กูเกิล

นิวยอร์ก เมืองท่องเที่ยว ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในโลก
นิวยอร์ก /  เมืองถ่ายภาพ

Sightsmap.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เปิดเผยข้อมูลล่าสุดของ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนถ่ายรูปเอาไว้มากที่สุดในโลก โดยข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการรวบรวมภาพถ่าย ที่นักท่องเที่ยวทั่วไป ถ่ายไว้ตามสถานที่ต่างๆ ก่อนที่จะมีการแชร์ภาพลงในแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Panoramio ซึ่งเป็นแอพที่สามารถระบุพิกัดของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ผ่านทางกูเกิล แมปส์ ซึ่ง เมืองใดที่มีการถ่ายรูปและแชร์ผ่าน Panoramio มาก ที่สุด จะสังเกตได้ว่าจะเป็นจุดสีเหลือง รองลงมาก็จะเป็นสีส้ม สีแดง ไปจนถึงสีม่วง ซึ่งหมายถึงมีการถ่ายภาพเอาไว้น้อยที่สุด ซึ่งผลปรากฏว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนมาเยือนและถ่ายรูปเอาไว้มากที่สุดในโลกก็คือ นครนิวยอร์กของสหรัฐฯนั่นเอง นิวยอร์ก เมืองท่องเที่ยว ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในโลก ซึ่งขึ้นชื่อว่า นิวยอร์ก แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่ มากมาย ตั้งแต่สวนสาธารณะเซ็นทรัล พาร์ค เทพีเสรีภาพ ตึกเอ็มไพร์ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจแห่งต่างๆ แต่ สำหรับพิพิธภัณฑ์ Guggenheim แล้ว สถานที่แห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ที่มีคนมาถ่ายรูปด้วยมากที่สุด มากกว่าตึกเอ็มไพร์ ที่หลายคนยกให้เป็นแลนด์มาร์กของนิวยอร์กเสียด้วยซ้ำ สถานที่ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากนิวยอร์ก คือ กรุงโรม ของอิตาลี ซึ่งหากใครที่เคยไปเยือนกรุงโรมนั้น จะเห็นได้ว่ามีสถานที่มากมายให้เราได้ถ่ายรูปไม่รู้จบ แต่สำหรับสถานที่ที่มีคน มาถ่ายรูปมากที่สุด กลับไม่ใช่โคลอสเซียม สนามกีฬากลางแจ้งในยุคโรมันเหมือนที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแต่อย่างใด แต่กลับเป็นโบสถ์ Trinità dei Monti โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม หรือ อาจจะเรียกได้ว่าใจกลางแหล่งช็อปปิ้งชื่อดัง อย่างบันไดสเปน โดยนักท่องเที่ยวมักจะมารวมตัวกันที่นี่ แล้วก็ถ่ายรูปโดยมีโบสถ์ Trinità dei Monti เป็นฉากอยู่เบื้องหลัง ทำให้สถานที่แห่งนี้ ติด อันดับสถานที่ที่มีคนมาถ่ายรูปเป็นอันที่ 1 ของอิตาลี และเป็นอันดับ 2 ของโลก อันดับที่ 3 คือ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งเมืองแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับโลกอยู่มากมาย โดยไฮไลท์ของเมืองอยู่ที่ ซากราด้า แฟมีเลีย โบสถ์ที่ในตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการก่อ สร้าง ซึ่งแม้ว่าจะสร้างมานานกว่า 100 ปีแล้ว แต่การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากว่าสร้างเสร็จ ก็จะได้รับการบันทึกสถิติโลก ว่าเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในโลก แม้ว่าซากราด้า แฟมิเลีย จะเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของบาร์เซโลนา แต่สถานที่ที่คนมาถ่ายรูปและแชร์ลงในแอพ Panoramio มากที่สุดคือ ปาร์กเกวย์ สวนสาธารณะแห่งนี้ เปิดให้เข้าชมฟรี ภาย ในออกแบบโดย แอนโทนี เกาดี ศิลปินเอกของยุค ซึ่งเป็นผู้ออกแบบเดียวกันกับโบสถ์ซากราด้า แฟมีเลีย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นิยมมาเที่ยวชมความงามของที่ โดยเฉพาะบริเวณเนินเขา ซึ่งเป็น จุดที่สูงที่สุดของสวนแห่งนี้ ซึ่งเวลายามเย็นนั้น ทุกคนจะมารอชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และก็จะถ่ายภาพสวยๆเก็บเอาไว้เป็นความประทับใจมิรู้ลืม ส่วนอันดับที่ 4 คือ กรุงปารีส ของฝรั่งเศส สถานที่ยอดฮิตที่คนมาถ่ายรูปมากที่สุด คือบาร์ชื่อดังอย่าง Moulin Rouge อันดับที่ 5 คือ Kiz Kulesi หรือ Maiden's Tower ในนครอิสตันบูลของตุรกี อันดับที่ 6 คือ สะพานแอคคาเดเมีย ในเมืองเวนิสของอิตาลี อันดับที่ 7 คือ Hotel de Paris ในเมืองมอนเตการ์โล ราชรัฐโมนาโก อันดับที่ 8 Piazzale Michelangelo ในเมืองฟลอเรนซ์ของอิตาลี อันดับที่ 9 คือ Caminito ในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา และอันดับที่ 10 คือ มหาวิหารนักบุญสเทเฟน ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ขอบคุณข่าวสารจาก Voicetv

หลุดภาพ Pixel และ Pixel XL สมาร์โฟนจาก Google พร้อมประกาศเปิดตัว 4 ตุลาคม
google /  Pixel / 

หลังจากปล่อยวีดีโอโปรโมทมาไม่กี่วันสำหรับ Google Pixel สมาร์ทโฟนใหม่จากกูเกิล ล่าสุดได้มีภาพหลุดของ Google Pixel และ Pixel XL ออกมาให้ได้เห็นกันแล้ว โดยในภาพหลุดชุดแสดงให้เห็นถึงตัวเครื่องค่อนข้างชัดเจนทีเดียว ซึ่งคาดกันว่า Pixel กับ Pixel XL จะมีขนาดหน้าจอ 5 นิ้วและ 5.5 นิ้ว และแน่นอนว่าจากภาพหลุดชุดนี้น่าจะไม่มีอะไรผิดเพี้ยน เพราะทาง Google ประกาศจะเปิดตัวในวันที่ 4 ตุลาคม 2016 นี้แล้ว หน้าตาหล่อเหลาเอาการ ดูเหมือนปุ่มสแกนนิ้วจะอยู่ด้านหลัง ส่วนรายละเอียดเต็มรออีกไม่กี่วันเราจะได้เห็นกันชัดๆ แน่นอน ที่มา www.androidpolice.com

ฮือฮา !! อีก 15 ปี สมองมนุษย์จะเชื่อมอินเตอร์เน็ตได้โดยตรง
ระบบไฮบริด /  สมอง / 

ผอ.วิศวกรกูเกิล ทำนาย ในอนาคตสมองของมนุษย์ จะสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยตรง ผ่าน 'หุ่นยนต์ขนาดจิ๋ว' วันนี้ (4มิ.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'ดิ อินดิเพนเดนท์' รายงานเรื่องราวสุดฮือฮา กรณีที่ เรย์ เคิร์ซเวล นักประดิษฐ์และผู้อำนวยการด้านวิศวกรรมจากบริษัท 'กูเกิล' เว็บไซต์เซิสเอนจิ้น อันดับ 1 ของโลก เปิดเผยวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในปี 2573 สุดล้ำจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้จริงในอนาคต รายงานระบุว่า เรย์ เคิร์ซเวล เปิดเผยถึงเทคโนโลยีที่มีระบบชื่อว่า 'สมองไฮบริด' หลายๆท่านอาจจะคุ้นเคยกับคำศัพท์ดังกล่าวในการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เจ้าสมองไฮบริดนี้ จะมีลักษณะในการฝัง หุ่นยนต์ขนาดจิ๋ว ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเส้นผม ที่ฝังเข้าไปในสมองของมนุษย์ และทำหน้าที่คล้ายคอมพิวเตอร์ หรือ สมาทโฟน ในการสั่งการ และเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้โดยตรง เพียงแค่สมองคิด ข้อมูลก็จะส่งตรงถึงหน่วยความจำภายในสมอง ยังไงอย่างนั้น ซึ่งหากทำได้จริงนั้น เราจะสามารถใช้สมองค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้ในทันที และอาจมีความสามารถในการกักเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์แบบไม่ต้องพกพาอะไรให้วุ่นวายอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เรย์ เคิร์ซเวล ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ที่สามารถพยากรณ์ความเคลื่อนไหวในวงการเทคโนโลยีได้อย่างแม่นยำ และส่วนใหญ่สิ่งที่เขาทำนายไว้ล่วงหน้าจะประสบความสำเร็จ กลายเป็นความจริงได้ในเวลาหลังจากนั้น เห็นได้จากตัวอย่างเมื่อ พ.ศ.2533 ที่เขาเคยทำนายไว้ว่า คอมพิวเตอร์จะสามารถโค่นแชมเปียนโลกเกมหมากรุกฝรั่ง และผลปรากฏว่าหลังจากนั้น 8 ปี คำทำนายของเขาก็กลายเป็นจริง เนื่องจากในปี 2541 คอมพิวเตอร์นามว่า 'ดีพ บลู' ของไอบีเอ็มสามารถโค่นแกร์รีย์ คาสปารอฟ แชมเปียนโลกลงได้ MThai News ที่มา  independent

จวกสื่อโซเชียล ไร้สำนึก-สมรู้ร่วมคิดกลุ่ม 'ไอเอส'
กลุ่มไอเอส /  ผู้สนุบสนุนกลุ่มก่อการร้าย / 

ทั่วโลก ขู่ กูเกิล เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ มีสำนึกเสียบ้าง กรณี 'ไอเอส' เผยแพร่ภาพ และข้อความชักชวน รวมทั้งหาแนวร่วมต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ท เว็บไซต์ออนไลน์ 'เดอะ มิรเรอร์' รายงานบทความ กรณีที่ทั่วโลกตั้งคำถาม พร้อมขู่เว็บไซต์ชื่อดังอาทิ กูเกิล, เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ ให้มีสำนึกเสียบ้าง กรณีกลุ่มรัฐอิสลามในอิรัก และซีเรีย หรือ 'ไอเอส' ก่อเหตุโหดเหี้ยมรุนแรง ทั้งยังมองว่า เว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ คือ 'ผู้สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มก่อการร้าย' อีกด้วย ทั้งนี้ ไอเอส เผยแพร่ภาพ และข้อความชักชวน รวมทั้งหาแนวร่วมต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ต โดยความรุนแรงที่อัดวีดีโอไว้ ถูกเผยแพร่ตลอด ทำให้สร้างความผวาและเกลียดชังต่อญาติเหยื่อที่ถูกตัดคอร่ำไป และ กูเกิล ก็ยังให้ค้นได้เรื่อยๆ รวมทั้งข้อความเชิญชวน นโยบายก็ยังค้นเจออยู่ ขณะที่เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ยังมีข้อความของ สาวกไอเอส อีกมากมายที่ทั้งขู่ ทั้งเย้ยหยัน ชักชวนเพื่อเข้าร่วมกลุ่ม บทความดังกล่าวยังเผยว่า ขณะนี้ฝรั่งเศสได้ประกาศแผนการร่างกฏหมายอนุมัติ ว่า เครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้ในฐานะ 'เจ้าภาพของข้อความอันรุนแรงและหัวหน้ากลุ่ม' เนื่องจากเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความเกลียดชังและถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดคนหนึ่ง เพื่อพิจารณาความรับผิดชอบของสื่อกลางเหล่านี้ รวมไปถึงเตรียมกำหนดบทลงโทษอย่างจริงจัง จากตัวอย่างของความรุนแรง นิตยสารเสียดสีสังคม 'ชาร์ลี เอ็บโด' ซึ่งเป็นเหตุการณ์การก่อการร้าย โดยเครือข่ายจากกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน และได้ยกตัวอย่างกรณีของ 'นายอลัน เฮนนิ่ง' ซึ่งเป็นเหยื่อชาวตะวันตก รายที่ 4 ที่ถูกกลุ่มไอเอสสังหารอย่างเหี้ยมโหด ด้วยการฆ่าตัดศีรษะ พร้อมทั้งอัดคลิปเพื่อเผยแพร่ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 2557 ซึ่งก็นับได้ว่าผ่านมานานหลายเดือนแล้ว แต่กระนั้นภาพความโหดร้ายยังคงปรากฏอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งบาร์บาร่า ผู้เป็นภรรยาของเหยื่อ ออกมาเปิดเผยว่าเธอทุกข์ทรมานใจทุกครั้งที่ได้เห็นภาพเหล่านั้น ทั้งนี้เรื่องราวสะเทือนใจได้ส่งผลต่อสภาพจิตใจต่อญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นฉากการสังหาร ยังคงเห็นได้ทั่วไปบนเว็บไซต์ยูทูป หรือ การค้นหาผ่านกูเกิล จนกระทั่งเกิดแคมเปญ #seeitreportit เพื่อกระตุ้น และมุ่งหวังว่า สื่อเหล่านี้จะมีความรับผิดชอบในการรายงานเนื้อหาความรุนแรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้ได้เกิดกระแสในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากต้องการให้ทั่วโลกหยุดแชร์ภาพที่ 'นายเคนจิ โกโตะ ' หลังจากถูกกลุ่มไอเอสสังหารด้วยการตัดศีรษะ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมไปถึงสื่อในรูปแบบของสำนักข่าว เพื่อให้ความเคารพแก่ญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิต เพื่อคำนึงถึงจิตใจคนเหล่านี้ พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนเปลี่ยนไปแชร์ภาพยกย่องสิ่งที่เขาทำ ประวัติของนาย เคนจิ โกโตะ  เขาเคยปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถาน เชชเนียและซีเรีย และอีกหลายประเทศ  ครั้งหนึ่งในการให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ข่าวประจำประเทศญี่ปุ่น เขากล่าวว่าเขาต้องการที่จะช่วยให้ผู้คนในพื้นที่ความขัดแย้ง เขาติดต่อกับกลุ่มไอเอสโดยให้เหตุผลว่าต้องการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ 'ล่าม' - นายเคนจิ โกโตะ เคยทำงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติ และยูนิเซพ (UNICEF) ในฐานะผู้สื่อข่าว ที่ช่วยนำเสนอความจริงเรื่องทหารเด็ก การค้าเพชรใน แอฟริกา สงครามความขัดแย้งทางชนเผ่าของประเทศรวันดา ผู้ลี้ภัย รวมไปถึงผู้ป่วยโรคเอดส์ - ผลงานของเขา เรื่อง 'Daiyamondo yori Heiwa ga Hoshii' (อยากได้สันติสุขมากกว่าเพชร) นำเสนอเรื่องทหารเด็กในแอฟริกาเคยได้รับรางวัล Sankei - เขารู้ว่าเสี่ยงแต่ก็เลือกเดินทางไปซีเรีย โดยมุ่งเป้าไปที่เมืองรักกา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของกลุ่มไอเอส แม้รู้ว่าอันตรายแค่ไหน แต่เพื่อช่วย 'ฮารุนะ ยูกาวะ' (เหยื่ออีกรายที่โดนสังหารก่อนหน้า) เขาอัดคลิปจากมือถือบอกว่า"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นนั่นคือความรับผิดชอบของผมเอง มันอันตรายมาก แต่ขอให้ทุกคนอย่ามองคนซีเรียในทางไม่ดี" "ผมจะรอดชีวิตกลับมาแน่นอน" เคนจิ โกโตะ ขณะนี้ญี่ปุ่นได้จัดแคมเปญ เพื่อต่อต้านตอบโต้กลุ่มหัวรุนแรงแบบสุดโต่ง ด้วยวิธีอหิงสา หรือวิธีการแบบอ่อนโยน โดยการขอความร่วมมือจากศิลปินในประเทศ เพื่อวาดภาพตัวการ์ตูนผู้หญิง คล้ายการล้อเลียนกลุ่มไอเอส โดยมุ่งเป้าเพื่อผลักดันฐานข้อมูลความรุนแรงที่แท้จริง ให้กลายเป็นภาพที่ไม่น่ากลัวอย่างที่ผ่านมา และต้องอยู่บนความถูกต้อง และให้เกียรติ์เหยื่อผู้เสียชีวิตทั้งสองราย อย่างไรก็ตาม สื่อทั่วโลกต่างยกย่องในความกล้าหาญ และคุณงามความดีที่ 'นายเคนจิ โกโตะ' "เขายอดเยี่ยม"และเขายืนหยัดบนความแข็งแกร่ง เพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง พร้อมกันนี้ทีมข่าวเอ็มไทยขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต และประชาชนชาวญี่ปุ่นทุกคน ต่อความสูญเสียในครั้งนี้ และหวังใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต MThai News ที่มา Mirror

แฮกเกอร์โจมตีกูเกิลเจาะจีเมลล์,รหัสผ่านกว่า5ล้านราย
กูเกิล /  กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ / 

กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ เจาะเข้ารายชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านกว่า 5 ล้านบัญชี ไปเผยแพร่บนเว็บไซต์รัสเซีย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ชาวรัสเซียแฮก และเผยแพร่ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์ รวมทั้งรหัสผ่านเกือบ 5 ล้านบัญชี ลงบนโลกออนไลน์ หลังจากก่อนหน้านี้ เกิดกรณีภาพหลุดสุดสยิวของเหล่าดาราคนดัง ที่ถูกแฮกเกอร์ขโมยรูปภาพของจากระบบสำรองข้อมูลออนไลน์ ไอคลูด (iCloud) ของบริษัท แอปเปิล โดยในรายงานข่าวระบุว่า ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านดังกล่าว ถูกนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ btcsec.com ในฟอรัมของ บิทคอย์น โดยฝีมือผู้ใช้งานที่ชื่อ (Tvskit) ซึ่งระบุด้วยว่า ที่อยู่อีเมล์กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้ยังมีการใช้งานอยู่เป็นประจำด้วย ขณะที่ทาง กูเกิล ออกมาระบุว่า ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านนี้ อาจเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังใช้งานได้ เนื่องจากระบบอัตโนมัติป้องกันการแฮกของพวกเขาทำการปิดกั้นการล็อกอินเข้าบัญชีผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่แล้ว และเรียกร้องให้ผู้ใช้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ กูเกิล ยังยืนยันด้วยว่า การรั่วไหลของข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านครั้งนี้ ไม่ได้เปิดขึ้นจากช่องโหว่ในระบบของกูเกิล

Google เปิดตัว Indoor Street View สำหรับศูนย์การค้าเพิ่มศักยภาพแหล่งช้อปปิ้งของไทย
google /  Indoor Street View / 

Google เปิดตัว Indoor Street View ภาพถ่ายภายในศูนย์การค้าใหญ่ๆ จากจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทยให้เข้ากับช่วงลดราคาปลายปี โดยสามารถเข้าชมภาพสตรีทวิวแบบพาโนรามา 360 องศาของภายในศูนย์การค้าดังๆ ได้จาก Google Map เริ่มต้นจากศูนย์การค้าล่าสุดใจกลางกรุงเทพฯ อย่าง ดิ เอ็มควอเทียร์ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์สุดฮิปเมญ่า ที่เชียงใหม่ Indoor Street View จะเปิดมิติใหม่ให้กับโลกแห่งการช้อปปิ้งที่ช่วยให้คุณวางแผนเที่ยว ชิม ช้อปได้ดียิ่งขึ้น แอป Google Street View พร้อมให้บริการแล้วบนเว็บและสมาร์ทโฟน ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android นัดเพื่อนครั้งต่อไปที่ร้านกาแฟในศูนย์การค้าที่คุณไม่คุ้นเคยหรือจะไปหาร้านนวดเท้าผ่อนคลายขณะรอหวานใจที่กำลังออกกำลังกายที่ยิม คุณก็แค่กดหาได้บน Google Indoor Street View ซึ่งเป็นเหมือนคลังภาพย่อมๆ ที่อยู่บนมือของคุณ (แต่ให้คุณชมภาพได้แบบ 360 องศา) Indoor Street View ช่วยคุณหาทางไปร้านที่คุณเล็งไว้ได้ง่ายๆ — ไม่ต้องมองหาป้ายไดเร็คทอรี่ร้านค้าหรือต้องดิ่งไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์อีกแล้ว ด้วยประสบการณ์การใช้งานเดียวกับการชมภาพ Google Street View แบบกลางแจ้ง การใช้ Google Indoor Street View  ทำได้ง่ายๆ โดยจุดสีน้ำเงินจะเป็นจุดที่ระบุตำแหน่งที่คุณอยู่ ขณะเดียวกันคุณยังสามารถเลือกชั้นที่ต้องการรับชมได้ในแต่ละอาคาร นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น เรายังคงพยายามเพิ่มภาพถ่ายภายในอาคารต่างๆ ทั่วประเทศไปบน Indoor Street View ทั่วประเทศ ซึ่งเจ้าของอาคารต่างๆ ก็สามารถอัพโหลดภาพถ่ายไปบนแอป Street View ได้ด้วยตัวเอง

India in a Day! เรื่องราวที่ดินแดนภารตะอยากเล่าให้โลกฟัง
Anurag Kashyap /  film / 

ครั้งหนึ่งกูเกิลเคยสร้างปรากฏการณ์ทำภาพยนตร์สารคดีในชื่อว่า Life in a Day อันเป็นภาพยนตร์สารคดีที่สร้างขึ้นจากการรวบรวมวีดิโอของสมาชิกเว็บไซต์ยูทูปซึ่งมีความยาวกว่า 4,500 ชั่วโมง จากผู้คน 192 ประเทศทั่วโลก นำมาตัดต่อกลายเป็นภาพยนตร์สารคดีความยาว 90 นาทีเต็ม บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั่วโลกในวันที่ 24 กรกฎาคม 2010 และภาพยนตร์สารคดีในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งที่อินเดียในชื่อ India in a Day ภาพยนตร์สารคดีนี้ว่าด้วยเรื่องราวของอินเดียในยุคใหม่ อินเดียที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝัน เมื่ออินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต อันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2015 จากคลิปวีดิโอกว่า 8,000 เรื่องราว ความยาวกว่า 100 ชั่วโมง จะถูกรังสรรค์ให้กลายเป็นสารคดีที่น่าตื่นตาและตื่นใจ ภายใต้การกำกับโดย Richie Mehta และผลิตเป็นภาพยนตร์โดย Ridley Scott และ Anurag Kashyap ซึ่งจะลงให้ชมฟรีในยูทูปภายในปี 2016 จากตัวอย่างกว่า 3 นาทีนี้ เราจะได้เห็นเพลง การจราจร และงานเทศกาลต่าง ๆ มากมาย แต่จะโฟกัสไปที่คนสามคน เริ่มจากเด็กผู้ชายที่ใช้ไวไฟของเพื่อนบ้าน ผู้ชายที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นในบ้านที่ล้อมรอบไปด้วยนาข้าว และคนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เพียงคนเดียวของหมู่บ้าน หากใครสนใจเรื่องราวของอินเดียแล้วล่ะก็ภาพยนตร์สารคดีชิ้นนี้จะเป็นสิ่งที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นอินเดียในเวลานี้ได้ชัดเจนที่สุด ดูบทความต้นฉบับ : Google's 'India in a Day' is a film by and about Indians

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก
บุคคลต้นแบบ /  ผู้หญิงต้นแบบ / 

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Facebook ซึ่งทำให้ Mark Zuckerburg กระโดดจากมหาเศรษฐีอันดับที่ 29 ของโลก จะมีสักกี่คนที่รู้จัก “ เชอริล แซนด์เบิร์ก ” (Sheryl Sandberg)  ซีโอโอหญิง ผู้นำหมายเลข 2 ของเฟซบุ๊ก คือ ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น เชอริล แซนด์เบิร์ก มีประวัติการศึกษาที่โดดเด่น จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ด้วยคะแนนระดับท็อปจากฮาร์วาร์ด เธอเคยเป็นผู้บริหารคนสำคัญที่ช่วยผลักดันการขายโฆษณาของกูเกิล (Google,Inc) และภายหลังเธอเริ่มต้นความท้าทายในชีวิตการทำงานอีกครั้ง โดยตัดสินใจย้ายมาเป็น “ Chief Operating Officer (COO) ” หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ คุมงานบริหารทั้งหมดของโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ร้อนแรงที่สุดแห่งยุคสมัยอย่าง Facebook หลังจาก เชอริล มาทำงานกับเฟซบุ๊ก องค์กรมีแต่เติบโต จากพนักงาน 130 คน เพิ่มเป็น 2,500 คน จากยอดผู้ใช้ 70 ล้านคนไปเป็น 700ล้านคน ทั่วโลก ยังไม่นับรวมถึงการสนับสนุนให้เฟซบุ๊กมีรบบโฆษณาแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นรายได้หลักของเว็บด้วย ถ้าว่ากันตามเนื้องานแล้ว “อำนาจ” ในการบริหารของเธอมากกว่าตัว ซัคเคอร์เบิร์ก เองด้วยซ้ำ ปัจจุบันเชอริล วัย42 ปี พักอาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโกกับสามี “เดวิด โกลด์เบิร์ก (David Goldberg) ” เพื่อสนิทมาหลายปีที่กลายเป็นคู่ชีวิตในที่สุด และมีบุตรอีก 2 คน ถึงแม้ว่าผู้บริหารคนเก่ง เชอริล จะได้รับการยกย่องอย่างสูงในด้าน “อิทธิพล” และ “มันสมอง” ในโลกอำนาจแห่งการทำงานแล้ว ในอีกด้านหนึ่งเธอยังถูกยกย่องในเรื่อง “ความเป็นหญิง” จากผู้หญิงด้วยกัน นั่นเป็นเพราะว่า เธอมีบทบาทในการให้คำปรึกษาแก่พนักงานหญิงของเฟซบุ๊ก รวมถึงผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่ๆ และที่สำคัญ เธอได้รับการยอมรับจากโลกแห่งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ว่าเป็นตัวแทนของ “นักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่” ที่สร้างสมดุลย์ระหว่างอาชีพการงาน ครอบครัว และเสน่ห์ ได้อย่างลงตัวและเพอร์เฟ็กต์ เคล็ดลับความสำเร็จในชีวิตครอบครัวและการทำงานของผู้บริหารคนเก่ง เชอริล แซนด์เบิร์ก ฐานะ ผู้นำหมายเลข 2 แห่งเฟซบุ๊ก และสตรีทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ลำดับที่ 6 นั่นคือ เธอแนะนำว่า เรื่องกฎระเบียบและวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผู้หญิงเองก็ต้องมีวิธีคิดที่จะก้าวหน้าด้วยตัวของตัวเองจากภายในด้วย และ ผู้หญิงส่วนมากที่ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตครอบครัว และหน้าที่การงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากคนในที่ทำงาน และคนที่บ้าน   “สตรีทั่วไปมักมีความกลัวอยู่ทั่วสเต็มเซลล์” มันเลยทำหน้าที่หยุดพวกเธอไว้อยู่ที่ตำแหน่งถาวรตลอดชีวิต นั่นคือ  “แม่บ้าน” เชอริล ได้ขึ้นพูดในเวที TED เวทีของคนเจ๋งๆ ที่มาบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก ที่สำคัญเธอได้ปลุกใจให้ผู้หญิง ที่รับรู้ดีว่าตัวเองเป็น "แม่" และคิดว่ายากเหลือเกินที่จะไต่เต้าขึ้นไปยังตำแหน่งผู้บริหาร และนี่คือ สิ่งที่เชอริลนำแนะนำเพื่อเป็นหลักปฏิบัติ 3 ข้อ ที่ผู้บริหารหญิงควรทำ ได้แก่... 1.จงนั่งแถวหน้า (sit at the table) เชอริลบอกว่าสิ่งแรกที่ผู้หญิงควรทำคือมั่นใจในความสามารถของตัวเองว่าไม่ด้อยกว่าเพื่อนร่วมงานเพศชาย ดังนั้นเธอจึงขอร้องให้ผู้หญิงมั่นใจในตัวเอง และพร้อมจะรับความสำเร็จ เสียงชื่นชม ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของพวกเธอเอง ขอให้นั่งแถวหน้าเวลาประชุม และอย่าอายที่จะยกมืออาสาทำงาน 2.ให้คู่ชีวิตเป็น “คู่ชีวิต” จริงๆ (make your partner a real partner) ต่อให้สามีและภรรยาทำงานนอกบ้านเหมือนกัน แต่เมื่อมีลูก สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้หญิงจะต้องทำงานบ้านและเลี้ยงลูกหนักกว่าฝ่ายชายเสมอ ซึ่งเธอมองว่าเป็นอุปสรรคไม่ให้ผู้หญิงใส่ใจกับการงานนอกบ้านได้เต็มที่เท่ากับผู้ชายครอบครัวที่แบ่งภาระหน้าที่กันอย่างเท่าเทียมจะช่วยให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จมากขึ้น และมีสถิติว่าครอบครัวที่สามีภรรยามีรายได้ใกล้เคียงกัน มีภาระหน้าที่เท่าเทียมกัน จะมีอัตราหย่าร้างน้อยกว่าปกติถึงครึ่ง 3.อย่าเลิกทะเยอทะยานก่อนเวลาอันควร (don’t leave before you leave)  ผู้หญิงทำงานควรจะคิดถึงความก้าวหน้าในอาชีพจนวินาทีสุดท้ายที่จะต้องหยุดงานเพื่อทุ่มเทให้กับครอบครัวจริงๆ อย่าเพิ่งเลิกมองหาความสำเร็จหรือความรับผิดชอบก่อนถึงเวลาที่จำเป็น   "อย่าออกจนกว่าคุณจะออก" คือไม่ควรคิดเรื่องการลาออกจนกว่าจะจำเป็นต้องออกจริง ๆ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อใดที่ผู้หญิงเริ่มคิดว่าอยากมีลูก ผู้หญิงก็มักจะเริ่มคิดถึงการเผื่อพื้นที่ในชีวิตให้ลูก และนับจากจุดนั้นเธอก็จะ "ถอย" จากหน้าที่การงาน ไม่มองหาการเลื่อนขั้น ไม่ขานรับความท้าทายใหม่ ๆ จากที่ศึกษาประวัติของเธอ ยอมรับเลยค่ะว่าชอบในแนวความคิดของเธอ และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า องค์ประกอบสำคัญของชีวิตที่ทุกคนควรใส่ใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความสำเร็จในหน้าที่การงาน นั่นคือ "ครอบครัว" หน่วยที่เล็กที่สุดแต่สำคัญมากที่สุด สิ่งที่เราเห็นได้ชัดและเชิดชูคือ เธอเจ๋งจริง เธอไม่เคยมีความกลัวในหัวสมองเลย เชอริล แซนด์เบิร์ก  เธอคือบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลกเห็นว่า “ผู้หญิงเก่งและแกร่ง” นั้นมีรัศมีมากแค่ไหน " อย่าให้ความกลัวมาอยู่เหนือความปราถนาในใจ " "Don't let your fears overwhelm your desire" …เพราะคุณไม่มีทางรู้จักความสามารถที่แท้จริงของตัวเองได้เลย…หากไม่ลุกขึ้นมาลองสักตั้ง - เชอริล แซนด์เบิร์ก - เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team ขอบคุณภาพประกอบจาก...forbes.com

V แอพ ชวนแฟนคลับ EXO ลุ้นไปเกาหลี ร่วม Global Visiting Day #3
BAEK HYUN /  CHAN YEOL / 

แฟนคลับ EXO เตรียมจัดกระเป๋าไปเกาหลีกับ Global Visiting Day ครั้งที่ 3 โดย V แอพ ลุ้นบินฟรีไป–กลับ ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมบัตรเข้าชมการแสดงสุดพิเศษจากหนุ่มๆ EXO V แอพพลิเคชันถ่ายทอดชีวิตซุปตาร์แบบเรียลไทม์บนสมาร์ทโฟน ชวนแฟนคลับหนุ่มๆ วง EXO ลุ้นบินลัดฟ้าสู่เกาหลีใต้ ภายใต้แคมเปญ Global Visiting Day ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยแฟนคลับผู้โชคดีทั้ง 100 ท่าน จะได้รับตั๋วเครื่องบินไป–กลับ ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมบัตรเข้าชมการแสดงสุดพิเศษจาก EXO ในคอนเสิร์ต Winter Stage Global Visiting Day ครั้งที่ 3 ถือเป็นอีกงานที่ V จัดขึ้น เพื่อให้แฟนๆ จากทั่วโลก ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับหนุ่มๆ วง EXO ถึงขอบเวที โดยทุกคนสามารถเพิ่มโอกาสในการเป็นผู้โชคดีได้ง่ายๆ เพียงแค่ชวนเพื่อนมาดาวน์โหลด V แอพ และฟอลโลวช่องของ EXO สำหรับคนที่พลาดโอกาสในการเป็นผู้โชคดี เตรียมมือถือในมือให้พร้อม เพราะ V ก็เตรียมถ่ายทอดสดบรรยากาศการแสดงสดของ EXO มาให้แฟนๆ ได้ฟินเช่นเดียวกัน นอกจากนี้แฟนคลับที่อยากเห็น EXO มาออกอากาศบน V แบบเรียลไทม์ ควรชวนเพื่อนมาฟอลโลวช่องของ EXO ไว้ เพราะเมื่อมีผู้ติดตามครบหนึ่งล้านคน หนุ่มๆ วง EXO จะมาพบกับแฟนคลับในรายการ Spot-Live บน V อย่างแน่นอน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ Global Visiting Day และคอนเสิร์ต EXO Winter Stage สามารถติดตามได้จากเว็บไซด์ของ V ซึ่งแฟน K-POP อย่าพลาดติดตาม V แอพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ไม่พลาดโอกาสในการเป็นผู้โชคดีได้พบกับไอดอลคนโปรดจากแคมเปญ Global Visiting Day ครั้งต่อไป รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรม Global Visiting Day ระยะเวลาเข้าร่วมกิจกรรม: วันพฤหัสบดีที่ 19 – วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน ประกาศผลผู้โชคดี: วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2558 ลิ้งค์เข้าร่วมสนุกกับกิจกรรม : ผ่านเว็บไซด์ http://campaign.naver.com/v/exo/en/ และผ่านแอพพลิเคชัน http://m.campaign.naver.com/v/exo/en/ * ผู้ชนะจะได้รับการติดต่อกลับเป็นรายบุคคล รายละเอียดเกี่ยวกับงานคอนเสิร์ต EXO Winter Stage วันและเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2558 เวลา 22.00 น.(เวลาท้องถิ่น ประเทศเกาหลีใต้) โดยการแสดงสุดพิเศษจากหนุ่มๆ วง EXO จะถูกถ่ายทอดสดทั่วโลกผ่าน V เวลา 20.00 น.(เวลาท้องถิ่น ประเทศไทย) ในวันเดียวกัน สถานที่: โซล ประเทศเกาหลีใต้ *ทาง ‘V’ จะแจ้งสถานที่การจัดแสดงเร็วๆนี้ เกี่ยวกับ V V คือแอพพลิเคชั่นถ่ายทอดสดวิดีโอระดับโลกที่เปิดให้บริการโดยบริษัทไอทีอย่างบริษัท เนเวอร์ และยังเป็นบริษัทเจ้าของแอพพลิเคชั่นส่งข้อความอย่างไลน์ (LINE) ด้วยความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ก่อตั้งโดย Starcast บริษัทผู้ให้บริการถ่ายทอดวิดีโอเนื้อหาต่างๆที่เกี่ยวกับดาราชื่อดังในประเทศเกาหลี แอพพลิเคชั่น V ของเนเวอร์ ให้บริการถ่ายทอดสดวิดีโอของดาราเซเลบริตี้ชื่อดังและเผยให้แฟนๆทั่วโลกได้เห็นมุมมองใหม่ๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สำหรับผู้ที่สนใจเป็นพันธมิตรร่วมกับ V สามารถเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติม และโดยส่งรายละเอียดของบริษัทและข้อเสนอมาได้ที่ http://www.vlive.tv/partners/join?lang=en ทางทีมงานของ V จะติดต่อกลับท่านหลังจากตรวจสอบคำร้อง ดาวน์โหลด V ได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.naver.vapp (กูเกิล เพลย์สโตร์) https://itunes.apple.com/app/id1019447011?mt=8 (แอปเปิ้ล สโตร์) สำหรับรายชื่อเซเลบลิตี้ที่กำลังจะเข้าร่วมสามารถเข้าไปดูได้ที่: http://www.vlive.tv/ V Partners Page: http://www.vlive.tv/partners/join?lang=en ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มันเจ๋งมาก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

เขาว่ากันว่า เราจะมีความสุขมากเวลาเราได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ได้ทำงานในสายงานที่ตัวเองรัก แล้วยิ่งถ้าบริษัทนั้นดูแลพนักงานดี บุคคลากรดี สิ่งแวดล้อมดี ชีวิตพนักงานคงจะมีความสุขมากๆเลยหล่ะ วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ลองไปดูกันหน่อยเพื่อนๆ จะชอบที่ไหนกันบ้าง ^^ 12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มันเจ๋งมาก!  12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มันเจ๋งมาก! 1. Selgas Cano Architecture Office สตูดิโอสถาปัตยกรรมเซลกาส คาร์โน บริษัทสถาปนิกตั้งอยู่ในกรุงแมดดริด (Madrid) ประเทศสเปน ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ ทำให้รู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่ง ผ่อนคลายเหมือนได้อยู่กลางป่าเขาธรรมชาติจริงๆ แบบนี้ยิ่งทำให้พนักงานมีไอเดีย สมาธิสร้างสรรค์งานได้ดีขึ้นไปอีกด้วย ^^ 2. Google ใครๆ ก็รู้จักกันดี! นิตยสาร Fortune จัดอันดับให้ Google (กูเกิล) เป็นบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลกประจำปี 2014  อีกทั้งยังครองอันดับหนึ่งมากถึง 5 ปีและอยู่ในอันดับต้นๆ ของบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลกมานานถึง 7 ปีแล้ว ถ้าถามว่าทำไม กูเกิล ถึงเป็นที่ที่คนอยากทำงานด้วยมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะกูเกิลให้ความสำคัญกับพนักงานของเขามาก  Google พยายามจะสร้างสวัสดิการในรูปแบบใหม่ๆ ให้กับพนักงานของตัวเอง, โอกาสที่จะเติบโตในสายอาชีพที่ Google มีไม่จำกัด รวมไปถึงแหล่งความรู้ในการพัฒนาตัวเองสำหรับสาขาอาชีพต่างๆ ด้วย แม้แต่พนักงานที่ลาออกจาก Google ไปแล้วก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากการมี Google อยู่ในเรซูเม่ของตัวเองได้, อีกเหตุผลที่ทำให้พนักงาน Google รักงานของพวกเขา ก็คือการได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ 3. Inventionland Design Factory Inventionland Design Factory นี้ขอบอกเลยว่าน่ารักมาก!  ตั้งอยู่ใน พิตต์สเบิร์ก (Pittsburgh), รัฐเพนซิลเวเนีย (Pennsylvania) สหรัฐอเมริกา และถ้าถามว่าที่นี่ออกแบบอะไร เพื่อนๆ จะต้องกรี๊ดกันแน่นอน เพราะ Inventionland Design Factory แห่งนี้ ฃจะคอยออกแบบสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ของ Disney นั่นเองค่ะ ตกปีละ  2,000-2,400 ชิ้นเลยทีเดียว >,< โดยการออกแบบของที่นี่สร้างสรรค์และน่ารักสุดๆ ดูเหมือนสวนสนุกมากกว่าออฟฟิศซะอีก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานอยู่บนเรือโจรสลัด, บ้านต้นไม้ รวมถึงธีมในโซนต่างๆ แบบนี้ยิ่งทำให้พนักงานทำแล้วยิ่งมีความสุข มีไอเดียสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาเยอะเลย ^^ 4. Dropbox บริษัทยักษ์ใกญ่ที่บริการซิงก์และฝากไฟล์ข้อมูลแบบออนไลน์ จัดเก็บและแบ่งปันแฟ้ม และโฟลเดอร์ร่วมกับคนอื่น หรือคนในองค์กรเข้ามาใช้งานด้วยกันโดยสามารถเข้าถึงแฟ้มข้อมูลต่างๆได้เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต 5. Airbnb Airbnb ก่อตั้งขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 2008 ในซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย Airbnb เป็นตลาดชุมชนที่เชื่อถือได้สำหรับลงประกาศ ค้นหา และจองที่พักที่ไม่เหมือนใครทั่วโลก ไม่ว่าจะด้วยวิธีการออนไลน์หรือจากโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นอพาร์ทเมนท์หนึ่งคืน ปราสาทหนึ่งสัปดาห์หรือวิลล่าหนึ่งเดือน Airbnb เชื่อมโยงคนกับประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใคร ที่ราคาใดก็ตามในมากกว่า 34,000 เมืองและ 190 ประเทศ และด้วยบริการลูกค้าระดับโลกและชุมชนผู้ใช้ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ Airbnb เป็นวิธีง่ายที่สุดให้คนมีรายได้จากที่พักของพวกเขาและแสดงที่พักให้คนหลายล้านคนเห็น 6. Facebook เฟสบุ๊ค สื่อโซเชียลที่คนทั่วโลกใช้ในชีวิตประจำวัน เหมือนเป็นอีกหนึ่งช่องทางการติดต่อสื่อสาร รับรู้ข่าวสารของคนที่เล่นทั่วโลกซะด้วย! ก่อตั้งโดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก สำนักงานใหญ่ของเฟสบุ้ค ตั้งอยู่ที่ Palo Alto, California ออกแบบโดย Studio O+A ในซานฟรานซิสโก โดยนำเอาห้องแลปเก่าที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1960 มาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง นักออกแบบยังคง เฟอร์นิเจอร์ และความเป็นแลปไว้ในหลายๆส่วน ซึ่งก็เข้ากับ ความเป็น เฟสบุ้ค ได้ดี สำนักงานแห่งนี้ได้เริ่มเปิดใช้งานประมาณปลายปี 2009 การออกแบบสำนักงานแห่งนี้ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่เน้นให้เกิดการเชื่อมโยง การปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้สมกับที่เป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 7. Nokia หากย้อนไปในยุคก่อนๆ โทรศัพท์ยอดฮิตของวัยรุ่นและคนทั่วโลก ก็ต้องแบรนด์นี้เท่านั้น เพราะทั้งอึดทน รวมถึงดีไซน์ตอนนั้นมีหลากหลาย แถมราคาแพงว่าไอโฟนในยุคนี้เสียอีก เพื่อนๆ รู้ไหมว่าความจริงแล้วบริษัทนเกีย มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 149 ปีเลยทีเดียว อีกทั้งโนเกียไม่ได้เริ่มจากมือถือซะด้วย โนเกียเปิดกิจการในปี 1865 ในฐานะการทำโรงเลื่อยไม้ และจ่อมาเริ่มใช้ชื่อ "โนเกีย" ครั้งแรกพร้อมกับจดทะเบียนบริษัทในปี 1871 จากนั้นเส้นทางของโนเกียก็ต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย ไม่ว่าจะเอาตัวรอดผ่านสงครามโลกสองครั้ง, ภาวะเกือบล้มละลายหลายครั้ง รวมถึงทำธุรกิจหลากหลายตั้งแต่ยาง สายเคเบิล กระดาษ รองเท้า ยุทโธปกรณ์ (เช่น หน้ากากป้องกันแก๊ส) พลาสติก เคมีภัณฑ์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม และคอมพิวเตอร์ (โนเกียเคยขายคอมพิวเตอร์มาก่อนในยุค 80s แถมยังเคยทำจอภาพ CRT/LCD ก่อนขายให้ ViewSonic) ต่อมาช่วงปลาย 80 โนเกียประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักในธุรกิจทีวี ถึงขนาดซีอีโอฆ่าตัวตายในปี 1988 และนั่นคือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโนเกียคือปี 1992 ซีอีโอคนใหม่ ตัดสินใจเลิกทำธุรกิจทุกอย่าง แล้วหันมาทุ่มให้ "โทรศัพท์มือถือ" เพียงอย่างเดียว นับจากนั้นเป็นต้นมา ยุคทองอันยาวนานของโนเกียก็เริ่มต้นขึ้น แต่ทว่าเกือบ 20 ปีหลังจากนั้น มันก็สิ้นสุดลง 8. Urban Outfitters เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1970 ตั้งอยู่ที่ ฟิลาเดลเฟีย, รัฐเพนซิลเวเนีย, อเมริกา เป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าสไตล์วัยรุ่นอเมริกัน ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมือง เป็นสินค้าประเภท apparel หรือเครื่องนุ่งห่ม ไม่ใช่สินค้าแบบ luxury หรือสินค้าฟุ่มเฟือยแบบที่แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสกุลยุโรป มีทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย โด่งดังเป็นที่รู้จัก มีร้านค้าทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ และที่ทำให้คนทั่วโลกติดใจในแบรนด์นี้คือ เรียบง่าย แต่ใช้งานสะดวกและมากด้วยคุณภาพ สินค้าชื่อดังของแบรนด์นี้ก็คือสินค้าพวกเสื้อยืด T short ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตเอ๊กซ์ตรีมแบบวัยรุ่น นอกจากนี้ยังมีพวกเสื้อกล้าม (Thunk top) และพวกกางเกงยีนส์ ทั้งแบบเดฟ และแบบอื่นๆ ซึ่งเป็นที่นิยมของขาร็อกขาฮิปอย่างมาก ช็อปของ urban outfitter สามารถพบได้ทั่วไปตามเมืองใหญ่ๆของสหรัฐ ด้วยค่าตัวที่ไม่สูงมากนัก ประกอบกับคุณภาพที่สูงแบรนด์นี้จึงได้รับความนิยมทั้งในและนอกอเมริกาเป็นอย่างมาก 9. Lego Lego ถือเป็นบริษัทของเล่นเด็กที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกแซงหน้าบริษัทอเมริกันอย่าง Mattel (ผู้ผลิตบาร์บี้) ซะอีก Lego ถือกำเนิดมาในปี 1932 โดยชาวเดนมาร์กชื่อ Ole Kirk Kristiansen ปัจจุบันบริษัทอยู่ในการดูแลของคนรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นหลานปู่ของผู้ก่อตั้งบริษัท Lego เติบโตมาเรื่อยๆ จากการทำของเล่นเด็กที่ทำจากไม้ จากนั้นก็ขยับมาทำด้วยพลาสติกและพัฒนามาเป็น Bricks หรือตัวต่อที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน ตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัทเติบโตมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงปี 1998 ขาดทุนย่อยยับ จึงทำให้ Lego ต้องปลดพนักงานถึง 1,000 คน และประสบกับการขาดทุนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บริษัท เมื่อใกล้เจ๊ง Lego ก็เปลี่ยนผู้บริหารใหม่  ได้ย้อนกลับมามุ่งเน้นนวัตกรรมในพื้นฐานที่มีความเป็น Lego จริงๆ มากขึ้นหันมาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์พื้นฐานหลักของ Lego  และก็แนวคิดดังกล่าวก็ทำให้ Lego ประสบความสำเร็จ และสามารถทวงความเป็นบริษัทของเล่นอันดับหนึ่งของโลกกลับมาได้อีกครั้ง 10. Zynga Zynga บริษัทเกมส์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งโดย Mark Pincus ที่ผลิตเกมส์ฮิตอย่าง Farm Ville ให้เราได้เป็นชาวสวนปลูกผักกันอยู่ทุกวัน! นอกจากนี้ยังมี ยังมีเกม CityVille และ Mafia Wars รวมถึง Words With Friends เป็นต้น 11. White Mountain Office ตกแต่งโดยบริษัทออกแบบที่ชื่อว่า Albert France Lanord Architects เสร็จในปี 2008 ตั้งอยู่ที่สต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน White Mountain นั้นทำงานเกี่ยวกับให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตสำหรับชาวสวีเดน ซึ่งภายในเหมือนเราอยู่ในถ้ำหิน อวกาศ การตกแต่งออฟฟิศให้โดดเด่นด้วยธีมอลังการแปลกๆ แบบนี้ ถือเป็นการสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ ความสนุกสนาน และตื่นเต้นเร้าใจ กระตุ้นให้พนักงานทำงานกันอย่างมีความสุขได้ดีทีเดียว ^^ 12. Pallotta Teamworks บริษัทที่ทำธุรกิจแนวช่วยเหลือสังคม การระดมเงิน ตั้งอยู่ในลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย บริษัทแห่งนี้ไม่มีงบประมาณในการสร้างบริษัทมากมายเหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่ที่อื่นๆ จึงทำให้ที่นี่น่าสนใจเข้าไปอีก ซึ่งนักออกแบบจึงมีความคิดที่จะสร้างบริษัทด้วยตู้คอนเทนเนอร์ต่อกันเป็นชั้นๆ และตกแต่งเฟอร์นิเจอร์แบบเรียบง่ายแต่สวยงาม ดูสบายตา รวมถึงทาสีที่ตู้คอนเทนเนอร์ด้วยสีสันสดใสซะด้วย ^^ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล www.boredpanda.com , thumbsup.in.th, iurban.in.th,www.blognone.com

AISส่งSMS ป้องกันเกมคุกรี้รัน คิดเงินแสน
คุ้กกี้รัน /  ซื้อไอเท็มคุ้กกี้รัน / 

เอไอเอส พร้อมส่ง SMS ยืนยันไปยังหมายเลขผู้ปกครอง หากมีการซื้อสินค้า และบริการผ่าน DCB หวั่นซ้ำเหตุคุกกี้รัน เริ่ม 22 ก.ค. นี้ นาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากการประชุมหารือระหว่าง กสทช. กับตัวแทนบริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนบริษัท เนเวอร์ ไลน์ จำกัด บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด เพื่อหาแนวทางที่จะป้องกันปัญหาในลักษณะเดียวกับกรณีคุกกี้รันที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต โดยได้ข้อสรุปว่า ทางบริษัท กูเกิลฯ รับจะให้ทีมวิศวกรเซ็ตระบบให้ต้องมีการยืนยันพาสเวิร์ดทุกครั้งที่มีการซื้อ สินค้าและบริการผ่านกูเกิลเพลย์ (Google Play) พร้อมกับให้มีอีเมล์ยืนยันการทำรายการซื้อตอบกลับจากกูเกิลเป็นภาษาไทย ในส่วนของ AWN จะกำหนดวงเงินค่าใช้บริการในการซื้อ หรือใช้บริการในระบบ DCB หรือ Direct Carrier Billing ไว้ที่ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท และไม่เกินวงเงินใหญ่ที่กำหนดของแต่ละเลขหมาย และจะมี SMS แจ้งไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทันทีที่มีการซื้อหรือใช้บริการ ทั้งนี้ ความร่วมมือของกูเกิลในทางเทคนิคจะเป็นตัวกำหนดว่า ระบบจะสามารถแจ้งเตือนได้ทันทีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ ได้ขอให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายที่ให้บริการ DCB ต้องส่ง SMS ไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ทราบถึงการซื้อขายและใช้บริการด้วย และในเบื้องต้น AWN จะส่ง SMS ในเครือข่าย AIS ก่อน โดยเริ่มในวันที่ 22 ก.ค. นี้ บทความอื่นๆ เกี่ยวกับคุ้กกี้รัน วิธีปิดการแจ้งเตือน Cookie Run และเกมไลน์อื่นๆ โดยไม่ต้องบล็อคเพื่อน ! เชื่อว่าคนที่ใช้ Line อยู่ในขณะนี้ทุกคนจะต้องเซ็งเป็ดกับการส่งข้อความมาชวนเล่นเกม โดยเฉพาะในตอนนี้เกมที …

ราคูเท็น ตลาด ดอทคอม จับมือ Google เสริมบริการ Adwords ดันผู้ค้าออนไลน์ครบวงจร
AdWords /  google / 

“ราคูเท็น ตลาด ดอทคอม” ดัน Google AdWords พรีเมียมพาร์ทเนอร์สำหรับธุรกิจ SMB เสริมบริการ “Adwords” ดันผู้ค้าออนไลน์ครบวงจร ราคูเท็น ตลาดดอทคอม (Rakuten Tarad.com) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ตลาดออนไลน์ชั้นนำของเมืองไทยจับมือ Google ผู้ให้บริการด้านเสิร์ชเอนจิ้นระดับโลกประกาศจับมือ Google เป็นพันธมิตรทางธุรกิจในด้านตลาดการค้าออนไลน์ในฐานะ Premier SMB Partner (พาร์ทเนอร์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางระดับพรีเมี่ยม) ด้วยบริการ Google AdWords และเทคโนโลยีล่าสุดจาก Google ทั้งนี้เพื่อรองรับผู้ค้าออนไลน์ (Merchant) ของราคูเท็น ตลาดดอทคอมกว่า 270,000 รายให้เข้าถึงองค์ความรู้ของบริการดังกล่าวซึ่งทรงประสิทธิภาพสำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ทั่วโลกมากกว่าที่เคย ภายใต้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดจาก ECC (E-Commerce Consultant) ของราคูเท็น ตลาดดอทคอม และ การบริหารด้านเทคนิคโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Google อันนำไปสู่การต่อยอดทางธุรกิจทั้งสำหรับอี-มาร์เก็ตเพลซในประเทศไทยที่มีผู้ประกอบการทั่วประเทศมากกว่า 3 ล้านราย และเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาคต่อไป ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งราคูเท็น ตลาดดอทคอม เผยถึงแนวคิดและที่มาของการร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้ว่า “โดยพื้นฐานแล้ว ทางราคูเท็น ตลาดดอทคอม ให้ความสำคัญอย่างมากกับการส่งเสริมความสำเร็จของผู้ค้าหรือที่เรียกว่า Merchant Empowermentตามนโยบายของราคูเท็น โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของตลาดอี-มาร์เก็ตเพลซในประเทศไทยตามแผนการพัฒนาธุรกิจร่วมกันในตลาดอี-คอมเมิร์ซทั่วโลกของราคูเท็นและกูเกิล เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านอี - คอมเมิร์ซ หรือ ECC ที่คอยให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์อย่างใกล้ชิดให้ผู้ประกอบการธุรกิจระดับเล็กและระดับกลาง (SME) สามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีทิศทางและก้าวทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแส เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของเมืองไทยดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ” “การร่วมมือกันระหว่างราคูเท็น ตลาดดอทคอม และ Google จึงเกิดขึ้นด้วยแนวคิดดังกล่าวในฐานะ Premier SMB Partner หรือพาร์ทเนอร์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางระดับพรีเมี่ยม เพื่อเสริมกำลังผู้ประกอบการ SME ให้แข็งแรงและผลักดันศักยภาพผู้ค้าด้วยเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังและตรงกลุ่มเป้าหมายอย่าง Google AdWords เรามีเป้าหมายสูงสุดคือให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์สูงสุดจาก Google Adwords ได้อย่างแท้จริง และเมื่อผู้เหล่าผู้ประกอบการเหล่านี้มีกลยุทธ์ทางการตลาดที่แข็งแรงก็จะยิ่งเป็นกำลังสำคัญในสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมได้อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับการร่วมมือกันครั้งนี้ เราตั้งเป้าว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายโดยรวมได้ถึง 20-25 % ซึ่งแผนดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทราคูเท็น สำนักงานใหญ่ประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการสร้างธุรกิจและเสริมสมรรถนะทางการตลาดให้กับผู้ค้าภายใต้การดูแลของราคูเท็นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วก่อนหน้านี้กับราคูเท็น ประเทศไต้หวันซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง” แมท เฮลเลอร์ หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจ Google ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงการสนับสนุนพันธมิตรครั้งสำคัญว่า “เราสร้างโปรแกรม Google AdWords Premier SMB Partner ขึ้นมาเพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็กให้สามารถเข้าถึงผ่านการพิจารณาคุณสมบัติขั้นสูงสุดในการเป็นพันธมิตรธุรกิจของ Google อย่าง ราคูเท็น ตลาดดอทคอม ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์จากการฝึกอบรมเชิงลึก ของราคูเท็น ตลาดดอทคอมที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานในการช่วยผู้ประกอบการ SMB ให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์” สำหรับบริการ Google AdWords ที่ราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับในฐานะ Premier SMB Partner นั้นคือการบริหารและการจัดการในเชิงเทคนิคและเชิงธุรกิจต่างๆ โดยทีมงานจาก Google โดยตรง โดยเฉพาะการบริหารด้านเทคนิคอย่างเต็มรูปแบบให้แคมเปญโฆษณาของผู้ค้าปรากฏบนพื้นที่ที่เหมาะสมและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดด้วยข้อตกลงที่เป็นธรรม ทั้งยังสนับสนุนราคูเท็น ตลาดดอทคอมในด้านการแจ้งรายงานผลอย่างโปร่งใสแก่ผู้ค้า การช่วยเหลือผู้ค้าเป็นรายบุคคล และการแนะแนวกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้การลงโฆษณาของผู้ค้าเกิดประโยชน์สูงสุด สิทธิประโยชน์ที่ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอม จะได้รับในฐานะ Premier SMB Partner ได้แก่ 1. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมสามารถเข้าถึงเครื่องมือต่างๆ ของ Google การอบรมด้านผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการด้าน Google AdWords เคียงข้างไปกับเทคโนโลยีล่าสุดของกูเกิล จึงแน่ใจได้ว่าระบบ AdWords ของผู้ค้าจะได้รับการพัฒนาและการจัดการอย่างเต็มประสิทธิภาพ 2. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับการดูแลช่วยเหลือจาก ECC อย่างใกล้ชิดในด้านการจัดการและวางกลยุทธ์แคมเปญโฆษณาใน AdWords ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จากความร่วมมือนี้ผู้ค้าของราคูเท็นจะได้รับบริการเต็มรูปแบบจากจัดการบัญชี Google AdWords ซึ่ง ECC ยังช่วยสนับสนุนการจัดการแคมเปญโฆษณาใน AdWords ของผู้ค้าเพื่อให้เกิดการซื้อขายออนไลน์ 3. ผู้ค้าของราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะได้รับโอกาสในการสร้างแคมเปญการตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงแต่ใช้งบประมาณน้อยลง ราคูเท็น ตลาดดอทคอมยังคงมุ่งมั่นที่จะสานฝันเหล่าผู้ประกอบการในเมืองไทยด้วยแนวคิด Merchant Empowerment ให้ผู้ค้าได้สามารถสร้างแบรนด์และฐานลูกค้าด้วยการเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรงไปพร้อมๆ กับการเพิ่มพูนความรู้ทักษะด้านธุรกิจโดยทีม ECC ของราคูเท็นตลาดดอทคอม ให้สามารถใช้เครื่องมือทางการตลาดทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจ ซึ่งการร่วมมือกับGoogle ในฐานะ Premier SMB Partner ครั้งนี้ยังจะเสริมกำลังผู้ค้าในสนามแข่งขันและช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทยคว้าโอกาสทองทางธุรกิจจากแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด เยี่ยมชมเว็บไซต์ ราคูเท็น ตลาดดอทคอมได้ที่ http://www.tarad.com

เปิดหมดเปลือก! ต้อม ยุทธเลิศ กว่าจะเป็น บุปผาอาริกาโตะ
ต้อม-ยุทธเลิศ /  บุปผาอาริกาโตะ / 

ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องบุปผาราตรีเป็นอีกหนึ่งการันตีผลงานของต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค ได้เป็นอย่างดี กลับมาครั้งนี้กับภาคใหม่หมดในบุปผาราตรีอาริกาโตะ ที่เริ่มจากการเปลี่ยนตัวบุปผาคนใหม่ การเดินทางไปถ่ายทำถึงประเทศญี่ปุ่น และการรวมตัวอีกครั้งในรอบสิบกว่าปีของนักแสดงหนุ่มแก๊งแฟนฉันทั้ง 6 คน แน่นอนว่าคำถามของบรรดาแฟน ๆ บุปผาราตรีต้องมีอย่างแน่นอน เหตุใดจึงเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปเยอะขนาดนี้ ต้อม ยุทธเลิศ จึงออกมาให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดและวิธีการทำงานครั้งใหม่จนออกมาได้ภาพยนตร์ผีที่น่าจะฉีกกรอบเดิม ๆ ออกไป พูดถึงปรากฎการณ์ความสำเร็จของ “บุปผาราตรี” หนังผีที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ซึ่งเป็นลายเซ็นเฉพาะตัวของผู้กำกับ “ยุทธเลิศ สิปปภาค” บุปผาราตรีมันเป็นเหมือนปรากฏการณ์บางอย่างซึ่งมันมาจากคาแรกเตอร์ของมัน วิธีของมันมากกว่า มีคนเคยบอกว่ามันเป็นหนังที่มีคาแรกเตอร์ และทุกคนชอบมัน เสน่ห์อย่างหนึ่งของบุปผาที่พี่มักจะได้รับรู้เสมอ คือเป็นหนังที่อยู่ในใจคน ซึ่งมันเหมือนว่าบุปผาราตรีกับ “ยุทธเลิศ” มันเหมือนจะกลายเป็นของสิ่งเดียวกัน ซึ่งจริง ๆ พี่ทำมือปืนโลกพระจัน, กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะทำบุปผาราตรีอีก แต่คำว่า “บุปผาราตรี” พี่ไม่แน่ใจว่ามันคือความสำเร็จหรือเปล่า ถ้าพูดถึงความสำเร็จในแง่การทำอะไรที่มีเอกลักษณ์ สามารถทำให้คนจดจำแล้ว พี่ว่าโอเคมันสำเร็จ โรแมนติก เลือดนอง สยองขำ รสชาติในความเป็นหนังผีแบบบุปผา รสชาติการดูหนังแบบนี้เป็นอะไรที่คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้วนะ ว่ามันเป็นทั้งตลกน่ากลัว และทั้งดราม่าอยู่ด้วยกัน แต่สิ่งหนึ่งที่พี่ได้ฟีดแบ็กมาจากคนดูหนังต่างประเทศ คาแรกเตอร์ของหนังที่มันทั้งตลกทั้งน่ากลัว แล้วอยู่ด้วยกันได้ มันเป็นอะไรที่ยากที่จะชงให้มันพอดี แต่บุปผาราตรีมันหลุดออกมาอยู่ตรงนั้นได้ คนจดจำว่าหนังเรื่องนี้มันมีคาแรกเตอร์ที่แบบว่าไม่รู้จะฮาไม่รู้จะกลัวในเวลาเดียวกัน ตรงนั้นมากกว่า พี่ว่ามันคือความสำเร็จในการสร้างคาแรกเตอร์หนังผีของพี่นะ มันจะมีทั้งตลกโรแมนติก น่ากลัว เสียดสี กัดจิกสังคม สะท้อนสังคม สะท้อนโน่นนี่นั่น ขณะเดียวกัน 18+ ได้   ทำไมเลือกสร้างบุปผาฯในยุคนี้ จริง ๆ พี่ไม่อยากแตะบุปผาราตรีแล้ว แต่ว่าสิ่งหนึ่งซึ่งคนก็ยังถามเสมอว่า มันไม่มีหนังแบบนี้ ไม่ทำอีกแล้วเหรอ เพราะว่าจริง ๆ หลังจากบุปผามันก็มีหนังอย่างอื่น แต่พี่รู้สึกว่ามันเก่าละ พอรู้สึกว่ามันเก่าก็เลยไม่สนใจ ก็พยายามเสนอเรื่องใหม่ ก็คือมาคุยกับ คุณเจียง (เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ประธานบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้อำนวยการสร้างบุปผาอาริกาโตะ) ก็คือ พี่มีหนังเรื่อง อาริกาโตะ เป็นหนังผีแต่ไม่ใช่บุปผา พี่คิดว่าโอกาสที่จะทำให้หนังผีแตกต่างกัน มันทำได้ยากมาก โอกาสที่มันจะซ้ำมันมีสูง พี่ก็เลยคิดโปรเจกต์ใหม่ทุกอย่าง เปลี่ยนโลเคชั่นใหม่ ๆ บรรยากาศใหม่  สร้างพล็อตใหม่ ๆ แต่ตอนที่คุยกับคุณเจียง คุณเจียงก็คงเหมือนคนอื่นทั่วไปก็ยังชอบบุปผาราตรีอยู่ ก็บอกกับพี่ว่าถ้าพี่จะทำอย่างนั้น ทำไมพี่ไม่ทำบุปผาอาริกาโตะล่ะ จริง ๆ มันยากนะ แต่พี่กลับมาคิดดูว่า เอ๊ะ...งานดี ๆ จริง ๆ มันต้องยากนะ พี่มองว่างานทุกอย่างถ้ามันยากมันต้องใช้ความพยายามสูง ใช้ความอดทนสูงมากกว่างานง่าย ๆ ทั่วไป พี่ก็เลยคิดว่า เอ๊ะ...บุปผาอาริกาโตะ มันอยู่ด้วยกันได้ไหม ทำอย่างไร ก็เลยคิดว่า ทำให้มันใหม่หมดทุกอย่าง ดาราใหม่  เปลี่ยนโลเคชั่นใหม่ ใช้เทคนิคการแสดงแบบใหม่ ใช้การกำกับแบบใหม่ อะไรที่มันเก่าก็ไม่ต้องทำ นอกจากชื่อบุปผา แล้วทำไมถึงต้องอาริกาโตะ คำว่า “อาริกาโตะ” มันเป็นคำ คือส่วนใหญ่หนังผี สมัยเด็ก ๆ หนังผีญี่ปุ่นจะเป็นหนังผีที่น่ากลัวมาก ถ้ารองจากแม่นากถ้าดูหนังผี ผีญี่ปุ่นมันจะเป็นมู้ดแบบ เหมือนว่าเป็นต้นตำรับในเรื่องของความสยองขวัญแบบเย็น ๆ อะไรแบบนี้ ซึ่งมันจะแตกต่างจากอารมณ์ผีของไทยมาก ของไทยผีมันจะโฉ่งฉ่างมาก ๆ  แล้วอาริกาโตะมันเป็นเหมือนในทางตลกหน่อย คือถ้าคนรู้ภาษาญี่ปุ่นมันคงเป็นคำแรกที่ (หัวเราะ) เข้าใจกันนะ อาริกาโตะ และที่สำคัญคือ ด้วยความที่พี่เป็นคนชอบเที่ยว ชอบไปต่างเมือง แล้วทีนี้พี่คิดว่าพี่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวเท่าไร ก็เลยคิดโปรเจกต์มา เอ๊ะ...ถ้าเกิดว่าเราจะทำหนังผีในแต่ละเมืองเป็นคอนเซปต์คนไทยไปตายในต่างแดนแล้วเป็นผีไทย สมมติไปตายที่อเมริกา เอ๊ะ...เวลาไปหลอกฝรั่ง เขาจะมีฟีดแบ็กอย่างไร เวลาไปตายในเขมรก็จะใกล้เคียง ถ้าไปตายในฮ่องกงจะเป็นอย่างไร ไปตายที่ดูไบ คือ ๆ พี่มองว่ามันจะกลายเป็นมันจะไม่ใช่หนังภาคต่อละ มันจะเป็นหนังผีภาคใหม่เรื่อย ๆ เพราะว่ามันใหม่ทุกประเทศ และพี่คิดว่าโปรเจกต์แบบนี้มันน่าสนุก แต่ที่เริ่มที่ญี่ปุ่นก่อน เพราะรู้สึกว่าเหมือนตอนนี้คนไทยจะคุ้นเคยกับญี่ปุ่น แล้วก็อย่างที่พี่บอกว่าผีญี่ปุ่นมันน่ากลัว เราก็เลย เอ๊ะ...เอาเริ่มที่ญี่ปุ่นก่อนละกัน  “ความใหม่” ใน “ความต่าง” อันนำไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการทำงานใหม่หมด คือจริง ๆ ความแตกต่างพี่มองว่า ต่อเนื่องจากเสี่ยเจียงละกันที่แกว่าทำให้มันใหม่ จริง ๆ หนังมันสามารถทำให้ใหม่ได้หมด ซึ่งก็คือ การเลือกไปที่ญี่ปุ่น  มันก็ใหม่สำหรับการทำงานของพี่ เพราะว่าเราได้โลเคชั่นใหม่ เราได้ทำงานในที่แปลกใหม่ มันจะช่วยให้เรามองเห็นไดเรกชั่นใหม่ ๆ ซึ่งไอ้ตัวนี้พี่มองว่าคนดูน่าจะได้อะไร  มันเหมือนสมัยเด็ก ๆ พี่จำได้ว่ามีหนังที่เขาชอบไปถ่ายเมืองนอกเหมือนได้พาไปเที่ยวในต่างแดน แต่คราวนี้เราไม่ได้พาไปเที่ยวอย่างเดียว เรายังพาไปสยองไปหัวเราะกันในต่างแดน เหมือนไปเที่ยวบ้านผีในญี่ปุ่น ถ้าการดูหนังบุปผาอาริกาโตะ มันน่าจะมาในมู้ดนั้นมากกว่า มันมี 2 อย่างที่เราจะกลัวนะ คือ เราจะกลัวกับสิ่งที่มันมองไม่เห็น อีกอันหนึ่งก็คือตื่นเต้นกับสิ่งที่ยังไม่เคยลอง พี่เลือกใช้วิธีที่เรียกว่าอะไรนะ การทำงานที่มันตื่นเต้น มันจะทำให้สมองเกิดการพัฒนา  มันจะทำงานได้เยอะกว่าปกติ อย่างเรื่องนี้เราวางแผนแบบนี้ สมมติว่าตอนเลือกโลเคชั่นเราเลือกจากกูเกิล แล้วเราก็ไม่รู้โลเคชั่น  สิ่งที่มันได้คือ มันเสี่ยง แต่สิ่งที่ได้คือเรารู้สึกว่ามันตื่นเต้น ท้าทาย เรารู้สึกว่ามันต้องพร้อมเสมอกับความผิดพลาด แค่เรื่องเลือกโลเคชั่นมันก็ทำให้เรารู้ว่าเราต้องเตรียมพร้อม ที่จะต้องแก้ปัญหา มันก็คือการทำหนังอีกแบบหนึ่งซึ่งมันสนุกมากกว่า รูปแบบการทำงานใหม่ๆ จากโลเคชั่นที่ถ่ายทำนำไปสู่หัวใจสำคัญของเรื่องราวคือ “บทภาพยนตร์” โลเคชั่นแล้วมาสู่เรื่องบท ด้วยความที่เราล็อกโลเคชั่นไว้ เราต้องการอยากถ่ายหิมะ เราล็อกวันที่จะถ่ายในอพาร์ตเมนต์ ซึ่งมีแค่นี้หลังจากนั้นมันจะเต็มไปหมด เพราะฉะนั้น บทมันต้องเสร็จก่อนที่จะไป แต่ด้วยความที่โลเคชั่นมันถูกล็อกเร็วมาก  ในการทำหนังทั่วไปก็คือเวลาบทไม่เสร็จมันถ่ายไมได้ แต่มันมีโครงไง (ทรีตเมนต์หนังทั้งเรื่อง) งานที่นักแสดงและผู้กำกับเดินไปด้วยกัน พี่บอกว่ามันสนุกดีจะมีพวกเจ้านักแสดงที่มันผู้ชายหน่อย มันก็โอเค มันน่าสนุกตรงนี้ เฮ้ย...ไปลุยกันตรงนั้น เราคิดว่าถ้าคนทำงานสนุก งานมันต้องสนุก มันก็กลายเป็นสิ่งที่ทีมงานทุกคนต้องสแตนบายรอ พี่แบบพี่รู้สึกว่ามันเป็นการทำงานแบบใหม่ของทีมงาน อันนี้เป็นการเล่นของเป็นเทคนิคใหม่ ๆ นำไปสู่การแสดงใหม่ๆ บทพอมันไม่ complete นักแสดงมันต้องใช้ความสามารถในการทำงานมากกว่าปกติ อันนี้บีบให้นักแสดงต้องคิด บางทีพี่จะ บทเป็นอย่างนี้แล้วเราคิดว่ามันเป็นอย่างไรละ นักแสดงก็เลยต้องคอยโฟกัสตลอดว่ามันจะมูฟเมนท์อย่างไร ตัวอะไรอย่างไรซึ่งเทคนิคการแสดงใหม่ๆ แต่ละคนมันก็ใช้วิธีของมัน  คุณก็ต้องรับผิดชอบด้วยนะ คือคุณต้องเป็นแบบคุณเป็นนักแสดงที่ไม่ใช่เป็นการท่องจำ  แต่การครีเอทความรู้สึกของนักแสดงเข้ากับโดยใช้ความเป็นธรรมชาติ พี่ว่าเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างการแสดงกับความรู้สึกจริงๆ เป็นสิ่งทีเอื้อให้เกิดการแสดงอารมณ์แอ็คติ้งอีกรูปแบบหนึ่ง คนดูก็จะเกิดความรู้สึกที่ว่าเออมันไม่ใช่วิธีการแบบบล็อคว่าเรื่องมันจะไปทางไหน นักแสดงกับผกก.พากันไปไปอีกโลกหนึ่ง   ถือว่าเป็นการทำงานในการใช้สัญชาตญาณสูงมาก เราทำงานอยู่บนอุปสรรคที่ยาก ทีมงานนักแสดงไม่เคยทำงานท่ามกลางอุณหภูมิ หิมะแบบนี้แน่ ฯลฯ ไม่รู้ว่าจะมากวนสมาธิหรือเปล่า แต่ว่านี่คือหนังที่ใช้สัญชาตญาณทางการกำกับและการแสดงสูงมาก  หิมะตรงนี้...คือมันกลายเป็นการแก้ปัญหา ในขณะที่แก้ปัญหามันต้องคิด ๆ ว่าไอ้นี่จะไปต่ออย่างไร ประมวลภาพในหัว พี่คิดแก้ปัญหาทุกวัน ๆ อยู่ประมาณวันที่ 12 น็อค ลุกจากเตียงไม่ได้เลย เพราะว่าเราทำงานเกินลบสี่อยู่ข้างนอกแล้วหิมะ ลม เราถ่ายกล้อง ดันถ่ายเองด้วยมือนี้มันบล็อก แล้วอากาศที่มันเลวร้าย เราอยู่เป็นคนเมืองร้อน ตอนแรกที่เราเลือกไปถ่าย พออยู่ที่โน้นคิดถึงดวงอาทิตย์ คิดถึงความร้อนเราไม่เจอมันหลายวัน แต่ในโมเมนต์ที่มันพีคที่สุดเวลาเรากัดฟันทำงานเพื่อให้มันลุล่วง ในขณะที่เราจะต้องคิดครีเอตอะไรแบบนั้นนะ มีความรู้สึกว่าไม่แน่ใจขึ้นมาในวันสุดท้าย (ในวันที่น็อค) แต่สิ่งที่เรารู้สึกว่าเราได้เปิดโอกาสให้ทีมงานและนักแสดงได้ลองอะไรใหม่ ๆ แล้วเราเห็นว่าฟีดแบ็กเขาเริ่มสนุกกับวิธีการทำงานแบบนี้ มันจะไม่เหมือนกับบุปผาที่คุณเคยดูมา มันไม่ใช่บุปผาภาคต่อ อะไรที่เป็นภาพจำจากบุปผามันจะไม่เหลือเลย แต่ซึ่งพี่มองว่ามันน่าจะเหมาะกับยุคนี้ บุปผามันควรจะเก็บไว้อย่างนั้นด้วยคาแรกเตอร์ของมัน แต่ถ้าบุปผาใหม่มันควรจะเป็นอะไรเปิดโลกอีกโลกหนึ่ง บุปผาอินนิวยอร์กก็จะไม่ใช่ภาคต่อของบุปผาอาริกาโตะ มันก็จะเป็นใหม่ไปเลย คาแรกเตอร์ใหม่ มันก็จะเป็นหนังที่คนดูก็คาดเดาไม่ถูก เรื่องราวของบุปผา บุปผาราตรี (น้องเก้า สุภัสสรา) ไปจับได้ว่าแฟนตัวเองมีชู้ ตัวเองไปแอบดู ด้วยความโกรธ หรือด้วยความไม่อะไร เขาก็เลยฆ่าแฟน เอาค้อนทุบอะ ผู้หญิงไม่ตาย ผู้หญิงไปอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนตัวเองก็ทำจนเสร็จแล้วเพิ่งรู้สึกตัวว่า เฮ้ย...กูทำเกินไป ด้วยความรัก ยิ่งรักยิ่งโกรธมาก เลยหนีไปญี่ปุ่นกะแบบหนีไปเลย บ้านเขารวยเขาก็ให้ทางนี้เคลียร์เรื่องตำรงตำรวจ แต่ตอนไปญี่ปุ่น เขาไปเจอผู้ชายคนหนึ่งหน้าเหมือนแฟนตัวเองเป๊ะ ความแค้น-ความรักเข้าครอบงำอีกครั้ง เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด   นักแสดงที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราว เราต้องการความใหม่หมดใช่ไหม แต่ว่าเผอิญทางสหมงคลฟิล์มเขาแนะนำว่าเก้า พี่ก็โอเคนะ ก็ยังถือว่าใหม่ เพราะเขายังเล่นหนังได้ไม่กี่เรื่อง แล้วก็สิ่งหนึ่งที่พี่ชอบ คือพี่ไม่ได้สนใจเรื่องการแสดง ไม่ได้สนใจเรื่องความดัง พี่สนใจตาเขาอะ เขาเป็นคนที่อาจจะคิดเยอะหรือคิดอะไรสักอย่างเสมอ เวลาพูดคุยเวลาอะไรอย่างนี้ มันไม่เหมือนเป็นการแสดงชั้นเดียวอะ คือหมายถึงว่า อ่านละเห็นหมดเลยว่าในตาคิดอะไร แต่พี่ชอบนักแสดงที่เราไม่รู้ว่าคิดอะไร ซึ่งเหมือนพลอย เฌอมาลย์ แล้วเราไม่รู้ว่าดีหรือร้าย นิ่ง ๆ แล้วมึงยิ้มให้กูเนี่ย มันเป็นคาแรกเตอร์ที่มันมีบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งเก้าเขามี โอเค มันก็น่าลอง คือถ้าเขาตัดสินใจเล่น เขาต้องเล่นด้วยใช้สัญชาตญาณตัวเองว่าเขาจะเล่นด้วยเพราะอะไร หรืออะไรยังไง แต่การเลือกมาแล้วก็คือว่า หนึ่งคือเขาเหมาะกับบทแล้วเขาเป็นผู้หญิงที่มี เขาเรียกว่า sex appeal เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดคนค่อนข้างเยอะ จากสายตา มันเหมาะที่จะเป็นบุปผาคนใหม่   เสน่ห์ของตัวละคร คือในเรื่องของนักแสดงที่มีคาแรกเตอร์ พี่ว่าบุปผาราตรีเนี่ย มันก็เป็นคาแรกเตอร์ที่เหมือนคนจะจำได้แล้วแน่นอน สิ่งที่มันยากที่สุด คือการจะหาบุปผาราตรีคนใหม่ เพราะว่าพลอย เฌอมาลย์ เขาสวมบทเป็นบุปผาราตรีไปแบบได้ 100% คือนักแสดงที่จะมารับบทบุปผาราตรี ก็จะต้องกลัวการแสดงของตัวเองเลย เขาทำไว้ดีอยู่แล้ว แต่พี่มองอย่างนี้ เก้ารับบทบุปผา จะไม่ธรรมดา คือไม่กลัวอะ ถ้าเขากล้าคิดว่าตรงนี้มันจะเป็นมิติที่อยู่ในตัวเขาโดยอัตโนมัติ ใครกล้ารับบทบุปผา แต่พี่ถือว่าผ่านในเรื่องของความกล้า แล้วก็พี่เชื่อว่าเขาต้องตัดสินใจลำบากพอสมควรในการรับเรื่องนี้ แต่สัญชาตญาณสุดท้าย เขาอะตัดสินใจรับ พี่ไม่ใช่คนกำกับเก่งนะ พี่แค่ไกด์ พี่แค่ขุดแค่นั้นเอง แต่ ณ เวลาสั้น ๆ ช่วง moment สั้น ๆ พี่ว่าเขาปรับตัวได้เร็ว แล้วเค้าประคองมันอยู่ และพี่เชื่อว่าเขาเก็บเสน่ห์ ความเป็นบุปผาราตรีไว้กับเขาได้ ความรู้สึกของเขามันไปเกินครึ่งแล้วไง ที่เหลือมันเป็นที่การแสดงอีกนิดหน่อย ที่อาจจะเซอร์ไพรส์คนดูก็ได้   มันเป็นการพูดคุยให้เขาเข้าไปถึงสมาธิ คือดึงอารมณ์ตัวนั้น มันจะถูกเค้นออกมาผ่านการแสดง คือฉากร้องไห้เนี่ย มันเป็นฉากที่ธรรมดา คือนักแสดงที่เค้นน้ำตาได้ส่วนใหญ่ แต่การเค้นน้ำตาของคนที่น้ำตาที่ไหล ไม่ได้ออกมาจากใครตายอะ ไม่ใช่คนรักเสียชีวิตอ่ะ น้ำตามันจะออกมาได้เฉย ๆ เนี่ย พี่ไม่รู้เขาคิดอะไร แต่โจทย์ของพี่ก็คือว่า คุณอยู่ในภาวะที่กลัวที่สุด แล้วพี่ต้องการน้ำตา พี่รอได้ คือก่อนหน้านั้นพี่กดดันอีกแบบหนึ่งนะ ที่พี่เลือกเพราะว่า เก้าไม่ได้เล่นเก่งนะ แต่เก้าเหมาะ พี่บอกเก้าเสมอ เก้าเหมาะ เก้าเป็นคาแรกเตอร์ที่มีอยู่ แต่จะลองก็ได้ ให้ฉากนี้ ฉากที่ได้เป็นซีนที่น่ากลัว เจอปะทะกับผีตัวข้างหน้า แต่พี่ต้องการกลัวจนน้ำตาตก กลัวจนน้ำตามันไหลออกมา พี่ไม่เคยเป็นนักแสดงและพี่ก็ว่าพี่ทำไม่ได้ แต่ถ้าเก้าทำได้ก็ปล่อย ต้องไปถามเก้าเขา เขามีวิธีคิดอะไรระหว่างนั้นพี่ไม่รู้ พี่ไม่ใช่ผู้กำกับที่เก่ง ที่บอกเขาว่านี่คือวิธีเปิดโอกาส เขาเรียกว่าเป็นการทำงานที่อาจจะไม่ใช่ อาจจะเป็นผู้กำกับที่ไม่ได้เรื่องก็ได้ในเรื่องนั้น แต่ว่าพี่ถือว่าพี่เปิดโอกาสให้คุณ ซึ่งมันเป็นซีนสั้น ๆ นะ พี่ว่าเทคเดียวผ่าน พี่ว่าได้ละ พี่ลองเก้าอีกที อีกทีไหวปะ ได้ค่ะ อีกที ได้ค่ะ คือคนจะได้เห็นเก้าในบทแบบนี้ หนึ่ง ฆ่า เป็นคนสวยนะแต่ฆ่าคน สอง แล้วจะฆ่าอีกรอบด้วย มีทั้งซอฟต์และรุนแรงอยู่ในตัว ซึ่งการแสดง 2 คาแรกเตอร์ในร่างเดียว คือคาแรกเตอร์บุปผาเก่ามันจะมีชั้นเดียว แต่นี่อะสองชั้น ดูเหมือนมันไม่ปกติ ซึ่งการแสดงสองชั้นแบบนี้ วิธีการของพี่มันอาจจะเวิร์กก็ได้ ด้วยความที่พี่ไม่ได้เซ็ตไม่ได้บอกอะไร มันทำให้เก้ามี Question เสมอในระหว่างเล่น เพราะงั้นมันก็จะกลายเป็นคนที่พูดอีกอย่าง แต่ข้างในเนี่ยคิดไปไหน เราไม่รู้ ซึ่งมันเหมาะกับหนัง คือคนเราเนี่ย การแสดงดีไม่ดีมันอยู่ที่ลูกตาจริง ๆ คือถ้าคิดอีกแบบหนึ่งเนี่ยคนจะรู้เลย คือเราดูแล้วมันอ่านออกอะ เป็นเทคนิคการแสดง หรือว่ามันเป็น Improvise ซึ่งมันเกิดความลงตัวขึ้นตรงนี้ พี่มองว่าเก้าอาจจะ เขาเรียกพัฒนาการ เล่นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเขาจะชอบหรือเปล่าไม่รู้ แต่เขาทำได้ เขาทำได้ในสิ่งที่บุปผาราตรีภาคใหม่ควรจะมี   สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือความโรแมนติก คือแน่นอนนอกจากความรุนแรง ความมีสองคาแรกเตอร์ ความอ่อนหวาน ความโหดร้าย ความน่ากลัวเนี่ย ในคาแรกเตอร์ของบุปผา ก็คือในด้านของความรัก ผู้หญิงที่อ่อนไหวเรื่องนี้ น่าจะเป็นบุปผาที่ เป็นคนที่มีรักมากเลยเจ็บมาก พอเจ็บมากมันจะทำให้เขากลายเป็นผู้หญิงอีกแบบหนึ่ง ความรักเนี่ยกลับกลายไปเป็นความเหือดแห้ง กลับไปกระทบชิ่งถึงผู้ชาย ซึ่งปกติผู้ชาย ความรักแบบนี้คาแรกเตอร์แบบนี้กลายเป็นทำให้ผู้ชายคนหนึ่งหลงรัก ทั้ง ๆ ที่เจอในวันสองวัน มันบุคลิกแบบนี้มันครีเอต มันทำให้คนหนึ่งหลงรัก มันก็จะกลายเป็นเรื่องความโรแมนติกในหนังที่น่ากลัว นั่นเป็นคาแรกเตอร์ของบุปผาในความรักเรื่องนี้ ซึ่งพอบทส่งไปหาแน็กเนี่ย เราก็จะได้เห็นการแสดงของแน็กอีกแบบหนึ่ง เพราะมันเจอพี่ แล้วก็ในมู้ดที่ซีเรียสในเรื่องของความรัก คราวนี้แน็กโตเป็นหนุ่มที่จะเริ่มเข้าใจว่า เฮ้ย...การประคับประคองกัน รักษาความรู้สึกในเรื่องของความรู้สึกของผู้หญิงที่มีความรักหรืออะไรแบบนี้ มันจะค่อนข้างออกมา ค่อนข้างชัดเจนนะคล้าย ๆ กับถ้าเคยดูกุมภาพันธ์น่ะ คือจะได้เห็นแน็ก ปกติเราจะเห็นแน็กบ้า ๆ บอ ๆ แต่จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนที่ซีเรียสในการทำงาน คือในเรื่องเขาเล่นเป็นตัวเขานะ ความเป็นศิลปิน ความเป็นนักแต่งเพลง นักดนตรีเนี่ย มันหล่อหลอมจนเหมือนมันไม่ได้แสดงอะ แต่มันดึงตัวตนที่มันไม่มีใครเคยเห็นออกมาให้เราเห็น ซึ่งกลายเป็นผู้ชายโรแมนติก ผู้ชายที่เข้าใจ ทะนุถนอมความรู้สึกของผู้หญิง เป็นผู้ชายอบอุ่น ซึ่งอยู่รายล้อมด้วยหัวโจกที่ขัดแย้งมาก ๆ ในแก๊งแฟนฉัน ทำไมต้องแน็ก ทำไมต้องแจ๊ค คือพอเรามีนางเอกใช่ไหม เรามีพระเอกแน็กเนี่ย แต่ว่าพอดีพี่สนิทกับแจ็คเคยคุยกัน เฮ้ย...พี่ก็สงสัย มันเป็นเพื่อนกันใช่ไหม เพื่อน ๆ แฟนฉันอะไรพวกนี้มันเป็นกันยังไง มันก็แยกย้ายกันไปทำนู่นนี่ โตแล้วไง คือทุกคน เราเชื่อว่าแฟนคลับของแฟนฉันเนี่ยอยากรู้ว่าพอโตพวกนี้เป็นยังไง คืออันนี้ส่วนตัว แล้วพี่ก็ถามเลยนะ เฮ้ย...แจ็ค พวกนี้มันเล่นรวมกัน คือเล่นเป็นตัวพวกเขาอะ คือพวกนี้เป็นเพื่อนที่เคยเล่นหนังแฟนฉันด้วยกันน่ะ แล้ววันหนึ่งมันก็จะมาทำ MV ให้ไอ้เจ้าแน็กซึ่งจะออกเทป ซึ่งเป็นชีวิตจริงของมันอะไรแบบนี้ ปรากฏว่าทุกคนรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มาเจอกัน พี่เห็นในหนังคือพี่รู้สึกว่า เออ พี่ชอบแฟนฉัน ชอบคาแรกเตอร์ แล้วการเห็นพวกมันกลับมารวมตัวในหนังของเรา มันก็น่ารักดี ไหน ๆ มีแน็ก แจ็คตามมาละ พี่ว่ามันมีคาแรกเตอร์น่ารักอยู่แล้ว แค่เอามาพาไปผจญภัยเหมือนแบบแก๊งเนี่ย แก๊งไอติมผจญภัยผีที่ญี่ปุ่นน่ะ เหมือนแฟนฉันกับบุปผาราตรีมันยุคใกล้กันมั้ง แล้วพวกนี้รู้จักบุปผาราตรี ทุกคนแฮปปี้ที่จะมาอยู่ เป็นส่วนหนึ่งของบุปผาอาริกาโตะ พี่มองแก๊งนี้ไม่ได้เหมือนว่ามาแสดงอะไร ไปทดลองทำอะไรสนุก ๆ กันดีกว่า ขยายเรื่องนิดหนึ่ง แก๊งแฟนฉันเนี่ย ตอนแรกเริ่มจากแน็ก คือการเลือกคาแรกเตอร์ของพระเอกพี่เบสออนชีวิตจริงมา แน็กทำอะไรได้บ้าง เล่นดนตรี มันก็เอาดนตรีมาโชว์ใหญ่ แจ็คนี่พี่รู้อยากเป็นผู้กำกับ ก็เลยเซ็ตเรื่องจากคาแรกเตอร์จริงของแน็กที่ชอบเล่นดนตรี มันเล่นเพลงเพราะ มันเรียนรู้ พี่ชอบแบบนี้ มันสดมากไม่มีใครเคยเห็น มันควรจะอยู่ในหนัง แจ็คพี่ก็คิดต่อว่าเป็นผู้กำกับ MV แล้วมันก็ชวนทั้งหมดมาช่วยเพื่อนทำ MV ที่ญี่ปุ่นกัน ก็จะมี หยก หน้าไม่มีอารมณ์ ตอนนี้มันสูงมาก ถือบูมทำเสียง เก็ท ตัวเล็กๆ เป็นอาร์ตไดฯในกอง อ๋อง ตอนนี้ผมยาวเลย ที่ร้องโว้ววๆ เยเย้เนี่ยเซอร์มากเปลี่ยนไปขนาดนี้ ให้เป็นตากล้อง มู้ดมันอะไรแบบนี้ได้ อ๊อฟ ที่แต่ก่อนอ้วนมาก เดี๋ยวนี้ผอมเป็นคนจัดการกองถ่าย หาโลเคชั่น ทำไมไปเลือกบ้านผีสิงที่อะไรพวกนี้ ซึ่งมู้ดของผู้ชายเหมือนการรียูเนียนเล็ก ๆ การกลับมาเจอกันมาช่วยเหลือกันอะไรอย่างนี้ มันน่ารักดี เป็นพาร์ตหนังเพื่อนแบบร่วมหัวจมท้าย แล้วก็ทำงานด้วยกัน โดนผีหลอก  สิ่งหนึ่งที่น่าจะทำให้มันกระโดดอยู่คนละโลกกับบุปผาภาคผ่าน ๆ มา ก็คือเรื่องของโลเคชั่นเนี่ย โดยเฉพาะบุปผาราตรีเนี่ยจะมีโลเคชั่นหลักก็คือออสก้า อพาร์ตเมนต์ที่เพชรบุรี น่ากลัวมาก เห็นแล้วน่ากลัวเลย แต่ว่าอันนี้เป็นวิธีใหม่ของพี่ บ้านผีสิงแต่ใหม่ไง ที่ญี่ปุ่นเนี่ยเลือกเป็นบ้านเช่าที่ทันสมัย อยู่ในป่าเขา ที่สวยอะ หน้าที่พี่ยากขึ้นอีก เราจะทำยังไงให้ที่ที่สวยอย่างนั้น คือขาวหมดเนี่ย ทำให้มันน่ากลัว ยากแน่นอน พี่มองว่าความน่ากลัวเนี่ย พี่ไม่ได้เอาไปใส่ในโลเคชั่น เพราะคิดว่ามันซ้ำ คราบดำคราบเก่า แต่ความน่ากลัวเนี่ย มันอยู่ที่เรื่องราวมากกว่า ความน่ากลัวที่จะเกิดขึ้นกับคาแรกเตอร์ ความน่ากลัวของผีที่มันอยู่อะ มันน่ากลัวตรงไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น มันคาดเดาไม่ได้ สิ่งที่คอนโทรลไม่ได้ คาแรกเตอร์ผีบุปผาก็ซับซ้อน จะฆ่ากูหรือเปล่า ยืนอยู่ใกล้ ๆ มันจะแทงกูหรือเปล่า คือความน่ากลัวมันจะอยู่แบบนั้น คือถ้าน่ากลัวแล้วซ้ำ พี่ขอเดินทางใหม่ ถอดเสื้อกลางหิมะ คือเอาอุปสรรคก่อนแล้วกัน โลเคชั่นใหม่เราต้องการความสว่าง เราต้องการหิมะ เราไม่ได้ต้องการความหนาวนะ เราต้องการบ้าง แต่ว่าความหนาวมันติดมากับหิมะ มากับน้ำแข็ง มันเย็นมาก มันติดลบอ่ะ -3, -4 นักแสดง พี่ก็ไม่ได้คิดจะให้เขาแก้ผ้าหรอก แต่ว่าก็คุยกันเล่น ๆ ว่าต้องแก้ผ้าเปล่าวะ คือบทมันไม่ได้มีแก้ผ้า พวกเราก็ เฮ้ย ลองเล่นกันไหม มันได้ความรู้สึกดีนะ แก้ผ้าในที่ ๆ ร้อนมันเรื่องปกติ แก้ผ้าในหิมะนี่มันช่วยอะไร มันก็ต้องมีเหตุมีผล มึงใส่เสื้อผ้าผีมันเห็นนะ ไม่มีใครอิดออด ทุกคนสนุก ถามว่า ลำบากไหม หนาวอ่ะ มีเด็กคนหนึ่งที่เล่นเป็นผี มันก็ถอดเสื้อกลางหิมะ มันทำได้ มันรู้สึกว่าความขัดแย้ง หนาวแต่ไม่กลัว คือบุปผามันเป็นไทยมากอ่ะ ถ้าเปลี่ยนเป็นใส่ชุดกิโมโน จะรู้สึกยังไง น่ากลัวไหม   เราจะเห็นเก้าใน 3 ลุค โอเค บุปผาราตรีที่ผ่านมามีชุดประจำอยู่ประมาณ 2 ชุด ชุดนักศึกษา ชุดนอนกับชุดกระโปรง จริง ๆ คอสตูมของบุปผาก็สำคัญนะ คนดูก็คงจะได้ดูเก้าในชุดที่ไม่ปกติทั้งสามชุด แต่ส่วนใหญ่ก็จะขาวหมด ชุดสกีก็ขาวหมด ชุดกิโมโนก็ขาว ชุดอวกาศ ชุดบอดี้สูทก็ขาว ซึ่ง 3 ชุดเนี่ย มันมีแต่ละชุดที่มันใส่เป็นเรื่องราวต่อเนื่องกัน มีที่มาที่ไปของมันอยู่ ซึ่งมันจะไปเฉลย ต้องไปดูในหนัง เราก็จะได้บุปผาราตรีใน 3 คาแรกเตอร์ 3 คอสตูม แล้วที่ขาดไม่ได้ก็คือเรื่องนี้มักจะมีอยู่เสมอก็คือดารารับเชิญ ซึ่งเรื่องนี้มีดารารับเชิญอยู่สี่คน ในบทที่ไม่ธรรมดา แล้วแต่ละคนมันจะเล่นกับความเชื่อของคนไทยอะ   พูดถึงโลเคชั่น นิซาโกะที่เขาบอกว่าหิมะสวยที่สุดในญี่ปุ่น เขาเรียกว่าเป็น powder snow คือมันเหมือนแป้งโรยอ่ะ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หิมะมันมีหลายแบบนะตอนไปถ่ายเนี่ย พายุหิมะ หิมะแบบฟูฟ่อง เป็น flake เป็นแป้ง มันมีหลายแบบมาก แล้วเมืองนี้เป็นเมืองที่เป็นที่นิยมในการไปเล่นสกี และเป็นเมืองที่ฮิตมากสำหรับคนไทย ตอนพี่ไปถ่าย เจอคนไทยเยอะเลย แต่พี่ไม่ได้บอกเขาว่าพี่มาถ่ายหนัง พี่ก็นั่งแอบ ๆ แต่ว่าด้วยความที่เราจะไปทำให้เมืองนิซาโกะเป็นเมืองผีสิงอะ พี่ก็เลยบอกทุกคนไปเล่นสกีดีแล้ว ในหนังก็จะเห็นมู้ด มันสวย สวยงาม หิมะที่นี่มีหลายเวอร์ชั่นมาก หิมะโปรยปลิว ๆ แล้วแบบมันเหมือนในโปสการ์ดที่เราเคยเห็นที่เขาถ่ายสวย ๆ ที่เราก็ไม่นึกว่าจะมีอยู่จริง แล้วมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถนนอะสีขาว สีขาวแบบเป็นแป้งจริง ๆ เลยนะ ในหนังน่าจะมี หิมะตกเยอะ ๆ ก็ตกเยอะ ตกเหมือนฝนก็มี พี่ชอบหิมะ แต่ไม่ชอบความหนาวนะ ก็เหมือนบุปผาอาริกาโตะ ขอบคุณคนดูด้วยกัน พาไปดูหิมะก่อนจะหัวเราะกัน หลอนกันไปอะไรแบบนี้ เพลงของแน็ก เพลงของแน็กนี่ คือตัวเพลงจะเป็นตัวแสดงศักยภาพของคาแรกเตอร์ของแน็ก ด้วยความที่หนังมันสร้างจากคาแรกเตอร์ของแน็กจริง ๆ เพลงมันก็เลยลิงค์กับในหนังโดยอัตโนมัติ พี่ทำ MV ก็ใช้ทุกอย่างอยู่ในหนังหมดเลย กลายเป็นมันออกมาจากธรรมชาติของแน็ก ออกมาจากความรู้สึกของมันจริง ๆ แล้วที่สำคัญ ทุก ๆ คนมันก็แต่งเพลงเล่นดนตรีได้อะ แต่เล่นแล้วมันมีคาแรกเตอร์ มีเสน่ห์ มีน้ำเสียง คือนักร้องต้องมีน้ำเสียงที่ดี นักแต่งเพลง คือแต่งเพลงดี แน็กมีครบ ซึ่งเพลงของแน็กฟังทีเดียวมันติดหูอ่ะ ซึ่งมันหายาก แล้วก็น้ำเสียงของแน็กไม่ธรรมดา เลียนแบบยาก มีคาแรกเตอร์ พี่ว่าเขาเป็นศิลปินจริง ๆ อะ

ลองทำดู! 10 สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน
สมัครงาน /  เกร็ดความรู้

ในแต่ละปี บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ไมโครซอฟท์ กูเกิล แอปเปิ้ล ทวิตเตอร์ หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆของแต่ล่ะประเทศ ขอแนะนำก่อนว่า ก่อนจะตอบคำถาม ควรหัดเป็นคนที่มีความคิดแบบ ตรรกะ การคิดนอกกรอบ การคิดสร้างสรรค์ อย่าคิดแต่อะไรเดิมๆ เพื่อนๆลองคิดและเขียนคำตอบลงในกระดาษดูนะคะ ข้างท้ายมีเฉลย ^^ ลองทำดู! 10 สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน ลองทำดู! 10 สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน 1.บันไดเชือกยาว 3.6 เมตรถูกแขวนอยู่ข้างเรือลำหนึ่ง ระยะห่างระหว่างแต่ละขั้นคือ 30 เซนติเมตร ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นด้วยความเร็ว 10 เซนติเมตรต่อชั่วโมง จะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าบันไดขั้นที่4จะจมน้ำ ตอบก่อนดูเฉลย... 2.มีขวดไวน์อยู่หนึ่งขวด ผมใส่เหรียญลงไปในขวดไวน์ขวดนั้นแล้วปิดฝาด้วยจุกคอร์ก(จุกฝาปิดของขวดไวน์)แล้วถ้าผมให้คุณเอาเหรียญออกมา โดยที่ไม่เปิดฝาจุกคอร์ดและขวดยังอยู่ในสภาพเดิม(ขวดห้ามแตกหรือเป็นอะไร)คุณจะใช้วิธีใดนำเหรียญออกมา ตอบก่อนดูเฉลย... 3.เศรษฐีคนหนึ่งกำลังติดสินใจจะยกมรดกให้ลูกชายของเค้าคนใดคนหนึ่งในจำนวน 2 คน เค้าบอกกับลูกทั้ง 2 คน ว่าให้ขี่ม้าแข่งกันไปยังเมืองข้างหน้านี้ แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่าถ้าม้าของใครไปถึงเมืองเป็นอันดับที่สอง! เจ้าของม้าคนนั้นจะได้รับมรดกไป แต่เมื่อทั้งสองไปถึงหน้าเมืองก็ไม่มีใครยอมใครไม่ยอมขี่ม้าเข้าไปในเมืองก่อน จนวันแล้ววันเล่าผ่านไป เอ้า..คราวนี้จะทำยังไงเล่าที่จะมีใครได้รับมรดกไป ตอบก่อนดูเฉลย... 4.มีแก้วอยู่ 6 ใบ แก้วที่2ที่4และที่6 มีน้ำส้มบรรจุอยู่ในแก้ว จะทำยังไงให้น้ำส้มในแก้วเรียงติดกันได้ โดยการเคลื่อนย้ายหรือจับแก้วได้เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ตอบก่อนดูเฉลย... 5.ชาวนาคนหนึ่งจะข้ามแม่น้ำจากฝั่งนี้ไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ โดยจะน้ำเอา สุนัขจิ้งจอก ข้าวเปลือกหนึ่งกระสอบและไก่ ติดตัวไปด้วย ปัญหาคือ เรือข้ามฟากสามารถบรรทุได้เพียงชาวนากับสัมภาระได้เพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเค้ายังไม่สามารถทิ้งสุนัขจิ้งจอกไว้กับไก่ได้ เพราะจะถูกกิน และยังไม่สามารถทิ้งไก่ไว้กับข้าวเปลือกได้ เพราะข้าวเปลือกจะถูกไก่กิน แต่ข้าวเปลือกจะไม่ถูกจิ้งจอกกิน ดังนั้นจึงทิ้งจิ้งจอกไว้กับข้าวเปลือกได้ ถามว่าชาวนาจะทำยังไงในการข้ามฟากแม่น้ำนี้โดนที่สัมภาระทั้งหมดไม่มีสิ่งใดเสียหายเลย ตอบก่อนดูเฉลย... 6.1ส่วน2,2ส่วน3,3ส่วน4,4ส่วน5,5ส่วน6,6ส่วน7,7ส่วน8,8ส่วน9,9ส่วน10 ของ 1000 มีค่าเท่ากับเท่าไหร่ ตอบก่อนดูเฉลย... 7.โลกนี้มีบัตรเครดิตทั้งหมดกี่ใบ ตอบก่อนดูเฉลย... 8.มีเด็ก 2 คน กำลังเล่นม้ากระดกกันอยู่ เด็กคนหนึ่งน้ำหนัก 50 กิโลกกรัม และอีกคนหนึ่งมีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ถ้าจะทำให้ม้ากระดกมันสมดุลหรือทำให้มันขนานกัน เด็ก 2 คนนี้ต้องทำอย่างไร ตอบก่อนดูเฉลย... 9.มีการจัดแข่งขันปิงปองชิงแชมป์ระดับโลก ซึ่งมีนักปิงปองทั้งหมด 657 คน จากทั่วโลกในการร่วมชิงชัย โดยจะแข่งขันกันแบบแพ้คัดออก แต่เนื่องจากผู้เล่นทั้งหมดมีจำนวนคี่ มือวางอันดับหนึ่งของโลกจึงได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบที่สองโดยอัตโนมัติ อยากรู้ว่าจะมีการแข่งขันทั้งหมดกี่ครั้ง จนกว่าจะได้แชมป์โลก ตอบก่อนดูเฉลย... 10.ขอถามว่า คำถามอะไรยาก!ที่สุดในโลก ตอบก่อนดูเฉลย... เฉลย?สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน 1. บันไดเชือกไม่จมน้ำ (จงระวังเอาไว้เมื่อเจอคำถามระดับง่ายเช่นนี้ เพราะมันจะเป็นคำถามลวงซะมากกว่า ผู้สมัครมักจะตอบผิดมาหลายรายแล้ว นั้นจึงเป็นเหตุให้เค้าไม่ผ่านในการสัมภาษณ์) 2. ดันจุกคอร์กเข้าไปในขวดแล้วน้ำเหรียญออกมา (การดันจุกคอร์กเข้าไปในขวดแล้วนำเหรียญออกมา คือวิธีการคิดนอกกรอบที่ผู้สัมภาษณ์มองหา ผู้สมัครที่เข้าใจในเรื่องนี้มีแนวดน้มที่จะสามารถนำจุดแข็งของปัญหามาแก้ตัวปัญหาเอง น่าเสียดายที่ผู้สมัครส่วนใหญ่ไม่สามารถหลุดจากกรอบความคิดเดิมๆได้ นั้นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ไม่ผ่านการสัมภาษณ์) 3. ให้ชายทั้งสองคนแลกม้ากัน แล้วไปเริ่มต้นวิ่งแข่งกันอย่างจิงจัง เพราะเงื่อนไขในคำถามมีอยู่ว่า ถ้าม้าของใครไปถึงทีหลังเจ้าของม้าคนนั้นจะได้รับมรดกไป 4. เทน้ำจากแก้วใบที่ 2 ลงไปในแก้วที่ 5 หรือ...เทน้ำจากแก้วใบที่ 6 ลงไปในแก้วใบที่ 3 (นี่คือการเคลื่อนย้ายหรือจับแก้วได้เพียงแค่ครั้งเดียว 5. ชาวนาต้องนำไก่ข้ามไปก่อน แล้วทิ้งสุนัขจิ้งจอกไว้กับข้าวเปลือก จากนั้นข้ามกลับมาเพื่อนำสุนัขจิ้งจอกข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม แล้วนำไก่ที่พาข้ามไปตัวแรกนั้นข้ามกลับมาด้วย(เพราะจะได้ไม่โดนสุนัขจิ้งจอกกิน) เมื่อข้ามกลับมาแล้ว ชาวนาต้องนำข้าวเปปลือกข้ามมาด้วย โดยทิ้งไก่เอาไว้ จากนั้นสุดท้ายชาวนาค่อยข้ามกลับมาเอาไก่ดังเดิม... 6. ตอบ 100 (คำถามนี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เคล็ดลับง่ายๆเพียงแค่คำนวณจากหลังไปหน้าเท่านั้นเอง) 9 ส่วน 10 ของ 1000 เท่ากับ 900 8 ส่วน 9 ของ 900 เท่ากับ 800 7 ส่วน 8 ของ 800 เท่ากับ 700 6 ส่วน 7 ของ 700 เท่ากับ 600 5 ส่วน 6 ของ 600 เท่ากับ 500 4 ส่วน 5 ของ 500 เท่ากับ 400 3 ส่วน 4 ของ 400 เท่ากับ 300 2 ส่วน 3 ของ 300 เท่ากับ 200 1 ส่วน 2 ของ 200 เท่ากับ 100 7. คำถามนี้ไม่มีคำตอบหรือมีลักษณะคำตอบที่ไม่ชัดเจน ถูกถามขึ้นมาเพื่อประเมินว่าผู้สมัครจะมีท่าทีอย่างไรเมื่อถูกถามคำถามที่เหมือนจะไม่มีทางรู้คำตอบ ผู้สมัครที่ด้อยคุณภาพจะวิตกกังวลหรือหัวเสียจนถึงต้องทำหน้าตาไม่พอใจจ้องเขม็งมาที่ผู้สัมภาษณ์ราวอยากจะกินเลือดกินเนื้อหรือคิดว่าร้ายผู้สัมภาษณ์ในใจ คำถามลักษณะนี้ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่เพียงแค่จะดูท่าทีของผู้สมัครเท่านั้น หรือผู้สมัครอาจจะคิดคำตอบในหลักการของความน่าจะเป็นก็ได้ คำถามนี้ประเมินได้หลายลักษณะคือ จิตวิทยา และหลักการคณิตศาสตร์ของความน่าจะเป็น การคำนวณประชากร และหลักการคิดแบบเปอเซ็น อื่นๆ 8. คนที่หนักกว่าต้องเขยิบมาอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของม้ากระดก(คำถามนี้ง่ายโครตๆๆๆๆ) 9. มีการแข่งขันทั้งหมด 656 ครั้ง (เริ่มที่จากผู้แข่งขันทั้งหมดมีอยู่ 656 คน ตัดมือวางอันดับหนึ่งของโลกไป และในแต่ละเกมที่แข่งก็จะมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ ต่อไปเราก็ต้องมาดูว่าต้องแข่งกี่ครั้งเพื่อให้ได้ผู้แพ้ 656 คน ในเมื่อแพ้ชนะติดสินกันด้วยการแข่งขัน ดังนั้น จำนวนเกมการแข่งขันก็ต้องเท่ากับจำนวนผู้แพ้ นั้นหมายความว่า หากมีผู้แพ้ 656 คน ก็ต้องมีการแข่งขันทั้งหมมด 656 ครั้ง 10. คำตอบของคำถามนี้ก็คือ คำถามที่ยากที่สุดในโลกนั้นแหละที่ยากที่สุดในโลก (ตอบอีกทีหนึ่ง คำตอบคือของคำถามนี้คือ คำถามที่กำลังถามอยู่นี่แหละยากที่สุดในโลก) Sourse :John Kador หนังสืออัจฉริยะหงายเก๋ง!

เผยโฉม!!10เจ้าของสื่อผู้ทรงอิทธิพลที่สุด
ผู้ทรงอิทธิพล /  สื่อออนไลน์ / 

"สื่อ" ผู้ทรงอิทธิพล ในยุคสมัยที่ข่าวสารเดินทางได้อย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที ผ่านทางสื่อรูปแบบต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างเว็บไซด์ และแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ที่มีผู้ใช้บริการอยู่ทั่วทุกมุมโลก  มาดูกันว่า ใครคือ เจ้าของสื่อดังที่เราคนไทยใช้งาน (และใช้เพื่อความบันเทิง) กันอยู่บ้าง Google  เสิร์ชเอนจินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง : 1. Sergey Brin (เซอร์เกย์ บริน) ชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย ปัจจุบัน เซอร์เกย์ บรินอยู่ในตำแหน่งประธานฝ่ายเทคโนโลยีของกูเกิล 2. Lawrence Larry Page (ลอว์เรนซ์ แลร์รี เพจ) ชาวอเมริกัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Facebook  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ ให้ผู้ใช้บริการได้แบ่งปันเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งการแบ่งปันผ่านทางตัวอักษร รูปภาพ หรือวิดิโอ รวมทั้งมีลูกเล่นที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย อยู่ภายใต้การดูแลของ Facebook, Inc.ผู้ก่อตั้ง : Mark Zuckerberg (มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก)   เชื้อสายยิว – อเมริกัน  ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเฟซบุ๊ก Twitter  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้ผู้ใช้บริการส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร เพื่อบอกเล่าเรื่อวราว หรือแจ้งข่าวสารต่างๆอยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  Twitter, Inc ผู้ก่อตั้ง  1. Meg Hourihan   2. Evan Clark Williams ชาวอเมริกัน (เป็นผู้ก่อตั้ง www.blogger.com ด้วย) 3. Jack Dorsey   (แจ๊ค ดอร์สเซย์)  ชาวอเมริกัน 4. Noah Glass (โนอา กลาส)  ชาวอเมริกัน Line Application   โปรแกรมเมสเซนเจอร์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  NAVER Japan บริษัทลูกของ NHN Japan ผู้ก่อตั้ง  NHN Japan ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำสัญชาติเกาหลี (ผู้ก่อตั้งบริษัทคือชาวเกาหลี ชื่อ Mr.Lee Hae jin ) แต่ดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต เกม เสิร์ชเอนจิน เว็บท่า Microsoft อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Microsoft ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ผู้ก่อตั้ง  1. William Henry Bill Gates III (วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม)   ชาวอเมริกัน 2. Paul Gardner Allen (พอล แอลเลน)  ชาวอเมริกัน Yahoo อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Yahoo! Inc ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสัญชาติอเมริกันซึ่งประกอบไปด้วยเว็บท่า, เสิร์ชเอนจิน, Yahoo! Directory, Yahoo! Mail, Yahoo! News, Yahoo! Photos ผู้ก่อตั้ง  1. Jerry Yang (เจอร์รี่ หยาง)  ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน  2. David Filo (เดวิด ฟิโล)  ชาวอเมริกัน CNN (Cable News Network)  เครือข่ายโทรทัศน์เคเบิล ที่เสนอข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ภายใต้การดูแลของ Turner Broadcasting System (เทิร์นเนอร์บรอดแคสติงซิสเตม) หน่วยงานในเครือ Time Warner  (ไทม์วอร์เนอร์) ผู้ก่อตั้ง  Ted Turner (เท็ด เทอร์เนอร์)  ชาวอเมริกัน BBC  (British Broadcasting Corporation) อยู่ภายใต้การดูแลของ  British Broadcasting Corporation ผู้ก่อตั้ง  1. John Charles Walsham Reith, 1st  Baron Reith George Villiers  ชาวสก็อตแลนด์  2. George Herbert Hyde Villiers, 6th  Earl of Clarendon  ชาวอังกฤษ Al Jazeera (สำนักข่าว อัลญะซีเราะฮ์ หรือ แอลจะเซียรา)  สำนักข่าวอาหรับตั้งอยู่ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  Al Jazeera Media Network เจ้าของกิจการ คือ His Majesty Sheikh Hamad bin Khalifa Al Thani  (เชคฮามัด บิน คอลีฟะห์ อัลตานี) Youtube  เว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดและแลกเปลี่ยนคลิปวิดีโอผ่านทางเว็บไซต์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง   1. Chad Meredith Hurley (แชด เมเรดิธ เฮอร์ลีย์) ชาวอเมริกัน  2. Steve Chen (สตีฟ เชง) ลูกครึ่งอเมริกัน – ไต้หวัน  3. Jawed Karim (ยาวีด คาริม) ลูกครึ่งอเมริกัน – เยอรมัน  ทีม MThai Inter MThai news

สาวทรงโต ถกเสื้อโชว์อก สร้างแลนด์มาร์คหวังโผล่ 'Google maps'
Google Map /  ถกเสื้อ / 

สาวใหญ่ใจกล้า หวังให้ตัวเองปรากฏอยู่บน โปรแกรมแผนที่ของเว็บไซต์กูเกิล ลงทุนถกเสื้อโชว์เต้าข้างถนน วานนี้ (31 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ เผยแพร่เรื่องราวของสาวใหญ่ใจกล้า 'คาเรน เดวิส' วัย 38 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในพอร์ทพิรี ประเทศออสเตรเลีย เธอคือผู้รักการผจญภัย และหวังว่าเธอจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จึงทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดขึ้น โดยคาเรนทราบว่าจะมีการเก็บภาพถ่ายจากมุมสูง ในการจัดทำแผนที่ โดย กูเกิล สตรีท เธอจึงเดินออกมาด้านหน้าถนน พร้อมทั้งถกเสื้อของเธอ ซึ่งเผยให้เห็นทรวงอกไซต์ยักษ์ของเธอ พร้อมทั้งโบกไม้โบกมือ อย่างไรก็ตามหลังจากเธอตัดสินใจทำเช่นนั้น ส่งผลให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ แต่เธอตอบกลับคนพวกนั้นไปว่า พวกเขาช่างใจแคป และไม่มีความสุขกับเรืองร่างของตัวเองเอาซะเลย MThai News ที่มา Metro

ดาราชาย คนไหนที่ควรเป็นนายแบบกางเกงชั้นในแบรนด์ดัง
Calvin Klein /  Justin Bieber / 

ดาราชาย ถ่ายเซ็กซี่ คนไหนที่คู่ควรไปเป็นนายแบบให้ชั้นในแบรนด์ดัง ก็อย่างที่เรารู้กันว่า ทาง Calvin Klein ได้เลือกหนุ่มซ่า จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์นาย แบบกางเกงใน ให้กับแบรนด์นั่นเอง ซึ่งทาง Men.MThai ก็เคยเอาหนุ่ม บีเบอร์ มาเปรียบเทียบกับนายแบบรุ่นพี่มาแล้วว่าใครมันจะเจ๋งกว่ากัน ระหว่างนายแบบกางเกงใน Calvin Klein รุ่นพี่ในตำนาน หรือ นายแบบกางเกงในรุ่นน้องหน้าใหม่อย่าง จัสติน บีเบอร์ ซึ่งในคราวนี้ทางเราก็เลยเกิดไอเดียเล่นๆ ขึ้นมาที่ว่า ถ้าทาง Calvin Klein ต้องมาเลือกนายแบบชาวไทยไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ เขาจะเลือกใครกันแน่ โดยทางเราได้คัดเลือก นายแบบชาวไทย - ดาราชายถ่ายเซ็กซี่ ที่เคยสลัดผ้าโชว์หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ให้สาวๆ (และ เก้ง กวาง บ่าง ชะนี) ได้กรี้ดและหวีดร้องกันมาแล้ว มาเป็นตัวเลือกให้เพื่อนๆ ได้ดูกันครับ ว่าดาราไทยคนไหน ถ้ามีแบรนด์ดังต้องการมาตีตลาด จะถูกเลือกเป้นนายแบบกางเกงใน Justin Bieber เริ่มต้นกันที่บีเบอร์ ต้นฉบับหนุ่มเจ้าของตำแหน่ง นายแบบกางเกงใน คนล่าสุดของ CK ที่มีโดนโจมตีเรื่องภาพหลุด ก่อนรีทัชที่ประให้กล้ามโตและเป้าตุงจนผิดปกติ จนคนอื่นขับไต๋ได้ มาดูกันที่ฝั่งไทยเราบ้าง ถ้า CK เขาต้องเลือก ดาราชายถ่ายแบบเซ็กซี่ จากไทยไปเป็นนายแบบ ใครกันนะ ที่เข้าแก็บสุด ปั้นจั่น ปรมะ ภาพจาก Volume หรือ สังข์ จากบางระจันที่กำลังออนแอร์อยู่ทางช่องสาม ถ้าจะกล่าวถึงความฮ็อตของเขา ก็คงจะนึกถึงภาพแฟชั่นสุดเซ็กซี่ที่เขาได้ไปถ่ายกับทางนิตยสาร Volume ที่เรียกได้ว่าเป็น Signature ของเขาไปซะแล้ว เพราะว่า ถ้าค้นหาคำว่า ปั้นจั่น ปรมะ ในกูเกิล แน่นอนว่าภาพถ่ายเซ็กซี่ของเขาต้องโผล่มาให้เห็นก่อนเพื่อน แทค ภรัณยู ภาพประกอบจาก Attitude ก็รู้ กันอยู่ว่างานถ่ายเซ็กซี่ แท็คไม่เคยทำให้ผิดหวังกันแม้แต่น้อย เพราะว่าไม่ว่านิตยสารเล่มไหนต่อไหนเรียกใช้บริการให้แท็คไปถ่ายเซ็กซี่ให้ แท็คก็จัดให้อย่างเต็มที่เสมอ อีกทั้งเขายังเป็นคนเป็นกันเองเข้าถึงง่ายจึงมีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก จึงเป็นอีกคนที่น่าจะเข้าแก็ป ไปถ่ายแบบโกอินเตอร์ได้ อั๊ต อัษฎา ภาพจาก Image อั๊ต อัษฎา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยถ่ายแบบเซ็กซี่ ด้วยดีกรีวีเจแห่งช่อง MTV Asia จึงทำให้ลุคของเขาเป็นหนุ่มอินเตอร์ ที่ผสมผสานความหล่อแบบไทยๆ ได้อย่างลงตัว ซึ่งถึงแม้ภาพถ่ายแฟชั่นจาก Image เซ็ตนี้จะถูกถ่ายมาตั้งแต่ปี 2007 แต่ทางเราก็บอกเลย ปี 2015 เวลาก็ทำอะไรความหล่อของหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ ต๊ะ วริษฐ์ ภาพจาก Volume หนุ่มนักแสดงมากฝีมือที่เคยฝากผลงานมาแล้วมากมาย เคยถ่ายแบบเซ็กซี่กับทาง Volume เอาไว้ใน ปี 2010 กับความหล่อสไตล์เอเชียๆ อีกทั้งเขายังมีสเน่ห์กับผู้หญิงเป็นอย่างมาก ด้วยหน้าตาสไตล์เอเชียและหุ่นที่เฟิร์มเป็นอย่างดี จึงเป็นทางเลือกที่ดี ถ้าหากได้ถ่ายแบบโกอินเตอร์ ครับ ซี ศิวัฒน์ ภาพจาก Image เรียกว่าถ่ายแบบเซ็กซี่คู่ก่อนที่จะสวมแหวนแต่งงานเลยจริงๆ สำหรับ ซี ศิวัฒน์ ที่เรียกว่าภาพแฟชั่นเซ็ตนี้สร้างกระแส แบะเป็นที่พูดถึงได้อย่างมาก เพราะความเซ็กซี่ที่เป็นสไตล์ของตัวเอง ถึงแม้ เขาจะไม่ได้กล้ามแน่นแบบนายแบบเพาะกล้าม แต่หุ่นแบบนี้แหละที่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยเห็นแล้วต้องหวีดร้อง แบ๊งค์ ปรีติ ภาพจาก แพรว ร็อคเกอร์ ในตำนานเจ้าของ รอยสักสุดเท่ ลายพระอาทิตย์ ก็เคยได้มาถ่ายแบบแนวเซ็กซี่มาแล้วเหมือนกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่าภาพถ่ายแฟชั่นชุดนี้เป็นแฟชั่นแบบเซ็กซี่ครั้งแรกของ แบ๊งค์ ปรีติ เลยด้วย ซึ่งทางเราต้องบอกเลยว่าถ่ายออกมาได้สวย ดูเป็นมืออาชีพมากๆ จึงไม่น่าแปลกที่เราจะยกแบ็คงค์ เป็น หนึ่งในตัวเลือกที่ดีถ้าทางแบรนด์ชั้นนำ มองหานายแบบจากประเทศไทยครับ