กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27

หญิงอินเดีย ถูกกล่าวหาเป็นแม่มด ญาติรุมสังหารทุบตีทรมานจนตาย
ข่าวอินเดีย /  ข่าวแปลก / 

หญิงเคราะห์ร้ายชาวอินเดีย ถูกชาวบ้านรวมถึงญาติของตัวเอง รุมทรมาน และสังหารจนตาย เหตุเพราะเป็นผู้ต้องสงสัย เป็นแม่มดและใช้เวทมนต์ สาปให้คนในครอบครัวล้มป่วย วานนี้ (27 ต.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นาง ดูกัลฮีน หญิงเคราะห์ร้าย ที่ถูกตั้งข้อครหาว่าเป็นแม่มด เล่นไสยศาสตร์มนต์ดำ และทำให้ลูกชายของนายนากุล ปาเทล น้องเขยของเธอป่วย โดยนาง ดูกัลฮีน  ถูกกลุ่มชาวบ้านซึ่งรวมถึงนายปาเทลซึ่งเป็นน้องเขยของเธอ และคนอื่นๆในครอบครัวของนายปาเทล จับแก้ผ้า ทุบตีและทรมานด้วยวิธีการต่างๆ นานหลายชั่วโมง กระทั่งเธอเสียชีวิตมรที่สุด ทั้งนี้ด้าน นายอโศก ปาเทล ลูกชายของนางดูกัลฮีน ที่อยู่ในเหตุการณ์ เผยว่า "แม่ของผมถูกทำร้ายอย่างหนัก เธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ชาวบ้านเอาแต่นิ่งเฉยและมองดูเท่านั้น ผมพยายามที่จะปกป้องแม่ของผมแล้วแต่ผมทำไม่ได้′ อย่างไรก็ตาม การไล่ล่าแม่มดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ในอินเดียจนกลายเป็นเรื่องปกติ ผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นแม่มดจะถูกฆ่าเป็นประจำทุกปี ความเชื่อดังกล่าวคือความเชื่อของคนอินเดียมาเป็นเวลานาน ซึ่งหญิงม่ายจะตกเป็นเหยื่อเสมอๆ ซึ่งปัญหานี้ เป็นหนึ่งในปัญหาความรุนแรงในอินเดีย โดยเฉพาะกับผู้หญิง ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยท้ายที่สุดแล้ว กรณีนี้ผู้ก่อเหตุสลดใจดังกล่าว ถูกตำรวจตามจับตัวได้ในที่สุด Mthai News

นายกฯวอลเลย์นำงบ5.2ล้านบาทพัฒนาทีมสู่ระดับนานาชาติ
วอลเลย์ทีมชาติไทย /  วอลเลย์บอล / 

สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ที่สนับสนุนจากรัฐบาล จำนวน 5.2 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา จากผลงานที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย สามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองแดงในการแข่ขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ โดย นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลยบอลแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯ มีแผนจะนำเงินสนับสนุนดังกล่าวไปใช้พัฒนาวงการอลเลย์บอลไม่ว่าจะป็นการจัดการแข่งขัน และ ส่งทีมเข้าร่วมทำการแข่งขันระดับต่างๆในเวทีระดับนานาชาติ งบที่เราได้รับมาครั้งนี้ จะนำไปใช้จ่ายในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระดับรุ่นอายุต่างๆ ตั้งแต่ยุวชนเป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็นทั้งทีมหญิง และ ทีมชาย ตลอดจนวอลเลย์บอลชายหาด เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ และ พัฒนาสู่ทีมชาติต่อไป "

37 ผู้ค้าข้าว แห่ประมูล สต๊อกข้าวรัฐบาล
กระทรวงพาณิชย์ /  ข่าว / 

ผู้ส่งออก โรงสี ผู้ประกอบการค้าข้าว แห่ยื่นประมูลข้าวสต๊อกรัฐครั้งที่ 3 ของปีนี้ ปริมาณกว่า 2 แสนตัน ล้นหลามถึง 37 ราย กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดให้ภาคเอกชนที่สนใจยื่นซองเสนอราคาประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาล ครั้งที่ 3 ปริมาณกว่า 207,000 ตัน เป็นข้าวขาว 5% ปริมาณ 76,000 ตัน และปลายข้าวขาวเอวันเลิศ ปริมาณ 131,000 ตัน เป็นข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวฤดูการผลิต 2554/55 นาปรัง 2555 และ 2555/56 และ 2556/57 แบบรายคลัง หรือรายกอง โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจยื่นซองประมูลข้าวสาร ตั้งแต่เวลา 8.30 ถึง 11.00 น. มีเอกชนสนใจเข้ายื่นซองประมูลทั้งหมด 37 ราย โดยที่ในเวลา 13.30 น. วันเดียวกันนี้ จะมีการเปิดซองประมูล เพื่อประกาศผู้ที่ผ่านเกณฑ์ และให้ราคาสูงสุดในการการประมูลข้าวในครั้งนี้ สำหรับการประมูลครั้งนี้ ได้นำข้าวที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาเปิดประมูล และมั่นใจว่าจะไม่กระทบกับราคาตลาด เพราะการเสนอราคายังคงใช้เกณฑ์ราคาขั้นต่ำ ที่คณะกรรมการได้คำนวณไว้ ซึ่งใช้ราคาตลาด ณ ปัจจุบันอ้างอิง หากผู้ใดเสนอราคาต่ำกว่าราคาขั้นต่ำก็จะไม่ขายให้ จึงเชื่อว่าน่าจะขายได้ราคาดี อย่างไรก็ตาม การเปิดประมูลข้าวในสต๊อกรัฐบาลครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3/2557 โดยใน 2 ครั้งที่ผ่านมา รัฐบาลสามารถระบายข้าวไปแล้วรวมกว่า 145,285 ตัน คิดเป็นมูลค่า 1,649 ล้านบาท โดยทั้ง 37 รายที่เข้าร่วมยื่นซองประมูล ได้แก่ 1.บริษัท วัฒนพรอินเตอร์ โกลเด้นไรซ์ จำกัด 2.บริษัท เอเชีย โกลเด้น ไรซ์ จำกัด 3.บริษัท ร่วมกำชัย จำกัด 4.บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด 5.บริษัท อิสเทิร์นไรซ์ จำกัด 6.บริษัท โรงสีข้าวทวีพัฒนา จำกัด 7.บริษัท ประกรวรรณรอมการ จำกัด 8.บริษัท เกศกนก เทรดดิ้ง จำกัด 9.บริษัท โรงสี กู้เกียรติ จำกัด 10.บริษัท รวมชัย มัลติเทรด จำกัด 11.บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด 12.บริษัท อรุณ ไรซ์ เทรดดิ้ง จำกัด 13.บริษัท เอเชียโกลเด้นเกรน จำกัด 14.บริษัท โรงสีทรัพย์แสงทอง 2550 จำกัด 15.บริษัท โรงสีข้าวรวมชัยสังขละ จำกัด 16.บริษัท นำแสงค้าข้าว จำกัด 17.บริษัท ไทยสถาวร เทรดดิ้ง จำกัด 18.บริษัท วิรัตน์ชนก จำกัด 19.บริษัท มหาทรัพย์ ฟีด จำกัด 20.บริษัท เจียเม้ง จำกัด21.บริษัท โรงสีไฟศรีกรุงลาดกระบัง จำกัด 22.บริษัท เอ็นบีที เทคโนโลยี จำกัด 23.บริษัท โกลเด้นเกรน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด 24.บริษัท โรงสีเจริญทรัพย์ จำกัด 25.บริษัท กรุงไทยพืชผล จำกัด 26.บริษัท โรงสีสวัสดิ์ไพบูลย์ จำกัด 27.บริษัท สุวิทย์ ไรซ์มิลล์ จำกัด 28.บริษัท พงษ์ลาภ จำกัด 29.บริษัท ไทยฟ้า (2511) จำกัด 30.บริษัท เฟรนด์ ไรซ์ จำกัด 31.บริษัท โรงสีข้าวเจริญผล จำกัด 32.บริษัท โรงสีไฟสมบูรณ์ การค้า จำกัด 33.บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด 34.บริษัท โรงสีเอกไรซ์ จำกัด 35.บริษัท โสธรอินเตอร์เทรด จำกัด 36.ริษัท เอ แอนด์ ซีไรซ์ เพชรบุรี จำกัด และ 37.บริษัท ดำรงพืชผล จำกัด MThai News

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

มาเลเซียตั้งทีมสู้คดีโด๊ป ลี ชอง เหว่ย
มาเลเซีย /  ลี ชอง เหว่ย / 

นายไคห์รี่ จามาลุดดิน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเยาวชนและกีฬา ของมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2557 ว่า ได้สั่งการให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงเยาวชนและกีฬา กับสมาคมแบดมินตันแห่งมาเลเซีย เพื่อรับผิดชอบกรณีนักแบดมินตัน ชั้นนำ ของมาเลเซีย(ที่คาดว่าจะเป็น ลี ชอง เหว่ย นักแบดฯมือ 1 โลก) ไม่ผ่านการตรวจโด๊ป ในการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลก ค.ศ.2014 ที่ผ่านมา คณะทำงานชุดนี้ รับผิดชอบในการเตรียมพยานหลักฐาน และข้อมูลต่างๆ ในการตรวจโด๊ปขั้นสุดท้าย รวมทั้งรับทำหน้าที่ต่อเนื่องอีก หากนักกีฬาของเราไม่ผ่านการตรวจโด๊ปขั้นสุดท้ายอีก นายไคห์รี่กล่าวว่า ได้ให้นโยบายไปแล้วว่า ต้องสนับสนุนและต่อสู้จนถึงที่สุด แม้ว่าจะต้องร้องเรียนต่อคณะอนุญาโตกีฬานานาชาติ หรือ ศาลกีฬาโลก อีกชั้นหนึ่ง โดยไม่ต้องสนใจว่า จะแพ้คดีหรือไม่? เพื่อแสดงออกถึงความรับผิดชอบว่า ต้องดูแลช่วยเหลือนักกีฬาให้ถึงที่สุด ให้ได้ เหมือนที่ทำมาแล้วจากกรณี “ไถ่ เชอะ เซือน” นักวูชูสาวถูกริบเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ ค.ศ.2014 ในข้อหาใช้สารต้องห้ามเมื่อเร็วๆ นี้

จอมพลังไทย ส่อแววไม่ได้ลุยชิงแชมป์โลกเหตุไร้งบประมาณ
กกท. /  การกีฬาแห่งประเทศไทย / 

ความเคลื่อนไหวของสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ที่กำลังจะส่ง จอมพลังไทย ไปสู้ศึกยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก ระหว่างวันที่ 4-16 พ.ย.57 ณ ประเทศคาซัคสถาน ซึ่งเป็นรายการเก็บแต้มสะสมลุยโอลิมปิกเกมส์ 2016 ล่าสุด เสธ.ยอด พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ประธานที่ปรึกษาสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตามที่สมาคมเตรียมส่งนักกีฬา 15 คนเข้าร่วมรายการชิงแชมป์โลก ที่เมืองอัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน ซึ่งเป็นรายการเก็บคะแนนเพื่อไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ปี 2016 ที่เมืองริโอเดอ จาเนโร ประเทศบราซิล โดยต้องใช้งบประมาณราว 4 ล้านบาท และก่อนหน้านี้ได้ประสานของบประมาณจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ได้รับการชี้แจงว่าตอนนี้ยังไม่มีงบประมาณ จึงต้องเตรียมนำเรื่องนี้หารือกับคณะกรรมการสมาคมฯ ต่อไป โดยสุดท้ายแล้วหากไม่มีงบประมาณจริงๆ คงต้องตัดสินใจไม่ส่งนักกีฬาร่วมแข่งขัน เพราะสมาคมฯ ก็มีงบประมาณไม่เพียงพอเช่นเดียวกัน เนื่องจากใช้ในการพัฒนานักกีฬาในด้านอื่นๆ ไปอย่างเต็มที่แล้ว

4องค์กรวิชาชีพสื่อแถลงการเสนอข่าวคดีฆ่านทท.
ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวเกาะเต่า /  ข่าวเกาะเต่า / 

4 องค์กรวิชาชีพสื่อ ออกแถลงการณ์เรื่อง การเสนอข่าวที่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หลังจากคณะเอกอัครราชทูตจากสหภาพยุโรป 8 ประเทศ ได้เข้าพบกับองค์กรสื่อไทย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2557 พร้อมยื่นหนังสือเพื่อแสดงความเป็นห่วงต่อการเสนอข่าวของสื่อมวลชนไทยในคดี ฆาตกรรมที่เกาะเต่า แถลงการณ์ร่วม 4 องค์กรสื่อ เรื่อง การเสนอข่าวที่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ตาม ที่สื่อมวลชนบางส่วนได้นำเสนอภาพและข่าวเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมหลายคดี ที่มีลักษณะเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อีกทั้งเป็นการซ้ำเติมผู้ตกเป็นเหยื่อและญาติพี่น้อง โดยคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่าเป็นกรณีตัวอย่างล่าสุด ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนไทย ทั้งในสังคมไทยและต่างประเทศอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน องค์กรวิชาชีพทั้ง 4 อันประกอบด้วย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จึงมีความกังวลอย่างมากต่อการวิธีการรายงานข่าวในคดีอาชญากรรมของสื่อที่มิ ได้เป็นไปตามมาตรฐานหลักจริยธรรมที่ให้ความเคารพในสิทธิส่วนบุคคลและ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนผลกระทบที่มีต่อเหยื่อและครอบครัว การ เสนอภาพและข่าวอาชญากรรม เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง และจำเป็นต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่มีต่อผู้ตกเป็นเหยื่อและครอบครัว การเสนอภาพของเหยื่อในคดีอาชญากรรม ในสภาพอเนจอนาถ และการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสภาพของเหยื่อและข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำ เป็น ถือได้เป็นว่าการกระทำซ้ำต่อเหยื่อและยังก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนใจต่อ ครอบครัวของผู้ตกเป็นเหยื่อด้วย เพราะฉะนั้น สื่อมวลชนจึงต้องพึงระมัดระวังในการนำเสนอภาพและข่าวในลักษณะดังกล่าว และควรต้องให้ความเคารพต่อผู้ตกเป็นเหยื่อและความรู้สึกครอบครัวเป็นอย่าง ยิ่ง การที่เอกอัครราชทูตจากสหภาพยุโรป 8 ประเทศ ได้เข้าพบกับองค์กรสื่อไทยเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2557 พร้อมยืนหนังสือเพื่อแสดงความเป็นห่วงต่อการเสนอข่าวของสื่อมวลชนไทยในคดี ฆาตกรรมที่เกาะเต่า โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิส่วนตัวของเหยื่อและกระบวนการสืบ สวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ย่อมเป็นการแสดงให้เห็นว่าบทบาทของสื่อไทย ปัจจุบันมิได้ถูกเฝ้ามองจากคนในสังคมไทยเท่านั้น แต่ยังถูกตรวจสอบจากภายนอกด้วย เพราะฉะนั้นจึงขอเรียกร้องให้สื่อ มวลชนไทยแสดงถึงความตระหนักต่อการทำหน้าที่ โดยยึดหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สังคมได้รับข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วนและเป็นธรรม และในขณะเดียวกันสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ที่ตกเป็น ข่าวได้รับการปกป้องด้วย อนึ่งองค์กรวิชาชีพทั้ง 4 องค์กร จะดำเนินการให้มีการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวงการสื่อสารมวลชน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางในการยกระดับการทำหน้าที่ของสื่อให้มีมาตรฐานมาก ยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากสังคมมากขึ้น 27 ตุลาคม 2557 สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ผลฟุตบอล แคปิตอล วัน คัพ : เทพโอ้ ปลุกพลังหงส์แดง พลิกปลิดชีพ หงส์ขาว ท้ายเกม 2-1 ลิ่วรอบ3ได้สำเร็จ
คูตินโญ่ /  จอนโจ้ เชลวี่ย์ / 

ผลฟุตบอล แคปิตอล วัน คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 ลิเวอร์พูล 2-1 สวอนซี รายชื่อคนทำประตู : 0-1 มาร์วิน เอ็มเนส น.65, 1-1 มาริโอ บาโลเตลลี่ น.86, 2-1 เดยัน ลอฟเรน น.90+5 เวลา : 3.00 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : Astro Supersport 1 ศึกฟุตบอล แคปิตอล วัน คัพ กลับมาลงทำศึกกันอีกครั้ง โดยแมตช์นี้ "หงส์แดง" ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจพักหอกจองฝืดอย่าง มาริโอ บาโลเตลลี่ ไว้ข้างสนามพร้อมกับส่งหน้าคู่อย่าง แลมเบิร์ต และบอรินี่ ลงกระซวกตาข่าย สวอนซี ผู้มาเยือน ต้องดูว่าการจับคู่กันของสองศูนย์หน้าต่างวัย ลิเวอร์พูล คู่นี้ จะสามารถพาทีมผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้หรือเปล่า เริ่มเกมมาแค่นาทีที่ 6 ฟาบิโอ บอรินี่ ที่ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงวันนี้ โดนทำฟาวล์หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่กัปตัน เฮนเดอร์สัน จะรับอาสายิงลูกนี้แต่ก็แรกและข้ามคานออกไป นาทีที่ 8 ลิเวอร์พูล เกิบได้ประตูขึ้นนำจาก บราซิเลี่ยน คอนเนคชั่น คูตินโญ่ ไหลมาให้ ลูคัส ได้ซัดด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ แต่ แกร์ฮาร์ด เเทรมเมล ยืนตำแหน่งดี เซฟช่วยทีมไว้ได้ เกมผ่านไป 15 นาที ถือว่าเจ้าบ้านทำได้ดีกว่า "หงส์ขาว" พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นจังหวะครองบอล หรือลุ้นประตู เป็นทางฝั่ง "หงส์แดง" ที่เหนือกว่าทุกกระบวนท่า นาที 22 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกเตะมุม คูตินโญ่ เปิดเข้ามาถึง ริคกี้ แลมเบิร์ต ได้โขกแต่ไม่ถนัดเพราะโดนกองหลัง "หงส์ขาว" ตามประกบติดทำให้พลาดโอกาสพาทีมขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย นาที 27 "หงส์แดง" พลาดขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ จังหวะหลุดเดียวของ มาร์โควิช ได้ซัดด้วยซ้าย แต่บอลผิดเหลี่ยมออกหลังไปแบบหมดลุ้น นาที 34 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสขึ้นนำอีกครั้งจากลูกยิงหน้ากรอบเขตโทษของ ฟาบิโอ บอรินี่ ได้ซัดด้วยขวาเต็มแรก แต่โดน แกร์ฮาร์ด เทรมเมล พุ่งปัดออกหลังไปได้แบบเหลือเชื่อ นาที 42 เดอะค็อป ทั้งสนามต้องลุ้นกันตัวโก่งหลังเสียลูกฟรีคิกฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ จอนโจ้ เชลวี่ย์ เปิดเข้ามาก่อนจะโดนโขกสกัดมาเข้าทาง นาธาน ดายเออร์ ได้เก็บตกจากแถวสอง แต่ไปแฉลบแนวรับ "หงส์แดง" ออกหลับแบบหวุดหวิด นาที 45 ความนี้ เดอะค็อป ต้องลุ้นตัวโก่งยกกำลัง 2 หลังมาเสียฟรีคิกหน้าเขตโทษ ก่อน จอนโจ้ เชลวี่ย์ จะซัดไปติดเซฟ โจนส์ ช่วย ลิเวอร์พูล ไม่เสียประตูก่อนจบครึ่งแรก เริ่มครึ่งหลังมา 5 นาที รูปเกมยังคงคล้ายครึ่งเวลาแรก แตาคราวนี้ นาธาน ดายเออร์ ได้หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะถูก เกล็น จอห์นสัน เบียดจนหงายท้องแต่ผู้ตัดสินยังใจแข็งไม่เป่าเป็นลูกจุดโทษ เกมผ่านมาถึงนาที 61 สวอนซี ได้เตะมุม จอนโจ้ เชลวี่ย์ รับหน้าที่เปิดคนเปิดพร้อมเสียงประมือจากแฟนๆ "เดอะค็อป" บริเวณนั้น เข้ามาถึง บาเฟติมบิ โกมิส ได้โขกเต็มๆแต่ไปตรงตัวของ แบรด โจนส์ ยืนรับได้สบาย นาที 62 เป็นทีของ ลิเวอร์พูล บ้าง แลมเบิร์ต พักบอลให้ คูตินโญ่ ได้วางเท้ายิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่น้ำหนักแรงจนหลุดออกหลังไปเลย GOAL! นาที 65 "หงส์ขาว" บุกมาเจาะตาข่าย "หงส์แดง" ได้สำเร็จจากลูกวอลเล่ด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษของ มาร์วิน เอ็มเนส บอลผ่านตัว แบรด โจนส์ เข้าไปมุดก้นตาข่ายอย่างสวยงาม นาที 79 บีร็อด เปลี่ยนตัวเป็นคนแรก ถอด ริคกี้ แลมเบิร์ต ออกและส่ง มาริโอ บาโลเตลลี่ ลงมาทำหน้าที่แทน GOAL! นาที 86 บาโลเตลลี่ ปลุก ลิเวอร์พูล ให้ฟื้นจากหลุมได้สำเร็จ หลังเข้าชาร์จจ่อๆ บอลจาก บอรินี่ เข้าไปตุงตาข่าย "หงส์แดง" ตีเสมอท้ายเกมได้สำเร็จ นาที 90+1 เฟรเดริโก้ เฟร์นันเดซ เซ็นเตอร์ฮาร์ฟ "หงส์ขาว" โดนใบแดงจากจังหวะเปิดปุ่มใส่ คูตินโญ่ ทำให้ สวอนซี ต้องเล่น 10 คนในช่วงเวลาที่เหลือ GOAL! นาที 90+5 หงส์แดง กระชากตั๋วรอบ 8 ทีมสุดท้ายมาจากมือ สวอนซี ได้สำเร้จ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : แบรด โจนส์, ฮาเวียร์ มานกีโญ่, โคโล่ ตูเร่, เดยัน ลอฟเรน, เกล็น จอห์นสัน, ลูคัส เลว่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, คูตินโญ่, ลาซาร์ มาร์โควิช, ริคกี้ แลมเบิร์ต, ฟาบิโอ บอรินี่ สวอนซี : แกร์ฮาร์ด เทรมเมล, อังเกล รังเกล, เฟรเดริโก้ เฟร์นันเดซ, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์, นีล เทย์เลอร์, จอนโจ้ เชลวี่ย์, เจย์ ฟูลตัน, นาธาน ดายเออร์, มาร์วิน เอ็มเนส, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่, บาเฟติมบิ โกมิส

อดใจรออีกนิด! ลุค ชอว์ โวอีกหน่อยผีแดงจะเป็นทีมที่คู่แข่งขยาด
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายร่างกะทัดรัด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  ออกมาแสดงความมั่นใจก่อนเกมส์ดาร์บี้แมตท์ผ่าเมือง ที่จะต้องไปบุกเยือนแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ว่า “ปีศาจแดง” จะกลายเป็นที่ทีมที่คู่ต่อสู้จะต้องขยาดเวลาพบกัน “ผมคิดว่าเรายังไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในตอนนี้ อย่างที่คุณเห็นในเกมส์กับเชลซี” แบ็กค่าตัว 27 ล้านปอนด์กล่าว “มันต้องใช้เวลา แต่เมื่อไรก็ตามที่เราเข้าฟอร์มของเราแล้ว ผมคิดว่าใครๆก็ต้องกลัวที่จะเจอกับเรา”  นอกจากนี้ ชอว์ ยังเชื่อว่าต้นสังกัดจะสามารถกลับมาสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ได้ แม้ตอนนี้จะอยู่ที่ 8 ของตารางและตามหลังจ่าฝูงถึง 10 แต้ม “ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกลเราเพิ่งจะเริ่มต้น และคุณก็ไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงกลางฤดูกาล” “เราแค่พยายามเก็บชัยชนะแม้มันจะเป็นเกมส์ที่ยาก แต่เรารู้ว่าเราดีพอที่จะเอาชนะได้”

กลิ่นไม่ดี! บิ๊กเปี๊ยก ชี้มีล้มบอล/เสธ.ตุ้ม สั่งเบรกงาน เปายะ-เปาสุชาติ
ชัยยะ มหาปราบ /  ดร.องอาจ ก่อสินค้า / 

เริ่มส่งกลิ่นไม่ดีสำหรับวงการฟุตบอลไทย หลังจาก บิ๊กเปี๊ยก ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ออกมายอมรับว่า บริษัท สปอร์ตเรดาร์ องค์กรระดับโลกที่ร่วมมือกับ ตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล ที่เข้ามาช่วยดูแลตรวจสอบการแข่งขันฟุตบอลลีกเมืองไทย ที่เข้าข่ายการล็อคผลหรือล้ม ได้มีการรายงานฟุตบอลลีกไทยมีเข้าข่ายการล็อคผลและล้มบอล โดย บิ๊กเปี๊ยก เผยในงานแถลงข่าว “มีต เดอะ เพรส” ว่า บ.ปสอร์ตเรดาร์ ได้รายงานเข้ามาว่ามีบางคู่ที่เข้าข่ายการทุจริต แต่ตนไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้มาก ต้องขอตรวจเช็คข้อมูลก่อน ซึ่งเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อวงการฟุตบอลไทย หรือความเสียหายต่อสโมสรที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตามหากตรวจพบว่าทุจริตจริงๆ ก็จะต้องมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ แน่นอน เสธ.ตุ้ม สั่งเบรกงาน เปายะ-เปาสุชาติ ด้าน  เสธ.ตุ้ม พ.อ.ชินเสณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน ได้สั่งระงับการไปทำหน้าที่เกม อาร์มี่ ยูไนเต็ด พบ โอสถสภาฯ ของ เปายะ ชัยยะ มหาปราบ และเปาสุชาติ ฝางมาลา ที่จะไปเป็นไลน์แมนคู่เชียงใหม่ เอฟซี พบ บีบีซียู เนื่องจากมองว่าทำหน้าที่ผิดพลาดในที่ ชัยนาท ฮอร์นบิล เสมอกับ ชลบุรี เอฟซี 1-1 โดยจังหวะปัญหามีขึ้น 2 จังหวะที่ชัดเจนนาทีที่ 25 แอนเดอร์สัน ด๊อส ซานโต๊ส โหม่งบอลแย่งกับ กฤษกร เกิดเผล ผู้รักษาประตูชัยนาท ที่รับบอลได้ก่อนจะตกมาเข้าทาง แอนเดอร์สัน ด๊อส ซานโต๊ส ยิงเข้าไป แต่ไม่ได้ประตูหลังถูกมองว่าทำฟาวล์ผู้รักษาประตู ส่วนอีกจังหวะช่วงทดเจ็บ แอนเดอร์สัน ด๊อส ซานโต๊ส ก็โหม่งบอล เข้าไปแต่ก็ถูกจับล้ำหน้า ทั้งนี้ เสธ.ตุ้ม ได้ส่ง ชัยฤกษ์ งามสม ลงทำหน้าที่แทน ชัยยะ มหาปราม และวีระยุทธ ขุนพิลึก เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินแทน สุชาติ ฝางมาลา ที่อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบการทำหน้าที่

นั่งจ้อบอลไทย นัดส่งท้ายใครจะชูถ้วยแชมป์
คลิป /  กีฬา / 

กีฬาหลุดจอสัปดาห์นี้สองหนุ่มจะมานั่งจ้อว่าด้วยเรื่องนัดสุดท้ายชี้แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ใครจะขึ้นแท่นชูถ้วย แถมมีแซวสีสันพิธีมอบถ้วยสุดอลังการของสมาคมที่ส่งจากฟากฟ้าลงถึงกลางสนามแข่ง ก่อนจะปิดท้ายด้วยเทศกาลฮัลโลวีน จะมานั่งเล่าที่มาที่ไปให้รู้จักกันแบบสนุกสนานออกรสสยิวกิ้ว ความเคลื่อนไหววงการกีฬา ผลการแข่งขัน เรื่องขำขันสนุกสนานทั้งในและนอกสนาม ของซุป'ตานักกีฬาคนดัง มาติดตามพวกเราสปอร์ตรับอรุณเพิ่มเติมได้ตามช่องทางนี้ เว็บไซต์ http://www.keela360.com พูดคุยกับเรา https://www.facebook.com/sportrubaroon และ https://www.facebook.com/keela360 ทวิตเตอร์ https://twitter.com/keela360

คิดถึง D2B... ย้อนอดีตแฟชั่น-บทสัมภาษณ์เมื่อ 11 ปีที่แล้ว
D2B /  กวี ตันจรารักษ์ / 

กำลังจะสิ้นสุดการรอคอยแล้ว สำหรับคอนเสิร์ต คิดถึง D2B LIVE CONCERT 2014 คอนเสิร์ตใหญ่ส่งท้ายปีกับตำนานบอยแบนด์อันดับหนึ่งของเมืองไทยตลอดกาล ซึ่งเชื่อว่างานนี้จะเป็นการรวมพล คนรักดีทูบี อย่างยิ่งใหญ่แน่นฮอลล์ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายนนี้อย่างแน่นอน! แม้จะแจ้งเกิดในวงการเพลงไทยนานถึง 13 ปีแล้ว แต่ก็เชื่อว่าไม่มีวันไหนที่แฟนคลับ D2B หลงลืมสามหนุ่ม แดน-วรเวช ดานุวงศ์, บีม-กวี ตันจรารักษ์ และโดยเฉพาะสมาชิกผู้ล่วงลับ บิ๊ก-ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ ถึงแม้ แดน และ บีม จะมีผลงานในวงการบันเทิงออกมาให้คลายความคิดถึง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความทรงจำที่สมบูรณ์ของแฟนคลับก็คือการมีสมาชิกพร้อมหน้า บิ๊ก-แดน-บีม วันนี้ music.mthai.com ขอย้อนอีกหนึ่งภาพความทรงจำ เมื่อครั้งที่สามหนุ่ม D2B ได้ถ่ายแฟชั่นและให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร i-mono ฉบับเดือนกรกฎาคม ปี 2546... ให้แฟนๆ ได้ คิดถึง D2B ร่วมกัน I-Mono: ต่างคน ก็ต่างความคิด ต่างอารมณ์... ถ้าหากเมื่อไหร่ที่ D2B เกิดมองคนละมุมกันล่ะ? บิ๊ก: "เวลาที่เรามีปัญหาอะไร เราจะคุยกันครับ ถ้าไม่ชอบอะไรก็บอกกันตรงๆ ไปเลย แต่ตัวผมเองปกติจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีอะไรหรอกครับ... เฉยๆ แต่นี่จะมี(บุ้ยใบ้ไปทางบีมที่ยิ้มแป้นรับสถานการณ์) คนนี้ถ้าเขาเริ่มรู้สึกอะไรก็จะบอกไว้ก่อน อย่างบางเวลาพี่บีมเขาก็อาจมีบางอารมณ์ที่ต้องการเวลาส่วนตัว เขาก็จะบอกเลยว่าอย่าเพิ่งเล่นนะ โอเค เราก็จะไม่เล่น จนตอนหลังไม่ต้องบอกเลย แค่มองหน้าเราก็รู้กันแล้วครับ" แดน: "แดนว่าการที่เรามาทำงานร่วมกัน ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ด้วยกัน ก่อนอื่นเราต้องรู้และยอมรับซึ่งกันและกันว่า คนเราไม่ได้มีใครที่ดีไปเสียหมดทุกอย่าง ทุกคนย่อมมีข้อเสีย แดนเองก็ไม่ได้มีข้อดีอะไรมากมายกว่าคนอื่น ถ้าเวลามีปัญหาก็ต้องคุยกัน ซึ่งบางครั้งก็จบลงด้วยความเฮฮา แต่บางครั้ง...อาจจบลงด้วย ต่างคนต่างนั่งเงียบๆ สักพัก แล้วเดี๋ยวก็ดีกันเอง"   I-Mono: ถ้าหากเกิดมีความคิดไม่ลงร่อง D2B จะเคืองกันนานที่สุดกี่วัน? แดน: "อืม...(นั่งคิดประมาณ 3 วิ) คง 2-3 วันครับ" บิ๊ก: "ช่าย...ประมาณนั้น จะมีการพูดว่า ‘ขอโทษ’ อะไรอย่างนี้บ้าง แต่บางทีก็นานเหมือนกันครับ กว่าจะมีใครเป็นฝ่ายพูดออกมา" แดน: "เมื่อก่อนจะเป็นแดนครับที่ค่อนข้างคิดนานหน่อย กว่าจะตัดสินใจเดินมาหา มาขอโทษ คือดูท่าทีกันก่อน(หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้พอรู้ตัวว่าผิดปุ๊บจะขอโทษปั๊บเลย" บิ๊ก: "ตรงนี้มันจะเป็นอารมณ์ของแต่ละคน ซึ่งแตกต่างกันครับ อย่างคนนี้จะโมโหง่าย(หัวเราะร่วน พลางพยักเพยิดหน้าไปทางบีมเป็นรอบที่สอง)" บีม: "ยอมรับว่าบีมเป็นคนคนโมโหง่ายครับ แต่แค่แป๊บเดียวก็หาย" แดน: "แล้วภาพนั้นมันจะย้อนกลับมาว่า เอ๊ะ! นี่เราเผลอไปทำอะไรไม่ดีๆ เอาไว้บ้างเนี่ย" บีม: "บีมคิดว่าพวกเราอยู่ด้วยกันได้ ก็เพราะมีอะไรบางอย่างในตัวที่คล้ายๆ กันครับ แต่จะมีข้างนอกบ้าง ที่ส่วนเปลือกของอารมณ์แตกต่างกันออกไป" I-Mono: บางอย่างที่คล้ายกันน่ะ รวมถึงสเป็คสาวด้วยรึป่าว? บิ๊ก: "ผมกับพี่บีมจะมีสเป็คสาวเหมือนๆ กันครับ เรียกว่าประมาณ 100% จะคล้ายกันอยู่ 80-90% ครับ อย่างเช่น ชอบผู้หญิงที่ดูแลตัวเองได้ ตรงนี้อาจเป็นเพราะเรามองเทียบจากแม่เราด้วย แม่เราสองคนจะคล้ายๆ กันในเรื่องนี้ ก็เลยกลายเป็นว่าเราชอบผู้หญิงสไตล์เดียวกันไปโดยอัตโนมัติ" แดน: "บางทีเราจะมีการหยิบหนังสือแฟชั่นมาดู แล้วถามกันเล่นๆ ว่าชอบคนไหน ซึ่งสองคนนี้เขาก็มักจะชี้ตรงไปที่รูปเดียวกัน ส่วนแดนมักจะชี้รูปอื่น มีบ้างนานๆ ครั้ง ที่แดนจะไปตรงกับคนอื่นสักที(หัวเราะ)" บิ๊ก: "แต่ก็ไม่เคยตรงกันเลยทีเดียวสามคนนะครับ บางครั้งอาจเป็นผมกับพี่บีม บางทีก็พี่บีมกับแดน หรือผมกับแดน" I-Mono: ถ้าพูดถึงสาวในสเป็คเมื่อตอนอายุ 15 เทียบกับตอนนี้ แตกต่างกันแค่ไหน? บีม: "เดี๋ยว...บีมขอนับย้อนก่อน...กี่ปีแล้วเนี่ย(หัวเราะ) ยังอยู่ม.3 อยู่เลย ก็ชอบคนน่ารัก ดูเรียบร้อย แต่ตอนนั้นบีมคิดว่าบีมไม่ค่อยสนใจผู้หญิงนะ(อ้าว...) ไม่ใช่! ไม่มีอะไรให้คิดลึกครับ แต่เพราะช่วงนั้นคิดถึงแต่เรื่องเรียนไง(เฮ้อ...โล่งอก) แล้วก็คิดว่าตัวเราคงไม่มีใครมาชอบหรอก เพราะผมมันเด็กบ้านๆ (หัวเราะ)" บิ๊ก: "เมื่อก่อนผมจะเน้นที่หน้าตาอย่างเดียวเลย คือเด็กๆ จะชอบอะไรแค่นี้ ไม่มองลึก มองแค่สวย น่ารัก เท่านั้นก็พอแล้ว ยิ่งตอนนั้นผมเรียนอยู่โรงเรียนประจำที่เป็นชายล้วนด้วย เวลามาเจอทีก็โอ้โห...อื้อหือ...ตื่นตาตื่นใจ (ฮากันครืน) ยิ่งเป็นแบบญี่ปุ่น น่ารัก อาโนเนะ ยิ่งชอบ แต่พอมาถึงตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ คือเดี๋ยวนี้สวยๆ ก็มีเยอะ ที่สำคัญต้องดูที่นิสัยมากกว่า ถ้าตอนแรกคุยกันแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ก็คงไม่คุยต่อแล้ว" แดน: "ผมก็เหมือนกันครับ ตอนนั้นคิดว่าเราอยู่กับเขาได้ถ้าเขาหน้าตาดี แต่ปัจจุบันจะกลับกัน หน้าตา...ก็คำนึง แต่ที่สำคัญคือนิสัยต้องดี ไม่งั้นก็คงไม่ก้าวเข้าไปลึกผมว่าทุกคนพอโตขึ้นก็ต้องคิดแบบนี้เหมือนกันทั้งนั้น"   I-Mono: แล้วคิดว่าจริงมั้ยที่เขามักชอบพูดกันว่า ความรักครั้งแรกมักจะไม่มีใครลืมได้ลง? บีม: "คงจริงมั้ง เพราะถ้าหากเป็นคนที่รักและผูกพันกันจริงๆ ก็คงจะลืมกันไม่ลง แต่บีมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ค่อยเข้าใจถึงความแตกต่างของคำว่า ‘รัก’ กับ ‘ชอบ’ เท่าไหร่เลย แต่ถ้าพูดถึงมีแฟนคนแรกก็คงเป็นตอนเรียนปี 1 เป็นแฟนกันเพราะว่าคุยโทรศัพท์กันบ่อย (บิ๊กแอบลัดคิวแซวว่า "อ๊ะ...เหมือนในหนังเรื่อง Sex Phone เลย")แต่พอคิดดูอีกที ก็รู้สึกว่าเราคงไม่ได้รักเขามั้ง คงเป็นแบบเพื่อนมากกว่า" บิ๊ก: "ของบิ๊กจำรักครั้งแรกไม่ได้ครับ แต่ชอบครั้งแรกน่ะพอจะจำได้ลางๆ" แดน: "รักครั้งแรกนี่แดนลืมไปแล้ว เพราะมันตั้งแต่สมัยอนุบาลโน่น (โดนโห่ฮารอบวง) อ้อ...ไม่ใช่ คือแดนคิดว่าถึงจะเป็นคนรักคนแรก แต่ถ้าต่อไปเรามีคนที่เรารักมากกว่า เราก็จะจำรักครั้งแรกไม่ได้แล้ว ซึ่งก็ดูเหมือนแดนจะไม่เคยจำได้เลยซักครั้ง (หัวเราะร่วน)" I-Mono: นาทีนี้ล่ะ วางแพลนเรื่องความรักกันไว้ถึงไหนแล้ว? บิ๊ก: "ตอนนี้ผมก็เริ่มมองๆ อยู่คิดว่าอายุประมาณ 30 จะกำลังพร้อม ทั้งภาวะ หน้าที่การงาน แต่ถ้าเกิน 35 ขึ้นไปนี่ผมว่าแย่แล้ว อาจจะช้าไปแล้ว ผมว่า 27-31 น่าจะกำลังดีสำหรับการคิดมีครอบครัว" แดน: "แดนมองว่าสิ่งที่สำคัญคือเขาเข้าใจว่าเรากำลังทำงานอะไรอยู่ แล้วก็ต้องรู้ว่าอันดับหนึ่งของเราคือใคร หมายความว่า คนที่เราจะให้ความรักมากที่สุดก็คือพ่อแม่ เพราะฉะนั้นอย่ามาพูดประมาณว่า แดนไปให้ความรักพ่อแม่มากเกินไป ทำไมไม่ดูแลเขาเลย อันนี้ไม่ได้ แล้วตอนนี้แดนก็ยังไม่คิดถึงเรื่องนี้หรอกครับ" บีม: "ตอนนี้บีมก็ 23 แล้ว เริ่มมองเรื่องความรักไว้เหมือนกัน ไม่อยากแต่งงานหลังอายุ 30 น่ะ รู้สึกว่ามันช้าไป เดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้ แต่จริงๆ แล้วอยากไปเรียนต่อก่อน ถึงตอนนั้นก็อาจจะได้เจอ อาจไม่ใช่เมืองไทย อาจจะเป็นเมืองนอก(อมยิ้ม) อันนั้นมันเรื่องอนาคตครับ เดี๋ยวถึงเวลาก็มาเองแหละ" I-Mono: ถ้าให้เปรียบเทียบแต่ละคนเป็นสีสัน คิดว่าคนไหนน่าจะเหมาะกับสีอะไร? บิ๊ก: "อย่างพี่บีมน่าจะเป็นสีน้ำเงิน เพราะบางครั้งอาจจะดูสดใส แต่บางคราวมันก็ดูเข้มในที ส่วนแดนก็น่าจะเป็นสี...(พูดพลางเพ่งมองแดนอย่างตาไม่กระพริบ)" แดน: "เฮ้! ทำไมมองขนาดน้าน... เดี๋ยวยิ่งมองก็ยิ่งเห็นเป็นสีดำหรอก (หัวเราะ)" บิ๊ก: "ผมว่าแดนเขาเป็นสีเขียว ดูนิ่งๆ สงบ" แดน: "ส่วนแดนมองว่าพี่บีมเป็นสีชมพูครับ เพราะมีความรู้สึกว่าทุกคนมักมองเขาเป็นแบบดูน่ารัก ดูยังเด็กๆ สดใส ส่วนพี่บิ๊กนี่ต้องสีเหลืองครับ แดนอยากให้เขามาบวชมากเลย (หัวเราะกันครืน) นี่พูดจริงๆ นะ" บีม: "บีมว่าบิ๊กเหมาะกับสีเหลือง แต่ไม่ได้มีความหมายเดียวกันกับแดนนะ คือสีเหลืองจะเป็นสีที่ดูก้ำกึ่ง มันจะดูเย็นก็ได้ ร้อนก็ได้ ส่วนแดนเป็นสีเทา เพราะถ้าคนมองจากข้างนอก มันจะดูดำๆ ขมุกขมัว เหมือนเขามีมาดหรือมีอะไรบางอย่างกั้นไว้ แต่จริงๆ แล้วข้างในมีด้านที่สดใส และด้านดีๆ เยอะ" I-Mono: รู้สึกอย่างไรกับคำพูดที่ว่า ความทะเยอทะยานคือแรงขับดันไปสู่ความสำเร็จ แล้วคิดว่าตัวเองมีมันอยู่มากน้อยแค่ไหน? บีม: "ตัวบีมเองคงไม่ค่อยมีแรงขับอันนี้สักเท่าไหร่ อย่างถ้าเทียบกับ 100% คิดว่าตัวเองคงมีเต็มที่ก็แค่ 10% เท่านั้น แต่สองคนนี้สิ เขามีกันเยอะครับ" แดน: "แดนคิดว่าตัวเองมีอยู่เต็มที่เลย เพราะอยากจะยืนอยู่ตรงนี้ได้ยาวนาน" บิ๊ก: "ผมคงไม่เต็มร้อย แต่ก็ถือว่าเกินครึ่ง เพราะผมไม่ค่อยมีโอกาสๆ อย่างเหมือนคนอื่นเขา ซึ่งมันก็เป็นจุดที่ทำให้เราต้องพยายาม อย่างพี่บีมเขามีโอกาสมากกว่าในหลายๆ อย่าง ลองสังเกตดูสิครับ คนที่มีโอกาสอยู่แล้ว มักจะไม่ค่อยมีเรื่องแรงขับดันตรงนี้ เราก็ต้องพยายามมากกว่าเขา ผมว่าไอ้ความทะเยอทะยานเนี่ย ถ้ามีมากเกินไปก็ไม่ดี มันเหมือนกับเผาตัวเอง แต่ถ้าไม่มีเลย มันก็ไม่ได้" แดน: "แดนคิดว่าตรงนี้มันแล้วแต่คน คือบางคนฐานะทางบ้านมีแล้ว เลยเป็นความรักที่อยากจะทำเฉยๆ ในขณะที่บางคนจะต้องทำเพื่อให้ตัวเองยืนอยู่ได้ มันก็เลยมีความรู้สึกส่วนนี้แตกต่างกัน"   I-Mono: คิดอย่างไรที่มีกระแสว่า ศิลปินสมัยนี้ดังเพราะอาศัยหน้าตาเป็นสำคัญ? บิ๊ก: "อันนี้เป็นความคิดของแต่ละคนนะครับ ผมว่าจริงๆ เดี๋ยวนี้ถ้ามีนักร้อง 10 คน และหน้าตาดีทั้ง 10 คน ถ้าถามว่าทั้ง 10 คนนี้จะดังได้ตลอดหรือเปล่า มันก็คงไม่ใช่" แดน: "แต่แดนว่ามันก็มีส่วนนะ อย่างสมมติมีเพื่อนคนหนึ่งจะออกเทป แล้วแดนไปบอกคน 10 คนว่าเพื่อนแดนกำลังจะออกเทป แดนให้เลยว่ายังไงทั้ง 10 คน ก็ต้องถามว่า ‘หล่อหรือเปล่า?’ จะไม่ค่อยมีใครหรอกที่ถามว่า เสียงดีหรือเปล่า" บีม: "ตรงนี้มันแล้วแต่ครับ อย่างบีมเวลาฟังเพลงก็จะชอบเพราะว่าเพลงนั้นเพราะ ไม่ค่อยคิดถึงหน้าตาคนร้องเท่าไหร่นะ อาจเป็นเพราะบีมเป็นผู้ชายก็เลยไม่รู้จะดูไปทำไม(หัวเราะ) อ้อ... ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง หน้าตาของคนร้องก็ช่วยเหมือนกัน อย่างเช่น เวลาฟังเพลงของผู้หญิง ถ้าหน้าตาเขาน่ารักด้วย อาจจะพลอยทำให้รู้สึกว่าเพลงยิ่งดูน่ารักขึ้น" I-Mono: แล้วเมื่อไหร่ถึงจะคิดว่าตัวเองพร้อมสำหรับการเป็นศิลปินเดี่ยวได้แล้ว? แดน: "แดนคิดว่าเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับเวลานั้นเองครับ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอยู่กัน 3 คนอย่างนี้ สบายดีครับ ไม่น่าเบื่อ" บีม: "ใช่...อยู่คนเดียวมันน่าเบื่อ บีมคงไม่ทำหรอก" แดน: "แล้วก็เสี่ยงด้วย เกาะกันไปอย่างนี้แหละ ดีแล้วครับ แต่ถ้าอยู่ด้วยกันเยอะเกินไป มันก็หารเยอะนะ(หัวเราะกันครืน)" บิ๊ก: "ควรเอาแบบแค่พอดีๆ อย่างพวกเราสามคน กำลังขลุกขลิก" I-Mono: ในมุมมองของแต่ละคน คิดว่าอะไรคือสาเหตุให้คนตามกรี๊ด D2B กันมากมายขนาดนี้? บิ๊ก: "ผมรู้สึกว่ามันเหมือนความฝันที่กลายเป็นจริง ดีใจ ปลื้มใจ แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือความภาคภูมิใจ มันเป็นสิ่งที่มาจากความสามารถของแต่ละคนด้วย และเขาก็คงรู้ว่าเราทั้งสามคนไม่มีใครอยากเด่นมากกว่าใคร" แดน: "เรื่องนี้แดนไม่เคยตอบได้เลย เพราะไม่รู้จริงๆ ครับ ตอนที่เราออกเทปมา เราก็ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องเป็นอย่างนี้ หรือต้องทำตัวอะไรเป็นพิเศษ เพื่อให้คนเขาชอบเรา (บีม พยักหน้าอย่างเห็นด้วย) สิ่งที่เราทำมีแค่การใส่ใจลงไปกับการทำงาน" I-Mono: จริงๆ แล้วรู้สึกว่ามันคุ้มไหมกับชื่อเสียงที่เข้ามามากมาย แต่ทำให้ความเป็นส่วนตัวขาดหายไป? แดน: "สำหรับแดนคิดว่าคุ้มนะ สิ่งที่สูญเสียไปก็แค่เวลาและความเป็นส่วนตัว แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา มันมีมากมายครับ" บีม: "มันก็มีรู้สึกบ้างว่า การมีชื่อเสียงและมีคนรู้จักมากๆ บางครั้งก็ทำให้เราไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างที่อยากทำได้ อย่างบางสถานที่ที่เคยชอบไปก็ต้องหลีกเลี่ยง เช่น จตุจักร เพราะทางแคบด้วย อาจจะถึงตายได้ (หัวเราะกันกลิ้ง) เนี่ยตั้งแต่เข้าวงการมายังไม่เคยได้ไปอีกเลยครับ" บิ๊ก: "สำหรับผม คิดว่าบางวันก็รู้สึกไม่คุ้มครับ ขึ้นอยู่กับความเหนื่อยที่เจอมาในวันนั้นๆ ด้วย" I-Mono: ถ้าวันนั้นไม่ได้เป็น D2B คิดว่าวันนี้ของตัวเองจะเป็นอย่างไร? บีม: "บีมก็คงทำงานอย่างที่เรียนมา แล้วตอนนี้ก็คงอยู่ในโรงงาน เป็นนายช่าง" แดน: "ส่วนแดนก็คงเรียน แล้วรอโอกาสในการทำงาน จริงๆ แล้วตอนที่อยู่ต่างจังหวัด แดนก็มีวงดนตรีกับเพื่อน เลยคิดว่าจะเข้ามาเรียนแล้วก็เล่นดนตรีตอนกลางคืนไปด้วยเพื่อหาเงินใช้เอง ใจแดนคิดว่าไม่อยากใช้เงินทางบ้านแล้ว กลัวพ่อแม่จะเหนื่อย" บิ๊ก: "ผมเองก็คงเรียนเป็นหลักครับ" I-Mono: ในวันหนึ่งข้างหน้าซึ่งคงอีกนานโข สมมติชื่อเสียงของ D2B เริ่มซาแล้ว คิดว่าตัวเองน่าจะทำอะไรต่อไป? แดน: "แดนคงจะไม่ปล่อยให้ซาลง หมายความว่าถ้ามันเริ่มซาลงแล้ว ก็จะไม่ดันตัวเองให้ซาลงไปกว่านี้ คงหยุด แล้วไปทำเบื้องหลัง เพื่อให้คนอื่นโด่งดังมากกว่าเราให้ได้" บิ๊ก: "เรื่องจะดังหรือไม่ดัง ผมไม่ค่อยสนใจมากเท่าไหร่ เพราะผมรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ทำ มันคือสิ่งที่ผมเป็น ใครชอบก็ดี ใครไม่ชอบ ผมก็ไม่ว่าอะไร และถ้าเกิดวันหนึ่งเราไม่ดังแล้ว ผมอาจจะไปกำกับหนังอย่างที่เรียนมา ควบคู่กับการร้องเพลงเป็นงานอดิเรกก็ได้ครับ" บีม: "สำหรับบีม คิดว่าคงจะไปทำงานตามที่เรียนมา หรือไม่ก็อาจยังอยู่ในวงการบันเทิง แต่มันก็เป็นเรื่องอนาคต ยังไม่มีอะไรที่สามารถบอกได้แน่นอนครับ" ------------------ [[ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ]] นับถอยหลัง D2B LIVE Concert 2014 เตรียมจัดเต็มบิ๊กเซอร์ไพร์สสุดพิเศษ เอาใจแฟนคลับ ดูคลิป บันทึกการแสดงสด D2B Summer Live In Concert ดูคลิป บันทึกการแสดงสด D2B The Miracle Concert D2B All Time Hits รวมเพลงฮิต สำหรับคนรัก ดีทูบี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

โลกออนไลน์ชื่นชม คลิปครูสอนเด็กทะเลาะกัน เหตุแย่งฟุตบอล
ครูสอนเด็กทะเลาะกัน /  คลิป / 

โลกออนไลน์ชื่นชม คลิปครูสอนเด็กทะเลาะกัน เหตุแย่งฟุตบอล วันนี้(29 ต.ค.)ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิปและชื่นชมคุณครูสอนเตะฟุตบอลคนหนึ่งที่สอนเด็กชาย2คนที่กำลังทะเลาะกัน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเด็กทั้ง2ไม่พอใจเพราะโดนแย่งฟุตบอลทำให้เกิดเรื่องเกือบจะต่อยกัน โดยในตอนแรกคุณครูบอกว่าต่อยกันเลยก่อนที่จะจับทั้งคู่แยกพร้อมกับถามว่าให้แลกคนละหมัดเลยเพื่อความแฟร์และถามชัดๆว่า เราอยากต่อยเขามั้ย ? และให้เด็กทั้ง2คนตอบ ซึ่งเด็กทั้ง2คนก็ตอบว่าไม่ได้อยากต่อย ซึ่งคุณครูก็ได้บอกว่าในเมื่อทั้ง2คนไม่อยากต่อยกันแล้วเราจะต่อยกันไปทำไม จากนั้นก็ได้สอบถามว่าชนวนของการทะเลาะมาจากไหน จนทราบว่าปัญหามาจากการแย่งบอล ครูเลยอธิบายให้ฟังว่ากีฬาฟุตบอลเขามีไว้แย่งกัน ไม่อย่างนั้นนักฟุตบอลเขาก็ต่อยกันทั้งทีมสิ ใครแย่งบอลก็โดนต่อยหรอ ? ตอบครูได้มั้ย ฟุตบอลมีกี่ลูกแบ่งกันเล่นก็ยังเหลือ ซึ่งจากการอธิบายของคุณครูจบลงกันที่เด็กทั้งสองคนขอโทษกัน หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์หลายคนชื่นชมในวิธีการสอนและการอธิบายของคุณครูในคลิปที่สอนให้เด็กเข้าใจและจบลงด้วยการอภัยซึ่งกันและกัน MThai News

ปืนอย่าเผลอ!! หงส์ พร้อมจ่าย 31 ลย. ล่าหัว เปรโดร ปีใหม่นี้
บาเซโลน่า /  ลิเวอร์พัดเลี่ยน / 

Fichajes สื่อจากแดนกระทิงดุ ตีข่าวว่า ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะทุบคลังจำนวน 31 ล้านยูโร เพื่อแลกกับ เปโดร ปีกสารพัดประโยชน์ของ บาเซโลน่า มาขจัดปัญหาแนวรุกที่กำลังฝืดในช่วงปีใหม่นี้ แต่งานนี้ไม่ง่าย เพราะยังมีกระดูชิ้นโตอย่าง อาร์เซน่อล ที่วางแข้งชาวสเปนให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆสำหรับการเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบสองนี้อยู่ด้วย แข้งเลือดกระทิงดุวัย 27 ปี ตกเป็นตัวสำรองอย่างเป็นทางการภายใต้การคุมอำนาจ "ต่าวดาว" ของ หลุยส์ เอ็นริเก้ หลังจากนำเข้า หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงกระหายเนื้อจาก ลิเวอร์พูล มาเมื่อช่วงซัมเมอร์ ทำให้ เปโดร จำเป็นต้องหาต้นสังกัดใหม่หากยังอยากมีชื่อลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริง ทั้งนี้ ตัวรุกดีกรีทีมชาติ สเปน ลงสนามรับใช้ บาร์เซโลน่า ไปแล้วทั้งหมด 276 นัด เจาะตาข่ายได้ 88 ประตู ตั้งแต่ถูกดันขึ้นทัพชุดใหญ่เมื่อปี 2008 ถึงปัจจุบัน

ฉลองชัยชื่นมื่น สิงห์ เปิดบ้านต้อนรับ ทัพเอเชี่ยนพาราเกมส์ สุดอบอุ่น
คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย /  คณะนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย / 

บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้สนับสนุนหลักของคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ และสมาคมกีฬาคนพิการในเครือทั้ง 5 สมาคมฯ จัดงานเลี้ยงต้อนรับ และฉลองความสำเร็จให้กับ​คณะนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย และเจ้าหน้าที่ที่เดินทางร่วมการแข่งขันกีฬา เอเชี่ยนพาราเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมสร้างผลงาน 21 ทอง 39 เงิน 47 ทองแดง โดยมี นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และ ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย เป็นประธานในงาน โดยในงานพลตรี โอสถ ภาวิไล นายกสมาคมฯ ขึ้นกล่าวขอบคุณในนามนักกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ว่า สมาคมฯ และนักกีฬาทุกคนขอขอบคุณ บ.บุญรอดฯ ที่ให้การสนับสนุนมาต่อเนื่อง จนทำให้นักกีฬาของเรามีขวัญกำลังใจอันดี กระทั่งประสบความสำเร็จ นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ในฐานะประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแข่งขันรายการนี้ถือมีความสำคัญ ซึ่งเราสามารถทำผลงานคว้าเหรียญรางวัลมาได้ถึง 21 ทอง 39 เงิน 47 ทองแดง มากกว่าเมื่อ 4 ปีก่อนที่กว่างโจว เป็นอันดับที่ 6 ของเอเชีย และที่ 1 ของชาติอาเซี่ยน นอกจากนี้นักกีฬาของเรายังทำลายสถิติของการแข่งขันได้ถึง 12 รายการ ผมและคณะทำงานทุกคนมั่นใจว่า เราจะมุ่งมั่นทำผลงานให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการแข่งขันรายการสำคัญที่สุดในโลก นั่นคือ พาราลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ประเทศบราซิล จากนั้นได้มีพิธีมอบเงินพิเศษให้กับ ทัพเอเชี่ยนพาราเกมส์ ทุกคนกว่า 1.5 ล้านบาท พร้อมมอบเงินพิเศษอีก 12 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท ให้กับนักกีฬาที่ทำลายสถิติของการแข่งขัน และรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมชาย-หญิง อีก 2 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท รวมเงินพิเศษที่มอบให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ กว่า 1.8 ล้านบาท โดยนักกีฬาที่ทำลายสถิติ ทั้ง 12 รายการ ประกอบไปด้วย กฤษณะ จอฉุย จากวิ่ง 400 เมตร T11, อังคาร ชนะบุญ จากกระโดดสูง T42/44/46, ภัคจิราพร ก๋ากัน จากวิ่ง 400 เมตร T37/38/47, พิชัย บุญศรี จากกระโดดไกล F11/12, เพ็ชร รุ่งศรี จากวีลแชร์ 100 เมตร T52, เรวัตร์ ต๋านะ 2 รายการ จากวีลแชร์ 1,500 และ 5,000 เมตร T54 พิชญา คูรัตนศิริ จากวีลแชร์ 200, 400 เมตร T52, สายขล คนเจน วีลแชร์ 800 เมตร T54, วันดี กองม่วง ยกน้ำหนักรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 50 กก., อรวรรณ บุตรโพธิ์ ยกน้ำหนักรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 73 กก. และนักกีฬายอดเยี่ยมชาย ได้แก่ พัทธยา เทศทอง นักกีฬาบอคเซีย และหญิง ได้แก่ น.ส. สาคร ขันทะสิทธิ์ นักกีฬาวีลแชร์เทนนิส ซึ่ง สายชล คนเจน นักวีลแชร์เรซซิ่ง เจ้าของเหรียญทอง 800 เมตร ชาย คลาส T54 พร้อมทำลายสถิติเอเชี่ยนเกมส์ กล่าวว่า “ขอบคุณ บริษัทบุญรอดฯครับ ที่ให้การสนับสนุนพวกเรานักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยมาโดยตลอด และทุกครั้งไม่ว่าพวกเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่เราก็จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่นี่ทุกครั้ง ขอบคุณจริงๆครับ”

(คลิป) ดราม่าบอลไทยฉบับปลาทู แฟนร้องเพลงรอนักเตะออกมาทักทาย
ดราม่าบอลไทยฉบับปลาทู /  ดราม่าฟุตบอลไทย / 

เกิดเรื่องดราม่าไม่เว้นแต่ละวันสำหรับวงการฟุตบอลไทย และเวลานี้ตามหน้าโลกออนไลน์ก็ได้พูดถึงคลิปดราม่าวงการฟุตบอลไทยอีกหนึ่งคลิป ซึ่งครานี้เป็น ดราม่าบอลไทยฉบับปลาทู แฟนร้องเพลงรอนักเตะออกมาทักทาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา เกมดังกล่าว ปลาทูคะนอง สมุทรสงคราม เอฟซี เปิดรังเหย้าชั่วคราวสนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี พ่ายให้กับ เพื่อนตำรวจ ไป 0-5 ซึ่งคลิปดังกล่าวโพสโดยคุณ “ภัทรพล กัส นิลเลี่ยม” ในคลิปบันทึกภาพเหตุการณ์หลังจบเกม ซึ่งนักฟุตบอลปลาทูคะนอง เข้าห้องพักนักเตะทันที โดยไม่มีการทักทายแฟนบอลที่ตามมาเชียร์แม้แต่น้อย เมื่อเป็นเช่นนั้นแฟนบอลราว 20 คน ก็ยังยังคงร้องเพลง ปลาทู รอกว่า 20 นาที จนไฟสนามดับ ทำให้แฟนบอลกลุ่มนี้ตัดสินใจเดินไปหานักฟุตบอลด้วยตัวเอง พร้อมกับตีกลองและส่งเสียงร้องเพลงเชียร์ตลอดเวลา จนนักเตะสมุทรสงคราม ต้องออกมารับฟังคำจากใจแฟหนบอลกลุ่มดังกล่าว โดยคำพูดในคลิปของแฟนบอลปลาทูคะนองสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้ฟังไม่น้อย ด้วยอารมณ์น้อยใจ และใจความตัดพ้อประมาณว่า พวกเรามาด้วยใจ ไม่มีต้นทุน ถึงแม้จะแพ้ 0-5, 0-10 เราก็ไม่เคยว่า แต่ขอให้มาทักทายกันบ้าง พวกเรามากันไกล เสียเงินมา ให้เกียรติพวกเราด้วย “พวกเราอยู่กับทีมมานานกว่าพวกคุณบางคนซะอีก ทีมบ้านผม  ผมก็รัก จำไว้นะครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน แต่ที่นี่คุณใช้ชื่อสมุทรสงคราม เอฟซี คุณต้องรักพวกเรา” “คุณมีต้นทุนการเดินทาง กินฟรี เที่ยวฟรี แต่พวกเราไม่มี! เรารู้ว่าตกชั้นมานานแล้ว แต่เราก็ตามเชียร์ ขอให้ทักทายเราบ้าง มีสปิริตบ้าง” ทั้งนี้ ปลาทูคะนอง สมุทรสงคราม เอฟซี ตกชั้นเป็นทีมแรก และในฤดูกาลนี้ก็โดนแบนสนามทำให้ไม่ได้เล่นในถิ่น เนื่องจากสนามไม่ผ่านมาตรฐาน จึงต้องใช้สนามกีฬากองทัพบก และสนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี เป็นสนามเหย้า แต่แฟนบอล ก็ยังตามไปดูทุกนัดไม่ว่าจะเตะที่ไหน

HomeWorks & Power Buy Super Sale ลดสูงสุด 80%
funiture /  HomeWorks & Power Buy / 

มหกรรมลดราคามีมาให้กรี๊ดกันอีกแล้วค่า หนนี้โฮมเวิร์คและเพาเวอร์บาย พร้อมด้วย ซุปเปอร์สปอร์ต ซีเอ็มจี และท้อปส์ ขอเชิญทุกท่านพบกันงาน HomeWorks & Power Buy Super Sale งานลดราคาครั้งใหญ่ของบริษัทในเครือเซ็นทรัลที่เขารับประกันว่าคุ้มแน่นอน! พบกับสินค้าเพื่อบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที สินค้าแฟชั่น อุปกรณ์กีฬา และสินค้าอุปโภคบริโภคบนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ลดราคาสูงสุด 80% นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษเพื่อคุณอีกมากมาย เช่น โปรโมชั่นจากโฮมเวิร์ค ช้อปครบรับฟรี! อาทิ ครบทุก 25,000 บาท รับฟรีหม้อหุงข้าว 1.8 ลิตร, ครบทุก 50,000 บาท รับฟรีพัดลมสไลด์ Tefal 16 นิ้ว เป็นต้น สินค้าราคา 1 บาทในแต่ละวัน! อาทิ กล่องใส่อาหารแค่ 1 บาท หมอนหนุนแค่ 1 บาท ผ้าเช็ดตัวแค่ 1 บาท เป็นต้น (เมื่อซื้อสินค้า HomeWorks ภายในงานครบ 300 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์แลกซื้อ 1 ท่าน/1 รายการ/วัน) โปรโมชั่นจากเพาเวอร์บาย เครื่องใช้ไฟฟ้าลดถล่มราคาวันต่อวัน! อาทิ เครื่องปรับอากาศแค่ 8,888 บาท ตู้เย็นแค่ 3,888 บาท กล้องดิจิตอลแค่ 1,888 บาท เป็นต้น โปรโมชั่นจากซีเอ็มจี ช้อปสินค้าแฟชั่น 50 แบรนด์ดังกว่า 10,000 รายการ ในราคาเริ่มต้นเพียง 99 บาท บางรายการลดสูงสุดถึง 90% ช้อปปิ้งกันให้สนุกจนลืมเวลากับงาน HomeWorks & Power Buy Super Sale ได้ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคารบี วันนี้ – 5 พ.ย. 57 เปิดบริการ 10.00 – 21.00 น.

คลิปสุดเสียว เล่นชิงช้าสวรรค์เสี่ยงตาย ในอินเดีย (ชมคลิป)
คลิป /  ชิงช้าสวรรค์ / 

เสี่ยงตาย เครื่องเล่นชิงช้าสวรรค์ ในอินเดีย ใช้พลังงานคนในการหมุนวงล้อให้เคลื่อนไหว ไม่มีระบบป้องกันความปลอดภัย เสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา วานนี้ (27ต.ค. ) สำนักข่าวเมโทร เผยแพร่คลิปวีดีโอสุดหวาดเสียว ในเทศกาลดาล์มี ประเทศอินเดีย ซึ่งในคลิปทั้งเด็กๆ และคนหนุ่มสาว ขึ้นเครื่องเล่นชิงช้าสวรรค์พลังงานคน ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยโดยเด็กๆเหล่านี้ขึ้นชิงช้าสวรรค์ที่ใช้แรงคนในการหมุนไปรอบๆ นอกจากนี้ยังมีการปีนป่ายด้วยท่าทางที่โลดโผน หวาดเสียว ทั้งยังมีการเดินอยู่กลางวงล้อของชิงช้าสวรรค์ ซึ่งเป็นภาพที่ดูแล้วน่าจะเสี่ยงต่ออันตรายอย่างมาก และแม้รายงานจะระบุว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บใดๆในการเล่นเครื่องเล่นดังกล่าว แต่ก็ไม่ควรนำมาเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุถึงขึ้นเสียชีวิตได้ตลอดเวลา เพราะไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายใดๆ Mthai News

เรื่องน่ารู้การเข้ามหาวิทยาลัยปี 59 กับระบบรับตรงร่วมกัน
ข่าวการศึกษา /  นักเรียน / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยมีข่าวการศึกษามาแจ้งสำหรับน้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และจะเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย เนื่องจาก 27 มหาวิทยาลัย จะใช้ระบบรับตรงร่วมกันและข้อสอบกลางวิชาสามัญ 9 วิชาในปี 59 เพื่อแก้ปัญหาวิ่งรอกสอบ โดยมีรายละเอียดดังนี้...เรื่องน่ารู้การเข้ามหาวิทยาลัยปี 59 กับระบบรับตรงร่วมกัน  เรื่องน่ารู้การเข้ามหาวิทยาลัยปี 59 กับระบบรับตรงร่วมกัน  จากการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5/2557 ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีมติเห็นชอบให้มหาวิทยาลัยสมาชิกทั้ง 27 แห่ง ใช้ "ระบบรับตรงร่วมกัน" ในปีการศึกษา 2559 โดยใช้ "ข้อสอบกลาง" ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาผ่านระบบรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัย "ข้อสอบกลาง" ประกอบด้วย 9 วิชา คือ.... ข้อสอบวิชาสามัญ 7 วิชา ที่จัดสอบโดย สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ สทศ. อยู่แล้ว และให้มีการจัดสอบเพิ่มอีก 2 วิชา คือ วิชาคณิตศาสตร์ 2 และ วิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป เพื่อรองรับนักเรียนสายศิลป์ จากเดิมที่จะเน้นเฉพาะนักเรียนสายวิทยาศาสตร์ โดยนักเรียนสามารถเลือกสอบเฉพาะวิชาที่ใช้เป็นองค์ประกอบคะแนนคัดเลือก ในการสมัครเข้าศึกษาต่อ คณะ/สาขาต่างๆ ตามที่แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้นักเรียนไม่จำเป็นต้องสอบทุกรายวิชา หลังจากนี้ แต่ละมหาวิทยาลัยจะไปกำหนดสัดส่วนและองค์ประกอบคะแนนคัดเลือก ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาผ่านระบบบรับตรงในคณะ/สาขาต่างๆ เพื่อประกาศให้นักเรียนทราบต่อไป นอกจากนี้ แต่ละมหาวิทยาลัยยังสามารถนำ คะแนนการทดสอบความถนัดทั่วไป หรือ GAT และ คะแนนการทดสอบความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ หรือ PAT และ คะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ที่จัดสอบโดย สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ สทศ. มาใช้เป็นองค์ประกอบในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาผ่านระบบรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัยได้เช่นเดิม ทั้งนี้ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ได้กำหนดช่วงเวลาการทดสอบต่างๆ ให้ใกล้กันแล้ว - การสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 1 จัดสอบในช่วงเดือนพฤศจิกายน - การสอบ วิชาสามัญ 9 วิชา จัดสอบในช่วงเดือนมกราคม - การสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2 จัดสอบในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งนักเรียนสามารถนำคะแนนทั้งหมดไปใช้ได้ทั้งการรับตรงกลางผ่านระบบเคลียริงเฮาส์ ของสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) ซึ่งเด็กจะต้องเลือกว่าจะเรียนในคณะที่สอบรับตรงได้หรือไม่ หากไม่ก็จะต้องสละสิทธิ์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไปกันที่คนอื่น จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชันต่อไป โดย รศ.ดร.ประดิษฐ์ เชื่อว่าระบบนี้จะทำให้การรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยมีความสมบูรณ์ขึ้น และนักเรียนไม่ต้องวิ่งรอกสอบ ในทุกมหาวิทยาลัยอีกต่อไป ผู้ปกครองไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากลงได้ เพราะต่อไป นักเรียนจะสอบเพียงครั้งเดียว แต่สามารถนำคะแนนไปยื่นเข้าศึกษาต่อไปทั้งระบบการรับตรงและแอดมิชชัน นอกจากนี้ในส่วนระบบโควตาและโครงการพิเศษต่างๆ เช่น การรับนักเรียนผู้มีความสามารถทางด้านกีฬา ดนตรี และศิลปวัฒนธรรม รวมถึงโครงการเด็กดีมีที่เรียน ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ยังคงมีอยู่เช่นเดิม มหาวิทยาลัยสมาชิก ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) 27 แห่ง ประกอบด้วย - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ - มหาวิทยาลัยมหิดล - มหาวิทยาลัยศิลปากร - มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ - มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช (การรับเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีโดยไม่ต้องสอบคัดเลือก) - มหาวิทยาลัยรามคำแหง (การรับเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีโดยไม่ต้องสอบคัดเลือก) - สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (ไม่มีการรับเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี) - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ - สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง - มหาวิทยาลัยบูรพา - มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - มหาวิทยาลัยนเรศวร - มหาวิทยาลัยพะเยา - มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง - มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - มหาวิทยาลัยขอนแก่น - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี - มหาวิทยาลัยมหาสารคาม - มหาวิทยาลัยนครพนม - มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี - มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ - มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ - มหาวิทยาลัยทักษิณ - มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์  คำถาม-ตอบ 9 ประเด็นร้อน เกี่ยวกับระบบรับตรงร่วมกัน และวิชาสามัญ 9 วิชา ประเด็นที่ 1 "ระบบรับตรงร่วมกัน” ปีการศึกษา 2559 และ วิชาสามัญ 9 วิชา เริ่มใช้กับใคร? คำตอบ นักเรียน ม.5 ในปีการศึกษา 2557 (จะเป็น นักเรียน ม.6 ในปีการศึกษา 2558 ที่เข้าสู่ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาผ่านระบบรับตรง ปีการศึกษา 2559 ) ประเด็นที่ 2 วิชาสามัญ 9 วิชา ประกอบด้วยวิชาอะไรบ้าง ใครเป็นผู้จัดสอบ? คำตอบ วิชาสามัญ 9 วิชา คือ วิชาสามัญ 7 วิชา ที่จัดสอบโดย สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ สทศ. อยู่แล้ว และ ปีการศึกษา 2559 ให้มีการจัดสอบเพิ่มอีก 2 วิชา ได้แก่ - วิชาคณิตศาสตร์ - วิชาฟิสิกส์ - วิชาเคมี - วิชาชีววิทยา - วิชาภาษาอังกฤษ - วิชาภาษาไทย - วิชาสังคมศึกษา - วิชาคณิตศาสตร์ 2 (จัดสอบเพิ่ม) - วิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป (จัดสอบเพิ่ม) ประเด็นที่ 3 วิชาสามัญ 9 วิชา ต้องสอบครบทั้ง 9 วิชาหรือไม่? คำตอบ นักเรียนไม่จำเป็นต้องสอบทุกรายวิชา โดยนักเรียนสามารถเลือกสอบเฉพาะวิชาที่ใช้เป็นองค์ประกอบคะแนนคัดเลือก ในการสมัครเข้าศึกษาต่อ คณะ/สาขาต่างๆ ตามที่แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด และมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะประกาศให้นักเรียนทราบผ่าน 'ระเบียบการรับสมัคร" โครงการรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัย ประเด็นที่ 4 "ระบบรับตรงร่วมกัน” ปีการศึกษา 2559 แตกต่างจาก ระบบรับตรงในปัจจุบัน อย่างไร? คำตอบ "ระบบรับตรงร่วมกัน” ปีการศึกษา 2559 กับ ระบบรับตรงในปัจจุบัน ไม่มีความแตกต่างกัน เพราะ ระบบรับตรงในปัจจุบัน ในหลายๆมหาวิทยาลัย ก็ใช้ ข้อสอบกลาง คือ GAT/PAT 7 วิชาสามัญ และ O-NET เป็นองค์ประกอบคะแนนคัดเลือกอยู่แล้ว แต่ "ระบบรับตรงร่วมกัน” ปีการศึกษา 2559 เพิ่มการจัดสอบวิชาสามัญ(เดิมคือ วิชาสามัญ 7 วิชา) อีก 2 วิชา คือ คณิตศาสตร์ 2 และ วิทยาศาสตร์ทั่วไป เพื่อรองรับนักเรียนสายศิลป์ กลายเป็น วิชาสามัญ 9 วิชา ประเด็นที่ 5 ปีการศึกษา 2559 มหาวิทยาลัยยังมีการจัดสอบเอง หรือไม่? คำตอบ ปีการศึกษา 2559 มหาวิทยาลัยยังมีการจัดสอบเองอยู่เช่นเดิม แต่การจัดสอบเองอาจลดลง ในบางคณะ/สาขา กรณีที่มี การจัดสอบเองของมหาวิทยาลัย มีความทับซ้อนกับ ข้อสอบกลาง เช่น GAT/PAT วิชาสามัญ 9 วิชา และ O-NET มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งอาจตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้ ข้อสอบกลาง เช่น GAT/PAT วิชาสามัญ 9 วิชา และ O-NET เป็นองค์ประกอบคะแนนคัดเลือกมากขึ้น ในส่วนนี้ให้นักเรียนติดตามจากประกาศของแต่ละมหาวิทยาลัยอีกครั้ง ในส่วน ระบบโควตาและโครงการพิเศษต่างๆ เช่น การรับนักเรียนผู้มีความสามารถทางด้านกีฬา ดนตรี และศิลปวัฒนธรรม รวมถึงโครงการเด็กดีมีที่เรียน ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม ประเด็นที่ 6 ปีการศึกษา 2559 ในทุกมหาวิทยาลัยต้อง วิชาสามัญ 9 วิชา ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาผ่าระบบรับตรง ใช่หรือไม่ คำตอบ ไม่จำเป็น แต่ละมหาวิทยาลัย สามารถกำหนดสัดส่วนและองค์ประกอบคะแนนคัดเลือก ใน คณะ/สาขาต่างๆ ได้เอง ขึ้นอยู่กับ แต่ละมหาวิทยาลัย ว่าจะใช้ การจัดสอบเองโดยมหาวิทยาลัย หรือ ใช้ ข้อสอบกลางตัวใดบ้าง เช่น วิชาสามัญ 9 วิชา ,GAT/PAT ,O-NET มาเป็นองค์ประกอบคะแนนคัดเลือก รูปแบบองค์ประกอบคะแนนคัดเลือกในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาผ่านระบบรับตรง ปีการศึกษา 2559 ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น - การใช้องค์ประกอบคะแนนคัดเลือกเพียงองค์ประกอบเดียว เช่น ใช้ วิชาสามัญ 9 วิชา เพียงอย่างเดียว , ใช้ GAT/PAT เพียงอย่างเดียว , การจัดสอบเองโดยมหาวิทยาลัย เพียงอย่างเดียว - การใช้องค์ประกอบคะแนนคัดเลือกหลายองค์ประกอบ เช่น ใช้ วิชาสามัญ 9 วิชา ร่วมกับ GAT/PAT , ใช้ วิชาสามัญ 9 วิชา ร่วมกับ การจัดสอบเองโดยมหาวิทยาลัย , ใช้ GAT/PAT ร่วมกับ การจัดสอบเองโดยมหาวิทยาลัย เป็นต้น ประเด็นที่ 7 "ระบบรับตรงร่วมกัน” ปีการศึกษา 2559 ในคณะ/สาขา เดียวกัน แต่ต่างมหาวิทยาลัยกัน ต้องใช้ วิชาสามัญ 9 วิชา ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาผ่าระบบรับตรง เหมือนกันหรือไม่ คำตอบ ไม่จำเป็น แต่ละมหาวิทยาลัย สามารถกำหนดสัดส่วนและองค์ประกอบคะแนนคัดเลือก ใน คณะ/สาขาต่างๆ ได้เอง ขึ้นอยู่กับ แต่ละมหาวิทยาลัย ว่าจะใช้ การจัดสอบเองโดยมหาวิทยาลัย หรือ ใช้ ข้อสอบกลางตัวใดบ้าง เช่น วิชาสามัญ 9 วิชา ,GAT/PAT ,O-NET มาเป็นองค์ประกอบคะแนนคัดเลือก ตัวอย่างเช่น คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย A ใช้ วิชาสามัญ 9 วิชา วิชาคณิตศาสตร์ วิชาภาษาไทย วิชาสังคมศึกษา วิชาภาษาอังกฤษ ขณะที่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย B อาจใช้ วิชาคณิตศาสตร์ 2 วิชาภาษาไทย วิชาสังคมศึกษา วิชาภาษาอังกฤษ ก็ได้ ประเด็นที่ 8 ปีการศึกษา 2559 นักเรียนเลือกสมัครรับตรงได้เพียง มหาวิทยาลัยเดียว คณะเดียว ใช่หรือไม่ คำตอบ "ระบบรับตรงร่วมกัน” ปีการศึกษา 2559 ไม่ใช่การที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมารวมกันรับนิสิต/นักศึกษา แต่สาระสำคัญของ "ระบบรับตรงร่วมกัน” ปีการศึกษา 2559 คือ การใช้ ข้อสอบกลาง เช่น วิชาสามัญ 9 วิชา ,GAT/PAT ,O-NET ของ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ สทศ. เป็นองค์ประกอบในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาผ่านระบบรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัย นักเรียนยังสามารถสมัครโครงการรับตรงได้ในทุกคณะ/สาขา ที่แต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดรับและนักเรียนมีคุณสมบัติ องค์ประกอบคะแนนครบ ตามที่ คณะ/สาขา แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด ข้อมูล eduzones.com

สาวแปลก เอว 16 นิ้ว ตามตัวการ์ตูนดัง เล็กแค่ไหนมาดูเร็ว!
Kelly Lee Dekay /  เรื่องแปลก / 

สาวๆหลายคนฝันอยากที่จะหุ่นนาฬิกาทราบสุดเซ็กซี่คล้ายสาว คิม คาเดเชี่ยน แต่คงน้อยคนนักที่อยากจะมีเอวเล็กจิ๋วเหมือนสาว  Kelly Lee Dekay ที่มีรอบ เอว 16 นิ้ว  เพื่อเลียนแบบตัวการ์ตูนตัวโปรดของเธอ เช่น ตัวการ์ตูน  Jessica Rabbit และสาว Storm ในการ์ตูนค่ายดัง Marvel เคลลี่จึงเริ่มออกกำลังเฉพาะส่วนเอว เป็นเวลากว่า 7 ปี ตั้งแต่เธออายุได้ 20 ปี!!  Jessica Rabbit และสาว Storm ในการ์ตูนค่ายดัง Marvel แรงบันดาลใจของเธอ เธอเชื่อว่า การใส่ชุดคอร์เซทจะช่วยให้เธอเอาชนะความเขินอายในวัยเด็ก และทำให้เธอกลายเป็นสาวซุปเปอร์ฮีโร่ หุ่นดีเหล่านั้นได้ จนปัจจุบันเธอได้กลายเป็น แฟชั่นดีไซเนอร์ และยังใส่ชุดคอร์เซทแบบเหล็กเพื่อรักษาให้เอวเธอเล็กอยู่ระหว่าง 16-18 นิ้ว โดยเธอยอมรับว่า วันเวลาในแต่ละวันมันค่อนข้างยากสำหรับเธอ บางครั้งก็สร้างความทรมานเช่นกัน แต่เธอก็ไม่หวั่น แม้ต้องใส่คอร์เซทเล่นกีฬาซอฟท์บอล (เอากับเธอสิ!) " บางครั้งคนเข้าใจผิดบ่อยๆว่า การที่ฉันชอบเปลี่ยนแปลงตัวเอง มันแปลว่า ฉันไม่รักร่างกายฉันเอง ..  แต่สำหรับฉัน การเปลี่ยนแปลงตัวเองคือเรื่องสนุก และมันเป็นร่างกายของฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้ "   ที่มาเรื่องจาก metro.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team