กูเกิล

อุทาหรณ์ ! AIS ชี้แจงยกเว้นค่าบริการบิลโหด เพราะลูกค้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์
AIS ชี้แจงยกเว้นค่าบริการบิลโหด /  นาย ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตลาด เอไอเอส / 

ทาง AIS  ชี้แจงกรณีเล่นซื้อเพชรเกมคุกกี้รันจนบิลสูงลิ่วเป็นแสน ยอมยกเว้นค่าบริการให้ลูกค้าใช้งานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมพัฒนาระบบแจ้งเตือนยอดใช้งานป้องกันปัญหาเกิดซ้ำ จากกรณี ที่ จ.สุพรรณบุรี มีสาวแจ้งความร้องทุกข์ว่าพบบิลเรียกเก็บค่าโทรศัพท์กว่า 2 แสนบาท หลังให้บุตรชายวัย 13 ปี ใช้โทรศัพท์มือถือ โดยตรวจสอบพบว่าเป็นการจ่ายเงินซื้อคริสตัลในเกมคุกกี้รัน สำหรับการเพิ่มพลังในการเล่นเกม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด วานนี้ (24 มิ.ย.) นาย ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตลาด เอไอเอส กล่าวว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อว่า มีลูกค้าใช้งานเล่นเกมคุกกี้รัน และมีค่าบริการสูงผิดปกติ ทางเอไอเอส ขอเรียนชี้แจงว่า ปัจจุบันการใช้บริการเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นทางอินเทอร์เน็ต เช่น การสมัครใช้งาน หรือ การซื้อคอนเทนท์ ผ่านทาง "กูเกิล เพลย์ สโตร์" ซึ่งเป็นศูนย์รวมแอพพลิเคชั่นของแอนดรอยด์ ที่ให้บริการโดยกูเกิล ได้รับความนิยมสูงขึ้นเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านมา ลูกค้าจำเป็นต้องสมัครหรือซื้อสินค้าและบริการผ่านทางบัตรเครดิตเท่านั้น ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยการสะดวกให้กับลูกค้า เอไอเอสจึงเป็นผู้รับชำระค่าสินค้าและบริการนี้ให้กับ Google Play Store โดยหักจากบิลล์ค่าโทรศัพท์ของเอไอเอสได้ทั้ง prepaid และ postpaid ตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมา ในทางปฏิบัติ ในการที่จะใช้บริการดังกล่าวได้นั้น ลูกค้าจะต้องมีการสมัครใช้งานและยืนยันความเป็นเจ้าของก่อนจึงจะสามารถทำการ หักค่าใช้จ่ายได้ รวมถึงในการซื้อคอนเทนท์แต่ละครั้ง จะมีการแจ้งให้ยืนยันการซื้อ และจะมีการส่งยืนยันการซื้อดังกล่าวกลับไปที่อีเมลของลูกค้าเสมอเช่นกัน “อย่าง ไรก็ตามหลังจากการเปิดบริการดังกล่าวไป พบว่าลูกค้าบางท่านมีค่าบริการสูงผิดปกติตามที่เป็นข่าว ซึ่งบริษัทก็มิได้นิ่งนอนใจและมีความห่วงใยในกรณีดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง โดยได้ทำการปิดบริการสำหรับระบบโพสต์เพดทันที ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และจะดูแลลูกค้าโดยยกเว้นค่าสินค้าและบริการดังกล่าวทั้งหมดให้แก่ลูกค้า ทุกรายที่ใช้งานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์” ทั้งนี้บริษัทจะมี การพัฒนาระบบแจ้งเตือนรวมถึงเพิ่มเติมการกำหนดยอดการใช้งานสูงสุดในการชำระ ค่าสินค้าและบริการได้ด้วยตนเอง  เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้บริการในโลกออนไลน์ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป MThai News

10 คำค้นหามากที่สุดในกูเกิล ปี 2015 สำหรับรถยนต์และมอเตอร์ไซต์
camry /  car / 

ต้องบอกเลยในปี 2015 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ค่ายรถต่างๆ ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ต่างกันพาเลสเปิดตัวรถใหม่ออกมากันมากมาย และกูเกิล 10 คำค้นหามากที่สุดในกูเกิล ปี 2015 สำหรับหมวดรถ โดยรวมทุกรุ่นที่มีล้อและเครื่องยนต์กันมาแบบจุใจทั้ง รถยนต์ รถกระบะ เอสยูวี พีพีวี มอเตอร์ไซค์ มินิไบค์  พาเลสกันเข้าชาร์ตการค้นหากันมาเนืองแน่น และนี่คือรถที่มีคนค้นหามากที่สุดในกูเกิลปี 2015 มาเริ่มกันที่ อันดับ 10 ก่อนเลยกับ Toyota Camry 2015  รถยนต์ซีดานขนาดกลาง ที่ทำการเปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปี พร้อมทั้งปรับโฉมให้ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวและยังใส่เทคโนโลยีล้ำสมัยมากันครบครัน ภายในดูหรูหรา เรียกว่าเป็นรถคันนึงที่น่าสนใจมาก อันดับ 9 กับ Isuzu d-max 2016  ซึ่งพึ่งจะทำการเปิดตัวไปได้ไม่นานนี้ แต่ยอดจองในงาน Motor Expo 2015 นั้นออกมาค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว D-Max 2016 นั้นมาพร้อมเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์และ 3.0 ดีดีไอ บลูพาวเวอร์ จึงทำให้ราคานั้นก็น่าสนใจเลยทีเดียว อันดับ 8 Mazda 2 2015 ซึ่งต้องบอกว่าเป็นอีกรุ่นนึงที่น่าสนใจมากๆ ในปีนี้เลยทีเดียวกับขุมพลังดีเซลที่ให้แรงบิดสะใจแต่มาในรถคอมแพคท์มันช่างท้าทายจริงๆ และเจ้า Mazda 2 คันนี้ได้รับการพูดถึงและทำการค้นหาในกูเกิลอย่างมากในปี 2015 นี้ จนแทบจะเป็นตัวชูโรงของเทคโนโลยี Skyactiv จากมาสด้าเลยก็ว่าได้ อันดับ 7  Toyota Fortuner 2016 เป็นรถอีกหนึ่งคันที่ทำการเปิดตัวไปช่วงกลางปี และได้ทำการปรับโฉมใหม่ออกมาได้ทั้ง แข็งแกร่ง และ หรูหรา ถูกใจแฟนๆกันเลยทีเดียว ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแข็งแกร่ง และภายในที่ใส่เทคโนโลยีมาในห้องโดยสารหรูหรา เป็นอีกคันที่มีผู้คนให้ความสนใจมากๆ ในปี อันดับ 6 Mitsubishi Pajero Sport 2015 ที่ทำการปรับโฉมใหม่หมด ทั้งไฟหน้าที่ดูโฉบเฉี่ยวและไฟท้ายแบบตั้งที่เพิ่มความรู้สึกแข็งแกร่ง รวมไปถึงเครื่องยนต์ MIVEC คลีนดีเซล ขนาด 2.4 ลิตร ที่น่าสนใจมากๆ เพราะให้พละกำลังมากพอไม่น้อยหน้าใครเลย ส่วนราคานั้นก็น่าสนใจเช่นกัน อาจจะเป็นส่วนนึงที่ทำให้คนพูดถึงกันมากและค้นหาในกูเกิลเยอะเป็นอันดับที่ 6 ในปีนี้ อันดับ 5 Yamaha YZF R15 2015 โดยในอันดับที่ 5 นี้เป็นเป็นรถมอเตอร์ไซค์ กับความเร้าใจในรถตระกูล R ซีรีส์ จากยามาฮ่า ซึ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับแชมป์จาก YZR-M1 มาสู่ YZR-R15 พร้อมเครื่องยนต์ 150 ซีซี ในรูปโฉมซูเปอร์สปอร์ตพันธุ์แท้อย่างกับถอดจิตวิญญาณแชมป์มาใส่แบบนี้ จึงทำให้ Yamaha YZF R15 คันนี้ถูกพูดถึงค่อนข้างมากในปีนี้เลยทีเดียว อันดับ 4 Honda Civic 2016 ซึ่งทำการเปิดตัวไปแล้วที่สหรัฐอเมริกา แต่บ้านเรานั้นคงต้องรอไปก่อน จึงทำให้เจ้า Civic 2016 คันนี้ทำให้คนค้นหากันอย่างมากในกูเกิล เพราะอยากจะสัมผัสรูปลักษณ์ใหม่ของมันกันเหลือเกินจนหลุดเข้ามาอยู่ในอันดับที่ 4 ของนี้ อันดับ 3 Yamaha YZF R3 2015 มอเตอร์ไซค์อีก 1 คันที่หลุดเข้ามาในชาร์ตคำค้นหาของกูเกิลในครั้งนี้ และเป็นรถอีก 1 คันจากรถตระกูล R ซีรีส์กับ YZF R3 สุดยอดความเร้าใจสไตล์ซูเปอร์สปอร์ต กับเครื่องยนต์ 321 ซีซี 4 จังหวะ 2 สูบ ให้พละกำลังแรงสะใจ พร้อมรูปลักษณ์ตามระกูล R ซีรีส์ จากยามาฮ่า อันดับ 2 Kawasaki Z125 ซึ่งยังคงเป็นมอเตอร์ไซค์อีกเช่นเคย กับเจ้า Z125 ที่ทางคาวาซากิได้ทำการเปิดตัว พร้อมกัน 2 รุ่น ทั้ง Z125 และ Z125Pro กับเจนใหม่ของ Super Naked Bike จากคาวาซากิ กับรูปลักษณ์ของรถตระกูล Z ซีรีส์ เรียกว่าตอนเปิดตัวมานั้นค่อนข้างฮือฮาทีเดียวจึงทำให้มีการค้นหาในกูเกิลกันอบ่างมากในปี 2015 นี้ อันดับ 1 Toyota Revo ต้องบอกเลยว่าอันดับ 1 รถที่มีคนค้นหาในกูเกิลมากที่สุดแห่งปี 2015 นั้นไม่แปลกใจเท่าไรที่มันเข้ามาเป็นอันดับ 1 เพราะ Toyota Revo นั้นเป็นรถกระบะเจนฯ ใหม่จากค่ายยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า ซึ่งเจ้า Revo คันนี้จะมาแทนทีรุ่นพี่ที่อยู่มายาวนานอย่าง Vigo จึงทำให้มันเป็นรถที่มีคนค้นหาในกูเกิลมากที่สุดแห่งปี 2015 นี้เลย

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก
บุคคลต้นแบบ /  ผู้หญิงต้นแบบ / 

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Facebook ซึ่งทำให้ Mark Zuckerburg กระโดดจากมหาเศรษฐีอันดับที่ 29 ของโลก จะมีสักกี่คนที่รู้จัก “ เชอริล แซนด์เบิร์ก ” (Sheryl Sandberg)  ซีโอโอหญิง ผู้นำหมายเลข 2 ของเฟซบุ๊ก คือ ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น เชอริล แซนด์เบิร์ก มีประวัติการศึกษาที่โดดเด่น จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ด้วยคะแนนระดับท็อปจากฮาร์วาร์ด เธอเคยเป็นผู้บริหารคนสำคัญที่ช่วยผลักดันการขายโฆษณาของกูเกิล (Google,Inc) และภายหลังเธอเริ่มต้นความท้าทายในชีวิตการทำงานอีกครั้ง โดยตัดสินใจย้ายมาเป็น “ Chief Operating Officer (COO) ” หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ คุมงานบริหารทั้งหมดของโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ร้อนแรงที่สุดแห่งยุคสมัยอย่าง Facebook หลังจาก เชอริล มาทำงานกับเฟซบุ๊ก องค์กรมีแต่เติบโต จากพนักงาน 130 คน เพิ่มเป็น 2,500 คน จากยอดผู้ใช้ 70 ล้านคนไปเป็น 700ล้านคน ทั่วโลก ยังไม่นับรวมถึงการสนับสนุนให้เฟซบุ๊กมีรบบโฆษณาแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นรายได้หลักของเว็บด้วย ถ้าว่ากันตามเนื้องานแล้ว “อำนาจ” ในการบริหารของเธอมากกว่าตัว ซัคเคอร์เบิร์ก เองด้วยซ้ำ ปัจจุบันเชอริล วัย42 ปี พักอาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโกกับสามี “เดวิด โกลด์เบิร์ก (David Goldberg) ” เพื่อสนิทมาหลายปีที่กลายเป็นคู่ชีวิตในที่สุด และมีบุตรอีก 2 คน ถึงแม้ว่าผู้บริหารคนเก่ง เชอริล จะได้รับการยกย่องอย่างสูงในด้าน “อิทธิพล” และ “มันสมอง” ในโลกอำนาจแห่งการทำงานแล้ว ในอีกด้านหนึ่งเธอยังถูกยกย่องในเรื่อง “ความเป็นหญิง” จากผู้หญิงด้วยกัน นั่นเป็นเพราะว่า เธอมีบทบาทในการให้คำปรึกษาแก่พนักงานหญิงของเฟซบุ๊ก รวมถึงผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่ๆ และที่สำคัญ เธอได้รับการยอมรับจากโลกแห่งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ว่าเป็นตัวแทนของ “นักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่” ที่สร้างสมดุลย์ระหว่างอาชีพการงาน ครอบครัว และเสน่ห์ ได้อย่างลงตัวและเพอร์เฟ็กต์ เคล็ดลับความสำเร็จในชีวิตครอบครัวและการทำงานของผู้บริหารคนเก่ง เชอริล แซนด์เบิร์ก ฐานะ ผู้นำหมายเลข 2 แห่งเฟซบุ๊ก และสตรีทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ลำดับที่ 6 นั่นคือ เธอแนะนำว่า เรื่องกฎระเบียบและวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผู้หญิงเองก็ต้องมีวิธีคิดที่จะก้าวหน้าด้วยตัวของตัวเองจากภายในด้วย และ ผู้หญิงส่วนมากที่ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตครอบครัว และหน้าที่การงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากคนในที่ทำงาน และคนที่บ้าน   “สตรีทั่วไปมักมีความกลัวอยู่ทั่วสเต็มเซลล์” มันเลยทำหน้าที่หยุดพวกเธอไว้อยู่ที่ตำแหน่งถาวรตลอดชีวิต นั่นคือ  “แม่บ้าน” เชอริล ได้ขึ้นพูดในเวที TED เวทีของคนเจ๋งๆ ที่มาบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก ที่สำคัญเธอได้ปลุกใจให้ผู้หญิง ที่รับรู้ดีว่าตัวเองเป็น "แม่" และคิดว่ายากเหลือเกินที่จะไต่เต้าขึ้นไปยังตำแหน่งผู้บริหาร และนี่คือ สิ่งที่เชอริลนำแนะนำเพื่อเป็นหลักปฏิบัติ 3 ข้อ ที่ผู้บริหารหญิงควรทำ ได้แก่... 1.จงนั่งแถวหน้า (sit at the table) เชอริลบอกว่าสิ่งแรกที่ผู้หญิงควรทำคือมั่นใจในความสามารถของตัวเองว่าไม่ด้อยกว่าเพื่อนร่วมงานเพศชาย ดังนั้นเธอจึงขอร้องให้ผู้หญิงมั่นใจในตัวเอง และพร้อมจะรับความสำเร็จ เสียงชื่นชม ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของพวกเธอเอง ขอให้นั่งแถวหน้าเวลาประชุม และอย่าอายที่จะยกมืออาสาทำงาน 2.ให้คู่ชีวิตเป็น “คู่ชีวิต” จริงๆ (make your partner a real partner) ต่อให้สามีและภรรยาทำงานนอกบ้านเหมือนกัน แต่เมื่อมีลูก สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้หญิงจะต้องทำงานบ้านและเลี้ยงลูกหนักกว่าฝ่ายชายเสมอ ซึ่งเธอมองว่าเป็นอุปสรรคไม่ให้ผู้หญิงใส่ใจกับการงานนอกบ้านได้เต็มที่เท่ากับผู้ชายครอบครัวที่แบ่งภาระหน้าที่กันอย่างเท่าเทียมจะช่วยให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จมากขึ้น และมีสถิติว่าครอบครัวที่สามีภรรยามีรายได้ใกล้เคียงกัน มีภาระหน้าที่เท่าเทียมกัน จะมีอัตราหย่าร้างน้อยกว่าปกติถึงครึ่ง 3.อย่าเลิกทะเยอทะยานก่อนเวลาอันควร (don’t leave before you leave)  ผู้หญิงทำงานควรจะคิดถึงความก้าวหน้าในอาชีพจนวินาทีสุดท้ายที่จะต้องหยุดงานเพื่อทุ่มเทให้กับครอบครัวจริงๆ อย่าเพิ่งเลิกมองหาความสำเร็จหรือความรับผิดชอบก่อนถึงเวลาที่จำเป็น   "อย่าออกจนกว่าคุณจะออก" คือไม่ควรคิดเรื่องการลาออกจนกว่าจะจำเป็นต้องออกจริง ๆ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อใดที่ผู้หญิงเริ่มคิดว่าอยากมีลูก ผู้หญิงก็มักจะเริ่มคิดถึงการเผื่อพื้นที่ในชีวิตให้ลูก และนับจากจุดนั้นเธอก็จะ "ถอย" จากหน้าที่การงาน ไม่มองหาการเลื่อนขั้น ไม่ขานรับความท้าทายใหม่ ๆ จากที่ศึกษาประวัติของเธอ ยอมรับเลยค่ะว่าชอบในแนวความคิดของเธอ และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า องค์ประกอบสำคัญของชีวิตที่ทุกคนควรใส่ใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความสำเร็จในหน้าที่การงาน นั่นคือ "ครอบครัว" หน่วยที่เล็กที่สุดแต่สำคัญมากที่สุด สิ่งที่เราเห็นได้ชัดและเชิดชูคือ เธอเจ๋งจริง เธอไม่เคยมีความกลัวในหัวสมองเลย เชอริล แซนด์เบิร์ก  เธอคือบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลกเห็นว่า “ผู้หญิงเก่งและแกร่ง” นั้นมีรัศมีมากแค่ไหน " อย่าให้ความกลัวมาอยู่เหนือความปราถนาในใจ " "Don't let your fears overwhelm your desire" …เพราะคุณไม่มีทางรู้จักความสามารถที่แท้จริงของตัวเองได้เลย…หากไม่ลุกขึ้นมาลองสักตั้ง - เชอริล แซนด์เบิร์ก - เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team ขอบคุณภาพประกอบจาก...forbes.com

11 ภาพพื้นโลกที่เห็นแล้วใจหาย จาก Google Earth
ภาพถ่าย / 

11 ภาพพื้นโลกที่เห็นแล้วใจหาย จาก Google Earth กูเกิล เอิร์ธ Google Earth ได้แสดงภาพเมืองต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิศาสตร์อย่างเห็นได้ชัดจนน่าใจหาย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่นั้นเกิดจากสาเหตุของภัยธรรมชาติ ได้แก่ แผ่นดินไหว สึนามิ เฮอริเคนที่ทำลายบ้านเรือนจนเหี้ยน อุบัติภัยระเบิดของโรงงาน ที่ทำให้พื้นที่บริเวณกว้างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่การเกิดของเกาะใหม่อันเป็นผลงานที่มนุษย์สร้างขึ้น อันบ่งบอกถึงเทคโลโลยีและความเจริญ ล้วนทำให้เราเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นและแย่ลง อดคิดไม่ได้ว่าพื้นที่ๆเรากำลังยืนอยู่ปัจจุบันจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต ไม่แน่ว่าบ้านที่เราอาศัยอยู่อาจจะกลายเป็นทะเลในอีก 50 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ ลองใช้กูเกิล เอิร์ธค้นหาบริเวณที่คุณอาศัยดูสิครับ 1. วาโก้ เท็กซัสเหตุการณ์โรงงานปุ๋ยระเบิดเมื่อต้นปีทีผ่านมา ทำให้เห็นว่าระเบิดแรงแค่ไหน เพราะพื้นที่โรงงานนั้นเหี้ยนเตียนไม่มีเหลือ 2. เพนตาก้อน จากเหตุการณ์ 11 กันยา ทำให้พื้นที่โดยรอบบริเวณเพนตากอน ซึ่งเคยได้ชื่อว่าปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกลายเปลี่ยนไปตลอดกาล 3. ปอโตแปรงซ์ เฮติ เชื่อว่ายังคงจำกันได้สำหรับเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเฮติเมื่อปี 2010 ที่รุนแรงระดับประวัติศาสตร์ ความรุนแรงทำให้บ้านเรือนเสียหาย 250000 หลังคาเรือน ผู้คนจำนวนมากไร้บ้านทันตา ทำให้พวกเขาต้องมาอาศัยอยู่ในสนามกีฬาแทน 4. ซีไซด์ เฮทส์ เฮอริเคนแซนดี้เมื่อปี 2012 สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้อเมริกาเป็นจำนวนมาก จะเห็นว่าบริเวณดังกล่าวที่เป็นสวนสนุก นั้นหายไปกว่าครึ่ง ไม่ว่าจะชิงช้าสวรรค์ รถไฟเหาะ และอีกหลายอาคาร 5. มัวร์ โอกลาโฮมานี่ก็เป็นผลงานของพายุทอร์นาโดที่คร่าชีวิตคนไปจำนวนมาก ที่สำคัญบ้านเรืองที่เรียงรายเป็นรูปสวยก็เหลือแค่ซากปรักหักพังที่ชวนให้เห็นถึงความน่ากลัวของพายุ 6. นิว ออลีนส์ เฮอร์ริเคนแคทรีนา เมื่อปี 2005 ยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวอเมริกันอย่างเหนียวแน่น เพราะมันสร้างความเสียหายสาหัส และเปลี่ยนเมืองนิว ออลีนส์ไปอย่างสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่าขนาดสนามกีฬาซูเปอร์โดมของเมืองนั้นเหวอะหวะไม่มีเหลือ 7. แมนฮัตตัน หลังจากเหตุการณ์ 9/11 ที่ทำให้ตึกเวิล์ดเทรดที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลกพังถล่มไม่มีชิ้นดี พื้นที่บริเวณนั้นจึงเหลือแค่พื้นที่โล่งๆไว้ให้คิดถึงอดีตเท่านั้น 8. ดูไบ การเติบโตของเมืองดูไบ UAE นั้นเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก จากเดิมที่เป็นแค่ทะเลทราย แต่ปัจจุบันกลายเป็นเมืองแห่งความร่ำรวยและความเจริญ โดยเฉพาะการถมทะเลเป็นเกาะขึ้นมา 9.จ๊อพพลิน มิสซูรี ทอร์นาโดเมื่อปี 2011ทำลายที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนกว้าง หนึ่งในนั้นคือเขต จ๊อพพลิน มิสซูรี 10. ซันริกุ ญี่ปุ่น จะข้ามส่วนนี้ไปไม่ได้ เมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิของญี่ปุ่นเมื่อปีกลายนั้นทำลายญี่ปุ่นอย่างสาหัส พื้นที่ดังกล่าวกลายนั้นถูกกลืนหายไปเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะส่วนที่ยื่นไปในทะเล และ บนพื้นดินก็โดนน้ำทะเลบุกทำลายล้างจนแทบไม่เหลือ 11. ลาสเวกัส นี่ไม่ใช่ความเสียหาย แต่เป็นความเจริญของเมืองลาสเวกัสในช่วง 50 ปี จากแต่กอนที่เป็นทะเลทราย และพื้นที่เหี้ยนเตียน มีถนนแค่สองสาย แต่ปัจจุบันกลายป็นเมืองที่โตเร็วที่สุดเมืองหนึ่งของอเมริกาในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 จนกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านช่อง และไม่เหลือเค้าเดิมเลย ขอบคุณ Mashable บูเนชาส ประเพณีแปลงหญิงเป็นชาย บูเนชาส ประเพณีแปลงหญิงเป็นชาย ในโลกปัจจุบันที่ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกกลืนไปกับกระแสโลกาภิวัตน์ บาง วัฒนธรรม ยังคงดำเนินต่อไ … เละ! ภาพหลังชกของนักมวยเด็กสุดเสียว เละ! ภาพหลังชกของนักมวยเด็กสุดเสียว นักมวย ถือเป็นอีกอาชีพที่ไม่ใช่เพียงแต่ต้องการความอดทนและไหวพริบเช่นเดียวกับกีฬาอื่นๆ แต่ยัง … ศิลปะ 'ผู้ชายก็ร้องไห้เป็น' เผยอีกด้านของความเป็นชาย ศิลปะ 'ผู้ชายก็ร้องไห้เป็น' เผยอีกด้านของความเป็นชาย ศิลปะ เชื่อว่าลูกผู้ชายทุกคนถูกสั่งสอนและเลี้ยงดูให้เข้มแข็งและแสดงออกอย่างท … เป๊ะ! ซิกส์แพคสาวๆ ที่เล่นเอาหนุ่มๆยังอาย เป๊ะ! ซิกส์แพคสาวๆ ที่เล่นเอาหนุ่มๆยังอาย ฟิตเนส ในขณะที่สาวๆแทบทั้งโลกอยากมีหน้าท้องแบนราบ หน้าอกตู้ม ต้นขาเรียวเฟิร์ม ก็มีผู …

จวกสื่อโซเชียล ไร้สำนึก-สมรู้ร่วมคิดกลุ่ม 'ไอเอส'
กลุ่มไอเอส /  ผู้สนุบสนุนกลุ่มก่อการร้าย / 

ทั่วโลก ขู่ กูเกิล เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ มีสำนึกเสียบ้าง กรณี 'ไอเอส' เผยแพร่ภาพ และข้อความชักชวน รวมทั้งหาแนวร่วมต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ท เว็บไซต์ออนไลน์ 'เดอะ มิรเรอร์' รายงานบทความ กรณีที่ทั่วโลกตั้งคำถาม พร้อมขู่เว็บไซต์ชื่อดังอาทิ กูเกิล, เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ ให้มีสำนึกเสียบ้าง กรณีกลุ่มรัฐอิสลามในอิรัก และซีเรีย หรือ 'ไอเอส' ก่อเหตุโหดเหี้ยมรุนแรง ทั้งยังมองว่า เว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ คือ 'ผู้สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มก่อการร้าย' อีกด้วย ทั้งนี้ ไอเอส เผยแพร่ภาพ และข้อความชักชวน รวมทั้งหาแนวร่วมต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ต โดยความรุนแรงที่อัดวีดีโอไว้ ถูกเผยแพร่ตลอด ทำให้สร้างความผวาและเกลียดชังต่อญาติเหยื่อที่ถูกตัดคอร่ำไป และ กูเกิล ก็ยังให้ค้นได้เรื่อยๆ รวมทั้งข้อความเชิญชวน นโยบายก็ยังค้นเจออยู่ ขณะที่เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ยังมีข้อความของ สาวกไอเอส อีกมากมายที่ทั้งขู่ ทั้งเย้ยหยัน ชักชวนเพื่อเข้าร่วมกลุ่ม บทความดังกล่าวยังเผยว่า ขณะนี้ฝรั่งเศสได้ประกาศแผนการร่างกฏหมายอนุมัติ ว่า เครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้ในฐานะ 'เจ้าภาพของข้อความอันรุนแรงและหัวหน้ากลุ่ม' เนื่องจากเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความเกลียดชังและถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดคนหนึ่ง เพื่อพิจารณาความรับผิดชอบของสื่อกลางเหล่านี้ รวมไปถึงเตรียมกำหนดบทลงโทษอย่างจริงจัง จากตัวอย่างของความรุนแรง นิตยสารเสียดสีสังคม 'ชาร์ลี เอ็บโด' ซึ่งเป็นเหตุการณ์การก่อการร้าย โดยเครือข่ายจากกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน และได้ยกตัวอย่างกรณีของ 'นายอลัน เฮนนิ่ง' ซึ่งเป็นเหยื่อชาวตะวันตก รายที่ 4 ที่ถูกกลุ่มไอเอสสังหารอย่างเหี้ยมโหด ด้วยการฆ่าตัดศีรษะ พร้อมทั้งอัดคลิปเพื่อเผยแพร่ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 2557 ซึ่งก็นับได้ว่าผ่านมานานหลายเดือนแล้ว แต่กระนั้นภาพความโหดร้ายยังคงปรากฏอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งบาร์บาร่า ผู้เป็นภรรยาของเหยื่อ ออกมาเปิดเผยว่าเธอทุกข์ทรมานใจทุกครั้งที่ได้เห็นภาพเหล่านั้น ทั้งนี้เรื่องราวสะเทือนใจได้ส่งผลต่อสภาพจิตใจต่อญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นฉากการสังหาร ยังคงเห็นได้ทั่วไปบนเว็บไซต์ยูทูป หรือ การค้นหาผ่านกูเกิล จนกระทั่งเกิดแคมเปญ #seeitreportit เพื่อกระตุ้น และมุ่งหวังว่า สื่อเหล่านี้จะมีความรับผิดชอบในการรายงานเนื้อหาความรุนแรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้ได้เกิดกระแสในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากต้องการให้ทั่วโลกหยุดแชร์ภาพที่ 'นายเคนจิ โกโตะ ' หลังจากถูกกลุ่มไอเอสสังหารด้วยการตัดศีรษะ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมไปถึงสื่อในรูปแบบของสำนักข่าว เพื่อให้ความเคารพแก่ญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิต เพื่อคำนึงถึงจิตใจคนเหล่านี้ พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนเปลี่ยนไปแชร์ภาพยกย่องสิ่งที่เขาทำ ประวัติของนาย เคนจิ โกโตะ  เขาเคยปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถาน เชชเนียและซีเรีย และอีกหลายประเทศ  ครั้งหนึ่งในการให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ข่าวประจำประเทศญี่ปุ่น เขากล่าวว่าเขาต้องการที่จะช่วยให้ผู้คนในพื้นที่ความขัดแย้ง เขาติดต่อกับกลุ่มไอเอสโดยให้เหตุผลว่าต้องการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ 'ล่าม' - นายเคนจิ โกโตะ เคยทำงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติ และยูนิเซพ (UNICEF) ในฐานะผู้สื่อข่าว ที่ช่วยนำเสนอความจริงเรื่องทหารเด็ก การค้าเพชรใน แอฟริกา สงครามความขัดแย้งทางชนเผ่าของประเทศรวันดา ผู้ลี้ภัย รวมไปถึงผู้ป่วยโรคเอดส์ - ผลงานของเขา เรื่อง 'Daiyamondo yori Heiwa ga Hoshii' (อยากได้สันติสุขมากกว่าเพชร) นำเสนอเรื่องทหารเด็กในแอฟริกาเคยได้รับรางวัล Sankei - เขารู้ว่าเสี่ยงแต่ก็เลือกเดินทางไปซีเรีย โดยมุ่งเป้าไปที่เมืองรักกา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของกลุ่มไอเอส แม้รู้ว่าอันตรายแค่ไหน แต่เพื่อช่วย 'ฮารุนะ ยูกาวะ' (เหยื่ออีกรายที่โดนสังหารก่อนหน้า) เขาอัดคลิปจากมือถือบอกว่า"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นนั่นคือความรับผิดชอบของผมเอง มันอันตรายมาก แต่ขอให้ทุกคนอย่ามองคนซีเรียในทางไม่ดี" "ผมจะรอดชีวิตกลับมาแน่นอน" เคนจิ โกโตะ ขณะนี้ญี่ปุ่นได้จัดแคมเปญ เพื่อต่อต้านตอบโต้กลุ่มหัวรุนแรงแบบสุดโต่ง ด้วยวิธีอหิงสา หรือวิธีการแบบอ่อนโยน โดยการขอความร่วมมือจากศิลปินในประเทศ เพื่อวาดภาพตัวการ์ตูนผู้หญิง คล้ายการล้อเลียนกลุ่มไอเอส โดยมุ่งเป้าเพื่อผลักดันฐานข้อมูลความรุนแรงที่แท้จริง ให้กลายเป็นภาพที่ไม่น่ากลัวอย่างที่ผ่านมา และต้องอยู่บนความถูกต้อง และให้เกียรติ์เหยื่อผู้เสียชีวิตทั้งสองราย อย่างไรก็ตาม สื่อทั่วโลกต่างยกย่องในความกล้าหาญ และคุณงามความดีที่ 'นายเคนจิ โกโตะ' "เขายอดเยี่ยม"และเขายืนหยัดบนความแข็งแกร่ง เพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง พร้อมกันนี้ทีมข่าวเอ็มไทยขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต และประชาชนชาวญี่ปุ่นทุกคน ต่อความสูญเสียในครั้งนี้ และหวังใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต MThai News ที่มา Mirror

เผยโฉม!!10เจ้าของสื่อผู้ทรงอิทธิพลที่สุด
ผู้ทรงอิทธิพล /  สื่อออนไลน์ / 

"สื่อ" ผู้ทรงอิทธิพล ในยุคสมัยที่ข่าวสารเดินทางได้อย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที ผ่านทางสื่อรูปแบบต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างเว็บไซด์ และแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ที่มีผู้ใช้บริการอยู่ทั่วทุกมุมโลก  มาดูกันว่า ใครคือ เจ้าของสื่อดังที่เราคนไทยใช้งาน (และใช้เพื่อความบันเทิง) กันอยู่บ้าง Google  เสิร์ชเอนจินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง : 1. Sergey Brin (เซอร์เกย์ บริน) ชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย ปัจจุบัน เซอร์เกย์ บรินอยู่ในตำแหน่งประธานฝ่ายเทคโนโลยีของกูเกิล 2. Lawrence Larry Page (ลอว์เรนซ์ แลร์รี เพจ) ชาวอเมริกัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Facebook  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ ให้ผู้ใช้บริการได้แบ่งปันเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งการแบ่งปันผ่านทางตัวอักษร รูปภาพ หรือวิดิโอ รวมทั้งมีลูกเล่นที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย อยู่ภายใต้การดูแลของ Facebook, Inc.ผู้ก่อตั้ง : Mark Zuckerberg (มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก)   เชื้อสายยิว – อเมริกัน  ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเฟซบุ๊ก Twitter  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้ผู้ใช้บริการส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร เพื่อบอกเล่าเรื่อวราว หรือแจ้งข่าวสารต่างๆอยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  Twitter, Inc ผู้ก่อตั้ง  1. Meg Hourihan   2. Evan Clark Williams ชาวอเมริกัน (เป็นผู้ก่อตั้ง www.blogger.com ด้วย) 3. Jack Dorsey   (แจ๊ค ดอร์สเซย์)  ชาวอเมริกัน 4. Noah Glass (โนอา กลาส)  ชาวอเมริกัน Line Application   โปรแกรมเมสเซนเจอร์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  NAVER Japan บริษัทลูกของ NHN Japan ผู้ก่อตั้ง  NHN Japan ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำสัญชาติเกาหลี (ผู้ก่อตั้งบริษัทคือชาวเกาหลี ชื่อ Mr.Lee Hae jin ) แต่ดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต เกม เสิร์ชเอนจิน เว็บท่า Microsoft อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Microsoft ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ผู้ก่อตั้ง  1. William Henry Bill Gates III (วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม)   ชาวอเมริกัน 2. Paul Gardner Allen (พอล แอลเลน)  ชาวอเมริกัน Yahoo อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Yahoo! Inc ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสัญชาติอเมริกันซึ่งประกอบไปด้วยเว็บท่า, เสิร์ชเอนจิน, Yahoo! Directory, Yahoo! Mail, Yahoo! News, Yahoo! Photos ผู้ก่อตั้ง  1. Jerry Yang (เจอร์รี่ หยาง)  ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน  2. David Filo (เดวิด ฟิโล)  ชาวอเมริกัน CNN (Cable News Network)  เครือข่ายโทรทัศน์เคเบิล ที่เสนอข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ภายใต้การดูแลของ Turner Broadcasting System (เทิร์นเนอร์บรอดแคสติงซิสเตม) หน่วยงานในเครือ Time Warner  (ไทม์วอร์เนอร์) ผู้ก่อตั้ง  Ted Turner (เท็ด เทอร์เนอร์)  ชาวอเมริกัน BBC  (British Broadcasting Corporation) อยู่ภายใต้การดูแลของ  British Broadcasting Corporation ผู้ก่อตั้ง  1. John Charles Walsham Reith, 1st  Baron Reith George Villiers  ชาวสก็อตแลนด์  2. George Herbert Hyde Villiers, 6th  Earl of Clarendon  ชาวอังกฤษ Al Jazeera (สำนักข่าว อัลญะซีเราะฮ์ หรือ แอลจะเซียรา)  สำนักข่าวอาหรับตั้งอยู่ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  Al Jazeera Media Network เจ้าของกิจการ คือ His Majesty Sheikh Hamad bin Khalifa Al Thani  (เชคฮามัด บิน คอลีฟะห์ อัลตานี) Youtube  เว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดและแลกเปลี่ยนคลิปวิดีโอผ่านทางเว็บไซต์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง   1. Chad Meredith Hurley (แชด เมเรดิธ เฮอร์ลีย์) ชาวอเมริกัน  2. Steve Chen (สตีฟ เชง) ลูกครึ่งอเมริกัน – ไต้หวัน  3. Jawed Karim (ยาวีด คาริม) ลูกครึ่งอเมริกัน – เยอรมัน  ทีม MThai Inter MThai news

Sanmay Ved ชายผู้ที่เคยเป็นเจ้าของโดเมน google.com !!!
google /  Sanmay_ved

เป็นคุณเองจะทำยังไง เมื่ออยู่ๆ ได้เป็นเจ้าของชื่อโดเมน(www.google.com) ที่เมื่อไตรมาสล่าสุดประกาศรายได้ออกมากว่า 4 พันล้านเหรียญ แปลงเป็นเงินไทยกดเครื่องคิดเลขกันแทบไม่ถูก ซึ่งคุณเองได้เป็นเจ้าของชื่อขึ้นมาซะอย่างนั้น เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ Sanmay Ved เข้าไปใช้บริการจดทะเบียนโดเมนของกูเกิล เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2015 ที่ผ่านมา แต่ดันไปบังเอิญพบว่า มีชื่อโดเมน google.com อยู่ด้วย ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้คิดว่ากูเกิลจะขายโดเมนออกมาจริงๆ แต่ก็ได้ทำการกดจดทะเบียนโดเมนนี้ไป คลิกไปคลิกมามา ได้เป็นเจ้าของโดเมน google.com ในราคา 12 เหรียญเท่านั้น (ประมาณ 420 บาท) แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากความผิดพลาดของทางกูเกิลเอง เมื่อกูเกิลรู้ถึงบัคตัวนี้แล้ว จึงได้ทำการติดต่อกลับไปยัง Sanmay Ved เพื่อทำการขอยกเลิกคำสั่งจดทะเบียนโดเมนนี้ พร้อมจ่ายค่าชดเชยในราคา 6006.13 เหรียญ (ประมาณ 210214 บาท) โดยทางเจ้าของโดเมนอย่าง Sanmay Ved ก็ยินดีในราคาดังกล่าว ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะคิดอยู่แล้วว่าต้องเกิดจากความผิดพลาดของกูเกิล โดยถ้าสังเกตจำนวนเงิน 600613 จะคล้ายๆคำว่า GOOGLE นั้นเอง อีกทั้งกูเกิลยังเปิดเผยข้อมูลอีกว่าต้องใช้เงินกว่า 2 ล้านเหรียญ หรือ 70 ล้านบาทในการจ่ายค่าชดเชยความผิดพลาดอะไรแบบนี้ที่เกิดขึ้นกับบริษัท Sanmay Ved เป็นนักศึกษา MBA Babson College ใน Boston คนนี้ไม่ได้หวังจะเอาเงินของทางกูเกิลอยู่แล้ว เพราะบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินเลย จึงนำเงินที่ได้ทั้งหมดไปบริจาคต่อ ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดีตอเมื่อกูเกิลทราบเรื่องเข้าก็ทบเงินบริจาคให้อีกเท่าตัว จบเรื่องราวดีๆ ของ Sanmay Ved ที่ได้เป็นเจ้าของโดเมน google.com ในช่วงเวลาหนึ่ง ที่มา : digitaltrends.com

พูดคุยและรู้จักกับ จอช คิม ผู้กำกับ พี่ชาย My Hero หนังไทยที่น่าจับตา
Draft Day /  How to Win at Checkers (Every Time) / 

อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจของคุณในการทำหนังเรื่องนี้ ปี 2007 ผมได้อ่านหนังสือชื่อ Sightseeing เขียนโดย รัฐวุฒิ ลาภเจริญทรัพย์  ในตอนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าได้ดูหนัง ผมนึกถึงแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ กลิ่นน้ำมัน และสีสันต่างๆ มันเป็นโลกที่ผมเคยสัมผัส ผมรู้สึกเหมือนได้กลับไปในวัยเด็กอีกครั้ง และในที่สุดผมก็อยากจะเล่าเรื่องราวเหล่านี้ผ่านทางภาพยนตร์ ความท้าทายอะไรที่คุณที่เจอในการนำหนังสือเล่มนี้มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ในตอนที่ผมส่งบทร่างแรกๆให้เพื่อนช่วยอ่าน ก็มีบางส่วนที่เพื่อนๆไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน ผมจึงคิดว่าคงต้องตัดข้อมูลต่างๆจากหนังสือต้นฉบับออก และเขียนเรื่องที่ทำให้คนที่ไม่เคยอ่านหนังสือเข้าใจได้ พอทิ้งทุกอย่างไปมันทำให้ผมได้รับอิสระมากขึ้น ผมเพิ่มตัวละครเข้าไป ขยายแก่นของเรื่อง และสร้างสถานการณ์ ในแบบของผมขึ้นมาเอง กระบวนการการเข้าคัดเลือกเกณฑ์ทหารในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง มันเป็นวิธีที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ถ้าคุณเป็นชายไทย พออายุครบ 21 ปี คุณต้องไปรวมตัวกับคนที่มีอายุเท่าๆกันในเขตของคุณ เพื่อทำการจับฉลากที่อยู่ในโถต่อหน้าเพื่อนรุ่นเดียวอีกเป็นจำนวนมาก  ถ้าจับได้ใบดำ คุณก็ได้รับการยกเว้นและไม่ต้องเป็นทหาร แต่ถ้าจับได้ใบแดง คุณต้องไปเป็นทหารและรับใช้ชาติเป็นเวลาสองปี  ซึ่งไม่เหมือนที่สหรัฐอเมริกา ที่ใช้วิธีอาสาสมัคร หรือที่เกาหลีใต้ซึงทุกคนต้องเป็นทหาร ดูเหมือนว่าการเกณฑ์ทหารในประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับดวงมากกว่า ก่อนที่จะมาเมืองไทยผมไม่เคยเห็นกระบวนการเหล่านี้มาก่อน และในระหว่างที่ผมเขียนบทผมก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะใช้วิธีการอย่างไรกับกลุ่มคนข้ามเพศ พอปี 2013 ผมทำภาพยนตร์สั้นสารคดีชื่อ Draft Day ซึ่งการทำสารคดีชิ้นนี้ช่วยทำให้ผมเข้าใจ และเป็นตัวอย่างที่ผมใช้เพื่อให้ทีมงานเห็นภาพตรงกัน และถ่ายทอดออกมาเป็นฉากเกณฑ์ทหารในภาพยนตร์ ช่วยเล่าถึงขั้นตอนการคัดเลือกนักแสดง คุณหานักแสดงอย่างไร ริว น่าจะเป็นคนแรกๆที่เข้ามาทดสอบบท เราให้เขาลองเล่นซีนอารมณ์และเขาสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม  แต่เราคิดว่ามันไม่น่าจะง่ายขนาดนี้นะ  เพื่อนผู้กำกับคนหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่า เขาต้องคัดเลือกเด็กกว่าหนึ่งร้อยคนกว่าจะเจอคนที่เขาตามหา หลังจากที่เราทำการคัดเลือกไปร้อยกว่าคนบ้าง ก็ยังไม่มีใครทำได้ดีกว่าน้องริว สุดท้ายเราก็เลือก ริว ตัวเต็งคนแรกของเรา อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างแรกเลยก็คือหนังเรื่องนี้ต้องเป็นหนังไทยเท่านั้น เพราะคัดเลือกทหารด้วยการจับฉลากใบดำใบแดงมีที่นี่ที่เดียว ในปี 2012 ผมเดินทางมากรุงเทพและลงเรียนคอร์สภาษาไทยเพื่อเตรียมความพร้อมของตัวผมเองเพราะ ผมต้องการที่จะอ่านบทและสื่อสารกับนักแสดงเป็นภาษาไทย ในระหว่างการถ่ายทำ ได้เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยและทหารก็ได้ทำการรัฐประหาร ไม่นานหลังจากนั้นก็มีการประกาศกฎอัยการศึก เกิดการประกาศเคอร์ฟิว ผมและทีมงานรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เราไม่แน่ใจว่าจะถ่ายหนังให้จบได้รึเปล่า เพราะว่าตารางถ่ายของเรานั้นติดช่วงเวลาเคอร์ฟิวด้วย เกมหมากรุกมีความสำคัญอย่างไรในหนังเรื่องนี้ ผมเล่นหมากรุกกับพี่ชาย เขาเป็นคนสอนผมเล่น และผมบอกเขาเสมอว่าสักวันหนึ่งผมจะชนะเขาให้ได้ แต่จริงๆแล้วก็ไม่คิดว่าจะชนะเขาได้ จนวันหนึ่งผมสามารถเอาชนะเขาได้ แต่ผมก็ทำอะไรไม่ถูกแล้วต่อจากนี้จะทำยังไง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมามีเป้าหมายเดียวคือเอาชนะพี่ให้ได้  ก็คล้ายๆกัน ในตอนที่โอ๊ตเอาชนะพี่ชายได้ เขาเริ่มมองเห็นจุดอ่อนของพี่ชาย มันเหมือนช่วงเวลาที่ทั้งหวานทั้งขม ช่วงเวลาที่เราเติบโตพอ และตระหนักว่าจากนี้ไปเราต้องเลือกเรียนรู้และตัดสินใจอะไรๆ ด้วยตัวของเราเอง --------------------------------- ประวัติผู้กำกับ จอช คิม เป็นผู้กำกับ ลูกครึ่งเกาหลี –อเมริกัน ปัจจุบันทำงานอยู่ในเอเชีย เกิดวันที่ 23 เมษายน 1981 ที่รัฐเท็กซัส เริ่มเป็นเด็กฝึกงาน ด้านโปรดักชั่นที่สถานีข่าว NPR ในรัฐวอชิงตัน ดีซี  หลังจากนั้นย้ายไปทำงานกับ CNN ที่ฮ่องกง ปี 2010 เขาเป็น  Associate Producer  ให้กับหนังเกาหลีเรื่อง Better Tomorrow ของ จอน วู ซึ่งหนังได้ฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลหนังเวนิซในปีเดียวกัน  เขาเคยกำกับวีดีโอให้กับกูเกิล ยูฟ่า และ อีลีทโมเดล เขาเป็นคนก่อตั้งเว็บซีรี่สารคดี ชื่อ กูเกิ้ลกลาสไดอารี่  ซึ่งได้ลงเป็นบทความใน Wall Street Journal และ Fast Company เข้าไปดูผลงานได้ที่  www.joshkim.tv Filmography 2013  Draft Day - short 2007 Postcard - short 2006 The Police Box – short หนังสั้น Draft Day

'นิพิฏฐ์'ตอก'โอ๊ค'คิดเล่นการเมืองไม่แพ้เลย ก็ต้องโกงเท่านั้น
กูเกิล /  ข่าว / 

“นิพิฏฐ์” อัด “โอ๊ค” เป็นนักการเมือง คิดชนะอย่างเดียวไม่แพ้เลย ก็ต้องโกงเท่านั้น แขวะซ้ำ ลองไปหาใน "กูเกิล" จะพบ "ทักษิณ" ติดอันดับนักการเมืองเลวที่สุดในโลก -----------------------ขอบคุณข่าวจาก

เฟซบุ๊กและกูเกิลคือหน่วยสืบราชการลับ(CIA) (อาจารย์ ศิโรฒน์ คล้ามไพบูลย์)
เฟซบุ๊ก /  และ / 

กดติดตามข่าวสารโลกอิสลามอีกมากมายได้ที่ : http://goo.gl/pY9LKb

เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle
Google /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

กูเกิล ดูเดิล ชื่อนี้คุ้นหูไหมค่ะ และเคยสงสัยไหมว่ามันคืออะไร จริงๆ แล้ว "ดูเดิล" ก็คือ ภาพวาดที่ปรากฏบนหน้าหลักกูเกิลที่เราเห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งภาพที่ขึ้นนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงภาพใหม่อยู่เรื่อยๆ ตามวันสำคัญ หรือบุคคลที่ประดิษฐ์คิดค้น หรือบุคคลสำคัญต่างๆ นั่นเอง สร้างสีสันความสวยงาม บวกกับเทคนิคที่กูเกิลสร้างขึ้นสนุกๆ ให้คนที่เข้ากูเกิลมา คลิกเล่นได้อีกด้วย วันนี้ทีนเอ็มไทย จึงอยากพาเพื่อนๆ ไปเจาะลึก เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle   กันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง รับรองว่าน่าสนใจแน่นอน... เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle  เริ่มจาก กำเนิดกูเกิลดูเดิล Google Doodle  กูเกิลดูเดิล หรือก็คือ ภาพที่วาดลงบนโลโก้ของกูเกิลหน้าหลักหรือที่เรียกว่าภาพ "ดูเดิล" นั่นเอง โดยเดนนิส ฮวาง เว็บมาสเตอร์ของกูเกิล อายุ 30 ปี ผู้ที่ได้ริเริ่มภาพดูเดิลเฉลิมฉลองและเน้นความสำคัญของเหตุการณ์และวันหยุดสำคัญๆ ของโลก หลังจากที่เขาเคยมาฝึกงานที่กูเกิลเมื่อปี ค.ศ. 2000 ตั้งแต่นั้นมา ผลงานของทีมดูเดิลก็ได้ปรากฏต่อผู้คนนับล้านและมีแฟนๆ เหนียวแน่นที่คอยตั้งตารอชมผลงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ บนหน้าเว็บไซต์ของกูเกิล หลังจากเดนนิสได้เข้ามาฝึกงานที่กูเกิลสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย มีหน้าที่ช่วยดูแลเว็บไซต์ และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเว็บมาสเตอร์ โดยมีผู้ก่อตั้งกูเกิลตอนนั้นคือแลรี่ เพจ และเซอร์เกย์ บริน มีไอเดียเกี่ยวกับโลโก้สำหรับวันหยุดอยู่แล้ว พอเดนนิสได้เข้ามาร่วมงาน พวกเขาได้ทราบว่าเดนนิสเรียนศิลปะมา เลยแนะนำให้ลองทำดู เดนนิสจึงทำงานเว็บมาสเตอร์ให้กูเกิลเป็นงานหลัก แล้ววาดภาพดูเดิลเป็นโปรเจ็กต์ชั่วคราว" ทีมดูเดิลพยายามตามเหตุการณ์และวันสำคัญต่างๆ ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเลยหรือเปล่า เดนนิสเล่าว่า พวกเขามักจะตอบสนองเหตุการณ์เด่นๆ ทันที โดยสร้างโลโก้ขึ้นมาภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง สำหรับประเทศต่างๆ ทั่วโลกนั้น หากมีวันพิเศษและเราคิดว่าเข้ากันได้ักับแบรนด์ของกูเกิล เราก็อยากร่วมเฉลิมฉลองด้วย" ขั้นตอนการดีไซน์ดูเดิลของเดนนิส "อันดับแรกเราจะระดมสมองกันก่อน ค้นหารูปภาพต่างๆ บนกูเกิล แล้วก็อ่านข้อมูลต่างๆ หลังจากนั้นจึงดีไซน์รูปบนโลโก้ของกูเกิล และมันน่าสนใจมาก" การออกแบบดูเดิลสำหรับวันสำคัญๆ ที่เกิดซ้ำกันทุกปีนั้นยากหรือไม่ "มันเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ก็เป็นสิ่งที่เราตั้งตารอที่จะทำ เราพยายามจะหาไอเดียใหม่ๆ กันทุกปี แต่ว่าวิธีวาดไก่งวงหรือฟักทองมันก็มีแค่ไม่กี่วิธีหรอก" สำหรับสัญลักษณ์ของความเป็นไทยที่ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นดูเดิลมากที่สุดคือ วัดและทุ่งนา สัตว์ของไทยที่ถูกจับมาวิ่งเล่นบนดูเดิลมากที่สุดคือช้าง(น้อย) เทศกาลสงกรานต์และลอยกระทง เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบดูเดิลที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยมากที่สุด เคล็ดลับการวาดดูเดิลจากเดนนิส 1. การวาดดูเดิล จะต้องดีไซน์ให้เข้ากันได้กับตัวอักษรของโลโก้กูเกิล แต่อย่าจำกัดความคิดสร้างสรรค์ 2. ลองใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการสร้างสรรค์ดูเดิลแล้วดูว่าอะไรเหมาะกับเราที่สุด (สามารถใช้คอมพิวเตอร์สร้างดูเดิลก็ได้) 3. อย่าออกแบบให้ซับซ้อนเกินไป ส่วนใหญ่แล้วรูปที่เีรียบง่ายที่สุดจะโดนใจที่สุด 4. จำไว้เสมอว่ารูปของน้องๆ อาจไปปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ของกูเกิลประเทศไทย ลองนึกดูว่ารูปของน้องๆ จะดูเป็นอย่างไรเมื่อไปอยู่ที่นั่น 5. พยายามใช้สีให้เหมาะสม และคิดว่ามันจะรับกับพื้นหลังสีขาวหรือไม่ 6. อย่าใช้ภาพเพื่อการโฆษณาหรือภาพที่มีลิขสิทธิ์ 7. คิดนอกกรอบ พยายามวาดดูเดิลที่แตกต่างจากเพื่อนๆ และไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน 8. ใช้พื้นที่ด้านหน้าหรือด้านหลังตัวอักษร Google ได้ แต่พยายามรักษาความสมดุลของภาพไว้ 9. วาดให้สนุก! การประกวด Doodle 4 Google นี้เน้นที่ความคิดสร้างสรรค์และสนุกสนานกับการออกแบบ กูเกิลดูเดิล เปิดโอกาสให้เด็กไทยประกวดวาดภาพดูเดิล Google ได้เริ่มจัดการประกวด Doodle 4 Google ครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อเดือนมราคม 2553 โดยการจัดประกวดนี้ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนชาวไทยทั่วประเทศร่วมแสดงจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ภายใต้หัวข้อ "เมืองไทยของฉัน" โดยได้ผู้ชนะเลิศระดับประเทศ กับผลงานที่ชื่อว่า สุพรรณหงส์ เรื่องน่ารู้ กูเกิล ดูเดิล Google Doodle  ภายใต้แนวคิด "เมืองไทยของฉัน เป็นการนำเอาภาพเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ อันเป็นเรือพระที่นั่งสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ในพระราชพิธีต่างๆ ทางน้ำ ถือเป็นคุณค่าที่อยู่คู่ไทยมาอย่างยาวนาน สายน้ำที่มีเงาสะท้อนจากเรือ และตัว Google นั้น เป็นการแสดงถึงสายวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนาน ที่สะท้อนให้เห็นคุณค่าของเรือทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ เกี่ยวพันโยงใยไปกับอักษร Google ที่ใช้สีทองสีเดียว อันเป็นสีของความเจริญรุ่งเรือง และร่วมกันส่งต่อคุณค่าทั้งหมดแก่สายตาชาวโลก" เป็นผลงานของ ด.ช. เทิดธันวา คะนะมะ โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม และดูเดิลที่เป็นผลงานตนเอง ไปปรากฏบนหน้าเว็บกูเกิลประเทศไทย เป็นเวลา 24 ชม. เพื่อให้ผู้ใช้กูเกิลในไทยหลายล้านคนได้ร่วมชื่นชม ล่าสุดในปี 2014 นี้ เพิ่งได้ผู้ชนะการประกวด กูเกิล ดูเดิล 2014 ด้วยผลงาน Back to Mother Nature ซึ่งเป็นของ ออเดรย์ จาง เด็กหญิงวัย 11 ปี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2557 สำนักข่าวต่างประเทศ ได้เปิดเผยผลการประกวดออกแบบ กูเกิล ดูเดิล ประจำปี 2014 โดยผลงานที่ชื่อว่า “Back to Mother Nature” หรือ “กลับคืนสู่ธรรมชาติ” ของ ออเดรย์ จาง เด็กหญิงวัย 11 ปี จากนิวยอร์ก เป็นผู้ชนะในการประกวดครั้งนี้ และทางกูเกิล ก็จะนำเอาภาพวาดของเด็กหญิง ออเดรย์ จาง ไปทำเป็นแบบแอนิเมชั่นให้เคลื่อนไหวได้ โดย ออเดรย์ จาง เปิดเผยว่า การออกแบบกูเกิล ดูเดิล ในหัวข้อ “ถ้าฉันสามารถทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยให้โลกดีขึ้นได้ ฉันจะทำอะไร ....” นั้น ตนเลือกที่ออกแบบเป็นภาพวาดของเครื่องทำน้ำให้สะอาด ซึ่งภาพดังกล่าวได้แรงบันดาลใจมาจากการที่รู้ว่า ยังมีเด็ก ๆ อีกมากมายในโลกที่ไม่สามารถเข้าถึงน้ำที่สะอาดได้ และงานนี้ นอกจากเงินรางวัลที่ ออเดรย์ จาง ได้รับเป็นทุนการศึกษาจำนวน 3 หมื่นดอลลาร์ หรือประมาณ 1 ล้านบาทแล้ว ทางกูเกิลยังจะบริจาคเงินจำนวน 4 หมื่นดอลลาร์ หรือประมาณ 1 ล้าน 3 แสนบาท ให้กับองค์กรการกุศลที่ดูแลเรื่องการทำน้ำให้สะอาดสำหรับโรงเรียนในบังกลาเทศ ซึ่งเงินก้อนนี้จะถูกนำไปบริจาคในชื่อของ ออเดรย์ จาง อีกด้วย เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ กระปุก/google /springnews

ดาราชาย คนไหนที่ควรเป็นนายแบบกางเกงชั้นในแบรนด์ดัง
Calvin Klein /  Justin Bieber / 

ดาราชาย ถ่ายเซ็กซี่ คนไหนที่คู่ควรไปเป็นนายแบบให้ชั้นในแบรนด์ดัง ก็อย่างที่เรารู้กันว่า ทาง Calvin Klein ได้เลือกหนุ่มซ่า จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์นาย แบบกางเกงใน ให้กับแบรนด์นั่นเอง ซึ่งทาง Men.MThai ก็เคยเอาหนุ่ม บีเบอร์ มาเปรียบเทียบกับนายแบบรุ่นพี่มาแล้วว่าใครมันจะเจ๋งกว่ากัน ระหว่างนายแบบกางเกงใน Calvin Klein รุ่นพี่ในตำนาน หรือ นายแบบกางเกงในรุ่นน้องหน้าใหม่อย่าง จัสติน บีเบอร์ ซึ่งในคราวนี้ทางเราก็เลยเกิดไอเดียเล่นๆ ขึ้นมาที่ว่า ถ้าทาง Calvin Klein ต้องมาเลือกนายแบบชาวไทยไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ เขาจะเลือกใครกันแน่ โดยทางเราได้คัดเลือก นายแบบชาวไทย - ดาราชายถ่ายเซ็กซี่ ที่เคยสลัดผ้าโชว์หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ให้สาวๆ (และ เก้ง กวาง บ่าง ชะนี) ได้กรี้ดและหวีดร้องกันมาแล้ว มาเป็นตัวเลือกให้เพื่อนๆ ได้ดูกันครับ ว่าดาราไทยคนไหน ถ้ามีแบรนด์ดังต้องการมาตีตลาด จะถูกเลือกเป้นนายแบบกางเกงใน Justin Bieber เริ่มต้นกันที่บีเบอร์ ต้นฉบับหนุ่มเจ้าของตำแหน่ง นายแบบกางเกงใน คนล่าสุดของ CK ที่มีโดนโจมตีเรื่องภาพหลุด ก่อนรีทัชที่ประให้กล้ามโตและเป้าตุงจนผิดปกติ จนคนอื่นขับไต๋ได้ มาดูกันที่ฝั่งไทยเราบ้าง ถ้า CK เขาต้องเลือก ดาราชายถ่ายแบบเซ็กซี่ จากไทยไปเป็นนายแบบ ใครกันนะ ที่เข้าแก็บสุด ปั้นจั่น ปรมะ ภาพจาก Volume หรือ สังข์ จากบางระจันที่กำลังออนแอร์อยู่ทางช่องสาม ถ้าจะกล่าวถึงความฮ็อตของเขา ก็คงจะนึกถึงภาพแฟชั่นสุดเซ็กซี่ที่เขาได้ไปถ่ายกับทางนิตยสาร Volume ที่เรียกได้ว่าเป็น Signature ของเขาไปซะแล้ว เพราะว่า ถ้าค้นหาคำว่า ปั้นจั่น ปรมะ ในกูเกิล แน่นอนว่าภาพถ่ายเซ็กซี่ของเขาต้องโผล่มาให้เห็นก่อนเพื่อน แทค ภรัณยู ภาพประกอบจาก Attitude ก็รู้ กันอยู่ว่างานถ่ายเซ็กซี่ แท็คไม่เคยทำให้ผิดหวังกันแม้แต่น้อย เพราะว่าไม่ว่านิตยสารเล่มไหนต่อไหนเรียกใช้บริการให้แท็คไปถ่ายเซ็กซี่ให้ แท็คก็จัดให้อย่างเต็มที่เสมอ อีกทั้งเขายังเป็นคนเป็นกันเองเข้าถึงง่ายจึงมีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก จึงเป็นอีกคนที่น่าจะเข้าแก็ป ไปถ่ายแบบโกอินเตอร์ได้ อั๊ต อัษฎา ภาพจาก Image อั๊ต อัษฎา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยถ่ายแบบเซ็กซี่ ด้วยดีกรีวีเจแห่งช่อง MTV Asia จึงทำให้ลุคของเขาเป็นหนุ่มอินเตอร์ ที่ผสมผสานความหล่อแบบไทยๆ ได้อย่างลงตัว ซึ่งถึงแม้ภาพถ่ายแฟชั่นจาก Image เซ็ตนี้จะถูกถ่ายมาตั้งแต่ปี 2007 แต่ทางเราก็บอกเลย ปี 2015 เวลาก็ทำอะไรความหล่อของหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ ต๊ะ วริษฐ์ ภาพจาก Volume หนุ่มนักแสดงมากฝีมือที่เคยฝากผลงานมาแล้วมากมาย เคยถ่ายแบบเซ็กซี่กับทาง Volume เอาไว้ใน ปี 2010 กับความหล่อสไตล์เอเชียๆ อีกทั้งเขายังมีสเน่ห์กับผู้หญิงเป็นอย่างมาก ด้วยหน้าตาสไตล์เอเชียและหุ่นที่เฟิร์มเป็นอย่างดี จึงเป็นทางเลือกที่ดี ถ้าหากได้ถ่ายแบบโกอินเตอร์ ครับ ซี ศิวัฒน์ ภาพจาก Image เรียกว่าถ่ายแบบเซ็กซี่คู่ก่อนที่จะสวมแหวนแต่งงานเลยจริงๆ สำหรับ ซี ศิวัฒน์ ที่เรียกว่าภาพแฟชั่นเซ็ตนี้สร้างกระแส แบะเป็นที่พูดถึงได้อย่างมาก เพราะความเซ็กซี่ที่เป็นสไตล์ของตัวเอง ถึงแม้ เขาจะไม่ได้กล้ามแน่นแบบนายแบบเพาะกล้าม แต่หุ่นแบบนี้แหละที่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยเห็นแล้วต้องหวีดร้อง แบ๊งค์ ปรีติ ภาพจาก แพรว ร็อคเกอร์ ในตำนานเจ้าของ รอยสักสุดเท่ ลายพระอาทิตย์ ก็เคยได้มาถ่ายแบบแนวเซ็กซี่มาแล้วเหมือนกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่าภาพถ่ายแฟชั่นชุดนี้เป็นแฟชั่นแบบเซ็กซี่ครั้งแรกของ แบ๊งค์ ปรีติ เลยด้วย ซึ่งทางเราต้องบอกเลยว่าถ่ายออกมาได้สวย ดูเป็นมืออาชีพมากๆ จึงไม่น่าแปลกที่เราจะยกแบ็คงค์ เป็น หนึ่งในตัวเลือกที่ดีถ้าทางแบรนด์ชั้นนำ มองหานายแบบจากประเทศไทยครับ

นิวยอร์ก เมืองท่องเที่ยว ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในโลก
นิวยอร์ก /  เมืองถ่ายภาพ

Sightsmap.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เปิดเผยข้อมูลล่าสุดของ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนถ่ายรูปเอาไว้มากที่สุดในโลก โดยข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการรวบรวมภาพถ่าย ที่นักท่องเที่ยวทั่วไป ถ่ายไว้ตามสถานที่ต่างๆ ก่อนที่จะมีการแชร์ภาพลงในแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Panoramio ซึ่งเป็นแอพที่สามารถระบุพิกัดของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ผ่านทางกูเกิล แมปส์ ซึ่ง เมืองใดที่มีการถ่ายรูปและแชร์ผ่าน Panoramio มาก ที่สุด จะสังเกตได้ว่าจะเป็นจุดสีเหลือง รองลงมาก็จะเป็นสีส้ม สีแดง ไปจนถึงสีม่วง ซึ่งหมายถึงมีการถ่ายภาพเอาไว้น้อยที่สุด ซึ่งผลปรากฏว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนมาเยือนและถ่ายรูปเอาไว้มากที่สุดในโลกก็คือ นครนิวยอร์กของสหรัฐฯนั่นเอง นิวยอร์ก เมืองท่องเที่ยว ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในโลก ซึ่งขึ้นชื่อว่า นิวยอร์ก แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่ มากมาย ตั้งแต่สวนสาธารณะเซ็นทรัล พาร์ค เทพีเสรีภาพ ตึกเอ็มไพร์ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจแห่งต่างๆ แต่ สำหรับพิพิธภัณฑ์ Guggenheim แล้ว สถานที่แห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ที่มีคนมาถ่ายรูปด้วยมากที่สุด มากกว่าตึกเอ็มไพร์ ที่หลายคนยกให้เป็นแลนด์มาร์กของนิวยอร์กเสียด้วยซ้ำ สถานที่ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากนิวยอร์ก คือ กรุงโรม ของอิตาลี ซึ่งหากใครที่เคยไปเยือนกรุงโรมนั้น จะเห็นได้ว่ามีสถานที่มากมายให้เราได้ถ่ายรูปไม่รู้จบ แต่สำหรับสถานที่ที่มีคน มาถ่ายรูปมากที่สุด กลับไม่ใช่โคลอสเซียม สนามกีฬากลางแจ้งในยุคโรมันเหมือนที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแต่อย่างใด แต่กลับเป็นโบสถ์ Trinità dei Monti โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม หรือ อาจจะเรียกได้ว่าใจกลางแหล่งช็อปปิ้งชื่อดัง อย่างบันไดสเปน โดยนักท่องเที่ยวมักจะมารวมตัวกันที่นี่ แล้วก็ถ่ายรูปโดยมีโบสถ์ Trinità dei Monti เป็นฉากอยู่เบื้องหลัง ทำให้สถานที่แห่งนี้ ติด อันดับสถานที่ที่มีคนมาถ่ายรูปเป็นอันที่ 1 ของอิตาลี และเป็นอันดับ 2 ของโลก อันดับที่ 3 คือ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งเมืองแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับโลกอยู่มากมาย โดยไฮไลท์ของเมืองอยู่ที่ ซากราด้า แฟมีเลีย โบสถ์ที่ในตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการก่อ สร้าง ซึ่งแม้ว่าจะสร้างมานานกว่า 100 ปีแล้ว แต่การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากว่าสร้างเสร็จ ก็จะได้รับการบันทึกสถิติโลก ว่าเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในโลก แม้ว่าซากราด้า แฟมิเลีย จะเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของบาร์เซโลนา แต่สถานที่ที่คนมาถ่ายรูปและแชร์ลงในแอพ Panoramio มากที่สุดคือ ปาร์กเกวย์ สวนสาธารณะแห่งนี้ เปิดให้เข้าชมฟรี ภาย ในออกแบบโดย แอนโทนี เกาดี ศิลปินเอกของยุค ซึ่งเป็นผู้ออกแบบเดียวกันกับโบสถ์ซากราด้า แฟมีเลีย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นิยมมาเที่ยวชมความงามของที่ โดยเฉพาะบริเวณเนินเขา ซึ่งเป็น จุดที่สูงที่สุดของสวนแห่งนี้ ซึ่งเวลายามเย็นนั้น ทุกคนจะมารอชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และก็จะถ่ายภาพสวยๆเก็บเอาไว้เป็นความประทับใจมิรู้ลืม ส่วนอันดับที่ 4 คือ กรุงปารีส ของฝรั่งเศส สถานที่ยอดฮิตที่คนมาถ่ายรูปมากที่สุด คือบาร์ชื่อดังอย่าง Moulin Rouge อันดับที่ 5 คือ Kiz Kulesi หรือ Maiden's Tower ในนครอิสตันบูลของตุรกี อันดับที่ 6 คือ สะพานแอคคาเดเมีย ในเมืองเวนิสของอิตาลี อันดับที่ 7 คือ Hotel de Paris ในเมืองมอนเตการ์โล ราชรัฐโมนาโก อันดับที่ 8 Piazzale Michelangelo ในเมืองฟลอเรนซ์ของอิตาลี อันดับที่ 9 คือ Caminito ในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา และอันดับที่ 10 คือ มหาวิหารนักบุญสเทเฟน ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ขอบคุณข่าวสารจาก Voicetv

แฮกเกอร์โจมตีกูเกิลเจาะจีเมลล์,รหัสผ่านกว่า5ล้านราย
กูเกิล /  กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ / 

กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ เจาะเข้ารายชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านกว่า 5 ล้านบัญชี ไปเผยแพร่บนเว็บไซต์รัสเซีย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ชาวรัสเซียแฮก และเผยแพร่ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์ รวมทั้งรหัสผ่านเกือบ 5 ล้านบัญชี ลงบนโลกออนไลน์ หลังจากก่อนหน้านี้ เกิดกรณีภาพหลุดสุดสยิวของเหล่าดาราคนดัง ที่ถูกแฮกเกอร์ขโมยรูปภาพของจากระบบสำรองข้อมูลออนไลน์ ไอคลูด (iCloud) ของบริษัท แอปเปิล โดยในรายงานข่าวระบุว่า ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านดังกล่าว ถูกนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ btcsec.com ในฟอรัมของ บิทคอย์น โดยฝีมือผู้ใช้งานที่ชื่อ (Tvskit) ซึ่งระบุด้วยว่า ที่อยู่อีเมล์กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้ยังมีการใช้งานอยู่เป็นประจำด้วย ขณะที่ทาง กูเกิล ออกมาระบุว่า ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านนี้ อาจเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังใช้งานได้ เนื่องจากระบบอัตโนมัติป้องกันการแฮกของพวกเขาทำการปิดกั้นการล็อกอินเข้าบัญชีผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่แล้ว และเรียกร้องให้ผู้ใช้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ กูเกิล ยังยืนยันด้วยว่า การรั่วไหลของข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านครั้งนี้ ไม่ได้เปิดขึ้นจากช่องโหว่ในระบบของกูเกิล

เพื่อไทย ขู่ อภิสิทธิ์ ให้รีบขอโทษระวังเจอผ้าถุงอีก
ข่าวอีโง่ /  สุริยะใส กตะศิลา / 

เพื่อไทย ขู่ อภิสิทธิ์ ให้รีบขอโทษระวังเจอผ้าถุงอีก จวก สุริยะใส อย่าทำตัวถ่วงความเจริญชาติ ปมยื่นศาลตีความ กู้ 2 ล้านล้าน Mthai News วันนี้ 14 ก.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเหยื่อของการกระทำของตัวเอง เพราะพยายามสร้างปัญหาโดยการรวบอำนาจต่างๆ ไม่ยอมรับการตรวจสอบ ว่า ไม่รู้ผีเจาะปากมาพูดหรืออย่างไร พูดได้ทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ได้พูดท้องคงจะอืด ทั้งที่พูดแต่ละครั้งติดบ่วงวาทกรรมตัวเองตลอด ความจริงนายอภิสิทธิ์ถือเป็นตั้นเหตุของความขัดแย้ง บอยคอตการเลือกตั้ง ร่วมมือกับม็อบ ก่อชนวนยึดอำนาจรัฐประหาร แต่เลือกเล่าประวัติศาสตร์เฉพาะตอนตัวเองรับบทพระเอก ทั้งที่ประชาธิปไตยคือการเคารพเสียงข้างมาก แต่นายอภิสิทธิ์ไม่เคยเคารพเสียงประชาชน ดังนั้น ไม่ต้องริอ่านไปแข่งอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะแข่งกับนายสมัคร ก็แพ้ แข่งกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็แพ้ วันนี้เอาแค่ ผ่านนายเทพไท เสนพงศ์ จากพรรคเดียวกันมาให้ได้เสียก่อน จึงออกทะเล เหมือนเรือไม่มีหางเสือ อยากพูดอะไรก็พูด ไม่มีความรับผิดชอบ เหมือนกับกรณี การปราศรัยเวที เดินหน้าผ่าความจริง วัดดอกไม้ แต่ไม่ใช้ภาษาดอกไม้ แล้วไม่ยอมรับ ตอนแรกแถว่า พูดตามกูเกิล ก็ถือว่า น่าเกลียดแล้ว มาแถต่อว่า ไม่ได้ระบุชื่อใคร ถือว่าน่าเกลียดหนักกว่าเดิม คนทั้งประเทศรู้หมดว่า นายอภิสิทธิ์พูดถึงใคร และมีเจตนาอย่างไร ฉะนั้นมีทางเดียวที่เสียหายน้อยที่สุด คือการออกมาขอโทษแบบแมนๆ ถ้าไม่เช่นนั้น ก็ต้องเตรียมตัวรับผ้าถุงอีกหลายผืน เหยื่อการกระทำของตัวเองนั้น นายอภิสิทธิ์เก็บไว้ใช้เองจะดีกว่า เพราะคดีร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล และร่วมกันก่อให้ผู้อื่นพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลนั้น กำลังรอนายอภิสิทธิ์อยู่ ส่วนกรณีที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน เตรียมคำร้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท หากผ่านการพิจารณาในวาระ 2 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ และเป็นการจัดทำงบประมาณนอกกรอบงบประมาณปกตินั้น สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบพวกจอมร้องพวกนี้เพราะนอกจากนายสุริยะใสแล้ว ยังมีอีกหลายกลุ่มที่จ้องร้องตลอดเวลา แล้วถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าไม่ขัด ให้ดำเนินการต่อได้ คนพวกนี้จะรับผิดชอบอย่างไร หรือตั้งต้นร้องใหม่ อย่าสักแต่ว่าร้อง โดยไม่ดูกระแสสังคม อย่าทำตัวเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศ ทั้งที่แผนพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาท เป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้สมดุลย์และครบวงจรเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าของรัฐบาลเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ และเป็นสิ่งที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์ Mthai News

นิพิฎฐ์แนะโอ๊ค ไม่เหมาะเปรียบพ่อเป็นยักษ์เป็นมาร
ข่าวโอ๊ค พานทองแท้ /  นิพิฐฎ์ อินทรสมบัติ / 

นิพิฎฐ์แนะโอ๊ค ไม่เหมาะเปรียบพ่อเป็นยักษ์เป็นมาร  หลังวิพากษ์พรรคประชาธิปัตย์รอค้านทุกเรื่อง ยันกฎหมายไทยไม่เคยมีนิรโทษกรรมให้นักการเมืองทุจริต ชี้หากเล่นการเมืองไม่เคยแพ้ ก็มีแต่โกงเท่านั้น จากการที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ ว่าเป็นเหรียญด้านเดียว พร้อมค้านทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม เนื่องจากหวาดระแวงกลัวว่าฝ่ายตรงข้ามจะลืมตาอ้าปากได้ พร้อมแนะให้พรรคประชาธิปัตย์คิดใหม่ คืนความเป็นธรรมให้กับคู่แข่ง สู้กันด้วยความเสมอภาค เลิกเอารัดเอาเปรียบพรรคฯ อื่นนั้น วานนี้ (22 ต.ค.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นกัน เพื่อตอบโต้การแสดงความเห็นของนายพานทองแท้ โดยระบุว่า การที่นายพานทองแท้ หาว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นเหรียญที่มีด้านเดียว ค้านทุกเรื่อง นายพานทองแท้ คงไม่รู้จริง เพราะไม่ได้อยู่ในรัฐสภา ความจริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนกฎหมายของรัฐบาลมากกว่าที่คัดค้าน และการที่พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น ไม่ใช่รังเกียจ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ประเทศไทยไม่เคยมีกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับนักการเมืองที่ทุจริตเลย ทั้งที่มีอดีตนายกฯ ที่ทุจริตและถูกยึดทรัพย์เป็นของแผ่นดินมาแล้ว 3 คน คือ จอมพลถนอม กิตติขจร, จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งจอมพลสฤษดิ์และจอมพลถนอม พยายามขอทรัพย์สินคืนมาตลอด แต่ศาลไม่คืนให้ และรัฐบาลทุกรัฐบาลก็ไม่นิรโทษกรรมให้การที่นายพานทองแท้ เสียดสีพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะเป็นฝ่ายค้านตลอดนั้น การเป็นนักการเมือง ถ้าคิดชนะอย่างเดียว ไม่ยอมแพ้นั้น มีทางเดียวที่จะทำให้ชนะได้ตลอด คือ โกงทุกรูปแบบ เหมือนที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำ ซึ่งหากกดค้นหาคำว่า นักการเมืองเลวที่สุดในโลกในกูเกิล ก็จะพบว่าหนังสือพิมพ์ในเครือวอชิงตันโพสต์ จัดอันดับให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักการเมืองที่เลวติดอันดับ 5 ของโลก ส่วนการบอกว่า ฝ่ายค้านก้าวข้ามทักษิณไม่พ้นนั้น เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ นอนขวางทางเดินของประเทศไทยอยู่ เราจึงพยายามเอา พ.ต.ท.ทักษิณ ออกนอกทางเดิน ไม่อยากเดินข้ามไปเพราะมันไม่สุภาพ แต่หากไม่ยอมอีกเห็นทีคราวนี้ต้องข้ามไปจริงๆแล้ว แล้วการที่นายพานทองแท้ ไปเปรียบคุณพ่อว่า เป็นเหมือนทศกัณฑ์ที่ฆ่าไม่ตายได้อย่างไร สงสัยไม่อ่านตอนจบ สุดท้ายทศกัณฑ์ก็ถูกหนุมาณหากล่องดวงใจจนเจอ และทศกัณฑ์ก็ถูกฆ่าตายในที่สุด คราวหลังอย่าเปรียบคุณพ่อเป็นยักษ์เป็นมารอีก MThai News

ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่
Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) /  กูเกิ้ล / 

Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เสิร์จเอ็นจิ้นดัง "กูเกิล" ปรับโฉม "ดูเดิล" ต้อนรับ "ฟุตบอลโลก" เปลี่ยนโลโก้เป็น "ภาพการ์ตูนสุดเก๋ มีลูกฟุตบอล ชายหาด รวมทั้งรูปปั้นพระเยซูคริส์อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศบราซิล" พร้อมค้นหาข้อมูลฟุตบอลโลก โดยอัตโนมัติ นับได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำสำหรับเว็บไซต์เสิร์จเอ็นจิ้นชื่อดัง "กูเกิล" อยู่แล้ว ที่จะมีการปรับโลโก้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ตามเทศกาลต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า "ดูเดิล" สำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก เวิลด์ คัพ 2014 ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 20 แล้ว โดยมีประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ ซึ่งก็นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ของบราซิลแล้วล่ะที่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอย่างนี้ หลังจากที่เคยเป็นเจ้าภาพไปครั้งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ โดยจะจัดแข่งขั้นใน 12 เมืองทั่วบราซิล MThai News

'อัลฟาเบต' บริษัทแม่ของกูเกิล ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดในโลก
Alphabet /  Apple / 

อัลฟาเบต บริษัทแม่ของกูเกิล ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกแซงหน้ายักษ์ไอทีอย่าง Apple อัลฟาเบต (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล ขยับขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาด หรือ Market Value สูงสุดในโลก แซงหน้ายักษ์ไอทีอย่าง แอปเปิล (Apple) ที่ครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงการขยายเวลาซื้อขาย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังอัลฟาเบตเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ของบริษัท ที่สะท้อนว่าตลาดโฆษณาดิจิทัลเติบโตอย่างแข็งแกร่งสวนทางกับค่ายแอปเปิล เจ้าของแบรนด์ไอโฟน ที่เผชิญกับการชะลอตัวเป็นครั้งแรก โดยยอดขายไอโฟนเพิ่มขึ้นน้อยสุดนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 8 ปีก่อน อัลฟาเบต ทำกำไรในไตรมาสล่าสุดได้ 4 พัน 900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 1 แสน 7 หมื่นล้านบาท จากรายได้รวม 2 หมื่น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 7 แสน 6 หมื่นล้านบาท ส่วนกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 8.67 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือราว 312 บาท สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 8.10 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือราว 291 บาท ด้วยแรงซื้อของนักลงทุนดันราคาหุ้นอัลฟาเบตขยับขึ้น 35.73 ดอลลาร์ หรือราว 1 พัน 286 บาท คิดเป็นร้อยละ 4.6 แตะระดับ 806.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น 2 หมื่น 9 พัน 34 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของอัลฟาเบตอยู่ที่ 5 แสน 5 หมื่น 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 20 ล้านล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดของแอปเปิลอยู่ที่ 5 แสน 3 หมื่น 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 19 ล้าน 1 แสนล้านบาท MThai News