กูเกิล

กูเกิล Talking Shoe ถึงเวลาพูด ของรองเท้า !!
Adidas /  google / 

ในงาน SXSW Interactive @ ออสติน เท็กซัส สัปดาห์นี้ กูเกิลได้โชว์ต้นแบบโปรเจ็คสวมใส่ ที่ไม่ใช่ Google Glass แต่เป็น " รองเท้า อัจฉริยะ Talking Shoe " ฝังลำโพง และระบบผู้ช่วยสมองกล พูดได้ !!   Talking Shoe คู่นี้ เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์สวมใส่ ที่กูเกิลพัฒนาร่วมกับพาร์ทเนอร์ Adidas และแน่นอนมันยังไม่มีกำหนด launch สู่ตลาด แต่เป็นงานทดลองเทคโนโลยี ที่สามารถโต้ตอบกับร่างกายมนุษย์ขณะสวมใส่ได้   มันฝังเซนเซอร์ และชิพ เช่น accelerometer วัดความเร่งของร่างกาย , gyroscope เพื่อปรับสมดุลเคลื่อนไหวของร่างกาย และ บลูทูธ สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและแอพ Google + เพื่อแสดงผลแบบเรียลไทม์   ลำโพงซึ่งจะเชื่อมต่อกับชิพนััน จะประมวลผลร่างกายของคุณ และพูด เพื่อเร่งเร้าในขณะสวมใส่ เช่น ยกยอเมื่อคุณวิ่ง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา และตำหนิคุณว่าเกรียจคร้าน ถ้าผ่อนการเคลื่อนไหวลง ฯลฯ และอนาคตอันใกล้ ทั้ง Google และ Adidas คงหมายมั่นปั้นมือ ให้เราสวมใส่มันไปทุกย่างก้าว ขณะที่บนหัวก็สวม google glass อยู่แล้ว !! (เยอะดีเนาะ -_-")   Source : huffingtonpost , artcopycode

กูเกิลแจกของขวัญคริสต์มาส Nexus 7, Chromebook, Razr M ให้พนักงาน
google /  Motorola Razr M / 

  เหล่าพนักงานอออฟฟิศที่เคารพ ปีนี้คุณหวังของขวัญคริสต์มาส ปีใหม่ เป็นอะไร? เครื่องกรองน้ำสักเครื่องไหมหล่ะ? ตู้เย็น? ไอแพดสักเครื่อง หรือไอโฟน?  ใฝ่ฝันถึงไอเท็มเหล่านี้ที่ต้องเสี่ยงดวงในการจับฉลาก หรือเล่นเกมส์ช่วงนาทีทองงานปีใหม่ ซึ่งพนักงานมีอยู่ราวพันเศษๆ โอกาสได้เซ็นต์รับของขวัญเปอร์เซ็นต์เท่ากับถูกหวย 2 ตัวท้าย   ขณะที่กำลังระทึกให้เหล่าผู้บริหารควานมือหยิบชื่อคุณอยู่นั้น  ณ ออฟฟิศกูเกิล พนักงานกำลังเลือกของขวัญตามธรรมเนียมที่ได้ชัวร์ๆ อยู่แล้ว ทุกปี และปีนี้พวกเค้ากำลังหนักใจว่าจะเอาอะไรดีระหว่าง  Samsung Chromebook , Motorola Razr M และ Nexus 7  แหม๋...ได้ง่ายๆ แบบนี้ มันจะไปตื่นเต้นอะร๊ายยย!!     Source : 108blog , androidauthority

วัยรุ่นมะกัน ประดิษฐ์เครื่องชาร์จโทรศัพท์ เต็มใน 20 วินาที
20วินาที /  ชาร์จโทรศัพท์

MThai News: สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นางสาวอีชา แคร์ วัย 18 ปี จากเมืองซาราโตกา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอมเริกา ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ดีเด่น จากงานอินเทล อินเตอร์เนชันแนล ไซแอนซ์ แอนด์ เอนจิเนียริง แฟร์ ที่เมืองฟีนิกซ์ จากการประดิษฐ์อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์มือถือ ที่ใช้เวลาชาร์จเต็มเพียง 20 วินาที ทั้งนี้อุปกรณ์ชิ้นนี้ถูกเรียกว่า supercapacitor มีขนาดกะทัดรัดและมีความยืดหยุ่นสูงกว่าที่ชาร์จแบตทั่วๆไป สามารถใช้ชาร์จแบตได้มากถึง 10,000 ครั้ง ซึ่งมากกว่าที่ชาร์จแบตมั่วไปถึง 10 เท่า สิ่งประดิษฐ์นี้ส่งผลให้อีชาได้รางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัลไป 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับอีชากำลังจะเข้าศ฿กษาต่อระดับมหาวิทยาลัยที่ฮาร์วาร์ด เธอกล่าวว่า ในอนาคตเธอหวังว่าจะประดิษฐ์ที่ชาร์จแบตเตอร์รี่รถยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆด้วย ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ของเธอได้รับความสนใจจากกูเกิล Google ด้วย MThai News

10 อัจฉริยะเด็กไทย
10 อันดับ /  นักเรียน

เด็กอัจฉริยะ มีอยู่ทั่วโลก แต่ละคนมีความเก่ง ความถนัด ความสามารถที่แตกต่างกันในแต่ละด้าน  เพื่อแนะแนวทางในการค้นหาอัจฉริยะ และศักยภาพของตัวเอง วันนี้ teen.mthai ก็เลยอยากนำเสนอ 10 อัจฉริยะเด็กไทย กันบ้างคะ เรียกได้ว่า เด็กไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย! ที่นำเสนอนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเด็กไทยที่มีทั้งพรสวรรค์และความสามารถนะคะ ^^ ทั้งนี้ พรสวรรค์ ความสามารถพิเศษ ของเด็กๆนั้น จะสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้มากไปอีกผู้ใหญ่ก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย ถ้าสนับสนุน ชื่นชมในสิ่งที่เขารัก-ชอบ เด็กก็จะมีความสุขในการเรียนรู้และการใช้ชีวิต บางคนอาจจะไม่ได้เก่งมาตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ถ้าเขามีความเพียร พยายาม ตั้งใจ และมีเป้าหมาย สิ่งนั้นก็สามารถทำให้เขาประสบความสำเร็จได้ ^^ 10 อัจฉริยะเด็กไทย  1. อัจฉริยะเด็กไทย ธนัช เปลวเทียนยิ่งทวี  : หนูน้อยมหัศจรรย์ เจ้าของ 2 สถิติโลก ธนัช เปลวเทียนยิ่งทวี ได้แสดงศักยภาพที่โดดเด่นตั้งแต่วัยเยาว์ เขาสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้เกินกว่าเด็กในวัยเดียวกันในหลายด้าน ๆ จนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ว่า เป็นเด็กที่มีความสามารถพิเศษหลากหลายในระดับสูง และ มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ยังเล่นเหมือนเด็ก ๆ อารมณ์ดี เบิกบาน มีอารมณ์ขัน มีชีวิตวัยเด็กเหมือนคนทั่วไป ล่าสุดมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เชิญน้อง ธนัช เปลวเทียนยิ่งทวี เข้ามาร่วมทำงานวิจัยด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และ ด้านวิทยาศาสตร์ ขณะที่อายุแค่  อายุ10 ปี เท่านั้น ! จึงถูกจัดอยู่ใรธรรมเนียบ เด็กอัจฉริยะเมืองไทย 2. อัจฉริยะเด็กไทย เรนนี่ ปวีณรัตน์  : สอบได้คะแนนอันดับที่ 1 ของโลก นางสาว ปวีณรัตน์ วงศ์ประเสริฐ หรือ เรนนี่ นักเรียน จาก โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ กรุงเทพ (Harrow International Schoolได้ทดสอบ ทำข้อสอบวัดระดับความรู้ในระบบนานาชาติของ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (International General Certificate of Secondary Education: IGCSE) โดย เรนนี่ ได้คะแนนเป็น อันดับที่ 1 ของโลก ถึง 2 วิชา คือ วิชาเศรษฐศาสตร์ และ วิชาภูมิศาสตร์ และทำคะแนนระดับสูงสุดของประเทศถึง 3 วิชา คือ วิชาชีววิทยา วิชาเคมี และวิชาประวัติศาสตร์ 3.  อัจฉริยะเด็กไทย ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร : นักเขียน นวนิยาย อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย นักเขียน นวนิยาย ภาษาอังกฤษที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย  หรือที่รู้จักกันดีในแวดวงวรรณกรรมคือ ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร เธอมีพรสวรรค์ด้านการใช้ภาษาอังกฤษจนสามารถสร้างสรรค์งานเขียนแบบไตรภาค ที่แม้แต่ ‘อาจารย์สุมาลี บำรุงสุข’ นักแปลฝีมือฉกาจฉกรรจ์ต้องยอมรับในฝีมือและตกปาก รับคำแปลต้นฉบับภาษาไทยให้ด้วยความยินดี ท่ามกลางนักเขียนน้องใหม่ในแวดวงวรรณกรรมเยาวชนแฟนตาซี ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร  คือ หนึ่งใน นักเขียนวัยใส ที่แม้จะไม่โด่งดัง และมีรางวัลมาการันตี แต่ก็จัดได้ว่า ไม่ธรรมดาอยู่เหมือนกัน เพราะ เธอมีพรสวรรค์ด้านการใช้ภาษาอังกฤษจนสามารถสร้างสรรค์งานเขียน ที่ “จิระนันท์ พิตรปรีชา” ฝากคำนิยมไว้ว่า เป็นผลงานระดับสากล ส่วน “บินหลา สันกาลาคีรี” บอกว่า เป็นหนังสือที่อ่านสนุกเล่มหนึ่งแห่งปีเลยทีเดียว 4. อัจฉริยะเด็กไทย เค กานกวิญจน์ โค้วสีหวัฒน์ : แชมป์โลกไมโครซอฟท์เวิร์ด ย้อนกลับไปในยุค ไมโครซอฟท์ รุ่งเรือง (4ปีที่แล้ว) ขณะนั้น น้องเค กานกวิญจน์ โค้วสีหวัฒน์ นักเรียนอายุ 17 ปี นำความภาคภูมิใจมาให้คนไทย แสดงสุดยอดความสามารถเหนือผู้อื่น ชนะเลิศในการแข่งขันทักษะการใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ เวิร์ด 2007 ในรายการ Worldwide Competition on Microsoft Office ซึ่งเป็นรายการที่มีผู้เข้าแข่งขันมาถึง 80,000 คน จาก 53 ประเทศทั่วโลก ซึ่งต้องผ่านการคัดเลือกตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ประเทศ ก่อนมาชิงชนะเลิศกันที่โตรอนโต แคนาดา 5. อัจฉริยะเด็กไทย ไมล์ นิพัฒน์ เจริญผลพันธ์ : รูบิคอันดับหนึ่งของเอเชีย ในการแข่งขัน อัจฉริยะนักบิด(รูบิค)ในงาน Thailand Championship 2012 ครั้งนี้สร้างความอัศจรรย์เมื่อ น้อง ไมล์ นิพัฒน์ เจริญผลพันธ์ ทำสถิติ Rubik’Cube ไปด้วยเวลาเฉลี่ย 8.38 วินาที ทุบสถิติคว้าอันดับ 4 ของโลกมาได้ พร้อมกับขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย 6. อัจฉริยะเด็กไทย วรภัทร บุญญฤทธิพงษ์ : พัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกของกูเกิล วรภัทร บุญญฤทธิพงษ์ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในฐานะนักเรียนไทยคนแรกที่คว้ารางวัลใหญ่จากการแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกของกูเกิลในระดับ มัธยมศึกษา จากการแข่งขันเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบเปิดของกูเกิล หรือ GHOP (Google Highly Open Participation) น้อง วรภัทร บุญญฤทธิพงษ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันประเภทระบบบริหารจัดการหลักสูตรของ Moodle ทั้งนี้ Moodle ถือเป็นซอฟต์แวร์ระบบจัดการหลักสูตร (CMS - Course Management System) แบบโอเพนซอร์ส ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้พัฒนาการศึกษา ใช้สร้างหลักสูตรการเรียนการสอนแบบออนไลน์ได้ 7. อัจฉริยะเด็กไทย พศิน มนูรังษี : อัจฉริยะทางด้านคณิตศาสตร์ของไทย  เบื้องหลังความสำเร็จของเด็กคนนี้น่าสนใจ เพราะ เขาคือเด็กเก่ง เข้าขั้นอัจฉริยะ พศิน มนูรังษี เติบโตมาเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป แต่ฉายแววความเป็นอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ตั้งแต่วัยเยาว์ เริ่มตั้งแต่ประถมปีที่ 3 เขาสามารถคว้าเหรียญทองการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับประเทศของ สสวท.ได้ จากนั้นตอนประถมปีที่ 5 เขาก็ได้เหรียญทองอีกครั้ง พอถึงช่วงมัธยมต้น พศิน ได้ลงสนามแข่งขันระดับโลก ด้วยวัยเพียง 13 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนที่อายุน้อยที่สุด เขาสามารถคว้าเหรียญเงินคณิตศาสตร์โอลิมปิกมาครองได้สำเร็จ ความสำเร็จของ พศิน มนูรังษี - เหรียญทอง คณิตศาสตร์โอลิมปิก ประจำปี 2551 มีคะแนนเป็นอันดับ 8 ของโลก , รางวัลเหรียญเงิน การแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2550 , รางวัลเหรียญทอง ประเภทบุคคล การแข่งขันคณิตศาสตร์โลก ครั้งที่ 6 ประเทศไต้หวัน , รางวัลเหรียญทอง ประเภทบุคคล การแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ ครั้งที่ 2 ประเทศอินเดีย 8. อัจฉริยะเด็กไทย ณดล จูทะสมพากร : นักกีตาร์คลาสสิกระดับโลก 10 ขวบ ในวงการกีตาร์คลาสสิกระดับโลก ในช่วง 1-2 ปี มานี้ มีอีกชื่อหนึ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างน่าประหลาดใจ และน่าประทับใจ นั่นก็คือ "ณดล จูทะสมพากร" นักกีตาร์คลาสสิกระดับโลกที่มีอายุเพียงแค่ 10 ขวบ เด็กน้อยผู้มากความสามารถกวาดแชมป์จากต่างประเทศ และในประเทศมาแล้วอย่างมากมาย น้องดล ณดล จูทะสมพากร นักกีตาร์คลาสสิกระดับโลก ที่เริ่มค้นพบอัจฉริยะทางด้านดนตรีตั้งแต่อายุ  5 ขวบ เห็นแม่เล่นเปียโนจึงขอเล่นบ้าง และเล่นได้ทั้งที่จับเปียโนเป็นครั้งแรก พออายุ 6 ขวบ เห็นคุณพ่อเล่นกีตาร์คลาสสิกก็ขอเล่นบ้าง และเล่นได้ทั้งที่ยากมาก เมื่อเห็นเช่นนั้นพ่อจึงค่อย ๆ สอนเล่นกีตาร์คลาสสิกเรื่อยมา และตัดสินใจพาไปหัดเรียนอย่างจริงจัง กับอาจารย์กมล อัจฉริยะศาสตร์ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์สอนกีตาร์คลาสสิกคนแรกของเมืองไทย พร้อมส่งเสริมด้านดนตรีมาตลอด เมื่อมีรายการแข่งขันส่งเข้าประกวด และเป็นกำลังใจให้ทั้งการฝึกซ้อมและการแข่งขัน เพื่อให้มีกำลังใจทำในสิ่งที่รัก. ความสำเร็จของน้อง ดล ณดล จูทะสมพากร - Kyznecov"s International Competition 2010 ที่เมืองมะนิโตกอร์ส ประเทศรัสเซีย , Thailand International Guitar Festival 2010 , Bangkok Guitar Festival 2010 , The 1st prize winner in "Mario Egido" guitar international competition 2011 at Spain during 25 th - 27 th March 2011. , รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากประเทศออสเตรีย ปี 2012 ที่เมืองรัส ระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน พ.ศ. 2555 9. อัจฉริยะเด็กไทย เบส ณัฐวัตร ครองชนม์ : แฟนพันธุ์แท้ หลักธรรมะ เบส ณัฐวัตร ครองชนม์ วัย 10 ขวบที่มีความรู้เรื่องหลักธรรมะมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน รอบรู้เรื่องพระพุทธศาสนาชนิดแตกฉานเกินวัย น้อง เบส ณัฐวัตร ชื่นชอบพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เกิด โดยเฉพาะหลักคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุที่จำขึ้นใจได้เกือบทั้งหมด อีกทั้งยังท่องคาถาชินบัญชรได้อย่างคล่องแคล่ว ด้วยความที่สนใจหลักธรรม และคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุมาตั้งแต่เด็ก ทำให้น้องเบสมีวิธีคิด และสติในการใช้ชีวิตมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องของการเรียน การมีสติอยู่กับสิ่งที่คุณครูกำลังสอน เป็นสิ่งที่น้องเบสยึดถือมาโดยตลอด ส่งผลให้การเรียนอยู่ในระดับที่ดีจนก้าวขึ้นมาเป็นที่ 1 ของห้องได้อย่างไม่น่าแปลกใจเลย 10. อัจฉริยะเด็กไทย น้อง เซนด์ ณัฐนนท์ มหายนต์ (send) : ซ่อม-ลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว ย้อนกลับไป 5 ปี! ที่แล้ว น้อง เซนด์ ณัฐนนท์ มหายนต์ ( ตอนนั้นอายุ 6 ปี) สามารถซ่อมคอมพิวเตอร์ ถอดประกอบชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ได้ทุกส่วน และลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งเรียนอยู่ในชั้น ป.2 และได้เกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกเทอม ทั้งที่อายุ 6 ขวบควรจะเรียนในชั้น อนุบาลปีที่ 3 น้อง เซนด์ ณัฐนนท์ มหายนต์ เริ่มฉายแววอัจฉริยะตอน 2 ขวบ เริ่มจับเม้าส์และแป้นพิมพ์ดีดคอมพิวเตอร์ รวมทั้งเริ่มเล่นเกมในคอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่ว โดยบิดาของน้องได้เห็นว่า โดยเห็นว่าลูกเก่งกว่าเด็กทั่วไป จึงเริ่มส่งเสริมให้เรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เรื่อยมา ทั้งๆที่ช่วงนั้นลูกชายก็ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนและอ่านหนังสือยังไม่ออก แต่ก็สามารถเรียนรู้เรื่องคอมได้เป็นอย่างรวดเร็ว โดยเชื่อว่าจำในลักษณะภาษาภาพ นี่เป็นเพียงเด็กส่วนหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเด็กไทยที่มีความรู้และความสามารถ ที่ teen.mthai ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งคว้าเหรียญรางวัลระดับโลก และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ นำความภูมิใจมาให้คนไทย ในด้านการศึกษา กีฬา ฯลฯ อีกมากมายเลยคะ ^^ เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai 10 อัจฉริยะเด็กไทย

ชาวบ้านออกแถลงการณ์ขอโทษกูเกิ้ล ปมล้อมรถกูเกิ้ลสตรีทวิว
กูเกิ้ล /  ข่าวจังหวัดแพร่ / 

จากกรณีที่ชาวบ้านในต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กว่า 20 คน เข้าไปรุมล้อมรถ Google Maps Camera Carที่ใช้เก็บบันทึกภาพสำหรับบริการกูเกิ้ลสตรีทวิว เนื่องจากเกรงว่ารถคันดังกล่าวจะเข้ามาสำรวจพื้นที่แก่งเสือเต้น ซึ่งกำลังเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนของรัฐบาล จนเป็นข่าวขึ้นมานั้น ล่าสุดทางกลุ่มราษฎรรักษ์ป่าได้ออกแถลงการณ์ขอโทษโดยระบุว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการเข้าใจผิด และได้ขอโทษต่อบริษัทกูเกิล และขอโทษต่อคนไทยทั้งชาติที่ทำให้เสียชื่อเสียง และยินดีต้อนรับหากรถกูเกิลสตรีทวิว กลับมาเยือนชุมชนอีกครั้ง สำหรับข้อความทั้งหมด มีดังนี้ แถลงการณ์กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ขอโทษ Google ในการเข้าใจผิดการสำรวจแผนที่สถานที่ท่องเที่ยว จากการที่ชาวบ้านสะเอียบกว่า 20 คน ได้เชิญตัวเจ้าหน้าที่บริษัท Google มาสาบานต่อหน้าพระประธานวัดดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ว่าการสำรวจ ถ่ายภาพของบริษัทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง และได้เชิญตัวออกนอกพื้นที่เมื่อวานนี้นั้น กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ขอแสดงความเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ ขอโทษเจ้าหน้าที่และบริษัท Google เป็นอย่างสูง เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่มีความตึงเครียดมากจากการที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธาน กบอ. ได้ประกาศชัดเจนว่าต้องสร้างเขื่อนให้ได้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างวิตกกังวลเป็นอย่างมาก และได้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้มาหลายครั้งจนทำให้ชาวบ้านเกรงว่าจะมีการสวมรอยเข้ามาสำรวจพื้นที่ จากการตรวจสอบพบว่า Google ได้ทำการสำรวจเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อนำไปไว้ในแผนที่ของทางบริษัท เพื่อให้คนทั่วโลกได้โหลดไปใช้ประโยชน์ ฟรีบ้าง เสียเงินบ้าง ตามแต่บริษัทจะกำหนด กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและอนาคตของลูกหลานคนไทยและคนทั่วโลก จึงประกาศขอโทษต่อเจ้าหน้าที่และบริษัท Google รวมทั้งขอโทษต่อคนไทยทั้งชาติ ที่ทำให้คนไทยเสียชื่อเสียงในเรื่องที่เกิดขึ้น กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ ขอความเห็นใจมายังทุกท่านได้โปรดเข้าใจและเห็นใจชาวบ้านสะเอียบ ที่ต้องทำหน้าที่ปกป้องรักษาป่าสักทองและชุมชนสะเอียบ เพื่อคนไทยทั้งชาติ และคนทั่วโลก เช่นกัน ทั้งนี้กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ยืนยันที่จะคัดค้านเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง สืบต่อไป และเสนอให้รัฐบาลและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ หันมาใช้ 12 แนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งลุ่มน้ำยม เพื่ออนาคตของลูกหลาน เพื่อคนไทยทั้งชาติ และเพื่อเพื่อนร่วมโลก ขอแสดงความนับถือ กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ 14 สิงหาคม 2556 ณ วัดดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ...................................................................................................... ชาวบ้านล้อมรถกูเกิ้ลสตรีทวิว หวั่นเป็นสายลับสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น วานนี้(13 ส.ค.) มีรายงานข่าวว่า ชาวบ้านในต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กว่า 20 คน เข้าไปรุมล้อมรถGoogle Maps Camera Carที่ใช้เก็บบันทึกภาพสำหรับบริการกูเกิ้ลสตรีทวิว เนื่องจากเกรงว่ารถคันดังกล่าวจะเข้ามาสำรวจพื้นที่แก่งเสือเต้น ซึ่งกำลังเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนของรัฐบาล นายดีพร้อม ฟูฟอง อายุ 27 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ผู้ขับรถคันดังกล่าวของบริษัทกูเกิล เผยว่า ตนกำลังขับรถเพื่อเก็บข้อมูลเส้นทางเพื่อส่งไปยังบริษัทแม่ของกูเกิ้ลแต่ชาวบ้านไม่ยินยอมและไม่เชื่อถือ จึงได้นำตัวมาพบกำนันเพื่อเข้าชี้แจง แต่ชาวบ้านยังไม่เชื่อและให้นำตัวไปสาบานต่อหน้าพระประธานในวัดประจำหมู่บ้าน นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ร้องขอไม่ให้เข้ามาสำรวจอีกเนื่องจากอาจจะเกิดปัญหาและความไม่ปลอดภัย โดยตนไม่รู้ว่าพื้นที่นี้กำลังมีปัญหาอยู่ ซึ่งตนต้องขอให้กำนันเซ็นต์หนังสือยืนยันรับรองว่าชาวบ้านไม่ให้สำรวจเพื่อชี้แจงไปยังบริษัทด้วย โดยหลังจากสาบานต่อหน้าพระประธานแล้ว ชาวบ้านได้ร้องขอให้ออกนอกพื้นที่โดยเร่งด่วน ทั้งนี้ Google Street View เป็นเทคโนโลยีที่จะปรากฏบนแผนที่กูเกิลในมุมมองภาพแบบพาโนรามา 360 องศา โดย Google ได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2007 มีจำนวนกว่า 100 เมือง ใน 27 ประเทศที่ได้จัดทำและมีการเผยแพร่ภาพแผนที่ Street View ไปแล้ว แผนที่ภาพ Google แผนที่กับสตรีทวิว จะถูกถ่ายจากถนนสาธารณะหรือสถานที่ส่วนบุคคลที่เราได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำได้ ภาพถ่ายแผนที่เหล่านี้จะมีมุมมองในลักษณะคล้ายกับบุคคลที่นั่งขับรถหรือเดินไปตามถนน โดยรถคันดังกล่าวปัจจุบันเดินทางเก็บภาพไปแล้วเกือบรอบโลกไม่เว้นแม้กระทั่งขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ MthaiNews

โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ นักแสดงจาก Iron Man ร่วมแสดงในโฆษณาล่าสุดของ HTC
Change /  htc / 

เอชทีซี เผยความท้าทายครั้งใหม่ ด้วยแคมเปญการตลาดระดับโลกสุดสร้างสรรค์ชุดล่าสุด แคมเปญ “Change” ตอกย้ำย่างก้าวที่ยิ่งใหญ่กับตำแหน่งทางการตลาดใหม่ของเอชทีซี เอชทีซี ผู้นำด้านนวัตกรรมการออกแบบและเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน เผยแคมเปญการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างสรรค์มา โดยใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบครบวงจรในระยะยาว เพื่อเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของการสร้างปรากฏการณ์ในแวดวงโทรศัพท์เคลื่อนที่ตลอด 17 ปีเต็ม ด้วยการสื่อสารทางการตลาดรูปแบบใหม่ที่จะพลิกโฉมวงการครั้งสำคัญ โดยแคมเปญที่ใช้ชื่อว่า “Change” นี้ถือเป็นการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอชทีซี และจะเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกผ่านทั้งทางสื่อสารมวลชนแบบดั้งเดิมและสื่อออนไลน์อย่างทั่วถึงในวงกว้าง ในการเปิดตัวแคมเปญระดับโลกแคมเปญนี้อย่างเป็นทางการ เอชทีซีเตรียมพร้อมจะเปิดตัวแคมเปญผ่านการสื่อสารในทุกช่องทางตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2556 เป็นต้นไป ทั้งนี้ในภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับแคมเปญ เอชทีซีเลือก "โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์" นักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์ระดับซูเปอร์สตาร์ มาร่วมแสดง โดยภาพยนตร์โฆษณาสุดสร้างสรรค์ชิ้นแรกออกอากาศทางเว็บไซต์ยูทูบในวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนจะออกอากาศต่อเนื่องทั้งในโรงภาพยนตร์และในโทรทัศน์ต่อไป มร.เบน โฮ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด เอชทีซี คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “นวัตกรรม ความมีเอกลักษณ์ และความกล้าของเอชทีซี คือส่วนสำคัญที่ทำให้เราเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในวงการสมาร์ทโฟน และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกว่าเป็นโทรศัพท์ที่ดีที่สุดในโลกอย่าง “HTC One” ขึ้นมาได้สำเร็จ แคมเปญ “Change” ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และความสนุกสนาน เป็นแคมเปญที่มีความแตกต่างไปจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีมา ทว่าก็เป็นแคมเปญที่ช่วยตอกย้ำให้แบรนด์เอชทีซีมีความเด่นชัดมากขึ้นในเรื่องของคุณภาพ ซึ่งนั่นคือเหตุผลเดียวกันกับที่สมาร์ทโฟนรุ่นต่าง ๆ ของเราเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก กับการเปิดตัวแคมเปญนี้ เรากำลังเน้นย้ำว่า เอชทีซีมีบทบาทหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในวงการสมาร์ทโฟนนั่นคือการเป็นผู้กำหนดความเปลี่ยนแปลงและก้าวนำทั้งอุตสาหกรรมไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ทั้งใหม่และก้าวหน้าถึงขีดสุด” โฉมหน้าเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ที่ผู้คนรู้จักมากที่สุดคนหนึ่งในโลก เซ็นสัญญากับเอชทีซีเป็นเวลา 2 ปีเต็ม โดยนอกเหนือจากการร่วมแสดงนำในภาพยนตร์โฆษณาแล้ว โรเบิร์ตยังนำสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเขาเองใส่ลงไปในการทำงานครั้งนี้ด้วย โดยเขาทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับบริษัท วัน เซเว่น วัน เวิลด์ไวด์ (171 Worldwide ในเครือ WWP Group) เอเจนซี่โฆษณาระดับโลกที่ผลิตผลงานให้กับเอชทีซี ทั้งในเรื่องการนำเสนอทิศทางของการสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงการร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับแบรนด์เอชทีซี โดยเฉพาะการร่วมตีความความหมายของอักษรย่อ H, T และ C ให้เกิดเป็นความหมายที่หลากหลายและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เฉลิมฉลองความเป็นผู้กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง แคมเปญชุด “Change” จะเผยโฉมหน้าออกมาเป็น 3 เฟส เริ่มจากเฟสแรก ซึ่งเป็นการนำเสนอแคมเปญโฆษณาที่ขับเน้นจุดเด่นของแบรนด์เอชทีซีผ่านรูปแบบการนำเสนอที่สนุกสนานเพื่อสื่อความหมายที่แตกต่างสำหรับผู้คนที่มีความแตกต่างกัน ในเฟสที่ 2 นำเสนอจุดเด่นเรื่องนวัตกรรมของเอชทีซี อาทิ ฟังก์ชั่น BlinkFeed, Video Highlights และ BoomSound ที่ได้พลิกโฉมหน้าของวงการสมาร์ทโฟนมาแล้ว ส่วนในเฟสสุดท้าย จะเป็นการสื่อสารที่มุ่งเน้นการบอกเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์จากเอชทีซีที่ได้ช่วยสร้างพลังให้กับผู้ใช้แต่ละบุคคลในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของพวกเขาจนเกิดผลสำเร็จ พลิกโฉมหน้าการเลือกช่องทางการสื่อสาร เพื่อให้แคมเปญนี้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของเอชทีซีได้อย่างดีที่สุด การสื่อสารแคมเปญออกไปยังผู้บริโภคจะเน้นหนักไปที่การนำเสนอผ่านโรงภาพยนตร์ สื่อออนไลน์ และสื่อดิจิตอล พร้อมไปกับการทำกิจกรรมการตลาดแบบสร้างประสบการณ์ตรงให้ผู้บริโภคในตลาดหลักของเอชทีซี ทั้งในอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน เพื่อสื่อสารแนวความคิดของแบรนด์เอชทีซีไปยังผู้บริโภคที่จะเข้ามารับประสบการณ์ตรงจากแคมเปญสุดสร้างสรรค์นี้ของเอชทีซีด้วยตัวเอง นอกจากนี้เอชทีซียังจะแพร่กระจายการสื่อความหมายที่หลากหลายไม่สิ้นสุดของการตีความอักษรย่อ H, T และ C และการสร้างความเปลี่ยนแปลง ทั้งผ่านการใช้แอพพลิเคชั่น “word randomiser” ที่เว็บไซต์ HTC.com และการทำงานผ่านช่องทางของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอื่น ๆ อาทิ เฟซบุ๊ค กูเกิล พลัส และทวิตเตอร์ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมแปลและตีความหมายอักษรย่อ H, T และ C ได้อย่างหลากหลายไม่มีข้อจำกัดในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

Review: Nexus 4 อัญมณีอันบริสุทธิ์ แห่งแดนดรอยด์ !!
Nexus 10 /  Nexus 4 / 

  Nexus 4 เปิดตัวพร้อมๆ กับ Nexus 10 ไปเมื่อไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา จุดเด่นคงไม่ต้องสาธยายอะไรมาก เพราะมันเองก็คว้าตำแหน่ง สุดยอดสมาร์ทโฟน สาขาโอเอสยอดเยี่ยม แห่งปี 2012 ไปด้วยความเป็นเพรียวโอเอส   ที่หากคุณเล่นแอนดรอยด์ คงจะพอทราบดีว่า อาการดีไวซ์ลูกรักของกูเกิล ได้อัพเดทอะไรก่อนชาวบ้านนั้นสร้างความรู้สึกอบอุ่นได้มากมายขนาดไหน?  เมื่อหันมามองเรื่องสเปกของ Nexus 4 ก็ใกล้เคียงกับ Optimus G เพราะทั้งสองเป็นแฝดคนละฝา ลูกหม้อจากแอลจีเช่นเดียวกัน     หลังการเปิดตัวไปนั้น เน็กซัส 4 กระแสตอบรับดีมาก ด้วยการเปิดราคาบน Google play ไว้เพียง 9,000 บาท ก่อนแฟนคลับจะใจสลาย เมื่อมันจำหน่ายในราคาจริงทั้งยุโรป กลับเขยิบไปสูงระดับเรือธงอื่นๆ  แต่ก็ยังหวังว่าเมื่อมันปล่อยสู่ตลาดในบ้านเราจะสามารถเอื้อมมือคว้า ในราคาไม่เจ็บตัวมากนัก   ซึ่งทางแอลจีก็วางจำหน่ายเน็กซัส 4 ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา และราคากับความเป็นเพียวแอนดรอยด์โอเอสนั้น ถือว่าไปด้วยกันได้ ส่วนจะมีอะไรน่าติดตามอีกบ้างนั้น มาสัมผัสกับตัวจริงเสียงจริง ไปด้วยกันเลยดีกว่า .   Spec Hand-on   ซีพียู 4 คอร์ Snapdragon S4 1.5GHz แรม 2GB พร้อมหน่วยความจำ 16GB หน้าจอ 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 768 ( 320 ppi ) หน้าจอใช้เทคโนโลยี G2 +  Gorilla Glass 2 กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล HD+ แบตเตอรี่ 2,100 mAh Li-Polymer รองรับ 3G , HSPA+ ,Wireless Charging , NFC Android 4.2  Jelly bean     เน็กซัส 4  เริ่มต้นด้วยบอดี้ ขนาดหน้าตักกว้าง  68.7 มิล ความหนา 9.1 มิล สิ่งที่ทำให้นึกถึงตระกูลเน็กซัส ตั้งแต่รุ่นแรก คือ ความโค้งมนโดยรอบ และสัมผัสของหน้าจอที่กำลังพอเหมาะพอดี ที่ 4.7 นิ้ว เป็น WXGA ความละเอียด 1280 * 768 พิกเซล 320ppi     และจุดเด่นด้านหลังเป็น เนื้อโลหะอาบกระจก Gorilla Glass 2 ตัวอักษร Nexus สีเงินเรืองรอง ฝังอินเนอร์โดยรอบ สะท้อนแสงแล้วระยิบระยับ เปล่งพลังปริศนาชวนหลงไหล   ด้านหน้าจอ ไล่ลงมาจากส่วนบน เป็น ไมโครโฟน ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิล กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล HD+ ส่วนท้ายเป็น ช่อง micro usb และไมโครโฟน อีก 1 ตัว   ด้านซ้ายบนเป็นปุ่ม Volume และ ถัดมา คือ ช่องใส่ไมโครซิม ส่วนด้านขวานั้นเป็นปุ่ม power ด้านหลังพบโลโก้ค่าย และเน็กซัส ถัดขึ้นไปเป็นกล้อง 8 ล้านพิกเซล งานโอเอสของเน็กซัส 4 มากับ  Android 4.2  Jelly bean รูปแบบการปรับแต่งโฮมสกรีน ที่เพิ่มรายละเอียดได้มากขึ้น ทั้ง widget ล๊อกสกรีน หรือ Gesture Typing แบบ Swipe สำหรับพิมพ์งานได้สะดวกขึ้น     การทำงานร่วมกับตัวระบบปฏิบัติการณ์ ยังคงไว้ซึ่ง 3 ปุ่ม LED เมนูหลัก บนหน้าจอ ทั้ง ย้อนกลับ  เข้าหน้าโฮม และแอพที่ใช้งาน เพื่อรองรับการทำงานแบบมัลติทาสก์ รูปแบบการซ้อนของตัวแอพ ด้านหลังเป็นแบรกราว   โดยส่วนตัวคิดว่า คล้ายกับระบบวินโดวส์โฟน แต่การรันแอพในหลายๆ ส่วนพร้อมกัน ทำได้ค่อนข้างไหลลื่นกว่า ซึ่งการอัดซีพียู  Snapdragon S4 1.5GHz 4 คอร์ เข้ามากับแรม 2GB น่าจะช่วยตัวโอเอสได้โขทีเดียว   การเข้าถึงระบบด้วยล๊อกสกรีน วิดเจ็ต  ลูกเล่นบน แอนดรอยด์ 4.2 ที่ทำให้การเข้าถึงเมนู หรือ ส่วนแจ้งเตือนได้ทันที แบบไม่ต้อลากปลดล๊อกก่อน รวมถึงตกแต่ง สกรีนยูสเซอร์ เช็คข้อมูลวิตเจ็ตต่างๆ ได้รวดเร็ว และโหมดถ่ายภาพที่ปัดหน้าจอได้ด้านซ้าย ก็ขึ้นมาพร้อมใช้งาน   เมื่อปลดล็อกเข้าสู่หน้าแอพพลิเคชั่น  ด้านบนเป็นส่วนแจ้งเตือน สามารถลากลงมาเพื่อเข้าถึงรายละเอียด ของเมนู อัพเดท ต่างๆ  และด้วยความเป็นเน็กซัส เพียวโอเอส คุณจะพบแต่แอพพลิเคชั่นกูเกิล เพียวๆ ไม่ยัดอะไรเข้ามาให้เลอะเทอะ  สามารถเลือกลงแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ หลังจากล๊อกอิน gmail บน google play     การใช้งานในส่วนของบราวเซอร์หลักเป็น Chrome การรันเว็บเพจ สามารถดึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และหน้าจอ 4.7 นิ้ว 1280 x 768 ในแบบ g2+ จอบางและคมชัด ตัวเลข 320ppi  ถ่ายทอดสีสันได้ใกล้เคียงเรติน่าดิสเพลย์   วิดีโอสตรีมมิ่งผ่านแอพ Youtube  ได้เลย ไม่ต้องดาวน์โหลด   SWOT ITEM   ความเป็นเพียวโอเอส ของเน็กซัส 4 ทำให้สัมผัสยูสเซอร์อินเตอร์เฟส Android 4.2 ได้แบบเนื้อๆ เต็มๆ ซึ่งเหมาะกับผู้เล่นแอนดรอยด์ทั้งแบบมือใหม่ รักสนุก ชอบลงอะไรเพิ่มเติมเองตามรสนิยม   เน็กซัส 4 ยืดหยุ่นให้กับการที่คุณไม่ต้องใช้อินเตอร์เฟส ที่หลายค่ายอัดงานโปรดักส์ชั่นโอเอส ฝั่งตัวเองเข้ามาเป็นของแถม และได้แอพบางอย่าง ที่คุณอาจจะเป็นขาประจำของเจ้าอื่นอยู่แล้ว ทำให้ตรงส่วนนี้ไม่เปลืองเนื้อที่โดยใช่เหตุ   ด้วยความที่เปิดตัวกันตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ฟีเจอร์บางอย่าง เช่น กล้อง 8 ล้านพิเซล อาจจะดูน้อยไปหากเทียบกับเรือธงที่เปิดตัวไตรมาสแรกปีนี้ แต่งานวิดีโอยังสามารถทำได้ในระดับ HD 1080P   และชื่นชมดีไซน์ ซึ่งนอกจากความงามของบอดี้แล้ว  ขนาด 4.7 นิ้ว ถือว่ากำลังดี  และดูเหมาะมือกับสาวๆ แฟชั่นนิสต้าส์ มากกว่าหนุ่ม geek ( ผู้เล่นแอนดรอยด์เพียวโอเอสส่วนใหญ่ ) จุดบอดตั้งแต่เปิดตัวของมันก็คือ ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ตามธรรมเนียมแอนดรอยด์ และอาจจะวางจำหน่ายในบ้านเราช้าไปสักนิด คือ  เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมานี้เอง .   Rate Fight   (4/5) ★★★★ Price 17,900 บาท    

เหตุผลที่ ยอดวิวใน YouTube หยุดแค่ 301 ??
YouTube /  ยูทูป

    นักท่อง Youtube ผู้เสพย์ติดคลิปทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า มักผุดคำถามเบสิค ที่มือโปร อาจจะทราบกันดีแล้วว่า ทำไมยอดวิว ของคลิปดังๆ จึงหยุดอยู่ที่ 301  ทั้งที่ยอดคอมเม้นส์หลักหมื่น หรือทั้งยอด like ก็มากกว่านั้น   ประเด็นนี้กูเกิล ได้เคยออกมาชี้แจงแล้ว ด้วยลิ้งค์ สัญลักษณ์ (+) ท้ายยอดวิวที่ค้างเติ่ง 301 โดยอธิบายถึงสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ คือ ปกติยอดวิวของแต่ละคลิป จะนับแบบ Realtime เมื่อรีเฟรสเข้าชมคลิป ในแต่ละครั้ง     เมื่อตัวเลขยอดวิวรวมไปถึง 299 ระบบจะทำการแช่แข็งยอดวิวไว้ที่ 301 view เพื่อทำการวิเคราะห์ตัวเลขการเข้าชมนั้นๆ ว่ามีการปั่นยอดวิวเข้าชมหรือไม่ ด้วยระบบอัลกอริทึ่มของยูทูปเอง   เมื่อวิเคราะห์ตัวเลขแล้ว จึงปล่อยยอดวิวออกมาเป็นล๊อตๆ เช่น เมื่อยอดวิวหยุดอยู่ที่ 100,000 แต่เมื่อแชร์ไปให้เพื่อนชม ยอดวิวจะยังไม่เป็น 100,001 เป็นเพราะระบบกำลังวิเคราะห์ เพื่อปล่อยตัวเลขจริงออกมาอีกทีนั่นเองนะก๊ะ !! -_-"     Source : 9tana

เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle
Google /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

กูเกิล ดูเดิล ชื่อนี้คุ้นหูไหมค่ะ และเคยสงสัยไหมว่ามันคืออะไร จริงๆ แล้ว "ดูเดิล" ก็คือ ภาพวาดที่ปรากฏบนหน้าหลักกูเกิลที่เราเห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งภาพที่ขึ้นนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงภาพใหม่อยู่เรื่อยๆ ตามวันสำคัญ หรือบุคคลที่ประดิษฐ์คิดค้น หรือบุคคลสำคัญต่างๆ นั่นเอง สร้างสีสันความสวยงาม บวกกับเทคนิคที่กูเกิลสร้างขึ้นสนุกๆ ให้คนที่เข้ากูเกิลมา คลิกเล่นได้อีกด้วย วันนี้ทีนเอ็มไทย จึงอยากพาเพื่อนๆ ไปเจาะลึก เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle   กันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง รับรองว่าน่าสนใจแน่นอน... เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle  เริ่มจาก กำเนิดกูเกิลดูเดิล Google Doodle  กูเกิลดูเดิล หรือก็คือ ภาพที่วาดลงบนโลโก้ของกูเกิลหน้าหลักหรือที่เรียกว่าภาพ "ดูเดิล" นั่นเอง โดยเดนนิส ฮวาง เว็บมาสเตอร์ของกูเกิล อายุ 30 ปี ผู้ที่ได้ริเริ่มภาพดูเดิลเฉลิมฉลองและเน้นความสำคัญของเหตุการณ์และวันหยุดสำคัญๆ ของโลก หลังจากที่เขาเคยมาฝึกงานที่กูเกิลเมื่อปี ค.ศ. 2000 ตั้งแต่นั้นมา ผลงานของทีมดูเดิลก็ได้ปรากฏต่อผู้คนนับล้านและมีแฟนๆ เหนียวแน่นที่คอยตั้งตารอชมผลงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ บนหน้าเว็บไซต์ของกูเกิล หลังจากเดนนิสได้เข้ามาฝึกงานที่กูเกิลสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย มีหน้าที่ช่วยดูแลเว็บไซต์ และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเว็บมาสเตอร์ โดยมีผู้ก่อตั้งกูเกิลตอนนั้นคือแลรี่ เพจ และเซอร์เกย์ บริน มีไอเดียเกี่ยวกับโลโก้สำหรับวันหยุดอยู่แล้ว พอเดนนิสได้เข้ามาร่วมงาน พวกเขาได้ทราบว่าเดนนิสเรียนศิลปะมา เลยแนะนำให้ลองทำดู เดนนิสจึงทำงานเว็บมาสเตอร์ให้กูเกิลเป็นงานหลัก แล้ววาดภาพดูเดิลเป็นโปรเจ็กต์ชั่วคราว" ทีมดูเดิลพยายามตามเหตุการณ์และวันสำคัญต่างๆ ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเลยหรือเปล่า เดนนิสเล่าว่า พวกเขามักจะตอบสนองเหตุการณ์เด่นๆ ทันที โดยสร้างโลโก้ขึ้นมาภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง สำหรับประเทศต่างๆ ทั่วโลกนั้น หากมีวันพิเศษและเราคิดว่าเข้ากันได้ักับแบรนด์ของกูเกิล เราก็อยากร่วมเฉลิมฉลองด้วย" ขั้นตอนการดีไซน์ดูเดิลของเดนนิส "อันดับแรกเราจะระดมสมองกันก่อน ค้นหารูปภาพต่างๆ บนกูเกิล แล้วก็อ่านข้อมูลต่างๆ หลังจากนั้นจึงดีไซน์รูปบนโลโก้ของกูเกิล และมันน่าสนใจมาก" การออกแบบดูเดิลสำหรับวันสำคัญๆ ที่เกิดซ้ำกันทุกปีนั้นยากหรือไม่ "มันเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ก็เป็นสิ่งที่เราตั้งตารอที่จะทำ เราพยายามจะหาไอเดียใหม่ๆ กันทุกปี แต่ว่าวิธีวาดไก่งวงหรือฟักทองมันก็มีแค่ไม่กี่วิธีหรอก" สำหรับสัญลักษณ์ของความเป็นไทยที่ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นดูเดิลมากที่สุดคือ วัดและทุ่งนา สัตว์ของไทยที่ถูกจับมาวิ่งเล่นบนดูเดิลมากที่สุดคือช้าง(น้อย) เทศกาลสงกรานต์และลอยกระทง เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบดูเดิลที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยมากที่สุด เคล็ดลับการวาดดูเดิลจากเดนนิส 1. การวาดดูเดิล จะต้องดีไซน์ให้เข้ากันได้กับตัวอักษรของโลโก้กูเกิล แต่อย่าจำกัดความคิดสร้างสรรค์ 2. ลองใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการสร้างสรรค์ดูเดิลแล้วดูว่าอะไรเหมาะกับเราที่สุด (สามารถใช้คอมพิวเตอร์สร้างดูเดิลก็ได้) 3. อย่าออกแบบให้ซับซ้อนเกินไป ส่วนใหญ่แล้วรูปที่เีรียบง่ายที่สุดจะโดนใจที่สุด 4. จำไว้เสมอว่ารูปของน้องๆ อาจไปปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ของกูเกิลประเทศไทย ลองนึกดูว่ารูปของน้องๆ จะดูเป็นอย่างไรเมื่อไปอยู่ที่นั่น 5. พยายามใช้สีให้เหมาะสม และคิดว่ามันจะรับกับพื้นหลังสีขาวหรือไม่ 6. อย่าใช้ภาพเพื่อการโฆษณาหรือภาพที่มีลิขสิทธิ์ 7. คิดนอกกรอบ พยายามวาดดูเดิลที่แตกต่างจากเพื่อนๆ และไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน 8. ใช้พื้นที่ด้านหน้าหรือด้านหลังตัวอักษร Google ได้ แต่พยายามรักษาความสมดุลของภาพไว้ 9. วาดให้สนุก! การประกวด Doodle 4 Google นี้เน้นที่ความคิดสร้างสรรค์และสนุกสนานกับการออกแบบ กูเกิลดูเดิล เปิดโอกาสให้เด็กไทยประกวดวาดภาพดูเดิล Google ได้เริ่มจัดการประกวด Doodle 4 Google ครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อเดือนมราคม 2553 โดยการจัดประกวดนี้ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนชาวไทยทั่วประเทศร่วมแสดงจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ภายใต้หัวข้อ "เมืองไทยของฉัน" โดยได้ผู้ชนะเลิศระดับประเทศ กับผลงานที่ชื่อว่า สุพรรณหงส์ เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle  ภายใต้แนวคิด "เมืองไทยของฉัน เป็นการนำเอาภาพเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ อันเป็นเรือพระที่นั่งสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ในพระราชพิธีต่างๆ ทางน้ำ ถือเป็นคุณค่าที่อยู่คู่ไทยมาอย่างยาวนาน สายน้ำที่มีเงาสะท้อนจากเรือ และตัว Google นั้น เป็นการแสดงถึงสายวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนาน ที่สะท้อนให้เห็นคุณค่าของเรือทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ เกี่ยวพันโยงใยไปกับอักษร Google ที่ใช้สีทองสีเดียว อันเป็นสีของความเจริญรุ่งเรือง และร่วมกันส่งต่อคุณค่าทั้งหมดแก่สายตาชาวโลก" เป็นผลงานของ ด.ช. เทิดธันวา คะนะมะ โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม และดูเดิลที่เป็นผลงานตนเอง ไปปรากฏบนหน้าเว็บกูเกิลประเทศไทย เป็นเวลา 24 ชม. เพื่อให้ผู้ใช้กูเกิลในไทยหลายล้านคนได้ร่วมชื่นชม ล่าสุดในปี 2014 นี้ เพิ่งได้ผู้ชนะการประกวด กูเกิล ดูเดิล 2014 ด้วยผลงาน Back to Mother Nature ซึ่งเป็นของ ออเดรย์ จาง เด็กหญิงวัย 11 ปี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2557 สำนักข่าวต่างประเทศ ได้เปิดเผยผลการประกวดออกแบบ กูเกิล ดูเดิล ประจำปี 2014 โดยผลงานที่ชื่อว่า “Back to Mother Nature” หรือ “กลับคืนสู่ธรรมชาติ” ของ ออเดรย์ จาง เด็กหญิงวัย 11 ปี จากนิวยอร์ก เป็นผู้ชนะในการประกวดครั้งนี้ และทางกูเกิล ก็จะนำเอาภาพวาดของเด็กหญิง ออเดรย์ จาง ไปทำเป็นแบบแอนิเมชั่นให้เคลื่อนไหวได้ โดย ออเดรย์ จาง เปิดเผยว่า การออกแบบกูเกิล ดูเดิล ในหัวข้อ “ถ้าฉันสามารถทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยให้โลกดีขึ้นได้ ฉันจะทำอะไร ....” นั้น ตนเลือกที่ออกแบบเป็นภาพวาดของเครื่องทำน้ำให้สะอาด ซึ่งภาพดังกล่าวได้แรงบันดาลใจมาจากการที่รู้ว่า ยังมีเด็ก ๆ อีกมากมายในโลกที่ไม่สามารถเข้าถึงน้ำที่สะอาดได้ และงานนี้ นอกจากเงินรางวัลที่ ออเดรย์ จาง ได้รับเป็นทุนการศึกษาจำนวน 3 หมื่นดอลลาร์ หรือประมาณ 1 ล้านบาทแล้ว ทางกูเกิลยังจะบริจาคเงินจำนวน 4 หมื่นดอลลาร์ หรือประมาณ 1 ล้าน 3 แสนบาท ให้กับองค์กรการกุศลที่ดูแลเรื่องการทำน้ำให้สะอาดสำหรับโรงเรียนในบังกลาเทศ ซึ่งเงินก้อนนี้จะถูกนำไปบริจาคในชื่อของ ออเดรย์ จาง อีกด้วย เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ กระปุก/google /springnews

กูเกิลเปิดจอง Google Glass พร้อมปล่อยวิดีโอแนะนำการใช้
#ifihadglass /  +ProjectGlass / 

  เปิตตัวกันไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา สำหรับอีกหนึ่งโปรเจ็กต์สวมใส่จากฝั่งกูเกิล Google Glass และเปิดจองเวอร์ชั่น Explorer  รอบแรกไปแล้ว ในงาน  Google I/O  ล่าสุดกูเกิล เปิดจองรอบใหม่ ที่ไม่ใช่นักพัฒนา แต่เป็นกลุ่มนักสร้างสรรค์   ซึ่งขั้นตอนในการสมัครนั้น เป็นโจทย์ให้ร่วมเสนอไอเดีย จะทำอะไรถ้ามีแว่นกูเกิล? ผ่านทาง #ifihadglass , Google+ และ Twitter  พร้อมเพิ่มกติกาเข้ามาเล็กน้อย คือ     ข้อความไม่เกิน 50 คำ , ต้องแท็ก #ifihadglass , ใส่ภาพมากสุด 5 ภาพ ,  ใส่วิดีโอยาวสุด 15 วินาที , follow Google+ ( +ProjectGlass ) หรือ Twitter (@projectglass) , อายุไม่ต่ำกว่า 18 และ มีภูมิลำเนาอยู่ในสหรัฐฯ ส่งใบสมัครวันสุดท้าย 27 ก.พ. นี้   สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือก จะได้สิทธิ์ในการซื้อเวอร์ชั่น Explorer ราคาเดิม 1,500 ดอลลาร์ ประมาณ 48,000 บาท และได้ร่วมงาน Google Glass  ในนิวยอร์ก , ซานฟรานซิสโก หรือ ลอสแองเจลิส นอกจากนี้ยังปล่อยวิดีโอเรียกน้ำย่อย How It Feels [through Glass] ออกมาโชว์ความสามารถของแว่นอีกด้วย .     Source : google , pocket-lint

Google Fiber จัดโปรฯ จ่ายค่าแรกเข้า 900 บาท ใช้ฟรี 7 ปี !!
fiber optics /  Google Fiber / 

  ญี่ปุ่นเพิ่งเปิดตัว Nuro อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 2 Gbps ที่แรงที่สุดในโลกกันไป ล่าสุด google ที่เพิ่งเปิดให้บริการ Google Fiber อินเทอร์เนตความเร็วสูงด้วยสาย fiber optics เช่นกัน เมื่อปลายปีที่แล้วนั้น   ประกาศโปรโมชั่นพิเศษสำหรับเมือง Provo ในสหรัฐ โดยเสนอค่าแรกเข้า $30 ประมาณ 900 บาท สามารถใช้บริการผ่านความเร็ว 5Mbps/1Mbps ได้ฟรี 7 ปี !!     สำหรับ fiber optics ของกูเกิลนั้น เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปีที่แล้ว ด้วยความเร็ว 700 Mbps ที่สามารถโหลดไฟล์หนัง DVD เสร็จภายใน 2 นาที  ให้บริการ เฉพาะเมือง Kansas และ Austin ในสหรัฐฯ เท่านั้น   ก่อนจะขยายบริการมายังเมือง Provo รัฐ Utah ที่ติดตั้ง fiber optics มาตั้งแต่ปี 2004 และผ่านมือผู้ให้บริการเอกชน มาแล้วหลายรายก่อนจบด้วยกูเกิล !!     Promotion Google Fiber  3 แบบ  - ความเร็ว 1Gbps ค่าบริการ 3,600 บาท/เดือน พร้อม Nexus 7 • 1 TV Box • Storage Box • Network Box • 1TB Google Drive - ความเร็ว 1Gbps ค่าบริการ 2,100 บาท/เดือน - ความเร็ว 5Mbps ค่าแรกเข้า 9,000 บาท ใช้ได้ฟรี 7 ปี ไม่มีค่าบริการรายเดือน (เฉพาะเมือง Provo จะจ่ายแค่ 900 บาท)     Source : 9tana , blognone

Google เผย คำถามสัมภาษณ์งานสุดหิน ไม่มีผลต่องาน หรือรับเข้าทำงาน!!
google /  กูเกิล

"คำถามสัมภาษณ์งานสุดหิน Google ถามเอามันส์ เฉยๆ !!"   Google ถือเป็นหนึ่งในบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ ที่เหล่า Geek หนุ่มสาว เฝ้าฝันอยากจะเข้าไปร่วมงาน และแน่นอนเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้ายาก ทั้งการสัมภาษณ์งานที่ขึ้นชื่อว่าหินสุดๆ โดยเฉพาะคำถามสุดครีเอท แหวกแนว แต่ล่าสุด Laszlo Bock รองประธานอาวุโสฝ่ายทรัยากรบุคคลแห่งกูเกิลนั้น กลับเปิดเผยข้อเท็จจริง เรื่องคำถามสัมภาษณ์งาน ที่แท้แล้วไม่มีผลต่องาน และมีคุณค่าเพียงสร้างความภูมิใจให้กับผู้สัมภาษณ์ ทำให้พวกเค้ารู้สึกว่าตัวเองฉลาดเท่านั้น!!     " จากสถิติของกูเกิล คำถามเหล่านั้นไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้สัมพันธ์กับประสิทธิภาพของพนักงานที่รับเข้ามาแม้แต่น้อย นอกจากสร้างความรู้สึกต่อผู้ที่สัมภาษณ์ว่าตัวเองฉลาด แต่สิ่งสำคัญกับอยู่ที่คำถามเชิงพฤติกรรม ( behavioral interview ) ซึ่งเป็นคำถามชุดเดียวกัน ที่จะใช้กับผู้ถูกสัมภาษณ์ทุกคน เราสามารถสังเกตได้ว่าผู้ตอบมีท่าทีต่อสถานการณ์จริงอย่างไร? ไม่พบว่าคำถามยากนั้นๆ จะสัมพันธ์กับการเฟ้นหาพนักงานเก่งๆ ได้เป็นพิเศษในทุกกรณี และเช่นกันคะแนนเช่น GPA เกรดที่ดีนั้น ไม่มีผลกับการจ้างงานในกูเกิลเลย เราไม่ใช้ transcript ในการสมัครงานแล้ว     เนื่องจากทักษะในการเรียนนั้นไม่เกี่ยวข้องกับทักษะการทำงานจริง คำถามในห้องเรียนนั้นเป็นการจำลอง มีคำตอบที่เจาะจง ขณะที่ความเป็นจริงนั้นคำตอบของปัญหานั้นหลากหลายไม่ชัดเจน " Laszlo Bock เล่า นอกจากนี้ ในเรื่องของการทำงานในกูเกิลนั้น ยังเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนสามารถให้คะแนนหัวหน้างานเป็นลำดับชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ ก่อนแชร์ไปยังหัวหน้างานคนนั้นๆ ได้ เป็นผลให้งานบริหารคนของกูเกิลดีขึ้น ซึ่งประเด็นด้านผู้นำที่ดีตามสถิติอยู่ที่ ความยุติธรรรม และ ความสม่ำเสมอ !!     ตัวอย่างคำถามสัมภาษณ์งานของกูเกิล   - ในประเทศที่ต้องการเฉพาะเด็กผู้ชาย ทุกๆ ครอบครัวจะมีเด็กจนกว่าจะได้ลูกผู้ชาย , ถ้าพวกเค้ามีลูกผู้หญิงหนึ่งคน และเด็กคนอื่นๆ อีก ถ้าพวกเค้ามีลูกผู้ชาย ครอบครัวนั้นก็จะหยุดผลิตลูก , สัดส่วนระหว่างเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงในประเทศนี้คือเท่าไหร? - มี piano tuners ทั้งหมดเท่าไหร่? อยู่บนโลก - ช่วยดีไซน์แผนอพยพ สำหรับเมืองซานฟรานซิสโกให้หน่อย - คุณมีลูกบอลไซต์ 7 อยู่ 8 ลูก น้ำหนักเท่ากัน แต่มีอยู่ลูกนึง ที่น้ำหนักมากกว่าลูกอื่นอยู่เล็กน้อย หาลูกบอลลูกนั้น โดยใช้โอกาสยกขึ้นมาเทียบน้ำหนักได้ 2 ครั้ง - ทำไมจึงมีขอบรอบๆ ท่อระบายน้ำ? - อธิบายความสำคัญของ "วัวที่ตายไปแล้ว" ??? - ผู้ชายคนหนึ่งจอดรถของเค้าไว้ที่โรงแรม และต่อมามันก็หายไป ...เกิดอะไรขึ้น? - จงอธิบาย database ภายใน 3 ประโยค ให้หลานชายวัย 8 ขวบ ฟัง !!     อ้างอิงจาก : blognone by mk , usaukonline

กูเกิลแจงตัวเลข ขอข้อมูลผู้ใช้ จากรบ.ทั่วโลก
กูเกิ้ล /  ข้อมูลผู้ใช้ / 

กูเกิลแจงตัวเลขขอข้อมูลผู้ใช้ จากหลายรัฐบาลทั่วโลก ระบุ สหรัฐส่งคำขอมากสุดถึง 83% จากคำขอทั้งหมด สำนัก ข่าวบีบีซี รายงาน ตามที่บริษัทกูเกิล เปิดเผยข้อมูล ตัวเลขคำขอทราบข้อมูลผู้ใช้จากรัฐบาลของแต่ละประเทศทั่วโลก ที่มีมากถึง53,356 คำขอ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำขอจากรัฐบาลสหรัฐ โดยอ้างอำนาจความเป็นรัฐบาลในการขอเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ ซึ่งคำขอส่วนใหญมาจากรัฐบาลสหรัฐ และตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมคำขอที่มา จากหน่วยความมั่นคงของสหรัฐ (NSA) อีกด้วย รายงานระบุว่า 69%  ของคำขอเป็นของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ขณะที่สหรัฐส่งคำขอมาถึง 83% จากคำขอทั้งหมดและมี 1,397 คำขอ ที่ข้อมูลถูกส่งไป ข้อมูลนี้เพียงช่วงระยะเดือนกรกฎาคม-เดือนธันวาคม ของปีที่แล้วเท่านั้น

เผยโฉม!!10เจ้าของสื่อผู้ทรงอิทธิพลที่สุด
ผู้ทรงอิทธิพล /  สื่อออนไลน์ / 

"สื่อ" ผู้ทรงอิทธิพล ในยุคสมัยที่ข่าวสารเดินทางได้อย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที ผ่านทางสื่อรูปแบบต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างเว็บไซด์ และแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ที่มีผู้ใช้บริการอยู่ทั่วทุกมุมโลก  มาดูกันว่า ใครคือ เจ้าของสื่อดังที่เราคนไทยใช้งาน (และใช้เพื่อความบันเทิง) กันอยู่บ้าง Google  เสิร์ชเอนจินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง : 1. Sergey Brin (เซอร์เกย์ บริน) ชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย ปัจจุบัน เซอร์เกย์ บรินอยู่ในตำแหน่งประธานฝ่ายเทคโนโลยีของกูเกิล 2. Lawrence Larry Page (ลอว์เรนซ์ แลร์รี เพจ) ชาวอเมริกัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Facebook  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ ให้ผู้ใช้บริการได้แบ่งปันเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งการแบ่งปันผ่านทางตัวอักษร รูปภาพ หรือวิดิโอ รวมทั้งมีลูกเล่นที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย อยู่ภายใต้การดูแลของ Facebook, Inc.ผู้ก่อตั้ง : Mark Zuckerberg (มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก)   เชื้อสายยิว – อเมริกัน  ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเฟซบุ๊ก Twitter  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้ผู้ใช้บริการส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร เพื่อบอกเล่าเรื่อวราว หรือแจ้งข่าวสารต่างๆอยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  Twitter, Inc ผู้ก่อตั้ง  1. Meg Hourihan   2. Evan Clark Williams ชาวอเมริกัน (เป็นผู้ก่อตั้ง www.blogger.com ด้วย) 3. Jack Dorsey   (แจ๊ค ดอร์สเซย์)  ชาวอเมริกัน 4. Noah Glass (โนอา กลาส)  ชาวอเมริกัน Line Application   โปรแกรมเมสเซนเจอร์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  NAVER Japan บริษัทลูกของ NHN Japan ผู้ก่อตั้ง  NHN Japan ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำสัญชาติเกาหลี (ผู้ก่อตั้งบริษัทคือชาวเกาหลี ชื่อ Mr.Lee Hae jin ) แต่ดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต เกม เสิร์ชเอนจิน เว็บท่า Microsoft อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Microsoft ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ผู้ก่อตั้ง  1. William Henry Bill Gates III (วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม)   ชาวอเมริกัน 2. Paul Gardner Allen (พอล แอลเลน)  ชาวอเมริกัน Yahoo อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Yahoo! Inc ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสัญชาติอเมริกันซึ่งประกอบไปด้วยเว็บท่า, เสิร์ชเอนจิน, Yahoo! Directory, Yahoo! Mail, Yahoo! News, Yahoo! Photos ผู้ก่อตั้ง  1. Jerry Yang (เจอร์รี่ หยาง)  ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน  2. David Filo (เดวิด ฟิโล)  ชาวอเมริกัน CNN (Cable News Network)  เครือข่ายโทรทัศน์เคเบิล ที่เสนอข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ภายใต้การดูแลของ Turner Broadcasting System (เทิร์นเนอร์บรอดแคสติงซิสเตม) หน่วยงานในเครือ Time Warner  (ไทม์วอร์เนอร์) ผู้ก่อตั้ง  Ted Turner (เท็ด เทอร์เนอร์)  ชาวอเมริกัน BBC  (British Broadcasting Corporation) อยู่ภายใต้การดูแลของ  British Broadcasting Corporation ผู้ก่อตั้ง  1. John Charles Walsham Reith, 1st  Baron Reith George Villiers  ชาวสก็อตแลนด์  2. George Herbert Hyde Villiers, 6th  Earl of Clarendon  ชาวอังกฤษ Al Jazeera (สำนักข่าว อัลญะซีเราะฮ์ หรือ แอลจะเซียรา)  สำนักข่าวอาหรับตั้งอยู่ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  Al Jazeera Media Network เจ้าของกิจการ คือ His Majesty Sheikh Hamad bin Khalifa Al Thani  (เชคฮามัด บิน คอลีฟะห์ อัลตานี) Youtube  เว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดและแลกเปลี่ยนคลิปวิดีโอผ่านทางเว็บไซต์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง   1. Chad Meredith Hurley (แชด เมเรดิธ เฮอร์ลีย์) ชาวอเมริกัน  2. Steve Chen (สตีฟ เชง) ลูกครึ่งอเมริกัน – ไต้หวัน  3. Jawed Karim (ยาวีด คาริม) ลูกครึ่งอเมริกัน – เยอรมัน  ทีม MThai Inter MThai news

งามไส้!แฉมะกันล้วงข้อมูลยาฮู-กูเกิล
กูเกิล /  ยาฮู / 

สโนว์เดนอดีตหน่วยข่าวกรอง แฉแหลก สหรัฐฯ ล้วงข้อมูล Yahoo - Google นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองผู้ออกมาแฉโครงการสอดแนมของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ออกมาเปิดโปงข้อมูลเพิ่มเติมว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ได้มีการสอดแนมข้อมูลของเว็บไซต์ยาฮูและกูเกิล ซึ่งเป็นเว็บไซต์ให้บริการอีเมล์ยอดนิยมอันดับต้นๆ ของโลก รายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ทางการสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งที่เป็นข้อความ เสียง และวีดีโอที่อยู่ในเว็บไซต์ทั้งสองแห่งนี้ได้โดยตรงอีกด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยกล่าวว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจที่จะเข้าถึงข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ของบริษัททั้งสองแห่ง ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทางการสหรัฐฯ เพิ่งถูกจับตาจากหลายชาติในยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี หลังจากมีข้อมูลที่ระบุว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ทำการดักฟังโทรศัพท์มือถือของนายกรัฐมนตรีแองเกล่า แมร์เคิล ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากต่อเยอรมนีจนต้องส่งผู้แทนชาวเยอรมันไปยังสหรัฐฯ เพื่อขอคำตอบและการรับผิดชอบจากรัฐบาลทำเนียบขาวต่อสิ่งที่เกิดขึ้น Mthai news

Mini Tablet War Begins !
mini / 

ว่ากันตามจริงแล้ว การปรากฏตัวของ ‘ไอแพดมินิ’ เป็นสิ่งที่สร้างความฮือฮาให้กับสาวกจำนวนไม่น้อย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า สตีฟ จ็อบส์ อดีตซีอีโอผู้ล่วงลับเคยสบประมาทว่า แอปเปิลไม่ควรทำแท็บเล็ตขนาดจิ๋วลงไปแข่งขัน มันดูกระจอกและไม่กบฏพอในฐานะผู้นำนวัตกรรม สอดคล้องกับนิตยสาร Newsweek เขียนถึงกรณีนี้ว่า สตีฟ จ็อบส์ ไม่เคยเห็นชอบกับการเกิดไอแพดมินิ แต่ ทิม คุก ซีอีโอคนถัดมากลับไม่คิดเช่นนั้น เขามองว่านี่เป็นโอกาสที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดแท็บเล็ตไว้ต่อไปได้ การรั้งตำแหน่งผู้นำในกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่เป็นหน้าเป็นตาของแอปเปิลเท่านั้น หากแต่เป็นการรักษาผลประกอบการและการเติบโตขององค์กรให้สูงชะลูดได้ดั่งเดิม พลอยทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสาวกทั้งหลายยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลายลง นอกจากนี้ การฝากผีฝากไข้ไว้กับไอโฟนดูจะเป็นเรื่องยากเสียแล้ว เมื่อตลาดสมาร์ทโฟน โดนแอนดรอยด์โฟนของกูเกิลและพันธมิตรกลืนกินยอดขายอันดับ 1 ของโลกไปเรียบร้อย โดยมีซัมซุงเป็นนายหมู่ทะลวงฟันด้วยรุ่นขายดีอย่างซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 3 ซึ่งขายไปแล้วกว่า 30 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่วางขายจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่แท็บเล็ตดูๆ ไปแอปเปิลจะมีภาษีดีกว่า เนื่องจากกุมจำนวนผู้ใช้ไอแพดกว่า 100 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่เมษายน 2553 ถึงปัจจุบัน และเชื่อว่าปริมาณการซื้อไอแพดจะเพิ่มขึ้นอีก 5-10 ล้านเครื่องภายในสิ้นปีนี้ สำหรับไอแพดมินิ มาพร้อมจุดเด่นอยู่ตรงการได้รับประสบการณ์เช่นเดียวกับไอแพดและเรื่องของขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก หน้าจอมีขนาด 7.9 นิ้ว แตกต่างจากคู่แข่งซึ่งล้วนเปิดตัวที่ 7 นิ้ว เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับข้อมูล โดยเฉพาะเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นจะไม่ผิดสัดส่วนจากไอแพดมากเกินไปนัก ส่วนเรื่องความละเอียดเทียบเท่าหน้าจอไอแพด 2 เท่านั้น ภายในใช้หน่วยประมวลผล A5 ตัวเดียวกับนิวไอแพด กล้องดิจิตอลด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอ HD 1080p มีกล้องหน้าสำหรับพูดคุยเฟสไทม์ มาพร้อมระบบสั่งงานด้วย Siri ไว้แก้เหงา และเปลี่ยนสายเชื่อมต่อมาเป็นแบบ Lightning โดยรวมแล้วพูดง่ายๆ ว่า ทุกอย่างถอดแบบมาจากนิวไอแพดก็ไม่ปาน แม้แต่การตอบสนองการทำงานนับว่ายอดเยี่ยม ยกเว้นเรื่องความคมชัดของหน้าจอ กลายเป็นตกม้าตายซะงั้น เมื่อเปรียบเทียบจำนวนพิกเซลในหนึ่งตารางนิ้วบนหน้าจอไอแพดมินิ มีพิกเซลเรียงตัวกันอยู่ราว 163 พิกเซล ขณะที่ Nexus 7 หรือ Kindle Fire HD มีถึง 216 พิกเซล และ Nook Color HD สูงกว่าใครเพื่อน คือ 243 พิกเซล นอกจากนี้ ในส่วนของราคาเครื่องซึ่งหลายคนลุ้นอยู่นานว่า น่าจะพอๆ กับคู่แข่ง ดันกลายเป็นว่าแพงหูฉี่ โดยเฉพาะไอแพดมินิรุ่น 3G และ Wi-Fi เปิดราคาตั้งแต่ 15,200-21,200 บาท ตามขนาดความจุที่แตกต่างกันไป เลยเหมือนเป็นฝันสลายสำหรับคนที่อยากได้ผลิตภัณฑ์แอปเปิลในราคาย่อมเยา หนำซ้ำ ราคาแบบนี้กลายเป็นหวานปากคู่แข่ง ทั้งกูเกิล อเมซอน บาร์นส์ และแอนด์ โนเบิล กับรุ่น Nexus 7, Kindle Fire 7 HD และ Nook HD ตามลำดับ ทั้งหมดต่างพร้อมใจกันตั้งราคาที่ 199 เหรียญสหรัฐฯ เทียบเป็นเงินไทยอยู่ราวๆ ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท นอกจากนี้ ถ้ามองถึงจุดเด่นของแต่ละรุ่นให้ลึกๆ แล้วจะพบจุดเด่นที่แตกต่างออกไป ดูอย่าง Nexus 7 พระเอกของเครื่องนี้อยู่ที่หน่วยประมวลผล Nvidia Tegra 3 4 คอร์ สวนทางกับ A5 ซึ่งมีเพียง 2 คอร์ ทั้งยังมีชิปกราฟิกแยก GeForce รองรับการเล่นเกมกราฟิกสูง ส่วน Kindle Fire 7 HD นอกจากหน้าจอความละเอียดสูง ระบบเสียง Dolby แล้ว คลังข้อมูลทั้งหนังสือ นิตยสาร เพลง รายการโทรทัศน์ และหนังกว่า 22 ล้านชิ้น นับว่าเป็นอภินันทนาการอันยอดเยี่ยมเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายเหมือนกันที่รุ่นนี้กับ Nook HD ไม่มีกล้องถ่ายภาพทั้งด้านหน้าและด้านหลังมาให้เลย ศัตรูของไอแพดมินิยังไม่หมด ซัมซุง กาแล็กซี่ แท็บ 2 ซึ่งพ่วงการใช้งานครบครันจนเรียกได้ว่าสูสีที่สุด เมื่อผนวกรวมกับระบบปฏิบัติการตัวใหม่ก็เหมือนเสือติดปีก ทำให้คนลังเลได้ไม่น้อย ไหนจะต้องต่อกรกับ Toshiba AT270 จากแดนอาทิตย์อุทัย เปลี่ยนโฉมทั้งในแง่รูปลักษณ์ น้ำหนัก และประสิทธิภาพใหม่หมดจากรุ่นเดิม อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเผชิญคู่แข่งดุดันแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่แท็บเล็ตจากแอปเปิลยังคงได้เปรียบกว่าคู่แข่ง คือ ระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ของแอปเปิลอันดีเยี่ยม สามารถเชื่อมโยงและรองรับการทำงานหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งขยายตัวไปสู่สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก โยงใยทุกผลิตภัณฑ์เข้าหากันได้อย่างง่ายดาย สิ่งเหล่านี้ต้องขอบคุณสตีฟ จ็อบส์ ผู้ออกแบบไว้อย่างดิบดี แม้ว่าผลตอบรับของไอแพดมินิจะดีเกินคาด โดยสัปดาห์แรกสามารถสร้างยอดขายไต่ไปถึง 3 ล้านเครื่อง มากกว่านิวไอแพด ซึ่งขายได้ราวๆ 1.5 ล้านเครื่องก็ตาม แต่เชื่อเหลือเกินว่าคู่แข่งกำลังสุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาท้าชนแอปเปิลในเร็ววันอย่างแน่นอน รวมทั้งทีมงานแอปเปิลทั้งหมดยังคงต้องหันมาต่อสู้กับตัวเอง เพราะหลังจากถูกตั้งคำถามอย่างหนักกับการเปิดตัวไอโฟน 5 ไอแพดมินิ และไอแพด รุ่น 4 ซึ่งเน้นวนๆ อยู่แต่สรรพคุณ บางกว่า เล็กกว่า คมชัดกว่า และเร็วกว่า มันคือนวัตกรรมแห่งปีจริงๆ แล้วหรือ ? แทนคำตอบ เราอาจจะต้องรอลุ้นในระยะยาวว่า แอปเปิลจะหวนคืนสู่ผู้นำนวัตกรรมได้ดีกว่านี้ไหม หรือไม่ก็ถูกคู่แข่งยึดพื้นที่ไปหมด รวมถึงแท็บเล็ตขนาดเล็กก็ไม่มีข้อยกเว้น

เพื่อไทย ขู่ อภิสิทธิ์ ให้รีบขอโทษระวังเจอผ้าถุงอีก
ข่าวอีโง่ /  สุริยะใส กตะศิลา / 

เพื่อไทย ขู่ อภิสิทธิ์ ให้รีบขอโทษระวังเจอผ้าถุงอีก จวก สุริยะใส อย่าทำตัวถ่วงความเจริญชาติ ปมยื่นศาลตีความ กู้ 2 ล้านล้าน Mthai News วันนี้ 14 ก.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเหยื่อของการกระทำของตัวเอง เพราะพยายามสร้างปัญหาโดยการรวบอำนาจต่างๆ ไม่ยอมรับการตรวจสอบ ว่า ไม่รู้ผีเจาะปากมาพูดหรืออย่างไร พูดได้ทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ได้พูดท้องคงจะอืด ทั้งที่พูดแต่ละครั้งติดบ่วงวาทกรรมตัวเองตลอด ความจริงนายอภิสิทธิ์ถือเป็นตั้นเหตุของความขัดแย้ง บอยคอตการเลือกตั้ง ร่วมมือกับม็อบ ก่อชนวนยึดอำนาจรัฐประหาร แต่เลือกเล่าประวัติศาสตร์เฉพาะตอนตัวเองรับบทพระเอก ทั้งที่ประชาธิปไตยคือการเคารพเสียงข้างมาก แต่นายอภิสิทธิ์ไม่เคยเคารพเสียงประชาชน ดังนั้น ไม่ต้องริอ่านไปแข่งอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะแข่งกับนายสมัคร ก็แพ้ แข่งกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็แพ้ วันนี้เอาแค่ ผ่านนายเทพไท เสนพงศ์ จากพรรคเดียวกันมาให้ได้เสียก่อน จึงออกทะเล เหมือนเรือไม่มีหางเสือ อยากพูดอะไรก็พูด ไม่มีความรับผิดชอบ เหมือนกับกรณี การปราศรัยเวที เดินหน้าผ่าความจริง วัดดอกไม้ แต่ไม่ใช้ภาษาดอกไม้ แล้วไม่ยอมรับ ตอนแรกแถว่า พูดตามกูเกิล ก็ถือว่า น่าเกลียดแล้ว มาแถต่อว่า ไม่ได้ระบุชื่อใคร ถือว่าน่าเกลียดหนักกว่าเดิม คนทั้งประเทศรู้หมดว่า นายอภิสิทธิ์พูดถึงใคร และมีเจตนาอย่างไร ฉะนั้นมีทางเดียวที่เสียหายน้อยที่สุด คือการออกมาขอโทษแบบแมนๆ ถ้าไม่เช่นนั้น ก็ต้องเตรียมตัวรับผ้าถุงอีกหลายผืน เหยื่อการกระทำของตัวเองนั้น นายอภิสิทธิ์เก็บไว้ใช้เองจะดีกว่า เพราะคดีร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล และร่วมกันก่อให้ผู้อื่นพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลนั้น กำลังรอนายอภิสิทธิ์อยู่ ส่วนกรณีที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน เตรียมคำร้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท หากผ่านการพิจารณาในวาระ 2 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ และเป็นการจัดทำงบประมาณนอกกรอบงบประมาณปกตินั้น สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบพวกจอมร้องพวกนี้เพราะนอกจากนายสุริยะใสแล้ว ยังมีอีกหลายกลุ่มที่จ้องร้องตลอดเวลา แล้วถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าไม่ขัด ให้ดำเนินการต่อได้ คนพวกนี้จะรับผิดชอบอย่างไร หรือตั้งต้นร้องใหม่ อย่าสักแต่ว่าร้อง โดยไม่ดูกระแสสังคม อย่าทำตัวเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศ ทั้งที่แผนพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาท เป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้สมดุลย์และครบวงจรเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าของรัฐบาลเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ และเป็นสิ่งที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์ Mthai News

อุทาหรณ์ ! AIS ชี้แจงยกเว้นค่าบริการบิลโหด เพราะลูกค้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์
AIS ชี้แจงยกเว้นค่าบริการบิลโหด /  นาย ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตลาด เอไอเอส / 

ทาง AIS  ชี้แจงกรณีเล่นซื้อเพชรเกมคุกกี้รันจนบิลสูงลิ่วเป็นแสน ยอมยกเว้นค่าบริการให้ลูกค้าใช้งานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมพัฒนาระบบแจ้งเตือนยอดใช้งานป้องกันปัญหาเกิดซ้ำ จากกรณี ที่ จ.สุพรรณบุรี มีสาวแจ้งความร้องทุกข์ว่าพบบิลเรียกเก็บค่าโทรศัพท์กว่า 2 แสนบาท หลังให้บุตรชายวัย 13 ปี ใช้โทรศัพท์มือถือ โดยตรวจสอบพบว่าเป็นการจ่ายเงินซื้อคริสตัลในเกมคุกกี้รัน สำหรับการเพิ่มพลังในการเล่นเกม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด วานนี้ (24 มิ.ย.) นาย ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตลาด เอไอเอส กล่าวว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อว่า มีลูกค้าใช้งานเล่นเกมคุกกี้รัน และมีค่าบริการสูงผิดปกติ ทางเอไอเอส ขอเรียนชี้แจงว่า ปัจจุบันการใช้บริการเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นทางอินเทอร์เน็ต เช่น การสมัครใช้งาน หรือ การซื้อคอนเทนท์ ผ่านทาง "กูเกิล เพลย์ สโตร์" ซึ่งเป็นศูนย์รวมแอพพลิเคชั่นของแอนดรอยด์ ที่ให้บริการโดยกูเกิล ได้รับความนิยมสูงขึ้นเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านมา ลูกค้าจำเป็นต้องสมัครหรือซื้อสินค้าและบริการผ่านทางบัตรเครดิตเท่านั้น ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยการสะดวกให้กับลูกค้า เอไอเอสจึงเป็นผู้รับชำระค่าสินค้าและบริการนี้ให้กับ Google Play Store โดยหักจากบิลล์ค่าโทรศัพท์ของเอไอเอสได้ทั้ง prepaid และ postpaid ตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมา ในทางปฏิบัติ ในการที่จะใช้บริการดังกล่าวได้นั้น ลูกค้าจะต้องมีการสมัครใช้งานและยืนยันความเป็นเจ้าของก่อนจึงจะสามารถทำการ หักค่าใช้จ่ายได้ รวมถึงในการซื้อคอนเทนท์แต่ละครั้ง จะมีการแจ้งให้ยืนยันการซื้อ และจะมีการส่งยืนยันการซื้อดังกล่าวกลับไปที่อีเมลของลูกค้าเสมอเช่นกัน “อย่าง ไรก็ตามหลังจากการเปิดบริการดังกล่าวไป พบว่าลูกค้าบางท่านมีค่าบริการสูงผิดปกติตามที่เป็นข่าว ซึ่งบริษัทก็มิได้นิ่งนอนใจและมีความห่วงใยในกรณีดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง โดยได้ทำการปิดบริการสำหรับระบบโพสต์เพดทันที ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และจะดูแลลูกค้าโดยยกเว้นค่าสินค้าและบริการดังกล่าวทั้งหมดให้แก่ลูกค้า ทุกรายที่ใช้งานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์” ทั้งนี้บริษัทจะมี การพัฒนาระบบแจ้งเตือนรวมถึงเพิ่มเติมการกำหนดยอดการใช้งานสูงสุดในการชำระ ค่าสินค้าและบริการได้ด้วยตนเอง  เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้บริการในโลกออนไลน์ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป MThai News

แฮกเกอร์โจมตีกูเกิลเจาะจีเมลล์,รหัสผ่านกว่า5ล้านราย
กูเกิล /  กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ / 

กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ เจาะเข้ารายชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านกว่า 5 ล้านบัญชี ไปเผยแพร่บนเว็บไซต์รัสเซีย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ชาวรัสเซียแฮก และเผยแพร่ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์ รวมทั้งรหัสผ่านเกือบ 5 ล้านบัญชี ลงบนโลกออนไลน์ หลังจากก่อนหน้านี้ เกิดกรณีภาพหลุดสุดสยิวของเหล่าดาราคนดัง ที่ถูกแฮกเกอร์ขโมยรูปภาพของจากระบบสำรองข้อมูลออนไลน์ ไอคลูด (iCloud) ของบริษัท แอปเปิล โดยในรายงานข่าวระบุว่า ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านดังกล่าว ถูกนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ btcsec.com ในฟอรัมของ บิทคอย์น โดยฝีมือผู้ใช้งานที่ชื่อ (Tvskit) ซึ่งระบุด้วยว่า ที่อยู่อีเมล์กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้ยังมีการใช้งานอยู่เป็นประจำด้วย ขณะที่ทาง กูเกิล ออกมาระบุว่า ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านนี้ อาจเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังใช้งานได้ เนื่องจากระบบอัตโนมัติป้องกันการแฮกของพวกเขาทำการปิดกั้นการล็อกอินเข้าบัญชีผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่แล้ว และเรียกร้องให้ผู้ใช้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ กูเกิล ยังยืนยันด้วยว่า การรั่วไหลของข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านครั้งนี้ ไม่ได้เปิดขึ้นจากช่องโหว่ในระบบของกูเกิล

กูเกิลกลาส คล้ายแบบจำลองแว่นตาอัจฉริยะของลีโอนาโอ ดาวินชี
นักวิทยาศาสตร์โลก /  เกร็ดความรู้

หลังจากที่มีข่าวออกมาเป็นระยะๆ ว่าทางกูเกิ้ลนั้นมีโปรเจ็กทำแก็ดเจ็ต (Gatget) ล้ำยุคออกมา คือ กูเกิลกลาส นั่นเอง โดยกูเกิลกลาสนี้จะเปรียบเสมือนลูกครึ่งแว่นตากับสมาร์ทโฟน ออกมา ทำให้หลายๆ คนที่เป็นสาวกนั้นก็คอยติดตามอย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว และเป็นที่สงสัยอย่างยิ่งเพราะ นักวิจัยสหรัฐฯ พบว่า กูเกิลกลาส คล้ายแบบจำลองแว่นตาอัจฉริยะของลีโอนาโอ ดาวินชี เอ๊ะๆ เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต้องตาม teen.mthai ไปดูกันคะ ^^ กูเกิลกลาส คล้ายแบบจำลองแว่นตาอัจฉริยะของลีโอนาโอ ดาวินชี  การค้นพบครั้งนี้ เกิดขึ้นขณะที่ นายเบิร์ท ไวลด์ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยอิลินอยส์ของสหรัฐฯ ทำการศึกษาแผนภาพของดาวินชี เพื่อหาแรงบันดาลใจในการทำวิจัย จนกระทั่งเขาได้ไปพบกับแบบแปลนที่มีลักษณะเป็นหน้าคนสวมแว่นตา ที่มีกล้องขนาดเล็กติดอยู่ด้านข้าง นายไวลด์เล่าว่า ระหว่างที่เขากำลังอ่านหนังสือ และภาพสเก็ตของดาวินชี เพื่อทำการศึกษาเกี่ยวกับนิวเคลียร์ฟิสิกส์ ก็พบกับ ภาพแว่นตา ดังกล่าว และเมื่ออ่านเพิ่มเติมจึงพบว่า แว่นตาอันนี้มีชื่อในภาษาอิตาเลียนว่า Occhiovita Immagine หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า แว่นตาภาพชีวิต โดยดาวินชีระบุว่า แว่นตาที่เขาคิดค้นขึ้นสามารถสั่งการด้วยภาพและตัวหนังสือ เสมือนเป็นผู้ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งคล้ายกับกูเกิลกลาส แว่นตาอัจฉริยะของกูเกิล ที่กำลังจะเตรียมวางจำหน่ายในปีนี้ ซึ่งภายหลังที่เขาเห็นภาพสเก็ตแว่นตาอัจฉริยะของดาวินชีเป็นครั้งแรก ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจในการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับคอนเซ็ปต์แว่นตาที่ดาวินชีเคยคิดไว้ แต่ก็ไม่พบรายละเอียดใดๆ นอกจากภาพสเก็ตที่ระบุลักษณะของภาพที่ปรากฎบนเลนส์ของแว่นตา ที่ดาวินชีเคยร่างไว้เท่านั้น นายไวลด์บอกว่า เขาแทบไม่เชื่อว่าไม่มีใครเคยสังเกตเห็น ภาพสเก็ตแว่นตาอัจฉริยะของดาวินชี มาก่อน จนกระทั่งมีการเปิดตัวกูเกิลกลาส จึงนับเป็นการพิสูจน์ว่า กูเกิลไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีรายแรก ที่คิดค้นแว่นตาอัจฉริยะอีกต่อไป!! อัยย่ะ เรื่องน่ารู้ กูเกิลกลาส ที่มาของกูเกิลกลาส เซอร์เกย์ บริน (ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล) บอกเหตุผลที่กูเกิลคิดทำ กูเกิลกลาส คือ การที่ผู้คนสมัยนี้ใช้ชีวิตผูกกับโทรศัพท์มาก ในขณะที่ใช้โทรศัพท์ มือหนึ่งก็ต้องถือ ตาก็ต้องก้มดู กูเกิลจึงคิด ถึงอุปกรณ์ที่สามารถทำให้มนุษย์ยังคงสามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ บนโลกผ่านการมองเห็นด้วยดวงตาไปพร้อม ๆ กับการรับรู้ข้อมูลและสั่งการอุปกรณ์ไฮเทคของตัวเองได้ Glass Explorer หรือผู้ทดลองใช้กูเกิลกลาส  ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า กูเกิลกลาส  ทำให้การใช้งานอินเทอร์เนต มือถือ และกล้องง่ายขึ้นแบบ no hand แต่ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยขนาดนี้ก็ทำให้ผู้ใช้ล้ำเส้นไปละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนรอบข้างได้ง่ายๆ เช่นการแอบบันทึกภาพคนอื่นอย่างแนบเนียน หรือการพูดโทรศัพท์และสั่งการกลาสเสียงดังโดยไม่สนว่าจะรบกวนคนข้างๆ (อืม .. อันนี้น่าคิด) กูเกิลกลาส สามารถทำอะไรได้บ้าง? ถ่ายภาพนิ่ง, ถ่ายวิดีโอ, สั่งค้นหาด้วยเสียง, วิดีโอคอล และสั่งแปลภาษา, หน้าจอแสดงผลคมชัดเทียบเท่าจอ HD ขนาด 25 นิ้ว จากระยะการมองเห็น 8 ฟุต ความละเอียดของกล้องในการถ่ายภาพ 5 ล้านพิกเซล และบันทึกวิดีโอระดับ HD 720p มาพร้อมกับหน่วยความจำภายในตัวขนาด 16GB (ซึ่งใช้ได้จริง 12GB) โดยที่สามารถซิงก์ได้กับ Google cloud storage ด้วย ส่วนตัวแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 1 วันเต็ม ๆ หากไม่ใช้งานแอพพลิเคชั่นที่เปลืองแบตฯ หรือถ่ายวิดีโอ, รองรับการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นที่มี Bluetooth เป็นต้น คู่มือการใช้กูเกิลกลาส  1. ข้อแรกคือจงจำไว้เสมอว่าคุณมีกล้องติดอยู่บนใบหน้า เพราะฉะนั้นไม่แปลกอะไรที่ทุกคนจะมองคุณด้วยสายตาหวาดระแวง เพราะไม่รู้ว่าจะถูกแบบบันทึกภาพหรือไม่ เมื่อไหร่ และด้วยเหตุนี้ คุณจึงควรถอดกลาสทุกครั้งที่อยู่ในสถานที่ที่ไม่ควรมีการถ่ายภาพ เช่นห้องน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า โรงหนัง และห้องประชุม 2. อย่าใช้ กูเกิลกลาส  แบบพร่ำเพรื่อมากเกินไป เนื่องจาก กูเกิลกลาส  เป็นแก็ดเจ็ตที่ดึงดูดสาตาอยู่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรโดดเด่นเพิ่มเติมเข้าไปอีก เช่นการสั่งการกลาสด้วยเสียงตลอดเวลา หรือการใช้กลาสโทรศัพท์ ซึ่งทำให้คุณดูเหมือนเดินพูดคนเดียว ไม่ต่างจากการใช้บลูทูธ ที่สำคัญ ไม่ควรจะใส่กลาสตลอดเวลา เพราะนอกจากจะทำให้คุณดูเป็นคนบ้าเทคโนโลยีมากเกินไป ยังไม่มีใครชอบที่คนที่เขาคุยด้วยจะเหลือบมองไปที่ด้านขวาบนของตัวเองทุกๆ 10 วินาที 3. กฎข้อสุดท้ายที่ฟังดูไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย ก็คือจงอย่าถ่ายรูปหรือบันทึกภาพอะไรที่ไม่สมควรด้วยกูเกิลกลาส เพราะหากมีคลิปหรือภาพที่หลุดไปอยู่ในอินเทอร์เนต ซึ่งชัดเจนว่าถ่ายจากกลาส แล้วเป็นภาพที่ไม่สมควรอย่างการแอบถ่ายผู้หญิงโป๊ คุณจะกลายเป็นคนที่ทำให้ภาพลักษณ์ของกลาส และผู้ใช้กลาสทั่วโลกเสียทันที เพราะไม่มีใครคาดเดาได้ว่าผู้สวมใส่กลาสคนไหนจะมีมารยาทมากพอที่จะไม่ถ่ายภาพแย่ๆ เหล่านี้ กูเกิ้ลทำวิดีโอแนะนำการใช้และมารยาทในการใช้ กูเกิลกลาส โดยใช้คำว่า dont be a glass hole ซึ่งเป็นคำที่ออกมาล้อเลียนคำด่าที่ว่า ass hole นั่นเอง ในวิดีโอ ชุดนี้ ก็ระบุว่า ห้ามผู้ใช้ นำแว่นวีดีโอตัวนี้ ไปใช้ในหลายๆสถานที่ เช่น โรงหนัง ผับ บาร์ บาร์เต้นระบำเปลือย คาสิโน เพราะการที่แว่นอัจฉริยะตัวนี้สามารถบันทึกภาพและวิดีโอได้ อาจไปล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นๆ เพื่อนๆ สามารภไปเปิดดูกันได้เลยนะคะ การสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งใช้คำว่า "OK, Glass," เป็นคำขึ้นต้น เวลาจะสั่งให้มีการถ่ายภาพนิ่ง หรือวิดีโอ รวมถึงยังสามารถแชร์สิ่งที่เราได้เห็นและบันทึกเอาไว้ ไปยังคนใกล้ชิดได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่สั่งงานด้วยเสียงเท่านั้น ขณะเดียวกัน การวิดีโอแชทผ่านโปรแกรมสไกป์  รวมถึงการรายงานสภาพอากาศ และเส้นทางซึ่งมีความแม่นยำมากขึ้น และเห็นเส้นทางได้ชัดกว่าเดิม  ก็เป็นอีกหนึ่งความพิเศษ ที่มาพร้อมกับกูเกิล กลาสแบบใหม่นี้อีกด้วย เรียบเรียง teen.mthai อ้างอิง nanmeebooks,plus.google