การประกวด

น้ำตาล ปลื้มแฟนคลับแห่ต้อนรับ วอนอย่าโจมตี เจนี่ แค่เรื่องเข้าใจผิด
น้ำตาล ชลิตา /  น้ำตาล ชลิตา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 / 

  เป็นประเด็นฮอตฮิตกันเลยทีเดียว จากกรณีที่มีคลิป น้องน้ำตาล ชลิตา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ได้มีโอกาสร่วมงานและเข้าไปไหว้ สาวเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ในงานหนึ่ง ภาพออกมาสื่อว่า สาวเจนี่ ไม่ได้รับไหว้ จึงกลายเป็นประเด็นให้ชาวโซเชียลรวมไปถึงแฟนคลับของ น้องน้ำตาล ออกมาโจมตี สาวเจนี่ ล่าสุด น้องน้ำตาล ได้มาร่วมงาน Siam Paragon celebrates the Pride of Thailand 2017 ซึ่งปรากฏกายในชุดประจำชาติพร้อมชี้แจงประเด็นที่เกิดขึ้นมีรายละเอียดดังนี้ วันนี้เป็นยังไงบ้างที่ได้เอาชุดที่เฉิดฉายบนเวทีมาแสดงในวันนี้   "ก็ดีใจค่ะ ที่ทำให้ทุกคนได้เห็น อยากให้ทุกคนได้เห็นความงาม รายละเอียดของชุดที่ทุกคนตั้งใจทำออกมา ดีไซน์เนอร์ไทยได้ทำออกมา" วันนี้ได้หวนมาเจอกับพี่ๆ หลายคนที่เคยทำงานด้วยกัน   "ใช่ค่ะ ดีใจที่ได้กลับมาเจอพี่ๆ เขาอีกครั้งหนึ่ง เหมือนกับเราก็คืนความสุขให้กับทุกๆ คน คืนความสุขให้กับพี่ๆ ด้วย เพราะเราได้ใส่ชุดออกไป แล้วก็มีคนชอบเยอะ" เป็นอีกครั้งที่ได้ใส่ชุดประจำชาติ   "ใช่ค่ะ ได้ใส่อีกครั้งหนึ่งก็รู้สึกปลื้มใจ" แฟนนางงามมาเยอะมาก   "ใช่ค่ะ ไม่คิดว่าจะมาเยอะขนาดนี้" กระแสก็ยังไม่ตก รู้สึกยังไงบ้าง   "ก็รู้สึกดีใจค่ะ ที่คนยังติดตามเราอยู่ ตอนที่ตาลไปฟิลิปปินส์ก็ยังมีคนมารับถึงสนามบินก็มี ไปตามถึงที่ทำงานเลยก็มี แฟนคลับที่ฟิลิปปินส์ก็มีเอาธงมาให้ เอารูปมา มีเอาสายสะพายมิสยูนิเวิร์สมาให้ด้วย (หัวเราะ) แบบว่าลงทุนมาก แต่ละคนที่เข้ามาหาตาลเขาจะร้อวไห้ รู้สึกดีใจที่ทุกคนยังเหมือนเดิมกับเรา แม้ว่าการประกวดจะจบไปแล้ว" อย่างล่าสุดไปทำอะไรมา   "ก็ไปโปรโมตการท่องเที่ยวของประเทศไทย เชิญชวนให้ทุกคนรู้จักประเทศเรา มาเที่ยวที่บ้านเรา" เหมือนเป็นคนดังคนหนึ่งของบ้านเขาไปแล้ว   "เขาก็ถามนะคะถ้าจะให้ไปแสดงหนังที่โน้นจะเอาไหม ก็เลยบอกว่าถ้ามีโอกาสก็ลองดูก็ได้ เพราะที่นี่ก็เป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง แฟนๆ เขาถามกันเฉยๆ ก็ยังไม่มีอะไรเข้ามา ถ้ามีติดต่อก็ลองดู" พูดถึงเรื่องชุดทำไมถึงต้องวางแผนกันต่อวัน   "จริงๆ แล้ว เราวางลุคในแต่ละวันให้ตรงกับแพลนที่เขาให้มาตั้งแต่แรก เราไปที่โน้นมันก็รับเปลี่ยนตลอดเวลา เราก็ตามไม่ทัน เพราะตาลก็ได้รับสเก็ตในวันต่อวัน แล้วเราก็มาดูอีกทีหนึ่งว่าชุดนี้เหมาะกับกิจกรรมที่เราทำไหม เหมาะกับสิ่งที่เราจะต้องไปไหม ก็เลยต้องมีการปรับเปลี่ยนชุดบ้าง" ถึงขั้นต้องมีการสับขาหลอก   "ม่ถึงขนาดนั้นค่ะ เราแค่เปลี่ยนเยอะๆ ในวันหนึ่งเฉยๆ เปลี่ยนให้เขารู้ว่าเราใส่ใจ ก็สนุกในตัวตาลเองด้วยแหละ เราเอาไปเยอะขนาดนั้นเราก็ต้องเปลี่ยนเยอะๆ" คนมองว่าเราทีความพร้อมมาก เหมือนจับทางถูกว่าต้องใส่ชุดไหน   "ก็ต้องให้ความดีความงามให้กับพี่ๆ ดีไซน์เนอร์เลยค่ะ เพราะว่าทุกคนดูขาดมาก เวลาที่ตาลบอกงานอะไรไป เขาก็จะแนะนำว่าชุดนี้ดีกว่า เหมาะสมกว่า มีการติดต่อกันตลอดเวลาอยู่แล้ว" เรื่องข่าวกับเจนี่ เล่าเหตุการณ์วันนั้นหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง   "คือจริงๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรเลย หนูยังไม่รู้เรื่องเลย พอมารู้อีกที อ้าว มีข่าวแล้วเหรอ ตาลไปวันนั้นก็ไหว้พี่เขา แล้วพี่เขาก็ค่ะๆ อาจจะไม่ได้รับไหว้เฉยๆ" แต่ดูในคลิปเหมือนกับว่าพอเราสวัสดีแล้วเขามองผ่านไปเลย   "ตาลจำไม่ได้ ตาลไม่รู้ พี่เขาน่าจะไม่ได้มีอะไร" ได้ไปย้อนดูคลิปไหม   "ไม่ได้ดูอะไรเลยค่ะ หาแต่รูปมาลง" มีข่าวออกมาแบบนี้น้อยใจไหม   "ไม่นะคะ ไม่ได้น้อยใจอะไร เราก็ไม่ได้คิดอะไร หนูว่าพี่เขาก็ไม่น่าจะได้คิดอะไรอยู่แล้ว งงมากที่คนจับโยงกัน เพราะว่าตัวตาลเองเพิ่งมารู้อีกวันที่เป็นข่าวแล้ว" ได้เจอพี่เจนี่สองงานเลย   "ใช่ค่ะ ได้เจอพี่เจนี่สองงาน งานพี่ก้องด้วย กับข่าวที่ออกมาก่อนหน้านั้นตาลก็ไม่รู้เรื่องเลย พี่เจนี่อยู่กรุ๊ปนึง ตาลก็จะอยู่อีกกรุ๊ปนึง ก็ไม่ค่อยได้คุยกันอยู่แล้ว เห็นบอกว่าที่พี่เจนี่ลงรูปอันนั้นน่ะตาลไม่่รู้ว่าเขาต้องถ่ายรูปข้างบนนั้นอีก แล้วตาลก็เลยเดินตามเขาไป ตามประสาคนไม่รู้เรื่อง จริงๆ แล้วเฟรมนั้นไม่มีตาลอยู่แล้ว แล้วพี่เขาเพิ่งไปเรียกตาลมา ก็เลยได้ถ่าย" สองงานที่ผ่านมามีโอกาสได้ทักทายกันไหม   "คือตาลไปตาลก็ยังไม่กล้าที่จะคุยกับใครมาก เราก็เลยไปได้แค่สวัสดี พี่เขาก็จะแสดงความยินดีกับเรามากกว่า เก่งมากเลย เราไปทำหน้าที่" พี่เจนี่ได้แสดงความยินดีกับเราไหม   "ตอนที่ตาลไปงาน คือมันเกือบจะเริ่มงานแล้ว ตาลก็ได้แค่ถ่ายรูปกับพี่ศรีริต้ากับพี่เจนสุดา แล้วก็รีบเดินไปที่ๆ เขาจัดให้" คนเขาโจมตีพี่เจนี่ด้วย   "อย่าไปโจมตีพี่เขาเลย เพราะบางทีมันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดมากกว่า จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรเลย" ได้ข่าวพี่เกล้าจะมาดูแลเรา เป็นผู้จัดการ จริงหรือไม่จริง   "ไม่จริงค่ะ พี่ปุ้นกับพี่นุ่นก็ดูแลตาลเหมือนเดิม ตาลก็สนิทกับทางพี่ใหม่พี่เกล้าอยู่แล้ว พี่เขาเอ็นดูตาลตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ประกวดพี่ปุ้นรู้จักพี่เกล้า เราก็ได้ไปกินข้าว ไปคุย ไปเล่นกันบ่อย" ต้องปรับตัวอะไรยังไงไหม เพราะงานรุมเยอะ   "ตอนนี้ยังไม่ได้พักเต็มที่เลย ทางพี่เกล้าก็ยังไม่ได้มีทาบทามเลย เรื่องสแกนงานให้ก็ยังไม่รู้เลยค่ะ ตอนนี้ทางกองเองก็หางานจนเต็มหมดแล้ว กับทางกองก็มีสัญญา 3 ปี" มีคนบอกว่าเราหยิ่ง   "หนูอาจจะเป็นคนหน้านิ่งแล้วดูเหมือนหยิ่ง เพราะว่าตาลโดนเรื่องหยิ่งเยอะมาก ตั้งแต่เข้ามหาลัยแล้ว เป็นคนถ้าไม่รู้จักใครจะทำหน้านิ่งๆ หน้านิ่งปกติของตาลนะคะ ตาลไม่ได้หยิ่ง (หัวเราะ)" ตกใจไหมที่เข้ามาวงการแล้วเจอข่าวเลย   "ก็นิดนึง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเจอข่าว แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ เป็นการปรับตัวของเราด้วย เราอาจจะต้องยิ้ม น่ารักๆ ก็ต้องฝึกยิ้ม" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG janienineeleven น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

ลุ้นข่าวดี! นิว ชัยพล หอบรักมาห่มป่า สวีทหวานใจ เมษา
นิว ชัยพล /  เมษา กิตติมา

เคยโดนปาปารัซซี่แอบถ่ายเมื่อ 2-3 ปีก่อน สำหรับ นิว ชัยพล กับ เมษา กิตติมา ผู้ประกาศข่าวจากช่อง TNN และเคยเป็นอดีตผู้เข้าประกวดเดอะสตาร์ปี 10 แต่ครั้งนั้นหนุ่มนิวยังคงปากแข็งไม่ยอมรับ ว่าคบหากับสาวเมษาในสถานะอะไร แต่มาในวันนี้ดูเหมือนหนุ่มนิวจะพร้อมมากๆ กับการเปิดตัวหวานใจคนนี้ และกลายเป็นคู่รักนักเดินทางคู่ใหม่ ที่ออกเดินทางท่องโลกกันเป็นว่าเล่น ล่าสุดทั้งคู่หอบรักไปห่มป่าถึง จ.เชียงใหม่ แถมยังลงรูปคู่อวดแฟนๆ ในไอจีให้ได้อิจฉากันเล่นอีกด้วย แหม! สวีทหวานรับลมหวาน ขึ้นเขาลงห้วย พิสูจน์รักแท้กันบ่อยซะขนาดนี้ สงสัยว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้หรือเปล่านะ ภาพจากอินสตาแกรม @newcjp27 @maysapril

ขี้เหร่ แถมมีลูกติด “กระแต อคัมย์สิริ” กลายเป็นนางแบบสุดเอ็กซ์ คนตามดูนมเป็นแสน แค่ 1 ปี หาเงินได้กว่า 10 ล้าน
กระแต อคัมย์สิริ /  กระต่าย แม็กซิม

   ต้องบอกว่าชีวิตพลิกฝุ่นตลบเลยทีเดียวสำหรับ “กระแต อคัมย์สิริ” พี่สาวสุดเอ็กซ์ของ “กระต่าย แม็กซิม” ที่เคยสร้างวีรกรรม ใส่ชุดแหวกนมผ่าข้างถึงก้น เดินเฉิดฉายในงานพรมแดง ที่นอกจากจะฆ่าเซ็กซี่สตาร์ดีกรีแม็กซิมน้องสาวแท้ๆ อย่างกระต่ายดับอนาถแล้ว กระแตก็ยังสวยเซ็กโดดเด่นจนสื่อทุกฉบับต่างก็ลงภาพของเธอในงานนั้นอย่างโดดเด่น เบียดซูเปอร์สตาร์คนดังตกแผงไปเลยทีเดียวแต่ใครจะรู้ว่าผู้หญิงที่สวยแซบมียอดฟอลโล่คนตามเป็นแสนภายในเวลาไม่ถึง 1 ปีนี้ เมื่อ 1 ปีที่แล้วยังเป็นผู้หญิงธรรมดาหน้าตาโคตรธรรมดา ยิ่งถ้าเทียบกับน้องสาวต้องบอกว่า “ขี้เหร่ชิดซ้าย ตกเหวตาย” ไปเลย ยิ่งเมื่อกระต่ายเข้าวงการด้วยการชนะการประกวดมิสแม็กซิม ภาพสาวสวยของกระต่ายยิ่งส่องประกายในขณะที่กระแตเดินตามก้นน้องต้อยๆ คอยรับงานทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวจัดคิวให้กระต่าย แต่จู่ๆ ก็เหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1 เมื่อจู่ๆ ก็ได้รับการติดต่อจาก คลินิกศัลยกรรมความงามแห่งหนึ่งให้เป็นพรีเซ็นเตอร์คู่กับน้องสาว ได้รับการผ่าตัดโมดิฟายแปลงโฉมตั้งแต่หัวจรดเท้าฟรีงานนี้กระแตก็เลยยกเครื่องหน้าฟรีไม่ว่าจะเป็น ตา จมูก ปาก รวมไปถึงหน้าอกที่อัพไซส์จนอึ๋ม รวมมูลค่าทั้งหมดเป็นเงินหลักล้านเลยทีเดียว เปลี่ยนจากสาวหน้าตาธรรมดากลายเป็นสาวเซ็กซี่สไตล์ญี่ปุ่นบ้องแบ๊วน่ารัก กระแตเริ่มได้รับการติดต่อให้ถ่ายแบบกับกระต่าย สองศรีพี่น้องแข่งกันอึ๋มขึ้นปกออกรายการโทรทัศน์ ชีวิตพลิกจากคนเบื้องหลังหิ้วกระเป๋าให้น้องกลายเป็นเซ็กซี่สตาร์ซะเอง เมื่อชีวิตมันปังขนาดนี้ กระแตเริ่มมองหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิต เพื่อส่งเสริมจังหวะชีวิตที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ทั้งการทำบุญเสริมดวงเดินสายรับความเฮง หรือจะพูดกันแบบบ้านๆ เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เล่นของ พกของดี เสริมความเฮง ผลก็คือเวลาผ่านไปแค่ 1 ปี จากที่รับเงินเดือนจากน้องสาวเดือนละไม่กี่เมือง กลายเป็นมีเงิน 10 กว่าล้าน เป็นเจ้าของรถทัวร์ให้เช่าหลายคัน กระแต อคัมย์สิริ     "สมัยเด็กๆ เคยคิดน้อยใจว่าทำไมไม่สวยเหมือนน้องสาว ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนมองน้องสาวไม่เห็นจะมองตนเองบ้าง และมี ก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะว่าชีวิตเราจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ เมื่อก่อนตั้งแต่เด็กจนโตจะโดนว่าตลอดว่า ทำไมน้องสวยจัง ทำไมเราไม่สวย ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนมองน้อง ก็รู้สึกน้อยใจนิดๆ ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ไม่คิดไม่ฝันเลยว่า วันนี้ในวัย 30 ปีจะได้เข้าวงการบันเทิงเป็นนางแบบ ได้ถ่ายรูปลงหนังสือ เพราะกระแตเป็นคนที่หน้าตาธรรมดามากๆ กระทั่งจังหวะของชีวิตได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้คลินิกศัลยกรรม และต้องโมดิฟายทั้งตัว ทำให้เราสวยขึ้นดูดีขึ้นมีความมั่นใจมากขึ้น" กระแต อคัมย์สิริ            "ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีงานถ่ายแบบเข้ามาการที่เราสวยและดูดีขึ้นก็อาจจะเป็นโอกาสให้กับตัวเราด้วย แต่หลายๆ คนก็บอกว่า ถ้าจะให้ดีก็ต้องให้เฮงด้วย ซึ่งปกติเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องดูดวง เรื่องศาสตร์ตัวเลขสักเท่าไหร่แต่ไม่ค่อยขัดใจใครค่ะ มีคนแนะนำอาจารย์ฉุย(ณรล วิทรูประสาทผล)ให้ก็ไปๆ งั้นๆ แหละ ไม่คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เหมือนปาฏิหาริย์พอได้เบอร์มาเปิดใช้ปุบ มีงานเข้ามาถ่ายปก สามเล่ม ถ่ายเซตในอีกไม่ได้นับ คือเยอะมาก งานเข้าแบบปังๆ มาทั้งถ่ายแบบ ทั้งพรีเซนเตอร์สินค้า รีวิวสินค้า ออกงาน ถ่ายรายการ ละคร งานเยอะมาก ทั้งปีเลย แต่เราเองนี่แหละที่เป็นคนเบรกตัวเอง เพราะหนูอยากทำธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าของตัวอง ซึ่งต่อยอดมาจากที่บ้านที่เป็นโรงงานทอผ้าผืนอยู่แล้ว แต่เป็นของพ่อแม่ไง เราก็อยากทำอะไรที่เป็นของเราเลยทำเสื้อผ้าสำเร็จรูปเป็นแบรนด์ของเรา ตอนนี้กำลังเริ่มๆ อยู่ค่ะ"           "ไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่าการเปลี่ยนเบอร์ด้วยศาสตร์ตัวเลขมงคลของอาจารย์ฉุยจะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ จากที่เคยมีรายได้จากการเป็นผู้จัดการน้องเดือนละไม่ถึงแสน เป็นหลักหมื่น ตอนนี้หนูมีเงินเก็บที่เอามาลงทุนทำรถทัวร์ 2 คัน และกำลังจะทำธุรกิจทำแบรนด์เสื้อผ้ารวมๆ แล้วเกิน 10 ล้านนะ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ นี่ก็ว่าจะนัดอาจารย์ฉุยเพื่อปรึกษาเรื่องเบอร์ใหม่ให้ซัพพอร์ทกับธุรกิจเสื้อผ้าแบรนด์ใหม่ที่กำลังจะทำ ชีวิตตอนนี้ยิ่งกว่าความฝันอีก ใครจะไปคิดว่าอายุขนาดเรานี่แล้วแถมมีลูกติดอีก จะได้มาเข้าวงการ ได้ถ่ายแบบ ถ่ายละคร ไปไหนมาไหนมีคนรู้จักมีคนทักทาย มีเงินเก็บมีกิจการเป็นของตัวเอง ซึ่งเหล่านี้ที่ได้มา หนูกล้าพูดได้เลยว่าเป็นเพราะเบอร์โทรศัพท์ที่อาจารย์ฉุยให้มามีส่วนช่วยได้มากจริงๆ มันยิ่งกว่าปาฏิหาริย์อีกค่ะ” กระแต อคัมย์สิริ   กระแต อคัมสิริ   กระแต อคัมย์สิริ   กระแต กระต่าย  

น้ำตาล น้ำตาคลอถูกด่าเนรคุณ!! งงแรง แก้ม กวินตรา โพสต์แขวะ!!
น้ำตาล ชลิตา /  Miss Universe Thailand 2016 / 

  ถึงกับน้อยอกน้อยใจกันเลยทีเดียวสำหรับ น้ำตาล ชลิตา Miss Universe Thailand 2016 คนล่าสุด ที่พักหลังมักจะมีกระแสข่าวเม้าท์มอยออกมาเป็นระลอกๆ ล่าสุดนอกจากจะโดนด่าเนรคุณแล้ว ยังมีข่าวลือว่า สาวน้ำตาล ถูกปลดจาก Miss Universe Thailand แล้ว อีกทั้งยังงงหนักเข้าไปอีกหลังจากที่นางงามรุ่นพี่อย่าง แก้ม กวินตรา โพตส์แขวะผ่านโซเชียลว่าเธอผิดกฏกองประกวดบางอย่าง ซึ่ง น้ำตาล ถึงกับน้ำตาคลอ รับรู้สึกเสียใจกับกระแสข่าวดังกล่าว ยันตนไม่ได้ถูกปลด เรื่องทั้งหมดอาจจะเป็นการเข้าใจผิด อย่าเพิ่งเชื่อข่าวลือ อยากให้ฟังหูไว้หูก่อนที่จะจินตนาการกันไปไกล ตนมีความรักและเคารพรุ่นพี่นางงามทุกคน   "คำเดียวเลยนะคะ งง ก็ไม่รู้ว่าข่าวเกิดจากอะไร หนูก็เคยบอกไว้เเล้วว่าหนูเกิดจาก MUT ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่หนูจะมาฉีกสัญญา ก็ยังทำงานอยู่ทุกวันนะคะ วันนี้ส่งพี่ฝนมา ทางกองฯ ก็ยังส่งคนมาดูแลอยู่ จริงๆ แล้วตาลไม่ได้รับงานเองนะคะ งานที่ผ่านเข้ามาไม่ว่าจะเป็นทางพี่นุ่น พี่ปุ้นเอง งานที่ได้มาคือผ่านเข้ากองหมด กองรับรู้ทุกอย่าง เห็นทุกอย่างทุกรายละเอียดหมดเลย เพราะว่าก็เป็นคนแอดงาน แอดปฏิทินของตาลเอง"   "ส่วนเรื่องมีคนบอกว่าเราแอบไปรับงานเอง ไม่จริงค่ะ ไม่มีเลยค่ะ ไม่ได้ตกหล่นอะไร จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรนะคะ แค่แบบว่า มันก็สะดวกต่อการติดต่อ พี่นุ่น กับพี่ปุ้นดูแลตาลในเรื่องเสื้อผ้า การเตรียมตัวของตาลในแต่ละวัน ซึ่งทุกอย่างเวลาที่ตาลไปไหน จะมีพี่ที่กองประกวดตามไปดูแลด้วย ไปทุกที่ทุกงานอยู่แล้ว ถ้าเป็นเรื่องของการให้เกียรติกันหรือเปล่านั้น จริงๆ หนูก็เขียนชื่อพี่อรไว้อยู่นะ ไม่ได้เอาออกหรือว่าอะไร แต่ถ้ามันเป็นเรื่องทำให้ทุกคนคิดมาก ตาลก็ต้องขอโทษด้วย คือทางพี่นุ่น พี่ปุ้นด้วย แล้วก็ทางกองประกวด มันจะมีกรุ๊บนึงที่เป็นกรุ๊บงานของเรา จะมีพ่อกับแม่ที่รับรู้ด้วย งานทุกอย่างที่เข้ามา คือทุกคนรับรู้หมด ไม่มีอะไรที่ตกหล่นแน่นอน"   "เรื่องกระแสข่าวมีรุ่นพี่ออกมาโพสต์กระทบ อันนี้ตาลไม่รู้เลย ในส่วนของตาลแล้วก็รักและเคารพรุ่นพี่ MUT ทุกคน คือตาลมาในฐานะของ MUT ซึ่งตาลก็เคารพทุกคน เพราะตาลเป็นน้องใหม่ของวงการ ไม่สามารถที่จะไปบอกได้ว่าใครจะโพสต์อะไรยังไง กับพี่แก้ม ตาลก็เคยเจอพี่แก้มแค่ครั้งเดียว ตอนที่คัดเลือก 40 คน ก็ไม่ได้เจอเลย (น้ำตาคลอ)ไม่รู้ค่ะว่าพี่อาจจะเข้าใจผิดหรือเปล่า ตาลก็ไม่ได้ทำผิดกฎ เพราะทุกวันนี้ ทำตามกฎกติกาทุกอย่างหมดเลย ตั้งแต่ได้รับหน้าที่มา ตาลก็ทำเต็มที่ ทุกอย่างที่กองจัดมาตาลก็ทำหมด ทุกคนก็รับรู้หมดว่าตาลทำอะไร ทางกองประกวดก็ไม่ได้ติดต่อมาว่าเราทำไม่ถูกหรืออะไร ไม่มีเลยค่ะ เพราะว่าตาลรู้ คือพ่อกับแม่ตาลสอนมา ว่าเวลาทำอะไรก็ต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง ตาลรู้อยู่แล้วว่าตาลทำหน้าที่อะไร พี่ๆ ที่กองเองก็น่าจะรู้อยู่แล้ว เพราะว่าก็ติดตามตาลไปทุกที่ มันเป็นไปไม่ได้ที่ตาลจะทำอะไรผิด"   "ส่วนเรื่องไม่สวมมงกุฎกับสายสะพายออกงาน คือ มันไม่มีงานไหนได้ใส่ ซึ่งได้ใส่ก็คืองานที่ขอนแก่น เพราะว่าเขาก็รีเควสมาว่าอยากให้ใส่ แต่เวลางานอื่นเขาไม่ได้รีเควสมา จริงๆ แล้วผลประโยชน์มันไม่ได้มีอะไรเลย เพราะว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ตาลได้มา คือเข้ากองก่อนหมด ไม่ได้เข้าที่ทางตาลโดยตรง ทางกองก็ได้ทำตามข้อตกลงกันไว้แล้วค่อยให้ตาล"   "ตามกำหนดอำลาตำแหน่งก็คือหมด กรกฎาคมค่ะ (น้ำตาคลอ) ก็รู้สึกเสียใจนะคะ ถ้าตาลเนรคุณ ตาลก็คงไม่ทำทุกวันนี้ให้ดีหรอก ตาลก็คงไปตั้งแรกแล้ว คือตาลไปได้ไหม ก็ไปได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่ตาลจะเนรคุณ ซึ่งตาลไม่อยากให้คนมองตาลในด้านนี้ ทุกอย่างที่ตาลทำคือเต็มที่ทุกอย่าง ตาลไม่เคยทำอะไรที่เกี่ยงงาน ให้งานอะไรมาตาลก็ทำหมดเลย ก็ถามว่าเสียใจไหมก็นิดนึง คือเหมือนกับตาลไปทำหน้าที่มา ตาลไม่ได้หวังถึงตัวเองเลย ไม่ได้คิดว่าตัวเองเหนื่อยหรืออะไรเลย คือตาลได้ตำแหน่งมาแล้ว ได้หน้าที่มา ก็ทำเต็มที่ทุกอย่าง แต่พอกลับมาก็มีกระแสในด้านลบกับตาล ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่สะเทือนใจนิดนึง แต่ตาลก็ยังยึดมั่นใจความดีอยู่ พ่อกับแม่ก็ให้กำลังใจตาลเสมอ ว่าเราทำดีที่สุดแล้วเราก็จะได้ในสิ่งที่ดีกลับมา ที่สะเทือนใจที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องของการเนรคุณ เพราะว่าจริงๆ แล้ว คำนี้มันค่อนข้างเซ้นซิทีฟมาก มันเป็นอะไรที่อธิบายได้ยากมาก ตาลเองทำงานทุกวัน ทุกวันนี้เวลาที่จะนอนยังไม่มีเลย พี่อรก็รับรู้ ส่วนพี่นุ่นกับพี่ปุ้นไม่เคยสอนให้หนู หรือเสี้ยมอะไร ที่เกี่ยวกับกอง ทุกคนรู้ว่าเราควรทำหน้าที่อะไร ทำในสิ่งที่ดราควรทำ ทุกอย่างมันมีต้นเหตุและปลายเหตุเสมอ ในกองทุกคนก็ช่วยสนับสนุนตลอด คอยแต่งหน้าทำผมให้ หาพี่ๆช่างทำผมมาทำให้ตาล"   "พี่ปุ้นกับพี่นุ่นไม่ได้เป็นแค่ผู้จัดการ แต่เป็นเหมือนครอบครัวของตาล เป็นเหมือนพ่อกับแม่ จริงๆ แล้วถ้าไม่มีพี่นุ่นกับพี่ปุ้น ถ้าไม่มีเขาที่ไปหาตาลมา ตาลก็ไม่ได้รับโอกาสนี้ที่จะมาประกวด แล้วก็เป็นอีกโอกาสที่กองประกวดให้ตาลอีกรอบนึง พี่ทั้งสองคนก็ให้การช่วยเหลือทั้งสองคนมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมหาคอลเลกชั่นชุด หน้าผม ทุกคนเต็มที่มาก ดูจากการที่ตาลไปฟิลิปปินส์ ตีสองตีสามไม่นอนก็มี คอลหาตาลเพื่อแต่งหน้าทำผม มีคนบอกว่าพี่ปุ้นไปอยู่ในห้องเพื่อที่จะแต่งหน้าตาล มันเป็นอะไรที่คนเข้าใจผิดกัน คือมันไม่ใช่เรื่องจริง"   "ตาลว่าก็น่าจะมีต้นสายปลายเหตุอะไร ซึ่งตัวตาลเองก็ไม่รู้ อย่างตอนแรกที่ตาลได้ตำแหน่งก็ไม่ได้มีใครสนใจตาล แต่เป็นกระแสด้านลบมาให้ตาลเยอะแยะว่าไม่เหมาะสม ณ ตอนนั้น ตาลอาจจะไม่ได้เพอร์เฟ็ก 100% แต่ตาลก็พยายามทำให้ทุกคนเห็นในความพยายามของตาล ว่าตาลเต็มที่แค่ไหนกับสิ่งที่ตาลได้มา คือจริงๆ แล้วพี่ปุ้นไม่ได้โพสต์ แต่มีคนทักพี่ปุ้นมา ไม่จำเป็นเลยที่พี่ปุ้นจะต้องไปโพสต์ มีคนทักมาว่าตอนนี้ทำไมมีคนด่าน้ำตาลมากมาย ตาลเองก็ไม่รู้ว่าอะไรยังไง คือจริงๆ แล้วเขามาถามเอง แต่ถามว่าเราต้องขอบคุณไหม เราต้องขอบคุณเหมือนกัน เพราะว่าทุกคนทุกฝ่ายก็ช่วยกันโปรโมต ช่วยกันแชร์ไม่ใช่แค่ฝ่ายใดฝ่ายเดียว ตาลคิดว่าทุกคนช่วยกัน"   "เอาง่ายๆ คือเราไม่มีเวลาเลย ไม่มีเวลาคุยหรือเคลียร์ข่าวกับใครเลย ตาลไม่มีเวลาโทรหา ตาลก็ยังงง ยังคุยกับพี่ๆ ในกรุ๊ปงานว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันไม่ได้มีอะไรเลย ตาลเองก็ยังไม่รู้เลยว่ามันเกิดจากอะไร ส่วนตัวตาลเองพูดได้เลยว่าตาลไม่ได้ทำผิดอะไร ตาลบริสุทธิ์ใจเสมอ เพราะว่าทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาคือกองรับรู้ ซึ่งตาลก็ไม่สามารถไปบังคับใคร ไปบอกว่าต้องรักตาลนะ ซึ่งคนเราจะรักหรือไม่รักก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเขา ตาลเองก็ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรที่จะไปเรียกร้องให้มารักตาล ตาลรู้แค่ว่าทุกวันนี้ทำอะไรอยู่ ตาลก็รักทุกคนที่เข้ามาในชีวิตตาลเสมอ แฟนคลับบางคนมาตามตาล ตาลดีใจมากที่มีคนมาตาม มาถ่ายรูปเรา กับแฟนคลับทุกคนก็ยังน่ารักเหมือนเดิม"   "ตาลก็ไม่อยากให้คนตัดสินแค่ฟังคนอื่นมา อยากให้ฟังหลายๆ ด้าน หลายๆ คน คือแบบว่ามีข่าวเข้ามาแล้วจินตนาการไปเองว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่อยากให้ทุกคนเจาะจงเพียงอย่างเดียว อยากให้ฟังหูไว้หูด้วย หนูยังยืนยันว่าจะอยู่ถึงวันที่อำลาตำแหน่งแน่นอนค่ะ เพราะว่าเป็นวันสำคัญของหนู ส่วนเรื่องจะจบยังไงก็ต้องคุยกับพี่ๆ เขาอีกที ตาลก็ยังไม่รู้เลย เพราะว่าพี่อรเองก็ยังไม่ว่าง พี่อรไปต่างประเทศ ยังไม่มีใครว่าง" ขอบคุณภาพจาก FB Gavintra Photijak, IG gavintra IG @gavintra น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา แก้ม กวินตรา

เอาใจยากไม่มีผัวนะจะบอก!! จ๋า ยศสินี โพสต์สยบดราม่าคำตอบ น้ำตาล ชลิตา แบบนี้!!
จ๋า ยศสินี /  ข่าว จ๋า ยศสินี / 

  อุตส่าห์ตั้งใจทำดีที่สุดแต่ก็ได้เข้ารอบ 6 คนสุดท้าย โดยไม่ผ่านไปยังรอบ 3 คนสำหรับตัวแทนสาวไทย น้ำตาล ชลิตา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 ที่ไปสร้างชื่อเสียงในเวทีนางงามระดับโลก มิสยูนิเวิร์ส 2016 แต่หลังจากตกรอบไปกลับมีกระแสดราม่าโทษที่ น้ำตาล ตอบคำถามได้ไม่ดีพอทำให้ไม่เข้าสู่รอบ 3 คนสุดท้าย   ซึ่งหลังการประกวดจบลงพร้อมกับกระแสดราม่าในการตอบคำถามของ น้ำตาล ด้านผู้จัดคนเก่ง จ๋า ยศสินี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yossinee Nanakorn ฝากถึงคนที่กำลังดราม่าอยู่ว่า   “ดราม่าการตอบคำถามมีมาหลังจากการประกวดจบลงไปแล้วเป็นชั่วโมง คือทุกคนได้มีเวลาทบทวนคิดคำตอบกัน นอนกินหมี่กินกล้วยสบายๆอยู่หน้าทีวี ไม่คิดมั่งล่ะค๊า ว่าน้องเค้าทั้งกดดัน ทั้งมีเวลาน๊อยยยน้อยยยย เค้าทำขนาดนี้ยังดราม่า โอ๊ยยยยย   เอาใจยากไปไม่มีผัวนะจะบอก!!”   นอกจากนี้ จ๋า ยศสินี ยังได้โพสต์ภาพของ น้ำตาล ชลิตา ในท่วงท่าน่ารักสดใสพร้อมระบุข้อความให้กำลังใจผ่าน IG ส่วนตัวอีกว่า   “อ๊ะๆๆๆๆ ทำดีที่สุดแล้วค่ะ ไม่เสียใจนะคะ #MissUniverseของคนไทย” ขอบคุณภาพจาก FB Yossinee Nanakorn, IG yossiebistro, pantip.com จ๋า ยศสินี จ๋า ยศสินี

ละครบัลลังก์ดอกไม้ , เรื่องย่อบัลลังก์ดอกไม้
ละคร บัลลังก์ดอกไม้ /  เรื่องย่อ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ / 

บัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย : คีตาบทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวีกำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอกออกอากาศทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละคร บัลลังก์ดอกไม้ พูดชมพู ฤาชุดา หรือ พุด เจ้าของไร่ดอกเล็ก ๆ นาม อุ่นรัก ต้องเข้าไปมีเอี่ยวกับตระกูลธุรกิจพันล้านอย่างสัตยารักษ์โดยไม่ตั้งใจ เมื่อ ปู่เล็ก ผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับ ขอร้องให้เธอช่วยดัดนิสัย อนาวินทร์ หรือ วิน สัตยารักษ์ หลานชายคนเดียวของเขา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจ และร้ายกาจ ให้พร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของตระกูล โดยกำหนดให้สาวห้าวชาวไร่อย่างพุดชมพู มาร่วมบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างสัตยาอสังหา และส่งคุณชายเทวดาอย่างอนาวินทร์ ไปทำงานที่ไร่อุ่นรักเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อแลกกับสิทธิในการรับมรดกพินัยกรรมประหลาดนี้ สร้างความไม่พอใจให้อนาวินทร์ ผู้มีปมฝังใจว่าปู่ไม่รัก และทิพนาถ แม่เลี้ยงที่เอาแต่เสวยสุขบนกองเงินของสัตยารักษ์อย่างมาก ทั้งคู่มองว่าพุดชมพูเป็นศัตรูตัวร้ายที่จะมาแย่งสมบัติของตระกูลไป ละคร บัลลังก์ดอกไม้ เพียงแค่วันแรกที่พุดชมพูเข้ามาอยู่ในบ้านสัตยารักษ์ เธอก็เปิดศึกกับอนาวินทร์ที่โต๊ะอาหารจนบ้าน แทบแตก เล่นเอาบรรดาคนรับใช้ที่ไม่เคยเห็นใครกล้าขัดใจคุณชายของบ้านต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน ยังดีที่พุดชมพูมีทนายาหนุ่มประจำตระกูลสัตยารักษ์อย่าง ทรงรบ คอยช่วยดูแล และเบรกเหตุการณ์ไว้ ฝ่ายอนาวินทร์ก็มี การันต์ ลูกกำพร้าที่ปู่เล็กเก็บมาเลี้ยงให้เป็นเพื่อนหลานชาย คอยเป็นเพื่อนคู่คิด และรองรับความโกรธ ขณะที่ทิพนาถก็มี ชวกร หนุ่มคู่ขารุ่นลูกคอยพาไปแก้เซ็งที่บ่อนไฮโซ ซึ่งกลับยิ่งทำให้เธอเครียดหนักเพราะเสียเงินก้อนโต จนต้องหาทางออกโดยการให้ชวกรแอบใช้ตำแหน่งฝ่ายบัญชีของสัตยาอสังหา ซึ่งได้มาด้วยบารมีของทิพนาถ แอบยักยอกเงินออกจากบริษัท เมื่อเห็นท่าว่าจะต้องรับศึกหนัก พุดชมพูจึงขอร้องให้ ช่อม่วง เพื่อนซี้สาวนักบัญชีมาทำงานเป็นเลขาของเธอที่สัตยาอสังหา หนอนหนังสือช่างฝันอย่างช่อม่วง จึงได้มาทำงานกับหนุ่มตึ๋ผู้เคร่งเครียดกับงาน และจริงจังกับชีวิตแบบเกินร้อยอย่างทรงรบ กลายเป็นคู่คิดที่เข้าขาแต่ไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไร พุดชมพูเริ่มต้นปฏิวัติสัตยารักษ์ ด้วยการออกกฎให้คนรับใช้มีวันหยุดสัปดาห์ละหนึ่งวัน รวมทั้งไม่ต้องออกมารับใช้เจ้านายหลัง 4 ทุ่ม ทำเอาทั้งอนาวินทร์ และทพนาถอาละวาดฟาดงวงฟาดงาใหญ่โต แต่พุดชมพูไม่สะทกท้าน และอ้างความชอบธรรมจากพินัยกรรมที่ให้เธอเป็นผู้ดูแลบ้านสัตยารักษ์ สองแม่ลูกจึงได้แต่เก็บความโกรธไว้เป็นคลื่นใต้น้ำ และเริ่มวางแผนเล่นงานพุดชมพู อนาวินทร์ให้การันต์สืบเรื่องของพุดชมพู จนได้รู้ความลับว่าเธอกลัวความมือ เขาจึงวางแผนจัดงานเลี้ยงต้อนรับพุดชมพู และแกล้งดับไฟในห้องจัดเลี้ยงจนมืดสนิท หมายจะได้เห็นผู้บริหารใหม่ที่เขาเรียนกว่า ยัยพุดเน่า นั่งร้องไห้ตัวสั่นงันงก แต่เรื่องกลับผิดภาคเมื่อเพื่อนรักอย่างการันต์เข้าไปช่วยพุดชมพูไว้ไม่ให้ต้องอับอายต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท อนาวินทร์โกรธที่เพื่อนหักหลัง แม้เขาจะให้อภัยการันต์ที่แก้ตัวว่าทำไปเพราะความไม่รู้ว่าไฟจะดับตอนนั้น แต่เรื่องนี้ก็จุดประกายความสงสัยในเขตนาของการันต์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เดินหน้ากวนประสาทผู้คุมกฎบ้านอย่างพุดชมพูต่อ ด้วยการพาสาว ๆ มาเสพสุขที่บ้านไม่ซ้ำหน้า และทุกครั้งเขาจะต้องมาเคาะประตูห้องพุดชมพู ทำเป็นเด็กดีมารยายงานด้วยอยู่เสมอ พุดชมพูจึงได้กลับด้วยการจัดฉากเอากล้องวิดีโอพร้อมอุปกรณ์อย่าง โซ่ แส้ กุญแจมือ มาซ่อนแบบไม่เนียนไว้ในห้องอนาวินทร์ทำเอาสาวรายล่าสุดที่อนาวินทร์พามา ต้องเปิดแน่บพร้อมกระจายข่าวลือว่าอนาวินทร์เป็นพวกกามวิตถารเหตุการณ์นี้ทำให้อนาวินทร์แอบติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้อง เพื่อจับพุดชมพูที่อาจแอบมาทำอะไรพิสดารในห้องเขาอีก ระเบิดลูกต่อมาเกิดขึ้น เมื่อยนาวินทร์จัดงานปาร์ตี้ในบ้านอย่างที่ทำเป็นประจำทุกเดือน เสียงเฮฮาลั่นบ้านจนดึกดื่นนั้น ทำให้ความอดทนของสาวชาวไร่ที่มักเข้านอนแต่หัวค่ำขาดฝัง พุดชมพูสั่งยุติงานปาร์ตี้ทันที การปรากฏตัวของเธอ ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งท่ามกลางชุดสวยหรูของบรรดาเพื่อนฝูงอนาวินทร์ ยังไม่สร้างความแตกตื่น และประหลาดใจเท่ากับอาการใบ้กินของคุณชายของบ้านที่ไม่เคยยอมใคร แม้ วาธิณี หรือ หวาย เพื่อนสาวคนสนิทที่ประกาศกับใครต่อใครว่าเป็นแฟนอนาวินทร์ จะพยายามยุชายหนุ่มให้จัดการกับพุดชมพู แต่ก็ไม่เป็นผล แม้แขกเหรื่อจะวงแตกแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ความโกรธที่ถูกหักหน้าก็ยังไม่ลดลง อนาวินทร์ นึกถึงคำยุของการันต์ที่ให้จัดการรวบหัวรวบหางพุดชมพู เพื่อเขาจะได้ทั้งเมียได้ทั้งสมบัติความคิดบ้า ๆ เสริมแรงด้วยฉากรักตบจูบในทีวีที่เขาเปิดไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา ทำให้อนาวินทร์เกิดลูกบ้าบุกปล้ำพุดชมพู เจ้าของไร่อุ่นรักต้องเรียกสติชายหนุ่มด้วยการประเคนแจกันฟาดหัวเขาจนเลือดอาบ และก็เป็นเธอเองที่พาหนุ่มพันธุ์หมาบ้าที่กลายเป็นเหมาจ๋อยไปทำแผลที่โรงพยาบาล ละคร บัลลังก์ดอกไม้ การยอมหักไม่ยอมงอของพุดชมพูอาจจะเป็นที่ถูกใจคนที่เกลียด และกลัวอนาวินทร์ แต่ไม่ใช่สำหรับ ป้านุ่ม คนรับใช้เก่าแก่ของบ้านที่เลี้ยงอนาวินทร์มาตั้งแต่เด็ก หลังเหตุการณ์หลายปาร์ตี้ ป้านุ่มขอร้องพุดชมพูให้เห็นใจคุณหนูของเธอด้วย เพราะลึก ๆ แล้ว อนาวินทร์เป็นคนขาดความรัก เนื่องจากแม่แท้ ๆ เสียชีวิตตั้งแต่คลอดเขาออกมา ส่วนพ่อก็มาจากไปอีกคนตั้งแต่เขายังเด็ก เหลือก็แต่ปู่เล็กที่มัวยุ่งกับบริษัท จนไม่มีเวลาให้หลานชาย กับแม้เลี้ยงอย่างทิพนาถที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง พุดชมพูได้ฟังก็รู้สึกเห็นใจ และเข้าใจคุณหนูอารมณ์ร้ายขึ้นมาบ้าง เธอจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อนในการทำให้คุณชายไฮโซยอมตามเธอไปเป็นคนงานไร่ วันหนึ่งขณะที่อนาวินทร์จะขับรถไปทำงาน พุดชมพูก็จัดแจงยัดเยียดตัวเองไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถ และใช้เวลาตลอดระยะทางจากบ้านถึงสัตยาอสังหาในการเจรจาสงบศึกกับอนาวินทร์ พร้อมแสดงความจริงใจโดยยื่นข้อเสนอว่าหากอนาวินทร์ทำงานที่ไร่ได้ครบสามเดือน เขามีสิทธิขอรางวัลจากเธอหนึ่งอย่าง อนาวินทร์เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไป และดูจริงใจของพุดชมพู จึงตกลงใจลองรับข้อเสนอ สมาชิกไร่อุ่นรักต้อนรับอนาวินทร์ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป สาวใหญ่อารมณ์ดีอย่าง ภัทรา แม่ของพุดชมพู ที่รู้จักลูกสาวดีว่าเก่งพอที่จะเอาชนะอุปสรรคด ๆ ได้เสมอ ก็ยังอดเป็นกำลังไม่ได้กับการจับคุณชายเทวดามาเป็นคนงานไร่ ข้างฝ่าย จิระ หรือ โจ้ เพื่อนสนิทอีกคนของพุดชมพูนั้น มองอนาวินทร์อย่างไม่ไว้ใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโจ้แอบชอบพุดชมพูมานาน แม้จะรู้ว่าเขาไม่อาจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนที่หญิงสาวมอบให้ได้ เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวง และห่วง เมื่ออนาวินทร์เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตพุดชมพู ฝ่ายจิตรา น้าสาวก็อดกรี๊ดกร๊าดกับหน้าตาที่หล่อเหลาของอนาวินทร์ และแอบจับคู่จิ้นให้กับหลานสาวของเธออนาวินทร์ต้องปรับตัวกับชีวิตชาวไร่ไม่น้อย ทุกครั้งที่เขาดื้อหรืออิดออด พุดชมพูที่จับจุดได้ว่าเขาเป็นพวกไม่ยอมแพ้ ก็จะแกล้งสบประมาทจนชายหนุ่มเกิดลูกฮึดจะเอาชนะ และตกหลุมพรางเจ้าของไร่อยู่เสมอพุดชมพูเริ่มสังเกตเห็นอีกด้านหนึ่งของอนาวินทร์ วิธีที่เขาปฏิบัติกับแม่ของเธออย่างเคารพ ทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนไม่เห็นหัวคนอื่นอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ รวมทั้งการตั้งใจเรียนรู้ และทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใคร ๆ คิด จะมีก็แต่ความปากเสียเท่านั้นที่อนาวินทร์ดูจะรักษาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ละคร บัลลังก์ดอกไม้ นอกจากพุดชมพู และจีระแล้ว อนาวินทร์ยังมีพี่เลี้ยงคนสำคัญอีกคนหนึ่งคือ ลุงหมาย หัวหน้าชมรมอนุรักษ์กล้วยไม้ป่า ซึ่งดูจะเอ็นดู และเข้าใจคนหนุ่มเลือดร้อนเป็นอย่างดีวันหนึ่งลุงหมายชวนพุดชมพู อนาวินทร์ และจิระไปดูที่ทำการชมรมหลังใหม่ซึ่งตั้งอยู่บนเขา ตอนเย็นขากลับฝนตกหนัก ทำให้รถติดหลัมโคลน ลุงหมายกับจิระอาสาเดินไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ทิ้งพุดชมพูกับอนาวินทร์ไว้เฝ้ารถ หญิงสาวนั่งมองสายฝนแล้วคิดถึงวันที่พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เธอเล่าเรื่องที่ตัวเองต้องพยายามตั้งหลัก และลุกขึ้นสานฝันของพ่อให้ชายหนุ่มฟัง โดยไม่ได้คิดอะไรมากกว่าแค่อยากแบ่งปันเรื่องในอดีตที่ยังชัดเจนอยู่ในใจ แต่มันทำให้อนาวินทร์มองเธอเปลี่ยนไป เขานึกเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า และสงสัยว่าเธอเอาความเข้มแข็งแบบนั้นมาจากไหนกันหนอ แม้อนาวินทร์จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ความรู้สึกภายในใจเขาก็สะท้อนออกมา เมื่อเขาถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกคลุมหัวให้พุดชมพูไม่เปียกฝน สายฝนที่เริ่มซาสวนทางกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อขึ้นในใจของทั้งสองคน การตากฝนวันนั้นทำให้อนาวินทร์รู้สึกว่ากำลังจะเป็นไข้ ระหวางเดินหายากินอยู่ในครัว เขาเห็นพุดชมพูเดินเข้าห้องเก็บของ และถูกจิตราล็อคไว้ในนั้นโดยไม่ตั้งใจ ด้วยความหมั่นไส้ศัตรูคู่กัด อนาวินทร์จึงคิดจะปล่อยพุดชมพูไว้เผชิญกับความมืดที่เธอหวาดกลัว เขากลับเข้าห้องมานอนพัก เพียงเพื่อจะพบว่าตัวเองไม่อาจหลับได้อย่างสบายใจ เขาตัดสินใจเดินไปดูที่ห้องเก็บของ และหัวใจวูบลงเมื่อได้ยินเสียงสะอึ้นเบา ๆ จากาภยใน เขารีบหากุญแจมาเปิดประตูให้ แต่ทันทีที่พุดชมพูออกมาได้ เธอกลับคิดว่าเขาจงใจแกล้งเธอ เลยต่อว่าเขาอย่างรุนแรงอนาวินทร์ทั้งโกรธทั้งเจ็บปวด เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่ใคร ๆ มักมองว่าเรื่องเลว ๆ ต้องเป็นฝีมือเขา เหมือนในอดีตที่ปู่ตำหนิเขาอย่างรุนแรงในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ กลายเป็นปมสำคัญในใจของอนาวินทร์ ว่าเขาไม่เคยได้รับความเชื่อใจจากใครเลย แต่เย็นวันนั้นเองพุดชมพูได้รู้ความจริงว่าจิตราเป็นคนล็อคเธอไว้ในห้องเก็บของ พุดชมพูรู้สึกผิดที่ต่อว่าอนาวินทร์ทั้งที่เขาเป็นคนช่วยเธอไว้ เธอไปหาอนาวินทร์เพื่อขอโทษเลยได้รู้ว่าชายหนุ่มนอนซมด้วยพิษไข้ถึงขั้นไม่ได้สติ พุดชมพูรีบเช็ดตัวให้ และคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ จนชายหนุ่มรู้สึกตัว พุดชมพูเอ่ยขอโทษที่เข้าใจเขาผิด ขณะที่อนาวินทร์ก็ขอบคุณที่เธอดูแลเขาอย่างดี แม้จะนอนซมเพราะพิษไข้ ชาหยนุ่มก็พอรู้ว่าพุดชมพูคอยเช็ดตัวเขาเพื่อลดความร้อนอยู่เกือบทุกชั่วโมง ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงต้องมาเยี่ยมพุดชมพูกับอนาวินทร์เกือบทุกสัปดาห์ เพื่อให้ผู้บริหารทั้งสองเซ็นเอกสารของบริษัท วันหนึ่งทั้งสองมาปรากฏตัวที่ไร่อุ่นรักพร้อมวาธิณี ซึ่งเวียนไปหาอนาวินทร์ที่บริษัทหลายครั้ง แต่ไม่เจอตัว เธอจึงตามทนายหนุ่มมาหาอนาวินทร์ถึงไร่ และเริ่มปิดฉากกระรานพุดชมพู จิระทั้งรำคาญทั้งหมั่นไส้สาวไฮโซเลยออกมาปะทะคารมกับวาธิณีแทน พุดชมพูอาศัยจังหวะชุลมุนหนีไปประชุมเทศกาลดอกไม้ในตัวเมือง โดยมีอนาวินทร์ติดตามไปด้วย เพียงแต่คราวนี้เขาอาสาเป็นคนขับแทนที่จะนั่งเป็นคุณชายเหมือนทุกครั้ง ชายหนุ่มไปนั่งรอพุดชมพูที่ร้านกาแฟกึ่งเกลลอรี่แห่งหนึ่ง เขาหยุดมองภาพถ่ายใบหนึ่งด้วยความสนใจภาพของพุดชมพูในชุดนักเรียนมัธยมยืนกอดช่อเบญจมาศ ในภาพนั้นเธอผมยาว บุคลิกช่างแตกต่างจาพุดชมพูในปัจจุบัน อนาวินทร์มองดวงตาที่ยิ้มสดใสนั้นราวต้องมนต์สะกด แต่แล้วเสียงร้องไห้ช่วยจับขโมยก็ปลุกเขาจากภวังค์ อนาวินทร์ช่วยจับตัวขโมยไว้ได้ แต่แล้วก็นึกสะท้อนใจเมื่อสิ่งที่ชายมอซอคนนั้นขโมยมาเป็นแค่กับข้าวถุงหนึ่งเท่านั้น อนาวินทร์จึงควักเงินซื้อข้าวถุงนั้นให้ขโมย โดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาของพุดชมพูแอบมองมุมอ่อนโยนของคุณชายแห่งสัตยารักษ์อยู่ เมื่อทำงานที่ไร่อุ่นรักครบสามเดือน อนาวินทร์ทวงรางวัลที่พุดชมพูสัญญาว่าจะให้ เขาไม่ได้เอ่ยปากบอกสิ่งที่ต้องการ แต่ก้นลงจูบพุดชมพูในสวนสวยหลังบ้าน ข้างแนวต้นพุดชมพู ต้นไม้ที่อนารินทร์เคยมองว่าไม่มีเสน่ห์ แต่วันนี้มันสวยจับใจ หลังจากคืนนั้น อนาวินทร์ก็คอยตามติดพุดชมพูไม่ห่าง จนจิระเริ่มจับตาอย่างไม่ไว้ใจ เขาพยายามเข้ามาเป็นก้างขวางคอ ไม่ให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง จนเริ่มจะผิดใจกับอนาวินทร์ แต่ก็มีบางวันที่สามเส้ากลายเป็นสี่เส้าเมื่อวาธิณีมาร่วมวงด้วย ซึ่งกลับทำให้จิระต้องจัดการกับวาธิณีแทน จนวันหนึ่งที่จิระแอบเห็นพุดชมพูกับอนาวินทร์หยอกล้อกันในเรือนเพาะกล้า จิระเห็นแววตาของพุดชมพูที่มองชายหนุ่มแล้วก็ได้แต่ถอยออกมาเงียบ ๆ คืนนั้นสมาชิกไร่อุ่นรักยกขบวนกันไปร่วมงานเลี้ยงของเพื่อนบ้านลุงหมายหมักเหล้าสาโทไว้โอ่งใหญ่ เหล้าเถื่อนนี่เองเป็นสื่อกลางให้อนาวินทร์กับจิระได้เปิดใจคุยกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงทำงานกันอย่างเข้าขา จะขัดขากันบ้างก็เรื่องที่ทรงรบชอบมองช่อม่วงเป็นสาวเพ้อฝันไม่อยู่กับความจริง แถมยังกินจุผิดผู้หญิงทั่วไป แต่ช่อม่วงก็ค่อย ๆ แสดงให้ทรงรบเห็นทีละนิดว่าเธอทั้งฉลาดแถมมีสายตาแหลมคมอ่านคนได้ขาด ช่อม่วงพบหลักฐานว่าชวกรยักยอกเงินบริษัทไปก้อนใหญ่ ทรงรบจึงโทรตามพุดชมพูกลับมาจัดการ พุดชมพูไล่ชวกรออกจากบริษัทโดยไม่บอกอนาวินทร์ เพราะเชื่อว่าทิพนาถน่าจะมีส่วนรู้เห็นจึงไม่อยากให้อนาวินทร์ลำบากใจ ทิพนาถ และชวกรแค้นจัด คิดหาทางกำจัดพุดชมพูออกไปจากสัตยารักษ์ เช่นเดียวกับการันต์ที่เริ่มสังเกตท่าทีของอนาวินทร์กับพุดชมพู แม้การันต์จะโตมากับอนาวินทร์แต่การันต์รู้สึกเก็บกดที่กลายเป็นคนไม่มีตัวตนเมื่ออยู่กับอนาวินทร์ ไม่มีใครเห็นคุณค่าเด็กกำพร้าอย่างเขา เมื่อเทียบกับทายาทสัตยารักษ์ ความอิจฉากลายเป็นความเกลียดชัง เขาเกลียดที่เห็นอนาวินทร์มีความสุขการันต์ยุให้พุดชมพูผิดใจกับอนาวินทร์ด้วยการบอกเธอว่า อนาวินทร์คิดจะหลอกจีบเธอเพื่อให้ได้มรดกง่ายขึ้นด้านหนึ่ง พุดชมพูก็หวั่นไหวกับสิ่งที่ได้ยิน แต่อึกใจนึง เธอเริ่มรู้สึกว่าการันต์ไม่น่าไว้ใจ คืนหนึ่งพุดชมพูได้รับโทรศัพท์ด่วนจากจิระ บอกว่าเกิดไฟไหม้ที่โรงเรียนเพาะพันธุ์ไม้ พุดชมพูตกใจมือไม้สั่น เพราะในโรงเรียนนั้นมีต้นไม้ตัวแทนของพ่อผู้ล่วงลับอยู่ อนาวินทร์อาสาขับรถพาเธอกลับไร่ทันทีระหว่างทางก็คอยกุมมือเธอเพื่อให้กำลังใจ เมื่อไปถึงพุดชมพูเข่าอ่อน มองโรงเรือน และต้นไม้ของพ่อที่เหลือแต่ซากด้วยใจสลายเธอเป็นลล้มพับไปตรงนั้น อนาวินทร์รีบพาเธอไปโรงพยาบาล และคอยดูเธอไม่ห่างจิระมาแจ้งว่าตำรวจสงสัยว่าเป็นการวางเพลิง แถมพูดทำนองสงสัยว่าอนาวินทร์เป็นตัวการ อนาวินทร์มีปากเสียงกับจิระ จนพุดชมพูต้องระงับศึก และบอกจีระว่า เธอเชื่อใจอนาวิณทร์ว่าจะไม่ทำอะไรลอบกัดแบบนี้ อนาวินทร์หัวใจพองโตที่หญิงสาวเชื่อใจเขา ระหว่างนั้นทางจังหวัดจัดงานเทศกาลดอกไม้ประจำปี และมีกิจกรรมไฮไลท์เป็นการประกวดหนุ่มดอกไม้ พุดชมพูใช้ไม้เดิมคือสบประมาทอนาวินทร์ จนเขารับคำท้าเข้าประกวด ชายหนุ่มคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ตามที่คุยไว้ ด้วยการเล่นกีตาร์ร้องเพลงที่ฝากความในใจไปถึงพุดชมพู แถมยังประกาศบนเวทีว่าเข้าประกวดในฐานะแฟนเจ้าของไร่อุ่นรัก เล่นเอาตะลึงกันไปทั้งบาง รวมทั้งวาธิณีที่มาดูการประกวดด้วย วาธิณีไปอาละวาดใส่พุดชมพู แต่อนาวินทร์ออกมาปกป้อง และบอกวาธิณีให้เลิกยุ่งกับเขา จีระช่วยลากวาธิณีออกไป และเตือนสติให้เธอยอมรับความจริง ซึ่งลึก ๆ แล้ว เขาก็เดือนตัวเองแบบนั้นเช่นกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เกณฑ์คนงานของสัตยาอสังหา สร้างโรงเรือนใหม่ที่เขาออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างด้วยตัวเอง ระหว่างกำลังง่วนกับงานป้านุ่มโทรศัพท์มาหา อนาวินทร์นึกรำคาญที่ป้านุ่มชอบโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่รับสาย แต่แล้ววันรุ่งขึ้น เขากลับได้รับข่าวร้ายว่าป้านุ่มเสียชีวิต เพราะฝึกมือโจรที่บุกบ้านกลางดึก อนาวินทร์แทบล้มทั้งยืน ป้านุ่มที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เขามี ตำรวจตรวจดูกล้องวงจรปิดหน้าบ้านเห็นคนสวมเจ๊กเก็ต และหมวกปิดบังใบหน้าเดินเข้า และออกจากบ้านในเวลาใกล้เคียงกับที่ป้านุ่มเสียชีวิต แต่ หมวดจัดวา เจ้าของคดีแอบกระซิบอนารินทร์ว่าเขาสงสัยคนในบ้านมากกว่า เพราะกล้องวงจรปิดบริเวณถนนใกล้เคียงไม่มีภาพชายคนนี้เลย หลังงานศพป้านุ่ม อนาวินทร์บังเอิญพบลูกค้าคนสำคัญคนหนึ่งของสัตยาอสังหาภายนอกบริษัท ลูกค้าถามถึงข่าวลือที่อนาวินทร์จะทิ้งบริษัทหันไปทำไร่ อนารินทร์สอบถามที่มาของข่าวลือจนได้รู้ว่า คนใกล้ตัวกำลังจ้องทำลายเขาอยู่ พุดชมพูเรียกทิพมาถมาทวงถามถึงการใช้หนี้ที่ชวกรโกงบริษัทไป เมื่อชวกรรู้ก็ยิ่งโกรธ และส่งคนไปดักทำร้ายพุดชมพู โชคดีที่ทรงรบ และช่อม่วงอยู่ในเหตุการณ์จึงช่วยกันเอาตัวรอดมาได้ ระหว่างที่ทั้งสามกำลังปรึกษาหาตัวต้นเหตุอยู่นั้น อนาวินทร์เข้ามากับการันต์พร้อมรูปถ่ายหลายใบ ที่การันต์อ้างว่าเป็นหลักฐานว่าพุดชมพูกับทรงรบรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้งคู่อาจสมคบกันหลอกอนาวินทร์ ทิพนาถกับชวกรเองก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมหลักฐานว่าพุดชมพูยักยอกเงินของบริษัท พุดชมพูพยายามอธิบาย แต่ชายหนุ่มไม่ยอมฟัง แถมไล่พุดชมพูให้เก็บของออกไปจากบ้านสัตยารักษ์ ก่อนไปพุดชมพูมอบจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงเธอให้อนาวินทร์ไว้อ่าน เพื่อให้เขาเข้าใจเจตนาดีของปู่ และได้รู้ว่าที่จริงแล้ว ปู่รักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน พุดชมพูกลับไร่ด้วยสภาพเหมือนคนใจสลาย เธอยอมรับกับตัวเองแล้วว่าชอบอนาวินทร์ ฝ่ายอนาวินทร์เองก็ไม่ต่างกันนัก เขาคิดถึงพุดชมพู จึงมานั่งย้อนดูภาพในกล้องวงจรปิดที่เขาแอบติดไว้ในห้องเผื่อมันจะมีภาพของพุดชมพูบ้าง แต่เขากลับพบหลักฐานสำคัญว่าใครเป็นคนฆ่าป้านุ่ม ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบมาหาอนาวินทร์เพื่อบอกเรื่องสัญญาลับ ที่พุดชมพูเซ็นไว้ก่อนเข้าทำงานกับสัตยารักษ์ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าหากเธอแต่งงานกับอนาวินทร์ เธอจะไม่มีส่วนในสมบัติใด ๆ ของสัตยารักษ์ทั้งสิ้น รวมทั้งอนาวินทร์ยังต้องบริจาคเงินมรดกสามสิบเปอร์เซ็นต์เข้าการกุศลด้วย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พุดชมพูคิดจะหลอกทายาทของสัตยารักษ์ อนาวินทร์อ่านจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงพุดชมพู และปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องเป็นผู้นำสัตยารักษ์แทนปู่ให้ได้ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาในที่ประชุมผู้บริหารสัตยาอสังหา อนาวินทร์ประกาศไล่การันต์ออกจากตำแหน่งรองกรรมการ เขาแสดงหลักฐานที่ได้มาจากการว่าจ้างช่อม่วงอย่างลับ ๆ ว่าการันต์มีส่วนในการร่วมกับชากรปลอมแปลงเอกสารเพื่อใส่ร้ายพุดชมพู อนาวินทร์ยังมีข้อมูว่า การันต์ปล่อยข่าวลือทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัท และส่งลูกค้าของสัตยาอสังหาไปให้บริษัทคู่แข่งที่การันต์แอบถือหุ้นไว้ อนาวินทร์ยังเชิญตำรวจมาจับตัวการันต์ฐานฆาตกรรมป้านุ่ม โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่อนารินทร์แอบติดไว้ในห้องนอนของเขาว่าทั้งสองทะเลาะกันก่อนที่ป้านุ่มวิ่งหนีออกจากห้อง และจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นไม่กี่วัน การันต์ได้ประกันด้วยออกไป เมื่ออนาวินทร์รู้ข่าวก็นึกเป็นห่วงพุดชมพู จึงชวนทรงรบกับช่อม่วงไปที่ไร่ แต่การันต์ไปถึงก่อน และจับตัวพุดชมพูไว้เป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ที่จะใช้หลบไปอยู่ต่างประเทศ และต้องการให้อนาวินทร์ถอนฟ้อง การันต์บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจฆ่าป้านุ่ม แต่ป้านุ่มแอบได้ยินตอนที่เขาคุยโทรศัพท์เรื่องจ้างคนไปเผาโรงเรียนของพุดชมพู เขาพยายามจะให้เงินแลกกับการปิดปากแต่ป้านุ่มไม่ยอมคุยด้วย การันต์จึงแกล้งให้ป้านุ่มเข้าใจผิดว่าอนาวินทร์กลับมาที่บ้าน เมื่อป้านุ่มมาที่ห้องของอนาวินทร์ก็พบการันต์รออยู่ ป้านุ่มด่าการันต์ที่อกตัญญูต่อบ้านสัตยารักษ์ เขาพลั้งมือฆ่าป้านุ่มเพราะความโกรธ เลยจัดฉากให้ดูเหมือนขโมยเข้าบ้าน ระหว่างนั้น พุดชมพูหลอกดึงความสนใจของการันต์ อนาวินทร์อาศัยจังหวะนั้นโดดเข้ารวบตัวการันต์ไว้ ขณะที่ทรงรบเข้าแย่งปืนไว้ได้ แต่การันต์ใช้มีดที่ซ่อนไว้ฟันอนาวินทร์ โชคดีที่ชายหนุ่มหลบทันจึงไม่โดนจุดสำคัญ การันต์คิดจะซ้ำ หมายเอาชีวิตทายาทสัตยารักษ์ แต่ลุงหมายกับชาวบ้านมาช่วยพร้อมปืนหลายกระบอก การันต์จึงสิ้นฤทธิ์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ หลังเหตุการณ์ร้ายคลี่คลาย อนาวินทร์พยายามง้อพุดชมพู เขาเฉลยว่าตัวเองแกล้งหลงเชื่อการันต์ และไล่พุดชมพูออกจากบ้าน เพื่อกันหญิงสาวให้ห่างจากอันตรายระหว่างที่เขาเดินหน้าสืบเรื่องทั้งหมด แม้พุดชมพูจะเชื่อในความหวังดีของชายหนุ่ม แต่ความเจ็บปวดที่เธอได้รับตอนถูกขับไล่ ทำให้เธอกลัวที่จะรักอนาวินทร์แบบเต็มหัวใจ อีกทั้งเธอไม่อยากทำให้อนารินทร์ต้องลำบากใจ กับการเสียมรดกตามเงื่อนไขสัญญาลับ พุดชมพูจึงขอให้อนาวินทร์เลิกติดต่อกับเธอ เดือนต่อมา ช่อม่วงกัทรงรบ ซึ่งเพิ่งตกลงเป็นแฟนกัน ชวนพุดชมพูไปเที่ยวทะเล โดยบอกว่าเพิ่งชิงรางวัลแพ็คเกจที่พักพร้อมอาหารมาได้ ภัทราซึ่งเห็นลูกสาวซึมเศร้าเหมือนคนไร้วิญญาณมาตลอด ตั้งแต่บอกปัดอนาวินทร์ ช่วยคะยั้นคะยอให้พุดชมพูไปพักผ่อน ช่อม่วงเล่าให้พุดชมพูฟังว่า จิระไปเรียนปริญญาโทด้านเกษตรศาสตร์ และต้นถูกอาจารย์ส่งตัวไปช่วยงานกิจการอาหารปลอดสารพิษ ที่บ้านของวาธิณีกำลังเริ่มทำเพื่อทดแทนธุรกิจที่ปิดตัวไป หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง พุดชมพูกลับมาไร่ด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้นเล็กน้อย ภัทรามองหน้าช่อม่วงกับทรงรบที่ขับรถมาส่งหญิงสาวอย่างรู้กัน ภัทราให้พุดชมพูไปดูต้นไม้ใหม่ในสวน พุดชมพูเปิดประตูออกไปสวนหลังบ้าน ก็พบกับศาลาไม้ตั้งอยู่กลางแนวต้นพุดชมพู อย่างที่พ่อเธอฝันไว้ แต่ทำไม่สำเร็จ กลางศาลามีช่อดอกเบญจมาศพร้อมการ์ดใบเล็ก ๆ เขียนว่า แต่งงานกันนะ อนาวินทร์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมแหวนล้อมเพชร พุดชมพูแกล้งถามว่า ไม่กลัวเสียเงินมรดกหรือ อนาวินทร์ยิ้มรับแล้วตอบว่า มรดกที่มีค่าที่สุดที่ปู่เล็กทิ้งไว้ให้เขาก็คือพุดชมพู และเขาจะรักษามรดกชิ้นนี้ไว้ด้วยหัวใจเขาตราบนานเท่านาน ติดตามชม ละครบัลลังก์ดอกไม้ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 นักแสดงนำ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท อนาวินทร์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท พุดชมพู กวี ตันจรารักษ์ รับบท ทรงรบ มัจฉา โมซิมันน์ รับบท ช่อม่วง มาวิน ทวีผล รับบท จิระ โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท วาธินี/หวาย ภัทร ฉัตรบริรักษ์ รับบท การันต์ โกสินทร์ ราชกรม รับบท ชวกร ชนานา นุตาคม รับบท ทิพนาถ พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ป้านุ่ม ณัฐฐา ลอยด์ รับบท ภัทรา ดีใจ ดีดีดี รับบท จินรา ญาณี ตราโมท รับบท ลุงหมาย วราพรรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท วิภา สุเมธ องอาจ รับบท ทรงศักดิ์ เศรษฐา ศิระฉายา รับบท อาทิตย์/ปื่เล็ก เวนย์ ฟอลโคเนอร์ รับบท วันชัย สรัลธร คล้ายอุดม รับบท นิลลดา ขอบคุณภาพจากIG:#บัลลังก์ดอกไม้

น่ารักแพ็คคู่ น้องอลิน-น้องอลัน กับลีลาการเต้นสุดพริ้ว
น้องอลิน-น้องอลัน /  น้องอลิน / 

    ความพริ้วสุดๆ สำหรับ น้องอลิน และ น้องอลัน ลูกแฝดตัวน้อยของ พ่อโอ๊ค และ แม่โอปอล์ ที่ล่าสุด คุณแม่โอปได้โพสต์คลิปขณะที่ น้องอลิน-น้องอลัน กำลังออกลีลาการเต้นได้น่ารักน่ารักชัง โดยเฉพาะ น้องอลิน ที่ดูเหมือนจะชื่นชอบการเต้นเอามากๆ พอได้ยินเสียงเพลงปุบ ก็โยกตามเพลงปัป เรียกว่าเพลงมาหนูพร้อมโยกทันที เต้นเก่งแบบนี้โตขึ้นส่งประกวดเวทีไหนดีคะแม่โอป พ่อโอ๊ค IG @opalpanisara ในส่วนของไลน์การเต้นของอลันนั้น... #Aline_A #Arran_A ในส่วนของไลน์การเต้นของอลันนั้น... #Aline_A #Arran_A น้องอลิน-น้องอลัน น้องอลิน-น้องอลัน น้องอลิน-น้องอลัน

แฟนคลับมาเต็ม!! น้ำตาล ชลิตา ไปไม่ถึงจักรวาล แต่สวยแพงได้ใจคนไทย!! (มีคลิป)
น้ำตาล ชลิตา

เป็นขวัญใจประชาชีคนล่าสุดไปซะแล้ว สำหรับสาวสวยผิวสีน้ำผึ้งดีกรีนางงามอย่าง น้ำตาล ชลิตา เรียกว่าความฮอตกำลังมาแฟนคลับกำลังตรึม ตั้งแต่ตีตั๋วไปประกวดเวทีโลกอย่าง มิสยูนิเวิร์ส 2016 เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่าน กระแสความแรงก็ทยานขึ้นเรื่อยๆ แม้จะไปไม่ถึงจักรวาลเพราะไม่สามารถคว้ามงกุฎนางงามโลกมาครองได้สำเร็จ แต่การได้เข้าไปถึงรอบ 6 คนสุดท้าย ก็นับว่าเป็นสถิติใหม่ที่วงการนางงามไทยต้องจารึก กลับบ้านเกิดเมืองนอนทั้งทีประชาชนคนรักน้ำตาลจึงแห่ต้อนรับเต็มสนามบิน แหมๆๆ เชื่อเลยว่านับจากนาทีนี้เป็นต้นไป น้ำตาล คนสวยจะได้เข้ามาเป็นสมาชิกอีกหนึ่งคนของวงการบันเทิงแน่นอน แค่ตอนนี้อีเว้นท์ก็แน่นแฟนคลับตรึมจนฉุดไม่อยู่แล้ววววว เอ้า!!! เลิกกินหวานเพราะน้ำตาล(สวย)แพงมากค้าาา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา

เซอร์ไพรส์แรง!! ที่แท้หน้ากากปลาหมึกคือ เอมมี่ มรกต เพิ่งรู้ว่าร้องเพลงเพราะมาก!!
หน้ากากปลาหมึก /  หน้ากากจิงโจ้ / 

  เซอร์ไพรส์แรงมาก!! และคาดไม่ถึงจริงๆ สำหรับ หน้ากากปลาหมึก ที่ไม่ได้ไปต่อในรอบชิงในรายการแข่งขันร้องเพลงสุดฮิต The Mask Singer ซึ่งหลังจาก หน้ากากปลาหมึก ต้องมาชิงกับ หน้ากากจิงโจ้ ในสาย D และไม่ได้ไปต่อนั้นจำต้องเผยใบหน้าที่แท้จริงภายใต้หน้ากากปลาหมึก และแล้วเธอผู้นี้ก็คือ สาวเอมมี่ มรกต นั่นเอง ทำเอาเซอร์ไพรส์ทั้งรายการ เพราะไม่คิดมาก่อนว่า สาวเอมมี่ จะร้องเพลงเพราะมากขนาดนี้ จนนึกว่าเป็นนักร้องตัวจริงหรือนักร้องสายประกวดกันเลยทีเดียว!!   ซึ่ง สาวเอมมี่ ได้เผยผ่านรายการ The Mask Singer ว่า “มี่เป็นคนที่ชอบรายการนี้มาก ติดตามกรรมการแต่ละท่านที่อยู่บนเวทีนี้ ซึ่งตอนแรกมี่ก็ไม่ได้เชื่อมั่นในตัวเองเลยตอนที่ติดต่อมาก็บอกปัดไป แต่ที่ตัดสินใจจริงๆ เพราะว่าตั้งแต่มี่ประกวดนางงามก็พยายามใบ้ว่า ยูนิเวิร์ส ยูนิเวิร์ส มี่เคยประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ก็ได้เห็นน้องๆ ในเวทีเดียวกันประสบความสำเร็จในเวทีประกวดมาก ตอนที่เอมี่ประกวดก็อาจจะด้วยวุฒิภาวะและอายุอาจจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควรก็เลยไม่ได้เอาอะไรติดไม้ติดมือมาให้คนไทยและก็ทำให้ทุกคนไม่ได้พอใจในตัวมี่เหมือนคนอื่นๆ มี่ก็เลยรู้สึกว่าเวทีนี้เป็นเวทีต่อไปที่มี่จะประกวดบ้างก็ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้ก็ทำดีที่สุดแล้วค่ะ   ไม่ว่าจะประกวดอะไรก็แล้วแต่ไม่ว่าจะเป็นนางงามหรือร้องเพลง จะให้ทุกอย่างที่ตัวเองมีและก็ทำให้เต็มที่ สิ่งสำคัญก็คือเมื่อเราทำทุกอย่างเต็มร้อยและทำจากใจจริงๆ เราก็จะประสบความสำเร็จค่ะ” ขอบคุณภาพจาก IG aimeemorakot, hwanjeabjeab, themasksingerth, #themasksinger, #aimeemorakot อ่านข่าว ส่องชีวิตหรู!! เอมมี่ มรกต ล่องเรืออวดหุ่นแซ่บเสมอต้นเสมอปลาย!! The Mask Singer เอมมี่ มรกต หน้ากากปลาหมึก เอมมี่ มรกต หน้ากากปลาหมึก เอมมี่ มรกต หน้ากากปลาหมึก เอมมี่ มรกต เอมมี่ มรกต เอมมี่ มรกต เอมมี่ มรกต