กูเกิ้ล

เผยภาพเมืองร้าง ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิม่า
เมืองร้าง

28 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กูเกิ้ลยักษ์ใหญ่ด้านบริการค้นหา ได้เปิดเผยภาพเมือง นามิเอะ เมืองที่อยู่ในเขตอพยพ 20 กม.รอบโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ หลังจากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2553 ภาพดังกล่าวถ่ายจากรถติดกล้อง กูเกิ้ล สตรีทวิว โดยมีสภาพเมืองร้างที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ปรากฎภาพความเสียหายบางส่วนเหมือนกาลเวลาหยุดนิ่ง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นามิเอะเป็นเมืองร้าง เนื่องจากวิกฤตเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลอมละลาย ทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ปนเปื้อนในน้ำและอากาศ  โดยหากใครอยากลองสำรวจเมืองนามิเอะ สามารถทำได้ง่ายๆเพียง ค้นหาในแผนที่กูเกิ้ล " Japan, Namie-machi, Futaba-gun, Fukushima Prefecture " ก็จะพบกับภาพเมืองไร้ผู้คนที่น่าหดหู่ใจ MThai News

แน่นอก ฮอตเว่อร์ ติดอันดับเพลงไทยที่ถูกค้นหามากที่สุดในรอบปี
google /  ขอใจเธอแลกเบอร์โทร / 

คุกเข่า - แน่นอก ติดอันดับ เพลงไทยที่ถูกค้นหามากที่สุด ใน Google ใบเตย - หญิงลี ฮอต บุคคลหญิงที่มีคนค้นหามากสุดแห่งปี 2556 ใกล้สิ้นปี 2556 แล้ว เว็บ search engine ชั้นนำอย่าง กูเกิ้ล ได้ทำการสรุป คำค้นหาแห่งปี จากหลากหลายหมวด โดยในประเภทเพลง ในปีนี้ มาแรงสุดๆ ต้องยกให้เพลง รักต้องเปิด (แน่นอก) ที่ถูกค้นหามากที่สุดจาก Google นอกจากนี้ ยังมีเพลง คุกเข่า จากวง Cocktail รวมทั้งเพลง ไม่บอกเธอ จากวง Bedroom Audio ที่ถูกนำไปประกอบซีรี่ส์ร้อนแรงแห่งปีอย่าง ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ส่วนคนดังประจำปี ที่ถูก Search จาก Google มากที่สุดในปีนี้ ฝ่ายชาย ไผ่ พงศธร,แกงส้ม,สายัณห์ สัญญา,โตโน่ ฝ่ายหญิง หญิงลี ที่มาแรงสุดๆ จากเพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร,ใบเตย อาร์สยาม ที่มีผลงานให้แฟนๆได้ติดตามตลอดทั้งปี รวมทั้ง อีก 2 นักร้องสาวลูกทุ่ง ตั๊กแตน ชลดา และ ต่าย อรทัย 10 อันดับ เพลงไทยที่ถูกค้นหามากที่สุด ใน Google 1 คุกเข่า / Cocktails 2 รักต้องเปิด (แน่นอก) / 3.2.1 feat.ใบเตย อาร์สยาม 3 ไม่บอกเธอ / Bedroom Audio (Ost.ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น) 4 เเค่คุณ / Musketeers 5 ลมเปลี่ยนทิศ / บิ๊กแอส 6 ภูมิแพ้กรุงเทพ / ป้าง นครินทร์ feat.ตั๊กแตน ชลดา 7 อาย / สิงโต นำโชค 8 แสงสุดท้าย / Bodyslam 9 โป๊ (ใจมันเพรียว) / ใบเตย อาร์สยาม 10 พูดไม่ค่อยถูก / ABnormal และนี่ ก็คือบทสรุปแห่งปี ที่ Google ได้ทำการจัดอันดับมาอัพเดทให้ได้ทราบกัน ปีหน้าฟ้าใหม่ ก็มาติดตามกันว่า จะมีคำไหน หรือ ใครที่มาแรงอีกบ้าง กูเกิ้ล เผย คำค้นหามากที่สุดในไทย ปี 2556 เว็บไซต์กูเกิ้ล ผู้ให้บริการเสิร์จเอนจิ้น รายใหญ่ของโลก ได้เผยคำที่ถูกค้นหามากที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2556 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Lego Office พาชมออฟฟิศเลโก้ น่าทำงานสุดๆ
lego /  ของเล่น / 

พาชมออฟฟิศเลโก้ น่าทำงานสุดๆ จะมีสักกี่คนที่ได้ทำงานแล้วกลับไปในบรรยากาศแบบวัยเด็กอีกครั้ง ? หลายๆ คนอาจจะเคยได้เห็นภาพออฟฟิศของบริษัททางโลกออนไลน์ดังๆ อย่างเฟซบุ๊ค, ทวิตเตอร์, กูเกิ้ล หรือไมโครซอฟท์ไปบ้างแล้ว คราวนี้เรานำภาพบริษัทของเล่นสุดคลาสสิคอย่าง LEGO มาให้ชมกันบ้าง อยากบอกว่าสวยและน่าตื่นตาไม่แพ้กันเลยทีเดียว ในออฟฟิศของเลโก้มีห้องประชุมที่ทาด้วยสีสันต่างๆ กันถึง 8 ห้อง มีท่อสไลเดอร์ที่ทำจากโลหะเพื่อการเดินทางในออฟฟิศที่ไม่น่าเบื่อ มีพื้นที่สำหรับต่อตัวต่อเลโก้ และห้องสมุดชิ้นส่วนของเลโก้โดยเฉพาะ ที่สำคัญไปกว่านั้นคือพนักงานบางตำแหน่ง เช่น แผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ หน้าที่ของพวกเขาคือการรวมกลุ่มกัน "เล่น" ในบางเวลาเพื่อให้เกิดไอเดียผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เรียกได้ว่านอกจากจะเป็นบริษัทที่สร้างความสนุกให้คนอื่นๆ แล้ว เขายังทำงานกันอย่างสนุกสนานอีกด้วย สมัครสมาชิก login แล้วดูบอลยูโร 2012 สดๆ ได้ที่ gmmeuro.com

10 ภาพ มุมสูง สวย อัศจรรย์ จาก กูเกิ้ล เอิร์ธ
รูปภาพ /  อัศจรรย์ / 

อัศจรรย์ 10 ภาพ มุมสูง จาก กูเกิ้ล เอิร์ธ Google Earth มีภาพมุมสูงจาก Google Earth มาฝากชาว Travel.mthai ค่ะ สวย อัศจรรย์ แปลกตา และ สูง ชวนหวาดเสียวจริงๆ ..ที่ว่าหวาดเสียว ก็เพราะเป็นภาพถ่ายจากมุมสูง ซึ่งบางคนกลัวความสูง (จขทก. ก็กลัวความสูงค่ะ) ยืนอยู่ที่สูงๆ พาลจะหัวใจวายเอาซะให้ได้ แต่ถ้าคนที่ไม่กลัวความสูง ก็อาจจะดูไม่เห็นมีอะไร จิ๊บๆ.. แต่แหม ความกลัวของใครก็อาจจะไม่เหมือนกันอ่ะเนอะ .. เอาเป็นว่า มาดูกันเลยค่ะ 1. Airplane graveyard in the U.S. state of Arizona 2. Scattered in the desert in Saudi Arabia agricultural communities 3. Panorama of Venice .. เวนิสในฝัน ปกติแค่ เวนิส มุมธรรมดา เราก็ว่า สวย อัศจรรย์ แล้ว แต่พอเห็นมุมสูงของเวนิส ก็ยิ่งรู้สึกทึ่งในความสวยงามเข้าไปอีก ... ไว้สักครั้งจะไปให้ได้นะ เวนิส 4. Volcanic island in Hawaii .. ฮาวาย ทะเลสวย 5.The streets of the Hungarian capital of Budapest 6. Taken from a high altitude views of Los Angeles and the surrounding area 7. “Palm Island” in Dubai เกาะปาล์ม ดูไบ 8. The Eiffel Tower .. หอไอเฟล เป็นสิ่งที่ต้องทุกคนไปแล้วต้องถ่ายรูปคู่มาให้ได้ ติดใน 4 สิ่งที่ไม่ควรพลาด เมื่อ ไปปารีส มองจากมุมสูง มันก็แปลกตาดีอีกแบบนะ 9. Parking cargo containers in ลอส เองเจลลิส Los Angeles 10. Faro in the Portuguese coast เห็นแบบนี้แล้ว รู้สึกกันไหมคะว่า ชีวิตเราที่คิดว่ายิ่งใหญ่ สุดท้ายแล้วก็มีอะไรที่ใหญ่กว่า เราอาจจะเป็นเพียงสิ่งหนึ่งเล็กๆ บนโลกใบนี้เท่านั้น ระมัดระวังการใช้ชีวิต แต่ก็อย่าเครียดกับชีวิตมากไป พักบ้าง เที่ยวบ้าง บริหารเวลาในชีวิตให้ดี เท่านี้ก็น่าจะคุ้มแล้วที่เกิดมา ... เมื่อยังไปเที่ยวด้วยตัวเองไม่ได้ ก็เที่ยวทางสายตา กับ Travel.mthai กันไปพลางๆ ก่อน เตรียมตัวพร้อมเมื่อใหร่ ก็ให้ลุ้ยยยย 10 สถานที่ประหลาดที่สุดในโลก 10 อันดับ เมืองเก่าแก่ที่สวยที่สุดในโลก

กูเกิลแจงตัวเลข ขอข้อมูลผู้ใช้ จากรบ.ทั่วโลก
กูเกิ้ล /  ข้อมูลผู้ใช้ / 

กูเกิลแจงตัวเลขขอข้อมูลผู้ใช้ จากหลายรัฐบาลทั่วโลก ระบุ สหรัฐส่งคำขอมากสุดถึง 83% จากคำขอทั้งหมด สำนัก ข่าวบีบีซี รายงาน ตามที่บริษัทกูเกิล เปิดเผยข้อมูล ตัวเลขคำขอทราบข้อมูลผู้ใช้จากรัฐบาลของแต่ละประเทศทั่วโลก ที่มีมากถึง53,356 คำขอ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำขอจากรัฐบาลสหรัฐ โดยอ้างอำนาจความเป็นรัฐบาลในการขอเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ ซึ่งคำขอส่วนใหญมาจากรัฐบาลสหรัฐ และตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมคำขอที่มา จากหน่วยความมั่นคงของสหรัฐ (NSA) อีกด้วย รายงานระบุว่า 69%  ของคำขอเป็นของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ขณะที่สหรัฐส่งคำขอมาถึง 83% จากคำขอทั้งหมดและมี 1,397 คำขอ ที่ข้อมูลถูกส่งไป ข้อมูลนี้เพียงช่วงระยะเดือนกรกฎาคม-เดือนธันวาคม ของปีที่แล้วเท่านั้น

เปิ้ลยัน!! iPad Mini มาแน่ปลายปี !!
ipad /  iPad Mini / 

iPad Mini - สำนักข่าว Bloomberg รายงานจาก ปากคำของ 2 แหล่งข่าวในแอปเปิ้ล ย้ำชัดว่าจะมีการปล่อยของใหม่ใน เดือน ต.ค. ที่จะถึงนี้ ซึ่งตรงอย่างที่ได้มีข่าวลือหลุดออกมาก่อนหน้านี้หลายครั้ง มันคือ  iPad Mini  ตลาดแท็บเล็ต น่าจะเป็นคำตอบของอุปกรณ์พกพาในอนาคตจริงๆ หลังจากไมโครซอฟท์โชว์เหนือด้วยการปล่อย Surface Tablet  ออกมายั่วแฟนๆ ต่อด้วย Nexus 7 แท็บเล็ต Jelly Bean จากกูเกิ้ล ไม่นับรวม Kindle fire ที่จับตลาดอีแมกกาซีน  ได้อย่างล้นหลามแล้ว อีกไม่นาน iPad Mini  ก็เตรียมจ่อคิวลงมาคลุกวงในด้วย แม้จะครองสัดส่วนตลาดแท็ลเล็ตส่วนใหญ่จาก iPad อยู่แล้วก็ตาม สำหรับ iPad Mini นี้จะมีขนาดอยู่ระหว่าง 7-8 นิ้ว จากขนาด iPad ปกติ ที่ 9.7  นิ้ว  ... " นี่จะเป็นฝันร้ายของแท็บเล็ตเจ้าอื่น "  Shaw Wu นักวิเคราะห์แห่ง Sterne Agee & Leach Inc.  กล่าว Source By bloomberg , mashable

ประสบการณ์เสียวยิ่งกว่าบ้านผีสิง ถ้ำเลเขากอบ จ.ตรัง
ตรัง /  ถ้ำเลเขากอบ

สวัสดีครับ จะมาเล่ากิจกรรมท่องเที่ยวตื่นเต้นสุดประทับใจ ประสบการณ์เสียวไม่ลืมของผมให้ฟังกัน ผมจำได้แม่น เหตุเกิดที่ ถ้ำเลเขากอบ ตำบลเขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอห้วยยอด ถ้ำเลเขากอบ เป็นภูเขาอยู่ห่างทะเล 40 กิโล แต่เรียกถ้ำเลเพราะมันมีน้ำเยอะเหมือนทะเล น้ำไหลผ่านตลอด ต้นไม้ครึ้ม  ก่อนไปผมเปิดดูเว็บ หาคำว่าถ้ำเลเขากอบ บอกตรงๆพูดกันแบบชาวชาวบ้านๆไม่เห็นมีความน่าสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว คือเดาทางได้ตามรูปเลยล่ะ มีถ้ำ มีหินงอกหินย้อย ลงเรือลอดถ้ำ ไม่น่ามีอะไรมากไปกว่านี้จริงๆ  แต่ผมบอกได้เลยที่เราค้นหาในกูเกิ้ล เกี่ยวกับถ้ำเลเขากอบ คุณเจอคำตอบแค่ 50% อีก 50% คือความมันส์ระดับสุดขั้วที่ต่อให้คนทั้งโลกที่ไปมาแล้วมาบอกคุณ คุณก็ไม่เชื่อว่ากิจกรรมท้าทายความกล้าแบบนี้มันมีจริงในประเทศเรานี่เอง ก่อนถึงถ้ำก็จะมีศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชนทำจากไม้เทพทาโร ไม้มงคลแวะชมดูกันได้ ถ้ำเลเขากอบเป็นภูเขาลูกใหญ่มองเห็นแต่ไกล ที่จอดรถกว้างขวาง ห้องสุขา ห้องอาบน้ำมากมายสะดวกสบาย มีบริการนวด สปา (แอบสงสัย เทรนด์การนวดนี่ล้ำมาถึงปากถ้ำกันเลยทีเดียว)  ค่าลงเรือลำละ 300 บาท นั่งกี่คนก็ได้ แต่สูงสุดเต็มที่ผู้โดยสารได้ 5 คน +คนพายอีก 2 คน  คนพายเรือเขาก็จะพายเรือล่องไปตามแม่น้ำชมต้นไม้เย็นๆก่อนค่อยๆลอดเข้าถ้ำมังกรทางส่วนหาง  ก็พาเดินเที่ยวในถ้ำสลับลงเรือภูเขาใหญ่มาก ถ้ำก็มีหลายห้องอากาศอบอ้าว เหงื่อไหลไคลย้อยตามไสตล์ถ้ำทั่วไป  ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร ถ้ำท้องพระโรง ถ้ำพระสวรรค์ ถ้ำตะพาบน้ำ ถ้ำเพชร ถ้ำพลอย และถ้ำแป้ง เป็นต้น ไหว้พระสิ่งศักดิ์สิทธิ์อธิษฐาน ถ่ายภาพ ขอพรกันไป ข้อดีคือมีแสงไฟส่องถึงตลอดเส้นทาง ปลอดภัยไม่น่ากลัว ส่วนนี้เรียกว่าท้องมังกร จนกระทั่ง..... ทุกคำตอบ ที่ผมค้นหาไม่ได้ใน google ภาพหรือคลิปต่างๆใยจึงหาได้ยากที่จะมีคนนำมาเผยแพร่บนโลกอินเตอร์เนต ถึงมีก็ดูไม่เข้าใจในอารมณ์ร่วม ณ.ขณะนั้น คำตอบจะถูกเฉลย ในตอนที่เราต้องนั่งเรือออกจากถ้ำ.... คุณเคยได้ยินคำว่า วินาทีบรรลุธรรมไหมครับ โอ้โหหหหหหหห เหตุเกิดเร็วมากนาทีนั้นผมกระจ่างแจ้งเลยครับ อวิชชาทั้งหลายมลายสิ้น "ผมเข้าใจแล้วทำไมเราต้องซ้อมนอนกันมาตลอดเส้นทาง" คือต้องนอนจริงๆครับ ผมไม่กล้าแม้จะกระดุกระดิก นอนราบ นอนเรียบ นอนยังไงก็ได้ให้แบนที่สุดในชีวิต อย่าได้คิดแม้แต่จะหยิบกล้องหรือยื่นไม้ยื่นมือมาโพสท่าอะไรเด็ดขาด คุณทำได้แค่ 1.นอนนิ่งๆ ถ้าไม่อยากตาย  2.อย่าหลับตา ถ้าไม่อยากเสียโฉม  3.ส่งเสียงร้องปลดปล่อยความกลัว    ทำไมเหรอครับ ก็รูลอดถ้ำมันกว้างแค่เรือลอดได้  ความสูงแค่หินเฉี่ยวจมูก ความกว้างแค่หินเฉี่ยวหู ทุกคนในเรือรวมทั้งคนพาย 2 คน จะต้องนอนออกมาเอาไม้พายดันผนังถ้ำเพื่อให้ออกมาให้ได้  กว่าจะออกมาได้ผมบอกได้เลยว่า " กลัวมาก เสียวมาก กลัวตาย กลัวไม่รอด ตื่นเต้น คิดในใจทรมาน  นรกเป็นแบบนี้หรือเปล่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยด้วย พ่อช่วยด้วย แม่ช่วยด้วย  วันนี้ผมจะรอดไหม  หน้าจะเป็นแผลไหม จะบาดเจ็บไหม จะออกไปได้ไหม เรือจะจมไหม  เอาชีวิตมาเสี่ยงทำไมเนี่ย ฯลฯ สาระพัด"  คุณจะได้ยินเสียงกรีดร้องของเพื่อนๆ และเรือลำอื่นๆ  เหมือนตกอยู่ในความน่าสะพรึงกลัวและชะตากรรมเดียวกันตลอดเส้นทาง จนไปถึงส่วนที่เรียกว่า "หัวใจมังกร" ตื่นตาตื่นใจ  แต่ยังไม่ถึงทางออกนักท่องเที่ยวทุกคนยังต้องนอนมองถ้ำหินย้อยแหลมคม เฉี่ยวจมูกเราไปมาตลอดเส้นทาง คนพายก็จะค่อยๆดันเพดานถ้ำให้เรือต่ำลงเพื่อให้เรือลอดออกมาเรื่อยจนถึง แสงสว่างนอกถ้ำนั่นคือปากมังกร นาทีที่เราเห็นแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่ปากถ้ำ อวิชชาเหมือนดับสลายไป สววรค์เหมือนอยู่ตรงหน้า วินาทีบรรลุธรรมนาทีที่รู้ว่าเราปลอดภัยแล้ว มันมีความสุขอยู่ตรงหน้า มันโล่ง มันสบาย มันเบา  รู้สึกเลยว่าแค่ออกมาได้แค่นี้ก็พอแล้วชีวิต....ก่อนขึ้นบกออกจากเรือผมให้สินน้ำใจ แก่พี่คนที่พายเรือพาให้ผมรอดชีวิตออกมาได้ ไปคนละ 100 บาท ผมไม่ได้อวดรวย แต่นาทีที่คุณรอดจากถ้ำสยองกว่าบ้านผีสิงนี้มาได้ คุณจะรู้เลยว่าทุกนาทีในเรือทุกลำที่ผ่านเข้าไปในรูนี้น่ากลัวมากที่สุด  คนพายเรือให้เราทั้งสองคนนี่แหละคือผู้กุมชะตาชีวิตของคุณในนาทีนั้นอย่างแท้จริง..... สุดท้ายที่ปลายถ้ำหลังขึ้นเรือ ได้เหยียบแผ่นดินมีพระพุทธรูปและดอกไม้ธูปเทียนให้บูชา จงอย่าได้รอช้า ก้มกราบงามๆสามครั้ง ขอบคุณทุกความเร้าใจที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนรอดมีชีวิตใหม่อีกครั้ง ปล. 1.ผมรู้แล้วทำไมถึงมีบริการนวด บริการสปา เพราะเราจะนอนเกร็งนอนเสียวจนเมื่อยตัวเมื่อยคอจริงๆ 2.ตลอดเส้นทางเสียว ฝีพายทั้งสองจะปลอบเราเสมอว่า "ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะไม่ทำให้คุณได้รับบาดเจ็บแน่นอน ถ้าคุณนอนนิ่งๆ"  ซึ่งก็เป็นความจริงไม่มีใครได้รับรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว ประทับใจมาก 3. สโลแกนของ ถ้ำเลเขากอบคือ "เข้าแล้วเสียว ออกแล้วสบาย" ยืนยันว่าเป็นความจริง ผมให้ 10 กะโหลก น่ากลัวกว่าบ้านผีสิงล้านเท่า  "โคตรเสียวเลย"  ต้องไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิตไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

จุดเริ่มต้น ความฮาทะลุนอกโลกของ
ความเชื่อ /  จันทบุรี / 

มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่? ด้วยความที่ไม่มีหลักฐานใดๆพิสูจน์ออกมาได้ชัดเจน ก็ยากที่จะเชื่อ จนกว่าจะได้เห็นด้วยตาของตัวเอง นับว่าเป็นเรื่องยากที่เราจะเห็น มนุษย์ต่างดาว และจานบิน ปรากฏตัวเผยโฉมแบบไม่แคร์สื่อ แม้จะเป็นเวลานานมาแล้วก็ตามกับเรื่องราวลึกลับ ทำให้มนุษย์โลกฉงนจนถึงทุกวันนี้ โดยหนึ่งในนั้นรวมถึง เป้-นฤบดี เวชกรรม กับเรื่องราวคาใจสมัยเด็กที่ถูกบันทึกไว้ในใจตลอดมา กลายเป็นผลงาน กำกับ-เขียนบทของเขา ในภาพยนตร์ สูบคู่กู้โลก โดยเล่าเรื่อง Flashback ในช่วงวัยเยาว์ว่า “เริ่มต้นตอนเด็กๆซึ่งเป็นเรื่องที่ติดใจ ฝังใจผมมาตั้งแต่เด็กตอนอายุ 12 ปี นอนเล่นอยู่สนามหญ้าหน้าบ้านกับกลุ่มเพื่อน พวกเราก็นอนดูดาวกันเพลินๆ นั่น ดาวลูกไก่ นั่นดาวไถ สักพักผมเห็นแสงเหมือนเครื่องบิน 2 ลำ บินคู่กันไป จากนั้นมันกลับหักเลี้ยวเป็นมุมฉากขึ้นไป ผมก็เริ่มงง เฮ้ย!เครื่องบินมันบินเป็นมุมฉาก แล้วก็แว๊บหายไป ก็หันไปถามกันว่าเห้ยตาฟาดป่าว ก็ไม่นี่ แต่เราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร หลังจากนั้นเราก็คุยเรื่องนี้กันทุกวัน เมื่อก่อนนั้นมันยังไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีกูเกิ้ล ก็เข้าห้องสมุดเปิดดูแต่เรื่องUFO มนุษย์ต่างดาวสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า แล้วก็เริ่มสนใจเรื่องแบบนี้ ซึ่งมันถูกเมมโมรี่ไว้ในหัวผมตั้งแต่สมัยเด็กๆ” และหากมนุษย์ต่างดาวกำลังบุกโลกเราจริง มันจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง หลายคนเริ่มตั้งข้อสันนิษฐานจากเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆบนโลกที่เกิดขึ้น สื่อทุกประเภทต่างประโคมข่าวอย่างต่อเนื่องประหนึ่งคล้ายว่ามนุษย์ต่างดาวกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง หรือพวกมันกำลังเริ่มที่จะบุกโลกอย่างจริงจัง ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เป้ นฤบดี จึงเล่าที่มาของไอเดียเรื่องราวในภาพยนตร์ว่า “ผมเริ่มรู้สึกว่าภัยพิบัติบนโลก มันเริ่มเยอะขึ้น วันนั้นดูข่าวคุณสรยุทธ เรื่องเล่าเช้านี้ มีข่าวว่าเห็นกลุ่มแสงไฟซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไรที่น่านฟ้าญี่ปุ่น ก่อนที่จะเกิดสึนามิ ผมก็สนใจเรื่องนี้ขึ้นมาอีก พอมันรวมกันกับเรื่องมนุษย์ต่างดาวสมัยเด็กของผมที่ยังค้างคาใจอยู่ ก็คิดขึ้นมาว่า ถ้าเกิดโลกของเราจะพัง เกิดภัยพิบัติขึ้นมาจริงๆล่ะจะเป็นอย่างไร แล้วคิดต่อยอดอีกนิดในมุมของหนังคอมิดี้ หากมนุษย์ต่างดาวบุกมา คนที่จะกู้โลกได้นั้นควรจะเป็นกลุ่มคนแบบไหนดี” แล้วใครกันคือ ฮีโร่“กู้โลก”ตัวจริง เป็นเรื่องที่ผู้กำกับและทีมเขียนบท ต้องแชร์ไอเดียร่วมกันอย่างหนักก่อนที่จะลงมือเขียนบทกันอย่างจริงจัง กับกลุ่มคนที่จะถูกคัดเลือก เพื่อมาเป็นฮีโร่ หน่วยกู้โลกให้พ้นภัยพิบัติในครั้งนี้ โดย ชอ กฤษณะ หนึ่งในก๊วนผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์ ได้เล่าเสริมว่า “ก่อนหน้านี้สาระแนสิบล้อ เป็นผีสิงรถแปลงร่างเป็นทรานส์ฟอร์เมอร์ สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับคนดูไม่น้อย  พวกเราก็คิดต่อว่าหนังเรื่องหน้ามันจะต้องแรงขึ้นกว่าอย่างมาก(555) โดยเลือกโฟกัสที่กลุ่มมอเตอร์ไซค์เป็นอันดับแรก ด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเราชอบขี่มอเตอร์ไซค์กัน(555)  แต่เราเลือกเป็นแก๊งชอบเปอร์ เพราะด้วยความมันส์ ความมีสีสัน รวมถึงสไตล์การแต่งตัวของพวกเขาที่เป็นเอกลักษณ์  จึงจับแก๊งชอปเปอร์มาใส่ไว้ในหนัง สำหรับบทเรื่องนี้เราใช้เวลา 4- 5 เดือน กว่าจะเขียนบทออกมาเสร็จสมบูรณ์ มันยากตรงเรื่องของมนุษย์ต่างดาว เพราะไม่คุ้นเคย และก็ไม่เคยเห็นตัวจริง จึงต้องใช้ระยะเวลาในการรีเสิร์ชข้อมูลพอสมควร” และผู้ที่ขอมีส่วนร่วมกระบวนการค้นหาข้อมูลมนุษย์ต่างดาวในครั้งนี้ก็คือ หลังเลนส์ สาระแน (เสกสรร รัตนพรพิศ) โดยเล่าว่า  “ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว ผมจึงขอพี่เป้ ผู้กำกับ เข้ามาแจมในทีมเขียนบท จะเรียกว่าผมเกาะพวกพี่เขาก็ได้ครับ(555) ช่วงรีเสิร์ชหาข้อมูลหลักๆเราพึ่งพาอาศัยอินเตอร์เน็ต ใช้เวลาดูคลิปตามเว็บไซท์ต่างๆ เพื่อหาข้อมูลมนุษย์ต่างดาว สังเกตรูปร่างลักษณะควรเป็นยังไง แล้วมนุษย์ต่างดาวของหนังเรื่องนี้จะออกมาเป็นแบบไหน ดูหนัง ดูสารคดีที่เกี่ยวกับเอเลี่ยน แชร์ไอเดียกับพวกพี่ๆ รวมถึงเรื่องราวที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็นมุกตลกใส่ลงไปในเรื่องด้วยครับ” แน่นอนแหล่งข้อมูลหลักสำคัญที่ผู้กำกับและทีมงานเขียนบท เลือกที่จะเจาะลึกนั้นคงจะเป็นใครอื่นไม่ได้ถ้าไม่ใช่บุคคลท่านนี้ ศ.ดร.นพ.เทพพนม เมืองแมน (นายกสมาคมค้นคว้าทางจิตแห่งประเทศไทย) รวมถึงบุคคลที่เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง โดย เป้ นฤบดี เล่าว่า  “ผมได้มีโอกาสพบและคุยข้อมูลกับ ศ.ดร.นพ.เทพพนม ท่านก็มีเรื่องราวสนุกๆเล่าให้ฟังเยอะเลย ถ้าใครได้เคยดูรายการที่เขาไปออกตามโทรทัศน์ เขาจะเล่าว่าสามารถติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้ และเขาเคยเห็นมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว หรือจะเป็นกลุ่มของ พีท ทองเจือ ซึ่งเขาก็สนใจด้านนี้เช่นกัน กลุ่มเขากะลา จ.นครสวรรค์ กลุ่มที่บอกว่าติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้มานานแล้ว  โดยผมหาข้อมูลจากกลุ่มคนพวกนี้” จากประสบการณ์ตรงของ เป้ นฤบดี ถูกนำมาผสมผสานกับแหล่งข้อมูลอ้างอิงถึงเรื่องราวมนุษย์ต่างดาว จนกลายมาเป็นภาพยนตร์คอมิดี้-ไซไฟ ผลงานกำกับภาพยนตร์ลำดับที่ 4 ของ เป้ นฤบดี ซึ่งก่อนหน้านี้ฝากผลงานกำกับไว้กับภาพยนตร์ สาระแนห้าวเป้ง, สาระแนสิบล้อ และสาระแนเห็นผี ด้วยประเด็นการเล่าเรื่องที่ทั้งแปลก แหวก และยังไม่มีใครกล้าทำ กล้าสร้างมาก่อน โดยเล่าว่า “ประเด็นหลักของหนังคือ แก๊งมอไซค์ ภัยพิบัติ และมนุษย์ต่างดาว สำหรับมนุษย์ต่างดาวมันมีหลากหลายมุม อย่างหนังฮอลลีวู้ดที่ทำกัน เขาจะนำเสนอว่ามนุษย์ต่างดาวบุกโลก หรือไม่ก็มนุษย์โลกช่วยเหลือมนุษย์ต่างดาว ผมก็มานั่งคิดว่าถ้าเป็นประเทศไทยล่ะจะทำในลักษณะไหนดี  ส่วนเรื่องของภัยพิบัติที่เกิดขึ้น มันก็เกิดขึ้นจากสิ่งที่พวกเราทำกันเองนั่นแหละ ผมคิดว่าเวลาเราทำอะไรมันเหมือน เด็ดดอกไม้สะเทือนดวงดาว ซึ่งมันจะเชื่อมโยงกันหมดครับ และนี่คือไอเดียหลักที่พวกเรานำมาสร้างเป็นภาพยนตร์สูบคู่กู้โลก” ----------------------------------------------------- เกร็ดภาพยนตร์ - ครั้งแรกของ “หม่ำ จ๊กม๊ก” กับ “เปิ้ล นาคร” ที่ต้องแสดงประกบ มนุษย์ต่างดาว - ณ โลเคชั่น “อู่สูบคู่” ทีมงานยึดใต้สะพานปากน้ำแขมหนู ใกล้ๆหาดเจ้าหลาว สร้างเป็นอู่ซ่อมมอไซค์ขึ้นมา และจุดโลเคชั่นนี้เอง ที่ชาวบ้านย่านนั้นบอกมาว่า มีคนเคยเห็นมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว - ครั้นเมื่อยังเป็นด.ช.เป้ นฤบดี อายุ 12 ขวบ เขาชวนเพื่อนๆมานอนเล่นสนามหญ้าหน้าบ้าน และได้เห็นปรากฎการณ์แปลกๆบนท้องฟ้า ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เริ่มสนใจ เข้าห้องสมุดค้นคว้าแต่เรื่อง มนุษย์ต่างดาว UFO สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า และเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีจริง - ศ.ดร.นพ.เทพพนม เมืองแมน (นายกสมาคมค้นคว้าทางจิตแห่งประเทศไทย) แหล่งข้อมูลสำคัญของทีมงาน เพราะเขาคือผู้ที่ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้ เคยเห็นและเจอมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว แถมยังมีเพื่อนเป็นมนุษย์ต่างดาวอีกด้วย - พีท ทองเจือ หนึ่งในนักแสดงของ สูบคู่กู้โลก ยังเล่าให้ผู้กำกับ และทีมงานฟังว่า เป็นคนที่มีความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวเช่นกัน และบ้านของเขายังตั้งอยู่ในห้วงมิติอันลึกลับ ที่วันดีคืนดีก็รู้สึกเหมือนมนุษย์ต่างดาวมาปรากฏตัว ด้วยลักษณะแสงบางอย่างที่มักจะเกิดขึ้นเหนือหลังคาบ้านของเขา - ในประเทศไทย กลุ่มเขากะลา จ.นครสวรรค์ คือ สถานที่สำคัญและเป็ศูนย์แห่งการติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว   และมีผู้เดินทางไปพิสูจน์อย่างมากมาย รวมถึงศิลปินดารา ซึ่งผู้ที่ไปชมมักจะถ่ายภาพออกมาและได้ภาพแปลกๆอยู่เสมอ

หญิงลี ฮอตได้อีก กับรางวัล Youtube Partner Rewards
Youtube Partner Rewards /  ขอใจเธอแลกเบอร์โทร / 

แกรมมี่ ปลื้มรับรางวัล Youtube Partner Rewards (ยูทูป พาร์ทเนอร์ รีวอร์ดส) หญิงลี สาวลำซิ่ง 100 ล้านวิว ...ดีด๊า ร่วมรับรางวัล ถือเป็นพันธมิตรยักษ์ใหญ่ที่สุดในวงการเพลงและบันเทิงเมืองไทยสำหรับบริษัท “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ” เพราะเมื่อ ยูทูป โกบอล จัดงานเปิด ยูทูป ไทยแลนด์ เมื่อวันก่อนนั้น นาย ทอม พิคเกตต์ รองประธานฝ่ายเนื้อหา ยูทูป ในงานเปิดตัวยูทูป ไทยแลนด์ ได้ทำพิธีร่วมแสดงความยินดีมอบรางวัล ยูทูป พาร์ทเนอร์ รีวอร์ดส (YouTube Partner rewards) ให้กับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, จีนี่ เรคคอร์ดส และวี เรคคอร์ด ที่มีจำนวนสมาชิกเกิน 1 ล้านรายชื่อ โดยมอบให้กับคุณ กริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจเพลง) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับมอบ พร้อมทั้งมี หญิงลี ศรีจุมพล สาวลำซิ่งเจ้าของสถิติ 100 ล้านวิวจากเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ร่วมรับมอบด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม เมื่อบ่ายวันก่อน ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ “ผมว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของวงการบันเทิงเมืองไทย ที่ Google (กูเกิ้ล) เข้ามาเปิดให้บริการ You Tube (ยูทูป) ในประเทศไทย ดังนั้น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในฐานะเจ้าของคอนเทนท์บันเทิงรายใหญ่ที่เรามีคลังเพลงกว่า 20,000 เพลง รวมถึงมีมิวสิควิดีโอ คอนเสิร์ต ละคร ละครเวที และอื่นๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อยูทูปไทยแลนด์ได้ ขณะที่ ยูทูป ซึ่งเป็นเว็บไซต์วิดีโออันดับ 1 ของโลก ก็เป็นช่องทางที่คอนเทนท์ต่างๆของแกรมมี่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นเดียวกัน และที่สำคัญเพลงของแกรมมี่สามารถสร้างยอดวิวได้สูงสุดติดอันดับ 1 และ 2 ของเมืองไทย โดยเพลง “ไกลแค่ไหนคือใกล้” ของวงเก็ทสึโนว่า ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเพลงไทยเมื่อมีผู้เข้าชมคลิปเพลงนี้กว่า 108 ล้านวิว ขณะที่เพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ของสาวลำซิ่ง “หญิงลี ศรีจุมพล” ก็กลายเป็นมิวสิควิดีโอเพลงไทยลูกทุ่งเพลงแรกที่สร้างสถิติใหม่มียอดวิวบนยูทูปทะลุ 100 ล้านวิว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีๆอีกเรื่อง” กริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจเพลง) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เผย ย้อนไปดูภาพบรรยากาศ การฉลอง เพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร ทะลุ ร้อยล้านวิว ใน Youtube คลิก มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ย้อนรอย! 25 ปี ไนกี้ ฟุตบอล กับเส้นทางประวัติศาสตร์ของกีฬาลูกหนังตอนที่ 3 (ตอนจบ)
Nike Magista Obra /  บาร์เซโลน่า / 

ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก นำเสนอ 25 ช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกีฬาลูกหนังที่ผลักดันให้ไนกี้ก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของผลิตภัณฑ์กีฬาฟุตบอลในยุคปัจจุบัน มาให้ติดตามอ่านเป็นตอนที่ 3 ปี 2006 – ไนกี้ได้เริ่มบุกสื่อดิจิตอลด้วยแคมเปญที่มีชื่อว่า “Joga Bonito” โดยถือเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการวางแผนการตลาดผ่านสื่อดิจิตอล โดยไนกี้ร่วมมือกับ บริษัท กูเกิ้ล เพื่อสร้างเว็บไซด์สังคมออนไลน์ที่มีการป้อนข้อมูลก่อนจะถึงทัวร์นาเม็นต์และส่งเสริมข้อมูลที่สร้างขึ้นมาโดยผู้ใช้เอง ปี 2009 – สโมสรบาร์เซโลน่า จากสเปนได้รับชัยชนะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยทางสโมสรได้รับการยกย่องปรัชญาการทำทีมที่เน้นทีมเวิร์คมากกว่าความเก่งของตัวบุคคล ตลอดจนความกล้าหาญที่ปราศจากความกลัว และวิธีเล่นแบบบุกไม่หยุด ปี 2010 – แคมเปญ “Write the Future” ได้ถูกปล่อยออกมาบน Facebook และได้รับการแชร์มากที่สุดบนสื่อออนไลน์ และถือเป็นโฆษณาความยาว 3 นาที ที่เผยแพร่ได้รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของไนกี้ ฟุตบอล ขณะเดียวกันในปีนั้น ไนกี้ เอลิทแพ็ค ผลิตภัณฑ์ฟุตบอลสำหรับประเทศในแถบอเมริกาใต้ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะรองเท้าฟุตบอลที่ประกอบด้วย 4 สี 4 สไตล์ ที่มีแม่สีใกล้เคียงกับสีม่วงและสีส้ม ซึ่งมันช่วยสร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดบนสนามและช่วยให้นักเตะในทีมเดียวกันสามารถมองหากันได้อย่างรวดเร็ว และในปีนี้ยังถือเป็นครั้งแรก ที่ทีมฟุตบอล 9 ทีมชาติที่ทางไนกี้เป็นผู้สนับสนุน เช่นโปรตุเกส บราซิล เนเธอร์แลนด์ และ สหรัฐอเมริกา ได้สวมใส่เสื้อที่ทำจากการขวดรีไซเคิลจากบ่อขยะมูลฝอยในประเทศไต้หวันและญี่ปุ่น โดยเสื้อแต่ละตัวนั้นทำมากจากขวดน้ำแปดขวด  โดยตั้งแต่ปี 2010 ขวดน้ำทั้งหมดเกือบ 2 พันล้านขวดได้ถูกนำมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีปริมาณมากพอที่จะถมสนามฟุตบอลได้ถึง 3,500 สนาม ปี 2013 – รองเท้าฟุตบอลไฮเปอร์เวนอมได้ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับนักเตะเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านความเร็วและสามารถยิงบอลได้จากทุกมุม ไนกี้ได้รับข้อมูลจาก เนย์มาร์ จูเนียร์ และ เวย์น รูนี่ย์ เกี่ยวกับความเร็วของเกมฟุตบอลที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งผสานเทคโนโลยีไนกี้สกิน (NIKESKIN) ที่สร้างขึ้นเป็นโครงตาข่ายด้วยฟิล์มโพลิยูรีเทนชนิดบาง เพื่อให้เท้าของนักเตะรู้สึกใกล้เคียงกับเท้าเปล่ามากที่สุด  ปี 2014 – ไนกี้ได้นำเสนอรองเท้าฟุตบอลหุ้มข้อที่ฉีกกฎเกณฑ์ในกีฬาฟุตบอล ด้วยการนำเทคโนโลยี ไนกี้ ฟลายนิต มาพัฒนาร่วมกับรองเท้ารุ่น มาจิสต้า และ เมอร์คิวเรียล ซุปเปอร์ฟลาย โดยตัวดีไซน์นั้นตอบโจทย์กับการเล่นที่เปลี่ยนไป โดยมาจิสต้านั้นสร้างขึ้นมาเพื่อสำหรับการทำเกมโดยเฉพาะ และเมอร์คิวเรียล ซุปเปอร์ฟลาย นั้นมีไว้สำหรับผู้เล่นที่ต้องการจะใช้ประโยชน์ของแต่ละวินาทีให้มากที่สุด “นวัตกรรมของฟลายนิตช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของรองเท้าฟุตบอลและช่วยพัฒนาผู้เล่นอีกด้วย”   มาร์ค ปาร์คเกอร์ ประธาน และ ผู้บริหารบริษัท ไนกี้ กล่าว นอกจากนี้ภาพยนตร์โฆษณาไนกี้ที่มีชื่อว่า “Winner Stays” นำแสดงโดยคริสเตียโน่ โรโนลโด้ เนย์มาร์ จูเนียร์ และ เวย์น รูนี่ย์ ยังได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง โดยมียอดผู้ชมทั้งหมดบน Youtube มากกว่า 140 ล้านครั้งและกำลังทำลายสถิติเป็นวิดีโอของไนกี้ที่มีคนดูมากที่สุด ในฤดูร้อนนี้ที่ประเทศบราซิล ไนกี้จะเป็นผู้สนับสนุนให้กับ 10 ทีมบนสนามแข่งขันอันทรงเกียรติ ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นๆในตลาด โดยไนกี้เองนั้นได้เริ่มต้นจากการเป็นน้องใหม่ และใช้เวลาเพียงแค่ 20 ปี ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นผู้นำนวัตกรรมอันดับหนึ่งของตลาด

สุดฮา! กับภาพที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นใน Google Street View
กูเกิ้ล /  ตลก

โปรแกรม Google Street View พาไปดูภาพหลุดๆที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาที่เก็บภาพ บางภาพก็ชวนอึ้ง ทำกันไปได้!

22-2-56กูเกิ้ลเปิดตัวโครมบุ๊ค พิกเซล
โครมบุ๊ค /  พิกเซล

“กูเกิ้ล” เปิดตัว “โครมบุ๊ค พิกเซล” วันนี้ ( 22 ก.พ.56 ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า บริษัท “กูเกิ้ล” เผยโฉมโน้ตบุ๊คระดับ “ไฮ-เอนด์” ของบริษัทที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย และรูปลักษณ์อันโดดเด่นด้วยหน้าจอระบบสัมผัส โดยตั้งเป้าขอท้าชนกับ “แมคบุ๊คส์” ของบริษัท “แอปเปิ้ล” พร้อมกับเผยแผนเตรียมปล่อยซอฟท์แวร์ระบบปฏิบัติการใหม่ เพื่อให้เป็นทางเลือกนอกจาก “วินโดวส์ 8” ของไมโครซอฟท์ นายซันดาร์ พิชัย รองประธานอาวุโสของกูเกิ้ล โครม กล่าวในงานเปิดตัวสินค้าเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “โครมบุ๊ค พิกเซล” เป็นการผสมผสานทางเทคโนโลยีอย่างลงตัวระหว่างแท็บเล็ต กับโน้ตบุ๊ค มาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 12.85 นิ้ว กอริลลา กลาส ที่มีความละเอียด 239 พิกเซลต่อนิ้วสัมผัส และระบบปฏิบัติการ “โครม โอเอส” ที่ทีมวิศวกรของกูเกิ้ลบรรจงพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นระบบปฏิบัติการพื้นฐานสำหรับโน้ตบุ๊ครุ่นต่อไปของบริษัท พิชัยย้ำว่า โครมบุ๊ค พิกเซล ของกูเกิ้ล แตกต่างจากโน้ตบุ๊ค และเน็ตบุ๊คของบริษัทอื่นที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน พร้อมกับประกาศชัดเจนว่า บริษัทต้องการให้สินค้าตัวนี้ชิงพื้นที่ในตลาดจากโน้ตบุ๊คตระกูล “แมค” ของแอปเปิ้ล ในส่วนของวันเริ่มต้นวางจำหน่ายที่แม้จะยังไม่มีการระบุอย่างเป็นทางการ แต่พิชัยเปิดเผยว่า จะเริ่มวางจำหน่ายสินค้าตัวนี้ในสหรัฐและอังกฤษเป็น 2 ประเทศแรก ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 40,269 บาท ) ขณะที่ราคาของโครมบุ๊ค พิกเซล พร้อมระบบเชื่อมต่อบริการอินเตอร์เน็ทของเครือข่ายเวอไรซอน จะเริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐ ช่วงเดือนเม.ย.นี้ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,499 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 46,469 บาท ) นอกจากนี้ กูเกิ้ลยังเตรียมปล่อยซอฟท์แวร์ระบบปฏิบัติการสำหรับโน้ตบุ๊ค และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ( พีซี ) ในชื่อ “ควิกออฟฟิศ” ที่จะมาตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนวัยทำงาน ด้วยโปรแกรมสำนักงานพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมพิมพ์งาน ทำตารางวิเคราะห์ และสไลด์สำหรับนำเสนอผลงาน ภายในอีก 3 เดือนข้างหน้าด้วย ----------------

ใกล้ความจริง!! สหรัฐหนุนกฎหมาย รถยนต์ไร้คนขับ ช่วยลดอุบัติเหตุ
รถกูเกิล /  รถยนต์ไร้คนขับ

ใกล้ความจริง!! สหรัฐหนุนกฎหมาย รถยนต์ไร้คนขับ ช่วยลดอุบัติเหตุ  Mthainews: จินตนาการของมนุษย์ที่ว่าในอนาคต รถยนต์จะสามารถขับเองได้อัตโนมัตินั้น กำลังใกล้เข้าสู่ความจริงเข้ามาทุกที เมื่อก่อนหน้านี้ กูเกิลได้ เผยโฉมต้นแบบรถยนต์ไร้คนขับ สามารถขับเคลื่อนตัวเองได้ โดยผู้โดยสารไม่ต้องบังคับเองเลยโดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2010 แล้ว  โดยนำมาทดลองขับบนท้องถนนเป็นระยะทางกว่า 300,000 กิโลเมตร ทั้งยังเคยทดลองให้คนตาบอดนั่งมาแล้วด้วย โดยเขาสามารถเดินทางไปในที่ต่างๆ ที่ต้องการได้โดยไม่ต้องใช้มือสัมผัสพวงมาลัย หรือแม้แต่ไม่ต้องการการมองเห็นแต่อย่างใด เนื่องจาก Self-Driving Car ของ Google จะใช้กล้อง 360 องศาที่อยู่บนหลังคากับระบบการบังคับพวงมาลัย คันเร่ง และเบรค เป็นสายตา มือ และเท้าให้แทนเขาได้โดยอัตโนมัติ และชาวอเมริกันกำลังจะได้สัมผัสกับรูปแบบรถโฉมใหม่ ที่รถยนต์ไร้คนขับจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายในหลายๆรัฐ อาทิ ฟลอริด้า เนวาดา และแคลิฟอร์เนียร์ ซึ่งนายเจอรรี่ บราวน์ ผู้ว่าการรัฐ แคลิฟอร์เนียร์ ได้ทดลองนั่งรถยนต์โตโยต้า พริอุส ที่ขับเคลื่อนได้เองด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะจากการพัฒนาของกูเกิ้ล ไปยังสำนักงานใหญ่ของกูเกิ้ลที่เมืองเมาท์เทน วิว รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนจะได้ทำการเซนต์อนุญาตให้รถยนต์ไร้คนขับ สามารถขับเคลื่อนภายในรัฐแห่งนี้ได้ เพราะระบบเซนเซอร์จะทำงานแทนได้อย่างสะดวกสบาย แต่ในหลายๆประเทศ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น ที่ประเทศจีน มีการทดลองวิ่งรถยนต์ไร้คนขับเมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ดำเนินการโดยสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งใช้รถยนต์ผลงานการสร้างพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยด้านขนส่งของกองทัพ ใช้ระบบนำทางจีพีเอส เรดาร์ และอุปกรณ์เซ็นเซอร์ป้องกันการเฉี่ยวชน รถยนต์จะมีระบบตรวจสอบจดจำและประเมินสถานการณ์เส้นทางทุกวินาทีละ 30-40 ครั้ง อย่างไรก็ตามหลายคนก็ยังเป็นกังวลว่า ระบบรถยนต์อัตโนมัติจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไว้ใจได้หรือไม่  โดยกรมการขนส่งทางบกของรัฐ จะต้องจัดทำข้อบังคับฉบับใหม่เพื่อควบคุมรถยนต์อัตโนมัติภายใน 1 ม.ค.2558 ที่จะอนุญาตให้รถยนต์อัตโนมัติวิ่งใช้งานบนท้องถนนได้ แต่ต้องมีคนขับที่มีใบอนุญาตขับขี่ นั่งอยู่ในรถด้วยเพื่อควบคุมรถในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน MThai News

กูเกิ้ล กังวล พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คุกคามอินเทอร์เน็ตไทย
กูเกิ้ล /  ประชาไท / 

MThai News : กูเกิ้ลไทยแลนด์ ได้เผยแพร่บทความของ รอส ลาเจอร์เนส หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แสดงความกังวลในเรื่องข้อกฎหมายของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่อาจจะคุกคามอนาคตของอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย จากกรณีที่ มีการตัดสินจำคุก 8 เดือน ผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไท อ่าน : คุก 8 เดือน ผอ.เว็บไซต์ประชาไท หลังมีข้อความหมิ่นเบื้องสูงในเว็บ .................................................................................... โดยบทความดังกล่าวระบุว่า ธุรกิจนับล้านไม่ว่าจะขนาดเล็ก กลางหรือขนาดใหญ่ทั่วประเทศไทยเติบโต เจริญรุ่งเรืองและมีความหวังจากการทำให้ธุรกิจออนไลน์ เรื่องราวความสำเร็จจากอินเตอร์เน็ตของประเทศไทยที่ผมได้พบเห็นเป็นการบันดาลใจอย่างแท้จริง - จากนักตกแต่งบ้านที่่ใช้เว็บไซต์ฟื้นฟูธุรกิจที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม ไปจนถึงผู้ผลิตชุดกีฬาและอุปกรณ์กีฬามวยไทยที่สร้างปรากฎการณ์เผยแพร่วัฒนธรรมที่โดดเด่นของไทยไปสู่ตลาดโลกได้อย่างงดงาม มีเรื่องราวดีๆ อีกมากมายของคนไทยและธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จจากโลกออนไลน์ในลักษณะนี้ ซึ่งนี่เป็นแค่ตัวอย่างเพียงหยิบมือของศักยภาพที่มีอยู่ในประเทศไทย แต่น่าเสียดายที่อนาคตของอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยกำลังมีการคุกคามอย่างร้ายแรงอันหนึ่งเกิดขึ้น วันนี้มีการประกาศคำพิพากษาของคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นในศาลไทยที่กำลังวิ่งสวนทางกับความน่าตื่นเต้นของประเทศและบทบาทที่สำคัญที่จะนำมาซึ่งเสรีภาพ การเปิดกว้างและความรุ่มรวยของอินเตอร์เน็ตมาสู่ชีวิต เรื่องย่อๆ ของกรณีนี้คือการที่ผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่เปิดเว็บไซต์ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 8 เดือน โดยให้รอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี ด้วยข้อหา มีเจตนาจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีข้อความที่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีผู้โพสต์ไว้ ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ ซึ่งเธอได้ลบข้อความนั้นออกหลังจากที่เธอรับรู้ การตัดสินจำคุกเธอจากสิ่งที่เธอไม่เคยเขียนส่งสาส์นถึงผู้ประกอบการและนักธุรกิจชั้นนำที่ทำธุรกิจบริการอินเตอร์เน็ตแพลต์ฟอร์มในประเทศไทยว่าพวกเขาอาจหรือถูกลงโทษอย่างรุนแรงจากการกระทำของผู้ใช้ การตัดสินครั้งนี้เป็นแบบอย่างที่น่ากังวลอย่างมากเพราะว่าอินเตอร์เน็ตแพลตฟอร์มหรือที่อ้างถึงบ่อยๆ ว่า “ตัวกลาง” เป็นเครื่องมือและเว็บไซต์ที่พวกเราหลายๆ คนใช้อยู่ทุกวันเพื่อเชื่อมโยงกับเพื่อนฝูง ครอบครัว และลูกค้าทั่วโลก เช่น เครือข่ายสังคม ตลาดออนไลน์และเว็บสนทนาต่างๆ เหล่านี้เป็นฐานรากของเว็บทั้งสิ้น ลองจินตนาการดูว่าหากพรุ่งนี้บริการออนไลน์ทั้งหลายที่คุณใช้อยู่ปิดลงเพราะว่าเจ้าของบริการเหล่านั้นเกรงการถูกจำคุกเพราะเห็นความเสี่ยงที่มีมากกว่าสิ่งที่จะได้กลับมา เราไม่เพียงแต่จะเสียบริการที่เราชอบหรือต้องใช้งาน เราอาจต้องเสียความสามารถที่จะมีส่วนร่วมกับบทสนทนากับคนทั่วโลก และนั่นเป็นหัวใจและวิญญาณของอินเตอร์เน็ต เชื่อมโยงกับคนทั้งโลก สร้างสรรค์นวัตกรมและรับประสบการณ์จากโอกาสที่มีอยู่ในหลายๆ ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจดิจิตอลประกอบอยู่อย่างแนบแน่น อินเตอร์เน็ตเชื่อมเราเข้ากับความคิดของเรา เสรีภาพและการเปิดกว้างของอินเตอร์เน็ตทำให้เรามั่นใจว่าความคิดที่ยอดเยี่ยม ความคิดที่จุดประกายให้เกิดนวัตกรรมและมีศักยภาพในการเปลี่ยนโลกของเราไปสู่โลกที่ดีกว่าจะมีพื้นที่ให้คนได้เห็น ให้ได้ยินและให้ได้แบ่งปัน บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์ไม่ถูกลงโทษจากบทสนทนาของผู้ใช้โทรศัพท์ ในขณะเดียวกันเจ้าของเว็บไซต์ที่มีความรับผิดชอบไม่ควรได้รับการลงโทษจากความเห็นของผู้ใช้ที่ไปโพสต์บนเว็บไซต์นั้นๆ แต่ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กำลังถูกใช้เพื่อการนี้ พ.ร.บ. คอมพ์ฯ​ ยับยั้งการเกิดของนวัตกรรมและตัดโอกาสการลงทุนในประเทศที่มีคนที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ เราเข้าใจดีว่าเรื่องนี้ไม่่ใช่เรื่องธรรมดาๆ เรื่องนี้ซับซ้อนและหลายๆ ครั้งก็ไม่อาจชี้ชัดไปได้ว่าผิดหรือถูก แต่หากมีความโปร่งใสในกฏระเบียบเกี่ยวกับการระบุให้ชัดเจนและการดำเนินการกับเนื้อหาที่ไม่ถูกกฎหมายประเทศไทยจะก้าวไปข้างหน้าสู่เสรีภาพและการเปิดกว้างของอินเตอร์เน็ต และนั่นเป็นการช่วยให้คนไทยหลายล้านคนตั้งแต่เจ้าของกิจการขนาดเล็ก นักเรียน นักศึกษาไปถึงข้าราชการเชื่อมโยงกับคนทั้งโลกได้ และช่วยระบบเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป Google มุ่งมั่นกับประเทศไทยและผู้ใช้ชาวไทย เราปรารถนาที่จะอยู่ในประเทศไทยในระยะยาว และเราหวังที่จะเห็นอนาคตอันสดใสที่ให้เราทั้งหมดได้เชื่อมโยงกัน โดย รอส ลาเจอร์เนส หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Posted by Ross LaJeunesse, Head of Public Policy, Asia Pacific Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ยูไนเต็ด-แคททาลิสท์ฯ ลดล้างคลัง ทั้ง Blu-ray, DVD และ VCD เจอกันที่ปากเกร็ด 21-25ธ.ค.
sale /  warehouse sale 2012 / 

online trading academy educationบริษัท แคททาลิสท์ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท ยูไนเต็ด โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ขอเชิญมาร่วมกันช้อปแหลกกับสินค้าลิขสิทธิ์ในราคาพิเศษสุดๆ เปิดคลังสินค้าลดราคาล้างโกดังครั้งใหญ่! ทั้งวีซีดี ดีวีดี และบลูเรย์ ทางบริษัทได้ขนเอาภาพยนตร์ชั้นนำหลายเรื่องมาลดราคาพิเศษสุดๆ จัดงานวันที่ 21-25 ธันวาคม ปีนี้ขยายเวลา ตั้งแต่ 10.00 น.-20.00 น. ณ คลังสินค้า ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-503-4477 ---------------------------------------- ดูแผนที่แบบ กูเกิ้ล สตรีทวิว View Larger Map jfdghjhthit45

งงทั้งโลก! ร็อดแมนโผล่เกาหลีเหนือจู๋จี๋คิม จอง อึน
คิม จอง อึน /  บาสเก็ตบอล / 

เดนนิส ร็อดแมน อดีตนักบาสเกตบอลเอ็นบีเอชื่อดังของสหรัฐ ได้ร่วมชมการแข่งขันบาสเกตบอลกับ นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือในกรุงเปียงยาง เมื่อวานนี้ และได้ให้สัญญาว่าจะเป็นเพื่อนกับผู้นำเกาหลีเหนือตลอดไป บริษัทไวซ์ มีเดีย ซึ่งมีสำนักงานในนครนิวยอร์กของสหรัฐ และเป็นผู้จัดการเดินทางเยือนเกาหลีเหนือให้แก่อดีตนักบาสชื่อดังระบุว่า นายร็อดแมน กับผู้นำเกาหลีเหนือนั่งชมการแข่งขันบาสเกตบอลด้วยกันในสนามกีฬาแห่งหนึ่งในกรุงเปียงยาง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดย นายร็อดแมน ให้คำมั่นระหว่างการกล่าวต่อฝูงชนว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีกับ นายคิม ตลอดไป ด้านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือ รายงานว่า อดีตนักบาสชื่อดัง กล่าวว่า ทางตันในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือนั้นเป็นเรื่องน่าเศร้า นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ภาพ นายร็อดแมน กับผู้นำเกาหลีเหนือขณะนั่งชมการแข่งขัน รวมถึงภาพทั้งสองนั่งหัวเราะด้วยกันที่งานเลี้ยงหลังการแข่งขันที่ นายคิม เป็นเจ้าภาพ การที่ นายร็อดแมน ได้เข้าพบปะกับผู้นำเกาหลีเหนือครั้งนี้สร้างความประหลาดใจแก่ผู้ที่จับตามองรัฐบาลเกาหลีเหนือเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากคณะตัวแทนสหรัฐที่มาเยือนเกาหลีเหนือก่อนหน้านี้ อาทิ นายเอริค ชมิดต์ ประธานบริษัทกูเกิ้ล และ นายบิล ริชาร์ดสัน อดีตทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ยังไม่เคยได้เข้าพบ นายคิม จอง-อึน แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อการเดินทางเยือนเกาหลีเหนือของ นายร็อดแมน พร้อมระบุว่า ทางกระทรวงไม่ได้มีส่วนรู้เห็นและไม่เคยติดต่อกับ นายร็อดแมน มาก่อน

google /  Google Maps / 

"ชาวบ้านสะเอียบ แถลงขอโทษกูเกิล ชาวไทย พร้อมต้อนรับรถ Street View หากมาอีก!!"   กลายเป็นข่าวให้คนโฟกัสการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ อย่างช่วยไม่ได้ หลังรถ Google Street View ซึ่งเข้าไปเก็บภาพพื้นที่ โดนชาวบ้านสะเอียบล้อม แล้วให้คนขับ ไปสาบานต่อหน้าพระ ว่าไม่ใช่พวกมาสอดแนม สนับสนุนการสร้างเขื่อน   ล่าสุด หลังพูดคุยจนเข้าใจตรงกันแล้ว ทางชาวบ้านสะเอียบก็ออกแถลงการณ์ขอโทษถึงกรณีดังกล่าว ทั้งต่อ   กูเกิ้ล และต่อชาวไทยเอง ที่ทำให้เสียชื่อเสียง     " ต้องขอโทษน้อง บริษัทกูเกิล รวมทั้งคนไทยทั้งชาติ ที่ทำให้เสียชื่อเสียงต่อเหตุการณ์นี้ รับรองมาคราวหน้า ทางเราจะต้อนรับอย่างดี " นายวิชัย รักษาพล ประธานคณะกรรมการคัดค้านเขื่อน ต.สะเอียบ กล่าว   " ชาวบ้านมีมาตรการเข้มงวด ป้องกันพวกสำรวจสร้างเขื่อน ถึงขนาดจัดเวรยามอย่างเคร่งเครียด เฝ้าป่าไม้ไม่ให้เขื่อนมาทำลาย ยิ่งเห็นกล้องบนรถหมุนรอบทิศทางก็งง เมื่อตรวจสอบแล้วว่าไม่ใช่ ก็ต้องขอโทษด้วย  " นายวุฒิชัย ศรีคำภา ตัวแทนสะเอียบ กลุ่มเยาวชนตะกอนยม กล่าว     สำหรับโครงการ Street View นั้น ดำเนินการอย่างถูกกฏหมาย โดยได้ร่วมกับ ททท. เพื่อเก็บภาพความสวยงามของประเทศไทย ให้ชาวโลกเห็น   ดำเนินงานมาแล้ว 2 ปี เก็บภาพไป 17 จังหวัด ซึ่งผู้ใช้ทั่วโลก สามารถเข้าไปชมภาพสตรีทวิวได้ที่ google.co.th/maps ส่วนรถสตรีทวิว ( Google Maps Camera Car ) นั้น มีหน้าตาเต็มๆ แบบด้านล่างนี้ วอนอย่าล้อม !!     Source : prachatai

ละครดาวเกี้ยวเดือน , เรื่องย่อดาวเกี้ยวเดือน
อั้ม อธิชาติ /  เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

ดาวเกี้ยวเดือน บทประพันธ์โดย : รอมแพง บทโทรทัศน์โดย : ปณธี - สุธิสา วงษ์อยู่ กำกับการแสดงโดย : ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ ออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 "เมื่อสาวสวยวัยใกล้ขึ้นคาน นึกอยากมีลูกแต่ไม่อยากมีสามี ปฏิบัติการตามล่าหาสเปิร์มจึงเริ่มต้นขึ้น" ความคิดประหลาด ๆ เช่นนี้เป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก ประกายดาว ช่างภาพสาวสวยวัย 32 ปี ผู้มีความมั่นใจในตัวเอง รักเด็กมากกว่านางงามทุกเวที แต่มีอาการเบื่อหน่ายผู้ชายสุด ๆ หลังจากเคยผ่านประสบการณ์ความรักมาแล้วถึงสามครั้ง ตั้งแต่อยู่ในวัยสาวแรกแย้มจนถึงวัยสาวระยะสุดท้าย แต่เธอก็ยังสามารถรักษา "ความจิ้น" เอาไว้ได้สมกับเป็นหญิงไทย และเธอก็ยืนหยัดที่จะรักษามันเอาไว้ต่อไปพร้อมกับโบกมือลาผู้ชายทั้งโลก ซึ่งปณิธานนี้คงจะไม่มีปัญหาอะไรถ้าเธอไม่นึกเกิดอยากมีลูกเป็นของตัวเองขึ้นมา โดยมีสาเหตุเริ่มมาจากที่พ่อแม่ของเธอซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายข้าวขาหมูเล็ก ๆ เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ประกายดาวกับแดนดิน พี่ชายได้รับมรดกมูลค่าร้อยล้านกว่าบาท ทำเอาสองพี่น้องตกตะลึงมาก ถึงพวกเขาจะรู้ดีว่าพ่อแม่เป็นคนขยัน รู้จักอดออม และมีมรดกของบรรพบุรุษเก็บอยู่บ้าง แต่พวกเขาไม่เคยรู้ว่าพ่อแม่จะเป็นพวก "ผ้าขี้ริ้วห่อโคตรเพชร" เมื่อได้รับมรดกแล้ว แดนดินก็นำเงินไปซื้อบ้านเดี่ยวหลังใหญ่อยู่กับ นภาวัลย์ ภรรยา และ น้องฟ้า ลูกสาวผู้น่ารัก ส่วนประกายดาวเลือกที่จะซื้อคอนโดหรูย่านกลางเมืองอาศัยอยู่ลำพัง เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน แต่แม้จะมีเงินทองมากมาย แต่เธอก็ยังรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างในชีวิต แล้วยิ่งประกายดาวเห็นภาพนภาวัลย์แสดงความรักกับน้องฟ้า ก็ทำให้ประกายดาวรู้สึกดีมาก ประกอบกับประกายดาวไปมีเรื่องกับ อรอุมา ภรรยาไฮโซจอมหึงหวงของ ศิวะ แฟนคนแรกของประกายดาวที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ประกายดาวไปทำบุญประจำอยู่แล้ว เพราะตอนแรกศิวะพยายามจะเข้ามาคุยกับประกายดาว และบอกว่ายังรักเธออยู่เสมอ ถึงประกายดาวจะเดินหนีศิวะแล้ว แต่อรอุมากับ รติรส เพื่อนอรอุมาก็ยังหาว่าเธออ่อยศิวะ ประกายดาวจึงเกิดความคิดว่า "ลูก" จะมาช่วยเติมเต็ม และคงจะไม่มีใครอยากมายุ่งกับผู้หญิงมีพันธะด้วย ประกายดาวมีความคิดจะขอเด็กกำพร้ามารับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม แต่แดนดินสั่งห้ามเด็ดขาด เนื่องจากหวั่นถึงปัญหาที่อาจจะตามมาภายหลัง ความต้องการนี้จึงไม่เป็นผล จนกระทั่งวันหนึ่งประกายดาวไปถ่ายรูปในงานเปิดโรงพยาบาลใหม่ ของที่เน้นจุดขายคือการทำกิ๊ฟที่ได้ผล ในงานมีเด็กน้อยที่เกิดจากการทำกิ๊ฟไปร่วมงานด้วย และแน่นอนว่าเมื่อประกายดาวเห็นเด็ก ๆ ก็อดใจไม่อยู่จึงเข้าไปเล่นด้วย ประกายดาวนำขนมให้เด็กน้อย แต่เด็กน้อยกลับโยนขนมลอยไปแปะอยู่บนเสื้อสูทของ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุนพรัตน์ หรือคุณชายจันทร์ ราชนิกูลหนุ่มหล่อลากดินวัย 35 ปี ที่กำลังเป็นขวัญใจของสาวน้อยสาวใหญ่ในแวดวงสังคม เขาเป็นเจ้าของห้างมีเดียมเวิร์ดในเครือมีเดียมกรุ๊ป และเป็นหนึ่งในผู้ใจบุญร่วมบริจาคสร้างตึกโรงพยาบาลด้วยจำนวนเงินหลายสิบล้านเข้าอย่างจัง ประกายดาวรีบขอโทษขอโพยและกุลีกุจอไปเช็ดรอยขนมบนเสื้อให้ชายหนุ่ม แต่มันยิ่งทำให้เสื้อเละไปกันใหญ่ แต่ไม่มีคำพูดใดออกจากปากของคุณชายจันทร์ นอกจากสายตาคมปลาบที่ประกายดาวไม่เข้าใจความหมายของสายตานั้น ก่อนคุณชายจันทร์จะกลับไป คนเจ้าระเบียบอย่างเขาไม่ยอมใส่เสื้อสูทที่มีรอยเปื้อนไปร่วมงานใดเด็ดขาด เพราะจะเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของงาน ประกายดาวจึงถูกลงโทษด้วยสายตาพิฆาตจากเหล่าบรรดาสาว ๆ ในงานที่ตั้งใจจะมาแทะโลมคุณชายจันทร์ด้วยสายตา แต่ประกายดาวก็ไม่ยี่หระ เพราะเธอกำลังสนใจภาพตัวสเปิร์มวิ่งไปมาอยู่บนจอขนาดใหญ่ ที่คุณหมอใช้ประกอบการบรรยายวิธีการมีลูกโดยไม่ต้องใช้วิธีทางธรรมชาติ หัวใจของประกายดาวพองโตประดุจเจอเพชรเม็ดงาม เธออยากจะกรีดร้องออกมาให้ลั่นโลก ว่าเธอพบวิธีจะมีลูกโดยไม่ต้องมีสามีได้แล้ว ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายแสนแพงไม่เป็นปัญหากับคนได้รับมรดกร่วมร้อยล้านอย่างเธอ แต่ติดปัญหาที่ว่าเธอจะหาสเปิร์มมาจากไหน ครั้นจะบินไปขอสเปิร์มจากธนาคารสเปิร์มที่ต่างประเทศ เธอก็ไม่แน่ใจว่าข้อมูลของเจ้าของสเปิร์มที่กรอกลงในข้อมูลจะเป็นจริงหรือไม่ และเธอก็ไม่ได้อยากให้ลูกเป็นลูกครึ่งด้วย เธอต้องการพ่อพันธุ์ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม จิตสุภางค์ เพื่อนสนิทของประกายดาวค้านหัวชนฝากับความคิดดังกล่าว และรู้ดีว่าการมีลูกมันหนักหนาสาหัสเพียงไหน จิตสุภางค์เคยเป็นสาวทำงาน แต่ เฮียเชา สามีขอให้ลาออกมาเป็นแม่บ้าน หลังจากวันนั้นเธอก็กลายเป็นโรงงานผลิตลูก เธอมีลูกทั้งสิ้น 4 คนคือ หมวย หลิง หลิน และ หลง น้องชายคนสุดท้าย แต่ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจประกายดาวได้ เธอยังยืนยันคำเดิม ประกายดาวลองพิมพ์คำว่า "หล่อ การศึกษาดี ใจบุญ" ลงในกูเกิ้ล ไม่นานหน้าจอก็ปรากฏภาพของคุณชายจันทร์เต็มพรืดไปหมด ทำเอาประกายดาวอึ้งไปเลย หญิงสาวลองหาชื่ออื่น ๆ ดูอีก ก็พบชื่อของ พงศ์จันทร พิพิธมงคล เจ้าของออแกไนเซอร์รูปหล่อ และเจ้าชู้ระดับคาสโนวาเรียกพ่อ ประกายดาวไม่อยากให้ลูกติดเชื้อเจ้าชู้จึงตัดสินใจเลือกคุณชายจันทร์เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง และให้พงศ์จันทรเป็นเป้าหมายอันดับสองของปฏิบัติการตามล่าหาสเปิร์ม ประกายดาวเริ่มภารกิจด้วยการให้ มิลินทร์ เพื่อนสนิทอีกคนที่เป็นนักข่าวสายสังคมช่วยสืบประวัติของคุณชายจันทร์อย่างละเอียด พบว่าเขาไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยทั้งเรื่องผู้หญิงและผู้ชายด้วยกัน คนในตระกูลไม่เคยมีประวัติตายด้วยโรคร้ายแรง จากประวัติการเรียนและการทำงานชี้ว่าคุณชายมีทั้งไอคิวและอีคิวสูงมาก สรุปว่าคุณสมบัติทุกอย่างเป๊ะ งานนี้ประกายดาวจึงมีความตั้งใจมุ่งมั่นว่าจะต้องทำให้สำเร็จ ดังนั้นเมื่อรู้จากมิลินทร์ว่าคุณชายจันทร์จะไปร่วมงานการกุศลที่ห้างมีเดียมกรุ๊ปจัดขึ้น ประกายดาวก็ไม่รีรอที่จะไปร่วมเป็นช่างภาพโดยตามคำชวนของ เจ๊พีช ช่างแต่งหน้ามือโปรที่เอ็นดูประกายดาวมาก และเจ๊พีชก็เป็นหนึ่งในทีมงานของงานนี้ด้วย ประกายดาวแต่งตัวสวยเป็นพิเศษเพื่อหวังจะหาโอกาสทำความรู้จักกับคุณชายจันทร์ให้ได้ ทว่าเขากลับควงคู่มากับ หม่อมราชวงศ์หญิงนิมมานรดี หรือ คุณหญิงนิ่ม หญิงสาววัย 21 ปี หน้าตาน่ารักอ่อนหวาน แล้วยังมี นันทินี สาวเปรี้ยวเข็ดฟัน จบแฟชั่นดีไซน์มาจากฝรั่งเศส ที่เป็นหนึ่งในสาว ๆ ที่คุณชายจันทร์ไปดูตัว สาวอื่นนั้นไปหมดแล้ว เหลือชีเพียงคนเดียวที่ทั้งอึดและทนยิ่งกว่าแมลงสาป โดยมีความตั้งใจว่าต้องแต่งงานกับคุณชายจันทร์ให้ได้ ประกายดาวรู้จากมิลินทร์ว่า...คุณชายจันทร์ไม่เคยควงใครนานเกินหนึ่งครั้งยกเว้นคุณหญิงนิ่ม เขาถึงมีฉายาว่า "เดทเดียวดับ" ประกายดาวจึงรู้ว่าภารกิจครั้งนี้ไม่ง่ายเลยที่จะพบเจอกับคุณชายจันทร์มากกว่าเป็นคู่ควงเพียงหนเดียว แต่คนอย่างประกายดาวไม่เคยถอดใจโดยที่ไม่ลองดู เธอไม่ได้ต้องการครอบครองคุณชายจันทร์ สิ่งที่เธอต้องการคือพันธุ์อันดีงามเด่นเด้งของคุณชายจันทร์เท่านั้น ดังนั้นต่อให้ยากเย็นแค่ไหนเธอก็จะต้องทำให้ได้ ขณะเดียวกันที่ประกายดาวกำลังแอบมองเป้าหมายอันดับหนึ่งผ่านเลนส์กล้องอยู่นั้น เธอไม่รู้ตัวเลยว่า เธอเองก็กำลังเป็นที่สนใจของพงศ์จันทรเป้าหมายอันดับสองของประกายดาวผู้ซึ่งเป็นผู้จัดงานครั้งนี้ เขาสะดุดตาความสวยของตากล้องสาวตั้งแต่แรกเห็น จึงตามไปในงานปาร์ตี้ของเหล่าทีมงาน เพราะเจ๊พีชลากประกายดาวมาร่วมงานด้วย พงศ์จันทรไม่รีรอที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับตากล้องสาว โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเขาเองต่างหากที่ตกเป็นเป้าหมายอันดับสองของหญิงสาว พงศ์จันทรตื้อจะขอเบอร์โทรศัพท์ประกายดาวให้ได้ เธอจึงแกล้งสั่งให้เขาปั่นจิ้งหรีดกลางร้านอาหารและดื่มเครื่องดื่มที่เธอจะผสมให้ เขาก็ยอมทำตามทุกอย่าง ประกายดาวจึงต้องให้เบอร์โทรศัพท์กับพงศ์จันทร โดยไม่หวั่นต่อความเจ้าชู้ของชายหนุ่ม เพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าจะอนุญาตให้พงศ์จันทรเป็นแค่เพื่อนและเป้าหมายอันดับสองเท่านั้น ส่วนตอนนี้หัวสมองของเธอมีไว้คิดหาทางใกล้ชิดเป้าหมายอันดับหนึ่งเท่านั้น โดยไม่รู้ว่าเธอไม่จำเป็นต้องคิดให้ปวดหัว เพราะโชคชะตาจะทำให้เธอกับเขาได้ใกล้ชิดกันโดยแบบไม่ต้องพึ่งแผนให้เหนื่อย เพราะเช้าวันหนึ่งมีข่าวซุบซิบว่าประกายดาวแย่งสามีของอรอุมาสาวไฮโซลงหนังสือพิมพ์ ในข่าวยังบอกว่าคอนโดหรูหรือบ้านเดี่ยวของแดนดินพี่ชายของประกายดาวได้มาจากการเป็นเมียน้องของศิวะ นักข่าวสะกดรอยตามประกายดาวแทบทุกฝีก้าว มิลินทร์จึงแนะนำให้ประกายดาวหนีไปอยู่ที่เชียงใหม่ก่อน รอให้ข่าวเงียบแล้วค่อยกลับมา ระหว่างนี้มิลินทร์จะทำหน้าที่แก้ข่าวพร้อมกับสืบหาต้นตอของข่าวให้เอง ประกายดาวก็ยอมไปเพราะไม่อยากให้ข่าวดังไปมากกว่านี้ เนื่องจากแคร์ความรู้สึกของพี่ชาย ประกายดาวมาถึงเชียงใหม่ก็หาที่พักเพื่อซ่อนตัว เธอตัดสินใจเลือกที่พักระดับหกดาว เพราะเชื่อว่าพวกนักข่าวต้องคาดไม่ถึงว่าตากล้องธรรมดาอย่างเธอจะมีปัญญาพักโรงแรมหรู ๆ เช่นนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยก็ต้องดีเยี่ยม แล้วขณะยืนรอเช็คอินห้องพัก ประกายดาวก็รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต เพราะเธอเห็นคุณชายจันทร์คุยกับผู้จัดการในฐานะเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ ปฏิบัติการทำความรู้จักกับพ่อพันธุ์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ประกายดาวสะกดรอยตามจนพบว่าคุณชายจันทร์พา แม่นมพร แม่นมที่เลี้ยงดูคุณชายจันทร์ตั้งแต่เกิด เพราะ หม่อมสุรีย์ มารดาของคุณชายจันทร์จะต้องตามสามีไปออกงานสังคมอยู่บ่อย ๆ คุณชายจันทร์จึงสนิทกับนมพรมากกว่ามาทานอาหารที่ห้องอาหารฝรั่งเศสในโรงแรม ประกายดาวจึงเข้าไปทานด้วย ทว่าถ้าไปนั่งทานเฉย ๆ คงจะไม่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชายมาดขรึมและไม่เจ้าชู้เหมือนพงศ์จันทรอย่างคุณชายจันทร์ได้แน่นอน พลันประกายดาวก็ได้ยินผู้จัดการร้านคุยกับพนักงานด้วยความหนักใจว่า นักดนตรีที่เล่นเปียโนเกิดอุบัติเหตุไม่สามารถมาเล่นได้ หนำซ้ำคืนนี้คุณชายจันทร์ยังขอให้เล่นเพลงพิเศษเพลงหนึ่งที่นมพรชอบด้วย ซึ่งประกายดาวเล่นเปียโนได้และเล่นเพลงที่นมพรชอบได้ด้วย เธอจึงขออาสาขึ้นไปเล่นให้เอง แล้วก็ได้ผลสมใจ เพราะคุณชายจันทร์จ้องมองหญิงสาวที่เล่นเปียโนด้วยท่าทางสง่างาม และเขาก็จำได้ว่าเธอคือคนที่เช็ดเสื้อให้เขาในวันงานเปิดโรงพยาบาลอย่างไม่วางตา ส่วนนมพรที่เห็นสายตาเป็นประกายของคุณชายจันทร์ยามมองประกายดาว ก็รู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ทำให้คุณชายจันทร์นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มีอาการเหมือนคนกำลังตกหลุมรักมาหลายวันแล้ว นมพรจึงช่วยขอให้ประกายดาวมาร่วมโต๊ะทานอาหาร และชื่นชมที่เธอเล่นเปียโนได้ไพเราะมาก ประกายดาวกับคุณชายจันทร์ก็เลยได้ทำความรู้จักอย่างเป็นทางการกันเป็นครั้งแรก ระหว่างพูดคุยกันอยู่นั้น ประกายดาวที่ลึก ๆ ก็รู้สึกผิดและอายตัวเองที่ต้องการสเปิร์มจากคุณชายจันทร์ เธอจึงไม่ค่อยกล้าสบตาเขาเท่าใดนัก จึงเลือกที่จะคุยกับนมพรที่คุยถูกคอกันมากกว่า หากมันทำให้นมพรเอ็นดูประกายดาวมากกว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ผ่านมาของคุณชายจันทร์ นมพรจึงชวนประกายดาวไปเที่ยวเชียงใหม่ในวันพรุ่งนี้ด้วยกัน ประกายดาวตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด หากพอตอนเช้านมพรกลับบอกว่าตัวเองไม่สบาย เพื่อจะเปิดโอกาสให้คุณชายจันทร์ไปเที่ยวกับประกายดาวตามลำพัง ประกายดาวกับคุณชายจันทร์ได้ไปเที่ยวที่ต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ด้วยกัน คุณชายจันทร์พอใจที่ประกายดาวเป็นตัวของตัวเอง อารมณ์ดีเสมอ และวางตัวกับเขาดีมาก ไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ผ่านมาที่มักทำตัว "ง่าย" กับเขาเกินไป คืนนั้นประกายดาวหยุดพักภารกิจแวะไปเดินถ่ายรูปที่ตลาดตามลำพัง ประกายดาวพบกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังวาดรูปอยู่กับ พล เจ้านาย พิมพ์ไทย ต้นอ้อ เด็กชาวเขาที่ได้ทุนเรียนต่อจนจบปริญญาตรี ยกเว้นต้นอ้อที่มาจากภาคอีสาน ประกายดาวขอให้พวกเขาวาดรูปให้ด้วย และด้วยนิสัยอัธยาศัยดีเลิศ ทำให้ประกายดาวสนิทกับเด็กชาวเขาแก๊งค์นี้ได้ไม่ยาก แล้วพอประกายดาวกำลังจะกลับโรงแรม จู่ ๆ ก็มีโจรวิ่งมากระชากกระเป๋าของประกายดาว แต่โจรต้องสิ้นฤทธิ์ด้วยฝีมือเทควันโด้สายดำของเธอ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในสายตาของคุณชายจันทร์ที่ออกมาตามหาประกายดาว ชายหนุ่มทึ่งมาก เขายิ่งแน่ใจว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรน่าสนใจมากมาย ประกายดาวเข้ามามีอิทธิพลต่อหัวใจของคุณชายจันทร์โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว ต่างจากคนอื่นที่รู้จักคุณชายจันทร์ รวมทั้ง อภิเชษฐ์ ตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของคุณชายจันทร์ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนันทินี เจอกันที่ไหนไม่ได้เป็นต้องแขวะต้องกัดกันทุกครั้ง อภิเชษฐ์เห็นแค่ภาพคุณชายจันทร์ลงจากรถสามล้อกลับมาที่โรงแรมพร้อมกับประกายดาว ทุกคนก็รู้ว่าประกายดาวเป็นผู้หญิงที่พิเศษมากสำหรับคุณชายจันทร์ แต่ก็มีก้างชิ้นโตอย่างนันทินีที่ตามติดคุณชายไปทุกที และคอยเป็นมารหัวใจระหว่างคุณชายกับประกายดาวตลอดเวลา แต่คุณชายจันทร์ก็ยังคงหลงเสน่ห์ประกายดาวมากขึ้นและมากขึ้น จนทำให้นันทินีแทบคลั่ง คุณชายจันทร์ตกอยู่ในห้วงแห่งความรักจนแม่นมพรต้องโทรไปเล่าให้คุณหญิงนิ่มฟัง คุณหญิงนิ่มดีใจที่คุณชายจันทร์จะมีคนรักสักที เพื่อที่หม่อมสุรีย์แม่ของคุณชายจันทร์และมีศักดิ์เป็นป้าของคุณหญิงนิ่ม จะได้เลิกคิดจับคู่ให้เธอกับคุณชายจันทร์ที่เธอรักและนับถือไม่ต่างจากพี่ชายแท้ ๆ คุณหญิงนิ่มโทรศัพท์ไปยุคุณชายจันทร์ให้ทำตามสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง คุณชายจันทร์ก็เลยตัดสินใจขอเดทกับประกายดาว แต่หญิงสาวปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิดนาน เพราะเธอกลัวฉายา "เดทเดียวดับ" ของคุณชายจันทร์ ซึ่งเธอยังไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ของเธอกับประกายดาวยุติลงเพียงเท่านี้ แต่คุณชายจันทร์คิดว่าเธออาจจะมีคนอื่นอยู่แล้วก็ได้ ขณะเดียวกันที่กรุงเทพฯ พงศ์จันทรคอยโทรศัพท์ทำคะแนนกับประกายดาวอยู่บ่อย ๆ แต่ประกายดาวก็คุยกับเขาเหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง และมักพูดตำหนิเขาตรง ๆ เวลาที่เขาตื้อเธอเกินไป หนำซ้ำยังไม่ยอมบอกด้วยว่าเธอพักอยู่ที่ไหน แต่มันกลับทำให้พงศ์จันทรยิ่งพอใจประกายดาว อยากจะตามไปทำคะแนนกับเธอที่เชียงใหม่ แต่ยังติดเสนองานเรื่องจัดงานที่โรงแรมมีเดียมโซฟีเทลกับคุณหญิงนิ่ม ซึ่งก่อนหน้านั้นมีบริษัทคู่แข่งมาดิสเครดิตพงศ์จันทรเรื่องความเจ้าชู้ให้คุณหญิงนิ่มฟัง แต่คุณหญิงนิ่มไม่ได้ใส่ใจ และยังพอใจไอเดียของพงศ์จันทรมาก จึงอนุมัติให้บริษัทของเขาเป็นผู้จัดงานครั้งนี้ พงศ์จันทรดีใจมากเพราะจะได้ถือโอกาสไปหาประกายดาวที่เชียงใหม่ด้วย ที่เชียงใหม่...ความสัมพันธ์ของประกายดาวและคุณชายจันทร์ดีขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งได้ใกล้ชิดกันประกายดาวก็ยิ่งเห็นความเป็นสุภาพบุรุษ ความอ่อนโยน และความเฉียบขาดในการตัดสินใจของคุณชายจันทร์ อย่างที่เธอไม่เคยเห็นจากผู้ชายคนใดมาก่อน หัวใจของประกายดาวเริ่มหวั่นไหวกับคุณชายจันทร์ แต่เธอก็เฝ้าเตือนตัวเองว่าเธอต้องการแค่สเปิร์มของเขาเท่านั้น แล้วประกายดาวก็ถึงกับอึ้งเมื่อพบพงศ์จันทรมาที่โรงแรมพร้อมกับคุณหญิงนิ่ม ซึ่งพงศ์จันทรก็อึ้งไม่ต่างกัน เพราะเขาเพิ่งรู้ว่าประกายดาวอยู่ที่นี่ด้วย ประกายดาวกลุ้มใจที่มีอุปสรรคมาขัดขวางภารกิจ จึงโทรไประบายความกลัดกลุ้มให้มิลินทร์ฟัง มิลินทร์ก็เล่าว่าตอนนี้เรื่องข่าวฉาวของประกายดาวซาลงไปแล้ว และมิลินทร์กำลังสืบอยู่ว่าใครเป็นต้นตอของข่าวนี้ มิลินทร์ให้กำลังใจและเชื่อว่าประกายดาวต้องทำได้ ให้นึกถึงลูกน้อยน่ารักในอนาคต ประกายดาวจึงมีกำลังใจขึ้นอีกครั้ง เธอคิดว่าจะต้องทำให้คุณหญิงนิ่มวางใจก่อนว่าเธอไม่ได้คิดจะแย่งคุณชายจันทร์ไป ขณะเดียวกันพงศ์จันทรก็คอยตามติดประกายดาวตลอดเวลา ทำให้คุณหญิงนิ่มแน่ใจว่าประกายดาวไม่ได้คิดอะไรกับพงศ์จันทร คุณหญิงนิ่มจึงคอยกันให้พงศ์จันทรอยู่ห่างจากประกายดาวโดยเอาเรื่องงานมาอ้าง เพื่อให้คุณชายจันทร์ได้อยู่ใกล้ชิดกับประกายดาว ซึ่งประกายดาวรู้เท่าทันความคิดของคุณหญิงนิ่ม ก็เลยสงสัยความสัมพันธ์ที่แท้จริงของสองราชนิกูลนี้ จึงไปสืบจากแม่นมพรก็เลยรู้ว่า แท้จริงแล้วคุณหญิงนิ่มกับคุณชายจันทร์เป็นญาติห่าง ๆ กัน ทั้งสองรักกันแบบพี่น้องเท่านั้น ประกายดาวสบายใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ใช่ว่าอุปสรรคของประกายดาวจะหยุดเพียงเท่านี้ เพราะจู่ ๆ ศิวะกับรติรสก็โผล่มาที่โรงแรมเพื่อนำผ้าไหมจากบริษัทของเขามาร่วมจัดงานแสดงสินค้ากับโรงแรมของคุณชายจันทร์ด้วย ศิวะพยายามจะมาขอโทษประกายดาวเรื่องข่าวและย้ำว่ายังรักเธออยู่เสมอ ซึ่งทำให้รติรสไม่พอใจแทนอรอุมา จึงคอยตามตอแยพูดจาประชดประชันประกายดาว รวมทั้งด่าให้คุณชายจันทร์และพงศ์จันทรได้ยินด้วยว่าประกายดาวเป็นผู้หญิงใจง่าย จนวันหนึ่งซึ่งเป็นวันจัดงานเลี้ยงขันโตกต้อนรับกลุ่มนักธุรกิจ เจ้าของสินค้าที่จะมาเปิดแสดงในงานที่โรงแรมจัดขึ้นตามการออกแบบงานของพงศ์จันทร โดยงานเลี้ยงจะจัดขึ้นกลางแจ้ง ทว่าวันนี้กลับมีเมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล ซึ่งถ้าฝนตกขึ้นมางานจะกร่อยทันที แม่นมพรพูดถึงวิธีไล่ฝนแบบคนโบราณ คือให้ลูกสาวคนเล็กที่ยังเป็นสาวบริสุทธิ์นำตะไคร้มาปักกลางแจ้ง ประกายดาวอาสาขอทำหน้าที่นี้โดยไม่ได้คิดอะไร คิดแค่เพียงว่าอยากช่วยให้งานผ่านไปด้วยดี แล้วพอประกายดาวปักตะไคร้ลงบนพื้น เมฆฝนก็ลอยหายไปทันที สร้างความประหลาดใจให้ทุกคน และมันก็เป็นสิ่งยืนยันว่าคำพูดของรติรสที่ว่าประกายดาวนั้นไม่เป็นความจริง ประกายดาวยังบริสุทธิ์อยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ในงานเลี้ยงขันโตกและพิธีบายศรีสู่ขวัญแบบล้านนาในช่วงกลางคืน ประกายดาวปรากฏตัวในชุดล้านนาที่สวยงามมาก โดยได้รับความช่วยเหลือเรื่องชุดจากคุณหญิงนิ่ม คุณชายจันทร์และทุกคนในงานต่างพากันมองประกายดาวเป็นตาเดียว รวมทั้งศิวะด้วย คืนนั้นศิวะจึงหาโอกาสไปดักพบประกายดาวที่หน้าห้องน้ำและพยายามจับมือเธอ เขาจึงเจอฤทธิ์หมัดของประกายดาวเสยเข้าที่ดั้งจมูกอย่างจัง แต่ศิวะก็ยังไม่ละความพยายามที่จะปรับความเข้าใจกับเธอ คุณชายจันทร์ผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าก็เลยเข้าไปห้าม และยังแสดงความเป็นเจ้าของประกายดาวอีกด้วย ก่อนจะพาประกายดาวไปส่งที่ห้อง เมื่ออยู่กันตามลำพัง คุณชายจันทร์มอบสร้อยข้อมือเป็นจี้รูปดาวให้ประกายดาวเป็นของขวัญที่เธอช่วยไม่ให้ฝนตก ประกายดาวยิ้มขำ แล้วรอยยิ้มสดใสนั้นก็ทำให้คุณชายจันทร์อดใจไม่อยู่อีกต่อไป เขาจูบเธออย่างอบอุ่น แต่มันทำให้ประกายดาวระทวยจนเป็นลมไปเลย คุณชายจันทร์จึงยิ่งแน่ใจว่าสาวมั่นอย่างประกายดาวไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนจริง ๆ หากพอเขาจะขอเข้าไปดูแลเธอในห้อง ประกายดาวกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้เข้า เนื่องจากกลัวตัวเองจะอดใจไม่อยู่ และไม่ต้องการให้คนอื่นมองเธอไม่ดีด้วย ต่อมาพงศ์จันทรเห็นว่ารติรสออกมาจากห้องของศิวะในตอนเช้า ก็เลยรู้ว่ารติรสเป็นเพื่อนรักหัก เหลี่ยมโหด แอบเป็นชู้กับสามีของเพื่อนสนิท พงศ์จันทรพอจะเดาสถานการณ์ได้ว่าข่าวฉาวที่เคยเล่นงานประกายดาวน่าจะเป็นฝีมือของรติรส พงศ์จันทรต้องการบอกเรื่องนี้ให้ประกายดาวรู้ก็เลยขอเข้าไปคุยกับเธอตามลำพังในห้อง ประกายดาวก็ยอมให้เข้าแล้วอึ้งมากเมื่อรู้เรื่องรติรสและศิวะจากพงศ์จันทร ประกายดาวเพิ่งจะกระจ่างว่าที่รติรสแสดงท่าทางหวงเธอนั้นไม่ได้หวงแทนอรอุมา ประกายดาวโทรไปบอกเรื่องนี้ให้มิลินทร์รู้เพื่อให้ไปสืบต่อว่าข่าวฉาวมาจากรติรสจริงหรือไม่ ประกายดาวขอบคุณพงศ์จันทรที่ช่วยคาบข่าวมาบอก พงศ์จันทรก็เลยบอกรักประกายดาว แต่หญิงสาวปฏิเสธ เธอยืนยันว่าคิดกับเขาได้แค่เพื่อนเท่านั้น พงศ์จันทรถามประกายดาวอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอมีใจให้คุณชายจันทร์ใช่ไหม ประกายดาวยอมรับ พงศ์จันทรจึงแน่ใจว่าตัวเองแพ้แล้วแน่นอนก็เลยยอมถอดใจ หากตอนจะออกจากห้องประกายดาว คุณชายจันทร์มาเห็นพอดีจึงน้อยใจประกายดาวมาก หลังจากนั้นเป็นต้นมาคุณชายจันทร์ก็แสดงท่าทางเมินเฉยกับประกายดาว จนประกายดาวนึกเคืองอยู่เหมือนกัน และชักลังเลใจว่าต้องการสเปิร์มจากคนอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ดีหรือไม่ ระหว่างนั้นมิลินทร์ก็สืบจนรู้แน่ชัดว่ารติรสเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องประกายดาวเป็นเมียน้อยของศิวะ ประกายดาวตั้งใจจะลุยไปเอาเรื่องถึงห้องพัก แต่กลับไปพบรติรสกำลังนัวเนียอยู่กับศิวะและทั้งสองก็เข้าไปในห้อง ประกายดาวจึงนำกล้องถ่ายรูปมาเตรียมถ่ายช็อตเด็ดของทั้งคู่เพื่อเอาคืน ทว่าคุณชายจันทร์มาห้ามเอาไว้เสียก่อน ประกายดาวเข้าใจไปว่าคุณชายจันทร์ไม่อยากให้ประกายดาวทำแบบนี้เพราะกลัวชื่อเสียงของโรงแรมจะเสียหาย ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเพราะคุณชายจันทร์รู้ดีว่าสิ่งที่ประกายดาวทำไปจะไม่มีประโยชน์ เพราะรติรสจะหาทางเอาตัวรอดได้แน่ ๆ แต่ประกายดาวกับคุณชายจันทร์ไม่เข้าใจกันจึงทะเลาะกันอย่างรุนแรง ประกายดาวโกรธคุณชายจันทร์มากจึงหนีไปเที่ยวบนดอยกับแก๊งค์เด็กชาวเขาที่กำลังจะกลับบ้านที่ดอยพอดี ความสวยงามของบรรยากาศบนดอยทำให้ประกายดาวลืมความเศร้าไปได้ แม้เธอจะต้องทนต่อสายตาประหลาดของพิมพ์ไทยที่ชอบมองและพูดจาแดกดันเธอ ไม่เหมือนต้นอ้อที่มีนิสัยน่ารักและเป็นมิตรกับประกายดาวมาก ต้นอ้อบอกว่าคงเป็นเพราะพิมพ์ไทยหึงประกายดาวกับพล เพราะพิมพ์ไทยหลงรักพลมานานแล้ว แต่พลไม่เล่นด้วย ส่วนเจ้านายนั้นเป็นคนนิ่งเฉยและแทบจะไม่พูดอะไรเลย ประกายดาวรู้สึกว่าเจ้านายมีอะไรปิดบังซ่อนเร้นอยู่แน่นอน และแล้วประกายดาวก็ได้คำตอบ เมื่อประกายดาวออกไปถ่ายรูปหิ่งห้อยตามลำพังตอนกลางคืน เธอก็แอบเห็นพล เจ้านาย และพิมพ์ไทยกำลังซื้อขายยากับกลุ่มชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยม ประกายดาวเพิ่งกระจ่างว่าแท้จริงแล้วพวกพลเป็นแก๊งค์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ แต่ใช้การวาดรูปในเมืองบังหน้า และที่พวกเขาชวนเธอมาบนดอยด้วย เพื่อจะใช้เธอเป็นตัวป้องหน้าไม่ให้ตำรวจสงสัย ประกายดาวได้ยินทั้งหมดก็โกรธมากและจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายประเทศชาติ จึงยอมเสี่ยงชีวิตแอบไปถ่ายรูปเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ก่อนจะย่องกลับไปนอนในกระท่อมที่ต้นอ้อนอนอยู่แล้ว ประกายดาวพยายามทำตัวให้เป็นปกติไม่ให้ใครสงสัยได้ ขณะเดียวกันคุณชายจันทร์ที่แม้กำลังน้อยใจประกายดาวอยู่ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเธอหายไปไหน จะโทรศัพท์ไปหาก็ไม่กล้า หนำซ้ำพงศ์จันทรก็หายไปพร้อมกันอีกด้วย คุณชายจันทร์คิดไปว่าประกายดาวไปกับพงศ์จันทรจึงเศร้ามาก และท่าทางเศร้าสร้อยของคุณชายจันทร์สร้างความไม่สบายใจให้แม่นมพรและคุณหญิงนิ่ม จึงคาดคั้นคุณชายจันทร์ว่าเป็นอะไร คุณชายจันทร์ยอมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่า เขาน้อยใจประกายดาวกับพงศ์จันทร แต่คุณหญิงนิ่มที่นัดพบกับเพื่อนสนิทก็ไปพบพงศ์จันทรกำลังดื่มเมามายอย่างคนอกหักอยู่ในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งซึ่งอยู่กลางเมืองจังหวัดเชียงใหม่ คุณหญิงนิ่มรีบโทรศัพท์บอกคุณชายจันทร์ว่าประกายดาวไม่ได้ไปกับพงศ์จันทร ก่อนจะช่วยพาเขากลับห้องพักและช่วยดูแลเช็ดหน้าให้เขาสร่างเมา ทว่าพงศ์จันทรกลับตาลายเห็นคุณหญิงนิ่มเป็นประกายดาวจึงคว้าตัวเธอมาจูบ คุณหญิงนิ่มตบพงศ์จันทรอย่างแรงทำให้เขารู้สึกตัว ก่อนคุณหญิงนิ่มจะวิ่งร้องไห้ออกไป พงศ์จันทรรู้สึกผิดก็เลยพยายามจะขอโทษคุณหญิง หากสัมผัสหวานชื่นที่ได้รับจากคุณหญิงนิ่มก็ทำเอาพงศ์จันทรถึงกับเพ้อ และเกิดอาการตกหลุมรักคุณหญิงนิ่มเข้าเสียแล้ว แต่คุณหญิงกลับใจแข็งไม่ยอมพบเขาเลย ส่วนคุณชายจันทร์เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองเข้าใจประกายดาวผิด ก็รอคอยให้เธอกลับมาเพื่อขอโทษเธอ แต่อภิเชษฐ์มาบอกคุณชายจันทร์ว่า ประกายดาวพัวพันกับแก๊งค์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่เขาสืบสวนอยู่ โดยมี หมวดอรดี เป็นสายลับ ซึ่งหมวดอรดีก็คือต้นอ้อนั่นเอง อภิเชษฐ์บอกว่าจากความสนิทสนมของประกายดาวกับแก๊งค์เด็กชาวเขา ทำให้เขาสงสัยพฤติกรรมจึงสืบประวัติของประกายดาว ก็รู้ว่าเธอมีทรัพย์สมบัติมากมายทั้ง ๆ ที่เป็นแค่ตากล้องธรรมดา หนำซ้ำพี่ชายก็ยังมีบ้านหลังใหญ่โตอยู่ อภิเชษฐ์สันนิษฐานว่าพวกเขาร่ำรวยจากการค้ายาเสพติด เมื่อคุณชายจันทร์รู้ก็ถึงกับอึ้ง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างประกายดาวจะทำเรื่องร้ายแรงเช่นนี้ได้ แต่ในเมื่ออภิเชษฐ์มั่นใจขนาดนี้ คุณชายจันทร์ก็จำเป็นต้องตัดใจเพราะไม่สามารถรักผู้หญิงที่จะทำให้ตระกูลเสื่อมเสียได้ ดังนั้นเมื่อประกายดาวกลับมาจากดอย เธอก็รุดไปหาคุณชายจันทร์เพื่อขอเบอร์ติดต่ออภิเชษฐ์ หากไม่ยอมบอกว่าเธอต้องการจะมอบหลักฐานสำคัญให้อภิเชษฐ์ ทว่าคุณชายจันทร์กลับไม่ยอมให้ และยังแสดงท่าทางเมินเฉยกับประกายดาว ประกายดาวทนไม่ได้จึงโพล่งถามออกไปตรง ๆ ว่าเธอทำอะไรให้เขาโกรธ คุณชายจันทร์ก็เลยพูดอ้อม ๆ ว่าขอให้เธอล้มเลิกสิ่งที่กำลังทำอยู่ ทำเอาประกายดาวถึงกับอึ้ง เพราะคิดว่าคุณชายจันทร์พูดถึงเรื่องภารกิจตามล่าหาสเปิร์ม ประกายดาวพยายามพูดให้คุณชายจันทร์เข้าใจสิ่งที่ทำ แต่คุณชายจันทร์ก็ไม่เข้าใจ ทั้งสองจึงทะเลาะกันโดยที่ไม่รู้ว่าพูดกันไปคนละเรื่อง ประกายดาวเสียใจที่คุณชายจันทร์ไม่เข้าใจเธอ แล้วมาพบพงศ์จันทรที่กำลังทุกข์ใจกับการตามขอโทษคุณหญิงนิ่มเช่นกัน ประกายดาวร้องไห้ระบายความทุกข์ให้พงศ์จันทรฟัง พงศ์จันทรเลยรู้ถึงแผนตามล่าหาสเปิร์มของประกายดาว หนำซ้ำเขายังเป็นเป้าหมายอันดับสองของเธออีกด้วย ก็ถึงกับหัวเราะก๊ากกับความคิดประหลาด ๆ และแน่ใจแล้วว่าให้เธอเป็นเพื่อนของเขาจะดีที่สุด เพราะตอนนี้คุณหญิงนิ่มกำลังมีอิทธิพลกับหัวใจของเขา เมื่อประกายดาวรู้ก็ให้กำลังใจพงศ์จันทรและช่วยวางแผนให้พงศ์จันทรง้อคุณหญิงนิ่มจนสำเร็จ พงษ์จันทรให้คำมั่นสัญญากับคุณหญิงนิ่มว่าจะเลิกเจ้าชู้ จะมีสายตาไว้มองคุณหญิงนิ่มคนเดียว ซึ่งประกายดาวก็เชื่อมั่นว่าพงศ์จันทรจะทำได้ตามที่พูดแน่นอน แล้วประกายดาวก็หาทางติดต่ออภิเชษฐ์จนพบ จึงมอบการ์ดรูปถ่ายให้เขา พออภิเชษฐ์ได้ดูรูปทั้งหมดก็เข้าใจแล้วว่าเขาและหมวดอ้อเข้าใจประกายดาวผิด และประกายดาวก็ถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วต้นอ้อเป็นสายของตำรวจ อภิเชษฐ์พยายามติดต่อหาคุณชายจันทร์เพื่อบอกว่าเขาเข้าใจประกายดาวผิด แต่คุณชายจันทร์เอาแต่ทำงาน ไม่ยอมรับโทรศัพท์และไม่ยอมคุยกับใครเลย อภิเชษฐ์จำเป็นจะต้องปล่อยเรื่องนี้เอาไว้ก่อน เพื่อมาวางแผนบุกจับในวันที่จะมีการส่งยาล็อตใหญ่ ประกายดาวขอร่วมมือในภารกิจครั้งนี้ด้วย ตอนแรกอภิเชษฐ์จะไม่ยอมเพราะมันเสี่ยงเกินไป แต่ประกายดาวก็ไม่ยอมเหมือนกัน เธอจะขอมีส่วนร่วมช่วยเหลือประเทศชาติให้ได้ อภิเชษฐ์เลยต้องเป็นฝ่ายยอม ประกายดาวกับต้นอ้อขึ้นไปบนดอยอีกครั้งพร้อมกับพล,เจ้านาย,พิมพ์ไทย แล้วพอถึงเวลาต้นอ้อจะวางยานอนหลับประกายดาวโดยใส่ในน้ำดื่มให้ประกายดาวดื่ม แต่ประกายดาวรู้ทันจึงไม่ดื่ม แล้วแอบย่องไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานตอนกำลังจะส่งยากัน ต้นอ้อมาเจอเข้าก็พยายามห้ามประกายดาว ทั้งสองเถียงกันจนพิมพ์ไทยหันมาเห็นเข้า จึงรู้ว่าทั้งคู่เป็นสายของตำรวจ จึงจับประกายดาวและต้นอ้อไปเป็นตัวประกันขณะจะหลบหนีออกนอกประเทศ ตอนที่อภิเชษฐ์รู้ข่าวร้ายเข้า คุณชายจันทร์ก็โทรมาพอดี อภิเชษฐ์จึงเล่าทุกอย่างให้คุณชายจันทร์ฟัง คุณชายจันทร์รีบตามขึ้นไปบนดอยเพื่อไปช่วยประกายดาวด้วยอีกแรงทันที โดยไม่ฟังคำคัดค้านของอภิเชษฐ์เลย อภิเชษฐ์เข้าใจแล้วว่าประกายดาวกับคุณชายจันทร์เหมาะสมกันมาก เพราะบทจะดื้อใครก็ห้ามไม่อยู่เหมือนกัน จนคุณชายจันทร์และเหล่าตำรวจตามขึ้นไปช่วยประกายดาวและต้นอ้อได้สำเร็จ ประกายดาวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย พลกับเจ้านายถูกวิสามัญเสียชีวิต ส่วนพิมพ์ไทยต้องจำคุกตลอดชีวิต ประกายดาวรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล คุณชายจันทร์คอยดูแลและขอโทษเธอที่เข้าใจผิดคิดว่าเธอพัวพันกับแก๊งค์ค้ายา ประกายดาวถึงได้รู้ว่าคุณชายจันทร์ยังไม่รู้เรื่องภารกิจตามล่าหาสเปิร์มของเธอจึงโล่งใจมาก และบอกให้เขาเข้าใจว่าเงินทองมากมายของเธอมาจากมรดกของพ่อแม่ แต่แล้วแดนดินกับครอบครัวที่รู้ข่าวก็บินตามมาเยี่ยมประกายดาว สองพี่น้องคุยกันถึงเรื่องภารกิจตามล่าหาสเปิร์มจากคุณชายจันทร์ ซึ่งรติรสที่สะกดรอยตามศิวะมาเยี่ยมประกายดาวก็ได้ยินพอดี ภารกิจนี้จึงปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ในวันต่อมา ประกายดาวไม่ได้อายที่ทุกคนรู้แผนของเธอ แต่เธอทุกข์ใจเพราะคิดว่าคุณชายจันทร์ต้องโกรธเธอแน่ ๆ ทว่าความรักที่คุณชายจันทร์มีต่อประกายดาวมันทำให้คุณชายกลับไม่โกรธเลย คุณชายจันทร์ไปขอร้องให้รติรสเลิกยุ่งกับประกายดาว แต่รติรสไม่หยุด ตราบใดที่ศิวะยังรักประกายดาวอยู่ คุณชายจันทร์ก็เลยนำภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมตอนที่รติรสเข้าห้องศิวะตอนกลางดึกและออกมาตอนเช้าส่งไปให้อรอุมาดู อรอุมาเสียใจมากก็เลยเอาปืนไปยิงรติรสเสียชีวิต และลูกปืนก็ยังไปโดนเป้าของศิวะ ทำให้เขากลายเป็นขันฑีไปตลอดชีวิต ต่อมาคุณชายจันทร์จัดแถลงข่าวเรื่องนี้ที่โรงแรมของเขาด้วย ประกายดาวไม่อยากให้ชื่อเสียงคุณชายจันทร์เสื่อมเสียไปมากกว่านี้ จึงรีบรุดมาห้าม แต่คุณชายจันทร์ก็พูดต่อหน้านักข่าวหลายสิบชีวิตว่าข่าวที่ออกไปเป็นเพียงคำพูดเล่น ๆ ของประกายดาว ประกายดาวไม่จำเป็นต้องอยากได้สเปิร์มของเขาไปผสมเทียม เพราะเธอกับเขากำลังจะแต่งงานกันแล้ว นั่นเท่ากับเป็นการขอแต่งงานที่ทำเอาประกายดาวตั้งตัวไม่อยู่ แต่เธอก็ยังไม่ตอบ จนคุณชายจันทร์พาเธอไปเดทเป็นครั้งแรก และคุณชายจันทร์ก็บอกให้เธอมั่นใจว่านี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ประกายดาวจึงตอบตกลงในที่สุด แต่ตอนแรกหม่อมสุรีย์แม่ของคุณชายจันทร์ไม่อยากจะรับผู้หญิงธรรมดา ๆ อย่างประกายดาวเป็นลูกสะใภ้ แต่พอรู้ว่าประกายดาวมีสมบัติมากมาย หนำซ้ำประกายดาวก็เพิ่งรู้ด้วยว่ายายของเธอเป็นมีศักดิ์เป็นหม่อมและเป็นเพื่อนสนิทของแม่นมพร แต่ไปแต่งงานกับคนธรรมดา นั่นก็เท่ากับว่าตระกูลของประกายดาวก็มีเลือดสีน้ำเงินเหมือนกัน หม่อมสุรีย์จึงยอมรับลูกสะใภ้คนนี้อย่างเต็มภาคภูมิ หลังจากผ่านงานแต่งงานไปเพียงหนึ่งเดือน ประกายดาวก็ตั้งท้องทันที แล้วพอลูกน้อยแสนน่ารัก สุขภาพแข็งแรงคลอดออกมาดูโลก ประกายดาวก็มั่นใจแล้วว่าเธอเลือกเจ้าของสเปิร์มไม่ผิดเลยจริง ๆ ติดตามความสนุกเข้มข้นของ ละครดาวเกี้ยวเดือน ได้ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำ อธิชาติ ชุมมานนท์ รับบท ม.ร.ว จันทรภานุ (คุณชายจันทร์) เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รับบท ประกายดาว กรุณ ซอโสตถิกุล รับบท พงศ์จันทร กัญญ์รัณ วงศ์ขจรไกล รับบท ม.ร.ว นิมมานนรดี (คุณหญิงนิ่ม) วีระกิตติ์ วรัตน์ชยุต รับบท ศิวะ รฐา โพธิ์งาม รับบท อรอุมา รมิดา ประภาสโนบล รับบท รติรส ภัทรภณ โตอุ่น รับบท อภิเชษฐ์ อัฐมา ชีวนิชพันธ์ รับบท มิลินทร์ (จิง) ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท จิตสุภางค์ พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบท แม่นมพร

ชูวิทย์ เปรียบแค่ กบในกะลา กลุ่มคนต้านสินค้า EU-สหรัฐ
คสช. /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ เปรียบแค่ กบในกะลา กลุ่มคนต้านสินค้า EU-สหรัฐ หลังไม่พอใจแบนไทยจากเหตุรัฐประหาร วานนี้ (30 มิ.ย.57) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังมีกลุ่มคนออกมาต่อต้านไม่ขอใช้สินค้า-บริการจากประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารในไทย โดยระบุว่า เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี แค่กบในกะลา "กบในกะลา" ตอนนี้มีกระแสต่อต้านยุโรป เพราะ EU (สหภาพยุโรป) และสหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารในประเทศไทย มีคนออกมาพูดต่อต้านทำนองรณรงค์ไม่ซื้อสินค้ายุโรปและอเมริกา บางคนไปประท้วงถึงหน้าสถานฑูต ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษเป็นประเทศแม่บทประชาธิปไตย จะต้องยืนหยัดอย่างชัดเจนถึงระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศเหล่านั้นจะมาเข้าข้าง ปรบไม้ปรบมือ แสดงอาการเข้าอกเข้าใจ หรือเชียร์การทำรัฐประหาร เราต้องเข้าใจบทบาทและบริบทของแต่ละประเทศ ปัจจุบัน สินค้าจากประเทศมหาอำนาจครอบคลุมแทบทุกลมหายใจของคนไทย ไม่ว่ามือถือไอโฟน เฟสบุ๊ค กูเกิ้ล ฟาสฟู๊ดอย่างแมคโดนัลด์ เครื่องดื่มโค้ก เครื่องแต่งตัวลีวาย รองเท้ารีบอค กาแฟสตาร์บัค ส่วนสินค้าจากยุโรปทั้ง กุชชี่ ดิออร์ รถเบนซ์ บีเอ็ม ไปจนถึงโรงแรมห้าดาวฮิลล์ตัน ไฮแอท ฮอลิเดย์อินน์ โลกทั้งโลกถูกประเทศมหาอำนาจกลืนไปหมดแล้ว การต่อต้านสินค้าที่คนไทยบางคนให้ข่าวจึงเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ในอดีตเมื่อ 30 ปีก่อน สมัยผมเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ ประเทศไทยเคยประท้วงต่อต้านไม่ซื้อสินค้าต่างประเทศเช่นกัน ไม่ว่าญี่ปุ่น หรือ สหรัฐอเมริกา มีการประท้วงให้สหรัฐอเมริกาถอนฐานทัพออกจากประเทศไทย แต่การประท้วงก็เหมือนกับการผายลม เหม็นชั่วครั้งชั่วคราวแล้วหายไป โบราณเขาเปรียบเทียบพวก "กบในกะลา" สำคัญตัวเองว่ารู้มากยิ่งใหญ่ คิดว่าที่ที่ตัวเองอยู่คือโลกทั้งโลก ทั้งๆที่แท้จริงมันคือกะลา เพ้อเจ้อ ไม่มีประสบการณ์ เพราะไม่เคยออกไปเจอกับโลกทัศน์ภายนอก ไม่รู้ว่ามันกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน MThai news