การนับคะแนนตะกร้อลอดห่วง

ตกใจ!! ต่อ ธนภพ เลือดกำเดาไหลเรื้อรังวันละ 5 รอบ ไม่ยอมหาหมอ-คาดไม่ร้ายแรง
ต่อ ธนภพ /  เก้า สุภัสสรา / 

        ทำเอาตกอกตกใจไปตามๆ กันเมื่อนักแสดงหนุ่ม ต่อ ธนภพ เผยอาการผิดปกติของร่างกายที่มีเลือดกำเดาไหลเรื้อรังวันละ 5 รอบ และแต่ละครั้งนานถึง 15 นาที แถมยังเป็นลิ่มเลือดก้อนใหญ่จนน่ากลัว ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่ามีผลกระทบกับงาน แต่ยังไม่ได้ไปหาหมอ เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นอะไรร้ายแรง คาดว่าสาเหตุเกิดจากความเครียด ทั้งเรื่องงานและเรื่องเรียนที่กำลังเตรียมสอบ ตอนนี้ก็พยายามดูแลตัวเองและพักผ่อนให้มากขึ้น หากมีเวลาก็จะไปหาหมอตรวจสุขภาพอย่างละเอียด               "หลังเลือดกำเดาไหลก็ยังไม่ได้ไปเช็คสุขภาพเลยครับ แต่ล่าสุดมีเวลาพักผ่อนเยอะขึ้น ในช่วงที่อ่านหนังสือสอบเราก็ได้พักด้วย อย่างอาการที่มีเลือดกำเดาไหลตลอดเวลา มันเริ่มหายไปแล้วครับ อาจเป็นเพราะเครียดเรื่องงานและเตรียมตัวสอบด้วยครับ จริงๆ คุณแม่บุญธรรมที่เป็นหมอท่านบอกว่าอยู่ที่เราใช้ร่างกายของตัวเองด้วย คือมันไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้นแต่มันก็เป็นไปตามสภาพร่างกายที่เราใช้ ก็ไม่กลัวครับ เพราะเดี๋ยวเวลาพักก็จะได้ไปเช็คร่างกายกับคุณหมออย่างจริงจัง ผมตรวจสุขภาพบ่อยไหมยังจำไม่ได้ (ยิ้ม) แต่ก็มีตรวจบ้าง คอยบริจาคเลือดบ้าง"             "คุณพ่อคุณแม่ท่านก็เป็นห่วงครับ ยิ่งช่วงนี้ซีรี่ส์โปรเจ็กต์เอสกำลังเริ่มถ่าย ก็หนักหน่วงมาก แต่ถามว่าผมกลัวมั้ยถ้าไม่มีเวลาพักผ่อนแล้วร่างกายจะทรุด คือไม่กลัวครับ ผมกลัวไม่ได้ทำงานมากกว่า มั่นใจว่าไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง เพราะผมก็ยังดูแลตัวเองดีอยู่และไม่ได้ปล่อยปะละเลยขนาดนั้น ซึ่งถ้าพูดจริงๆ ตอนนี้ก็ต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น ต้องใส่ใจตัวเองมากขึ้น ผมก็นิสัยผู้ชายครับ มองข้ามหลายๆ เรื่องที่อาจจะละเอียดอ่อนเกินไป"             "ถ้าไหลมันก็กระทบงานครับเพราะมันจะถ่ายทำไม่ได้ คือมันไหลตลอดเวลา แต่ตอนนี้มันหายไปประมาณ 2 อาทิตย์แล้วครับ ก็ยังไม่มีเอฟเฟ็กต์อะไรกับร่างกาย จะมีก็แค่เหนื่อยง่าย ส่วนปวดหัวผมปวดมากเลยครับเพราะช่วงนี้อ่านหนังสือสอบเยอะมากเลยครับ (หัวเราะ) จริงๆ เป็นบ่อยถึงขั้นควรรีบไปหาหมอเลยครับ เพราะวันนึงไหลประมาณ 5 รอบ และไหลรอบนึงประมาณ 15 นาที คือเวลาไหลมันไหลเป็นลิ่มเลือดใหญ่ๆ ที่ออกมาเยอะมาก ตอนแรกก็กลัวเรื้อรังครับ แต่พอมันหายไปก็ไม่กลัว"              "ช่วงนี้ถ่ายละครกับซีรี่ส์ครับ ส่วนเก้าก็คงถ่ายละครอยู่ ข่าวที่ว่ามีนางเอกฮอร์โมนลอกข้อสอบจนโดนพักการเรียนคิดมากเปล่า อันนี้ผมไม่รู้เลยครับ กับเก้าช่วงนี้เราไม่ค่อยได้คุยกันครับเพราะเราทำงานเยอะ อีกอย่างผมก็ยังไม่ทราบข่าวเลย เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เวลามีปัญหาอะไรก็ช่วยเหลือกันครับ ถึงจะอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ในมหาวิทยาลัยผมก็อยู่ของผมครับ ไม่ค่อยได้คุยกับใคร ส่วนใหญ่อยู่แต่ที่คณะ เด็กในมหาวิทยาลัยมีการพูดถึงเรื่องนี้มั้ยเหรอ เดี๋ยวผมไปสืบให้ก่อนนะครับ (หัวเราะ) แต่ผมว่าไม่ใช่หรอก เพราะจริงๆ เก้าเป็นคนเรียนเก่งนะ" ต่อ กล่าว        ต่อ ธนภพ   ต่อ ธนภพ   ต่อ ธนภพ   ต่อ ธนภพ  

ฉาวจนได้เรื่อง!! เป็ด เชิญยิ้ม ปลด จียอน ฟ้าผ่า เหตุดูถูกตลก-ไร้วินัย ยันไม่ใช่ผู้ใหญ่รังแกเด็ก!!
จียอน /  ข่าว จียอน / 

  ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ สำหรับนักแสดงสาวเกาหลีหัวใจไทย ซอ จียอน หลังจากที่มีกระแสข่าวกับ พชร์ อานนท์ จนอีกฝ่ายออกมาแฉยับกับพฤติกรรมเรื่องมากไม่ยอมเล่นตลกร่วมกับ กอล์ฟ เบญจพล เพราะกลัวติดภาพเป็นตลกคาเฟ่ และเบี้ยวคิวถ่ายทำจนทำให้กองถ่ายวุ่นวายป่วนไปหมด   เพราะความเรื่องเยอะและกระแสข่าวที่มีออกมาเข้าหูตลอดๆ ทำให้มีกระแสข่าวลือออกมาอีกระลอกว่า เป็ด เชิญยิ้ม ได้ปลด สาวจียอน ออกจากการเป็นพิธีกรรายการถึง 2 รายการแบบสายฟ้าแลบด้วยเช่นกัน ล่าสุดด้าน เป็ด เชิญยิ้ม ได้ออกมายืนยันแล้วว่าตนได้ปลด จียอน ออกจากรายการจริงทั้งรายการก่อนบ่ายคลายเครียด และ ยุทธการสะท้านตับ ด้วยเหตุผลมาจากพฤติกรรมของสาวจียอนเอง โดย จียอน ยังมีปัญหาเรื่องคิวการทำงาน แถมยังขอคิวไปทำรายการอื่นซึ่งส่วนนี้ทำให้ตนรู้สึกไม่พอใจบวกกับการที่ตนได้ยินกระแสข่าวมากมายเรื่อง จียอน มาโดยตลอด ถ้าสมมติว่าอีกฝ่ายพูดดูถูกตลกจริงก็คงอยู่วงการตลกไม่ได้คงต้องกลับไปเล่นที่เกาหลี ยันไม่ได้เป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก ไม่คิดโกรธแต่เพียงอยากจะอบรมสั่งสอนเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง ในเรื่องการวางตัวในวงการบันเทิง หากอีกฝ่ายมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ตนก็ยินดีที่จะยกโทษให้และให้โอกาสกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ขอบคุณภาพจาก IG queengyeon อ่านข่าว จียอน แฉ!! ค่ายหนังเบี้ยวค่าตัวนับแสน ยันถอนตัวเองไม่ได้ถูกถอด!!อ่านข่าว ชมพู่ ก่อนบ่าย เผย จียอน เครียดจนชัก รับลำบากใจเป็นคนกลาง แนะให้สงบปากอยู่นิ่งๆ!!   เป็ด เชิญยิ้ม   เป็ด เชิญยิ้ม   จียอน   จียอน   จียอน   จียอน   จียอน  

แตงโม เปิดใจหมดเปลือกหลังเลิกเมีย!! ยันไม่เกี่ยวมือที่สาม-ไม่ได้เป็นเกย์!!
แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ /  ข่าว แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ / 

  ทำเอาเซอร์ไพรส์ตั้งแต่ต้นปี สำหรับคู่รักที่เลิกราหย่าขาดกันแบบสายฟ้าแล่บอย่าง แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ กับ เฟิร์น เกวรินทร์ อดีตภรรยาสาวแอร์โฮสเตส หลังใช้ชีวิตคู่กันได้เพียงแค่ 8 เดือนเท่านั้น ล่าสุด แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ ได้มาร่วมบวงสรวงละคร ใจลวง ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เจ้าตัวได้เผยถึงสภาพจิตใจที่หลังเลิกรากันไป เริ่มโอเคขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่ชินที่ต้องทำอะไรคนเดียว รับเคยทะเลาะกันถึงขั้นถอดแหวนแต่งงานเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ตลอดระยะเวลา 8 เดือนมีการปรับจูนเข้าหากันตลอด รู้สึกเสียใจเพราะไม่มีใครให้เกิดขึ้นแต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป พร้อมบอกไม่เกี่ยวกับมือที่สาม ยันตัวเองแมนทั้งแท่งไม่ได้เป็นเกย์อย่างที่หลายคนสงสัย   “ผมต้องชี้แจงก่อนนะครับว่าคู่เราคบกันยังไม่ได้จดทะเบียน แค่มีการวางแพลนและพูดคุยกันไว้เฉยๆ ส่วนเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมาอันนี้ผมขอไม่ลงรายละเอียดและก็ขอไม่พูดถึงอะไรที่มันผ่านมาดีกว่านะครับ เพราะผมก็เคยพูดไปแล้ว ส่วนเรื่องราวหรือเหตุผลจะเป็นอะไรยังไงนั้นผมขอไม่พูดดีกว่า เพราะว่าอันดับหนึ่งเลยคือมันไม่ได้เกิดขึ้นที่ตัวผมคนเดียว เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เกิดจากคนสองคนและคนสองคนก็คือคนที่รู้ดีที่สุด รวมถึงก็ยังมีคนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีก คือมีครอบครัวของทั้งสองฝ่าย ดังนั้นถ้าบางทีพูดอะไรออกไปมันก็อาจจะสร้างผลกระทบได้ไม่ใช่แค่กับตัวผม แต่มันก็จะกระทบกับทางอดีตภรรยาด้วย รวมถึงครอบครัวของเราสองคน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวผมหรือครอบครัวเขา คือมันอาจจะสร้างความไม่สบายใจได้ ดังนั้นผมขอไม่พูดถึงดีกว่าครับ”   “เข้าใจครับ ก็คือมีการพูดคุยกันและกัน เพราะว่าการที่เราจะตกลงอะไรออกไปเราก็มีการพูดคุยกันเกิดขึ้นตลอด รวมถึงมีการคุยกันด้วยว่าไม่อยากให้พูดอะไรเยอะแยะ เพราะว่าอันดับหนึ่งเลยเขาเองก็ได้รับผลกระทบเยอะ เขาไม่ใช่คนในวงการ เขาไม่อยากที่จะออกมาพูดอะไร คือเขาเองก็ค่อนข้งแฟร์มากๆ ดังนั้นในตอนแรกๆ ก็เลยยังไม่พร้อมที่จะพูด ผมเองก็ตกใจครับ ที่บ้านก็ค่อนข้างเป็นห่วงเหมือนกันเพราะว่าการคบใครสักคนเราก็ไม่ได้อยากให้มีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น แต่เรื่องของความรักมันก็เป็นเรื่องที่เราคาดเดาไม่ได้ เพราะแต่ละคนต่างก็มีมุมมองที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะมองว่าเร็ว บางคนก็บอกว่าถ้าหากมันอึดอัดก็ต้องตัดสินใจ คือเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่พูดยากมากๆ”   “ผมคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาคาราคาซังนะ แต่มันเป็นเรื่องของความสบายใจมากกว่า คือถ้าเราอยู่กับใครและเราสบายใจ เรายอมรับซึ่งกันและกันได้ เรามีเหตุผลมากพอ เรารักกันมากพอ มันก็น่าจะประคับประคองกันไปได้ แต่ผมก็ไม่ได้บอกนะครับว่ามันเป็นสาเหตุใดสาเหตุเหนึ่ง แค่รวมๆ แล้วเรามีการพูดคุยกันและพูดคุยกันว่าเราสบายใจตรงไหน จากนั้นก็เลือกทางที่ดีที่สุดให้ทั้งคู่ไม่ให้ใครต้องอึดอัด”   “ถ้าบอกว่าชีวิตก่อนแต่งกับหลังแต่งมันแตกต่างกันยังไง เอ่อ…อันนี้ผมก็ไม่เคยทราบเลยนะว่ามันแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไรจนได้มีประสบการณ์แต่งงาน ซึ่งมันก็แตกต่างนะ คือถึงแม้ว่าคุณจะเป็นแฟนกันอยู่ด้วยกันในการทดลองใช้ชิวิต แต่มันก็ยังไม่เหมือนกับการแต่งงานอยู่ดี ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามันแตกต่างกันยังไงคือมันไม่สามารถอธิบายมาเป็นคำพูดได้ แต่มันเป็นเหมือนความรู้สึกบางๆ ที่อยู่ในชีวิตคู่มากกว่าครับ”   “มีแน่นอนครับ เราปรับจูนกันตั้งแต่ก่อนแต่งด้วยซ้ำ คือดูว่าเขาชอบแบบไหน เราชอบแบบไหน แต่ว่าถ้าที่สุดแล้วคนเราถ้าหากเป็นตัวของตัวเองยังไงมันก็จะต้องเป็นตัวของตัวเองอยู่ดี เราไม่สามรถเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมดหรือไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจากตัวเราไปเป็นสิ่งที่เขาชอบได้ นอกเสียจากเราจะรับได้ในสิ่งที่เขาเป็น”   “เสียใจแน่นอนครับ ไม่มีใครดีใจหรอกครับในการเลิกรา แต่เราก็ยังมีหน้าที่การงาน มีพ่อแม่ที่เราต้องรับผิดชอบ มีชีวิตที่เราต้องดำเนินต่อ มีภาระต่างๆ ที่มันต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งจริงๆ แล้วสำหรับเรื่องของผมมันอาจจะยังเบาๆ หากเทียบกับหลายๆ ท่านที่เขาเจอมาหนักหนากว่าผม แต่ทุกๆ คนก็ยังสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องลุกขึ้นยืนลุกขึ้นสู้ต่อไป”   “โอเคแล้วครับ เพราะอย่างที่ผมบอกพอมันมีเรื่องอื่นๆ เข้ามาให้เราคิดเยอะ เราก็เลยต้องสู้ต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่กับตัวผม แต่ทางอดีตภรรยาของผมด้วยกันเหมือน คือเขาเองก็ยังออกไปทำงานทุกวัน พบปะผู้คนทุกวันแถมเจอมากกว่าผมด้วยซ้ำ ดังนั้นผมเชื่อว่าเขาเองก็เข้มแข็งมากๆ ที่จะต้องออกไปทำงานทุกวัน”   “ตอนนี้ไม่ได้คุยแล้วครับ แต่ถ้าหากมีปัญหาหรือว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องคุยเราก็สามารถคุยกันได้ครับ เพราะเราไม่ได้เกลียดกัน ยังไม่ชินนะ มันก็ยังรู้สึกแปลกๆ แปลกไปอีกแบบหนึ่ง”   "สำหรับเรือนหอจริงๆ แล้วก็เป็นบ้านที่ผมซื้อมานะครับ ก็คือผมอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วและตอนนี้ผมก็ยังอยู่ที่เดิม ส่วนอดีตภรรยาเขาก็กลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เขา ส่วนโอกาสที่จะกลับมาคืนดีกัน ตอนนี้ผมก็เลยยังไม่อยากจะพูดอะไร คือเรื่องของอนาคตเราก็ไม่สามารถรู้ได้เนอะว่ามันจะเป็นแบบไหน วันนี้เราอาจจะเลิกกัน แต่วันหน้าหากเรากลับมาเจอและมีคำพูดบางอย่างที่ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น เราก็อาจจะสามารถกลับมาพูดคุยกันได้คบกันได้ คือมันเป็นเรื่องของอนาคตอ่ะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่ได้อยากที่จะปิดกั้นตัวเองว่าสิ่งไหนได้หรือสิ่งไหนไม่ได้”   “เอ่อ…ไม่ทราบว่าจำกัดความว่าอะไรนะครับ แต่ในเมื่อเราตัดสินใจแล้ว เราก็ขอเลือกทำสิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ตอนนี้ให้มันดีที่สุดดีกว่า ถ้าให้พูดตรงๆ โลกไม่ต้องสวยนะครับ ก็คือว่ามันไม่มีการเลิกครั้งไหนสวยแน่นอน แต่มันอยู่กับเรามากกว่าว่าเราจะประคองมันยังไง พูดออกมาแบบไหน ทำให้เขาไม่ได้รับผลมาก และเราทั้งคู่ก็ไม่ต้องมาเจ็บช้ำน้ำใจมากไปกว่านี้”   “ไม่มีมือที่สามครับ ผมเองก็เคยบอกไปแล้วว่าไม่มีแน่นอน และทุกๆ วันนี้ผมเองก็ยังใช้ชีวิตอยู่คนเดียวด้วย”   “กับบางกระแสที่ออกมาว่าเป็นเกย์ ไม่หรอกครับ ถ้าหากจะเป็นจริงๆ ก็คงเป็นไปนานแล้ว (หัวเราะ) จริงๆ มันก็มองได้นะเพราะผู้ชายเดี๋ยวนี้หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น แต่ว่าสำหรับตัวผมคือผมไม่ได้ดูแลตัวเองหรือเจ้าสำอางอะไรขนาดนั้น แค่มันอาจจะเป็นด้วยลุคหรือด้วยคำพูดมากกว่า เพราะผมมีเพื่อนผู้หญิงและมีเพื่อนเพศที่สามเยอะ มันก็เลยอาจจะติดเรื่องมือไม้มาบ้างนิดหน่อย”   “จริงๆ มันก็ตลกดีนะครับ และผมเองก็ชินแล้วด้วย คือมันเป็นเรื่องที่ผมรับมือกับมันได้มากกว่า ขนาดพี่ๆ ช่างแต่งหน้าช่างทำผมบางคนยังบอกเลยว่าผมไม่กลัวเลยเนอะ ซึ่งผมมองว่าผมไม่รู้จะกลัวทำไม แถมผมยังรู้สึกสบายใจด้วยซ้ำเพราะว่ามันไม่ได้มีอะไรจริงๆ แมนๆ ครับ จริงๆ (หัวเราะ) ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน”   “เรื่องนี้ผมยังขอไม่โฟกัสเลยกว่า คืออะไรใช่เดี๋ยวมันก็เข้ามาเองแหละ แต่ถ้าอะไรไม่ใช่เดี๋ยวมันก็ออกไป แต่ถ้าให้ผมบอกว่าผมอยากมีแฟนใหม่ไหม คือมันยังไม่ใช่อ่ะครับ เอาเป็นว่าอนาคตถ้าจะเจอใครและถ้าเขาใช่มันก็ใช่เอง แต่ ณ ตอนนี้ผมขอไม่ขวนขวายเน้นโฟกัสเรื่องงานเป็นหลักดีกว่า”   “มีคุณพ่อคุณแม่พูดอยู่แล้วครับ แต่คือว่ามันผ่านช่วงนั้นมาแล้วช่วงที่เราพูดคุยกัน เพราะเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เราทั้งคู่ตัดสินใจกันแบบด่วนๆ มันมีเหตุการณ์มาพอสมควร ก็เคยนั่งคิดนะครับว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปจากนี้ ซึ่งบางคนเขาก็แนะนำว่าให้ดูหลายๆ คนเป็นตัวอย่าง เพราะบางคู่เขาก็อยู่กันได้มีครอบครัวกันได้โดยที่ไม่ต้องแต่งงาน แต่สำหรับตัวผมพอผมมานั่งคิดดูแล้ว ณ ตอนนี้ผมก็ยังไม่สามารถให้คำตอบตัวเองได้ว่าจะเป็นยังไง คือมันก็เป็นความลังเลไม่แน่ใจเพราะไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นแบบไหน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วผมเชื่อว่าคนเราขาดความรักไม่ได้หรอก เพียงแค่มันอาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้”   "(จริงไหมที่ทะเลาะกันถึงขั้นถอดแหวนแต่งงาน ?) มันก็เคยมีครับ แต่ผมไม่พูดดีกว่าว่าเพราะสาเหตุอะไร มันอาจจะเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่ทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ แต่สุดท้ายเราก็พูดคุยกัน” แตงโม กล่าว แตงโม พงษ์พิสุทธิ์   แตงโม พงษ์พิสุทธิ์   แตงโม เฟิร์น   แตงโม เฟิร์น  

ระทึก!! นุ่น วรนุช ติดอยู่ในห้องน้ำ ก่อนเดินทางล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ (มีคลิป)
นุ่น วรนุช /  ตามล่าแสงเหนือ / 

  ต๊าย!! ต้องบอกเลยว่าทริปการตามล่าหาแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ ของคุณนาย นุ่น วรนุช กับเพื่อนๆ ครั้งนี้ She คงจะจดจำไปนานแสนนานเลยทีเดียว เพราะงานนี้ทำเอานางเอกซุปตาร์ อย่างนุ่น ถึงกับหน้าเสียกันเลยทีเดียว เมื่อShe ต้องติดอยู่ในห้องน้ำภายในบ้านพัก เป็นเวลานานนับครึ่งชั่วโมง ซึ่งก่อนหน้านี้ She พยามยามที่จะเปิดประตูแล้วแต่เปิดยังไงก็เปิดไม่ออกจน ถึงขึ้นจะปีนออกนอกหน้าต่างกันเลยทีเดียว แต่ก็ออกไม่ได้ เพราะหน้าต่างมันแคบเกินไป   จนเพื่อนๆ ที่ไปด้วยนั้นต้องไปตามเจ้าของบ้านให้มาพังประตูกันเลยทีเดียว สาวนุ่นถึงสามารถออกจากห้องน้ำได้อย่างปลอดภัย และโชคดีมากที่ภายในห้องน้ำมีฮีตเตอร์ เพราะช่วงที่ She ติดอยู่ในห้องน้ำนั้น อุณหภูมิ 5 องศาเลยทีเดียว ไม่อย่างนั้นสาวนุ่นคงต้องนอนป่วยก่อนที่จะออกไปตามล่าหาแสงเหนืออย่างแน่นอน CR : Facebook : Woranuch Wongsawan, IG @woranuchdotcom

เป้ย ห่วง น้องโปรด ต่อมอะดีนอยด์โต พารักษาโรคนอนกรน – หยุดหายใจ!!
เป้ย ปานวาด /  น้องโปรด

  ทำเอาตกอกตกใจไปตามๆ กันภาพที่ เป้ย ปานวาด โพสต์รูป น้องโปรด ลูกชายสุดที่รักขณะมีพลาสเตอร์สีขาวแปะพร้อมด้วยสายระโยงรยางเต็บใบหน้านอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยล่าสุด เป้ย ปานวาด เผยพา น้องโปรด ไปทดสอบการนอนหลับ ซึ่งสาเหตุมาจากลูกชายตัวน้อยนอนกรน พบว่าต่อมอะดีนอยด์โต ส่งผลให้นอนกรนและหยุดหายใจ จึงต้องพาไปทำ sleep test เพื่อรักษาอาการต่อไป รับเป็นห่วงลูกมากและวันนั้นรู้สึกใจเสียและน้ำตาคลอที่เห็นลูกเป็นแบบนี้ แต่ น้องโปรด กำลังใจพยามยามปลอมตนไม่ให้ร้องไห้ ล่าสุดอาการไม่น่าเป็นห่วงและสามารถรักษาให้หายขาดได้   “ก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลรามาธิบดีนะคะ เพราะว่าทางโรงพยาบาลนี้ค่อนข้างเก่งเรื่องการทำ Sleep test สำหรับเด็กเลยพาไปตรวจ ก็คือเนื่องจากว่าโปรดเป็นต่อมอะดีนอยด์โต ต่อมอะดีนอยด์โตก็เหมือนกับว่าอยู่ช่วงหลังหู ถ้าคนที่โตมากๆก็คือลักษณะการนี้จะมีอาการนอนกรน เสียงดังมากถึงขนาดต้องหายใจอ้าปาก แล้วบางจะมีช่วงขณะหยุดหายใจได้ และถ้าหยุดหายใจบ่อยๆก็ไม่ดีเพราะจะส่งผลต่อสมอง เติบโตช้ากว่าปกติ เลยต้องไปทำ Sleep test นิดนึง ว่าเขาหยุดหายใจนานขนาดไหน มีผลอันตรายไหม แต่โปรดยังไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ ส่วนผลการเทสต์คุณหมอยังไม่ได้แจ้ง ต้องรอคิวค่ะ ระยะเวลาไปทดสอบก็คือ 1 คืนค่ะ พ่อแม่ก็นั่งอยู่ในนั้นเพราะมันจะมีเครื่องตรวจอยู่ในนั้น คือถ้าผลออกมาแล้วเราก็ต้องดูตามแพทย์บอกดูว่าจะรักษายังไงต่อไป นัดฟังผลช่วงอาทิตย์หน้าค่ะ"   “กรนมานานแล้วค่ะ แต่ว่าตอนนั้นไม่รู้นึกว่าเหนื่อยแล้วกรนเฉยๆ คือเขาเป็นเด็กเล่นเยอะ พอเช็คจากเพื่อนๆ หลายคนก็บอกว่า อาการกรนแบบนี้เป็นอาการที่ไม่ปกติ พอไปตรวจหมอก็ไม่ได้เช็คอะไร เราก็ไม่สบายใจ เลยไปตรวจหลายๆหมอ หมอคนสุดท้ายที่ตรวจประมาณคนที่6ได้ เราขอเขาเอ็กซเรย์เลยเพราะว่ามีความรู้สึกไม่สบายใจ ปรากฏเอ็กซเรย์ก็จริงๆ น้องเขาไม่ปกติ คือต่อมอะดีนอยด์โตจริงๆ มันก็ต้องรักษาตามอาการ “มันเป็นปกติค่ะ หลายๆ คนก็อาจจะเป็นได้ แต่ก็มีวิธีการรักษาค่ะ น้องอาจจะต้องล้างจมูกบ่อยๆ เพื่อให้หายใจคล่อง และอาจจะมีพ่นยากับทานยาด้วย แต่ของโปรด พ่นยาก็แล้ว ทานยาก็แล้ว เดี๋ยวคงต้องดูอีกทีว่าจะรักษาแบบไหน แต่ทางเลือกสุดท้ายก็จะมีวิธีการผ่าตัด แต่เท่าที่เป้ยฟังจากพยาบาลพูดวันนั้น เขาบอกว่าน้องโปรดไม่ถึงขั้นนั้น แต่เดี๋ยวเราขอลองฟังจากหมออีกทีหนึ่ง เพราะเราไม่อยากให้ลูกผ่าตัด”   “ไม่ใช่กรรมพันธ์ค่ะ คือสามารถเป็นกันได้ ไม่เครียดแต่ว่าถามว่าเป็นห่วงลูกไหมก็เป็นห่วง คือถ้าเด็กที่เป็นเยอะเขาจะหายใจทางปาก อ้าปากกว้างมาก และซี่โครงจะยุบเยอะมาก แต่เราจะดูโปรดตลอด เขาไม่ได้ซี่โครงไม่ได้ยุบขนาดนั้น ก็น่าจะรักษาได้”   “ให้ความร่วมมือดีค่ะ เพราะว่าเราบอกก่อนว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แต่ถามว่าเขาอยากไปไหม เขาก็ไม่อยากเข้าโรงพยาบาลเพราะเขาไม่ชอบ แต่เราเอารูปให้เขาดูว่าต้องทำแบบนี้นะ ซึ่งเขาก็ไม่ชอบตอนติดเทปเท่านั้นเอง เพราะมันติดเยอะมาก เต็มหัว แล้วตอนดึงเทปก็จะเจ็บ เขาไม่ชอบแค่ขั้นตอนนี้ รูปมันอาจน่ากลัวแต่ว่าวิธีทำจริงๆ มันไม่น่ากลัว”   “มีโอกาสค่ะ อย่างเด็กบางคนที่เป็นอายุ6-7ขวบ อาการหายไปเองก็มีค่ะ แต่ระหว่างนั้นเราก็ต้องดู ถ้าออกซิเจนในสมองขาดเยอะๆ มันก็ไม่ดี มันก็ส่งผลต่อพัฒนาการ คืออะไรที่หายได้เร็วเราก็อยากจะทำ”“วันนั้น ใจคอเราก็ไม่ดี เห็นลูกแบบนี้ มีสายยางห้อยจมูก เลยใจไม่ดีน้ำตาคลอ เขาก็บอกเราว่าไม่ต้องร้องๆ แม่ไม่เก่งเลย เขาเก่งเขายังไม่ร้องเลย คือเขาก็ปลอบเรา” เป้ยกล่าว ขอบคุณภาพจาก IG ppanward อ่านข่าว แม่เป้ย เครียด! น้ำตาซึม น้องโปรดเข้ารักษา โรคต่อมอะดีนอยด์โต เป้ย น้องโปรด   เป้ย น้องโปรด   เป้ย ปานวาด   เป้ย ปานวาด   เป้ย ปานวาด   เป้ย ปานวาด   เป้ย ปานวาด  

จั๊กจั่น –เกรซ นางฟ้าตัวจริง รำเซิ้งแห่นาคแบบไม่ห่วงสวย!! (มีคลิป)
เกรซ กาญจน์เกล้า /  ข่าว จั๊กจั่น อคัมย์สิริ / 

   มีงานบุญที่ไหนต้องนึกถึง 2 สาวนางฟ้าตัวจริง อย่างสาว จั๊กจั่น อคัมย์สิริ กับสาว เกรซ กาญจน์เกล้า ทันที เรียกว่า2 สาวคู่นี้ สวยทั้งภายในและภายนอกเลยจริง ๆ ไม่ว่าจะมีงานบุญหรืองานจิตอาสาที่ไหน เจ้าตัวก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการออกมาร่วมทำบุญอย่างเต็มที่แบบทุ่มสุดตัวทุกครั้ง   ล่าสุดทั้งคู่พร้อมเพื่อนๆ นักแสดงอย่างคับคั่งได้ไปร่วมทำบุญสมโภชโบสถ์ ตัดหวายฝังลูกนิมิต ณ วัดป่าอัญญาวิโมกข์ ต.นาข่าน้อย อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ได้ทอดผ้าป่าสามัคคีและร่วมพิธีบวชชีพราหมณ์กว่า 500 รูป และตักบาตรเช้า ปิดทองตัดหวายฝังลูกนิมิต ร่วมถวายผ้าไตรบวชพระสงฆ์ 14 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายเพลและบวชพระ 12 รูป ที่ขาดไม่ได้คือการรำแห่นาค ที่งานนี้เขาว่ากันว่าใครรำหน้านาคจะได้เป็นนางฟ้า อืม... มิน่า 2 สาวจั๊กจั่น และเกรซ ถึงตั้งหน้าตั้งตารำแบบไม่มีใครห่วงสวยกันเลยทีเดียว ยกนิ้วให้เลย นี่แหละนางฟ้าตัวจริงของแท้                      CR: IG@jakjaan_akhamsiri@ gracekanklao

ใจมันรัก! ขนาดป่วย น้องมะลิ ยังแดนซ์สะบัด
ปอ ทฤษฎี /  โบว์ แวนดา / 

เรียกว่าเป็นเด็กที่รักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ สำหรับ น้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาวซุปตาร์ของ พ่อปอ-แม่โบว์ ล่าสุดแม้ป่วยอยู่ น้องมะลิ ยังโชว์แดนซ์สะบัด จนถึงขั้นที่ แม่โบว์ ยังโพสต์ใน IG แซวว่า ''อาการผู้ป่วยท่านนี้น่าเป็นห่วงมาก เชิญรับยาที่ช่อง2คะ'' เห็น น้องมะลิ เต้นได้แบบนี้ แฟนคลับหายห่วงได้จ้า IG @vanda29 อาการผู้ป่วยท่านนี้น่าเป็นห่วงมาก เชิญรับยาที่ช่อง2คะ อาการผู้ป่วยท่านนี้น่าเป็นห่วงมาก เชิญรับยาที่ช่อง2คะ

รับกรรมตามสัญญา!! มะตูม อมนิ้วโป้งเท้าโชว์หลังทาย “หน้ากากอีกาดำ” ผิด!!
ดีเจมะตูม /  หน้ากากทุเรียน / 

  ถึงกับทำแบบนี้เชียวเหรอ!! สำหรับ ดีเจมะตูม เตชินท์ หลังจากประกาศทายผลว่า “หน้ากากทุเรียน" จากรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง คือ "ทอม room39" และ "หน้ากากอีกาดำ" คือ "คิง the voive1" หากทายผิดจะยอมอมนิ้วหัวแม่โป้งเท้าโชว์ให้ดูกันสดๆ ไปเลย ซึ่งเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาปรากฏว่า “หน้ากากทุเรียน” คว้าแชมป์ไปครอง ทำให้ "หน้ากากอีกาดำ" ที่ทุกคนใจจดใจจ่อว่าเป็นใครนั้นต้องเผยโฉมหน้าที่แท้จริง และภายใต้ “หน้ากากอีกาดำ” นั้นก็คือนักร้องเสียงดี "เอ๊ะ จิรากร" ทำเอาผลที่ ดีเจมะตูม ได้ทายเอาไว้นั้นผิดถนัด!!   แต่สัญญาก็ต้องเป็นสัญญา!! ล่าสุด ดีเจมะตูม คนจริง ขอทำตามสัญญาด้วยการไลฟ์ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก อมนิ้วโป้งเท้าโชว์ต่อหน้าแฟนคลับและผู้ชมที่เข้ามาดูผ่านเฟซบุ๊ก เอ่อ...ยอมทำถึงขนาดนี้เจ๊ยอมใจนางจริงๆ เลยค่า ว่าแต่คราวหน้าถ้า "หน้ากากทุเรียน" ไม่ใช่ "ทอม room39" ขึ้นมา มะตูม มิต้องอมนิ้วโป้งเท้าโชว์อีกรอบเหรอจ๊ะ เจ๊เป็นห่วงสุขภาพจริงจริ๊ง...หุหุ!! ขอบคุณภาพจาก FB Techin Ploypetch, IG dj_matoom