กูเกิล

แอปเปิ้ล ครองแบรนด์มูลค่าสูงสุดของโลก ล้มโคคาโคล่า แชมป์เก่า
แบรนด์มูลค่ามากที่สุดในโลก /  แอปเปิ้ล / 

วันนี้(1 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ผลสำรวจของอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์และครื่องหมายการค้าของบริษัทธุรกิจ ในเครือออมนิคอมกรุ๊ปของสหรัฐ ซึ่งได้มีการจัดอันดับ ผลสำรวจตราเครื่องหมายสินค้าหรือแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก ประจำปี  2013 โดยระบุว่า แอ๊ปเปิล ได้ขึ้นอันดับ 1 บริษัทที่มีมูลเครื่องหมายทางการค้าสูงที่สุดของโลก แซงหน้า โคคาโคล่า แชมป์เก่าที่ตามหลังกูเกิล ที่ไต่จากอันดับ 3 ในปีที่แล้วเป็นอันดับ 2 ในปีนี้ ข้อมูลระบุว่า 5 ใน 10 บริษัทเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก เป็นบริษัทธุรกิจไฮเทค ซึ่งซัมซุงยังอยู่ที่อันดับ 8 เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วแทนอินเทล ส่วนไอบีเอ็มยังอยู่ในอันดับ 4 นอกจากนี้ยังมีผลสำรวจเกี่ยวกับจำนวนผู้กดถูกใจบนหน้าแฟนเพจพบว่า บริษัทโคคาโคล่ายังคงครองตำแหน่งแฟนเพจในหน้าเฟซบุ๊คมากสุด 73.2 ล้านไอดี นำหน้าแอ๊ปเปิลมีเพียง 9.8 ล้านไอดี และกูเกิลมี 15.1 ล้านไอดี MThai News

11 ภาพพื้นโลกที่เห็นแล้วใจหาย จาก Google Earth
ภาพถ่าย / 

11 ภาพพื้นโลกที่เห็นแล้วใจหาย จาก Google Earth กูเกิล เอิร์ธ Google Earth ได้แสดงภาพเมืองต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิศาสตร์อย่างเห็นได้ชัดจนน่าใจหาย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่นั้นเกิดจากสาเหตุของภัยธรรมชาติ ได้แก่ แผ่นดินไหว สึนามิ เฮอริเคนที่ทำลายบ้านเรือนจนเหี้ยน อุบัติภัยระเบิดของโรงงาน ที่ทำให้พื้นที่บริเวณกว้างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่การเกิดของเกาะใหม่อันเป็นผลงานที่มนุษย์สร้างขึ้น อันบ่งบอกถึงเทคโลโลยีและความเจริญ ล้วนทำให้เราเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นและแย่ลง อดคิดไม่ได้ว่าพื้นที่ๆเรากำลังยืนอยู่ปัจจุบันจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต ไม่แน่ว่าบ้านที่เราอาศัยอยู่อาจจะกลายเป็นทะเลในอีก 50 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ ลองใช้กูเกิล เอิร์ธค้นหาบริเวณที่คุณอาศัยดูสิครับ 1. วาโก้ เท็กซัสเหตุการณ์โรงงานปุ๋ยระเบิดเมื่อต้นปีทีผ่านมา ทำให้เห็นว่าระเบิดแรงแค่ไหน เพราะพื้นที่โรงงานนั้นเหี้ยนเตียนไม่มีเหลือ 2. เพนตาก้อน จากเหตุการณ์ 11 กันยา ทำให้พื้นที่โดยรอบบริเวณเพนตากอน ซึ่งเคยได้ชื่อว่าปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกลายเปลี่ยนไปตลอดกาล 3. ปอโตแปรงซ์ เฮติ เชื่อว่ายังคงจำกันได้สำหรับเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเฮติเมื่อปี 2010 ที่รุนแรงระดับประวัติศาสตร์ ความรุนแรงทำให้บ้านเรือนเสียหาย 250000 หลังคาเรือน ผู้คนจำนวนมากไร้บ้านทันตา ทำให้พวกเขาต้องมาอาศัยอยู่ในสนามกีฬาแทน 4. ซีไซด์ เฮทส์ เฮอริเคนแซนดี้เมื่อปี 2012 สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้อเมริกาเป็นจำนวนมาก จะเห็นว่าบริเวณดังกล่าวที่เป็นสวนสนุก นั้นหายไปกว่าครึ่ง ไม่ว่าจะชิงช้าสวรรค์ รถไฟเหาะ และอีกหลายอาคาร 5. มัวร์ โอกลาโฮมานี่ก็เป็นผลงานของพายุทอร์นาโดที่คร่าชีวิตคนไปจำนวนมาก ที่สำคัญบ้านเรืองที่เรียงรายเป็นรูปสวยก็เหลือแค่ซากปรักหักพังที่ชวนให้เห็นถึงความน่ากลัวของพายุ 6. นิว ออลีนส์ เฮอร์ริเคนแคทรีนา เมื่อปี 2005 ยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวอเมริกันอย่างเหนียวแน่น เพราะมันสร้างความเสียหายสาหัส และเปลี่ยนเมืองนิว ออลีนส์ไปอย่างสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่าขนาดสนามกีฬาซูเปอร์โดมของเมืองนั้นเหวอะหวะไม่มีเหลือ 7. แมนฮัตตัน หลังจากเหตุการณ์ 9/11 ที่ทำให้ตึกเวิล์ดเทรดที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลกพังถล่มไม่มีชิ้นดี พื้นที่บริเวณนั้นจึงเหลือแค่พื้นที่โล่งๆไว้ให้คิดถึงอดีตเท่านั้น 8. ดูไบ การเติบโตของเมืองดูไบ UAE นั้นเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก จากเดิมที่เป็นแค่ทะเลทราย แต่ปัจจุบันกลายเป็นเมืองแห่งความร่ำรวยและความเจริญ โดยเฉพาะการถมทะเลเป็นเกาะขึ้นมา 9.จ๊อพพลิน มิสซูรี ทอร์นาโดเมื่อปี 2011ทำลายที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนกว้าง หนึ่งในนั้นคือเขต จ๊อพพลิน มิสซูรี 10. ซันริกุ ญี่ปุ่น จะข้ามส่วนนี้ไปไม่ได้ เมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิของญี่ปุ่นเมื่อปีกลายนั้นทำลายญี่ปุ่นอย่างสาหัส พื้นที่ดังกล่าวกลายนั้นถูกกลืนหายไปเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะส่วนที่ยื่นไปในทะเล และ บนพื้นดินก็โดนน้ำทะเลบุกทำลายล้างจนแทบไม่เหลือ 11. ลาสเวกัส นี่ไม่ใช่ความเสียหาย แต่เป็นความเจริญของเมืองลาสเวกัสในช่วง 50 ปี จากแต่กอนที่เป็นทะเลทราย และพื้นที่เหี้ยนเตียน มีถนนแค่สองสาย แต่ปัจจุบันกลายป็นเมืองที่โตเร็วที่สุดเมืองหนึ่งของอเมริกาในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 จนกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านช่อง และไม่เหลือเค้าเดิมเลย ขอบคุณ Mashable บูเนชาส ประเพณีแปลงหญิงเป็นชาย บูเนชาส ประเพณีแปลงหญิงเป็นชาย ในโลกปัจจุบันที่ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกกลืนไปกับกระแสโลกาภิวัตน์ บาง วัฒนธรรม ยังคงดำเนินต่อไ … เละ! ภาพหลังชกของนักมวยเด็กสุดเสียว เละ! ภาพหลังชกของนักมวยเด็กสุดเสียว นักมวย ถือเป็นอีกอาชีพที่ไม่ใช่เพียงแต่ต้องการความอดทนและไหวพริบเช่นเดียวกับกีฬาอื่นๆ แต่ยัง … ศิลปะ 'ผู้ชายก็ร้องไห้เป็น' เผยอีกด้านของความเป็นชาย ศิลปะ 'ผู้ชายก็ร้องไห้เป็น' เผยอีกด้านของความเป็นชาย ศิลปะ เชื่อว่าลูกผู้ชายทุกคนถูกสั่งสอนและเลี้ยงดูให้เข้มแข็งและแสดงออกอย่างท … เป๊ะ! ซิกส์แพคสาวๆ ที่เล่นเอาหนุ่มๆยังอาย เป๊ะ! ซิกส์แพคสาวๆ ที่เล่นเอาหนุ่มๆยังอาย ฟิตเนส ในขณะที่สาวๆแทบทั้งโลกอยากมีหน้าท้องแบนราบ หน้าอกตู้ม ต้นขาเรียวเฟิร์ม ก็มีผู …

Review: Nexus 4 อัญมณีอันบริสุทธิ์ แห่งแดนดรอยด์ !!
Nexus 10 /  Nexus 4 / 

  Nexus 4 เปิดตัวพร้อมๆ กับ Nexus 10 ไปเมื่อไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา จุดเด่นคงไม่ต้องสาธยายอะไรมาก เพราะมันเองก็คว้าตำแหน่ง สุดยอดสมาร์ทโฟน สาขาโอเอสยอดเยี่ยม แห่งปี 2012 ไปด้วยความเป็นเพรียวโอเอส   ที่หากคุณเล่นแอนดรอยด์ คงจะพอทราบดีว่า อาการดีไวซ์ลูกรักของกูเกิล ได้อัพเดทอะไรก่อนชาวบ้านนั้นสร้างความรู้สึกอบอุ่นได้มากมายขนาดไหน?  เมื่อหันมามองเรื่องสเปกของ Nexus 4 ก็ใกล้เคียงกับ Optimus G เพราะทั้งสองเป็นแฝดคนละฝา ลูกหม้อจากแอลจีเช่นเดียวกัน     หลังการเปิดตัวไปนั้น เน็กซัส 4 กระแสตอบรับดีมาก ด้วยการเปิดราคาบน Google play ไว้เพียง 9,000 บาท ก่อนแฟนคลับจะใจสลาย เมื่อมันจำหน่ายในราคาจริงทั้งยุโรป กลับเขยิบไปสูงระดับเรือธงอื่นๆ  แต่ก็ยังหวังว่าเมื่อมันปล่อยสู่ตลาดในบ้านเราจะสามารถเอื้อมมือคว้า ในราคาไม่เจ็บตัวมากนัก   ซึ่งทางแอลจีก็วางจำหน่ายเน็กซัส 4 ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา และราคากับความเป็นเพียวแอนดรอยด์โอเอสนั้น ถือว่าไปด้วยกันได้ ส่วนจะมีอะไรน่าติดตามอีกบ้างนั้น มาสัมผัสกับตัวจริงเสียงจริง ไปด้วยกันเลยดีกว่า .   Spec Hand-on   ซีพียู 4 คอร์ Snapdragon S4 1.5GHz แรม 2GB พร้อมหน่วยความจำ 16GB หน้าจอ 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 768 ( 320 ppi ) หน้าจอใช้เทคโนโลยี G2 +  Gorilla Glass 2 กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล HD+ แบตเตอรี่ 2,100 mAh Li-Polymer รองรับ 3G , HSPA+ ,Wireless Charging , NFC Android 4.2  Jelly bean     เน็กซัส 4  เริ่มต้นด้วยบอดี้ ขนาดหน้าตักกว้าง  68.7 มิล ความหนา 9.1 มิล สิ่งที่ทำให้นึกถึงตระกูลเน็กซัส ตั้งแต่รุ่นแรก คือ ความโค้งมนโดยรอบ และสัมผัสของหน้าจอที่กำลังพอเหมาะพอดี ที่ 4.7 นิ้ว เป็น WXGA ความละเอียด 1280 * 768 พิกเซล 320ppi     และจุดเด่นด้านหลังเป็น เนื้อโลหะอาบกระจก Gorilla Glass 2 ตัวอักษร Nexus สีเงินเรืองรอง ฝังอินเนอร์โดยรอบ สะท้อนแสงแล้วระยิบระยับ เปล่งพลังปริศนาชวนหลงไหล   ด้านหน้าจอ ไล่ลงมาจากส่วนบน เป็น ไมโครโฟน ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิล กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล HD+ ส่วนท้ายเป็น ช่อง micro usb และไมโครโฟน อีก 1 ตัว   ด้านซ้ายบนเป็นปุ่ม Volume และ ถัดมา คือ ช่องใส่ไมโครซิม ส่วนด้านขวานั้นเป็นปุ่ม power ด้านหลังพบโลโก้ค่าย และเน็กซัส ถัดขึ้นไปเป็นกล้อง 8 ล้านพิกเซล งานโอเอสของเน็กซัส 4 มากับ  Android 4.2  Jelly bean รูปแบบการปรับแต่งโฮมสกรีน ที่เพิ่มรายละเอียดได้มากขึ้น ทั้ง widget ล๊อกสกรีน หรือ Gesture Typing แบบ Swipe สำหรับพิมพ์งานได้สะดวกขึ้น     การทำงานร่วมกับตัวระบบปฏิบัติการณ์ ยังคงไว้ซึ่ง 3 ปุ่ม LED เมนูหลัก บนหน้าจอ ทั้ง ย้อนกลับ  เข้าหน้าโฮม และแอพที่ใช้งาน เพื่อรองรับการทำงานแบบมัลติทาสก์ รูปแบบการซ้อนของตัวแอพ ด้านหลังเป็นแบรกราว   โดยส่วนตัวคิดว่า คล้ายกับระบบวินโดวส์โฟน แต่การรันแอพในหลายๆ ส่วนพร้อมกัน ทำได้ค่อนข้างไหลลื่นกว่า ซึ่งการอัดซีพียู  Snapdragon S4 1.5GHz 4 คอร์ เข้ามากับแรม 2GB น่าจะช่วยตัวโอเอสได้โขทีเดียว   การเข้าถึงระบบด้วยล๊อกสกรีน วิดเจ็ต  ลูกเล่นบน แอนดรอยด์ 4.2 ที่ทำให้การเข้าถึงเมนู หรือ ส่วนแจ้งเตือนได้ทันที แบบไม่ต้อลากปลดล๊อกก่อน รวมถึงตกแต่ง สกรีนยูสเซอร์ เช็คข้อมูลวิตเจ็ตต่างๆ ได้รวดเร็ว และโหมดถ่ายภาพที่ปัดหน้าจอได้ด้านซ้าย ก็ขึ้นมาพร้อมใช้งาน   เมื่อปลดล็อกเข้าสู่หน้าแอพพลิเคชั่น  ด้านบนเป็นส่วนแจ้งเตือน สามารถลากลงมาเพื่อเข้าถึงรายละเอียด ของเมนู อัพเดท ต่างๆ  และด้วยความเป็นเน็กซัส เพียวโอเอส คุณจะพบแต่แอพพลิเคชั่นกูเกิล เพียวๆ ไม่ยัดอะไรเข้ามาให้เลอะเทอะ  สามารถเลือกลงแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ หลังจากล๊อกอิน gmail บน google play     การใช้งานในส่วนของบราวเซอร์หลักเป็น Chrome การรันเว็บเพจ สามารถดึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และหน้าจอ 4.7 นิ้ว 1280 x 768 ในแบบ g2+ จอบางและคมชัด ตัวเลข 320ppi  ถ่ายทอดสีสันได้ใกล้เคียงเรติน่าดิสเพลย์   วิดีโอสตรีมมิ่งผ่านแอพ Youtube  ได้เลย ไม่ต้องดาวน์โหลด   SWOT ITEM   ความเป็นเพียวโอเอส ของเน็กซัส 4 ทำให้สัมผัสยูสเซอร์อินเตอร์เฟส Android 4.2 ได้แบบเนื้อๆ เต็มๆ ซึ่งเหมาะกับผู้เล่นแอนดรอยด์ทั้งแบบมือใหม่ รักสนุก ชอบลงอะไรเพิ่มเติมเองตามรสนิยม   เน็กซัส 4 ยืดหยุ่นให้กับการที่คุณไม่ต้องใช้อินเตอร์เฟส ที่หลายค่ายอัดงานโปรดักส์ชั่นโอเอส ฝั่งตัวเองเข้ามาเป็นของแถม และได้แอพบางอย่าง ที่คุณอาจจะเป็นขาประจำของเจ้าอื่นอยู่แล้ว ทำให้ตรงส่วนนี้ไม่เปลืองเนื้อที่โดยใช่เหตุ   ด้วยความที่เปิดตัวกันตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ฟีเจอร์บางอย่าง เช่น กล้อง 8 ล้านพิเซล อาจจะดูน้อยไปหากเทียบกับเรือธงที่เปิดตัวไตรมาสแรกปีนี้ แต่งานวิดีโอยังสามารถทำได้ในระดับ HD 1080P   และชื่นชมดีไซน์ ซึ่งนอกจากความงามของบอดี้แล้ว  ขนาด 4.7 นิ้ว ถือว่ากำลังดี  และดูเหมาะมือกับสาวๆ แฟชั่นนิสต้าส์ มากกว่าหนุ่ม geek ( ผู้เล่นแอนดรอยด์เพียวโอเอสส่วนใหญ่ ) จุดบอดตั้งแต่เปิดตัวของมันก็คือ ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ตามธรรมเนียมแอนดรอยด์ และอาจจะวางจำหน่ายในบ้านเราช้าไปสักนิด คือ  เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมานี้เอง .   Rate Fight   (4/5) ★★★★ Price 17,900 บาท    

เพื่อไทย ขู่ อภิสิทธิ์ ให้รีบขอโทษระวังเจอผ้าถุงอีก
ข่าวอีโง่ /  สุริยะใส กตะศิลา / 

เพื่อไทย ขู่ อภิสิทธิ์ ให้รีบขอโทษระวังเจอผ้าถุงอีก จวก สุริยะใส อย่าทำตัวถ่วงความเจริญชาติ ปมยื่นศาลตีความ กู้ 2 ล้านล้าน Mthai News วันนี้ 14 ก.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเหยื่อของการกระทำของตัวเอง เพราะพยายามสร้างปัญหาโดยการรวบอำนาจต่างๆ ไม่ยอมรับการตรวจสอบ ว่า ไม่รู้ผีเจาะปากมาพูดหรืออย่างไร พูดได้ทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ได้พูดท้องคงจะอืด ทั้งที่พูดแต่ละครั้งติดบ่วงวาทกรรมตัวเองตลอด ความจริงนายอภิสิทธิ์ถือเป็นตั้นเหตุของความขัดแย้ง บอยคอตการเลือกตั้ง ร่วมมือกับม็อบ ก่อชนวนยึดอำนาจรัฐประหาร แต่เลือกเล่าประวัติศาสตร์เฉพาะตอนตัวเองรับบทพระเอก ทั้งที่ประชาธิปไตยคือการเคารพเสียงข้างมาก แต่นายอภิสิทธิ์ไม่เคยเคารพเสียงประชาชน ดังนั้น ไม่ต้องริอ่านไปแข่งอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะแข่งกับนายสมัคร ก็แพ้ แข่งกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็แพ้ วันนี้เอาแค่ ผ่านนายเทพไท เสนพงศ์ จากพรรคเดียวกันมาให้ได้เสียก่อน จึงออกทะเล เหมือนเรือไม่มีหางเสือ อยากพูดอะไรก็พูด ไม่มีความรับผิดชอบ เหมือนกับกรณี การปราศรัยเวที เดินหน้าผ่าความจริง วัดดอกไม้ แต่ไม่ใช้ภาษาดอกไม้ แล้วไม่ยอมรับ ตอนแรกแถว่า พูดตามกูเกิล ก็ถือว่า น่าเกลียดแล้ว มาแถต่อว่า ไม่ได้ระบุชื่อใคร ถือว่าน่าเกลียดหนักกว่าเดิม คนทั้งประเทศรู้หมดว่า นายอภิสิทธิ์พูดถึงใคร และมีเจตนาอย่างไร ฉะนั้นมีทางเดียวที่เสียหายน้อยที่สุด คือการออกมาขอโทษแบบแมนๆ ถ้าไม่เช่นนั้น ก็ต้องเตรียมตัวรับผ้าถุงอีกหลายผืน เหยื่อการกระทำของตัวเองนั้น นายอภิสิทธิ์เก็บไว้ใช้เองจะดีกว่า เพราะคดีร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล และร่วมกันก่อให้ผู้อื่นพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลนั้น กำลังรอนายอภิสิทธิ์อยู่ ส่วนกรณีที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน เตรียมคำร้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท หากผ่านการพิจารณาในวาระ 2 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ และเป็นการจัดทำงบประมาณนอกกรอบงบประมาณปกตินั้น สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบพวกจอมร้องพวกนี้เพราะนอกจากนายสุริยะใสแล้ว ยังมีอีกหลายกลุ่มที่จ้องร้องตลอดเวลา แล้วถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าไม่ขัด ให้ดำเนินการต่อได้ คนพวกนี้จะรับผิดชอบอย่างไร หรือตั้งต้นร้องใหม่ อย่าสักแต่ว่าร้อง โดยไม่ดูกระแสสังคม อย่าทำตัวเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศ ทั้งที่แผนพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาท เป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้สมดุลย์และครบวงจรเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าของรัฐบาลเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ และเป็นสิ่งที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์ Mthai News

สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน
สมัครงาน /  เกร็ดความรู้

ตัวอย่างคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน ในแต่ละปี บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ไมโครซอฟท์ กูเกิล แอปเปิ้ล ทวิตเตอร์ หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆของแต่ล่ะประเทศ ขอแนะนำก่อนว่า ก่อนจะตอบคำถาม ควรหัดเป็นคนที่มีความคิดแบบ ตรรกะ การคิดนอกกรอบ การคิดสร้างสรรค์ อย่าคิดแต่อะไรเดิมๆ .... เพื่อนๆลองคิดและเขียนคำตอบลงในกระดาษดูนะคะ ข้างท้ายมีเฉลย ^^ สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน 1.บันไดเชือกยาว 3.6 เมตรถูกแขวนอยู่ข้างเรือลำหนึ่ง ระยะห่างระหว่างแต่ละขั้นคือ 30 เซนติเมตร ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นด้วยความเร็ว 10 เซนติเมตรต่อชั่วโมง จะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าบันไดขั้นที่4จะจมน้ำ ตอบก่อนดูเฉลย... 2.มีขวดไวน์อยู่หนึ่งขวด ผมใส่เหรียญลงไปในขวดไวน์ขวดนั้นแล้วปิดฝาด้วยจุกคอร์ก(จุกฝาปิดของขวดไวน์)แล้วถ้าผมให้คุณเอาเหรียญออกมา โดยที่ไม่เปิดฝาจุกคอร์ดและขวดยังอยู่ในสภาพเดิม(ขวดห้ามแตกหรือเป็นอะไร)คุณจะใช้วิธีใดนำเหรียญออกมา ตอบก่อนดูเฉลย... 3.เศรษฐีคนหนึ่งกำลังติดสินใจจะยกมรดกให้ลูกชายของเค้าคนใดคนหนึ่งในจำนวน 2 คน เค้าบอกกับลูกทั้ง 2 คน ว่าให้ขี่ม้าแข่งกันไปยังเมืองข้างหน้านี้ แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่าถ้าม้าของใครไปถึงเมืองเป็นอันดับที่สอง! เจ้าของม้าคนนั้นจะได้รับมรดกไป แต่เมื่อทั้งสองไปถึงหน้าเมืองก็ไม่มีใครยอมใครไม่ยอมขี่ม้าเข้าไปในเมืองก่อน จนวันแล้ววันเล่าผ่านไป เอ้า..คราวนี้จะทำยังไงเล่าที่จะมีใครได้รับมรดกไป ตอบก่อนดูเฉลย... 4.มีแก้วอยู่ 6 ใบ แก้วที่2ที่4และที่6 มีน้ำส้มบรรจุอยู่ในแก้ว จะทำยังไงให้น้ำส้มในแก้วเรียงติดกันได้ โดยการเคลื่อนย้ายหรือจับแก้วได้เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ตอบก่อนดูเฉลย... 5.ชาวนาคนหนึ่งจะข้ามแม่น้ำจากฝั่งนี้ไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ โดยจะน้ำเอา สุนัขจิ้งจอก ข้าวเปลือกหนึ่งกระสอบและไก่ ติดตัวไปด้วย ปัญหาคือ เรือข้ามฟากสามารถบรรทุได้เพียงชาวนากับสัมภาระได้เพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเค้ายังไม่สามารถทิ้งสุนัขจิ้งจอกไว้กับไก่ได้ เพราะจะถูกกิน และยังไม่สามารถทิ้งไก่ไว้กับข้าวเปลือกได้ เพราะข้าวเปลือกจะถูกไก่กิน แต่ข้าวเปลือกจะไม่ถูกจิ้งจอกกิน ดังนั้นจึงทิ้งจิ้งจอกไว้กับข้าวเปลือกได้ ถามว่าชาวนาจะทำยังไงในการข้ามฟากแม่น้ำนี้โดนที่สัมภาระทั้งหมดไม่มีสิ่งใดเสียหายเลย ตอบก่อนดูเฉลย... 6.1ส่วน2,2ส่วน3,3ส่วน4,4ส่วน5,5ส่วน6,6ส่วน7,7ส่วน8,8ส่วน9,9ส่วน10 ของ 1000 มีค่าเท่ากับเท่าไหร่ ตอบก่อนดูเฉลย... 7.โลกนี้มีบัตรเครดิตทั้งหมดกี่ใบ ตอบก่อนดูเฉลย... 8.มีเด็ก 2 คน กำลังเล่นม้ากระดกกันอยู่ เด็กคนหนึ่งน้ำหนัก 50 กิโลกกรัม และอีกคนหนึ่งมีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ถ้าจะทำให้ม้ากระดกมันสมดุลหรือทำให้มันขนานกัน เด็ก 2 คนนี้ต้องทำอย่างไร ตอบก่อนดูเฉลย... 9.มีการจัดแข่งขันปิงปองชิงแชมป์ระดับโลก ซึ่งมีนักปิงปองทั้งหมด 657 คน จากทั่วโลกในการร่วมชิงชัย โดยจะแข่งขันกันแบบแพ้คัดออก แต่เนื่องจากผู้เล่นทั้งหมดมีจำนวนคี่ มือวางอันดับหนึ่งของโลกจึงได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบที่สองโดยอัตโนมัติ อยากรู้ว่าจะมีการแข่งขันทั้งหมดกี่ครั้ง จนกว่าจะได้แชมป์โลก ตอบก่อนดูเฉลย... 10.ขอถามว่า คำถามอะไรยาก!ที่สุดในโลก ตอบก่อนดูเฉลย... เฉลย สุดยอดคำถามที่บริษัทระดับโลกใช้ในการคัดคนเข้าทำงาน 1.บันไดเชือกไม่จมน้ำ (จงระวังเอาไว้เมื่อเจอคำถามระดับง่ายเช่นนี้ เพราะมันจะเป็นคำถามลวงซะมากกว่า ผู้สมัครมักจะตอบผิดมาหลายรายแล้ว นั้นจึงเป็นเหตุให้เค้าไม่ผ่านในการสัมภาษณ์) 2.ดันจุกคอร์กเข้าไปในขวดแล้วน้ำเหรียญออกมา (การดันจุกคอร์กเข้าไปในขวดแล้วนำเหรียญออกมา คือวิธีการคิดนอกกรอบที่ผู้สัมภาษณ์มองหา ผู้สมัครที่เข้าใจในเรื่องนี้มีแนวดน้มที่จะสามารถนำจุดแข็งของปัญหามาแก้ตัวปัญหาเอง น่าเสียดายที่ผู้สมัครส่วนใหญ่ไม่สามารถหลุดจากกรอบความคิดเดิมๆได้ นั้นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ไม่ผ่านการสัมภาษณ์) 3.ให้ชายทั้งสองคนแลกม้ากัน แล้วไปเริ่มต้นวิ่งแข่งกันอย่างจิงจัง เพราะเงื่อนไขในคำถามมีอยู่ว่า ถ้าม้าของใครไปถึงทีหลังเจ้าของม้าคนนั้นจะได้รับมรดกไป 4.เทน้ำจากแก้วใบที่ 2 ลงไปในแก้วที่ 5 หรือ...เทน้ำจากแก้วใบที่ 6 ลงไปในแก้วใบที่ 3 (นี่คือการเคลื่อนย้ายหรือจับแก้วได้เพียงแค่ครั้งเดียว 5.ชาวนาต้องนำไก่ข้ามไปก่อน แล้วทิ้งสุนัขจิ้งจอกไว้กับข้าวเปลือก จากนั้นข้ามกลับมาเพื่อนำสุนัขจิ้งจอกข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม แล้วนำไก่ที่พาข้ามไปตัวแรกนั้นข้ามกลับมาด้วย(เพราะจะได้ไม่โดนสุนัขจิ้งจอกกิน) เมื่อข้ามกลับมาแล้ว ชาวนาต้องนำข้าวเปปลือกข้ามมาด้วย โดยทิ้งไก่เอาไว้ จากนั้นสุดท้ายชาวนาค่อยข้ามกลับมาเอาไก่ดังเดิม... 6.ตอบ100 (คำถามนี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เคล็ดลับง่ายๆเพียงแค่คำนวณจากหลังไปหน้าเท่านั้นเอง) 9ส่วน10ของ1000เท่ากับ900 8ส่วน9ของ900เท่ากับ800 7ส่วน8ของ800เท่ากับ700 6ส่วน7ของ700เท่ากับ600 5ส่วน6ของ600เท่ากับ500 4ส่วน5ของ500เท่ากับ400 3ส่วน4ของ400เท่ากับ300 2ส่วน3ของ300เท่ากับ200 1ส่วน2ของ200เท่ากับ100 7.คำถามนี้ไม่มีคำตอบหรือมีลักษณะคำตอบที่ไม่ชัดเจน ถูกถามขึ้นมาเพื่อประเมินว่าผู้สมัครจะมีท่าทีอย่างไรเมื่อถูกถามคำถามที่เหมือนจะไม่มีทางรู้คำตอบ ผู้สมัครที่ด้อยคุณภาพจะวิตกกังวลหรือหัวเสียจนถึงต้องทำหน้าตาไม่พอใจจ้องเขม็งมาที่ผู้สัมภาษณ์ราวอยากจะกินเลือดกินเนื้อหรือคิดว่าร้ายผู้สัมภาษณ์ในใจ คำถามลักษณะนี้ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่เพียงแค่จะดูท่าทีของผู้สมัครเท่านั้น หรือผู้สมัครอาจจะคิดคำตอบในหลักการของความน่าจะเป็นก็ได้ คำถามนี้ประเมินได้หลายลักษณะคือ จิตวิทยา และหลักการคณิตศาสตร์ของความน่าจะเป็น การคำนวณประชากร และหลักการคิดแบบเปอเซ็น อื่นๆ 8.คนที่หนักกว่าต้องเขยิบมาอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของม้ากระดก(คำถามนี้ง่ายโครตๆๆๆๆ) 9.มีการแข่งขันทั้งหมด 656 ครั้ง (เริ่มที่จากผู้แข่งขันทั้งหมดมีอยู่ 656 คน ตัดมือวางอันดับหนึ่งของโลกไป และในแต่ละเกมที่แข่งก็จะมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ ต่อไปเราก็ต้องมาดูว่าต้องแข่งกี่ครั้งเพื่อให้ได้ผู้แพ้ 656 คน ในเมื่อแพ้ชนะติดสินกันด้วยการแข่งขัน ดังนั้น จำนวนเกมการแข่งขันก็ต้องเท่ากับจำนวนผู้แพ้ นั้นหมายความว่า หากมีผู้แพ้ 656 คน ก็ต้องมีการแข่งขันทั้งหมมด 656 ครั้ง 10.คำตอบของคำถามนี้ก็คือ คำถามที่ยากที่สุดในโลกนั้นแหละที่ยากที่สุดในโลก(ตอบอีกทีหนึ่ง คำตอบคือของคำถามนี้คือ >>>คำถามที่กำลังถามอยู่นี่แหละยากที่สุดในโลก) นี่ก็คืออีกหนึ่งคำถามลวงชวนคิดแทบบ้าอีกหนึ่งคำถาม 5555555 CR:John Kador จากเว็บ www.dek-d.com

Google เผย คำถามสัมภาษณ์งานสุดหิน ไม่มีผลต่องาน หรือรับเข้าทำงาน!!
google /  กูเกิล

"คำถามสัมภาษณ์งานสุดหิน Google ถามเอามันส์ เฉยๆ !!"   Google ถือเป็นหนึ่งในบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ ที่เหล่า Geek หนุ่มสาว เฝ้าฝันอยากจะเข้าไปร่วมงาน และแน่นอนเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้ายาก ทั้งการสัมภาษณ์งานที่ขึ้นชื่อว่าหินสุดๆ โดยเฉพาะคำถามสุดครีเอท แหวกแนว แต่ล่าสุด Laszlo Bock รองประธานอาวุโสฝ่ายทรัยากรบุคคลแห่งกูเกิลนั้น กลับเปิดเผยข้อเท็จจริง เรื่องคำถามสัมภาษณ์งาน ที่แท้แล้วไม่มีผลต่องาน และมีคุณค่าเพียงสร้างความภูมิใจให้กับผู้สัมภาษณ์ ทำให้พวกเค้ารู้สึกว่าตัวเองฉลาดเท่านั้น!!     " จากสถิติของกูเกิล คำถามเหล่านั้นไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้สัมพันธ์กับประสิทธิภาพของพนักงานที่รับเข้ามาแม้แต่น้อย นอกจากสร้างความรู้สึกต่อผู้ที่สัมภาษณ์ว่าตัวเองฉลาด แต่สิ่งสำคัญกับอยู่ที่คำถามเชิงพฤติกรรม ( behavioral interview ) ซึ่งเป็นคำถามชุดเดียวกัน ที่จะใช้กับผู้ถูกสัมภาษณ์ทุกคน เราสามารถสังเกตได้ว่าผู้ตอบมีท่าทีต่อสถานการณ์จริงอย่างไร? ไม่พบว่าคำถามยากนั้นๆ จะสัมพันธ์กับการเฟ้นหาพนักงานเก่งๆ ได้เป็นพิเศษในทุกกรณี และเช่นกันคะแนนเช่น GPA เกรดที่ดีนั้น ไม่มีผลกับการจ้างงานในกูเกิลเลย เราไม่ใช้ transcript ในการสมัครงานแล้ว     เนื่องจากทักษะในการเรียนนั้นไม่เกี่ยวข้องกับทักษะการทำงานจริง คำถามในห้องเรียนนั้นเป็นการจำลอง มีคำตอบที่เจาะจง ขณะที่ความเป็นจริงนั้นคำตอบของปัญหานั้นหลากหลายไม่ชัดเจน " Laszlo Bock เล่า นอกจากนี้ ในเรื่องของการทำงานในกูเกิลนั้น ยังเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนสามารถให้คะแนนหัวหน้างานเป็นลำดับชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ ก่อนแชร์ไปยังหัวหน้างานคนนั้นๆ ได้ เป็นผลให้งานบริหารคนของกูเกิลดีขึ้น ซึ่งประเด็นด้านผู้นำที่ดีตามสถิติอยู่ที่ ความยุติธรรรม และ ความสม่ำเสมอ !!     ตัวอย่างคำถามสัมภาษณ์งานของกูเกิล   - ในประเทศที่ต้องการเฉพาะเด็กผู้ชาย ทุกๆ ครอบครัวจะมีเด็กจนกว่าจะได้ลูกผู้ชาย , ถ้าพวกเค้ามีลูกผู้หญิงหนึ่งคน และเด็กคนอื่นๆ อีก ถ้าพวกเค้ามีลูกผู้ชาย ครอบครัวนั้นก็จะหยุดผลิตลูก , สัดส่วนระหว่างเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงในประเทศนี้คือเท่าไหร? - มี piano tuners ทั้งหมดเท่าไหร่? อยู่บนโลก - ช่วยดีไซน์แผนอพยพ สำหรับเมืองซานฟรานซิสโกให้หน่อย - คุณมีลูกบอลไซต์ 7 อยู่ 8 ลูก น้ำหนักเท่ากัน แต่มีอยู่ลูกนึง ที่น้ำหนักมากกว่าลูกอื่นอยู่เล็กน้อย หาลูกบอลลูกนั้น โดยใช้โอกาสยกขึ้นมาเทียบน้ำหนักได้ 2 ครั้ง - ทำไมจึงมีขอบรอบๆ ท่อระบายน้ำ? - อธิบายความสำคัญของ "วัวที่ตายไปแล้ว" ??? - ผู้ชายคนหนึ่งจอดรถของเค้าไว้ที่โรงแรม และต่อมามันก็หายไป ...เกิดอะไรขึ้น? - จงอธิบาย database ภายใน 3 ประโยค ให้หลานชายวัย 8 ขวบ ฟัง !!     อ้างอิงจาก : blognone by mk , usaukonline

Mini Tablet War Begins !
mini / 

ว่ากันตามจริงแล้ว การปรากฏตัวของ ‘ไอแพดมินิ’ เป็นสิ่งที่สร้างความฮือฮาให้กับสาวกจำนวนไม่น้อย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า สตีฟ จ็อบส์ อดีตซีอีโอผู้ล่วงลับเคยสบประมาทว่า แอปเปิลไม่ควรทำแท็บเล็ตขนาดจิ๋วลงไปแข่งขัน มันดูกระจอกและไม่กบฏพอในฐานะผู้นำนวัตกรรม สอดคล้องกับนิตยสาร Newsweek เขียนถึงกรณีนี้ว่า สตีฟ จ็อบส์ ไม่เคยเห็นชอบกับการเกิดไอแพดมินิ แต่ ทิม คุก ซีอีโอคนถัดมากลับไม่คิดเช่นนั้น เขามองว่านี่เป็นโอกาสที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดแท็บเล็ตไว้ต่อไปได้ การรั้งตำแหน่งผู้นำในกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่เป็นหน้าเป็นตาของแอปเปิลเท่านั้น หากแต่เป็นการรักษาผลประกอบการและการเติบโตขององค์กรให้สูงชะลูดได้ดั่งเดิม พลอยทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสาวกทั้งหลายยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลายลง นอกจากนี้ การฝากผีฝากไข้ไว้กับไอโฟนดูจะเป็นเรื่องยากเสียแล้ว เมื่อตลาดสมาร์ทโฟน โดนแอนดรอยด์โฟนของกูเกิลและพันธมิตรกลืนกินยอดขายอันดับ 1 ของโลกไปเรียบร้อย โดยมีซัมซุงเป็นนายหมู่ทะลวงฟันด้วยรุ่นขายดีอย่างซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 3 ซึ่งขายไปแล้วกว่า 30 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่วางขายจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่แท็บเล็ตดูๆ ไปแอปเปิลจะมีภาษีดีกว่า เนื่องจากกุมจำนวนผู้ใช้ไอแพดกว่า 100 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่เมษายน 2553 ถึงปัจจุบัน และเชื่อว่าปริมาณการซื้อไอแพดจะเพิ่มขึ้นอีก 5-10 ล้านเครื่องภายในสิ้นปีนี้ สำหรับไอแพดมินิ มาพร้อมจุดเด่นอยู่ตรงการได้รับประสบการณ์เช่นเดียวกับไอแพดและเรื่องของขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก หน้าจอมีขนาด 7.9 นิ้ว แตกต่างจากคู่แข่งซึ่งล้วนเปิดตัวที่ 7 นิ้ว เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับข้อมูล โดยเฉพาะเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นจะไม่ผิดสัดส่วนจากไอแพดมากเกินไปนัก ส่วนเรื่องความละเอียดเทียบเท่าหน้าจอไอแพด 2 เท่านั้น ภายในใช้หน่วยประมวลผล A5 ตัวเดียวกับนิวไอแพด กล้องดิจิตอลด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอ HD 1080p มีกล้องหน้าสำหรับพูดคุยเฟสไทม์ มาพร้อมระบบสั่งงานด้วย Siri ไว้แก้เหงา และเปลี่ยนสายเชื่อมต่อมาเป็นแบบ Lightning โดยรวมแล้วพูดง่ายๆ ว่า ทุกอย่างถอดแบบมาจากนิวไอแพดก็ไม่ปาน แม้แต่การตอบสนองการทำงานนับว่ายอดเยี่ยม ยกเว้นเรื่องความคมชัดของหน้าจอ กลายเป็นตกม้าตายซะงั้น เมื่อเปรียบเทียบจำนวนพิกเซลในหนึ่งตารางนิ้วบนหน้าจอไอแพดมินิ มีพิกเซลเรียงตัวกันอยู่ราว 163 พิกเซล ขณะที่ Nexus 7 หรือ Kindle Fire HD มีถึง 216 พิกเซล และ Nook Color HD สูงกว่าใครเพื่อน คือ 243 พิกเซล นอกจากนี้ ในส่วนของราคาเครื่องซึ่งหลายคนลุ้นอยู่นานว่า น่าจะพอๆ กับคู่แข่ง ดันกลายเป็นว่าแพงหูฉี่ โดยเฉพาะไอแพดมินิรุ่น 3G และ Wi-Fi เปิดราคาตั้งแต่ 15,200-21,200 บาท ตามขนาดความจุที่แตกต่างกันไป เลยเหมือนเป็นฝันสลายสำหรับคนที่อยากได้ผลิตภัณฑ์แอปเปิลในราคาย่อมเยา หนำซ้ำ ราคาแบบนี้กลายเป็นหวานปากคู่แข่ง ทั้งกูเกิล อเมซอน บาร์นส์ และแอนด์ โนเบิล กับรุ่น Nexus 7, Kindle Fire 7 HD และ Nook HD ตามลำดับ ทั้งหมดต่างพร้อมใจกันตั้งราคาที่ 199 เหรียญสหรัฐฯ เทียบเป็นเงินไทยอยู่ราวๆ ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท นอกจากนี้ ถ้ามองถึงจุดเด่นของแต่ละรุ่นให้ลึกๆ แล้วจะพบจุดเด่นที่แตกต่างออกไป ดูอย่าง Nexus 7 พระเอกของเครื่องนี้อยู่ที่หน่วยประมวลผล Nvidia Tegra 3 4 คอร์ สวนทางกับ A5 ซึ่งมีเพียง 2 คอร์ ทั้งยังมีชิปกราฟิกแยก GeForce รองรับการเล่นเกมกราฟิกสูง ส่วน Kindle Fire 7 HD นอกจากหน้าจอความละเอียดสูง ระบบเสียง Dolby แล้ว คลังข้อมูลทั้งหนังสือ นิตยสาร เพลง รายการโทรทัศน์ และหนังกว่า 22 ล้านชิ้น นับว่าเป็นอภินันทนาการอันยอดเยี่ยมเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายเหมือนกันที่รุ่นนี้กับ Nook HD ไม่มีกล้องถ่ายภาพทั้งด้านหน้าและด้านหลังมาให้เลย ศัตรูของไอแพดมินิยังไม่หมด ซัมซุง กาแล็กซี่ แท็บ 2 ซึ่งพ่วงการใช้งานครบครันจนเรียกได้ว่าสูสีที่สุด เมื่อผนวกรวมกับระบบปฏิบัติการตัวใหม่ก็เหมือนเสือติดปีก ทำให้คนลังเลได้ไม่น้อย ไหนจะต้องต่อกรกับ Toshiba AT270 จากแดนอาทิตย์อุทัย เปลี่ยนโฉมทั้งในแง่รูปลักษณ์ น้ำหนัก และประสิทธิภาพใหม่หมดจากรุ่นเดิม อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเผชิญคู่แข่งดุดันแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่แท็บเล็ตจากแอปเปิลยังคงได้เปรียบกว่าคู่แข่ง คือ ระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ของแอปเปิลอันดีเยี่ยม สามารถเชื่อมโยงและรองรับการทำงานหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งขยายตัวไปสู่สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก โยงใยทุกผลิตภัณฑ์เข้าหากันได้อย่างง่ายดาย สิ่งเหล่านี้ต้องขอบคุณสตีฟ จ็อบส์ ผู้ออกแบบไว้อย่างดิบดี แม้ว่าผลตอบรับของไอแพดมินิจะดีเกินคาด โดยสัปดาห์แรกสามารถสร้างยอดขายไต่ไปถึง 3 ล้านเครื่อง มากกว่านิวไอแพด ซึ่งขายได้ราวๆ 1.5 ล้านเครื่องก็ตาม แต่เชื่อเหลือเกินว่าคู่แข่งกำลังสุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาท้าชนแอปเปิลในเร็ววันอย่างแน่นอน รวมทั้งทีมงานแอปเปิลทั้งหมดยังคงต้องหันมาต่อสู้กับตัวเอง เพราะหลังจากถูกตั้งคำถามอย่างหนักกับการเปิดตัวไอโฟน 5 ไอแพดมินิ และไอแพด รุ่น 4 ซึ่งเน้นวนๆ อยู่แต่สรรพคุณ บางกว่า เล็กกว่า คมชัดกว่า และเร็วกว่า มันคือนวัตกรรมแห่งปีจริงๆ แล้วหรือ ? แทนคำตอบ เราอาจจะต้องรอลุ้นในระยะยาวว่า แอปเปิลจะหวนคืนสู่ผู้นำนวัตกรรมได้ดีกว่านี้ไหม หรือไม่ก็ถูกคู่แข่งยึดพื้นที่ไปหมด รวมถึงแท็บเล็ตขนาดเล็กก็ไม่มีข้อยกเว้น

AISส่งSMS ป้องกันเกมคุกรี้รัน คิดเงินแสน
คุ้กกี้รัน /  ซื้อไอเท็มคุ้กกี้รัน / 

เอไอเอส พร้อมส่ง SMS ยืนยันไปยังหมายเลขผู้ปกครอง หากมีการซื้อสินค้า และบริการผ่าน DCB หวั่นซ้ำเหตุคุกกี้รัน เริ่ม 22 ก.ค. นี้ นาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากการประชุมหารือระหว่าง กสทช. กับตัวแทนบริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนบริษัท เนเวอร์ ไลน์ จำกัด บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด เพื่อหาแนวทางที่จะป้องกันปัญหาในลักษณะเดียวกับกรณีคุกกี้รันที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต โดยได้ข้อสรุปว่า ทางบริษัท กูเกิลฯ รับจะให้ทีมวิศวกรเซ็ตระบบให้ต้องมีการยืนยันพาสเวิร์ดทุกครั้งที่มีการซื้อ สินค้าและบริการผ่านกูเกิลเพลย์ (Google Play) พร้อมกับให้มีอีเมล์ยืนยันการทำรายการซื้อตอบกลับจากกูเกิลเป็นภาษาไทย ในส่วนของ AWN จะกำหนดวงเงินค่าใช้บริการในการซื้อ หรือใช้บริการในระบบ DCB หรือ Direct Carrier Billing ไว้ที่ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท และไม่เกินวงเงินใหญ่ที่กำหนดของแต่ละเลขหมาย และจะมี SMS แจ้งไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทันทีที่มีการซื้อหรือใช้บริการ ทั้งนี้ ความร่วมมือของกูเกิลในทางเทคนิคจะเป็นตัวกำหนดว่า ระบบจะสามารถแจ้งเตือนได้ทันทีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ ได้ขอให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายที่ให้บริการ DCB ต้องส่ง SMS ไปยังเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ทราบถึงการซื้อขายและใช้บริการด้วย และในเบื้องต้น AWN จะส่ง SMS ในเครือข่าย AIS ก่อน โดยเริ่มในวันที่ 22 ก.ค. นี้ บทความอื่นๆ เกี่ยวกับคุ้กกี้รัน วิธีปิดการแจ้งเตือน Cookie Run และเกมไลน์อื่นๆ โดยไม่ต้องบล็อคเพื่อน ! เชื่อว่าคนที่ใช้ Line อยู่ในขณะนี้ทุกคนจะต้องเซ็งเป็ดกับการส่งข้อความมาชวนเล่นเกม โดยเฉพาะในตอนนี้เกมที …

พบวัยรุ่นเปิดเพจ  สอนเสพยาแก้ไอ  ซื้อขายง่ายไร้เงาเภสัชกร
เสพยาแก้ไอ

พบวัยรุ่นเปิดเพจ สอนเสพยาแก้ไอ ซื้อขายง่ายไร้เงาเภสัชกร วัยรุ่นยุคโซเชียลมีเดีย เปิดเฟซบุ๊คแนะแหล่ง "ขายยาแก้ไอ-ยาอันตราย" พร้อมวิธีเสพ วัยรุ่นแห่ลอง ร้านขายยาหัวใสจัดยาชุดพร้อมขายสนองความต้องการ ภก.ชี้กินเกินขนาดอาจเสพติด อย.ลั่นหากควบคุมไม่ได้สั่งถอนทะเบียนยา ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ “หอข่าว” มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สังเกตพฤติกรรมการใช้ยาแก้ไอในทางที่ผิดของกลุ่มวัยรุ่นรอบมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีข่าวเกี่ยวกับการใช้ยาแก้ไอในทางที่ผิด รวมถึงการจับกุมร้านขายยาปรากฏอยู่ตลอดเวลา แต่กลุ่มวัยรุ่นก็ยังคงมีพฤติกรรมในการใช้ยาดังกล่าวอยู่ ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปตรวจสอบตัวยาแก้ไอที่วัยรุ่นนิยมใช้ผ่านเว็บไซต์ กูเกิล (www.google.co.th) และเฟซบุ๊ค (www.facebook.com) โดยค้นหาจากชื่อยายี่ห้อหนึ่งที่เป็นที่นิยมพบว่ามีแฟนเพจ (Fanpage) ในเฟซบุ๊กปรากฏอยู่หลายเพจ เช่น ProxxxxxLOVE, ProxxxxxThailand, I love Proxxxxx ซึ่งในแฟนเพจต่างๆ ได้โพสต์รูปที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาผิดวัตถุประสงค์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปบรรจุภัณฑ์ของยาแก้ไอหลากหลายยี่ห้อเป็นจำนวนมาก ทั้งชนิดน้ำและชนิดเม็ดรวมไปถึงตัวยาแก้ไอหลังจากผสมเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากการตรวจสอบเพจในเฟซบุ๊ค ProxxxxxLOVE และ ProxxxxxThailand พบว่าหน้าเพจเหล่านี้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนทนากันของเหล่าวัยรุ่นที่นิยมใช้ยาในทางที่ผิด มีทั้งการแนะนำบอกต่อกันถึงสูตรตัวยาใหม่ๆ และร้านที่มีการจำหน่ายอยู่ตามสถานที่ต่างๆทั่วกรุงเทพฯ หากสมาชิกคนใดหาซื้อไม่ได้หรือต้องการยาก็จะมีการโพสต์ข้อความสอบถามสถานที่ของร้านที่ขายยาประเภทดังกล่าว ภายในเพจจะมีสมาชิกคนอื่นคอยตอบและให้ข้อมูล อีกทั้งยังมีสมาชิกบางรายประกาศจำหน่ายยาเป็นชุดๆสำหรับใช้ผสมแบบครบครันโดยให้ติดต่อทางโทรศัพท์และแอด(Add)เพื่อนทางเฟซบุ๊ก  ซึ่งสมาชิกที่มีการโฆษณาจำหน่ายยาแก้ไอเหล่านั้นไม่ใช่เภสัชกรแต่อย่างใด นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบสมาชิกที่อยู่ในแฟนเพจ พบว่ามีเยาวชนที่เป็นนักเรียนเป็นสมาชิกอยู่จำนวนมาก และเยาวชนเหล่านี้ยังมีการโพสต์ข้อความสอบถามถึงวิธีการซื้อวิธีการกินจากสมาชิกคนอื่นภายในเพจ ผู้ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า MrPhoorithat xxx ระบุตอนหนึ่งในโพสต์ว่า “ท่านใดอยู่แถวรังสิต สนใจโปรเดลิเวอรี่ ชุด150จัดส่งช่วงเย็นเป็นต้นไป เม็ดม่วง (Alprazolam)เม็ดละ 20 บาท 080251xxxx เป้คับ เม็ดม่วงแล้วแต่นะครับเพราะของมันขาดบ่อยครับ” ผู้ใช้ชื่อในเฟซบุ๊คว่า Han Brxxxx หนึ่งในสมาชิกแฟนเพจของ ProxxxxxLOVE และ ProxxxxxThailand ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายยาแก้ไอได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับประทานยาแก้ไออยู่เป็นประจำ และมีการจำหน่ายให้แก่ผู้ที่ติดต่อหรือต้องการยาซึ่งมีทั้งชนิดน้ำและเม็ด โดยจะสั่งมาครั้งละจำนวนมากๆ จากร้านขายยาย่านจรัญสนิทวงศ์เพื่อรับประทานเองและจำหน่ายเพราะมีราคาถูกกว่าซื้อเป็นชุดๆ โดย 1 ลังจะอยู่ที่ราคา 4,800 บาท มี 48 ขวด ยาเม็ดแผงละ 25 บาท นำมาแบ่งขายต่อในราคาชุดละ 140 บาท ซึ่งมียาน้ำ 1 ขวดกับยาเม็ด 1 แผง ซึ่งร้านขายยาดังกล่าวไม่จำหน่ายยาแก้ไอให้แก่บุคคลแปลกหน้าเกิน 2 ชุดแต่จะขายเป็นจำนวนมากๆ ให้แก่คนที่รู้จักและลูกค้าประจำเท่านั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงสำรวจตามร้านขายยาต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในแฟนเพจบนเฟซบุ๊กตามคำแนะนำจากสมาชิกว่า มีการจำหน่ายยาแก้ไอและยายี่ห้อต่างๆ ที่เป็นส่วนผสม โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านขายยาจำนวน 9 ร้านในหลายเขตทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ จรัญสนิทวงศ์ ห้วยขวาง ประชาสงเคราะห์ อินทามระ พหลโยธิน บางเขน และรามคำแหง พบว่าร้านขายยาทั้ง 9 ร้านมีการจำหน่ายยาแก้ไอจริง ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอซื้อยาแก้ไอจากร้านขายยาทั้ง 9 ร้าน พบว่า เกือบทุกร้านที่มีการจำหน่ายยาแก้ไอได้มีการจัดยาเป็นชุดๆ สำหรับขายให้กลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะ คือเมื่อเข้าไปสั่งซื้อยาที่ใช้สำหรับผสมเครื่องดื่มยาแก้ไอ ร้านขายยาก็จะจัดยาให้เป็นชุด ซึ่งในหนึ่งชุดประกอบด้วยยาน้ำ 1 ขวด และยาเม็ดจำนวนหนึ่ง โดยที่ผู้ซื้อไม่ต้องสั่งชื่อตัวยาทั้ง 2ชนิด ไม่ต้องบอกอาการที่เจ็บป่วยและทางร้านขายยาก็ไม่ได้มีการซักถามถึงอาการที่จำเป็นต้องใช้ยาแต่อย่างใด โดยกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้ยาประเภทนี้อยู่เป็นประจำ จะมีคำศัพท์ที่ใช้เฉพาะในการสั่งซื้อกับร้านขายยาและร้านขายยาก็จะจัดชุดยาตามยี่ห้อที่ต้องการมาให้พร้อมกับยาเม็ด ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นอกจากนี้ร้านขายยาบางร้านยังมีการแนะนำยาแก้ไอยี่ห้ออื่นๆ ที่สามารถรับประทานแทนกันได้หากยายี่ห้อที่ผู้ซื้อต้องการหมด ซึ่งยาที่ร้านขายยาแนะนำนั้นก็จะเป็นยาที่ออกฤทธิ์ ทำให้เกิดอาการมึนเมาและเป็นยี่ห้อที่นิยมใช้ของกลุ่มวัยรุ่นเช่นเดียวกัน จากการสอบถามร้านขายยา ผู้สื่อข่าวได้ขอซื้อตัวยาที่ชื่อ อัลปราโซแลม (Alprazolam) ซึ่งเป็นยาที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมกินควบคู่กับตัวยาแก้ไอน้ำและยาเม็ดเพื่อเสริมฤทธิ์ของยา จากจำนวน 9 ร้านพบว่า มี 2 ร้านที่มีการจำหน่ายยาตัวนี้ ซึ่งยาอัลปราโซแลมนั้นจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภทที่ 4 ตามพ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 การที่จะขายได้ต้องมีใบสั่งแพทย์และต้องทำใบขออนุญาตในการจำหน่ายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)เท่านั้น จากการติดต่อขอซื้อยาดังกล่าว ผู้สื่อข่าวไม่ได้มีใบสั่งแพทย์และไม่ได้มีอาการหรือความจำเป็นในการใช้ยา ซึ่งร้านขายยาก็ไม่ได้มีการถามถึงอาการหรือมีการซักถามประวัติการเจ็บป่วยแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ร้านขายยาบางแห่งยังมีการจำหน่ายยาแก้ไอ โดยใช้วิธีการจัดส่งให้ถึงที่ซึ่งไม่ต้องไปซื้อด้วยตัวเอง โดยผู้ขายจะขี่รถจักรยานยนต์มาส่งยังจุดที่ผู้ซื้อได้นัดหมาย ซึ่งอยู่ในละแวกเดียวกันกับร้านขายยา โดยยาอันตรายที่นำมาส่งนั้นถูกห่ออยู่ในบรรจุภัณฑ์ของยายี่ห้ออื่นและมีกระดาษห่อทับด้วยกระดาษอีกชั้นอย่างแน่นหนา โดยร้านเหล่านี้จะจัดส่งและจำหน่ายให้เฉพาะลูกค้าประจำเท่านั้น เด็กวัยรุ่นเผยซื้อยาโดยง่าย เด็กชายต้น (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า รับประทานยาแก้ไอมาระยะหนึ่ง เพราะเพื่อนแนะนำให้ลองโดยซื้อจากร้านขายยาแถวบ้านซึ่งเป็นร้านประจำเมื่อเข้าไปสั่งชื่อยาที่ต้องการ ทางร้านขายยาก็จะจัดยามาให้เป็นยาน้ำกับแคปซูลโดยไม่ต้องบอกว่าเอาอะไรบ้าง แต่ถ้าหากไม่ใช่ร้านที่เป็นร้านประจำเมื่อสั่งชื่อยาร้านขายยาก็จะถามว่าเอายาแผงด้วยหรือไม่ โดยที่ซื้อเป็นประจำจะอยู่ที่ราคา 60-70 บาทต่อหนึ่งชุดแล้วแต่ขนาดและยี่ห้อของยา รับประทานโดยผสมกับน้ำอัดลมหากรับประทานเข้าไปแล้วจะเกิดอาการมึน และมีอาการกระตุกเล็กน้อยในเวลานอน ไอซีทีเตือนหยุดเผยแพร่ข้อมูลการใช้ยาที่ผิด นายณัฐ พยงค์ศรี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) กล่าวว่า สื่อสังคมออนไลน์นั้นสามารถสื่อสารได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ข้อความหรือรูปของยา กระทรวงไอซีทีมีการประสานงานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขอยู่เป็นประจำในเรื่องของยาเสพติดหรือยาที่ผิดกฎหมาย การโพสต์รูปเกี่ยวกับการใช้ยาในทางที่ผิดอย่างเช่น การใช้ยาแก้ไอในทางที่ไม่เหมาะสมเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอยู่แล้ว ถ้ามีประชาชนแจ้งเข้ามาทางกระทรวงไอซีทีก็จะส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างเช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาตรวจสอบว่าผิดกฎหมายของอย.หรือไม่ ถ้าผิดทางกระทรวงไอซีทีจะดำเนินการส่งต่อไปยังสำนักงานอื่นๆ เช่นสำนักงานตำรวจ เพื่อติดตามผลต่อไปว่า กลุ่มนี้มีการดำเนินการเช่นนั้นจริงและมีความผิดหรือไม่ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการกระทรวงไอซีทีกล่าวต่อไปว่า การควบคุมเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับทางอย.มากกว่าไอซีทีแต่จะมีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง ปัญหานี้จะคล้ายกับเว็บอื่นๆ ทั่วไป หากเจอความผิดอะไรไม่เหมาะสมจะประสานไปยังอย. โดยการเก็บหลักฐานหน้าเว็บไซต์นั้น ตัวยาที่ใช้ เว็บไซต์ตั้งอยู่ที่ไหน เซิฟเวอร์อะไร ใครจดทะเบียน ให้อย.ตรวจสอบ ว่ามีใบอนุญาตหรือไม่ ต้องมีใบอนุญาตสำหรับยาตัวนั้นหรือไม่ และที่สำคัญต้องดูด้วยว่าเป็นยาต้องห้ามหรือไม่ “ด้านการส่งผลต่อเยาวชนนั้น ถ้าเป็นเด็ก เยาวชนหรือวัยรุ่นเมื่อไปเห็นรูปหรือกรรมวิธีการใช้ยาผิดๆ ที่ปรากฏในสื่ออินเทอร์เน็ตแล้วอาจจะคิดว่าเท่ทำให้ส่งผลเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ แต่ที่สำคัญผู้ปกครองควรให้เวลาดูแลบุตรหลานด้วยในการเข้าใช้อินเทอร์เน็ต ว่ามีการเข้าไปรับชมเว็บไซต์เหล่านี้หรือไม่ ทั้งนี้การจ่ายยาควรจ่ายโดยแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทางมากกว่า อย่าไปซื้อกินเองโดยไม่มีความรู้” นายณัฐกล่าว ภก.ชี้ตัวยาผสมโคเดอีน ภญ.สิริกัญญา กอบวรรธนะกุล หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกร วชิรพยาบาลกล่าวว่า กลุ่มวัยรุ่นมักรับประทานยาแก้ไอเพื่อหวังผลจากฤทธิ์ของยา ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา โดยตัวยาจะมีส่วนผสมของโคเดอีน (Codeine)ผสมอยู่ ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของสารเสพติดหากรับประทานในปริมาณที่น้อยจะช่วยในระงับอาการเจ็บปวดหรืออาการไอ แต่หากรับประทานในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการเสพติดได้ ส่วนยาอัลปราโซแลมนั้นเป็นยาที่มีการควบคุมจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไม่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป มีเพียงในโรงพยาบาลสำหรับจ่ายให้แก่ผู้ป่วยเท่านั้น หรือถ้ามีก็จะเป็นร้านขายยาใหญ่ๆที่มีการขออนุญาตจากอย. หากจะจำหน่ายหรือจ่ายให้แก่ผู้ป่วยต้องมีการจำกัดจำนวนในการจ่ายรวมถึงบันทึกชื่อที่อยู่ของคนไข้ไว้เพื่อทำเป็นรายงานส่งให้อย.ตรวจสอบ ภญ.สิริกัญญากล่าวต่อว่า การที่ร้านขายยามีการแนะนำยาให้แก่ผู้ซื้อเพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิดสามารถแจ้งทางอย.ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายได้เพราะสำนักสภาเภสัชกรรมและอย.จะมีการตรวจสอบร้านขายยาอยู่แล้ว หากมีการจำหน่ายยาที่มีการกำหนดห้ามขายหรือมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตก็อาจถูกดำเนินคดีและเพิกถอนใบประกอบโรคศิลป์ได้ ภก.รศ.(พิเศษ)กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายกสภาเภสัชกรรมกล่าวว่า การที่จะไปขอซื้อยานั้นต้องตรวจดูให้ดีว่าคนที่ขายเป็นเภสัชกรจริงหรือไม่ หากไม่ใช่เภสัชกรจริงทางสภาเภสัชกรรมไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้ ทางอย.ก็จะเป็นผู้จัดการผู้ขายและร้านที่มีการจำหน่ายยาที่มีการควบคุม แต่ถ้าเภสัชกรเป็นผู้จำหน่ายเองถึงจะสามารถลงโทษได้ ซึ่งสภาเภสัชกรรมก็จะประสานงานกับอย.อยู่แล้ว ถ้าหากทางอย.ไปตรวจสอบร้านขายยาร้านใดแล้วพบว่ามีการกระทำผิดแล้วเกี่ยวกับเภสัชกรก็จะแจ้งมาให้พิจารณาจรรยาบรรณของเภสัชกรที่ร้านนั้นด้วย “ทางเราก็ไม่เห็นด้วย ถึงแม้ว่ายาแก้ไอและยาทรามาดอล (Tramadol) ซึ่งกฎหมายเภสัชกรจะจ่ายได้ แต่เมื่อมันเป็นยาที่ก่อให้เกิดปัญหาในพื้นที่ โดยจรรยาบรรณแล้วมันก็ไม่เหมาะสม ควรขายยาตามความจำเป็นว่าบุคคลนี้จำเป็นต้องใช้ยาตัวนี้จริง ต้องมีประวัติและอาการที่ชัดเจน แต่ถ้าขายอย่างเดียว ใครมาซื้อก็ขาย แบบนี้ก็ไม่ถูกต้อง” ภก.รศ.(พิเศษ) กิตติกล่าว นายกสภาเภสัชกรรมกล่าวต่อไปว่า การกระทำผิดพวกนี้สภาเภสัชกรรมก็เข้มงวดในการพิจารณา หากเภสัชกรทำผิดจริงก็จะมีการลงโทษเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพเป็นการพิจารณาโทษที่ค่อนข้างรุนแรง และได้มีการดำเนินต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ถ้าหากไปตรวจสอบร้านขายยาแล้วพบว่าเภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ตามเวลาที่แจ้งไว้ก็จะถูกพิจารณาพักใช้ใบอนุญาต 1 ปี อย.เตือนผู้ขายปฏิบัติตามกฎ นายวราวุธ เสริมสินสิริ เภสัชกรชำนาญการสำนักยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)กระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ว่า ยาแก้ไอและยาทรามาดอลอยู่ในมาตรการในการจับตามองและควบคุม อย่างเช่น ยาแก้ไอตอนนี้ทางอย.ก็ได้ใช้มาตรการการควบคุมการจำหน่ายแก่ร้านขายยา โดยร้านขายยาร้านหนึ่งจะสามารถซื้อยาแก้ไอได้เพียง 300 ขวดต่อเดือนเท่านั้น ไม่สามารถซื้อเกินกว่านี้ได้ โดยข้อบังคับนี้เป็นมาตรการที่ทางอย.วางไว้สำหรับแก้ปัญหายาแก้ไอ ส่วนยาอีกหนึ่งตัวที่เป็นยาแก้ปวดหรือ ทรามาดอล อย.ได้ทำหนังสือไปยังร้านยาทุกแห่งแล้ว ให้ร้านยาจำหน่ายยาตัวนี้สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น และยังแจ้งไปในจดหมายด้วยว่า ถ้ายังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ปัญหาได้ทางอย.ก็จะเริ่มมาตรการในการจำกัดจำนวนการจำหน่ายหรือจัดให้เป็นยาควบคุมพิเศษห้ามจำหน่ายในร้านขายยา ให้จำหน่ายได้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ถ้าหากยังไม่สามารถควบคุมได้อีกอาจจำเป็นต้องเพิกถอนทะเบียนยาออกจากประเทศไทย กระบวนการเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เราวางขั้นตอนในการปฏิบัติไว้ค่อนข้างชัดเจนโดยตอนนี้ทางอย.ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนไปทีละขั้นและทำการประเมินสถานการณ์อยู่เป็นระยะ เภสัชกรชำนาญการอย.กล่าวต่อว่า ยาแก้ไอและยาแก้ปวดทรามาดอลนั้นการลงโทษจะไม่หนัก เพราะอยู่ในกลุ่มของยาอันตรายจ่ายโดยเภสัชกร โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์และยาพวกนี้ไม่มีสถานภาพเป็นยาเสพติด แต่กลุ่มวัยรุ่นนำไปใช้โดยหวังผลอาการข้างเคียงจากการใช้ยา โทษจึงไม่หนักเหมือนยาเสพติดให้โทษ ซึ่งยาแก้ปวดทรามาดอลจะมีลักษณะทำให้เกิดอาการเคลิ้ม มึนงง เมื่อทานร่วมกับยาน้ำแก้ไอที่มีแอนตี้ฮิสตามีน(Antihistamine) ก็จะทำให้เกิดอาการเสริมฤทธิ์กันของยาทำให้อาการข้างเคียงเพิ่มมากขึ้น ส่วนยาอีกชนิดที่วัยรุ่นใช้แทนตัวยาทรามาดอล หรือใช้รับประทานเสริมเข้าไปก็คืออัลปราโซแลม ซึ่งยาตัวนี้จัดอยู่ในประเภทวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท การจำหน่ายโดยไม่ขออนุญาตเป็นความผิดอย่างแน่นอนและมีโทษทางกฎหมาย ต้องมีใบสั่งแพทย์ประกอบทุกครั้งในการจำหน่าย ซึ่งในอนาคตยาตัวนี้จะถูกยกระดับห้ามจำหน่ายในร้านขายยา นายวราวุธกล่าวต่อไปอีกว่า กรณีที่มีการประกาศขายยาแก้ไอจำนวนมากในเฟซบุ๊กนั้น อาจจะเป็นเพราะรับยามาจากหลายๆร้านรวมกันก่อนที่จะนำมาจำหน่าย เพราะโดยหลักแล้วร้านขายยาจะถูกควบคุมปริมาณการซื้อไว้ 300 ขวดต่อเดือน ซึ่งการจำหน่ายในเฟซบุ๊กลักษณะนี้มีความผิดทางกฎหมายมีโทษทั้งจำและปรับ ส่วนการจัดจำหน่ายยาแก้ไอเป็นชุดนั้นถ้าหากผู้ขายๆ ในขณะที่เภสัชกรไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ตัวคนขายก็จะมีความผิดทางกฎหมาย หมายเหตุ: ข่าวชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ “หอข่าว” จัดทำโดยนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

Facebook เลาะโฉม News Feed โมใหม่ ไฉไลเหมือนรุ่น Mobile !!
Facebook /  google / 

Facebook เพิ่งโดนนักวิเคราะห์ พยากรณ์อนาคตกันว่า จะหมดความฮอตในไม่ช้าไม่นาน  ล่าสุด Mark Zuckerberg  รายงานสด ปรับโฉมดีไซน์ตัว News Feed ใหม่ เพื่อดึงฐานแฟนคลับกลับ ซึ่งดีไซน์นั้นเหมือนรุ่น Mobile สวยงาม แจ่มชัดขึ้นมาก!!! สำรับการรีโนเวท News Feed ใหม่นี้ มีการรื้อโครง จัดใหม่ 3 ส่วนใหญ่ คือ  Richer Stories ดีไซน์ส่วนคอนเท้นส์ที่สร้างรูปภาพ ส่วน cover ให้ใหญ่ และสวยงาม เน้นเนื้อหาที่มีคนแชร์เยอะให้โดดเด่น และแสดง activity ที่เฟรนด์ของเรามีต่อคอนเท้นส์นั้น ๆ Choice of Feeds  สามารถเลือกกำหนดแสดงฟีดได้ เช่น Feed from All Friends ฟีดเฉพาะรูปหรือเพลง  และในส่วนของ Mobile Consistency ที่ดึงเอาทั้งไอค่อน เมื่อเอาเม้าท์ชี้ จะแสดงรายการได้ เหมือนรุ่น Mobile แม้ดีไซน์ใหม่นี้ จะชูโรงว่าดึงมาจากเวอร์ชั่นสมาร์ทโฟน แต่หลายฝ่ายก็บอกว่า มันเหมือนกับ Google+ โซเชี่ยลเปี่ยมอัตลักษณ์ของกูเกิล แบบมองผ่านๆ ก็ยังรู้สึกได้ อะไรได้ !! สำหรับการยกเครื่อง News Feed นี้จะถูกปรับใช้อย่างเป็นทางการในอีกเร็ววัน สามารถกดรับอัพเดทการเปิดใช้ News Feed ใหม่ได้ที่ คลิก!!   Source : facebook

Tango เลือก The 38 Years Ago เป็นศิลปินรายแรกของเอเชีย ที่มีแฟนคลับบน app
Tango /  The 38 Years ago / 

สำหรับบรรดาผู้ใช้สมาร์โฟนทั้งหลาย น่าจะรู้จักับ App Tango ซึ่งใช้สำหรับติดต่อสื่อสารกันในแบบมาทั้งภาพและเสียง หรือ Video Wall กันเป็นอย่างดี นอกจากจะใช้ในการพูดคุยกันแบบเห็นหน้าเห็นตาแล้ว ล่าสุดแทงโก้ยังเปิดบริการใหม่ “แทงโก้ กรุ็ป” ให้คนคอเดียวกันได้เข้ามารวมกลุ่มพูดคุยกัน แลกเปลี่ยน และรับรู้ข่าวสารต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน โดยศิลปินเบอร์แรกที่แทงโก้เลือกเปิดแฟนคลับใน “แทงโก้ กรุ็ป” ก็คือ “เดอะ 38 เยียร์ อะโก” The 38 Years Ago ศิลปินคู่หนึ่งหนุ่ม หนึ่งสาว ที่สร้างชื่อจากการเล่นเพลงคัฟเวอร์แล้วโพสท์ขึ้นเว็บยูทู้บ ซึ่งมีคนคลิกชมคลิปของพวกเขากว่า 50 ล้านวิว และแฟนเพจบนเฟซบุ๊คก็มีถึงกว่า 4 แสนคน ไม่ใช่เป็นเพียงศิลปินรายแรกในเมืองไทยที่แทงโก้ เปิดแฟนคลับบนแอพพ์ให้ แต่ “The 38 Years Ago” ยังเป็นศิลปินรายแรกในเอเชีย ที่มีแฟนคลับในแทงโก้ กรุ็ป ด้วยฝีไม้ลายมือ และเสียงร้องที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ในที่สุดพวกเขาก็ได้มีโอกาสออกผลงานเป็นของตัวเอง กับซิงเกิ้ลแรก “ฮาว ลอง” How Long โดยสังกัดวอร์นเนอร์ มิวสิค ไม่เพียงแค่ความน่ารักและความไพเราะของเพลงนี้ยังขึ้นสู่อันดับ 1 บนไอทูนส์ สโตร์ และ Deezer พร้อมเปิดตัวด้วยมิวสิควิดีโอให้แฟนๆ ได้ชมกันแล้ว แฟนๆ และผู้สนใจสามารถร่วมจอยน์ และร่วมแจมกับ “The 38 Years Ago Fanclub” ได้ง่ายๆ เพียงแค่ ใช้แอพพ์ แทงโก้ ไม่ว่าจะเป็นในระบบ ไอโอเอส หรือว่า แอนดรอยด์ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จาก แอพพ์ สโตร์ ของแอปเปิล หรือ กูเกิล เพลย์ ของแอนดรอยด์ จากนั้นให้เข้าไปที่ http://38.tango.me พร้อมกรอกรายละเอียด เพียงแค่นี้ ก็กลายเป็นหนึ่งในแฟนเพลงของ The 38 Years Agoที่ได้มาอยู่ในสังคมเดียวกัน และรับสิทธิพิเศษต่างๆ จาก The 38 Years Ago Fanclub ที่มีให้กับแฟนเพลง มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เหตุผลที่ ยอดวิวใน YouTube หยุดแค่ 301 ??
YouTube /  ยูทูป

    นักท่อง Youtube ผู้เสพย์ติดคลิปทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า มักผุดคำถามเบสิค ที่มือโปร อาจจะทราบกันดีแล้วว่า ทำไมยอดวิว ของคลิปดังๆ จึงหยุดอยู่ที่ 301  ทั้งที่ยอดคอมเม้นส์หลักหมื่น หรือทั้งยอด like ก็มากกว่านั้น   ประเด็นนี้กูเกิล ได้เคยออกมาชี้แจงแล้ว ด้วยลิ้งค์ สัญลักษณ์ (+) ท้ายยอดวิวที่ค้างเติ่ง 301 โดยอธิบายถึงสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ คือ ปกติยอดวิวของแต่ละคลิป จะนับแบบ Realtime เมื่อรีเฟรสเข้าชมคลิป ในแต่ละครั้ง     เมื่อตัวเลขยอดวิวรวมไปถึง 299 ระบบจะทำการแช่แข็งยอดวิวไว้ที่ 301 view เพื่อทำการวิเคราะห์ตัวเลขการเข้าชมนั้นๆ ว่ามีการปั่นยอดวิวเข้าชมหรือไม่ ด้วยระบบอัลกอริทึ่มของยูทูปเอง   เมื่อวิเคราะห์ตัวเลขแล้ว จึงปล่อยยอดวิวออกมาเป็นล๊อตๆ เช่น เมื่อยอดวิวหยุดอยู่ที่ 100,000 แต่เมื่อแชร์ไปให้เพื่อนชม ยอดวิวจะยังไม่เป็น 100,001 เป็นเพราะระบบกำลังวิเคราะห์ เพื่อปล่อยตัวเลขจริงออกมาอีกทีนั่นเองนะก๊ะ !! -_-"     Source : 9tana

ดาราชายถ่ายเซ็กซี่ คนไหนที่คู่ควรไปเป็นนายแบบให้ Calvin Klein
Calvin Klein /  Justin Bieber / 

ดาราชายถ่ายเซ็กซี่ คนไหนที่คู่ควรไปเป็นนายแบบให้ Calvin Klein ก็อย่างที่เรารู้กันว่า ทาง Calvin Klein ได้เลือกหนุ่มซ่า จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์นาย แบบกางเกงใน ให้กับแบรนด์นั่นเอง ซึ่งทาง Men.MThai ก็เคยเอาหนุ่ม บีเบอร์ มาเปรียบเทียบกับนายแบบรุ่นพี่มาแล้วว่าใครมันจะเจ๋งกว่ากัน ระหว่างนายแบบกางเกงใน Calvin Klein รุ่นพี่ในตำนาน หรือ นายแบบกางเกงในรุ่นน้องหน้าใหม่อย่าง จัสติน บีเบอร์ ซึ่งในคราวนี้ทางเราก็เลยเกิดไอเดียเล่นๆ ขึ้นมาที่ว่า ถ้าทาง Calvin Klein ต้องมาเลือกนายแบบชาวไทยไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ เขาจะเลือกใครกันแน่ โดยทางเราได้คัดเลือก นายแบบชาวไทย - ดาราชายถ่ายเซ็กซี่ ที่เคยสลัดผ้าโชว์หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ให้สาวๆ (และ เก้ง กวาง บ่าง ชะนี) ได้กรี้ดและหวีดร้องกันมาแล้ว มาเป็นตัวเลือกให้เพื่อนๆ ได้ดูกันครับ ว่าดาราไทยคนไหน ถ้ามีแบรนด์ดังต้องการมาตีตลาด จะถูกเลือกเป้นนายแบบกางเกงใน Justin Bieber เริ่มต้นกันที่บีเบอร์ ต้นฉบับหนุ่มเจ้าของตำแหน่ง นายแบบกางเกงใน คนล่าสุดของ CK ที่มีโดนโจมตีเรื่องภาพหลุด ก่อนรีทัชที่ประให้กล้ามโตและเป้าตุงจนผิดปกติ จนคนอื่นขับไต๋ได้ มาดูกันที่ฝั่งไทยเราบ้าง ถ้า CK เขาต้องเลือก ดาราชายถ่ายแบบเซ็กซี่ จากไทยไปเป็นนายแบบ ใครกันนะ ที่เข้าแก็บสุด ปั้นจั่น ปรมะ ภาพจาก Volume หรือ สังข์ จากบางระจันที่กำลังออนแอร์อยู่ทางช่องสาม ถ้าจะกล่าวถึงความฮ็อตของเขา ก็คงจะนึกถึงภาพแฟชั่นสุดเซ็กซี่ที่เขาได้ไปถ่ายกับทางนิตยสาร Volume ที่เรียกได้ว่าเป็น Signature ของเขาไปซะแล้ว เพราะว่า ถ้าค้นหาคำว่า ปั้นจั่น ปรมะ ในกูเกิล แน่นอนว่าภาพถ่ายเซ็กซี่ของเขาต้องโผล่มาให้เห็นก่อนเพื่อน แทค ภรัณยู ภาพประกอบจาก Attitude ก็รู้ กันอยู่ว่างานถ่ายเซ็กซี่ แท็คไม่เคยทำให้ผิดหวังกันแม้แต่น้อย เพราะว่าไม่ว่านิตยสารเล่มไหนต่อไหนเรียกใช้บริการให้แท็คไปถ่ายเซ็กซี่ให้ แท็คก็จัดให้อย่างเต็มที่เสมอ อีกทั้งเขายังเป็นคนเป็นกันเองเข้าถึงง่ายจึงมีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก จึงเป็นอีกคนที่น่าจะเข้าแก็ป ไปถ่ายแบบโกอินเตอร์ได้ อั๊ต อัษฎา ภาพจาก Image อั๊ต อัษฎา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยถ่ายแบบเซ็กซี่ ด้วยดีกรีวีเจแห่งช่อง MTV Asia จึงทำให้ลุคของเขาเป็นหนุ่มอินเตอร์ ที่ผสมผสานความหล่อแบบไทยๆ ได้อย่างลงตัว ซึ่งถึงแม้ภาพถ่ายแฟชั่นจาก Image เซ็ตนี้จะถูกถ่ายมาตั้งแต่ปี 2007 แต่ทางเราก็บอกเลย ปี 2015 เวลาก็ทำอะไรความหล่อของหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ ต๊ะ วริษฐ์ ภาพจาก Volume หนุ่มนักแสดงมากฝีมือที่เคยฝากผลงานมาแล้วมากมาย เคยถ่ายแบบเซ็กซี่กับทาง Volume เอาไว้ใน ปี 2010 กับความหล่อสไตล์เอเชียๆ อีกทั้งเขายังมีสเน่ห์กับผู้หญิงเป็นอย่างมาก ด้วยหน้าตาสไตล์เอเชียและหุ่นที่เฟิร์มเป็นอย่างดี จึงเป็นทางเลือกที่ดี ถ้าหากได้ถ่ายแบบโกอินเตอร์ ครับ ซี ศิวัฒน์ ภาพจาก Image เรียกว่าถ่ายแบบเซ็กซี่คู่ก่อนที่จะสวมแหวนแต่งงานเลยจริงๆ สำหรับ ซี ศิวัฒน์ ที่เรียกว่าภาพแฟชั่นเซ็ตนี้สร้างกระแส แบะเป็นที่พูดถึงได้อย่างมาก เพราะความเซ็กซี่ที่เป็นสไตล์ของตัวเอง ถึงแม้ เขาจะไม่ได้กล้ามแน่นแบบนายแบบเพาะกล้าม แต่หุ่นแบบนี้แหละที่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยเห็นแล้วต้องหวีดร้อง แบ๊งค์ ปรีติ ภาพจาก แพรว ร็อคเกอร์ ในตำนานเจ้าของ รอยสักสุดเท่ ลายพระอาทิตย์ ก็เคยได้มาถ่ายแบบแนวเซ็กซี่มาแล้วเหมือนกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่าภาพถ่ายแฟชั่นชุดนี้เป็นแฟชั่นแบบเซ็กซี่ครั้งแรกของ แบ๊งค์ ปรีติ เลยด้วย ซึ่งทางเราต้องบอกเลยว่าถ่ายออกมาได้สวย ดูเป็นมืออาชีพมากๆ จึงไม่น่าแปลกที่เราจะยกแบ็คงค์ เป็น หนึ่งในตัวเลือกที่ดีถ้าทางแบรนด์ชั้นนำ มองหานายแบบจากประเทศไทยครับ

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก
บุคคลต้นแบบ /  ผู้หญิงต้นแบบ / 

ผู้หญิงยุคใหม่กับความก้าวหน้าในอาชีพ โดย เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ เฟซบุ๊ก ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Facebook ซึ่งทำให้ Mark Zuckerburg กระโดดจากมหาเศรษฐีอันดับที่ 29 ของโลก จะมีสักกี่คนที่รู้จัก “ เชอริล แซนด์เบิร์ก ” (Sheryl Sandberg)  ซีโอโอหญิง ผู้นำหมายเลข 2 ของเฟซบุ๊ก คือ ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น เชอริล แซนด์เบิร์ก มีประวัติการศึกษาที่โดดเด่น จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ด้วยคะแนนระดับท็อปจากฮาร์วาร์ด เธอเคยเป็นผู้บริหารคนสำคัญที่ช่วยผลักดันการขายโฆษณาของกูเกิล (Google,Inc) และภายหลังเธอเริ่มต้นความท้าทายในชีวิตการทำงานอีกครั้ง โดยตัดสินใจย้ายมาเป็น “ Chief Operating Officer (COO) ” หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ คุมงานบริหารทั้งหมดของโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ร้อนแรงที่สุดแห่งยุคสมัยอย่าง Facebook หลังจาก เชอริล มาทำงานกับเฟซบุ๊ก องค์กรมีแต่เติบโต จากพนักงาน 130 คน เพิ่มเป็น 2,500 คน จากยอดผู้ใช้ 70 ล้านคนไปเป็น 700ล้านคน ทั่วโลก ยังไม่นับรวมถึงการสนับสนุนให้เฟซบุ๊กมีรบบโฆษณาแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นรายได้หลักของเว็บด้วย ถ้าว่ากันตามเนื้องานแล้ว “อำนาจ” ในการบริหารของเธอมากกว่าตัว ซัคเคอร์เบิร์ก เองด้วยซ้ำ ปัจจุบันเชอริล วัย42 ปี พักอาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโกกับสามี “เดวิด โกลด์เบิร์ก (David Goldberg) ” เพื่อสนิทมาหลายปีที่กลายเป็นคู่ชีวิตในที่สุด และมีบุตรอีก 2 คน ถึงแม้ว่าผู้บริหารคนเก่ง เชอริล จะได้รับการยกย่องอย่างสูงในด้าน “อิทธิพล” และ “มันสมอง” ในโลกอำนาจแห่งการทำงานแล้ว ในอีกด้านหนึ่งเธอยังถูกยกย่องในเรื่อง “ความเป็นหญิง” จากผู้หญิงด้วยกัน นั่นเป็นเพราะว่า เธอมีบทบาทในการให้คำปรึกษาแก่พนักงานหญิงของเฟซบุ๊ก รวมถึงผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่ๆ และที่สำคัญ เธอได้รับการยอมรับจากโลกแห่งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ว่าเป็นตัวแทนของ “นักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่” ที่สร้างสมดุลย์ระหว่างอาชีพการงาน ครอบครัว และเสน่ห์ ได้อย่างลงตัวและเพอร์เฟ็กต์ เคล็ดลับความสำเร็จในชีวิตครอบครัวและการทำงานของผู้บริหารคนเก่ง เชอริล แซนด์เบิร์ก ฐานะ ผู้นำหมายเลข 2 แห่งเฟซบุ๊ก และสตรีทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ลำดับที่ 6 นั่นคือ เธอแนะนำว่า เรื่องกฎระเบียบและวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผู้หญิงเองก็ต้องมีวิธีคิดที่จะก้าวหน้าด้วยตัวของตัวเองจากภายในด้วย และ ผู้หญิงส่วนมากที่ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตครอบครัว และหน้าที่การงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากคนในที่ทำงาน และคนที่บ้าน   “สตรีทั่วไปมักมีความกลัวอยู่ทั่วสเต็มเซลล์” มันเลยทำหน้าที่หยุดพวกเธอไว้อยู่ที่ตำแหน่งถาวรตลอดชีวิต นั่นคือ  “แม่บ้าน” เชอริล ได้ขึ้นพูดในเวที TED เวทีของคนเจ๋งๆ ที่มาบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก ที่สำคัญเธอได้ปลุกใจให้ผู้หญิง ที่รับรู้ดีว่าตัวเองเป็น "แม่" และคิดว่ายากเหลือเกินที่จะไต่เต้าขึ้นไปยังตำแหน่งผู้บริหาร และนี่คือ สิ่งที่เชอริลนำแนะนำเพื่อเป็นหลักปฏิบัติ 3 ข้อ ที่ผู้บริหารหญิงควรทำ ได้แก่... 1.จงนั่งแถวหน้า (sit at the table) เชอริลบอกว่าสิ่งแรกที่ผู้หญิงควรทำคือมั่นใจในความสามารถของตัวเองว่าไม่ด้อยกว่าเพื่อนร่วมงานเพศชาย ดังนั้นเธอจึงขอร้องให้ผู้หญิงมั่นใจในตัวเอง และพร้อมจะรับความสำเร็จ เสียงชื่นชม ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของพวกเธอเอง ขอให้นั่งแถวหน้าเวลาประชุม และอย่าอายที่จะยกมืออาสาทำงาน 2.ให้คู่ชีวิตเป็น “คู่ชีวิต” จริงๆ (make your partner a real partner) ต่อให้สามีและภรรยาทำงานนอกบ้านเหมือนกัน แต่เมื่อมีลูก สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้หญิงจะต้องทำงานบ้านและเลี้ยงลูกหนักกว่าฝ่ายชายเสมอ ซึ่งเธอมองว่าเป็นอุปสรรคไม่ให้ผู้หญิงใส่ใจกับการงานนอกบ้านได้เต็มที่เท่ากับผู้ชายครอบครัวที่แบ่งภาระหน้าที่กันอย่างเท่าเทียมจะช่วยให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จมากขึ้น และมีสถิติว่าครอบครัวที่สามีภรรยามีรายได้ใกล้เคียงกัน มีภาระหน้าที่เท่าเทียมกัน จะมีอัตราหย่าร้างน้อยกว่าปกติถึงครึ่ง 3.อย่าเลิกทะเยอทะยานก่อนเวลาอันควร (don’t leave before you leave)  ผู้หญิงทำงานควรจะคิดถึงความก้าวหน้าในอาชีพจนวินาทีสุดท้ายที่จะต้องหยุดงานเพื่อทุ่มเทให้กับครอบครัวจริงๆ อย่าเพิ่งเลิกมองหาความสำเร็จหรือความรับผิดชอบก่อนถึงเวลาที่จำเป็น   "อย่าออกจนกว่าคุณจะออก" คือไม่ควรคิดเรื่องการลาออกจนกว่าจะจำเป็นต้องออกจริง ๆ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อใดที่ผู้หญิงเริ่มคิดว่าอยากมีลูก ผู้หญิงก็มักจะเริ่มคิดถึงการเผื่อพื้นที่ในชีวิตให้ลูก และนับจากจุดนั้นเธอก็จะ "ถอย" จากหน้าที่การงาน ไม่มองหาการเลื่อนขั้น ไม่ขานรับความท้าทายใหม่ ๆ จากที่ศึกษาประวัติของเธอ ยอมรับเลยค่ะว่าชอบในแนวความคิดของเธอ และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า องค์ประกอบสำคัญของชีวิตที่ทุกคนควรใส่ใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความสำเร็จในหน้าที่การงาน นั่นคือ "ครอบครัว" หน่วยที่เล็กที่สุดแต่สำคัญมากที่สุด สิ่งที่เราเห็นได้ชัดและเชิดชูคือ เธอเจ๋งจริง เธอไม่เคยมีความกลัวในหัวสมองเลย เชอริล แซนด์เบิร์ก  เธอคือบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลกเห็นว่า “ผู้หญิงเก่งและแกร่ง” นั้นมีรัศมีมากแค่ไหน " อย่าให้ความกลัวมาอยู่เหนือความปราถนาในใจ " "Don't let your fears overwhelm your desire" …เพราะคุณไม่มีทางรู้จักความสามารถที่แท้จริงของตัวเองได้เลย…หากไม่ลุกขึ้นมาลองสักตั้ง - เชอริล แซนด์เบิร์ก - เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team ขอบคุณภาพประกอบจาก...forbes.com

แฮกเกอร์โจมตีกูเกิลเจาะจีเมลล์,รหัสผ่านกว่า5ล้านราย
กูเกิล /  กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ / 

กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ เจาะเข้ารายชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านกว่า 5 ล้านบัญชี ไปเผยแพร่บนเว็บไซต์รัสเซีย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท กูเกิล ถูกแฮกเกอร์ชาวรัสเซียแฮก และเผยแพร่ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์ รวมทั้งรหัสผ่านเกือบ 5 ล้านบัญชี ลงบนโลกออนไลน์ หลังจากก่อนหน้านี้ เกิดกรณีภาพหลุดสุดสยิวของเหล่าดาราคนดัง ที่ถูกแฮกเกอร์ขโมยรูปภาพของจากระบบสำรองข้อมูลออนไลน์ ไอคลูด (iCloud) ของบริษัท แอปเปิล โดยในรายงานข่าวระบุว่า ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านดังกล่าว ถูกนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ btcsec.com ในฟอรัมของ บิทคอย์น โดยฝีมือผู้ใช้งานที่ชื่อ (Tvskit) ซึ่งระบุด้วยว่า ที่อยู่อีเมล์กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้ยังมีการใช้งานอยู่เป็นประจำด้วย ขณะที่ทาง กูเกิล ออกมาระบุว่า ข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านนี้ อาจเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังใช้งานได้ เนื่องจากระบบอัตโนมัติป้องกันการแฮกของพวกเขาทำการปิดกั้นการล็อกอินเข้าบัญชีผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่แล้ว และเรียกร้องให้ผู้ใช้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ กูเกิล ยังยืนยันด้วยว่า การรั่วไหลของข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้จีเมล์และรหัสผ่านครั้งนี้ ไม่ได้เปิดขึ้นจากช่องโหว่ในระบบของกูเกิล

กูเกิลกลาส คล้ายแบบจำลองแว่นตาอัจฉริยะของลีโอนาโอ ดาวินชี
นักวิทยาศาสตร์โลก /  เกร็ดความรู้

หลังจากที่มีข่าวออกมาเป็นระยะๆ ว่าทางกูเกิ้ลนั้นมีโปรเจ็กทำแก็ดเจ็ต (Gatget) ล้ำยุคออกมา คือ กูเกิลกลาส นั่นเอง โดยกูเกิลกลาสนี้จะเปรียบเสมือนลูกครึ่งแว่นตากับสมาร์ทโฟน ออกมา ทำให้หลายๆ คนที่เป็นสาวกนั้นก็คอยติดตามอย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว และเป็นที่สงสัยอย่างยิ่งเพราะ นักวิจัยสหรัฐฯ พบว่า กูเกิลกลาส คล้ายแบบจำลองแว่นตาอัจฉริยะของลีโอนาโอ ดาวินชี เอ๊ะๆ เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต้องตาม teen.mthai ไปดูกันคะ ^^ กูเกิลกลาส คล้ายแบบจำลองแว่นตาอัจฉริยะของลีโอนาโอ ดาวินชี  การค้นพบครั้งนี้ เกิดขึ้นขณะที่ นายเบิร์ท ไวลด์ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยอิลินอยส์ของสหรัฐฯ ทำการศึกษาแผนภาพของดาวินชี เพื่อหาแรงบันดาลใจในการทำวิจัย จนกระทั่งเขาได้ไปพบกับแบบแปลนที่มีลักษณะเป็นหน้าคนสวมแว่นตา ที่มีกล้องขนาดเล็กติดอยู่ด้านข้าง นายไวลด์เล่าว่า ระหว่างที่เขากำลังอ่านหนังสือ และภาพสเก็ตของดาวินชี เพื่อทำการศึกษาเกี่ยวกับนิวเคลียร์ฟิสิกส์ ก็พบกับ ภาพแว่นตา ดังกล่าว และเมื่ออ่านเพิ่มเติมจึงพบว่า แว่นตาอันนี้มีชื่อในภาษาอิตาเลียนว่า Occhiovita Immagine หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า แว่นตาภาพชีวิต โดยดาวินชีระบุว่า แว่นตาที่เขาคิดค้นขึ้นสามารถสั่งการด้วยภาพและตัวหนังสือ เสมือนเป็นผู้ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งคล้ายกับกูเกิลกลาส แว่นตาอัจฉริยะของกูเกิล ที่กำลังจะเตรียมวางจำหน่ายในปีนี้ ซึ่งภายหลังที่เขาเห็นภาพสเก็ตแว่นตาอัจฉริยะของดาวินชีเป็นครั้งแรก ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจในการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับคอนเซ็ปต์แว่นตาที่ดาวินชีเคยคิดไว้ แต่ก็ไม่พบรายละเอียดใดๆ นอกจากภาพสเก็ตที่ระบุลักษณะของภาพที่ปรากฎบนเลนส์ของแว่นตา ที่ดาวินชีเคยร่างไว้เท่านั้น นายไวลด์บอกว่า เขาแทบไม่เชื่อว่าไม่มีใครเคยสังเกตเห็น ภาพสเก็ตแว่นตาอัจฉริยะของดาวินชี มาก่อน จนกระทั่งมีการเปิดตัวกูเกิลกลาส จึงนับเป็นการพิสูจน์ว่า กูเกิลไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีรายแรก ที่คิดค้นแว่นตาอัจฉริยะอีกต่อไป!! อัยย่ะ เรื่องน่ารู้ กูเกิลกลาส ที่มาของกูเกิลกลาส เซอร์เกย์ บริน (ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล) บอกเหตุผลที่กูเกิลคิดทำ กูเกิลกลาส คือ การที่ผู้คนสมัยนี้ใช้ชีวิตผูกกับโทรศัพท์มาก ในขณะที่ใช้โทรศัพท์ มือหนึ่งก็ต้องถือ ตาก็ต้องก้มดู กูเกิลจึงคิด ถึงอุปกรณ์ที่สามารถทำให้มนุษย์ยังคงสามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ บนโลกผ่านการมองเห็นด้วยดวงตาไปพร้อม ๆ กับการรับรู้ข้อมูลและสั่งการอุปกรณ์ไฮเทคของตัวเองได้ Glass Explorer หรือผู้ทดลองใช้กูเกิลกลาส  ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า กูเกิลกลาส  ทำให้การใช้งานอินเทอร์เนต มือถือ และกล้องง่ายขึ้นแบบ no hand แต่ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยขนาดนี้ก็ทำให้ผู้ใช้ล้ำเส้นไปละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนรอบข้างได้ง่ายๆ เช่นการแอบบันทึกภาพคนอื่นอย่างแนบเนียน หรือการพูดโทรศัพท์และสั่งการกลาสเสียงดังโดยไม่สนว่าจะรบกวนคนข้างๆ (อืม .. อันนี้น่าคิด) กูเกิลกลาส สามารถทำอะไรได้บ้าง? ถ่ายภาพนิ่ง, ถ่ายวิดีโอ, สั่งค้นหาด้วยเสียง, วิดีโอคอล และสั่งแปลภาษา, หน้าจอแสดงผลคมชัดเทียบเท่าจอ HD ขนาด 25 นิ้ว จากระยะการมองเห็น 8 ฟุต ความละเอียดของกล้องในการถ่ายภาพ 5 ล้านพิกเซล และบันทึกวิดีโอระดับ HD 720p มาพร้อมกับหน่วยความจำภายในตัวขนาด 16GB (ซึ่งใช้ได้จริง 12GB) โดยที่สามารถซิงก์ได้กับ Google cloud storage ด้วย ส่วนตัวแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 1 วันเต็ม ๆ หากไม่ใช้งานแอพพลิเคชั่นที่เปลืองแบตฯ หรือถ่ายวิดีโอ, รองรับการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นที่มี Bluetooth เป็นต้น คู่มือการใช้กูเกิลกลาส  1. ข้อแรกคือจงจำไว้เสมอว่าคุณมีกล้องติดอยู่บนใบหน้า เพราะฉะนั้นไม่แปลกอะไรที่ทุกคนจะมองคุณด้วยสายตาหวาดระแวง เพราะไม่รู้ว่าจะถูกแบบบันทึกภาพหรือไม่ เมื่อไหร่ และด้วยเหตุนี้ คุณจึงควรถอดกลาสทุกครั้งที่อยู่ในสถานที่ที่ไม่ควรมีการถ่ายภาพ เช่นห้องน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า โรงหนัง และห้องประชุม 2. อย่าใช้ กูเกิลกลาส  แบบพร่ำเพรื่อมากเกินไป เนื่องจาก กูเกิลกลาส  เป็นแก็ดเจ็ตที่ดึงดูดสาตาอยู่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรโดดเด่นเพิ่มเติมเข้าไปอีก เช่นการสั่งการกลาสด้วยเสียงตลอดเวลา หรือการใช้กลาสโทรศัพท์ ซึ่งทำให้คุณดูเหมือนเดินพูดคนเดียว ไม่ต่างจากการใช้บลูทูธ ที่สำคัญ ไม่ควรจะใส่กลาสตลอดเวลา เพราะนอกจากจะทำให้คุณดูเป็นคนบ้าเทคโนโลยีมากเกินไป ยังไม่มีใครชอบที่คนที่เขาคุยด้วยจะเหลือบมองไปที่ด้านขวาบนของตัวเองทุกๆ 10 วินาที 3. กฎข้อสุดท้ายที่ฟังดูไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย ก็คือจงอย่าถ่ายรูปหรือบันทึกภาพอะไรที่ไม่สมควรด้วยกูเกิลกลาส เพราะหากมีคลิปหรือภาพที่หลุดไปอยู่ในอินเทอร์เนต ซึ่งชัดเจนว่าถ่ายจากกลาส แล้วเป็นภาพที่ไม่สมควรอย่างการแอบถ่ายผู้หญิงโป๊ คุณจะกลายเป็นคนที่ทำให้ภาพลักษณ์ของกลาส และผู้ใช้กลาสทั่วโลกเสียทันที เพราะไม่มีใครคาดเดาได้ว่าผู้สวมใส่กลาสคนไหนจะมีมารยาทมากพอที่จะไม่ถ่ายภาพแย่ๆ เหล่านี้ กูเกิ้ลทำวิดีโอแนะนำการใช้และมารยาทในการใช้ กูเกิลกลาส โดยใช้คำว่า dont be a glass hole ซึ่งเป็นคำที่ออกมาล้อเลียนคำด่าที่ว่า ass hole นั่นเอง ในวิดีโอ ชุดนี้ ก็ระบุว่า ห้ามผู้ใช้ นำแว่นวีดีโอตัวนี้ ไปใช้ในหลายๆสถานที่ เช่น โรงหนัง ผับ บาร์ บาร์เต้นระบำเปลือย คาสิโน เพราะการที่แว่นอัจฉริยะตัวนี้สามารถบันทึกภาพและวิดีโอได้ อาจไปล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นๆ เพื่อนๆ สามารภไปเปิดดูกันได้เลยนะคะ การสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งใช้คำว่า "OK, Glass," เป็นคำขึ้นต้น เวลาจะสั่งให้มีการถ่ายภาพนิ่ง หรือวิดีโอ รวมถึงยังสามารถแชร์สิ่งที่เราได้เห็นและบันทึกเอาไว้ ไปยังคนใกล้ชิดได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่สั่งงานด้วยเสียงเท่านั้น ขณะเดียวกัน การวิดีโอแชทผ่านโปรแกรมสไกป์  รวมถึงการรายงานสภาพอากาศ และเส้นทางซึ่งมีความแม่นยำมากขึ้น และเห็นเส้นทางได้ชัดกว่าเดิม  ก็เป็นอีกหนึ่งความพิเศษ ที่มาพร้อมกับกูเกิล กลาสแบบใหม่นี้อีกด้วย เรียบเรียง teen.mthai อ้างอิง nanmeebooks,plus.google

ฮือฮา กูเกิ้ลเอิร์ธ จับภาพดาว5แฉก สัญลักษณ์ปีศาจบนพื้นโลก
ดาวห้าแฉก /  ปีศาจ

วันนี้(7 ส.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเกิดเรื่องประหลาดขึ้นเมื่อดาวเทียมของกูเกิล เอิร์ธ สามารถจับภาพสัญลักษณ์ดาวห้าแฉก บนพื้นโลกได้ สัญลักษณ์ดังกล่าวปรากฎอยู่ที่ตอนเหนือของคาซักสถาน มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 366 เมตร ซึ่งมีความชื่อว่าสัญลักษณ์ดาว5แฉก เป็นเครื่องหมายของปีศาจ ซาตาน โดยสัญลักษณ์ที่ปรากฎอยู่นี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับพิธีบูชาปีศาจของคาซักสถาน ทั้งนี้มีผู้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าดาวห้าแฉกนี้อาจจะม่เกี่ยวข้องกับพวกปีศาจแต่อาจจะเป็นซากฐานทัพของโซเวียตที่เคยมีการตั้งฐานทัพบริเวณนั้น MthaiNews