กูเกิล

วิธีตั้งค่า Google Now ให้รองรับภาษาไทย และตั้งค่า Voice Typing ให้รองรับภาษาไทย
Google Now /  Voice Typing / 

สำหรับใครที่เคยใช้งาน Google Now อยู่แล้ว คงจะทราบดีว่าก่อนหน้านี้เราจะต้องสปี๊คภาษาอังกฤษกับมันเท่านั้น แถมถ้าสำเนียงเราไม่เป๊ะ คำค้นหานั้นๆ ก็อาจเพี้ยนๆ เป็นประจำ แต่ล่าสุดปัญหานี้ของคุณกำลังจะหมดไปแล้วครับ เมื่อล่าสุด Google ประกาศว่า Google Now เวอร์ชั่นอัพเดตใหม่นี้จะสามารถรองรับภาษาไทยได้แล้ว Google Now คือฟีเจอร์หนึ่งที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android เวอร์ชั่น 4.1 Jelly Bean เป็นต้นมา ซึ่งในช่วงแรกจะมีเฉพาะบน Android เท่านั้น แต่ปัจจุบันบนอุปกรณ์ iOS เช่น iPhone หรือ iPad ก็สามารถใช้งาน Google Now ได้แล้วเช่นกัน ซึ่งเป็นระบบการสืบค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่วิวัฒนาการมาจากการใส่คำค้นหาสั้นๆ ให้รองรับการค้นหาด้วยประโยคที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมไปถึงการค้นหาด้วยเสียงด้วย นอกจากนี้ Google Now ยังสามารถคิดได้เองว่าตอนนี้คุณกำลังต้องการอะไร โดยการคาดเดาสิ่งที่คุณค้นหา หรือใช้บริการของ Google บ่อยๆ ยกตัวอย่างว่าคุณเคยค้นหาเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางไปพัทยา เจ้า Google Now บนสมาร์ทโฟนของคุณจะแสดงข้อมูลการเดินทาง ระยะทาง คำนวนระยะเวลาถึงผ่านทางอินเตอร์เฟสที่เรียกว่า Google Now Card บนมือถือขึ้นมาทันที เมื่อรู้จักกับ Google Now คร่าวๆ แล้ว ก็มาดูวิธีการตั้งค่า Google Now ให้สามารถใช้งานภาษาไทยได้กันดีกว่าครับ วิธีตั้งค่า Google Now ให้รองรับภาษาไทยได้   1. เปิด Google Now ขึ้นมา จากนั้นแตะที่ปุ่มเมนู และเลือก Settings หรือ ตั้งค่า 2. แตะที่ Voice 3. แตะที่ Language หรือภาษา จากนั้นเลือกเป็น ไทย (ประเทศไทย) 4. เท่านี้เราก็สามารถใช้การค้นหาด้วยการพูดด้วยภาษาไทยที่เราถนัดได้ทันทีครับ ยกตัวอย่างเช่นที่ผมทดสอบคือ ประโยคว่า "วิธิไปพัทยา" และ "คอร์ดกีตาร์" ก็สามารถค้นหาได้แม่นยำทีเดียว แต่อาจต้องพูดในที่ที่เสียงไม่ดังมากนะครับ วิธีการตั้ง Google Voice Typing (การพิมพ์ด้วยเสียง) ให้รองรับภาษาไทย เมื่อ Google Now ของเรารองรับภาษาไทยได้แล้ว เราก็สามารถใช้วิธีการพิมพ์ตัวหนังสือบนสมาร์ทโฟนของเราด้วยวิธีเก๋ๆ โดยการเปลี่ยนเสียงพูดของเราให้เป็นตัวอักษรได้ดังนี้   1. เข้าเมนู Settings หรือการตั้งค่า 2. ไปที่เมนู Language and input 3. แตะที่ปุ่มรูปเฟืองหลัง Google voice typing (หากในกล่องสี่เหลี่ยนไม่มีเครื่องหมายถูกสีเขียว ให้แตะไว้ด้วย) 4. แตะที่ Choose input languages 5. แตะเลือกภาษาไทย (ประเทศไทย) 6. เท่านี้คุณก็สามารถใช้งาน Voice Typing ด้วยภาษาไทยได้ทันที สะดวกดีใช่มั้ยล่ะครับ : ) ปล. ตอนนี้ยังรองรับเฉพาะ Android OS เท่านั้นนะครับ สำหรับ iOS ต้องรออีกนิดนะ

พลอยชมพู สุดปลื้ม Youtube มอบรางวัล ปุ่มทองคำ
ploychompoo /  YouTube Gold Button / 

นอกจากขึ้นแท่นช่องอันดับ 1 ที่มีคนติดตามมากที่สุดในประเทศไทยบน YouTube (ยูทูป)แชนอลไปแล้วสำหรับบริษัทเพลงยักษ์ใหญ์ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ ล่าสุดนักร้องสาว พลอยชมพู ญานนีน ภารวี ไวเกล ศิลปินดาวรุ่งดวงใหม่ของ แกรมมี่ ฯ เจ้าของซิงกิ้ล “ชักดิ้นชักงอ” สุดปลื้มเมื่อทางGoogle (กูเกิ้ล) ประเทศไทย มอบรางวัล YouTube Gold Button (ปุ่ม ทองคำ) ในฐานะศิลปินเดี่ยวคนไทยคนแรกที่มียอดผู้ติดตามบนยูทูปเกิน 1 ล้านคน โดยมี คุณอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจกูเกิล ประเทศไทย นำรางวัลมามอบให้ พร้อมกับ คุณกริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จีเอ็มเอ็ม มิวสิค ร่วมยินดีที่แกรมมี่เปิดโอกาสให้พลอยชมพูได้แสดงศักยภาพความเป็นนักร้องของเธอออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันในทุกวันนี้ ณ ชั้น 21 ตึก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส บ่ายวันก่อน เล่นเอาสาว “พลอยชมพู” สุดปลื้มยิ้มแก้มปริ “รู้สึกดีใจมากค่ะที่ได้รับรางวัล ปุ่มทองคำ เพราะว่าตั้งแต่หลังจากเป็นศิลปินฝึกหัดที่แกรมมี่เมื่อ 2 ปีก่อน ช่วงรอทำเพลง พลอยก็เริ่มทำคลิปออกมา แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมียอดผู้ติดตามเยอะขนาดนี้ แต่พอมาวันนี้มีคนตามเราเกินล้านแล้ว โอ้โห ปลื้มมาก จำได้ว่าวันที่ปล่อยเอ็มวี ชักดิ้นชักงอ ซิงเกิ้ลแรกของพลอยออกมาก็มีคนเข้ามาดูมากมายบนยูทูป ก็ยิ่งทำให้พลอยรู้สึกภูมิใจกับการร้องเพลงซึ่งเป็นสิ่งที่พลอยชมพูรัก และพอทำออกมาก็ทำให้แฟนๆที่ติดตามมาพลอยได้มีความสุขกันไปด้วย ยังไงก็ฝากติดตามผลงานของพลอยด้วยนะคะ ตอนนี้ก็มีละคร บัลลังก์เมฆ ทางช่อง วัน และก็มีเพลงประกอบซีรี่ส์ มาลี เพื่อนรัก พลังพิสดาร ของ จีทีเอช ที่ฟีเจอริ่งกับมาดามมดด้วย พลอยฝากถึงน้องๆที่ชอบการร้องเพลง ก็อยากให้ตั้งใจเรียน และมีความพยายาม ขยัน อดทน ทำในสิ่งที่ตนเองฝันไว้ เป้าหมายที่เราฝันไว้ก็จะอยู่ไม่ไกลแน่นอนค่ะ” พลอยชมพู เผยความรู้สึกหลังได้รับรางวัล ปุ่มทองคำ ล่าสุดจาก พลอยชมพู กับเพลง VOLG JOU HART (Follow Your Heart) จากละครซีรี่ส์ มาลี เพื่อนรัก..พลังพิสดาร มาดามมด VOLG JOU HART ha ha ha ha ha มาดามมด um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss พลอยชมพู la la la la la la la มาดามมด VOLG JOU HART ( ซ้ำ 4 ครั้ง) มาดามมด um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um ba um ba um ba VOLG JOU HART um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um baz พลอยชมพู ยังโออยู่ป๊ะเตง (โอป่ะ) จะเกร็งไปไหนเธอ (ไม่ได้เกร็งเว้ย) จะซ้ายก็คิด จะขวาก็คิด จะหน้าจะหลัง ละเมอยังคิด เยอะไปสักนิดหน่อย ชัก..บ่อยละนะคะตะเอง ซักเรื่องได้ไหมเธอ ( ha ha ha ha ) ลอง flow ดูสักที (Ah) นี่เรื่องความรัก เรื่องของหัวใจ ให้เธอเลิกคิด สมองหยุดนิด ท่องคำนี้ไว้ สิ ท่องสิ ท่องสิ ท่อง สิท่อง สิ ท่อง ท่อง (ท่องสิ) SAY พลอยชมพู la la la la la la la มาดามมด VOLG JOU HART ( ซ้ำ 4 ครั้ง) พลอยชมพู La la la la la la la la la la la la la la la la la la la มาดามมด VOLG JOU HART (ha ha ha ha ha ha) ( ซ้ำ 2 ครั้ง) มาดามมด um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um ba um ba um ba VOLG JOU HART um ba um ba um ba um ba um ba um ba ooppss um ba um ba um ba um baz พลอยชมพู โลกเรายังสวยงาม ความรักก็เช่นกัน (ความรักก็เช่นกัน หรา) ปล่อยใจไม่คิด เรื่องของหัวใจ ให้ใจนำไปสมองเลิกใช้ ท่องคำนี้ไว้ สิ ท่องสิ ท่องสิ ท่อง สิท่อง สิ ท่อง ท่อง (พูดสิ) SAY พลอยชมพู & มาดามมด la la la la la la la พลอยชมพู & มาดามมด VOLG JOU HART ( ซ้ำ 4 ครั้ง) พลอยชมพู & มาดามมด la la la la la la la la la la la la la la la la la la la พลอยชมพู & มาดามมด VOLG JOU HART พลอยชมพู & มาดามมด la la la la la la la la la la la la la la la la la la la มาดามมด VOLG JOU HART (ha ha ha ha ha ha) --------------------------------------------------- เพลง VOLG JOU HART (Follow Your Heart) OST มาลี เพื่อนรัก..พลังพิสดาร Ploychompoo feat. Madame Mod Written , Composed , Arranged , Produced by Vichaya Vatanasapt The Word " VOLG JOU HART (Follow Your Heart) " by Patravoot Vatanasapt & Nureeya Sriphajak Mixed & Mastered by TPSM @ TPSM STUDIO ,2015 ,Thailand. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

จวกสื่อโซเชียล ไร้สำนึก-สมรู้ร่วมคิดกลุ่ม 'ไอเอส'
กลุ่มไอเอส /  ผู้สนุบสนุนกลุ่มก่อการร้าย / 

ทั่วโลก ขู่ กูเกิล เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ มีสำนึกเสียบ้าง กรณี 'ไอเอส' เผยแพร่ภาพ และข้อความชักชวน รวมทั้งหาแนวร่วมต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ท เว็บไซต์ออนไลน์ 'เดอะ มิรเรอร์' รายงานบทความ กรณีที่ทั่วโลกตั้งคำถาม พร้อมขู่เว็บไซต์ชื่อดังอาทิ กูเกิล, เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ ให้มีสำนึกเสียบ้าง กรณีกลุ่มรัฐอิสลามในอิรัก และซีเรีย หรือ 'ไอเอส' ก่อเหตุโหดเหี้ยมรุนแรง ทั้งยังมองว่า เว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ คือ 'ผู้สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มก่อการร้าย' อีกด้วย ทั้งนี้ ไอเอส เผยแพร่ภาพ และข้อความชักชวน รวมทั้งหาแนวร่วมต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ต โดยความรุนแรงที่อัดวีดีโอไว้ ถูกเผยแพร่ตลอด ทำให้สร้างความผวาและเกลียดชังต่อญาติเหยื่อที่ถูกตัดคอร่ำไป และ กูเกิล ก็ยังให้ค้นได้เรื่อยๆ รวมทั้งข้อความเชิญชวน นโยบายก็ยังค้นเจออยู่ ขณะที่เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ยังมีข้อความของ สาวกไอเอส อีกมากมายที่ทั้งขู่ ทั้งเย้ยหยัน ชักชวนเพื่อเข้าร่วมกลุ่ม บทความดังกล่าวยังเผยว่า ขณะนี้ฝรั่งเศสได้ประกาศแผนการร่างกฏหมายอนุมัติ ว่า เครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้ในฐานะ 'เจ้าภาพของข้อความอันรุนแรงและหัวหน้ากลุ่ม' เนื่องจากเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความเกลียดชังและถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดคนหนึ่ง เพื่อพิจารณาความรับผิดชอบของสื่อกลางเหล่านี้ รวมไปถึงเตรียมกำหนดบทลงโทษอย่างจริงจัง จากตัวอย่างของความรุนแรง นิตยสารเสียดสีสังคม 'ชาร์ลี เอ็บโด' ซึ่งเป็นเหตุการณ์การก่อการร้าย โดยเครือข่ายจากกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน และได้ยกตัวอย่างกรณีของ 'นายอลัน เฮนนิ่ง' ซึ่งเป็นเหยื่อชาวตะวันตก รายที่ 4 ที่ถูกกลุ่มไอเอสสังหารอย่างเหี้ยมโหด ด้วยการฆ่าตัดศีรษะ พร้อมทั้งอัดคลิปเพื่อเผยแพร่ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 2557 ซึ่งก็นับได้ว่าผ่านมานานหลายเดือนแล้ว แต่กระนั้นภาพความโหดร้ายยังคงปรากฏอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งบาร์บาร่า ผู้เป็นภรรยาของเหยื่อ ออกมาเปิดเผยว่าเธอทุกข์ทรมานใจทุกครั้งที่ได้เห็นภาพเหล่านั้น ทั้งนี้เรื่องราวสะเทือนใจได้ส่งผลต่อสภาพจิตใจต่อญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นฉากการสังหาร ยังคงเห็นได้ทั่วไปบนเว็บไซต์ยูทูป หรือ การค้นหาผ่านกูเกิล จนกระทั่งเกิดแคมเปญ #seeitreportit เพื่อกระตุ้น และมุ่งหวังว่า สื่อเหล่านี้จะมีความรับผิดชอบในการรายงานเนื้อหาความรุนแรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้ได้เกิดกระแสในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากต้องการให้ทั่วโลกหยุดแชร์ภาพที่ 'นายเคนจิ โกโตะ ' หลังจากถูกกลุ่มไอเอสสังหารด้วยการตัดศีรษะ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมไปถึงสื่อในรูปแบบของสำนักข่าว เพื่อให้ความเคารพแก่ญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิต เพื่อคำนึงถึงจิตใจคนเหล่านี้ พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนเปลี่ยนไปแชร์ภาพยกย่องสิ่งที่เขาทำ ประวัติของนาย เคนจิ โกโตะ  เขาเคยปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถาน เชชเนียและซีเรีย และอีกหลายประเทศ  ครั้งหนึ่งในการให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ข่าวประจำประเทศญี่ปุ่น เขากล่าวว่าเขาต้องการที่จะช่วยให้ผู้คนในพื้นที่ความขัดแย้ง เขาติดต่อกับกลุ่มไอเอสโดยให้เหตุผลว่าต้องการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ 'ล่าม' - นายเคนจิ โกโตะ เคยทำงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติ และยูนิเซพ (UNICEF) ในฐานะผู้สื่อข่าว ที่ช่วยนำเสนอความจริงเรื่องทหารเด็ก การค้าเพชรใน แอฟริกา สงครามความขัดแย้งทางชนเผ่าของประเทศรวันดา ผู้ลี้ภัย รวมไปถึงผู้ป่วยโรคเอดส์ - ผลงานของเขา เรื่อง 'Daiyamondo yori Heiwa ga Hoshii' (อยากได้สันติสุขมากกว่าเพชร) นำเสนอเรื่องทหารเด็กในแอฟริกาเคยได้รับรางวัล Sankei - เขารู้ว่าเสี่ยงแต่ก็เลือกเดินทางไปซีเรีย โดยมุ่งเป้าไปที่เมืองรักกา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของกลุ่มไอเอส แม้รู้ว่าอันตรายแค่ไหน แต่เพื่อช่วย 'ฮารุนะ ยูกาวะ' (เหยื่ออีกรายที่โดนสังหารก่อนหน้า) เขาอัดคลิปจากมือถือบอกว่า"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นนั่นคือความรับผิดชอบของผมเอง มันอันตรายมาก แต่ขอให้ทุกคนอย่ามองคนซีเรียในทางไม่ดี" "ผมจะรอดชีวิตกลับมาแน่นอน" เคนจิ โกโตะ ขณะนี้ญี่ปุ่นได้จัดแคมเปญ เพื่อต่อต้านตอบโต้กลุ่มหัวรุนแรงแบบสุดโต่ง ด้วยวิธีอหิงสา หรือวิธีการแบบอ่อนโยน โดยการขอความร่วมมือจากศิลปินในประเทศ เพื่อวาดภาพตัวการ์ตูนผู้หญิง คล้ายการล้อเลียนกลุ่มไอเอส โดยมุ่งเป้าเพื่อผลักดันฐานข้อมูลความรุนแรงที่แท้จริง ให้กลายเป็นภาพที่ไม่น่ากลัวอย่างที่ผ่านมา และต้องอยู่บนความถูกต้อง และให้เกียรติ์เหยื่อผู้เสียชีวิตทั้งสองราย อย่างไรก็ตาม สื่อทั่วโลกต่างยกย่องในความกล้าหาญ และคุณงามความดีที่ 'นายเคนจิ โกโตะ' "เขายอดเยี่ยม"และเขายืนหยัดบนความแข็งแกร่ง เพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง พร้อมกันนี้ทีมข่าวเอ็มไทยขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต และประชาชนชาวญี่ปุ่นทุกคน ต่อความสูญเสียในครั้งนี้ และหวังใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต MThai News ที่มา Mirror

11 ภาพพื้นโลกที่เห็นแล้วใจหาย จาก Google Earth
ภาพถ่าย / 

11 ภาพพื้นโลกที่เห็นแล้วใจหาย จาก Google Earth กูเกิล เอิร์ธ Google Earth ได้แสดงภาพเมืองต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิศาสตร์อย่างเห็นได้ชัดจนน่าใจหาย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่นั้นเกิดจากสาเหตุของภัยธรรมชาติ ได้แก่ แผ่นดินไหว สึนามิ เฮอริเคนที่ทำลายบ้านเรือนจนเหี้ยน อุบัติภัยระเบิดของโรงงาน ที่ทำให้พื้นที่บริเวณกว้างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่การเกิดของเกาะใหม่อันเป็นผลงานที่มนุษย์สร้างขึ้น อันบ่งบอกถึงเทคโลโลยีและความเจริญ ล้วนทำให้เราเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นและแย่ลง อดคิดไม่ได้ว่าพื้นที่ๆเรากำลังยืนอยู่ปัจจุบันจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต ไม่แน่ว่าบ้านที่เราอาศัยอยู่อาจจะกลายเป็นทะเลในอีก 50 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ ลองใช้กูเกิล เอิร์ธค้นหาบริเวณที่คุณอาศัยดูสิครับ 1. วาโก้ เท็กซัสเหตุการณ์โรงงานปุ๋ยระเบิดเมื่อต้นปีทีผ่านมา ทำให้เห็นว่าระเบิดแรงแค่ไหน เพราะพื้นที่โรงงานนั้นเหี้ยนเตียนไม่มีเหลือ 2. เพนตาก้อน จากเหตุการณ์ 11 กันยา ทำให้พื้นที่โดยรอบบริเวณเพนตากอน ซึ่งเคยได้ชื่อว่าปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกลายเปลี่ยนไปตลอดกาล 3. ปอโตแปรงซ์ เฮติ เชื่อว่ายังคงจำกันได้สำหรับเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเฮติเมื่อปี 2010 ที่รุนแรงระดับประวัติศาสตร์ ความรุนแรงทำให้บ้านเรือนเสียหาย 250000 หลังคาเรือน ผู้คนจำนวนมากไร้บ้านทันตา ทำให้พวกเขาต้องมาอาศัยอยู่ในสนามกีฬาแทน 4. ซีไซด์ เฮทส์ เฮอริเคนแซนดี้เมื่อปี 2012 สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้อเมริกาเป็นจำนวนมาก จะเห็นว่าบริเวณดังกล่าวที่เป็นสวนสนุก นั้นหายไปกว่าครึ่ง ไม่ว่าจะชิงช้าสวรรค์ รถไฟเหาะ และอีกหลายอาคาร 5. มัวร์ โอกลาโฮมานี่ก็เป็นผลงานของพายุทอร์นาโดที่คร่าชีวิตคนไปจำนวนมาก ที่สำคัญบ้านเรืองที่เรียงรายเป็นรูปสวยก็เหลือแค่ซากปรักหักพังที่ชวนให้เห็นถึงความน่ากลัวของพายุ 6. นิว ออลีนส์ เฮอร์ริเคนแคทรีนา เมื่อปี 2005 ยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวอเมริกันอย่างเหนียวแน่น เพราะมันสร้างความเสียหายสาหัส และเปลี่ยนเมืองนิว ออลีนส์ไปอย่างสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่าขนาดสนามกีฬาซูเปอร์โดมของเมืองนั้นเหวอะหวะไม่มีเหลือ 7. แมนฮัตตัน หลังจากเหตุการณ์ 9/11 ที่ทำให้ตึกเวิล์ดเทรดที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลกพังถล่มไม่มีชิ้นดี พื้นที่บริเวณนั้นจึงเหลือแค่พื้นที่โล่งๆไว้ให้คิดถึงอดีตเท่านั้น 8. ดูไบ การเติบโตของเมืองดูไบ UAE นั้นเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก จากเดิมที่เป็นแค่ทะเลทราย แต่ปัจจุบันกลายเป็นเมืองแห่งความร่ำรวยและความเจริญ โดยเฉพาะการถมทะเลเป็นเกาะขึ้นมา 9.จ๊อพพลิน มิสซูรี ทอร์นาโดเมื่อปี 2011ทำลายที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนกว้าง หนึ่งในนั้นคือเขต จ๊อพพลิน มิสซูรี 10. ซันริกุ ญี่ปุ่น จะข้ามส่วนนี้ไปไม่ได้ เมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิของญี่ปุ่นเมื่อปีกลายนั้นทำลายญี่ปุ่นอย่างสาหัส พื้นที่ดังกล่าวกลายนั้นถูกกลืนหายไปเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะส่วนที่ยื่นไปในทะเล และ บนพื้นดินก็โดนน้ำทะเลบุกทำลายล้างจนแทบไม่เหลือ 11. ลาสเวกัส นี่ไม่ใช่ความเสียหาย แต่เป็นความเจริญของเมืองลาสเวกัสในช่วง 50 ปี จากแต่กอนที่เป็นทะเลทราย และพื้นที่เหี้ยนเตียน มีถนนแค่สองสาย แต่ปัจจุบันกลายป็นเมืองที่โตเร็วที่สุดเมืองหนึ่งของอเมริกาในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 จนกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านช่อง และไม่เหลือเค้าเดิมเลย ขอบคุณ Mashable บูเนชาส ประเพณีแปลงหญิงเป็นชาย บูเนชาส ประเพณีแปลงหญิงเป็นชาย ในโลกปัจจุบันที่ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกกลืนไปกับกระแสโลกาภิวัตน์ บาง วัฒนธรรม ยังคงดำเนินต่อไ … เละ! ภาพหลังชกของนักมวยเด็กสุดเสียว เละ! ภาพหลังชกของนักมวยเด็กสุดเสียว นักมวย ถือเป็นอีกอาชีพที่ไม่ใช่เพียงแต่ต้องการความอดทนและไหวพริบเช่นเดียวกับกีฬาอื่นๆ แต่ยัง … ศิลปะ 'ผู้ชายก็ร้องไห้เป็น' เผยอีกด้านของความเป็นชาย ศิลปะ 'ผู้ชายก็ร้องไห้เป็น' เผยอีกด้านของความเป็นชาย ศิลปะ เชื่อว่าลูกผู้ชายทุกคนถูกสั่งสอนและเลี้ยงดูให้เข้มแข็งและแสดงออกอย่างท … เป๊ะ! ซิกส์แพคสาวๆ ที่เล่นเอาหนุ่มๆยังอาย เป๊ะ! ซิกส์แพคสาวๆ ที่เล่นเอาหนุ่มๆยังอาย ฟิตเนส ในขณะที่สาวๆแทบทั้งโลกอยากมีหน้าท้องแบนราบ หน้าอกตู้ม ต้นขาเรียวเฟิร์ม ก็มีผู …

ฮือฮา! ไทย ขอ
กูเกิล /  สภาปฏิรูปแห่งชาติ / 

เพจดังเผยเอกสารลับ อ้างทางการไทย ขอ "กูเกิล" ลัดขั้นตอน เซ็นเซอร์เนื้อหา ไม่ต้องรอคำสั่งศาล ชี้เพื่อความรวดเร็วในการจัดการหากผู้มีอำนาจร้องขอ ก่อนเผยหากทำตามคำขอรัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเรื่องดำเนินธุรกิจในประเทศ รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (28 ม.ค. 59) เพจเฟซบุ๊กกลุ่มพลเมืองต่อต้าน Single Gateway: Thailand Internet Firewall #opsinglegateway ได้มีการเผยแพร่เอกสารการหารือระหว่างสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชนของไทย กับกลุ่มผู้บริการของกูเกิล โดยเอกสารดังกล่าวเป็นข้อความจากทางการไทยที่ระบุ ขอให้ทางกูเกิล ช่วยถอดเว็บไซต์ที่มีลักษณะมุ่งทำลายสถาบันสำคัญของชาติ หรือละเมิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ที่เผยแพร่ผ่านเครือข่ายของกูเกิล เช่น ยูทูบ เป็นต้น ไม่เผยแพร่ เพื่อสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น ซึ่งการเรียกร้องดังกล่าวก็เพื่อให้ผู้มีอำนาจกระทำการได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากศาลแม้ว่าทางกูเกิลจะมีกฎระเบียบดังกล่าวอยู่ก็ตาม โดยเฉพาะคำร้องขอจากหน่วยงานที่มีอำนาจยับยั้งการกระทำผิดกฎหมาย เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกระทรวงไอซีที เป็นต้น ขณะเดียวกันในเอกสารดังกล่าวได้มีข้อความระบุ ในตอนท้ายว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ขอให้ กูเกิล คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีที่ประชาชนมีต่อประเทศสหรัฐอเมริกา และความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกูเกิล นำไปเป็นข้อพิจารณาด้วย พร้อมกันนี้หากมีปัญหาหรือความกังวลใดๆ ในการประกอบธุรกิจของ กูเกิล ในประเทศไทย และอยากให้ช่วยเหลือ ขอให้เสนอทางรัฐบาลไทยได้และทางคณะกรรมาธิการฯ พร้อมพิจารณาผลักดันและให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ ด้านผู้แทน กูเกิล ได้ระบุถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวว่า จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณา โดยจะคำนึงถึงความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกัน พร้อมแนะนำว่า วิธีป้องกันการเผยแพร่เว็บที่มีปัญหาได้พอสมควร คือ หากประชาชนเห็นว่าเว็บใดมีเนื้อหาไม่พึงประสงค์เพราะขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี สามารถใช้วิธีปักธง (flagging) เว็บนั้น ซึ่งจะทำให้บุคลากรของกูเกิลที่มีความรู้และประสบการณ์คอยสอดส่องเว็บดังกล่าว หากเห็นว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่สมควรเผยแพร่ก็จะระงับหรือถอดออกจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตต่อไป ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

อุทาหรณ์ ! AIS ชี้แจงยกเว้นค่าบริการบิลโหด เพราะลูกค้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์
AIS ชี้แจงยกเว้นค่าบริการบิลโหด /  นาย ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตลาด เอไอเอส / 

ทาง AIS  ชี้แจงกรณีเล่นซื้อเพชรเกมคุกกี้รันจนบิลสูงลิ่วเป็นแสน ยอมยกเว้นค่าบริการให้ลูกค้าใช้งานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมพัฒนาระบบแจ้งเตือนยอดใช้งานป้องกันปัญหาเกิดซ้ำ จากกรณี ที่ จ.สุพรรณบุรี มีสาวแจ้งความร้องทุกข์ว่าพบบิลเรียกเก็บค่าโทรศัพท์กว่า 2 แสนบาท หลังให้บุตรชายวัย 13 ปี ใช้โทรศัพท์มือถือ โดยตรวจสอบพบว่าเป็นการจ่ายเงินซื้อคริสตัลในเกมคุกกี้รัน สำหรับการเพิ่มพลังในการเล่นเกม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด วานนี้ (24 มิ.ย.) นาย ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตลาด เอไอเอส กล่าวว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อว่า มีลูกค้าใช้งานเล่นเกมคุกกี้รัน และมีค่าบริการสูงผิดปกติ ทางเอไอเอส ขอเรียนชี้แจงว่า ปัจจุบันการใช้บริการเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นทางอินเทอร์เน็ต เช่น การสมัครใช้งาน หรือ การซื้อคอนเทนท์ ผ่านทาง "กูเกิล เพลย์ สโตร์" ซึ่งเป็นศูนย์รวมแอพพลิเคชั่นของแอนดรอยด์ ที่ให้บริการโดยกูเกิล ได้รับความนิยมสูงขึ้นเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านมา ลูกค้าจำเป็นต้องสมัครหรือซื้อสินค้าและบริการผ่านทางบัตรเครดิตเท่านั้น ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยการสะดวกให้กับลูกค้า เอไอเอสจึงเป็นผู้รับชำระค่าสินค้าและบริการนี้ให้กับ Google Play Store โดยหักจากบิลล์ค่าโทรศัพท์ของเอไอเอสได้ทั้ง prepaid และ postpaid ตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมา ในทางปฏิบัติ ในการที่จะใช้บริการดังกล่าวได้นั้น ลูกค้าจะต้องมีการสมัครใช้งานและยืนยันความเป็นเจ้าของก่อนจึงจะสามารถทำการ หักค่าใช้จ่ายได้ รวมถึงในการซื้อคอนเทนท์แต่ละครั้ง จะมีการแจ้งให้ยืนยันการซื้อ และจะมีการส่งยืนยันการซื้อดังกล่าวกลับไปที่อีเมลของลูกค้าเสมอเช่นกัน “อย่าง ไรก็ตามหลังจากการเปิดบริการดังกล่าวไป พบว่าลูกค้าบางท่านมีค่าบริการสูงผิดปกติตามที่เป็นข่าว ซึ่งบริษัทก็มิได้นิ่งนอนใจและมีความห่วงใยในกรณีดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง โดยได้ทำการปิดบริการสำหรับระบบโพสต์เพดทันที ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และจะดูแลลูกค้าโดยยกเว้นค่าสินค้าและบริการดังกล่าวทั้งหมดให้แก่ลูกค้า ทุกรายที่ใช้งานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์” ทั้งนี้บริษัทจะมี การพัฒนาระบบแจ้งเตือนรวมถึงเพิ่มเติมการกำหนดยอดการใช้งานสูงสุดในการชำระ ค่าสินค้าและบริการได้ด้วยตนเอง  เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้บริการในโลกออนไลน์ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป MThai News

ลองทำดู! 10 สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน
สมัครงาน /  เกร็ดความรู้

ในแต่ละปี บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ไมโครซอฟท์ กูเกิล แอปเปิ้ล ทวิตเตอร์ หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆของแต่ล่ะประเทศ ขอแนะนำก่อนว่า ก่อนจะตอบคำถาม ควรหัดเป็นคนที่มีความคิดแบบ ตรรกะ การคิดนอกกรอบ การคิดสร้างสรรค์ อย่าคิดแต่อะไรเดิมๆ เพื่อนๆลองคิดและเขียนคำตอบลงในกระดาษดูนะคะ ข้างท้ายมีเฉลย ^^ ลองทำดู! 10 สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน ลองทำดู! 10 สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน 1.บันไดเชือกยาว 3.6 เมตรถูกแขวนอยู่ข้างเรือลำหนึ่ง ระยะห่างระหว่างแต่ละขั้นคือ 30 เซนติเมตร ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นด้วยความเร็ว 10 เซนติเมตรต่อชั่วโมง จะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าบันไดขั้นที่4จะจมน้ำ ตอบก่อนดูเฉลย... 2.มีขวดไวน์อยู่หนึ่งขวด ผมใส่เหรียญลงไปในขวดไวน์ขวดนั้นแล้วปิดฝาด้วยจุกคอร์ก(จุกฝาปิดของขวดไวน์)แล้วถ้าผมให้คุณเอาเหรียญออกมา โดยที่ไม่เปิดฝาจุกคอร์ดและขวดยังอยู่ในสภาพเดิม(ขวดห้ามแตกหรือเป็นอะไร)คุณจะใช้วิธีใดนำเหรียญออกมา ตอบก่อนดูเฉลย... 3.เศรษฐีคนหนึ่งกำลังติดสินใจจะยกมรดกให้ลูกชายของเค้าคนใดคนหนึ่งในจำนวน 2 คน เค้าบอกกับลูกทั้ง 2 คน ว่าให้ขี่ม้าแข่งกันไปยังเมืองข้างหน้านี้ แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่าถ้าม้าของใครไปถึงเมืองเป็นอันดับที่สอง! เจ้าของม้าคนนั้นจะได้รับมรดกไป แต่เมื่อทั้งสองไปถึงหน้าเมืองก็ไม่มีใครยอมใครไม่ยอมขี่ม้าเข้าไปในเมืองก่อน จนวันแล้ววันเล่าผ่านไป เอ้า..คราวนี้จะทำยังไงเล่าที่จะมีใครได้รับมรดกไป ตอบก่อนดูเฉลย... 4.มีแก้วอยู่ 6 ใบ แก้วที่2ที่4และที่6 มีน้ำส้มบรรจุอยู่ในแก้ว จะทำยังไงให้น้ำส้มในแก้วเรียงติดกันได้ โดยการเคลื่อนย้ายหรือจับแก้วได้เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ตอบก่อนดูเฉลย... 5.ชาวนาคนหนึ่งจะข้ามแม่น้ำจากฝั่งนี้ไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ โดยจะน้ำเอา สุนัขจิ้งจอก ข้าวเปลือกหนึ่งกระสอบและไก่ ติดตัวไปด้วย ปัญหาคือ เรือข้ามฟากสามารถบรรทุได้เพียงชาวนากับสัมภาระได้เพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเค้ายังไม่สามารถทิ้งสุนัขจิ้งจอกไว้กับไก่ได้ เพราะจะถูกกิน และยังไม่สามารถทิ้งไก่ไว้กับข้าวเปลือกได้ เพราะข้าวเปลือกจะถูกไก่กิน แต่ข้าวเปลือกจะไม่ถูกจิ้งจอกกิน ดังนั้นจึงทิ้งจิ้งจอกไว้กับข้าวเปลือกได้ ถามว่าชาวนาจะทำยังไงในการข้ามฟากแม่น้ำนี้โดนที่สัมภาระทั้งหมดไม่มีสิ่งใดเสียหายเลย ตอบก่อนดูเฉลย... 6.1ส่วน2,2ส่วน3,3ส่วน4,4ส่วน5,5ส่วน6,6ส่วน7,7ส่วน8,8ส่วน9,9ส่วน10 ของ 1000 มีค่าเท่ากับเท่าไหร่ ตอบก่อนดูเฉลย... 7.โลกนี้มีบัตรเครดิตทั้งหมดกี่ใบ ตอบก่อนดูเฉลย... 8.มีเด็ก 2 คน กำลังเล่นม้ากระดกกันอยู่ เด็กคนหนึ่งน้ำหนัก 50 กิโลกกรัม และอีกคนหนึ่งมีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ถ้าจะทำให้ม้ากระดกมันสมดุลหรือทำให้มันขนานกัน เด็ก 2 คนนี้ต้องทำอย่างไร ตอบก่อนดูเฉลย... 9.มีการจัดแข่งขันปิงปองชิงแชมป์ระดับโลก ซึ่งมีนักปิงปองทั้งหมด 657 คน จากทั่วโลกในการร่วมชิงชัย โดยจะแข่งขันกันแบบแพ้คัดออก แต่เนื่องจากผู้เล่นทั้งหมดมีจำนวนคี่ มือวางอันดับหนึ่งของโลกจึงได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบที่สองโดยอัตโนมัติ อยากรู้ว่าจะมีการแข่งขันทั้งหมดกี่ครั้ง จนกว่าจะได้แชมป์โลก ตอบก่อนดูเฉลย... 10.ขอถามว่า คำถามอะไรยาก!ที่สุดในโลก ตอบก่อนดูเฉลย... เฉลย?สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน 1. บันไดเชือกไม่จมน้ำ (จงระวังเอาไว้เมื่อเจอคำถามระดับง่ายเช่นนี้ เพราะมันจะเป็นคำถามลวงซะมากกว่า ผู้สมัครมักจะตอบผิดมาหลายรายแล้ว นั้นจึงเป็นเหตุให้เค้าไม่ผ่านในการสัมภาษณ์) 2. ดันจุกคอร์กเข้าไปในขวดแล้วน้ำเหรียญออกมา (การดันจุกคอร์กเข้าไปในขวดแล้วนำเหรียญออกมา คือวิธีการคิดนอกกรอบที่ผู้สัมภาษณ์มองหา ผู้สมัครที่เข้าใจในเรื่องนี้มีแนวดน้มที่จะสามารถนำจุดแข็งของปัญหามาแก้ตัวปัญหาเอง น่าเสียดายที่ผู้สมัครส่วนใหญ่ไม่สามารถหลุดจากกรอบความคิดเดิมๆได้ นั้นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ไม่ผ่านการสัมภาษณ์) 3. ให้ชายทั้งสองคนแลกม้ากัน แล้วไปเริ่มต้นวิ่งแข่งกันอย่างจิงจัง เพราะเงื่อนไขในคำถามมีอยู่ว่า ถ้าม้าของใครไปถึงทีหลังเจ้าของม้าคนนั้นจะได้รับมรดกไป 4. เทน้ำจากแก้วใบที่ 2 ลงไปในแก้วที่ 5 หรือ...เทน้ำจากแก้วใบที่ 6 ลงไปในแก้วใบที่ 3 (นี่คือการเคลื่อนย้ายหรือจับแก้วได้เพียงแค่ครั้งเดียว 5. ชาวนาต้องนำไก่ข้ามไปก่อน แล้วทิ้งสุนัขจิ้งจอกไว้กับข้าวเปลือก จากนั้นข้ามกลับมาเพื่อนำสุนัขจิ้งจอกข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม แล้วนำไก่ที่พาข้ามไปตัวแรกนั้นข้ามกลับมาด้วย(เพราะจะได้ไม่โดนสุนัขจิ้งจอกกิน) เมื่อข้ามกลับมาแล้ว ชาวนาต้องนำข้าวเปปลือกข้ามมาด้วย โดยทิ้งไก่เอาไว้ จากนั้นสุดท้ายชาวนาค่อยข้ามกลับมาเอาไก่ดังเดิม... 6. ตอบ 100 (คำถามนี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เคล็ดลับง่ายๆเพียงแค่คำนวณจากหลังไปหน้าเท่านั้นเอง) 9 ส่วน 10 ของ 1000 เท่ากับ 900 8 ส่วน 9 ของ 900 เท่ากับ 800 7 ส่วน 8 ของ 800 เท่ากับ 700 6 ส่วน 7 ของ 700 เท่ากับ 600 5 ส่วน 6 ของ 600 เท่ากับ 500 4 ส่วน 5 ของ 500 เท่ากับ 400 3 ส่วน 4 ของ 400 เท่ากับ 300 2 ส่วน 3 ของ 300 เท่ากับ 200 1 ส่วน 2 ของ 200 เท่ากับ 100 7. คำถามนี้ไม่มีคำตอบหรือมีลักษณะคำตอบที่ไม่ชัดเจน ถูกถามขึ้นมาเพื่อประเมินว่าผู้สมัครจะมีท่าทีอย่างไรเมื่อถูกถามคำถามที่เหมือนจะไม่มีทางรู้คำตอบ ผู้สมัครที่ด้อยคุณภาพจะวิตกกังวลหรือหัวเสียจนถึงต้องทำหน้าตาไม่พอใจจ้องเขม็งมาที่ผู้สัมภาษณ์ราวอยากจะกินเลือดกินเนื้อหรือคิดว่าร้ายผู้สัมภาษณ์ในใจ คำถามลักษณะนี้ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่เพียงแค่จะดูท่าทีของผู้สมัครเท่านั้น หรือผู้สมัครอาจจะคิดคำตอบในหลักการของความน่าจะเป็นก็ได้ คำถามนี้ประเมินได้หลายลักษณะคือ จิตวิทยา และหลักการคณิตศาสตร์ของความน่าจะเป็น การคำนวณประชากร และหลักการคิดแบบเปอเซ็น อื่นๆ 8. คนที่หนักกว่าต้องเขยิบมาอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของม้ากระดก(คำถามนี้ง่ายโครตๆๆๆๆ) 9. มีการแข่งขันทั้งหมด 656 ครั้ง (เริ่มที่จากผู้แข่งขันทั้งหมดมีอยู่ 656 คน ตัดมือวางอันดับหนึ่งของโลกไป และในแต่ละเกมที่แข่งก็จะมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ ต่อไปเราก็ต้องมาดูว่าต้องแข่งกี่ครั้งเพื่อให้ได้ผู้แพ้ 656 คน ในเมื่อแพ้ชนะติดสินกันด้วยการแข่งขัน ดังนั้น จำนวนเกมการแข่งขันก็ต้องเท่ากับจำนวนผู้แพ้ นั้นหมายความว่า หากมีผู้แพ้ 656 คน ก็ต้องมีการแข่งขันทั้งหมมด 656 ครั้ง 10. คำตอบของคำถามนี้ก็คือ คำถามที่ยากที่สุดในโลกนั้นแหละที่ยากที่สุดในโลก (ตอบอีกทีหนึ่ง คำตอบคือของคำถามนี้คือ คำถามที่กำลังถามอยู่นี่แหละยากที่สุดในโลก) Sourse :John Kador หนังสืออัจฉริยะหงายเก๋ง!

ดาราชาย คนไหนที่ควรเป็นนายแบบกางเกงชั้นในแบรนด์ดัง
Calvin Klein /  Justin Bieber / 

ดาราชาย ถ่ายเซ็กซี่ คนไหนที่คู่ควรไปเป็นนายแบบให้ชั้นในแบรนด์ดัง ก็อย่างที่เรารู้กันว่า ทาง Calvin Klein ได้เลือกหนุ่มซ่า จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์นาย แบบกางเกงใน ให้กับแบรนด์นั่นเอง ซึ่งทาง Men.MThai ก็เคยเอาหนุ่ม บีเบอร์ มาเปรียบเทียบกับนายแบบรุ่นพี่มาแล้วว่าใครมันจะเจ๋งกว่ากัน ระหว่างนายแบบกางเกงใน Calvin Klein รุ่นพี่ในตำนาน หรือ นายแบบกางเกงในรุ่นน้องหน้าใหม่อย่าง จัสติน บีเบอร์ ซึ่งในคราวนี้ทางเราก็เลยเกิดไอเดียเล่นๆ ขึ้นมาที่ว่า ถ้าทาง Calvin Klein ต้องมาเลือกนายแบบชาวไทยไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ เขาจะเลือกใครกันแน่ โดยทางเราได้คัดเลือก นายแบบชาวไทย - ดาราชายถ่ายเซ็กซี่ ที่เคยสลัดผ้าโชว์หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ให้สาวๆ (และ เก้ง กวาง บ่าง ชะนี) ได้กรี้ดและหวีดร้องกันมาแล้ว มาเป็นตัวเลือกให้เพื่อนๆ ได้ดูกันครับ ว่าดาราไทยคนไหน ถ้ามีแบรนด์ดังต้องการมาตีตลาด จะถูกเลือกเป้นนายแบบกางเกงใน Justin Bieber เริ่มต้นกันที่บีเบอร์ ต้นฉบับหนุ่มเจ้าของตำแหน่ง นายแบบกางเกงใน คนล่าสุดของ CK ที่มีโดนโจมตีเรื่องภาพหลุด ก่อนรีทัชที่ประให้กล้ามโตและเป้าตุงจนผิดปกติ จนคนอื่นขับไต๋ได้ มาดูกันที่ฝั่งไทยเราบ้าง ถ้า CK เขาต้องเลือก ดาราชายถ่ายแบบเซ็กซี่ จากไทยไปเป็นนายแบบ ใครกันนะ ที่เข้าแก็บสุด ปั้นจั่น ปรมะ ภาพจาก Volume หรือ สังข์ จากบางระจันที่กำลังออนแอร์อยู่ทางช่องสาม ถ้าจะกล่าวถึงความฮ็อตของเขา ก็คงจะนึกถึงภาพแฟชั่นสุดเซ็กซี่ที่เขาได้ไปถ่ายกับทางนิตยสาร Volume ที่เรียกได้ว่าเป็น Signature ของเขาไปซะแล้ว เพราะว่า ถ้าค้นหาคำว่า ปั้นจั่น ปรมะ ในกูเกิล แน่นอนว่าภาพถ่ายเซ็กซี่ของเขาต้องโผล่มาให้เห็นก่อนเพื่อน แทค ภรัณยู ภาพประกอบจาก Attitude ก็รู้ กันอยู่ว่างานถ่ายเซ็กซี่ แท็คไม่เคยทำให้ผิดหวังกันแม้แต่น้อย เพราะว่าไม่ว่านิตยสารเล่มไหนต่อไหนเรียกใช้บริการให้แท็คไปถ่ายเซ็กซี่ให้ แท็คก็จัดให้อย่างเต็มที่เสมอ อีกทั้งเขายังเป็นคนเป็นกันเองเข้าถึงง่ายจึงมีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก จึงเป็นอีกคนที่น่าจะเข้าแก็ป ไปถ่ายแบบโกอินเตอร์ได้ อั๊ต อัษฎา ภาพจาก Image อั๊ต อัษฎา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยถ่ายแบบเซ็กซี่ ด้วยดีกรีวีเจแห่งช่อง MTV Asia จึงทำให้ลุคของเขาเป็นหนุ่มอินเตอร์ ที่ผสมผสานความหล่อแบบไทยๆ ได้อย่างลงตัว ซึ่งถึงแม้ภาพถ่ายแฟชั่นจาก Image เซ็ตนี้จะถูกถ่ายมาตั้งแต่ปี 2007 แต่ทางเราก็บอกเลย ปี 2015 เวลาก็ทำอะไรความหล่อของหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ ต๊ะ วริษฐ์ ภาพจาก Volume หนุ่มนักแสดงมากฝีมือที่เคยฝากผลงานมาแล้วมากมาย เคยถ่ายแบบเซ็กซี่กับทาง Volume เอาไว้ใน ปี 2010 กับความหล่อสไตล์เอเชียๆ อีกทั้งเขายังมีสเน่ห์กับผู้หญิงเป็นอย่างมาก ด้วยหน้าตาสไตล์เอเชียและหุ่นที่เฟิร์มเป็นอย่างดี จึงเป็นทางเลือกที่ดี ถ้าหากได้ถ่ายแบบโกอินเตอร์ ครับ ซี ศิวัฒน์ ภาพจาก Image เรียกว่าถ่ายแบบเซ็กซี่คู่ก่อนที่จะสวมแหวนแต่งงานเลยจริงๆ สำหรับ ซี ศิวัฒน์ ที่เรียกว่าภาพแฟชั่นเซ็ตนี้สร้างกระแส แบะเป็นที่พูดถึงได้อย่างมาก เพราะความเซ็กซี่ที่เป็นสไตล์ของตัวเอง ถึงแม้ เขาจะไม่ได้กล้ามแน่นแบบนายแบบเพาะกล้าม แต่หุ่นแบบนี้แหละที่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยเห็นแล้วต้องหวีดร้อง แบ๊งค์ ปรีติ ภาพจาก แพรว ร็อคเกอร์ ในตำนานเจ้าของ รอยสักสุดเท่ ลายพระอาทิตย์ ก็เคยได้มาถ่ายแบบแนวเซ็กซี่มาแล้วเหมือนกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่าภาพถ่ายแฟชั่นชุดนี้เป็นแฟชั่นแบบเซ็กซี่ครั้งแรกของ แบ๊งค์ ปรีติ เลยด้วย ซึ่งทางเราต้องบอกเลยว่าถ่ายออกมาได้สวย ดูเป็นมืออาชีพมากๆ จึงไม่น่าแปลกที่เราจะยกแบ็คงค์ เป็น หนึ่งในตัวเลือกที่ดีถ้าทางแบรนด์ชั้นนำ มองหานายแบบจากประเทศไทยครับ

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก
บุคคลต้นแบบ /  ผู้หญิงต้นแบบ / 

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Facebook ซึ่งทำให้ Mark Zuckerburg กระโดดจากมหาเศรษฐีอันดับที่ 29 ของโลก จะมีสักกี่คนที่รู้จัก “ เชอริล แซนด์เบิร์ก ” (Sheryl Sandberg)  ซีโอโอหญิง ผู้นำหมายเลข 2 ของเฟซบุ๊ก คือ ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น เชอริล แซนด์เบิร์ก มีประวัติการศึกษาที่โดดเด่น จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ด้วยคะแนนระดับท็อปจากฮาร์วาร์ด เธอเคยเป็นผู้บริหารคนสำคัญที่ช่วยผลักดันการขายโฆษณาของกูเกิล (Google,Inc) และภายหลังเธอเริ่มต้นความท้าทายในชีวิตการทำงานอีกครั้ง โดยตัดสินใจย้ายมาเป็น “ Chief Operating Officer (COO) ” หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ คุมงานบริหารทั้งหมดของโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ร้อนแรงที่สุดแห่งยุคสมัยอย่าง Facebook หลังจาก เชอริล มาทำงานกับเฟซบุ๊ก องค์กรมีแต่เติบโต จากพนักงาน 130 คน เพิ่มเป็น 2,500 คน จากยอดผู้ใช้ 70 ล้านคนไปเป็น 700ล้านคน ทั่วโลก ยังไม่นับรวมถึงการสนับสนุนให้เฟซบุ๊กมีรบบโฆษณาแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นรายได้หลักของเว็บด้วย ถ้าว่ากันตามเนื้องานแล้ว “อำนาจ” ในการบริหารของเธอมากกว่าตัว ซัคเคอร์เบิร์ก เองด้วยซ้ำ ปัจจุบันเชอริล วัย42 ปี พักอาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโกกับสามี “เดวิด โกลด์เบิร์ก (David Goldberg) ” เพื่อสนิทมาหลายปีที่กลายเป็นคู่ชีวิตในที่สุด และมีบุตรอีก 2 คน ถึงแม้ว่าผู้บริหารคนเก่ง เชอริล จะได้รับการยกย่องอย่างสูงในด้าน “อิทธิพล” และ “มันสมอง” ในโลกอำนาจแห่งการทำงานแล้ว ในอีกด้านหนึ่งเธอยังถูกยกย่องในเรื่อง “ความเป็นหญิง” จากผู้หญิงด้วยกัน นั่นเป็นเพราะว่า เธอมีบทบาทในการให้คำปรึกษาแก่พนักงานหญิงของเฟซบุ๊ก รวมถึงผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่ๆ และที่สำคัญ เธอได้รับการยอมรับจากโลกแห่งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ว่าเป็นตัวแทนของ “นักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่” ที่สร้างสมดุลย์ระหว่างอาชีพการงาน ครอบครัว และเสน่ห์ ได้อย่างลงตัวและเพอร์เฟ็กต์ เคล็ดลับความสำเร็จในชีวิตครอบครัวและการทำงานของผู้บริหารคนเก่ง เชอริล แซนด์เบิร์ก ฐานะ ผู้นำหมายเลข 2 แห่งเฟซบุ๊ก และสตรีทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ลำดับที่ 6 นั่นคือ เธอแนะนำว่า เรื่องกฎระเบียบและวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผู้หญิงเองก็ต้องมีวิธีคิดที่จะก้าวหน้าด้วยตัวของตัวเองจากภายในด้วย และ ผู้หญิงส่วนมากที่ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตครอบครัว และหน้าที่การงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากคนในที่ทำงาน และคนที่บ้าน   “สตรีทั่วไปมักมีความกลัวอยู่ทั่วสเต็มเซลล์” มันเลยทำหน้าที่หยุดพวกเธอไว้อยู่ที่ตำแหน่งถาวรตลอดชีวิต นั่นคือ  “แม่บ้าน” เชอริล ได้ขึ้นพูดในเวที TED เวทีของคนเจ๋งๆ ที่มาบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก ที่สำคัญเธอได้ปลุกใจให้ผู้หญิง ที่รับรู้ดีว่าตัวเองเป็น "แม่" และคิดว่ายากเหลือเกินที่จะไต่เต้าขึ้นไปยังตำแหน่งผู้บริหาร และนี่คือ สิ่งที่เชอริลนำแนะนำเพื่อเป็นหลักปฏิบัติ 3 ข้อ ที่ผู้บริหารหญิงควรทำ ได้แก่... 1.จงนั่งแถวหน้า (sit at the table) เชอริลบอกว่าสิ่งแรกที่ผู้หญิงควรทำคือมั่นใจในความสามารถของตัวเองว่าไม่ด้อยกว่าเพื่อนร่วมงานเพศชาย ดังนั้นเธอจึงขอร้องให้ผู้หญิงมั่นใจในตัวเอง และพร้อมจะรับความสำเร็จ เสียงชื่นชม ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของพวกเธอเอง ขอให้นั่งแถวหน้าเวลาประชุม และอย่าอายที่จะยกมืออาสาทำงาน 2.ให้คู่ชีวิตเป็น “คู่ชีวิต” จริงๆ (make your partner a real partner) ต่อให้สามีและภรรยาทำงานนอกบ้านเหมือนกัน แต่เมื่อมีลูก สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้หญิงจะต้องทำงานบ้านและเลี้ยงลูกหนักกว่าฝ่ายชายเสมอ ซึ่งเธอมองว่าเป็นอุปสรรคไม่ให้ผู้หญิงใส่ใจกับการงานนอกบ้านได้เต็มที่เท่ากับผู้ชายครอบครัวที่แบ่งภาระหน้าที่กันอย่างเท่าเทียมจะช่วยให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จมากขึ้น และมีสถิติว่าครอบครัวที่สามีภรรยามีรายได้ใกล้เคียงกัน มีภาระหน้าที่เท่าเทียมกัน จะมีอัตราหย่าร้างน้อยกว่าปกติถึงครึ่ง 3.อย่าเลิกทะเยอทะยานก่อนเวลาอันควร (don’t leave before you leave)  ผู้หญิงทำงานควรจะคิดถึงความก้าวหน้าในอาชีพจนวินาทีสุดท้ายที่จะต้องหยุดงานเพื่อทุ่มเทให้กับครอบครัวจริงๆ อย่าเพิ่งเลิกมองหาความสำเร็จหรือความรับผิดชอบก่อนถึงเวลาที่จำเป็น   "อย่าออกจนกว่าคุณจะออก" คือไม่ควรคิดเรื่องการลาออกจนกว่าจะจำเป็นต้องออกจริง ๆ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อใดที่ผู้หญิงเริ่มคิดว่าอยากมีลูก ผู้หญิงก็มักจะเริ่มคิดถึงการเผื่อพื้นที่ในชีวิตให้ลูก และนับจากจุดนั้นเธอก็จะ "ถอย" จากหน้าที่การงาน ไม่มองหาการเลื่อนขั้น ไม่ขานรับความท้าทายใหม่ ๆ จากที่ศึกษาประวัติของเธอ ยอมรับเลยค่ะว่าชอบในแนวความคิดของเธอ และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า องค์ประกอบสำคัญของชีวิตที่ทุกคนควรใส่ใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความสำเร็จในหน้าที่การงาน นั่นคือ "ครอบครัว" หน่วยที่เล็กที่สุดแต่สำคัญมากที่สุด สิ่งที่เราเห็นได้ชัดและเชิดชูคือ เธอเจ๋งจริง เธอไม่เคยมีความกลัวในหัวสมองเลย เชอริล แซนด์เบิร์ก  เธอคือบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลกเห็นว่า “ผู้หญิงเก่งและแกร่ง” นั้นมีรัศมีมากแค่ไหน " อย่าให้ความกลัวมาอยู่เหนือความปราถนาในใจ " "Don't let your fears overwhelm your desire" …เพราะคุณไม่มีทางรู้จักความสามารถที่แท้จริงของตัวเองได้เลย…หากไม่ลุกขึ้นมาลองสักตั้ง - เชอริล แซนด์เบิร์ก - เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team ขอบคุณภาพประกอบจาก...forbes.com

ฮือฮา !! อีก 15 ปี สมองมนุษย์จะเชื่อมอินเตอร์เน็ตได้โดยตรง
ระบบไฮบริด /  สมอง / 

ผอ.วิศวกรกูเกิล ทำนาย ในอนาคตสมองของมนุษย์ จะสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยตรง ผ่าน 'หุ่นยนต์ขนาดจิ๋ว' วันนี้ (4มิ.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'ดิ อินดิเพนเดนท์' รายงานเรื่องราวสุดฮือฮา กรณีที่ เรย์ เคิร์ซเวล นักประดิษฐ์และผู้อำนวยการด้านวิศวกรรมจากบริษัท 'กูเกิล' เว็บไซต์เซิสเอนจิ้น อันดับ 1 ของโลก เปิดเผยวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในปี 2573 สุดล้ำจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้จริงในอนาคต รายงานระบุว่า เรย์ เคิร์ซเวล เปิดเผยถึงเทคโนโลยีที่มีระบบชื่อว่า 'สมองไฮบริด' หลายๆท่านอาจจะคุ้นเคยกับคำศัพท์ดังกล่าวในการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เจ้าสมองไฮบริดนี้ จะมีลักษณะในการฝัง หุ่นยนต์ขนาดจิ๋ว ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเส้นผม ที่ฝังเข้าไปในสมองของมนุษย์ และทำหน้าที่คล้ายคอมพิวเตอร์ หรือ สมาทโฟน ในการสั่งการ และเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้โดยตรง เพียงแค่สมองคิด ข้อมูลก็จะส่งตรงถึงหน่วยความจำภายในสมอง ยังไงอย่างนั้น ซึ่งหากทำได้จริงนั้น เราจะสามารถใช้สมองค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้ในทันที และอาจมีความสามารถในการกักเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์แบบไม่ต้องพกพาอะไรให้วุ่นวายอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เรย์ เคิร์ซเวล ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ที่สามารถพยากรณ์ความเคลื่อนไหวในวงการเทคโนโลยีได้อย่างแม่นยำ และส่วนใหญ่สิ่งที่เขาทำนายไว้ล่วงหน้าจะประสบความสำเร็จ กลายเป็นความจริงได้ในเวลาหลังจากนั้น เห็นได้จากตัวอย่างเมื่อ พ.ศ.2533 ที่เขาเคยทำนายไว้ว่า คอมพิวเตอร์จะสามารถโค่นแชมเปียนโลกเกมหมากรุกฝรั่ง และผลปรากฏว่าหลังจากนั้น 8 ปี คำทำนายของเขาก็กลายเป็นจริง เนื่องจากในปี 2541 คอมพิวเตอร์นามว่า 'ดีพ บลู' ของไอบีเอ็มสามารถโค่นแกร์รีย์ คาสปารอฟ แชมเปียนโลกลงได้ MThai News ที่มา  independent

เผยโฉม!!10เจ้าของสื่อผู้ทรงอิทธิพลที่สุด
ผู้ทรงอิทธิพล /  สื่อออนไลน์ / 

"สื่อ" ผู้ทรงอิทธิพล ในยุคสมัยที่ข่าวสารเดินทางได้อย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที ผ่านทางสื่อรูปแบบต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างเว็บไซด์ และแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ที่มีผู้ใช้บริการอยู่ทั่วทุกมุมโลก  มาดูกันว่า ใครคือ เจ้าของสื่อดังที่เราคนไทยใช้งาน (และใช้เพื่อความบันเทิง) กันอยู่บ้าง Google  เสิร์ชเอนจินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง : 1. Sergey Brin (เซอร์เกย์ บริน) ชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย ปัจจุบัน เซอร์เกย์ บรินอยู่ในตำแหน่งประธานฝ่ายเทคโนโลยีของกูเกิล 2. Lawrence Larry Page (ลอว์เรนซ์ แลร์รี เพจ) ชาวอเมริกัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Facebook  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ ให้ผู้ใช้บริการได้แบ่งปันเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งการแบ่งปันผ่านทางตัวอักษร รูปภาพ หรือวิดิโอ รวมทั้งมีลูกเล่นที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย อยู่ภายใต้การดูแลของ Facebook, Inc.ผู้ก่อตั้ง : Mark Zuckerberg (มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก)   เชื้อสายยิว – อเมริกัน  ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเฟซบุ๊ก Twitter  บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้ผู้ใช้บริการส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร เพื่อบอกเล่าเรื่อวราว หรือแจ้งข่าวสารต่างๆอยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  Twitter, Inc ผู้ก่อตั้ง  1. Meg Hourihan   2. Evan Clark Williams ชาวอเมริกัน (เป็นผู้ก่อตั้ง www.blogger.com ด้วย) 3. Jack Dorsey   (แจ๊ค ดอร์สเซย์)  ชาวอเมริกัน 4. Noah Glass (โนอา กลาส)  ชาวอเมริกัน Line Application   โปรแกรมเมสเซนเจอร์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท  NAVER Japan บริษัทลูกของ NHN Japan ผู้ก่อตั้ง  NHN Japan ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำสัญชาติเกาหลี (ผู้ก่อตั้งบริษัทคือชาวเกาหลี ชื่อ Mr.Lee Hae jin ) แต่ดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต เกม เสิร์ชเอนจิน เว็บท่า Microsoft อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Microsoft ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ผู้ก่อตั้ง  1. William Henry Bill Gates III (วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม)   ชาวอเมริกัน 2. Paul Gardner Allen (พอล แอลเลน)  ชาวอเมริกัน Yahoo อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท   Yahoo! Inc ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสัญชาติอเมริกันซึ่งประกอบไปด้วยเว็บท่า, เสิร์ชเอนจิน, Yahoo! Directory, Yahoo! Mail, Yahoo! News, Yahoo! Photos ผู้ก่อตั้ง  1. Jerry Yang (เจอร์รี่ หยาง)  ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน  2. David Filo (เดวิด ฟิโล)  ชาวอเมริกัน CNN (Cable News Network)  เครือข่ายโทรทัศน์เคเบิล ที่เสนอข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ภายใต้การดูแลของ Turner Broadcasting System (เทิร์นเนอร์บรอดแคสติงซิสเตม) หน่วยงานในเครือ Time Warner  (ไทม์วอร์เนอร์) ผู้ก่อตั้ง  Ted Turner (เท็ด เทอร์เนอร์)  ชาวอเมริกัน BBC  (British Broadcasting Corporation) อยู่ภายใต้การดูแลของ  British Broadcasting Corporation ผู้ก่อตั้ง  1. John Charles Walsham Reith, 1st  Baron Reith George Villiers  ชาวสก็อตแลนด์  2. George Herbert Hyde Villiers, 6th  Earl of Clarendon  ชาวอังกฤษ Al Jazeera (สำนักข่าว อัลญะซีเราะฮ์ หรือ แอลจะเซียรา)  สำนักข่าวอาหรับตั้งอยู่ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  Al Jazeera Media Network เจ้าของกิจการ คือ His Majesty Sheikh Hamad bin Khalifa Al Thani  (เชคฮามัด บิน คอลีฟะห์ อัลตานี) Youtube  เว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดและแลกเปลี่ยนคลิปวิดีโอผ่านทางเว็บไซต์ อยู่ภายใต้การดูแลของ  บริษัท Google Inc ผู้ก่อตั้ง   1. Chad Meredith Hurley (แชด เมเรดิธ เฮอร์ลีย์) ชาวอเมริกัน  2. Steve Chen (สตีฟ เชง) ลูกครึ่งอเมริกัน – ไต้หวัน  3. Jawed Karim (ยาวีด คาริม) ลูกครึ่งอเมริกัน – เยอรมัน  ทีม MThai Inter MThai news

สาวทรงโต ถกเสื้อโชว์อก สร้างแลนด์มาร์คหวังโผล่ 'Google maps'
Google Map /  ถกเสื้อ / 

สาวใหญ่ใจกล้า หวังให้ตัวเองปรากฏอยู่บน โปรแกรมแผนที่ของเว็บไซต์กูเกิล ลงทุนถกเสื้อโชว์เต้าข้างถนน วานนี้ (31 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ เผยแพร่เรื่องราวของสาวใหญ่ใจกล้า 'คาเรน เดวิส' วัย 38 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในพอร์ทพิรี ประเทศออสเตรเลีย เธอคือผู้รักการผจญภัย และหวังว่าเธอจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จึงทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดขึ้น โดยคาเรนทราบว่าจะมีการเก็บภาพถ่ายจากมุมสูง ในการจัดทำแผนที่ โดย กูเกิล สตรีท เธอจึงเดินออกมาด้านหน้าถนน พร้อมทั้งถกเสื้อของเธอ ซึ่งเผยให้เห็นทรวงอกไซต์ยักษ์ของเธอ พร้อมทั้งโบกไม้โบกมือ อย่างไรก็ตามหลังจากเธอตัดสินใจทำเช่นนั้น ส่งผลให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ แต่เธอตอบกลับคนพวกนั้นไปว่า พวกเขาช่างใจแคป และไม่มีความสุขกับเรืองร่างของตัวเองเอาซะเลย MThai News ที่มา Metro

12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มันเจ๋งมาก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

เขาว่ากันว่า เราจะมีความสุขมากเวลาเราได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ได้ทำงานในสายงานที่ตัวเองรัก แล้วยิ่งถ้าบริษัทนั้นดูแลพนักงานดี บุคคลากรดี สิ่งแวดล้อมดี ชีวิตพนักงานคงจะมีความสุขมากๆเลยหล่ะ วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ลองไปดูกันหน่อยเพื่อนๆ จะชอบที่ไหนกันบ้าง ^^ 12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มันเจ๋งมาก!  12 ออฟฟิศที่น่าทำงานที่สุดในโลก มันเจ๋งมาก! 1. Selgas Cano Architecture Office สตูดิโอสถาปัตยกรรมเซลกาส คาร์โน บริษัทสถาปนิกตั้งอยู่ในกรุงแมดดริด (Madrid) ประเทศสเปน ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ ทำให้รู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่ง ผ่อนคลายเหมือนได้อยู่กลางป่าเขาธรรมชาติจริงๆ แบบนี้ยิ่งทำให้พนักงานมีไอเดีย สมาธิสร้างสรรค์งานได้ดีขึ้นไปอีกด้วย ^^ 2. Google ใครๆ ก็รู้จักกันดี! นิตยสาร Fortune จัดอันดับให้ Google (กูเกิล) เป็นบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลกประจำปี 2014  อีกทั้งยังครองอันดับหนึ่งมากถึง 5 ปีและอยู่ในอันดับต้นๆ ของบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในโลกมานานถึง 7 ปีแล้ว ถ้าถามว่าทำไม กูเกิล ถึงเป็นที่ที่คนอยากทำงานด้วยมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะกูเกิลให้ความสำคัญกับพนักงานของเขามาก  Google พยายามจะสร้างสวัสดิการในรูปแบบใหม่ๆ ให้กับพนักงานของตัวเอง, โอกาสที่จะเติบโตในสายอาชีพที่ Google มีไม่จำกัด รวมไปถึงแหล่งความรู้ในการพัฒนาตัวเองสำหรับสาขาอาชีพต่างๆ ด้วย แม้แต่พนักงานที่ลาออกจาก Google ไปแล้วก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากการมี Google อยู่ในเรซูเม่ของตัวเองได้, อีกเหตุผลที่ทำให้พนักงาน Google รักงานของพวกเขา ก็คือการได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ 3. Inventionland Design Factory Inventionland Design Factory นี้ขอบอกเลยว่าน่ารักมาก!  ตั้งอยู่ใน พิตต์สเบิร์ก (Pittsburgh), รัฐเพนซิลเวเนีย (Pennsylvania) สหรัฐอเมริกา และถ้าถามว่าที่นี่ออกแบบอะไร เพื่อนๆ จะต้องกรี๊ดกันแน่นอน เพราะ Inventionland Design Factory แห่งนี้ ฃจะคอยออกแบบสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ของ Disney นั่นเองค่ะ ตกปีละ  2,000-2,400 ชิ้นเลยทีเดียว >,< โดยการออกแบบของที่นี่สร้างสรรค์และน่ารักสุดๆ ดูเหมือนสวนสนุกมากกว่าออฟฟิศซะอีก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานอยู่บนเรือโจรสลัด, บ้านต้นไม้ รวมถึงธีมในโซนต่างๆ แบบนี้ยิ่งทำให้พนักงานทำแล้วยิ่งมีความสุข มีไอเดียสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาเยอะเลย ^^ 4. Dropbox บริษัทยักษ์ใกญ่ที่บริการซิงก์และฝากไฟล์ข้อมูลแบบออนไลน์ จัดเก็บและแบ่งปันแฟ้ม และโฟลเดอร์ร่วมกับคนอื่น หรือคนในองค์กรเข้ามาใช้งานด้วยกันโดยสามารถเข้าถึงแฟ้มข้อมูลต่างๆได้เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต 5. Airbnb Airbnb ก่อตั้งขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 2008 ในซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย Airbnb เป็นตลาดชุมชนที่เชื่อถือได้สำหรับลงประกาศ ค้นหา และจองที่พักที่ไม่เหมือนใครทั่วโลก ไม่ว่าจะด้วยวิธีการออนไลน์หรือจากโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นอพาร์ทเมนท์หนึ่งคืน ปราสาทหนึ่งสัปดาห์หรือวิลล่าหนึ่งเดือน Airbnb เชื่อมโยงคนกับประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใคร ที่ราคาใดก็ตามในมากกว่า 34,000 เมืองและ 190 ประเทศ และด้วยบริการลูกค้าระดับโลกและชุมชนผู้ใช้ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ Airbnb เป็นวิธีง่ายที่สุดให้คนมีรายได้จากที่พักของพวกเขาและแสดงที่พักให้คนหลายล้านคนเห็น 6. Facebook เฟสบุ๊ค สื่อโซเชียลที่คนทั่วโลกใช้ในชีวิตประจำวัน เหมือนเป็นอีกหนึ่งช่องทางการติดต่อสื่อสาร รับรู้ข่าวสารของคนที่เล่นทั่วโลกซะด้วย! ก่อตั้งโดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก สำนักงานใหญ่ของเฟสบุ้ค ตั้งอยู่ที่ Palo Alto, California ออกแบบโดย Studio O+A ในซานฟรานซิสโก โดยนำเอาห้องแลปเก่าที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1960 มาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง นักออกแบบยังคง เฟอร์นิเจอร์ และความเป็นแลปไว้ในหลายๆส่วน ซึ่งก็เข้ากับ ความเป็น เฟสบุ้ค ได้ดี สำนักงานแห่งนี้ได้เริ่มเปิดใช้งานประมาณปลายปี 2009 การออกแบบสำนักงานแห่งนี้ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่เน้นให้เกิดการเชื่อมโยง การปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้สมกับที่เป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 7. Nokia หากย้อนไปในยุคก่อนๆ โทรศัพท์ยอดฮิตของวัยรุ่นและคนทั่วโลก ก็ต้องแบรนด์นี้เท่านั้น เพราะทั้งอึดทน รวมถึงดีไซน์ตอนนั้นมีหลากหลาย แถมราคาแพงว่าไอโฟนในยุคนี้เสียอีก เพื่อนๆ รู้ไหมว่าความจริงแล้วบริษัทนเกีย มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 149 ปีเลยทีเดียว อีกทั้งโนเกียไม่ได้เริ่มจากมือถือซะด้วย โนเกียเปิดกิจการในปี 1865 ในฐานะการทำโรงเลื่อยไม้ และจ่อมาเริ่มใช้ชื่อ "โนเกีย" ครั้งแรกพร้อมกับจดทะเบียนบริษัทในปี 1871 จากนั้นเส้นทางของโนเกียก็ต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย ไม่ว่าจะเอาตัวรอดผ่านสงครามโลกสองครั้ง, ภาวะเกือบล้มละลายหลายครั้ง รวมถึงทำธุรกิจหลากหลายตั้งแต่ยาง สายเคเบิล กระดาษ รองเท้า ยุทโธปกรณ์ (เช่น หน้ากากป้องกันแก๊ส) พลาสติก เคมีภัณฑ์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม และคอมพิวเตอร์ (โนเกียเคยขายคอมพิวเตอร์มาก่อนในยุค 80s แถมยังเคยทำจอภาพ CRT/LCD ก่อนขายให้ ViewSonic) ต่อมาช่วงปลาย 80 โนเกียประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักในธุรกิจทีวี ถึงขนาดซีอีโอฆ่าตัวตายในปี 1988 และนั่นคือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโนเกียคือปี 1992 ซีอีโอคนใหม่ ตัดสินใจเลิกทำธุรกิจทุกอย่าง แล้วหันมาทุ่มให้ "โทรศัพท์มือถือ" เพียงอย่างเดียว นับจากนั้นเป็นต้นมา ยุคทองอันยาวนานของโนเกียก็เริ่มต้นขึ้น แต่ทว่าเกือบ 20 ปีหลังจากนั้น มันก็สิ้นสุดลง 8. Urban Outfitters เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1970 ตั้งอยู่ที่ ฟิลาเดลเฟีย, รัฐเพนซิลเวเนีย, อเมริกา เป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าสไตล์วัยรุ่นอเมริกัน ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมือง เป็นสินค้าประเภท apparel หรือเครื่องนุ่งห่ม ไม่ใช่สินค้าแบบ luxury หรือสินค้าฟุ่มเฟือยแบบที่แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสกุลยุโรป มีทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย โด่งดังเป็นที่รู้จัก มีร้านค้าทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ และที่ทำให้คนทั่วโลกติดใจในแบรนด์นี้คือ เรียบง่าย แต่ใช้งานสะดวกและมากด้วยคุณภาพ สินค้าชื่อดังของแบรนด์นี้ก็คือสินค้าพวกเสื้อยืด T short ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตเอ๊กซ์ตรีมแบบวัยรุ่น นอกจากนี้ยังมีพวกเสื้อกล้าม (Thunk top) และพวกกางเกงยีนส์ ทั้งแบบเดฟ และแบบอื่นๆ ซึ่งเป็นที่นิยมของขาร็อกขาฮิปอย่างมาก ช็อปของ urban outfitter สามารถพบได้ทั่วไปตามเมืองใหญ่ๆของสหรัฐ ด้วยค่าตัวที่ไม่สูงมากนัก ประกอบกับคุณภาพที่สูงแบรนด์นี้จึงได้รับความนิยมทั้งในและนอกอเมริกาเป็นอย่างมาก 9. Lego Lego ถือเป็นบริษัทของเล่นเด็กที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกแซงหน้าบริษัทอเมริกันอย่าง Mattel (ผู้ผลิตบาร์บี้) ซะอีก Lego ถือกำเนิดมาในปี 1932 โดยชาวเดนมาร์กชื่อ Ole Kirk Kristiansen ปัจจุบันบริษัทอยู่ในการดูแลของคนรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นหลานปู่ของผู้ก่อตั้งบริษัท Lego เติบโตมาเรื่อยๆ จากการทำของเล่นเด็กที่ทำจากไม้ จากนั้นก็ขยับมาทำด้วยพลาสติกและพัฒนามาเป็น Bricks หรือตัวต่อที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน ตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัทเติบโตมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงปี 1998 ขาดทุนย่อยยับ จึงทำให้ Lego ต้องปลดพนักงานถึง 1,000 คน และประสบกับการขาดทุนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บริษัท เมื่อใกล้เจ๊ง Lego ก็เปลี่ยนผู้บริหารใหม่  ได้ย้อนกลับมามุ่งเน้นนวัตกรรมในพื้นฐานที่มีความเป็น Lego จริงๆ มากขึ้นหันมาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์พื้นฐานหลักของ Lego  และก็แนวคิดดังกล่าวก็ทำให้ Lego ประสบความสำเร็จ และสามารถทวงความเป็นบริษัทของเล่นอันดับหนึ่งของโลกกลับมาได้อีกครั้ง 10. Zynga Zynga บริษัทเกมส์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งโดย Mark Pincus ที่ผลิตเกมส์ฮิตอย่าง Farm Ville ให้เราได้เป็นชาวสวนปลูกผักกันอยู่ทุกวัน! นอกจากนี้ยังมี ยังมีเกม CityVille และ Mafia Wars รวมถึง Words With Friends เป็นต้น 11. White Mountain Office ตกแต่งโดยบริษัทออกแบบที่ชื่อว่า Albert France Lanord Architects เสร็จในปี 2008 ตั้งอยู่ที่สต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน White Mountain นั้นทำงานเกี่ยวกับให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตสำหรับชาวสวีเดน ซึ่งภายในเหมือนเราอยู่ในถ้ำหิน อวกาศ การตกแต่งออฟฟิศให้โดดเด่นด้วยธีมอลังการแปลกๆ แบบนี้ ถือเป็นการสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ ความสนุกสนาน และตื่นเต้นเร้าใจ กระตุ้นให้พนักงานทำงานกันอย่างมีความสุขได้ดีทีเดียว ^^ 12. Pallotta Teamworks บริษัทที่ทำธุรกิจแนวช่วยเหลือสังคม การระดมเงิน ตั้งอยู่ในลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย บริษัทแห่งนี้ไม่มีงบประมาณในการสร้างบริษัทมากมายเหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่ที่อื่นๆ จึงทำให้ที่นี่น่าสนใจเข้าไปอีก ซึ่งนักออกแบบจึงมีความคิดที่จะสร้างบริษัทด้วยตู้คอนเทนเนอร์ต่อกันเป็นชั้นๆ และตกแต่งเฟอร์นิเจอร์แบบเรียบง่ายแต่สวยงาม ดูสบายตา รวมถึงทาสีที่ตู้คอนเทนเนอร์ด้วยสีสันสดใสซะด้วย ^^ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล www.boredpanda.com , thumbsup.in.th, iurban.in.th,www.blognone.com

ไบโอสโคป ฉบับกรกฏาคม58 ‎Cannes2015 Issue
BIOSCOPE‬ /  กรกฏาคม 2558 / 

นิตยสาร ไบโอสโคป ฉบับ 162 ของเดือนกรกฏาคม 2558 ‎Cannes2015 Issue‬ ปก รักที่ขอนแก่น หนังไทยเพียงเรื่องเดียวที่ได้รับเลือกให้ไปฉายอย่างเป็นทางการใน คานส์ 2015 ในเล่มมีเนื้อหาอะไรบ้าง ลองพลิกกันดูคร่าวๆ - จับกระแสเทรนด์ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับหนังจากทั่วโลก กับเซ็กชั่น Wide, Wild World เปิดหัวด้วยนวัตกรรมใหม่จากกูเกิล กับ Google Spotlight Stories โปรเจ็กต์ทดลองสร้างหนังสั้นมุมมอง 360 องศา ที่สามารถรับชมผ่านโปรแกรมในสมาร์ทโฟนได้ - The Anniversary กับ 20 ปี ของ Clueless หนังวัยรุ่นที่ฉีกภาพจำอันแสนจำเจของหนังแนวนี้ในยุค 90 ให้ฉลาดและจิกกัดความกลวงโบ๋ของวัยรุ่นที่ผูกติดกับวัตถุนิยมได้อย่างเจ็บคัน - พูดคุยกันแบบมันๆ ถึงแนวคิดการทำหนังอันวาบหวิว ของสองผู้กำกับหนังเกย์กระแสแรง กอล์ฟ - ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ และ นุชชี่ - อนุชา บุญยวรรธนะ ใน ไทยสนทนา ‘คืนนั้นสีน้ำเงิน ว่าด้วยความเสียวไส้และไออารมณ์ โดย กอล์ฟ และนุชชี่’ - สำรวจแรงบันดาลใจสำคัญของผู้กำกับชาวญี่ปุ่นที่เรารัก ผ่านหนังเรื่องล่าสุดของเขา Our Little Sister ในสกู๊ป ‘เธอคือแรงบันดาลใจ ผู้หญิงในชีวิตคนทำหนังของ ฮิโรคาสุ โคเระเอดะ - เปิดหัวเซ็กชั่น Cannes 2015 Exclusive ด้วยบทสัมภาษณ์สุดพิเศษแสนเป็นกันเองจากคนทำหนังที่เราคุ้นเคย เจ้ย – อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล และคนรู้ใจของเขา ทีม – ชัยศิริ จิวะรังสรรค์ กับชีวิตและมุมความรักที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหน ใน Interview ‘เชิงเขานี้มีความรัก’ โดย นคร โพธิ์ไพโรจน์ - Art of Screenwriting พบกับหนังสุดคลั่ง Mad Max : Fury Road และการเขียนบทหนังโดยใช้สตอรี่บอร์ดล้วนๆ ของ จอร์จ มิลเลอร์ โดย ชายธี นี่เพรยงเนื้อหาบางส่วน ในเล่มยังมีอีกเพียบ วางแผงแล้ว ทั้งแผงหนังสือทั่วไป และใน เอ็มบุ๊คสโตร์

ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่
Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) /  กูเกิ้ล / 

Google ปรับโฉมดูเดิลใหม่ ต้อนรับฟุตบอลโลก (World Cup 2014) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เสิร์จเอ็นจิ้นดัง "กูเกิล" ปรับโฉม "ดูเดิล" ต้อนรับ "ฟุตบอลโลก" เปลี่ยนโลโก้เป็น "ภาพการ์ตูนสุดเก๋ มีลูกฟุตบอล ชายหาด รวมทั้งรูปปั้นพระเยซูคริส์อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศบราซิล" พร้อมค้นหาข้อมูลฟุตบอลโลก โดยอัตโนมัติ นับได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำสำหรับเว็บไซต์เสิร์จเอ็นจิ้นชื่อดัง "กูเกิล" อยู่แล้ว ที่จะมีการปรับโลโก้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ตามเทศกาลต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า "ดูเดิล" สำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก เวิลด์ คัพ 2014 ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 20 แล้ว โดยมีประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ ซึ่งก็นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ของบราซิลแล้วล่ะที่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอย่างนี้ หลังจากที่เคยเป็นเจ้าภาพไปครั้งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ โดยจะจัดแข่งขั้นใน 12 เมืองทั่วบราซิล MThai News

India in a Day! เรื่องราวที่ดินแดนภารตะอยากเล่าให้โลกฟัง
Anurag Kashyap /  film / 

ครั้งหนึ่งกูเกิลเคยสร้างปรากฏการณ์ทำภาพยนตร์สารคดีในชื่อว่า Life in a Day อันเป็นภาพยนตร์สารคดีที่สร้างขึ้นจากการรวบรวมวีดิโอของสมาชิกเว็บไซต์ยูทูปซึ่งมีความยาวกว่า 4,500 ชั่วโมง จากผู้คน 192 ประเทศทั่วโลก นำมาตัดต่อกลายเป็นภาพยนตร์สารคดีความยาว 90 นาทีเต็ม บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั่วโลกในวันที่ 24 กรกฎาคม 2010 และภาพยนตร์สารคดีในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งที่อินเดียในชื่อ India in a Day ภาพยนตร์สารคดีนี้ว่าด้วยเรื่องราวของอินเดียในยุคใหม่ อินเดียที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝัน เมื่ออินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต อันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2015 จากคลิปวีดิโอกว่า 8,000 เรื่องราว ความยาวกว่า 100 ชั่วโมง จะถูกรังสรรค์ให้กลายเป็นสารคดีที่น่าตื่นตาและตื่นใจ ภายใต้การกำกับโดย Richie Mehta และผลิตเป็นภาพยนตร์โดย Ridley Scott และ Anurag Kashyap ซึ่งจะลงให้ชมฟรีในยูทูปภายในปี 2016 จากตัวอย่างกว่า 3 นาทีนี้ เราจะได้เห็นเพลง การจราจร และงานเทศกาลต่าง ๆ มากมาย แต่จะโฟกัสไปที่คนสามคน เริ่มจากเด็กผู้ชายที่ใช้ไวไฟของเพื่อนบ้าน ผู้ชายที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นในบ้านที่ล้อมรอบไปด้วยนาข้าว และคนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เพียงคนเดียวของหมู่บ้าน หากใครสนใจเรื่องราวของอินเดียแล้วล่ะก็ภาพยนตร์สารคดีชิ้นนี้จะเป็นสิ่งที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นอินเดียในเวลานี้ได้ชัดเจนที่สุด ดูบทความต้นฉบับ : Google's 'India in a Day' is a film by and about Indians

'อัลฟาเบต' บริษัทแม่ของกูเกิล ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดในโลก
Alphabet /  Apple / 

อัลฟาเบต บริษัทแม่ของกูเกิล ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกแซงหน้ายักษ์ไอทีอย่าง Apple อัลฟาเบต (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล ขยับขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาด หรือ Market Value สูงสุดในโลก แซงหน้ายักษ์ไอทีอย่าง แอปเปิล (Apple) ที่ครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงการขยายเวลาซื้อขาย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังอัลฟาเบตเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ของบริษัท ที่สะท้อนว่าตลาดโฆษณาดิจิทัลเติบโตอย่างแข็งแกร่งสวนทางกับค่ายแอปเปิล เจ้าของแบรนด์ไอโฟน ที่เผชิญกับการชะลอตัวเป็นครั้งแรก โดยยอดขายไอโฟนเพิ่มขึ้นน้อยสุดนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 8 ปีก่อน อัลฟาเบต ทำกำไรในไตรมาสล่าสุดได้ 4 พัน 900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 1 แสน 7 หมื่นล้านบาท จากรายได้รวม 2 หมื่น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 7 แสน 6 หมื่นล้านบาท ส่วนกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 8.67 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือราว 312 บาท สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 8.10 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือราว 291 บาท ด้วยแรงซื้อของนักลงทุนดันราคาหุ้นอัลฟาเบตขยับขึ้น 35.73 ดอลลาร์ หรือราว 1 พัน 286 บาท คิดเป็นร้อยละ 4.6 แตะระดับ 806.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น 2 หมื่น 9 พัน 34 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของอัลฟาเบตอยู่ที่ 5 แสน 5 หมื่น 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 20 ล้านล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดของแอปเปิลอยู่ที่ 5 แสน 3 หมื่น 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 19 ล้าน 1 แสนล้านบาท MThai News

ท้าทาย Google! ซลาตัน ไอเดียเจ๋งเปิดเว็บค้นข้อมูลส่วนตัว
google /  กูเกิล / 

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงไม่แคร์โลกของ ปารีส แซงต์ แชร์แมง แห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศสผุดไอเดียบรรเจิดเปิดเว็บไซต์ เสิร์ช เอ็นจิน (Search Engine) รวบรวมเนื้อหาสาระเกี่ยวกับตัวเอง หลังประสบความสำเร็จตลอดอาชีพการค้าแข้ง อันเดรียส คิลแลนเดอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายครีเอทีฟ "สวีต ป็อป (SweetPop)" บริษัทแห่งหนึ่งของประเทศสวีเดน เปิดตัวเว็บไซต์ "Zlaaatan.com" เป็นเกียรติแก่ อิบราฮิโมวิช วัย 33 ปี ซึ่งแฟนคลับสามารถค้นคว้าข้อมูลต่างๆ ทางโลกออนไลน์ คิลแลนเดอร์ กล่าวผ่าน "เลอ กิป" สื่อดังแดนน้ำหอม "เสิร์ช เอ็นจินของเรา ลิงค์กับ กูเกิล แต่บุคคลที่ใช้บริการ ล้วนเป็นกลุ่มคนที่ชื่นชอบ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดังนั้นผลการค้นหาดึงเอาเฉพาะส่วนของ ซลาตัน ออกมา" "หากคุณพิมพ์คำว่า เฟอร์รารี คุณได้เรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์ เฟอร์รารี ของ ซลาตัน หรือคุณต้องการสูตรอาหาร คุณจะได้ ซลาตัน เบอร์เกอร์ ซลาตัน เป็นไอดอลคนหนึ่ง เขามีชื่อเสียงทั่วโลก นั้นคือสาเหตุที่เราเลือกเขา เราไม่ได้ขออนุญาตจากเขา ดังนั้นเราหวังว่า เขาจะมองว่าเป็นเรื่องสนุกๆ" นักท่องอินเตอร์เน็ตมากกว่า 100,000 คน เริ่มใช้ เสิร์ช เอ็นจิน (Search Engine) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว