การบินไทย

นายกฯ เน้นคุยการค้า ปัดคุยเขตแดน หลังเยือนกัมพูชา
ข่าวประยุทธ์ /  ข่าววันนี้ / 

นายกฯ ยันเยือนกัมพูชา ไม่คุยเรื่องเขตแดน แต่เน้นเรื่องการค้าชายแดน ส่งเสริมเขตเศรษฐกิจรับ AEC พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนไทยที่ติดตามคณะรัฐมนตรีเยือนประเทศกัมพูชา ถึงผลการเยือนอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า การเยือนกัมพูชาครั้งนี้ เป็นไปตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ บรรยากาศหารือเป็นมิตรไมตรีต่อกัน ไทย-กัมพูชา มีความใกล้ชิดต่อกันทางเขตแดน มีความขัดแย้งอยู่บ้างแต่วันนี้ได้มีการพูดคุยกันว่าเราเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ต้องร่วมมือกันเพื่ออนาคตของทั้งสองประเทศและอาเซียน สำหรับประเด็นการหารือไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องความมั่นคงหรือเขตแดน เนื่องจากเราจะไม่ให้เส้นเขตแดนเป็นปัญหา เราจะเดินหน้าอาเซียนอย่างไรทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นถนน โครงสร้างพื้นฐาน มีการเซ็น MOU เครือข่ายทางรถไฟ อรัญประเทศ-ปอยเปต เพื่อเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ลักษณะ Cluster เพื่อค้าขาย มีโรงงานผลิตขนาดเล็ก มีศูนย์รับซื้อสินค้าทางการเกษตรเพื่อให้เกิดเป็นเมืองชายแดน มีการปรับปรุงถนน เส้นทางระหว่างกัน มีการจัดศูนย์แรงงาน โดยนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเห็นชอบทุกประการ ซึ่งเป็นการป้องกันการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนไทย-กัมพูชา ข้ามกันไป-มาได้อย่างมีความสุข ด้านแรงงาน ปัจจุบันมีแรงงานแบบเช้า-เย็นกลับ แรงงานตามฤดูกาล แรงงานรายปี ซึ่งทางกัมพูชาจะช่วยส่งทีมพิสูจน์สัญชาติ เพิ่มให้เป็น 15 ชุดจากเดิม 6 ชุด นอกจากนี้มีการหารือเกี่ยวกับการจัดประชุมระหว่างผู้นำอย่างไม่เป็นทางการ (Annual Retreat) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนความสัมพันธ์ โดยให้มีอย่างน้อยปีละครั้ง เริ่มตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ด้านเศรษฐกิจ นอกจากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจข้ามแดน การที่เราจะเชื่อมโยงกับใคร เราต้องดูว่าเขาต้องการอะไร นายกรัฐมนตรีกัมพูชาอยากให้ผู้ประกอบการไทยเข้ามาผลิตน้ำผลไม้ เพราะเขามีผลผลิตอยู่แล้ว รัฐบาลก็ต้องคอยส่งเสริมให้ตรงกับความต้องการของประเทศเพื่อนบ้าน การลงทุนต้องเน้นให้โอกาสการลงทุนที่ตรงกับเราความต้องการ การขนส่ง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เปิดจุดผ่านแดนถาวร บ้านหนองเอียน-สตึงบท เพื่อบรรเทาความแออัดที่ปอยเปตและไทย มีการขอเพิ่มโควตารถบรรทุกจาก 40 คันเป็น 500 คัน ซึ่งทางการกัมพูชาก็ตามตกลง เรื่องจุดผ่านแดน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะมีการยกระดับ 4 จุดได้แก่ 1. ช่องอาเซะ จ. พระวิหาร-ช่องอานม้า จ. อุบลราชธานี 2. พนมได จ.พระตะบอง-บ.เขาดิน จ. สระแก้ว 3. บ. ทมอดา จ.โพธิสัต-บ.ท่าเส้น จ.ตราด และ 4. ช่องจุ๊บโกกี จ.อุดรมีชัย-ช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ นอกจากนี้ กัมพูชาได้ขอให้เราร่วมมือแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทุกประเภท น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า เนื่องจากไทยมีประสบการณ์และมีความพร้อม MThai news

เชคลิสต์! หุ้นไหนส่อหลุด มีแววเข้า 'SET50-SET100' ปีหน้า
SET100 /  SET50 / 

วันนี้ MThai News เอาใจขาหุ้น ด้วยการรวบรวมหลักทรัพย์ที่ถูกคาดการณ์ว่ามีโอาสหลุด และถูกนำเข้าคำนวนใน SET50-SET100 ในช่วงปีหน้า มีตัวไหนอยู่ในพอร์ตกันบ้าง ไปดูกันครับ บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยในบทวิเคราะห์วันนี้ (31 ต.ค.) ว่า ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ได้คำนวณหุ้นที่มีโอกาสถูกคัดเลือกนำเข้า และตัดออกจาก SET50 และ SET100 สำหรับช่วงครึ่งปีแรกของปี 58 โดยฝ่ายวิเคราะห์ได้ใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 56 – 29 ต.ค. 57 ซึ่งพบว่ามีหลักทรัพย์ต่าง ๆ ดังนี้ หุ้นที่คาดว่าจะถูกนำเข้าคำนวนใน SET50 ได้แก่ CK, SPALI, KTIS, BLAND (ซึ่ง HEMRAJ มีโอกาสแทรกแทน BLAND) หุ้นที่คาดว่าจะถูกนำออกจาก SET50 ได้แก่ BAY, THCOM, GLOBAL, KKP หุ้นที่คาดว่าจะถูกนำเข้าคำนวนใน SET100 ได้แก่ KTIS, HANA, ICHI, SAWAD, SIM, SGP, ANAN, CGD, DEMCO, ASP หุ้นที่คาดว่าจะถูกนำออกจาก SET100 ได้แก่ BAY, DCC, ESSO, KTC, STA, THRE, MCOT, SRICHA, NYT, TASCO ทั้งนี้ดัชนี SET50 และ SET100 คือดัชนีฯราคาหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดทำขึ้นอีกตัวหนึ่ง เพื่อใช้แสดงระดับและความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญ 50 หรือ 100 ตัวที่มีมูลค่าตลาดสูง และมีการซื้อขายมีสภาพคล่องสูงอย่างสม่ำเสมอ เป็นดัชนีประเภท composite index มีสูตรและวิธีการคำนวณเป็นเช่นเดียวกับการคำนวณ SET Index โดยที่ทุกหลักทรัพย์ใน SET50 และSET100 จะต้องไม่ถูกขึ้น SP ในระยะเวลา 1 ปี MThai News

ย้อนรำลึก 1 ปีม็อบนกหวีด
กปปส. /  คัดค้านนิรโทษกรรม / 

"พระสุเทพ" โพสต์ข้อความ "ไม่ชนะ  ไม่เลิก" ย้อนรำลึก 1 ปี การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊คเพจ "Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)" ของ "พระสุเทพ ปภากโร" ได้โพสต์ข้อความ รำลึก 1 ปี เหตุการณ์การชุมนุมของมวลมหาประชาชนที่ร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.  โดยระบุข้อความว่า "เราจะต่อสู้ร่วมกันไป ไม่ชนะไม่เลิก ผมจะสู้ถวายชีวิต เทหมดหน้าตัก จะต่อสู้ร่วมกับทุกคน ทุกวัน จนกว่าจะได้ชนะ ถ้ารัฐบาลจะมาหาผม เพื่อเพิ่มคดีกบฎอีกคดีก็ไม่กลัวแล้ว ผมรับผิดชอบการกระทำของประชาชนทุกอย่าง ไม่หนีไปไหน" สุเทพ เทือกสุบรรณ เวทีชุมนุมสามเสน 31 ตุลาคม 2556 (วันเป่านกหวีด เวทีสามเสน มวลมหาประชาชน)" ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2556 บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 หน้าอาคารรัฐสภา 1 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส. สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยสส.พรรคกว่า 50 คน ร่วมแถลงข่าวคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร (นัดพิเศษ) วันที่ 31 ต.ค. 2556 ในวาระ 2 และ วาระ 3 โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหญิงและชายตัดสินใจลาออกไปร่วมต่อสู้กับประชาชน เพื่อต่อต้านกฎหมายล้างผิด ที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยพยายามเสนอเข้าสภา โดยไม่ฟังเสียงประชาชน ทั้งที่มีผู้คัดค้าน ซึงในกฎหมายมีเนื้อหาลบล้างความผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงความผิดของแกนนำกลุ่มผู้ก่อเหตุร้ายในการชุมนุมทางการเมืองที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งพรรคประชาธิปัติย์ประกาศว่า จะร่วมกับประชาชนทั่วประเทศ เคลื่อนไหวต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยจะเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศ ออกมาชุมนุมคัดค้าน ตั้งแต่่วันที่ 31 ต.ค. 2556 เวลา 18.00น.เป็นต้นไป ซึ่งนี่ถือเป็นการประกาศศึกนอกสภา และเป็นการเป่านกหวีดครั้งแรกอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้น นายสุเทพ ก่อตั้งกลุ่ม กปปส. ขึ้นเมื่อวันที่ 29 พ.ย.56 และแต่งตั้งตนเองเป็นเลขาธิการ  และได้ใช้การเป่านกหวีดเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงครั้งนี้ พร้อมประกาศเจตนาของ กปปส.เพื่อทวงอำนาจอธิปไตยจากรัฐบาลมาคืนประชาชน ซึ่งจะดำเนินการปฏิรูปประเทศผ่านสภาประชาชนที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง และประกาศจะขจัด "ระบอบทักษิณ" โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ กดดันให้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากการเป็นหัวหน้ารัฐบาล เพื่อให้เกิดช่องว่างแห่งอำนาจ กระทั่งวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา กปปส.ก็ได้ยุติการชุมนุม เนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ ได้ทำการยึดอำนาจ และในวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา กปปส.ก็ได้ประกาศหยุดการเคลื่อนไหวทันที และจากนั้นในช่วงเช้าวันที่ 15 ก.ค. นายสุเทพ อดีตเลขาธิการ กปปส. ก็ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดท่าไทร ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกับหลานชาย โดยพระสุเทพ ได้ฉายาว่า “พระปภากโร” หมายถึง ผู้กระทำซึ่งแสงสว่าง MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

Yami Shibai | ยามิชิไบ โรงละครแห่งความมืด ตอนที่ 5 ชั้นถัดไป (พากย์ไทย)
Yami Shibai /  Theater of Darkness / 

Yee-Ha Entertainment ภูมิใจเสนอ "ยามิชิไบ” อนิเมะสยองขวัญสั้นๆที่กล่าวถึงความเชื่อในเรื่องภูติผีปีศาจ ความลี้ลับและประเพณีโบราณของญี่ปุ่น โดยมีการดำเนินเรื่องแบบละครกระดาษหรือที่เรียกกันว่า “คามิชิไบ” ซึ่งเป็นวิธีการเล่าแบบโบราณ และนั่นช่วยเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวให้กับอนิเมะเรื่องนี้เป็นอย่างดีจนเป็นสี่นาทีแห่งความหลอนที่คุณต้องจดจำ ติดต่อหรือติดตามข่าวสาร+ผลงานใ­หม่ได้ที่ Facebook Page: https://www.facebook.com/YeeHa.Entertainment YouTube Channel: http://www.youtube.com/user/YeehaEntertainment/ Google+ Page: https://plus.google.com/b/105167905290380209944/105167905290380209944/posts Twitter: https://twitter.com/Yeeha_Ent และ Gmail: yeeha.entertainment@gmail.com

เปิดประตู ธนาคารสเปิร์มในยูเค เอาใจคู่รักร่วมเพศ
คู่รักร่วมเพศ /  ธนาคารสเปิร์ม / 

ธนาคารสเปิร์มแห่งชาติ ในสหราชอาณาจักร ตอบโจทย์คู่รักร่วมเพศ และคู่รักที่มีปัญหาเรื่องการมีบุตร เพื่อความสมบูรณ์ในครอบครัว วันนี้ (31ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว โรงพยาบาลสตรี เบอร์มิงแฮม ในสหราชอาณาจักร ได้คิดค้นโครงการใหม่ ซึ่งเป็นบริการที่มุ่งเน้นกระตุ้นให้เกิดการบริจาคสเปิร์มเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อผู้มีบุตรยาก รวมถึงกลุ่มคู่รักร่วมเพศ หรือหญิงสาวโสดที่ต้องการมีลูก เพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลนสเปิร์ม และเพิ่มจำนวนผู้บริจาคสเปิร์มให้มากขึ้น ดร.ซู เอเวอรี่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเบอร์มิงแฮม เปิดเผยผ่านสื่อ บีบีซีว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการรับบริจาคไม่ใช่เพศของคู่ผู้รับบริจาค และไม่สำคัญว่าเด็กที่เกิดจากการผสมเทียมจะครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมหน้าหรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่โครงการคาดหวัง คือความพร้อมในการเลี้ยงดู และคุณภาพชีวิตของเด็กที่จะเกิดมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลือก หรือแหล่งที่จะทำการบริจาคคือปัญหาใหญ่ เพราะก่อนหน้านี้การบริจาคมีตัวเลือกค่อนข้างจำกัด ซึ่งความต้องการสเปิร์ม เพื่อนำไปผสมเทียมและสร้างความสมบูรณ์ให้กับครอบครัวของผู้มีบุตรยากกลับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความขาดแคลนสเปิร์ม ทั้งผู้รับบริจาคยังมีตัวเลือกของชาติพันธ์ุ และลักษณะของผู้ให้บริจาคน้อยตามไปด้วย โดยทั่วไปแล้ว การบริจาคสเปิร์ม ผู้บริจาค จะต้องทำการเจาะเลือด และซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงการเซ็นใบยินยอมให้ทางโรงพยาบาล สามารถนำเชื้ออสุจิไปใช้ได้ นอกจากนี้ยังมี รูปแบบของธนาคารสเปิร์มที่คล้ายคลึงกับในไทย คือ ตอบสนองความต้องการของผู้ชายที่ต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งเสี่ยงต่อการมีบุตรในอนาคต เช่นต้องเข้ารับรังสีรักษา หรือยารักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้นโครงการนี้ จะทำให้เกิดความหลายหลาย และตัวเลือก ของลักษณะทางพันธุกรรมของชายที่บริจาคสเปิร์มเพิ่มมากขึ้น ทำให้พ่อแม่เด็กที่เกิดมาจากผสมเทียมดังกล่าว สามารถกำหนดให้ลูกมีความใกล้เคียงกับพ่อแม่ หรือตรงต่อความต้องการของพ่อแม่มากที่สุด ข่าวที่เกี่ยวข้อง ธนาคารให้เชื้ออสุจิผิด ลูกเกิดมาหน้าไม่เหมือนพ่อแม่ ? ญี่ปุ่นผุด ธนาคารสเปิร์ม สำหรับสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ วิกฤต! สเปิร์มในธนาคารของเซี่ยงไฮ้ ลดฮวบ เชื่อผลจากมลพิษ อึ้ง ถูกสาวบอกเลิก หนุ่มฉุนทวงเงินค่าน้ำอสุจิจากฝ่ายหญิง MThai News

ข่าวดี! มอเตอร์เวย์-บูรพาวิถี ใช้ฟรี ช่วงปีใหม่
กรมทางหลวง /  การทางพิเศษ / 

'ประจิน' มอบของขวัญปีใหม่ ใช้มอเตอร์เวย์-บูรพาวิถีฟรี ตั้งแต่ 26 ธค. 57-4 มค. 58 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน กรมทางหลวงจะยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษ หรือ มอเตอร์เวย์)หมายเลข 7 (สายกรุงเทพฯ – ชลบุรี) และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (สายบางปะอิน – บางพลี) ในช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อปัญหาการจราจรติดขัดในสายทางที่ออกและเข้ากรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้การจราจรมีความคล่องตัว เป็นการลดการใช้พลังงานของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2557 เวลา 16.00 น. –วันที่ 4 ม.ค. 2558 เวลา 24.00 น. นอกจากนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. จะยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษบูรพาวิถีในช่วงเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2557 เวลา 00.01 น.–วันที่ 4 ม.ค. 2558 เวลา 24.00 น. เช่นกัน MThai News

ปลอดประสพ เชื่อรธน. ใหม่ไม่ใช่ปชต. เต็มใบ
กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ /  ข่าวปลอดประสพ / 

ปลอดประสพ เชื่อ รัฐธรรมนูญถาวร ฉบับนี้ ไม่เป็น ประชาธิปไตย เหตุคนทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างไม่ใช่คนจากประชาชน รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ต.ค. 57) นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความเห็นภายหลัง สปช. ได้มีมติคัดเลือก 20บุคคลทำหน้าที่กรรมมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ว่า หลังจากที่ปรากฎ 20 รายชื่อ สปช. ทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างฯ ก็ทำให้เชื่อได้ว่ารัฐธรรมนูญที่่จะเกิดขึ้นจะมีรูปแบบอย่างไร โดยส่วนตัวไม่ไม่ได้หวังจะเห็นประชาธิปไตยเต็มใบสวยสดงดงาม เพราะคนพวกนี้ไม่ใช่ตัวแทนประชาชน และเคยผ่านเวทีมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นหากจะทำก็ควรให้มีความเป็นธรรมบ้าง แม้ตนไม่ได้คาดหวัง และขออย่าออกมาเป็นดอกอุตพิตเป็นพอ ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยนั้น นายปลอดประสพ ก็บอกว่า เราก็คงให้ความรู้แก่ประชาชนเท่าที่พอจะมีโอกาส คงให้ความเห็นจากวงนอกเท่านั้น เพราะขณะนี้มีกฎอัยการศึกอยู่ MThai news

เผย 5 บ้านเดี่ยวแพงที่สุด ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล
บ้านสองชั้น

เผย 10 บ้านเดี่ยวแพงที่สุด ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เป็นผลการสำรวจของศูนย์ข้อมูลวิจัย และประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทยได้วิเคราะห์ราคาของบ้านเดี่ยว พบราคาบ้านเดี่ยวที่แพงที่สุดอยู่ในกรุงเทพ เราจึงนำข้อมูลของคอนโดเหล่านี้มาวิเคราะห์ให้เพื่อนๆ ดูกันค่ะ เผย 5 บ้านเดี่ยวแพงที่สุด ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล โครงการบ้านเดี่ยวที่ราคาแพงที่สุด 10 โครงการในกรุงเทพ และปริมณฑล โครงการบ้านที่ราคาแพงที่สุดเริ่มต้นที่ 126,500,000 บาท  1. Q.TWELVE ถนนราชพฤกษ์ Q.TWELVE ถนนราชพฤกษ์ : ราคาเริ่มต้นที่ 126,500,000 บาท เป็นโครงการของควอลิตี้เฮ้าส์ 1388 โครงการนี้มีแบบบ้านสองแบบ แบบบ้าน Colonial แบบบ้าน Colonial : บ้านเดี่ยวสองชั้น, ขนาดที่ดิน 297.6 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 988.0 ตร.ม. มี 5 ห้องนอน  2 ห้องรับแขก 7 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 7 คน มีห้องคนรับใช้ 2 ห้อง แบบบ้าน Mediterranean แบบบ้าน Mediterranean : บ้านเดี่ยวสองชั้น, ขนาดที่ดิน 315.3 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 1,000 ตร.ม. มี 5 ห้องนอน 2 ห้องรับแขก 7 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 7 คน มีห้องคนรับใช้ 2 ห้อง ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม : Q.TWELVE ถนนราชพฤกษ์ 2. Granada Pinklao Granada Pinklao : ราคาอยู่ที่ 40-60 ล้านบาท เป็นโครงการของ เอสซีแอสเสทคอร์ปอเรชั่น โครงการนี้มีแบบบ้านสามแบบ แบบบ้าน GRAND ALHAMBRA แบบบ้าน GRAND ALHAMBRA : บ้านเดี่ยวสองชั้น, พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 1077 ตร.ม. มี 5 ห้องนอน  2 ห้องรับแขก 6 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 7 คน มีห้องคนรับใช้ 2 ห้อง แบบบ้าน GRAND DARRO แบบบ้าน GRAND DARRO : บ้านเดี่ยวสองชั้น, พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 907 ตร.ม. มี 7 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก 6 ห้องน้ำ พร้อมเรือนรับรองขนาดใหญ่ 1 ห้องนอน 1 ห้องสปา แบบบ้าน GRAND GENIL แบบบ้าน GRAND GENIL : บ้านเดี่ยวสองชั้น, พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 741 ตร.ม. มี 5 ห้องนอน 2 ห้องรับแขก 6 ห้องน้ำ พร้อมเรือนรับรองขนาดใหญ่ 1 ห้องนอน 1 ห้องสปา ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม : Granada Pinklao 3. Ladawan Rattanathibet Ladawan Rattanathibet : ราคาอยู่ที่ 50-60 ล้านบาท เป็นโครงการของบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) โครงการนี้มีแบบบ้านสองแบบ แบบบ้าน Prestige แบบบ้าน Prestige : บ้านเดี่ยวสองชั้น, พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 437 ตร.ม. มี 4 ห้องนอน 2 ห้องรับแขก 5 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 3 คัน มีห้องคนรับใช้ 1 ห้อง แบบบ้าน Precious แบบบ้าน Precious : บ้านเดี่ยวสองชั้น, พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 531 ตร.ม. มี 5 ห้องนอน 3 ห้องรับแขก 6 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 3 คัน มีห้องคนรับใช้ 1 ห้อง ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม : Ladawan Rattanathibet 4. Perfect Masterpiece Perfect Masterpiece : ราคาอยู่ที่ 18-30 ล้านบาท เป็นโครงการของบริษัท พร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค โครงการนี้มีแบบบ้านสามแบบ แบบบ้าน Serenade แบบบ้าน Serenade : บ้านเดี่ยวสองชั้น, พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 425 ตร.ม. มี 5 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก 4 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 4 คัน มีห้องคนรับใช้ 1 ห้อง แบบบ้าน Splendor แบบบ้าน Splendor : บ้านเดี่ยวสองชั้น, พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 288 ตร.ม. มี 4 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก 4 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 2 คัน แบบบ้าน New Splendor บ้านสองชั้น แบบบ้าน New Splendor : บ้านเดี่ยวสองชั้น, พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 281 ตร.ม. มี 4 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก 5 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 3 คัน ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม : perfect masterpiece 5. Narasiri Bangna Narasiri Bangna : ราคาอยู่ที่ 28-60 ล้านบาท เป็นโครงการของบริษัท แสนสิริ โครงการนี้มีแบบบ้านสี่แบบ แบบบ้าน Georgia แบบบ้าน Georgia : บ้านเดี่ยวสองชั้น, พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 375 ตร.ม. มี 4 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก 5 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 4 คัน แบบบ้าน New Hampshire แบบบ้าน New Hampshire : บ้านเดี่ยวสองชั้น, พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 397 ตร.ม. มี 4 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก 5 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 4 คัน แบบบ้าน Virginia แบบบ้าน Virginia : บ้านเดี่ยวสองชั้น, พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 469 ตร.ม. มี 4 ห้องนอน 2 ห้องรับแขก 5 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 4 คัน แบบบ้าน Carolina แบบบ้าน Carolina : บ้านเดี่ยวสองชั้น, พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 521 ตร.ม. มี 4 ห้องนอน 2 ห้องรับแขก 5 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 4 คัน ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม : Narasiri Bangna บ้านเดี่ยวที่มีราคาแพงๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขตชานเมือง บ้านเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นบ้านในฝันของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ เรียบเรียง : ส้มจี๊ด

รับมือ วัยทอง ง่ายนิดเดียว
วัยทอง /  วัยหมดประจำเดือน / 

สตรีที่อายุระหว่าง  45 - 50 ปี คือช่วงเวลาที่อยู่ใน วัยทอง นั่นหมายถึงภาวะการหมดประจำเดือนหรือระดู เนื่องจากรังไข่หยุดการผลิตฮอร์โมน และไม่สามารถมีบุตรได้อีกต่อไป สตรีหลายๆ คนมักมีอาการของ วัยทอง ที่ส่งผลทั้งทางด้านอารมณ์ และร่างกาย นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงสตรี วัยทอง ในประเทศไทยที่มีประมาณ 7 ล้านคนว่า ผู้หญิงที่อยู่ใน วัยทอง หรือหญิงวัยหมดระดู เป็นช่วงวัยสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ที่มีผลจากการลดลงของฮอร์โมนเพศ จึงทำให้มีปัญหาสุขภาพที่แตกต่างจากวัยอื่น ผลการสำรวจภาวะสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพในผู้หญิงไทย อายุ 45-59 ปี ของสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย พ.ศ. 2554 พบว่า หญิง วัยทอง ร้อยละ 48 มีโรคประจำตัว โดย 3 อันดับแรกที่พบมาก ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ และร้อยละ 28 ของหญิง วัยทอง มีความเสี่ยงสูงต่ออาการหญิง วัยทอง นอกจากนี้ยังพบภาวะอ้วนลงพุงร้อยละ 57 ด้าน รศ.พญ.อรวรรณ คีรีวัฒน์ นายกสมาคมอนามัยเจริญพันธุ์(ไทย) กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่ วัยทอง ของสตรีนั้น จะมีช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน เป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงยังไม่หมดประจำเดือน หรือไม่มีประจำเดือนมาระยะเวลาหนึ่งแต่ไม่ถึง 1 ปี ช่วงวัยนี้อาจจะยาวนานถึง 6 ปีก่อนจะก้าวสู่ วัยทอง โดยปรากฎอาการออกเป็นตามช่วงคือ ช่วงแรก ประจำเดือนจะมาเร็วขึ้น จากที่เคยมาทุกเดือน จะมาทุกๆ3อาทิตย์ ช่วงที่สอง ประจำเดือนจะเริ่มมาห่าง เช่น 2-3 เดือนมาครั้งนึง ช่วงที่สาม คือช่วงที่ประจำเดือนหายไปนานจนครบ 1 ปี “ระหว่างช่วงเข้าสู่ วัยทอง จนหมดประจำเดือนนั้น ผู้หญิงหลายๆ คนจะมีอาการผิดปกติปรากฎ ซึ่งแต่ละคนจะแตกต่างกัน อาการ วัยทองของหญิงไทยจะมีประมาณ 21-22 อาการ เช่น อาการร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ ประจำเดือนมาไม่ปกติ มดลูกแห้ง หงุดหงิด ร่างกายอ่อนเพลีย ผมร่วง  หลงลืมง่าย วิงเวียนศรีษะ ท้องอืด ปัสสาวะและขับถ่ายบ่อย ฯลฯ และหญิงไทยกับหญิงต่างประเทศก็จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของอาการ วัยทอง เนื่องจากมีระบบเมตาบอลิซึมที่ต่างกัน โดยคนไทยจะไม่ได้มีอาการด้านใดเด่นเป็นพิเศษ แต่ผู้หญิงชาวต่างประเทศมักจะมีอาการปรากฎเด่นชัด เช่น อาการร้อนวูบวาบ เป็นต้น”  นายกสมาคมอนามัยเจริญพันธุ์ กล่าว สำหรับการดูแลตัวเองในช่วงของ วัยทอง นั้น รศ.พญ.อรวรรณ แนะนำว่า ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการรับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคความดัน เบาหวาน โดยควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยอาทิตย์ละ 150 นาที ควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อรักษาอารมณ์ให้เป็นปกติ และหมั่นไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากสตรี วัยทอง คนไหนที่มีอาการผิดปกติมากเป็นพิเศษสามารถไปพบคุณหมอ เพื่อปรึกษาอาการได้ที่คลินิก วัยทอง ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง วัยทอง รับมือได้ไม่ยาก ขอเพียงตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ ใส่ใจกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และแบ่งเวลาพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ... เรื่องโดย อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์ Team Content www.thaihealth.or.th

ชวนเที่ยว ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จ.สุโขทัย
งานประเพณี /  ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ / 

ใกล้จะถึงวันลอยกระทงเข้าไปทุกที หลายคนคงมีสถานที่ในใจอยู่แล้วว่าจะไปที่ไหน แต่หากจะกล่าวถึงประเพณีลอยกระทงที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่มากที่สุด นั่นก็คือ ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ที่จังหวัดสุโขทัยนั่นเอง ซึ่งอยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน ใครมีเวลา ลองไปเที่ยวดูสักครั้งนะครับ  ชวนเที่ยว ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จ.สุโขทัย งานประเพณีลอยกระทงของไทย มีจุดกำเนิดตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยมีความเชื่อว่าเป็นการบูชา และขอขมาพระแม่คงคา เป็นการสะเดาะเคราะห์และบูชาพระผู้เป็นเจ้าในศาสนาพราหมณ์ หรือเป็นการบูชารอยพระบาทเป็นต้น งานลอยกระทงเริ่มทำตั้งแต่ กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก น้ำจะเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ที่นิยมมากคือ ช่วงวันเพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทร์เต็มดวง ทำให้แม่น้ำใสสะอาด แสงจันทร์ส่องเวลากลางคืน เป็นบรรยากาศที่สวยงาม เหมาะแก่การลอยกระทง เอกลักษณ์ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ เป็นที่เลื่องลือ มีทั้งกระทงทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ งานฝีมืออันวิจิตรที่สะท้อนความประณีตของช่างศิลป์เมืองสุโขทัย มีการจำลองบรรยากาศการซื้อขายแบบโบราณ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงกลิ่นอายวัฒนธรรมด้วยการแลกหอยเบี้ยแทนเงินสด เพื่อใช้ซื้ออาหารพื้นเมือง และไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การแสดงแสง สี เสียง สุดแสนอลังการ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์มนต์เสน่ห์แห่งอารยธรรมเมืองมรดกโลก ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ แห่งนี้ โด่งดังไปไกลระดับโลก จนสื่อต่างประเทศถึงขั้นยกให้ติด 1 ใน 10 เทศกาลยอดเยี่ยมที่สุดของโลกอีกด้วย น่าชื่นใจจริงๆ ครับ ที่ประเพณีไทยเป็นที่ชื่นชอบและยอมรับในสากล ที่มา : www.stou.ac.th  ,  เรียบเรียงข้อมูลโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : tourthai.ekstepza.ws, pantip.com, bloggang.com, thairath.co.th, tlcthai.com, phototech-mag.com ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : สถานที่ลอยกระทงกรุงเทพ ค่ำคืนแห่งสายน้ำและแสงจันทร์ , แนะนำสถานที่ เที่ยวเทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์ , เที่ยวเชียงใหม่ ประเพณีลอยกระทง 2557 1-7 พ.ย.

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

จากนวนิยายคลาสสิค ผสม ซอมบี้ ในภาพแรก Pride and Prejudice and Zombies
17 Again /  Abraham Lincoln: Vampire Hunter / 

จัดได้ว่าเป็นหนังที่อยู่ในขั้นเจรจากันอยู่นานมาก สำหรับหนังที่หยิบเอานิยายคลาสสิคของ เจน ออสติน มาผสมซอมบี้อย่าง Pride and Prejudice and Zombies ของ เซ็ธ เกรแฮม สมิธ ผู้ที่ทำให้ อับราฮัม ลินคอร์น ไปฆ่าแวมไพร์ นั่นแหละ โดยในตอนนี้ภาพแรกของหนังก็ได้ถูกปล่อยออกมาแล้วผ่านทาง EW ซึ่งเป็นภาพของพี่น้อง เบ็นเน็ธ ที่รับบทโดย ลิลลี่ เจมส์, ซูกิ วอร์เตอร์เฮ้าส์, เบลล่า ฮีทโค้ท, เอลลี่ แบมเบอร์ และ มิลลี่ เบรดี้ ซึ่งนอกจากสาวๆทั้ง 5 หนังยังมี แซม ไรลี่ย์ และ แมธ สมิธ จาก Doctor Who ร่วมสมทบอีกด้วย ซึ่งหนังจะกำกับโดย เบอร์ เสตรีย จาก 17 Again โดยมีบทจาก เดวิด โอ รัซเซล ผกก. American Hustler  และมีโปรดิวเซอร์เป็นถึงนางเอกสาวอย่าง นาตาลี พอร์ทแมน ด้วย ตอนนี้หนังวางคิวฉายไว้ปี 2015 แต่ยังไม่กำหนดฉายอย่างแน่นอนครับ ใครเป็นแฟนนิยายเรื่องนี้ก็รอชมกันได้เลย ---------------------------- Pride and Prejudice and Zombies ปกฉบับนิยาย และกราฟฟิคโนเวล Pride and Prejudice and Zombies หน้าปกฉบับแปลไทย ชื่อเรื่องว่า ความรัก ศักดิ์ศรี และ ฝูงซอมบี้ ฉบับพิมพ์ใหม่ ของ สนพ. มาร์สเปซ์ ส่วนปกเดิม จะคล้ายๆปกเวอร์ชั่นต้นฉบับ

รำลึก 8 ปี 'นวมทอง ไพรวัลย์'สละชีพต้านรัฐประหาร 49
ข่าวนวมทอง /  ชนรถถังทหาร / 

รำลึก 8 ปี "นวมทอง ไพรวัลย์" ผูกคอตายสะพานลอยหน้าสนพ.ไทยรัฐ ต่อต้านอำนาจรัฐประหารปี 49 ทหาร-ตำรวจวางกำลังเข้ม ห้ามจัดกิจกรรมฝืนคำสั่งคสช. ด้าน "จตุพร" โพสต์ข้อความไว้อาลัย กลุ่มตัวแทนนักศึกษาจากศูนย์กลางนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย หรือ ศนปท. ได้เดินทางมายังบริเวณสะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดี ซึ่งเป็นอนุสรณ์ที่นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ ที่ขับรถชนกับรถถังทหาร ประท้วงการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 และผูกคอเสียชีวิตที่บริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2549 เพื่อทำการวางพวงหรีด รำลึก 8 ปี ลุงนวมทอง โดยการยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล และทหาร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กว่า 1 กองร้อย ตรึงกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัย และห้ามทำกิจกรรมในบริเวณดังกล่าว พร้อมเข้าเจรจากับกลุ่มต่างๆที่เดินทางมาเพื่อไว้อาลัยให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง นอกจากนี้ ยังมีประชาชนเดินทางเข้าไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนางบุญชู ไพวัลย์ ภรรยาของนายนวมทอง เดินทางมาวางดอกไม้ เพื่อไว้อาลัยด้วยอาการโศกเศร้า ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เดินทางกลับทันที และขอไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน โดยนายนวมทอง เป็นคนขับรถแท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถถังของคณะรัฐประหารและได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งต่อมาในคืนวันที่ 31 ตุลาคมปีเดียวกัน นายนวมทอง ได้ผูกคอเสียชีวิตกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยในจดหมายลาตายระบุว่า "ต้องการลบคำสบประมาทของพันเอกอัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้" ในคืนที่นวมทองผูกคอเสียชีวิต เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยด้านหน้าเป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ และด้านหลังเป็นบทกวีของศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์) โดยนายนวมทองเป็นพลเมืองไทยเพียงคนเดียว ที่ประกาศตนต่อสาธารณชนว่า ได้พยายามกระทอัตวินิบาตกรรม เพื่อประท้วงรัฐประหารไทยปี 2549 และได้บรรลุเจตนารมณ์ดังกล่าวในที่สุด เพื่อสนองคำพูดของรองโฆษกคณะรัฐประหารที่เขาถือว่าเป็นการเหยียดหยามวัตถุประสงค์แห่งกรรมของเขา ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์ุ ประธาน นปช. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" เพื่อไว้อาลัยและสดุดีให้กับนายนวมทอง "วันนี้ (31ตุลาคม) เป็นการครบรอบ8ปี ของการจากไปของคุณลุง "นวมทอง ไพรวัลย์" บุคคลที่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ฆ่าได้หยามไม่ได้ ผมขอสดุดี และไว้อาลัยกับนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง "ลุงนวมทอง" ครับ" MThai News

แมธธิว แม็คคอนนาเฮย์ โชว์เดี่ยว ในคลิปแรก และงานเปิดตัว Interstellar
2001 Space Odessey /  Anne Hataway / 

เผยคลิปแรกออกมาให้ชมกันแล้ว สำหรับหนังไซไฟของ โนแลน อย่าง Interstellar ที่หลังจากฉายรอบปฐมทัศน์ไปแล้ว คำวิจารณ์ก็ออกมาค่อนข้างกึ่งกลาง บ้างก็ว่าหนังเข้าใจยากบ้าง หนังมีความทะเยอทะยานสูงบ้าง แต่กระนั้นทุกเสียงกลับยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของมันในระบบ IMAX ว่าน่าตื่นตาเอามากๆ โดยเพื่อเป็นการต้อนรับที่หนังกำลังจะฉายอีก 1 อาทิตย์ วอร์เนอร์ ก็ได้ปล่อยคลิปแรกของหนังออกมาให้เราชมกันแล้ว ซึ่งเป็นคลิปที่ แมธธิว แม็คคอนนาเฮย์ ออกมาพูดถึงยานจักรกล และเสริมด้วยคลิปแถมพิเศษกับงานรอบปฐมทัศน์ในยุโรปที่แฟนๆได้มารอกันอย่างเหนียวแน่นเลยจริงๆ เมื่อโลกเข้าสู่ห้วงสุดท้ายในยุคเรา ทีมนักสำรวจต้องรับภารกิจที่สำคัญสุดในประ­วัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยการเดินทางสู่กาแล็คซี่อันไกลโพ้น เพื่อค้นหาความเป็นไปได้ว่าในอนาคตมนุษยชา­ติอยู่ท่ามกลางดวงดาวได้หรือ เปล่า Interstellar ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน บทภาพยนตร์โดยสองพี่น้อง โจนาธาน และคริสโตเฟอร์ โนแลน มีกำหนดฉายในไทย 6 พฤศจิกายน นี้

เมโกะ ชนนิกานต์ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ กับการเห็นผีสุดสะพรึงใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล / 

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตา สำหรับนักแสดงสาวหน้าเก๋ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย กัลผลงานล่าสุดสุดสะพรึง The Eyes Diary คนเห็นผี หลังจากสาว เมโกะ เคยฝากผลงานไว้ในหนังอินดี้เมื่อปีกลายกับ Marry is happy, Marry is happy และ ตั้งวง ไปแล้ว การกลับมาปล่อยของใน The Eyes Diary ก็โรแมนติคสยองขวัญ ชวนขนลุกจนผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังต้องยกนิ้วให้ และในวันนี้ เราจะมารู้จัก เมโกะ หรือ มดตะ ในหนังเรื่องล่าสุดนี้กัน เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ก่อนอื่นแนะนำตัวกันก่อนเลย? "สวัสดีค่ะ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ ถ้าถามถึงความฝันจริงๆ เมอยากเป็นแอร์โฮสเตสคะ ฟังๆดูแล้วมันดูขัดๆกันนะ จริงๆก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงด้วย ตอนเด็กๆก็ชอบแสดงออกนะคะ เป็นงานเวทีที่โรงเรียนประมาณนี้มากกว่า ผลงานที่ผ่านมาก็มีโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ ก็สก็อตเพรียวเร่ค่ะ แล้วก็มี MV บ้าง ส่วนผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องตั้งวง และ marry is happy ที่คนจะจดจำได้เยอะสุด" เมโกะคิดอย่างไรกับการแสดงครับ? "เมว่าเมชอบการแสดงนะ หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของการแสดงค่ะ หลังๆ มานี่ก็จะมีผลงานเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะคนเห็นผลงานเราเยอะขึ้นและชื่นชอบในตัวละครที่เราได้รับบทให้เล่นมากกว่า ล่าสุดตอนนี้ก็กำลังจะมีหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งเมแสดงเป็น มดตะ ค่ะ" เป็นมาอย่างไรถึงได้เข้ามารับบทเป็น 1 ตัวละครสำคัญในหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับ มะเดี่ยว? "เมไม่รู้ว่าพี่มะเดี่ยวเห็นอะไรในตัวเมรึเปล่า หรืออะไรเขาถึงไว้วางใจให้เมมารับบทเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่หนังผีทั่วไปธรรมดาๆ ค่ะ มันเป็นหนังผีที่มีความโรแมนติคเข้าไปด้วย ซึ่งมันหายากมากเลยนะในประเทศไทยเราตอนนี้ โดยปกติแล้วหนังผีทั่วไปก็จะเป็นผีออกมาหลอกแบร้ แต่เรื่องนี้มีการผสมผสานเรื่องโรแมนติคเข้าไปทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวให้พี่โปรดิวเซอร์ติดต่อมาค่ะ" พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "เมชอบผลงานเรื่อง Home ของพี่มะเดี่ยวมาก แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ความไว้วางใจในการรับเลือกมาเล่นหนังของพี่เขา เพราะว่าเมอยู่ในสายอินดี้มาตลอด คนก็จะมองว่าเมเล่นหนังแบบปกติทั่วไปไม่ได้ พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวแล้วเรารู้เลยว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนตั้งใจทำงานค่ะ เขาเป็นคนดุนะ แต่เราเข้าใจเขาว่าที่เขาดุเพราะอยากให้ทั้งตัวเราและทั้งตัวหนังเป็นอะไรที่ออกมาแล้วเฟอร์เฟ็คที่สุด ซึ่งเมชอบการทำงานของเขา มีวันหนึ่งที่พี่มะเดี่ยวไม่สบาย ก็ยังต้องมีการถ่ายทำ ถึงแม้จะมีการถ่ายแบบเฟสไทม์มา แล้วก็สั่งคิว เราเห็นสปีริทความตั้งใจในการทำหนังของพี่มะเดี่ยว มันเลยทำให้หนังแสดงมีสปิริทที่อยากจะทำงานกับเขาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวเป็นหนัก แต่ยังมีสปิริทในการเป็นผู้กำกับ เมว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนที่มีวิชชั่นที่แปลกแต่ดี มันจะไม่ค่อยเหมือนผู้กำกับทั่วไปในประเทศเราค่ะ คือเขาจะมีมุมกล้องแปลกๆ ของเล่นแปลกๆ และอะไรที่มันน่าตื่นเต้นในการเสนอดำเนินเรื่อง ในบทในคำพูดเล็กๆ น้อยๆ มันเป็นอะไรที่มีความใหม่ มีความสด และน่าสนใจ พี่มะเดี่ยวเป็นคนทำหนังที่เมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับคนค่ะ หนังมันคือการถ่ายทอดความรู้สึกของผู้กำกับ ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ผู้กำกับเลย มันคือการถ่ายทอดในสิ่งที่เขาได้ไปเจอะเจอมา สิ่งจากคนรอบข้างเขา ประสบการณ์ต่างๆ คือเมรู้สึกว่าหนังพี่มะเดี่ยวล้วนสร้างมาจากพื้นฐานความเป็นจริงค่ะ" ตอนที่ได้มีโอกาสอ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตั้งแต่เห็นบทครั้งแรกตื่นเต้นค่ะ ไม่เคยเล่นหนังผี ไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่าผีเป็นยังไง ต้องกลัวผียังไง คือเมว่าการเล่นหนังผีเป็นอะไรที่ท้าทายมากเลยนะ เราไม่เคยสัมผัสว่าผีเขาเป็นยังไงแต่เราต้องแสดงความรู้สึก สิ่งที่เรามโนขึ้นมาว่ามันเป็นรูปร่างยังไง เมดูหนังผีเยอะมาก จริงๆ เป็นคนชอบดูหนังผีอยู่แล้วค่ะ แล้วก็พยายามสังเกตตัวละครที่เขาเล่นหนังผีว่าเขากลัวยังไง เวลาเจอเขาแสดงออกยังไง คือหนังเรื่องนี้เป็นการรวบรวมความรู้สึกของตัวละครต่างๆ เข้ามา ทำให้มันเกิดเรื่องราวขึ้น คือตัวละครแต่ละตัวจะมีอารมณ์ มีออฟเจ็คต์ที่แตกต่างกันออกไป แล้วมันทำให้เกิดเป็นเรื่องราวซึ่งมีทั้งแอคชั่น ฮอร์โรร์ และก็โรแมนติก ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องเป็นราว เป็นหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ" ตัวละคร มดตะ ที่ได้รับ มีบทบาทและคาแร็คเตอร์แบบไหนครับ? "มดตะ เป็นเด็กสาววัยรุ่นทั่วๆ ไปที่มีชอบไปเที่ยวกับเพื่อน สังสรรค์กับเพื่อน  เพียงแต่ที่ผ่านมามด ตะอาจจะเจอเรื่องราวต่างๆในชีวิตมาเยอะพอสมควร ทำให้เขามีปมลึกๆ ในจิตใจ แต่เป็นคนเลือกที่จะปิดความรู้สึกนั้นไว้ อาจจะเป็นการหลอกตัวเอง หรือเป็นการพยายามสร้างความสุขให้ตัวเองในการใช้ชีวิต โดยไม่เอาปมของตัวเองไปทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน และปมที่ว่านี้ มันดันไปคอนเน็กกับน็อต ซึ่งเราสองคนมีปมคล้ายๆ กัน เป็นเรื่องความรัก เป็นเรื่องคนใกล้ตัวเนี้ยแหละค่ะ" การรับบทใน The Eyes Diary เรื่องนี้ มีความท้ายทายอะไรบ้างไหมครับ? "มันยากเลยแหละ มันไม่ใช่แค่คำว่าท้าทายหรอก จริงๆ มันท้าทาย มันน่าสนใจค่ะ แต่ว่ามันก็ยากนะ เพราะเราไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่ามันเป็นรูปร่างแบบนี้นะ เราต้องกลัวเขาอย่างนี้นะ ต้องแสดงออกกับเขาแบบนี้นะ คือเมรู้สึกนะว่าถ้าในชีวิตประจำวันเจอผี อยากคุยกับเขาด้วยซ้ำว่าทำไมถึงเป็นผี" (หัวเราะ) อะไรคือเสน่ห์ของ The Eyes Diary? "เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือโลกคนเป็นกับโลกคนตายมันเชื่อมต่อกัน เชื่อมโยงกัน ซึ่งเมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันยังมีอยู่ในชีวิตจริง แม้แต่กระทั่งไม่ใช่ในหนังนะค่ะ ในชีวิตจริงคนเรามันยังมีความเชื่อที่จะไปวัด ไปทำบุญโลงศพ เพื่อที่จะคอนเน็กกับเขารึเปล่า เมไม่รู้ว่าคนที่ทำแบบนี้เพื่ออะไร มีพิธีบูชาโน้นนี้ มันทำให้รู้สึกว่า หนังเรื่องนี้แหละมันคือการถ่ายทอดเรื่องราวอารมณ์ของคนเหล่านั้น ว่าเราเองรึเปล่าที่เป็นคนเปิดรับเขาเข้ามา เราเป็นคนเลือกที่จะให้สิ่งพวกนี้เข้ามาวนเวียนอยู่รอบกายเรา และเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือเราได้เห็นอีกโลกของวิญญาณ ได้เห็นอีกโลกหนึ่งของคนตายที่เขาตายไปแล้วเขารู้สึกยังไง เขาอยากจะคอนเน็กกับเราเพื่ออะไร มีจุดประสงค์อะไร เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกของคนที่ตายไปแล้ว แล้วก็ความต้องการของคนตาย หนังเรื่องนี้มีความใหม่ค่ะ คืออย่างที่บอกไม่เคยมีใครเห็นผีตัวเป็นๆ มันต้องใช้ความพยายามซึ่งยากมากในการครีเอทมันขึ้นมา ว่ามันต้องมีรูปร่างแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ เสียงแบบนี้ เมรู้สึกว่าพี่มะเดี่ยวดีไซน์มันออกมาได้เพอร์เฟ็คค่ะ แล้วทุกตัวละครล้วนมีเสน่ห์ในตัวเองคือทุกตัวละครจะมีความต้องการแตกต่างกัน เมรู้สึกว่าทุกคนมีปมในใจ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในใจแตกต่างกัน แต่ว่าเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะสามารถเชื่อมโยงกันได้ทุกตัวเลย อันนี้คือเสน่ห์ของตัวละครในเรื่องนี้ แล้วทุกคนคอนเน็กกันจริงๆ ค่ะ มีเรื่องราวที่ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกันได้" ลองเล่าถึงความหลอนสยองของ The Eyes Diary ให้คุณผู้ชมฟังหน่อย? "คือเรื่องนี้เป็นหนังผีที่เหนื่อยค่ะ เมรู้สึกว่าคนดูก็จะเหนื่อยตามเมไปด้วย เมรู้สึกว่าในหนังเรื่องนี้ตัวละครของเราเจอผีกันไม่หยุดไม่หย่อน ผีมีหลายตัวมาก ซึ่งผีแต่ละตัวไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางทีผีวิ่งตาม เราพยายามหนีจนเหนื่อย จนล้า คือไม่เอาแล้วค่ะ มันก็ยังตามมา แล้วด้วยมุมกล้องนะคะ ทำให้ไอเดียนี้เป็นอะไรที่ใหม่ และคนดูน่าจะกลัวตามๆ นักแสดงไปด้วย มันมีซีนหนึ่งที่ผีต้องเดินตามเม คือเราก็คิดว่าแค่เดินตามธรรมดา พอถ่ายจริงคือมันน่ากลัวมาก มากๆ ด้วยสถานที่ ด้วยมุมกล้อง พอเมไปดูในมอนิเตอร์แล้วขนลุกมาก คือมันเดินตามจริงๆ แล้วชิดมากแบบหายใจรดต้นคอ แล้วเราก็ไม่รู้จุดประสงค์ของเขาว่าเขาจะมาทำร้ายเรารึเปล่า หรือเขาต้องการอะไรจากเรา คือเมใช้คำว่าหนีไม่พ้น หนีไม่รอด หนีไม่ได้ จนมุมเลยดีกว่าค่ะ ผีตามไม่เลิกลาเลยจริงๆ เขาเป็นผีเขาคงไม่เหนื่อยหรอกนะ คือมันหนีจนไม่มีทางหนีแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวต้องไปดูในหนังว่าเราจะสามารถหนีมันพ้นรึเปล่า" ได้ข่าวว่ามีการเพิ่มดีกรีความหลอน จากะสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำด้วย จริงหรือเปล่าครับ? "สถานที่ทุกสถานที่ที่ไปถ่ายเป็นสถานที่ร้างจริงๆ ไม่ได้เซ็ตอัพขึ้นมา หนังเรื่องอื่นอาจจะเซ็ตอัพขึ้นมา แต่เรื่องนี้ใช้สถานที่จริงๆ แล้วก็พร็อพบางชิ้นที่อยู่ในหนัง เมคิดว่ามันเป็นของจริงที่อยู่กับสถานที่นี้ด้วยซ้ำ เมนั่งมอเตอร์ไซต์พี่ปั้นจั่นแล้วเมยังคุยกับพี่ปั้นดูซิ เห็นเปล่า เหมือนเชือกผูกคอตาย พี่ปั้นก็บ้าเหรอ ไม่มีหรอก แต่มันเป็นสิ่งที่เขาเซ็ตขึ้นมาค่ะ แล้วมันเหมือนจนทำให้เมหลอนมาก อยากจะหยาบคายออกมาว่า หลอนโคตรโคตร แล้วเวลาเดินไปไหน อย่างพื้นที่โรงพยาบาลร้างที่เวชปัญญามันมีหลุม มีอะไรเหมือว่าเป็นสถานที่ที่มีอันตรายอยู่รอบตัวเลยค่ะ  แล้วทีมงานทุกคนก็เหมือนแบบ เดี๋ยวเจอโน้น เดี๋ยวเจอนี้ แล้วเมก็ชอบทีมเมคอัพเอฟเฟกต์มาก (แต่งโดย คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล - Special Effect make up) จากคิวเอฟเฟกต์เวิร์คช็อพQ FX workshop ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในการสร้างสรรค์งานเมคอัพเอฟเฟกต์ในโลกภาพยนตร์มือ 1 ของไทยที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับโลกอยู่เบื้องหลังความยับเยินปางตายของไรอัน กอสลิงใน Only God Forgives ,แปลงโฉมหน้าของ โจวเหวินฟะให้กลายเป็นขงจื้อตอนแก่ใน Confucius ,ดอนนี่ เยน ใน ICEMAN3D, Hang over , WUXIAเดชไอ้ด้วนเวอร์ชั่นดอนนี่ เยน-ปีเตอร์ ชาน  ฯลฯ) คือเขาแต่งตัวผีออกมาได้เหมือนมาก ตัวแผล หรือว่าตัวผีต่างๆ เขามีความครีเอทีฟมากๆ ว่ามันจะต้องออกมาอย่างนี้นะ เลือดมันควรจะไหลไปทางนี้นะ คือจริงๆ ทุกคนมีพื้นฐานของความตั้งใจทำงานมาก มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาหลอน ทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างแน่นอน" ถ่ายหนังผีอย่างนี้ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเห็นผีบ้างรึเปล่า? "เมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเซ้นส์ มันเป็นความรู้สึกว่าเราคิดไปเองรึเปล่า เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์เขาพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เรามโนจิตไปเอง แต่ว่าแจ๊คค่ะ แจ๊คจะเจอหนักมาก คือตื่นมาแล้วมีรอยมือที่ท้อง เป็นรอยมือซึ่งครบ 5 นิ้วเลย ถ้ามันเกิดด้วยตัวแจ๊คเองนะ คนเรามันตื่นมาสักพักแล้วรอยพวกนั้นมันต้องหายไปแล้วค่ะ แต่นี่รอยมันยังอยู่ แล้วแจ็คก็เจอกดคาง ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำอะไรใครมารึเปล่าไม่รู้" ที่ว่าหนังเรื่องนี้เป็นประสบการณ์การทำงานที่มีครบทุกรสชาติที่ไม่มีวันลืม จริงหรือเปล่า? "ได้ทำอะไรเยอะมากค่ะ ไม่เคยถ่ายอะไรที่แบบ 6 โมงเย็น ถึง 6 โมงเช้าของอีกวันค่ะ เราเคยแต่ทำงานที่ ม. หรือทำงานหนักๆ แต่ว่านี่เราต้องอยู่เช็ตตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึง 6 โมงเช้า แล้วฝนก็ตก อากาศก็มืด ยุงก็กัด คืออะไรๆ มันก็เอื้ออำนวยเรา ด้วยความที่เรามาอยู่เชียงใหม่ แต่ว่าเมรู้สึกว่ามันสนุกและอยากจะทำมัน ไม่ได้รู้สึกว่าโดนบังคับหรืออะไรเลย อย่างต้องวิ่งกันจนปวดขาเลยทีเดียว คือตัวละครที่เป็นคนนี้ เราก็ต้องหนีผีคะ เราคงไม่ไปนั่งคุยกับผีหรอก ในฉากมีเมกับพี่ปั้น แล้วพี่ปั้นเขาตัวใหญ่แรงเยอะมาก เวลาถ่ายเขาต้องลากหนูค่ะ แล้วมันเจ็บมาก เขาเป็นคนวิ่งเร็วคะ หนูวิ่งตามเขาไม่ทัน จนแบบต้องใส่เกียร์หมาวิ่ง แต่ยังวิ่งตามไม่ทันเลยอ่ะ ที่สำคัญเมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ในตัวของมันเองค่ะ แม้วันที่เมไม่มีคิว เมยังอยากที่จะมากองเพื่อที่จะมาให้กำลังใจนักแสดงคนอื่น ฮาๆๆ แต่จริงๆ แล้วเมว่าเป็นเพราะความหลอนไม่อยากอยู่โรงแรมคนเดียวมากกว่า" (หัวเราะ) พอรู้ว่าจะต้องมาเล่นหนังผี คนรอบข้างมีใครให้คำแนะนำอะไรบ้างไหมครับ? "เมเป็นคนซนค่ะ ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าเมเป็นคนซนมาก จะชอบพูดโน้นพูดนี้ แหย่โน้นแหย่นี้ แต่ถ้าถามว่ากลัวมั๊ย เมเป็นคนไม่กลัวผีนะ แต่ว่าไม่เคยลบหลู่ คือก่อนนอน คุณพ่อก็จะให้สวดมนต์ แต่เมเชื่อเองว่าเมไม่ได้ไปล้ำเส้นของเขา เขาก็จะไม่มาล้ำเส้นของเม" ทราบมาว่ามีการคิดค้นมุมภาพใหม่ๆแปลกๆ เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นหนังผีโรแมนติคสยองขวัญเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษด้วย เล่าให้ฟังหน่อย? "คือทางพี่มะเดี่ยว และผู้กำกับภาพมีการนำเอาเจ้าDRONE มาใช้ในการถ่ายทำในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือเมชอบอุปกรณ์เครื่องนี้มาก เป็นเครื่องที่มีใบพัด 4 ใบหมุนติ้วๆ คล้ายๆเครื่องบังคับวิทยุโดยมีกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ติดอยู่ ชอบมากค่ะ อยากขโมยกลับ อยากเห็นภาพที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ด้วย สำหรับในภาพยนตร์เราจะได้เห็นในฉากที่น็อตกับมดตะเข้าไปในโรงพยาบาลร้าง ซึ่ง Drone จะถ่ายตอนที่เราขับมอเตอร์ไซด์เข้าไปภาพจะเห็นเป็นมุมกว้าง เมพูดกับพี่ปั้นตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเมชอบมาก อยากได้กลับไปเล่นที่บ้านมาก มันเป็นเครื่องที่มีมาสักพักแล้วล่ะคะ แล้วต่างชาติเขาก็ใช้กัน เมยังไม่ค่อยเห็นหนังไทยเรื่องไหนใช้เลยนะ วันแรกที่เมลงมาจากโรงแรมแล้วมาเจอเครื่องนี้ เมโทร.ไปบอกเพื่อนว่าอยากได้มาก เมคุยกับพี่ที่เป็นคนบังคับว่าเดี๋ยวหนูขอเล่นนะคะ เมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ยุโรปมากเลยค่ะ รู้สึกเป็นอะไรที่มันใหม่แล้วก็สวยงามมาก เมนั่งคุยกับพี่ปั้นว่าถ้ามุมกล้องมันเป็นแบบนี้มันต้องออกมาสวยแน่เลย คือมันอำนวยความสะดวกเราด้วยแหละ กล้องแฮนดี้แคมมันจะไม่สามารถถ่ายได้มุมสวยขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในฉากนี้เราจะได้เห็นว่ามดตะเป็นคนที่ขาดความอบอุ่นเล็กๆ นะคะ เขาพยายามโหยหาความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับ จากเหตุการณ์ จากปมในใจของเขา จนเขาเลือกน็อตเป็นตัวแทนในการแชร์ความรู้สึกหรือว่าในการเอาอารมณ์ความรู้สึกของน็อตเข้ามาร่วมกับตัวมดตะ แล้วก็ในฉากนี้มันคือการเริ่มต้นของการผจญภัยของทั้งคู่ในหนังผีเรื่องนี้ แล้วภาพที่ออกมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดูในมอนิเตอร์ แต่ได้เห็นตอนมันขึ้น หรือว่ามันถ่าย มันต้องออกมาสวยมากๆ แน่เลย แล้วทุกคนจะได้เห็นความดาร์ก ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ค่ะ" สุดท้ายครับ อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆของเมโกะเกี่ยวกับ The Eyes Diary หนังเรื่องล่าสุดของเราบ้างไหม "ฝากผลงานหนังเรื่องที่ 3 ในชีวิตของเมด้วยนะคะ กับ The Eyes Diary ค่ะ ก็หนังผี หนังโรแมนติก แอคชั่น เป็นอะไรที่ครบรสมากๆ ก็อยากให้ทุกคนติดตามกันในมุมมองการแสดงใหม่ๆ ของเมด้วยค่ะ" ติดตามผลงานของ เมโกะ ที่จะมาทำให้ทุกคนต้องสะพรึงจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย ------------------------------