กูเกิ้ล

เผยภาพเมืองร้าง ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิม่า
เมืองร้าง

28 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กูเกิ้ลยักษ์ใหญ่ด้านบริการค้นหา ได้เปิดเผยภาพเมือง นามิเอะ เมืองที่อยู่ในเขตอพยพ 20 กม.รอบโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ หลังจากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2553 ภาพดังกล่าวถ่ายจากรถติดกล้อง กูเกิ้ล สตรีทวิว โดยมีสภาพเมืองร้างที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ปรากฎภาพความเสียหายบางส่วนเหมือนกาลเวลาหยุดนิ่ง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นามิเอะเป็นเมืองร้าง เนื่องจากวิกฤตเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลอมละลาย ทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ปนเปื้อนในน้ำและอากาศ  โดยหากใครอยากลองสำรวจเมืองนามิเอะ สามารถทำได้ง่ายๆเพียง ค้นหาในแผนที่กูเกิ้ล " Japan, Namie-machi, Futaba-gun, Fukushima Prefecture " ก็จะพบกับภาพเมืองไร้ผู้คนที่น่าหดหู่ใจ MThai News

แน่นอก ฮอตเว่อร์ ติดอันดับเพลงไทยที่ถูกค้นหามากที่สุดในรอบปี
google /  ขอใจเธอแลกเบอร์โทร / 

คุกเข่า - แน่นอก ติดอันดับ เพลงไทยที่ถูกค้นหามากที่สุด ใน Google ใบเตย - หญิงลี ฮอต บุคคลหญิงที่มีคนค้นหามากสุดแห่งปี 2556 ใกล้สิ้นปี 2556 แล้ว เว็บ search engine ชั้นนำอย่าง กูเกิ้ล ได้ทำการสรุป คำค้นหาแห่งปี จากหลากหลายหมวด โดยในประเภทเพลง ในปีนี้ มาแรงสุดๆ ต้องยกให้เพลง รักต้องเปิด (แน่นอก) ที่ถูกค้นหามากที่สุดจาก Google นอกจากนี้ ยังมีเพลง คุกเข่า จากวง Cocktail รวมทั้งเพลง ไม่บอกเธอ จากวง Bedroom Audio ที่ถูกนำไปประกอบซีรี่ส์ร้อนแรงแห่งปีอย่าง ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ส่วนคนดังประจำปี ที่ถูก Search จาก Google มากที่สุดในปีนี้ ฝ่ายชาย ไผ่ พงศธร,แกงส้ม,สายัณห์ สัญญา,โตโน่ ฝ่ายหญิง หญิงลี ที่มาแรงสุดๆ จากเพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร,ใบเตย อาร์สยาม ที่มีผลงานให้แฟนๆได้ติดตามตลอดทั้งปี รวมทั้ง อีก 2 นักร้องสาวลูกทุ่ง ตั๊กแตน ชลดา และ ต่าย อรทัย 10 อันดับ เพลงไทยที่ถูกค้นหามากที่สุด ใน Google 1 คุกเข่า / Cocktails 2 รักต้องเปิด (แน่นอก) / 3.2.1 feat.ใบเตย อาร์สยาม 3 ไม่บอกเธอ / Bedroom Audio (Ost.ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น) 4 เเค่คุณ / Musketeers 5 ลมเปลี่ยนทิศ / บิ๊กแอส 6 ภูมิแพ้กรุงเทพ / ป้าง นครินทร์ feat.ตั๊กแตน ชลดา 7 อาย / สิงโต นำโชค 8 แสงสุดท้าย / Bodyslam 9 โป๊ (ใจมันเพรียว) / ใบเตย อาร์สยาม 10 พูดไม่ค่อยถูก / ABnormal และนี่ ก็คือบทสรุปแห่งปี ที่ Google ได้ทำการจัดอันดับมาอัพเดทให้ได้ทราบกัน ปีหน้าฟ้าใหม่ ก็มาติดตามกันว่า จะมีคำไหน หรือ ใครที่มาแรงอีกบ้าง กูเกิ้ล เผย คำค้นหามากที่สุดในไทย ปี 2556 เว็บไซต์กูเกิ้ล ผู้ให้บริการเสิร์จเอนจิ้น รายใหญ่ของโลก ได้เผยคำที่ถูกค้นหามากที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2556 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ชูวิทย์ เปรียบ เฉลิม ยาสามัญประจำบ้านรัฐบาล
ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ /  ประวัติเอกยุทธ / 

ชูวิทย์ เปรียบ เฉลิม ยาสามัญประจำบ้านรัฐบาล หลังรู้ทุกเรื่อง ทำทุกอย่างปกป้องรัฐบาล-ตำแหน่ง วอนอย่างโยงเสธ.ไอซ์ เอี่ยวคดีอุ้มฆ่าเอกยุทธ หลังจากที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุการอุ้มฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร อย่างชัดถ้อยชัดคำว่า คดีนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลเป็นการฆ่าเพื่อหวังชิงทรัพย์เท่านั้น ล่าสุดในหน้าเพจเฟสบุ๊ค @ชูวิทย์ I'm No.5 ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า 'เฉลิม' ยาสามัญประจำบ้าน ผมได้ดูคุณเฉลิมให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเสียชีวิตของคุณเอกยุทธ แล้วผมคิดในใจว่า คุณเฉลิมออกมาให้สัมภาษณ์ทั้งวันทั้งคืน รู้ทุกเรื่องอย่างกับเซิร์ชกูเกิ้ล ไม่แปลกที่มีคนให้ฉายาว่า "กูเกิ้ลเหลิม" เพราะแกรู้ทุกเรื่องจริงๆ ไม่ว่าเรื่องจำนำข้าว รถหรู แก้ปัญหาไฟใต้ บ่อนการพนัน รัฐธรรมนูญ ปรองดอง จนกระทั่งเรื่องการเสียชีวิตของคุณเอกยุทธ ทำตัวเป็นผู้รู้รอบด้าน ทั้ง กฎหมาย สังคม ตำรวจ พูดได้ทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็น คุณเฉลิมทุ่มเทอย่างหนักเพื่อปกป้องรัฐบาล และตำแหน่งของตัวเอง ออกมาพูดปกป้องได้ทุกเรื่องที่มีผลกระทบต่อรัฐบาล เราทุกคนเห็นหน้าคุณเฉลิมพร้อมกับไมค์โครโฟนจากช่องโทรทัศน์ต่างๆมากมาย เห็นแกยืนพูดตั้งแต่ข่าวเช้า ข่าวเที่ยง ข่าวเย็น ข่าวภาคค่ำ ยันข่าวภาคดึก แล้วพอข่าวเช้าอีกวันก็ยังเห็นแกยืนให้สัมภาษณ์อยู่ เสียงของคุณเฉลิมก้องอยู่ในโสทประสาทส่วนหูของคนไทยทุกคน เสมือน "เสียงเป็ด" เอ้ย "เสียงนก" ที่คอยมาปลุกตอนเช้า ถ้าวันไหนไม่ได้ยินเสียงแก ผมว่าเราคงรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง แถมทุกเรื่องที่แกแสดงความคิดเห็น ไม่มีใครสามารถเถียงแกได้ เพราะแกมักจะพูดเสมอว่า "ผมจบด๊อกเตอร์ทางกฎหมาย" “คุณไม่เข้าใจ" “คุณไม่มีความรู้" นายกฯยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทย คงภาคภูมิใจในตัวคุณเฉลิมที่ยอม "พลีชีพ" เพื่อนายกฯยิ่งลักษณ์ได้เสมอ รัฐบาลไหนมีคนอย่างคุณเฉลิมอยู่ ถือว่าโชคดี เพราะเป็นบุคคลที่มีประโยชน์ ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องรัฐบาล เปรียบเสมือนยาสามัญประจำพรรค เรื่องใดก็ตามที่จะทำให้รัฐบาลเจ็บไข้ได้ป่วย "เมดิคอลเหลิม" ก็จะออกหน้ามาปกป้องเยียวยาได้เสมอ เพราะคนประเภทคุณเฉลิมมีพลังความสามารถที่เรียกว่า "ไม่มีอะไรจะเสีย" แต่ปัญหาคือ สิ่งที่คุณเฉลิมทุ่มเทพลีกายถวายชีวิต นอกจากจะช่วยปกป้องผลประโยชน์ของฝั่งตนเองแล้ว เป็นประโยชน์อะไรกับประเทศชาติบ้าง? ใครรู้ช่วยตอบผมที คอมเมนท์กันได้ตามสบาย ช่วยผมคิดหน่อยเถอะครับ นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงกรณีที่ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หรือเสธ.ไอซ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ถูกโยงมีส่วนในคดีอุ้มฆ่านายเอกยุทธ ด้วยว่า เสธ.ไอซ์ ที่ผมรู้จัก “เสธ.ไอซ์ ปัดอุ้ม เอกยุทธ ขู่ฟ้องแน่ใครโยงเข้าเอี่ยวการเมือง" (พาดหัวข่าวในเว็บไซต์) ทุกครั้งที่มีข่าว "อุ้มฆ่า" หรือข่าวการฆาตรกรรมซ่อนเงื่อนต่างๆ สื่อทุกแขนงมักพุ่งความสนใจไปที่ "เสธ.ไอซ์" ว่าเขาอาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าคุณได้รู้จักคนอย่างเสธ.ไอซ์จริงๆ คุณจะเข้าใจ ที่คนเขาว่าไว้ว่า "อย่าตัดสินคนที่หน้าตา" มันเป็นอย่างไร ถึงแม้เสธ.ไอซ์จะมีภาพลักษณ์เป็นทหารเก่าผู้มีอำนาจ แต่แท้จริงแล้วแกไม่ได้เป็นคนอย่างที่ใครๆคิด ผมจะบอกอะไรให้ ผมรู้จักเสธ.ไอซ์ดี ที่จริงแล้วแกเป็นคนใจดี พูดจาสนุกสนานเฮฮา เป็นมิตร ยิ้มง่าย ใจกว้าง มักช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ เสธ.ไอซ์เป็นคนแบบที่เราเรียกกันว่า "ใจนักเลง" ตัวจริง ไม่ได้มีพฤติกรรมอันธพาล มีลูกน้องเดินตามล้อมหน้าล้อมหลัง หรือรังแกเบียดเบียนผู้อื่น เสธ.ไอซ์เป็นคนที่ดีคนหนึ่ง รู้จักคนมาก มีคอนเนคชั่นเยอะ แกมักใช้วิธีพูดคุยเจรจา มากกว่าใช้วิธีการที่ทำให้เกิดความรุนแรง หรือการขัดแย้ง ผมไม่ได้มาแก้ตัวแทนเขา แต่เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทีไร หวยมันไปออกที่ชื่อ "เสธ.ไอซ์" ทุกที ผมคิดว่ามันไม่เป็นธรรมกับตัวแกเสียเท่าไหร่ ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ "ลักพาตัว" หรือ "อุ้มฆ่า" พยายามยามอย่าไปพุ่งเป้าสงสัยบ่อยนักเลย ว่าเสธ.ไอซ์มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ความเป็นธรรมกับแกบ้างเถอะครับ MThai News .................................................................. ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เฉลิม มั่นใจคดีฆ่า เอกยุทธ ไม่มีอะไรซับซ้อน เหตุมีเงิน 5ล้านจูงใจ เฉลิม มั่นใจคดีฆ่า เอกยุทธ ไม่มีอะไรซับซ้อน ฟันธงผู้ต้องหาคือคนขับรถ ท้าทนายโชว์หลักฐานเสธ.คนดังอยู่เบื้องหลังฆาตรกรรม เสธ.ไอซ์ ขู่ฟ้องคนพาดพิง อุ้มฆ่าเอกยุทธ ยันไม่มีเอี่ยว เสธ.ไอซ์ ยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร

“ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์” จัดแคมเปญเอาใจผู้ใช้ ร่วมสนุกกับฟีเจอร์ใหม่!
Baidu /  DU Battery Saver / 

“ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์” จัดแคมเปญเอาใจผู้ใช้ ร่วมสนุกกับฟีเจอร์ใหม่ ! ตกแต่งหน้าจอแสดงสถานะแบตเตอรี่ ส่งประกวดผ่านเฟสบุ๊คได้แล้ววันนี้ – 24 พฤศจิกายนเท่านั้น! ผู้นำเสิร์ชเอ็นจิ้นจากประเทศจีน เปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ของแอพพลิเคชั่น “ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์” ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยฟีเจอร์ใหม่ สำหรับออกแบบตกแต่งหน้าจอแสดงสถานะแบตเตอรี่ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแตกต่างและมีความเป็นตัวของตัวเอง อีกทั้งสามารถแชร์ภาพกับเพื่อนๆ ผ่านทางเฟสบุ๊คได้อีกด้วย เพื่อให้ผู้ใช้ “ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์” แอพพลิเคชั่น กว่า 25 ล้านคนทั่วโลก เพิ่มความสนุกและเร้าใจมากยิ่งขึ้นกับฟีเจอร์ใหม่นี้ กิจกรรมประกวดแข่งขันผ่านทางเฟสบุ๊คจึงถือกำเนิดขึ้น โดยให้ผู้ใช้ได้ร่วมสนุกไปกับการประกวดออกแบบสกินหน้าจอแสดงสถานะแบตเตอรี่ ซึ่งดีไซน์ที่ได้รับความนิยมกด “LIKE” สูงสุด 3 อันดับแรก จะได้รับของรางวัลเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทันที สามารถร่วมสนุกได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 24 พฤศจิกายน 2556 นส. คารอล ลู (Carol Lu) ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์ กล่าวว่า “ผู้ใช้สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่จะปรับแต่งหน้าโฮมสกรีนจนถึงหน้าวอลเปเปอร์ด้วยสไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบ ทำให้ทีมงานของ ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์ มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในฐานะผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นรายแรกที่มาพร้อมฟีเจอร์ ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถตกแต่งหน้าจอพื้นผิวสถานะแบตเตอรี่ได้ด้วยตัวเอง ทำให้แอพพลิเคชั่นของเราได้รับความนิยมอย่างมากจนกลายเป็นผู้นำในกลุ่มแอพพลิเคชั่นประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Saving) ซึ่งสอดคล้องกับสโลแกน “More Power, More Fun” ที่เรามอบให้กับลูกค้า” สำหรับผู้ที่สนใจร่วมสนุกกับกิจกรรม เพียงติดตั้งแอพพลิเคชั่น ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์ บนโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนของท่าน จากนั้นก็ตกแต่งหน้าจอสถานะแบตเตอรี่ในสไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบ โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. เปิดโปรแกรม “ตู้ แบตเตอรรี่ เซฟเวอร์” ขึ้นมา และเข้าไปที่เมนู “ติดตั้ง” (Settings) 2. เข้าไปที่ “Battery Skin” และกดไอคอนที่มีเครื่องหมาย + เพื่อเพิ่มภาพที่จะใช้ทำหน้าจอ เช่น ภาพจากใน Gallery ของโทรศัพท์ 3. กด “แชร์” (Share) เพื่อส่งภาพนี้ขึ้นไปยัง “ไทม์ไลน์” (Timeline) เฟสบุ๊คตัวคุณเอง ขั้นตอนสำหรับผู้ที่ต้องการส่งภาพเข้าร่วมประกวด มีดังต่อไปนี้ 1. “ล็อคอิน” (Log In) บัญชีเฟสบุ๊คของคุณผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี 2. คลิกขวาภาพหน้าจอที่คุณสร้างขึ้นมาอยู่บนไทม์ไลน์ในบัญชีเฟสบุ๊คของคุณ และบันทึกเก็บไว้ในฮาร์ดดิส ของเครื่องพีซี 3. กด “เลือก” (Submit) ภาพหน้าจอแบตเตอรี่ที่คุณสร้างขึ้นมา และกดเข้าไปที่ลิ้งก์ของการประกวดที่ https://www.facebook.com/DuBatterySaver/app_244041225639079 ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์ มาพร้อมกับความสะดวกในการใช้งานแค่กดเพียง 1 ครั้ง ก็สามารถแสดงให้เห็นถึงการใช้แบตเตอรี่แบบเรียลไทม์ (Real-Time), สถานะของพลังงาน และ สมาร์ท ชาร์จจิ้ง (Smart charging) โดยปัจจุบันการให้คะแนนของผู้ใช้งานผ่านทาง กูเกิ้ล เพลย์ สโตร์ (Google Play Store) ของแอพพลิเคชั่นนี้ได้คะแนนสูงถึง 4.7 จาก 5 ดาว และกลายเป็นแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับแบตเตอรี่ในระบบปฏิบัติการแอนดรอย์ที่ได้รับคะแนนสูงสุด อีกทั้ง ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์ ยังเป็นผู้ผลิตรายแรก ที่รวมฟีเจอร์ทุกความต้องการมาไว้อยู่เพียงกดเดียว ยิ่งไปกว่านั้น การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่างการตกแต่งหน้าจอพื้นผิวแสดงสถานะของแบตเตอรี่ ทำให้ ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์ เป็นแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับแบตเตอรี่รายแรก ที่มีการเชื่อมต่อเข้ากับ โซเชียล เน็ตเวิร์ก (Social Network) อีกด้วย

ละครดาวเกี้ยวเดือน , เรื่องย่อดาวเกี้ยวเดือน
อั้ม อธิชาติ /  เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

ดาวเกี้ยวเดือน บทประพันธ์โดย : รอมแพง บทโทรทัศน์โดย : ปณธี - สุธิสา วงษ์อยู่ กำกับการแสดงโดย : ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ ออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 "เมื่อสาวสวยวัยใกล้ขึ้นคาน นึกอยากมีลูกแต่ไม่อยากมีสามี ปฏิบัติการตามล่าหาสเปิร์มจึงเริ่มต้นขึ้น" ความคิดประหลาด ๆ เช่นนี้เป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก ประกายดาว ช่างภาพสาวสวยวัย 32 ปี ผู้มีความมั่นใจในตัวเอง รักเด็กมากกว่านางงามทุกเวที แต่มีอาการเบื่อหน่ายผู้ชายสุด ๆ หลังจากเคยผ่านประสบการณ์ความรักมาแล้วถึงสามครั้ง ตั้งแต่อยู่ในวัยสาวแรกแย้มจนถึงวัยสาวระยะสุดท้าย แต่เธอก็ยังสามารถรักษา "ความจิ้น" เอาไว้ได้สมกับเป็นหญิงไทย และเธอก็ยืนหยัดที่จะรักษามันเอาไว้ต่อไปพร้อมกับโบกมือลาผู้ชายทั้งโลก ซึ่งปณิธานนี้คงจะไม่มีปัญหาอะไรถ้าเธอไม่นึกเกิดอยากมีลูกเป็นของตัวเองขึ้นมา โดยมีสาเหตุเริ่มมาจากที่พ่อแม่ของเธอซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายข้าวขาหมูเล็ก ๆ เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ประกายดาวกับแดนดิน พี่ชายได้รับมรดกมูลค่าร้อยล้านกว่าบาท ทำเอาสองพี่น้องตกตะลึงมาก ถึงพวกเขาจะรู้ดีว่าพ่อแม่เป็นคนขยัน รู้จักอดออม และมีมรดกของบรรพบุรุษเก็บอยู่บ้าง แต่พวกเขาไม่เคยรู้ว่าพ่อแม่จะเป็นพวก "ผ้าขี้ริ้วห่อโคตรเพชร" เมื่อได้รับมรดกแล้ว แดนดินก็นำเงินไปซื้อบ้านเดี่ยวหลังใหญ่อยู่กับ นภาวัลย์ ภรรยา และ น้องฟ้า ลูกสาวผู้น่ารัก ส่วนประกายดาวเลือกที่จะซื้อคอนโดหรูย่านกลางเมืองอาศัยอยู่ลำพัง เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน แต่แม้จะมีเงินทองมากมาย แต่เธอก็ยังรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างในชีวิต แล้วยิ่งประกายดาวเห็นภาพนภาวัลย์แสดงความรักกับน้องฟ้า ก็ทำให้ประกายดาวรู้สึกดีมาก ประกอบกับประกายดาวไปมีเรื่องกับ อรอุมา ภรรยาไฮโซจอมหึงหวงของ ศิวะ แฟนคนแรกของประกายดาวที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ประกายดาวไปทำบุญประจำอยู่แล้ว เพราะตอนแรกศิวะพยายามจะเข้ามาคุยกับประกายดาว และบอกว่ายังรักเธออยู่เสมอ ถึงประกายดาวจะเดินหนีศิวะแล้ว แต่อรอุมากับ รติรส เพื่อนอรอุมาก็ยังหาว่าเธออ่อยศิวะ ประกายดาวจึงเกิดความคิดว่า "ลูก" จะมาช่วยเติมเต็ม และคงจะไม่มีใครอยากมายุ่งกับผู้หญิงมีพันธะด้วย ประกายดาวมีความคิดจะขอเด็กกำพร้ามารับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม แต่แดนดินสั่งห้ามเด็ดขาด เนื่องจากหวั่นถึงปัญหาที่อาจจะตามมาภายหลัง ความต้องการนี้จึงไม่เป็นผล จนกระทั่งวันหนึ่งประกายดาวไปถ่ายรูปในงานเปิดโรงพยาบาลใหม่ ของที่เน้นจุดขายคือการทำกิ๊ฟที่ได้ผล ในงานมีเด็กน้อยที่เกิดจากการทำกิ๊ฟไปร่วมงานด้วย และแน่นอนว่าเมื่อประกายดาวเห็นเด็ก ๆ ก็อดใจไม่อยู่จึงเข้าไปเล่นด้วย ประกายดาวนำขนมให้เด็กน้อย แต่เด็กน้อยกลับโยนขนมลอยไปแปะอยู่บนเสื้อสูทของ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุนพรัตน์ หรือคุณชายจันทร์ ราชนิกูลหนุ่มหล่อลากดินวัย 35 ปี ที่กำลังเป็นขวัญใจของสาวน้อยสาวใหญ่ในแวดวงสังคม เขาเป็นเจ้าของห้างมีเดียมเวิร์ดในเครือมีเดียมกรุ๊ป และเป็นหนึ่งในผู้ใจบุญร่วมบริจาคสร้างตึกโรงพยาบาลด้วยจำนวนเงินหลายสิบล้านเข้าอย่างจัง ประกายดาวรีบขอโทษขอโพยและกุลีกุจอไปเช็ดรอยขนมบนเสื้อให้ชายหนุ่ม แต่มันยิ่งทำให้เสื้อเละไปกันใหญ่ แต่ไม่มีคำพูดใดออกจากปากของคุณชายจันทร์ นอกจากสายตาคมปลาบที่ประกายดาวไม่เข้าใจความหมายของสายตานั้น ก่อนคุณชายจันทร์จะกลับไป คนเจ้าระเบียบอย่างเขาไม่ยอมใส่เสื้อสูทที่มีรอยเปื้อนไปร่วมงานใดเด็ดขาด เพราะจะเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของงาน ประกายดาวจึงถูกลงโทษด้วยสายตาพิฆาตจากเหล่าบรรดาสาว ๆ ในงานที่ตั้งใจจะมาแทะโลมคุณชายจันทร์ด้วยสายตา แต่ประกายดาวก็ไม่ยี่หระ เพราะเธอกำลังสนใจภาพตัวสเปิร์มวิ่งไปมาอยู่บนจอขนาดใหญ่ ที่คุณหมอใช้ประกอบการบรรยายวิธีการมีลูกโดยไม่ต้องใช้วิธีทางธรรมชาติ หัวใจของประกายดาวพองโตประดุจเจอเพชรเม็ดงาม เธออยากจะกรีดร้องออกมาให้ลั่นโลก ว่าเธอพบวิธีจะมีลูกโดยไม่ต้องมีสามีได้แล้ว ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายแสนแพงไม่เป็นปัญหากับคนได้รับมรดกร่วมร้อยล้านอย่างเธอ แต่ติดปัญหาที่ว่าเธอจะหาสเปิร์มมาจากไหน ครั้นจะบินไปขอสเปิร์มจากธนาคารสเปิร์มที่ต่างประเทศ เธอก็ไม่แน่ใจว่าข้อมูลของเจ้าของสเปิร์มที่กรอกลงในข้อมูลจะเป็นจริงหรือไม่ และเธอก็ไม่ได้อยากให้ลูกเป็นลูกครึ่งด้วย เธอต้องการพ่อพันธุ์ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม จิตสุภางค์ เพื่อนสนิทของประกายดาวค้านหัวชนฝากับความคิดดังกล่าว และรู้ดีว่าการมีลูกมันหนักหนาสาหัสเพียงไหน จิตสุภางค์เคยเป็นสาวทำงาน แต่ เฮียเชา สามีขอให้ลาออกมาเป็นแม่บ้าน หลังจากวันนั้นเธอก็กลายเป็นโรงงานผลิตลูก เธอมีลูกทั้งสิ้น 4 คนคือ หมวย หลิง หลิน และ หลง น้องชายคนสุดท้าย แต่ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจประกายดาวได้ เธอยังยืนยันคำเดิม ประกายดาวลองพิมพ์คำว่า "หล่อ การศึกษาดี ใจบุญ" ลงในกูเกิ้ล ไม่นานหน้าจอก็ปรากฏภาพของคุณชายจันทร์เต็มพรืดไปหมด ทำเอาประกายดาวอึ้งไปเลย หญิงสาวลองหาชื่ออื่น ๆ ดูอีก ก็พบชื่อของ พงศ์จันทร พิพิธมงคล เจ้าของออแกไนเซอร์รูปหล่อ และเจ้าชู้ระดับคาสโนวาเรียกพ่อ ประกายดาวไม่อยากให้ลูกติดเชื้อเจ้าชู้จึงตัดสินใจเลือกคุณชายจันทร์เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง และให้พงศ์จันทรเป็นเป้าหมายอันดับสองของปฏิบัติการตามล่าหาสเปิร์ม ประกายดาวเริ่มภารกิจด้วยการให้ มิลินทร์ เพื่อนสนิทอีกคนที่เป็นนักข่าวสายสังคมช่วยสืบประวัติของคุณชายจันทร์อย่างละเอียด พบว่าเขาไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยทั้งเรื่องผู้หญิงและผู้ชายด้วยกัน คนในตระกูลไม่เคยมีประวัติตายด้วยโรคร้ายแรง จากประวัติการเรียนและการทำงานชี้ว่าคุณชายมีทั้งไอคิวและอีคิวสูงมาก สรุปว่าคุณสมบัติทุกอย่างเป๊ะ งานนี้ประกายดาวจึงมีความตั้งใจมุ่งมั่นว่าจะต้องทำให้สำเร็จ ดังนั้นเมื่อรู้จากมิลินทร์ว่าคุณชายจันทร์จะไปร่วมงานการกุศลที่ห้างมีเดียมกรุ๊ปจัดขึ้น ประกายดาวก็ไม่รีรอที่จะไปร่วมเป็นช่างภาพโดยตามคำชวนของ เจ๊พีช ช่างแต่งหน้ามือโปรที่เอ็นดูประกายดาวมาก และเจ๊พีชก็เป็นหนึ่งในทีมงานของงานนี้ด้วย ประกายดาวแต่งตัวสวยเป็นพิเศษเพื่อหวังจะหาโอกาสทำความรู้จักกับคุณชายจันทร์ให้ได้ ทว่าเขากลับควงคู่มากับ หม่อมราชวงศ์หญิงนิมมานรดี หรือ คุณหญิงนิ่ม หญิงสาววัย 21 ปี หน้าตาน่ารักอ่อนหวาน แล้วยังมี นันทินี สาวเปรี้ยวเข็ดฟัน จบแฟชั่นดีไซน์มาจากฝรั่งเศส ที่เป็นหนึ่งในสาว ๆ ที่คุณชายจันทร์ไปดูตัว สาวอื่นนั้นไปหมดแล้ว เหลือชีเพียงคนเดียวที่ทั้งอึดและทนยิ่งกว่าแมลงสาป โดยมีความตั้งใจว่าต้องแต่งงานกับคุณชายจันทร์ให้ได้ ประกายดาวรู้จากมิลินทร์ว่า...คุณชายจันทร์ไม่เคยควงใครนานเกินหนึ่งครั้งยกเว้นคุณหญิงนิ่ม เขาถึงมีฉายาว่า "เดทเดียวดับ" ประกายดาวจึงรู้ว่าภารกิจครั้งนี้ไม่ง่ายเลยที่จะพบเจอกับคุณชายจันทร์มากกว่าเป็นคู่ควงเพียงหนเดียว แต่คนอย่างประกายดาวไม่เคยถอดใจโดยที่ไม่ลองดู เธอไม่ได้ต้องการครอบครองคุณชายจันทร์ สิ่งที่เธอต้องการคือพันธุ์อันดีงามเด่นเด้งของคุณชายจันทร์เท่านั้น ดังนั้นต่อให้ยากเย็นแค่ไหนเธอก็จะต้องทำให้ได้ ขณะเดียวกันที่ประกายดาวกำลังแอบมองเป้าหมายอันดับหนึ่งผ่านเลนส์กล้องอยู่นั้น เธอไม่รู้ตัวเลยว่า เธอเองก็กำลังเป็นที่สนใจของพงศ์จันทรเป้าหมายอันดับสองของประกายดาวผู้ซึ่งเป็นผู้จัดงานครั้งนี้ เขาสะดุดตาความสวยของตากล้องสาวตั้งแต่แรกเห็น จึงตามไปในงานปาร์ตี้ของเหล่าทีมงาน เพราะเจ๊พีชลากประกายดาวมาร่วมงานด้วย พงศ์จันทรไม่รีรอที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับตากล้องสาว โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเขาเองต่างหากที่ตกเป็นเป้าหมายอันดับสองของหญิงสาว พงศ์จันทรตื้อจะขอเบอร์โทรศัพท์ประกายดาวให้ได้ เธอจึงแกล้งสั่งให้เขาปั่นจิ้งหรีดกลางร้านอาหารและดื่มเครื่องดื่มที่เธอจะผสมให้ เขาก็ยอมทำตามทุกอย่าง ประกายดาวจึงต้องให้เบอร์โทรศัพท์กับพงศ์จันทร โดยไม่หวั่นต่อความเจ้าชู้ของชายหนุ่ม เพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าจะอนุญาตให้พงศ์จันทรเป็นแค่เพื่อนและเป้าหมายอันดับสองเท่านั้น ส่วนตอนนี้หัวสมองของเธอมีไว้คิดหาทางใกล้ชิดเป้าหมายอันดับหนึ่งเท่านั้น โดยไม่รู้ว่าเธอไม่จำเป็นต้องคิดให้ปวดหัว เพราะโชคชะตาจะทำให้เธอกับเขาได้ใกล้ชิดกันโดยแบบไม่ต้องพึ่งแผนให้เหนื่อย เพราะเช้าวันหนึ่งมีข่าวซุบซิบว่าประกายดาวแย่งสามีของอรอุมาสาวไฮโซลงหนังสือพิมพ์ ในข่าวยังบอกว่าคอนโดหรูหรือบ้านเดี่ยวของแดนดินพี่ชายของประกายดาวได้มาจากการเป็นเมียน้องของศิวะ นักข่าวสะกดรอยตามประกายดาวแทบทุกฝีก้าว มิลินทร์จึงแนะนำให้ประกายดาวหนีไปอยู่ที่เชียงใหม่ก่อน รอให้ข่าวเงียบแล้วค่อยกลับมา ระหว่างนี้มิลินทร์จะทำหน้าที่แก้ข่าวพร้อมกับสืบหาต้นตอของข่าวให้เอง ประกายดาวก็ยอมไปเพราะไม่อยากให้ข่าวดังไปมากกว่านี้ เนื่องจากแคร์ความรู้สึกของพี่ชาย ประกายดาวมาถึงเชียงใหม่ก็หาที่พักเพื่อซ่อนตัว เธอตัดสินใจเลือกที่พักระดับหกดาว เพราะเชื่อว่าพวกนักข่าวต้องคาดไม่ถึงว่าตากล้องธรรมดาอย่างเธอจะมีปัญญาพักโรงแรมหรู ๆ เช่นนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยก็ต้องดีเยี่ยม แล้วขณะยืนรอเช็คอินห้องพัก ประกายดาวก็รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต เพราะเธอเห็นคุณชายจันทร์คุยกับผู้จัดการในฐานะเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ ปฏิบัติการทำความรู้จักกับพ่อพันธุ์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ประกายดาวสะกดรอยตามจนพบว่าคุณชายจันทร์พา แม่นมพร แม่นมที่เลี้ยงดูคุณชายจันทร์ตั้งแต่เกิด เพราะ หม่อมสุรีย์ มารดาของคุณชายจันทร์จะต้องตามสามีไปออกงานสังคมอยู่บ่อย ๆ คุณชายจันทร์จึงสนิทกับนมพรมากกว่ามาทานอาหารที่ห้องอาหารฝรั่งเศสในโรงแรม ประกายดาวจึงเข้าไปทานด้วย ทว่าถ้าไปนั่งทานเฉย ๆ คงจะไม่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชายมาดขรึมและไม่เจ้าชู้เหมือนพงศ์จันทรอย่างคุณชายจันทร์ได้แน่นอน พลันประกายดาวก็ได้ยินผู้จัดการร้านคุยกับพนักงานด้วยความหนักใจว่า นักดนตรีที่เล่นเปียโนเกิดอุบัติเหตุไม่สามารถมาเล่นได้ หนำซ้ำคืนนี้คุณชายจันทร์ยังขอให้เล่นเพลงพิเศษเพลงหนึ่งที่นมพรชอบด้วย ซึ่งประกายดาวเล่นเปียโนได้และเล่นเพลงที่นมพรชอบได้ด้วย เธอจึงขออาสาขึ้นไปเล่นให้เอง แล้วก็ได้ผลสมใจ เพราะคุณชายจันทร์จ้องมองหญิงสาวที่เล่นเปียโนด้วยท่าทางสง่างาม และเขาก็จำได้ว่าเธอคือคนที่เช็ดเสื้อให้เขาในวันงานเปิดโรงพยาบาลอย่างไม่วางตา ส่วนนมพรที่เห็นสายตาเป็นประกายของคุณชายจันทร์ยามมองประกายดาว ก็รู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ทำให้คุณชายจันทร์นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มีอาการเหมือนคนกำลังตกหลุมรักมาหลายวันแล้ว นมพรจึงช่วยขอให้ประกายดาวมาร่วมโต๊ะทานอาหาร และชื่นชมที่เธอเล่นเปียโนได้ไพเราะมาก ประกายดาวกับคุณชายจันทร์ก็เลยได้ทำความรู้จักอย่างเป็นทางการกันเป็นครั้งแรก ระหว่างพูดคุยกันอยู่นั้น ประกายดาวที่ลึก ๆ ก็รู้สึกผิดและอายตัวเองที่ต้องการสเปิร์มจากคุณชายจันทร์ เธอจึงไม่ค่อยกล้าสบตาเขาเท่าใดนัก จึงเลือกที่จะคุยกับนมพรที่คุยถูกคอกันมากกว่า หากมันทำให้นมพรเอ็นดูประกายดาวมากกว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ผ่านมาของคุณชายจันทร์ นมพรจึงชวนประกายดาวไปเที่ยวเชียงใหม่ในวันพรุ่งนี้ด้วยกัน ประกายดาวตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด หากพอตอนเช้านมพรกลับบอกว่าตัวเองไม่สบาย เพื่อจะเปิดโอกาสให้คุณชายจันทร์ไปเที่ยวกับประกายดาวตามลำพัง ประกายดาวกับคุณชายจันทร์ได้ไปเที่ยวที่ต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ด้วยกัน คุณชายจันทร์พอใจที่ประกายดาวเป็นตัวของตัวเอง อารมณ์ดีเสมอ และวางตัวกับเขาดีมาก ไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ผ่านมาที่มักทำตัว "ง่าย" กับเขาเกินไป คืนนั้นประกายดาวหยุดพักภารกิจแวะไปเดินถ่ายรูปที่ตลาดตามลำพัง ประกายดาวพบกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังวาดรูปอยู่กับ พล เจ้านาย พิมพ์ไทย ต้นอ้อ เด็กชาวเขาที่ได้ทุนเรียนต่อจนจบปริญญาตรี ยกเว้นต้นอ้อที่มาจากภาคอีสาน ประกายดาวขอให้พวกเขาวาดรูปให้ด้วย และด้วยนิสัยอัธยาศัยดีเลิศ ทำให้ประกายดาวสนิทกับเด็กชาวเขาแก๊งค์นี้ได้ไม่ยาก แล้วพอประกายดาวกำลังจะกลับโรงแรม จู่ ๆ ก็มีโจรวิ่งมากระชากกระเป๋าของประกายดาว แต่โจรต้องสิ้นฤทธิ์ด้วยฝีมือเทควันโด้สายดำของเธอ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในสายตาของคุณชายจันทร์ที่ออกมาตามหาประกายดาว ชายหนุ่มทึ่งมาก เขายิ่งแน่ใจว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรน่าสนใจมากมาย ประกายดาวเข้ามามีอิทธิพลต่อหัวใจของคุณชายจันทร์โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว ต่างจากคนอื่นที่รู้จักคุณชายจันทร์ รวมทั้ง อภิเชษฐ์ ตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของคุณชายจันทร์ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนันทินี เจอกันที่ไหนไม่ได้เป็นต้องแขวะต้องกัดกันทุกครั้ง อภิเชษฐ์เห็นแค่ภาพคุณชายจันทร์ลงจากรถสามล้อกลับมาที่โรงแรมพร้อมกับประกายดาว ทุกคนก็รู้ว่าประกายดาวเป็นผู้หญิงที่พิเศษมากสำหรับคุณชายจันทร์ แต่ก็มีก้างชิ้นโตอย่างนันทินีที่ตามติดคุณชายไปทุกที และคอยเป็นมารหัวใจระหว่างคุณชายกับประกายดาวตลอดเวลา แต่คุณชายจันทร์ก็ยังคงหลงเสน่ห์ประกายดาวมากขึ้นและมากขึ้น จนทำให้นันทินีแทบคลั่ง คุณชายจันทร์ตกอยู่ในห้วงแห่งความรักจนแม่นมพรต้องโทรไปเล่าให้คุณหญิงนิ่มฟัง คุณหญิงนิ่มดีใจที่คุณชายจันทร์จะมีคนรักสักที เพื่อที่หม่อมสุรีย์แม่ของคุณชายจันทร์และมีศักดิ์เป็นป้าของคุณหญิงนิ่ม จะได้เลิกคิดจับคู่ให้เธอกับคุณชายจันทร์ที่เธอรักและนับถือไม่ต่างจากพี่ชายแท้ ๆ คุณหญิงนิ่มโทรศัพท์ไปยุคุณชายจันทร์ให้ทำตามสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง คุณชายจันทร์ก็เลยตัดสินใจขอเดทกับประกายดาว แต่หญิงสาวปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิดนาน เพราะเธอกลัวฉายา "เดทเดียวดับ" ของคุณชายจันทร์ ซึ่งเธอยังไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ของเธอกับประกายดาวยุติลงเพียงเท่านี้ แต่คุณชายจันทร์คิดว่าเธออาจจะมีคนอื่นอยู่แล้วก็ได้ ขณะเดียวกันที่กรุงเทพฯ พงศ์จันทรคอยโทรศัพท์ทำคะแนนกับประกายดาวอยู่บ่อย ๆ แต่ประกายดาวก็คุยกับเขาเหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง และมักพูดตำหนิเขาตรง ๆ เวลาที่เขาตื้อเธอเกินไป หนำซ้ำยังไม่ยอมบอกด้วยว่าเธอพักอยู่ที่ไหน แต่มันกลับทำให้พงศ์จันทรยิ่งพอใจประกายดาว อยากจะตามไปทำคะแนนกับเธอที่เชียงใหม่ แต่ยังติดเสนองานเรื่องจัดงานที่โรงแรมมีเดียมโซฟีเทลกับคุณหญิงนิ่ม ซึ่งก่อนหน้านั้นมีบริษัทคู่แข่งมาดิสเครดิตพงศ์จันทรเรื่องความเจ้าชู้ให้คุณหญิงนิ่มฟัง แต่คุณหญิงนิ่มไม่ได้ใส่ใจ และยังพอใจไอเดียของพงศ์จันทรมาก จึงอนุมัติให้บริษัทของเขาเป็นผู้จัดงานครั้งนี้ พงศ์จันทรดีใจมากเพราะจะได้ถือโอกาสไปหาประกายดาวที่เชียงใหม่ด้วย ที่เชียงใหม่...ความสัมพันธ์ของประกายดาวและคุณชายจันทร์ดีขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งได้ใกล้ชิดกันประกายดาวก็ยิ่งเห็นความเป็นสุภาพบุรุษ ความอ่อนโยน และความเฉียบขาดในการตัดสินใจของคุณชายจันทร์ อย่างที่เธอไม่เคยเห็นจากผู้ชายคนใดมาก่อน หัวใจของประกายดาวเริ่มหวั่นไหวกับคุณชายจันทร์ แต่เธอก็เฝ้าเตือนตัวเองว่าเธอต้องการแค่สเปิร์มของเขาเท่านั้น แล้วประกายดาวก็ถึงกับอึ้งเมื่อพบพงศ์จันทรมาที่โรงแรมพร้อมกับคุณหญิงนิ่ม ซึ่งพงศ์จันทรก็อึ้งไม่ต่างกัน เพราะเขาเพิ่งรู้ว่าประกายดาวอยู่ที่นี่ด้วย ประกายดาวกลุ้มใจที่มีอุปสรรคมาขัดขวางภารกิจ จึงโทรไประบายความกลัดกลุ้มให้มิลินทร์ฟัง มิลินทร์ก็เล่าว่าตอนนี้เรื่องข่าวฉาวของประกายดาวซาลงไปแล้ว และมิลินทร์กำลังสืบอยู่ว่าใครเป็นต้นตอของข่าวนี้ มิลินทร์ให้กำลังใจและเชื่อว่าประกายดาวต้องทำได้ ให้นึกถึงลูกน้อยน่ารักในอนาคต ประกายดาวจึงมีกำลังใจขึ้นอีกครั้ง เธอคิดว่าจะต้องทำให้คุณหญิงนิ่มวางใจก่อนว่าเธอไม่ได้คิดจะแย่งคุณชายจันทร์ไป ขณะเดียวกันพงศ์จันทรก็คอยตามติดประกายดาวตลอดเวลา ทำให้คุณหญิงนิ่มแน่ใจว่าประกายดาวไม่ได้คิดอะไรกับพงศ์จันทร คุณหญิงนิ่มจึงคอยกันให้พงศ์จันทรอยู่ห่างจากประกายดาวโดยเอาเรื่องงานมาอ้าง เพื่อให้คุณชายจันทร์ได้อยู่ใกล้ชิดกับประกายดาว ซึ่งประกายดาวรู้เท่าทันความคิดของคุณหญิงนิ่ม ก็เลยสงสัยความสัมพันธ์ที่แท้จริงของสองราชนิกูลนี้ จึงไปสืบจากแม่นมพรก็เลยรู้ว่า แท้จริงแล้วคุณหญิงนิ่มกับคุณชายจันทร์เป็นญาติห่าง ๆ กัน ทั้งสองรักกันแบบพี่น้องเท่านั้น ประกายดาวสบายใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ใช่ว่าอุปสรรคของประกายดาวจะหยุดเพียงเท่านี้ เพราะจู่ ๆ ศิวะกับรติรสก็โผล่มาที่โรงแรมเพื่อนำผ้าไหมจากบริษัทของเขามาร่วมจัดงานแสดงสินค้ากับโรงแรมของคุณชายจันทร์ด้วย ศิวะพยายามจะมาขอโทษประกายดาวเรื่องข่าวและย้ำว่ายังรักเธออยู่เสมอ ซึ่งทำให้รติรสไม่พอใจแทนอรอุมา จึงคอยตามตอแยพูดจาประชดประชันประกายดาว รวมทั้งด่าให้คุณชายจันทร์และพงศ์จันทรได้ยินด้วยว่าประกายดาวเป็นผู้หญิงใจง่าย จนวันหนึ่งซึ่งเป็นวันจัดงานเลี้ยงขันโตกต้อนรับกลุ่มนักธุรกิจ เจ้าของสินค้าที่จะมาเปิดแสดงในงานที่โรงแรมจัดขึ้นตามการออกแบบงานของพงศ์จันทร โดยงานเลี้ยงจะจัดขึ้นกลางแจ้ง ทว่าวันนี้กลับมีเมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล ซึ่งถ้าฝนตกขึ้นมางานจะกร่อยทันที แม่นมพรพูดถึงวิธีไล่ฝนแบบคนโบราณ คือให้ลูกสาวคนเล็กที่ยังเป็นสาวบริสุทธิ์นำตะไคร้มาปักกลางแจ้ง ประกายดาวอาสาขอทำหน้าที่นี้โดยไม่ได้คิดอะไร คิดแค่เพียงว่าอยากช่วยให้งานผ่านไปด้วยดี แล้วพอประกายดาวปักตะไคร้ลงบนพื้น เมฆฝนก็ลอยหายไปทันที สร้างความประหลาดใจให้ทุกคน และมันก็เป็นสิ่งยืนยันว่าคำพูดของรติรสที่ว่าประกายดาวนั้นไม่เป็นความจริง ประกายดาวยังบริสุทธิ์อยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ในงานเลี้ยงขันโตกและพิธีบายศรีสู่ขวัญแบบล้านนาในช่วงกลางคืน ประกายดาวปรากฏตัวในชุดล้านนาที่สวยงามมาก โดยได้รับความช่วยเหลือเรื่องชุดจากคุณหญิงนิ่ม คุณชายจันทร์และทุกคนในงานต่างพากันมองประกายดาวเป็นตาเดียว รวมทั้งศิวะด้วย คืนนั้นศิวะจึงหาโอกาสไปดักพบประกายดาวที่หน้าห้องน้ำและพยายามจับมือเธอ เขาจึงเจอฤทธิ์หมัดของประกายดาวเสยเข้าที่ดั้งจมูกอย่างจัง แต่ศิวะก็ยังไม่ละความพยายามที่จะปรับความเข้าใจกับเธอ คุณชายจันทร์ผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าก็เลยเข้าไปห้าม และยังแสดงความเป็นเจ้าของประกายดาวอีกด้วย ก่อนจะพาประกายดาวไปส่งที่ห้อง เมื่ออยู่กันตามลำพัง คุณชายจันทร์มอบสร้อยข้อมือเป็นจี้รูปดาวให้ประกายดาวเป็นของขวัญที่เธอช่วยไม่ให้ฝนตก ประกายดาวยิ้มขำ แล้วรอยยิ้มสดใสนั้นก็ทำให้คุณชายจันทร์อดใจไม่อยู่อีกต่อไป เขาจูบเธออย่างอบอุ่น แต่มันทำให้ประกายดาวระทวยจนเป็นลมไปเลย คุณชายจันทร์จึงยิ่งแน่ใจว่าสาวมั่นอย่างประกายดาวไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนจริง ๆ หากพอเขาจะขอเข้าไปดูแลเธอในห้อง ประกายดาวกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้เข้า เนื่องจากกลัวตัวเองจะอดใจไม่อยู่ และไม่ต้องการให้คนอื่นมองเธอไม่ดีด้วย ต่อมาพงศ์จันทรเห็นว่ารติรสออกมาจากห้องของศิวะในตอนเช้า ก็เลยรู้ว่ารติรสเป็นเพื่อนรักหัก เหลี่ยมโหด แอบเป็นชู้กับสามีของเพื่อนสนิท พงศ์จันทรพอจะเดาสถานการณ์ได้ว่าข่าวฉาวที่เคยเล่นงานประกายดาวน่าจะเป็นฝีมือของรติรส พงศ์จันทรต้องการบอกเรื่องนี้ให้ประกายดาวรู้ก็เลยขอเข้าไปคุยกับเธอตามลำพังในห้อง ประกายดาวก็ยอมให้เข้าแล้วอึ้งมากเมื่อรู้เรื่องรติรสและศิวะจากพงศ์จันทร ประกายดาวเพิ่งจะกระจ่างว่าที่รติรสแสดงท่าทางหวงเธอนั้นไม่ได้หวงแทนอรอุมา ประกายดาวโทรไปบอกเรื่องนี้ให้มิลินทร์รู้เพื่อให้ไปสืบต่อว่าข่าวฉาวมาจากรติรสจริงหรือไม่ ประกายดาวขอบคุณพงศ์จันทรที่ช่วยคาบข่าวมาบอก พงศ์จันทรก็เลยบอกรักประกายดาว แต่หญิงสาวปฏิเสธ เธอยืนยันว่าคิดกับเขาได้แค่เพื่อนเท่านั้น พงศ์จันทรถามประกายดาวอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอมีใจให้คุณชายจันทร์ใช่ไหม ประกายดาวยอมรับ พงศ์จันทรจึงแน่ใจว่าตัวเองแพ้แล้วแน่นอนก็เลยยอมถอดใจ หากตอนจะออกจากห้องประกายดาว คุณชายจันทร์มาเห็นพอดีจึงน้อยใจประกายดาวมาก หลังจากนั้นเป็นต้นมาคุณชายจันทร์ก็แสดงท่าทางเมินเฉยกับประกายดาว จนประกายดาวนึกเคืองอยู่เหมือนกัน และชักลังเลใจว่าต้องการสเปิร์มจากคนอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ดีหรือไม่ ระหว่างนั้นมิลินทร์ก็สืบจนรู้แน่ชัดว่ารติรสเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องประกายดาวเป็นเมียน้อยของศิวะ ประกายดาวตั้งใจจะลุยไปเอาเรื่องถึงห้องพัก แต่กลับไปพบรติรสกำลังนัวเนียอยู่กับศิวะและทั้งสองก็เข้าไปในห้อง ประกายดาวจึงนำกล้องถ่ายรูปมาเตรียมถ่ายช็อตเด็ดของทั้งคู่เพื่อเอาคืน ทว่าคุณชายจันทร์มาห้ามเอาไว้เสียก่อน ประกายดาวเข้าใจไปว่าคุณชายจันทร์ไม่อยากให้ประกายดาวทำแบบนี้เพราะกลัวชื่อเสียงของโรงแรมจะเสียหาย ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเพราะคุณชายจันทร์รู้ดีว่าสิ่งที่ประกายดาวทำไปจะไม่มีประโยชน์ เพราะรติรสจะหาทางเอาตัวรอดได้แน่ ๆ แต่ประกายดาวกับคุณชายจันทร์ไม่เข้าใจกันจึงทะเลาะกันอย่างรุนแรง ประกายดาวโกรธคุณชายจันทร์มากจึงหนีไปเที่ยวบนดอยกับแก๊งค์เด็กชาวเขาที่กำลังจะกลับบ้านที่ดอยพอดี ความสวยงามของบรรยากาศบนดอยทำให้ประกายดาวลืมความเศร้าไปได้ แม้เธอจะต้องทนต่อสายตาประหลาดของพิมพ์ไทยที่ชอบมองและพูดจาแดกดันเธอ ไม่เหมือนต้นอ้อที่มีนิสัยน่ารักและเป็นมิตรกับประกายดาวมาก ต้นอ้อบอกว่าคงเป็นเพราะพิมพ์ไทยหึงประกายดาวกับพล เพราะพิมพ์ไทยหลงรักพลมานานแล้ว แต่พลไม่เล่นด้วย ส่วนเจ้านายนั้นเป็นคนนิ่งเฉยและแทบจะไม่พูดอะไรเลย ประกายดาวรู้สึกว่าเจ้านายมีอะไรปิดบังซ่อนเร้นอยู่แน่นอน และแล้วประกายดาวก็ได้คำตอบ เมื่อประกายดาวออกไปถ่ายรูปหิ่งห้อยตามลำพังตอนกลางคืน เธอก็แอบเห็นพล เจ้านาย และพิมพ์ไทยกำลังซื้อขายยากับกลุ่มชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยม ประกายดาวเพิ่งกระจ่างว่าแท้จริงแล้วพวกพลเป็นแก๊งค์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ แต่ใช้การวาดรูปในเมืองบังหน้า และที่พวกเขาชวนเธอมาบนดอยด้วย เพื่อจะใช้เธอเป็นตัวป้องหน้าไม่ให้ตำรวจสงสัย ประกายดาวได้ยินทั้งหมดก็โกรธมากและจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายประเทศชาติ จึงยอมเสี่ยงชีวิตแอบไปถ่ายรูปเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ก่อนจะย่องกลับไปนอนในกระท่อมที่ต้นอ้อนอนอยู่แล้ว ประกายดาวพยายามทำตัวให้เป็นปกติไม่ให้ใครสงสัยได้ ขณะเดียวกันคุณชายจันทร์ที่แม้กำลังน้อยใจประกายดาวอยู่ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเธอหายไปไหน จะโทรศัพท์ไปหาก็ไม่กล้า หนำซ้ำพงศ์จันทรก็หายไปพร้อมกันอีกด้วย คุณชายจันทร์คิดไปว่าประกายดาวไปกับพงศ์จันทรจึงเศร้ามาก และท่าทางเศร้าสร้อยของคุณชายจันทร์สร้างความไม่สบายใจให้แม่นมพรและคุณหญิงนิ่ม จึงคาดคั้นคุณชายจันทร์ว่าเป็นอะไร คุณชายจันทร์ยอมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่า เขาน้อยใจประกายดาวกับพงศ์จันทร แต่คุณหญิงนิ่มที่นัดพบกับเพื่อนสนิทก็ไปพบพงศ์จันทรกำลังดื่มเมามายอย่างคนอกหักอยู่ในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งซึ่งอยู่กลางเมืองจังหวัดเชียงใหม่ คุณหญิงนิ่มรีบโทรศัพท์บอกคุณชายจันทร์ว่าประกายดาวไม่ได้ไปกับพงศ์จันทร ก่อนจะช่วยพาเขากลับห้องพักและช่วยดูแลเช็ดหน้าให้เขาสร่างเมา ทว่าพงศ์จันทรกลับตาลายเห็นคุณหญิงนิ่มเป็นประกายดาวจึงคว้าตัวเธอมาจูบ คุณหญิงนิ่มตบพงศ์จันทรอย่างแรงทำให้เขารู้สึกตัว ก่อนคุณหญิงนิ่มจะวิ่งร้องไห้ออกไป พงศ์จันทรรู้สึกผิดก็เลยพยายามจะขอโทษคุณหญิง หากสัมผัสหวานชื่นที่ได้รับจากคุณหญิงนิ่มก็ทำเอาพงศ์จันทรถึงกับเพ้อ และเกิดอาการตกหลุมรักคุณหญิงนิ่มเข้าเสียแล้ว แต่คุณหญิงกลับใจแข็งไม่ยอมพบเขาเลย ส่วนคุณชายจันทร์เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองเข้าใจประกายดาวผิด ก็รอคอยให้เธอกลับมาเพื่อขอโทษเธอ แต่อภิเชษฐ์มาบอกคุณชายจันทร์ว่า ประกายดาวพัวพันกับแก๊งค์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่เขาสืบสวนอยู่ โดยมี หมวดอรดี เป็นสายลับ ซึ่งหมวดอรดีก็คือต้นอ้อนั่นเอง อภิเชษฐ์บอกว่าจากความสนิทสนมของประกายดาวกับแก๊งค์เด็กชาวเขา ทำให้เขาสงสัยพฤติกรรมจึงสืบประวัติของประกายดาว ก็รู้ว่าเธอมีทรัพย์สมบัติมากมายทั้ง ๆ ที่เป็นแค่ตากล้องธรรมดา หนำซ้ำพี่ชายก็ยังมีบ้านหลังใหญ่โตอยู่ อภิเชษฐ์สันนิษฐานว่าพวกเขาร่ำรวยจากการค้ายาเสพติด เมื่อคุณชายจันทร์รู้ก็ถึงกับอึ้ง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างประกายดาวจะทำเรื่องร้ายแรงเช่นนี้ได้ แต่ในเมื่ออภิเชษฐ์มั่นใจขนาดนี้ คุณชายจันทร์ก็จำเป็นต้องตัดใจเพราะไม่สามารถรักผู้หญิงที่จะทำให้ตระกูลเสื่อมเสียได้ ดังนั้นเมื่อประกายดาวกลับมาจากดอย เธอก็รุดไปหาคุณชายจันทร์เพื่อขอเบอร์ติดต่ออภิเชษฐ์ หากไม่ยอมบอกว่าเธอต้องการจะมอบหลักฐานสำคัญให้อภิเชษฐ์ ทว่าคุณชายจันทร์กลับไม่ยอมให้ และยังแสดงท่าทางเมินเฉยกับประกายดาว ประกายดาวทนไม่ได้จึงโพล่งถามออกไปตรง ๆ ว่าเธอทำอะไรให้เขาโกรธ คุณชายจันทร์ก็เลยพูดอ้อม ๆ ว่าขอให้เธอล้มเลิกสิ่งที่กำลังทำอยู่ ทำเอาประกายดาวถึงกับอึ้ง เพราะคิดว่าคุณชายจันทร์พูดถึงเรื่องภารกิจตามล่าหาสเปิร์ม ประกายดาวพยายามพูดให้คุณชายจันทร์เข้าใจสิ่งที่ทำ แต่คุณชายจันทร์ก็ไม่เข้าใจ ทั้งสองจึงทะเลาะกันโดยที่ไม่รู้ว่าพูดกันไปคนละเรื่อง ประกายดาวเสียใจที่คุณชายจันทร์ไม่เข้าใจเธอ แล้วมาพบพงศ์จันทรที่กำลังทุกข์ใจกับการตามขอโทษคุณหญิงนิ่มเช่นกัน ประกายดาวร้องไห้ระบายความทุกข์ให้พงศ์จันทรฟัง พงศ์จันทรเลยรู้ถึงแผนตามล่าหาสเปิร์มของประกายดาว หนำซ้ำเขายังเป็นเป้าหมายอันดับสองของเธออีกด้วย ก็ถึงกับหัวเราะก๊ากกับความคิดประหลาด ๆ และแน่ใจแล้วว่าให้เธอเป็นเพื่อนของเขาจะดีที่สุด เพราะตอนนี้คุณหญิงนิ่มกำลังมีอิทธิพลกับหัวใจของเขา เมื่อประกายดาวรู้ก็ให้กำลังใจพงศ์จันทรและช่วยวางแผนให้พงศ์จันทรง้อคุณหญิงนิ่มจนสำเร็จ พงษ์จันทรให้คำมั่นสัญญากับคุณหญิงนิ่มว่าจะเลิกเจ้าชู้ จะมีสายตาไว้มองคุณหญิงนิ่มคนเดียว ซึ่งประกายดาวก็เชื่อมั่นว่าพงศ์จันทรจะทำได้ตามที่พูดแน่นอน แล้วประกายดาวก็หาทางติดต่ออภิเชษฐ์จนพบ จึงมอบการ์ดรูปถ่ายให้เขา พออภิเชษฐ์ได้ดูรูปทั้งหมดก็เข้าใจแล้วว่าเขาและหมวดอ้อเข้าใจประกายดาวผิด และประกายดาวก็ถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วต้นอ้อเป็นสายของตำรวจ อภิเชษฐ์พยายามติดต่อหาคุณชายจันทร์เพื่อบอกว่าเขาเข้าใจประกายดาวผิด แต่คุณชายจันทร์เอาแต่ทำงาน ไม่ยอมรับโทรศัพท์และไม่ยอมคุยกับใครเลย อภิเชษฐ์จำเป็นจะต้องปล่อยเรื่องนี้เอาไว้ก่อน เพื่อมาวางแผนบุกจับในวันที่จะมีการส่งยาล็อตใหญ่ ประกายดาวขอร่วมมือในภารกิจครั้งนี้ด้วย ตอนแรกอภิเชษฐ์จะไม่ยอมเพราะมันเสี่ยงเกินไป แต่ประกายดาวก็ไม่ยอมเหมือนกัน เธอจะขอมีส่วนร่วมช่วยเหลือประเทศชาติให้ได้ อภิเชษฐ์เลยต้องเป็นฝ่ายยอม ประกายดาวกับต้นอ้อขึ้นไปบนดอยอีกครั้งพร้อมกับพล,เจ้านาย,พิมพ์ไทย แล้วพอถึงเวลาต้นอ้อจะวางยานอนหลับประกายดาวโดยใส่ในน้ำดื่มให้ประกายดาวดื่ม แต่ประกายดาวรู้ทันจึงไม่ดื่ม แล้วแอบย่องไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานตอนกำลังจะส่งยากัน ต้นอ้อมาเจอเข้าก็พยายามห้ามประกายดาว ทั้งสองเถียงกันจนพิมพ์ไทยหันมาเห็นเข้า จึงรู้ว่าทั้งคู่เป็นสายของตำรวจ จึงจับประกายดาวและต้นอ้อไปเป็นตัวประกันขณะจะหลบหนีออกนอกประเทศ ตอนที่อภิเชษฐ์รู้ข่าวร้ายเข้า คุณชายจันทร์ก็โทรมาพอดี อภิเชษฐ์จึงเล่าทุกอย่างให้คุณชายจันทร์ฟัง คุณชายจันทร์รีบตามขึ้นไปบนดอยเพื่อไปช่วยประกายดาวด้วยอีกแรงทันที โดยไม่ฟังคำคัดค้านของอภิเชษฐ์เลย อภิเชษฐ์เข้าใจแล้วว่าประกายดาวกับคุณชายจันทร์เหมาะสมกันมาก เพราะบทจะดื้อใครก็ห้ามไม่อยู่เหมือนกัน จนคุณชายจันทร์และเหล่าตำรวจตามขึ้นไปช่วยประกายดาวและต้นอ้อได้สำเร็จ ประกายดาวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย พลกับเจ้านายถูกวิสามัญเสียชีวิต ส่วนพิมพ์ไทยต้องจำคุกตลอดชีวิต ประกายดาวรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล คุณชายจันทร์คอยดูแลและขอโทษเธอที่เข้าใจผิดคิดว่าเธอพัวพันกับแก๊งค์ค้ายา ประกายดาวถึงได้รู้ว่าคุณชายจันทร์ยังไม่รู้เรื่องภารกิจตามล่าหาสเปิร์มของเธอจึงโล่งใจมาก และบอกให้เขาเข้าใจว่าเงินทองมากมายของเธอมาจากมรดกของพ่อแม่ แต่แล้วแดนดินกับครอบครัวที่รู้ข่าวก็บินตามมาเยี่ยมประกายดาว สองพี่น้องคุยกันถึงเรื่องภารกิจตามล่าหาสเปิร์มจากคุณชายจันทร์ ซึ่งรติรสที่สะกดรอยตามศิวะมาเยี่ยมประกายดาวก็ได้ยินพอดี ภารกิจนี้จึงปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ในวันต่อมา ประกายดาวไม่ได้อายที่ทุกคนรู้แผนของเธอ แต่เธอทุกข์ใจเพราะคิดว่าคุณชายจันทร์ต้องโกรธเธอแน่ ๆ ทว่าความรักที่คุณชายจันทร์มีต่อประกายดาวมันทำให้คุณชายกลับไม่โกรธเลย คุณชายจันทร์ไปขอร้องให้รติรสเลิกยุ่งกับประกายดาว แต่รติรสไม่หยุด ตราบใดที่ศิวะยังรักประกายดาวอยู่ คุณชายจันทร์ก็เลยนำภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมตอนที่รติรสเข้าห้องศิวะตอนกลางดึกและออกมาตอนเช้าส่งไปให้อรอุมาดู อรอุมาเสียใจมากก็เลยเอาปืนไปยิงรติรสเสียชีวิต และลูกปืนก็ยังไปโดนเป้าของศิวะ ทำให้เขากลายเป็นขันฑีไปตลอดชีวิต ต่อมาคุณชายจันทร์จัดแถลงข่าวเรื่องนี้ที่โรงแรมของเขาด้วย ประกายดาวไม่อยากให้ชื่อเสียงคุณชายจันทร์เสื่อมเสียไปมากกว่านี้ จึงรีบรุดมาห้าม แต่คุณชายจันทร์ก็พูดต่อหน้านักข่าวหลายสิบชีวิตว่าข่าวที่ออกไปเป็นเพียงคำพูดเล่น ๆ ของประกายดาว ประกายดาวไม่จำเป็นต้องอยากได้สเปิร์มของเขาไปผสมเทียม เพราะเธอกับเขากำลังจะแต่งงานกันแล้ว นั่นเท่ากับเป็นการขอแต่งงานที่ทำเอาประกายดาวตั้งตัวไม่อยู่ แต่เธอก็ยังไม่ตอบ จนคุณชายจันทร์พาเธอไปเดทเป็นครั้งแรก และคุณชายจันทร์ก็บอกให้เธอมั่นใจว่านี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ประกายดาวจึงตอบตกลงในที่สุด แต่ตอนแรกหม่อมสุรีย์แม่ของคุณชายจันทร์ไม่อยากจะรับผู้หญิงธรรมดา ๆ อย่างประกายดาวเป็นลูกสะใภ้ แต่พอรู้ว่าประกายดาวมีสมบัติมากมาย หนำซ้ำประกายดาวก็เพิ่งรู้ด้วยว่ายายของเธอเป็นมีศักดิ์เป็นหม่อมและเป็นเพื่อนสนิทของแม่นมพร แต่ไปแต่งงานกับคนธรรมดา นั่นก็เท่ากับว่าตระกูลของประกายดาวก็มีเลือดสีน้ำเงินเหมือนกัน หม่อมสุรีย์จึงยอมรับลูกสะใภ้คนนี้อย่างเต็มภาคภูมิ หลังจากผ่านงานแต่งงานไปเพียงหนึ่งเดือน ประกายดาวก็ตั้งท้องทันที แล้วพอลูกน้อยแสนน่ารัก สุขภาพแข็งแรงคลอดออกมาดูโลก ประกายดาวก็มั่นใจแล้วว่าเธอเลือกเจ้าของสเปิร์มไม่ผิดเลยจริง ๆ ติดตามความสนุกเข้มข้นของ ละครดาวเกี้ยวเดือน ได้ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำ อธิชาติ ชุมมานนท์ รับบท ม.ร.ว จันทรภานุ (คุณชายจันทร์) เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รับบท ประกายดาว กรุณ ซอโสตถิกุล รับบท พงศ์จันทร กัญญ์รัณ วงศ์ขจรไกล รับบท ม.ร.ว นิมมานนรดี (คุณหญิงนิ่ม) วีระกิตติ์ วรัตน์ชยุต รับบท ศิวะ รฐา โพธิ์งาม รับบท อรอุมา รมิดา ประภาสโนบล รับบท รติรส ภัทรภณ โตอุ่น รับบท อภิเชษฐ์ อัฐมา ชีวนิชพันธ์ รับบท มิลินทร์ (จิง) ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท จิตสุภางค์ พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบท แม่นมพร

22-2-56กูเกิ้ลเปิดตัวโครมบุ๊ค พิกเซล
โครมบุ๊ค /  พิกเซล

“กูเกิ้ล” เปิดตัว “โครมบุ๊ค พิกเซล” วันนี้ ( 22 ก.พ.56 ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า บริษัท “กูเกิ้ล” เผยโฉมโน้ตบุ๊คระดับ “ไฮ-เอนด์” ของบริษัทที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย และรูปลักษณ์อันโดดเด่นด้วยหน้าจอระบบสัมผัส โดยตั้งเป้าขอท้าชนกับ “แมคบุ๊คส์” ของบริษัท “แอปเปิ้ล” พร้อมกับเผยแผนเตรียมปล่อยซอฟท์แวร์ระบบปฏิบัติการใหม่ เพื่อให้เป็นทางเลือกนอกจาก “วินโดวส์ 8” ของไมโครซอฟท์ นายซันดาร์ พิชัย รองประธานอาวุโสของกูเกิ้ล โครม กล่าวในงานเปิดตัวสินค้าเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “โครมบุ๊ค พิกเซล” เป็นการผสมผสานทางเทคโนโลยีอย่างลงตัวระหว่างแท็บเล็ต กับโน้ตบุ๊ค มาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 12.85 นิ้ว กอริลลา กลาส ที่มีความละเอียด 239 พิกเซลต่อนิ้วสัมผัส และระบบปฏิบัติการ “โครม โอเอส” ที่ทีมวิศวกรของกูเกิ้ลบรรจงพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นระบบปฏิบัติการพื้นฐานสำหรับโน้ตบุ๊ครุ่นต่อไปของบริษัท พิชัยย้ำว่า โครมบุ๊ค พิกเซล ของกูเกิ้ล แตกต่างจากโน้ตบุ๊ค และเน็ตบุ๊คของบริษัทอื่นที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน พร้อมกับประกาศชัดเจนว่า บริษัทต้องการให้สินค้าตัวนี้ชิงพื้นที่ในตลาดจากโน้ตบุ๊คตระกูล “แมค” ของแอปเปิ้ล ในส่วนของวันเริ่มต้นวางจำหน่ายที่แม้จะยังไม่มีการระบุอย่างเป็นทางการ แต่พิชัยเปิดเผยว่า จะเริ่มวางจำหน่ายสินค้าตัวนี้ในสหรัฐและอังกฤษเป็น 2 ประเทศแรก ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 40,269 บาท ) ขณะที่ราคาของโครมบุ๊ค พิกเซล พร้อมระบบเชื่อมต่อบริการอินเตอร์เน็ทของเครือข่ายเวอไรซอน จะเริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐ ช่วงเดือนเม.ย.นี้ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,499 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 46,469 บาท ) นอกจากนี้ กูเกิ้ลยังเตรียมปล่อยซอฟท์แวร์ระบบปฏิบัติการสำหรับโน้ตบุ๊ค และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ( พีซี ) ในชื่อ “ควิกออฟฟิศ” ที่จะมาตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนวัยทำงาน ด้วยโปรแกรมสำนักงานพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมพิมพ์งาน ทำตารางวิเคราะห์ และสไลด์สำหรับนำเสนอผลงาน ภายในอีก 3 เดือนข้างหน้าด้วย ----------------

ชูวิทย์ เปรียบแค่ กบในกะลา กลุ่มคนต้านสินค้า EU-สหรัฐ
คสช. /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ เปรียบแค่ กบในกะลา กลุ่มคนต้านสินค้า EU-สหรัฐ หลังไม่พอใจแบนไทยจากเหตุรัฐประหาร วานนี้ (30 มิ.ย.57) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังมีกลุ่มคนออกมาต่อต้านไม่ขอใช้สินค้า-บริการจากประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารในไทย โดยระบุว่า เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี แค่กบในกะลา "กบในกะลา" ตอนนี้มีกระแสต่อต้านยุโรป เพราะ EU (สหภาพยุโรป) และสหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารในประเทศไทย มีคนออกมาพูดต่อต้านทำนองรณรงค์ไม่ซื้อสินค้ายุโรปและอเมริกา บางคนไปประท้วงถึงหน้าสถานฑูต ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษเป็นประเทศแม่บทประชาธิปไตย จะต้องยืนหยัดอย่างชัดเจนถึงระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศเหล่านั้นจะมาเข้าข้าง ปรบไม้ปรบมือ แสดงอาการเข้าอกเข้าใจ หรือเชียร์การทำรัฐประหาร เราต้องเข้าใจบทบาทและบริบทของแต่ละประเทศ ปัจจุบัน สินค้าจากประเทศมหาอำนาจครอบคลุมแทบทุกลมหายใจของคนไทย ไม่ว่ามือถือไอโฟน เฟสบุ๊ค กูเกิ้ล ฟาสฟู๊ดอย่างแมคโดนัลด์ เครื่องดื่มโค้ก เครื่องแต่งตัวลีวาย รองเท้ารีบอค กาแฟสตาร์บัค ส่วนสินค้าจากยุโรปทั้ง กุชชี่ ดิออร์ รถเบนซ์ บีเอ็ม ไปจนถึงโรงแรมห้าดาวฮิลล์ตัน ไฮแอท ฮอลิเดย์อินน์ โลกทั้งโลกถูกประเทศมหาอำนาจกลืนไปหมดแล้ว การต่อต้านสินค้าที่คนไทยบางคนให้ข่าวจึงเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ในอดีตเมื่อ 30 ปีก่อน สมัยผมเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ ประเทศไทยเคยประท้วงต่อต้านไม่ซื้อสินค้าต่างประเทศเช่นกัน ไม่ว่าญี่ปุ่น หรือ สหรัฐอเมริกา มีการประท้วงให้สหรัฐอเมริกาถอนฐานทัพออกจากประเทศไทย แต่การประท้วงก็เหมือนกับการผายลม เหม็นชั่วครั้งชั่วคราวแล้วหายไป โบราณเขาเปรียบเทียบพวก "กบในกะลา" สำคัญตัวเองว่ารู้มากยิ่งใหญ่ คิดว่าที่ที่ตัวเองอยู่คือโลกทั้งโลก ทั้งๆที่แท้จริงมันคือกะลา เพ้อเจ้อ ไม่มีประสบการณ์ เพราะไม่เคยออกไปเจอกับโลกทัศน์ภายนอก ไม่รู้ว่ามันกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน MThai news

หญิงลี ฮอตได้อีก กับรางวัล Youtube Partner Rewards
Youtube Partner Rewards /  ขอใจเธอแลกเบอร์โทร / 

แกรมมี่ ปลื้มรับรางวัล Youtube Partner Rewards (ยูทูป พาร์ทเนอร์ รีวอร์ดส) หญิงลี สาวลำซิ่ง 100 ล้านวิว ...ดีด๊า ร่วมรับรางวัล ถือเป็นพันธมิตรยักษ์ใหญ่ที่สุดในวงการเพลงและบันเทิงเมืองไทยสำหรับบริษัท “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ” เพราะเมื่อ ยูทูป โกบอล จัดงานเปิด ยูทูป ไทยแลนด์ เมื่อวันก่อนนั้น นาย ทอม พิคเกตต์ รองประธานฝ่ายเนื้อหา ยูทูป ในงานเปิดตัวยูทูป ไทยแลนด์ ได้ทำพิธีร่วมแสดงความยินดีมอบรางวัล ยูทูป พาร์ทเนอร์ รีวอร์ดส (YouTube Partner rewards) ให้กับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, จีนี่ เรคคอร์ดส และวี เรคคอร์ด ที่มีจำนวนสมาชิกเกิน 1 ล้านรายชื่อ โดยมอบให้กับคุณ กริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจเพลง) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับมอบ พร้อมทั้งมี หญิงลี ศรีจุมพล สาวลำซิ่งเจ้าของสถิติ 100 ล้านวิวจากเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ร่วมรับมอบด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม เมื่อบ่ายวันก่อน ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ “ผมว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของวงการบันเทิงเมืองไทย ที่ Google (กูเกิ้ล) เข้ามาเปิดให้บริการ You Tube (ยูทูป) ในประเทศไทย ดังนั้น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในฐานะเจ้าของคอนเทนท์บันเทิงรายใหญ่ที่เรามีคลังเพลงกว่า 20,000 เพลง รวมถึงมีมิวสิควิดีโอ คอนเสิร์ต ละคร ละครเวที และอื่นๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อยูทูปไทยแลนด์ได้ ขณะที่ ยูทูป ซึ่งเป็นเว็บไซต์วิดีโออันดับ 1 ของโลก ก็เป็นช่องทางที่คอนเทนท์ต่างๆของแกรมมี่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นเดียวกัน และที่สำคัญเพลงของแกรมมี่สามารถสร้างยอดวิวได้สูงสุดติดอันดับ 1 และ 2 ของเมืองไทย โดยเพลง “ไกลแค่ไหนคือใกล้” ของวงเก็ทสึโนว่า ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเพลงไทยเมื่อมีผู้เข้าชมคลิปเพลงนี้กว่า 108 ล้านวิว ขณะที่เพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ของสาวลำซิ่ง “หญิงลี ศรีจุมพล” ก็กลายเป็นมิวสิควิดีโอเพลงไทยลูกทุ่งเพลงแรกที่สร้างสถิติใหม่มียอดวิวบนยูทูปทะลุ 100 ล้านวิว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีๆอีกเรื่อง” กริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจเพลง) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เผย ย้อนไปดูภาพบรรยากาศ การฉลอง เพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร ทะลุ ร้อยล้านวิว ใน Youtube คลิก มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เกมบน google chrome ก็อตซิล่าวิ่งได้
เกม /  กูเกิ้ล / 

สำหรับใครที่เข้าหน้าเวบไม่ได้ เกมนี้มีเพื่อนการนี้

ชูวิทย์แฉผ่านเฟสบุ๊ค 6 โครงการกทม.คอรัปชั่น
กทม. /  คอรัปชั่น / 

ชูวิทย์โพสต์เฟสบุ๊ค จวกเละ 6 โครงการกทม. คอรัปชั่น เผยเตรียมแจกเข็มกลัดต้านคอรัปชั่นกว่าแสนอัน จากกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้ติดป้ายโจมตีทุจริตโครงการโรงพักและเทศกิจกรุงเทพฯได้ถอดป้ายดังกล่าวออก นอกจากนี้ยังได้มีการเตรียมแจกเข็มกลัดหยุดคอรัปชั่นประเทศไทยตามสถานที่ต่างๆอีกด้วย ล่าสุดนายชูวิทย์ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ 6 โครงการคอรัปชั่นของกทม.ผ่านเฟสบุ๊ค ชูวิทย์ I'm No.5 เผยว่า " ผมพยายามที่จะใช้สัญลักษณ์ในการต่อต้านคอรัปชั่น เมื่อผมนำป้ายเกี่ยวกับโครงการโรงพัก 396 โรง จำนวน 2,000 ป้าย ไปติดทั่วกรุงเทพ ก็ถูกถอดทิ้ง ปลดออก เพราะอ้างว่าไม่ได้รับอนุญาต ความจริงการต่อต้านคอรัปชั่นเป็นหน้าที่ของทุกๆคน ไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาต แต่เอาล่ะ วิสัยข้าราชการไทยมักเป็นไปในทำนองนี้ ผมได้สั่งทำเข็มกลัด "หยุดคอรัปชั่น" จำนวน 1 แสนอัน เพื่อใช้ในการแจกจ่ายให้กับทุกๆคน ท่านจะเอาไปติดที่หน้าอก ติดที่กระเป๋า ไปวางไว้บนโต๊ะทำงาน ไว้ที่หัวนอน หรือวางไว้ในห้องน้ำ สามารถใช้ได้ทุกที่ ผมทำเพื่อให้ทุกคนได้คิดถึงความเลวร้ายของคอรัปชั่น และร่วมกันต่อต้านคอรัปชั่น กรุงเทพมหานคร ก็มีปัญหาคอรัปชั่นเป็นจำนวนมาก เป็นสิ่งที่ผู้สมัครผู้ว่ากทม.ต้องเอาใจใส่ แต่ไม่มีสักคนที่เน้นหนักถึงปัญหานี้ ผมขอยกตัวอย่าง 1. อาคารกทม.2 อาคารอภิมหาอมตะนิรันด์กาล สูงแค่ 37 ชั้น เป็นอาคารที่สร้างเพื่อรองรับการขยายตัวของข้าราชการกทม. ย้ายจากศาลาว่าการ กทม.1 อาคารนี้สร้างมา 5 สมัยผู้ว่าฯ ตั้งแต่ผู้ว่ากฤษฎา ผู้ว่าพิจิตต ผู้ว่าสมัคร ผู้ว่าอภิรักษ์ และผู้ว่าสุขุมพันธ์ คนละ 4 ปี รวมเวลา 20 ปีแล้ว ข้างนอกดูเหมือนจะเสร็จ แต่ภายในยังรกร้างว่าเปล่าไร้การดูแล หากเป็นเอกชน เขาเรียกว่า "เจ๊ง" (งบประมาณมาจากภาษีของพวกเราทุกคน) 2. บริษัทกรุงเทพธนาคม เป็นบริษัทซุปเปอร์แมน รับงานจากกทม.ทุกประเภท ตั้งแต่ตะปูยันเรือรบ ไม่ทราบว่าบริษัทนี้มีผู้บริหารเชี่ยวชาญเรื่องอะไรบ้าง เพราะรับงานทุกโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดขยะมีพิษ โรงงานฆ่าสัตว์ ไปจนกระทั่งถึง โครงการรถไฟฟ้า BTS ซึ่ง กทม. จ้างบริษัทกรุงเทพธนาคม และบริษัทกรุงเทพธนาคมจ้าง BTS อีกต่อหนึ่ง (เพราะ BTS มีอู่ซ่อมรถไฟฟ้า และรางรถไฟฟ้าอยู่แค่เจ้าเดียว) แบบนี้เขาเรียกว่า "การเลี่ยงประมูล" เพราะไม่เคยเปิดประมูล เอะอะอะไรก็จ้างบริษัทกรุงเทพธนาคม (นี่ก็ภาษีของพวกเรา) 3. BRT ไม่ทราบว่าแก้ไขปัญหาจราจรอย่างไร ในเมื่อมีผิวจราจร 4 เลน แต่ BRT เอาไป 1 เลน คงเหลือผิวจราจร 3 เลน สั้นๆง่ายๆ ผิวจราจรน้อยลง รถยนต์มากขึ้น ไม่รู้ว่าคิดได้อย่างไรว่าจะแก้ปัญหาจราจร (นี่ก็ภาษีของพวกเรา) 4. การสร้างกำแพงกันน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไอเดียริเริ่ม อดีตผู้ว่าฯพิจิตต ผ่านมา 4 ผู้ว่าฯ รวม 16 ปี สร้างไม่เสร็จ แต่หลังๆดันไปเพิ่มความสูง แล้วมันจะไปกันน้ำล้นตลิ่งได้อย่างไร? เปรียบเสมือนรั้วบ้าน สร้างกำแพงยังไม่รอบบ้าน แต่ดันไปเสริมความสูงของกำแพง แล้วจะไปกันขโมยไม่ให้เข้าได้อย่างไร? (นี่ก็ภาษีของพวกเรา) 5. อุโมงค์ส่งน้ำจากพระราม 9 ไปที่ คลองเตย โครงการใหญ่แบบนี้ แต่ไม่มีคนรู้ว่าเสร็จเมื่อไหร่? มีประสิทธิภาพอย่างไร? วินาทีหนึ่งส่งน้ำได้กี่คิว? ผู้รับเหมาส่งมอบงานเมื่อไหร่? ทดลองใช้งานหรือยัง? (เงินภาษีเราทั้งนั้น) 6. ทัวร์ต่างประเทศ "อาหารดี บินสนุก ช็อปปิ้งกระจาย" เอาอบรมสัมนาบังหน้า เฮฮาปาร์ตี้ตั้งแต่ ผู้อำนวยการไปยันหัวหน้ากอง สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันท่องเที่ยว ทั้ง เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาล ก่อนผู้ว่าฯลาออก เขาไปกันมาแล้ว 1 ทริป วันที่ 14 มีนาคมนี้ จัดกันอีก 1 ทริป สบายใจ สนุกสนาน (ภาษีของเราอีกเหมือนกัน) นี่เอาแค่เบาะๆ ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า "สั่งสอน" ที่สำคัญ ผมไม่รู้ว่า "เทศกิจ" มีหน้าที่ทำอะไร ตั้งมาสมัยผู้ว่าฯจำลอง บอกว่าจะจัดระเบียบฟุตบาท หาบเร่แผงลอย มันจัดยังไง ผ่านมา 10 กว่าปี ฟุตบาท แน่นกว่าเดิม ไม่มีทางให้เดิน ลองไปดูเขตปทุมวัน (หน้าสยามสแควร์) พหลโยธิน สีลม อนุสาวรีย์ชัยฯ แต่ที่เห็นแน่ๆ เทศกิจมีหน้าที่ปั่นจักรยานตามจับฝรั่งทิ้งก้นบุหรี่ แล้วสกิดเข้าซุ้ม!? สรุปแล้วผมอยากให้ผู้สมัครผู้ว่ากทม.มาฟังคนกรุงเทพบ้าง เพ้อเจ้อเลอะเทอะมานานแล้ว "พูดให้น้อยหน่อย และฟังมากหน่อย" คนกรุงเทพฟังตั้งแต่พูดบนเวทีปราศรัย ทีวี วิทยุ แม้กระทั่งบนรถหาเสียง ไอ้ที่คนกรุงเทพเขาถาม ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าไปโกหกเขา เช่น เรื่องการแก้ไขปัญหาจราจร พวกเราเลือกผู้ว่าฯ ไม่ใช่หวังว่าจะให้รู้ทุกอย่างเหมือนไปเซิร์ชในกูเกิ้ล สุดท้ายคนกรุงเทพอยากฝากบอกว่า "รถหาเสียง มันไม่มีประโยชน์ นอกจากจะหนวกหู และรบกวนชาวบ้านเขา เพราะคนกรุงเทพทำงานตื่นแต่เช้า รถติด กลับบ้านก็ดึก วันอาทิตย์ก็อยากพักผ่อน แต่ไอ้รถหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่ามันรบกวนโสตประสาทเขา พวกเรารู้แล้วว่าคุณเบอร์อะไร จำแม่นขึ้นใจ" คนทั้งกรุงเทพมีอยู่แค่คนเดียวที่จำเบอร์ผิด คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เพราะวันก่อนไปให้สัมภาษณ์ บอกว่าให้เลือกคุณพงศพัศ เบอร์ 4 สงสัยเมาแดก....เอ้ย แดด " MThai News

กูเกิ้ลประกาศบล็อก คำค้นหา ภาพอนาจารเกี่ยวกับเด็ก
กูเกิ้ล /  กูเกิ้ลบล็อกภาพโป๊ / 

กูเกิ้ลประกาศบล็อก คำค้นหา ภาพอนาจารเกี่ยวกับเด็ก นำร่องภาษาอังกฤษ ก่อนใช้เวลา 6เดือนดำเนินการกับทุกภาษาทั่วโลก สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วานนี้ (18พ.ย.) ที่ประเทศอังกฤษ นายเอริค ชมิดต์ ประธานบริหารบริษัทกูเกิ้ล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ระหว่างคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกูเกิ้ลและไมโครซอฟท์ เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต ถึงการจัดการคำค้นหาที่เกี่ยวกับภาพลามกอนาจารเกี่ยวกับเด็กกว่า 100,000รายการ ที่ถูกค้นพบในกูเกิ้ล ว่า ขณะนี้ได้มีสร้างระบบป้องกันการค้นหาภาพลามกเด็กด้วยคำ หรือคีย์เวิร์ดแล้วโดยจะขึ้นข้อความตอบกลับว่าไม่พบข้อมูลที่ตรงกับการค้นหา และคำเตือนในเชิงที่ว่า การมีภาพลามกอนาจารเด็กในครอบครองถือว่าผิดกฎหมายด้วย อย่างไรก็ดีมาตราการดังกล่าวทางกูเกิ้ลยังไม่สามารถทำได้ครอบคลุมทั่วโลก แต่ได้เริ่มใช้มาตราการนี้กับประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษค้นหาเป็นหลักนำร่องไปก่อน และคาดว่าในอีก 6เดือนจะสามารถควบคุมและกำจัดได้ทุกภาษาทั่วโลก MThai News

google /  Google Maps / 

"ชาวบ้านสะเอียบ แถลงขอโทษกูเกิล ชาวไทย พร้อมต้อนรับรถ Street View หากมาอีก!!"   กลายเป็นข่าวให้คนโฟกัสการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ อย่างช่วยไม่ได้ หลังรถ Google Street View ซึ่งเข้าไปเก็บภาพพื้นที่ โดนชาวบ้านสะเอียบล้อม แล้วให้คนขับ ไปสาบานต่อหน้าพระ ว่าไม่ใช่พวกมาสอดแนม สนับสนุนการสร้างเขื่อน   ล่าสุด หลังพูดคุยจนเข้าใจตรงกันแล้ว ทางชาวบ้านสะเอียบก็ออกแถลงการณ์ขอโทษถึงกรณีดังกล่าว ทั้งต่อ   กูเกิ้ล และต่อชาวไทยเอง ที่ทำให้เสียชื่อเสียง     " ต้องขอโทษน้อง บริษัทกูเกิล รวมทั้งคนไทยทั้งชาติ ที่ทำให้เสียชื่อเสียงต่อเหตุการณ์นี้ รับรองมาคราวหน้า ทางเราจะต้อนรับอย่างดี " นายวิชัย รักษาพล ประธานคณะกรรมการคัดค้านเขื่อน ต.สะเอียบ กล่าว   " ชาวบ้านมีมาตรการเข้มงวด ป้องกันพวกสำรวจสร้างเขื่อน ถึงขนาดจัดเวรยามอย่างเคร่งเครียด เฝ้าป่าไม้ไม่ให้เขื่อนมาทำลาย ยิ่งเห็นกล้องบนรถหมุนรอบทิศทางก็งง เมื่อตรวจสอบแล้วว่าไม่ใช่ ก็ต้องขอโทษด้วย  " นายวุฒิชัย ศรีคำภา ตัวแทนสะเอียบ กลุ่มเยาวชนตะกอนยม กล่าว     สำหรับโครงการ Street View นั้น ดำเนินการอย่างถูกกฏหมาย โดยได้ร่วมกับ ททท. เพื่อเก็บภาพความสวยงามของประเทศไทย ให้ชาวโลกเห็น   ดำเนินงานมาแล้ว 2 ปี เก็บภาพไป 17 จังหวัด ซึ่งผู้ใช้ทั่วโลก สามารถเข้าไปชมภาพสตรีทวิวได้ที่ google.co.th/maps ส่วนรถสตรีทวิว ( Google Maps Camera Car ) นั้น มีหน้าตาเต็มๆ แบบด้านล่างนี้ วอนอย่าล้อม !!     Source : prachatai

Google  เผย 3 เทรนด์แฟชั่น ที่ถูกค้นหามาสุดใน ปี 2014 -2015
Google /  Jogger Pants / 

Google Ranks Top-Searched Fashion Trends 2015! กูเกิ้ล ได้เผย 3 เทรนด์แฟชั่น ที่ถูกค้นหามากที่สุดตั้งแต่ปี 2014 จนถึง 2015 คุณพอเดาถูกไหมว่าเป็นคำไหนบ้าง หากคุณคืออีกคนที่รักในสไตล์การแต่งตัว และเป็นสาวกแฟชั่นนิสต้าอย่างแท้จริง เราเชื่อว่า 3 คำ นี้ ต้องเคยผ่านตา หรือ คุณอาจจะเคยพิมพ์เสิร์ชหามาก่อนก็เป็นได้ นั่นก็คือ 1. ‘ Jogger Pants ’ กางเกงสไตล์สปอร์ต ให้ลุคคล่องแคล่ว เปรี้ยวเก๋ อย่างสาว Kendall Jenner 2. ‘ Palazzo Pants ’ กางเกงขาบานที่โด่งดังจากหนังเรื่อง American Hustle 3. ‘ Tulle Skirts ’ กระโปรงบานฟูฟ่อง สไตล์บัลเล่ต์ ทีนี้ไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แล้วล่ะม้าง ว่า 3 ชิ้นนี้ ยังคงอิน ไม่มีเอ้าท์นะตัวเอง เรียบเรียงโดย Women MThai Team

ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

ถ้าพูดถึงการจะทำรายงานแต่ละทีวัยรุ่น - วัยทำงานสมัยนี้ก็ต้องนึกถึงการเข้าอินเทอร์เน็ต กูเกิ้ล แทนการเข้าห้องสมุดที่ดูยังไงก็ล้าหลังไปซะแล้วสิ สำหรับยุคสมัยนี้ แต่ถ้าเพื่อนๆ ได้มาเห็น ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก นี้ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าต้องมีหลายคนเลยหล่ะ ที่อยากเข้ามานั่งเล่น อ่านหนังสือกัน^^ ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก ห้องสมุดสุดโมเดิร์นของเม็กซิโก แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Anagrama โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล  ไอเดียความคิดสร้างสรรค์นี้ออกแบบมาเพื่อต้องการส่งเสริมให้เด็กๆ รักการเรียนรู้ที่จะอ่านหนังสือ ได้ทั้งความรู้และความสนุกไปพร้อมๆกัน  ห้องสมุดแสนเก๋นี้ตั้งอยู่ที่ Fundidora Park โดยเมือก่อนนั้นที่แห่งนี้เคยเป็นโรงหลอมเหล็กมาก่อน แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการปรับปรุงใหม่ให้ดูทันสมัยและมีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น เช่น ห้องสมุด, พิพิธภัณฑ์, หอประชุม เป็นต้น  เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่า มีชั้นวางหนังสือเป็นรูปทรงเรขาคณิต - ทรงสามเหลี่ยมอยู่มากมาย ที่ทำเป็นรูปแบบนี้ก็เพราะเขาต้องการออกแบบสะท้อนให้เห็นภูมิประเทศที่เป็นภูเขาของเมือง Monterrey  นั่นเอง โดยชั้นวางหนังสือเป็นทรงเรขาคณิตเอาไว้เป็นชั้นเก็บหนังสือต่างๆ อีกทั้งทำพื้นยกระดับอีกหลายชั้น พร้อมปูพรมเพื่อที่จะให้เด็กๆ ได้เล่นและเพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือ นอกจากนี้ก็ตกแต่งสีสันสดใสในห้องเพื่อส่งเสริมจิตนาการด้วยคะ .. ถ้างั้น ห้องสมุด ก็คงจะไม่ใช่สถานที่ที่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้วสินะ ^^ ข้อมูลโดย designtaxi.com เรียบเรียงโดย teen.mthai

ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
ออฟฟิศ

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี กันค่ะ ออฟฟิศแห่งนี้ยังคง Concept เดิมของกูเกิ้ลไว้ก็คือการตกแต่งออฟฟิศให้พนักงานได้ผ่อนคลายเวลาทำงานมากที่สุด มีมุมพักผ่อน มีมุมนั่งเล่นมากมายค่ะ ออฟฟิศใหม่กูเกิ้ล สร้างในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี  มีชิงช้าไว้ให้พนักงานได้นั่งเล่นผ่อนคลาย มีมุมนั่งทำงานที่สามารถมองวิวข้างนอกที่สวยงาม ตกแต่งพื้นเป็นสีฟ้าเหมือนนั่งประชุมกลางแม่น้ำ เพดานด้านบนมุมนี้เปิดโล่ง เพื่อโชว์ท่อหลากสี ที่เป็นสีสัญญาลักษณ์ของ Google ผนังตามทางเดินจะประดับด้วยป้ายไฟตัวอักษร เพิ่มลูกเล่นและความสวยงามให้กับออฟฟิศด้วยมุมนั่งเล่นสุดชิคที่ตกแต่งด้วยเก้าอี้บิวอินตัวใหญ่ปูด้วยหญ้าสุดแปลกตา เห็นออฟฟิศแห่งใหม่ของกูเกิ้ลแล้ว เรียกได้ว่าถ้าใครมีโอกาสได้ไปทำงานที่นั้น คงจะฟินและมีความสุขมากๆ อย่างแน่นอนเลยค่ะ ได้ทำงานในออฟฟิศที่ตกแต่งได้อย่างผ่อนคลายมากๆ ขอบคุณภาพ : http://www.homedit.com

ย้อนรอย! 25 ปี ไนกี้ ฟุตบอล กับเส้นทางประวัติศาสตร์ของกีฬาลูกหนังตอนที่ 3 (ตอนจบ)
Nike Magista Obra /  บาร์เซโลน่า / 

ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก นำเสนอ 25 ช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกีฬาลูกหนังที่ผลักดันให้ไนกี้ก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของผลิตภัณฑ์กีฬาฟุตบอลในยุคปัจจุบัน มาให้ติดตามอ่านเป็นตอนที่ 3 ปี 2006 – ไนกี้ได้เริ่มบุกสื่อดิจิตอลด้วยแคมเปญที่มีชื่อว่า “Joga Bonito” โดยถือเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการวางแผนการตลาดผ่านสื่อดิจิตอล โดยไนกี้ร่วมมือกับ บริษัท กูเกิ้ล เพื่อสร้างเว็บไซด์สังคมออนไลน์ที่มีการป้อนข้อมูลก่อนจะถึงทัวร์นาเม็นต์และส่งเสริมข้อมูลที่สร้างขึ้นมาโดยผู้ใช้เอง ปี 2009 – สโมสรบาร์เซโลน่า จากสเปนได้รับชัยชนะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยทางสโมสรได้รับการยกย่องปรัชญาการทำทีมที่เน้นทีมเวิร์คมากกว่าความเก่งของตัวบุคคล ตลอดจนความกล้าหาญที่ปราศจากความกลัว และวิธีเล่นแบบบุกไม่หยุด ปี 2010 – แคมเปญ “Write the Future” ได้ถูกปล่อยออกมาบน Facebook และได้รับการแชร์มากที่สุดบนสื่อออนไลน์ และถือเป็นโฆษณาความยาว 3 นาที ที่เผยแพร่ได้รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของไนกี้ ฟุตบอล ขณะเดียวกันในปีนั้น ไนกี้ เอลิทแพ็ค ผลิตภัณฑ์ฟุตบอลสำหรับประเทศในแถบอเมริกาใต้ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะรองเท้าฟุตบอลที่ประกอบด้วย 4 สี 4 สไตล์ ที่มีแม่สีใกล้เคียงกับสีม่วงและสีส้ม ซึ่งมันช่วยสร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดบนสนามและช่วยให้นักเตะในทีมเดียวกันสามารถมองหากันได้อย่างรวดเร็ว และในปีนี้ยังถือเป็นครั้งแรก ที่ทีมฟุตบอล 9 ทีมชาติที่ทางไนกี้เป็นผู้สนับสนุน เช่นโปรตุเกส บราซิล เนเธอร์แลนด์ และ สหรัฐอเมริกา ได้สวมใส่เสื้อที่ทำจากการขวดรีไซเคิลจากบ่อขยะมูลฝอยในประเทศไต้หวันและญี่ปุ่น โดยเสื้อแต่ละตัวนั้นทำมากจากขวดน้ำแปดขวด  โดยตั้งแต่ปี 2010 ขวดน้ำทั้งหมดเกือบ 2 พันล้านขวดได้ถูกนำมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีปริมาณมากพอที่จะถมสนามฟุตบอลได้ถึง 3,500 สนาม ปี 2013 – รองเท้าฟุตบอลไฮเปอร์เวนอมได้ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับนักเตะเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านความเร็วและสามารถยิงบอลได้จากทุกมุม ไนกี้ได้รับข้อมูลจาก เนย์มาร์ จูเนียร์ และ เวย์น รูนี่ย์ เกี่ยวกับความเร็วของเกมฟุตบอลที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งผสานเทคโนโลยีไนกี้สกิน (NIKESKIN) ที่สร้างขึ้นเป็นโครงตาข่ายด้วยฟิล์มโพลิยูรีเทนชนิดบาง เพื่อให้เท้าของนักเตะรู้สึกใกล้เคียงกับเท้าเปล่ามากที่สุด  ปี 2014 – ไนกี้ได้นำเสนอรองเท้าฟุตบอลหุ้มข้อที่ฉีกกฎเกณฑ์ในกีฬาฟุตบอล ด้วยการนำเทคโนโลยี ไนกี้ ฟลายนิต มาพัฒนาร่วมกับรองเท้ารุ่น มาจิสต้า และ เมอร์คิวเรียล ซุปเปอร์ฟลาย โดยตัวดีไซน์นั้นตอบโจทย์กับการเล่นที่เปลี่ยนไป โดยมาจิสต้านั้นสร้างขึ้นมาเพื่อสำหรับการทำเกมโดยเฉพาะ และเมอร์คิวเรียล ซุปเปอร์ฟลาย นั้นมีไว้สำหรับผู้เล่นที่ต้องการจะใช้ประโยชน์ของแต่ละวินาทีให้มากที่สุด “นวัตกรรมของฟลายนิตช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของรองเท้าฟุตบอลและช่วยพัฒนาผู้เล่นอีกด้วย”   มาร์ค ปาร์คเกอร์ ประธาน และ ผู้บริหารบริษัท ไนกี้ กล่าว นอกจากนี้ภาพยนตร์โฆษณาไนกี้ที่มีชื่อว่า “Winner Stays” นำแสดงโดยคริสเตียโน่ โรโนลโด้ เนย์มาร์ จูเนียร์ และ เวย์น รูนี่ย์ ยังได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง โดยมียอดผู้ชมทั้งหมดบน Youtube มากกว่า 140 ล้านครั้งและกำลังทำลายสถิติเป็นวิดีโอของไนกี้ที่มีคนดูมากที่สุด ในฤดูร้อนนี้ที่ประเทศบราซิล ไนกี้จะเป็นผู้สนับสนุนให้กับ 10 ทีมบนสนามแข่งขันอันทรงเกียรติ ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นๆในตลาด โดยไนกี้เองนั้นได้เริ่มต้นจากการเป็นน้องใหม่ และใช้เวลาเพียงแค่ 20 ปี ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นผู้นำนวัตกรรมอันดับหนึ่งของตลาด

ล่อง ห้วยโก๋น เส้นทางท้าทายจาก น่าน สู่ หลวงพระบาง
ลาว /  หลวงพระบาง / 

ล่อง ห้วยโก๋น สัมผัสมิตรภาพสองข้างทางและชุมชนต่างถิ่น ที่ไม่ต้องปรุงแต่งเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ได้ยินมาตั้งแต่พอจะรู้ความว่า เมืองหลวงพระบาง เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของลาว มีความเกี่ยวพันกับคนไทยมาแต่ช้านาน ด้วยวัฒนธรรมคนถิ่นที่กลมกลืนกันเหลือเกินในการดำเนินชีวิต มีเสน่ห์ของความเรียบง่าย มีความงามในการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นแต่ดั้งเดิม และจรรโลงพระพุทธศาสนา ซึ่งชาวพุทธอย่างพวกเราน่าจะจัดเวลาให้ตัวเองไปพักกายพักใจหาความสงบตามวิถีนั้น แต่จนแล้วจนรอด เราก็ยังสบโอกาสในการไปเยือนบ้านอ้ายเมืองน้องของเราสักที กระทั่งหน้าหนาวปีใหม่เริ่มมาทักทาย มิตรรักนักชมธรรมชาติทั้งมือโปร และมือใหม่ของเราลงขัน “เวลา” ที่แต่ละคนมีอยู่น้อยนิด สละชีวิตจากการงานชั่วคราวราว 1 สัปดาห์ ออกไปหาประสบการณ์ช่วงแหล่งท่องเที่ยวพักฟื้นตกตะกอนดังเช่นทุกปี ปีนี้มิตรทุกคนเห็นตรงกันอย่างมิได้นัดหมายว่าจะขอพักการเยือนทะแลแดนใต้ ที่สุดแล้ว จ.น่าน กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับคะแนนจากชาวเราเป็นเอกฉันท์ ทั้งๆ ที่แต่ละคนก็ยังไม่เคยได้แวะไปเยี่ยมเยียนกันมาก่อน แต่ความไม่เคยก็อาจเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่ยากจะปฏิเสธได้ “แล้วจะไปกันยังไง จะใช้เส้นทางไหน” หนึ่งในมิตรเดินทางผู้ไม่รู้ถามอย่างข้องใจระคนเป็นห่วง ด้วยรู้ดีว่า เส้นทางสู่เมืองน่านนั้นคดเคี้ยวและต้องฝ่าขุนเขาตระหง่านหลายลูก “ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถ้าหวังจะเห็นพรรณไม้สองข้างทางราบเรียบจากการเดินทางอันราบรื่น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป เมื่ออีกคนออกไอเดียว่าไหนๆ ก็ไหนๆ ก็อยากจะถือโอกาสข้ามด่านชายแดนน่านไปหลวงพระบางของลาวซะเลย และแน่นอน เมื่อตัดสินใจจะข้ามพรมแดนลาวผ่านทางจ.น่าน เส้นทางเดียวที่จะพาเราข้ามไปได้ ก็มีแค่ด่านห้วยโก๋นเท่านั้น เอาล่ะสิ หาเรื่องใส่ตัวให้เดินทางลำบากบากเย็นอีกแล้วมั้ยล่ะ ความท้าทายเกิดขึ้นทันทีเมื่อเพื่อนคนหนึ่งทักว่า หากไม่ใช่คนในพื้นที่แล้ว การจะเข้าออกไทย-ลาวทางด่านห้วยโก๋น นั้นค่อนข้างยาก เราจึงต้องพึ่งทั้งกูเกิ้ล พึ่งทั้งผู้มีประสบการณ์เพื่อที่จะได้เตรียมตัวถูกและเตรียมใจทันหากเราไม่ สามารถผ่านด่านห้วยโก๋นได้ แต่เราก็โล่งอก เมื่อที่สุดแล้ว ก็มีผู้รู้ยืนยันว่า ปัจจุบันนี้ ด่านห้วยโก๋น ได้เปิดจุดผ่านแดนถาวร ไทย-ลาว เมื่อปี 2537 เป็นจุดผ่านแดนสากลแล้ว นักท่องเที่ยวทั่วไปก็สามารถข้ามพรมแดนไทย-ลาวได้สะดวก ขอเพียงปฏิบัติตามกฎ เตรียมเอกสารผ่านแดน คือ หนังสือเดินทาง และหนังสือผ่านแดนชั่วคราว ไปให้พร้อม เอกสารชุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถพักอยู่ฝั่งลาวได้ 3 วัน 2 คืน ใช้เวลาจัดแจงเตรียมตัว จนถึงกำหนดออกเดินทาง คณะเดินทางอยากเก็บแรงไว้สูดโอโซนเมืองน่าน จึงเลือกที่จะใช้บริการบขส. แทนการขับรถทางไกล ซึ่งหากใครมีเวลามากพอก็อาจขับรถไปเองได้ ถือเป็นการสำรวจความเป็นไปของสภาพภูมิประเทศไปในตัว มิตรคนหนึ่งแอบเสียดายที่จับรถไฟไปน่านไม่ได้ เพราะ จ.น่าน ไม่มีเส้นทางรถไฟตัดผ่าน (แต่ทัวร์คาราวานที่รักการเดินทางแบบออฟโรดเขาชื่นชอบนัก) นักท่องเที่ยวธรรมดาๆ แบบพวกเราจึงใช้ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ ไปรอจับรถกันแต่เช้าที่สถานีขนส่งหมอชิต (อันที่จริง ใครอยากเดินทางสบายๆ บินเร็วทันใจ สายการบินนกแอร์ ก็มีเที่ยวบินตรงจากดอนเมืองไปน่าน เปิดให้บริการตั้งแต่ปีที่แล้ว) เส้นทางยาวนานจากเช้าตรู่ในจากกรุงเทพฯ สู่ตัวเมืองน่าน ก็พลบค่ำทำให้พวกเราเหนื่อยอ่อน วันแรกในน่านของเราจึงหมดไปกับการพักผ่อน เพื่อที่จะแข่งกันตื่นแต่เช้า ออกไปสูดไอแรกของเมืองน่านให้สดชื่น และแวะกาดเช้า ดูชีวิตหนุ่มสาวพ่อค้าแม่ค้า และบรรดาพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยออกมาจับจ่ายในวิถีเรียบง่ายที่พวกเราไม่มีโอกาสได้ สัมผัสอย่างลึกซึ้งในเมืองหลวง ถือเป็นการเติมพลังอย่างวิเศษ ก่อนที่คณะของเราจะได้ออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่กันที่ ด่านห้วยโก๋น ด่านห้วยโก๋น นั้นเพิ่งจะมีชื่อติดปากนักท่องเที่ยวระดับสากลเมื่อไม่นาน ด้วยเพราะแต่เดิมเป็นเพียงช่องทางผ่านข้ามพรมแดนระหว่างไทยกับลาวเท่านั้น ด่านห้วยโก๋นอยู่ห่างจากฝั่งตัวเมืองน่านไปราวๆ 138 กม. แต่ไม่ไกลจากเมืองเงิน ที่พักค้างแรมในลาวเพียง 3 กม. แน่นอน หากเราต้องการไปหลวงพระบางด้วยเส้นทางนี้ ก็ต้องเตรียมใจที่จะค้างคืนก่อน เราเลือกที่จะพักในหงสา เพราะเส้นทางใหม่จากเมืองเงินสู่หงสา สร้างเสร็จใช้งานได้แล้ว ทุ่นระยะเวลาเดินทางไปได้มากกว่าเคย ทริปห้วยโก๋น-น่าน-หลวงพระบาง หลายคนที่ไม่คุ้นเคยอาจจะคิดว่าเสียดายเวลาที่หมดไป กับการใช้เส้นทาง การเดินทาง และการพักค้างอ้างแรมก่อนจะไปถึงจุดหมายปลายทาง แต่หากทบทวนดูแล้ว นี่แหละคือ ประสบการณ์ที่เรียกว่าได้มาจากการท่องเที่ยวแท้ๆ การได้สัมผัสความดิบในพื้นที่ๆ ไม่เคยไปและยังไม่มีใครได้เข้าถึง การเรียนรู้ที่จะรับมือหากมีอุปสรรคอยู่ตรงหน้า มิตรภาพริมสองข้างทางและชุมชนต่างถิ่นที่ไม่ต้องคอยปรุงแต่งเพื่อต้อนรับนัก ท่องเที่ยว ประสบการณ์สุดสนุกที่เก็บเกี่ยวได้รอบๆ ตัว ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นเสน่ห์ที่หลายคนพยายามคว้าไชว่เพื่อจะหาแหล่งท่องเที่ยว แปลกๆ เส้นทางใหม่ๆ เพื่อผจญภัยและกำไรชีวิตต่อไปไม่มีหยุด ทิ้งท้ายนิดหนึ่งว่า นอกเหนือจากใจและร่างกายที่เตรียมพร้อมแล้ว อย่าลืมเหน็บกฏ-กติกา-มารยาท และเอกสารสำคัญก่อนเช้าสปป.ลาว เท่านี้ก็จะได้เที่ยวอย่างอุ่นใจไม่เจอแจ็คพ็อตตลอดการเดินทางอย่างแน่นอน ขอบคุณภาพ : sweet2syrup.blogspot.com บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com d View Larger Map