การนับคะแนนตะกร้อลอดห่วง

นายกฯ เชื่อไทยไม่มีก่อการร้าย ไม่ตกใจกิ่งไม้หล่นใส่รถ
กิ่งไม้หักใส่รถนายกฯ /  ก่อการร้าย / 

นายกรัฐมนตรี พร้อมดูแลความปลอดภัยประชาชนช่วงปีใหม่ มั่นใจไร้ก่อการร้าย พร้อมให้ความเป็นธรรมคนผิดที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ ขณะไม่ตกใจกิ่งไม้ใหญ่หล่นใส่ขบวนรถ ยอมรับปี 2558 ห่วงความมั่นคงทุกด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวว่า สำหรับการรักษาความปลอดภัยในช่วงปีใหม่นี้ ทางรัฐบาลพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะมาตรการด้านการป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งจะมีจุดพักรถต่างๆ คอยบริการประชาชนและเชื่อว่าไม่มีเหตุก่อการร้ายในประเทศไทยในช่วงดังกล่าว และขอให้ใครก็ตามอย่าคิดสร้างความวุ่นวายและจะมีการดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงผู้กระทำความผิดที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศว่า ได้มีการชี้แจงและขอความร่วมมือให้ส่งตัวมาโดยตลอด แต่ยอมรับว่าบางเรื่องยังมีมุมมองที่แตกต่างกันในข้อกฎหมาย ซึ่งต้องให้ความเคารพในกระบวนการของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ ขอสื่อมวลชนอย่าไปขยายความขัดแย้ง โดยเฉพาะเรื่ององค์กรเสรีไทยของ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมยอมว่า พร้อมให้ความเป็นธรรมกับผู้กระทำความผิดที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศ อย่างไรก็ตาม ขอฝากว่าทุกคนสามารถมีความคิดเห็นต่างแต่ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่รู้สึกตกใจ กับเหตุการณ์ที่มีกิ่งไม้ขนาดใหญ่หล่นใส่ขบวนรถ ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยบาดเจ็บ 2 นาย ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ เมื่อวานที่ผ่าน เนื่องจากไม่ใช่คนขวัญอ่อน และไม่ได้ทำบุญแต่จะใช้การทำความดี นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่มีอะไรทำลายสมาธิในการบริหารประเทศของตนเอง โดยจะขับเคลื่อนเดินหน้าประเทศในเชิงรุก อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในปี 2558 มีความเป็นห่วงในเรื่องของความมั่นคงทุกด้าน โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งมีปัจจัยทั้งต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้าน และในประเทศ โดยต้องมีการปรับตัว ซึ่งกังวลว่ารายได้ของประเทศจะลดลง เนื่องจากรายได้ของประเทศส่วนใหญ่มาจากการส่งออกกว่า 70% ภาพจาก @Wassana Nanuam ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>>  

10 สายพันธุ์สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก
ที่สุดในโลก /  สัตว์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทย ขอแนะนำ 10 สายพันธุ์สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก จนคุณต้อง อึ่ง ทึ่ง ที่พวกมันเหล่านี้มีอยู่จริง และเรื่องราวที่น่าสนใจในการใช้ชีวิต เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว อยากรู้แล้วใช่ไหมคะ ว่า10 สายพันธุ์สัตว์เหล่านี้ยิ่งใหญ่จนโลกต้องจารึกขนาดไหน ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามกันเลยค่ะ 10 สายพันธุ์สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก 1. แมลงบินได้ที่ใหญ่ที่สุด Meganeuropsis Permiana เป็นแมลงปอ ที่ตัวใหญ่ที่สุดที่เคยอุบัติขึ้นมาบนโดย ด้วยช่วงปีกที่กว้างกว่า 72 เซ็นติเมตร และคาดว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่บิน บนท้องฟ้าได้ ที่สามารถล่าทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ ไม่เว้นแม้แต่สัตว์เลื้อยคลายที่เป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์ ซึ่งหลักฐานซากฟอสซิลนี้อยู่ที่ Permian rocks รัฐ Kansas ประเทศสหรัฐอเมริกา 2. แมลงเปลือกแข็งที่ใหญ่ที่สุด Arthropleura กิ้งกือยักษ์ดึกดำบรรพ์ เคยอยู่บนโลกเมื่อ 280-340 ล้านปีก่อน ในยุคคาร์บอนนิเฟอร์รัส ซากฟอสซิลของมันถูกพบที่สก๊อตแลนด์ และแถบทวีปอเมริกาเหนือ มีความยาวถึง 2 เมตร และัหนักถึง 500 กิโลกรัม เพราะในยุคคาร์บอนนิเฟอร์รัส เป็นช่วงที่ที่แมลงตัวใหญ่เนื่องจากมีปริมาณออกซิเจนที่สูง และป่าดงดิบอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้พวกมันสามารถใหญ่โตได้เท่าที่มันจะสามารถโตได้ และยังมีเขี้ยวพิษที่สามารถฆ่าได้ทุกอย่างที่มันต้องการ 3. งูที่ใหญ่ที่สุด Titanoboa ไททันโอโบอาเป็นงูที่ไม่มีพิษจำพวกโบอา ที่คล้ายกับงูเหลือมหรืองูหลาม มักพบได้ในทวีปอเมริกากลางและเกาะมาดากัสการ์ในปัจจุบัน นักบรรพชีวินวิทยาเชื่อว่า ไททันโอโบอา มีรูปร่างลักษณะและมีพฤติกรรมคล้ายงูอนาคอนดา โดยหากินในน้ำ ซึ่งอาหารได้แก่ จระเข้และปลาขนาดใหญ่ แต่ทว่ามีความยาวกกว่ามาก โดยมีความยาวเฉลี่ยประมาณ 13 เมตร และอาจยาวได้ถึง 15 เมตร หนักถึง 2 ตัน โดยชื่อของมันเป็นภาษาลาติน แปลได้ว่า "งูยักษ์จากแซร์อาโฮน" (Titanic boa from Cerrejon) ซึ่งมาจากชื่อเมืองแซร์อาโฮน ซึ่งเป็นเหมืองแร่ ในประเทศโคลอมเบีย ซึ่งเป็นที่ๆ ค้นพบซากฟอสซิลของมันเป็นครั้งแรก ซากฟอสซิลของไททันโอโบอา ที่ค้นพบเป็นกระดูกสันหลัง จำนวน 180 ชิ้น คาดว่าน่าจะเป็นของงูทั้งหมด 12 ตัว ค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2007 ซึ่งกระดูกสันหลังนั้นมีขนาดใหญ่กว่ากระดูกสันหลังของงูอนาคอนดามากนัก จากการวิเคราะห์และคำนวณด้วยเครื่องมือต่างๆ พบว่า ไททันโอโบอามีชีวิตอยู่ในยุคพาลีโอซีน 58-60 ล้านปีก่อน 4. จระเข้ที่ใหญ่ที่สุด Sarcosuchus หรือรู้จักกันทั่วไปคือ " Super Croc " ซุปเปอร์ครอก แต่ได้สูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 110 ล้านปีมาแล้ว มันถูกค้นพบครั้งแรกในประเทสไนเจอร์ ( Niger ) โดยนักสำรวจชาวฝรั่งเศลชื่อว่า Alfred Felix de Lapparent โดยในการขุดค้นพบครั้งแรกเป็นฟอสซิลฟัน และหนัง ในบริเวณทะเลทรายซาฮาร่า ในปี 1940 และปี 1950 ข้อมูลเฉพาะ ซุปเปอร์ครอค์ประมาณการณ์ว่ามันจะมีความยาวเมื่อโตเต็มที่ 11 - 12 เมตร จากการประเมินกระโหลก และอายุขัยเต็มที่ประมาณ 50 - 60 ปี น้ำหนักจากการเปรียญเทียบกับจระเข้ในปัจจุบัน คาดว่าจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 8 ตัน สำหรับอาหาร น่าจะจับปลากินเป็นหลัก และก็อาจจะมีการจับไดโนเสาร์ที่มีขนาดพอดีกับปากของมันบ้างเป็นครั้งคราว ลูกตาของมันไม่สามารถกรอกซ้ายขวาได้ ทำได้แค่กรอกขึ้นลง บนล่างเท่านั้น และจระเข้ในปัจจบันที่เป็นญาติที่สนิทที่สุดของ Sarcosuchus คือพวกจระเข้แม่น้ำไนล์ 5. นักล่าบนพิภพที่ใหญ่ที่สุด Spinosaurus สไปโนซอรัส ถูกค้นพบครั้งแรกในทะเลทรายสะฮาราของอียิปต์ เมื่อปี ค.ศ. 1910 โดยนักบรรพชีวินวิทยาชาวบาวาเรีย โดยขุดค้นไปตามชายขอบด้านตะวันออกของระบบแม่น้ำโบราณซึ่งมีหินในชั้นแคมเบรียนก่อตัวเป็นพรมแดนด้านตะวันตก สไปโนซอรัสเป็นสัตว์กินเนื้อยืน 4 ขาและอาจจะยืน 2 ขาได้  มีจุดเด่น คือกระดูกสันหลังสูงเป็นแผ่นคล้ายใบเรือ รูปวงรี มี11ชิ้น ชิ้นที่ยาวที่สุดมีความยาว 1.69 เมตร เชื่อกันว่าใช้ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย กะโหลกศรีษระมีจงอยปากแคบที่เต็มไปด้วยฟันรูปกรวย มีหงอนคู่ขนาดเล็กอยู่เหนือดวงตา แขนแข็งแกร่งมี 3นิ้ว สามารถใช้เป็นอาวุธและจับเหยื่อได้ มีความยาว 16-18 เมตร น้ำหนัก 7 - 10 ตัน อาศัยอยู่ใน ทวีปแอฟริกา มีชีวิตอยู่ในตอนกลางของยุคครีเตเชียส (100-97 ล้านปีที่แล้ว) ในช่วงที่มันอาศัยอยู่ในยุคครีเตเชียสตอนกลาง มันมีคู่แข่งที่สำคัญอย่าง คาร์ชาโรดอนโทซอรัส ที่อาศัยอยู่ยุคเดียวกันที่มีความยาว13เมตรและเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับ3ของโลก สไปโนซอรัส เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ1ในโลก, มันมีญาติอย่าง ซูโคไมมัส 6. ปลากระดูกแข็งที่ใหญ่ที่สุด Leedsichthys Problematicus ลีดส์อิชธีส์ เป็นชื่อปลากระดูกแข็งชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ อาศัยอยู่ในทะเลในกลางยุคจูราสสิค (185-155 ล้านปีก่อน) โดยพบฟอสซิลในชั้นหินในยุคนี้ โดยที่ชื่อ Leedsichthys ตั้งตามผู้ค้นพบคือ อัลเฟรด นิโคลสัน ลีดส์ นักสะสมฟอสซิลชาวอังกฤษ มีความหมายว่า "ปลาของลีดส์" โดยพบในพื้นที่ใกล้เขตเมืองปีเตอร์โบโรห์เมื่อปี ค.ศ. 1886 นอกจากนี้ ลีดส์อิชธีส์มีลักษณะตาที่เล็ก ใช้ชีวิตคล้ายคลึงกับปลาใหญ่ โดยใช้ฟันซี่เรียวกว่า 40,000 ซี่กรองกินสัตว์เล็กสัตว์น้อยและแพลงก์ตอนเป็นอาหาร แม้ว่ามันจะมีลำตัวขนาดใหญ่มากแต่ทำให้ว่ายน้ำช้า เชื่อว่าลีดส์อิชธีส์ก็ยังคงตกเป็นเหยื่อของปลากินเนื้อขนาดใหญ่รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานทะเลยุคเดียวกันด้วย เช่น ไลโอพลัวเรอดอน เป็นต้น 7. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุด Paraceratherium ปาราเซอราเธอเรียม นี้มีขนาดที่สูงใหญ่กว่า ช้างแอฟริกัน ถึง 8 เมตร มันเป็นสัตว์กินพืชร่างยักษ์ ที่หนักกวา่ 30 ตัน อย่าง ทีเคยท่องไปทั่วทวปีอเมรกิาเหนือเมื่อ 37 ลา้นปีก่อน โดยปราศจากนักล่าชนดิใดจะสามารถโค่นมันลงได ้แต่พวกมันก็ต้องสญูพันธุ์ไปจากโลกเมื่อ 23 ล้านปีกอ่น เนื่องจากสภาพอากาศ ที่เปลื่ยนแปลงอย่างรุนแรงจนพวกมันปรับตัวไม่ทัน 8. สัตว์บินได้ที่ใหญ่ที่สุด Quetzalcoatlus อาศัยอยู่ในช่วงปลายยุคครีเตเซียส ถูกตั้งชื่อตามเทพมังกรของในตำนานแอซเทค ฟอสซิล ถูกพบเป็นครั้งแรกในเทกซัสเมื่อปี 1971 นับเป็นสัตว์บินได้ขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกด้วยความยาวจากปีกถึงปีกมากถึง 12 เมตร โครงสร้างกระดูกขาที่แข็งแรงสูง 6 เมตร กับจงอยปากอันคมกริบที่คมที่สุดในยุค 65 ล้านปีก่อน พวกมันไม่ลังเลยที่จะโจมตีรังของไดโนเสาร์เพื่อล่าตัวอ่อน หรือไล่ต้อนฝูงไดโนเสาร์เพื่อแยกตัวที่อ่อนแอออกจากฝูง ก่อนจะสังหารด้วยจงอยปากอันทรงพลัง 9. แมลงน้ำที่ใหญ่ที่สุด Jaekelopterus Rhenaniae ไม่เพียงบนบกและบนฟ้าเท่านั้นที่ถูกแมลงครอบครอง เมื่อ 300 ล้านปีก่อน ในทะเลโบราณยังมีจ้าวแห่งแมลงที่ครอบครองผืนน้ำ ซึ่งนักบรรพชีวินวิทยาต่างลงความเห็นว่า มันคือฝันร้ายของทุกชีวิตที่อยู่ใต้น้ำ เพราะด้วยขนาด 2.5 เมตร ที่มาพร้อมก้ามขนาดยักษ์ที่สามารถจับและฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าได้อย่างง่ายดาย 10. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลที่ใหญ่ที่สุด Blue Whale วาฬสีน้ำเงิน เป็นวาฬบาลีน (Balaenopteridae) และถือเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยทั่วไปจะยาวประมาณ 26-29 เมตร แต่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมีความยาว 31.2 เมตร น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ ประมาณ 100-200 ตัน เฉพาะลิ้นก็มีน้ำหนักเกือบเท่ากับช้างหนึ่งตัว และหัวใจก็มีขนาดเท่ารถยนต์คันหนึ่ง กินเคยและแพลงก์ตอนเป็นอาหาร แต่ก็อาจจะกินสัตว์น้ำขนาดเล็กเช่น ปลาขนาดเล็กเข้าไปด้วย ส่วนลูกวาฬจะกินเฉพาะนมแม่ที่มีไขมันสูงถึงร้อยละ 40 มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 4 กิโลกรัม นอกจากนี้แล้ว วาฬสีน้ำเงินยังเป็นสัตว์ที่ส่งเสียงร้องได้กว้างไกลที่สุดในโลกอีกด้วย โดยสามารถส่งได้ได้ดังถึง 1,500 กิโลเมตร ในลักษณะของคลื่นเสียงที่มีความหลากหลาย ซึ่งเชื่อกันว่าไม่ได้เป็นไปในการสื่อสารเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังใช้การนำทางอีกด้วย ข้อมูลและภาพจาก สำรวจโลก, วิกิพีเดีย, siamfishing, spokedark

มาสเตอร์โพลแกนนำชุมชนให้คะแนนรบ.8.46เต็ม10
ของขวัญปีใหม่ /  คะแนนรัฐบาล / 

มาสเตอร์โพล เผย แกนนำชุมชนให้คะแนนรัฐบาล 8.46 เต็ม 10 อยากมอบของขวัญปีใหม่ให้นายกฯ เป็นกำลังใจแก้ปัญหาชาติมากสุด ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดเผย ผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพล เรื่อง ความพึงพอใจของแกนนำชุมชนต่อผลงานรัฐบาลและของขวัญปีใหม่ที่อยากให้นายกรัฐมนตรี จากกรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชน 629 ชุมชน ระหว่างวันที่ 11-19 ธ.ค. ที่ผ่านมา พบว่า แกนนำชุมชนให้คะแนนความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานของรัฐบาล และ คสช. 8.46 จากคะแนนเต็ม 10 ทั้งนี้ เมื่อสอบถามว่า แกนนำชุมชน อยากให้ของขวัญปีใหม่ใครมากที่สุด คสช. และรัฐบาล พบว่า ร้อยละ 93.0 อยากให้ของขวัญกับนายกรัฐมนตรี, รองลงมา ร้อยละ 5.0 อยากให้ของขวัญทั้งคณะ และร้อยละ 2.0 ไม่อยากให้ของขวัญใครเลย และเมื่อถามว่า ของขวัญที่อยากมอบให้กับนายกรัฐมนตรี คืออะไร พบว่า ร้อยละ 60.9 อยากให้กำลังใจ ทำงานเพื่อประเทศชาติให้สำเร็จ รองลงมา ร้อยละ 11.5 อยากให้คำอวยพร ให้มีความสุข อายุยืน สุขภาพแข็งแรง

ประวัติเจ้านาย จินเจษฎ์ ลูกชายคนโตเจ เจตริน
ประวัติ /  ลูกชายเจ เจตริน / 

ต้องขอบอกว่า ลูกชายทั้ง 3 ของครอบครัว วรรธนะสิน หรือครอบครัวของดาราศิลปินคนดัง เจ เจตริน เค้าหล่อทั้งตระกูลจริงๆ นะคะ ยิ่งนับวันลูกชายคนโต น้องเจ้านาย จินเจษฎ์ ก็เริ่มหล่อแย่งซีนคุณพ่อไปซะแล้วแถมยังมากความสามารถ ไม่ว่าจะชอบเล่นเจ็ตสกีเหมือนคุณพ่อ หรือการเต้น ที่ได้ร่วมขึ้นคอนเสิร์ตกับคุณพ่ออีกด้วย แหมเห็นแบบนี้แล้ว อีกไม่นานอาจได้เล่นหนังเล่นละคร หรือเป็นศิลปินตามคุณพ่อมาแน่ๆ ดังนั้นวันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จัก...ประวัติเจ้านาย จินเจษฎ์ ลูกชายคนโตเจ เจตริน กันค่ะ  ประวัติเจ้านาย จินเจษฎ์ ลูกชายคนโตเจ เจตริน ชื่อ : จินเจษฎ์ วรรธนะสิน ชื่อเล่น : เจ้านาย พี่น้อง : เจ้านาย เป็นลูกชายคนโตของเจ เจตริน และมีน้อง 2 คนชื่อ เจ้าขุน และเจ้าสมุทร วันเกิด : 28 มิถุนายน 2000 การศึกษา : Ascot Internationnal School IG : @jaonaay เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ภาพจากไอจี เจ้านาย จินเจษฎ์

สนช.ผ่าน ร่าง กม.สถาบันศึกษาทหาร เปิดสอนถึงป.เอก
กม.สถาบันศึกษาทหาร /  สถาบันการศึกษาวิชาการทหาร / 

มติ สนช.เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร แก้ไขให้สถาบันการศึกษาวิชาการทหารจัดการเรียนการสอนได้ถึงระดับปริญญาเอก ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธาน ที่ประชุมฯลงมติเห็นชอบให้ประกาศร่าง พ.ร.บ.กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ...)พ.ศ... เป็นกฎหมายเพื่อใช้บังคับต่อไปด้วยคะแนน 181 งดออกเสียง 4เสียง สาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการแก้ไขให้สถาบันการศึกษาวิชาการทหารจัดการเรียนการสอนได้ถึงระดับปริญญาเอก รวมทั้งมีอำนาจให้ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูงและประกาศนียบัตรบัณฑิตด้วยโดยร่าง พ.ร.บ.นี้กำหนดปริญญาในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ากองทัพบก โรงเรียนนายเรือ กองทัพเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช กองทัพอากาศ และโรงเรียนแผนที่ กองบัญชาการกองทัพไทย ให้มีปริญญาสามชั้น คือ ปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี และกำหนดให้มีครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ เครื่องหมายแสดงวิทยฐานะ และให้มีตำแหน่งทางวิชาการคณาจารย์ประจำของสถาบันการศึกษาให้มีสิทธิใช้เป็นคำนำหน้านามเพื่อแสดงวิทยฐานะได้ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องต่อการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในกองทัพให้มีความรู้ความสามารถทันกับความเปลี่ยนแปลง MThai News

10 แหล่งท่องเที่ยว คริสต์มาส ฮ่องกง ที่คุณไม่ควรพลาด
คริสต์มาส /  งานรื่นเริงฤดูหนาว / 

เทศกาลแห่งความสุขได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ใช้เวลาบินเพียงแค่สามชั่วโมงเศษๆ เท่านั้นคุณก็จะได้สัมผัสลมหนาวและรายล้อมไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองในเมืองซึ่งไม่เคยหลับไหลแห่งนี้... ฮ่องกง ฮ่องกงนั้นได้รับการจัดอันดับจากซีเอ็นเอ็นให้เป็นหนึ่งในสิบเมืองที่ต้องไปเยือนในช่วงเทศกาลคริสต์มาส สถานที่ต่างๆ ทั่วฮ่องกง ตั้งแต่ เกาะลันเตา เกาลูน และเกาะฮ่องกง ล้วนต้อนรับเทศกาลด้วยการการตกแต่ง ประดับประดาอาคารและตัวเมืองด้วยแสงไฟระยิบระยับ พร้อมรับลมหนาวที่มาเยือน โดยแต่ละสถานที่ต่างพร้อมใจกันจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อให้คุณได้ครื้นเครงและร่วมเฉลิมฉลองไปกับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ 10 แหล่งท่องเที่ยว คริสต์มาส ฮ่องกง ที่คุณไม่ควรพลาด เราขอแนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาดสำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศ คริสต์มาส ฮ่องกง สำหรับช่วงปลายปีที่เวียนมาถึงนี้ 1. The Statue Square Christmas Tree ต้นคริสต์มาสยักษ์ สูง 30 เมตร บริเวณ สแตชู สแควร์  ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าท่ามกลางตึกระฟ้าระยิบระยับ นี่ป็นหนึ่งในสถานที่ที่คู่รักห้ามพลาด เพื่อไปคล้อง “กุญแจแห่งรัก” อธิษฐานให้ความรักและความทรงจำอันแสนหวานคงอยู่กับคุณชั่วนิรันดร์ 2. D’Deck promenade "โรแมนติกท่ามกลางหมู่ดาว" เป็นอีกหนึ่งธีม สำหรับการตกแต่งแสงไฟในบรรยากาศคริสต์มาสปีนี้ที่คุณไม่ควรพลาด  D’Deck บริเวณริมทะเลที่ดิสคอฟเวอรี เบย์ จะเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของแสงไฟสีม่วงและสีเงินวาววับทั้ง 16 ชุด สร้างบรรยากาศอันแสนโรแมนติกราวกับคุณและคนที่คุณรักกำลังเดินอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวพร่างพรายในเทพนิยาย นอกจากนี้ ดินเนอร์ริมทะเลในบรรยากาศเทพนิยายคริสต์มาสที่ D’Deck ก็จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่คุณและคู่รักไม่มีวันลืม 3. Hong Kong Disneyland คุณจะพาเด็กตัวน้อยมาเที่ยวดิสนีย์แลนด์ด้วยหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้จะพาคุณกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ในปีนี้ ตัวละครจากภาพยนตร์เรื่อง Frozen ทั้งราชินีเอลซ่า เจ้าหญิงแอนนา และเจ้ามนุษย์หิมะโอลาฟ รอต้อนรับคุณพร้อมลมหนาวที่มาเยือน ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสวนสนุกจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันจากไฟประดับระยิบระยับมากมาย ส่องแสงให้ขบวนพาเหรดดิสนีย์ เพนท์ เดอะ ไนท์ของเหล่าตัวละครดิสนีย์โดดเด่นตระการตาในยามค่ำคืน! 4. Ocean Park Hong Kong โอเชี่ยน ปาร์ค ภูมิใจเสนอการตกแต่งประดับไฟในร่มที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง ด้วยหลอดไฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในอาคารจะถูกตกแต่งให้กลายเป็นทะเลแห่งแสงไฟสีรุ้ง รถเคเบิ้ลคาร์ขนาดเล็กจะล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว มากมาย โอเชี่ยน ปาร์ค จะสว่างสไว ระยิบระยับเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขนี้ไปกับคุณ นอกจากนี้ หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเจ้าแมวอ้วนสีฟ้า โดราเอมอน โอเชี่ยน ปาร์คคือที่ที่คุณต้องมาเยือน 5. Hong Kong Observation Wheel ชิงช้าสวรรค์ยักษ์สูง 60 เมตร จุดท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดของเกาะฮ่องกง Hong Kong Observation Wheel ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ เซ็นทรัล ฮาร์เบอร์ฟร้อนท์ เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ใช้บริการเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ชิงช้าสวรรค์นี้มีทั้งหมด 42 กระเช้า และใช้เวลาประมาณ 20 นาที สำหรับการหมุน 1 รอบ เพื่อซึมซับบรรยากาศความสวยงามของเกาะฮ่องกง 6. 1881 Heritage ด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่สไตล์วิคตอเรียน และการเนรมิตให้บริเวณ Grand Piazza กลายเป็นป่าต้นคริสต์มาสที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง 1881 เฮอริเทจ จะนำคุณไปสัมผัสกับเมืองมหัศจรรย์ ซึ่งเต็มไปด้วยต้นคริสต์มาสทอแสงระยิบระยับ ประดับประดาด้วยเทียนจากนางฟ้าในเทพนิยาย และเอลฟ์ตัวน้อยแสนซน สถาปัตยกรรมสมัยยุคอาณานิคมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ 1881 เฮอริเทจ พร้อมด้วยการตกแต่งเพื่อต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสในแบบคลาสสิคนี้จะทำให้คุณรู้สึกราวกับโลดแล่นอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายเลยทีเดียว! 7. Harbour City ห้างฮาร์เบอร์ ซิตี้ ริมอ่าววิคตอเรียจัดงานฉลองเทศกาลคริสต์มาสอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีไฮไลท์คือ “ขบวนรถไฟสายดวงดาว” ความยาว 30 เมตรที่ปล่อยดวงดาวคริสต์มาสนับล้านดวงจากปล่องไฟ นอกจากนี้ หากคุณชื่นชอบตัวการ์ตูน Shaun the Sheep ต้องห้ามพลาด เพราะ รูปปั้นจำลองของ Shaun ในสีต่างๆกว่า 30 ตัวต่างยืนรอต้อนรับผู้มาเยือน เพื่อบันทึกภาพความประทับใจและเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขตลอดเดือนธันวาคม 8. Hong Kong Pulse 3D Light Show ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ขั้นสูง โชว์แสงสีเสียง 3 มิติสุดอลังการ จะถูกจัดขึ้น ณ ศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกงและหอนาฬิกา บริเวณ จิมซาจุ่ย คุณและคนที่คุณรักจะสนุกไปกับโชว์และช่วงเวลาที่แสนวิเศษ ผ่านแสงสีเสียงสุดตระการตาภายใต้ธีมการเฉลิมฉลอง ในสไตล์ฮ่องกง 9. Lan Kwai Fong หลังจากการทำงานอย่างหนักตลอดทั้งปี ในช่วงเดือนสุดท้ายของปีเช่นนี้ อะไรจะดีไปกว่าการให้รางวัลตนเองด้วยการลิ้มลองเมนูเด็ดๆ ที่ครีเอทมาเพื่อเทศกาลคริสต์มาสโดยเฉพาะ ลานไควฟองเป็นย่านที่โด่งดังไปทั่วในเรื่องปาร์ตี้คริสต์มาสที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง โดยตลอดเดือนธันวาคม บรรดาร้านอาหาร ภัตตาคารหรูและไนท์คลับพร้อมเสิร์ฟสุดยอดเมนูและเครื่องดื่มให้คุณได้ลิ้มลองและเฉลิมฉลองไปพร้อมๆ กัน 10. New Year New World – Hong Kong New Year Countdown Celebration นับถอยหลังสู่ปี พ.ศ. 2558 พร้อมกับชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ในเมืองที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สุดเมืองหนึ่งของโลก จุดเค้าท์ดาวน์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมได้แก่ จิมซาจุ่ยบริเวณริมน้ำ ระหว่าง Avenue Of Stars และ ศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกง บริเวณ เซ็นทรัล ฮาร์เบอร์ฟร้อนท์ บริเวณ Central Piers No. 9 และ 10 บริเวณโกลเด้น โบฮิเนีย แสควร์ ในย่าน หว่านไจ๋ และบนเรือสำราญที่ซึ่งคุณจะได้รับชมการแสดงพลุ แสงสีเสียงได้อย่างชัดเจน สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆได้ที่  www.discoverhongkong.com

พิษเงิน 'รูเบิล' ฉุดนักท่องเที่ยวหมีขาวดิ่งสุด 12 ปี
ข่าว /  ข่าวท่องเที่ยว / 

พิษเศรษฐกิจ ค่าเงิน 'รูเบิล' ของรัสเซีย ฉุดนักท่องเที่ยวหมีขาวหดตัวสุดในรอบ 12 ปี คาดปีหน้ายังเลวร้ายต่อเนื่อง นายสรรเพชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวรัสเซียโดยเฉพาะในพัทยาจะเผชิญภาวะตลาดหดตัวไม่ต่ำกว่า 50% เนื่องจากในช่วงพีคที่สุดคือ 28 ธ.ค. - 15 ม.ค. ปรากฏว่ายอดจองชะลอตัวไปกว่า 70% เมื่อเทียบกับเทศกาลปีใหม่ปีที่ผ่านมา นับเป็นการหดตัวสูงสุดตั้งแต่เปิดตลาดรัสเซียมา 12 ปี โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการงดการจัดกาลาดินเนอร์ ซึ่งปกติจะเป็นบริการภาคบังคับที่เพิ่มเติมกับลูกค้าทัวร์ที่จองห้องพักในช่วงปีใหม่ โดยแต่ละโรงแรมจะมีรายได้ในการจัดดินเนอร์เฉลี่ย 5,000 บาทต่อหัว หรืออาจจะสูงถึงราว 7,000-10,000 บาทต่อหัว และงดเก็บเซอร์ชาร์จ หรือค่าบริการเพิ่มเติมในช่วงเทศกาล ซึ่งปกติโรงแรมจะต้องเพิ่มเป็นพิเศษเพราะถือว่าอยู่ในช่วงพีคซีซัน เพื่อหวังจูงใจให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมาในนาทีสุดท้าย ในขณะที่ยอดจองล่วงหน้าของตลาดรัสเซียมีเพียง 30% เท่านั้น ฉุดให้ภาพรวมตลาดในพัทยาลดลง โดยกลุ่มโรงแรมที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลเชนยังคงมีอัตราเข้าพักราว 60-70% แต่โรงแรมท้องถิ่นเหลือ 30-40% เท่านั้น ด้านนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ แอตต้า เปิดเผยว่าา ยอดนักท่องเที่ยวผ่านทัวร์เข้ามาเฉลี่ยแต่ละเดือนเหลือเพียง 50,000 คน จากปกติ 80,000 คน โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย.นักท่องเที่ยวรัสเซียมาไทยผ่านบริษัทนำเที่ยวมีเพียง 4.1 แสนคนเท่านั้น และคาดว่าปีหน้า สถานการณ์อาจจะเลวร้ายต่อเนื่อง ทำให้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด MThai News

นายกส.ส่งออกข้าวไทยเผยสิ้นปีส่งออก10.6-10.7ล.ตัน
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เผย ตัวเลขส่งออกสิ้นปี 10.6-10.7 ล้านตัน สูงกว่าเป้าและมากสุดในประวัติศาสตร์ มองสถานการณ์ปี 2558 ยังน่าห่วง นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว นบข. เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกข้าวไทย เมื่อช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน มีตัวเลขการส่งออกข้าว จำนวน 10.2 ล้านตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก โดยคาดว่าในสิ้นปีจะสามารถส่งออกได้ประมาณ 10.6-10.7 ล้านตัน ซึ่งจะเป็นการส่งออกข้าวที่มากสุดในประวัติศาสตร์สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 8.5 ล้านตัน ถือเป็นตัวเลขส่งออกที่สูงสุดในการส่งออกข้าวของไทย ทั้งนี้ ทิศทางการส่งออกในปี 2558 ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากตลาดยังเป็นของผู้ซื้อ อีกทั้ง ไทยมีข้าวเหลือในสต๊อกค่อนข้างมาก ผลผลิตของทั่วโลกเริ่มปรับตัวดีขึ้น ด้านประเทศคู่แข่งได้มีการแข่งขันด้านราคามากขึ้น อาทิ ข้าวขาว 5% ของประเทศปากีสถาน มีการจำหน่ายในราคา 375 เหรียญสหรัฐต่อตัน ข้าวเฟดเดียวกันของเวียดนาม จำหน่ายอยู่ที่ 405 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนของไทย จะต้องมีการจำหน่ายที่ 410 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนราคาข้าวเปลือกอยู่ที่ราคาประมาณ 8,000 บาทต่อตัน ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่ไทยมีข้าวเหลือในสต๊อกจำนวนมาก ทำให้กดดันราคาข้าวเปลือก

นายกฯ ห่วงน้ำท่วมใต้สั่งเร่งช่วย-ส่งใจเชียร์บอลไทย
คสช.นายกรัฐมนตรี /  ประชุมครม. / 

นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ระบุหากเวลาจะลงไปเยี่ยมประชาชน - เชียร์บอลไทยนัดชิงชนะเลิศพรุ่งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด ว่า มีความเป็นห่วง โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชน ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ซึ่งเบื้องต้นทางกองทัพก็ได้ดูแลอยู่ พร้อมยืนยันว่าหากมีเวลาจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า เชียร์นักฟุตบอลทีมชาติไทยที่จะแข่งขันฟุตบอล AFF Suzuki Cup 2014 นัดชิงชนะเลิศกับมาเลเซียในวันพรุ่งนี้ ส่วนเรื่องเงินรางวัลอัดฉีดนั้นมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอยู่แล้ว

ประโยคทำร้ายคนรัก อย่าได้เผลอพูดกับผู้หญิง ไม่งั้นตาย!!
คู่รัก /  ประโยคทำร้ายคนรัก / 

ความสัมพันธ์ นอกจากการกระทำแล้ว คำพูดก็สำคัญเช่นกันค่ะ แน่นอนว่ามันต้องควบคู่กัน ไม่ว่าคุณจะทำดีแค่ไหนแต่คำพูดคุณทำร้ายจิตใจคนที่คุณรักทุกวันๆ มันก็ทำให้ความสัมพันธ์พังลงไปได้ เพราะฉะนั้น เรารวบรวมคำพูดที่ " คุณผู้ชาย อย่าได้ลั่นออกไปเป็นอันขาด " เพราะไม่งั้นคุณอาจจะคอขาดตาย  ความสัมพันธ์ครั้งนี้อาจจะขาดสะบั้น เป็นบ่อเกิดให้เกิดปัญหาใหญ่ที่คุณเองก็อาจจะคาดไม่ถึง (ผู้หญิงเขาคิดเยอะกว่าที่คุณคิดนะ)  ลองมาเช็คกันดูดีกว่า ว่าคุณแฟนของเราหลุดพูดคำ หรือ ประโยคทำร้ายคนรัก ไหนออกมาแล้วบ้างนะ ? 1.นี่จะใส่ชุดนี้ไปเที่ยวจริงๆหรอ? (นี่ก่อนออกจากบ้าน ฉันเลือกตั้งนาน นี่คือคำพูดของเธอหรอ!!) 2.เช้านี้หน้าดูเปลี่ยนไปนะ (คือจะบอกเป็นนัยๆว่าฉันโทรมงี้ ? ) 3.ใจเย็นก่อนได้มั้ย (ก็ตอนนั้น มันเย็นไม่ได้แล้วนี่) 4.นี่จะกินขนาดนี้จริงๆหรอ (หาว่าฉันอ้วนใช่ไหม!!!) 5.ผมไม่ชอบเพื่อนของคุณ ( ก็มันเพื่อนของฉัน จะมายุ่มย่ามอะไร คบเพื่อนนี้มาหลายสิบปี เธออย่ามา!!) 6.อย่ามางี่เง่าน่ะเธอ ( แรกๆ ไม่เห็นเคยพูด พอหลังๆมาหาว่าเรางี่เง่า เชอะ) 7.คุณต้องหัดมาเข้ายิมกับผมบ้างได้แล้ว ( นี่ก็หาว่าอ้วนอีกแล้วใช่ไหม!) 8.เมนส์จะมาใช่ไหม ถึงได้ทำตัวแบบนี้ ( จะหาว่าไร้เหตุผลใช่ไหม ... ใช่สิ ) 9.เธอหัดทำตัวสบายๆบ้างก็ได้นะ จะเครียดไรนักหนาเนี่ย (ก็จะให้ทำตัวสบายๆได้ไง ก็มันเป็นห่วงนี่นา หน้าผมฉันต้องเป๊ะสิยะ  ) 10.แฟนเก่าผมค่อนข้างสนิทกับที่บ้านผมน่ะ ( อ๋อหราาาาา มาบอกทำไม ใครอยากรู้ เรื่องศัตรูยะ ) 11.อยากทำไรก็ทำเลย ผมไม่แคร์ เข้าใจป่ะ ( ไม่แคร์ใช่ไหม ด๊ายยยย ฉันจะทำทุกอย่างเล้ยยยย ฮื) 12.จะแต่งหน้าหนาไปไหน (ก็มันหน้าฉันอะ อยากสวยก็ต้องแต่งหน้าหรือเปล่า จะเอามั้ย หน้าโล้นๆ เดินกับศพน่ะ) 13. นี่โกนขนขาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่เนี่ย ? (นี่หาว่าขนขาฉันดกหรอเนี่ยย เสียเซลฟ์เป็นนะ!! ) 14.ถามจริงเถอะ หนักเท่าไหร่แล้ว (เห้อ ... คำถามนี้เมื่อไรจะหายไปจากโลกนะ) 15.พี่สาว/น้องสาวเธอนี่น่าสนใจจริงๆ (อ่าว ... นี่กะจะตีท้ายครัวกันเลยหรือไง? ) 16.เธอไม่มีวันเข้าใจหรอก (ก็ทำให้มันเข้าใจสิคะ จะมาตัดบทแบบนี้ได้ไง) 17.ก็ดูปกติดีนี่ (เออ ไม่สวยเลยสินะ ) 18.ถ้าคุณรักผมจริง คุณต้อง .... ( เหตุผลน่ะรู้จักมั้ย ไม่ใช่เอาเรื่องรักมาเกี่ยวสิ ทำอะไรต้องมีเหตุผลหน่อย ไม่ใช่เอะอะยกเรื่องนี้ ) 19.ผมทำอะไรไป คุณก็ไม่มีวันพอใจหรอก (จะมาตัดพ้อแบบนี้ทำไม นี่จะราดน้ำมันใส่ไฟกันชัดๆ) 20.คุณก็รู้ว่าผมเป็นแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้วนี่ ( อ๋อ... ก็คือไม่คิดจะปรับตัวให้ดีขึ้นเลยว่างั้น ?) แต่ไม่ใช่ว่าคำพูดเหล่านี้ จะทำให้สาวๆปรี๊ดแตกตลอดเวลานะคะ ถ้าพูดในเวลาที่เหมาะสมและอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ แฟนสาวของคุณก็พร้อมจะเข้าใจและไม่งี่เง่าแน่นอนค่ะ แต่ก็นะ เลี่ยงๆหน่อยดีกว่า จิตใจของสาวๆ เปราะบางกว่าที่คิดนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน! ที่มาจาก Cosmopolitan เรียบเรียงโดย Women Mthai Team 

10 สุดยอดข่าว-เหตุการณ์ช็อคโลก Around the World ปี 2014
ข่าวต่างประเทศแห่งปี 2557 /  ข่าวรอบโลกแห่งปี / 

ทีมข่าว MThai News รวบรวมสุดยอดข่าวรอบโลก ที่เกิดขึ้นในปี 2557      ซึ่งนับได้ว่ามีหลายสถานการณ์ที่กลายเป็นเรื่องราวช็อกโลก ทั้งเรื่องอุบัติเหตุ ความขัดแย้ง โรคระบาด รวมไปถึงเรื่องราวที่เกิดจากข้อพิพาทระหว่างประเทศและภายในประเทศต่างๆ 1.เที่ยวบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย เกิดเหตุเที่ยวบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์หายไปอย่างเป็นปริศนาบริเวณเหนืออ่าวไทย พร้อมลูกเรือ อีก 239 ราย ในเดือนมีนาคม 2.วิกฤตอีโบลา มีการตรวจพบเชื้อไวรัสมรณะอันน่าสะพรึงกลัวในเดือนมีนาคม และได้กลายเป็นปรากฏการณ์สำคัญของปี จนกระทั่งนานาประเทศเร่งรัดแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ซึ่งประเทศในแถบแอฟริกาตะวันตกเป็นประเทศที่ตกอยู่ในวิกฤตอันเลวร้ายมากที่สุด โดยตัวเลขผู้เสียชีวิตเกือบ 7,000 รายใน 6 ประเทศ รวมไปถึงผู้ติดเชื้อในขณะนี้พุ่งสูงกว่า 18,000 รายแล้ว อ่านต่อ 3.เครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH17 ตกในยูเครน เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ของเครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH17 ตกในพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครนเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม โดยมีการตั้งสมมติฐานว่า เครื่องบินถูกขีปนาวุธยิงตก หรืออาจจะเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคและการกระทำของลูกเรือ รวมไปถึงการผูกโยงเข้ากับปัญหาข้อพิพาทระหว่างยูเครนและรัสเซีย อ่านต่อ 4.ปฏิวัติร่มในฮ่องกง ประชาชนเรือนหมื่น ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2560 ในฮ่องกง โดยปราศจากการแทรกแซงจากจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยการลุกฮือและปักหลักเรียกร้องอันยาวนาน แต่ปราศจากการตั้งโต๊ะพูดคุยกันอย่างสันติ จนกระทั่งกำลังของกลุ่มผู้รักประชาธิปไตยอ่อนกำลังจนดูบางตาอย่างมาก โดยท้ายที่สุด ทางการฮ่องกงประกาศกร้าว สั่งรือค่ายผู้ชุมนุมเรียบ เปิดให้การจราจรเป็นปกติ แต่หนึ่งในแกนนำนักศึกษายันว่า การชุมนุมทางการเมืองในครั้งนี้ยังไม่สิ้นสุดลง อ่านต่อ 5.ยูเครนแยกประเทศ เมื่อเดือนมีนาคมสภาไครเมียประกาศแยกตัวออกจากประเทศยูเครนอย่างเป็นทางการโดยขอเข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับสหพันธรัฐรัสเซีย โดย 85 เสียงจาก 100 เสียงในรัฐสภาไครเมียได้เห็นชอบให้ไครเมียแยกตัวออกมาแล้วตั้งเป็น สาธารณรัฐไครเมีย พร้อมเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติและทุกประเทศทั่วโลกยอมรับไครเมียในฐานะรัฐเอกราช โดยปูตินผู้นำหมีขาวได้ลงนามกฤษฎีการรับรองความเป็นรัฐเอกราชของไครเมียในฐานะรัฐอธิปไตย เป็นการเปิดทางให้ไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย อ่านต่อ 6.ผลประชามติค้าน‘สกอตแลนด์’แยกเอกราช เมื่อเดือนกันยายน ทั่วโลกจับตามองกรณีสกอตแลนด์ลงประชามติ แยกตัวเป็นเอกราช ซึ่งผลการโหวต สรุปว่าประชาชนส่วนใหญ่ ต้องการรวมอยู่กับสหราชอาณาจักรต่อไป โดยผู้ออกเสียงที่ตอบว่า “No” ไม่เอาการแยกตัว ชนะผู้ออกเสียงที่ตอบว่า “Yes” ต้องการเป็นเอกราช ในสัดส่วนที่ค่อนข้างเด็ดขาด อ่านต่อ 7.เรือเซวอล เมื่อวันที่ 15 เม.ย. เกิดเหตุเรือข้ามฟากเกาหลีใต้อับปาง เซวอล ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนที่โดยสารมาในเรือ ทั้งนี้อัยการเกาหลีใต้สรุป เซวอลล่ม เหตุบรรทุกสินค้าเกินพิกัด โดยศาลโสมขาวได้สั่งลงดาบนายคิมฮันซิก ซีอีโอบริษัทเดินเรือเซวอล ด้วยการจำคุกเป็นเวลา 10 ปี ฐานบรรทุกสินค้าบนเรือเกินพิกัดจนทำให้เรือล่ม อ่านต่อ 8.กลุ่มรัฐอิสลามไอเอสเหิมหนัก โชว์คลิปสังหารชาวตะวันตกกว่า 5 ราย ไอเอสเป็นกลุ่มก่อร้าย ที่มีชื่อปรากฏอยู่บนพาดหัวข่าวแบบไม่เว้นแต่ละวัน โดยเรื่องราวที่สร้างความฮือฮามากที่สุดคือการแพร่คลิปสังหารตัวประกันชาวยุโรปอย่างโหดเหี้ยม พร้อมส่งสารไปยังบรรดาผู้นำประเทศพันธมิตรที่ร่วมมือกันโจมตีทางอากาศในตะวันออกกลาง สร้างความตื่นตกใจ และสะเทือนใจให้ชาวโลกอย่างมากในช่วง กลางปีที่ผ่านมา อ่านต่อ 9.คิม จอง อิล หายปริศนา เพราะอาการป่วย หลังจากนาย คิม จอง อิล ผู้นำโสมแดง หายหน้าหายตาไปจากสายตาชาวโลกนานนับเดือน โดยตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. เขาไม่มาร่วมงานสำคัญดับประเทศถึง 2 ครั้ง จนมีกระแสการกระพือข่าวว่าเขาถูกโค่นอำนาจลง รวมไปถือข่าวลือเรื่องอาการป่วยหนัก ทั้งนี้เขาได้ออกมาสยบข่าวลือทั้งหมดในกลางเดือนตุลาคม ที่สื่อมวลชนเกาหลีเหนือก็ได้เก็บภาพของเขามาลงหนังสือพิมพ์ ยืนยันว่าเขายังคงมีสุขภาพดี อ่านต่อ 10.ปีศาจล็อกเนส กลายเป็นหนึ่งข่าวที่สร้างความช็อกโลกได้ไม่น้อย สำหรับภาพปีศาจเนสซี หรือ สัตว์ประหลาดแห่งล็อกเนส ในตำนาน โผล่ปรากฏตัวแบบจ่ะๆกลางทะเลสาบในสกอตแลนด์เมือเดือน ก.ย. ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหลากหลาย บางคนก็เชื่อว่ามีจริง บ้างมองว่าเป็นภาพลวงที่ปลอมขึ้นมา หรือเกิดจากการตัดต่อ  อ่านต่อ MThai News

5 สถานที่จัดงานแต่งงานในโบสถ์ เมืองไทย งดงามตระการตา!
สถานที่จัดงานแต่งงาน /  สถานที่จัดงานแต่งงานในสวน / 

5 สถานที่จัดงานแต่งงานในโบสถ์ ใครจะแต่งงานมาทางนี้! 1.โบสถ์อัสสัมชัญ หรือ อาสนวิหารอัสสัมชัญ      อาสนวิหารอัสสัมชัญ เป็นอาสนวิหารประจำมิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ เป็นโบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปี  ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ซึ่งวัสดุส่วนใหญ่สร้างด้วยหินอ่อน และ กระจกสี โดยสั่งนำเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี ภายนอกวิหารงดงามตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรเนอซองส์ ส่วนภายในวิหารทั้งผนังและเพดานวิจิตรงดงามด้วยจิตรกรรมแบบเฟรสโก โบสถ์แห่งนี้ได้นับการยกย่องให้เป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดในประเทศไทย บ่าวสาวที่จัดแต่งงานที่นี่รับรองว่าประทับใจไม่รู้ลืมแน่นอน สถานที่ตั้งอยู่ที่ : 23 ซ.โอเรียนเต็ล ถ.เจริญกรุง 40 เขตบางรัก จ. กรุงเทพฯ  เบอร์ติดต่อ : 0-2234-4592 และ 0-2234-8556 ภาพประกอบจาก  www.facebook.com/Assumptionbangkok 2.โบสถ์แม่พระลูกประคำ (กาลหว่าร์)       ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดอยุธยา เป็นโบสถ์คาทอลิกเก่าแก่สร้างตั้งแต่กรุงรัตนโกสินทร์ คนส่วนใหญ่เรียกว่า วัดแม่พระลูกประคำ แต่ชาวจีนเรียกว่า วัดกาลหว่าร์ ภายนอกมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ส่วนภายในโบสถ์เป็นโถ่งโล่งขนาดใหญ่มีเสาลอยตั้งอยู่ 2 คู่  โบสถ์แห่งนี้งดงามตระการตาไปด้วยกระจกสีกว่า 30 ภาพ แต่ละภาพล้วนมีความหมายร้อยเรียงเป็นเรื่องราวของพระเยซูเจ้า สำหรับคู่รักที่วางแผนจะแต่งงานต้องเข้ารับการอบรมชีวิตสมรสตามที่คุณพ่อนัดไว้ด้วย สถานที่ตั้งอยู่ที่ : 30 ม. 11 ต.สำเภาล่ม อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา 13000 เบอร์ติดต่อ : 035-107526,035-321447 คู่บ่าวสาวที่ต้องการจัดงานแต่งงาน ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน ส่วน ค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธี รวมเป็นเงิน 17,000 บาท  - ค่าบำรุงสถานที่ และ ค่าไฟ  5,000 บาท - ค่าตอบแทนผู้ช่วยพิธี+เด็กก่อสวด 1,000 บาท - ค่าตอบแทนผู้เล่นอีเล็กโทน 1,000 บาท - ค่าดอกไม้ราคาเริ่มต้น 10,000 บาท  ภาพซ้ายหมายถึงพระเจ้าทรงรับเอลียาห์ขึ้นสวรรค์ ส่วนภาพทางขวา พระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ ภาพประกอบจาก https://www.facebook.com/pages/วัดแม่พระลูกประคำกาลหว่าร์ 3.โบสถ์ซางตาครู้ส      ซางตาครู้ส แปลว่า กางเขนศักดิ์สิทธิ์ เป็นโบถส์โรมันคาทอลิก ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบเรเนสซองส์ ผสมกับแบบนีโอ-คลาสสิค ประดับตกแต่งด้วยลายปูนปั้นงดงาม และบานประตูหน้าต่างที่ทำเป็นรูปไม้กางเขน ภายนอกจุดเด่นอยู่ที่หอคอยยอดโดมซึ่งคล้ายกับพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นหอระฆังแปดเหลี่ยมประดับด้วยไม้กางเขน ภายในโดมมีระฆังมากมายใช้สำหรับบรรเลงเพลงในวันสำคัญ โบสถ์ซางตาครู้สจึงเป็นโบสถ์ที่สวยงามแห่งหนึ่งในประเทศไทย สถานที่ตั้งอยู่ที่ : 144/1 ซ.กุฎีจีน เทศบาลสาย 1 แขวงวัดกัลยา เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 เบอร์ติดต่อ : 02 466 6671  ภาพประกอบจาก  https://www.facebook.com/santacruzchurch/photos 4.อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี        โบสถ์แม่พระปฏิสนธินิรมล หรือ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ตั้งอยุ่ที่จังหวัดจันทบุรี เป็นโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ภายในโบถส์ตกแต่งด้วยไม้ฉลุลวดลาย ประดับประดาด้วยกระจกสีสวยงามที่เรียกว่า สเตนกลาส เป็นภาพนักบุญต่างๆ โบสถ์แห่งนี้จึงงดงามไม่แพ้ที่ใดเช่นกัน สถานที่ตั้งอยู่ที่ : 110 หมู่ 5 ต.จันทนิมิต อ.เมือง จ.จันทบุรี 22000  เบอร์ติดต่อ : 039-311578  ภาพประกอบจาก https://www.facebook.com/pages/อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล-จันทบุรี 5. โบสถ์แม่พระฟาติมา          โบสถ์แม่พระฟาติมา ตั้งอยู่บริเวณแยกถนนอโศก-ดินแดง ตรงกลางโบสถ์มีรูปปั้นพระเยซูตรึงกางเขน และรูปปั้นแม่พระฟาติมา สถานที่ตั้งอยู่ที่ :  4080 ถนนอโศก-ดินแดง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 เบอร์ติดต่อ : 02-245-1039, 02-642-9907 ภาพประกอบจาก  https://www.facebook.com/fatimadindaeng  เรียบเรียงโดย Women mthai team

เจ้าหญิงไดอาน่า..เมื่อสื่อละเมิดสิทธิ เหตุนำไปสู่โศกนาฏกรรม
ราชวงศ์อังกฤษ /  สื่อมวลชน / 

เจ้าหญิงไดอาน่า..เมื่อสื่อละเมิดสิทธิ เหตุนำไปสู่โศกนาฏกรรม ย้อนกลับไปวันที่ 31 สิงหาคม 2540 เหตุการณ์สะเทือนขวัญทั้งโลกได้เกิดขึ้นเที่ยงคืน เมื่อสำนักข่าวในกรุงปารีสได้รายงานข่าวอุบัติเหตุรถยนต์ของเจ้าหญิงไดอาน่า อดีตพระชายาของเจ้าฟ้าชายชาลส์ ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามรณกรรมของเจ้าหญิงไดอาน่าในครั้งนั้นสิ่งหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการประสบอุบัติเหตุคือสื่อมวลชน [เน้นย้ำว่าเป็นสาเหตุหนึ่ง] ก่อนหน้านั้นในปี 2533 สื่อมวลชนเริ่มกระพือข่าวความสั่นคลอนในชีวิตสมรสของเจ้าหญิงไดอาน่ากับเจ้าฟ้าชายชาลส์แห่งอังกฤษ โดยมีการนำเสนอข่าวเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานกว่า5ปี ท่ามกลางกระแสข่าวลือต่างๆ จนกระทั่งเจ้าหญิงไดอาน่าได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับชีวิตรัก ในรายการพาโนราม่าออกอากาศทางช่อง BBCของวันที่ 20 พฤศจิกายน 2538 ซึ่งไม่กี่วันต่อมาในเดือนธันวาคม เจ้าฟ้าชายชาลส์และเจ้าหญิงไดอาน่า ก็ได้ทรงประกาศหย่ากันอย่างสมบูรณ์ ปิดฉากตำนานรักของโลกที่ขนานนามว่าเป็นรักดุจเทพนิยาย แต่สื่อมวลชนกลับไม่หยุดแต่เพียงเท่านั้นและยังคงติดตามเรื่องชีวิตของเจ้าหญิงไดอาน่าต่อไป ค่าภาพของเจ้าหญิงไดอาน่ากับชายคู่รักคนใหม่ราคาสูงขึ้นจนทำให้สื่อมวลชนติดตามอย่างไม่ลดละ ถึงขนาดจัดขบวนรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ตามติดไปทุกที่ รวมถึงการจ้างปาปารัสซี่ในการตามล่าภาพของเจ้าหญิงไดอาน่ากับโดดี อัลฟาเยด เพื่อนชายคนสนิท เพื่อต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของสื่อมวลชนที่เฝ้าจับตามองเธอจากอังกฤษ เจ้าหญิงไดอาน่าได้เดินทางไปล่องเรือยอชท์ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเทียบฝั่งที่ฝรั่งเศส ไดอานาและเพื่อนชายคนสนิท ได้เดินทางต่อไปที่กรุงปารีส เพื่อหยุดพักค้างคืนและเตรียมเดินทางกลับลอนดอน แต่ปรากฎว่าในคือนั้นเองก็ยังมีช่างภาพปาปารัสซี่ตามมาก่อกวนถึงฝรั่งเศส โดยดักรอที่บริเวณหน้าโรงแรมริทซ์ ขับรถมอเตอร์ไซค์ไล่ตาม รถเบนซ์ W140 พาหนะของเจ้าหญิงไดอาน่า จนกระทั่งไปถึงถนนลอดอุโมงค์ปองต์ เดอ ลัลมา ที่มีความลาดชันสูง รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ขับมาด้วยความเร็วสูง คนขับรถไม่สามารถควบคุมได้จนกระทั่งรถลุกไหม้ เจ้าหญิงไดอาน่าได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา เหตุการณ์คดีมรณกรรมของเจ้าหญิงไดอาน่า แม้จะมีข้อสันนิษฐานว่าเป็นแผนการลอบสังหาร แต่สุดท้ายแล้วคดีนี้ถูกสรุปว่าเป็นผลจากความประมาทของคนขับรถที่เร่งความเร็วของรถยนต์เพื่อหลบหนีการไล่ตามของเหล่าช่างภาพ ด้านครอบครัวของนายฟาเยดประกาศยุติการต่อสู้คดีมรณกรรมที่ยาวนานกว่า 10 ปี เพื่อเห็นแก่พระโอรสทั้งสองของเจ้าหญิงไดอาน่า แม้มรณกรรมของเจ้าหญิงไดอาน่าจะไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้ แต่เรื่องที่เด่นชัดมากก็คือการก้าวล่วงสิทธิส่วนบุคคลของสื่อที่ต้องการเพียงแต่จะขายภาพและขายข่าวของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงการละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนอื่น ซึ่งเป็นการทำงานที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม จากกรณีดังกล่าวพึงจะเป็นบทเรียนให้สื่อมวลชนไทยได้ตระหนักถึงการพยายามก้าวล่วงสิทธิเกินขอบเขตเหมือนที่กำลังทำอยู่ทุกวันนี้ โดยการไปเฝ้าติดตามหน้าบ้าน ขุดคุ้ยเอกสาร นำมาเสนอข่าว เหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติและไม่นึกถึงความรู้สึกของบุคคลผู้ตกเป็นเหยื่อก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์บานปลายไปกว่านี้ สื่อไทยควรพิจารณาการทำหน้าที่ของตนเองได้แล้ว By @Nookill :P

กีฬาน่ารู้ : ที่มาและความหมายรอยสัก ชาริล ชัปปุยส์
กีฬาน่ารู้ /  ชัปปุยส์ / 

หล่อๆๆๆ อยากจะเติมไม้ยมกอีก 100 ตัวกับขวัญใจแฟนบอลชาวไทย ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางโคตรหล่อที่ไม่ได้มีแค่รูปร่างหน้าตาที่หล่อจนสาวๆกรี๊ดกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว ชัปปุยส์ ยังมีฝีเท้าและทักษะการเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมเพราะมีดีกรีเคยคว้าแชมป์โลกชุดเยาวชน ชุดอายุไม่เกิน 17 ปี ในนามทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ มาแล้ว ซึ่งในตอนนั้น ชัปปุยส์ เล่นในตำแหน่งกองหลัง ก่อนที่ปรับเปลี่ยนมาเล่นเป็นกองกลางจอมทัพและจะตัดสินใจเลือกเล่นให้ทีมชาติไทยด้วยเหตุผลที่ว่า "อยากทดแทนบุญคุณแผ่นดินแม่" กองกลางหมายเลข 7 มีชื่อเสียงเรียงนามแบบเต็มๆว่า ชาริล ยานนิส ชัปปุยส์ เกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม ปี 1992 (อายุ 22 ปี)เป็นลูกครึ่งสวิส-ไทย โดยคุณพ่อ (ดาเนียล) เป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งนับว่าเป็นโค้ชคนแรกในชีวิตของเขา ส่วนคุณแม่ (ไพลิน) เป็นชาวเชียงใหม่ เติบโตที่เมืองเล็กๆชื่อว่า โคลเท่น ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และปัจจุบัน ชาริล เป็นนักฟุตบอลตำแหน่งกองกลางของสโมสรฟุตบอลจังหวัดสุพรรณบุรี และเป็นกำลังสำคัญในทีมชาติไทยชุดลุยศึกซูซูกิคัพ 2014 ชาริล ชัปปุยส์ ก้าวเข้าสู่วงการฟุตบอลอาชีพด้วยการเล่นให้กับ FC Kloten ซึ่งเป็นทีมบ้านเกิดก่อนที่จะย้ายมาอยู่สโมสร SC Young Fellows Juventus และสโมสร Grasshopper ในระดับ Swiss Super League ตามลำดับ พอปี 2009 เขาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติสวิสฯรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีและสามารถคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศในรายการ U-17 World Cup ของฟีฟ่าโดยการล้มไนจีเรียเจ้าภาพไปได้ 1-0 ต่อมาในปี 2011 ชาริล ได้ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ FC Locarno ของสวิตเซอร์แลนด์จากนั้นก็ย้ายมาเล่นให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นเวลาที่ ชัปปุยส์ ตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตเมื่อเขาเลือกที่จะเล่นให้ทีมชาติไทย และด้วยฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมก็ถูก โค้ชซิโก้ เกียรติศักด์ เสนาเมือง เรียกติดทีมชาติชุด ซีเกมส์ ที่พม่าและ เอเชียนเกมส์ ที่เกาหลีใต้ ตามลำดับ นอกจากฝีเท้าการเตะบอลในสนามอันน่าทึ่งของ ชาริล แล้ว ความโดดเด่นที่ไม่อาจมองข้ามได้คงเป็นใบหน้าอันหล่อเหลาและด้วยบุคลิกที่เป็นคนยิ้มเก่ง อัธยาศัยดี สุภาพและมารยาทงาม จึงทำให้เกิดกระแสคลั่งใคล้ในหมู่แฟนๆชาวไทยขึ้น ขณะที่เอกลักษณ์อีกอย่างของ ชาริล ที่สะดุดตาเหล่าผู้ชมหรือบรรดาแฟนๆก็คือ รอยสัก ที่แขนซ้ายของ ชัปปุยส์ โดยรอยสักรอยแรกเกิดขึ้นหลังจากที่ ชัปปุยส์ ได้แชมป์เยาวชนโลกกับสวิสฯนับเป็นความภูมิใจของ ชาริล เขาจึงขออนุญาตคุณพ่อสักซึ่งตัวคุณพ่อเองเห็นว่าลูกชายประสบความสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง คุณพ่อจึงอนุญาต โดยชาริลได้เลือกสักเป็นรูป วันเดือนปีที่เขาคว้าแชมป์ ส่วนตัวเลขเวลาคือเวลาที่เขาเกิด นอกจากนี้ยังมีรอยสักเล็กๆน่ารักบริเวณใต้ตาตุ่มเท้าซ้ายที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกตเห็น ส่วนลวดลายบริเวณแขนส่วนใหญ่เป็นสไตล์ Modern Tribal Tattoos และสไตล์ Old school ลาย เอดโพแดง และดอกกุหลาบ นอกจากนี้คุณแม่ไพรินยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่า “ชาริลเป็นลูกชายเพียงคนเดียว และถูกเลี้ยงดูมาแบบไทยปนฝรั่ง ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวเพราะคุณแม่เชื่อว่าการเป็นนักกีฬาทำให้ลูกได้ฝึกวินัย อยู่แล้ว คุณแม่จึงไม่ต้องห่วงอะไรมากมาย ส่วนชาริลเองก็ไม่เคยทำให้แม่เสียใจหรือกังวลใจ การส่งเสริมให้เด็กรักกีฬาเป็นเกราะอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาจดจ่อตั้งใจและมี ความมุ่งมั่น อีกทั้งเขายังมีคุณพ่อช่วยดูแลเขาด้วยอีกคนหนึ่ง” เครดิต : issue247.com , แฟนเพจ Charyl Chappuis fanclub

ขรัวโต งานชิ้นสุดท้ายของสมเด็จ(เกี่ยว) วัดสระเกศ ร่วมทำบุญกองทุนพระปริยัติธรรมและโรงพยาบาลสงฆ์
กวีวัฒน์ คานน์ /  กาญจณี ดอกไม้ขาว / 

ตามที่คณะกรรมการสร้างภาพยนตร์โครงการสนองคุณแผ่นดิน ขรัวโต อมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์ ได้อาราธนา พระเดช พระคุณ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช, อดีตประธานกรรมการมหาเถรสมาคม,อดีตเจ้าคณะหนใหญ่ตะวันออก เป็นประธานที่ปรึกษาโครงการสร้างภาพยนตร์ดังกล่าวและเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มีหนังสือตอบรับเลขที่ 75/2556 ลงวันที่ 5 ส.ค. 2556 หลังมีหนังสือตอบรับเพียง 5 วันเจ้าประคุณสมเด็จฯ จึงมรณภาพลง เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2556 นำความโศกเศร้ามาสู่พวกเราชาวพุทธและบรรดาศิษยานุศิษย์ยิ่งนัก   ภาพยนตร์เรื่อง ขรัวโต เปิดกล้องไปเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2556 ที่หน้าอุโบสถ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมีพระเดช พระคุณ ท่านเจ้าคุณ พระพรหมสุธี เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ องค์ปัจจุบัน เป็นประธานในการประกอบพิธี เพื่อความเป็นศิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจให้กับทีมงานสร้าง โดยมีดาราผู้แสดง นำทีมโดย เศรษฐา ศิระฉายา ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2554 ซึ่งจะเข้ารับบทสำคัญที่สุดในชีวิตเป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี พร้อมดาราชื่อดังอีกมาก และทีมนักแสดงคลื่นลูกใหม่ของวงการ สมเกียรติ เรือนประภัสสร์ สมเกียรติ เรือนประภัสสร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ และประธานกรรมการ บริษัท อกาลิโกเอ็นเตอร์เทนเม็นท์ จำกัด เผยว่า "ด้วยความสำนึกพระคุณที่เจ้าประคุณมีกับผม และคณะกรรมการโครงการภาพยนตร์สนองคุณแผ่นดิน ตลอดถึงทีมงานสร้าง จึงได้หารือกัน และมีมติว่า จะนำเงินรายได้ส่วนหนึ่ง สบทบเข้ากับเงินกองทุนของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ (เกี่ยว) เพื่อไว้ใช้ในกิจการสงฆ์ และเพื่อจัดซื้อหาอุปกรณ์การเรียนการสอน พระปริยัติธรรมให้แก่พระภิกษุ,สามเณรนอกจากนี้เงินรายได้อีกส่วนหนึ่งจะมำไปมอบให้กับโรงพยาบาลสงฆ์ เพื่อใช้ซื้อหาเวชภัณฑ์ต่างๆ ให้กับพระสงฆ์,สามเณรที่อาพารรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อีกด้วย" "เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมไปที่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร(ภูเขาทอง) เพื่อ นมัสการกราบเรียน ท่านเจ้าคุณพระวิจิตรธรรมาภรณ์ ซึ่งเป็นพระเลขาของ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโน) ที่สิ้นไปผมนมัสการเรียนท่านเจ้าคุณว่า ขณะนี้หนัง ขรัวโต ได้ปิดกล้องและตัดต่อเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไป จะเข้าสู่ขบวนการในห้องแลป ซึ่งต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1เดือนจึงจะแล้วเสร็จ ผมได้อธิบายถึงความก้าวหน้าของงานให้ท่านรับทราบโดยละเอียด เหตุเพราะ เรื่องนี้เป็นหนังที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ(เกี่ยว) ปรารถนาที่จะให้ประชาชนได้ชมกัน เป็นการเปิดหน้าบันทึกแห่งประวัติศาสตร์ของ พระอริยะสงฆ์ผู้มีความเอกอุและเป็นที่เคารพสักการะบูชา กราบไหว้ ของชาวพุทธทั้งแผ่นดิน" "นับเป็นเกียรติยศแก่ตัวกระผมและครอบครัวตลอดถึงวงศ์ตระกูลและทีมงานทุกคนอย่างหาที่สุดมิได้ที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว)อุปเสโน ได้ให้ความไว้วางใจ ให้กระผมทำหน้าที่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ บัดนี้กระผมได้ดำเนินการเสร็จสิ้น ขอพระเดช พระคุณ ได้อย่ากังวลเลย กระผมและทีมงานทุกคน พร้อมที่จะรับใช้พระพุทธศาสนาจนชีวิตหาไม่"    ขรัวโต อมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์ ภาพยนตร์สนองคุณแผ่นดิน  ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์ สมเด็จพุฒาจารย์( เกี่ยว) อุปเสโณ ที่ปรึกษาผู้กำกับภาพยนตร์โดย ครูฉลวย ศรีรัตนา ผลงานสร้าง – บริษัท อกาลิโก เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด อำนวยการสร้าง– พันเอกศักดิ์สุธี, คุณจรัลรัตน์ คงพ่วงพันธ์, คุณสุพัทชฏา พ่วงพันธ์ กำกับภาพยนตร์– สมเกียรติ เรือนประภัสสร์ เรื่องโดย คุณพลาดิศัย สิทธิธัญกิจ บทภาพยนตร์โดย อาจารย์ ศัลยา สุขะนิวัตต์ รับบท สมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี แต่ละช่วงวัย โดย เศรษฐา ศิระฉายา (ขรัวโต วัยชรา), น้ำแข็ง ปรัชญา ประทุมเดช (ขรัวโต วัยหนุ่ม), น้องเพลง เจษฏาพร ชมศรี (ขรัวโต วัยรุ่น) และ น้องเพชร ด.ช.ชัยธวัฒน์ เนื่องจำนงค์ (ขรัวโต วัยเด็ก) และ เอิร์ท AF9 บารมี ชำนาญกิจ (ต้น/เพชร) พร้อมด้วยนักแสดงชื่อดังคับคั่ง อาทิ ชุมพร เทพพิทักษ์, โกวิท วัฒนกุล,โสธร รุ่งเรือง, รุจิเรข พักตระเกษตริน,จีระศักดิ์ แสงโชติ,ธนายง ว่องตระกูล,รัญ เมืองลพ, สรนันท์ ร.เอกวัฒน์ และนักแสดงหน้าใหม่ทั้ง พลอย ไพลิน, วิภาวี เวชวงศ์วาน, รัฐธีร์ วรโรจน์โยธิน, ปกรณ์ เจตน์วิทยาชาญ, กวีวัฒน์ คานน์, กาญจณี ดอกไม้ขาว, คณาธิป เปียงใจ, การะเกด แสงไกร, ทรรศนันทน์ ปุณณวรรธน์ และ ธนากร พันกาแด ความรัก เมตตา บารมี จะแผ่พลังศรัทธาพร้อมกันทั่วแผ่นดินสยาม ใน ขรัวโต อมตะเถระกรุงรัตนโกสินทร์ ในวันที่ 26 ก.พ. 2558 ทุกโรงภาพยนตร์ ---------------------------------

'ปูติน' คอตก! รับเศรษฐกิจหมีขาวทรุด 2 ปี หลังวิกฤตเงินรูเบิล
ประธานาธิบดี /  ผู้นำรัสเซีย / 

ผู้นำรัสเซียออกมาแถลงเป็นครั้งแรก หลังเผชิญกับวิกฤตค่าเงินรูเบิลที่อ่อนค่าต่ำสุด โดยระบุอาจจะแย่ยาวนานไปอีกประมาณ 2 ปี สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แถลงข่าวประจำปีว่า ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่ชาวรัสเซียกำลังเผชิญอยู่จะยาวนานต่อเนื่องไปอีก 2 ปี แต่รัฐบาลให้สัญญาว่าจะช่วยเหลือคนจนซึ่งเป็นส่วนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด การแถลงข่าวของผู้นำรัสเซียในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ มีรายงานว่ามีผู้สื่อข่าวลงทะเบียนเข้าฟังการแถลงข่าวประจำปีในครั้งนี้กว่า 1,200 คน ระหว่างการแถลงข่าวมีความวุ่นวายเกิดขึ้นหน้าสถานที่จัดการแถลงข่าวในกรุงมอสโก เมื่อมีกลุ่มคนประมาณ 20 คน พยายามจะเข้าไปในห้องแถลงข่าว เพราะต้องการถามคำถามผู้นำรัสเซีย แต่ถูกตำรวจควบคุมตัวขึ้นรถบัสออกไป ทั้งนี้ ไม่แน่ชัดว่าคนกลุ่มนี้ถูกจับกุมด้วยข้อหาอะไร ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำรัสเซียออกมาแถลงข่าวนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเงินรูเบิลอ่อนค่าเป็นประวัติการณ์ ตั้งแต่ต้นปี 2557 ที่ผ่านมา เงินรูเบิลอ่อนค่าไปแล้ว ร้อยละ 60 โดยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันอยู่ที่ 80 รูเบิลต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุที่ทำให้เงินรูเบิลอ่อนค่าเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดต่ำลง รวมถึงการที่รัสเซียถูกสหรัฐฯ และชาติตะวันตกคว่ำบาตร จากกรณีที่รัสเซียผนวกแคว้นไครเมียของยูเครน และยังสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครนด้วย MThai News

สุริยะใส ตั้งคำถาม 9ข้อ เลือกนายกฯ โดยตรง
ข่าววันนี้ /  สุริยะใส กตะศิลา / 

สุริยะใส ตั้งคำถาม 9ข้อ เลือกนายกฯ โดยตรง สงสัยเป็นตัวแทนประชาชน ป้องทุจริตได้จริงหรือ ?? วันนี้ (19 ธ.ค. 57) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @สุริยะใส กตะศิลา ตั้งคำถามถึงแนวคิดการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยระบุว่า "9 คำถามถึงข้อเสนอเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง" 1. จะทำให้นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งยึดโยงและเป็นตัวแทนของประชาชนได้จริงๆ หรือ หรือเป็นแค่ในนาม เพราะแม้แต่ ส.ส.ที่ประชาชนเลือกมาก็มักไม่เคยเป็นตัวแทนของประชาชนในเขตพื้นที่จริงๆ ต้องคอยฟังใครบงการก็ไม่รู้ 2. จะยิ่งเป็นการเพิ่มอำนาจผูกขาดเบ็ดเสร็จมากขึ้นไปอีกหรือไม่ เพราะโครงสร้างอำนาจรัฐไทยเป็นรัฐรวมศูนย์ อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ส่วนกลาง นายกฯโดยตรงจะสวนทางกับทิศทางการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นหัวใจของการปฏิรูปหรือไม่ 3. จะป้องกันการทุจริตเลือกตั้งได้จริงหรือ ในเมื่อการเมืองไทยเป็นระบบธุรกิจการเมือง (Money Politics) การเลือกตั้งกลายเป็นการสัมปทานอำนาจ เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างรุนแรงๆ จนทำให้การเมืองล้มเหลวซ้ำซาก เราเปลี่ยนระบบเลือกตั้งมาสารพัดรูปแบบก็ไม่เห็นจะลดระดับการทุจริตได้เลย 4. ที่บอกว่าการเลือกตั้งนายกฯ ทางตรงจะทำให้เขตใหญ่ขึ้น ซื้อเสียงยากขึ้น ผมกลับคิดว่าจะทำให้การซื้อเสียงง่ายขึ้นก็คือซื้อทางตรงครั้งเดียวจบ ไม่ต้องซื้อผ่าน สส. มุ้งการเมือง และพรรคการเมือง ซึ่งซื้อกันหลายต่อ 5. ระบบถ่วงดุลตรวจสอบไม่เคยมีประสิทธิภาพในการเมืองแบบผูกขาดและรวมศูนย์ ในยุคขาขึ้นของระบอบทักษิณการตรวจสอบไร้ความหมาย 15 ล้านเสียงเป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ปิดปากผู้คน ต่อไปถ้านายกฯมี 25 ล้านเสียงจะได้ระบบที่เหิมเกริมก้าวร้าวขนาดไหน 6.ถ้าไม่มีผู้ชนะที่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง จะต้องเอาคะแนนอันดับ 1 และ 2 มาแข่งกันใหม่แต่ถ้ายังไม่มีใครชนะเด็ดขาดหรือได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง จะเกิดสูญากาศหรือไม่ 7.ถ้าสมมุติคะแนนโหวตโน (Vote No) หรืออาจะรวมบัตรเสียปล้วมีจำนวนมากกว่าคะแนนผู้สมัครคนอื่น จะแก้ปัญหาคนมาเป็นนายกฯ อย่างไร 8. ปัจจุบันอำนาจรัฐกับอำนาจทุน ไร้เส้นแบ่งไร้ขอบเขตถูกผสมกลมกลืนจนเป็นเนื้อเดียวกัน ทุนผูกขาดมักใช้บริการอำนาจการเมืองที่ผูกขาดเพื่อคุ้มครองธุรกิจตัวเอง ถ้าได้นายกฯที่มาจากกลุ่มทุนหนุนหลัง เราจะได้ระบบการเมืองที่เป็นธุรกิจการเมืองเต็มรูปแบบ 9.จะปฏิรูปใหญ่กันทั้งทีทำไมยังติดกับและวนเวียนอยู่กับระบบตัวแทน หรือการเลือกตั้ง ทำไมเราไม่ข้ามผ่านระบบที่มีปัญหานี้ไปสู่ประชาธิปไตยทางตรง (Direct Democracy) ที่ประชาชนเข้าถึงอำนาจการตัดสินใจมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องผ่านผู้แทนเสมอไป ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "สุริยะใส กตะศิลา" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

รอด! ป.ป.ช.แจงเหตุไม่ถอดถอน 'กิตติรัตน์ – 310 ส.ส.'
310 ส.ส. /  กิตติรัตน์ / 

ที่ประชุม สนช.รับทราบหนังสือ ป.ป.ช. ชี้แจงสาเหตุ ไม่ถอดถอน กิตติรัตน์  และ 310 ส.ส. หนุนร่าง กม.นิรโทษกรรม เหตุรัฐธรรมนูญปี 50 สิ้นสุดลงแล้ว จึงไม่มีบทบัญญัตินำไปสู่การพิจารณา วันนี้(18 ธ.ค.) ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานในการประชุม ซึ่งประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ด้วยประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีหนังสือมาถึงสภา 2 ฉบับ 1. รายงานการไต่สวนกรณีการถอดถอนนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.คลัง ออกจากตำแหน่ง กรณีมีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญปี 50 จากกรณีใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อ พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 ซึ่งพบว่าการกระทำของนายกิตติรัตน์ ฟังไม่ได้ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงให้ข้อกล่าวหาตกไป และ 2. กรณีขอให้ถอดถอนอดีต ส.ส.จำนวน 310 คน ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญปี 50 กรณีร่วมลงคะแนนเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผู้กระทำผิดในการชุมนุมทางการเมืองในวาระ 3 ซึ่ง ป.ป.ช.เห็นว่า เมื่อรัฐธรรมนูญปี 50 สิ้นสุดลงแล้ว จึงไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเป็นมูลฐานการพิจารณานำไปสู่การถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ จึงไม่มีเหตุที่จะดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงอีกต่อไป ดังนั้นจึงมีมติให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ MThai News

แดน-วรเวช แท็กทีม กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ เต้น มันส์หลุดโลก ไม่ห่วงลุกส์ในMV
MV /  soundtrack เพลงประกอบหนัง เพลงประกอบภาพยนตร์ ใหม่ๆ / 

สหมงคลฟิล์ม ปล่อยเอ็มวีเพลงมันส์ๆ ที่ได้หนุ่ม แดน-วรเวช มาแท็กทีมฮิพฮ็อพตัวพ่อ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ร่วมกันร้อง เต้น มันส์หลุดโลก ไม่ห่วงลุกส์ ในเอ็มวี ซิงโนไวท์ เพลงประกอบภาพยนตร์ The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ เพลงรักสุดกวนแบบตัวพ่อที่ผสมท่อนแร็พสุดครีเอทกับท่อนฮุกติดหู พร้อมส่งความรักและความสนุกให้คนรักรับปีใหม่ จะมันส์แค่ไหน มาชมกันเลย เพลง : ซิงโนไวท์ เพลงประกอบภาพยนตร์ : The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ เนื้อร้อง : กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่, พิณรัตน์ พิพัชร์ชัยวุฒ และ Banana Team ทำนอง/เรียบเรียง : หนึ่ง กล้วยไทย ขับร้อง : วรเวช ดานุวงศ์, กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ เข้าฉาย 31 ธันวาคม ----------------------------

ส่อแวว! คู่ชิง ยอดมงคล ใช้เปาทวีปเดียวกันตัดสิน
wbc /  ข่าวมวย / 

ความคืบหน้าศึกล้มแชมป์โลกรุ่นฟลายเวต (112ปอนด์) สมาคมมวยโลก (WBA) ระหว่าง "เจ้ากิ๊ก" ยอดมงคล ซีพีเฟรชมาร์ท แชมป์โลกเฉพาะกาล วัย 23 ปีชาวไทย จาก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กับ ฮวน คาร์ลอส เรเบโค แชมป์โลกตัวจริงของอาร์เจนตินา ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ ตามเวลาเมืองไทย ที่ซานมาร์ติน เมืองเมนโดซา ประเทศอาร์เจนตินา ช่อง 7สี ยิงสดเวลา 11.00 น. ล่าสุดเมื่อ 18 ธ.ค. ที่๋ผ่านมา "เสี่ยตังค์" นายปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ เปิดเผยว่า WBA แจ้งรายชื่อกรรมการทำหน้าที่ศึกนี้แล้ว ล้วนเป็นชาติเพื่อนบ้านของเจ้าถิ่นจากทวีปอเมริกาใต้ จาก ปานามา ,โคลอมเบีย,เวเนซูเอลา และ เปรู โดยมี เปาจากเปอร์โตริโกเป็นกรรมการห้ามบนเวที ทำให้แชมป์โลกเจ้าถิ่นได้เปรียบมาก ตนได้สั่งกำชับให้ "เจ้ากิ๊ก"ยอดมงคล เปิดเกมลุยเอาชนะน็อกแชมป์โลกให้ได้สถานเดียว เพื่อตัดปัญหาเรื่องการให้คะแนน สำหรับรายชื่อโผกรรมการทั้งหมดได้แก่ สักขีพยาน มิเกล ปราโด (ปานามา),กรรมการห้ามบนเวที โรเบอร์โต รามิเรซ ซีเนียร์ (เปอร์โตริโก),กรรมการให้คะแนน อูเรียล อากีเรอร่า (โคลอมเบีย),เรอินา เออบาเอซ (เวเนซูเอลา) และ ดานิโล ดอนโก (เปรู) ทั้งนี้ ศึกมวยโลกล้มแชมป์ไฟต์บังคับในครั้งนี้ เรเบโค ได้ขอเลื่อนการชกนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งเจ้าของแชมป์โลกชาวอาร์เจนติน่า วัย 31 ปี เป็นมวยเตี้ยล่ำ สูงแค่ 157 ซม. ชนะมา 34 ครั้ง (น็อก 18) แพ้ 1 ขณะที่ ยอดมงคล อายุ 23 ปี สูง 163 ซม. ชนะมา 34 ครั้ง (น็อก 20) แพ้ 2 ขณะเดียวกันในการประชุมใหญ่ประจำปีของสภามวยโลก (WBC) แชมป์สถาบันหลักอีกสถาบันหนึ่งของวงการมวยโลก ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โดยมี มัวริซิโอ สุไลมาน ประธาน WBC เป็นประธานในการประชุม มีรายงานล่าสุดจากการประชุมว่า ทาง WBC ได้มีการประกาศศึกป้องกันแชมป์โลกไฟต์บังคับของ WBC ในรุ่นต่าง ๆ ออกมา ในส่วนของนักชกไทยนั้น นักชกจากค่าย "เสี่ยฮุย" นายสุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ ได้โอกาสดี โดย ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต (115 ปอนด์) กำหนดให้ อดีตแชมป์โลก ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย รองแชมป์อันดับ 2 ขึ้นชกตัดเชือกกับ โฮเซ ซัลกาโด รองเบอร์ 4 จากเม็กซิโก ผู้ชนะได้ขึ้นชิงแชมป์โลกไฟต์บังคับรุ่นนี้กับ คาร์ลอส คูเอดราส แชมป์โลกจังโก้ที่แย่งแชมป์ไปจาก ศรีสะเกษ,ตามมาด้วยรุ่นฟลายเวต (112 ปอนด์) นวพล ศ.รุ่งวิสัย รองแชมป์โลกอันดับ 1 ต้องชกตัดเชือกกับ เอ็ดการ์ โซซา รองเบอร์ 3 จังโก้ ผู้ชนะไปชิงไฟต์บังคับกับ โรมัน กอนซาเลซ แชมป์โลกจากนิคารากัว ที่มา - เดลินิวส์