กูเกิล

'อัลฟาเบต' บริษัทแม่ของกูเกิล ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดในโลก
Alphabet /  Apple / 

อัลฟาเบต บริษัทแม่ของกูเกิล ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกแซงหน้ายักษ์ไอทีอย่าง Apple อัลฟาเบต (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล ขยับขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาด หรือ Market Value สูงสุดในโลก แซงหน้ายักษ์ไอทีอย่าง แอปเปิล (Apple) ที่ครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงการขยายเวลาซื้อขาย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังอัลฟาเบตเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ของบริษัท ที่สะท้อนว่าตลาดโฆษณาดิจิทัลเติบโตอย่างแข็งแกร่งสวนทางกับค่ายแอปเปิล เจ้าของแบรนด์ไอโฟน ที่เผชิญกับการชะลอตัวเป็นครั้งแรก โดยยอดขายไอโฟนเพิ่มขึ้นน้อยสุดนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 8 ปีก่อน อัลฟาเบต ทำกำไรในไตรมาสล่าสุดได้ 4 พัน 900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 1 แสน 7 หมื่นล้านบาท จากรายได้รวม 2 หมื่น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 7 แสน 6 หมื่นล้านบาท ส่วนกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 8.67 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือราว 312 บาท สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 8.10 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือราว 291 บาท ด้วยแรงซื้อของนักลงทุนดันราคาหุ้นอัลฟาเบตขยับขึ้น 35.73 ดอลลาร์ หรือราว 1 พัน 286 บาท คิดเป็นร้อยละ 4.6 แตะระดับ 806.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น 2 หมื่น 9 พัน 34 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของอัลฟาเบตอยู่ที่ 5 แสน 5 หมื่น 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 20 ล้านล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดของแอปเปิลอยู่ที่ 5 แสน 3 หมื่น 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 19 ล้าน 1 แสนล้านบาท MThai News

เผยโฉม!!10เจ้าของสื่อผู้ทรงอิทธิพลที่สุด
ผู้ทรงอิทธิพล /  สื่อออนไลน์ / 

"สื่อ" ผู้ทรงอิทธิพล ในยุคสมัยที่ข่าวสารเดินทางได้อย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที ผ่านทางสื่อรูปแบบต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างเว็บไซด์ และแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ที่มีผู้ใช้บริการอยู่ทั่วทุกมุมโลก  มาดูกันว่า ใครคือ เจ้าของสื่อดังที่เราคนไทยใช้งาน (และใช้เพื่อความบันเทิง) กันอยู่บ้าง Google  เสิร์ชเอนจินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง : 1. Sergey Brin (เซอร์เกย์ บริน) ชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย ปัจจุบัน เซอร์เกย์ บรินอยู่ในตำแหน่งประธานฝ่ายเทคโนโลยีของกูเกิล 2. Lawrence Larry Page (ลอว์เรนซ์ แลร์รี เพจ) ชาวอเมริกัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Facebook  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ ให้ผู้ใช้บริการได้แบ่งปันเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งการแบ่งปันผ่านทางตัวอักษร รูปภาพ หรือวิดิโอ รวมทั้งมีลูกเล่นที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย อยู่ภายใต้การดูแลของ Facebook, Inc.ผู้ก่อตั้ง : Mark Zuckerberg (มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก)   เชื้อสายยิว – อเมริกัน  ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเฟซบุ๊ก Twitter  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้ผู้ใช้บริการส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร เพื่อบอกเล่าเรื่อวราว หรือแจ้งข่าวสารต่างๆอยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  Twitter, Inc ผู้ก่อตั้ง  1. Meg Hourihan   2. Evan Clark Williams ชาวอเมริกัน (เป็นผู้ก่อตั้ง www.blogger.com ด้วย) 3. Jack Dorsey   (แจ๊ค ดอร์สเซย์)  ชาวอเมริกัน 4. Noah Glass (โนอา กลาส)  ชาวอเมริกัน Line Application   โปรแกรมเมสเซนเจอร์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  NAVER Japan บริษัทลูกของ NHN Japan ผู้ก่อตั้ง  NHN Japan ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำสัญชาติเกาหลี (ผู้ก่อตั้งบริษัทคือชาวเกาหลี ชื่อ Mr.Lee Hae jin ) แต่ดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต เกม เสิร์ชเอนจิน เว็บท่า Microsoft อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Microsoft ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ผู้ก่อตั้ง  1. William Henry Bill Gates III (วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม)   ชาวอเมริกัน 2. Paul Gardner Allen (พอล แอลเลน)  ชาวอเมริกัน Yahoo อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Yahoo! Inc ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสัญชาติอเมริกันซึ่งประกอบไปด้วยเว็บท่า, เสิร์ชเอนจิน, Yahoo! Directory, Yahoo! Mail, Yahoo! News, Yahoo! Photos ผู้ก่อตั้ง  1. Jerry Yang (เจอร์รี่ หยาง)  ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน  2. David Filo (เดวิด ฟิโล)  ชาวอเมริกัน CNN (Cable News Network)  เครือข่ายโทรทัศน์เคเบิล ที่เสนอข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ภายใต้การดูแลของ Turner Broadcasting System (เทิร์นเนอร์บรอดแคสติงซิสเตม) หน่วยงานในเครือ Time Warner  (ไทม์วอร์เนอร์) ผู้ก่อตั้ง  Ted Turner (เท็ด เทอร์เนอร์)  ชาวอเมริกัน BBC  (British Broadcasting Corporation) อยู่ภายใต้การดูแลของ  British Broadcasting Corporation ผู้ก่อตั้ง  1. John Charles Walsham Reith, 1st  Baron Reith George Villiers  ชาวสก็อตแลนด์  2. George Herbert Hyde Villiers, 6th  Earl of Clarendon  ชาวอังกฤษ Al Jazeera (สำนักข่าว อัลญะซีเราะฮ์ หรือ แอลจะเซียรา)  สำนักข่าวอาหรับตั้งอยู่ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  Al Jazeera Media Network เจ้าของกิจการ คือ His Majesty Sheikh Hamad bin Khalifa Al Thani  (เชคฮามัด บิน คอลีฟะห์ อัลตานี) Youtube  เว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดและแลกเปลี่ยนคลิปวิดีโอผ่านทางเว็บไซต์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง   1. Chad Meredith Hurley (แชด เมเรดิธ เฮอร์ลีย์) ชาวอเมริกัน  2. Steve Chen (สตีฟ เชง) ลูกครึ่งอเมริกัน – ไต้หวัน  3. Jawed Karim (ยาวีด คาริม) ลูกครึ่งอเมริกัน – เยอรมัน  ทีม MThai Inter MThai news

เฟซบุ๊กและกูเกิลคือหน่วยสืบราชการลับ(CIA) (อาจารย์ ศิโรฒน์ คล้ามไพบูลย์)
เฟซบุ๊ก /  และ / 

กดติดตามข่าวสารโลกอิสลามอีกมากมายได้ที่ : http://goo.gl/pY9LKb

นักล่ามนุษย์ต่างดาวแฉ! นาซา จงใจปิดบัง เรื่องบ้านเอเลี่ยนบนดาวอังคาร
ดาวอังคาร /  นักล่าเอเลี่ยน / 

'นักล่าเอเลียน' แฉ "นาซา" จงใจปิดบังความลับที่ เอเลี่ยนสร้างบ้านบนดาวอังคาร ซึ่งมีพื้นที่ลึกลงไปใต้ดินใช้หลบซ่อนไม่ให้สิ่งมีชีวิตจากดาวอื่นมารุกราน วานนี้ (7ธ.ค.) 'มิร์เรอร์' เผยแพร่เรื่องราว แซนดรา เอลีนา แอนเดรด หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญทางด้านสิ่งมีชีวิตนอกโลก พร้อมทั้งแสดงภาพบนดาวอังคาร ชี้ให้เห็นถึงสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร รวมทั้งดาวเคราะห์ดวงอื่น ที่มีอารยธรรมในการสร้างที่อยู่อาศัย ลึกลงไปใต้พื้นผิวดาวอังคาร เพื่อใช้เป็นที่หลบซ่อนตัว จากการใช้ภาพถ่ายของกูเกิล เอิร์ธชี้ให้เห็นถึงวัตถุที่มีลักษณะเหมือนกับสิ่งปลูกสร้าง ที่มีความซับซ้อนพร้อมทั้งตีความว่ามันคือ ‘บ้านของเอเลียน’ ตั้งกระจัดกระจายหลายแห่ง พร้อมกันนี้ สมาชิกของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก อ้างว่า เหล่านักวิทยาศาสตร์ในองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา ทราบเรื่องเหล่านี้ดี แต่พยายามปกปิดความลับเรื่อง ‘บ้านของเอเลียน’ ไม่ให้โลกรับรู้ จึงซ่อนสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ ด้วยการใช้โปรแกรมโฟโต้ช็อป อย่างไรก็ตาม ‘ดาห์บู77’ กลุ่มนักล่ามนุษย์ต่างดาว ได้อัพโหลดวิดีโอดังกล่าวลงในเว็บไซต์ยูทูบ พร้อมชี้ว่า นี่คือหลักฐานที่ดีที่สุดของสิ่งปลูกสร้างบนดาวอังคาร แต่กระนั้นพวกเขาให้ความเห็นว่าทุกครั้งที่มีการพบอะไรที่น่าสงสัยบนดาวอังคาร นาซาจะออกมาปฏิเสธทันควันว่า มันเป็นแค่ก้อนหินหรือเงาทั่วๆไปเท่านั้น ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา mirror

มะปราง-จิตธดี สาวสวยหน้าหวานนักบริหาร มช.
issue36 /  คณะบริหารธุรกิจ / 

ว่ากันว่าสาวคณะบริหารธุรกิจ ม.เชียงใหม่ เป็นสาวสวยอันดับหนึ่งที่หนุ่มๆ เมืองเหนือหมายปองที่สุด ด้วยความสวยหวานในแบบสาวชาวเหนือบวกกับบุคลิกมาดมั่นโดดเด่นในแบบสาวนักการ เงินการตลาด อย่างสาวคนนี้ การันตีตำแหน่งสาวนักกิจกรรม ดาวมากความสามารถของคณะและฑูตอาเซียนประจำภาคเหนือ มะปราง-จิตธดี จันทร์คามคำ กับไลฟ์สไตล์การเรียนรู้สุดครีเอจในเอกการตลาด เหมาะเป็นตัวอย่างให้น้องๆ ที่สนใจในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดีทีเดียว มะปราง-จิตธดี สาวสวยหน้าหวานนักบริหาร มช. แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ผลงานในวงการบันเทิงที่ผ่านมาก็คือเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย ในการประกวดค้นหานักแสดงในช่อง 7 ค่ะ ส่วนการเรียนตอนนี้อยู่ปี 4 เอกสาขาการตลาด ที่เลือกคณะบริหารธุรกิจ เพราะว่าที่บ้านก็มีธุรกิจส่วนตัวอยู่ด้วย พ่อกับแม่เลยอยากให้เรียนทางด้านนี้ ซึ่งปี 1 จะเรียนทุกเมเจอร์ก่อน แล้วพอปี 3 ถึงค่อยมาเลือกว่าอยากจะเรียนเมเจอร์ไหน ตอนแรกเลือกเรียนสาขาบัญชี แต่พอเรียนไปสักพัก ก็เริ่มรู้ว่าไม่ใช่ทางของเรา เลยเปลี่ยนมาสายการตลาดแทน ก็ชอบมาก เพราะเป็นสายที่เน้นการทำกิจกรรม เหมือนให้เราได้ออกไปเจอโลกภายนอกห้องเรียน ได้ตามข่าวทันโลกตลอดเวลา โปรเจคสุดเจ๋งระหว่างคลาสเรียน ปรางชอบเมเจอร์นี้ตรงที่ให้เราได้ครีเอทอะไรแบบสุดๆ อย่างปกติปรางจะค่อนข้างเพ้อฝัน แบบบางทีก็อาจจะเป็นไปได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็จะมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งค่ะ คอยช่วยดร็อปปรางว่าอันนี้ได้หรือเปล่า แล้วมาประยุกต์กันอีกที อาจารย์จะให้เราได้วางแผนการตลาดเป็นกลุ่ม สมมุติว่ามีสินค้าตัวหนึ่ง แล้วเราจะทำอย่างไรให้สินค้าตัวนี้ขายได้ อย่างมีโปรเจคตอนปี 3 ในวิชา PRODUCT และ PRESS ที่ได้ทำงานกลุ่ม พรีเซนต์สบู่ตัวหนึ่ง แล้วก็ได้ติดอันดับโปรเจคที่อาจารย์ชอบด้วย ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อเพราะตอนนั้นอาจารย์ก็โหดมาก แต่พวกเราก็ใช้วิธีการถ่ายวิดิโอทำเป็นแผนผังป๊อบอัพร้านในกาดหลวงขึ้นมา แล้วปรากฏว่าอาจารย์ชอบผังนี้มาก หัวด้านธุรกิจเปลี่ยนไป เมื่อได้มาเรียนคณะนี้ พอได้มาเรียนทำให้ความคิดเปลี่ยนไป เมื่อก่อนไม่เคยมีความคิดเรื่องการบริหารคน การจัดการในแง่ธุรกิจเลย แต่พอได้มาเรียน ก็เริ่มมองสิ่งที่มีมากกว่านั้นในการทำธุรกิจ อย่างตอนนี้พวกหนูจะชอบเอาของมือสองของตัวเองมาขาย แต่ตอนแรกก็จะตั้งราคาตามใจตัวเอง แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้ว่า เราจะตั้งใจราคาตามใจแบบนั้นไม่ได้ เราต้องรู้ก่อนว่าตลาดต้องการสิ่งนี้มั้ย ถ้าต้องการ เราก็สามารถเพิ่มราคา หรือตั้งราคาสูงได้ แต่ถ้าไม่เป็นที่ต้องการ ถึงของจะแพงแค่ไหนในสายตาเรา ถึงตั้งราคาแค่ไหน ลูกค้าก็ไม่เอาค่ะ แพลนนักธุรกิจนักศึกษารุ่นใหม่ ตอนนี้อยากทำธุรกิจด้านเสื้อผ้าค่ะ ก็ออกแบบเสื้อเชิ้ตในสไตล์เรียบๆ ที่ปรางชอบไว้แล้ว ชื่อแบรนด์ว่า PLAIN รอจังหวะให้พร้อมนิดหนึ่งคงเริ่มทำ ทำทางออนไลน์ เพราะว่าตลาดออนไลน์โตสุดแล้วก็ลงทุนน้อย ก็มีลองทำมาใส่ก่อน ซึ่งเพื่อนๆ ก็ชอบนะ แต่ว่าถ้าจะทำจริงๆ ต่อไปก็คงต้องสำรวจตลาดมากขึ้น ก็กลัวเหมือนกันเรื่องทำแล้วจะขายได้มั้ย แต่ว่าธุรกิจมันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ไม่มีใครทำครั้งแรกแล้วประสบความสำเร็จเลย แต่อยู่ที่เราจะกล้าลองหรือเปล่า เกมการตลาดออนไลน์เว่อร์ชั่นฮิตชาวบริหารฯ ถ้าถามถึงบุคลิกของหนุ่มๆ สาวๆ คณะนี้ อย่างเอกพวกหนูจะออกแนวกล้าพูด กล้าคุย แอคทีฟ มีโปรเจคหนึ่งที่เราต้องเล่นเกมแข่งกันขายกระเป๋าออนไลน์ ตอนนั้นคือจริงจังกันสุดๆ ประชุมกันทุกวันประหนึ่งบริษัทตัวเอง ต้องปรับกลยุทธ์ให้ขายได้เยอะๆ ตลอด 8 สัปดาห์ ส่วนคำฮิตที่สุดในหมู่พวกเราคงเป็น “ลูกพี่” กูเกิล เพราะเวลาทำงาน พวกเราต้องเสิร์ชข้อมูลจากกูเกิลตลอด ดูเว็บของสินค้าอื่นที่ทำเหมือนๆ กัน แล้วเราจะรู้แนวของเขา เวลาเขาทำอะไร เราก็จะเรียก “ลูกพี่” ว่าไงบ้าง “ลูกพี่” ทำแบบนี้มั้ย เรียกว่าถ้าจบมาได้นี่เพราะลูกพี่กูเกิลเลยทีเดียว ถ้าน้องๆ มองว่าคณะนี้เรียนยาก เราจะมีวิธีบอกน้องๆ ยังไงบ้างว่าคณะนี้มันดียังไง ปรางว่าทุกอย่างมันไม่มีอะไรยาก แต่มันเป็นโอกาสนะ อย่างหุ้นตกก็มองว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวมันก็ดี คือทุกคณะมีจุดยากของตัวเอง แต่เราก็สามารถผ่านมันไปได้ ที่นี่สังคมก็อบอุ่นมากๆ อาจารย์ก็ให้คำปรึกษาตลอด อีกอย่างหนึ่งคือนักบัญชี หรือการตลาดก็ยังเป็นต้องการของคนทำงานอยู่ และไปได้อีกหลายทางเลยค่ะ ติดตามได้ในคอลัมน์ about campus นิตยสาร Campus Star No.36 www.facebook.com/campusstar

10 อันดับ รายชื่อในโลกแฟชั่น ที่ผู้คนค้นหามากที่สุดประจำปี 2013
10 รายชื่อ /  10 อันดับ / 

10 อันดับ รายชื่อในโลกแฟชั่น ที่ผู้คนค้นหามากที่สุด ประจำปี 2013         ปี 2013 หมุนผ่านไปเร็วเหลือเกิน เผลอแปปเดียวก็เกือบครบ 365 วันเข้าไปทุกทีแล้ว และปลายปีแบบนี้ สิ่งที่ชาวโลกรอคอย เสมือนเป็นธรรมเนียมของทุกปีนั่นก็คือ การรอฟังการเปิดเผยของกูเกิล (Google) ว่าชาวออนไลน์ เขาสนใจค้นหาข้อมูลใดมากที่สุดในแต่ละปี วันนี้ Women Mthai ขอยก 10 อันดับ ในโลก แฟชั่น ที่ถูกเสริ์ชมากที่สุด ของปี 2013 ว่าแล้วจะมีใคร หรือ แบรนด์ใดติดโผ บ้างไปดูกันเล้ย... อันดับที่ 1.Cara Delevigne แชมป์คำที่ถูกค้นหามากที่สุดอันดับที่ 1 ของกูเกิลประจำปี 2013  ก็คือ คาร่า เดเลวีญ นางแบบอายุ 21 ที่ปัจจุบันเธอติดอันดับ Top 50 ของเว็บไซต์ models.com ซึ่งเมื่อปีที่แล้วเธอก็เพิ่งได้รับตำแหน่งนางแบบยอดนิยมของอังกฤษ เธอเป็นนางแบบให้กับหลากหลายแบรนด์ แถมยังถูกเลือกให้เดินบนรันเวย์ใหญ่ๆมากมายนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าเป็นซูเปอร์โมเดลสุดฮอตที่หาตัวจับได้ยาก จริงๆเลยเชียว อันดับที่ 2.Paul Smith นักออกแบบ และนักสร้างสรรค์ยอดนิยม วัย 72 ปี บุคคนที่เป็นที่รักใคร่ของหลายๆคน สาเหตุที่มีผู้คนรักเขามาก นั่นก็เพราะว่า เขาเป็นคนติดดิน รักความเรียบง่าย ซึ่งแสดงออกมาให้เห็นจากวิถีการใช้ชีวิตและผลงานการออกแบบของคุณปู่พอล สมิธ นั่นเอง อันดับที่ 3. Vivienne Westwood คุณป้าวิเวียน ดีไซเนอร์ สุดซ่า ตัวจี๊ดคนหนึ่งของโลกแฟชั่น อันดับที่ 4.Victoria Beckham ราชินี ยิ้มยาก นางเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง นักร้อง ดีไซเนอร์ แฟชั่นไอคอน และคุณแม่คนเก่ง แน่นอนว่าเวลาเธอออกมาทำอะไรก็ตาม หรือแม้จะแค่ยิ้ม เธอก็เป็นข่าวได้แล้วหล่ะค่ะ ยิ่งถ้าปรากฎคู่พร้อมสามีสุดหล่อเดวิด เบคแฮม และลูกๆแล้วล่ะก้ ยิ่งทวีความฮอต และเรียกความสนใจจากชาวโลกได้ไม่น้อยเลย อันดับที่ 5.Kate Moss ปีนี้กลับมาเป็นที่ฮืฮาอีกแล้ว สำหรับนางแบบที่ทะยานเข้าสู่วัย 40 ปี ที่หวนกลับมาขึ้นปก ให้กับนิตยสาร Playboy ฉบับฉลองครบรอบ 60 ปี และการกลับมาถ่ายปกครั้งนี้ก็ไม่ได้หวาบหวิวอะไรมาก แค่นางใส่ชุดมาตราฐานของเพลย์บอย นั่นก็คือชุดนางกระต่าย เท่านั้นเอง และมีอยู่รูปเดียวเท่านั้นที่เปือยแล้วใส่เครื่องเพชร แต่เปือยที่ว่า นี่ก็ไม่ได้เห็นอะไรเลยนะ อย่างว่าแหละค่ะ ระดับนางแบบตัวแม่ของวงการแล้ว หากลุกขึ้นมาทวงบัลลังก์ ต้องเรียกเสียงฮือฮาและเป็นที่สนใจของชาวโลกเสมอ ตามด้วย... อันดับที่ 6. Rosie Huntington-Whiteley  นักแสดงและนางแบบชาวอังกฤษ และนางฟ้าสุดเซ็กซี่จากวิคตอเรีย ซีเคร็ต ด้วยรูปร่าง ริมฝีปากอวบอิ่ม บวกกับลีลาการโพสต์ท่าถ่ายแบบสุดเย้ายวน จึงทำให้เธอคนนี้ติดโผในลำดับที่ 6 ของปีนี้ ไปได้ไม่ยากลำบากเลยค่ะ อันดับที่ 7. Alexander McQueen  แฟชั่นดีไซเนอร์คนดังวัย 40 ปี ผู้ล่วงลับ เจ้าของสมญานาม"แบด บอย" แห่งวงการแฟชั่นอังกฤษ เขามีชื่อเสียงในระดับโลกอย่างรวดเร็วเพราะการออกแบบที่สร้างสรรค์และแหวกแนวผ่านคอลเลกชั่นของเขาและรันเวย์แฟชั่นโชว์ อันดับที่ 8. Alexa Chung ซูเปอร์โมเดลระดับโลก และดาราแถวหน้าของฮอลลีวูด และแฟชั่นไอคอนจากเกาะอังกฤษ  ความโดดเด่นของเธอไม่ได้โดดเด่นอยู่แต่บนรันเวย์แฟชั่นเท่านั้น เธอมีผลงานผ่านตามาแล้วมากมาย ทั้งการเป็นพิธีกร นักแสดง พรีเซนเตอร์ รวมถึงการเป็นคอลัมนิสต์ในแมกกาซีน อันดับที่ 9. Vera Wang Vera Wang ดีไซเนอร์ผู้เฉิดฉายบนรันเวย์ ชื่อ Vera Wang กลายเป็นเจ้าแม่ในวงการชุดแต่งงานไปแล้ว บรรดาเซเลบฯ และดารามากมายต่างเป็นลูกค้าสินค้าของเธอทั้งนั้น ไม่ผิดที่จะบอกว่า ชุดแต่งงาน Vera Wang คือชุดแต่งงานที่เจ้าสาวค่อนใฝ่ฝันถึง อันดับที่ 10. Naomi Campbell ในวงการสุดยอดนางแบบ ไม่มีใครไม่รู้จักเธอเพราะเธอเป็น เวิลด์ซูเปอร์โมเดล วหมึกระดับแนวหน้า ที่บรรดาดีไซเนอร์ชื่อดังของโลกต่างก็ต้องการตัว 10 อันดับ แบรนด์แฟชั่น ที่ถูกเสิร์ชมากที่สุดประจำปี 2013 1.Stuart Vevers 2.Hermès 3.Chanel 4.Gucci 5.Micheal Kors 6. Louis Vuitton 7.Prada 8.Vivienne Westwood 9.Lacost 10.Tommy Hilfiger แล้ว... คุณเคย ค้นหา คำ 10 อันดับ นี้ ในกูเกิล กันบ้างไหมคร้าา ? เรียบเรียงโดย... Women Mthai Team ขอบคุณข้อมูลจาก...fashion.telegraph.co.uk  

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก
บุคคลต้นแบบ /  ผู้หญิงต้นแบบ / 

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Facebook ซึ่งทำให้ Mark Zuckerburg กระโดดจากมหาเศรษฐีอันดับที่ 29 ของโลก จะมีสักกี่คนที่รู้จัก “ เชอริล แซนด์เบิร์ก ” (Sheryl Sandberg)  ซีโอโอหญิง ผู้นำหมายเลข 2 ของเฟซบุ๊ก คือ ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น เชอริล แซนด์เบิร์ก มีประวัติการศึกษาที่โดดเด่น จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ด้วยคะแนนระดับท็อปจากฮาร์วาร์ด เธอเคยเป็นผู้บริหารคนสำคัญที่ช่วยผลักดันการขายโฆษณาของกูเกิล (Google,Inc) และภายหลังเธอเริ่มต้นความท้าทายในชีวิตการทำงานอีกครั้ง โดยตัดสินใจย้ายมาเป็น “ Chief Operating Officer (COO) ” หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ คุมงานบริหารทั้งหมดของโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ร้อนแรงที่สุดแห่งยุคสมัยอย่าง Facebook หลังจาก เชอริล มาทำงานกับเฟซบุ๊ก องค์กรมีแต่เติบโต จากพนักงาน 130 คน เพิ่มเป็น 2,500 คน จากยอดผู้ใช้ 70 ล้านคนไปเป็น 700ล้านคน ทั่วโลก ยังไม่นับรวมถึงการสนับสนุนให้เฟซบุ๊กมีรบบโฆษณาแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นรายได้หลักของเว็บด้วย ถ้าว่ากันตามเนื้องานแล้ว “อำนาจ” ในการบริหารของเธอมากกว่าตัว ซัคเคอร์เบิร์ก เองด้วยซ้ำ ปัจจุบันเชอริล วัย42 ปี พักอาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโกกับสามี “เดวิด โกลด์เบิร์ก (David Goldberg) ” เพื่อสนิทมาหลายปีที่กลายเป็นคู่ชีวิตในที่สุด และมีบุตรอีก 2 คน ถึงแม้ว่าผู้บริหารคนเก่ง เชอริล จะได้รับการยกย่องอย่างสูงในด้าน “อิทธิพล” และ “มันสมอง” ในโลกอำนาจแห่งการทำงานแล้ว ในอีกด้านหนึ่งเธอยังถูกยกย่องในเรื่อง “ความเป็นหญิง” จากผู้หญิงด้วยกัน นั่นเป็นเพราะว่า เธอมีบทบาทในการให้คำปรึกษาแก่พนักงานหญิงของเฟซบุ๊ก รวมถึงผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่ๆ และที่สำคัญ เธอได้รับการยอมรับจากโลกแห่งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ว่าเป็นตัวแทนของ “นักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่” ที่สร้างสมดุลย์ระหว่างอาชีพการงาน ครอบครัว และเสน่ห์ ได้อย่างลงตัวและเพอร์เฟ็กต์ เคล็ดลับความสำเร็จในชีวิตครอบครัวและการทำงานของผู้บริหารคนเก่ง เชอริล แซนด์เบิร์ก ฐานะ ผู้นำหมายเลข 2 แห่งเฟซบุ๊ก และสตรีทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ลำดับที่ 6 นั่นคือ เธอแนะนำว่า เรื่องกฎระเบียบและวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผู้หญิงเองก็ต้องมีวิธีคิดที่จะก้าวหน้าด้วยตัวของตัวเองจากภายในด้วย และ ผู้หญิงส่วนมากที่ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตครอบครัว และหน้าที่การงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากคนในที่ทำงาน และคนที่บ้าน   “สตรีทั่วไปมักมีความกลัวอยู่ทั่วสเต็มเซลล์” มันเลยทำหน้าที่หยุดพวกเธอไว้อยู่ที่ตำแหน่งถาวรตลอดชีวิต นั่นคือ  “แม่บ้าน” เชอริล ได้ขึ้นพูดในเวที TED เวทีของคนเจ๋งๆ ที่มาบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก ที่สำคัญเธอได้ปลุกใจให้ผู้หญิง ที่รับรู้ดีว่าตัวเองเป็น "แม่" และคิดว่ายากเหลือเกินที่จะไต่เต้าขึ้นไปยังตำแหน่งผู้บริหาร และนี่คือ สิ่งที่เชอริลนำแนะนำเพื่อเป็นหลักปฏิบัติ 3 ข้อ ที่ผู้บริหารหญิงควรทำ ได้แก่... 1.จงนั่งแถวหน้า (sit at the table) เชอริลบอกว่าสิ่งแรกที่ผู้หญิงควรทำคือมั่นใจในความสามารถของตัวเองว่าไม่ด้อยกว่าเพื่อนร่วมงานเพศชาย ดังนั้นเธอจึงขอร้องให้ผู้หญิงมั่นใจในตัวเอง และพร้อมจะรับความสำเร็จ เสียงชื่นชม ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของพวกเธอเอง ขอให้นั่งแถวหน้าเวลาประชุม และอย่าอายที่จะยกมืออาสาทำงาน 2.ให้คู่ชีวิตเป็น “คู่ชีวิต” จริงๆ (make your partner a real partner) ต่อให้สามีและภรรยาทำงานนอกบ้านเหมือนกัน แต่เมื่อมีลูก สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้หญิงจะต้องทำงานบ้านและเลี้ยงลูกหนักกว่าฝ่ายชายเสมอ ซึ่งเธอมองว่าเป็นอุปสรรคไม่ให้ผู้หญิงใส่ใจกับการงานนอกบ้านได้เต็มที่เท่ากับผู้ชายครอบครัวที่แบ่งภาระหน้าที่กันอย่างเท่าเทียมจะช่วยให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จมากขึ้น และมีสถิติว่าครอบครัวที่สามีภรรยามีรายได้ใกล้เคียงกัน มีภาระหน้าที่เท่าเทียมกัน จะมีอัตราหย่าร้างน้อยกว่าปกติถึงครึ่ง 3.อย่าเลิกทะเยอทะยานก่อนเวลาอันควร (don’t leave before you leave)  ผู้หญิงทำงานควรจะคิดถึงความก้าวหน้าในอาชีพจนวินาทีสุดท้ายที่จะต้องหยุดงานเพื่อทุ่มเทให้กับครอบครัวจริงๆ อย่าเพิ่งเลิกมองหาความสำเร็จหรือความรับผิดชอบก่อนถึงเวลาที่จำเป็น   "อย่าออกจนกว่าคุณจะออก" คือไม่ควรคิดเรื่องการลาออกจนกว่าจะจำเป็นต้องออกจริง ๆ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อใดที่ผู้หญิงเริ่มคิดว่าอยากมีลูก ผู้หญิงก็มักจะเริ่มคิดถึงการเผื่อพื้นที่ในชีวิตให้ลูก และนับจากจุดนั้นเธอก็จะ "ถอย" จากหน้าที่การงาน ไม่มองหาการเลื่อนขั้น ไม่ขานรับความท้าทายใหม่ ๆ จากที่ศึกษาประวัติของเธอ ยอมรับเลยค่ะว่าชอบในแนวความคิดของเธอ และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า องค์ประกอบสำคัญของชีวิตที่ทุกคนควรใส่ใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความสำเร็จในหน้าที่การงาน นั่นคือ "ครอบครัว" หน่วยที่เล็กที่สุดแต่สำคัญมากที่สุด สิ่งที่เราเห็นได้ชัดและเชิดชูคือ เธอเจ๋งจริง เธอไม่เคยมีความกลัวในหัวสมองเลย เชอริล แซนด์เบิร์ก  เธอคือบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลกเห็นว่า “ผู้หญิงเก่งและแกร่ง” นั้นมีรัศมีมากแค่ไหน " อย่าให้ความกลัวมาอยู่เหนือความปราถนาในใจ " "Don't let your fears overwhelm your desire" …เพราะคุณไม่มีทางรู้จักความสามารถที่แท้จริงของตัวเองได้เลย…หากไม่ลุกขึ้นมาลองสักตั้ง - เชอริล แซนด์เบิร์ก - เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team ขอบคุณภาพประกอบจาก...forbes.com

ฮือฮา !! อีก 15 ปี สมองมนุษย์จะเชื่อมอินเตอร์เน็ตได้โดยตรง
ระบบไฮบริด /  สมอง / 

ผอ.วิศวกรกูเกิล ทำนาย ในอนาคตสมองของมนุษย์ จะสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยตรง ผ่าน 'หุ่นยนต์ขนาดจิ๋ว' วันนี้ (4มิ.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'ดิ อินดิเพนเดนท์' รายงานเรื่องราวสุดฮือฮา กรณีที่ เรย์ เคิร์ซเวล นักประดิษฐ์และผู้อำนวยการด้านวิศวกรรมจากบริษัท 'กูเกิล' เว็บไซต์เซิสเอนจิ้น อันดับ 1 ของโลก เปิดเผยวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในปี 2573 สุดล้ำจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้จริงในอนาคต รายงานระบุว่า เรย์ เคิร์ซเวล เปิดเผยถึงเทคโนโลยีที่มีระบบชื่อว่า 'สมองไฮบริด' หลายๆท่านอาจจะคุ้นเคยกับคำศัพท์ดังกล่าวในการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เจ้าสมองไฮบริดนี้ จะมีลักษณะในการฝัง หุ่นยนต์ขนาดจิ๋ว ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเส้นผม ที่ฝังเข้าไปในสมองของมนุษย์ และทำหน้าที่คล้ายคอมพิวเตอร์ หรือ สมาทโฟน ในการสั่งการ และเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้โดยตรง เพียงแค่สมองคิด ข้อมูลก็จะส่งตรงถึงหน่วยความจำภายในสมอง ยังไงอย่างนั้น ซึ่งหากทำได้จริงนั้น เราจะสามารถใช้สมองค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้ในทันที และอาจมีความสามารถในการกักเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์แบบไม่ต้องพกพาอะไรให้วุ่นวายอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เรย์ เคิร์ซเวล ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ที่สามารถพยากรณ์ความเคลื่อนไหวในวงการเทคโนโลยีได้อย่างแม่นยำ และส่วนใหญ่สิ่งที่เขาทำนายไว้ล่วงหน้าจะประสบความสำเร็จ กลายเป็นความจริงได้ในเวลาหลังจากนั้น เห็นได้จากตัวอย่างเมื่อ พ.ศ.2533 ที่เขาเคยทำนายไว้ว่า คอมพิวเตอร์จะสามารถโค่นแชมเปียนโลกเกมหมากรุกฝรั่ง และผลปรากฏว่าหลังจากนั้น 8 ปี คำทำนายของเขาก็กลายเป็นจริง เนื่องจากในปี 2541 คอมพิวเตอร์นามว่า 'ดีพ บลู' ของไอบีเอ็มสามารถโค่นแกร์รีย์ คาสปารอฟ แชมเปียนโลกลงได้ MThai News ที่มา  independent

จวกสื่อโซเชียล ไร้สำนึก-สมรู้ร่วมคิดกลุ่ม 'ไอเอส'
กลุ่มไอเอส /  ผู้สนุบสนุนกลุ่มก่อการร้าย / 

ทั่วโลก ขู่ กูเกิล เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ มีสำนึกเสียบ้าง กรณี 'ไอเอส' เผยแพร่ภาพ และข้อความชักชวน รวมทั้งหาแนวร่วมต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ท เว็บไซต์ออนไลน์ 'เดอะ มิรเรอร์' รายงานบทความ กรณีที่ทั่วโลกตั้งคำถาม พร้อมขู่เว็บไซต์ชื่อดังอาทิ กูเกิล, เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ ให้มีสำนึกเสียบ้าง กรณีกลุ่มรัฐอิสลามในอิรัก และซีเรีย หรือ 'ไอเอส' ก่อเหตุโหดเหี้ยมรุนแรง ทั้งยังมองว่า เว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ คือ 'ผู้สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มก่อการร้าย' อีกด้วย ทั้งนี้ ไอเอส เผยแพร่ภาพ และข้อความชักชวน รวมทั้งหาแนวร่วมต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ต โดยความรุนแรงที่อัดวีดีโอไว้ ถูกเผยแพร่ตลอด ทำให้สร้างความผวาและเกลียดชังต่อญาติเหยื่อที่ถูกตัดคอร่ำไป และ กูเกิล ก็ยังให้ค้นได้เรื่อยๆ รวมทั้งข้อความเชิญชวน นโยบายก็ยังค้นเจออยู่ ขณะที่เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ยังมีข้อความของ สาวกไอเอส อีกมากมายที่ทั้งขู่ ทั้งเย้ยหยัน ชักชวนเพื่อเข้าร่วมกลุ่ม บทความดังกล่าวยังเผยว่า ขณะนี้ฝรั่งเศสได้ประกาศแผนการร่างกฏหมายอนุมัติ ว่า เครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้ในฐานะ 'เจ้าภาพของข้อความอันรุนแรงและหัวหน้ากลุ่ม' เนื่องจากเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความเกลียดชังและถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดคนหนึ่ง เพื่อพิจารณาความรับผิดชอบของสื่อกลางเหล่านี้ รวมไปถึงเตรียมกำหนดบทลงโทษอย่างจริงจัง จากตัวอย่างของความรุนแรง นิตยสารเสียดสีสังคม 'ชาร์ลี เอ็บโด' ซึ่งเป็นเหตุการณ์การก่อการร้าย โดยเครือข่ายจากกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน และได้ยกตัวอย่างกรณีของ 'นายอลัน เฮนนิ่ง' ซึ่งเป็นเหยื่อชาวตะวันตก รายที่ 4 ที่ถูกกลุ่มไอเอสสังหารอย่างเหี้ยมโหด ด้วยการฆ่าตัดศีรษะ พร้อมทั้งอัดคลิปเพื่อเผยแพร่ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 2557 ซึ่งก็นับได้ว่าผ่านมานานหลายเดือนแล้ว แต่กระนั้นภาพความโหดร้ายยังคงปรากฏอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งบาร์บาร่า ผู้เป็นภรรยาของเหยื่อ ออกมาเปิดเผยว่าเธอทุกข์ทรมานใจทุกครั้งที่ได้เห็นภาพเหล่านั้น ทั้งนี้เรื่องราวสะเทือนใจได้ส่งผลต่อสภาพจิตใจต่อญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นฉากการสังหาร ยังคงเห็นได้ทั่วไปบนเว็บไซต์ยูทูป หรือ การค้นหาผ่านกูเกิล จนกระทั่งเกิดแคมเปญ #seeitreportit เพื่อกระตุ้น และมุ่งหวังว่า สื่อเหล่านี้จะมีความรับผิดชอบในการรายงานเนื้อหาความรุนแรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้ได้เกิดกระแสในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากต้องการให้ทั่วโลกหยุดแชร์ภาพที่ 'นายเคนจิ โกโตะ ' หลังจากถูกกลุ่มไอเอสสังหารด้วยการตัดศีรษะ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมไปถึงสื่อในรูปแบบของสำนักข่าว เพื่อให้ความเคารพแก่ญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิต เพื่อคำนึงถึงจิตใจคนเหล่านี้ พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนเปลี่ยนไปแชร์ภาพยกย่องสิ่งที่เขาทำ ประวัติของนาย เคนจิ โกโตะ  เขาเคยปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถาน เชชเนียและซีเรีย และอีกหลายประเทศ  ครั้งหนึ่งในการให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ข่าวประจำประเทศญี่ปุ่น เขากล่าวว่าเขาต้องการที่จะช่วยให้ผู้คนในพื้นที่ความขัดแย้ง เขาติดต่อกับกลุ่มไอเอสโดยให้เหตุผลว่าต้องการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ 'ล่าม' - นายเคนจิ โกโตะ เคยทำงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติ และยูนิเซพ (UNICEF) ในฐานะผู้สื่อข่าว ที่ช่วยนำเสนอความจริงเรื่องทหารเด็ก การค้าเพชรใน แอฟริกา สงครามความขัดแย้งทางชนเผ่าของประเทศรวันดา ผู้ลี้ภัย รวมไปถึงผู้ป่วยโรคเอดส์ - ผลงานของเขา เรื่อง 'Daiyamondo yori Heiwa ga Hoshii' (อยากได้สันติสุขมากกว่าเพชร) นำเสนอเรื่องทหารเด็กในแอฟริกาเคยได้รับรางวัล Sankei - เขารู้ว่าเสี่ยงแต่ก็เลือกเดินทางไปซีเรีย โดยมุ่งเป้าไปที่เมืองรักกา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของกลุ่มไอเอส แม้รู้ว่าอันตรายแค่ไหน แต่เพื่อช่วย 'ฮารุนะ ยูกาวะ' (เหยื่ออีกรายที่โดนสังหารก่อนหน้า) เขาอัดคลิปจากมือถือบอกว่า"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นนั่นคือความรับผิดชอบของผมเอง มันอันตรายมาก แต่ขอให้ทุกคนอย่ามองคนซีเรียในทางไม่ดี" "ผมจะรอดชีวิตกลับมาแน่นอน" เคนจิ โกโตะ ขณะนี้ญี่ปุ่นได้จัดแคมเปญ เพื่อต่อต้านตอบโต้กลุ่มหัวรุนแรงแบบสุดโต่ง ด้วยวิธีอหิงสา หรือวิธีการแบบอ่อนโยน โดยการขอความร่วมมือจากศิลปินในประเทศ เพื่อวาดภาพตัวการ์ตูนผู้หญิง คล้ายการล้อเลียนกลุ่มไอเอส โดยมุ่งเป้าเพื่อผลักดันฐานข้อมูลความรุนแรงที่แท้จริง ให้กลายเป็นภาพที่ไม่น่ากลัวอย่างที่ผ่านมา และต้องอยู่บนความถูกต้อง และให้เกียรติ์เหยื่อผู้เสียชีวิตทั้งสองราย อย่างไรก็ตาม สื่อทั่วโลกต่างยกย่องในความกล้าหาญ และคุณงามความดีที่ 'นายเคนจิ โกโตะ' "เขายอดเยี่ยม"และเขายืนหยัดบนความแข็งแกร่ง เพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง พร้อมกันนี้ทีมข่าวเอ็มไทยขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต และประชาชนชาวญี่ปุ่นทุกคน ต่อความสูญเสียในครั้งนี้ และหวังใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต MThai News ที่มา Mirror

เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) 23 เม.ย. 57
Seed MCOT /  รายการย้อนหลัง เขย่ง 9 กระโดด / 

รายการย้อนหลัง เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) 23 เม.ย. 57 พูดคุยกับพาราด๊อกซ์ วงร็อควาไรตี้ ที่มีเอกลักษณ์ทางการแสดงสดที่ไม่เหมือนใคร รายการ เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) รายการที่เพียบไปด้วยหลายๆเรื่องราว ที่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ ตลอด 1 ชั่วโมงเต็ม กับ 3 พิธีกรสุดซี๊ด เด-ดาวิเด โดริโก้,ดอส-วัฒนากร ทิพจร และ อ้น-อัตตพงษ์ อัตตกิจกุล สัปดาห์นี้ พูดคุยกับวงร็อควาไรตี้ สุดแสนหรรษา วง พาราด็อกซ์ (Paradox) จากนั้น ดีเจอ้น จะมาโชว์ท่วงท่า ความพริ้วไหว ในกีฬาลีลาศ และอีกหลากหลายเรื่องราวที่น่าสนใจ ติดตามชมได้ในรายการ เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) ช่วง ทำนองนั้น ดอส-วัฒนากร ทิพจร พามาสัมผัสพูดคุยกับวงร็อควาไรตี้ สุดแสนหรรษา ที่มีเอกลักษณ์ทางการแสดงสดที่ไม่เหมือนใคร จนหลายคนต้องยกนิ้วให้กับความสามารถของวง Paradox เจาะลึกเรื่องราวประสบการณ์ แนวคิดแปลกๆ ในการทำงานเพลง พร้อมเปิดร้านคาเฟ่ เล่นดนตรีโชว์เพลงใหม่ล่าสุด รถไฟขบวนแห่งความฝัน ให้ฟังกันแบบจัดเต็ม!! ช่วง กระแสนิยม สำหรับใครที่รักการดื่มกาแฟ เป็นชีวิตจิตใจ วันนี้เลยขอพาไปนั่งชิลล์ร้านกาแฟ ในบรรยากาศน่ารักและอบอุ่น ที่มีความพิเศษตรงที่การตกแต่งร้านด้วยธีม Mr. Bean กับร้าน Mr. Bean Thailand จากนั้นไปอัพเดตเทคโนโลยีสุดล้ำ Google Glass การร่วมโปรเจ็กระหว่างกูเกิล และแว่นตายี่ห้อดังของโลก Ray-Ban, Oakley ในการผลิตกรอบแว่นที่ทันสมัย ช่วง ออกสนาม ดีเจอ้น-อัตตพงษ์ อัตตกิจกุล โดนส่งมาออกสนามกับกีฬาที่แสนท้าทาย และต้องใช้ความพริ้วไหวของท่วงท่าในการเต้นอย่าง กีฬาลีลาศ งานนี้หนุ่มอ้นจะทำได้ดีแค่ไหน กับการเรียนในหลักสูตรแบบเร่งรัด ติดตามชมเป็นกำลังใจให้หนุ่มอ้นได้ในช่วง ออกสนาม ช่วง ตัวจริง ดีเจเด-ดาวิเด โดริโก้ พามาพบกับตัวจริงเรื่อง ฉีด พ่น ที่มีกำแพงและท้องถนนเป็นผืนผ้าใบ โดยมีสีเสปรย์แทนพู่กัน จากความชอบในวัยเด็ก บวกกับความมุ่งมั่นทำในสิ่งที่แปลกในสายตาของคนทั่วไป จนกลายมาเป็นผลงานศิลปะที่ใครๆ ก็ยอมรับในทุกวันนี้ “Alex Face” ชีวิตคือ Graffiti การจะเป็นตัวจริงเรื่องงาน Graffiti ได้จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ต้องติดตาม... ติดตามชมรายการ “เขย่ง 9 กระโดด” (Triple Jump) รายการที่เพียบไปด้วยหลายๆเรื่องราว ที่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ ทุกวันพุธ ห้าทุ่มครึ่ง ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

หลุดภาพ Pixel และ Pixel XL สมาร์โฟนจาก Google พร้อมประกาศเปิดตัว 4 ตุลาคม
google /  Pixel / 

หลังจากปล่อยวีดีโอโปรโมทมาไม่กี่วันสำหรับ Google Pixel สมาร์ทโฟนใหม่จากกูเกิล ล่าสุดได้มีภาพหลุดของ Google Pixel และ Pixel XL ออกมาให้ได้เห็นกันแล้ว โดยในภาพหลุดชุดแสดงให้เห็นถึงตัวเครื่องค่อนข้างชัดเจนทีเดียว ซึ่งคาดกันว่า Pixel กับ Pixel XL จะมีขนาดหน้าจอ 5 นิ้วและ 5.5 นิ้ว และแน่นอนว่าจากภาพหลุดชุดนี้น่าจะไม่มีอะไรผิดเพี้ยน เพราะทาง Google ประกาศจะเปิดตัวในวันที่ 4 ตุลาคม 2016 นี้แล้ว หน้าตาหล่อเหลาเอาการ ดูเหมือนปุ่มสแกนนิ้วจะอยู่ด้านหลัง ส่วนรายละเอียดเต็มรออีกไม่กี่วันเราจะได้เห็นกันชัดๆ แน่นอน ที่มา www.androidpolice.com

ราคูเท็น ตลาด ดอทคอม จับมือ Google เสริมบริการ Adwords ดันผู้ค้าออนไลน์ครบวงจร
AdWords /  google / 

“ราคูเท็น ตลาด ดอทคอม” ดัน Google AdWords พรีเมียมพาร์ทเนอร์สำหรับธุรกิจ SMB เสริมบริการ “Adwords” ดันผู้ค้าออนไลน์ครบวงจร ราคูเท็น ตลาดดอทคอม (Rakuten Tarad.com) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ตลาดออนไลน์ชั้นนำของเมืองไทยจับมือ Google ผู้ให้บริการด้านเสิร์ชเอนจิ้นระดับโลกประกาศจับมือ Google เป็นพันธมิตรทางธุรกิจในด้านตลาดการค้าออนไลน์ในฐานะ Premier SMB Partner (พาร์ทเนอร์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางระดับพรีเมี่ยม) ด้วยบริการ Google AdWords และเทคโนโลยีล่าสุดจาก Google ทั้งนี้เพื่อรองรับผู้ค้าออนไลน์ (Merchant) ของราคูเท็น ตลาดดอทคอมกว่า 270,000 รายให้เข้าถึงองค์ความรู้ของบริการดังกล่าวซึ่งทรงประสิทธิภาพสำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ทั่วโลกมากกว่าที่เคย ภายใต้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดจาก ECC (E-Commerce Consultant) ของราคูเท็น ตลาดดอทคอม และ การบริหารด้านเทคนิคโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Google อันนำไปสู่การต่อยอดทางธุรกิจทั้งสำหรับอี-มาร์เก็ตเพลซในประเทศไทยที่มีผู้ประกอบการทั่วประเทศมากกว่า 3 ล้านราย และเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาคต่อไป ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งราคูเท็น ตลาดดอทคอม เผยถึงแนวคิดและที่มาของการร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้ว่า “โดยพื้นฐานแล้ว ทางราคูเท็น ตลาดดอทคอม ให้ความสำคัญอย่างมากกับการส่งเสริมความสำเร็จของผู้ค้าหรือที่เรียกว่า Merchant Empowermentตามนโยบายของราคูเท็น โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของตลาดอี-มาร์เก็ตเพลซในประเทศไทยตามแผนการพัฒนาธุรกิจร่วมกันในตลาดอี-คอมเมิร์ซทั่วโลกของราคูเท็นและกูเกิล เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านอี - คอมเมิร์ซ หรือ ECC ที่คอยให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์อย่างใกล้ชิดให้ผู้ประกอบการธุรกิจระดับเล็กและระดับกลาง (SME) สามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีทิศทางและก้าวทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแส เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของเมืองไทยดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ” “การร่วมมือกันระหว่างราคูเท็น ตลาดดอทคอม และ Google จึงเกิดขึ้นด้วยแนวคิดดังกล่าวในฐานะ Premier SMB Partner หรือพาร์ทเนอร์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางระดับพรีเมี่ยม เพื่อเสริมกำลังผู้ประกอบการ SME ให้แข็งแรงและผลักดันศักยภาพผู้ค้าด้วยเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังและตรงกลุ่มเป้าหมายอย่าง Google AdWords เรามีเป้าหมายสูงสุดคือให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์สูงสุดจาก Google Adwords ได้อย่างแท้จริง และเมื่อผู้เหล่าผู้ประกอบการเหล่านี้มีกลยุทธ์ทางการตลาดที่แข็งแรงก็จะยิ่งเป็นกำลังสำคัญในสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมได้อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับการร่วมมือกันครั้งนี้ เราตั้งเป้าว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายโดยรวมได้ถึง 20-25 % ซึ่งแผนดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทราคูเท็น สำนักงานใหญ่ประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการสร้างธุรกิจและเสริมสมรรถนะทางการตลาดให้กับผู้ค้าภายใต้การดูแลของราคูเท็นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วก่อนหน้านี้กับราคูเท็น ประเทศไต้หวันซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง” แมท เฮลเลอร์ หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจ Google ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงการสนับสนุนพันธมิตรครั้งสำคัญว่า “เราสร้างโปรแกรม Google AdWords Premier SMB Partner ขึ้นมาเพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็กให้สามารถเข้าถึงผ่านการพิจารณาคุณสมบัติขั้นสูงสุดในการเป็นพันธมิตรธุรกิจของ Google อย่าง ราคูเท็น ตลาดดอทคอม ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์จากการฝึกอบรมเชิงลึก ของราคูเท็น ตลาดดอทคอมที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานในการช่วยผู้ประกอบการ SMB ให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์” สำหรับบริการ Google AdWords ที่ราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับในฐานะ Premier SMB Partner นั้นคือการบริหารและการจัดการในเชิงเทคนิคและเชิงธุรกิจต่างๆ โดยทีมงานจาก Google โดยตรง โดยเฉพาะการบริหารด้านเทคนิคอย่างเต็มรูปแบบให้แคมเปญโฆษณาของผู้ค้าปรากฏบนพื้นที่ที่เหมาะสมและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดด้วยข้อตกลงที่เป็นธรรม ทั้งยังสนับสนุนราคูเท็น ตลาดดอทคอมในด้านการแจ้งรายงานผลอย่างโปร่งใสแก่ผู้ค้า การช่วยเหลือผู้ค้าเป็นรายบุคคล และการแนะแนวกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้การลงโฆษณาของผู้ค้าเกิดประโยชน์สูงสุด สิทธิประโยชน์ที่ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอม จะได้รับในฐานะ Premier SMB Partner ได้แก่ 1. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมสามารถเข้าถึงเครื่องมือต่างๆ ของ Google การอบรมด้านผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการด้าน Google AdWords เคียงข้างไปกับเทคโนโลยีล่าสุดของกูเกิล จึงแน่ใจได้ว่าระบบ AdWords ของผู้ค้าจะได้รับการพัฒนาและการจัดการอย่างเต็มประสิทธิภาพ 2. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับการดูแลช่วยเหลือจาก ECC อย่างใกล้ชิดในด้านการจัดการและวางกลยุทธ์แคมเปญโฆษณาใน AdWords ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จากความร่วมมือนี้ผู้ค้าของราคูเท็นจะได้รับบริการเต็มรูปแบบจากจัดการบัญชี Google AdWords ซึ่ง ECC ยังช่วยสนับสนุนการจัดการแคมเปญโฆษณาใน AdWords ของผู้ค้าเพื่อให้เกิดการซื้อขายออนไลน์ 3. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับโอกาสในการสร้างแคมเปญการตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงแต่ใช้งบประมาณน้อยลง ราคูเท็น ตลาดดอทคอมยังคงมุ่งมั่นที่จะสานฝันเหล่าผู้ประกอบการในเมืองไทยด้วยแนวคิด Merchant Empowerment ให้ผู้ค้าได้สามารถสร้างแบรนด์และฐานลูกค้าด้วยการเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรงไปพร้อมๆ กับการเพิ่มพูนความรู้ทักษะด้านธุรกิจโดยทีม ECC ของราคูเท็นตลาดดอทคอม ให้สามารถใช้เครื่องมือทางการตลาดทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจ ซึ่งการร่วมมือกับGoogle ในฐานะ Premier SMB Partner ครั้งนี้ยังจะเสริมกำลังผู้ค้าในสนามแข่งขันและช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทยคว้าโอกาสทองทางธุรกิจจากแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด เยี่ยมชมเว็บไซต์ ราคูเท็น ตลาดดอทคอมได้ที่ http://www.tarad.com

ชมตย.ใหม่จาก Maleficent พร้อมกับเพลงประกอบจาก ลาน่า เดล เรย์
Maleficent /  มาเลฟิเซนท์ / 

ปล่อยกันออกมาแล้วคลิป 90 วินาที "มาเลฟิเซนท์ -- กำเนิดนางฟ้าปีศาจ" เผยเพลงสุดคลาสสิค "Once Upon a Dream" เวอร์ชั่นใหม่โดย ลาน่า เดล เรย์ เปิดให้โหลดฟรีผ่านทาง กูเกิล เพลย์ นักร้อง/นักแต่งเพลงชาวอเมริกันเจ้าของรางวัลทางดนตรีมากมาย ลาน่า เดล เรย์ ได้บันทึกเสียงการตีความใหม่ ของบทเพลงจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นเทพนิยายสุ­ดคลาสสิคของดิสนีย์ เรื่อง "สลีปปิ้ง บิวตี้ -- เจ้าหญิงนิทรา" ที่จะเป็นเพลงท้ายภาพยนตร์ (End Credit) ของ "มาเลฟิเซนท์ -- กำเนิดนางฟ้าปีศาจ" ที่จะเข้าฉายในบ้านเราในวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 นี้ เพลง "Once Upon a Dream" (วันซ์ อัพพอน อะ ดรีม) เวอร์ชั่น ลาน่า เดล เรย์ จะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรีเฉพาะที่ กูเกิล เพลย์ ได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ http://smarturl.it/ldrgps1 พร้อมติดตามหนังกันได้ 29 พฤษภาคมนี้

ผู้บริหาร
กูเกิล /  ดิงพสุธา / 

ผู้บริหาร "กูเกิล" ดิ่งพสุธาความเร็วเหนือเสียง สูง 41,419 เมตรทำลายสถิติโลก

สาวทรงโต ถกเสื้อโชว์อก สร้างแลนด์มาร์คหวังโผล่ 'Google maps'
Google Map /  ถกเสื้อ / 

สาวใหญ่ใจกล้า หวังให้ตัวเองปรากฏอยู่บน โปรแกรมแผนที่ของเว็บไซต์กูเกิล ลงทุนถกเสื้อโชว์เต้าข้างถนน วานนี้ (31 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ เผยแพร่เรื่องราวของสาวใหญ่ใจกล้า 'คาเรน เดวิส' วัย 38 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในพอร์ทพิรี ประเทศออสเตรเลีย เธอคือผู้รักการผจญภัย และหวังว่าเธอจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จึงทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดขึ้น โดยคาเรนทราบว่าจะมีการเก็บภาพถ่ายจากมุมสูง ในการจัดทำแผนที่ โดย กูเกิล สตรีท เธอจึงเดินออกมาด้านหน้าถนน พร้อมทั้งถกเสื้อของเธอ ซึ่งเผยให้เห็นทรวงอกไซต์ยักษ์ของเธอ พร้อมทั้งโบกไม้โบกมือ อย่างไรก็ตามหลังจากเธอตัดสินใจทำเช่นนั้น ส่งผลให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ แต่เธอตอบกลับคนพวกนั้นไปว่า พวกเขาช่างใจแคป และไม่มีความสุขกับเรืองร่างของตัวเองเอาซะเลย MThai News ที่มา Metro

ฮือฮา! ไทย ขอ
กูเกิล /  สภาปฏิรูปแห่งชาติ / 

เพจดังเผยเอกสารลับ อ้างทางการไทย ขอ "กูเกิล" ลัดขั้นตอน เซ็นเซอร์เนื้อหา ไม่ต้องรอคำสั่งศาล ชี้เพื่อความรวดเร็วในการจัดการหากผู้มีอำนาจร้องขอ ก่อนเผยหากทำตามคำขอรัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเรื่องดำเนินธุรกิจในประเทศ รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (28 ม.ค. 59) เพจเฟซบุ๊กกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway: Thailand Internet Firewall #opsinglegateway ได้มีการเผยแพร่เอกสารการหารือระหว่างสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชนของไทย กับกลุ่มผู้บริการของกูเกิล โดยเอกสารดังกล่าวเป็นข้อความจากทางการไทยที่ระบุ ขอให้ทางกูเกิล ช่วยถอดเว็บไซต์ที่มีลักษณะมุ่งทำลายสถาบันสำคัญของชาติ หรือละเมิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ที่เผยแพร่ผ่านเครือข่ายของกูเกิล เช่น ยูทูบ เป็นต้น ไม่เผยแพร่ เพื่อสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น ซึ่งการเรียกร้องดังกล่าวก็เพื่อให้ผู้มีอำนาจกระทำการได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากศาลแม้ว่าทางกูเกิลจะมีกฎระเบียบดังกล่าวอยู่ก็ตาม โดยเฉพาะคำร้องขอจากหน่วยงานที่มีอำนาจยับยั้งการกระทำผิดกฎหมาย เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกระทรวงไอซีที เป็นต้น ขณะเดียวกันในเอกสารดังกล่าวได้มีข้อความระบุ ในตอนท้ายว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ขอให้ กูเกิล คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีที่ประชาชนมีต่อประเทศสหรัฐอเมริกา และความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกูเกิล นำไปเป็นข้อพิจารณาด้วย พร้อมกันนี้หากมีปัญหาหรือความกังวลใดๆ ในการประกอบธุรกิจของ กูเกิล ในประเทศไทย และอยากให้ช่วยเหลือ ขอให้เสนอทางรัฐบาลไทยได้และทางคณะกรรมาธิการฯ พร้อมพิจารณาผลักดันและให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ ด้านผู้แทน กูเกิล ได้ระบุถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวว่า จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณา โดยจะคำนึงถึงความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกัน พร้อมแนะนำว่า วิธีป้องกันการเผยแพร่เว็บที่มีปัญหาได้พอสมควร คือ หากประชาชนเห็นว่าเว็บใดมีเนื้อหาไม่พึงประสงค์เพราะขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี สามารถใช้วิธีปักธง (flagging) เว็บนั้น ซึ่งจะทำให้บุคลากรของกูเกิลที่มีความรู้และประสบการณ์คอยสอดส่องเว็บดังกล่าว หากเห็นว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่สมควรเผยแพร่ก็จะระงับหรือถอดออกจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตต่อไป ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

นิวยอร์ก เมืองท่องเที่ยว ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในโลก
นิวยอร์ก /  เมืองถ่ายภาพ

Sightsmap.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เปิดเผยข้อมูลล่าสุดของ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนถ่ายรูปเอาไว้มากที่สุดในโลก โดยข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการรวบรวมภาพถ่าย ที่นักท่องเที่ยวทั่วไป ถ่ายไว้ตามสถานที่ต่างๆ ก่อนที่จะมีการแชร์ภาพลงในแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Panoramio ซึ่งเป็นแอพที่สามารถระบุพิกัดของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ผ่านทางกูเกิล แมปส์ ซึ่ง เมืองใดที่มีการถ่ายรูปและแชร์ผ่าน Panoramio มาก ที่สุด จะสังเกตได้ว่าจะเป็นจุดสีเหลือง รองลงมาก็จะเป็นสีส้ม สีแดง ไปจนถึงสีม่วง ซึ่งหมายถึงมีการถ่ายภาพเอาไว้น้อยที่สุด ซึ่งผลปรากฏว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนมาเยือนและถ่ายรูปเอาไว้มากที่สุดในโลกก็คือ นครนิวยอร์กของสหรัฐฯนั่นเอง นิวยอร์ก เมืองท่องเที่ยว ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในโลก ซึ่งขึ้นชื่อว่า นิวยอร์ก แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่ มากมาย ตั้งแต่สวนสาธารณะเซ็นทรัล พาร์ค เทพีเสรีภาพ ตึกเอ็มไพร์ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจแห่งต่างๆ แต่ สำหรับพิพิธภัณฑ์ Guggenheim แล้ว สถานที่แห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ที่มีคนมาถ่ายรูปด้วยมากที่สุด มากกว่าตึกเอ็มไพร์ ที่หลายคนยกให้เป็นแลนด์มาร์กของนิวยอร์กเสียด้วยซ้ำ สถานที่ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากนิวยอร์ก คือ กรุงโรม ของอิตาลี ซึ่งหากใครที่เคยไปเยือนกรุงโรมนั้น จะเห็นได้ว่ามีสถานที่มากมายให้เราได้ถ่ายรูปไม่รู้จบ แต่สำหรับสถานที่ที่มีคน มาถ่ายรูปมากที่สุด กลับไม่ใช่โคลอสเซียม สนามกีฬากลางแจ้งในยุคโรมันเหมือนที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแต่อย่างใด แต่กลับเป็นโบสถ์ Trinità dei Monti โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม หรือ อาจจะเรียกได้ว่าใจกลางแหล่งช็อปปิ้งชื่อดัง อย่างบันไดสเปน โดยนักท่องเที่ยวมักจะมารวมตัวกันที่นี่ แล้วก็ถ่ายรูปโดยมีโบสถ์ Trinità dei Monti เป็นฉากอยู่เบื้องหลัง ทำให้สถานที่แห่งนี้ ติด อันดับสถานที่ที่มีคนมาถ่ายรูปเป็นอันที่ 1 ของอิตาลี และเป็นอันดับ 2 ของโลก อันดับที่ 3 คือ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งเมืองแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับโลกอยู่มากมาย โดยไฮไลท์ของเมืองอยู่ที่ ซากราด้า แฟมีเลีย โบสถ์ที่ในตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการก่อ สร้าง ซึ่งแม้ว่าจะสร้างมานานกว่า 100 ปีแล้ว แต่การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากว่าสร้างเสร็จ ก็จะได้รับการบันทึกสถิติโลก ว่าเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในโลก แม้ว่าซากราด้า แฟมิเลีย จะเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของบาร์เซโลนา แต่สถานที่ที่คนมาถ่ายรูปและแชร์ลงในแอพ Panoramio มากที่สุดคือ ปาร์กเกวย์ สวนสาธารณะแห่งนี้ เปิดให้เข้าชมฟรี ภาย ในออกแบบโดย แอนโทนี เกาดี ศิลปินเอกของยุค ซึ่งเป็นผู้ออกแบบเดียวกันกับโบสถ์ซากราด้า แฟมีเลีย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นิยมมาเที่ยวชมความงามของที่ โดยเฉพาะบริเวณเนินเขา ซึ่งเป็น จุดที่สูงที่สุดของสวนแห่งนี้ ซึ่งเวลายามเย็นนั้น ทุกคนจะมารอชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และก็จะถ่ายภาพสวยๆเก็บเอาไว้เป็นความประทับใจมิรู้ลืม ส่วนอันดับที่ 4 คือ กรุงปารีส ของฝรั่งเศส สถานที่ยอดฮิตที่คนมาถ่ายรูปมากที่สุด คือบาร์ชื่อดังอย่าง Moulin Rouge อันดับที่ 5 คือ Kiz Kulesi หรือ Maiden's Tower ในนครอิสตันบูลของตุรกี อันดับที่ 6 คือ สะพานแอคคาเดเมีย ในเมืองเวนิสของอิตาลี อันดับที่ 7 คือ Hotel de Paris ในเมืองมอนเตการ์โล ราชรัฐโมนาโก อันดับที่ 8 Piazzale Michelangelo ในเมืองฟลอเรนซ์ของอิตาลี อันดับที่ 9 คือ Caminito ในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา และอันดับที่ 10 คือ มหาวิหารนักบุญสเทเฟน ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ขอบคุณข่าวสารจาก Voicetv