การประกวด

สร้างชื่อ!!! เก่ง ธชย ตัวแทนประเทศไทย คว้า 27 รางวัล WCOPA 2016
เก่ง ธชย

   อีกหนึ่งความภูมิใจของชาวไทยทุกคน สำหรับนักร้องสุดแนวมากความสามารถ "เก่ง ธชย ประทุมวรรณ" ที่ล่าสุดคว้า 27 รางวัล จาก “World Championships of Performing Arts” ครั้งที่ 20 ซึ่งเจ้าตัวได้แชร์ความภูมิใจสู่ชาวไทย ผ่านรายการ “ตัวจริง เสียงจริง” ทาง youtube.com/thaich8 ของ “ช่อง 8” ถึงความรู้สึกที่ได้เป็นตัวแทนประเทศ อีกทั้งยังคว้ารางวัลระดับโลกมาได้อีกด้วย ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยสำหรับคนที่ไม่รู้ ไปแข่งอะไรมา ? “WCOPA 2016 มันเป็นการแข่งโอลิมปิกทางด้านศิลปะ แข่งมาปีนี้เป็นปีที่ 20 แล้ว แล้วปีนี้ประเทศไทยก็ได้ถือลายเส้นที่จะได้คัดคนไปแข่งเป็นตัวแทนของทีมชาติไทย ปีนี้ทีมไทยที่ได้รับการคัดเลือกมีทั้งหมด 25 คนด้วยกัน ซึ่งเก่งก็เป็นหนึ่งในนั้น เราก็เอาความเป็นดนตรีไทยนี่แหละไปพรีเซนต์” แข่งอะไรบ้าง ? “ที่ผมลงประกวดได้เหรียญมามีทั้งหมด 19 รายการ 19 ประเภท ในแต่ละโชว์เขาจะให้โชว์แค่ 1 นาทีครับ จาก 19 แบ่งออกเป็น 10 รายการเป็นร้องเดี่ยว ใน 10 ส่วน อีก 7 รายการ ก็จะเป็นร้อง และเล่นด้วย คนอื่นเขาจะร้องแล้วดีดเปียโน แต่ขอเก่งร้องแล้วดีดจระเข้” ได้รางวัลมาเยอะมาก ? “ทุกรายการที่เราลง เราได้นรางวัลหมดเลย ไม่ใช่ทุกคนที่ได้แบบนี้คือผมจะบอกว่าสิ่งที่เราทำได้รางวัลหมด แต่บางคนอาจจะรู้สึกว่าได้หมดแสดงว่ามันง่ายสิ มันไม่ได้ง่ายนะ มีคนที่ไปแข่งแล้วไม่ได้ก็มี ทุกรางวัลที่ได้มามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด” ได้มาทั้งหมดกี่รางวัล ? “ 19 รางวัลที่เราแข่ง แล้วก็จะได้เหรียญนี่(ที่คล้องคอมาวันนี้) เป็นเหรียญพิเศษของคนที่เข้าแกรนด์ไฟนอล แล้วก็มีอีกเหรียญหนึ่งเป็นเหรียญพิเศษ อีกเหรียญหนึ่ง เหมือนกับเป็นคนที่มีความโดดเด่น เหรียญพิเศษอีกหนึ่งเหรียญคือสปิริตออฟทีม ซึ่งก็คือทีมชาติไทย ทีมชาติไทยได้ทั้งทีมเลย” นาทีที่ประกาศผลรางวัลรู้สึกยังไง ? “รู้สึกดีใจครับ สะใจ เรายืนกันอยู่ในทีมของเราแล้วก็เฮกัน จริงๆ รอบแกรนด์ไฟนอลเหมือนที่บอก พอตกเป็นของชาติอื่นเราก็ไม่ได้เสียใจเพราะเรารู้สึกว่าเขาเป็นเพื่อนเรานะ ทุกคนมีดีในแบบของตน เราก็มีดีในแบบของเรา ดังนั้น ผลตัดสินเป็นแบบไหนก็แล้วแต่กรรมการซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นที่ 5 (ผ่านเข้าไป 5 ประเทศ) เราอาจจะเป็นที่ 2 ก็ได้ เพราะเขาเอาที่ 1 แค่คนเดียว แต่พอวันถัดมาหลังจากที่สรุปแกรนด์ไฟนอลเขาก็จะมีประกาศเหรียญแยกประเภทอย่างที่บอก วันประกาศเหรียญนี่แหละ เป็นวันของความสะใจ มันจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไทยแลนด์ ธชย แล้วผมก็กำลังจะลงจากเวทีก็ไทยแลนด์ ธชย อีก คนอื่นๆ เขาก็เฮกัน” ร้องไห้ ? “มีรอบเซมิไฟนอล เครียด เหมือนทุกอย่างมันพัง เราคาดหวังว่าเราจะไปร้อง เราสู้เขาได้ กำลังจะแต่งตัวเพื่อไปแข่งรอบเซมิก็คุยกับเพื่อนว่าไม่ไหวแล้ว มันเฟลไปไหมเลย จนโค้ชเขาบอกว่าให้คิดใหม่นะ ถ้าเกิดร้องอย่างเดียวเราต้องไปแข่งกับฟิลิปปินนะ แล้วมันต่างอะไรกันเขาร้องดีโชว์พลัง เราร้องเก่งเราก็ต้องไปชนเขาอยู่ดี ดีแค่ไหนที่เราเข้าร้องแล้วเล่นดนตรีไทยไปด้วย มันไม่มีใครทำ โค้ชเขาบอกว่าทำให้ดีที่สุดก้แล้วกัน มันก็กลายเป็นว่าพอเราไม่คาดหวัง ทำให้เต็มที่ จนมารอบไฟนอลครับ” ก่อนจะมีวันนี้ ? “ลำบากครับ ความลำบากของผมหมายถึงว่า เป็นคนที่แพ้เยอะ ถูกปฎิเสธเยอะ ไม่ว่าจะในแง่ของการประกวด หรือในแง่ของการทำเพลงต่างๆ แต่พอประสบความสำเร็จมันก็ทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่เราตั้งใจไว้มันสำคัญ บางทีเราฟังเสียงคนอื่นมากเกินไป จนลืมว่าเสียงข้างในเราต้องการอะไร เคยคิดท้อแต่ไม่เคยคิดจะเลิกเล่นดนตรี เพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่มีมูลค่าที่ถืออยู่ในมือ”

ปลุกพลังติ่ง! สาวกยุค '90 กรี๊ดลั่น Backstreet Boys รียูเนี่ยน
Backstreet Boys /  นิค คาร์เตอร์ / 

ทำเอาแฟนเพลงกรี๊ดลั่นอย่างกับดูคอนเสิร์ต! เมื่อห้าหนุ่ม(รุ่นใหญ่)บอยแบนด์ระดับตำนาน Backstreet Boys รียูเนี่ยนกันอีกครั้ง ในฐานะศิลปินรับเชิญบนเวทีประกวด Miss USA 2016 ในการประกวด Miss USA 2016 รอบ 3 คนสุดท้าย บอยแบนด์ขวัญใจสาวๆ ทั่วโลกในยุค '90 วง Backstreet Boys ทั้ง Brian, Kevin, Nick, A.J. และ Howie ได้ขึ้นแสดงในเพลงฮิตตลอดกาลของพวกเขา อย่าง As Long As You Love Me และ I Want It That Way งานนี้ทำเอาเวทีประกวดนางงามกลายเป็นงานคอนเสิร์ตในพริบตา เพราะแฟนๆ เกือบทั้งฮอลล์ลุกขึ้นมา ร้อง เต้น กรี๊ด ตามเพลงของ Backstreet Boys กันดังลั่น! แต่งานนี้คงไม่มีใครฟินไปกว่า สาวงาม 3 คนสุดท้ายที่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับ Backstreet Boys สุดๆ! (จนเห็นความแตกต่างเรื่องส่วนสูงเลยทีเดียว!!) Backstreet Boys’ Miss USA 2016 Performance youtube channel : The Dark Side Of Backstreet Miss USA contestants surprised by the Backstreet Boys youtube channel : The Dark Side Of Backstreet มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สาวกคอสเพลย์ห้ามพลาด! แต่งตัวเป็นวายร้าย Suicide Squad คว้าเงินแสน
cosplay /  major cineplex / 

สาวกคอสเพลย์ห้ามพลาด! แต่งตัวเป็นวายร้าย Suicide Squad คว้าเงินแสน เหล่าคอสเพลย์เตรียมตัวให้พร้อม กับการมาของภาพยนตร์ซูเปอร์วายร้ายอย่าง Suicide Squad ทีมพลีชีพมหาวายร้าย ที่เหล่าคอสเพลย์จะต้องแต่งตัวเป็นตัวละครหลัก 10 จากภาพยนตร์เรื่องนี้ คว้ารางวัลเงินแสนกลับบ้านกันเลยทีเดียว ในกิจกรรมร่วมสนุกเปนส่วนหนึ่งของทีม Suicide Squad โชว์ความร้ายให้โลกสะเทือน ชิงเงินรางวัลเงินสด มูลค่า 150,000 บาท กติกาการเข้าร่วม 1. แต่งคอสเพลย์เป็นตัวละครหลัก 10 คนจากเรื่อง SUICIDE SQUAD และทำวิดีโอโปรโมต (ความยาวไม่เกิน 3 นาที) 2. สามารถเข้าร่วมได้ทั้งแบบทีม และรายบุคคล ไม่จำกัดอายุ 3. นำผลงานของคุณมาโพสท์ที่แฟนเพจ Major Cineplex Group (Thailand) ผ่านหน้ากิจกรรมนี้ พร้อมระบุชื่อทีม และคำอธิบายคร่าว ๆ กฎข้อบังคับ 1. ชุดจะต้องไม่สื่อหรือชี้นำความอนาจาร ความรุนแรง ประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับชาติ ศาสนา หรือความขัดแย้งใด ๆ 2. ผลงานจะต้องไม่ประกอบหรือสื่อถึงสิ่งมึนเมา อบายมุข และอาวุธร้ายแรงต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย รวมถึงไม่มีข้อความที่อาจเกี่ยวโยงถึงประเด็นทางการเมือง 3. ผลงานต้องไม่มีคำพูดหรือการบิดเบือนที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์หรือผลิตของตน คน หรือบริษัทอื่น ๆ แอบแฝงอยู่ 4. ผลงานต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการละเมิดกฎหมายใด ๆ 5. เมื่อส่งผลงาน ผู้สมัครยอมรับกฎระเบียบต่าง ๆ และผลการตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด เกณฑ์การตัดสิน 1. เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย (30%) 2. การแสดงออกที่สื่อถึงตัวละคร (30%) 3. ความคิดสร้างสรรค์ (40%) วันเวลา เริ่มส่งผลงาน 16 กรกฎาคม 2559 ปิดรับผลงาน 31 กรกฎาคม 2559 ประกาศผู้ที่ได้รับรางวัล 3 สิงหาคม 2559 โดยผู้ที่เข้าร่วมประกวดทุกคนให้แต่งชุดมาที่งานและจะได้เข้าร่วมงานฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ พร้อม Meet & Greet เล่นกิจกรรมสนุก ๆ กับ เจมส์ มาร์ ในวันที่ 3 สิงหาคม 2559 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/events/508264862717872/

ซึ้ง! อดัม เลอวีน ขอจ่ายค่าพิธีศพ คริสติน่า กริมมี่
Conversations /  Entertainment / 

การจากไปโดยไม่มีใครคาดคิดของนักร้องสาว คริสติน่า กริมมี่ (Christina Grimmie) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้ครอบครัว เพื่อน แฟนคลับ รวมไปถึงเหล่าโค้ชจากเวที The Voice ด้วย คนดังมากมายได้ออกมาแสดงความรู้สึกต่อการจากไปของสาวน้อยอนาคตไกล ทั้งเพื่อนสนิท อย่าง เซเลน่า โกเมซ (Selena Gomez ) รวมไปถึงโค้ชเจ้าของทีม อดัม เลอวีน (Adam Levine) ด้วย ทันทีที่ทราบข่าว อดัม เลอวีน ได้โพสต์ข้อความอาลัยต่อการจากไปของ คริสติน่า กริมมี่ ผ่านโซเชียลมีเดีย และยังได้รับการยืนยันจากพี่ชายของนักร้องสาวว่า อดัม เลอวีน ขอเป็นผู้จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพของ คริสติน่า กริมมี่ ด้วยตัวเอง SEE ALSO: 15 YouTube covers that display the vast talent of Christina Grimmie เมื่อครั้งที่ คริสติน่า กริมมี่ เข้าประกวดในเวที The Voice อดัม เลอวีน ก็หลงใหลในเสียงของเธอมาก หลังเหตุการณ์ที่เธอถูกยิงขณะแจกลายเซ็นที่รัฐฟลอริด้า อดัมก็ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวของเขาเอาไว้ด้วย I'm sad, shocked and confused. We love you so much Grimmie. We are all praying hard that you can pull through this...this just isn't fair. A photo posted by Adam Levine (@adamlevine) on Jun 10, 2016 at 11:35pm PDT อดัม เลอวีนได้โพสต์รูปคู่กับคริสติน่า กริมมี่ พร้อมข้อความว่า "ผมรู้สึกเศร้า ช็อค และสับสนเป็นที่สุด พวกเรารักเธอนะ Grimmie พวกเราต่างภาวนาให้เธอผ่านช่วงเวลาเลวร้ายนี้ไป...แม้มันจะไม่แฟร์เลยก็ตาม" และหลังจากที่ทราบข่าวว่าแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตคริสติน่า กริมมี่ ไว้ได้อดัม เลอวีน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กอีกว่า "Behati และผมรู้สึกหมดหวังอย่างถึงที่สุด หัวใจแตกสลายจากการเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจของ Christina Grimmie พวกเราต่างส่งกำลังใจไปให้ครอบครัวของเธอ Christina มีความเป็นธรรมชาติ มีพรสวรรค์ที่หาได้ยาก เธอถูกพาไปจากเราเร็วเหลือเกิน มันช่างเป็นการกระทำรุนแรงที่ไร้เหตุผลสิ้นดี ผมรู้สึกอึ้งและงงที่เหตุการณ์เหล่านี้ยังเกิดขึ้นในโลกของเรา" ช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พี่ชายของคริสติน่า ได้โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟสบุ๊ก บอกเล่าถึงมูลนิธิ GoFundMe และข้อเสนอของ อดัม เลอวีน ที่แสดงความจำนงจะขอเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเรื่องงานศพของน้องสาว รวมถึงค่าตั๋วเครื่องบินให้มารดาเดินทางมาร่วมพิธีด้วย "ผมเพิ่งทราบเมื่อเช้านี้ว่า Adam Levine ได้โทรศัพท์ตรงถึงแม่ผมและบอกว่าจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายงานศพและตั๋วเครื่องบินของเแม่ นั่นทำให้ผมซาบซึ่งจริงๆ" มาร์คัส กริมมี่ พี่ชายของนักร้องสาวกล่าว "จากนั้นเพื่อนก็บอกให้ผมลองดูที่แฟนเพจ GoFundMe และผมก็พบว่ามีคนเข้าให้ความช่วยเหลือกว่า 1 แสนราย ถ้อยคำใดๆก็ไม่อาจบรรยายความรู้สึกได้เลย ผมไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดๆ มาตอบจริงๆ" "ตอนนี้ผมรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่สุด สิ่งที่ผมจะพูดได้ตอนนี้ก็คือขอบคุณ และ Christina จะถูกคิดถึงและไม่ลืมเลือนตลอดกาล" ดูบทความต้นฉบับ : อดัม เลอวีน ขอจ่ายค่างานศพ คริสติน่า กริมมี่

นักร้องสาวผู้ล่วงลับ Christina Grimmie เตรียมปล่อยเอ็มวี 4 เพลงใหม่
Christina Grimmie /  Entertainment / 

ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป แฟนๆ จะได้รำลึกถึงนักร้องสาวมากความสามารถที่จากไปก่อนวัยอันควร Christina Grimmie ผ่านผลงานมิวสิควิดีโอ 4 เพลงใหม่ ที่เธอได้ถ่ายทำไว้เพียงไม่กี่เดือนก่อนจะเสียชีวิต มิวสิควิดีโอที่กำลังจะปล่อย ได้แก่เพลง Snow White, Anybody's You,  Deception และ Without Him ผลงานจากอีพีอัลบั้ม Side A ที่วางจำหน่ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยทั้งสี่เอ็มวีจะถูกเรียงร้อยเป็นมินิซีรี่ส์ ในนาม 'The Ballad of Jessica Blue' Brian Teefey ผู้จัดการส่วนตัวคู่บุญของ Christina Grimmie  เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า(25 ก.ค.) มิวสิควิดีโอเพลงแรก Snow White จะเริ่มเผยแพร่ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ ผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น YouTube channel, Facebook page และ Billboard.com อนึ่ง Christina Grimmie นักร้องผู้โด่งดังจากการแข่งขันประกวดร้องเพลง The Voice US ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2016 ขณะที่เธอกำลังแจกลายเซ็นหลังเสร็จสิ้นคอนเสิร์ตที่ ออแลนโด้ ฟลอริด้า ดูบทความต้นฉบับ : 4 new Christina Grimmie music videos will be released next month

ย่องมาดูหนัง Pixar สุดปัง ! ที่ดังจนต้องทำภาคต่อ !
cars /  Cars 2 / 

ย่องมาดูหนัง Pixar สุดปัง ! ที่ดังจนต้องทำภาคต่อ ! เมื่อพูดถึงค่ายหนังแอนิเมชั่นที่มีความเก๋าเกมสร้างหนังกี่เรื่อง ๆ ก็ถูกใจลูกเล็กเด็กแดงไปซะหมด ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใหญ่หลาย ๆ คนก็ยังเป็นแฟนคลับเหนียวมาตั้งแต่วัยเยาว์ แน่นอนว่าเมื่อเกริ่นมาขนาดนี้แล้วชื่อหนึ่งที่ผุดเข้ามาในความทรงจำของทุกคนย่อมมีชื่อ Pixar ปรากฏอยู่ Pixar หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า Pixar Animation Studios เป็นสตูดิโอคอมพิวเตอร์แอนิเมชั่น ตั้งอยู่ที่เมืองแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีโต้โผใหญ่อย่าง Walt Disney เป็นบริษัทแม่อีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้ Pixar มีชื่อเสียงจากการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นแบบ 3 มิติที่มีคุณภาพด้วยเทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งเมื่อผนวกกับการวางพล็อตอย่างแยบคายของทีมเขียนบท จึงไม่แปลกใจเลยที่มีภาพยนตร์จำนวนไม่น้อยประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และรางวัลจากเวทีการประกวดต่าง ๆ ในวันนี้เราจะขอยกตัวอย่าง 4 กลุ่มภาพยนตร์จาก Pixar ที่กวาดกระแสนิยมจากทั่วโลกไปครอบครองจนค่ายต้นสังกัดถึงกับอนุมัติให้ทำภาคแบบฉลุยกรุยทาง ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น...ตามไปชมกันได้เลย Toy Story – Toy Story 2 – Toy Story 3 จากคำถามเริ่มต้นง่าย ๆ ว่า “จะเกิดอะไรขึ้นหากของเล่นของเรามีชีวิต” ก็กลายมาเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวของ Pixar ณ ปัจจุบันที่มีการทำภาคต่อออกมาแล้วถึง 3 ภาค แถมยังมีข่าวแว่ว ๆ อีกด้วยว่า Toy Story 4 จะเข้าฉายในปี 2018 ที่จะถึงนี้ Toy Story (1995) เป็นภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องราวของพลพรรคของเล่นที่จะมีชีวิตขึ้นมาในยามที่ แอนดี้ เด็กชายผู้เป็นเจ้าของไม่ทันสังเกต โดยมีตุ๊กตาคาวบอย วูดี้ เป็นแกนนำผองเพื่อนอย่าง โบ ตุ๊กตาสาวเลี้ยงแกะ มิสเตอร์โปเตโต้ เฮด ตุ๊กตาหัวมันฝรั่ง เร็กซ์ ตุ๊กตาไดโนเสาร์พันธุ์ทีเร็กซ์ ฯลฯ เหตุการณ์ในเรื่องดำเนินไปอย่างปกติสุขจนกระทั่งแอนดี้ได้ของขวัญวันเกิดเป็นตุ๊กตาตัวใหม่สุดฮิต บัซ ไลท์เยียร์ การชิงดีชิงเด่นระหว่างคาวบอยหนุ่มอดีตหัวหน้าตุ๊กตากับตุ๊กตานักบินอวกาศสุดเท่จึงเริ่มต้นขึ้น วูดี้และบัซ ไลท์เยียร์ มีเหตุต้องออกผจญภัยไปกลางเมืองด้วยกัน และนั่นเองที่ทำให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้ว่ามิตรภาพสำคัญแค่ไหน Toy Story 2 (1999) เรื่องวุ่น ๆ เกิดขึ้นเมื่อวูดี้ถูกนักสะสมมือดีขโมยไป โดยจุดหมายคือการถูกเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์ของเล่นหายาก งานนี้บัซ ไลท์เยียร์ และเหล่าสารพัดของเล่นจึงต้องออกไปช่วยเหลือวูดี้กลับมาก่อนที่แอนดี้จะกลับมาจากค่าย และที่สำคัญหนังภาคนี้ยังเป็นการเปิดตัวละครใหม่ที่จะเข้ามาเขย่าหัวใจของบัซ ซึ่งเธอก็คือ เจสซี่ ตุ๊กตาสาวคาวเกิร์ลคอเล็กชั่นเดียวกับวูดี้ ที่มาพร้อมกับม้าคู่ใจนามว่า บูลส์อาย Toy Story 3 (2010) หลังจากห่างหายไปนานถึง 11 ปี ในตอนนี้แอนดี้ เจ้าของเหล่าของเล่นก็เติบโตกลายเป็นเด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่เลยวัยจะเล่นของเล่น และด้วยความเข้าใจผิดของคุณแม่ก็ทำให้ของเล่นทั้งหมดถูกส่งตัวไปยังเดย์แคร์ วูดี้เป็นตุ๊กตาตัวเดียวที่เหลืออยู่จึงต้องออกไปตามเพื่อน ๆ พร้อมกับช่วยเหลือให้พ้นจากเงื้อมือของเหล่าตุ๊กตาวายร้ายและอันตรายต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ในเดย์แคร์แห่งนั้น Monsters, Inc. – Monsters University ถัดจากแฟรนไชส์ของเล่นมีชีวิต คราวนี้ Pixar ก็เลือกที่จะหยิบเอาเรื่องราวของเหล่าปีศาจสุดสยองในจินตนาการของเด็ก ๆ มาตีความใหม่โดยใส่ความน่ารักน่ากอดเข้าไป งานนี้กลายเป็นว่าประสบผลสำเร็จเกินคาดจนถึงขั้นทำภาคต่อที่แสดงให้เห็นถึงที่มาที่ไปของตัวละครหลักอีกด้วย Monsters, Inc. (2001) เล่าถึงเรื่องราวในโลกอีกใบหนึ่งที่มีแต่เหล่าภูตผีปีศาจ โดยอสูรกายเหล่านี้มีภาระหน้าที่ในการเดินทางข้ามประตูมิติไปหลอกเด็ก ๆ ให้หวาดกลัวยามราตรี หากแต่มีเงื่อนไขว่าต้องระวังไม่ให้มีเด็กหรือสิ่งของใด ๆ ของเด็กติดกลับมาที่โลกของตนด้วย เจมส์ และ ไมค์ เป็นคู่หูสัตว์ประหลาดที่มีผลงานระดับท็อปฟอร์ม แต่แล้วความซวยก็บังเกิดเมื่อวันหนึ่งมีเด็กสาวชื่อ บู หลุดผ่านประตูมิติเข้ามา สองคู่หูมอนสเตอร์จึงต้องพาเด็กสาวหลบหนีจากเจ้าหน้าที่โลกปีศาจ พร้อมกับเปิดโปงอสูรชั่วร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในองค์กร Monsters University (2013) แม้หนังจะออกฉายหลังทิ้งห่างจากภาคแรกนานถึง 12 ปี แต่ Monsters University กลับเป็นการย้อนเรื่องราวไปเล่าถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เจมส์และไมค์จะมาเป็นปีศาจคู่หูคู่ฮา ทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยมาก่อน แถมยังไม่ชอบขี้หน้ากันอีกต่างหาก Cars – Cars 2 อีกหนึ่งเรื่องราวในโลกจินตนาการสุดล้ำที่รถยนต์ทุกคันถูกออกแบบมาให้มีชีวิตจิตใจ พวกเขาอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นสังคม มีภาระหน้าที่ที่ต้องกระทำต่อกันเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ นับเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ภาคต่อที่สามารถครองใจเด็ก ๆ ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กผู้ชายที่อยู่ในวัยชื่นชอบรถยนต์ Cars (2006) กล่าวถึงรถแข่งจอมซิ่ง ไลท์นิ่ง แม็คควีน ที่มีเป้าหมายคือแชมป์การแข่งรถที่พ่วงมาพร้อมกับการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าชื่อดัง แต่บังเอิญระหว่างเดินทางไปยังสนามแข่งขันแม็คควีนดันพลัดหลงไปที่เมืองเล็ก ๆ สุดเงียบเหงาอย่างเรดิเอเตอร์สปริงส์ แรกทีเดียวความเป็นรถแข่งหัวสูงทำให้เขาไม่ยอมรับชาวเมืองชนบท แต่เมื่อมีเหตุจำเป็นให้ต้องพักอยู่ในเมืองนี้ แม็คควีนก็ได้เรียนรู้ว่าบางครั้งเพื่อนร่วมทางก็มีความหมายยิ่งกว่า “เส้นชัย” Cars 2 (2011) ไลท์นิ่ง แม็คควีน กลับมาอีกครั้ง โดยคราวนี้เขาต้องเดินทางไปแข่งรถที่โตเกียว และมี เมเทอร์ เพื่อนรถกระป๋องสนิมเขรอะตามไปเป็นผู้ช่วย ทว่าการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นของเมเทอร์ไม่ได้ไปแบบชิล ๆ เพราะเจ้าตัวได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจสายลับจากสปายขั้นเทพแห่งสหราชอาณาจักร จนนำพาให้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายอย่างการขับรถไล่ล่ากลางกรุงโตเกียว ท่ามกลางสายตารถยนต์ทั้งโลกที่จับจ้องพวกเขาอยู่ Finding Nemo – Finding Dory นี่คือเรื่องราวใต้ทะเลลึกของเหล่าสรรพสัตว์น้ำ โดยมีตัวละครเอกคือสองพ่อ – ลูกปลาการ์ตูนที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการังรอบ ๆ ทวีปออสเตรเลีย ความผูกพันของพวกเขานำพาผู้ชมลอยคอไปพบกับเรื่องราวสุดแสนวุ่นวายและเหนือความคาดหมาย หากแต่บทสรุปสุดท้ายนั้นกลับลงเอยได้อย่างซาบซึ้งสวยงาม Finding Nemo (2003) ปลาการ์ตูนนามว่า มาร์ลิน ถึงกับตกตะลึงงันเมื่อเห็นนักประดาน้ำจับ นีโม่ ลูกชายของเขาขึ้นเรือจากไป ปลาการ์ตูนพ่อเลี้ยงเดี่ยวจึงจำเป็นต้องว่ายน้ำข้ามทะเลไปปกป้องที่เหลืออยู่เพียงลูกชายตัวเดียวของเขา หากแต่การเดินทางไกลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มาร์ลินต้องยอมฝ่าฟันอุปสรรคมากมายพร้อมกับรับน้ำใจไมตรีจากเพื่อนฝูงสัตว์ทะเล เพื่อที่จะรักษาคำว่า ครอบครัว ของเขาเอาไว้ Finding Dory (2016) หนังภาคต่อที่เบนเข็มมาเล่าเรื่องราวของเจ้าปลาขี้ตังเบ็ดฟ้า ดอรี่ เพื่อนสนิทของสองพ่อลูกปลาการ์ตูน เมื่อวันดีคืนดีดอรี่เกิดนึกถึงครอบครัวที่พลัดพรากกันมานาน แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องความจำสั้นของเธอทำให้ไม่สามารถออกเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปตามหาพ่อแม่เพียงลำพังได้ ด้วยเหตุนี้มาร์ลินและนีโม่จึงต้องออกดรงเพื่อช่วยเหลือเพื่อนคนสำคัญของเขาให้ได้กลับไปอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง ทั้งนี้ Finding Dory มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ใครที่เป็นแฟนหนัง Pixar หรือชื่นชอบก๊วนปลาตัวน้อยเหล่านี้...บอกได้คำเดียวว่าไม่ควรพลาด แต่หากใครยังตัดสินใจไม่ถูก สามารถตามไปอ่านรีวิวภาพยนตร์เรื่อง Finding Dory ได้ที่นี่

น่าชื่นชม! ผลงานเด็กนักเรียนคัดลายมือส่งคุณครู
ประกวดคัดลายมือ /  ผลงานนักเรียน / 

มาดูผลงานของเด็กนักเรียนคัดลายมือส่งคุณครู คนนี้ที่ถูกเผยแพร่โดยเพจ Feel 96.5 rayong  ซึ่งเด็กคนนี้มีชื่อว่า "น้องเฟริน" กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองสังข์ อ.อรัญประเทศ จ.สระเเก้ว เพื่อส่งประกวดเข้าแข่งขัน คัดลายมือกับโรงเรียนอื่นๆ อีก 40 โรงเรียน ผลปรากฏว่า น้องเฟรินสอบได้ที่ 1 อีกด้วย มีหลายคอมเม้นร่วมแสดงความคิดเห็น ว่า "เป็นลายมือที่สวยงามมาก เพราะเด็กสมัยนี้เขียนตัวหนังสือ แบบวัยรุ่น แบบแหละตัวหนังสือไทยจริงๆ ถึงจะเขียนผิดแต่ก็เป็นสมบัติของชาติ" หรือบางความคิดเห้นก็บอกว่า "สวยไม่แพ้เครื่องพิมพ์เลย" ว้าวเกริ่นมาซะขนาดนี้แล้ว เราชมภาพผลงานกันเลย น่าชื่นชม! ผลงานเด็กนักเรียนคัดลายมือส่งคุณครู ที่มาข้อมูลและภาพจากเพจ  Feel 96.5 rayong

Hello Filmmaker ทำ 'เอ็มวี' สวัสดีวงการหนัง
Hello Filmmaker /  มิวสิควิดีโอ / 

โดย ชลนที พิมพ์นาม (ตีพิมพ์ครั้งแรก ในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 146 / มีนาคม 2014) กลุ่มเพื่อนและพี่น้องจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาภาพยนตร์และดิจิตอลมีเดีย ที่มารวมตัวกันในชื่อ ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ Hello Filmmaker พร้อมกับสร้างชื่อกับงานมิวสิควีดีโอ หลากหลายแนวเพลงและศิลปิน เช่นเพลง ‘ขอ’ ของวง LOMOSONIC ที่กลายเป็นกระแสฮือฮาในโซเชียลเน็ตเวิร์คเพียงข้ามคืน หรือล่าสุดกับหนังสั้น The Only One ที่กลายเป็นไวรัลดังที่มีผู้คลิกชมกว่า 2 ล้านวิวในสองวัน เราจึงขอพาเพื่อนๆ ไปรู้จักพวกเขาทั้ง 7 คนให้มากยิ่งขึ้น ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ประกอบไปด้วยสมาชิก 7 คน ได้แก่ ฐิติพงศ์ เกิดทองทวี (ผู้กำกับหลักของกลุ่ม), ภัทรภร วีระศักดิ์วงศ์ (โปรดิวเซอร์และผู้กำกับ), โชติรัตน์ วารีรัตนโรจน์ (โปรดิวเซอร์, ผู้กำกับ, กำกับศิลป์ และแคสติง) วรกร ฤทัยวาณิชกุล (โปรดิวเซอร์, กำกับภาพและคัลเลอร์ลิสต์), ทิพย์วิมล พิพัฒนโยธะพงศ์ (โปรดิวเซอร์), สุทธิชัย เหลืองอมรเลิศ (กำกับภาพ) และ จิรพงษ์ พุฒจ้อย (กำกับศิลป์) โดย ฐิติพงศ์เล่าความเป็นมาของกลุ่มให้ ฟังว่า “พวกเราก็รู้จักกันตั้งแต่สมัยผมอยู่ปี 3 ที่ แบบทำงานด้วยกัน ลองทำหนังสั้นส่งประกวด ดู ก็ทีมประมาณนี้เลย แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งชื่อ ก็ช่วยกันไปช่วยกันมา ทำหนังทีสิสจบของแต่ละ คน คือใครเก่งด้านไหนก็มาช่วยเหลือกัน ซึ่ง กลุ่มเราก็จะหน้าเดิมๆ มาตลอด” ทุกคนเริ่มรวมตัวกันอย่างจริงจัง เมื่อฐิติพงศ์ตัดสินลาออกจากงานประจำโดยคำยุจากเพื่อนๆ นั่นเอง “หลังจากจบทุกคนก็แยก ย้ายกันไป ก็ไปทำงานบ้าง บางคนก็กำลังจะเรียนต่อ ซึ่งตอนนั้นพี่พงศ์ ฐิติพงศ์ก็คุยกับเราว่า มีโปรเจ็คต์เป็นวีดีโอไวรัลอยู่ชิ้นหนึ่ง เขามีทุนให้แสนหนึ่ง ซึ่งสำหรับเราตอนนั้นแสนหนึ่ง มันเยอะมาก ตอนนั้นด้วยความคึกคะนองก็ยุๆ กันว่าลาออกจากงานประจำมาทำกันสิ ซึ่ง สุดท้ายก็ทำกันจริงๆ (หัวเราะ) เลยต้องมารวมตัวกัน แถมสุดท้ายงานแรกที่บอกว่าจะได้แสนหนึ่ง เอาจริงๆ เขาก็จ่ายแค่ 3 หมื่นเอง (หัวเราะ)” ภัทรภรเล่า แต่โชคดีที่ฐิติพงศ์ ได้รับการติดต่อจาก รุ่นพี่ที่ทำงานเก่าว่ามีงานชิ้นหนึ่งอยากให้ตน ลองทำ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของงานในสายมิวสิควีดีโอ “คือพี่เขาปฎิเสธเอ็มวีไปงานหนึ่ง เขาก็เลยโทรมาหาผมว่าสนใจไหม ถ้าสนใจก็ลองไปขายดู มันคือเพลง ‘เรือชูชีพ’ ของวงสมเกียรติ เราก็เอาว่ะ ก็เดินเข้าไปขายที่สมอลรูม ปรากฏว่าได้ทำ และก็มีฟีดแบ็กกลับมาดีเลยได้ทำมาเรื่อยๆ” ชื่อทีมว่า ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ที่แม้ถูกตั้งขึ้นมาอย่างเร็วๆ และเหมือนจะมาด้วยความบังเอิญ แต่ก็แฝงไว้ด้วยนัยยะที่ทุกคนในทีมเข้าใจตรงกัน จึงทำให้มุมมองและวิธีคิดในการทำมิวสิควีดีโอหรืองานทุกๆ ชิ้นของทีมนี้ เปรียบเสมือนแบบฝึกหัดในการทำหนัง อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของทีมนั่นเอง ฐิติพงศ์กล่าวว่า “จริงๆ พวกเราหนีไม่พ้นอยู่แล้วว่าอยากทำหนังในวันใดวันหนึ่ง แล้วการทำเอ็มวีมันก็สนับสนุนการเล่าเรื่องประมาณหนึ่งอยู่ ผมก็พยายามกำหนดโจทย์ว่า เอ็มวีนี้ ลองเล่าเรื่องแบบนี้ดู อย่างทำงานสไตล์เดี้ยงๆ เซอร์ๆ แบบใน ‘โอมจงเงย’ ทำสารคดีปลอมกองถ่ายตัวเองใน ‘วู้ ฮู’ คือผมชอบงานเอ็มวีที่มีเส้นเรื่อง มีการเล่าเรื่องที่ชัดเจนมากกว่า” คิดจากกรอบทดลองให้รู้สึก ฐิติพงศ์เล่าวิธีคิดในการทำงานให้ฟังว่า “ยุคแรกๆ เหมือนเราทำด้วยความทะเยินทะยาน อยากลองของ เอาไอเดียต่างๆ มาคลุม เพื่อพิสูจน์ว่าเราทำงานแบบนั้นได้ แต่พอยุคหลังๆ ทำมาสามปี ก็รู้สึกว่างานบางประเภทมันไม่มียุคสมัย มันเหมือนหนังสูตรเรื่องหนึ่ง แต่มันจะอยู่ได้ยาวนานกว่า” “คือพงศ์เขาจะมานั่งแกะงานที่ชอบมารื้อดูว่าเพราะอะไรเอ็มวีแบบนี้ถึงทำให้เรารู้สึกสนุกหรือเศร้าได้ เหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ แล้วค่อยเอาวิธีการมาใช้” ภัทรพรกล่าว ซึ่งสุทธิชัยก็เสริมว่ากับมิวสิควีดิโอสุดฮิตอย่าง ‘ขอ’ ที่แม้จะมีโครงสร้างการเล่าเรื่องที่ครอบไว้ประมาณหนึ่ง แต่ก็ยังมีความสนุกใน การทดลองทำอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ “คือเพลง ‘ขอ’ เนี่ย ด้วยโครงเรื่องมันน่าจะเศร้าแน่ๆ แต่ เวลาทำก็จะไม่ได้ตั้งใจให้คนดูรู้สึกฟูมฟาย แต่เราอยากให้คนดูรู้สึกว่ามันสมจริงมากที่สุด ให้เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดในยุคสมัยของพวกเขาจริงๆ” จากเอ็มวียุคแรกๆ ที่นำไอเดียหรือคอนเซ็ปต์ต่างๆ มาครอบชิ้นงานเอาไว้ สู่งานเน้นเส้นเรื่องและอารมณ์ความรู้สึกตามเพลงมากยิ่งขึ้น คือวิธีคิดที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามวุฒิภาวะที่เติบโตขึ้นของทีมงานนั่นเอง ร่วมผลงานที่น่าสนใจของ Hello Filmmaker  ‘เรือชูชีพ’ - สมเกียรติ (2011) https://www.youtube.com/watch?v=55JewP6SFq0 จากงานชิ้นแรกของทีม นำเสนอภาพอันมืดครึ่มประหนึ่งพายุใหญ่กำลังจะมา บรรยากาศอันหม่นเข้มช่วยขับให้วงร็อคหน้าใหม่อย่าง สมเกียรติ ดูดีมีสง่าราศีขึ้นมาทันตา จนทำให้ทีมได้มีโอกาสทำงานกับวงร็อคหน้าใหม่อีกหลายวงในเวลาต่อมา ‘นาฬิกา’ Clock – Friday (2012) https://www.youtube.com/watch?v=K58ipQHtrCg การถ่ายแบบลองเทคในมิวสิควีดีโออาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ทีมก็เลือกนำเสนอเพลงนี้ให้ท้าทายขึ้นไปอีก โดยเปรียบเปรยเนื้อเพลงเป็นภาพจำที่สถิตย์อยู่ตามมุมต่างๆ ในบ้าน ด้วยการใช้นักแสดง 10 คนเคลื่อนที่ไปตามจุดต่างๆ หลังกล้องได้อย่างต่อเนื่อง ‘โอมจงเงย’ – สแตมป์ Feat. โจอี้ บอย, ตู่ ภพธร (2012) https://www.youtube.com/watch?v=iZJm2xNvjTU งานที่เกรียนตั้งแต่นักร้องยันเพลง การเดินเรียงแถวแบบสโลว์โมชั่นอย่างในหนังฮ่องกงผสมหนังฮอลลีวูดกู้โลก หรือมุกการตายด้วยอุปกรณ์สื่อสารชนิดต่างๆ กลายเป็นการยั่วล้อกับเนื้อเพลงได้แสบใช่เล่น ‘จนวันสุดท้าย’ (Till I Die) - SQWEEZ ANIMAL Feat แป๋ง Yellow Fang (2012) และ แดนเนรมิต - BIG ASS (2012) https://www.youtube.com/watch?v=qWslbu3DhN0 https://www.youtube.com/watch?v=5sOSV-_aj8Y ‘จนวันสุดท้าย’ คือจุดเปลี่ยนของทีมในการเริ่มมาทำมิวสิควีดิโอที่เน้นการเล่าเรื่องมากขึ้น โดยทดลองเอาความเมโลดรามา ที่หยิบยืมสไตล์หนังโฆษณาประกันชีวิตชื่อดังมาทำใหม่ในเชิงบูชาครู กลายเป็นมิวสิควีดิโอตัวแรกๆ ของทีมที่ตั้งใจจะทำให้เป็นเหมือนกับหนังสั้นสักเรื่องหนึ่ง จนมาถึงมิวสิควีดีโอเปิดตัววง (อีกรอบ) ของ BIG ASS ที่สุดท้ายก็แตกหน่อกลายเป็นหนังสั้นความยาวแปดนาที ‘เที่ยงคืนสิบห้านาที’ - 25 hours (2012), ‘แค่เท่านั้น’ - Better Weather (2012) และ ‘ขอ’ (WARM EYES) – LOMOSONIC (2014) https://www.youtube.com/watch?v=uozAhIkHWhI https://www.youtube.com/watch?v=J1k0iQXy19c https://www.youtube.com/watch?v=tUuqWFExZgY สามเพลงนี้มีการพูดถึงประเด็นเรื่องความรักที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ไม่อาจตัดขาดจากกันได้อย่างสิ้นเชิงเพราะเทคโนโลยี โดยเฉพาะการสื่อสารด้วยตัวอักษร ตั้งแต่ยุคส่งเอสเอ็มเอส ไปจนถึงโซเชียลเน็ตเวิร์ครุ่นแรกๆ ในบ้านเราอย่าง ไฮไฟว์ จนมาถึงยุคเฟซบุ๊ค ซึ่งทั้งหมดล้วนสะท้อนภาพความสัมพันธ์ของคนในยุคปัจจุบันที่ทั้งลื่นไหลและแสนเปราะบาง รวมไปถึงการกลัดติดสัญลักษณ์ทางการเมืองใน ‘แค่เท่านั้น’ นอกจากสามารถเล่าถึงยุคสมัยในเนื้อหาได้แล้ว ยังสะท้อนให้เห็นความสนใจทางการเมืองของคนรุ่นนี้ ในรูปแบบที่แตกต่างจากยุคก่อนๆ ได้อีกด้วย ปัจจุบัน และอนาคต ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ยังคงสนุกในการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมิวสิควิดีโออย่างต่อเนื่อง โดยมีงานที่น่าจดจำและพูดถึงมากมาย ทั้งการร้อยเรียงช่วงเวลาของการลาจากคนที่รักหลากหลายรูปแบบใน ‘ไม่เคย’ - 25 hours, Message In A Bottle ของวง Part Time Musicians ที่ใช้ภาพมากมายเล่าวิถีของความรักจากจุดเริ่มสู่จุดจบ, 'เพื่อนรัก' (Dear Friend) - The Parkinson เรื่องเพื่อนแอบรักเพื่อนที่เชื่อเชิญให้ผู้ชมได้เห็นความลื่นไหลของเพศสภาพในปัจจุบัน, หนังสั้น Dear Stranger การสะท้อนความสัมพันธ์ที่ไม่อาจรู้ว่าอะไรจริงหรือลวงในโลกออนไลน์มาจนถึงงานล่าสุด หนังสั้น The Only One ที่พวกเขาหยิบยืมสูตรสำเร็จของหนังรอมคอมมาเล่าในเวลาอันจำกัดได้อย่างน่าสนใจ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นความพยายามในการเล่าเรื่อง ที่สะท้อนให้เห็นถึงความฝันในการทำหนังยาวเรื่องแรกของกลุ่มซึ่งยังคงมีอยู่เสมอจนถึงทุกวันนี้ https://www.youtube.com/watch?v=v0UvOsCi8mc https://www.youtube.com/watch?v=ZTwd7kekzTs https://www.youtube.com/watch?v=EPZfaGPP3cA&feature=youtu.be https://youtu.be/RK6zRUaoB7E https://www.youtube.com/watch?v=i97I3KIsAZI ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

งานเกมส์ PLAYPARK Fan Fest ครั้งที่ 7 จัดอีกครั้ง เดือน 7 นี้ !
Playpark /  Playpark Fan Fest / 

PLAYPARK.COM ประกาศจัดการแสดงเกมส์ออนไลน์และเกมส์มือถือประจำปี PLAYPARK Fan Fest ครั้งที่ 7 กับ กิจกรรมโดนใจจนต้องร้อง เจร๊ดดดดดดด!! จัดขึ้น วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 30-31 กรกฎาคม 2559 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิ สำหรับงาน PLAYPARK Fan Fest ครั้งที่ 7 ได้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเกมส์ทดลองเล่นเกมส์ใหม่ๆ พร้อมรวบรวมกิจกรรมภายในงานตลอดทั้ง 2 วัน ไม่ว่าจะเป็น แจกไอเทมเกมส์ฟรีๆ มีของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้าน, ประกวดคอสเพลย์ เงินรางวัลมูลค่ากว่า 100,000 บาท, การแข่งขันชิงแชมป์ระดับประเทศของเกมสฺดังในเครือ Playpark , มินิคอนเสิร์ต Audition Dance Party ทั้งศิลปิน และ ไอเทมสุดพิเศษหน้างาน , มหกรรมลดแลกแจกแถมไอเทมโดนใจเกมเมอร์ อีกด้วย ภาพงาน Playpark Fan Fest ครั้งที่ 6 เมื่อปี 2558 ยิ่งไปกว่านั้น ยังมี การแข่งขันระดับประเทศจากเกมดังที่พร้อมเสิร์ฟความมันส์รออยู่ อาทิ Audition, Cabal, Yulgang, Dragon Nest, Elsword, Line of Sight, Granado Espada และเกมใหม่ล่าสุด Tales Runner, Cabal 2 รวมถึง Kritika Online ที่จะมาร่วมระเบิดศึกการแข่งแบบ E-Sport ภายใต้ชื่อ “Redbull Extra The Kritika Hardcore Tournament” อีกด้วย ภาพงาน Playpark Fan Fest ครั้งที่ 6 เมื่อปี 2558 ยังไม่หมดแค่นี้ มีเกมมือถือสุดมันส์จาก PLAYMOBILE มาให้ทดลองเล่นก่อนใคร ไม่ว่าจะเป็น เกมจับผิดสุดตั๊ลลาคค Disney Catch Catch, เกมฝีมือคนไทยระดับอินเตอร์ที่ไม่ควรมองข้าม Puzzle Guardians รวมถึงเกมมือถือยอดฮิต อย่าง Pocket MapleStory SEA, โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า และเกมมือถืออื่น ๆ การันตีความสนุกอีกเพียบ PLAYPARK Fan Fest ครั้งที่ 7 จัดขึ้นวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 30 - 31 กรกฎาคมนี้ ที่ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิ

Zeal ส่งซิงเกิ้ลใหม่ Zero 'แม้โอกาสเป็นศูนย์ก็จะลุ้นจนหยดสุดท้าย!'
Music Move Records /  Zeal / 

   กลับมาอีกครั้งหลังจากเว้นระยะมานานพาเหล่าสาวกถามถึงกันยกใหญ่สำหรับขาร็อคตัวพ่อ อย่าง Zeal ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวในฐานะศิลปินของสังกัด Music Move Records (มิวสิคมูฟ เรคคอร์ด) อย่างเต็มตัว ด้วยซิงเกิ้ลใหม่แกะกล่องในนาม “Zero” (ซีโร่) โดยทั้ง 5 หนุ่มย้ำ Zero เปรียบเสมือนพลังงานบวกที่อยากส่งถึงคนฟังเพื่อเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตให้ได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคย หรือไม่กล้า พวกเขาเชื่อว่าความสำเร็จเริ่มจากกล้าลงมือเท่านั้น พวกเขายังออกปากว่า Zero สะท้อนความเป็น Zeal อย่างแท้จริงอีกด้วย อยากให้แฟนๆ ได้ลองฟัง     ศิลา มือกีตาร์ หนึ่งในสมาชิกปูทางพร้อมเรียกรวมสมาชิกเพื่อร่วมแชร์ความคิดเห็นให้ลงตัวมากที่สุด แถมได้ฟองเบียร์มาแต่งเนื้อร้อง และเป็นที่ปรึกษาในการทำเพลงอย่างใกล้ชิด บอกว่า “เริ่มแรกพวกเราทำเพลงมาประกวดกันหลายเพลงมาก แต่สุดท้ายก็ได้เพลงนี้มาตอนแรกจะใช้ชื่อว่าศูนย์ แต่ดูไม่เป็นมงคล เลยเปลี่ยนเป็น Zero (หัวเราะ) เนื้อหาเป็นเรื่องราวที่เป็นไปไม่ได้ แต่ขอเพียงคุณมีความกล้าที่จะก้าวผ่านเท่านั้น เพลงนี้เหมือนเราต้องต่อสู้กับตัวเองอีกครั้งนึง ต้องแนะนำตัวเองใหม่เหมือนเริ่มจากศูนย์ครับ เพลงนี้มีการวางแผนมานานมาก ในช่วงที่ผ่านมาที่ทำเพลงประกอบละคร คนก็จะติดภาพวง Zeal กับละคร พวกเราเลยอยากทำเพลงที่เป็นตัวเองมาถ่ายทอดให้แฟนๆ ได้เห็นอีกก้าวนึงของวงZeal ครับ เบื้องหลังการทำงานในบ้านหลังใหม่เป็นไปอย่างอบอุ่นมากๆ ผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้พวกเราได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ทีมงานทุกคนก็น่ารักใส่ใจในทุกรายละเอียดของเนื้องาน ทำให้พวกเรามีกำลังใจในการทำงานมากๆ ครับ ยังไงก็อยากให้แฟนๆ ได้ลองฟังผลงานเพลง Zero ที่พวกเราตั้งใจทำกันอย่างสุดความสามารถด้วยนะครับ” ศิลา กล่าวทิ้งท้าย    ฟองเบียร์ เล่าถึงความรู้สึก ว่า “Zeal ซิงเกิ้ลใหม่เพลง Zero เป็น 1 เพลงที่ผมเขียนแล้วชอบเนื้อเพลงมากๆ มันมาจากความกดดัน ความคาดหวัง และ ความอยากทำงานกับวงเก่งๆ แบบ Zeal บนความกดดันนั้นผมพูดตรงๆ ว่าตอนแรกผมไม่รู้จะเขียนอะไรลงในบนเพลงนี้ แต่เพราะความไม่รู้ว่าจะเขียนมันได้ไหม มันคือจุดเริ่มต้นของคำว่า "ศูนย์" และอารมณ์ตอนนั้นในความ เป็นไปไม่ได้ทั้งหมดมันจึงถูกเขียนออกมาบนพื้นฐานของทุกอย่างที่เป็นไปไม่ได้ มันคือ "โอกาสที่เป็นศูนย์" และนั่นคืออารมณ์ของผมในวันที่อยู่ต่อหน้าสิ่งที่กลัวจะเป็นไปไม่ได้ นั่นก็คือการเขียนเพลงๆนี้...Zero"

10 สุดยอด เทศกาลแปลกของโลก
เทศกาล /  เทศกาลทั่วโลก / 

10 สุดยอด เทศกาลแปลกของโลก 1. สงครามมะเขือเทศ กลายเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงที่สุดงานหนึ่งของโลก ในหลายเมืองของในสเปนจะจัดงาน"ลาโทมาติน่า" แต่ที่โด่งดังที่สุดก็ที่เมืองบูญอลในวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคมของทุกปี ประกอบไปด้วยการแสดงดนตรี การจุดพลุ ที่สำคัญมีมะเขือหนักกว่า 300,000 ปอนด์ถูกผู้ร่วมงานละเลงปาใส่กันอย่างสนุกสนาน ที่มาของเทศกาลนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด เริ่มมาตั้งแต่ปี 1944 หรือไม่ก็ปี 1945 บ้างก็บอกว่าเกิดขึ้นเพราะเป็นการแย่งชิงอาหารในหมู่เพื่อนๆ การแสดงความไม่พอใจเมื่อนักเล่นดนตรีเล่นไม่ได้เรื่อง หรือกระทั่งเป็นการชุมนุมต่อต้านนายพล ฟรันซิสโก ฟรังโก ผู้นำจอมเผด็จการ 2. เทศกาลยูเอฟโอ จัดขึ้นช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปีในเมืองโรสเวลล์ มลรัฐเม็กซิโกของสหรัฐฯ ซึ่งมีแฟนยูเอฟโอจากทั่วโลกจะมาชุมนุมกัน มีการประกวดแต่งชุดเอเลี่ยน การจะดอกไม้ไฟ รวมทั้งการเสวนาของแฟนพันธุ์แท้เรื่องยูเอฟโอ เมืองโรสเวลล์กลายเป็นศูนย์กลางของคนที่เชื่อว่ามีมนุษย์นอกโลก หลังจากในปี 1947 พบซากยานลึกลับในเมืองนี้  3. เมืองซอนกกายาวิ ประเทศฟินแลนด์เป็นสถานที่ "แข่งขันอุ้มเมียชิงแชมป์โลก" ในประจำเดือนกรกฎาคมของทุกปี การแข่งขันนี้เพิ่งเริ่มขึ้นในทศวรรษ 1990 แต่คนท้องถิ่นบอกตลกๆ ว่ามันเริ่มมาชั่วนาตาปีแล้ว เพราะเมื่อก่อนผู้ชายจะขโมยผู้หญิงจากหมู่บ้านอื่นมาเป็นศรีภรรยา วันนี้รางวัลไม่ใช่ภรรยาและเป็นเบียร์น้ำหนักเท่าตัวภรรยาของพวกเขา ผู้ชายจะแบกภรรยาของตัวเอง หรือของเพื่อนบ้าน หรืออาจเป็นคู่รัก เทคนิกการอุ้มมีหลายวิธี แต่ในภาพนี้เป็นเทคนิคที่นิยมมากที่สุด และก็สำเร็จมากที่สุดด้วย สถิติโลกที่รอให้ทลายคือการอุ้มผ่านสิ่งกีดขวางระยะทาง 235.5 เมตรในเวลา 55 วินาที 4. เทศกาลซานเฟอร์มินในเมืองปามโปลน่า ประเทศสเปน เป็นที่รู้จักสำหรับการวิ่งวัวกระทิง ใน 8 วันของเทศกาล 9 วัน ถนนในเมืองถูกสร้างสิ่งกีดขวางไว้ คนที่ร่วมแข่งขันแต่งชุดพื้นเมืองสีขาว ผูกผ้าคลุมเอวและผ้าพันคอสีแดง รอสัญญาณเตรียมวิ่งหนีการไล่ขวิดของวัวกระทิงที่ถูกปล่อยออกมาในถนนนั้น การแข่งขันกินเวลาเพียง 2-3 นาที แต่ในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บเป็นร้อย อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 1910 มีผู้เสียชีวิต 14 คน 5. ในเมืองเล็กๆ ชื่ออีเวรีย ประเทศอิตาลี ไม่ใช่การปามะเขือเทศแต่เป็นสงครามปาผลส้ม ระหว่างงานคาร์นิวาล 3 วันจัดขึ้นในช่วงถือศีลบวช ชาวบ้านราว 3,000 คนมารวมตัวกันที่ลานกลางเมืองที่มีประชากรไม่ถึง 25,000 คนนี้ เล่ากันว่า การปาส้มแป็นการรำลึกถึงการสู้รบต่อต้านจักรพรรดิผู้ข่มเหงกดขี่ในศตวรรษที่ 12 ผู้ร่วมงานมารวมตัวกันตามถนนรอคอยขบวนกลุ่มอาสาสมัครเป็นศัตรู ซึ่งใส่ชุดอัดนวมและหมวกป้องกันมาบนรถลาก ขณะที่ผู้ชมจะสวมหมวกหรือผ้าพันคอสีแดงเปป็นสัญลักษณ์ว่าตัวเองไม่ใช่นักรบ 6. ในชนบทอันเงียบสงบและงดงามของอังกฤษ การแข่งกันเก็บชีสถูกจัดขึ้นในทุกเดือนพฤษภาคม ผู้ท้างชิงไถลและล้มลุกคลุกคลานจากเขาที่สูงชันเพื่อไล่ล่าชีสแห่งเมืองกลอสเตอร์หนัก 8 ปอนด์และทำเป็นรูปวงล้อ ผู้แข่งขันต้องเก็บชีสที่ปล่อยลงจากเนินเขาและมีความเร็ว 70 ไมล์ต่อชั่วโมงให้ได้ก่อนที่ชีสจะตกลงไปตีนเขา เชื่อว่าประเพณีย้อนไปในอดีตเมื่อผู้คนในอดีตฉลองเวลาที่พระอาทิตย์เข้าใกล้เส้นศูนย์สูตรมากที่สุด โดยวงล้อชีสนั้นเป็นสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์นั่นเอง  7. นับตั้งแต่ทศวรรษ 1600 เมืองคาสตริลโลเดมูร์เซีย ประเทศสเปนจัด "ฉลองเทศกาลโกลาโช" ด้วยประเพณี่การกระโดดข้ามเด็กทารก เทศกาลลี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อขจัดสิ่งชั่วร้ายออกไปจากเมือง ช่วงเดียวกับเทศกาลคอร์ปุสคริสตีของชาวคริสเตียน ขบวนพาเหรดเป็นสัญลักษณ์การรวมกันของสิ่งชั่วร้ายมาในเมืองและพากพวกมันเข้าไปโบสถ์ และพื่อขับสิ่งชั่วร้ายของจากเด็กไร้เดียงสา เด็กทุกคนที่เกิดในปีที่แล้วจะถูกนำมานอนบนฟูก จากนั้นชายที่แสดงเป็นสิ่งชั่วร้าย หรือเอลโกลาโช ก็จะกระโดดข้ามฟูกนั้นเพื่อเป็นการชำระล้างสิ่งชั่วร้ายออกไปจากตัวเด็ก 8. เทศกาลแปลกประหลาดที่สุดของโลกไม่ใช่ของมนุษย์เท่านั้น ที่ลพบุรีของไทยเราเองก็จัดเทศกาลบุฟเฟต์สำหรับลิงกว่า 600 ตัวที่อยู่ในเมืองนี้ เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่พระรามที่ตบรางวัลให้แห่หนุมานด้วยแผ่นดินที่กลายเป็นเมืองลพบุรี บุฟเฟต์หน้าวัดพระปรางสามยอด ประกอบไปด้วยอาหารผักผลไม้สดๆ หลายร้อยกิโลกรัม พร้อมกับไอติมและเครื่องดื่ม งานนี้กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมในท้องถิ่นซึ่งเต็มใจอย่างยิ่งเพราะกิจกรรมนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นประจำทุกปี 9. เทศกาลหน่อไม้ฝรั่งในเมืองเอมไพร์ ในมลรัฐมิชิแกน งานนี้อุทิศแด่หน่อไม้ฝรั่งโดยเฉพาะ มิชิแกนเป็นผู้ผลิตหน่อไม้ฝรั่งมากที่สุดในสหรัฐ แต่เพราะมิชิแกนรู้จักในด้านศิลปะมากกว่าการเกษตรจึงจัดงานนี้ขึ้น ซึ่งรวมถึงกิจกรรมแปลกในทุกเดือนพฤษาภาคม มีขบวนพาเหรดแต่งตัวเป็นหน่อไม้ฝรั่ง การประกวดแต่งบทกวีหน่อไม้ฝรั่ง มีงานเลี้ยงอาหารนานาชนิดจากพืชชนิดนี้และตบท้ายด้วยเบียร์ที่ทำมาจากหน่อไม้ฝรั่งด้วย 10. ในเกาหลีใต้ช่วงเดือนกรกฎาคมจะมีเทศกาลบอร์ยอง อันเป็นเทศกาลอาบโคลนที่มีชื่อเสียงสำหรับคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดินโคลนจากทุ่งนาไม่หางจากชายหาดไม่ดีนักสำหรับการเกษตรกรรม แต่กลับอุดมด้วยแร่ธาตุซึ่งกลายเป็นแหล่งทำเงินให้กับผู้ผลิตเครื่องสำอาง แต่ละปี ดินโคลนจะถูกขุดขึ้นมาและขนไปยังชายหาดให้นักท่องเที่ยวกลิ้งเกลือก และอาบเล่นอย่างสนุกสนานในกองโคลนอันบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นโอกาสดี เพราะปกติแล้วจะมีการจำกัดการใช้โคลนเพื่ออุตสาหกรรมความงามมาก บทความ เทศกาลแปลกๆ ที่เกี่ยวข้อง - เทศกาลแปลก ทั่วโลก - 10 สุดยอด เทศกาลแปลกของโลก - ตะลุย! เทศกาลแปลก รอบโลก