กิมเอ็ง

โบรกฯคาดหุ้นไทย บวกต่อ ปัจจัยหนุนเพียบ (25 พย.)
MSCI Thailand /  ข่าว / 

โบรกฯคาดหุ้นไทยวันนี้ติดปีกบวกต่อ หลังแรงซื้อต่างชาติบวก 2 วันติด ครม.กระตุ้นเศรษฐกิจ จับตาหุ้นน้องใหม่ MSCI Thailand บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์ว่าดัชนีหุ้นไทยจะสามารถปิดยืนเหนือ 1,590 จุดได้จากการกระแส เงินทุนต่างชาติ และสถาบันภายในประเทศ ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อภาพในรอบนี้ โดยที่ประเมินเป้าหมายต่อไปที่ 1,620 จุด หรือใกล้เคียง ผลักดันด้วยหุ้น Big Cap ในกลุ่มหลักเป็นสำคัญ อีกทั้งเงินทุนต่างชาติกลับมาเป็นบวกในตลาดหุ้นไทย ซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 2 มากถึง 1,470 ล้าน ทั้งนี้กระแสเงินทุนต่างชาติในวันนี้ เราคาดว่าจะซื้อสุทธิเป็นวันที่ 3 อย่างหนาแน่น จากการปรับพอร์ตการลงทุน ให้สอดคล้องกับสมาชิกดัชนี MSCI ชุดใหม่ ณ ราคาปิดวันนี้ จับตาหุ้น DELTA, EA,  TUF ที่ถูกเข้าเป็นสมาชิกคำนวนใน MSCI Thailand ในรอบนี้ นักลงทุนที่ซื้อเก็งกำไรในหุ้น 3 ตัวนี้นับตั้งแต่วันประกาศ ควรพิจารณาขายทำกำไรระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย หรือ ณ ราคาปิดของวัน เพื่อทำกำไร และสอดคล้องกับกระแสเงินทุนต่างชาติที่ต้องปรับพอร์ตในกรณีนี้ ขณะที่ปัจจัยในประเทศ เราให้น้ำหนักกับการประชุม ครม. วันนี้ อาจมีการพิจารณา แผนกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการลดหย่อนภาษีต่างๆ ที่รมว.คลังเตรียมเสนอ รวมถึงแผนการลงทุนขนาดใหญ่ และการพิจารณาเหมืองโปแตสในเบื้องต้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งภาคการบริโภค และการลงทุนทั้งจากภาคเอกชนและรัฐบาล เป็นบวกต่อกลุ่มธนาคาร กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ แนะนำเก็งก าไรในหุ้นหลักที่มีลักษณะ High Beta ขณะที่ผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุด หรือเติบโตเด่นในไตรมาส 4 เป็นทางเลือก หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

หุ้นไทยเช้านี้ เปิดบวก 4.31 จุด โบรกฯมองดัชนีฯทดสอบ 1,590 จุด
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

หุ้นไทยวันนี้เปิดบวก 4.31 จุด ที่ระดับ 1,589.34 จุด มูลค่าการซื้อขาย 2,113.31 ล้านบาท ด้านโบรกฯคาดปัจจัยหนุนเพียบ ดันดัชนีฯทดสอบ 1,590 จุด จุด แนะเก็งกำไรระยะสั้นรับผลประชุม ครม.นัดแรก วันนี้ทันทีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดทำการซื้อขาย ณ เวลา 09.59 น. ดัชนีฯตลาดหุ้นไทยเปิดที่ระดับ 1,589.34 จุด เพิ่มขึ้น 4.31 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,113.31 ล้านบาท โดยบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสขยับตัวขึ้นทดสอบระดับ 1,590 จุด จากการที่นักลงทุนต่างชาติจะทยอยซื้อสะสมในหุ้นไทยเพิ่มขึ้น หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดอาจจะชะลอกรอบเวลาในการขึ้นดอกเบี้ยออกไป หลังตัวเลขการจ้างงานออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ ประกอบกับธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 0.05% ส่งผลให้ค่าเงินของสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อภาคการส่งออก ส่วนปัจจัยสนับสนุนภายในประเทศมาจากการที่จะเริ่มประชุม ครม. นัดแรกในวันพรุ่งนี้ทำให้เชื่อว่าจะมีแรงซื้อเก็งกำไร เพื่อรอลุ้นผลการประชุมว่าจะมีการผ่านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการยกเลิกกฎอัยการศึกหรือไม่ โดยกลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ แนะนำให้นักลงทุนเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางในกลุ่มที่ได้รับผลบวกจากการประชุม ครม. นัดแรกเช่น กลุ่มท่องเที่ยว ก่อสร้าง เป็นต้น เพื่อรอขายทำกำไรบริเวณ 1,600 จุดหรือสูงกว่า MThai News

โบรกฯ-กองทุนเชียร์หุ้นกลุ่มพาณิชย์ รับอานิสงส์เงินจำนำข้าว
CPALL /  CPN / 

โบรกเกอร์ และบรรดากองทุนในประเทศ ต่างเชียร์หุ้นกลุ่มพาณิชย์ หลังเงินจำนำข้าวจ่ายครบ และช่วงบอลโลกของกินขายดีช่วงดึก แต่ระยะยาวรอความชัดเจนการพัฒนาเศรษฐกิจจาก คสช. บล.เคที ซีมิโก้ วิเคราะห์และมองว่าหุ้นกลุ่มพาณิชย์ ซึ่งอิงความเชื่อมั่นผู้บริโภค จะกลับมาฟื้นตัว ประกอบกับช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก จะทำให้ยอดซื้อของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ CPALL เจ้า ของ 7-ELEVEN พร้องกับเสียงสนับสนุนของบรรดากองทุนต่างๆทั้ง บลจ.เอ็มเอฟซี บลจ.วรรณ และบลจ.ทิสโก้ ที่มีมุมมอง ว่าหุ้นในกลุ่มพาณิชย์ จะกลับมาสดใสน่าลงทุนต่อ หลังรับข่าวโรดแม็ป การพัฒนาประเทศ ของทีมเศรษฐกิจ คสช. ส่งผลดีทั้งต่อการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ให้ข้อมูลหุ้นกลุ่มพาณิชย์ ว่าเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงนี้จะเพิ่มขึ้นหลังการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว คาดจะกระตุ้นการอุปโภคบริโภคได้ในช่วงสั้น SSSG ของกลุ่มพาณิชย์มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในไตรมาส 1อย่างไรก็ดี ยังต้องรอดูความชัดเจนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะส่งผลกระทบให้การอุปโภคบริโภคฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนบล.เมย์แบงก์ฯ ประมาณการเดิมสำหรับกลุ่มพาณิชย์ และ ให้น้ำหนักการลงทุน Neutral หุ้นเด่น ได้แก่ HMPRO (TP 11.80 บาท) และ CPN (TP 57 บาท) อย่างไรก็ดีฝ่ายวิเคราะห์เห็นว่ามีความเสี่ยง ต่อประมาณการกำไรของกลุ่มพาณิชย์จะมาจากนโยบายประชานิยม และ การลดค่าครองชีพ (เช่น ลดราคาน้ำมัน) ส่วนความเสี่ยงมาจากการคงระดับราคาสินค้าซึ่งอาจกระทบต่ออัตรากำไรของกลุ่ม โดยกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงระยะสั้น ยังต้องรอความชัดเจนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะส่งผลกระทบให้การอุปโภคบริโภคฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน หุ้นแนะนำโดยบล.เมย์แบงก์ ในกลุ่มพาณิชย์ได้แก่ HMPRO และ CPN เรายังคงให้น้ำหนักการลงทุนตำกว่ากลุ่ม Neutral สำหรับกลุ่มพาณิชย์ หุ้นที่เราแนะนำเป็นบริษัทที่มี Brand แข็งแกร่ง เป็นผู้นำในตลาด ประสิทธิภาพการดำเนินงานสูง กำไรมีความผันผวนน้อย และ ขยายสาขาต่อเนื่อง ได้แก่ HMPRO ซึ่งมียอดขายมั่นคงจากการที่กลุ่มลูกค้าหลักเป็นลูกค้าซื้อสินค้าเพื่อการปรับปรุงซ่อมแซม และ มีรายได้ระดับปานกลางขึ้นไป ขณะที่ CPN มีรายได้ค่าเช่าสม่ำเสมอ และ สามารถปรับขึ้นค่าเช่าได้ตามสัญญา เราปรับคำแนะนำ GLOBAL เป็นขายทำกำไร Take Profit เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเกินราคาเป้าหมาย MThai News

หุ้นเปิดตลาดติดลบ 5.21 จุดโบรกฯชี้หุ้นปรับฐานขาลง
BJCHI /  IRPC / 

เปิดตลาดหุ้น (10มิ.ย.) ติดลบ 5.21 จุด ดัชนีมาอยู่ที่ 1,452.09 จุด โบรกเกอร์ชี้หุ้นปรับฐานขาลง จับตาข่าวปรับโครงสร้างพลังงานมีผลอย่างไร นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บล.อาร์เอชบี โอเอสเค(ประเทศไทย) มองว่าแนวโน้มตลาดหุ้นน่าจะลง ขึ้นไม่ง่าย เพราะต่างชาติซื้อน้อยลง ส่วนในประเทศก็ไม่มีปัจจัยขับเคลื่อน ข่าวดีไม่มี ตลาดอาจจะอ่อนลงมาบ้าง มองแนวรับที่ 1,440 และแนวต้านที่ 1,465 และ 1,480 จุด ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาราว 5% ตั้งแต่ช่วง คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้มีการขายทำกำไรออกมาบ้าง ขณะที่ตลาดยังกังวลต่อการที่ คสช. จะปรับรูปแบบโครงสร้างพลังงาน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน อีกทั้งล่าสุด บมจ.ไออาร์พีซี ที่อยู่ในกลุ่มพลังงาน ก็มีเหตุเพลิงไหม้โรงงานเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ การที่ บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น ประกาศเพิ่มทุนจำนวนมากอาจจะกระทบต่อการซื้อขายของหุ้น TRUE ด้วย หลังจากตลาดหลักทรัพย์ฯ อนุญาตให้หุ้นกลับมาซื้อขายได้ หลังขึ้นเครื่องหมาย H เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ สำหรับเช้านี้เปิดตลาดหุ้น (10มิ.ย.) ติดลบ 5.21 จุด ดัชนีมาอยู่ที่ 1,452.09 จุด มูลค่าซื้อขาย 3,318.24 ล้านบาท หุ้นเด่นวันนี้ BJCHI เอเซีย พลัส คงประมาณการกำไรปี 2557 ไว้ที่ 1,053 ล้านบาท ลดลง 13%เทียบปีก่อน และประเมินราคา Fair Value ที่ PER 12 เท่า ต่ำกว่าบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายคลึงกันอย่าง STPI จะให้ ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 39.50 บาท ใกล้เคียงกับราคาปัจจุบัน โดยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ฝ่ายวิจัยคาดว่า BJCHI จะสามารถจ่ายเงินปันผลในปีนี้ได้ 2.00 บาท หรือคิดเป็น Dividend Yield 5.2% แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 39.50 บาท/หุ้น IRPC เมื่อวานนี้เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณหน่วย Vacuum Gas Oil Hydrotreating (VGO) ซึ่งเป็นหน่วยกำจัดสารกำมะถันของผลิตภัณฑ์น้ำมันเตา IRPC ได้มีการทำประกันอัคคีภัยไว้ในวงเงินความคุ้มครองทรัพย์สิน 1.2 พันล้านเหรียญฯ ซึ่งสามารถครอบคลุมได้ทั้งหมดประกอบไปด้วย โรงกลั่น วัตถุดิบ เครื่องจักร ฝ่ายวิจัยได้ประเมินผลกระทบเบื้องต้นต่อ EPS ในปี 2557 ในกรณีเลวร้ายสุดหากมีการหยุดผลิตบางหน่วยซึ่งจะกระทบต่อกำไรต่อหุ้น (EPS) และราคา (FV) ปี 2557 ราว 10.5-18.4% และ 1.4-2.9% จากเดิม (ไม่คำนวนผลกระทบหากหยุดเกินระยะเวลา 2 เดือน เพราะบริษัทประกันภัยจะชดเชยรายได้ให้) เชื่อว่ามีผลกระทบในระยะสั้น แต่หากปรับลดลงกว่าผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นราว 1.4-2.9% เอเซีย พลัส แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 4.20 บาท/หุ้น JAS แนวโน้มการออก IFF ล่าช้าต่อไปอีก 3 เดือน เพราะอยู่ระหว่างแก้ไขโครงสร้างกองทุน ซึ่งต้องเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นใหม่ เพราะโครงสร้างกองทุนเข้าข่ายผูกขาด ต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกองทุน JASGIF ใหม่ แต่ไม่กระทบประมาณการ โดยรายได้หลัก 82% มาจากธุรกิจ Broadband Internet ซึ่งมาจากระบบ ADSL เกือบ 100% ขณะที่ระบบ FTTx คาดที่เพียง 0.4% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่รายได้จากการวางระบบคาดว่ายังอยู่ในทิศทางชะลอตัว คาดลูกค้าเพิ่ม(Net add) ทั้งปีที่ 1 แสนรายเป็น 1.52 ล้านราย ณ สิ้นปี 2557 ส่วน ARPU คาดทรงตัวที่ระดับ 644 บาท เราคาดกำไรปกติปี 2557 ที่ 3,558 ล้านบาท เติบโต 18% เทียบปีก่อน (กำไรต่อหุ้น EPS = 0.51 บาท) บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 10.20 บาท/หุ้น MThai News

'หุ้นไทย' ปิดลบ กลุ่มสื่อสารล่วงหนัก แนะ ชะลอการลงทุน
SET /  ตลาดหุ้น / 

'หุ้นไทย' ปิดลดลง 3.46 จุด ‘JAS’ ซื้อ-ขาย สูงสุด ขณะที่ โบรกฯ ชี้ หุ้นกลุ่มสื่อสารได้รับแรงกดดันจากการประมูล 4G  ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (25 พ.ย.) สรุปภาพรวมตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ หลังปิดตลาดที่ระดับ 1,381.46 จุด ลดลง 3.46 จุด มูลค่าซื้อขาย 3.1 หมื่นล้าน มูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับ สูงสุด ได้แก่ JAS ปิดที่ 5.10 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง TRUE ปิดที่ 8.50 บาท -0.20 บาท (-2.30%) ADVANC ปิดที่ 205.00 บาท -3.00 (-1.44%) AOT ปิดที่ 313.00 บาท -6.00 บาท (-1.88%) PTT ปิดที่ 270.00 บาท +1.00 บาท (+0.37%) ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินถึงสถานการณ์หุ้นไทยช่วงนี้ ว่า หุ้นกลุ่มสื่อสารจะเคลื่อนไหว Underperform ตลาด จากแรงกดดันของการประมูลคลื่น 900 MHz ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค. 2558 นี้ ซึ่งหากมีการแข่งขันที่รุนแรงเหมือนการประมูลคลื่น 1800 จะเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นกลุ่มสื่อสาร ดังนั้นจึงควรชะลอการลงทุน และ รอจังหวะเข้าลงทุนอีกครั้ง 'SET' เสี่ยงลง เหตุวิตกรัสเซียโต้กลับตุรกี ชี้ หุ้นกลุ่มพลังงานมีผล นักวิเคราะห์มอง 'SET' แกว่งตัวในกรอบแคบ เนื่องจากยังมีความวิตกกังวลจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ตุรกี  บริษัท หลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี จีเค (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (25 พ.ย.) ว่า ความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นต่อเหตุการณ์ตุรกียิงเครื่องบินรบรัสเซียตก มองเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น เมื่อดูจากการตอบสนองของตลาดหุ้นรัสเชียและตุรกีเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2558 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าลดลงเพียง 3% และ 4% สำหรับในส่วนของตลาดหุ้นไทย เมื่อวานนี้ ถือว่าเป็นตลาดแรกๆ ที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเกิดใหม่ทั่วโลก แทบจะไม่ลง ดังนั้นคาดว่าดัชนีวันนี้จะดีดตัวกลับ ซึ่งนำโดยหุ้นในกลุ่มพลังงาน หากสถานการณ์เกิดบานปลายไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้น และจะยิ่งทำให้เป็นตัวต้านการลงของดัชนีหุ้นไทย ขณะที่ตลาดทั่วโลกเปิดขึ้นมายังอยู่ในภาวะผันผวน แต่จะไม่รุนแรง เนื่องจากเป็นเพียงแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานเข้ามา แต่หากดูเฉพาะตลาดหุ้นไทย จะพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้น PTTEP กับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ให้ค่าสหสัมพันธ์ สูงถึง 0.9 ซึ่งสะท้อนให้เห็นราคาหุ้นวิ่งตามราคาน้ำมันทั้งในเชิงบวกและลบ ดังนั้นในช่วงนี้หุ้น PTTEP ยังเก็งกำไรช่วงสั้นได้ อีกทั้งวันนี้ดัชนีจะยังมีแรงกดให้ลงไปอยู่ในแดนลบ แต่สุดท้ายจะมีแรงซื้อหุ้นเข้ามาเสริม จนดันดัชนีขึ้นไปยืนในแดนบวก พร้อมมองแนวรับที่ 1380-1375 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1392-1396 จุด แนะนำ ซื้อเก็งกำไร BCP และ GL ขอบคุณข้อมูลจาก  ข่าวหุ้น ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

โบรกฯคาดหุ้นไทย บวกต่อ ญี่ปุ่นยุบสภาหนุน
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

 โบรกฯคาดหุ้นไทยเดินหน้าบวกต่อ หลังได้รับแรงหนุนจากการที่ญี่ปุ่นยุบสภา ลุ้นทดสอบ 1,590 จุด แนะทยอยขายทำกำไรบางส่วน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดโมเมนตัมการลงทุนตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ยังสามารถผลักดันให้ดัชนีหุ้นไทยไต่ระดับขึ้นทดสอบแนวต้านด่านสำคัญ 1,590 จุดได้ โดยจุดสังเกตที่น่าสนใจติดตามได้แก่ หุ้น Big Cap โดยเฉพาะกลุ่ม Domestic Play ขยับขึ้นเด่นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร และที่อยู่อาศัย ที่คาดว่าจะได้อานิสงค์จากการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัว รวมถึงปัจจัยบวกจากชินโสะ อาเบะประกาศยุบสภา พร้อมสั่งให้ ครม.พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และหากผลการประชุม BoJ ในวันนี้ ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังจีดีพีไตรมาส 3 หดตัวต่อเนื่อง ซึ่งมีแนวโน้มเชิงบวกต่อการลงทุนในไทย ทั้งตลาดตราสารหนี้ และ ตลาดหุ้น ขณะที่หุ้นขนาดเล็กทั้ง SET และ MAI คาดว่าจะแกว่งในกรอบแคบถึงปรับฐานลงเล็กน้อย เพื่อรอผลการประชุมระหว่างสมาคมโบรกเกอร์ และ ตลท. เพื่อพิจารณามาตรการควบคุมเก็งกำไร การซื้อขายหุ้นที่ร้อนแรง ซึ่งผลการประชุมในวันนี้ จะประกาศใช้มาตรการดังกล่าวในทันที แนะนำทยอยขายทำกำไรบางส่วน ในหุ้นหลักที่แนะนำเข้าสะสม หรือเก็งกำไร บริเวณ 1,590 จุด พร้อมปรับพอร์ตบางส่วนมาสะสมหุ้นที่ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 3 และโอกาสที่ผลงานจะฟื้นตัวเด่นในไตรมาส 4 หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

ตลท.แขวน SP 10 DW ออกโดย MBKET
DW /  MBKET / 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. ประกาศห้ามซื้อหรือขาย และพ้นสภาพจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนจำนวน 10 หลักทรัพย์ที่ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET โดยขึ้นเครื่องหมาย SP เนื่องจากการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายของใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือ DW กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนวันที่ 28 พ.ย. 57 และวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 28 พ.ย. 2557 โดยจะขึ้นเครื่องหมาย SP ตั้งแต่วันที่ 25-28 พ.ย. 2557 และพ้นสภาพเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในวันที่ 29 พ.ย. 2557 ดังนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ซื้อขายสุดท้ายเดือนพฤศจิกายน 2557 ประเภทสิทธิในการซื้อ รุ่น A (ADVA42C1411A) ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) ซื้อขายสุดท้ายเดือนพฤศจิกายน 2557 ประเภทสิทธิในการซื้อ รุ่น A (BGH42C1411A) ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ซื้อขายสุดท้ายเดือนพฤศจิกายน2557 ประเภทสิทธิในการซื้อ รุ่น A (DTAC42C1411A) ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซื้อขายสุดท้ายเดือนพฤศจิกายน 2557 ประเภทสิทธิในการซื้อ รุ่น A (INTU42C1411A) ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ซื้อขายสุดท้ายเดือนพฤศจิกายน 2557 ประเภทสิทธิในการซื้อ รุ่น A (LH42C1411A) ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซื้อขายสุดท้ายเดือนพฤศจิกายน 2557ประเภทสิทธิในการซื้อ รุ่น A (MINT42C1411A) ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซื้อขายสุดท้ายเดือนพฤศจิกายน 2557 ประเภทสิทธิในการซื้อรุ่น A (PTT42C1411A) ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซื้อขายสุดท้ายเดือนพฤศจิกายน 2557ประเภทสิทธิในการซื้อ รุ่น A (PTTE42C1411A) ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซื้อขายสุดท้ายเดือนพฤศจิกายน 2557 ประเภทสิทธิในการซื้อรุ่น A (SCB42C1411A) ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นสามัญของ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) ซื้อขายสุดท้ายเดือนพฤศจิกายน 2557 ประเภทสิทธิในการซื้อ รุ่น A (TICO42C1411A) MThai News

4 โบรกคัด18 หุ้นเด็ดดวง! กลุ่มรับผลดียกเลิกกฎอัยการศึก
บล.กรุงศรี /  บล.ธนชาต / 

18 หุ้นเด็ดดวง! คัดมาเเล้ว กลุ่มรับผลดีใช้ ม.44  ดัชนีระยะสั้นฟื้นต่อ ลุ้นทดสอบ 1,530 จุด นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยมีจังหวะฟื้นตัวต่อในระยะสั้น โดยมีระดับสำคัญอยู่ที่ 1,530 จุด ด้านเทคนิคมีสัญญาณซื้อชัดเจน อย่างไรก็ตามอาจมีแรงขายทำกำไรบ้างช่วงก่อนหนุดยาว การลงทุนเก็งกำไรกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐฯ ซึ่งอาจได้รับผลดีจากการใช้ ม.44  โดยหุ้นเด่นที่ได้รับการคัดเลือกมาจากบทวิเคราะห์ ทั้งหมด 18 ตัว ที่คาดว่าจะสามารถทำกำไรให้นักลงทุนได้ในระยะนี้  อาทิ BJCHI - ITD - TASCO - WHA - SPALI - PS - SCC - CK - STEC -SEAFCO - RCL -EA - SAMART - TPIPL - KBANK - AOT - BANPU และ ABICO นำโดย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ( 1 เม.ย.) คงมุมมองการลงทุนเป็น “กลาง” วันที่ 10 แนวต้านบริเวณ 1,530-1,535 จุด ยังไม่น่าจะผ่านได้ในวันนี้ หลัง SET INDEX ปิดบวกมาตลอด 2 วันราว 25 จุด อีกทั้งต้นสัปดาห์หน้าเป็นช่วงวันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย อาจทำให้นักลงทุนทยอยขายทำกำไรปิดความเสี่ยงดังกล่าว หากเม็ดเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทย เชื่อว่ากองทุนในประเทศที่ลดน้ำหนักการลงทุนไปก่อนหน้านี้จะกลับมาสะสม/เก็งกำไรหุ้นหลักต่อผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/58 เพิ่มเติม บวกกับเม็ดเงินใหม่จากกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ รอบนี้คาดว่าจะระดมทุนได้ราว 5-6 พันล้านบาท มากพอที่จะผลักดัน SET INDEX ให้ไต่ระดับขึ้นไปได้ แม้ว่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันจะเบาบางเพียง 3.50-4.00 หมื่นล้านบาท/วันก็ตาม กลุ่มธนาคารจะเป็นสัญญาณชี้นำถึงกระแสเงินทุนต่างชาติในรอบนี้ แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/58 เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนแม้ว่าจะไม่เติบโตเด่น แต่ Downside risk ของประมาณการกลุ่มธนาคารก็เป็นไปอย่างจำกัด อีกทั้งราคาหุ้นปรับฐานลงมาสะท้อนภาพรวมผลการดำเนินงานที่เติบโตในระดับต่ำไปแล้ว อาจเกิดเป็นช่องว่างของการเข้ามาเก็งกำไรผลการดำเนินงานไตรมาส 1/58 ได้ หากเกิด Positive Surprise กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “นักลงทุนที่เก็งกำไรหุ้นเป้าหมายไปก่อนหน้านี้ อาจพิจารณาขายทำกำไรบางส่วนบริเวณ 1,530 จุด +/- กลับมาถือเงินสด เพื่อรอเข้าเก็งกำไรรอบใหม่ เมื่อราคาหุ้นเป้าหมายย่อตัว” หรือยังคงใช้กลยุทธ์ “ขึ้นแรงขาย / ลงแรงซื้อ” เช่นเดิม Top Pick in Q2/15: ITD / TASCO / TPIPL/ WHA Accumulative Buy: BJCHI/WHA บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (1 เม.ย.) ว่า แนวโน้ม SET ระยะสั้นมีจังหวะ “ฟื้นตัว” ต่อไปที่เป้าหมาย 1,530 (อาจมีแรงขายทำกำไรบ้าง) และถัดไป1,550 จุด จาก 1) ยกเลิกกฎอัยการศึก หนุนกลุ่มท่องเที่ยว 2) การเข้าซื้อของ Trigger Fund 5-6 พันล้านบาท 3) สภาพคล่องในประเทศระดับสูง ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล US$3.5 พันล้าน 4) เจรจา Charter Flight บินต่อหนุนกลุ่มการบิน และ 5) SET เกิดสัญญาณ Morning Star เป็นสัญญาณ “กลับตัว” ทางเทคนิค ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หุ้นกลุ่มรับเหมาฯ และเกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐฯ อาจได้รับผลดีจากการใช้ ม.44 เนื่องจากทำให้กระบวนการในลงทุนกระชับ และใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีขึ้น แนะนำ “ซื้อ” กลุ่มรับเหมาฯ วัสดุก่อสร้าง SCC, CK, STEC และ SEAFCO กลุ่มที่ลงทุนเกี่ยวกับพลังงานทางเลือก EA, SAMART และ TPIPL กลุ่มท่องเที่ยว AOT รวมถึงกลุ่มหุ้นใหญ่ KBANK บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (1 เม.ย.) ว่าเงินเฟ้อเดือน มี.ค. ติดลบเป็นเดือนที่ 3 น่าจะหนุนให้ดอกเบี้ยฯ ลดลงต่อในการประชุมรอบถัดไปถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อผู้พัฒนาบ้านขาย (SPALI, PS) แม้ภาพใหญ่ยังถูกกดดันจากประเด็นการเมืองและเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวล่าช้า วันนี้เลือก RCL (FV@B12) เป็น Top Pick ดัชนีขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ เพิ่มขึ้นสูงถึง 4%wow และยังได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ต่ำในระดับปัจจุบัน บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (1 เม.ย.) คาดการณ์มุมมองทางเทคนิค ดัชนีตลาดที่เพิ่มขึ้นเมื่อวานนี้ได้ผ่านเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น 10 วันเป็นวันแรกจากที่ปรับลงเมื่อ 5 สัปดาห์ก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าสัญญาณ a bullish divergence ได้เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังเกิดสัญญาณซื้อชัดเจนแล้ว  แนวโน้มของตลาดจะเคลื่อนไหวที่กรอบแนวรับ 1,512-1,538 หุ้นที่เลือกวันนี้มีโอกาสปรับขึ้น แนะนำซื้อเก็งกำไร BANPU และ ABICO MThai News แหล่งที่มา 

ตลท.แต่งตั้ง 'รินใจ' เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

ตลท. แต่งตั้ง "ดร.รินใจ ชาครพิพัฒน์" เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค.57 นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า ตลท. เห็นสมควรแต่งตั้ง ดร.รินใจ ชาครพิพัฒน์ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ สายงานการตลาด ตลท. เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ ตลท. ในการต่อยอดและเพิ่มจำนวนสินค้าปัจจุบันให้หลากหลาย รวมทั้งพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนได้อย่างมีคุณภาพมี ทั้งนี้มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป ดร.รินใจ ชาครพิพัฒน์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท บริหารธุรกิจ-การธนาคารและการเงิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาเอกด้านการเงิน Cleveland State University ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 7 และได้ประกาศนียบัตร Chartered Financial Analyst (CFA) โดยล่าสุดดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จึงมั่นใจว่ามีความสามารถเหมาะสม ที่จะช่วยพัฒนางานธุรกิจและผลิตภัณฑ์ของ ตลท. MThai News

หุ้นไทยเช้านี้ เปิดบวก 3.41 จุด รับ ECB ลดดอกเบี้ย
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

หุ้นไทยวันนี้เปิดบวก 3.41 จุด ที่ระดับ 1,584.14 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1,004.39 ล้านบาท ด้านโบรกฯ มองดัชนีฯมีโอกาสทดสอบ 1,590 จุด แนะเก็งกำไรระยะสั้น วันนี้ทันทีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดทำการซื้อขาย ณ เวลา 09.55 น. ดัชนีฯตลาดหุ้นไทยเปิดที่ระดับ 1,584.14 จุด เพิ่มขึ้น 3.41 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,004.39 ล้านบาท ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง หรือ MBKET วิเคราะห์ว่า ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้จะขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,590 จุด ด้วยปัจจัยบวกจาก ECB ที่ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.10% เป็น 0.05% ส่วนแรงหนุุนในประเทศมากจาก นายกรัฐมนตรี และ ครม. มีอำนาจเต็ม หลังเข้าถวายสัตย์ปฎิญาณ เย็นวานนี้ คาดว่า รมว.เจ้ากระทรวงต่างๆ จะเริ่มทำงานกันในวันนี้ น่าจะดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ กลยุทธ์การลงทุน MBKET แนะนำให้นักลงทุน กลับเข้าเก็งกำไรอีกครั้ง โดยเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายการบริหารประเทศของ ครม.ในช่วงสั้นนี้ MThai News

ดัชนีหุ้นพลิกล็อกบวกกว่า 12 จุด ผลทำ
ADVANC /  BBL / 

ดัชนีหุ้นส่งท้ายตลาด เพิ่มขึ้น 12.95 จุด ปรับตัวอยู่ที่1,368.90 จุด สัปดาห์หน้าจับตาดูการชุมนุมทางการเมืองจากทุกกล่มก่อนตัดสินใจลงทุน นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 มี.ค. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ซึ่งประเมินได้ว่าเป็นผลจากการซื้อเพื่อปิดบัญชี ณ สิ้นงวดของกองทุน (Window Dressing) เพราะไม่ได้มีปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามาผลักดันตลาดให้ปรับตัวขึ้นไปได้มากนัก โดยดัชนีหุ้นปรับตัวอยู่ที่1,368.90 จุด เพิ่มขึ้น 12.95 จุด มูลค่าซื้อขาย 32,483.71 ล้านบาท ทั้งนี้ สัปดาห์หน้า (31 มี.ค. - 4 เม.ย.) ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะแกว่งตัวในกรอบแนวรับ(ดัชนีต่ำสุด) 1,360 จุด แนวต้าน(ดัชนีสูงสุด) 1,380 จุด โดยปัจจัยที่ต้องจับตา คือ การชุมนุมของกลุ่มทางการเมืองต่าง ๆ ทั้งคณะกปปส.)ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ รวมถึงกลุ่มนปช. ที่จะชุมนุมในวันที่ 5 เม.ย.นี้ ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนให้ซื้อขายระยะสั้นตามกรอบดัชนีที่คาดการณ์ 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 1.ADVANC     มูลค่าซื้อขาย 2,162.98ล้านบาท       ราคาปิดที่ 223.00 บาท     ปรับลง4.00 บาท 2.KBANK         มูลค่าซื้อขาย 2,029.40 ล้านบาท       ราคาปิดที่ 174.50 บาท      ปรับบวก3.50 บาท 3.BBL         มูลค่าซื้อขาย1,884.58 ล้านบาท        ราคาปิดที่ 176.00 บาท     ปรับบวก2.00 บาท 4.PTT         มูลค่าซื้อขาย1,622.38 ล้านบาท        ราคาปิดที่ 299.00 บาท      ไม่เปลี่ยนแปลง 5.SCB         มูลค่าซื้อขาย 1,301.21ล้านบาท         ราคาปิดที่ 156.50 บาท     ปรับบวก 3.00 บาท

โบรเกอร์เห็นต่างหุ้นไทยบวกหรือลบ
JAS /  PTTGC / 

โบรกเกอร์ เห็นต่างหุ้นไทยวันนี้ ใีทั้งมองหุ้นบวก ลบ และ ผันผวน พร้อมแนะนำลงทุน PTTGC,TMB, และ๋๋๋JAS นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย)  เผย แนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (3 กพ.) ว่า คาดดัชนีหุ้นบวกปานกลาง โดยแม้ว่าหุ้นสหรัฐฯ และเอเชียเช้านี้ลดลง จากความกังวลต่อเศรษฐกิจและค่าเงินตลาดเกิดใหม่ แต่หุ้นไทยน่าจะมีปัจจัยหนุนจากการเลือกตั้งเมื่อวาน ซึ่งไม่มีความรุนแรง ส่วนประเด็นที่ว่าคนไปใช้สิทธิ์น้อย และการรณรงค์ไม่เลือกตั้ง ส่งผลให้ไม่สามารถเปิดสภาฯ ได้นั้น คาดว่าตลาดรับรู้ไปก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ดีดัชนีหุ้นจะยังผันผวนสูง เพราะการเมืองยังคงไม่มีทางออก นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี เผย ดัชนีตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาส แกว่งตัวในกรอบแคบๆ โดยมองแนวโน้มไปทางด้านติดลบอยู่ ถึงแม้ว่าเมื่อวานนี้การเลือกตั้งจะไม่เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถหาทางออกได้ และยังไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ ปัจจัยต่างประเทศ ธนาคารกลางสหรัฐ(FOMC) มีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE)ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ จึงมีแนวโน้มที่เงินทุนต่างประเทศอาจจะไหลออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดว่าดัชนีหุ้นยังผันผวนในกรอบแคบๆ แต่อาจรีบาวด์ได้ในช่วงสั้น หลังการเลือกตั้งวานนี้เป็นไปด้วยความสงบ โดยทางแกนนำกปปส.มีมติให้ยุบเวทีบางแห่งทำให้ความตึงเครียดลดน้อยลง ขณะที่การเปิดลงคะแนนเสียงได้  คิดเป็น 89.2% ของการเลือกตั้ง ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ สส.ครบ 95% จับตาการการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ต่อไป ปัจจัยเศรษฐกิจวันนี้มีประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของไทย ซึ่งมาคมนักวิเคราะห์คาดว่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.76% จาก 1.67% ในเดือนก่อน รวมถึงดัชนี PMI ภาคบริการจีน เดือนมกราคมที่ประกาศออกมาเมื่อวันเสาร์อ่อนตัวลงมาที่ 50.5 จาก 51 ในเดือนธันวาคมแต่ให้กรอบดัชนีวันนี้ที่ 1250 - 1290 จุด หุ้นเด่นวันนี้ PTTGC บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำซื้อ  คาดกำไรจากการดำเนินงานมีกำไรสุทธิทั้งปี 2556 ลดลง 2% จากปี 2555 แต่ประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ที่คาดเพิ่ม 15% จากอัตราผลกำไร (margin) ที่ดีขึ้นของสินค้าสายโอเลฟินส์ และการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นหลังขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตในปีก่อน แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 80 บาทจาก 90 บาท ล้อกับ PE ของภูมิภาคที่ลดลง  TMB บล.เคเคเทรด แนะนำซื้อ เป้าหมาย 2.70 บาท ปัจจัยกดดันราคาหุ้นระยะสั้นจบลงแล้ว หลังธนาคารออกมาระบุว่าไม่ได้เข้าร่วมประมูลสินเชื่อให้กับโครงการรับจำนำข้าว ขณะที่ในเชิงพื้นฐานประเมินว่า TMB จะมีกำไรสุทธิในปี 2557 เพิ่มขึ้น 39% จากปี 2556 ถือว่าโดดเด่นมากเพราะสูงที่สุดในกลุ่มฯที่โดยเฉลี่ยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 4% จุดเด่นที่สำคัญของ TMB คือ สามารถในการรับความเสี่ยงที่อาจจะเพิ่มขึ้นในอนาคต จากระดับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่อยู่ในระดับสูงราว 16% โดยเป็นกองทุนขั้นที่ 1หรือ Tier 1 ราว 10% JAS บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ แนะนำทยอยสะสมราคาเป้าหมาย 9 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 4 ปี 2556 ขยายตัวทั้งรายปีและรายไตรมาส ตามการเติบโตของจำนวนลูกค้าใหม่ในธุรกิจ Broadband และการรุกขยายเข้าสู่ตลาดบนผ่านการให้บริการ FTTX โดยเบื้องต้นคาดการณ์กำไรปกติ ไตรมาส 4 ปี 2556ที่  800 ล้านบาท และราคาหุ้นมีโอกาสเพิ่มขึ้น จากแผนการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่อยู่ระหว่างศึกษา และคาดว่าจะมีความคืบหน้าในครึ่งปีแรก พร้อมคาดกำไรปกติปี 2557 จะเติบโต +20.2% yoy เป็น 3,872 ล้านบาท  MThai News

IPO /  น้ำมันปาล์มดิบ / 

"วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์"จะขายหุ้น IPO ครั้งแรก 270 ล้านหุ้น และแต่งตั้ง บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯเป็นที่ปรึกษานำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ บมจ.วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์(VPO)ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง)ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก(IPO)จำนวน 270 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 25.23% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยแต่งตั้งบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)(MBKET) และบริษัท เดอะ ควอนท์ กรุ๊ป จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อนำหุ้นของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหมวดธุรกิจการเกษตร วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ ผลพลอยได้ รวมทั้งผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้จากของเสียหรือสิ่งเหลือใช้ จากกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ มีโรงงานจำนวนทั้งสิ้น 2 โรงงาน ที่มีกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพื่อขายในประเทศและส่งออก 180 ตันผลปาล์มทะลายต่อชั่วโมง จัดเป็น 1 ใน 3 ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์ม ดิบรายใหญ่ของประเทศ โดยมีกลุ่มชวนะนันท์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท บริษัทมีนโยบายการจ่ายปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองตามกฎหมาย เงินที่ได้รับจากการระดมทุนครั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะนำไปลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมทั้ง ถือหุ้นในบริษัท วิจิตรภัณฑ์สวนปาล์ม จำกัด(VPP) ผู้ดำเนินธุรกิจปลูกสวนปาล์มน้ำมันเพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทฯ บริษัท วีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (VGE) ผู้ ดำเนินธุรกิจทางด้านพลังงานทดแทนจากของเสียหรือสิ่งเหลือใช้ของ โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ และบริษัท วิจิตภัณฑ์โลจิสติกส์ จำกัด (VBL) ผู้ดำเนินธุรกิจขนส่ง น้ำมันปาล์มดิบ ผลปาล์มทะลาย เมล็ดในปาล์ม น้ำเสียที่บำบัดแล้ว และอื่นๆ โดยถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียน ที่ออกและชำระแล้ว ผลการดำเนินงานในปี 2556 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,238.72 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 3,629.94 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 172.23 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นจาก 105.66 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 66.57 ล้านบาท หรือ 63% MThai News

หุ้นกลุ่มไฟฟ้าพลังงานทางเลือกมาแรงแซงทางโค้ง
DEFTONES /  DEMCO / 

โบรกเกอร์เชียร์หุ้นกลุ่มไฟฟ้าพลังงานทางเลือก รับอานิสงส์ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) หน่วยละ 5-10 สตางค์ และการเติบโตของแต่ละบริษัท บล.ธนชาต วิเคราะห์หุ้นกลุ่มไฟฟ้าพลังงานทางเลือก จากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค.อีกหน่วยละ 5-10 สตางค์ จะเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า อย่าง SPCG ,GUNKUL, DEMCO, EA นอกจากนี้ยังแนะนำ “ซื้อ” KBS คาดกำไรกลับมาเติบโตดี 10-26% ในปี 2557-2559จากธุรกิจน้ำตาล โรงไฟฟ้า และเอทานอล โดยธุรกิจโรงไฟฟ้า 35MW จะเริ่มผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ เม.ย.นี้ ทำให้กำไร KBS มีคุณภาพมากขึ้น และธุรกิจเอทานอลจะเป็นตัวเร่งกำไรตั้งแต่ปี 2559เป็นต้นไป และ 4) คิดจากมูลค่าได้ค่าที่ PE 9.5-8.2x ในปี 2014-15 ถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 10x และให้อัตราเงินปันผล (Div. Yield) 5.2-6.1% ด้วยเป้าหมายพื้นฐานที่ 14.20 บาท หุ้น SPCG บมจ.เอสพีซีจี จากการประชุมผู้ถือหุ้น 25 เม.ย.นี้จะปลดล็อกความสามารถในการจ่ายเงินปันผล แนะนำ “ซื้อ” SPCG (ราคาเป้าหมาย 26 บาท) ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก คาดการณ์กำไร ไตรมาส 1ปี 2557 เติบโตสูงด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งการเพิ่มค่า Ft เป็นปัจจัยบวกต่อกำไรไตรมาส 2ปีนี้ การประชุมผู้ถือหุ้น 25 เม.ย.นี้ เกี่ยวกับการออกหุ้นกู้ 4,000 ล้านบาท ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยลดลง และคาดว่าจะทำให้บริษัทกลับมาจ่ายปันผลได้ภายในสิ้นปี แม้ราคาหุ้นปรับสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาแต่ถ้าพิจารณาตั้งแต่ต้นปีปรับสูงขึ้นเพียง 15.8% ยัง Laggard กลุ่มที่ปรับสูงขึ้น 28-49% และเมื่อพิจารณาในทางเทคนิค ราคาหุ้นยืนได้เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.เป็นสัญญาณกลับตัว และปรับสูงขึ้นเหนือกรอบ Uptrend Channel ไปแล้ววานนี้ ทำให้มีแนวโน้มเปลี่ยนกรอบซื้อขายเป็น 20.9-24.2 บาท โดยมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 22.8-23.3 บาท DEMCO บมจ. เด็มโก้เตรียมรับทรัพย์ ภายหลัง “อีโอลัส พาวเวอร์” บริษัทร่วมแจ้งจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานเดือนม.ค.-มี.ค. 57 ตามนโยบายจ่ายปีละ 2 ครั้ง คาดอีกครั้งจ่ายไตรมาส 4 ปีนี้ ได้รับเงินปันผล 116.47 ล้านบาท โดยกำหนดรับเงินในวันที่ 30 เมษายน 2557 ซึ่งถือว่าเป็นเงินปันผลงวดแรกของปี 2557 สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้ว่า บริษัทจะเร่งทำงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ 3,565 ล้านบาทให้แล้วเสร็จ เพื่อเตรียมรับงานใหม่ โดยในปีนี้มีงานประมูลรวม 22,400 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายที่จะรับงาน 4,500-5,500 ล้านบาท โดยธุรกิจปี 2557 กำไรสุทธิและรายได้รวมจะเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งตั้งเป้ารายได้ 6 พันล้านบาท ซึ่งมาจากงานในมือรับรู้ปี 2557 ราวๆ 2.9 พันล้านบาท (เหลืออีก 630 ล้านบาท รับปี 58) และที่เหลือเป็นการรับรู้รายได้จากส่วนแบ่งการลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทนของบริษัทร่วม และรับรู้รายได้งานใหม่ๆ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเหมาะสมหุ้น DEMCO ไว้ที่ 11.70 บาท จากภาพของกำไรยังอยู่ในทิศทางเพิ่มขึ้น MThai News

หุ้นไทยเช้านี้ เปิดบวก 6.21 จุด แต่ยังไร้ปัจจัยใหม่
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

หุ้นไทยวันนี้เปิดบวก 6.21 จุด ที่ระดับ 1,574.81 จุด มูลค่าการซื้อขาย 2,445.08 ล้านบาท ด้านโบรกฯ มองยังไร้ปัจจัยใหม่ ลุ้นดัชนีฯยืนเหนือ 1,570 จุด แนะทยอยขายเมื่อใกล้แนวต้าน วันนี้ทันทีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดทำการซื้อขาย ณ เวลา 10.02 น. ดัชนีฯตลาดหุ้นไทยเปิดที่ระดับ 1,574.81 จุด เพิ่มขึ้น 6.21 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,445.08 ล้านบาท ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง วิเคราะห์ว่า ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้จะแกว่งตัวขึ้นทดสอบ 1,570 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง ใกล้เคียงกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่แกว่งตัวในกรอบแคบ เนื่องจากยังไร้ปัจจัยสนับสนุนใหม่ทั้งใน และต่างประเทศ มีเพียงรอผลการประชุม ECB ในวันพรุ่งนี้เท่านั้น ว่าจะมีท่าทีอย่างไรเกี่ยวกับมาตรการ QE ส่วนกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรบริเวณ 1,570 จุดหรือสูงกว่า และถือเงินสดมากขึ้น หากเก็งกำไรให้อยู่ในกรอบระยะสั้นเท่านั้น MThai News

โบรกฯคาดหุ้นไทยลุ้นทดสอบ 1,600 จุด
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาดหุ้นไทยขึ้นทดสอบ 1,600 จุด แต่ไม่น่าปิดเหนือ แนะเก็งกำไรรับข่าวดีช่วง ธค.นี้ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ วิเคราะห์ว่า ดัชนีหุ้นไทยวันนี้จะแกว่งตัวบวกเล็กน้อย อาจมีช่วงทดสอบ 1,600 จุด แต่คาดยังไม่ผ่าน ปัจจัยภายนอกเป็นกลาง โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทรงตัว หลังจากตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ของสหรัฐฯ ถูกปรับขึ้นเป็น 3.9% จากตัวเลขครั้งแรกที่ออกมา 3.5% แต่ก็ถูตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ พ.ย. ที่ลดลงหักล้างไป ส่วนปัจจัยในภูมิภาคอื่นๆ ค่อนข้างเงียบ ด้านปัจจัยภายใน ครม. เห็นชอบ MoU ไทย-จีนร่วมสร้างรถไฟรางคู่ 734 กม. แล้ว และนายกฯ ส่งสัญญาณว่าช่วงปีใหม่อาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เซอร์ไพรส์ให้ประชาชน ด้านบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประเมินว่า ภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้นไทยเป็นบวก โอกาสที่ดัชนีหุ้นไทยจะทดสอบ 1,600 จุดระหว่างชั่วโมงการซื้อขายยังคงมีความเป็นไปได้ แต่อาจไม่สามารถปิดเหนือแนวดังกล่าวได้ในวันนี้ เพราะขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนการลงทุน อีกทั้งนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ต่างรอดูตัวเลขเศรษฐกิจเดือนต.ค. ซึ่ง ธปท.จะรายงานในวันศุกร์นี้ รวมถึงจับตา ECB,  BoJ และ ธนาคารกลางจีน กับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนในเดือนธ.ค.กลับเต็มไปด้วยประเด็นบวก ทั้งการประชุม ECB วันที่ 4 ธ.ค. การเลือกตั้งในญี่ปุ่นวันที่ 14 ธ.ค. และการประชุม กนง. วันที่ 17 ธ.ค. รวมถึงการพิจารณาร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิตอล ทำให้เชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยระลอกนี้มีลุ้นขึ้นไปทดสอบ 1,620 จุด แนะนำเก็งกำไรในหุ้นหลักที่มีลักษณะ High Beta ขณะที่ผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุด หรือเติบโตเด่นในไตรมาส 4 เป็นทางเลือก กลยุทธ์การลงทุนช่วงสั้น เก็งกำไร AAV และBBL หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

หุ้นเช้าเปิดตลาดบวก 0.60 จุด โบรกฯแนะหุ้นผลกำไรดี
AH /  PTTGC / 

หุ้นเปิดตลาด (19พ.ค.) บวก 0.60 จุด ดัชนีมาอยู่ที่ 1,405.86 จุด โบรกเกอร์แนะนำกลุ่มอาหาร เกษตรยานยนต์ ปิโตรเคมี กิมเอ็งชี้เป้าPTTGC ,TUF และAH บล.กสิกรไทย วิเคราะห์ว่า ตลาดวันศุกร์แข็งแกร่งกว่าคาดโดยสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงเกิน 1400 จุด แต่ปัจจัยแวดล้อมส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นลบไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการบริษัท จดทะเบียนที่อ่อนแอ และการชุนุมทุกกลุ่ม เพียงแต่ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรง ดังนั้นในภาพรวมบล.กสิกรไทยยังเน้นเลือกตัวหุ้นที่มีโอกาสโดดเด่นกว่าตลาด โดยเน้นหุ้นที่นักลงทุนยังมีการถือครองน้อย และเริ่มเห็น หุ้นเช้าเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ (19พ.ค.) บวก 0.60 จุด ดัชนีมาอยู่ที่ 1,405.86 จุด มูลค่าซื้อขาย 932.52 ล้านบาท โดยเลือกตัวเก็งกำไร และใช้จังหวะขึ้นเพื่อแบ่งขายลดพอร์ต ยังคงประเมินหุ้นปรับตัวลดลง(downside) ของการปรับฐานบริเวณดัชนี 1,340-1,360 จุด ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงซื้อ/เข้าสะสมหรือเก็งกำไรที่ดี อย่างไรก็ตามระยะสั้นตลาดมีความเสี่ยงแกว่งมากขึ้นจากการเก็งปัญหาการเมืองยุติหลัง 27 พ.ค. เช่นกัน ดังนั้นทางกลยุทธ์ของเลือกหุ้นที่มีสัญญาณบวกของการปรับประมาณการขึ้น และผ่านจุดต่ำสุดของการดำเนินงานไปแล้ว อาทิ หุ้นในกลุ่มอาหาร เกษตรยานยนต์ ปิโตรเคมี หุ้นเด่นวันนี้ :เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำ PTTGC อะโรเมติกส์ยังตกต่ำไปจนถึงปี 2558 แต่ PTTGC ยังแข่งขันได้ แม้อุตสาหกรรมพาราไซลีน (PX) จะยังถูกกดดันจากปริมาณการผลิต(อุปทานใหม่)จำนวนมากกดดันส่วนต่างราคาในปี 2557 -2558 อย่างไรก็ตามเราเชื่อการลดลง (downside) ของส่วนต่างราคาจากระดับราคาปัจจุบันเริ่มลดลงแล้ว ผู้ผลิตไม่ครบวงจรที่ต้นทุนสูงเริ่มปรับลดอัตราการใช้กำลังการผลิตลง อย่างไรก็ตามต้น ทุนการผลิตของ PTTGC อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ นอกจากนั้นส่วนต่างราคาเบนซีน BZ ที่แข็งแกร่งยังช่วยชดเชยผลกำไรจากพาราไซลีน (PX)ทีลดลงแรงได้อีกด้วย ความเสี่ยงที่มีส่วนต่างราคา ผลิตภัณฑ์ต่ำกว่าคาด การหยุดโรงงานนอกแผน รวมถึงความสม่ำเสมอของวัตถุดิบก๊าซจาก PTT แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 84.00 บาท/หุ้น TUF ผลประกอบการไตรมาส 1/2557 มีกำไรสุทธิ 950 ล้านบาท หากไม่รวมรายได้จากประกันภัยเพลิงไหม้ซึ่งบันทึกไตรมาส 1/2556 และ ส่วนแบ่งขาดทุนจากการเริ่มธุรกิจโรงงานผลิตทูน่าในปาปัวนิวกินี TUF มีกำไร 1,001 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80%เพิ่มจากไตรมาสก่อนและ 99%เทียบกับปีก่อน ใกล้เคียงกับที่เราคาดการณ์ ยอดขายเพิ่มขึ้น 14% YoY จากการที่เงินบาทอ่อนค่าลง 9% ธุรกิจทูน่าที่อยู่ภายใต้แบรนด์ ธุรกิจกุ้งในสหรัฐฯ ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง มียอดขายเพิ่มขึ้น แนะนำ"ขายทำกำไร "(TAKE PROFIT) ราคาเป้าหมาย 64.00 บาท/หุ้น AH บมจ. อาปิโก ไฮเทค ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2557 มีกำไรที่ฟื้นตัวดีขึ้นมากที่ 153 ล้านบาท แนวโน้มผลประกอบการ 2557 ของ AH ประเมินอุตสาหกรรมรถยนต์ในปี 2557 ยอดผลิตรถยนต์จะทรุดลงต่อเหลือประมาณ 2.2 ล้านคัน หรือ ติดลบกว่า 10% ต่ำกว่าของสภาอุตสาหกรรมที่ประเมินจะลดลงเหลือ 2.3 ล้านคัน แต่ยอดขายของ AHประเมินจะติดลบน้อยกว่าคือ ประมาณ 5% เพราะในปีนี้จะมีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามาช่วยหนุนยอดขาย ส่วนประมาณการของเราประเมินยอดขายของ AH จะปรับลดลง 5% เหลือ 14,846 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิทรุดลงเหลือ 519 ล้านบาท แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 16.00 บาท/หุ้น MThai News

หุ้นกลุ่มเดินเรือขาขึ้น โบรกฯแนะน่าจับเข้าพอร์ต
BDI /  PSL / 

หุ้นกลุ่ม เดินเรือ ส่งสัญญาณขาขึ้น ภายหลังค่าระวางเรือ หรือค่า(BDI) ขึ้นมาหลายวัน สะท้อนเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว นายจรูญพันธ์ วัฒนวงศ์ นักวิเคราะห์ บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็งวิเคราะห์ หุ้นกลุ่มเดินเรือว่า ดัชนีค่าระวางเรือเทกอง (BDI) ล่าสุด (20 มี.ค.) ดัชนี ค่าระวางเรือ BDI ปิดวันทำการล่าสุดที่ 1,570.00 จุด เพิ่มขึ้น 52.00 จุด เพิ่มขึ้น 3.43%ซึ่งเป็นการไต่ระดับขึ้นของค่า BDI ติดต่อกันหลายวัน โดยนับตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 ค่า BDI ปิดที่ระดับ 1,197.00 จุด ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2557 ปิดที่ 1,391.00 จุด ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่า BDI ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อ 7 วันที่ระดับ 194 จุด หรือเพิ่มขึ้น 16.20% โดยการปรับตัวเพิ่มขึ้นของค่า BDI ในรอบนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน ซึ่งสนับสนุนให้การขนส่งทางทะเลเพิ่มขึ้น3 โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 2 ปี 2557 เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งบมจ. โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์  หรือ TTA ตั้งเป้ารายได้ปี 2557 (สิ้นสุด ก.ย. 57) เติบโต 40% เมื่อเทียบจากปีก่อน ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากดัชนีค่าระวางเรือเทกอง (BDI) ที่ผ่านจุดต่ำสุด ส่วนธุรกิจของ บมจ.พรีเชียส ชิพปิ้ง  PSL ผลประกอบการเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว เพราะได้รับอานิสงส์จากกองเรือที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็น 40 ลำ จาก 22 ลำและอยู่ระหว่างสั่งต่ออีก 16 ลำ เพื่อบรรลุเป็น 56 ลำภายในปี 2559 ดังนั้นขนาดกองเรือที่เพิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กับการฟ้นตัวของอุตสาหกรรม จะทำให้ PSL จะได้ประโยชน์สูงในการฟ้นตัวในรอบนี้ สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2557 กำไรปกติ จะยังใกล้เคียงกับไตรมาส 4 ปี 2556 เนื่องจากค่า BDI เดือนมกราคม ได้รับผลกระทบจากเทศกาลตรุษจีนทำให้มีการชะลอการขนส่ง ส่วนทั้งปี 2557 จะเติบโต จากปี 2556 ทีมีกำไรสุทธิที่ 527.77 ล้านบาท เพราะเชื่อว่า BDI ปี 2557 จะสูง 2,000 จุด เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่ 1,000 จุด เพิ่มขึ้นประมาณ 100%  แนะนำซื้อ 27.25 บาท นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป เผย การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น TTA และ PSL อยู่ระหว่างปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนักลงทุนสามารถเลือกเข้า "เก็งกำไร" ได้ โดย TTA มองแนวรับ 20 บาท และ แนวต้าน 24 บาท ขณะที่ PSL แนวรับที่ 25.50 บาท ส่วนแนวต้าน 30 บาท MThai News

โบรกฯคาดหุ้นไทยร่วง ตามดาวโจนส์
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาดหุ้นไทยร่วง ตามดาวโจนส์ ตลาดกังวล ECB ในประเทศไร้ปัจจัยใหม่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส วิเคราะห์ว่า แนวโน้มดัชนีฯหุ้นไทยวานนี้เริ่มมีแรงขายออกมากดดันให้ดัชนีแกว่งย้อนลงจากการขยับบวกขึ้นในช่วงต้นชั่วโมงอีกครั้ง ตามบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปที่เริ่มมีจังหวะแกว่งลงให้เห็น ทำให้นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับผลประชุม ECB ในวันพฤหัสฯ ที่ 6 พ.ย. ขณะที่เช้านี้ยังได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากการปรับลงของตลาดหุ้นสหรัฐ หลังราคาหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดนิวยอร์คที่ปรับตัวลง เนื่องจากรายงานที่ว่าซาอุดิอาระเบียได้ปรับลดราคาน้ำมันดิบให้กับสหรัฐ ซึ่งกดดันตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ให้มีจังหวะปรับย้อนลงเล็กน้อยด้วยเช่นกัน รวมทั้งค่าเงินบาทยังอ่อนค่าต่อเนื่อง คาดว่า SET มีโอกาสที่จะปรับพักตัวลงก่อนได้ เราจึงยังไม่แนะนำให้ซื้อในลักษณะไล่ราคา โดยสามารถรอเลือกหุ้นเข้าซื้อในช่วงตลาดปรับพักตัวลงก่อนน่าจะปลอดภัยกว่า และรอติดตามผลประชุม ECB รวมถึงตัวเลขด้านแรงงานของสหรัฐในช่วงท้ายสัปดาห์นี้ด้วยแนวรับ 1,576-1,570 , 1,567-1,560 จุด แนวต้าน 1,584-1,587 , 1,590-1,592 จุด สอดคล้องกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า คาด SET INDEX วันนี้มีโอกาสซึมตัวลงทดสอบแนว 1,570 จุดบวกลบ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ อีกทั้งกระแสเงินทุนต่างชาติไม่ชัดเจน นักลงทุนในประเทศรอทยอยซื้อหุ้นเป้าหมายกลับในด้านล่าง บริเวณ 1,570 หรือ 1,560 จุดตามลำดับ เพื่อให้ได้ Gap ที่ขายไปก่อนหน้านี้ สอดคล้องกับมุมมองของเราที่ประเมิน Downside risk ของ SET INDEX ในรอบนี้จำกัด ปัจจัยบวกที่รออยู่คือ การประชุม ECB ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ECB จะตัดสินใจเพิ่มพันธบัตรเข้าไปในการซื้อสินทรัพย์รอบนี้หรือไม่ หากเพิ่ม จะกลายเป็นปัจจัยบวกผลักดันตลาดหุ้นทั่วโลก ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าในอัตราเร่ง กดดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งจะเป็นบวกต่อเศรษฐกิจในเอเชียทางอ้อม ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็น กลางถึงบวก จากสัญญาณเศรษฐกิจเดือนก.ย.ที่ฟื้นตัวในระดับอ่อนๆ อัตราเงินเฟ้อเดือนต.ค.ลดลงต่อเนื่อง เปิดทางให้ กนง. พิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยต่ำ 2.0% ได้จนถึงต้นปีหน้า ผลการดำเนินงานของบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นไทยออกมาเท่ากับหรือดีกว่าคาดเล็กน้อย เป็นตัวแปรจำกัด Downside risk เช่นกัน กลยุทธ์การลงทุน แนะนำทยอยสะสมหุ้นเป้าหมายกลับบริเวณ 1,570 หรือ 1,560 จุด ตามลำดับ โดยมีระยะหวังผลรอบใหม่ราว 30-40 จุด หุ้นเด็ดรายตัววันนี้ คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News