กูเกิล

พูดคุยและรู้จักกับ จอช คิม ผู้กำกับ พี่ชาย My Hero หนังไทยที่น่าจับตา
Draft Day /  How to Win at Checkers (Every Time) / 

อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจของคุณในการทำหนังเรื่องนี้ ปี 2007 ผมได้อ่านหนังสือชื่อ Sightseeing เขียนโดย รัฐวุฒิ ลาภเจริญทรัพย์  ในตอนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าได้ดูหนัง ผมนึกถึงแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ กลิ่นน้ำมัน และสีสันต่างๆ มันเป็นโลกที่ผมเคยสัมผัส ผมรู้สึกเหมือนได้กลับไปในวัยเด็กอีกครั้ง และในที่สุดผมก็อยากจะเล่าเรื่องราวเหล่านี้ผ่านทางภาพยนตร์ ความท้าทายอะไรที่คุณที่เจอในการนำหนังสือเล่มนี้มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ในตอนที่ผมส่งบทร่างแรกๆให้เพื่อนช่วยอ่าน ก็มีบางส่วนที่เพื่อนๆไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน ผมจึงคิดว่าคงต้องตัดข้อมูลต่างๆจากหนังสือต้นฉบับออก และเขียนเรื่องที่ทำให้คนที่ไม่เคยอ่านหนังสือเข้าใจได้ พอทิ้งทุกอย่างไปมันทำให้ผมได้รับอิสระมากขึ้น ผมเพิ่มตัวละครเข้าไป ขยายแก่นของเรื่อง และสร้างสถานการณ์ ในแบบของผมขึ้นมาเอง กระบวนการการเข้าคัดเลือกเกณฑ์ทหารในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง มันเป็นวิธีที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ถ้าคุณเป็นชายไทย พออายุครบ 21 ปี คุณต้องไปรวมตัวกับคนที่มีอายุเท่าๆกันในเขตของคุณ เพื่อทำการจับฉลากที่อยู่ในโถต่อหน้าเพื่อนรุ่นเดียวอีกเป็นจำนวนมาก  ถ้าจับได้ใบดำ คุณก็ได้รับการยกเว้นและไม่ต้องเป็นทหาร แต่ถ้าจับได้ใบแดง คุณต้องไปเป็นทหารและรับใช้ชาติเป็นเวลาสองปี  ซึ่งไม่เหมือนที่สหรัฐอเมริกา ที่ใช้วิธีอาสาสมัคร หรือที่เกาหลีใต้ซึงทุกคนต้องเป็นทหาร ดูเหมือนว่าการเกณฑ์ทหารในประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับดวงมากกว่า ก่อนที่จะมาเมืองไทยผมไม่เคยเห็นกระบวนการเหล่านี้มาก่อน และในระหว่างที่ผมเขียนบทผมก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะใช้วิธีการอย่างไรกับกลุ่มคนข้ามเพศ พอปี 2013 ผมทำภาพยนตร์สั้นสารคดีชื่อ Draft Day ซึ่งการทำสารคดีชิ้นนี้ช่วยทำให้ผมเข้าใจ และเป็นตัวอย่างที่ผมใช้เพื่อให้ทีมงานเห็นภาพตรงกัน และถ่ายทอดออกมาเป็นฉากเกณฑ์ทหารในภาพยนตร์ ช่วยเล่าถึงขั้นตอนการคัดเลือกนักแสดง คุณหานักแสดงอย่างไร ริว น่าจะเป็นคนแรกๆที่เข้ามาทดสอบบท เราให้เขาลองเล่นซีนอารมณ์และเขาสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม  แต่เราคิดว่ามันไม่น่าจะง่ายขนาดนี้นะ  เพื่อนผู้กำกับคนหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่า เขาต้องคัดเลือกเด็กกว่าหนึ่งร้อยคนกว่าจะเจอคนที่เขาตามหา หลังจากที่เราทำการคัดเลือกไปร้อยกว่าคนบ้าง ก็ยังไม่มีใครทำได้ดีกว่าน้องริว สุดท้ายเราก็เลือก ริว ตัวเต็งคนแรกของเรา อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างแรกเลยก็คือหนังเรื่องนี้ต้องเป็นหนังไทยเท่านั้น เพราะคัดเลือกทหารด้วยการจับฉลากใบดำใบแดงมีที่นี่ที่เดียว ในปี 2012 ผมเดินทางมากรุงเทพและลงเรียนคอร์สภาษาไทยเพื่อเตรียมความพร้อมของตัวผมเองเพราะ ผมต้องการที่จะอ่านบทและสื่อสารกับนักแสดงเป็นภาษาไทย ในระหว่างการถ่ายทำ ได้เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยและทหารก็ได้ทำการรัฐประหาร ไม่นานหลังจากนั้นก็มีการประกาศกฎอัยการศึก เกิดการประกาศเคอร์ฟิว ผมและทีมงานรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เราไม่แน่ใจว่าจะถ่ายหนังให้จบได้รึเปล่า เพราะว่าตารางถ่ายของเรานั้นติดช่วงเวลาเคอร์ฟิวด้วย เกมหมากรุกมีความสำคัญอย่างไรในหนังเรื่องนี้ ผมเล่นหมากรุกกับพี่ชาย เขาเป็นคนสอนผมเล่น และผมบอกเขาเสมอว่าสักวันหนึ่งผมจะชนะเขาให้ได้ แต่จริงๆแล้วก็ไม่คิดว่าจะชนะเขาได้ จนวันหนึ่งผมสามารถเอาชนะเขาได้ แต่ผมก็ทำอะไรไม่ถูกแล้วต่อจากนี้จะทำยังไง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมามีเป้าหมายเดียวคือเอาชนะพี่ให้ได้  ก็คล้ายๆกัน ในตอนที่โอ๊ตเอาชนะพี่ชายได้ เขาเริ่มมองเห็นจุดอ่อนของพี่ชาย มันเหมือนช่วงเวลาที่ทั้งหวานทั้งขม ช่วงเวลาที่เราเติบโตพอ และตระหนักว่าจากนี้ไปเราต้องเลือกเรียนรู้และตัดสินใจอะไรๆ ด้วยตัวของเราเอง --------------------------------- ประวัติผู้กำกับ จอช คิม เป็นผู้กำกับ ลูกครึ่งเกาหลี –อเมริกัน ปัจจุบันทำงานอยู่ในเอเชีย เกิดวันที่ 23 เมษายน 1981 ที่รัฐเท็กซัส เริ่มเป็นเด็กฝึกงาน ด้านโปรดักชั่นที่สถานีข่าว NPR ในรัฐวอชิงตัน ดีซี  หลังจากนั้นย้ายไปทำงานกับ CNN ที่ฮ่องกง ปี 2010 เขาเป็น  Associate Producer  ให้กับหนังเกาหลีเรื่อง Better Tomorrow ของ จอน วู ซึ่งหนังได้ฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลหนังเวนิซในปีเดียวกัน  เขาเคยกำกับวีดีโอให้กับกูเกิล ยูฟ่า และ อีลีทโมเดล เขาเป็นคนก่อตั้งเว็บซีรี่สารคดี ชื่อ กูเกิ้ลกลาสไดอารี่  ซึ่งได้ลงเป็นบทความใน Wall Street Journal และ Fast Company เข้าไปดูผลงานได้ที่  www.joshkim.tv Filmography 2013  Draft Day - short 2007 Postcard - short 2006 The Police Box – short หนังสั้น Draft Day

India in a Day! เรื่องราวที่ดินแดนภารตะอยากเล่าให้โลกฟัง
Anurag Kashyap /  film / 

ครั้งหนึ่งกูเกิลเคยสร้างปรากฏการณ์ทำภาพยนตร์สารคดีในชื่อว่า Life in a Day อันเป็นภาพยนตร์สารคดีที่สร้างขึ้นจากการรวบรวมวีดิโอของสมาชิกเว็บไซต์ยูทูปซึ่งมีความยาวกว่า 4,500 ชั่วโมง จากผู้คน 192 ประเทศทั่วโลก นำมาตัดต่อกลายเป็นภาพยนตร์สารคดีความยาว 90 นาทีเต็ม บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั่วโลกในวันที่ 24 กรกฎาคม 2010 และภาพยนตร์สารคดีในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งที่อินเดียในชื่อ India in a Day ภาพยนตร์สารคดีนี้ว่าด้วยเรื่องราวของอินเดียในยุคใหม่ อินเดียที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝัน เมื่ออินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต อันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2015 จากคลิปวีดิโอกว่า 8,000 เรื่องราว ความยาวกว่า 100 ชั่วโมง จะถูกรังสรรค์ให้กลายเป็นสารคดีที่น่าตื่นตาและตื่นใจ ภายใต้การกำกับโดย Richie Mehta และผลิตเป็นภาพยนตร์โดย Ridley Scott และ Anurag Kashyap ซึ่งจะลงให้ชมฟรีในยูทูปภายในปี 2016 จากตัวอย่างกว่า 3 นาทีนี้ เราจะได้เห็นเพลง การจราจร และงานเทศกาลต่าง ๆ มากมาย แต่จะโฟกัสไปที่คนสามคน เริ่มจากเด็กผู้ชายที่ใช้ไวไฟของเพื่อนบ้าน ผู้ชายที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นในบ้านที่ล้อมรอบไปด้วยนาข้าว และคนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เพียงคนเดียวของหมู่บ้าน หากใครสนใจเรื่องราวของอินเดียแล้วล่ะก็ภาพยนตร์สารคดีชิ้นนี้จะเป็นสิ่งที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นอินเดียในเวลานี้ได้ชัดเจนที่สุด ดูบทความต้นฉบับ : Google's 'India in a Day' is a film by and about Indians

'อัลฟาเบต' บริษัทแม่ของกูเกิล ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดในโลก
Alphabet /  Apple / 

อัลฟาเบต บริษัทแม่ของกูเกิล ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกแซงหน้ายักษ์ไอทีอย่าง Apple อัลฟาเบต (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล ขยับขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาด หรือ Market Value สูงสุดในโลก แซงหน้ายักษ์ไอทีอย่าง แอปเปิล (Apple) ที่ครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงการขยายเวลาซื้อขาย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังอัลฟาเบตเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ของบริษัท ที่สะท้อนว่าตลาดโฆษณาดิจิทัลเติบโตอย่างแข็งแกร่งสวนทางกับค่ายแอปเปิล เจ้าของแบรนด์ไอโฟน ที่เผชิญกับการชะลอตัวเป็นครั้งแรก โดยยอดขายไอโฟนเพิ่มขึ้นน้อยสุดนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 8 ปีก่อน อัลฟาเบต ทำกำไรในไตรมาสล่าสุดได้ 4 พัน 900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 1 แสน 7 หมื่นล้านบาท จากรายได้รวม 2 หมื่น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 7 แสน 6 หมื่นล้านบาท ส่วนกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 8.67 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือราว 312 บาท สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 8.10 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือราว 291 บาท ด้วยแรงซื้อของนักลงทุนดันราคาหุ้นอัลฟาเบตขยับขึ้น 35.73 ดอลลาร์ หรือราว 1 พัน 286 บาท คิดเป็นร้อยละ 4.6 แตะระดับ 806.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น 2 หมื่น 9 พัน 34 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของอัลฟาเบตอยู่ที่ 5 แสน 5 หมื่น 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 20 ล้านล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดของแอปเปิลอยู่ที่ 5 แสน 3 หมื่น 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 19 ล้าน 1 แสนล้านบาท MThai News

แฮกเกอร์โจมตีกูเกิลเจาะจีเมลล์,รหัสผ่านกว่า5ล้านราย
กูเกิล /  กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ / 

กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ เจาะเข้ารายชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านกว่า 5 ล้านบัญชี ไปเผยแพร่บนเว็บไซต์รัสเซีย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ชาวรัสเซียแฮก และเผยแพร่ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์ รวมทั้งรหัสผ่านเกือบ 5 ล้านบัญชี ลงบนโลกออนไลน์ หลังจากก่อนหน้านี้ เกิดกรณีภาพหลุดสุดสยิวของเหล่าดาราคนดัง ที่ถูกแฮกเกอร์ขโมยรูปภาพของจากระบบสำรองข้อมูลออนไลน์ ไอคลูด (iCloud) ของบริษัท แอปเปิล โดยในรายงานข่าวระบุว่า ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านดังกล่าว ถูกนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ btcsec.com ในฟอรัมของ บิทคอย์น โดยฝีมือผู้ใช้งานที่ชื่อ (Tvskit) ซึ่งระบุด้วยว่า ที่อยู่อีเมล์กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้ยังมีการใช้งานอยู่เป็นประจำด้วย ขณะที่ทาง กูเกิล ออกมาระบุว่า ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านนี้ อาจเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังใช้งานได้ เนื่องจากระบบอัตโนมัติป้องกันการแฮกของพวกเขาทำการปิดกั้นการล็อกอินเข้าบัญชีผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่แล้ว และเรียกร้องให้ผู้ใช้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ กูเกิล ยังยืนยันด้วยว่า การรั่วไหลของข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านครั้งนี้ ไม่ได้เปิดขึ้นจากช่องโหว่ในระบบของกูเกิล

นิวยอร์ก เมืองท่องเที่ยว ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในโลก
นิวยอร์ก /  เมืองถ่ายภาพ

Sightsmap.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เปิดเผยข้อมูลล่าสุดของ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนถ่ายรูปเอาไว้มากที่สุดในโลก โดยข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการรวบรวมภาพถ่าย ที่นักท่องเที่ยวทั่วไป ถ่ายไว้ตามสถานที่ต่างๆ ก่อนที่จะมีการแชร์ภาพลงในแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Panoramio ซึ่งเป็นแอพที่สามารถระบุพิกัดของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ผ่านทางกูเกิล แมปส์ ซึ่ง เมืองใดที่มีการถ่ายรูปและแชร์ผ่าน Panoramio มาก ที่สุด จะสังเกตได้ว่าจะเป็นจุดสีเหลือง รองลงมาก็จะเป็นสีส้ม สีแดง ไปจนถึงสีม่วง ซึ่งหมายถึงมีการถ่ายภาพเอาไว้น้อยที่สุด ซึ่งผลปรากฏว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนมาเยือนและถ่ายรูปเอาไว้มากที่สุดในโลกก็คือ นครนิวยอร์กของสหรัฐฯนั่นเอง นิวยอร์ก เมืองท่องเที่ยว ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในโลก ซึ่งขึ้นชื่อว่า นิวยอร์ก แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่ มากมาย ตั้งแต่สวนสาธารณะเซ็นทรัล พาร์ค เทพีเสรีภาพ ตึกเอ็มไพร์ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจแห่งต่างๆ แต่ สำหรับพิพิธภัณฑ์ Guggenheim แล้ว สถานที่แห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ที่มีคนมาถ่ายรูปด้วยมากที่สุด มากกว่าตึกเอ็มไพร์ ที่หลายคนยกให้เป็นแลนด์มาร์กของนิวยอร์กเสียด้วยซ้ำ สถานที่ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากนิวยอร์ก คือ กรุงโรม ของอิตาลี ซึ่งหากใครที่เคยไปเยือนกรุงโรมนั้น จะเห็นได้ว่ามีสถานที่มากมายให้เราได้ถ่ายรูปไม่รู้จบ แต่สำหรับสถานที่ที่มีคน มาถ่ายรูปมากที่สุด กลับไม่ใช่โคลอสเซียม สนามกีฬากลางแจ้งในยุคโรมันเหมือนที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแต่อย่างใด แต่กลับเป็นโบสถ์ Trinità dei Monti โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม หรือ อาจจะเรียกได้ว่าใจกลางแหล่งช็อปปิ้งชื่อดัง อย่างบันไดสเปน โดยนักท่องเที่ยวมักจะมารวมตัวกันที่นี่ แล้วก็ถ่ายรูปโดยมีโบสถ์ Trinità dei Monti เป็นฉากอยู่เบื้องหลัง ทำให้สถานที่แห่งนี้ ติด อันดับสถานที่ที่มีคนมาถ่ายรูปเป็นอันที่ 1 ของอิตาลี และเป็นอันดับ 2 ของโลก อันดับที่ 3 คือ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งเมืองแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับโลกอยู่มากมาย โดยไฮไลท์ของเมืองอยู่ที่ ซากราด้า แฟมีเลีย โบสถ์ที่ในตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการก่อ สร้าง ซึ่งแม้ว่าจะสร้างมานานกว่า 100 ปีแล้ว แต่การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากว่าสร้างเสร็จ ก็จะได้รับการบันทึกสถิติโลก ว่าเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในโลก แม้ว่าซากราด้า แฟมิเลีย จะเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของบาร์เซโลนา แต่สถานที่ที่คนมาถ่ายรูปและแชร์ลงในแอพ Panoramio มากที่สุดคือ ปาร์กเกวย์ สวนสาธารณะแห่งนี้ เปิดให้เข้าชมฟรี ภาย ในออกแบบโดย แอนโทนี เกาดี ศิลปินเอกของยุค ซึ่งเป็นผู้ออกแบบเดียวกันกับโบสถ์ซากราด้า แฟมีเลีย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นิยมมาเที่ยวชมความงามของที่ โดยเฉพาะบริเวณเนินเขา ซึ่งเป็น จุดที่สูงที่สุดของสวนแห่งนี้ ซึ่งเวลายามเย็นนั้น ทุกคนจะมารอชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และก็จะถ่ายภาพสวยๆเก็บเอาไว้เป็นความประทับใจมิรู้ลืม ส่วนอันดับที่ 4 คือ กรุงปารีส ของฝรั่งเศส สถานที่ยอดฮิตที่คนมาถ่ายรูปมากที่สุด คือบาร์ชื่อดังอย่าง Moulin Rouge อันดับที่ 5 คือ Kiz Kulesi หรือ Maiden's Tower ในนครอิสตันบูลของตุรกี อันดับที่ 6 คือ สะพานแอคคาเดเมีย ในเมืองเวนิสของอิตาลี อันดับที่ 7 คือ Hotel de Paris ในเมืองมอนเตการ์โล ราชรัฐโมนาโก อันดับที่ 8 Piazzale Michelangelo ในเมืองฟลอเรนซ์ของอิตาลี อันดับที่ 9 คือ Caminito ในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา และอันดับที่ 10 คือ มหาวิหารนักบุญสเทเฟน ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ขอบคุณข่าวสารจาก Voicetv

ท้าทาย Google! ซลาตัน ไอเดียเจ๋งเปิดเว็บค้นข้อมูลส่วนตัว
google /  กูเกิล / 

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงไม่แคร์โลกของ ปารีส แซงต์ แชร์แมง แห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศสผุดไอเดียบรรเจิดเปิดเว็บไซต์ เสิร์ช เอ็นจิน (Search Engine) รวบรวมเนื้อหาสาระเกี่ยวกับตัวเอง หลังประสบความสำเร็จตลอดอาชีพการค้าแข้ง อันเดรียส คิลแลนเดอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายครีเอทีฟ "สวีต ป็อป (SweetPop)" บริษัทแห่งหนึ่งของประเทศสวีเดน เปิดตัวเว็บไซต์ "Zlaaatan.com" เป็นเกียรติแก่ อิบราฮิโมวิช วัย 33 ปี ซึ่งแฟนคลับสามารถค้นคว้าข้อมูลต่างๆ ทางโลกออนไลน์ คิลแลนเดอร์ กล่าวผ่าน "เลอ กิป" สื่อดังแดนน้ำหอม "เสิร์ช เอ็นจินของเรา ลิงค์กับ กูเกิล แต่บุคคลที่ใช้บริการ ล้วนเป็นกลุ่มคนที่ชื่นชอบ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดังนั้นผลการค้นหาดึงเอาเฉพาะส่วนของ ซลาตัน ออกมา" "หากคุณพิมพ์คำว่า เฟอร์รารี คุณได้เรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์ เฟอร์รารี ของ ซลาตัน หรือคุณต้องการสูตรอาหาร คุณจะได้ ซลาตัน เบอร์เกอร์ ซลาตัน เป็นไอดอลคนหนึ่ง เขามีชื่อเสียงทั่วโลก นั้นคือสาเหตุที่เราเลือกเขา เราไม่ได้ขออนุญาตจากเขา ดังนั้นเราหวังว่า เขาจะมองว่าเป็นเรื่องสนุกๆ" นักท่องอินเตอร์เน็ตมากกว่า 100,000 คน เริ่มใช้ เสิร์ช เอ็นจิน (Search Engine) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

Google เปิดตัว Indoor Street View สำหรับศูนย์การค้าเพิ่มศักยภาพแหล่งช้อปปิ้งของไทย
google /  Indoor Street View / 

Google เปิดตัว Indoor Street View ภาพถ่ายภายในศูนย์การค้าใหญ่ๆ จากจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทยให้เข้ากับช่วงลดราคาปลายปี โดยสามารถเข้าชมภาพสตรีทวิวแบบพาโนรามา 360 องศาของภายในศูนย์การค้าดังๆ ได้จาก Google Map เริ่มต้นจากศูนย์การค้าล่าสุดใจกลางกรุงเทพฯ อย่าง ดิ เอ็มควอเทียร์ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์สุดฮิปเมญ่า ที่เชียงใหม่ Indoor Street View จะเปิดมิติใหม่ให้กับโลกแห่งการช้อปปิ้งที่ช่วยให้คุณวางแผนเที่ยว ชิม ช้อปได้ดียิ่งขึ้น แอป Google Street View พร้อมให้บริการแล้วบนเว็บและสมาร์ทโฟน ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android นัดเพื่อนครั้งต่อไปที่ร้านกาแฟในศูนย์การค้าที่คุณไม่คุ้นเคยหรือจะไปหาร้านนวดเท้าผ่อนคลายขณะรอหวานใจที่กำลังออกกำลังกายที่ยิม คุณก็แค่กดหาได้บน Google Indoor Street View ซึ่งเป็นเหมือนคลังภาพย่อมๆ ที่อยู่บนมือของคุณ (แต่ให้คุณชมภาพได้แบบ 360 องศา) Indoor Street View ช่วยคุณหาทางไปร้านที่คุณเล็งไว้ได้ง่ายๆ — ไม่ต้องมองหาป้ายไดเร็คทอรี่ร้านค้าหรือต้องดิ่งไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์อีกแล้ว ด้วยประสบการณ์การใช้งานเดียวกับการชมภาพ Google Street View แบบกลางแจ้ง การใช้ Google Indoor Street View  ทำได้ง่ายๆ โดยจุดสีน้ำเงินจะเป็นจุดที่ระบุตำแหน่งที่คุณอยู่ ขณะเดียวกันคุณยังสามารถเลือกชั้นที่ต้องการรับชมได้ในแต่ละอาคาร นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น เรายังคงพยายามเพิ่มภาพถ่ายภายในอาคารต่างๆ ทั่วประเทศไปบน Indoor Street View ทั่วประเทศ ซึ่งเจ้าของอาคารต่างๆ ก็สามารถอัพโหลดภาพถ่ายไปบนแอป Street View ได้ด้วยตัวเอง

เหตุไฉน ทำไม ดาราหนังโป๊ ไม่ปลื้มหนัง 50 Shades of Grey
50 Shades of Grey /  AV / 

เหตุไฉน ทำไม ดาราหนังโป๊ ไม่ปลื้มหนัง 50 Shades of Grey เรียกว่าเป็นกระแสกันยกใหญ่เลยแหละ สำหรับหนังอีโรติก 20+ ที่ต้องตรวจบัตรก่อนเข้าชมอย่าง 50 Shades of Grey ซึ่งหลายๆ คนดูแล้วก็ชอบ บ้างก็ไม่ชอบ ก็แหงแหละว่าต่างคนต่างความเห็น ต่างความคิดจะมาให้คิดเหมือนกันได้ยังไงเนอะ เอาหล่ะวันนี้ทาง Men.MThai เราจะขอนำเสนอ ความคิดเห็นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับหนังหนังอีโรติก เพราะว่าพวกเธอคือ ดาราหนังโป๊ นั่นเอง ซึ่งมาแสดงความคิดเห็นกันว่าทำไมถึงไม่ชอบหนังเรื่องนี้ ข้อแรก มันเป็นอะไรที่น่าเบื่อ เดาทางได้ง่าย ให้ผู้ชายเป็นผู้คุมงาน เป็นตัวเดินเรื่อง ผู้หญิงโดนกระทำแบบนี้ มันดูเเป็นหนังแนวหนังที่เชยยยยย สะบัดเลยแหละ ถ้าอยากจะดูหนังที่มาแนวแบบจั๋งหนับ ถึงใจ ได้อารมณ์ ป๊าบๆๆ ไม่แคร์โลก ก็ลองเสริจชื่อแนวหนังประเภทนี้ ดูในกูเกิลสิคะ //เปิดวาร์ป cuckhold, facesitting, femdom, fisting, caning, caroline in the city, fetish, female ejaculation, cunnilingus, female friendly, lesbian, milf, cougar, mature, masturbaion, spanking, humiliation ข้อที่สอง ตั๋วหนังสมัยนี้มันแพงออก!!! นี่คุณจะยอมจ่ายเงิน 200 กว่าบาท เพื่อเข้าไปดูฉากเซ็กส์สมุติแบบปลอมๆ หรอ เอาจริงดิ? เอาเป็นว่า หยุดทำอะไร แล้วเอาชื่อพวกฉันไปแปะไว้ที่กูเกิล แล้วก็ บู้มมมมม เชิญรับชมค่ะ ดูฟรี อยากเห็นพวกเราแนวไหน จัดไปเลย ไม่คิดเงิน!!! และเอาจริงๆ นะ บทพูดเรื่องราวในหนังโป๊พวกเรายังดูสมจริงกว่าในหนังเรื่องนี้เลย ข้อที่สาม บทพูดตัวละคร ห่วย แย่ ไม่ไหว ลาก่อนค่ะ บ๊ายยยย เอาจริงๆ เหมือนเป็นการดูถูกหยามเกียรติหนังโป๊เลยนะ เอาจริงๆ บทแบบนี้ใครเขาจะพูดเวลามีเซ็กส์กันจริงๆ อ่ะ ยกตัวอย่างให้ดูเลย 1 ท่อน "ถึงจุดสุดยอดแบบสองครั้ง มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกปั่นอยู่ในเครื่องซักผ้า โอววว ว้าววววว" (...เอ่มมมมม จริงที่พวกเธอพูดแฮะ) ข้อที่สี่ พูดเลยตรงๆ นะ มันไม่มีอะไรเซ็กซี่เลยสำหรับหนังเรื่องนี้ โนว โนว โนว ไม่ค่ะ ไม่เลย นี่คิดหรอว่าเขาจะฉายอะไรที่มันเซ็กซี่หวือหวาในโรงที่เขาเคยฉายก้านกล้วยมาแล้ว (อันทีจริงต้นฉบับพูดเรื่องสปอนจ์บ็อบ สแควร์แพนท์ เราเรียบเรียงใหม่ให้เห็นภาพง่ายกว่า 55555+) ไม่อยากเห็นทุกส่วน ทุกท่อนของนักแสดงกันหรอ นี่มัน 2015 แล้วนะยะ!!! หรรมอยู่ไหน!!! ไหนหล่ะหรรม!!! มีแต่ฉากตัดไปตัดมาไม่เหมือนหนังโป๊ เอาเป็นว่าถ้ากล้าไปต่อคิวดูหนังเรื่องนี้ในโรงแล้ว อย่างอายที่เปิดดูหนังโป๊เลยค่ะ ดูหนังโป๊กันเถอะ!!! ข้อที่ห้า ถ้าอยากจะดูหนังที่เป็นศิลปะจริงๆ แบบไม่ได้ตามกระแสนะ พวกเราแนะนำเรื่อง Boyhood! เพราะถึงแม้มันจะเป็นหนังเกี่ยวกับดรามาครอบครัว แต่มันเป็นอะไรที่นำเสนอ ออกมาได้อยากดีและก็โดนใจพวกเราไปเต็มๆ เลยแหละ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากแหล่งที่มา Youtube / Funny Or Die

18-1-57แตงโมกล่าวชาวม็อบเป็นคนชั้นสูง
18-1-57แตงโมกล่าวชาวม็อบเป็นคนชั้นสูง

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2557 นักแสดงสาว แตงโม ภัทรธิดา และคุณพ่อ โสภณ พัชรวีระพงษ์ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที กปปส. ที่ปทุมวัน โดยคุณพ่อโส ขึ้นมาอ่านกลอน ก่อนที่สาวแตงโม จะเริ่มกล่าวโจมตีรัฐบาล โดยเจ้าตัวขออนุญาต อาจจะหลุดใช้คำหยาบบ้าง ก่อนจะพูดถึงเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2557 ซึ่งเป็นวันพักจากการเข้าร่วมเดินขบวนของเธอ ตอนดูบลูสกาย เห็นข่าวจนถึงช่วงค่ำ ทำให้โรคประจำตัวของเธอกำเริบ คือโรคแพนิค จะเกิดอาการมือสั่น เท้าชา ใจสั่น เมื่อรู้สึกหวาดระแวงหรือรู้สึกกลัว เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงรับไม่ได้ กับการที่พวกเราออกมาชุมนุม แล้วทุกครั้ง ไม่ว่าใครเป็นผู้ชุมนุมก็ตาม แต่พวกเราก็กลายเป็นผู้ถูกกระทำทุกครั้ง เขาชุมนุม เราก็โดน เราชุมนุม เราก็โดน คือ จิตใจของคนชั่ว มันก็คิดแต่จะรังแก มันไม่มีกฎหมายหรือเหตุผลมาสู้ได้ มันก็ใช้วิธีสกปรก ทั้งนี้ แตงโม ภัทรธิดา เผยว่า วันนี้ เธอมีเรื่องจะมาคุยกับอีฆาตกร ไม่อยากจะเชื่อว่าเกิดมาเป็นผู้หญิงแล้วจะจิตใจโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้ มีลูก มีครอบครัว ก็ไม่รู้จะพาครอบครัวไปในทางที่ดีได้อย่างไร เธอเองอายุน้อยกว่า การศึกษาก็ไม่ดีเท่า ไม่จบปริญญาตรี จบแค่วิชาชีพผู้ช่วยพยาบาล ในขณะที่อีกฝ่ายจบสูงมาก แต่จิตใต้สำนึกไม่มีเลย พร้อมกล่าวโจมตีรัฐบาลรักษาการ รวมถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชุดใหญ่ และกล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุระเบิดบรรทัดทอง ถึงจะไม่ใช่ครอบครัวของเธอ ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน แต่ก็เป็นคนไทยเหมือนกัน นอกจากนี้ แตงโม ยังกล่าวด้วยว่า อยากจะกราบไหว้ให้รัฐบาลออกไป และเผยถึงเรื่องที่มีสื่อต่างประเทศมาสัมภาษณ์เธอถึงเหตุผลของการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในครั้งนี้ โดยเธอเล่าให้เขาฟังเป็นเรื่องโจ๊กว่า เธออายที่เวลาเข้ากูเกิล พิมพ์คำว่า อีโง่ แล้วมีหน้ายิ่งลักษณ์เต็มไปหมด อายคนเขา ขอให้แผ่นดินไทยได้สูงขึ้นมาสักที "เราป็นคนชั้นสูง เราเป็นปัญญาชนที่ออกมานั่งกันทั้งหมดเนี่ย บางคนมีความรู้ไม่เท่ากัน แต่เรามีจิตใต้สำนึก เรามีความทะเยอทะยานที่อยากจะยกระดับประเทศเราให้มันเทียบเท่ากับที่อื่น อยู่บนความพอเพียง แต่ไม่ใช่ดิ่งลงเหว ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่ เพราะฉะนั้น ไปสักทีนะคะ" สุดท้าย แตงโม ภัทรธิดา ได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของการกล่าวปราศรัย กล่าวไว้อาลัยให้กับผู้สูญเสีย โดยเฉพาะ ประคอง ชูจันทร์ เหยื่อเหตุระเบิดบรรทัดทอง ที่เพิ่งเสียชีวิตไป นอกจากนี้ แตงโม ภัทรธิดา ยังถูกถามว่า มาร่วมชุมนุมครั้งนี้ ออกมาร่วมเดินกับลุงกำนัน ไม่กลัวจะโดนเหมือนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เหรอ แตงโม ตอบว่า ไม่กลัว เพราะคิดว่าการกระทำของเขาทุกครั้ง เป็นการกระทำที่โง่มาก เพราะเขายิ่งทำเท่าไหร่ หัวใจรักสู้มันยิ่งมา มันยิ่งออกมาเต็มร้อย เธอเชื่อว่า ทุกครั้งที่มีการทำร้ายคน มีการก่อการร้ายที่ไหนก็ตาม คราวต่อไปในการเดินขบวนคนมากขึ้นทุกครั้ง แล้ววันนี้ที่น่าเกลียดมากอีกเรื่องหนึ่งคือ วันนี้ออกมาแถลงข่าว หมวกสีแดงที่เราเห็น วันนี้กลายเป็นหมวกคนขายไอศกรีมวอลล์ไปแล้ว พร้อมปิดท้ายให้มวลมหาประชาชนสู้ต่อไป เราใกล้จะชนะแล้ว ------

จวกสื่อโซเชียล ไร้สำนึก-สมรู้ร่วมคิดกลุ่ม 'ไอเอส'
กลุ่มไอเอส /  ผู้สนุบสนุนกลุ่มก่อการร้าย / 

ทั่วโลก ขู่ กูเกิล เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ มีสำนึกเสียบ้าง กรณี 'ไอเอส' เผยแพร่ภาพ และข้อความชักชวน รวมทั้งหาแนวร่วมต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ท เว็บไซต์ออนไลน์ 'เดอะ มิรเรอร์' รายงานบทความ กรณีที่ทั่วโลกตั้งคำถาม พร้อมขู่เว็บไซต์ชื่อดังอาทิ กูเกิล, เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ ให้มีสำนึกเสียบ้าง กรณีกลุ่มรัฐอิสลามในอิรัก และซีเรีย หรือ 'ไอเอส' ก่อเหตุโหดเหี้ยมรุนแรง ทั้งยังมองว่า เว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ คือ 'ผู้สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มก่อการร้าย' อีกด้วย ทั้งนี้ ไอเอส เผยแพร่ภาพ และข้อความชักชวน รวมทั้งหาแนวร่วมต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ต โดยความรุนแรงที่อัดวีดีโอไว้ ถูกเผยแพร่ตลอด ทำให้สร้างความผวาและเกลียดชังต่อญาติเหยื่อที่ถูกตัดคอร่ำไป และ กูเกิล ก็ยังให้ค้นได้เรื่อยๆ รวมทั้งข้อความเชิญชวน นโยบายก็ยังค้นเจออยู่ ขณะที่เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ยังมีข้อความของ สาวกไอเอส อีกมากมายที่ทั้งขู่ ทั้งเย้ยหยัน ชักชวนเพื่อเข้าร่วมกลุ่ม บทความดังกล่าวยังเผยว่า ขณะนี้ฝรั่งเศสได้ประกาศแผนการร่างกฏหมายอนุมัติ ว่า เครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้ในฐานะ 'เจ้าภาพของข้อความอันรุนแรงและหัวหน้ากลุ่ม' เนื่องจากเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความเกลียดชังและถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดคนหนึ่ง เพื่อพิจารณาความรับผิดชอบของสื่อกลางเหล่านี้ รวมไปถึงเตรียมกำหนดบทลงโทษอย่างจริงจัง จากตัวอย่างของความรุนแรง นิตยสารเสียดสีสังคม 'ชาร์ลี เอ็บโด' ซึ่งเป็นเหตุการณ์การก่อการร้าย โดยเครือข่ายจากกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน และได้ยกตัวอย่างกรณีของ 'นายอลัน เฮนนิ่ง' ซึ่งเป็นเหยื่อชาวตะวันตก รายที่ 4 ที่ถูกกลุ่มไอเอสสังหารอย่างเหี้ยมโหด ด้วยการฆ่าตัดศีรษะ พร้อมทั้งอัดคลิปเพื่อเผยแพร่ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 2557 ซึ่งก็นับได้ว่าผ่านมานานหลายเดือนแล้ว แต่กระนั้นภาพความโหดร้ายยังคงปรากฏอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งบาร์บาร่า ผู้เป็นภรรยาของเหยื่อ ออกมาเปิดเผยว่าเธอทุกข์ทรมานใจทุกครั้งที่ได้เห็นภาพเหล่านั้น ทั้งนี้เรื่องราวสะเทือนใจได้ส่งผลต่อสภาพจิตใจต่อญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นฉากการสังหาร ยังคงเห็นได้ทั่วไปบนเว็บไซต์ยูทูป หรือ การค้นหาผ่านกูเกิล จนกระทั่งเกิดแคมเปญ #seeitreportit เพื่อกระตุ้น และมุ่งหวังว่า สื่อเหล่านี้จะมีความรับผิดชอบในการรายงานเนื้อหาความรุนแรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้ได้เกิดกระแสในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากต้องการให้ทั่วโลกหยุดแชร์ภาพที่ 'นายเคนจิ โกโตะ ' หลังจากถูกกลุ่มไอเอสสังหารด้วยการตัดศีรษะ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมไปถึงสื่อในรูปแบบของสำนักข่าว เพื่อให้ความเคารพแก่ญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิต เพื่อคำนึงถึงจิตใจคนเหล่านี้ พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนเปลี่ยนไปแชร์ภาพยกย่องสิ่งที่เขาทำ ประวัติของนาย เคนจิ โกโตะ  เขาเคยปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถาน เชชเนียและซีเรีย และอีกหลายประเทศ  ครั้งหนึ่งในการให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ข่าวประจำประเทศญี่ปุ่น เขากล่าวว่าเขาต้องการที่จะช่วยให้ผู้คนในพื้นที่ความขัดแย้ง เขาติดต่อกับกลุ่มไอเอสโดยให้เหตุผลว่าต้องการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ 'ล่าม' - นายเคนจิ โกโตะ เคยทำงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติ และยูนิเซพ (UNICEF) ในฐานะผู้สื่อข่าว ที่ช่วยนำเสนอความจริงเรื่องทหารเด็ก การค้าเพชรใน แอฟริกา สงครามความขัดแย้งทางชนเผ่าของประเทศรวันดา ผู้ลี้ภัย รวมไปถึงผู้ป่วยโรคเอดส์ - ผลงานของเขา เรื่อง 'Daiyamondo yori Heiwa ga Hoshii' (อยากได้สันติสุขมากกว่าเพชร) นำเสนอเรื่องทหารเด็กในแอฟริกาเคยได้รับรางวัล Sankei - เขารู้ว่าเสี่ยงแต่ก็เลือกเดินทางไปซีเรีย โดยมุ่งเป้าไปที่เมืองรักกา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของกลุ่มไอเอส แม้รู้ว่าอันตรายแค่ไหน แต่เพื่อช่วย 'ฮารุนะ ยูกาวะ' (เหยื่ออีกรายที่โดนสังหารก่อนหน้า) เขาอัดคลิปจากมือถือบอกว่า"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นนั่นคือความรับผิดชอบของผมเอง มันอันตรายมาก แต่ขอให้ทุกคนอย่ามองคนซีเรียในทางไม่ดี" "ผมจะรอดชีวิตกลับมาแน่นอน" เคนจิ โกโตะ ขณะนี้ญี่ปุ่นได้จัดแคมเปญ เพื่อต่อต้านตอบโต้กลุ่มหัวรุนแรงแบบสุดโต่ง ด้วยวิธีอหิงสา หรือวิธีการแบบอ่อนโยน โดยการขอความร่วมมือจากศิลปินในประเทศ เพื่อวาดภาพตัวการ์ตูนผู้หญิง คล้ายการล้อเลียนกลุ่มไอเอส โดยมุ่งเป้าเพื่อผลักดันฐานข้อมูลความรุนแรงที่แท้จริง ให้กลายเป็นภาพที่ไม่น่ากลัวอย่างที่ผ่านมา และต้องอยู่บนความถูกต้อง และให้เกียรติ์เหยื่อผู้เสียชีวิตทั้งสองราย อย่างไรก็ตาม สื่อทั่วโลกต่างยกย่องในความกล้าหาญ และคุณงามความดีที่ 'นายเคนจิ โกโตะ' "เขายอดเยี่ยม"และเขายืนหยัดบนความแข็งแกร่ง เพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง พร้อมกันนี้ทีมข่าวเอ็มไทยขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต และประชาชนชาวญี่ปุ่นทุกคน ต่อความสูญเสียในครั้งนี้ และหวังใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต MThai News ที่มา Mirror

ฮือฮา! ไทย ขอ
กูเกิล /  สภาปฏิรูปแห่งชาติ / 

เพจดังเผยเอกสารลับ อ้างทางการไทย ขอ "กูเกิล" ลัดขั้นตอน เซ็นเซอร์เนื้อหา ไม่ต้องรอคำสั่งศาล ชี้เพื่อความรวดเร็วในการจัดการหากผู้มีอำนาจร้องขอ ก่อนเผยหากทำตามคำขอรัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเรื่องดำเนินธุรกิจในประเทศ รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (28 ม.ค. 59) เพจเฟซบุ๊กกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway: Thailand Internet Firewall #opsinglegateway ได้มีการเผยแพร่เอกสารการหารือระหว่างสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชนของไทย กับกลุ่มผู้บริการของกูเกิล โดยเอกสารดังกล่าวเป็นข้อความจากทางการไทยที่ระบุ ขอให้ทางกูเกิล ช่วยถอดเว็บไซต์ที่มีลักษณะมุ่งทำลายสถาบันสำคัญของชาติ หรือละเมิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ที่เผยแพร่ผ่านเครือข่ายของกูเกิล เช่น ยูทูบ เป็นต้น ไม่เผยแพร่ เพื่อสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น ซึ่งการเรียกร้องดังกล่าวก็เพื่อให้ผู้มีอำนาจกระทำการได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากศาลแม้ว่าทางกูเกิลจะมีกฎระเบียบดังกล่าวอยู่ก็ตาม โดยเฉพาะคำร้องขอจากหน่วยงานที่มีอำนาจยับยั้งการกระทำผิดกฎหมาย เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกระทรวงไอซีที เป็นต้น ขณะเดียวกันในเอกสารดังกล่าวได้มีข้อความระบุ ในตอนท้ายว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ขอให้ กูเกิล คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีที่ประชาชนมีต่อประเทศสหรัฐอเมริกา และความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกูเกิล นำไปเป็นข้อพิจารณาด้วย พร้อมกันนี้หากมีปัญหาหรือความกังวลใดๆ ในการประกอบธุรกิจของ กูเกิล ในประเทศไทย และอยากให้ช่วยเหลือ ขอให้เสนอทางรัฐบาลไทยได้และทางคณะกรรมาธิการฯ พร้อมพิจารณาผลักดันและให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ ด้านผู้แทน กูเกิล ได้ระบุถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวว่า จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณา โดยจะคำนึงถึงความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกัน พร้อมแนะนำว่า วิธีป้องกันการเผยแพร่เว็บที่มีปัญหาได้พอสมควร คือ หากประชาชนเห็นว่าเว็บใดมีเนื้อหาไม่พึงประสงค์เพราะขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี สามารถใช้วิธีปักธง (flagging) เว็บนั้น ซึ่งจะทำให้บุคลากรของกูเกิลที่มีความรู้และประสบการณ์คอยสอดส่องเว็บดังกล่าว หากเห็นว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่สมควรเผยแพร่ก็จะระงับหรือถอดออกจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตต่อไป ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

10 อันดับ รายชื่อในโลกแฟชั่น ที่ผู้คนค้นหามากที่สุดประจำปี 2013
10 รายชื่อ /  10 อันดับ / 

10 อันดับ รายชื่อในโลกแฟชั่น ที่ผู้คนค้นหามากที่สุด ประจำปี 2013         ปี 2013 หมุนผ่านไปเร็วเหลือเกิน เผลอแปปเดียวก็เกือบครบ 365 วันเข้าไปทุกทีแล้ว และปลายปีแบบนี้ สิ่งที่ชาวโลกรอคอย เสมือนเป็นธรรมเนียมของทุกปีนั่นก็คือ การรอฟังการเปิดเผยของกูเกิล (Google) ว่าชาวออนไลน์ เขาสนใจค้นหาข้อมูลใดมากที่สุดในแต่ละปี วันนี้ Women Mthai ขอยก 10 อันดับ ในโลก แฟชั่น ที่ถูกเสริ์ชมากที่สุด ของปี 2013 ว่าแล้วจะมีใคร หรือ แบรนด์ใดติดโผ บ้างไปดูกันเล้ย... อันดับที่ 1.Cara Delevigne แชมป์คำที่ถูกค้นหามากที่สุดอันดับที่ 1 ของกูเกิลประจำปี 2013  ก็คือ คาร่า เดเลวีญ นางแบบอายุ 21 ที่ปัจจุบันเธอติดอันดับ Top 50 ของเว็บไซต์ models.com ซึ่งเมื่อปีที่แล้วเธอก็เพิ่งได้รับตำแหน่งนางแบบยอดนิยมของอังกฤษ เธอเป็นนางแบบให้กับหลากหลายแบรนด์ แถมยังถูกเลือกให้เดินบนรันเวย์ใหญ่ๆมากมายนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าเป็นซูเปอร์โมเดลสุดฮอตที่หาตัวจับได้ยาก จริงๆเลยเชียว อันดับที่ 2.Paul Smith นักออกแบบ และนักสร้างสรรค์ยอดนิยม วัย 72 ปี บุคคนที่เป็นที่รักใคร่ของหลายๆคน สาเหตุที่มีผู้คนรักเขามาก นั่นก็เพราะว่า เขาเป็นคนติดดิน รักความเรียบง่าย ซึ่งแสดงออกมาให้เห็นจากวิถีการใช้ชีวิตและผลงานการออกแบบของคุณปู่พอล สมิธ นั่นเอง อันดับที่ 3. Vivienne Westwood คุณป้าวิเวียน ดีไซเนอร์ สุดซ่า ตัวจี๊ดคนหนึ่งของโลกแฟชั่น อันดับที่ 4.Victoria Beckham ราชินี ยิ้มยาก นางเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง นักร้อง ดีไซเนอร์ แฟชั่นไอคอน และคุณแม่คนเก่ง แน่นอนว่าเวลาเธอออกมาทำอะไรก็ตาม หรือแม้จะแค่ยิ้ม เธอก็เป็นข่าวได้แล้วหล่ะค่ะ ยิ่งถ้าปรากฎคู่พร้อมสามีสุดหล่อเดวิด เบคแฮม และลูกๆแล้วล่ะก้ ยิ่งทวีความฮอต และเรียกความสนใจจากชาวโลกได้ไม่น้อยเลย อันดับที่ 5.Kate Moss ปีนี้กลับมาเป็นที่ฮืฮาอีกแล้ว สำหรับนางแบบที่ทะยานเข้าสู่วัย 40 ปี ที่หวนกลับมาขึ้นปก ให้กับนิตยสาร Playboy ฉบับฉลองครบรอบ 60 ปี และการกลับมาถ่ายปกครั้งนี้ก็ไม่ได้หวาบหวิวอะไรมาก แค่นางใส่ชุดมาตราฐานของเพลย์บอย นั่นก็คือชุดนางกระต่าย เท่านั้นเอง และมีอยู่รูปเดียวเท่านั้นที่เปือยแล้วใส่เครื่องเพชร แต่เปือยที่ว่า นี่ก็ไม่ได้เห็นอะไรเลยนะ อย่างว่าแหละค่ะ ระดับนางแบบตัวแม่ของวงการแล้ว หากลุกขึ้นมาทวงบัลลังก์ ต้องเรียกเสียงฮือฮาและเป็นที่สนใจของชาวโลกเสมอ ตามด้วย... อันดับที่ 6. Rosie Huntington-Whiteley  นักแสดงและนางแบบชาวอังกฤษ และนางฟ้าสุดเซ็กซี่จากวิคตอเรีย ซีเคร็ต ด้วยรูปร่าง ริมฝีปากอวบอิ่ม บวกกับลีลาการโพสต์ท่าถ่ายแบบสุดเย้ายวน จึงทำให้เธอคนนี้ติดโผในลำดับที่ 6 ของปีนี้ ไปได้ไม่ยากลำบากเลยค่ะ อันดับที่ 7. Alexander McQueen  แฟชั่นดีไซเนอร์คนดังวัย 40 ปี ผู้ล่วงลับ เจ้าของสมญานาม"แบด บอย" แห่งวงการแฟชั่นอังกฤษ เขามีชื่อเสียงในระดับโลกอย่างรวดเร็วเพราะการออกแบบที่สร้างสรรค์และแหวกแนวผ่านคอลเลกชั่นของเขาและรันเวย์แฟชั่นโชว์ อันดับที่ 8. Alexa Chung ซูเปอร์โมเดลระดับโลก และดาราแถวหน้าของฮอลลีวูด และแฟชั่นไอคอนจากเกาะอังกฤษ  ความโดดเด่นของเธอไม่ได้โดดเด่นอยู่แต่บนรันเวย์แฟชั่นเท่านั้น เธอมีผลงานผ่านตามาแล้วมากมาย ทั้งการเป็นพิธีกร นักแสดง พรีเซนเตอร์ รวมถึงการเป็นคอลัมนิสต์ในแมกกาซีน อันดับที่ 9. Vera Wang Vera Wang ดีไซเนอร์ผู้เฉิดฉายบนรันเวย์ ชื่อ Vera Wang กลายเป็นเจ้าแม่ในวงการชุดแต่งงานไปแล้ว บรรดาเซเลบฯ และดารามากมายต่างเป็นลูกค้าสินค้าของเธอทั้งนั้น ไม่ผิดที่จะบอกว่า ชุดแต่งงาน Vera Wang คือชุดแต่งงานที่เจ้าสาวค่อนใฝ่ฝันถึง อันดับที่ 10. Naomi Campbell ในวงการสุดยอดนางแบบ ไม่มีใครไม่รู้จักเธอเพราะเธอเป็น เวิลด์ซูเปอร์โมเดล วหมึกระดับแนวหน้า ที่บรรดาดีไซเนอร์ชื่อดังของโลกต่างก็ต้องการตัว 10 อันดับ แบรนด์แฟชั่น ที่ถูกเสิร์ชมากที่สุดประจำปี 2013 1.Stuart Vevers 2.Hermès 3.Chanel 4.Gucci 5.Micheal Kors 6. Louis Vuitton 7.Prada 8.Vivienne Westwood 9.Lacost 10.Tommy Hilfiger แล้ว... คุณเคย ค้นหา คำ 10 อันดับ นี้ ในกูเกิล กันบ้างไหมคร้าา ? เรียบเรียงโดย... Women Mthai Team ขอบคุณข้อมูลจาก...fashion.telegraph.co.uk  

ราคูเท็น ตลาด ดอทคอม จับมือ Google เสริมบริการ Adwords ดันผู้ค้าออนไลน์ครบวงจร
AdWords /  google / 

“ราคูเท็น ตลาด ดอทคอม” ดัน Google AdWords พรีเมียมพาร์ทเนอร์สำหรับธุรกิจ SMB เสริมบริการ “Adwords” ดันผู้ค้าออนไลน์ครบวงจร ราคูเท็น ตลาดดอทคอม (Rakuten Tarad.com) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ตลาดออนไลน์ชั้นนำของเมืองไทยจับมือ Google ผู้ให้บริการด้านเสิร์ชเอนจิ้นระดับโลกประกาศจับมือ Google เป็นพันธมิตรทางธุรกิจในด้านตลาดการค้าออนไลน์ในฐานะ Premier SMB Partner (พาร์ทเนอร์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางระดับพรีเมี่ยม) ด้วยบริการ Google AdWords และเทคโนโลยีล่าสุดจาก Google ทั้งนี้เพื่อรองรับผู้ค้าออนไลน์ (Merchant) ของราคูเท็น ตลาดดอทคอมกว่า 270,000 รายให้เข้าถึงองค์ความรู้ของบริการดังกล่าวซึ่งทรงประสิทธิภาพสำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ทั่วโลกมากกว่าที่เคย ภายใต้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดจาก ECC (E-Commerce Consultant) ของราคูเท็น ตลาดดอทคอม และ การบริหารด้านเทคนิคโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Google อันนำไปสู่การต่อยอดทางธุรกิจทั้งสำหรับอี-มาร์เก็ตเพลซในประเทศไทยที่มีผู้ประกอบการทั่วประเทศมากกว่า 3 ล้านราย และเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาคต่อไป ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งราคูเท็น ตลาดดอทคอม เผยถึงแนวคิดและที่มาของการร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้ว่า “โดยพื้นฐานแล้ว ทางราคูเท็น ตลาดดอทคอม ให้ความสำคัญอย่างมากกับการส่งเสริมความสำเร็จของผู้ค้าหรือที่เรียกว่า Merchant Empowermentตามนโยบายของราคูเท็น โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของตลาดอี-มาร์เก็ตเพลซในประเทศไทยตามแผนการพัฒนาธุรกิจร่วมกันในตลาดอี-คอมเมิร์ซทั่วโลกของราคูเท็นและกูเกิล เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านอี - คอมเมิร์ซ หรือ ECC ที่คอยให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์อย่างใกล้ชิดให้ผู้ประกอบการธุรกิจระดับเล็กและระดับกลาง (SME) สามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีทิศทางและก้าวทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแส เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของเมืองไทยดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ” “การร่วมมือกันระหว่างราคูเท็น ตลาดดอทคอม และ Google จึงเกิดขึ้นด้วยแนวคิดดังกล่าวในฐานะ Premier SMB Partner หรือพาร์ทเนอร์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางระดับพรีเมี่ยม เพื่อเสริมกำลังผู้ประกอบการ SME ให้แข็งแรงและผลักดันศักยภาพผู้ค้าด้วยเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังและตรงกลุ่มเป้าหมายอย่าง Google AdWords เรามีเป้าหมายสูงสุดคือให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์สูงสุดจาก Google Adwords ได้อย่างแท้จริง และเมื่อผู้เหล่าผู้ประกอบการเหล่านี้มีกลยุทธ์ทางการตลาดที่แข็งแรงก็จะยิ่งเป็นกำลังสำคัญในสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมได้อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับการร่วมมือกันครั้งนี้ เราตั้งเป้าว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายโดยรวมได้ถึง 20-25 % ซึ่งแผนดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทราคูเท็น สำนักงานใหญ่ประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการสร้างธุรกิจและเสริมสมรรถนะทางการตลาดให้กับผู้ค้าภายใต้การดูแลของราคูเท็นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วก่อนหน้านี้กับราคูเท็น ประเทศไต้หวันซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง” แมท เฮลเลอร์ หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจ Google ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงการสนับสนุนพันธมิตรครั้งสำคัญว่า “เราสร้างโปรแกรม Google AdWords Premier SMB Partner ขึ้นมาเพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็กให้สามารถเข้าถึงผ่านการพิจารณาคุณสมบัติขั้นสูงสุดในการเป็นพันธมิตรธุรกิจของ Google อย่าง ราคูเท็น ตลาดดอทคอม ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์จากการฝึกอบรมเชิงลึก ของราคูเท็น ตลาดดอทคอมที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานในการช่วยผู้ประกอบการ SMB ให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์” สำหรับบริการ Google AdWords ที่ราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับในฐานะ Premier SMB Partner นั้นคือการบริหารและการจัดการในเชิงเทคนิคและเชิงธุรกิจต่างๆ โดยทีมงานจาก Google โดยตรง โดยเฉพาะการบริหารด้านเทคนิคอย่างเต็มรูปแบบให้แคมเปญโฆษณาของผู้ค้าปรากฏบนพื้นที่ที่เหมาะสมและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดด้วยข้อตกลงที่เป็นธรรม ทั้งยังสนับสนุนราคูเท็น ตลาดดอทคอมในด้านการแจ้งรายงานผลอย่างโปร่งใสแก่ผู้ค้า การช่วยเหลือผู้ค้าเป็นรายบุคคล และการแนะแนวกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้การลงโฆษณาของผู้ค้าเกิดประโยชน์สูงสุด สิทธิประโยชน์ที่ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอม จะได้รับในฐานะ Premier SMB Partner ได้แก่ 1. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมสามารถเข้าถึงเครื่องมือต่างๆ ของ Google การอบรมด้านผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการด้าน Google AdWords เคียงข้างไปกับเทคโนโลยีล่าสุดของกูเกิล จึงแน่ใจได้ว่าระบบ AdWords ของผู้ค้าจะได้รับการพัฒนาและการจัดการอย่างเต็มประสิทธิภาพ 2. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับการดูแลช่วยเหลือจาก ECC อย่างใกล้ชิดในด้านการจัดการและวางกลยุทธ์แคมเปญโฆษณาใน AdWords ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จากความร่วมมือนี้ผู้ค้าของราคูเท็นจะได้รับบริการเต็มรูปแบบจากจัดการบัญชี Google AdWords ซึ่ง ECC ยังช่วยสนับสนุนการจัดการแคมเปญโฆษณาใน AdWords ของผู้ค้าเพื่อให้เกิดการซื้อขายออนไลน์ 3. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับโอกาสในการสร้างแคมเปญการตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงแต่ใช้งบประมาณน้อยลง ราคูเท็น ตลาดดอทคอมยังคงมุ่งมั่นที่จะสานฝันเหล่าผู้ประกอบการในเมืองไทยด้วยแนวคิด Merchant Empowerment ให้ผู้ค้าได้สามารถสร้างแบรนด์และฐานลูกค้าด้วยการเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรงไปพร้อมๆ กับการเพิ่มพูนความรู้ทักษะด้านธุรกิจโดยทีม ECC ของราคูเท็นตลาดดอทคอม ให้สามารถใช้เครื่องมือทางการตลาดทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจ ซึ่งการร่วมมือกับGoogle ในฐานะ Premier SMB Partner ครั้งนี้ยังจะเสริมกำลังผู้ค้าในสนามแข่งขันและช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทยคว้าโอกาสทองทางธุรกิจจากแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด เยี่ยมชมเว็บไซต์ ราคูเท็น ตลาดดอทคอมได้ที่ http://www.tarad.com

เผยโฉม!!10เจ้าของสื่อผู้ทรงอิทธิพลที่สุด
ผู้ทรงอิทธิพล /  สื่อออนไลน์ / 

"สื่อ" ผู้ทรงอิทธิพล ในยุคสมัยที่ข่าวสารเดินทางได้อย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที ผ่านทางสื่อรูปแบบต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างเว็บไซด์ และแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ที่มีผู้ใช้บริการอยู่ทั่วทุกมุมโลก  มาดูกันว่า ใครคือ เจ้าของสื่อดังที่เราคนไทยใช้งาน (และใช้เพื่อความบันเทิง) กันอยู่บ้าง Google  เสิร์ชเอนจินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง : 1. Sergey Brin (เซอร์เกย์ บริน) ชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย ปัจจุบัน เซอร์เกย์ บรินอยู่ในตำแหน่งประธานฝ่ายเทคโนโลยีของกูเกิล 2. Lawrence Larry Page (ลอว์เรนซ์ แลร์รี เพจ) ชาวอเมริกัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Facebook  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ ให้ผู้ใช้บริการได้แบ่งปันเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งการแบ่งปันผ่านทางตัวอักษร รูปภาพ หรือวิดิโอ รวมทั้งมีลูกเล่นที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย อยู่ภายใต้การดูแลของ Facebook, Inc.ผู้ก่อตั้ง : Mark Zuckerberg (มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก)   เชื้อสายยิว – อเมริกัน  ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเฟซบุ๊ก Twitter  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้ผู้ใช้บริการส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร เพื่อบอกเล่าเรื่อวราว หรือแจ้งข่าวสารต่างๆอยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  Twitter, Inc ผู้ก่อตั้ง  1. Meg Hourihan   2. Evan Clark Williams ชาวอเมริกัน (เป็นผู้ก่อตั้ง www.blogger.com ด้วย) 3. Jack Dorsey   (แจ๊ค ดอร์สเซย์)  ชาวอเมริกัน 4. Noah Glass (โนอา กลาส)  ชาวอเมริกัน Line Application   โปรแกรมเมสเซนเจอร์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  NAVER Japan บริษัทลูกของ NHN Japan ผู้ก่อตั้ง  NHN Japan ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำสัญชาติเกาหลี (ผู้ก่อตั้งบริษัทคือชาวเกาหลี ชื่อ Mr.Lee Hae jin ) แต่ดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต เกม เสิร์ชเอนจิน เว็บท่า Microsoft อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Microsoft ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ผู้ก่อตั้ง  1. William Henry Bill Gates III (วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม)   ชาวอเมริกัน 2. Paul Gardner Allen (พอล แอลเลน)  ชาวอเมริกัน Yahoo อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Yahoo! Inc ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสัญชาติอเมริกันซึ่งประกอบไปด้วยเว็บท่า, เสิร์ชเอนจิน, Yahoo! Directory, Yahoo! Mail, Yahoo! News, Yahoo! Photos ผู้ก่อตั้ง  1. Jerry Yang (เจอร์รี่ หยาง)  ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน  2. David Filo (เดวิด ฟิโล)  ชาวอเมริกัน CNN (Cable News Network)  เครือข่ายโทรทัศน์เคเบิล ที่เสนอข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ภายใต้การดูแลของ Turner Broadcasting System (เทิร์นเนอร์บรอดแคสติงซิสเตม) หน่วยงานในเครือ Time Warner  (ไทม์วอร์เนอร์) ผู้ก่อตั้ง  Ted Turner (เท็ด เทอร์เนอร์)  ชาวอเมริกัน BBC  (British Broadcasting Corporation) อยู่ภายใต้การดูแลของ  British Broadcasting Corporation ผู้ก่อตั้ง  1. John Charles Walsham Reith, 1st  Baron Reith George Villiers  ชาวสก็อตแลนด์  2. George Herbert Hyde Villiers, 6th  Earl of Clarendon  ชาวอังกฤษ Al Jazeera (สำนักข่าว อัลญะซีเราะฮ์ หรือ แอลจะเซียรา)  สำนักข่าวอาหรับตั้งอยู่ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  Al Jazeera Media Network เจ้าของกิจการ คือ His Majesty Sheikh Hamad bin Khalifa Al Thani  (เชคฮามัด บิน คอลีฟะห์ อัลตานี) Youtube  เว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดและแลกเปลี่ยนคลิปวิดีโอผ่านทางเว็บไซต์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง   1. Chad Meredith Hurley (แชด เมเรดิธ เฮอร์ลีย์) ชาวอเมริกัน  2. Steve Chen (สตีฟ เชง) ลูกครึ่งอเมริกัน – ไต้หวัน  3. Jawed Karim (ยาวีด คาริม) ลูกครึ่งอเมริกัน – เยอรมัน  ทีม MThai Inter MThai news

พลอยชมพู สุดปลื้ม Youtube มอบรางวัล ปุ่มทองคำ
ploychompoo /  YouTube Gold Button / 

นอกจากขึ้นแท่นช่องอันดับ 1 ที่มีคนติดตามมากที่สุดในประเทศไทยบน YouTube (ยูทูป)แชนอลไปแล้วสำหรับบริษัทเพลงยักษ์ใหญ์ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ ล่าสุดนักร้องสาว พลอยชมพู ญานนีน ภารวี ไวเกล ศิลปินดาวรุ่งดวงใหม่ของ แกรมมี่ ฯ เจ้าของซิงกิ้ล “ชักดิ้นชักงอ” สุดปลื้มเมื่อทางGoogle (กูเกิ้ล) ประเทศไทย มอบรางวัล YouTube Gold Button (ปุ่ม ทองคำ) ในฐานะศิลปินเดี่ยวคนไทยคนแรกที่มียอดผู้ติดตามบนยูทูปเกิน 1 ล้านคน โดยมี คุณอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจกูเกิล ประเทศไทย นำรางวัลมามอบให้ พร้อมกับ คุณกริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จีเอ็มเอ็ม มิวสิค ร่วมยินดีที่แกรมมี่เปิดโอกาสให้พลอยชมพูได้แสดงศักยภาพความเป็นนักร้องของเธอออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันในทุกวันนี้ ณ ชั้น 21 ตึก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส บ่ายวันก่อน เล่นเอาสาว “พลอยชมพู” สุดปลื้มยิ้มแก้มปริ “รู้สึกดีใจมากค่ะที่ได้รับรางวัล ปุ่มทองคำ เพราะว่าตั้งแต่หลังจากเป็นศิลปินฝึกหัดที่แกรมมี่เมื่อ 2 ปีก่อน ช่วงรอทำเพลง พลอยก็เริ่มทำคลิปออกมา แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมียอดผู้ติดตามเยอะขนาดนี้ แต่พอมาวันนี้มีคนตามเราเกินล้านแล้ว โอ้โห ปลื้มมาก จำได้ว่าวันที่ปล่อยเอ็มวี ชักดิ้นชักงอ ซิงเกิ้ลแรกของพลอยออกมาก็มีคนเข้ามาดูมากมายบนยูทูป ก็ยิ่งทำให้พลอยรู้สึกภูมิใจกับการร้องเพลงซึ่งเป็นสิ่งที่พลอยชมพูรัก และพอทำออกมาก็ทำให้แฟนๆที่ติดตามมาพลอยได้มีความสุขกันไปด้วย ยังไงก็ฝากติดตามผลงานของพลอยด้วยนะคะ ตอนนี้ก็มีละคร บัลลังก์เมฆ ทางช่อง วัน และก็มีเพลงประกอบซีรี่ส์ มาลี เพื่อนรัก พลังพิสดาร ของ จีทีเอช ที่ฟีเจอริ่งกับมาดามมดด้วย พลอยฝากถึงน้องๆที่ชอบการร้องเพลง ก็อยากให้ตั้งใจเรียน และมีความพยายาม ขยัน อดทน ทำในสิ่งที่ตนเองฝันไว้ เป้าหมายที่เราฝันไว้ก็จะอยู่ไม่ไกลแน่นอนค่ะ” พลอยชมพู เผยความรู้สึกหลังได้รับรางวัล ปุ่มทองคำ ล่าสุดจาก พลอยชมพู กับเพลง VOLG JOU HART (Follow Your Heart) จากละครซีรี่ส์ มาลี เพื่อนรัก..พลังพิสดาร มาดามมด VOLG JOU HART ha ha ha ha ha มาดามมด um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss พลอยชมพู la la la la la la la มาดามมด VOLG JOU HART ( ซ้ำ 4 ครั้ง) มาดามมด um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um ba um ba um ba VOLG JOU HART um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um baz พลอยชมพู ยังโออยู่ป๊ะเตง (โอป่ะ) จะเกร็งไปไหนเธอ (ไม่ได้เกร็งเว้ย) จะซ้ายก็คิด จะขวาก็คิด จะหน้าจะหลัง ละเมอยังคิด เยอะไปสักนิดหน่อย ชัก..บ่อยละนะคะตะเอง ซักเรื่องได้ไหมเธอ ( ha ha ha ha ) ลอง flow ดูสักที (Ah) นี่เรื่องความรัก เรื่องของหัวใจ ให้เธอเลิกคิด สมองหยุดนิด ท่องคำนี้ไว้ สิ ท่องสิ ท่องสิ ท่อง สิท่อง สิ ท่อง ท่อง (ท่องสิ) SAY พลอยชมพู la la la la la la la มาดามมด VOLG JOU HART ( ซ้ำ 4 ครั้ง) พลอยชมพู La la la la la la la la la la la la la la la la la la la มาดามมด VOLG JOU HART (ha ha ha ha ha ha) ( ซ้ำ 2 ครั้ง) มาดามมด um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um ba um ba um ba VOLG JOU HART um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um baz พลอยชมพู โลกเรายังสวยงาม ความรักก็เช่นกัน (ความรักก็เช่นกัน หรา) ปล่อยใจไม่คิด เรื่องของหัวใจ ให้ใจนำไปสมองเลิกใช้ ท่องคำนี้ไว้ สิ ท่องสิ ท่องสิ ท่อง สิท่อง สิ ท่อง ท่อง (พูดสิ) SAY พลอยชมพู & มาดามมด la la la la la la la พลอยชมพู & มาดามมด VOLG JOU HART ( ซ้ำ 4 ครั้ง) พลอยชมพู & มาดามมด la la la la la la la la la la la la la la la la la la la พลอยชมพู & มาดามมด VOLG JOU HART พลอยชมพู & มาดามมด la la la la la la la la la la la la la la la la la la la มาดามมด VOLG JOU HART (ha ha ha ha ha ha) --------------------------------------------------- เพลง VOLG JOU HART (Follow Your Heart) OST มาลี เพื่อนรัก..พลังพิสดาร Ploychompoo feat. Madame Mod Written , Composed , Arranged , Produced by Vichaya Vatanasapt The Word " VOLG JOU HART (Follow Your Heart) " by Patravoot Vatanasapt & Nureeya Sriphajak Mixed & Mastered by TPSM @ TPSM STUDIO ,2015 ,Thailand. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

นิพิฎฐ์แนะโอ๊ค ไม่เหมาะเปรียบพ่อเป็นยักษ์เป็นมาร
ข่าวโอ๊ค พานทองแท้ /  นิพิฐฎ์ อินทรสมบัติ / 

นิพิฎฐ์แนะโอ๊ค ไม่เหมาะเปรียบพ่อเป็นยักษ์เป็นมาร  หลังวิพากษ์พรรคประชาธิปัตย์รอค้านทุกเรื่อง ยันกฎหมายไทยไม่เคยมีนิรโทษกรรมให้นักการเมืองทุจริต ชี้หากเล่นการเมืองไม่เคยแพ้ ก็มีแต่โกงเท่านั้น จากการที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ ว่าเป็นเหรียญด้านเดียว พร้อมค้านทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม เนื่องจากหวาดระแวงกลัวว่าฝ่ายตรงข้ามจะลืมตาอ้าปากได้ พร้อมแนะให้พรรคประชาธิปัตย์คิดใหม่ คืนความเป็นธรรมให้กับคู่แข่ง สู้กันด้วยความเสมอภาค เลิกเอารัดเอาเปรียบพรรคฯ อื่นนั้น วานนี้ (22 ต.ค.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นกัน เพื่อตอบโต้การแสดงความเห็นของนายพานทองแท้ โดยระบุว่า การที่นายพานทองแท้ หาว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นเหรียญที่มีด้านเดียว ค้านทุกเรื่อง นายพานทองแท้ คงไม่รู้จริง เพราะไม่ได้อยู่ในรัฐสภา ความจริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนกฎหมายของรัฐบาลมากกว่าที่คัดค้าน และการที่พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น ไม่ใช่รังเกียจ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ประเทศไทยไม่เคยมีกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับนักการเมืองที่ทุจริตเลย ทั้งที่มีอดีตนายกฯ ที่ทุจริตและถูกยึดทรัพย์เป็นของแผ่นดินมาแล้ว 3 คน คือ จอมพลถนอม กิตติขจร, จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งจอมพลสฤษดิ์และจอมพลถนอม พยายามขอทรัพย์สินคืนมาตลอด แต่ศาลไม่คืนให้ และรัฐบาลทุกรัฐบาลก็ไม่นิรโทษกรรมให้การที่นายพานทองแท้ เสียดสีพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะเป็นฝ่ายค้านตลอดนั้น การเป็นนักการเมือง ถ้าคิดชนะอย่างเดียว ไม่ยอมแพ้นั้น มีทางเดียวที่จะทำให้ชนะได้ตลอด คือ โกงทุกรูปแบบ เหมือนที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำ ซึ่งหากกดค้นหาคำว่า นักการเมืองเลวที่สุดในโลกในกูเกิล ก็จะพบว่าหนังสือพิมพ์ในเครือวอชิงตันโพสต์ จัดอันดับให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักการเมืองที่เลวติดอันดับ 5 ของโลก ส่วนการบอกว่า ฝ่ายค้านก้าวข้ามทักษิณไม่พ้นนั้น เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ นอนขวางทางเดินของประเทศไทยอยู่ เราจึงพยายามเอา พ.ต.ท.ทักษิณ ออกนอกทางเดิน ไม่อยากเดินข้ามไปเพราะมันไม่สุภาพ แต่หากไม่ยอมอีกเห็นทีคราวนี้ต้องข้ามไปจริงๆแล้ว แล้วการที่นายพานทองแท้ ไปเปรียบคุณพ่อว่า เป็นเหมือนทศกัณฑ์ที่ฆ่าไม่ตายได้อย่างไร สงสัยไม่อ่านตอนจบ สุดท้ายทศกัณฑ์ก็ถูกหนุมาณหากล่องดวงใจจนเจอ และทศกัณฑ์ก็ถูกฆ่าตายในที่สุด คราวหลังอย่าเปรียบคุณพ่อเป็นยักษ์เป็นมารอีก MThai News

ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่
Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) /  กูเกิ้ล / 

Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เสิร์จเอ็นจิ้นดัง "กูเกิล" ปรับโฉม "ดูเดิล" ต้อนรับ "ฟุตบอลโลก" เปลี่ยนโลโก้เป็น "ภาพการ์ตูนสุดเก๋ มีลูกฟุตบอล ชายหาด รวมทั้งรูปปั้นพระเยซูคริส์อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศบราซิล" พร้อมค้นหาข้อมูลฟุตบอลโลก โดยอัตโนมัติ นับได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำสำหรับเว็บไซต์เสิร์จเอ็นจิ้นชื่อดัง "กูเกิล" อยู่แล้ว ที่จะมีการปรับโลโก้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ตามเทศกาลต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า "ดูเดิล" สำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก เวิลด์ คัพ 2014 ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 20 แล้ว โดยมีประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ ซึ่งก็นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ของบราซิลแล้วล่ะที่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอย่างนี้ หลังจากที่เคยเป็นเจ้าภาพไปครั้งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ โดยจะจัดแข่งขั้นใน 12 เมืองทั่วบราซิล MThai News

วิธีตั้งค่า Google Now ให้รองรับภาษาไทย และตั้งค่า Voice Typing ให้รองรับภาษาไทย
Google Now /  Voice Typing / 

สำหรับใครที่เคยใช้งาน Google Now อยู่แล้ว คงจะทราบดีว่าก่อนหน้านี้เราจะต้องสปี๊คภาษาอังกฤษกับมันเท่านั้น แถมถ้าสำเนียงเราไม่เป๊ะ คำค้นหานั้นๆ ก็อาจเพี้ยนๆ เป็นประจำ แต่ล่าสุดปัญหานี้ของคุณกำลังจะหมดไปแล้วครับ เมื่อล่าสุด Google ประกาศว่า Google Now เวอร์ชั่นอัพเดตใหม่นี้จะสามารถรองรับภาษาไทยได้แล้ว Google Now คือฟีเจอร์หนึ่งที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android เวอร์ชั่น 4.1 Jelly Bean เป็นต้นมา ซึ่งในช่วงแรกจะมีเฉพาะบน Android เท่านั้น แต่ปัจจุบันบนอุปกรณ์ iOS เช่น iPhone หรือ iPad ก็สามารถใช้งาน Google Now ได้แล้วเช่นกัน ซึ่งเป็นระบบการสืบค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่วิวัฒนาการมาจากการใส่คำค้นหาสั้นๆ ให้รองรับการค้นหาด้วยประโยคที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมไปถึงการค้นหาด้วยเสียงด้วย นอกจากนี้ Google Now ยังสามารถคิดได้เองว่าตอนนี้คุณกำลังต้องการอะไร โดยการคาดเดาสิ่งที่คุณค้นหา หรือใช้บริการของ Google บ่อยๆ ยกตัวอย่างว่าคุณเคยค้นหาเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางไปพัทยา เจ้า Google Now บนสมาร์ทโฟนของคุณจะแสดงข้อมูลการเดินทาง ระยะทาง คำนวนระยะเวลาถึงผ่านทางอินเตอร์เฟสที่เรียกว่า Google Now Card บนมือถือขึ้นมาทันที เมื่อรู้จักกับ Google Now คร่าวๆ แล้ว ก็มาดูวิธีการตั้งค่า Google Now ให้สามารถใช้งานภาษาไทยได้กันดีกว่าครับ วิธีตั้งค่า Google Now ให้รองรับภาษาไทยได้   1. เปิด Google Now ขึ้นมา จากนั้นแตะที่ปุ่มเมนู และเลือก Settings หรือ ตั้งค่า 2. แตะที่ Voice 3. แตะที่ Language หรือภาษา จากนั้นเลือกเป็น ไทย (ประเทศไทย) 4. เท่านี้เราก็สามารถใช้การค้นหาด้วยการพูดด้วยภาษาไทยที่เราถนัดได้ทันทีครับ ยกตัวอย่างเช่นที่ผมทดสอบคือ ประโยคว่า "วิธิไปพัทยา" และ "คอร์ดกีตาร์" ก็สามารถค้นหาได้แม่นยำทีเดียว แต่อาจต้องพูดในที่ที่เสียงไม่ดังมากนะครับ วิธีการตั้ง Google Voice Typing (การพิมพ์ด้วยเสียง) ให้รองรับภาษาไทย เมื่อ Google Now ของเรารองรับภาษาไทยได้แล้ว เราก็สามารถใช้วิธีการพิมพ์ตัวหนังสือบนสมาร์ทโฟนของเราด้วยวิธีเก๋ๆ โดยการเปลี่ยนเสียงพูดของเราให้เป็นตัวอักษรได้ดังนี้   1. เข้าเมนู Settings หรือการตั้งค่า 2. ไปที่เมนู Language and input 3. แตะที่ปุ่มรูปเฟืองหลัง Google voice typing (หากในกล่องสี่เหลี่ยนไม่มีเครื่องหมายถูกสีเขียว ให้แตะไว้ด้วย) 4. แตะที่ Choose input languages 5. แตะเลือกภาษาไทย (ประเทศไทย) 6. เท่านี้คุณก็สามารถใช้งาน Voice Typing ด้วยภาษาไทยได้ทันที สะดวกดีใช่มั้ยล่ะครับ : ) ปล. ตอนนี้ยังรองรับเฉพาะ Android OS เท่านั้นนะครับ สำหรับ iOS ต้องรออีกนิดนะ

AISส่งSMS ป้องกันเกมคุกรี้รัน คิดเงินแสน
คุ้กกี้รัน /  ซื้อไอเท็มคุ้กกี้รัน / 

เอไอเอส พร้อมส่ง SMS ยืนยันไปยังหมายเลขผู้ปกครอง หากมีการซื้อสินค้า และบริการผ่าน DCB หวั่นซ้ำเหตุคุกกี้รัน เริ่ม 22 ก.ค. นี้ นาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากการประชุมหารือระหว่าง กสทช. กับตัวแทนบริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนบริษัท เนเวอร์ ไลน์ จำกัด บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด เพื่อหาแนวทางที่จะป้องกันปัญหาในลักษณะเดียวกับกรณีคุกกี้รันที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต โดยได้ข้อสรุปว่า ทางบริษัท กูเกิลฯ รับจะให้ทีมวิศวกรเซ็ตระบบให้ต้องมีการยืนยันพาสเวิร์ดทุกครั้งที่มีการซื้อ สินค้าและบริการผ่านกูเกิลเพลย์ (Google Play) พร้อมกับให้มีอีเมล์ยืนยันการทำรายการซื้อตอบกลับจากกูเกิลเป็นภาษาไทย ในส่วนของ AWN จะกำหนดวงเงินค่าใช้บริการในการซื้อ หรือใช้บริการในระบบ DCB หรือ Direct Carrier Billing ไว้ที่ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท และไม่เกินวงเงินใหญ่ที่กำหนดของแต่ละเลขหมาย และจะมี SMS แจ้งไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทันทีที่มีการซื้อหรือใช้บริการ ทั้งนี้ ความร่วมมือของกูเกิลในทางเทคนิคจะเป็นตัวกำหนดว่า ระบบจะสามารถแจ้งเตือนได้ทันทีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ ได้ขอให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายที่ให้บริการ DCB ต้องส่ง SMS ไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ทราบถึงการซื้อขายและใช้บริการด้วย และในเบื้องต้น AWN จะส่ง SMS ในเครือข่าย AIS ก่อน โดยเริ่มในวันที่ 22 ก.ค. นี้ บทความอื่นๆ เกี่ยวกับคุ้กกี้รัน วิธีปิดการแจ้งเตือน Cookie Run และเกมไลน์อื่นๆ โดยไม่ต้องบล็อคเพื่อน ! เชื่อว่าคนที่ใช้ Line อยู่ในขณะนี้ทุกคนจะต้องเซ็งเป็ดกับการส่งข้อความมาชวนเล่นเกม โดยเฉพาะในตอนนี้เกมที …