๊คตระกูล “แมค” ของแอปเปิ้ล ในส่วนของวันเริ่มต้นวางจำหน่ายที่แม้จะยังไม่มีการระบุอย่างเป็นทางการ แต่พิชัยเปิดเผยว่า จะเริ่มวางจำหน่ายสินค้าตัวนี้ในสหรัฐและอังกฤษเป็น 2 ประเทศแรก ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 40,269 บาท ) ขณะที่ราคาของโครมบุ๊ค พิกเซล พร้อมระบบเชื่อมต่อบริการอินเตอร์เน็ทของเครือข่ายเวอไรซอน จะเริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐ ช่วงเดือนเม.ย.นี้ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,499 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 46,469 บาท ) นอกจากนี้ กูเกิ้ลยังเตรียมปล่อยซอฟท์แวร์ระบบปฏิบัติการสำหรับโน้ตบุ๊ค และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ( พีซี ) ในชื่อ “ควิกออฟฟิศ” ที่จะมาตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนวัยทำงาน ด้วยโปรแกรมสำนักงานพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมพิมพ์งาน ทำตารางวิเคราะห์ และสไลด์สำหรับนำเสนอผลงาน ภายในอีก 3 เดือนข้างหน้าด้วย ----------------

กูเกิลแจงตัวเลข ขอข้อมูลผู้ใช้ จากรบ.ทั่วโลก
กูเกิ้ล /  ข้อมูลผู้ใช้ / 

กูเกิลแจงตัวเลขขอข้อมูลผู้ใช้ จากหลายรัฐบาลทั่วโลก ระบุ สหรัฐส่งคำขอมากสุดถึง 83% จากคำขอทั้งหมด สำนัก ข่าวบีบีซี รายงาน ตามที่บริษัทกูเกิล เปิดเผยข้อมูล ตัวเลขคำขอทราบข้อมูลผู้ใช้จากรัฐบาลของแต่ละประเทศทั่วโลก ที่มีมากถึง53,356 คำขอ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำขอจากรัฐบาลสหรัฐ โดยอ้างอำนาจความเป็นรัฐบาลในการขอเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ ซึ่งคำขอส่วนใหญมาจากรัฐบาลสหรัฐ และตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมคำขอที่มา จากหน่วยความมั่นคงของสหรัฐ (NSA) อีกด้วย รายงานระบุว่า 69%  ของคำขอเป็นของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ขณะที่สหรัฐส่งคำขอมาถึง 83% จากคำขอทั้งหมดและมี 1,397 คำขอ ที่ข้อมูลถูกส่งไป ข้อมูลนี้เพียงช่วงระยะเดือนกรกฎาคม-เดือนธันวาคม ของปีที่แล้วเท่านั้น

แน่นอก ฮอตเว่อร์ ติดอันดับเพลงไทยที่ถูกค้นหามากที่สุดในรอบปี
google /  ขอใจเธอแลกเบอร์โทร / 

คุกเข่า - แน่นอก ติดอันดับ เพลงไทยที่ถูกค้นหามากที่สุด ใน Google ใบเตย - หญิงลี ฮอต บุคคลหญิงที่มีคนค้นหามากสุดแห่งปี 2556 ใกล้สิ้นปี 2556 แล้ว เว็บ search engine ชั้นนำอย่าง กูเกิ้ล ได้ทำการสรุป คำค้นหาแห่งปี จากหลากหลายหมวด โดยในประเภทเพลง ในปีนี้ มาแรงสุดๆ ต้องยกให้เพลง รักต้องเปิด (แน่นอก) ที่ถูกค้นหามากที่สุดจาก Google นอกจากนี้ ยังมีเพลง คุกเข่า จากวง Cocktail รวมทั้งเพลง ไม่บอกเธอ จากวง Bedroom Audio ที่ถูกนำไปประกอบซีรี่ส์ร้อนแรงแห่งปีอย่าง ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ส่วนคนดังประจำปี ที่ถูก Search จาก Google มากที่สุดในปีนี้ ฝ่ายชาย ไผ่ พงศธร,แกงส้ม,สายัณห์ สัญญา,โตโน่ ฝ่ายหญิง หญิงลี ที่มาแรงสุดๆ จากเพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร,ใบเตย อาร์สยาม ที่มีผลงานให้แฟนๆได้ติดตามตลอดทั้งปี รวมทั้ง อีก 2 นักร้องสาวลูกทุ่ง ตั๊กแตน ชลดา และ ต่าย อรทัย 10 อันดับ เพลงไทยที่ถูกค้นหามากที่สุด ใน Google 1 คุกเข่า / Cocktails 2 รักต้องเปิด (แน่นอก) / 3.2.1 feat.ใบเตย อาร์สยาม 3 ไม่บอกเธอ / Bedroom Audio (Ost.ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น) 4 เเค่คุณ / Musketeers 5 ลมเปลี่ยนทิศ / บิ๊กแอส 6 ภูมิแพ้กรุงเทพ / ป้าง นครินทร์ feat.ตั๊กแตน ชลดา 7 อาย / สิงโต นำโชค 8 แสงสุดท้าย / Bodyslam 9 โป๊ (ใจมันเพรียว) / ใบเตย อาร์สยาม 10 พูดไม่ค่อยถูก / ABnormal และนี่ ก็คือบทสรุปแห่งปี ที่ Google ได้ทำการจัดอันดับมาอัพเดทให้ได้ทราบกัน ปีหน้าฟ้าใหม่ ก็มาติดตามกันว่า จะมีคำไหน หรือ ใครที่มาแรงอีกบ้าง กูเกิ้ล เผย คำค้นหามากที่สุดในไทย ปี 2556 เว็บไซต์กูเกิ้ล ผู้ให้บริการเสิร์จเอนจิ้น รายใหญ่ของโลก ได้เผยคำที่ถูกค้นหามากที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2556 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ยูไนเต็ด-แคททาลิสท์ฯ ลดล้างคลัง ทั้ง Blu-ray, DVD และ VCD เจอกันที่ปากเกร็ด 21-25ธ.ค.
sale /  warehouse sale 2012 / 

online trading academy educationบริษัท แคททาลิสท์ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท ยูไนเต็ด โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ขอเชิญมาร่วมกันช้อปแหลกกับสินค้าลิขสิทธิ์ในราคาพิเศษสุดๆ เปิดคลังสินค้าลดราคาล้างโกดังครั้งใหญ่! ทั้งวีซีดี ดีวีดี และบลูเรย์ ทางบริษัทได้ขนเอาภาพยนตร์ชั้นนำหลายเรื่องมาลดราคาพิเศษสุดๆ จัดงานวันที่ 21-25 ธันวาคม ปีนี้ขยายเวลา ตั้งแต่ 10.00 น.-20.00 น. ณ คลังสินค้า ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-503-4477 ---------------------------------------- ดูแผนที่แบบ กูเกิ้ล สตรีทวิว View Larger Map jfdghjhthit45

ชาวบ้านออกแถลงการณ์ขอโทษกูเกิ้ล ปมล้อมรถกูเกิ้ลสตรีทวิว
กูเกิ้ล /  ข่าวจังหวัดแพร่ / 

จากกรณีที่ชาวบ้านในต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กว่า 20 คน เข้าไปรุมล้อมรถ Google Maps Camera Carที่ใช้เก็บบันทึกภาพสำหรับบริการกูเกิ้ลสตรีทวิว เนื่องจากเกรงว่ารถคันดังกล่าวจะเข้ามาสำรวจพื้นที่แก่งเสือเต้น ซึ่งกำลังเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนของรัฐบาล จนเป็นข่าวขึ้นมานั้น ล่าสุดทางกลุ่มราษฎรรักษ์ป่าได้ออกแถลงการณ์ขอโทษโดยระบุว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการเข้าใจผิด และได้ขอโทษต่อบริษัทกูเกิล และขอโทษต่อคนไทยทั้งชาติที่ทำให้เสียชื่อเสียง และยินดีต้อนรับหากรถกูเกิลสตรีทวิว กลับมาเยือนชุมชนอีกครั้ง สำหรับข้อความทั้งหมด มีดังนี้ แถลงการณ์กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ขอโทษ Google ในการเข้าใจผิดการสำรวจแผนที่สถานที่ท่องเที่ยว จากการที่ชาวบ้านสะเอียบกว่า 20 คน ได้เชิญตัวเจ้าหน้าที่บริษัท Google มาสาบานต่อหน้าพระประธานวัดดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ว่าการสำรวจ ถ่ายภาพของบริษัทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง และได้เชิญตัวออกนอกพื้นที่เมื่อวานนี้นั้น กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ขอแสดงความเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ ขอโทษเจ้าหน้าที่และบริษัท Google เป็นอย่างสูง เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่มีความตึงเครียดมากจากการที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธาน กบอ. ได้ประกาศชัดเจนว่าต้องสร้างเขื่อนให้ได้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างวิตกกังวลเป็นอย่างมาก และได้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้มาหลายครั้งจนทำให้ชาวบ้านเกรงว่าจะมีการสวมรอยเข้ามาสำรวจพื้นที่ จากการตรวจสอบพบว่า Google ได้ทำการสำรวจเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อนำไปไว้ในแผนที่ของทางบริษัท เพื่อให้คนทั่วโลกได้โหลดไปใช้ประโยชน์ ฟรีบ้าง เสียเงินบ้าง ตามแต่บริษัทจะกำหนด กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและอนาคตของลูกหลานคนไทยและคนทั่วโลก จึงประกาศขอโทษต่อเจ้าหน้าที่และบริษัท Google รวมทั้งขอโทษต่อคนไทยทั้งชาติ ที่ทำให้คนไทยเสียชื่อเสียงในเรื่องที่เกิดขึ้น กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ ขอความเห็นใจมายังทุกท่านได้โปรดเข้าใจและเห็นใจชาวบ้านสะเอียบ ที่ต้องทำหน้าที่ปกป้องรักษาป่าสักทองและชุมชนสะเอียบ เพื่อคนไทยทั้งชาติ และคนทั่วโลก เช่นกัน ทั้งนี้กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ยืนยันที่จะคัดค้านเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง สืบต่อไป และเสนอให้รัฐบาลและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ หันมาใช้ 12 แนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งลุ่มน้ำยม เพื่ออนาคตของลูกหลาน เพื่อคนไทยทั้งชาติ และเพื่อเพื่อนร่วมโลก ขอแสดงความนับถือ กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ 14 สิงหาคม 2556 ณ วัดดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ...................................................................................................... ชาวบ้านล้อมรถกูเกิ้ลสตรีทวิว หวั่นเป็นสายลับสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น วานนี้(13 ส.ค.) มีรายงานข่าวว่า ชาวบ้านในต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กว่า 20 คน เข้าไปรุมล้อมรถGoogle Maps Camera Carที่ใช้เก็บบันทึกภาพสำหรับบริการกูเกิ้ลสตรีทวิว เนื่องจากเกรงว่ารถคันดังกล่าวจะเข้ามาสำรวจพื้นที่แก่งเสือเต้น ซึ่งกำลังเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนของรัฐบาล นายดีพร้อม ฟูฟอง อายุ 27 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ผู้ขับรถคันดังกล่าวของบริษัทกูเกิล เผยว่า ตนกำลังขับรถเพื่อเก็บข้อมูลเส้นทางเพื่อส่งไปยังบริษัทแม่ของกูเกิ้ลแต่ชาวบ้านไม่ยินยอมและไม่เชื่อถือ จึงได้นำตัวมาพบกำนันเพื่อเข้าชี้แจง แต่ชาวบ้านยังไม่เชื่อและให้นำตัวไปสาบานต่อหน้าพระประธานในวัดประจำหมู่บ้าน นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ร้องขอไม่ให้เข้ามาสำรวจอีกเนื่องจากอาจจะเกิดปัญหาและความไม่ปลอดภัย โดยตนไม่รู้ว่าพื้นที่นี้กำลังมีปัญหาอยู่ ซึ่งตนต้องขอให้กำนันเซ็นต์หนังสือยืนยันรับรองว่าชาวบ้านไม่ให้สำรวจเพื่อชี้แจงไปยังบริษัทด้วย โดยหลังจากสาบานต่อหน้าพระประธานแล้ว ชาวบ้านได้ร้องขอให้ออกนอกพื้นที่โดยเร่งด่วน ทั้งนี้ Google Street View เป็นเทคโนโลยีที่จะปรากฏบนแผนที่กูเกิลในมุมมองภาพแบบพาโนรามา 360 องศา โดย Google ได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2007 มีจำนวนกว่า 100 เมือง ใน 27 ประเทศที่ได้จัดทำและมีการเผยแพร่ภาพแผนที่ Street View ไปแล้ว แผนที่ภาพ Google แผนที่กับสตรีทวิว จะถูกถ่ายจากถนนสาธารณะหรือสถานที่ส่วนบุคคลที่เราได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำได้ ภาพถ่ายแผนที่เหล่านี้จะมีมุมมองในลักษณะคล้ายกับบุคคลที่นั่งขับรถหรือเดินไปตามถนน โดยรถคันดังกล่าวปัจจุบันเดินทางเก็บภาพไปแล้วเกือบรอบโลกไม่เว้นแม้กระทั่งขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ MthaiNews

ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

ถ้าพูดถึงการจะทำรายงานแต่ละทีวัยรุ่น - วัยทำงานสมัยนี้ก็ต้องนึกถึงการเข้าอินเทอร์เน็ต กูเกิ้ล แทนการเข้าห้องสมุดที่ดูยังไงก็ล้าหลังไปซะแล้วสิ สำหรับยุคสมัยนี้ แต่ถ้าเพื่อนๆ ได้มาเห็น ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก นี้ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าต้องมีหลายคนเลยหล่ะ ที่อยากเข้ามานั่งเล่น อ่านหนังสือกัน^^ ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Anagrama โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล  ไอเดียความคิดสร้างสรรค์นี้ออกแบบมาเพื่อต้องการส่งเสริมให้เด็กๆ รักการเรียนรู้ที่จะอ่านหนังสือ ได้ทั้งความรู้และความสนุกไปพร้อมๆกัน  ห้องสมุดแสนเก๋นี้ตั้งอยู่ที่ Fundidora Park โดยเมือก่อนนั้นที่แห่งนี้เคยเป็นโรงหลอมเหล็กมาก่อน แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการปรับปรุงใหม่ให้ดูทันสมัยและมีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น เช่น ห้องสมุด, พิพิธภัณฑ์, หอประชุม เป็นต้น  เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่า มีชั้นวางหนังสือเป็นรูปทรงเรขาคณิต - ทรงสามเหลี่ยมอยู่มากมาย ที่ทำเป็นรูปแบบนี้ก็เพราะเขาต้องการออกแบบสะท้อนให้เห็นภูมิประเทศที่เป็นภูเขาของเมือง Monterrey  นั่นเอง โดยชั้นวางหนังสือเป็นทรงเรขาคณิตเอาไว้เป็นชั้นเก็บหนังสือต่างๆ อีกทั้งทำพื้นยกระดับอีกหลายชั้น พร้อมปูพรมเพื่อที่จะให้เด็กๆ ได้เล่นและเพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือ นอกจากนี้ก็ตกแต่งสีสันสดใสในห้องเพื่อส่งเสริมจิตนาการด้วยคะ .. ถ้างั้น ห้องสมุด ก็คงจะไม่ใช่สถานที่ที่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้วสินะ ^^ ข้อมูลโดย designtaxi.com เรียบเรียงโดย teen.mthai