การนับคะแนนตะกร้อลอดห่วง

ต้านไม่อยู่! สาวไทย พ่าย ญี่ปุ่น 0-3 เซต ลูกยาง เวิลด์ กรังปรีซ์ ที่เกียวโต
ญี่ปุ่น /  วอลเลย์บอล / 

นักตบลูกยางสาวไทย ไม่สามารถต้านทานเจ้าถิ่นได้ ในศึก วอลเลย์บอล เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 สนาม 3 ที่ชิมาสึ อารีน่า, เกียวโต เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมาโดยพ่ายต่อ ญี่ปุ่น ไป 0-3 เซต 20-25, 19-25, 15-25 เซตแรก เริ่มต้นอย่างสูสี ก่อนที่ญี่ปุ่นจะได้หนีห่างไปก่อน 7-4 จากการตบเสียเองของสาวไทย จากนั้นเจ้าถิ่นก็มาขยับหนีออกไปอีก 9-4 อย่างไรก็ตาม ไทยก็ไล่คืนมาได้ จากการเสิร์ฟเสียเองของ ยูกิโกะ เอบาตะ ก่อนที่ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ จะตบให้ไทยไล่มา 7-9 จากนั้นสาวไทยก็มาตีเสมอได้ที่ 10-10 ก่อนพลิกนำ 11-10 จากลูกเสิร์ฟเอซของ พรพรรณ เกิดปราชญ์ จากนั้นคะแนนก็ขับเคี่ยวกันมาจนถึงช่วงปลายเซต กลายเป็นญี่ปุ่นที่นำ 23-20 ทำให้ โค้ชด่วน ดนัย ศรีวัชรเมธากุล ต้องขอเวลานอก ก่อนที่ญี่ปุ่นจะเก็บได้ 2 คะแนนติด ทำให้ได้เซตแรกไปก่อน 25-20 เซตสอง ไทยเริ่มต้นได้ดี โดยขึ้นนำไปก่อน 6-4 ก่อนที่ อะริสะ อิโนะอุเอะ จะตบออก ทำให้สาวไทยนำห่างออกไปเป็น 8-5 แต่สุดท้ายญี่ปุ่นก็พลิกกลับมานำ 10-9 และหนีห่างไปอีกเป็น 18-15 ช่วงปลายเซตญี่ปุ่นยิ่งเล่นยิ่งเหนียว ทำให้สาวไทยไม่สามารถทำคะแนนไล่ทันได้ ก่อนที่สาวแดนปลาดิบจะเก็บเซตไปอีก 25-19 ขึ้นนำไทย 2-0 เซต เซตสาม ญี่ปุ่นยังทำได้ดีกว่า โดยขึ้นนำไทย 7-3 แต่ลูกบล็อคจาก จรัสพร บรรดาศักดิ์ ก็ช่วยให้ไทยไล่ขึ้นมาเป็น 5-8 จากนั้นแต้มของญี่ปุ่นก็ไหลไปอีก ขึ้นนำไทย 16-10 ช่วงปลายเซตยังเป็นเจ้าถิ่นที่ทำได้ดีกว่าชัดเจน ก่อนที่จะเก็บเซตนี้ไปได้ 25-15 ทำให้เอาชนะไทยไป 3-0 เซต 25-20, 25-19, 25-15 สำหรับโปรแกรมต่อไป สาวไทย จะพบกับ รัสเซีย ในวันเสาร์ที่ 25 มิ.ย. เวลา 13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ขอบคุณภาพจาก FIVE World Grand Prix

แดนกลางแข็งโป๊ก!ไก่ปิดดีลซิว วันยาม่า จากนักบุญ 11 ล้านป.
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  วิคเตอร์ วันยาม่า / 

ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ จัดการซิวตัว วิคเตอร์ วันยาม่า กองกลางตัวรับสายถึกของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน เข้าทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ทีม”ไก่เดือยทอง” จัดการเสริมทัพเพื่อฤดูกาลใหม่แล้ว ด้วยการซื้อตัว วิคเตอร์ วันยาม่า กองกลางตัวรับจอมแกร่ง ซึ่งเป็นอดีตลูกน้องเก่าของ เมาริซิโอ้ ปอเช็ตติโน่ กุนซือคนปัจจุบันสมัยคุมเซาแธมป์ตันมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ และนักเตะได้เข้ามาทำการเปิดตัวกับทีมใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยสัญญา 5 ปี “นี่คือฟ้าใหม่ของอาชีพ และผมเชื่อว่าผมจะสามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทีมใหม่ของผมได้” ดาวเตะชาวเคนย่า กล่าวกับเว็บไซด์จากแอฟริกา สำหรับ วันยาม่า เป็นนักเตะชาวเคนย่าคนแรกที่ได้เล่นในพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ย้ายจาก เชลติก มาอยู่กับเซาแธมป์ตันด้วยค่าตัว 12.1 ล้านปอนด์ ซึ่งการย้ายครั้งนี้ เชลติก จะได้เปอร์เซ็นส่วนแบ่งด้วยถึง 1.1 ล้านปอนด์

เรซซิ่งทรัค จับมือ อันลิมิตไวซ์ จัดแข่ง Sonic One Makerace
Sonic One Makerace /  อันลิมิตไวซ์ / 

เป็นการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่จัดขึ้นโดยกลุ่มของ Racing truck และ unlimitz-white และที่สำคัญงานนี้มีกลุ่มของการแข่งขันของรถ Sonic onemakerace เข้ามาด้วย เป็นรถสแตนดาส ซึ่งเป็นโซนิคล้วนๆ เพื่อเก็บคะแนนชิงแชมป์ประจำปี ด้วยกันในครั้งนี้เป็นสนามแรกของเขา ซึ่งได้รับความสนใจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศซึ่งมีเป็นครั้งแรกที่นี่ และนอกเหนือจากนั้นยังมีกลุ่มรถหรือเจ้าของอู่ดังๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมมากมายเช่นทีม Ditto

รีวิว Independence Day: Resurgence มนุษย์ประกาศอิสรภาพอีกครั้ง
ID4 /  Independence Day: Resurgence / 

รีวิว Independence Day: Resurgence มนุษย์ประกาศอิสรภาพอีกครั้ง หลังจากที่โลกปราศจากการรุกรานใด ๆ มาตลอด 20 ปีเต็ม มนุษย์ทุกคนได้เรียนรู้จากบทเรียนในอดีต และนำสิ่งที่มีอยู่มาพัฒนาให้เผ่าพันธุ์พัฒนาขึ้น เพื่อวันหนึ่งจะไม่ต้องหวั่นเกรงภัยจากสิ่งมีชีวิตนอกโลก กระทั่ง Independence Day: Insurgence ปล่อยตัวอย่างออกมา ก็ทำให้รู้ว่าเอเลี่ยนจะกลับมาเยือนโลกอีกครั้ง และดูจะแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนด้วย การรวมใจของมนุษยชาติที่ไม่แบ่งแยกชาติพันธุ์และชนชั้นเริ่มต้นขึ้น ผมไม่ปฏิเสธที่จะเป็นหนึ่งในสักขีพยานในการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างแน่นอน Independence Day: Resurgence ไอดี 4 สงครามใหม่วันบดโลก ว่าด้วยเรื่องราวของเอเลียนที่มีวิวัฒนาการก้าวหน้าสามารถรักษาตัวเองได้ พร้อมกับความสามารถในรูปแบบใหม่ที่ทำให้พวกมันแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และวันนี้พวกมันเดินทางกลับมาอีกครั้งเพื่อยึดครองโลก มีเพียงชายหญิงที่มีความกล้าหาญและมีความชาญฉลาดเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรับมือกับมหาวินาศกรรมในครั้งนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์จึงต้องร่วมมือกันก้าวข้ามผ่านวันสิ้นหวังไปให้ได้ เนื้อเรื่องเล่าต่อจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในช่วงต้นปูพื้นให้เห็นว่าปัจจุบันโลกมีเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมนุษย์ทั่วโลกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แทบไม่เห็นการเล่าเรื่องย้อนหลังแต่อย่างใด เนื้อเรื่องไม่มีความสลับซับซ้อนหรือเข้าใจยาก สำหรับผู้ที่ไม่ได้ชมภาพยนตร์ในภาคแรกมาก็สามารถรับชมอย่างเข้าใจไปพร้อมกับเนื้อเรื่องได้ ตัวละครในเรื่องมีพอสมควร แต่ตัวละครทุกตัวมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันออกไปค่อนข้างชัดเจน ทำให้ไม่สับสนเวลาชมอย่างแน่นอน ตัวละครเก่า ๆ มาร่วมถือปืนออกรบกันอย่างครบครัน แต่ด้วยความที่ตัวละครเยอะเกินไปอาจจะเป็นข้อเสียของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ว่าได้ เพราะตัวละครหลักบางตัวที่ดูแล้วไม่ได้จำเป็นกับเนื้อเรื่องสักเท่าใดนัก รวมไปถึงตัวละครประกอบที่ไม่จำเป็นต้องมี ทำให้ความสนุกของเนื้อเรื่องลดลงไปเล็กน้อย คาดหวังมากทีเดียวกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง ID4 ที่เคยสร้างความยิ่งใหญ่ไว้เมื่อปี 1996 ผ่านมา 20 ปี การเดินทางของยานเอเลี่ยนขนาดใหญ่ยักษ์ในครั้งแรกที่เห็นนั้นเรียกความน่ากลัวได้ดีทีเดียว และทันทีที่ยานลำนี้เดินทางถึงโลก ภัยพิบัตินานับประการก็เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถเรียกความท้อแท้สิ้นหวังได้เท่าที่ควร ฉากแห่งความพินาศของบ้านเมืองหรือผู้คนมีให้เห็นน้อยเกินไป ซึ่งผมมองว่ายานเอเลี่ยนลำมหึมาน่าจะสร้างความบรรลัยให้โลกได้มากกว่านี้ ภาพยนตร์จะพยายามสร้างความรู้สึกกระตุ้นจิตสำนึกให้มนุษยชาติเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ถือเผ่าพันธุ์เป็นสำคัญไม่ยอมแพ้ต่อเผ่าพันธุ์อื่นจากนอกโลก แต่ความรู้สึกตรงนี้ภาพยนตร์ยังดึงออกมาได้ไม่สุด เพราะภาพยนตร์ยังไม่สามารถสร้างความสิ้นหวังให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งการที่เอเลี่ยนบุกมาอีกครั้งในรอบ 20 ปีนี้ น่าจะทำอันตรายกับโลกของเราได้มากกว่าที่เห็นในภาพยนตร์ ความสนุกสนานเพิ่มมากขึ้นในช่วงกลางเรื่องถึงท้ายเรื่อง เมื่อบอสปรากฏตัว ความน่าเกรงขามและความแข็งแกร่งของมันทำให้มนุษย์ตัดสินใจฆ่าอย่างไม่ปรานี และความสามารถของบอสนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่มนุษย์ธรรมดาจะต่อกรด้วย แต่ความเก่งตรงนั้นกลับถูกลดทอนลงจากตัวละครประกอบที่ไม่จำเป็นต้องมีในเนื้อเรื่อง ในวันนี้วันที่โลกหมุนรอบตัวเอง หมุนรอบดวงอาทิตย์ และเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลอย่างเงียบสงบ ผู้ที่อาศัยอยู่บนโลกกลับอยู่อย่างไม่สงบสุข แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และสีผิว ออกจากกัน เกิดการรวมกลุ่มสร้างความเป็นใหญ่ไม่เห็นใจผู้ที่อ่อนด้อยกว่า ฆ่าเผ่าพันธุ์เดียวกันเป็นผักปลาเพื่อให้สาแก่อารมณ์ชั่ววูบ ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้แม้แต่น้อย หากจะให้เผ่าพันธุ์มนุษย์หลอมรวมจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกันได้ คงต้องรอให้สักวันหนึ่งมีอาคันตุกะแปลกหน้าที่พร้อมจะฆ่าเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอนี้ปรากฏตัว เมื่อนั้นสิ่งที่สุดแสนจะเป็นนามธรรมดังที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะเกิดขึ้นจริงก็เป็นได้ คะแนน 4/5 กับการรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเอาชนะเหล่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญ บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ ความเห็นจากผู้ชม ด้วยเทคนิคตระการตาที่ครบครันของยุคนี้ เลยทำให้ฉากต่อสู้ สภาพบรรยากาศความอลังการของฐานทัพ บ้านเมือง ความวิบัติของบ้านเมืองในเนื้อเรื่องชวนว้าวเอามาก ๆ ความตื่นเต้นเร้าใจของฉากแอ็คชั่น ยอมรับเลยว่ามันถึงใจจริง ๆ เนื้อเรื่องดำเนินไปรวดเร็ว ไม่มีจังหวะน่าเบื่อหรือชวนง่วง แต่มันไม่ค่อยแปลกใหม่ ยังเป็นปมที่หาได้ทั่วไปในหนังสมัยนี้ ตัวละครหลาย ๆ ทีมที่เพิ่มเข้ามา มันทำให้ดูเยอะเกินไป ยังไม่ถึงกับทำให้ชวนงง แต่มันก็รู้สึกได้ว่าเยอะไปจริง ๆ โดยรวมจัดว่าว้าว แต่มันว้าวไม่สุด Mayzilla หนังเป็นยังไง ถ้าจะเล่าเรื่องราวของภาคแรก คงจะไม่ได้ แต่ถ้าให้แนะนำอยากให้ดูภาคแรกก่อน แล้วมาดูภาคปัจจุบัน คุณจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เล่าถึงวันที่โลกถูกยึดโดยกลุ่มเอเลี่ยน ท่านประธานาธิบดี เร่งหาวิธีที่จะให้สถานการณ์บ้านเมืองกลับมาเป็นปกติ โดยภาคนี้ จะเล่าเหตุการณ์ 20 ปีถัดมา ซึ่งเป็นรุ่นลูก ๆ แล้ว ยุคปัจจุบันนั้น เทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น เห็นได้เลยว่าหนังมีความสมจริงมากขึ้น CG เนียนมากขึ้น ฉากอวกาศสวยงามมาก ๆ ข้อเสียของหนังอาจจะเสียที่พล็อต วกไปวนมาอยู่ ซึ่งก็คล้าย ๆ กับภาคแรกและครับ แต่ดีที่การเล่าของภาคนี้ มันดูไม่ยัดเหยียดคนดูจนเกินไป ทำได้กำลังดีพอดี เลียม พระเอกภาคนี้ สามารถทำให้่คนดูลุ้นมาก ๆ ในโรงทุกคนเงียบ ตั้งใจดูโดยมิได้นัดหมาย อยากให้ลองไปดูกันกับ ID4 หักหนึ่งคะแนนที่พล็อต แต่ CG การแสดงทุกคนปังมาก ๆ ^^ แบบ 3D แอบเสียดายบางฉากดันไม่ทะลุตาสะนี้ น่าจะทะลุตามากกว่านี้ ได้เพิ่มอรรถรสมากขึ้น แอดมินเท็ด คอหนังและซีรีส์ที่แท้จริง เนื้อหาโดยรวมยังมีความคลุมเครืออยู่ ในส่วนขอสเปเชียลเอฟเฟกต์ดีมาก บวกกับความสนุกตามสไตล์หนังสงคารม แต่ยังขาดอรรถรสในการต่อสู้บนพื้นราบ ตัวละครใหม่ยังมีบทบาทน้อยอยู่ หรืออาจจะเตรียมไว้สำหรับภาคต่อไปก็เป็นไปได้ Presidents

ยูโร 2016 ดาวเด่นประจำวัน 21 มิ.ย. ดาริโย เซอร์น่า (โครเอเชีย)
ดาริโย เซอร์น่า /  ยูโร 2016 / 

นับเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างดราม่าทีเดียวสำหรับ ดาริโย เซอร์น่า ปราการหลังกัปตันทีม โครเอเชีย ซึ่งสูญเสียพ่อบังเกิดเกล้าไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แถมทีมตราหมากรุกที่กำลังมาดีๆ ในเกมกับ สาธารณรัฐเช็ก ที่ขึ้นนำไปก่อน 2-0 ก็ดันมาถูกตีเสมอไปในช่วงท้ายเกม ท่ามกลางความดุเดือดของแฟนบอลทีมตัวเองที่โยนพลุไฟลงมาเพื่อจงใจป่วนเกม เมื่อวานที่ผ่านมา เกมกับ สเปน เป็นศึกชิงแชมป์กลุ่มดีโดยแท้จริง หากแต่ว่ามันเป็นงานยากสำหรับ โครเอเชีย ซึ่งชัยชนะถึงจะเพียงพอในการแซงหน้าเข้าป้ายเป็นอันดับ 1 แถมทีมกระทิงดุยังเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนอีกต่างหากในครึ่งแรก อย่างไรก็ตาม เซอร์น่า ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ กองหลังวัย 34 ปี คอยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันเขาก็ทำหน้าที่ในแนวรับได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จากนั้นเมื่อทีมตีเสมอได้ เกมดำเนินมาถึงครึ่งหลังทำท่าว่าจะกลับไปเสียเปรียบเหมือนเดิมอีกแล้ว เมื่อต้องเสียจุดโทษให้กับ สเปน แต่ก็เป็น เซอร์น่า คนนี้ที่นำสาส์นบางอย่างไปกระซิบบอกผู้รักษาประตู ดาเนียล ซูบาซิช จนกระทั่งเซฟได้ ก่อนที่ โครเอเชีย จะพลิกกลับมาชนะได้ในที่สุดช่วงท้ายเกม ด้วยบทบาทสำคัญเช่นนี้ แม้เขาจะไม่ได้มีส่วนกับทั้ง 2 ประตูที่ทีมทำได้ แต่เราก็ขอยกให้ ดาริโย เซอร์น่า คนนี้เป็นดาวเด่นประจำวันที่ 21 มิ.ย. และเราก็เชื่อเหลือเกินว่าพ่อของเขาที่มองลงมาจากบนฟ้าจะต้องภาคภูมิใจกับผลงานของลูกชายในเกมนี้แน่นอน เช็คผลบอล Euro 2016 รายงานทุกสนาม และการทำประตู >> ผลบอลยูโร

ผลฟุตบอล โปแลนด์ แม่นจุดโทษ! ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ เข้ารอบ 8 ยูโร 2016
ผลบอล /  ผลฟุตบอล / 

ผลฟุตบอล ศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ปรากฏว่า โปแลนด์ เอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการดวลจุดโทษชนะ 5-4 (หลังเสมอกัน 1-1) โปแลนด์ทะลุผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นทีมแรก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบแบ่ง 16 ทีมสุดท้าย วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน 2559 สวิตเซอร์แลนด์ vs โปแลนด์ ผู้ทำประตู: 0-1 บลาสซีคอฟสกี้ 39', 1-1 ชากิรี 82' เวลา: 20.00 น. สนาม: สต๊าด เจฟฟรัว กุยซาร์ด ถ่ายทอดสด: ช่อง 3 HD (33) เริ่มเกมตั้งแต่นาทีแรก สวิตเซอร์แลนด์เกือบเสียประตู เมื่อฌูรูส่งหลังให้ซอมเมอร์เบาเกินไป โดนมิลิคโฉบเข้ามายิง แต่บอลเหินข้ามคานแบบน่าเสียดาย หลังจากนั้นโปแลนด์เป็นฝ่ายขึงเกมตลอด 10 นาทีแรก น.10 เซอร์ดาน ชากิรี มีโอกาสยิงให้สวิตเซอร์แลนด์บ้าง แต่บอลเข้าข้างตาข่าย น.20 ไครซ์ตอฟ แมคชินสกี้ มีโอกาสยิงไกลให้กับโปแลนด์ แต่บอลลอยหลุดออกข้างไปแบบหมดลุ้น น.31 โปแลนด์ยังเป็นฝั่งที่ได้ลุ้นประตู จากจังหวะหลุดของ โกรซิชกี้ ที่ตัดสินใจยิงทันที บอลลอยหลุดออกนอกกรอบไปแบบหมดลุ้น อีก 2 นาทีต่อมา โปแลนด์ยังบวกสกอร์ไม่ได้ จากจังหวะที่ มิลิค มีโอกาสยิงจ่อๆ แต่บอลก็ยังหลุดออกหลังไป น.39 โปแลนด์ขึ้นนำจนได้! จากการโยนบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย ทะลุมาถึง ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้ ที่ยืนที่เสาสอง ซัดบอลลอดตัวยานน์ ซอมเมอร์เข้าไป โปแลนด์ 1-0 สวิตเซอร์แลนด์ จบครึ่งแรก! สวิตเซอร์แลนด์ตามหลังโปแลนด์ 0-1 ออกสตาร์ทครึ่งหลัง สวิตเซอร์แลนด์ดูคึกคักขึ้นมา ป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณหน้าปากประตูโปแลนด์หลายครั้ง น.50 เลวานดอฟสกี้ มีโอกาสจิ้มหัวเกือก แต่ยังไม่สามารถสร้างภาระให้กับซอมเมอร์เท่าที่ควร นอกจากนี้ยังเป็นการยิงตรงกรอบครั้งแรกในศึกยูโรปีนี้ของเขาด้วย น.53 บลาสซีคอฟสกี้ เลี้ยงตัวเข้าในแล้วซัดด้วยซ้าย แต่ยังไปติดเซฟของซอมเมอร์ที่ปัดออกหลังไป หลังจากนั้น เกมเป็นของสวิตเซอร์แลนด์ที่หวังเอาประตูตีเสมอให้ได้ แต่ก็ยังไม่มีลุ้นประตูแบบจะแจ้งสักที น.73 สวิตเซอร์แลนด์ได้ฟรีคิกระยะหวังผล และเป็น ริคาร์โด โรดริเกซ ที่รับหน้าที่นี้ บอลจะเข้าสามเหลี่ยมบนอยู่แล้ว แต่ติดมือฟาเบียนสกี้ที่โชว์ซูเปอร์เซฟ น.78 สวิตเซอร์แลนด์มีลุ้นประตูตีเสมออย่างยิ่งยวด จากลูกยิงของ แฮริส เสเฟโรวิช ก่อนลอยไปกระทบคานไม่เป็นประตู น.82 หลังขึงเกมอยู่นาน สวิตเซอร์แลนด์ก็ตีเสมอ 1-1 จนได้! จากลูกจักรยานอากาศของ เซอร์ดาน ชากิรี เสียบเข้าโคนเสาอย่างสวยงาม หมด 90 นาที สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 โปแลนด์ ต้องตัดสินในช่วงต่อเวลาพิเศษ น.112 เอริน เดร์ดิย็อค หลุดเข้าไปโหม่งจ่อๆ แต่ลูคัส ฟาเบียนสกี้ยังซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ จบ 120 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องยิงจุดโทษตัดสิน สวิตเซอร์แลนด์: ลิชสไตน์เนอร์ (เข้า), ชาก้า (ไม่เข้า), ชากิรี (เข้า), ชาเออร์ (เข้า), ร.โรดริเกซ (เข้า) โปแลนด์: เลวานดอฟสกี้ (เข้า), มิลิค (เข้า), กลิค (เข้า), บลาสซีคอฟสกี้ (เข้า), โครโชเวี้ยค (เข้า) จบเกม! โปแลนด์เอาชนะสวิตเซอร์แลนด์หลังจากเสมอกัน 120 นาที 1-1 (โปแลนด์ชนะจุดโทษ 5-4) รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม สวิตเซอร์แลนด์: ยานน์ ซอมเมอร์; ฟาเบียง ชาเออร์, สเตฟาน ลิชสไตน์เนอร์, โยฮัน ฌูรู, ริคาร์โด โรดริเกซ; เซอร์ดาน ชากิรี, เบลริม เซไมลี (บรีล เอ็มโบโล่ 58'), แกรนิต ชาก้า, แอดเมียร์ เมห์มิดี้ (เอริน เดร์ดิย็อค 70'), วาลอน เบห์รามี (เกลสัน เฟอร์นานเดส 77'); แฮริส เสเฟโรวิช โปแลนด์: ลูคัส ฟาเบียนสกี้; อาร์เธอร์ เยดเซจ์เคี้ยก, มิชาล พาซดาน, คามิล กลิค, ลูคัส พิสซ์เช็ก; ไครซ์ตอฟ แมคชินสกี้ (โทมัส ยอดโลเวี๊ยค 101'), เกอร์เซกอร์ซ โครโชเวี้ยค, ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้, คามิล โกรซิชกี้ (สลาโวเมียร์ เพสซ์โก้ 104'); อาร์คาร์ดิอุซ มิลิค, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เช็คผลบอล Euro 2016 รายงานทุกสนาม และการทำประตู >> ผลบอลยูโร <<

ผลบอล ยูโร2016 ยอมที่ไหน!ตุรกีฮึดอัดเช็กยึดที่3ยังมีลุ้นเข้ารอบน็อคเอ้าท์
ตุรกี /  สาธารณรัฐเช็ก

ผลบอล ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบแรกนัดสุดท้ายกลุ่ม ดี วันอังคารที่ 21 มิถุนายน 2559 สาธารณรัฐเช็ก 0-2 ตุรกี ผู้ทำประตู:0-1 บูรัค ยิลมาซ น.9,0-2 โอซาน ตูฟาน น.65 เวลา:02.00 น. สนาม:สต๊าด โบลลาร์-เดเลลิส ถ่ายทอดสด:ช่อง 3 SD ศึกฟุตบอล ยูโร 2016 นัดสุดท้ายของกลุ่มดี ตุรกี ที่ก่อนหน้านี้พ่ายมา 2  นัดแบบยิงประตูใครไม่ได้ กลัยมาคืนฟอร์มเก่งด้วยการเอาชนะ สาธารณรัฐเช็ก ไป 0-2 โดยได้ประตูออกนำก่อนจาก บูรัค ยิลมาซ จากนั้น โอซาน ตูฟาน มาบวกเพิ่ม ทำให้จบเกมเอาชนะไป 2-0 เก็บสามคะแนนสำคัญและทำให้ยังได้ลุ้นเข้ารอบในฐานะทีมอันดับที่ 3  ที่ดีที่สุด หนึ่งใน 4 ทีม รายชื่อ สาธารณรัฐเช็ก:ปีเตอร์ เช็ก(GK),พาเวล คาเดราเบ็ค,โรมัน ฮุบนิค,โทมัช ซิว็อค,โทมัช เนซิค,โบเร็ค ดอชคาล,ดาเนียล พูดิล,ยาโรสลาฟ พลาชิล,ดาวิด พาเวลก้า,ลาดิสลาฟ เครย์ชี่,วลาดิมีร์ ดาริด้า ตุรกี:โวลคาน บาบาคาน(GK),ฮาคาน บัลต้า,โกคาน โกนุล,เซลชุก อีนาน,อาร์ด้า ตูราน,อิสมาอิล คอยบาชี่,เมห์เม็ต โตปัล,โอซาน ตูฟาน,บูรัค ยิลมาซ,โวลคาน เชน,เอ็มเร่ มอร์ เช็คผลบอล Euro 2016 รายงานทุกสนาม และการทำประตู >> ผลบอลยูโร

Footnote อ่านโลกผ่านหนัง : ทําไมโลกนี้ ต้องมี 'เลือกตั้ง'
Footnote /  การเลือกตั้ง / 

อ้าว! ก็การเลือกตั้งมันเป็นการแสดงออกถึงสิทธิและหน้าที่ของเรานี่”, “เราจะได้ใช้สิทธิของเราเลือกคนดีมาแก้ปัญหาและบริหารประเทศไง”, “ไม่เห็นสําคัญเลย เลือกไม่เลือกก็เหมือนเดิม แย่หมด”, “ยกเลิกไปเถอะ มีรัฐบาลแต่งตั้งไปเลยดีกว่า” ฯลฯ ต่างคนต่างก็มีคําตอบของคําถามเดียวกัน แต่เราลองมาล้วงลึกลงอีกนิดไหม ...บางที ‘การเลือกตั้ง’ ที่ฟังเเล้วแสนน่าเบื่อนั้น อาจมีอะไรมากกว่าที่คิด จุดกำเนิด : ก่อเกิดการเลือกตั้ง การเลือกตั้งถือกํา เนิดตั้งแต่สมัยกรีก โดยบุคคลสําคัญซึ่งเป็นผู้ปูทางเอเธนส์สู่ระบอบประชาธิปไตยก็คือ โซลอน (Solon) ซึ่งเริ่มปฏิรูปกฎหมายในช่วงราว 590 ปีก่อนคริสตกาลและเริ่มมีการจัดตั้งศาลประชาชนที่มีผู้พิพากษามาจากการเลือกตั้ง แม้จะมาจากการจับฉลากก็ตาม แต่ก็ถือว่าพลเมืองมีสิทธิในการเลือกตั้ง แถมยังมีการสมัครรับเลือกตั้งเข้าไปเป็นผู้แทนเพื่อทํางานในสภาและเป็นฝ่ายบริหารโดยผลัดเปลี่ยนกันเป็นลูกขุน ซึ่งการปฏิรูปของโซลอนนี้ถือเป็นการช่วยเปิดทางสู่ข้อเรียกร้องของชนชั้นล่างมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเรื่องของกฎหมายและการปกครองเป็นเรื่องของชนชั้นสูงมาโดยตลอด ดูเรื่องการบังคับใช้กฎหมายของเอเธนส์ได้ในหนัง A Midsummer Night’s Dream (1935) ที่จุเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดเกิดจากกฎหมายเอเธนส์ข้อหนึ่งซึ่งระบุไว้ว่า พ่อแม่สามารถบังคับให้ลูกสาวแต่งงานกับใครก็ได้และหากลูกสาวขัดขืนต่อการบังคับของพ่อแม่จะต้องถูกประหาร โดยหนังซ่อนนัยยะการกดขี่จากชนชั้นสูงต่อชนชั้นล่างผ่านตัวกฎหมายดังกล่าวนั่นเอง มองเลือกตั้งในเชิงกฎหมาย ในเชิงประวัติศาสตร์ การเลือกตั้งอาจเป็นสัญลักษณ์และเครื่องมือของการเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพของชนชั้นล่าง แต่หากเราพิจารณาถึงการเลือกตั้งในเชิงกฎหมายแล้ว เดวิด บัตเลอร์ เขียนไว้ในหนังสือ Democracy ว่า เราสามารถพิจารณาและตีความการเลือกตั้งออกเป็น 3 แง่ คือ 1.การเลือกตั้ง = สิทธิ การเลือกตั้งถือเป็นสิทธิที่มีความสําคัญซึ่งรัฐต้องให้ความคุ้มครองและดูแลแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน เช่นในสารคดี Slacker Uprising (2007) ของ ไมเคิล มัวร์ เล่าความพยายามของมัวร์ที่ไปปราศรัยตามมหาวิทยาลัย เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ตระหนักถึงสิทธิของตัวเอง และออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (โดยข้อเสนอที่แสบสุดๆ ตามสไตล์ก็คือ “ต้องไม่เลือกจอร์จ ดับเบิลยู บุช!”) 2.การเลือกตั้ง = อภิสิทธิ ในแง่นี้การเลือกตั้งคือ การที่ผู้ลงคะแนนเสียงมีอิสระที่จะเลือกทําสิ่งใดก็ได้ที่ได้รับการยอมรับจากกฎหมาย โดยปราศจากการแทรกแซงหรือเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น  ลองดูตัวอย่างของพฤติกรรมที่เรียกว่าแทรกแซงการเลือกตั้งได้จาก All the President’s Men (1976) เรื่องของ 2 นักข่าวที่ช่วยกันขุดคุ้ยจนพบว่ามีการติดเครื่องดักฟังในที่ทํา การของพรรคเดโมแครตเพื่อลักลอบล้วงข้อมูลของคู่แข่ง หรือใน Election (1999) ที่ครูหนุ่มหมั่นไส้เด็กเรียนสุดเพอร์เฟ็คต์ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานนักเรียน เขาจึงหาทางแทรกแซงการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้ยัยเด็กนี่ได้เป็นผู้ชนะ 3.การเลือกตั้ง = หน้าที่ การเลือกตั้งถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายโดยระบุไว้ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง หนังเรื่อง Homecoming (2005) ที่กํากับโดย โจ ดันเต สะท้อนแนวคิดดังกล่าวด้วยเรื่องของทหารผ่านศึกที่ตายแล้ว แต่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเพื่อไปเลือกตั้งและแสดงสิทธิของตนเอง มองเลือกตั้งให้เป็นปรัชญา นอกจากแง่มุมทางประวัติศาสตร์และกฎหมายแล้ว บัตเลอร์เสริมอีกว่าการเลือกตั้งยังสามารถเป็นตัวสะท้อนนัยยะของความคิดเชิงปรัชญาได้ใน 3 แง่ คือ 1.การเลือกตั้งที่มีสภาพเป็นสิทธิตามธรรมชาติ ถือเป็นสิทธิที่เกิดมากับบุคคลในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐ เพราะบุคคลย่อมเสมอภาคกัน หากบุคคลใดก็ตามที่บรรลุนิติภาวะและไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่นวิกลจริต, ต้องโทษ ฯลฯ ก็มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ ตัวอย่างกรณีเกิดขึ้นใน Milk (2008) ที่เล่าการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของชาวรักร่วมเพศ โดยมี ฮาร์วีย์ มิลค์ เป็นผู้เคลื่อนไหวคนสำคัญ จนส่งผลให้เขาเป็นชายที่ประกาศตัวว่าเป็นรักร่วมเพศคนแรกที่ได้รับคะแนนเสียงการเลือกตั้งให้เป็นเทศมนตรีของซานฟรานซิสโก และพิสูจน์ให้เห็นว่าทุกคนมีสิทธิและความเสมอภาคเท่าเทียมกัน 2.การเลือกตั้งที่มีสภาพเป็นภารกิจสาธารณะ การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในกรณีนี้จะถูกจํา กัดให้แก่บุคคลที่เหมาะสมและปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเท่านั้น เพราะถือว่าสังคมจะก้าวหน้าได้ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามหน้าที่อย่างชาญฉลาดของคนในสังคม หากบุคคลใดประพฤติปฏิบัติตัวหรือมีลักษณะที่ไม่เหมาะสม เช่น เป็นอาชญากร, ต้องโทษ ฯลฯ ก็สามารถถูกตัดสิทธิในการลงคะแนนเสียง ดั่งเช่นในหนังดังที่เข้าชิงออสการ์อย่าง Selma (2014) ที่เล่าเหตุการณ์การรวมตัวเดินขบวนประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของคนผิวสีในอเมริกาเมื่อปี 1965 โดยพวกเขาต้องปะทะกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองและเผชิญกับความสูญเสียมากมาย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นการขัดขวางภารกิจสาธารณะ ที่มาพร้อมนัยยะกีดกันและแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน 3.การเลือกตั้งที่มีสภาพเป็นสิทธิคัดค้าน การกระทําในแง่นี้มองว่า การเลือกตั้งคือเครื่องมือที่ถูกใช้เพื่อแสดงออกถึงการคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับรัฐหรือนโยบายของรัฐ ด้วยการลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม  ดูการใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือต่อต้านการแบ่งแยกและแสดงออกถึงการเรียกร้องสิทธิทางเชื้อชาติได้ในหนังตลกสุดเพี้ยน Napoleon Dynamite (2004) ผ่านตัวละคร เปโดร นักเรียนเชื้อสายเม็กซิกันที่ใครๆ ก็มองว่าเป็นตัวประหลาด เขาซึ่งตัดสินใจลงสมัครชิงประธานนักเรียน แม้จะรู้ว่าตัวเองไม่มีทางชนะ แต่เขาก็ขอเพียงแค่การยอมรับจากคนอื่นเท่านั้น เหตุผล 4  ข้อที่ทำให้ตัดสินใจไม่ไปเลือกตั้ง แม้จะมีคนให้ความสําคัญกับการเลือกตั้งหรือตีความการเลือกตั้งไปในหลายแง่มุม แต่สิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้คือ มีคนจํานวนไม่น้อยที่ไม่สนใจการเลือกตั้งจนสุดท้ายก็พัฒนาไปสู่พฤติกรรมที่เรียกว่า "นอนหลับทับสิทธิ์" นักวิชาการในแวดวงรัฐศาสตร์พยายามศึกษาวิจัยหาเหตุผลของพฤติกรรมดังกล่าว จนได้ออกมาเป็น 4 ปัจจัย ตามที่ได้ระบุไว้ในหนังสือ Understanding Public Policy ของ โทมัส ดาย คือ 1.“มาอีกแล้วไอ้พวกขายฝัน” ประชาชน (บางส่วน) คิดเช่นนี้เพราะมีความเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ชูนโยบายที่ไม่สามารถทําได้จริง หรือถ้าทํา ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกตั้งกี่รอบๆ ก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ขึ้นมาหรอก ตัวอย่างเช่นในหนัง Man of the Year (2006) ที่ยั่วล้อกับแนวคิดดังกล่าว โดยเล่าเรื่องของพิธีกรล้อการเมืองชื่อดัง (นำแสดงโดย โรบิน วิลเลี่ยม ผู้ล่วงลับ) ที่เบื่อและรําคาญพวกผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีที่มีแต่นโยบายขายฝันไปวันๆ เขาเลยประกาศทีเล่นทีจริงในรายการว่าจะลงเลือกตั้งบ้าง และด้วยนโยบายที่โดนใจประชาชนงานนี้เลยกองเชียร์เพียบ สุดท้ายเขาก็ชนะการเลือกตั้ง แม้จะเป็นเพราะความผิดพลาดของเทคโนโลยีนับคะแนนก็ตาม 2.“กอบโกยกันเข้าไป!” แนวคิดของคนอีกแบบที่เห็นว่า นักการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาลล้วนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน แสวงหาอํานาจ หรือหากทําโครงการใดขึ้นมาก็มุ่งหวังคะแนนนิยมเท่านั้นโดยไม่คํานึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แม้ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการทําประชาพิจารณ์ แต่การตัดสินใจสุดท้ายก็ยังเป็นอํานาจของรัฐบาลอยู่ดี แต่ในหนังอย่าง Mr. Smith Goes to Washington (1939) คงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังนี้สักเท่าไหร่ เพราะหนังบอกเราว่า นักการเมืองไม่ได้เห็นแก่ตัวไปหมด โดยเฉพาะ ส.ว.ป้ายแดงอย่าง เจฟเฟอร์สัน สมิธ ที่แม้จะต้องถูกรุมล้อมด้วยนักการเมืองรุ่นเก่าผู้จ้องแต่จะกอบโกยผลประโยชน์ เขาก็ยังฮึดสู้และพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า นักการเมืองน้ําดีก็ยังมีอยู่จริง 3.“แหม! ชั่วได้ใจจริงๆ” ความเชื่อของบางคนตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า "นักการเมืองทุกคนเลว" เพราะฉะนั้นไม่ว่านักการเมืองคนไหนจะพูดอะไรก็จะถูกมองไปในลักษณะของคํา โกหกหรือเลวร้ายไปหมด จนอาจหมดความเชื่อถือศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย แต่ในหนัง Dave (1993) พลิกแพลงขยายมุมมองของแนวคิดนี้ ด้วยการเล่าเรื่องตัวละคร เดฟ โควิก ชายซึ่งบังเอิญหน้าเหมือนประธานาธิบดีที่กําลังป่วย เพราะดันแอบไปมีเซ็กซ์กับผู้ช่วยตัวเองจนเส้นเลือดในสมองแตก เดฟจึงอาศัยอํานาจจากตําแหน่งที่เขาสวมอยู่ทําเรื่องดีๆ ให้กับประชาชนและในที่สุดเขาก็ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างจริงจัง 4.“ไม่โดนสักคน” อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ชอบการเลือกตั้ง เพราะคิดว่าการเลือกตั้งไม่สามารถนํามาซึ่งตัวแทนตามความต้องการของตน และรู้สึกแปลกแยกต่อระบบการเมืองที่ตนดํารงอยู่ จนรู้สึกว่าตัวเองไร้อํานาจที่จะตัดสินใจทางการเมืองในบริบทของการเลือกตั้ง และขาดความเชื่อมั่นนักการเมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตย ภาวะความแปลกแยกของประชาชนต่อระบบการเมืองถูกสะท้อนออกมาในหนังอิหร่านเรื่อง Secret Ballot (2001) ซึ่งเล่าเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสาวที่ต้องเดินทางมายังเกาะคิช เพื่อให้ชาวเกาะทั้งหลายมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งสําคัญของประเทศ แต่ชาวเกาะกลับไม่รู้จักผู้สมัครในรายชื่อสักคน แถมไม่เห็นประโยชน์ใดๆ ในการจะเลือกคนที่พวกเขาไม่รู้จักอีกด้วย **เรียบเรียงจากคอลัมน์ Footnote : ทําไมโลกนี้ ต้องมี 'เลือกตั้ง' โดย ภัคพล รังษีภัทร์ / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 115 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ปั๊บ, กวาง, แบงค์, หนุ่ม เตรียมรวมตัวครั้งใหม่ PACK4 TURN BACK CONCERT
PACK4 /  PACK4 TURN BACK CONCERT / 

4 ขุนพลร็อก ปั๊บ, กวาง, แบงค์, หนุ่ม รวมตัวในรอบ 12 ปี genie records พาย้อนเวลามันส์ใน PACK4 TURN BACK CONCERT หลังจากสร้างความประทับใจอย่างท่วมท้นเมื่อปี 2547 ในคอนเสิร์ตฉลอง 20 ปี จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่… 12 ปีผ่านไป ค่าย genie records (จีนี่ เร็คคอร์ดส) จับ 4 ขุนพลร็อกแถวหน้าของเมืองไทย ปั๊บ Potato, กวาง AB Normal, แบงค์ Cash และ หนุ่ม KALA กลับมาแท็คทีมระเบิดความมันส์อีกครั้งใน PACK4 TURN BACK CONCERT (แพ็คโฟร์ เทิร์น แบ็ค คอนเสิร์ต) คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบ ที่จะรวมทุกเพลงฮิตของ 4 ศิลปินตั้งแต่อัลบั้มแรกถึงอัลบั้มล่าสุดมาให้ทุกคนร้องและกระโดดตามกันให้ฮอลล์สะเทือน ซึ่งงานนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 กันยายน 2559 รอบเดียว ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ทั้งสี่หนุ่มบอกว่า “เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ ยังมีแฟนเพลงถามถึงแพ็คโฟร์อยู่เลย พอทางค่ายจีนี่ฯ มาชวนพวกเรารวมตัวอีกครั้ง ก็ดีใจมากครับ ดีใจที่จะได้กลับไปเจอแฟนเพลงที่ยังคิดถึงเรา 4 คนอยู่ โอกาสดีแบบนี้มีไม่มาก ความพิเศษของคอนเสิร์ตนี้นอกจากจะได้ฟังเพลงฮิตจากทุกอัลบั้มของเรา 4 คนแล้ว ยังจะมีโชว์พิเศษที่เราจะนำเพลงฮิตในอัลบั้มแพ็คโฟร์ที่ทุกคนถามถึงมาเล่นให้ได้ฟังกันสดๆ ส่วนจะเป็นเพลงอะไรบ้างต้องไปรอลุ้นกัน และก็จะมีเซอร์ไพรส์ที่ทุกคนรอคอยแน่นอน อยากให้ครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ตที่พวกเราจะได้ใกล้ชิดกับแฟนเพลงเราจะได้มาย้อนความหลังกัน น่าจะเป็นโอกาสที่ทำให้เราหายคิดถึงกันได้ครับ ทุกเพลงที่จะเล่นทุกคนต้องร้องได้หมด เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะมาถ่ายทอดอารมณ์เดิมในอดีต เรื่องแสงสีเสียงไม่ต้องเป็นห่วง ภาพรวมของคอนเสิร์ตครั้งนี้สนุกแน่ครับ อยากให้ฟิตร่างกายกันมาเยอะ ๆ เดี๋ยวเพลงมันส์ ๆ จะได้โยกกันได้เต็มที่” ห้ามพลาด! งานรียูเนี่ยนของกลุ่มศิลปิน ROCK IDOL ใน PACK4 TURN BACK CONCERT บัตรนั่ง 1600 บาท / บัตรยืน 1000 บาท **พิเศษเฉพาะวันที่ 20-24 มิถุนายนนี้ ผู้ที่จองผ่านทาง www.gmmlive.com ผู้โชคดีจากการสุ่มเลือก 200 คน จะได้เข้าร่วมงาน meet & greet และได้รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นอีกด้วย ก่อนเปิดจองรอบปกติวันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา และ www.thaiticketmajor.com ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.genie-records.com หรือ www.facebook.com/genierecords มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ก้อย เคลียร์ชัด ไม่ท้อง!! ลองชุดแต่งงานแค่ฉากละคร คาดหลุดไลน์เฟค
ข่าว ก้อย รัชวิน /  ก้อย รัชวิน ท้อง / 

ดาราสาว ก้อย รัชวิน ออกมาเคลียร์ชัด ไม่ท้อง!! หลังมีไลน์หลุดอ้างเห็นเธอไปลองชุดแต่งงาน แถมเม้าท์มองเรื่องตั้งท้อง โดยสาวก้อยเปรยในงาน Skechers Blacklight Run Thailand 2016 หากจะมีคนเห็นเธอไปลองชุดจริงก็คงจะเป็นแค่ฉากในละครเท่านั้น ยันไม่มีงานวิวาห์ฟ้าแล่บเร็วๆ นี้แน่นอน คาดเป็นแชทไลน์เฟค ส่วนทางด้าน ตูน บอดี้สแลม แฟนหนุ่มนั้นไม่ได้โกรธกับข่าว แต่ออกแนวเป็นห่วงเธอมากกว่า เพราะผู้หญิงจะเสียหาย บอกถ้าจะแต่งจริงๆ ไม่ปิดแน่นอน รายละเอียดมีดังนี้ "ข่าวลือว่าท้อง ไม่จริงค่ะ ก้อยเพิ่งทราบข่าวเมื่อวานนี้เองค่ะ พอได้ข่าวค่อนข้างขำ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งข่าวที่ออกมาไม่เป็นความจริง" "เรื่องลองชุดแต่งงาน ลองมานั่งคิดอยู่เหมือนกันว่าเคยไปลองชุดแต่งงานตอนไหน ถามว่ามีไหมมันก็มี แต่มันเป็นการลองชุดในละคร มีฉากใส่ชุดแต่งงานในละครเท่านั้นเอง" "คุยกับพี่ตูนเรื่องแต่งงาน ไม่มีค่ะ ส่วนข่าวที่ว่ามีกำหนดคลอด น่าจะเป็นพี่สะใภ้ก้อยมากกว่า เอาอย่างนี้ไม่มีการไปลองชุดแต่งที่เป็นอะไรส่วนตัวเกิดขึ้น ถ้าเกิดคนได้เห็นภาพอะไรก็แล้ว มันเกิดจากที่เราไปถ่ายละครเท่านั้นเอง ซึ่งก้อยมั่นใจว่าคนในร้านต้องรู้ว่า อันนี้คือการถ่ายละครเนื่องจากมีทีมงานเต็มไปหมด" "คนถาม เยอะค่ะ งงไปหมดเลย(หัวเราะ) อย่างเพื่อนๆ คนที่รู้จัก เขาจะรู้อยู่แล้วว่ายัง ส่วนเพื่อนๆ ที่ไม่ค่อยได้เจอกันก็มีไลน์มาถามเพราะเขาก็ตกใจกัน แต่เป็นการตกใจแบบดีใจด้วย เราก็บอกไปว่ายัง" "พี่ตูน เขาไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่ หนึ่งคือเราเป็นผู้หญิง เราไม่รู้ว่าที่มาที่ไปของข่าวมาจากไหน ถ้าให้มองเป็นเรื่องขำมันก็ขำ เพราะมันไม่ใช่เรื่องจริง แต่ถ้ามองในมุมที่เราเป็นผู้หญิงคนนึง แล้วมีข่าวที่ไม่เป็นความจริงออกมาแล้วมันกระทบถึงเรา คุณพ่อคุณแม่มาอ่านเจอเขาจะรู้สึกอย่างไร" "หาต้นตอของข่าว คงไม่ค่ะ เพราะก้อยว่าต้นตอไลน์แชท น่าจะเรียนจบการเขียนบทอะไรแบบนี้มา เพราะสามารถบรรยายทุกอย่างได้เป็นฉากๆ อ่านแล้วเราก็รู้ว่าอาจจะเป็นการเมคขึ้นมา หรือถ้าคนนั้นเข้าใจว่าเป็นก้อยจริงๆ ก้อยก็ขอโทษและขอบอกตรงนี้ว่ามันไม่ใช่เรานะ" "พี่ตูน เขาก็ไม่รู้จะโกรธใคร เพราะว่ามันไม่มีใครรู้ว่าที่มามันมายังไง แล้วถ้าเราไปโกรธใคร เราก็ไม่สบายใจเปล่าๆ เราก็พูดไปตามความจริงดีกว่า เรื่องจะมีข่าวดี อันนั้นก็ยังค่ะ ยัง ถ้าปลายปีนี้ยัง" "มีลุ้นปีหน้า ก็ยังค่ะ ยังๆ(หัวเราะ) ค่อยๆ ตอดมาเรื่อยๆ คือมันก็ยังไม่มีอะไรที่แบบ กิจจะลักษณะเนอะ เอาเป็นว่าก้อยเหมือนเดิม คือว่าเราเจอกันอยู่แล้ว เวลามีอะไรก้อยก็บอกพี่ๆ ทุกอย่าง ตรงไปตรงมาตลอด ถ้ามันถึงเวลาจริงๆ แน่นอนก็คงจะได้ทราบ จะไม่มีปกปิด ไม่มีแอบไปลองชุดแต่งงาน ไม่มีอะไรแบบนี้แน่นอน" "มันเป็นข่าวที่เราก็ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน มันเป็นสิ่งที่คนข้างนอกสร้างขึ้นมา เราก็ยังเหมือนเดิม ก้อยกับพี่ตูนก็ยังอยู่ในจุดที่ยังเหมือนเดิม ยังไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ที่จะตอบได้ ฟ้าแล่บ ตอนนี้ยังไม่แล่บนะ" "ข่าวแรง ว่าก้อยซีเรียสไม่หรอก ก้อยก็ไม่ซีเรียสหรอก เพราะเรารู้ว่าเราไม่ได้ท้อง เรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ก้อยมองในมุมที่คนภายนอกอ่านข่าวมา คือคนมีสองประเภทนะ มีคนที่เสพข่าวบันเทิงเพื่อความสนุก เขาอาจไม่สนใจว่ามันจะจริงหรือไม่จริง แต่สำหรับคนที่อ่านแล้วเชื่อ ถามว่ามันกระทบถึงเราไหม มันต้องกระทบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ดีที่เราได้ออกมาพูดเองว่ามันยังไม่มีอะไร" "ภาพผูกข้อไม้ข้อมือ ก้อยว่าเขาก็เป็นการโยงกันไป อันนี้ก้อยได้เล่าให้พี่ๆ หลายคนฟังแล้วในอีเว้นท์คราวที่แล้ว ก้อยกับพี่ตูนไปถวายหอระฆัง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ทีนี้คนอีสาน จะมีพิธีผูกข้อไม้ข้อมือทำบายศรีสู่ขวัญให้เรา ซึ่งเขาก็มาทำให้ คนก็มาแซวเราว่าเหมือนเป็นพิธีหมั้นหมาย" "ครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ยังไม่เห็นข่าวหรอกค่ะ เพราะว่ามันเป็นกระแสที่มาเร็วมาก อย่างที่บอกว่าอะไรที่มันไม่จริง มันก็เป็นกระแสที่มาเร็วและไปเร็ว" "บอกทางบ้าน ไม่บอกค่ะ วันนี้วันเกิดท่านด้วย เดี๋ยวพ่อตกใจ แต่ท่านคงขำๆ ว่าท้องเมื่อไรทำไมไม่บอกหรือ(หัวเราะ) เขายังไม่ทราบ ยังไม่มีใครทราบ คิดว่าไม่จำเป็นต้องเล่าให้ฟังค่ะ เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องทราบ มันไม่ใช่เรื่องจริง ถ้าเขาทราบก็คงไม่เครียดหรอกค่ะ เพราะเขารู้อยู่แล้ว เขาอยู่กับลูกสาวเขาทุกวัน ถ้าเรามีอะไรเปลี่ยนแปลง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ คนที่ต้องรู้เป็นคนแรกคือคุณพ่อคุณแม่อยู่แล้ว" ก้อย กล่าว ก้อย รัชวิน ก้อย รัชวิน ก้อย รัชวิน ก้อย รัชวิน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน

อัพเดท! อาการ นุศรา ต้อมคำ ผ่าน IG สาวๆ นักวอลเลย์บอลหญิงไทย
นุศรา ต้อมคำ /  ปลื้มจิตร์ ถินขาว / 

อย่างที่หลายๆ คนทราบแล้วว่าสาว "ซาร่า" นุศรา ต้อมคำ ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าพลิกอย่างน่าหวาดเสียว ในเกมที่เอาชนะอิตาลี 3-2 เซต ในศึก เวิลด์ กรังปรีซ์ สัปดาห์ที่ 2 ณ ประเทศอิตาลี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากจบเกมดังกล่าว เหล่า นักตบลูกยางสาวไทย จะต้องเดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นทันที เพื่อลงทำศึกเวิลด์ กรังปรีซ์ สัปดาห์ที่ 3 เรามาอัพเดทอาการบาดเจ็บผ่าน อินสตาแกรม ของสาวซาร่าและผองเพื่อนของเธอดูว่าอาการบาดเจ็บของเธอเป็นอย่างไรบ้าง อินสตาแกรมของ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ @wilavan10 อินสตาแกรมของ ปลื้มจิตร์ ถินขาว @ningnhong_5 อินสตาแกรมของ นุศรา ต้อมคำ @nootsara13 จะเห็นได้ว่า นุศรา ต้อมคำ แม้จะมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า แต่สีหน้าของเธอยังคงยิ้มแย้ม (สามารถไปชอปปิ้งได้อีกด้วย) แถมยังมีกำลังใจจากเพื่อนร่วมทีมและแฟนๆ วอลเลย์บอลชาวไทยอีกนับไม่ถ้วน ยังไงทางทีมงานก็ขอให้สาวซาร่าหายวันหายคืน และกลับมาผนึกกำลังให้กับทีม วอลเลย์บอลหญิงไทย ในเร็ววันนะ คลิปจังหวะข้อเท้าพลิกของ นุศรา ต้อมคำ

mahogany homes แสนหวานใน บ้านมะฮอกกานี
บ้านชั้นเดียว /  แบบบ้าน

วันนี้ Decor.MThai ได้หยิบเรื่องราวจากหนังสือ Life and Home เป็นเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ mahogany homes แสนหวานในบ้านมะฮอกกานี มาให้เพื่อนๆ ชมกันค่ะ บทความนี้เป็นบทความของคุณศิวนาถ  เสนาประทุม ภาพประกอบสวยๆ จากชยพล  ปาระชาติ Mahogany Homes แสนหวานใน บ้านมะฮอกกานี ลองจินตนากการถึงหนังเรื่อง Mahogany ซึ่งมีชื่อภาษาไทยว่า นางสาวมะฮอกกานี ของ Paramout ที่เข้าฉายเมื่อปี 1975 นำแสดงโดย Diana Ross รับบทเป็นนางเอก ด้วยเพลงประกอบอันสุดแสนไพเราะติดหูอย่าง Do You Know Where You're Going To ด้วยความที่ชื่นชอบทั้งเนื้อเรื่อง และบทเพลงจึงเป็นแรงบันดาลใจให้คุณนก ศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอนโฮม จำกัด ตัดสินใจตั้งชื่ออาคารหลังนี้ว่า บ้านมะฮอกกานี กอปรกับอาณาบริเวณของบ้านที่ร่มรื่นไปด้วยเจ้าต้นไม้ชนิดนี้ที่ปลูกเรียงรายแตกกิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา สร้างความสดชื่น รื่นรมย์ และความรู้สึกผ่อนคลายให้แก่ผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี คุณนกออกมาต้อนรับทีมงานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม กับชุดที่เต็มไปด้วยสีสันสว่างสดใส รับกับบรรยากาศของบ้านได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เธอเล่าให้ทีมงานฟังถึงที่มาของบ้านแสนน่ารักหลังนี้ว่า "ที่ดินแปลงนี้เราเห็นมาตั้งแต่ช่วงปี 48 ตอนนั้นมีโอกาสได้มาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ซึ่งมีบ้านอยู่ในโครงการนี้ ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ และผู้คนไม่พลุกพล่าน ครั้งแรกที่เห็นก็รู้สึกถูกใจประกอบกับที่เราอยากปลูกสร้างบ้านเอง ด้วยหลังจากนั้น 5 ปีถัดมา ก็ได้กลับมาซิ้อด้วยราคาที่ลดลงเยอะมาก อีกทั้งที่ดินดังกล่าวก็อยู่ติดกับบ้านเพื่อน ซึ่งเราก็ตั้งใจว่าอยากให้เป็นบ้านพักตากอากาศในช่วงวันหยุด และในอนาคตหากเกษียณก็จะกลับมาอยู่มากขึ้น ซึ่งคุณนกก็ได้สถาปนิกของบริษัท เธอเองมาสานต่อความต้องการโดยโจทย์แรกที่เธอตั้งใจนั้น คืออยากได้บ้านรูปทรงโคโลเนียล เพื่อเป็นบ้านสำหรับการพักผ่อนหรือบ้านตากอากาศ การออกแบบก็เรื่มจากการวางฟังก์ชั่นการใช้สอยที่ต้องลอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของบ้าน บ้านหลังนี้จึงออกมาในลักษณะที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน แต่เพียงพอและใช้งานจริงได้อย่างสะสวfสบาย บ้านมะฮอกกานีหลังน้อยมีพื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร ด้วยข้อจำกัดของเจ้าของโครงการที่ไม่ให้สร้างบ้าน 2 ชั้น ประกอบกับที่ดินซึ่งเป็นเนินลาดเอียง รวมถึงการเชื่อมต่อกับบ้านข้างเคียงที่เกือบจะเป็นบ้านแฝด ทั้งในแง่ของสายตาและการเข้าถึง อีกทั้งต้นไม้เดิมที่ทั้ง 2 บ้านอยากเก็บรักษาไว้ ซึ่งเป็นอุปสรรคพอสมควร ในการออกแบบบ้าน ซึ่งสถาปนิกเองก็ได้รวบรวมข้อมูลทดลองออกแบบขึ้นมาอยู่หลายแบบ โดยรูปทรงโคโลเนียลนั้นจะเข้ากันได้ยาก กับฟังก์ชั่นที่คุณนกต้องการ สุดท้ายก็มาลงตัวที่แบบบ้านชั้นครึ่งในสไตล์ Barn House บ้านทรงโรงนาของฝรั่ง มาพร้อมทรงหลังคา Garbrel Roof ที่เข้ามาตอบโจทย์ภาพรวมทั้งภายในและภายนอกทั้งหมดได้อย่างลงตัวพร้อมทั้งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจากทรงหลังคา และเข้ากันได้ดีกับไม้ฝาที่คุณนกต้องการ แต่เนื่องจากเป็นทรงหลังคาที่สถาปนิกเองไม่คุ้นเคย และไม่เคยออกแบบมาก่อนก็ต้องใช้เวลาศึกษานานพอสมควร ทั้งนี้การออกแบบภายในจึงเป็นลักษณะโถงกว้างเปิดโล่งด้วยประตูบานเฟี้ยมกระจกใส และหน้าต่างบานกว้างดีไซน์อยู่รอบตัวบ้าน ทำให้ลมพัดผ่านอากาศถ่ายเทได้ทั้งวัน โดยบ้านหลังนี้ก็ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศมีเพียงพัดลมเท่านั้น  และเนื่องจากเป็นบ้านที่อยู่ในโครงการที่สวย และมีจุดเด่นใกล้ขุนเขา บริเวณโดยรอบมีต้นไม้ร่มรื่น มีเสียงสายน้ำไหลเพราะมีลำธารอยู่ใกล้ๆ คุณนกจึงต้องการให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายนอกเป็นพิเศษ ฉะนั้นการออกแบบส่วนใหญ่จึงถูกเทสัดส่วนไปที่พื้นที่เฉลียงเพื่อให้สามารถพักผ่อนหย่อนใจตลอดจนทำกิจกรรม หรือใช้ชีวิตภายนอกได้อย่างสบาย สัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด สถาปนิกจึงพยายามเชื่อมพื้นที่ภายในออกสู่ภายนอกผ่านกิจกรรมตามฟังก์ชั่น คือ Counter pantry เพื่อความสะดวกในการพัก และเสิร์ฟอาหารได้อย่างคล่องตัว เหมาะกับสำหรับปาร์ตี้ในครอบครัวยิ่งนัก ขณะเดี่ยวกันห้องนอนของคุณแม่ ก็ได้ถูกดีไซน์ให้อยู่ชั้นล่างเพื่อสะดวกในการเดิน และหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุจากการเดินขึ้นลงบันได ก่อนจะขึ้นสู่ชั้นบนด้วยบันไดสีเขียวเข้มเป็นที่สะดุดตา ซึ่งคุณนกเธอได้แรงบันดาลมาจากแมกกาซีนฝรั่ง ซึ่งไปเปิดเจอที่ร้าน Kinokuniya ในช่วงที่กำลังสร้างบ้านพอดี เมื่อเห็นแล้วเกิดประทับใจ และย้ำว่า "ฉันต้องดีไซน์บันไดเป็นสีเขียว" นั่นจึงเป็นที่มา จากนั้นโทนสีเขียวพาสเทลที่ฉาบทาผนังจึงตามมาภายหลัง ซึ่งเธอก็บอกกับเราว่าเป็นโจทย์ที่ประหลาดอยู่เหมือนกัน เมื่อรูปทรงหลังคาถูกนำมาดีไซน์ให้กลมกลืนกับสเปซภายในบ้าน ฉะนั้นห้องนอนของคุณนกที่อยู่ชั้นบน จึงให้ความรู้สึกคล้ายกับห้องนอนใต้หลังคาเชื่อมออกมายังระเบียงที่ถูกต่อเติมขึ้นด้วยพื้นไม้ลามิเนตสู่ส่วนนั่งเล่น ที่ส่วนใหญ่คุณนกจะใช้เป็นพื้นที่รับแขก และจับปาร์ตี้เล็กๆ และยังปรับเป็นที่นอนสำหรับรองรับแขกได้ด้วย อีกทั้งยังทำให้ Dormer ซึ่งเป็นช่องเล็กๆ ที่หลังคาสามารถใช้งานได้จริง เพราะนอกจากจะเป็นช่องเปิดให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามา และช่วยระบายอากาศให้กับภายในแล้ว ยังเป็นเสมือนจุดชมวิวที่ระดับชั้น 2 เพื่อมองออกไปภายนอกแล้วเกิดการเชื่อมต่อกับบริบทแวดล้อมได้อีกจุดหนึ่ง คงจะดีไม่น้อยหากปั้นปลายชีวิตของเรา ได้อยู่กับครอบครัวที่รัก มีเพลงให้ฟังมีหนังสือให้อ่าน มีความอร่อยของอาหารที่ร่วมกันลงมือทำอยู่ตรงหน้า ได้ยิ้มหัวเราะกับเพื่อนฝูงข้างบ้าน แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศดีๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถเติมเต็มความสุขให้เกิดขึ้นทุกวันได้ไม่ยาก เฉกเช่นเดียวกับครอบครัวของคุณนก ภายในบ้านมะฮอกกานีแสนหวานหลังนี้ ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ Life and Home ฉบับเดือน Jan 2016 จาก Mbookstore 

“ส่งตัวมาท้า ส่งใจไปเชียร์  นักกีฬาพาราไทย
จุฑารัตน์ ตรีมูลพิลา /  จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี / 

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่ง ประเทศไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม "ส่งตัวมาท้าส่งใจ ไปเชียร์ นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย พาราลิมปิกเกมส์ 2016" ดวลวิ่งผลัด 4x100 ม. ระหว่าง นักกีฬา-ผู้ฝึกสอนนักกีฬาทีมชาติไทยชื่อดัง ปะทะ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ชุดเตรียมลุยศึก "พาราลิมปิกเกมส์ 2016"  ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศกิจกรรมแข่งขันวิ่งผลัด 4X100 ม. ระหว่าง ทีมนักกีฬาผู้สอนทีมชื่อดัง  ปะทะ นักกีฬาคนพิการประเภทวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย เป็นไปอย่างคึกคัก มีเหล่านักกีฬาพาราและแฟนๆกีฬาร่วมถึงสื่อมวลชนร่วมทำข่าวกันอย่างคับคั่ง ซึ่งการแข่งขันทีมนักกีฬาและผู้ฝึกสอนชื่อดังของเมืองไทย ประกอบด้วย ศราวุฒิ มาสุข  นักฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นไม้แรก, วุฒิชัย มาสุข นักมวยสากลสมัคนเล่นทีมชาติไทย ลงไม้สอง,  "โค้ชเป้" ภัทรพล เงินศรีสุข ผู้ฝึกสอนแบดมินตันบ้านทองหยอด ไม้สาม, จุฑารัตน์ ตรีมูลพิลา นักวอลเลย์สโมสรบางกอกกล๊าส วีซี  ไม้สี่ และ "โค้ชเช" เช ยอง ซอก เฮดโค้ชเทควันโดทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ อยู่ไม้สุดท้าย ส่วนฝั่งวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทยชุดลุยพาราลิมปิกเกมส์ 2016  นำโดย  สายชล คนเจน ไม้แรก, "เบิ้ม" เรวัตร์ ต๋านะ ไม้สอง, ประวัติ วะโฮรัมย์เป็นไม้สาม และ "กร" พงศกร แปยอ ไม้สุดท้าย ทำให้บรรยากาศการแข่งขันเป็นอย่างสนุกตื่นเต้น และเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพของนักกีฬาทั้งสองทีม ขณะที่ผลการแข่งขันปรากฎว่า ทีมนักกีฬา-โค้ช สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยได้เป็นทีมแรก ด้วยเวลา 56.65  วินาที เฉือนเอาชนะทีมนักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทยที่ซิ่งวีลแชร์ตามเข้ามาเวลา 58.03 วิ. ไปแบบเฉียดฉิวเพียงแค่ 1.38 วินาทีเท่านั้น หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน "บิ๊กนิดหน่อย" จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี  กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเคาท์ดาวน์นับถอยหลังการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ของนักกีฬาพาราไทย  และเป็นกิจกรรมที่เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทย มาส่งกำลังเชียร์นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศไปสร้างผลงานในการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ในระหว่างวันที่ 7-18 กันยายน 2559 ที่ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล เพราะนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยกำลังต้องการกำลังใจอย่างมากไม่แพ้นักกีฬาคนปกติ เนื่องจากเวลานี้ เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนแล้วที่จะถึงวันแข่งขัน" "กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมแรก ที่มีนักกีฬาและเหล่าโค้ชมาร่วมส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาพาราของเรา ขอขอบคุณนักกีฬาที่มาร่วมงานในวันนี้ หลังจากนี้ก็จะมีกิจกรรมดีดีแบบนี้อีก เพื่อสร้างกำลังใจให้กับนักกีฬาของเรา ด้านการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2016  นักกีฬาไทยที่คว้าสิทธิ์แล้วไม่น้อยกว่า 50 คน เพราะครั้งนี้มีโอกาสเก็บตัวฝึกซ้อมมากกว่าครั้งก่อน นักกีฬาได้ตระเวรออกไปแข่งขันเก็บคะแนน และหาประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น ระยะเวลาอีก 3 เดือนมั่นใจว่านักกีฬาทั้งหมดจะมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แน่นอน ส่วนโอกาสในการคว้าเหรียญรางวัลย่อมมีมากกว่าครั้งก่อนที่ทำได้ 4 เหรียญทอง ที่สำคัญเรามีแชมป์โลกวิลแชร์อย่าง เรวัตร์ นำทีม จึงมั่นใจว่า เราจะได้เห็นเหรียญทองในการแข่งขันวิลแชร์เรซซิ่งแน่นอน แต่ทั้งนี้เราไม่อยากกดดันนักกีฬามากเกินไปแต่อยากให้นักกีฬาทุกและตนเชื่อมั่นว่านักจะทำหน้าที่อย่างเต็มอยู่แล้ว" ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าว ด้าน "เบิ้ม" เรวัตร์ ต๋านะ นักวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์โลก คนล่าสุด กล่าวว่า  "นี่เป็นครั้งแรกที่เหล่านักกีฬาปกติกับนักกีฬาพารามาร่วมแข่งขันกัน ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมกิจกรรม โดยถือว่าเป็นแรงใจและแรงผลักดันในการสร้างผลงานในศึกพาราลิมปิกในครั้งนี้ ผมในฐานะตัวแทนนักกีฬาพาราไทย ขอให้พี่น้องชาวไทยเป็นกำลังใจให้กับพวกเราในพาราลิมปิกเกมส์ ด้วย ส่วนความพร้อมเวลานี้พวกเราถือว่าความพร้อมเกือบร้อยเปอร์เซ็นแล้ว เพราะที่ผ่านมาเราฝึกซ้อมกันอย่างหนักมาตลอดทั้งปีเพื่อเป้าหมายในการคว้าเหรียญรางวัลในพาราลิมปิกเกมส์มาครองให้ได้ ส่วนความหวังของตัวเองนั้นตนตั้งเป้าไว้ว่าจะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด  และคว้าเหรียญรางวัลมาฝากคนไทยให้ได้ครับ" ขณะที่ "หนุ่ย" ศราวุฒิ มาสุข นักเตะบางกอกกล๊าสเอฟซี  กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดีแบบนี้ เพราะตนในฐานะนักกีฬาเหมือนกันทำให้รู้ว่านักกีฬาไม่ว่าจะคนปกติหรือคนพิการต้องมีความตั้งใจและความพยายามมาก ทำให้ตนจึงอยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาพาราทีมชาติไทยในเดินทางออกไปแข่งขันรายการพาราลิมปิกเกมส์ และตนอยากเชิญชวนพี่น้องชาวไทย ร่วมเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาคนพิการทีมชาติกันเยอะนะครับเพราะพวกคือคนที่ไปทำหน้าที่แทนพวกเราทุกคนเช่นกัน

ไม่ขาดอย่างที่คิด! เยอรมัน บุกแหลกแต่แค่เฉือน ไอร์แลนด์เหนือ เข้าป้ายจ่าฝูงกลุ่มC
ทีมชาติเยอรมัน /  ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ / 

ผลบอล ยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่ม (กลุ่มC) วันอังคารที่ 21 มิถุนายน 2559 ไอร์แลนด์เหนือ 0-1 เยอรมัน ผู้ทำประตู : 0-1 มาริโอ โกเมซ น.30 เวลา : 23.00 น. สนาม : พาร์ก เดส์ แพร็งส์ ถ่ายทอดสด : ช่อง 3 SD (ช่อง28) ศึกฟุตบอล ยูโร 2016 นัดสุดท้ายของกลุ่ม C เป็นการพบกันระหว่าง ไอร์แลนด์เหนือ ที่ก่อนแข่งมี 3 คะแนน(รั้งอันดับ 3 ของตาราง) มีคิวดวลกับจ่าฝูง "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน ของ โยอาคิม เลิฟ ที่ก่อนแข่งเก็บได้ 4 แต้ม ขอเพียงแค่ผลเสมอก็จะผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ เริ่มครึ่งแรก เปิดฉากมาแค่ 10 นาที "อินทรีเหล็ก" ก็เป็นฝ่ายเดินหน้าระดมยิง ไอร์แลนด์เหนือ แบบไม่ไว้หน้า ไม่ว่าจะเป็นจังหวะหลุดเดี่ยวของ โธมัส มุลเลอร์ หรือจะเป็นลูกยิงเน้นๆชนิดไม่มีคนประกบของ มาริโอ เกิทเซ่ แต่ทั้งหมดก็ยังไม่ผ่านเซฟ ไมเคิล แม๊คโกเวิร์น ช่วยให้สถานการณ์ในสนามแม้ว่า เยอรมัน จะเป็นต่อ แต่สกอร์ก็ยังคงเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0 / ผ่านมาถึงนาที 23 เป็นอีกครั้งที่ โธมัส มุลเลอร์ พลาดโอกาสทองที่จะพาทีมขึ้นนำ หลังจากได้หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจวางเท้าซัดเต็มแรง แต่บอลเฉี่ยวเสาสองหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว หลังจากที่พับสนามบุกอยู่นาน "อินทรีเหล็ก" ก็มาได้ประตูขึ้นนำในนาที 30 จากจังหวะ โธมัส มุลเลอร์ เลี้ยงเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายถวายพานมาให้ มาริโอ โกเมซ ซัดนิ่มๆ บอลไปแฉลบแผงหลัง ไอร์แลนด์เหนือ เล็กน้อยก่อนจะมุ่งหน้าเข้าไปจมก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย / ช่วงท้ายครึ่งแรก หลังจากได้ประตูขึ้นนำ ก็ยังคงเป็น เยอรมัน ที่เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกเพื่อหวังประตูที่สองก่อนจบครึ่งแรก แต่สุดท้ายแล้วก็ยังไม่สามารถเจาะแผงหลัง ไอร์แลนด์เหนือ ได้สำเร็จ ทำให้จบ 45 นาทีแรก "อินทรีเหล็ก" เป็นฝ่ายขึ้นนำอยู่ที่ 1-0 ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเป็น เยอรมัน ที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกหนักใส่แผงหลัง ไอร์แลนด์เหนือ ตามเคย แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆกองทัพ "อินทรีเหล็ก" ที่ก็เริ่มเจาะไม่เข้า ได้ผ่อนเกมรุกลงไป ทำให้ส่วนใหญ่เป็นการครองบอลของลูกทีม โยอาคิม เลิฟ จนไปกระทั่งช่วงท้ายเกม ยังไม่มีใครทำอะไรกันได้ สุดท้ายจบ 90 นาที เยอรมัน เป็นฝ่ายเอาชนะ ไอร์แลนด์เหนือ ไปด้วยสกอร์ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม C ได้สำเร็จ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ไอร์แลนด์เหนือ : ไมเคิล แม็คโกเวิร์น(GK), อารอน ฮิวจ์ส, เคร็ก แคธคาร์ท, แกเร็ธ แม๊คออลี่ย์, จอนนี่ อีแวนส์, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, เจมี่ วอร์ด, คอร์รี่ อีแวนส์, สตีเว่น เดวิส, สจ๊วร์ต ดัลลัส, คอเนอร์ วอชิงตัน เยอรมัน : มานูเอล นอยเออร์(GK), โจชัว คิมมิช, แมทส์ ฮุมเมิลส์, เจอโรม บัวเต็ง, โยนาส เฮ็คเตอร์, ซามิ เคดิร่า, โทนี่ โครส, โธมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิล, มาริโอ เกิทเซ่, มาริโอ โกเมซ เช็คผลบอล Euro 2016 รายงานทุกสนาม และการทำประตู >> ผลบอลยูโร

น้ำตาล ชินแต่ไม่โอเค!! รับห่าง ไผ่ ชอบหายเข้าป่า ติดต่อไม่ได้นับ 10 วัน
น้ำตาล พิจักขณา /  ไผ่ พาทิศ / 

พูดเลยว่า ชิน...แต่ไม่ค่อยโอเค!! สำหรับนางเอกสาว น้ำตาล พิจักขณา ที่ยอมรับว่าช่วงนี้ห่างหายไม่ค่อยได้คุยกับหนุ่มคนสนิทที่ยังปากแข็งไม่ใช่คำว่าแฟนสักทีอย่าง ไผ่ พาทิศ เพราะช่วงนี้ฝ่ายชายชอบหายตัวเข้าป่าติดต่อไม่ได้นานนับ 10 วัน ซึ่ง สาวน้ำตาล ออกปากว่าเป็นห่วง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเข้าใจว่าต่างคนต่างมีหน้าที่การงานและชีวิตของตัวเอง!! "ที่พี่ไผ่บอกว่าจะมาเล่นละครช่อง 3 ในส่วนนี้ต้องไปถามเจ้าตัวเค้ามากกว่าค่ะ เพราะว่าเรื่องงานไม่ค่อยไปถามกันเท่าไหร่ ไม่มีมาปรึกษาอะไรนะคะ ตาลไม่ได้ชวนเลยค่ะ ต้องเป็นการตัดสินใจของเค้าเอง เรื่องงานเราไม่ก้าวก่ายกันอยู่แล้วค่ะ เพราะตาลเองก็ไม่รู้ว่าในงานของเค้าเป็นยังไง ขอให้เจ้าตัวเค้ามาตอบเองดีกว่า เพราะเราก็ไม่ทราบรายละเอียดจริงๆ ที่ว่าพี่เค้าหมดสัญญากับช่องเก่าแล้ว อันนี้ตาลไม่ทราบรายละเอียดเลยค่ะว่าเป็นยังไง จะมีแค่อัพเดทกันมากกว่าว่าวันนี้ทำอะไร แต่ในเรื่องสัญญาเราไม่ได้ไปคุยถึงเรื่องนั้นค่ะ" "ถ้าย้ายมาจริงๆ ความจริงแล้ววงการบันเทิงก็เป็นวงการแคบๆ นะคะ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราก็อยู่กันได้ทุกคนทุกที่เนอะ ถ้าย้ายมาจริงจะอยู่ที่ไหนก็แฮปปี้หมดค่ะ ถ้าได้ร่วมงานกันก็เป็นโอกาสที่ดีค่ะ ตาลเองร่วมงานกับใครก็ได้ และเชื่อว่าเค้าเองก็ร่วมงานกับใครก็ได้เหมือนกันค่ะ" "ก่อนหน้านี้ที่บอกว่าไม่ค่อยได้คุยกัน ตอนนี้คุยกันมากขึ้นไหมเหรอ คือตอนนี้เค้าก็ไปอีกแล้วค่ะ (หัวเราะ) ก็อย่างที่บอกนะคะตอนนี้ก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องเวลามากกว่า ปล่อยให้เค้าได้ทำในสิ่งที่เค้าอยากทำ และตาลเองก็ถ่ายละคร 7 วันเลย ก็เลยไม่ค่อยมีเวลามาโฟกัสตรงนี้เท่าไหร่" "น้อยใจมั้ยเหรอ อยู่กับธรรมชาติมากอย่างนี้เหรอ (หัวเราะ) คือมันไม่ได้เพิ่งเป็นนะคะ ความจริงเป็นมาตั้งนานแล้ว และอาจจะเป็นเพราะเราค่อนข้างชินที่จะเป็นแบบนี้อยู่แล้วด้วย ถ้าจะห่างๆ กันไปเลย อันนี้เราเองก็ยังตอบไม่ได้ กลัวมั้ยเหรอมันก็ไม่ได้กลัว แค่รู้สึกว่าเราทำงาน อยู่กับเพื่อน เราก็แฮปปี้ดี มันไม่ใช่ว่าเราไม่ต้องมีแฟนหรือมีความรักก็ได้ แค่หมายถึงว่าเราเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะเรียกร้องให้เค้ามาดูแลเราตลอดเวลา เราเองก็ทำงานหนักและเรียนด้วย ตอนนี้ก็แฮปปี้ เค้าก็อยากทำธุรกิจส่วนตัวมากยิ่งขึ้นก็ต้องให้โอกาสเค้า ณ วันนี้ยังไม่ใช้สถานะแฟนค่ะ ก็ยังเป็นเหมือนเดิมค่ะ" "เค้าเข้าป่าก็ห่วงนะคะ แต่ทำได้แค่ห่วงอยู่ห่างๆ เพราะเราเองก็ติดต่อเค้าไม่ได้เลย ตาลว่าทุกคนก็คงเป็นห่วงเค้าเหมือนกัน แต่เค้าก็คงดูแลตัวเองได้ บางทีก็หายไป 10 วันเราก็ติดต่อไม่ได้เลย ล่าสุดก็ 3-4 วัน กลับมาก็อัพเดทกันทีนึง มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว มันก็ไม่โอเคเท่าไหร่หรอกค่ะ (ยิ้ม) เราก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้คนอื่น เดี๋ยวรอเวลาดีกว่าค่ะ ถ้าอะไรมันชัดเจนเดี๋ยวบอกอีกทีนึง เราก็คุยกับเค้านะว่ามันไม่โอเค แต่มันจะทำยังไงได้ เราก็เข้าใจว่านั่นคือหน้าที่การงานของเค้า แต่ละคนก็ต้องมีชีวิตของเค้าเอง เราก็เข้าใจเค้าเริ่มต้นทำงาน" "ความจริงเราก็ไม่อยากเอาตรงนี้มาเป็นปัญหาอย่างเค้าไปทำงานแล้วเรามาทำให้จุดนี้มีปัญหา เดี๋ยวมันจะดูงี่เง่าไปนิดนึง คือตอนนี้ยังไม่มีจุดตรงกลางเลยค่ะ ถามว่าห่างกันมั้ย ถ้าในแง่ของตอนนี้ที่ติดต่อกันไม่ได้ก็ถือว่าห่าง แต่ในแง่ความรู้สึกตาลก็ยังโอเคอยู่ตรงจุดนี้ และยังคุยกับเค้าคนเดียวค่ะ ชัดเจน" "ล่าสุดคู่จิ้นอย่าง เคน ภูภูมิ เปิดตัวคบสาวแล้ว ทราบตามข่าวนี่แหละค่ะ ก็มีแซวๆ ถามๆ อะไรบ้าง ส่วนตัวตาลก็รู้จักทั้งคู่อยู่แล้วค่ะ ถ้าเป็นข่าวดีก็ยินดีกับเพื่อนด้วยมากกว่า แต่ว่ายังไม่ได้แซวถึงขนาดนั้นค่ะ เค้าไม่มีมาปรึกษาอะไร ตาลว่าช่วงนี้ก็คงไม่ได้ปรึกษาอะไรหรอก ส่วนกระแสจิ้นกับเราดร็อป ตาลว่าความจริงที่เรามาจิ้นกันได้ ตาลกับเคนเองก็ไม่ได้คู่จิ้นหวานๆ ส่วนใหญ่คนจะชอบเพราะเรากัดกันและโมเม้นท์ในละครมากกว่าค่ะ เป็นโมเม้นท์แบบเพื่อนก็คงไม่มีผล" น้ำตาล กล่าว น้ำตาล พิจักขณา น้ำตาล พิจักขณา น้ำตาล พิจักขณา น้ำตาล พิจักขณา น้ำตาล พิจักขณา น้ำตาล พิจักขณา ไผ่ พาทิศ ไผ่ พาทิศ

Facebook ทุ่มเงินกว่า 1,700 ล้านบาท ให้ดารา โปรโมท Facebook Live
Apps And Software /  Facebook / 

ทาง Wall Street Journal ได้รายงานว่า ล่าสุด Facebook มีแผนที่จะทุ่มเงินมากกว่า 50 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 1,700 ล้านบาท ให้กับเหล่าดาราคนดังให้หันมา โปรโมท Facebook Live โดยทางบริษัทได้ติดต่อเหล่ารายชื่อดาราคนดังมากกว่า 140 รายชื่อ อีกทั้งยังติดต่อพาร์ทเนอร์หลายๆ บริษัท เพื่อทำการสนับสนุนและโปรโมท Facebook Live ให้ได้รับความนิยมและกว้างขวางมากขึ้น โดยนับเป็นเม็ดเงินถึง 1 ล้านเหรียญต่อ 1 บริษัทพาร์ทเนอร์เลยดีเดียว จากการรายงานนั้นเผยว่าบริษัทที่ทำการตกลงกันนั้นมีมากกว่า 17 บริษัท โดยทาง BuzzFeed ได้รับเงินค่าตอบแทนมากที่สุดถึง 3.05 ล้านเหรียญเลยทีเดียว และนอกจากนั้นก็ยังได้มีการเปิดเผยรายชื่อเหล่าคนดังต่างๆ ที่ทาง Facebook ติดต่อให้โปรโมท Facebook Live อีกด้วย ซึ่งรายชื่อเหล่านั้นได้แก่ Russell Wilson นักอเมริกันฟุตบอล, Kevin Hart นักแสดง, Gordon Ramsay เชฟเซเลบ ตลอดไปจนถึงเหล่าดาราจาก YouTube อีกด้วย ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวนั้นเหล่าบริษัทและดาราจะต้องทำการ Live ผ่านทาง Facebook เพื่อเป็นการโปรโมทฟีเจอร์นี้ของทางบริษัท โดยค่าตอบแทนนั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ชมของแต่และเจ้าที่จะทำได้และจำนวนครั้งที่จะ Live ตามที่ตกลงกันไว้ โดยทาง Facebook ตั้งเป้าเอาไว้สูงสำหรับฟีเจอร์นี้ ซึ่งเปิดใช้งานอย่างพร้อมกันเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และแผนต่อไปหลังจากที่ Facebook Live ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางนั้นก็คือ ทางบริษัทจะทำการขายโฆษณาผ่านการ Live Stream นั่นเอง ดูบทความต้นฉบับ : Report: Facebook is paying more than $50 million to publishers and celebs for live streaming

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

รีวิว Sing Street : เมื่อความจริงใจแฝงไว้ในเพลงรัก
Sing Street /  จอห์น คาร์นี / 

รีวิว Sing Street : เมื่อความจริงใจแฝงไว้ในเพลงรัก หลังจากสร้างชื่อเสียงจากหนังเกี่ยวกับเพลงอย่าง Once และ Begin Again มาแล้ว ปีนี้ จอห์น คาร์นี ผู้กำกับนักดนตรีก็ได้จัดหนังเพลงเรื่องใหม่ Sing Street มาสะท้อนมุมมองความรักในช่วงวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยใช้ฉากหลังเป็นเมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ในยุคปี 80 Sing Street เล่าถึงเรื่องราวเด็กชายวัย 14 ปี คอร์เนอร์ รับบทโดย เฟอร์เดีย วอลช์-พีโล ที่มีเหตุให้ต้องย้ายโรงเรียนอย่างกะทันหัน ท่ามกลางความย่ำแย่ของสังคมในโรงเรียนเขาได้พบกับ ราฟิน่า รับบทโดย ลูซี่ บอยน์ตัน หญิงสาวแสนสวยแกมหยิ่ง และเพื่อการเอาชนะใจเธอ...คอร์เนอร์จึงตัดสินใจฟอร์มทีมกับเพื่อนตั้งวงดนตรี “Sing Street” ขึ้นมาซุ่มซ้อมทำเพลงเพื่อทาบทามเธอมาเล่น MV แบบเนียน ๆ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าภาพรวมของหนังได้ตีแผ่สภาพสังคมตะวันตกทั้งในเรื่องของ สถาบันครอบครัว ได้แก่ความไม่สมบูรณ์ของครอบครัว, ความผูกพันระหว่างพี่น้อง, การตีกรอบและการให้อิสระทางความคิดและการกระทำแก่ลูกหลาน สถาบันการศึกษา ได้แก่ ระบบชนชั้นภายในโรงเรียน (ภราดา – ครูประจำวิชา – นักเรียนเก่า – นักเรียนใหม่) และการตั้งกลุ่มกิจกรรมเสรี อย่างเช่น การฟอร์มวงดนตรีและขอขึ้นโชว์บนเวที เป็นต้น นอกจากนี้ เชื่อว่าอีกประเด็นหนึ่งที่แฝงอยู่ในหนังก็คือเรื่องความรักแบบวัยรุ่น ที่พบหน้าค่าตากันเพียงไม่นานก็ตกหลุมรักกันแล้ว ซึ่งหากมองในมิติของโลกแห่งความเป็นจริงเราจะเห็นว่าความรักประเภทนี้เป็นรักแบบประเดี๋ยวประด๋าว ไม่จีรังยั่งยืน ต่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องเพลงรักจีบกันทุกวันจนดูหวานซึ้งน่าเอ็นดูก็ตาม ทว่าลึก ๆ แล้วสิ่งที่จะเหนี่ยวรั้งหัวใจของคนสองคนให้ผูกพันกันได้อย่างถาวรก็คือความจริงใจต่างหาก ในส่วนของพัฒนาการด้านความสัมพันธ์ของตัวละครมีลักษณะเป็นกราฟขึ้น ตีคู่ขนานไปกับการใช้บทเพลงเป็นสื่อนำพาให้เรื่องเดินหน้าต่อไป ดังนั้นจุดเด่นที่สำคัญของเรื่องจึงอยู่ที่จังหวะการปล่อยซีนซ้อมร้องเพลงอันไพเราะเหมาะเจาะกับสถานการณ์อย่างพอดิบพอดี แต่ถึงกระนั้นซีนร้องเพลงเหล่านี้ก็เป็นดาบสองคมแบบกลาย ๆ จากการที่ในหนังมีซีนทำนองนี้ค่อนข้างมาก ทำให้เรื่องมีความเนือยและดูเป็นแพทเทิร์นซ้ำกัน ท้ายที่สุดนี้ ขอมอบคะแนน 3.5/5 ให้สำหรับท่วงทำนองเพลงรักสุข-เศร้า-เหงา-บันเทิงที่นำพาคนสองคนให้มาพบและมีช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกัน บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ