กูเกิล

พาชม ออฟฟิศ Google สิงคโปร์ เน้นผ่อนคลายและสร้างสรรค์
google /  กูเกิล / 

ทริปพาชม ออฟฟิศ Google สิงคโปร์  เป็นทริปที่ผมก็เซอร์ไพรส์มากๆ เพราะได้รับมอบหมายให้ไปอบรมเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ Youtube ที่ ออฟฟิศ Google ประเทศ สิงคโปร์ ก่อนหน้านั้นก็พอทราบมาก่อนแล้วว่า ออฟฟิศ ของ Google ไม่ว่าจะอยู่ที่ประเทศไหนจะต้องยอมรับว่าน่าทำงานมากถึงมากที่สุด ซึงการไปอบรมครั้งนี้ ก็ได้ถือโอกาสเดินเยี่ยมชม นำโดยพนักงานใจดี 2 ท่าน คือ คุณ Arica Ng และ คุณ shilin Wu เลยได้ภาพมาให้ชมกันครับ พาชม ออฟฟิศ Google สิงคโปร์ เน้นผ่อนคลายและสร้างสรรค์ เริ่มแรกเราเดินทางทางไปถึงช่วงเช้า ซึ่ง ออฟฟิศ Google สิงคโปร์ นั้นตั้งอยู่ที่ตึก Asia Square Tower 1 ซึ่งเป็นย่านตึกใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ ดังนั้นย่านนี้จึงเป็นย่านที่ทันสมัยมากๆ เมื่อไปถึงเราก็แจ้งชื่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อได้รับอนุญาตขึ้นไปที่ชั้น 31 ที่เป็น ออฟฟิศ Google สิงคโปร์ หลังจากขึ้นไปถึงก็ทำการลงทะเบียนเพื่อเข้าอบรม ซึ่งเราได้ไปนั่งรอตรงมุมห้องครัวของชั้นนี้ที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มที่แช่อยู่ในตู้เย็น รวมทั้งขนมขบเคี้ยว ที่ทั้งพนักงาน และผู้มาเยี่ยมเยีอนอย่างเราก็สามารถหยิบมาดื่มทานได้ แต่ถึงกระนั้นเราก็ไม่ได้ดื่มอะไรมาก เพราะรู้สึกเกรงใจ และระหว่างนั่งรอ เราก็ได้เจอกับพนักงานที่เป็นคนไทย จึงได้พูดคุยทักทายกัน ระหว่างพักเที่ยงสิ่งที่ต้องทึ่งก็คือโรงอาหารของที่นี่ ที่มีขนาดใหญ่สามารถรองรับพนักงานได้เป็นร้อยๆ และที่สำคัญอาหารจัดบริการให้ฟรีกับพนักงาน และผู้มาเยี่ยมอย่างพวกเราด้วย โดยไลน์อาหารเป็นแบบบุฟเฟต์ที่หลากหลาย อย่างกับภัตาคารชั้นดีเลยทีเดียว ซึ่งในแต่ละวันอาหารจะถูกสลับสับเปลี่ยนไป และจะมีเมนูรายชื่ออาหารของวันนั้น รวมทั้งชื่อ Executive Chef ติดไว้ให้ดูด้วย                  หลังจากเสร็จสิ้นการอบรม ทางทีมงานที่เป็นพนักงาน และเป็นวิทยากรในครั้งนี้ด้วย ได้ชวนให้พวกเราที่ร่วมอบรมได้มีโอกาสเดินชม ออฟฟิศ Google สิงคโปร์ รอบๆ โดยจากการบอกเล่าของทีมงาน ออฟฟิศ Google สิงคโปร์ นั้นจะเน้นทำให้พนักงานมีความสุข เพื่อให้เกิดผลงานที่สร้างสรรค์ ดังนั้นทางออฟฟิศ จึงทำห้องพักผ่อนไว้จำนวนมาก ทั้ง ห้องชมภาพยนตร์ ห้องเล่นเกม ห้องเล่นกีฬา ห้องออกกำลังกาย มุมพักผ่อนน้อยใหญ่ที่มีบรรยากาศชิลๆหลายมุม และไม่พลาดที่จะมีห้องสมุด ที่มีหนังสือมากๆมายไว้เพื่อค้นคว้า และความบันเทิง รวมทั้งมีห้องประชุมสีสันสดใสเพื่อทำให้การประชุมไม่เคร่งเครียด                        หลังจากการสำรวจทุกมุมแล้ว ก็ทำให้พบว่าการออกแบบ ออฟฟิศ Google นั้นเน้นให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลายและเกิดความคิดสร้างสรรค์ การหลอมรวมความหลากหลายทางด้านสัญชาติของพนักงานทำให้พนักงานทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆสู่โลกก็อาจจะเกิดจาก ออฟฟิศ แห่งนี้ Google สิงคโปร์                            เรื่อง/ภาพ Tonyken

V แอพ ชวนแฟนคลับ EXO ลุ้นไปเกาหลี ร่วม Global Visiting Day #3
BAEK HYUN /  CHAN YEOL / 

แฟนคลับ EXO เตรียมจัดกระเป๋าไปเกาหลีกับ Global Visiting Day ครั้งที่ 3 โดย V แอพ ลุ้นบินฟรีไป–กลับ ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมบัตรเข้าชมการแสดงสุดพิเศษจากหนุ่มๆ EXO V แอพพลิเคชันถ่ายทอดชีวิตซุปตาร์แบบเรียลไทม์บนสมาร์ทโฟน ชวนแฟนคลับหนุ่มๆ วง EXO ลุ้นบินลัดฟ้าสู่เกาหลีใต้ ภายใต้แคมเปญ Global Visiting Day ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยแฟนคลับผู้โชคดีทั้ง 100 ท่าน จะได้รับตั๋วเครื่องบินไป–กลับ ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมบัตรเข้าชมการแสดงสุดพิเศษจาก EXO ในคอนเสิร์ต Winter Stage Global Visiting Day ครั้งที่ 3 ถือเป็นอีกงานที่ V จัดขึ้น เพื่อให้แฟนๆ จากทั่วโลก ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับหนุ่มๆ วง EXO ถึงขอบเวที โดยทุกคนสามารถเพิ่มโอกาสในการเป็นผู้โชคดีได้ง่ายๆ เพียงแค่ชวนเพื่อนมาดาวน์โหลด V แอพ และฟอลโลวช่องของ EXO สำหรับคนที่พลาดโอกาสในการเป็นผู้โชคดี เตรียมมือถือในมือให้พร้อม เพราะ V ก็เตรียมถ่ายทอดสดบรรยากาศการแสดงสดของ EXO มาให้แฟนๆ ได้ฟินเช่นเดียวกัน นอกจากนี้แฟนคลับที่อยากเห็น EXO มาออกอากาศบน V แบบเรียลไทม์ ควรชวนเพื่อนมาฟอลโลวช่องของ EXO ไว้ เพราะเมื่อมีผู้ติดตามครบหนึ่งล้านคน หนุ่มๆ วง EXO จะมาพบกับแฟนคลับในรายการ Spot-Live บน V อย่างแน่นอน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ Global Visiting Day และคอนเสิร์ต EXO Winter Stage สามารถติดตามได้จากเว็บไซด์ของ V ซึ่งแฟน K-POP อย่าพลาดติดตาม V แอพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ไม่พลาดโอกาสในการเป็นผู้โชคดีได้พบกับไอดอลคนโปรดจากแคมเปญ Global Visiting Day ครั้งต่อไป รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรม Global Visiting Day ระยะเวลาเข้าร่วมกิจกรรม: วันพฤหัสบดีที่ 19 – วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน ประกาศผลผู้โชคดี: วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2558 ลิ้งค์เข้าร่วมสนุกกับกิจกรรม : ผ่านเว็บไซด์ http://campaign.naver.com/v/exo/en/ และผ่านแอพพลิเคชัน http://m.campaign.naver.com/v/exo/en/ * ผู้ชนะจะได้รับการติดต่อกลับเป็นรายบุคคล รายละเอียดเกี่ยวกับงานคอนเสิร์ต EXO Winter Stage วันและเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2558 เวลา 22.00 น.(เวลาท้องถิ่น ประเทศเกาหลีใต้) โดยการแสดงสุดพิเศษจากหนุ่มๆ วง EXO จะถูกถ่ายทอดสดทั่วโลกผ่าน V เวลา 20.00 น.(เวลาท้องถิ่น ประเทศไทย) ในวันเดียวกัน สถานที่: โซล ประเทศเกาหลีใต้ *ทาง ‘V’ จะแจ้งสถานที่การจัดแสดงเร็วๆนี้ เกี่ยวกับ V V คือแอพพลิเคชั่นถ่ายทอดสดวิดีโอระดับโลกที่เปิดให้บริการโดยบริษัทไอทีอย่างบริษัท เนเวอร์ และยังเป็นบริษัทเจ้าของแอพพลิเคชั่นส่งข้อความอย่างไลน์ (LINE) ด้วยความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ก่อตั้งโดย Starcast บริษัทผู้ให้บริการถ่ายทอดวิดีโอเนื้อหาต่างๆที่เกี่ยวกับดาราชื่อดังในประเทศเกาหลี แอพพลิเคชั่น V ของเนเวอร์ ให้บริการถ่ายทอดสดวิดีโอของดาราเซเลบริตี้ชื่อดังและเผยให้แฟนๆทั่วโลกได้เห็นมุมมองใหม่ๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สำหรับผู้ที่สนใจเป็นพันธมิตรร่วมกับ V สามารถเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติม และโดยส่งรายละเอียดของบริษัทและข้อเสนอมาได้ที่ http://www.vlive.tv/partners/join?lang=en ทางทีมงานของ V จะติดต่อกลับท่านหลังจากตรวจสอบคำร้อง ดาวน์โหลด V ได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.naver.vapp (กูเกิล เพลย์สโตร์) https://itunes.apple.com/app/id1019447011?mt=8 (แอปเปิ้ล สโตร์) สำหรับรายชื่อเซเลบลิตี้ที่กำลังจะเข้าร่วมสามารถเข้าไปดูได้ที่: http://www.vlive.tv/ V Partners Page: http://www.vlive.tv/partners/join?lang=en ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เฟซบุ๊กและกูเกิลคือหน่วยสืบราชการลับ(CIA) (อาจารย์ ศิโรฒน์ คล้ามไพบูลย์)
เฟซบุ๊ก /  และ / 

กดติดตามข่าวสารโลกอิสลามอีกมากมายได้ที่ : http://goo.gl/pY9LKb

รองประธาน 'กูเกิล' ดิ่งพสุธา ทำลายสถิติโลก
กระโดดร่ม /  กูเกิล / 

รองประธานอาวุโส 'กูเกิล' วัย 57 ปี กระโดดร่มทำลายสถิติโลกสำเร็จ ด้วยความสูง 41 กิโลเมตร ล้มสถิตชาวออสเตรเลียที่ทำไว้ 38.6 กม. เมื่อปีพศ. 2555 นายอลัน ยูสเตซ รองประธานอาวุโสวัย 57 ปีของ 'กูเกิล' กระโดดร่มทำลายสถิติโลกได้สำเร็จ ด้วยการกระโดดจากชั้นบรรยากาศ สตราโทสเฟียร์ ที่ความสูง 135,890 ฟุต หรือประมาณ 41 กิโลเมตรจากพื้นโลก โดยการกระโดดครั้งนี้ ได้ทำลายสถิติเดิมของนักดิ่งพสุธาชาวออสเตรเลีย ซึ่งทำไว้ในปี 2555 ด้วยความสูง 38.6 กิโลเมตรได้สำเร็จ ซึ่งในครั้งนี้นายยูสเตซเกิดขึ้นในถูกนำขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วยบอลลูนบรรจุฮีเลียมขนาดใหญ่ เหนือเมืองรอสเวลล์ มลรัฐนิวเม็กซิโก ของสหรัฐฯ ก่อนจะดิ่งพสุธาลงมาด้วยความเร็วมากกว่า 1,300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งมากกว่าความเร็วเสียงเล็กน้อย โดยชุดที่นายยูสเตซสวมใส่เพื่อทำภารกิจดังกล่าวนั้นถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้รองรับแรงต้านทานมหาศาลได้ ด้านนายยูสเตซ เปิดเผยว่า การกระโดครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เพราะเขาได้เห็นความดำมืด และการแบ่งตัวของชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสมาก่อนในชีวิต นอกจากนี้เขายังได้ยินเสียง 'โซนิกบูม' ครั้งหนึ่งหลังจากที่ความเร็วเกินความเร็วเสียง ทั้งนี้ปัจจุบันนายอลัน ยูสเตซ ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายองค์ความรู้ของกูเกิล ก่อนหน้าที่จะมาทำงานให้กูเกิล เคยเป็นนาวิกโยธินสหรัฐฯ มาก่อน โดยมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการบิน และการกระโดดร่มเป็นพิเศษอยู่แล้ว โดยที่การทำลายสถิติโลกของการกระโดดร่มของนายยูสเตซมีการเตรียมการอย่างลับๆ กันมาหลายปี โดยใช้ทีมงานเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และไม่ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ใด ๆ เลย Mthai News

งามไส้!แฉมะกันล้วงข้อมูลยาฮู-กูเกิล
กูเกิล /  ยาฮู / 

สโนว์เดนอดีตหน่วยข่าวกรอง แฉแหลก สหรัฐฯ ล้วงข้อมูล Yahoo - Google นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองผู้ออกมาแฉโครงการสอดแนมของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ออกมาเปิดโปงข้อมูลเพิ่มเติมว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ได้มีการสอดแนมข้อมูลของเว็บไซต์ยาฮูและกูเกิล ซึ่งเป็นเว็บไซต์ให้บริการอีเมล์ยอดนิยมอันดับต้นๆ ของโลก รายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ทางการสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งที่เป็นข้อความ เสียง และวีดีโอที่อยู่ในเว็บไซต์ทั้งสองแห่งนี้ได้โดยตรงอีกด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยกล่าวว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจที่จะเข้าถึงข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ของบริษัททั้งสองแห่ง ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทางการสหรัฐฯ เพิ่งถูกจับตาจากหลายชาติในยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี หลังจากมีข้อมูลที่ระบุว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ทำการดักฟังโทรศัพท์มือถือของนายกรัฐมนตรีแองเกล่า แมร์เคิล ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากต่อเยอรมนีจนต้องส่งผู้แทนชาวเยอรมันไปยังสหรัฐฯ เพื่อขอคำตอบและการรับผิดชอบจากรัฐบาลทำเนียบขาวต่อสิ่งที่เกิดขึ้น Mthai news

'อัลฟาเบต' บริษัทแม่ของกูเกิล ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดในโลก
Alphabet /  Apple / 

อัลฟาเบต บริษัทแม่ของกูเกิล ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกแซงหน้ายักษ์ไอทีอย่าง Apple อัลฟาเบต (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล ขยับขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาด หรือ Market Value สูงสุดในโลก แซงหน้ายักษ์ไอทีอย่าง แอปเปิล (Apple) ที่ครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงการขยายเวลาซื้อขาย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังอัลฟาเบตเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ของบริษัท ที่สะท้อนว่าตลาดโฆษณาดิจิทัลเติบโตอย่างแข็งแกร่งสวนทางกับค่ายแอปเปิล เจ้าของแบรนด์ไอโฟน ที่เผชิญกับการชะลอตัวเป็นครั้งแรก โดยยอดขายไอโฟนเพิ่มขึ้นน้อยสุดนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 8 ปีก่อน อัลฟาเบต ทำกำไรในไตรมาสล่าสุดได้ 4 พัน 900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 1 แสน 7 หมื่นล้านบาท จากรายได้รวม 2 หมื่น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 7 แสน 6 หมื่นล้านบาท ส่วนกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 8.67 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือราว 312 บาท สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 8.10 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือราว 291 บาท ด้วยแรงซื้อของนักลงทุนดันราคาหุ้นอัลฟาเบตขยับขึ้น 35.73 ดอลลาร์ หรือราว 1 พัน 286 บาท คิดเป็นร้อยละ 4.6 แตะระดับ 806.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น 2 หมื่น 9 พัน 34 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของอัลฟาเบตอยู่ที่ 5 แสน 5 หมื่น 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 20 ล้านล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดของแอปเปิลอยู่ที่ 5 แสน 3 หมื่น 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 19 ล้าน 1 แสนล้านบาท MThai News

พูดคุยและรู้จักกับ จอช คิม ผู้กำกับ พี่ชาย My Hero หนังไทยที่น่าจับตา
Draft Day /  How to Win at Checkers (Every Time) / 

อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจของคุณในการทำหนังเรื่องนี้ ปี 2007 ผมได้อ่านหนังสือชื่อ Sightseeing เขียนโดย รัฐวุฒิ ลาภเจริญทรัพย์  ในตอนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าได้ดูหนัง ผมนึกถึงแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ กลิ่นน้ำมัน และสีสันต่างๆ มันเป็นโลกที่ผมเคยสัมผัส ผมรู้สึกเหมือนได้กลับไปในวัยเด็กอีกครั้ง และในที่สุดผมก็อยากจะเล่าเรื่องราวเหล่านี้ผ่านทางภาพยนตร์ ความท้าทายอะไรที่คุณที่เจอในการนำหนังสือเล่มนี้มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ในตอนที่ผมส่งบทร่างแรกๆให้เพื่อนช่วยอ่าน ก็มีบางส่วนที่เพื่อนๆไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน ผมจึงคิดว่าคงต้องตัดข้อมูลต่างๆจากหนังสือต้นฉบับออก และเขียนเรื่องที่ทำให้คนที่ไม่เคยอ่านหนังสือเข้าใจได้ พอทิ้งทุกอย่างไปมันทำให้ผมได้รับอิสระมากขึ้น ผมเพิ่มตัวละครเข้าไป ขยายแก่นของเรื่อง และสร้างสถานการณ์ ในแบบของผมขึ้นมาเอง กระบวนการการเข้าคัดเลือกเกณฑ์ทหารในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง มันเป็นวิธีที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ถ้าคุณเป็นชายไทย พออายุครบ 21 ปี คุณต้องไปรวมตัวกับคนที่มีอายุเท่าๆกันในเขตของคุณ เพื่อทำการจับฉลากที่อยู่ในโถต่อหน้าเพื่อนรุ่นเดียวอีกเป็นจำนวนมาก  ถ้าจับได้ใบดำ คุณก็ได้รับการยกเว้นและไม่ต้องเป็นทหาร แต่ถ้าจับได้ใบแดง คุณต้องไปเป็นทหารและรับใช้ชาติเป็นเวลาสองปี  ซึ่งไม่เหมือนที่สหรัฐอเมริกา ที่ใช้วิธีอาสาสมัคร หรือที่เกาหลีใต้ซึงทุกคนต้องเป็นทหาร ดูเหมือนว่าการเกณฑ์ทหารในประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับดวงมากกว่า ก่อนที่จะมาเมืองไทยผมไม่เคยเห็นกระบวนการเหล่านี้มาก่อน และในระหว่างที่ผมเขียนบทผมก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะใช้วิธีการอย่างไรกับกลุ่มคนข้ามเพศ พอปี 2013 ผมทำภาพยนตร์สั้นสารคดีชื่อ Draft Day ซึ่งการทำสารคดีชิ้นนี้ช่วยทำให้ผมเข้าใจ และเป็นตัวอย่างที่ผมใช้เพื่อให้ทีมงานเห็นภาพตรงกัน และถ่ายทอดออกมาเป็นฉากเกณฑ์ทหารในภาพยนตร์ ช่วยเล่าถึงขั้นตอนการคัดเลือกนักแสดง คุณหานักแสดงอย่างไร ริว น่าจะเป็นคนแรกๆที่เข้ามาทดสอบบท เราให้เขาลองเล่นซีนอารมณ์และเขาสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม  แต่เราคิดว่ามันไม่น่าจะง่ายขนาดนี้นะ  เพื่อนผู้กำกับคนหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่า เขาต้องคัดเลือกเด็กกว่าหนึ่งร้อยคนกว่าจะเจอคนที่เขาตามหา หลังจากที่เราทำการคัดเลือกไปร้อยกว่าคนบ้าง ก็ยังไม่มีใครทำได้ดีกว่าน้องริว สุดท้ายเราก็เลือก ริว ตัวเต็งคนแรกของเรา อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างแรกเลยก็คือหนังเรื่องนี้ต้องเป็นหนังไทยเท่านั้น เพราะคัดเลือกทหารด้วยการจับฉลากใบดำใบแดงมีที่นี่ที่เดียว ในปี 2012 ผมเดินทางมากรุงเทพและลงเรียนคอร์สภาษาไทยเพื่อเตรียมความพร้อมของตัวผมเองเพราะ ผมต้องการที่จะอ่านบทและสื่อสารกับนักแสดงเป็นภาษาไทย ในระหว่างการถ่ายทำ ได้เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยและทหารก็ได้ทำการรัฐประหาร ไม่นานหลังจากนั้นก็มีการประกาศกฎอัยการศึก เกิดการประกาศเคอร์ฟิว ผมและทีมงานรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เราไม่แน่ใจว่าจะถ่ายหนังให้จบได้รึเปล่า เพราะว่าตารางถ่ายของเรานั้นติดช่วงเวลาเคอร์ฟิวด้วย เกมหมากรุกมีความสำคัญอย่างไรในหนังเรื่องนี้ ผมเล่นหมากรุกกับพี่ชาย เขาเป็นคนสอนผมเล่น และผมบอกเขาเสมอว่าสักวันหนึ่งผมจะชนะเขาให้ได้ แต่จริงๆแล้วก็ไม่คิดว่าจะชนะเขาได้ จนวันหนึ่งผมสามารถเอาชนะเขาได้ แต่ผมก็ทำอะไรไม่ถูกแล้วต่อจากนี้จะทำยังไง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมามีเป้าหมายเดียวคือเอาชนะพี่ให้ได้  ก็คล้ายๆกัน ในตอนที่โอ๊ตเอาชนะพี่ชายได้ เขาเริ่มมองเห็นจุดอ่อนของพี่ชาย มันเหมือนช่วงเวลาที่ทั้งหวานทั้งขม ช่วงเวลาที่เราเติบโตพอ และตระหนักว่าจากนี้ไปเราต้องเลือกเรียนรู้และตัดสินใจอะไรๆ ด้วยตัวของเราเอง --------------------------------- ประวัติผู้กำกับ จอช คิม เป็นผู้กำกับ ลูกครึ่งเกาหลี –อเมริกัน ปัจจุบันทำงานอยู่ในเอเชีย เกิดวันที่ 23 เมษายน 1981 ที่รัฐเท็กซัส เริ่มเป็นเด็กฝึกงาน ด้านโปรดักชั่นที่สถานีข่าว NPR ในรัฐวอชิงตัน ดีซี  หลังจากนั้นย้ายไปทำงานกับ CNN ที่ฮ่องกง ปี 2010 เขาเป็น  Associate Producer  ให้กับหนังเกาหลีเรื่อง Better Tomorrow ของ จอน วู ซึ่งหนังได้ฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลหนังเวนิซในปีเดียวกัน  เขาเคยกำกับวีดีโอให้กับกูเกิล ยูฟ่า และ อีลีทโมเดล เขาเป็นคนก่อตั้งเว็บซีรี่สารคดี ชื่อ กูเกิ้ลกลาสไดอารี่  ซึ่งได้ลงเป็นบทความใน Wall Street Journal และ Fast Company เข้าไปดูผลงานได้ที่  www.joshkim.tv Filmography 2013  Draft Day - short 2007 Postcard - short 2006 The Police Box – short หนังสั้น Draft Day

10 อันดับ รายชื่อในโลกแฟชั่น ที่ผู้คนค้นหามากที่สุดประจำปี 2013
10 รายชื่อ /  10 อันดับ / 

10 อันดับ รายชื่อในโลกแฟชั่น ที่ผู้คนค้นหามากที่สุด ประจำปี 2013         ปี 2013 หมุนผ่านไปเร็วเหลือเกิน เผลอแปปเดียวก็เกือบครบ 365 วันเข้าไปทุกทีแล้ว และปลายปีแบบนี้ สิ่งที่ชาวโลกรอคอย เสมือนเป็นธรรมเนียมของทุกปีนั่นก็คือ การรอฟังการเปิดเผยของกูเกิล (Google) ว่าชาวออนไลน์ เขาสนใจค้นหาข้อมูลใดมากที่สุดในแต่ละปี วันนี้ Women Mthai ขอยก 10 อันดับ ในโลก แฟชั่น ที่ถูกเสริ์ชมากที่สุด ของปี 2013 ว่าแล้วจะมีใคร หรือ แบรนด์ใดติดโผ บ้างไปดูกันเล้ย... อันดับที่ 1.Cara Delevigne แชมป์คำที่ถูกค้นหามากที่สุดอันดับที่ 1 ของกูเกิลประจำปี 2013  ก็คือ คาร่า เดเลวีญ นางแบบอายุ 21 ที่ปัจจุบันเธอติดอันดับ Top 50 ของเว็บไซต์ models.com ซึ่งเมื่อปีที่แล้วเธอก็เพิ่งได้รับตำแหน่งนางแบบยอดนิยมของอังกฤษ เธอเป็นนางแบบให้กับหลากหลายแบรนด์ แถมยังถูกเลือกให้เดินบนรันเวย์ใหญ่ๆมากมายนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าเป็นซูเปอร์โมเดลสุดฮอตที่หาตัวจับได้ยาก จริงๆเลยเชียว อันดับที่ 2.Paul Smith นักออกแบบ และนักสร้างสรรค์ยอดนิยม วัย 72 ปี บุคคนที่เป็นที่รักใคร่ของหลายๆคน สาเหตุที่มีผู้คนรักเขามาก นั่นก็เพราะว่า เขาเป็นคนติดดิน รักความเรียบง่าย ซึ่งแสดงออกมาให้เห็นจากวิถีการใช้ชีวิตและผลงานการออกแบบของคุณปู่พอล สมิธ นั่นเอง อันดับที่ 3. Vivienne Westwood คุณป้าวิเวียน ดีไซเนอร์ สุดซ่า ตัวจี๊ดคนหนึ่งของโลกแฟชั่น อันดับที่ 4.Victoria Beckham ราชินี ยิ้มยาก นางเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง นักร้อง ดีไซเนอร์ แฟชั่นไอคอน และคุณแม่คนเก่ง แน่นอนว่าเวลาเธอออกมาทำอะไรก็ตาม หรือแม้จะแค่ยิ้ม เธอก็เป็นข่าวได้แล้วหล่ะค่ะ ยิ่งถ้าปรากฎคู่พร้อมสามีสุดหล่อเดวิด เบคแฮม และลูกๆแล้วล่ะก้ ยิ่งทวีความฮอต และเรียกความสนใจจากชาวโลกได้ไม่น้อยเลย อันดับที่ 5.Kate Moss ปีนี้กลับมาเป็นที่ฮืฮาอีกแล้ว สำหรับนางแบบที่ทะยานเข้าสู่วัย 40 ปี ที่หวนกลับมาขึ้นปก ให้กับนิตยสาร Playboy ฉบับฉลองครบรอบ 60 ปี และการกลับมาถ่ายปกครั้งนี้ก็ไม่ได้หวาบหวิวอะไรมาก แค่นางใส่ชุดมาตราฐานของเพลย์บอย นั่นก็คือชุดนางกระต่าย เท่านั้นเอง และมีอยู่รูปเดียวเท่านั้นที่เปือยแล้วใส่เครื่องเพชร แต่เปือยที่ว่า นี่ก็ไม่ได้เห็นอะไรเลยนะ อย่างว่าแหละค่ะ ระดับนางแบบตัวแม่ของวงการแล้ว หากลุกขึ้นมาทวงบัลลังก์ ต้องเรียกเสียงฮือฮาและเป็นที่สนใจของชาวโลกเสมอ ตามด้วย... อันดับที่ 6. Rosie Huntington-Whiteley  นักแสดงและนางแบบชาวอังกฤษ และนางฟ้าสุดเซ็กซี่จากวิคตอเรีย ซีเคร็ต ด้วยรูปร่าง ริมฝีปากอวบอิ่ม บวกกับลีลาการโพสต์ท่าถ่ายแบบสุดเย้ายวน จึงทำให้เธอคนนี้ติดโผในลำดับที่ 6 ของปีนี้ ไปได้ไม่ยากลำบากเลยค่ะ อันดับที่ 7. Alexander McQueen  แฟชั่นดีไซเนอร์คนดังวัย 40 ปี ผู้ล่วงลับ เจ้าของสมญานาม"แบด บอย" แห่งวงการแฟชั่นอังกฤษ เขามีชื่อเสียงในระดับโลกอย่างรวดเร็วเพราะการออกแบบที่สร้างสรรค์และแหวกแนวผ่านคอลเลกชั่นของเขาและรันเวย์แฟชั่นโชว์ อันดับที่ 8. Alexa Chung ซูเปอร์โมเดลระดับโลก และดาราแถวหน้าของฮอลลีวูด และแฟชั่นไอคอนจากเกาะอังกฤษ  ความโดดเด่นของเธอไม่ได้โดดเด่นอยู่แต่บนรันเวย์แฟชั่นเท่านั้น เธอมีผลงานผ่านตามาแล้วมากมาย ทั้งการเป็นพิธีกร นักแสดง พรีเซนเตอร์ รวมถึงการเป็นคอลัมนิสต์ในแมกกาซีน อันดับที่ 9. Vera Wang Vera Wang ดีไซเนอร์ผู้เฉิดฉายบนรันเวย์ ชื่อ Vera Wang กลายเป็นเจ้าแม่ในวงการชุดแต่งงานไปแล้ว บรรดาเซเลบฯ และดารามากมายต่างเป็นลูกค้าสินค้าของเธอทั้งนั้น ไม่ผิดที่จะบอกว่า ชุดแต่งงาน Vera Wang คือชุดแต่งงานที่เจ้าสาวค่อนใฝ่ฝันถึง อันดับที่ 10. Naomi Campbell ในวงการสุดยอดนางแบบ ไม่มีใครไม่รู้จักเธอเพราะเธอเป็น เวิลด์ซูเปอร์โมเดล วหมึกระดับแนวหน้า ที่บรรดาดีไซเนอร์ชื่อดังของโลกต่างก็ต้องการตัว 10 อันดับ แบรนด์แฟชั่น ที่ถูกเสิร์ชมากที่สุดประจำปี 2013 1.Stuart Vevers 2.Hermès 3.Chanel 4.Gucci 5.Micheal Kors 6. Louis Vuitton 7.Prada 8.Vivienne Westwood 9.Lacost 10.Tommy Hilfiger แล้ว... คุณเคย ค้นหา คำ 10 อันดับ นี้ ในกูเกิล กันบ้างไหมคร้าา ? เรียบเรียงโดย... Women Mthai Team ขอบคุณข้อมูลจาก...fashion.telegraph.co.uk  

ฮือฮา !! อีก 15 ปี สมองมนุษย์จะเชื่อมอินเตอร์เน็ตได้โดยตรง
ระบบไฮบริด /  สมอง / 

ผอ.วิศวกรกูเกิล ทำนาย ในอนาคตสมองของมนุษย์ จะสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยตรง ผ่าน 'หุ่นยนต์ขนาดจิ๋ว' วันนี้ (4มิ.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'ดิ อินดิเพนเดนท์' รายงานเรื่องราวสุดฮือฮา กรณีที่ เรย์ เคิร์ซเวล นักประดิษฐ์และผู้อำนวยการด้านวิศวกรรมจากบริษัท 'กูเกิล' เว็บไซต์เซิสเอนจิ้น อันดับ 1 ของโลก เปิดเผยวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในปี 2573 สุดล้ำจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้จริงในอนาคต รายงานระบุว่า เรย์ เคิร์ซเวล เปิดเผยถึงเทคโนโลยีที่มีระบบชื่อว่า 'สมองไฮบริด' หลายๆท่านอาจจะคุ้นเคยกับคำศัพท์ดังกล่าวในการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เจ้าสมองไฮบริดนี้ จะมีลักษณะในการฝัง หุ่นยนต์ขนาดจิ๋ว ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเส้นผม ที่ฝังเข้าไปในสมองของมนุษย์ และทำหน้าที่คล้ายคอมพิวเตอร์ หรือ สมาทโฟน ในการสั่งการ และเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้โดยตรง เพียงแค่สมองคิด ข้อมูลก็จะส่งตรงถึงหน่วยความจำภายในสมอง ยังไงอย่างนั้น ซึ่งหากทำได้จริงนั้น เราจะสามารถใช้สมองค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้ในทันที และอาจมีความสามารถในการกักเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์แบบไม่ต้องพกพาอะไรให้วุ่นวายอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เรย์ เคิร์ซเวล ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ที่สามารถพยากรณ์ความเคลื่อนไหวในวงการเทคโนโลยีได้อย่างแม่นยำ และส่วนใหญ่สิ่งที่เขาทำนายไว้ล่วงหน้าจะประสบความสำเร็จ กลายเป็นความจริงได้ในเวลาหลังจากนั้น เห็นได้จากตัวอย่างเมื่อ พ.ศ.2533 ที่เขาเคยทำนายไว้ว่า คอมพิวเตอร์จะสามารถโค่นแชมเปียนโลกเกมหมากรุกฝรั่ง และผลปรากฏว่าหลังจากนั้น 8 ปี คำทำนายของเขาก็กลายเป็นจริง เนื่องจากในปี 2541 คอมพิวเตอร์นามว่า 'ดีพ บลู' ของไอบีเอ็มสามารถโค่นแกร์รีย์ คาสปารอฟ แชมเปียนโลกลงได้ MThai News ที่มา  independent

เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) 23 เม.ย. 57
Seed MCOT /  รายการย้อนหลัง เขย่ง 9 กระโดด / 

รายการย้อนหลัง เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) 23 เม.ย. 57 พูดคุยกับพาราด๊อกซ์ วงร็อควาไรตี้ ที่มีเอกลักษณ์ทางการแสดงสดที่ไม่เหมือนใคร รายการ เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) รายการที่เพียบไปด้วยหลายๆเรื่องราว ที่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ ตลอด 1 ชั่วโมงเต็ม กับ 3 พิธีกรสุดซี๊ด เด-ดาวิเด โดริโก้,ดอส-วัฒนากร ทิพจร และ อ้น-อัตตพงษ์ อัตตกิจกุล สัปดาห์นี้ พูดคุยกับวงร็อควาไรตี้ สุดแสนหรรษา วง พาราด็อกซ์ (Paradox) จากนั้น ดีเจอ้น จะมาโชว์ท่วงท่า ความพริ้วไหว ในกีฬาลีลาศ และอีกหลากหลายเรื่องราวที่น่าสนใจ ติดตามชมได้ในรายการ เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) ช่วง ทำนองนั้น ดอส-วัฒนากร ทิพจร พามาสัมผัสพูดคุยกับวงร็อควาไรตี้ สุดแสนหรรษา ที่มีเอกลักษณ์ทางการแสดงสดที่ไม่เหมือนใคร จนหลายคนต้องยกนิ้วให้กับความสามารถของวง Paradox เจาะลึกเรื่องราวประสบการณ์ แนวคิดแปลกๆ ในการทำงานเพลง พร้อมเปิดร้านคาเฟ่ เล่นดนตรีโชว์เพลงใหม่ล่าสุด รถไฟขบวนแห่งความฝัน ให้ฟังกันแบบจัดเต็ม!! ช่วง กระแสนิยม สำหรับใครที่รักการดื่มกาแฟ เป็นชีวิตจิตใจ วันนี้เลยขอพาไปนั่งชิลล์ร้านกาแฟ ในบรรยากาศน่ารักและอบอุ่น ที่มีความพิเศษตรงที่การตกแต่งร้านด้วยธีม Mr. Bean กับร้าน Mr. Bean Thailand จากนั้นไปอัพเดตเทคโนโลยีสุดล้ำ Google Glass การร่วมโปรเจ็กระหว่างกูเกิล และแว่นตายี่ห้อดังของโลก Ray-Ban, Oakley ในการผลิตกรอบแว่นที่ทันสมัย ช่วง ออกสนาม ดีเจอ้น-อัตตพงษ์ อัตตกิจกุล โดนส่งมาออกสนามกับกีฬาที่แสนท้าทาย และต้องใช้ความพริ้วไหวของท่วงท่าในการเต้นอย่าง กีฬาลีลาศ งานนี้หนุ่มอ้นจะทำได้ดีแค่ไหน กับการเรียนในหลักสูตรแบบเร่งรัด ติดตามชมเป็นกำลังใจให้หนุ่มอ้นได้ในช่วง ออกสนาม ช่วง ตัวจริง ดีเจเด-ดาวิเด โดริโก้ พามาพบกับตัวจริงเรื่อง ฉีด พ่น ที่มีกำแพงและท้องถนนเป็นผืนผ้าใบ โดยมีสีเสปรย์แทนพู่กัน จากความชอบในวัยเด็ก บวกกับความมุ่งมั่นทำในสิ่งที่แปลกในสายตาของคนทั่วไป จนกลายมาเป็นผลงานศิลปะที่ใครๆ ก็ยอมรับในทุกวันนี้ “Alex Face” ชีวิตคือ Graffiti การจะเป็นตัวจริงเรื่องงาน Graffiti ได้จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ต้องติดตาม... ติดตามชมรายการ “เขย่ง 9 กระโดด” (Triple Jump) รายการที่เพียบไปด้วยหลายๆเรื่องราว ที่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ ทุกวันพุธ ห้าทุ่มครึ่ง ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

อุทาหรณ์ ! AIS ชี้แจงยกเว้นค่าบริการบิลโหด เพราะลูกค้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์
AIS ชี้แจงยกเว้นค่าบริการบิลโหด /  นาย ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตลาด เอไอเอส / 

ทาง AIS  ชี้แจงกรณีเล่นซื้อเพชรเกมคุกกี้รันจนบิลสูงลิ่วเป็นแสน ยอมยกเว้นค่าบริการให้ลูกค้าใช้งานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมพัฒนาระบบแจ้งเตือนยอดใช้งานป้องกันปัญหาเกิดซ้ำ จากกรณี ที่ จ.สุพรรณบุรี มีสาวแจ้งความร้องทุกข์ว่าพบบิลเรียกเก็บค่าโทรศัพท์กว่า 2 แสนบาท หลังให้บุตรชายวัย 13 ปี ใช้โทรศัพท์มือถือ โดยตรวจสอบพบว่าเป็นการจ่ายเงินซื้อคริสตัลในเกมคุกกี้รัน สำหรับการเพิ่มพลังในการเล่นเกม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด วานนี้ (24 มิ.ย.) นาย ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตลาด เอไอเอส กล่าวว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อว่า มีลูกค้าใช้งานเล่นเกมคุกกี้รัน และมีค่าบริการสูงผิดปกติ ทางเอไอเอส ขอเรียนชี้แจงว่า ปัจจุบันการใช้บริการเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นทางอินเทอร์เน็ต เช่น การสมัครใช้งาน หรือ การซื้อคอนเทนท์ ผ่านทาง "กูเกิล เพลย์ สโตร์" ซึ่งเป็นศูนย์รวมแอพพลิเคชั่นของแอนดรอยด์ ที่ให้บริการโดยกูเกิล ได้รับความนิยมสูงขึ้นเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านมา ลูกค้าจำเป็นต้องสมัครหรือซื้อสินค้าและบริการผ่านทางบัตรเครดิตเท่านั้น ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยการสะดวกให้กับลูกค้า เอไอเอสจึงเป็นผู้รับชำระค่าสินค้าและบริการนี้ให้กับ Google Play Store โดยหักจากบิลล์ค่าโทรศัพท์ของเอไอเอสได้ทั้ง prepaid และ postpaid ตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมา ในทางปฏิบัติ ในการที่จะใช้บริการดังกล่าวได้นั้น ลูกค้าจะต้องมีการสมัครใช้งานและยืนยันความเป็นเจ้าของก่อนจึงจะสามารถทำการ หักค่าใช้จ่ายได้ รวมถึงในการซื้อคอนเทนท์แต่ละครั้ง จะมีการแจ้งให้ยืนยันการซื้อ และจะมีการส่งยืนยันการซื้อดังกล่าวกลับไปที่อีเมลของลูกค้าเสมอเช่นกัน “อย่าง ไรก็ตามหลังจากการเปิดบริการดังกล่าวไป พบว่าลูกค้าบางท่านมีค่าบริการสูงผิดปกติตามที่เป็นข่าว ซึ่งบริษัทก็มิได้นิ่งนอนใจและมีความห่วงใยในกรณีดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง โดยได้ทำการปิดบริการสำหรับระบบโพสต์เพดทันที ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และจะดูแลลูกค้าโดยยกเว้นค่าสินค้าและบริการดังกล่าวทั้งหมดให้แก่ลูกค้า ทุกรายที่ใช้งานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์” ทั้งนี้บริษัทจะมี การพัฒนาระบบแจ้งเตือนรวมถึงเพิ่มเติมการกำหนดยอดการใช้งานสูงสุดในการชำระ ค่าสินค้าและบริการได้ด้วยตนเอง  เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้บริการในโลกออนไลน์ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป MThai News

AISส่งSMS ป้องกันเกมคุกรี้รัน คิดเงินแสน
คุ้กกี้รัน /  ซื้อไอเท็มคุ้กกี้รัน / 

เอไอเอส พร้อมส่ง SMS ยืนยันไปยังหมายเลขผู้ปกครอง หากมีการซื้อสินค้า และบริการผ่าน DCB หวั่นซ้ำเหตุคุกกี้รัน เริ่ม 22 ก.ค. นี้ นาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากการประชุมหารือระหว่าง กสทช. กับตัวแทนบริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนบริษัท เนเวอร์ ไลน์ จำกัด บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด เพื่อหาแนวทางที่จะป้องกันปัญหาในลักษณะเดียวกับกรณีคุกกี้รันที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต โดยได้ข้อสรุปว่า ทางบริษัท กูเกิลฯ รับจะให้ทีมวิศวกรเซ็ตระบบให้ต้องมีการยืนยันพาสเวิร์ดทุกครั้งที่มีการซื้อ สินค้าและบริการผ่านกูเกิลเพลย์ (Google Play) พร้อมกับให้มีอีเมล์ยืนยันการทำรายการซื้อตอบกลับจากกูเกิลเป็นภาษาไทย ในส่วนของ AWN จะกำหนดวงเงินค่าใช้บริการในการซื้อ หรือใช้บริการในระบบ DCB หรือ Direct Carrier Billing ไว้ที่ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท และไม่เกินวงเงินใหญ่ที่กำหนดของแต่ละเลขหมาย และจะมี SMS แจ้งไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทันทีที่มีการซื้อหรือใช้บริการ ทั้งนี้ ความร่วมมือของกูเกิลในทางเทคนิคจะเป็นตัวกำหนดว่า ระบบจะสามารถแจ้งเตือนได้ทันทีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ ได้ขอให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายที่ให้บริการ DCB ต้องส่ง SMS ไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ทราบถึงการซื้อขายและใช้บริการด้วย และในเบื้องต้น AWN จะส่ง SMS ในเครือข่าย AIS ก่อน โดยเริ่มในวันที่ 22 ก.ค. นี้ บทความอื่นๆ เกี่ยวกับคุ้กกี้รัน วิธีปิดการแจ้งเตือน Cookie Run และเกมไลน์อื่นๆ โดยไม่ต้องบล็อคเพื่อน ! เชื่อว่าคนที่ใช้ Line อยู่ในขณะนี้ทุกคนจะต้องเซ็งเป็ดกับการส่งข้อความมาชวนเล่นเกม โดยเฉพาะในตอนนี้เกมที …

12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มันเจ๋งมาก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

เขาว่ากันว่า เราจะมีความสุขมากเวลาเราได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ได้ทำงานในสายงานที่ตัวเองรัก แล้วยิ่งถ้าบริษัทนั้นดูแลพนักงานดี บุคคลากรดี สิ่งแวดล้อมดี ชีวิตพนักงานคงจะมีความสุขมากๆเลยหล่ะ วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ลองไปดูกันหน่อยเพื่อนๆ จะชอบที่ไหนกันบ้าง ^^ 12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มันเจ๋งมาก!  12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มันเจ๋งมาก! 1. Selgas Cano Architecture Office สตูดิโอสถาปัตยกรรมเซลกาส คาร์โน บริษัทสถาปนิกตั้งอยู่ในกรุงแมดดริด (Madrid) ประเทศสเปน ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ ทำให้รู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่ง ผ่อนคลายเหมือนได้อยู่กลางป่าเขาธรรมชาติจริงๆ แบบนี้ยิ่งทำให้พนักงานมีไอเดีย สมาธิสร้างสรรค์งานได้ดีขึ้นไปอีกด้วย ^^ 2. Google ใครๆ ก็รู้จักกันดี! นิตยสาร Fortune จัดอันดับให้ Google (กูเกิล) เป็นบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลกประจำปี 2014  อีกทั้งยังครองอันดับหนึ่งมากถึง 5 ปีและอยู่ในอันดับต้นๆ ของบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลกมานานถึง 7 ปีแล้ว ถ้าถามว่าทำไม กูเกิล ถึงเป็นที่ที่คนอยากทำงานด้วยมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะกูเกิลให้ความสำคัญกับพนักงานของเขามาก  Google พยายามจะสร้างสวัสดิการในรูปแบบใหม่ๆ ให้กับพนักงานของตัวเอง, โอกาสที่จะเติบโตในสายอาชีพที่ Google มีไม่จำกัด รวมไปถึงแหล่งความรู้ในการพัฒนาตัวเองสำหรับสาขาอาชีพต่างๆ ด้วย แม้แต่พนักงานที่ลาออกจาก Google ไปแล้วก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากการมี Google อยู่ในเรซูเม่ของตัวเองได้, อีกเหตุผลที่ทำให้พนักงาน Google รักงานของพวกเขา ก็คือการได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ 3. Inventionland Design Factory Inventionland Design Factory นี้ขอบอกเลยว่าน่ารักมาก!  ตั้งอยู่ใน พิตต์สเบิร์ก (Pittsburgh), รัฐเพนซิลเวเนีย (Pennsylvania) สหรัฐอเมริกา และถ้าถามว่าที่นี่ออกแบบอะไร เพื่อนๆ จะต้องกรี๊ดกันแน่นอน เพราะ Inventionland Design Factory แห่งนี้ ฃจะคอยออกแบบสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ของ Disney นั่นเองค่ะ ตกปีละ  2,000-2,400 ชิ้นเลยทีเดียว >,< โดยการออกแบบของที่นี่สร้างสรรค์และน่ารักสุดๆ ดูเหมือนสวนสนุกมากกว่าออฟฟิศซะอีก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานอยู่บนเรือโจรสลัด, บ้านต้นไม้ รวมถึงธีมในโซนต่างๆ แบบนี้ยิ่งทำให้พนักงานทำแล้วยิ่งมีความสุข มีไอเดียสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาเยอะเลย ^^ 4. Dropbox บริษัทยักษ์ใกญ่ที่บริการซิงก์และฝากไฟล์ข้อมูลแบบออนไลน์ จัดเก็บและแบ่งปันแฟ้ม และโฟลเดอร์ร่วมกับคนอื่น หรือคนในองค์กรเข้ามาใช้งานด้วยกันโดยสามารถเข้าถึงแฟ้มข้อมูลต่างๆได้เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต 5. Airbnb Airbnb ก่อตั้งขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 2008 ในซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย Airbnb เป็นตลาดชุมชนที่เชื่อถือได้สำหรับลงประกาศ ค้นหา และจองที่พักที่ไม่เหมือนใครทั่วโลก ไม่ว่าจะด้วยวิธีการออนไลน์หรือจากโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นอพาร์ทเมนท์หนึ่งคืน ปราสาทหนึ่งสัปดาห์หรือวิลล่าหนึ่งเดือน Airbnb เชื่อมโยงคนกับประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใคร ที่ราคาใดก็ตามในมากกว่า 34,000 เมืองและ 190 ประเทศ และด้วยบริการลูกค้าระดับโลกและชุมชนผู้ใช้ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ Airbnb เป็นวิธีง่ายที่สุดให้คนมีรายได้จากที่พักของพวกเขาและแสดงที่พักให้คนหลายล้านคนเห็น 6. Facebook เฟสบุ๊ค สื่อโซเชียลที่คนทั่วโลกใช้ในชีวิตประจำวัน เหมือนเป็นอีกหนึ่งช่องทางการติดต่อสื่อสาร รับรู้ข่าวสารของคนที่เล่นทั่วโลกซะด้วย! ก่อตั้งโดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก สำนักงานใหญ่ของเฟสบุ้ค ตั้งอยู่ที่ Palo Alto, California ออกแบบโดย Studio O+A ในซานฟรานซิสโก โดยนำเอาห้องแลปเก่าที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1960 มาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง นักออกแบบยังคง เฟอร์นิเจอร์ และความเป็นแลปไว้ในหลายๆส่วน ซึ่งก็เข้ากับ ความเป็น เฟสบุ้ค ได้ดี สำนักงานแห่งนี้ได้เริ่มเปิดใช้งานประมาณปลายปี 2009 การออกแบบสำนักงานแห่งนี้ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่เน้นให้เกิดการเชื่อมโยง การปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้สมกับที่เป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 7. Nokia หากย้อนไปในยุคก่อนๆ โทรศัพท์ยอดฮิตของวัยรุ่นและคนทั่วโลก ก็ต้องแบรนด์นี้เท่านั้น เพราะทั้งอึดทน รวมถึงดีไซน์ตอนนั้นมีหลากหลาย แถมราคาแพงว่าไอโฟนในยุคนี้เสียอีก เพื่อนๆ รู้ไหมว่าความจริงแล้วบริษัทนเกีย มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 149 ปีเลยทีเดียว อีกทั้งโนเกียไม่ได้เริ่มจากมือถือซะด้วย โนเกียเปิดกิจการในปี 1865 ในฐานะการทำโรงเลื่อยไม้ และจ่อมาเริ่มใช้ชื่อ "โนเกีย" ครั้งแรกพร้อมกับจดทะเบียนบริษัทในปี 1871 จากนั้นเส้นทางของโนเกียก็ต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย ไม่ว่าจะเอาตัวรอดผ่านสงครามโลกสองครั้ง, ภาวะเกือบล้มละลายหลายครั้ง รวมถึงทำธุรกิจหลากหลายตั้งแต่ยาง สายเคเบิล กระดาษ รองเท้า ยุทโธปกรณ์ (เช่น หน้ากากป้องกันแก๊ส) พลาสติก เคมีภัณฑ์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม และคอมพิวเตอร์ (โนเกียเคยขายคอมพิวเตอร์มาก่อนในยุค 80s แถมยังเคยทำจอภาพ CRT/LCD ก่อนขายให้ ViewSonic) ต่อมาช่วงปลาย 80 โนเกียประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักในธุรกิจทีวี ถึงขนาดซีอีโอฆ่าตัวตายในปี 1988 และนั่นคือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโนเกียคือปี 1992 ซีอีโอคนใหม่ ตัดสินใจเลิกทำธุรกิจทุกอย่าง แล้วหันมาทุ่มให้ "โทรศัพท์มือถือ" เพียงอย่างเดียว นับจากนั้นเป็นต้นมา ยุคทองอันยาวนานของโนเกียก็เริ่มต้นขึ้น แต่ทว่าเกือบ 20 ปีหลังจากนั้น มันก็สิ้นสุดลง 8. Urban Outfitters เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1970 ตั้งอยู่ที่ ฟิลาเดลเฟีย, รัฐเพนซิลเวเนีย, อเมริกา เป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าสไตล์วัยรุ่นอเมริกัน ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมือง เป็นสินค้าประเภท apparel หรือเครื่องนุ่งห่ม ไม่ใช่สินค้าแบบ luxury หรือสินค้าฟุ่มเฟือยแบบที่แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสกุลยุโรป มีทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย โด่งดังเป็นที่รู้จัก มีร้านค้าทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ และที่ทำให้คนทั่วโลกติดใจในแบรนด์นี้คือ เรียบง่าย แต่ใช้งานสะดวกและมากด้วยคุณภาพ สินค้าชื่อดังของแบรนด์นี้ก็คือสินค้าพวกเสื้อยืด T short ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตเอ๊กซ์ตรีมแบบวัยรุ่น นอกจากนี้ยังมีพวกเสื้อกล้าม (Thunk top) และพวกกางเกงยีนส์ ทั้งแบบเดฟ และแบบอื่นๆ ซึ่งเป็นที่นิยมของขาร็อกขาฮิปอย่างมาก ช็อปของ urban outfitter สามารถพบได้ทั่วไปตามเมืองใหญ่ๆของสหรัฐ ด้วยค่าตัวที่ไม่สูงมากนัก ประกอบกับคุณภาพที่สูงแบรนด์นี้จึงได้รับความนิยมทั้งในและนอกอเมริกาเป็นอย่างมาก 9. Lego Lego ถือเป็นบริษัทของเล่นเด็กที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกแซงหน้าบริษัทอเมริกันอย่าง Mattel (ผู้ผลิตบาร์บี้) ซะอีก Lego ถือกำเนิดมาในปี 1932 โดยชาวเดนมาร์กชื่อ Ole Kirk Kristiansen ปัจจุบันบริษัทอยู่ในการดูแลของคนรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นหลานปู่ของผู้ก่อตั้งบริษัท Lego เติบโตมาเรื่อยๆ จากการทำของเล่นเด็กที่ทำจากไม้ จากนั้นก็ขยับมาทำด้วยพลาสติกและพัฒนามาเป็น Bricks หรือตัวต่อที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน ตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัทเติบโตมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงปี 1998 ขาดทุนย่อยยับ จึงทำให้ Lego ต้องปลดพนักงานถึง 1,000 คน และประสบกับการขาดทุนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บริษัท เมื่อใกล้เจ๊ง Lego ก็เปลี่ยนผู้บริหารใหม่  ได้ย้อนกลับมามุ่งเน้นนวัตกรรมในพื้นฐานที่มีความเป็น Lego จริงๆ มากขึ้นหันมาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์พื้นฐานหลักของ Lego  และก็แนวคิดดังกล่าวก็ทำให้ Lego ประสบความสำเร็จ และสามารถทวงความเป็นบริษัทของเล่นอันดับหนึ่งของโลกกลับมาได้อีกครั้ง 10. Zynga Zynga บริษัทเกมส์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งโดย Mark Pincus ที่ผลิตเกมส์ฮิตอย่าง Farm Ville ให้เราได้เป็นชาวสวนปลูกผักกันอยู่ทุกวัน! นอกจากนี้ยังมี ยังมีเกม CityVille และ Mafia Wars รวมถึง Words With Friends เป็นต้น 11. White Mountain Office ตกแต่งโดยบริษัทออกแบบที่ชื่อว่า Albert France Lanord Architects เสร็จในปี 2008 ตั้งอยู่ที่สต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน White Mountain นั้นทำงานเกี่ยวกับให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตสำหรับชาวสวีเดน ซึ่งภายในเหมือนเราอยู่ในถ้ำหิน อวกาศ การตกแต่งออฟฟิศให้โดดเด่นด้วยธีมอลังการแปลกๆ แบบนี้ ถือเป็นการสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ ความสนุกสนาน และตื่นเต้นเร้าใจ กระตุ้นให้พนักงานทำงานกันอย่างมีความสุขได้ดีทีเดียว ^^ 12. Pallotta Teamworks บริษัทที่ทำธุรกิจแนวช่วยเหลือสังคม การระดมเงิน ตั้งอยู่ในลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย บริษัทแห่งนี้ไม่มีงบประมาณในการสร้างบริษัทมากมายเหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่ที่อื่นๆ จึงทำให้ที่นี่น่าสนใจเข้าไปอีก ซึ่งนักออกแบบจึงมีความคิดที่จะสร้างบริษัทด้วยตู้คอนเทนเนอร์ต่อกันเป็นชั้นๆ และตกแต่งเฟอร์นิเจอร์แบบเรียบง่ายแต่สวยงาม ดูสบายตา รวมถึงทาสีที่ตู้คอนเทนเนอร์ด้วยสีสันสดใสซะด้วย ^^ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล www.boredpanda.com , thumbsup.in.th, iurban.in.th,www.blognone.com

นิวยอร์ก เมืองท่องเที่ยว ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในโลก
นิวยอร์ก /  เมืองถ่ายภาพ

Sightsmap.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เปิดเผยข้อมูลล่าสุดของ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนถ่ายรูปเอาไว้มากที่สุดในโลก โดยข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการรวบรวมภาพถ่าย ที่นักท่องเที่ยวทั่วไป ถ่ายไว้ตามสถานที่ต่างๆ ก่อนที่จะมีการแชร์ภาพลงในแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Panoramio ซึ่งเป็นแอพที่สามารถระบุพิกัดของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ผ่านทางกูเกิล แมปส์ ซึ่ง เมืองใดที่มีการถ่ายรูปและแชร์ผ่าน Panoramio มาก ที่สุด จะสังเกตได้ว่าจะเป็นจุดสีเหลือง รองลงมาก็จะเป็นสีส้ม สีแดง ไปจนถึงสีม่วง ซึ่งหมายถึงมีการถ่ายภาพเอาไว้น้อยที่สุด ซึ่งผลปรากฏว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนมาเยือนและถ่ายรูปเอาไว้มากที่สุดในโลกก็คือ นครนิวยอร์กของสหรัฐฯนั่นเอง นิวยอร์ก เมืองท่องเที่ยว ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในโลก ซึ่งขึ้นชื่อว่า นิวยอร์ก แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่ มากมาย ตั้งแต่สวนสาธารณะเซ็นทรัล พาร์ค เทพีเสรีภาพ ตึกเอ็มไพร์ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจแห่งต่างๆ แต่ สำหรับพิพิธภัณฑ์ Guggenheim แล้ว สถานที่แห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ที่มีคนมาถ่ายรูปด้วยมากที่สุด มากกว่าตึกเอ็มไพร์ ที่หลายคนยกให้เป็นแลนด์มาร์กของนิวยอร์กเสียด้วยซ้ำ สถานที่ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากนิวยอร์ก คือ กรุงโรม ของอิตาลี ซึ่งหากใครที่เคยไปเยือนกรุงโรมนั้น จะเห็นได้ว่ามีสถานที่มากมายให้เราได้ถ่ายรูปไม่รู้จบ แต่สำหรับสถานที่ที่มีคน มาถ่ายรูปมากที่สุด กลับไม่ใช่โคลอสเซียม สนามกีฬากลางแจ้งในยุคโรมันเหมือนที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแต่อย่างใด แต่กลับเป็นโบสถ์ Trinità dei Monti โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม หรือ อาจจะเรียกได้ว่าใจกลางแหล่งช็อปปิ้งชื่อดัง อย่างบันไดสเปน โดยนักท่องเที่ยวมักจะมารวมตัวกันที่นี่ แล้วก็ถ่ายรูปโดยมีโบสถ์ Trinità dei Monti เป็นฉากอยู่เบื้องหลัง ทำให้สถานที่แห่งนี้ ติด อันดับสถานที่ที่มีคนมาถ่ายรูปเป็นอันที่ 1 ของอิตาลี และเป็นอันดับ 2 ของโลก อันดับที่ 3 คือ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งเมืองแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับโลกอยู่มากมาย โดยไฮไลท์ของเมืองอยู่ที่ ซากราด้า แฟมีเลีย โบสถ์ที่ในตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการก่อ สร้าง ซึ่งแม้ว่าจะสร้างมานานกว่า 100 ปีแล้ว แต่การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากว่าสร้างเสร็จ ก็จะได้รับการบันทึกสถิติโลก ว่าเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในโลก แม้ว่าซากราด้า แฟมิเลีย จะเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของบาร์เซโลนา แต่สถานที่ที่คนมาถ่ายรูปและแชร์ลงในแอพ Panoramio มากที่สุดคือ ปาร์กเกวย์ สวนสาธารณะแห่งนี้ เปิดให้เข้าชมฟรี ภาย ในออกแบบโดย แอนโทนี เกาดี ศิลปินเอกของยุค ซึ่งเป็นผู้ออกแบบเดียวกันกับโบสถ์ซากราด้า แฟมีเลีย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นิยมมาเที่ยวชมความงามของที่ โดยเฉพาะบริเวณเนินเขา ซึ่งเป็น จุดที่สูงที่สุดของสวนแห่งนี้ ซึ่งเวลายามเย็นนั้น ทุกคนจะมารอชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และก็จะถ่ายภาพสวยๆเก็บเอาไว้เป็นความประทับใจมิรู้ลืม ส่วนอันดับที่ 4 คือ กรุงปารีส ของฝรั่งเศส สถานที่ยอดฮิตที่คนมาถ่ายรูปมากที่สุด คือบาร์ชื่อดังอย่าง Moulin Rouge อันดับที่ 5 คือ Kiz Kulesi หรือ Maiden's Tower ในนครอิสตันบูลของตุรกี อันดับที่ 6 คือ สะพานแอคคาเดเมีย ในเมืองเวนิสของอิตาลี อันดับที่ 7 คือ Hotel de Paris ในเมืองมอนเตการ์โล ราชรัฐโมนาโก อันดับที่ 8 Piazzale Michelangelo ในเมืองฟลอเรนซ์ของอิตาลี อันดับที่ 9 คือ Caminito ในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา และอันดับที่ 10 คือ มหาวิหารนักบุญสเทเฟน ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ขอบคุณข่าวสารจาก Voicetv

เหตุไฉน ทำไม ดาราหนังโป๊ ไม่ปลื้มหนัง 50 Shades of Grey
50 Shades of Grey /  AV / 

เหตุไฉน ทำไม ดาราหนังโป๊ ไม่ปลื้มหนัง 50 Shades of Grey เรียกว่าเป็นกระแสกันยกใหญ่เลยแหละ สำหรับหนังอีโรติก 20+ ที่ต้องตรวจบัตรก่อนเข้าชมอย่าง 50 Shades of Grey ซึ่งหลายๆ คนดูแล้วก็ชอบ บ้างก็ไม่ชอบ ก็แหงแหละว่าต่างคนต่างความเห็น ต่างความคิดจะมาให้คิดเหมือนกันได้ยังไงเนอะ เอาหล่ะวันนี้ทาง Men.MThai เราจะขอนำเสนอ ความคิดเห็นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับหนังหนังอีโรติก เพราะว่าพวกเธอคือ ดาราหนังโป๊ นั่นเอง ซึ่งมาแสดงความคิดเห็นกันว่าทำไมถึงไม่ชอบหนังเรื่องนี้ ข้อแรก มันเป็นอะไรที่น่าเบื่อ เดาทางได้ง่าย ให้ผู้ชายเป็นผู้คุมงาน เป็นตัวเดินเรื่อง ผู้หญิงโดนกระทำแบบนี้ มันดูเเป็นหนังแนวหนังที่เชยยยยย สะบัดเลยแหละ ถ้าอยากจะดูหนังที่มาแนวแบบจั๋งหนับ ถึงใจ ได้อารมณ์ ป๊าบๆๆ ไม่แคร์โลก ก็ลองเสริจชื่อแนวหนังประเภทนี้ ดูในกูเกิลสิคะ //เปิดวาร์ป cuckhold, facesitting, femdom, fisting, caning, caroline in the city, fetish, female ejaculation, cunnilingus, female friendly, lesbian, milf, cougar, mature, masturbaion, spanking, humiliation ข้อที่สอง ตั๋วหนังสมัยนี้มันแพงออก!!! นี่คุณจะยอมจ่ายเงิน 200 กว่าบาท เพื่อเข้าไปดูฉากเซ็กส์สมุติแบบปลอมๆ หรอ เอาจริงดิ? เอาเป็นว่า หยุดทำอะไร แล้วเอาชื่อพวกฉันไปแปะไว้ที่กูเกิล แล้วก็ บู้มมมมม เชิญรับชมค่ะ ดูฟรี อยากเห็นพวกเราแนวไหน จัดไปเลย ไม่คิดเงิน!!! และเอาจริงๆ นะ บทพูดเรื่องราวในหนังโป๊พวกเรายังดูสมจริงกว่าในหนังเรื่องนี้เลย ข้อที่สาม บทพูดตัวละคร ห่วย แย่ ไม่ไหว ลาก่อนค่ะ บ๊ายยยย เอาจริงๆ เหมือนเป็นการดูถูกหยามเกียรติหนังโป๊เลยนะ เอาจริงๆ บทแบบนี้ใครเขาจะพูดเวลามีเซ็กส์กันจริงๆ อ่ะ ยกตัวอย่างให้ดูเลย 1 ท่อน "ถึงจุดสุดยอดแบบสองครั้ง มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกปั่นอยู่ในเครื่องซักผ้า โอววว ว้าววววว" (...เอ่มมมมม จริงที่พวกเธอพูดแฮะ) ข้อที่สี่ พูดเลยตรงๆ นะ มันไม่มีอะไรเซ็กซี่เลยสำหรับหนังเรื่องนี้ โนว โนว โนว ไม่ค่ะ ไม่เลย นี่คิดหรอว่าเขาจะฉายอะไรที่มันเซ็กซี่หวือหวาในโรงที่เขาเคยฉายก้านกล้วยมาแล้ว (อันทีจริงต้นฉบับพูดเรื่องสปอนจ์บ็อบ สแควร์แพนท์ เราเรียบเรียงใหม่ให้เห็นภาพง่ายกว่า 55555+) ไม่อยากเห็นทุกส่วน ทุกท่อนของนักแสดงกันหรอ นี่มัน 2015 แล้วนะยะ!!! หรรมอยู่ไหน!!! ไหนหล่ะหรรม!!! มีแต่ฉากตัดไปตัดมาไม่เหมือนหนังโป๊ เอาเป็นว่าถ้ากล้าไปต่อคิวดูหนังเรื่องนี้ในโรงแล้ว อย่างอายที่เปิดดูหนังโป๊เลยค่ะ ดูหนังโป๊กันเถอะ!!! ข้อที่ห้า ถ้าอยากจะดูหนังที่เป็นศิลปะจริงๆ แบบไม่ได้ตามกระแสนะ พวกเราแนะนำเรื่อง Boyhood! เพราะถึงแม้มันจะเป็นหนังเกี่ยวกับดรามาครอบครัว แต่มันเป็นอะไรที่นำเสนอ ออกมาได้อยากดีและก็โดนใจพวกเราไปเต็มๆ เลยแหละ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากแหล่งที่มา Youtube / Funny Or Die

ราคูเท็น ตลาด ดอทคอม จับมือ Google เสริมบริการ Adwords ดันผู้ค้าออนไลน์ครบวงจร
AdWords /  google / 

“ราคูเท็น ตลาด ดอทคอม” ดัน Google AdWords พรีเมียมพาร์ทเนอร์สำหรับธุรกิจ SMB เสริมบริการ “Adwords” ดันผู้ค้าออนไลน์ครบวงจร ราคูเท็น ตลาดดอทคอม (Rakuten Tarad.com) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ตลาดออนไลน์ชั้นนำของเมืองไทยจับมือ Google ผู้ให้บริการด้านเสิร์ชเอนจิ้นระดับโลกประกาศจับมือ Google เป็นพันธมิตรทางธุรกิจในด้านตลาดการค้าออนไลน์ในฐานะ Premier SMB Partner (พาร์ทเนอร์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางระดับพรีเมี่ยม) ด้วยบริการ Google AdWords และเทคโนโลยีล่าสุดจาก Google ทั้งนี้เพื่อรองรับผู้ค้าออนไลน์ (Merchant) ของราคูเท็น ตลาดดอทคอมกว่า 270,000 รายให้เข้าถึงองค์ความรู้ของบริการดังกล่าวซึ่งทรงประสิทธิภาพสำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ทั่วโลกมากกว่าที่เคย ภายใต้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดจาก ECC (E-Commerce Consultant) ของราคูเท็น ตลาดดอทคอม และ การบริหารด้านเทคนิคโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Google อันนำไปสู่การต่อยอดทางธุรกิจทั้งสำหรับอี-มาร์เก็ตเพลซในประเทศไทยที่มีผู้ประกอบการทั่วประเทศมากกว่า 3 ล้านราย และเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาคต่อไป ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งราคูเท็น ตลาดดอทคอม เผยถึงแนวคิดและที่มาของการร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้ว่า “โดยพื้นฐานแล้ว ทางราคูเท็น ตลาดดอทคอม ให้ความสำคัญอย่างมากกับการส่งเสริมความสำเร็จของผู้ค้าหรือที่เรียกว่า Merchant Empowermentตามนโยบายของราคูเท็น โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของตลาดอี-มาร์เก็ตเพลซในประเทศไทยตามแผนการพัฒนาธุรกิจร่วมกันในตลาดอี-คอมเมิร์ซทั่วโลกของราคูเท็นและกูเกิล เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านอี - คอมเมิร์ซ หรือ ECC ที่คอยให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์อย่างใกล้ชิดให้ผู้ประกอบการธุรกิจระดับเล็กและระดับกลาง (SME) สามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีทิศทางและก้าวทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแส เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของเมืองไทยดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ” “การร่วมมือกันระหว่างราคูเท็น ตลาดดอทคอม และ Google จึงเกิดขึ้นด้วยแนวคิดดังกล่าวในฐานะ Premier SMB Partner หรือพาร์ทเนอร์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางระดับพรีเมี่ยม เพื่อเสริมกำลังผู้ประกอบการ SME ให้แข็งแรงและผลักดันศักยภาพผู้ค้าด้วยเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังและตรงกลุ่มเป้าหมายอย่าง Google AdWords เรามีเป้าหมายสูงสุดคือให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์สูงสุดจาก Google Adwords ได้อย่างแท้จริง และเมื่อผู้เหล่าผู้ประกอบการเหล่านี้มีกลยุทธ์ทางการตลาดที่แข็งแรงก็จะยิ่งเป็นกำลังสำคัญในสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมได้อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับการร่วมมือกันครั้งนี้ เราตั้งเป้าว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายโดยรวมได้ถึง 20-25 % ซึ่งแผนดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทราคูเท็น สำนักงานใหญ่ประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการสร้างธุรกิจและเสริมสมรรถนะทางการตลาดให้กับผู้ค้าภายใต้การดูแลของราคูเท็นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วก่อนหน้านี้กับราคูเท็น ประเทศไต้หวันซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง” แมท เฮลเลอร์ หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจ Google ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงการสนับสนุนพันธมิตรครั้งสำคัญว่า “เราสร้างโปรแกรม Google AdWords Premier SMB Partner ขึ้นมาเพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็กให้สามารถเข้าถึงผ่านการพิจารณาคุณสมบัติขั้นสูงสุดในการเป็นพันธมิตรธุรกิจของ Google อย่าง ราคูเท็น ตลาดดอทคอม ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์จากการฝึกอบรมเชิงลึก ของราคูเท็น ตลาดดอทคอมที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานในการช่วยผู้ประกอบการ SMB ให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์” สำหรับบริการ Google AdWords ที่ราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับในฐานะ Premier SMB Partner นั้นคือการบริหารและการจัดการในเชิงเทคนิคและเชิงธุรกิจต่างๆ โดยทีมงานจาก Google โดยตรง โดยเฉพาะการบริหารด้านเทคนิคอย่างเต็มรูปแบบให้แคมเปญโฆษณาของผู้ค้าปรากฏบนพื้นที่ที่เหมาะสมและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดด้วยข้อตกลงที่เป็นธรรม ทั้งยังสนับสนุนราคูเท็น ตลาดดอทคอมในด้านการแจ้งรายงานผลอย่างโปร่งใสแก่ผู้ค้า การช่วยเหลือผู้ค้าเป็นรายบุคคล และการแนะแนวกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้การลงโฆษณาของผู้ค้าเกิดประโยชน์สูงสุด สิทธิประโยชน์ที่ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอม จะได้รับในฐานะ Premier SMB Partner ได้แก่ 1. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมสามารถเข้าถึงเครื่องมือต่างๆ ของ Google การอบรมด้านผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการด้าน Google AdWords เคียงข้างไปกับเทคโนโลยีล่าสุดของกูเกิล จึงแน่ใจได้ว่าระบบ AdWords ของผู้ค้าจะได้รับการพัฒนาและการจัดการอย่างเต็มประสิทธิภาพ 2. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับการดูแลช่วยเหลือจาก ECC อย่างใกล้ชิดในด้านการจัดการและวางกลยุทธ์แคมเปญโฆษณาใน AdWords ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จากความร่วมมือนี้ผู้ค้าของราคูเท็นจะได้รับบริการเต็มรูปแบบจากจัดการบัญชี Google AdWords ซึ่ง ECC ยังช่วยสนับสนุนการจัดการแคมเปญโฆษณาใน AdWords ของผู้ค้าเพื่อให้เกิดการซื้อขายออนไลน์ 3. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับโอกาสในการสร้างแคมเปญการตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงแต่ใช้งบประมาณน้อยลง ราคูเท็น ตลาดดอทคอมยังคงมุ่งมั่นที่จะสานฝันเหล่าผู้ประกอบการในเมืองไทยด้วยแนวคิด Merchant Empowerment ให้ผู้ค้าได้สามารถสร้างแบรนด์และฐานลูกค้าด้วยการเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรงไปพร้อมๆ กับการเพิ่มพูนความรู้ทักษะด้านธุรกิจโดยทีม ECC ของราคูเท็นตลาดดอทคอม ให้สามารถใช้เครื่องมือทางการตลาดทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจ ซึ่งการร่วมมือกับGoogle ในฐานะ Premier SMB Partner ครั้งนี้ยังจะเสริมกำลังผู้ค้าในสนามแข่งขันและช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทยคว้าโอกาสทองทางธุรกิจจากแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด เยี่ยมชมเว็บไซต์ ราคูเท็น ตลาดดอทคอมได้ที่ http://www.tarad.com

จับกระแสโลกออนไลน์! ใครจะเป็น 007 คนต่อไป?
007 /  Bond / 

จับกระแสโลกออนไลน์! ใครจะเป็น 007 คนต่อไป? สิ่งที่น่าสนใจที่สุดหลังจากการวางมือของ แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig) กับบทสายลับรหัส 007 ก็คือใครจะมาแทนที่ในตำแหน่งนี้ ในขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดนักแสดงที่ชัดเจนว่าใครจะมาปฏิบัติภารกิจให้กับ MI6 แต่ก็มีผู้เข้าชิงที่น่าสนใจมากมาย จากที่รายงานไปก่อนหน้านี้แล้วก็หนีไม่พ้น ทอม ฮิดเดิลสตัน (Tom Hiddleston) และ เจมี เบล (Jamie Bell) ที่มีกระแสข่าวหนาหูว่าเป็นตัวเต็งที่อาจจะได้รับบทเจมส์บอนด์คนล่าสุด Mashable ได้ลองสำรวจกระแสสังคมออนไลน์จากการพูดคุยเกี่ยวกับสายลับเจมส์ บอนด์ ว่าสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ มีการพูดถึงอย่างไร และคิดเห็นว่าใครจะเหมาะมารับบทนี้ โดย Mashable สำรวจเทรนด์ของกูเกิล และพบสิ่งที่น่าสนใจว่าในสหราชอาณาจักรและทั่วโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา 10 นักแสดงที่จะเป็นบอนด์คนต่อไป ได้แก่ Tom Hiddleston Aidan Turner Tom Hardy Idris Elba Damian Lewis Henry Cavill Michael Fassbender Gillian Anderson James Norton Luke Evans หากสำรวจจากคนทั่วโลกในปี 2016 ว่าใครจะเป็นบอนด์คนต่อไป ผลที่ได้ก็คือ Idris Elba Tom Hardy Tom Hiddleston Damian Lewis Henry Cavill Aidan Turner James Norton Michael Fassbender Jason Statham Luke Evans และปิดท้ายกับกระแสในทวิตเตอร์ที่พูดถึงนักแสดงคนต่อไปที่จะเข้ามารับบทบอนด์ ผลที่ได้คือ Idris Elba Tom Hiddleston Gillian Anderson Tom Hardy David Oyelowo Damian Lewis Henry Cavill Jamie Bell Luke Evans Michael Fassbender นอกจาก ทอม ฮิดเดิลสตัน (Tom Hiddleston) และ เจมี เบล (Jamie Bell) ที่น่าจะเป็นตัวเต็งในการเป็นบอนด์คนใหม่ ดูเหมือนว่ากระแสสังคมยังให้ความสนใจกับอีกหนึ่งนักแสดงอย่าง ไอดริส เอลบา (Idris Elba) ไม่น้อย น่าสนใจว่าจากกระแสสังคมออนไลน์ที่มาแรงแบบนี้คงจะเป็นอีกหนึ่งน้ำหนักให้ทางต้นสังกัดต้องคิดพินิจพิจารณาว่าสุดท้ายแล้วใครเหมาะสมที่จะเข้ามาทำงานเป็นสายลับให้อังกฤษคนต่อไปกันแน่ แต่ผู้กำกับ แซม แมนเดส (Sam Mandes) ที่สร้างความสำเร็จให้กับสายลับมาแล้วอย่าง Skyfall และ Spectre ได้กล่าวถึงประเด็นที่จะมีนักแสดงคนใหม่มารับบทเจมส์ บอนด์ ในงาน Hay Festival ว่า “มันไม่ใช่ประชาธิปไตย ไม่ใช่รายการ X Factor หรือ EU Referendum ไม่ใช่การโหวตจากมหาชน บาร์บารา บลอคโคลี (Barbara Broccoli) จะเป็นผู้เลือกเองว่าใครจะมารับบทบอนด์คนต่อไปในท้ายที่สุด” ดูบทความต้นฉบับ : What search data can tell us about the next James Bond