กูเกิล

Facebook เลาะโฉม News Feed โมใหม่ ไฉไลเหมือนรุ่น Mobile !!
Facebook /  google / 

Facebook เพิ่งโดนนักวิเคราะห์ พยากรณ์อนาคตกันว่า จะหมดความฮอตในไม่ช้าไม่นาน  ล่าสุด Mark Zuckerberg  รายงานสด ปรับโฉมดีไซน์ตัว News Feed ใหม่ เพื่อดึงฐานแฟนคลับกลับ ซึ่งดีไซน์นั้นเหมือนรุ่น Mobile สวยงาม แจ่มชัดขึ้นมาก!!! สำรับการรีโนเวท News Feed ใหม่นี้ มีการรื้อโครง จัดใหม่ 3 ส่วนใหญ่ คือ  Richer Stories ดีไซน์ส่วนคอนเท้นส์ที่สร้างรูปภาพ ส่วน cover ให้ใหญ่ และสวยงาม เน้นเนื้อหาที่มีคนแชร์เยอะให้โดดเด่น และแสดง activity ที่เฟรนด์ของเรามีต่อคอนเท้นส์นั้น ๆ Choice of Feeds  สามารถเลือกกำหนดแสดงฟีดได้ เช่น Feed from All Friends ฟีดเฉพาะรูปหรือเพลง  และในส่วนของ Mobile Consistency ที่ดึงเอาทั้งไอค่อน เมื่อเอาเม้าท์ชี้ จะแสดงรายการได้ เหมือนรุ่น Mobile แม้ดีไซน์ใหม่นี้ จะชูโรงว่าดึงมาจากเวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน แต่หลายฝ่ายก็บอกว่า มันเหมือนกับ Google+ โซเชี่ยลเปี่ยมอัตลักษณ์ของกูเกิล แบบมองผ่านๆ ก็ยังรู้สึกได้ อะไรได้ !! สำหรับการยกเครื่อง News Feed นี้จะถูกปรับใช้อย่างเป็นทางการในอีกเร็ววัน สามารถกดรับอัพเดทการเปิดใช้ News Feed ใหม่ได้ที่ คลิก!!   Source : facebook

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก
บุคคลต้นแบบ /  ผู้หญิงต้นแบบ / 

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Facebook ซึ่งทำให้ Mark Zuckerburg กระโดดจากมหาเศรษฐีอันดับที่ 29 ของโลก จะมีสักกี่คนที่รู้จัก “ เชอริล แซนด์เบิร์ก ” (Sheryl Sandberg)  ซีโอโอหญิง ผู้นำหมายเลข 2 ของเฟซบุ๊ก คือ ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น เชอริล แซนด์เบิร์ก มีประวัติการศึกษาที่โดดเด่น จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ด้วยคะแนนระดับท็อปจากฮาร์วาร์ด เธอเคยเป็นผู้บริหารคนสำคัญที่ช่วยผลักดันการขายโฆษณาของกูเกิล (Google,Inc) และภายหลังเธอเริ่มต้นความท้าทายในชีวิตการทำงานอีกครั้ง โดยตัดสินใจย้ายมาเป็น “ Chief Operating Officer (COO) ” หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ คุมงานบริหารทั้งหมดของโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ร้อนแรงที่สุดแห่งยุคสมัยอย่าง Facebook หลังจาก เชอริล มาทำงานกับเฟซบุ๊ก องค์กรมีแต่เติบโต จากพนักงาน 130 คน เพิ่มเป็น 2,500 คน จากยอดผู้ใช้ 70 ล้านคนไปเป็น 700ล้านคน ทั่วโลก ยังไม่นับรวมถึงการสนับสนุนให้เฟซบุ๊กมีรบบโฆษณาแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นรายได้หลักของเว็บด้วย ถ้าว่ากันตามเนื้องานแล้ว “อำนาจ” ในการบริหารของเธอมากกว่าตัว ซัคเคอร์เบิร์ก เองด้วยซ้ำ ปัจจุบันเชอริล วัย42 ปี พักอาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโกกับสามี “เดวิด โกลด์เบิร์ก (David Goldberg) ” เพื่อสนิทมาหลายปีที่กลายเป็นคู่ชีวิตในที่สุด และมีบุตรอีก 2 คน ถึงแม้ว่าผู้บริหารคนเก่ง เชอริล จะได้รับการยกย่องอย่างสูงในด้าน “อิทธิพล” และ “มันสมอง” ในโลกอำนาจแห่งการทำงานแล้ว ในอีกด้านหนึ่งเธอยังถูกยกย่องในเรื่อง “ความเป็นหญิง” จากผู้หญิงด้วยกัน นั่นเป็นเพราะว่า เธอมีบทบาทในการให้คำปรึกษาแก่พนักงานหญิงของเฟซบุ๊ก รวมถึงผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่ๆ และที่สำคัญ เธอได้รับการยอมรับจากโลกแห่งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ว่าเป็นตัวแทนของ “นักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่” ที่สร้างสมดุลย์ระหว่างอาชีพการงาน ครอบครัว และเสน่ห์ ได้อย่างลงตัวและเพอร์เฟ็กต์ เคล็ดลับความสำเร็จในชีวิตครอบครัวและการทำงานของผู้บริหารคนเก่ง เชอริล แซนด์เบิร์ก ฐานะ ผู้นำหมายเลข 2 แห่งเฟซบุ๊ก และสตรีทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ลำดับที่ 6 นั่นคือ เธอแนะนำว่า เรื่องกฎระเบียบและวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผู้หญิงเองก็ต้องมีวิธีคิดที่จะก้าวหน้าด้วยตัวของตัวเองจากภายในด้วย และ ผู้หญิงส่วนมากที่ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตครอบครัว และหน้าที่การงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากคนในที่ทำงาน และคนที่บ้าน   “สตรีทั่วไปมักมีความกลัวอยู่ทั่วสเต็มเซลล์” มันเลยทำหน้าที่หยุดพวกเธอไว้อยู่ที่ตำแหน่งถาวรตลอดชีวิต นั่นคือ  “แม่บ้าน” เชอริล ได้ขึ้นพูดในเวที TED เวทีของคนเจ๋งๆ ที่มาบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก ที่สำคัญเธอได้ปลุกใจให้ผู้หญิง ที่รับรู้ดีว่าตัวเองเป็น "แม่" และคิดว่ายากเหลือเกินที่จะไต่เต้าขึ้นไปยังตำแหน่งผู้บริหาร และนี่คือ สิ่งที่เชอริลนำแนะนำเพื่อเป็นหลักปฏิบัติ 3 ข้อ ที่ผู้บริหารหญิงควรทำ ได้แก่... 1.จงนั่งแถวหน้า (sit at the table) เชอริลบอกว่าสิ่งแรกที่ผู้หญิงควรทำคือมั่นใจในความสามารถของตัวเองว่าไม่ด้อยกว่าเพื่อนร่วมงานเพศชาย ดังนั้นเธอจึงขอร้องให้ผู้หญิงมั่นใจในตัวเอง และพร้อมจะรับความสำเร็จ เสียงชื่นชม ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของพวกเธอเอง ขอให้นั่งแถวหน้าเวลาประชุม และอย่าอายที่จะยกมืออาสาทำงาน 2.ให้คู่ชีวิตเป็น “คู่ชีวิต” จริงๆ (make your partner a real partner) ต่อให้สามีและภรรยาทำงานนอกบ้านเหมือนกัน แต่เมื่อมีลูก สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้หญิงจะต้องทำงานบ้านและเลี้ยงลูกหนักกว่าฝ่ายชายเสมอ ซึ่งเธอมองว่าเป็นอุปสรรคไม่ให้ผู้หญิงใส่ใจกับการงานนอกบ้านได้เต็มที่เท่ากับผู้ชายครอบครัวที่แบ่งภาระหน้าที่กันอย่างเท่าเทียมจะช่วยให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จมากขึ้น และมีสถิติว่าครอบครัวที่สามีภรรยามีรายได้ใกล้เคียงกัน มีภาระหน้าที่เท่าเทียมกัน จะมีอัตราหย่าร้างน้อยกว่าปกติถึงครึ่ง 3.อย่าเลิกทะเยอทะยานก่อนเวลาอันควร (don’t leave before you leave)  ผู้หญิงทำงานควรจะคิดถึงความก้าวหน้าในอาชีพจนวินาทีสุดท้ายที่จะต้องหยุดงานเพื่อทุ่มเทให้กับครอบครัวจริงๆ อย่าเพิ่งเลิกมองหาความสำเร็จหรือความรับผิดชอบก่อนถึงเวลาที่จำเป็น   "อย่าออกจนกว่าคุณจะออก" คือไม่ควรคิดเรื่องการลาออกจนกว่าจะจำเป็นต้องออกจริง ๆ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อใดที่ผู้หญิงเริ่มคิดว่าอยากมีลูก ผู้หญิงก็มักจะเริ่มคิดถึงการเผื่อพื้นที่ในชีวิตให้ลูก และนับจากจุดนั้นเธอก็จะ "ถอย" จากหน้าที่การงาน ไม่มองหาการเลื่อนขั้น ไม่ขานรับความท้าทายใหม่ ๆ จากที่ศึกษาประวัติของเธอ ยอมรับเลยค่ะว่าชอบในแนวความคิดของเธอ และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า องค์ประกอบสำคัญของชีวิตที่ทุกคนควรใส่ใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความสำเร็จในหน้าที่การงาน นั่นคือ "ครอบครัว" หน่วยที่เล็กที่สุดแต่สำคัญมากที่สุด สิ่งที่เราเห็นได้ชัดและเชิดชูคือ เธอเจ๋งจริง เธอไม่เคยมีความกลัวในหัวสมองเลย เชอริล แซนด์เบิร์ก  เธอคือบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลกเห็นว่า “ผู้หญิงเก่งและแกร่ง” นั้นมีรัศมีมากแค่ไหน " อย่าให้ความกลัวมาอยู่เหนือความปราถนาในใจ " "Don't let your fears overwhelm your desire" …เพราะคุณไม่มีทางรู้จักความสามารถที่แท้จริงของตัวเองได้เลย…หากไม่ลุกขึ้นมาลองสักตั้ง - เชอริล แซนด์เบิร์ก - เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team ขอบคุณภาพประกอบจาก...forbes.com

10 อัจฉริยะเด็กไทย
10 อันดับ /  นักเรียน

เด็กอัจฉริยะ มีอยู่ทั่วโลก แต่ละคนมีความเก่ง ความถนัด ความสามารถที่แตกต่างกันในแต่ละด้าน  เพื่อแนะแนวทางในการค้นหาอัจฉริยะ และศักยภาพของตัวเอง วันนี้ teen.mthai ก็เลยอยากนำเสนอ 10 อัจฉริยะเด็กไทย กันบ้างคะ เรียกได้ว่า เด็กไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย! ที่นำเสนอนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเด็กไทยที่มีทั้งพรสวรรค์และความสามารถนะคะ ^^ ทั้งนี้ พรสวรรค์ ความสามารถพิเศษ ของเด็กๆนั้น จะสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้มากไปอีกผู้ใหญ่ก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย ถ้าสนับสนุน ชื่นชมในสิ่งที่เขารัก-ชอบ เด็กก็จะมีความสุขในการเรียนรู้และการใช้ชีวิต บางคนอาจจะไม่ได้เก่งมาตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ถ้าเขามีความเพียร พยายาม ตั้งใจ และมีเป้าหมาย สิ่งนั้นก็สามารถทำให้เขาประสบความสำเร็จได้ ^^ 10 อัจฉริยะเด็กไทย  1. อัจฉริยะเด็กไทย ธนัช เปลวเทียนยิ่งทวี  : หนูน้อยมหัศจรรย์ เจ้าของ 2 สถิติโลก ธนัช เปลวเทียนยิ่งทวี ได้แสดงศักยภาพที่โดดเด่นตั้งแต่วัยเยาว์ เขาสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้เกินกว่าเด็กในวัยเดียวกันในหลายด้าน ๆ จนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ว่า เป็นเด็กที่มีความสามารถพิเศษหลากหลายในระดับสูง และ มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ยังเล่นเหมือนเด็ก ๆ อารมณ์ดี เบิกบาน มีอารมณ์ขัน มีชีวิตวัยเด็กเหมือนคนทั่วไป ล่าสุดมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เชิญน้อง ธนัช เปลวเทียนยิ่งทวี เข้ามาร่วมทำงานวิจัยด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และ ด้านวิทยาศาสตร์ ขณะที่อายุแค่  อายุ10 ปี เท่านั้น ! จึงถูกจัดอยู่ใรธรรมเนียบ เด็กอัจฉริยะเมืองไทย 2. อัจฉริยะเด็กไทย เรนนี่ ปวีณรัตน์  : สอบได้คะแนนอันดับที่ 1 ของโลก นางสาว ปวีณรัตน์ วงศ์ประเสริฐ หรือ เรนนี่ นักเรียน จาก โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ กรุงเทพ (Harrow International Schoolได้ทดสอบ ทำข้อสอบวัดระดับความรู้ในระบบนานาชาติของ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (International General Certificate of Secondary Education: IGCSE) โดย เรนนี่ ได้คะแนนเป็น อันดับที่ 1 ของโลก ถึง 2 วิชา คือ วิชาเศรษฐศาสตร์ และ วิชาภูมิศาสตร์ และทำคะแนนระดับสูงสุดของประเทศถึง 3 วิชา คือ วิชาชีววิทยา วิชาเคมี และวิชาประวัติศาสตร์ 3.  อัจฉริยะเด็กไทย ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร : นักเขียน นวนิยาย อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย นักเขียน นวนิยาย ภาษาอังกฤษที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย  หรือที่รู้จักกันดีในแวดวงวรรณกรรมคือ ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร เธอมีพรสวรรค์ด้านการใช้ภาษาอังกฤษจนสามารถสร้างสรรค์งานเขียนแบบไตรภาค ที่แม้แต่ ‘อาจารย์สุมาลี บำรุงสุข’ นักแปลฝีมือฉกาจฉกรรจ์ต้องยอมรับในฝีมือและตกปาก รับคำแปลต้นฉบับภาษาไทยให้ด้วยความยินดี ท่ามกลางนักเขียนน้องใหม่ในแวดวงวรรณกรรมเยาวชนแฟนตาซี ปอเปี๊ยะ แพรกานต์ นิรันดร  คือ หนึ่งใน นักเขียนวัยใส ที่แม้จะไม่โด่งดัง และมีรางวัลมาการันตี แต่ก็จัดได้ว่า ไม่ธรรมดาอยู่เหมือนกัน เพราะ เธอมีพรสวรรค์ด้านการใช้ภาษาอังกฤษจนสามารถสร้างสรรค์งานเขียน ที่ “จิระนันท์ พิตรปรีชา” ฝากคำนิยมไว้ว่า เป็นผลงานระดับสากล ส่วน “บินหลา สันกาลาคีรี” บอกว่า เป็นหนังสือที่อ่านสนุกเล่มหนึ่งแห่งปีเลยทีเดียว 4. อัจฉริยะเด็กไทย เค กานกวิญจน์ โค้วสีหวัฒน์ : แชมป์โลกไมโครซอฟท์เวิร์ด ย้อนกลับไปในยุค ไมโครซอฟท์ รุ่งเรือง (4ปีที่แล้ว) ขณะนั้น น้องเค กานกวิญจน์ โค้วสีหวัฒน์ นักเรียนอายุ 17 ปี นำความภาคภูมิใจมาให้คนไทย แสดงสุดยอดความสามารถเหนือผู้อื่น ชนะเลิศในการแข่งขันทักษะการใช้โปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ เวิร์ด 2007 ในรายการ Worldwide Competition on Microsoft Office ซึ่งเป็นรายการที่มีผู้เข้าแข่งขันมาถึง 80,000 คน จาก 53 ประเทศทั่วโลก ซึ่งต้องผ่านการคัดเลือกตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ประเทศ ก่อนมาชิงชนะเลิศกันที่โตรอนโต แคนาดา 5. อัจฉริยะเด็กไทย ไมล์ นิพัฒน์ เจริญผลพันธ์ : รูบิคอันดับหนึ่งของเอเชีย ในการแข่งขัน อัจฉริยะนักบิด(รูบิค)ในงาน Thailand Championship 2012 ครั้งนี้สร้างความอัศจรรย์เมื่อ น้อง ไมล์ นิพัฒน์ เจริญผลพันธ์ ทำสถิติ Rubik’Cube ไปด้วยเวลาเฉลี่ย 8.38 วินาที ทุบสถิติคว้าอันดับ 4 ของโลกมาได้ พร้อมกับขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย 6. อัจฉริยะเด็กไทย วรภัทร บุญญฤทธิพงษ์ : พัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกของกูเกิล วรภัทร บุญญฤทธิพงษ์ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในฐานะนักเรียนไทยคนแรกที่คว้ารางวัลใหญ่จากการแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกของกูเกิลในระดับ มัธยมศึกษา จากการแข่งขันเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบเปิดของกูเกิล หรือ GHOP (Google Highly Open Participation) น้อง วรภัทร บุญญฤทธิพงษ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันประเภทระบบบริหารจัดการหลักสูตรของ Moodle ทั้งนี้ Moodle ถือเป็นซอฟต์แวร์ระบบจัดการหลักสูตร (CMS - Course Management System) แบบโอเพนซอร์ส ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้พัฒนาการศึกษา ใช้สร้างหลักสูตรการเรียนการสอนแบบออนไลน์ได้ 7. อัจฉริยะเด็กไทย พศิน มนูรังษี : อัจฉริยะทางด้านคณิตศาสตร์ของไทย  เบื้องหลังความสำเร็จของเด็กคนนี้น่าสนใจ เพราะ เขาคือเด็กเก่ง เข้าขั้นอัจฉริยะ พศิน มนูรังษี เติบโตมาเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป แต่ฉายแววความเป็นอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ตั้งแต่วัยเยาว์ เริ่มตั้งแต่ประถมปีที่ 3 เขาสามารถคว้าเหรียญทองการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับประเทศของ สสวท.ได้ จากนั้นตอนประถมปีที่ 5 เขาก็ได้เหรียญทองอีกครั้ง พอถึงช่วงมัธยมต้น พศิน ได้ลงสนามแข่งขันระดับโลก ด้วยวัยเพียง 13 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนที่อายุน้อยที่สุด เขาสามารถคว้าเหรียญเงินคณิตศาสตร์โอลิมปิกมาครองได้สำเร็จ ความสำเร็จของ พศิน มนูรังษี - เหรียญทอง คณิตศาสตร์โอลิมปิก ประจำปี 2551 มีคะแนนเป็นอันดับ 8 ของโลก , รางวัลเหรียญเงิน การแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2550 , รางวัลเหรียญทอง ประเภทบุคคล การแข่งขันคณิตศาสตร์โลก ครั้งที่ 6 ประเทศไต้หวัน , รางวัลเหรียญทอง ประเภทบุคคล การแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ ครั้งที่ 2 ประเทศอินเดีย 8. อัจฉริยะเด็กไทย ณดล จูทะสมพากร : นักกีตาร์คลาสสิกระดับโลก 10 ขวบ ในวงการกีตาร์คลาสสิกระดับโลก ในช่วง 1-2 ปี มานี้ มีอีกชื่อหนึ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างน่าประหลาดใจ และน่าประทับใจ นั่นก็คือ "ณดล จูทะสมพากร" นักกีตาร์คลาสสิกระดับโลกที่มีอายุเพียงแค่ 10 ขวบ เด็กน้อยผู้มากความสามารถกวาดแชมป์จากต่างประเทศ และในประเทศมาแล้วอย่างมากมาย น้องดล ณดล จูทะสมพากร นักกีตาร์คลาสสิกระดับโลก ที่เริ่มค้นพบอัจฉริยะทางด้านดนตรีตั้งแต่อายุ  5 ขวบ เห็นแม่เล่นเปียโนจึงขอเล่นบ้าง และเล่นได้ทั้งที่จับเปียโนเป็นครั้งแรก พออายุ 6 ขวบ เห็นคุณพ่อเล่นกีตาร์คลาสสิกก็ขอเล่นบ้าง และเล่นได้ทั้งที่ยากมาก เมื่อเห็นเช่นนั้นพ่อจึงค่อย ๆ สอนเล่นกีตาร์คลาสสิกเรื่อยมา และตัดสินใจพาไปหัดเรียนอย่างจริงจัง กับอาจารย์กมล อัจฉริยะศาสตร์ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์สอนกีตาร์คลาสสิกคนแรกของเมืองไทย พร้อมส่งเสริมด้านดนตรีมาตลอด เมื่อมีรายการแข่งขันส่งเข้าประกวด และเป็นกำลังใจให้ทั้งการฝึกซ้อมและการแข่งขัน เพื่อให้มีกำลังใจทำในสิ่งที่รัก. ความสำเร็จของน้อง ดล ณดล จูทะสมพากร - Kyznecov"s International Competition 2010 ที่เมืองมะนิโตกอร์ส ประเทศรัสเซีย , Thailand International Guitar Festival 2010 , Bangkok Guitar Festival 2010 , The 1st prize winner in "Mario Egido" guitar international competition 2011 at Spain during 25 th - 27 th March 2011. , รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากประเทศออสเตรีย ปี 2012 ที่เมืองรัส ระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน พ.ศ. 2555 9. อัจฉริยะเด็กไทย เบส ณัฐวัตร ครองชนม์ : แฟนพันธุ์แท้ หลักธรรมะ เบส ณัฐวัตร ครองชนม์ วัย 10 ขวบที่มีความรู้เรื่องหลักธรรมะมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน รอบรู้เรื่องพระพุทธศาสนาชนิดแตกฉานเกินวัย น้อง เบส ณัฐวัตร ชื่นชอบพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เกิด โดยเฉพาะหลักคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุที่จำขึ้นใจได้เกือบทั้งหมด อีกทั้งยังท่องคาถาชินบัญชรได้อย่างคล่องแคล่ว ด้วยความที่สนใจหลักธรรม และคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุมาตั้งแต่เด็ก ทำให้น้องเบสมีวิธีคิด และสติในการใช้ชีวิตมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องของการเรียน การมีสติอยู่กับสิ่งที่คุณครูกำลังสอน เป็นสิ่งที่น้องเบสยึดถือมาโดยตลอด ส่งผลให้การเรียนอยู่ในระดับที่ดีจนก้าวขึ้นมาเป็นที่ 1 ของห้องได้อย่างไม่น่าแปลกใจเลย 10. อัจฉริยะเด็กไทย น้อง เซนด์ ณัฐนนท์ มหายนต์ (send) : ซ่อม-ลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว ย้อนกลับไป 5 ปี! ที่แล้ว น้อง เซนด์ ณัฐนนท์ มหายนต์ ( ตอนนั้นอายุ 6 ปี) สามารถซ่อมคอมพิวเตอร์ ถอดประกอบชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ได้ทุกส่วน และลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งเรียนอยู่ในชั้น ป.2 และได้เกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกเทอม ทั้งที่อายุ 6 ขวบควรจะเรียนในชั้น อนุบาลปีที่ 3 น้อง เซนด์ ณัฐนนท์ มหายนต์ เริ่มฉายแววอัจฉริยะตอน 2 ขวบ เริ่มจับเม้าส์และแป้นพิมพ์ดีดคอมพิวเตอร์ รวมทั้งเริ่มเล่นเกมในคอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่ว โดยบิดาของน้องได้เห็นว่า โดยเห็นว่าลูกเก่งกว่าเด็กทั่วไป จึงเริ่มส่งเสริมให้เรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เรื่อยมา ทั้งๆที่ช่วงนั้นลูกชายก็ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนและอ่านหนังสือยังไม่ออก แต่ก็สามารถเรียนรู้เรื่องคอมได้เป็นอย่างรวดเร็ว โดยเชื่อว่าจำในลักษณะภาษาภาพ นี่เป็นเพียงเด็กส่วนหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเด็กไทยที่มีความรู้และความสามารถ ที่ teen.mthai ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งคว้าเหรียญรางวัลระดับโลก และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ นำความภูมิใจมาให้คนไทย ในด้านการศึกษา กีฬา ฯลฯ อีกมากมายเลยคะ ^^ เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai 10 อัจฉริยะเด็กไทย

โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ นักแสดงจาก Iron Man ร่วมแสดงในโฆษณาล่าสุดของ HTC
Change /  htc / 

เอชทีซี เผยความท้าทายครั้งใหม่ ด้วยแคมเปญการตลาดระดับโลกสุดสร้างสรรค์ชุดล่าสุด แคมเปญ “Change” ตอกย้ำย่างก้าวที่ยิ่งใหญ่กับตำแหน่งทางการตลาดใหม่ของเอชทีซี เอชทีซี ผู้นำด้านนวัตกรรมการออกแบบและเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน เผยแคมเปญการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างสรรค์มา โดยใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบครบวงจรในระยะยาว เพื่อเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของการสร้างปรากฏการณ์ในแวดวงโทรศัพท์เคลื่อนที่ตลอด 17 ปีเต็ม ด้วยการสื่อสารทางการตลาดรูปแบบใหม่ที่จะพลิกโฉมวงการครั้งสำคัญ โดยแคมเปญที่ใช้ชื่อว่า “Change” นี้ถือเป็นการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอชทีซี และจะเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกผ่านทั้งทางสื่อสารมวลชนแบบดั้งเดิมและสื่อออนไลน์อย่างทั่วถึงในวงกว้าง ในการเปิดตัวแคมเปญระดับโลกแคมเปญนี้อย่างเป็นทางการ เอชทีซีเตรียมพร้อมจะเปิดตัวแคมเปญผ่านการสื่อสารในทุกช่องทางตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2556 เป็นต้นไป ทั้งนี้ในภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับแคมเปญ เอชทีซีเลือก "โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์" นักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์ระดับซูเปอร์สตาร์ มาร่วมแสดง โดยภาพยนตร์โฆษณาสุดสร้างสรรค์ชิ้นแรกออกอากาศทางเว็บไซต์ยูทูบในวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนจะออกอากาศต่อเนื่องทั้งในโรงภาพยนตร์และในโทรทัศน์ต่อไป มร.เบน โฮ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด เอชทีซี คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “นวัตกรรม ความมีเอกลักษณ์ และความกล้าของเอชทีซี คือส่วนสำคัญที่ทำให้เราเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในวงการสมาร์ทโฟน และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกว่าเป็นโทรศัพท์ที่ดีที่สุดในโลกอย่าง “HTC One” ขึ้นมาได้สำเร็จ แคมเปญ “Change” ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และความสนุกสนาน เป็นแคมเปญที่มีความแตกต่างไปจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีมา ทว่าก็เป็นแคมเปญที่ช่วยตอกย้ำให้แบรนด์เอชทีซีมีความเด่นชัดมากขึ้นในเรื่องของคุณภาพ ซึ่งนั่นคือเหตุผลเดียวกันกับที่สมาร์ทโฟนรุ่นต่าง ๆ ของเราเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก กับการเปิดตัวแคมเปญนี้ เรากำลังเน้นย้ำว่า เอชทีซีมีบทบาทหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในวงการสมาร์ทโฟนนั่นคือการเป็นผู้กำหนดความเปลี่ยนแปลงและก้าวนำทั้งอุตสาหกรรมไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ทั้งใหม่และก้าวหน้าถึงขีดสุด” โฉมหน้าเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ที่ผู้คนรู้จักมากที่สุดคนหนึ่งในโลก เซ็นสัญญากับเอชทีซีเป็นเวลา 2 ปีเต็ม โดยนอกเหนือจากการร่วมแสดงนำในภาพยนตร์โฆษณาแล้ว โรเบิร์ตยังนำสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเขาเองใส่ลงไปในการทำงานครั้งนี้ด้วย โดยเขาทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับบริษัท วัน เซเว่น วัน เวิลด์ไวด์ (171 Worldwide ในเครือ WWP Group) เอเจนซี่โฆษณาระดับโลกที่ผลิตผลงานให้กับเอชทีซี ทั้งในเรื่องการนำเสนอทิศทางของการสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงการร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับแบรนด์เอชทีซี โดยเฉพาะการร่วมตีความความหมายของอักษรย่อ H, T และ C ให้เกิดเป็นความหมายที่หลากหลายและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เฉลิมฉลองความเป็นผู้กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง แคมเปญชุด “Change” จะเผยโฉมหน้าออกมาเป็น 3 เฟส เริ่มจากเฟสแรก ซึ่งเป็นการนำเสนอแคมเปญโฆษณาที่ขับเน้นจุดเด่นของแบรนด์เอชทีซีผ่านรูปแบบการนำเสนอที่สนุกสนานเพื่อสื่อความหมายที่แตกต่างสำหรับผู้คนที่มีความแตกต่างกัน ในเฟสที่ 2 นำเสนอจุดเด่นเรื่องนวัตกรรมของเอชทีซี อาทิ ฟังก์ชั่น BlinkFeed, Video Highlights และ BoomSound ที่ได้พลิกโฉมหน้าของวงการสมาร์ทโฟนมาแล้ว ส่วนในเฟสสุดท้าย จะเป็นการสื่อสารที่มุ่งเน้นการบอกเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์จากเอชทีซีที่ได้ช่วยสร้างพลังให้กับผู้ใช้แต่ละบุคคลในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของพวกเขาจนเกิดผลสำเร็จ พลิกโฉมหน้าการเลือกช่องทางการสื่อสาร เพื่อให้แคมเปญนี้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของเอชทีซีได้อย่างดีที่สุด การสื่อสารแคมเปญออกไปยังผู้บริโภคจะเน้นหนักไปที่การนำเสนอผ่านโรงภาพยนตร์ สื่อออนไลน์ และสื่อดิจิตอล พร้อมไปกับการทำกิจกรรมการตลาดแบบสร้างประสบการณ์ตรงให้ผู้บริโภคในตลาดหลักของเอชทีซี ทั้งในอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน เพื่อสื่อสารแนวความคิดของแบรนด์เอชทีซีไปยังผู้บริโภคที่จะเข้ามารับประสบการณ์ตรงจากแคมเปญสุดสร้างสรรค์นี้ของเอชทีซีด้วยตัวเอง นอกจากนี้เอชทีซียังจะแพร่กระจายการสื่อความหมายที่หลากหลายไม่สิ้นสุดของการตีความอักษรย่อ H, T และ C และการสร้างความเปลี่ยนแปลง ทั้งผ่านการใช้แอพพลิเคชั่น “word randomiser” ที่เว็บไซต์ HTC.com และการทำงานผ่านช่องทางของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอื่น ๆ อาทิ เฟซบุ๊ค กูเกิล พลัส และทวิตเตอร์ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมแปลและตีความหมายอักษรย่อ H, T และ C ได้อย่างหลากหลายไม่มีข้อจำกัดในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

18-1-57แตงโมกล่าวชาวม็อบเป็นคนชั้นสูง
18-1-57แตงโมกล่าวชาวม็อบเป็นคนชั้นสูง

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2557 นักแสดงสาว แตงโม ภัทรธิดา และคุณพ่อ โสภณ พัชรวีระพงษ์ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที กปปส. ที่ปทุมวัน โดยคุณพ่อโส ขึ้นมาอ่านกลอน ก่อนที่สาวแตงโม จะเริ่มกล่าวโจมตีรัฐบาล โดยเจ้าตัวขออนุญาต อาจจะหลุดใช้คำหยาบบ้าง ก่อนจะพูดถึงเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2557 ซึ่งเป็นวันพักจากการเข้าร่วมเดินขบวนของเธอ ตอนดูบลูสกาย เห็นข่าวจนถึงช่วงค่ำ ทำให้โรคประจำตัวของเธอกำเริบ คือโรคแพนิค จะเกิดอาการมือสั่น เท้าชา ใจสั่น เมื่อรู้สึกหวาดระแวงหรือรู้สึกกลัว เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงรับไม่ได้ กับการที่พวกเราออกมาชุมนุม แล้วทุกครั้ง ไม่ว่าใครเป็นผู้ชุมนุมก็ตาม แต่พวกเราก็กลายเป็นผู้ถูกกระทำทุกครั้ง เขาชุมนุม เราก็โดน เราชุมนุม เราก็โดน คือ จิตใจของคนชั่ว มันก็คิดแต่จะรังแก มันไม่มีกฎหมายหรือเหตุผลมาสู้ได้ มันก็ใช้วิธีสกปรก ทั้งนี้ แตงโม ภัทรธิดา เผยว่า วันนี้ เธอมีเรื่องจะมาคุยกับอีฆาตกร ไม่อยากจะเชื่อว่าเกิดมาเป็นผู้หญิงแล้วจะจิตใจโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้ มีลูก มีครอบครัว ก็ไม่รู้จะพาครอบครัวไปในทางที่ดีได้อย่างไร เธอเองอายุน้อยกว่า การศึกษาก็ไม่ดีเท่า ไม่จบปริญญาตรี จบแค่วิชาชีพผู้ช่วยพยาบาล ในขณะที่อีกฝ่ายจบสูงมาก แต่จิตใต้สำนึกไม่มีเลย พร้อมกล่าวโจมตีรัฐบาลรักษาการ รวมถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชุดใหญ่ และกล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุระเบิดบรรทัดทอง ถึงจะไม่ใช่ครอบครัวของเธอ ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน แต่ก็เป็นคนไทยเหมือนกัน นอกจากนี้ แตงโม ยังกล่าวด้วยว่า อยากจะกราบไหว้ให้รัฐบาลออกไป และเผยถึงเรื่องที่มีสื่อต่างประเทศมาสัมภาษณ์เธอถึงเหตุผลของการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในครั้งนี้ โดยเธอเล่าให้เขาฟังเป็นเรื่องโจ๊กว่า เธออายที่เวลาเข้ากูเกิล พิมพ์คำว่า อีโง่ แล้วมีหน้ายิ่งลักษณ์เต็มไปหมด อายคนเขา ขอให้แผ่นดินไทยได้สูงขึ้นมาสักที "เราป็นคนชั้นสูง เราเป็นปัญญาชนที่ออกมานั่งกันทั้งหมดเนี่ย บางคนมีความรู้ไม่เท่ากัน แต่เรามีจิตใต้สำนึก เรามีความทะเยอทะยานที่อยากจะยกระดับประเทศเราให้มันเทียบเท่ากับที่อื่น อยู่บนความพอเพียง แต่ไม่ใช่ดิ่งลงเหว ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่ เพราะฉะนั้น ไปสักทีนะคะ" สุดท้าย แตงโม ภัทรธิดา ได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของการกล่าวปราศรัย กล่าวไว้อาลัยให้กับผู้สูญเสีย โดยเฉพาะ ประคอง ชูจันทร์ เหยื่อเหตุระเบิดบรรทัดทอง ที่เพิ่งเสียชีวิตไป นอกจากนี้ แตงโม ภัทรธิดา ยังถูกถามว่า มาร่วมชุมนุมครั้งนี้ ออกมาร่วมเดินกับลุงกำนัน ไม่กลัวจะโดนเหมือนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เหรอ แตงโม ตอบว่า ไม่กลัว เพราะคิดว่าการกระทำของเขาทุกครั้ง เป็นการกระทำที่โง่มาก เพราะเขายิ่งทำเท่าไหร่ หัวใจรักสู้มันยิ่งมา มันยิ่งออกมาเต็มร้อย เธอเชื่อว่า ทุกครั้งที่มีการทำร้ายคน มีการก่อการร้ายที่ไหนก็ตาม คราวต่อไปในการเดินขบวนคนมากขึ้นทุกครั้ง แล้ววันนี้ที่น่าเกลียดมากอีกเรื่องหนึ่งคือ วันนี้ออกมาแถลงข่าว หมวกสีแดงที่เราเห็น วันนี้กลายเป็นหมวกคนขายไอศกรีมวอลล์ไปแล้ว พร้อมปิดท้ายให้มวลมหาประชาชนสู้ต่อไป เราใกล้จะชนะแล้ว ------

Review: Nexus 4 อัญมณีอันบริสุทธิ์ แห่งแดนดรอยด์ !!
Nexus 10 /  Nexus 4 / 

  Nexus 4 เปิดตัวพร้อมๆ กับ Nexus 10 ไปเมื่อไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา จุดเด่นคงไม่ต้องสาธยายอะไรมาก เพราะมันเองก็คว้าตำแหน่ง สุดยอดสมาร์ทโฟน สาขาโอเอสยอดเยี่ยม แห่งปี 2012 ไปด้วยความเป็นเพรียวโอเอส   ที่หากคุณเล่นแอนดรอยด์ คงจะพอทราบดีว่า อาการดีไวซ์ลูกรักของกูเกิล ได้อัพเดทอะไรก่อนชาวบ้านนั้นสร้างความรู้สึกอบอุ่นได้มากมายขนาดไหน?  เมื่อหันมามองเรื่องสเปกของ Nexus 4 ก็ใกล้เคียงกับ Optimus G เพราะทั้งสองเป็นแฝดคนละฝา ลูกหม้อจากแอลจีเช่นเดียวกัน     หลังการเปิดตัวไปนั้น เน็กซัส 4 กระแสตอบรับดีมาก ด้วยการเปิดราคาบน Google play ไว้เพียง 9,000 บาท ก่อนแฟนคลับจะใจสลาย เมื่อมันจำหน่ายในราคาจริงทั้งยุโรป กลับเขยิบไปสูงระดับเรือธงอื่นๆ  แต่ก็ยังหวังว่าเมื่อมันปล่อยสู่ตลาดในบ้านเราจะสามารถเอื้อมมือคว้า ในราคาไม่เจ็บตัวมากนัก   ซึ่งทางแอลจีก็วางจำหน่ายเน็กซัส 4 ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา และราคากับความเป็นเพียวแอนดรอยด์โอเอสนั้น ถือว่าไปด้วยกันได้ ส่วนจะมีอะไรน่าติดตามอีกบ้างนั้น มาสัมผัสกับตัวจริงเสียงจริง ไปด้วยกันเลยดีกว่า .   Spec Hand-on   ซีพียู 4 คอร์ Snapdragon S4 1.5GHz แรม 2GB พร้อมหน่วยความจำ 16GB หน้าจอ 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 768 ( 320 ppi ) หน้าจอใช้เทคโนโลยี G2 +  Gorilla Glass 2 กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล HD+ แบตเตอรี่ 2,100 mAh Li-Polymer รองรับ 3G , HSPA+ ,Wireless Charging , NFC Android 4.2  Jelly bean     เน็กซัส 4  เริ่มต้นด้วยบอดี้ ขนาดหน้าตักกว้าง  68.7 มิล ความหนา 9.1 มิล สิ่งที่ทำให้นึกถึงตระกูลเน็กซัส ตั้งแต่รุ่นแรก คือ ความโค้งมนโดยรอบ และสัมผัสของหน้าจอที่กำลังพอเหมาะพอดี ที่ 4.7 นิ้ว เป็น WXGA ความละเอียด 1280 * 768 พิกเซล 320ppi     และจุดเด่นด้านหลังเป็น เนื้อโลหะอาบกระจก Gorilla Glass 2 ตัวอักษร Nexus สีเงินเรืองรอง ฝังอินเนอร์โดยรอบ สะท้อนแสงแล้วระยิบระยับ เปล่งพลังปริศนาชวนหลงไหล   ด้านหน้าจอ ไล่ลงมาจากส่วนบน เป็น ไมโครโฟน ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิล กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล HD+ ส่วนท้ายเป็น ช่อง micro usb และไมโครโฟน อีก 1 ตัว   ด้านซ้ายบนเป็นปุ่ม Volume และ ถัดมา คือ ช่องใส่ไมโครซิม ส่วนด้านขวานั้นเป็นปุ่ม power ด้านหลังพบโลโก้ค่าย และเน็กซัส ถัดขึ้นไปเป็นกล้อง 8 ล้านพิกเซล งานโอเอสของเน็กซัส 4 มากับ  Android 4.2  Jelly bean รูปแบบการปรับแต่งโฮมสกรีน ที่เพิ่มรายละเอียดได้มากขึ้น ทั้ง widget ล๊อกสกรีน หรือ Gesture Typing แบบ Swipe สำหรับพิมพ์งานได้สะดวกขึ้น     การทำงานร่วมกับตัวระบบปฏิบัติการณ์ ยังคงไว้ซึ่ง 3 ปุ่ม LED เมนูหลัก บนหน้าจอ ทั้ง ย้อนกลับ  เข้าหน้าโฮม และแอพที่ใช้งาน เพื่อรองรับการทำงานแบบมัลติทาสก์ รูปแบบการซ้อนของตัวแอพ ด้านหลังเป็นแบรกราว   โดยส่วนตัวคิดว่า คล้ายกับระบบวินโดวส์โฟน แต่การรันแอพในหลายๆ ส่วนพร้อมกัน ทำได้ค่อนข้างไหลลื่นกว่า ซึ่งการอัดซีพียู  Snapdragon S4 1.5GHz 4 คอร์ เข้ามากับแรม 2GB น่าจะช่วยตัวโอเอสได้โขทีเดียว   การเข้าถึงระบบด้วยล๊อกสกรีน วิดเจ็ต  ลูกเล่นบน แอนดรอยด์ 4.2 ที่ทำให้การเข้าถึงเมนู หรือ ส่วนแจ้งเตือนได้ทันที แบบไม่ต้อลากปลดล๊อกก่อน รวมถึงตกแต่ง สกรีนยูสเซอร์ เช็คข้อมูลวิตเจ็ตต่างๆ ได้รวดเร็ว และโหมดถ่ายภาพที่ปัดหน้าจอได้ด้านซ้าย ก็ขึ้นมาพร้อมใช้งาน   เมื่อปลดล็อกเข้าสู่หน้าแอพพลิเคชั่น  ด้านบนเป็นส่วนแจ้งเตือน สามารถลากลงมาเพื่อเข้าถึงรายละเอียด ของเมนู อัพเดท ต่างๆ  และด้วยความเป็นเน็กซัส เพียวโอเอส คุณจะพบแต่แอพพลิเคชั่นกูเกิล เพียวๆ ไม่ยัดอะไรเข้ามาให้เลอะเทอะ  สามารถเลือกลงแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ หลังจากล๊อกอิน gmail บน google play     การใช้งานในส่วนของบราวเซอร์หลักเป็น Chrome การรันเว็บเพจ สามารถดึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และหน้าจอ 4.7 นิ้ว 1280 x 768 ในแบบ g2+ จอบางและคมชัด ตัวเลข 320ppi  ถ่ายทอดสีสันได้ใกล้เคียงเรติน่าดิสเพลย์   วิดีโอสตรีมมิ่งผ่านแอพ Youtube  ได้เลย ไม่ต้องดาวน์โหลด   SWOT ITEM   ความเป็นเพียวโอเอส ของเน็กซัส 4 ทำให้สัมผัสยูสเซอร์อินเตอร์เฟส Android 4.2 ได้แบบเนื้อๆ เต็มๆ ซึ่งเหมาะกับผู้เล่นแอนดรอยด์ทั้งแบบมือใหม่ รักสนุก ชอบลงอะไรเพิ่มเติมเองตามรสนิยม   เน็กซัส 4 ยืดหยุ่นให้กับการที่คุณไม่ต้องใช้อินเตอร์เฟส ที่หลายค่ายอัดงานโปรดักส์ชั่นโอเอส ฝั่งตัวเองเข้ามาเป็นของแถม และได้แอพบางอย่าง ที่คุณอาจจะเป็นขาประจำของเจ้าอื่นอยู่แล้ว ทำให้ตรงส่วนนี้ไม่เปลืองเนื้อที่โดยใช่เหตุ   ด้วยความที่เปิดตัวกันตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ฟีเจอร์บางอย่าง เช่น กล้อง 8 ล้านพิเซล อาจจะดูน้อยไปหากเทียบกับเรือธงที่เปิดตัวไตรมาสแรกปีนี้ แต่งานวิดีโอยังสามารถทำได้ในระดับ HD 1080P   และชื่นชมดีไซน์ ซึ่งนอกจากความงามของบอดี้แล้ว  ขนาด 4.7 นิ้ว ถือว่ากำลังดี  และดูเหมาะมือกับสาวๆ แฟชั่นนิสต้าส์ มากกว่าหนุ่ม geek ( ผู้เล่นแอนดรอยด์เพียวโอเอสส่วนใหญ่ ) จุดบอดตั้งแต่เปิดตัวของมันก็คือ ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ตามธรรมเนียมแอนดรอยด์ และอาจจะวางจำหน่ายในบ้านเราช้าไปสักนิด คือ  เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมานี้เอง .   Rate Fight   (4/5) ★★★★ Price 17,900 บาท    

วิธีตั้งค่า Google Now ให้รองรับภาษาไทย และตั้งค่า Voice Typing ให้รองรับภาษาไทย
Google Now /  Voice Typing / 

สำหรับใครที่เคยใช้งาน Google Now อยู่แล้ว คงจะทราบดีว่าก่อนหน้านี้เราจะต้องสปี๊คภาษาอังกฤษกับมันเท่านั้น แถมถ้าสำเนียงเราไม่เป๊ะ คำค้นหานั้นๆ ก็อาจเพี้ยนๆ เป็นประจำ แต่ล่าสุดปัญหานี้ของคุณกำลังจะหมดไปแล้วครับ เมื่อล่าสุด Google ประกาศว่า Google Now เวอร์ชั่นอัพเดตใหม่นี้จะสามารถรองรับภาษาไทยได้แล้ว Google Now คือฟีเจอร์หนึ่งที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android เวอร์ชั่น 4.1 Jelly Bean เป็นต้นมา ซึ่งในช่วงแรกจะมีเฉพาะบน Android เท่านั้น แต่ปัจจุบันบนอุปกรณ์ iOS เช่น iPhone หรือ iPad ก็สามารถใช้งาน Google Now ได้แล้วเช่นกัน ซึ่งเป็นระบบการสืบค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่วิวัฒนาการมาจากการใส่คำค้นหาสั้นๆ ให้รองรับการค้นหาด้วยประโยคที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมไปถึงการค้นหาด้วยเสียงด้วย นอกจากนี้ Google Now ยังสามารถคิดได้เองว่าตอนนี้คุณกำลังต้องการอะไร โดยการคาดเดาสิ่งที่คุณค้นหา หรือใช้บริการของ Google บ่อยๆ ยกตัวอย่างว่าคุณเคยค้นหาเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางไปพัทยา เจ้า Google Now บนสมาร์ทโฟนของคุณจะแสดงข้อมูลการเดินทาง ระยะทาง คำนวนระยะเวลาถึงผ่านทางอินเตอร์เฟสที่เรียกว่า Google Now Card บนมือถือขึ้นมาทันที เมื่อรู้จักกับ Google Now คร่าวๆ แล้ว ก็มาดูวิธีการตั้งค่า Google Now ให้สามารถใช้งานภาษาไทยได้กันดีกว่าครับ วิธีตั้งค่า Google Now ให้รองรับภาษาไทยได้   1. เปิด Google Now ขึ้นมา จากนั้นแตะที่ปุ่มเมนู และเลือก Settings หรือ ตั้งค่า 2. แตะที่ Voice 3. แตะที่ Language หรือภาษา จากนั้นเลือกเป็น ไทย (ประเทศไทย) 4. เท่านี้เราก็สามารถใช้การค้นหาด้วยการพูดด้วยภาษาไทยที่เราถนัดได้ทันทีครับ ยกตัวอย่างเช่นที่ผมทดสอบคือ ประโยคว่า "วิธิไปพัทยา" และ "คอร์ดกีตาร์" ก็สามารถค้นหาได้แม่นยำทีเดียว แต่อาจต้องพูดในที่ที่เสียงไม่ดังมากนะครับ วิธีการตั้ง Google Voice Typing (การพิมพ์ด้วยเสียง) ให้รองรับภาษาไทย เมื่อ Google Now ของเรารองรับภาษาไทยได้แล้ว เราก็สามารถใช้วิธีการพิมพ์ตัวหนังสือบนสมาร์ทโฟนของเราด้วยวิธีเก๋ๆ โดยการเปลี่ยนเสียงพูดของเราให้เป็นตัวอักษรได้ดังนี้   1. เข้าเมนู Settings หรือการตั้งค่า 2. ไปที่เมนู Language and input 3. แตะที่ปุ่มรูปเฟืองหลัง Google voice typing (หากในกล่องสี่เหลี่ยนไม่มีเครื่องหมายถูกสีเขียว ให้แตะไว้ด้วย) 4. แตะที่ Choose input languages 5. แตะเลือกภาษาไทย (ประเทศไทย) 6. เท่านี้คุณก็สามารถใช้งาน Voice Typing ด้วยภาษาไทยได้ทันที สะดวกดีใช่มั้ยล่ะครับ : ) ปล. ตอนนี้ยังรองรับเฉพาะ Android OS เท่านั้นนะครับ สำหรับ iOS ต้องรออีกนิดนะ

'นิพิฏฐ์'ตอก'โอ๊ค'คิดเล่นการเมืองไม่แพ้เลย ก็ต้องโกงเท่านั้น
กูเกิล /  ข่าว / 

“นิพิฏฐ์” อัด “โอ๊ค” เป็นนักการเมือง คิดชนะอย่างเดียวไม่แพ้เลย ก็ต้องโกงเท่านั้น แขวะซ้ำ ลองไปหาใน "กูเกิล" จะพบ "ทักษิณ" ติดอันดับนักการเมืองเลวที่สุดในโลก -----------------------ขอบคุณข่าวจาก

ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ THE MEANING OF ‘IT PRINCESS’
สัมภาษณ์ / 

ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ เจ้าหญิงแห่งวงการ IT “สิ่งที่ซีโฟกัสคือ คนไทยเพราะซีต้องการดันคนไทยในความคิดของ ซี ฉัตรปวีณ์ คนไทยต้องได้ก่อน คนไทยต้องฉลาดก่อน คนไทยต้องรู้ก่อน และที่สำคัญที่สุด คือทำอย่างไรให้คนไทยไปสู่ระดับสากล” หากจะให้พูดถึงเซเลบริตี้บนโลกออนไลน์ของไทย ที่ประชากรบนโลกไซเบอร์นับล้านรู้จักกันเป็นอย่างดีในฐานะ ‘เจ้าหญิงไอที’ ก็คงจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก ‘ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์’ เพราะเธอได้ชื่อว่าเป็นพิธีกรด้านไอทีหนึ่งเดียวของวงการนี้ ที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงามจนใครต่อใครต้องหลงรัก รวมถึงรูปแบบการนำเสนอเนื้อหา และวิธีการจัดรายการที่น่าสนใจ ทำให้รายการด้านไอที ทั้งในเชิงวาไรตี้ รวมถึงรายการเชิงข่าวของเธอที่ปรากฏอยู่ในทีวีมีผู้ติดตามจำนวนมาก โดยเฉพาะในเฟซบุ๊คส่วนตัว ‘ceemeagain’ มียอดคลิกไลค์มากถึง121,260 ไลค์ ซึ่งยืนยันได้ถึงความมีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ของเธอได้อย่างชัดเจน’ จะด้วยความดัง หรือความมีอิทธิพลบนโลกออนไลน์อะไรก็แล้วแต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนตั้งคำถามคือ แท้จริงแล้ว ซี-ฉัตรปวีณ์มีความเชี่ยวชาญด้านไอทีจริงๆ หรือไม่ หรือที่ดังได้เป็นเพราะความสวยเพียงอย่างเดียว รวมถึงบทพูดที่เน้นเรื่องเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ เบื้องหลังจะถูกจัดฉาก ด้วยการมีคนเขียนสคริปต์ให้เธออ่านด้วยน้ำเสียงและหน้าตาที่น่ารักอย่างเดียวเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่หลายคนอยากรู้ และเป็นเหตุผลสำคัญในการนัดคุยกับ ซี-ฉัตรปวีณ์ อย่างจริงจัง เพื่อตอบข้อสงสัยทั้งหมด มากกว่านั้นเรายังพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่การเริ่มต้นในสายอาชีพสื่อสารมวลชนด้านไอที จริยธรรมด้านสื่อสารมวลชนที่เธอยึดถือ รวมถึงประสบการณ์ด้านการสร้างนวัตกรรมจากประเทศชั้นนำที่เธออยากสะท้อนให้สังคมไทยได้เห็นเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอด ระยะเวลาเกือบสองชั่วโมงกับคำตอบในคำถามทั้งหมด ที่กลั่นกรองจากความคิดของเธอ สามารถสะท้อนความหมายของคำว่านางฟ้าไอที ที่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารักของดวงตากลมโตเคลือบด้วยคอนแท็คเลนส์บิ๊กอายส์ ปกคลุมด้วยขนตางอนวิบวับได้เป็นอย่างดี และเราเชื่อว่านี่เป็นครั้งแรกที่คุณจะได้อ่านความคิดคมๆ รวมถึงบทบาทหน้าที่สื่อแบบจริงจังที่สุดของสาวสวยคนนี้ ว่ากันตามตรงด้วยรูปร่างหน้าตาที่สวย คุณสามารถเป็นดาราได้อย่างสบายๆ แถมยังหารายได้ได้มากกว่างานด้านพิธีกรเสียอีก ทำไมคุณถึงเลือกงานด้านนี้ฉัตรปวีณ์ : ค่ะ เคยมีคนถามว่า ทำไมไม่ไปแสดงละคร แสดงหนัง หรือถ่ายเซ็กซี่นู่นนี่ อาจจะดังกว่านี้เยอะ แล้วดังเร็วด้วย ซีขอตอบชัดว่า ซีไม่ได้อยากดัง ถ้าตราบใดที่ซีต้องดังในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้รัก และคนเขาก็ไม่ได้รักในสิ่งที่ซีเป็น ซีขอไม่ดังดีกว่า คุณกำลังจะบอกว่างานด้านพิธีกรไอที คืองานที่คุณรักที่สุดในเวลานี้ใช่ไหมฉัตรปวีณ์ : ใช่ค่ะ(ตอบเร็ว) คุณเริ่มต้นเข้ามาเป็นพิธีกรสาวด้านไอที ที่มีความเชี่ยวชาญได้อย่างไรฉัตรปวีณ์ : ถ้าจะบอกว่าเริ่มต้นจากงานพิธีกรเลยก็คงไม่ถูกนัก จุดเริ่มต้นของซีจริงๆ เริ่มต้นจากการชอบงานด้านสื่อสารมวลชนมากกว่า เป็นคนชอบงานด้านข่าวมาตั้งแต่สมัยเรียนนิเทศจุฬาฯ แล้ว โดยส่วนตัวก็เป็นคนซีเรียส ซึ่งอาจจะขัดแย้งกับภาพลักษณ์ ประกอบกับช่วงเวลาที่จะต้องเลือกภาคเรียน ก็เป็นเวลาพอดีกันกับที่ซีได้ไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษ ซึ่งที่พักกับที่เรียนทำให้ซีต้องเดินผ่านสำนักงานของ BBC ทุกวัน ทำให้ได้เห็นการทำงานของนักข่าว แม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่ก็ได้เห็นว่านักข่าวที่นั่นดูเท่ทั้งด้านบุคลิกภาพ ภาพลักษณ์ รวมไปถึงด้านความคิด เวลาเขายิงคำถามใส่แหล่งข่าวดูฉลาดและมีวิธีคิด ทำให้ซีคิดว่าการเรียนวารสารศาสตร์น่าจะตรงกับสิ่งที่เราอยากเป็นมากที่สุด จึงเลือกเรียนเอกวารสารศาสตร์ ซึ่งได้มีโอกาสฝึกงานเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ที่บางกอกโพสต์ โต๊ะข่าว Horizon รวมถึงสำนักข่าวเอพี ประจำประเทศไทย มันได้ฝึกทักษะทุกอย่างที่เกี่ยวกับงานด้านสื่อสารมวลชนวันที่จบออกมาจึงคิดว่างานที่อยากทำก็ต้องเป็นงานด้านหนังสือพิมพ์เป็นอันดับแรก ไม่ใช่งานพิธีกรค่ะ แล้วจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณเข้ามาสู่งานด้านพิธีกรคืออะไรฉัตรปวีณ์ : จุดเปลี่ยนเริ่มต้นช่วงใกล้จบตอนสมัครงานที่บางกอกโพสต์ แต่ที่นั่นยังไม่รับตำแหน่งใหม่ ก็ตัดสินใจว่าจะลองหาอะไรทำดูเพื่อรอโอกาส ซึ่งในช่วงนั้นมีงานถ่ายโฆษณา มิวสิกวิดีโอบ้างประปราย รวมถึงงานพิธีกรรายการทีนทอล์ค แต่การเข้ามาสู่การเป็นพิธีกรด้านไอทีนี่คือโอกาส เพราะบังเอิญมีรุ่นพี่ของเราเขาบอกว่ามีรายการที่ต้องการพิธีกรหญิงในรายการไอทีที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เขารับแคสติ้งอยู่ ซีเลยลองไปแคสต์ดูแล้วก็ได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นในสายไอทีค่ะ เรื่องไอทีอาจจะเป็นเรื่องยาขมของผู้หญิง คุณมีวิธีการสร้างความสนใจเรื่องดังกล่าวนี้อย่างไรฉัตรปวีณ์ : สำคัญที่ตัวโปรดิวเซอร์ค่ะ เขามีวิธีพูดที่ทำให้เราสนใจ และนำสิ่งเหล่านั้นมาถ่ายทอดให้พิธีกรแบบง่ายๆ ซึ่งต่างจากกูรูด้านไอทีที่ซีเจอ เขาจะอธิบายยากมาก และบังเอิญช่วงที่ซีเข้าไปทำเป็นช่วงแนะนำเกี่ยวกับแก็ดเจตน่ารักๆ แล้วเขาก็แนะนำการนำเสนอโดยปล่อยให้ซีแนะนำในแบบตัวเอง เราเลยเริ่มฝึกจากรายการเคเบิ้ลทีวีเล็กๆ จากการทำรายการ 7 นาที มีสคริปต์จริงๆ 1 นาที ที่เหลือด้นเอาเอง ก็เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ทั้งการพูด การเขียนสคริปต์ รวมถึงเรื่องไอทีในเชิงลึก ยิ่งรู้ก็ยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ เรื่องยากที่สุดในการเป็นสื่อสารมวลชนสายไอทีของคุณฉัตรปวีณ์ : ในงานสายนี้มันยากทุกอย่างค่ะ เพราะว่าเรื่องไอทีเป็นเรื่องยาก การที่จะพูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้ คุณต้องแตกฉานกับเทคโนโลยี เพราะถ้าคุณไม่แตกฉานกับมันแล้ว คุณก็จะพูดเหมือนกับอ่านสคริปต์ เพราะฉะนั้นการที่เราจะแตกฉานในแต่ละเรื่องได้เราต้องเจอตัวจริงของเรื่องนั้นๆ แต่บางทีเจอตัวจริงที่เก่งเกินไปเขาอธิบายให้เราฟังอึ้งไปเลยก็มี เพราะข้อมูลของเขามีมาก อธิบายทีสมองเราเหมือนถูกถล่มด้วยข้อมูลโดยที่เราไม่มีพื้นฐานจนจับประเด็นไม่ถูก นี่อาจจะเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของซีก็ได้ เพราะซีได้ฟังข้อมูลมา ก็จะสามารถเข้าใจภาวะของคนที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับไอที แล้วเราจะนำเสนอเรื่องแบบนี้ คนดูเหล่านั้นต้องรู้แค่ไหนพอในระดับคนปกติ เพราะว่ากูรูเหล่านั้นเขารู้ทุกอย่างจริงๆ แล้วเราสามารถเรียกคุณว่า ‘กูรู’ ได้หรือไม่ฉัตรปวีณ์ : เอาจริงๆ ซีไม่ชอบให้ใครมาเรียกว่ากูรูนะ เพราะซีเคยเจอคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นกูรูจริงๆ เขาเทพมาก ระดับที่ไม่ใช่แค่ประกอบคอมฯ ได้ แต่คนเหล่านี้รู้ลึกทุกรายละเอียด ชิปเซตบางอย่างเราแค่ชี้เขาก็รู้ทันทีว่ามันคืออะไร ตัวซีเองน่ะแค่เด็กๆ ดังนั้นงานของซี จึงไม่ไปจุ้นจ้านกับเรื่องบางอย่างที่เราไม่ถนัด เพียงแต่ทำในขอบข่ายของการบอกเล่าข้อมูลเกี่ยวกับไอทีที่คนปกติควรรู้ หรือแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้มิจฉาชีพด้านออนไลน์หลอกคุณ หรือบอกข้อป้องกันการโดนแฮกข้อมูลก็เท่านั้น แล้วกับคำยกย่องให้เป็น ‘เจ้าหญิงไอที’ คุณคิดอย่างไรกับคำชมนี้ฉัตรปวีณ์ : ก็ดีใจนะคะ (ยิ้ม) เพราะซีไม่ได้คาดหวังอะไร คือการที่เราไม่คาดหวัง แล้วพอมีคนเอามงกุฎมายื่นให้เป็นเจ้าหญิงไอทีมันก็ตกใจนะ แต่ก็ดีใจ มีความสุขจากการที่คนยอมรับ แต่แน่นอนว่าทั้งนี้ ทั้งนั้นก็ไม่ยึดติด เพราะซีเป็นแค่คนๆ หนึ่งที่โชคดี ที่งานของเรามีคนเห็น เพราะฉะนั้นเราไม่ได้เหลิงกับคำพูดเหล่านี้ แล้วก็มีความคิดที่อยากจะพัฒนางานของตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน ย้อนกลับมาที่เรื่องงาน ทราบว่าในรายการของคุณ คุณทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ด้วยตัวเองใช่ไหมฉัตรปวีณ์ : ใช่ค่ะ (ตอบเร็ว) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้กันเฉพาะแฟนคลับเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะมันมาถึงช่วงเวลาที่เราต้องมาเป็นผู้ผลิตเอง เขียนสคริปต์เอง เพราะโปรดิวเซอร์ออกไป ซีเลยต้องทำหน้าที่ที่เขาทำทุกอย่าง พอทำเองจึงได้เห็นคุณค่าของสคริปต์ว่ามันยากมากในการเขียน เพราะกว่าจะเขียนได้ ไม่รู้ต้องอ่านข้อมูลกี่เว็บ กว่าทำจะออกมาเป็นสคริปต์ ตอนแรกคิดว่ามันง่ายๆ เพราะด้วยความที่เป็นแค่พิธีกร เขายื่นสคริปต์มาเราก็อ่านๆ ไป คือไม่ค่อยสนใจด้วยซ้ำ แต่พอได้ลองมาทำสคริปต์เอง ถึงได้รู้ว่านี่เป็นสิ่งสำคัญ มันยากมาก ทำให้เราใส่ใจมากขึ้น ก็เลยเริ่มทำเว็บบล็อก อ่านจบเมื่อไหร่ก็เกลาเป็นภาษาเขียนโยนเข้าไปในบล็อกส่วนตัว ก็เริ่มมีคนอ่าน มีคนสนใจ ทำให้คนในสายไอทีเริ่มเชิญไปงานด้านไอทีมากขึ้นเรื่อยๆ คนในสายไอทีเขาไม่แปลกใจหรือ ที่ผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณจะมีความรู้เรื่องไอทีในเชิงลึกฉัตรปวีณ์ : ในช่วงที่ทำสคริปต์ ทำให้ซีได้รับความรู้เรื่องไอทีมากๆ ซึ่งก็คุ้มกับการที่ต้องนอนตีสองเขียนสคริปต์เพื่อมาจัดรายการตอนแปดโมงเช้า มันเป็นคุณูปการที่ทำให้เราสื่อสารกับคนที่เชี่ยวชาญเวลาที่เราต้องไปออกงานอีเวนต์ด้านไอที เพราะแน่นอนว่าภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่แต่งตัวเยอะๆ ไม่น่าจะรู้ลึกทางเทคนิคด้านวิศวะไอที บางทีไปเจอคนเหล่านี้ก็จะแปลกใจในตัวเรา และอาจคิดว่าไม่ได้ชอบจริง ดังนั้นซีก็จะโดนลองภูมิ หยั่งเชิงกันตลอดเวลา แต่ซีก็เป็นคนสบายๆ นะ อะไรไม่รู้ก็ยอมรับไปตรงๆ ไม่จำเป็นต้องทำตัวฉลาดตลอดเวลาเพื่อให้คนมาลองภูมิ แล้วหน้าที่สำคัญที่สุดสำหรับสื่อสารมวลชนด้านไอทีในความคิดคุณคืออะไรฉัตรปวีณ์ : แน่นอนค่ะ ถึงบทบาทของซีจะเน้นหนักในด้านพิธีกร แต่เนื้อแท้แล้วมันคืองานสื่อสารมวลชน ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การทำตัวเป็น Watch Dog ที่ดีในประเด็นที่สื่อสารให้คนทั่วไปรู้ถึงความจำเป็นของการใช้งาน เพราะถ้ามองให้ลึกถึงภาพรวมย่อยๆ เรามีคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ ดังนั้นคุณต้องรู้ก่อนว่าคุณจะใช้เพื่ออะไร นี่คือหน้าที่ของซี อีกส่วนหนึ่งในด้านการนำเสนอ ซียังจำคำที่อาจารย์เคยสอนว่า “เมื่อคุณเป็นสื่อ คุณไม่รู้หรอกว่าคุณพูดแล้วมีคนฟังคุณอ่านงานคุณมากน้อยแค่ไหน” แต่อาจารย์จะย้ำเสมอว่า “จงอย่าให้สิ่งที่เป็นมลภาวะแก่ผู้อื่น ดังนั้นไม่ว่าใครจะพูดอะไร คอมเมนต์อะไร ให้ตระหนักตลอดเวลาว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ เพราะการเป็นสื่อที่ดีนั้นไม่ได้วัดกันที่ความเก่งกาจในการสัมภาษณ์ หรือการเขียนที่มีชั้นเชิง จริยธรรมต่างหากที่สำคัญ” จริยธรรมในการนำเสนอของคุณมีเนื้อหาสาระอย่างไรฉัตรปวีณ์ : โดยรวมคงเหมือนสื่อทั่วไป ที่เป็นเรื่องของการห้ามพาดพิงให้คนอื่นเสียหาย อย่างบางคนที่เป็นบล็อกเกอร์ชื่อดัง เขาแสดงความคิดเห็นอะไรก็มีคนเห็นด้วย มี Follower เยอะ ก็เริ่มคิดว่าตัวเองมีอิทธิพล เริ่มที่จะแสดงความคิดเห็นด้านลบ ใส่อารมณ์เข้าไปเยอะเพื่อความสะใจหรือให้คนชอบ ซึ่งซีคิดว่าถ้าเราเป็นสื่อ เราต้องคิดเยอะมากก่อนที่จะแสดงความคิดเห็น แน่นอนว่าคนเราก็ต้องมีผิดพลาดบ้างหรือทำอะไรที่ไม่ถูกใจบางคน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตามที่อาจารย์ซีเคยสอน ถ้าเราไม่ใช่สื่อทางการเมือง เราก็จะไม่พาดพิงเรื่องการเมือง เรื่องศาสนา และสถาบัน นี่คือจริยธรรมของซี สามเรื่องนี้เองที่ทำให้คนขัดแย้งกันมาก เอาเป็นว่าเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ และสิ่งที่ทำเกิดขึ้นจากเจตนาที่ดีในการสื่อสิ่งดีๆ ออกไป บนโลกออนไลน์มีคนมาให้คุณแสดงจุดยืนทางด้านการเมืองบ้างไหมฉัตรปวีณ์ : มีเรื่อยๆ นะ ซีจะไม่เสนอความเห็น เพราะว่าการที่เราพูดออกไปเราไม่รู้ว่าเขาจะเอาคำพูดเราไปพูดซ้ำแบบไหน หากไม่ตรงกับเจตนาของเราก็เกิดผลเสียกับเราในฐานะสื่อ ที่ต้องมีความน่าเชื่อถือและอยู่ในพื้นที่แจ้งก็เลยลำบากมากที่เราจะเสนอความคิดเห็นในสามเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าซีไม่สนใจการเมืองนะคะ เพราะนี่คือเรื่องใกล้ตัวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเราโดยตรง ถามตรงๆ ในฐานะสื่อสารมวลชนด้านไอที ประเด็นทางการเมืองอะไร ที่คุณสนใจและจับตามองเป็นพิเศษฉัตรปวีณ์ : ในขอบข่ายงานด้านไอทีที่ซีทำอยู่สอดคล้องกับการกำหนดนโยบายของกระทรวงไอซีที ซีต้องรู้ อย่างนโยบายแท็บเลตพีซีที่แจกให้เด็ก ป.1 ประเด็นนี้อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองว่าใครดีหรือไม่ดี แต่สิ่งที่ซีสนใจคือสิ่งที่รัฐให้กับประชาชนคืออะไร เพราะซีคือนักข่าว เราต้องรักษาสิทธิ์ของประชาชน ด้วยการตรวจสอบการทำงานหรือโครงการของรัฐอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่อยากรู้คือทำไมต้องแจกเด็ก ป.1 ซีเขียนคอลัมน์ถึงนโยบายนี้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นออกไปประมาณ 3-4 ครั้ง รวมถึงนำเสนอประเด็นนี้ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ว่าเด็ก ป.1 มีความพร้อมมากแค่ไหน ถามไปตรงๆ กับท่านรัฐมนตรีอนุดิษฐ์ คำตอบที่ได้จากท่านรัฐมนตรีอนุดิษฐ์คืออะไรฉัตรปวีณ์ : ท่านรัฐมนตรีก็ตอบดีนะคะ ท่านให้เหตุผลว่าระดับโลกเขาวิจัยมาแล้ว เปรียบเทียบกับการอนุบาลปลาตัวเล็กๆ เราก็ต้องเลี้ยงตั้งแต่เล็กให้เขาเข้าใจว่าการใช้ที่ถูกมันเป็นอย่างไร แต่นี่คือทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติเราต้องดูต่อไปว่าเด็กเหล่านี้จะใช้อย่างไร เพราะท้ายที่สุดเขาให้มามันก็ดีกว่าไม่ให้จริงไหม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นซีก็มีข้อเสนอแนะกลับไปว่า แท็บเลตพีซีนี้เป็นของจีน ถ้าเกิดต้องเสียงบประมาณมากเพื่อซื้อ เรามีโรงงานในไทยที่ผลิตไหม อาจจะแพงกว่าจีนในวันนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว ชิพเซตมีการอัพเกรด แล้วเรามีโรงงานของเราเองก็สามารถนำมารีไซเคิล อัพเกรดได้ ของพวกนี้ก็จะไม่กลายเป็นขยะอิเลกทรอนิกส์ที่ตกรุ่น และเป็นการลงทุนในระยะยาว นี่เป็นหน้าที่ของซี ที่ไม่ได้แค่ถามและติดตามนโยบายแล้วจบ ถ้าเราคิดว่ามันไม่ดี เราต้องเสนอว่ามันไม่ดีอย่างไร ดังนั้นซีต้องดูและรู้ให้หมด ก็พยายามติดตามเท่าที่จะทำได้ “ถ้าเราไม่คิดและตั้งคำถามกับชีวิตรอบข้าง รวมถึงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น เราจะไม่สามารถสร้างสรรค์อะไรได้เลย” นอกเหนือจากการติดตามนโยบายรัฐบาลรวมถึงการอัพเดทเทคโนโลยีแล้ว หน้าที่เพิ่มเติมของสื่อสารมวลชนด้านไอทีมีอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ฉัตรปวีณ์ : งานอีกส่วนหนึ่งของซีคือ การเปิดพื้นที่นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องนวัตกรรมด้านไอทีของคนไทย อย่างกลางปีที่ผ่านมามีเรื่องของ Tech Start-up มีการจับกลุ่มกันของเด็กรุ่นใหม่ของไทย ที่ตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อทำแอพพลิเคชั่น นี่คือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซีก็ไปช่วยสนับสนุนโดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย ด้วยใจที่อยากให้คนไทยได้เกิด เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนไทยคือ คุณกระทิง พูนผล ที่ไปดังที่ซิลิคอนวัลเลย์ ได้ไปทำงานกับกูเกิลแล้วออกมาเปิดบริษัทที่ซิลิคอนวัลเลย์ ซึ่งเขาเป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่แยกออกมาแล้วสามารถเปิดบริษัทในระดับพันล้านขายเกมให้กับคนทั้งโลก เมื่อปีที่แล้วเขาก็มาเปิดหลักสูตรในประเทศไทย ซีก็ช่วยโปรโมตให้คนไปลองเรียนดู ซึ่งจะได้ทั้งไอเดีย และคอนเนกชั่น ปัจจุบันคอร์สเหล่านี้มีเยอะ ที่จัดกับซิปป้า และสำนักนวัตกรรมฯ ซีก็ทำการเสนอเพื่อให้คนที่ทำธุรกิจแบบนี้ได้ความรู้และโอกาสทางธุรกิจกลับไป ในด้านการเปิด AEC ซึ่งเทคโนโลยีไอทีมีส่วนสำคัญ คุณมีการสร้างเนื้อหาที่สอดคล้องกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบรับกับ AEC ให้แก่คนไทยไหมฉัตรปวีณ์ : ซีว่าทั้งคอนเทนต์และการนำเสนอในรายการ เนื้อหาสอดคล้องกับ AEC อยู่แล้ว ซึ่งในส่วนเพิ่มเติมอาจจะต้องเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้นเอง ทั้งนี้ถ้าจะต้องสร้างคอนเทนต์เพื่อโปรโมตประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เขาได้งานได้อาชีพซีจะไม่ทำ เพราะสิ่งที่ซีโฟกัสคือคนไทย เพราะซีต้องการผลักดันคนไทย ในความคิดของซีคนไทยต้องได้ก่อน คนไทยต้องฉลาดก่อน คนไทยต้องรู้ก่อน และที่สำคัญที่สุดคือทำอย่างไรให้คนไทยไปสู่ระดับสากล และถ้าซีสามารถทำให้คนไทยประสบความสำเร็จ ซีเองก็จะรู้สึกประสบความสำเร็จตามไปด้วย การส่งเสริมด้านไอทีของภาครัฐในวันนี้เป็นอย่างไรในสายตาของคุณฉัตรปวีณ์ : บ้านเราอยู่ในช่วงเริ่มต้น แล้วก็กำลังทำอยู่ ทั้งกระทรวงวิทย์ฯ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องก็พยายามดันกันน่าดู ถ้าเราได้ติดตามข่าวก็จะรู้ว่าในปีที่ผ่านมา ภายในงาน Computex Asia จะเห็นหน่วยงานของกรมส่งเสริมการส่งออกซึ่งพยายามที่จะสนับสนุนให้คนทำแอพฯ ขึ้นมา โดยให้เงินสนับสนุนให้ผู้ประกอบการด้านนี้ไปออกบูธงานสิงคโปร์ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถพบกับนักลงทุนจากต่างประเทศจนหลายรายสามารถขายงานของเขาได้ เป็นทางหนึ่งของการช่วยผลักดันอุตสาหกรรมไอทีของไทย ในประเด็นของการสนับสนุนจากทางภาครัฐ มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนฉัตรปวีณ์ : สำคัญมากค่ะ (เน้นเสียง) ยกตัวอย่างประเทศจีน ที่รัฐบาลยอมลงทุนเป็นพันล้านเพื่อสร้างระบบปฏิบัติการของตนเองขึ้นมา โดยไม่ต้องพึ่งพากูเกิล มีหรือที่จะมีคนกล้าคิดขนาดนั้น ซึ่งคิดออกมามันเวิร์คหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่รู้ว่ามีใช้ของตัวเอง ยูทูปเขาก็ไม่ใช้ ก็จะไปใช้ของที่ผลิตเองอย่าง Youku ซึ่งการทำแบบนี้ไม่ธรรมดา เขาคิดเร็วทำเร็วแล้วไม่พึ่งพิงใคร เพราะสิ่งสำคัญที่ซีจะชี้ให้เห็นคือ วิธีคิดที่กล้าลงทุนในระดับนี้ ที่เกิดขึ้นจากการเห็นความสำคัญ แล้วถ้ารัฐฯ ให้ความสำคัญอย่างไรเสียคนในชาติก็ต้องตาม พอตามแล้วก็จะเกิดการพัฒนาอะไรอีกหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาข้างเคียง จนสามารถดัดแปลงไปสร้างธุรกิจได้เงินมหาศาล ซึ่งเป็นผลดีของชาติต่อไปในอนาคต นี่คือความสำคัญที่ซีอยากจะเน้นให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องของเทคโนโลยี ที่ในวันนี้มันคือส่วนหนึ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิต ในประเด็นของเทคโนโลยีที่เกี่ยวพันกับการใช้ชีวิต ในฐานะที่คุณต้องไปร่วมงานอีเวนต์ในต่างประเทศบ่อย คนที่นั่นเขาใช้เทคโนโลยีร่วมกับชีวิตประจำวันอย่างไร ยกตัวอย่างประเทศอเมริกาฉัตรปวีณ์ : เวลาคนอเมริกาเขาอยู่ในร้านกาแฟ หรือในที่อื่นๆ เราจะไม่เห็นเขาหมกมุ่นอยู่กับมือถือมากเท่าไหร่ เพราะเขาจะให้ความสำคัญกับสิ่งรอบข้างมากกว่า แล้วก็แบ่งเวลาในการใช้เทคโนโลยีได้ดีมาก ทั้งที่ประเทศเขามีคนคิดค้นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกได้อยู่เป็นจำนวนมาก แต่ที่ชัดเจนที่สุดนั่นคือประเพณีของคนยิว คือเขาจะมีวันหนึ่งในรอบสัปดาห์ที่เรียกว่าวัน Shabat เป็นวันที่ห้ามแตะอุปกรณ์ไอที หรือห้ามแตะอุปกรณ์อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับไฟฟ้า ในวันนั้นคนยิวทุกคนจะต้องไปเจอกันที่สวนสาธารณะเพื่อปิกนิก และใช้ชีวิตกับครอบครัว เพราะว่าชนชาติยิวเน้นการใช้ชีวิตแบบคอมมิวนิตี้ซึ่งเป็นหลักคิดที่ดี เพราะซีเชื่อว่าเราจะใช้ชีวิตได้อย่างไร ถ้าปราศจากญาติสนิทมิตรสหายรอบตัว เป็นเรื่องน่าสนใจและเป็นเรื่องแปลกที่เขาเรียกร้องการใช้ชีวิตแบบคนจริงๆ แต่กลับสามารถคิดค้นเทคโนโลยีที่มหัศจรรย์ได้ ซึ่งนี่อาจจะเป็นเบื้องหลังวิธีคิดในการสร้างเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจากการเว้นว่างจากการใช้เทคโนโลยี การเว้นว่างจากเทคโนโลยีทำให้คนยิวคิดค้นนวัตกรรมได้อย่างไรในความคิดคุณฉัตรปวีณ์: การปล่อยวางอาจจะทำให้ได้คิดอะไรอื่นๆ ทั้งยังได้เสริมความคิดสร้างสรรค์จากการใช้ชีวิต ให้รู้ว่าการใช้ชีวิตคืออะไร เพราะถ้าเราไม่คิดและตั้งคำถามกับชีวิตรอบข้าง รวมถึงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น เราจะไม่สามารถสร้างสรรค์อะไรได้เลย เพราะถ้ามัวแต่เล่นไร้สาระ จงอย่าเป็นผู้ผลิต อย่างดีคุณก็เป็นได้แค่ผู้ใช้ คุณจะไม่สามารถคิดได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป รวมถึงไม่สามารถรู้ได้ว่าชีวิตมนุษย์จริงๆ ต้องการอะไร ซึ่งคนยิวเขาอาจจะมองเห็นด้วยหลักคิดแบบนี้ รวมถึงวิธีคิดของอเมริกานั่นคือการกล้าฆ่าเทคโนโลยีของตัวเอง โดยไม่ห่วงความเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจนี้ของตัวเอง จึงทำให้เขามีการรวมกลุ่มกันของคนคิดค้นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ อย่างกลุ่ม Kick Starter ที่เปิดโอกาสให้คนนำเสนอไอเดียด้านนวัตกรรม แล้วถ้ามันน่าสนใจก็จะมีคนให้เงินทุนสนับสนุน โดยให้นำไปผลิต นี่ก็เป็นโอกาสที่เปิดให้เสมอ แล้วกับประเทศญี่ปุ่น เขามีหลักคิดแบบใดในการสร้างนวัตกรรมเท่าที่คุณได้เห็นมาฉัตรปวีณ์ : นี่เป็นคำถามที่ดีมากค่ะ (ตอบเร็ว) ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความเป็นชาตินิยมสูงมาก เขาจะใช้แต่เทคโนโลยีที่ประเทศตนเองผลิตเท่านั้น เขาเชื่อในสินค้าของเขาและจะซื้อแต่สินค้าของเขา อย่างโทรศัพท์มือถือ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็จะใช้ยี่ห้อ Docomo ที่เขาผลิตเอง ซึ่งมีดีไซน์และรูปแบบวิธีการใช้ที่น่ารักมาก และเมื่อมีคนใช้มากก็ต้องมีคนทำเทคโนโลยีเพื่อรองรับการใช้งานของตนเอง ทำให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้และได้ฝึกคิด นี่น่าจะเป็นเบื้องหลังวิธีคิดในการสร้างเทคโนโลยีของเขาย้อนกลับมาที่บ้านเราที่ไม่สามารถผลิตแบบนี้ได้ เรื่องแบบนี้จึงยังไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วซีคิดว่าเราต้องเชื่อในสิ่งที่คนไทยทำเป็นอันดับแรก ในช่วงเริ่มต้นมันไม่มีอะไรดีหรอก แต่ถ้าวันหนึ่งเราผลิตจนได้มาตรฐานแล้วคิดถึงคนใช้ ส่วนคนใช้คิดถึงผู้ผลิตว่าถ้าไม่ดีเราก็บอกคนผลิตว่ามันไม่ดีอย่างไร ทุกอย่างตอบโต้กันไปเรื่อยๆ จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่เริ่มต้นก็คงต้องเชื่อในสิ่งที่คนของเราสร้างขึ้นมาก่อน แล้วอย่างประเทศเกาหลีใต้ มีความเหมือนหรือแตกต่างกับญี่ปุ่นหรือไม่ฉัตรปวีณ์: เกาหลีใต้อาจจะคล้ายกัน บางอย่างอาจยิ่งกว่าด้วยซ้ำ อย่างเช่น Samsung ก็มีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ถ้าธุรกิจไหนที่รุ่งก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนจีดีพีในประเทศ ทุกครั้งที่เราซื้อโทรศัพท์มือถือ เงินก็จะเข้าประเทศเขา ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่รัฐบาลเขาจะผลักดันอย่างเต็มสูบ และมีเมืองซัมซุง มีการอัดโฆษณาสินค้าเต็มที่เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก มีหรือคะที่จะไม่เกิด ในอนาคตเป็นไปได้หรือไม่ที่ประเทศไทยจะก้าวขึ้นไปทัดเทียมกับทั้งสามประเทศ ในแง่ของการสร้างนวัตกรรมด้านไอทีฉัตรปวีณ์: ถ้าเริ่มแล้วก็น่าจะมี แต่ในวันนี้อาจจะมีไม่มากนัก วันนี้เราอาจจะมีบริษัทผลิตหุ่นยนต์ในประเทศไทย แต่ก็ยังเทียบชั้นไม่ได้กับทั้งสามประเทศที่ซีได้กล่าวไป แต่ถ้าวัดกันเฉพาะจุด เฉพาะบุคคลแล้วฝีมือคนไทยไม่แพ้ใคร แต่ว่าทุนในการสนับสนุน รวมถึงความจริงจังอาจจะมีไม่มากอยู่ หรืออาจจะมีคนที่จริงจังทำจนสำเร็จออกมา แต่สุดท้ายก็ไม่รู้จะไปขายใคร หรือไม่มีคนมาสนับสนุน มันจะไปสร้างเป็นอาชีพได้อย่างไร จริงไหม? สิ่งที่สร้างขึ้นมาก็ต้องตอบโจทย์ทั้งสองฟากในภาคการลงทุนนั้น สำหรับเด็กรุ่นใหม่ ถ้าซีเห็นว่าทำอะไรแล้วเข้าท่าซีเต็มใจที่จะโปรโมตให้ ส่วนในภาคผู้ผลิตเองก็ต้องคิดด้วยว่าทำออกมาแล้วจะขายใคร ประเทศไทย คนไทยมีความตื่นตัวด้านเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหนในความคิดคุณฉัตรปวีณ์: มีมากค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเน้นในพาร์ทของการเป็นผู้ใช้ คุณเชื่อไหมว่า 3G เกิด อัตราการใช้งานพุ่งปรี๊ดชนะบางประเทศที่เขามีก่อนเราเสียอีก เพราะฉะนั้นถ้าในพาร์ทการเป็นผู้ใช้เราไม่แพ้ใคร ขอให้มีมาเถอะรับรองใช้แน่นอน แล้วไม่ช้าด้วย คือคนไทยใช้เก่ง แต่ในอีกด้านหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือพาร์ทของการเป็นผู้ผลิต คือนโยบายก็ต้องเลิกยึดติดได้แล้ว เพราะเทคโนโลยีก้าวขึ้นไปแล้ว บางอย่างก็ต้องไม่ละเลย อย่างการรักษาความปลอดภัย ซึ่งประเด็นนี้เป็นเองที่ซีเน้นมากหลังจากที่ได้เขาไปช่วยงานของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ แต่พอเราเห็นการทำงานแล้วก็เป็นห่วงเพราะสำนักงานนี้มีเรื่องที่ต้องดูแลอีกมาก เพราะตราบใดที่คนบันทึกข้อมูลทุกอย่างผ่านสมาร์ทการ์ดเรื่องมันจะตามมาอีกเยอะเลย ถ้าเราดูแลความปลอดภัยกันไม่ดี ซีว่าแฮกเกอร์คือโจรที่น่ากลัวที่สุด แล้วผู้หญิงส่วนใหญ่ในบ้านเราใช้เทคโนโลยีเพื่อรองรับความต้องการด้านใดเท่าที่คุณสังเกตฉัตรปวีณ์ : ผู้หญิงส่วนใหญ่ทั้งโลกไม่ได้จำกัดแค่ผู้หญิงไทยเห็นเทคโนโลยีเป็นแฟชั่น เพื่อนมีใช้ฉันก็ต้องมี คือผู้หญิงเห็นเทคโนโลยีเป็นเรื่องสนุก เป็นโซเชียล เน็ตเวิร์คค่ะ อัตราการใช้เทคโนโลยีในชีวิตคุณเป็นอย่างไร แล้วใช้เพื่ออะไรฉัตรปวีณ์ : ไม่นับเป็นชั่วโมงนะ แต่ถ้านับเป็นเปอร์เซ็นต์จะอยู่ที่ 40% ต่อหนึ่งวัน ซึ่งอาจจะดูว่ามาก เพราะเทคโนโลยีเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการทำงานของซี ส่วนหนึ่งเพื่อพีอาร์ตัวเอง แต่ก็เป็นการพีอาร์ที่ให้ข้อมูลคนอื่น และเวลาที่ซีมีไอเดียหรือพบอะไรเจ๋งๆ ซีก็จะถ่ายตัดต่อๆ แล้วโพสต์ ซึ่งถามว่าซีอยากดังคงไม่ใช่ ประเด็นสำคัญคือการได้บอกอะไรกับคนดู และได้แชร์ในสิ่งเจ๋งๆ ให้ทุกคนได้ดูมากกว่า My Idolฉัตรปวีณ์ “สมเด็จพระเทพฯ ท่านคือไอดอลของซี ท่านเป็นเจ้าฟ้าไอทีของคนไทยจริงๆ เพราะท่านทรงเล็งเห็นประโยชน์ในการนำไอทีมาใช้ในการเสริมสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกร ถ้าเคยไปที่สวนจิตรลดา พระองค์ท่านมีแลบของตัวเองเลยนะคะ มีปั๊มน้ำมันในวัง ซีเห็นแล้วช็อกมาก ไม่ธรรมดาจริงๆ ซีคิดว่าท่านมีพระอัจฉริยภาพและเป็นต้นแบบให้แก่เรา ดังนั้นไอดอลของซีก็คงต้องเป็นเจ้าฟ้าไอทีพระองค์นี้ค่ะ” ในวันนี้คุณสามารถอยู่ได้โดยไม่มีอุปกรณ์ไอที หรืออินเตอร์เน็ตได้หรือไม่ฉัตรปวีณ์: ได้ค่ะ แต่คงเป็นชีวิตในวันพักที่หยุดทำงาน คือในวันหยุดนี่ซีแทบไม่แตะอุปกรณ์เลยนะคะ หรือวันอื่นที่รู้สึกว่าเบรคเถอะ ไปเที่ยวก็จะไม่จับ เพราะการที่ไม่ยุ่งกับอุปกรณ์ทำให้ซีได้สังเกตคน หันไปมองโต๊ะข้างๆ ว่าเขาทำอะไร หรือบางทีอยู่บนเวที ซีก็ชอบสังเกตว่าแต่ละที่คนยกโทรศัพท์อะไรขึ้นมาถ่ายเรา เราเห็นบางอย่างที่น่าเรียนรู้มากกว่าอยู่ในจอ เพราะซีเชื่อว่าซีพลาดสิ่งดีๆ หลายอย่างตอนที่มองจออยู่โดยไม่จำเป็น ดังนั้นซีอยู่ได้แน่นอนโดยไม่มีอุปกรณ์ แต่วันนั้นต้องเป็นวันที่ไม่มีการทำงาน เพราะอาชีพซีเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี และตามติดการเปลี่ยนแปลงให้ทัน เคยได้วางแผนชีวิตไว้หรือไม่ ว่าคุณจะทำงานพิธีกรด้านไอทีไปอีกนานแค่ไหนฉัตรปวีณ์: ก็จะทำไปเรื่อยๆ เพราะนี่คืองานที่ซีรักและหลงใหล แต่ในอนาคตที่ไกลออกไปจากนี้อยากจะพัฒนางานของตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน จนถึงอยากสร้างเด็กรุ่นใหม่เป็นทีมของเรา เพื่อปลูกฝังความคิดดีๆ แล้วให้เขานำเสนอข้อมูลเหล่านี้ในแบบเขา โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าหญิงไอทีก็ได้ หรืออาจจะเป็นรุ่นถัดไปก็ได้ ซึ่งมันคงจะเป็นเรื่องดีถ้าเราสามารถสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับคนรุ่นต่อไปได้ ถ้ามีโอกาสในตอนนี้ ใครคือคนที่คุณอยากนั่งสนทนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านไอทีมากที่สุดฉัตรปวีณ์ : มีหลายคนมาก แต่อยากคุยกับ สตีฟ จ็อบส์ นะคะ นั่นเป็นจุดหมายสูงสุดในการทำงานสายนี้ของซีเลย อยากรู้ว่าเขาเป็นปิศาจเหมือนกับที่หนังสือประวัติเขาเขียนหรือไม่ แต่ซีคิดว่าบางทีคนเก่งกับคนดี หรือคนที่เป็นที่รักก็ต่างกันออกไป ซึ่งถ้าสตีฟ จ็อบส์ เขาไม่เขี้ยวหรือไม่ร้ายกาจมากๆ บางทีก็อาจไม่สามารถทำให้ทุกคนคิดเหมือนเขาได้ เพราะในเมื่อเขาต้องบังคับให้เทคโนโลยีหนึ่งสำเร็จขึ้นมา การที่เขาจะดุทุกคนให้ทำตามเขาให้ได้อย่างที่ต้องการคงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด อย่างไรก็ตามเขาก็คนนะคะ ซีคิดว่าชีวิตของเขามันจริงมาก มีทั้งมุมที่ตกต่ำมากๆ มุมที่งี่เง่าสุดๆ แต่มุมที่เขาลุกขึ้นมาอย่างสงบแล้วสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับโลก นั่นคือมุมดีที่ซีปลาบปลื้ม เพราะคนเราไม่สำคัญว่าคุณเป็นใคร แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณได้ทำอะไรให้กับโลกนี้บ้างต่างหาก ก็เลยคิดว่าถ้ามีโอกาสได้คุยก็อยากคุยกับสตีฟ จ็อบส์ค่ะ FYI: ผลงานการจัดรายการของ ซี-ฉัตรปวีณ์• รายการ Tech 24 Lively ช่อง จีสแควร์ ทรูวิชั่นส์ 26 ทุกวัน เวลา 20.00 น.• รายการ Tech2days ช่อง TPBS ทุกวันเสาร์และอาทิตย์• รายการ 168 ชั่วโมง ช่อง 3 พุธ 00.00-00.30 น. (ช่วง cee it)• รายการ IE Metropolis วันอาทิตย์ 8.00 น. ททบ.5• รายการ Gizmo.Today บนเว็บไซต์ BuzzIdea.tv• รายการ Cyber City วันเสาร์ 10.55 ททบ.5• รายการแบไต๋ ไฮเทค ช่อง Nation Channel วันอาทิตย์ 21.45 น.• รายการ Boys’ Toys วันเสาร์ 17.00 น. ททบ.5• รายการ Nine Intrend วันจันทร์-พฤหัสฯ 22.15-22.20 น. ช่อง 9• รายการอมยิ้ม วันจันทร์-พุธ 18.00-18.30 น. ช่อง 3 คู่กับ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน• รายการ Hi Speed ช่อง Speed Channel ทรูวิชั่นส์ 72 ทุกวันอังคารและพฤหัสฯ เวลา 19.30-20.30 น.• รายการ WEEKLY C3 ช่วงย่อยในรายการข่าวเรื่องเด่นเย็นนี้ วันเสาร์-อาทิตย์• รายการ IT’S IT ช่อง 8 Infinity วันอาทิตย์ 09.30-10.00 น.• รายการ MIE TV PSI CHANNEL สาระดี 24 ชั่วโมง วันอาทิตย์ 10.00-10.30 น.

นิพิฎฐ์แนะโอ๊ค ไม่เหมาะเปรียบพ่อเป็นยักษ์เป็นมาร
ข่าวโอ๊ค พานทองแท้ /  นิพิฐฎ์ อินทรสมบัติ / 

นิพิฎฐ์แนะโอ๊ค ไม่เหมาะเปรียบพ่อเป็นยักษ์เป็นมาร  หลังวิพากษ์พรรคประชาธิปัตย์รอค้านทุกเรื่อง ยันกฎหมายไทยไม่เคยมีนิรโทษกรรมให้นักการเมืองทุจริต ชี้หากเล่นการเมืองไม่เคยแพ้ ก็มีแต่โกงเท่านั้น จากการที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ ว่าเป็นเหรียญด้านเดียว พร้อมค้านทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม เนื่องจากหวาดระแวงกลัวว่าฝ่ายตรงข้ามจะลืมตาอ้าปากได้ พร้อมแนะให้พรรคประชาธิปัตย์คิดใหม่ คืนความเป็นธรรมให้กับคู่แข่ง สู้กันด้วยความเสมอภาค เลิกเอารัดเอาเปรียบพรรคฯ อื่นนั้น วานนี้ (22 ต.ค.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นกัน เพื่อตอบโต้การแสดงความเห็นของนายพานทองแท้ โดยระบุว่า การที่นายพานทองแท้ หาว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นเหรียญที่มีด้านเดียว ค้านทุกเรื่อง นายพานทองแท้ คงไม่รู้จริง เพราะไม่ได้อยู่ในรัฐสภา ความจริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนกฎหมายของรัฐบาลมากกว่าที่คัดค้าน และการที่พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น ไม่ใช่รังเกียจ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ประเทศไทยไม่เคยมีกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับนักการเมืองที่ทุจริตเลย ทั้งที่มีอดีตนายกฯ ที่ทุจริตและถูกยึดทรัพย์เป็นของแผ่นดินมาแล้ว 3 คน คือ จอมพลถนอม กิตติขจร, จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งจอมพลสฤษดิ์และจอมพลถนอม พยายามขอทรัพย์สินคืนมาตลอด แต่ศาลไม่คืนให้ และรัฐบาลทุกรัฐบาลก็ไม่นิรโทษกรรมให้การที่นายพานทองแท้ เสียดสีพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะเป็นฝ่ายค้านตลอดนั้น การเป็นนักการเมือง ถ้าคิดชนะอย่างเดียว ไม่ยอมแพ้นั้น มีทางเดียวที่จะทำให้ชนะได้ตลอด คือ โกงทุกรูปแบบ เหมือนที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำ ซึ่งหากกดค้นหาคำว่า นักการเมืองเลวที่สุดในโลกในกูเกิล ก็จะพบว่าหนังสือพิมพ์ในเครือวอชิงตันโพสต์ จัดอันดับให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักการเมืองที่เลวติดอันดับ 5 ของโลก ส่วนการบอกว่า ฝ่ายค้านก้าวข้ามทักษิณไม่พ้นนั้น เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ นอนขวางทางเดินของประเทศไทยอยู่ เราจึงพยายามเอา พ.ต.ท.ทักษิณ ออกนอกทางเดิน ไม่อยากเดินข้ามไปเพราะมันไม่สุภาพ แต่หากไม่ยอมอีกเห็นทีคราวนี้ต้องข้ามไปจริงๆแล้ว แล้วการที่นายพานทองแท้ ไปเปรียบคุณพ่อว่า เป็นเหมือนทศกัณฑ์ที่ฆ่าไม่ตายได้อย่างไร สงสัยไม่อ่านตอนจบ สุดท้ายทศกัณฑ์ก็ถูกหนุมาณหากล่องดวงใจจนเจอ และทศกัณฑ์ก็ถูกฆ่าตายในที่สุด คราวหลังอย่าเปรียบคุณพ่อเป็นยักษ์เป็นมารอีก MThai News

Google เผย คำถามสัมภาษณ์งานสุดหิน ไม่มีผลต่องาน หรือรับเข้าทำงาน!!
google /  กูเกิล

"คำถามสัมภาษณ์งานสุดหิน Google ถามเอามันส์ เฉยๆ !!"   Google ถือเป็นหนึ่งในบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ ที่เหล่า Geek หนุ่มสาว เฝ้าฝันอยากจะเข้าไปร่วมงาน และแน่นอนเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้ายาก ทั้งการสัมภาษณ์งานที่ขึ้นชื่อว่าหินสุดๆ โดยเฉพาะคำถามสุดครีเอท แหวกแนว แต่ล่าสุด Laszlo Bock รองประธานอาวุโสฝ่ายทรัยากรบุคคลแห่งกูเกิลนั้น กลับเปิดเผยข้อเท็จจริง เรื่องคำถามสัมภาษณ์งาน ที่แท้แล้วไม่มีผลต่องาน และมีคุณค่าเพียงสร้างความภูมิใจให้กับผู้สัมภาษณ์ ทำให้พวกเค้ารู้สึกว่าตัวเองฉลาดเท่านั้น!!     " จากสถิติของกูเกิล คำถามเหล่านั้นไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้สัมพันธ์กับประสิทธิภาพของพนักงานที่รับเข้ามาแม้แต่น้อย นอกจากสร้างความรู้สึกต่อผู้ที่สัมภาษณ์ว่าตัวเองฉลาด แต่สิ่งสำคัญกับอยู่ที่คำถามเชิงพฤติกรรม ( behavioral interview ) ซึ่งเป็นคำถามชุดเดียวกัน ที่จะใช้กับผู้ถูกสัมภาษณ์ทุกคน เราสามารถสังเกตได้ว่าผู้ตอบมีท่าทีต่อสถานการณ์จริงอย่างไร? ไม่พบว่าคำถามยากนั้นๆ จะสัมพันธ์กับการเฟ้นหาพนักงานเก่งๆ ได้เป็นพิเศษในทุกกรณี และเช่นกันคะแนนเช่น GPA เกรดที่ดีนั้น ไม่มีผลกับการจ้างงานในกูเกิลเลย เราไม่ใช้ transcript ในการสมัครงานแล้ว     เนื่องจากทักษะในการเรียนนั้นไม่เกี่ยวข้องกับทักษะการทำงานจริง คำถามในห้องเรียนนั้นเป็นการจำลอง มีคำตอบที่เจาะจง ขณะที่ความเป็นจริงนั้นคำตอบของปัญหานั้นหลากหลายไม่ชัดเจน " Laszlo Bock เล่า นอกจากนี้ ในเรื่องของการทำงานในกูเกิลนั้น ยังเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนสามารถให้คะแนนหัวหน้างานเป็นลำดับชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ ก่อนแชร์ไปยังหัวหน้างานคนนั้นๆ ได้ เป็นผลให้งานบริหารคนของกูเกิลดีขึ้น ซึ่งประเด็นด้านผู้นำที่ดีตามสถิติอยู่ที่ ความยุติธรรรม และ ความสม่ำเสมอ !!     ตัวอย่างคำถามสัมภาษณ์งานของกูเกิล   - ในประเทศที่ต้องการเฉพาะเด็กผู้ชาย ทุกๆ ครอบครัวจะมีเด็กจนกว่าจะได้ลูกผู้ชาย , ถ้าพวกเค้ามีลูกผู้หญิงหนึ่งคน และเด็กคนอื่นๆ อีก ถ้าพวกเค้ามีลูกผู้ชาย ครอบครัวนั้นก็จะหยุดผลิตลูก , สัดส่วนระหว่างเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงในประเทศนี้คือเท่าไหร? - มี piano tuners ทั้งหมดเท่าไหร่? อยู่บนโลก - ช่วยดีไซน์แผนอพยพ สำหรับเมืองซานฟรานซิสโกให้หน่อย - คุณมีลูกบอลไซต์ 7 อยู่ 8 ลูก น้ำหนักเท่ากัน แต่มีอยู่ลูกนึง ที่น้ำหนักมากกว่าลูกอื่นอยู่เล็กน้อย หาลูกบอลลูกนั้น โดยใช้โอกาสยกขึ้นมาเทียบน้ำหนักได้ 2 ครั้ง - ทำไมจึงมีขอบรอบๆ ท่อระบายน้ำ? - อธิบายความสำคัญของ "วัวที่ตายไปแล้ว" ??? - ผู้ชายคนหนึ่งจอดรถของเค้าไว้ที่โรงแรม และต่อมามันก็หายไป ...เกิดอะไรขึ้น? - จงอธิบาย database ภายใน 3 ประโยค ให้หลานชายวัย 8 ขวบ ฟัง !!     อ้างอิงจาก : blognone by mk , usaukonline

ดาราชายถ่ายเซ็กซี่ คนไหนที่คู่ควรไปเป็นนายแบบให้ Calvin Klein
Calvin Klein /  Justin Bieber / 

ดาราชายถ่ายเซ็กซี่ คนไหนที่คู่ควรไปเป็นนายแบบให้ Calvin Klein ก็อย่างที่เรารู้กันว่า ทาง Calvin Klein ได้เลือกหนุ่มซ่า จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์นาย แบบกางเกงใน ให้กับแบรนด์นั่นเอง ซึ่งทาง Men.MThai ก็เคยเอาหนุ่ม บีเบอร์ มาเปรียบเทียบกับนายแบบรุ่นพี่มาแล้วว่าใครมันจะเจ๋งกว่ากัน ระหว่างนายแบบกางเกงใน Calvin Klein รุ่นพี่ในตำนาน หรือ นายแบบกางเกงในรุ่นน้องหน้าใหม่อย่าง จัสติน บีเบอร์ ซึ่งในคราวนี้ทางเราก็เลยเกิดไอเดียเล่นๆ ขึ้นมาที่ว่า ถ้าทาง Calvin Klein ต้องมาเลือกนายแบบชาวไทยไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ เขาจะเลือกใครกันแน่ โดยทางเราได้คัดเลือก นายแบบชาวไทย - ดาราชายถ่ายเซ็กซี่ ที่เคยสลัดผ้าโชว์หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ให้สาวๆ (และ เก้ง กวาง บ่าง ชะนี) ได้กรี้ดและหวีดร้องกันมาแล้ว มาเป็นตัวเลือกให้เพื่อนๆ ได้ดูกันครับ ว่าดาราไทยคนไหน ถ้ามีแบรนด์ดังต้องการมาตีตลาด จะถูกเลือกเป้นนายแบบกางเกงใน Justin Bieber เริ่มต้นกันที่บีเบอร์ ต้นฉบับหนุ่มเจ้าของตำแหน่ง นายแบบกางเกงใน คนล่าสุดของ CK ที่มีโดนโจมตีเรื่องภาพหลุด ก่อนรีทัชที่ประให้กล้ามโตและเป้าตุงจนผิดปกติ จนคนอื่นขับไต๋ได้ มาดูกันที่ฝั่งไทยเราบ้าง ถ้า CK เขาต้องเลือก ดาราชายถ่ายแบบเซ็กซี่ จากไทยไปเป็นนายแบบ ใครกันนะ ที่เข้าแก็บสุด ปั้นจั่น ปรมะ ภาพจาก Volume หรือ สังข์ จากบางระจันที่กำลังออนแอร์อยู่ทางช่องสาม ถ้าจะกล่าวถึงความฮ็อตของเขา ก็คงจะนึกถึงภาพแฟชั่นสุดเซ็กซี่ที่เขาได้ไปถ่ายกับทางนิตยสาร Volume ที่เรียกได้ว่าเป็น Signature ของเขาไปซะแล้ว เพราะว่า ถ้าค้นหาคำว่า ปั้นจั่น ปรมะ ในกูเกิล แน่นอนว่าภาพถ่ายเซ็กซี่ของเขาต้องโผล่มาให้เห็นก่อนเพื่อน แทค ภรัณยู ภาพประกอบจาก Attitude ก็รู้ กันอยู่ว่างานถ่ายเซ็กซี่ แท็คไม่เคยทำให้ผิดหวังกันแม้แต่น้อย เพราะว่าไม่ว่านิตยสารเล่มไหนต่อไหนเรียกใช้บริการให้แท็คไปถ่ายเซ็กซี่ให้ แท็คก็จัดให้อย่างเต็มที่เสมอ อีกทั้งเขายังเป็นคนเป็นกันเองเข้าถึงง่ายจึงมีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก จึงเป็นอีกคนที่น่าจะเข้าแก็ป ไปถ่ายแบบโกอินเตอร์ได้ อั๊ต อัษฎา ภาพจาก Image อั๊ต อัษฎา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยถ่ายแบบเซ็กซี่ ด้วยดีกรีวีเจแห่งช่อง MTV Asia จึงทำให้ลุคของเขาเป็นหนุ่มอินเตอร์ ที่ผสมผสานความหล่อแบบไทยๆ ได้อย่างลงตัว ซึ่งถึงแม้ภาพถ่ายแฟชั่นจาก Image เซ็ตนี้จะถูกถ่ายมาตั้งแต่ปี 2007 แต่ทางเราก็บอกเลย ปี 2015 เวลาก็ทำอะไรความหล่อของหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ ต๊ะ วริษฐ์ ภาพจาก Volume หนุ่มนักแสดงมากฝีมือที่เคยฝากผลงานมาแล้วมากมาย เคยถ่ายแบบเซ็กซี่กับทาง Volume เอาไว้ใน ปี 2010 กับความหล่อสไตล์เอเชียๆ อีกทั้งเขายังมีสเน่ห์กับผู้หญิงเป็นอย่างมาก ด้วยหน้าตาสไตล์เอเชียและหุ่นที่เฟิร์มเป็นอย่างดี จึงเป็นทางเลือกที่ดี ถ้าหากได้ถ่ายแบบโกอินเตอร์ ครับ ซี ศิวัฒน์ ภาพจาก Image เรียกว่าถ่ายแบบเซ็กซี่คู่ก่อนที่จะสวมแหวนแต่งงานเลยจริงๆ สำหรับ ซี ศิวัฒน์ ที่เรียกว่าภาพแฟชั่นเซ็ตนี้สร้างกระแส แบะเป็นที่พูดถึงได้อย่างมาก เพราะความเซ็กซี่ที่เป็นสไตล์ของตัวเอง ถึงแม้ เขาจะไม่ได้กล้ามแน่นแบบนายแบบเพาะกล้าม แต่หุ่นแบบนี้แหละที่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยเห็นแล้วต้องหวีดร้อง แบ๊งค์ ปรีติ ภาพจาก แพรว ร็อคเกอร์ ในตำนานเจ้าของ รอยสักสุดเท่ ลายพระอาทิตย์ ก็เคยได้มาถ่ายแบบแนวเซ็กซี่มาแล้วเหมือนกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่าภาพถ่ายแฟชั่นชุดนี้เป็นแฟชั่นแบบเซ็กซี่ครั้งแรกของ แบ๊งค์ ปรีติ เลยด้วย ซึ่งทางเราต้องบอกเลยว่าถ่ายออกมาได้สวย ดูเป็นมืออาชีพมากๆ จึงไม่น่าแปลกที่เราจะยกแบ็คงค์ เป็น หนึ่งในตัวเลือกที่ดีถ้าทางแบรนด์ชั้นนำ มองหานายแบบจากประเทศไทยครับ

ชมตย.ใหม่จาก Maleficent พร้อมกับเพลงประกอบจาก ลาน่า เดล เรย์
Maleficent /  มาเลฟิเซนท์ / 

ปล่อยกันออกมาแล้วคลิป 90 วินาที "มาเลฟิเซนท์ -- กำเนิดนางฟ้าปีศาจ" เผยเพลงสุดคลาสสิค "Once Upon a Dream" เวอร์ชั่นใหม่โดย ลาน่า เดล เรย์ เปิดให้โหลดฟรีผ่านทาง กูเกิล เพลย์ นักร้อง/นักแต่งเพลงชาวอเมริกันเจ้าของรางวัลทางดนตรีมากมาย ลาน่า เดล เรย์ ได้บันทึกเสียงการตีความใหม่ ของบทเพลงจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นเทพนิยายสุ­ดคลาสสิคของดิสนีย์ เรื่อง "สลีปปิ้ง บิวตี้ -- เจ้าหญิงนิทรา" ที่จะเป็นเพลงท้ายภาพยนตร์ (End Credit) ของ "มาเลฟิเซนท์ -- กำเนิดนางฟ้าปีศาจ" ที่จะเข้าฉายในบ้านเราในวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 นี้ เพลง "Once Upon a Dream" (วันซ์ อัพพอน อะ ดรีม) เวอร์ชั่น ลาน่า เดล เรย์ จะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรีเฉพาะที่ กูเกิล เพลย์ ได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ http://smarturl.it/ldrgps1 พร้อมติดตามหนังกันได้ 29 พฤษภาคมนี้

10 บริษัทที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด 2013
10 อันดับ /  ที่สุดในโลก

หลังจากเรียนจบ นักศึกษา หลายคนกำลังมองหาบริษัทที่มั่นคง มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักและยอมรับ ในวันนี้ teen.mthai.com จะพา นักศึกษา ไปพบกับ 10?บริษัทที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด?2013?จาก?บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านการจัดหางานและการทำงานระดับโลกจากสวีเดน??ยูนิเวอร์ซัม? (ซัมไร ทะลึ่งป่ะ)?สำรวจความคิดเห็นนักศึกษาจบใหม่ 200,000 คนใน 12 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย อังกฤษ และสหรัฐ ในหัวข้อ บริษัทที่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด 50 อันดับ 2013?เราไปดูกันว่าจะมี บริษัทในดวงใจของใครกันบ้างหรึเปล่านะ ข้อมูล?teen.mthai.com อ้างอิง ?universumglobal.com/ideal-employer-rankings/global-results ,?http://th.wikipedia.org บริษัทสายธุรกิจ?ที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด?2013 อันดับ 1 บริษัท กูเกิ้ล (?Google Inc. ) อยากรู้อะไรไป กูเกิล สิคะ เวปแรกที่ทุกคนต้องเข้าเพราะ ข้อมูลทุกอย่างที่อยากรู้อยู่ที่ กูเกิล ในผู้ให้บริการด้านไอทีแบบครบวงจรจากสหรัฐ?เป็นบริษัทมหาชนอเมริกัน มีรายได้หลักจากการโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฏในเสิร์ชเอนจินของกูเกิล อีเมล แผนที่ออนไลน์ ซอฟต์แวร์จัดการด้านสำนักงาน เครือข่ายออนไลน์ และวิดีโอออนไลน์ รวมถึงการขายอุปกรณ์ช่วยในการค้นหา .... ทำให้ขึ้นแท่นชาต?บริษัทที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด ครองอันดับ 1 ในใจไปโดยปริยาย อันดับ 2?บริษัท เอิร์นสท์ แอนด์ ยัง (?Ernst & Young?เรียกโดยย่อว่า EY ) คนธรรมดาอย่างเราๆ อาจจะไม่ค่อยได้ยินสักเท่าไรกับ?บริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก?ที่ควบคู่กับ ดีลอยต์ทูชโทมัตสุ ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ และ เคพีเอ็มจี ให้บริการสอบบัญชีภายใน บริการที่ปรึกษาบัญชี และ บริการบริหารความเสี่ยง หรือที่เรียกว่า ออดิท audit นั้นเอง อันดับ 3 บริษัท?โกลด์แมน แซคส์ (?Investment banking ) หนึ่งใน วาณิชธนกิจรายใหญ่ของโลก จากสหรัฐ?คือ สถาบันทางการเงินซึ่งทำหน้าที่ระดมเงินทุน, ซื้อขายหลักทรัพย์, บริหารการควบรวมและซื้อกิจการ รวมถึงให้คำปรึกษาในธุรกรรมข้างต้นและธุรกรรมทางการเงินประเภทอื่น เช่น การปรับโครงสร้างหนี้, การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ, ทำรายงานวิจัย, ออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เป็นต้น อันดับ 4 บริษัท ไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (?PricewaterhouseCoopers?หรือที่เรียกโดยย่อว่า?PwC?) เป็นหนึ่งใน บริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ควบคู่กับ ดีลอยต์ทูชโทมัตสุ , เอินส์ท แอนด์ ยัง และ เคพีเอ็มจี นอกจากการตรวจสอบบัญชีแล้ว ยังมีอีกหลากหลายบริการตั้งแต่การเป็นที่ปรึกษาภาษีอากร การจัด ซื้อ การจัดหาทรัพยากรบุคคล การให้บริการด้านเทคโนโลยี และ อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นการให้บริการในลักษณะการจัดหาจากภายนอก ให้แก่ลูกค้าองค์กร นอกจากนี้ ยังให้บริการที่ปรึกษาการเงินและการบริหารการประกันภัยอีกด้วย อันดับ 5 บริษัท?ไมโครซอฟท์ (?Microsoft ) ใครที่ทันยุค คอมพ์พิวเตอร์จอตู้ ต้องรู้จักแน่นอน กับ ไมโครซอฟท์ ?บริษัทผลิตซอฟท์แวร์รายใหญ่ที่สุดของโลกจากสหรัฐ?เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก โดยผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ที่มีกำลังการตลาดมากที่สุดคือ ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ที่สมัยเน็ต 68 k ครองตลาดนั้นและน่า อันดับ 6?บริษัท แอปเปิล ชื่อเดิม บริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ ( Apple Computer Inc. ) หลังจากนั้นยุคของ แอปเปิ้ล ก็มาตีตลาดเน็ต68k กระจุยกระจาย เมื่อ บริษัทในซิลิคอนแวลลีย์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แอปเปิลปฏิวัติคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุค 70 ด้วยเครื่องแอปเปิลทู และแมคอินทอช ในยุค 80 ปัจจุบันแอปเปิลมีชื่อเสียงด้านฮาร์ดแวร์ เช่น ไอแมค ไอพอด ไอโฟน ไอแพด และร้านขายเพลงออนไลน์ไอทูนส์ ... ทำให้วัยรุ่นสมัยนี้ต้องถามพ่อแม่ว่า?ไมโครซอฟท์ คืออะไรอ่ะแม่ ! อันดับ 7?บริษัท?ดีลอยต์ทูชโทมัตสุ ( Deloitte ) มาอีกหนึ่งใน บริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ควบคู่กับ ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ เคพีเอ็มจี และ เอินส์ท แอนด์ ยัง ให้บริการทั้งด้านการบัญชีและที่ปรึกษาดังนี้ การสอบบัญชี การทำบัญชี การวางแผนยุทธศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการการเงิน และการควบคุมประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังให้บริการด้านการจัดหางานและที่ปรึกษาภาษีอากร รวมถึงการให้บริการธุรกิจแก่รัฐบาลและสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ดำเนินการในตลาดเกิดใหม่ อันดับ 8?บริษัท?เคพีเอ็มจี (?KPMG ) ตามมาติดๆกับบริษัท ออดิท อีกแห่งหนึ่งใน บริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ควบคู่กับ ดีลอยต์ทูชโทมัตสุ ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ และ เอินส์ท แอนด์ ยัง มีฐานประกอบการอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีสำนักงานตั้งอยู่ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลกยังมีบริการที่ปรึกษาภาษีอากรและที่ปรึกษาการเงิน เรื่องเงินๆทองๆ พี่ตามไม่ค่อยทันค่า อันดับ 9?บริษัท โคคา-โคล่า ( Coca-Cola ) กินตั้งแต่เด็กยันโต กินจนฟันผุ โคคา-โคล่า?เป็น บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำอัดลมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในแบรนด์สินค้า โค้ก ก่อตั้งบริษัทขึ้นที่ แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมื่อปี ค.ศ. 1892 โดย อาซา แคนด์เลอร์ ที่ได้ซื้อสิทธิบัตรจากนายแพทย์ จอห์น สติธ เพมเบอร์ตัน ซึ่งได้ เปิดบริษัทผลิตน้ำอัดลมยี่ห้อ โคคา-โคล่า โดยปัจจุบันบริษัทได้ผลิตโค้กออกมาจัดจำหน่ายวันละ 1,600,000 ขวดต่อวันและจัดจำหน่ายมาก กว่า 200 ประเทศทั่วโลก อันดับ 10?บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ( Procter & Gamble ) (?พีแอนด์จี?P&G)? บริษัทข้ามชาติผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจากสหรัฐอเมริกา?ติดอันดับห้า จาก "10 บริษัทที่ได้รับการยกย่องสูงสุด" ประจำปี 2011 หรือที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน เฮดแอนด์โชว์เดอร์ (Head & Shoulder) ,?รีจอยส์ (Rejoice) ,แพนทีน (Pantene) ,เฮอร์บัล เอสเซนส์ (Herbal Essences) ,โอเลย์ (Olay) (ก่อนหน้านั้นมีจำหน่าย แต่ใช้ชื่อว่า ออยล์ ออฟ อูลาน) (Oil of Ulan),โอเลย์ เมน โซลูชั่น (Olay Men Solutions),ยิลเลตต์ (Gilette),เอสเค-ทู (SK-II) ,เซฟการ์ด (Safeguard) ,วิสเปอร์ (Whisper) ,แพมเพอร์ส (Pampers),เวลล่า (Wella) ,ออรัล-บี (Oral-B) ,ดาวน์นี่ (Downy),ดูราเซลล์ (Duracell) ,วิคส์ (Vicks) ยาและเวชภัณฑ์,แอมบิเพอร์ (Ambi Pur) ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่น,แฟ้บ (Fab) ผงซักฟอก,เพค (Paic) ผงซักฟอก สำหรับ บริษัทสายงานวิศวกรรม ที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด?2013 อันดับ 1?บริษัท กูเกิ้ล (?Google Inc. )? ก็ยังมาแรงส์ไม่มีใครแซงได้ของพี่ กูเกิ้ล?ที่ยังครองแชมป์อยู่ที่อันดับ1 หนึ่งในผู้ให้บริการด้านไอทีแบบครบวงจรจากสหรัฐ ครองใจอันดับหนึ่ง สองสายการทำงาน ใน?บริษัทสายธุรกิจ และ?บริษัทสายงานวิศวกรรม? อันดับ 2?บริษัท?ไมโครซอฟท์ (?Microsoft ) ถึงแม้จะเป็นอันดับ 5 ในสายธุรกิจ แต่ในสาย วิศวกรรมนางได้อันดับ 2 นะจ้ะ เพราะเป็น?บริษัทผลิตซอฟท์แวร์รายใหญ่ที่สุดของโลก และ ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศมีกำลังการตลาดมากที่สุด และล่าสุดไปซื้อโนเกียมาละ หวังจะพัฒนาระบบซอฟท์แวร์ ในโทรศัพท์ให้น่าใช้ ใช้งาน สเมือนพกคอมพ์เล็กๆไปทำงานได้ด้วยทุกที่ ทุกเวลา?จึงทำให้เป็นที่ท้าทายสำหรับ นักศึกษาสายนี้ อันดับ 3?บริษัทไอบีเอ็ม?( International Business Machines, IBM) หรือชื่อเล่น Men is Black MIB?) คงคุ้นๆหูกันมาบ้างแล้วกับ IBM ที่เห็นตามสำนักงานราชการทั่วไป (อีนนี้เรื่องจริง ลองไปดูหลังคอมพ์ดูดิ) เจาะตลาดเมืองไทยมาสักพัก แต่เป็นที่นิยมเฉพาะบริษัทเท่านั้น เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และให้บริการด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ รายใหญ่ของโลก ไอบีเอ็มก่อตั้งมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 และเป็นบริษัทสารสนเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไอบีเอ็มเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีเมนเฟรมและนาโนเทคโนโลยี แต่ช่วงนั้น?ไมโครซอฟท์ มาแรงส์จริงๆทำให้ไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไร อันดับ 4?บริษัท แอปเปิล หรือในชื่อเดิม บริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer Inc.) ถึงจะเป็นอันดับ 6 ในสายธุรกิจ แต่เป็นอันดับ 4 ในสายวิศวกรรม นะจ้ะ เพราะ บริษัทในซิลิคอนแวลลีย์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่เรารู้จักกันนั้นแหละ ไอแมค ไอพอด ไอโฟน ไอแพด และร้านขายเพลงออนไลน์ไอทูนส์ เราว่ามันคงท้าทายมากๆ อันดับ 5?บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู?BMW ภาษาเยอรมัน: Bayerische Motoren Werke ; อังกฤษ: Bavarian Motor Works) (บาวาเลีย มอเตอร์วอคส์)? บีเอ็มดับเบิลยู(ไม่ควรอ่านว่า บีเอ็มดับบิว ให้อ่านเร็วๆว่า บีเอ็มดับเบิ้ลยู) หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกจากเยอรมนี ?ตั้งอยู่ที่เมืองมิวนิค ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2459 (ค.ศ. 1916) และเป็นบริษัทแม่ของมินิ ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูซื้อมาจากโรเวอร์?รถในระดับที่ทัดเทียมกับบีเอ็มดับเบิลยู เช่น แอคิวรา อัลฟาโรมีโอ เอาดี้ คาดิลแลก อินฟินีตี จากัวร์ เลกซัส ลิงคอล์น เมอร์เซเดส-เบนซ์ วอลโว ซาบ ปอร์เช่ เป็นต้น ขอสักคันฉันไม่ลืมบุญคุณเลย จริงๆ อันดับ 6?บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ( Procter & Gamble ) (?พีแอนด์จี?P&G) บริษัทข้ามชาติผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจากสหรัฐอเมริกา?ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แชมพู สบู่ เครื่องสำอาง ต่างๆนานา ก็ติดอันดับ?บริษัทที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด 2013 นะจ้ะ ที่จริงฉันอยากไปเพราะจะได้ตัวเทสเตอร์มาฟรีๆ อันดับ 7 บริษัท?อินเทล (?Integrated?Electronics Corporation?) เป็น บริษัทผลิตชิพสารกึ่งตัวนำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อวัดจากรายได้ บริษัทอินเทลเป็นผู้คิดค้นไมโครโพรเซสเซอร์ตระกูลx86 ออกมาวางจำหน่าย ซึ่งเป็นไมโครโปรเซสเซอร์ที่ใช้กันมากที่สุดในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล อินเทลยังเป็นผู้ผลิตชิพเซตของเมนบอร์ด, เน็ตเวิร์คการ์ดและแผงวงจรรวม, แฟลชเมโมรี, ชิพกราฟิค, โปรเซสเซอร์ของระบบฝังตัว ตลอดจนอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร?ชื่อของอินเทลก็กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในทันที โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักคือ หน่วยประมวลผลกลางตระกูลเพนเทียม (Pentium) อันดับ 8 บริษัท?ซีเมนส์?( Siemens AG ) ซีเมนส์ (Siemens AG) เป็นกลุ่มบริษัทวิศวกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป ซีเมนส์เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลายประเภทรวมกัน (conglomerate) โดยมีแผนกธุรกิจหลัก 6 ส่วน ได้แก่ ระบบอัตโนมัติและระบบควบคุม, พลังงานไฟฟ้า, ระบบขนส่ง, การแพทย์, สารสนเทศและการสื่อสาร, และระบบส่องสว่าง?โดยเริ่มจากการคิดค้นระบบโทรเลขที่ให้ผลลัพธ์เป็นตัวอักษรแทนที่จะเป็นรหัสมอร์ส ตึ๊ดๆๆๆๆ อันดับ 9 บริษัท?โซนี่ คอร์เปอเรชัน ?(?sony ) โซนี่ คอร์เปอเรชัน เป็นเครือบริษัทเกี่ยวกับสื่อขนาดใหญ่ของโลก ก่อตั้งที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทลูกคือ โซนี่ อิเล็กทรอนิกส์ เป็นผู้นำในด้านการผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอ การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัทเริ่มต้นด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อย่างหม้อหุงข้าว จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องบันทึกเทปแม่เหล็กเป็นเจ้าแรกของญี่ปุ่น แต่บริษัทก็ยังคงคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงออกมาอยู่เสมอ ทำให้ได้รับการยอมรับนับถือ และมีชื่อเสียงขจรไกลไปในระดับนานาชาติ ได้แก่ วิทยุทรานซิสเตอร์เจ้าแรกของญี่ปุ่น (1955), โทรทัศน์สีแบบไตรนิตรอน (1968), เครื่องเสตอริโอส่วนบุคคลยี่ห้อวอล์คแมน (1979), กล้องถ่ายวีดิโอยี่ห้อแฮนดี้แคม (1989), เพลย์สเตชั่น (1994), เครื่องบันทึกยี่ห้อบลูเรย์ดิสก์ (2003), และเพลย์สเตชั่น 3 (2006) อันดับ 10?บริษัท รอยัลดัตช์เชลล์ ( Royal Dutch Shell ) หรือ เชลล์ ?chell ถึงของแถมจะไม่แจ่มเท่าปั๊มใหญ่ๆของไทย แต่ เชลล์ ก็เป็นบริษัทพลังงานข้ามชาติ สัญชาติดัตช์และอังกฤษ ประกอบธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันปิโตรเลียม รวมไปถึงธุรกิจพลังงานทดแทน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1907 จากการควบรวมกิจการของบริษัท รอยัลดัตช์ปิโตรเลียม สัญชาติเนเธอร์แลนด์ และ บริษัท "เชลล์" ทรานสปอร์ตแอนด์เทรดดิง สัญชาติอังกฤษ บริษัทเป็นบริษัทแม่ของ บริษัทน้ำมันเชลล์ (Shell Oil Company) ที่ทำตลาดเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และติดอันดับ 1 ใน 10?บริษัทที่นักศึกษาจบใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด 2013 นะคะ ยังมี บริษัทที่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด 50 อันดับ ละลานตา เข้าไปแสวงหาความรู้ได้ที่ http://universumglobal.com/ideal-employer-rankings/global-results

คลิปหลุด!!! New Motorola X สมาร์ทโฟนตัวใหม่จาก Google.
Motorola X /  โมโตโรล่า เอ๊กซ์ / 

คลิปหลุด!!! New Motorola X สมาร์ทโฟนตัวใหม่จาก Google. ซึ่งเหมือนจะหลุดมาจากเว็บ www.ragers.com/monox (ตอนนี้เข้าไม่ได้แล้ว....) ซึ่งมีคนเอามาปล่อยโดยนาย Дима Прокопенко (https://plus.google.com/109021179357601394175/posts) และใน Youtube ทาง Google เอง ก็พยายามลบออกอยู่ ใน Video ตัวนี้ แสดงถึงฟีเจอร์ใหม่ ของตัว Notification หรือฟีเจอร์ที่สามารถสั่งงาน Google Maps โดยที่ไม่ต้องเปิดเครื่องขึ้นมาก่อนเลยก็ได้ และแถมสามารถที่จะถ่ายรูปได้ เพียงแค่เขย่าตัวมือถือ ก็จะเข้า mode ถ่ายรูปทันที

สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน
สมัครงาน /  เกร็ดความรู้

ตัวอย่างคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน ในแต่ละปี บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ไมโครซอฟท์ กูเกิล แอปเปิ้ล ทวิตเตอร์ หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆของแต่ล่ะประเทศ ขอแนะนำก่อนว่า ก่อนจะตอบคำถาม ควรหัดเป็นคนที่มีความคิดแบบ ตรรกะ การคิดนอกกรอบ การคิดสร้างสรรค์ อย่าคิดแต่อะไรเดิมๆ .... เพื่อนๆลองคิดและเขียนคำตอบลงในกระดาษดูนะคะ ข้างท้ายมีเฉลย ^^ สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน 1.บันไดเชือกยาว 3.6 เมตรถูกแขวนอยู่ข้างเรือลำหนึ่ง ระยะห่างระหว่างแต่ละขั้นคือ 30 เซนติเมตร ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นด้วยความเร็ว 10 เซนติเมตรต่อชั่วโมง จะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าบันไดขั้นที่4จะจมน้ำ ตอบก่อนดูเฉลย... 2.มีขวดไวน์อยู่หนึ่งขวด ผมใส่เหรียญลงไปในขวดไวน์ขวดนั้นแล้วปิดฝาด้วยจุกคอร์ก(จุกฝาปิดของขวดไวน์)แล้วถ้าผมให้คุณเอาเหรียญออกมา โดยที่ไม่เปิดฝาจุกคอร์ดและขวดยังอยู่ในสภาพเดิม(ขวดห้ามแตกหรือเป็นอะไร)คุณจะใช้วิธีใดนำเหรียญออกมา ตอบก่อนดูเฉลย... 3.เศรษฐีคนหนึ่งกำลังติดสินใจจะยกมรดกให้ลูกชายของเค้าคนใดคนหนึ่งในจำนวน 2 คน เค้าบอกกับลูกทั้ง 2 คน ว่าให้ขี่ม้าแข่งกันไปยังเมืองข้างหน้านี้ แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่าถ้าม้าของใครไปถึงเมืองเป็นอันดับที่สอง! เจ้าของม้าคนนั้นจะได้รับมรดกไป แต่เมื่อทั้งสองไปถึงหน้าเมืองก็ไม่มีใครยอมใครไม่ยอมขี่ม้าเข้าไปในเมืองก่อน จนวันแล้ววันเล่าผ่านไป เอ้า..คราวนี้จะทำยังไงเล่าที่จะมีใครได้รับมรดกไป ตอบก่อนดูเฉลย... 4.มีแก้วอยู่ 6 ใบ แก้วที่2ที่4และที่6 มีน้ำส้มบรรจุอยู่ในแก้ว จะทำยังไงให้น้ำส้มในแก้วเรียงติดกันได้ โดยการเคลื่อนย้ายหรือจับแก้วได้เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ตอบก่อนดูเฉลย... 5.ชาวนาคนหนึ่งจะข้ามแม่น้ำจากฝั่งนี้ไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ โดยจะน้ำเอา สุนัขจิ้งจอก ข้าวเปลือกหนึ่งกระสอบและไก่ ติดตัวไปด้วย ปัญหาคือ เรือข้ามฟากสามารถบรรทุได้เพียงชาวนากับสัมภาระได้เพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเค้ายังไม่สามารถทิ้งสุนัขจิ้งจอกไว้กับไก่ได้ เพราะจะถูกกิน และยังไม่สามารถทิ้งไก่ไว้กับข้าวเปลือกได้ เพราะข้าวเปลือกจะถูกไก่กิน แต่ข้าวเปลือกจะไม่ถูกจิ้งจอกกิน ดังนั้นจึงทิ้งจิ้งจอกไว้กับข้าวเปลือกได้ ถามว่าชาวนาจะทำยังไงในการข้ามฟากแม่น้ำนี้โดนที่สัมภาระทั้งหมดไม่มีสิ่งใดเสียหายเลย ตอบก่อนดูเฉลย... 6.1ส่วน2,2ส่วน3,3ส่วน4,4ส่วน5,5ส่วน6,6ส่วน7,7ส่วน8,8ส่วน9,9ส่วน10 ของ 1000 มีค่าเท่ากับเท่าไหร่ ตอบก่อนดูเฉลย... 7.โลกนี้มีบัตรเครดิตทั้งหมดกี่ใบ ตอบก่อนดูเฉลย... 8.มีเด็ก 2 คน กำลังเล่นม้ากระดกกันอยู่ เด็กคนหนึ่งน้ำหนัก 50 กิโลกกรัม และอีกคนหนึ่งมีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ถ้าจะทำให้ม้ากระดกมันสมดุลหรือทำให้มันขนานกัน เด็ก 2 คนนี้ต้องทำอย่างไร ตอบก่อนดูเฉลย... 9.มีการจัดแข่งขันปิงปองชิงแชมป์ระดับโลก ซึ่งมีนักปิงปองทั้งหมด 657 คน จากทั่วโลกในการร่วมชิงชัย โดยจะแข่งขันกันแบบแพ้คัดออก แต่เนื่องจากผู้เล่นทั้งหมดมีจำนวนคี่ มือวางอันดับหนึ่งของโลกจึงได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบที่สองโดยอัตโนมัติ อยากรู้ว่าจะมีการแข่งขันทั้งหมดกี่ครั้ง จนกว่าจะได้แชมป์โลก ตอบก่อนดูเฉลย... 10.ขอถามว่า คำถามอะไรยาก!ที่สุดในโลก ตอบก่อนดูเฉลย... เฉลย สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน 1.บันไดเชือกไม่จมน้ำ (จงระวังเอาไว้เมื่อเจอคำถามระดับง่ายเช่นนี้ เพราะมันจะเป็นคำถามลวงซะมากกว่า ผู้สมัครมักจะตอบผิดมาหลายรายแล้ว นั้นจึงเป็นเหตุให้เค้าไม่ผ่านในการสัมภาษณ์) 2.ดันจุกคอร์กเข้าไปในขวดแล้วน้ำเหรียญออกมา (การดันจุกคอร์กเข้าไปในขวดแล้วนำเหรียญออกมา คือวิธีการคิดนอกกรอบที่ผู้สัมภาษณ์มองหา ผู้สมัครที่เข้าใจในเรื่องนี้มีแนวดน้มที่จะสามารถนำจุดแข็งของปัญหามาแก้ตัวปัญหาเอง น่าเสียดายที่ผู้สมัครส่วนใหญ่ไม่สามารถหลุดจากกรอบความคิดเดิมๆได้ นั้นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ไม่ผ่านการสัมภาษณ์) 3.ให้ชายทั้งสองคนแลกม้ากัน แล้วไปเริ่มต้นวิ่งแข่งกันอย่างจิงจัง เพราะเงื่อนไขในคำถามมีอยู่ว่า ถ้าม้าของใครไปถึงทีหลังเจ้าของม้าคนนั้นจะได้รับมรดกไป 4.เทน้ำจากแก้วใบที่ 2 ลงไปในแก้วที่ 5 หรือ...เทน้ำจากแก้วใบที่ 6 ลงไปในแก้วใบที่ 3 (นี่คือการเคลื่อนย้ายหรือจับแก้วได้เพียงแค่ครั้งเดียว 5.ชาวนาต้องนำไก่ข้ามไปก่อน แล้วทิ้งสุนัขจิ้งจอกไว้กับข้าวเปลือก จากนั้นข้ามกลับมาเพื่อนำสุนัขจิ้งจอกข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม แล้วนำไก่ที่พาข้ามไปตัวแรกนั้นข้ามกลับมาด้วย(เพราะจะได้ไม่โดนสุนัขจิ้งจอกกิน) เมื่อข้ามกลับมาแล้ว ชาวนาต้องนำข้าวเปปลือกข้ามมาด้วย โดยทิ้งไก่เอาไว้ จากนั้นสุดท้ายชาวนาค่อยข้ามกลับมาเอาไก่ดังเดิม... 6.ตอบ100 (คำถามนี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เคล็ดลับง่ายๆเพียงแค่คำนวณจากหลังไปหน้าเท่านั้นเอง) 9ส่วน10ของ1000เท่ากับ900 8ส่วน9ของ900เท่ากับ800 7ส่วน8ของ800เท่ากับ700 6ส่วน7ของ700เท่ากับ600 5ส่วน6ของ600เท่ากับ500 4ส่วน5ของ500เท่ากับ400 3ส่วน4ของ400เท่ากับ300 2ส่วน3ของ300เท่ากับ200 1ส่วน2ของ200เท่ากับ100 7.คำถามนี้ไม่มีคำตอบหรือมีลักษณะคำตอบที่ไม่ชัดเจน ถูกถามขึ้นมาเพื่อประเมินว่าผู้สมัครจะมีท่าทีอย่างไรเมื่อถูกถามคำถามที่เหมือนจะไม่มีทางรู้คำตอบ ผู้สมัครที่ด้อยคุณภาพจะวิตกกังวลหรือหัวเสียจนถึงต้องทำหน้าตาไม่พอใจจ้องเขม็งมาที่ผู้สัมภาษณ์ราวอยากจะกินเลือดกินเนื้อหรือคิดว่าร้ายผู้สัมภาษณ์ในใจ คำถามลักษณะนี้ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่เพียงแค่จะดูท่าทีของผู้สมัครเท่านั้น หรือผู้สมัครอาจจะคิดคำตอบในหลักการของความน่าจะเป็นก็ได้ คำถามนี้ประเมินได้หลายลักษณะคือ จิตวิทยา และหลักการคณิตศาสตร์ของความน่าจะเป็น การคำนวณประชากร และหลักการคิดแบบเปอเซ็น อื่นๆ 8.คนที่หนักกว่าต้องเขยิบมาอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของม้ากระดก(คำถามนี้ง่ายโครตๆๆๆๆ) 9.มีการแข่งขันทั้งหมด 656 ครั้ง (เริ่มที่จากผู้แข่งขันทั้งหมดมีอยู่ 656 คน ตัดมือวางอันดับหนึ่งของโลกไป และในแต่ละเกมที่แข่งก็จะมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ ต่อไปเราก็ต้องมาดูว่าต้องแข่งกี่ครั้งเพื่อให้ได้ผู้แพ้ 656 คน ในเมื่อแพ้ชนะติดสินกันด้วยการแข่งขัน ดังนั้น จำนวนเกมการแข่งขันก็ต้องเท่ากับจำนวนผู้แพ้ นั้นหมายความว่า หากมีผู้แพ้ 656 คน ก็ต้องมีการแข่งขันทั้งหมมด 656 ครั้ง 10.คำตอบของคำถามนี้ก็คือ คำถามที่ยากที่สุดในโลกนั้นแหละที่ยากที่สุดในโลก(ตอบอีกทีหนึ่ง คำตอบคือของคำถามนี้คือ >>>คำถามที่กำลังถามอยู่นี่แหละยากที่สุดในโลก) นี่ก็คืออีกหนึ่งคำถามลวงชวนคิดแทบบ้าอีกหนึ่งคำถาม 5555555 CR:John Kador จากเว็บ www.dek-d.com

Moto X หลุดเต็มตา Schmidt โชว์ออฟอย่างเต็มใจ !!
google /  Moto X / 

" Eric Schmidt แก่ สปอร์ต เปิดเผย Moto X "   ไฟนอลสักที สำหรับแอนดรอยด์ตัวเมพโค้ดเนม Moto X ผลงานชิ้นโบว์แดงแรก หลังกูเกิลได้ซื้อ Motorola Mobility เข้ามาในสังกัด ตั้งแต่ปี 2011 หวังเคาะฮาร์ดแวร์ให้กลมกลืนกับโอเอสด้วยตัวเอง   จากที่ยืมมือผู้ค้าทำตลาดจนแอนดรอยด์โอเอส ประสบความสำเร็จเทียบไอโอเอส ล่าสุดนอกจากแผนการโปรโมท ที่ว่าหว่านงบลงมากว่า 500 ล้านดอลล่าห์ และถูกปล่อยภาพหลุดเบาๆ ออกมาให้คาดเดากันสักพักใหญ่ๆแล้ว   ล่าสุด Eric Schmidt ประธานบอร์ดแห่งกูเกิล จัดเต็ม Moto X โทรศัพท์โชว์กันแบบไม่แอบไม่ซ่อน ในงาน Allen & Co. เมื่อวานที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งภาพแทบจะรีวิว hand-on ชุดนี้ ถูกถ่ายโดยช่างภาพของแดนมะกะโรนี  ส่วนสเปกนั้นนอกจาก Dual LTE (dLTE) น้องเอ็กส์ยังจะคงความเป็นสมาร์ทโฟนพันธ์โมโต ด้วยความอึดของแบตที่อัดมาราว  4,000mAh อีกด้วย !!     Moto X   ซีพียู Qualcomm Snapdragon S4 Pro clocked at 1.7GHz Dual LTE (dLTE) , Input Multiple Output (MIMO) Smart Antenna. 16GB of storage onboard / แบต 4,000mAh   Source : theverge , knowyourmobile

นิวยอร์ก เมืองท่องเที่ยว ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในโลก
นิวยอร์ก /  เมืองถ่ายภาพ

Sightsmap.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เปิดเผยข้อมูลล่าสุดของ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนถ่ายรูปเอาไว้มากที่สุดในโลก โดยข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการรวบรวมภาพถ่าย ที่นักท่องเที่ยวทั่วไป ถ่ายไว้ตามสถานที่ต่างๆ ก่อนที่จะมีการแชร์ภาพลงในแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Panoramio ซึ่งเป็นแอพที่สามารถระบุพิกัดของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ผ่านทางกูเกิล แมปส์ ซึ่ง เมืองใดที่มีการถ่ายรูปและแชร์ผ่าน Panoramio มาก ที่สุด จะสังเกตได้ว่าจะเป็นจุดสีเหลือง รองลงมาก็จะเป็นสีส้ม สีแดง ไปจนถึงสีม่วง ซึ่งหมายถึงมีการถ่ายภาพเอาไว้น้อยที่สุด ซึ่งผลปรากฏว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนมาเยือนและถ่ายรูปเอาไว้มากที่สุดในโลกก็คือ นครนิวยอร์กของสหรัฐฯนั่นเอง นิวยอร์ก เมืองท่องเที่ยว ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในโลก ซึ่งขึ้นชื่อว่า นิวยอร์ก แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่ มากมาย ตั้งแต่สวนสาธารณะเซ็นทรัล พาร์ค เทพีเสรีภาพ ตึกเอ็มไพร์ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจแห่งต่างๆ แต่ สำหรับพิพิธภัณฑ์ Guggenheim แล้ว สถานที่แห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ที่มีคนมาถ่ายรูปด้วยมากที่สุด มากกว่าตึกเอ็มไพร์ ที่หลายคนยกให้เป็นแลนด์มาร์กของนิวยอร์กเสียด้วยซ้ำ สถานที่ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากนิวยอร์ก คือ กรุงโรม ของอิตาลี ซึ่งหากใครที่เคยไปเยือนกรุงโรมนั้น จะเห็นได้ว่ามีสถานที่มากมายให้เราได้ถ่ายรูปไม่รู้จบ แต่สำหรับสถานที่ที่มีคน มาถ่ายรูปมากที่สุด กลับไม่ใช่โคลอสเซียม สนามกีฬากลางแจ้งในยุคโรมันเหมือนที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแต่อย่างใด แต่กลับเป็นโบสถ์ Trinità dei Monti โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม หรือ อาจจะเรียกได้ว่าใจกลางแหล่งช็อปปิ้งชื่อดัง อย่างบันไดสเปน โดยนักท่องเที่ยวมักจะมารวมตัวกันที่นี่ แล้วก็ถ่ายรูปโดยมีโบสถ์ Trinità dei Monti เป็นฉากอยู่เบื้องหลัง ทำให้สถานที่แห่งนี้ ติด อันดับสถานที่ที่มีคนมาถ่ายรูปเป็นอันที่ 1 ของอิตาลี และเป็นอันดับ 2 ของโลก อันดับที่ 3 คือ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งเมืองแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับโลกอยู่มากมาย โดยไฮไลท์ของเมืองอยู่ที่ ซากราด้า แฟมีเลีย โบสถ์ที่ในตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการก่อ สร้าง ซึ่งแม้ว่าจะสร้างมานานกว่า 100 ปีแล้ว แต่การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากว่าสร้างเสร็จ ก็จะได้รับการบันทึกสถิติโลก ว่าเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในโลก แม้ว่าซากราด้า แฟมิเลีย จะเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของบาร์เซโลนา แต่สถานที่ที่คนมาถ่ายรูปและแชร์ลงในแอพ Panoramio มากที่สุดคือ ปาร์กเกวย์ สวนสาธารณะแห่งนี้ เปิดให้เข้าชมฟรี ภาย ในออกแบบโดย แอนโทนี เกาดี ศิลปินเอกของยุค ซึ่งเป็นผู้ออกแบบเดียวกันกับโบสถ์ซากราด้า แฟมีเลีย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นิยมมาเที่ยวชมความงามของที่ โดยเฉพาะบริเวณเนินเขา ซึ่งเป็น จุดที่สูงที่สุดของสวนแห่งนี้ ซึ่งเวลายามเย็นนั้น ทุกคนจะมารอชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และก็จะถ่ายภาพสวยๆเก็บเอาไว้เป็นความประทับใจมิรู้ลืม ส่วนอันดับที่ 4 คือ กรุงปารีส ของฝรั่งเศส สถานที่ยอดฮิตที่คนมาถ่ายรูปมากที่สุด คือบาร์ชื่อดังอย่าง Moulin Rouge อันดับที่ 5 คือ Kiz Kulesi หรือ Maiden's Tower ในนครอิสตันบูลของตุรกี อันดับที่ 6 คือ สะพานแอคคาเดเมีย ในเมืองเวนิสของอิตาลี อันดับที่ 7 คือ Hotel de Paris ในเมืองมอนเตการ์โล ราชรัฐโมนาโก อันดับที่ 8 Piazzale Michelangelo ในเมืองฟลอเรนซ์ของอิตาลี อันดับที่ 9 คือ Caminito ในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา และอันดับที่ 10 คือ มหาวิหารนักบุญสเทเฟน ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ขอบคุณข่าวสารจาก Voicetv

15 คำถากถางสุดฮิต ที่ชาวดรอยด์ใช้ด่าสาวก iPhone !!
Android /  apple / 

"ปรามาสซ้ำๆ ที่ชาวดรอยด์ มักซัดสาวก iPhone"   เป็นที่รู้กันว่าศาสดาจ๊อบส์นั้นจงเกลียดจงชัง Android มาตั้งแต่เปิดตลาดใหม่ๆ ด้วยเหตุผลหลัก คือ เป็นโอเอสก้อปปี้ตัวแม่ ที่เข้ามาแย่งซีนตลาดสมาร์ทโฟน และอดีตซีอีโอผู้ล่วงลับคงจะเสียใจไม่น้อย ที่เมื่อย้อนดูส่วนแบ่งตลาดในวันนี้ของแอนดรอยด์ นั้นรวบหัว รวบหาง กินกลางตลอดตัว ทั้ง low budget - high budget เหี้ยมเกรียมระเบียบสร้าง     แถมปิดตลาดไตรมาสล่าสุดปี 2013 สถิติย้ำชัดว่าเจ้าตลาดนั้นเปลี่ยนมือมาอยู่ในภูมิภาคเอเชียอย่างเบร็ดเสร็จ ซึ่งก็คือ Samsung อริอันดับหนึ่ง ที่ฟาดไปถึง 67.7 ล้านเครื่อง ตามรายงานของ  VisionMobile's Developer Economics และก็เป็นธรรมดาที่ผู้ชนะ (เชิงปริมาณ) จะสามารถถากถางผู้แพ้ได้ ซึ่งมันก็เป็นเซตคำถากถางเดิมๆ ที่นิยมกันมาตั้งแต่ครั้งแอนดรอยด์ตั้งไข่ ...คุ้นเคยกันบ้างไหมหล่ะชาวดรอยด์ ลองดูซิ!!   1. ของชั้นใหญ่กว่า (หน้าจอ)   2. ถอดเปลี่ยนแบตได้แบบซัมซุงฮีโร่นะฮร้าฟฟ!!   3. โฮมสกรีนปรับแต่งได้อิสระ อะไรเช่นนี้หล่ะ!!   4. เพิ่มความจำได้ด้วย SD card (แบบว่าคลิปเยอะ --")   5. แชร์คลิปเด็ด Pic งาม เร็วเวอร์ ไม่แคร์ 3G กาก เพียงแตะๆ เหมือนตบแปะ!!   6. แอพแผนที่มีมาให้อยู่แล้ว ไม่ต้องโหลดเอง หรือจะลงแอพร้านเสียตังค์เพิ่มป่ะ?   7. ด้วยความใหญ่ ก็เป็นได้ทั้งโทรศัพท์และแท็บเล็ต   8. ซิงก์ได้หมด ไม่ต้องเหนี่อย ทั้ง gmail ,chrome และทุกบริการของกูเกิล   9. ผู้ช่วยอย่าง Google Now เป็นอะไรที่ฉลาดกว่า Siri   10. รองรับ usb มาตรฐานสากล ไม่เหมือน...   11. ชีวิตแฮปปี้ด้วย google wallet   12. ยิ่งกว่าอิสระเสรี ด้วย custom rom เปลี่ยนเพิ่มเติมแต่ง   13. เคลื่อนย้ายไฟล์เหมือนพีซี ไม่ต้องมีไอจุ้น !!   14. จะวาดอะไรหรอ? ... ยืมปากกาพี่ไหมน้อง!!   15. เพื่อนเยอะ...ฉลาดเลือก ราคาถูกกว่า ทำได้มากกว่า   Source : businessinsider , blog.laptopmag