การบินไทย

โบรกฯประสานเสียง หุ้นไทยวันนี้บวกต่อ จากปัจจัยนปท. และตปท.หนุน
ข่าววันนี้ /  ข่าวเศรษฐกิจ / 

2 โบรกฯประสานเสียง หุ้นไทยบวกต่อ จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ หนุน ขณะที่ในประเทศได้แรงหนุนจาก ครม.ประยุทธ์ 1 รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ หม่อมอุ๋ย เป็นรองนายกฯ สมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้ มีโอกาสปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น ถึงแม้ว่าตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทยังแข็งค่า ทำให้เงินต่างชาติมีแนวโน้มที่จะไหลเข้าต่อไป โดยตลาดยังคงมีความคาดหวังในเชิงบวกว่าการบริหารงานของรัฐบาลชุดใหม่จะนำพาประเทศไปสู่ความสงบ และการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดัชนีฯหุ้นไทยจะปรับขึ้น โดยนักลงทุนมีมุมมองบวกต่อเศรษฐกิจไทยหลัง ครม. ประยุทธ์ 1 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ววานนี้ โดยมีมือเศรษฐกิจ ได้แก่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล (รองนายกฯ) และ นายสมหมาย ภาษี (รมว.คลัง) ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีรายละเอียดของนโยบายกระทรวงหลักๆ ออกมา ทำให้ภาพรวมดัชนีฯหุ้นไทยยังแกว่งตัวบวกต่อได้ และให้เป้าดัชนีฯ เดือนกันยายน ที่ 1,600 จุด MThai News

ถั่วลาแล้วเจ้านาย! ชิชาริโต้ ลาผีซบเรอัล มาดริด แบบยืมตัว
กระทิงดุ /  ข่าวซื้อขายนักเตะ / 

สื่อแดนกระทิงดุประโครมข่าวกันแล้วว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เรอัล มาดริด ได้เจรจาตกลงกันเรียบร้อยแล้วในการยืมตัวกองหน้าชาวเม็กซิโก ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ หรือ ชิชาริโต้ เป็นเวลา 1 ฤดูกาล ใกล้ความจริงเข้ามาทุกทีแล้วสำหรับอนาคตของเจ้าถั่วน้อย ชิชาริโต้ ที่ดูจะไม่สดใสใสถิ่น ปีศาจแดง ต่อไป เมื่อมีรายงานจากสื่อแดนกระทิงดุ ว่า เขาจะถูกต้นสังกัดอย่าง ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปล่อยยืมตัวไปให้กับ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ถึง 1 ฤดูกาล ทั้งนี้ ชิชาริโต้ วัย 26 ปี กำลังเป็นที่จับตามองถึงอนาคตของเขาในรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เนื่องจากเขาต้องเป็นตัวสำรองของ เวย์น รูนย์ กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จึงดูแล้วโอกาสในการลงสนามมีน้อยมาก จึงมีบรรดายักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน, บาเลนเซีย และเรอัล มาดริด ต่างจับตาอยู่ และล่าสุดก็กลายเป็น เรอัล มาดริด ที่กำลังจะได้ตัวนักเตะรายนี้ไป ด้วยสัญญายืมตัว เป็นเวลา 1 ฤดูกาล เหลือเพียงการตกลงค่าเหนื่อยของชิชาริโต้ กันเท่านั้น

เมืองทอง - บีจี พร้อมดวลแข้งชิงโล่ห์สมเด็จพระเทพฯ
HEROES FOR HEROES /  กระต่ายแก้ว / 

คุณวิลักษณ์ โหลทอง รองประธานสโมสรฟุตบอล เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด พร้อมด้วย คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส และคุณจุตินันท์  ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลแมตช์แห่งศักดิ์ศรี ชิงโล่ห์พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่าง กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ กระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าส เอฟซี ครั้งที่ 3 ภายใต้สโลแกน “HEROES FOR HEROES” รวมพลังเป็นหนึ่ง เพื่อวีรบุรุษของเรา เพื่อนำเงินรายได้จากการแข่งขันมอบให้กับคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย สนับสนุนการเตรียมทีมนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยในการสู้ศึก “เอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 11” รวมถึง “พาราลิมปิกเกมส์ 2016” โดยคุณวิลักษณ์ โหลทอง กล่าวว่า ในฐานะเจ้าภาพแมตซ์การแข่งขันในปีนี้ ภายใต้สโลแกน Heros For Heros รวมพลังเป็นหนึ่ง เพื่อวีรบุรุษของเรา ทางเมืองทองฯ ก็จะจัดการแข่งขันให้ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีกับฟุตบอลเกียรติยศครั้งนี้ และภูมิใจอย่างมากกับการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันนี้อย่างต่อเนื่องซึ่งเราในฐานะแชมป์เก่าก็จะพยายามรักษาโล่ห์พระราชทานให้อยู่ที่เราอีกปีหนึ่งให้ได้ ด้าน คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี เปิดเผยว่า การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันทุกครั้ง เรามุ่งมั่นและตั้งใจลงแข่งขัน ซึ่งรายการนี้ก็ถือเป็นรายการแข่งขันหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก  ซึ่งนอกจากจะชิงโล่ห์พระราชทานอันทรงเกียรติแล้ว ก็ยังเป็นการร่วมสนับสนุนนักกีฬาพาราลิมปิกของไทยอีกด้วย เรายืนยันจะพยายามทำให้แชมป์กลับมาอยู่ในมือเราให้ได้ สุดท้ายขอเชิญชวนแฟนฟุตบอลทั้งสองสโมสรเข้าชมการแข่งขันในครั้งนี้มากๆครับ ส่วน คุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กล่าวว่า ขอขอบคุณทั้ง 2 สโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ และบางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ทำให้ครอบครัวนักกีฬาคนพิการของเราใหญ่ขึ้น ก่อนหน้านี้ครอบครัวเราเป็นเหมือนครอบครัวเล็กๆ ที่ดูแลเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน อยู่กันอย่างเงียบๆ ตอนนี้เราดีใจที่เรารู้สึกว่าครอบครัวเราใหญ่ขึ้น เรามีทั้งครอบครัวเมืองทอง ครอบครัวบีจี ที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นเพราะทั้ง 2 ครอบครัวนี้ดูแลเราเป็นอย่างดี การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้นักกีฬาคนพิการในการ ฝึกซ้อมรวมถึงเดินทางไปแข่งขันเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้การดวลแข้งจะมีขึ้นในวันที่ 20 ก.ย.57 เวลา 18.00 น. ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม บัตรราคา 120, 150 และ350 บาท โดยบัตรราคา 350 บาท รับผ้าพันคอลายทัวร์นาเม้นต์ 1 ผืน มูลค่าผืนละ 250 บาท ฟรีทันที โดยแฟนฟุตบอล และผู้สนใจ สามารถซื้อบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และที่หน้าสนามแข่งขัน สำหรับการดวลแข้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งสองสโมสรต่างครองโล่ห์พระราชทานมาแล้วทีมละ 1 ครั้ง โดยในครั้งที่ 1 สเตเดี้ยม บางกอกกล๊าส เอฟซี ชนะจุดโทษ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์รวม 9-8 (หลังเสมอกันในเวลา 2-2) และครั้งที่ 2 เมืองทอง ยูไนเต็ด เฉือนเอาชนะ บางกอกกล๊าส เอฟซี ไปได้ 2-1

เอกชนจี้รัฐ เร่งช่วย SME หลังขาดสภาพคล่อง
SME /  กระทรวงพาณิชย์ / 

สรท.วอนรัฐ-กระทรวงพาณิชย์ เร่งช่วย SME หลังขาดสภาพคล่อง ขณะ ส.อ.ท. จี้ เบิกจ่ายงบให้ได้ 30% ช่วง ต.ค-ธ.ค. นี้ นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษาสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สรท. (สภาผู้ส่งออกฯ) เปิดเผยว่า รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยเฉพาะทางกระทรวงพาณิชย์ ควรเร่งใส่ใจผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั้งระบบ ที่ขณะนี้อยู่ในสภาวะขาดสภาพคล่อง ไม่เข้าใจถึงมาตรฐานการผลิต โดยหวังว่าจะมีการเน้นการส่งเสริมให้สามารถส่งออก และสามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะในบริเวณการค้าชายแดน ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ นอกจากนี้ ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งรัดแก้ไขปัญหาการผูกขาดสินค้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เหมาะสมแก่ภาคการผลิต และผู้บริโภค ด้าน นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออกฯ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณ 2558 และแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท ทางรัฐบาลควรดำเนินการที่ชัดเจน เร่งรัดให้เป็นรูปธรรม โดยควรเบิกจ่ายงบให้ได้ประมาณร้อยละ 30 ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2557 เพื่อให้เกิดการลงทุนและเรียกความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ รวมถึงเน้นเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเอกชนไม่มีความเป็นห่วง หากมีการตรวจสอบภายใต้ความโปร่งใส เป็นธรรม

รวมของเล่นในขนมวันวานยอดฮิต
กิจกรรมวัยรุ่น /  ขนมยอดฮิต / 

ครั้งที่แล้วทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอเรื่องราวของ 10 อันดับของสะสมวัยเรียนสุดฮิต กันไปแล้ว และก็ทำให้เราพบว่าของแถมในขนมเมื่อวันวาน ก็น่าสนใจดีเหมือนกานนะ เพราะในปัจจุบันแทบไม่เห็นแล้ว และก็ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ คนไหนจำกันได้หรือเปล่า ถ้ายังจำไม่ได้ เรามารื้อฟื้นอดีตกับ รวมของเล่นในขนมวันวานยอดฮิต พร้อมๆ กันเลยค่ะ... รวมของเล่นในขนมวันวานยอดฮิต เริ่มจากขนมกากา ใครจำได้บ้างคะ นิยมมากๆ ในสมัยนั้น เพราะแถมของเล่นถูกใจเด็กๆ กล่องขนม Toy ของกูลิโกะ เห็นกล่องเล็กๆ แค่นี้ แต่ของเล่นข้างในสวย น่าเล่นมากสามารถยัดลงไปในกล่องได้ 1 ชิ้น ขนมกรอบ คัมคัม โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ถุงสีแดง และเด็กชายหญิงคู่นี้ ดูหน้าซองแล้วน่าจะเป็นของเล่นแบ๊วๆ แต่กลับเป็นตัวหุ่นยางหลากสีให้สะสม (มีกันป่ะ) ขนมโจ๊กโก้ ขนมปังเคลือบโกโก้ที่แถมมาพร้อม รูปสัตว์โลกน่ารัก ภายในกล่องเจ้าหนูรถแข่ง มีขนมบ๊วยเค็ม และก็รถแข่งคันเล็กไว้ไปซิ่งแข่งกัน มาถึงขนมน้ำเต้า ปู ปลา คราวนี้ไม่ใช่ของเล่นอยู่ในกล่อง แต่ตัวกล่องนี้แหละค่ะที่เป็นของเล่น และเพื่อนๆ จำได้ไหมคะว่า ภายในกล่องนี้มันมีอะไรอยู่ แท่นแท๊น มันก็คือลูกอมเม็ดสีขาวๆ 1 ลูกอยู่ด้านใน ส่วนด้านนอกก็ไว้เป็นลูกเต๋าโยนทายน้ำเต้า ปูปลา แต่อย่าเล่นพนันกันนะคะ เพราะการพนันเป็นสิ่งที่ไม่รู้จักจบสิ้น เล่นได้ก็เล่นอีก เล่นเสียก็เล่นอีก ไม่ดีเลย เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเห็น บ้านญี่ปุ่นกระดาษนี้ที่อยู่ในขนมข้าวโพดอบกรอบจาจาโฮม และเคยเล่นแน่ๆ เลย บ้านที่ประกอบหลังเล็กๆ หลายสไตล์ตามแบบฉบับญี่ปุ่น ฮอตฮิตมากในช่วงนั้น และปัจจุบันขนมจาจาโฮมก็ยังมีอยู่นะจ้ะ แต่จะมีเวอร์ชั่นบ้านต่างๆ เพิ่มขึ้น ปิดท้ายด้วยขนมโรตีสายไหมที่แหวกแนวกว่าอันอื่นซะหน่อย แต่ถือว่าเป็นขนมดั้งเดิมแบบไทยๆ และถูกอกถูกใจเด็กๆ สมัยนั้น เพราะได้ทั้งของกินด้วย ได้เล่นสนุกด้วยคุ้มด้วยจริงๆ ค่ะ อย่างเมื่อก่อนหยอดเหรียญ 1 บาทได้เบอร์ 1 ก้ได้กิน 1 อันก็เท่าทุน แต่ถ้าหมุนได้เบอร์ 5 ก็อิ่มหนำกันไป อิอิ แต่สมัยนี้น่าจะ 10 บาทต่อรอบแล้วนะคะ วันเวลาราคาของก็ถูกปรับเปลี่ยนไปหมด นี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ที่เราลองย้อนวันวานให้เพื่อนๆ ได้คิดถึงภาพกัน แต่จริงๆ แล้วยังมีของอีกมากมายที่เราอาจลืมเลือนไป เพราะด้วยเทคโนโลยีของใหม่ๆ ในปัจจุบันเขามาแทนที่ และถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีของเล่นในขนมวัยเด็กอื่นๆ ที่น่าสนใจนอกเหนือจากนี้ก็สามารถมาบอกเล่ากันได้นะคะ... เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ภาพ Google

อิมแพ็ค เปิดร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ “ สึโบฮาจิ ” ขยายธุรกิจ 4 สาขา
สึโบฮาจิ /  อาหารญี่ปุ่น

อิมแพ็ค เดินหน้าลุย เปิดร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ “ สึโบฮาจิ ” ขยายธุรกิจ 4 สาขา     บริษัท อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่นแมเนจเมนท์ จำกัด ประสบความสำเร็จในธุรกิจร้านอาหาร หลังผนวกเข้าคู่กับธุรกิจศูนย์แสดงสินค้า และการประชุม ดำเนินกิจการไปได้ด้วยดีในปี 2557 กับ19 ร้านอาหารหลากสไตล์ และล่าสุดกับการจับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นโดยการร่วมเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ดังอย่าง สึโบฮาจิ แบรนด์อิซากายะเก่าแก่จากเมืองฮอกไกโด ซึ่งได้เข้ามาเปิดบริการความอร่อยในเมืองไทยเป็นครั้งแรก เมื่อ 24 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมาที่ โครงการนิฮอนมูระมอลล์ ซอยทองหล่อ 13 จากนั้น ก็ได้เดินหน้าขยายกิจการด้วยสาขาที่ 2 ณ โครงการบีไฮฟ ไลฟ์สไตล์ มอลล์ เมืองทองธานี จากการตอบรับที่ดีจากลูกค้าจึงทำให้เกิดสาขาที่ 3 ที่โครงการนิฮอนมาชิ สุขุมวิท26 และล่าสุดกับสาขา 4 ที่ซอยธนิยะ ย่านสีลม ที่เปิดให้บริการเมื่อวันที่12 สิงหาคม2557 ที่ผ่านมา เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายย่านศูนย์กลางธุรกิจ นับเป็นความสำเร็จที่นำมาสู่การเป็นผู้นำเทรนด์และไลฟ์สไตล์ของการรับประทานอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนไทยได้เป็นอย่างดี ด้วยศักยภาพของการบริหารงานของทีมงานร้านอาหารของอิมแพ็ค และแบรนด์สึโบฮาจิ ที่มีคุณภาพพร้อมทั้ง อิมแพ็คได้ผ่านการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยด้านอาหาร หรือ มอก. 22000 จึงสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ร้านสึโบฮาจิได้ชูจุดขายเรื่องราคาอาหารที่สมเหตุสมผลและคุณภาพของวัตถุดิบที่มีความสดใหม่ที่ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ การขยายร้าน 4 สาขา ทำให้สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มคนญี่ปุ่นและคนไทย รวมถึงกลุ่มคนทำงานและกลุ่มครอบครัวทั้งใน กรุงเทพฯ และปริมณฑล ร้าน“ สึโบฮาจิ ” แบรนด์อาหารญี่ปุ่นชั้นนำจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น พร้อมให้ทุกท่านได้ลิ้มลองความอร่อยสไตล์ อิซากายะแล้ววันนี้ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ สาขานิฮอนมูระมอลล์ โครงการ 2 บริเวณชั้น1 ซอยทองหล่อ 13 โทร.02-185-3323 สาขา โครงการ บีไฮฟ ไลฟ์สไตล์ มอลล์ เมืองทองธานี (ตรงข้ามมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช) โทร.02-000-2180 สาขาโครงการนิฮอนมาชิ บริเวณชั้น 1 ซอยสุขุมวิท26 โทร. 02-262-0331 สาขาซอยธนิยะ (สีลม) โทร 02-266-5380  หรือ เข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tsubohachi-tha.com

ลุ้นไม่ขึ้น!! เคลลี่ ยันไร้แพลนแต่ง กรีน
เคลลี่ ธนะพัฒน์ /  กรีน อัษฎาพร / 

หลังจากคุณแม่ผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกในหัวใจเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดพระเอกหนุ่ม เคลลี่ ธนะพัฒน์ อัพเดทอาการป่วยของคุณแม่ดีขึ้น บอกร่างกายแข็งแรงจนตอนนี้บินมาพักผ่อนที่เมืองไทยได้แล้ว เผยโอดงานรุมเลยไม่มีเวลาดูแลและพาแม่เที่ยวเชียงใหม่ ส่วนเรื่องความรักเจ้าตัวเปรยแฮปปี้ดี แต่ยังไม่พร้อมจูงมือแฟนสาว กรีน อัษฏาพร เดินเข้าสู่ประตูวิวาห์เร็วๆ นี้ แย้มรอให้ฝ่ายหญิงเรียนโทจบก่อนจ้า!! "อาการของคุณแม่ดีขึ้น ตอนนี้ไม่อาการเจ็บ แต่ต้องตรวจเช็คร่างกายอยู่ตลอด แข็งแรงพอที่จะบินเมืองไทยได้ ท่านก็ไปอยู่กับญาติที่เชียงใหม่ ผมเองก็อยากหาเวลาไปด้วยกับท่านเหมือนกัน แต่ต้องดูคิวก่อนเพราะมีละครที่จะปิดกล้องแล้ว จะขอลางานไปเชียงใหม่ผมเองก็เกรงใจ เนื่องจากเวลาถ่ายละครก็ไม่ใช่มีแค่เราคนเดียว ยังมีทีมงานที่จะต้องรอเราอีก ซึ่งคุณแม่ผมเข้าใจผมเลยสบายใจ ส่วนน้องกรีนก็ยังยุ่งๆ อยู่ และน้องเค้าก็ยังต้องรอผมว่างด้วย" "ที่จริงน้องกรีนเคยเจอคุณแม่ผมมาแล้ว คุณแม่ผมยังถามน้องกรีนเลยว่าทำไมน้องกรีนผอมจัง กับเรื่องแต่งงานคุณแม่ผมยังไม่ได้ถาม ท่านเลิกคิดเรื่องนี้ไปนานแล้ว ผมเองก็ยังไม่คิดเรื่องนี้ ทางผมยังไม่มีภาระอะไรแล้ว แต่สำหรับน้องกรีนเค้าอยากไปเรียนต่อโท ก็ต้องให้เวลากับน้องเค้าก่อน ผมรอน้องเค้าไหวครับ จะให้น้องเค้าเรียนต่อปริญญาเอกยังได้นะครับ" "ผมไม่ได้รีบเร่งเรื่องแต่งงานอะไร ตอนนี้ผมอยากให้โอกาสน้องเค้าในเรื่องการเรียน,เรื่องงานและการใช้ชีวิตของเค้าให้ได้ทำอย่างเต็มที่ แต่ไม่ใช่ว่าผมเกรงใจทางครอบครัวของน้องเค้า เพราะตอนนั้นที่ได้คุยกับคุณพ่อของน้องกรีน เขายังบอกให้หมั้น แต่ผมอยากให้น้องเค้าเรียนจบก่อน ส่วนน้องกรีนก็บอกว่ายังไม่พร้อม ถามว่าครอบครัวของน้องกรีนไฟเขียวหมดแล้วเหลือแต่น้องกรีนหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบ พอแต่คุณพ่อของน้องเค้าอยากให้หมั้นเลย" "จริงๆ แล้วเรื่องหมั้นผมว่ามันต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของน้องกรีน และความพร้อมของผมด้วย ถามว่าตอนนี้อยากแต่งงานไหม ก็ไม่อยากน่ะ ผมว่าเราคบหากันแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว เพราะเค้าจะได้มีเวลาไปทำในสิ่งอยากทำ ผมว่าค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ดีแล้ว แต่ถ้ามันถึงเวลานั้นจริงๆ ก็คงจะคิดเรื่องแต่งงานล่ะครับ" เคลลี่ ธนะพัฒน์ กล่าว เคลลี่ ธนะพัฒน์ เคลลี่ ธนะพัฒน์ เคลลี่ ธนะพัฒน์ เคลลี่ ธนะพัฒน์ กับคุณแม่สุดเลิฟ เคลลี่ ธนะพัฒน์ - กรีน อัษฏาพร เคลลี่ ธนะพัฒน์ - กรีน อัษฏาพร

เพาะกายไทย ทะลุ8ทองปิดฉากเบ่งกล้ามชิงแชมป์เอเชีย
กฤตกร ทองแสง /  กิตติพงศ์ จันสุวรรณ์ / 

รุ้งตะวัน จินดาซิงค์ คว้าทองส่งท้ายศึกเบ่งกล้ามชิงแชมป์เอเชีย 48 ที่เกาะมาเก๊า ส่งผลให้ เพาะกายไทย คว้าไปทั้งสิ้น 8 ทอง 6 เงิน 1 ทองแดง โดยนักกีฬาหญิงครองเจ้าเอเชีย ขณะที่นักกีฬาชายครองอันดับ 3 การแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเซีย ครั้งที่ 48 หรือศึก "เอเชียน บอดี้บิวดิ้ง แอนด์ ฟิสิค สปอร์ต แชมป์เปี้ยนชิพ" เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่เกาะมาเก๊า ชิงทั้งหมด 9 เหรียญทอง โดย เพาะกายไทย ลงแข่งขันทั้งสิ้น 7 คน ประกอบด้วยแอทเทเลติกฟิสิคหญิง ความสูง 160 ซม.ขึ้นไป รุ้งตะวัน จินดาซิงค์, โมเดลหญิง ความสูง 165 ซม.ขึ้นไป เบญจวรรณ ทองสิน, เอเทเลติกชาย ความสูง 175 ซม.ขึ้นไป เดชอดุลย์ ประกอบชาติ, เพาะกายชาย น้ำหนัก 85 กก ผลา มีชัย กับ วุฒิชัย ส่างตุละ และเพาะกายชาย น้ำหนัก 90 กก อภิชัย วันดี ก่อนจะผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้ถึง 5 คน พร้อมกับคว้ามาได้ 1 เหรียญทองจาก รุ้งตะวัน จินดาซิงค์ รุ่นเอเทเลติกหญิงรุ่นความสูง 160 ซม. คว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 4 ขณะที่อีก 1 เหรียญเงินได้มาจาก โมเดลฟิสิค 165 ซม.ขึ้นไป น้องตูน เบญจวรรณ ทองสิน ส่วนนักกีฬาไทยที่เหลือ เอเทเลติกชาย ความสูง 170 ซม.ขึ้นไป วชิรวิทย์ อุตรี ได้อันดับ 4, เพาะกายชาย น้ำหนัก 90 กก.ชาย เจ้าอาร์ม อภิชัย วันดี เจ้าของเหรียญทองเยาวชนเอเซีย วัย 19 ปี คว้าอันดับ 5 สรุปผลงานนักเพาะกายทีมชาติไทย คว้ามาได้ทั้งสิ้น 8 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ดีกว่าการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียเมื่อปีที่แล้ว ที่โฮจิมินทร์ ประเทศเวียดนาม คว้ามาได้ 7 เหรียญทอง ทำให้สรุปคะแนนรวมทีมหญิง อันดับ 1 ไทย อันดับ 2 เวียดนาม อันดับ 3 มองโกเลีย , ทีมชาย อันดับ 1 อิหร่าน อันดับ 2 เวียดนาม อันดับ 3 ไทย ขณะที่แชมป์ออฟแชมป์เป็นของ คัมบีซ ทามาโซกี้ (อิหร่าน) โดยนักกีฬาที่ได้เหรียญทองในรายการนี้ทั้งหมด 7 คนจะได้ไปร่วมการแข่งขันชิงแชมป์โลก ระหว่างวันที่ 5-10 ธ.ค.นี้ ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย รวมกับนักกีฬาที่เป็นตัวยืนอยู่แล้วทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย จีระพันธ์ โป่งคำ, สมคิด สุเมโธเวชกุล, ภาณุพงศ์ ประทีป, สาคร มาตรวังแสง, กิตติพงศ์ จันสุวรรณ์, วิชัย สิงห์ทอง และ อาจารี แท่นทรัพย์ ทั้งหมดเป็น 14 คน รวมกับรุ่นสปอร์ตที่วางตัว ต็อป กฤตกร ทองแสง ไปแข่งขันด้วยเป็น 15 คน

ระวัง! สารตกค้าง ในผักผลไม้
ผลไม้ /  ผัก / 

‘ผักครึ่งหนึ่ง อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง’ หลายคนคงเคยได้ยินข้อความรณรงค์ให้คนไทยหันมากิน ผัก ผลไม้ควบคู่กับอาหารชนิดอื่นๆ กินให้ครบทุกมื้อ และให้ได้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม แต่ปัจจุบันกลับพบว่า ผักและผลไม้ที่มีคุณค่าต่อร่างกาย กลับมีสารเคมีตกค้างเกินปริมาณที่กำหนดไว้ … หากเป็นอย่างนี้แล้ว ผู้บริโภคควรทำอย่างไร? ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงาน เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN : Thailand Pesticide Alert Network) ให้ข้อมูลว่า จากการสุ่มตรวจผัก ผลไม้ 10 ชนิด คือคะน้า ถั่วฝักยาว พริกจินดา ผักชี กะเพรา ส้มไทย ส้มจีน แอปเปิล ฝรั่ง แตงโม และสตรอเบอร์รี่ ตรวจพบสารเคมี 4 กลุ่ม ตกค้างในผักผลไม้ 10 ชนิด คือมี กลุ่มคาร์บาเมท ซึ่งมีสารอันตรายร้ายแรงอย่างคาร์โบฟูแรน กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต ออกาโนคลอรีน ไพรีทรอยด์ ซึ่งทั้งหมดเป็นสารเคมีกำจัดแมลง ส่วนอีกกลุ่มเป็นสารป้องกันเชื้อราและโรคพืช คือ คาร์เบนดาซิม  ซึ่งเพิ่มการตรวจเฉพาะใน ส้ม แอปเปิล และสตรอเบอร์รี่ “ก่อนการตรวจสอบคิดว่า สารคาร์เบนดาซิม อาจมีตกค้างบ้าง แต่อาจเพราะไม่เคยมีการตรวจสอบมาก่อน เมื่อได้ตรวจจริงๆ จึงพบว่าการตกค้างเยอะกว่าค่า MRLs ค่อนข้างมาก ถ้าหากมีการสะสมในระยะยาวก็เป็นอันตรายหมด เพียงแต่เป้าหมายในการก่อโรคเรื้อรังแตกต่างกัน” ปรกชล อธิบายเพิ่มเติม ค่า MRLs คืออะไร? MRLs หรือ Maximum Residue Limits  คือ ระดับปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในอาหาร ที่ยอมรับให้มีได้ที่พบในอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์ จะแสดง ค่า MRLs เป็นหน่วย มิลลิกรัม (มก.) ของสารพิษตกค้างต่อกิโลกรัม (กก.) ของผลิตภัณฑ์อาหาร โดยในประเทศไทย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จะเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดการจัดตั้งค่ามาตรฐานสารพิษตกค้างในพืชผลเกษตร ‘ผัก ผลไม้ในห้าง สารตกค้าง มากกว่า ตลาดสด’ ปรกชล บอกเล่าถึงการสุ่มตรวจผักผลไม้ว่า การสุ่มตรวจผัก ผลไม้ทั้ง 10 ชนิด จะแบ่งตรวจในห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีทั้งผักที่รับรองมาตรฐานและไม่ได้รับรองมาตรฐาน Q หรือ เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร ส่วนตลาดจะมีทั้งตลาดค้าส่งและตลาดสดทั่วไป โดยจะสุ่มตรวจใน 5 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ซึ่งตรวจทั้งในห้างและตลาดสด ส่วนขอนแก่น ยโสธร และสงขลา จะตรวจในตลาดสดอย่างเดียว และผลการสุ่มตรวจส่วนใหญ่พบว่า ในห้างมีสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานมากกว่าตลาดสด สำหรับผัก ผลไม้ที่พบว่ามีค่า MRLs ตกค้างเกินมาตรฐานสูงสุด คือ ส้มสายน้ำผึ้ง พบสารเคมีตกค้าง 100%  ฝรั่ง 69.2% แอปเปิล 58 % คะน้า 54% สตรอเบอร์รี่ ส้มจีน กะเพรา ชนิดละ 50% ถั่วฝักยาว 42.8% ผักชี 36 % แตงโม15% และพริกจินดา 8.3% เนื่องจากผัก ผลไม้ทั้ง 10 ชนิด ที่สุ่มตรวจเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ทำให้เกิดความต้องการบริโภคสูงขึ้น กระบวนการผลิตจึงต้องรวบรัดเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภคนั่นเอง และจากการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่พบว่า ผักในห้างมี สารตกค้าง เยอะกว่าตลาดสด เนื่องจากเมื่อส่งผัก ผลไม้ขึ้นห้างสรรพสินค้า ความกังวลเรื่องการตลาดจะไม่มี เพราะสามารถขายได้ราคาสูง และผักที่อยู่ในห้างต้องมีลักษณะสวย ไม่มีรอยกัดกินของแมลง ทำให้การกำจัดแมลงทำได้อย่างเต็มที่ ปรกชล บอกอีกว่า หลักจากที่มีการตรวจสอบ ทางเครือข่ายฯ ได้พูดคุยกับห้างสรรพสินค้า ตลาดสด ผู้ค้าปลีก และหน่วยงานภาครัฐ เกี่ยวกับการแก้ปัญหา เนื่องจากการตกค้างของสารเคมีในผัก ผลไม้มีค่าเฉลี่ย เกินมาตรฐานมากถึง 46.6% จึงต้องได้รับการควบคุมโดยด่วน ส่วนด้านผู้ประกอบการรับทราบปัญหาและพยายามกำชับให้ตัวแทนรับส่งสินค้า หรือทางพ่อค้าคนกลางบอกต่อไปยังด้านเกษตรกร ให้ลดปริมาณการใช้สารเคมี และสร้างความร่วมมือผลักดันการกำหนดค่า MRLs ที่คุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น ‘ผู้บริโภคต้องเปลี่ยนพฤติกรรมและตื่นตัว’ ‘จริงๆ แล้วผู้บริโภคเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดสิทธิ์ หากเราสนใจแหล่งที่มาของผักและผลไม้ การให้ความสำคัญเรื่องสารเคมีตกค้าง หรือการส่งเสริมให้เกิดการผลิตผัก ผลไม้แบบปลอดภัยมากขึ้น โดยการเลือกซื้อผัก ผลไม้ที่ปลอดสารเคมี การเลือกบริโภคผักจากการเกษตรในรูปแบบอื่นๆ อย่างเกษตรอินทรีย์หรือกินผัก ผลไม้ที่ตรงตามฤดูกาล ก็เป็นการลดการผลิตนอกฤดูกาล ลดการควบคุมโรคแมลงและการใช้สารเคมีต่างๆ’ ปรกชล เสนอแนะ นอกจากนี้ ยังทิ้งท้ายไว้ว่า การทำความสะอาด ผักผลไม้ โดยการล้างด้วยน้ำสะอาด สามารถลดได้บางส่วนสำหรับสารเคมีที่ไม่ดูดซึม แต่สารเคมีที่มีการดูดซึมในเนื้อเยื่อ ก็ไม่สามารถล้างออกได้ เราจึงต้องเปลี่ยนแปลงที่ขั้นตอนการผลิต เกษตรกรต้องไม่มีการใช้สารเคมีประเภทดูดซึม หรือใช้แล้วควรเว้นระยะเก็บเกี่ยวเพื่อให้สารเคมีสลายไป ประเทศไทยมีการใช้สารเคมี 400 กว่าชนิด สารตกค้าง ที่มีสารเคมีดูดซึมในเนื้อเยื่อปนอยู่ถึง 51 % เราเองในฐานะผู้บริโภคควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ ผู้บริโภคสามารถสนับสนุนเกษตรทางเลือก การเกษตรปลอดสารพิษ รวมทั้งการรู้จักตั้งคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้บริโภค ก็จะช่วยให้สังคมตื่นตัว หันมาสนใจ และทำให้หน่วยงานภาครัฐ ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ พร้อมกับร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ขอบคุณที่มาจาก : พิมพ์ชนก ศรเพชร Team Content www.thaihealth.or.th

ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน

"ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน" รางวัลที่ในหลวง ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสิน วันนี้(1 ก.ย.) เว็บไซต์สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ ได้เผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสินการประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 ภายใต้โครงการ “ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557” โดยผลงานชื่อ “เพื่อนรัก” โดย นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมเงินรางวัล จำนวน 100,000 บาท สรุปผลรางวัลภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหัวข้อ “แสงแดด” ถ้วยพระราชทาน : นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ชื่อภาพ “เพื่อนรัก” เหรียญทอง : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “จังหวะ” เหรียญเงิน : นายสมพร ณ อุบล ชื่อภาพ “แสงเปลี่ยน” เหรียญทองแดง : นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “ตะเข็บแดด” นายชนัตพล หวังเพิ่ม ชื่อภาพ “แสงสะท้อนของดวงอาทิตย์” นายทนงศักดิ์ หาระคุณโน ชื่อภาพ “แสงแดดแห่งความหวัง” นายสถิต ขาวผ่อง ชื่อภาพ “กระโดดรับแสงแดด” นายอัครพัฒน์ กันธมาลา ชื่อภาพ “เงาแห่งฟ้า” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในหัวข้อ “ขยัน” ถ้วยพระราชทาน : นายหรรษา ตั้งมั่นภูวดล ชื่อภาพ “ขยันอย่างกับมด” เหรียญทอง : นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “สู้ไม่ถอย” เหรียญเงิน : นายภาณุวัฒน์ แน่นดี ชื่อภาพ “Big cleaning day” เหรียญทองแดง : นายโกสินทร์ สุขุม ชื่อภาพ “คนเอาถ่าน” นายธรรมรัตน์ สวัสดิชัย ชื่อภาพ “ลงแขกนวดข้าว” นายสัญชัย ลุงรุ่ง ชื่อภาพ “หากินพอเพียง” นายอนุจักร์ ใจมุข ชื่อภาพ “ขยันเพื่อหาเลี้งชีพ” นายสมโภช แตงไทย ชื่อภาพ “ช่างทำหุ่นตัวน้อย” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในหัวข้อ “คลื่น” ถ้วยพระราชทาน :  นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “พายุและคลื่น คลื่นและลม # 1” เหรียญทอง : นายนิติชัย พลศรี ชื่อภาพ “ระยิบระยับ” เหรียญเงิน : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “บันทึกทะเล” เหรียญทองแดง : นางสาวจิรฐา นรพิทยนารถ ชื่อภาพ “ลอยทะเล” นายมนตรี คำศิริ ชื่อภาพ “Hope” นายรณฤทธิ์ ประกิ่ง ชื่อภาพ “คลื่นกลางกรุง” นายพนม อาชาฤทธิ์ ชื่อภาพ “คลื่นคน” นายศุภกัลป์ วงศ์คำปัน ชื่อภาพ “ฝ่าคลื่น” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อ “หนัก” ถ้วยพระราชทาน : นายวัสสะ วัชรากร ชื่อภาพ “หนักแค่ไหนแม่ก็สู้ได้เพื่อลูก” เหรียญทอง : นายณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก ชื่อภาพ “หนักเพื่อชาติ” เหรียญเงิน : นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “แสงเงาของความหนัก” เหรียญทองแดง : นายสุริยา ผลาหาญ ชื่อภาพ “หนักมาทั้งชีวิต” นางสาวบุญฑิตา สุภัทรพันธุ์ ชื่อภาพ “แบบสบายๆ” นายเอกรัฐ พงศ์ธนาพาณิช ชื่อภาพ “แบกอนาคตโลก” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “งานหนัก” นายพรเทพ กีรติไพศาล ชื่อภาพ “งานหนัก” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในหัวข้อ “บ้านของฉัน” ถ้วยพระราชทาน : นายประเสริฐ ไกรนุกูล ชื่อภาพ “บ้านนกเค้า” เหรียญทอง : นายเกียรติชัย หงษ์วิเศษ ชื่อภาพ “ความสุขใต้ร่มพระบารมี” เหรียญเงิน : นายธนวัฒน์ ทองจันทร์ ชื่อภาพ “บ้านของอาชีพ” เหรียญทองแดง : นายทวีศักดิ์ บุทธรักษา ชื่อภาพ “บ้านน้อยบนดอยสูง” นางสุรีย์ พึ่งฉ่ำ ชื่อภาพ “บ้านของเรา” นายวิชัย ชัญญาสิริ ชื่อภาพ “บ้านเราแสนสุขใจ” นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” นายกฤษฎา ศึกษาศิลป์ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” ถ้วยประทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในหัวข้อ “จ๊ะเอ๋” ถ้วยพระราชทาน : นายณวรัญญ์ ศิริสุนทร ชื่อภาพ “เสร็จแน่” เหรียญทอง : นายโฆสิต จิตต์ไพโรจน์ ชื่อภาพ “Kiss of love” เหรียญเงิน : นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “สนุกแบบไม่มีอาย” เหรียญทองแดง : นายอำนาจ เกตุชื่น ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋ 2” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋” นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “อยู่ทางนี้” นางสาวสุนันท์ กิขุนทด ชื่อภาพ จ๊ะเอ๋…เพื่อนเกลอ นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “ขอเล่นด้วย” โครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ดำเนินงานโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยใน  พระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหัวข้อในการประกวดภาพถ่ายเพื่อชิงถ้วยพระราชทานจำนวน 6 หัวข้อ ประกอบด้วย แสงแดด ขยัน คลื่น หนัก บ้านของฉัน และ จ๊ะเอ๋  โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวนทั้งสิ้น 5,969 ภาพ จากช่างภาพ 1,237 คน นิทรรศการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ในวันที่ 1-7 กันยายน 2557 เวลา 10.00-20.30 น. ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ครั้งที่ 16 @ชะอำ
กิจกรรมท่องเที่ยว /  เทศกาลกินหอย / 

เทศบาลเมืองชะอำ บริษัทสิงห์คอปอเรชั่น และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ขอเชิญเที่ยวงานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 13 – 21 กันยายน 2557 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วง LOW SEASON โดยกำหนดจัดงานนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่องมาทุกปี ซึ่งในช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคมเป็นช่วงที่เหมาะสมในการจัดงานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก เนื่ิองจากมีหมึกในทะเลจำนวนมาก อีกทั้งจะมีนกอพยพจากตอนเหนือของทวีปเข้ามาหาที่อบอุ่นอยู่อาศัยในพื้นที่ อ.ชะอำ ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ครั้งที่ 16 @ชะอำ “กินหอย” อิ่ม อร่อย กับอาหารทะเลสดๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายเมนู ทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา ฯลฯ ที่มีให้เลือก 50 กว่าร้านค้า และจากโรงแรมชื่อดังของเมืองชะอำ พร้อมกับบรรยากาศแบบชิลล์ๆ ริมทะเล ทั้งชมการแสดงดนตรีบนเวทีทุกค่ำคืน รวม 9 วัน 9 คืน ณ บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ “ดูนก” เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 – 21 กันยายน 2557 โดยมีบริการวันละ 2 รอบ ได้แก่เวลา 7.00 น. และ 16.00 น. (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) โดยกลุ่มดูนกเพชรบุรีจะพานักท่องเที่ยวที่ลงทะเบียน เดินทางไปดูนกที่บริเวณทุ่งตะกาดพลีและวนอุทยานเขานางพันธุรัต ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นนกท้องถิ่นและนกอพยพทั้งนกที่อาศัยอยู่บริเวณหนองน้ำและชายเขา พร้อมทั้งมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญในการดูนกอธิบายตลอดการเดินทาง สนใจร่วมกิจกรรม สามารถติดต่อลงชื่อจองไปดูนกได้ที่เต็นท์ดูนก ด้านทิศเหนือของจุดชมวิว เปิดประสบการณ์กิจกรรมท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ด้วยกิจกรรม“ตกหมึก” ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 19.00 – 24.00 น. โดยนักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วตกหมึกได้ที่จุดขายตั๋วริมชายหาดทางด้านทิศใต้ของจุดชมวิว ตั๋วราคา 100 บาท/ท่าน รับเสื้อชูชีพและโยธกา(เบ็ดตกหมึก) และค่ามัดจำโยธกา 100 บาท/อัน (คืนเงินค่ามัดจำให้เมื่อนักท่องเที่ยวนำโยธกามาคืนหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม) โดยผู้จัดงานได้จัดบริการเริือสกู๊ดเตอร์คอยรับ นักท่องเที่ยวจากชายฝั่งไปส่งยังเรือประมงสำหรับนั่งตกหมึกที่ลอยลำอยู่กลางทะเล หากนักท่องเที่ยวท่านใดอยากจะกลับเข้าฝั่งสามรถแจ้งกับเจ้าหน้าที่บนเรือ เพื่อติดต่อให้เรือสกู๊ดเตอร์มารับนักท่องเที่ยวกลับเข้าฝั่ง กิจกรรมพิเศษในช่วงวันที่ 13 – 14 กันยายน 2557 - วันที่ 13 กันยายน 2557 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 06.00 น.สำหรับผู้ชื่นชอบการตกปลาสามารถเข้าร่วมการแข่งขันตกปลาทะเลชะอำ ณ สะพานหินชะอำ ประกอบด้วยรางวัลประเภทต่างๆทั้งสิ้น 6 ประเภท คือ ประเภทปลากะพงขาว , ประเภทปลาเก๋า , ประเภทปลากระเบน , ประเภทปลากด , ประเภทปลาจวด , ประเภทปลาแปลก ติดต่อ คุณทวีป ปิ่นเนียม 081-9463261 - วันที่ 13-14 กันยายน 2557 เวลา 9.30 น. – 15.00 น. การแข่งเรือเร็วชายหาดชะอำ ณ ข้างจุดชมวิวชายหาดชะอำฝั่งใต้ ประกอบด้วยเรือประเภทต่างๆ 6 รุ่น ได้แก่ เรือสปอร์ตโอเพ่น (sport open boat) , รุ่นมินิฟอร์มูล่าวัน (mini formula 1) , รุ่นเรือสกูตเตอร์ 40 โอเพ่น , รุ่น เรือสกูตเตอร์ 30 โอเพ่น , รุ่น 40 ลากกล้วย และ รุ่น 30 ลากกล้วย ติดต่อเข้าร่วมแข่งขันได้ที่ คุณมนตรี มีฤทธิ์ ประธานชมรมเรือสำราญชายหาดชะอำ โทร. 081-2996171 การแสดงบนเวที และการขับร้องเพลงของศิลปินชื่อดังทุกค่ำคืน - วันเสาร์ที่ 13 ก.ย.2557 แหนม รณเดช - วันอาทิตย์ที่ 14 ก.ย.2557 ลูกน้ำ อาร์สยาม - วันจันทร์ที่ 15 ก.ย.2557 เปรม ปรียาภรณ์ - วันอังคารที่ 16 ก.ย.2557 ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง (แดนเซอร์ 2) - วันพุธที่ 17 ก.ย.2557 กอหญ้า อาร์สยาม - วันพฤหัสบดีที่ 18 ก.ย.2557 วิว ชัชวาล - วันศุกร์ที่ 19 ก.ย.2557 แสน นากา - วันเสาร์ที่ 20 ก.ย.2557 Yes’ter day - วันอาทิตย์ที่ 21 ก.ย.2557 จ๊ะ อาร์สยาม (แดนเซอร์ 4) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 1.) เทศบาลเมืองชะอำ โทร. 0 3247 2550, 0 3247 1665 2.) ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทร. 0 3247 1005-6 ชมภาพบรรยากาศงานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ที่ผ่านมา คลิ๊ก ดูรายละเอียดของกิจกรรมและติดตามข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว จ.เพชรบุรี – ราชบุรี ได้ที่ www.facebook.com/tatphetfanpage ขอบคุณข่าวสารจาก เที่ยวภาคกลาง.com

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(2)
คณะรัฐมนตรี ประยุทธ์ 1 /  ประวัติ ครม.ประยุทธ์ 1

เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งหมด 32 คน 34 ตำแหน่ง แบ่งเป็นพลเรือน 20 คน ทหารและตำรวจ 12 คน ประกอบด้วย เกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2499 ปัจจุบันอายุ 58 ปี จบเศรษฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต Williams College, USA ปี 39-42 เป็นผู้อำนวยการกองวิเคราะห์และประมาณการเศรษฐกิจ ปี 42-43 เป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ชช. (ผู้เชี่ยวชาญ) ปี 43-46 เป็นผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปี 46-47 เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน ปี 47-53 เป็นรองเลขาฯสศช. และปี 53-ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเลขาฯสศช. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และลาออกเพื่อมารับตำแหน่งรัฐมนตรี   เกิดวันที่ 7 ต.ค. 2496 อายุ 60 ปี "บิ๊กเข้" จบเตรียมทหารรุ่น 13 (ตท.13) โรงเรียนนายเรือรุ่นที่ 20 หัวหน้านักเรียน เหล่าพรรคนาวิน ผ่านตำแหน่งที่สำคัญประกอบด้วย ผู้บังคับการเรือ ร.ล.คีรีรัฐ ร.ล.ปราบปรปักษ์ ร.ล.ตาปี และผู้บังคับเรือหลวงนาคา จากนั้นเป็นหัวหน้าแยกประเภท กองกำลังพล กรมกำลังพล ทร. และรักษาการ ผบ.รล.วิทยาคม จากนั้นมาเป็นอาจารย์ที่สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง (สรส.) ก่อนกลับไปเป็นรอง ผอ.กกฝ. กรมยุทธการ ทร. และเป็น ผอ.กองยุทธการ กรมยุทธการทหารเรือ ต่อมาได้เป็นผู้ช่วยทูตทหารเรือไทย ประจำกรุงโรม อิตาลี ก่อนกลับมาเป็น รองเสนาธิการ สรส. แล้วก้าวเป็นรองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ต่อด้วยผู้ช่วยเจ้ากรมยุทธการทหาร บก.กองทัพไทย จากนั้นข้ามมาเป็นเสนาธิการกองเรือภาค 2 กองเรือยุทธการ แล้วกลับมาเป็นเจ้ากรมยุทธการ ทร. แล้วขึ้นเป็น ผช.เสธ.ทร.ฝ่ายยุทธการ เป็นรอง เสธ.ทร. เป็นพลเรือเอก ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ จนปี 2555 ได้ขึ้นเป็นรอง ผบ.ทร. และเป็น ผบ.ทร.ในปี 2556 อายุ 59 ปี สำหรับตำแหน่งสำคัญที่รับราชการที่สำคัญ อาทิ ผบ.กองพลทหารราบที่ 4 (พล.ร.4) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 3 และเป็นแม่ทัพน้อยภาคที่ 3 (พล.ท.) ข้ามมาเป็นผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกิจการพลเรือน (ผช.เสธ.ทบ.ฝกร.) และขยับรองเสนาธิการทหารบก (รอง เสธ.ทบ.) และได้เป็นรองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช. เกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. พ.ศ.2489 ปัจจุบันอายุ 67 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี B.Sc.First Class Hons. Electrical Engineering (เกียรตินิยมอันดับ 1) ในปี พ.ศ. 2511 และปริญญาเอกด้านวัสดุวิศวกรรมไฟฟ้า แขนงวิศวกรรมไมโครเวฟ จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร เริ่มรับราชการที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และได้เป็นอธิการบดี มจธ.และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในปี 2549 จนเกษียณอายุราชการ ปัจจุบันยังทำงานในแวดวงการศึกษา อาทิ เป็นรองประธานคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) เป็นต้น เกิดเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2496 อายุ 60 ปี สมรสกับ พ.อ.หญิง สุพัตรา รัตนสุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เริ่มต้นชีวิตราชการทหารครั้งแรกกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ต่อมาปี พ.ศ.2530 ได้เป็นราชองครักษ์เวร จากนั้นได้เป็นฐานะผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ซึ่งมีอำนาจในการควบคุมกำลังรบหลักของกรุงเทพฯ ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาค 1 จากนั้นในปีถัดมาจะได้เป็นผู้ช่วยเสนาธิการ ทบ.ฝ่ายยุทธการ และได้เลื่อนขึ้นมาเป็นรองเสนาธิการ ทบ. และเสนาธิการ ทบ. นอกจากนี้ เมื่อครั้งรัฐประหารปี 2549 พล.อ.ดาว์พงษ์ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็น สนช. และนั่งเป็นเลขาธิการ กอ.รมน. และผู้ช่วยเลขานุการ ศอฉ.เมื่อครั้งการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ปี 2553 ด้วย เกิดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2493 ปัจจุบันอายุ 64 ปี เคยเป็นอนุกรรมการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมอันตรายในการใช้ยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สธ. ระหว่างปี พ.ศ.2538-2542 ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ประธานวิชาการ สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และลาออกจากตำแหน่ง โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลและประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เกิดเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2496 อายุ 61 ปี จบการศึกษาปริญญาโทด้านสาธารณสุขศาสตร์ จาก Royal Tropical Institute,Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็เข้ารับราชการเมื่อปี 2526 ได้รับตำแหน่งต่างๆ ตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าสำนักประสานงานวิชาการและพัฒนากำลังคน ด้านสาธารณสุข ผอ.สำนักนโยบายและแผนสาธารณสุข เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยปลัดกระทรวง สธ.ในปี พ.ศ.2543 จนถึงปี พ.ศ.2544 มีผลงานทั้งที่เป็นตำราและงานวิจัยมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นผู้ริเริ่มการศึกษาและพัฒนาระบบบริการด้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ ที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน มีคณะกรรมการ 27 คน ภายหลังมีการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) เกิดเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2503 อายุ 54 ปี สมรสกับ พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จบการศึกษาโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปริญญาตรี ด้านสถาปัตยกรรมจาก Rhode Island School of Design ประเทศสหรัฐอเมริกา (Bachelor Degree in Architecture) และหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (วตท.5) สถาบันวิทยาลัยการตลาดทุน เริ่มทำงานในปี 2529 เป็นผู้จัดการแผนกโฆษณา ปี 2555 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และเป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด และในปี 2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อนที่จะลาออกมารับตำแหน่ง เกิดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2487 ปัจจุบันอายุ 70 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีเศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) ในปี 2510 และปริญญาโทสาขาเดียวกัน ในปี 2513 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาระดับปริญญาโทด้านการวางแผนและพัฒนา ที่มหาวิทยาลัยวานเดอบิลต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คลัง (นายสมหมาย ฮุนตระกูล) และเข้ารับราชการในกระทรวงการคลัง อยู่ในตำแหน่งสูงสุดคือรองปลัดกระทรวงการคลังจนเกษียณอายุราชการ ได้รับแต่งตั้งเป็น รมช.คลัง ในรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่ต้องพ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 182(3) เนื่องจากศาลอาญาพิพากษาเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2550 ตัดสินจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา จากกรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการสั่งพักงาน นายทัศพงษ์ วิชชุประภา ผู้บริหารบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด เมื่อปี พ.ศ.2547 แต่ได้อุทธรณ์ในคดีดังกล่าว และชนะคดีในชั้นศาลอุทธรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2488 ปัจจุบันอายุ 69 ปี สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา มีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของไทย ปี พ.ศ.2549 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และในปี พ.ศ.2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นครั้งที่สอง จบการศึกษาปริญญาเอก Ph.D. (Regional Economics) University of Pennsylvania, U.S.A. เคยทำงานเกี่ยวข้องกับด้านพลังงานเป็นหลัก อาทิ กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกรรมการ ประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการลงทุนของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ประธานกรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นต้น เกิดเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2490 ปัจจุบันอายุ 67 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท MPA. California State University วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 33 ทำงานภาครัฐหลายหน่วยงาน อาทิ วิทยากร กองศึกษาภาวะเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้อำนวยการกองจัดการปฏิรูปที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กระทั่งขึ้นเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี 2541 เป็นผู้อำนวยการสำนักงานการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน (องค์การมหาชน) และข้ามมาเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2491 ปัจจุบันอายุ 66 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท เศรษฐศาสตร์ California State University in Northridge, U.S.A. เข้าเรียนหลักสูตรนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 39 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รับราชการหลายหน่วยงานรัฐ ได้แก่ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เกิดเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2495 อายุ 63 ปี จบการศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประวัติการทำงาน เคยดำรงตำแหน่งอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ.2549-ก.ย. 2553 รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ.2546-2549 รองอธิบดีกรมศิลปากร พ.ศ.2542-2546 เลขานุการกรมศิลปากร พ.ศ.2536-2542 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมสภามหาวิทยาลัยพะเยา ด้านสังคมได้รับเลือกเป็นบุคคลดีเด่นที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ ประจำปี พ.ศ.2547 จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับรางวัลสถาปนิกดีเด่นด้านสังคมและวัฒนธรรม จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ปี 2551 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) ปี 2551 (ยังมีต่อ) เปิดประวัติ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(1) MThai News

แฟชั่นเสื้อผ้าแบบจัดเต็ม! ของ ชมพู่ อารยา ในละคร ทรายสีเพลิง
ชมพู่-อารยา /  ทรายสีเพลิง

      ละครที่กระแสมาแรงสุดๆ ก็ต้องขอยกให้ละครรีเมคเรื่อง ทรายสีเพลิง ซึ่งในเวอร์ชั่นเก่าปี 2539 นางเอกก็คือ หมิว - ลลิตา ปัญโญภาส ในเวอร์ชั่นล่าสุด นางเอก ที่มารับบทเป็น ทราย ศรุตา ก็คือ เจ้าแม่แฟชั่นของเมืองไทย ชมพู่ อารยา เพราะฉะนั้นทุกฉากของตัวละคร ขอบอกว่าชุดนางจัดเต็มมาก!         นางเอกในเรื่องต้องเป็นสาวสวยไฮโซ มาจากเมืองนอก เพียบพร้อมไปทุกด้าน เพราะฉะนั้นการแต่งตัวเสื้อผ้าหน้าผม ของสาว ชมพู่ อารยา จึงมีเสื้อผ้าทั้งแบรนด์ดังจากของเมืองไทย และแบรนด์ดังระดับโลก งานนี้สาวๆ Women Mthai นอกจะสนุกกับละครแล้ว แค่ดูสไตล์การแต่งตัวของนางเอก ชมพู่ อารยา เปลี่ยนชุดสวยมาทุกวันก็เพลินตาแล้ว ว่าแต่จะมีแบรนด์อะไรกันบ้างมาแอบส่องกันเร๊ววว..... เสื้อผ้าจากแบรนด์น้องใหม่  Misty Mynz เสื้อผ้าจากแบรนด์  LANVIN แบรนด์เสื้อผ้าเก่าแก่จาก ฝรั่งเศส เสื้อผ้าแบรนด์ดังของเมืองไทย VICKTEERUT  เดรสสีแดงสด จากแบรนด์  Roland Mouret เสื้อผ้าแบรนด์ VICKTEERUT  เสื้อผ้าจากแบรนด์  IRADA Capsule Collection  เสื้อผ้าจากแบรนด์  VICKTEERUT เสื้อผ้าจากแบรนด์  PATINYA เสื้อผ้าจากแบรนด์  VATANIKA เสื้อผ้าจากแบรนด์  KWANKAO เดรสสุดหรูหราอลังการดาวล้านดวง ในละคร ทรายสีเพลิง จากแบรนด์ Elie Saab Fall Winter 2011 Haute Couture เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

หุ้นไทยวันนี้ ปิดบวก 3.72 จุด ที่ระดับ 1,565.35จุด
ข่าวหุ้น /  ดัชนีฯหุ้น / 

วันนี้ตลาดหุ้นไทยปิดบวก ณ เวลา 16.43 น.ที่ 1,565.35 จุด เพิ่มขึ้น 3.72 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.24% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 45,185.91 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่ดันดัชนีมากที่สุด 5 อันดับแรก 1.SCB ปิดที่ระดับ 190.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 1.1462 จุด 2.BBL ปิดที่ระดับ 210.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 1.0743 จุด 3.CPF ปิดที่ระดับ 30.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 0.8715 จุด 4.MINT ปิดที่ระดับ 36.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 0.563 จุด 5.KBANK ปิดที่ระดับ 227.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อดัชนี 0.5388 จุด MThai News

โฆสิตจี้รบ.ใหม่เร่งพัฒนาขีดความสามารถไทย
AEC ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน ASEAN Economic Community /  นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ / 

"โฆสิต" ชี้ ความสามารถในการแข่งขันลดลง จี้รัฐบาลใหม่เร่งพัฒนา รับ AEC เชื่อ ต่างประเทศเข้าใจทหารบริหารประเทศ นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันด้านนวัตกรรมของอาเซียนในปี 2557 ไทยอยู่อันดับที่ 66 ตกลงจากอันดับ 36 ในปี 2550 จากทั้งหมด 148 ประเทศ ดังนั้น ในอนาคต ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาและปรับปรุงประบวนการผลิตโดยอาศัยความร่วมมือของภาคการศึกษาในมหาวิทยาลัยประสานกับภาคธุรกิจ เพื่อสร้างนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ทำให้ประเทศไทยสามารแข่งขันได้ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 นี้ โดยรัฐบาลใหม่จะต้องยึดความสงบภายในประเทศเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศ เพราะไม่มีประเทศใดที่เดินหน้าได้หากไม่มีความสงบ ดังนั้น การมีรัฐบาลที่มีฝ่ายความมั่นคงเข้ามานั่งบริหารประเทศ ถือเป็นเรื่องปกติ และเชื่อว่าต่างชาติจะมีความเข้าใจ

ดิสนีย์แลนด์ (Shutter&Travel)
ดิสนีย์แลนด์ /  ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง / 

ดิสนีย์แลนด์ (Shutter&Travel) จากคอลัมม์ก่อนหน้านี้ที่ผมเขียนถึง มาเก๊า ทริปนี้เป็นทริปเดียวกันที่ผมได้มีโอกาสได้มาเที่ยวฮ่องกงกับครอบครัวและเพื่อนๆ ด้วยตนเองแบบไม่ง้อทัวร์ ส่วนคอลัมม์นี้จะขอเล่าถึง สวนสนุก ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ และ Victoria Peak เสียงจอแจดังอยู่ใกล้ๆ รอบตัว คนพูดคุยเคล้าเสียงหัวเราะฟังดูมีความสุขปนรอยยิ้ม มันเป็นบรรยากาศให้ผมพลอยต้องซึมซับความสุขไปด้วย ผมกำลังยืนต่อคิวกับลูกเพื่อเล่นเครื่องเล่นในดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง ปีนี้ผมอายุย่าง 38 ปี พาลูกมาเที่ยวสวนสนุกมาแล้วหลายที่ตั้งแต่ลูกผม 3 ขวบ ตอนนี้ลูกผมย่าง 9 ขวบปีแล้ว และเป็นครั้งที่ 2 ที่ ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ มีคนกล่าวไว้ว่า หากคุณมีลูก คุณจะได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กอีกครั้ง ... เป็นเรื่องจริงครับ ผมก็ไม่คิดว่าจะได้เข้าสวนสนุกตอนอายุ 38 เช่นกัน หากไม่มีลูก เมื่อคุณพูดถึงสวนสนุก คำที่นึกถึงมีมากมาย “สนุก” “ตื่นเต้น” “หวาดเสียว” “รอยยิ้ม” “ความสุข” เช่นกันสำหรับผมแล้ว สวนสนุกให้ความรู้สึกแบบนี้เลย “ สนุกสุดแสนเที่ยวแดนเนรมิต ” แอบขอย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก มันคือสวนสนุกแห่งแรกในความมรงจำของผม “แดนเนรมิต” ครับ หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้หากมีรุ่นราวคราวเดียวกัน คงไม่มีใครไม่รู้จักที่นี่แน่นอน แดนเนรมิตได้ปิดตัวลงไปแล้วก็จริง แต่สวนสนุกแห่งนี้เป็นสวนสนุกในความทรงจำของคนรุ่นผมครับ เรือไวกิ่ง บ้านผีสิง รถไฟเหาะ รถไฟรางเดียว แกรนด์แคนยอน ป๊อบคอน สายไหม และที่เป็นภาพ Landmark สำหรับที่นี่ คือ ภาพปราสาทเทพนิยายที่ตั้งอยู่ด้านหน้า แต่ถ้าถามเด็กรุ่นหลังๆ คงไม่มีใครรู้จักแดนเนรมิต ลองนึกดูนะครับหากอนาคตดีสนีย์แลนด์หรือยูนิเวอร์เซลมาเปิดที่ประเทศไทย มันจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าบ้านเรามากมายแค่ไหน จากคอลัมม์ก่อนหน้านี้ที่ผมเขียนถึง มาเก๊า เป็นทริปเดียวกันที่ผมได้มีโอกาสได้มาเที่ยวฮ่องกงกับครอบครัวและเพื่อนๆ ด้วยตนเองแบบไม่ง้อทัวร์ ส่วนคอลัมม์นี้จะขอเล่าถึง สวนสนุกดิสนีย์แลนด์และ Victoria Peak เพื่อให้เด็กๆ ได้สนุกกัน เราเลือกใช้ชีวิตแบบวัยเด็ก 1 วันเต็มๆ ในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ครับ เราออกเดินจากที่พักมาไม่ไกลก็ถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Mong Kong การเดินทางที่ฮ่องกงถือว่าสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ทั้งรถบัส รถไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งเรือ เราเลือกไปดิสนีย์แลนด์ด้วยการนั่งรถไฟฟ้าครับ จากสถานี Mong Kong นั่งไปไม่นานก็ลงไปเปลี่ยนรถไฟฟ้าขบวนสีส้มที่สถานี Lai King เพื่อนั่งต่อไปยังสถานี Sunny Bay และเปลี่ยนรถไฟฟ้าขบวนพิเศษสายสีชมพูเพื่อเข้าไปในดิสนีย์แลนด์ รถไฟขบวนนี้ถูกตกแต่งในสไตล์ของดิสนีย์แลนด์ หน้าต่าง มือจับ ประตู ดูสวยงาม สวนสนุก สำหรับต่างประเทศแล้วเป็นที่ได้รับความนิยมมากทั้งเด็ก วัยรุ่น ครอบครัว คนจะเยอะมาก สำหรับการเที่ยวสวนสนุกในต่างประเทศในครั้งแรกๆ ของผม ผมเองก็ไม่ค่อยคุ้นชินนัก สงสัยว่าทำไมคนถึงได้เยอะมากมายขนาดนี้ ต่อคิวก็นาน ทั้งวันเล่นได้เพียง 3-4 อย่าง แล้วจะต้องมาสักกี่วันถึงจะได้เล่นครบ รู้สึกเบื่อและเซ็งกับการต่อคิวเพื่อเล่นเครื่องเล่นต่างๆ แต่พอผ่านมาหลายๆ ครั้ง ก็พอจะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติ 30 นาที 45 นาที 1 ชั่วโมง เครื่องเล่นบางตัวที่ได้รับความนิยมมากๆ อาจจะใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงเลย ซึ่งเมื่อสังเกตุถึงคนรอบข้างที่เข้าคิวรอเล่นเครื่องเล่นก็ไม่เห็นจะมีใครหงุดหงิด กลับกันส่วนใหญ่จะพูดคุยกันอย่างสนุกสนานและมีความสุข ผมเคยถามไกด์ว่าคนที่นี่ทำยังไง ที่จะมาวันเดียวแล้วได้เล่นครบทุกเครื่องเล่น ไกด์ตอบว่าไม่มีทาง คนที่มาเที่ยวสวนสนุกยินดีจะมาเล่นเพียงไม่กี่อย่าง ยินดีที่จะได้ต่อคิวเล่นเพียงไม่กี่อย่างกับคนรักหรือครอบครัว คนที่นี่คิดอย่างนี้ แล้วก็กลับมาเล่นอีกในวันอื่นๆ ถือว่าได้อยู่และใช้เวลากับคนที่มาด้วยกัน นี่แหละครับความสุขอย่างหนึ่งของคนมาเล่นสวนสนุกที่นี่ การต่อคิวจึงเป็นเรื่องธรรมดา ทุกวันนี้ผมเริ่มเข้าใจและไม่คิดมากกับการต่อคิวเล่นเครื่องเล่น ถึงแม้เราจะข้ามน้ำข้ามทะเล ไม่ได้มากันบ่อยๆ ก็ตาม >< ครั้งนี้เราตั้งใจจะอยู่ดูพลุตอน 3 ทุ่ม แต่ด้วยความเหนื่อยล้าของเด็กๆ ทำให้เรารอดูไม่ไหว เราเดินทางกลับออกมาจากดีสนีย์แลนด์ตอน 2 ทุ่มด้วยรถไฟฟ้าเหมือนเดิม ทริปนี้ยังไม่จบลงเพราะวันรุ่งขึ้นเราจะขึ้นไปชมวิวฮ่องกงที่สวยที่สุดจากยอดเขา Victoria Peak กันครับ ถึงแม้จะเหนื่อยล้าจากการไปดิสนีย์แลนด์ก็ตาม วันรุ่งขึ้นเราก็ยังคงต้องตื่นแต่เช้า เพราะเรายังมีโปรแกรม Victoria Peak อีก แต่เนื่องจากที่เราพักอยู่ที่ฝั่งจิมซาโจ่ย ทำให้เราต้องข้ามกลับไปที่ฝั่ง Central ด้วยเรือข้ามฟากก่อนเราออกจากที่พักที่มงก๊ก เดินทางด้วยรถบัสสาย 1A ไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ Star Ferry Pier ตรงจุดนี้เราจะเห็น Symphony of light ในเวอร์ชั่นกลางวันด้วย พอเรานั่งเรือข้ามฝากไปแล้ว เราพอมีเวลาเหลือจึงตัดสินใจนั่งรถ Big Bus เที่ยวชมเมืองฝั่ง Central กันก่อน ลักษณะของเมืองฮ่องกง เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามี City Scape สวยงามอันดับต้นๆ ของโลก การนั่งรถ Big Bus ชมวิวเมืองก็ถือว่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย ประมาณ 1 ชั่วโมงที่เราเสพทัศนียภาพบนรถ Big Bus 2 ชั้น ก่อนที่รถ Big Bus จะพาเรามาจอดที่ทางขึ้น Peak Trim Station พอดี (จากท่าเรือ Star Ferry Pier หากไม่ต้องการนั่ง Big Bus คุณสามารถนั่งรถบัสสาย 15c เพื่อมุ่งหน้าสู่ Peak Tram Station (สถานีรถราง) ตรงเลยก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที) การขึ้นไปชมวิวที่ The Peak สามารถเลือกขึ้นได้ 2 ทาง รถบัสหรือรถราง เราตัดสินใจนั่งรถรางขึ้นไปครับ เพื่อจะได้ชมวิว 2 ข้างทางระหว่างขึ้นไปด้วย ซึ่งคนนิยมขึ้นด้วยรถรางมากกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเวลาที่ต้องต่อคิวสำหรับตั๋วรถรางที่ขึ้นไปบน The Peak หากจะขึ้นไปชมวิวบนจุดสูงสุดจะต้องเสียเงินเพิ่มจาก 40 เหรียญเป็น 75 เหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นจุดชมวิวฮ่องกงที่สวยที่สุด วิคตอเรียพีค (ไท่ผิงซานติ่ง) คือยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกง สูงจากระดับน้ำทะเล 552 เมตรที่วิคตรอเรียพีคเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวของเกาะฮ่องกงได้ทั้งหมดตั้งแต่อ่าววิคตอเรีย ตึกระฟ้ามากมาย และถือเป็นจุดดู Symphony of Lights ที่สวยงามอีกจุดหนึ่งด้วยและบนนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดาเศรษฐี นักธุรกิจ และดารานักแสดงที่มีชื่อเสียง ================================================================================ Shutter Tips การถ่ายภาพบุคคลในเวลากลางวันหรือช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นสูงไปแล้ว อาจจะทำให้หน้ามืดหรือเกิดเงาบนใบหน้า หรือบางครั้งอาจจะเกิดจากเงาของหมวก ซึ่งก็ทำให้เกิดเงาบนใบหน้าแบบที่เราไม่พึงปรารถนา มีวิธีแก้ไขง่ายๆ เพียงแค่เราใช้แฟลชหรือรีเฟลกเพิ่มแสงเข้าที่ใบหน้าของแบบ แต่ส่วนใหญ่การใช้แฟลชจะสะดวกกว่าการใช้รีเฟลก เพราะเราอาจจะไม่มีคนช่วยถือรีเฟลกในระหว่างการท่องเที่ยวหรือออกทริป การถ่ายภาพโดยใช้แฟลชจึงสะดวกรวดเร็วกว่า แต่ก็มีข้อควรระวังเรื่องของกำลังไฟ ควรมีการดูระยะของแฟลชที่จะยิงออกไปที่แบบ หากแรงหรือเบาไป ก็สามารถเพิ่มลดกำลังแฟลชได้ครับ ================================================================================

ภาพจากเทศกาล ปามะเขือเทศ 2014
La Tomatina /  รูปภาพท่องเที่ยว / 

La Tomatina อ่านเป็นภาษาไทยได้ประมาณว่า ลา โตมาติ๊หน่า ซึ่งเฉลิมฉลอง เริ่มปามะเขือเทศใส่หัวกัน ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมของทุกปี ที่เฉพาะเมือง บุนโยล (Bunyol) ทางภาคตะวันออกของสเปน ซึ่งอยู่ห่างจากบาเลนเซียไป 30 กิโลเมตร เทศกาลปามะเขือเทศนี้ ดุเดือด เข้มข้น ด้วย “ศึกปามะเขือเทศ” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพุธของสัปดาห์นั้น ชื่อก็บอก ว่าเป็นศึกปามะเขือเทศ ดังนั้น คนที่มาร่วมงานเทศกาลนี้ ทั้งชาวเมืองเอง และผู้มาเยือน ต่างก็ปามะเขือเทศใส่กันอย่างสนุกสนาน ภาพจากเทศกาล ปามะเขือเทศ 2014 ในแต่ละปี ลา โตมาติ๊นา ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศสเปนเป็นจำนวนมาก แล้วก็มีคนมาร่วมมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เลยต้องมีการตั้งกฎกติการกันซักหน่อย เพื่อความปลอดภัยและเพื่อรักษาประเพณีอันดีงามไว้ กฎก็มีอยู่ดังนี้ - ไม่ปาขวดหรือของแข็งใส่กัน - ห้ามฉีกเสื้อยืดกัน - ต้องทุบมะเขือเทศให้น่วม ก่อนมาปาใส่กัน - ระวังรถบรรทุกที่บรรทุกมะเขือเทศมาด้วย เด๋วรถเหยียบเอา - เมื่อเสียงประทัดสัญญาณดังขึ้น ให้หยุดปามะเขือเทศทันที นอกจากนี้ ก่อนและหลังวันพุธซึ่งเป็นวันทำศึก ก็จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองกัน ส่วนช่วงเวลาเด็ดสุดในเทศกาลนี้ คือช่วงตี 1 ถึงช่วงบ่ายโมงของวันพุธ ข้อมูลจาก http://festivalcountry.wikispaces.com/   ภาพจากเทศกาล ปามะเขือเทศ 2014 บทความท่องเที่ยวน่าสนใจ : 10 สุดยอด เทศกาลแปลกของโลก : ตะลุย! เทศกาลแปลก รอบโลก : 10 อันดับวัดสวยที่สุดในโลก : เทศกาลปามะเขือเทศ (La Tomatina) เทศกาลแปลก