กินเน็ตบุค

คลิปนาทีชีวิต! เก๋งเสียหลักพุ่งข้ามเลนชนกระบะ ไฟลุกท่วมมีคนเสียชีวิต
ข่าวจังหวัดนครปฐม /  รถชน

เก๋งเสียหลักพุ่งข้ามเลนชนกระบะ ที่นครปฐม ไฟลุกท่วมจนมีคนเสียชีวิต 2 ราย วานนี้ (24 พ.ค. 58) เพจ @Somsak Young ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีชีวิต ขณะรถเก๋งเสียหลักพุ่งข้มเกาะกลางชนรถกระบะ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ทราบชื่อผู้ตาย คือ นายนัฐพล บุญญานุสาสน์ ผู้โดยสารที่ขับขี่มาในรถกระบะ ส่วนอีกรายไม่ทราบชื่อทราบเป็นชาย คนขับขี่รถเก๋งคันที่พุ่งข้ามเลนมา นอกจากนี้ยังพบผู้บาดเจ็บอีก 1 คน คือนายชยกร ธีรโชติธนกุล คนขับรถกระบะ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดภายในรถกระบะ ได้เผยเหตุการณ์ที่ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวเดินทางอยู่บนถนน เพชรเกษมฝั่งขาเข้า กทม. ใกล้กับศาลเจ้าแม่ปราสาททอง ม.4 ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จากนั้นไม่นานได้มีรถเก๋งสีขาวเหินข้ามเลนพุ่งชนรถกระบะอย่างจัง ก่อนที่ทุกอย่างจะแน่นนิ่งไป ทั้งนี้จากการสอบสวนนายไพฑูรย์ ชูศิลป์กุล อายุ 48 ปี ญาติของนายเกียงไกร ชูศิลป์กุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกำแพงแสน เป็นผู้ขับรอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความตกใจในเหตุการณ์ ทราบว่า ขณะที่ขับรถมาบนถนนเพชรเกษม เพื่อจะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยได้วิ่งอยู่เลนขวาสุด จู่ๆ เครื่องยนต์ได้เกิดการกระตุกจึงได้ชะลอความเร็วและเปลี่ยนเลน มาอยู่เลนที่ 2 กลางถนน โดยมีรถกระบะคันเกิดเหตุขับแซงขึ้นหน้าไป แต่จากนั้นไม่กี่วินาทีได้เห็นรถรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว ขับพุ่งข้ามเกราะกลางถนนมาจากฝั่งตรงข้ามมาชนกับรถกระบะคันที่ขับนำหน้ามาแทนที่รถของตนในเลนขวาสุด จากนั้นรถเก๋งได้เกิดไฟไหม้ลุกท่วมทันที ด้วยความตกใจตนจึงเร่งแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ จนพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตดังกล่าว MThai News

เด้ง! 11นายตร.นครปฐม ช่วยราชการศปก.ตร.
ช่วยราชการ ศปก.ตร. /  นครปฐม / 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งย้ายนายตำรวจ 11 นาย ช่วยราชการ ศปก.ตร. หลังเกิดเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญในพื้นที่ จ.นครปฐม - ส่งจักรทิพย์เร่งสางคดี พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่ง ตร. ที่293/2558 เรื่องให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการ ด้วยในช่วงที่ผ่านมา มีเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครปฐมหลายครั้ง โดยเฉพาะวันที่ 10 พ.ค.2558 และวันที่ 19 พ.ค. 2558 ดังนั้น เพื่อให้การปฎิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 และมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฎิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 จึงให้ข้าราชการตำรวจจำนวน 11 นายประกอบด้วย 1.พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม 2.พล.ต.ต.ประภากร ริ้วทอง ผบก.สส.ภ.7 3.พ.ต.อ.รัตนะ ปาลจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม 4.พ.ต.เอก.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก.สภ.เมืองนครปฐม 5.พ.ต.อ.อุดม เปี่ยมศักดิ์ ผกก.สส.จว.นครปฐม 6.พ.ต.ท.สุธี วรรณสูต รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม 7.พ.ต.ท.ภูวดิท คงเพ็ชร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม 8.พ.ต.ท.ครุพงษ์ แก้วสะอาด สวป.สภ.เมืองนครปฐม 9.พ.ต.ท.ภาณุทัต เหลืองสัจจกุล สว.ส.สภ.เมืองนครปฐม 10.พล.ต.ต.ทวิพงศ์ พงษ์สูงเนิง ผู้บังคับการสันติบาล3 และ 11.พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้กำกับ 5 กองบังคับการปราบปราม ไปปฏิบัติราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร โดยขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดพิจารณาสั่งให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าว ได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.2558 เป็นต้นไป ให้ไปรายงานตัวที่ ศปก.ตร. ก่อนเวลา 12.00 น.ของวันดังกล่าว และให้ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนในคดีอาญาสำคัญ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 663/2557ลงวันที่ 5 ธ.ค.57 ลงไปเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดตามอำนาจหน้าที่โดยด่วน

ขรก.เฮ!คลังโอนเงินตกเบิก มิ.ย.นี้-จ่อชงปรับเงินลูกจ้างประจำ
ขรก. /  ขึ้นเงินข้าราชการ / 

มนัส เผย กรมบัญชีกลางพร้อมโอนเงินตกเบิกข้าราชการ มิ.ย.นี้ และเตรียมเสนอปรับโครงสร้างเงินเดือนลูกจ้างประจำใหม่ให้สอดคล้องข้าราชการ วันที่ 25 พ.ค.58 นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เผยว่า กรมบัญชีกลางพร้อมที่จะโอนเงินส่วนที่ปรับขึ้นไปให้ส่วนราชการได้ทันทีรอบการจ่ายเงินเดือนของเดือน มิ.ย. ที่จะจ่ายทุกวันที่ 25 ของทุกเดือน ตามที่มีการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากเงินเดือนรอบเดือน พ.ค.นี้ กรมบัญชีกลางได้โอนเข้าบัญชีของหน่วยราชการไปตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว หลังจากนี้ส่วนราชการต่างๆต้องไปจัดทำเงินเดือนของข้าราชการแต่ละคนในบางหน่วยงานใหม่ พร้อมประเมินว่า จะมีหน่วยราชการ 80% ส่งเรื่องมายังกรมบัญชีกลางภายใน 15 มิ.ย.ได้ ซึ่งกรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายให้ทันทีในงวดวันที่ 25 มิ.ย. เป็นการจ่ายทั้งเงินเดือนใหม่ของเดือน มิ.ย. พร้อมกับเงินตกเบิกอีก 6 เดือน ตั้งแต่ ธ.ค.57-พ.ค.58 หลังมีมติเรื่องเงินเดือนข้าราชการแล้ว ได้เตรียมเสนอกระทรวงให้ประกาศปรับโครงสร้างเงินเดือนลูกจ้างประจำให้สอดคล้องกับข้าราชการ มีหลักเกณฑ์ คือ 1.ลูกจ้างประจำของส่วนราชการทุกราย ได้ปรับอัตราค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหนึ่งขั้น 2.ขยายเพดานอัตราค่าจ้างขั้นสูงของลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ทุกตำแหน่งเพิ่มขึ้นสามขั้น 3.ลูกจ้างประจำที่ได้รับค่าจ้างขั้นสูงสุดของตำแหน่ง (ค่าจ้างตัน) และได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ในรอบการประเมินที่แล้ว (1 เม.ย.-30 ก.ย.57) ให้นำค่าตอบแทนพิเศษมานับรวมเป็นขั้นค่าจ้างตั้งแต่ 1 ธ.ค.57 (หยุดเบิกค่าตอบแทนพิเศษ) โดยจะมีลูกจ้างประจำได้ประโยชน์ 155,053 คน ใช้งบฯ 984 ล้านบาท. ขอบคุณข้อมูล มติชน MThai News

พบหลุมศพ 'โรฮิงญา' นับร้อยโผล่ชายแดนไทย-มาเลย์
ชายแดน /  มาเลเซีย / 

เจ้าหน้าที่ของประเทศมาเลเซีย พบหลุมศพขนาดใหญ่ บริเวณแนวชายแดนมาเลเซีย-ไทย คาดเป็นสุสานแรงงานข้ามชาติชาว 'โรฮิงญา'-นายกบังคลาเทศประณามแก๊งค้ามนุษย์  วานนี้ (24 พ.ค.) สำนักข่าว 'เดอะ การ์เดียน' รายงานข่าว จากการอ้างอิงของสื่อในประเทศมาเลเซีย กรณีที่ นายซาฮิด ฮามิดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแห่งมาเลเซีย แถลงการณ์เรื่องการตรวจพบหลุมศพขนาดใหญ่ภายในพรมแดนมาเลเซีย พร้อมทั้งระบุว่า หลุมศพแรงงานข้ามชาติขนาดใหญ่ดังกล่าว ถูกพบในค่ายกักกันของขบวนการค้ามนุษย์ที่ถูกทิ้งร้างกว่า 17 แห่ง บริเวณชายป่าในรัฐปะลิส รัฐที่ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีพื้นที่ติดกับ จ.สงขลาของประเทศไทย แต่ขณะนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดเกี่ยวกับจำนวนศพ กระนั้นจากการคาดการณ์เบื้องต้น รายงานระบุว่าน่าจะมีร่างถูกฝังอยู่ราว 100 ศพ ทางด้าน'ฟิล โรเบิร์ต' รองผู้อำนวยการองค์กรสิทธิมนุษย์ชนประจำภูมิภาคเอเชียระบุว่า การดำเนินการจัดตั้งค่ายแรงงานนรกเหล่านี้ เกิดขึ้นได้จากการสนุบสนุนของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็น จากกองทัพ ตำรวจ และนักการเมืองระดับสูง ซึ่งน่าจะมีความเกี่ยวข้องไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ทั้งนี้ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการพบหลุมศพผู้อพยพในมาเลเซีย หลังจากเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีรายงานการพบหลุมฝังศพผู้อพยพขนาดใหญ่ ทางภาคใต้ของประเทศไทยหลายแห่ง ตามเส้นทางที่ผู้อพยพใช้ลักลอบเข้าเมืองเพื่อหลบหนีความไม่ปลอดภัยในประเทศเมียนมา ส่งผลให้รัฐบาลไทยเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายค้ามนุษยอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม การตรวจพบดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตเรือมนุษย์ไร้แผ่นดินในภูมิภาค ซึ่งมีปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์เข้ามาพัวพัน รายงานจาก 'เดอะ การ์เดียน' ระบุด้วยว่า ชาวโรฮิงญากว่า 140,000 เดินทางออกจากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา นับตั้งแต่การผลัดเปลี่ยนขั้นอำนาจทางการเมืองในประเทศเมื่อปี 2012 จากปมความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนา และจำเป็นต้องหนีตายมายังประเทศที่ 2 และ 3 จนกระทั่งตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้ามนุษย์ดังกล่าว จากการตรวจสอบพบเรือที่ลักลอบลำเลียงชาวโรฮิงญามายังไทยและมาเลเซีย พร้อมกันนี้ เส้นทางของผู้อพยพ เมื่อเดินทางมาถึงจุดมุ่งหมาย จะมีการดำเนินการส่งมายังค่ายกักกันชั่วคราวในป่า และนายหน้า จะทำการเรียกค่าไถ่ตัวจากครอบครัวของชาวโรฮิงญาเหล่านี้ หากญาติของผู้ตกเป็นเหยื่อเหล่านี้ ไม่ดำเนินการเช่นนั้น ก็จะต้องกลายเป็นผีเฝ้าป่าต่อไป ส่วนทางด้าน 'ชีค ฮาซีนา' นายกรัฐมนตรีแห่งบังคลาเทศ ออกโรงชี้แจงว่า ปัญหาวิกฤต โรฮิงญา ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ บังคลาเทศ ส่งผลให้ชาวบังคลาเทศต้องอับอายในเวทีประชาคมโลก พร้อมทั้งระบุถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการค้ามนุษย์ ว่าบุคคลเหล่านี้สมควรถูกลงโทษ พร้อมทั้งระบุถึง ผู้ลักลอบเดินทางออกนอกประเทศเมียนมา ที่ทำให้ตนเองตกอยู่ในอันตรายโดยใช่เหตุ ทั้งที่บังคลาเทศยังมีงานรองรับอีกมากมาย ซึ่งเธอเห็นว่า ความคิดที่ว่าจะสามารถไปทำงานหาเงินได้เป็นจำนวนมหาศาลที่ต่างประเทศนั้น เป็นความคิดของคนที่มีปัญหาทางจิต MThai News ที่มา theguardian

หนุ่มหวิดจมน้ำทะเลดับ เพราะแบงค์ 500
จมน้ำทะเล /  สะพานเลียบชายฝั่งชลบุรี / 

หนุ่มนั่งสังสรรค์กับเพื่อนบนสะพานเลียบชายฝั่ง จ.ชลบุรี ก่อนทำแบงค์ 500 ตกน้ำทะเล โดดลงสะพานสูงกว่า 10 ม. เดือดร้อนเจ้าหน้าเร่งเข้าช่วยเหลือ วันนี้ 25 พ.ค. เจ้าหน้าที่มูลนิธิธรรมรัศมี ชลบุรี รับแจ้งมีคนกระโดดน้ำจมหายไปที่บริเวณสะพานเลียบชายฝั่งทะเล ตอนที่ 2 เขตเทศบาลเมืองชลบุรี ที่เกิดเหตุเป็น สะพานมีความสูงประมาณ 10 เมตร ซึ่งในช่วงนั้น น้ำทะเลกำลังหนุนขึ้น ชาวบ้านได้พยายามตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบโต้กลับมาแต่อย่างใด จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที ก็มีเสียงร้องขอความช่วยเหลืออยู่บริเวณใต้สะพาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงใช้ไฟฉายส่องดูก็พบกับชายหนุ่มยืนอยู่บนตอหม้อของสะพาน จึงใช้เชือกเรือ ทำเป็นบ่วง แล้วค่อยๆ หย่อนลงไปตรงจุดที่ชายหนุ่มยืน ก่อนใช้เวลานานกว่า 10 นาที เนื่องจากชายดังกล่าวเป็นคนร่างใหญ่ ทราบชื่อคือ นายธนายุทธ แก้วมาก เป็นพนักงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จากการสอบถามนายธนายุทร เล่าว่าตนกับเพื่อนๆได้มานั่งดื่มสุรากันที่บริเวณปลายสะพาน ก่อนเกิดเหตุเบียร์เกิดหมด เพื่อนจึงดึงธนบัตรใบละ 500 บาท จากกระเป๋าของตน จังหวะนั้นเกิดลมแรงมาก แบงก์ 500 ปลิวหลุดจากมือเพื่อนลงไปในทะเล ด้วยความเสียดาย จึงโดดตามแบงก์ 500 ลงไป ไม่คิดว่าสะพานมีความสูงมาก สุดท้ายแบงก์ 500 ที่ปลิวลงไปก็จมลงไปในทะเล และขึ้นจากทะเลไม่ได้ จนต้องเดือนร้อนกู้ภัยให้มาช่วย MThai News ขอบคุณภาพ/ข้อมูล ข่าวสด

คลิปสลด! เด็กคะนอง รุมทำร้ายภารโรงรุ่นพ่อ
ตีภารโรง /  นักเรียนตีหัวภารโรง

ชาวเน็ตจี้โรงเรียนจัดการ หลังคลิปนักเรียนวัยคะนองตีหัวภารโรงเลือดอาบ ชี้อย่าปล่อยให้คนนิสัยแบบนี้ออกสู่สังคม วันนี้ (25 พ.ค. 58) ในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปสุดสลด ของนักเรียนชายกลุ่มหนึ่ง ที่ได้เข้าทำร้ายรุมทุบตีนักการภารโรงที่มีอายุรุ่นพ่อ ก่อนจะโพสต์คลิปลงโซเซียลด้วยความสนุกสนาน โดยคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นกลุ่มนักเรียนเดินเข้าไปด้านหลังของลุงนักการฯ ที่จอดรถจักรยานอยู่ใต้ต้นไม้ จากนั้นได้มีนักเรียนอีกคนใช้อาวุธตีใส่หัวเขาอย่างรุนแรง ก่อนที่จะวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ทำให้นักการฯ คนดังกล่าว ร้องเรียก รปภ.ให้ช่วยสกัดจับก่อนที่คลิปจะถูกตัดไป ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น เรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องเรียกเด็กนักเรียนกลุ่มดังกล่าว รวมถึงภารโรงมาสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงในเหตุที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้มีกลุ่มคนประนามการกระทำดังกล่าว โดยเห็นว่าไม่ได้ทำให้ดูเท่ แต่กลับดูป่าเถื่อนกับตัวเด็กมากกว่า และควรจัดการให้เด็ดขาดอย่าปล่อยให้เด็กนิสัยแบบนี้ออกไปสู่สังคม MThai News

'องอาจ' แนะ 'บวรศักดิ์' อย่าใช้อารมณ์ตัดสิน ร่างรธน.
กมธ.ยกร่างรธน. /  บวรศักดิ์ อุวรรณโณ / 

'องอาจ' เตือน 'บวรศักดิ์' อย่าใช้อารมณ์ตัดสิน การร่างรัฐธรรมนูญ เข้าใจ ทำเพื่อคนไทย 6.5 ล้านคน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณี ขณะนี้ที่มีการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้กับกมธ.ยกร่างฯว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปชป. ได้ทำหนังสือส่งถึง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯแล้ว โดยจุดยืนของพรรคปชป. มีความเชื่อ ในระบอบ ประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน สิทธิขั้นพื้นฐาน ความเสมอภาค หลักนิติรัฐ นิติธรรม และการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐที่มีประสิทธิภาพ นายอภิสิทธิ์ยังเสนอให้ทำประชามติ เพื่อหวังให้รัฐธรรมนูญได้รับการยอมรับและสมบูรณ์ที่สุดด้วย ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ยังมีการเสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 181-182 เพราะเห็นว่าจะทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหารทำไม่ได้ เปิดช่องให้นายกฯหลีกเลี่ยงการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ขอให้แก้ไขมาตรา 254 ที่กำหนดให้การถอดถอนใช้เสียง 3 ใน 5 ของสองสภารวมกัน และควรยุบคณะกรรมการปรองดองในร่างรัฐธรรมนูญเพราะมีอำนาจล้นฟ้า จะเป็นชนวนแตกแยกในภายหลัง นายองอาจยังกล่าวตอบโต้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ. ยกร่างฯ ที่ออกมาระบุว่า ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพลเมือง 64.5 ล้านคน ไม่ใช่เพื่อนักการเมืองไม่ถึงพันคน และถ้าจะมีการตัดสิทธิ์พลเมืองต้องผ่านศพตนไปก่อนว่า การเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วแต่ก็ต้องใช้เหตุผลในการอธิบายไม่ใช้อารมณ์ผสมกับการท้าทาย เพราะไม่ก่อประโยชน์ที่จะทำให้รัฐธรรมนูญสมบูรณ์ได้รับการยอมรับจากประชาชน MThai News

สุดทน! รถจอดเรียงบนสะพาน ตำรวจมองข้าม (คลิป)
การจราจร /  ถนน / 

ชาวเน็ตสุดทน อัดคลิปรถจอดเรียงรายล้นบนสะพานพระปกเกล้า ฝั่งธนบุรี  ทั้งที่ตำรวจอยู่บริเวณใกล้เคียงแต่กลับมองข้ามไม่ดำเนินการ  เกิดกระแสในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้งานเฟสบุ๊ครายหนึ่งชื่อว่า Somyong Pinij ออกมาโพสต์คลิป พร้อมระบุข้อความว่า 'แชร์ด่วน เห็นเกือบทุกวันเลย หน้าโรงเรียนศึกษานารี เชิงสะพานพระปกเกล้าฝั่งธนบุรี จอดรถกันบนสะพานเลย จอดกันได้ไงตั้งแต่เช้ายันสาย ตำรวจไม่ทำไรเลย ก่อนมาถึงตรงนี้คือสี่แยกบ้านแขก เห็นตำรวจตั้งด่านจับมอเตอร์ไซค์อยู่เลย แต่พอเลยมาแค่ไม่กี่เมตรตำรวจกลับไม่ทำไรเลยปล่อยให้จอดกันอยู่ได้ มันหมายความว่าไง......' โดยในคลิปดังกล่าว ได้ปรากฎภาพบนถนนแห่งหนึ่ง มีรถจำนวนมากมาจอดอยู่บริเวณริมถนนเชิงสะพาน แถมยังจอดกันจนล้นขึ้นมาบนสะพานเป็นแถวยาว กินเลนถนนไปหนึ่งเลน อาจทำให้การจราจรติดขัดได้ ทั้งเจ้าหน้าที่ยังไม่ดำเนินการใดๆ อีกด้วย หลังจากที่คลิปนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ชาวโซเชียลต่างเข้ามาแสดงความเห็นว่าเส้นทางนี้รถติดมาก บ้างก็ว่าอาจจะมีงานประชุมผู้ปกครอง ซึ่งทางโรงเรียนอาจจะแจ้งตำรวจไว้แล้ว ขณะที่บางส่วนมองว่าไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดทุกวัน น่าจะเป็นแค่วันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าเป็นวันทำงานรถเหล่านี้คงโดนล็อกล้อหมดแล้ว MThai News

ค้านภาษีพระ! ชี้ คนไม่อยากบวช เวียนเจ้าอาวาส กระทบศรัทธา
ทรัพย์สินวัด /  นิตยภัต / 

พระค้านเก็บภาษี ชี้ วัดชนบทมีพระน้อย ไม่ได้รวย ส่งผลคนไม่อยากบวช ส่วนเรื่องเวียนเจ้าอาวาส5ปี เชื่อ วัดหลวงทำได้ วัด ตจว.ทำยาก กระทบศรัทธาชาวบ้าน จากกรณีพระเมธีธรรมาจารย์ ที่ปรึกษา สนพ. ทำหนังสือเตรียมกฎหมายเก็บภาษีพระและตรวจสอบทรัพย์สินของวัดต่อข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธาน คกก.ปฏิรูปแนวทางพระพุทธศาสนาฯสปช. ที่ให้เก็บภาษีพระภิกษุที่มีรายได้มากกว่า 2 หมื่นบาท และเก็บภาษีวัดที่จัดกิจกรรมเชิงพุทธพาณิชย์ ซึ่ง ครม. ได้รับทราบ และมอบสำนักพุทธฯ ศึกษาและรายงานกลับใน 30 วัน หรือวันที่ 12 มิ.ย.นั้น วันที่ 25 พ.ค.58 พระเทพสิทธาจารย์ (น้อย ญาณวุฒโฑ) เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม เจ้าอาวาสวัดมหาชัย เผยว่า ไม่เห็นด้วย ทั้งกรณีให้เก็บภาษีพระ หรือ เรื่องให้เจ้าอาวาส ดำรงตำแหน่งเพียง 5 ปี เพราะพระสงฆ์ไม่มีลาภสักการะ และต้องเสียภาษีสังคม เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถ ค่ารักษาพยาบาล และที่สำคัญวัดในต่างจังหวัดมีพระจำวัดน้อย หากกฎหมายมีผลบังคับใช้จริง เชื่อ คนไม่อยากบวชเป็นพระ และเป็นการบีบบังคับพระ  ซึ่งจะคล้ายกับประเทศ ที่รัฐบาลไม่ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ขณะที่พระครูศรีรัตนาภิวัฒน์ (ทวี รตนเมธี) เจ้าคณะอำเภอเมืองสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดพระลอย กล่าวว่า อยากให้มองภาพรวม พระไม่ได้มีเงินมาก โดยเฉพาะพระวัดต่างจังหวัดและวัดมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ จึง ควรศึกษารายจ่ายควบคู่ด้วย พร้อมควรชี้แจงให้ชัด จะนำเงินภาษีพระไปใช้ประโยชน์ใด ส่วนเรื่องเวียนตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดราษฎร์ทำได้ยาก เพราะบางวัดมีพระรูปเดียว และเป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวบ้าน ถ้าสับเปลี่ยนรูปใหม่ อาจเกิดปัญหา แต่ถ้าเป็นวัดพระอารามหลวง ทำได้ เพราะการตั้งเจ้าอาวาสมาจากมติของมหาเถรสมาคม (มส.) ด้านสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กล่าวเป็นความรู้พิเศษว่า คำว่านิตยภัตกับเงินเดือนคนละอย่างกัน มีพระหลายรูปไม่เข้าใจเรียกกันว่าเงินเดือน ถ้าเป็นเงินเดือนจะต้องเสียภาษี ถ้าเป็นนิตยภัตไม่เสียภาษี ความหมายต่างกัน จึงฝากถามรองนายกรัฐมนตรีว่าท่านมีเงินเดือน ท่านเสียภาษีหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่าต้องเสียภาษี ฉะนั้นอย่าเรียกนิตยภัต ว่าเงินเดือน เดี๋ยวจะต้องเสียภาษีตามเขา ขอบคุณข้อมูล มติชน MThai News 

ว่อนเน็ต! ภาพคล้ายหลวงพ่อคูณ บนรถเคลื่อนสรีระสังขาร
หลวงพ่อคูณ /  หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ / 

ว่อนเน็ต! ภาพคล้ายหลวงพ่อคูณ นั่งข้างคนขับในรถเคลื่อนย้ายสรีระสังขาร ตรวจสอบแท้จริงแล้วเป็นรูปปั้นโลหะ (บรอนซ์) หลวงพ่อคูณ  วันที่ 25 พ.ค. 58 วานนี้มีพิธีเคลื่อนย้ายสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ จากศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไปยังห้องพิพิธภัณฑ์ใหญ่ ชั้น 7 อาคารคณะแพทย์ศาสตร์นั้น เกิดกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อมีภาพจากพิธีดังกล่าว พร้อมระบุว่า ให้ลองมองไปยังที่นั่งด้านข้างของคนขับรถ เผยให้เห็นภาพคล้ายหลวงพ่อคูณนั่งอยู่ในรถคันนี้ หลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพคล้ายหลวงพ่อคูณอยู่ภายในรถขนสรีระสังขารนั้น ส่งผลให้มีชาวเน็ตแห่แชร์จำนวนมาก กระทั่งบางส่วนได้นำภาพถ่ายรถเคลื่อนย้ายสรีระอีกมุมมาเปรียบเทียบ จึงได้เห็นว่าแท้จริงแล้วเป็นรูปปั้นโลหะ (บรอนซ์) หลวงพ่อคูณ ที่เป็นฝีมือการปั้นของอาจารย์ สันติ พิเชฐชัยกุล ประติมากรระดับโลก ขอบคุณภาพ  Passakorn Tuaprakhon เถกิง สมทรัพย์ Master Khanun MThai News

ปิดตำนาน 'เสือใบ' สุภาพบุรุษขุนโจรเมืองสุพรรณ
ขุนพันธรักษ์ราชเดช /  ปิดตำนานโจร / 

"โจรเมืองสุพรรณ" ถือเป็นกลุ่มโจรในประวัติศาสตร์ที่ถูกขนานนามขึ้น ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เนื่องจากเมืองสุพรรณ มีลักษณะเป็นหัวเมืองป่าดงที่รกร้าง เมื่อครั้งหลังเสียกรุงศรีอยุธยา การคมนาคมค่อนข้างยากลำบาก พื้นที่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานของเหล่าโจรผู้ร้าย ส่งผลให้ในช่วงนั้นเมืองสุพรรณมีโจรชุกชุมเป็นอย่างมาก เมื่อราว พ.ศ. 2460 มีการเปิดบริษัทเดินเรือไปเมืองสุพรรณบุรี บ้านเมืองเจริญขึ้น โจรผู้ร้ายลดน้อยลงบ้าง จนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเกิด "ชุมโจร" ขึ้นในเมืองสุพรรณบุรีเป็นจำนวนมาก อาทิ ชุมเสือฝ้าย เสือดำ เสือใบ เสือมเหศวร เสือแบน เสือหนาม เสือแฉ่ง และหลังจากสงครามโลกสงบลงไม่กี่ปี ทางกองปราบปรามได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าปราบปรามอย่างจริงจัง ทำให้ "ชุมโจร" ในเมืองสุพรรณบุรีหมดไปในที่สุด… "เสือใบ" หนึ่งในอดีตจอมโจรชื่อดัง ผู้เลื่องชื่อลือชาในเมืองสุพรรณ ชื่อนี้คงต้องถูกปิดตำนานลงในยุคไอทีปี 2558 หลังจาก "เสือใบ" ทรุดหนักถูกหามส่งโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อช่วงสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ด้วยอาการเส้นเลือดโป่งไปกดทับระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากมีอาการไอและหายใจเหนื่อยหอบ และถูกนำตัวส่งมารักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเเพทย์วินิจฉัย พบว่ามีการติดเชื้อในกระเเสเลือด ปอดอักเสบ เส้นเลือดในปอดโป่งพองถึงขนาด 9 เซนติเมตร ด้วยวัยชราถึง 94 ปี และการติดเชื้อในกระแสเลือดที่รุนแรง ทำให้ภาวะช็อกต่อเนื่อง ร่างกายไม่ตอบสนองแก่การรักษา ความดันลดลงตามลำดับ ส่งผลให้ "เสือใบ เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 11.00 น.วานนี้ (24พ.ค.) นับเป็นการสูญเสียอดีตจอมโจร คนสำคัญของเมืองสุพรรณไปอีกหนึ่งราย ต่อจาก "เสือมเหศวร" จอมโจรแก๊งเดียวกัน ที่เสียชีวิตลงเมื่อช่วงปลายปี2557 "เสือใบ" หรือนายใบ สะอาดดี เป็นชาวเมืองสุพรรณบุรีโดยกำเนิด เป็นจอมโจรที่โด่งดัง ร่วมสมัยกับ เสือดำ เสือหวัด เสือฝ้าย เสือมเหศวร "เสือใบ" จะออกปล้นในแถบภาคกลาง จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดลพบุรี โดยเวลาออกปล้นจะแต่งชุดสีดำ สวมหมวกดำ และปล้นด้วยความสุภาพ จนได้รับฉายาว่า "สุภาพบุรุษเสือใบ" และในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ยังได้เข้าร่วมกับขบวนการไทยถีบ ดักปล้นและถีบสินค้าหรืออาวุธของทางทหารญี่ปุ่นจากขบวนตู้รถไฟอีกด้วย ก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่เส้นทางสายโจร...เสือใบมีอาชีพเป็นชาวนาอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี พอช่วงปี 2487 ขณะนั้นเสือใบอายุประมาณ 30 ปี บ้านถูกกลุ่มโจรวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเข้ามาขโมยควาย ตอนนั้นเสือใบไม่คิดแค้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีการเสียเลือดเนื้อ แต่อีก 5 เดือนต่อมา โจรกลุ่มเดิมย้อนรอยกลับมาปล้นที่บ้านของเสือใบอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้ฉุดน้องเมียไปด้วย สร้างความคับแค้นใจให้กับเสือใบอย่างมาก จึงคว้าปืนลูกซองออกตามล่ากลุ่มโจรดังกล่าวและสามารถช่วยชีวิตน้องเมียกลับคืนมาได้อย่างปลอดภัย โดยการฆ่าโจรตายไป 2 ศพ เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้มือของเสือใบต้อง "เปื้อนเลือด" เป็นครั้งแรก โดยการสังหารโจรตายไป 2 ศพ เสือใบต้องถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไล่ล่า จึงหนีออกจากบ้านและเริ่มเดินเข้าสู่เส้นทางสายโจร มาอาศัยอยู่ในป่าแถบอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ในสังกัดเสือฝ้าย ต่อมาแยกตัวเป็นอิสระ จนมีชื่อเสียงในวงการโจร มีลูกน้องถึง 40 คน เสือใบจะออกปล้นอยู่ในเขตจังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท ส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีจะไม่ปล้น เพราะเป็นเขตอิทธิพลของเสือฝ้าย โดยการปล้นจะเลือกปล้นเฉพาะคนรวยหน้าเลือด ได้เงินจากการโกงคนจน คนรวยที่มีคุณธรรมช่วยเหลือชาวบ้านเสือใบจะไม่ปล้น และการปล้นแต่ละครั้งจะไม่เอาทรัพย์สินไปทั้งหมด เอาเพียงครึ่งเดียว ใช้วิธีการปล้นแบบขอเจ้าทรัพย์ สิ่งไหนเจ้าทรัพย์ไม่ให้ก็ไม่เอา และถือคติ "ห้ามทำร้ายเจ้าทรัพย์เด็ดขาด ยกเว้นขัดขืนและต่อสู้" เมื่อปล้นทรัพย์สินมาได้ จะนำบางส่วนมาช่วยคนจน จนกระทั่ง "เสือใบ" ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม โดยนายตำรวจมือปราบชั้นยอด "ขุนพันธรักษ์ราชเดช" อดีตนายตำรวจชื่อดังของวงการตำรวจไทย มีชื่อเสียงในการปราบโจรผู้ร้ายในภูมิภาคต่างๆ ทั้งในภาคกลาง อาทิ เสือฝ้าย เสือย่อง เสือผ่อน เสือครึ้ม เสือปลั่ง เสือใบ เสืออ้วน เสือดำ เสือไหว เสือมเหศวร ภาคใต้ในจังหวัดพัทลุง สามารถปราบ เสือสัง หรือ เสือพุ่ม ไม่เว้นแม้แต่ที่จังหวัดนราธิวาส ที่ยังสามารถปราบผู้ร้ายทางการเมือง ในปี พ.ศ. 2481 หัวหน้าโจรชื่อ "อะเวสะดอตาเละ" จนได้รับฉายาจากชาวไทยมุสลิมว่า "รายอกะจิ" ซึ่งแปลว่า "อัศวินพริกขี้หนู" และได้รับฉายาตามมามากมาย ทั้ง นายพลตำรวจหนังเหนียวผู้จับเสือมือเปล่า,นายพลตำรวจหนวดเขี้ยว,ขุนพันธ์ฯ ดาบแดง (ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นดาบที่ตกทอดมาจาก พระยาพิชัยดาบหัก ฝักดาบมีถุงผ้าสีแดงห่อหุ้ม ตัวดาบมีความคมกล้า) และจอมขมังเวท ภายหลังถูกปราบโดย "ขุนพันธรักษ์ราชเดช" เสือใบถูกศาลตัดสินประหารชีวิต แต่ให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต เมื่อต้องถูกจองจำอยู่ในคุก เสือใบมีความประพฤติดีจึงได้รับการอภัยโทษ เหลือจำคุก 20 ปี จนวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์นักโทษเข้าทำร้ายร่างกายผู้คุม เสือใบจึงเข้าไปช่วยเหลือผู้คุมให้รอดพ้นจากการถูกทำร้ายเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เสือใบได้รับการลดโทษออกจากคุก สามารถกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสังคมอีกครั้ง เรื่องราวของ "เสือใบ" โด่งดังเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย จนกลายมาเป็นวรรณกรรมของ ป. อินทรปาลิต ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ถึงสองครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2514 ชื่อ "สุภาพบุรุษเสือใบ" ผู้รับบทเสือใบ คือ ครรชิต ขวัญประชา และในปี พ.ศ. 2541 ในเรื่อง "เสือ โจรพันธุ์เสือ" โดย หนุ่ย อำพล ลำพูน รับบทเป็นเสือใบ และกำกับการแสดงโดย ธนิตย์ จิตนุกูล หลังจากได้รับอิสรภาพกลับคืนมา...เสือใบได้ให้ข้อคิดกับเยาวชนรุ่นหลังว่า "ให้ลูกหลานที่เกเร รู้ว่าการเป็นโจร เป็นเสือ มันไม่ดี เพราะต้องอยู่อย่างหลบซ่อนตัวตลอดเวลา และทรัพย์สินที่ปล้นมาอยู่ได้ไม่นาน จึงอยากให้ทุกคนตั้งใจทำงาน ขยันหมั่นเพียร เข้าไว้ อยากได้อะไรก็เก็บหอมรอมริบเอา เดี๋ยววันหนึ่งเราจะได้ในสิ่งที่ต้องการ" ในช่วงสุดท้ายของชีวิต "เสือใบ" ได้ตั้งมั่นแห่งชีวิตในการดำรงตนตามพระราชปณิธานเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยยึดถือเป็นแนวทางดำเนินชีวิตของครอบครัว "สะอาดดี" ณ บ้านพันตำลึง ตำบลดอนกำยาน อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต... สิ้นชื่อของ "เสือใบ" ในครั้งนี้ ถือเป็นการปิดตำนาน "เสือเมืองสุพรรณ" คนสุดท้าย ที่ยังหลงเหลืออยู่จากประวัติศาสตร์จอมโจรเมืองสุพรรณผู้โด่งดัง ทิ้งไว้เพียงชื่อให้ทุกคนได้จดจำ และเก็บไว้เพียงแค่ตำนาน.....เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้คนรุ่นหลัง ขอบคุณภาพจาก วิกิพีเดีย,กลุ่มสายตรงภาคสนาม ,www.gotoknow.org MThai News

Se7en - Gummy โชว์ดูโอ้ครั้งพิเศษ ในพิธีวิวาห์ของ จินฮวาน 1TYM
1TYM /  Gummy / 

Se7en (เซเว่น) และ Gummy (กัมมี่) สองศิลปินเสียงดี ดีกรีศิษย์เก่าของ YG Entertainment ร้องเพลงดูเอทครั้งพิเศษในพิธีวิวาห์ของ โอ จินฮวาน แห่ง 1TYM จินฮวาน 1TYM วานนี้ (24 พ.ค.) โอ จินฮวาน หนึ่งในสมาชิกของวงฮิพฮอพรุ่นใหญ่แห่งวงการเพลงเกาหลี 1TYM ได้เข้าพิธีวิวาห์กับแฟนสาวซึ่งคบหากันมายาวนาน โดยภายในงานได้อดีตเพื่อนร่วมสังกัด อย่าง Se7en และ Gummy ร่วมแสดงความยินดีด้วยการขับร้องเพลงดูโอ้สุดโรแมนติก ฟาก ซอง เบคคยอง แห่ง 1TYM ทำหน้าที่พิธีกร โดยนักร้องหนุ่ม Se7en ได้โพสภาพถ่ายของเขาและนักร้องสาวเสียงดี Gummy ซึ่งสบตากันขณะที่ทั้งคู่กำลังร้องเพลงในพิธีวิวาห์ รวมทั้งข้อความแสดงความยินดีไว้ว่า "พี่จินฮวาน ขอให้พี่มีความสุขนะครับ รักนะครับ #Forthefirsttimeinawhile #7Gummy #Duet #Happyday" ในขณะที่ ซอง เบคคยอง แห่ง 1TYM ก็ได้โพสภาพและข้อความแสดงความยินดีกับความรักของเพื่อนร่วมวงผ่านเฟซบุ๊คแฟนเพจของเขาไว้เช่นกัน "พี่ชาย ยินดีด้วยนะ!... ผมเองก็จะแต่งงานเร็วๆ นี้เหมือนกัน! พี่จินฮวาน ได้เข้าพิธีวิวาห์ในวันดีๆ วันนี้ ขอชวนทุกคนมาร่วมแสดงความยินดีพร้อมๆ กับผมกันนะครับ" โอ จินฮวาน ถือเป็นสมาชิกของวง 1TYM คนที่สองที่สละโสด ถัดจาก แดนนี่ เซเว่น-กัมมี่-Masta Wu ถ่ายภาพร่วมกันในพิธีแต่งงานของ จินฮวาน 1TYM #세븐 #거미 #축가 #이사님행복하게사세요 #알려뷰 ❤️ วิดีโอที่โพสต์โดย iamzinny (@iamzinny) เมื่อ พ.ค. 24, 2015 เวลา 1:25am PDT ข้อมูลจาก soompi ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

จับมือปืน ยิงทายาท ตระกูลเปาอินทร์ได้แล้ว
ทิวะพันธ์ เปาอินทร์ /  พล.ต.ท. วิโรจน์ เปาอินทร์ / 

"พล.ต.ท.อำนวย" ประชุมติดตามความคืบหน้าคดี หลังจับมือปืนก่อเหตุยิงทายาทตระกูลเปาอินทร์ได้แล้ว ขณะเบื้องต้นคนร้ายอ้างขัดแย้งเรื่องแบ่งเปอร์เซ็นทวงหนี้ เตรียมแถลง พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วยตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้ประชุม ติดตามความคืบหน้าคดี คนร้ายยิง นายทิวะพันธ์ เปาอินทร์ หลานชายของ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีต รมช.มหาดไทย เสียชีวิตที่หน้าบ้านพักเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา หลังตำรวจสามารถติดตามจับกุม นายเขมทัต หรือ คิม เลิศลักขณากุล มือปืนที่ก่อเหตุยิงนายทิวะพันธ์ได้แล้ว โดยสามารถจับกุมตัวได้พร้อมกับยึดรถยนต์ เก๋งฮอนด้าซีวิค สีขาว ทะเบียน กน.-1552 กทม. ลพบุรี ซึ่งเป็นรถที่นายเขมทัต ใช้ในการก่อเหตุขับไปสังหารนายทิวะพันธ์ จากการสอบสวนถึงสาเหตุ นายเขมทัต ให้การอ้างว่า ก่อนหน้านี้ เคยทำหน้าที่ขับรถให้กับผู้ตาย และเป็นมือขวาคอยทำหน้าที่ทวงหนี้ให้กับผู้ตายด้วย ล่าสุดสามารถติดตามทวงหนี้มาให้นายทิวะพันธ์ กว่า 4 ล้านบาท และได้เอ่ยปากขอเปอร์เซ็นต์ ในการทวงหนี้ตามที่ผู้ตายเคยให้การรับปากไว้ แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา พร้อมบอกกับนายเขมทัต ว่าหากอยากได้เงิน ให้เอารถที่จำนำไว้ไปขายเอง สร้างความเจ็บใจให้กับนายเขมทัตเป็นอย่างมาก ประกอบกับผู้ตายมีศัตรูในวงการค้าหลายราย นายเขมทัต จึงถือโอกาสสังหารเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น และให้ตำรวจสงสัยว่า เป็นฝีมือของศัตรูรายอื่นของนายทิวะพันธ์ อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.อำนวย เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า จะมีข่าวดีเกี่ยวกับคดีนี้ และบอกกับผู้สื่อข่าวให้เตรียมทำข่าวใหญ่ ในวันนี้ ก่อนจะเดินทางกลับไปโดยเร็ว

ผบช.ก. สั่งเด้ง ผบ.ก.ปราบปราม เข้ากรุเซ่นบ่อนออนไลน์
กองบัญชาการ /  ตำรวจ / 

"ผบช.ก." เด้ง ผบ.ก., รอง.ผบ.ก.ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เข้ากรุ เซ่นบ่อนออนไลน์ วันที่ 24 พ.ค. 58 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ลงนามคำสั่งที่กองบัญชาการตำรวจสอบส่วนกลางที่ 113/ 2558 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทน ด้วยกองบังคับการปราบปราม ได้ทำการจับกุม การพนันฟุตบอลออนไลน์ ในเขตพื้นที่สถานีตำรวจห้วยขวาง วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 34, 72, 74 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติหน้าที่ของผู้บัญชาการในฐานะอธิบดี หรือผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2551 แก้ไขเพิ่มเติ่ม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2522 จึงให้ข้าราชการตำรวจดังนี้ 1. พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้บังคับการ ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2. พ.ต.อ.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รองผู้บังคับการ ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้งนี้ เพื่อมาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติราชการกองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (ศปก.บช.ก.) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมอบหมาย และมอบหมายให้ พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รักษาราชการแทน ผู้บังคับการ ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป มีกำหนด 30 วัน หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยให้ข้าราชการตำรวจตามข้อ 1. มารายงานตัวที่ศูนย์ปฏิบัติราชการกองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (ศปก.บช.ก.) ภายในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 MThai News

'เนปาล' กรรมซัด ดินถล่มกั้นแม่น้ำ เสี่ยงเกิดน้ำท่วมใหญ่
กั้นแม่น้ำ /  ดินถล่ม / 

เกิดเหตุดินถล่มในประเทศเนปาล ส่งผลให้หินที่ตกลงมาจากเขา ไหลลงไปปิดเส้นทางน้ำของแม่น้ำสายหนึ่ง จนกระทั่งระดับน้ำเพิ่มสูง ทางการเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่ วันนี้ (25 พ.ค.) สำนัก 'เดอะ การ์เดียน' รายงานเหตุการณ์ ดินถล่มเกิดขึ้นที่อำเภอแมกดี จากอิทธิพลของแผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 80 ปี ที่มีความรุนแรงในระดับ 7.8 และ 7.3 เมื่อวันที่ 25 เม.ย. และ 12 พ.ค. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 8,700 ราย ซึ่งผลกระทบจากเหตุแผ่นดินถล่มในครั้งนี้ ส่งผลให้เศษซากต่างๆ ไหลลงไปปิดทางเดินน้ำในแม่น้ำ 'กาลี กันดากี' ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของประเทศ จนเกิดเป็นทะเลสาบใหม่ซึ่งลึกและมีระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดความกังวลจากวิกฤตอุทกภัยซ้ำสอง นาย 'มาล ซิงห์' โฆษกสำนักตำรวจในเนปาล ออกมาเปิดเผยว่า มีประชาชนในพื้นที่อย่างน้อย 123 ราย จำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ประสบภัย นับว่ายังถือเป็นเคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายจากเหตุในครั้งนี้ แต่ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างน่ากังวล ส่วนทางด้านกองทัพเนปาล ได้ดำเนินการส่งเฮลิคอปเตอร์ขึ้นสำรวจพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบ และส่งกองกำลังภาคพื้นไปดูดน้ำในทะเลสาบที่เกิดขึ้นใหม่จากเหตุดินถล่ม โดยเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนว่า พื้นที่ขนาดใหญ่เสี่ยงถูกน้ำท่วมหากน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ทะลักออกมาในอนาคต MThai News ที่มา theguardian

เช็คด่วน!! หมวกกันน็อคไม่ผิดกม. ต้องเป็นแบบไหน ?
ข่าวตำรวจ /  จราจร / 

เช็คด่วน!! เพจกฎหมายตร.ชี้ หมวกกันน็อคไม่ผิดกม.เป็นแบบไหน ? แฟนเพจ กฎหมายที่ตำรวจจราจรควรรู้ในการปฏิบัติหน้าที่ ได้โพสต์ข้อควรรู้เกี่ยวกับประชาชนที่ใช้รถจักรยานยนต์และต้องสวมหมวกกันน็อคโดยเผยรายละเอียดข้อมูลของหมวกที่ไม่ผิดกฎหมายจราจร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ 1) "หมวกนิรภัยแบบปิดเต็มหน้า" หมายความว่า หมวกนิรภัยที่เปลือกหมวกเป็น รูปทรงกลมปิดด้านข้าง ด้านหลัง ขากรรไกร และคาง ในกรณีที่มีบังลม บังลมต้องทำจากวัสดุ โปร่งใสและไม่มีสี 2) "หมวกนิรภัยแบบเต็มใบ" หมายความว่า หมวกนิรภัยที่เปลือกหมวกเป็นรูปทรง กลมปิดด้านข้าง และด้านหลังเสมอแนวขากรรไกรและต้นคอด้านหลัง ด้านหน้าเปิดเหนือคิ้วลงมา ตลอดถึงปลายคาง ในกรณีที่มีบังลม บังลมต้องทำจากวัสดุโปร่งใสและไม่มีสี 3)"หมวกนิรภัยแบบครึ่งใบ" หมายความว่า หมวกนิรภัยที่เปลือกหมวกเป็นรูป ครึ่งทรงกลมปิดด้านข้างและด้านหลังเสมอระดับหู ในกรณีที่มีบังลม บังลมต้องทำจากวัสดุ โปร่งใสและไม่มีสี ทั้งนี้หมวกทุกประเภทนอกจากเป็นไปตามกฎหมายจราจรทางบก ต้องได้ มอก.ด้วยเมื่อครบ 2 ข้อแล้ว ย่อมเป็นหมวกนิรภัยที่ใช้ได้ตามกฎหมาย ซึ่งแฟนเพจดังกล่าวเผยว่า ตำรวจเพียงมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย มิได้บัญญัติกฎหมาย ซึ่งกฎหมายแต่ละเรื่องที่บัญญัติขึ้นมาย่อมมีเหตุผลเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม บางครั้งเรายังไม่เข้าใจเหตุผลก็อย่าแสดงความเห็นที่รุนแรงเลย MThai News ที่มาแฟนเพจ กฎหมายที่ตำรวจจราจรควรรู้ในการปฏิบัติหน้าที่

เปิดกรุวัดบ้านไร่ ทรัพย์สินอื้อ คาดตรวจสอบ 1 เดือน
จ.นครราชสีมา /  ตรวจสอบทรัพย์สินวัดบ้านไร่ / 

คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินวัดบ้านไร่ เผยพบทรัพย์สินของวัดบ้านไร่จำนวนมาก คาดว่าต้องใช้ระยะเวลากว่า 1 เดือน จึงจะสรุปทรัพย์สินทั้งหมดได้  วันนี้ 25 พ.ค. พระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะ จ.นครราชสีมา ประธานคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ และทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยคณะกรรมการที่เจ้าคณะ จ.นครราชสีมา แต่งตั้งขึ้น เพื่อประชุมหารือกับคณะกรรมการวัดบ้านไร่ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าการตรวจสอบทรัพย์สินครั้งนี้ อาจต้องใช้เวลานานนับเดือน จึงจะสรุปบัญชีทรัพย์สินได้ทั้งหมด นายบัญชายุทธ นาคมุจลินท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้วางแผนขั้นตอนการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ทั้งหมด และหารือกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบกับคณะกรรมการวัดบ้านไร่ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าทรัพย์สินของวัดบ้านไร่มีจำนวนมาก คงต้องใช้เวลาตรวจสอบรวบรวมนานพอสมควร ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานนับเดือน จึงจะทราบบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด และเมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้นก็จะแจ้งให้สาธารณชนรับทราบต่อไป MThai News ที่มา... ข่าวสด