กูเกิล

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก
บุคคลต้นแบบ /  ผู้หญิงต้นแบบ / 

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Facebook ซึ่งทำให้ Mark Zuckerburg กระโดดจากมหาเศรษฐีอันดับที่ 29 ของโลก จะมีสักกี่คนที่รู้จัก “ เชอริล แซนด์เบิร์ก ” (Sheryl Sandberg)  ซีโอโอหญิง ผู้นำหมายเลข 2 ของเฟซบุ๊ก คือ ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น เชอริล แซนด์เบิร์ก มีประวัติการศึกษาที่โดดเด่น จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ด้วยคะแนนระดับท็อปจากฮาร์วาร์ด เธอเคยเป็นผู้บริหารคนสำคัญที่ช่วยผลักดันการขายโฆษณาของกูเกิล (Google,Inc) และภายหลังเธอเริ่มต้นความท้าทายในชีวิตการทำงานอีกครั้ง โดยตัดสินใจย้ายมาเป็น “ Chief Operating Officer (COO) ” หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ คุมงานบริหารทั้งหมดของโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ร้อนแรงที่สุดแห่งยุคสมัยอย่าง Facebook หลังจาก เชอริล มาทำงานกับเฟซบุ๊ก องค์กรมีแต่เติบโต จากพนักงาน 130 คน เพิ่มเป็น 2,500 คน จากยอดผู้ใช้ 70 ล้านคนไปเป็น 700ล้านคน ทั่วโลก ยังไม่นับรวมถึงการสนับสนุนให้เฟซบุ๊กมีรบบโฆษณาแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นรายได้หลักของเว็บด้วย ถ้าว่ากันตามเนื้องานแล้ว “อำนาจ” ในการบริหารของเธอมากกว่าตัว ซัคเคอร์เบิร์ก เองด้วยซ้ำ ปัจจุบันเชอริล วัย42 ปี พักอาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโกกับสามี “เดวิด โกลด์เบิร์ก (David Goldberg) ” เพื่อสนิทมาหลายปีที่กลายเป็นคู่ชีวิตในที่สุด และมีบุตรอีก 2 คน ถึงแม้ว่าผู้บริหารคนเก่ง เชอริล จะได้รับการยกย่องอย่างสูงในด้าน “อิทธิพล” และ “มันสมอง” ในโลกอำนาจแห่งการทำงานแล้ว ในอีกด้านหนึ่งเธอยังถูกยกย่องในเรื่อง “ความเป็นหญิง” จากผู้หญิงด้วยกัน นั่นเป็นเพราะว่า เธอมีบทบาทในการให้คำปรึกษาแก่พนักงานหญิงของเฟซบุ๊ก รวมถึงผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่ๆ และที่สำคัญ เธอได้รับการยอมรับจากโลกแห่งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ว่าเป็นตัวแทนของ “นักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่” ที่สร้างสมดุลย์ระหว่างอาชีพการงาน ครอบครัว และเสน่ห์ ได้อย่างลงตัวและเพอร์เฟ็กต์ เคล็ดลับความสำเร็จในชีวิตครอบครัวและการทำงานของผู้บริหารคนเก่ง เชอริล แซนด์เบิร์ก ฐานะ ผู้นำหมายเลข 2 แห่งเฟซบุ๊ก และสตรีทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ลำดับที่ 6 นั่นคือ เธอแนะนำว่า เรื่องกฎระเบียบและวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผู้หญิงเองก็ต้องมีวิธีคิดที่จะก้าวหน้าด้วยตัวของตัวเองจากภายในด้วย และ ผู้หญิงส่วนมากที่ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตครอบครัว และหน้าที่การงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากคนในที่ทำงาน และคนที่บ้าน   “สตรีทั่วไปมักมีความกลัวอยู่ทั่วสเต็มเซลล์” มันเลยทำหน้าที่หยุดพวกเธอไว้อยู่ที่ตำแหน่งถาวรตลอดชีวิต นั่นคือ  “แม่บ้าน” เชอริล ได้ขึ้นพูดในเวที TED เวทีของคนเจ๋งๆ ที่มาบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก ที่สำคัญเธอได้ปลุกใจให้ผู้หญิง ที่รับรู้ดีว่าตัวเองเป็น "แม่" และคิดว่ายากเหลือเกินที่จะไต่เต้าขึ้นไปยังตำแหน่งผู้บริหาร และนี่คือ สิ่งที่เชอริลนำแนะนำเพื่อเป็นหลักปฏิบัติ 3 ข้อ ที่ผู้บริหารหญิงควรทำ ได้แก่... 1.จงนั่งแถวหน้า (sit at the table) เชอริลบอกว่าสิ่งแรกที่ผู้หญิงควรทำคือมั่นใจในความสามารถของตัวเองว่าไม่ด้อยกว่าเพื่อนร่วมงานเพศชาย ดังนั้นเธอจึงขอร้องให้ผู้หญิงมั่นใจในตัวเอง และพร้อมจะรับความสำเร็จ เสียงชื่นชม ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของพวกเธอเอง ขอให้นั่งแถวหน้าเวลาประชุม และอย่าอายที่จะยกมืออาสาทำงาน 2.ให้คู่ชีวิตเป็น “คู่ชีวิต” จริงๆ (make your partner a real partner) ต่อให้สามีและภรรยาทำงานนอกบ้านเหมือนกัน แต่เมื่อมีลูก สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้หญิงจะต้องทำงานบ้านและเลี้ยงลูกหนักกว่าฝ่ายชายเสมอ ซึ่งเธอมองว่าเป็นอุปสรรคไม่ให้ผู้หญิงใส่ใจกับการงานนอกบ้านได้เต็มที่เท่ากับผู้ชายครอบครัวที่แบ่งภาระหน้าที่กันอย่างเท่าเทียมจะช่วยให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จมากขึ้น และมีสถิติว่าครอบครัวที่สามีภรรยามีรายได้ใกล้เคียงกัน มีภาระหน้าที่เท่าเทียมกัน จะมีอัตราหย่าร้างน้อยกว่าปกติถึงครึ่ง 3.อย่าเลิกทะเยอทะยานก่อนเวลาอันควร (don’t leave before you leave)  ผู้หญิงทำงานควรจะคิดถึงความก้าวหน้าในอาชีพจนวินาทีสุดท้ายที่จะต้องหยุดงานเพื่อทุ่มเทให้กับครอบครัวจริงๆ อย่าเพิ่งเลิกมองหาความสำเร็จหรือความรับผิดชอบก่อนถึงเวลาที่จำเป็น   "อย่าออกจนกว่าคุณจะออก" คือไม่ควรคิดเรื่องการลาออกจนกว่าจะจำเป็นต้องออกจริง ๆ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อใดที่ผู้หญิงเริ่มคิดว่าอยากมีลูก ผู้หญิงก็มักจะเริ่มคิดถึงการเผื่อพื้นที่ในชีวิตให้ลูก และนับจากจุดนั้นเธอก็จะ "ถอย" จากหน้าที่การงาน ไม่มองหาการเลื่อนขั้น ไม่ขานรับความท้าทายใหม่ ๆ จากที่ศึกษาประวัติของเธอ ยอมรับเลยค่ะว่าชอบในแนวความคิดของเธอ และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า องค์ประกอบสำคัญของชีวิตที่ทุกคนควรใส่ใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความสำเร็จในหน้าที่การงาน นั่นคือ "ครอบครัว" หน่วยที่เล็กที่สุดแต่สำคัญมากที่สุด สิ่งที่เราเห็นได้ชัดและเชิดชูคือ เธอเจ๋งจริง เธอไม่เคยมีความกลัวในหัวสมองเลย เชอริล แซนด์เบิร์ก  เธอคือบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลกเห็นว่า “ผู้หญิงเก่งและแกร่ง” นั้นมีรัศมีมากแค่ไหน " อย่าให้ความกลัวมาอยู่เหนือความปราถนาในใจ " "Don't let your fears overwhelm your desire" …เพราะคุณไม่มีทางรู้จักความสามารถที่แท้จริงของตัวเองได้เลย…หากไม่ลุกขึ้นมาลองสักตั้ง - เชอริล แซนด์เบิร์ก - เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team ขอบคุณภาพประกอบจาก...forbes.com

แฮกเกอร์โจมตีกูเกิลเจาะจีเมลล์,รหัสผ่านกว่า5ล้านราย
กูเกิล /  กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ / 

กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ เจาะเข้ารายชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านกว่า 5 ล้านบัญชี ไปเผยแพร่บนเว็บไซต์รัสเซีย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ชาวรัสเซียแฮก และเผยแพร่ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์ รวมทั้งรหัสผ่านเกือบ 5 ล้านบัญชี ลงบนโลกออนไลน์ หลังจากก่อนหน้านี้ เกิดกรณีภาพหลุดสุดสยิวของเหล่าดาราคนดัง ที่ถูกแฮกเกอร์ขโมยรูปภาพของจากระบบสำรองข้อมูลออนไลน์ ไอคลูด (iCloud) ของบริษัท แอปเปิล โดยในรายงานข่าวระบุว่า ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านดังกล่าว ถูกนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ btcsec.com ในฟอรัมของ บิทคอย์น โดยฝีมือผู้ใช้งานที่ชื่อ (Tvskit) ซึ่งระบุด้วยว่า ที่อยู่อีเมล์กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้ยังมีการใช้งานอยู่เป็นประจำด้วย ขณะที่ทาง กูเกิล ออกมาระบุว่า ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านนี้ อาจเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังใช้งานได้ เนื่องจากระบบอัตโนมัติป้องกันการแฮกของพวกเขาทำการปิดกั้นการล็อกอินเข้าบัญชีผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่แล้ว และเรียกร้องให้ผู้ใช้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ กูเกิล ยังยืนยันด้วยว่า การรั่วไหลของข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านครั้งนี้ ไม่ได้เปิดขึ้นจากช่องโหว่ในระบบของกูเกิล

แอปเปิ้ล ครองแบรนด์มูลค่าสูงสุดของโลก ล้มโคคาโคล่า แชมป์เก่า
แบรนด์มูลค่ามากที่สุดในโลก /  แอปเปิ้ล / 

วันนี้(1 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ผลสำรวจของอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์และครื่องหมายการค้าของบริษัทธุรกิจ ในเครือออมนิคอมกรุ๊ปของสหรัฐ ซึ่งได้มีการจัดอันดับ ผลสำรวจตราเครื่องหมายสินค้าหรือแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก ประจำปี  2013 โดยระบุว่า แอ๊ปเปิล ได้ขึ้นอันดับ 1 บริษัทที่มีมูลเครื่องหมายทางการค้าสูงที่สุดของโลก แซงหน้า โคคาโคล่า แชมป์เก่าที่ตามหลังกูเกิล ที่ไต่จากอันดับ 3 ในปีที่แล้วเป็นอันดับ 2 ในปีนี้ ข้อมูลระบุว่า 5 ใน 10 บริษัทเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก เป็นบริษัทธุรกิจไฮเทค ซึ่งซัมซุงยังอยู่ที่อันดับ 8 เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วแทนอินเทล ส่วนไอบีเอ็มยังอยู่ในอันดับ 4 นอกจากนี้ยังมีผลสำรวจเกี่ยวกับจำนวนผู้กดถูกใจบนหน้าแฟนเพจพบว่า บริษัทโคคาโคล่ายังคงครองตำแหน่งแฟนเพจในหน้าเฟซบุ๊คมากสุด 73.2 ล้านไอดี นำหน้าแอ๊ปเปิลมีเพียง 9.8 ล้านไอดี และกูเกิลมี 15.1 ล้านไอดี MThai News

เผยโฉม!!10เจ้าของสื่อผู้ทรงอิทธิพลที่สุด
ผู้ทรงอิทธิพล /  สื่อออนไลน์ / 

"สื่อ" ผู้ทรงอิทธิพล ในยุคสมัยที่ข่าวสารเดินทางได้อย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที ผ่านทางสื่อรูปแบบต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างเว็บไซด์ และแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ที่มีผู้ใช้บริการอยู่ทั่วทุกมุมโลก  มาดูกันว่า ใครคือ เจ้าของสื่อดังที่เราคนไทยใช้งาน (และใช้เพื่อความบันเทิง) กันอยู่บ้าง Google  เสิร์ชเอนจินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง : 1. Sergey Brin (เซอร์เกย์ บริน) ชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย ปัจจุบัน เซอร์เกย์ บรินอยู่ในตำแหน่งประธานฝ่ายเทคโนโลยีของกูเกิล 2. Lawrence Larry Page (ลอว์เรนซ์ แลร์รี เพจ) ชาวอเมริกัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Facebook  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ ให้ผู้ใช้บริการได้แบ่งปันเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งการแบ่งปันผ่านทางตัวอักษร รูปภาพ หรือวิดิโอ รวมทั้งมีลูกเล่นที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย อยู่ภายใต้การดูแลของ Facebook, Inc.ผู้ก่อตั้ง : Mark Zuckerberg (มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก)   เชื้อสายยิว – อเมริกัน  ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเฟซบุ๊ก Twitter  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้ผู้ใช้บริการส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร เพื่อบอกเล่าเรื่อวราว หรือแจ้งข่าวสารต่างๆอยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  Twitter, Inc ผู้ก่อตั้ง  1. Meg Hourihan   2. Evan Clark Williams ชาวอเมริกัน (เป็นผู้ก่อตั้ง www.blogger.com ด้วย) 3. Jack Dorsey   (แจ๊ค ดอร์สเซย์)  ชาวอเมริกัน 4. Noah Glass (โนอา กลาส)  ชาวอเมริกัน Line Application   โปรแกรมเมสเซนเจอร์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  NAVER Japan บริษัทลูกของ NHN Japan ผู้ก่อตั้ง  NHN Japan ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำสัญชาติเกาหลี (ผู้ก่อตั้งบริษัทคือชาวเกาหลี ชื่อ Mr.Lee Hae jin ) แต่ดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต เกม เสิร์ชเอนจิน เว็บท่า Microsoft อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Microsoft ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ผู้ก่อตั้ง  1. William Henry Bill Gates III (วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม)   ชาวอเมริกัน 2. Paul Gardner Allen (พอล แอลเลน)  ชาวอเมริกัน Yahoo อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Yahoo! Inc ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสัญชาติอเมริกันซึ่งประกอบไปด้วยเว็บท่า, เสิร์ชเอนจิน, Yahoo! Directory, Yahoo! Mail, Yahoo! News, Yahoo! Photos ผู้ก่อตั้ง  1. Jerry Yang (เจอร์รี่ หยาง)  ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน  2. David Filo (เดวิด ฟิโล)  ชาวอเมริกัน CNN (Cable News Network)  เครือข่ายโทรทัศน์เคเบิล ที่เสนอข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ภายใต้การดูแลของ Turner Broadcasting System (เทิร์นเนอร์บรอดแคสติงซิสเตม) หน่วยงานในเครือ Time Warner  (ไทม์วอร์เนอร์) ผู้ก่อตั้ง  Ted Turner (เท็ด เทอร์เนอร์)  ชาวอเมริกัน BBC  (British Broadcasting Corporation) อยู่ภายใต้การดูแลของ  British Broadcasting Corporation ผู้ก่อตั้ง  1. John Charles Walsham Reith, 1st  Baron Reith George Villiers  ชาวสก็อตแลนด์  2. George Herbert Hyde Villiers, 6th  Earl of Clarendon  ชาวอังกฤษ Al Jazeera (สำนักข่าว อัลญะซีเราะฮ์ หรือ แอลจะเซียรา)  สำนักข่าวอาหรับตั้งอยู่ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  Al Jazeera Media Network เจ้าของกิจการ คือ His Majesty Sheikh Hamad bin Khalifa Al Thani  (เชคฮามัด บิน คอลีฟะห์ อัลตานี) Youtube  เว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดและแลกเปลี่ยนคลิปวิดีโอผ่านทางเว็บไซต์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง   1. Chad Meredith Hurley (แชด เมเรดิธ เฮอร์ลีย์) ชาวอเมริกัน  2. Steve Chen (สตีฟ เชง) ลูกครึ่งอเมริกัน – ไต้หวัน  3. Jawed Karim (ยาวีด คาริม) ลูกครึ่งอเมริกัน – เยอรมัน  ทีม MThai Inter MThai news

AISส่งSMS ป้องกันเกมคุกรี้รัน คิดเงินแสน
คุ้กกี้รัน /  ซื้อไอเท็มคุ้กกี้รัน / 

เอไอเอส พร้อมส่ง SMS ยืนยันไปยังหมายเลขผู้ปกครอง หากมีการซื้อสินค้า และบริการผ่าน DCB หวั่นซ้ำเหตุคุกกี้รัน เริ่ม 22 ก.ค. นี้ นาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากการประชุมหารือระหว่าง กสทช. กับตัวแทนบริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนบริษัท เนเวอร์ ไลน์ จำกัด บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด เพื่อหาแนวทางที่จะป้องกันปัญหาในลักษณะเดียวกับกรณีคุกกี้รันที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต โดยได้ข้อสรุปว่า ทางบริษัท กูเกิลฯ รับจะให้ทีมวิศวกรเซ็ตระบบให้ต้องมีการยืนยันพาสเวิร์ดทุกครั้งที่มีการซื้อ สินค้าและบริการผ่านกูเกิลเพลย์ (Google Play) พร้อมกับให้มีอีเมล์ยืนยันการทำรายการซื้อตอบกลับจากกูเกิลเป็นภาษาไทย ในส่วนของ AWN จะกำหนดวงเงินค่าใช้บริการในการซื้อ หรือใช้บริการในระบบ DCB หรือ Direct Carrier Billing ไว้ที่ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท และไม่เกินวงเงินใหญ่ที่กำหนดของแต่ละเลขหมาย และจะมี SMS แจ้งไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทันทีที่มีการซื้อหรือใช้บริการ ทั้งนี้ ความร่วมมือของกูเกิลในทางเทคนิคจะเป็นตัวกำหนดว่า ระบบจะสามารถแจ้งเตือนได้ทันทีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ ได้ขอให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายที่ให้บริการ DCB ต้องส่ง SMS ไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ทราบถึงการซื้อขายและใช้บริการด้วย และในเบื้องต้น AWN จะส่ง SMS ในเครือข่าย AIS ก่อน โดยเริ่มในวันที่ 22 ก.ค. นี้ บทความอื่นๆ เกี่ยวกับคุ้กกี้รัน วิธีปิดการแจ้งเตือน Cookie Run และเกมไลน์อื่นๆ โดยไม่ต้องบล็อคเพื่อน ! เชื่อว่าคนที่ใช้ Line อยู่ในขณะนี้ทุกคนจะต้องเซ็งเป็ดกับการส่งข้อความมาชวนเล่นเกม โดยเฉพาะในตอนนี้เกมที …

เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) 23 เม.ย. 57
Seed MCOT /  รายการย้อนหลัง เขย่ง 9 กระโดด / 

รายการย้อนหลัง เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) 23 เม.ย. 57 พูดคุยกับพาราด๊อกซ์ วงร็อควาไรตี้ ที่มีเอกลักษณ์ทางการแสดงสดที่ไม่เหมือนใคร รายการ เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) รายการที่เพียบไปด้วยหลายๆเรื่องราว ที่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ ตลอด 1 ชั่วโมงเต็ม กับ 3 พิธีกรสุดซี๊ด เด-ดาวิเด โดริโก้,ดอส-วัฒนากร ทิพจร และ อ้น-อัตตพงษ์ อัตตกิจกุล สัปดาห์นี้ พูดคุยกับวงร็อควาไรตี้ สุดแสนหรรษา วง พาราด็อกซ์ (Paradox) จากนั้น ดีเจอ้น จะมาโชว์ท่วงท่า ความพริ้วไหว ในกีฬาลีลาศ และอีกหลากหลายเรื่องราวที่น่าสนใจ ติดตามชมได้ในรายการ เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) ช่วง ทำนองนั้น ดอส-วัฒนากร ทิพจร พามาสัมผัสพูดคุยกับวงร็อควาไรตี้ สุดแสนหรรษา ที่มีเอกลักษณ์ทางการแสดงสดที่ไม่เหมือนใคร จนหลายคนต้องยกนิ้วให้กับความสามารถของวง Paradox เจาะลึกเรื่องราวประสบการณ์ แนวคิดแปลกๆ ในการทำงานเพลง พร้อมเปิดร้านคาเฟ่ เล่นดนตรีโชว์เพลงใหม่ล่าสุด รถไฟขบวนแห่งความฝัน ให้ฟังกันแบบจัดเต็ม!! ช่วง กระแสนิยม สำหรับใครที่รักการดื่มกาแฟ เป็นชีวิตจิตใจ วันนี้เลยขอพาไปนั่งชิลล์ร้านกาแฟ ในบรรยากาศน่ารักและอบอุ่น ที่มีความพิเศษตรงที่การตกแต่งร้านด้วยธีม Mr. Bean กับร้าน Mr. Bean Thailand จากนั้นไปอัพเดตเทคโนโลยีสุดล้ำ Google Glass การร่วมโปรเจ็กระหว่างกูเกิล และแว่นตายี่ห้อดังของโลก Ray-Ban, Oakley ในการผลิตกรอบแว่นที่ทันสมัย ช่วง ออกสนาม ดีเจอ้น-อัตตพงษ์ อัตตกิจกุล โดนส่งมาออกสนามกับกีฬาที่แสนท้าทาย และต้องใช้ความพริ้วไหวของท่วงท่าในการเต้นอย่าง กีฬาลีลาศ งานนี้หนุ่มอ้นจะทำได้ดีแค่ไหน กับการเรียนในหลักสูตรแบบเร่งรัด ติดตามชมเป็นกำลังใจให้หนุ่มอ้นได้ในช่วง ออกสนาม ช่วง ตัวจริง ดีเจเด-ดาวิเด โดริโก้ พามาพบกับตัวจริงเรื่อง ฉีด พ่น ที่มีกำแพงและท้องถนนเป็นผืนผ้าใบ โดยมีสีเสปรย์แทนพู่กัน จากความชอบในวัยเด็ก บวกกับความมุ่งมั่นทำในสิ่งที่แปลกในสายตาของคนทั่วไป จนกลายมาเป็นผลงานศิลปะที่ใครๆ ก็ยอมรับในทุกวันนี้ “Alex Face” ชีวิตคือ Graffiti การจะเป็นตัวจริงเรื่องงาน Graffiti ได้จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ต้องติดตาม... ติดตามชมรายการ “เขย่ง 9 กระโดด” (Triple Jump) รายการที่เพียบไปด้วยหลายๆเรื่องราว ที่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ ทุกวันพุธ ห้าทุ่มครึ่ง ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

รองประธาน 'กูเกิล' ดิ่งพสุธา ทำลายสถิติโลก
กระโดดร่ม /  กูเกิล / 

รองประธานอาวุโส 'กูเกิล' วัย 57 ปี กระโดดร่มทำลายสถิติโลกสำเร็จ ด้วยความสูง 41 กิโลเมตร ล้มสถิตชาวออสเตรเลียที่ทำไว้ 38.6 กม. เมื่อปีพศ. 2555 นายอลัน ยูสเตซ รองประธานอาวุโสวัย 57 ปีของ 'กูเกิล' กระโดดร่มทำลายสถิติโลกได้สำเร็จ ด้วยการกระโดดจากชั้นบรรยากาศ สตราโทสเฟียร์ ที่ความสูง 135,890 ฟุต หรือประมาณ 41 กิโลเมตรจากพื้นโลก โดยการกระโดดครั้งนี้ ได้ทำลายสถิติเดิมของนักดิ่งพสุธาชาวออสเตรเลีย ซึ่งทำไว้ในปี 2555 ด้วยความสูง 38.6 กิโลเมตรได้สำเร็จ ซึ่งในครั้งนี้นายยูสเตซเกิดขึ้นในถูกนำขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วยบอลลูนบรรจุฮีเลียมขนาดใหญ่ เหนือเมืองรอสเวลล์ มลรัฐนิวเม็กซิโก ของสหรัฐฯ ก่อนจะดิ่งพสุธาลงมาด้วยความเร็วมากกว่า 1,300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งมากกว่าความเร็วเสียงเล็กน้อย โดยชุดที่นายยูสเตซสวมใส่เพื่อทำภารกิจดังกล่าวนั้นถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้รองรับแรงต้านทานมหาศาลได้ ด้านนายยูสเตซ เปิดเผยว่า การกระโดครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เพราะเขาได้เห็นความดำมืด และการแบ่งตัวของชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสมาก่อนในชีวิต นอกจากนี้เขายังได้ยินเสียง 'โซนิกบูม' ครั้งหนึ่งหลังจากที่ความเร็วเกินความเร็วเสียง ทั้งนี้ปัจจุบันนายอลัน ยูสเตซ ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายองค์ความรู้ของกูเกิล ก่อนหน้าที่จะมาทำงานให้กูเกิล เคยเป็นนาวิกโยธินสหรัฐฯ มาก่อน โดยมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการบิน และการกระโดดร่มเป็นพิเศษอยู่แล้ว โดยที่การทำลายสถิติโลกของการกระโดดร่มของนายยูสเตซมีการเตรียมการอย่างลับๆ กันมาหลายปี โดยใช้ทีมงานเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และไม่ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ใด ๆ เลย Mthai News

กูเกิลลับคม X Phone ปะทะแอปเปิลและซัมซุง!!
google /  Motorola / 

  ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรจริงๆ  และดูเหมือนเราอาจจะกำลังได้เห็นการหักหลังครั้งใหญ่ในวงการสมาร์ทโฟน เมื่อแหล่งข่าวของ wsj ได้เปิดเผยข้อมูลว่า วิศวกรของโมโตโรล่ากับกูเกิล กำลังพัฒนา X Phone เรือธงรุ่นพิเศษ ที่แตกต่างจากแอนดรอยด์ของทุกค่ายอย่างสิ้นเชิง และตั้งเป้าเพื่อชนทั้งแอปเปิลและพันธมิตรซัมซุง   7 เดือน ให้หลัง จากที่กูเกิลซื้อโมโตโรล่ามาในมูลค่า 12.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และหายเข้ากลีบเมฆไปนั้น ความเคลื่อนไหวล่าสุด ก็ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว โดยข้อมูลวงในกล่าวว่าเอ็กส์โฟนของกูเกิลตัวนี้ จะมาพร้อมกลับหน้าจอที่บิดงอได้ แต่ปัญหาภายในคือกำลังการเดินสายผลิตนั้นยังประสบปัญหา     และมีก้างตัวเบิ้มที่กุมห่วงโซ่ของแอนดรอยด์โฟนแทบทั้งหมดอยู่ ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นซัมซุง พันธมิตรที่ร่วมสร้างความสำเร็จให้กับแอนดรอยด์โอเอส และตัวเลขยอดขายของแอนดรอยด์โฟนนั้นก็กุมสัดส่วนของสมาร์ทโฟนมาเกินครึ่ง   ซึ่งกูเกิลเองก็ไม่คงไม่อยากได้ชื่อว่าพัฒนาเพียงซอร์ฟแวร์เฉยๆ อีกต่อไป และหากปัญหาสายการผลิตได้ถูกขจัดออกไปแล้ว เป็นที่น่าสนใจอย่างมากว่ากูเกิลจะเก็บซัมซุงไว้ตำแหน่งไหนในหัวใจเธอว์?     Source : The Wall Street Journal , blognone

google /  Google Maps / 

"ชาวบ้านสะเอียบ แถลงขอโทษกูเกิล ชาวไทย พร้อมต้อนรับรถ Street View หากมาอีก!!"   กลายเป็นข่าวให้คนโฟกัสการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ อย่างช่วยไม่ได้ หลังรถ Google Street View ซึ่งเข้าไปเก็บภาพพื้นที่ โดนชาวบ้านสะเอียบล้อม แล้วให้คนขับ ไปสาบานต่อหน้าพระ ว่าไม่ใช่พวกมาสอดแนม สนับสนุนการสร้างเขื่อน   ล่าสุด หลังพูดคุยจนเข้าใจตรงกันแล้ว ทางชาวบ้านสะเอียบก็ออกแถลงการณ์ขอโทษถึงกรณีดังกล่าว ทั้งต่อ   กูเกิ้ล และต่อชาวไทยเอง ที่ทำให้เสียชื่อเสียง     " ต้องขอโทษน้อง บริษัทกูเกิล รวมทั้งคนไทยทั้งชาติ ที่ทำให้เสียชื่อเสียงต่อเหตุการณ์นี้ รับรองมาคราวหน้า ทางเราจะต้อนรับอย่างดี " นายวิชัย รักษาพล ประธานคณะกรรมการคัดค้านเขื่อน ต.สะเอียบ กล่าว   " ชาวบ้านมีมาตรการเข้มงวด ป้องกันพวกสำรวจสร้างเขื่อน ถึงขนาดจัดเวรยามอย่างเคร่งเครียด เฝ้าป่าไม้ไม่ให้เขื่อนมาทำลาย ยิ่งเห็นกล้องบนรถหมุนรอบทิศทางก็งง เมื่อตรวจสอบแล้วว่าไม่ใช่ ก็ต้องขอโทษด้วย  " นายวุฒิชัย ศรีคำภา ตัวแทนสะเอียบ กลุ่มเยาวชนตะกอนยม กล่าว     สำหรับโครงการ Street View นั้น ดำเนินการอย่างถูกกฏหมาย โดยได้ร่วมกับ ททท. เพื่อเก็บภาพความสวยงามของประเทศไทย ให้ชาวโลกเห็น   ดำเนินงานมาแล้ว 2 ปี เก็บภาพไป 17 จังหวัด ซึ่งผู้ใช้ทั่วโลก สามารถเข้าไปชมภาพสตรีทวิวได้ที่ google.co.th/maps ส่วนรถสตรีทวิว ( Google Maps Camera Car ) นั้น มีหน้าตาเต็มๆ แบบด้านล่างนี้ วอนอย่าล้อม !!     Source : prachatai

ชาวบ้านออกแถลงการณ์ขอโทษกูเกิ้ล ปมล้อมรถกูเกิ้ลสตรีทวิว
กูเกิ้ล /  ข่าวจังหวัดแพร่ / 

จากกรณีที่ชาวบ้านในต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กว่า 20 คน เข้าไปรุมล้อมรถ Google Maps Camera Carที่ใช้เก็บบันทึกภาพสำหรับบริการกูเกิ้ลสตรีทวิว เนื่องจากเกรงว่ารถคันดังกล่าวจะเข้ามาสำรวจพื้นที่แก่งเสือเต้น ซึ่งกำลังเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนของรัฐบาล จนเป็นข่าวขึ้นมานั้น ล่าสุดทางกลุ่มราษฎรรักษ์ป่าได้ออกแถลงการณ์ขอโทษโดยระบุว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการเข้าใจผิด และได้ขอโทษต่อบริษัทกูเกิล และขอโทษต่อคนไทยทั้งชาติที่ทำให้เสียชื่อเสียง และยินดีต้อนรับหากรถกูเกิลสตรีทวิว กลับมาเยือนชุมชนอีกครั้ง สำหรับข้อความทั้งหมด มีดังนี้ แถลงการณ์กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ขอโทษ Google ในการเข้าใจผิดการสำรวจแผนที่สถานที่ท่องเที่ยว จากการที่ชาวบ้านสะเอียบกว่า 20 คน ได้เชิญตัวเจ้าหน้าที่บริษัท Google มาสาบานต่อหน้าพระประธานวัดดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ว่าการสำรวจ ถ่ายภาพของบริษัทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง และได้เชิญตัวออกนอกพื้นที่เมื่อวานนี้นั้น กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ขอแสดงความเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ ขอโทษเจ้าหน้าที่และบริษัท Google เป็นอย่างสูง เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่มีความตึงเครียดมากจากการที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธาน กบอ. ได้ประกาศชัดเจนว่าต้องสร้างเขื่อนให้ได้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างวิตกกังวลเป็นอย่างมาก และได้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้มาหลายครั้งจนทำให้ชาวบ้านเกรงว่าจะมีการสวมรอยเข้ามาสำรวจพื้นที่ จากการตรวจสอบพบว่า Google ได้ทำการสำรวจเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อนำไปไว้ในแผนที่ของทางบริษัท เพื่อให้คนทั่วโลกได้โหลดไปใช้ประโยชน์ ฟรีบ้าง เสียเงินบ้าง ตามแต่บริษัทจะกำหนด กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและอนาคตของลูกหลานคนไทยและคนทั่วโลก จึงประกาศขอโทษต่อเจ้าหน้าที่และบริษัท Google รวมทั้งขอโทษต่อคนไทยทั้งชาติ ที่ทำให้คนไทยเสียชื่อเสียงในเรื่องที่เกิดขึ้น กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ ขอความเห็นใจมายังทุกท่านได้โปรดเข้าใจและเห็นใจชาวบ้านสะเอียบ ที่ต้องทำหน้าที่ปกป้องรักษาป่าสักทองและชุมชนสะเอียบ เพื่อคนไทยทั้งชาติ และคนทั่วโลก เช่นกัน ทั้งนี้กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ยืนยันที่จะคัดค้านเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง สืบต่อไป และเสนอให้รัฐบาลและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ หันมาใช้ 12 แนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งลุ่มน้ำยม เพื่ออนาคตของลูกหลาน เพื่อคนไทยทั้งชาติ และเพื่อเพื่อนร่วมโลก ขอแสดงความนับถือ กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ 14 สิงหาคม 2556 ณ วัดดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ...................................................................................................... ชาวบ้านล้อมรถกูเกิ้ลสตรีทวิว หวั่นเป็นสายลับสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น วานนี้(13 ส.ค.) มีรายงานข่าวว่า ชาวบ้านในต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กว่า 20 คน เข้าไปรุมล้อมรถGoogle Maps Camera Carที่ใช้เก็บบันทึกภาพสำหรับบริการกูเกิ้ลสตรีทวิว เนื่องจากเกรงว่ารถคันดังกล่าวจะเข้ามาสำรวจพื้นที่แก่งเสือเต้น ซึ่งกำลังเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนของรัฐบาล นายดีพร้อม ฟูฟอง อายุ 27 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ผู้ขับรถคันดังกล่าวของบริษัทกูเกิล เผยว่า ตนกำลังขับรถเพื่อเก็บข้อมูลเส้นทางเพื่อส่งไปยังบริษัทแม่ของกูเกิ้ลแต่ชาวบ้านไม่ยินยอมและไม่เชื่อถือ จึงได้นำตัวมาพบกำนันเพื่อเข้าชี้แจง แต่ชาวบ้านยังไม่เชื่อและให้นำตัวไปสาบานต่อหน้าพระประธานในวัดประจำหมู่บ้าน นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ร้องขอไม่ให้เข้ามาสำรวจอีกเนื่องจากอาจจะเกิดปัญหาและความไม่ปลอดภัย โดยตนไม่รู้ว่าพื้นที่นี้กำลังมีปัญหาอยู่ ซึ่งตนต้องขอให้กำนันเซ็นต์หนังสือยืนยันรับรองว่าชาวบ้านไม่ให้สำรวจเพื่อชี้แจงไปยังบริษัทด้วย โดยหลังจากสาบานต่อหน้าพระประธานแล้ว ชาวบ้านได้ร้องขอให้ออกนอกพื้นที่โดยเร่งด่วน ทั้งนี้ Google Street View เป็นเทคโนโลยีที่จะปรากฏบนแผนที่กูเกิลในมุมมองภาพแบบพาโนรามา 360 องศา โดย Google ได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2007 มีจำนวนกว่า 100 เมือง ใน 27 ประเทศที่ได้จัดทำและมีการเผยแพร่ภาพแผนที่ Street View ไปแล้ว แผนที่ภาพ Google แผนที่กับสตรีทวิว จะถูกถ่ายจากถนนสาธารณะหรือสถานที่ส่วนบุคคลที่เราได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำได้ ภาพถ่ายแผนที่เหล่านี้จะมีมุมมองในลักษณะคล้ายกับบุคคลที่นั่งขับรถหรือเดินไปตามถนน โดยรถคันดังกล่าวปัจจุบันเดินทางเก็บภาพไปแล้วเกือบรอบโลกไม่เว้นแม้กระทั่งขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ MthaiNews

10 อันดับ รายชื่อในโลกแฟชั่น ที่ผู้คนค้นหามากที่สุดประจำปี 2013
10 รายชื่อ /  10 อันดับ / 

10 อันดับ รายชื่อในโลกแฟชั่น ที่ผู้คนค้นหามากที่สุด ประจำปี 2013         ปี 2013 หมุนผ่านไปเร็วเหลือเกิน เผลอแปปเดียวก็เกือบครบ 365 วันเข้าไปทุกทีแล้ว และปลายปีแบบนี้ สิ่งที่ชาวโลกรอคอย เสมือนเป็นธรรมเนียมของทุกปีนั่นก็คือ การรอฟังการเปิดเผยของกูเกิล (Google) ว่าชาวออนไลน์ เขาสนใจค้นหาข้อมูลใดมากที่สุดในแต่ละปี วันนี้ Women Mthai ขอยก 10 อันดับ ในโลก แฟชั่น ที่ถูกเสริ์ชมากที่สุด ของปี 2013 ว่าแล้วจะมีใคร หรือ แบรนด์ใดติดโผ บ้างไปดูกันเล้ย... อันดับที่ 1.Cara Delevigne แชมป์คำที่ถูกค้นหามากที่สุดอันดับที่ 1 ของกูเกิลประจำปี 2013  ก็คือ คาร่า เดเลวีญ นางแบบอายุ 21 ที่ปัจจุบันเธอติดอันดับ Top 50 ของเว็บไซต์ models.com ซึ่งเมื่อปีที่แล้วเธอก็เพิ่งได้รับตำแหน่งนางแบบยอดนิยมของอังกฤษ เธอเป็นนางแบบให้กับหลากหลายแบรนด์ แถมยังถูกเลือกให้เดินบนรันเวย์ใหญ่ๆมากมายนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าเป็นซูเปอร์โมเดลสุดฮอตที่หาตัวจับได้ยาก จริงๆเลยเชียว อันดับที่ 2.Paul Smith นักออกแบบ และนักสร้างสรรค์ยอดนิยม วัย 72 ปี บุคคนที่เป็นที่รักใคร่ของหลายๆคน สาเหตุที่มีผู้คนรักเขามาก นั่นก็เพราะว่า เขาเป็นคนติดดิน รักความเรียบง่าย ซึ่งแสดงออกมาให้เห็นจากวิถีการใช้ชีวิตและผลงานการออกแบบของคุณปู่พอล สมิธ นั่นเอง อันดับที่ 3. Vivienne Westwood คุณป้าวิเวียน ดีไซเนอร์ สุดซ่า ตัวจี๊ดคนหนึ่งของโลกแฟชั่น อันดับที่ 4.Victoria Beckham ราชินี ยิ้มยาก นางเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง นักร้อง ดีไซเนอร์ แฟชั่นไอคอน และคุณแม่คนเก่ง แน่นอนว่าเวลาเธอออกมาทำอะไรก็ตาม หรือแม้จะแค่ยิ้ม เธอก็เป็นข่าวได้แล้วหล่ะค่ะ ยิ่งถ้าปรากฎคู่พร้อมสามีสุดหล่อเดวิด เบคแฮม และลูกๆแล้วล่ะก้ ยิ่งทวีความฮอต และเรียกความสนใจจากชาวโลกได้ไม่น้อยเลย อันดับที่ 5.Kate Moss ปีนี้กลับมาเป็นที่ฮืฮาอีกแล้ว สำหรับนางแบบที่ทะยานเข้าสู่วัย 40 ปี ที่หวนกลับมาขึ้นปก ให้กับนิตยสาร Playboy ฉบับฉลองครบรอบ 60 ปี และการกลับมาถ่ายปกครั้งนี้ก็ไม่ได้หวาบหวิวอะไรมาก แค่นางใส่ชุดมาตราฐานของเพลย์บอย นั่นก็คือชุดนางกระต่าย เท่านั้นเอง และมีอยู่รูปเดียวเท่านั้นที่เปือยแล้วใส่เครื่องเพชร แต่เปือยที่ว่า นี่ก็ไม่ได้เห็นอะไรเลยนะ อย่างว่าแหละค่ะ ระดับนางแบบตัวแม่ของวงการแล้ว หากลุกขึ้นมาทวงบัลลังก์ ต้องเรียกเสียงฮือฮาและเป็นที่สนใจของชาวโลกเสมอ ตามด้วย... อันดับที่ 6. Rosie Huntington-Whiteley  นักแสดงและนางแบบชาวอังกฤษ และนางฟ้าสุดเซ็กซี่จากวิคตอเรีย ซีเคร็ต ด้วยรูปร่าง ริมฝีปากอวบอิ่ม บวกกับลีลาการโพสต์ท่าถ่ายแบบสุดเย้ายวน จึงทำให้เธอคนนี้ติดโผในลำดับที่ 6 ของปีนี้ ไปได้ไม่ยากลำบากเลยค่ะ อันดับที่ 7. Alexander McQueen  แฟชั่นดีไซเนอร์คนดังวัย 40 ปี ผู้ล่วงลับ เจ้าของสมญานาม"แบด บอย" แห่งวงการแฟชั่นอังกฤษ เขามีชื่อเสียงในระดับโลกอย่างรวดเร็วเพราะการออกแบบที่สร้างสรรค์และแหวกแนวผ่านคอลเลกชั่นของเขาและรันเวย์แฟชั่นโชว์ อันดับที่ 8. Alexa Chung ซูเปอร์โมเดลระดับโลก และดาราแถวหน้าของฮอลลีวูด และแฟชั่นไอคอนจากเกาะอังกฤษ  ความโดดเด่นของเธอไม่ได้โดดเด่นอยู่แต่บนรันเวย์แฟชั่นเท่านั้น เธอมีผลงานผ่านตามาแล้วมากมาย ทั้งการเป็นพิธีกร นักแสดง พรีเซนเตอร์ รวมถึงการเป็นคอลัมนิสต์ในแมกกาซีน อันดับที่ 9. Vera Wang Vera Wang ดีไซเนอร์ผู้เฉิดฉายบนรันเวย์ ชื่อ Vera Wang กลายเป็นเจ้าแม่ในวงการชุดแต่งงานไปแล้ว บรรดาเซเลบฯ และดารามากมายต่างเป็นลูกค้าสินค้าของเธอทั้งนั้น ไม่ผิดที่จะบอกว่า ชุดแต่งงาน Vera Wang คือชุดแต่งงานที่เจ้าสาวค่อนใฝ่ฝันถึง อันดับที่ 10. Naomi Campbell ในวงการสุดยอดนางแบบ ไม่มีใครไม่รู้จักเธอเพราะเธอเป็น เวิลด์ซูเปอร์โมเดล วหมึกระดับแนวหน้า ที่บรรดาดีไซเนอร์ชื่อดังของโลกต่างก็ต้องการตัว 10 อันดับ แบรนด์แฟชั่น ที่ถูกเสิร์ชมากที่สุดประจำปี 2013 1.Stuart Vevers 2.Hermès 3.Chanel 4.Gucci 5.Micheal Kors 6. Louis Vuitton 7.Prada 8.Vivienne Westwood 9.Lacost 10.Tommy Hilfiger แล้ว... คุณเคย ค้นหา คำ 10 อันดับ นี้ ในกูเกิล กันบ้างไหมคร้าา ? เรียบเรียงโดย... Women Mthai Team ขอบคุณข้อมูลจาก...fashion.telegraph.co.uk  

วิธีตั้งค่า Google Now ให้รองรับภาษาไทย และตั้งค่า Voice Typing ให้รองรับภาษาไทย
Google Now /  Voice Typing / 

สำหรับใครที่เคยใช้งาน Google Now อยู่แล้ว คงจะทราบดีว่าก่อนหน้านี้เราจะต้องสปี๊คภาษาอังกฤษกับมันเท่านั้น แถมถ้าสำเนียงเราไม่เป๊ะ คำค้นหานั้นๆ ก็อาจเพี้ยนๆ เป็นประจำ แต่ล่าสุดปัญหานี้ของคุณกำลังจะหมดไปแล้วครับ เมื่อล่าสุด Google ประกาศว่า Google Now เวอร์ชั่นอัพเดตใหม่นี้จะสามารถรองรับภาษาไทยได้แล้ว Google Now คือฟีเจอร์หนึ่งที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android เวอร์ชั่น 4.1 Jelly Bean เป็นต้นมา ซึ่งในช่วงแรกจะมีเฉพาะบน Android เท่านั้น แต่ปัจจุบันบนอุปกรณ์ iOS เช่น iPhone หรือ iPad ก็สามารถใช้งาน Google Now ได้แล้วเช่นกัน ซึ่งเป็นระบบการสืบค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่วิวัฒนาการมาจากการใส่คำค้นหาสั้นๆ ให้รองรับการค้นหาด้วยประโยคที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมไปถึงการค้นหาด้วยเสียงด้วย นอกจากนี้ Google Now ยังสามารถคิดได้เองว่าตอนนี้คุณกำลังต้องการอะไร โดยการคาดเดาสิ่งที่คุณค้นหา หรือใช้บริการของ Google บ่อยๆ ยกตัวอย่างว่าคุณเคยค้นหาเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางไปพัทยา เจ้า Google Now บนสมาร์ทโฟนของคุณจะแสดงข้อมูลการเดินทาง ระยะทาง คำนวนระยะเวลาถึงผ่านทางอินเตอร์เฟสที่เรียกว่า Google Now Card บนมือถือขึ้นมาทันที เมื่อรู้จักกับ Google Now คร่าวๆ แล้ว ก็มาดูวิธีการตั้งค่า Google Now ให้สามารถใช้งานภาษาไทยได้กันดีกว่าครับ วิธีตั้งค่า Google Now ให้รองรับภาษาไทยได้   1. เปิด Google Now ขึ้นมา จากนั้นแตะที่ปุ่มเมนู และเลือก Settings หรือ ตั้งค่า 2. แตะที่ Voice 3. แตะที่ Language หรือภาษา จากนั้นเลือกเป็น ไทย (ประเทศไทย) 4. เท่านี้เราก็สามารถใช้การค้นหาด้วยการพูดด้วยภาษาไทยที่เราถนัดได้ทันทีครับ ยกตัวอย่างเช่นที่ผมทดสอบคือ ประโยคว่า "วิธิไปพัทยา" และ "คอร์ดกีตาร์" ก็สามารถค้นหาได้แม่นยำทีเดียว แต่อาจต้องพูดในที่ที่เสียงไม่ดังมากนะครับ วิธีการตั้ง Google Voice Typing (การพิมพ์ด้วยเสียง) ให้รองรับภาษาไทย เมื่อ Google Now ของเรารองรับภาษาไทยได้แล้ว เราก็สามารถใช้วิธีการพิมพ์ตัวหนังสือบนสมาร์ทโฟนของเราด้วยวิธีเก๋ๆ โดยการเปลี่ยนเสียงพูดของเราให้เป็นตัวอักษรได้ดังนี้   1. เข้าเมนู Settings หรือการตั้งค่า 2. ไปที่เมนู Language and input 3. แตะที่ปุ่มรูปเฟืองหลัง Google voice typing (หากในกล่องสี่เหลี่ยนไม่มีเครื่องหมายถูกสีเขียว ให้แตะไว้ด้วย) 4. แตะที่ Choose input languages 5. แตะเลือกภาษาไทย (ประเทศไทย) 6. เท่านี้คุณก็สามารถใช้งาน Voice Typing ด้วยภาษาไทยได้ทันที สะดวกดีใช่มั้ยล่ะครับ : ) ปล. ตอนนี้ยังรองรับเฉพาะ Android OS เท่านั้นนะครับ สำหรับ iOS ต้องรออีกนิดนะ

กูเกิลแจงตัวเลข ขอข้อมูลผู้ใช้ จากรบ.ทั่วโลก
กูเกิ้ล /  ข้อมูลผู้ใช้ / 

กูเกิลแจงตัวเลขขอข้อมูลผู้ใช้ จากหลายรัฐบาลทั่วโลก ระบุ สหรัฐส่งคำขอมากสุดถึง 83% จากคำขอทั้งหมด สำนัก ข่าวบีบีซี รายงาน ตามที่บริษัทกูเกิล เปิดเผยข้อมูล ตัวเลขคำขอทราบข้อมูลผู้ใช้จากรัฐบาลของแต่ละประเทศทั่วโลก ที่มีมากถึง53,356 คำขอ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำขอจากรัฐบาลสหรัฐ โดยอ้างอำนาจความเป็นรัฐบาลในการขอเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ ซึ่งคำขอส่วนใหญมาจากรัฐบาลสหรัฐ และตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมคำขอที่มา จากหน่วยความมั่นคงของสหรัฐ (NSA) อีกด้วย รายงานระบุว่า 69%  ของคำขอเป็นของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ขณะที่สหรัฐส่งคำขอมาถึง 83% จากคำขอทั้งหมดและมี 1,397 คำขอ ที่ข้อมูลถูกส่งไป ข้อมูลนี้เพียงช่วงระยะเดือนกรกฎาคม-เดือนธันวาคม ของปีที่แล้วเท่านั้น

มองหาแท็บเล็ตที่ดี อย่าลืมส่องที่ freedom to connect
freedom to connect /  samsung / 

  อะไร? คือ ปัจจัยที่ชาวโลกยังรู้สึกไม่สุดกับอุปกรณ์แท็บเล็ต และไม่สามารถเลือกให้มันทดแทนคอมพิวเตอร์พีซี หรือโน๊ตบุ๊คได้ การรันแอพพลิเคชั่น? การรองรับรูปแบบไฟล์? การสร้างสรรค์งานสื่อที่ยังตอบสนองไม่สุดติ่ง? การโอนถ่ายข้อมูลไปยังแท็บเล็ตอื่นๆ ที่ยัง No freedom !!?   ...อันที่จริงรูปแบบการโอนถ่ายข้อมูลได้แบบ freedom!! นั้นมีอยู่แล้วผ่านฟีเจอร์ USB Drive  ที่ทำงานเหมือน External Hard Disk หรือ Thumb Drive และถูกบรรจุเข้ามาอยู่ในแท็บเล็ตระดับท้อป เพียงแต่ผู้ซื้อยังไม่ทันได้สังเกตและจดจำ ฉะนั้นมาเลือกแท็บเล็ตผ่านเกณฑ์พิจารณาคุณภาพเหล่านี้ด้วยกัน!!     1. ดีไซน์ที่พอเหมาะและเป็นมิตรกับสายตา แน่นอนตัวเลือกของสมาร์ทโฟน อาจทำให้คุณต้องเพ่งเพื่อใช้งาน แต่ขนาดที่ไม่โอเวอร์ไปกว่า 7 นิ้ว คือไฟท์บังคับให้มันอยู่ในแคทตาล็อคของมือถือ  แต่สำหรับแท็บเล็ตอุปกรณ์ที่ใช้ต่างหนังสือ หรือทำงาน ขนาดหน้าจอจึงควรเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ไม่ต้องมานั่งเพ่งให้ นั่งไล่นิ้วให้ปวดตา  ความละเอียดและแสงต้องใช้แล้วสบายตา .   2. ระบบปฎิบัติการณ์ต้องให้อิสระในการใช้งาน   ระบบแอนดรอยด์นั้นเป็นระบบเปิด ตัวเลือกที่นอกจากจะช่วยให้คุณสนุกสนานกับบรรดาแอพพลิเคชั่นสุดเจ๋ง และส่วนใหญ่ฟรีแล้วนั้น ยังมาพร้อมกับบริการจากกูเกิล ไม่ว่าจะเป็น Gmail , Google Drive , Google+ ความสุดยอดของ Google Map ฯลฯ   ครอบคลุมจนคุณแทบไม่ต้องไปเจลเบรกเพื่อลงอะไรเพิ่มเติม แถมตัวโอเอสล่าสุดอย่าง Android 4.0 ( Ice Cream Sandwich ) ที่ใส่มาในแท็บเล็ตรุ่นท้อปนั้น ยังสามารถทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ ได้อย่างไหลลื่น รองรับระบบมัลติทาสก์ที่ช่วยให้คุณทำกิจกรรมต่างๆ ได้พร้อมๆ กัน โดยไม่ต้องกลัวสะดุด หรือค้าง .   3. การเชื่อมต่อไร้สายรองรับฟังก์ชั่นการโทร   แม้แท็บเล็ตจะไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการโทรเข้าออกโดยตรง แต่ฟังก์ชั่นนี้ก็ ช่วยให้คุณไม่ต้องแยกพกอุปกรณ์เยอะชึ้น ที่สำคัญระบบโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คที่เน้นแชร์ ระบบแชต และการรับชมเว็บ จำเป็นอย่างยิ่ง ที่แท็บเล็ตจะต้องรองรับการเชื่อมต่อไร้สายให้ครอบคลุม ทั้ง Wi-Fi ,3G ,Edge ,Air Card ,Bluetooth .   4. การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อโอนถ่ายไฟล์ที่ง่ายเหมือนเป็น External Hard Disk หรือ Thumb Drive แท็บเล็ตจะมีฟีเจอร Sync  หรือการอัพโหลดไฟล์ รวมถึงการแชร์ผ่านการเชื่อมต่อไร้สายด้วยแอพพลิเคชั่นต่างๆ นั้น แม้จะสะดวกแต่ก็ต้องเผชิญกับภาวะเสี่ยง เช่นไฟล์หาย หรือ Sync ได้ไม่เกินห้าเครื่อง ซึ่งรูปแบบที่จะทำให้คุณผู้ใช้รู้สึกไร้กังวลในการถ่ายโอนมากที่สุด ยังคงเป็น  External Hard Disk หรือ Thumb Drive  ที่มีในแท็บเล็ตระดับท้อป เช่น Samsung Galaxy Note 10.1  โดยคุณสมบัตินี้แทบจะไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรเพิ่มเติม เพียงเสียบ Thumb drive หรือ SD Card ด้วย USB Connector เข้ากับตัวเครื่อง แท็บเล็ต ก็สามารถโยกย้ายไฟล์ ทั้งกับคอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ตได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เช่น จะดึงภาพจากกล้องที่ถ่ายไว้ลงแท็บเล็ตหลายๆ เครื่อง ก็เสียบ Thumb drive ดึงไฟล์ไปลงแท็บเล็ตเครื่องของเพื่อนๆ ได้เลย ไม่ต้องรอ tag จากเฟสบุ๊ค ไม่ต้องเอาลงคอมพิวเตอร์ตัวกลางใดๆ ประหยัดเวลาไปได้อย่างมากมายทีเดียว หลังจากพบปัญหาความผิดพลาดในการโอนถ่ายหรือแชร์ผ่านการเชื่อมต่อโปรแกรม เช่น ปัญหาข้อมูลหลุด ส่งผิด การเข้าถึงไฟล์ด้วย USB จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด และควรมีบนแท็บเล็ตมากที่สุด เพื่อความ freedom อย่าลืมมองหา freedom to connect อิสระการแชร์ขั้นสุดของคุณ!!  

15 คำถากถางสุดฮิต ที่ชาวดรอยด์ใช้ด่าสาวก iPhone !!
Android /  apple / 

"ปรามาสซ้ำๆ ที่ชาวดรอยด์ มักซัดสาวก iPhone"   เป็นที่รู้กันว่าศาสดาจ๊อบส์นั้นจงเกลียดจงชัง Android มาตั้งแต่เปิดตลาดใหม่ๆ ด้วยเหตุผลหลัก คือ เป็นโอเอสก้อปปี้ตัวแม่ ที่เข้ามาแย่งซีนตลาดสมาร์ทโฟน และอดีตซีอีโอผู้ล่วงลับคงจะเสียใจไม่น้อย ที่เมื่อย้อนดูส่วนแบ่งตลาดในวันนี้ของแอนดรอยด์ นั้นรวบหัว รวบหาง กินกลางตลอดตัว ทั้ง low budget - high budget เหี้ยมเกรียมระเบียบสร้าง     แถมปิดตลาดไตรมาสล่าสุดปี 2013 สถิติย้ำชัดว่าเจ้าตลาดนั้นเปลี่ยนมือมาอยู่ในภูมิภาคเอเชียอย่างเบร็ดเสร็จ ซึ่งก็คือ Samsung อริอันดับหนึ่ง ที่ฟาดไปถึง 67.7 ล้านเครื่อง ตามรายงานของ  VisionMobile's Developer Economics และก็เป็นธรรมดาที่ผู้ชนะ (เชิงปริมาณ) จะสามารถถากถางผู้แพ้ได้ ซึ่งมันก็เป็นเซตคำถากถางเดิมๆ ที่นิยมกันมาตั้งแต่ครั้งแอนดรอยด์ตั้งไข่ ...คุ้นเคยกันบ้างไหมหล่ะชาวดรอยด์ ลองดูซิ!!   1. ของชั้นใหญ่กว่า (หน้าจอ)   2. ถอดเปลี่ยนแบตได้แบบซัมซุงฮีโร่นะฮร้าฟฟ!!   3. โฮมสกรีนปรับแต่งได้อิสระ อะไรเช่นนี้หล่ะ!!   4. เพิ่มความจำได้ด้วย SD card (แบบว่าคลิปเยอะ --")   5. แชร์คลิปเด็ด Pic งาม เร็วเวอร์ ไม่แคร์ 3G กาก เพียงแตะๆ เหมือนตบแปะ!!   6. แอพแผนที่มีมาให้อยู่แล้ว ไม่ต้องโหลดเอง หรือจะลงแอพร้านเสียตังค์เพิ่มป่ะ?   7. ด้วยความใหญ่ ก็เป็นได้ทั้งโทรศัพท์และแท็บเล็ต   8. ซิงก์ได้หมด ไม่ต้องเหนี่อย ทั้ง gmail ,chrome และทุกบริการของกูเกิล   9. ผู้ช่วยอย่าง Google Now เป็นอะไรที่ฉลาดกว่า Siri   10. รองรับ usb มาตรฐานสากล ไม่เหมือน...   11. ชีวิตแฮปปี้ด้วย google wallet   12. ยิ่งกว่าอิสระเสรี ด้วย custom rom เปลี่ยนเพิ่มเติมแต่ง   13. เคลื่อนย้ายไฟล์เหมือนพีซี ไม่ต้องมีไอจุ้น !!   14. จะวาดอะไรหรอ? ... ยืมปากกาพี่ไหมน้อง!!   15. เพื่อนเยอะ...ฉลาดเลือก ราคาถูกกว่า ทำได้มากกว่า   Source : businessinsider , blog.laptopmag

พบวัยรุ่นเปิดเพจ  สอนเสพยาแก้ไอ  ซื้อขายง่ายไร้เงาเภสัชกร
เสพยาแก้ไอ

พบวัยรุ่นเปิดเพจ สอนเสพยาแก้ไอ ซื้อขายง่ายไร้เงาเภสัชกร วัยรุ่นยุคโซเชียลมีเดีย เปิดเฟซบุ๊คแนะแหล่ง "ขายยาแก้ไอ-ยาอันตราย" พร้อมวิธีเสพ วัยรุ่นแห่ลอง ร้านขายยาหัวใสจัดยาชุดพร้อมขายสนองความต้องการ ภก.ชี้กินเกินขนาดอาจเสพติด อย.ลั่นหากควบคุมไม่ได้สั่งถอนทะเบียนยา ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ “หอข่าว” มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สังเกตพฤติกรรมการใช้ยาแก้ไอในทางที่ผิดของกลุ่มวัยรุ่นรอบมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีข่าวเกี่ยวกับการใช้ยาแก้ไอในทางที่ผิด รวมถึงการจับกุมร้านขายยาปรากฏอยู่ตลอดเวลา แต่กลุ่มวัยรุ่นก็ยังคงมีพฤติกรรมในการใช้ยาดังกล่าวอยู่ ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปตรวจสอบตัวยาแก้ไอที่วัยรุ่นนิยมใช้ผ่านเว็บไซต์ กูเกิล (www.google.co.th) และเฟซบุ๊ค (www.facebook.com) โดยค้นหาจากชื่อยายี่ห้อหนึ่งที่เป็นที่นิยมพบว่ามีแฟนเพจ (Fanpage) ในเฟซบุ๊กปรากฏอยู่หลายเพจ เช่น ProxxxxxLOVE, ProxxxxxThailand, I love Proxxxxx ซึ่งในแฟนเพจต่างๆ ได้โพสต์รูปที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาผิดวัตถุประสงค์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปบรรจุภัณฑ์ของยาแก้ไอหลากหลายยี่ห้อเป็นจำนวนมาก ทั้งชนิดน้ำและชนิดเม็ดรวมไปถึงตัวยาแก้ไอหลังจากผสมเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากการตรวจสอบเพจในเฟซบุ๊ค ProxxxxxLOVE และ ProxxxxxThailand พบว่าหน้าเพจเหล่านี้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนทนากันของเหล่าวัยรุ่นที่นิยมใช้ยาในทางที่ผิด มีทั้งการแนะนำบอกต่อกันถึงสูตรตัวยาใหม่ๆ และร้านที่มีการจำหน่ายอยู่ตามสถานที่ต่างๆทั่วกรุงเทพฯ หากสมาชิกคนใดหาซื้อไม่ได้หรือต้องการยาก็จะมีการโพสต์ข้อความสอบถามสถานที่ของร้านที่ขายยาประเภทดังกล่าว ภายในเพจจะมีสมาชิกคนอื่นคอยตอบและให้ข้อมูล อีกทั้งยังมีสมาชิกบางรายประกาศจำหน่ายยาเป็นชุดๆสำหรับใช้ผสมแบบครบครันโดยให้ติดต่อทางโทรศัพท์และแอด(Add)เพื่อนทางเฟซบุ๊ก  ซึ่งสมาชิกที่มีการโฆษณาจำหน่ายยาแก้ไอเหล่านั้นไม่ใช่เภสัชกรแต่อย่างใด นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบสมาชิกที่อยู่ในแฟนเพจ พบว่ามีเยาวชนที่เป็นนักเรียนเป็นสมาชิกอยู่จำนวนมาก และเยาวชนเหล่านี้ยังมีการโพสต์ข้อความสอบถามถึงวิธีการซื้อวิธีการกินจากสมาชิกคนอื่นภายในเพจ ผู้ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า MrPhoorithat xxx ระบุตอนหนึ่งในโพสต์ว่า “ท่านใดอยู่แถวรังสิต สนใจโปรเดลิเวอรี่ ชุด150จัดส่งช่วงเย็นเป็นต้นไป เม็ดม่วง (Alprazolam)เม็ดละ 20 บาท 080251xxxx เป้คับ เม็ดม่วงแล้วแต่นะครับเพราะของมันขาดบ่อยครับ” ผู้ใช้ชื่อในเฟซบุ๊คว่า Han Brxxxx หนึ่งในสมาชิกแฟนเพจของ ProxxxxxLOVE และ ProxxxxxThailand ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายยาแก้ไอได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับประทานยาแก้ไออยู่เป็นประจำ และมีการจำหน่ายให้แก่ผู้ที่ติดต่อหรือต้องการยาซึ่งมีทั้งชนิดน้ำและเม็ด โดยจะสั่งมาครั้งละจำนวนมากๆ จากร้านขายยาย่านจรัญสนิทวงศ์เพื่อรับประทานเองและจำหน่ายเพราะมีราคาถูกกว่าซื้อเป็นชุดๆ โดย 1 ลังจะอยู่ที่ราคา 4,800 บาท มี 48 ขวด ยาเม็ดแผงละ 25 บาท นำมาแบ่งขายต่อในราคาชุดละ 140 บาท ซึ่งมียาน้ำ 1 ขวดกับยาเม็ด 1 แผง ซึ่งร้านขายยาดังกล่าวไม่จำหน่ายยาแก้ไอให้แก่บุคคลแปลกหน้าเกิน 2 ชุดแต่จะขายเป็นจำนวนมากๆ ให้แก่คนที่รู้จักและลูกค้าประจำเท่านั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงสำรวจตามร้านขายยาต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในแฟนเพจบนเฟซบุ๊กตามคำแนะนำจากสมาชิกว่า มีการจำหน่ายยาแก้ไอและยายี่ห้อต่างๆ ที่เป็นส่วนผสม โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านขายยาจำนวน 9 ร้านในหลายเขตทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ จรัญสนิทวงศ์ ห้วยขวาง ประชาสงเคราะห์ อินทามระ พหลโยธิน บางเขน และรามคำแหง พบว่าร้านขายยาทั้ง 9 ร้านมีการจำหน่ายยาแก้ไอจริง ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอซื้อยาแก้ไอจากร้านขายยาทั้ง 9 ร้าน พบว่า เกือบทุกร้านที่มีการจำหน่ายยาแก้ไอได้มีการจัดยาเป็นชุดๆ สำหรับขายให้กลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะ คือเมื่อเข้าไปสั่งซื้อยาที่ใช้สำหรับผสมเครื่องดื่มยาแก้ไอ ร้านขายยาก็จะจัดยาให้เป็นชุด ซึ่งในหนึ่งชุดประกอบด้วยยาน้ำ 1 ขวด และยาเม็ดจำนวนหนึ่ง โดยที่ผู้ซื้อไม่ต้องสั่งชื่อตัวยาทั้ง 2ชนิด ไม่ต้องบอกอาการที่เจ็บป่วยและทางร้านขายยาก็ไม่ได้มีการซักถามถึงอาการที่จำเป็นต้องใช้ยาแต่อย่างใด โดยกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้ยาประเภทนี้อยู่เป็นประจำ จะมีคำศัพท์ที่ใช้เฉพาะในการสั่งซื้อกับร้านขายยาและร้านขายยาก็จะจัดชุดยาตามยี่ห้อที่ต้องการมาให้พร้อมกับยาเม็ด ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นอกจากนี้ร้านขายยาบางร้านยังมีการแนะนำยาแก้ไอยี่ห้ออื่นๆ ที่สามารถรับประทานแทนกันได้หากยายี่ห้อที่ผู้ซื้อต้องการหมด ซึ่งยาที่ร้านขายยาแนะนำนั้นก็จะเป็นยาที่ออกฤทธิ์ ทำให้เกิดอาการมึนเมาและเป็นยี่ห้อที่นิยมใช้ของกลุ่มวัยรุ่นเช่นเดียวกัน จากการสอบถามร้านขายยา ผู้สื่อข่าวได้ขอซื้อตัวยาที่ชื่อ อัลปราโซแลม (Alprazolam) ซึ่งเป็นยาที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมกินควบคู่กับตัวยาแก้ไอน้ำและยาเม็ดเพื่อเสริมฤทธิ์ของยา จากจำนวน 9 ร้านพบว่า มี 2 ร้านที่มีการจำหน่ายยาตัวนี้ ซึ่งยาอัลปราโซแลมนั้นจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภทที่ 4 ตามพ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 การที่จะขายได้ต้องมีใบสั่งแพทย์และต้องทำใบขออนุญาตในการจำหน่ายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)เท่านั้น จากการติดต่อขอซื้อยาดังกล่าว ผู้สื่อข่าวไม่ได้มีใบสั่งแพทย์และไม่ได้มีอาการหรือความจำเป็นในการใช้ยา ซึ่งร้านขายยาก็ไม่ได้มีการถามถึงอาการหรือมีการซักถามประวัติการเจ็บป่วยแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ร้านขายยาบางแห่งยังมีการจำหน่ายยาแก้ไอ โดยใช้วิธีการจัดส่งให้ถึงที่ซึ่งไม่ต้องไปซื้อด้วยตัวเอง โดยผู้ขายจะขี่รถจักรยานยนต์มาส่งยังจุดที่ผู้ซื้อได้นัดหมาย ซึ่งอยู่ในละแวกเดียวกันกับร้านขายยา โดยยาอันตรายที่นำมาส่งนั้นถูกห่ออยู่ในบรรจุภัณฑ์ของยายี่ห้ออื่นและมีกระดาษห่อทับด้วยกระดาษอีกชั้นอย่างแน่นหนา โดยร้านเหล่านี้จะจัดส่งและจำหน่ายให้เฉพาะลูกค้าประจำเท่านั้น เด็กวัยรุ่นเผยซื้อยาโดยง่าย เด็กชายต้น (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า รับประทานยาแก้ไอมาระยะหนึ่ง เพราะเพื่อนแนะนำให้ลองโดยซื้อจากร้านขายยาแถวบ้านซึ่งเป็นร้านประจำเมื่อเข้าไปสั่งชื่อยาที่ต้องการ ทางร้านขายยาก็จะจัดยามาให้เป็นยาน้ำกับแคปซูลโดยไม่ต้องบอกว่าเอาอะไรบ้าง แต่ถ้าหากไม่ใช่ร้านที่เป็นร้านประจำเมื่อสั่งชื่อยาร้านขายยาก็จะถามว่าเอายาแผงด้วยหรือไม่ โดยที่ซื้อเป็นประจำจะอยู่ที่ราคา 60-70 บาทต่อหนึ่งชุดแล้วแต่ขนาดและยี่ห้อของยา รับประทานโดยผสมกับน้ำอัดลมหากรับประทานเข้าไปแล้วจะเกิดอาการมึน และมีอาการกระตุกเล็กน้อยในเวลานอน ไอซีทีเตือนหยุดเผยแพร่ข้อมูลการใช้ยาที่ผิด นายณัฐ พยงค์ศรี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) กล่าวว่า สื่อสังคมออนไลน์นั้นสามารถสื่อสารได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ข้อความหรือรูปของยา กระทรวงไอซีทีมีการประสานงานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขอยู่เป็นประจำในเรื่องของยาเสพติดหรือยาที่ผิดกฎหมาย การโพสต์รูปเกี่ยวกับการใช้ยาในทางที่ผิดอย่างเช่น การใช้ยาแก้ไอในทางที่ไม่เหมาะสมเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอยู่แล้ว ถ้ามีประชาชนแจ้งเข้ามาทางกระทรวงไอซีทีก็จะส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างเช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาตรวจสอบว่าผิดกฎหมายของอย.หรือไม่ ถ้าผิดทางกระทรวงไอซีทีจะดำเนินการส่งต่อไปยังสำนักงานอื่นๆ เช่นสำนักงานตำรวจ เพื่อติดตามผลต่อไปว่า กลุ่มนี้มีการดำเนินการเช่นนั้นจริงและมีความผิดหรือไม่ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการกระทรวงไอซีทีกล่าวต่อไปว่า การควบคุมเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับทางอย.มากกว่าไอซีทีแต่จะมีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง ปัญหานี้จะคล้ายกับเว็บอื่นๆ ทั่วไป หากเจอความผิดอะไรไม่เหมาะสมจะประสานไปยังอย. โดยการเก็บหลักฐานหน้าเว็บไซต์นั้น ตัวยาที่ใช้ เว็บไซต์ตั้งอยู่ที่ไหน เซิฟเวอร์อะไร ใครจดทะเบียน ให้อย.ตรวจสอบ ว่ามีใบอนุญาตหรือไม่ ต้องมีใบอนุญาตสำหรับยาตัวนั้นหรือไม่ และที่สำคัญต้องดูด้วยว่าเป็นยาต้องห้ามหรือไม่ “ด้านการส่งผลต่อเยาวชนนั้น ถ้าเป็นเด็ก เยาวชนหรือวัยรุ่นเมื่อไปเห็นรูปหรือกรรมวิธีการใช้ยาผิดๆ ที่ปรากฏในสื่ออินเทอร์เน็ตแล้วอาจจะคิดว่าเท่ทำให้ส่งผลเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ แต่ที่สำคัญผู้ปกครองควรให้เวลาดูแลบุตรหลานด้วยในการเข้าใช้อินเทอร์เน็ต ว่ามีการเข้าไปรับชมเว็บไซต์เหล่านี้หรือไม่ ทั้งนี้การจ่ายยาควรจ่ายโดยแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทางมากกว่า อย่าไปซื้อกินเองโดยไม่มีความรู้” นายณัฐกล่าว ภก.ชี้ตัวยาผสมโคเดอีน ภญ.สิริกัญญา กอบวรรธนะกุล หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกร วชิรพยาบาลกล่าวว่า กลุ่มวัยรุ่นมักรับประทานยาแก้ไอเพื่อหวังผลจากฤทธิ์ของยา ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา โดยตัวยาจะมีส่วนผสมของโคเดอีน (Codeine)ผสมอยู่ ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของสารเสพติดหากรับประทานในปริมาณที่น้อยจะช่วยในระงับอาการเจ็บปวดหรืออาการไอ แต่หากรับประทานในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการเสพติดได้ ส่วนยาอัลปราโซแลมนั้นเป็นยาที่มีการควบคุมจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไม่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป มีเพียงในโรงพยาบาลสำหรับจ่ายให้แก่ผู้ป่วยเท่านั้น หรือถ้ามีก็จะเป็นร้านขายยาใหญ่ๆที่มีการขออนุญาตจากอย. หากจะจำหน่ายหรือจ่ายให้แก่ผู้ป่วยต้องมีการจำกัดจำนวนในการจ่ายรวมถึงบันทึกชื่อที่อยู่ของคนไข้ไว้เพื่อทำเป็นรายงานส่งให้อย.ตรวจสอบ ภญ.สิริกัญญากล่าวต่อว่า การที่ร้านขายยามีการแนะนำยาให้แก่ผู้ซื้อเพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิดสามารถแจ้งทางอย.ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายได้เพราะสำนักสภาเภสัชกรรมและอย.จะมีการตรวจสอบร้านขายยาอยู่แล้ว หากมีการจำหน่ายยาที่มีการกำหนดห้ามขายหรือมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตก็อาจถูกดำเนินคดีและเพิกถอนใบประกอบโรคศิลป์ได้ ภก.รศ.(พิเศษ)กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายกสภาเภสัชกรรมกล่าวว่า การที่จะไปขอซื้อยานั้นต้องตรวจดูให้ดีว่าคนที่ขายเป็นเภสัชกรจริงหรือไม่ หากไม่ใช่เภสัชกรจริงทางสภาเภสัชกรรมไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้ ทางอย.ก็จะเป็นผู้จัดการผู้ขายและร้านที่มีการจำหน่ายยาที่มีการควบคุม แต่ถ้าเภสัชกรเป็นผู้จำหน่ายเองถึงจะสามารถลงโทษได้ ซึ่งสภาเภสัชกรรมก็จะประสานงานกับอย.อยู่แล้ว ถ้าหากทางอย.ไปตรวจสอบร้านขายยาร้านใดแล้วพบว่ามีการกระทำผิดแล้วเกี่ยวกับเภสัชกรก็จะแจ้งมาให้พิจารณาจรรยาบรรณของเภสัชกรที่ร้านนั้นด้วย “ทางเราก็ไม่เห็นด้วย ถึงแม้ว่ายาแก้ไอและยาทรามาดอล (Tramadol) ซึ่งกฎหมายเภสัชกรจะจ่ายได้ แต่เมื่อมันเป็นยาที่ก่อให้เกิดปัญหาในพื้นที่ โดยจรรยาบรรณแล้วมันก็ไม่เหมาะสม ควรขายยาตามความจำเป็นว่าบุคคลนี้จำเป็นต้องใช้ยาตัวนี้จริง ต้องมีประวัติและอาการที่ชัดเจน แต่ถ้าขายอย่างเดียว ใครมาซื้อก็ขาย แบบนี้ก็ไม่ถูกต้อง” ภก.รศ.(พิเศษ) กิตติกล่าว นายกสภาเภสัชกรรมกล่าวต่อไปว่า การกระทำผิดพวกนี้สภาเภสัชกรรมก็เข้มงวดในการพิจารณา หากเภสัชกรทำผิดจริงก็จะมีการลงโทษเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพเป็นการพิจารณาโทษที่ค่อนข้างรุนแรง และได้มีการดำเนินต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ถ้าหากไปตรวจสอบร้านขายยาแล้วพบว่าเภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ตามเวลาที่แจ้งไว้ก็จะถูกพิจารณาพักใช้ใบอนุญาต 1 ปี อย.เตือนผู้ขายปฏิบัติตามกฎ นายวราวุธ เสริมสินสิริ เภสัชกรชำนาญการสำนักยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)กระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ว่า ยาแก้ไอและยาทรามาดอลอยู่ในมาตรการในการจับตามองและควบคุม อย่างเช่น ยาแก้ไอตอนนี้ทางอย.ก็ได้ใช้มาตรการการควบคุมการจำหน่ายแก่ร้านขายยา โดยร้านขายยาร้านหนึ่งจะสามารถซื้อยาแก้ไอได้เพียง 300 ขวดต่อเดือนเท่านั้น ไม่สามารถซื้อเกินกว่านี้ได้ โดยข้อบังคับนี้เป็นมาตรการที่ทางอย.วางไว้สำหรับแก้ปัญหายาแก้ไอ ส่วนยาอีกหนึ่งตัวที่เป็นยาแก้ปวดหรือ ทรามาดอล อย.ได้ทำหนังสือไปยังร้านยาทุกแห่งแล้ว ให้ร้านยาจำหน่ายยาตัวนี้สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น และยังแจ้งไปในจดหมายด้วยว่า ถ้ายังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ปัญหาได้ทางอย.ก็จะเริ่มมาตรการในการจำกัดจำนวนการจำหน่ายหรือจัดให้เป็นยาควบคุมพิเศษห้ามจำหน่ายในร้านขายยา ให้จำหน่ายได้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ถ้าหากยังไม่สามารถควบคุมได้อีกอาจจำเป็นต้องเพิกถอนทะเบียนยาออกจากประเทศไทย กระบวนการเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เราวางขั้นตอนในการปฏิบัติไว้ค่อนข้างชัดเจนโดยตอนนี้ทางอย.ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนไปทีละขั้นและทำการประเมินสถานการณ์อยู่เป็นระยะ เภสัชกรชำนาญการอย.กล่าวต่อว่า ยาแก้ไอและยาแก้ปวดทรามาดอลนั้นการลงโทษจะไม่หนัก เพราะอยู่ในกลุ่มของยาอันตรายจ่ายโดยเภสัชกร โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์และยาพวกนี้ไม่มีสถานภาพเป็นยาเสพติด แต่กลุ่มวัยรุ่นนำไปใช้โดยหวังผลอาการข้างเคียงจากการใช้ยา โทษจึงไม่หนักเหมือนยาเสพติดให้โทษ ซึ่งยาแก้ปวดทรามาดอลจะมีลักษณะทำให้เกิดอาการเคลิ้ม มึนงง เมื่อทานร่วมกับยาน้ำแก้ไอที่มีแอนตี้ฮิสตามีน(Antihistamine) ก็จะทำให้เกิดอาการเสริมฤทธิ์กันของยาทำให้อาการข้างเคียงเพิ่มมากขึ้น ส่วนยาอีกชนิดที่วัยรุ่นใช้แทนตัวยาทรามาดอล หรือใช้รับประทานเสริมเข้าไปก็คืออัลปราโซแลม ซึ่งยาตัวนี้จัดอยู่ในประเภทวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท การจำหน่ายโดยไม่ขออนุญาตเป็นความผิดอย่างแน่นอนและมีโทษทางกฎหมาย ต้องมีใบสั่งแพทย์ประกอบทุกครั้งในการจำหน่าย ซึ่งในอนาคตยาตัวนี้จะถูกยกระดับห้ามจำหน่ายในร้านขายยา นายวราวุธกล่าวต่อไปอีกว่า กรณีที่มีการประกาศขายยาแก้ไอจำนวนมากในเฟซบุ๊กนั้น อาจจะเป็นเพราะรับยามาจากหลายๆร้านรวมกันก่อนที่จะนำมาจำหน่าย เพราะโดยหลักแล้วร้านขายยาจะถูกควบคุมปริมาณการซื้อไว้ 300 ขวดต่อเดือน ซึ่งการจำหน่ายในเฟซบุ๊กลักษณะนี้มีความผิดทางกฎหมายมีโทษทั้งจำและปรับ ส่วนการจัดจำหน่ายยาแก้ไอเป็นชุดนั้นถ้าหากผู้ขายๆ ในขณะที่เภสัชกรไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ตัวคนขายก็จะมีความผิดทางกฎหมาย หมายเหตุ: ข่าวชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ “หอข่าว” จัดทำโดยนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

Google เผย คำถามสัมภาษณ์งานสุดหิน ไม่มีผลต่องาน หรือรับเข้าทำงาน!!
google /  กูเกิล

"คำถามสัมภาษณ์งานสุดหิน Google ถามเอามันส์ เฉยๆ !!"   Google ถือเป็นหนึ่งในบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ ที่เหล่า Geek หนุ่มสาว เฝ้าฝันอยากจะเข้าไปร่วมงาน และแน่นอนเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้ายาก ทั้งการสัมภาษณ์งานที่ขึ้นชื่อว่าหินสุดๆ โดยเฉพาะคำถามสุดครีเอท แหวกแนว แต่ล่าสุด Laszlo Bock รองประธานอาวุโสฝ่ายทรัยากรบุคคลแห่งกูเกิลนั้น กลับเปิดเผยข้อเท็จจริง เรื่องคำถามสัมภาษณ์งาน ที่แท้แล้วไม่มีผลต่องาน และมีคุณค่าเพียงสร้างความภูมิใจให้กับผู้สัมภาษณ์ ทำให้พวกเค้ารู้สึกว่าตัวเองฉลาดเท่านั้น!!     " จากสถิติของกูเกิล คำถามเหล่านั้นไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้สัมพันธ์กับประสิทธิภาพของพนักงานที่รับเข้ามาแม้แต่น้อย นอกจากสร้างความรู้สึกต่อผู้ที่สัมภาษณ์ว่าตัวเองฉลาด แต่สิ่งสำคัญกับอยู่ที่คำถามเชิงพฤติกรรม ( behavioral interview ) ซึ่งเป็นคำถามชุดเดียวกัน ที่จะใช้กับผู้ถูกสัมภาษณ์ทุกคน เราสามารถสังเกตได้ว่าผู้ตอบมีท่าทีต่อสถานการณ์จริงอย่างไร? ไม่พบว่าคำถามยากนั้นๆ จะสัมพันธ์กับการเฟ้นหาพนักงานเก่งๆ ได้เป็นพิเศษในทุกกรณี และเช่นกันคะแนนเช่น GPA เกรดที่ดีนั้น ไม่มีผลกับการจ้างงานในกูเกิลเลย เราไม่ใช้ transcript ในการสมัครงานแล้ว     เนื่องจากทักษะในการเรียนนั้นไม่เกี่ยวข้องกับทักษะการทำงานจริง คำถามในห้องเรียนนั้นเป็นการจำลอง มีคำตอบที่เจาะจง ขณะที่ความเป็นจริงนั้นคำตอบของปัญหานั้นหลากหลายไม่ชัดเจน " Laszlo Bock เล่า นอกจากนี้ ในเรื่องของการทำงานในกูเกิลนั้น ยังเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนสามารถให้คะแนนหัวหน้างานเป็นลำดับชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ ก่อนแชร์ไปยังหัวหน้างานคนนั้นๆ ได้ เป็นผลให้งานบริหารคนของกูเกิลดีขึ้น ซึ่งประเด็นด้านผู้นำที่ดีตามสถิติอยู่ที่ ความยุติธรรรม และ ความสม่ำเสมอ !!     ตัวอย่างคำถามสัมภาษณ์งานของกูเกิล   - ในประเทศที่ต้องการเฉพาะเด็กผู้ชาย ทุกๆ ครอบครัวจะมีเด็กจนกว่าจะได้ลูกผู้ชาย , ถ้าพวกเค้ามีลูกผู้หญิงหนึ่งคน และเด็กคนอื่นๆ อีก ถ้าพวกเค้ามีลูกผู้ชาย ครอบครัวนั้นก็จะหยุดผลิตลูก , สัดส่วนระหว่างเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงในประเทศนี้คือเท่าไหร? - มี piano tuners ทั้งหมดเท่าไหร่? อยู่บนโลก - ช่วยดีไซน์แผนอพยพ สำหรับเมืองซานฟรานซิสโกให้หน่อย - คุณมีลูกบอลไซต์ 7 อยู่ 8 ลูก น้ำหนักเท่ากัน แต่มีอยู่ลูกนึง ที่น้ำหนักมากกว่าลูกอื่นอยู่เล็กน้อย หาลูกบอลลูกนั้น โดยใช้โอกาสยกขึ้นมาเทียบน้ำหนักได้ 2 ครั้ง - ทำไมจึงมีขอบรอบๆ ท่อระบายน้ำ? - อธิบายความสำคัญของ "วัวที่ตายไปแล้ว" ??? - ผู้ชายคนหนึ่งจอดรถของเค้าไว้ที่โรงแรม และต่อมามันก็หายไป ...เกิดอะไรขึ้น? - จงอธิบาย database ภายใน 3 ประโยค ให้หลานชายวัย 8 ขวบ ฟัง !!     อ้างอิงจาก : blognone by mk , usaukonline

18 กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ สำหรับวัยรุ่น
10 อันดับ /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

18 กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ สำหรับวัยรุ่น เดี๋ยวนี้ เทคโนโลยี มันก้าวไปไกลจริงๆ วัยรุ่นหนุ่มสาวก็ชอบมันซะด้วย ก็เช่น Iphone , Samsung , Black Berry รุ่นใหม่มาทีไรก็แห่กันไปซื้อซะเกลี้ยง!! บางคนก็ซื้อด้วยเงินตัวเอง แต่สำหรับใครที่อ้อนง้อให้พ่อแม่ซื้อให้ ถ้าเจอ 18 กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ สำหรับวัยรุ่น เข้าไปจะเสียววาบๆแน่นอน!! คุณพ่อคุณแม่ ก็สามารถใช้ได้นะคะ teen.mthai ว่า 18 กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ดีมากๆทีเดียว  ^^ ซึ่งเรื่องราวกฏเหล็กเหล่านี้ เป็นของของแม่ลูกชาวอเมริกันคู่หนึ่ง โดยนางเจเนล ฮอฟฟ์แมน ผู้เป็นแม่ ได้มอบ iPhone รุ่นล่าสุดให้แก่ เกร็ก ฮอฟฟ์แมน ลูกชายวัย 13 ปี เพื่อเป็นของขวัญในวันคริสต์มาส พร้อมกับแนบกฎเหล็กในการใช้โทรศัพท์เอาไว้อย่างชาญฉลาดถึง 18 ข้อด้วยกัน เพื่อให้ลูกชายรู้จักใช้โทรศัพท์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม และมีความรับผิดชอบ!!! 1. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ มันเป็นโทรศัพท์ของแม่ แม่เป็นคนซื้อ แม่เป็นคนจ่าย แม่ให้ลูกยืมใช้ เพราะฉะนั้นแม่มีสิทธิ์สูงสุด 2. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ แม่จะต้องรู้พาสเวิร์ดทั้งหมด 3. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ถ้าแม่โทรเข้า ต้องรับ มันคือโทรศัพท์ ให้ทักทายอย่างสุภาพ ห้ามเมินเมื่อมีคำว่า "Mom" หรือ "Dad" โชว์บนหน้าจอโดยเด็ดขาด 4. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ส่งโทรศัพท์ให้พ่อหรือแม่ในเวลา 19.30 น. ในวันที่มีเรียน และ 21.00 น. ในวันหยุด ซึ่งมันจะถูกปิดจนกระทั่งเปิดอีกครั้งตอน 7:30 น. เช้าวันรุ่งขึ้น ถ้าลูกไม่ยอมใช้โทรศัพท์บ้านโทรหาเพื่อนก็ไม่ต้องโทรไป ลูกต้องเคารพพ่อแม่ของเพื่อน เหมือนอย่างที่ต้องการให้เพื่อนเคารพพ่อและแม่ของลูก 5. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ แม่จะไม่ให้ลูกพกมันไปโรงเรียน ลูกต้องคุยสื่อสารกับเพื่อนด้วยปาก ซึ่งเป็นทักษะการเข้าสังคม รู้จักมีสังคมปกติบ้าง **หากเรียนแค่ครึ่งวัน, มีทริปออกนอกสถานที่ หรือหลังจากที่ทำกิจกรรมที่โรงเรียนเสร็จแล้ว จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะให้ลูกใช้โทรศัพท์หรือไม่** 6. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ถ้ามันหล่นลงในโถส้วม ตกพื้น หรือหายไป ลูกจะต้องเป็นคนจ่ายค่าซ่อมหรือค่าซื้อใหม่ ด้วยการใช้เงินออมที่ได้รับจากวันเกิด หรือรับจ้างทำงานพิเศษ เช่น พี่เลี้ยงเด็ก ตัดสนามหญ้าหน้าบ้าน ซึ่งมันจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน ลูกควรจะเตรียมตัวเอาไว้ 7. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ห้ามใช้เทคโนโลยีในการโกหก หลอกลวง หรือแกล้งคนอื่น ห้ามร่วมวงสนทนาที่ให้ร้ายผู้อื่น ทำตัวเป็นเพื่อนที่ดี และอยู่ห่าง ๆ จากคนทะเลาะกัน 8. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ห้ามส่งอีเมล ข้อความผ่าน iphone ถ้าลูกไม่คิดจะพูดมันออกมาด้วยปาก 9. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ห้ามส่งอีเมล ข้อความ หรือพูดอะไรกับใคร ในสิ่งที่คุณคิดว่าพ่อแม่ของเขาคงโมโหถ้าได้ยินเข้าเด็ดขาด 10. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ห้ามดูหนังโป๊ แต่ใช้เพื่อหาข้อมูลความรู้ต่าง ๆ 11. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ปิดมันหรือปิดเสียงมัน เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เช่น ร้านอาหาร โรงหนัง หรือตอนที่กำลังพูดกับคนอื่นอยู่ ลูกไม่ใช่คนหยาบคาย อย่าให้ iphone เปลี่ยนชีวิตลูก 12. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ห้ามรับ-ส่งรูปภาพของลับของลูก หรือของคนอื่น ห้ามหัวเราะ สักวันลูกจะถูกแบล็คเมล์ด้วยเรื่องนี้ หรือกระทั่งโดนเอาไปปล่อยต่อ ซึ่งไม่มีทางที่จะตามลบได้หมด 13. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ห้ามถ่ายรูปหรือวิดีโอจนเมมเต็ม ลูกไม่จำเป็นต้องถ่ายทุกอย่างเก็บไว้ แต่ให้เก็บมันเอาไว้ในความทรงจำแทน 14. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ให้วาง iphone ไว้ที่บ้านบ้างบางครั้ง ไม่ต้องพกติดตัวออกไปข้างนอก เรียนรู้ที่จะอยู่โดยไม่มีมัน ก้าวข้ามความรู้สึก FOMO (fear of missing out) 15. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ให้ฟังเพลงใหม่ ๆ หรือเพลงคลาสสิก หรือเพลงที่แตกต่างจากที่คนอื่นเขาฟังกัน สมัยนี้รุ่นลูกสามารถเข้าถึงข้อมูลพวกนี้ได้ง่าย ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้นต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากมัน 16. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ให้เล่นเกมที่เกี่ยวกับ words puzzle หรือเกมลับสมองต่าง ๆ 17. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ตื่นตัว มองโลกรอบตัวเอง มองออกไปนอกหน้าต่าง ฟังเสียงนกร้อง ออกไปเดินเล่น พูดคุยกับคนแปลกหน้า ให้หาข้อมูลโดยไม่ใช้กูเกิล 18. กฏเหล็กการใช้โทรศัพท์ ถ้าทำผิดกฎแม้เพียงข้อเดียว แม่จะยึดโทรศัพท์ของลูก และเราจะมานั่งจับเข่าคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และเราพร้อมที่จะเริ่มสัญญาให้ยืม iphone ใหม่อีกครั้ง ลูกและแม่พร้อมที่จะเรียนรู้ แม่อยู่ข้างเดียวกับลูก เราสองคนอยู่เรือลำเดียวกัน นอกจากนี้ ในสัญญา นางเจเนล ฮอฟฟ์แมน ผู้เป็นแม่ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายในสัญญาด้วยว่า แม่ อยากให้ลูกยอมรับและทำตามกฎนี้ เพราะข้อปฏิบัติเหล่านี้ไม่ใช่สามารถนำมาใช้กับ iPhone ได้อย่างเดียว แต่ยังนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตของลูกได้ด้วย หวังว่าลูกจะมีความสุขและสนุกไปกับ iPhone เครื่องใหม่ สุขสันต์วันคริสต์มาสจ้ะ ข้อมูล teen.mthai อ้างอิง popcornfor2

Mini Tablet War Begins !
mini / 

ว่ากันตามจริงแล้ว การปรากฏตัวของ ‘ไอแพดมินิ’ เป็นสิ่งที่สร้างความฮือฮาให้กับสาวกจำนวนไม่น้อย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า สตีฟ จ็อบส์ อดีตซีอีโอผู้ล่วงลับเคยสบประมาทว่า แอปเปิลไม่ควรทำแท็บเล็ตขนาดจิ๋วลงไปแข่งขัน มันดูกระจอกและไม่กบฏพอในฐานะผู้นำนวัตกรรม สอดคล้องกับนิตยสาร Newsweek เขียนถึงกรณีนี้ว่า สตีฟ จ็อบส์ ไม่เคยเห็นชอบกับการเกิดไอแพดมินิ แต่ ทิม คุก ซีอีโอคนถัดมากลับไม่คิดเช่นนั้น เขามองว่านี่เป็นโอกาสที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดแท็บเล็ตไว้ต่อไปได้ การรั้งตำแหน่งผู้นำในกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่เป็นหน้าเป็นตาของแอปเปิลเท่านั้น หากแต่เป็นการรักษาผลประกอบการและการเติบโตขององค์กรให้สูงชะลูดได้ดั่งเดิม พลอยทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสาวกทั้งหลายยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลายลง นอกจากนี้ การฝากผีฝากไข้ไว้กับไอโฟนดูจะเป็นเรื่องยากเสียแล้ว เมื่อตลาดสมาร์ทโฟน โดนแอนดรอยด์โฟนของกูเกิลและพันธมิตรกลืนกินยอดขายอันดับ 1 ของโลกไปเรียบร้อย โดยมีซัมซุงเป็นนายหมู่ทะลวงฟันด้วยรุ่นขายดีอย่างซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 3 ซึ่งขายไปแล้วกว่า 30 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่วางขายจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่แท็บเล็ตดูๆ ไปแอปเปิลจะมีภาษีดีกว่า เนื่องจากกุมจำนวนผู้ใช้ไอแพดกว่า 100 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่เมษายน 2553 ถึงปัจจุบัน และเชื่อว่าปริมาณการซื้อไอแพดจะเพิ่มขึ้นอีก 5-10 ล้านเครื่องภายในสิ้นปีนี้ สำหรับไอแพดมินิ มาพร้อมจุดเด่นอยู่ตรงการได้รับประสบการณ์เช่นเดียวกับไอแพดและเรื่องของขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก หน้าจอมีขนาด 7.9 นิ้ว แตกต่างจากคู่แข่งซึ่งล้วนเปิดตัวที่ 7 นิ้ว เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับข้อมูล โดยเฉพาะเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นจะไม่ผิดสัดส่วนจากไอแพดมากเกินไปนัก ส่วนเรื่องความละเอียดเทียบเท่าหน้าจอไอแพด 2 เท่านั้น ภายในใช้หน่วยประมวลผล A5 ตัวเดียวกับนิวไอแพด กล้องดิจิตอลด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอ HD 1080p มีกล้องหน้าสำหรับพูดคุยเฟสไทม์ มาพร้อมระบบสั่งงานด้วย Siri ไว้แก้เหงา และเปลี่ยนสายเชื่อมต่อมาเป็นแบบ Lightning โดยรวมแล้วพูดง่ายๆ ว่า ทุกอย่างถอดแบบมาจากนิวไอแพดก็ไม่ปาน แม้แต่การตอบสนองการทำงานนับว่ายอดเยี่ยม ยกเว้นเรื่องความคมชัดของหน้าจอ กลายเป็นตกม้าตายซะงั้น เมื่อเปรียบเทียบจำนวนพิกเซลในหนึ่งตารางนิ้วบนหน้าจอไอแพดมินิ มีพิกเซลเรียงตัวกันอยู่ราว 163 พิกเซล ขณะที่ Nexus 7 หรือ Kindle Fire HD มีถึง 216 พิกเซล และ Nook Color HD สูงกว่าใครเพื่อน คือ 243 พิกเซล นอกจากนี้ ในส่วนของราคาเครื่องซึ่งหลายคนลุ้นอยู่นานว่า น่าจะพอๆ กับคู่แข่ง ดันกลายเป็นว่าแพงหูฉี่ โดยเฉพาะไอแพดมินิรุ่น 3G และ Wi-Fi เปิดราคาตั้งแต่ 15,200-21,200 บาท ตามขนาดความจุที่แตกต่างกันไป เลยเหมือนเป็นฝันสลายสำหรับคนที่อยากได้ผลิตภัณฑ์แอปเปิลในราคาย่อมเยา หนำซ้ำ ราคาแบบนี้กลายเป็นหวานปากคู่แข่ง ทั้งกูเกิล อเมซอน บาร์นส์ และแอนด์ โนเบิล กับรุ่น Nexus 7, Kindle Fire 7 HD และ Nook HD ตามลำดับ ทั้งหมดต่างพร้อมใจกันตั้งราคาที่ 199 เหรียญสหรัฐฯ เทียบเป็นเงินไทยอยู่ราวๆ ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท นอกจากนี้ ถ้ามองถึงจุดเด่นของแต่ละรุ่นให้ลึกๆ แล้วจะพบจุดเด่นที่แตกต่างออกไป ดูอย่าง Nexus 7 พระเอกของเครื่องนี้อยู่ที่หน่วยประมวลผล Nvidia Tegra 3 4 คอร์ สวนทางกับ A5 ซึ่งมีเพียง 2 คอร์ ทั้งยังมีชิปกราฟิกแยก GeForce รองรับการเล่นเกมกราฟิกสูง ส่วน Kindle Fire 7 HD นอกจากหน้าจอความละเอียดสูง ระบบเสียง Dolby แล้ว คลังข้อมูลทั้งหนังสือ นิตยสาร เพลง รายการโทรทัศน์ และหนังกว่า 22 ล้านชิ้น นับว่าเป็นอภินันทนาการอันยอดเยี่ยมเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายเหมือนกันที่รุ่นนี้กับ Nook HD ไม่มีกล้องถ่ายภาพทั้งด้านหน้าและด้านหลังมาให้เลย ศัตรูของไอแพดมินิยังไม่หมด ซัมซุง กาแล็กซี่ แท็บ 2 ซึ่งพ่วงการใช้งานครบครันจนเรียกได้ว่าสูสีที่สุด เมื่อผนวกรวมกับระบบปฏิบัติการตัวใหม่ก็เหมือนเสือติดปีก ทำให้คนลังเลได้ไม่น้อย ไหนจะต้องต่อกรกับ Toshiba AT270 จากแดนอาทิตย์อุทัย เปลี่ยนโฉมทั้งในแง่รูปลักษณ์ น้ำหนัก และประสิทธิภาพใหม่หมดจากรุ่นเดิม อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเผชิญคู่แข่งดุดันแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่แท็บเล็ตจากแอปเปิลยังคงได้เปรียบกว่าคู่แข่ง คือ ระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ของแอปเปิลอันดีเยี่ยม สามารถเชื่อมโยงและรองรับการทำงานหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งขยายตัวไปสู่สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก โยงใยทุกผลิตภัณฑ์เข้าหากันได้อย่างง่ายดาย สิ่งเหล่านี้ต้องขอบคุณสตีฟ จ็อบส์ ผู้ออกแบบไว้อย่างดิบดี แม้ว่าผลตอบรับของไอแพดมินิจะดีเกินคาด โดยสัปดาห์แรกสามารถสร้างยอดขายไต่ไปถึง 3 ล้านเครื่อง มากกว่านิวไอแพด ซึ่งขายได้ราวๆ 1.5 ล้านเครื่องก็ตาม แต่เชื่อเหลือเกินว่าคู่แข่งกำลังสุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาท้าชนแอปเปิลในเร็ววันอย่างแน่นอน รวมทั้งทีมงานแอปเปิลทั้งหมดยังคงต้องหันมาต่อสู้กับตัวเอง เพราะหลังจากถูกตั้งคำถามอย่างหนักกับการเปิดตัวไอโฟน 5 ไอแพดมินิ และไอแพด รุ่น 4 ซึ่งเน้นวนๆ อยู่แต่สรรพคุณ บางกว่า เล็กกว่า คมชัดกว่า และเร็วกว่า มันคือนวัตกรรมแห่งปีจริงๆ แล้วหรือ ? แทนคำตอบ เราอาจจะต้องรอลุ้นในระยะยาวว่า แอปเปิลจะหวนคืนสู่ผู้นำนวัตกรรมได้ดีกว่านี้ไหม หรือไม่ก็ถูกคู่แข่งยึดพื้นที่ไปหมด รวมถึงแท็บเล็ตขนาดเล็กก็ไม่มีข้อยกเว้น