กิมเอ็ง

เมย์แบงก์ฯ แนะเก็งกำไรช่วงดัชนี 1,390 จุด
scc /  SPCG / 

โบรกเกอร์ ชี้หุ้นไทยแกว่งตัวแคบๆ นักลงทุนชะลอการลงทุนก่อนช่วงหยุดสงกรานต์ แนะเก็งกำไรช่วงดัชนี 1,390 จุด เก็บSPCG และ SCC บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนีจะแกว่งในกรอบแคบระหว่าง 1,388 – 1,400 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง ซึ่งวันศุกร์ (4เม.ย.) ปิดบวก 0.79 จุด มาอยู่ที่ 1,392.01 จุด มูลค่าการซื้อขาย 31,231 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง  461 ล้านบาท สัปดาห์นี้เป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวตลาดหุ้นไทย ทำให้นักลงทุนทั่วไปชะลอการลงทุน อย่างไรก็ตามแกว่งตัวในแดนลบของดัชนีหุ้นในช่วงสั้นเป็นไปอย่างจำกัด หลังการนัดชุมนุมของกลุ่มนปช. วันที่ 5-6 เม.ย. ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้ว่าจะมีความตึงเครียดอีกครั้งในวันที่ 17 เม.ย.เป็นวันที่ศาลรธน.นัดให้นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ มาชี้แจง ก่อนวินิจฉัยกรณีการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนสี ก็ตาม แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่กระแสเงินทุนต่างชาติ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และอัตราการว่างงานสหรัฐฯ เดือนมี.ค. ออกมาต่ำกว่าคาด โอกาสที่เฟดจะชะลอการลดวงเงิน QE ในการประชุมนัดถัดไปมีน้ำหนักมากขึ้น เป็นบวกต่อตลาดหุ้นในเอเชียเกิดใหม่ และตลาดหุ้นไทยภาพกลยุทธ์การลงทุนบล.เมย์แบงก์ ฯ แนะนำเก็งกำไรบางส่วนบริเวณดชนี 1,390 จุด เน้นหุ้นที่ยังมีพื้นฐานดีหรือมูลค่ายังต่ำกว่าตลาด  กลยุทธ์การลงทุนวันนี้บล.เมย์แบงก์ แนะนำ “สะสม” SPCG และ SCC หุ้นเด่นวันนี้ บล.เมย์แบงก์ แนะนำ SPCG คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1ปี 2557 จะเติบโตสูง และเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น ในเบื้องต้น ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 1ปี 2557 ที่ 240 ล้านบาท เพิ่ม152% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่ม21% เทียบไตรมาสก่อน จากการรับรู้รายได้โครงการโซลาร์ฟาร์มเพิ่มอีก 3 แห่ง เป็น 27 แห่งในไตรมาส 1ปี 2557 และโซลาร์ฟาร์มที่เหลืออีก 6 แห่ง จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย. 2557 เป็นต้นไป และส่งผลให้ปี 2557 เป็นปีแรกที่รับรู้รายได้โซลาร์ฟาร์มครบทั้ง 36 แห่งราคาปิด 20.00 บาท ราคาเหมาะสม 22.80 บาท SCC ประเมินว่าราคาหุ้น SCC จะ Outperform หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีได้ในเดือน เม.ย. จากผลประกอบการไตรมาส 1ปี 2557 ที่คาดว่าจะขยายตัวโดดเด่นเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี และเชื่อว่าตลาดจะตอบรับเชิงบวกจากการจัดประชุมก่อนออกผลประกอบการไตรมาส 1ปี 2557  ในวันที่ 21 เม.ย.คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1ปี 2557  จะเติบโตสูงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2556 ที่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงงานปิโตรเคมี จากแรงหนุนของธุรกิจปิโตรเคมีที่ขยายตัว คาดการณ์เงินปันผลปี 2557 หุ้นละ 15.00 บาท คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผล 3.5% ราคาปิด 428.00 บาท ราคาเหมาะสม 500.00 บาท MThai News

จับตา! หุ้นบ่ายร่วงต่อ หลังภาคเช้าปิดลดลง 11.64 จุด
ตลาดหุ้น /  ตลาดหุ้นไทย / 

บรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพย์ไทยในเช้าวันนี้ (22 ก.ค.) ดัชนีปิดที่ระดับ 1,526.91 จุด ลดลง 11.64 จุด หรือคิดเป็น 0.76% มูลค่าการซื้อขาย 38,372.59 ล้านบาท โดยแตะจุดสูงสุดของช่วงเช้าที่ 1,545.29 จุด และแตะจุดต่ำสุดของช่วงเช้าที่ระดับ 1,518.58 จุด น.ส.มยุรี โชวิกานต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงกว่า 10 จุด ภายหลังจากที่ราคาหุ้น TRUE ปรับตัวลงค่อนข้างมาก ทำให้ Sentiment เสียไป นอกจากนี้ ตลาดหุ้น ยังปรับตัวขึ้นมามากแล้ว การปรับฐานจึงเป็นเรื่องธรรมดา แต่เช้านี้ตลาดบ้านเราปรับตัวลงแรงกว่าตลาดอื่นในกลุ่ม TIP ที่ต่างก็ปรับตัวลงกันถ้วนหน้า ส่วนตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก โดยประเมินว่า หุ้นภาคบ่ายดัชนีน่าจะแกว่งตัวลงต่อ โดยให้แนวรับ 1,520 จุด แนวต้าน 1,530 จุด หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ ADVANC ปิดที่ 208.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,921.72 ลบ. BLAND ปิดที่ 2.12 บาท ลดลง -0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,018.46 ลบ. TRUE ปิดที่ 11.20 บาท ลดลง -0.70 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,017.02 ลบ. CK ปิดที่ 22.90 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,538.74 ลบ. ITD ปิดที่ 5.40 บาท ลดลง -0.05 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,272.67 ลบ. MThai News

เมย์แบงก์ฯมองหุ้นไทยเป็นบวก
ICT /  KTB / 

เมย์แบงก์ ปรับมุมมองหุ้นไทยเป็นบวก แม้การเมืองยังแรง แนะซื้อหุ้น TRUE  และ KTB จับตากลุ่ม ICT กลยุทธ์สำคัญวันนี้ (18พ.ย.2556) บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งวิเคราะห์ตลาดหุ้นไทย ปรับมุมมองต่อการลงทุนขึ้นเป็นบวกวันแรกในรอบ 10 วันทำการ หลังการชุมนุมในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างเรียบร้อย แม้ว่าจะมีการยกระดับ การชุมนุม และเพิ่มมาตรการอารยะขัดขืนด้วยการ ร่วมยื่นถอดถอน ส.ส. 310 รายที่รับรอง ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยไม่สนับสนุนสินค้า – บริการของกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และ เสนอให้ หน่วยงานราชการหยุดงาน ซึ่งกระแสการเข้าร่วมผ่อนคลายลง เมื่อเทียบกับช่วงแรกของการต่อต้าน สำหรับปัจจัยสำคัญวันนี้ ติดตามตัวเลข GDP ในไตรมาส 3 ของไทย โดยBloomberg คาดว่าเติบโต 1.5% เทียบไตรมาสก่อน เป็นการฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส พร้อมติดตามการประชุมสว. ต่อการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท วาระที่ 2 ซึ่งจะเป็นตัวต่อยอดสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำซื้อเก็งกำไรหุ้น TRUE  และ KTB และจับตาดูกลุ่ม ICT MThai News

โบรกเกอร์แนะเลี่ยงลงทุนสุดสัปดาห์
SPALI /  THCOM / 

เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ฟันธงหุ้นวันสุดท้ายของสัปดาห์ซึมยาว เหตุการเมืองไม่นิ่ง และต่างชาติเทขายต่อ เคเคเทรด แนะนำซื้อหุ้นSPALI ,THCOM ดัชนีหุ้นเมื่อวาน  (12 ธ.ค. 2556) ปิดลบเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ โดยปรับตัวลง 13.14 จุดมาอยู่ที่ 1,356.21 จุด มูลค่าการซื้อขายเพียง 27,098 ล้านบาท ด้านต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 15 อีก 3,528 ล้านบาท กลยุทธ์วันนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ให้น้ำหนักการลงทุนเป็นลบ ติดกันเป็นวันที่ 7 ประเด็นการเมืองที่ยังคงต้องติดตามต่อไป ล่าสุด 4 องค์กรหลัก ไม่ว่าจะเป็น กปปส., รัฐบาลรักษาการณ์, กองทัพ หรือ ภาคเอกชน ต่างเสนอเป็นตัวกลางในการจัดตั้งเวทีเสวนา เพื่อผ่าทางตันทางการเมือง ขณะที่รัฐบาลฯ เสนอให้มีเวทีฯ ดังกล่าว แต่ยังคงเดินหน้าเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ. 2557 พร้อมนำข้อเสนอต่างๆ มาพิจารณาหลังการเลือกตั้ง ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสซึมลงสู่แนว 1,350 จุด หรือต่ำกว่าเล็กน้อย เพราะเป็นผลของการซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์ นักลงทุนต่างชาติลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยต่อในวันนี้(13 ธ.ค. 2556) บวกกับความไม่ชัดเจนทางการเมือง ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงชะลอการลงทุน นักลงทุนระยะกลางถึงยาว ดัชนีหุ้นบริเวณ 1,320-1,330 จุด แต่คิดว่าจะไม่หลุดดัชนี1,300 จุด ระยะนี้หุ้นยังคงผันผวน  นะนำให้เริ่มทยอยสะสมหุ้นหลักอีกครั้งบริเวณดัชนีหุ้น 1,320-1,330 จุดลงไป หุ้น น่าเก็บ ในปี 2557 ของทีมกลยุทธ์ MBKET คือ “BKT” รวมถึง BLAND / KCE / KTB / TPIPL/ TRUE / TTA/ TUF หุ้นเด่นวันนี้ บล.เคเคเทรด แนะนำซื้อ คือ SPALI รายได้ในปี 2557 มีงานในมือรอรับรู้รายได้แล้ว 1.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 84% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าอุตสาหกรรม ขณะที่งานมืออีก 1.3 หมื่นล้านบาท จะสามารถบันทึกรายได้ต่อเนื่องในปี 2558 นอกจากนี้ SPALI ความสามารถในการทำกำไรทำได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ขณะที่เราคาดว่าบริษัทจะสามารถจ่ายปันผลของผลประกอบการในครึ่งปีหลังปี 2556 ได้ราว 50 สตางค์ต่อหุ้น ซึ่งให้ผลตอบแทนเงินปันผล 3.3%ประเมินมูลค่าเหมาะสมไว้ที่ 22.40 บาท THCOM  นอกจากปัจจัยหนุนในระยะสั้นจากถูกปรับเข้าคำนวณในดัชนี SET50 แล้ว และการที่เราประเมินว่าบริษัทจะมีกำไรจากธุรกิจปกติใน 4Q56 ออกมาดีที่สุดของปีที่ 390 ล้านบาท ซึ่งจากส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2556 ขยับขึ้นจาก 174 ล้านบาทในปี 2555 มาอยู่ที่ 1.34 พันล้านบาทแล้ว ผลจากการบันทึกรายได้จากดาวเทียมไทยคม 6 เข้ามาเต็มปี คาดว่าจะส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2557 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 34% เทียบปีก่อน  ประเมินมูลค่าเหมาะสมไว้ที่ 42 บาท MThai News

IPO /  น้ำมันปาล์มดิบ / 

"วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์"จะขายหุ้น IPO ครั้งแรก 270 ล้านหุ้น และแต่งตั้ง บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯเป็นที่ปรึกษานำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ บมจ.วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์(VPO)ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง)ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก(IPO)จำนวน 270 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 25.23% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยแต่งตั้งบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)(MBKET) และบริษัท เดอะ ควอนท์ กรุ๊ป จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อนำหุ้นของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหมวดธุรกิจการเกษตร วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ ผลพลอยได้ รวมทั้งผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้จากของเสียหรือสิ่งเหลือใช้ จากกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ มีโรงงานจำนวนทั้งสิ้น 2 โรงงาน ที่มีกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพื่อขายในประเทศและส่งออก 180 ตันผลปาล์มทะลายต่อชั่วโมง จัดเป็น 1 ใน 3 ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์ม ดิบรายใหญ่ของประเทศ โดยมีกลุ่มชวนะนันท์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท บริษัทมีนโยบายการจ่ายปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองตามกฎหมาย เงินที่ได้รับจากการระดมทุนครั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะนำไปลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมทั้ง ถือหุ้นในบริษัท วิจิตรภัณฑ์สวนปาล์ม จำกัด(VPP) ผู้ดำเนินธุรกิจปลูกสวนปาล์มน้ำมันเพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทฯ บริษัท วีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (VGE) ผู้ ดำเนินธุรกิจทางด้านพลังงานทดแทนจากของเสียหรือสิ่งเหลือใช้ของ โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ และบริษัท วิจิตภัณฑ์โลจิสติกส์ จำกัด (VBL) ผู้ดำเนินธุรกิจขนส่ง น้ำมันปาล์มดิบ ผลปาล์มทะลาย เมล็ดในปาล์ม น้ำเสียที่บำบัดแล้ว และอื่นๆ โดยถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียน ที่ออกและชำระแล้ว ผลการดำเนินงานในปี 2556 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,238.72 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 3,629.94 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 172.23 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นจาก 105.66 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 66.57 ล้านบาท หรือ 63% MThai News

การเมืองเดือด!! ฉุดหุ้นร่วงเกือบ 20 จุด
กกต /  หุ้นร่วง / 

เลือกตั้งล่วงหน้าเดือด ฉุดตลาดหุ้นไทยร่วงเกือบ 20 จุด ดัชนีหลุด 1300 จุดอีกแล้ว โบรก แนะ จับตาเจรจาเลื่อนเลือกตั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เปิดตลาดหุ้นไทยวันนี้ (27 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีร่วงลงทันที่ 18.95 จุด มายืนที่ 1,295.68 จุด เปลี่ยนแปลง -1.44% มูลค่าการซื้อขาย 2,158.26 ล้านบาท ทั้งนี้ นักวิเคาระห์ ระบุว่า บรรยากาศหุ้นไทยที่ร่วงลงนี้ เป็นไปตามเป็นไปตามทิศทางตลาดต่างประเทศที่กังวลค่าเงินในเอเชีย และปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศที่เกิดปัญหาความวุ่นวายในวันเลือกตั้งล่วงหน้าวานนี้(26 ม.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการคัดค้านการเลือกตั้ง ดังนั้นนักลงทุนจึงขายเพื่อลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะให้รอดูผลการเจรจาระหว่างนายกรัฐมนตรี กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ในวันพรุ่งนี้(28 ม.ค.)ว่าจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่ หากมีการเลื่อนเลือกตั้งก็จะทำให้ตลาดรีบาวด์ได้บ้าง แต่ถ้าไม่เลื่อนก็จะเกิดความกังวลตามมา MThai news

หุ้นไทย เปิดพุ่ง 5.99 จุด รับ 'เฟด' ตรึงดอกเบี้ย
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

การลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (18 ก.ย.) เปิดทำการเมื่อเวลา 09.58 น. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.99 จุด แตะที่ระดับ 1,576.63 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,330.31 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (MBKET) วิเคราะห์ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ให้จับตาการขยับของราคาหุ้นหลักทั้งกลุ่มธนาคาร/ICT/PTT/SCC ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้กระแสเงินทุนต่างชาติ MBKET เชื่อว่าต่างชาติจะยังทยอยสะสมหุ้นหลักของไทยต่อเนื่อง โดยคาดว่าดัชนีฯจะแกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง 1,570-1,580 จุด ทั้งนี้แนะนำให้นักลงทุนถือพอร์ตการลงทุน เพื่อรอขายทำกำไรบริเวณใกล้ๆ 1,600 จุด หรือเก็งกำไรในลักษณะจำกัดวงเงิน เน้นหุ้นรายตัวที่มีประเด็นเชิงบวกต่อการลงทุน MThai News

หุ้นไทยเปิดตลาดลดทันที 6.48 จุด
กิมเอ็ง /  ดัชนี / 

หุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวลดลง 6.48 จุด แตะ 1,346.38 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1,470.59 ล้านบาท บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (26 พ.ย.) เปิดทำการเมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีปรับตัวลดลง6.48 จุด แตะที่ระดับ 1,346.68 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,470.59 ล้านบาท ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุด เมื่อเวลา 08.55 น. มีดังนี้ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 30.89 บาท ขายออก 32.31 บาท บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งแนะนำให้นักลงทุนเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งในและนอกสภาช่วง 2-3 วันจากนี้ไป เพราะเชื่อว่าจะมีพัฒนาการที่เข้มข้นมากขึ้น แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงครอบคลุมพื้นที่ กทม., เและปริมณฑลแล้วก็ตาม ประเมินสถานการณ์เชื่อว่า ภาวะดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะคลายตัวในปลายสัปดาห์นี้ หรือ ต้นสัปดาห์หน้า ดังนั้น นักลงทุนระยะกลางและยาว อาจพิจารณาหาจังหวะการลงทุน โดยเฉพาะบริเวณดัชนี 1,320-1,330 จุด MThai News

จับตา!หุ้นกลุ่มแบงก์ MBKET ชี้ การเมืองยังเป็นตัวแปร
MBKET /  การเมือง / 

MBKET แนะจับตา สถานการณ์การเมือง หากวันนี้(15 พ.ย.) ไม่มีเรื่องวุ่นวาย คาดดัชนีมีโอกาสแตะ 1,420-1,425 จุด หุ้นกลุ่มแบงก์ ส่อฟื้น บทวิเคาระห์ บล.เมบ์แบงค์ กิมเอ็ง(MBKET) ระบุว่า หากการเคลื่อนไหวทางการเมืองใน วันนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ตลาดหุ้นไทยวันนี้(15 พ.ย.) มีโอกาสไต่ระดับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,420-1,425 จุด ทั้งนี้จับตาหุ้นหลักในกลุ่มธนาคารจะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด เพื่อประเมินกระแสเงินทุนต่างชาติ โดยกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ เมบ์แบงค์ แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” KTB/ TASCO ส่วนสัปดาห์หน้าเมบ์แบงค์ ยังคงให้น้ำหนักกับการเมืองภายในประเทศเป็นสำคัญ และคาดว่ามีโอกาสที่จะเห็นการคลายตัวของประเด็นนี้ หากการเคลื่อนไหวนอกสภายังไม่พัฒนาการไปมากกว่า ณ ปัจจุบัน ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในสัปดาห์หน้าคือ GDP ใน ไตรมาส 3 ปี2556 ว่าจะฟื้นตัวได้หรือไม่ ระบุว่า หากการเคลื่อนไหวทางการเมืองใน วันนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย MBKET คาดว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ มีโอกาสไต่ระดับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,420-1,425 จุด ทั้งนี้จับตาหุ้นหลักในกลุ่มธนาคารจะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด เพื่อประเมินกระแสเงินทุนต่างชาติ สำหรับการแสดงวิสัยทัศน์ของนาง Yellen ต่อคณะกรรมาธิการด้านสถาบันการเงิน ยืนยันที่จะคงนโยบายการเงินต่อไป จนกว่าเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง กลายเป็นสัญญาณการชะลอ QE ที่ยากในช่วงสั้นนี้ MThai news

หุ้นไทยวันนี้ผันผวนในแดนลบรับคริสต์มาส
BANPU /  ITD / 

บล.เมย์แบงก์ฯ ฟันธงหุ้นไทยยังเป็นลบ คาดผันผวนตลอดวัน หลังต่างชาติเทขายช่วงเทศกาล และการเมืองยังวุ่นวายต่อ กลยุทธ์เด่นวันนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เผยตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดฟื้นตัวเล็กน้อย 0.99 จุด มาอยู่ที่ 1,327.13 จุด มูลค่าการซื้อขายเพียง 22,398 ล้านบาท ด้านต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 23 อีก 1,720 ล้านบาท กลับมาซื้อสุทธิในดัชนี Index Futures เป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ 376 สัญญา และซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้เป็นวันที่ 2 อีก 342 ล้านบาท บล.เมย์แบงก์ฯ มีมุมมองการลงทุนเป็นลบเป็นวันที่ 14 เชื่อว่าหุ้นมีดัชนีแกว่งตัวแคบระหว่าง 1,325 – 1,335 จุด และมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงขายจากต่างชาติเชื่อว่าจะลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงต้นเดือนม.ค. 2557 โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลสำคัญ ได้แก่ เทศกาลคริสต์มาส และต่อเนื่องเทศกาลปีใหม่ ประเมินว่า แรงขายจากต่างชาตินับตั้งแต่วันนี้ จนถึง ต้นเดือนม.ค. 2557 จะลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญหรืออาจกล่าวว่าเป็น “กลาง” เท่านั้น หากเทียบกับแรงขายสุทธินับตั้งแต่เดือนพ.ย.ถึงวานนี้ 90,269 ล้านบาท น่าจะมากเพียงพอต่อการสะท้อน การลดวงเงิน QE และ ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี56 ที่เติบโตชะลอตัว จากความเสี่ยงทางการเมืองภายในประเทศ อีกทั้งหากประเมินยอดขายสุทธิสะสมนับตั้งแต่ปี 2552 จนถึงวานนี้ ต่างชาติขายสุทธิ 4,574 ล้านบาท ข้อมูลปี 2551 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1.5 แสนล้านบาท และปี 2552 – วานนี้: นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 4,574 ล้านบาท หุ้นเด่นวันนี้ บล.เคเคเทรด แนะนำ TRUE     แนะนำ ขาย ราคาพื้นฐาน ที่ 7.20 บาท บริษัทเข้าซื้อ กองทุนทรูโกรท  (TRUEGIF) ไว้เอง 33% รายย่อยจัดหนัก 46% ส่วนนักลงทุนสถาบัน 21% งานนี้รับเงินสดรวมขายหุ้นบริษัทย่อย 8 แห่ง 4.4 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่เล็งไว้ ITD     แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน ที่ 7.00 บาท ระยะสั้นราคาหุ้นยังถูกกดดันจากการเมือง แต่โครงการในต่างประเทศเติบโตดี ล่าสุดปิดดีล 120,000 ล้านบาท โครงการก่อสร้าง บริหารจัดการ และส่งมอบ ท่าเรือและทางรถไฟ กับประเทศสาธารณรัฐโมซัมบิคระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี BANPU     แนะนำ ถือ ราคาพื้นฐาน ที่ 27.00 บาท เชื่อว่าราคาถ่านหินผ่านจุดตัดแล้ว ต่อไปราคาจะฟื้นตัว ประกาศลดทุน 135.60 ล้านบาท ตัดทิ้งหุ้นซื้อคืน 135.6 ล้านหุ้น ส่งผลกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นทันที 5% MThai News

โบรกฯชี้ ตลาดหุ้นแกว่งบวก แนะจับตา 3 หุ้นดัง
ตลาดหุ้นไทย /  หุ้นวันนี้ / 

นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งขึ้น ตามตลาดหุ้นภูมิภาคและตลาดหุ้นสหรัฐฯ แนะจับตาปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตาม คือการยกร่างรัฐฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่มีการชะลอออกไป แต่คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้กลางเดือนก.ค.นี้ พร้อมให้กรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ แนวรับ 1,485 จุด และแนวต้าน 1,500-1,505 จุด นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้(4 ก.ค.)น่าจะมีการแกว่งตัวขึ้น เป็นไปตามตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขานรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯออกมาดีเกินคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นดาวน์โจนส์และตลาดหุ้นเยอรมัน ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการ อย่างไรก็ดี วันนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดทำการเนื่องในวันชาติ ด้านปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตามการยกร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งอาจมีการชะลอออกไป แต่คาดว่าจะดำเนินการให้มีการประกาศใช้ช่วงกลางเดือนก.ค.นี้ หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งให้มีการปรับปรุงแก้ไขบางมาตรา พร้อมให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ แนวรับ 1,485 จุด และแนวต้าน 1,500-1,505 จุด หุ้นเด่นวันนี้ -CPN (เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)แนะนำ"ซื้อ"เป้า 57.00 บาท คาดกำไร 2Q57 เติบโต 18% YoY เป็น 1,681 ล้านบาทภายใต้สมมติฐานการทยอยบันทึกกำไรขายเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ราว 40 ล้านบาทต่อไตรมาส อย่างไรก็ดี หากมีการบันทึกกำไรทั้งจำนวนราว 5 พันล้านบาทจะทำให้กำไร 2Q57 สูงเป็นประวัติการณ์ แนวโน้มเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวจากทั้งการที่สามารถปรับค่าเช่าได้ราว 5% ต่อปี และการเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 8 โครงการภายในปี 59 - BBL(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)แนะนำ"ซื้อเก็งกำไร"เป้า 240 บาท คาดกลุ่มแบงก์ยัง Outperform ตลาดต่อได้ จากการไหลเข้าของกระแสเงินทุนต่างชาติ และได้ Sentiment บวก หลังวานนี้ ECB ประกาศโครงการ TLTROs รอบใหม่วงเงิน 1 ล้านล้านยูโร เพื่อปล่อยกู้ให้สถาบันการเงินนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจ และคาดส่งผลบวกให้เกิดการทำ Euro Carry Trade เพื่อลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และคาดกำไร 2Q57 ที่ 10,250 ล้านบาท เติบโต +4% qoq และแนวโน้มกำไรสุทธิ 2H57 จะสูงกว่า 1H57 ตามการเติบโตของการปล่อยสินเชื่อใน 2H57 Valuation ยังค่อนข้างถูก โดยซื้อขายระดับ PBV 2557 เพียง 1.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่ 1.5 เท่า - BLAND(เคจีไอ)แนะนำ"เก็งกำไร"เป้า 2.37 คาดจัดตั้งกอง REIT ได้ภายในปีนี้ (คาดบันทึกกำไรพิเศษราว 2-3 พันล้านบาท) และมีโอกาสซื้อหุ้นคืน ทั้งนี้ราคาหุ้นยังต่ำ Book Value ที่ 2.32 บาท แนวรับ 1.88 บาท แนวต้าน 1.95 บาท ถัดไป 2.0 บาท (ขายถ้าหลุด 1.88 บาท) ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. SET เปิดบวก 5.04 จุด ยืนที่ 1,498.25 จุด เปลี่ยนแปลง +0.34% มูลค่าการซื้อขาย 1,614.31 ล้านบาท ดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,498.60 จุด ดัชนีต่ำสุดอยู่ที่ 1,497.90 จุด MThai News

MBKET วิเคราะห์ 4 แนวทางคดีโยกถวิล ชี้ อนาคตหุ้นไทย
คดีโยกถวิล /  ตลาดหุ้น / 

ซีไอเอ็มบี คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้เหวี่ยงลงตามตลาดต่างประเทศ และปัจจัยการเมืองในประเทศ ด้าน MBKET วิเคราะห์  ผลตัดสิน 4 แนวทาง ชี้อนาคตหุ้นไทย นายเกษม พันธ์รัตนมาลา กรรมการและหัวหน้าส่วนงานวิจัย บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย)กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้(7พ.ค.)มีโอกาสที่จะเหวี่ยงตัวลงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างปรับตัวลงกันถ้วนหน้าตามดาวโจนส์ร่วงแรง อันเนื่องมาจากแรงเทขายหุ้นในกลุ่มอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับปัจจัยการเมืองในประเทศซึ่งวันนี้ต้องจับตาคำวินิจฉัย สถานภาพนายกรัฐมนตรีกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ของศาลรัฐธรรมนูญ และผลสรุปการสอบสวนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตามข้อกล่าวหาละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ในวันพรุ่งนี้(8 พ.ค.)อีกด้วย ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดว่าผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญถึงสถานภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีโอกาสเป็นไปได้ 4 แนวทาง คือ 1.ไม่ขัดต่อกฎหมาย นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ยังคงรักษาการ ตำแหน่งเพื่อรอส่งมอบหน้าที่ 2.ขัดต่อกฎหมาย แต่นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ได้พ้นจากตำแหน่ง ตาม ม. 182 (วรรค 2 การยุบสภา) แล้ว และไม่มีผลต่อครม.ชุดที่พิจารณาการโยกย้าย นายถวิล 3.ขัดต่อกฎหมาย นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งรักษาการ แต่ไม่มีผลผูกพันถึง ครม. ชุดที่พิจารณา ดังนั้น รองนายกฯ ขึ้นรักษาการ แทน 4.ขัดต่อกฎหมาย นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ต้องพันจากตำแหน่งรักษาการ และมีผลต่อครม.ชุดที่พิจารณา ซึ่งจะนำไปสู่สุญญากาศทางการเมือง การนำเสนอ นายกฯ ตามม. 3 ผ่านวุฒิสภา หากผลการพิจารณาเป็นแนวทางที่ 1-3 จะทำให้การเมือง การเลือกตั้ง ยังเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมกับ SET INDEX ที่ฟื้นตัวลักษณะ Technical Rebound สู่แนว 1,415-1,420 จุด แต่หากออกมาเป็นแนวทางที่ 4 คาดว่าตลาดจะแกว่งออกด้านข้าง เพื่อรอภาพการเมือง และการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มนอกสภาฯ ทั้ง กปปส. และ นปช. ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน MBKET แนะนำให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง “เข้าซื้อเก็งกำไรแบบจำกัดวงเงิน” พร้อมระยะหวังผล 10-15 จุด จากผลการวินิจฉัยของศาลฯ เที่ยงวันนี้ MThai News

บล.เมย์แบงก์ฯชี้ช่องลงทุนหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
CK /  ITD / 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ฟันธงหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างราคาถูก เหตุวิกฤตการเมืองกดดันราคา แต่หุ้นอนาคตไกล จับตา CK, ITD และ STEC อนาคตไกลงานล้านมือ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์ว่า กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เผชิญวิกฤตการเมือง ทำให้ราคาหุ้นได้ทรุดลงอย่างหนัก ซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/BV หรือ ราคาหุ้นปัจจุบัน / มุลค่าทางบัญชี และ P/E ก็ต่ำ หรือ(ราคาหุ้นต่อกำไรต่อหุ้นต่ำ) หุ้น CK มีค่า P/BV ที่ 1.38 เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 1.83 เท่า หุ้น ITD มีค่า P/BV ที่ 1.41 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 1.61 เท่า  หุ้น STEC มีค่า P/E 10.82 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 21.72 เท่า ดังนั้น หุ้นในกลุ่มรับเหมานับว่าทรุดลงหนักจนมีราคาที่ถูก อีกทั้งปีนี้จะมีประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม และสนามบินสุวรรณภูมิมีส่วนต่อขยาย ซึ่ง MRTA ได้ประกาศเชิญชวนประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม หมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต หลังครม.ได้อนุมัติโครงการนี้เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2556 และ บอร์ด MRTA ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2556 โดยจะเปิดขายเอกสารประกวดราคา 2-15 ม.ค. 2557 และ ยื่นประมูลในวันที่ 11 เม.ย.  มีทั้งหมด 4 สัญญา รวม 2.9 หมื่นล้านบาท และ ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่าโครงการ 6.2 หมื่นล้าน ซึ่ง ครม. ได้อนุมัติตั้งแต่ปี 2553 ปัจจุบันทางสนามบินฯกำลังอยู่ในช่วงของการออกแบบ โดยมีกำหนดจะเปิดในปี 2560 ดังนั้น คาดจะมีการเปิดประมูลได้ในไครมาส 3 ปี2557 นี้ สำหรับงานในมือ (Backlog) กลุ่มก่อสร้างสูงรองรับรายได้ 2-4 ปี  แต่บล.เมย์แบงก์ฯปรับประมาณการลง งานในมือ (Backlog) ของหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างสูงทำสถิติใหม่ คือ CK มีงานในมือ 1.4 แสนล้านบาท หรือเท่ากับรายได้ 4 ปีข้างหน้า  ITD มีงานในมือ 2 แสนล้านบาท (ไม่รวมโครงการน้ำ) รองรับรายได้ 4-5 ปี  STEC มีงานในมือ 5.6 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้ 2 ปี รวมถึง NWR มีงานในมือ 1.1 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้ 1 ปีเศษๆ  อย่างไรก็ตามเราได้ปรับประมาณการกำไรลดลง เพื่อสะท้อนปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองที่จะมีผลกระทบต่อโครงการต่างๆมีความล่าช้า  รวมถึงเราปรับราคาเป้าหมายลดลงโดยให้ซื้อขาย P/E และ P/BV ที่ต่ำลง  อย่างไรก็ตามเราคาดกำไรปกติปี 2557 จะยังเติบโต ราคาหุ้นถูก  แต่การเมืองยังไร้ทางออกจึงกดดันต่อ: ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างงานด้านโยธาหลักๆ คือ CK, ITD, STEC ปัจจุบันโดยพิจารณาเทียบกับ P/BV และ PE มีราคาที่ถูกอย่างมาก คือ ซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ย  แต่สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันยังไร้ทางออก จะยังส่งผลด้านลบต่อหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง  ถ้าสถานการณ์การเมืองผ่อนคลาย คาดว่าจะเห็นราคาดีดกลับอย่างรุนแรงเช่นกัน เพราะ หุ้นกลุ่มนี้มีงานในมือ และ กำไรดีขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต  รวมแล้วให้น้ำหนักการลงทุนแบค่อยเป็นค่อยไป MThai News

หุ้นเปิดตลาดติดลบ 5.21 จุดโบรกฯชี้หุ้นปรับฐานขาลง
BJCHI /  IRPC / 

เปิดตลาดหุ้น (10มิ.ย.) ติดลบ 5.21 จุด ดัชนีมาอยู่ที่ 1,452.09 จุด โบรกเกอร์ชี้หุ้นปรับฐานขาลง จับตาข่าวปรับโครงสร้างพลังงานมีผลอย่างไร นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บล.อาร์เอชบี โอเอสเค(ประเทศไทย) มองว่าแนวโน้มตลาดหุ้นน่าจะลง ขึ้นไม่ง่าย เพราะต่างชาติซื้อน้อยลง ส่วนในประเทศก็ไม่มีปัจจัยขับเคลื่อน ข่าวดีไม่มี ตลาดอาจจะอ่อนลงมาบ้าง มองแนวรับที่ 1,440 และแนวต้านที่ 1,465 และ 1,480 จุด ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาราว 5% ตั้งแต่ช่วง คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้มีการขายทำกำไรออกมาบ้าง ขณะที่ตลาดยังกังวลต่อการที่ คสช. จะปรับรูปแบบโครงสร้างพลังงาน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน อีกทั้งล่าสุด บมจ.ไออาร์พีซี ที่อยู่ในกลุ่มพลังงาน ก็มีเหตุเพลิงไหม้โรงงานเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ การที่ บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น ประกาศเพิ่มทุนจำนวนมากอาจจะกระทบต่อการซื้อขายของหุ้น TRUE ด้วย หลังจากตลาดหลักทรัพย์ฯ อนุญาตให้หุ้นกลับมาซื้อขายได้ หลังขึ้นเครื่องหมาย H เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ สำหรับเช้านี้เปิดตลาดหุ้น (10มิ.ย.) ติดลบ 5.21 จุด ดัชนีมาอยู่ที่ 1,452.09 จุด มูลค่าซื้อขาย 3,318.24 ล้านบาท หุ้นเด่นวันนี้ BJCHI เอเซีย พลัส คงประมาณการกำไรปี 2557 ไว้ที่ 1,053 ล้านบาท ลดลง 13%เทียบปีก่อน และประเมินราคา Fair Value ที่ PER 12 เท่า ต่ำกว่าบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายคลึงกันอย่าง STPI จะให้ ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 39.50 บาท ใกล้เคียงกับราคาปัจจุบัน โดยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ฝ่ายวิจัยคาดว่า BJCHI จะสามารถจ่ายเงินปันผลในปีนี้ได้ 2.00 บาท หรือคิดเป็น Dividend Yield 5.2% แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 39.50 บาท/หุ้น IRPC เมื่อวานนี้เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณหน่วย Vacuum Gas Oil Hydrotreating (VGO) ซึ่งเป็นหน่วยกำจัดสารกำมะถันของผลิตภัณฑ์น้ำมันเตา IRPC ได้มีการทำประกันอัคคีภัยไว้ในวงเงินความคุ้มครองทรัพย์สิน 1.2 พันล้านเหรียญฯ ซึ่งสามารถครอบคลุมได้ทั้งหมดประกอบไปด้วย โรงกลั่น วัตถุดิบ เครื่องจักร ฝ่ายวิจัยได้ประเมินผลกระทบเบื้องต้นต่อ EPS ในปี 2557 ในกรณีเลวร้ายสุดหากมีการหยุดผลิตบางหน่วยซึ่งจะกระทบต่อกำไรต่อหุ้น (EPS) และราคา (FV) ปี 2557 ราว 10.5-18.4% และ 1.4-2.9% จากเดิม (ไม่คำนวนผลกระทบหากหยุดเกินระยะเวลา 2 เดือน เพราะบริษัทประกันภัยจะชดเชยรายได้ให้) เชื่อว่ามีผลกระทบในระยะสั้น แต่หากปรับลดลงกว่าผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นราว 1.4-2.9% เอเซีย พลัส แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 4.20 บาท/หุ้น JAS แนวโน้มการออก IFF ล่าช้าต่อไปอีก 3 เดือน เพราะอยู่ระหว่างแก้ไขโครงสร้างกองทุน ซึ่งต้องเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นใหม่ เพราะโครงสร้างกองทุนเข้าข่ายผูกขาด ต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกองทุน JASGIF ใหม่ แต่ไม่กระทบประมาณการ โดยรายได้หลัก 82% มาจากธุรกิจ Broadband Internet ซึ่งมาจากระบบ ADSL เกือบ 100% ขณะที่ระบบ FTTx คาดที่เพียง 0.4% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่รายได้จากการวางระบบคาดว่ายังอยู่ในทิศทางชะลอตัว คาดลูกค้าเพิ่ม(Net add) ทั้งปีที่ 1 แสนรายเป็น 1.52 ล้านราย ณ สิ้นปี 2557 ส่วน ARPU คาดทรงตัวที่ระดับ 644 บาท เราคาดกำไรปกติปี 2557 ที่ 3,558 ล้านบาท เติบโต 18% เทียบปีก่อน (กำไรต่อหุ้น EPS = 0.51 บาท) บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 10.20 บาท/หุ้น MThai News

BTS-TMBบวกสวนตลาดหุ้นหลังเข้ารอบ MSCI
BTS /  MONO / 

หุ้น BTS บวกเพิ่มขึ้น 0.15 บาท อยู่ที่ 9.10 บาท ธนาคารทหารไทย TMB บวกเพิ่มขึ้น 0.04 บาทอยู่ที่ 2.78 บาท ฉลองขึ้น MSCI   บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งแนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์(BTS) ราคาเหมาะสม 12.30 บาท ภายหลังMSCI ประกาศหุ้นเพิ่ม / ลด ในการคำนวณดัชนีเช้านี้ และ BTS เป็น 1 ใน 2 หุ้น ที่ถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี MSCI Thailand โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 26 พ.ย.และเป็นบวกต่อราคาหุ้น เนื่องจากจะส่งผลให้กองทุนต่างชาติที่ลงทุนโดยใช้ดัชนี MSCI Thailand เป็น Benchmark ต้องปรับเพิ่มหุ้น BTS เข้าสู่พอร์ตการลงทุน โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้น BTS ราว 60 ล้าน US$ ในการปรับน้ำหนักดัชนีในรอบนี้ ทั้งนี้หุ้น BTS บวกสวนตลาด 1.68% อยู่ที่ 9.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท เมื่อเวลา 10.06 น.โดยเปิดตลาดที่ 9.10 บาท สูงสุด 9.15 บาท ต่ำสุด 9.05 บาท มูลค่าซื้อขาย 217.81 ล้านบาท ส่วนธนาคารทหารไทย TMB บวก 1.46% อยู่ที่ 2.78 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท โดยเปิดตลาดที่  2.80 บาท สูงสุด 2.82 บาท ต่ำสุด 2.78 บาท มูลค่าซื้อขาย 409.07 ล้านบาท MSCI เป็นดัชนีอ้างอิง (benchmark) ที่จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ลงทุนสถาบันที่ลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกนำมาใช้เป็นมาตรฐานในการวัดผลตอบแทนในการลงทุนของตนเองว่า ได้ผลตอบแทนดีหรือไม่ เมื่อเทียบกับดัชนี MSCI โดยในรอบนี้มีหุ้นเพิ่มขึ้นสู่การคำนวณ MSCI SC Index ได้แก่ ASP, CHG, CKP, CGD, DRT, DSGT, KCE, MBK, MC, MK, MONO, NOK, RS*, TUF*, และ ERW ส่วนหุ้นที่ถูกถอดออก ได้แก่ MALEE และ TK Mthai news

หุ้นปีม้าคึกคัก ลุ้นสิ้นปีดัชนีแตะ 1,600 จุด
QE /  ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ / 

โบรกเกอร์ตบเท้าลุ้น ดัชนีหุ้นไทยปี 2557 แตะ 1,600 จุด เหตุเศรษฐกิจโลกดีขึ้น ด้านเมย์แบงก์ วิเคราะห์กลุ่มยานยนต์เริ่มฟื้นตัว แต่การลงทุนราคายังทรงตัว ปีงูเล็กที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ดัชนีหุ้นไทยผันผวนอย่างหนัก โบรกเกอร์ทุกสำนัก ฝันเห็นตลาดแบบโลกสวย คาดเห็นดัชนีทำจุดสูงสุดตลอดกาลเหนือ 1,753 จุด ที่เคยทำไว้เมื่อปี 2537 ดัชนีทะยานขึ้นเรื่อยๆ ถึงจุดสูงสุดของปีเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2556 อยู่ที่ 1,649.77 จุด แต่ท้ายสุดหุ้นก็ตกลงในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนแนวโน้มดัชนีในปี 2557 ซึ่งตรงกับปีมะเมีย หรือปีม้า โบรกเกอร์ต่างมองว่า ดัชนีคงไม่ตกม้าตายตอนจบเหมือนปี 2556 หวังช่วงปลายปีอาจได้เห็นดัชนีขึ้นไปแตะ 1,550 - 1,600 จุด นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน จากบริษัท หลักทรัพย์เอเซียพลัส จำกัด (มหาชน) มองดัชนีหุ้นครึ่งปีแรกของปี 2557 ตลาดหุ้นยังอยู่ในสถานภาพ ลำบาก ช่วงไตรมาสแรก ดัชนีจะเคลื่อนไหวในช่วง 1,300 - 1,400 จุด จากนั้นไตรมาส 2 ของปี 2557 ขยับกรอบขึ้นมาเป็น 1,360 - 1,460 จุด แต่ครึ่งปีหลังตลาดหุ้นจะดีดกลับมาได้ โดยไตรมาส 3 ให้กรอบไว้ที่ 1,400 - 1,500 จุด ก่อนจะไปจบไตรมาสสุดท้าย แถว 1,450 - 1,550 จุด และมีโอกาสขึ้นไปถึง 1,600 จุด โดยปัจจัยหลักที่มีผลต่อดัชนียังคงเป็นเรื่องการเมือง แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่ว่าพรรคไหนจะมาเป็นรัฐบาล ก็ย่อมเป็นรัฐบาลที่ดี เพราะทุกคนต่างรู้แล้วว่ากระแสสังคมต้องการการปฏิรูป แม้รัฐบาลเพื่อไทยจะกลับมาก็คงไม่กล้านำนโยบายการเมืองกลับมาอีก แต่คงจะเน้นนโยบายด้านเศรษฐกิจมาก่อน จึงพอเป็นความหวังของตลาดหุ้นได้ ขอเพียงให้มีความชัดเจนว่าจะมีรัฐบาลใหม่มาเมื่อไหร่เท่านั้น ขณะที่การลดปริมาณเงินมาตรการ QE ทำให้เงินไหลออกไปมาก จากที่เคยเข้ามาช่วงเดือนมีนาคม 2556 ถึง 3.2 แสนล้านบาท ปัจจุบันเหลือเพียง 8 หมื่นล้านบาทเท่านั้น คาดว่าการขายหุ้นของต่างชาติคงเบาบางลงหรือต่อให้ขายต่อก็จะหมดในช่วงไตรมาสแรก ปี 2557 นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัยลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์ตรงกันว่า ครึ่งปีแรกดัชนีจะมีความผันผวนสูง เพราะการบริโภคในประเทศยังมีแนวโน้มชะลอตัว จากปัญหาหนี้สิน ซึ่งต้องใช้เวลาในการลดหนี้ประมาณ 12 เดือน เพราะการบริโภคที่เริ่มชะลอตัวช่วงไตรมาส 2 ของปี 2556 ก็จะปรับตัวเสร็จในไตรมาส 2 ของปี 2557 การส่งออกจะเป็นดาวเด่นในช่วงครึ่งปีแรก หลังจากเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการส่งออกของประเทศเกาหลี จีนและไต้หวัน ขณะที่การลงทุนของภาครัฐ ต้องดูอีกครั้งในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2557 ดังนั้น ช่วงสิ้นปี 2557 มีลุ้นได้เห็นดัชนีที่ 1,540 จุด ส่วนจุดต่ำสุดน่าจะอยู่ช่วงไตรมาสแรก กรอบล่างคือ 1,250 จุด นายเกียรติศักดิ์ เจนวิภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด คาดว่าปี 2557 นักลงทุนจะเปิดรับความเสี่ยงได้มากขึ้น เพราะเศรษฐกิจในประเทศสำคัญๆ ส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น ดังนั้นภาพใหญ่จึงเป็นขาขึ้นและประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรหุ้นไทยในปี 2557 ไว้ที่ 16% ทำให้เป้าหมายดัชนีปลายปีอยู่ที่ 1,600 จุด นักลงทุนรายใดขาดทุนจากปี 2556 คงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ในปี 2557 โดยเลือกหุ้นที่ยังมีกำไรเติบโตล้อไปกับทิศทางของเศรษฐกิจที่น่าจะฟื้นตัวขึ้น และที่สำคัญยังคงต้องติดตามข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้อย่างใกล้ชิด มองหุ้นบางกลุ่มเช่น กลุ่มยานยนต์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ปี 2557 จะติดลบเล็กน้อย 3%เทียบกับปีก่อน เหลือ 2.4 ล้านคัน ซึ่งการส่งออกรถยนต์จะดีมาก เมย์แบงก์ประเมินจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.25 ล้านคัน เติบโต 11% ตลาดรถยนต์ในประเทศคาดว่าหดตัวต่อเนื่อง จะลดลงเหลือ 1.15 ล้านคัน ลดลง 12%เทียบจากปี 2556 ที่มียอดประมาณ 1.3 ล้านคัน ประมาณการของเมย์แบงก์ฯต่ำกว่าสภาอุตสาหกรรมที่ประเมินจะมียอดขายรถยนต์ในปี 2557 เท่ากับ 1.2 ล้านคัน (-8%เทียบจากปีก่อน ) โดยตลาดรถยนต์ในครึ่งแรกปี 2557 จะถูกกระทบจากปัญหาการเมือง ส่งผลการบริโภคชะลอตัว และแรงซื้อที่หดตัวลงหลังจากที่หมดรถยนต์คันแรก แต่ในครึ่งหลังปี 2557 คาดจะฟื้นตัวดีขึ้น ราคาหุ้นในระยะสั้นยังไม่มีสัญญาณบวก น้ำหนักการลงทุนทรงตัว ราคาหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ได้ทรุดหนักลงมาใกล้ช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 และ ซื้อขาย P/E ปี 2556-2557 ค่อนข้างต่ำ แต่ในระยะสั้นราคาหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ยังถูกกดดันจากภาวะชะลอตัวอย่างหนักของอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งได้รับผลกระทบหลังจากที่หมดรถยนต์คันแรก และ กำลังซื้อที่หดตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ MThai News

โบรกฯ คาดหุ้นไทยวันนี้พักฐานก่อนหยุดยาว
ดัชนีตลาดหุ้นไทย /  ตลาดหุ้นไทยวันนี้ / 

นักวิเคราะห์ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสพักฐานก่อนวันหยุดยาว โดยดัชนีฯจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ระดับ 1,515-1,525 จุด บล.ธนชาต วิเคราะห์ว่า แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยวันนี้จะ “พักฐาน” ในกรอบ 1,515-1,525 จุด ก่อนหยุดยาว รวมไปถึงแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครน และอิรัก อย่างไรก็ตามในสัปดาห์ต่อไป คาดว่าจะมีเม็ดเงินใหม่จากกองทุน Trigger Fund มาช่วยหนุนดัชนีฯ ให้สามารถยืนที่ระดับ 1,570-1,600 จุด  ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าได้ ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันสุดท้ายของสัปดาห์ ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว ดัชนีฯหุ้นไทยจะแกว่งในกรอบแคบ พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุน แนะนำหุ้นขนาดกลาง และกลุ่มพลังงานทางเลือก ที่ยังมีแนวโน้มขยับตัวได้ดี MThai News

หุ้นกลุ่มยานยนต์ ความหวังการส่งออกไทยปีนี้
DELTA /  PCSGH / 

หุ้นกลุ่มยานยนต์ โบรกเกอร์วิเคราะห์ครึ่งปีหลังฟื้นตัวชัดเจน แนะนำลงทุนแบบระยะยาวเป็นรายตัว อาทิ DELTA,PCSGH บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์หุ้นกลุ่มยานยนต์ (Automotive Sector) จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่ากลุ่มยานยนต์ยังเป็นความหวังการส่งออกไทย ซึ่งจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือน มี.ค. 2557 เท่ากับ 181,334 คัน ฟื้นตัวต่อจากเดือนก่อน 5% แต่ยังทรุดลงจากปีก่อน 29% โดยตัวเลข 1.8 แสนคัน ยังเป็นตัวเลขที่ต่ำเมื่อเทียบกับประมาณการ ปี 2557 ของสภาอุตสาหกรรม เท่ากับ 2.4 ล้านคัน หรือ เฉลี่ยต่อเดือนเท่ากับ 2 แสนคัน สำหรับตัวเลข 3 เดือนแรกของปี 2557 ยอดผลิตรถยนต์เท่ากับ 517,492 คัน ติดลบ 28%จากปีก่อน การส่งออกรถยนต์ เดือน มี.ค. โดดเด่น 113,313 คัน : ตัวเลขส่งออกรถยนต์ในเดือน มี.ค. เท่ากับ 113,313 คัน โดยเป็นตัวเลขเดียวที่สามารถเติบโต 17% จากเดือนก่อน และ 9%เทีบปีก่อน เนื่องจากค่ายรถยนต์ต่างๆ หันมาเน้นตลาดส่งออกมากขึ้น เพื่อชดเชยตลาดในประเทศที่หดตัวหลังจากหมดรถยนต์คันแรก สำหรับตัวเลข 3 เดือนแรก มียอดส่งออกรถยนต์เท่ากับ 291,509 คัน เติบโตเล็กน้อย 1%ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน มี.ค. 2557 ฟื้นตัวต่อ 83,983 คัน : ตัวเลขยอดขายรถยนต์ในประเทศ เดือน มี.ค. เท่ากับ 83,983 คัน ฟื้นตัว 17% เทียบเดือนก่อน แต่ยังติดลบจากปีก่อนถึง 47%เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน สำหรับตัวเลข 3 เดือนแรกยอดขายรถยนต์ในประเทศเท่ากับ 224,171 คัน ติดลบ 46%เทียบป่ก่อน คงน้ำหนักการลงทุนแบบสมดุล (Neutral) หรือถือหุ้นไว้ ในมุมมองของเราอุตสาหกรรมรถยนต์จะอยู่บริเวณจุดต่ำสุดในครึ่งปีแรก โดยตัวเลขไตรมาสสองและไตรมาสแรกจะใกล้เคียงกัน แต่จะมีทิศทางที่ฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดการส่งออกรถยนต์จะเท่ากับ 1.2 ล้านคัน (+6%จากปีก่อน) และ ขายในประเทศเท่ากับ 1.1 ล้านคัน (-17%จากปีก่อน) เราคงน้ำหนักการลงทุน Neutral DELTA บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) นักวิเคราะห์ประเมินว่า จะกลับมาขยายตัวในครึ่งปีหลัง 2557 มีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจาก 1.เพาเวอร์ซัพพลายกลุ่มยานยนต์ ภายหลังเพิ่มกำลังการผลิตแล้วเสร็จ 2.ความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งเป็นบวกต่อคำสั่งซื้อเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับอุปกรณ์การแพทย์ กลุ่มโทรคมนาคม ความสำเร็จของการจำหน่ายรถยนต์รุ่นใหม่ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ของ DELTA รวมถึงการขายผลิตภัณฑ์ควบคู่บริการ หรือโซลูชันส์ (45% ของยอดขายรวมมาจากภูมิภาคยุโรป) ในช่วงไตรมาส 2/2557 ของ DELTA ผลการดำเนินงานจะอ่อนตัวเมื่อเทียบรายไตรมาส และเป็นจุดต่ำสุดของปี ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ประมาณการกำไรก่อนรายการพิเศษปี 2557 จะเติบโต 15% จากปี 2556 เป็นระดับ 5,608 ล้านบาท โดยผลประกอบการไตรมาส 1/57 คิดเป็นสัดส่วน 23.6% ส่วนผลประกอบการที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในไตรมาส 2/57 ไม่สนับสนุนการเข้าลงทุนระยะสั้น โดยกำหนดคำแนะนำ “ถือ” เพื่อรอผลการดำเนินงานฟื้นตัวในไตรมาส 3/57 ให้ราคาพื้นฐาน 58.50 บาท บล.ทรีนิตี้แนะนำซื้อเก็งกำไร PCSGH บมจ.พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง กำหนดราคาเหมาะสม Fair ValueอิงPERระดับ10-12เท่า เทียบเท่าค่าเฉลี่ยPERของกลุ่มยานยนต์ โดยคาดยอดขายของPCSGHเติบโตเฉลี่ย5.4%ในช่วง3ปีข้างหน้า (ปี2556-2558)ประสิทธิภาพการทำกำไรโดดเด่นสุดในกลุ่มฯ มีNet Marginสูงเหนือ30%ประสิทธิภาพการทำกำไรที่ดีเยี่ยมผ่านกิจกรรมลดต้นทุน ส่งผลให้อัตรากำไร Gross Margin เฉลี่ยสูงกว่า35%โดดเด่นมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ในตลาดระดับ17% อีกทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากบีโอไอ ทำให้ไม่มีภาระด้านภาษี คาดกำไรสุทธิปรับเพิ่มเป็น32%ในปี2556เป็น32.3%ในปี2558เป็นแรงผลักดันให้ปี2556มีกำไรสุทธิ1,813ล้านบาท และเพิ่มเป็น2,006ล้านบาท ในปี2558แต่ผลจากการเพิ่มทุน จะส่งผลเกิดผลกระทบต่อราคาหุ้น (Dilution Effect) ต่อผลกำไรต่อหุ้น (EPS)ทำให้ผลทั้งปี 2556 เท่ากับ 1.27บาท/หุ้น ลดลง14.3%เทียบปีก่อน แต่จะเพิ่มขึ้น 4.6%เป็น1.33บาท/หุ้น ให้ราคาเหมาะสม 11 บาท Mthai News

หุ้นไทยยังผันผวนตามปัจจัยการเมืองวุ่นวาย
TMB /  TRUE / 

ฟินันเซียฯ ชี้ตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตัวผันผวน แต่มีโอกาสดีดตัวขึ้นบางช่วง แนะนำให้ซื้อขายสั้นตามรอบ บล.เมย์แบงก์ฯ แนะนำซื้อเก็งกำไร TRUE / TMB กลยุทธ์เด่นวันนี้ บล.ฟินันเซีย ไซรัส วิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตัวผันผวน แต่ก็มีลุ้นเคลื่อนไหวในด้านบวกต่อ ดังนั้นฟินันเซียแนะนำให้ซื้อขายสั้นตามรอบต่อไปได้ โดยเลือกหุ้นซื้อช่วงตลาดอ่อนตัว และควรมองหาจังหวะขายทำกำไรในช่วงบวกไว้ด้วย นอกจากส่วนถือลงทุนถึงจะแนะนำให้เน้นถือต่อเนื่อง เรื่องการเมือง ประชาธิปัตย์ยังไม่ตัดสินใจลงเลือกตั้งจึงต้องจับตาต่อไป ประเด็นสำคัญที่ยังขัดแย้งคือ ปฎิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือ เลือกตั้งก่อนปฎิรูป รวมทั้งการรอผลประชุมเฟดเรื่องมาตรการ QE ในขณะที่โบรกเกอร์ และบลจ.ส่วนใหญ่แนะนำ เล่นกองทุน LTF/RMF พร้อมจับตาการทำบัญชีท้ายปีจากกองทุนดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงความ้สี่ยงในความผันผวนของหุ้น และบางแห่งแนะนำลงทุน กองทุนทรูโกรท หุ้นเด่นวันนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำซื้อเก็งกำไร TRUE / TMB TMB ราคาหุ้นปรับตัวลงถึง -16.5% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เทียบกับ กลุ่มธนาคารที่ -7.9% ขณะที่ผลประกอบการปี 2557 คาดว่าจะเติบโตขึ้น43.2% เทียบปีก่อน  เป็น 8,395 ล้านบาทแนะนำซื้อเก็งกำไร โดยมีเป้าหมายเพื่อขายทำกำไรระยะสั้นที่ 2.50 บาท ซึ่งราคาปิดล่าสุด 2.32 บาท ราคาเหมาะสม 2.55 บาท TRUE ราคาหุ้น ปรับตัวลงถึง -7.7% ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา สูงกว่าหุ้นกลุ่ม ICT ที่ลดลง  5.2% จากความกังวลว่าภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยอาจส่งผลกระทบต่อการจองซื้อหน่วยลงทุน TRUEGIF แต่จากการ Roadshow ของ TRUE เมื่อวานนี้ ทางบริษัทยืนยีนว่าการจัดตั้งกองทุน TRUEGIF และเป็นไปตามเป้าหมาย และภาวะตลาดที่ซบเซาจะไม่ส่งผลกระทบยอดขายแน่นอน ราคาปิด 8.35 บาท ราคาเหมาะสม 14.20 บาท MThai News