การนับคะแนนตะกร้อลอดห่วง

หญิง ธิติกานต์-กระแต-กระต่าย อาร์สยาม นำทีม คว้ารางวัล เพชรในเพลง ๒๕๕๘
กระแต อาร์สยาม /  วันภาษาไทยแห่งชาติ / 

นับเป็นความสำเร็จอีกครั้งสำหรับศิลปินคุณภาพจาก ค่ายเพลง อาร์สยาม ในเครือ บมจ.อาร์เอส ที่สามารถคว้ารางวัลเกียรติยศ นำทีมโดย กระแต-กระต่าย อาร์สยาม (นิภาพร-อาทิตยา บุญยะเลี้ยง) และ หญิง ธิติกานต์ อาร์สยาม (ฐิตาภา ใต้ไธสง) คว้ารางวัลชมเชยประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง จากเพลง เมรี และเพลง กุหลาบในใจน้อง ในอัลบั้ม The Man City Lion Project ชาย เมืองสิงห์ ส่วน แจ๊ค ธนพล อาร์สยาม (ธนพล สัมมาพรต) และ แมน มณีวรรณ อาร์สยาม (ยิ่งคุณ ประจันทอน) ได้รับ รางวัลชมเชยประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย จากเพลง ขอโง่อีกสักครั้ง และเพลง พรจากปากแม่ ซึ่งในเพลงเดียวกันนี้ อ.สัญญาลักษณ์ ดอนศรี (สัญญารักษ์ ดอนศรีฐิติโชติ) ก็ได้รับรางวัลชมเชย ในฐานะ ผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง อีกด้วย ซึ่งรางวัลดังกล่าวจัดโดย สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ที่ดำเนินการประกวดเพลง (เพชรในเพลง) เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๘ “เป็นปีแรกสำหรับพวกเรา กระแต-กระต่าย ที่ได้รับเกียรติ ให้มารับรางวัลเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นรางวัลที่ให้กำลังใจกับนักร้อง นักประพันธ์เพลงที่สามารถผสมผสานความรู้ทางภาษา วรรณศิลป์ คีตศิลป์ รวมถึงการออกเสียงขับร้องได้อย่างชัดเจนถูกต้องตามหลักภาษาไทย เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับเยาวชนคนไทย ได้เห็นถึงความสำคัญของภาษาไทยต่อไปค่ะ” กระแต-กระต่าย อาร์สยาม เป็นตัวแทนเผยถึงความรู้สึกหลังได้รับรางวัล เพชรในเพลง เพลง เมรี : กระแต - กระต่าย อาร์ สยาม จากอัลบั้ม The Man City Lion Project ชาย เมืองสิงห์ เพลง ขอโง่อีกสักครั้ง แจ๊ค ธนพล อาร์ สยาม เพลง พรจากปากแม่ แมน มณีวรรณ อาร์ สยาม มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน  ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

นักศึกษาสาว วารี ดรรชนีพิพัฒน์ จากคนรักแมวสู่เจ้าของโรงแรมแมว
คนรักแมว /  นักศึกษา / 

นักศึกษาสาว วารี ดรรชนีพิพัฒน์ จากคนรักแมวสู่เจ้าของโรงแรมแมว หรือที่มีชื่อว่า Cat Care Thailand สถานที่รับฝากเลี้ยงดูแลแมวในขณะที่เจ้าของไม่อยู่นั้นเอง แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เจ้าของธุรกิจเป็นนักศึกษา อายุ 26 ปี และเริ่มทำธุรกิจนี้มาตั้งแต่เธออยู่ปี 1 จนตอนนี้กำลังจะรับปริญญาตรีใบที่สองแล้วจากมหาวิทยาลัยหอการค้า ว้าว! ทั้งสวยทั้งเก่งมีความสามารถมากขนาดนี้ งั้นเราต้องไปติดตามเรื่องราวและแรงบันดาลใจของเธอ เพื่อปลุกไฟในตัวเราเองกันบ้างแล้วละคะ นักศึกษาสาว วารี ดรรชนีพิพัฒน์ จากคนรักแมวสู่เจ้าของโรงแรมแมว ประวัติ ชื่อ : วารี ดรรชนีพิพัฒน์ ชื่อเล่น : ยูกิ วันเกิด : 20 สิงหาคม 2531 การศึกษา : - ปริญญาตรี คณะคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้า - ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยหอการค้า ผลงาน : เจ้าของโรงแรมแมว Cat Care Thailand จุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจ - กิเกิดมาจากครอบครัวที่ชอบเลี้ยงแมวมากๆ เลยค่ะ เริ่มจากแมวตัวแรกชื่อว่ามีมี่ ก็มีตัวที่สอง ชื่อว่า วิปครีม และมีลูกๆ ตามมาเป็นตัวที่สี่ ห้า หก จนเมื่อวันหนึ่งที่ครอบครัวต้องไปต่างจังหวัด ก็อดห่วงแมวไม่ได้ จึงเอาแมวไปหาสถานที่ฝากเลี้ยงชั่วคราว แต่กลับพบว่าไม่ค่อยมีที่รับฝากเลย ส่วนร้านที่รับถ้าเป็นในช่วงหน้าเทศกาลคนก็นำมาฝากกันเยอะด้วย แถมเขาก็รับเลี้ยงทั้งสุนัขและแมวด้วยกันอีกต่างหาก จุดนี้เองที่ทำให้กิคิดว่า ในเมื่อเรารักแมว เรารู้วิธีการเล่น การดูแล หรือที่เรียกง่ายๆ ว่ารู้ใจมันพอสมควร จึงตัดสินใจว่าน่าจะลองเปิดโรงแรมรับฝากเลี้ยงเฉพาะแมวขึ้นดู โดยใช้พื้นที่ในบ้านของตัวเราเองก่อนเนี่ยแหละ โรงแรมต้องทำอย่างไรบ้าง? - เริ่มแรก กิลงทุนใช้เงินไม่กี่พันที่มีซื้อกรงให้แมวอยู่ 6 กรง ในพื้นที่ห้องหนึ่งของบ้านโดยเฉพาะ และเริ่มทำเว็บไซต์เองจากพื้นฐานที่พอรู้มาบ้าง บวกกับซื้อหนังสือมาอ่าน จากนั้นก็ดูแลและโปรโมทเว็บเรื่อยๆ จนเริ่มมีคนสนใจ กลายเป็นว่าซื้อมา 6 กรง ก็ไม่สามารถรองรับลูกค้าแมวได้เพียงพอโดยเฉพาะหน้าเทศกาล และจากความความสำเร็จนี้ ทำให้เราพอมีกำลังพอที่จะขยายร้าน จากเดิมที่ใช้ที่บ้านของตนเอง ก็ออกมาเช่าตึกแถวติดริมถนน เพื่อความสะดวกสำหรับผู้ที่จะนำมาฝาก และกั้นห้องมากกว่าเดิมค่ะ ทำไมถึงเลือกที่จะเรียนปริญญาตรี 2 ใบ - ครั้งแรกกิสนใจด้านคอมพิวเตอร์ก่อนจึงตัดสินใจเลือกเรียน คณะคอมพิวเตอร์ธุรกิจ แต่พอมามีกิจการเป็นของตัวเอง และมีเวลาเหลือพอที่จะศึกษาจึงไม่ปล่อยโอกาสดีๆ แบบนี้หลุดไป เลยขอเลือกที่จะให้ตัวเองได้เรียนรู้ด้านบริหารธุรกิจ สาขาผู้ประกอบการ เพิ่มเติมและเพื่อนำมาปรับใช้ได้จริงๆ คณะบริหารธุรกิจ สาขาผู้ประกอบการ  ที่เราเรียนมีความยากง่าย อย่างไร - สาขานี้เป็นสาขาที่เปิดให้นักศึกษามีความคิดเป็นของตัวเองอย่างสร้างสรรค์ในเชิงธุรกิจ ไม่ได้เจาะลึกตามตำรามากนัก เลยทำให้รู้สึกไม่เคร่งเครียดจนเกินไป แบบนี้เราได้ความรู้จากการเรียนคณะ มาใช้ประโยชน์ในธุรกิจโรงแรมแมวยังไงบ้าง - ได้ประโยชน์เยอะมากเลยค่ะที่ได้จากการเรียน ทั้งวิธีการซื้อใจลูกค้า การจัดสรรสินค้า การแบ่งพื้นที่เพื่อให้ได้มูลค่าสูงสุด แบ่งเวลาเรื่องการเรียน กับ เรื่องงาน อย่างไร - กิเป็นคนเรียนไม่เก่ง จึงไม่ได้หวังให้การเรียนออกมาเพอร์เฟ็กต์ แต่ก็พยายามพยุงเกรดให้ผ่านมาได้ แต่เกรดกิก็ไม่น่าเกลียดนะคะ ได้ประมาณสามต้นๆ ก็ถือว่าพอใจแล้วค่ะ รู้สึกท้อบ้างไหม และมีวิธีการจัดการอย่างไร? - เวลาท้อกิก็จะจัดการด้วยการเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลัง และก็ใจเย็นๆ ค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละเรื่อง ชีวิตหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย - ก็จะพยายามทำธุรกิจโรงแรมนี้ให้ดีที่สุด ขยายร้านให้ใหญ่ขึ้น และศึกษาข้อมูลเพื่อพัฒนาจุดด้อยของเราให้ดียิ่งขึ้นค่ะ ฝากอะไรถึงน้องๆ ที่มีความใฝ่ฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองบ้าง - ถ้าน้องฝัน แต่น้องไม่ลงมือทำมัน ความฝันนั้นก็จะไม่เกิด แต่ถ้าเมื่อไรที่น้องได้ลงมือแล้วละก็ น้องจะรู้ว่าความสำเร็จมันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง เชื่อพี่ ล้มแล้วเราก็ลุกใหม่ได้ ล้มแล้วเราก็จะได้เรียนรู้ข้อผิดพลาด ดีกว่าได้แต่ฝันแต่เป็นจริงไม่ได้สักที  ---หากนำข้อมูลไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บด้วยนะคะ--- เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ภาพจาก Varee Catcarethailand

10 เหตุผลที่ ผู้หญิงควรเที่ยวคนเดียว สักครั้งในชีวิต!
ชอบเที่ยว /  ท่องเที่ยว / 

ผู้หญิงเที่ยวคนเดียว นั้นแต่ก่อนอาจเป็นเรื่องน่ากลัว เสี่ยงภัย แต่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไปในยุคสมัยนี้ เพราะตอนนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย อีกทั้งตอนนี้เทรนด์การเที่ยวคนเดียวก็เริ่มมาแรงแล้วด้วย ถ้าสาวคนไหนที่เกิดมาแล้วยังไม่เคยไปเที่ยวคนเดียวล่ะก็ ลองเปิดใจอ่าน 10 เหตุผลนี้แล้วคุณจะรู้ว่าการไป ผู้หญิงเที่ยวคนเดียว นั้นไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป สิ่งที่ได้มันช่างมากมายกว่าที่่คุณคิดอีกนะ 1.คุณจะได้คุยกับคนอื่น ก็ไปเที่ยวคนเดียวจะให้คุยกับใครล่ะ ถ้าไม่ใช่คนในสถานที่เหล่านั้น ทำให้คุณเรียนรู้ที่จะรู้จักคนอื่น วิธีเข้าหา และรู้จักการพูดเพื่อสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ยิ่งไปกว่านั้นคุณอาจจะได้เพื่อนใหม่กลับมาด้วย 2.เจอหนุ่มแซ่บๆก็สบายหายห่วง ไม่ว่าจะเจอเพื่อนที่คุยสนุก เพื่อนชายหล่อล่ำ คุณก็สามารถเปิดฉากพูดคุยได้เต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังถึงใครๆ ก็คุณมาคนเดียวนี่นา 3.คุณจะได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ โอกาสในการไปเที่ยวคนเดียวนั้น คุณจะได้เจอคนที่กล้าทำทุกอย่างในชีวิต เช่น กล้าโดดบันจี้จั๊ม กล้ากินแมลง ถ้าคุณได้ไปเที่ยวกับเดอะแก็งค์เหล่านี้ล่ะก็ สิ่งที่คุณไม่เคยคิดจะทำน่ะ ได้ทำแน่นอน 4.คุณจะเสียเงินไปกับของที่ระลึกสุดเจ๋ง ก็ไปถึงถิ่นนั้นแล้ว จะไม่ซื้อกลับมาก็กระไรอยู่ และซื้อกลับมาทีไรก็ได้แต่นึกถึงและเก็บเป็นความทรงจำไว้เสมอ 5.สามารถสร้างตารางชีวิตเองได้ ขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ตารางชีวิตเปลี่ยนไปได้ทุกเมื่อ อยากไปอันนี้ก่อน อยากไปอันนู้นอันนี้ ถ้าคุณต้องไปกับเพื่อน บอกเลยว่าคุณจะต้องทะเลาะตบตีกันเพื่อเลือกไปในที่ๆอยากไป แต่ปัญหานี้จะหมดไป ถ้าคุณเลือกจะไปคนเดียว เพราะคุณต้องวางแผนเพื่อคุณคนเดียวเท่านั้น 6.ไม่ต้องห่วงความรู้สึกใคร จะทำอะไร จะกินอะไร ก็ไม่มีใครมาว่ามาห้าม เพราะฉะนั้นคุณจะเป็นตัวเองที่สุดเลยล่ะ 7.คุณจะเห็นความสวยงามของโลกมากกว่าเดิม จากแต่ก่อนที่ไม่เคยได้หยุดพัก ใช้เวลากับคนอื่นตลอดเวลา คุณจะได้ใช้เวลากับตัวเอง และเห็นภาพของทิวทัศน์ในแบบที่คุณไม่เคยเห็นในมุมมองนี้มาก่อน 8.เรียนรู้การจะไว้ใจใคร คุณจะเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆ ได้รู้จักตัวเองในมุมที่ไม่เคยรู้จัก ที่สำคัญได้ฝึกสกิลไปในตัว อนาคตถ้าเดินทางไปไหนคนเดียว คุณจะพัฒนาตัวเองได้อย่างแน่นอน 9.กินเที่ยวได้เต็มที่ ไม่มีใครมาห้าม อยากกินอะไรก็กิน ไม่ต้องห่วงว่าใครจะมาว่า อ้วน หรือ กินได้จริงๆหรอ หรือจะนั่งจิบเบียร์มองคนเดินไปมา ก็ชิคไปอีกแบบ บรรยากาศใหม่ๆมันทำให้เรารู้สึกดีจริงๆนะ 10.สะกดคำว่า "อิสระ" ได้ชัดขึ้น จากแต่ก่อนที่อาจจะรู้จักคำว่า อิสระ แต่อาจจะไม่รู้ลึกถ่องแท้ แต่พอได้มาเที่ยวคนเดียว คุณจะเรียนรู้ว่าความอิสระและการได้ใช้ชีวิตคนเดียวนั้นมันไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด และเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้อยู่ได้บนโลกใบนี้ ที่มา elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล
ฉลาม /  ดำน้ำ / 

Q ‘ภาพที่ดีสำหรับผมไม่ต้องสวยเพอร์เฟ็ค แต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ครบถ้วน’ ถ้าพูดถึงช่างภาพใต้น้ำระดับชั้นนำของเมืองไทย ชื่อของ ‘นัท สุมนเตมีย์’ น่าจะถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ ด้วยประสบการณ์การทำงานมากว่า 20 ปี และมีผลงานเป็นที่โจษจันในระดับสากลรวมถึงการที่เคยคว้ารางวัลภาพถ่ายระดับโลกมาครอง เรียกว่าทำให้คุณนัทคุ้นเคยกับโลกใต้น้ำเป็นอย่างดีโดยเฉพาะบรรดาสัตว์โลกใต้ทะเลที่กลายเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันไปแล้ว และกว่าจะได้มานั่งพูดคุยกับคุณนัทช่างภาพอารมณ์ดีคนนี้เราถึงต้องขอคิวเป็นพิเศษชนิดที่ว่าพลาดคราวนี้ก็อาจต้องรอกันข้ามปีทีเดียว เพราะด้วยความที่ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศติดต่อกันหลายเดือนสิ่งนี้เป็นเครื่องการันตีชั้นดีว่าดีกรีของ The Master ของเราคราวนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล อัพเดทชีวิตช่วงนี้หน่อยครับ? ตอนนี้มีโปรเจ็คทำโฟโต้บุ๊คขนาดใหญ่ซึ่งรวบรวมผลงาน 20 ปีที่ทำงานใต้น้ำของผมชื่อ ‘โอเคียนอส’ เป็นภาษากรีกที่มาของคำว่าโอเชียนซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล คัดมา 150 รูปที่เป็นมาสเตอร์พีซ เริ่มตั้งแต่ถ่ายด้วยฟิล์มเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คาดว่าจะออกประมาณต้นปีหน้าครับ ส่วนงานหลักตอนนี้จริงๆ คือเดินทางถ่ายสารคดีทั่วโลกให้กับทีมโลกโสภา เร็วๆ นี้กำลังจะมีรายการสารคดีฉายทางโทรทัศน์ครับ เห็นว่าเดินทางไปต่างประเทศบ่อยมาก? ช่วง 3-4 ปีนี้ผมเดินทางเยอะมาก ถ้านับกันจริงๆ ที่พอจะนึกได้มีแอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี ตองก้า มาเลเซีย เอกวาดอร์ คอสตาริกา มัลดีฟ ฮาวาย บาฮามาส ที่เพิ่งกลับมาคือเซเชลส์เป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย โดยที่ผ่านมาปกติเดินทางทุกเดือนจะกลับมาพักเมืองไทย 1 สัปดาห์จากนั้นก็เดินทางต่อ เริ่มถ่ายภาพใต้น้ำตั้งแต่ตอนไหนครับ? ผมโชคดีอยู่อย่างคือได้ดำน้ำกับพ่อตั้งแต่เด็ก มีโอกาสได้เห็นทะเลไทยตั้งแต่เป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก ช่วงแรกก็ไปใกล้ๆ แถวเกาะล้านพัทยาจากนั้นก็เริ่มไกลขึ้นเรื่อยๆ จากระยอง ไปตราดจากนั้นลงไปทางใต้ ภูเก็ต กระบี่ สิมิลัน ผมคิดว่าโชคดีที่เห็นสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เด็กได้รู้จักโลกใต้ทะเลตั้งแต่ตอนนั้น หลังจากนั้นผมมาเริ่มดำน้ำแบบสกูบ้าอย่างเต็มตัวจนเข้าโดยเอ็นทรานซ์ติดที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ ชีวิตนักศึกษาเป็นยังไงบ้างครับ? ที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ผมเลือกเรียนภาพยนตร์ทำให้ผมมองเห็นภาพโดยรวมค่อนข้างกว้าง ส่วนที่ผมเรียนภาพยนตร์แต่มาทำงานภาพนิ่งเพราะว่าสมัยเรียนเคยไปทำงานกองถ่ายหนัง ความใฝ่ฝันคืออยากเป็นตากล้องหนังสารคดีแต่ในยุคนั้นยากมาก เริ่มต้นจากเป็นตากล้องภาพนิ่งประจำกองถ่ายก่อน แต่เรารู้สึกว่าการทำงานมันใช้เวลาเยอะมาก กองถ่ายมันค่อนข้างอุ้ยอ้ายการรอคอยก็เยอะ สุดท้ายค้นพบว่ามันไม่เหมาะกับลักษณะนิสัยของเรา สิ่งที่ต้องการคือตัดสินใจได้คนเดียวและรวดเร็วก็เลยเบนเข็มมาทำภาพนิ่งแทน จุดเปลี่ยนที่ก้าวสู่วงการช่างภาพอาชีพ? ตอนปี 4 ได้มาฝึกงานที่อนุสาร อสท ที่นี่เหมือนเป็นอีกโรงเรียนนึงของผม ตอนนั้นที่ อสท กำลังเป็นยุคเริ่มต้นของการถ่ายภาพใต้น้ำ ทำให้ผมได้เข้าไปเจอกับพี่อภินันท์ บัวหภักดีกับพี่วินิต รังผึ้ง ที่ถ่ายภาพใต้น้ำกันอยู่แล้วจึงได้มีโอกาสไปดำน้ำด้วยกัน ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงบ้างครับ? นี่ล่ะงานที่เราใฝ่ฝัน จากประสบการณ์ที่เรามีตั้งแต่เด็กถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเป็นเรื่องราว แต่ตอนนั้น อสท ยังไม่มีการเปิดรับพนักงานผมเลยออกไปทำเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ถ่ายทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาพประกอบหนังสือ หลังจากนั้นจึงมีโอกาสเข้าไปทำที่ อสท เพราะมีตำแหน่งว่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเขียนเรื่องได้ด้วย ผมจึงหัดเขียนตั้งแต่ตอนนั้นแต่ด้วยผมเขียนพรรณณาไม่ค่อยเก่งแต่ใช้การเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ นึกถึงภาพที่เราเห็นแล้วก็ลงมือเขียนบรรยายจากความรู้สึก กลับมาที่ อสท รอบนี้ได้ให้อะไรกับพี่นัทบ้างครับ? การกลับมา อสท คราวนี้ผมโฟกัสการถ่ายภาพใต้น้ำมากขึ้น ได้ทำคอลัมน์ประจำคือท่องโลกใต้ทะเลซึ่งเป็นงานที่เราชอบมาก เป็นคอลัมน์ที่ผมทำมายาวนานมา 20 ปีพอดี ที่นี่เหมือนเป็นโรงเรียนของผม ได้เดินทาง พบปะผู้คน ได้ประสบการณ์การทำงานทำให้มีวิชาติดตัวมาถึงทุกวันนี้  หลังจากนั้นออกมาทำ NATURE EXPLORER ตอนปี พศ.2543 เป็นการทำงานที่ท่องโลกธรรมชาติอย่างเดียวเลยมีการเดินทางเกือบทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการในตอนนั้นทำจนหนังสือได้ปิดตัวไป ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระเต็มตัวครับ ความท้าทายของการถ่ายภาพใต้น้ำ? เรากำหนดภาพอย่างที่เราต้องการไม่ได้ เราเป็นคนที่เอาตัวเข้าไปอยู่ตรงนั้นบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของเราถ่ายทอดให้คนอื่นที่ไม่ได้เดินทางไปกับเราได้เห็น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของการถ่ายภาพใต้น้ำคือเวลา เวลาที่เราจะไปอยู่ตรงจุดนั้นที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นพอดี จริงๆ พื้นฐานการถ่ายภาพและมุมมองเป็นส่วนเล็กๆ อาจเรียกว่าเป็นส่วนสุดท้ายก่อนที่ตัดสินใจกดชัตเตอร์เท่านั้นเอง สิ่งสำคัญจริงๆ อยู่ที่การเตรียมการวางแผนการเดินทาง การเลือกจังหวะเวลาที่ไปแล้วเกิดปรากฎการณ์ที่เรารอคอยต่างหากที่สำคัญกว่า ขั้นตอนการวางแผนการเตรียมตัว? สมัยนี้ง่ายขึ้นครับเพราะสามารถหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้ ส่วนสมัยก่อนใช้การปรึกษาจากกลุ่มเพื่อนๆ ช่างภาพต่างประเทศที่เคยไปมาก่อน อย่างเช่นจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงไหนของปีเราก็จดบันทึกไว้ว่าช่วงเดือนนี้ของปีจะไปที่ไหน อย่างเช่นช่วงกรกฎา-สิงหาที่แอฟริกาใต้จะเป็นช่วงที่ฝูงซาร์ดีนอพยพ (sardine run) แล้วก็มีฉลามมาไล่ตามกินฝูงซาร์ดีน หรืออย่างเดือนสิงหาวาฬหลังค่อมจะไปออกลูกที่ตองก้ามันจะเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้ว กำหนดการที่บอกมามีคลาดเคลื่อนบ้างมั้ยครับ? มีแน่นอน อย่างปรากฎการณ์ซาร์ดีนที่แอฟริกาใต้มันมีทุกปีก็จริง แต่บางครั้งมันเป็นปรากฎการณ์ขนาดใหญ่มากบางปีก็น้อยมากจนแทบไม่มี อันนี้เราไม่รู้แต่ต้องเดินทางไปรอก่อน อย่างเช่นปีนึงเกิดเหตุการณ์แค่อาทิตย์เดียวหรือ 3-4 วันอยู่ที่เราจะเลือกเวลาไปได้พอดีจังหวะหรือเปล่า การถ่ายภาพใต้น้ำมีเรื่องโชคเรื่องดวงมาประกอบด้วยหรือเปล่าครับ? มันเป็นไปได้ทั้งเรื่องโชคเรื่องดวงและการเฝ้ารอ ผมว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน ผมเคยบอกไว้ว่าถ้าเรารอให้โชคเกิดขึ้นอย่างเดียวมันก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเราลงมือค้นหามันด้วยก็จะมีโอกาสมากขึ้น ยกตัวอย่างผมไปรอฝูงซาร์ดีนอพยพ 40 วันก็จะมีโอกาสได้รูปมากกว่าคนที่ไปรอ 20 วัน สิ่งที่ผมเห็นในภาพของช่างภาพสารคดีทุกคนในโลกคือ ‘เวลาที่เขาใช้ไป’ จริงๆ แล้วภาพนิ่งเป็นการกดชัตเตอร์หนึ่งส่วนเสี้ยวของวินาที แต่เบื้องหลังของภาพมันมีที่มายาวนานมากอาจจะผ่านเวลามาแล้ว 20 วันหรือ 20 ปีหรืออาจผ่านเวลามาทั้งชีวิตของช่างภาพคนนั้นก็ได้ อีโก้มีส่วนในการสร้างสรรค์ผลงานมั้ยครับ? มีส่วนครับเวลาพูดถึงอีโก้ในความหมายของคนไทยมักมีความรู้สึกในแง่ลบ แต่จริงๆ แล้วอีโก้สำหรับผมมองว่าการที่จะสร้างผลงานมันต้องมีความฝันแล้วก็ไม่ยอมที่จะทิ้งมันไป บางครั้งผมค่อนข้างดื้อในการทำงานเพราะต้องการพยายามให้ถึงที่สุดแต่ในการทำงานกับธรรมชาติต้องเคารพธรรมชาติ ในบางครั้งเราถ่ายภาพสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถืงคือต้องรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด ลองดูภาพของผมทุกวันนี้กับภาพเมื่อ 20 ปีที่แล้วประสบการณ์จะเป็นตัวบอกถึงภาพที่แตกต่างออกไป สมัยเมื่อ 20 ปีที่แล้วผมใช้วิธีการว่ายน้ำอย่างรวดเร็วเข้าไปหาเป้าหมาย ภาพที่ได้มาส่วนใหญ่จะเป็นภาพของสัตว์ที่เกิดอาการตื่นตกใจ แต่ทุกวันนี้ผมปรับการทำงานโดยใช้วิธีค่อยๆ หยุดนิ่งเพื่อให้สัตว์สงสัยและเชื่อใจจนเข้ามาอยู่ในระยะที่ถ่ายภาพได้เพราะประสบการณ์ 20 ปีที่ผ่านมาสอนให้ผมรู้ว่ายังไงมนุษย์ไม่มีทางว่ายน้ำได้เร็วกว่าปลา สิ่งที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับสัตว์โลกใต้น้ำ? คนทั่วไปมักจะมีความเข้าใจว่าวาฬทุกตัว ฉลามทุกตัว สัตว์ทุกตัวเหมือนกันหมดจริงๆ แล้วไม่ใช่ ทุกตัวมีพฤติกรรมเฉพาะตัว เหมือนเราเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวแต่ละตัวมีนิสัยคาแร็คเตอร์ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับวาฬหรือสัตว์ทะเลที่มีประสบการณ์ชีวิตไม่เหมือนกัน บางตัวเคยถูกไล่ล่าแต่บางตัวกลับคุ้นเคยกับมนุษย์ ฉลามเป็นสัตว์น่ากลัวเหมือนที่ร่ำลือกันหรือเปล่าครับ? ฉลามมีความก้าวร้าวแต่ไม่ทุกตัว เขาจะมีลักษณะแสดงออกให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน บางชนิดจะโก่งตัวขึ้นครีบด้านข้างลู่ลงว่ายอย่างรวดเร็วในลักษณะไม่เป็นธรรมชาติ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเราต้องออกมาจากพื้นที่ของเขา จริงๆ ฉลามก็คือปลาตัวหนึ่งที่กลัวเรา ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ สุนัขที่กัดเราก็คือสุนัขที่กลัวเรา ถ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ? วาฬกับโลมาครับ เป็นสัตว์ที่วิวัฒนาการทางสมองใกล้เคียงกับเรามาก ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลายๆ คนพยายามสื่อสารทำความเข้าใจกับวาฬกับโลมาอยู่ เพื่อนช่างภาพที่สนิทกันคนนี้ถ่ายภาพวาฬเยอะมากประสบการณ์ที่เขาเล่าให้ผมฟังคือวาฬจำเขาได้และว่ายเข้ามาหา ผมชอบถ่ายวาฬมาก ผมบอกได้เลยว่าถ้าวาฬไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเราจะได้ภาพยากมาก ถึงแม้เขาจะคุยกับเราไม่ได้แต่เขามีปฏิสัมพันธ์กับเรา เขายอมรับให้เราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของเขาได้ บางครั้งว่ายเข้ามาดูเราก็มี พื้นที่เป็นเรื่องสำคัญต้องทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้มารุกราน ประสบการณ์การทำงานมายาวนานประทับใจเคสไหนที่สุดครับ? สิ่งที่ประทับใจเหตุการณ์หนึ่งคือผมถ่ายภาพกระเบนราหูที่โคโมโด ผมถ่ายกระเบนราหูตัวนั้นทั้งไดฟ์อยู่ชั่วโมงกว่าแล้วกลับขึ้นมาบนเรือเพื่อพักและเปลี่ยนถังอากาศ 2 ชั่วโมงกว่าแล้วลงไปใหม่ กระเบนราหูตั้วนั้นก็ยังอยู่ที่เดิมและผมเชื่อว่าเขาจำผมได้เพราะพอเห็นผมปุ๊บว่ายเข้ามาหาเลยแล้วก็วนอยู่รอบตัว ประสบการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่พิเศษที่ลืมไม่ลงจริงๆ ครับ เทคนิคเฉพาะตัวในการทำงาน? การทำงานถ่ายภาพใต้น้ำโดยเฉพาะกับสัตว์ทะเลมันจะไม่เหมือนกับการถ่ายภาพสัตว์ป่าการถ่ายสัตว์ป่าบนบกต้องรออยู่ในซุ้มบังไพร ส่วนใหญ่ใช้เลนส์ขนาดยาวถ่ายในระยะค่อนข้างไกลหรือใกล้สุด 15 เมตร แต่ในการถ่ายภาพใต้น้ำระยะไกลที่สุดที่ถ่ายออกมาได้ดีคือไม่เกิน 3 เมตรจากเป้าหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะเข้าไปใกล้เป้าหมายได้ยังไง การที่เราอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ เสียงฟองอากาศที่เราดำน้ำมีผลมากกับสัตว์หลายๆ ชนิด เวลาอยู่จำนวนคนน้อยลงโอกาสสัตว์ที่เข้ามาปฎิสัมพันธ์กับเราก็มากขึ้น หรือบางครั้งผมถ่ายรูปมาโครสัตว์ตัวเล็กๆ ต้องใช้เวลาเพราะว่าเราจะไม่ไปจัดแต่งสัตว์ให้ไปอยู่ในมุมที่เราต้อง การฉะนั้นการดำน้ำของผมคือไม่ใช่ว่ายตามกลุ่มไป เรียกว่าคุณนัทมีความเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์อยู่ในตัว? อาจจะมีส่วนนะ ผมถ่ายภาพมาตั้งแต่สมัยฟิล์ม ต้องยอมรับอย่างนึงนิสัยเสียของผมคือถ่ายภาพไม่เยอะ จำนวนชัตเตอร์ที่กดไปอาจจะไม่เยอะเท่าช่างภาพรุ่นใหม่ คือเราจะเห็นภาพก่อนแล้วค่อยกดชัตเตอร์ขณะที่ช่างภาพในยุคปัจจุบันจะมีวิธีมองอีกแบบที่ถ่ายภาพปุ๊บแล้วคิดไปว่าจะโปรเซสยังไงต่อให้ภาพออกมาอย่างที่ต้องการ ดังนั้นจำนวนภาพถ่ายของผมไดฟ์นึงมีแค่ 10-20 รูปเอง อาจจะเป็นความชินกับการถ่ายด้วยฟิล์มแบบเมื่อก่อนด้วย ได้ถ่ายภาพแนวอื่นบ้างมั้ยครับ? จริงๆ ผมก็ชอบถ่ายแลนสเคปนะครับ ไวด์ไลฟ์ก็ชอบถ้ามีจังหวะและโอกาส แต่ขณะเดียวกันผมถ่ายคนน้อยมากเลย ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบถ่ายนะ แต่ในบางครั้งผมอาจจะคุยกับคนไม่เก่ง ยกตัวอย่างช่างภาพถ่ายคนที่ผมนับถือคือคุณพิชญ์ เยาว์ภิรมย์ เป็นช่างภาพที่ดึงคาแร็คเตอร์คนออกมาได้ดีมาก เทคนิคพิเศษคือตีซี้คนง่ายมากเวลาไปเดินตลาดไม่ถึงชั่วโมงทั้งตลาดรู้จักคุณพิชญ์เรียบร้อยแล้ว สัตว์ใต้ทะเลที่คิดว่าถ่ายยากในมุมมองของคุณนัท? เยอะมาก ฉลามหัวค้อนเป็นอีกตัวอย่างนึงที่ถือว่าถ่ายยาก เป็นฉลามที่ขี้อายมาก คือเขาจะกลัวเสียงฟองอากาศของเรามาก บางทีว่ายมา 30-40 ตัวพอได้ยินเสียงฟองอากาศปุ๊บกระจายหายไปเลย ผมถ่ายภาพมา 20 ปีได้ภาพฉลามหัวค้อนดีๆ ไม่เกิน 10 รูป ส่วนใหญ่คือต้องแอบอยู่หลังโขดหินและพยายามหายใจให้น้อยที่สุดรอจนเข้ามาใกล้ได้จังหวะแล้วถ่าย มีสัตว์ชนิดไหนอีกมั้ยครับที่อยากถ่ายแต่ยังไม่ได้ถ่าย? เยอะมากครับส่วนใหญ่จะเป็นวาฬ เช่น วาฬบลูด้า วาฬสเปิร์ม วาฬสีน้ำเงิน โอกาสที่จะเจอวาฬไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้จังหวะและเวลาที่เหมาะจริงๆ ช่วยเล่าเหตุการณ์ตื่นเต้นให้ฟังหน่อยครับ? มีไม่ค่อยบ่อยเพราะปกติก็ต้องระวังตัวเองเต็มที่ สิ่งที่ผมกลัวที่สุดส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องของสัตว์แต่เป็นทะเล กลัวกระแสน้ำในบางจุดดำน้ำมันเป็นช่องแคบ ทำให้มีกระแสน้ำกดลงเป็นสิ่งที่อันตรายมากเพราะสามารถดูดเราลงไปใต้น้ำได้ ในการดำน้ำที่โคโดโมหรือบาหลี ผมพยายามอยู่ติดโขดหินตลอดเพราะบางครั้งกระแสน้ำเปลี่ยนอย่างรวดเร็วค่อนข้างอันตราย ลายเซ็นในภาพที่เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าเป็นผลงานของคุณนัท? ผมว่าเรื่องลายเซ็นต้องให้คนอื่นดู อาจเป็นเรื่องความใกล้ชิด น่าจะเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างคนกับสัตว์มากกว่า ภาพที่ได้มาต้องผ่านการโปรเซสหน้าคอมพิวเตอร์หรือเปล่าครับ? รูปของผมต้องบอกเลยว่า 80% ค่อนข้างดูได้มาตั้งแต่ในกล้องแล้ว บางครั้งก็แทบไม่ได้ปรับอะไรเพิ่มเลยแต่ในบางครั้งพูดตรงๆ ว่าเป็นในแง่เทคนิค อย่างเช่นรูปครึ่งบกครึ่งน้ำข้างบนจะสว่างกว่าข้างล่างอยู่แล้วยังไงต้องผ่านการโปรเซสนิดหน่อยเพื่อจะเกลี่ยแสงด้านบนกับด้านล่างให้เท่ากัน กฎเหล็กประจำตัว? ผมพยายามไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่เห็นอยู่ตามธรรมชาติ สิ่งที่เห็นในภาพคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ที่ผมมองผ่านวิวไฟเดอร์ของผม แล้วก็พยายามรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด จะบอกว่าไม่รบกวนเลยคงเป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกที่ได้เป็นไอดอลเรื่องการถ่ายภาพใต้น้ำให้ใครหลายคน? เป็นความรู้สึกที่ดี แต่ผมเองไม่ได้เก่งไปกว่าคนอื่น เชื่อว่ามีช่างภาพหลายๆ คนที่มีฝีมือดีกว่า เพียงแต่ว่าผมอาจทำงานตรงนี้มายาวนานคนเลยรู้จักมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง แล้วคุณนัทมีไอดอลกับเขามั้ยครับ? มีครับช่างภาพทุกคนย่อมมีช่างภาพในดวงใจ ส่วนผมมีหลายคนอยู่ถ้าเป็นต่างชาติชอบ ‘เดวิด ดูบิเลต์’ ช่างภาพเนชั่นแนลจีโอกราฟิกที่ผมเห็นผลงานเขามาตั้งแต่เด็กๆ ภาพของเขาถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากถ่ายรูปใต้น้ำ โดยรูปที่ประทับใจคือฝูงปลาบาร์ราคูด้าม้วนเป็นวงกลมแล้วมีนักดำน้ำอยู่ตรงกลาง ส่วนคนไทยนับถือเป็นพี่เชน หม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่าที่ไม่ทำอย่างอื่นเลยนอกจากเป็นช่างภาพสัตว์ป่าอย่างเดียว ใช้เวลาเป็นปีอยู่ในป่า ทำงานมา 30 กว่าปีตั้งแต่ผมยังเด็กๆ จนตอนนี้ก็ยังทำอยู่ถือว่าเป็นไอดอลของผมทั้งงานเขียนและงานถ่ายภาพ แอบรู้มาว่าคุณนัทเคยได้รางวัลถ่ายภาพระดับโลกมาด้วย? จะบอกว่าผมส่งรูปประกวดน้อยมาก แต่ปัจจัยที่ทำให้ผมอยากส่งประกวดไม่ใช่เรื่องของรางวัลอย่างเดียวแต่อยู่ที่กรรมการตัดสินด้วย งานประกวดคราวนั้นคือ La Mer จัดประกวดร่วมกับเนชั่นแนลจีโอกราฟิก โดยได้ ‘ไบรอัน สเคอร์รี่’ ช่างภาพของเนชั่นแนลจีโอกราฟิก ที่ส่งไปเพราะอยากให้เขาได้เห็นภาพ อยากรู้ว่ามองเห็นเหมือนที่เรามองมั้ยแล้วก็อยากรู้คำวิจารณ์จากปากเขาด้วย ซึ่งก็บอกกับเรามาว่าเป็นจังหวะภาพที่น่าประทับใจ เบื้องหลังภาพนี้จะบอกว่าฟลุคก็ได้นะ ตอนนั้นไปดำน้ำที่กาลาปากอส จังหวะกำลังจะขึ้นจากน้ำเห็นนกตัวนี้มาลอยตัวอยู่ตรงผิวน้ำแล้วมองมาที่ผมพอดี ในชีวิตช่างภาพใต้น้ำของคุณนัทใฝ่ฝันอยากไปเยือนที่ไหนอีกมั้ยครับ? อยากไปแอนตาร์กติกา อยากถ่ายเพนกวินใต้น้ำ เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมันก็อยากเห็นสักครั้งในชีวิต www.okeanos-photobook.com/ FB : Nat Sumanatemeya

งานแฟร์เพื่อบ้าน ที่ไม่ควรพลาด
HomeWorks

เช็คอิน!! “โฮมเวิร์ค เอ็กซ์โป แอท อิมแพค เมืองทองธานี” แหล่งช้อปใหม่ของโฮมเลิฟเวอร์คนดัง “อัดโปรแรงสุดแห่งปี ลดสูงสุด 80%” กลายเป็นแหล่งแฮงค์เอ้าท์ของคนรักบ้านไปในพริบตา อาณาจักรสินค้าเพื่อคนรักบ้าน สร้างแลนด์มาร์คใหม่ คืนความคุ้มค่าให้คนเมืองอย่างยิ่งใหญ่ ที่อิมแพค เมืองทองธานี  ในงาน “โฮมเวิร์ค เอ็กซ์โปร แอม อิมแพคเมืองทองธานี” มหกรรมสินค้าเพื่อบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าไอที ภายใต้คอนเซ็ปท์ “อัดโปรแรงสุดแห่งปี ลดสูงสุด 80%” ยกระดับให้เป็นงานเซลสุดท้าทาย โดนใจ คนรักบ้าน ทุกเพศ ทุกวัย  ตั้งแต่วันนี้ – 2 สิงหาคม 2558 ที่อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 5-8  โดยมีบรรดาเซเลบริตี้โฮมเลิฟเวอร์ อย่าง มล. รังษิธร - พญ.ชนิดาภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา , กิติวิชญา วัชโรทัย , นาขวัญรายนานนท์ และ พอลลีน ล่ำซำ พร้อมใจกันมาเช็คอิน!! เลือกช้อปกันของเข้าบ้านกัน งานแฟร์เพื่อบ้าน ที่ไม่ควรพลาด บอสหนุ่มแห่ง “โฮมเวิร์ค” สุทธิสารนับเป็นครั้งแรกที่ โฮมเวิร์ค เอ็กซ์โป จัดขึ้นที่อิมแพค เมืองทองธานี เพื่อมอบความสุขกับคนรักบ้านในเขตกรุงเทพฯ โซนเหนือ ไฮไลท์ของการช้อปปิ้งเลือกของอย่างคุ้มค่าในงานเซลล์ คือต้องมีโปรโมชั่นแรงๆ มีสินค้าให้เลือกเยอะๆ ซึ่งงานนี้ มีให้ครบครัน เราได้คัดสรรและรวบรวมของตกแต่งบ้าน ของใช้ในครัวเรือน เครื่องแก้ว เครื่องครัว เครื่องนอน ของใช้ในห้องน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้าฯลฯ มากว่า 500 แบรนด์ดัง พร้อมโปรโมชั่นแรงสุดแห่งปี! ลดสูงสุด 80 % และลดรับเพิ่มอีก 40% เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตชั้นนำแถมได้ลุ้นรับทองคำหนักสูงสุด 2 บาท แล้วยังได้ลุ้นรางวัลใหญ่ ชิงรถโตโยต้า Hilux Revo Smart Cab 2.4E PreRunner มูลค่า 765,000 บาท อีกด้วย เรียกว่าเปิดให้ช้อปจุใจ มางานเดียว ครบ ถูก คุ้ม เติมเต็มทุกพื้นที่ภายในบ้าน ได้อย่างลงตัว งานนี้ คู่หวาน มล. รังษิธร - พญ.ชนิดา ภาณุพันธุ์ อยุธยา ที่เพิ่งซื้อบ้านใหม่ เลยไม่รอช้า จูงมือกันไปเลือกของตกแต่งบ้านบอกว่า “เป็นจังหวะที่ดีมากเราสองคนกำลังอยู่ในช่วงการตกแต่งบ้านพอดีค่ะ โดยสินค้าที่สนใจเป็นพิเศษจะเป็นประเภท โคมไฟ และอุปกรณ์ในห้องน้ำค่ะ โดยมีหลักการเลือกที่สำคัญคือเน้นคุณภาพ ความสวยงาม และราคาที่เหมาะสม ซึ่งวันนี้ได้มาช้อปที่งาน “โฮมเวิร์คเอ็กซ์โป แอท อิมแพคเมืองทองธานี” ด้าน 2 สาวนักช้อป จุ๊-นาขวัญ รายนานนท์ และ มะปราง-กิตติวิชญา วัชโรทัย  จูงมือกันเดินช้อปปิ้งที่ “โฮมเวิร์ค” กันอย่างเพลิดเพลิน โดยเฉพาะโซนห้องน้ำบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยกให้ห้องน้ำเป็นมุมโปรดที่สุดในบ้านค่ะ เวลาที่เดินดูของตกแต่งบ้านจะชอบดูสินค้าห้องน้ำเป็นประจำจะมีการจัดดิสเพลย์ห้องน้ำในสไตล์ต่างๆ พอดูแล้วก็ได้ไอเดียเลือกของไปครีเอทกับห้องที่บ้านบ้าง ซึ่งเราจะชอบห้องน้ำที่มีดีไซน์เก๋ ชอบอุปกรณ์ที่มีไอเดียสร้างสรรค์ มองแล้วดูสบายตา สะอาด สบายอารมณ์อยากจะใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานๆ ค่ะ ส่วนคุณแม่ยังสาวล่ำซำ หลังจากที่เดินเซอร์เวย์รอบงาน โฮมเวิร์ค เอ็กซ์โปครั้งนี้แล้ว “พีต้องรีบโทรชวนคุณแม่มาเดินช้อปของแต่งบ้านเลยค่ะ เพราะโปรโมชั่นลดสูงสุดถึง 80% ขนาดนี้   มาที่เดียวได้ครบมีของครบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ไม่ต้องเสียเวลาไปที่อื่นการเดินทางมาอิมแพค เมืองทองฯ ก็สะดวกสุดสุด แค่ลงทางด่วนมาก็ถึงเลย ที่จอดรถเยอะมาก สะดวกค่ะ” ขาช้อปและคนรักบ้าน ห้ามพลาด!!! การันตีว่า...มางานเดียว ครบถูก คุ้มกว่าทุกงาน มาสนุกช้อป สนุกลุ้นกัน!! ในงาน โฮมเวิร์ค เอ็กซ์โปแอท อิมแพค เมืองทองธานีเริ่มวันที่ 24 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. (สามวันสุดท้ายขยายเวลาเปิดถึง เที่ยงคืน) ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 5-8

แป้งโกะ ถ่ายแบบ Mix เปลี่ยนลุคใหม่ เซ็กซี่ สดใส
mix /  sexy / 

ถือเป็นอีกหนึ่งนักร้องนักแสดงสาว ที่เป็นขวัญใจในโลกโซเชียล ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สดใส น่ารัก เล่นกีตาร์และร้องเพลงอย่างมีดีไซน์เฉพาะตัว สำหรับสาว แป้งโกะ จินตนัดดา ลัมะกานนท์ ล่าสุดกับการขึ้นปกนิตยสาร MiX ในธีม ICON ซึ่งถือว่าตัวจริงของ แป้งโกะ เองก็เป็นไอดอลให้น้องๆอีกหลายคนที่ได้ทำตามความฝัน ที่สำคัญเธอยังโชว์ความเซ็กซี่เล็กๆให้หนุ่มๆได้กระชุ่มกระชวยอีกด้วย แม้ว่าท่าโพสต์อาจจะไม่ใช่มืออาชีพมากนัก แต่ความเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงทั้งหุ่นและผิวที่ขาวเนียนก็ถือได้ว่า สาวแป้งโกะสอบผ่านกันเลยทีเดียว นอกจากการถ่ายแบบที่เปลี่ยนลุคเป็นครั้งแรกแล้ว เธอยังได้อัพเดทเรื่องของผลงานและความรักให้เราฟังอีกด้วยว่า การถ่ายแบบวันนี้สนุกมากค่ะ ทีมงานทุกคนช่วยแป้งได้มาก โดยเฉพาะท่าโพสต์เพราะแป้งเองก็ไม่ค่อยได้ถ่ายแบบ บรรยากาศเลยเป็นกันเองมาก ส่วนคอนเซ็ปต์ในการถ่ายทำจะเป็นธีม ICON ซึ่งทีมงานก็ทำการบ้านมาจากสไตล์ของแป้งเอง เช่น เสื้อผ้าลูกไม้ แนวสาวหวาน แต่บางชุดก็จะเปรี้ยว และเท่ห์ไปเลย โดยรวมก็สนุกมากค่ะ เปลี่ยนแนวไปเลย แต่ก็ยังเป็นแป้งอยู่ มีกีตาร์มาประกอบฉากซึ่งถือว่าบ่งบอกความเป็นเราได้อย่างชัดเจน ส่วนเรื่องความเซ็กซี่ แป้งให้คะแนนตัวเองเต็มสิบนะ (หัวเราะ) ไม่หรอกค่ะ แต่ยอมรับว่า เซ็กซี่ที่สุดในชีวิตของแป้งแล้ว ไม่นับรวมเวลาไปเที่ยวทะเลนะ แต่ก็ยังเป็นเซ็กซี่ในสไตล์แป้งโกะอยู่ค่ะ ส่วนผลงานตอนนี้คิวแน่นมาก ทั้งงานละคร งานเพลง ละครก็ใกล้ออนแอร์แล้ว สำหรับเรื่องตะวันตัดบูรพา ส่วนเพลงก็มีไปโปรโมท ไปโชว์ตัวตามต่างจังหวัดอยู่เรื่อยๆ ฟีดแบ็คดีทั้งสองอย่างเลยค่ะ แม้ว่าการแสดงจะยากที่สุดในชีวิตของแป้ง แต่ก็รักที่จะทำมาก และอยากจะแสดงให้ดี ให้เข้าถึงบทบาทที่สุด ส่วนเรื่องที่ว่า กลัวตกเป็นข่าวกับสน ยุกต์ ส่งไพศาลหรือพี่ป้อง ณวัฒน์ มั๊ย แป้งไม่กลัวเลยค่ะ (ยิ้ม) เพราะอย่างพี่ป้อง ก็เจอกันบ่อย แกก็จะฮาๆ สนุกสนาน เอ็นดูแป้งเหมือนเป็นน้องมากกว่า ส่วนสน ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมาจีบเลย อาจเป็นเพราะว่า ละครเรื่องตะวันตัดบูรพา มันเป็นแนวฉุดกระชากลากถูมากกว่าที่จะโรแมนติค เลยไม่มีโอกาสได้หวานกันเลยค่ะ (ยิ้ม) แต่ก็ต้องขอบคุณสนมาก อย่างซีนยากๆ สนก็จะช่วยแป้งได้เยอะ จะคอยบอกเทคนิคว่าต้องทำอย่างไร หรืออย่างเรื่องมุมกล้อง หันทางไหน สนเขาจะเป๊ะมาก ก็จะคอยบอกแป้งตลอดค่ะ ส่วนกับหวานใจตัวจริง คุณว่านไฉ ก็ถือว่าดีนะ เพราะเรามีไลฟ์สไตล์คล้ายกันและยิ่งเหมือนกันไปเรื่อยๆ เขาก็จะซีมซับในตัวเรา เราก็ค่อยๆเรียนรู้เขา แป้งว่าเราอยู่กันเหมือนเพื่อนมากกว่า เฮไหนเฮนั่น แต่ถ้าถามถึงสถานะ มันก็ไม่ได้มีอะไรคืบหน้าหรือถดถอยนะ สถานะยังคงเดิมค่ะ ส่วนเรื่องอนาคตหรือถ้าถามว่าแป้งวางแพลนเกี่ยวกับความรักไว้อย่างไร ก็ไม่มีเลยค่ะ (ยิ้ม) แป้งว่าความรักมันเป็นเรื่องของความรู้สึก ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า แต่เราก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ที่วางแผนกันได้มากที่สุดคือ พรุ่งนี้จะทานอะไรกันดี หรือปลายปีนี้จะไปเที่ยวที่ไหนกันมากกว่า (ยิ้ม) ติดตามผลงานของเธอต่อได้ที่ Mix Magazine July 2015

ทั่วโลกเดือด !! หมอฟันมะกัน ปลิดชีพเจ้าป่า อุทยานแห่งชาติซิมบับเว
ซิมบับเว /  นักล่า / 

นักอนุรักษ์ทั่วโลกเดือดจัด หลังทันตแพทย์ชาวอเมริกันถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ล่าสังหาร 'เซซิล' สิงโตชื่อดังในอุทยานแห่งชาติซิมบับเว วันนี้ (29 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก ได้พาดหัวข่าว เกี่ยวกับประเด็นร้อนแรงไปทั่วโลก ซึ่งระบุว่าคณะเฉพาะกิจเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติแห่งซิมบับเว (แซดซีทีเอฟ) กล่าวหาว่า นาย วอลเตอร์ พัลเมอร์ วัย 55 ปี นักท่องเที่ยว และทันตแพทย์จากสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ลงมือปลิดชีพ 'เซซิล' สิงโตเพศผู้ มีชื่อเสียงในด้านการเป็นมิตร และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ในอุทยานแห่งชาติฮวานเก ซึ่งเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมา ทั้งยังเป็นแหล่งตัวอย่างเพื่อการศึกษาของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด นับตั้งแต่ปี 2542 อีกด้วย ทั้งนี้รายงานระบุว่า ผู้ต้องหาใช้เงิน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อจ้างวานให้ชาวซิมบับเว 2 คน นำเขาแกะรอยเซซิล สิงโตหนุ่มวัย 13 ปี ก่อนเขาจะลงมือฆ่ามันเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ก่อนจะพบซากของมันในสภาพไร้หัว พร้อมกันนี้รายงานระบุว่า นักล่าคนดังกล่าวพยายามถอดปลอกคอเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอสเพื่อการศึกษาของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดออกแต่ไม่สำเร็จ ขณะที่นายพัลเมอร์ ได้แถลงการณ์ยอมรับว่า เขาได้ฆ่าสิงโตเซซิลด้วยธนูและหน้าไม้จริง หลังถูกจับกุม พร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากในตอนนั้นเขาเชื่อว่าไกด์ที่เขาจ้างมามีใบอนุญาตให้ล่าสัตว์ได้อย่างถูกกฎหมาย และเขาไม่รู้ด้วยว่า สิงโตตัวนี้ติดเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอสด้วย พร้อมทั้งยืนยันว่าพร้อมจะให้ความร่วมมือในการสืบสวน อย่างไรก็ดี สื่อนอกหลายสำนัก ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ นายพัลเมอร์เคยมีประวัติเรื่องการล่าสัตว์ผิดกฎหมาย รวมถึงภาพหลุดที่เขาถ่ายคู่กับซากเสือดาวที่เขาล่าได้ด้วย และภาพเหล่านี้ เป็นหลักฐานในการยืนยันว่า  วอลเตอร์ พัลเมอร์ เป็นผู้ที่มีความชื่นชอบกิจกรรมในการล่าสัตว์เป็นอย่างมาก ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา theguardian

คู่เกย์มะกัน โพสต์FB ถึง แม่อุ้มบุญ วอนส่งน้องคาร์เมนกลับบ้าน
คู่เกย์ /  น้องคาร์เมน / 

คู่เกย์มะกัน โพสต์ FB ถึง แม่อุ้มบุญ วอนส่งน้องคาร์เมนกลับบ้าน จากกรณีที่คุณแม่ชาวไทยได้รับอุ้มบุญให้กับคู่เกย์ชาวอเมริกา กลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมาย และเป็นที่ถกเถียงกันบนโลกสังคมออนไลน์ ว่าแท้จริงแล้ว เด็กคนนี้ควรอยู่ในการดูแลของใคร ซึ่งทางฝ่ายคุณแม่อุ้มบุญได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ และยืนยันไม่คืนลูกให้กับคู่เกย์ชาวอเมริกาอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นห่วงสวัสดิภาพของเด็ก ซึ่งล่าสุดบนโลกออนไลน์ได้มีการตั้งแฟนเพจชื่อ Bringcarmenhome เพื่อให้ข้อมูลและเป็นกำลังใจให้น้องคาร์เมนได้กลับบ้าน โดยได้โพสต์ข้อความฝากถึงคุณแม่อุ้มบุญ วอนส่งน้องคาร์เมนคืนเพื่อให้ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา โดย ระบุว่า คุณแม่อุ้มบุญ คุณได้ทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับโลกใบนี้ด้วยการให้กำเนิดคาร์เมนแล้ว แต่ตอนนี้คุณเท่านั้นที่จะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาอีกได้ ได้โปรดให้โอกาสเราได้แสดงให้คุณเห็นว่าเราเป็นคนดีและเป็นพ่อที่ดี และจะทำให้คาร์เมนมีชีวิตที่ดีในครอบครัวใหม่ของเราด้วย เราอยากจะทำให้คุณได้แน่ใจ และรู้สึกดีที่จะให้คาร์เมนกลับบ้านกับเรา วันที่ 6 สิงหาคม เป็นวันเกิดครบรอบ 2 ขวบของอัลบาโร่ และคุณสามารถทำให้ครอบครัวของเราทั้งหมดได้อยู่ด้วยกันในวันพิเศษนี้ได้นะครับ ช่วยแสดงให้ทุกคนในประเทศไทยและทุกคนทั่วโลกได้เห็นว่าในที่สุดคุณก็ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องสำหรับคาร์เมน พวกเขาจะเห็นว่าเราจะไม่โกรธเคืองคุณและพวกเขาก็ไม่ควรที่จะโกรธเคืองคุณด้วยเช่นกัน เวลาจะทำให้คุณและเราลืมเรื่องราวร้ายๆในหลายเดือนที่ผ่านมา และเราจะยังคงมีความผูกพันที่ดีต่อกันเสมอ ขอบคุณที่ทำให้คาร์เมนได้เกิดมา และเราขอบคุณคุณมากและจะไม่มีวันลืมมัน ทำให้มันเป็นไปได้นะ สร้างปาฏิหาริย์นี้ขึ้นมาด้วย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

บูบู้ สะดุ้ง!! หมอดูทักดวง ตุ๊กกี้ โดนสวมเขา
ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ /  บูบู้ กำธร / 

ทำเอาตลกหญิงซุปตาร์ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ถึงกับยิ้มรับ หลังทราบอาการคุณแม่ที่เข้ารักษาผ่าตัดนิ่วในกรวยไตปลอดภัยดี บอกเป็นห่วงคุณแม่มากถึงกับบินไปเยี่ยมชิดขอบเตียงคนไข้ ทั้งนี้เจ้าตัวยังเผยเตรียมพักงานชั่วคราวประมาณ 2 วีค เพื่อดูแลคุณพ่อที่กำลังป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เมินหมอดูฟันธงดวงมีเกณฑ์โดนสวมเขา บอกไว้ใจสุดๆ ด้านแฟนหนุ่ม บูบู้ กำธร รีบส่ายหัวยืนยันไม่ใช่คนเจ้าชู้ เรื่องนอกใจคุยสาวอื่นไม่มีแน่นอน!! ตุ๊กกี้ : "อาการของคุณแม่ดีแล้ว หลังจากผ่าตัดนิ่วในกรวยไตข้างซ้าย เมื่อวานก็ไปตัดไหมเรียบร้อยแล้ว จริงๆ ท่านปวดมาหลายเดือนแล้ว แต่กลัวหนูจะเป็นห่วง แต่สุดท้ายคุณพ่อหนูต้องโทรหาบูบู้เพื่อให้บอกหนูอีกที อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ ต้องรีบรักษาเลย ตอนนี้คุณแม่ก็หายดีแล้วค่ะ" บูบู้ : "พอผมบอกตุ๊กกี้ เค้าก็บินไปหาแม่ทันทีเลย" ตุ๊กกี้ : "หนูคิดว่าสาเหตุเกิดมาจากคุณแม่อั้นปัสสาวะบ่อยๆ จนเป็นนิ่วในกรวยไต ทางคุณหมอก็บอกหนูว่าโรคไม่หายขาดน่ะ ถ้าไม่รักษาดีๆ นิ่วก็อยากจะเกิดขึ้นมาใหม่ หนูก็พยายามบอกกับคุณแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง แต่ด้วยความเป็นลูกถ้าแม่ป่วยแค่ไข้หวัดลูกก็เป็นห่วงแล้วค่ะ" ตุ๊กกี้ : "ส่วนเรื่องที่หยุดรับงานชั่วคราว ไม่ใช่กรณีคุณแม่ แต่เป็นคุณพ่อที่ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ข้อที่ 3และ4 อาการคุณพ่อตอนนี้คือด้านซ้ายของคุณพ่อจะเป็นเหน็บชา ต้องผ่าตัดอย่างเดียว แต่คุณหมอบอกติดอยู่เรื่องเดียว คือคุณพ่อมีอายุเยอะแล้ว อาจจะกลับมาไม่เต็มร้อย พอพูดคำนี้มาหนูไม่รู้จะทำยังไงดี แต่คุณหมอก็บอกว่าให้เราพยายามที่จะพูดคุยกับท่านบ่อยๆ คาดว่าช่วงเดือนกันยายนต้องพักงานประมาณ 2 อาทิตย์ค่ะ" บูบู้ : "ผมก็ให้กำลังใจโดยหยอกล้อ(ตุ๊กกี้พูดเสริมหยอกจนร้อง) เพื่อไม่ให้เค้าเครียด อยากให้เค้าคิดในเชิงบวก ทำให้หัวเราะบ้าง" ตุ๊กกี้ : "อย่างเวลาที่หนูโทรหาคุณหมอเสร็จ บูบู้เค้าจะทำอาหารเต็มโต๊ะ แล้วก็บอกว่าถ้าหนูไม่กินทานเดี๋ยวจะผอม หนุ่มๆ จะเข้ามาจีบน่ะ เค้าอยากให้เราหัวเราะค่ะ" ตุ๊กกี้ : "ล่าสุดเจอหมอลักษณ์ฟันธงว่าจะโดนสวมเขา ใช่ฝรั่งสาวๆ ที่มาสักบ่อยๆ หรือเปล่า" บูบู้ : "เยี่ยมไปเลยครับผม ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรแล้ว ฝรั่งเขาคงชอบบรรยากาศของร้าน ถึงมาสักบ่อยๆ (หัวเราะ)" ตุ๊กกี้ : "จริงๆ มันเลยวัยที่จะคิดเรื่องชู้สาว หนูไม่เคยคิดเรื่องนอกใจเลย ไว้ใจค่ะ" บูบู้ : "ที่จริงแล้ว ร้านมีกล้องวงจรปิดไง ผมจะทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วครับ แต่ผมเองก็ไม่ใช่คนเจ้าชู้ มีแฟนแล้วก็จบครับ" ตุ๊กกี้ : "กับเรื่องแต่งงาน บอกเลยว่าหนูลืมเรื่องนี้ไปแล้ว อยู่แบบนี้ก็มีความสุขดี ถ้าเป็นเรื่องผูกข้อไม้ข้อมือต้องมีแน่นอนค่ะ" ขอบคุณภาพจาก IG : @tukky66 ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ตุ๊กกี้ - บูบู้ ตุ๊กกี้ - บูบู้ ตุ๊กกี้ - บูบู้ ตุ๊กกี้ - บูบู้ ภาพIG ตุ๊กกี้ ภาพIG ตุ๊กกี้

ครั้งแรกในไทย! โดฟ เปิดประสบการณ์เติม ออกซิเจน ให้ เส้นผม ของสาวๆ
ออกซิเจน /  เส้นผม / 

โดฟเนรมิตทุกประสาทสัมผัสของสาวๆ เปิดรับความสดชื่นราวกับได้เติมออกซิเจนบริสุทธิ์ให้แก่เส้นผมกับสื่อกลางแจ้งรูปแบบใหม่ และสื่อ 4D ครั้งแรกในโรงภาพยนตร์ ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม โดฟ สร้างสรรค์ปรากฏการณ์สื่อกลางแจ้งรูปแบบใหม่ครั้งแรก! ใจกลางกรุงเทพฯ เนรมิตให้สาวๆ มีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสัมผัสกับความรู้สึกสดชื่นจากออกซิเจนบริสุทธิ์เสมือนอยู่ท่ามกลางแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ โดยโดฟได้เนรมิตสื่อกลางแจ้งทั่วกรุงเทพฯ ทั้งDigital Billboard และ ป้ายโฆษณาบนทางเท้าให้สามารถปล่อยฟองอากาศและกลิ่นหอมอ่อนๆ จากแชมพูได้ เพื่อสอดคล้องกับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ใหม่ “โดฟ วอลลุ่ม นอริชเม้นท์” ที่มีส่วนผสมที่มีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม โดฟเปิดประสบการณ์เติมออกซิเจนให้เส้นผมของสาวๆได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของออกซิเจนที่ไม่เพียงแค่ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น แต่ยังช่วยให้เส้นผมของสาวๆ ดูมีชีวิตชีวาไม่แห้งลีบแบนอีกด้วย โดฟยังนำโดฟ ออกซิฟิวชัน เวิลด์ ซึ่งเป็น ออกซิเจน โดม สุดเก๋ มาตั้งเป็นดิสเพลย์ พร้อมปล่อยฟองอากาศให้สาวๆ เข้าไปนั่งด้านในเพื่อสัมผัสบรรยากาศและความรู้สึกเบาสบายจากออกซิเจน ณ ลานด้านหน้า สยามสแควร์ วัน พร้อมจัด โดฟ ออกซิฟิวชัน ทรูป เดินแจกผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองให้สาวๆ ตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เช่น สีลม สยาม เป็นต้น นอกจากนี้ โดฟยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ 4D เป็นครั้งแรกในโรงภาพยนตร์ ณ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้า สยามพารากอน ตลอดเดือนมิถุนายน 2558 โดยผู้ชมภาพยนตร์จะได้สัมผัสกับฟองอากาศจริงและกลิ่นหอมอ่อนๆจากแชมพูที่ถูกปล่อยออกมาในระหว่างการฉายภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ระยะเวลา 45 วินาทีจาก “โดฟ วอลลุ่ม นอริชเม้นท์”ครั้งแรกกับแชมพูสูตรใสจากโดฟ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีออกซิฟิวชัน ที่มีส่วนผสมที่มีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ จึงช่วยให้เส้นผมของคุณสาวๆ รู้สึกเบาสบายราวกับได้เติมออกซิเจนพร้อมมอบการบำรุงอย่างล้ำลึกและเพิ่มวอลลุ่มให้เส้นผมที่แห้งและลีบแบนถึง 95%* สาวๆ จึงไม่ต้องแลกระหว่างผมนุ่มและผมมีวอลลุ่มอีกต่อไป

C9 ส่งอาชีพใหม่ Viking เทพขวานพิฆาตสงคราม
C9 /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ C9 (c9.in.th) ประกาศเปิดตัวอาชีพใหม่ Viking เทพขวานพิฆาตสงคราม ตัวละครสุดโหดนักรบแดนเหนือที่ต่างรอคอย อัพเดตวันที่ 5 สิงหาคม 2558 นี้ Viking เทพขวานพิฆาตสงคราม สายอาชีพขั้นสูงของ Fighter ตัวละครตัวที่ 5 แล้วนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะที่รู้ๆ กันว่าสายอาชีพนี้เน้นอาวุธหลักเป็น ดาบและโล่ แต่สำหรับ Viking ให้โยนอาวุธเก่าทิ้งไป เพราะเขาจะมาพร้อมขวานคู่ พลังการต่อสู้ที่ดุดัน สำหรับจุดเด่นของ Viking ที่เห็นกันชัดๆ เลยคืออาวุธ นับเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของสายอาชีพ Fighter ที่มีอาวุธเป็น ขวาน ที่สามารถถือได้ทั้ง 2 มือ กวัดแกว่งไปมาได้อย่างทรงพลัง เน้นการต่อสู้รูปแบบรุนแรงรวดเร็วเหมือน blademaster โจมตีวงกว้าง มีจังหวะและท่วงท่าในการเข้าทำหลากหลายรูปแบบเหมือนกับ berserker เรียกว่าเอาจุดดีของตัวอื่นๆ มารวมใน Viking นั่นเอง ด้านสกิลเด่นๆ ประจำอาชีพของ Viking ชื่อว่า Frost Stigma มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ Frost Stigma ประเภท: Command Skill เลเวลที่เรียนได้: ได้รับทันทีที่เปลี่ยนอาชีพเป็น Viking รายละเอียดสกิล: หากโจมตีด้วยสกิลที่ทำให้เกิดสภาวะ Frost Stigma กับเป้าหมาย โดยสภาวะนี้จะติดอยู่ที่เป้าหมายชั่วขณะหนึ่ง หากเป้าหมายที่มีสภาวะ Frost Stigma ติดอยู่ ถูกโจมตีด้วยสกิลปิดท้ายที่กำหนดจะทำให้ถูกแช่แข็งระยะเวลานึ่ง สกิลที่สามารถทำให้เป้าหมายติดสภาวะ Frost Stigma ได้ เป้าหมายที่อยู่ในสภาวะ Frost Stigma จะมีสัญลักษณ์อยู่บนหัว สกิลที่สามารถระเบิดสภาวะ Frost Stigma ให้แช่แข็งเป้าหมายได้ เมื่อใช้สกิลปิดท้ายตามตารางแล้ว จะสามารถระเบิด Frost Stigma บนเป้าหมาย และแช่แข็งเป้าหมายแทนได้

แหวน ฐิติมา - เต็มฟ้า กฤษณายุธ คู่แม่ลูกที่ใกล้คำว่าสมบูรณ์แบบ
นักแสดง /  แหวน ฐิติมา

แหวน ฐิติมา - เต็มฟ้า กฤษณายุธ คู่แม่ลูกที่ใกล้คำว่าสมบูรณ์แบบ เราได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ” กันมาตลอด แต่หลังจากได้ลองทำความรู้จักกับสาวน้อย “ปันปัน เต็มฟ้า กฤษณายุธ” ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของร๊อคเกอร์สาวอย่างคุณ แหวน ฐิติมา แล้ว ต้องขอบอกเลยว่านี่แหละ ผู้หญิงที่ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบมากที่สุดคนหนึ่ง ปันปันเคยเป็นอดีตนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทย ปัจจุบันเป็นทั้งนักแสดง นักร้อง และนิสิตจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หลักสูตรนานาชาติ) นับเป็นแบบอย่างที่ดีคนหนึ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ และด้วยวัยเพียง 19 ปี ดูเหมือนว่าปันปัน ซึ่งมีครบทั้งพรสวรรค์และพรแสวงจะประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่เธอได้ลองทำ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา การแสดง ดนตรี หรือแม้แต่การเรียน เมื่อถามถึงเคล็ดลับเบื้องหลังความสำเร็จของสาวน้อยคนนี้ เธอบอกอย่างภูมิอกภูมิใจว่าสิ่งที่ผลักดันให้เธอทำสิ่งต่างๆอย่างเต็มกำลังความสามารถก็คือความรักและการสนับสนุนของคุณแม่นั่นเอง และวันนี้ คู่แม่ลูกที่น่ารัก คุณแหวน ฐิติมา และน้องปันปัน เต็มฟ้า จะมาแชร์เรื่องราวแสนอบอุ่นให้เราได้ฟังกัน เมื่อเราพูดถึงความสมบูรณ์แบบ ปันปันส่ายหัวปฏิเสธพลางตอบอย่างรวดเร็ว “ปันปันยังห่างไกลคำว่าเพอร์เฟกต์อีกมากค่ะ” สาวน้อยยิ้มหวานก่อนพูดต่อว่า “หนูไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนที่สมบูรณ์แบบอะไร แต่หนูเป็นคนที่ค่อนข้างมุ่งมั่นมาก ถ้าจะทำอะไรสักอย่าง ก็จะทำให้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่ก็ดีใจนะคะที่มองหนูในแง่บวกขนาดนี้ ต้องยกเครดิตทั้งหมดนี้ให้คุณแม่เลยค่ะ” “อันนี้ก็ชมกันเกินไปนิดนึง” คุณแหวนตอบพลางหัวเราะ “น้องปันปันเป็นลูกสาวที่น่ารักค่ะเขารู้ว่าอะไรถูกไม่ถูก ควรไม่ควร ดังนั้นพี่แหวนจึงไม่ต้องกังวลอะไรกับเขามาก ยกเว้นเรื่องขับรถนี่แหละ ช่วงนี้ตารางของพี่กับปันปันเริ่มต่างกันมาก น้องเขาก็เลยอยากจะขับรถเอง เขาไม่อยากให้คุณแม่เหนื่อยขับไปรับไปส่งทุกวัน นี่พี่ก็พาน้องเขาไปเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถเลยนะ ด้วยความที่อยากให้เขาได้เรียนจากมืออาชีพจริงๆ ช่วงนี้ก็เพิ่งเริ่มเรียน ก็ไม่ได้รีบอะไร อยากจะให้เขามีความมั่นใจที่สุดก่อน พอถึงวันที่เขาขับรถเองแล้ว พี่ก็อยากจะมั่นใจว่าน้องถึงที่หมายอย่างปลอดภัยดี เพราะเรื่องนี้พี่จะห่วงมากคือน้องเขาเป็นคนที่ระมัดระวังในทุกเรื่องอยู่แล้วแหละ แต่ความปลอดภัยบนท้องถนนก็ไม่ได้มาจากการระวังของคนขับเท่านั้น มันอยู่ที่สภาพของรถและเครื่องยนต์ด้วย ปันปันเนี่ยไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์เลย ส่วนพี่แหวนเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญ พี่ไม่รู้หรอกว่าอะไรในเครื่องยนต์มันทำงานยังไง แต่พี่รู้ว่าน้ำมันที่เติมเข้าไปสำคัญมาก เพราะมีผลกระทบต่อเครื่องยนต์โดยตรง แล้วด้วยความที่เราคุ้นเคยกับแบรนด์เชลล์มานาน ว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาดน้ำมัน พี่แหวนจะย้ำอยู่เรื่อยๆ ว่าเวลาขับเอง ถ้าจะเติมน้ำมัน ให้เติมน้ำมันที่เชลล์เท่านั้น เพราะพี่รู้ถ้าเข้าปั๊มเชลล์เมื่อไหร่ รถของน้องจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี” “เห็นไม๊คะ แม่เป็นห่วงแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆในชีวิตหนูเลย” ปันปันเสริมทันทีที่คุณแม่พูดจบ “คือตอนนี้พอหาเงินได้เองแล้วหนูก็พยายามไม่ขอเงินคุณแม่ แล้วหนูก็ไม่ได้กะว่าจะใช้รถแพงอะไรเล็งไว้แล้วว่าจะเติม E20 เพราะจะได้ประหยัดเงินด้วย เพราะฉะนั้น ตัวเลือกตัวเดียวของหนูก็คือ เชลล์ E20 แก๊สโซฮอล์ นี่แหละค่ะ เพราะยังไงก็ยังอยากเติมน้ำมันจากแบรนด์ที่ทั้งหนูและคุณแม่คุ้นเคยและไว้ใจ เพราะนี่จะเป็นคันแรกที่หนูต้องดูแลเองด้วย” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้ว คุณแหวนจึงพูดต่อว่า “น้องปันปันเขาเป็นคนรอบคอบค่ะ และเขาก็มีความตั้งใจสูงในทุกเรื่อง อย่างถ้าเขาตัดสินใจจะทำอะไรสักอย่าง เขาจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะไปถึงจุดสูงสุด อย่างตอนเด็กๆ ที่เขาเรียนบัลเล่ต์ เขาก็ได้รู้ว่าความยืดหยุ่นคือหัวใจสำคัญของการเต้นบัลเล่ต์ ทีนี้เลยมาขอพี่ให้พาไปเรียนยิมนาสติกเลย บอกว่าจะได้เต้นบัลเลต์ได้สวยๆ แต่พอพี่พาเขาไปเริ่มเรียนยิมนาสติก น้องก็ตั้งใจมาก ฝึกซ้อมอย่างหนักจนได้มีโอกาสเป็นถึงนักกีฬาทีมชาติ เขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว พี่แหวนเลยรู้ว่าแทนที่จะไปกำหนดทางเดินชีวิตให้เขาเป็นในแบบที่เราอยากให้เป็น ปันปันเขาเลือกทางเดินเองได้ เราแค่คอยสนับสนุนอยู่ข้างๆเขาก็พอ ปกติแล้วเด็กจะดีได้ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูใช่ไหม แต่ที่บ้านนี่คือตรงข้ามเลยนะ คือลูกมามีอิทธิพลกับวิธีการเลี้ยงดูของพี่มาก” “และการสนับสนุนของคุณแม่นี่แหละค่ะที่กลายมาเป็นพลังหนูเป็นพวกมีความฝันเยอะ ไม่ใช่เพ้อเจ้อนะคะ ก็แบบที่มันพอจะเป็นไปได้ จะได้ตั้งเป็นเป้าหมายในชีวิต ปันปันตั้งเป้าหมายในอนาคตว่าอยากเป็นนักการทูต แต่ก็ยังมีงานที่อยากลองทำในวงการบันเทิงอีกมาก หนูรู้ว่าหนูโชคดีที่มีโอกาสได้ลองทั้งการแสดงและร้องเพลงไปพร้อมๆกัน และก็อยากจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่หนูก็ยังต้องเรียนให้ดี เพื่อความฝันสูงสุดที่ตั้งเป้าไว้ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าต้องทั้งทำงานหนักและเรียนหนักในเวลาเดียวกัน ก็จะไม่ค่อยมีเวลาเที่ยวเล่นมากนักเท่าไหร่ ไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเต็มที่อย่างเพื่อนๆ บางทีก็เกิดเหนื่อยเกิดท้อๆ บ้างแต่ทุกครั้งที่ท้อ คุณแม่ก็จะคอยเป็นกำลังใจให้ค่ะ ซึ่งก็ช่วยได้เยอะจริงๆ” คุณแหวนฟังลูกสาวพูดจนจบ จึงพูดว่า “พี่แหวนเองก็พยายามให้กำลังใจเขาอย่างเต็มที่นะ อยากให้เขามั่นใจว่าพี่จะอยู่ข้างๆ ไม่ใช่คอยเดินนำหน้า แล้วบอกนู่นนี่ให้เขาทำตาม จากหัวใจของคนเป็นแม่เลยนะ พี่อยากให้น้องได้แต่สิ่งดีๆ อยากให้น้องเขาได้ทำตามความฝันอย่างที่เขาต้องการได้เต็มที่” เราถามปันปันว่าหากขอพรได้หนึ่งข้อ อยากขออะไร และคำตอบของสาวน้อยคนนี้ก็สะท้อนถึงความเป็นลูกสาวที่น่ารักของคุณแม่จริงๆ “ก็คงเป็นเรื่องที่อยากให้คุณแม่ดูแลตัวเองบ้างล่ะค่ะคือคุณแม่จะแบบ... ดูแลแต่หนู ห่วงหนูตลอด” “แหม ก็ลูกคนเดียวนี่คะนั่นแหละเป็นสิ่งที่คนเป็นแม่ต้องทำ” พี่แหวนรีบตอบ ปันปันยิ้มกว้างก่อนตอบ “รู้ค่า!รักแม่จัง”

สุรินทร์คึกคัก! ตักบาตรบนหลังช้าง ปชช.แห่ร่วมนับหมื่น
ตักบาตร /  นักท่องเที่ยว / 

ประชาชนและนักท่องเที่ยวนับหมื่น แห่ตักบาตรบนหลังช้าง เมืองสุรินทร์ หนึ่งเดียวในโลก เนื่องในวันอาสาฬหบูชา งานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 88 ไอยรา  วันนี้ (30 ก.ค.58) เวลาประมาณ 07.00 น. นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และชาวสุรินทร์ ได้นำส่วนราชการ พ่อค้า และประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวนับหมื่นคน ร่วมทำบุญตักบาตรบนหลังช้างจำนวน 88 เชือก พระสงฆ์กว่า 100 รูป บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม-เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก) เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นงาน "มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้างจังหวัดสุรินทร์" ประจำปี 2558 จัดในวันที่ 29-30 ก.ค. 58 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อให้พุทธศาสนิกชนเกิดเจตคติที่ดีต่อวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ โดยปีนี้ทางจังหวัดสุรินทร์ ได้จัดกิจกรรมขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ช่วงเย็นของวันที่ 29 ก.ค. 58 มีกิจกรรมแห่เทียนพรรษาจากคุ้มวัดต่างๆ และขบวนช้าง 88 เชือก ตกแต่งประดับไฟสวนงามเข้าร่วมพิธี และในช่วงเช้าวันนี้ ถือว่าเป็นไฮไลท์ของงานและเป็นหนึ่งเดียวในโลก คือการตักบาตรพระสงฆ์บนหลังช้าง ทั้งนี้ มีการจัดอัฒจรรย์หันหน้าเข้าหากัน โดยมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และพระสงฆ์ นั่งบนหลังช้างออกเดินช่องตรงกลางรับบิณฑบาต และให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมใส่บาตรกันทุกคน ซึ่งปีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในจังหวัดสุรินทร์ และนักท่องเที่ยวนับหมื่นคน ได้เข้าร่วมตักบาตรพระสงฆ์ และชมความสวยงามและความยิ่งใหญ่ที่มีแห่งเดียวในโลกด้วย ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Tnews ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ประโยชน์เหลือเชื่อจาก เบกกิ้งโซดา ที่ทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด!
ทำความสะอาดบ้าน /  เบกกิ้งโซดา / 

เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) เรียกได้ว่าไปไอเทมที่น่าสนใจมากเลยก็ว่าได้ เพราะมันช่างสุดแสนจะสารพัดประโยชน์ ถ้าใครไม่เคยรู้ว่า เจ้าเบกกิ้งโซดานั้นดียังไง และใช้ทำอะไรได้บ้าง วันนี้เรามาเฉลยพร้อมๆกัน กับ 18 สิ่งที่เบกกิ้งโซดาสามารถทำได้ อย่างน่าเหลือเชื่อ คราบฝังลึกในกล่องพลาสติก บางทีทิ้งไว้นานๆก็เกิดคราบฝังลึก เป็นรอยด่างไม่สวย ไม่น่าชม ทำให้จานข้าว จานอาหารของเราไม่น่าพิสมัย ไม่น่ารับประทาน  เพื่อความใหม่กิ๊ง ใช้ฟองน้ำสะอาดกับเบกกิ้งโซดาขัดเบาๆ หรือหากคราบนั้นมันฝังลึกรุนแรง แช่เบกกิ้งโซดา 4 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่นจำนวนหนึ่ง รับรองเห็นผล กลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้เย็น เบกกิ้งโซดาจะช่วยดูดซับกลิ่นที่ไม่เป็นที่พึงประสงค์ออกไป ทำให้รสชาติอาหาร หรือ กลิ่นเหม็นๆไม่ติดอาหารที่เรากินด้วย ล้างผัก ผลไม้ ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำผลไม้ จะช่วยชะล้างสิ่งสกปรก และ แว็กซ์ที่เคลือบผลไม้ไว้ ทำความสะอาดห้องครัว คราบสกปรกมากมายที่อยู่ตามห้องครัว สามารถกำจัดออกไปได้ด้วยการใช้เบกกิ้งโซดากับน้ำเปล่า ทำความสะอาดเพื่อซิ้งค์น้ำ ไมโครเวฟ เตาทำอาหาร ต่างๆ คราบฝังลึกในจานชามและกระทะ ไม่ต้องห่วงเบกกิ้งโซดาดูแลคุณได้ กลิ่นไม่พึงประสงค์ในฟองน้ำล้างจาน จุ่มฟองน้ำเปียกในเบกกิ้งโซดาและทำความสะอาด ด้วยการบีบน้ำเข้าออก ก็จะทำให้ยืดอายุฟองน้ำได้เพิ่มขึ้น พรมหรือโซฟาเบาะนวมที่มีกลิ่นเหม็นอับ เพียงแค่พรมเบาๆด้วยเบกกิ้งโซดาผสมน้ำ แล้วทิ้งไว้ราวๆ 15 นาที แล้วดูดฝุ่นซะ เตียงสัตว์เลี้ยงที่สุดสกปรก เช่นเดียวกับข้อบนนั่นแหละ เสื้อผ้าที่สุดสกปรก จะเสื้อขาวหรือเสื้อสีสันสดใส ถ้าอยากให้ผ้าสดใส อย่าลืมใส่เบกกิ้งโซดาไปด้วย ผสมกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด จะช่วยรักษาระดับ pH ทำให้เสื้อผ้าสะอาดมากยิ่งขึ้น เพื่อนรักของห้องน้ำ ไม่ว่าจะขัดอ่างอาบน้ำ ซิ้งค์ล้างมือ ฝักบัว ก็สามารถใช้เบกกิ้งโซดาขัดและทำความสะอาดได้ ระบายท่ออุดตันหายห่วง (ใช้ร่วมกับน้ำส้มสายชู) ใช้เบกกิ้งโซดาครึ่งถ้วยตวง ตามด้วย น้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยตวง แล้วอุดด้วยผ้าเปียกไว้ จากนั้นจึงราดน้ำอุ่นลงไป รับรองท่อไม่อุดตัน ลดกลิ่นในรองเท้าผ้าใบเหม็นอับ ออกกำลังกายมา เหงื่อแน่นๆเต็มรองเท้า แต่พ่นฉีดเบกกิ้งโซดาผสมน้ำในรองเท้า หรือ กระเป๋าใส่รองเท้า กลิ่นจะหายไป ลดกลิ่นขยะ ใส่เบกกิ้งโซดารองใต้ขยะไว้ กลิ่นขยะก็หายไปเช่นเดียวกัน บ๊ายบายน้ำมันในโรงรถ ปัญหากวนใจ เห็นเป็นรอยด่างเป็นประจำ ใช้เบกกิ้งโซดาขัดๆถูๆที่พื้นเปียกสิ รับรองหายเกลี้ยง กำจัดคราบติดตะแกรงย่างที่ติดแน่น ตั้งนานกว่าจะขัดออก แค่ใช้เบกกิ้งโซดาขัดๆถูๆก็หาย เหมือนได้ตะแกรงใหม่เลยล่ะ กำจัดคราบสกปรกที่อยู่ตามเฟอร์นิเจอร์นอกบ้าน ดูและและรักษาความสะอาดด้วยการเช็ดด้วยเบกกิ้งโซดาผสมน้ำสิ รับรองว่าเหมือนได้ใหม่เลยล่ะ กำจัดกลิ่นอับชื้นในตู้เสื้อผ้า เช่นเดียวกับตู้เย็น เก็บเบกกิ้งโซดาแบบเปิดฝาไว้ในตู้เสื้อผ้า กลิ่นไม่พึงประสงค์หายเกลี้ยง สร้างความวาววับให้กับเครื่องประดับที่หม่นหมอง ถ้าตุ้มหู เครื่องเงิน เครื่องประดับที่คุณรัก ไม่วิบวับเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่ใช้เบกกิ้งโซดาสามส่วนต่อน้ำหนึ่งส่วน กับผ้านุ่มๆ เช็ด รับรองกลับมาวิ้งเหมือนเดิมแน่นอน เรียกได้ว่า เป็นไอเทมที่ครอบครัว ครอบจักรวาล จริงๆ เพราะไม่ว่าจะตรงไหนของบ้าน เราก็สามารถหยิบเจ้าเบกกิ้งโซดามาทำความสะอาดได้โม้ด อ้อ นอกจากนี้เจ้าเบกกิ้งโซดายังสามารถนำมาขัดสิวเสี้ยนได้ด้วยนะ แล้วทำให้ผิวนิ่มเชียวล่ะ ที่สำคัญราคานั้นก็ถูกแสนถูก คุณแม่บ้านอย่าลืมหามาใช้นะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน ที่มา cosmopolitan เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

MARVEL Future Fight ส่งระบบเกมส์ใหม่ ตอบโจทย์แฟนเกมส์
Marvel Future Fight /  เกมส์มือถือ

เกมส์มือถือ MARVEL Future Fight ทำการอัพเดตระบบเกมส์ใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการแก่ผู้เล่นเกมส์ อัพเดตแล้ววันนี้ สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่กับเกมส์ MARVEL Future Fight ได้แก่ - โหมดความร่วมมือภายในเกมส์: นับเป็นครั้งแรกที่สามารถนำผู้เล่นมากกว่า 3 คนขึ้นไป มาร่วมกันต่อสู้เคียงบ่า เคียงไหล่กัน ตัวอย่างสกิล: ผู้เล่นสามารถชมตัวอย่างสกิลของทุกตัวละครได้ - ตั๋วไอเทม - ผู้เล่นสามารถเลือกไอเทมหรือฮีโร่พิเศษที่ต้องการได้ - ผู้เล่นสามารถเลือกฮีโร่ที่ต้องการเลื่อนขั้นได้ - ผู้เล่นสามารถเลือกฮีโร่ที่ต้องการเพิ่มระดับได้ - สกิลฮีโร่: เพิ่มสกิลใหม่สำหรับตัวละคร อย่างเช่น กัปตัน อเมริกา, วอร์แมชชีน, เบลด, โกสต์ไรเดอร์ และไอรอนแมน - ไอเทมพิเศษใหม่: เพิ่มการขายไอเทมพิเศษใหม่ๆ

แข่งเกมส์ไม่ใช่เรื่องเล่น! เผยรายได้โค้ช eSport ทำเงินทะลุล้านบาทต่อปี
eSport /  เกมส์ออนไลน์ / 

การแข่งขันเกมส์ออนไลน์ หรือ eSport ในปัจจุบันถือว่าดุเดือดในแง่จำนวนทีมแข่งขันหน้าใหม่เกิดขึ้น และด้านสนับสนุนเงินรางวัลอย่างต่อเนื่อง นักแข่งขันเกมส์เองยังต้องลงทุนตัวเองทั้งการฝึกซ้อมเล่นเกมส์ตลอดเวลา เลือกซื้อหาอุปกรณ์เล่นเกมส์เพื่อเหมาะสมการบังคับ รวมถึงเสาะหาสมาชิกทีมรวมตัวแข่งขัน กุญแจสำคัญที่ขาดไปไม่ได้คือ โค้ชเกมส์ที่คอยให้คำแนะนำและเสนอแนะแก่ลูกทีม ดำเนินแผนกลยุทธ์การแข่งขัน แล้วรู้หรือไม่ว่า อาชีพการเป็นโค้ชเกมส์ต่างประเทศมีรายได้ต่อเดือนถึง 2,500-4,000 ดอลล่าร์ (ราว 80,000 - 128,000 บาท) หรือต่อปี 30,000- 50,000 (ราว 960,000 - 1.6 ล้านบาท) เมื่อภายนอกเห็นว่ามีรายได้มากขนาดนี้ ลักษณะงานของอาชีพนี้จะต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับเกมส์และเคยผ่านการแข่งขันมาไม่น้อย ลักษณะงานอาชีพโค้ชเกมส์ ต้องให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะสมาชิกทีม เริ่มต้นจัดตารางการฝึกซ้อมเกมส์ วางแผนกลยุทธการเล่นเกมส์ และดูแลสมาชิกทีมให้เหนียวแน่น เหมือนกับกีฬาประเภททั่วไป รายได้ที่พวกเขาได้รับที่ปรากฏข้างต้นนั้น เทียบเท่ากับการเป็นโค้ชเบสบอลใน Minor League เลยทีเดียว ขณะเดียวกัน สมาชิกเกมส์ที่อยู่ในสังกัด มีรายได้ปีละ 35,000 -120,000 ดอลล่าร์ (ราว 1.12 – 3.84 ล้านบาทต่อปี) ขึ้นอยู่ในความสามารถการแข่งขัน และยังไม่นับการว่าจ้างเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าอุปโภคหรือเกมส์ Mark Zimmerman หรือชื่อในเกมส์ shriek56 จากทีมแข่งเกมส์สังกัด Team Curse หรือ Team Liquid ทีมชื่อดังจากอเมริกา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Wall Street Journal ว่า หน้าที่ของเขาต้องคอยดูแลสมาชิกทีมตลอดทั้งวัน จัดวางตารางเวลาให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น ทานอาหารที่มีประโยชน์, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายและสุขภาพพวกเขาแข็งแรง ดูเหมือนว่า การเล่นเกมส์และการแข่งขันเกมส์ไม่ไร้สาระอีกต่อไป แต่อย่าลืมว่า ด้วยรายได้มหาศาลขนาดนั้น ย่อมมาพร้อมกับสุขภาพที่อาจเข้ามาทำร้าย และเป็นอาชีพที่ยังใหม่สำหรับโลกใบนี้อยู่ไม่น้อย... ภาพทั้งหมดจาก Team Liquid FB

เนปาลสั่งเลิกแล้ว! ประเพณีโหดฆ่าสัตว์บูชายัญ
บูชายัญเจ้าแม่คฒิมาอี /  เจ้าแม่คฒิมาอี / 

เนปาล ยกเลิกแล้ว!! เทศกาลฆ่าสัตว์นับแสนตัวบูชายัญเจ้าแม่คฒิมาอี หลังสืบสารปฏิบัติมานานกว่า 400 ปี หลังจากเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการยกเลิกเทศกาลสุดโหด "คฒิมาอี" เทศกาลฆ่าสัตว์นับแสน ๆ ตัวเพื่อบูชายัญเทพเจ้าของชาวเนปาลที่นับถือศาสนาฮินดู ล่าสุดสำนักเอเอฟพี ได้รายงานว่า ทางการเนปาลได้มีคำสั่งยกเลิกประเพณีดังกล่าวแล้ว โดยนายโมติลัล ปราสาด เลขาธิการของวัดคฒิมาอี เผยว่าสาเหตุของการยกเลิกเทศกาลเก่าแก่ดังกล่าว เพราะไม่อยากให้บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ต้องมาสังเวยชีวิตแบบไร้จุดหมายเช่นนี้ แม้ว่าการยกเลิกพิธีดังกล่าวจะเป็นเรื่องยาก แต่ยังมีเวลาอีก 4 ปี ในการโน้มนาวประชาชนไม่ต้องสังเวยชีวิตสัตว์เพื่อทำให้เทพเจ้าพอใจอีก ขณะที่นักสิทธิสัตว์ เผยว่า เป็นเรื่องยินดียิ่งที่เนปาลยุติการเชือดสัตว์ครั้งนี้ หลังพยายามอย่างหนักเพื่อเปลี่ยนใจคณะกรรมการของวัด และรัฐบาลเนปาลมานานหลายปี สำหรับ เทศกาลคฒิมาอี เป็นประเพณีเก่าแก่มีอายุกว่า 400 ปี ถูกจัดขึ้นที่วัดคฒิมาอี เมืองพริยารปุระ ทางใต้ของประเทศเนปาลใกล้กับรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เพื่อบูชายัญเจ้าแม่คฒิมาอี ในทุก ๆ 5 ปี โดยตำนานเล่าว่า เจ้าแม่คฒิมาอีซึ่งเป็นเทพท้องถิ่นมาปรากฎตัวในฝันของนักโทษคนหนึ่งและขอให้นักโทษคนนั้นสร้างวัดให้ เมื่อตื่นขึ้น ปรากฏว่าเครื่องจองจำของนักโทษหลุดออกไปทำให้สามารถออกจากที่คุมขังได้ จึงไปสร้างวัดตามที่ถูกบอกในฝันและสังเวยสัตว์เพื่อขอบคุณเจ้าแม่ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

น่าเป็นห่วง! เหล่าอดีตแชมป์ DOTA 2 International ส่อแววจะตกรอบ !
Dota 2 /  DOTA 2 International 2015 / 

เรียกได้ว่า การแข่งขันเกมส์ DOTA 2 รายการ The International 2015 อะไรที่เกิดขึ้นได้ ทีมแข่งเกมส์ที่เคยอยู่จุดสูงสุดแล้ว มีสิทธิ์ร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับสมาชิกทีมที่โยกย้ายหรือตั้งทีมใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยการแข่งขันปีล่าสุด แชมป์เก่าจากแต่ละปีทั้ง 3 ทีมที่ได้รับเชิญการแข่งขันตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เนื่องจากทำผลงานไม่ดีและอยู่ใน Lower Bracket หรือสายแพ้ และดูเหมือนว่าอาจพลาดท่าการเข้ารอบลึกหรือคว้าแชมป์การแข่งขันในปีนี้ที่มีเงินรางวัลเดิมพันกว่า 16 ล้านดอลล่าร์ (ราว 563 ล้านบาท) Natus Vincere, Invictus Gaming อดีตแชมป์ DOTA 2 - ภาพจาก IG DOTA 2 สำหรับทีม Natus Vincere, Invictus Gaming และ Newbee แชมป์การแข่งขันเกมส์ DOTA 2 รายการ The International ในปี 2011, 2012 และ 2014 (ไม่นับทีม Alliance แชมป์ปี 2013 ที่พลาดท่าตั้งแต่รอบคัดเลือกระดับภูมิภาคเมื่อกลางปี 2015) ทำผลงานออกมาไม่เป็นที่น่าประทับใจ ไม่สามารถเก็บคะแนนจากการเอาชนะจากทีมของสายต่างๆได้อย่างเพียงพอ ทำให้รั้งท้ายของกลุ่ม A และ B ที่ฝ่าฟันมาตลอดทั้ง 4 วัน เพื่อแบ่งสายชนะ-แพ้ (Upper Bracket - Lower Bracket) ในวันที่ 3 สิงหาคม 2015 ในเวลาท้องถิ่นของอเมริกา ภาพจาก IG DOTA 2 สาเหตุที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เป็นเนื่องจากสมาชิกทีมดั้งเดิมโยกย้ายทีมหรือตั้งทีมใหม่ก่อนที่การแข่งขันระดับโลกเกิดขึ้น ยกตัวอย่างๆทีม Team Secret ที่มีสมาชิกรวมดาวระดับมืออาชีพ มีดีกรีส่วนหนึ่งคว้าแชมป์ และเข้ารอบลึกๆ จากทีมดังๆอย่าง Evil Geniuses, Alliance และ Natus Vincere,​ สมาชิกเกมส์ที่เข้าร่วมการแข่งขันมีอายุช่วงวัยรุ่นตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป ทำให้ประสิทธิภาพการเล่นและการแข่งขันดูมีชัยมากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆที่อยู่ในวงการ DOTA 2 มานาน รวมถึงตัวเกมส์มีการปรับปรุงเรื่องความสมดุลอย่างตลอดเวลา ทำให้แผนการเล่นที่เคยใช้ได้เมื่อปีที่แล้ว อาจนำมาใช้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ Chaun กับ Dendi สองสมาชิกทีม Invictus Gaming กับ Natus Vincere - ภาพจาก IG DOTA 2 ถึงแม้ว่าอดีตแชมป์ทั้งสามอยู่ในสถานการณ์"ยืนอยู่ปากเหว" แต่ก็ยังมีโอกาสไต่อันดับแข่งขันในรอบสายแพ้ ซึ่งจะแข่งเพียงรอบเดียวและรู้ผลชะตาถึงการตกรอบแข่งขัน ด้วยการเรียนรู้จากความผิดพลาดกับทีมที่เคยแข่งขันในรอบแบ่งทีมเพื่อมาปรับใช้กลยุทธการเล่นเพื่อให้เปรียบหรือ"สร้างความตายใจ"ให้กับคู่แข่งระหว่างวันที่ 3-8 สิงหาคม 2015 ณ​ กรุงซีแอตเทิล ที่มีผู้เล่นเกมส์รอรับชมการแข่งขันทั้งในเวทีและออนไลน์กว่าล้านคนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ทีมที่ตกรอบตั้งแต่ช่วงแรกๆของการแข่งขัน พวกเขาก็ยังได้รับเงินรางวัลอย่างน้อย 5 หมื่นดอลล่าร์​ (ราว 1.8 ล้านบาท) กลับบ้านไป ภาพงานแข่งขันเกมส์ DOTA 2 The International 2014 - ภาพจาก Valve

หมดปัญหา! กางเกงกันตดเหม็น ไอเท็มน่าสนใจเพื่อคู่รัก
กางเกงกันตดเหม็น /  ตด / 

ขึ้นชื่อว่า" การตด " ไม่ว่าจะต่อหน้าใคร ก็ไม่ใช่เรื่องที่เซ็กซี่หรือน่าพิสมัยแต่อย่างใด  แต่เราก็บังคับตัวเองไม่ได้อยู่ดี ว่าจะปู้ดป้าดออกมาตอนไหน แก๊สในท้องบางทีมันก็บังคับกันไม่ได้  บางทีมันก็เผลอปล่อยออกมาทุกที แต่ไม่ต้องห่วง เพราะเรามีนวัตกรรมสุดเจ๋ง เป็น กางเกงนอน กางเกงใน และกางเกงยีนส์ ที่สามารถลดกลิ่นตด หรือ กลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ กับแบรนด์สุดเจ๋งจากอังกฤษ Shreddies !! เคยมั้ยคะ นอนๆ อยู่กับคุณแฟน ก็เกิดอาการอยากจะผายลมออกมาให้สุดๆ แต่ก็ต้องแอ๊บไว้ หรือบางทีก็ต้องเผลอปล่อยออกไป แม้ปากคนข้างๆ จะบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่ลึกๆ แล้วเราก็ไม่ได้อยากให้เขาได้กลิ่นเหม็นเน่าของเราหรอก แต่ปัญหาเหล่าเนี๊ยจะหายไปถ้าคุณรู้จัก กางเกงกันตดเหม็น นี้ ว่าแต่เจ้ากางเกงนี้ มันทำงานยังไง ตามเว็บไซต์ของแบรนด์บอกว่า ผลิตภัณฑ์นี้ทำมาจาก คาร์บอนที่มีชื่อเรียกว่า "Zorflex " ที่สามารถดูดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ ซึ่งสามารถซักได้บ่อยตามที่ต้องการ โดยที่คาร์บอนก็ยังคงประสิทธิภาพเช่นเดิมอีกด้วย แต่ก็ไม่มีอะไรในผลิตภัณฑ์นี้จะป้องกันเสียงตดได้นะคะ ป้องกันได้เพียงกลิ่นเท่านั้น เพราะฉะนั้นเรื่องเสียงก็อาจจะต้องทนๆ กันไปบ้าง แต่ได้ยินแต่เสียงแล้วไม่มีกลิ่นอันนี้คงโอเคกว่าเนอะ เมื่อในปี 2013 แบรนด์ shreddies ได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการแล้ว ด้วยการปล่อยชุดชั้นในกันตดเหม็น ออกวางขาย แต่เมื่อเร็วๆ นี้ แบรนด์นี้ได้เพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์กางเกงกันตดเหม็น ด้วยกางเกงนอนและกางเกงยีนส์ เพิ่มมา ถ้าใครมีคนรักที่ชอบปู้ดป้าด ท้องไส้ เลือดลมดีเกินเหตุ ก็สามารถเข้าไปเลือกชมสินค้าสุดเจ๋ง กางเกงกันตดเหม็น จากแบรนด์นี้ ได้ที่อินสตาแกรม shreddiespants ได้เลย ที่มา Womanhealth เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

วันแรกก็โดนซะแล้ว! บาเยิร์นรับน้อง วิดัล ทำอะไรไปดูกัน
ดั๊กลาส คอสต้า /  บาเยิร์น มิวนิค / 

อาร์ตูโร่ วิดัล แข้งตัวใหม่ป้ายแดงของ บาเยิร์น มิวนิค ที่ย้ายจาก ยูเวนตุส ไปด้วยต่าตัวประมาณ 35 ล้านยูโร ได้ลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมใหม่เรียบร้อยแล้ว และเพียงแค่การซ้อมครั้งแรก ดาวเตะทีมชาติ ชิลี ก็โดนรับน้องทันที ในการเล่นลิงชิงบอล เมื่อเจอ ดั๊กลาส คอสต้า นักเตะตัวใหม่เช่นกัน ที่ย้ายมาก่อนไม่นาน ส่งบอลลอดขา จนทำเอา วิดัล เสียท่าไปเลยงานนี้ สำหรับแข้งวัย 28 ปีได้หวนกลับมาค้าแข้งในบุนเดสลีก้าอีกครั้ง หลังจากที่เคยเล่นกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นเมื่อปี 2007-11