กินซูชิ

กิน-เที่ยว ฮ่องกง ในแบบที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน
กิน เที่ยว ฮ่องกง /  ที่เที่ยวฮ่องกง / 

พูดถึงฮ่องกงแล้วนึกถึงอะไรกัน? คนจีนเยอะๆ แน่นๆ พูดจาโฉ่งฉ่าง ตึกโคดเยอะ อาหารมันแผล่บ บอกเลยว่าไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมดแน่ๆ! เที่ยวฮ่องกง ในแบบที่คุณไม่เคยรู้! ในฐานะคนที่คิดแบบนั้นมาก่อน เคยไปครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ขอบอกเลยว่าฮ่องกงเปลี่ยนไปมากกกกก นอกเหนือไปจากบ้านเมือง ท้องถนน ที่ดูมีความศิวิไลซ์แบบประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้คนก็มีชีวิตชีวา แต่งตัวเก๋ไก๋ ใส่สนีกเก้อกันเต็มบ้านเต็มเมือง เหมือนลูกเป็ดขี้เหร่ที่กลายเป็นหงส์ เหมือนจัสตินบีเบอร์ที่ออกอัลบั้มใหม่ทะลุบิลบอร์ดชาร์ท เออมันเกร๋กว่าที่คิดเยอะอะแกร งงเลยงง 5555555 ก็... คนอื่นอาจจะเห็นกันมาบ่อยบ้างไม่บ่อยบ้าง แต่เราก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี อดไม่ได้ที่จะมาเล่าให้ฟัง ยังไงลองมาอ่านเรื่องเล่าฉบับเรากันดู เผื่อจะอินสไปร์ให้ใครได้ออกไปเที่ยวเมืองใกล้ๆ น่ารักๆ แบบฮ่องกงละกันนะะ : ) . รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง! ออกเที่ยวก็เหมือนกัน เดินทางทั้งที ถ้าไม่ดูแผนที่ ไม่เข้าใจภูมิประเทศของเค้า ก็เหมือนมันเที่ยวไม่สุดป้ะะ เพราะฉะนั้นเวลาไปไหนมาไหน เราเองเนี่ยแหละจะชอบทำความรู้จักเรื่องพวกนี้ก่อนตลอด อย่างน้อยก็จะได้พอจับจุดได้ว่าจะขับรถลงเรือ อะไรยังไง ถึงแม้ฮ่องกง จะเที่ยวง่าย พื้นที่ก็เล็กนิดเดียว แต่เราชื่อว่ามีหลายคนที่ไปฮ่องกงกลับมา แล้วยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้วฮ่องกงที่มันหน้าตาเป็นยังไง ส่วนใหญ่เราจะชินกับคำว่า เกาะฮ่องกง ใช่ป้ะะ แต่ที่จริงไม่ได้เป็นเกาะทั้งหมดนะ เกาะฮ่องกง คือเป็นแค่ส่วนนึงของฮ่องกงเท่านั้นเอง เพราะฮ่องกงเนี่ยจะแบ่งเป็นสี่ส่วนใหญ่ๆ ตามนี้ 1. Hong Kong Island ตรงนี้คือฮ่องกงขนานแท้ เป็นจุดศูนย์รวมของทุกสิ่งอย่าง ภาพจำที่เราเห็นเป็นดงคอนกรีตตึกสูงระฟ้า ก็คือทางเหนือของเกาะนี้เนี่ยแหละ มีทั้งแหล่งธุรกิจ บริษัทการเงินระดับโลก คอนโด อพาร์ทเม้น ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง ทุกอย่างมีหมด 2. Kowloon ฝั่งแผ่นดินใหญ่ ที่อยู่ตรงข้ามเกาะฮ่องกง เป็นที่อยู่ของ Tim Sa Tsui แหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตของคนไทย แล้วก็เป็นจุดชมวิวมุมฮิตของฮ่องกงด้วยนะ มองข้ามฝั่งไปก็จะเห็นตึกสูงฝั่งตรงข้ามได้แบบอลังการงานสร้าง แต่ถ้าไม่นับ Tim Sa Tsui ที่ว่า ฝั่งนี้ก็จะมีความบ้านๆ มากกว่าเกาะฮ่องกงเยอะ ไม่ได้มีตึกสูงอะไรมากมาย เป็นที่อยู่อาศัยซะมากกว่า 3. Lantao Island เกาะนี้คือพื้นที่สีเขียวของฮ่องกง คือยังมีความเป็นธรรมชาติหลงเหลืออยู่บ้าง ทั้งภูเขาแล้วก็ทะเล ยังไม่มีตึกรามบ้านช่องมากนัก ที่เที่ยวหลักๆของเกาะนี้ก็คือพระใหญ่บนภูเขา แล้วก็กระเช้านอนปิง เออ ลืมไป ดิสนี่ย์แลนด์ก็ตั้งอยู่บนเกาะนี้ด้วย 4. New Territory ส่วนสุดท้ายคือส่วนขยายของฮ่องกง ที่อังกฤษเจรจาต่อรองมาได้เพิ่มเติมในช่วงที่ยึดฮ่องกงเป็นเมืองขึ้น ซึ่งจริงๆ เกาะลันเตาเองก็เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งใน New Territory ด้วย ส่วนมากพื้นนี้ตรงนี้ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว จะเป็นที่อยู่อาศัย แล้วก็โรงงานของคนฮ่องกงซะมากกว่า เนิร์ดกันมาพออสมควรละ ไปอ่านเรื่องสบายๆ ต่อกันเลยดีกว่าา . ร้อยทั้งร้อยเมื่อพูดถึงฮ่องกง ยังไงก็ต้องนึกถึงตึกสูงระฟ้าพวกนี้ก่อนเป็นอันดับแรกชัวๆ กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของฮ่องกงเฉยยย เห็นตึกเหล่านี้เป็นจุดรวมธุรกิจที่สำคัญอันดับต้นๆของโลก ทั้งธนาคาร บริษัทการเงิน ตลาดหุ้น บอกเลยว่าทุกตึกที่นี่ถูกสร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยทั้งนั้นนะะ หน้าตึกต้องหันไปทางประตูมังกร ยอดตึกรับทรัพย์ โกยเงินได้ต้องโกยย โอเค หลู่เลื่อง! . หลายคนอาจจะไม่รู้ แต่ฮ่องกงไม่ได้มีแค่ดงคอนกรีตเว่ยแกรรร ป่าเขาลำเนาไพรเค้าก็มี อาจจะไม่เยอะเท่าคนอื่น แต่มีอะมี สีเขียวที่ว่าของฮ่องกงอยู่ที่เกาะลันเตานั่นเอง พื้นที่ของเกาะเต็มไปด้วยภูมิประเทศแบบฉบับภูเขาๆ โดยเฉพาะลูกสำคัญที่สูงที่สุดจะมีพระใหญ่อยู่ข้างบน เป็นจุดมุ่งหมายหลักๆของนักท่องเที่ยวเลยแหละ เห็นภาพแล้วอาจจะสงสัยว่านี่เค้าเดินขึ้นไปไหว้พระใหญ่กันใช่มั้ย บอกเลยว่าใช่! 555555 สำหรับใครที่อินกับสีเขียวและธรรมชาติ เราก็แนะนำให้ลองเดินขึ้นกันดูไดดด้ เสพย์ธรรมชาติกันไปเต็มๆอะเนอะ พระใหญ่ท่านไม่หนีไปไหนหรอก ส่วนตัวเราเอง ครั้งนี้ขอโหนกระเช้าขึ้นสวยๆก่อนละกัน ไว้ถ้ามีโอกาสได้เดินป่าด้านล่างบ้างจะมาเล่าให้ฟัง! . จากกระเช้าขึ้นเขานอนปิง มองกลับลงไป วิวที่เห็นคือเกาะสนามบินทั้งเกาะ เกาะนี้ชื่อว่า Chek Lap Kok หรือก็คือสนามบินฮ่องกงเนี่ยแหละ แต่ความน่าตื่นเต้นมันมีอยู่ว่า ไอ้เกาะที่เราเห็นเนี่ย แท้จริงแล้วเกิดจากการเอาขยะมหาศาลไปถมจนเป็นก้อนขนาดใหญ่! ใช่ ฟังไม่ผิด พูดง่ายๆก็คือ เราแลนดิ้งกันบนกองขยะจ้าาาาา ไม่รู้จะตื่นเต้นเรื่องถมเกาะ หรือตื่นเต้นเรื่องจำนวนขยะที่ใช้เอามาถมกันแน่ . องค์พระใหญ่ที่อยู่บนจุดสูงสุดของเขานอนปิง เป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่สำคัญของคนฮ่องกง คนฮ่องกงมีความเชื่อว่า องค์พระใหญ่นี้จะคอยดูแลพวกเค้าให้อยู่เย็นเป็นสุข จะทำให้ครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกัน ไม่แปลกใจเลยที่จะเห็นคนท้องถิ่นมาเยี่ยมเยือนกันให้แน่นตลอดทั้งปี . ตัดภาพกลับมาสู่ตัวเมือง ถ้าไม่บอกนี่คิดว่าตัวเองเดินอยู่ซานฟรานซิสโก เกาะฮ่องกงคือเป็นเนิน เป็นเขา ไม่แพ้ซานฟรานเลย โดยเฉพาะในย่าน central ตึกรามบ้านช่องนี่ก็สร้างไต่เขา อยู่เอียงๆกันซะอย่างงั้น จะเดินเล่นแถวนี้ก็ต้องฟิตร่างกายกันหน่อย หรือใครไม่ไหว จะขึ้นบันไดเลื่อนก็ได้ นี่พูดจริงนะ เค้ามีบันไดเลื่อนจริงๆ เป็นบันไดเลื่อนกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลกด้วย คือยาวไต่เขาขึ้นไปเกือบหนึ่งกิโลแหนะ บันไดเลื่อนที่ว่า มีชื่อสวยงามอย่างเป็นทางการว่า Central-Mid-Levels escalator แต่ละวันนี่มีชาวฮ่องกงมาใช้บริการเยอะแยะมากกก เป็นพันเป็นหมื่นคนกันเลยทีเดียว . PMQ เป็นอีกหนึ่งที่สุดฮิปของฮ่องกงที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปี2014 เป็นเหมือนศูนย์รวมเรื่อง creative ของนักออกแบบที่นี่ก็ว่าได้ ตึกสีขาวแซมเขียวที่เห็นนี้ จริงๆแล้วดัดแปลงมาจากแฟลตเก่าของตำรวจฮ่องกง แต่คือเอามาทำใหม่ซะชิคไม่เหลือเค้าเดิมเลย . ด้านใน PMQ ตรงกลางคือเป็นโถงกว้างๆ แบ่งตึกออกเป็น 2 ฝั่งหลักๆ แต่ละชั้นก็จะถูกซอยย่อยออกเป็นห้องๆ ก็อย่างที่บอก ที่นี่ดัดแปลงมาจากแฟลตตำรวจ นึกถึงหอนักศึกษาก็ได้ มีระเบียงทางเดินยาวๆ คอยเชื่อมแต่ละห้องเข้าด้วยกันอะไรยังงั้น แต่ละห้องก็จะแตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่ร้านขายของเก๋ๆ ไปจนถึงห้องทำ workshop งานศิลปะ หรือแม้กระทั่งโรงเรียนสอนทำขนมก็มี เดินผ่านทีนี่กลิ่นหอมเตะจมูกจนหิวเลย ถ้าใครอินอะไรพวกนี้แบบเรา รับรองเดินสองสามชั่วโมงอยู่ในนี้ได้สบายๆ . เดินดูของเพลินๆอย่างเดียวไม่พอ ระเบียงตรงไหนกว้างหน่อย ก็จะถูกดัดแปลงไปเป็น Cafe เล็กๆ นั่งจิบกาแฟไป แอบมองคนอื่นไปพลางๆ บอกเลย คนที่นี่แต่งตัวชิคทุกคน ดูๆแล้ว ยังกะเป็น Fashion Blogger มาเดินเล่นกันทั้งนั้น . ชั้นล่าง PMQ ก็มี Cafe น่ารักๆ อยู่เหมือนกัน แต่ต้องหากันดีๆนะ เพราะ cafe พวกนี้ชอบซ่อนอยู่ตามซอกตามหลืบ เดินเล่นเหนื่อยก็ลงมานั่งพักได้พอดี นั่งพักหายเหนื่อยก็กลับไปเดินกันต่อ slow life สุดๆอะ . อีกอย่างที่เห็นได้ทั่วไปมากในฮ่องกง ฝรั่ง !!! ฝรั่งที่ว่าที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวแบกเป้ ใส่ขาสั้น เสื้อกล้าม หนีบแตะ เหมือนที่เห็นตามบ้านเรานะ เรียกแบบไม่เท่ก็คือพนักงานออฟฟิศหัวทองนั่นล่ะ 55555 ฝรั่งที่นี่คือแต่งตัวเต็มดู professional มาก ถ้าเป็นผู้ชายก็มาดนักธุรกิจสุดเนียบ ใส่สูทผูกไทด์มาเลย ถ้าเป็นผู้หญิงก็ business women สุดๆ ใครมีเสปคเป็นฝรั่งนี่บอกเลยไม่ต้องลงทุนบินไกลไปหาถึงยุโรปอเมริกา แค่มาเดินเล่นเบาๆที่ฮ่องกงก็เผ็จจจมากแล้วจ้า . ถึงแม้จะดูโก้หรูทันสมัย แต่แน่นอน ฮ่องกงก็มีมุมฮิปๆ แอบซ่อนอยู่ไม่น้อย หน้าที่ของเราคือแค่ต้องค้นต้องหามันให้เจอเท่านั้น Tai Ping Shan Street คือย่านฮิปของดีของเด็ดที่ไม่ควรพลาด ถ้าเทียบกับบ้านเรา ก็คงคล้ายๆกับอารีย์ ที่มี cafe ชิคๆ เปิดเต็มไปหมด แต่ที่ Tai Ping Shan ไม่ได้มีแค่ cafe นะ ที่นี่คือมีทั้ง อาร์ทแกลอรี่ ร้านขายของดีไซน์ ร้านอาหาร บาร์เก๋ๆ ก็เพียบ สั้นๆ ห้ามพลาด ! เดินเลี้ยวซ้ายทะลุตรอกขวา ขึ้นเนินแล้วลงบันได รับรองได้เจออะไรเด็ดๆ ซ่อนอยู่ทุกมุมถนนชัวร์ . Cafe ที่นี่ไม่ได้มีไว้สำหรับชาวฮิปสเตอร์เท่านั้น! ช่วงบ่ายๆวันธรรมดา ถ้าใครมาเดินเล่นแถวนี้ จะเห็นว่าพนักงานออฟฟิศ หรือจะเป็นนักธุรกิจหนุ่มสาว เค้าก็มานั่งฮิปกันอยู่แถวนี้เนี่ยแหละ ใส่สูทผูกไทด์มาเต็มยศ แต่มานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวจิ๋วข้างถนน จิบกาแฟไป สนทนาภาษาธุรกิจกันไป เป็นภาพที่น่ารักดีเหมือนกัน . Teakha เป็นอีก cafe นึงที่เราเคยได้สัมผัสความน่ารักผ่านทาง instagram พอได้มาฮ่องกง เลยออกตามล่าให้ได้มาเห็นกับตาตัวเองสักครั้ง จุดขายของ Teakha คือม้านั่งไม้ยาวๆ ข้างๆ กำแพงสีขาว แก้วกาแฟ บนโต๊ะไม้ตัวเล็กๆ พอมีคนฮิปๆ แต่งตัวเก๋ๆ นั่งจิบเท่านั้นแหละ เริ่ดมากกก . อย่าแปลกใจถ้าเดินอยู่แถว Tai Ping Shan แล้วจะเจอคนอารมณ์ติสๆ นั่งจิบเบียร์คนเดียว กลางวันแสกๆ แบบนี้ ก็บอกแล้วว่าแถวนี้เค้าฮิปจริง กำแพงข้างถนนแถวนี้ก็เป็นเหมือนผืนผ้าใบให้ศิลปินมาละเลงงานศิลปะ ทุกตรอกซอกซอยคือมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ไม่รู้เคยเห็นกันยัง แต่ถ้ามีเวลาอยากให้ไปตระเวนตามซอยกันดูววว มันจะดีจริงจริงนะะ . เรื่องงานดีไซน์ ฮ่องกงก็ไม่เป็นรองใคร สังเกตได้ง่ายๆ ในย่าน Tai Ping Shan นี้เลย ตึกรามบ้านช่องคือไม่ธรรมดา ทุกอย่างคิดมาดีแล้วจริงๆ อย่างตึกนี้ Island Christian Academy เป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ดัดแปลงมาจากหอพักเยาวชน ก็ไม่ไรมาก ตัวตึกสร้างตั้งแต่ปี 1912 เอาง่ายๆก็ร้อยกว่าปีเอง คิดดูดิ ร้อยปีที่แล้วออกแบบล่วงหน้ามาถึงตอนนี้ก็ยังไม่ล้าสมัย เค้าเก่งตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดจริงๆ . ถึงแม้จะพัฒนาไปถึงไหนต่อไหน ตึกสูงเสียดฟ้าผุดขึ้นทุกหัวมุมถนน ฮ่องกงก็ยังคงแอบซ่อนเอกลักษณ์ความกุ๊กกิ๊กแบบจีนๆ เอาไว้ไม่น้อย หลังคาแบบจีนโบราณ พอเข้าไปแทรกอยู่ตามตึกคอนกรีต มันทำให้ฮ่องกงมีเสน่ห์อย่าบอกใคร . คนฮ่องกงเป็นคนรักสัตว์ ?? เอ้ อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่อย่างนึงที่สังเกตได้ คือคนฮ่องกงมีความกุ๊กกิ๊กในเรื่องหมาอยู่ไม่น้อย เดินไปไหนมาไหน ก็จะเห็นคนหนุ่มสาวที่นี่จูงหมามาเดินเล่นมุ้งมิ้งกันตามประสา แต่คนที่นี่เค้ามีความรับผิดชอบนะ ถ้าน้องหมาทำขนมเสร็จ เจ้าของนี่ห่อกลับบ้านทันทีเป็นอันรู้กัน ไม่มีการปล่อยทิ้งไว้ให้เลอะเทอะเป็นอันขาด . สำหรับตัวเมืองฮ่องกง ตึกที่เห็นมีแค่สองอย่าง ไม่ตึกแถว ก็ตึกสูง บ้านเดี่ยวเป็นหลังๆ นี่อย่าหวังเลยว่าจะได้เห็นในย่านกลางเมือง ถ้าเป็นตึกแถว ส่วนใหญ่ก็เปิดเป็นร้านค้าทำมาหากินกันหมด ส่วนบ้านที่ซุกหัวนอนนั้น ก็ต้องอยู่เป็นแนวตั้ง จะคอนโด อพาร์ทเม็นต์ แฟลต หอพัก มีทุกรูปแบบขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของแต่ละคน . บานเฟี้ยมเหล็ก คืออีกหนึ่งความเป็นฮ่องกง บางคนอาจจะบอกว่าเยาวราชก็มีปะว้าาา ใช่ เยาวราชก็มี แต่ที่นี่มีเยอะกว่า แถมมีออร่าของความออริจินอลมากกว่าไม่รู้ทำไม 55555 เราว่ามันโคดมีเสน่ห์อะ ยิ่งเก่ายิ่งมีเสน่ห์ บางทีอะไรที่เป็นของดั้งเดิม มันก็มักจะมีความพิเศษอยู่ในตัวเสมอ ถึงจะพยายามทำขึ้นมาใหม่ ยังไงก็แทนที่ของออริจินอลไม่ได้เลยยย . ถ้าใครเคยสังเกต ถึงภาพลักษณ์ภายนอกฮ่องกงเค้าจะพัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่อย่างนึงที่ยังคงความเก๋าอยู่ได้จนทุกวันนี้ ก็คือ TAXI เนี่ยแหละ ไม่ว่าจะผลิตรุ่นใหม่ออกมาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น คุณ Taxi ฮ่องกงก็ยังคงแข็งใจไม่เปลี่ยน model รถของตัวเอง Taxi ในฮ่องกงกว่า 99% คือใช้รถรุ่น Toyota Comfort ที่ผลิตออกมาครั้งแรกในปี 1995 มาถึงตอนนี้ก็เบาๆ แค่ยี่สิบกว่าปีเอง แต่ก็ยังผลิตออกมาเรื่อยๆ นะ เอาไว้เป็น Taxi โดยเฉพาะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเค้ายังไม่เปลี่ยน แต่ใจจริงคือชอบมากก รู้สึกว่ามันทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น . ฮ่องกงเป็นเมืองช้อปปิ้ง อันนี้ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้ว แบรนด์แทบจะทุกยี่ห้อที่มีอยู่บนโลก คือสามารถหาซื้อได้ที่นี่ แต่สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้การช้อปปิ้งที่ฮ่องกงชนะที่อื่นในโลก คือฮ่องกงไม่มี Tax นั่นเลยเป็นสาเหตุให้คนไทยชอบนักชอบหนาที่จะบินไปช้อปกันที่ฮ่องกง ก็นิสัยคนไทยอะนะ ขอแค่ให้จิ้มเครื่องคิดเลขแล้วได้ราคาถูกกว่าที่พารากอนก็ฟินกันถ้วนหน้าแล้ว . มาฮ่องกง เมืองแห่ง Skyscraper ทั้งที ก็ต้องกระแดะอยากขึ้นไปบนตึกที่สูงที่สุดของฮ่องกงซะหน่อย ถ้าอยากให้คนฟอลโล่ในไอจีอิจฉาเล่นๆ พอขึ้นไปก็อย่าลืมถ่ายรูปแล้วติดโลเคชั่น The Ritz-Carlton, Hong Kong ด้วย ตึกที่ว่านี้คือ International Commerce Centre หรือเรียกง่ายๆ ว่า ICC ไม่ไรมากอะ สูง 484 m เอง ก็แค่เกือบครึ่งกิโลอะ มีทั้งหมดเบาๆก็ 118 ชั้น เค้าว่ากันว่าเป็นตึกที่สูงอันดับที่ 9 ของโลก แต่ถ้านับเป็นจำนวนชั้น ก็สูงอันดับ 4 เลยนะ The Ritz-Carlton โรงแรมหรูอันดับต้นๆ ของโลกก็อยู่ที่นี่ด้วย แล้วบนสุดของโรงแรม ชั้น 118 ก็คือ Ozone Bar เอาไว้ดูวิวเกาะห้องกงแบบเหนือเมฆ นี่พูดจริงนะ เหนือเมฆจริงๆ ก็ตอนเราไปหมอกลงจัดพอดี มองออกมานี่ขาวจั๊ววววว นึกว่ามาดูทะเลหมอก ไหนอะ Skyscraper ของชั้นนนน ร้องไห้แปรบบบ . ไปญี่ปุ่นต้องกินซูชิ ไปอินเดียต้องกินโรตี และแน่นอน มาฮ่องกงก็ต้องลิ้มรสติ่มซำกันซะหน่อย แต่ระดับเรา อร่อยอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีกิมมิคด้วย เลยเป็นที่มาของร้าน Dim Sum Icon อันโด่งดัง คอนเซ็ปต์ของเค้าคือ ตัวการ์ตูน Sario Little Twin Stars ก็ไม่ไรมากกก กินไปก็ขำไป เข้ากับตัวข้าพเจ้ามากกกก ธรรมชาติเป็นคนแบ๋วๆ ไรงิ แต่ว่าไม่ได้นะเออ รสชาติที่เด็ดสะระตี่ . หลายคนอาจจะยังไม่รู้ เห็นทันสมัยแบบนี้ ฮ่องกงมีหมู่บ้านชาวประมงด้วยนะเออ ก่อนไปก็แอบคิดในใจว่า ทุกอย่างที่นี่คืออยู่บนตึกหมด ใช้ชีวิตแนวตั้งกันหมด แล้วหมู่บ้านชาวประมงเค้าจะอยู่บนตึกด้วยป่าววะ 555 มาถึงนี่ผิดคาด หมู่บ้านชาวประมงริมน้ำของจริงเว้ยเฮ้ย ถึงแม้จะมีตึกสูงเป็นฉากหลังก็เหอะ พอให้อภัยได้ แต่ความเด็ดดวงมันอยู่ที่อาหาร!! กุ้งมังกร หอยเป่าฮื้อ หอยงวงช้าง หอยเชลล์ ปูทะเล ปลาเก๋ายักษ์ โอ้โหววว มาหมดทะเลอะ ถ้าปลาวาฬกินได้ คงมีปลาวาฬขายแล้วแหละ สด อร่อย คุ้ม พุงน้อยๆ นี่ยิ้มแป้นเลย . สองทุ่มตรง นาฬิกาบอกเวลา รถม้าจะกลายเป็นฟักทอง เดี๋ยวๆ ไม่เกี่ยวปะ สองทุ่มอะใช่ แต่เป็นเวลาของ Symphony of Lights ต่างหาก ใครเห็น แสงสีเสียงพุ่งไป พุ่งมา ก็ไม่ต้องตกใจ ไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยที่ไหน แต่คือโชว์แสงไฟ และเลเซอร์ของเกาะฮ่องกงเค้า Guinness Book เค้าบอกไว้ว่า Symphony of Lights เป็นการโชว์แสงสีเสียงกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยนะ ถ้าใครอยากดูอยากชม เรามีนัดกันทุกวันสองทุ่มตรง หาทำเลเหมาะๆ แถว Avenue of Star หรือไม่ก็ Tsim Sha Tsui แล้วมองข้ามไปฝั่งฮ่องกง ประทับใจแน่นอน . ฮ่องกงก็มีหาดทรายนะเว้ย Repulse Bay เป็นหนึ่งในไม่กี่หาดของฮ่องกงที่เล่นน้ำอาบแดดได้ แต่ขอแอบบอกความลับหน่อย Hidden Story ของที่นี่ คือ…. มันเป็นของปลอมมเว้ยแกกก ทรายที่เห็นเนี่ย เค้าเอามาถมจนมันเป็นหาดขึ้นมาให้คนนอนเล่น ก็ทำไงได้ ประเทศเล็ก ธรรมชาติน้อย อยากได้ก็ต้องสร้างเองเป็นธรรมดา . จาก Repulse Bay อ่าวรูปจันทร์เสี้ยวนี่เป็นจุดรวมนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นจุดรวมตัวเทพเจ้าแบบ One stop service ที่เค้าว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆอีกด้วย นอกจากที่เห็นเป็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ ยังมีทั้งเทพเจ้าแห่งความรัก โชคลาภ การงาน สุขภาพ กระทั่งขอลูกก็ยังได้! กิจกรรมสุดฮิตเลยคือเดินข้ามสะพานเพื่อต่ออายุขัย โดยมีข้อแม้ว่าห้ามเดินกลับมาทางเดิมด้วยนะ เพราะจะเป็นการลดอายุ ฮั่นแหนะะ อยากรู้เรื่องเทพเจ้าความรักกันล่ะสิ เอาเป็นว่าถ้าได้เมื่อไหร่ จะมาจัดรีวิวแบบละเอียดๆให้ฟังแล้วกันโนะ 555555555 . หรือที่คนไทยคุ้นหูกันว่าวัดกังหัน ว่ากันว่ายิ่งหมุนกังหันเยอะๆ ทรัพย์ยิ่งมา การงานมา โชคดีมาาา ออกตัวก่อนว่าส่วนตัวไม่อินเรื่องความเชื่อใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทุกคนที่ไปวัดอินหนักมากกก ขอพรกันนานมากก เหยย งั้นแก้ปีชงหน่อยละกัน555555 จะเขียนชื่อที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล์ เฟสบุคอะไรก็ว่าไป ท่านจะได้ตามมาให้พรเราถูก ความเชื่อส่วนบุคคลเนอะ ทำอะไรแล้วสบายใจขึ้นเราว่าก็โอเคแล้ว . ถึงจะไม่อินเรื่องความเชื่อ แต่ชอบนะที่ได้มาอยู่ท่ามกลางคนที่เชื่อใน passion บางอย่างของตัวเอง คนฮ่องกงดั้งเดิมเองเลยเชื่อเรื่องดวง เรื่องฮวงจุ้ยกันมากๆ ทุกเทศกาลสำคัญวัดใหญ่ๆจะอัดแน่นไปด้วยชาวฮ่องกงที่มาทำบุญ ขอพร ให้สมตามที่ตนปรารถนา อย่างธูปเทียนนี่ก็ต้องใหญ่ที่สุด ถึงจะดีที่สุด ของเซ่นไหว้มาเต็ม ตรงตามฤกษ์ตามเวลามงคลเป๊ะๆ และนี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลนึงที่ฮ่องกงมีวันหวยออกถึง 3 วันต่อสัปดาห์ ยังไม่รวมแทงม้าอีก 2 วัน  . อีกหนึ่งจุดที่ถ้าไม่ได้มาเชคอิน แทบจะเรียกได้ว่ามาไม่ถึงฮ่องกง The Peak หรือ Victoria Peak คือยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะนี้ ง่ายๆเลยคือถ้าจะไปดูมุมท๊อปของเมืองฮ่องกง จะไปดูที่ไหนล่ะถ้าไม่ใช่ที่นี่! ทั้งอ่าววิคตอเรีย ตึกสูงเรียงราย เรือเฟอร์รี่ ฝรั่งบนเรือเฟอร์รรี่ ลองมาส่องดูได้ที่ The Peak โนะ (เดี๋ยว) วิธีเดินทางไปก็ไม่ยากเลยยยย เราสามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลง MTR Central Station แล้วเดินต่อไปขึ้นรถราง The Peak Tram หือออ ง่ายดายมากๆ แต่สำหรับใครที่จะไปรถยนต์นี่ขอเตือนว่าทางคดเคี้ยวไม่ธรรมดานะะ นี่เมารถ หลับตลอดทางเลยจ้าาาา ตื่นมาอีกทีก็ฮัลโหลวิคตอเรียพีคละ 55555555 นอกเหนือไปจากวิวที่หมอกลงแบบหนาแน่น แบบมองอะไรไม่เห็น แบบทำใจไม่ค่อยจะทัน ยอดเขาเดอะพีคนี่มันก็พีคจริงๆนะ เพราะถือเป็นจุดฮวงจุ้ยแรงงง ใครอยากหล่อรวยเฮง แน่จริงต้องมาปลูกบ้านบนนี้นะเอออ ตามทางคดเคี้ยวขึ้นมาเราเลยจะเห็นบ้านของมหาเศรษฐีกันเต็มไปหมด . เดินผ่านไปผ่านมาแถวจิมซาจุ่ย อาจจะพอคุ้นๆกับตึกทรงกลมหน้าตาประหลาด วางคู่อยู่กับตึกสีชมพู ดูฮิปเว่ออ่าแกรร มันคือศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกงนั่นเอง ถ้าให้เทียบกับในกรุงเทพฯก็คงเป็นตึก BACC ที่อยู่ตรงข้ามมาบุญครองอะเนอะ ไม่เพียงแต่สีชมพูของตัวอาคารที่ทำให้ตึกดูสวยโดดเด่น แต่ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้เปิดรับกับทะเลด้านหลัง ลมเลยโกรกดีมากกกก ทั้งชาวฮ่องกงเองและนักท่องเที่ยวมานั่งเล่นกันเต็มขั้นบันไดเลยยย เมืองไทยน่าจะมีพื้นที่ริมน้ำชิคๆคูลๆแบบนี้กันมั่งเนอะ  . มีคนเกลียดตึกนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ด้วยความที่เป็นก้อนสีชมพูทึบตัน ไม่มีหน้าต่าง วางอ้วนๆอยู่ริมทะเล สร้างความน่ารำคาญตารำคาญใจไม่น้อยให้แก่คนที่อยู่เกาะฝั่งตรงข้าม เออ แต่ด้วยความนิ่งๆ เพลนๆของมันนี่เราว่าถ่ายรูปโคดดดดดขึ้น พอแต่งชุดทำตัวเท่ๆ ไปยืนอยู่ท่ามกลางแสงและเงาของโครงสร้างรอบอาคารนี่รู้สึกตัวเองคูลขึ้น 30%   . เห็นตึกทรงกลมหน้าตาประหลาดริมถนนย่านจิมซาจุ่ยนี่เดาได้ป่าวว่าตึกอะไรรร เป็นพิพิธภัณฑ์อวกาศของฮ่องกงนั่นเองง เห็นยังงี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1980 แล้วนะ แต่ตอนเราไปเค้าปิดปรับปรุงอยู่แฮะ เห็นว่าจะเปิดให้บริการอีกทีปลายปี 2016 รีโนเวทครั้งนี้น่าจะมีอะไรเจ๋งๆเพียบแน่ๆ เพราะของเก่าจัดแสดงมานานนนนมากแล้ว  . อีกหนึงมุมสวยของพิพิธภัณฑ์อวกาศ คือถ้าเราเดินถัดมาข้างๆอีกนิดจะเจอกับบันไดวนสีชมพู วางเท่ๆอยู่คนเดียวท่ามกลางความโค้งมนของตึกทรงกลม เลยต้องถือโอกาสเข้าไปเก็บรูปซะหน่อย ขอบคุณคุณลุงเคนตั๊กกี้ที่เป็นพร๊อพให้รูปนี้ด้วยนะค้าาาา  . ฮ่องกงเป็นเมืองวิวดี นี่ชั้นเดินอยู่ริมทะเล Habour City หรืออยู่ยุโรปปปป ทำไมงานดี งานละมุนน 55555555 ยืนแอบถ่ายอยู่นาน จนนางหันมายิ้มให้ เขินเองซะงั้นอย่างที่บอก ฝรั่งมากันเพียบ แบ็คแพ็คมาก็มี มาเป็นก๊กเป็นแก๊งเลยก็เยอะ ก็นะ ฮ่องกงเที่ยวง่ายยย แถมอากาศก็ค่อนข้างเป็นปกติตลอดปีอีกต่างหากดีค่ะดี AEC เนอะ เปิดตลาดอาเซียน เนอะ เราเวลคั่มนะยูววววว 55555555 . ท่าเรือข้ามฟาก Star Ferry เป็นหนึ่งในหัวใจการคมนาคมของเกาะฮ่องกงเลยทีเดียววว Star Ferry ทำการขนส่งผู้โดยสารจากจิมซาจุ่ย ไป Central หรือ Wanchai ซึ่งแต่ละเที่ยวก็ใช้เวลาไม่นานแค่ประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น ถ้าใครมีเวลาลองหาโอกาสนั่งเรือข้ามฟากดูน่าจะเก็บวิวสวยๆมาได้พอตัวเลย อะไรจะดีไปกว่านั่งเรือเล่น ดูวิวริมน้ำ แล้วปล่อยให้ลมตีหน้าเบาๆ  . อยู่อย่างเหงาๆ เราคงจะได้รู้ เดี๋ยว เหงาไม่เหงาไม่ถามลุงซักคำ ลุงแค่เดินมาดูวิวหน้าเฟรมกล้องเรา ลุงเหงาเฉย 5555555 ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม วิวตึกที่ปกติเรียงรายกันเป็นดอกเห็ดน่าจะให้ความรู้สึกสดใส แข่งขัน กระฉับกระเฉง พอมีหมอกมาลงตรงหน้าแบบนี้กลับดูเศร้าลงอย่างน่าประหลาด ก็คงไม่ต่างกับคน เมืองฮ่องกงก็คงจะมีมุมบางมุมของตัวเองที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ถ้าไม่ได้มาดูด้วยตาตัวเองครั้งนี้เราก็คงจะติดภาพเมืองเสียงดัง วุ่นวาย ตึกรามบ้านช่องแห้งๆ ในสมัยเด็กอยู่แน่ๆ ความสนุกของการออกเดินทางอย่างหนึ่ง คือการได้เปิดรับสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใหม่หรือสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ไม่ว่าอย่างไหน เรื่อง Hidden ที่เพิ่งได้ถูกค้นพบขึ้นใหม่ก็ล้วนกระตุ้นความตื่นเต้นให้นักเดินทางอย่างเราเสมอๆแหละเนอะ ว่ามั้ย! โอเค บิ๊วขนาดนี้แล้ว มีใครเปลี่ยนใจอยากไปเที่ยวฮ่องกงมั่งยัง? . . ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก gogetlost

วิธีกินซูชิ แบบสาวญี่ปุ่น
ซุชิ /  ญี่ปุ่น / 

วิธีกินซูชิ แบบสาวญี่ปุ่น 1. เท ซอสโชยุ ลงในถ้วยน้ำจิ้ม แล้วใส่ วาซาบิ ตามลงไป กะปริมาณตามใจชอบ จากนั้นก็คนให้เข้ากัน หรือถ้าใครไม่ชอบรสชาติของ วาซาบิ ก็ไม่ต้องใส่นะจ๊ะ แล้วคีบ ซูชิ หน้าที่ชอบ จิ้ม โชยุ แล้วใส่ปากได้เลย 2. เวลาเอา ซูชิ ลงจุ่มในถ้วยน้ำจิ้ม ควรจะเอาด้านที่เป็นหน้าลง เพราะถ้าจุ่มด้านที่เป็นข้าวลงไป ข้าวจะอุ้มน้ำซอสโชยุ ไว้มากเกินไปจนเสียรสชาติที่แท้จริงของอาหาร 3. เวลาส่ง ซูชิ เข้าปาก ควรจะคว่ำด้านที่เป็นหน้าลง ให้เนื้อปลาได้สัมผัสกับลิ้น ความอุ่นของลิ้นจะทำให้เนื้อปลาอุ่นขึ้นและได้รสอร่อยขึ้น 4. กิน ซูชิ แต่ละคำให้หมดภายในคำเดียว เพราะถ้ากัดแบ่งเป็นคำๆ ข้าวจะแตกเละจนกินไม่ได้ 5. หลังจากกิน ซูชิ ไป 1 ก้อน แล้วควรจะตามด้วยขิงดอง 1 ชิ้นเพื่อล้างปากให้ลืมรสชาติของ ซูชิ ก้อนนั้นเสียก่อน แล้วจึงกินก้อนต่อไป นี่คือ เทคนิคที่คนญี่ปุ่นเขาใช้เพื่อให้ได้สัมผัสรสชาติของอาหารอย่างแท้จริง 6. เมื่อเคี้ยวๆๆๆ และกลืนแล้ว อย่าลืมพูดว่าดังๆ ว่า " おいしい = Oishii (โออิชี่...) " หรือ " うまい = Umai (อูม่า...อิ) " นะคะ แปลว่า "อร่อย" ค่ะ

สนเด็กรายวัน!!ปืนจ้องดูด นิว คินคลัดเซ่ ดาวรุ่งจอร์เจีย
ananidze /  zhano ananidze / 

"นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์" สื่อเมืองผู้ดี รายงานข่าวว่า อาร์เซน่อล สนใจอยากจะได้ตัว ซาโน่ อนานิดเซ่ กองกลางดาวโรจน์วัย 17 ปีชาวจอร์เจียนของ สปาร์ตัก มอสโก โดย อนานิดเซ่ กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูใน รัสเซียน พรีเมียร์ลีก ในเกมที่พบกับ โลโคโมทีฟ มอสโก อีกทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็น จอร์จี้ คินคลัดเซ่ คนใหม่ อย่างไรก็ตาม นอกจาก อาร์เซน่อล แล้วยังมีอีกหลายทีมที่อยากได้ตัว อนานิดเซ่ ไม่ว่าจะเป็น ยูเวนตุส, เอซี มิลาน และ เซบีญ่า ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างก็ให้ความสนใจในตัวนักเตะเจ้าของฉายา "นิว คินคลัดเซ่" เช่นเดียวกัน ขณะเดียวกัน อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือจอมปลุกปั้นของ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ออกมากล่าวถึงการซื้อดาวรุ่งต่างชาติว่า "สโมสรทั่วไปสามารถมีนักเตะต่างชาติได้ถึง 80 เปอร์เซนต์ ซึ่งคนอังกฤษ จะต้องหัวเสีย อย่างไรก็ตาม หากมีกฎใหม่ผมก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม เพราะตอนอยู่ญี่ปุ่น ผมก็กินซูชิ มาที่นี่ก็กินเนื้อรวมถึงพุดดิ้ง ยอร์กเชียร์"

ซูชิ ทำนายนิสัย
กินซูชิ /  ซูชิ / 

วันนี้ Horoscope.Mthai.com จะพาคุณมารู้จักกับ ซูชิ หรือ ข้าวปั้นมีหน้า ซึ่งเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่คุณรู้หรือเปล่าว่า ซูชิ ที่คุณรับประทานนั้นก็สามารถทำนายหรือบ่งบอกนิสัยจากการเลือกรับประทาน ซูชิ ในแต่ละหน้า ของคุณเหมือนกัน ทายนิสัยจากซูชิ ซูชิ ข้าวห่อสาหร่ายไส้แตงกวา คุณเป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายแน่วแน่ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม มักจะตั้งความหวังไว้สูง บางทีก็ทำให้เป็นคนจุกจิกช่างเลือกเกินไป ชอบคิดแล้วคิดอีก กว่าจะยอมตัดสินใจ จนพลาดโอกาสดีๆอยู่เรื่อย โดยเฉพาะเรื่องความรักนี่ละ บางทีก็แอบ งก ทั้งที่ในใจ หลงใหลความหรูหราฟู่ฟ่าเสียเหลือเกิน ซูชิ ข้าวปั้นหน้ากุ้ง คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี จนเข้าขั้นอินโนเซนต์ ขนาดว่าตกหลุมรักใครได้ง่ายๆ แค่เจอเพียงแวบเดียว สาวหน้ากุ้งเกลียดความเหงา ชอบให้ใครๆเอาใจใส่ดูแล เธอไม่ใช่คนทะเยอทะยานขอแค่อนาคตที่มั่นคงก็พอใจ แต่บางทีก็ออกจะดูเอื่อยเฉื่อยไปหน่อย ซูชิ ข้าวปั้นหน้าปลาแซลมอล ใครๆก็บอกว่าคุณนี่แหละสาว " self " ตัวจริง คุณเป็นตัวของตัวเอง มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ โกรธ เกลียด อะไรก็จะเก็บสีหน้าอาการไม่อยู่เอาเสียเลย เว้นแต่เรื่องหัวใจเนี่ยแหละ จะรักใครชอบใครก็กลับเก๊กได้ เนียนสนิท เฮ้อ!! เป็นเสียอย่างนี้แห้วแน่เลยนะจ๊ะ สาวปลาแซลมอลก็เลยมักจะโดดเดี่ยวเพราะเหตุนี้ แล้วก็แก้ปัญหาด้วยการช้อปแหลกซะงั้น ซูชิ ข้าวปั้นหน้าไข่หวาน ดูเหมือนสาวแรง สุดมั่น เป็นจอมเจ้าชู้ หว่านเสน่ห์ไปทั่ว แต่ลึกๆแล้ว คุณมักจะรู้สึกว่าตัวเองมีจุดอ่อนหรือปมด้อย ก็เลยพยายามสร้างจุดเด่น เพื่อเรียกร้องความสนใจ ทำให้เวลาที่สาวไข่หวานต้องการอะไร เธอจะมุ่งมั่นอย่างจริงจังจนน่ากลัวเชียวล่ะ!! ซูชิ ข้าวห่อสาหร่ายหน้าไข่กุ้ง โรแมนติกน่าดูเชียวนะคุณน่ะ ความรักของสาวไข่กุ้งจึง สุดสวีท นอกจากนี้คุณเธอยังชอบความหรูหราเอามาก ชอบเดินทางท่องเที่ยว (อาจเป็นที่ต่างประเทศด้วยนะ ) เหตุจากที่เป็นคนช่างฝัน จึงมีไอเดียฟุ้งอยู่เสมอ ที่น่ารักมากคือ คุณเป็นคนอยู่ในกรอบของครอบครัว และชอบอยู่บ้านเอาใจคุณพ่อ คุณแม่ ขอบคุณที่มาจาก Forward Mail

กินซูชิยังต้องมีขั้นตอน! วิธีกินซูชิที่ถูกต้อง
ซูชิ /  อาหารญี่ปุ่น

การทานอาหารให้อร่อยนั้นเหมือนมันจะไม่ใช่ปัญหา แค่นำเข้าปาก ไม่ว่าจะเป็นอะไรขอให้อร่อยไว้ก่อนก็กินได้แล้ว แต่หารู้ไม่ว่าอาหารบ้างประเภทนั้น หากกินผิดวิธี ก็ทำให้อาหารจานนั้นที่เดิมทีมีความอร่อยอยู่แล้ว แต่วิธีการกินที่ไม่ถูกต้องทำเอารสชาติที่ดีของอาหารจานนั้นหายไป อย่าง ซูชิ อาหารญี่ปุ่นยอดนิยม ใครหลายคนคิดว่าที่่กินแบบเดิมเหมือนที่เคยก็อร่อยอยู่แล้ว กินตามแบบไทยๆ น้ำจิ้มเยอะๆ เน้นวาซาบิแรงๆ แต่รู้หรือไม่ว่า การทำเช่นนั้น ทำให้รสชาติของวัตถุดิบที่เลอค่า กับลดค่าลง เรามาดูวิธีง่ายๆ การกินซูชิที่ถูกต้อง และให้อร่อยมากยิ่งขึ้น กินซูชิยังต้องมีขั้นตอน! วิธีกินซูชิที่ถูกต้อง ใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลางจับซูชิ โดยใช้นิ้วหัวแม้มือจับส่วนที่เป็นหน้าซูชิ ส่วนนิ้วชี้และนิ้วกลางจับด้านที่เป็นข้าว ส่วนคนที่ถนัดตะเกียบก็พยายามคีบให้แน่น ใครที่ยังคีบไม่ถูกต้องตามหลักการคีบตะเกียบก็ไม่ต้องกังวล เอาที่ตัวเองถนัดโดยพยายามให้หน้าซูชิสัมผัสกับโชยุ และหน้าซูชิไม่หลุดออกจากข้าว เวลาจิ้มกับโชยุ ให้นำด้านหน้าซูชิสัมผัสกับซอสโชยุ ให้ความเค็มที่พอดี หากใช้ด้านที่เป็นข้าวโดนโชยุ ข้าวจะซึมความเค็ม ทำให้ซูชิชิ้นนั้นเสียรสชาติ และข้าวที่เชฟปั้นข้าวไว้อย่างแน่นหนาอาจจะแตกได้ ก่อนจิ้มโชยุให้ทาวาซาบิเล็กน้อยบนซูชิ ห้ามผสมวาซาบิกับซอสโชยุโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ซูชิเสียรสชาติ จัดลำดับการกินซูชิ การทานซูชิในร้านอาหารญี่ปุ่น แน่นอนว่าต้องสั่งมาหลายๆ หน้า รวมไปถึงซูชิบุฟเฟ่ต์ ทุกคนมีเทคนิคพิเศษที่กินอย่างไรให้ได้คุ้มที่สุดนานที่สุด แต่ลำดับการกินบุฟเฟ่ต์นั้นต้องกินให้คุ้มค่าที่สุด โดยให้ความรู้สึกที่ได้ลิ้มรสชาติของวัตถุดิบชั้นเยี่ยมได้ดีที่สุด เรียกได้ว่า เก็บความรู้สึกทุกเม็ด เรียงลำดับโดยเริ่มจาก "ซูชิสีอ่อนไปถึงซูชิสีเข้ม" เริ่มจากซูชิที่มีรสชาติจืดสุด ให้ความรู้สึกแรกไปเริ่มที่รสชาติอ่อนๆ ก่อน หากกินรสชาติที่เข้มสุดเข้าไปก่อน เราจะไม่ได้รสชาติความอร่อยของซูชิที่มีรสอ่อนกว่า ปลาเนื้อสีขาว - ปลาเนื้อสีแดงสด ปลาที่มีรสชาติจัดหรือของชนิดอื่นๆ ที่มีรสคาว เช่น ปลาแซลมอน หรือ ไข่ปลา ไข่หอยเม่น ปลาที่มีมันเยอะๆ ซูชิที่หน้าต่างๆ เช่นไข่หวาน ซูชิแบบโรลด้วยสาหร่ายเป็นอันดับสุดท้าย อย่าลืมขิงดองที่อยู่ข้างๆ จานนะคะ มันมีประโยชน์ช่วยให้การทานซูชิคำต่อไป อร่อยมากยิ่งขึ้น ที่มาจาก :ohlor.com

10 คำศัพท์ภาษาอังกฤษสุดฮิต คนไทยออกเสียงผิดบ่อย
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ /  เทคนิคการเรียน

ภาษาอังกฤษ ในยุคสมัยใหม่นี้ทุกคนต้องเริ่มเรียนกันให้มากขึ้นแล้ว เนื่องจากภาษาอังกฤษนั้นจะกลายเป็นสิ่งสำคัญที่คนไทยจะต้องใช้สื่อสารกับคนทั่วโลก .. วันนี้ teen.mthai มี 10 คำศัพท์ภาษาอังกฤษสุดฮิต คนไทยออกเสียงผิดบ่อย มาฝากกันคะ เพื่อนๆบางคนอาจจะดูหรือจำมาจากการอ่านหนังสือ ดูหนัง แต่รู้ไหมว่าบางคำที่เราพูดนั้นไม่ถูดต้อง ตามทีนเอ็มไทยไปดูกันคะว่ามีคำไหนบ้าง ^^ 10 คำศัพท์ภาษาอังกฤษสุดฮิต คนไทยออกเสียงผิดบ่อย 1. chaos (n.) เค-อ็อส Total lack of order, confusion, mess, disorder ความสับสน วุ่นวาย หลายๆคนพอเห็นตัว ch ก็พากันออกเสียงว่า ชา-ออส กันถ้วนหน้า ผมเองสมัยยังเด็ก ชอบเล่นเกมส์ DotA ก็จะมีตัวละครหนึ่งชื่อว่า Chaos Knight เพื่อนๆก็เรียกว่า ชาออสไนท์ กันถ้วนหน้า เอาก็เอาวะ ชาออสไนท์ก็ได้ บางคนถึงกับอ่านว่า “เช้าส์” เลยทีเดียว แต่จริงๆแล้วต้องอ่านว่าเค-อ็อส ถึงจะถูกต้องนะคะ 2. comfortable (adj.) คั๊มฟ-ทะเบิล Providing physical comfort; easy; relaxing ความสะดวกสบาย ตอนเป็นเด็กผมชอบอ่านคำนี้ว่า คอม-ฟ้อร์ท(เสียงสูง)-เทเบิล แต่เพิ่งมารู้ว่ามันผิด ผิดตรงการเน้นเสียงนี่แหละ เราจะไปเน้นที่พยางค์สองของคำ  ซึ่งจริงๆแล้วต้องออกเสียง ฟึ่ท สั้นๆหลังพยางค์แรก กลายเป็น คั๊มฟ-ทะเบิล แทน 3. effect (n., v.) อิ-เฟ็คท์ Something brought about by a cause or agent; a result ผลกระทบ ผลลัพธ์ สำหรับศัพท์ภาษาอังกฤษตัวนี้เราจะอ่านผิดบ่อยมาก เพราะดันไปยึดติดกับคำว่า special effectสเปเชียล เอฟเฟ็คท์ พอเจอคำนี้เข้าไปก็อ่านว่า เอฟเฟ็คท์ กันถ้วนหน้าเชียว คำอ่านที่ถูกต้องจริงๆคือ อิ-เฟ็คท์ ครับ ออกเสียง f แค่ตัวเดียวพอ อ่านเร็ว เน้นพยางค์หลังด้วยนะ 4. etc. (abbr.) เอ็ท-เซเทอรา And so on, and so forth, and the rest และอื่นๆ มองแวบแรกอย่าไปคิดว่า etc. เป็นชื่อวงดนตรีเชียวนะครับ จริงๆแล้วมันย่อมาจากคำว่า et cetera เป็นภาษา Latin ที่หมายถึง และอื่นๆอีกมากมาย ที่เรามักเห็นตอนท้ายประโยคเหมือนกับ ฯลฯ ของภาษาไทยนั่นเอง จากประสบการณ์พรีเซ้นท์งานภาษาอังกฤษในห้องเรียน เคยมีกลุ่มหนึ่งทำสไลด์แล้วใช้คำว่า etc. แต่ไม่รู้ว่าจะออกเสียงยังไง บางคนก็ข้ามไปเลย และมีคนนึงอ่านว่า อีทีซี เฉยเลย ที่ถูกคือ เอ็ท-เซเทอรา ต้องอ่านให้เร็วนิดนึงนะคะ ฝรั่งเค้าจะได้เข้าใจง่ายขึ้น 5. island (n.) ไอ-เลินด์ Piece of land completely surrounded by water; raised area or a platform set aside for some specific purpose เกาะ ผมว่าคนส่วนมากต้องเคยอ่านคำนี้ผิดบ้างแหละ จะอ่านว่า ไอซ์-แลนด์ หรือ อิส-แลนด์ ก็ตามแต่ คำนี้เราจะไม่ออกเสียงตัว s นะครับ ให้อ่านว่า ไอ-เลินด์ ไปเลย ขืนอ่านผิดๆคนฟังจะเข้าใจว่าเราหมายถึงประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ไปโน่น จะว่าไปแล้ว Iceland ก็ถือเป็นเกาะๆหนึ่ง เป็นประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดในยุโรปเลย ว่าแต่ว่าแปลกดีนะครับที่ ประเทศ Iceland มีทุ่งหญ้าเขียวขจีเต็มไปหมด ขณะที่ประเทศ Greenland กลับถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งนะเนี่ย  6. jewelry (n.) จูวล์-รี่ Ornaments for personal adornment made of precious metals or set with gemstones เครื่องเพชรพลอย ตามร้านขายเครื่องประดับเพชรพลอยต่างๆมักลงท้ายด้วยคำว่า จิวเวลรี่ โอเคครับเห็นคำนี้ปุ๊บเราทุกคนเข้าใจว่าเป็นร้านขายเครื่องเพชร แต่การอ่านออกเสียงนี่คนละเรื่องเลย ต้องพูดว่า จูวล์-รี่ถึงจะถูก ไม่ต้องยืดยาวยึง 3 พยางค์แบบนั้น 7. leopard (n.) เล็พ-เพิร์ด Panther, large member of the cat family having either tawny spotted fur or black fur เสือดาว ผมมีโอกาสไปฟังบรรยายเทคนิคการใช้งานภาษาอังกฤษโดยคุณ Christopher Wright และในวันนั้นที่จำได้ขึ้นใจเลยคือคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เราชอบออกเสียงผิดบ่อยๆ หนึ่งในนั้นคือ leopard ที่เราอ่านตรงๆเลยว่า ลีโอ-พ้าร์ด หารู้ไม่ว่าคำนี้ไม่ต้องออกเสียงตัว o อ่านสั้นๆง่ายๆว่า เล็พ-เพิร์ด  ก็พอ 8. salmon (n.) แซ-เมิน Species of edible marine fish that spawns in freshwater and has tender pinkish flesh ปลาแซลมอน สำหรับคนที่รักการกินซูชิ ย่อมต้องเคยลิ้มลองปลาแซลมอนแน่นอน แต่ฝรั่งเค้ากลับอ่านคำนี้ว่าแซ-เมิน ซะงั้น ทำเอาผมเข้าใจผิดมาเป็นสิบๆปีเลยนะเนี่ย กับคนไทยสั่งปลาแซลมอนได้ไม่เป็นไร แต่กับฝรั่งถ้าตัดเสียง l ออกไปคงจะดีไม่น้อยนะคะ 9. sword (n.) ซอร์ด Weapon consisting of a long straight or curved blade fixed to a hilt ดาบ มาอีกแล้วคำในตำนานสำหรับนักเล่นเกมส์ทั้งหลาย ใครเกิดทันเกมส์ Ragnarok บ้างเอ่ย คงคุ้นเคยกับอาชีพนักดาบ สะ-หวอด-แมน (swordsman) กันดีทุกคน แต่ถ้าจะอ่านให้ถูกจริงๆ คำจำพวก sword ให้ตัดเสียง w ออกไปได้เลย อ่านเป็น ซอร์ด ง่ายขึ้นเยอะใช่มั้ยล่ะ 10. value (n., v.) แฟล-ยิ่ว Prize, esteem, cherish; assess, estimate, appraise คุณค่า ประเมิณค่า ให้ความสำคัญ ขอปิดท้ายด้วยคำศัพท์ที่เสียงอ่านไม่เหมือนกับคำที่เห็นเอาซะเลย อย่าว่าแต่นักศึกษาเลย แม้แต่อาจารย์ยังอ่านว่า แวลู่ ซึ่งก็โอเค ถ้าสื่อความหมายให้คนไทยด้วยกันเข้าใจได้ แต่สำหรับฝรั่งขืนอ่านแบบนี้มีงงแน่นอน ต้องอ่านว่า แฟล-ยิ่ว ออกจะกระดากปากไปบ้าง แรกๆก็ไม่ชิน แต่เพื่อความถูกต้องก็ต้องอดทนนะคะ ขอบคุณที่มาข้อมูล dailyenglish.in.th