กิมเอ็ง

กลยุทธลงทุนหุ้นไทยวันนี้ แนะเก็งกำไรแบบจำกัดวงเงิน
MBKET /  กรุงศรี / 

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (31 มี.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.66 จุด แตะที่ระดับ 1,372.56 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 845.29 ล้านบาท ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ของธนาคารกสิกรไทย ล่าสุด เมื่อเวลา 08.54 น. ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 31.23 บาท ขายออก 32.65 บาท ด้านบล.เมย์แบงค์ กิมเอ็ง ( MBKET) ระบุ บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (31 มี.ค.) ประเมินว่าดัชนีจะแกว่งในกรอบแคบ ระหว่าง 1,360-1,375/80 จุด แม้ว่าต่างชาติซื้อสุทธิหนาแน่นตลอด 3 วันทำการที่ผ่านมา แต่นักลงทุนส่วนใหญ่กังวลต่อการสิ้นสุด Window Dressing (ราคาปิดสิ้นงวดบัญชี) และยังไม่มั่นใจต่อกระแสเงินทุนต่างชาติในระลอกนี้ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังเป็นแนว Sideways-to-Sideways-Up ไปสู่กรอบต้านสำคัญ 1,380-1,400 จุด สำหรับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในวันนี้ประกอบด้วย -การเข้าชี้แจงของนายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ กรณีโครงการจำนำข้าว ต่อ ปปช. ซึ่ง MBKET เชื่อว่า นายกฯ รักษาการจะขอผ่อนผันการเข้าชี้แจง ทำให้นักลงทุนยังต้องรอความชัดเจนต่อไป -การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือนก.พ.ของ ธปท. ให้น้ำหนักกับภาคการบริโภค และ ความเชื่อมั่นภาคเอกชน ว่าจะผ่านจุดต่ำสุดหรือไม่ ขณะที่การชุมนุมของกปปส. วันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เชื่อว่าจะคลายความกังวลต่อกรณีการเมือง ทั้งนี้นักลงทุนต้องติดตามการเคลื่อนไหวกระแสเงินทุนต่างชาติ หลังสิ้นสุด Window Dressing พร้อมติดตามการเคลื่อนไหวราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลังราคาขยับขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามยังคงแนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรแบบจำกัดวงเงินในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่อยู่อาศัย ,กลุ่มโรงกลั่น และ พลังงานทางเลือก พร้อมหุ้นขนาดกลางที่มีประเด็นเชิงบวกเฉพาะตัว ฃส่วนกลยุทธ์การลงทุนวันนี้: MBKET แนะนำ "ทยอยสะสม" SCC/ SAMART ขณะที่ บล.กรุงศรี คาดแนวโน้มของตลาดจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 1360-1380 จุด  หุ้นที่เลือกวันนี้มีโอกาสดีดตัว แนะนำซื้อเก็งกำไร INTUCH และ BJC MThai News

หุ้นกลุ่มยานยนต์ ความหวังการส่งออกไทยปีนี้
DELTA /  PCSGH / 

หุ้นกลุ่มยานยนต์ โบรกเกอร์วิเคราะห์ครึ่งปีหลังฟื้นตัวชัดเจน แนะนำลงทุนแบบระยะยาวเป็นรายตัว อาทิ DELTA,PCSGH บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์หุ้นกลุ่มยานยนต์ (Automotive Sector) จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่ากลุ่มยานยนต์ยังเป็นความหวังการส่งออกไทย ซึ่งจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือน มี.ค. 2557 เท่ากับ 181,334 คัน ฟื้นตัวต่อจากเดือนก่อน 5% แต่ยังทรุดลงจากปีก่อน 29% โดยตัวเลข 1.8 แสนคัน ยังเป็นตัวเลขที่ต่ำเมื่อเทียบกับประมาณการ ปี 2557 ของสภาอุตสาหกรรม เท่ากับ 2.4 ล้านคัน หรือ เฉลี่ยต่อเดือนเท่ากับ 2 แสนคัน สำหรับตัวเลข 3 เดือนแรกของปี 2557 ยอดผลิตรถยนต์เท่ากับ 517,492 คัน ติดลบ 28%จากปีก่อน การส่งออกรถยนต์ เดือน มี.ค. โดดเด่น 113,313 คัน : ตัวเลขส่งออกรถยนต์ในเดือน มี.ค. เท่ากับ 113,313 คัน โดยเป็นตัวเลขเดียวที่สามารถเติบโต 17% จากเดือนก่อน และ 9%เทีบปีก่อน เนื่องจากค่ายรถยนต์ต่างๆ หันมาเน้นตลาดส่งออกมากขึ้น เพื่อชดเชยตลาดในประเทศที่หดตัวหลังจากหมดรถยนต์คันแรก สำหรับตัวเลข 3 เดือนแรก มียอดส่งออกรถยนต์เท่ากับ 291,509 คัน เติบโตเล็กน้อย 1%ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน มี.ค. 2557 ฟื้นตัวต่อ 83,983 คัน : ตัวเลขยอดขายรถยนต์ในประเทศ เดือน มี.ค. เท่ากับ 83,983 คัน ฟื้นตัว 17% เทียบเดือนก่อน แต่ยังติดลบจากปีก่อนถึง 47%เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน สำหรับตัวเลข 3 เดือนแรกยอดขายรถยนต์ในประเทศเท่ากับ 224,171 คัน ติดลบ 46%เทียบป่ก่อน คงน้ำหนักการลงทุนแบบสมดุล (Neutral) หรือถือหุ้นไว้ ในมุมมองของเราอุตสาหกรรมรถยนต์จะอยู่บริเวณจุดต่ำสุดในครึ่งปีแรก โดยตัวเลขไตรมาสสองและไตรมาสแรกจะใกล้เคียงกัน แต่จะมีทิศทางที่ฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดการส่งออกรถยนต์จะเท่ากับ 1.2 ล้านคัน (+6%จากปีก่อน) และ ขายในประเทศเท่ากับ 1.1 ล้านคัน (-17%จากปีก่อน) เราคงน้ำหนักการลงทุน Neutral DELTA บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) นักวิเคราะห์ประเมินว่า จะกลับมาขยายตัวในครึ่งปีหลัง 2557 มีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจาก 1.เพาเวอร์ซัพพลายกลุ่มยานยนต์ ภายหลังเพิ่มกำลังการผลิตแล้วเสร็จ 2.ความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งเป็นบวกต่อคำสั่งซื้อเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับอุปกรณ์การแพทย์ กลุ่มโทรคมนาคม ความสำเร็จของการจำหน่ายรถยนต์รุ่นใหม่ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ของ DELTA รวมถึงการขายผลิตภัณฑ์ควบคู่บริการ หรือโซลูชันส์ (45% ของยอดขายรวมมาจากภูมิภาคยุโรป) ในช่วงไตรมาส 2/2557 ของ DELTA ผลการดำเนินงานจะอ่อนตัวเมื่อเทียบรายไตรมาส และเป็นจุดต่ำสุดของปี ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ประมาณการกำไรก่อนรายการพิเศษปี 2557 จะเติบโต 15% จากปี 2556 เป็นระดับ 5,608 ล้านบาท โดยผลประกอบการไตรมาส 1/57 คิดเป็นสัดส่วน 23.6% ส่วนผลประกอบการที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในไตรมาส 2/57 ไม่สนับสนุนการเข้าลงทุนระยะสั้น โดยกำหนดคำแนะนำ “ถือ” เพื่อรอผลการดำเนินงานฟื้นตัวในไตรมาส 3/57 ให้ราคาพื้นฐาน 58.50 บาท บล.ทรีนิตี้แนะนำซื้อเก็งกำไร PCSGH บมจ.พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง กำหนดราคาเหมาะสม Fair ValueอิงPERระดับ10-12เท่า เทียบเท่าค่าเฉลี่ยPERของกลุ่มยานยนต์ โดยคาดยอดขายของPCSGHเติบโตเฉลี่ย5.4%ในช่วง3ปีข้างหน้า (ปี2556-2558)ประสิทธิภาพการทำกำไรโดดเด่นสุดในกลุ่มฯ มีNet Marginสูงเหนือ30%ประสิทธิภาพการทำกำไรที่ดีเยี่ยมผ่านกิจกรรมลดต้นทุน ส่งผลให้อัตรากำไร Gross Margin เฉลี่ยสูงกว่า35%โดดเด่นมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ในตลาดระดับ17% อีกทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากบีโอไอ ทำให้ไม่มีภาระด้านภาษี คาดกำไรสุทธิปรับเพิ่มเป็น32%ในปี2556เป็น32.3%ในปี2558เป็นแรงผลักดันให้ปี2556มีกำไรสุทธิ1,813ล้านบาท และเพิ่มเป็น2,006ล้านบาท ในปี2558แต่ผลจากการเพิ่มทุน จะส่งผลเกิดผลกระทบต่อราคาหุ้น (Dilution Effect) ต่อผลกำไรต่อหุ้น (EPS)ทำให้ผลทั้งปี 2556 เท่ากับ 1.27บาท/หุ้น ลดลง14.3%เทียบปีก่อน แต่จะเพิ่มขึ้น 4.6%เป็น1.33บาท/หุ้น ให้ราคาเหมาะสม 11 บาท Mthai News

สำรวจโบนัส ของขวัญปีใหม่
มนุษย์เงินเดือน /  โบนัส

มติชนรายวัน ประจำวันที่ 22 ธ.ค.2555 ได้เปิดเผยรายงานบริษัทที่ปรึกษาเฮย์กรุ๊ป ที่ได้สำรวจการจ่ายโบนัสขององค์กรชั้นนำในประเทศไทย ซึ่งจะมีการจ่ายโบนัสประจำปี 2555 ในอัตราเฉลี่ย 2.8 เดือน โดยกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะจ่ายโบนัสสูงสุด 3 อันดับแรก ประกอบด้วย - กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก - กลุ่มสาธารณูปโภค และ - กลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งคาดว่าจะจ่ายโบนัส 3.75, 3.53, 3.04 เดือน ตามลำดับ เมื่อสำรวจแยกเป็นรายกลุ่มและรายบริษัทที่มีการจ่ายโบนัสต้องนับว่ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นแชมป์ - ใหญ่โตโยต้า จะอัดโบนัสให้พนักงานถึง 8.5 เดือน - มิตซูบิชิ 7 เดือน บวกเงินเพิ่ม 3 หมื่นบาท - ยามาฮ่า 5 เดือน ฮอนด้า 6 เดือนบวกเงินเพิ่ม - นิสสัน ฟอร์ด มาสด้า จ่าย 4 เดือน - ผู้ผลิตชิ้นส่วน 4 เดือนบวกเงินพิเศษ ด้านอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีก - เครือสหพัฒนพิบูลจ่าย 5 เดือน - โออิชิ กรุ๊ป 2 เดือน - เซ็นทรัลพัฒนา 3.5 เดือน - ซีพีเอฟ 2 เดือน (จ่ายเท่ากันทุกปี) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง - บริษัท ซิโนไทย จ่ายก้อนใหญ่ 10-12 เดือน - อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ เฉลี่ย 1 เดือน - บริษัทพรีบิลท์ 4-6 เดือน - บริษัท ช.การช่าง 3 เดือน - บริษัทยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น 1 เดือน กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ - แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จะจ่ายโบนัสพนักงาน 6-12 เดือน - ศุภาลัย ปกติแบ่งจ่ายโบนัส 2 ครั้ง คือสิ้นปีและเดือนมีนาคมทุกปี ซึ่งในสิ้นปีนี้จะจ่ายราว 1-2 เดือน - พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จ่ายโบนัสเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เฉลี่ย 2-4 เดือน - เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เฉลี่ย 4 เดือน อุตสาหกรรมการสื่อสารและโทรคมนาคม - พีเอสไอ โฮลดิ้ง จ่ายให้ 3-5 เดือน - เอไอเอส 4 เดือน กสท 4 เดือน - ดีแทค 1 เดือน - ทีโอที 1 เดือน กลุ่มสื่อหนังสือพิมพ์ - ไทยรัฐ 4 เดือน - เดลินิวส์ จ่าย 3-4 เดือน - เครือมติชน 2 เดือน - กรุงเทพธุรกิจ 1-2 เดือน - ฐานเศรษฐกิจ 1 เดือน - โพสต์ทูเดย์ 0.5 เดือน กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ค่าเฉลี่ยการจ่ายโบนัสอยู่ที่ 2-3 เดือน ปรับเงินเดือน 5-10% อาทิ - ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) 2-3 เดือน - ฟิลลิป 2 เดือน - เมย์แบงก์กิมเอ็ง ขึ้นเงินเดือน 5-10% - บลจ.กรุงศรีขึ้นเงินเดือนไม่น้อยกว่า 5% กลุ่มคมนาคมขนส่ง - บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จ่าย 7.5 เดือน - การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 5 เดือน - วิทยุการบินแห่งประเทศไทย 4 เดือน บ.ข.ส. 1 เดือน MThai News

เมย์แบงก์ฯ แนะเก็งกำไรช่วงดัชนี 1,390 จุด
scc /  SPCG / 

โบรกเกอร์ ชี้หุ้นไทยแกว่งตัวแคบๆ นักลงทุนชะลอการลงทุนก่อนช่วงหยุดสงกรานต์ แนะเก็งกำไรช่วงดัชนี 1,390 จุด เก็บSPCG และ SCC บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนีจะแกว่งในกรอบแคบระหว่าง 1,388 – 1,400 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง ซึ่งวันศุกร์ (4เม.ย.) ปิดบวก 0.79 จุด มาอยู่ที่ 1,392.01 จุด มูลค่าการซื้อขาย 31,231 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง  461 ล้านบาท สัปดาห์นี้เป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวตลาดหุ้นไทย ทำให้นักลงทุนทั่วไปชะลอการลงทุน อย่างไรก็ตามแกว่งตัวในแดนลบของดัชนีหุ้นในช่วงสั้นเป็นไปอย่างจำกัด หลังการนัดชุมนุมของกลุ่มนปช. วันที่ 5-6 เม.ย. ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้ว่าจะมีความตึงเครียดอีกครั้งในวันที่ 17 เม.ย.เป็นวันที่ศาลรธน.นัดให้นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ มาชี้แจง ก่อนวินิจฉัยกรณีการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนสี ก็ตาม แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่กระแสเงินทุนต่างชาติ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และอัตราการว่างงานสหรัฐฯ เดือนมี.ค. ออกมาต่ำกว่าคาด โอกาสที่เฟดจะชะลอการลดวงเงิน QE ในการประชุมนัดถัดไปมีน้ำหนักมากขึ้น เป็นบวกต่อตลาดหุ้นในเอเชียเกิดใหม่ และตลาดหุ้นไทยภาพกลยุทธ์การลงทุนบล.เมย์แบงก์ ฯ แนะนำเก็งกำไรบางส่วนบริเวณดชนี 1,390 จุด เน้นหุ้นที่ยังมีพื้นฐานดีหรือมูลค่ายังต่ำกว่าตลาด  กลยุทธ์การลงทุนวันนี้บล.เมย์แบงก์ แนะนำ “สะสม” SPCG และ SCC หุ้นเด่นวันนี้ บล.เมย์แบงก์ แนะนำ SPCG คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1ปี 2557 จะเติบโตสูง และเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น ในเบื้องต้น ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 1ปี 2557 ที่ 240 ล้านบาท เพิ่ม152% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่ม21% เทียบไตรมาสก่อน จากการรับรู้รายได้โครงการโซลาร์ฟาร์มเพิ่มอีก 3 แห่ง เป็น 27 แห่งในไตรมาส 1ปี 2557 และโซลาร์ฟาร์มที่เหลืออีก 6 แห่ง จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย. 2557 เป็นต้นไป และส่งผลให้ปี 2557 เป็นปีแรกที่รับรู้รายได้โซลาร์ฟาร์มครบทั้ง 36 แห่งราคาปิด 20.00 บาท ราคาเหมาะสม 22.80 บาท SCC ประเมินว่าราคาหุ้น SCC จะ Outperform หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีได้ในเดือน เม.ย. จากผลประกอบการไตรมาส 1ปี 2557 ที่คาดว่าจะขยายตัวโดดเด่นเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี และเชื่อว่าตลาดจะตอบรับเชิงบวกจากการจัดประชุมก่อนออกผลประกอบการไตรมาส 1ปี 2557  ในวันที่ 21 เม.ย.คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1ปี 2557  จะเติบโตสูงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2556 ที่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงงานปิโตรเคมี จากแรงหนุนของธุรกิจปิโตรเคมีที่ขยายตัว คาดการณ์เงินปันผลปี 2557 หุ้นละ 15.00 บาท คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผล 3.5% ราคาปิด 428.00 บาท ราคาเหมาะสม 500.00 บาท MThai News

IPO /  น้ำมันปาล์มดิบ / 

"วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์"จะขายหุ้น IPO ครั้งแรก 270 ล้านหุ้น และแต่งตั้ง บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯเป็นที่ปรึกษานำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ บมจ.วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์(VPO)ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง)ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก(IPO)จำนวน 270 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 25.23% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยแต่งตั้งบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)(MBKET) และบริษัท เดอะ ควอนท์ กรุ๊ป จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อนำหุ้นของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหมวดธุรกิจการเกษตร วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ ผลพลอยได้ รวมทั้งผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้จากของเสียหรือสิ่งเหลือใช้ จากกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ มีโรงงานจำนวนทั้งสิ้น 2 โรงงาน ที่มีกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพื่อขายในประเทศและส่งออก 180 ตันผลปาล์มทะลายต่อชั่วโมง จัดเป็น 1 ใน 3 ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์ม ดิบรายใหญ่ของประเทศ โดยมีกลุ่มชวนะนันท์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท บริษัทมีนโยบายการจ่ายปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองตามกฎหมาย เงินที่ได้รับจากการระดมทุนครั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะนำไปลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมทั้ง ถือหุ้นในบริษัท วิจิตรภัณฑ์สวนปาล์ม จำกัด(VPP) ผู้ดำเนินธุรกิจปลูกสวนปาล์มน้ำมันเพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทฯ บริษัท วีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (VGE) ผู้ ดำเนินธุรกิจทางด้านพลังงานทดแทนจากของเสียหรือสิ่งเหลือใช้ของ โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ และบริษัท วิจิตภัณฑ์โลจิสติกส์ จำกัด (VBL) ผู้ดำเนินธุรกิจขนส่ง น้ำมันปาล์มดิบ ผลปาล์มทะลาย เมล็ดในปาล์ม น้ำเสียที่บำบัดแล้ว และอื่นๆ โดยถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียน ที่ออกและชำระแล้ว ผลการดำเนินงานในปี 2556 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,238.72 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 3,629.94 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 172.23 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นจาก 105.66 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 66.57 ล้านบาท หรือ 63% MThai News

หุ้นกลุ่มเดินเรือขาขึ้น โบรกฯแนะน่าจับเข้าพอร์ต
BDI /  PSL / 

หุ้นกลุ่ม เดินเรือ ส่งสัญญาณขาขึ้น ภายหลังค่าระวางเรือ หรือค่า(BDI) ขึ้นมาหลายวัน สะท้อนเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว นายจรูญพันธ์ วัฒนวงศ์ นักวิเคราะห์ บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็งวิเคราะห์ หุ้นกลุ่มเดินเรือว่า ดัชนีค่าระวางเรือเทกอง (BDI) ล่าสุด (20 มี.ค.) ดัชนี ค่าระวางเรือ BDI ปิดวันทำการล่าสุดที่ 1,570.00 จุด เพิ่มขึ้น 52.00 จุด เพิ่มขึ้น 3.43%ซึ่งเป็นการไต่ระดับขึ้นของค่า BDI ติดต่อกันหลายวัน โดยนับตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 ค่า BDI ปิดที่ระดับ 1,197.00 จุด ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2557 ปิดที่ 1,391.00 จุด ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่า BDI ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อ 7 วันที่ระดับ 194 จุด หรือเพิ่มขึ้น 16.20% โดยการปรับตัวเพิ่มขึ้นของค่า BDI ในรอบนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน ซึ่งสนับสนุนให้การขนส่งทางทะเลเพิ่มขึ้น3 โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 2 ปี 2557 เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งบมจ. โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์  หรือ TTA ตั้งเป้ารายได้ปี 2557 (สิ้นสุด ก.ย. 57) เติบโต 40% เมื่อเทียบจากปีก่อน ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากดัชนีค่าระวางเรือเทกอง (BDI) ที่ผ่านจุดต่ำสุด ส่วนธุรกิจของ บมจ.พรีเชียส ชิพปิ้ง  PSL ผลประกอบการเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว เพราะได้รับอานิสงส์จากกองเรือที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็น 40 ลำ จาก 22 ลำและอยู่ระหว่างสั่งต่ออีก 16 ลำ เพื่อบรรลุเป็น 56 ลำภายในปี 2559 ดังนั้นขนาดกองเรือที่เพิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กับการฟ้นตัวของอุตสาหกรรม จะทำให้ PSL จะได้ประโยชน์สูงในการฟ้นตัวในรอบนี้ สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2557 กำไรปกติ จะยังใกล้เคียงกับไตรมาส 4 ปี 2556 เนื่องจากค่า BDI เดือนมกราคม ได้รับผลกระทบจากเทศกาลตรุษจีนทำให้มีการชะลอการขนส่ง ส่วนทั้งปี 2557 จะเติบโต จากปี 2556 ทีมีกำไรสุทธิที่ 527.77 ล้านบาท เพราะเชื่อว่า BDI ปี 2557 จะสูง 2,000 จุด เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่ 1,000 จุด เพิ่มขึ้นประมาณ 100%  แนะนำซื้อ 27.25 บาท นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป เผย การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น TTA และ PSL อยู่ระหว่างปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนักลงทุนสามารถเลือกเข้า "เก็งกำไร" ได้ โดย TTA มองแนวรับ 20 บาท และ แนวต้าน 24 บาท ขณะที่ PSL แนวรับที่ 25.50 บาท ส่วนแนวต้าน 30 บาท MThai News

หุ้นไทยยังผันผวนตามปัจจัยการเมืองวุ่นวาย
TMB /  TRUE / 

ฟินันเซียฯ ชี้ตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตัวผันผวน แต่มีโอกาสดีดตัวขึ้นบางช่วง แนะนำให้ซื้อขายสั้นตามรอบ บล.เมย์แบงก์ฯ แนะนำซื้อเก็งกำไร TRUE / TMB กลยุทธ์เด่นวันนี้ บล.ฟินันเซีย ไซรัส วิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตัวผันผวน แต่ก็มีลุ้นเคลื่อนไหวในด้านบวกต่อ ดังนั้นฟินันเซียแนะนำให้ซื้อขายสั้นตามรอบต่อไปได้ โดยเลือกหุ้นซื้อช่วงตลาดอ่อนตัว และควรมองหาจังหวะขายทำกำไรในช่วงบวกไว้ด้วย นอกจากส่วนถือลงทุนถึงจะแนะนำให้เน้นถือต่อเนื่อง เรื่องการเมือง ประชาธิปัตย์ยังไม่ตัดสินใจลงเลือกตั้งจึงต้องจับตาต่อไป ประเด็นสำคัญที่ยังขัดแย้งคือ ปฎิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือ เลือกตั้งก่อนปฎิรูป รวมทั้งการรอผลประชุมเฟดเรื่องมาตรการ QE ในขณะที่โบรกเกอร์ และบลจ.ส่วนใหญ่แนะนำ เล่นกองทุน LTF/RMF พร้อมจับตาการทำบัญชีท้ายปีจากกองทุนดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงความ้สี่ยงในความผันผวนของหุ้น และบางแห่งแนะนำลงทุน กองทุนทรูโกรท หุ้นเด่นวันนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำซื้อเก็งกำไร TRUE / TMB TMB ราคาหุ้นปรับตัวลงถึง -16.5% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เทียบกับ กลุ่มธนาคารที่ -7.9% ขณะที่ผลประกอบการปี 2557 คาดว่าจะเติบโตขึ้น43.2% เทียบปีก่อน  เป็น 8,395 ล้านบาทแนะนำซื้อเก็งกำไร โดยมีเป้าหมายเพื่อขายทำกำไรระยะสั้นที่ 2.50 บาท ซึ่งราคาปิดล่าสุด 2.32 บาท ราคาเหมาะสม 2.55 บาท TRUE ราคาหุ้น ปรับตัวลงถึง -7.7% ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา สูงกว่าหุ้นกลุ่ม ICT ที่ลดลง  5.2% จากความกังวลว่าภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยอาจส่งผลกระทบต่อการจองซื้อหน่วยลงทุน TRUEGIF แต่จากการ Roadshow ของ TRUE เมื่อวานนี้ ทางบริษัทยืนยีนว่าการจัดตั้งกองทุน TRUEGIF และเป็นไปตามเป้าหมาย และภาวะตลาดที่ซบเซาจะไม่ส่งผลกระทบยอดขายแน่นอน ราคาปิด 8.35 บาท ราคาเหมาะสม 14.20 บาท MThai News

โบรกฯชี้ ตลาดหุ้นแกว่งบวก แนะจับตา 3 หุ้นดัง
ตลาดหุ้นไทย /  หุ้นวันนี้ / 

นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งขึ้น ตามตลาดหุ้นภูมิภาคและตลาดหุ้นสหรัฐฯ แนะจับตาปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตาม คือการยกร่างรัฐฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่มีการชะลอออกไป แต่คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้กลางเดือนก.ค.นี้ พร้อมให้กรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ แนวรับ 1,485 จุด และแนวต้าน 1,500-1,505 จุด นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้(4 ก.ค.)น่าจะมีการแกว่งตัวขึ้น เป็นไปตามตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขานรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯออกมาดีเกินคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นดาวน์โจนส์และตลาดหุ้นเยอรมัน ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการ อย่างไรก็ดี วันนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดทำการเนื่องในวันชาติ ด้านปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตามการยกร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งอาจมีการชะลอออกไป แต่คาดว่าจะดำเนินการให้มีการประกาศใช้ช่วงกลางเดือนก.ค.นี้ หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งให้มีการปรับปรุงแก้ไขบางมาตรา พร้อมให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ แนวรับ 1,485 จุด และแนวต้าน 1,500-1,505 จุด หุ้นเด่นวันนี้ -CPN (เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)แนะนำ"ซื้อ"เป้า 57.00 บาท คาดกำไร 2Q57 เติบโต 18% YoY เป็น 1,681 ล้านบาทภายใต้สมมติฐานการทยอยบันทึกกำไรขายเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ราว 40 ล้านบาทต่อไตรมาส อย่างไรก็ดี หากมีการบันทึกกำไรทั้งจำนวนราว 5 พันล้านบาทจะทำให้กำไร 2Q57 สูงเป็นประวัติการณ์ แนวโน้มเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวจากทั้งการที่สามารถปรับค่าเช่าได้ราว 5% ต่อปี และการเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 8 โครงการภายในปี 59 - BBL(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)แนะนำ"ซื้อเก็งกำไร"เป้า 240 บาท คาดกลุ่มแบงก์ยัง Outperform ตลาดต่อได้ จากการไหลเข้าของกระแสเงินทุนต่างชาติ และได้ Sentiment บวก หลังวานนี้ ECB ประกาศโครงการ TLTROs รอบใหม่วงเงิน 1 ล้านล้านยูโร เพื่อปล่อยกู้ให้สถาบันการเงินนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจ และคาดส่งผลบวกให้เกิดการทำ Euro Carry Trade เพื่อลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และคาดกำไร 2Q57 ที่ 10,250 ล้านบาท เติบโต +4% qoq และแนวโน้มกำไรสุทธิ 2H57 จะสูงกว่า 1H57 ตามการเติบโตของการปล่อยสินเชื่อใน 2H57 Valuation ยังค่อนข้างถูก โดยซื้อขายระดับ PBV 2557 เพียง 1.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่ 1.5 เท่า - BLAND(เคจีไอ)แนะนำ"เก็งกำไร"เป้า 2.37 คาดจัดตั้งกอง REIT ได้ภายในปีนี้ (คาดบันทึกกำไรพิเศษราว 2-3 พันล้านบาท) และมีโอกาสซื้อหุ้นคืน ทั้งนี้ราคาหุ้นยังต่ำ Book Value ที่ 2.32 บาท แนวรับ 1.88 บาท แนวต้าน 1.95 บาท ถัดไป 2.0 บาท (ขายถ้าหลุด 1.88 บาท) ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. SET เปิดบวก 5.04 จุด ยืนที่ 1,498.25 จุด เปลี่ยนแปลง +0.34% มูลค่าการซื้อขาย 1,614.31 ล้านบาท ดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,498.60 จุด ดัชนีต่ำสุดอยู่ที่ 1,497.90 จุด MThai News

MBKET วิเคราะห์ 4 แนวทางคดีโยกถวิล ชี้ อนาคตหุ้นไทย
คดีโยกถวิล /  ตลาดหุ้น / 

ซีไอเอ็มบี คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้เหวี่ยงลงตามตลาดต่างประเทศ และปัจจัยการเมืองในประเทศ ด้าน MBKET วิเคราะห์  ผลตัดสิน 4 แนวทาง ชี้อนาคตหุ้นไทย นายเกษม พันธ์รัตนมาลา กรรมการและหัวหน้าส่วนงานวิจัย บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย)กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้(7พ.ค.)มีโอกาสที่จะเหวี่ยงตัวลงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างปรับตัวลงกันถ้วนหน้าตามดาวโจนส์ร่วงแรง อันเนื่องมาจากแรงเทขายหุ้นในกลุ่มอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับปัจจัยการเมืองในประเทศซึ่งวันนี้ต้องจับตาคำวินิจฉัย สถานภาพนายกรัฐมนตรีกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ของศาลรัฐธรรมนูญ และผลสรุปการสอบสวนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตามข้อกล่าวหาละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ในวันพรุ่งนี้(8 พ.ค.)อีกด้วย ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดว่าผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญถึงสถานภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีโอกาสเป็นไปได้ 4 แนวทาง คือ 1.ไม่ขัดต่อกฎหมาย นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ยังคงรักษาการ ตำแหน่งเพื่อรอส่งมอบหน้าที่ 2.ขัดต่อกฎหมาย แต่นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ได้พ้นจากตำแหน่ง ตาม ม. 182 (วรรค 2 การยุบสภา) แล้ว และไม่มีผลต่อครม.ชุดที่พิจารณาการโยกย้าย นายถวิล 3.ขัดต่อกฎหมาย นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งรักษาการ แต่ไม่มีผลผูกพันถึง ครม. ชุดที่พิจารณา ดังนั้น รองนายกฯ ขึ้นรักษาการ แทน 4.ขัดต่อกฎหมาย นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ต้องพันจากตำแหน่งรักษาการ และมีผลต่อครม.ชุดที่พิจารณา ซึ่งจะนำไปสู่สุญญากาศทางการเมือง การนำเสนอ นายกฯ ตามม. 3 ผ่านวุฒิสภา หากผลการพิจารณาเป็นแนวทางที่ 1-3 จะทำให้การเมือง การเลือกตั้ง ยังเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมกับ SET INDEX ที่ฟื้นตัวลักษณะ Technical Rebound สู่แนว 1,415-1,420 จุด แต่หากออกมาเป็นแนวทางที่ 4 คาดว่าตลาดจะแกว่งออกด้านข้าง เพื่อรอภาพการเมือง และการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มนอกสภาฯ ทั้ง กปปส. และ นปช. ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน MBKET แนะนำให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง “เข้าซื้อเก็งกำไรแบบจำกัดวงเงิน” พร้อมระยะหวังผล 10-15 จุด จากผลการวินิจฉัยของศาลฯ เที่ยงวันนี้ MThai News

BTS-TMBบวกสวนตลาดหุ้นหลังเข้ารอบ MSCI
BTS /  MONO / 

หุ้น BTS บวกเพิ่มขึ้น 0.15 บาท อยู่ที่ 9.10 บาท ธนาคารทหารไทย TMB บวกเพิ่มขึ้น 0.04 บาทอยู่ที่ 2.78 บาท ฉลองขึ้น MSCI   บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งแนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์(BTS) ราคาเหมาะสม 12.30 บาท ภายหลังMSCI ประกาศหุ้นเพิ่ม / ลด ในการคำนวณดัชนีเช้านี้ และ BTS เป็น 1 ใน 2 หุ้น ที่ถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี MSCI Thailand โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 26 พ.ย.และเป็นบวกต่อราคาหุ้น เนื่องจากจะส่งผลให้กองทุนต่างชาติที่ลงทุนโดยใช้ดัชนี MSCI Thailand เป็น Benchmark ต้องปรับเพิ่มหุ้น BTS เข้าสู่พอร์ตการลงทุน โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้น BTS ราว 60 ล้าน US$ ในการปรับน้ำหนักดัชนีในรอบนี้ ทั้งนี้หุ้น BTS บวกสวนตลาด 1.68% อยู่ที่ 9.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท เมื่อเวลา 10.06 น.โดยเปิดตลาดที่ 9.10 บาท สูงสุด 9.15 บาท ต่ำสุด 9.05 บาท มูลค่าซื้อขาย 217.81 ล้านบาท ส่วนธนาคารทหารไทย TMB บวก 1.46% อยู่ที่ 2.78 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท โดยเปิดตลาดที่  2.80 บาท สูงสุด 2.82 บาท ต่ำสุด 2.78 บาท มูลค่าซื้อขาย 409.07 ล้านบาท MSCI เป็นดัชนีอ้างอิง (benchmark) ที่จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ลงทุนสถาบันที่ลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกนำมาใช้เป็นมาตรฐานในการวัดผลตอบแทนในการลงทุนของตนเองว่า ได้ผลตอบแทนดีหรือไม่ เมื่อเทียบกับดัชนี MSCI โดยในรอบนี้มีหุ้นเพิ่มขึ้นสู่การคำนวณ MSCI SC Index ได้แก่ ASP, CHG, CKP, CGD, DRT, DSGT, KCE, MBK, MC, MK, MONO, NOK, RS*, TUF*, และ ERW ส่วนหุ้นที่ถูกถอดออก ได้แก่ MALEE และ TK Mthai news

จับตา! หุ้นบ่ายร่วงต่อ หลังภาคเช้าปิดลดลง 11.64 จุด
ตลาดหุ้น /  ตลาดหุ้นไทย / 

บรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพย์ไทยในเช้าวันนี้ (22 ก.ค.) ดัชนีปิดที่ระดับ 1,526.91 จุด ลดลง 11.64 จุด หรือคิดเป็น 0.76% มูลค่าการซื้อขาย 38,372.59 ล้านบาท โดยแตะจุดสูงสุดของช่วงเช้าที่ 1,545.29 จุด และแตะจุดต่ำสุดของช่วงเช้าที่ระดับ 1,518.58 จุด น.ส.มยุรี โชวิกานต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงกว่า 10 จุด ภายหลังจากที่ราคาหุ้น TRUE ปรับตัวลงค่อนข้างมาก ทำให้ Sentiment เสียไป นอกจากนี้ ตลาดหุ้น ยังปรับตัวขึ้นมามากแล้ว การปรับฐานจึงเป็นเรื่องธรรมดา แต่เช้านี้ตลาดบ้านเราปรับตัวลงแรงกว่าตลาดอื่นในกลุ่ม TIP ที่ต่างก็ปรับตัวลงกันถ้วนหน้า ส่วนตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก โดยประเมินว่า หุ้นภาคบ่ายดัชนีน่าจะแกว่งตัวลงต่อ โดยให้แนวรับ 1,520 จุด แนวต้าน 1,530 จุด หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ ADVANC ปิดที่ 208.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,921.72 ลบ. BLAND ปิดที่ 2.12 บาท ลดลง -0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,018.46 ลบ. TRUE ปิดที่ 11.20 บาท ลดลง -0.70 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,017.02 ลบ. CK ปิดที่ 22.90 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,538.74 ลบ. ITD ปิดที่ 5.40 บาท ลดลง -0.05 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,272.67 ลบ. MThai News

ละครเจ้าแม่จำเป็น , เรื่องย่อเจ้าแม่จำเป็น
ป้อง ณวัฒน์ /  ยิปซี คีรติ / 

บทประพันธ์ : ณัฐิยา ศิรกรวิไล บทโทรทัศน์ : กัลยาณมิตร กำกับการแสดง : กิตติ บุญสกุลศักดิ์ ออกอากาศ : จันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น.ทางช่อง 5 ณ สำนักเจ้าแม่มหาลาภไทรทอง เป็นที่ตั้งของสำนักทรงที่ได้รับความนิยมอย่างมากของชาวบ้าน โดยมีร่างทรงคือ กะละแม(คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์) เด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่กับ โต๊ด(เกรียงไกร อุณหะนันท์) น้าของ ติ่ง(ณัฎฐพงษ์ ชาติพงษ์) และพ่อ ตุ้งแช่(ชวิน ลิขิตเจริญพงษ์) แม้ว่าลึกๆ กะละแมจะไม่อยากทำอาชีพที่หลอกลวงชาวบ้าน แต่เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ทำให้กะละแมจำใจต้องทำ เธอจะบอกความจริงกับใครไม่ได้แม้แต่ โทฟู่(รัชย์ณมนทร์ รัชย์จิราธรรม) นักเรียนแพทย์เพื่อนสนิท แต่เธอก็หวังลึกๆ ว่าวันหนึ่งเมื่อโต้ดมีเงินมากพอ เธอจะเลิกเข้าทรงใบ้หวย แล้วไปตั้งใจเรียนต่อตามที่ฝันไว้ ชิณ(ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) หนุ่มนักธุรกิจเจ้าของที่ดิน ต้องการที่จะเปลี่ยนชุมชนให้เป็นห้างสรรพสินค้า เพราะบริษัทคู่แข่งของ จักกาย(กันต์ดนย์ อะคาซาน) เตรียมจะสร้างห้างเช่นกัน ชิณจึงจำเป็นต้องกำจัดกะละแมและสำนักทรงเจ้า เพราะคิดว่าเธอเป็นพวกต้มตุ๋น และเป็นหัวโจกในการต่อต้านการไล่ที่ของเขา ด้านฉายตะวัน(มยุรา เศวตศิลา)ผู้เป็นแม่ของชิณ กลัวว่าลูกชาย จะทำงานจนไม่มีเวลาหาคู่ กิมเอ็ง(ญาณี จงวิสุทธิ์) เพื่อนสนิทที่จ้องจะจับชิณคู่กับมิ้ว(พิชญ์นาฎ สาขากร) ลูกสาวตัวเองเสมอ จึงพาฉายตะวันไปดูหมอที่สำนักทรงของกะละแม ฉายตะวันเลื่อมใสเจ้าแม่ในร่างทรงของกะละแมเป็นอย่างมาก กายเริ่มสนใจในความหยิ่งของกะละแม จึงตีสนิทโทฟู่เพื่อตีซี้กะละแมและยุให้กะละแมทรงเจ้าต่อไป เพื่อที่ชิณจะได้สร้างห้างไม่สำเร็จ แต่กะละแมไม่ยอมรับข้อเสนอของจักกาย วันหนึ่งชิณถูก ก๋อย(แจ็ค แฟนฉัน) ลูกน้องของ ดวง(นิธิชัย ยศอมร-สุนทร) ซึ่งเป็นลูกชายของ เสี่ยนุ้ย(เป็ด เชิญยิ้ม) เจ้ามือหวยรายใหญ่ประจำชุมชน ยกพวกรุมทำร้ายจนชิณบาดเจ็บ กะละแมเลยพา ชิณส่งโรงพยาบาล แต่ชิณเข้าใจผิดคิดว่ากะละแมเป็นคนพาพวกมาทำร้ายตน แต่ภาพวิดีโอวงจรปิดก็ทำให้กะละแมพ้นข้อกล่าวหา ฉายตะวันจึงสั่งให้ชิณขอโทษกะละแม ชิณยังคงเดินหน้าหาทางไล่ที่กะละแมและคนในชุมชนต่อไป โดยงัดไม้ตายจ่ายเงินให้โต้ด 3 ล้านบาทเพื่อให้โต้ดและครอบครัวย้ายออกไป จักกายแอบมาหาโต๊ดและทุ่มเงินกลับถึง 4 ล้านบาท เพื่อให้ทุกคนกลับมาอยู่ในชุมชนอีกครั้ง กะละแมเริ่มสงสัยและคาดคั้นโต้ด จนเค้ารับสารภาพว่ารับเงินมาจากชิณและจักกาย กะละแมจึงเอาเงินทั้งหมดไปคืนชิณและจักกาย ชาวบ้านถูกหวยกันยกซอยอีกครั้งจากการทรงเจ้าใบ้หวยของกะละแม เสี่ยนุ้ยแค้นใจมาก สั่งลูกน้องไปพังบ้านกะละแม จักกายประกาศให้ความช่วยเหลือให้กะละแมและครอบครัวไปอาศัยที่บ้าน พอฉายตะวันรู้เรื่องก็ไปหากะละแมถึงบ้านจักกาย พร้อมทั้งเสนอให้กะละแมและครอบครัวมาอยู่บ้านตน และให้เปิดสำนักทรงในบ้านได้ โต๊ดดีใจรีบตกลงทันที ทำเอามิ้ว และกิมเอ็งถึงกับปรี๊ดแตก เมื่อชิณและกะละแมได้มาอยู่ใกล้ชิดกันต่างก็ทำเป็นไม่สนใจ แต่ลึกๆ ก็หวั่นไหวและมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆ กัน เสี่ยนุ้ยพยายามบังคับให้โต๊ดกลับมาเปิดสำนักร่างทรงและใบ้หวยหลอกให้ชาวบ้านโดนกิน แต่กะละแม ไม่ยอมหลอกชาวบ้านอีกแล้ว ทำให้กะละแมและโต๊ดตัดขาดจากกัน โต๊ดบังคับตุ้งแช่เป็นร่างทรงแทน กะละแม โทฟู่ จักกายและชินจึงปลอมตัวเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง ในที่สุดกะละแม โทฟู่ จักกาย และติ่งก็ร่วมมือกันวางแผนที่จะเปิดโปงทุกอย่าง โดยจัดพิธีทรงเจ้าครั้งใหญ่ที่ในบ้านเสี่ยนุ้ย ทั้งหมดร่วมมือกับตำรวจเพื่อมาจับธุรกิจหวยเถื่อนของเสี่ยนุ้ย แต่กะละแมต้องแลกมาด้วยการถูกประนามหยามเหยียดจากชาวบ้าน ว่าเป็น 18 มงกฎ ในขณะที่ชิณยอมรับแล้วว่ารักกะละแม แต่ฉายตะวันรับไม่ได้และไม่ให้อภัย ชิณจึงจำใจขอพักการเป็นลูกกับ ฉายตะวันชั่วคราวและออกจากบ้านไปตัวเปล่าเพื่อพิสูจน์รักแท้ที่มีต่อผู้หญิงธรรมดาอย่างกะละแม เรื่องราวความรักของทั้งคู่ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายจะลงเอยอย่างไร? และฉายตะวันจะให้อภัยกะละแมหรือไม่? ติดตามได้ใน “เจ้าแม่จำเป็น”ทางช่อง 5 เริ่ม พฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555 นี้ และเต็มอิ่มจุใจ ทางละครออนไลน์ เร็วๆ นี้

ทรูเร่งออกTRUEGIFกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม
TRUEGIF /  กองทุนรวม / 

TRUEGIF กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมรายแรกของไทย เร่งระดมทุนเพื่อเพิ่มเสาโทรคทมนาคม ระบบใยแก้วนำแสงเสาโทรคมนาคม อุปกรณ์สื่อสัญญาณ และระบบบรอดแบนด์ นายนพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น(TRUE) เปิดตัวกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท(TRUEGIF)เป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมรายแรกของไทย โดยลงทุนในเสาโทรคมนาคม ระบบใยแก้วนำแสงและอุปกรณ์สื่อสัญญาณ และระบบบรอดแบนด์ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อสนับสนุนการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน รวมถึงยังเป็นการลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อนของอุปกรณ์พื้นฐานทางด้านโทรคมนาคม ทั้งนี้ กลุ่ม TRUE เป็นผู้สนับสนุนการก่อตั้งกองทุน TRUEGIF โดยเป็นผู้โอนทรัพย์สินและสิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิของสินทรัพย์ของกลุ่ม TRUE ให้แก่กองทุน นอกจากนี้ กลุ่ม TRUE ยังเป็นผู้เช่าและบริหารจัดการหลักในทรัพย์สินโทรคมนาคมของกองทุนและจะเป็นผู้ซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนTRUEGIF ในจำนวนไม่ต่ำกว่า 18% การขายทรัพย์สินให้แก่ TRUEGIF จะทำให้ฐานะการเงินของ TRUE แข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญ โดยหนี้สินสุทธิ ณ เดือน ก.ย.2556 มีหนี้ 105.7พันลบ. ลดลงเป็น 49.2 พันล้านบาท ซึ่งทรูจะนำเงินที่ได้บางส่วนจากการระดมทุนไปชำระหนี้และนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนบริษัท ทั้งนี้TRUEGIF ลงทุนทรัพย์สินครั้งแรกได้แก่ เสาโทรคมนาคม จำนวน 11,845 เสา(สิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิ จำนวน 5,845 เสา และกรรมสิทธิ์ในเสา จำนวน 6,000 เสา), ระบบใยแก้วนำแสงและอุปกรณ์ ระบบสื่อสัญญาณที่เกี่ยวข้อง(FOC)จำนวน 9169 ลิงค์ และใยแก้วนำแสงความยาว 52,362 กม. หรือ 803,090 คอร์กิโลเมตร และระบบบรอดในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด จำนวน 1.2 ล้านพอร์ตเป็นการซื้อกรรมสิทธิ์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  แนะนำซื้อหุ้น TRUE โดยให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 14.20 บาทภายหลังจากที่หนังสือชี้ชวน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท หรือ  TRUEGIF  ขึ้น Website ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้วเสนอขายหน่วยลงทุนในวันที่ 11-12 ธันวาคม 2556 นี้ เรื่องผลตอบแทนจากการลงทุนที่ คาดว่าจะอยู่ที่ 7.0-8.5% กองทุนตั้งเป้าหมายมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 6-8 หมื่นล้านบาท โดย TRUE จะถือหุ้น 18% โดยมี เครดิต สวิส และธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นผู้ประสานงานร่วมในการ เสนอขายกองทุน TRUEGIF ในระดับโลก และเป็นนายทะเบียน ร่วมกับแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ และยูบีเอส ขณะที่สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด เป็นผู้นำการจัดจำหน่าย MThai News

โบรเกอร์เห็นต่างหุ้นไทยบวกหรือลบ
JAS /  PTTGC / 

โบรกเกอร์ เห็นต่างหุ้นไทยวันนี้ ใีทั้งมองหุ้นบวก ลบ และ ผันผวน พร้อมแนะนำลงทุน PTTGC,TMB, และ๋๋๋JAS นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย)  เผย แนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (3 กพ.) ว่า คาดดัชนีหุ้นบวกปานกลาง โดยแม้ว่าหุ้นสหรัฐฯ และเอเชียเช้านี้ลดลง จากความกังวลต่อเศรษฐกิจและค่าเงินตลาดเกิดใหม่ แต่หุ้นไทยน่าจะมีปัจจัยหนุนจากการเลือกตั้งเมื่อวาน ซึ่งไม่มีความรุนแรง ส่วนประเด็นที่ว่าคนไปใช้สิทธิ์น้อย และการรณรงค์ไม่เลือกตั้ง ส่งผลให้ไม่สามารถเปิดสภาฯ ได้นั้น คาดว่าตลาดรับรู้ไปก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ดีดัชนีหุ้นจะยังผันผวนสูง เพราะการเมืองยังคงไม่มีทางออก นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี เผย ดัชนีตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาส แกว่งตัวในกรอบแคบๆ โดยมองแนวโน้มไปทางด้านติดลบอยู่ ถึงแม้ว่าเมื่อวานนี้การเลือกตั้งจะไม่เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถหาทางออกได้ และยังไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ ปัจจัยต่างประเทศ ธนาคารกลางสหรัฐ(FOMC) มีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE)ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ จึงมีแนวโน้มที่เงินทุนต่างประเทศอาจจะไหลออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดว่าดัชนีหุ้นยังผันผวนในกรอบแคบๆ แต่อาจรีบาวด์ได้ในช่วงสั้น หลังการเลือกตั้งวานนี้เป็นไปด้วยความสงบ โดยทางแกนนำกปปส.มีมติให้ยุบเวทีบางแห่งทำให้ความตึงเครียดลดน้อยลง ขณะที่การเปิดลงคะแนนเสียงได้  คิดเป็น 89.2% ของการเลือกตั้ง ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ สส.ครบ 95% จับตาการการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ต่อไป ปัจจัยเศรษฐกิจวันนี้มีประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของไทย ซึ่งมาคมนักวิเคราะห์คาดว่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.76% จาก 1.67% ในเดือนก่อน รวมถึงดัชนี PMI ภาคบริการจีน เดือนมกราคมที่ประกาศออกมาเมื่อวันเสาร์อ่อนตัวลงมาที่ 50.5 จาก 51 ในเดือนธันวาคมแต่ให้กรอบดัชนีวันนี้ที่ 1250 - 1290 จุด หุ้นเด่นวันนี้ PTTGC บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำซื้อ  คาดกำไรจากการดำเนินงานมีกำไรสุทธิทั้งปี 2556 ลดลง 2% จากปี 2555 แต่ประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ที่คาดเพิ่ม 15% จากอัตราผลกำไร (margin) ที่ดีขึ้นของสินค้าสายโอเลฟินส์ และการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นหลังขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตในปีก่อน แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 80 บาทจาก 90 บาท ล้อกับ PE ของภูมิภาคที่ลดลง  TMB บล.เคเคเทรด แนะนำซื้อ เป้าหมาย 2.70 บาท ปัจจัยกดดันราคาหุ้นระยะสั้นจบลงแล้ว หลังธนาคารออกมาระบุว่าไม่ได้เข้าร่วมประมูลสินเชื่อให้กับโครงการรับจำนำข้าว ขณะที่ในเชิงพื้นฐานประเมินว่า TMB จะมีกำไรสุทธิในปี 2557 เพิ่มขึ้น 39% จากปี 2556 ถือว่าโดดเด่นมากเพราะสูงที่สุดในกลุ่มฯที่โดยเฉลี่ยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 4% จุดเด่นที่สำคัญของ TMB คือ สามารถในการรับความเสี่ยงที่อาจจะเพิ่มขึ้นในอนาคต จากระดับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่อยู่ในระดับสูงราว 16% โดยเป็นกองทุนขั้นที่ 1หรือ Tier 1 ราว 10% JAS บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ แนะนำทยอยสะสมราคาเป้าหมาย 9 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 4 ปี 2556 ขยายตัวทั้งรายปีและรายไตรมาส ตามการเติบโตของจำนวนลูกค้าใหม่ในธุรกิจ Broadband และการรุกขยายเข้าสู่ตลาดบนผ่านการให้บริการ FTTX โดยเบื้องต้นคาดการณ์กำไรปกติ ไตรมาส 4 ปี 2556ที่  800 ล้านบาท และราคาหุ้นมีโอกาสเพิ่มขึ้น จากแผนการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่อยู่ระหว่างศึกษา และคาดว่าจะมีความคืบหน้าในครึ่งปีแรก พร้อมคาดกำไรปกติปี 2557 จะเติบโต +20.2% yoy เป็น 3,872 ล้านบาท  MThai News

บัวหลวงชี้หุ้นไทยดีดกลับสัปดาห์หน้าเป้าหมาย 1400 จุด
Dtac /  KBANK / 

บล.บัวหลวง วิเคราะห์สัปดาห์หน้า หุ้นไทยเริ่มกลับมาบวกวันอังคาร ลุ้นดัชนี 1400 จุด ขณะที่  Morgan Stanley ยังหวั่นการเมืองไทย กลยุทธ์วันนี้ บล.บัวหลวง วิเคราะห์ว่า เมื่อวาน (19 ธ.ค. 2556)  ตลาดหุ้นไทยซึมลงผิดคาด หุ้นปิดตลาดลดลง 3.23 จุด มาอยู่ที่1,346.63 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 25,816.38 ล้านบาท อย่างไรก็ตามคาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะเหนือแนวรับ(จุดต่ำสุด) 1,340 จุด ซึ่งถ้าวันนี้ยังปิดเหนือ 1,340 จุด โดยในสัปดาห์หน้า หุ้นไทยบวกในช่วงบ่ายวันอังคารเป็นอย่างช้า และจะดีดกลับขึ้นมาในช่วงที่เหลือของัปดาห์ กลยุทธ์ใครที่ซื้อเล่นระยะสั้น แนะนำเริ่มขายเพื่อทำกำไร และซื้อเมื่อตลาดกลับมาบวก  ถึงสิ้นปีคาดกรอบ แนวรับ(จุดต่ำสุด) 1350/1330 ต้าน(จุดสูงสุด) 1400 จุด (แนวต้านทางเทคนิคปรับลง หลังดัชนีฯหลุด 1350 จุด  สถาบันการเงิน Morgan Stanley  คาดว่าถ้าการเมืองไทย คลี่คลายหุ้นไทยจะกลับไปแถว 1,450 จุด ส่วนกรณีแย่สุดคาดหุ้นไทยผันผวนลงมาราว 25% ทั้งนี้ชี้ว่ากลุ่มธนาคารควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุน โดยสินเชื่อสุทธิรวมในกลุ่ม 9 ธนาคารใหญ่เติบโต 1.3% เทียบเดือนก่อน สำหรับเดือนพ.ย. เติบโต 8.1% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน และเติบโต 9.5% เทีนบกับปีก่อนทั้งนี้ธนาคาร TMB  BBL  KBANK  SCB  TISCO และ KKP รายงานสินเชื่อขยายตัวสูงสุดในเดือนพ.ย. จากสินเชื่อบรรษัทและสินเชื่อ SME ซึ่งยังเติบโตต่อเนื่องถึงปี 2557 บล.บัวหลวงแนะนำ เพิ่มน้ำหนักการลงทุน สำหรับกลุ่มธนาคาร โดยขอแนะนำ KBANK และ SCB หุ้นเด่นวันนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง DTAC     บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น แนะนำซื้อ ราคาปิดล่าสุด 99.25 บาทราคาเป้าหมาย 130.00 บาท/หุ้น TTA    บมจ. โทรีเซนไทย   แนะนำซื้อ ราคาปิดล่าสุด 17.10 บาท ราคาเป้าหมาย 24.00 บาท MThai News

บล.เมย์แบงก์ฯชี้ช่องลงทุนหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
CK /  ITD / 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ฟันธงหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างราคาถูก เหตุวิกฤตการเมืองกดดันราคา แต่หุ้นอนาคตไกล จับตา CK, ITD และ STEC อนาคตไกลงานล้านมือ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์ว่า กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เผชิญวิกฤตการเมือง ทำให้ราคาหุ้นได้ทรุดลงอย่างหนัก ซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/BV หรือ ราคาหุ้นปัจจุบัน / มุลค่าทางบัญชี และ P/E ก็ต่ำ หรือ(ราคาหุ้นต่อกำไรต่อหุ้นต่ำ) หุ้น CK มีค่า P/BV ที่ 1.38 เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 1.83 เท่า หุ้น ITD มีค่า P/BV ที่ 1.41 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 1.61 เท่า  หุ้น STEC มีค่า P/E 10.82 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 21.72 เท่า ดังนั้น หุ้นในกลุ่มรับเหมานับว่าทรุดลงหนักจนมีราคาที่ถูก อีกทั้งปีนี้จะมีประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม และสนามบินสุวรรณภูมิมีส่วนต่อขยาย ซึ่ง MRTA ได้ประกาศเชิญชวนประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม หมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต หลังครม.ได้อนุมัติโครงการนี้เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2556 และ บอร์ด MRTA ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2556 โดยจะเปิดขายเอกสารประกวดราคา 2-15 ม.ค. 2557 และ ยื่นประมูลในวันที่ 11 เม.ย.  มีทั้งหมด 4 สัญญา รวม 2.9 หมื่นล้านบาท และ ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่าโครงการ 6.2 หมื่นล้าน ซึ่ง ครม. ได้อนุมัติตั้งแต่ปี 2553 ปัจจุบันทางสนามบินฯกำลังอยู่ในช่วงของการออกแบบ โดยมีกำหนดจะเปิดในปี 2560 ดังนั้น คาดจะมีการเปิดประมูลได้ในไครมาส 3 ปี2557 นี้ สำหรับงานในมือ (Backlog) กลุ่มก่อสร้างสูงรองรับรายได้ 2-4 ปี  แต่บล.เมย์แบงก์ฯปรับประมาณการลง งานในมือ (Backlog) ของหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างสูงทำสถิติใหม่ คือ CK มีงานในมือ 1.4 แสนล้านบาท หรือเท่ากับรายได้ 4 ปีข้างหน้า  ITD มีงานในมือ 2 แสนล้านบาท (ไม่รวมโครงการน้ำ) รองรับรายได้ 4-5 ปี  STEC มีงานในมือ 5.6 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้ 2 ปี รวมถึง NWR มีงานในมือ 1.1 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้ 1 ปีเศษๆ  อย่างไรก็ตามเราได้ปรับประมาณการกำไรลดลง เพื่อสะท้อนปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองที่จะมีผลกระทบต่อโครงการต่างๆมีความล่าช้า  รวมถึงเราปรับราคาเป้าหมายลดลงโดยให้ซื้อขาย P/E และ P/BV ที่ต่ำลง  อย่างไรก็ตามเราคาดกำไรปกติปี 2557 จะยังเติบโต ราคาหุ้นถูก  แต่การเมืองยังไร้ทางออกจึงกดดันต่อ: ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างงานด้านโยธาหลักๆ คือ CK, ITD, STEC ปัจจุบันโดยพิจารณาเทียบกับ P/BV และ PE มีราคาที่ถูกอย่างมาก คือ ซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ย  แต่สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันยังไร้ทางออก จะยังส่งผลด้านลบต่อหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง  ถ้าสถานการณ์การเมืองผ่อนคลาย คาดว่าจะเห็นราคาดีดกลับอย่างรุนแรงเช่นกัน เพราะ หุ้นกลุ่มนี้มีงานในมือ และ กำไรดีขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต  รวมแล้วให้น้ำหนักการลงทุนแบค่อยเป็นค่อยไป MThai News

การเมืองเดือด!! ฉุดหุ้นร่วงเกือบ 20 จุด
กกต /  หุ้นร่วง / 

เลือกตั้งล่วงหน้าเดือด ฉุดตลาดหุ้นไทยร่วงเกือบ 20 จุด ดัชนีหลุด 1300 จุดอีกแล้ว โบรก แนะ จับตาเจรจาเลื่อนเลือกตั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เปิดตลาดหุ้นไทยวันนี้ (27 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีร่วงลงทันที่ 18.95 จุด มายืนที่ 1,295.68 จุด เปลี่ยนแปลง -1.44% มูลค่าการซื้อขาย 2,158.26 ล้านบาท ทั้งนี้ นักวิเคาระห์ ระบุว่า บรรยากาศหุ้นไทยที่ร่วงลงนี้ เป็นไปตามเป็นไปตามทิศทางตลาดต่างประเทศที่กังวลค่าเงินในเอเชีย และปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศที่เกิดปัญหาความวุ่นวายในวันเลือกตั้งล่วงหน้าวานนี้(26 ม.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการคัดค้านการเลือกตั้ง ดังนั้นนักลงทุนจึงขายเพื่อลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะให้รอดูผลการเจรจาระหว่างนายกรัฐมนตรี กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ในวันพรุ่งนี้(28 ม.ค.)ว่าจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่ หากมีการเลื่อนเลือกตั้งก็จะทำให้ตลาดรีบาวด์ได้บ้าง แต่ถ้าไม่เลื่อนก็จะเกิดความกังวลตามมา MThai news

เมย์แบงก์ฯจับตาการเมืองยังฉุดตลาดหุ้นเป็นลบ
BLAND /  KCE / 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ชี้ปัจจัยลบตลาดหุ้นต่อเื่นื่องวันที่ 6 ระยะสั้นควรเลี่ยง เน้นลงทุนระยะกลางถึงยาว กลยุทธ์เด่นวันนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์และคงน้ำหนักการลงทุนเป็นลบติดต่อกันเป็นวันที่ 6 โดยดัชนีหุ้นยังแกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง 1,360-1,375 จุด เพราะการเมืองยังคงเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดหุ้นไทย ด้านต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 14 อีก 3,517 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนยังคงกังวลต่อการชะลอ QE โดยการซื้อขาย (11 ธ.ค. 2556)มีแรงเก็งกำไรในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมีเด่น เมื่อเศรษฐกิจจีน และสหรัฐฯ ส่งสัญญาณบวก ขณะที่กลุ่ม ICT ถูกลดน้ำหนักอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะ ADVANC – INTUCH ปิด ณ สิ้นวัน ดัชนีหุ้นบวกเพียง 1.93 จุด มาอยู่ที่ 1,369.35 จุด มูลค่าการซื้อขายเพียง 26,002 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าต่างชาติจะยังคงขายสุทธิ ซึ่งน่าจะเป็นสัปดาห์สุดท้าย ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า มูลค่าการซื้อขายเบาบาง หุ้นหลักในกลุ่ม Domestic Play หรือที่มีรายได้หลักในประเทศ ยังคงเป็นเป้าหมายของการลดน้ำหนักการลงทุนของต่างชาติเป็นสำคัญ ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยขาดปัจจัยบวกใหม่เข้าหนุนการลงทุนในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า แม้ว่ากกต.จะกำหนดวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 กว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่ง และเริ่มบริหารประเทศอย่างเร็วที่สุด เดือนเม.ย. นั่นย่อมเท่ากับ เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4ปีนี้ถึงไตรมาส 1 ปีหน้า จะอ่อนแอและเปราะบาง นักลงทุนระยะกลางถึงยาว MBKET แนะนำให้เริ่มทยอยสะสมหุ้นหลักอีกครั้งบริเวณ 1,320-1,330 จุดลงไป หุ้นที่น่าเก็บที่สุดในปี 2557 ของทีมกลยุทธ์เมย์แบงก์ ได้แก่ BLAND / KCE / KTB / TPIPL/ TRUE / TTA/ TUF โดยประเมินจากความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน หุ้นเด่นวันนี้ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) แนะนำซื้อ TTA บมจ.โทรีเซนไทย เอเจนซี่ ราคาเป้าหมาย19.70 บาท และซื้อเก็งกำไร SMT บมจ.สตาร์ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) ราคาเป้าหมาย 7.55 บาท MThai News

โบรกฯ คาดหุ้นไทยวันนี้พักฐานก่อนหยุดยาว
ดัชนีตลาดหุ้นไทย /  ตลาดหุ้นไทยวันนี้ / 

นักวิเคราะห์ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสพักฐานก่อนวันหยุดยาว โดยดัชนีฯจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ระดับ 1,515-1,525 จุด บล.ธนชาต วิเคราะห์ว่า แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยวันนี้จะ “พักฐาน” ในกรอบ 1,515-1,525 จุด ก่อนหยุดยาว รวมไปถึงแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครน และอิรัก อย่างไรก็ตามในสัปดาห์ต่อไป คาดว่าจะมีเม็ดเงินใหม่จากกองทุน Trigger Fund มาช่วยหนุนดัชนีฯ ให้สามารถยืนที่ระดับ 1,570-1,600 จุด  ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าได้ ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันสุดท้ายของสัปดาห์ ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว ดัชนีฯหุ้นไทยจะแกว่งในกรอบแคบ พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุน แนะนำหุ้นขนาดกลาง และกลุ่มพลังงานทางเลือก ที่ยังมีแนวโน้มขยับตัวได้ดี MThai News