การบินไทย

Barakamon Mijikamon ซับไทย
Barakamon /  Mijikamon

ซับไทยโดย KaK-FS

หุ้นไทยเช้านี้ เปิดดิ่ง 4.54 จุด ปัจจัยตปท.กดดัน
ข่าว /  ข่าวตลาดหุ้น / 

ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (2 ต.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 09.59 น. ดัชนีปรับตัวลดลง 4.54 จุด แตะที่ระดับ 1,582.81 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,750.18 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซียไซรัส วิเคราะห์ว่า แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะยังสามารถยืนแดนบวกได้เมื่อวานนี้ แต่สุดท้ายก็ยังมีแรงขายออกมากดดันในช่วงบ่าย ทำให้ดัชนีฯหุ้นไทยย้อนลงมาปิดเป็นบวกไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่เช้านี้ยังได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลงค่อนข้างแรงของตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรป เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ และยูโรโซนออกมาอ่อนแอกว่าคาด รวมทั้งยังมีข่าวว่าพบผู้ติดเชื้ออีโบลารายแรกในสหรัฐด้วย ซึ่งกดดันให้ตลาดหุ้นในเอเชียเช้านี้ปรับตัวลงกันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้คาดว่าจะกดดันต่อเนื่องมาถึงตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลไทยจะได้ประกาศมาตรการเร่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจออกมาแล้ว แต่ก็ถือว่าไม่ได้เหนือความคาดหมายของตลาด จึงไม่ได้ช่วยหนุนความมั่นใจให้เพิ่มมากขึ้นเท่าใดนัก โดยที่ผ่านมาหุ้นไทยขยับบวกขึ้นมารอรับปัจจัยดังกล่าวไปพอควรแล้ว ดังนั้นเชื่อว่าดัชนีฯหุ้นไทยใกล้จบรอบขาขึ้น และเปลี่ยนไปแกว่งตัวลงต่อเนื่องแทน ซึ่งต้องระวังการปรับตัวลงในกรอบลึกประมาณ 100-200 จุดไว้ด้วย ดังนั้นเราจึงยังแนะนำให้เน้นถือเงินสดไว้ก่อนเช่นเดิมแนวรับ 1,572-1,585 จุด และแนวต้านที่ 1,590-1,602 จุด อ่านบทวิเคราะห์ หุ้นเด็ด คลิ๊ก>>>>>>> MThai News

อาซาซัพพลาย (บริษัท จำกัด)

ขายส่งผลไม้และผัก ผลิต-จำหน่ายผลไม้ไทย เช่น แตงโม กล้วย สัปปะรด ฯลฯ

5 อันดับข่าวฮอต 1 ต.ค.57
5 อันดับข่าวฮอต /  Mthai News / 

1.สธ. สั่งสอบคลีนิค ทำพริตตี้ดับขณะศัลยกรรม วีไลน์ สธ. สั่งสอบคลีนิคเสริมความงาม ทำ พริตตี้สาวดับขณะ ศัลยกรรม วีไลน์ ด้านนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย อ่านต่อ 2.ฟอร์บส์ ยก บิล เกตส์ รวยสุดในโลก ติดต่อกันเป็นปีที่21 ฟอร์บส์ ยก บิล เกตส์ รวยสุดในโลก ติดต่อกันเป็นปีที่21 มีเงินเพิ่ม9พันล้านดอลล่าร์ อ่านต่อ 3.‘หลวงพ่อทองใบ’มรณภาพกว่า 20ปี ร่างไม่เน่าเปื่อย หลวงพ่อทองใบ อดีตเจ้าอาวาสวัดอบทม จ.อ่างทอง มรณภาพกว่า 20 ปี แต่ร่างกายไม่เน่าเปื่อย ผม และเล็บยังคงงอกออกมา อ่านต่อ 4.สื่อนอก เผยภาพการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนทั่วโลก มีเมืองไทยด้วย เว็บไซต์เดลิเมล์เผยแพร่รวมภาพการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนหลายประเทศทั่วโลก อ่านต่อ 5.คิมจองอึน ผ่าตัดกระดูกข้อเท้าร้าว2ข้าง เหตุเดินมาก-น้ำหนักเพิ่ม สำนักข่าวโชซอนอิลโบของเกาหลีใต้ รายงานว่า คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ อ่านต่อ

อุตุเผยเหนือ-อีสาน ฝนลด เริ่มมีหมอกแล้ว
ข่าววันนี้ /  ฝนตกกรุงเทพ / 

อุตุเผยเหนือ-อีสาน ฝนลด เริ่มมีหมอกแล้ว ขณะที่ กทม.-ปริมณฑล มีเมฆมาก โอกาสฝนตก 70% วันนี้ (2 ต.ค. 57) กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานสภาพอากาศโดยทั่วไปว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วทุกภาคยังคงมีฝนตกอยู่ในเกณฑ์กระจาย 40-60% ของพื้นที่ ภาพจาก Newsmania อนึ่ง ในระยะ 1-2 สัปดาห์นี้เป็นช่วงเปลี่ยนฤดู จากฤดูฝนไปสู่ฤดูหนาว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ฝนในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มลดลง และอากาศจะเย็นลงเป็นระยะๆ และมีหมอกในตอนเช้า ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีโอกาสฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป 70% และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส MThai news

เจาะลึก 'ทูนประกันภัย' ประกันแนวใหม่ 'ซื้อเท่าไหร่ จ่ายพันเท่า'
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

'ทูน ประกันภัย' ประกันแนวใหม่ที่ให้ความคุ้มครองง่าย ๆ ซื้อเท่าไหร่จ่ายพันเท่า ด้วยราคาเบา ๆ เริ่ม 10 บาท เจาะตลาดไลฟ์สไตล์ ให้คนเข้าถึงประกันภัยง่ายขึ้น เมื่อพูดถึงประกันภัย หลาย ๆ คนคงเข้าใจในความหมายได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยประเภทอุบัติเหตุ หรือประกันชีวิต แต่เมื่อพูดชื่อ 'ทูนประกันภัย' เชื่อได้เลยว่าหลายคนอาจยังไม่รู้จัก ทูนประกันภัย เป็นบริษัทที่มีการเปลี่ยนแบรนด์มาจาก โอสถสภาประกันภัย หรือ OSI เมื่อเดือนกค.ที่ผ่านมา โดยมีบริษัทแม่อยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยเริ่มต้นทำธุรกิจมาราว 4 ปี จากการรับทำประกันให้กับผู้โดยสารสายการบิน 'แอร์เอเชีย' แต่หลังจากนี้ต่อไป ทูนประกันภัยจะเดินหน้ารุกตลาดประกันภัย และประกันชีวิตรูปแบบใหม่ เพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงประกันภัยได้ง่ายกว่าเดิม ภายใต้การกุมบังเหียนของ 'ทอม เครือโสภณ' ทอม เครือโสภณ ประธานบริหาร บริษัท ทูนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยเรื่องราวกับ MThai News ว่าที่มาที่ไปของประกันภัยรูปแบบใหม่นี้เกิดจาก การเห็นโอกาสของตลาดประกันภัยที่ยังเติบโตได้อีกมากในประเทศไทย และที่สำคัญ คุณทอมให้ข้อสังเกตุข้อหนึ่งที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการที่มีคนไทยน้อยมากที่เข้าถึงประกันภัย หรือพูดง่าย ๆ ว่ามีประกันภัยติดตัวกันน้อยมาก ๆ "คนไทยมีประกันภัย หรือประกันชีวิตที่น้อยมาก ไม่ถึงครึ่งของทั้งหมด และถ้านับเฉพาะอายุ 13-25ปี มีเพียง 28% เท่านั้นที่มีประกันติดตัว เพราะอะไร ก็เพราะว่าการทำประกันบ้านเราลำบาก เอกสารเยอะ และก็ข้อตกลงเงื่อนไขไม่โดนใจกลุ่มคนพวกนี้ ตอนนี้ถึงเวลาที่ธุรกิจประกันภัยจะเปลี่ยนไป" เปลี่ยนไปอย่างไร ? คุณทอมอธิบายให้ฟังว่า ทุกวันนี้จะซื้อประกันภัยจะต้องผ่านตัวแทน ต้องกรอกเอกสาร ต้องทำอะไรหลายอย่าง ราคาก็ไม่ใช่ถูก ๆ ทำให้คนเข้าถึงยาก "เพราะฉะนั้นเราจึงเห็นว่า ตัวแทนประกันภัยที่ดีที่สุด จะต้องอยู่ใกล้ ๆ ตัวเราที่สุดเมื่อต้องการเรียกใช้ แล้วอะไรที่ตอนนี้อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด โทรศัพท์มือถือไง เราเลยใช้มือถือเป็นตัวแทนประกันภัยซะเลย คุณสามารถซื้อประกันผ่านมือถือได้ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว และที่สำคัญเริ่มต้นที่ราคาเพียง 10 บาท ก็มีความคุ้มครองได้ถึงหนึ่งปี" สะดวก และรวดเร็วจริงครับ อย่าว่าแต่ไม่ต้องกรอกเอกสารเลย ปากกายังไม่จำเป็นต้องใช้เลยด้วยซ้ำไป !!! ว่าแต่หลายคนคงสงสัยว่า 10 บาทเนี่ยนะ จะซื้อประกันได้ ? ใช่ครับ ทูนประกันภัยทำให้มันเกิดขึ้นจริง MThai News ถึงตั้งชื่อว่า ประกัน 'ซื้อเท่าไหร่ จ่ายพันเท่า' ไงครับ คุณซื้อ 10 บาท คุณก็ได้รับความคุ้มครอง 10,000 บาทในระยะเวลา 1 ปี และยังสะสมต่อไปได้เรื่อย ๆ อีกด้วย ซึ่งคุณสามารถซื้อประกันได้จากมือถือ หรือแม้กระทั่งตู้เติมเงินโทรศัพท์ยังซื้อได้เลย !!! ฟังแล้วน่าสนใจมากนะครับ แต่คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นทันทีกับ MThai News และอีกหลาย ๆ คนคือ จะทำให้คนหันมาทำประกันมากขึ้นจริงหรือไม่ แล้วจะมากขึ้นในจำนวนเท่าไหร่ คุณทอมให้คำตอบว่า "ต้องการให้คนสัมผัสกับประกันภัยง่ายขึ้น แล้วเค้าจะเข้าใจถึงความจำเป็นเอง เราไม่รู้หรอกว่าจะได้จำนวนคนเพิ่มเท่าไหร่ แต่ต้องลอง และผมมั่นใจว่าประกันภัยต้องไม่เหมือนเดิม" คุณทอมยังฝากไว้อีอย่างหนึ่ง คือในเดือนหน้านี้ เราทุกคนสามารถซื้อประกันกับทูนประกันภัยได้จากตู้เติมเงิน 'บุญเติม' กว่า 38,000 ตู้ ได้แล้วทั่วประเทศ ว้าว!!! สุดท้ายเมื่อถามถึงความคาดหวัง คุณทอมมั่นใจ และตอบคำถามกับเราเป็นตัวเลขอย่างหนักแน่นว่า "ปีนี้ผมคิดว่าน่าจะปิดได้ที่ 220 ล้านบาท ปีหน้าจะกระโดดเป็น 1,100 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาทในปีถัดไป" ตัวเลขไม่ธรรมดาจริง ๆ MThai News

เคนมิน ฟู้ดส์ (ไทยแลนด์) (บริษัท จำกัด)

เส้นหมี่ ผู้ผลิตเส้นหมี่

คลิปวอลเลย์บอลชายไทย vs เกาหลีใต้ เอเชียนเกมส์ 2014 รอบ 8 ทีม (2)
เอเชี่ยนเกมส์ 2014 /  เกาหลีใต้ / 

คลิปวอลเลย์บอลชายไทย vs เกาหลีใต้ เอเชียนเกมส์ 2014 รอบ 8 ทีม (2)

คิดจะแบนแต่ขาดไม่ได้! 5อิทธิพลเกาหลีใต้ คนไทยยังเปิดรับ
ทีมชาติไทย /  ฟุตบอล / 

เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อกระแสการจัดกีฬาเอเชียนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ดูท่าไม่ค่อยจะดีนัก เพราะกีฬาหลากหลายชนิด นักกีฬาหลายชาติ ออกมาโวยวายว่า เจ้าภาพเล่นตุกติก ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เหรียญทอง ที่เห็นเด่นชัดก็เป็นการแข่งขันฟุตบอลแมทสำคัญ ไทย กับ เกาหลีใต้ จนกระทั่งเกิดเป็นเรื่องใหญ่โต ชาวเน็ตชาวไทยไปโพสต์โจมตีไปถึงเพจเอเชียนเกมส์ รวมถึงในสังคมออนไลน์ ก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก บางคนถึงขั้นแอนตี้เกาหลี แบนไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเกาหลีใต้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอิทธิพลของแดนกิมจิ เข้ามามีบทบาทกับสังคมไทยจนแทบจะแยกไม่ออก ลองมาดูกันว่า คนไทยกำลังผูกสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ในเรื่องใดบ้าง 1.ซีรี่เกาหลี เพลงเกาหลี วงดนตรี เคป็อบ ธุรกิจบันเทิงในประเทศเกาหลีใต้ ที่กลายมาเป็นสินค้าส่งออกไปทั่วโลกในระดับชาติ ทำให้สิ่งนี้เข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตของคนไทย แถมบ้านเรายังเปิดรับได้ง่าย ดาราเกาหลีจึงกลายเป็นไอดอลของใครหลายๆคน เพลงเกาหลี จึงเป็นที่นิยมมากกว่า เพลง ญี่ปุ่น หรือไต้หวัน ที่เคยได้รับความนิมมาก่อน อีกทั้งในละคร หรือภาพยนตร์ มีการสอดแทรกวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี หลายคนจึงเป็นติ่งเกาหลี คลั่งใคล้ในผลงานของศิลปิน ดารา กันมากทีเดียว 2.เกมส์ออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ ที่คอเกมส์ทั้งหลายเล่นอยู่ในประเทศไทยนั้น เกือบทั้งหมดเป็นผลงานการผลิตจากประเทศเกาหลี ทั้งกราฟฟิกหรือเอ็ฟเฟ็กต์ต่าง ๆ ที่ใช้อยู่เป็นฝีมือของชาวเกาหลี ส่วนหนึ่ง ที่รัฐบาลและเอกชนร่วมกันผลักดันให้ก้าวหน้าไปไม่หยุดยั้ง ผงาดขึ้นมาทัดเทียมแชมป์เก่าอย่างอเมริกาและญี่ปุ่น และรั้งตำแหน่งท็อป 3 ในตลาดเอเชียตะวันออกอยู่ในขณะนี้ (เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน) โดยมีประเทศไทยเป็นพื้นที่ทองคำในการตีตลาด 3.เทคโนโลยีสมาร์ทโฟน เกาหลีใต้มีการพัฒนาเศรษฐกิจมากที่สุดของโลกในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีที มือถือชั้นนำในปัจจุบันนี้ คนไทยใช้สมาร์ทโฟนยี่ห้อ Samsung มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทยเพิ่มขึ้น สวนทางกับแบรนด์อื่นๆ อย่างเช่น โนเกีย หรือ ไอโฟน ฉะนั้น เมืองไทยก็ถือว่าเป็นตลาดสำคัญ ซัมซุงไม่ใช่สินค้าตัวเลือกอีกต่อไป เห็นได้จากที่ผ่านมาซัมซุงสู้กับแอปเปิลอย่างดุเดือด ในขณะที่แอนดรอยด์พัฒนาตัวเองไปได้เรื่อยๆ 4.เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ตามป้ายโฆษณา และสื่อต่างๆ ยกประเด็น หน้าสวย ผิวใส ออร่าเหมือนดาราเกาหลี เมื่อจับกระแสฮิตนี้ได้ ก้อเกิดสิ่งต่างๆ มาโปรโมตในบ้านเราอย่างไม่ขาดสาย แน่นอนว่าหากเดินเข้าไปในร้านต่างๆ ก็จะเห็นแบรนด์ต่างๆ ให้เลือกแบบจุใจ หากลองใช้ก็จะขาวออร่า อย่างกับดาราเคป็อบ รวมถึงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ที่บางร้านชูจุดขายนำเข้าจากเกาหลี เช่นกัน 5.อาหาร เครื่องดื่ม คนไทยรู้จักอาหารเกาหลีเริ่มแรกคือ เนื้อย่างเกาหลี รู้จักกันมานานตั้งแต่สมัยใช้เตาถ่านย่าง จนปัจจุบันมักจะพบเป็นบุฟเฟต์หมูกระทะ เนื้อกระทะ มีร้านอาหารสไตล์เกาหลีเปิดให้บริการเพียบ ยิ่งเมื่อมีละครดังของเกาหลีอย่าง “แดจังกึม” ก็ทำให้ยุคนี้เรียกได้ว่าเป็นยุคเกาหลีฟีเว่อร์ไปโดยแท้ สิ่งเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่า เกาหลีใต้ก็มีเข้ามามีบทบาทในบ้านเรามากทีเดียว เป็นผลจากการเปิดรับการหลั่งไหลของวัฒนธรรมต่างชาติ จนเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน และเป็นจุดดำเนิดของคำว่า "ติ่งเกาหลี" แต่นั่นก็เป็นสิทธิ์ของพวกเขาที่จะชื่นชอบในตัวบุคคล ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้ทำให้สังคมเดือดร้อน การเปิดรับต้องเลือกเอาแต่สิ่งที่ดี และที่สำคัญคือไม่ทำลายวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่าที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน MThai News เที่ยวอินซอน ต้อนรับเอเชียนเกมส์ 2014 7 สถานที่ท่องเที่ยว ระดับแลนด์มาร์ก ที่คุณไม่ควรพลาดใน ปูซาน ตะลึง! อุทยานรูปปั้นจ้าวโลก แฝงแนวคิดเรื่องเพศ เที่ยวเกาะเจจู มรดกแห่งความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ เกาหลีใต้

เราต้องบอกลาระบบสุริยะ! ในตัวอย่างสุดท้าย ซับไทย จาก Interstellar
Interstellar /  คริสโตเฟอร์ โนแลน / 

อีกไม่กี่อึดใจเท่านั้น กับการที่คุณผู้ชมจะได้ร่วมเป็นสักขีพยาน ของการเดินทางท่องอวกาศครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ ใน Interstellar ทะยานดาวกู้โลก ผลงานของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน จาก The Dark Knight Trilogy และ Inception ที่ก่อนหน้านี้ ได้ปล่อยภาพนิ่งและตัวอย่างหลากหลายรูปแบบมาให้ชม ครั้งนี้ การอารัมภบทครั้งสุดท้ายได้เผยออกมาแล้ว กับตัวอย่างหนังซับไทย ฉบับสุดท้าย ที่บ่งบอกสภาพเสื่อมโทรมขั้นสุดของโลก และการเดินทางสู่อวกาศที่ไกลที่สุดเกินกว่าที่มุษย์เคยทำ โดยบอกลาระบบสุริยะ และกาแล็คซี่บ้านเกิด ไปสู่ดาวดวงใหม่ ในระยะทางระดับข้ามจักรวาล ร่วมค้นหาดินแดนใหม่ เพื่อความอยู่รอดต่อไปของมนุษย์ทั้งโลก ไปกับ Interstellar ทะยานดาวกู้โลก ได้ในวันที่ 6 พ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ -------------------------------

นักธุรกิจหนุ่ม ฟาดเงิน6แสน รีวิวพาชมสิงคโปร์แอร์ไลนส์โคตรหรู
สายการบินชั้นนำของโลก /  สิงคโปร์แอร์ไลนส์ / 

นักธุรกิจหนุ่ม ฟาดเงิน6แสน รีวิวพาชมสิงคโปร์แอร์ไลนส์โคตรหรูที่สุดในโลก วันนี้(2ต.ค.) เว็บไซต์ dailymail ได้รายงานข่าวเผยแพร่รีวิวการเดินทางของดิเรก โลว์ นักธุรกิจหนุ่มของสิงคโปร์ที่จ่ายเงินกว่า 23,000 เหรียญสิงคโปร์หรือราว 623,079 บาท เพื่อเดินทางไปกับสิงคโปร์แอร์ไลน์ เครื่องแอร์บัส A380 เส้นทางระหว่างสิงคโปร์-มหานครนิวยอร์ก ซึ่งไม่ใช่เที่ยวบินธรรมดา แต่เป็นเที่ยวบินที่ได้รับการยกย่องว่าหรูที่สุดในโลก ซึ่งดิเรก ได้โชว์รีวิวตั้งแต่ยังไม่ทันได้ขึ้นเครื่อง เมื่อไปถึงสนามบินชางงีของสิงคโปร์ เขาก็เดินทางไปเช็คอินที่จัดไว้ให้เฉพาะลูกค้าวีไอพี จากนั้นระหว่างรอเครื่องจะมีการเสิร์ฟอาหาร ไก่สเต๊ะ กุ้งลอบสเตอร์ ไวน์ชั้นดี เบอร์เกอร์และน้ำมะม่วงสมูทตี้ ทานระหว่างรอขึ้นเครื่อง จากนั้นก็ขึ้นเครื่องสุดหรูเป็นห้องโดยสารส่วนตัว บริการต้อนรับด้วยแชมเปญชั้นดีอีกเช่นเคย ของใช้ภายในห้องโดยสารเป็นของพรีเมี่ยมหรูมากเช่น หูฟัง Bose ชั้นดี ขึ้นชื่อว่าเสียงดีมากที่สุดในโลกอีกยี่ห้อหนึ่ง ตามมาด้วยเครื่องอาบน้ำสุดหรูของ  Salvatore Ferragamo ชุดเครื่องนอนจาก Givenchy  ในส่วนห้องนอนมีจอทีวีขนาดใหญ่และเตียงส่วนตัวนอนได้ 2 คน ห้องน้ำกว้างขวางตกแต่งสวยงาม ซึ่งหลังจบการรีวิวนายดิเรก เผยว่า เขาไม่คิดว่าจะมีการบินไหนสวยงามและยอดเยี่ยมได้เท่านี้อีกแล้ว Mthai News Credit dailymail  

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

เปิดแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาล ประยุทธ์ 1
กระตุ้นเศรษฐกิจ /  งบประมาณ / 

"ประยุทธ์" เผยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมเตรียมอนุมัติงบประมาณกว่าแสนล้านในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเป็นเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่ และค้างอยู่ โดยดึงงบประมาณเพื่อที่จะนำมาบริหารเร่งด่วน โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีทั้งแผนเก่า และแผนใหม่ ซึ่งถือป็นวิธีการแก้ไขปัญหาตามหลักการ โดยครม.เห็นชอบร่วมกัน ทั้งนี้จะนำงบประมาณค้างอยู่ปี 2557 และงบประมาณที่มีอยู่ในปี 2558 บวกกับงบประมาณที่ให้ทางกระทรวงการคลังไปตามเก็บ เพื่อดำเนินการตามแผนทั้งหมด ซึ่งที่ประชุม ครม.มีมติออก 5 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ใช้งบค้างท่อ 2.9 แสนล้านบาท หวังกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน 3 เดือน พร้อมตั้งรองนายกรัฐมนตรี คุมเขตจังหวัดป้องกันการทุจริต หากพบลงโทษทันที หม่อมราชวงศ์ ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนต ได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 มาตรการ เพื่อให้เกิดการสร้างงานทั่วประเทศ ประกอบด้วย 1. ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม เร่งเซ็นสัญญาจ้างงานโครงการเดิมที่ไม่สามารถดำเนินการทันงบประมาณปี 2557 ซึ่งเป็นงบคงค้าง 142,000 ล้านบาท 2. ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม เร่งเซ็นสัญญาจ้างงานในงบลงทุนของปี 2558 จำนวน 129,000 ล้านบาท โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ซึ่งคาดหวังว่าจะมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ร้อยละ 30-40 3. ใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง 15,000 ล้านบาท และงบกลางปี 2555-2557 จำนวน 7,800 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 23,000 ล้านบาท ไปซ่อมโรงเรียน และบ้านพักข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงบ้านพักข้าราชการกระทรวงกลาโหม 4. ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม จัดทำรายละเอียดของโครงการ เพื่อมาเบิกจ่ายงบกลางปี 2548-2556 จำนวน 24,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาเก็บไว้ 5. มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาที่มีรายได้น้อย โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เบิกจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา จำนวน 40,000 ล้านบาท สำหรับชาวนาที่มีที่นาไม่เกิน 15 ไร่ ไร่ละ 1000 บาท แต่หากเกิน 15 ไร่ ก็จะช่วยเหลือเพียง 15 ไร่เท่านั้น โดยมีชาวนาจำนวน 3.4 ล้านครอบครัว ที่ได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งจะเริ่มเบิกจ่ายได้ภายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดเผยว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ และนำมาตรการทางภาษีมาใช้โดนจะเน้นการซ่อมสร้างซึ่งทั่วโลกก็ทำในลักษณะนี้ ส่วนตัวเลขการส่งออกของเดือนสิงหาคมต่ำสุดในรอบ 32 เดือน คาดว่าน่าจะเกิดจากเศรษฐกิจโลกที่กำลังการซื้อน้อยลง และการสู้รบในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าของสินค้า ทั้งนี้ไม่สามารถตอบได้ว่าตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีจะดีขึ้นหรือไม่ เนื่องจากพึ่งเริ่มใช้งบประมาณใหม่ตั้งแต่วันนี้ MThai News

'ศิริราช' เผยความสำเร็จผลิต ‘แอนติบอดีรักษาอีโบลา’
คณะแพทยศาสตร์ศิริราช /  ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา / 

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำทีมแถลงผลสำเร็จ ผลิต ‘แอนติบอดีรักษาอีโบลา’ ครั้งแรกของโลก ระบุเปรียบเหมือนเซรุ่มรักษาพิษงู เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่อาคารศรีสวรินทิรา ร.พ.ศิริาช ในการแถลงข่าว “ศิริราชผลิตแอนติบอดีรักษาโรคไข้เลือดออกอีโบลา” โดยมี ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมกับ รศ.นพ.สุโรจน์ ศุภเวคิน รองผู้อำนวยการ ร.พ.ศิริราช และ นพ.สุสัณห์ อาศนะเสน สาขาวิชาโรคติดเชื้อและอายุรศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์ ศ.ดร.รวงผึ้ง สุทเธนทร์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย และ ศ.เกียรติคุณ ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา หัวหน้าทีมผู้ผลิตแอนติบอดีรักษาโรคไข้เลือดออกอีโบลา โดย ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โรคไข้เลือดออกอีโบลารุนแรงถึงขั้นวิกฤต และสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก แม้จะระบาดมาเป็นเดือน แต่ก็จะเกิดการระบาดอย่างต่อเนื่อง จนองค์การอนามัยโลก WHO ต้องประกาศเตือน โดยอีโบลา เป็นไข้เลือดออกชนิดหนึ่ง ซึ่งประเทศไทยก็มีไข้เลือดออกไวรัสชนิดเด็งกี่ ส่วนแอฟริกาเป็นเชื้ออีโบลา ซึ่งที่ผ่านมาเคยเกิดการระบาดมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่รุนแรง โดยไม่ทราบว่าครั้งนี้เหตุใดจึงรุนแรง โดยสถานการณ์ล่าสุดการติดเชื้อมากที่สุดในประเทศไลบีเรีย การสันนิษฐานเบื้องต้น คือ เชื้อที่ระบาดครั้งนี้มีความรุนแรง อัตราการตายเกินกว่าร้อยละ 50 โดยร.พ.ศิริราช มีการวิจัยศึกษาค้นคว้าในเรื่องไข้เลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการรักษาเด็งกี่ หรือ อีโบลา คล้ายๆ กัน เราสามารถผลิตแอนติบอดีได้สำเร็จ ศิริราชไม่เคยพูดอะไรเกินจริง ทุนทางสังคมเราสูงอยู่แล้ว ถือเป็นครั้งแรกของไทยและของโลกก็ว่าได้ เพราะแอนติบอดีตัวนี้ได้รับการพิสูจน์ว่า แตกต่างจากตัวที่ใช้อยู่ เช่น กรณี แพทย์ชาวสหรัฐฯ ก็รักษาด้วยแอนติบอดี แต่เป็นตัวใหญ่ เราเล็กกว่า 5 เท่า และมีประสิทธิภาพมากกว่าอย่างชัดเจน หากจะเปรียบแอนติบอดีนี้ ก็เหมือนเซรุ่มรักษาพิษงู ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่เอาไปประยุกต์ใช้ในการรักษา แต่เป็นต้นแบบที่ต้องเอาไปทดลองในสัตว์และในคนที่ทำได้ช้า เพราะเป็นการผลิตในห้องแล็บ หากจะผลิตได้มากๆ ต้องเอาไปผลิตในกระบวนการอุตสาหกรรม ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยว่า เราไม่ได้ด้อยกว่าชาติใดในเรื่องของความรู้ มีการรักษาที่ได้มาตรฐานสากล สิ่งที่ทำสอดคล้องกับปณิธานของศิริราช ด้านศ.เกียรติคุณ ดร.วันเพ็ญ กล่าวว่า แอนติบอดีคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของมนุษย์ ซึ่งจะถูกผลิตขึ้นหลังจากที่ได้รับเชื้อหรือสิ่งแปลกปลอมชนิดใด ชนิดหนึ่งเข้ามาในร่างกาย แอนติบอดีจะถูกผลิตออกมาจากเม็ดเลือดขาว ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ลิมโฟไซต์ชนิดบี โดยร่างกายจะใช้เวลา 7-10 วัน หลังจากได้รับเชื้อหรือสิ่งแปลกปลอมนั้นๆ แอนติบอดีจะทำหน้าที่กำจัดเชื้อหรือสิ่งที่เป็นพิษออกไปจากร่างกาย กรณีเชื้อหรือพิษบางอย่างที่ร่างกายได้รับ ก่ออาการรุนแรงและเร็วมาก ร่างกายสร้างแอนติบอดีออกมาได้ไม่ทัน ก็มักเสียชีวิตก่อนที่จะผลิตแอนติบอดี เช่น การติดเชื้ออีโบลา เราสามารถให้แอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อนั้นที่พร้อมใช้เตรียมเอาไว้แล้วแก่ผู้ป่วยได้ทันที เรียกว่า ให้ภูมิคุ้มกันพร้อมใช้ หรือ แอนติบอดีรักษา เข้าไปสู่กับเชื้อโรคหรือสารพิษโดยตรง อย่างไรก็ดี แอนติบอดีต้นแบบเหล่านี้ ยังผลิตในห้องปฏิบัติการได้จำนวนน้อย ซึ่งจะมีการขอความร่วมมือ จากบริษัทสยามไบโอไซเอ็นซ์ ที่ผลิตแอนติบอดีอื่นอยู่แล้วให้ผลิตมากขึ้นด้วยมาตรฐาน GMP เพื่อการทดลองในสัตว์ และจดทะเบียนเป็นยาใหม่ต่อไป ทั้งนี้ ต้นแบบแอนติบอดีเหล่านี้ได้ยื่นจดสิทธิบัตรแล้ว ซึ่งสิทธิทั้งหมดเป็นของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล MThai News ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสดออนไลน์ .............................................................................................................................. ข่าวที่เกี่ยวข้อง แพทย์ศิริราช แจงพบแอนตี้บอดี้เพื่อพัฒนายารักษาอีโบลายังไม่ใช่ยา แพทย์คุม ‘อีโบลา’ ถูกสังหารในประเทศกินี 8 ราย แพทย์อาสาสหรัฐ ติดอีโบลา อาการดีขึ้นออกจากรพ.แล้ว อธิบดีควบคุมโรคยันไทยยังไม่มีติดอีโบลา-เฝ้าระวัง1คน  

ไฮไลท์ฟุตบอลเอเชียนส์เกมส์ 2014 รอบรองระหว่างเกาหลีใต้ 2-0 ไทย  ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้
เอเชียนส์เกมส์ 2014 /  เอเชียนส์เกมส์ / 

จบเกม ทีมชาติไทย แพ้ เกาหลีใต้ ไป 0-2 ได้เพียงแค่ไปชิงเหรียญทองแดงกับ อิรัก ในวันที่ 2 ต.ค.57 เวลา 15.00 น. (ตามเวลาเมืองไทย) ยังไงคนไทยช่วยเป็นกำลังใจ ส่งแรงเชียร์ช่วยทีมชาติไทยเราด้วยนะครับ

ไทย-จีน :วอลเลย์บอลหญิงเอเชี่ยนเกมส์ 2014
ไทย /  จีน / 

ไทย-จีน :วอลเลย์บอลหญิงเอเชี่ยนเกมส์ 2014

บริการแย่แต่ทิปหนัก

สองสามีภรรยา จัดทริปให้เด็กเสริฟอย่างงาม ทั้งที่รออาหารนานหลายชั่วโมง  เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมาเคนซีและสตีเวน สองสามีภรรยาจากรัฐไอโอวา ในสหรัฐ ได้ตำหนิการบริการที่แย่และช้ามากๆของร้านคาซุกุซูชิ มาเคนซีถ่ายภาพใบเสร็จของเธอลงเฟซบุ๊ก พร้อมเหตุผลที่ทำไมเธอจึงทิปพนักงานเสิร์ฟมากมายขนาดนั้น โพสนี้ของเธอแพร่หลายมาก รวมถึงมีคนมากดไลค์มากกว่า 1 ล้านไลค์ และคนแชร์เรื่องนี้มากกว่า 150,000 ครั้งในเฟซบุ๊ก รวมถึงภาพบิลดังกล่าวในเฟสบุค ได้บรรยายความว่า "จงจำไว้ว่าเรามาจากไหน" พร้อมกับให้ทิปแก้พนักงานคนดังกล่าว จำนวน 100 ดอลล่าร์ หรือราว 3,200 บาท ทั้งที่ราคารวมของมื้ออาหารมื้อนี้ เพียงแค่ 66 ดอลล่าร์เท่านั้น เธอเล่าให้ฟังว่า เธอรู้ว่าพนักงานเสิร์ฟคนนี้ต้องเจอกับอะไรบ้างในแต่ละวัน เพราะเมื่อ 8 ปีก่อน เธอและสามีก็ต้องเจอเหมือนกัน เพราะเขาทั้งคู่เคยเป็นพนักงานเสิร์ฟมาก่อน ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เธอจำได้ว่า เธอไม่มีเวลาที่จะบริการลูกค้าทุกคนดีเท่ากันหมด ทั้งๆ ที่เธอจะพยายามมากสุดๆ ในชีวิตแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้น แทนที่จะให้ทิปพนักงานเสิร์ฟคนนั้นแค่ 10% ของราคาอาหาร เธอและสามีตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงคืนๆ นั้นของพนักงานคนนั้น ให้เขาได้รู้สึกว่า ถึงแม้ว่า สิ่งต่างๆ จะไม่เพอร์เฟ็กอย่างที่เขาตั้งใจ แต่แค่เขาได้พยายาม ก็ดีที่สุดแล้ว เพื่อตอบแทนความพยายามของเขา ทั้งนี้ผู้จักการร้านอาหารดังกล่าวเปิดเผยผ่านสื่อว่า พนักงานคนนี้มีความตั้งใจและขยันมาโดยตลอด โดยเขาแปลกใจมากถึงความใจดีของสองสามีภรรยาคู่นี้ ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ งามหน้า จนท.สายการบิน ด่าผู้โดยสาร "ดีออก"หลังถึงเกตช้า คู่มือการ ให้ทิป ในเอเชีย เคล็ด(ไม่)ลับในการ ให้ทิป จ่ายทิป คนไทยครองแชมป์! ให้ทิปมากที่สุด ในเอเชียแปซิฟิก Mthai News ของคุณ BuzzFeed News & kiitdoo

ประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2557
mono29 /  บุญบั้งไฟยโสธร / 

งานประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จัดขึ้นประมาณต้นเดือน พฤษภาคม เป็นประเพณีที่จัดทำขึ้นตามความเชื่อในการดำรงชีวิต เพื่อเป็นการบูชา บวงสรวง พญาแถเทพเจ้าแห่งฝนของชาวอีสาน ให้ปล่อยฝนตกลงมาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ในการทำเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนาและเพื่อเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต ซึ่งในงานประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัด ยโสธรนี้ จะมีกิจกรรมประกวดกองเชียร์ในงานประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งมีความสนุกสนานชนิดที่ว่าสนุกกันข้ามวันข้ามคืนเลยทีเดียวและก็ยังมีการแห่บุญบั้งไฟประเภทสวยงาม หรือทีเรียกกันอีกอย่างว่า บั้งไฟเอ้ ที่มีความยิ่งใหญ่ งดงามตระการตา ส่วนไฮไลท์ที่ยิ่งใหญ่ ของงานประเพณีบุญบั้งไฟนี้ ก็คือ การจุดบั้งไฟ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่สำคัญมากทีสุดของประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธรแห่งนี้ก็ว่าได้ ซึ่งในภายหลังต่อมาจัดงานเป็นการประกวดแข่งขันกัน เพื่อความสนุกสาน ตื่นเต้นควบคู่ไปกับความเชื่อในงานบุญประเพณีเดิมของการจุดบั้งไฟ ประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2557 งานประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นงานประเพณีท้องถิ่นของชาวอีสาน ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต และ ความเชื่อทางศาสนาของชาวอีสานมาช้านาน โดยเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลปักดำทำนา จะต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาพญาแถนบนฟากฟ้า เพื่อขอให้พญาแถน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งฝน ได้ดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เพื่อให้สรรพสิ่งบนผืนโลกได้ดำเนินวีถีชีวิตไปตามครรลองที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะผู้คนบนผืนดินอีสาน ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการทำใร่ทำนามาช้านาน ต้องอาศัยข้าวและพืชผลทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยง ดำรงชีวิตมาโดยตลอด น้ำฝนจากฟ้าจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ คืองานประเพณีแห่ และจุดบั้งไฟจึงถูก สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นความหวัง และกำลังใจ ของชาวอีสานมาโดยตลอด ประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2557 ประเพณีบุญบั้งไฟตามตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าถือชาติกำเนิดเป็นพญาคางคก ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มโพธิ์ใหญ่ในเมืองพันทุมวดี ด้วยเหตุใดไม่แจ้ง พญาแถนเทพเจ้าแห่งฝนโกรธเคืองโลกมนุษย์มาก จึงแกล้งไม่ให้ฝนตกนานถึง ๗ เดือน ทำให้เกิดความลำบากยากแค้นอย่างแสนสาหัสแก่มวลมนุษย์ สัตว์และพืช จนกระทั่งพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกที่แข็งแรงก็รอดตายและได้พากันมารวมกลุ่มใต้ต้นโพธิ์ใหญ่กับพญาคางคก สรรพสัตว์ทั้งหลายจึงได้หารือกันเพื่อจะหาวิธีการปราบพญาแถน ที่ประชุมได้ตกลงกันให้พญานาคียกทัพไปรบกับพญาแถน แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ จากนั้นจึงให้พญาต่อแตนยกทัพไปปราบแต่ก็ต้องพ่ายแพ้อีกเช่นกัน ทำให้พวกสรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดความท้อถอย หมดกำลังใจและสิ้นหวัง ได้แต่รอวันตาย ประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2557 ในที่สุด พญาคางคกจึงขออาสาที่จะไปรบกับพญาแถน จึงได้วางแผนในการรบโดยปลวกทั้งหลายก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงเมืองพญาแถน เพื่อเป็นเส้นทางให้บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายได้เดินทางไปสู่เมืองพญาแถน ซึ่งมีมอด แมลงป่อง ตะขาบ สำหรับมอดได้รับหน้าที่ให้ทำการกัดเจาะด้ามอาวุธที่ทำด้วยไม้ทุกชนิด ส่วนแมลงป่องและตะขาบให้ซ่อนตัวอยู่ตามกองฟืนที่ใช้หุงต้มอาหาร และอยู่ตามเสื้อผ้าของไพร่พลพญาแถนทำหน้าที่กัดต่อย หลังจากวางแผนเรียบร้อย กองทัพพญาคางคกก็เดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่การรบ มอดทำหน้าที่กัดเจาะด้ามอาวุธ แมลงป่องและตะขาบกัดต่อยไพร่พลของพญาแถนจนเจ็บปวด ร้องระงมจนกองทัพระส่ำระสาย ในที่สุดพญาแถนจึงได้ยอมแพ้และตกลงทำสัญญาสงบศึกกับพญาคางคก ดังนี้ 1. ถ้ามวลมนุษย์จุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อใด ให้พญาแถนสั่งให้ฝนตกในโลกมนุษย์ 2. ถ้าได้ยินเสียงกบ เขียดร้อง ให้รับรู้ว่าฝนได้ตกลงมาแล้ว 3. ถ้าได้ยินเสียงสนู (เสียงธนูหวายของว่าว) หรือเสียงโหวด ให้ฝนหยุดตกเพราะจะเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวข้าว หลังจากที่ได้สัญญากันแล้ว พญาแถนจึงได้ถูกปล่อยตัวไปและได้ปฏิบัติตามสัญญามาจนบัดนี้ ดูคลิปรายการ ไทยท้าทาย ข้อมูลและภาพ suvarnabhumiairport.com / wikipedia.org /  yasofocus.com