กีฬา

ของขวัญเกิดครบ 44 ปี ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3 XL มาไซส์ L
ฟิตเนส /  ลดน้ำหนัก / 

ของขวัญเกิดครบ 44 ปีที่มีค่ามากที่สุดการ ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3XL มาเป็นคนไซส์ L ทุกๆ คนย่อมอยากมีหุ่นที่ดูดี ไม่ถูกล้อ จะทำอะไรก็มีแต่ความมั่นใจ เป็นตัวอย่างให้กับคนรอบข้างได้อยู่แล้วครับ Men.MThai เชื่ออย่างนั้น ซึ่งการที่จะมีหุ่นที่ดูดีได้นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิตที่แน่วแน่ และตั้งใจทำเต็มร้อย ผมก็เชื่อว่าทุกๆ คนก็สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้ครับ อย่างเช่นคุณ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่มาแชร์ประสบการณ์ ลดน้ำหนัก ด้วยตัวเอง จากไซส์ 3XL มาเป็น L ได้ ซึ่งทางเราก็คิดว่าความสำเร็จของคุณ จ่าโหดปืนห่าม ในครั้งนี้จะสร้างแรงบัลดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่มีความคิดที่จะ ลดน้ำหนัก ฟิตหุ่นได้เป็นอย่างดี พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 44 ปีของผม 26 มกราคม 2558 ก็เลยตัดสินใจแบ่งปันประสพการณ์การเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากชายอ้วนวัยกลางคน คนหนึ่งให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันว่า 17 เดือน 22 โล ณ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมหนัก (ประมาณเพราะไม่กล้าชั่ง) 105 กิโลกรัม และปัจจุบัน ขึ้น ๆลง ๆอยู่ที่ 87 - 85 กิโลกรัม ซึ่งเป้าหมายผมคือ 78 กิโลกรัม (น่าจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่) ผมเองรับรูปร่างและน้ำหนักตัวไม่ได้มาต้งแต่ ม. 2 ผมอดอาหาร ทานน้อยๆ บางวันกินแค่ขนมปังหนึ่งก้อนและน้ำอัดลมขวดนึง เพื่อให้มีกำลังในการเล่น (เล่นฟุตบอล) เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เคยดูเป็นคนผอมเสียที ดูเป็นคนบวมๆ มีน้ำมีนวลตลอดเวลา ปกติแล้วเป็นคนชอบออกกำลังกายมาตลอด ชอบเล่นฟุตบอล (เล่นไม่เก่งแต่ก็ชอบ) เคยชกมวย (ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เรียนสนุก ๆ) น้ำหนักตัวผมน้อยที่สุดผมว่าน่าจะเป็นช่วงทำงานปิดเทอม ผมเป็นพนักงานขายรองเท้า เป็นผู้ชายคนเดียว วิ่งเข้าวิ่งออกสโตร์ยกรองเท้าลังรองเท้าสูงถึงเพดานห้องเก็บของ กินวันละมื้อเดียวเป็นแซนด์วิช 1 คู่กับนมพร่องไขมัน 1 แก้ว แล้วก็เดินและวิ่งกลับบ้าน ระยะทางประมาณ 2 - 3 กม.แล้วก็ซิตอัพ กระโดดเชือก ทำอะไรต่อมิอะไรมาเยอะแยะ เพื่อทีจะไม่อ้วน สุดท้ายเมื่อเรียนจบออกมาทำงาน เพียงแค่ ไม่ถึงปี น้ำหนักก็พุ่งพรวดไป 85 ก.ก. จากปกติน้ำหนักอยู่ที่ 6x กก พอดีมีแฟนช่วงนั้นแฟนขอให้ลดความอ้วนเป็นของขวัญวันเกิดซัก 5 กก.ได้มั้ย เลยตัดสินใจไปสถาบันลดความอ้วน บอดี้ๆ เป็นลูกค้าดีเด่น 3 เดือนลดไป 20 กก.ด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว เรียกลูกค้าให้เค้าได้อีกหลายคน เป็นพรีเซนเตอร์เลยช่วงนั้น แต่ผ่านไปไม่นานน้ำหนักก็มาวนเวียนอยู่แถว ๆ 80 กก.อีก วนไปเวียนมาแต่เราก็รู้วิธีการควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง ผมเคยทานแบบนับแคล กินแค่มื้อละจานน้ำหนักก็ลงแล้ว เพราะเรารู้ว่าเราต้องการพลังงานพื้นฐานเท่าไร และ อาหารจานเดียวแต่ละอย่างมันเฉลี่ยแล้วกี่แคล ก็กินไม่ให้เกิน น้ำหนักก็ลงมา ต่ำสุดๆ ก็ 78 กก. แต่พออายุย่างเข้า เลขสามกลาง ๆทีนี้ น้ำหนักมันขึ้นไม่ยอมลงแล้ว จะกินน้อยกินมากแค่ไหนก็ไม่ยอมลง จนมันเดินทางจาก 85 กก.(ซึ่งเป็นน้ำหนักปกติของผมช่วงหนึ่ง)เข้าสู่ เลข 9 และหลังจากเลข 9 แล้วทีนี้เราก็หาตัวช่วยกลับกลายเป็นไปกันใหญ่ครับ จนทำให้ผมกลายเป็นคนเกิน 100 ในที่สุด และเราก็หมดหวังและคิดว่าชาตินี้ "กูคงอ้วนจนตายแล้วหละ" ปล่อยผ่านเรือยมาไม่น้อยกว่า 5 - 6 ปี จนวันหนึ่งได้กลับไปเจอเพื่อนเก่า ๆ สมัยเรียนมัธยมต้นด้วยกัน มีอยู่คนหนึ่ง เฮ้ยยิ้มหล่อว่ะ ดูดีมาก แล้วที่สำคัญสาว ๆก็กรี้ดกร้าดมันด้วยเพราะรูปร่างดี ล่ำสันสไตล์คนเพาะกายเลย ทั้งที่จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้มันตัวเล็ก ๆเหมือนเด็กแกรน ๆ ตัวเท่าลูกหมาเอง แล้วดูกูสิ ดูอีกหลาย ๆคนสิ ยิ้มอ้วนหุ่นเจ๊งกันหมดละ โชคดีที่กูหัวไม่ล้านนะเนี่ยไม่งั้นล่ะก็ แย่เลย ก็เริ่มได้แรงบันดาลใจจากตรงนั้น ว่ามันทำยังไง? อีกอย่างหนึ่งช่วงนั้นจับลูก ๆหัดเรียนว่ายน้ำที่สโมสรหมู่บ้านซึ่งมีฟิตเนสด้วย แต่เราก็เอาแต่นั่งอ้วนดูลูกเรียน ปากก็บ่นด่าลูกไปตามประสา แต่ไม่ได้ออกกำลังเลย เหมือนว่าเราเอาเปรียบลูกอยู่ และก็เริ่มคิดว่าถ้าเราอยากใจะให้ลูก ๆตั้งใจทำ มีความพยายามในการทำ จะมีอะไรดีกว่าการที่จะทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น ก็เลยเริ่มหาข้อมูล ก็ถามเพื่อนคนนั้นนั่นแหละว่าจะเริ่มต้นยังไงดี? เพื่อนก็แนะนำให้ลองเข้าเวปไปศึกษาหาข้อมูล ก็เลยเข้าไปทีเวป http://tuvayanon.net/index1.html นับได้ว่าเป็นอาจารย์ท่านแรกของผม และทุกวันนี้ผมยังเข้าไปเสมอ ๆ ผมเมล์ไปถามเรืองทีสงสัยก็ได้รับการตอบกลับมา ดีใจมาก และก็เริ่มออกกำลังกายมาตั้งแต่ช่วงนั้นโดยเท่าที่จำได้ น้ำหนักเริ่มต้นคือ 105 กิโลกรัม ผมตัดสินใจว่าจะเดินบนเส้นทางของนักเพาะกายนี่แหละ เพราะตรงที่สุดแล้วสำหรับคนอ้วนอย่างเราโดยตอนนั้นเพื่อผมวางโปรแกรมในการฝึกมาให้เพื่อเล่นทั้งตัว ขา 2 ท่า อก 2 ท่า หลัง 2 ท่า ไหล่ หลังแขน หน้าแขน และจบด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที ซึ่งผมไม่ทราบเลยว่าการคาร์ดิโอคืออะไร คาร์ดิโอโซนที่เห็นในเครืองออกกำลังกายที่ฟิตเนสคืออะไร? ก็มาหาข้อมูลเอา ทั้งในพันทิพ และ ที่อื่น ๆ และเพื่อให้การเปลียนแปลงไปด้วยดี ผมก็หาข้อมูลเรืองการกินอาหาร ก็ไปเจอเรืองการกินคลีน การลีนไขมัน ทีนี้ปวดหัวกันใหญ่ละมันเป็นเรื่องที่ต้องมีการคำนวณเข้ามาเกี่ยวข้อง ไอ้เราก็ไม่ชอบซะด้วย สรุปในช่วงแรกของการเริ่มต้น จะเกิดความสับสนว่าจะเอาไงดี กินน้อยเพื่อให้น้ำหนักลง? แล้วกล้ามเนื้อหละจะสร้างยังไง? แล้วควรกินอะไรเท่าไหร่? ในช่วงที่ 1. เม.ย. - ต.ค. 2556 ผมทานโยเกิรต์ต หลีกเลี่ยงแป้ง(คาร์โบ)เน้นโปรตีน จนมาอ่านเจอข้อมูลเรืองการกินคลีน ก็ปรับมา ทานข้าวกล้อง โฮลวีท อกไก่อบ(ด้วยหม้อลมร้อน) งดน้ำตาล ของหวานของทอด เน้นผัก สลัด หลังออกกำลังกายทานอาหาร(เสต้กปลาแซลมอนเป็นประจำเลย) ปรากฏว่าสัดส่วนดูเล็กลง แต่ที่น่าตกใจคือน้ำหนักขึ้น !!! โอ้ไม่นะ จาก 105 กก.หนักขึ้นมาเป็น 107 กก. ทำไงดีฟระ อะไรนี่???? พอดีช่วงนั้นพบเฟสของ อ.มาร์ค ไทยทอป ก็เลยแมสเสจไม่ถามอาจารย์ตอบกลับมาว่าให้คุณ เพิ่มการคา์ดิโอตอนเช้าก่อนกินอาหารเช้าด้วย ผมก็จัดไปวันละ 40 นาทีด้วยการปั่นจักรยานในฟิตเนส ตั้งโปรแกรมเป็นแบบขึ้นเขาโดยใช้รอบขาไม่ต่ำกว่า 80 คิดว่าเป็นการซ้อมด้วยเพราะช่วงนั้นเริ่มขี่จักรยานแล้ว เหนื่อยแทบขาดใจ HR. เคยขึ้นถึง 150 กว่า ๆด้วยซ้ำไป ขี่จักรยานก็ปวดแขน ปวดหลังไปหมด แต่ใจสู้คิดเสมอว่า "อะไรที่คนทำได้ คนต้องทำได้" มีคนทำได้เยอะแยะไปหมด สุดท้ายน้ำหนักก็เริ่มลงมา และผมเริ่มแบ่งการกินมาเป็นกินทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่หลังจากทำไปได้ 2 เดือน ก็มีเหตุอีก ปรากฏว่าผมหิวตลอดเวลา หิวทั้งคืน จนสุดท้ายคืนหนึ่งตอนเช้าต้องเข้าโรงพยาบาลอ้วกออกมามีแต่น้ำย่อย นอนให้หมอส่องกล้องดู หมอบอกเป็นกรดไหลย้อน แต่มันย้อนมาแค่ในกระเพาะนะ คือเหมือนน้ำย่อยมันออกมาตลอดเวลา ก็เลยเลิกการกินแบบนั้นไป สรุปว่าในช่วงแรกผมออกกำลังในแต่ละวันคือ เช้า คาร์ดิโอ 40 นาที เย็น เวทเทรนนิ่ง (เน้นยกหนักๆเลย) 90 - 120 นาที น้ำหนักลงมาจาก 107 กก. (คือช่วงพีคสุด) อยู่ที่ 95 กก. และผมก็หยุดไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ช่วงที่ 2 เดือน เม.ย. 2557 - เดือนมกราคม 2558 หลังจากหยุดไปแรก ๆผมก็ควบคุมอาหารหลัง ๆก็ช่างมันกินอย่างไร้วินัยที่สุด สุดท้ายน้ำหนักตัวผมตอนเริ่มต้นออกกำลังกายใหม่นี้อยู่ที่ 100 กก. ซึ่งผมก็พอใจว่าขึ้นมา แค่ 5 กิโลกรัม ถ้าดูจากสภาพการยัดเข้าไปแล้วควรจะกลับไปที่ 105 เป็นอย่างน้อย(แสดงว่าเรืองการโยโย่ ที่เคยเจอมาก็ดีขึ้นละ) แต่สภาพนี่อ้วนเหมือนเดิมละ ทีนี้ก็ไปได้แรงบันดาลใจจากน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเค้าวิ่ง ๆๆๆ และก็ ปั่น ๆๆๆ จนสุดท้าย ลงไตร เฉยเลย เราก็ "เฮ้ย ถ้าคนธรรมดาคนนึงทำได้เราก็ทำได้วะ ปีหน้าจะลงไตรมั่ง" (แต่จนถึงตอนนี้วิ่งยังไม่ได้ซักเท่าไหร เรื่องว่ายน้ำน้ำว่ายยังแพ้ลูกเลยผมว่ายน้ำไม่เก่ง) ก็เริ่มกลับมาออกำลังกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ที่แย่คือ วินัยการกินเจ๊งบ๊ง ผมไม่กินคลงกินคลีนละ ไม่นับแคลไม่สนใจเรืองการกินอีกต่อไป เช้า คาร์ดิโอ 50 นาที ปั่นจักรยานเพิ่มโปรแกรมความหนักมากขึ้น รอบขาเร็วขึ้น เฉลี่ยอยู่ที 100 แข่งกับตัวเอง แข่งกับเวลา วันนี้ต้องทำเวลาและเผาแคลฯได้มากกว่าเมือวานในเวลาที่เท่ากัน (นั่นเป็นเหตุผลที่หลาย ๆคนไม่เข้าใจว่าผมทนนั่งปั่นจักรยานอยู่ได้ไงตั้ง 50 นาทีเบื่อตายชัก) เฉลี่ยตอนเช้าผมเผาแคลฯไปประมาณ 935 แคลทุกๆเช้า(อันนี้ถูกผิดก็ต้องว่าตามเครืองปั่นจักรยานของผมหละ) เย็นก็ เวทหนัก ๆ ในแนวของคนเพาะกาย ทั้งร่างเหมือนเดิม เพิ่มสควอชเข้าไปด้วย ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ปรับโปรแกรมตามเวลาและปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที จนถึงตอนนี้ น้ำหนักผมลดลงจากจุดเริ่มต้น 100 กก.อยู่ที่ (ต่ำสุด) 84 กก. แต่เฉลี่ยก็จะขึ้น ๆลง ๆอยู่แถว 87 กก. ผมไม่สนใจเรืองน้ำหนักเท่าไหร่(จริง ๆก็สนใจเพราะจะได้รุ้ว่าจบภารกิจเมื่อไหร่ เพื่อจะเข้าสเตจ 2 ) รอบเอวผมจากวันที่เริ่มต้นออกกำลังกาย 45 - 46 นิ้ว ปัจจุบันอยุ่ที่ 34 นิ้ว (เล็กกว่าตอนหนัก 78 กก.อีก) รอบอกลงมาจาก 45 นิ้ว อยู่ที่ 40 นิ้ว รอบแขนลงมาจาก 18 นิ้ว อยู่ที่ 14.5 นิ้ว เรื่องของระบบการหายใจดีขึ้นมาก ผมสามารถวิ่งเล่นฟุตบอลตลอดทั้งเกมส์ได้(สนามใหญ่ 90 นาทีสบาย ๆ) และผมเล่นฟุตบอลอาทิตย์ละ 4 วันโดยวันเสาร์เป็นวันแข่ง ผมปั่นจักรยานได้สบาย ๆในระย 50 กม.(โดยไม่เหนื่อย)แต่ยังไม่เคยออกทริปไกล ๆเพราะเกรงใจภรรยา เป็นหวัดน้อยลงแทบจะไม่เป็นเลย จากคนมีปัญหาภูมิแพ้ นอนกรน ก็ดีขึ้นมาก จากที่ตื่นนอนแล้วรู้เลยว่าเรามีปัญหาหยุดหายใจตอนนอน เพราะจะง่วงทั้งวัน ก็ไม่เป็นแล้ว เสื้อผ้าจากไซส์ 3 xl เหลือ XL หรือ L เป้าหมายคือ M ทีดีใจที่สุดก็คือ ถ้าคุณไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าลุกไม่อยากอ้วนเหมือนพ่อ ลูกกลัวว่าโตขึ้นแล้วต้องอ้วน คุณจะไม่รุ้เลยว่ามันน่าเสียใจแค่ไหนที่เราเป้นตัวน่ารังเกียจของลูก ๆ ทุกวันนี้ลูก ๆก็ดูมีความสุขที่มีพ่อไซส์ปกติ ๆเหมือนพ่อคนอื่น ผมโชคดีที่ไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันไปเสียก่อน บทสรุป 1.เมื่อคุณเริ่มต้นขอให้มั่นคง จะมีคนเยาะเย้ยถากถางคุณเยอะมาก มีคนคอยซ้ำเติมความล้มเหลวของคุณตลอดเส้นทาง 2.อย่าใจร้อน เราทุกคนเคยผอมมาก่อนอ้วนทั้งนั้นแหละ แล้วทำไมจะกลับไปผอมอีกไม่ได้แต่มันต้องใช้เวลา 3.มั่นคงบนเส้นทางที่ตัดสินใจ เริ่มเดินแล้วอย่าวอกแวกไปเรื่อย ๆ แข่งกับตัวเองเท่านั้นอย่าแข่งกับคนอื่นไม่มีประโยชน์เลย 4.หลักการของผมยึดตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนา "ควบคุมเหตุ ไม่สนใจผล" แล้วมันจะมาเอง 5.พยายามหาข้อมูลให้ถูกต้อง มีสติคิดก่อนว่าข้อมูลนั้น ๆถุกต้องไม๊? 6.เลือกเส้นทางที่ยั่งยืน นับแคล ไม่เอาคาร์โบ ยาลดความอ้วน อาหารเสริม ผมผ่านมาหมดแล้วแต่เป็นไง? สุดท้ายผมก็หนักเกิน 100 กิโลอยู่ดี ไม่มีประโยชน์เลยเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพทั้งกายและจิต สิ่งที่ผมปฏิบัติตัวอยู่ทุกวันนี้ 1.พยายามทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ให้ได้ 4 มื้อขึ้นไป (อย่าเยอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว) 2.มื้อแรกของวันหลังการคาร์ดิโอ จะกี่โมงก็ช่าง หลังจากนั้นพยายามทุก ๆ 2 ชั่วโมง และมื้อสุดท้าย(หนัก) อย่าเกิน 5 โมงเย็นอนุโลมให้ได้ถึง 6 โมง หลังออกกำลัง น้ำมะเขือเทศดอยคำ 1 แก้วโต ๆหรือกล้วยหอม 3.ออกกำลัง 5 - 6 วันต่อสัปดาห์ คาร์ดิโอเช้าจำเป็นมากสำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะ ๆอย่างผม เวทเทรนนิ่งจำเป็นในการสร้างเตาเผาพลังงาน ฟุตบอลเพื่อความสนุกสนาน (และเป็นการคาร์ดิโอแบบหนึ่ง) จักรยานเพื่อความบันเทิง 4.รุ้ประมาณในการบริโภค ผมหลีกเลี่ยงของทอด หวาน มัน เค็ม จัด น้ำอัดลม น้ำตาล(งดเติมในก๋วยเตี๋ยวมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้ว) ตอนนี้ผมทานทุกอย่างแต่ไม่เยอะ ตั้งสติก่อนสตาร์ท สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณ เวป http://tuvayanon.net/index1.html ที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นการให้ข้อมูลที่ดีๆ ขอขอบคุณกลุ่มแนวร่วมลดน้ำหนัก เฟสบุ้คของอาจารย์มาร์ค ไทยทอปฟิตเนส และที่สำคัญที่สุดคือ ภรรยาและลูกที่เป็นทุกอย่างให้กับเรา ผมคงทำไม่สำเร็จถ้าภรรยาไม่อดทนดูแลลูกเล็ก ๆจอมป่วนของผมทั้ง 3 คนให้ในเวลาที่ผมไปออกกำลังกาย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมทนทุเรศรูปร่างตัวเองมานานมาก แต่ทุกวันนี้ ภรรยาผมบอกว่าผมกลายเป็นพวกหลงตัวเองไปแล้วซึ่งก็จริง (ยอมรับเลย) ไม่ใช่อะไรมันภูมิใจกับความตั้งใจของตัวเอง ขอขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33154270

เพื่อเหรียญโอลิมปิก!ส.เทควันโดทุ่มหลักล้านส่งเล็ก-จูนรักษาเข่า
ชนาธิป ซ้อนขำ /  ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ / 

ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหาอาการบาดเจ็บหัวเข่าขวาของ "น้องเล็ก" ชนาธิป ซ้อนขำ นักเทควันโดสาวทีมชาติไทยเจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่เกาหลีใต้ และอดีตดีกรีเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่อังกฤษ ซึ่งเป็นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ลอนดอนเกมส์ แม้ว่า เวลานี้เจ้าตัวจะทำการผ่าตัดหัวเข่ากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้แล้ว ก็ตาม แต่เมื่อถึงเวลาฝึกซ้อมหนักอาการบาดเจ็บดังกล่าวยังกำเริบขึ้นมาอีก จึงไม่สามารถฟิตซ้อมหนักได้เหมือนอดีต ทั้งนี้จากปัญหาการบาดเจ็บดังกล่าวที่เกิดขึ้น หาก ชนาธิป ยังไม่รักษาดูแลตัวเองให้ถูกวิธี คงเป็นเรื่องยากในการหวังผลไปถึงโอลิมปิก ล่าสุดตนได้ตัดสินใจส่ง ชนาธิป ไปทำการรักษาตัวและฟื้นฟูอาการบาดเจ็บดังกล่าวที่ศูนย์สปอร์ตคลินิค เกาหลีใต้ เป็นเวลานาน 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เช่นเดียวกับ "น้องจูน" รังสิญา นิสัยสม อดีตแชมป์โลกหญิงคนแรกของไทย ก็จะไปรักษาอาการบาดเจ็บหัวเข่าที่นั่นด้วยเช่นกัน เนื่องจากศูนย์ดังกล่าวมีความพร้อมในทุกๆด้าน เพื่อรักษานักกีฬาที่มีอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาทั้ง ฟุตบอล, รักบี้ฟุตบอล, บาสเกตบอล, ยิมนาสติก ฯลฯ ภายใต้เงินงบประมาณที่สมาคมลงทุนดูแลนักกีฬาทั้งสองคนด้วยตัวเลข 7 หลัก คาดว่า อาการบาดเจ็บของทั้งสองคนน่าจะดีขึ้่นได้ เพราะที่ผ่านมาศูนย์แห่งนี้เคยต้อนรับและดูแลนักกีฬาระดับโลก และนักเทควันโดคนดังๆของเกาหลีใต้ ที่มีอาการบาดเจ็บในเรื่องหัวเข่าจนหายเป็นปรกติดีแล้ว ก่อนจะไปสร้างผลงานให้กับประเทศชาติของตัวเอง อย่างไรก็ตามในช่วง 2 เดือนที่ทั้งคู่รักษาตัว สมาคมจะคอยติดตามความเคลื่อนไหวตลอด พร้อมจะหาโปรแกรมให้ลงแข่งขัน โดยเฉพาะศึกเทควันโดชิงแชมป์โลกในปีนี้ มีความสำคัญกับ ชนาธิป อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นระดับ จี 12 หากใครคว้าแชมป์ได้จะมีคะแนนสะสมมากถึง 120 คะแนนเลยทีเดียว ดังนั้นจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าให้นักกีฬาสร้างผลงานที่ดีกลับมาเพื่อความ สุขของคนไทยและประเทศชาติต่อไป

สนุกหรรษา กับงาน คาร์นิวัลฤดูหนาว ควิเบก แคนาดา
ควิเบก /  งานคาร์นิวัล / 

หน้าหนาวในประเทศไทย ใกล้จะหมดลงแล้ว บริเวณภาคกลางเริ่มทยอยกลับมาสู่อากาศปกติ (ร้อนนน) แต่ทางภาคเหนือ และอีสานตอนบนยังคงหนาวอยู่ แต่ในต่างประเทศ ช่วงนี้กำลังหนาวจัด โดยเฉพาะในแถบอเมริกาเหนือ ที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็นการจัดงาน คาร์นิวัลฤดูหนาว ควิเบก ประเทศแคนาดา งานคาร์นิวัลฤดูหนาวที่ใหญ่ที่สุดในโลก สนุกหรรษา กับงาน คาร์นิวัลฤดูหนาว ควิเบก แคนาดา งานคาร์นิวัลฤดูหนาว ควิเบก หรือ Québec’s Winter Carnival มีจุดกำเนิดเก่าแกตั้งแต่ปี ค.ศ.1894 จัดขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้มีความสนุกสนาน ให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปพร้อมกัน (จากสงครามและสภาวะซึมเศร้า) เทศกาลถูกจัดขึ้นเป็นระยะ จนกระทั่งปี ค.ศ.1954 มันก็เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น คาร์นิวัลฤดูหนาว ควิเบก เป็นเทศกาลที่ท้าทายความหนาวเย็นแก่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว กับอุณภูมิติดลบ พบกับขบวนพาเหรด การแสดงดนตรีและมหรสพ การแสดงแสงสีเสียงสุดยิ่งใหญ่ รวมถึงการแข่งขันกีฬานานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น แกะสลักน้ำแข็ง สเก็ตน้ำแข็ง ฮ๊อกกี้ เกมส์ โต๊ะฟุตบอลมนุษย์ แข่งสุนัขลากเลื่อน ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถพบกับกิจกรรมกว่า 200 ชนิด ทั่วทั้งเมือง โดยในปีนี้ งานจะจัดขึ้นยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2015 คนที่ชอบความหนาวเย็น ต้องลองไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต ข้อมูลและรูปภาพจาก : cocktailsandjoints.com , wickedweirdworld.com / เรียบเรียงโดย : Travel MThai

อ่านหนังสือพิมพ์ บอกอะไรในตัวคุณ...?
ข่าว /  ข่าวหนังสือพิมพ์ / 

หนังสือพิมพ์ ถึงแม้จะมีมานาน แต่ก็ยังได้รับความนิยมไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะเจอแต่ หนังสือพิมพ์ วางอยู่ Horoscope.Mthai.com จึงนำ หนังสือพิมพ์ มาบอกลักษณะตัวตนของคนที่ชอบอ่านกันครับ อ่านข่าวบันเทิงก่อน เป็นคนที่มีความสนุกสนานรื่นเริง ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับความบันเทิงเริงรมย์ ชอบไปงานเลี้ยงสังสรรค์ ชอบดูภาพยนตร์ สนใจเรื่องของชาวบ้าน อ่าน หนังสือพิมพ์ ทั้งฉบับ เป็นคนกระตือรือร้นและอยากได้ข่าวสารใหม่ๆ ตลอดเวลา ไม่ชอบที่จะเป็นคนตกข่าว เป็นคนรอบคอบ ละเอียดถี่ถ้วน เมื่อทำอะไรแล้วก็จะตั้งใจทำให้ดีที่สุด อ่านข่าวในประเทศก่อน เป็นคนที่เคารพกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ของสังคม ไม่ชอบเอาเปรียบผู้อื่นเป็นนักต่อสู้ตัวฉกาจ ปฏิบัติตัวต่อคู่ครองด้วยความรักและซื่อสัตย์ มีความจริงใจต่อเพื่อนฝูง ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ อ่านข่าวผ่านๆ และเลือกอ่านข่าวเพียงบางเรื่อง เป็นคนไม่ค่อยใส่ใจต่อเหตุการณ์ของโลกนัก มักจะใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ค่อยยุ่งกับชาวบ้าน มองโลกในแง่ดี รักเพื่อนและมีน้ำใจ อ่านข่าวภูมิภาคก่อน หากเลือกอ่านข่าวที่เกี่ยวกับท้องถิ่นของตนเองก่อน จะเป็นคนที่รักพวกพ้องมาก ใครจะมาแตะต้องไม่ได้ ต้องลุยให้แหลกกันไปข้างหนึ่ง เป็นคนชอบความสงบ ไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นนอกจากพวกของตน อ่านข่าวเกี่ยวกับการบ้านการเรือนก่อน เป็นคนที่กระตือรือร้นและมีระเบียบวินัย มีการวางแผนงานเฉพาะหน้าเพื่อตนเองและครอบครัว หากรักปากอะไรกับใครแล้วต้องทำได้ อ่านข่าวท่องเที่ยวก่อน เป็นคนอยู่ไม่ติดที่ ชอบเดินทางอยู่เสมอ ถ้าหากอยู่ที่ไหนนานเกินไปจะเกิดอาการเบื่อ ต้องรีบหาเรื่องชีพจรลงเท้าทันทีรักความอิสระเสรี เป็นตัวของตัวเองสูง อ่านข่าวกีฬาก่อน เป็นคนชอบทำงานเป็นทีม ไม่หวั่นต่อการเสี่ยงและท้าทาย ชอบการทำงานหนักและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคต่างๆ แต่จะคิดว่าเป็นบทเรียนที่มีค่าสำหรับตนเอง นอกจากนั้นแล้วยังเป็นคนที่ชอบการต่อสู้แข่งขันมีระเบียบวินัยสูง มักจะประพฤติตัวอยู่ในกรอบและพร้อมจะปรับปรุงตัวเอง อ่านข่าวเศรษฐกิจก่อน เป็นคนชอบความท้าทาย ชอบเรื่องลับสมอง และมีความสุขที่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ออกมา เป็นคนที่มีความที่มีความทะเยอทะยานสูง ค่อนข้างจริงจังกับชีวิต จะทำงานที่เห็นว่าเหมาะสมกับตนเองและทุ่มเทกับการทำงานอย่างเต็มที่ อ่านเรื่องเกี่ยวกับอาหารก่อน เป็นคนที่มีรสนิยมดี ชอบความสวยงาม ชอบให้ตนเองแวดล้อมไปด้วยสิ่งที่เจริญตา และพยายามทำตนให้เป็นที่สนใจต่อเพื่อนฝูงและคนอื่นๆ ไม่ชอบเป็นคนตกสมัยมักทำตัวเองให้คนอินเทรนด์อยู่เสมอ ทั้งในเรื่องการแต่งตัวและรสนิยมในการใช้ชีวิต ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail

ละครแก้วตาหวานใจ , เรื่องย่อแก้วตาหวานใจ
บอย ปกรณ์ แก้วตาหวานใจ /  มิ้นต์ ชาลิดา แก้วตาหวานใจ / 

แก้วตาหวานใจบทประพันธ์ ดวงตะวันบทโทรทัศน์ ศิริรัตน์ สุขสามัคคี / จิรมน เณวิกาน / สร้างสรรค์ สันติมณีรัตน์ออกอากาศ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.15-22.45 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อชายหนุ่มที่เป็น “กุลสตรี” กับ หญิงสาว “มาดแมน” บังเอิญมาร่วมชายคาเดียวกัน โดยเหตุผลหลักของการโคจรมาพบกันของทั้งคู่ก็คือ เด็กหญิง “มดตะนอย” ตัวน้อยๆที่จะกัดหัวใจของเขาและเธอให้แสบๆคันๆกันเลยทีเดียว ในงานแข่งขันกีฬาสีของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกระหึ่มของกองเชียร์สีฟ้า หนูน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มห้าคนตั้งหน้าตั้งตาเต้นนำเชียร์อย่างสุดกำลัง และในท่ามกลางหมู่กองเชียร์แม่ๆป้าๆ มีชายหนุ่มแปลกปลอมสองคนแต่งตัวด้วยชุดสีฟ้ายืนโดดเด่นสะดุดตาอยู่ พวกเขาคือ อนลและอนิล วโรดม สองหนุ่มที่มาให้กำลังใจ “เด็กหญิงมดตะนอย” หลานสาวคนเดียวที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเชียร์ลีดเดอร์ อนล หรือ ลุงเสือ พี่ชายสวมแว่นตาดำปกปิดหน้าตา แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็กส์ ค่อนข้างระวังพฤติกรรมของตน ต่างกับ อนิล หรือ ลุงช้าง ผู้เป็นน้องชายที่แต่งตัวด้วยเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ สะพายกระเป๋าเป้สีชมพูแปร๋น คอยตะโกนร้องเพลงเชียร์ให้กำลังใจมดตะนอยเสียงดัง ทุกครั้งที่พักเบรกลุงช้างก็จะเข้าไปซับหน้า ซับเหงื่อ ป้อนขนมหลานสาวสุดสวาทคนนี้ทันที สร้างความฉงนปนสนใจแก่คนที่พบเห็น จนเอาไปซุบซิบกันว่า คุณพ่อของมดตะนอยควงแฟนหนุ่มมาดูแลลูกสาว!?! ทั้งนี้ก็เพราะไม่มีใครเคยเห็นแม่ของมดตะนอยเลย ...แม้แต่ตัวเด็กหญิงมดตะนอยเอง... เมื่อ “หวันยิหวา” หรือ “ไข่หวาน” ลูกสาวคนเล็กหัวแก้วหัวแหวนของ “นายแม่ดาวเรือง” เจ้าของกิจการเดินรถทัวร์สายอีสาน ตัดสินใจลงสมัครประกวดซุปเปอร์โมเดลที่บริษัทนำเข้ารถหรูแห่งหนึ่งจัดขึ้นตามแรงยุของเพื่อนรัก “นิกกี้” ลูกสาวเศรษฐีครอบครัวใหญ่สุดมั่น ผู้รักอิสระและสนุกกับการทำงานในบริษัทนี้ นิกกี้จึงอยากดันเพื่อนเข้ามาทำงานด้วยกันไข่หวานฟังดูแล้วก็สนใจเพราะเธอชอบด้านเครื่องยนต์อยู่แล้ว และหวังว่าหากเธอชนะการประกวด จะได้เงินรางวัล และมีโอกาสไปดูงานที่โรงงานผลิตรถยนต์ต่างประเทศที่เธอใฝ่ฝัน ไข่หวานทะเลาะกับนายแม่อย่างแรงเรื่องที่จะขอไปประกวดซุปเปอร์โมเดล เพราะนายแม่ดูถูกว่าอุตส่าห์เรียนจบมาสูงๆจะไปประกวด “พริตตี้รถยนต์” ทำไม ไข่หวานอธิบายอย่างไรนายแม่ก็ไม่เข้าใจซักที ว่าหากชนะการประกวดนั้นเธอจะได้เป็น Brand Ambassador ที่ใช้ทั้งสมองและหน้าตาสวยงามในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจรถยนต์ นายแม่ดาวเรืองประกาศก้องไม่ยอมให้ไข่หวานไปประกวดเด็ดขาด หากไปจะตัดเบี้ยเลี้ยงทั้งหมด แต่ไข่หวานก็ดื้อมาก อยากเอาชนะนายแม่ อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่เธอต้องไปกรุงเทพคือ เธอได้รับภารกิจโลกแตกจากพี่ชาย “พี่หมึก” หรือ “มุรธา” ที่บังเอิญพบว่าตัวเองอาจจะมีลูกกับผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อหกปีที่แล้ว!!! แสดงว่าเธอก็อาจจะมีหลาน หลานที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาหรือรู้ว่ามีตัวตนอยู่ในโลกนี้ พระเจ้า...งานเข้าไอ้ไข่หวานอย่างจัง! ความลับนี้จะบอกให้นายแม่รู้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะนายแม่ขึ้นชื่อเรื่องหวงห่วงลูกชายสุดพลัง และก็หมายมั่นปั้นมือวางแผนให้ หมึก แต่งงานกับ อณิมา หรือ หนูเล็ก ลูกสาวของ อธิป ครองจินดา(วโรดม) เพื่อนของเธอด้วย ไข่หวานกลุ้มใจมาก เพราะเธอต้องไปกรุงเทพจริงๆแต่ไม่มีเงินเลย หมึกเอาเงินเก็บส่วนตัวช่วยสมทบทุนน้องสาวส่วนหนึ่ง แต่หากไข่หวานต้องอยู่กรุงเทพนานไม่มีกำหนดเพื่อตามหาหลาน เงินจำนวนนั้นคงไม่มากพอจ่ายค่าที่พักตลอดไปแน่ๆ หนูเล็กซึ่งสนิทกับไข่หวานเช่นกันจึงเสนอให้ไข่หวานให้ไปพักกับญาติของเธอ โดยรับประกันความปลอดภัย 100% เพราะลุงช้างมีบ้านอยู่ชานเมือง อยู่กับหลานสาวเพียงหนึ่งคน และเขาใจดีมากๆๆๆๆ จากคำอธิบายของหนูเล็กทำให้ไข่หวานเห็นภาพคุณลุงแก่ๆ วัยห้าสิบที่มีรอยยิ้มแสนใจดีทันที ลุงช้างของเด็กหญิงมดตะนอย เป็นนักเขียนบทโทรทัศน์ซึ่งเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานที่บ้าน บ้านซึ่งมีเพียงเขาและหลานสาววัยหกขวบอาศัยอยู่ โดยมีท่านเลขาฯรัฐมนตรี “ดร.อนล วโรดม” หรือ “ลุงเสือ” พี่ชายคนโตของอนิลมาเยี่ยมเยียนอยู่สม่ำเสมอหากเขาไม่ต้องเดินทางไปราชการที่ต่างประเทศ นอกจากนี้อนลและอนิลยังมีน้องสาวสุดรักสุดหวงอีกหนึ่งคนคือ กวาง “อนุช วโรดม” ในอดีต กวางเติบโตมาดุจไข่ในหิน พ่อแม่รักและดูแลดั่งแก้วตา แต่เมื่อเธอเติบโตเป็นวัยรุ่น พ่อก็เลิกกับแม่ กวางรักพ่อมากจึงเข้าใจว่าพ่อทิ้งเธอไป พ่อไม่รักเธอแล้ว กอปรกับกวางเริ่มมีความรักครั้งแรกกับหมึก ทำให้เธอออกห่างจากครอบครัว ติดแฟนมากจนพลาดพลั้งตั้งท้องในวัยเรียน กวางชวนหมึกแต่งงานทั้งๆที่หมึกยังไม่พร้อมและยังไม่รู้ว่ากวางท้อง หมึกจึงปฏิเสธเธอไป กวางเสียใจมาก หลังจากเธอให้กำเนิดเด็กหญิงมดตะนอยแล้ว เธอก็บินไปอาศัยอยู่กับมารดาที่อเมริกา และไม่กลับมาเหลียวแลลูกสาวที่ทำให้ชีวิตวัยสาวของเธอพังยับลงในปีที่สามของการเรียนมหาวิทยาลัยอีกเลย กวางไม่แม้แต่จะบอกครอบครัวของเธอว่าพ่อของเด็กคือใคร เธอเลือกที่จะหนีความจริงและบาดแผลอันปวดร้าวไปพร้อมกับการทิ้งภาระให้กับพี่ชายคนรองเลี้ยงดูลูกสาวของเธอเพียงลำพัง แขกประจำอีกคนของลุงช้างก็คือ ไฮโซสาวที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการเพราะความอยากดัง “ภารวี เกียรติธำรง” หรือ “คุณอาพาราวี” ที่หนูน้อยมดตะนอยเรียกขาน ภารวีเป็นอดีตรุ่นน้องและเพื่อนบ้านเก่าของลุงช้าง เธอแอบชอบลุงช้างตั้งแต่สมัย ม.ปลาย ก่อนที่เธอจะไปเรียนต่อต่างประเทศ และลุงช้างก็ย้ายบ้านไปอยู่ชานเมือง ไฮโซสาวมักจะหาเรื่องแวะเวียนมาทำคะแนนกับลุงช้างเสมอๆ โดยเฉพาะหลังจากได้ข่าวว่าลุงช้างมีญาติสาวมาพักด้วย ไข่หวานแทบช็อกเมื่อพบว่า “ลุงช้าง” ญาติของหนูเล็กที่ฝากฝังให้มาพักด้วยนั้นไม่ใช่ “คุณลุงแก่ๆ วัยห้าสิบ” ดังภาพที่เธอจินตนาการไว้ แต่ลุงช้างกลับกลายเป็นหนุ่มหล่อ เข้ม ที่สำคัญแววตาคมกริบ วิบวับ ที่มองหล่อนก็ทำให้ใจมันหวั่นๆหวิวๆ ลุงช้างเองก็ตกใจไม่ต่างกันเมื่อพบหน้า “คุณยายไข่หวาน” ที่ตนเองจินตนาการถึงยายแก่ตกยากหอบหิ้วสังขารเข้าเมืองกรุงมาเพื่อตามหาลูกหลาน แต่ผู้หญิงตรงหน้าเขากลับกลายเป็นหญิงสาวสวยสะพรั่ง มั่นใจในตัวเอง ทะมัดทะแมง แถมยังเก่งเรื่องเครื่องยนต์กลไกอีกด้วย บางครั้งเวลาลุงช้างเขียนบทไม่ทันก็ได้ไข่หวานนี่แหละช่วยเลี้ยงมดตะนอย ลุงช้างปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมีไข่หวานอยู่ในบ้านนั้นเป็นความรู้สึกที่ชุ่มชื่นหัวใจ...อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน อีกทั้ง มดตะนอยตัวน้อยก็ดูท่าว่าจะติดอาไข่หวานแจ แถมยังชอบสาธยายความสามารถพิเศษพิสดารของเขาให้เธอได้รับรู้อยู่เสมอๆ เช่น “ถ้าอาไข่หวานนอนไม่หลับให้ลุงช้างเกาหลังให้ก็ได้นะคะ ลุงช้างเกาหลังเก่งมากเลยค่ะ” หรือ “ลุงช้างเต้นควีโยมีเก่งที่สุดเลยค่ะอาไข่หวาน” และที่เด็ดสุดคือ “ลุงช้างแต่งเป็นเดอะลิตเติลเมอร์เมดซ้วยสวยค่ะอาไข่หวาน” โธ่เอ้ยยายมดตะนอย แล้วอย่างนี้อาไข่หวานจะคิดว่าลุงช้างเป็นคนอย่างไรกันล่ะเนี่ย! ภารกิจโลกแตกที่พี่หมึกฝากฝังไข่หวานเริ่มต้นด้วยการตามหาตัว “อนุช วโรดม” หญิงสาวที่พี่ชายของเธอคิดว่ามีอาจลูกด้วยกันตามคำบอกเล่าของ “จามร” เพื่อนสนิทของมุรธา ตามรูปและที่อยู่ที่เจ้าตัวให้มา แต่ไข่หวานก็คว้าน้ำเหลวเมื่อพบว่าเจ้าของบ้านได้ย้ายบ้านไปนานหลายปีแล้ว ความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้เธอรู้สึกท้อ มีลุงช้างนี่แหละที่คอยให้กำลังใจ แถมยังทำกับข้าวอร่อยๆให้เธอฟื้นกำลังขึ้นมาตามหาพวกเขาอีกครั้ง ลุงช้างไม่เคยถามว่าเธอตามหาใคร ส่วนเธอเองก็ยังไม่พร้อมที่จะเล่าปมอันแสนเจ็บปวดของครอบครัวให้ใครฟัง ทั้งสองต่างรู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน...แม้ไม่ต้องพูดจา... ในที่สุดไข่หวานก็ได้พบกับเบาะแสสำคัญที่อาจทำให้เธอได้พบพี่สะใภ้กับหลานที่ตามหาอยู่ “สริดา รุจิอาภรณ์” คือเพื่อนสนิทของอนุช วโรดมสมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย แต่เมื่อไข่หวานได้พบพูดคุยกับสริดาเรื่องอนุชและลูก เธอต้องผิดหวังกลับมาอีกครา เมื่อสริดาไม่ได้ให้ความร่วมมือเปิดเผยข้อมูลใดๆแม้แต่น้อย เหตุเพราะความเคียดแค้นเพื่อนรัก ในอดีต อนุชและสริดาเป็นเพื่อนรักกันมาก และต่างชอบรุ่นพี่ปีสี่คนเดียวกันนั่นคือ หมึก แต่หมึกกลับชอบอนุชมากกว่าสริดา ในงานปาร์ตี้คืนหนึ่งสริดาแกล้งดื่มเหล้าให้เมาเพื่อให้หมึกขับรถไปส่ง หมึกรับปากเธอด้วยความเป็นห่วงอย่างเพื่อน แต่เขาก็กลับไปส่งอนุชแทน หมึกลืมสริดาเสียสนิทจนกระทั่งตอนเช้า หมึกได้ข่าวว่าสริดาประสบอุบัติเหตุรถชนจากการเมาแล้วขับ สริดาถูกตัดขาทั้งสองข้างไปพร้อมๆ กับการตัดความสัมพันธ์อย่างถาวรกับคนที่เธอเคยรักทั้งคู่ อนาคตของเธอดับวูบลงพร้อมกับความเจ็บปวดที่ก่อขึ้นเป็นกำแพงแห่งความขมขื่น เคียดแค้น มองโลกในแง่ร้าย และปิดกั้นตัวเองจากสังคมภายนอก ในเมื่อเธออยู่ในโลกนี้อย่างไม่มีความสุข อย่าหวังที่จะได้เห็นอนุชและหมึกมีความสุขด้วยกันเลย สริดาปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือทุกวิถีทางแก่ไข่หวาน ซ้ำยังไม่ยอมรับการติดต่อจากเธออีกเลย ไข่หวานยังพยายามติดต่อเพื่อขอพบสริดาอยู่เรื่อยๆ พร้อมๆกับที่เธอก็ต้องเตรียมตัวเข้าประกวดซุปเปอร์โมเดลอย่างเต็มที่ การประกวดครั้งนี้ทำให้ไข่หวานพบกับ “สาริศ” เจ้านายของนิกกี้ ลูกชายคนโตของบริษัทนำเข้ารถยนต์หรูซ้ำยังเป็นพี่ชายแท้ๆของสริดา ซึ่งสาริศทำท่าว่าจะหลงเสน่ห์สาวอุบลฯเข้าอย่างจัง ถึงกับสะกดรอยตามไข่หวานมาหาถึงบ้านลุงช้างเพื่อตามจีบอย่างชัดเจน สร้างความไม่พอใจให้แก่ไข่หวานไม่น้อย แต่ต้องยอมติดต่อด้วยก็เพื่อหวังว่าสาริศจะช่วยพูดให้สริดาใจอ่อนยอมบอกความจริงกับเธอ ลุงช้างก็พลอยหงุดหงิดแกมงอนหน่อยๆ เพราะหวงก้าง เอ้ย ห่วงความรู้สึกของเพื่อนร่วมบ้านคนนี้ ที่สำคัญนายสาริศนั่นเข้าออกบ้านเป็นว่าเล่น แถมยังมีข้อมูลใหม่ๆ ของคนที่ไข่หวานตามหามาหลอกล่อให้เธอออกไปกับเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นิกกี้ได้เข้ามาทำงานเป็นเลขาของสาริศและคอยช่วยงานการประกวดทุกอย่าง แต่ก็ต้องเจออุปสรรคชิ้นใหญ่ คือ “ตวงพร” อาของสาริสและสริดา ตวงพรเป็นน้องสาวแท้ๆ ของพ่อสาริศที่บริหารงานแทนสาริศในช่วงที่พ่อเขาเพิ่งเสีย และเขายังเรียนอยู่เมืองนอก เมื่อสาริศกลับมา เขาก็อยากจะดึงอำนาจกลับสู่ตัวเอง แต่ตวงพรซึ่งอยากฮุบสมบัติไว้เพียงคนเดียวก็ไม่ยอม ตวงพรล๊อบบี้ผู้ถือหุ้นต่างๆ นานาให้เลิกสนับสนุนการประกวด และใช้ภารวีซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนรักให้คอยขัดขวางงานทุกอย่างของสาริศ ทำให้สาริศกับนิกกี้ต้องคอยช่วยกันแก้ปัญหาตลอดเวลา นิกกี้เห็นอกเห็นใจสาริศมากขึ้นจนกลายเป็นความรัก ไข่หวานผ่านเข้ารอบสองของการประกวด สร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมากให้กับภารวีและตวงพรเป็นอย่างมาก เจ้าตัวแสดงออกนอกหน้าว่าไม่ชอบนางสาวหวันยิหวาตั้งแต่แรกพบ เนื่องจากแอนตี้การเป็นนักเรียนนอกของไข่หวาน และให้เหตุผลว่า หล่อนไม่เหมาะกับการเป็นตัวแทนของสาวไทยสมัยใหม่ที่ยังต้องคงความเป็นไทยไว้ ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ไข่หวาน คือคนๆเดียวกับญาติห่างๆที่มาพักกับลุงช้างชายหนุ่มที่เธอสนใจ ตามที่กาคาบข่าวอย่าง “น้องพลอย” สาววัยรุ่นบ้าดาราข้างบ้านลุงช้างคอยสอดสืบให้เธออยู่เนืองๆ น้องพลอยเข้าออกบ้านลุงช้างได้สะดวกเพราะลุงช้างจ้างให้มาช่วยดูแลมดตะนอยในวันที่เขาไม่อยู่บ้าน หรือปั่นงานไม่เสร็จ พลอยอยากทำงานพิเศษเก็บเงินไปเรียนแอ็คติ้ง ความฝันของพลอยคือการได้เป็นดาราเหมือนภารวี ไข่หวานได้รับข่าวดีอีกเรื่องคือสาริศเล่าว่าอนุชเป็นน้องสาวแท้ๆของท่านเลขาฯ ดร.อนล วโรดม ไข่หวานดีใจมากและติดต่อไปยังดร.อนลทันที แต่เขาไปราชการที่อเมริกาแถมยังขอลาพักร้อนต่ออีกหนึ่งเดือน เธอตัดสินใจส่งอีเมลไปแต่ก็ไม่ได้รับอีเมลตอบกลับจากเขาเลย ด้านฝั่งลุงช้างก็ได้รับข่าวคราวบอกเล่าจากพี่ชายที่ไปเยี่ยมแม่และน้องสาวที่อเมริกาว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งติดต่อเขาเพื่อขอเจรจาเรื่องอนุชและลูก แต่ไม่มีทางเสียหรอกที่เขาจะยอมยกมดตะนอยผู้เป็นแก้วตาของเขาไปให้คนไม่มีความรับผิดชอบพรรค์นั้น!ระยะเวลาที่ไข่หวานพักอยู่กับลุงช้างและมดตะนอยนั้น ความใกล้ชิดสนิทสนมของคนทั้งคู่ทำให้ความคิดของชายหนุ่มและหญิงสาวเปลี่ยนแปลงไป เขาตระหนักว่าชีวิตเขาและหลานสาวต่างก็ขาดบางสิ่งบางอย่างไป เขาพบว่าไข่หวานคือแบบอย่างของหญิงสาวที่เขาอยากให้มดตะนอยเป็นเมื่อเติบโตขึ้น คือเป็นผู้หญิงมั่นใจในตนเอง และคิดว่าความสวยที่แท้จริงของผู้หญิงไม่ใช่การแต่งหน้าทาปาก หากแต่เกิดจากสมองและความคิดที่สวยงามมากกว่า นอกจากนั้นไข่หวานยังช่วยแก้พฤติกรรมเลียนแบบอันแสนแก่แดดแก่ลม ที่มดตะนอยเคยได้รับจากภารวีและน้องพลอยนั้นหายไปเสียด้วย และที่สำคัญที่สุด...เขาอยากให้ไข่หวานมาเป็นหวานใจของเขาเหลือเกิน... ไข่หวานเองก็ชักจะมีอาการใจสั่นกับผู้ชายท่าทางอบอุ่น ใจดี อีกทั้งแววตาเป็นประกายคู่นั้นมันชวนหลงใหลเสียนี่กระไร จากการปรึกษานิกกี้ นิกกี้ก็บอกให้ไข่หวานเช็คดูว่า เขาจะมีใจตรงกันกับเธอหรือเปล่า โดยการหว่านเสน่ห์ต่างๆนานา ลุงช้างรู้สึกแปลกๆกับพฤติกรรมก๋ากั่นเกินเหตุของไข่หวาน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าไข่หวานมีแผนการยั่วเย้าเขาบางอย่าง เขารู้ดีแต่ที่ไม่กระโตกกระตากออกมา ก็เพราะว่าการที่มีไข่หวานมาวนเวียนใกล้ชิดมันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เรื่องอะไรอนิลจะพลาดโอกาสดีๆอย่างนี้ ก่อนการประกวดซุปเปอร์โมเดลรอบตัดสิน ไข่หวานออกไปทานข้าวนอกบ้านกับลุงช้างและมดตะนอย ตวงพรกับภารวีจ้างให้คนไปถ่ายรูปเพื่อสร้างข่าวว่าไข่หวานแอบมีครอบครัวอยู่แล้วก่อนเข้าประกวด “พิชิต” ลูกน้องคนสนิทของนายแม่ดาวเรืองบังเอิญเห็นเหตุการณ์พอดีจึงรายงานเรื่องนี้ให้นายแม่ทราบทันที เดือดร้อนถึงนายแม่ดาวเรืองจนทำให้นั่งไม่ติด โทรหามุรธาซึ่งกำลังทำธุระอยู่ที่กรุงเทพฯให้มาดูน้องว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มุรธาและพิชิตมาหาไข่หวานที่บ้านลุงช้าง ลุงช้างต้อนรับพี่ชายที่บอกว่ามาเยี่ยมไข่หวานเป็นอย่างดีและเชิญให้พักด้วยกัน ไข่หวานจึงจำต้องยอมตกกระไดพลอยโจนซะงั้น มดตะนอยดีใจมากที่มีลุงหมึกมาพักด้วยกันและกลายเป็นเพื่อนเล่นแสนวิเศษของเด็กน้อยอีกคน มุรธาก็รู้สึกถูกชะตากับหลานลุงช้างคนนี้ตั้งแต่แรกเห็นซึ่งเขาไม่รู้เลยว่ามดตะนอยคือลูกสาวแท้ๆ ของเขานั่นเอง ไข่หวานไม่ละความพยายามในการติดต่อขอพบสริดาอีกครั้ง ครั้งนี้เธอใช้ความจริงใจตามที่ลุงช้างแนะนำมา เธออธิบายความต้องการของพี่ชายเธอที่ต้องการรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นและขอให้สริดาช่วยให้เธอได้ติดต่อกับอนุชโดยตรง และด้วยความช่วยเหลือของสาริศอีกแรงที่เกลี้ยกล่อมพี่สาวให้ยอมละทิฐิและเห็นแก่เด็กตาดำๆ สริดาจึงรับปากว่าจะลองคุยกับอนุชให้ หลังจากไข่หวานกลับไปแล้ว สริดาจึงติดต่ออนิลและบอกเรื่องราวทั้งหมดที่เธอได้พบหญิงสาวที่มาตามหาอนุชและลูกให้เขาฟัง แถมยังนัดให้อนิลไปเจอหน้าคนที่จะมาพรากมดตะนอยไปจากเขาในวันการจัดงานประกวดซุปเปอร์โมเดลรอบสุดท้ายอีกด้วย ลุงเสือส่งอีเมลมาหาลุงช้างอีกครั้ง เมื่อเขาได้รับอีเมลอีกฉบับจากหญิงสาวที่เรียกร้องสิทธิของความเป็นญาติฝ่ายพ่อของมดตะนอยขอพบและเจรจา คราวนี้อนุชที่เคยปฏิเสธการรับรู้เรื่องใดๆของเด็กหญิงมดตะนอยถึงกับเปรยขึ้นมากับพี่ชายว่า อย่าให้ใครเอาลูกเธอไปได้ ถึงเธอไม่พูดอย่างนั้นอนิลก็ไม่มีความคิดยกมดตะนอยให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น ทางด้านไข่หวานเองก็เริ่มท้อใจที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อไถ่โทษให้พี่ชายของเธอ วันนั้นเองเธอก็เผยความอ่อนแอของผู้หญิงคนหนึ่งให้ลุงช้างเห็น เธอโอบกอดเขาเพื่อขอกำลังใจ แต่ไข่หวานหารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายกลับฉวยโอกาสเผยความรู้สึกผ่านการปลอบประโลมเธอ ไข่หวานได้โอกาสที่จะพิสูจน์ความรู้สึกของลุงช้างว่าใจจะตรงกับเธอหรือเปล่าตามที่นิกกี้บอกมา ไข่หวานตัดสินใจค่อยๆเคลื่อนหน้ามาหอมแก้มลุงช้าง แทนที่ลุงช้างจะผลักไส เขากลับจุมพิตปลอบตอบเธออย่างนิ่มนวล ไข่หวานรู้ในวินาทีนั้นเองว่า ลุงช้างก็มีใจตรงกับเธอ กรี๊ดดดด! ในที่สุด สาริศกับนิกกี้ก็เอาชนะตวงพรจนสามารถจัดงานประกวดได้สำเร็จ ในวันประกวดรอบสุดท้ายของซุปเปอร์โมเดล ลุงช้างพามดตะนอยและลุงหมึกไปเชียร์ไข่หวานถึงขอบเวที ลุงช้างและไข่หวานดูมีความสุขมากเมื่อได้รับรู้ความรู้สึกในใจของกันและกัน ฝ่ายสาริศก็พาสริดามาดูการประกวดในครั้งนี้ หล่อนยอมออกจากบ้านก็เพื่อหวังจะชี้ตัวการให้อนิลรับทราบ ผลการประกวดปรากฏว่า นางสาวหวันยิหวา อัศวเรืองฤทธิ์ ได้รับตำแหน่ง Brand Ambassador ของบริษัทนี้ สร้างความดีใจตื่นเต้นให้กับทุกคนโดยเฉพาะลุงช้าง ระหว่างรอรับไข่หวานกลับบ้าน หมึกก็บังเอิญเจอกับสริดาเพื่อนสนิทของอนุช เขาเปิดเผยตัวตนของเขาเพื่อขอคุยเรื่องหญิงสาวและลูกของเขา ทันใดนั้นลุงช้าง มดตะนอยและไข่หวานเดินมาสมทบพอดี สริดาได้โอกาสบอกอนิลว่าคนตรงหน้าเขานี่แหละที่ต้องการพรากมดตะนอยไปจากเขา สองคนพี่น้องนี่เองที่เป็นคนไร้ความรับผิดชอบ ลุงช้างรู้ความจริงทั้งหมดก็โกรธมาก พามดตะนอยกลับบ้านทันที! สองพี่น้องหมึกและไข่หวานตามไปคุยกับลุงช้างที่บ้าน ความจริงที่เปิดเผยทำให้อนิลโกรธและเสียใจมาก ในขณะที่ไข่หวานก็พยายามจะอธิบายและขอโทษแทนพี่ชายตน เรื่องราวบานปลายจากการต่อว่าของอนิลในค่ำคืนนั้น ทำให้หมึกแอบลักพาตัวมดตะนอยไปในรุ่งสางของอีกวัน ยังไม่ทันที่ลุงช้างและไข่หวานออกตามหามดตะนอย อนุชก็โทรศัพท์มาหาอนิลในสายวันนั้นพอดิบพอดี อนุชร่ำไห้ทันทีที่ทราบเรื่องและบอกว่าตนจะกลับเมืองไทย พร้อมกันนั้นไข่หวานก็ได้รับโทรศัพท์จากนายแม่ดาวเรืองบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว พี่หมึกของเธอพาเด็กหญิงตัวเล็กๆมาบอกว่าเป็นลูกสาวของเขา ให้ไข่หวานรีบกลับบ้านด่วน อนิลตัดสินใจเดินทางไปอุบลฯพร้อมไข่หวานทันที นายแม่ดาวเรืองแทบจะลมจับเมื่อรู้ความจริงว่า ลูกชายของตนแอบไปมีหลานไว้เมื่อหลายปีก่อน แต่ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูของมดตะนอยทำให้เธอยอมรับความจริงได้ภายในค่อนวัน นายแม่ดาวเรืองพามดตะนอยออกไปเที่ยวตลาด ซื้อเสื้อผ้า ซึ่งที่ตลาดนั่นเองมดตะนอยก็ร้องเรียก “น้าหนูเล็ก” ของเธอดังลั่น ทำให้ความจริงอีกเรื่องกระจ่างขึ้นมาว่า หนูเล็ก อณิมาเพื่อนสนิทของไข่หวานเป็นน้องสาวคนละแม่ของลุงช้างนั่นเอง! ลุงช้างมาถึงอู่รถดาวเรืองก็พุ่งตรงไปยังมดตะนอยเพื่อรับกลับทันที แต่ฝ่ายไข่หวานและนายแม่ดาวเรืองไม่ยอมและถือความเป็นญาติฝ่ายพ่อของมดตะนอยเรียกร้องสิทธิในตัวหลาน ทำให้หนูเล็กต้องรีบเคลียร์สถานการณ์ตรงหน้าบอกให้ลุงช้างกลับไปพักที่บ้านเธอก่อน อนิลได้พบพ่อ “อธิป” กับแม่เลี้ยง หนูเล็กเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างหมึกกับอนุชให้พ่อฟัง อนิลได้รู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วพ่อของเขาไม่ได้ทิ้งลูกๆ ไว้กับแม่ แต่พ่อคิดถึง “ใจลูก”เป็นหลักเพราะแม่เขาให้เหตุผลว่าลูกๆต้องการอยู่กับเธอ พ่อก็ยอมรับแต่โดยดีเพื่อความสุขของลูก ทั้งๆ ที่เขารักและอยากรับอนุชไปเลี้ยงใจจะขาด เช้าวันใหม่อนิลขับรถไปอู่ดาวเรืองแต่เช้าเพื่อหวังจะขโมยมดตะนอยกลับมา แต่มดตะนอยออกไปวัดกับนายแม่ดาวเรือง ไข่หวานรักและอยากให้มดตะนอยอยู่กับพี่ชายเธอมากกว่าจึงเฉไฉไม่ยอมไปตามหาไข่หวานให้ลุงช้างง่ายๆ ศึกย่อมๆ แย่งหลานตัวน้อยก็เกิดขึ้นระหว่างไข่หวานและอนิลที่ต่างอ้างสิทธิ์ในการดูแลหลาน ทั้งสองคนต่างเจ็บปวดที่ต้องทะเลาะกันเรื่องหลานจนคิดว่าความรักของทั้งคู่คงไม่มีทางเป็นจริงได้! หนูเล็กต้องไกล่เกลี่ยให้ลุงหลานได้อยู่ด้วยกันตอนกลางวัน แต่กลางคืนต้องนำหลานมานอนบ้านย่าแทน มดตะนอยสับสนไปหมดจนล้มป่วยเพราะปรับตัวไม่ทัน การที่มดตะนอยล้มป่วยนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตจนทำให้ทั้งสองบ้านตัดสินใจนัดเจรจายุติปัญหาว่ามดตะนอยควรอยู่กับใครกันแน่? ระหว่างนั้นสาริศและอนุชก็ตามมาสมทบกับอนิล อนุชเริ่มลดทิฐิลงหลังจากได้ฟังเรื่องราวในอดีตจากปากของพ่อ และรับรู้ว่าพ่อรักเธอมากขนาดไหน เช้าวันรุ่งขึ้นการเจรจาเริ่มต้นขึ้นระหว่างสองบ้านเพื่อหาข้อยุติ มุรธาพยายามปฏิบัติตัวดีต่ออนุชแต่กลับโดนเธอปฏิเสธอย่างไม่ไยดี นายแม่ดาวเรืองขอโทษอนุชและยอมรับผิดเรื่องมุรธาทุกประการ ดาวเรืองบอกว่าเธอเลี้ยงลูกไม่ดีเอง เธอคอยปกป้องลูกเกินไปจนลูกไม่กล้าตัดสินใจเอง อนุชแจ้งความต้องการว่าเธอจะเอามดตะนอยไปเลี้ยงที่ต่างประเทศ ไข่หวานไม่ยอมเพราะญาติฝั่งพ่อควรมีสิทธิ์เลี้ยงดูเช่นกัน อนิลทักท้วงว่ามดตะนอยไม่ได้รู้จักพ่อและแม่ของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือ ให้มดตะนอยอาศัยอยู่กับลุงช้างตามเดิม ส่วนนายแม่ดาวเรืองจะซื้อบ้านที่กรุงเทพฯให้มุรธาได้อาศัยอยู่ ระหว่างนี้ทั้งมุรธาและอนุชเองต้องพิสูจน์ตัวเองและค่อยๆให้ลูกได้เรียนรู้และปรับตัวในการใช้ชีวิตกับพ่อแม่ เย็นวันนั้นเมื่อทุกอย่างเคลียร์ลงตัว ลุงช้างและอนุชรับตัวมดตะนอยเดินทางกลับกรุงเทพฯด้วยกันทันที จากนั้นไม่นานมุรธาก็ย้ายไปอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ เขากลายเป็นแขกประจำของบ้านลุงช้างไปอย่างรวดเร็ว นอกจากจะทำหน้าที่พ่อด้วยความรักและเต็มใจแล้ว มุรธายังพยายามเริ่มต้นกับอนุชอีกครั้ง และเขาก็ยังโชคดีที่ได้รับโอกาสใหม่จากอนุชเพื่อจะพิสูจน์ตัวเองและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ทางด้านสาริศก็สารภาพกับไข่หวานว่าเขาแอบชอบเธอ แต่ไข่หวานปฏิเสธเพราะมีคนอยู่ในใจแล้ว นิกกี้คอยปลอบใจสาริศตลอด จนเขาคิดว่าเขาน่าจะเริ่มต้นให้โอกาสตัวเองลองคบคนใหม่ได้เสียที คนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเพียงแต่เขาไม่เคยเห็นความสำคัญนั่นคือ นิกกี้นั่นเอง ในที่สุดมุรธาก็เอาชนะใจอนุชได้ มดตะนอยกลายเป็นเด็กสดใสที่มีความสุขที่สุดในโลก เพราะเธอมีพ่อแม่ครบสมบูรณ์เฝ้าคอยสั่งสอนให้เธอเติบโตไปในทางที่ถูกที่ควร มุรธาและอนุชจะย้ายไปสร้างครอบครัวด้วยกันที่อเมริกา เมื่อลุงช้างและไข่หวานรู้เรื่องก็แทบใจจะขาด เพราะมดตะนอยเปรียบดัง “แก้วตา” อันเป็นที่รักยิ่งของเขาและเธอ แต่ลุงช้างจำต้องยอมรับความจริง เพราะคิดถึง “จิตใจของมดตะนอย” ซึ่งสำคัญที่สุด ไข่หวานสงสารและเห็นใจลุงช้างมากที่ต้องถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เพราะเธอเองก็ต้องกลับไปทำงานเป็นวิศวกรคุมอู่รถทัวร์ให้นายแม่ดาวเรืองเช่นกัน ลุงช้างน้อยใจไข่หวานมากที่ทิ้งเขาไป จนเขากลายเป็นคนเศร้าซึม และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อไข่หวานโทรตามลุงช้างให้ไปอุบลราชธานีด่วน เขาเดินทางไปหาเธอด้วยความคิดถึง แล้วก็พบเซอร์ไพรส์ว่า มุรธา อนุชและมดตะนอยย้ายกลับมาสร้างครอบครัวที่อุบลราชธานี เพราะมุรธาได้คิดทบทวนอีกครั้งแล้วว่าเขาควรกลับมาสืบทอดกิจการเพราะเป็นลูกชายคนโต ส่วนอนุชก็อยากลืมบรรยากาศความเจ็บปวดที่อเมริกา มาอยู่ใกล้อธิปเพื่อทดแทนวันเวลาที่หายไปให้ผู้เป็นพ่อ ไข่หวานตัดสินใจชวนลุงช้างมาสร้างครอบครัวด้วยกันที่อุบลราชธานี...เสมือนขอผู้ชายแต่งงานกลายๆ ลุงช้างใช้เวลาคิดไม่นานเลยเพราะเขาอยากอยู่กับ “หวานใจ” ของเขา ลุงช้างให้คำสัญญากับไข่หวานว่า เขาและเธอจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นสมบูรณ์ และมี “แก้วตา” ดวงใจน้อยๆ เป็นของตัวเองด้วยกัน... รายชื่อนักแสดง ละคร แก้วตาหวานใจ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง รับบท หวันยิหวา อัศวเรืองฤทธิ์ หรือ ไข่หวาน ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท อนิล วโรดม หรือ ลุงช้างมาวิน ทวีผล รับบท มุรธา อัศวเรืองฤทธิ์ หรือ หมึกด.ญ.นิชัญญา สุดประเสริฐ รับบท อลิน วโรดม หรือ มดตะนอยคนัสนันท์ นักตะเฆ่ รับบท สาริศ รุจิอาภรณ์ หรือ ริศมัจฉา โมซิมันน์ รับบท นิจจารีย์ หรือ นิกกี้ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ รับบท อนุช วโรดม หรือ กวางวิรากานต์ เสณีตันติกุล รับบท สริดา รุจิอาภรณ์ หรือ ดา อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท อนล วโรดม หรือ ลุงเสือพิมพ์ทอง วชิราคม รับบท ภารวี เกียรติธำรง หรือ ภาสิรินาถ สุคันธรัต รับบท พลอยคาลิยา นิฮุต รับบท อณิมา ครองจินดา หรือ หนูเล็กดารณีนุช โพธิปิติ รับบท นายแม่ดาวเรือง อัศวเรืองฤทธิ์เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท ตวงพรพุทธชาด พงศ์สุชาติ รับบท เพ็ญดีใจ ดีดีดี รับบท มะลิ วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท พิชิต

Steph Football Legends
ฟุตบอล /  บอล / 

มาดูฟุตบอลสเตร็ปเทพกันเหอะ *+*

แข้งเทพ เท200ล้านบาทล่าท็อปไฟว์ไทยลีก
ขจร เจียรวนนท์ ประธานสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด /  ชัยนาท ฮอร์นบิล / 

แข้งเทพ แบงค็อก ยูไนเต็ด เปิดตัวทัพนักเตะพร้อมชุดแข่งฤดูกาลใหม่ เตรียมลุยศึกไทยพรีเมียร์ลีก 2015 อย่างยิ่งใหญ่ เสริมแกร่งศักยภาพทีมด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา เทียบเท่าสโมสรชั้นนำระดับโลก แข้งเทพ แบงค็อก ยูไนเต็ด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวทีมและนักเตะประจำฤดูกาล 2015 อย่างเป็นทางการ พร้อมเผยโฉม 3 ชุดแข่งใหม่ 3 สี ได้แก่ ชุดเหย้า-แดง, ชุดเยือน–ขาว และ ชุดที่สาม-น้ำเงิน โดย นายขจร เจียรวนนท์ ประธานสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า หลังจากสโมสร ได้มีการปรับเปลี่ยนในหลายๆ ด้านในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา ส่งผลให้ทีมแบงค็อก ยูไนเต็ด ปิดฤดูกาลอยู่ในอันดับที่ 8 ของตารางการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นผลงานที่น่าพอใจและเป็นอันดับที่ดีที่สุดของสโมสร สำหรับเป้าหมายหลักของทีมในฤดูกาล 2015 เราทุ่มเงินกว่า 200 ล้านบาท คือการนำทีมก้าวสู่ อันดับท็อปไฟว์ และผลักดันให้สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ก้าวเป็นทีมฟุตบอลแห่งเมืองหลวง โดยใช้กีฬาฟุตบอล เป็นกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ ซึ่งแฟนบอลทั่วประเทศสามารถรวมพลัง ร่วมใจเชียร์ทีมแห่งเมืองหลวงทีมนี้ได้ สำหรับชุดแข่งขันใหม่ของสโมสร ประจำฤดูกาลนี้ มีทั้งหมด 3 สีด้วยกัน คือชุดเหย้า -สีแดง ชุดเยือน -สีขาวและ สีน้ำเงิน เป็นชุดแข่งชุดที่ 3 โดยได้ Ari ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนชุดกีฬาเป็นผู้ออกแบบและตัดเย็บด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย ตัวผ้ามีน้ำหนักเบาเพียง 113 กรัม สวมใส่สบาย สามารถระบายเหงื่อได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด จะเริ่มการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกนัดแรก ด้วยการออกไปเยือนสนามเขาพลองสเตเดี้ยม ของชัยนาท ฮอร์นบิล ในวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์นี้

ชุดประจำชาติ ของเหล่าผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2014
Miss Universe 2014 /  Miss-Universe / 

มาแล้วจ้า สดๆ ร้อนๆ การซ้อมโชว์ ชุดประจำชาติ ของ ผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2014 ที่เพิ่งได้โชว์ไปเมื่อคืนวันที่ 22 ม.ค. ตามเวลาไทย เมื่อคุณได้ชม คุณอาจจะงงเล็กน้อย กับ ความแฟนซีของชุด เอาน่ะ เหล่านางงาม เขาก็อุตส่าห์ยอมทนใส่กันมาแค่ครั้งเดียว เพื่อให้แจ้งเกิด โดดเด่น เตะตา เป็นที่จดจำจากสาวงามนับร้อยบนเวที Women MThai ขอเก็บเล็กๆ น้อยๆ มาให้คุณๆ ได้ชมกัน ว่าแต่ นี่มัน ชุดประจำชาติตรงไหน ตอบ! แอลลี่ พิมบงกช จันทร์แก้ว มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ในชุด Shadow Play of Siam แรงบันดาลใจจาก หนังใหญ่ของไทย Chanel Beckenlehner  Miss Canada 2014 ชุดเก๋มาก ไอเดียจากกีฬา ฮ็อกกี้ Valentina Ferrer, Miss Argentina ติดปีก ติดขนทุกปีนะจ๊ะ Digene Zimmerman, Miss Aruba Tegan Martin, Miss Australia 2014 Josefin Donat, Miss Germany แรงบันดาลใจจากกำแพงเบอร์ลิน และเมื่อถอดชุดคลุม กำแพงเบอร์ลินถูกทำลาย จะเป็นเช่นนี้ ... Josefin Donat, Miss Germany  ในชุดหลังถอดชุดคลุม เมื่อกำแพงเบอร์ลินถูกทำลาย คุณจะเป็นอิสระ (แทนสัญลักษณ์ด้วยลูกโป่ง) และเห็นวิวทั้งหมดของ เยอรมัน Tomii Culmer, Miss Bahamas 2014 Paulina Vega, Miss Colombia 2014 Gabriela Frankova, Miss Czech Republic 2014 เอิ่ม... Kimberly Castillo, Miss Dominican Republic 2014 Jaynene Jno Lewis, Miss British Virgin Islands 2014 Melissa Gurgel, Miss Brazil 2014 Grace Levy, Miss Great Britain 2014 Niketa Barker, Miss Guyana 2014 Lisa Madden, Miss Ireland 2014 Yomatsy Hazlewood, Miss Panama 2014 Jimena Espinosa, Miss Peru 2014 Yoo Yebin, Miss Korea 2014 Marcela Chmielowska, Miss Poland 2014 Rathi Menon, Miss Singapore 2014 Zoe Metthez, Miss Switzerland 2014 Nia Sanchez, Miss USA 2014 Migbelis Castellanos, Miss Venezuela 2014 ชมชุดประจำชาติของสาวงามทั้งหมดที่นี่ จะมองให้ตลก บางชุดก็ขำจริง แต่จะมองให้สวยงาม มันก็งามนะ เอาน่า จัดมาให้ชมกันขำๆ อย่าคิดมาก ภาพจาก NPR, www.nunosee.com และ FB Fanpage Miss Canada เรียบเรียงโดย Women MThai Team แอลลี่ พิมบงกช โชว์ตัวบนเวที มิสยูนิเวิร์ส รอบ Preliminary ชมคลิป

คอนเฟิร์ม!โอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่นบรรจุกีฬาสนุ้กเกอร์
ญี่ปุ่น /  สนุ้กเกอร์ / 

หลังจาก สมาคมกีฬาบิลเลียด และสนุ้กเกอร์อาชีพโลก (WPBSA) เดินทางไปยัง คณะกรรมการโอลิมปิกสากล เพื่อยืนยันว่า ในขณะนี้ กีฬาสอยคิว มีผู้ชมมากกกว่า 500 ล้านคน และมีประเทศที่นิยมกีฬาชนิดนี้อยู่ถึง 90 ประเทศ ด้วยกัน โดย เจสัน เฟอร์กูสัน นายกสมาคมกีฬาบิลเลียด และสนุ้กเกอร์อาชีพโลก ที่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ สนุกเกอร์ได้เข้าไปเป็นหนึ่งในมหกรรมกีฬาของมวลมนุษชาติ โอลิมปิก เกมส์ ได้เปิดเผยว่า กีฬาที่เขาเป็นประมุจอยู่ตรงกับปรัชญาของ โอลิมปิกทุกอย่าง ล่าสุดญี่ปุ่น เจ้าภาพ โอลิมปิกเกมส์ 2020 ได้ตกลงเซ็นสัญญาเพิ่มกีฬา บิลเลียด และ สนุ้กเกอร์ ลงไปในปฎิทินชิงชัยเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ได้รับการอนุมัติจาก คณะกรรมการโอลิมปิกสากล

ตรวจร่างกายฉลุย เอโต้ ลาอังกฤษเซ็นซบซามพ์โดเรีย
กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี /  กีฬา / 

ซามูเอล เอโต้ ยอดดาวยิงสัญชาติแคเมอรูน ตัดสินใจย้ายซบ ซามพ์โดเรีย หลังผ่านการตรวจร่างกายกับสโมสรดังใน กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เอโต้ วัย 33 ปีเพิ่งอำลา เอฟเวอร์ตัน หลังย้ายแบบไม่มีค่าตัวมาร่วมทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินในเดือนสิงหาคม ปี 2014 ฤดูกาลนี้เขาทำประตูช่วยทีมไปสี่ลูกแต่การเรียกค่าเหนื่อยที่สูงถึง 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ทำให้ เอฟเวอร์ตัน ต้องคิดหนักในการรั้งตัวเขาไว้กับทีม ปัจจุบัน ซามพ์โดเรียรั้งอันดับสี่ของตารางคะแนน กัลโช่ เซเรีย อา มีแต้มตามหลังจ่าฝูง 13 คะแนน ยังมีลุ้นทำอันดับไปเล่นถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า

ไปเที่ยวกัน! ครม.ไฟเขียว เพิ่มวันหยุด 4 พค.
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา /  ครม. / 

กระทรวงท่องเที่ยวฯ เตรียมชงครม.อนุมัติวันที่ 4 พค.นี้ เป็นวันหยุด เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากหยุดยาว 5 วัน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เห็นชอบให้วันที่ 4 พ.ค.58 เป็นวันหยุดอีก 1 วัน ซึ่งจะทำให้มีวันหยุดต่อเนื่องวันแรงงานถึงวันฉัตรมงคล (1-5 พ.ค.) คาดกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม 10% หลังจากกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีในการประชุมวันนี้ เพื่อพิจารณาให้วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มอีก 1 วัน ส่งผลให้เป็นวันหยุดยาวถึง 5 วันติดต่อกัน ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน โดยหากมีการอนุมัติวันหยุดจะส่งผลให้เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่  พฤษภาคม 2558 ซึ่งเป็นวันแรงงานไปจึงถึงวันที่ 5 พฤษภาคม 2558 ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคล MThai News

คิงส์คัพ ครั้งที่43 พร้อมระเบิดศึกยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้ง
คิงส์คัพ /  ช้างศึก / 

ความเคลื่อนไหวการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 1-7 ก.พ.58 โดยมี ช้างศึก ทีมชาติไทย, โสมขาว เกาหลีใต้, ฮอนดูรัส และอุซเบกิสถาน ร่วมชิงชัย ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค.58 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ ประธานจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 (Presented by Vana nava Hua Hin) ร่วมกับ บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และนายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวความพร้อมก่อน โดย บังยี วรวีร์ มะกูดี กล่าวว่า รายการนี้ถือเป็นรายการที่เก่าแก่ของเอเชีย ซึ่งมีไม่กี่รายการเท่านั้น อาจจะเป็นรองแค่ เมอร์เดก้า ของมาเลเซีย ที่เพิ่งกลับมาแข่งขันอีกครั่ง ขณะที่เราได้ดำเนินการจัดแข่งมาอย่างต่อเนื่อง และยิ่งใหญ่ “เราได้เชิญทีมที่แข็งแกร่งเข้ามาแข่งขัน เราจะเปิดสนามกับฮอนดูรัส และปิดสนามเกาหลีใต้ สิ่งทีน่าสนใจคือวันสุดท้าย ภาพที่อินชอน ยังคาใจพวกเราอยู่ว่าเราแพ้ได้อย่างไร รวมทั้งลูกจุดโทษที่เราไม่น่าเสีย เกมนี้จึงเป็นเกมที่เรารอคอย โดยเราจะใช้ผู้ตัดสินชาวต่างชาติจากเอเอฟซีมาทำในหน้า เพื่อความบริสุทธิ์และแสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้วศักยภาพของใครเหนือกว่ากัน” นายใหญ่ลูกหนังไทย เปิดเผยต่ออีกว่า การแข่งขันครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย มีความตั้งใจที่จะคว้าแชมป์มาก ซึ่งสมาคมฯ ได้เตรียมรางวัลไว้ให้แล้วแต่ต้องขออุบไว้ก่อน ด้าน นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า เราเชื่อมั่นว่า คิงส์คัพ ครั้งนี้จะยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยความพร้อมของโคราชที่มีสนามซึ่งจุคนได้ถึง 2.5 หมื่นคน เรามั่นใจว่าจะเต็มสนามอย่างแน่นอน" ส่วนบัตรเข้าชมการแข่งขันมีทั้งหมด 3 ราคา คือ 200 ,300 และ 400 บาท เริ่มจำหน่ายแล้วที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา และ หน้าสนามแข่งขัน (สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา) และยังสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง ไทยรัฐทีวี ทีวีดิจิตอล ช่อง 32 / 42 และ สยามสปอร์ตฟุตบอล ทรูวิชั่นส์ 694

ทำไม? เวลาวิ่งแล้ว มักมีอาการ จุก หรือ เสียดท้อง
จุก /  ปวดท้อง / 

เคยมั้ยเวลา วิ่งออกกำลังกาย วิ่งไปสักพักก็เกิด เสียดท้อง ขึ้นมาเป็นระยะ ๆ สาเหตุเพราะอะไรกันนะ? วันนี้เรามีผลการทดลองและคำแนะนำจากผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ มาฝากกัน ผลการทดลองจากนักวิ่งมาราธอนในประเทศญี่ปุ่น จำนวน 321 คน (จาก 7,000 คน) ที่เมืองคุนุมะ จ.โตชิกิ พบว่า มีผู้ที่มีอาการ เสียดท้อง ระหว่างวิ่ง 88% บริเวณที่เสียดท้อง ด้านข้าง 83% ตรงกลางท้อง 17% และส่วนใหญ่จะหายจากอาการนั้นหลังวิ่งเสร็จ สาเหตุ คือ ขณะวิ่งลำไส้มีการเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างหนักจนทำให้เกิดแก๊สลอยขึ้นไปดันกระบังลมและเกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้นในลำไส้ จึงทำให้เกิดอาการ เสียดท้อง นั่นเอง นพ.อี๊ด ลอประยูร ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ แนะวิธีแก้เมื่อเกิดอาการเสียดท้องขณะวิ่งคือ สูดหายใจให้ลึกขึ้น ก้มและกดท้องตรงบริเวณนั้น และควรเลี่ยงอาหารหนักและน้ำอัดลมก่อนวิ่ง ใครที่ชอบออกกำลังกายด้วยการวิ่งก็อย่าลืมนำคำแนะนำนี้ไปใช้กันดู เพื่อลดอาการเสียดท้องและทำให้การวิ่งของคุณมีความสุขมากขึ้น ที่มา ข้อมูลจากรายการมหัศจรรย์พันธุ์กาย mcot-web.mcot.net

เมาแล้วเพ้อ! หญิงวัย 45 เดินลงทะเล ตะโกนมีเทพมารับ
ข่าวจังหวัดชลบุรี /  ทะเล / 

เจ้าหน้าที่รุดช่วยหญิงสาวเมาเพ้อเดินลงทะเล อ้างเทพเจ้าจะมารับไปอยู่ด้วย รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา (28 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งว่ามีคนโดดน้ำทะเลเพื่อฆ่าตัวตาย บริเวณหน้าศูนย์สมุทรกีฬา จึงประสานกับ ชุดกู้ภัยทางน้ำ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุพบร่างของ นางประภาศิริ อายุ 45 ปี ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางน้ำช่วยเหลือ จึงเร่งนำส่งยังโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กรมแพทย์ทหารเรือ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ พบหญิงรายนี้นั่งดื่มเบียร์อยู่คนเดียว ก่อนจะกระโดดลงน้ำทะเล เมื่อชุดกู้ภัยทางน้ำได้ลงไปช่วยเหลือ หญิงรายนี้ตะโกนขึ้นว่า “ เทพเจ้ามาฉันที” เหมือนควบคุมสติไม่อยู่ โชคดีที่เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตไว้ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากอาการเมาสุราและขาดสติ จึงละเมอว่าจะมีเทพเจ้ามารับไปอยู่ด้วย เตรียมประสานญาติมาดูแลอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบว่า มีอาการทางจิตด้วยหรือไม่ ภาพจาก ข่าวสด MThai news

นักกีฬาแซ่บมาก! รักบี้ประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย /  นักกีฬาวัยรุ่น / 

กลายเป็นกระแสแซ่บสนั่นโซเชียล! เมื่อ จุฬา-ธรรมศาสตร์ ได้ปล่อยโปสเตอร์ "รักบี้ประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29 (ปี 2015)" ออกมาให้ได้ชมกัน โดย เป็นภาพนักกีฬาสุดแซ่บ โชว์ซิคแพ็ค หน้าหล่อ กำยำ .. เพื่อนๆ ลองช่วยกันดูหน่อยสิว่า CU หรือ TU แซ่บกว่ากัน! ^^ นักกีฬาแซ่บมาก! รักบี้ประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29 นักกีฬาแซ่บมาก! รักบี้ประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29 งานรักบี้ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ (CU–TU Traditional Rugby–Football Match) เป็นการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยและศิษย์เก่า ซึ่งการแข่งขันได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 เป็นต้นมา โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้พระราชทานถ้วยรางวัล “มหิดล” เป็นรางวัลสำหรับทีมที่ชนะการแข่งขัน ภายในงานนอกจากหนุ่มๆ สาวๆ จะได้เต็มอิ่มกับ กีฬารักบี้ แล้วยังสนุกไปกับคอนเสิร์ต เจสเซตเตอร์ อีกด้วย พบกันที่ สนามกีฬาธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต (Main Stadium) วันเสาร์ที่  31 มกราคม 2558 เวลา 16.30 น. หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่  facebook รักบี้ประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29

เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ ทะยานความมันส์ ท้าตายกับฉากสุดระทึก ใน Tracers
Tracers /  กีฬาเอ็กซ์ตรีม / 

เตรียมพบปรากฏการณ์ความมันส์องศาใหม่ กับภาพยนตร์ที่จะมาฉีกทุกกฏแอคชั่นเท่าที่ฮอลีวู้ดเคยมี กับเรื่องราวของ "ปากัวร์ไฟต์" การต่อสู้ที่นำกีฬาเอ็กซ์ตรีมอย่าง ปากัวร์ มาดีไซน์เป็นลวดลายแอคชั่นสุดระห่ำ ในภาพยนตร์ Tracers ล่ากระโจนเมือง ที่ได้หนุ่มฮอตจาก The Twilight Saga อย่าง เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ มาแจ้งเกิดในฐานะแอคชั่นสตาร์เต็มตัวครั้งแรก เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ ใน Tracers เตรียมพบกับความมันส์ไร้ขีดจำกัด ผ่านฉากไฮไลท์ ที่ทุกคนต้องจับตาดูชนิดห้ามกระพริบตา ตั้งแต่ "ฉากท้าองศาความสูง" ที่นำลีลาแอคชั่นของปากัวร์ไฟต์ หนีการไล่ล่าแก๊งค์มาเฟียโหดของนิวยอร์คระหว่างตึกสูงที่สุดหวาดเสียว ระทึก และไม่เคยมีในภาพยนตร์แอคชั่นเรื่องไหน รวมทั้งอีกฉากไฮไลท์ที่ทุกคนต่างพูดถึงความสามารถของ เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ ที่เล่นฉากนี้ด้วยตัวเองกับ "ฉากกระโจนนันต๊อป" พร้อมโชว์ทักษะปากัวร์ไฟต์ กระโดดข้ามหลังคารถที่ติดอยู่ใจกลางถนนของมหานครนิวยอร์ก สร้างความน่าตื่นเต้นให้กับผู้ชชมจนนั่งไม่ติดเบาะอย่างแน่นอน Tracers เป็นภาพยนตร์แอคชั่นสุดมันส์ ถ่ายทอดเรื่องราวของ แคม (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) เด็กหนุ่มที่ใช้ชีวิตอย่างดิ้นรนเพื่อจ่ายหนี้ให้กับแก๊งค์มาเฟียโหดของนิวยอร์ก วันหนึ่งเขาได้พบกับ นิกกี้ (มารี แอฟเกอโรโปลัส) สาวสวยปริศนาเข้าโดยบังเอิญ เธอชักนำให้เขาได้เข้าสู่วงการของปากัวร์ และพาเขาเข้าสู่โลกที่แคมไม่เคยรู้จักมาก่อน แคมได้รับโอกาสในการทำงานสำคัญซึ่งทำให้เขาได้รับเงินมากมาย แต่ยิ่งถลำลึก แคมก็ยิ่งพบว่าตัวเขาได้เข้าไปพัวพันกับบางสิ่ง ที่ชักนำเขาให้เผชิญหน้ากับประสบการณ์สุดมันส์จนลืมหายใจ เตรียมท้าทุกองศาความมันส์กับแอคชั่นรูปแบบใหม่ของ ปากัวร์ไฟต์ ไปกับ Tracers ล่ากระโจนเมือง ในวันที่ 29 ม.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Tracers ได้ที่นี่ ------------------------------

เงินมันเหลือ! เรอัล มาดริด ทุ่มคว้ากลางเทพบราซิลลูคัส ซิลวา
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

, บอ ลูคัส ซิลวา มิดฟิลด์ชาวบราซิลตกลงย้ายจากทีมในบ้านเกิด ครูไซโร่ ไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด เป็นที่เรียบร้อย คาดว่าค่าตัวการย้ายทีมครั้งนี้จะอยู่ที่ราว 11.5 ล้านปอนด์ รายงานข่าวจากสื่อกีฬายักษ์ใหญ่ของสเปนทั้ง อาส และ มาร์ก้า ระบุตรงกันว่า ลูคัส ซิลวา กำลังจะเปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ของทีมราชันชุดขาวในอีกไม่กี่วันข้างหน้าโดยคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญากันเป็นระยะเวลาหกปีครึ่ง นักเตะวัย 21 ปีรายนี้ได้รัการจับตามองจากหลายทีมในยุโรปโดยเฉพาะ อาร์เซนอล และบางทีมใน พรีเมียร์ลีก แต่ตัวนักเตะแสดงความต้องการว่าจะย้ายมา เรอัล มาดริด โดยตลอด

เกินคำว่าตุกติก อองรีอัด ดิเอโก้ คอสต้า ไม่สมควรอยู่ครบ90นาที
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

เธียร์รี่ อองรี อดีตตำนานดาวซัลโวของ อาร์เซนอล ชี้ว่า ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าชาวสเปนของ เชลซี เล่นแรงเกินกว่าเหตุและสมควรโดนใบแดงในเกมรอบรองชนะเลิศ แคปปิตอล วัน คัพ กับ ลิเวอร์พูล ในเกมดังกล่าว คอสต้า ถูกวิจารณ์ว่าเล่นนอกเกมอย่างน่าเกลียดทั้งเหยียบใส่ เอ็มเร่ ชาน และ มาร์ติน สเคอร์เทล รวมไปถึงการมีเรื่องมีราวกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด โดย อองรี ซึ่งเป็นทีมวิเคราะห์ของช่องสกายให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า “คุณเห็นชัดเลยเขามีเจตนาแบบนั้นแน่ ผมชอบความดุดันความก้าวร้าว แต่ผมคิดว่าเขาทำเกินไป ผมคิดว่ามันควรเป็นใบแดงแต่ผู้ตัดสินไม่เห็นมัน ไลน์แมนก็ไม่เห็น ผู้ตัดสินที่สี่ก็ไม่เห็น” “ส่วนเหตุการณ์กับสตีวี่จีผมไม่ติดใจอะไร เขาแค่ทำกร้าวไปงั้นส่วนสตีสี่จีก็ทำเหมือนกัน ผมชอบความดุดันและแนวทางการเล่นของเขาแต่ในสองเหตุการณ์นั้นโดยเฉพาะกับ สเคอร์เทล และ ชาน ผมคิดว่าเขาทำเกินไป”

อย่าหาว่าไม่เตือน! เล่น 'โดรน' เสี่ยงติดคุก
กรมการบินพลเรือน /  คมนาคม / 

'คมนาคม' จ่อคลอดดกฎหมายคุมเข้ม 'โดรน' ห้ามบินก่อนได้รับอนุญาต หวั่นละเมิดสิทธิ กระทบความปลอดภัยจราจรทางอากาศ โทษสูงสุด 'ติดคุก' พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการบินพลเรือน หรือ บพ. ออกประกาศเพิ่มเติม ภายใต้พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแล การขออนุญาตการใช้ และปล่อยอากาศยานไร้คนขับ หรือ 'โดรน' เพื่อป้องกันไม่ให้การใช้งานส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการจราจรทางอากาศ และการนำไปใช้งานที่เป็นการไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยในเบื้องต้น ได้มีการแบ่งหลักเกณฑ์ออกเป็น 2 ส่วนคือ โดรนที่นำมาใช้เพื่องานด้านการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ หรือใช้เป็นเกมการแข่งขันกีฬา ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการบินในระดับที่ไม่สูงมากนั้น และโดรนที่นำมาใช้ส่วนบุคคล ซึ่งอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการทำละเมิดบุคคลอื่นนั้น อาจต้องออกมาตรการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยการจราจรอากาศ และความมั่นคงด้านความปลอดภัยประเทศ ด้านนายสมชาย พิพุธวัฒน์ อธิบดีกรมการบินพลเรือน เปิดเผยเพิ่มติมว่า จะออกประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์การขออนุญาตใช้โดรน ภายในเดือนกพ.นี้ เบื้องต้นจะออกมาตรการกำกับดูแลการใช้งานโดยมีเกณฑ์สำคัญ 3 ด้าน 1.สมรรถนะ จะกำหนด น้ำหนัก ขนาด รวมทั้งปริมาณเชื้อเพลิงที่บรรจุภายในโดรนต้องบินในระยะที่ไม่นานเกินกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้บินเป็นระยะเวลานานเกินไปจนรบกวนจราจรทางอากาศ 2.ภารกิจ จะไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปนำโดรนที่ติดตั้งกล้องถ่ายภาพขึ้นบิน เพราะเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่จะอนุญาตให้ใช้งานได้เฉพาะธุรกิจที่มีความจำเป็น เช่น ธุรกิจประเภทสื่อสารมวลชน หรือธุรกิจการถ่ายทำภาพยนต์ เป็นต้น 3.ระดับความสูง ห้ามบินในระดับความสูงที่เกินกว่า 500 ฟุต และต่ำเกินกว่า 50 ฟุตจากระดับพื้นดิน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบินพาณิชย์ที่ปกติจะมีการบินในระดับต่ำสุด 1,000 ฟุต และห้ามบินต่ำเกินไปจนส่งกระทบต่อบ้านเรือนและประชาชนทั่วไป และที่สำคัญโดรนที่บินจะต้องยื่นขออนุญาตบินจาก รมว.คมนาคม ทุกครั้งก่อนขึ้นบิน ซึ่งหากพบว่าไม่ขออนุญาตจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย โทษจำคุก 1 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม จะยังไม่กำกับดูแลการนำเข้า การจัดจำหน่ายและการครอบครอง เนื่องจากกฎหมายยังครอบคลุมไม่ถึง ติดตามข่าวสาร 'กระทรวงคมนาคม' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

อยู่แล้วไม่รุุุ่ง ลือ เชลซี เตรียมปล่อยเชอร์เล่กลับเยอรมัน
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

อันเดร เชอร์เล่ ปีกชาวเยอรมันของ เชลซี ตกเป็นข่าวเตรียมย้ายออกจากทีมสิงห์บลูเพื่อกลับไปเล่นใน บุนเดสลีก้า เยอรมัน กับ โวล์ฟบวร์ก ปีกวัย 24 ปีรายนี้ตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะย้ายออกไปหลังจากไม่ค่อยมีตำแหน่งตัวจริงในทีม ขณะที่รายงานข่าวระบุว่าทีม โวล์ฟบวร์ก เป็นตัวเต็งในการคว้าตัวแข้งทีมชาติเยอรมันรายนี้ ซึ่งการเจรจากำลังเดินหน้าต่อไปและคาดว่าค่าตัวของ เชอร์เล่ จะอยู่ที่ราว 22 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตามสื่อรายงานว่าการซื้อขาย เชอร์เล่ อาจไม่เกิดหาก เชลซี ยังไม่สามารถหานักเตะใหม่มาเสริมทัพได้ ในกรณีหมายถึงการบรรลุข้อตกลงคว้าตัว ฮวน กัวดราโด้ ปีกชาวโคลัมเบีย ของ ฟิออเรนติน่า มาร่วมทีม