กิมเอ็ง

ฟันธงหุ้นไทยสัปดาห์หลุด1,300จุด
SCCC /  TISCO / 

โบรกเกอร์ประสานเสียงหุ้นไทยหลุด 1300 จุด หวั่นการเมืองกระหน่ำเทขายทุกกลุ่มนักลงทุน เมย์แบงก์แนะซื้อ TISCO และSCCC นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)เผยว่า ความกังวลที่กระทบต่อตลาดหุ้นไทย เกิดจาก 2 ปัจจัย คือ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เริ่มเข้าสู่กระบวนการลดมาตรการ QE  ส่งผลทางจิตวิทยหลายฝ่ายทยอยถอนการลงทุนบางส่วน และต่างชาติเริ่มขายหุ้นไทยออก ประกอบกับปัญหาทางการเมืองที่ซ้ำเติมเรื่องเงินทุนไหลออก จากการที่ต่างชาติเห็นว่า มีความเสี่ยงในการลงทุนจากปัญหาทางการ เมือง ส่งผลให้หุ้นไทยไม่สามารถปรับบวกขึ้นไปข้างหน้าได้ รวมถึง หุ้นก่อสร้างที่เกี่ยวกับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่ถูกปรับลดลงมา เนื่องจากไม่มีความมั่นใจว่า โครงการต่างๆ จะสามารถเดินหน้าต่อได้หรือไม่ ทั้งนี้ปัญหาการเมืองส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยอย่างแน่นอน ส่วนระยะเวลาที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น จะมีโอกาสยืดเยื้อไปจนปี 2557 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับคำตอบทางการเมือง ซึ่งอาจยาวไปจนใกล้ช่วงการเลือกตั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (อดีตผู้บริหารสหการประมูล) ประเมินว่า ช่วงสัปดาห์นี้ (16 -20 ธ.ค. 2556) มีความเสี่ยงที่อาจจะเกิด Panic sell หรือความกังวลจากวิกฤติการเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจนได้ ทำให้เกิดแรงเทขายได้อีกประมาณ 100 จุด โดยดัชนีน่าจะหลุด 1,300 จุด ประเมินแนวรับแรกไว้ที่ 1,280 จุด และแนวรับถัดไปที่ 1,260 จุดได้ ทั้งนี้ในอดีตหากรัฐบาลประกาศยุบสภา ส่วนใหญ่ ดัชนีจะปรับเพิ่มขึ้น แต่ในครั้งนี้ดัชนียังปรับลดลงต่อเนื่อง ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติยังเทขายสุทธิต่อเนื่องเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนยังมีความกังวลในสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจน จึงอาจเป็น สาเหตุทำให้เกิด Panic sell ในการซื้อขายสัปดาห์หน้าได้อีก สัปดาห์นี้สิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญมาก คือ การเมืองในประเทศว่าจะ มีทางออกอย่างไร จะมีเหตุการณ์รุนแรง ที่ส่งผลกระทบจนต้องเทขายหรือไม่  ส่วนกรณีการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FOMC ถือว่าเป็นเรื่องรอง แต่หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรง และดัชนีหุ้นสามารถยืนเหนือระดับ 1,350-1,380 จุดได้ จะถือเป็น แนวรับ(จุดต่ำสุด) สำคัญ และมีโอกาสที่ดัชนีจะปรับขึ้น ได้ต่อเนื่อง จึงแนะนำซื้อได้ นายศราวุธ เตโชชวลิต  ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บล.อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ปรับ ลดลง 1.11% โดยมีแรงขายออกมาต่อเนื่องในกลุ่มหลักทั้งกลุ่มเทคโนโลยี ธนาคาร  อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน ออกมาส่งผลให้ดัชนีปรับลงแรงติดต่อกันเป็น วันที่ 2 สาเหตุจากผลกระทบทางการเมืองในประเทศ และการคาดการณ์กรณีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)  จะปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมสัปดาห์นี้ (16 -20 ธ.ค. 2556) รวมถึงดัชนีหุ้นหลุดจาก 1,345 จุดลงมา ทำให้มีแรงขายออกมาเพิ่มเติมด้วย สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะยังปรับตัวลงต่อ เพื่อรอดูสถานการณ์การเมือง และ ความชัดเจนของมาตรการลดวงเงินคิวอี ประเมินแนวรับที่ 1,328 และ 1,280 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,350- 1,360 จุด หุ้นเด่นวันนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ชี้แนะ บมจ.ปูซีเมนต์นครหลวง (SCCC)  ลุ้นยอดขายทะล กำไรพุ่ง 4,800 ล้านบาท ปีหน้าเงินลงทุ 4,000 ล้านบาท ในเครื่องจักรเดินหน้าเต็มที่ แนะนำซื้อเก็งกำไร ราคาปิด บาท ราคาเป้าหมาย 450 บาท บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO)  คาดสินเชื่อรถยนต์โตปีหน้า จากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ แนะนำซื้อราคาปิดครั้งก่อน 38.75 บาท ราคาเป้าหมาย 45 บาท MThai News

เมย์แบงก์ฯจับตาการเมืองยังฉุดตลาดหุ้นเป็นลบ
BLAND /  KCE / 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ชี้ปัจจัยลบตลาดหุ้นต่อเื่นื่องวันที่ 6 ระยะสั้นควรเลี่ยง เน้นลงทุนระยะกลางถึงยาว กลยุทธ์เด่นวันนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์และคงน้ำหนักการลงทุนเป็นลบติดต่อกันเป็นวันที่ 6 โดยดัชนีหุ้นยังแกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง 1,360-1,375 จุด เพราะการเมืองยังคงเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดหุ้นไทย ด้านต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 14 อีก 3,517 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนยังคงกังวลต่อการชะลอ QE โดยการซื้อขาย (11 ธ.ค. 2556)มีแรงเก็งกำไรในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมีเด่น เมื่อเศรษฐกิจจีน และสหรัฐฯ ส่งสัญญาณบวก ขณะที่กลุ่ม ICT ถูกลดน้ำหนักอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะ ADVANC – INTUCH ปิด ณ สิ้นวัน ดัชนีหุ้นบวกเพียง 1.93 จุด มาอยู่ที่ 1,369.35 จุด มูลค่าการซื้อขายเพียง 26,002 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าต่างชาติจะยังคงขายสุทธิ ซึ่งน่าจะเป็นสัปดาห์สุดท้าย ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า มูลค่าการซื้อขายเบาบาง หุ้นหลักในกลุ่ม Domestic Play หรือที่มีรายได้หลักในประเทศ ยังคงเป็นเป้าหมายของการลดน้ำหนักการลงทุนของต่างชาติเป็นสำคัญ ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยขาดปัจจัยบวกใหม่เข้าหนุนการลงทุนในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า แม้ว่ากกต.จะกำหนดวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 กว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่ง และเริ่มบริหารประเทศอย่างเร็วที่สุด เดือนเม.ย. นั่นย่อมเท่ากับ เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4ปีนี้ถึงไตรมาส 1 ปีหน้า จะอ่อนแอและเปราะบาง นักลงทุนระยะกลางถึงยาว MBKET แนะนำให้เริ่มทยอยสะสมหุ้นหลักอีกครั้งบริเวณ 1,320-1,330 จุดลงไป หุ้นที่น่าเก็บที่สุดในปี 2557 ของทีมกลยุทธ์เมย์แบงก์ ได้แก่ BLAND / KCE / KTB / TPIPL/ TRUE / TTA/ TUF โดยประเมินจากความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน หุ้นเด่นวันนี้ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) แนะนำซื้อ TTA บมจ.โทรีเซนไทย เอเจนซี่ ราคาเป้าหมาย19.70 บาท และซื้อเก็งกำไร SMT บมจ.สตาร์ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) ราคาเป้าหมาย 7.55 บาท MThai News

หวั่น!!หุ้นไทยติดลบหลังรับร่างกฏหมายนิรโทษกรรม
BTS /  TSTH / 

เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ฟันธง หุ้นไทยแม้กลับมาปิดบวกเมื่อวาน แต่การเมืองมาแรงฉุดบรรยากาศซื้อขายติดลบ กลุยุทธ์สำคัญวันนี้ หลังจากตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ (29 ต.ค.)ฟื้นตัวบวกเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ โดยปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.24 จุดมายืนที่ระดับ 1,455.86 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 23,963.87 ล้านบาท ล่าสุดวันนี้(30 ต.ค.) บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวในแดนลบ หลังประธานสภาฯเรียกประชุมเพื่อพิจารณาวาระ 2 ของร่างกฎหมายนิรโทษกรรมในวันที่ 31 ต.ค.นี้ พร้อมกันนั้นมติของพรรคเพื่อไทยที่สนับสนุนร่างดังกล่าวยังเป็นกระแสกดดันทางการเมืองด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามแม้มีข่าวดี เรื่องการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของสหรัฐ จะพิจารณาคงวงเงิน QE ที่ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ/เดือน ก็ไม่สามารถช่วยกระตุ้นภาวะตลาดไทยเท่าใดนัก สำหรับกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า ประเด็นการเมืองกลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง จึงแนะนำให้ ทยอยขายเมื่อดัชนีตลาดหุ้นฟื้นตัว และกลับมาถือเงินสดอีกครั้ง แนะนำซื้อเก็งกำไร TSTH บมจ.ทาทา สตีล (ประเทศไทย) และทยอยสะสม BTS ขณะที่ บล.กรุงศรี แนะนำ หุ้นเด่น MONO บมจ โมโน เทคโนโลยี  ราคาปิด 11.50 มีโอกาสเกิดสัญญาณขาขึ้นต่อเนื่อง แนะนำซื้อขายที่กรอบราคาระหว่าง 11.30-12.50 บาท และหยุดหากราคาต่ำกว่า11.10 บาท เช่นเดียวกับ BECL ราคาปิด 36.50 บาท มีโอกาสเกิดสัญญาณขาขึ้นต่อเนื่อง แนะนำซื้อขายที่กรอบราคาระหว่าง 36-38.50 บาท และหยุดหากราคาต่ำกว่า 35.50 บาท Mthai news

เมย์แบงก์ฯมองหุ้นไทยเป็นบวก
ICT /  KTB / 

เมย์แบงก์ ปรับมุมมองหุ้นไทยเป็นบวก แม้การเมืองยังแรง แนะซื้อหุ้น TRUE  และ KTB จับตากลุ่ม ICT กลยุทธ์สำคัญวันนี้ (18พ.ย.2556) บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งวิเคราะห์ตลาดหุ้นไทย ปรับมุมมองต่อการลงทุนขึ้นเป็นบวกวันแรกในรอบ 10 วันทำการ หลังการชุมนุมในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างเรียบร้อย แม้ว่าจะมีการยกระดับ การชุมนุม และเพิ่มมาตรการอารยะขัดขืนด้วยการ ร่วมยื่นถอดถอน ส.ส. 310 รายที่รับรอง ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยไม่สนับสนุนสินค้า – บริการของกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และ เสนอให้ หน่วยงานราชการหยุดงาน ซึ่งกระแสการเข้าร่วมผ่อนคลายลง เมื่อเทียบกับช่วงแรกของการต่อต้าน สำหรับปัจจัยสำคัญวันนี้ ติดตามตัวเลข GDP ในไตรมาส 3 ของไทย โดยBloomberg คาดว่าเติบโต 1.5% เทียบไตรมาสก่อน เป็นการฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส พร้อมติดตามการประชุมสว. ต่อการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท วาระที่ 2 ซึ่งจะเป็นตัวต่อยอดสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำซื้อเก็งกำไรหุ้น TRUE  และ KTB และจับตาดูกลุ่ม ICT MThai News

SET วันนี้ Sideways โบรก แนะทยอยสะสมหุ้นหลัก ช้อนซื้อช่วงลบ
MBKET /  หุ้นไทย / 

นักวิเคราะห์ ชี้ ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวแคบด้วยวอลุ่มซื้อขายเบาบาง เหตุนักลงทุนยังกังวลสถานการณ์การเมือง แนะนำรอซื้อเฉพาะช่วงลบ บทวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET ระบุ ทิศทาง SET วันนี้(27 ก.พ.) ยังคงภาพ Sideways ในกรอบระหว่าง 1,300-1,310 จุด พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายที่เบาบางต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ต่างกังวลต่อความตึงเครียดทางการเมืองมากขึ้น ขณะที่วันนี้มีพัฒนาการทางการเมืองที่สำคัญ ช่วงเช้า ศาลรัฐธรรมนูญจะปิดคดีคำร้อง พ.ร.บ.เงินกู้ 2.0 ล้านล้านบาท และช่วงบ่าย ปปช. เชิญนายกฯ รักษาการ มาฟังข้อกล่าวหาคดีโครงการจำนำข้าว ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่นายกฯ รักษาการจะส่งตัวแทนเข้ารับฟัง MBKET แนะนำให้นักลงทุนเข้าทยอยสะสมหุ้นหลัก ที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ผลตอบแทนเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 3.0% ได้แก่ KTB, TMT, AP, BJCHI, DELTA เป็นต้น รวมถึงหุ้นขนาดกลางที่มีประเด็นการเก็งกำไรเฉพาะหลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: MBKET แนะนำ “ซื้อ” TTA ขณะที่ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ  SET แกว่งแคบวอลุ่มบาง แนะเก็งกำไรหุ้นกลาง-เล็ก/ถือหุ้นปันผลเด่นต่อไป ส่วนหุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ซื้อสะสม CPF และ BTS (คาดราคาหุ้นฟื้นตัว) ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ SET ยังแกว่งทรงตัวได้ดีแต่ก็มีจังหวะผันผวน ดังนั้นรอซื้อเฉพาะช่วงลบ จากนั้นเน้นถือเพื่อรอให้มีรอบรีบาวด์ขึ้นก่อนค่อยมาพิจารณาขายทำกำไร ส่วน หุ้นเด่นวันนี้  CK คงเป้าหมาย 20 บาท แนะนำซื้อ SAMART ราคาเป้าหมายที่ 21 บาท และคงคำแนะนำซื้อ ,KCAR ราคาเป้าหมายที่ 11.70 บาท แนะนำขึ้นเป็นซื้อ ,VIBHA ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 11 บาทจากเดิม 13 บาท แต่ยังแนะนำซื้อ ส่วน บล.เอเซีย พลัส ระบุ กลยุทธ์การลงทุนการเมืองยังกดดันเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศ การทำงานของ BOI อาจยังต้องชะงักต่อไป ขณะที่ นปช. รวมตัวปิดทางเข้า-ออก ป.ป.ช. ขณะที่ใกล้สิ้นสุดการรายงานงบไตรมาส 4/56 น่าจะเกิด sell on fact ยกเว้นหุ้นที่คาดว่ายังมีแนวโน้มฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แนะนำหุ้นที่อิงเศรษฐกิจภายนอกเลือก DELTA (FV@B70.4) และ HANA (FV@B31.6) เป็น Top picks MThai news

โบรกฯคาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวกรอบแคบ ปัจจัยบวกหุ้นจ่อขึ้น XD
ดัชนีฯตลาดหุ้นไทย /  ตลาดหุ้นไทยวันนี้ / 

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนีฯมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยมีปัจจัยบวกจากแรงซื้อ หลังหุ้นหลายตัวจ่อขึ้น XD บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงค์ กิมเอ็ง จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET วิเคราะห์ว่า ทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ จับตา การประขุม สนช.เพื่อสรรหานายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และได้รับเลือกอย่างเป็นเอกฉันท์ ก็จะส่งผลต่อตลาดในเชิงบวก ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งที่หนุนหุ้นไทยมาจาก การประกาศและรอขึ้น XD รับเงินปันผลของหุ้นหลายตัว ทำให้มีแรงซื้อเข้ามา รวมถึงแรงเก็งกำไรหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ ที่ได้รับผลดี และมีสัญญาณบวกจากการเริ่มเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายในเดือน ก.ย.นี้ โดยแนะนำนักลงทุนถือต่อ ให้แนวต้านระยะสัปดาห์ที่ 1,580 จุด แนวรับที่ 1,535 จุด MThai news

โบรกเกอร์แนะเลี่ยงลงทุนสุดสัปดาห์
SPALI /  THCOM / 

เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ฟันธงหุ้นวันสุดท้ายของสัปดาห์ซึมยาว เหตุการเมืองไม่นิ่ง และต่างชาติเทขายต่อ เคเคเทรด แนะนำซื้อหุ้นSPALI ,THCOM ดัชนีหุ้นเมื่อวาน  (12 ธ.ค. 2556) ปิดลบเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ โดยปรับตัวลง 13.14 จุดมาอยู่ที่ 1,356.21 จุด มูลค่าการซื้อขายเพียง 27,098 ล้านบาท ด้านต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 15 อีก 3,528 ล้านบาท กลยุทธ์วันนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ให้น้ำหนักการลงทุนเป็นลบ ติดกันเป็นวันที่ 7 ประเด็นการเมืองที่ยังคงต้องติดตามต่อไป ล่าสุด 4 องค์กรหลัก ไม่ว่าจะเป็น กปปส., รัฐบาลรักษาการณ์, กองทัพ หรือ ภาคเอกชน ต่างเสนอเป็นตัวกลางในการจัดตั้งเวทีเสวนา เพื่อผ่าทางตันทางการเมือง ขณะที่รัฐบาลฯ เสนอให้มีเวทีฯ ดังกล่าว แต่ยังคงเดินหน้าเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ. 2557 พร้อมนำข้อเสนอต่างๆ มาพิจารณาหลังการเลือกตั้ง ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสซึมลงสู่แนว 1,350 จุด หรือต่ำกว่าเล็กน้อย เพราะเป็นผลของการซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์ นักลงทุนต่างชาติลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยต่อในวันนี้(13 ธ.ค. 2556) บวกกับความไม่ชัดเจนทางการเมือง ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงชะลอการลงทุน นักลงทุนระยะกลางถึงยาว ดัชนีหุ้นบริเวณ 1,320-1,330 จุด แต่คิดว่าจะไม่หลุดดัชนี1,300 จุด ระยะนี้หุ้นยังคงผันผวน  นะนำให้เริ่มทยอยสะสมหุ้นหลักอีกครั้งบริเวณดัชนีหุ้น 1,320-1,330 จุดลงไป หุ้น น่าเก็บ ในปี 2557 ของทีมกลยุทธ์ MBKET คือ “BKT” รวมถึง BLAND / KCE / KTB / TPIPL/ TRUE / TTA/ TUF หุ้นเด่นวันนี้ บล.เคเคเทรด แนะนำซื้อ คือ SPALI รายได้ในปี 2557 มีงานในมือรอรับรู้รายได้แล้ว 1.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 84% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าอุตสาหกรรม ขณะที่งานมืออีก 1.3 หมื่นล้านบาท จะสามารถบันทึกรายได้ต่อเนื่องในปี 2558 นอกจากนี้ SPALI ความสามารถในการทำกำไรทำได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ขณะที่เราคาดว่าบริษัทจะสามารถจ่ายปันผลของผลประกอบการในครึ่งปีหลังปี 2556 ได้ราว 50 สตางค์ต่อหุ้น ซึ่งให้ผลตอบแทนเงินปันผล 3.3%ประเมินมูลค่าเหมาะสมไว้ที่ 22.40 บาท THCOM  นอกจากปัจจัยหนุนในระยะสั้นจากถูกปรับเข้าคำนวณในดัชนี SET50 แล้ว และการที่เราประเมินว่าบริษัทจะมีกำไรจากธุรกิจปกติใน 4Q56 ออกมาดีที่สุดของปีที่ 390 ล้านบาท ซึ่งจากส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2556 ขยับขึ้นจาก 174 ล้านบาทในปี 2555 มาอยู่ที่ 1.34 พันล้านบาทแล้ว ผลจากการบันทึกรายได้จากดาวเทียมไทยคม 6 เข้ามาเต็มปี คาดว่าจะส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2557 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 34% เทียบปีก่อน  ประเมินมูลค่าเหมาะสมไว้ที่ 42 บาท MThai News

หุ้นไทย เปิดพุ่ง 5.99 จุด รับ 'เฟด' ตรึงดอกเบี้ย
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

การลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (18 ก.ย.) เปิดทำการเมื่อเวลา 09.58 น. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.99 จุด แตะที่ระดับ 1,576.63 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,330.31 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (MBKET) วิเคราะห์ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ให้จับตาการขยับของราคาหุ้นหลักทั้งกลุ่มธนาคาร/ICT/PTT/SCC ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้กระแสเงินทุนต่างชาติ MBKET เชื่อว่าต่างชาติจะยังทยอยสะสมหุ้นหลักของไทยต่อเนื่อง โดยคาดว่าดัชนีฯจะแกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง 1,570-1,580 จุด ทั้งนี้แนะนำให้นักลงทุนถือพอร์ตการลงทุน เพื่อรอขายทำกำไรบริเวณใกล้ๆ 1,600 จุด หรือเก็งกำไรในลักษณะจำกัดวงเงิน เน้นหุ้นรายตัวที่มีประเด็นเชิงบวกต่อการลงทุน MThai News

หุ้นไทยเปิดตลาดลดทันที 6.48 จุด
กิมเอ็ง /  ดัชนี / 

หุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวลดลง 6.48 จุด แตะ 1,346.38 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1,470.59 ล้านบาท บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (26 พ.ย.) เปิดทำการเมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีปรับตัวลดลง6.48 จุด แตะที่ระดับ 1,346.68 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,470.59 ล้านบาท ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุด เมื่อเวลา 08.55 น. มีดังนี้ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 30.89 บาท ขายออก 32.31 บาท บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งแนะนำให้นักลงทุนเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งในและนอกสภาช่วง 2-3 วันจากนี้ไป เพราะเชื่อว่าจะมีพัฒนาการที่เข้มข้นมากขึ้น แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงครอบคลุมพื้นที่ กทม., เและปริมณฑลแล้วก็ตาม ประเมินสถานการณ์เชื่อว่า ภาวะดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะคลายตัวในปลายสัปดาห์นี้ หรือ ต้นสัปดาห์หน้า ดังนั้น นักลงทุนระยะกลางและยาว อาจพิจารณาหาจังหวะการลงทุน โดยเฉพาะบริเวณดัชนี 1,320-1,330 จุด MThai News

ตลท.แต่งตั้ง 'รินใจ' เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

ตลท. แต่งตั้ง "ดร.รินใจ ชาครพิพัฒน์" เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค.57 นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า ตลท. เห็นสมควรแต่งตั้ง ดร.รินใจ ชาครพิพัฒน์ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ สายงานการตลาด ตลท. เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ ตลท. ในการต่อยอดและเพิ่มจำนวนสินค้าปัจจุบันให้หลากหลาย รวมทั้งพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนได้อย่างมีคุณภาพมี ทั้งนี้มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป ดร.รินใจ ชาครพิพัฒน์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท บริหารธุรกิจ-การธนาคารและการเงิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาเอกด้านการเงิน Cleveland State University ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 7 และได้ประกาศนียบัตร Chartered Financial Analyst (CFA) โดยล่าสุดดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จึงมั่นใจว่ามีความสามารถเหมาะสม ที่จะช่วยพัฒนางานธุรกิจและผลิตภัณฑ์ของ ตลท. MThai News

จับตา! หุ้นบ่ายร่วงต่อ หลังภาคเช้าปิดลดลง 11.64 จุด
ตลาดหุ้น /  ตลาดหุ้นไทย / 

บรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพย์ไทยในเช้าวันนี้ (22 ก.ค.) ดัชนีปิดที่ระดับ 1,526.91 จุด ลดลง 11.64 จุด หรือคิดเป็น 0.76% มูลค่าการซื้อขาย 38,372.59 ล้านบาท โดยแตะจุดสูงสุดของช่วงเช้าที่ 1,545.29 จุด และแตะจุดต่ำสุดของช่วงเช้าที่ระดับ 1,518.58 จุด น.ส.มยุรี โชวิกานต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงกว่า 10 จุด ภายหลังจากที่ราคาหุ้น TRUE ปรับตัวลงค่อนข้างมาก ทำให้ Sentiment เสียไป นอกจากนี้ ตลาดหุ้น ยังปรับตัวขึ้นมามากแล้ว การปรับฐานจึงเป็นเรื่องธรรมดา แต่เช้านี้ตลาดบ้านเราปรับตัวลงแรงกว่าตลาดอื่นในกลุ่ม TIP ที่ต่างก็ปรับตัวลงกันถ้วนหน้า ส่วนตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก โดยประเมินว่า หุ้นภาคบ่ายดัชนีน่าจะแกว่งตัวลงต่อ โดยให้แนวรับ 1,520 จุด แนวต้าน 1,530 จุด หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ ADVANC ปิดที่ 208.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,921.72 ลบ. BLAND ปิดที่ 2.12 บาท ลดลง -0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,018.46 ลบ. TRUE ปิดที่ 11.20 บาท ลดลง -0.70 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,017.02 ลบ. CK ปิดที่ 22.90 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,538.74 ลบ. ITD ปิดที่ 5.40 บาท ลดลง -0.05 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,272.67 ลบ. MThai News

มองหุ้นครึ่งปีหลัง ทะลุ1,500 จุดหลังการเมืองคลี่คลาย
กบข. /  การเมือง / 

โบรกเกอร์มองหุ้นครึ่งปีหลัง ทะลุ1,500 จุดหลังการเมืองคลี่คลาย ชี้ปัจจัยบวก ตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วหลังการเมืองคี่คลาย ะแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจากคสช. เชื่อมั่นเงินทุนต่างชาติไหลกลับระยะยาว สมบัติ นราวุฒิชัย นายตรีพล ภูมิวสนะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เผยแนวโน้มดัชนีหุ้นไทยปลายปีนี้คาดว่าน่าจะไต่ถึงระดับ 1,550 จุด โดยปัจจัยบวกคือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาชัดเจน ส่งผลให้แนวโน้มของดัชนียังเป็นไปในทิศทางที่ดี จากความเชื่อมั่นทั้งภาคเศรษฐกิจและการลงทุนที่กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้หุ้นที่จะได้รับผลบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ได้แก่ กลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มสื่อสาร ซึ่งถือเป็นหุ้นกลุ่มหลักที่นำตลาดหุ้นไทย โดยนักลงทุนต่างชาติจะหมุนเวียนเข้ามาลงทุนในหุ้น 3 กลุ่มดังกล่าวเป็นระยะตามช่วงเวลาและตามภาวะที่เกิดขึ้น และจะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปตอบรับกับตลาดโดยรวม นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บล.ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่า ดัชนีหุ้นไทยปลายปีนี้จะอยู่ที่ 1,480 จุด ซึ่งเป็นระดับเดิมที่เคยคาดไว้เมื่อช่วงต้นปี และเคยได้ปรับลงในช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมาไปอยู่ที่ระดับ 1,290 จุด เพราะช่วงนั้นสถานการณ์การเมืองยังยืดเยื้อ ขณะที่ปัจจุบันเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้ามามีบทบาทในการบริหารประเทศ ส่งผลให้ปัญหาทางการเมืองเริ่มคลี่คลาย และมีการประกาศแผนเศรษฐกิจออกมาอย่างชัดเจน ทำให้ความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและการลงทุนกลับมาดีขึ้น ขณะเดียวกันต้องปรับคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจประเทศไทยในปีนี้ไปอยู่ที่ระดับเดิมคือ 2% แต่ถ้าการจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในครึ่งปีหลังนี้ เพิ่มขึ้นจากที่เคยคาดว่าจะเติบโตได้เพียง 0.8% เท่านั้น อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะมีเงินทุน จากทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง หลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ประกอบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว อย่างยุโรปและญี่ปุ่นยังคงดำเนินนโยบายอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ และสหรัฐฯยังคงอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ระดับ 0% แม้จะมีการลดขนาดมาตรการทางการเงิน หรือQE ลงต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะทำให้เงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ให้ระวังการลงทุนในหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมีการปรับตัวขึ้นไปรับข่าวการเมืองพอสมควรแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ มองว่าจากนี้น่าจะมีแรงเทขายทำกำไร ขณะที่เม็ดเงินลงทุนอาจจะหมุนไปลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และอสังหาริมทรัพย์ โดยแนะนำ KTB, QH และ BBL ซึ่งราคาหุ้นยังไม่สูงเกินไป ด้านนายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า สถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้ผ่านจุดที่ต่ำที่สุดไปแล้วเมื่อเหตุการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย และมีการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการลงทุนของภาครัฐเริ่มกลับเข้ามา รวมทั้ง มีการจ่ายเงินให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวที่ค้างอยู่ ส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ในระบบมากขึ้น ทั้งนี้ ในปี 2557 คาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย (EPS) ปีนี้จะเติบโตได้บวกลบ 5% และในปี 58 จะสามารถเติบโตได้ในระดับ 10% ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) คาดว่าจะอยู่ที่ 2-2.5% จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะเติบโตไม่ถึง 2% และในปีหน้าจะเติบโตเพิ่มขึ้นในระดับ 4-4.5% "การลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ให้ระมัดระวังแรงขายทำกำไร โดยมีโอกาสของการปรับฐาน หลังจากที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นไป 12-13% โดย กบข.ก็จะมีการปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ โดยมองหุ้นที่ได้ประโยชน์จากทางการเมือง เช่น อสังหาริมทรัพย์ รับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง แบงก์ และค้าปลีก ซึ่งต้องดูเป็นหุ้นรายตัวไปว่าราคาอยู่ในระดับที่น่าจะเข้าไปลงทุนหรือไม่ โดย กบข.ยังสามารถลงทุนได้อีก 4,800 ล้านบาท" นายสมบัติกล่าว MThai News

MBKET วิเคราะห์ 4 แนวทางคดีโยกถวิล ชี้ อนาคตหุ้นไทย
คดีโยกถวิล /  ตลาดหุ้น / 

ซีไอเอ็มบี คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้เหวี่ยงลงตามตลาดต่างประเทศ และปัจจัยการเมืองในประเทศ ด้าน MBKET วิเคราะห์  ผลตัดสิน 4 แนวทาง ชี้อนาคตหุ้นไทย นายเกษม พันธ์รัตนมาลา กรรมการและหัวหน้าส่วนงานวิจัย บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย)กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้(7พ.ค.)มีโอกาสที่จะเหวี่ยงตัวลงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างปรับตัวลงกันถ้วนหน้าตามดาวโจนส์ร่วงแรง อันเนื่องมาจากแรงเทขายหุ้นในกลุ่มอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับปัจจัยการเมืองในประเทศซึ่งวันนี้ต้องจับตาคำวินิจฉัย สถานภาพนายกรัฐมนตรีกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ของศาลรัฐธรรมนูญ และผลสรุปการสอบสวนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตามข้อกล่าวหาละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ในวันพรุ่งนี้(8 พ.ค.)อีกด้วย ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดว่าผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญถึงสถานภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีโอกาสเป็นไปได้ 4 แนวทาง คือ 1.ไม่ขัดต่อกฎหมาย นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ยังคงรักษาการ ตำแหน่งเพื่อรอส่งมอบหน้าที่ 2.ขัดต่อกฎหมาย แต่นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ได้พ้นจากตำแหน่ง ตาม ม. 182 (วรรค 2 การยุบสภา) แล้ว และไม่มีผลต่อครม.ชุดที่พิจารณาการโยกย้าย นายถวิล 3.ขัดต่อกฎหมาย นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งรักษาการ แต่ไม่มีผลผูกพันถึง ครม. ชุดที่พิจารณา ดังนั้น รองนายกฯ ขึ้นรักษาการ แทน 4.ขัดต่อกฎหมาย นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ต้องพันจากตำแหน่งรักษาการ และมีผลต่อครม.ชุดที่พิจารณา ซึ่งจะนำไปสู่สุญญากาศทางการเมือง การนำเสนอ นายกฯ ตามม. 3 ผ่านวุฒิสภา หากผลการพิจารณาเป็นแนวทางที่ 1-3 จะทำให้การเมือง การเลือกตั้ง ยังเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมกับ SET INDEX ที่ฟื้นตัวลักษณะ Technical Rebound สู่แนว 1,415-1,420 จุด แต่หากออกมาเป็นแนวทางที่ 4 คาดว่าตลาดจะแกว่งออกด้านข้าง เพื่อรอภาพการเมือง และการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มนอกสภาฯ ทั้ง กปปส. และ นปช. ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน MBKET แนะนำให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง “เข้าซื้อเก็งกำไรแบบจำกัดวงเงิน” พร้อมระยะหวังผล 10-15 จุด จากผลการวินิจฉัยของศาลฯ เที่ยงวันนี้ MThai News

BTS-TMBบวกสวนตลาดหุ้นหลังเข้ารอบ MSCI
BTS /  MONO / 

หุ้น BTS บวกเพิ่มขึ้น 0.15 บาท อยู่ที่ 9.10 บาท ธนาคารทหารไทย TMB บวกเพิ่มขึ้น 0.04 บาทอยู่ที่ 2.78 บาท ฉลองขึ้น MSCI   บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งแนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์(BTS) ราคาเหมาะสม 12.30 บาท ภายหลังMSCI ประกาศหุ้นเพิ่ม / ลด ในการคำนวณดัชนีเช้านี้ และ BTS เป็น 1 ใน 2 หุ้น ที่ถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี MSCI Thailand โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 26 พ.ย.และเป็นบวกต่อราคาหุ้น เนื่องจากจะส่งผลให้กองทุนต่างชาติที่ลงทุนโดยใช้ดัชนี MSCI Thailand เป็น Benchmark ต้องปรับเพิ่มหุ้น BTS เข้าสู่พอร์ตการลงทุน โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้น BTS ราว 60 ล้าน US$ ในการปรับน้ำหนักดัชนีในรอบนี้ ทั้งนี้หุ้น BTS บวกสวนตลาด 1.68% อยู่ที่ 9.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท เมื่อเวลา 10.06 น.โดยเปิดตลาดที่ 9.10 บาท สูงสุด 9.15 บาท ต่ำสุด 9.05 บาท มูลค่าซื้อขาย 217.81 ล้านบาท ส่วนธนาคารทหารไทย TMB บวก 1.46% อยู่ที่ 2.78 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท โดยเปิดตลาดที่  2.80 บาท สูงสุด 2.82 บาท ต่ำสุด 2.78 บาท มูลค่าซื้อขาย 409.07 ล้านบาท MSCI เป็นดัชนีอ้างอิง (benchmark) ที่จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ลงทุนสถาบันที่ลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกนำมาใช้เป็นมาตรฐานในการวัดผลตอบแทนในการลงทุนของตนเองว่า ได้ผลตอบแทนดีหรือไม่ เมื่อเทียบกับดัชนี MSCI โดยในรอบนี้มีหุ้นเพิ่มขึ้นสู่การคำนวณ MSCI SC Index ได้แก่ ASP, CHG, CKP, CGD, DRT, DSGT, KCE, MBK, MC, MK, MONO, NOK, RS*, TUF*, และ ERW ส่วนหุ้นที่ถูกถอดออก ได้แก่ MALEE และ TK Mthai news

หุ้นไทยเช้านี้ เปิดบวก 4.31 จุด โบรกฯมองดัชนีฯทดสอบ 1,590 จุด
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

หุ้นไทยวันนี้เปิดบวก 4.31 จุด ที่ระดับ 1,589.34 จุด มูลค่าการซื้อขาย 2,113.31 ล้านบาท ด้านโบรกฯคาดปัจจัยหนุนเพียบ ดันดัชนีฯทดสอบ 1,590 จุด จุด แนะเก็งกำไรระยะสั้นรับผลประชุม ครม.นัดแรก วันนี้ทันทีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดทำการซื้อขาย ณ เวลา 09.59 น. ดัชนีฯตลาดหุ้นไทยเปิดที่ระดับ 1,589.34 จุด เพิ่มขึ้น 4.31 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,113.31 ล้านบาท โดยบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสขยับตัวขึ้นทดสอบระดับ 1,590 จุด จากการที่นักลงทุนต่างชาติจะทยอยซื้อสะสมในหุ้นไทยเพิ่มขึ้น หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดอาจจะชะลอกรอบเวลาในการขึ้นดอกเบี้ยออกไป หลังตัวเลขการจ้างงานออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ ประกอบกับธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 0.05% ส่งผลให้ค่าเงินของสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อภาคการส่งออก ส่วนปัจจัยสนับสนุนภายในประเทศมาจากการที่จะเริ่มประชุม ครม. นัดแรกในวันพรุ่งนี้ทำให้เชื่อว่าจะมีแรงซื้อเก็งกำไร เพื่อรอลุ้นผลการประชุมว่าจะมีการผ่านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการยกเลิกกฎอัยการศึกหรือไม่ โดยกลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ แนะนำให้นักลงทุนเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางในกลุ่มที่ได้รับผลบวกจากการประชุม ครม. นัดแรกเช่น กลุ่มท่องเที่ยว ก่อสร้าง เป็นต้น เพื่อรอขายทำกำไรบริเวณ 1,600 จุดหรือสูงกว่า MThai News

โบรกฯ คาดหุ้นไทยวันนี้พักฐานก่อนหยุดยาว
ดัชนีตลาดหุ้นไทย /  ตลาดหุ้นไทยวันนี้ / 

นักวิเคราะห์ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสพักฐานก่อนวันหยุดยาว โดยดัชนีฯจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ระดับ 1,515-1,525 จุด บล.ธนชาต วิเคราะห์ว่า แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยวันนี้จะ “พักฐาน” ในกรอบ 1,515-1,525 จุด ก่อนหยุดยาว รวมไปถึงแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครน และอิรัก อย่างไรก็ตามในสัปดาห์ต่อไป คาดว่าจะมีเม็ดเงินใหม่จากกองทุน Trigger Fund มาช่วยหนุนดัชนีฯ ให้สามารถยืนที่ระดับ 1,570-1,600 จุด  ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าได้ ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันสุดท้ายของสัปดาห์ ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว ดัชนีฯหุ้นไทยจะแกว่งในกรอบแคบ พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุน แนะนำหุ้นขนาดกลาง และกลุ่มพลังงานทางเลือก ที่ยังมีแนวโน้มขยับตัวได้ดี MThai News

กลยุทธลงทุนหุ้นไทยวันนี้ แนะเก็งกำไรแบบจำกัดวงเงิน
MBKET /  กรุงศรี / 

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (31 มี.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.66 จุด แตะที่ระดับ 1,372.56 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 845.29 ล้านบาท ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ของธนาคารกสิกรไทย ล่าสุด เมื่อเวลา 08.54 น. ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 31.23 บาท ขายออก 32.65 บาท ด้านบล.เมย์แบงค์ กิมเอ็ง ( MBKET) ระบุ บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (31 มี.ค.) ประเมินว่าดัชนีจะแกว่งในกรอบแคบ ระหว่าง 1,360-1,375/80 จุด แม้ว่าต่างชาติซื้อสุทธิหนาแน่นตลอด 3 วันทำการที่ผ่านมา แต่นักลงทุนส่วนใหญ่กังวลต่อการสิ้นสุด Window Dressing (ราคาปิดสิ้นงวดบัญชี) และยังไม่มั่นใจต่อกระแสเงินทุนต่างชาติในระลอกนี้ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังเป็นแนว Sideways-to-Sideways-Up ไปสู่กรอบต้านสำคัญ 1,380-1,400 จุด สำหรับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในวันนี้ประกอบด้วย -การเข้าชี้แจงของนายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ กรณีโครงการจำนำข้าว ต่อ ปปช. ซึ่ง MBKET เชื่อว่า นายกฯ รักษาการจะขอผ่อนผันการเข้าชี้แจง ทำให้นักลงทุนยังต้องรอความชัดเจนต่อไป -การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือนก.พ.ของ ธปท. ให้น้ำหนักกับภาคการบริโภค และ ความเชื่อมั่นภาคเอกชน ว่าจะผ่านจุดต่ำสุดหรือไม่ ขณะที่การชุมนุมของกปปส. วันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เชื่อว่าจะคลายความกังวลต่อกรณีการเมือง ทั้งนี้นักลงทุนต้องติดตามการเคลื่อนไหวกระแสเงินทุนต่างชาติ หลังสิ้นสุด Window Dressing พร้อมติดตามการเคลื่อนไหวราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลังราคาขยับขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามยังคงแนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรแบบจำกัดวงเงินในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่อยู่อาศัย ,กลุ่มโรงกลั่น และ พลังงานทางเลือก พร้อมหุ้นขนาดกลางที่มีประเด็นเชิงบวกเฉพาะตัว ฃส่วนกลยุทธ์การลงทุนวันนี้: MBKET แนะนำ "ทยอยสะสม" SCC/ SAMART ขณะที่ บล.กรุงศรี คาดแนวโน้มของตลาดจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 1360-1380 จุด  หุ้นที่เลือกวันนี้มีโอกาสดีดตัว แนะนำซื้อเก็งกำไร INTUCH และ BJC MThai News

IPO /  น้ำมันปาล์มดิบ / 

"วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์"จะขายหุ้น IPO ครั้งแรก 270 ล้านหุ้น และแต่งตั้ง บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯเป็นที่ปรึกษานำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ บมจ.วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์(VPO)ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง)ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก(IPO)จำนวน 270 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 25.23% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยแต่งตั้งบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)(MBKET) และบริษัท เดอะ ควอนท์ กรุ๊ป จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อนำหุ้นของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหมวดธุรกิจการเกษตร วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ ผลพลอยได้ รวมทั้งผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้จากของเสียหรือสิ่งเหลือใช้ จากกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ มีโรงงานจำนวนทั้งสิ้น 2 โรงงาน ที่มีกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพื่อขายในประเทศและส่งออก 180 ตันผลปาล์มทะลายต่อชั่วโมง จัดเป็น 1 ใน 3 ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์ม ดิบรายใหญ่ของประเทศ โดยมีกลุ่มชวนะนันท์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท บริษัทมีนโยบายการจ่ายปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองตามกฎหมาย เงินที่ได้รับจากการระดมทุนครั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะนำไปลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมทั้ง ถือหุ้นในบริษัท วิจิตรภัณฑ์สวนปาล์ม จำกัด(VPP) ผู้ดำเนินธุรกิจปลูกสวนปาล์มน้ำมันเพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทฯ บริษัท วีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (VGE) ผู้ ดำเนินธุรกิจทางด้านพลังงานทดแทนจากของเสียหรือสิ่งเหลือใช้ของ โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ และบริษัท วิจิตภัณฑ์โลจิสติกส์ จำกัด (VBL) ผู้ดำเนินธุรกิจขนส่ง น้ำมันปาล์มดิบ ผลปาล์มทะลาย เมล็ดในปาล์ม น้ำเสียที่บำบัดแล้ว และอื่นๆ โดยถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียน ที่ออกและชำระแล้ว ผลการดำเนินงานในปี 2556 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,238.72 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 3,629.94 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 172.23 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นจาก 105.66 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 66.57 ล้านบาท หรือ 63% MThai News

กิมเอ็งฟันธงหุ้นไทยแกว่งตัวช่วงแคบๆ
BLAND /  BTS / 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ชี้ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวต่อเนื่อง เหตุลุ้นระทึกการเมืองทั้งในและนอกสภา แนะลงทุนระยะกลางถึงยาว กลยุทธ์สำคัญวันนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง  ชี้ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ (20พ.ย. 2556) ปิดลบเป็นวันที่ 2 อีก 7.63 จุด มาอยู่ที่ 1,404.81 จุด มูลค่าการซื้อขาย 41,697 ล้านบาททั้งนี้ ต่างชาติขายสุทธิ 4,019 ล้านบาท ทั้งนี้ การขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติที่หนาแน่น อาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับพอร์ท ก่อนดัชนี MSCI มีผลบังคับใช้ ณ ราคาปิดวันที่ 26 พ.ย. สรุปไม่ได้ว่าต่างชาติกังวลต่อภาพการเมืองของไทย ต้องติดตามกลุ่มต่างชาติต่อไป ตลาดหุ้นเอเชีย(20พ.ย. 2556) มีทั้งบวก – ลบ เป็นวันที่ 2 เพราะขาดปัจจัยหนุนการลงทุน และเป็นช่วงใกล้สิ้นปี ส่วนนนักลงทุนรายย่อยเกิดแรงขายสะท้อนผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อการแก้ไขร่างกฎหมาย ว่าด้วยที่มาของสว ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมาย เพียงแต่ไม่เข้าข่ายยุบพรรคการเมือง ส่งผลให้เสื้อแดงยุติการชุมนุม ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศเคลื่อนไหวต่อการเมืองจึงยังคงอึมครึมต่อไป นักลงทุนบางส่วนลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นหลัก อย่าง ADVANC / KBANK/ KTB เป็นต้น หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมี -1.94%, กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ -1.61% และกลุ่มอสังหาฯ -1.17% คาดหุ้นไทยวันนี้(21พ.ย. 2556)แกว่งตัวในกรอบแคบ ดัชนีจุดต่ำสุด (แนวรับ) 1,400 จุด คงไม่หลุดจากดัชนีนี้ มุมมองต่อการลงทุนเป็นลบ ถือเป็นสัปดาห์สำคัญทางการเมืองไทย ทั้งในแง่ของในสภา และนอกสภา นักลงทุนระยะกลางถึงยาว คงแนะนำถือพอร์ตการลงทุน น่าสนใจเข้าสะสม เช่น KTB หรือ KBANK, TASCO, TPIPL, LH, AIT เป็นต้น หุ้นเด่นวันนี้ BLAND จะมีกำไรพิเศษจากการจัดตั้ง REIT ราว 2,800 – 3,000 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิปี 2556 / 2557 เติบโตถึง 77% ราคาปิด 1.74 บาท ราคาเหมาะสม 2.80 บาท BTS เข้าสู่การคำนวณดัชนี MSCI Thailand  ได้รับเงินจากการขายหุ้น VGI รวม 3,600 ล้านบาท เพื่อรองรับโครงการเส้นทางเดินรถสายใหม่ที่จะประมูลในปีหน้า และคาดว่า BTS อาจนำเงินสดส่วนนี้ายเป็นเงินปันผลพิเศษราว 0.20 – 0.30 บาทต่อหุ้น ราคาปิด 9.35 บาท ราคาเหมาะสม 12.30 บาท MThai News

MBKET แนะลงทุนช่วงสั้น ทยอยสะสม TRUEIF - ซื้อเก็งกำไร KCE
MBKET /  กลยุทธ์การลงทุน / 

สำหรับทิศทางดัชนีตลาดหลักทรัพย์วันนี้(16 ก.ค.) บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ( MBKET) ยังคงให้ภาพในลักษณะของการพักฐานอีกวัน โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 1,520-1,530 จุด ส่วนหุ้นหลักโดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร เข้าสู่โหมดการพักฐาน เพื่อรอดูผลการดำเนินงาน 2Q 57 ที่จะประกาศในช่วงปลายสัปดาห์นี้ อีกทั้ง กองทุนภายในประเทศ เริ่มทยอยขายทำกำไร เพื่อ Lock-in Profit ในรอบนี้ ซึ่งอาจรวมถึงการทยอยปิดกองทุนของ Trigger Funds ที่ใกล้แตะระดับเป้าหมาย ขณะที่การเข้าให้ข้อมูลต่อวุฒิสภาของประธานเฟด Yellen คืนวานนี้ พบว่า อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการกระตุ้นการจ้างงาน และเงินเฟ้อ ขณะที่ ณ ปัจจุบันยังไม่เห็นภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้น, ตลาดตราสารหนี้ และ ตลาดอสังหาฯ ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ เน้น "Swing Trade" ในกรอบ 1,520-1,530 จุด โดยเน้นหุ้นขนาดกลาง / หุ้น Laggard เป็นหลัก หุ้นหลัก ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาฟื้นตัวระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย กลยุทธ์การลงทุนช่วงสั้น MBKET แนะนำ "ทยอยสะสม" TRUEIF/ "ซื้อเก็งกำไร" KCE Portfolio : Top Pick in 3Q14: AAV/ AP/ IFEC / TRUE HOLD: SCC/ SPALI/ TTA/ SAMART/ SPCG/ BLAND/ IFEC/ BTS Accumulative Buy: TRUEIF Speculative Buy: KCE Technical View : แนวรับ 1520-1525 จุด แนวต้าน 1535-1540 จุด คงแนวโน้มแกว่งตัวเชิงบวก ในกรอบที่ยกตัวสูงขึ้น MThai News