การประกวด

103 Like Fm ชวนสร้างพลังบวกจากคอนเสิร์ต The Positive Singing
103 Like FM /  ETC / 

103 Like Fm present Like & Share Concert ครั้งที่ 6 ตอน The Positive Singing คอนเสิร์ตใหญ่ประจำปีของชาว Like Fm... มาร่วมสร้างพลังบวกจากเพลงรักแง่บวกด้วยกัน กับ 4 กลุ่มศิลปินหลัก และ 4 แขกรับเชิญสุด Positive P.O.P. หรือ Period of Party วงดนตรีที่มีพลังบวกล้นเหลือ ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยพลังสร้างสรรค์ และผ่านการทำงานเพลงมาแล้วอย่างโชกโชนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง บทเพลงของพวกเขาใครที่ได้ฟังต้องรู้สึกดีแน่นอน ETC วงดนตรีที่มีเรื่องราวแบบบวกๆ มาพร้อมสไตล์เพลงที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกใจนักฟังเพลงทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ทุกอัลบั้มของ ETC จึงจัดเป็นอัลบั้มน้ำดีที่ลงตัวทั้งดนตรีและเนื้อหา THE PARKINSON ฝีมือด้านดนตรีที่ทำให้ทุกเพลงของพวกเขามีเมโลดี้สุดไพเราะ ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาเป็นอีกหนึ่งวงดนตรีที่สร้างสีสันเพิ่มมูลค่าให้กับวงการเพลงไทย Polycat ผู้มาพร้อมแนวเพลงแบบซินป๊อปย้อนเวลาไปในยุค 80 ที่ประสานกับยุคนี้ได้อย่างลงตัว ด้วยมุมมองสร้างสรรค์ผลงานแบบ Positive ทำให้ฟังเพลงของพวกเขากี่ครั้งก็โดน ซานิ คือหญิงสาวคนแรกที่ชนะเลิศในการประกวดการร้องเพลงจากบ้าน AF เธอเคยร่วมงานกับศิลปินฮิพฮอพระดับโลก และผ่านงานในวงการบันเทิงมาหมดแล้ว วี ไวโอเล็ต วอเทียร์ สาวลูกครึ่ง ไทย-เบลเยี่ยม ที่แม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นแชมป์ THE VOICE THAILAND SEASON 2 แต่ความน่ารักบวกกับความสามารถก็ทำให้ทุกคนได้รู้จักกับเธอ มาเรียม เกรย์ หรือที่พวกเรารู้จักกันในนาม มาเรียม B5 นักร้องสาวผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นศิลปินมาตั้งแต่เด็กๆ จนปัจจุบันนี้เธอกลายมาเป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับทั้งเรื่องเสียงร้องและฝีมือการแสดง แอน ธิติมา ผู้หญิงใส่แว่น ผมสั้น หน้าตาน่ารัก สาวเสียงดีที่ผ่านเวทีประกวดการร้องเพลงมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ แต่มาแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการในฐานะหนึ่งในสมาชิกของ คูณสามซูเปอร์แก๊งค์ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ Positive ครั้งนี้ด้วยกัน ในคอนเสิร์ตเพลงรักแง่บวกที่รวมทุกเพลงรัก เก็บทุกความรู้สึก บันทึกทุกความทรงจำที่ดี ผ่านทุกเพลงรักแง่บวก ใน Like&share ครั้งที่ 6 ตอน The Positive Singing วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคมนี้ ณ เมืองไทย GMM Live House Central world ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทุกช่วงดีเจ ที่ 103 Like FM หรือแอพพลิเคชั่น 103LikeFM มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ดาวคะนอง /  รัศมี เผ่าทองเหลือง / 

เสร็จสิ้นงานแถลงข่าวไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับภาพยนต์ ดาวคะนอง ภาพยนตร์นอกกระแสที่สามารถสร้างกระแสความสนใจจากคนรักหนังทั่วโลก ณ โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิร์ด ซีเนม่า ชั้น 9 ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์ โดยผู้กำกับ ใหม่ อโนชา สุวิชากรพงศ์ ที่ทุ่มเทพลังและใช้เวลาพัฒนาบท พร้อมหาทุนการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้นานถึง 6 ปี ก่อนส่งข่าวไปยังแฟนเพลงที่ชื่นชอบหนังศิลป์มีคุณภาพพร้อมคิวเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 8 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป โดยหลังจากไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่ต่างประเทศมาแล้วมากมาย ถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโลการ์โน่ (Locarno International Film Festival) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในสายประกวดนานาชาติ ซึ่งนับได้ว่า ดาวคะนอง เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเกียรติให้เข้าฉายในสายหลักนี้ บรรยากาศในงานแถลงข่าวคราคร่ำไปด้วยคนรักหนังคนคุ้นเคยผู้สนับสนุนหนังนอกกระแสอาทิ ตัน อิชิตัน ทิฐินันท์ โชตินันทน์ ผู้อำนวยการส่วนงานบริหาร จากเอไอเอส สุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด จากเอสเอฟ จุมภฏ รวยเจริญทรัพย์ ผู้บริหารโก๋แก่ พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่นสื่อมวลชนทุกแขนงเริ่มงานโดย วินิจ เลิศรัตนชัย รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ แนะนำผู้กำกับมือรางวัล ใหม่ อโนชา สุวิชากรพงศ์ พูดถึงภาพยนตร์ที่เธอเขียนบท และ กำกับด้วยตัวเองว่า “หนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับดาวคะนอง (เขตจอมทอง ) เลย  เวลาเราขับรถบนถนน บนทางด่วน เราจะเห็นป้าย ดาวคะนอง แต่มีสักกี่คนที่เดินทางไปดาวคะนอง ดาวคะนองจึงเปรียบเสมือนทางผ่าน หรืออีกนัยยะหนึ่ง ดาวคะนองสื่อความหมายถึงคนซึ่งทุกคนมีความเป็นดาวในตัวเอง ” ขณะที่ เป้ อารักษ์ นักแสดงนำ ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่นักแสดงแล้ว ยังทำหน้าที่แต่งเพลง เรียบเรียง ดนตรี และถ่ายทอดเพลงชื่อ ดาวคะนอง ซึ่งจะเป็นเพลงหนึ่งที่ใช้ประกอบในภาพยนตร์ด้วย กล่าวว่า “ผมเขียนและร้องเพลงให้พี่ใหม่ (ผู้กำกับ) ฟัง พี่เขาชอบ เพราะเนื้อหาจะพูดถึง ความสัมพันธ์ที่หลอกลวงของคนใกล้ตัว ซึ่งเป็นเนื้อหาที่สอดคล้องกับภาพยนตร์ บางเรื่องจริงบางเรื่องคือการแสดง หรือร้ายกว่านั้นคือการหลอกลวง”  จากนั้นนักแสดงทุกคน สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข, ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, ทราย อินทิรา เจริญปุระ รวมไปถึงนักแสดงนำหน้าใหม่ รัศมี เผ่าทองเหลือง และวิศรา วิจิตรวาทการ ได้ร่วมกันเล่าประสบการณ์ในการ่วมงานกับผู้กำกับใหม่ว่าเป็นคนที่ทำงานแตกต่างจากคนอื่น คือ ละเอียดและไม่ให้ทำการบ้านมา ซึ่งผู้ชมภาพยนต์จะได้เห็นการแสดงที่แตกต่างจากที่ผ่าน ๆ มาแน่นอน  ดาวคะนอง ได้รับทุนสนับสนุน Prince Claus Film Fund Award และ Hubert Bals Plus Europe จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ทุนไทยเข้มแข็ง จาก กระทรวงวัฒนธรรม และทุน Doha Film Fund จากประเทศกาตาร์ ก่อนหน้านี้ ดาวคะนอง ได้เดินทางไปฉายตามเทศกาลต่าง ๆ มาแล้ว เช่น เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต ประเทศแคนาดา เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติลอนดอน ล่าสุดได้รับรางวัล Best Film (New Talent Award) จากเทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกงเอเชี่ยนฟิล์มเฟสติวัล และในปี 2560 ดาวคะนอง ก็ยังมีคิวฉายตามเทศกาลต่าง ๆ อีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติรอตเตอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ และในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้ได้มีผู้จัดจำหน่ายในสหรัฐได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เพื่อเตรียมเผยแพร่ในสหรัฐในปี 2560 แล้ว ดาวคะนอง จะเริ่มเข้าฉายในวันที่ 8 ธันวาคม ในโรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิล์ดซีนีม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด โรงภาพยนตร์ลิโด โรงภาพยนตร์เฮาส์ อาร์ซีเอ และ Bangkok Screening Room

10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว
10 สถานที่ /  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม / 

Travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาให้ทุกท่านได้ชมกัน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพัฒนาพื้นที่ชนบทให้มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่ง โครงการหลวงของพระองค์นั้นมีอยู่เกือบ 40 แห่ง และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ในช่วงเทศกาลปีใหม่และฤดูหนาว ใครที่มีโปรแกรมขึ้นเหนือ อย่าลืมแวะไปชมโครงการหลวงต่างๆ กันด้วยนะ หรือจะเอาไว้เที่ยวในเดือนอื่นในฤดูหนาว ก็ตามสะดวกเลยครับ รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจกลับไปแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติ  1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จ.เชียงใหม่ สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย มีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 29,178 ไร่  โดยแบ่งพื้นที่ในการดำเนินการของโครงการประมาณ 30 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,300 – 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง  ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง รวมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ เช่น องุ่นไร้เมล็ด โรงเรือนวนิลา ฯลฯ - ชมแปลงปลูกผัก โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว แปลงปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน ฯลฯ - สาธิตการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ดำ กระต่ายพันธุ์เนื้อ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง - ชมการปักผ้า และการตีมีด ฯลฯ - งานปีใหม่ของม้ง จัดช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม มีการละเล่น ชาวเขาจะแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงามมาร่วมงานที่ลานกิจกรรมหมู่บ้าน การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ตามเส้นทางมีพรรณไม้ พืชสมุนไพร และนก ระยะทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร เดินประมาณ 2 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกเต๊ะเละโพ (อวบน้อย) ที่มีอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การลงเล่นน้ำ - ชมทุ่งกุหลาบพันปีสีแดง ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่บริเวณผาแง่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีทิวทัศน์งดงาม - ชมดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระดอย) ซึ่งจะบานสะพรั่งช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 106 กิโลเมตร  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข  108 (เชียงใหม่-ฮอด) ก่อนถึงอำเภอจอมทอง มีทางแยกขวามือขึ้นดอยอินทนนท์ ตามทางหลวงหมายเลข 1009 ราว หลัก กม. ที่30-31 มีทางแยกทางขวามือผ่านบ้านขุนกลาง จุดกางเต็นท์ป่าสน ตรงไปอีก 16 กิโลเมตร จนถึงบ้านขุนวางสังเกตป้ายโครงการทางขวามือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-939-102, 085-717-0399 2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2524 เป็นศูนย์ขนาดเล็ก พื้นที่รับผิดชอบ 48.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร ประกอบด้วยป่าโปร่งผลัดใบ ดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,277 มิลลิเมตรต่อปี การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเขตร้อน เช่น มะละกอ มะม่วง มะปราง พุทรา ขนุน ฯลฯ ที่นี่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงหลายชนิด มะม่วงพันธุ์ออร์วิน มะม่วงนวลคำ ที่มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม รับประทานได้ทั้งดิบและสุก - ชมแปลงสาธิตพืชผักหลายหลากชนิด เช่น มะระขาว มะระหยก ซาโยเต้ ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาเผ่าม้ง - ประเพณี ที่น่าสนใจ คือ ประเพณีปีใหม่ม้ง ประเพณีสืบชะตาหลวงประจำหมู่บ้าน จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และประเพณีตานข้าวใหม่ จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปี มีโขดหินสวยงาม เป็นแหล่งที่มีปลามุงอาศัยอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นปลาหายากของประเทศไทย - น้ำตกตาดน้อย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีกล้วยไม้ป่า แมลง ผีเสื้อ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 108 เชียงใหม่-ฮอด ประมาณ กม. ที่ 10-11 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1269 หางดง-สะเมิง ระยะทาง 12 กม. จะพบป้ายโครงการห้วยเสี้ยวด้านซ้าย เข้าถนนลูกรังอีก 3.5 กม. รวมระยะทาง 29 กม. ฤดูฝนการคมนาคมลำบาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-248-425, 089-850-6586 3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 91.75 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลั๊ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดีผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม สวนกาแฟที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร ส่งจำหน่ายให้กับโครงการหลวง และสตาร์บัคส์ - ชมวิวความสวยงามของนาข้าวแบบขั้นบันได - ชมการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม มีทั้งผ้าทอขนแกะล้วน และผ้าทอขนแกะผสม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - พิธีกรรมเซ่นไหว้เจ้าที่เพื่อการเกษตรให้ผลผลิตที่ดี จะเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยว - การเรียกขวัญและผูกด้ายขวัญ พิธีนี้กระทำขึ้นในหลายโอกาส อาทิ ขึ้นปีใหม่ แต่งงาน รับขวัญเด็กแรกเกิด การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกทีราชันย์ น้ำตกขนาดกลาง สูง 3 ชั้น ระยะทางห่างจากศูนย์ฯ 6 กิโลเมตร - น้ำตกทีลอเล สูง 5 ชั้น ระยะทางจากศูนย์ฯ 15 กิโลเมตร เดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติ พรรณไม้ป่า การเดินทาง จากตัวเมืองชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ผ่านแม่สะเรียง มุ่งหน้าอำเภอแม่ลาน้อย ถึง กม.132 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1266 ขึ้นดอยอีก 30 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-619-533-4 , 083-324-3062 4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก จ.เชียงใหม่  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ก่อตั้งในปี พ.ศ.2526 เป็นศูนย์ฯ พัฒนาขนาดกลาง ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังเทือกดอยอินทนนท์ มีสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน มีความร่มรื่นทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตแปลงส่งเสริมผลผลิตตามฤดูกาล เช่น เบบี้ฮ่องเต้ โอ๊คลีฟแดง โอ๊คลีฟเขียว คอสสลัด เรดโครอล ร็อคเก็ตสลัด บัตเตอร์เฮด ผักกาดหวาน ฯลฯ - ชมการปลูกผักและสมุนไพรระบบอินทรีย์ เช่น ซุกินี คะน้าเห็ดหอม มะระขาว ฯลฯ - ชมนาขั้นบันไดที่สวยงามของชาวกะเหรี่ยง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีปีใหม่ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีการละเล่นและเลี้ยงฉลองตามบ้าน ชาวเขาจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่ามาร่วมงานกันทุกคน - ชมงานหัตถกรรมการทอผ้าของกะเหรี่ยงที่มีลวดลายสวยงาม การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ปางช้างแม่สะป๊อก น้ำตกแม่สะป๊อก น้ำตกแม่วาง และน้ำตกผาหม่น - ล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติลำน้ำแม่วาง บริเวณบ้านสบวิน การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 68 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่-ฮอด) เมื่อถึงอำเภอสันป่าตอง เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1013 ตรงไปประมาณ 38 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกซ้ายเข้าบ้านแม่สะป๊อกเหนือ  ระยะทางประมาณ 500 เมตร  ถึงที่ทำการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-322 , 085-716-3134 5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแม่แรมและแม่สา มีพื้นที่ 21.17 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,231 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 780-1,430 เมตร ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน 371 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธลัทธิผี และศาสนาคริสต์ลัทธิผี ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสมุนไพรขนาดใหญ่ เช่น เลมอนทายม์ เลมอนบาล์ม มิ้นต์ คาโมมายล์ โรสแมรี่ หญ้าหวาน ฯลฯ - ชมแปลงงานวิจัยผักเมืองหนาว แปลงผักไฮโดรโพนิกส์ เทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน - แปลงผักอินทรีย์และแปลงผักขั้นบันไดของชาวบ้านเผ่าม้งที่มีผักมากมายหลากหลายชนิด เช่น ผักกาดขาวปลี แครอท ปวยเหล็ง ฯลฯ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม - ชมการละเล่นพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าม้ง เช่น ตีกลอง เป่าแคน ขลุ่ย การละเล่นชู้จ่าง ฯลฯ - ชมหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การปักผ้าของหญิงม้ง การต้มเหล้าข้าวโพด ฯลฯ - ประเพณีปีใหม่ม้ง จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี ชาวเขาทั้งหมู่บ้านจะรวมกันแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงาม มีการประกวดธิดาดอย การแข่งขัน ล้อเลื่อนไม้ พร้อมกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มากมาย การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนล่อง จุดชมวิวที่สูงที่สุดของอำเภอแม่ริม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร สามารถ ชมทิวทัศน์ของพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกในฤดูหนาวเป็นมุมกว้าง - จุดชมวิวม่อนดอย น้ำตกตาดหมอก น้ำตกวังฮาง - ดอยม่อนแจ่ม จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ที่สวยงาม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 39 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17  เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1096 (แม่ริม-สะเมิง) ประมาณ กม.ที่ 15 บริเวณบ้านโป่งแยง ให้สังเกตป้ายศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ด้านขวามือให้เลี้ยวขวาตรงตามถนนหลักระยะทางขึ้นเขาอีก  6  กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์  สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอด รถยนต์ทุกประเภทสามารถเดินทางได้  มีรถประจำทางผ่านบริเวณทางแยกก่อนขึ้นศูนย์ สายสะเมิงเหนือ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-950-9767 , 083-324-0610 6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา  ปี พ.ศ. 2530 มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าขึ้น เริ่มต้นโดยกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดสรรพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎร จากนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า สูงจากระดับน้ำทะเล 640 เมตร พื้นที่รับผิดชอบ 22,505 ไร่ ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าเย้าและม้ง ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขาและภูเขาสูง มีลำน้ำสายสำคัญ คือ ลำน้ำแม่คะ และลำน้ำเงิน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงผลผลิต เช่น ฟักทองยักษ์ ฟักทองสีขาว ฯลฯ - ชมแปลงไม้ดอกไม้ประดับ เช่น แว็กซ์ฟลาวเวอร์ มะเขือการ์ตูน ฯลฯ - ชมแปลงไม้ผล เช่น อะโวกาโด มะม่วง ส้มโนรีตะ ส้มคัมควอท ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าม้งที่หมู่บ้านสิบสองพัฒนา และบ้านปางค่าเหนือ - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าเย้าที่บ้านปางค่าใต้ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ยอดดอยภูลังกา เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยม สูง 1,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นสันเขาแคบๆ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า โดยจุดนี้สามารถมองเห็น สปป.ลาว และสามเหลี่ยมทองคำได้อย่างชัดเจน - ดอยภูนม เป็นสันเขาแคบๆ ทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ - ดอยหัวลิง ถ้ามองทางทิศเหนือหรือใต้จะเห็นยอดดอยคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรง การเดินทาง จากจังหวัดพะเยา ผ่านอำเภอดอกคำใต้-จุน มุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคำ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1179 เลี้ยวขวาที่ กม.8 เข้าทางหลวงสาย 1148 สายเชียงคำ-น่าน จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ กม.90 ขับต่อไปตามถนนรพช. อีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางไปจนถึงวนอุทยานภูลังกา รถเก๋งสามารถขึ้นไปได้อย่างสบาย หากจะขึ้นไปเที่ยวที่ดอยภูลังกา ให้ติดต่อเหมารถ 4WD ที่วนอุทยานภูลังกา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-883-0307 7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง มีพื้นที่รับผิดชอบ 17 หมู่บ้าน 451 ครัวเรือน บนพื้นที่ 84.27 ตารางกิโลเมตร หรือ 52,670 ไร่ ประชากรประกอบด้วยคนพื้นเมืองและเผ่าม้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบมีน้อยมาก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,250 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแปลงปลูกชาลุงเดช - เรียนรู้วิธีการชงชาและชิมชา ตลอดจนขั้นตอนกรรมวิธีการแปรรูปชาและการบรรจุหีบห่อที่โรงงานชาบ้านปงตอง - ชมโรงเรือนเพาะเห็ดระบบปิด เช่น เห็ดนางรมภูฎาน เห็ดนางรมฮังการี เห็ดปุยฝ้าย ฯลฯ - ชมแปลงกล้วยไม้ซิมบิเดี้ยมขนาดใหญ่หลากหลายสีสัน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีม้ง (กินวอ) คืองานประเพณีขึ้นปีใหม่ของขาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 1-3 ค่ำเดือน 1 ซึ่งตรงกับเดือนมกราคมของทุกปี - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง บ้านม่อนเงาะ การละเล่นโยนลูกช่วง ลูกข่าง การปักผ้าชาวเขา การตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำเมี่ยงแบบดั้งเดิม ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ชมการเก็บใบเมี่ยง ใบชา และชิมยำใบเมี่ยงอาหารขึ้นชื่อของชุมชน การท่องเที่ยวธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนเงาะ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,425 เมตร ด้วยความสวยงามของชั้นเขา จึงสามารถชมทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เป็นมุมกว้าง 360 องศาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา - เงือกผา เป็นหินงอกที่มีลักษณะคล้ายนางเงือกหันหน้าเกาะผาอยู่ - บ่อน้ำทิพย์ เป็นแอ่งน้ำซึมอยู่ภายในถ้ำ และมีน้ำตลอดทั้งปี - ถ้ำลม จะมีลมพัดออกมาจากถ้ำตลอดเวลา รู้สึกได้อย่างชัดเจนเมื่อยืนอยู่บริเวณปากถ้ำ - ล่องแพผจญภัยที่บ้านสบก๋าย ชมธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ชมโขดหินที่มีลักษณะแตกแต่งกัน รวมถึงต้นไม้ใหญ่อายุกว่าพันปีที่โค่นล้มโดยธรรมชาติ โดยมีทั้งล่องแพไม้และแพยาง โดยแพไม้ไผ่จะงดล่องในช่วงฤดูฝน ส่วนแพยางสามารถล่องได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณ 37 กิโลเมตร ก่อนถึงตลาดแม่มาลัย-อ.ปาย ประมาณ 2-3 กิโลเมตร จะมีเส้นทางเลี่ยงเมืองตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือ (อยู่ตรงข้ามกับวัดสบเปิง) เข้าไปม่อนเงาะอีกประมาณ 17 กิโลเมตร (เส้นทางเดียวกับไปวัดผางาม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-308 8. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่พักอาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย จากเดิมที่เป็นดอยหัวโล้นแปรสภาพเป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผล กว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิด เป็นถิ่นที่อยู่ของ ชาวไทยภูเขาเผ่าจีนยูนาน ไทใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - สวนกลางแจ้ง บริเวณสโมสรอ่างขางมีสวนกลางแจ้งหลายสวนที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้แตกต่างกันตามความเหมาะสมของฤดูกาล ได้แก่ สวนแปดสิบ สวนดอยคำ สวนหอม สวนสมเด็จ และสวนกุหลาบอังกฤษ - โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว จัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ ที่ปลูกในพื้นที่โครงการหลวง - โรงเรือนไม้ดอก เป็นการจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวชนิดต่างๆ มากมาย เช่น บีโกเนีย รองเท้านารี พืชกินแมลง มุมน้ำตกในสวนสวย ซึ่งดอกดอกไม้ในสวนเหล่านี้จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตลอดทั้งปี - สวนบอนไซ ภายในสวนจัดแสดงต้นไม้ประเภทสาลี่ เมเปิ้ล สน ที่ปลูกแบบบอนไซ นอกจากนี้ยังมีโดมทรงหกเหลี่ยมจัดแสดงพันธุ์พืชภูเขาเขตร้อนและดอกกล้วยไม้จิ๋วที่สุด ซึ่งจะออกดอกเดือนมกราคมของทุกปี - พระตำหนักเรือนที่ประทับแรมและศาลาทรงงานเมื่อพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จยังสถานีฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง นับถือศาสนาพุทธ หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพชาวเขาจะไม่ผิดหวังแน่นอน - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านขอบด้ง เป็นชาวเขามูเซอดำและมูเซอแดง นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านหลวง เป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมกุหลาบพันปี (Rhododendron) ในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะออกดอกผลิบานตลอดทางเดิน - จุดชมวิวกิ่งลม สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากท้องฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย - จุดชมวิวหมู่บ้านนอแล นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ความสวยงามของธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-พม่า โดยสัมผัสกับแสงแรกแห่งอรุณ และตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงามได้ - กิจกรรมชมหิ่งห้อย ในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวจะเห็นแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยเป็นจำนวนมาก - ขี่จักรยานชมธรรมชาติที่สวยงามของแปลงเกษตรภายในสถานีฯ ในช่วงฤดูหนาว ช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม - ขี่ล่อชมธรรมชาติ สถานีฯ มีการจัดกลุ่มชาวบ้านนำล่อมาให้บริหารแก่นักท่องเที่ยวได้ขี่ชมสถานที่บริเวณแปลงต่างๆ ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมระหว่างม้าและลา ผู้สนใจสามารถติดต่อเช่าขี่ล่อได้ที่สถานีฯ - ดูนก ดอยอ่างขางเป็นสถานที่ดูนกที่มีนกหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะมีนกอพยพที่หาดูยาก การเดินทาง เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ ถึงกิโลเมตรที่ 137 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1249 ขึ้นไปอีก 25 กิโลเมตร ถึงดอยอ่างขาง เส้นทางชันและคดเคี้ยว เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังดอยอ่างขาง ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ ปากทางขึ้นดอยอ่างขาง ราคาเหมาประมาณ 1,000-1,500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-450-107-9 9. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  มีลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขาลาดชัน โดยแนวเขาที่ทอดไปในแนวเขาสันปันน้ำเป็นได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองทิศทาง คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งด้านตะวันออกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง และด้านตะวันตกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1, 300 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงพืชผักเมืองหนาว ไม้ดอก ผักไฮโดรโพนิกส์ และงานวิจัยพืชเมืองหนาว - สวนแปดสิบพรรษา สวนเฉลิมพระเกียรสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2550 เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ภายในสวนตกแต่งด้วยกุหลาบพันปี และไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงเฟิร์น แหล่งเก็บรวบรวมพันธุ์เฟิร์นหายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและพืชสวน รวบรวมพันธุ์เฟินไว้กว่า 50 สกุล 140 ชนิด - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพืชกินสัตว์ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง พิงกุย ซาราซีเนียชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบนพื้นที่สูง - สวนกุหลาบพันธุ์ปี รวบรวมพืชสกุล Rhododendron เช่น อาซาเลีย (Azalia) และกุหลาบพันปีชนิดต่างๆ หลายชนิด เป็นพืชการค้าในต่างประเทศและหลายชนิดได้ขยายพันธุ์มาจากต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติ เช่น คำแดง หรือคำดอย (Rhododendron arboreum) ที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ตามพื้นที่สูงของประเทศไทย เช่น ดอนอินทนนท์ ดอยอ่างขาง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - หมู่บ้านม้งขุนกลาง ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง การแต่งกาย การละเล่น เลือกซื้อสินค้าและงานหัตถกรรมที่ตลาดม้ง การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดในประเทศ 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชมพืชพรรณไม้ป่าดิบเขา มอส ไลเคน และแหล่งดูนกนานาชนิด - พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่ กม.ที่ 41 เมื่อ พ.ศ.2530 กองทัพอากาศสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมพรรษา 5 รอบ สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของชั้นเขา และสวนดอกไม้โดยรอบ - น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ / สวนหลวงสิริภูมิ ภายในสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ บริเวณหน้าน้ำตกสิริภูมิมีสวนธรรมชาติตกแต่งด้วยพรรณไม้ ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะประมาณ 500 เมตร เรียกว่า “ สวนหลวงสิริภูมิ ” สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ตามทางหลวงหมายเลข 108 ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57 ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ไปตามเส้นทางสายนี้จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 มีทางแยกขวามือบ้านขุนกลาง เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงสถานีฯ 91 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-286-777-8 , 080-769-1944 10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จ.เชียงราย การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เริ่มต้นในรูปแบบของงานอาสาพัฒนาชาวเขา โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ งานส่งเสริมของศูนย์จึงไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงก่อตั้งขึ้น มีพื้นที่รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 636 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ ประชากรประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ไทลื้อ และคนพื้นเมือง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมงานพัฒนาและงานส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอก และพืชไร่ ผลผลิตที่โดดเด่น คือ ดอกคาโมมายล์ และดอกหน้าวัว - เกษตรธรรมชาติร่มโพธิ์ทอง (สวนตาคม) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล เช่น องุ่น ส้มโอ ลองกอง มังคุด เงาะ ฯลฯ พร้อมทั้งเรียนรู้ระบบการเกษตรแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวบนดอยสะโง๊ะ สามารถมองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขง (สันนิฐานว่าในอดีตเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่สามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง มีร่องรอยคูเมือง มีแผ่นอิฐเก่าเป็นร่องน้ำ) - สามเหลี่ยมทองคำ ทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงสาย 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย เข้าทางหลวงสาย 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาเข้าอำเภอแม่จัน ตามทางหลวงสาย 1016 ถึงอำเภอเชียงแสน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1290  ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ ถึง กม.18  เลี้ยวซ้ายเข้าไป 3 กิโลเมตร  สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ทุกประเภท สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง ก่อนถึงศูนย์เป็นถนนลูกลัง 1.5 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-163-346 , 081-951-9711 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ วันหยุดยาวในเดือนนี้ หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภาคเหนือ อย่าลืมแวะเวียนไปชมโครงการหลวงต่างๆ ด้วยนะครับ แล้วคุณจะค้นพบความสุขอีกมุมหนึ่ง ที่ธรรมชาติและผู้คนท้องถิ่นจะมอบให้ :) ขอบคุณที่มาและรูปภาพ : www.thairoyalprojecttour.com , เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ขี้เหร่ แถมมีลูกติด “กระแต อคัมย์สิริ” กลายเป็นนางแบบสุดเอ็กซ์ คนตามดูนมเป็นแสน แค่ 1 ปี หาเงินได้กว่า 10 ล้าน
กระแต อคัมย์สิริ /  กระต่าย แม็กซิม

   ต้องบอกว่าชีวิตพลิกฝุ่นตลบเลยทีเดียวสำหรับ “กระแต อคัมย์สิริ” พี่สาวสุดเอ็กซ์ของ “กระต่าย แม็กซิม” ที่เคยสร้างวีรกรรม ใส่ชุดแหวกนมผ่าข้างถึงก้น เดินเฉิดฉายในงานพรมแดง ที่นอกจากจะฆ่าเซ็กซี่สตาร์ดีกรีแม็กซิมน้องสาวแท้ๆ อย่างกระต่ายดับอนาถแล้ว กระแตก็ยังสวยเซ็กโดดเด่นจนสื่อทุกฉบับต่างก็ลงภาพของเธอในงานนั้นอย่างโดดเด่น เบียดซูเปอร์สตาร์คนดังตกแผงไปเลยทีเดียวแต่ใครจะรู้ว่าผู้หญิงที่สวยแซบมียอดฟอลโล่คนตามเป็นแสนภายในเวลาไม่ถึง 1 ปีนี้ เมื่อ 1 ปีที่แล้วยังเป็นผู้หญิงธรรมดาหน้าตาโคตรธรรมดา ยิ่งถ้าเทียบกับน้องสาวต้องบอกว่า “ขี้เหร่ชิดซ้าย ตกเหวตาย” ไปเลย ยิ่งเมื่อกระต่ายเข้าวงการด้วยการชนะการประกวดมิสแม็กซิม ภาพสาวสวยของกระต่ายยิ่งส่องประกายในขณะที่กระแตเดินตามก้นน้องต้อยๆ คอยรับงานทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวจัดคิวให้กระต่าย แต่จู่ๆ ก็เหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1 เมื่อจู่ๆ ก็ได้รับการติดต่อจาก คลินิกศัลยกรรมความงามแห่งหนึ่งให้เป็นพรีเซ็นเตอร์คู่กับน้องสาว ได้รับการผ่าตัดโมดิฟายแปลงโฉมตั้งแต่หัวจรดเท้าฟรีงานนี้กระแตก็เลยยกเครื่องหน้าฟรีไม่ว่าจะเป็น ตา จมูก ปาก รวมไปถึงหน้าอกที่อัพไซส์จนอึ๋ม รวมมูลค่าทั้งหมดเป็นเงินหลักล้านเลยทีเดียว เปลี่ยนจากสาวหน้าตาธรรมดากลายเป็นสาวเซ็กซี่สไตล์ญี่ปุ่นบ้องแบ๊วน่ารัก กระแตเริ่มได้รับการติดต่อให้ถ่ายแบบกับกระต่าย สองศรีพี่น้องแข่งกันอึ๋มขึ้นปกออกรายการโทรทัศน์ ชีวิตพลิกจากคนเบื้องหลังหิ้วกระเป๋าให้น้องกลายเป็นเซ็กซี่สตาร์ซะเอง เมื่อชีวิตมันปังขนาดนี้ กระแตเริ่มมองหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิต เพื่อส่งเสริมจังหวะชีวิตที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ทั้งการทำบุญเสริมดวงเดินสายรับความเฮง หรือจะพูดกันแบบบ้านๆ เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เล่นของ พกของดี เสริมความเฮง ผลก็คือเวลาผ่านไปแค่ 1 ปี จากที่รับเงินเดือนจากน้องสาวเดือนละไม่กี่เมือง กลายเป็นมีเงิน 10 กว่าล้าน เป็นเจ้าของรถทัวร์ให้เช่าหลายคัน กระแต อคัมย์สิริ     "สมัยเด็กๆ เคยคิดน้อยใจว่าทำไมไม่สวยเหมือนน้องสาว ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนมองน้องสาวไม่เห็นจะมองตนเองบ้าง และมี ก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะว่าชีวิตเราจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ เมื่อก่อนตั้งแต่เด็กจนโตจะโดนว่าตลอดว่า ทำไมน้องสวยจัง ทำไมเราไม่สวย ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนมองน้อง ก็รู้สึกน้อยใจนิดๆ ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ไม่คิดไม่ฝันเลยว่า วันนี้ในวัย 30 ปีจะได้เข้าวงการบันเทิงเป็นนางแบบ ได้ถ่ายรูปลงหนังสือ เพราะกระแตเป็นคนที่หน้าตาธรรมดามากๆ กระทั่งจังหวะของชีวิตได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้คลินิกศัลยกรรม และต้องโมดิฟายทั้งตัว ทำให้เราสวยขึ้นดูดีขึ้นมีความมั่นใจมากขึ้น" กระแต อคัมย์สิริ            "ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีงานถ่ายแบบเข้ามาการที่เราสวยและดูดีขึ้นก็อาจจะเป็นโอกาสให้กับตัวเราด้วย แต่หลายๆ คนก็บอกว่า ถ้าจะให้ดีก็ต้องให้เฮงด้วย ซึ่งปกติเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องดูดวง เรื่องศาสตร์ตัวเลขสักเท่าไหร่แต่ไม่ค่อยขัดใจใครค่ะ มีคนแนะนำอาจารย์ฉุย(ณรล วิทรูประสาทผล)ให้ก็ไปๆ งั้นๆ แหละ ไม่คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เหมือนปาฏิหาริย์พอได้เบอร์มาเปิดใช้ปุบ มีงานเข้ามาถ่ายปก สามเล่ม ถ่ายเซตในอีกไม่ได้นับ คือเยอะมาก งานเข้าแบบปังๆ มาทั้งถ่ายแบบ ทั้งพรีเซนเตอร์สินค้า รีวิวสินค้า ออกงาน ถ่ายรายการ ละคร งานเยอะมาก ทั้งปีเลย แต่เราเองนี่แหละที่เป็นคนเบรกตัวเอง เพราะหนูอยากทำธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าของตัวอง ซึ่งต่อยอดมาจากที่บ้านที่เป็นโรงงานทอผ้าผืนอยู่แล้ว แต่เป็นของพ่อแม่ไง เราก็อยากทำอะไรที่เป็นของเราเลยทำเสื้อผ้าสำเร็จรูปเป็นแบรนด์ของเรา ตอนนี้กำลังเริ่มๆ อยู่ค่ะ"           "ไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่าการเปลี่ยนเบอร์ด้วยศาสตร์ตัวเลขมงคลของอาจารย์ฉุยจะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ จากที่เคยมีรายได้จากการเป็นผู้จัดการน้องเดือนละไม่ถึงแสน เป็นหลักหมื่น ตอนนี้หนูมีเงินเก็บที่เอามาลงทุนทำรถทัวร์ 2 คัน และกำลังจะทำธุรกิจทำแบรนด์เสื้อผ้ารวมๆ แล้วเกิน 10 ล้านนะ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ นี่ก็ว่าจะนัดอาจารย์ฉุยเพื่อปรึกษาเรื่องเบอร์ใหม่ให้ซัพพอร์ทกับธุรกิจเสื้อผ้าแบรนด์ใหม่ที่กำลังจะทำ ชีวิตตอนนี้ยิ่งกว่าความฝันอีก ใครจะไปคิดว่าอายุขนาดเรานี่แล้วแถมมีลูกติดอีก จะได้มาเข้าวงการ ได้ถ่ายแบบ ถ่ายละคร ไปไหนมาไหนมีคนรู้จักมีคนทักทาย มีเงินเก็บมีกิจการเป็นของตัวเอง ซึ่งเหล่านี้ที่ได้มา หนูกล้าพูดได้เลยว่าเป็นเพราะเบอร์โทรศัพท์ที่อาจารย์ฉุยให้มามีส่วนช่วยได้มากจริงๆ มันยิ่งกว่าปาฏิหาริย์อีกค่ะ” กระแต อคัมย์สิริ   กระแต อคัมสิริ   กระแต อคัมย์สิริ   กระแต กระต่าย  

จากรุ่นสู่รุ่น... ความฝันอันสูงสุด ถ่ายทอดโดย สันติ ลุนเผ่ และเหล่าศิลปินเด็ก
ความฝันอันสูงสุด /  บทเพลงพระราชนิพนธ์ / 

คุณตา สันติ ลุนเผ่ จูงลูกหลานไทยขับขานบทเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด สืบทอดพระปณิธานปลูกฝังความดีจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อแสดงความจงรักภักดีแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริษัท โต๊ะกลมโทรทัศน์ จำกัด (ในเครือบมจ.เวิร์คพอยท์ฯ) จึงได้ขออัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาถ่ายทอดในอีกรูปแบบเพื่อสืบทอดพระปณิธานปลูกฝังความดีงามจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการขับร้องจากพสกนิกรชาวไทย 2 รุ่น โดยศิลปินแห่งชาติ สันติ ลุนเผ่ เจ้าของเสียงร้องต้นฉบับเพลงรักชาติที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี ร่วมกับเด็กๆ นักร้อง นักแสดง จากเวทีประกวดร้องเพลงและละครเวที ได้แก่ ด.ญ.กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ, ด.ญ.ณฐมน อรุณประสบสุข, ด.ญ.มัณฑิตา เดชปรียาวดี, ด.ช.ณัฐภัทร พิชยานนท์, ด.ญ.ปฏิมา สำเร็จ, ด.ญ.ภาวิดา พรวัฒนานุกูล, ด.ญ.กัลยทรรศน์ แสนหาญ, ด.ช.ภูผา อัศวหฤทัย, ด.ญ.ชมพูพันธุ์ทิพย์ เต็มธนมงคล, ด.ญ.กัญณัฏฐ์ กาญจนรินทร์, ด.ญ.อลิสา นพพยูรกุลวงศ์ และ ด.ญ.พนิตพิชา สถิตอมรธรรม เพลง 'ความฝันอันสูงสุด' version คุณตา สันติ feat.ศิลปินเด็ก youtube channel : WorkpointOfficial สันติ ลุนเผ่ ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล) เจ้าของเสียงร้องต้นฉบับของเพลง ความฝันอันสูงสุด ได้เล่าถึงการทำงานในครั้งนี้ว่า "รู้สึกปลื้มใจที่ได้มีโอกาสมาร้องเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มาร้องร่วมกับเด็กๆ ซึ่งเรียกว่าเป็นรุ่นหลานรุ่นเหลนก็ว่าได้ เด็กๆ แต่ละคนน่ารักและเก่งๆ กันทั้งนั้น ส่วนครั้งนี้มีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นของทหารเรือที่ผมเคยร้องไว้เมื่อหลายสิบปีก่อนตรงที่ครั้งนี้ต้องมาแบ่งท่อนกันร้องกับหลานๆ ผมต้องจำว่าตัวเองร้องท่อนไหน ท่อนไหนต้องร้องรวม แต่สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือคำสอนของในหลวงที่มีในบทเพลงและเป็นคำสอนที่คนรุ่นใหม่ที่ได้ฟังแล้วสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันเราได้ครับ" วิรัตน์ เฮงคงดี กรรมการผู้จัดการบ.โต๊ะกลมฯ ผู้ผลิตมิวสิควิดีโอในครั้งนี้ เผยว่า "สำหรับบทเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด ในพระบาทสมเด็จพระปรมินมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทางบริษัทได้อัญเชิญมาถ่ายทอดในอีกรูปแบบ เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีแด่พระองค์ท่าน โดยเนื้อหาเป็นเรื่องของการตั้งปณิธานในการทำความดี ทางทีมงานคิดว่าเราน่าจะทำออกมาในแนวทางที่เป็นการส่งต่อและปลูกฝังความคิดเหล่านี้ไปในคนรุ่นใหม่ จึงเลือกน้องๆ นักร้อง นักแสดง จากเวทีประกวดเดอะวอยซ์คิดส์, ไมค์ทองคำเด็ก และละครเวทีนิทานหิ่งห้อย หรืออย่าง น้องใบพลู ที่ร้องเพลง ต้นไม้ของพ่อ ใน youtube เราก็ชวนมาขับร้องร่วมกับอา สันติ ลุนเผ่ เจ้าของเสียงต้นฉบับ ส่วนคอนเซ็ปต์ในการถ่ายทำมิวสิควิดีโอครั้งนี้จะเป็นการนำภาพบุคคลในอาชีพต่างๆ ที่พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้มีประโยชน์ต่อประเทศชาติสูงสุด โดยหวังจะส่งต่อความดีงามเหล่านี้ไปถึงเยาวชนในรุ่นต่อๆ ไปครับ" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

น่ารักแพ็คคู่ น้องอลิน-น้องอลัน กับลีลาการเต้นสุดพริ้ว
น้องอลิน-น้องอลัน /  น้องอลิน / 

    ความพริ้วสุดๆ สำหรับ น้องอลิน และ น้องอลัน ลูกแฝดตัวน้อยของ พ่อโอ๊ค และ แม่โอปอล์ ที่ล่าสุด คุณแม่โอปได้โพสต์คลิปขณะที่ น้องอลิน-น้องอลัน กำลังออกลีลาการเต้นได้น่ารักน่ารักชัง โดยเฉพาะ น้องอลิน ที่ดูเหมือนจะชื่นชอบการเต้นเอามากๆ พอได้ยินเสียงเพลงปุบ ก็โยกตามเพลงปัป เรียกว่าเพลงมาหนูพร้อมโยกทันที เต้นเก่งแบบนี้โตขึ้นส่งประกวดเวทีไหนดีคะแม่โอป พ่อโอ๊ค IG @opalpanisara ในส่วนของไลน์การเต้นของอลันนั้น... #Aline_A #Arran_A ในส่วนของไลน์การเต้นของอลันนั้น... #Aline_A #Arran_A น้องอลิน-น้องอลัน น้องอลิน-น้องอลัน น้องอลิน-น้องอลัน

ผ่อนคลายปลายฝน! กับ 10 ที่เที่ยวประจำเดือนตุลาคม
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  เที่ยวหน้าฝน

เดือนตุลาคม ช่วงเวลาแห่งปลายฝน จวนเจียนจะเข้าสู่หน้าหนาว Travel MThai มีสถานที่ท่องเที่ยว 10 แห่ง มาแนะนำคุณอีกเช่นเคย รับรองว่ามีหลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคน ทั้งขึ้นเขา ล่องเรือ ดำน้ำ ชมทะเลหมอก ทุ่งดอกไม้ และอีกมากมาย บอกเลยว่าควรหาเวลาไปสักที่สองที่ รับรองไม่มีผิดหวังฮะ ผ่อนคลายปลายฝน! กับ 10 ที่เที่ยวประจำเดือนตุลาคม 1. จุดชมวิวเขาแดง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จุดชมวิวเขาแดง เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของขุนเขาสามร้อยยอดและท้องทะเลอ่าวไทยแบบ 360 องศา ยิ่งถ้าขึ้นไปช่วงเช้าหรือเย็น ๆ จะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก การจะเดินขึ้นไปพิชิต จุดชมวิวเขาแดง ซึ่งมีระยะทางประมาณ 725 เมตร ได้นั้นต้องการศัยความอดทนพอควร อาจจะดูเหมือนไม่ไกลมากนัก แต่ใช้เวลาในการเดินจริง ๆ ประมาณ ครึ่งถึงชั่วโมงเลยทีเดียว เพราะเส้นทางเต็มไปด้วยเนินโขดหินสลับซับซ้อนที่มีความแหลมคม ควรเดินอย่างระมัดระวัง 2. ภูกระดึง จ.เลย วันที่ 1 ตุลาคม 2558 นี้ ภูกระดึง พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวขาผจญภัยอีกครั้ง เป็นช่วงเวลาปลายฝน เผยให้ได้ยลทะเลหมอกงาม ๆ พร้อมไฮไลท์กับการชมพระอาทิตย์ขึ้นบนจุดที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ภูกระดึงพร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ลองมาสัมผัสสวนหินผางาม หรือคุนหมิงเมืองไทย และน้ำตกอีกหลายแห่ง อีกทั้งอุทยานฯ ยังได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางขึ้นบนพื้นที่สูงได้ โดยจะมีจุดถ่ายภาพไว้ด้านล่างบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 3. ม่อนหยุนไหล อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จุดชมวิวแห่งใหม่ของอำเภอปาย กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว อากาศอันเย็นสบายเป็นเสน่ห์ของอำเภอปาย ยังร้องเรียกนักท่องเที่ยวจากทุกทิศให้เดินทางไปสัมผัส ยามเช้ามีทะเลหมอกให้ได้ชมกัน พร้อมชมวิวพร้อมกับป้ายจุดชมวิวหยุนไหล และ 100 สถานที่บอกรัก รวมทั้งศาลาสำหรับนั่งชมวิวยามเช้า ล้วนแล้วแต่อยู่ในภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวทุกคนที่ขึ้นมาที่นี่ 4. ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ จ.เพชรบูรณ์ ชวนทุกท่านไปเที่ยวงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ และเทศกาลอาหารอร่อยจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2558 โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 15 ตุลาคม 2558 ณ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์หลังเก่า บริเวณหน้าวัดไตรภูมิ วัดโบสถ์ชนะมาร และพุทธอุทยานเพชบุระ ภายในงาน เชิญชมขบวนแห่พระพุทธมหาธรรมราชาทางบกและทางน้ำ พิธีอุ้มพระดำน้ำ การแสดง แสง เสียง การแข่งขันพายเรือทวนน้ำ การประกวดจัดโต๊ะหมู่บูชา และเทศกาลอาหารอร่อยจังหวัดเพชรบูรณ์ 5. เวโรน่า ทับลาน จ.ปราจีนบุรี เดอะ เวโรน่า @ ทับลาน (The Verona @ Tublan) จ.ปราจีนบุรี ดินแดนแห่งความรักท่ามกลางขุนเขา ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาเลียน โดย เดอะ เวโรน่า ทับลาน ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เมืองเวโรน่า (Verona) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในแคว้นเวเนโต้ (Veneto) 1 ใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี ถูกสร้างโดยโรมันและเหตุการณ์ต่างๆ ในบทละครเรื่องโรมิโอกับจูเลียตของเช็กเสปียร์ ล้วนเกิดขึ้นในเมืองเวโรน่า จึงเหมาะอย่างยิ่งในการไปเที่ยวกับคนรักและครอบครัว 6. เกาะตาชัย จ.พังงา เกาะตาชัยจะเปิดให้ท่องเที่ยวแน่นอนในวันที่ 15 ตุลาคม 2558 นี้ “เกาะตาชัย” ธรรมชาติทางทะเลฝั่งอันดามัน อยู่ทางตอนเหนือสุดของ “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน” จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวของ “เกาะตาชัย” คือ หาดทรายขาวเม็ดละเอียด ซึ่งมีความยาวทอดตัวขนานกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร และการเดินท่องป่า สัมผัสชีวิต ปูไก่ ปูน้ำจืด ใครที่ชอบอยู่ใต้น้ำต้องไม่ผิดหวังกับแนวปะการังที่ทอดตัวยาวตลอดหาด เป็นจุดดำน้ำที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย 7. สวนมิ่งมงคล จ.สระบุรี สวนสไตล์ชนบทอังกฤษ มีแนวคิดให้ต้นไม้เติบโตตามธรรมชาติ มีการแต่งแต้มน้อย มีแปลงไม้ดอกพันธุ์ผสมที่ปล่อยให้ขึ้นรวมกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความร่มรื่น ให้สัมผัสถึงกลิ่นอายความคลาสสิกแบบชนบท คนที่รักต้นไม้หากได้มาเที่ยวที่นี่ อาจได้ไอเดียใหม่เพื่อกลับไปจัดสวนที่บ้านก็ได้ นอกจากได้เที่ยวชมสวนสวยแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเกษตรยั่งยืน มีแปลงนาสาธิตและนิทรรศการข้าว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของข้าว มีกิจกรรมให้ทดลองปลูก เก็บเกี่ยวข้าว เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมและวิถีการทำนาแบบดั้งเดิมให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จัก 8. ทุ่งดอกไม้ป่า อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ช่วงต้นหนาวของทุกปี หลังฝนทิ้งช่วง บริเวณลานหินทรายเหนือน้ำตกสร้อยสวรรค์จะมีดอกไม้ป่าดอกเล็กดอกน้อยที่ซุกซ่อนกายอยู่ใต้ผิวดิน ต่างพร้อมใจกันผลิดอก แตกกลีบ ชูช่อไสว เริงระบำทักทายลมหนาวพราวสะพรั่งเต็มท้องทุ่งดูสวยงามตระการตาไปทั่วบริเวณ ไม่ว่าจะเป็น สร้อยสุวรรณา ดุสิตา (หญ้าข้าวก่ำน้อย) มณีเทวา (กระดุมเงิน) ที่เป็นกลุ่มดอกไม้ที่ขึ้นเป็นหลักในท้องทุ่งแห่งนี้ ส่วนดอกไม้เล็กๆ ที่ขึ้นแซม อย่างสรัสจันทร (หญ้าหนวดเสือ) ทิพเกสร (หญ้าฝอยเล็ก) กระดุมทอง หญ้าข้าวก่ำ จอกบ่วาย ร่วมด้วยดอกไม้ป่าอื่นๆ ที่ขึ้นสอดแซม อย่างเช่น โคลงเคลง ช้างน้าว เอนอ้า หงอนนาค แดงอุบล เอื้องเหลืองพิศมร ฯลฯ นับเป็นทุ่งดอกไม้ป่าบนลานหินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย โดยจะบานไปจนถึงช่วงเดือน ก.พ. ของทุกฤดูหนาว 9. น้ำตกปาโจ จ.นราธิวาส น้ำตกปาโจ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ บูโด - สุไหงปาดี เป็นน้ำตกใหญ่ที่มีน้ำตลอดปี มีความสูงประมาณ 60 เมตร มีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีพันธุ์ไม้ที่มีค่านานาชนิด ที่น้ำตกปาโจนี้ มีทางขึ้นไปสู่ต้นน้ำเป็นชั้น ๆ รวม 9 ชั้น นับว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดและสวยงามแห่งหนึ่งของภาคใต้การเดินทางถึงน้ำตกปาโจ เดินทางโดยรถยนต์เป็นทางลาดยาง ห่างจากตัวเมืองก่อนถึงอำเภอบาเจาะ ประมาณ 28 กิโลเมตร ตามเส้นทางสาย นราธิวาส - ปัตตานี และแยกเข้าน้ำตกประมาณ 2 กิโลเมตร 10. หาดทรายแก้ว สัตหีบ จ.ชลบุรี หาดทรายแก้ว เป็นหาดที่สวยงาม น้ำใส อยู่ใกล้กรุงเทพฯ โดยอยู่ในความดูแลของหหารเรือ ใกล้กับโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ทำให้ชายหาดมีความสะอาดมาก เหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว แถมยังเป็นสถานที่ถ่ายพรีเว้ดดิ้งยอดนิยมอีกด้วย หาดทรายแก้วมีบริการที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3843 6187 ต่อ 2070,2607 ขอบคุณรูปภาพจาก คุณ สุรเชษฐ์ เจียมตน  >>  www.facebook.com/clubartstudio คุณ Manus Tagsri    >>  www.facebook.com/ChillDTravel คุณ Little Potchara  >>  www.facebook.com/baagklong

หนังโลกที่เราอยากดู : Nocturnal Animals (2016)
Nocturnal Animals /  ทอม ฟอร์ด / 

สัตว์วิกาลในโลกหม่นของ ทอม ฟอร์ด โดย อินทร์นวัต สังข์มนัส **ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 176 (กันยายน 2016) การช่วยชุบชีวิตให้กับแบรนด์ดังอย่าง Gucci จนมีโอกาสได้ขยับขยายออกมาก่อตั้งแบรนด์ของตัวเองในปี 2006 อาจทำให้ชื่อของ ทอม ฟอร์ด ติดหูผู้คนในฐานะแฟชั่นดีไซเนอร์ระดับโลก แต่ในอีกด้านของชีวิต ฟอร์ดเองก็หลงใหลในศาสตร์ของภาพยนตร์จนได้ก่อตั้งบริษัทหนังของตนเองขึ้นมาในชื่อ Fade to Black และลงมือ (ไปจนถึงลงทุนเองทั้งหมด) เขียนบทและกำกับเรื่องแรกอย่าง A Single Man เมื่อปี 2009 และประสบความสำเร็จในเข้าชิงสิงโตทองคำในเทศกาลหนังเมืองเวนิซปีนั้นด้วย ล่าสุดเขากำลังจะกลับมาตอกย้ำสถานะการเป็นผู้กำกับหนังของตัวเองอีกครั้งด้วยผลงานเรื่องที่สองอย่าง Nocturnal Animals (ที่แปลว่า สัตว์ซึ่งหากินในเวลากลางคืน) Nocturnal Animals ยังคงได้รับเลือกเข้าสายประกวดในเทศกาลหนังเมืองเวนิซเช่นเดียวกับเรื่องแรก ซึ่งทอม ฟอร์ดยังคงอาศัยการผสมผสานที่ลงตัวจากจุดแข็งที่ปรากฏในผลงานเรื่องก่อน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ทีมนักแสดงชั้นยอดที่ครั้งนี้จะได้ทั้ง เจค จิลเลนฮาล และ เอมี อดัมส์  มาเป็นตัวชูโรง รวมไปถึงการดัดแปลงบทสุดเนี้ยบของฟอร์ดเอง โดยเลือกหยิบเอา Tony and Susan นิยายระทึกขวัญแนว ‘นิยายซ้อนนิยาย’ ของ ออสติน ไรต์ มาดัดแปลงเป็นหนังหม่นมืดตามแบบฉบับของตัวเอง “สำหรับผม ภาพยนตร์เหมือนเป็นโปรเจ็กต์ดีไซน์ชิ้นยักษ์ที่ผู้สร้างกำหนดโลกคู่ขนานขึ้นมาใหม่ และโลกนั้นจะคงอยู่ในรูปแบบนั้นตลอดไป ผิดกับแฟชั่นที่ถึงแม้จะทรงพลังก็จริง แต่ผลลัพธ์ของมันกลับจางหายไปอย่างรวดเร็ว” - ทอม ฟอร์ด “ด้วยความที่มันเล่าสลับสับเปลี่ยนกันระหว่างสองเส้นเรื่องที่ดูเหมือนจะอยู่คนละโลก ผมเชื่อว่ามันต้องออกมาล้ำและไม่เหมือนใคร” ไมเคิล แชนนอน หนึ่งในนักแสดงสมทบกล่าวถึงความโดดเด่นของบทหนังเรื่องนี้ ซึ่งเล่าเรื่องซ้อนเรื่องของ ซูซาน (อดัมส์) แม่บ้านวัยกลางคนที่จู่ๆ ก็ได้รับนิยายต้นฉบับจากอดีตสามีที่หย่าร้างกันไปแล้วกว่า 20 ปี นิยายเล่มนั้นว่าด้วยเรื่องราวการเดินทางไปทริปพักร้อนของครอบครัว โทนี (จิลเลนฮาล) ที่ต้องแปรเปลี่ยนเป็นฝันร้ายเมื่อพวกเขาถูกโจรรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม โดยระหว่างที่อ่านนิยาย ซูซานก็ค่อยๆ จมดิ่งไปกับความมืดหม่นของเนื้อหา และถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับอดีตของตัวเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผลลัพธ์ของการซ้อนทับกันอย่างเปี่ยมเสน่ห์ระหว่างสองเส้นเรื่องในหนัง จึงกลายเป็นหมัดเด็ดของฟอร์ดในครั้งนี้ เพราะมันไม่เพียงแต่จะเร้าอารมณ์ผู้ชมด้วยสไตล์ธริลเลอร์-ฟิล์มนัวร์ระทึกขวัญ หากแต่ยังเดินหน้าประเด็นดราม่าเข้มๆ ผ่านการขุดคุ้ยตั้งคำถามถึงเพศหญิงในภาวะวิกฤติไปในตัวอีกด้วย ซึ่งเผลอๆ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นมากกว่างานแฟชั่นดีไซน์เสียด้วยซ้ำ “สำหรับผมภาพยนตร์เหมือนเป็นโปรเจ็กต์ดีไซน์ชิ้นยักษ์ที่ผู้สร้างกำหนดโลกคู่ขนานขึ้นมาใหม่ และโลกนั้นจะคงอยู่ในรูปแบบนั้นตลอดไป ผิดกับแฟชั่นที่ถึงแม้จะทรงพลังก็จริง แต่ผลลัพธ์ของมันกลับจางหายไปอย่างรวดเร็ว” ดีไซเนอร์หนุ่มใหญ่กล่าวสรุปถึงความรักที่เขามีต่อภาพยนตร์ไว้เช่นนั้น ... **ตัวอย่าง Nocturnal Animals ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ละครบัลลังก์ดอกไม้ , เรื่องย่อบัลลังก์ดอกไม้
ละคร บัลลังก์ดอกไม้ /  เรื่องย่อ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ / 

บัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย : คีตาบทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวีกำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอกออกอากาศทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละคร บัลลังก์ดอกไม้ พูดชมพู ฤาชุดา หรือ พุด เจ้าของไร่ดอกเล็ก ๆ นาม อุ่นรัก ต้องเข้าไปมีเอี่ยวกับตระกูลธุรกิจพันล้านอย่างสัตยารักษ์โดยไม่ตั้งใจ เมื่อ ปู่เล็ก ผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับ ขอร้องให้เธอช่วยดัดนิสัย อนาวินทร์ หรือ วิน สัตยารักษ์ หลานชายคนเดียวของเขา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจ และร้ายกาจ ให้พร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของตระกูล โดยกำหนดให้สาวห้าวชาวไร่อย่างพุดชมพู มาร่วมบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างสัตยาอสังหา และส่งคุณชายเทวดาอย่างอนาวินทร์ ไปทำงานที่ไร่อุ่นรักเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อแลกกับสิทธิในการรับมรดกพินัยกรรมประหลาดนี้ สร้างความไม่พอใจให้อนาวินทร์ ผู้มีปมฝังใจว่าปู่ไม่รัก และทิพนาถ แม่เลี้ยงที่เอาแต่เสวยสุขบนกองเงินของสัตยารักษ์อย่างมาก ทั้งคู่มองว่าพุดชมพูเป็นศัตรูตัวร้ายที่จะมาแย่งสมบัติของตระกูลไป ละคร บัลลังก์ดอกไม้ เพียงแค่วันแรกที่พุดชมพูเข้ามาอยู่ในบ้านสัตยารักษ์ เธอก็เปิดศึกกับอนาวินทร์ที่โต๊ะอาหารจนบ้าน แทบแตก เล่นเอาบรรดาคนรับใช้ที่ไม่เคยเห็นใครกล้าขัดใจคุณชายของบ้านต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน ยังดีที่พุดชมพูมีทนายาหนุ่มประจำตระกูลสัตยารักษ์อย่าง ทรงรบ คอยช่วยดูแล และเบรกเหตุการณ์ไว้ ฝ่ายอนาวินทร์ก็มี การันต์ ลูกกำพร้าที่ปู่เล็กเก็บมาเลี้ยงให้เป็นเพื่อนหลานชาย คอยเป็นเพื่อนคู่คิด และรองรับความโกรธ ขณะที่ทิพนาถก็มี ชวกร หนุ่มคู่ขารุ่นลูกคอยพาไปแก้เซ็งที่บ่อนไฮโซ ซึ่งกลับยิ่งทำให้เธอเครียดหนักเพราะเสียเงินก้อนโต จนต้องหาทางออกโดยการให้ชวกรแอบใช้ตำแหน่งฝ่ายบัญชีของสัตยาอสังหา ซึ่งได้มาด้วยบารมีของทิพนาถ แอบยักยอกเงินออกจากบริษัท เมื่อเห็นท่าว่าจะต้องรับศึกหนัก พุดชมพูจึงขอร้องให้ ช่อม่วง เพื่อนซี้สาวนักบัญชีมาทำงานเป็นเลขาของเธอที่สัตยาอสังหา หนอนหนังสือช่างฝันอย่างช่อม่วง จึงได้มาทำงานกับหนุ่มตึ๋ผู้เคร่งเครียดกับงาน และจริงจังกับชีวิตแบบเกินร้อยอย่างทรงรบ กลายเป็นคู่คิดที่เข้าขาแต่ไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไร พุดชมพูเริ่มต้นปฏิวัติสัตยารักษ์ ด้วยการออกกฎให้คนรับใช้มีวันหยุดสัปดาห์ละหนึ่งวัน รวมทั้งไม่ต้องออกมารับใช้เจ้านายหลัง 4 ทุ่ม ทำเอาทั้งอนาวินทร์ และทพนาถอาละวาดฟาดงวงฟาดงาใหญ่โต แต่พุดชมพูไม่สะทกท้าน และอ้างความชอบธรรมจากพินัยกรรมที่ให้เธอเป็นผู้ดูแลบ้านสัตยารักษ์ สองแม่ลูกจึงได้แต่เก็บความโกรธไว้เป็นคลื่นใต้น้ำ และเริ่มวางแผนเล่นงานพุดชมพู อนาวินทร์ให้การันต์สืบเรื่องของพุดชมพู จนได้รู้ความลับว่าเธอกลัวความมือ เขาจึงวางแผนจัดงานเลี้ยงต้อนรับพุดชมพู และแกล้งดับไฟในห้องจัดเลี้ยงจนมืดสนิท หมายจะได้เห็นผู้บริหารใหม่ที่เขาเรียนกว่า ยัยพุดเน่า นั่งร้องไห้ตัวสั่นงันงก แต่เรื่องกลับผิดภาคเมื่อเพื่อนรักอย่างการันต์เข้าไปช่วยพุดชมพูไว้ไม่ให้ต้องอับอายต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท อนาวินทร์โกรธที่เพื่อนหักหลัง แม้เขาจะให้อภัยการันต์ที่แก้ตัวว่าทำไปเพราะความไม่รู้ว่าไฟจะดับตอนนั้น แต่เรื่องนี้ก็จุดประกายความสงสัยในเขตนาของการันต์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เดินหน้ากวนประสาทผู้คุมกฎบ้านอย่างพุดชมพูต่อ ด้วยการพาสาว ๆ มาเสพสุขที่บ้านไม่ซ้ำหน้า และทุกครั้งเขาจะต้องมาเคาะประตูห้องพุดชมพู ทำเป็นเด็กดีมารยายงานด้วยอยู่เสมอ พุดชมพูจึงได้กลับด้วยการจัดฉากเอากล้องวิดีโอพร้อมอุปกรณ์อย่าง โซ่ แส้ กุญแจมือ มาซ่อนแบบไม่เนียนไว้ในห้องอนาวินทร์ทำเอาสาวรายล่าสุดที่อนาวินทร์พามา ต้องเปิดแน่บพร้อมกระจายข่าวลือว่าอนาวินทร์เป็นพวกกามวิตถารเหตุการณ์นี้ทำให้อนาวินทร์แอบติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้อง เพื่อจับพุดชมพูที่อาจแอบมาทำอะไรพิสดารในห้องเขาอีก ระเบิดลูกต่อมาเกิดขึ้น เมื่อยนาวินทร์จัดงานปาร์ตี้ในบ้านอย่างที่ทำเป็นประจำทุกเดือน เสียงเฮฮาลั่นบ้านจนดึกดื่นนั้น ทำให้ความอดทนของสาวชาวไร่ที่มักเข้านอนแต่หัวค่ำขาดฝัง พุดชมพูสั่งยุติงานปาร์ตี้ทันที การปรากฏตัวของเธอ ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งท่ามกลางชุดสวยหรูของบรรดาเพื่อนฝูงอนาวินทร์ ยังไม่สร้างความแตกตื่น และประหลาดใจเท่ากับอาการใบ้กินของคุณชายของบ้านที่ไม่เคยยอมใคร แม้ วาธิณี หรือ หวาย เพื่อนสาวคนสนิทที่ประกาศกับใครต่อใครว่าเป็นแฟนอนาวินทร์ จะพยายามยุชายหนุ่มให้จัดการกับพุดชมพู แต่ก็ไม่เป็นผล แม้แขกเหรื่อจะวงแตกแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ความโกรธที่ถูกหักหน้าก็ยังไม่ลดลง อนาวินทร์ นึกถึงคำยุของการันต์ที่ให้จัดการรวบหัวรวบหางพุดชมพู เพื่อเขาจะได้ทั้งเมียได้ทั้งสมบัติความคิดบ้า ๆ เสริมแรงด้วยฉากรักตบจูบในทีวีที่เขาเปิดไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา ทำให้อนาวินทร์เกิดลูกบ้าบุกปล้ำพุดชมพู เจ้าของไร่อุ่นรักต้องเรียกสติชายหนุ่มด้วยการประเคนแจกันฟาดหัวเขาจนเลือดอาบ และก็เป็นเธอเองที่พาหนุ่มพันธุ์หมาบ้าที่กลายเป็นเหมาจ๋อยไปทำแผลที่โรงพยาบาล ละคร บัลลังก์ดอกไม้ การยอมหักไม่ยอมงอของพุดชมพูอาจจะเป็นที่ถูกใจคนที่เกลียด และกลัวอนาวินทร์ แต่ไม่ใช่สำหรับ ป้านุ่ม คนรับใช้เก่าแก่ของบ้านที่เลี้ยงอนาวินทร์มาตั้งแต่เด็ก หลังเหตุการณ์หลายปาร์ตี้ ป้านุ่มขอร้องพุดชมพูให้เห็นใจคุณหนูของเธอด้วย เพราะลึก ๆ แล้ว อนาวินทร์เป็นคนขาดความรัก เนื่องจากแม่แท้ ๆ เสียชีวิตตั้งแต่คลอดเขาออกมา ส่วนพ่อก็มาจากไปอีกคนตั้งแต่เขายังเด็ก เหลือก็แต่ปู่เล็กที่มัวยุ่งกับบริษัท จนไม่มีเวลาให้หลานชาย กับแม้เลี้ยงอย่างทิพนาถที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง พุดชมพูได้ฟังก็รู้สึกเห็นใจ และเข้าใจคุณหนูอารมณ์ร้ายขึ้นมาบ้าง เธอจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อนในการทำให้คุณชายไฮโซยอมตามเธอไปเป็นคนงานไร่ วันหนึ่งขณะที่อนาวินทร์จะขับรถไปทำงาน พุดชมพูก็จัดแจงยัดเยียดตัวเองไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถ และใช้เวลาตลอดระยะทางจากบ้านถึงสัตยาอสังหาในการเจรจาสงบศึกกับอนาวินทร์ พร้อมแสดงความจริงใจโดยยื่นข้อเสนอว่าหากอนาวินทร์ทำงานที่ไร่ได้ครบสามเดือน เขามีสิทธิขอรางวัลจากเธอหนึ่งอย่าง อนาวินทร์เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไป และดูจริงใจของพุดชมพู จึงตกลงใจลองรับข้อเสนอ สมาชิกไร่อุ่นรักต้อนรับอนาวินทร์ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป สาวใหญ่อารมณ์ดีอย่าง ภัทรา แม่ของพุดชมพู ที่รู้จักลูกสาวดีว่าเก่งพอที่จะเอาชนะอุปสรรคด ๆ ได้เสมอ ก็ยังอดเป็นกำลังไม่ได้กับการจับคุณชายเทวดามาเป็นคนงานไร่ ข้างฝ่าย จิระ หรือ โจ้ เพื่อนสนิทอีกคนของพุดชมพูนั้น มองอนาวินทร์อย่างไม่ไว้ใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโจ้แอบชอบพุดชมพูมานาน แม้จะรู้ว่าเขาไม่อาจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนที่หญิงสาวมอบให้ได้ เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวง และห่วง เมื่ออนาวินทร์เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตพุดชมพู ฝ่ายจิตรา น้าสาวก็อดกรี๊ดกร๊าดกับหน้าตาที่หล่อเหลาของอนาวินทร์ และแอบจับคู่จิ้นให้กับหลานสาวของเธออนาวินทร์ต้องปรับตัวกับชีวิตชาวไร่ไม่น้อย ทุกครั้งที่เขาดื้อหรืออิดออด พุดชมพูที่จับจุดได้ว่าเขาเป็นพวกไม่ยอมแพ้ ก็จะแกล้งสบประมาทจนชายหนุ่มเกิดลูกฮึดจะเอาชนะ และตกหลุมพรางเจ้าของไร่อยู่เสมอพุดชมพูเริ่มสังเกตเห็นอีกด้านหนึ่งของอนาวินทร์ วิธีที่เขาปฏิบัติกับแม่ของเธออย่างเคารพ ทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนไม่เห็นหัวคนอื่นอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ รวมทั้งการตั้งใจเรียนรู้ และทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใคร ๆ คิด จะมีก็แต่ความปากเสียเท่านั้นที่อนาวินทร์ดูจะรักษาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ละคร บัลลังก์ดอกไม้ นอกจากพุดชมพู และจีระแล้ว อนาวินทร์ยังมีพี่เลี้ยงคนสำคัญอีกคนหนึ่งคือ ลุงหมาย หัวหน้าชมรมอนุรักษ์กล้วยไม้ป่า ซึ่งดูจะเอ็นดู และเข้าใจคนหนุ่มเลือดร้อนเป็นอย่างดีวันหนึ่งลุงหมายชวนพุดชมพู อนาวินทร์ และจิระไปดูที่ทำการชมรมหลังใหม่ซึ่งตั้งอยู่บนเขา ตอนเย็นขากลับฝนตกหนัก ทำให้รถติดหลัมโคลน ลุงหมายกับจิระอาสาเดินไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ทิ้งพุดชมพูกับอนาวินทร์ไว้เฝ้ารถ หญิงสาวนั่งมองสายฝนแล้วคิดถึงวันที่พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เธอเล่าเรื่องที่ตัวเองต้องพยายามตั้งหลัก และลุกขึ้นสานฝันของพ่อให้ชายหนุ่มฟัง โดยไม่ได้คิดอะไรมากกว่าแค่อยากแบ่งปันเรื่องในอดีตที่ยังชัดเจนอยู่ในใจ แต่มันทำให้อนาวินทร์มองเธอเปลี่ยนไป เขานึกเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า และสงสัยว่าเธอเอาความเข้มแข็งแบบนั้นมาจากไหนกันหนอ แม้อนาวินทร์จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ความรู้สึกภายในใจเขาก็สะท้อนออกมา เมื่อเขาถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกคลุมหัวให้พุดชมพูไม่เปียกฝน สายฝนที่เริ่มซาสวนทางกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อขึ้นในใจของทั้งสองคน การตากฝนวันนั้นทำให้อนาวินทร์รู้สึกว่ากำลังจะเป็นไข้ ระหวางเดินหายากินอยู่ในครัว เขาเห็นพุดชมพูเดินเข้าห้องเก็บของ และถูกจิตราล็อคไว้ในนั้นโดยไม่ตั้งใจ ด้วยความหมั่นไส้ศัตรูคู่กัด อนาวินทร์จึงคิดจะปล่อยพุดชมพูไว้เผชิญกับความมืดที่เธอหวาดกลัว เขากลับเข้าห้องมานอนพัก เพียงเพื่อจะพบว่าตัวเองไม่อาจหลับได้อย่างสบายใจ เขาตัดสินใจเดินไปดูที่ห้องเก็บของ และหัวใจวูบลงเมื่อได้ยินเสียงสะอึ้นเบา ๆ จากาภยใน เขารีบหากุญแจมาเปิดประตูให้ แต่ทันทีที่พุดชมพูออกมาได้ เธอกลับคิดว่าเขาจงใจแกล้งเธอ เลยต่อว่าเขาอย่างรุนแรงอนาวินทร์ทั้งโกรธทั้งเจ็บปวด เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่ใคร ๆ มักมองว่าเรื่องเลว ๆ ต้องเป็นฝีมือเขา เหมือนในอดีตที่ปู่ตำหนิเขาอย่างรุนแรงในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ กลายเป็นปมสำคัญในใจของอนาวินทร์ ว่าเขาไม่เคยได้รับความเชื่อใจจากใครเลย แต่เย็นวันนั้นเองพุดชมพูได้รู้ความจริงว่าจิตราเป็นคนล็อคเธอไว้ในห้องเก็บของ พุดชมพูรู้สึกผิดที่ต่อว่าอนาวินทร์ทั้งที่เขาเป็นคนช่วยเธอไว้ เธอไปหาอนาวินทร์เพื่อขอโทษเลยได้รู้ว่าชายหนุ่มนอนซมด้วยพิษไข้ถึงขั้นไม่ได้สติ พุดชมพูรีบเช็ดตัวให้ และคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ จนชายหนุ่มรู้สึกตัว พุดชมพูเอ่ยขอโทษที่เข้าใจเขาผิด ขณะที่อนาวินทร์ก็ขอบคุณที่เธอดูแลเขาอย่างดี แม้จะนอนซมเพราะพิษไข้ ชาหยนุ่มก็พอรู้ว่าพุดชมพูคอยเช็ดตัวเขาเพื่อลดความร้อนอยู่เกือบทุกชั่วโมง ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงต้องมาเยี่ยมพุดชมพูกับอนาวินทร์เกือบทุกสัปดาห์ เพื่อให้ผู้บริหารทั้งสองเซ็นเอกสารของบริษัท วันหนึ่งทั้งสองมาปรากฏตัวที่ไร่อุ่นรักพร้อมวาธิณี ซึ่งเวียนไปหาอนาวินทร์ที่บริษัทหลายครั้ง แต่ไม่เจอตัว เธอจึงตามทนายหนุ่มมาหาอนาวินทร์ถึงไร่ และเริ่มปิดฉากกระรานพุดชมพู จิระทั้งรำคาญทั้งหมั่นไส้สาวไฮโซเลยออกมาปะทะคารมกับวาธิณีแทน พุดชมพูอาศัยจังหวะชุลมุนหนีไปประชุมเทศกาลดอกไม้ในตัวเมือง โดยมีอนาวินทร์ติดตามไปด้วย เพียงแต่คราวนี้เขาอาสาเป็นคนขับแทนที่จะนั่งเป็นคุณชายเหมือนทุกครั้ง ชายหนุ่มไปนั่งรอพุดชมพูที่ร้านกาแฟกึ่งเกลลอรี่แห่งหนึ่ง เขาหยุดมองภาพถ่ายใบหนึ่งด้วยความสนใจภาพของพุดชมพูในชุดนักเรียนมัธยมยืนกอดช่อเบญจมาศ ในภาพนั้นเธอผมยาว บุคลิกช่างแตกต่างจาพุดชมพูในปัจจุบัน อนาวินทร์มองดวงตาที่ยิ้มสดใสนั้นราวต้องมนต์สะกด แต่แล้วเสียงร้องไห้ช่วยจับขโมยก็ปลุกเขาจากภวังค์ อนาวินทร์ช่วยจับตัวขโมยไว้ได้ แต่แล้วก็นึกสะท้อนใจเมื่อสิ่งที่ชายมอซอคนนั้นขโมยมาเป็นแค่กับข้าวถุงหนึ่งเท่านั้น อนาวินทร์จึงควักเงินซื้อข้าวถุงนั้นให้ขโมย โดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาของพุดชมพูแอบมองมุมอ่อนโยนของคุณชายแห่งสัตยารักษ์อยู่ เมื่อทำงานที่ไร่อุ่นรักครบสามเดือน อนาวินทร์ทวงรางวัลที่พุดชมพูสัญญาว่าจะให้ เขาไม่ได้เอ่ยปากบอกสิ่งที่ต้องการ แต่ก้นลงจูบพุดชมพูในสวนสวยหลังบ้าน ข้างแนวต้นพุดชมพู ต้นไม้ที่อนารินทร์เคยมองว่าไม่มีเสน่ห์ แต่วันนี้มันสวยจับใจ หลังจากคืนนั้น อนาวินทร์ก็คอยตามติดพุดชมพูไม่ห่าง จนจิระเริ่มจับตาอย่างไม่ไว้ใจ เขาพยายามเข้ามาเป็นก้างขวางคอ ไม่ให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง จนเริ่มจะผิดใจกับอนาวินทร์ แต่ก็มีบางวันที่สามเส้ากลายเป็นสี่เส้าเมื่อวาธิณีมาร่วมวงด้วย ซึ่งกลับทำให้จิระต้องจัดการกับวาธิณีแทน จนวันหนึ่งที่จิระแอบเห็นพุดชมพูกับอนาวินทร์หยอกล้อกันในเรือนเพาะกล้า จิระเห็นแววตาของพุดชมพูที่มองชายหนุ่มแล้วก็ได้แต่ถอยออกมาเงียบ ๆ คืนนั้นสมาชิกไร่อุ่นรักยกขบวนกันไปร่วมงานเลี้ยงของเพื่อนบ้านลุงหมายหมักเหล้าสาโทไว้โอ่งใหญ่ เหล้าเถื่อนนี่เองเป็นสื่อกลางให้อนาวินทร์กับจิระได้เปิดใจคุยกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงทำงานกันอย่างเข้าขา จะขัดขากันบ้างก็เรื่องที่ทรงรบชอบมองช่อม่วงเป็นสาวเพ้อฝันไม่อยู่กับความจริง แถมยังกินจุผิดผู้หญิงทั่วไป แต่ช่อม่วงก็ค่อย ๆ แสดงให้ทรงรบเห็นทีละนิดว่าเธอทั้งฉลาดแถมมีสายตาแหลมคมอ่านคนได้ขาด ช่อม่วงพบหลักฐานว่าชวกรยักยอกเงินบริษัทไปก้อนใหญ่ ทรงรบจึงโทรตามพุดชมพูกลับมาจัดการ พุดชมพูไล่ชวกรออกจากบริษัทโดยไม่บอกอนาวินทร์ เพราะเชื่อว่าทิพนาถน่าจะมีส่วนรู้เห็นจึงไม่อยากให้อนาวินทร์ลำบากใจ ทิพนาถ และชวกรแค้นจัด คิดหาทางกำจัดพุดชมพูออกไปจากสัตยารักษ์ เช่นเดียวกับการันต์ที่เริ่มสังเกตท่าทีของอนาวินทร์กับพุดชมพู แม้การันต์จะโตมากับอนาวินทร์แต่การันต์รู้สึกเก็บกดที่กลายเป็นคนไม่มีตัวตนเมื่ออยู่กับอนาวินทร์ ไม่มีใครเห็นคุณค่าเด็กกำพร้าอย่างเขา เมื่อเทียบกับทายาทสัตยารักษ์ ความอิจฉากลายเป็นความเกลียดชัง เขาเกลียดที่เห็นอนาวินทร์มีความสุขการันต์ยุให้พุดชมพูผิดใจกับอนาวินทร์ด้วยการบอกเธอว่า อนาวินทร์คิดจะหลอกจีบเธอเพื่อให้ได้มรดกง่ายขึ้นด้านหนึ่ง พุดชมพูก็หวั่นไหวกับสิ่งที่ได้ยิน แต่อึกใจนึง เธอเริ่มรู้สึกว่าการันต์ไม่น่าไว้ใจ คืนหนึ่งพุดชมพูได้รับโทรศัพท์ด่วนจากจิระ บอกว่าเกิดไฟไหม้ที่โรงเรียนเพาะพันธุ์ไม้ พุดชมพูตกใจมือไม้สั่น เพราะในโรงเรียนนั้นมีต้นไม้ตัวแทนของพ่อผู้ล่วงลับอยู่ อนาวินทร์อาสาขับรถพาเธอกลับไร่ทันทีระหว่างทางก็คอยกุมมือเธอเพื่อให้กำลังใจ เมื่อไปถึงพุดชมพูเข่าอ่อน มองโรงเรือน และต้นไม้ของพ่อที่เหลือแต่ซากด้วยใจสลายเธอเป็นลล้มพับไปตรงนั้น อนาวินทร์รีบพาเธอไปโรงพยาบาล และคอยดูเธอไม่ห่างจิระมาแจ้งว่าตำรวจสงสัยว่าเป็นการวางเพลิง แถมพูดทำนองสงสัยว่าอนาวินทร์เป็นตัวการ อนาวินทร์มีปากเสียงกับจิระ จนพุดชมพูต้องระงับศึก และบอกจีระว่า เธอเชื่อใจอนาวิณทร์ว่าจะไม่ทำอะไรลอบกัดแบบนี้ อนาวินทร์หัวใจพองโตที่หญิงสาวเชื่อใจเขา ระหว่างนั้นทางจังหวัดจัดงานเทศกาลดอกไม้ประจำปี และมีกิจกรรมไฮไลท์เป็นการประกวดหนุ่มดอกไม้ พุดชมพูใช้ไม้เดิมคือสบประมาทอนาวินทร์ จนเขารับคำท้าเข้าประกวด ชายหนุ่มคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ตามที่คุยไว้ ด้วยการเล่นกีตาร์ร้องเพลงที่ฝากความในใจไปถึงพุดชมพู แถมยังประกาศบนเวทีว่าเข้าประกวดในฐานะแฟนเจ้าของไร่อุ่นรัก เล่นเอาตะลึงกันไปทั้งบาง รวมทั้งวาธิณีที่มาดูการประกวดด้วย วาธิณีไปอาละวาดใส่พุดชมพู แต่อนาวินทร์ออกมาปกป้อง และบอกวาธิณีให้เลิกยุ่งกับเขา จีระช่วยลากวาธิณีออกไป และเตือนสติให้เธอยอมรับความจริง ซึ่งลึก ๆ แล้ว เขาก็เดือนตัวเองแบบนั้นเช่นกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เกณฑ์คนงานของสัตยาอสังหา สร้างโรงเรือนใหม่ที่เขาออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างด้วยตัวเอง ระหว่างกำลังง่วนกับงานป้านุ่มโทรศัพท์มาหา อนาวินทร์นึกรำคาญที่ป้านุ่มชอบโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่รับสาย แต่แล้ววันรุ่งขึ้น เขากลับได้รับข่าวร้ายว่าป้านุ่มเสียชีวิต เพราะฝึกมือโจรที่บุกบ้านกลางดึก อนาวินทร์แทบล้มทั้งยืน ป้านุ่มที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เขามี ตำรวจตรวจดูกล้องวงจรปิดหน้าบ้านเห็นคนสวมเจ๊กเก็ต และหมวกปิดบังใบหน้าเดินเข้า และออกจากบ้านในเวลาใกล้เคียงกับที่ป้านุ่มเสียชีวิต แต่ หมวดจัดวา เจ้าของคดีแอบกระซิบอนารินทร์ว่าเขาสงสัยคนในบ้านมากกว่า เพราะกล้องวงจรปิดบริเวณถนนใกล้เคียงไม่มีภาพชายคนนี้เลย หลังงานศพป้านุ่ม อนาวินทร์บังเอิญพบลูกค้าคนสำคัญคนหนึ่งของสัตยาอสังหาภายนอกบริษัท ลูกค้าถามถึงข่าวลือที่อนาวินทร์จะทิ้งบริษัทหันไปทำไร่ อนารินทร์สอบถามที่มาของข่าวลือจนได้รู้ว่า คนใกล้ตัวกำลังจ้องทำลายเขาอยู่ พุดชมพูเรียกทิพมาถมาทวงถามถึงการใช้หนี้ที่ชวกรโกงบริษัทไป เมื่อชวกรรู้ก็ยิ่งโกรธ และส่งคนไปดักทำร้ายพุดชมพู โชคดีที่ทรงรบ และช่อม่วงอยู่ในเหตุการณ์จึงช่วยกันเอาตัวรอดมาได้ ระหว่างที่ทั้งสามกำลังปรึกษาหาตัวต้นเหตุอยู่นั้น อนาวินทร์เข้ามากับการันต์พร้อมรูปถ่ายหลายใบ ที่การันต์อ้างว่าเป็นหลักฐานว่าพุดชมพูกับทรงรบรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้งคู่อาจสมคบกันหลอกอนาวินทร์ ทิพนาถกับชวกรเองก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมหลักฐานว่าพุดชมพูยักยอกเงินของบริษัท พุดชมพูพยายามอธิบาย แต่ชายหนุ่มไม่ยอมฟัง แถมไล่พุดชมพูให้เก็บของออกไปจากบ้านสัตยารักษ์ ก่อนไปพุดชมพูมอบจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงเธอให้อนาวินทร์ไว้อ่าน เพื่อให้เขาเข้าใจเจตนาดีของปู่ และได้รู้ว่าที่จริงแล้ว ปู่รักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน พุดชมพูกลับไร่ด้วยสภาพเหมือนคนใจสลาย เธอยอมรับกับตัวเองแล้วว่าชอบอนาวินทร์ ฝ่ายอนาวินทร์เองก็ไม่ต่างกันนัก เขาคิดถึงพุดชมพู จึงมานั่งย้อนดูภาพในกล้องวงจรปิดที่เขาแอบติดไว้ในห้องเผื่อมันจะมีภาพของพุดชมพูบ้าง แต่เขากลับพบหลักฐานสำคัญว่าใครเป็นคนฆ่าป้านุ่ม ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบมาหาอนาวินทร์เพื่อบอกเรื่องสัญญาลับ ที่พุดชมพูเซ็นไว้ก่อนเข้าทำงานกับสัตยารักษ์ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าหากเธอแต่งงานกับอนาวินทร์ เธอจะไม่มีส่วนในสมบัติใด ๆ ของสัตยารักษ์ทั้งสิ้น รวมทั้งอนาวินทร์ยังต้องบริจาคเงินมรดกสามสิบเปอร์เซ็นต์เข้าการกุศลด้วย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พุดชมพูคิดจะหลอกทายาทของสัตยารักษ์ อนาวินทร์อ่านจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงพุดชมพู และปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องเป็นผู้นำสัตยารักษ์แทนปู่ให้ได้ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาในที่ประชุมผู้บริหารสัตยาอสังหา อนาวินทร์ประกาศไล่การันต์ออกจากตำแหน่งรองกรรมการ เขาแสดงหลักฐานที่ได้มาจากการว่าจ้างช่อม่วงอย่างลับ ๆ ว่าการันต์มีส่วนในการร่วมกับชากรปลอมแปลงเอกสารเพื่อใส่ร้ายพุดชมพู อนาวินทร์ยังมีข้อมูว่า การันต์ปล่อยข่าวลือทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัท และส่งลูกค้าของสัตยาอสังหาไปให้บริษัทคู่แข่งที่การันต์แอบถือหุ้นไว้ อนาวินทร์ยังเชิญตำรวจมาจับตัวการันต์ฐานฆาตกรรมป้านุ่ม โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่อนารินทร์แอบติดไว้ในห้องนอนของเขาว่าทั้งสองทะเลาะกันก่อนที่ป้านุ่มวิ่งหนีออกจากห้อง และจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นไม่กี่วัน การันต์ได้ประกันด้วยออกไป เมื่ออนาวินทร์รู้ข่าวก็นึกเป็นห่วงพุดชมพู จึงชวนทรงรบกับช่อม่วงไปที่ไร่ แต่การันต์ไปถึงก่อน และจับตัวพุดชมพูไว้เป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ที่จะใช้หลบไปอยู่ต่างประเทศ และต้องการให้อนาวินทร์ถอนฟ้อง การันต์บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจฆ่าป้านุ่ม แต่ป้านุ่มแอบได้ยินตอนที่เขาคุยโทรศัพท์เรื่องจ้างคนไปเผาโรงเรียนของพุดชมพู เขาพยายามจะให้เงินแลกกับการปิดปากแต่ป้านุ่มไม่ยอมคุยด้วย การันต์จึงแกล้งให้ป้านุ่มเข้าใจผิดว่าอนาวินทร์กลับมาที่บ้าน เมื่อป้านุ่มมาที่ห้องของอนาวินทร์ก็พบการันต์รออยู่ ป้านุ่มด่าการันต์ที่อกตัญญูต่อบ้านสัตยารักษ์ เขาพลั้งมือฆ่าป้านุ่มเพราะความโกรธ เลยจัดฉากให้ดูเหมือนขโมยเข้าบ้าน ระหว่างนั้น พุดชมพูหลอกดึงความสนใจของการันต์ อนาวินทร์อาศัยจังหวะนั้นโดดเข้ารวบตัวการันต์ไว้ ขณะที่ทรงรบเข้าแย่งปืนไว้ได้ แต่การันต์ใช้มีดที่ซ่อนไว้ฟันอนาวินทร์ โชคดีที่ชายหนุ่มหลบทันจึงไม่โดนจุดสำคัญ การันต์คิดจะซ้ำ หมายเอาชีวิตทายาทสัตยารักษ์ แต่ลุงหมายกับชาวบ้านมาช่วยพร้อมปืนหลายกระบอก การันต์จึงสิ้นฤทธิ์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ หลังเหตุการณ์ร้ายคลี่คลาย อนาวินทร์พยายามง้อพุดชมพู เขาเฉลยว่าตัวเองแกล้งหลงเชื่อการันต์ และไล่พุดชมพูออกจากบ้าน เพื่อกันหญิงสาวให้ห่างจากอันตรายระหว่างที่เขาเดินหน้าสืบเรื่องทั้งหมด แม้พุดชมพูจะเชื่อในความหวังดีของชายหนุ่ม แต่ความเจ็บปวดที่เธอได้รับตอนถูกขับไล่ ทำให้เธอกลัวที่จะรักอนาวินทร์แบบเต็มหัวใจ อีกทั้งเธอไม่อยากทำให้อนารินทร์ต้องลำบากใจ กับการเสียมรดกตามเงื่อนไขสัญญาลับ พุดชมพูจึงขอให้อนาวินทร์เลิกติดต่อกับเธอ เดือนต่อมา ช่อม่วงกัทรงรบ ซึ่งเพิ่งตกลงเป็นแฟนกัน ชวนพุดชมพูไปเที่ยวทะเล โดยบอกว่าเพิ่งชิงรางวัลแพ็คเกจที่พักพร้อมอาหารมาได้ ภัทราซึ่งเห็นลูกสาวซึมเศร้าเหมือนคนไร้วิญญาณมาตลอด ตั้งแต่บอกปัดอนาวินทร์ ช่วยคะยั้นคะยอให้พุดชมพูไปพักผ่อน ช่อม่วงเล่าให้พุดชมพูฟังว่า จิระไปเรียนปริญญาโทด้านเกษตรศาสตร์ และต้นถูกอาจารย์ส่งตัวไปช่วยงานกิจการอาหารปลอดสารพิษ ที่บ้านของวาธิณีกำลังเริ่มทำเพื่อทดแทนธุรกิจที่ปิดตัวไป หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง พุดชมพูกลับมาไร่ด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้นเล็กน้อย ภัทรามองหน้าช่อม่วงกับทรงรบที่ขับรถมาส่งหญิงสาวอย่างรู้กัน ภัทราให้พุดชมพูไปดูต้นไม้ใหม่ในสวน พุดชมพูเปิดประตูออกไปสวนหลังบ้าน ก็พบกับศาลาไม้ตั้งอยู่กลางแนวต้นพุดชมพู อย่างที่พ่อเธอฝันไว้ แต่ทำไม่สำเร็จ กลางศาลามีช่อดอกเบญจมาศพร้อมการ์ดใบเล็ก ๆ เขียนว่า แต่งงานกันนะ อนาวินทร์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมแหวนล้อมเพชร พุดชมพูแกล้งถามว่า ไม่กลัวเสียเงินมรดกหรือ อนาวินทร์ยิ้มรับแล้วตอบว่า มรดกที่มีค่าที่สุดที่ปู่เล็กทิ้งไว้ให้เขาก็คือพุดชมพู และเขาจะรักษามรดกชิ้นนี้ไว้ด้วยหัวใจเขาตราบนานเท่านาน ติดตามชม ละครบัลลังก์ดอกไม้ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 นักแสดงนำ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท อนาวินทร์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท พุดชมพู กวี ตันจรารักษ์ รับบท ทรงรบ มัจฉา โมซิมันน์ รับบท ช่อม่วง มาวิน ทวีผล รับบท จิระ โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท วาธินี/หวาย ภัทร ฉัตรบริรักษ์ รับบท การันต์ โกสินทร์ ราชกรม รับบท ชวกร ชนานา นุตาคม รับบท ทิพนาถ พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ป้านุ่ม ณัฐฐา ลอยด์ รับบท ภัทรา ดีใจ ดีดีดี รับบท จินรา ญาณี ตราโมท รับบท ลุงหมาย วราพรรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท วิภา สุเมธ องอาจ รับบท ทรงศักดิ์ เศรษฐา ศิระฉายา รับบท อาทิตย์/ปื่เล็ก เวนย์ ฟอลโคเนอร์ รับบท วันชัย สรัลธร คล้ายอุดม รับบท นิลลดา ขอบคุณภาพจากIG:#บัลลังก์ดอกไม้

ส่องว่าที่ศิลปิน! ผู้ผ่านรอบ MONO WARP AUDITION
MONO WARP AUDITION /  โมโน วาร์ป ออดิชั่น

หลังจากประกาศค้นหาว่าที่ศิลปินเลือดใหม่มาร่วมเดือน จนมีหนุ่มสาวรุ่นใหม่วัย 12-17 ปี ส่งคลิปกิจกรรม MONO WARP AUDITION (โมโน วาร์ป ออดิชั่น) ภายใต้คอนเซ็ปต์ เต้นให้ยับ-อัพไอจี-30วินาที-วาร์ปมาเป็นศิลปิน มาอย่างล้นหลาม ล่าสุดค่ายเพลง Mono Music ก็ประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบแรกผ่านทาง www.facebook.com/monomusic ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใครผ่านเข้ารอบมาแล้วเตรียมตัวกันไว้ให้ดี! เพราะขั้นต่อไปว่าที่ศิลปินเลือดใหม่ทั้งหลายจะได้โชว์ความสามารถกันเต็มๆ ในวันออดิชั่น วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ สตูดิโอ ชั้น 5 อาคารจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล ถนนแจ้งวัฒนะ... แฟนคลับของว่าที่ศิลปินเลือดใหม่ทั้งหลายก็อย่าลืมติดตามเชียร์!! มาส่องส่วนหนึ่งของว่าที่ศิลปิน ที่ 'เต้นให้ยับ-อัพไอจี-30วินาที-วาร์ปมาเป็นศิลปิน' จนผ่านเข้าสู่รอบออดิชั่นของ MONO WARP AUDITION กัน! Can't keep my hands to myself🙈 #handstomyself #monowarp A video posted by @nnursiie on Sep 18, 2016 at 5:46am PDT 🐒 ⏪ 🅾 ⏩ BOOM BOOM 👊#monowarp ✔ A video posted by Muna_Nuttinan✴ (@aa_muna29) on Sep 30, 2016 at 8:30pm PDT #monowarp A video posted by ♪ (@anchisa_w) on Sep 26, 2016 at 5:09am PDT โชว์กากรอบที่2 รอบนี้ฉายเดี่ยว555 #MONOWARP A video posted by 사마이❦ƧMĪĿĒ❦ⓐⓛⓘⓒⓔ🇹🇭🇰🇷🐶🐍 (@smileams) on Sep 25, 2016 at 4:54am PDT No no no!!! #monowarp #burn #dance A video posted by work it out by yourself 😏😜😝 (@pin_pin1945) on Oct 2, 2016 at 11:18am PDT ทางของฝุ่นสุดเพี้ยน555555 ขึ้นเวทีทีไรเป็นงี้ทุกที 😂#MONOWARP #ประกวดดาวเดือน A video posted by Norravit S. (@buzz.norravit) on Sep 22, 2016 at 12:16am PDT คิดถึงจางง แฮร่ๆ😜 #monowarp #alldayallnight #เอาใหม่มะกี้ผิด #😅 A video posted by Best99 (@best_fvck) on Sep 23, 2016 at 1:56am PDT ไม่มีคลิปลงแล้ววว #monowarp A video posted by S T O R Y . (@ice_jyh) on Oct 1, 2016 at 8:06am PDT คลิปที่6 อีก1คลิปปคร้าา~Cr.คลาสครูซี่@GDGM#monowarp A video posted by FB: Micky pairwa (@micky_pairwanan) on Oct 2, 2016 at 3:50am PDT 😂 #monowarp A video posted by Ter (@fiter.p) on Oct 2, 2016 at 6:33am PDT คิดถึง.. สมัยซ้อมยังเต้นไม่เป๊ะ555555😂😂 พ.น.เข้าโหมดปกติล้าว😫 #BYeวันวิทย์ #Byeงานกีฬาสปอนเซอร์👋🏻👋🏻 #Monowarp A video posted by >>T.O.N.G<< (@pk_btongg) on Aug 14, 2016 at 7:22am PDT มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com