กูเกิล

วัยรุ่นมะกัน ประดิษฐ์เครื่องชาร์จโทรศัพท์ เต็มใน 20 วินาที
20วินาที /  ชาร์จโทรศัพท์

MThai News: สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นางสาวอีชา แคร์ วัย 18 ปี จากเมืองซาราโตกา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอมเริกา ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ดีเด่น จากงานอินเทล อินเตอร์เนชันแนล ไซแอนซ์ แอนด์ เอนจิเนียริง แฟร์ ที่เมืองฟีนิกซ์ จากการประดิษฐ์อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์มือถือ ที่ใช้เวลาชาร์จเต็มเพียง 20 วินาที ทั้งนี้อุปกรณ์ชิ้นนี้ถูกเรียกว่า supercapacitor มีขนาดกะทัดรัดและมีความยืดหยุ่นสูงกว่าที่ชาร์จแบตทั่วๆไป สามารถใช้ชาร์จแบตได้มากถึง 10,000 ครั้ง ซึ่งมากกว่าที่ชาร์จแบตมั่วไปถึง 10 เท่า สิ่งประดิษฐ์นี้ส่งผลให้อีชาได้รางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัลไป 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับอีชากำลังจะเข้าศ฿กษาต่อระดับมหาวิทยาลัยที่ฮาร์วาร์ด เธอกล่าวว่า ในอนาคตเธอหวังว่าจะประดิษฐ์ที่ชาร์จแบตเตอร์รี่รถยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆด้วย ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ของเธอได้รับความสนใจจากกูเกิล Google ด้วย MThai News

กูเกิลแจกของขวัญคริสต์มาส Nexus 7, Chromebook, Razr M ให้พนักงาน
google /  Motorola Razr M / 

  เหล่าพนักงานอออฟฟิศที่เคารพ ปีนี้คุณหวังของขวัญคริสต์มาส ปีใหม่ เป็นอะไร? เครื่องกรองน้ำสักเครื่องไหมหล่ะ? ตู้เย็น? ไอแพดสักเครื่อง หรือไอโฟน?  ใฝ่ฝันถึงไอเท็มเหล่านี้ที่ต้องเสี่ยงดวงในการจับฉลาก หรือเล่นเกมส์ช่วงนาทีทองงานปีใหม่ ซึ่งพนักงานมีอยู่ราวพันเศษๆ โอกาสได้เซ็นต์รับของขวัญเปอร์เซ็นต์เท่ากับถูกหวย 2 ตัวท้าย   ขณะที่กำลังระทึกให้เหล่าผู้บริหารควานมือหยิบชื่อคุณอยู่นั้น  ณ ออฟฟิศกูเกิล พนักงานกำลังเลือกของขวัญตามธรรมเนียมที่ได้ชัวร์ๆ อยู่แล้ว ทุกปี และปีนี้พวกเค้ากำลังหนักใจว่าจะเอาอะไรดีระหว่าง  Samsung Chromebook , Motorola Razr M และ Nexus 7  แหม๋...ได้ง่ายๆ แบบนี้ มันจะไปตื่นเต้นอะร๊ายยย!!     Source : 108blog , androidauthority

ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่
Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) /  กูเกิ้ล / 

Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เสิร์จเอ็นจิ้นดัง "กูเกิล" ปรับโฉม "ดูเดิล" ต้อนรับ "ฟุตบอลโลก" เปลี่ยนโลโก้เป็น "ภาพการ์ตูนสุดเก๋ มีลูกฟุตบอล ชายหาด รวมทั้งรูปปั้นพระเยซูคริส์อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศบราซิล" พร้อมค้นหาข้อมูลฟุตบอลโลก โดยอัตโนมัติ นับได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำสำหรับเว็บไซต์เสิร์จเอ็นจิ้นชื่อดัง "กูเกิล" อยู่แล้ว ที่จะมีการปรับโลโก้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ตามเทศกาลต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า "ดูเดิล" สำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก เวิลด์ คัพ 2014 ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 20 แล้ว โดยมีประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ ซึ่งก็นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ของบราซิลแล้วล่ะที่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอย่างนี้ หลังจากที่เคยเป็นเจ้าภาพไปครั้งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ โดยจะจัดแข่งขั้นใน 12 เมืองทั่วบราซิล MThai News

แอปเปิ้ล ครองแบรนด์มูลค่าสูงสุดของโลก ล้มโคคาโคล่า แชมป์เก่า
แบรนด์มูลค่ามากที่สุดในโลก /  แอปเปิ้ล / 

วันนี้(1 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ผลสำรวจของอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์และครื่องหมายการค้าของบริษัทธุรกิจ ในเครือออมนิคอมกรุ๊ปของสหรัฐ ซึ่งได้มีการจัดอันดับ ผลสำรวจตราเครื่องหมายสินค้าหรือแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก ประจำปี  2013 โดยระบุว่า แอ๊ปเปิล ได้ขึ้นอันดับ 1 บริษัทที่มีมูลเครื่องหมายทางการค้าสูงที่สุดของโลก แซงหน้า โคคาโคล่า แชมป์เก่าที่ตามหลังกูเกิล ที่ไต่จากอันดับ 3 ในปีที่แล้วเป็นอันดับ 2 ในปีนี้ ข้อมูลระบุว่า 5 ใน 10 บริษัทเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก เป็นบริษัทธุรกิจไฮเทค ซึ่งซัมซุงยังอยู่ที่อันดับ 8 เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วแทนอินเทล ส่วนไอบีเอ็มยังอยู่ในอันดับ 4 นอกจากนี้ยังมีผลสำรวจเกี่ยวกับจำนวนผู้กดถูกใจบนหน้าแฟนเพจพบว่า บริษัทโคคาโคล่ายังคงครองตำแหน่งแฟนเพจในหน้าเฟซบุ๊คมากสุด 73.2 ล้านไอดี นำหน้าแอ๊ปเปิลมีเพียง 9.8 ล้านไอดี และกูเกิลมี 15.1 ล้านไอดี MThai News

เพื่อไทย ขู่ อภิสิทธิ์ ให้รีบขอโทษระวังเจอผ้าถุงอีก
ข่าวอีโง่ /  สุริยะใส กตะศิลา / 

เพื่อไทย ขู่ อภิสิทธิ์ ให้รีบขอโทษระวังเจอผ้าถุงอีก จวก สุริยะใส อย่าทำตัวถ่วงความเจริญชาติ ปมยื่นศาลตีความ กู้ 2 ล้านล้าน Mthai News วันนี้ 14 ก.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเหยื่อของการกระทำของตัวเอง เพราะพยายามสร้างปัญหาโดยการรวบอำนาจต่างๆ ไม่ยอมรับการตรวจสอบ ว่า ไม่รู้ผีเจาะปากมาพูดหรืออย่างไร พูดได้ทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ได้พูดท้องคงจะอืด ทั้งที่พูดแต่ละครั้งติดบ่วงวาทกรรมตัวเองตลอด ความจริงนายอภิสิทธิ์ถือเป็นตั้นเหตุของความขัดแย้ง บอยคอตการเลือกตั้ง ร่วมมือกับม็อบ ก่อชนวนยึดอำนาจรัฐประหาร แต่เลือกเล่าประวัติศาสตร์เฉพาะตอนตัวเองรับบทพระเอก ทั้งที่ประชาธิปไตยคือการเคารพเสียงข้างมาก แต่นายอภิสิทธิ์ไม่เคยเคารพเสียงประชาชน ดังนั้น ไม่ต้องริอ่านไปแข่งอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะแข่งกับนายสมัคร ก็แพ้ แข่งกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็แพ้ วันนี้เอาแค่ ผ่านนายเทพไท เสนพงศ์ จากพรรคเดียวกันมาให้ได้เสียก่อน จึงออกทะเล เหมือนเรือไม่มีหางเสือ อยากพูดอะไรก็พูด ไม่มีความรับผิดชอบ เหมือนกับกรณี การปราศรัยเวที เดินหน้าผ่าความจริง วัดดอกไม้ แต่ไม่ใช้ภาษาดอกไม้ แล้วไม่ยอมรับ ตอนแรกแถว่า พูดตามกูเกิล ก็ถือว่า น่าเกลียดแล้ว มาแถต่อว่า ไม่ได้ระบุชื่อใคร ถือว่าน่าเกลียดหนักกว่าเดิม คนทั้งประเทศรู้หมดว่า นายอภิสิทธิ์พูดถึงใคร และมีเจตนาอย่างไร ฉะนั้นมีทางเดียวที่เสียหายน้อยที่สุด คือการออกมาขอโทษแบบแมนๆ ถ้าไม่เช่นนั้น ก็ต้องเตรียมตัวรับผ้าถุงอีกหลายผืน เหยื่อการกระทำของตัวเองนั้น นายอภิสิทธิ์เก็บไว้ใช้เองจะดีกว่า เพราะคดีร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล และร่วมกันก่อให้ผู้อื่นพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลนั้น กำลังรอนายอภิสิทธิ์อยู่ ส่วนกรณีที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน เตรียมคำร้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท หากผ่านการพิจารณาในวาระ 2 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ และเป็นการจัดทำงบประมาณนอกกรอบงบประมาณปกตินั้น สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบพวกจอมร้องพวกนี้เพราะนอกจากนายสุริยะใสแล้ว ยังมีอีกหลายกลุ่มที่จ้องร้องตลอดเวลา แล้วถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าไม่ขัด ให้ดำเนินการต่อได้ คนพวกนี้จะรับผิดชอบอย่างไร หรือตั้งต้นร้องใหม่ อย่าสักแต่ว่าร้อง โดยไม่ดูกระแสสังคม อย่าทำตัวเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศ ทั้งที่แผนพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาท เป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้สมดุลย์และครบวงจรเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าของรัฐบาลเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ และเป็นสิ่งที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์ Mthai News

AISส่งSMS ป้องกันเกมคุกรี้รัน คิดเงินแสน
คุ้กกี้รัน /  ซื้อไอเท็มคุ้กกี้รัน / 

เอไอเอส พร้อมส่ง SMS ยืนยันไปยังหมายเลขผู้ปกครอง หากมีการซื้อสินค้า และบริการผ่าน DCB หวั่นซ้ำเหตุคุกกี้รัน เริ่ม 22 ก.ค. นี้ นาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากการประชุมหารือระหว่าง กสทช. กับตัวแทนบริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนบริษัท เนเวอร์ ไลน์ จำกัด บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด เพื่อหาแนวทางที่จะป้องกันปัญหาในลักษณะเดียวกับกรณีคุกกี้รันที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต โดยได้ข้อสรุปว่า ทางบริษัท กูเกิลฯ รับจะให้ทีมวิศวกรเซ็ตระบบให้ต้องมีการยืนยันพาสเวิร์ดทุกครั้งที่มีการซื้อ สินค้าและบริการผ่านกูเกิลเพลย์ (Google Play) พร้อมกับให้มีอีเมล์ยืนยันการทำรายการซื้อตอบกลับจากกูเกิลเป็นภาษาไทย ในส่วนของ AWN จะกำหนดวงเงินค่าใช้บริการในการซื้อ หรือใช้บริการในระบบ DCB หรือ Direct Carrier Billing ไว้ที่ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท และไม่เกินวงเงินใหญ่ที่กำหนดของแต่ละเลขหมาย และจะมี SMS แจ้งไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทันทีที่มีการซื้อหรือใช้บริการ ทั้งนี้ ความร่วมมือของกูเกิลในทางเทคนิคจะเป็นตัวกำหนดว่า ระบบจะสามารถแจ้งเตือนได้ทันทีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ ได้ขอให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายที่ให้บริการ DCB ต้องส่ง SMS ไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ทราบถึงการซื้อขายและใช้บริการด้วย และในเบื้องต้น AWN จะส่ง SMS ในเครือข่าย AIS ก่อน โดยเริ่มในวันที่ 22 ก.ค. นี้ บทความอื่นๆ เกี่ยวกับคุ้กกี้รัน วิธีปิดการแจ้งเตือน Cookie Run และเกมไลน์อื่นๆ โดยไม่ต้องบล็อคเพื่อน ! เชื่อว่าคนที่ใช้ Line อยู่ในขณะนี้ทุกคนจะต้องเซ็งเป็ดกับการส่งข้อความมาชวนเล่นเกม โดยเฉพาะในตอนนี้เกมที …

กูเกิลลับคม X Phone ปะทะแอปเปิลและซัมซุง!!
google /  Motorola / 

  ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรจริงๆ  และดูเหมือนเราอาจจะกำลังได้เห็นการหักหลังครั้งใหญ่ในวงการสมาร์ทโฟน เมื่อแหล่งข่าวของ wsj ได้เปิดเผยข้อมูลว่า วิศวกรของโมโตโรล่ากับกูเกิล กำลังพัฒนา X Phone เรือธงรุ่นพิเศษ ที่แตกต่างจากแอนดรอยด์ของทุกค่ายอย่างสิ้นเชิง และตั้งเป้าเพื่อชนทั้งแอปเปิลและพันธมิตรซัมซุง   7 เดือน ให้หลัง จากที่กูเกิลซื้อโมโตโรล่ามาในมูลค่า 12.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และหายเข้ากลีบเมฆไปนั้น ความเคลื่อนไหวล่าสุด ก็ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว โดยข้อมูลวงในกล่าวว่าเอ็กส์โฟนของกูเกิลตัวนี้ จะมาพร้อมกลับหน้าจอที่บิดงอได้ แต่ปัญหาภายในคือกำลังการเดินสายผลิตนั้นยังประสบปัญหา     และมีก้างตัวเบิ้มที่กุมห่วงโซ่ของแอนดรอยด์โฟนแทบทั้งหมดอยู่ ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นซัมซุง พันธมิตรที่ร่วมสร้างความสำเร็จให้กับแอนดรอยด์โอเอส และตัวเลขยอดขายของแอนดรอยด์โฟนนั้นก็กุมสัดส่วนของสมาร์ทโฟนมาเกินครึ่ง   ซึ่งกูเกิลเองก็ไม่คงไม่อยากได้ชื่อว่าพัฒนาเพียงซอร์ฟแวร์เฉยๆ อีกต่อไป และหากปัญหาสายการผลิตได้ถูกขจัดออกไปแล้ว เป็นที่น่าสนใจอย่างมากว่ากูเกิลจะเก็บซัมซุงไว้ตำแหน่งไหนในหัวใจเธอว์?     Source : The Wall Street Journal , blognone

ชมตย.ใหม่จาก Maleficent พร้อมกับเพลงประกอบจาก ลาน่า เดล เรย์
Maleficent /  มาเลฟิเซนท์ / 

ปล่อยกันออกมาแล้วคลิป 90 วินาที "มาเลฟิเซนท์ -- กำเนิดนางฟ้าปีศาจ" เผยเพลงสุดคลาสสิค "Once Upon a Dream" เวอร์ชั่นใหม่โดย ลาน่า เดล เรย์ เปิดให้โหลดฟรีผ่านทาง กูเกิล เพลย์ นักร้อง/นักแต่งเพลงชาวอเมริกันเจ้าของรางวัลทางดนตรีมากมาย ลาน่า เดล เรย์ ได้บันทึกเสียงการตีความใหม่ ของบทเพลงจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นเทพนิยายสุ­ดคลาสสิคของดิสนีย์ เรื่อง "สลีปปิ้ง บิวตี้ -- เจ้าหญิงนิทรา" ที่จะเป็นเพลงท้ายภาพยนตร์ (End Credit) ของ "มาเลฟิเซนท์ -- กำเนิดนางฟ้าปีศาจ" ที่จะเข้าฉายในบ้านเราในวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 นี้ เพลง "Once Upon a Dream" (วันซ์ อัพพอน อะ ดรีม) เวอร์ชั่น ลาน่า เดล เรย์ จะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรีเฉพาะที่ กูเกิล เพลย์ ได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ http://smarturl.it/ldrgps1 พร้อมติดตามหนังกันได้ 29 พฤษภาคมนี้

ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ THE MEANING OF ‘IT PRINCESS’
สัมภาษณ์ / 

ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ เจ้าหญิงแห่งวงการ IT “สิ่งที่ซีโฟกัสคือ คนไทยเพราะซีต้องการดันคนไทยในความคิดของ ซี ฉัตรปวีณ์ คนไทยต้องได้ก่อน คนไทยต้องฉลาดก่อน คนไทยต้องรู้ก่อน และที่สำคัญที่สุด คือทำอย่างไรให้คนไทยไปสู่ระดับสากล” หากจะให้พูดถึงเซเลบริตี้บนโลกออนไลน์ของไทย ที่ประชากรบนโลกไซเบอร์นับล้านรู้จักกันเป็นอย่างดีในฐานะ ‘เจ้าหญิงไอที’ ก็คงจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก ‘ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์’ เพราะเธอได้ชื่อว่าเป็นพิธีกรด้านไอทีหนึ่งเดียวของวงการนี้ ที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงามจนใครต่อใครต้องหลงรัก รวมถึงรูปแบบการนำเสนอเนื้อหา และวิธีการจัดรายการที่น่าสนใจ ทำให้รายการด้านไอที ทั้งในเชิงวาไรตี้ รวมถึงรายการเชิงข่าวของเธอที่ปรากฏอยู่ในทีวีมีผู้ติดตามจำนวนมาก โดยเฉพาะในเฟซบุ๊คส่วนตัว ‘ceemeagain’ มียอดคลิกไลค์มากถึง121,260 ไลค์ ซึ่งยืนยันได้ถึงความมีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ของเธอได้อย่างชัดเจน’ จะด้วยความดัง หรือความมีอิทธิพลบนโลกออนไลน์อะไรก็แล้วแต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนตั้งคำถามคือ แท้จริงแล้ว ซี-ฉัตรปวีณ์มีความเชี่ยวชาญด้านไอทีจริงๆ หรือไม่ หรือที่ดังได้เป็นเพราะความสวยเพียงอย่างเดียว รวมถึงบทพูดที่เน้นเรื่องเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ เบื้องหลังจะถูกจัดฉาก ด้วยการมีคนเขียนสคริปต์ให้เธออ่านด้วยน้ำเสียงและหน้าตาที่น่ารักอย่างเดียวเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่หลายคนอยากรู้ และเป็นเหตุผลสำคัญในการนัดคุยกับ ซี-ฉัตรปวีณ์ อย่างจริงจัง เพื่อตอบข้อสงสัยทั้งหมด มากกว่านั้นเรายังพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่การเริ่มต้นในสายอาชีพสื่อสารมวลชนด้านไอที จริยธรรมด้านสื่อสารมวลชนที่เธอยึดถือ รวมถึงประสบการณ์ด้านการสร้างนวัตกรรมจากประเทศชั้นนำที่เธออยากสะท้อนให้สังคมไทยได้เห็นเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอด ระยะเวลาเกือบสองชั่วโมงกับคำตอบในคำถามทั้งหมด ที่กลั่นกรองจากความคิดของเธอ สามารถสะท้อนความหมายของคำว่านางฟ้าไอที ที่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารักของดวงตากลมโตเคลือบด้วยคอนแท็คเลนส์บิ๊กอายส์ ปกคลุมด้วยขนตางอนวิบวับได้เป็นอย่างดี และเราเชื่อว่านี่เป็นครั้งแรกที่คุณจะได้อ่านความคิดคมๆ รวมถึงบทบาทหน้าที่สื่อแบบจริงจังที่สุดของสาวสวยคนนี้ ว่ากันตามตรงด้วยรูปร่างหน้าตาที่สวย คุณสามารถเป็นดาราได้อย่างสบายๆ แถมยังหารายได้ได้มากกว่างานด้านพิธีกรเสียอีก ทำไมคุณถึงเลือกงานด้านนี้ฉัตรปวีณ์ : ค่ะ เคยมีคนถามว่า ทำไมไม่ไปแสดงละคร แสดงหนัง หรือถ่ายเซ็กซี่นู่นนี่ อาจจะดังกว่านี้เยอะ แล้วดังเร็วด้วย ซีขอตอบชัดว่า ซีไม่ได้อยากดัง ถ้าตราบใดที่ซีต้องดังในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้รัก และคนเขาก็ไม่ได้รักในสิ่งที่ซีเป็น ซีขอไม่ดังดีกว่า คุณกำลังจะบอกว่างานด้านพิธีกรไอที คืองานที่คุณรักที่สุดในเวลานี้ใช่ไหมฉัตรปวีณ์ : ใช่ค่ะ(ตอบเร็ว) คุณเริ่มต้นเข้ามาเป็นพิธีกรสาวด้านไอที ที่มีความเชี่ยวชาญได้อย่างไรฉัตรปวีณ์ : ถ้าจะบอกว่าเริ่มต้นจากงานพิธีกรเลยก็คงไม่ถูกนัก จุดเริ่มต้นของซีจริงๆ เริ่มต้นจากการชอบงานด้านสื่อสารมวลชนมากกว่า เป็นคนชอบงานด้านข่าวมาตั้งแต่สมัยเรียนนิเทศจุฬาฯ แล้ว โดยส่วนตัวก็เป็นคนซีเรียส ซึ่งอาจจะขัดแย้งกับภาพลักษณ์ ประกอบกับช่วงเวลาที่จะต้องเลือกภาคเรียน ก็เป็นเวลาพอดีกันกับที่ซีได้ไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษ ซึ่งที่พักกับที่เรียนทำให้ซีต้องเดินผ่านสำนักงานของ BBC ทุกวัน ทำให้ได้เห็นการทำงานของนักข่าว แม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่ก็ได้เห็นว่านักข่าวที่นั่นดูเท่ทั้งด้านบุคลิกภาพ ภาพลักษณ์ รวมไปถึงด้านความคิด เวลาเขายิงคำถามใส่แหล่งข่าวดูฉลาดและมีวิธีคิด ทำให้ซีคิดว่าการเรียนวารสารศาสตร์น่าจะตรงกับสิ่งที่เราอยากเป็นมากที่สุด จึงเลือกเรียนเอกวารสารศาสตร์ ซึ่งได้มีโอกาสฝึกงานเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ที่บางกอกโพสต์ โต๊ะข่าว Horizon รวมถึงสำนักข่าวเอพี ประจำประเทศไทย มันได้ฝึกทักษะทุกอย่างที่เกี่ยวกับงานด้านสื่อสารมวลชนวันที่จบออกมาจึงคิดว่างานที่อยากทำก็ต้องเป็นงานด้านหนังสือพิมพ์เป็นอันดับแรก ไม่ใช่งานพิธีกรค่ะ แล้วจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณเข้ามาสู่งานด้านพิธีกรคืออะไรฉัตรปวีณ์ : จุดเปลี่ยนเริ่มต้นช่วงใกล้จบตอนสมัครงานที่บางกอกโพสต์ แต่ที่นั่นยังไม่รับตำแหน่งใหม่ ก็ตัดสินใจว่าจะลองหาอะไรทำดูเพื่อรอโอกาส ซึ่งในช่วงนั้นมีงานถ่ายโฆษณา มิวสิกวิดีโอบ้างประปราย รวมถึงงานพิธีกรรายการทีนทอล์ค แต่การเข้ามาสู่การเป็นพิธีกรด้านไอทีนี่คือโอกาส เพราะบังเอิญมีรุ่นพี่ของเราเขาบอกว่ามีรายการที่ต้องการพิธีกรหญิงในรายการไอทีที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เขารับแคสติ้งอยู่ ซีเลยลองไปแคสต์ดูแล้วก็ได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นในสายไอทีค่ะ เรื่องไอทีอาจจะเป็นเรื่องยาขมของผู้หญิง คุณมีวิธีการสร้างความสนใจเรื่องดังกล่าวนี้อย่างไรฉัตรปวีณ์ : สำคัญที่ตัวโปรดิวเซอร์ค่ะ เขามีวิธีพูดที่ทำให้เราสนใจ และนำสิ่งเหล่านั้นมาถ่ายทอดให้พิธีกรแบบง่ายๆ ซึ่งต่างจากกูรูด้านไอทีที่ซีเจอ เขาจะอธิบายยากมาก และบังเอิญช่วงที่ซีเข้าไปทำเป็นช่วงแนะนำเกี่ยวกับแก็ดเจตน่ารักๆ แล้วเขาก็แนะนำการนำเสนอโดยปล่อยให้ซีแนะนำในแบบตัวเอง เราเลยเริ่มฝึกจากรายการเคเบิ้ลทีวีเล็กๆ จากการทำรายการ 7 นาที มีสคริปต์จริงๆ 1 นาที ที่เหลือด้นเอาเอง ก็เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ทั้งการพูด การเขียนสคริปต์ รวมถึงเรื่องไอทีในเชิงลึก ยิ่งรู้ก็ยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ เรื่องยากที่สุดในการเป็นสื่อสารมวลชนสายไอทีของคุณฉัตรปวีณ์ : ในงานสายนี้มันยากทุกอย่างค่ะ เพราะว่าเรื่องไอทีเป็นเรื่องยาก การที่จะพูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้ คุณต้องแตกฉานกับเทคโนโลยี เพราะถ้าคุณไม่แตกฉานกับมันแล้ว คุณก็จะพูดเหมือนกับอ่านสคริปต์ เพราะฉะนั้นการที่เราจะแตกฉานในแต่ละเรื่องได้เราต้องเจอตัวจริงของเรื่องนั้นๆ แต่บางทีเจอตัวจริงที่เก่งเกินไปเขาอธิบายให้เราฟังอึ้งไปเลยก็มี เพราะข้อมูลของเขามีมาก อธิบายทีสมองเราเหมือนถูกถล่มด้วยข้อมูลโดยที่เราไม่มีพื้นฐานจนจับประเด็นไม่ถูก นี่อาจจะเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของซีก็ได้ เพราะซีได้ฟังข้อมูลมา ก็จะสามารถเข้าใจภาวะของคนที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับไอที แล้วเราจะนำเสนอเรื่องแบบนี้ คนดูเหล่านั้นต้องรู้แค่ไหนพอในระดับคนปกติ เพราะว่ากูรูเหล่านั้นเขารู้ทุกอย่างจริงๆ แล้วเราสามารถเรียกคุณว่า ‘กูรู’ ได้หรือไม่ฉัตรปวีณ์ : เอาจริงๆ ซีไม่ชอบให้ใครมาเรียกว่ากูรูนะ เพราะซีเคยเจอคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นกูรูจริงๆ เขาเทพมาก ระดับที่ไม่ใช่แค่ประกอบคอมฯ ได้ แต่คนเหล่านี้รู้ลึกทุกรายละเอียด ชิปเซตบางอย่างเราแค่ชี้เขาก็รู้ทันทีว่ามันคืออะไร ตัวซีเองน่ะแค่เด็กๆ ดังนั้นงานของซี จึงไม่ไปจุ้นจ้านกับเรื่องบางอย่างที่เราไม่ถนัด เพียงแต่ทำในขอบข่ายของการบอกเล่าข้อมูลเกี่ยวกับไอทีที่คนปกติควรรู้ หรือแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้มิจฉาชีพด้านออนไลน์หลอกคุณ หรือบอกข้อป้องกันการโดนแฮกข้อมูลก็เท่านั้น แล้วกับคำยกย่องให้เป็น ‘เจ้าหญิงไอที’ คุณคิดอย่างไรกับคำชมนี้ฉัตรปวีณ์ : ก็ดีใจนะคะ (ยิ้ม) เพราะซีไม่ได้คาดหวังอะไร คือการที่เราไม่คาดหวัง แล้วพอมีคนเอามงกุฎมายื่นให้เป็นเจ้าหญิงไอทีมันก็ตกใจนะ แต่ก็ดีใจ มีความสุขจากการที่คนยอมรับ แต่แน่นอนว่าทั้งนี้ ทั้งนั้นก็ไม่ยึดติด เพราะซีเป็นแค่คนๆ หนึ่งที่โชคดี ที่งานของเรามีคนเห็น เพราะฉะนั้นเราไม่ได้เหลิงกับคำพูดเหล่านี้ แล้วก็มีความคิดที่อยากจะพัฒนางานของตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน ย้อนกลับมาที่เรื่องงาน ทราบว่าในรายการของคุณ คุณทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ด้วยตัวเองใช่ไหมฉัตรปวีณ์ : ใช่ค่ะ (ตอบเร็ว) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้กันเฉพาะแฟนคลับเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะมันมาถึงช่วงเวลาที่เราต้องมาเป็นผู้ผลิตเอง เขียนสคริปต์เอง เพราะโปรดิวเซอร์ออกไป ซีเลยต้องทำหน้าที่ที่เขาทำทุกอย่าง พอทำเองจึงได้เห็นคุณค่าของสคริปต์ว่ามันยากมากในการเขียน เพราะกว่าจะเขียนได้ ไม่รู้ต้องอ่านข้อมูลกี่เว็บ กว่าทำจะออกมาเป็นสคริปต์ ตอนแรกคิดว่ามันง่ายๆ เพราะด้วยความที่เป็นแค่พิธีกร เขายื่นสคริปต์มาเราก็อ่านๆ ไป คือไม่ค่อยสนใจด้วยซ้ำ แต่พอได้ลองมาทำสคริปต์เอง ถึงได้รู้ว่านี่เป็นสิ่งสำคัญ มันยากมาก ทำให้เราใส่ใจมากขึ้น ก็เลยเริ่มทำเว็บบล็อก อ่านจบเมื่อไหร่ก็เกลาเป็นภาษาเขียนโยนเข้าไปในบล็อกส่วนตัว ก็เริ่มมีคนอ่าน มีคนสนใจ ทำให้คนในสายไอทีเริ่มเชิญไปงานด้านไอทีมากขึ้นเรื่อยๆ คนในสายไอทีเขาไม่แปลกใจหรือ ที่ผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณจะมีความรู้เรื่องไอทีในเชิงลึกฉัตรปวีณ์ : ในช่วงที่ทำสคริปต์ ทำให้ซีได้รับความรู้เรื่องไอทีมากๆ ซึ่งก็คุ้มกับการที่ต้องนอนตีสองเขียนสคริปต์เพื่อมาจัดรายการตอนแปดโมงเช้า มันเป็นคุณูปการที่ทำให้เราสื่อสารกับคนที่เชี่ยวชาญเวลาที่เราต้องไปออกงานอีเวนต์ด้านไอที เพราะแน่นอนว่าภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่แต่งตัวเยอะๆ ไม่น่าจะรู้ลึกทางเทคนิคด้านวิศวะไอที บางทีไปเจอคนเหล่านี้ก็จะแปลกใจในตัวเรา และอาจคิดว่าไม่ได้ชอบจริง ดังนั้นซีก็จะโดนลองภูมิ หยั่งเชิงกันตลอดเวลา แต่ซีก็เป็นคนสบายๆ นะ อะไรไม่รู้ก็ยอมรับไปตรงๆ ไม่จำเป็นต้องทำตัวฉลาดตลอดเวลาเพื่อให้คนมาลองภูมิ แล้วหน้าที่สำคัญที่สุดสำหรับสื่อสารมวลชนด้านไอทีในความคิดคุณคืออะไรฉัตรปวีณ์ : แน่นอนค่ะ ถึงบทบาทของซีจะเน้นหนักในด้านพิธีกร แต่เนื้อแท้แล้วมันคืองานสื่อสารมวลชน ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การทำตัวเป็น Watch Dog ที่ดีในประเด็นที่สื่อสารให้คนทั่วไปรู้ถึงความจำเป็นของการใช้งาน เพราะถ้ามองให้ลึกถึงภาพรวมย่อยๆ เรามีคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ ดังนั้นคุณต้องรู้ก่อนว่าคุณจะใช้เพื่ออะไร นี่คือหน้าที่ของซี อีกส่วนหนึ่งในด้านการนำเสนอ ซียังจำคำที่อาจารย์เคยสอนว่า “เมื่อคุณเป็นสื่อ คุณไม่รู้หรอกว่าคุณพูดแล้วมีคนฟังคุณอ่านงานคุณมากน้อยแค่ไหน” แต่อาจารย์จะย้ำเสมอว่า “จงอย่าให้สิ่งที่เป็นมลภาวะแก่ผู้อื่น ดังนั้นไม่ว่าใครจะพูดอะไร คอมเมนต์อะไร ให้ตระหนักตลอดเวลาว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ เพราะการเป็นสื่อที่ดีนั้นไม่ได้วัดกันที่ความเก่งกาจในการสัมภาษณ์ หรือการเขียนที่มีชั้นเชิง จริยธรรมต่างหากที่สำคัญ” จริยธรรมในการนำเสนอของคุณมีเนื้อหาสาระอย่างไรฉัตรปวีณ์ : โดยรวมคงเหมือนสื่อทั่วไป ที่เป็นเรื่องของการห้ามพาดพิงให้คนอื่นเสียหาย อย่างบางคนที่เป็นบล็อกเกอร์ชื่อดัง เขาแสดงความคิดเห็นอะไรก็มีคนเห็นด้วย มี Follower เยอะ ก็เริ่มคิดว่าตัวเองมีอิทธิพล เริ่มที่จะแสดงความคิดเห็นด้านลบ ใส่อารมณ์เข้าไปเยอะเพื่อความสะใจหรือให้คนชอบ ซึ่งซีคิดว่าถ้าเราเป็นสื่อ เราต้องคิดเยอะมากก่อนที่จะแสดงความคิดเห็น แน่นอนว่าคนเราก็ต้องมีผิดพลาดบ้างหรือทำอะไรที่ไม่ถูกใจบางคน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตามที่อาจารย์ซีเคยสอน ถ้าเราไม่ใช่สื่อทางการเมือง เราก็จะไม่พาดพิงเรื่องการเมือง เรื่องศาสนา และสถาบัน นี่คือจริยธรรมของซี สามเรื่องนี้เองที่ทำให้คนขัดแย้งกันมาก เอาเป็นว่าเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ และสิ่งที่ทำเกิดขึ้นจากเจตนาที่ดีในการสื่อสิ่งดีๆ ออกไป บนโลกออนไลน์มีคนมาให้คุณแสดงจุดยืนทางด้านการเมืองบ้างไหมฉัตรปวีณ์ : มีเรื่อยๆ นะ ซีจะไม่เสนอความเห็น เพราะว่าการที่เราพูดออกไปเราไม่รู้ว่าเขาจะเอาคำพูดเราไปพูดซ้ำแบบไหน หากไม่ตรงกับเจตนาของเราก็เกิดผลเสียกับเราในฐานะสื่อ ที่ต้องมีความน่าเชื่อถือและอยู่ในพื้นที่แจ้งก็เลยลำบากมากที่เราจะเสนอความคิดเห็นในสามเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าซีไม่สนใจการเมืองนะคะ เพราะนี่คือเรื่องใกล้ตัวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเราโดยตรง ถามตรงๆ ในฐานะสื่อสารมวลชนด้านไอที ประเด็นทางการเมืองอะไร ที่คุณสนใจและจับตามองเป็นพิเศษฉัตรปวีณ์ : ในขอบข่ายงานด้านไอทีที่ซีทำอยู่สอดคล้องกับการกำหนดนโยบายของกระทรวงไอซีที ซีต้องรู้ อย่างนโยบายแท็บเลตพีซีที่แจกให้เด็ก ป.1 ประเด็นนี้อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองว่าใครดีหรือไม่ดี แต่สิ่งที่ซีสนใจคือสิ่งที่รัฐให้กับประชาชนคืออะไร เพราะซีคือนักข่าว เราต้องรักษาสิทธิ์ของประชาชน ด้วยการตรวจสอบการทำงานหรือโครงการของรัฐอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่อยากรู้คือทำไมต้องแจกเด็ก ป.1 ซีเขียนคอลัมน์ถึงนโยบายนี้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นออกไปประมาณ 3-4 ครั้ง รวมถึงนำเสนอประเด็นนี้ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ว่าเด็ก ป.1 มีความพร้อมมากแค่ไหน ถามไปตรงๆ กับท่านรัฐมนตรีอนุดิษฐ์ คำตอบที่ได้จากท่านรัฐมนตรีอนุดิษฐ์คืออะไรฉัตรปวีณ์ : ท่านรัฐมนตรีก็ตอบดีนะคะ ท่านให้เหตุผลว่าระดับโลกเขาวิจัยมาแล้ว เปรียบเทียบกับการอนุบาลปลาตัวเล็กๆ เราก็ต้องเลี้ยงตั้งแต่เล็กให้เขาเข้าใจว่าการใช้ที่ถูกมันเป็นอย่างไร แต่นี่คือทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติเราต้องดูต่อไปว่าเด็กเหล่านี้จะใช้อย่างไร เพราะท้ายที่สุดเขาให้มามันก็ดีกว่าไม่ให้จริงไหม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นซีก็มีข้อเสนอแนะกลับไปว่า แท็บเลตพีซีนี้เป็นของจีน ถ้าเกิดต้องเสียงบประมาณมากเพื่อซื้อ เรามีโรงงานในไทยที่ผลิตไหม อาจจะแพงกว่าจีนในวันนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว ชิพเซตมีการอัพเกรด แล้วเรามีโรงงานของเราเองก็สามารถนำมารีไซเคิล อัพเกรดได้ ของพวกนี้ก็จะไม่กลายเป็นขยะอิเลกทรอนิกส์ที่ตกรุ่น และเป็นการลงทุนในระยะยาว นี่เป็นหน้าที่ของซี ที่ไม่ได้แค่ถามและติดตามนโยบายแล้วจบ ถ้าเราคิดว่ามันไม่ดี เราต้องเสนอว่ามันไม่ดีอย่างไร ดังนั้นซีต้องดูและรู้ให้หมด ก็พยายามติดตามเท่าที่จะทำได้ “ถ้าเราไม่คิดและตั้งคำถามกับชีวิตรอบข้าง รวมถึงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น เราจะไม่สามารถสร้างสรรค์อะไรได้เลย” นอกเหนือจากการติดตามนโยบายรัฐบาลรวมถึงการอัพเดทเทคโนโลยีแล้ว หน้าที่เพิ่มเติมของสื่อสารมวลชนด้านไอทีมีอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ฉัตรปวีณ์ : งานอีกส่วนหนึ่งของซีคือ การเปิดพื้นที่นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องนวัตกรรมด้านไอทีของคนไทย อย่างกลางปีที่ผ่านมามีเรื่องของ Tech Start-up มีการจับกลุ่มกันของเด็กรุ่นใหม่ของไทย ที่ตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อทำแอพพลิเคชั่น นี่คือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซีก็ไปช่วยสนับสนุนโดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย ด้วยใจที่อยากให้คนไทยได้เกิด เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนไทยคือ คุณกระทิง พูนผล ที่ไปดังที่ซิลิคอนวัลเลย์ ได้ไปทำงานกับกูเกิลแล้วออกมาเปิดบริษัทที่ซิลิคอนวัลเลย์ ซึ่งเขาเป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่แยกออกมาแล้วสามารถเปิดบริษัทในระดับพันล้านขายเกมให้กับคนทั้งโลก เมื่อปีที่แล้วเขาก็มาเปิดหลักสูตรในประเทศไทย ซีก็ช่วยโปรโมตให้คนไปลองเรียนดู ซึ่งจะได้ทั้งไอเดีย และคอนเนกชั่น ปัจจุบันคอร์สเหล่านี้มีเยอะ ที่จัดกับซิปป้า และสำนักนวัตกรรมฯ ซีก็ทำการเสนอเพื่อให้คนที่ทำธุรกิจแบบนี้ได้ความรู้และโอกาสทางธุรกิจกลับไป ในด้านการเปิด AEC ซึ่งเทคโนโลยีไอทีมีส่วนสำคัญ คุณมีการสร้างเนื้อหาที่สอดคล้องกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบรับกับ AEC ให้แก่คนไทยไหมฉัตรปวีณ์ : ซีว่าทั้งคอนเทนต์และการนำเสนอในรายการ เนื้อหาสอดคล้องกับ AEC อยู่แล้ว ซึ่งในส่วนเพิ่มเติมอาจจะต้องเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้นเอง ทั้งนี้ถ้าจะต้องสร้างคอนเทนต์เพื่อโปรโมตประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เขาได้งานได้อาชีพซีจะไม่ทำ เพราะสิ่งที่ซีโฟกัสคือคนไทย เพราะซีต้องการผลักดันคนไทย ในความคิดของซีคนไทยต้องได้ก่อน คนไทยต้องฉลาดก่อน คนไทยต้องรู้ก่อน และที่สำคัญที่สุดคือทำอย่างไรให้คนไทยไปสู่ระดับสากล และถ้าซีสามารถทำให้คนไทยประสบความสำเร็จ ซีเองก็จะรู้สึกประสบความสำเร็จตามไปด้วย การส่งเสริมด้านไอทีของภาครัฐในวันนี้เป็นอย่างไรในสายตาของคุณฉัตรปวีณ์ : บ้านเราอยู่ในช่วงเริ่มต้น แล้วก็กำลังทำอยู่ ทั้งกระทรวงวิทย์ฯ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องก็พยายามดันกันน่าดู ถ้าเราได้ติดตามข่าวก็จะรู้ว่าในปีที่ผ่านมา ภายในงาน Computex Asia จะเห็นหน่วยงานของกรมส่งเสริมการส่งออกซึ่งพยายามที่จะสนับสนุนให้คนทำแอพฯ ขึ้นมา โดยให้เงินสนับสนุนให้ผู้ประกอบการด้านนี้ไปออกบูธงานสิงคโปร์ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถพบกับนักลงทุนจากต่างประเทศจนหลายรายสามารถขายงานของเขาได้ เป็นทางหนึ่งของการช่วยผลักดันอุตสาหกรรมไอทีของไทย ในประเด็นของการสนับสนุนจากทางภาครัฐ มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนฉัตรปวีณ์ : สำคัญมากค่ะ (เน้นเสียง) ยกตัวอย่างประเทศจีน ที่รัฐบาลยอมลงทุนเป็นพันล้านเพื่อสร้างระบบปฏิบัติการของตนเองขึ้นมา โดยไม่ต้องพึ่งพากูเกิล มีหรือที่จะมีคนกล้าคิดขนาดนั้น ซึ่งคิดออกมามันเวิร์คหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่รู้ว่ามีใช้ของตัวเอง ยูทูปเขาก็ไม่ใช้ ก็จะไปใช้ของที่ผลิตเองอย่าง Youku ซึ่งการทำแบบนี้ไม่ธรรมดา เขาคิดเร็วทำเร็วแล้วไม่พึ่งพิงใคร เพราะสิ่งสำคัญที่ซีจะชี้ให้เห็นคือ วิธีคิดที่กล้าลงทุนในระดับนี้ ที่เกิดขึ้นจากการเห็นความสำคัญ แล้วถ้ารัฐฯ ให้ความสำคัญอย่างไรเสียคนในชาติก็ต้องตาม พอตามแล้วก็จะเกิดการพัฒนาอะไรอีกหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาข้างเคียง จนสามารถดัดแปลงไปสร้างธุรกิจได้เงินมหาศาล ซึ่งเป็นผลดีของชาติต่อไปในอนาคต นี่คือความสำคัญที่ซีอยากจะเน้นให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องของเทคโนโลยี ที่ในวันนี้มันคือส่วนหนึ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิต ในประเด็นของเทคโนโลยีที่เกี่ยวพันกับการใช้ชีวิต ในฐานะที่คุณต้องไปร่วมงานอีเวนต์ในต่างประเทศบ่อย คนที่นั่นเขาใช้เทคโนโลยีร่วมกับชีวิตประจำวันอย่างไร ยกตัวอย่างประเทศอเมริกาฉัตรปวีณ์ : เวลาคนอเมริกาเขาอยู่ในร้านกาแฟ หรือในที่อื่นๆ เราจะไม่เห็นเขาหมกมุ่นอยู่กับมือถือมากเท่าไหร่ เพราะเขาจะให้ความสำคัญกับสิ่งรอบข้างมากกว่า แล้วก็แบ่งเวลาในการใช้เทคโนโลยีได้ดีมาก ทั้งที่ประเทศเขามีคนคิดค้นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกได้อยู่เป็นจำนวนมาก แต่ที่ชัดเจนที่สุดนั่นคือประเพณีของคนยิว คือเขาจะมีวันหนึ่งในรอบสัปดาห์ที่เรียกว่าวัน Shabat เป็นวันที่ห้ามแตะอุปกรณ์ไอที หรือห้ามแตะอุปกรณ์อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับไฟฟ้า ในวันนั้นคนยิวทุกคนจะต้องไปเจอกันที่สวนสาธารณะเพื่อปิกนิก และใช้ชีวิตกับครอบครัว เพราะว่าชนชาติยิวเน้นการใช้ชีวิตแบบคอมมิวนิตี้ซึ่งเป็นหลักคิดที่ดี เพราะซีเชื่อว่าเราจะใช้ชีวิตได้อย่างไร ถ้าปราศจากญาติสนิทมิตรสหายรอบตัว เป็นเรื่องน่าสนใจและเป็นเรื่องแปลกที่เขาเรียกร้องการใช้ชีวิตแบบคนจริงๆ แต่กลับสามารถคิดค้นเทคโนโลยีที่มหัศจรรย์ได้ ซึ่งนี่อาจจะเป็นเบื้องหลังวิธีคิดในการสร้างเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจากการเว้นว่างจากการใช้เทคโนโลยี การเว้นว่างจากเทคโนโลยีทำให้คนยิวคิดค้นนวัตกรรมได้อย่างไรในความคิดคุณฉัตรปวีณ์: การปล่อยวางอาจจะทำให้ได้คิดอะไรอื่นๆ ทั้งยังได้เสริมความคิดสร้างสรรค์จากการใช้ชีวิต ให้รู้ว่าการใช้ชีวิตคืออะไร เพราะถ้าเราไม่คิดและตั้งคำถามกับชีวิตรอบข้าง รวมถึงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น เราจะไม่สามารถสร้างสรรค์อะไรได้เลย เพราะถ้ามัวแต่เล่นไร้สาระ จงอย่าเป็นผู้ผลิต อย่างดีคุณก็เป็นได้แค่ผู้ใช้ คุณจะไม่สามารถคิดได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป รวมถึงไม่สามารถรู้ได้ว่าชีวิตมนุษย์จริงๆ ต้องการอะไร ซึ่งคนยิวเขาอาจจะมองเห็นด้วยหลักคิดแบบนี้ รวมถึงวิธีคิดของอเมริกานั่นคือการกล้าฆ่าเทคโนโลยีของตัวเอง โดยไม่ห่วงความเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจนี้ของตัวเอง จึงทำให้เขามีการรวมกลุ่มกันของคนคิดค้นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ อย่างกลุ่ม Kick Starter ที่เปิดโอกาสให้คนนำเสนอไอเดียด้านนวัตกรรม แล้วถ้ามันน่าสนใจก็จะมีคนให้เงินทุนสนับสนุน โดยให้นำไปผลิต นี่ก็เป็นโอกาสที่เปิดให้เสมอ แล้วกับประเทศญี่ปุ่น เขามีหลักคิดแบบใดในการสร้างนวัตกรรมเท่าที่คุณได้เห็นมาฉัตรปวีณ์ : นี่เป็นคำถามที่ดีมากค่ะ (ตอบเร็ว) ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความเป็นชาตินิยมสูงมาก เขาจะใช้แต่เทคโนโลยีที่ประเทศตนเองผลิตเท่านั้น เขาเชื่อในสินค้าของเขาและจะซื้อแต่สินค้าของเขา อย่างโทรศัพท์มือถือ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็จะใช้ยี่ห้อ Docomo ที่เขาผลิตเอง ซึ่งมีดีไซน์และรูปแบบวิธีการใช้ที่น่ารักมาก และเมื่อมีคนใช้มากก็ต้องมีคนทำเทคโนโลยีเพื่อรองรับการใช้งานของตนเอง ทำให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้และได้ฝึกคิด นี่น่าจะเป็นเบื้องหลังวิธีคิดในการสร้างเทคโนโลยีของเขาย้อนกลับมาที่บ้านเราที่ไม่สามารถผลิตแบบนี้ได้ เรื่องแบบนี้จึงยังไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วซีคิดว่าเราต้องเชื่อในสิ่งที่คนไทยทำเป็นอันดับแรก ในช่วงเริ่มต้นมันไม่มีอะไรดีหรอก แต่ถ้าวันหนึ่งเราผลิตจนได้มาตรฐานแล้วคิดถึงคนใช้ ส่วนคนใช้คิดถึงผู้ผลิตว่าถ้าไม่ดีเราก็บอกคนผลิตว่ามันไม่ดีอย่างไร ทุกอย่างตอบโต้กันไปเรื่อยๆ จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่เริ่มต้นก็คงต้องเชื่อในสิ่งที่คนของเราสร้างขึ้นมาก่อน แล้วอย่างประเทศเกาหลีใต้ มีความเหมือนหรือแตกต่างกับญี่ปุ่นหรือไม่ฉัตรปวีณ์: เกาหลีใต้อาจจะคล้ายกัน บางอย่างอาจยิ่งกว่าด้วยซ้ำ อย่างเช่น Samsung ก็มีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ถ้าธุรกิจไหนที่รุ่งก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนจีดีพีในประเทศ ทุกครั้งที่เราซื้อโทรศัพท์มือถือ เงินก็จะเข้าประเทศเขา ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่รัฐบาลเขาจะผลักดันอย่างเต็มสูบ และมีเมืองซัมซุง มีการอัดโฆษณาสินค้าเต็มที่เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก มีหรือคะที่จะไม่เกิด ในอนาคตเป็นไปได้หรือไม่ที่ประเทศไทยจะก้าวขึ้นไปทัดเทียมกับทั้งสามประเทศ ในแง่ของการสร้างนวัตกรรมด้านไอทีฉัตรปวีณ์: ถ้าเริ่มแล้วก็น่าจะมี แต่ในวันนี้อาจจะมีไม่มากนัก วันนี้เราอาจจะมีบริษัทผลิตหุ่นยนต์ในประเทศไทย แต่ก็ยังเทียบชั้นไม่ได้กับทั้งสามประเทศที่ซีได้กล่าวไป แต่ถ้าวัดกันเฉพาะจุด เฉพาะบุคคลแล้วฝีมือคนไทยไม่แพ้ใคร แต่ว่าทุนในการสนับสนุน รวมถึงความจริงจังอาจจะมีไม่มากอยู่ หรืออาจจะมีคนที่จริงจังทำจนสำเร็จออกมา แต่สุดท้ายก็ไม่รู้จะไปขายใคร หรือไม่มีคนมาสนับสนุน มันจะไปสร้างเป็นอาชีพได้อย่างไร จริงไหม? สิ่งที่สร้างขึ้นมาก็ต้องตอบโจทย์ทั้งสองฟากในภาคการลงทุนนั้น สำหรับเด็กรุ่นใหม่ ถ้าซีเห็นว่าทำอะไรแล้วเข้าท่าซีเต็มใจที่จะโปรโมตให้ ส่วนในภาคผู้ผลิตเองก็ต้องคิดด้วยว่าทำออกมาแล้วจะขายใคร ประเทศไทย คนไทยมีความตื่นตัวด้านเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหนในความคิดคุณฉัตรปวีณ์: มีมากค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเน้นในพาร์ทของการเป็นผู้ใช้ คุณเชื่อไหมว่า 3G เกิด อัตราการใช้งานพุ่งปรี๊ดชนะบางประเทศที่เขามีก่อนเราเสียอีก เพราะฉะนั้นถ้าในพาร์ทการเป็นผู้ใช้เราไม่แพ้ใคร ขอให้มีมาเถอะรับรองใช้แน่นอน แล้วไม่ช้าด้วย คือคนไทยใช้เก่ง แต่ในอีกด้านหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือพาร์ทของการเป็นผู้ผลิต คือนโยบายก็ต้องเลิกยึดติดได้แล้ว เพราะเทคโนโลยีก้าวขึ้นไปแล้ว บางอย่างก็ต้องไม่ละเลย อย่างการรักษาความปลอดภัย ซึ่งประเด็นนี้เป็นเองที่ซีเน้นมากหลังจากที่ได้เขาไปช่วยงานของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ แต่พอเราเห็นการทำงานแล้วก็เป็นห่วงเพราะสำนักงานนี้มีเรื่องที่ต้องดูแลอีกมาก เพราะตราบใดที่คนบันทึกข้อมูลทุกอย่างผ่านสมาร์ทการ์ดเรื่องมันจะตามมาอีกเยอะเลย ถ้าเราดูแลความปลอดภัยกันไม่ดี ซีว่าแฮกเกอร์คือโจรที่น่ากลัวที่สุด แล้วผู้หญิงส่วนใหญ่ในบ้านเราใช้เทคโนโลยีเพื่อรองรับความต้องการด้านใดเท่าที่คุณสังเกตฉัตรปวีณ์ : ผู้หญิงส่วนใหญ่ทั้งโลกไม่ได้จำกัดแค่ผู้หญิงไทยเห็นเทคโนโลยีเป็นแฟชั่น เพื่อนมีใช้ฉันก็ต้องมี คือผู้หญิงเห็นเทคโนโลยีเป็นเรื่องสนุก เป็นโซเชียล เน็ตเวิร์คค่ะ อัตราการใช้เทคโนโลยีในชีวิตคุณเป็นอย่างไร แล้วใช้เพื่ออะไรฉัตรปวีณ์ : ไม่นับเป็นชั่วโมงนะ แต่ถ้านับเป็นเปอร์เซ็นต์จะอยู่ที่ 40% ต่อหนึ่งวัน ซึ่งอาจจะดูว่ามาก เพราะเทคโนโลยีเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการทำงานของซี ส่วนหนึ่งเพื่อพีอาร์ตัวเอง แต่ก็เป็นการพีอาร์ที่ให้ข้อมูลคนอื่น และเวลาที่ซีมีไอเดียหรือพบอะไรเจ๋งๆ ซีก็จะถ่ายตัดต่อๆ แล้วโพสต์ ซึ่งถามว่าซีอยากดังคงไม่ใช่ ประเด็นสำคัญคือการได้บอกอะไรกับคนดู และได้แชร์ในสิ่งเจ๋งๆ ให้ทุกคนได้ดูมากกว่า My Idolฉัตรปวีณ์ “สมเด็จพระเทพฯ ท่านคือไอดอลของซี ท่านเป็นเจ้าฟ้าไอทีของคนไทยจริงๆ เพราะท่านทรงเล็งเห็นประโยชน์ในการนำไอทีมาใช้ในการเสริมสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกร ถ้าเคยไปที่สวนจิตรลดา พระองค์ท่านมีแลบของตัวเองเลยนะคะ มีปั๊มน้ำมันในวัง ซีเห็นแล้วช็อกมาก ไม่ธรรมดาจริงๆ ซีคิดว่าท่านมีพระอัจฉริยภาพและเป็นต้นแบบให้แก่เรา ดังนั้นไอดอลของซีก็คงต้องเป็นเจ้าฟ้าไอทีพระองค์นี้ค่ะ” ในวันนี้คุณสามารถอยู่ได้โดยไม่มีอุปกรณ์ไอที หรืออินเตอร์เน็ตได้หรือไม่ฉัตรปวีณ์: ได้ค่ะ แต่คงเป็นชีวิตในวันพักที่หยุดทำงาน คือในวันหยุดนี่ซีแทบไม่แตะอุปกรณ์เลยนะคะ หรือวันอื่นที่รู้สึกว่าเบรคเถอะ ไปเที่ยวก็จะไม่จับ เพราะการที่ไม่ยุ่งกับอุปกรณ์ทำให้ซีได้สังเกตคน หันไปมองโต๊ะข้างๆ ว่าเขาทำอะไร หรือบางทีอยู่บนเวที ซีก็ชอบสังเกตว่าแต่ละที่คนยกโทรศัพท์อะไรขึ้นมาถ่ายเรา เราเห็นบางอย่างที่น่าเรียนรู้มากกว่าอยู่ในจอ เพราะซีเชื่อว่าซีพลาดสิ่งดีๆ หลายอย่างตอนที่มองจออยู่โดยไม่จำเป็น ดังนั้นซีอยู่ได้แน่นอนโดยไม่มีอุปกรณ์ แต่วันนั้นต้องเป็นวันที่ไม่มีการทำงาน เพราะอาชีพซีเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี และตามติดการเปลี่ยนแปลงให้ทัน เคยได้วางแผนชีวิตไว้หรือไม่ ว่าคุณจะทำงานพิธีกรด้านไอทีไปอีกนานแค่ไหนฉัตรปวีณ์: ก็จะทำไปเรื่อยๆ เพราะนี่คืองานที่ซีรักและหลงใหล แต่ในอนาคตที่ไกลออกไปจากนี้อยากจะพัฒนางานของตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน จนถึงอยากสร้างเด็กรุ่นใหม่เป็นทีมของเรา เพื่อปลูกฝังความคิดดีๆ แล้วให้เขานำเสนอข้อมูลเหล่านี้ในแบบเขา โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าหญิงไอทีก็ได้ หรืออาจจะเป็นรุ่นถัดไปก็ได้ ซึ่งมันคงจะเป็นเรื่องดีถ้าเราสามารถสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับคนรุ่นต่อไปได้ ถ้ามีโอกาสในตอนนี้ ใครคือคนที่คุณอยากนั่งสนทนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านไอทีมากที่สุดฉัตรปวีณ์ : มีหลายคนมาก แต่อยากคุยกับ สตีฟ จ็อบส์ นะคะ นั่นเป็นจุดหมายสูงสุดในการทำงานสายนี้ของซีเลย อยากรู้ว่าเขาเป็นปิศาจเหมือนกับที่หนังสือประวัติเขาเขียนหรือไม่ แต่ซีคิดว่าบางทีคนเก่งกับคนดี หรือคนที่เป็นที่รักก็ต่างกันออกไป ซึ่งถ้าสตีฟ จ็อบส์ เขาไม่เขี้ยวหรือไม่ร้ายกาจมากๆ บางทีก็อาจไม่สามารถทำให้ทุกคนคิดเหมือนเขาได้ เพราะในเมื่อเขาต้องบังคับให้เทคโนโลยีหนึ่งสำเร็จขึ้นมา การที่เขาจะดุทุกคนให้ทำตามเขาให้ได้อย่างที่ต้องการคงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด อย่างไรก็ตามเขาก็คนนะคะ ซีคิดว่าชีวิตของเขามันจริงมาก มีทั้งมุมที่ตกต่ำมากๆ มุมที่งี่เง่าสุดๆ แต่มุมที่เขาลุกขึ้นมาอย่างสงบแล้วสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับโลก นั่นคือมุมดีที่ซีปลาบปลื้ม เพราะคนเราไม่สำคัญว่าคุณเป็นใคร แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณได้ทำอะไรให้กับโลกนี้บ้างต่างหาก ก็เลยคิดว่าถ้ามีโอกาสได้คุยก็อยากคุยกับสตีฟ จ็อบส์ค่ะ FYI: ผลงานการจัดรายการของ ซี-ฉัตรปวีณ์• รายการ Tech 24 Lively ช่อง จีสแควร์ ทรูวิชั่นส์ 26 ทุกวัน เวลา 20.00 น.• รายการ Tech2days ช่อง TPBS ทุกวันเสาร์และอาทิตย์• รายการ 168 ชั่วโมง ช่อง 3 พุธ 00.00-00.30 น. (ช่วง cee it)• รายการ IE Metropolis วันอาทิตย์ 8.00 น. ททบ.5• รายการ Gizmo.Today บนเว็บไซต์ BuzzIdea.tv• รายการ Cyber City วันเสาร์ 10.55 ททบ.5• รายการแบไต๋ ไฮเทค ช่อง Nation Channel วันอาทิตย์ 21.45 น.• รายการ Boys’ Toys วันเสาร์ 17.00 น. ททบ.5• รายการ Nine Intrend วันจันทร์-พฤหัสฯ 22.15-22.20 น. ช่อง 9• รายการอมยิ้ม วันจันทร์-พุธ 18.00-18.30 น. ช่อง 3 คู่กับ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน• รายการ Hi Speed ช่อง Speed Channel ทรูวิชั่นส์ 72 ทุกวันอังคารและพฤหัสฯ เวลา 19.30-20.30 น.• รายการ WEEKLY C3 ช่วงย่อยในรายการข่าวเรื่องเด่นเย็นนี้ วันเสาร์-อาทิตย์• รายการ IT’S IT ช่อง 8 Infinity วันอาทิตย์ 09.30-10.00 น.• รายการ MIE TV PSI CHANNEL สาระดี 24 ชั่วโมง วันอาทิตย์ 10.00-10.30 น.

Facebook เลาะโฉม News Feed โมใหม่ ไฉไลเหมือนรุ่น Mobile !!
Facebook /  google / 

Facebook เพิ่งโดนนักวิเคราะห์ พยากรณ์อนาคตกันว่า จะหมดความฮอตในไม่ช้าไม่นาน  ล่าสุด Mark Zuckerberg  รายงานสด ปรับโฉมดีไซน์ตัว News Feed ใหม่ เพื่อดึงฐานแฟนคลับกลับ ซึ่งดีไซน์นั้นเหมือนรุ่น Mobile สวยงาม แจ่มชัดขึ้นมาก!!! สำรับการรีโนเวท News Feed ใหม่นี้ มีการรื้อโครง จัดใหม่ 3 ส่วนใหญ่ คือ  Richer Stories ดีไซน์ส่วนคอนเท้นส์ที่สร้างรูปภาพ ส่วน cover ให้ใหญ่ และสวยงาม เน้นเนื้อหาที่มีคนแชร์เยอะให้โดดเด่น และแสดง activity ที่เฟรนด์ของเรามีต่อคอนเท้นส์นั้น ๆ Choice of Feeds  สามารถเลือกกำหนดแสดงฟีดได้ เช่น Feed from All Friends ฟีดเฉพาะรูปหรือเพลง  และในส่วนของ Mobile Consistency ที่ดึงเอาทั้งไอค่อน เมื่อเอาเม้าท์ชี้ จะแสดงรายการได้ เหมือนรุ่น Mobile แม้ดีไซน์ใหม่นี้ จะชูโรงว่าดึงมาจากเวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน แต่หลายฝ่ายก็บอกว่า มันเหมือนกับ Google+ โซเชี่ยลเปี่ยมอัตลักษณ์ของกูเกิล แบบมองผ่านๆ ก็ยังรู้สึกได้ อะไรได้ !! สำหรับการยกเครื่อง News Feed นี้จะถูกปรับใช้อย่างเป็นทางการในอีกเร็ววัน สามารถกดรับอัพเดทการเปิดใช้ News Feed ใหม่ได้ที่ คลิก!!   Source : facebook

'นิพิฏฐ์'ตอก'โอ๊ค'คิดเล่นการเมืองไม่แพ้เลย ก็ต้องโกงเท่านั้น
กูเกิล /  ข่าว / 

“นิพิฏฐ์” อัด “โอ๊ค” เป็นนักการเมือง คิดชนะอย่างเดียวไม่แพ้เลย ก็ต้องโกงเท่านั้น แขวะซ้ำ ลองไปหาใน "กูเกิล" จะพบ "ทักษิณ" ติดอันดับนักการเมืองเลวที่สุดในโลก -----------------------ขอบคุณข่าวจาก

วิธีตั้งค่า Google Now ให้รองรับภาษาไทย และตั้งค่า Voice Typing ให้รองรับภาษาไทย
Google Now /  Voice Typing / 

สำหรับใครที่เคยใช้งาน Google Now อยู่แล้ว คงจะทราบดีว่าก่อนหน้านี้เราจะต้องสปี๊คภาษาอังกฤษกับมันเท่านั้น แถมถ้าสำเนียงเราไม่เป๊ะ คำค้นหานั้นๆ ก็อาจเพี้ยนๆ เป็นประจำ แต่ล่าสุดปัญหานี้ของคุณกำลังจะหมดไปแล้วครับ เมื่อล่าสุด Google ประกาศว่า Google Now เวอร์ชั่นอัพเดตใหม่นี้จะสามารถรองรับภาษาไทยได้แล้ว Google Now คือฟีเจอร์หนึ่งที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android เวอร์ชั่น 4.1 Jelly Bean เป็นต้นมา ซึ่งในช่วงแรกจะมีเฉพาะบน Android เท่านั้น แต่ปัจจุบันบนอุปกรณ์ iOS เช่น iPhone หรือ iPad ก็สามารถใช้งาน Google Now ได้แล้วเช่นกัน ซึ่งเป็นระบบการสืบค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่วิวัฒนาการมาจากการใส่คำค้นหาสั้นๆ ให้รองรับการค้นหาด้วยประโยคที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมไปถึงการค้นหาด้วยเสียงด้วย นอกจากนี้ Google Now ยังสามารถคิดได้เองว่าตอนนี้คุณกำลังต้องการอะไร โดยการคาดเดาสิ่งที่คุณค้นหา หรือใช้บริการของ Google บ่อยๆ ยกตัวอย่างว่าคุณเคยค้นหาเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางไปพัทยา เจ้า Google Now บนสมาร์ทโฟนของคุณจะแสดงข้อมูลการเดินทาง ระยะทาง คำนวนระยะเวลาถึงผ่านทางอินเตอร์เฟสที่เรียกว่า Google Now Card บนมือถือขึ้นมาทันที เมื่อรู้จักกับ Google Now คร่าวๆ แล้ว ก็มาดูวิธีการตั้งค่า Google Now ให้สามารถใช้งานภาษาไทยได้กันดีกว่าครับ วิธีตั้งค่า Google Now ให้รองรับภาษาไทยได้   1. เปิด Google Now ขึ้นมา จากนั้นแตะที่ปุ่มเมนู และเลือก Settings หรือ ตั้งค่า 2. แตะที่ Voice 3. แตะที่ Language หรือภาษา จากนั้นเลือกเป็น ไทย (ประเทศไทย) 4. เท่านี้เราก็สามารถใช้การค้นหาด้วยการพูดด้วยภาษาไทยที่เราถนัดได้ทันทีครับ ยกตัวอย่างเช่นที่ผมทดสอบคือ ประโยคว่า "วิธิไปพัทยา" และ "คอร์ดกีตาร์" ก็สามารถค้นหาได้แม่นยำทีเดียว แต่อาจต้องพูดในที่ที่เสียงไม่ดังมากนะครับ วิธีการตั้ง Google Voice Typing (การพิมพ์ด้วยเสียง) ให้รองรับภาษาไทย เมื่อ Google Now ของเรารองรับภาษาไทยได้แล้ว เราก็สามารถใช้วิธีการพิมพ์ตัวหนังสือบนสมาร์ทโฟนของเราด้วยวิธีเก๋ๆ โดยการเปลี่ยนเสียงพูดของเราให้เป็นตัวอักษรได้ดังนี้   1. เข้าเมนู Settings หรือการตั้งค่า 2. ไปที่เมนู Language and input 3. แตะที่ปุ่มรูปเฟืองหลัง Google voice typing (หากในกล่องสี่เหลี่ยนไม่มีเครื่องหมายถูกสีเขียว ให้แตะไว้ด้วย) 4. แตะที่ Choose input languages 5. แตะเลือกภาษาไทย (ประเทศไทย) 6. เท่านี้คุณก็สามารถใช้งาน Voice Typing ด้วยภาษาไทยได้ทันที สะดวกดีใช่มั้ยล่ะครับ : ) ปล. ตอนนี้ยังรองรับเฉพาะ Android OS เท่านั้นนะครับ สำหรับ iOS ต้องรออีกนิดนะ

10 บริษัทที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด 2013
10 อันดับ /  ที่สุดในโลก

หลังจากเรียนจบ นักศึกษา หลายคนกำลังมองหาบริษัทที่มั่นคง มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักและยอมรับ ในวันนี้ teen.mthai.com จะพา นักศึกษา ไปพบกับ 10?บริษัทที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด?2013?จาก?บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านการจัดหางานและการทำงานระดับโลกจากสวีเดน??ยูนิเวอร์ซัม? (ซัมไร ทะลึ่งป่ะ)?สำรวจความคิดเห็นนักศึกษาจบใหม่ 200,000 คนใน 12 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย อังกฤษ และสหรัฐ ในหัวข้อ บริษัทที่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด 50 อันดับ 2013?เราไปดูกันว่าจะมี บริษัทในดวงใจของใครกันบ้างหรึเปล่านะ ข้อมูล?teen.mthai.com อ้างอิง ?universumglobal.com/ideal-employer-rankings/global-results ,?http://th.wikipedia.org บริษัทสายธุรกิจ?ที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด?2013 อันดับ 1 บริษัท กูเกิ้ล (?Google Inc. ) อยากรู้อะไรไป กูเกิล สิคะ เวปแรกที่ทุกคนต้องเข้าเพราะ ข้อมูลทุกอย่างที่อยากรู้อยู่ที่ กูเกิล ในผู้ให้บริการด้านไอทีแบบครบวงจรจากสหรัฐ?เป็นบริษัทมหาชนอเมริกัน มีรายได้หลักจากการโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฏในเสิร์ชเอนจินของกูเกิล อีเมล แผนที่ออนไลน์ ซอฟต์แวร์จัดการด้านสำนักงาน เครือข่ายออนไลน์ และวิดีโอออนไลน์ รวมถึงการขายอุปกรณ์ช่วยในการค้นหา .... ทำให้ขึ้นแท่นชาต?บริษัทที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด ครองอันดับ 1 ในใจไปโดยปริยาย อันดับ 2?บริษัท เอิร์นสท์ แอนด์ ยัง (?Ernst & Young?เรียกโดยย่อว่า EY ) คนธรรมดาอย่างเราๆ อาจจะไม่ค่อยได้ยินสักเท่าไรกับ?บริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก?ที่ควบคู่กับ ดีลอยต์ทูชโทมัตสุ ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ และ เคพีเอ็มจี ให้บริการสอบบัญชีภายใน บริการที่ปรึกษาบัญชี และ บริการบริหารความเสี่ยง หรือที่เรียกว่า ออดิท audit นั้นเอง อันดับ 3 บริษัท?โกลด์แมน แซคส์ (?Investment banking ) หนึ่งใน วาณิชธนกิจรายใหญ่ของโลก จากสหรัฐ?คือ สถาบันทางการเงินซึ่งทำหน้าที่ระดมเงินทุน, ซื้อขายหลักทรัพย์, บริหารการควบรวมและซื้อกิจการ รวมถึงให้คำปรึกษาในธุรกรรมข้างต้นและธุรกรรมทางการเงินประเภทอื่น เช่น การปรับโครงสร้างหนี้, การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ, ทำรายงานวิจัย, ออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เป็นต้น อันดับ 4 บริษัท ไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (?PricewaterhouseCoopers?หรือที่เรียกโดยย่อว่า?PwC?) เป็นหนึ่งใน บริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ควบคู่กับ ดีลอยต์ทูชโทมัตสุ , เอินส์ท แอนด์ ยัง และ เคพีเอ็มจี นอกจากการตรวจสอบบัญชีแล้ว ยังมีอีกหลากหลายบริการตั้งแต่การเป็นที่ปรึกษาภาษีอากร การจัด ซื้อ การจัดหาทรัพยากรบุคคล การให้บริการด้านเทคโนโลยี และ อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นการให้บริการในลักษณะการจัดหาจากภายนอก ให้แก่ลูกค้าองค์กร นอกจากนี้ ยังให้บริการที่ปรึกษาการเงินและการบริหารการประกันภัยอีกด้วย อันดับ 5 บริษัท?ไมโครซอฟท์ (?Microsoft ) ใครที่ทันยุค คอมพ์พิวเตอร์จอตู้ ต้องรู้จักแน่นอน กับ ไมโครซอฟท์ ?บริษัทผลิตซอฟท์แวร์รายใหญ่ที่สุดของโลกจากสหรัฐ?เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก โดยผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ที่มีกำลังการตลาดมากที่สุดคือ ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ที่สมัยเน็ต 68 k ครองตลาดนั้นและน่า อันดับ 6?บริษัท แอปเปิล ชื่อเดิม บริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ ( Apple Computer Inc. ) หลังจากนั้นยุคของ แอปเปิ้ล ก็มาตีตลาดเน็ต68k กระจุยกระจาย เมื่อ บริษัทในซิลิคอนแวลลีย์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แอปเปิลปฏิวัติคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุค 70 ด้วยเครื่องแอปเปิลทู และแมคอินทอช ในยุค 80 ปัจจุบันแอปเปิลมีชื่อเสียงด้านฮาร์ดแวร์ เช่น ไอแมค ไอพอด ไอโฟน ไอแพด และร้านขายเพลงออนไลน์ไอทูนส์ ... ทำให้วัยรุ่นสมัยนี้ต้องถามพ่อแม่ว่า?ไมโครซอฟท์ คืออะไรอ่ะแม่ ! อันดับ 7?บริษัท?ดีลอยต์ทูชโทมัตสุ ( Deloitte ) มาอีกหนึ่งใน บริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ควบคู่กับ ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ เคพีเอ็มจี และ เอินส์ท แอนด์ ยัง ให้บริการทั้งด้านการบัญชีและที่ปรึกษาดังนี้ การสอบบัญชี การทำบัญชี การวางแผนยุทธศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการการเงิน และการควบคุมประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังให้บริการด้านการจัดหางานและที่ปรึกษาภาษีอากร รวมถึงการให้บริการธุรกิจแก่รัฐบาลและสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ดำเนินการในตลาดเกิดใหม่ อันดับ 8?บริษัท?เคพีเอ็มจี (?KPMG ) ตามมาติดๆกับบริษัท ออดิท อีกแห่งหนึ่งใน บริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ควบคู่กับ ดีลอยต์ทูชโทมัตสุ ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ และ เอินส์ท แอนด์ ยัง มีฐานประกอบการอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีสำนักงานตั้งอยู่ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลกยังมีบริการที่ปรึกษาภาษีอากรและที่ปรึกษาการเงิน เรื่องเงินๆทองๆ พี่ตามไม่ค่อยทันค่า อันดับ 9?บริษัท โคคา-โคล่า ( Coca-Cola ) กินตั้งแต่เด็กยันโต กินจนฟันผุ โคคา-โคล่า?เป็น บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำอัดลมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในแบรนด์สินค้า โค้ก ก่อตั้งบริษัทขึ้นที่ แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมื่อปี ค.ศ. 1892 โดย อาซา แคนด์เลอร์ ที่ได้ซื้อสิทธิบัตรจากนายแพทย์ จอห์น สติธ เพมเบอร์ตัน ซึ่งได้ เปิดบริษัทผลิตน้ำอัดลมยี่ห้อ โคคา-โคล่า โดยปัจจุบันบริษัทได้ผลิตโค้กออกมาจัดจำหน่ายวันละ 1,600,000 ขวดต่อวันและจัดจำหน่ายมาก กว่า 200 ประเทศทั่วโลก อันดับ 10?บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ( Procter & Gamble ) (?พีแอนด์จี?P&G)? บริษัทข้ามชาติผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจากสหรัฐอเมริกา?ติดอันดับห้า จาก "10 บริษัทที่ได้รับการยกย่องสูงสุด" ประจำปี 2011 หรือที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน เฮดแอนด์โชว์เดอร์ (Head & Shoulder) ,?รีจอยส์ (Rejoice) ,แพนทีน (Pantene) ,เฮอร์บัล เอสเซนส์ (Herbal Essences) ,โอเลย์ (Olay) (ก่อนหน้านั้นมีจำหน่าย แต่ใช้ชื่อว่า ออยล์ ออฟ อูลาน) (Oil of Ulan),โอเลย์ เมน โซลูชั่น (Olay Men Solutions),ยิลเลตต์ (Gilette),เอสเค-ทู (SK-II) ,เซฟการ์ด (Safeguard) ,วิสเปอร์ (Whisper) ,แพมเพอร์ส (Pampers),เวลล่า (Wella) ,ออรัล-บี (Oral-B) ,ดาวน์นี่ (Downy),ดูราเซลล์ (Duracell) ,วิคส์ (Vicks) ยาและเวชภัณฑ์,แอมบิเพอร์ (Ambi Pur) ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่น,แฟ้บ (Fab) ผงซักฟอก,เพค (Paic) ผงซักฟอก สำหรับ บริษัทสายงานวิศวกรรม ที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด?2013 อันดับ 1?บริษัท กูเกิ้ล (?Google Inc. )? ก็ยังมาแรงส์ไม่มีใครแซงได้ของพี่ กูเกิ้ล?ที่ยังครองแชมป์อยู่ที่อันดับ1 หนึ่งในผู้ให้บริการด้านไอทีแบบครบวงจรจากสหรัฐ ครองใจอันดับหนึ่ง สองสายการทำงาน ใน?บริษัทสายธุรกิจ และ?บริษัทสายงานวิศวกรรม? อันดับ 2?บริษัท?ไมโครซอฟท์ (?Microsoft ) ถึงแม้จะเป็นอันดับ 5 ในสายธุรกิจ แต่ในสาย วิศวกรรมนางได้อันดับ 2 นะจ้ะ เพราะเป็น?บริษัทผลิตซอฟท์แวร์รายใหญ่ที่สุดของโลก และ ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศมีกำลังการตลาดมากที่สุด และล่าสุดไปซื้อโนเกียมาละ หวังจะพัฒนาระบบซอฟท์แวร์ ในโทรศัพท์ให้น่าใช้ ใช้งาน สเมือนพกคอมพ์เล็กๆไปทำงานได้ด้วยทุกที่ ทุกเวลา?จึงทำให้เป็นที่ท้าทายสำหรับ นักศึกษาสายนี้ อันดับ 3?บริษัทไอบีเอ็ม?( International Business Machines, IBM) หรือชื่อเล่น Men is Black MIB?) คงคุ้นๆหูกันมาบ้างแล้วกับ IBM ที่เห็นตามสำนักงานราชการทั่วไป (อีนนี้เรื่องจริง ลองไปดูหลังคอมพ์ดูดิ) เจาะตลาดเมืองไทยมาสักพัก แต่เป็นที่นิยมเฉพาะบริษัทเท่านั้น เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และให้บริการด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ รายใหญ่ของโลก ไอบีเอ็มก่อตั้งมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 และเป็นบริษัทสารสนเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไอบีเอ็มเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีเมนเฟรมและนาโนเทคโนโลยี แต่ช่วงนั้น?ไมโครซอฟท์ มาแรงส์จริงๆทำให้ไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไร อันดับ 4?บริษัท แอปเปิล หรือในชื่อเดิม บริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer Inc.) ถึงจะเป็นอันดับ 6 ในสายธุรกิจ แต่เป็นอันดับ 4 ในสายวิศวกรรม นะจ้ะ เพราะ บริษัทในซิลิคอนแวลลีย์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่เรารู้จักกันนั้นแหละ ไอแมค ไอพอด ไอโฟน ไอแพด และร้านขายเพลงออนไลน์ไอทูนส์ เราว่ามันคงท้าทายมากๆ อันดับ 5?บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู?BMW ภาษาเยอรมัน: Bayerische Motoren Werke ; อังกฤษ: Bavarian Motor Works) (บาวาเลีย มอเตอร์วอคส์)? บีเอ็มดับเบิลยู(ไม่ควรอ่านว่า บีเอ็มดับบิว ให้อ่านเร็วๆว่า บีเอ็มดับเบิ้ลยู) หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกจากเยอรมนี ?ตั้งอยู่ที่เมืองมิวนิค ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2459 (ค.ศ. 1916) และเป็นบริษัทแม่ของมินิ ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูซื้อมาจากโรเวอร์?รถในระดับที่ทัดเทียมกับบีเอ็มดับเบิลยู เช่น แอคิวรา อัลฟาโรมีโอ เอาดี้ คาดิลแลก อินฟินีตี จากัวร์ เลกซัส ลิงคอล์น เมอร์เซเดส-เบนซ์ วอลโว ซาบ ปอร์เช่ เป็นต้น ขอสักคันฉันไม่ลืมบุญคุณเลย จริงๆ อันดับ 6?บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ( Procter & Gamble ) (?พีแอนด์จี?P&G) บริษัทข้ามชาติผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจากสหรัฐอเมริกา?ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แชมพู สบู่ เครื่องสำอาง ต่างๆนานา ก็ติดอันดับ?บริษัทที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด 2013 นะจ้ะ ที่จริงฉันอยากไปเพราะจะได้ตัวเทสเตอร์มาฟรีๆ อันดับ 7 บริษัท?อินเทล (?Integrated?Electronics Corporation?) เป็น บริษัทผลิตชิพสารกึ่งตัวนำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อวัดจากรายได้ บริษัทอินเทลเป็นผู้คิดค้นไมโครโพรเซสเซอร์ตระกูลx86 ออกมาวางจำหน่าย ซึ่งเป็นไมโครโปรเซสเซอร์ที่ใช้กันมากที่สุดในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล อินเทลยังเป็นผู้ผลิตชิพเซตของเมนบอร์ด, เน็ตเวิร์คการ์ดและแผงวงจรรวม, แฟลชเมโมรี, ชิพกราฟิค, โปรเซสเซอร์ของระบบฝังตัว ตลอดจนอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร?ชื่อของอินเทลก็กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในทันที โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักคือ หน่วยประมวลผลกลางตระกูลเพนเทียม (Pentium) อันดับ 8 บริษัท?ซีเมนส์?( Siemens AG ) ซีเมนส์ (Siemens AG) เป็นกลุ่มบริษัทวิศวกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป ซีเมนส์เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลายประเภทรวมกัน (conglomerate) โดยมีแผนกธุรกิจหลัก 6 ส่วน ได้แก่ ระบบอัตโนมัติและระบบควบคุม, พลังงานไฟฟ้า, ระบบขนส่ง, การแพทย์, สารสนเทศและการสื่อสาร, และระบบส่องสว่าง?โดยเริ่มจากการคิดค้นระบบโทรเลขที่ให้ผลลัพธ์เป็นตัวอักษรแทนที่จะเป็นรหัสมอร์ส ตึ๊ดๆๆๆๆ อันดับ 9 บริษัท?โซนี่ คอร์เปอเรชัน ?(?sony ) โซนี่ คอร์เปอเรชัน เป็นเครือบริษัทเกี่ยวกับสื่อขนาดใหญ่ของโลก ก่อตั้งที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทลูกคือ โซนี่ อิเล็กทรอนิกส์ เป็นผู้นำในด้านการผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอ การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัทเริ่มต้นด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อย่างหม้อหุงข้าว จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องบันทึกเทปแม่เหล็กเป็นเจ้าแรกของญี่ปุ่น แต่บริษัทก็ยังคงคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงออกมาอยู่เสมอ ทำให้ได้รับการยอมรับนับถือ และมีชื่อเสียงขจรไกลไปในระดับนานาชาติ ได้แก่ วิทยุทรานซิสเตอร์เจ้าแรกของญี่ปุ่น (1955), โทรทัศน์สีแบบไตรนิตรอน (1968), เครื่องเสตอริโอส่วนบุคคลยี่ห้อวอล์คแมน (1979), กล้องถ่ายวีดิโอยี่ห้อแฮนดี้แคม (1989), เพลย์สเตชั่น (1994), เครื่องบันทึกยี่ห้อบลูเรย์ดิสก์ (2003), และเพลย์สเตชั่น 3 (2006) อันดับ 10?บริษัท รอยัลดัตช์เชลล์ ( Royal Dutch Shell ) หรือ เชลล์ ?chell ถึงของแถมจะไม่แจ่มเท่าปั๊มใหญ่ๆของไทย แต่ เชลล์ ก็เป็นบริษัทพลังงานข้ามชาติ สัญชาติดัตช์และอังกฤษ ประกอบธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันปิโตรเลียม รวมไปถึงธุรกิจพลังงานทดแทน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1907 จากการควบรวมกิจการของบริษัท รอยัลดัตช์ปิโตรเลียม สัญชาติเนเธอร์แลนด์ และ บริษัท "เชลล์" ทรานสปอร์ตแอนด์เทรดดิง สัญชาติอังกฤษ บริษัทเป็นบริษัทแม่ของ บริษัทน้ำมันเชลล์ (Shell Oil Company) ที่ทำตลาดเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และติดอันดับ 1 ใน 10?บริษัทที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด 2013 นะคะ ยังมี บริษัทที่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด 50 อันดับ ละลานตา เข้าไปแสวงหาความรู้ได้ที่ http://universumglobal.com/ideal-employer-rankings/global-results

เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) 23 เม.ย. 57
Seed MCOT /  รายการย้อนหลัง เขย่ง 9 กระโดด / 

รายการย้อนหลัง เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) 23 เม.ย. 57 พูดคุยกับพาราด๊อกซ์ วงร็อควาไรตี้ ที่มีเอกลักษณ์ทางการแสดงสดที่ไม่เหมือนใคร รายการ เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) รายการที่เพียบไปด้วยหลายๆเรื่องราว ที่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ ตลอด 1 ชั่วโมงเต็ม กับ 3 พิธีกรสุดซี๊ด เด-ดาวิเด โดริโก้,ดอส-วัฒนากร ทิพจร และ อ้น-อัตตพงษ์ อัตตกิจกุล สัปดาห์นี้ พูดคุยกับวงร็อควาไรตี้ สุดแสนหรรษา วง พาราด็อกซ์ (Paradox) จากนั้น ดีเจอ้น จะมาโชว์ท่วงท่า ความพริ้วไหว ในกีฬาลีลาศ และอีกหลากหลายเรื่องราวที่น่าสนใจ ติดตามชมได้ในรายการ เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) ช่วง ทำนองนั้น ดอส-วัฒนากร ทิพจร พามาสัมผัสพูดคุยกับวงร็อควาไรตี้ สุดแสนหรรษา ที่มีเอกลักษณ์ทางการแสดงสดที่ไม่เหมือนใคร จนหลายคนต้องยกนิ้วให้กับความสามารถของวง Paradox เจาะลึกเรื่องราวประสบการณ์ แนวคิดแปลกๆ ในการทำงานเพลง พร้อมเปิดร้านคาเฟ่ เล่นดนตรีโชว์เพลงใหม่ล่าสุด รถไฟขบวนแห่งความฝัน ให้ฟังกันแบบจัดเต็ม!! ช่วง กระแสนิยม สำหรับใครที่รักการดื่มกาแฟ เป็นชีวิตจิตใจ วันนี้เลยขอพาไปนั่งชิลล์ร้านกาแฟ ในบรรยากาศน่ารักและอบอุ่น ที่มีความพิเศษตรงที่การตกแต่งร้านด้วยธีม Mr. Bean กับร้าน Mr. Bean Thailand จากนั้นไปอัพเดตเทคโนโลยีสุดล้ำ Google Glass การร่วมโปรเจ็กระหว่างกูเกิล และแว่นตายี่ห้อดังของโลก Ray-Ban, Oakley ในการผลิตกรอบแว่นที่ทันสมัย ช่วง ออกสนาม ดีเจอ้น-อัตตพงษ์ อัตตกิจกุล โดนส่งมาออกสนามกับกีฬาที่แสนท้าทาย และต้องใช้ความพริ้วไหวของท่วงท่าในการเต้นอย่าง กีฬาลีลาศ งานนี้หนุ่มอ้นจะทำได้ดีแค่ไหน กับการเรียนในหลักสูตรแบบเร่งรัด ติดตามชมเป็นกำลังใจให้หนุ่มอ้นได้ในช่วง ออกสนาม ช่วง ตัวจริง ดีเจเด-ดาวิเด โดริโก้ พามาพบกับตัวจริงเรื่อง ฉีด พ่น ที่มีกำแพงและท้องถนนเป็นผืนผ้าใบ โดยมีสีเสปรย์แทนพู่กัน จากความชอบในวัยเด็ก บวกกับความมุ่งมั่นทำในสิ่งที่แปลกในสายตาของคนทั่วไป จนกลายมาเป็นผลงานศิลปะที่ใครๆ ก็ยอมรับในทุกวันนี้ “Alex Face” ชีวิตคือ Graffiti การจะเป็นตัวจริงเรื่องงาน Graffiti ได้จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ต้องติดตาม... ติดตามชมรายการ “เขย่ง 9 กระโดด” (Triple Jump) รายการที่เพียบไปด้วยหลายๆเรื่องราว ที่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ ทุกวันพุธ ห้าทุ่มครึ่ง ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ นักแสดงจาก Iron Man ร่วมแสดงในโฆษณาล่าสุดของ HTC
Change /  htc / 

เอชทีซี เผยความท้าทายครั้งใหม่ ด้วยแคมเปญการตลาดระดับโลกสุดสร้างสรรค์ชุดล่าสุด แคมเปญ “Change” ตอกย้ำย่างก้าวที่ยิ่งใหญ่กับตำแหน่งทางการตลาดใหม่ของเอชทีซี เอชทีซี ผู้นำด้านนวัตกรรมการออกแบบและเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน เผยแคมเปญการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างสรรค์มา โดยใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบครบวงจรในระยะยาว เพื่อเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของการสร้างปรากฏการณ์ในแวดวงโทรศัพท์เคลื่อนที่ตลอด 17 ปีเต็ม ด้วยการสื่อสารทางการตลาดรูปแบบใหม่ที่จะพลิกโฉมวงการครั้งสำคัญ โดยแคมเปญที่ใช้ชื่อว่า “Change” นี้ถือเป็นการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอชทีซี และจะเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกผ่านทั้งทางสื่อสารมวลชนแบบดั้งเดิมและสื่อออนไลน์อย่างทั่วถึงในวงกว้าง ในการเปิดตัวแคมเปญระดับโลกแคมเปญนี้อย่างเป็นทางการ เอชทีซีเตรียมพร้อมจะเปิดตัวแคมเปญผ่านการสื่อสารในทุกช่องทางตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2556 เป็นต้นไป ทั้งนี้ในภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับแคมเปญ เอชทีซีเลือก "โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์" นักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์ระดับซูเปอร์สตาร์ มาร่วมแสดง โดยภาพยนตร์โฆษณาสุดสร้างสรรค์ชิ้นแรกออกอากาศทางเว็บไซต์ยูทูบในวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนจะออกอากาศต่อเนื่องทั้งในโรงภาพยนตร์และในโทรทัศน์ต่อไป มร.เบน โฮ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด เอชทีซี คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “นวัตกรรม ความมีเอกลักษณ์ และความกล้าของเอชทีซี คือส่วนสำคัญที่ทำให้เราเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในวงการสมาร์ทโฟน และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกว่าเป็นโทรศัพท์ที่ดีที่สุดในโลกอย่าง “HTC One” ขึ้นมาได้สำเร็จ แคมเปญ “Change” ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และความสนุกสนาน เป็นแคมเปญที่มีความแตกต่างไปจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีมา ทว่าก็เป็นแคมเปญที่ช่วยตอกย้ำให้แบรนด์เอชทีซีมีความเด่นชัดมากขึ้นในเรื่องของคุณภาพ ซึ่งนั่นคือเหตุผลเดียวกันกับที่สมาร์ทโฟนรุ่นต่าง ๆ ของเราเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก กับการเปิดตัวแคมเปญนี้ เรากำลังเน้นย้ำว่า เอชทีซีมีบทบาทหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในวงการสมาร์ทโฟนนั่นคือการเป็นผู้กำหนดความเปลี่ยนแปลงและก้าวนำทั้งอุตสาหกรรมไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ทั้งใหม่และก้าวหน้าถึงขีดสุด” โฉมหน้าเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ที่ผู้คนรู้จักมากที่สุดคนหนึ่งในโลก เซ็นสัญญากับเอชทีซีเป็นเวลา 2 ปีเต็ม โดยนอกเหนือจากการร่วมแสดงนำในภาพยนตร์โฆษณาแล้ว โรเบิร์ตยังนำสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเขาเองใส่ลงไปในการทำงานครั้งนี้ด้วย โดยเขาทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับบริษัท วัน เซเว่น วัน เวิลด์ไวด์ (171 Worldwide ในเครือ WWP Group) เอเจนซี่โฆษณาระดับโลกที่ผลิตผลงานให้กับเอชทีซี ทั้งในเรื่องการนำเสนอทิศทางของการสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงการร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับแบรนด์เอชทีซี โดยเฉพาะการร่วมตีความความหมายของอักษรย่อ H, T และ C ให้เกิดเป็นความหมายที่หลากหลายและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เฉลิมฉลองความเป็นผู้กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง แคมเปญชุด “Change” จะเผยโฉมหน้าออกมาเป็น 3 เฟส เริ่มจากเฟสแรก ซึ่งเป็นการนำเสนอแคมเปญโฆษณาที่ขับเน้นจุดเด่นของแบรนด์เอชทีซีผ่านรูปแบบการนำเสนอที่สนุกสนานเพื่อสื่อความหมายที่แตกต่างสำหรับผู้คนที่มีความแตกต่างกัน ในเฟสที่ 2 นำเสนอจุดเด่นเรื่องนวัตกรรมของเอชทีซี อาทิ ฟังก์ชั่น BlinkFeed, Video Highlights และ BoomSound ที่ได้พลิกโฉมหน้าของวงการสมาร์ทโฟนมาแล้ว ส่วนในเฟสสุดท้าย จะเป็นการสื่อสารที่มุ่งเน้นการบอกเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์จากเอชทีซีที่ได้ช่วยสร้างพลังให้กับผู้ใช้แต่ละบุคคลในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของพวกเขาจนเกิดผลสำเร็จ พลิกโฉมหน้าการเลือกช่องทางการสื่อสาร เพื่อให้แคมเปญนี้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของเอชทีซีได้อย่างดีที่สุด การสื่อสารแคมเปญออกไปยังผู้บริโภคจะเน้นหนักไปที่การนำเสนอผ่านโรงภาพยนตร์ สื่อออนไลน์ และสื่อดิจิตอล พร้อมไปกับการทำกิจกรรมการตลาดแบบสร้างประสบการณ์ตรงให้ผู้บริโภคในตลาดหลักของเอชทีซี ทั้งในอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน เพื่อสื่อสารแนวความคิดของแบรนด์เอชทีซีไปยังผู้บริโภคที่จะเข้ามารับประสบการณ์ตรงจากแคมเปญสุดสร้างสรรค์นี้ของเอชทีซีด้วยตัวเอง นอกจากนี้เอชทีซียังจะแพร่กระจายการสื่อความหมายที่หลากหลายไม่สิ้นสุดของการตีความอักษรย่อ H, T และ C และการสร้างความเปลี่ยนแปลง ทั้งผ่านการใช้แอพพลิเคชั่น “word randomiser” ที่เว็บไซต์ HTC.com และการทำงานผ่านช่องทางของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอื่น ๆ อาทิ เฟซบุ๊ค กูเกิล พลัส และทวิตเตอร์ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมแปลและตีความหมายอักษรย่อ H, T และ C ได้อย่างหลากหลายไม่มีข้อจำกัดในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

10 อัจฉริยะเด็กไทย
10 อันดับ /  นักเรียน

เด็กอัจฉริยะ มีอยู่ทั่วโลก แต่ละคนมีความเก่ง ความถนัด ความสามารถที่แตกต่างกันในแต่ละด้าน  เพื่อแนะแนวทางในการค้นหาอัจฉริยะ และศักยภาพของตัวเอง วันนี้ teen.mthai ก็เลยอยากนำเสนอ 10 อัจฉริยะเด็กไทย กันบ้างคะ เรียกได้ว่า เด็กไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย! ที่นำเสนอนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเด็กไทยที่มีทั้งพรสวรรค์และความสามารถนะคะ ^^ ทั้งนี้ พรสวรรค์ ความสามารถพิเศษ ของเด็กๆนั้น จะสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้มากไปอีกผู้ใหญ่ก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย ถ้าสนับสนุน ชื่นชมในสิ่งที่เขารัก-ชอบ เด็กก็จะมีความสุขในการเรียนรู้และการใช้ชีวิต บางคนอาจจะไม่ได้เก่งมาตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ถ้าเขามีความเพียร พยายาม ตั้งใจ และมีเป้าหมาย สิ่งนั้นก็สามารถทำให้เขาประสบความสำเร็จได้ ^^ 10 อัจฉริยะเด็กไทย  1. อัจฉริยะเด็กไทย ธนัช เปลวเทียนยิ่งทวี  : หนูน้อยมหัศจรรย์ เจ้าของ 2 สถิติโลก ธนัช เปลวเทียนยิ่งทวี ได้แสดงศักยภาพที่โดดเด่นตั้งแต่วัยเยาว์ เขาสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้เกินกว่าเด็กในวัยเดียวกันในหลายด้าน ๆ จนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ว่า เป็นเด็กที่มีความสามารถพิเศษหลากหลายในระดับสูง และ มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ยังเล่นเหมือนเด็ก ๆ อารมณ์ดี เบิกบาน มีอารมณ์ขัน มีชีวิตวัยเด็กเหมือนคนทั่วไป ล่าสุดมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เชิญน้อง ธนัช เปลวเทียนยิ่งทวี เข้ามาร่วมทำงานวิจัยด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และ ด้านวิทยาศาสตร์ ขณะที่อายุแค่  อายุ10 ปี เท่านั้น ! จึงถูกจัดอยู่ใรธรรมเนียบ เด็กอัจฉริยะเมืองไทย 2. อัจฉริยะเด็กไทย เรนนี่ ปวีณรัตน์  : สอบได้คะแนนอันดับที่ 1 ของโลก นางสาว ปวีณรัตน์ วงศ์ประเสริฐ หรือ เรนนี่ นักเรียน จาก โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ กรุงเทพ (Harrow International Schoolได้ทดสอบ ทำข้อสอบวัดระดับความรู้ในระบบนานาชาติของ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (International General Certificate of Secondary Education: IGCSE) โดย เรนนี่ ได้คะแนนเป็น อันดับที่ 1 ของโลก ถึง 2 วิชา คือ วิชาเศรษฐศาสตร์ และ วิชาภูมิศาสตร์ และทำคะแนนระดับสูงสุดของประเทศถึง 3 วิชา คือ วิชาชีววิทยา วิชาเคมี และวิชาประวัติศาสตร์ 3.  อัจฉริยะเด็กไทย ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร : นักเขียน นวนิยาย อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย นักเขียน นวนิยาย ภาษาอังกฤษที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย  หรือที่รู้จักกันดีในแวดวงวรรณกรรมคือ ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร เธอมีพรสวรรค์ด้านการใช้ภาษาอังกฤษจนสามารถสร้างสรรค์งานเขียนแบบไตรภาค ที่แม้แต่ ‘อาจารย์สุมาลี บำรุงสุข’ นักแปลฝีมือฉกาจฉกรรจ์ต้องยอมรับในฝีมือและตกปาก รับคำแปลต้นฉบับภาษาไทยให้ด้วยความยินดี ท่ามกลางนักเขียนน้องใหม่ในแวดวงวรรณกรรมเยาวชนแฟนตาซี ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร  คือ หนึ่งใน นักเขียนวัยใส ที่แม้จะไม่โด่งดัง และมีรางวัลมาการันตี แต่ก็จัดได้ว่า ไม่ธรรมดาอยู่เหมือนกัน เพราะ เธอมีพรสวรรค์ด้านการใช้ภาษาอังกฤษจนสามารถสร้างสรรค์งานเขียน ที่ “จิระนันท์ พิตรปรีชา” ฝากคำนิยมไว้ว่า เป็นผลงานระดับสากล ส่วน “บินหลา สันกาลาคีรี” บอกว่า เป็นหนังสือที่อ่านสนุกเล่มหนึ่งแห่งปีเลยทีเดียว 4. อัจฉริยะเด็กไทย เค กานกวิญจน์ โค้วสีหวัฒน์ : แชมป์โลกไมโครซอฟท์เวิร์ด ย้อนกลับไปในยุค ไมโครซอฟท์ รุ่งเรือง (4ปีที่แล้ว) ขณะนั้น น้องเค กานกวิญจน์ โค้วสีหวัฒน์ นักเรียนอายุ 17 ปี นำความภาคภูมิใจมาให้คนไทย แสดงสุดยอดความสามารถเหนือผู้อื่น ชนะเลิศในการแข่งขันทักษะการใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ เวิร์ด 2007 ในรายการ Worldwide Competition on Microsoft Office ซึ่งเป็นรายการที่มีผู้เข้าแข่งขันมาถึง 80,000 คน จาก 53 ประเทศทั่วโลก ซึ่งต้องผ่านการคัดเลือกตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ประเทศ ก่อนมาชิงชนะเลิศกันที่โตรอนโต แคนาดา 5. อัจฉริยะเด็กไทย ไมล์ นิพัฒน์ เจริญผลพันธ์ : รูบิคอันดับหนึ่งของเอเชีย ในการแข่งขัน อัจฉริยะนักบิด(รูบิค)ในงาน Thailand Championship 2012 ครั้งนี้สร้างความอัศจรรย์เมื่อ น้อง ไมล์ นิพัฒน์ เจริญผลพันธ์ ทำสถิติ Rubik’Cube ไปด้วยเวลาเฉลี่ย 8.38 วินาที ทุบสถิติคว้าอันดับ 4 ของโลกมาได้ พร้อมกับขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย 6. อัจฉริยะเด็กไทย วรภัทร บุญญฤทธิพงษ์ : พัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกของกูเกิล วรภัทร บุญญฤทธิพงษ์ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในฐานะนักเรียนไทยคนแรกที่คว้ารางวัลใหญ่จากการแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกของกูเกิลในระดับ มัธยมศึกษา จากการแข่งขันเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบเปิดของกูเกิล หรือ GHOP (Google Highly Open Participation) น้อง วรภัทร บุญญฤทธิพงษ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันประเภทระบบบริหารจัดการหลักสูตรของ Moodle ทั้งนี้ Moodle ถือเป็นซอฟต์แวร์ระบบจัดการหลักสูตร (CMS - Course Management System) แบบโอเพนซอร์ส ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้พัฒนาการศึกษา ใช้สร้างหลักสูตรการเรียนการสอนแบบออนไลน์ได้ 7. อัจฉริยะเด็กไทย พศิน มนูรังษี : อัจฉริยะทางด้านคณิตศาสตร์ของไทย  เบื้องหลังความสำเร็จของเด็กคนนี้น่าสนใจ เพราะ เขาคือเด็กเก่ง เข้าขั้นอัจฉริยะ พศิน มนูรังษี เติบโตมาเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป แต่ฉายแววความเป็นอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ตั้งแต่วัยเยาว์ เริ่มตั้งแต่ประถมปีที่ 3 เขาสามารถคว้าเหรียญทองการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับประเทศของ สสวท.ได้ จากนั้นตอนประถมปีที่ 5 เขาก็ได้เหรียญทองอีกครั้ง พอถึงช่วงมัธยมต้น พศิน ได้ลงสนามแข่งขันระดับโลก ด้วยวัยเพียง 13 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนที่อายุน้อยที่สุด เขาสามารถคว้าเหรียญเงินคณิตศาสตร์โอลิมปิกมาครองได้สำเร็จ ความสำเร็จของ พศิน มนูรังษี - เหรียญทอง คณิตศาสตร์โอลิมปิก ประจำปี 2551 มีคะแนนเป็นอันดับ 8 ของโลก , รางวัลเหรียญเงิน การแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2550 , รางวัลเหรียญทอง ประเภทบุคคล การแข่งขันคณิตศาสตร์โลก ครั้งที่ 6 ประเทศไต้หวัน , รางวัลเหรียญทอง ประเภทบุคคล การแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ ครั้งที่ 2 ประเทศอินเดีย 8. อัจฉริยะเด็กไทย ณดล จูทะสมพากร : นักกีตาร์คลาสสิกระดับโลก 10 ขวบ ในวงการกีตาร์คลาสสิกระดับโลก ในช่วง 1-2 ปี มานี้ มีอีกชื่อหนึ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างน่าประหลาดใจ และน่าประทับใจ นั่นก็คือ "ณดล จูทะสมพากร" นักกีตาร์คลาสสิกระดับโลกที่มีอายุเพียงแค่ 10 ขวบ เด็กน้อยผู้มากความสามารถกวาดแชมป์จากต่างประเทศ และในประเทศมาแล้วอย่างมากมาย น้องดล ณดล จูทะสมพากร นักกีตาร์คลาสสิกระดับโลก ที่เริ่มค้นพบอัจฉริยะทางด้านดนตรีตั้งแต่อายุ  5 ขวบ เห็นแม่เล่นเปียโนจึงขอเล่นบ้าง และเล่นได้ทั้งที่จับเปียโนเป็นครั้งแรก พออายุ 6 ขวบ เห็นคุณพ่อเล่นกีตาร์คลาสสิกก็ขอเล่นบ้าง และเล่นได้ทั้งที่ยากมาก เมื่อเห็นเช่นนั้นพ่อจึงค่อย ๆ สอนเล่นกีตาร์คลาสสิกเรื่อยมา และตัดสินใจพาไปหัดเรียนอย่างจริงจัง กับอาจารย์กมล อัจฉริยะศาสตร์ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์สอนกีตาร์คลาสสิกคนแรกของเมืองไทย พร้อมส่งเสริมด้านดนตรีมาตลอด เมื่อมีรายการแข่งขันส่งเข้าประกวด และเป็นกำลังใจให้ทั้งการฝึกซ้อมและการแข่งขัน เพื่อให้มีกำลังใจทำในสิ่งที่รัก. ความสำเร็จของน้อง ดล ณดล จูทะสมพากร - Kyznecov"s International Competition 2010 ที่เมืองมะนิโตกอร์ส ประเทศรัสเซีย , Thailand International Guitar Festival 2010 , Bangkok Guitar Festival 2010 , The 1st prize winner in "Mario Egido" guitar international competition 2011 at Spain during 25 th - 27 th March 2011. , รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากประเทศออสเตรีย ปี 2012 ที่เมืองรัส ระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน พ.ศ. 2555 9. อัจฉริยะเด็กไทย เบส ณัฐวัตร ครองชนม์ : แฟนพันธุ์แท้ หลักธรรมะ เบส ณัฐวัตร ครองชนม์ วัย 10 ขวบที่มีความรู้เรื่องหลักธรรมะมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน รอบรู้เรื่องพระพุทธศาสนาชนิดแตกฉานเกินวัย น้อง เบส ณัฐวัตร ชื่นชอบพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เกิด โดยเฉพาะหลักคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุที่จำขึ้นใจได้เกือบทั้งหมด อีกทั้งยังท่องคาถาชินบัญชรได้อย่างคล่องแคล่ว ด้วยความที่สนใจหลักธรรม และคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุมาตั้งแต่เด็ก ทำให้น้องเบสมีวิธีคิด และสติในการใช้ชีวิตมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องของการเรียน การมีสติอยู่กับสิ่งที่คุณครูกำลังสอน เป็นสิ่งที่น้องเบสยึดถือมาโดยตลอด ส่งผลให้การเรียนอยู่ในระดับที่ดีจนก้าวขึ้นมาเป็นที่ 1 ของห้องได้อย่างไม่น่าแปลกใจเลย 10. อัจฉริยะเด็กไทย น้อง เซนด์ ณัฐนนท์ มหายนต์ (send) : ซ่อม-ลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว ย้อนกลับไป 5 ปี! ที่แล้ว น้อง เซนด์ ณัฐนนท์ มหายนต์ ( ตอนนั้นอายุ 6 ปี) สามารถซ่อมคอมพิวเตอร์ ถอดประกอบชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ได้ทุกส่วน และลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งเรียนอยู่ในชั้น ป.2 และได้เกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกเทอม ทั้งที่อายุ 6 ขวบควรจะเรียนในชั้น อนุบาลปีที่ 3 น้อง เซนด์ ณัฐนนท์ มหายนต์ เริ่มฉายแววอัจฉริยะตอน 2 ขวบ เริ่มจับเม้าส์และแป้นพิมพ์ดีดคอมพิวเตอร์ รวมทั้งเริ่มเล่นเกมในคอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่ว โดยบิดาของน้องได้เห็นว่า โดยเห็นว่าลูกเก่งกว่าเด็กทั่วไป จึงเริ่มส่งเสริมให้เรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เรื่อยมา ทั้งๆที่ช่วงนั้นลูกชายก็ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนและอ่านหนังสือยังไม่ออก แต่ก็สามารถเรียนรู้เรื่องคอมได้เป็นอย่างรวดเร็ว โดยเชื่อว่าจำในลักษณะภาษาภาพ นี่เป็นเพียงเด็กส่วนหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเด็กไทยที่มีความรู้และความสามารถ ที่ teen.mthai ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งคว้าเหรียญรางวัลระดับโลก และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ นำความภูมิใจมาให้คนไทย ในด้านการศึกษา กีฬา ฯลฯ อีกมากมายเลยคะ ^^ เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai 10 อัจฉริยะเด็กไทย

เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle
Google /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

กูเกิล ดูเดิล ชื่อนี้คุ้นหูไหมค่ะ และเคยสงสัยไหมว่ามันคืออะไร จริงๆ แล้ว "ดูเดิล" ก็คือ ภาพวาดที่ปรากฏบนหน้าหลักกูเกิลที่เราเห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งภาพที่ขึ้นนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงภาพใหม่อยู่เรื่อยๆ ตามวันสำคัญ หรือบุคคลที่ประดิษฐ์คิดค้น หรือบุคคลสำคัญต่างๆ นั่นเอง สร้างสีสันความสวยงาม บวกกับเทคนิคที่กูเกิลสร้างขึ้นสนุกๆ ให้คนที่เข้ากูเกิลมา คลิกเล่นได้อีกด้วย วันนี้ทีนเอ็มไทย จึงอยากพาเพื่อนๆ ไปเจาะลึก เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle   กันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง รับรองว่าน่าสนใจแน่นอน... เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle  เริ่มจาก กำเนิดกูเกิลดูเดิล Google Doodle  กูเกิลดูเดิล หรือก็คือ ภาพที่วาดลงบนโลโก้ของกูเกิลหน้าหลักหรือที่เรียกว่าภาพ "ดูเดิล" นั่นเอง โดยเดนนิส ฮวาง เว็บมาสเตอร์ของกูเกิล อายุ 30 ปี ผู้ที่ได้ริเริ่มภาพดูเดิลเฉลิมฉลองและเน้นความสำคัญของเหตุการณ์และวันหยุดสำคัญๆ ของโลก หลังจากที่เขาเคยมาฝึกงานที่กูเกิลเมื่อปี ค.ศ. 2000 ตั้งแต่นั้นมา ผลงานของทีมดูเดิลก็ได้ปรากฏต่อผู้คนนับล้านและมีแฟนๆ เหนียวแน่นที่คอยตั้งตารอชมผลงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ บนหน้าเว็บไซต์ของกูเกิล หลังจากเดนนิสได้เข้ามาฝึกงานที่กูเกิลสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย มีหน้าที่ช่วยดูแลเว็บไซต์ และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเว็บมาสเตอร์ โดยมีผู้ก่อตั้งกูเกิลตอนนั้นคือแลรี่ เพจ และเซอร์เกย์ บริน มีไอเดียเกี่ยวกับโลโก้สำหรับวันหยุดอยู่แล้ว พอเดนนิสได้เข้ามาร่วมงาน พวกเขาได้ทราบว่าเดนนิสเรียนศิลปะมา เลยแนะนำให้ลองทำดู เดนนิสจึงทำงานเว็บมาสเตอร์ให้กูเกิลเป็นงานหลัก แล้ววาดภาพดูเดิลเป็นโปรเจ็กต์ชั่วคราว" ทีมดูเดิลพยายามตามเหตุการณ์และวันสำคัญต่างๆ ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเลยหรือเปล่า เดนนิสเล่าว่า พวกเขามักจะตอบสนองเหตุการณ์เด่นๆ ทันที โดยสร้างโลโก้ขึ้นมาภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง สำหรับประเทศต่างๆ ทั่วโลกนั้น หากมีวันพิเศษและเราคิดว่าเข้ากันได้ักับแบรนด์ของกูเกิล เราก็อยากร่วมเฉลิมฉลองด้วย" ขั้นตอนการดีไซน์ดูเดิลของเดนนิส "อันดับแรกเราจะระดมสมองกันก่อน ค้นหารูปภาพต่างๆ บนกูเกิล แล้วก็อ่านข้อมูลต่างๆ หลังจากนั้นจึงดีไซน์รูปบนโลโก้ของกูเกิล และมันน่าสนใจมาก" การออกแบบดูเดิลสำหรับวันสำคัญๆ ที่เกิดซ้ำกันทุกปีนั้นยากหรือไม่ "มันเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ก็เป็นสิ่งที่เราตั้งตารอที่จะทำ เราพยายามจะหาไอเดียใหม่ๆ กันทุกปี แต่ว่าวิธีวาดไก่งวงหรือฟักทองมันก็มีแค่ไม่กี่วิธีหรอก" สำหรับสัญลักษณ์ของความเป็นไทยที่ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นดูเดิลมากที่สุดคือ วัดและทุ่งนา สัตว์ของไทยที่ถูกจับมาวิ่งเล่นบนดูเดิลมากที่สุดคือช้าง(น้อย) เทศกาลสงกรานต์และลอยกระทง เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบดูเดิลที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยมากที่สุด เคล็ดลับการวาดดูเดิลจากเดนนิส 1. การวาดดูเดิล จะต้องดีไซน์ให้เข้ากันได้กับตัวอักษรของโลโก้กูเกิล แต่อย่าจำกัดความคิดสร้างสรรค์ 2. ลองใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการสร้างสรรค์ดูเดิลแล้วดูว่าอะไรเหมาะกับเราที่สุด (สามารถใช้คอมพิวเตอร์สร้างดูเดิลก็ได้) 3. อย่าออกแบบให้ซับซ้อนเกินไป ส่วนใหญ่แล้วรูปที่เีรียบง่ายที่สุดจะโดนใจที่สุด 4. จำไว้เสมอว่ารูปของน้องๆ อาจไปปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ของกูเกิลประเทศไทย ลองนึกดูว่ารูปของน้องๆ จะดูเป็นอย่างไรเมื่อไปอยู่ที่นั่น 5. พยายามใช้สีให้เหมาะสม และคิดว่ามันจะรับกับพื้นหลังสีขาวหรือไม่ 6. อย่าใช้ภาพเพื่อการโฆษณาหรือภาพที่มีลิขสิทธิ์ 7. คิดนอกกรอบ พยายามวาดดูเดิลที่แตกต่างจากเพื่อนๆ และไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน 8. ใช้พื้นที่ด้านหน้าหรือด้านหลังตัวอักษร Google ได้ แต่พยายามรักษาความสมดุลของภาพไว้ 9. วาดให้สนุก! การประกวด Doodle 4 Google นี้เน้นที่ความคิดสร้างสรรค์และสนุกสนานกับการออกแบบ กูเกิลดูเดิล เปิดโอกาสให้เด็กไทยประกวดวาดภาพดูเดิล Google ได้เริ่มจัดการประกวด Doodle 4 Google ครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อเดือนมราคม 2553 โดยการจัดประกวดนี้ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนชาวไทยทั่วประเทศร่วมแสดงจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ภายใต้หัวข้อ "เมืองไทยของฉัน" โดยได้ผู้ชนะเลิศระดับประเทศ กับผลงานที่ชื่อว่า สุพรรณหงส์ เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle  ภายใต้แนวคิด "เมืองไทยของฉัน เป็นการนำเอาภาพเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ อันเป็นเรือพระที่นั่งสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ในพระราชพิธีต่างๆ ทางน้ำ ถือเป็นคุณค่าที่อยู่คู่ไทยมาอย่างยาวนาน สายน้ำที่มีเงาสะท้อนจากเรือ และตัว Google นั้น เป็นการแสดงถึงสายวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนาน ที่สะท้อนให้เห็นคุณค่าของเรือทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ เกี่ยวพันโยงใยไปกับอักษร Google ที่ใช้สีทองสีเดียว อันเป็นสีของความเจริญรุ่งเรือง และร่วมกันส่งต่อคุณค่าทั้งหมดแก่สายตาชาวโลก" เป็นผลงานของ ด.ช. เทิดธันวา คะนะมะ โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม และดูเดิลที่เป็นผลงานตนเอง ไปปรากฏบนหน้าเว็บกูเกิลประเทศไทย เป็นเวลา 24 ชม. เพื่อให้ผู้ใช้กูเกิลในไทยหลายล้านคนได้ร่วมชื่นชม ล่าสุดในปี 2014 นี้ เพิ่งได้ผู้ชนะการประกวด กูเกิล ดูเดิล 2014 ด้วยผลงาน Back to Mother Nature ซึ่งเป็นของ ออเดรย์ จาง เด็กหญิงวัย 11 ปี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2557 สำนักข่าวต่างประเทศ ได้เปิดเผยผลการประกวดออกแบบ กูเกิล ดูเดิล ประจำปี 2014 โดยผลงานที่ชื่อว่า “Back to Mother Nature” หรือ “กลับคืนสู่ธรรมชาติ” ของ ออเดรย์ จาง เด็กหญิงวัย 11 ปี จากนิวยอร์ก เป็นผู้ชนะในการประกวดครั้งนี้ และทางกูเกิล ก็จะนำเอาภาพวาดของเด็กหญิง ออเดรย์ จาง ไปทำเป็นแบบแอนิเมชั่นให้เคลื่อนไหวได้ โดย ออเดรย์ จาง เปิดเผยว่า การออกแบบกูเกิล ดูเดิล ในหัวข้อ “ถ้าฉันสามารถทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยให้โลกดีขึ้นได้ ฉันจะทำอะไร ....” นั้น ตนเลือกที่ออกแบบเป็นภาพวาดของเครื่องทำน้ำให้สะอาด ซึ่งภาพดังกล่าวได้แรงบันดาลใจมาจากการที่รู้ว่า ยังมีเด็ก ๆ อีกมากมายในโลกที่ไม่สามารถเข้าถึงน้ำที่สะอาดได้ และงานนี้ นอกจากเงินรางวัลที่ ออเดรย์ จาง ได้รับเป็นทุนการศึกษาจำนวน 3 หมื่นดอลลาร์ หรือประมาณ 1 ล้านบาทแล้ว ทางกูเกิลยังจะบริจาคเงินจำนวน 4 หมื่นดอลลาร์ หรือประมาณ 1 ล้าน 3 แสนบาท ให้กับองค์กรการกุศลที่ดูแลเรื่องการทำน้ำให้สะอาดสำหรับโรงเรียนในบังกลาเทศ ซึ่งเงินก้อนนี้จะถูกนำไปบริจาคในชื่อของ ออเดรย์ จาง อีกด้วย เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ กระปุก/google /springnews

Moto X หลุดเต็มตา Schmidt โชว์ออฟอย่างเต็มใจ !!
google /  Moto X / 

" Eric Schmidt แก่ สปอร์ต เปิดเผย Moto X "   ไฟนอลสักที สำหรับแอนดรอยด์ตัวเมพโค้ดเนม Moto X ผลงานชิ้นโบว์แดงแรก หลังกูเกิลได้ซื้อ Motorola Mobility เข้ามาในสังกัด ตั้งแต่ปี 2011 หวังเคาะฮาร์ดแวร์ให้กลมกลืนกับโอเอสด้วยตัวเอง   จากที่ยืมมือผู้ค้าทำตลาดจนแอนดรอยด์โอเอส ประสบความสำเร็จเทียบไอโอเอส ล่าสุดนอกจากแผนการโปรโมท ที่ว่าหว่านงบลงมากว่า 500 ล้านดอลล่าห์ และถูกปล่อยภาพหลุดเบาๆ ออกมาให้คาดเดากันสักพักใหญ่ๆแล้ว   ล่าสุด Eric Schmidt ประธานบอร์ดแห่งกูเกิล จัดเต็ม Moto X โทรศัพท์โชว์กันแบบไม่แอบไม่ซ่อน ในงาน Allen & Co. เมื่อวานที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งภาพแทบจะรีวิว hand-on ชุดนี้ ถูกถ่ายโดยช่างภาพของแดนมะกะโรนี  ส่วนสเปกนั้นนอกจาก Dual LTE (dLTE) น้องเอ็กส์ยังจะคงความเป็นสมาร์ทโฟนพันธ์โมโต ด้วยความอึดของแบตที่อัดมาราว  4,000mAh อีกด้วย !!     Moto X   ซีพียู Qualcomm Snapdragon S4 Pro clocked at 1.7GHz Dual LTE (dLTE) , Input Multiple Output (MIMO) Smart Antenna. 16GB of storage onboard / แบต 4,000mAh   Source : theverge , knowyourmobile