การนับคะแนนตะกร้อลอดห่วง

แนะนำ24ทีม ยูโร2016 กลุ่ม F – ฮังการี “ยักษ์หลับแห่งยุโรป
ฟุตบอลยุโรป /  ยูฟ่า / 

กลุ่มเอฟ ฮังการี เป็นอดีตทีมที่เคยยิ่งใหญ่แต่ปัจจุบันฮังการีไร้แชมป์ใดๆ มา30ปีแล้ว ในทีมชุดนี้ไม่มีนักเตะคนไหนเลยที่ได้เล่นในห้าลีกใหญ่ของยุุโรป(อังกฤษ,สเปน,เยอรมัน,อิตาลี,ฝรั่งเศส) ฮังการีถูกมองว่าเป็นทีมรองบ่อนที่สุดที่สุดทีมหนึ่งในศึกยูโรครั้งนี้ ผลงานในรอบคัดเลือก - พวกเขาชนะแค่สี่เกม ยิงได้แค่ 11 ประตูจากสิบเกมในรอบคัดเลือกและเปลี่ยนโค้ชไปถึงสามคนในระหว่างทัวร์นาเม้นต์ แต่ในรอบเพลย์ออฟพวกเขาก็ผ่านนอร์เวย์มาได้ด้วยเกมรับที่แข็งแกร่ง ผลงานในยูโรรอบสุดท้าย - พวกเขาเคยเป็นทีมยักษ์ใหญ่ในถ้วยใบนี้มาก่อน ได้อันดับสามในปี 1964 และอันดับสี่ในปี 1972 แต่หลังจากนั้นผลงานของพวกเขาก็ตกต่ำลงไปเรื่อยๆ นักเตะสำคัญ - บาลาสซ์ ซูดซ์ซัค กัปตันทีมและปีกซ้ายวัย 28 ปีปัจจุบันค้าแข้งอยู่ในตุรกี เขามีความเร็วและครอสบอลจากด้านข้างได้ดี บางครั้งรับหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์ที่ถ่างออกไปอยู่ด้านข้าง กุนซือ - เบิร์นด์ สต็อค กุนซือชาวเยอรมันวัย 52 ปี สมัยเป็นนักเตะเขาเคยเล่นให้ดอร์ทมุนต์ ส่วนใหญ่เขาจะรับหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการทีมจนได้มาคุมคาซัคสถานเมื่อสองปีก่อน เขาปรับให้ฮังการีมาเล่นเกมรุกมากขึ้นจนทีมได้เข้ามาเล่นรอบสุดท้ายทัวร์นาเม้นต์ใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฟุตบอล 1986

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

สุดมันส์! ทีมชาติไทย พ่าย ฟิลิปปินส์ 65-66 ศึก Stankovic Cup 2016
Stankovic Cup /  ทีมชาติไทย / 

การแข่งขันบาสเกตบอลชิงแชมป์อาเซียน 5th SEABA Stankovic Cup 2016 ประจำวันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม 2559 คู่ที่ 2 ทีมชาติไทย พบกับ ฟิลิปปินส์ โดยก่อนลงแข่งทั้งคู่มีสถิติชนะ 3 เกมรวดเท่ากัน ควอเตอร์ 1 เริ่มเกม ทั้งสองทีมผลัดกันทำแต้มกันอย่างสูสีและไม่ยอมน้อยหน้ากัน ไฮไลท์มาอยู่ที่ช่วงท้ายควอเตอร์ ฟิลิปปินส์ทำแต้มอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมชาติไทยตามหลังอยู่ 10-17 คะแนน ก่อนจบควอเตอร์แรก ไทยตามหลังฟิลิปปินส์อยู่ 12-21 คะแนน ควอเตอร์ 2 ไทย สามารถต่อกรกับ ฟิลิปปินส์ ได้ดีขึ้นกว่าช่วงท้ายควอเตอร์แรก ตีแต้มขึ้นมาเป็น 21-23 ก่อนจะเป็น 25-30 ก่อนที่ ณกรณ์ ใจสนุก เจ้าเก่า ชู้ต 3 แต้มเข้าไปอย่างแม่นยำ ช่วยให้ทีมชาติไทยพลิกขึ้นนำ 31-30 จบควอเตอร์ที่ 2 ไทย นำ ฟิลิปปินส์ 33-32 คะแนน! ควอเตอร์ 3 ชิตชัย อนันติ ชู๊ต 3 แต้ม ช่วยให้ไทยนำห่างออกไปนิดหน่อยเป็น 38-34 เข้าสู่กลางควอเตอร์ กลายเป็น ฟิลิปปินส์ที่ขึ้นนำทีมชาติไทยเป็น 40-45 แต่ช่วงท้ายควอเตอร์ ทีมชาติไทยพลิกกลับมานำอีกครั้ง 45-43 ท้ายที่สุดกลับเป็นฟิลิปปินส์ที่แซงขึ้นนำ และจบควอเตอร์ 3 ที่สกอร์ 48-49 คะแนน ควอเตอร์ 4 ฟิลิปปินส์มาแรง ทำแต้มอย่างต่อเหนื่องแซงนำไทย 49-58 หลังจากนั้นทีมชาติไทยก็เร่งเครื่องขึ้นมาแซงนำอีกครั้งเป็น 63-60 ก่อนที่ฟิลิปปินส์จะมาทำแต้มสำคัญในท้ายควอเตอร์เป็น 63-65 จบเกม! ทีมชาติไทยพ่ายฟิลิปปินส์ไปแบบสุดมัส์ 65-66 คะแนน โปรแกรมหน้า ทีมชาติไทย ต้องโคจรมาพบ ฟิลิปปินส์ อีกครั้ง ในรอบชิงชนะเลิศ วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2559 เวลา 15.00 น. ณ สนาม Stadium 29 รายชื่อนักกีฬาทีมชาติไทย: กานต์ณัฐ เสมอใจ, บัณฑิต หลักหาญ, ไพรัช เสกธีระ, จิตรภณ โตเวโรจน์, อรรถพร เลิศมาลัยภรณ์, ปฏิภาณ กล้าหาญ, ณกรณ์ ใจสนุก, ดรงค์พันธ์ อภิรมย์วิไลชัย, ชิตชัย อนันติ, สุขเดฟ โคเกอร์, ธีรวัฒน์ จันทะจร, ชนะชนม์ กล้าหาญ รายชื่อผู้เล่นฟิลิปปินส์: Vosotros, Jalalon, Escoto, Jose, Belo, Tolomai, Ferrer, Tibayan, Pogoy, Rosario, Pessumal, Homqvist

เปิ้ล ไม่ซีเรียส แฟนคลับคลั่ง น้องออก้า อยากได้เป็นสามี
เปิ้ล นาคร /  น้องออก้า

          ฮอตหนักมากกกกสำหรับ น้องออก้า ลูกชายของ พ่อเปิ้ล และ แม่จูน ตั้งแต่เปลี่ยนลุคด้วยการตัดผมใหม่ก็ทำเอาแฟนคลับต่างมาคอมเม้นในไอจีถึงขั้นอยากได้จริงจังและเรียกสามี ทำเอาพ่อเปิ้ล ถึงกับตั้งตัวไม่ทันกับกระแสฟีเว่อร์ของลูกชายซึ่งพ่อเปิ้ลไม่ซีเรียสและไม่ห่วงว่าจะเป็นอันตราย เพราะเข้าใจว่าทุกคนเอ็นดูเด็ก!!

ฟิลิปปินส์ เร่งเครื่องท้ายเกมชนะ สิงคโปร์ 81-59 ยัดห่วง Stankovic Cup
stankovic /  บาสเกตบอล / 

ทีมบาสเกตบอล ฟิลิปปินส์ ต้องมาเร่งทำคะแนนในช่วงควอเตอร์สุดท้าย หลังจากโดน สิงคโปร์ ทำคะแนนไล่ขึ้นมาอย่างสนุกสูสี ก่อนที่ทีมยัดห่วงปินอยจะคว้าชัยชนะไปได้ 81-59 ในศึกบาสเกตบอล Stankovic Cup 2016 ที่สนาม Stadium29 ถนนชัยพฤกษ์ เมื่อวันอังคารที่ 24 พ.ค. การแข่งขันบาสเกตบอลชิงแชมป์อาเซียน 5th SEABA Stankovic Cup 2016 ประจำวันอังคารที่ 24 พ.ค. คู่แรก สิงคโปร์ พบกับ ฟิลิปปินส์ โดยก่อนหน้านี้ทั้งคู่ลงเล่นมาคนละ 1 แมตช์ และคว้าชัยชนะกันมาได้ทั้ง 2 ทีม ควอเตอร์แรก ช่วงต้นควอเตอร์ คะแนนยังคงสูสีกันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งฟิลิปปินส์เริ่มทิ้งห่างออกไปเป็น 16-12 โดย โวโซตรอส อัลมอนด์ ทำคนเดียวไปถึง 7 คะแนน จากนั้นฟิลิปปินส์ก็มาได้ลูกชู้ต 3 คะแนนจาก คริส ไมเคิล โตโลเมีย หนีห่างเป็น 24-14 ก่อนที่จะจบควอเตอร์แรกด้วยสกอร์นำ 27-14 ของฟิลิปปินส์ ควอเตอร์สอง สิงคโปร์เริ่มทำได้ดีขึ้น โดยทำแต้มได้มากกว่าฟิลิปปินส์ในควอเตอร์นี้ 1 คะแนน และสกอร์ก็ไล่ขึ้นมาเป็น 29-41 เมื่อจบควอเตอร์ ควอเตอร์สาม สิงคโปร์เริ่มต้นได้ดีด้วยการชู้ต 3 คะแนนลงไปก่อน ทำให้ไล่ขึ้นมา 32-41 จากนั้นก็ไล่มาอีกเป็น 34-41 จากนั้นทั้งคู่ก็ผลัดกันทำแต้มอย่างสูสี แต่สุดท้ายก็เป็นฟิลิปปินส์ที่ทำได้ดีกว่า ก่อนที่จะจบควอเตอร์ที่สกอร์นำห่าง 59-41 ควอเตอร์สี่ ช่วงต้นเป็นสิงคโปร์ที่ทำคะแนนได้เป็นกอบเป็นกำ จนกระทั่งไล่ขึ้นมาเป็น 50-59 แต่ช่วงโค้งสุดท้ายฟิลิปปินส์ก็เร่งทำแต้มขึ้นมาได้อีก จนกระทั่งเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 81-59 คว้าชัยชนะในศึก Stankovic Cup 2016 ได้สำเร็จเป็นเกมที่ 2 รายชื่อผู้เล่นฟิลิปปินส์: Vosotros, Jalalon, Escoto, Jose, Belo, Tolomai, Ferrer, Tibayan, Pogoy, Rosario, Pessumal, Homqvist รายชื่อผู้เล่นสิงคโปร์: Tay Ding Loon, Low Weng Hon, Toh Qing Huang, Ng John Jing Lun, Kwek Wei Meng, Lim Shengyu, Chia Zao Liang Lyon, Tang Andrew Wei Jie, Lim Kelvin Hong Da, Goh Kok Chiang Delvin, Lim Yong, Cheng, Tan Chin Hong

สวยทรงพลัง ! Nikkietutorials เมคอัพอาร์ตติสที่ไม่เหมือนใคร
makeupartist /  Nikketutorials / 

สมัยนี้สาวๆ คงได้แรงบันดาลใจจากการแต่งหน้ามาจากเมคอัพอาร์ตติสมากมายในโลกโซเชียล ซึ่งก็มีเมคอัพอาร์ตติสหน้าใหม่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ทุกวันจนนับไม่ถ้วน แต่คนที่จะอยู่ยั้งยืนยงจริงๆ ก็คงต้องเป็นเมคอัพอาร์ตติสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเท่านั้น คนถึงจะจดจำได้ เช่นเดียวกันกับสาวรายนี้ที่มีนามว่า "Nikkie" หรือที่เธอใช้ชื่อ Nikkietutorials ซึ่งเธอมีสไตล์การแต่งหน้าที่เรียกได้ว่าเฉพาะตัว บวกกับรูปร่างหน้าตาของเธอที่สะสวย เห็นแล้วสาวๆ ทั้งหลายยกให้เธอเป็นไอดอลเลยค่ะ Nikkie เป็นทั้งเมคอัพอาร์ตติสและแฮร์สไตลิสต์จากประเทศเนเธอร์แลนด์ เธอเริ่มต้นจากในยูทูบและโพสต์วิดีโอลงทุกๆ วันอังคารและวันศุกร์ จุดเริ่มต้นความหลงใหลในการแต่งหน้าของเธอเริ่มต้นจากการที่เธอดูเรื่อง "The Hills" ใน MTV และเห็นลุคของนักแสดงในเรื่อง เธอจึงได้เริ่มทำการรีเสิร์ชเกี่ยวกับการแต่งหน้า และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเธอ หลังจากสามเดือนที่เธอได้ฝึกฝนการแต่งหน้าจนชำนาญแล้ว เธอขอยืมกล้องของแม่และเริ่มอัดวิดีโอลงยูทูบซึ่งเป็นคลิปสอนแต่งหน้าคลิปแรกในชีวิตของเธอ เสียงตอบรับของเธอมีคนดูแค่ 8 คนและมีเพียง 3 คอมเม้นท์ ถึงกระนั้นเธอก็หลงใหลยูทูบอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เธอจึงสร้างช่องยูทูบของเธอขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า "NikkieTutorials" นับตั้งแต่นั้นมา ยูทูบแชนแนลของเธอก็เติบโตเรื่อยๆ จนตอนนี้กลายเป็นยูทูบแชนแนลความงามอันดับ 1 ของประเทศเนเธอร์แลนด์ไปแล้วค่ะ หลังจากนั้นเธอก็มีโปรไฟล์ที่ดีมาตลอดจนได้เซ็นสัญญากับนิตยสารรายเดือน ซึ่งเธอรับหน้าที่เป็นคนเขียนคอลัมน์ความงาม และต่อยอดไปจนถึงการได้เป็นหัวหน้าช่างแต่งหน้าของรายการเรียลลิตี้ชื่อดัง I Can Make You a Supermodel แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจที่จะลาออกและกลายมาเป็นเมคอัพอาร์ตติสแบบฟรีแลนซ์อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ค่ะ เราไปดูผลงานที่โดดเด่นและสไตล์ที่ไม่เหมือนใครของเธอกันค่ะ "The Power of MAKEUP !" เป็นคลิปที่เธอแต่งเพียงครึ่งหน้าเพื่อโชว์ให้เห็นว่า พลังของเครื่องสำอางนั้นไม่ธรรมดานะเธอ ! "BLACK & WHITE Film Noir Makeup Tutorial" เป็นการแต่งหน้าเลียนแบบฟิล์มขาวดำ เหมาะกับเทศกาลฮาโลวีนจริงๆ ค่ะ "Glittery-Glam Lion SNAPCHAT Filter Inspired" เป็นการแต่งหน้าที่ได้แรงบันดาลใจมากจากฟิลเตอร์เสือในแอพพลิเคชั่น Snapchat ขอบอกว่าเหมือนสุดๆ ค่ะ ! "Creepy Clown" เก๋ไก๋มากกับการแต่งเป็นตัวตลกสยองขวัญ เทศกาลฮาโลวีนนี้ คุณลองนำไปแต่งบ้างซิคะ ! เท่านี้ยังไม่พอนะคะ เธอยังมีช่องทางให้ติดตามอีกข่องทาง นั่นก็คือแอพพลิเคชั่น Instagram ที่ตอนนี้เธอมียอดฟอลโลวเว่อร์สมากถึง 3.7 ล้านคน ถ้าหากสนใจก็สามารถเข้าไปฟอลโล่วได้ที่ @nikkietutorials ได้เลยค่ะ  ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเว็บไซต์ : www.youtube.com/user/NikkieTutorials, www.nikkietutorials.com/site/และ Instagram @nikkietutorial

กระหึ่ม!! ไทย ชิง ฟิลิปปินส์ ศึกบาสเกตบอล SEABA Stankovic Cup 2016
2016 /  SEABA Stankovic Cup / 

จัดไปกับบิ๊กแมตช์ นัดชิงชนะเลิศ ศึกบาสเกตบอล SEABA Stankovic Cup 2016 ระหว่างทีมชาติ ฟิลิปปินส์ พบ ทีมชาติไทย และคู่ชิงอันดับที่ 3 ระหว่าง ทีมชาติสิงคโปร์ พบ ทีมชาติมาเลเซีย ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ ให้ขุนพลยัดห่วงทีมชาติไทย คว้าแชมป์รายการนี้มาครองให้ได้ ณ สเตเดี้ยม 29 (Stadium 29) ในวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคมนี้ บัตรมีจำหน่ายที่หน้าสนามเท่านั้น ขอย้ำว่า จำหน่ายบัตรเข้าชมที่หน้าสนามเท่านั้น!! รอบชิงชนะเลิศอันดับ 3 ระหว่าง สิงคโปร์ พบ มาเลเซีย เริ่มทำการแข่งขัน เวลา 13.00 - 15.00 น. รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง ฟิลิปปินส์ พบ ไทย แข่งขันเวลา 15.00 - 18.00 น.  หรือรับชมถ่ายทอดสดได้ทางช่อง MONO29 ,Mono Plus และทาง sport.mthai.com/stankovic ราคาบัตร Regular (บัตรโซนทั่วไป) ราคา 300 Baht แลกฟรีเสื้อยืด “Stankovic Cup” (Limited Edition) 500 ท่านแรก! Platinum Courtside ราคา 500 Baht   รับฟรี! (ทุกที่นั่ง) เสื้อยืด ”Stankovic Cup” (Limited Edition)  VIP BOX ราคา 4,500 Baht รับฟรี! เสื้อยืด "Stankovic Cup” (Limited Edition)  พร้อม Snack Box และน้ำดื่ม พิเศษ!!! ทุกที่นั่งรับฟรี สแตมป์ "Mono29"  * ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขัน ได้ท่านละ ไม่เกิน 5 ใบ  ** ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกไซส์เสื้อให้กับผู้โชคดี เนื่องจากของมีจำนวนจำกัด 

ละครเจ้าพายุ , เรื่องย่อเจ้าพายุ
ละคร เจ้าพายุ /  เรื่องย่อละครละคร เจ้าพายุ / 

บทประพันธ์โดย : อรชรบทโทรทัศน์โดย : ภูมิ พญาไฟกำกับการแสดงโดย : ทองก้อน ศรีทับทิมผลิตโดย : บริษัท โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัดออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครเจ้าพายุ หลังจากที่ พายุ (ลิขิต บุตรพรม) ติดคุกในเรือนจำนานถึง 5 ปี เพราะถูกข้อหาปล้นรถขนเงินของธนาคารที่เขาเป็นพนักงานคุมเงินสด เมื่อได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระเขาจึงต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เพราะเขาคาใจมาตลอดว่าไม่ได้เป็นคนปล้นเงินแต่ถูกจัดฉากให้เป็นแพะรับบาป พายุไปรายงานตัวที่คุมประพฤติโดยมี วีนัส (จิลล์ โรเจอร์) เป็นคนดูแลในเรื่องนี้ พายุบอกว่าเขาต้องการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ ทีแรกวีนัสก็เชื่อว่าพายุเป็นคนปล้น แต่พอได้ดูหลักฐาน และเอกสารที่สั่งฟ้องแล้ว เธอจึงมั่นใจ และว่าพายุเป็นแพะในคดีนี้ เธอจึงรับปากที่จะช่วยพายุ เพราะในใจลึก ๆ เธอแอบชอบพายุ มาศจันทร์ (ฮาน่า ลีวิส) ลูกสาวคนเดียวของ นายวิวัฒน์ (สุรวุฑ ไหมกัน) เจ้าของสัมปทานเหมืองทองที่นครสวรรค์ มาเบิกเงินที่ธนาคารแล้วถูกดักปล้น พายุผ่านมาพบเข้าพอดีจึงได้ช่วยเหลือเอาไว้ และจากไปโดยไม่ได้แนะนำตัวว่าเป็นใคร สารวัตรกอบคุณ (อติรุจ สิงหอำพล) เป็นคนทำคดีนี้ เขารู้สึกหลงรักมาศจันทร์ตั้งแต่แรกเห็นทันที ทางด้านนายวิวัฒน์กำลังมีเรื่องกับนายมงคล (ตฤน เศรษฐโชค) นายกเทศมนตรี กับ โตมร (สุทธิคุณ วันทานุ) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เพราะมงคลต้องการจะฮุบสัมปทานเหมืองทองของวิวัฒน์ มงคลจึงทำได้ทุกอย่างเพื่อแย่งชิงมา ถึงแม้จะต้องฆ่าวิวัฒน์กับลูกสาวก็ตาม ภูผา (จิณณะ นวรัตน์) ติดคุกในฐานะฆ่าคนตาย เพื่อปกป้อง กำนันไผ่ (เอกพัน บรรลือฤทธิ์) พ่อของตัวเอง ภูผาสู้คดีแต่แพ้จึงติดคุกเกือบ 5 ปี ในขณะที่อยู่ในคุกเขาพยายามทำดี และทำงานลดโทษ วันหนึ่งในขณะที่ภูผาออกไปทำงานลอกท่อ เขาพบเงินประมาณ 15 ล้านดอลล่าห์ที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้โดยบังเอิญ หลังจากนั้นอีก 7 วันเมื่อเขาพ้นโทษอกมาจึงได้มาเอาเงินจำนวนนั้นไป พายุกลับมาหา สุพจน์ (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) ที่บ้าน แต่สุพจน์ไม่ต้อนรับและไม่นับว่าเขาเป็นลูก เพราะเขามีปมในอดีตเกี่ยวกับ นิ่ม (สุธิตา เกตานนท์) แม่ของพายุที่ท้องก่อนที่จะมาอยู่กับเขา ซึ่งตอนนี้นิ่มก็ได้หนีกลับไปอยู่กับกำนันไผ่สามีเก่า ที่กลายเป็นผู้ต้องหาหนีคดีปล้นหลายคดี อิ่มจิต (ณหทัย พิจิตรา) ภรรยาใหม่ของสุพจน์เอ็นดูพายุเหมือนลูกคนหนึ่ง เพราะอิ่มจิต มี เอื้อมพร (ชัชฎาภรณ์ ธนันทา) ลูกสาววัยเดียวกับพายุด้วย แต่เป็นลูกติดก่อนที่จะมาอยู่กินกับสุพจน์ เอื้อมพรกับพายุโตมาด้วยกัน และเธอก็รักพายุมาตั้งแต่เริ่มเป็นสาว แต่พายุคิดกับเอื้อมพรเป็นเหมือนน้องสาวเท่านั้น นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่สุพจน์เกลียดพายุ เพราะเขาต้องการที่จะเคลมเอื้อมพรเช่นกัน พายุไม่มีที่ไปจึงกลับไปพักอยู่กับ หมู่รงค์ (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) เพื่อนรักที่เคยเป็นทหารมาด้วยกันที่ปากน้ำโพ พอดีกับที่สุพจน์มาเปิดบริษัทขนส่งทางน้ำที่นี่ โดยให้เอื้อมพรมาดูแลกิจการ พายุกับเอื้อมพรจึงได้พบกัน แต่ความสัมพันธิ์ยังเป็นแค่พี่น้องเช่นเดิม วิวัฒน์ไม่กลัวอิทธิพลของมงคล จึงทำให้มงคลส่ง จ่านนท์ (ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง) อดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่ตั้งตัวเป็นซุ้มมือปืน มาดักยิงวิวัฒน์กับมาศจันทร์ แต่พายุกับหมู่รงค์มาช่วยไว้ได้ทัน เพราะพายุช่วยมาศจันทร์ไว้ถึงสองครั้งวิวัฒน์จึงรับเข้ามาทำงานที่เหมือง พายุรู้ตัวว่าแอบรักมาศจันทร์แต่ก็ต้องเจียมตัว พอดีกอบคุณย้ายมาประจำที่ปากน้ำโพ จึงเกิดความไม่พอใจที่เห็นพายุสนิทสนมกับมาศจันทร์ เขาจึงบอกความจริงกับวิวัฒน์ว่าพายุเคยเป็นคนที่ติดคุกมาก่อน พายุจึงตัดสินใจลาออกจากงานไป หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันเหมืองของวิวัฒน์ก็ถูกปิด เพราะถูกร้องเรียนว่าปล่อยมลพิษลงแม่น้ำ ซึ่งที่จริงเป็นแผนร้ายของมงคล สุพจน์กับมงคล และโตมร ร่วมมือกันขนของผิดกฎหมายจากทางภาคเหนือ เรื่องนี้เอื้อมพรแอบได้ยิน ทางด้านโตมรรู้สึกชอบเอื้อมพร แต่เอื้อมพรไม่ชอบโตมรจึงให้พายุเข้ามาช่วยกัน แต่ก็ทำได้แค่เพียงบางเวลาเท่านั้น และเธอก็รู้สึกว่าพายุชอบมาศจันทร์ แต่เธอก็ยังรักพายุไม่เสื่อมคลาย ภูผาเอาเงินที่พบบางส่วนมาฟอกที่ปากน้ำโพ จ่านนท์รู้ทีมาของเงินดีจึงพยายามจับภูผาเพื่อคาดคั้นหาเงินที่เหลือ แต่ภูผาหนีรอดไปได้ วีนัสพบหลักฐานที่ส่งฟ้องพายุเป็นหลักฐานเท็จ อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิดอีกหลายมุมที่ไม่ได้นำไปใส่ในสำนวนฟ้อง และคนที่ทำสำนวนฟ้องในขณะนั้นคือกอบคุณซึ่งมียศเป็นร้อยตำรวจเอก วีนัสนำเรื่องนี้ไปบอกกับพายุแล้วยังรู้ว่าจ่านนท์คือหนึ่งในคนที่ปล้นเงิน และยังสืบจนรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดคือมงคลกับโตมร พายุจึงต้องตามล่าภูผาเพื่อติดตามหาเงินที่เหลือ ภูผาหนีไปหากำนันไผ่เพราะเขาเป็นลูกของกำนันไผ่กับนิ่ม ขณะเดียวกันพายุก็ตามไปแต่ตำรวจได้ล้อมจับกำนันไผ่ จ่านนท์ตามไปสังเกตการณ์แล้วยิงนิ่มตาย เพราะพุ่งตัวเข้ามาช่วยพายุลูกชาย ทำให้ภูผาแค้นพายุมาก วิวัฒน์ตัดสินใจให้มาศจันทร์แต่งงานกับกอบคุณ มาศจันทร์จำยอมเพราะในใจต้องการช่วยพายุ เนื่องจากวีนัสบอกกับเธอว่าสงสัยกอบคุณจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการปล้นเงินด้วย มาศจันทร์ยอมให้พายุเข้าใจผิด ก่อนที่มาศจันทร์เกือบเสียตัวให้กอบคุณ เพื่อหาหลักฐานช่วยพายุ แต่พายุก็มาช่วยเธอไว้ทัน เอื้อมพรแต่งงานกับโตมรด้วยความเต็มใจ และด้วยความแค้นที่ถูกสุพจน์ข่มขืน เมื่อเธอแต่งงานกับโตมรแล้ว เธอก็ได้ไปหาหลักฐานที่โตมรกับมงคลบงการปล้นเงินเพื่อช่วยพายุ จนตัวเองถูกจับได้และถูกฆ่าปิดปาก สุพจน์มาพบเข้าจึงถูกโตมรฆ่าอีกคนโดยที่พายุมาช่วยไม่ทัน กำนันเปิดเผยความจริงให้พายุกับภูผารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ทั้งสองคนจึงเลิกบาดหมางกันและหันมาจับมือกันเพื่อจบเรื่องทั้งหมด มาศจันทร์กำลังจะแต่งงานกับกอบคุณ พายุ และภูผาพร้อมทั้งเพื่อน ๆ ได้บุกเข้ามาชิงตัวมาศจันทร์กลางงาน นอกจากนี้ความจริงยังได้ถูกเปิดเผยว่า ที่แท้กอบคุณเป็นลูกชายของมงคลแต่คนละแม่กับโตมร ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการปล้นทั้งหมดคือมงคล ในที่สุด มงคล โดมร กอบคุณ และจ่านนท์ ก็จบชีวิตลงหลังจากต่อสู้กับตำรวจ พายุล้างมลทินให้กับตัวเองได้สำเร็จ และได้ครองคู่กับมาศจันทร์ ส่วนภูผาก็ตัดสินใจคบหากับวีนัส และทุกคนก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป ติดตามชม ละคร เจ้าพายุ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละครเจ้าพายุ ลิขิต บุตรพรม รับบท พายุฮาน่า ลีวิส รับบท มาศจันทร์จิลล์ โรเจอร์ รับบท วีนัสจิณณะ นวรัตน์ รับบท ภูผาสุรวุฑ ไหมกัน รับบท นายวิวัฒน์อติรุจ สิงหอำพล รับบท สารวัตรกอบคุณตฤน เศรษฐโชค รับบท นายมงคลสุทธิคุณ วันทานุ รับบท โตมรวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท หมู่รงค์เอกพัน บรรลือฤทธิ์ รับบท กำนันไผ่

กีกี้ ศักดิ์ นานา คนไทยใน Nürburgring สนามแข่งที่ยากที่สุดในโลก
Nürburgring /  porsche / 

พบกับเรื่องราวของนักแข่งรถอันดับ 1 ของประเทศไทยถึงสาเหตุว่าทำไมเขาจึงเลือกไปแข่งที่ Nürburgring รายการแข่งรถที่ขึ้นชื่อในเรื่องความหินที่สุดในโลก วันนั้น มีรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง รู้จักกันมาหลายปีแล้ว ได้ถามผมว่า “พี่กี้คะ ตั้งแต่พี่กี้แข่งมา พี่กี้เคยชนะอะไรบ้างไหมคะ” นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมกลับไปบ้าน แล้วเสิร์ชกูเกิ้ลว่า สนามอะไร การแข่งขันอะไร ที่ยากที่สุดในโลก โหดที่สุด เสี่ยงที่สุด และมีคนเสียชีวิตมากที่สุด กูเกิ้ลตอบผมว่า “Nürburgring” เพราะว่าเป็นสนามที่นักแข่งระดับโลกต่างบอกว่ายากกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Nikki Lauda, Stirling Moss และอีกคนหนึ่งคือ Sir Jackie Stewart ที่เขาได้มอบฉายาให้สนามนี้ว่า นรกสีเขียว (The Green Hell)…การที่ผมโดนดูถูกในครั้งนั้น ทำให้ผมเลือกที่จะไปแข่งสนามที่ยากที่สุดในโลกครับ การที่เราจะได้ไปแข่งขันที่ Nürburgring ได้ เราต้องสอบใบขับแข่ง ใบขับแข่งมีสามรูปแบบ คือ ใบขับแข่งประเภท C, B และ A ใบขับแข่งประเภท C จะได้มาจากประเทศเกิดของนักแข่งแต่ละท่าน ที่ลงแข่งการแข่งขันของประเทศนั้นๆ เช่นเมืองไทยก็เป็นงาน Thailand Super Series เป็นต้น ซึ่งเราก็เอาใบขับแข่งประเภท C นี้ ไปสอบเป็น ใบขับแข่งประเภท B ที่สนามแข่งที่เยอรมนี โดยเราจะต้องแข่ง VLN (งานแข่งชิงแชมป์เยอรมัน) อย่างน้อย 3 สนาม และใน 3 สนามนี้ เราจะต้องติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้ง 3 สนาม และต้องแข่งจนจบการแข่งขันโดยไม่มีการชนหรือรถแข่งมีปัญหา พอเราได้ใบขับแข่งประเภท B แล้ว เราก็จะต้องไปอบรมและสอบข้อเขียน เพื่อที่จะได้ใบขับแข่งประเภท A ซึ่งเราจะต้องไปเข้าห้องเรียนสองวัน ต้องสอบข้อเขียนให้ผ่าน โดยจะต้องผ่านแบบถูกต้อง 100 เปอร์เซนต์ เท่านั้น พอสอบข้อเขียนผ่านแล้ว ก็จะต้องขับรถแข่งที่เขาเตรียมไว้ให้ในสนามโดยมี Instructor ( ครูสอนซึ่งเป็นนักแข่งมาก่อน ) นั่งไปในรถด้วย เราจะต้องขับรอบสนามทั้งหมด 3 รอบ แล้วทาง Instructor ก็จะให้คะแนนเรา ว่าเราจะสอบผ่านไหม พอเราผ่านสอบปฏิบัตินี้ เราก็จะได้ใบขับแข่งประเภท A ซึ่งเราจะสามารถแข่งรายการทุกรายการในประเทศเยอรมนีได้หมด ส่วนการแข่ง ตารางการแข่งขัน จะมี VLN ทั้งหมด 10 สนาม VLN คืองานแข่งชิงแชมป์ประเทศเยอรมนี ใน 10 สนามนี้ 9 ครั้งจะเป็นการแข่ง 4 ชั่วโมง และมี 1 ครั้งที่เป็นแข่ง 6 ชั่วโมง แล้วก็มี Qualification Race ซึ่งแข่ง 6 ชั่วโมง เป็นการแข่งเพื่อเตรียมตัวสำหรับแข่งชิงแชมป์โลกในงาน 24H ซึ่งถึงเราจะได้ใบขับแข่งประเภท A แล้ว ก็จะต้องมาขับในงาน Qualification Race 6 ชั่วโมงนี้ด้วย เพราะมันเป็นงานที่ใช้กฎกติกาและตารางงานเหมือนกับงาน 24H ทุกอย่าง แล้วก็งานแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดของปีคือ ADAC 24 Hours Rennen Nürburgring ซึ่งงานแข่งนี้ใช้เวลาหลายวันมาก เริ่มจากวันอังคาร เปิดให้ซ้อม วันพุธมี Qualify ตอนกลางคืน วันพฤหัสฯ มี Qualify ตอนกลางวัน วันศุกร์มีงานแข่งงานอื่น เช่น WTCC, Formula 3 และ WEC วันเสาร์เช้ามีแข่ง Classic Cars จากนั้นคิวของพวกเราก็จะเริ่มแข่งกันตอน 4 โมงเย็นวันเสาร์ ยาวไปถึง 4 โมงเย็นวันอาทิตย์ มีรถแข่งเฉลี่ย 250 คัน นักแข่งเกือบ 1,000 คน ทีมของผมเนี่ย เป็นทีม Porsche GetSpeed ครับ ซึ่งเป็นทีมที่ได้สปอนเซอร์มาจาก Porsche ได้การดูแลจาก Porsche มีช่างจากโรงงานมาดูแลตลอด ซึ่งพอเป็นทีมใหญ่ ผู้จัดการทีมและเจ้าของทีม ให้ความจริงจังกับการแข่งมาก เขาควบคุมนักแข่งในเรื่องการออกกำลังกาย การทานอาหาร การดื่มน้ำ และการซ้อม อาหารที่เราทานทุกมื้อ ทางทีมก็คำนวนปริมาณพลังงานและโปรตีน เพื่อที่ให้เรามีแรงงานพอเพียง ช่วงแข่งเขาจะให้เราทานแต่ soup จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องย่อยอาหารหรือปวดท้อง เราจะได้ทานอาหารเป็นมื้อเต็มๆ แค่มื้อเย็นเท่านั้น น้ำดื่มจะมีเตรียมกระติกให้นักแข่งแต่ละคน ติดชื่อเอาไว้ เป็นน้ำเปล่าผสมกับกลูโคสและวิตามินต่างๆ ซึ่งเป็นน้ำที่เอาไว้สำหรับนักกีฬาวิ่งระดับโลกเขาใช้ดื่มกัน ตอนอยู่ในรถแข่ง ก็จะมีน้ำอีกชนิดหนึ่งเตรียมไว้ให้ เวลาเราขับไปชั่วโมงหนึ่งแล้วเหนื่อยๆ พอมาดื่มน้ำแล้วจะรู้สึกมีแรงขึ้นมาเลย เหมือนได้ดื่ม Energy Drink ส่วนการซ้อม ยกตัวอย่างทีมอื่นเขาก็จะมาซ้อมก่อนแข่งแค่หนึ่งวัน แต่ทีมผม เขาจะปิดสนาม 2 วันเต็ม ก่อนที่จะมีการแข่งขันหนึ่งอาทิตย์ล่วงหน้า ให้นักแข่งในทีมได้ทำการซ้อมได้อย่างเต็มที่ ได้เข้าใจรถอย่างเต็มที่ ได้รู้จักลิมิตรถ สภาพอากาศของสนาม Nürburgring ด้วยมันเป็นสนามที่สูง 350 – 650 เมตร จากน้ำทะเล จุดนี้ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันตลอดเวลาครับ ความหมายคือ บางครั้งเราขับหนึ่งรอบนั้นมีหลายฤดูด้วยกัน บางช่วงก็แดดออก บางช่วงก็เหมือนเป็นน้ำแข็งบางๆ บนพื้นสนาม บางช่วงก็เปียกเหมือนมีฝนตก นั่นคือสิ่งที่ทำให้สนามนี้ขับยากที่สุด เพราะเราจะไม่สามารถเซ็ทรถให้เข้ากับสนามแบบแห้งหรือแบบเปียกอย่างใดอย่าง หนึ่งได้เลย ดังนั้นจึงเป็นงานของคนขับ ที่จะขับรถ คุมรถ ให้เข้ากับสภาพอากาศในสนามในช่วงๆ นั้น ถ้าถามถึงความคุ้นเคยกับสนาม ผมแข่งสนามนี้มาเป็นปีที่ 4 คงไม่กล้าตอบว่าคุ้นเคยมาก แต่ใช้คำว่า ทุกครั้งที่ขับในสนามนี้ จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ กลับมาทุกครั้ง คนที่แข่งที่สนามนี้จะรู้ดีว่า ไม่ว่าคุณจะขับเป็น 1,000 รอบ ไม่มีรอบไหน ที่สนามจะให้ความรู้สึกเหมือนกันเลย หลายท่านถามผมถึง feeling ในการขับ รถ 991 Cup Car ที่ใช้แข่งเป็นรถที่ดีมากครับ Balance ดีมาก, Handling ดีมาก Porsche เป็นรถที่แบบ…ไม่รู้ว่าสร้างด้วยอะไร แต่ไม่รู้สึกว่าเครื่องอยู่หลังแล้ว รู้สึกเหมือนเครื่องอยู่กลาง Understeer นี่แทบไม่มีเลย ผมเคยขับ SLS GT3, Z4 GT3, Lambo GT3 และ 997 GT3R แล้วผมก็คิดว่า 997 GT3R เป็นรถแข่งเกรด GT3 ที่ดีที่สุดแล้ว ครั้งแรกผมคิดว่า 991 cup car นี่ไม่มีทางสู้ได้หรอก แต่พอผมขับแล้วเนี่ย รู้สึกว่า 997 ห่วยไปเลย เพราะว่า Balance น้ำหนักของ 991 นี่ดีเหลือเชื่อ ระบบเบรกนี่คือ โอ้โห! ไม่เคยเจออะไรเบรกดีขนาดนี้มาก่อน สำหรับช่วงล่าง ผมก็ไม่เคยเจอช่วงล่างที่ดีขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน ปกติ Porsche มันจะมีนิสัย Understeer ค่อนข้างง่าย แต่ 991 cup GT3 ไม่มีอาการ Understeer เลย ผมสรุปง่ายๆ เลยละกันครับ ว่า ตั้งแต่ผมแข่งรถมา ผมไม่เคยขับรถแข่งที่ดีขนาดนี้มาก่อน ส่วนการปรับรถให้เข้ากับสนามนั้น รถ 991 cup car ใช้ช่วงล่างมาจากโรงงาน Porsche ซึ่งเราไม่มีสิทธิ์ไปเปลี่ยนมัน เราเปลี่ยนได้แค่สปริงเท่านั้น ทางทีมก็จะเซตอัพให้เราทดสอบดูในวันซ้อม แล้วก็ถามความเห็นนักแข่งว่าแบบไหนดีที่สุด ลมยางแบบไหนดีที่สุด Toe/Camber แบบไหนดีที่สุด เขาจะให้เราเลือก แล้วก็จะเซตอัพอันนั้นให้เรา หรือถ้าตัวเลือกที่เขามีนั้นเราไม่ชอบเลย เขาก็จะให้เราบอกอาการรถ แล้วแก้ไขจนกว่าเราขับแล้วรู้สึกเพอร์เฟ็กต์ เพื่อให้รถกับเราเป็นเหมือนชิ้นส่วนเดียวกัน โดยการดูจากเวลาต่อรอบขับเป็นหลัก ว่าเซตอัพแบบไหนทำเวลาได้ดีที่สุด ส่วนยาง ทาง Porsche จะบังคับให้ใช้เหมือนกันหมดทุกทีม คือ Michelin Hard Compound สุดท้ายนั่นคือแผนการขับ สำหรับตัวผมก็คือ เราต้องขับให้เร็วที่สุดและห้ามชน นี่คือคำสั่งที่เราได้ยินบ่อยที่สุดจากผู้จัดการทีมครับ ส่วนผลการแข่งขันที่ออกมาน่าพอใจไหม? ผมพอใจมากกับผลการแข่งขันสนามแรก แต่เหลืออีก 11 สนาม ยังต้องเหนื่อยอีกเยอะเลยครับ ข้อมูลภาพจาก : นิตยสาร GTPorsche Thailand  

ณ ช่องเขาขาด ร่องรอยประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่แสนสงบ
ช่องเขาขาด /  พิพิธภัณฑ์ / 

“ช่องเขาขาด” หรือ “ช่องไฟนรก” ฟังแล้วดูน่ากลัวเพราะมีความจริงซ่อนอยู่ในอดีตที่ผ่านมา ตอนนี้สร้างเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ ตั้งอยู่บริเวณ กม. 64–65 บนทางหลวง 323 สายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ จากแต่เดิมเคยเป็นพื้นที่ที่เหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัว ปัจจุบันที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างการสร้างทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลออสเตรเลีย ได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นได้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ณ ช่องเขาขาด ร่องรอยประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่แสนสงบ ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ซึ่งเป็นสวนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัดเจาะภูเขาหินด้วยมือปราศจากเครื่องมืออันทันสมัย ให้เป็นช่องสำหรับสร้างทางรถไฟไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ) ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏอยู่ของเส้นทางรถไฟ ประวัติการขุดเจาะช่องเขาขาดเริ่มในเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2486 ปรากฏว่างานล่าช้ากว่ากำหนดจึงมีช่วงที่เร่งงานซึ่งเชลยศึกออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ทั้งหลายที่ถูกจับมาเป็นแรงงาน ต่างก็ต้องทำงานข้ามวันข้ามคืน ใช้แรงคนในการสกัดภูเขาด้วยมือ ซึ่งเป็นการทำงานที่ทารุณยิ่ง เนื่องจากต้องปีนลงไปสกัดในช่องเขาซึ่งบางช่วงสูงถึง 11 เมตร จนแทบไม่มีอากาศหายใจทั้งยังต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวในช่วงเดือนมีนาคม คำบอกเล่าจากอดีตเชลยศึกท่านหนึ่ง ที่บังเอิญได้พบในวันรำลึกเหตุการณ์ ทำให้รู้สึกหดหู่ใจ เพราะการใช้แรงงานเชลยศึกในครานั้น ตกอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำและอาหาร เมื่อเจ็บป่วยแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่เพียงพอต่อการพยาบาล ต้องดูแลกันตามมีตามเกิด มีทั้งเชลยที่ล้มป่วย และมีทั้งเชลยที่ต้องเสียชีวิตลง ภาพของเชลยศึกและกรรมกรที่ช่องเขาขาดต้องทำงานตอนกลางคืนด้วยแสงไฟจากคบ เพลิงและกองเพลิงทำให้ สะท้อนให้เห็นเงาของเชลยศึกและผู้คุมวูบวาบบนผนัง ทำให้ที่นี่ได้รับการขนาน นามว่า… “ช่องไฟนรก” กระนั้นแล้ว ที่นี่ก็เป็นที่ที่คนแวะมาเยือน รำลึกประวัติศาสตร์อยู่เป็นนิจ… จากผลการโหวตของนักท่องเที่ยว “นับล้านคน” จากทั่วโลก พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดได้คะแนนมากเป็นอันดับ 4 ในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจจะด้วยเพราะพิพิธภัณฑ์นี้จัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ทำให้ตรึงใจนักท่องเที่ยวได้มหาศาล ธรรมชาติที่ปกคลุมเต็มสองข้างของช่องเขา ทำให้พื้นที่ศึกษาประวัติศาสตร์แห่งนี้ร่มรื่น และทำให้คนได้เดินชมประวัติศาสตร์แบบแอบอิงธรรมชาติ อย่างเย็นสบาย มีเรื่องราว ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยที่มีการสร้างทางรถไฟ แสดงเป็นหลักฐานให้คนได้ย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ยังไม่เคยมา เราแนะนำว่า ครั้งหนึ่งท่านต้องมาให้ได้ ในทุกวันที่ 25 เมษายนของทุกปี จะมีชาวต่างชาติ และคนไทยมากหน้าหลายตาเดินทางมาร่วมพิธีวันรำลึกถึงเชลยศึก ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ซึ่งเรียกว่าวัน ANSAC DAY ซึ่งอาจเป็นบรรดาญาติพี่น้อง ครอบครัว และรวมถึงอดีตเชลยศึกชาวออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอีกหลายๆ ชาติ ที่รอดชีวิต ดอกไม้ แสงเทียน และพวงมาลา เป็นสิ่งแสดงความเสียใจ และแสดงความรำลึกนึกถึงการจากไปของผู้เป็นที่รัก ในเหตุการณ์ที่ตราตรึงของช่องเขาขาด ในครานั้น… ภาพโดย Little Ant บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

BANGKOK INTERNATIONAL AUTO SALON 2016 งานแสดงรถแต่งและอุปกรณ์โมดิฟาย ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
BANGKOK INTERNATIONAL AUTO SALON 2016 /  car / 

BANGKOK INTERNATIONAL AUTO SALON 2016 ที่สุดแห่งงานยนตรกรรมโมดิฟาย สินค้ายานยนต์ลดกระหน่ำราคา 22-26 มิถุนายน 2559  ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2-3 อิมแพค เมืองทองธานี    บริษัท คอร์โน แอนด์ แนซ จำกัด ประกาศความพร้อมอย่างเต็มที่ของการจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2016” ครั้งที่ 4 ด้วยลิขสิทธิ์การจัดงาน โตเกียว ออโต ซาลอน จากประเทศญี่ปุ่น ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์2-3 อิแพค เมืองทองธานี ระหว่าง 22-26 มิถุนายน 2559 ด้วยไฮไลท์การจัดงานที่มาประชันรอบด้านเพื่อสร้างความสุขให้แก่ผู้รักในยานยนต์ได้อย่างครบครันในงานเดียว  โดยมีผู้บริหาร นำโดย วิลักษณ์ โหลทอง ประธาน บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) และ ประธานการจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน, ก้องเกียรติ เหวียนระวี กรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด และรองประธานการจัดงานฯ , สานิต บูรณวิทยานนท์ กรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ร่วมงาน ณ สนามโกคาร์ท มอเตอร์สปอร์ตแลนด์ ร่วมงานแถลงข่าว ทั้งนี้ทางผู้จัดงานตระหนักถึงความสำคัญในส่วนของ Digital มากขึ้นทั้ง เฟสบุ๊ค, อินสตาแกรม และในปีนี้ได้เพิ่มช่องทางสื่อสารผ่านทาง Line ID @Bangkokautosalon โดยร่วมกับ Event Pop ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร  และโปรโมชั่นดีๆภายในงาน และพิเศษสำหรับผู้ที่ Add Line @Bangkokautosalon สามารถรับบัตรเข้าร่วมชมงานได้ทันที วันนี้ ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2016 นี้เท่านั้น          ห้ามพลาด นับถอยหลังสู่งานแสดงรถแต่ง อุปกรณ์โมดิฟาย ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน” ครั้งที่ 4 ประจำปี 2559 ระหว่างวันที่ 22-26 มิถุนายน 2559 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2-3 เมืองทองธานี  วันธรรมดา แสดงงานเวลา 12.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ แสดงงานเวลา 11.00-22.00 น. จัดแสดงงานจนถึงวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2559 เป็นวันสุดท้าย พื้นที่แสดงงานจะใช้ภายในฮอลล์ 2-3 ของชาเลนเจอร์ และบริเวณโดยรอบ ทั้งลานขนถ่ายด้านหลัง ฮอลล์ และบริเวณโถงหน้าฮอลล์ รวมเป็นพื้นที่แสดงงานทั้งหมด

ออกไปซิ่งกับ 1969 Lamborghini Espada ของ Jay Leno กันเถอะ
1969 /  Classic cars / 

เมื่อ Jay Leno พิธีกรและดาราตลกชื่อดังชาวอเมริกันพาเจ้ากระทิงรุ่นปู่อย่าง Lamborghini Espada ปี 1969 ออกมาโลดแล่นบนไฮเวย์ ที่ทำเอาเจ้าตัวถึงกับอุทานออกมาว่าดังๆเลยว่า "โอ้วแม่เจ้าพลังเสียงมันช่างเหมือนโอเปร่าของชาวอิตาเลี่ยนไปเลยพวก" เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วสำหรับใครที่ติดตาม Jay Leno พิธีกรและดาราตลกชื่อดังชาวอเมริกันคนนี้นั้นคลั่งไคล้ในรถซูเปอร์ คาร์ และคลาสสิค คาร์ เอามากๆ และเจ้าตัวนั้นสะสมรถซูเปอร์ คาร์ ไว้นับร้อยๆคัน และส่วนใหญ่ก็จะเป็นรถซูเปอร์ คาร์ ที่หายากๆแทบทั้งสิ้น และวันนี้เค้าจะพาไปเปิดโรงรถเพื่อที่จะแนะนำให้รู้จักกับ Lamborghini Espada ปี 1969 กัน  สำหรับ Lamborghini Espada ปี 1969 คันนี้นั้น Jay Leno เพิ่งจะได้นำไปโมดิฟายสภาพรถขึ้นมาใหม่หมาดๆเมื่อไม่นานนี้เอง หลังจากที่เจ้าตัวนั้นได้เป็นเจ้าของรถคันนี้มาเป็นเวลาถึง 30 ปีแล้ว เขากล่าวว่า " ไม่ว่าคุณจะรักหรือเกลียดการออกแบบทั้งภายนอกหรือภายในของรถคันนี้นั้นมันอาจจะเป็นไปได้ แต่ถ้าคุณบอกว่าคุณเกลียดเสียงเครื่องยนต์ V12 ขนาด 4.0 ลิตร ของรถคันนี้แล้วนั้น ผมว่าพูดได้เลยว่า คุณโกหกแน่นอน เพราะผมว่าคุณไม่มีทางที่จะเกลียดพลังเสียงโอเปร่าอันไพเราะนี้ได้หรอกนะ" หลังจากสองสามปีที่ผ่านมาเค้าสังเกตุได้ถึงความเสื่อมสภาพลงของรถไม่ว่าจะเป็นทางด้านของเครื่องยนต์,เกียร์ และการกัดกร่อนของตัวถัง รวมไปถึงกลิ่นควันและการเผาไหม้ของสายไฟภายในตัวรถ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจน เค้าจึงไม่รอช้าที่จะโมดิฟายเจ้า Espada นี้อย่างเร่งด่วนก่อนที่สายไฟพวกนั้นมันจะก่อให้เกิดหายนะกับรถของเค้า และหลังจากภารกิจการโมดิฟายเจ้า Espada เสร็จสิ้นลงแล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ "เจ้า Espada ปี 69 มันจะทำให้คุณตื่นเต้นจนหัวใจคุณสั่นรัวๆเลยทีเดียวเชียวแหละ" ขอบคุณ carbuzz

สิงคโปร์ เปิดสวย เอาชนะ อินโดนีเซีย 64-40 ศึกยัดห่วง Stankovic Cup
stankovic /  บาสเกตบอล / 

ทีมยัดห่วง สิงคโปร์ ไว้ลายแชมป์เก่าเมื่อปี 2014 ด้วยการลงสนามนัดแรก เอาชนะ อินโดนีเซีย ไปได้แบบไม่ยากนัก 64-40 ในศึกบาสเกตบอลชิงแชมป์อาเซียน Stankovic Cup 2016 ที่สนาม Stadium29 เมื่อวันจันทร์ที่ 23 พ.ค. การแข่งขันบาสเกตบอลชิงแชมป์อาเซียน 5th SEABA Stankovic Cup 2016 ประจำวันจันทร์ที่ 23 พ.ค. คู่แรกเป็นการพบกันระหว่าง อินโดนีเซีย กับ สิงคโปร์ โดยเป็นโปรแกรมลงเล่นนัดที่ 2 ของทีมอิเหนา และเป็นเกมแรกสำหรับสิงคโปร์ ควอเตอร์แรก สิงคโปร์เป็นฝ่ายได้คะแนนนำไปก่อน 4-0 จากนั้นก็มาทำคะแนนอยู่แทบจะฝั่งเดียว ทิ้งห่างออกไปอีกเป็น 14-1 แต่ช่วงท้ายควอเตอร์ อินโดนีเซียก็ทำแต้มไล่ขึ้นมาเป็น 3-14 และจบควอเตอร์แรกลงที่สกอร์นี้ ควอเตอร์สอง อินโดนีเซียเริ่มต้นได้สวยด้วยการชู้ต 3 คะแนน ทำให้คะแนนตีตื้นขึ้นมา แต่สิงคโปร์ก็มาโชว์แม่นชู้ต 3 คะแนนลง 2 ลูกติดๆ กัน ทำให้หนีห่างออกไปอีกเป็น 20-9 จากนั้นก็มาใช้จังหวะสวนกลับเร็วเล่นงานจนได้คะแนนเพิ่มอีกเป็น 24-9 ทำเอาทีมอิเหนาต้องขอเวลานอกเพื่อติวเข้มลูกทีม จากนั้นยังคงเป็นสิงคโปร์ที่เดินหน้าทำแต้มได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะจบควอเตอร์นี้ไปด้วยสกอร์ขึ้นนำ 34-12 ควอเตอร์สาม สิงคโปร์เริ่มต้นด้วยการได้แต้มก่อน และออกนำไปเป็น 38-12 จากนั้นสกอร์ของทางฝั่งสิงคโปร์ก็ยังไหลมาเทมา จนกระทั่งปิดควอเตอร์นี้ไปได้ที่สกอร์นำห่างถึง 56-26 ควอเตอร์สี่ อินโดนีเซียพยายามทำแต้มไล่ขึ้นมา จนลดช่องว่างลงมาเหลือ 39-60 ขณะที่สิงคโปร์พยายามเร่งด้วยการชู้ต 3 คะแนน แต่ก็พลาดไปทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สุดท้ายสิงคโปร์ก็เป็นฝ่ายเล่นประคอง และเอาชนะไปได้ในที่สุด 62-40 รายชื่อผู้เล่นอินโดนีเซีย: Purnomo, Heryadi, Maryono, Da Silva, Handoyo, Tuasela, Wardana, Sugianto, Syah, Muhamad, Surliyadin รายชื่อผู้เล่นสิงคโปร์: Tay Ding Loon, Low Weng Hon, Toh Qing Huang, Ng John Jing Lun, Kwek Wei Meng, Lim Shengyu, Chia Zao Liang Lyon, Tang Andrew Wei Jie, Lim Kelvin Hong Da, Goh Kok Chiang Delvin, Lim Yong, Cheng, Tan Chin Hong

จัสติน บีเบอร์ ดราม่ารัวๆ! จวก BBMAs‬
#BBMAs /  2016 Billboard Music Awards / 

ไม่รู้ว่าหนุ่ม จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) เก็บกดอะไรรึเปล่า ตอนที่ขึ้นไปรับรางวัล Top Male Artist จากเวที 2016 Billboard Music Awards ก็กล่าวขอบคุณด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใส แต่พอวันรุ่งขึ้นบีเบอร์กลับโพสต์ข้อความด่าทอการจัดงานยาวเหยียดผ่าน Instagram จัสติน บีเบอร์ จวกงาน 2016 Billboard Music Awards หนุ่ม บีเบอร์ ได้โพสต์ภาพปราสาทแสนสวย มีทุ่งหญ้าสีเขียวชอุ่มกับแกะอีกหลายตัว แต่ข้อความใต้ภาพอ่านแล้วทำเอาจุกไปเลย โดยข้อความตอนหนึ่งนักร้องหนุ่มคนดังได้บอกกลาวถึงความตีสองหน้าของแขกที่มาร่วมงาน "ก็ไม่ได้จะหยาบคายใส่ใครที่ขึ้นโชว์หรือคนที่อยู่ในงานนะ ไม่มีอะไรนอกจากความรักและการสนับสนุนของคุณ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกดีตอนที่อยู่ในงาน ผมพยายามจะคิดว่านี่มันเป็นงานฉลองงานหนึ่ง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าผู้คนต่างกำลังวัดเรตติ้งให้คะแนนผมอยู่ระหว่างที่ผมโชว์ คนจำนวนหนึ่งดูจะกังวลเหลือเกินว่ากล้องจะจับเขาบ่อยไหมหรือจะไปแชตกับใครดี ตอนที่ผมกำลังโชว์ผมก็คิดว่ามันเป็นคืนที่ดี แต่งานประกาศรางวัลนี้ช่างดูหลอกลวงสุดๆ....ตอนที่ผมแสดงโชว์ผมเห็นคนดูบางคนยิ้มอย่างเสแสร้ง แต่พอกล้องจับเขาก็ทำหน้าแฮปปี้" นี่เป็นข้อความบางส่วนที่หนุ่ม จัสติน บีเบอร์ โพสต์ระบายผ่านอินสตาแกรมหลังไปร่วมงาน BBMAs I don't know about these award shows.. No disrespect to anybody at any of the shows or the people running it. Nothing but love for you guys and your support. But I don't feel good when I'm there nor after. I try to think of it as a celebration but can't help feeling like people are rating and grading my performance. A lot of people in the audience there to be seem worried about how much camera time they will get or who they can network with. When I'm doing a regular show I feel they are there for the right reasons and to strictly have a good time! But these award shows seem so hollow. I get the premise is to award people for their accomplishments, but is it really? Because when I look in the audience I see a bunch of fake smiles so that when the camera hits them they look happy. Sure there are people truly proud of others so I don't want to knock them I'm just looking at the vast majority. I just think to myself if I'm living my purpose I want the reward to be fulfillment. I'm getting awarded for the things that I'm doing and not for who I am which is understandable I know it would probably be hard to calculate and award someone's spirit lol. But When I do get these awards the temptation of putting my worth in what I do is so hard to fight!!!I am privileged and honored to be recognized by my peers in but in these settings I can't feel the recognition. There's an authenticity missing that I crave! And I wonder does anybody else.. Sorry not sorry about grammar it's not my strong point A photo posted by Justin Bieber (@justinbieber) on May 23, 2016 at 8:42am PDT จัสติน บีเบอร์ จวกงาน 2016 Billboard Music Awards จัสติน บีเบอร์ จวกงาน 2016 Billboard Music Awards มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อร่อยง่ายๆ แบบ Healthy กับไอศกรีมมะม่วง
Healthy /  มะม่วง / 

อร่อยง่ายๆ แบบ Healthy กับไอศกรีมมะม่วง ไอศกรีม หรือหวานเย็นทั่วๆ ไป มักจะมีส่วนประกอบของไขมันและน้ำตาลในปริมาณที่สูงมาก ด้วยน้ำตาลและไขมันสูงนี้เอง ทำให้รสชาติของไอศกรีมหรือหวานเย็น กลมกล่อม หอมหวาน นุ่มลิ้น ยิ่งแช่ให้เย็นจัดๆ หรือทำ เป็นน้ำแข็งไสแล้ว ยิ่งเย็นชื่นฉ่ำเหมาะกับอุณหภูมิของประเทศไทยในขณะนี้จริงๆ แต่สำหรับคนที่ห่วงสุขภาพ ต่อให้ไอศกรีมหรือหวานเย็นจะเหมาะกับสภาพอากาศช่วงนี้ยังไง ก็คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ใส่ใจตัวเอง แล้วอะไรล่ะ ที่จะตอบโจทย์คนเหล่านี้ได้? ถ้าให้มองหาผลไม้ในบ้านเราก็มีอยู่หลายชนิด แต่ผลไม้ที่เหมาะแก่การนำมาทำเป็นไอศกรีมมากที่สุดคงหนีไม่พ้น "มะม่วง" ที่จะกินในรูปแบบไหนก็อร่อยไปเสียหมด งั้นเราลองมาทำไอศกรีมมะม่วงในแบบ Healthy กันมั่งดีกว่า อร่อยแถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย... ส่วนประกอบ เนื้อมะม่วงสุก (ชนิดใดก็ได้)               175 กรัม นมสด Low fat                                100 กรัม โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (ชนิดไม่หวาน)    75 กรัม แบะแซ                                            25 กรัม **เพื่อเลี่ยงการเติมน้ำตาล เนื่องจากแบะแซเป็นกลูโคส เมื่อรวมกับมะม่วงสุกที่มีรสชาติหวานอยู่แล้ว แต่เพื่อรสชาติที่ดีเราควรชิมรสก่อนปั่นไอศกรีม เพราะมะม่วงสุกที่เราหามาได้ อาจมีความหวานไม่เท่ากัน หากใครต้องการเติมน้ำตาล สามารถเติมเพิ่มจากสูตรได้ประมาณ 10-15 กรัม** เมื่อเราได้วัตถุดิบครบแล้ว ก็ลงมือทำได้เลย เริ่มจาก นำนมสด แบะแซ น้ำตาล (ในกรณีที่ใส่น้ำตาล) ผสมรวมกัน ขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวพอแบะแซละลาย ยกลงพักไว้ นำเนื้อมะม่วงสุกมาปั่น หรือบดผ่านกระชอน แล้วเทผสมกับโยเกิร์ตให้เข้ากัน นำส่วนผสมในข้อ 2 เทผสมรวมกับข้อ 1 ใช้ตะกร้อมือคนผสมให้ขึ้นฟูเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเข้าแช่ในช่องแช่แข็งประมาณ 5-6 ชั่วโมง สลับกับการนำออกมาขูด ทำอย่างนี้ประมาณ 4-5 ครั้งก็จะได้ไอศกรีมมะม่วงแสนอร่อยที่ให้แคลอรี่น้อยกันแล้ว **หากใครมีเครื่องทำไอศกรีม เมื่อผสมทุกอย่างเสร็จแล้ว ให้แช่เย็นไว้ 1-2 ชั่วโมง แล้วเทใส่เครื่องทำไอศกรีม ปั่นจนเนื้อไอศกรีม มีลักษณะเกาะตัวกันเป็นก้อน ก็จะได้ไอศกรีมมะม่วงแล้ว** นอกจากวัตถุดิบจะหาง่ายแล้ว วิธีทำก็ไม่ยาก เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาในการทำพอสมควร แถมยังเหมาะที่จะเป็นกิจกรรมทำแก้เบื่อตอนอยู่ที่บ้านด้วย ใครกำลังมองหาไอศกรีมแสนอร่อยแบบ Healthy อยู่ล่ะก็ ลองนำสูตรนี้ไปทำกันดูนะ... เครดิตจาก นิตยสาร @rama ฉบับเดือนพฤษภาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

เรื่องจริงวัยรุ่นยุคใหม่ Gen Z คนเกิดหลัง 1995
ข่าวการศึกษา /  ปัญหาวัยรุ่น / 

ตอนม.ต้น-ปลาย เพื่อนๆ คงจะเคยเรียนเรื่องของ Generation กันมาบ้างแล้ว โดยที่เรารู้กันคือจะมีการแบ่งพัฒนาการของวัยในแบบต่างๆ อย่างเช่น รุ่น Babyboom (Gen B) , Gen X , Gen Y และ Gen Z  ซึ่งในแต่ละช่วงวัยนี้ เมื่อมาอยู่ร่วมกันในสังคมจะสังเกตุเห็นความขัดแย้ง ความคิด ความแตกต่างกันได้ง่ายมากๆ เช่น พ่อแม่ไม่เข้าใจลูกที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ครูไม่เข้าใจเด็กนักเรียน นั่นก็เพราะ Generation ช่วงยุคสมัยของคนที่เกิดนั้นต่างกัน ทำให้ความคิด การกระทำไม่ตรงใจกันสักเท่าไหร่นั่นเอง วันนี้ teen.mthai มี เรื่องจริงวัยรุ่นยุคใหม่ Gen Z คนเกิดหลัง 1995 มาฝากเพื่อนๆ กันคะ ^^ เรื่องจริงวัยรุ่นยุคใหม่ Gen Z คนเกิดหลัง 1995 ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก Generation ทั้ง 4 กันก่อนดีกว่า ! Gen B (Baby boomers) : ค.ศ. 1946 กลุ่มคนที่เกิดช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎเกณฑ์ กติกา? อดทน ให้ความสำคัญกับผลงานแม้ว่าจะต้องใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จ?? อีกทั้งยังมีแนวคิดที่จะทำงานหนักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว? มีความทุ่มเทกับการทำงานและองค์กรมาก คนกลุ่มนี้จะไม่เปลี่ยนงานบ่อยเนื่องจาก??? มีความจงรักภักดีกับองค์กรอย่างมาก ปัจจุบันนักการตลาดในหลายๆ ประเทศเน้นทำการตลาดกับกลุ่มนี้เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อ มีศักยภาพในการบริโภคสินค้า? มีทัศนคติที่ดีต่อการซื้อจับจ่ายใช้สอยสินค้าเพื่อตัวเองและบุคคลใกล้ชิด Gen X (Extraordinary Generation) : ค.ศ. 1965 มีลักษณะพฤติกรรมชอบอะไรง่าย ๆ ไม่ต้องเป็นทางการ ให้ความสำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว (Work ? life balance)? มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะรู้ทุกอย่างทำทุกอย่างได้เพียงลำพังไม่พึ่งพาใคร มีความคิดเปิดกว้าง พร้อมรับฟังข้อติติงเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาตนเอง? ในด้านพฤติกรรมการบริโภคจะเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่กล้าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทำงานในลักษณะใช้ความคิด สมาชิกหลักในครอบครัวทำงานทั้งสองคนใช้ชีวิตแบบทันสมัย Gen Y (Why Generation) : ค.ศ. 1980?วัยรุ่น - วัยทำงาน เป็นกลุ่มคนที่โตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี เป็นวัยที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน มีลักษณะนิสัยชอบแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบอยู่ในกรอบและไม่ชอบเงื่อนไข คนกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนในการทำงานว่าสิ่งที่ทำมีผลต่อตนเองและต่อหน่วยงานอย่างไร? อีกทั้งยังมีความสามารถในการทำงานที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร และยังสามารถทำงานหลาย ๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน? Gen-Y เป็นผู้บริโภคที่ใจร้อน ต้องการเห็นผลสำเร็จทุกอย่างอย่างรวดเร็วเนื่องจากเชื่อในศักยภาพของตนเอง กลุ่มคน Gen-Y เชื่อว่าการประสบความสำเร็จในชีวิตจะเกิดขึ้นต้องทำงานหนัก ทำให้มีการแต่งงานช้าลง ไม่ถึง 30 ไม่แต่ง ถ้ามีแฟนแล้วแฟนมีอุปสรรคกับงาน ก็จะเลิกกับแฟนเลือกงาน คนกลุ่มนี้มักเปลี่ยนงานบ่อย มีเครดิตการ์ดมากกว่า 1ใบ ใช้บริการประเภทและมักใช้บริการ Personal Credit มากขึ้น Gen Z : ค.ศ. 2000 บ้างว่าเป็น iGeneration , internet generation หรือ Silent Generation (เจนเงียบ) เนื่องจากการสื่อสารระหว่างคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นการสื่อสารผ่านข้อความบนหน้าจอมือถือ หรือคอมพิวเตอร์แทนการพูด เรื่องจริงวัยรุ่นยุคใหม่ Gen Z คนเกิดหลัง 1995 1. สมาร์ทโฟนเป็นอวัยวะของชาว Gen Z โทรศัพท์มือถือ ทั้งกลุ่มสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตถือว่าเป็นอวัยวะที่ 33 ของชาว Gen Z ต้องมีลูกเล่นหลายอย่างทั้งโทร ทั้งแชต ถ่ายรูป ฟังเพลง เล่นเกม ดูคลิป ฯลฯ ที่ตอบสนองวงจรชีวิตดิจิทัล โลกออนไลน์สำหรับชาว Gen Z ไม่ใช่โลกเสมือนแต่คือโลกความจริงอีกโลกเลยทีเดียว ฝรั่งให้ลักษณะของ Gen Z ว่า Digital in their DNA เลยทีเดียว โลกดิจิทัลสำหรับคนรุ่นนี้ สำคัญยิ่งกว่าตัวเงินจริงๆ เพราะไม่มีเงินยังยืมเพื่อนได้ แต่ถ้าไม่มีโทรศัพท์ (ไว้แชตหรืออื่นๆ) แทบจะเฉาตายเลยนะเออ 2. Gen Z เป็นมนุษย์ข้อมูลและสถิติที่ห่วงอนาคต Gen Z ติดโลกออนไลน์ จึงรับข้อมูลข่าวสารมากกมายอย่างรวดเร็ว ทั้งข่าวทันโลก และวิเคราะห์สถิติเรื่องต่างๆ เพื่อคาดการณ์อนาคต ดังนั้น ชาว Gen Z จึงเป็นทั้งคนชอบตัดสินใจทำอะไรอย่างรวดเร็ว ไม่ชอบรอคอย แต่ก็เป็นคนที่กลัวอนาคตด้วย เรียนอะไรดีไม่ตกงาน อาชีพอะไรมั่นคง มีแนวโน้มว่าจะเลือกงานที่เงินดีมากกว่าที่ชอบจริงๆ ข้อมูลที่เข้าหาชาว Gen Z อาจทำให้ Gen Z เองกลายเป็นคนที่กลัวที่จะตัดสินใจเรื่องอาชีพการงานในอนาคต ข้อมูลมาก ก็กลัวมากนั่นเอง 3. Gen Z เชื่อมโลก เชื่อมวัฒนธรรม คน Gen Z เปิดกว้างทางความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่างมากขึ้น เพราะเพียงลัดนิ้วเดียว ก็สามารถคุยกับเพื่อนต่างชาติที่มีจากอีกซีกโลกได้ แม้ว่าจะต่างพื้นฐานวัฒนธรรมก็อาจมีความชอบความบันเทิงเดียวกัน ซึ่งการเชื่อมโลกแบบนี้ ทำให้ Gen Z มีความรู้สึกเปิดกว้างในการยอมรับความแตกต่างได้ง่ายมากขึ้น มีแนวโน้มที่จะปรับทัศนคติได้ดี ไม่แบ่งแยกชนชั้น สีผิว ศาสนา หรือประเพณีที่แตกต่าง แต่ก็อาจจะยิ่งเทิดทูนความเป็นทุนนิยมมากขึ้น 4. Gen Z ทำเพื่อตัวเองก่อน มีผลการศึกษาที่สอบถามว่าหากชาว Gen Z มีเงิน หรือได้เงินมากจากงานใดๆ ก็ตามมีแนวโน้มที่จะใช้เงินเพื่อตัวเองก่อน เช่น ซื้อของที่อยากได้ แล้วใช้เก็บออมเป็นอันดับต่อมา และเพียงประมาณ 10 เปอร์เซ็นเพื่อการกุศล แต่อย่างไรก็ตามชาว Gen Z ค่อนข้างจะรู้สึกมีส่วนร่วมกับสถานภาพฐานะของครอบครัว จะพิจารณาว่าจะซื้ออะไร หรือจะทำอะไรเพื่อช่วยครอบครัวประหยัดมากขึ้น มีนิสัยที่จะพยายามทำอะไรด้วยตนเองมากขึ้น เรียกร้องสิทธิ์ตัวเอง ชอบอิสระเสรี รู้จักเก็บออมเพื่ออนาคตมากขึ้น แต่ก็ตามลักษณะนิสัยพื้นฐานของแต่ละคนด้วย 5. Gen Z มีแนวโน้มเป็นมนุษย์หลายงาน ความอดทนต่ำ ชีวิตดิจิทัลที่รวดเร็วทำให้เด็กรุ่น Gen Z มีความอดทนรอคอยต่ำ ชอบทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน ในมุมหนึ่งอาจมองว่าการทำหลายๆ อย่างพร้อมกันเป็นเรื่องดูเก่ง แต่จริงๆ การทำการบ้าน ฟังเพลง ดูทีวี แชตกับเพื่อน และคุยกับแม่ หรืออื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน ทำให้ประสิทธิภาพในการรับรู้และการทำงานแต่ละชิ้นลดลงโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งในส่วนนี้พ่อแม่ของชาว Gen Z ต้องสอนให้เด็กรุ่นนี้มีสมาธิกับงานด้วย ที่สำคัญต้องระมัดระวังอย่าให้ติดอยู่ในโลกดิจิทัลมากนัก ไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาติดเทคโนโลยีอย่างอาการติดอินเทอร์เน็ต (Internet addiction) อาการความจำเสื่อมเพราะโลกดิจิตอล (Digital Dementia) เป็นต้น 6. Gen Z ยังต้องการความรักและความห่วงใย แม้ Gen Z จะมี DNA เป็นรหัสดิจิทัล แต่การพูดคุยติดต่อผ่านเทคโนโลยีอย่าง facebook หรือโซเซียลมีเดียอื่นๆ ก็ยังไม่สามารถแทนที่การคุยจริงๆ ได้ แม้จะมีอิโมติคอนมากมายก็ตามแต่เรื่องบางเรื่องข้อความไม่สามารถสื่อความรู้สึกที่แท้จริงได้ และเด็กๆ ทุกคนก็ยังต้องการความเข้าใจจากผู้ใหญ่ อันเป็นพื้นฐานของมนุษย์อยู่แล้ว ยังอยากให้ผู้ใหญ่แสดงความรู้สึกห่วงใย แม้ว่าจะต้องการโลกส่วนตัวขนาดไหนก็ตาม ผู้ใหญ่ต้องปรับตัวมากที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วของเทคโนโลยีเท่าๆ กับที่วิถีของชาว Gen Z ที่รวดเร็วเช่นกัน 7. โลกเร็ว ฉันเร็ว ฮีโร่ของ Gen Z มักเป็นคนดังที่อายุใกล้เคียงตัวเอง ที่สร้างแรงบันดาลใจได้ อย่างดารา นักร้อง นักเขียน มากกว่าฮีโร่ตัวอย่างเศรษฐีพันล้านที่ประสบความสำเร็จจากเสื่อผืนหมอนใบแบบเมื่อสามสิบก่อน เพราะเทคโนโลยีตอบสนองได้แทบทุกอย่าง ชาว Gen Z จึงคิดว่า "ทำได้ทุกอย่าง" ดังนั้นชาว Gen Z แล้ว แทบจะไม่เข้าใจในเรื่อง ช้าๆ ได้พร้าสองเล่มงามเท่าไหร่ ชอบที่จะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แบบฮีโร่คนดังแต่เด็กทั้งหลาย สิ่งที่ทำ ก็อยากให้เห็นผลเร็วๆ แต่ในชีวิตจริง มันไม่มีอะไรที่ได้ผลรวดเร็วเสมอไป ดังนั้นวัยรุ่น Gen Z และครอบครัวต้องสอนเรื่องช้าๆ แต่ชัวร์ หรือ การค่อยๆ พยายามสั่งสมเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่สำเร็จ 8. Gen Z เป็นเจ้าหนูจำไม (ทำไม) ชาว Gen Z ต้องการคำอธิบายมากขึ้น ต้องมีเหตุผล ต้องรู้สึกว่าได้เข้าใจกับทุกเรื่องในชีวิต อยากมีส่วนร่วมในครอบครัว ต้องการตัดสินใจชีวิตตัวเอง (แม้จะสับสนและกลัวอนาคตก็ตาม) ดังนั้นจึงกล้าคิดกล้าและกล้าถามมากขึ้นกว่าคนรุ่นก่อน หมดยุคของการที่วัยรุ่น Gen Z (และ Gen Y ตอนปลาย) จะยอมรับเหตุผลแค่ว่า "ไม่ต้องยุ่งหรอก เรื่องของผู้ใหญ่" แล้ว ผู้ใหญ่จึงควรเปิดโอกาสให้ Gen Z คิด และแสดงความคิดเห็นเรื่องในครอบครัวด้วย หากกีดกันหรือไม่อธิบายอะไรจะระเบิดได้ง่ายๆ หรือหากไม่พอใจคำอธิบาย เขาก็จะไปหาคำอธิบายจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจจะมีทั้งดีและร้ายปะปนกันไป ดังนั้นควรการเปิดโอกาสให้ได้คิด สอนการแสดงเหตุผลอย่างถูกต้อง อธิบายย่างตรงไปตรงมาดีกว่า 9. Gen Z หาความรู้ได้ทุกที่ การเรียนรู้ของชาว Gen Z เน้นผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น ถ้าสามารถจัดห้องเรียน จัดบ้านนำเอาเทคโนโลยีมาเสริมกับกิจกรรม ให้แรงจูงใจ มีการแข่งขัน มีรางวัล จะช่วยให้ชาว Gen Z กระตือรือร้นในการเรียนรู้มากขึ้น บอกเลยว่า Gen Z เกลียดการเรียนแบบบรรยายมากๆ แล้วก็ชอบข้อมูลแนวกราฟ ภาพ สถิติชัดเจน เน้นข้อมูลสั้นๆ ที่เข้าใจง่ายๆ เพราะมีแนวโน้มว่าชาว Gen Z จะเริ่มต้นจดจำข้อมูลได้ดีจากข้อมูลสั้นๆ เหล่านี้ ตามแบบฉบับโลกออนไลน์ที่ข้อมูลไหลเร็วไงล่ะ ที่สำคัญชาว Gen Z มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ดังนั้นจึงเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้อย่างไม่จำกัด ครูและพ่อแม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตมาเป็นสื่อในการเรียนรู้ได้ แต่ก็ต้องตามทันลูกหลานด้วยนะ! เรียบเรียง teen.mthai อ้างอิง kiatkarinedekd