กูเกิล

AISส่งSMS ป้องกันเกมคุกรี้รัน คิดเงินแสน
คุ้กกี้รัน /  ซื้อไอเท็มคุ้กกี้รัน / 

เอไอเอส พร้อมส่ง SMS ยืนยันไปยังหมายเลขผู้ปกครอง หากมีการซื้อสินค้า และบริการผ่าน DCB หวั่นซ้ำเหตุคุกกี้รัน เริ่ม 22 ก.ค. นี้ นาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากการประชุมหารือระหว่าง กสทช. กับตัวแทนบริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนบริษัท เนเวอร์ ไลน์ จำกัด บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด เพื่อหาแนวทางที่จะป้องกันปัญหาในลักษณะเดียวกับกรณีคุกกี้รันที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต โดยได้ข้อสรุปว่า ทางบริษัท กูเกิลฯ รับจะให้ทีมวิศวกรเซ็ตระบบให้ต้องมีการยืนยันพาสเวิร์ดทุกครั้งที่มีการซื้อ สินค้าและบริการผ่านกูเกิลเพลย์ (Google Play) พร้อมกับให้มีอีเมล์ยืนยันการทำรายการซื้อตอบกลับจากกูเกิลเป็นภาษาไทย ในส่วนของ AWN จะกำหนดวงเงินค่าใช้บริการในการซื้อ หรือใช้บริการในระบบ DCB หรือ Direct Carrier Billing ไว้ที่ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท และไม่เกินวงเงินใหญ่ที่กำหนดของแต่ละเลขหมาย และจะมี SMS แจ้งไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทันทีที่มีการซื้อหรือใช้บริการ ทั้งนี้ ความร่วมมือของกูเกิลในทางเทคนิคจะเป็นตัวกำหนดว่า ระบบจะสามารถแจ้งเตือนได้ทันทีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ ได้ขอให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายที่ให้บริการ DCB ต้องส่ง SMS ไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ทราบถึงการซื้อขายและใช้บริการด้วย และในเบื้องต้น AWN จะส่ง SMS ในเครือข่าย AIS ก่อน โดยเริ่มในวันที่ 22 ก.ค. นี้ บทความอื่นๆ เกี่ยวกับคุ้กกี้รัน วิธีปิดการแจ้งเตือน Cookie Run และเกมไลน์อื่นๆ โดยไม่ต้องบล็อคเพื่อน ! เชื่อว่าคนที่ใช้ Line อยู่ในขณะนี้ทุกคนจะต้องเซ็งเป็ดกับการส่งข้อความมาชวนเล่นเกม โดยเฉพาะในตอนนี้เกมที …

10 คำค้นหามากที่สุดในกูเกิล ปี 2015 สำหรับรถยนต์และมอเตอร์ไซต์
camry /  car / 

ต้องบอกเลยในปี 2015 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ค่ายรถต่างๆ ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ต่างกันพาเลสเปิดตัวรถใหม่ออกมากันมากมาย และกูเกิล 10 คำค้นหามากที่สุดในกูเกิล ปี 2015 สำหรับหมวดรถ โดยรวมทุกรุ่นที่มีล้อและเครื่องยนต์กันมาแบบจุใจทั้ง รถยนต์ รถกระบะ เอสยูวี พีพีวี มอเตอร์ไซค์ มินิไบค์  พาเลสกันเข้าชาร์ตการค้นหากันมาเนืองแน่น และนี่คือรถที่มีคนค้นหามากที่สุดในกูเกิลปี 2015 มาเริ่มกันที่ อันดับ 10 ก่อนเลยกับ Toyota Camry 2015  รถยนต์ซีดานขนาดกลาง ที่ทำการเปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปี พร้อมทั้งปรับโฉมให้ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวและยังใส่เทคโนโลยีล้ำสมัยมากันครบครัน ภายในดูหรูหรา เรียกว่าเป็นรถคันนึงที่น่าสนใจมาก อันดับ 9 กับ Isuzu d-max 2016  ซึ่งพึ่งจะทำการเปิดตัวไปได้ไม่นานนี้ แต่ยอดจองในงาน Motor Expo 2015 นั้นออกมาค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว D-Max 2016 นั้นมาพร้อมเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์และ 3.0 ดีดีไอ บลูพาวเวอร์ จึงทำให้ราคานั้นก็น่าสนใจเลยทีเดียว อันดับ 8 Mazda 2 2015 ซึ่งต้องบอกว่าเป็นอีกรุ่นนึงที่น่าสนใจมากๆ ในปีนี้เลยทีเดียวกับขุมพลังดีเซลที่ให้แรงบิดสะใจแต่มาในรถคอมแพคท์มันช่างท้าทายจริงๆ และเจ้า Mazda 2 คันนี้ได้รับการพูดถึงและทำการค้นหาในกูเกิลอย่างมากในปี 2015 นี้ จนแทบจะเป็นตัวชูโรงของเทคโนโลยี Skyactiv จากมาสด้าเลยก็ว่าได้ อันดับ 7  Toyota Fortuner 2016 เป็นรถอีกหนึ่งคันที่ทำการเปิดตัวไปช่วงกลางปี และได้ทำการปรับโฉมใหม่ออกมาได้ทั้ง แข็งแกร่ง และ หรูหรา ถูกใจแฟนๆกันเลยทีเดียว ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแข็งแกร่ง และภายในที่ใส่เทคโนโลยีมาในห้องโดยสารหรูหรา เป็นอีกคันที่มีผู้คนให้ความสนใจมากๆ ในปี อันดับ 6 Mitsubishi Pajero Sport 2015 ที่ทำการปรับโฉมใหม่หมด ทั้งไฟหน้าที่ดูโฉบเฉี่ยวและไฟท้ายแบบตั้งที่เพิ่มความรู้สึกแข็งแกร่ง รวมไปถึงเครื่องยนต์ MIVEC คลีนดีเซล ขนาด 2.4 ลิตร ที่น่าสนใจมากๆ เพราะให้พละกำลังมากพอไม่น้อยหน้าใครเลย ส่วนราคานั้นก็น่าสนใจเช่นกัน อาจจะเป็นส่วนนึงที่ทำให้คนพูดถึงกันมากและค้นหาในกูเกิลเยอะเป็นอันดับที่ 6 ในปีนี้ อันดับ 5 Yamaha YZF R15 2015 โดยในอันดับที่ 5 นี้เป็นเป็นรถมอเตอร์ไซค์ กับความเร้าใจในรถตระกูล R ซีรีส์ จากยามาฮ่า ซึ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับแชมป์จาก YZR-M1 มาสู่ YZR-R15 พร้อมเครื่องยนต์ 150 ซีซี ในรูปโฉมซูเปอร์สปอร์ตพันธุ์แท้อย่างกับถอดจิตวิญญาณแชมป์มาใส่แบบนี้ จึงทำให้ Yamaha YZF R15 คันนี้ถูกพูดถึงค่อนข้างมากในปีนี้เลยทีเดียว อันดับ 4 Honda Civic 2016 ซึ่งทำการเปิดตัวไปแล้วที่สหรัฐอเมริกา แต่บ้านเรานั้นคงต้องรอไปก่อน จึงทำให้เจ้า Civic 2016 คันนี้ทำให้คนค้นหากันอย่างมากในกูเกิล เพราะอยากจะสัมผัสรูปลักษณ์ใหม่ของมันกันเหลือเกินจนหลุดเข้ามาอยู่ในอันดับที่ 4 ของนี้ อันดับ 3 Yamaha YZF R3 2015 มอเตอร์ไซค์อีก 1 คันที่หลุดเข้ามาในชาร์ตคำค้นหาของกูเกิลในครั้งนี้ และเป็นรถอีก 1 คันจากรถตระกูล R ซีรีส์กับ YZF R3 สุดยอดความเร้าใจสไตล์ซูเปอร์สปอร์ต กับเครื่องยนต์ 321 ซีซี 4 จังหวะ 2 สูบ ให้พละกำลังแรงสะใจ พร้อมรูปลักษณ์ตามระกูล R ซีรีส์ จากยามาฮ่า อันดับ 2 Kawasaki Z125 ซึ่งยังคงเป็นมอเตอร์ไซค์อีกเช่นเคย กับเจ้า Z125 ที่ทางคาวาซากิได้ทำการเปิดตัว พร้อมกัน 2 รุ่น ทั้ง Z125 และ Z125Pro กับเจนใหม่ของ Super Naked Bike จากคาวาซากิ กับรูปลักษณ์ของรถตระกูล Z ซีรีส์ เรียกว่าตอนเปิดตัวมานั้นค่อนข้างฮือฮาทีเดียวจึงทำให้มีการค้นหาในกูเกิลกันอบ่างมากในปี 2015 นี้ อันดับ 1 Toyota Revo ต้องบอกเลยว่าอันดับ 1 รถที่มีคนค้นหาในกูเกิลมากที่สุดแห่งปี 2015 นั้นไม่แปลกใจเท่าไรที่มันเข้ามาเป็นอันดับ 1 เพราะ Toyota Revo นั้นเป็นรถกระบะเจนฯ ใหม่จากค่ายยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า ซึ่งเจ้า Revo คันนี้จะมาแทนทีรุ่นพี่ที่อยู่มายาวนานอย่าง Vigo จึงทำให้มันเป็นรถที่มีคนค้นหาในกูเกิลมากที่สุดแห่งปี 2015 นี้เลย

ท้าทาย Google! ซลาตัน ไอเดียเจ๋งเปิดเว็บค้นข้อมูลส่วนตัว
google /  กูเกิล / 

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงไม่แคร์โลกของ ปารีส แซงต์ แชร์แมง แห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศสผุดไอเดียบรรเจิดเปิดเว็บไซต์ เสิร์ช เอ็นจิน (Search Engine) รวบรวมเนื้อหาสาระเกี่ยวกับตัวเอง หลังประสบความสำเร็จตลอดอาชีพการค้าแข้ง อันเดรียส คิลแลนเดอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายครีเอทีฟ "สวีต ป็อป (SweetPop)" บริษัทแห่งหนึ่งของประเทศสวีเดน เปิดตัวเว็บไซต์ "Zlaaatan.com" เป็นเกียรติแก่ อิบราฮิโมวิช วัย 33 ปี ซึ่งแฟนคลับสามารถค้นคว้าข้อมูลต่างๆ ทางโลกออนไลน์ คิลแลนเดอร์ กล่าวผ่าน "เลอ กิป" สื่อดังแดนน้ำหอม "เสิร์ช เอ็นจินของเรา ลิงค์กับ กูเกิล แต่บุคคลที่ใช้บริการ ล้วนเป็นกลุ่มคนที่ชื่นชอบ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดังนั้นผลการค้นหาดึงเอาเฉพาะส่วนของ ซลาตัน ออกมา" "หากคุณพิมพ์คำว่า เฟอร์รารี คุณได้เรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์ เฟอร์รารี ของ ซลาตัน หรือคุณต้องการสูตรอาหาร คุณจะได้ ซลาตัน เบอร์เกอร์ ซลาตัน เป็นไอดอลคนหนึ่ง เขามีชื่อเสียงทั่วโลก นั้นคือสาเหตุที่เราเลือกเขา เราไม่ได้ขออนุญาตจากเขา ดังนั้นเราหวังว่า เขาจะมองว่าเป็นเรื่องสนุกๆ" นักท่องอินเตอร์เน็ตมากกว่า 100,000 คน เริ่มใช้ เสิร์ช เอ็นจิน (Search Engine) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

18-1-57แตงโมกล่าวชาวม็อบเป็นคนชั้นสูง
18-1-57แตงโมกล่าวชาวม็อบเป็นคนชั้นสูง

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2557 นักแสดงสาว แตงโม ภัทรธิดา และคุณพ่อ โสภณ พัชรวีระพงษ์ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที กปปส. ที่ปทุมวัน โดยคุณพ่อโส ขึ้นมาอ่านกลอน ก่อนที่สาวแตงโม จะเริ่มกล่าวโจมตีรัฐบาล โดยเจ้าตัวขออนุญาต อาจจะหลุดใช้คำหยาบบ้าง ก่อนจะพูดถึงเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2557 ซึ่งเป็นวันพักจากการเข้าร่วมเดินขบวนของเธอ ตอนดูบลูสกาย เห็นข่าวจนถึงช่วงค่ำ ทำให้โรคประจำตัวของเธอกำเริบ คือโรคแพนิค จะเกิดอาการมือสั่น เท้าชา ใจสั่น เมื่อรู้สึกหวาดระแวงหรือรู้สึกกลัว เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงรับไม่ได้ กับการที่พวกเราออกมาชุมนุม แล้วทุกครั้ง ไม่ว่าใครเป็นผู้ชุมนุมก็ตาม แต่พวกเราก็กลายเป็นผู้ถูกกระทำทุกครั้ง เขาชุมนุม เราก็โดน เราชุมนุม เราก็โดน คือ จิตใจของคนชั่ว มันก็คิดแต่จะรังแก มันไม่มีกฎหมายหรือเหตุผลมาสู้ได้ มันก็ใช้วิธีสกปรก ทั้งนี้ แตงโม ภัทรธิดา เผยว่า วันนี้ เธอมีเรื่องจะมาคุยกับอีฆาตกร ไม่อยากจะเชื่อว่าเกิดมาเป็นผู้หญิงแล้วจะจิตใจโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้ มีลูก มีครอบครัว ก็ไม่รู้จะพาครอบครัวไปในทางที่ดีได้อย่างไร เธอเองอายุน้อยกว่า การศึกษาก็ไม่ดีเท่า ไม่จบปริญญาตรี จบแค่วิชาชีพผู้ช่วยพยาบาล ในขณะที่อีกฝ่ายจบสูงมาก แต่จิตใต้สำนึกไม่มีเลย พร้อมกล่าวโจมตีรัฐบาลรักษาการ รวมถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชุดใหญ่ และกล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุระเบิดบรรทัดทอง ถึงจะไม่ใช่ครอบครัวของเธอ ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน แต่ก็เป็นคนไทยเหมือนกัน นอกจากนี้ แตงโม ยังกล่าวด้วยว่า อยากจะกราบไหว้ให้รัฐบาลออกไป และเผยถึงเรื่องที่มีสื่อต่างประเทศมาสัมภาษณ์เธอถึงเหตุผลของการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในครั้งนี้ โดยเธอเล่าให้เขาฟังเป็นเรื่องโจ๊กว่า เธออายที่เวลาเข้ากูเกิล พิมพ์คำว่า อีโง่ แล้วมีหน้ายิ่งลักษณ์เต็มไปหมด อายคนเขา ขอให้แผ่นดินไทยได้สูงขึ้นมาสักที "เราป็นคนชั้นสูง เราเป็นปัญญาชนที่ออกมานั่งกันทั้งหมดเนี่ย บางคนมีความรู้ไม่เท่ากัน แต่เรามีจิตใต้สำนึก เรามีความทะเยอทะยานที่อยากจะยกระดับประเทศเราให้มันเทียบเท่ากับที่อื่น อยู่บนความพอเพียง แต่ไม่ใช่ดิ่งลงเหว ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่ เพราะฉะนั้น ไปสักทีนะคะ" สุดท้าย แตงโม ภัทรธิดา ได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของการกล่าวปราศรัย กล่าวไว้อาลัยให้กับผู้สูญเสีย โดยเฉพาะ ประคอง ชูจันทร์ เหยื่อเหตุระเบิดบรรทัดทอง ที่เพิ่งเสียชีวิตไป นอกจากนี้ แตงโม ภัทรธิดา ยังถูกถามว่า มาร่วมชุมนุมครั้งนี้ ออกมาร่วมเดินกับลุงกำนัน ไม่กลัวจะโดนเหมือนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เหรอ แตงโม ตอบว่า ไม่กลัว เพราะคิดว่าการกระทำของเขาทุกครั้ง เป็นการกระทำที่โง่มาก เพราะเขายิ่งทำเท่าไหร่ หัวใจรักสู้มันยิ่งมา มันยิ่งออกมาเต็มร้อย เธอเชื่อว่า ทุกครั้งที่มีการทำร้ายคน มีการก่อการร้ายที่ไหนก็ตาม คราวต่อไปในการเดินขบวนคนมากขึ้นทุกครั้ง แล้ววันนี้ที่น่าเกลียดมากอีกเรื่องหนึ่งคือ วันนี้ออกมาแถลงข่าว หมวกสีแดงที่เราเห็น วันนี้กลายเป็นหมวกคนขายไอศกรีมวอลล์ไปแล้ว พร้อมปิดท้ายให้มวลมหาประชาชนสู้ต่อไป เราใกล้จะชนะแล้ว ------

เปิดหมดเปลือก! ต้อม ยุทธเลิศ กว่าจะเป็น บุปผาอาริกาโตะ
ต้อม-ยุทธเลิศ /  บุปผาอาริกาโตะ / 

ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องบุปผาราตรีเป็นอีกหนึ่งการันตีผลงานของต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค ได้เป็นอย่างดี กลับมาครั้งนี้กับภาคใหม่หมดในบุปผาราตรีอาริกาโตะ ที่เริ่มจากการเปลี่ยนตัวบุปผาคนใหม่ การเดินทางไปถ่ายทำถึงประเทศญี่ปุ่น และการรวมตัวอีกครั้งในรอบสิบกว่าปีของนักแสดงหนุ่มแก๊งแฟนฉันทั้ง 6 คน แน่นอนว่าคำถามของบรรดาแฟน ๆ บุปผาราตรีต้องมีอย่างแน่นอน เหตุใดจึงเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปเยอะขนาดนี้ ต้อม ยุทธเลิศ จึงออกมาให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดและวิธีการทำงานครั้งใหม่จนออกมาได้ภาพยนตร์ผีที่น่าจะฉีกกรอบเดิม ๆ ออกไป พูดถึงปรากฎการณ์ความสำเร็จของ “บุปผาราตรี” หนังผีที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ซึ่งเป็นลายเซ็นเฉพาะตัวของผู้กำกับ “ยุทธเลิศ สิปปภาค” บุปผาราตรีมันเป็นเหมือนปรากฏการณ์บางอย่างซึ่งมันมาจากคาแรกเตอร์ของมัน วิธีของมันมากกว่า มีคนเคยบอกว่ามันเป็นหนังที่มีคาแรกเตอร์ และทุกคนชอบมัน เสน่ห์อย่างหนึ่งของบุปผาที่พี่มักจะได้รับรู้เสมอ คือเป็นหนังที่อยู่ในใจคน ซึ่งมันเหมือนว่าบุปผาราตรีกับ “ยุทธเลิศ” มันเหมือนจะกลายเป็นของสิ่งเดียวกัน ซึ่งจริง ๆ พี่ทำมือปืนโลกพระจัน, กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะทำบุปผาราตรีอีก แต่คำว่า “บุปผาราตรี” พี่ไม่แน่ใจว่ามันคือความสำเร็จหรือเปล่า ถ้าพูดถึงความสำเร็จในแง่การทำอะไรที่มีเอกลักษณ์ สามารถทำให้คนจดจำแล้ว พี่ว่าโอเคมันสำเร็จ โรแมนติก เลือดนอง สยองขำ รสชาติในความเป็นหนังผีแบบบุปผา รสชาติการดูหนังแบบนี้เป็นอะไรที่คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้วนะ ว่ามันเป็นทั้งตลกน่ากลัว และทั้งดราม่าอยู่ด้วยกัน แต่สิ่งหนึ่งที่พี่ได้ฟีดแบ็กมาจากคนดูหนังต่างประเทศ คาแรกเตอร์ของหนังที่มันทั้งตลกทั้งน่ากลัว แล้วอยู่ด้วยกันได้ มันเป็นอะไรที่ยากที่จะชงให้มันพอดี แต่บุปผาราตรีมันหลุดออกมาอยู่ตรงนั้นได้ คนจดจำว่าหนังเรื่องนี้มันมีคาแรกเตอร์ที่แบบว่าไม่รู้จะฮาไม่รู้จะกลัวในเวลาเดียวกัน ตรงนั้นมากกว่า พี่ว่ามันคือความสำเร็จในการสร้างคาแรกเตอร์หนังผีของพี่นะ มันจะมีทั้งตลกโรแมนติก น่ากลัว เสียดสี กัดจิกสังคม สะท้อนสังคม สะท้อนโน่นนี่นั่น ขณะเดียวกัน 18+ ได้   ทำไมเลือกสร้างบุปผาฯในยุคนี้ จริง ๆ พี่ไม่อยากแตะบุปผาราตรีแล้ว แต่ว่าสิ่งหนึ่งซึ่งคนก็ยังถามเสมอว่า มันไม่มีหนังแบบนี้ ไม่ทำอีกแล้วเหรอ เพราะว่าจริง ๆ หลังจากบุปผามันก็มีหนังอย่างอื่น แต่พี่รู้สึกว่ามันเก่าละ พอรู้สึกว่ามันเก่าก็เลยไม่สนใจ ก็พยายามเสนอเรื่องใหม่ ก็คือมาคุยกับ คุณเจียง (เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ประธานบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้อำนวยการสร้างบุปผาอาริกาโตะ) ก็คือ พี่มีหนังเรื่อง อาริกาโตะ เป็นหนังผีแต่ไม่ใช่บุปผา พี่คิดว่าโอกาสที่จะทำให้หนังผีแตกต่างกัน มันทำได้ยากมาก โอกาสที่มันจะซ้ำมันมีสูง พี่ก็เลยคิดโปรเจกต์ใหม่ทุกอย่าง เปลี่ยนโลเคชั่นใหม่ ๆ บรรยากาศใหม่  สร้างพล็อตใหม่ ๆ แต่ตอนที่คุยกับคุณเจียง คุณเจียงก็คงเหมือนคนอื่นทั่วไปก็ยังชอบบุปผาราตรีอยู่ ก็บอกกับพี่ว่าถ้าพี่จะทำอย่างนั้น ทำไมพี่ไม่ทำบุปผาอาริกาโตะล่ะ จริง ๆ มันยากนะ แต่พี่กลับมาคิดดูว่า เอ๊ะ...งานดี ๆ จริง ๆ มันต้องยากนะ พี่มองว่างานทุกอย่างถ้ามันยากมันต้องใช้ความพยายามสูง ใช้ความอดทนสูงมากกว่างานง่าย ๆ ทั่วไป พี่ก็เลยคิดว่า เอ๊ะ...บุปผาอาริกาโตะ มันอยู่ด้วยกันได้ไหม ทำอย่างไร ก็เลยคิดว่า ทำให้มันใหม่หมดทุกอย่าง ดาราใหม่  เปลี่ยนโลเคชั่นใหม่ ใช้เทคนิคการแสดงแบบใหม่ ใช้การกำกับแบบใหม่ อะไรที่มันเก่าก็ไม่ต้องทำ นอกจากชื่อบุปผา แล้วทำไมถึงต้องอาริกาโตะ คำว่า “อาริกาโตะ” มันเป็นคำ คือส่วนใหญ่หนังผี สมัยเด็ก ๆ หนังผีญี่ปุ่นจะเป็นหนังผีที่น่ากลัวมาก ถ้ารองจากแม่นากถ้าดูหนังผี ผีญี่ปุ่นมันจะเป็นมู้ดแบบ เหมือนว่าเป็นต้นตำรับในเรื่องของความสยองขวัญแบบเย็น ๆ อะไรแบบนี้ ซึ่งมันจะแตกต่างจากอารมณ์ผีของไทยมาก ของไทยผีมันจะโฉ่งฉ่างมาก ๆ  แล้วอาริกาโตะมันเป็นเหมือนในทางตลกหน่อย คือถ้าคนรู้ภาษาญี่ปุ่นมันคงเป็นคำแรกที่ (หัวเราะ) เข้าใจกันนะ อาริกาโตะ และที่สำคัญคือ ด้วยความที่พี่เป็นคนชอบเที่ยว ชอบไปต่างเมือง แล้วทีนี้พี่คิดว่าพี่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวเท่าไร ก็เลยคิดโปรเจกต์มา เอ๊ะ...ถ้าเกิดว่าเราจะทำหนังผีในแต่ละเมืองเป็นคอนเซปต์คนไทยไปตายในต่างแดนแล้วเป็นผีไทย สมมติไปตายที่อเมริกา เอ๊ะ...เวลาไปหลอกฝรั่ง เขาจะมีฟีดแบ็กอย่างไร เวลาไปตายในเขมรก็จะใกล้เคียง ถ้าไปตายในฮ่องกงจะเป็นอย่างไร ไปตายที่ดูไบ คือ ๆ พี่มองว่ามันจะกลายเป็นมันจะไม่ใช่หนังภาคต่อละ มันจะเป็นหนังผีภาคใหม่เรื่อย ๆ เพราะว่ามันใหม่ทุกประเทศ และพี่คิดว่าโปรเจกต์แบบนี้มันน่าสนุก แต่ที่เริ่มที่ญี่ปุ่นก่อน เพราะรู้สึกว่าเหมือนตอนนี้คนไทยจะคุ้นเคยกับญี่ปุ่น แล้วก็อย่างที่พี่บอกว่าผีญี่ปุ่นมันน่ากลัว เราก็เลย เอ๊ะ...เอาเริ่มที่ญี่ปุ่นก่อนละกัน  “ความใหม่” ใน “ความต่าง” อันนำไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการทำงานใหม่หมด คือจริง ๆ ความแตกต่างพี่มองว่า ต่อเนื่องจากเสี่ยเจียงละกันที่แกว่าทำให้มันใหม่ จริง ๆ หนังมันสามารถทำให้ใหม่ได้หมด ซึ่งก็คือ การเลือกไปที่ญี่ปุ่น  มันก็ใหม่สำหรับการทำงานของพี่ เพราะว่าเราได้โลเคชั่นใหม่ เราได้ทำงานในที่แปลกใหม่ มันจะช่วยให้เรามองเห็นไดเรกชั่นใหม่ ๆ ซึ่งไอ้ตัวนี้พี่มองว่าคนดูน่าจะได้อะไร  มันเหมือนสมัยเด็ก ๆ พี่จำได้ว่ามีหนังที่เขาชอบไปถ่ายเมืองนอกเหมือนได้พาไปเที่ยวในต่างแดน แต่คราวนี้เราไม่ได้พาไปเที่ยวอย่างเดียว เรายังพาไปสยองไปหัวเราะกันในต่างแดน เหมือนไปเที่ยวบ้านผีในญี่ปุ่น ถ้าการดูหนังบุปผาอาริกาโตะ มันน่าจะมาในมู้ดนั้นมากกว่า มันมี 2 อย่างที่เราจะกลัวนะ คือ เราจะกลัวกับสิ่งที่มันมองไม่เห็น อีกอันหนึ่งก็คือตื่นเต้นกับสิ่งที่ยังไม่เคยลอง พี่เลือกใช้วิธีที่เรียกว่าอะไรนะ การทำงานที่มันตื่นเต้น มันจะทำให้สมองเกิดการพัฒนา  มันจะทำงานได้เยอะกว่าปกติ อย่างเรื่องนี้เราวางแผนแบบนี้ สมมติว่าตอนเลือกโลเคชั่นเราเลือกจากกูเกิล แล้วเราก็ไม่รู้โลเคชั่น  สิ่งที่มันได้คือ มันเสี่ยง แต่สิ่งที่ได้คือเรารู้สึกว่ามันตื่นเต้น ท้าทาย เรารู้สึกว่ามันต้องพร้อมเสมอกับความผิดพลาด แค่เรื่องเลือกโลเคชั่นมันก็ทำให้เรารู้ว่าเราต้องเตรียมพร้อม ที่จะต้องแก้ปัญหา มันก็คือการทำหนังอีกแบบหนึ่งซึ่งมันสนุกมากกว่า รูปแบบการทำงานใหม่ๆ จากโลเคชั่นที่ถ่ายทำนำไปสู่หัวใจสำคัญของเรื่องราวคือ “บทภาพยนตร์” โลเคชั่นแล้วมาสู่เรื่องบท ด้วยความที่เราล็อกโลเคชั่นไว้ เราต้องการอยากถ่ายหิมะ เราล็อกวันที่จะถ่ายในอพาร์ตเมนต์ ซึ่งมีแค่นี้หลังจากนั้นมันจะเต็มไปหมด เพราะฉะนั้น บทมันต้องเสร็จก่อนที่จะไป แต่ด้วยความที่โลเคชั่นมันถูกล็อกเร็วมาก  ในการทำหนังทั่วไปก็คือเวลาบทไม่เสร็จมันถ่ายไมได้ แต่มันมีโครงไง (ทรีตเมนต์หนังทั้งเรื่อง) งานที่นักแสดงและผู้กำกับเดินไปด้วยกัน พี่บอกว่ามันสนุกดีจะมีพวกเจ้านักแสดงที่มันผู้ชายหน่อย มันก็โอเค มันน่าสนุกตรงนี้ เฮ้ย...ไปลุยกันตรงนั้น เราคิดว่าถ้าคนทำงานสนุก งานมันต้องสนุก มันก็กลายเป็นสิ่งที่ทีมงานทุกคนต้องสแตนบายรอ พี่แบบพี่รู้สึกว่ามันเป็นการทำงานแบบใหม่ของทีมงาน อันนี้เป็นการเล่นของเป็นเทคนิคใหม่ ๆ นำไปสู่การแสดงใหม่ๆ บทพอมันไม่ complete นักแสดงมันต้องใช้ความสามารถในการทำงานมากกว่าปกติ อันนี้บีบให้นักแสดงต้องคิด บางทีพี่จะ บทเป็นอย่างนี้แล้วเราคิดว่ามันเป็นอย่างไรละ นักแสดงก็เลยต้องคอยโฟกัสตลอดว่ามันจะมูฟเมนท์อย่างไร ตัวอะไรอย่างไรซึ่งเทคนิคการแสดงใหม่ๆ แต่ละคนมันก็ใช้วิธีของมัน  คุณก็ต้องรับผิดชอบด้วยนะ คือคุณต้องเป็นแบบคุณเป็นนักแสดงที่ไม่ใช่เป็นการท่องจำ  แต่การครีเอทความรู้สึกของนักแสดงเข้ากับโดยใช้ความเป็นธรรมชาติ พี่ว่าเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างการแสดงกับความรู้สึกจริงๆ เป็นสิ่งทีเอื้อให้เกิดการแสดงอารมณ์แอ็คติ้งอีกรูปแบบหนึ่ง คนดูก็จะเกิดความรู้สึกที่ว่าเออมันไม่ใช่วิธีการแบบบล็อคว่าเรื่องมันจะไปทางไหน นักแสดงกับผกก.พากันไปไปอีกโลกหนึ่ง   ถือว่าเป็นการทำงานในการใช้สัญชาตญาณสูงมาก เราทำงานอยู่บนอุปสรรคที่ยาก ทีมงานนักแสดงไม่เคยทำงานท่ามกลางอุณหภูมิ หิมะแบบนี้แน่ ฯลฯ ไม่รู้ว่าจะมากวนสมาธิหรือเปล่า แต่ว่านี่คือหนังที่ใช้สัญชาตญาณทางการกำกับและการแสดงสูงมาก  หิมะตรงนี้...คือมันกลายเป็นการแก้ปัญหา ในขณะที่แก้ปัญหามันต้องคิด ๆ ว่าไอ้นี่จะไปต่ออย่างไร ประมวลภาพในหัว พี่คิดแก้ปัญหาทุกวัน ๆ อยู่ประมาณวันที่ 12 น็อค ลุกจากเตียงไม่ได้เลย เพราะว่าเราทำงานเกินลบสี่อยู่ข้างนอกแล้วหิมะ ลม เราถ่ายกล้อง ดันถ่ายเองด้วยมือนี้มันบล็อก แล้วอากาศที่มันเลวร้าย เราอยู่เป็นคนเมืองร้อน ตอนแรกที่เราเลือกไปถ่าย พออยู่ที่โน้นคิดถึงดวงอาทิตย์ คิดถึงความร้อนเราไม่เจอมันหลายวัน แต่ในโมเมนต์ที่มันพีคที่สุดเวลาเรากัดฟันทำงานเพื่อให้มันลุล่วง ในขณะที่เราจะต้องคิดครีเอตอะไรแบบนั้นนะ มีความรู้สึกว่าไม่แน่ใจขึ้นมาในวันสุดท้าย (ในวันที่น็อค) แต่สิ่งที่เรารู้สึกว่าเราได้เปิดโอกาสให้ทีมงานและนักแสดงได้ลองอะไรใหม่ ๆ แล้วเราเห็นว่าฟีดแบ็กเขาเริ่มสนุกกับวิธีการทำงานแบบนี้ มันจะไม่เหมือนกับบุปผาที่คุณเคยดูมา มันไม่ใช่บุปผาภาคต่อ อะไรที่เป็นภาพจำจากบุปผามันจะไม่เหลือเลย แต่ซึ่งพี่มองว่ามันน่าจะเหมาะกับยุคนี้ บุปผามันควรจะเก็บไว้อย่างนั้นด้วยคาแรกเตอร์ของมัน แต่ถ้าบุปผาใหม่มันควรจะเป็นอะไรเปิดโลกอีกโลกหนึ่ง บุปผาอินนิวยอร์กก็จะไม่ใช่ภาคต่อของบุปผาอาริกาโตะ มันก็จะเป็นใหม่ไปเลย คาแรกเตอร์ใหม่ มันก็จะเป็นหนังที่คนดูก็คาดเดาไม่ถูก เรื่องราวของบุปผา บุปผาราตรี (น้องเก้า สุภัสสรา) ไปจับได้ว่าแฟนตัวเองมีชู้ ตัวเองไปแอบดู ด้วยความโกรธ หรือด้วยความไม่อะไร เขาก็เลยฆ่าแฟน เอาค้อนทุบอะ ผู้หญิงไม่ตาย ผู้หญิงไปอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนตัวเองก็ทำจนเสร็จแล้วเพิ่งรู้สึกตัวว่า เฮ้ย...กูทำเกินไป ด้วยความรัก ยิ่งรักยิ่งโกรธมาก เลยหนีไปญี่ปุ่นกะแบบหนีไปเลย บ้านเขารวยเขาก็ให้ทางนี้เคลียร์เรื่องตำรงตำรวจ แต่ตอนไปญี่ปุ่น เขาไปเจอผู้ชายคนหนึ่งหน้าเหมือนแฟนตัวเองเป๊ะ ความแค้น-ความรักเข้าครอบงำอีกครั้ง เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด   นักแสดงที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราว เราต้องการความใหม่หมดใช่ไหม แต่ว่าเผอิญทางสหมงคลฟิล์มเขาแนะนำว่าเก้า พี่ก็โอเคนะ ก็ยังถือว่าใหม่ เพราะเขายังเล่นหนังได้ไม่กี่เรื่อง แล้วก็สิ่งหนึ่งที่พี่ชอบ คือพี่ไม่ได้สนใจเรื่องการแสดง ไม่ได้สนใจเรื่องความดัง พี่สนใจตาเขาอะ เขาเป็นคนที่อาจจะคิดเยอะหรือคิดอะไรสักอย่างเสมอ เวลาพูดคุยเวลาอะไรอย่างนี้ มันไม่เหมือนเป็นการแสดงชั้นเดียวอะ คือหมายถึงว่า อ่านละเห็นหมดเลยว่าในตาคิดอะไร แต่พี่ชอบนักแสดงที่เราไม่รู้ว่าคิดอะไร ซึ่งเหมือนพลอย เฌอมาลย์ แล้วเราไม่รู้ว่าดีหรือร้าย นิ่ง ๆ แล้วมึงยิ้มให้กูเนี่ย มันเป็นคาแรกเตอร์ที่มันมีบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งเก้าเขามี โอเค มันก็น่าลอง คือถ้าเขาตัดสินใจเล่น เขาต้องเล่นด้วยใช้สัญชาตญาณตัวเองว่าเขาจะเล่นด้วยเพราะอะไร หรืออะไรยังไง แต่การเลือกมาแล้วก็คือว่า หนึ่งคือเขาเหมาะกับบทแล้วเขาเป็นผู้หญิงที่มี เขาเรียกว่า sex appeal เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดคนค่อนข้างเยอะ จากสายตา มันเหมาะที่จะเป็นบุปผาคนใหม่   เสน่ห์ของตัวละคร คือในเรื่องของนักแสดงที่มีคาแรกเตอร์ พี่ว่าบุปผาราตรีเนี่ย มันก็เป็นคาแรกเตอร์ที่เหมือนคนจะจำได้แล้วแน่นอน สิ่งที่มันยากที่สุด คือการจะหาบุปผาราตรีคนใหม่ เพราะว่าพลอย เฌอมาลย์ เขาสวมบทเป็นบุปผาราตรีไปแบบได้ 100% คือนักแสดงที่จะมารับบทบุปผาราตรี ก็จะต้องกลัวการแสดงของตัวเองเลย เขาทำไว้ดีอยู่แล้ว แต่พี่มองอย่างนี้ เก้ารับบทบุปผา จะไม่ธรรมดา คือไม่กลัวอะ ถ้าเขากล้าคิดว่าตรงนี้มันจะเป็นมิติที่อยู่ในตัวเขาโดยอัตโนมัติ ใครกล้ารับบทบุปผา แต่พี่ถือว่าผ่านในเรื่องของความกล้า แล้วก็พี่เชื่อว่าเขาต้องตัดสินใจลำบากพอสมควรในการรับเรื่องนี้ แต่สัญชาตญาณสุดท้าย เขาอะตัดสินใจรับ พี่ไม่ใช่คนกำกับเก่งนะ พี่แค่ไกด์ พี่แค่ขุดแค่นั้นเอง แต่ ณ เวลาสั้น ๆ ช่วง moment สั้น ๆ พี่ว่าเขาปรับตัวได้เร็ว แล้วเค้าประคองมันอยู่ และพี่เชื่อว่าเขาเก็บเสน่ห์ ความเป็นบุปผาราตรีไว้กับเขาได้ ความรู้สึกของเขามันไปเกินครึ่งแล้วไง ที่เหลือมันเป็นที่การแสดงอีกนิดหน่อย ที่อาจจะเซอร์ไพรส์คนดูก็ได้   มันเป็นการพูดคุยให้เขาเข้าไปถึงสมาธิ คือดึงอารมณ์ตัวนั้น มันจะถูกเค้นออกมาผ่านการแสดง คือฉากร้องไห้เนี่ย มันเป็นฉากที่ธรรมดา คือนักแสดงที่เค้นน้ำตาได้ส่วนใหญ่ แต่การเค้นน้ำตาของคนที่น้ำตาที่ไหล ไม่ได้ออกมาจากใครตายอะ ไม่ใช่คนรักเสียชีวิตอ่ะ น้ำตามันจะออกมาได้เฉย ๆ เนี่ย พี่ไม่รู้เขาคิดอะไร แต่โจทย์ของพี่ก็คือว่า คุณอยู่ในภาวะที่กลัวที่สุด แล้วพี่ต้องการน้ำตา พี่รอได้ คือก่อนหน้านั้นพี่กดดันอีกแบบหนึ่งนะ ที่พี่เลือกเพราะว่า เก้าไม่ได้เล่นเก่งนะ แต่เก้าเหมาะ พี่บอกเก้าเสมอ เก้าเหมาะ เก้าเป็นคาแรกเตอร์ที่มีอยู่ แต่จะลองก็ได้ ให้ฉากนี้ ฉากที่ได้เป็นซีนที่น่ากลัว เจอปะทะกับผีตัวข้างหน้า แต่พี่ต้องการกลัวจนน้ำตาตก กลัวจนน้ำตามันไหลออกมา พี่ไม่เคยเป็นนักแสดงและพี่ก็ว่าพี่ทำไม่ได้ แต่ถ้าเก้าทำได้ก็ปล่อย ต้องไปถามเก้าเขา เขามีวิธีคิดอะไรระหว่างนั้นพี่ไม่รู้ พี่ไม่ใช่ผู้กำกับที่เก่ง ที่บอกเขาว่านี่คือวิธีเปิดโอกาส เขาเรียกว่าเป็นการทำงานที่อาจจะไม่ใช่ อาจจะเป็นผู้กำกับที่ไม่ได้เรื่องก็ได้ในเรื่องนั้น แต่ว่าพี่ถือว่าพี่เปิดโอกาสให้คุณ ซึ่งมันเป็นซีนสั้น ๆ นะ พี่ว่าเทคเดียวผ่าน พี่ว่าได้ละ พี่ลองเก้าอีกที อีกทีไหวปะ ได้ค่ะ อีกที ได้ค่ะ คือคนจะได้เห็นเก้าในบทแบบนี้ หนึ่ง ฆ่า เป็นคนสวยนะแต่ฆ่าคน สอง แล้วจะฆ่าอีกรอบด้วย มีทั้งซอฟต์และรุนแรงอยู่ในตัว ซึ่งการแสดง 2 คาแรกเตอร์ในร่างเดียว คือคาแรกเตอร์บุปผาเก่ามันจะมีชั้นเดียว แต่นี่อะสองชั้น ดูเหมือนมันไม่ปกติ ซึ่งการแสดงสองชั้นแบบนี้ วิธีการของพี่มันอาจจะเวิร์กก็ได้ ด้วยความที่พี่ไม่ได้เซ็ตไม่ได้บอกอะไร มันทำให้เก้ามี Question เสมอในระหว่างเล่น เพราะงั้นมันก็จะกลายเป็นคนที่พูดอีกอย่าง แต่ข้างในเนี่ยคิดไปไหน เราไม่รู้ ซึ่งมันเหมาะกับหนัง คือคนเราเนี่ย การแสดงดีไม่ดีมันอยู่ที่ลูกตาจริง ๆ คือถ้าคิดอีกแบบหนึ่งเนี่ยคนจะรู้เลย คือเราดูแล้วมันอ่านออกอะ เป็นเทคนิคการแสดง หรือว่ามันเป็น Improvise ซึ่งมันเกิดความลงตัวขึ้นตรงนี้ พี่มองว่าเก้าอาจจะ เขาเรียกพัฒนาการ เล่นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเขาจะชอบหรือเปล่าไม่รู้ แต่เขาทำได้ เขาทำได้ในสิ่งที่บุปผาราตรีภาคใหม่ควรจะมี   สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือความโรแมนติก คือแน่นอนนอกจากความรุนแรง ความมีสองคาแรกเตอร์ ความอ่อนหวาน ความโหดร้าย ความน่ากลัวเนี่ย ในคาแรกเตอร์ของบุปผา ก็คือในด้านของความรัก ผู้หญิงที่อ่อนไหวเรื่องนี้ น่าจะเป็นบุปผาที่ เป็นคนที่มีรักมากเลยเจ็บมาก พอเจ็บมากมันจะทำให้เขากลายเป็นผู้หญิงอีกแบบหนึ่ง ความรักเนี่ยกลับกลายไปเป็นความเหือดแห้ง กลับไปกระทบชิ่งถึงผู้ชาย ซึ่งปกติผู้ชาย ความรักแบบนี้คาแรกเตอร์แบบนี้กลายเป็นทำให้ผู้ชายคนหนึ่งหลงรัก ทั้ง ๆ ที่เจอในวันสองวัน มันบุคลิกแบบนี้มันครีเอต มันทำให้คนหนึ่งหลงรัก มันก็จะกลายเป็นเรื่องความโรแมนติกในหนังที่น่ากลัว นั่นเป็นคาแรกเตอร์ของบุปผาในความรักเรื่องนี้ ซึ่งพอบทส่งไปหาแน็กเนี่ย เราก็จะได้เห็นการแสดงของแน็กอีกแบบหนึ่ง เพราะมันเจอพี่ แล้วก็ในมู้ดที่ซีเรียสในเรื่องของความรัก คราวนี้แน็กโตเป็นหนุ่มที่จะเริ่มเข้าใจว่า เฮ้ย...การประคับประคองกัน รักษาความรู้สึกในเรื่องของความรู้สึกของผู้หญิงที่มีความรักหรืออะไรแบบนี้ มันจะค่อนข้างออกมา ค่อนข้างชัดเจนนะคล้าย ๆ กับถ้าเคยดูกุมภาพันธ์น่ะ คือจะได้เห็นแน็ก ปกติเราจะเห็นแน็กบ้า ๆ บอ ๆ แต่จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนที่ซีเรียสในการทำงาน คือในเรื่องเขาเล่นเป็นตัวเขานะ ความเป็นศิลปิน ความเป็นนักแต่งเพลง นักดนตรีเนี่ย มันหล่อหลอมจนเหมือนมันไม่ได้แสดงอะ แต่มันดึงตัวตนที่มันไม่มีใครเคยเห็นออกมาให้เราเห็น ซึ่งกลายเป็นผู้ชายโรแมนติก ผู้ชายที่เข้าใจ ทะนุถนอมความรู้สึกของผู้หญิง เป็นผู้ชายอบอุ่น ซึ่งอยู่รายล้อมด้วยหัวโจกที่ขัดแย้งมาก ๆ ในแก๊งแฟนฉัน ทำไมต้องแน็ก ทำไมต้องแจ๊ค คือพอเรามีนางเอกใช่ไหม เรามีพระเอกแน็กเนี่ย แต่ว่าพอดีพี่สนิทกับแจ็คเคยคุยกัน เฮ้ย...พี่ก็สงสัย มันเป็นเพื่อนกันใช่ไหม เพื่อน ๆ แฟนฉันอะไรพวกนี้มันเป็นกันยังไง มันก็แยกย้ายกันไปทำนู่นนี่ โตแล้วไง คือทุกคน เราเชื่อว่าแฟนคลับของแฟนฉันเนี่ยอยากรู้ว่าพอโตพวกนี้เป็นยังไง คืออันนี้ส่วนตัว แล้วพี่ก็ถามเลยนะ เฮ้ย...แจ็ค พวกนี้มันเล่นรวมกัน คือเล่นเป็นตัวพวกเขาอะ คือพวกนี้เป็นเพื่อนที่เคยเล่นหนังแฟนฉันด้วยกันน่ะ แล้ววันหนึ่งมันก็จะมาทำ MV ให้ไอ้เจ้าแน็กซึ่งจะออกเทป ซึ่งเป็นชีวิตจริงของมันอะไรแบบนี้ ปรากฏว่าทุกคนรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มาเจอกัน พี่เห็นในหนังคือพี่รู้สึกว่า เออ พี่ชอบแฟนฉัน ชอบคาแรกเตอร์ แล้วการเห็นพวกมันกลับมารวมตัวในหนังของเรา มันก็น่ารักดี ไหน ๆ มีแน็ก แจ็คตามมาละ พี่ว่ามันมีคาแรกเตอร์น่ารักอยู่แล้ว แค่เอามาพาไปผจญภัยเหมือนแบบแก๊งเนี่ย แก๊งไอติมผจญภัยผีที่ญี่ปุ่นน่ะ เหมือนแฟนฉันกับบุปผาราตรีมันยุคใกล้กันมั้ง แล้วพวกนี้รู้จักบุปผาราตรี ทุกคนแฮปปี้ที่จะมาอยู่ เป็นส่วนหนึ่งของบุปผาอาริกาโตะ พี่มองแก๊งนี้ไม่ได้เหมือนว่ามาแสดงอะไร ไปทดลองทำอะไรสนุก ๆ กันดีกว่า ขยายเรื่องนิดหนึ่ง แก๊งแฟนฉันเนี่ย ตอนแรกเริ่มจากแน็ก คือการเลือกคาแรกเตอร์ของพระเอกพี่เบสออนชีวิตจริงมา แน็กทำอะไรได้บ้าง เล่นดนตรี มันก็เอาดนตรีมาโชว์ใหญ่ แจ็คนี่พี่รู้อยากเป็นผู้กำกับ ก็เลยเซ็ตเรื่องจากคาแรกเตอร์จริงของแน็กที่ชอบเล่นดนตรี มันเล่นเพลงเพราะ มันเรียนรู้ พี่ชอบแบบนี้ มันสดมากไม่มีใครเคยเห็น มันควรจะอยู่ในหนัง แจ็คพี่ก็คิดต่อว่าเป็นผู้กำกับ MV แล้วมันก็ชวนทั้งหมดมาช่วยเพื่อนทำ MV ที่ญี่ปุ่นกัน ก็จะมี หยก หน้าไม่มีอารมณ์ ตอนนี้มันสูงมาก ถือบูมทำเสียง เก็ท ตัวเล็กๆ เป็นอาร์ตไดฯในกอง อ๋อง ตอนนี้ผมยาวเลย ที่ร้องโว้ววๆ เยเย้เนี่ยเซอร์มากเปลี่ยนไปขนาดนี้ ให้เป็นตากล้อง มู้ดมันอะไรแบบนี้ได้ อ๊อฟ ที่แต่ก่อนอ้วนมาก เดี๋ยวนี้ผอมเป็นคนจัดการกองถ่าย หาโลเคชั่น ทำไมไปเลือกบ้านผีสิงที่อะไรพวกนี้ ซึ่งมู้ดของผู้ชายเหมือนการรียูเนียนเล็ก ๆ การกลับมาเจอกันมาช่วยเหลือกันอะไรอย่างนี้ มันน่ารักดี เป็นพาร์ตหนังเพื่อนแบบร่วมหัวจมท้าย แล้วก็ทำงานด้วยกัน โดนผีหลอก  สิ่งหนึ่งที่น่าจะทำให้มันกระโดดอยู่คนละโลกกับบุปผาภาคผ่าน ๆ มา ก็คือเรื่องของโลเคชั่นเนี่ย โดยเฉพาะบุปผาราตรีเนี่ยจะมีโลเคชั่นหลักก็คือออสก้า อพาร์ตเมนต์ที่เพชรบุรี น่ากลัวมาก เห็นแล้วน่ากลัวเลย แต่ว่าอันนี้เป็นวิธีใหม่ของพี่ บ้านผีสิงแต่ใหม่ไง ที่ญี่ปุ่นเนี่ยเลือกเป็นบ้านเช่าที่ทันสมัย อยู่ในป่าเขา ที่สวยอะ หน้าที่พี่ยากขึ้นอีก เราจะทำยังไงให้ที่ที่สวยอย่างนั้น คือขาวหมดเนี่ย ทำให้มันน่ากลัว ยากแน่นอน พี่มองว่าความน่ากลัวเนี่ย พี่ไม่ได้เอาไปใส่ในโลเคชั่น เพราะคิดว่ามันซ้ำ คราบดำคราบเก่า แต่ความน่ากลัวเนี่ย มันอยู่ที่เรื่องราวมากกว่า ความน่ากลัวที่จะเกิดขึ้นกับคาแรกเตอร์ ความน่ากลัวของผีที่มันอยู่อะ มันน่ากลัวตรงไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น มันคาดเดาไม่ได้ สิ่งที่คอนโทรลไม่ได้ คาแรกเตอร์ผีบุปผาก็ซับซ้อน จะฆ่ากูหรือเปล่า ยืนอยู่ใกล้ ๆ มันจะแทงกูหรือเปล่า คือความน่ากลัวมันจะอยู่แบบนั้น คือถ้าน่ากลัวแล้วซ้ำ พี่ขอเดินทางใหม่ ถอดเสื้อกลางหิมะ คือเอาอุปสรรคก่อนแล้วกัน โลเคชั่นใหม่เราต้องการความสว่าง เราต้องการหิมะ เราไม่ได้ต้องการความหนาวนะ เราต้องการบ้าง แต่ว่าความหนาวมันติดมากับหิมะ มากับน้ำแข็ง มันเย็นมาก มันติดลบอ่ะ -3, -4 นักแสดง พี่ก็ไม่ได้คิดจะให้เขาแก้ผ้าหรอก แต่ว่าก็คุยกันเล่น ๆ ว่าต้องแก้ผ้าเปล่าวะ คือบทมันไม่ได้มีแก้ผ้า พวกเราก็ เฮ้ย ลองเล่นกันไหม มันได้ความรู้สึกดีนะ แก้ผ้าในที่ ๆ ร้อนมันเรื่องปกติ แก้ผ้าในหิมะนี่มันช่วยอะไร มันก็ต้องมีเหตุมีผล มึงใส่เสื้อผ้าผีมันเห็นนะ ไม่มีใครอิดออด ทุกคนสนุก ถามว่า ลำบากไหม หนาวอ่ะ มีเด็กคนหนึ่งที่เล่นเป็นผี มันก็ถอดเสื้อกลางหิมะ มันทำได้ มันรู้สึกว่าความขัดแย้ง หนาวแต่ไม่กลัว คือบุปผามันเป็นไทยมากอ่ะ ถ้าเปลี่ยนเป็นใส่ชุดกิโมโน จะรู้สึกยังไง น่ากลัวไหม   เราจะเห็นเก้าใน 3 ลุค โอเค บุปผาราตรีที่ผ่านมามีชุดประจำอยู่ประมาณ 2 ชุด ชุดนักศึกษา ชุดนอนกับชุดกระโปรง จริง ๆ คอสตูมของบุปผาก็สำคัญนะ คนดูก็คงจะได้ดูเก้าในชุดที่ไม่ปกติทั้งสามชุด แต่ส่วนใหญ่ก็จะขาวหมด ชุดสกีก็ขาวหมด ชุดกิโมโนก็ขาว ชุดอวกาศ ชุดบอดี้สูทก็ขาว ซึ่ง 3 ชุดเนี่ย มันมีแต่ละชุดที่มันใส่เป็นเรื่องราวต่อเนื่องกัน มีที่มาที่ไปของมันอยู่ ซึ่งมันจะไปเฉลย ต้องไปดูในหนัง เราก็จะได้บุปผาราตรีใน 3 คาแรกเตอร์ 3 คอสตูม แล้วที่ขาดไม่ได้ก็คือเรื่องนี้มักจะมีอยู่เสมอก็คือดารารับเชิญ ซึ่งเรื่องนี้มีดารารับเชิญอยู่สี่คน ในบทที่ไม่ธรรมดา แล้วแต่ละคนมันจะเล่นกับความเชื่อของคนไทยอะ   พูดถึงโลเคชั่น นิซาโกะที่เขาบอกว่าหิมะสวยที่สุดในญี่ปุ่น เขาเรียกว่าเป็น powder snow คือมันเหมือนแป้งโรยอ่ะ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หิมะมันมีหลายแบบนะตอนไปถ่ายเนี่ย พายุหิมะ หิมะแบบฟูฟ่อง เป็น flake เป็นแป้ง มันมีหลายแบบมาก แล้วเมืองนี้เป็นเมืองที่เป็นที่นิยมในการไปเล่นสกี และเป็นเมืองที่ฮิตมากสำหรับคนไทย ตอนพี่ไปถ่าย เจอคนไทยเยอะเลย แต่พี่ไม่ได้บอกเขาว่าพี่มาถ่ายหนัง พี่ก็นั่งแอบ ๆ แต่ว่าด้วยความที่เราจะไปทำให้เมืองนิซาโกะเป็นเมืองผีสิงอะ พี่ก็เลยบอกทุกคนไปเล่นสกีดีแล้ว ในหนังก็จะเห็นมู้ด มันสวย สวยงาม หิมะที่นี่มีหลายเวอร์ชั่นมาก หิมะโปรยปลิว ๆ แล้วแบบมันเหมือนในโปสการ์ดที่เราเคยเห็นที่เขาถ่ายสวย ๆ ที่เราก็ไม่นึกว่าจะมีอยู่จริง แล้วมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถนนอะสีขาว สีขาวแบบเป็นแป้งจริง ๆ เลยนะ ในหนังน่าจะมี หิมะตกเยอะ ๆ ก็ตกเยอะ ตกเหมือนฝนก็มี พี่ชอบหิมะ แต่ไม่ชอบความหนาวนะ ก็เหมือนบุปผาอาริกาโตะ ขอบคุณคนดูด้วยกัน พาไปดูหิมะก่อนจะหัวเราะกัน หลอนกันไปอะไรแบบนี้ เพลงของแน็ก เพลงของแน็กนี่ คือตัวเพลงจะเป็นตัวแสดงศักยภาพของคาแรกเตอร์ของแน็ก ด้วยความที่หนังมันสร้างจากคาแรกเตอร์ของแน็กจริง ๆ เพลงมันก็เลยลิงค์กับในหนังโดยอัตโนมัติ พี่ทำ MV ก็ใช้ทุกอย่างอยู่ในหนังหมดเลย กลายเป็นมันออกมาจากธรรมชาติของแน็ก ออกมาจากความรู้สึกของมันจริง ๆ แล้วที่สำคัญ ทุก ๆ คนมันก็แต่งเพลงเล่นดนตรีได้อะ แต่เล่นแล้วมันมีคาแรกเตอร์ มีเสน่ห์ มีน้ำเสียง คือนักร้องต้องมีน้ำเสียงที่ดี นักแต่งเพลง คือแต่งเพลงดี แน็กมีครบ ซึ่งเพลงของแน็กฟังทีเดียวมันติดหูอ่ะ ซึ่งมันหายาก แล้วก็น้ำเสียงของแน็กไม่ธรรมดา เลียนแบบยาก มีคาแรกเตอร์ พี่ว่าเขาเป็นศิลปินจริง ๆ อะ

ลองทำดู! 10 สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน
สมัครงาน /  เกร็ดความรู้

ในแต่ละปี บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ไมโครซอฟท์ กูเกิล แอปเปิ้ล ทวิตเตอร์ หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆของแต่ล่ะประเทศ ขอแนะนำก่อนว่า ก่อนจะตอบคำถาม ควรหัดเป็นคนที่มีความคิดแบบ ตรรกะ การคิดนอกกรอบ การคิดสร้างสรรค์ อย่าคิดแต่อะไรเดิมๆ เพื่อนๆลองคิดและเขียนคำตอบลงในกระดาษดูนะคะ ข้างท้ายมีเฉลย ^^ ลองทำดู! 10 สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน ลองทำดู! 10 สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน 1.บันไดเชือกยาว 3.6 เมตรถูกแขวนอยู่ข้างเรือลำหนึ่ง ระยะห่างระหว่างแต่ละขั้นคือ 30 เซนติเมตร ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นด้วยความเร็ว 10 เซนติเมตรต่อชั่วโมง จะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าบันไดขั้นที่4จะจมน้ำ ตอบก่อนดูเฉลย... 2.มีขวดไวน์อยู่หนึ่งขวด ผมใส่เหรียญลงไปในขวดไวน์ขวดนั้นแล้วปิดฝาด้วยจุกคอร์ก(จุกฝาปิดของขวดไวน์)แล้วถ้าผมให้คุณเอาเหรียญออกมา โดยที่ไม่เปิดฝาจุกคอร์ดและขวดยังอยู่ในสภาพเดิม(ขวดห้ามแตกหรือเป็นอะไร)คุณจะใช้วิธีใดนำเหรียญออกมา ตอบก่อนดูเฉลย... 3.เศรษฐีคนหนึ่งกำลังติดสินใจจะยกมรดกให้ลูกชายของเค้าคนใดคนหนึ่งในจำนวน 2 คน เค้าบอกกับลูกทั้ง 2 คน ว่าให้ขี่ม้าแข่งกันไปยังเมืองข้างหน้านี้ แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่าถ้าม้าของใครไปถึงเมืองเป็นอันดับที่สอง! เจ้าของม้าคนนั้นจะได้รับมรดกไป แต่เมื่อทั้งสองไปถึงหน้าเมืองก็ไม่มีใครยอมใครไม่ยอมขี่ม้าเข้าไปในเมืองก่อน จนวันแล้ววันเล่าผ่านไป เอ้า..คราวนี้จะทำยังไงเล่าที่จะมีใครได้รับมรดกไป ตอบก่อนดูเฉลย... 4.มีแก้วอยู่ 6 ใบ แก้วที่2ที่4และที่6 มีน้ำส้มบรรจุอยู่ในแก้ว จะทำยังไงให้น้ำส้มในแก้วเรียงติดกันได้ โดยการเคลื่อนย้ายหรือจับแก้วได้เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ตอบก่อนดูเฉลย... 5.ชาวนาคนหนึ่งจะข้ามแม่น้ำจากฝั่งนี้ไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ โดยจะน้ำเอา สุนัขจิ้งจอก ข้าวเปลือกหนึ่งกระสอบและไก่ ติดตัวไปด้วย ปัญหาคือ เรือข้ามฟากสามารถบรรทุได้เพียงชาวนากับสัมภาระได้เพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเค้ายังไม่สามารถทิ้งสุนัขจิ้งจอกไว้กับไก่ได้ เพราะจะถูกกิน และยังไม่สามารถทิ้งไก่ไว้กับข้าวเปลือกได้ เพราะข้าวเปลือกจะถูกไก่กิน แต่ข้าวเปลือกจะไม่ถูกจิ้งจอกกิน ดังนั้นจึงทิ้งจิ้งจอกไว้กับข้าวเปลือกได้ ถามว่าชาวนาจะทำยังไงในการข้ามฟากแม่น้ำนี้โดนที่สัมภาระทั้งหมดไม่มีสิ่งใดเสียหายเลย ตอบก่อนดูเฉลย... 6.1ส่วน2,2ส่วน3,3ส่วน4,4ส่วน5,5ส่วน6,6ส่วน7,7ส่วน8,8ส่วน9,9ส่วน10 ของ 1000 มีค่าเท่ากับเท่าไหร่ ตอบก่อนดูเฉลย... 7.โลกนี้มีบัตรเครดิตทั้งหมดกี่ใบ ตอบก่อนดูเฉลย... 8.มีเด็ก 2 คน กำลังเล่นม้ากระดกกันอยู่ เด็กคนหนึ่งน้ำหนัก 50 กิโลกกรัม และอีกคนหนึ่งมีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ถ้าจะทำให้ม้ากระดกมันสมดุลหรือทำให้มันขนานกัน เด็ก 2 คนนี้ต้องทำอย่างไร ตอบก่อนดูเฉลย... 9.มีการจัดแข่งขันปิงปองชิงแชมป์ระดับโลก ซึ่งมีนักปิงปองทั้งหมด 657 คน จากทั่วโลกในการร่วมชิงชัย โดยจะแข่งขันกันแบบแพ้คัดออก แต่เนื่องจากผู้เล่นทั้งหมดมีจำนวนคี่ มือวางอันดับหนึ่งของโลกจึงได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบที่สองโดยอัตโนมัติ อยากรู้ว่าจะมีการแข่งขันทั้งหมดกี่ครั้ง จนกว่าจะได้แชมป์โลก ตอบก่อนดูเฉลย... 10.ขอถามว่า คำถามอะไรยาก!ที่สุดในโลก ตอบก่อนดูเฉลย... เฉลย?สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน 1. บันไดเชือกไม่จมน้ำ (จงระวังเอาไว้เมื่อเจอคำถามระดับง่ายเช่นนี้ เพราะมันจะเป็นคำถามลวงซะมากกว่า ผู้สมัครมักจะตอบผิดมาหลายรายแล้ว นั้นจึงเป็นเหตุให้เค้าไม่ผ่านในการสัมภาษณ์) 2. ดันจุกคอร์กเข้าไปในขวดแล้วน้ำเหรียญออกมา (การดันจุกคอร์กเข้าไปในขวดแล้วนำเหรียญออกมา คือวิธีการคิดนอกกรอบที่ผู้สัมภาษณ์มองหา ผู้สมัครที่เข้าใจในเรื่องนี้มีแนวดน้มที่จะสามารถนำจุดแข็งของปัญหามาแก้ตัวปัญหาเอง น่าเสียดายที่ผู้สมัครส่วนใหญ่ไม่สามารถหลุดจากกรอบความคิดเดิมๆได้ นั้นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ไม่ผ่านการสัมภาษณ์) 3. ให้ชายทั้งสองคนแลกม้ากัน แล้วไปเริ่มต้นวิ่งแข่งกันอย่างจิงจัง เพราะเงื่อนไขในคำถามมีอยู่ว่า ถ้าม้าของใครไปถึงทีหลังเจ้าของม้าคนนั้นจะได้รับมรดกไป 4. เทน้ำจากแก้วใบที่ 2 ลงไปในแก้วที่ 5 หรือ...เทน้ำจากแก้วใบที่ 6 ลงไปในแก้วใบที่ 3 (นี่คือการเคลื่อนย้ายหรือจับแก้วได้เพียงแค่ครั้งเดียว 5. ชาวนาต้องนำไก่ข้ามไปก่อน แล้วทิ้งสุนัขจิ้งจอกไว้กับข้าวเปลือก จากนั้นข้ามกลับมาเพื่อนำสุนัขจิ้งจอกข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม แล้วนำไก่ที่พาข้ามไปตัวแรกนั้นข้ามกลับมาด้วย(เพราะจะได้ไม่โดนสุนัขจิ้งจอกกิน) เมื่อข้ามกลับมาแล้ว ชาวนาต้องนำข้าวเปปลือกข้ามมาด้วย โดยทิ้งไก่เอาไว้ จากนั้นสุดท้ายชาวนาค่อยข้ามกลับมาเอาไก่ดังเดิม... 6. ตอบ 100 (คำถามนี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เคล็ดลับง่ายๆเพียงแค่คำนวณจากหลังไปหน้าเท่านั้นเอง) 9 ส่วน 10 ของ 1000 เท่ากับ 900 8 ส่วน 9 ของ 900 เท่ากับ 800 7 ส่วน 8 ของ 800 เท่ากับ 700 6 ส่วน 7 ของ 700 เท่ากับ 600 5 ส่วน 6 ของ 600 เท่ากับ 500 4 ส่วน 5 ของ 500 เท่ากับ 400 3 ส่วน 4 ของ 400 เท่ากับ 300 2 ส่วน 3 ของ 300 เท่ากับ 200 1 ส่วน 2 ของ 200 เท่ากับ 100 7. คำถามนี้ไม่มีคำตอบหรือมีลักษณะคำตอบที่ไม่ชัดเจน ถูกถามขึ้นมาเพื่อประเมินว่าผู้สมัครจะมีท่าทีอย่างไรเมื่อถูกถามคำถามที่เหมือนจะไม่มีทางรู้คำตอบ ผู้สมัครที่ด้อยคุณภาพจะวิตกกังวลหรือหัวเสียจนถึงต้องทำหน้าตาไม่พอใจจ้องเขม็งมาที่ผู้สัมภาษณ์ราวอยากจะกินเลือดกินเนื้อหรือคิดว่าร้ายผู้สัมภาษณ์ในใจ คำถามลักษณะนี้ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่เพียงแค่จะดูท่าทีของผู้สมัครเท่านั้น หรือผู้สมัครอาจจะคิดคำตอบในหลักการของความน่าจะเป็นก็ได้ คำถามนี้ประเมินได้หลายลักษณะคือ จิตวิทยา และหลักการคณิตศาสตร์ของความน่าจะเป็น การคำนวณประชากร และหลักการคิดแบบเปอเซ็น อื่นๆ 8. คนที่หนักกว่าต้องเขยิบมาอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของม้ากระดก(คำถามนี้ง่ายโครตๆๆๆๆ) 9. มีการแข่งขันทั้งหมด 656 ครั้ง (เริ่มที่จากผู้แข่งขันทั้งหมดมีอยู่ 656 คน ตัดมือวางอันดับหนึ่งของโลกไป และในแต่ละเกมที่แข่งก็จะมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ ต่อไปเราก็ต้องมาดูว่าต้องแข่งกี่ครั้งเพื่อให้ได้ผู้แพ้ 656 คน ในเมื่อแพ้ชนะติดสินกันด้วยการแข่งขัน ดังนั้น จำนวนเกมการแข่งขันก็ต้องเท่ากับจำนวนผู้แพ้ นั้นหมายความว่า หากมีผู้แพ้ 656 คน ก็ต้องมีการแข่งขันทั้งหมมด 656 ครั้ง 10. คำตอบของคำถามนี้ก็คือ คำถามที่ยากที่สุดในโลกนั้นแหละที่ยากที่สุดในโลก (ตอบอีกทีหนึ่ง คำตอบคือของคำถามนี้คือ คำถามที่กำลังถามอยู่นี่แหละยากที่สุดในโลก) Sourse :John Kador หนังสืออัจฉริยะหงายเก๋ง!

ไบโอสโคป ฉบับกรกฏาคม58 ‎Cannes2015 Issue
BIOSCOPE‬ /  กรกฏาคม 2558 / 

นิตยสาร ไบโอสโคป ฉบับ 162 ของเดือนกรกฏาคม 2558 ‎Cannes2015 Issue‬ ปก รักที่ขอนแก่น หนังไทยเพียงเรื่องเดียวที่ได้รับเลือกให้ไปฉายอย่างเป็นทางการใน คานส์ 2015 ในเล่มมีเนื้อหาอะไรบ้าง ลองพลิกกันดูคร่าวๆ - จับกระแสเทรนด์ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับหนังจากทั่วโลก กับเซ็กชั่น Wide, Wild World เปิดหัวด้วยนวัตกรรมใหม่จากกูเกิล กับ Google Spotlight Stories โปรเจ็กต์ทดลองสร้างหนังสั้นมุมมอง 360 องศา ที่สามารถรับชมผ่านโปรแกรมในสมาร์ทโฟนได้ - The Anniversary กับ 20 ปี ของ Clueless หนังวัยรุ่นที่ฉีกภาพจำอันแสนจำเจของหนังแนวนี้ในยุค 90 ให้ฉลาดและจิกกัดความกลวงโบ๋ของวัยรุ่นที่ผูกติดกับวัตถุนิยมได้อย่างเจ็บคัน - พูดคุยกันแบบมันๆ ถึงแนวคิดการทำหนังอันวาบหวิว ของสองผู้กำกับหนังเกย์กระแสแรง กอล์ฟ - ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ และ นุชชี่ - อนุชา บุญยวรรธนะ ใน ไทยสนทนา ‘คืนนั้นสีน้ำเงิน ว่าด้วยความเสียวไส้และไออารมณ์ โดย กอล์ฟ และนุชชี่’ - สำรวจแรงบันดาลใจสำคัญของผู้กำกับชาวญี่ปุ่นที่เรารัก ผ่านหนังเรื่องล่าสุดของเขา Our Little Sister ในสกู๊ป ‘เธอคือแรงบันดาลใจ ผู้หญิงในชีวิตคนทำหนังของ ฮิโรคาสุ โคเระเอดะ - เปิดหัวเซ็กชั่น Cannes 2015 Exclusive ด้วยบทสัมภาษณ์สุดพิเศษแสนเป็นกันเองจากคนทำหนังที่เราคุ้นเคย เจ้ย – อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล และคนรู้ใจของเขา ทีม – ชัยศิริ จิวะรังสรรค์ กับชีวิตและมุมความรักที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหน ใน Interview ‘เชิงเขานี้มีความรัก’ โดย นคร โพธิ์ไพโรจน์ - Art of Screenwriting พบกับหนังสุดคลั่ง Mad Max : Fury Road และการเขียนบทหนังโดยใช้สตอรี่บอร์ดล้วนๆ ของ จอร์จ มิลเลอร์ โดย ชายธี นี่เพรยงเนื้อหาบางส่วน ในเล่มยังมีอีกเพียบ วางแผงแล้ว ทั้งแผงหนังสือทั่วไป และใน เอ็มบุ๊คสโตร์

ผู้บริหาร
กูเกิล /  ดิงพสุธา / 

ผู้บริหาร "กูเกิล" ดิ่งพสุธาความเร็วเหนือเสียง สูง 41,419 เมตรทำลายสถิติโลก

Sanmay Ved ชายผู้ที่เคยเป็นเจ้าของโดเมน google.com !!!
google /  Sanmay_ved

เป็นคุณเองจะทำยังไง เมื่ออยู่ๆ ได้เป็นเจ้าของชื่อโดเมน(www.google.com) ที่เมื่อไตรมาสล่าสุดประกาศรายได้ออกมากว่า 4 พันล้านเหรียญ แปลงเป็นเงินไทยกดเครื่องคิดเลขกันแทบไม่ถูก ซึ่งคุณเองได้เป็นเจ้าของชื่อขึ้นมาซะอย่างนั้น เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ Sanmay Ved เข้าไปใช้บริการจดทะเบียนโดเมนของกูเกิล เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2015 ที่ผ่านมา แต่ดันไปบังเอิญพบว่า มีชื่อโดเมน google.com อยู่ด้วย ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้คิดว่ากูเกิลจะขายโดเมนออกมาจริงๆ แต่ก็ได้ทำการกดจดทะเบียนโดเมนนี้ไป คลิกไปคลิกมามา ได้เป็นเจ้าของโดเมน google.com ในราคา 12 เหรียญเท่านั้น (ประมาณ 420 บาท) แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากความผิดพลาดของทางกูเกิลเอง เมื่อกูเกิลรู้ถึงบัคตัวนี้แล้ว จึงได้ทำการติดต่อกลับไปยัง Sanmay Ved เพื่อทำการขอยกเลิกคำสั่งจดทะเบียนโดเมนนี้ พร้อมจ่ายค่าชดเชยในราคา 6006.13 เหรียญ (ประมาณ 210214 บาท) โดยทางเจ้าของโดเมนอย่าง Sanmay Ved ก็ยินดีในราคาดังกล่าว ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะคิดอยู่แล้วว่าต้องเกิดจากความผิดพลาดของกูเกิล โดยถ้าสังเกตจำนวนเงิน 600613 จะคล้ายๆคำว่า GOOGLE นั้นเอง อีกทั้งกูเกิลยังเปิดเผยข้อมูลอีกว่าต้องใช้เงินกว่า 2 ล้านเหรียญ หรือ 70 ล้านบาทในการจ่ายค่าชดเชยความผิดพลาดอะไรแบบนี้ที่เกิดขึ้นกับบริษัท Sanmay Ved เป็นนักศึกษา MBA Babson College ใน Boston คนนี้ไม่ได้หวังจะเอาเงินของทางกูเกิลอยู่แล้ว เพราะบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินเลย จึงนำเงินที่ได้ทั้งหมดไปบริจาคต่อ ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดีตอเมื่อกูเกิลทราบเรื่องเข้าก็ทบเงินบริจาคให้อีกเท่าตัว จบเรื่องราวดีๆ ของ Sanmay Ved ที่ได้เป็นเจ้าของโดเมน google.com ในช่วงเวลาหนึ่ง ที่มา : digitaltrends.com

เฟซบุ๊กและกูเกิลคือหน่วยสืบราชการลับ(CIA) (อาจารย์ ศิโรฒน์ คล้ามไพบูลย์)
เฟซบุ๊ก /  และ / 

กดติดตามข่าวสารโลกอิสลามอีกมากมายได้ที่ : http://goo.gl/pY9LKb

เผยโฉม!!10เจ้าของสื่อผู้ทรงอิทธิพลที่สุด
ผู้ทรงอิทธิพล /  สื่อออนไลน์ / 

"สื่อ" ผู้ทรงอิทธิพล ในยุคสมัยที่ข่าวสารเดินทางได้อย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที ผ่านทางสื่อรูปแบบต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างเว็บไซด์ และแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ที่มีผู้ใช้บริการอยู่ทั่วทุกมุมโลก  มาดูกันว่า ใครคือ เจ้าของสื่อดังที่เราคนไทยใช้งาน (และใช้เพื่อความบันเทิง) กันอยู่บ้าง Google  เสิร์ชเอนจินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง : 1. Sergey Brin (เซอร์เกย์ บริน) ชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย ปัจจุบัน เซอร์เกย์ บรินอยู่ในตำแหน่งประธานฝ่ายเทคโนโลยีของกูเกิล 2. Lawrence Larry Page (ลอว์เรนซ์ แลร์รี เพจ) ชาวอเมริกัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Facebook  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ ให้ผู้ใช้บริการได้แบ่งปันเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งการแบ่งปันผ่านทางตัวอักษร รูปภาพ หรือวิดิโอ รวมทั้งมีลูกเล่นที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย อยู่ภายใต้การดูแลของ Facebook, Inc.ผู้ก่อตั้ง : Mark Zuckerberg (มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก)   เชื้อสายยิว – อเมริกัน  ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเฟซบุ๊ก Twitter  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้ผู้ใช้บริการส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร เพื่อบอกเล่าเรื่อวราว หรือแจ้งข่าวสารต่างๆอยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  Twitter, Inc ผู้ก่อตั้ง  1. Meg Hourihan   2. Evan Clark Williams ชาวอเมริกัน (เป็นผู้ก่อตั้ง www.blogger.com ด้วย) 3. Jack Dorsey   (แจ๊ค ดอร์สเซย์)  ชาวอเมริกัน 4. Noah Glass (โนอา กลาส)  ชาวอเมริกัน Line Application   โปรแกรมเมสเซนเจอร์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  NAVER Japan บริษัทลูกของ NHN Japan ผู้ก่อตั้ง  NHN Japan ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำสัญชาติเกาหลี (ผู้ก่อตั้งบริษัทคือชาวเกาหลี ชื่อ Mr.Lee Hae jin ) แต่ดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต เกม เสิร์ชเอนจิน เว็บท่า Microsoft อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Microsoft ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ผู้ก่อตั้ง  1. William Henry Bill Gates III (วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม)   ชาวอเมริกัน 2. Paul Gardner Allen (พอล แอลเลน)  ชาวอเมริกัน Yahoo อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Yahoo! Inc ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสัญชาติอเมริกันซึ่งประกอบไปด้วยเว็บท่า, เสิร์ชเอนจิน, Yahoo! Directory, Yahoo! Mail, Yahoo! News, Yahoo! Photos ผู้ก่อตั้ง  1. Jerry Yang (เจอร์รี่ หยาง)  ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน  2. David Filo (เดวิด ฟิโล)  ชาวอเมริกัน CNN (Cable News Network)  เครือข่ายโทรทัศน์เคเบิล ที่เสนอข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ภายใต้การดูแลของ Turner Broadcasting System (เทิร์นเนอร์บรอดแคสติงซิสเตม) หน่วยงานในเครือ Time Warner  (ไทม์วอร์เนอร์) ผู้ก่อตั้ง  Ted Turner (เท็ด เทอร์เนอร์)  ชาวอเมริกัน BBC  (British Broadcasting Corporation) อยู่ภายใต้การดูแลของ  British Broadcasting Corporation ผู้ก่อตั้ง  1. John Charles Walsham Reith, 1st  Baron Reith George Villiers  ชาวสก็อตแลนด์  2. George Herbert Hyde Villiers, 6th  Earl of Clarendon  ชาวอังกฤษ Al Jazeera (สำนักข่าว อัลญะซีเราะฮ์ หรือ แอลจะเซียรา)  สำนักข่าวอาหรับตั้งอยู่ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  Al Jazeera Media Network เจ้าของกิจการ คือ His Majesty Sheikh Hamad bin Khalifa Al Thani  (เชคฮามัด บิน คอลีฟะห์ อัลตานี) Youtube  เว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดและแลกเปลี่ยนคลิปวิดีโอผ่านทางเว็บไซต์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง   1. Chad Meredith Hurley (แชด เมเรดิธ เฮอร์ลีย์) ชาวอเมริกัน  2. Steve Chen (สตีฟ เชง) ลูกครึ่งอเมริกัน – ไต้หวัน  3. Jawed Karim (ยาวีด คาริม) ลูกครึ่งอเมริกัน – เยอรมัน  ทีม MThai Inter MThai news

V แอพ ชวนแฟนคลับ EXO ลุ้นไปเกาหลี ร่วม Global Visiting Day #3
BAEK HYUN /  CHAN YEOL / 

แฟนคลับ EXO เตรียมจัดกระเป๋าไปเกาหลีกับ Global Visiting Day ครั้งที่ 3 โดย V แอพ ลุ้นบินฟรีไป–กลับ ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมบัตรเข้าชมการแสดงสุดพิเศษจากหนุ่มๆ EXO V แอพพลิเคชันถ่ายทอดชีวิตซุปตาร์แบบเรียลไทม์บนสมาร์ทโฟน ชวนแฟนคลับหนุ่มๆ วง EXO ลุ้นบินลัดฟ้าสู่เกาหลีใต้ ภายใต้แคมเปญ Global Visiting Day ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยแฟนคลับผู้โชคดีทั้ง 100 ท่าน จะได้รับตั๋วเครื่องบินไป–กลับ ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมบัตรเข้าชมการแสดงสุดพิเศษจาก EXO ในคอนเสิร์ต Winter Stage Global Visiting Day ครั้งที่ 3 ถือเป็นอีกงานที่ V จัดขึ้น เพื่อให้แฟนๆ จากทั่วโลก ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับหนุ่มๆ วง EXO ถึงขอบเวที โดยทุกคนสามารถเพิ่มโอกาสในการเป็นผู้โชคดีได้ง่ายๆ เพียงแค่ชวนเพื่อนมาดาวน์โหลด V แอพ และฟอลโลวช่องของ EXO สำหรับคนที่พลาดโอกาสในการเป็นผู้โชคดี เตรียมมือถือในมือให้พร้อม เพราะ V ก็เตรียมถ่ายทอดสดบรรยากาศการแสดงสดของ EXO มาให้แฟนๆ ได้ฟินเช่นเดียวกัน นอกจากนี้แฟนคลับที่อยากเห็น EXO มาออกอากาศบน V แบบเรียลไทม์ ควรชวนเพื่อนมาฟอลโลวช่องของ EXO ไว้ เพราะเมื่อมีผู้ติดตามครบหนึ่งล้านคน หนุ่มๆ วง EXO จะมาพบกับแฟนคลับในรายการ Spot-Live บน V อย่างแน่นอน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ Global Visiting Day และคอนเสิร์ต EXO Winter Stage สามารถติดตามได้จากเว็บไซด์ของ V ซึ่งแฟน K-POP อย่าพลาดติดตาม V แอพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ไม่พลาดโอกาสในการเป็นผู้โชคดีได้พบกับไอดอลคนโปรดจากแคมเปญ Global Visiting Day ครั้งต่อไป รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรม Global Visiting Day ระยะเวลาเข้าร่วมกิจกรรม: วันพฤหัสบดีที่ 19 – วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน ประกาศผลผู้โชคดี: วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2558 ลิ้งค์เข้าร่วมสนุกกับกิจกรรม : ผ่านเว็บไซด์ http://campaign.naver.com/v/exo/en/ และผ่านแอพพลิเคชัน http://m.campaign.naver.com/v/exo/en/ * ผู้ชนะจะได้รับการติดต่อกลับเป็นรายบุคคล รายละเอียดเกี่ยวกับงานคอนเสิร์ต EXO Winter Stage วันและเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2558 เวลา 22.00 น.(เวลาท้องถิ่น ประเทศเกาหลีใต้) โดยการแสดงสุดพิเศษจากหนุ่มๆ วง EXO จะถูกถ่ายทอดสดทั่วโลกผ่าน V เวลา 20.00 น.(เวลาท้องถิ่น ประเทศไทย) ในวันเดียวกัน สถานที่: โซล ประเทศเกาหลีใต้ *ทาง ‘V’ จะแจ้งสถานที่การจัดแสดงเร็วๆนี้ เกี่ยวกับ V V คือแอพพลิเคชั่นถ่ายทอดสดวิดีโอระดับโลกที่เปิดให้บริการโดยบริษัทไอทีอย่างบริษัท เนเวอร์ และยังเป็นบริษัทเจ้าของแอพพลิเคชั่นส่งข้อความอย่างไลน์ (LINE) ด้วยความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ก่อตั้งโดย Starcast บริษัทผู้ให้บริการถ่ายทอดวิดีโอเนื้อหาต่างๆที่เกี่ยวกับดาราชื่อดังในประเทศเกาหลี แอพพลิเคชั่น V ของเนเวอร์ ให้บริการถ่ายทอดสดวิดีโอของดาราเซเลบริตี้ชื่อดังและเผยให้แฟนๆทั่วโลกได้เห็นมุมมองใหม่ๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สำหรับผู้ที่สนใจเป็นพันธมิตรร่วมกับ V สามารถเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติม และโดยส่งรายละเอียดของบริษัทและข้อเสนอมาได้ที่ http://www.vlive.tv/partners/join?lang=en ทางทีมงานของ V จะติดต่อกลับท่านหลังจากตรวจสอบคำร้อง ดาวน์โหลด V ได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.naver.vapp (กูเกิล เพลย์สโตร์) https://itunes.apple.com/app/id1019447011?mt=8 (แอปเปิ้ล สโตร์) สำหรับรายชื่อเซเลบลิตี้ที่กำลังจะเข้าร่วมสามารถเข้าไปดูได้ที่: http://www.vlive.tv/ V Partners Page: http://www.vlive.tv/partners/join?lang=en ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ชมตย.ใหม่จาก Maleficent พร้อมกับเพลงประกอบจาก ลาน่า เดล เรย์
Maleficent /  มาเลฟิเซนท์ / 

ปล่อยกันออกมาแล้วคลิป 90 วินาที "มาเลฟิเซนท์ -- กำเนิดนางฟ้าปีศาจ" เผยเพลงสุดคลาสสิค "Once Upon a Dream" เวอร์ชั่นใหม่โดย ลาน่า เดล เรย์ เปิดให้โหลดฟรีผ่านทาง กูเกิล เพลย์ นักร้อง/นักแต่งเพลงชาวอเมริกันเจ้าของรางวัลทางดนตรีมากมาย ลาน่า เดล เรย์ ได้บันทึกเสียงการตีความใหม่ ของบทเพลงจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นเทพนิยายสุ­ดคลาสสิคของดิสนีย์ เรื่อง "สลีปปิ้ง บิวตี้ -- เจ้าหญิงนิทรา" ที่จะเป็นเพลงท้ายภาพยนตร์ (End Credit) ของ "มาเลฟิเซนท์ -- กำเนิดนางฟ้าปีศาจ" ที่จะเข้าฉายในบ้านเราในวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 นี้ เพลง "Once Upon a Dream" (วันซ์ อัพพอน อะ ดรีม) เวอร์ชั่น ลาน่า เดล เรย์ จะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรีเฉพาะที่ กูเกิล เพลย์ ได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ http://smarturl.it/ldrgps1 พร้อมติดตามหนังกันได้ 29 พฤษภาคมนี้

ดาราชาย คนไหนที่ควรเป็นนายแบบกางเกงชั้นในแบรนด์ดัง
Calvin Klein /  Justin Bieber / 

ดาราชาย ถ่ายเซ็กซี่ คนไหนที่คู่ควรไปเป็นนายแบบให้ชั้นในแบรนด์ดัง ก็อย่างที่เรารู้กันว่า ทาง Calvin Klein ได้เลือกหนุ่มซ่า จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์นาย แบบกางเกงใน ให้กับแบรนด์นั่นเอง ซึ่งทาง Men.MThai ก็เคยเอาหนุ่ม บีเบอร์ มาเปรียบเทียบกับนายแบบรุ่นพี่มาแล้วว่าใครมันจะเจ๋งกว่ากัน ระหว่างนายแบบกางเกงใน Calvin Klein รุ่นพี่ในตำนาน หรือ นายแบบกางเกงในรุ่นน้องหน้าใหม่อย่าง จัสติน บีเบอร์ ซึ่งในคราวนี้ทางเราก็เลยเกิดไอเดียเล่นๆ ขึ้นมาที่ว่า ถ้าทาง Calvin Klein ต้องมาเลือกนายแบบชาวไทยไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ เขาจะเลือกใครกันแน่ โดยทางเราได้คัดเลือก นายแบบชาวไทย - ดาราชายถ่ายเซ็กซี่ ที่เคยสลัดผ้าโชว์หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ให้สาวๆ (และ เก้ง กวาง บ่าง ชะนี) ได้กรี้ดและหวีดร้องกันมาแล้ว มาเป็นตัวเลือกให้เพื่อนๆ ได้ดูกันครับ ว่าดาราไทยคนไหน ถ้ามีแบรนด์ดังต้องการมาตีตลาด จะถูกเลือกเป้นนายแบบกางเกงใน Justin Bieber เริ่มต้นกันที่บีเบอร์ ต้นฉบับหนุ่มเจ้าของตำแหน่ง นายแบบกางเกงใน คนล่าสุดของ CK ที่มีโดนโจมตีเรื่องภาพหลุด ก่อนรีทัชที่ประให้กล้ามโตและเป้าตุงจนผิดปกติ จนคนอื่นขับไต๋ได้ มาดูกันที่ฝั่งไทยเราบ้าง ถ้า CK เขาต้องเลือก ดาราชายถ่ายแบบเซ็กซี่ จากไทยไปเป็นนายแบบ ใครกันนะ ที่เข้าแก็บสุด ปั้นจั่น ปรมะ ภาพจาก Volume หรือ สังข์ จากบางระจันที่กำลังออนแอร์อยู่ทางช่องสาม ถ้าจะกล่าวถึงความฮ็อตของเขา ก็คงจะนึกถึงภาพแฟชั่นสุดเซ็กซี่ที่เขาได้ไปถ่ายกับทางนิตยสาร Volume ที่เรียกได้ว่าเป็น Signature ของเขาไปซะแล้ว เพราะว่า ถ้าค้นหาคำว่า ปั้นจั่น ปรมะ ในกูเกิล แน่นอนว่าภาพถ่ายเซ็กซี่ของเขาต้องโผล่มาให้เห็นก่อนเพื่อน แทค ภรัณยู ภาพประกอบจาก Attitude ก็รู้ กันอยู่ว่างานถ่ายเซ็กซี่ แท็คไม่เคยทำให้ผิดหวังกันแม้แต่น้อย เพราะว่าไม่ว่านิตยสารเล่มไหนต่อไหนเรียกใช้บริการให้แท็คไปถ่ายเซ็กซี่ให้ แท็คก็จัดให้อย่างเต็มที่เสมอ อีกทั้งเขายังเป็นคนเป็นกันเองเข้าถึงง่ายจึงมีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก จึงเป็นอีกคนที่น่าจะเข้าแก็ป ไปถ่ายแบบโกอินเตอร์ได้ อั๊ต อัษฎา ภาพจาก Image อั๊ต อัษฎา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยถ่ายแบบเซ็กซี่ ด้วยดีกรีวีเจแห่งช่อง MTV Asia จึงทำให้ลุคของเขาเป็นหนุ่มอินเตอร์ ที่ผสมผสานความหล่อแบบไทยๆ ได้อย่างลงตัว ซึ่งถึงแม้ภาพถ่ายแฟชั่นจาก Image เซ็ตนี้จะถูกถ่ายมาตั้งแต่ปี 2007 แต่ทางเราก็บอกเลย ปี 2015 เวลาก็ทำอะไรความหล่อของหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ ต๊ะ วริษฐ์ ภาพจาก Volume หนุ่มนักแสดงมากฝีมือที่เคยฝากผลงานมาแล้วมากมาย เคยถ่ายแบบเซ็กซี่กับทาง Volume เอาไว้ใน ปี 2010 กับความหล่อสไตล์เอเชียๆ อีกทั้งเขายังมีสเน่ห์กับผู้หญิงเป็นอย่างมาก ด้วยหน้าตาสไตล์เอเชียและหุ่นที่เฟิร์มเป็นอย่างดี จึงเป็นทางเลือกที่ดี ถ้าหากได้ถ่ายแบบโกอินเตอร์ ครับ ซี ศิวัฒน์ ภาพจาก Image เรียกว่าถ่ายแบบเซ็กซี่คู่ก่อนที่จะสวมแหวนแต่งงานเลยจริงๆ สำหรับ ซี ศิวัฒน์ ที่เรียกว่าภาพแฟชั่นเซ็ตนี้สร้างกระแส แบะเป็นที่พูดถึงได้อย่างมาก เพราะความเซ็กซี่ที่เป็นสไตล์ของตัวเอง ถึงแม้ เขาจะไม่ได้กล้ามแน่นแบบนายแบบเพาะกล้าม แต่หุ่นแบบนี้แหละที่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยเห็นแล้วต้องหวีดร้อง แบ๊งค์ ปรีติ ภาพจาก แพรว ร็อคเกอร์ ในตำนานเจ้าของ รอยสักสุดเท่ ลายพระอาทิตย์ ก็เคยได้มาถ่ายแบบแนวเซ็กซี่มาแล้วเหมือนกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่าภาพถ่ายแฟชั่นชุดนี้เป็นแฟชั่นแบบเซ็กซี่ครั้งแรกของ แบ๊งค์ ปรีติ เลยด้วย ซึ่งทางเราต้องบอกเลยว่าถ่ายออกมาได้สวย ดูเป็นมืออาชีพมากๆ จึงไม่น่าแปลกที่เราจะยกแบ็คงค์ เป็น หนึ่งในตัวเลือกที่ดีถ้าทางแบรนด์ชั้นนำ มองหานายแบบจากประเทศไทยครับ

มะปราง-จิตธดี สาวสวยหน้าหวานนักบริหาร มช.
issue36 /  คณะบริหารธุรกิจ / 

ว่ากันว่าสาวคณะบริหารธุรกิจ ม.เชียงใหม่ เป็นสาวสวยอันดับหนึ่งที่หนุ่มๆ เมืองเหนือหมายปองที่สุด ด้วยความสวยหวานในแบบสาวชาวเหนือบวกกับบุคลิกมาดมั่นโดดเด่นในแบบสาวนักการ เงินการตลาด อย่างสาวคนนี้ การันตีตำแหน่งสาวนักกิจกรรม ดาวมากความสามารถของคณะและฑูตอาเซียนประจำภาคเหนือ มะปราง-จิตธดี จันทร์คามคำ กับไลฟ์สไตล์การเรียนรู้สุดครีเอจในเอกการตลาด เหมาะเป็นตัวอย่างให้น้องๆ ที่สนใจในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดีทีเดียว มะปราง-จิตธดี สาวสวยหน้าหวานนักบริหาร มช. แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ผลงานในวงการบันเทิงที่ผ่านมาก็คือเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย ในการประกวดค้นหานักแสดงในช่อง 7 ค่ะ ส่วนการเรียนตอนนี้อยู่ปี 4 เอกสาขาการตลาด ที่เลือกคณะบริหารธุรกิจ เพราะว่าที่บ้านก็มีธุรกิจส่วนตัวอยู่ด้วย พ่อกับแม่เลยอยากให้เรียนทางด้านนี้ ซึ่งปี 1 จะเรียนทุกเมเจอร์ก่อน แล้วพอปี 3 ถึงค่อยมาเลือกว่าอยากจะเรียนเมเจอร์ไหน ตอนแรกเลือกเรียนสาขาบัญชี แต่พอเรียนไปสักพัก ก็เริ่มรู้ว่าไม่ใช่ทางของเรา เลยเปลี่ยนมาสายการตลาดแทน ก็ชอบมาก เพราะเป็นสายที่เน้นการทำกิจกรรม เหมือนให้เราได้ออกไปเจอโลกภายนอกห้องเรียน ได้ตามข่าวทันโลกตลอดเวลา โปรเจคสุดเจ๋งระหว่างคลาสเรียน ปรางชอบเมเจอร์นี้ตรงที่ให้เราได้ครีเอทอะไรแบบสุดๆ อย่างปกติปรางจะค่อนข้างเพ้อฝัน แบบบางทีก็อาจจะเป็นไปได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็จะมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งค่ะ คอยช่วยดร็อปปรางว่าอันนี้ได้หรือเปล่า แล้วมาประยุกต์กันอีกที อาจารย์จะให้เราได้วางแผนการตลาดเป็นกลุ่ม สมมุติว่ามีสินค้าตัวหนึ่ง แล้วเราจะทำอย่างไรให้สินค้าตัวนี้ขายได้ อย่างมีโปรเจคตอนปี 3 ในวิชา PRODUCT และ PRESS ที่ได้ทำงานกลุ่ม พรีเซนต์สบู่ตัวหนึ่ง แล้วก็ได้ติดอันดับโปรเจคที่อาจารย์ชอบด้วย ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อเพราะตอนนั้นอาจารย์ก็โหดมาก แต่พวกเราก็ใช้วิธีการถ่ายวิดิโอทำเป็นแผนผังป๊อบอัพร้านในกาดหลวงขึ้นมา แล้วปรากฏว่าอาจารย์ชอบผังนี้มาก หัวด้านธุรกิจเปลี่ยนไป เมื่อได้มาเรียนคณะนี้ พอได้มาเรียนทำให้ความคิดเปลี่ยนไป เมื่อก่อนไม่เคยมีความคิดเรื่องการบริหารคน การจัดการในแง่ธุรกิจเลย แต่พอได้มาเรียน ก็เริ่มมองสิ่งที่มีมากกว่านั้นในการทำธุรกิจ อย่างตอนนี้พวกหนูจะชอบเอาของมือสองของตัวเองมาขาย แต่ตอนแรกก็จะตั้งราคาตามใจตัวเอง แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้ว่า เราจะตั้งใจราคาตามใจแบบนั้นไม่ได้ เราต้องรู้ก่อนว่าตลาดต้องการสิ่งนี้มั้ย ถ้าต้องการ เราก็สามารถเพิ่มราคา หรือตั้งราคาสูงได้ แต่ถ้าไม่เป็นที่ต้องการ ถึงของจะแพงแค่ไหนในสายตาเรา ถึงตั้งราคาแค่ไหน ลูกค้าก็ไม่เอาค่ะ แพลนนักธุรกิจนักศึกษารุ่นใหม่ ตอนนี้อยากทำธุรกิจด้านเสื้อผ้าค่ะ ก็ออกแบบเสื้อเชิ้ตในสไตล์เรียบๆ ที่ปรางชอบไว้แล้ว ชื่อแบรนด์ว่า PLAIN รอจังหวะให้พร้อมนิดหนึ่งคงเริ่มทำ ทำทางออนไลน์ เพราะว่าตลาดออนไลน์โตสุดแล้วก็ลงทุนน้อย ก็มีลองทำมาใส่ก่อน ซึ่งเพื่อนๆ ก็ชอบนะ แต่ว่าถ้าจะทำจริงๆ ต่อไปก็คงต้องสำรวจตลาดมากขึ้น ก็กลัวเหมือนกันเรื่องทำแล้วจะขายได้มั้ย แต่ว่าธุรกิจมันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ไม่มีใครทำครั้งแรกแล้วประสบความสำเร็จเลย แต่อยู่ที่เราจะกล้าลองหรือเปล่า เกมการตลาดออนไลน์เว่อร์ชั่นฮิตชาวบริหารฯ ถ้าถามถึงบุคลิกของหนุ่มๆ สาวๆ คณะนี้ อย่างเอกพวกหนูจะออกแนวกล้าพูด กล้าคุย แอคทีฟ มีโปรเจคหนึ่งที่เราต้องเล่นเกมแข่งกันขายกระเป๋าออนไลน์ ตอนนั้นคือจริงจังกันสุดๆ ประชุมกันทุกวันประหนึ่งบริษัทตัวเอง ต้องปรับกลยุทธ์ให้ขายได้เยอะๆ ตลอด 8 สัปดาห์ ส่วนคำฮิตที่สุดในหมู่พวกเราคงเป็น “ลูกพี่” กูเกิล เพราะเวลาทำงาน พวกเราต้องเสิร์ชข้อมูลจากกูเกิลตลอด ดูเว็บของสินค้าอื่นที่ทำเหมือนๆ กัน แล้วเราจะรู้แนวของเขา เวลาเขาทำอะไร เราก็จะเรียก “ลูกพี่” ว่าไงบ้าง “ลูกพี่” ทำแบบนี้มั้ย เรียกว่าถ้าจบมาได้นี่เพราะลูกพี่กูเกิลเลยทีเดียว ถ้าน้องๆ มองว่าคณะนี้เรียนยาก เราจะมีวิธีบอกน้องๆ ยังไงบ้างว่าคณะนี้มันดียังไง ปรางว่าทุกอย่างมันไม่มีอะไรยาก แต่มันเป็นโอกาสนะ อย่างหุ้นตกก็มองว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวมันก็ดี คือทุกคณะมีจุดยากของตัวเอง แต่เราก็สามารถผ่านมันไปได้ ที่นี่สังคมก็อบอุ่นมากๆ อาจารย์ก็ให้คำปรึกษาตลอด อีกอย่างหนึ่งคือนักบัญชี หรือการตลาดก็ยังเป็นต้องการของคนทำงานอยู่ และไปได้อีกหลายทางเลยค่ะ ติดตามได้ในคอลัมน์ about campus นิตยสาร Campus Star No.36 www.facebook.com/campusstar

ฮือฮา! ไทย ขอ
กูเกิล /  สภาปฏิรูปแห่งชาติ / 

เพจดังเผยเอกสารลับ อ้างทางการไทย ขอ "กูเกิล" ลัดขั้นตอน เซ็นเซอร์เนื้อหา ไม่ต้องรอคำสั่งศาล ชี้เพื่อความรวดเร็วในการจัดการหากผู้มีอำนาจร้องขอ ก่อนเผยหากทำตามคำขอรัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเรื่องดำเนินธุรกิจในประเทศ รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (28 ม.ค. 59) เพจเฟซบุ๊กกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway: Thailand Internet Firewall #opsinglegateway ได้มีการเผยแพร่เอกสารการหารือระหว่างสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชนของไทย กับกลุ่มผู้บริการของกูเกิล โดยเอกสารดังกล่าวเป็นข้อความจากทางการไทยที่ระบุ ขอให้ทางกูเกิล ช่วยถอดเว็บไซต์ที่มีลักษณะมุ่งทำลายสถาบันสำคัญของชาติ หรือละเมิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ที่เผยแพร่ผ่านเครือข่ายของกูเกิล เช่น ยูทูบ เป็นต้น ไม่เผยแพร่ เพื่อสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น ซึ่งการเรียกร้องดังกล่าวก็เพื่อให้ผู้มีอำนาจกระทำการได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากศาลแม้ว่าทางกูเกิลจะมีกฎระเบียบดังกล่าวอยู่ก็ตาม โดยเฉพาะคำร้องขอจากหน่วยงานที่มีอำนาจยับยั้งการกระทำผิดกฎหมาย เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกระทรวงไอซีที เป็นต้น ขณะเดียวกันในเอกสารดังกล่าวได้มีข้อความระบุ ในตอนท้ายว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ขอให้ กูเกิล คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีที่ประชาชนมีต่อประเทศสหรัฐอเมริกา และความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกูเกิล นำไปเป็นข้อพิจารณาด้วย พร้อมกันนี้หากมีปัญหาหรือความกังวลใดๆ ในการประกอบธุรกิจของ กูเกิล ในประเทศไทย และอยากให้ช่วยเหลือ ขอให้เสนอทางรัฐบาลไทยได้และทางคณะกรรมาธิการฯ พร้อมพิจารณาผลักดันและให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ ด้านผู้แทน กูเกิล ได้ระบุถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวว่า จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณา โดยจะคำนึงถึงความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกัน พร้อมแนะนำว่า วิธีป้องกันการเผยแพร่เว็บที่มีปัญหาได้พอสมควร คือ หากประชาชนเห็นว่าเว็บใดมีเนื้อหาไม่พึงประสงค์เพราะขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี สามารถใช้วิธีปักธง (flagging) เว็บนั้น ซึ่งจะทำให้บุคลากรของกูเกิลที่มีความรู้และประสบการณ์คอยสอดส่องเว็บดังกล่าว หากเห็นว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่สมควรเผยแพร่ก็จะระงับหรือถอดออกจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตต่อไป ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News