กายบริหาร

เซ็กส์ สร้างสุขภาพดีได้ 9 อย่างเลยเชียว
สุขภาพ /  เซ็กส์

เซ็กส์ สร้างสุขภาพดีได้ 9 อย่างเลยเชียว    ถ้าพูดกันตรงๆ เปิดใจกันแฟร์ๆ สำหรับหนุ่มๆ เราแล้ว เรื่องเซ็กส์นี่เรื่องสำคัญเลยนะ แต่เราจะไม่ค่อยกล้าพูดกัน เพราะพอเอ่ยปากถึงเรื่องนี้ที่ไร คนก็มักมองว่าเป็นเรื่องน่าอาย พูดไม่ได้ เข้าข่ายโรคจิต ทั้งที่จริงแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ แถมการมีเซ็กส์สามารถสร้างสุขภาพดีได้ 9 อย่างเลยเชียว 1. ช่วยให้ไม่เครียด การมีเพศสัมพันธ์ จะช่วยทำให้เราไม่เครียด หรือหากถ้าเราเครียดอยู่แล้วก็จะหายไป เพราะหลังเสร็จสิ้นการลงสมรภูมิรัก ร่างกายจะหลั่งอะดรีนาลีนออกมาทำให้เรารู้สึกดี สบายคลายเครียด โดยธรรมชาติของมนุษย์แล้ว เราเกิดมาเพื่อสืบเผ่าพันธุ์ สัญชาติญาณและจิตใต้สำนึกก็จะบอกตัวเองอยู่เช่นนั้น เมื่อเราสามารถมีเพศสัมพันธ์ และทำการได้สำเร็จ สมองก็จะมีความสุข เพราะเหมือนได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญได้ลุล่วง 2. เพิ่มภูมิต้านทาน ถ้ามีเพศสัมพันธ์อย่างต่ำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ปริมาณของ lgA (ภูมิต้านทานชนิดหนึ่งพบมากในน้ำลาย) จะเพิ่มสูงขึ้น จึงสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าเก่า ร่างกายก็จะแข็งแรงขึ้น ไม่เป็นไข้หวัดง่าย 3. ช่วยเบิร์นแคลอรี่ เคยมีงานวิจัยระบุว่า การมีเพศสัมพันธ์ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดี คือ การมีเพศสัมพันธ์ 30 นาที สามารถช่วยเบิร์นได้ถึง 85 แคลอรี แล้วยิ่งถ้าเปลี่ยนท่าเยอะ ยิ่งเบิร์นได้ถึง 125 แคลอรีเลย ช่วยเบิร์นได้มากกว่าการปั่นจักรยานในฟิตเนสซะอีกนะเนี้ย 4. ดีต่อสุขภาพหัวใจ การมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้อัตราการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดตีบลดน้อยลง เพราะในขณะปฏิบัติการ หัวใจจะเต้นเร็วเหมือนตอนที่เราออกกำลังกายเลย แล้วก็เครียดน้อยลง เลือดก็จะไหลเวียนดีขึ้น เคยมีงานวิจัยบอกว่าคนสูงอายุที่ยังคงมีเพศสัมพันธ์อยู่ การเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าคนที่หยุดการมีเพศสัมพันธ์ไปแล้วด้วย  5. สุขภาพจิตดี เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมีเสน่ห์ ไม่ได้เป็นคนขี้แพ้ ขี้โรค เป็นที่ต้องการของคนอื่น เลยจะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น อารมณ์แจ่มใส ไม่หงุดหงิดง่าย สบายใจ เรียกว่าการมีเพศสัมพันธ์นี่ ทำให้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตเราดีขึ้นโดยรวมเลย 6. ช่วยลดการเจ็บปวด ถ้าเราเกิดความเจ็บป่วย ไม่ว่าจะทางใจหรือทางกาย การมีเพศสัมพันธ์เป็นยาขนานเอก ที่ช่วยแก้ปวดได้ดีเลยละ ยกตัวอย่างถ้าเราปวดฟันอยู่ แล้วไปมีเพศสัมพันธ์ ความปวดนั้นจะลดน้อยลง เพราะร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนออกมาให้เรารู้สึกดี สบายมากขึ้น แล้วความรู้สึกนั้นก็จะกลบความเจ็บปวด ทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดลดลงนั่นเอง 7. ลดโอกาสเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก การมีเพศสัมพันธ์จะทำให้โอกาสการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง เพราะ ถ้าร่างกายไม่ได้หลังสเปิร์มออกมา มันจะดูดซึมกลับเข้าไปแล้วค่อยผลิตออกมาใหม่ จึงส่งผลอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์และเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แล้วการไม่ได้ปลดปล่อยจะทำให้เราเครียด ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่ทำให้คนเราเป็นมะเร็งเหมือนกัน 8. เกิดการกายบริหาร ในชีวิตประจำวัน เราจะไม่ค่อยได้ใช้กล้ามเนื้อส่วนเอวสักเท่าไหร่ การมีเพศสัมพันธ์นี่แหละ คือการกายบริหารช่วงเอวที่ดีที่สุด แถมส่งผลดีไปถึงระยะยาว เพราะเมื่ออายุมากขึ้นแล้วหกล้ม ก็จะไม่สะโพกหักได้ง่าย 9. นอนสบาย หลับสนิท หลักๆ เลย ก็เพราะหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนตัวหนึ่ง ที่จะช่วยให้หลับได้ดีขึ้น นอกจากนี้ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่า การมีเพศสัมพันธ์ช่วยคลายความเครียด ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย กล้ามเนื้อที่ตึงตัวอยู่ก็จะคลายตัว แล้วพอร่างกายทั้งภายนอกและภายในพร้อม คุณเลยหลับได้สนิท ฝันหวานไปเลย           เห็นไหมว่า การมีเพศสัมพันธ์มีประโยชน์มากมายเลย ฉะนั้น อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองให้ฟิตปั๋ง ด้วยการทานอาหารที่ดีๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงสิ่งที่จะมาบั่นทอนสุขภาพซะ แล้วจะสุขภาพแข็งแรง มีเซ็กส์ที่มีคุณภาพและทำให้สุขภาพดียิ่งขึ้นไปอีกไงล่ะ ที่มาจาก สุขภาพดี

เอเชี่ยน มาร์เชี่ยลอาร์ตเกมส์กับ 9ศิลปะการต่อสู้แห่งเอเชีย
เอเชี่ยนมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ /  ต่อสู้

วันนี้men.mthai.comจะพามาทำความรู้จักกับ9ศิลปะการต่อสู้แห่งเอเชีย ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยน มาร์เชี่ยอาร์ตเกมส์ ที่ประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ 1.มวยไทยมวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในเชิงกีฬาและ การต่อสู้จริง ๆ ศิลปะประเภทนี้มีมาตั้งแต่โบราณกาลบรรพบุรุษของชาติไทยได้ฝึกฝนอบรมสั่งสอนกุลบุตรไว้เพื่อป้องกันตัวและ ป้องกันชาติ บรรดาชายฉกรรจ์ของไทยได้รับการฝึกฝนวิชามวยไทยแทบทุกคน นักรบผู้กระเดื่องนามทุกคนต้องได้รับการฝึกฝนอบรมศิลปะประเภทนี้อย่างชัดเจน ทั้งสิ้น เพราะการใช้อาวุธรบในสมัยโบราณเช่น กระบี่ พลอง ดาบ ง้าว ทวน ฯลฯ ถ้ามีความรู้วิชามวยไทยประกอบด้วยแล้ว จะทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เข้าสู้ติดพันประชิดตัวก็จะได้อาศัยใช้อวัยวะบาง ส่วนเข้าช่วย เช่น เข่า เท้า ศอก เป็นต้น แต่เดิมมาศิลปะมวยไทยที่มีชั้นเชิงสูงมักจะฝึกสอนกันในบรรดาเจ้านายชั้น ผู้ใหญ่หรือเฉพาะพระมหากษัตริย์และขุนนางฝ่ายทหารเท่านั้น ต่อมาจึงได้แพร่หลายไปถึงสามัญชน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิทยาการจากบรรดาอาจารย์ ซึ่งเดิมเป็นยอดขุนพล หรือนักรบมาแล้ว วิทยาการจึงได้แพร่หลายและคงอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ สามารถ VS พนมทวนเล็ก - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ สุดยอดมวยไทยในตำนาน พยัคฆ์หน้าหยกผู้มีเสียงเหน่อเป็นเอกลักษณ์ เขาคือ สามารถ พยัคฆ์อรุณ 2.คิกบ็อกซิ่งคิกบ๊อกซิ่งเป็นกีฬาที่ใช้ศิลปะการป้องกันตัวแบบการชกมวยทั่วไปแต่สามารถ ใช้เท้าเตะได้ด้วย คิกบ๊อกซิ่งเป็นกีฬามวยที่ใช้อวัยวะได้ทุส่วน โดยนักกีฬาเน้นการใช้อุปกรณ์ป้องกันอวัยวะและใส่อุปกรณ์นั้นเวลาแข่งขัน เช่น นักกีฬาชายใส่กางเกงนักมวย ไม่ใส่เสื้อแต่มีอุปกรณ์ป้องกันที่แก พันมือ นวมชกมวย เครื่องสวมศีรษะ เป็นต้นมักมีการสับสนระหว่าคิกบ๊อกซิ่งและมวยไทยกีฬาทั้งสองเป็นการชกมวยเช่นกัน เเต่มีความแตกต่างที่มวยไทยสามารถเตะใต้เข็มขัดได้ สามารถใช้ศอกและเข่าในการเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ แต่คิกบ๊อกซิ่ง ไม่สามารถใช้ได้ 3.คูราช (Kurash)เป็นกีฬาพื้นบ้านของอุซเบกิสถาน ที่ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการเล่นให้เป็นแบบสากลหลักการพื้นฐานของกีฬาชนิดนี้มีลักษณะผสมผสานระหว่างมวยปล้ำกับยูโด โดยแบ่งผู้แข่งขันเป็น 2 ฝ่าย สู้กันบนเวทีสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาด 15 x 15 เมตร คู่ต่อสู้จะต้องทุ่มอีกฝ่ายหนึ่งให้ล้มลงกับพื้นให้ได้ภายในเวลา 4 นาที สำหรับผู้ชาย และ 3 นาทีสำหรับผู้หญิง การให้คะแนน แบ่งเป็น * คาลาล ทุ่มคู่ต่อสู้ลงให้หลังแนบพื้นโดยสมบูรณ์ ผู้ที่ทำได้จะชนะทันที * ยอนบอส ทุ่มแล้วสีข้างหรือด้านข้างลำตัวของคู่ต่อสู้แนบพื้นอย่างสมบูรณ์ จะได้ 1 คะแนน หากทำคะแนนแบบยอยบอสได้ 2 ครั้งจะเท่ากับ 1 คาลาล ถือว่าชนะทันที * ชาล่า ทุ่มแล้วทำให้ก้นหรือหลังหรือท้องหรือสีข้างกระทบพื้นแต่ไม่สมบูรณ์ คะแนนแบบชาล่าไม่ทำให้การแข่งขันยุติ แต่จะใช้ตัดสินเมื่อหมดเวลา 4.ยูโดยูโด (Judo) เป็นศิลปะการป้องกันตัวประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ ปัจจุบันมีผู้นิยมฝึกหัดเล่นกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ยูโดเป็นรูปแบบของการป้องกันตัวเป็นศิลปะส่วนหนึ่งของชาวญี่ปุ่นที่มีการดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย นอกจากจะเป็นการฝึกเพื่อป้องกันตัวเองแล้วยังเป็นการบริหารร่างกายเพื่อให้ เกิดความแข็งแรง ฝึกสมาธิให้มั่นคง ผู้ฝึกจะได้รับประโยชน์ทั้งด้านร่างกาย และสมาธิด้านจิตใจอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจู่โจมคู่ต่อสู้ หรือการตั้งรับ ยูโดมีชื่อเต็มว่า โคโดกัน ยูโด (Kodokan Judo) เดิมทีเดียวเรียกกันว่า ยูยิตสู (Jiujitsu) ซึ่งเป็นวิชาที่สามารถต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีอาวุธด้วยมือเปล่าและเป็นการ ทำลายจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ 5.เทควันโดแต่เดิมสมาคมเทควันโดแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้ดำเนินการสนับสนุนให้เทควันโด แพร่หลายไปทั่วโลก มีการจัดตั้งสมาคมเทควันโดขึ้นในประเทศต่างๆ มีการพัฒนารูปแบบการฝึกออกไปมากมายทำให้ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันจนกระทั่ง * พ.ศ. 2515 ก่อตั้งสหพันธ์เทควันโด ( The World Taekwondo Federation : WTF) ที่ทำการใหญ่อยู่ที่สำนักคุกคิวอน กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ประธานสหพันธ์คนแรก คือ ดร. ยุน ยอง คิม * พ.ศ. 2516 การแข่งขันกีฬาเทควันโดโลกครั้งแรก และจัดเป็นประจำทุกๆ 2 ปี พ.ศ. 2529 บรรจุกีฬาเทควันโดในเอเชี่ยนเกมส์ * พ.ศ. 2531 บรรจุกีฬาเทควันโดในกีฬาโอลิมปิก พ.ศ. 2510 เปิดสอนเทควันโดในประเทศไทยที่วายเอ็มซีเอ ราชกรีฑาสโมสรกรุงเทพฯ ในฐานทัพทหารสหรัฐอเมริกาที่ตาคลี นครราชสีมา อุดรธานี อุบลราชธานีและสัตหีบ * พ.ศ. 2516 เปิดสอนเทควันโดที่ราชกรีฑาสโมสร พ.ศ. 2519 เปิดสำนักขึ้นที่โรงเรียนศิลปป้องกันตัวอาภัสสา ถนนเพลินจิต * พ.ศ. 2521 ก่อตั้งสมาคมส่งเสริมศิลปป้องกันตัวเทควันโด ณ โรงเรียนอาภัสสา โดยมีนายสรยุทธ ปัทมินทร์วิโรจน์ เป็นนายกสมาคมฯคนแรก ต่อมาสมาคมฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย 6.คาราเต้โด คาราเต้ เป็นศิลปะป้องกันตัวที่พัฒนามาจากศิลปะการต่อสู้ของชาวญี่ปุ่นใน หมู่เกาะริวกัว และจากทักษะการต่อสู้แบบจีน หรือมวยได้คาราเต้เป็นวิถีเเห่งการดึงพลังจากส่วนต่างๆ ของร่างกายมารวมให้เป็นหนึ่งในการต่อสู้โจมตี เช่น หมัดเข่า ศอก โดยใช้มือเปล่าปราศจากอาวุธ แต่เป็นการใช้เทคนิคในการสร้างพลังมือเปล่าแทนอาวุธและโล่ห์ การฝึกหัดคาราเต้บางสำนักอาจมีท่าพื้นฐาน ท่าต่อสู้ หรือท่ารำเเตกต่างกันไป เช่น การหน่วงเหนี่ยว การปล้ำ การผลัก การจับยึด 7.ยูยิตสู ยูยิสสู ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า ศิลปะแห่งความอ่อน เป็นชื่อเรียกของศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่น โดยบางครั้งอาจจะถูกเรียกด้วยชื่ออื่น ๆ เช่น ยาวารา (yawara) , ไทจุสสุ (taijutsu)ประวัติที่มาของยูยิสสูนั้นไม่ชัดแจ้ง โดยมากกล่าวกันว่าถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงยุคของสงครามสมัย ระหว่างศตวรรษที่ 8 ถึง 16 เนื่องจากเป็นยุคสมัยสงครามทำให้เกิดวิชาใหม่ ๆ ขึ้นมาจำนวนมาก ในอดีตประเทศญี่ปุ่นมีสำนักยูยิสสูอยู่หลายร้อยสำนัก โดยแต่ละสำนักมีแนวทางในการฝึกของตัวเอง โดยมากจะรับอิทธิพลมาจากศิลปะการต่อสู้โบราญของซามูไรที่เรียกกันว่า ไทจุสสุ ซึ่งหมายถึงศิลปะการใช้ร่างกาย โดยยูยิสสูนั้นเป็นชื่อเรียกกลางที่ใช้เรียก ศิลปะการต่อสู้มือเปล่าอีกชนิดหนึ่งนั่นเอง 8.วูซู วูซู มาจากภาษาจีนกลางว่า "อู่ซู่" หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามของ "กังฟู" คือ วิชาว่าด้วยการใช้เทคนิค ในการเข้าปะทะต่อสู้เป็นสาระสำคัญ มีรูปแบบการร่ายกระบวนยุทธ และชั้นเชิงต่อสู้เป็หลักในการฝึก ทั้ง มีหลักศิลปะกายบริหารที่สืบทอดกันมา โดยมุ่งเน้นการประสานพลังภายในและภายนอก อันเป็นจุดเด่นของ วิทยาการวูซู 9.ปันจักสีลัต ปันจักสีลัต (Pencak Silat) เป็นคำที่มาจากภาษาอินโดนีเซียมาจากคำว่า ปันจัก (Pencak) หมายถึงการป้องกันตนเอง และคำว่า สีลัต (Silat) หมายถึงศิลปะ รวมความแล้วหมายถึงศิลปะการป้องกันตนเอง กีฬาประเภทนี้เดิมเป็นศิลปะการต่อสู้ของคนเชื้อสายมาลายู ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน และพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย คือ ปัตตานี ยะลา สตูล นราธิวาส และสงขลา เรียกว่า “สิละ” “ดีกา” หรือ “บือดีกา” เป็นศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเท้าเปล่า เน้นให้เห็นลีลาการเคลื่อนไหวที่สวยงาม มีบางท่านกล่าวว่า สิละมีรากคำว่า ศิละ ภาษาสันสกฤต เพื่อนๆคนไหนมีความสามารถในศิลปะการต่อสู้บอกเล่้าเก้าสิบไ้้ด้เลยนะครับ

ซาบีน่า จัดแฟชั่นโชว์สุดเซ็กซี่ เปิดตัว Beauty Plus by Sabina
ชุดชั้นใน /  ซาบีน่า / 

ซาบีน่า จัดแฟชั่นโชว์สุดเซ็กซี่ เปิดตัว Beauty Plus by Sabina ชุดชั้นในที่รู้ใจสาวอกใหญ่มากที่สุด เพื่อสาวคัพสวย..สวยยิ่งขึ้น .....ซาบีน่า เปิดตัว “บิวตี้ พลัส บาย ซาบีน่า- Beauty Plus by Sabina” ชุดชั้นในที่รู้ใจสาวอกใหญ่มากที่สุด   เพื่อสาวคัพสวย...สวยยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์เฉพาะตัว 3 แบบ 3 สไตล์ ที่รองรับครบทุกความต้องการของสาวอกใหญ่ ให้สาวคัพอึ๋มพร้อมอวดอกอิ่มรับหุ่นสวยได้ในทุกชุดทุกโอกาส โดยในงานได้รับเกียรติจากสาวคัพสวยคนดังอย่างเอมมี่ มรกต กิตติสาระ และไก่ มีสุข แจ้งมีสุข มาร่วมเสวนาพูดคุยเผยประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับปัญหาหนักอกของสาวคัพอึ๋ม แนะเคล็ดลับการดูแลหน้าอกสำหรับสาวเต้าทรงใหญ่ ตลอดจนเผยเทคนิคการแต่งกายให้เหมาะกับสาวอกใหญ่ เพื่อปรับบุคลิกภาพให้ดูดีและมั่นใจได้มากยิ่งขึ้นจากเทรนด์แอนด์แฟชั่นกูรูคนดังอย่างม้า อรนภา กฤษฎี ก่อนปิดท้ายด้วยแฟชั่นโชว์ชุดชั้นในจากเหล่านางแบบคัพสวย นำโดย เอมมี่ มรกต กิตติสาระที่จะมาโชว์ความเซ็กซี่ที่สุดแห่งปีจากชุดชั้นใน Beauty Plus by Sabina ณ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางกะปิ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา .....บรา 3 แบบ 3 ฟังก์ชั่นของบิวตี้ พลัส บาย ซาบีน่า (Beauty Plus by Sabina) ประกอบด้วย แบบที่หนึ่ง Be Soft บรามหัศจรรย์ยืดหยุ่นได้ทุกทิศทาง เพราะฟองน้ำที่นุ่มเนียนบางเป็นพิเศษ เวลาสวมใส่จึงแนบสนิทเรียบเนียนไปกับเต้าทรง ให้สัมผัสนุ่มสบายรู้สึกเป็นธรรมชาติยามสวมใส่ แบบที่สอง Be Basic บราโอบกระชับเต้าทรงให้อกสวยสวยได้รูป ด้วยเทคนิคพิเศษในการตัดเย็บเพิ่ม Support Sheet หรือแผ่นกระชับเต้าทรงที่ซ่อนอยู่ภายใน ช่วยยกกระชับเก็บเนื้อด้านข้างให้คัพสวยของคุณดูสวยยิ่งขึ้น และแบบที่สาม Be Secret บราดีไซน์สวยไม่เสริมฟองน้ำ ตกแต่งด้วยลูกไม้หลายหลายลวดหลาย ให้สาวๆ ดูเซ็กซี่เย้ายวนใจ .....เอมมี่-มรกต กิตติสาระ ดารานางแบบสุดเซ็กซี่เจ้าของอกคัพสวย กล่าวว่า สมัยนี้ อกอิ่มสวยเป็นที่ต้องการของสาวๆ ทุกคน แต่สำหรับคนที่มีคัพทรงขนาดใหญ่และเนื้ออกค่อนข้างมากนั้น ก็ต้องเผชิญกับปัญหาหนักอกหลายด้านเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการมีหน้าอกหย่อนคล้อยและหย่อนยานก่อนวัย เพราะขนาดหน้าอกที่ใหญ่ทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกต้องแบกรับน้ำหนักมากกว่าสาวอกเล็ก จึงทำให้หย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงเร็วกว่า หรือปัญหาปวดหลัง  ปวดไหล่ เพราะการสวมใส่บราที่ไม่เหมาะสมหรือรองรับกับสรีระอาจทำให้ช่วงไหล่และหลังของสาวๆ ต้องแบกรับน้ำหนักมากไปทำให้กระดูกสันหลังต้องทำงานหนัก นอกจากนี้ ขนาดของหน้าอกที่ใหญ่เกินไปยังทำให้บางครั้งหาเสื้อผ้าใส่ได้ยาก หรือสวมใส่เสื้อผ้าบางชุดแล้วขาดความมั่นใจได้ ซึ่งเอมมี่คิดว่า สิ่งที่จะช่วยให้เราเรียกความมั่นใจคืนกลับมาได้ ก็คือชุดชั้นในที่รู้ใจสาวคัพใหญ่ อย่าง Beauty Plus By Sabina ค่ะ .....ด้านพิธีกรสาวคนเก่ง ไก่-มีสุข แจ้งมีสุข กล่าวว่า สาวคัพสวยที่เต็มไปด้วยเนินเนื้อหน้าอกนั้นจำเป็นต้องใส่ใจดูแลหน้าอกของตนเองมากกว่าสาวคัพเล็ก ด้วยเคล็ดลับการดูแลหน้าอกและเต้าทรง เพื่อบุคลิกภาพและทรวดทรงที่ดี    ไม่ว่าจะเป็น การเลือกบราที่ถูกไซส์และสวมใส่บราอย่างถูกวิธี การออกกำลังกายบริหารหน้าอกในท่ากระชับหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อหน้าอกแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังควรใส่สปอร์ตบราทุกครั้งที่ต้องการออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงอาหารประเภทโปรตีน หรือไขมันสูงๆ ที่สำคัญ สาวคัพใหญ่ต้องไม่ลืมหมั่นตรวจเต้านมเป็นประจำ  เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมได้ .....ม้า อรนภา กฤษฎี เทรนด์แอนด์แฟชั่นกูรู เผยว่า สาวอกใหญ่นั้นต้องรู้จักเรียนรู้เทคนิคการแต่งกายให้เหมาะกับสรีระของตนเอง เพื่อเสริมจุดเด่น กลบจุดด้อย ปรับบุคลิกภาพให้ดูดีและมั่นใจได้มากยิ่งขึ้นในแต่ละโอกาส ซึ่งเริ่มได้ตั้งแต่การเลือกบราที่รองรับสรีระสาวอกใหญ่โดยเฉพาะ เช่นในวันทำงานสำหรับสาวออฟฟิศ หรือสำหรับทุกชุดในทุกวันที่ต้องการความกระชับมั่นใจทุกการเคลื่อนไหว สาวอกใหญ่ควรเลือกสวมใส่บราโอบกระชับเต้าทรง เพื่อให้อกสวย สวยอย่างมั่นใจได้ตลอดวัน ส่วนในวันที่ต้องการโชว์อกสวยอย่างเป็นธรรมชาติในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ลุคสบายๆ สาวคัพอึ๋มก็ควรเลือกเฟ้นบราเนียนเรียบ นุ่มเป็นพิเศษ ยืดหยุ่นทุกทิศทาง มาสวมใส่ เพราะไม่เพียงจะให้ความสบายดูเป็นธรรมชาติตลอดวัน สาวๆ ยังสวยมั่นใจได้ว่าบราของคุณจะแนบสนิทไปกับเต้าทรง ไม่เห็นรอยต่อของชุดชั้นในกับเนินอกยามสวมใส่ชุดที่เข้ารูป สุดท้ายสำหรับวันแห่งโอกาสพิเศษสาวๆ อกใหญ่อาจเลือกเพิ่มเสน่ห์และระดับความ  เซ็กซี่ภายใต้ชุดสวยในทุกๆ สไตล์แฟชั่น ด้วยการเลือกสวมบราลูกไม้ไม่เสริมฟองน้ำ เพื่อให้หน้าอกดูสวยยิ่งขึ้น

เซ็กส์ สร้างสุขภาพดีได้ 9 อย่าง
sex /  xxx / 

เซ็กส์ สร้างสุขภาพดีได้ 9 อย่าง ถ้าพูดกันตรงๆ เปิดใจกันแฟร์ๆ สำหรับหนุ่มๆ เราแล้ว เรื่องเซ็กส์นี่เรื่องสำคัญเลยนะ แต่เราจะไม่ค่อยกล้าพูดกัน เพราะพอเอ่ยปากถึงเรื่องนี้ที่ไร คนก็มักมองว่าเป็นเรื่องน่าอาย พูดไม่ได้ เข้าข่ายโรคจิต ทั้งที่จริงแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ แถมการมีเซ็กส์สามารถสร้างสุขภาพดีได้ 9 อย่างเลยเชียว 1. ช่วยให้ไม่เครียด การมีเพศสัมพันธ์ จะช่วยทำให้เราไม่เครียด หรือหากถ้าเราเครียดอยู่แล้วก็จะหายไป เพราะหลังเสร็จสิ้นการลงสมรภูมิรัก ร่างกายจะหลั่งอะดรีนาลีนออกมาทำให้เรารู้สึกดี สบายคลายเครียด โดยธรรมชาติของมนุษย์แล้ว เราเกิดมาเพื่อสืบเผ่าพันธุ์ สัญชาติญาณและจิตใต้สำนึกก็จะบอกตัวเองอยู่เช่นนั้น เมื่อเราสามารถมีเพศสัมพันธ์ และทำการได้สำเร็จ สมองก็จะมีความสุข เพราะเหมือนได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญได้ลุล่วง 2. เพิ่มภูมิต้านทาน ถ้ามีเพศสัมพันธ์อย่างต่ำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ปริมาณของ lgA (ภูมิต้านทานชนิดหนึ่งพบมากในน้ำลาย) จะเพิ่มสูงขึ้น จึงสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าเก่า ร่างกายก็จะแข็งแรงขึ้น ไม่เป็นไข้หวัดง่าย 3. ช่วยเบิร์นแคลอรี่ เคยมีงานวิจัยระบุว่า การมีเพศสัมพันธ์ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดี คือ การมีเพศสัมพันธ์ 30 นาที สามารถช่วยเบิร์นได้ถึง 85 แคลอรี แล้วยิ่งถ้าเปลี่ยนท่าเยอะ ยิ่งเบิร์นได้ถึง 125 แคลอรีเลย ช่วยเบิร์นได้มากกว่าการปั่นจักรยานในฟิตเนสซะอีกนะเนี้ย 4. ดีต่อสุขภาพหัวใจ การมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้อัตราการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดตีบลดน้อยลง เพราะในขณะปฏิบัติการ หัวใจจะเต้นเร็วเหมือนตอนที่เราออกกำลังกายเลย แล้วก็เครียดน้อยลง เลือดก็จะไหลเวียนดีขึ้น เคยมีงานวิจัยบอกว่าคนสูงอายุที่ยังคงมีเพศสัมพันธ์อยู่ การเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าคนที่หยุดการมีเพศสัมพันธ์ไปแล้วด้วย 5. สุขภาพจิตดี เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมีเสน่ห์ ไม่ได้เป็นคนขี้แพ้ ขี้โรค เป็นที่ต้องการของคนอื่น เลยจะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น อารมณ์แจ่มใส ไม่หงุดหงิดง่าย สบายใจ เรียกว่าการมีเพศสัมพันธ์นี่ ทำให้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตเราดีขึ้นโดยรวมเลย 6. ช่วยลดการเจ็บปวด ถ้าเราเกิดความเจ็บป่วย ไม่ว่าจะทางใจหรือทางกาย การมีเพศสัมพันธ์เป็นยาขนานเอก ที่ช่วยแก้ปวดได้ดีเลยละ ยกตัวอย่างถ้าเราปวดฟันอยู่ แล้วไปมีเพศสัมพันธ์ ความปวดนั้นจะลดน้อยลง เพราะร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนออกมาให้เรารู้สึกดี สบายมากขึ้น แล้วความรู้สึกนั้นก็จะกลบความเจ็บปวด ทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดลดลงนั่นเอง 7. ลดโอกาสเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก การมีเพศสัมพันธ์จะทำให้โอกาสการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง เพราะถ้าร่างกายไม่ได้หลังสเปิร์มออกมา มันจะดูดซึมกลับเข้าไปแล้วค่อยผลิตออกมาใหม่ จึงส่งผลอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์และเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แล้วการไม่ได้ปลดปล่อยจะทำให้เราเครียด ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่ทำให้คนเราเป็นมะเร็งเหมือนกัน 8. เกิดการกายบริหาร ในชีวิตประจำวัน เราจะไม่ค่อยได้ใช้กล้ามเนื้อส่วนเอวสักเท่าไหร่ การมีเพศสัมพันธ์นี่แหละ คือการกายบริหารช่วงเอวที่ดีที่สุด แถมส่งผลดีไปถึงระยะยาว เพราะเมื่ออายุมากขึ้นแล้วหกล้ม ก็จะไม่สะโพกหักได้ง่าย 9. นอนสบาย หลับสนิท หลักๆ เลย ก็เพราะหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนตัวหนึ่ง ที่จะช่วยให้หลับได้ดีขึ้น นอกจากนี้ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่า การมีเพศสัมพันธ์ช่วยคลายความเครียด ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย กล้ามเนื้อที่ตึงตัวอยู่ก็จะคลายตัว แล้วพอร่างกายทั้งภายนอกและภายในพร้อม คุณเลยหลับได้สนิท ฝันหวานไปเลย เห็นไหมว่า การมีเพศสัมพันธ์มีประโยชน์มากมายเลย ฉะนั้น อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองให้ฟิตปั๋ง ด้วยการทานอาหารที่ดีๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงสิ่งที่จะมาบั่นทอนสุขภาพซะ แล้วจะสุขภาพแข็งแรง มีเซ็กส์ที่มีคุณภาพและทำให้สุขภาพดียิ่งขึ้นไปอีกไงล่ะ ขอบคุณที่มาบทความจาก www.healthcorners.com เบื่อหน่ายรูปแบบเดิมๆ กับกิจกรรมเรื่องบนเตียง อยากได้เทคนิคใหม่ๆ เร้าใจๆกด *48259150066 โทรออก ทดลองใช้ฟรี 7 วัน

ฟิตเนส ดัมเบล กับท่า Chest Press บริหารกล้ามอก
ฟิตเนส /  กล้ามอก / 

ฟิตเนส ดัมเบล กับท่า Chest Press บริหารกล้ามอก ฟิตเนส หลังจากที่หลายๆคนเรียกร้องให้ Men.MThai นำเสนอเรื่องการบริหารกล้ามเนื้อโดยใช้ดัมเบล Dumbbell ซึ่่งเป็นอุปกรณ์ที่ซื้อหาได้ง่ายเป็นพระเอกของงาน เราเลยไม่รอช้านำท่าบริหารกล้ามเนื้อที่หนุ่มๆเองสามารถทำได้ที่บ้านเพียงมีแค่ดัมเบล 2 อัน หรือจะใช้ขวดใส่น้ำหนักๆก็แทนกันได้ ฟิตเนส Dumbbell Chest Press ฟิตเนส Dumbbell Chest Press ซึ่งท่าแรกที่เทรนเนอร์มืออาชีพจากทรูฟิตเนสมาสาธิตให้เป็นพิเศษในวันนี้ คือท่า "Dumbbell Chest Press" ดัมเบล เชสท์ เพรส เป็นท่าบริหารหน้าอกที่ผู้เล่นต้องนอนหลังตรงราบติดกับเบาะ มือทั้งสองถือดัมเบลให้มั่น ขาทั้งสองข้างตั้งฉาก ยกดัมเบลขึ้นสูงให้แขนแนวตรงแต่ไม่ถึงกับให้ข้อศอกล๊อค ท่าจะโฟกัสที่หน้าอก โดยจะใช้กล้ามหน้าอก ไหล่ด้านหน้าและกล้ามแขนด้านหลังร่วมกันในการบริหารท่านี้ และและดึงกลับลงในระดับที่รู้สึกตึงที่หน้าอก หรือ ต่ำกว่าลำตัวที่นอนราบอยู่นิดหน่อย ทำซ้ำประมาณ 3 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง ดูคลิปสาธิตท่า Dumbbell Chest Press ฟิตเนส Dumbbell Chest Press บริหารกล้ามอกด้วยดัมเบล - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ โดยความยากของการใช้ดัมเบลในการบริหารร่างกายนั้นต่างจากการใช้บาร์เบล เพราะต้องใช้ประสาทและสมาธิในการควบคุมมือทั้งสองข้างให้อยู่ในระดับเดียวกัน และบริหารกล้ามเนื้อส่วนที่ปลีกย่อยลงไปได้ดีกว่าการใช้บาร์เบล ซึ่ง Men.MThai จะนำเสนอเรื่องนี้ในคราวต่อไป ขอบคุณเทรนเนอร์วัฒนา วังปลาทอง จาก True Fitness และคุณคณินทร์ แสงไชยวุฒิกุลสำหรับการแสดงท่าสาธิต ท่า Fly บริหารกล้ามอก ปั๊มกล้ามเห็นทันตา ท่า Fly บริหารกล้ามอก ปั๊มกล้ามเห็นทันตา Men MThai ขอส่งท้ายเรื่องการบริหารกล้ามเนื้ออกด้วยการใช้เครื่อง Fly ซึ่งเป็นเครื่องออกกำลังกายอีกช … เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press Chest Press เป็นเครื่องออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้ออกที่คุ้นหน้าคุ้นตาใครหลายๆคน ซึ่งหนุ่มๆไม่ควรมองข้ามเวลาไปยิมเด็ … วิดพื้น ท่าง่ายๆที่น้อยคนจะทำถูก! วิดพื้น ท่าง่ายๆที่น้อยคนจะทำถูก! วิดพื้น เป็นท่าบริหารรกล้ามเนื้อหน้าอกที่เป็นที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ เพราะตั้งแต่สมัยเร … เสริมความแมนด้วยการ บริหาร กล้ามหน้าอก เสริมความแมนด้วยการ บริหารกล้ามหน้าอก Men MThai ขอนำเสนอเรื่องราวของการออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญอัน …

28 กลเม็ดเพื่อเซ็กส์สุดสนุก
sex /  xxx / 

28 กลเม็ดเพื่อเซ็กส์สุดสนุก นี่คือ 28 ไม้ตายบนเตียงที่ได้รับการทดสอบแล้ว แสดงว่ามันได้ผลแน่ๆ 1. ดื่มน้ำผลไม้ ดื่มน้ำสับปะรดทุกวัน มันจะทำให้สเปิร์มของคุณมีรสหวาน นอกจากนี้วิตามิน C ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระด้วย ซึ่งเรื่องนั้นเราไม่แคร์ 2. บอกเธอว่าจะเจออะไร ผู้หญิงชอบคาดหวังเสมอ ลองบอกเธอระหว่างทางกลับบ้านว่า "ผมกำลังคิดหนักเลยว่าพอกลับไปบ้านแล้วจะทำอะไรกับคุณบ้างดี" แค่นี้สมองเธอก็คิดไปไกลถึงไหนแล้ว 3. เล่นมุขตื้นๆ บริเวณ 1/3 ของปากทางเข้า โดยเฉพาะด้านนอกสุด เป็นศูนย์รวมปมประสาทภายในช่องคลอดกว่า 90% ให้ใช้ปลายน้องชายสอดใส่เข้าไปอย่างตื้นๆ ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าเธอจะวิงวอนให้คุณลุยเต็มสูบ 4. จับมือเธอไว้ มันเป็นแค่เรื่องเล็กๆ ปลีกย่อยธรรมดา แต่ผู้หญิงก็หยุมหยิมอย่างนี้แหละ ระหว่างบทอัศจรรย์อย่าลืมสอดนิ้วประสานกันและจับมือเธอไว้ จะแสดงความผูกพันหรืออะไรก็ไม่รู้ แต่ผู้หญิงชอบนักล่ะ 5. นิ้วมหัศจรรย์ คุณคงไม่สามารถขยุกขยิกควงสว่านน้องชายของคุณได้มากนักเมื่อมันเข้าไปอยู่ข้างในแล้ว ดังนั้นหมั่นดึงมันออกมาเป็นระยะๆ แล้วให้นิ้วหรือสองนิ้วของคุณทำแทนบ้างเถอะ 6. Love Me Love My Dog..gy อย่ามัวเพลินกับท่าหวือหวาจนลืมไม้ตายเดิมๆ ผู้ชาย91% ยอมรับว่าด็อกกี้สไตล์คือท่าที่พวกเขาชอบมากที่สุด ถ้าคุณไม่ได้ใช้ก็น่าเสียดาย เพราะผู้หญิงจำนวนไม่น้อยก็ชอบเหมือนกัน เหตุที่พวกเธอชอบมันก็เพราะว่าท่านี้ฝ่ายชายจะมือว่างพอไปซุกซนได้ ทั้งหน้าอก นัวเนียข้างล่าง 7. ปิดตาพาโชค มนุษย์รับข้อมูลเข้าสู่สมอง 60-90% ผ่านทางการมองเห็น ยกเว้นเวลาที่โดนปิดตา ลองหาอะไรที่นุ่มนวลและแอบมองลอดยากมาปิดตาเธอ พร้อมทั้งทำข้อตกลงว่าเธอจะโดนทำโทษถ้าพยายามแอบมอง จากนั้นปลุกเร้าเธอให้ร้อนขึ้นด้วยขนนก ก้อนน้ำแข็ง หรืออวัยวะของคุณก็ได้ 8. กายบริหารลิ้น การออกกำลังลิ้น ซ้อมไว้บ้างจะทำให้กล้ามเนื้อลิ้นของคุณแข็งแรงขึ้น ให้ออกกำลังลิ้นของคุณวันเว้นวันด้วยการกินโยเกิร์ตจากถ้วย โดยใช้แค่ลิ้นเพียงอย่างเดียว พยายามกวาดลิ้นกินให้เกลี้ยงที่สุดทูกซอกทุกมุม พอได้เวลาใช้งานลิ้นก็ทำแบบเดียวกับถ้วยโยเกิร์ตนั้นแหละ รับรองติดใจแน่นอน 9. ลององุ่นแช่แข็ง ใช้อาหารมาร่วมสนุกด้วยได้ผลเสมอ เธออาจจะเคยสนุกกับน้ำผึ้ง หรือไอศกรีมมาแล้ว ลององุ่นแช่เย็นแทน เอาพวกองุ่นเข้าช่องแช่แข็งสักพักแล้วเอาออกมาล้างน้ำเพื่อไม่ให้มันเย็นจัดจนกัดผิว จากนั้นเอามันมาคลึงบนร่างของเธอ รอบๆ หัวนม แล้ววกลงล่าง เอาสักลูกหนึ่งใส่เข้าไปข้างใน แล้วค่อยดูดมันออกมาช้าๆ 10. กระตุ้นจี-สปอต เป็นวงกลม ปล่อยให้เถียงกันต่อไปเถอะว่าจุดจี-สปอต มีจริงหรือเปล่า เรื่องที่ว่าผู้หญิงส่วนมากรู้สึกเสียวสุดๆ เมื่อได้รับการกระตุ้นในบริเวณเศษสามส่วนสี่เข้าไปในร่างกายพวกเธอก็จริงอยู่ ดังนั้นให้ใช้นิ้วหรือสองนิ้วของคุณสอดเข้าไป แล้วงอนิ้วขึ้นด้านบนพร้อมกับ "ยุกยิก" คุณอาจพบบริเวณคล้ายฟองน้ำขนาดเท่าเหรียญสลึง คลึงมันเบาๆ เป็นวงกลม แล้วรอดูว่าปฏิกิริยาตอบสนองจะวัดได้เท่าไหร่ 11. เล่นนอกบ้าน ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง เลือกสถานที่นอกบ้านที่ปลอดภัยจากสายตาผู้คนและกล้องแอบถ่าย ถ้าไม่อยากเป็นข่าว แต่งตัวกันให้พร้อม เธอควรใส่กระโปรง คุณใส่กางเกงที่ถอดง่าย และไม่ควรใส่กางเกงใน หาจังหวะเหมาะ แล้วจัดการให้เร็วที่สุด กลับมาบ้านแล้วนั่งคุยตื่นเต้นกัน หรือไปใช้นามแฝงโม้เรื่องของพวกคุณไว้ในอินเตอร์เน็ต 12. สามัคคีคือพลัง ใครว่าผู้ชายทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆ กันไม่ได้ เม้มริมฝีปากของคุณเข้าปุ่มสยิวของเธอแล้วดูดซะ ในขณะเดียวกันลิ้นก็อย่าให้ว่าง ลากขยับซ้ายขวาและขึ้นลงไปพร้อมๆ กัน เจออย่างนี้ไม่ดิ้นให้มันรู้ไป 13. ทีเล่นทีจริง จะปล่อยให้เธอหยอกเราเล่นฝ่ายเดียวได้ไง ใส่ส่วนปลายเจ้าน้องชายของคุณเข้าไปนิดหนึ่งแล้วรีบดึงออก ให้สะกิดปลายปุ่มของเธอนิดหน่อย จากนั้นทำใหม่เหมือนเดิมแต่ขยับเจ้าน้องชายให้ลึกกว่าเดิมอีกเล็กน้อย หยอกเธอเล่นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะขอร้องให้ทำเต็มที่ จังหวะนั้นแหละที่คุณจะแก้เผ็ดเธอด้วยการบอกว่าปวดหัวแล้วขอนอนพัก (อันหลังนี่ล้อเล่นนะ ทำจริงอาจมีเคืองได้) 14. ครางอืม ถ้าคุณไม่ชอบที่จะลงไปบริการเธอด้านล่าง ไม่ต้องครางให้ฟังดูน่ารำคาญหรอก แต่ถ้าคุณยินดีจะลุยดงลงใต้ ให้โผล่ตัวมาชมเธอสักหน่อยว่า "ผมชอบรสชาติของคุณจังเลย" แล้วกลับลงไปพร้อมครางอืมมมไปพร้อมๆ กับการปฏิบัติการ 15. รักษาความดี เมื่อคุณทำอะไรซักอย่างที่ถูกใจเธอ ให้ทำอย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ ไม่ต้องพยายามหาเรื่องพลาดด้วยการเร่งให้เร็วขึ้นหรือแรงขึ้นจนกว่าเธอจะบอก 16. ดูดให้คราง ปุ่มคลิตอริสของผู้หญิงนั้นไม่ใช่ปุ่มแจ้งเพลิงไหม้ที่ต้องรีบร้อนกด ผู้หญิงอาจไม่ชอบให้คุณไปแตะมันด้วยซ้ำ แต่บางครั้งในช่วงอารมณ์กระเจิง เธออาจอยากให้มีแรงกดตรงนั้นบ้าง กลเม็ดคือ ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชีช่วยแหวกทาง จากนั้นใช้อุ้งมือกดลงไปเบาๆ ที่ปากช่องทางแล้วสัมผัสปุ่มเบาๆ ด้วยลิ้นของคุณ ก่อนจะค่อยๆ อมแล้วดูด ทุกอย่างต้องเบาๆ ระวังฟันของคุณด้วย และคอยสังเกตหน้าเธอ เพิ่มแรงดูถ้าเธอชอบและเลิกทำทันทีถ้าเธอแสดงสีหน้าว่าเจ็บหรือไม่ชอบ 17. ซื้อดิลโด้ ดิลโด้แค่อันเดียว ไม่ทำให้คุณหมดประโยชน์หรอกน่า เมื่อผู้หญิงมีอารมณ์ ช่องคลอดจะขยายขึ้นจนบางครั้งน้องชายคุณอาจเติมเต็มความสุขให้เธอได้ไม่พอ เจ้าของเล่นก็จะมาเป็นตัวช่วยที่สำคัญ คือเมื่อมีอะไรมาทำงานแทน มือ ปาก และอาวุธลับคุณก็ว่างพอที่จะไปซุกซนบริเวณอื่นของเธอได้ 18. พูดเรื่องทะลึ่ง คิดว่าสาวของคุณเรียบร้อยเกินกว่าจะพูดเรื่องทะลึ่งรึ ผิดแล้ว .. ผู้หญิง 59% ชอบเรื่องแบบนี้ จุดที่ยากมันอยู่ตรงที่ว่าจะเริ่มยังไงต่างหาก หลีกเลี่ยงคำพูดจากหนังโป๊ วีซีดี อย่าง "ทำให้ป๋าหน่อยสิหนู" และเริ่มต้นเข้าประเด็นด้วยการชมลีลาบนเตียงของเธอแทน ซึ่งมันจะเปิดโอกาสให้คุณใส่คำทะลึ่งๆ ได้ง่ายกว่า หรือชักชวนให้เธอร่วมสนุกกับการพูดทะลึ่งด้วยคำถามนำอย่าง "โอวว สุดยอดมากเลย คุณกำลังทำอะไรกับผมอยู่น่ะ" ไม่ต้องกลัวว่ามันจะทำให้คุณดูเป็นไอ้โง่หรอก เรื่องแบบนี้มีคนรู้แค่คุณกับเธอ 19. เล่นเปียโน วางนิ้วสองนิ้วของคุณลงข้างๆ ปุ่มคลิตอริสเธอ แล้วกดสลับไปมา ขึ้น-ลง เหมือนกับกำลังเล่นเปียโนอยู่ แต่เว้นโน้ตตัวกลางไว้ ลองฟังเสียงเธอร้องประกอบการเล่นเปียโนของคุณดูสิ 20. ลูบคลำ จี-สปอตจากด้านนอก วางอุ้งมือคุณลงบริเวณหน้าท้องใต้สะดือ ขณะที่คุณเลียบริเวณเอวของเธอให้กดน้ำหนักที่อุ้งมือไปด้วย 21. หมุนสะโพก คิดว่าคุณเป็นเซียนเรื่อง 69 แล้วใช่ไหม ลองวางมือบนสะโพกเธอทั้งสองข้างแล้วหมุนวนมันเข้าด้านในไปขณะที่คุณกำลังบริหารกล้ามเนื้อลิ้นคุณอยู่ 22. ตามใจเธอ นอนลงเอามือหนุนหัว แล้วถามทีเล่นทีจริงว่า "คุณอยากจะทำอะไรผมก็ทำตามใจชอบเลย" ถ้าเธอไม่เขินก็คงหัวเราะ ซึ่งยังไงผลตามมาก็คล้ายๆ กันและดีทั้งคู่ 23. หาจังหวะเหมาะ การนับวันรอบเดือนของแฟนไม่ใช่แค่ช่วยคุณป้องกันเซอร์ไพรส์มีชีวิตเท่านั้น แต่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนช่วง 12-16 วันหลังจากหมดประจำเดือน จะทำให้เธอมีอารมณ์ร้อนแรงขึ้นอีกหลายเท่า 24. ทำแซนด์วิช เนื่องจากบริเวณคลิตอริสไวต่อการสัมผัสมาก เลี่ยงการกระตุ้นโดยตรงบ้างก็ดี ให้ห่อมันเป็นแซนด์วิชด้วย "ผิว" ด้านนอกแล้วหมุนวนเป็นวงกลม อืมมม 25. ไซ้ต้นขาเธอ ผู้หญิงชอบที่จะรู้สึกเธอมีเสน่ห์ไม่ใช่แค่ตรงหว่างขา งั้นเราเขยิบออกมาอีกหน่อย ให้เธอบีบต้นขาทั้งสองข้างของเธอเข้าหากันให้แน่น แล้วถูไถเจ้าหนูของคุณเข้าไปบริเวณต้นขาของเธอจากทางด้านหลัง มันจะกระตุ้นให้เธอตื่นตัวขึ้นจากแรงสัมผัสที่ "ด้านนอก" อย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป 26.ให้คนอื่นทำความสะอาด ห้องของโรงแรมเซ็กซี่เสมอ เข้าเช็คอินโรงแรงด้วยชื่อที่บอกไปมั่วๆ ขึ้นไปบนห้องแล้วอย่าลงมาจนกว่าคุณจะได้ลองใช้พื้นที่บนห้องอย่างคุ้มค่าที่สุด ในวาระพิเศษอย่างนี้เธอพร้อมจะทดลองทุกอย่างอยู่แล้ว เสร็จแล้วก็กลับลงมาโดยที่คุณไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเก็บกวาดร่องรอยอะไร 27. สัมผัสความเป็นชาย ผู้หญิงมองการแข็งตัวของน้องชายผู้ชายเป็นเรื่องเกินจริง อาจเป็นเพราะพวกเธอไม่ได้ตระหนักว่าระบบสืบพันธ์ของพวกเราเป็นอย่างไร แต่อย่ากระโตกกระตางไป ถ้าเธอผงกร่างขึ้นมองมัน ให้รั้งร่างเธอมาจูบแล้วเอามือของเธอไปวางตรงนั้น ให้เธอรู้สึกว่ามันแข็งขันแค่ไหน และทั้งหมดนี้จะเป็นของเธอคนเดียว จากนั้นก็จับเธอลุกขึ้นให้นั่งทับลง ... ตรงนั้นแหละ 28.ลองท่าสามประสาน เธอควรจะนอนหงาย ยกเข่าขึ้น ส่วนคุณก็นอนราบอยู่เบื้องหน้า ใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงคลิตอริสและดูด แล้วส่งนิ้วกลางเข้าภายในสู่จุดจีสปอต และสุดท้าย จุ่มนิ้วก้อยลงไปที่ความฉ่ำชื้นของเธอแล้วค่อยเอามันมาสัมผัสบริเวณก้น สับเปลี่ยนนิ้วไปมา เพิ่มปริมาณนิ้วในที่ที่ควรเพิ่ม เร่งหรือลดจังหวะให้ถูก และเตรียมพร้อมกับศึกหนักสนุกสุดๆ ที่จะตามมาขอบคุณที่มาบทความจาก Maxim เบื่อหน่ายรูปแบบเดิมๆ กับกิจกรรมเรื่องบนเตียง อยากได้เทคนิคใหม่ๆ เร้าใจๆกด *48259150066 โทรออก ทดลองใช้ฟรี 7 วัน

เอเชี่ยน มาร์เชี่ยลอาร์ตเกมส์กับ 9ศิลปะการต่อสู้แห่งเอเชีย
ต่อสู้ /  เอเชี่ยนมาร์เชียลอาร์ตเกมส์

วันนี้men.mthai.comจะพามาทำความรู้จักกับ9ศิลปะการต่อสู้แห่งเอเชีย ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยน มาร์เชี่ยอาร์ตเกมส์ ที่ประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ 1.มวยไทยมวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในเชิงกีฬาและ การต่อสู้จริง ๆ ศิลปะประเภทนี้มีมาตั้งแต่โบราณกาลบรรพบุรุษของชาติไทยได้ฝึกฝนอบรมสั่งสอนกุลบุตรไว้เพื่อป้องกันตัวและ ป้องกันชาติ บรรดาชายฉกรรจ์ของไทยได้รับการฝึกฝนวิชามวยไทยแทบทุกคน นักรบผู้กระเดื่องนามทุกคนต้องได้รับการฝึกฝนอบรมศิลปะประเภทนี้อย่างชัดเจน ทั้งสิ้น เพราะการใช้อาวุธรบในสมัยโบราณเช่น กระบี่ พลอง ดาบ ง้าว ทวน ฯลฯ ถ้ามีความรู้วิชามวยไทยประกอบด้วยแล้ว จะทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เข้าสู้ติดพันประชิดตัวก็จะได้อาศัยใช้อวัยวะบาง ส่วนเข้าช่วย เช่น เข่า เท้า ศอก เป็นต้น แต่เดิมมาศิลปะมวยไทยที่มีชั้นเชิงสูงมักจะฝึกสอนกันในบรรดาเจ้านายชั้น ผู้ใหญ่หรือเฉพาะพระมหากษัตริย์และขุนนางฝ่ายทหารเท่านั้น ต่อมาจึงได้แพร่หลายไปถึงสามัญชน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิทยาการจากบรรดาอาจารย์ ซึ่งเดิมเป็นยอดขุนพล หรือนักรบมาแล้ว วิทยาการจึงได้แพร่หลายและคงอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ สามารถ VS พนมทวนเล็ก - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ สุดยอดมวยไทยในตำนาน พยัคฆ์หน้าหยกผู้มีเสียงเหน่อเป็นเอกลักษณ์ เขาคือ สามารถ พยัคฆ์อรุณ2.คิกบ็อกซิ่งคิกบ๊อกซิ่งเป็นกีฬาที่ใช้ศิลปะการป้องกันตัวแบบการชกมวยทั่วไปแต่สามารถ ใช้เท้าเตะได้ด้วย คิกบ๊อกซิ่งเป็นกีฬามวยที่ใช้อวัยวะได้ทุส่วน โดยนักกีฬาเน้นการใช้อุปกรณ์ป้องกันอวัยวะและใส่อุปกรณ์นั้นเวลาแข่งขัน เช่น นักกีฬาชายใส่กางเกงนักมวย ไม่ใส่เสื้อแต่มีอุปกรณ์ป้องกันที่แก พันมือ นวมชกมวย เครื่องสวมศีรษะ เป็นต้นมักมีการสับสนระหว่าคิกบ๊อกซิ่งและมวยไทยกีฬาทั้งสองเป็นการชกมวยเช่นกัน เเต่มีความแตกต่างที่มวยไทยสามารถเตะใต้เข็มขัดได้ สามารถใช้ศอกและเข่าในการเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ แต่คิกบ๊อกซิ่ง ไม่สามารถใช้ได้ 3.คูราช (Kurash)เป็นกีฬาพื้นบ้านของอุซเบกิสถาน ที่ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการเล่นให้เป็นแบบสากลหลักการพื้นฐานของกีฬาชนิดนี้มีลักษณะผสมผสานระหว่างมวยปล้ำกับยูโด โดยแบ่งผู้แข่งขันเป็น 2 ฝ่าย สู้กันบนเวทีสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาด 15 x 15 เมตร คู่ต่อสู้จะต้องทุ่มอีกฝ่ายหนึ่งให้ล้มลงกับพื้นให้ได้ภายในเวลา 4 นาที สำหรับผู้ชาย และ 3 นาทีสำหรับผู้หญิง การให้คะแนน แบ่งเป็น * คาลาล ทุ่มคู่ต่อสู้ลงให้หลังแนบพื้นโดยสมบูรณ์ ผู้ที่ทำได้จะชนะทันที * ยอนบอส ทุ่มแล้วสีข้างหรือด้านข้างลำตัวของคู่ต่อสู้แนบพื้นอย่างสมบูรณ์ จะได้ 1 คะแนน หากทำคะแนนแบบยอยบอสได้ 2 ครั้งจะเท่ากับ 1 คาลาล ถือว่าชนะทันที * ชาล่า ทุ่มแล้วทำให้ก้นหรือหลังหรือท้องหรือสีข้างกระทบพื้นแต่ไม่สมบูรณ์ คะแนนแบบชาล่าไม่ทำให้การแข่งขันยุติ แต่จะใช้ตัดสินเมื่อหมดเวลา 4.ยูโดยูโด (Judo) เป็นศิลปะการป้องกันตัวประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ ปัจจุบันมีผู้นิยมฝึกหัดเล่นกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ยูโดเป็นรูปแบบของการป้องกันตัวเป็นศิลปะส่วนหนึ่งของชาวญี่ปุ่นที่มีการดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย นอกจากจะเป็นการฝึกเพื่อป้องกันตัวเองแล้วยังเป็นการบริหารร่างกายเพื่อให้ เกิดความแข็งแรง ฝึกสมาธิให้มั่นคง ผู้ฝึกจะได้รับประโยชน์ทั้งด้านร่างกาย และสมาธิด้านจิตใจอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจู่โจมคู่ต่อสู้ หรือการตั้งรับ ยูโดมีชื่อเต็มว่า โคโดกัน ยูโด (Kodokan Judo) เดิมทีเดียวเรียกกันว่า ยูยิตสู (Jiujitsu) ซึ่งเป็นวิชาที่สามารถต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีอาวุธด้วยมือเปล่าและเป็นการ ทำลายจุดอ่อนของคู่ต่อสู้5.เทควันโดแต่เดิมสมาคมเทควันโดแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้ดำเนินการสนับสนุนให้เทควันโด แพร่หลายไปทั่วโลก มีการจัดตั้งสมาคมเทควันโดขึ้นในประเทศต่างๆ มีการพัฒนารูปแบบการฝึกออกไปมากมายทำให้ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันจนกระทั่ง * พ.ศ. 2515 ก่อตั้งสหพันธ์เทควันโด ( The World Taekwondo Federation : WTF) ที่ทำการใหญ่อยู่ที่สำนักคุกคิวอน กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ประธานสหพันธ์คนแรก คือ ดร. ยุน ยอง คิม * พ.ศ. 2516 การแข่งขันกีฬาเทควันโดโลกครั้งแรก และจัดเป็นประจำทุกๆ 2 ปี พ.ศ. 2529 บรรจุกีฬาเทควันโดในเอเชี่ยนเกมส์ * พ.ศ. 2531 บรรจุกีฬาเทควันโดในกีฬาโอลิมปิก พ.ศ. 2510 เปิดสอนเทควันโดในประเทศไทยที่วายเอ็มซีเอ ราชกรีฑาสโมสรกรุงเทพฯ ในฐานทัพทหารสหรัฐอเมริกาที่ตาคลี นครราชสีมา อุดรธานี อุบลราชธานีและสัตหีบ * พ.ศ. 2516 เปิดสอนเทควันโดที่ราชกรีฑาสโมสร พ.ศ. 2519 เปิดสำนักขึ้นที่โรงเรียนศิลปป้องกันตัวอาภัสสา ถนนเพลินจิต * พ.ศ. 2521 ก่อตั้งสมาคมส่งเสริมศิลปป้องกันตัวเทควันโด ณ โรงเรียนอาภัสสา โดยมีนายสรยุทธ ปัทมินทร์วิโรจน์ เป็นนายกสมาคมฯคนแรก ต่อมาสมาคมฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย 6.คาราเต้โด คาราเต้ เป็นศิลปะป้องกันตัวที่พัฒนามาจากศิลปะการต่อสู้ของชาวญี่ปุ่นใน หมู่เกาะริวกัว และจากทักษะการต่อสู้แบบจีน หรือมวยได้คาราเต้เป็นวิถีเเห่งการดึงพลังจากส่วนต่างๆ ของร่างกายมารวมให้เป็นหนึ่งในการต่อสู้โจมตี เช่น หมัดเข่า ศอก โดยใช้มือเปล่าปราศจากอาวุธ แต่เป็นการใช้เทคนิคในการสร้างพลังมือเปล่าแทนอาวุธและโล่ห์ การฝึกหัดคาราเต้บางสำนักอาจมีท่าพื้นฐาน ท่าต่อสู้ หรือท่ารำเเตกต่างกันไป เช่น การหน่วงเหนี่ยว การปล้ำ การผลัก การจับยึด7.ยูยิตสู ยูยิสสู ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า ศิลปะแห่งความอ่อน เป็นชื่อเรียกของศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่น โดยบางครั้งอาจจะถูกเรียกด้วยชื่ออื่น ๆ เช่น ยาวารา (yawara) , ไทจุสสุ (taijutsu)ประวัติที่มาของยูยิสสูนั้นไม่ชัดแจ้ง โดยมากกล่าวกันว่าถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงยุคของสงครามสมัย ระหว่างศตวรรษที่ 8 ถึง 16 เนื่องจากเป็นยุคสมัยสงครามทำให้เกิดวิชาใหม่ ๆ ขึ้นมาจำนวนมาก ในอดีตประเทศญี่ปุ่นมีสำนักยูยิสสูอยู่หลายร้อยสำนัก โดยแต่ละสำนักมีแนวทางในการฝึกของตัวเอง โดยมากจะรับอิทธิพลมาจากศิลปะการต่อสู้โบราญของซามูไรที่เรียกกันว่า ไทจุสสุ ซึ่งหมายถึงศิลปะการใช้ร่างกาย โดยยูยิสสูนั้นเป็นชื่อเรียกกลางที่ใช้เรียก ศิลปะการต่อสู้มือเปล่าอีกชนิดหนึ่งนั่นเอง8.วูซู วูซู มาจากภาษาจีนกลางว่า "อู่ซู่" หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามของ "กังฟู" คือ วิชาว่าด้วยการใช้เทคนิค ในการเข้าปะทะต่อสู้เป็นสาระสำคัญ มีรูปแบบการร่ายกระบวนยุทธ และชั้นเชิงต่อสู้เป็หลักในการฝึก ทั้ง มีหลักศิลปะกายบริหารที่สืบทอดกันมา โดยมุ่งเน้นการประสานพลังภายในและภายนอก อันเป็นจุดเด่นของ วิทยาการวูซู9.ปันจักสีลัต ปันจักสีลัต (Pencak Silat) เป็นคำที่มาจากภาษาอินโดนีเซียมาจากคำว่า ปันจัก (Pencak) หมายถึงการป้องกันตนเอง และคำว่า สีลัต (Silat) หมายถึงศิลปะ รวมความแล้วหมายถึงศิลปะการป้องกันตนเอง กีฬาประเภทนี้เดิมเป็นศิลปะการต่อสู้ของคนเชื้อสายมาลายู ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน และพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย คือ ปัตตานี ยะลา สตูล นราธิวาส และสงขลา เรียกว่า “สิละ” “ดีกา” หรือ “บือดีกา” เป็นศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเท้าเปล่า เน้นให้เห็นลีลาการเคลื่อนไหวที่สวยงาม มีบางท่านกล่าวว่า สิละมีรากคำว่า ศิละ ภาษาสันสกฤตเพื่อนๆคนไหนมีความสามารถในศิลปะการต่อสู้บอกเล่้าเก้าสิบไ้้ด้เลยนะครับ

8 ท่าใน 3 นาที..... แก้เมื่อยระหว่างทำงาน
เมื่อย /  ปวด / 

นั่งปั่นงานหน้าคอมพ์ตั้งแต่เช้ายันเย็น แทบจะไม่ได้ลุกไปไหนเลย นอกจากเข้าห้องน้ำ และกินข้าวตอนกลางวัน ก็งานออกจะยุ่งขนาดนี้ ตอนนี้เริ่มไม่ไหวแล้วล่ะ... ปวดเมื่อยไปทั่วตัวเลย ตาก็ล้า คอก็เมื่อย หลังก็ปวด บ่นๆๆๆๆ งานก็ไม่เสร็จ... เครียดอีก อาการไมเกรนก็กำเริบ ทำอย่างไรดีหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เจ้าวายร้ายตัวดีมันมาแล้วล่ะก็... ต้องรีบกำจัดอย่างเร่งด่วน ด้วยวิธีแก้เมื่อย 8 ท่า 3 นาที ที่โต๊ะทำงาน เริ่มจากวางงานตรงหน้า หลบสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วหลับตาผ่อนคลายสักครู่ หากรู้สึกเคืองตา ก็กระพริบตาถี่ๆ ให้น้ำตามาเคลือบตา หรือหยดยาหยอดตาแก้ตาแห้ง และที่สำคัญควรพักเพื่อขยับแข้งขยับขาทุกๆ 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันและลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ท่าที่ 1 แก้เมื่อยบ่า นั่งหลังตรง มือสองข้างจับขอบเก้าอี้เอาไว้ แล้วค่อยๆ เอียงคอไปทางด้านใดด้านหนึ่งช้าๆ จนรู้สึกตึง ทำค้างไว้ 10 วินาที แล้วอย่าเพิ่งเอียงคอกลับ ให้เอียงคอเพิ่มต่อไปอีก 10 วินาที แล้วค่อยๆ เอียงคอกลับมาท่าตรง ทำสลับซ้ายขวา ท่าที่ 2 แก้เมื่อยคอ นั่งแบบท่าที่ 1 แล้วเปลี่ยนจากเอียงคอ เป็นหมุนคอไปทางด้านใดด้านหนึ่ง จนรู้สึกตึงที่บ่าหรือคอด้านตรงกันข้าม ทำค้างไว้ 10 วินาที แล้วอย่าเพิ่งหมุนคอกลับ ให้หมุนเพิ่มอีกนิดหน่อย แล้วค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นค่อยๆ หมุนกลับมาท่าตรง หมายเหตุ : หากรู้สึกมึนงง ให้พักประมาณ 5 นาที ลองทำซ้ำอีกครั้ง หากมีอาการอีก ต้องไปหาหมอ ท่าที่ 3 คลายกล้ามเนื้อบริเวณบ่า ยักไหล่ขึ้น ค้างไว้ 5 วินาที แล้วยักไหล่ลง ทำสลับกัน 2 - 3 ครั้ง จะรู้สึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณบ่ามากขึ้น ท่าที่ 4 คลายกล้ามเนื้อแขน ใช้มือซ้ายจับฝ่ามือขวา ชูมือทั้งสองข้างเหยียดตรงไปข้างหน้า แล้วดัดข้อมือขวาเข้าหาตัว จนรู้สึกตึงบริเวณข้อศอกขวาด้านใน ทำค้างไว้ 10 วินาที แล้วเปลี่ยนข้างทำ หมายเหตุ : ถ้าทำท่านี้แล้วมีอาการชาที่ฝ่ามือ ให้พักประมาณ 5 นาทีแล้วลองทำซ้ำอีกครั้ง หากไม่หายต้องไปพบนักกายภาพบำบัดหรือปรึกษาคุณหมอ ท่าที่ 5 นวดฝ่ามือ นวดฝ่ามือซ้ายโดยใช้นิ้วโป้งขวากดไปตรงๆ บนฝ่ามือ หมุนนิ้วโป้งเป็นวงกลม 3 รอบ (ไม่ใช่การถูผิวหนัง) แล้วก็เลื่อนนิ้วโป้งไปกดจุดอื่นๆ จนทั่วฝ่ามือ จากนั้นสลับไปทำอีกข้าง ท่าที่ 6 บริหารอุ้งมือ ใช้มือขวาดึงนิ้วโป้งซ้ายเข้าหาตัว จนรู้สึกตึงบริเวณอุ้งมือและข้อนิ้วโป้ง ทำค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นสลับไปทำอีกข้าง ท่าที่ 7 ผ่อนคลายบริเวณนิ้วและฝ่ามือ กำมือทั้งสองข้างให้แน่นที่สุด กำค้างไว้ 5 วินาที แล้วคลายออกช้าๆ เหยียดและกางนิ้วมือออกให้มากที่สุด กางค้างไว้ 5 วินาที แล้วกลับมาอยู่ท่าเดิม ทำซ้ำแบบนี้ 2-3 รอบ ท่าที่ 8 แก้เมื่อยหลัง ยืนหันหน้าเข้ามุมห้อง ยันฝ่ามือไปที่ผนังในแนวระดับอก ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า แล้วค่อยๆ โน้มตัวเข้าหามุมห้องจนศอกชนกำแพง จะรู้สึกตึงบริเวณหน้าอกทั้งสองข้าง ทำค้างไว้ 10 วินาที แล้วทำซ้ำอีก 2-3 รอบ อีกท่าหนึ่งคือ กำมือทั้งสองข้าง ไขว้กันไว้ด้านหลัง แล้วเหยียดไปให้ตึง ค้างไว้ 10 วินาที หรือง่ายๆ เพียงแค่ยืนแอ่นหลัง 5 วินาที ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง อาการปวดเมื่อยหลังก็จะทุเลาลง นอก จากจะทำกายบริหารแบบง่ายๆ นี้แล้ว ก็พยายามลุกเดินบ้าง ขยับร่างกายไปมาบ้าง อย่านั่งอยู่กับที่นานๆ อย่าจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ เหนื่อยนักก็พัก เครียดนักก็ปล่อยวางซะบ้าง สุขภาพกายดี สุขภาพใจก็พลอยดีที่มา ...Be Magazine

เรื่องเซ็กส์ ที่ผู้หญิงอยากถาม
คุมกำเนิด /  ผู้หญิง / 

เรื่อง "เซ็กส์" ที่ผู้หญิงอยากถาม . .....เพราะ "เซ็กส์" เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เซ็กส์กับชีวิตของคนเราแยกจากกันได้ยาก แต่เซ็กส์นั้นอาจจะจำเป็นต้องมีหรือไม่มีก็ได้ ใคร ๆ เขาก็บอกเล่ามาตั้งแต่โบราณแล้วว่า อดข้าวอาจจะไม่ถึงวางวาย แต่ชีวิตอาจจะมอดมลายเพราะไม่รู้เรื่อง "เซ็กส์" ....."เซ็กส์" จึงเป็นทั้งธรรมะและอธรรม แล้วแต่ว่าจะเรียนรู้ที่จะอยู่กับเซ็กส์ในแบบใด เซ็กซ์อาจจะเป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจ หรือเป็นศัตรูร้ายที่จ้องทำลายคุณภาพชีวิตก็ได้ .....มารู้จักเรื่อง "เซ็กส์" ที่ผู้หญิงอยากถามกันดีไหม..... เขาว่าการมี "เซ็กส์" ที่สุขสมทำให้ชีวิตยืนยาวจริงหรือ...? .....จริงน่ะ จริงอยู่ แต่ไม่ทั้งหมดและไม่เสมอไป เพราะที่เขาว่านั้นยังไม่ครบถ้วนกระบวนความ ที่จริงแล้วคำพูดดังกล่าวนั้นมีอยู่ว่า การมีเซ็กส์ที่สุขสมกับคนที่รัก ทำให้ชีวิตยืนยาวและเป็นสุขและเป็นหนุ่มเป็นสาว .....ซึ่งอธิบายได้ว่า การมีเซ็กส์ที่สุขสม แท้จริงแล้วเกิดจากการมีเซ็กส์กับคนที่รักมากกว่าการมี เซ็กส์เฉยๆ กับใครก็ได้ การศึกษาวิจัยพบว่า "เมื่อมีเซ็กส์กับคนรักแล้ว ผู้หญิงจะเกิดความสุขและหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ในขณะที่การร่วมรักกับใครสักคนโดยที่ไม่ได้มีความรักมาเกี่ยวข้องอย่างมากก็ แค่การระบายอารมณ์พิศวาสออกมาเท่านั้น ความสุขสมจึงแตกต่างกันมาก" .....และเมื่อเกิดความสุขสมแล้ว สารแห่งความสุขที่หลั่งออกมาจะทำให้เกิดการผ่อน คลาย หายเครียด นอนหลับฝันดี ผลที่ตามมาก็คือระบบต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย และระบบฮอร์โมนเพศจะทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี เป็นหนุ่มเป็นสาว ถึงอย่างนั้นผู้หญิงหลายคนก็ยังลำบากใจที่จะมีเซ็กส์ที่สุข สมกับคนที่เธอรักและรักเธอ...! .....และหลายต่อหลายคน ยังคงสงสัยต่อไปและอยากถามว่า "ถ้าเป็นสาวโสดหรือเลิกรากับชายคนรักแล้วเล่า จะทำอย่างไรเพราะไม่มีคนรักที่จะมีเซ็กส์ด้วย" .....ลืมไปหรือว่ามีคนๆ หนึ่งที่ทุกคนควรจะให้ความรักมากที่สุด คนๆ นั้นก็คือ "ตัวเองนั่นแหละ ลองคิดดูให้ดีๆ ซิว่าทุกวันนี้เคยให้ความรักตัวเองกันบ้างไหม" วันๆ มัวแต่ให้ความรักคนอื่นจนลืมรักตัวเองไป การหัดรักตัวเองนั้นไม่ใช่เป็นการเห็นแก่ตัว แต่เป็นการเริ่มมีความรักที่ถูกต้องด้วยการให้ความรักตัวเองก่อน เมื่ออิ่มเอมกับความรักนั้นแล้ว มีความรักเหลือเฟือที่จะมอบให้คนอื่นโดยไม่ ต้องหวังอะไรตอบแทน แบบนี้ก็ไม่มีวันที่จะเป็นคนขาดรัก ไม่ว่าจะอยู่เป็นสาวโสด หรือจำเป็นต้องกลับมาเป็นโสดใหม่เพราะเลิกราจากคู่ไป .....นอกจากนั้นควรจะรักและทำรักให้ตัวเอง "การทำรักให้ตัวเองนั้นทั้งปลอดภัย และสุขสมโดยไม่ได้ผิดกฎกติกามารยาท ของการดำรงชีวิตในสังคมแต่อย่างใด และเชื่อไหมว่า ผู้หญิงนั้นสามารถที่จะทำรักที่สุขสมให้ตัวเองได้ง่ายกว่าการร่วมรักมากทีเดียว" .....เขียนให้อ่านแบบนี้ไม่ใช่บอกว่า การมีเซ็กส์กับใครสักคนหนึ่งนั้นดีสู้ไม่ได้ แต่เป็นการดีและมีความสุขกันคนละแบบเท่านั้น และถ้าอยากจะมีความสุขทั้งสองแบบก็คงจะไม่มีใครว่า...! เขาทำการร่วมรักบ่อยๆ จะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากต่อมากใช่ไหม...? .....มีเรื่องราวที่ขู่กันบ้างหลอกลวงกันบ้าง และเป็นข่าวกลั่นแกล้งกันบ้าง เกี่ยวกับความถี่ของการมีเซ็กส์ว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหาโน้นปัญหานี้ เช่น มีเซ็กส์บ่อยๆ จะทำให้เครื่องเคราหลวม มีเซ็กส์บ่อยๆ จะทำให้มีบุตรยาก มีเซ็กส์บ่อยๆ จะทำให้กลายเป็นโรคกามตายด้าน มีเซ็กส์บ่อยๆ จะทำให้เป็นโรคฮิสทีเรีย มีเซ็กส์บ่อยๆ จะทำให้เป็นมะเร็งมดลูก ฯลฯ .....ตอบได้เลยว่า "ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ขอแต่ให้รักษาสุขภาพให้ดีเท่านั้นเอง เพราะถ้ามีเซ็กส์บ่อยๆ แต่สุขสมทุกครั้งแล้วดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แล้วละก็ อยากจะมีบ่อยแค่ไหนก็ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไร" ... เครื่องเคราไม่มีทางหลวม ถ้ารู้จักการออกกายบริหารกล้ามเนื้อช่องคลอดด้วยการขมิบก้นเป็นประจำสม่ำเสมอ จำไว้ว่า ควรขมิบก้นนานครั้งละ 10 วินาที ให้ได้วันละ 50 100 ครั้ง ... การมีเซ็กซ์บ่อยๆ ไม่ได้เป็นสาเหตุของการทำให้มีบุตรยากเลย แต่ควรจะพยายามมีเซ็กซ์ที่สุขสม และหลังจากการร่วมรักแล้วควรจะนอนชันขาขึ้นสัก 30 นาที เพื่อให้น้ำอสุจิละลายเรียบร้อยและตัวอสุจิจะสามารถแหวกว่ายผ่านปากมดลูก เข้าไปภายในโพรงมดลูกได้อย่างดี ... แน่นอนว่าการร่วมรักกันเป็นประจำสม่ำเสมอนั้น ไม่ได้ทำให้เป็นโรคบ้าเซ็กส์หรือโรคกามตายด้านแต่ อย่างใด เป็นเพียงแต่การพูดจาขู่กันเท่านั้นเอง เพียงแต่ต้องมีเซ็กส์เพราะใจตรงกัน ไม่ใช่มีเพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการแล้วบังคับใจให้อีกฝ่ายต้องยินยอมตามใจ หรือมีเซ็กส์กันเหมือนเป็นการทำการบ้าน โดยไม่ได้มีอารมณ์พิศวาสที่บรรเจิด การมีความสุขสมจากการมีเซ็กส์ร่วมกันนั้นบ่อยเท่าใดก็ไม่เป็นปัญหา ... และการมีเซ็กซ์เป็นประจำสม่ำเสมอกับคู่เพียงคนเดียว ไม่ว่าจะบ่อยขนาดไหน ถ้าทั้งสองฝ่ายรักษาความสะอาดและไม่มีโรคติดต่อทางเพศ สัมพันธ์แล้ว ก็ไม่ได้มีความเสี่ยงในการ เป็นมะเร็งปากมดลูกมากเท่าการมีเพศสัมพันธ์กับ ผู้ชายมากหน้าหลายตา ให้ฝ่ายชายสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งในเวลาร่วมรัก จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ไม่มากก็น้อย หรืออย่างน้อยถ้าฝ่ายชายไม่ได้ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะของเขา ก็จัดการให้เขาชำระล้างทำความสะอาด เอาคราบไคลที่หมักหมมใต้หนังหุ้มปลายออกไปเท่านี้ โอกาสการเป็นมะเร็งปากมดลูกก็ลดลงไปอีกแล้ว .....อย่างไรก็ตาม อยากจะฝากข้อคิดไว้เพียงว่าคุณภาพย่อมสำคัญกว่าปริมาณเสมอ แต่ถ้ามีทั้งปริมาณและคุณภาพร่วมกันแล้วก็คงจะต้องบอกว่าอิจฉาจริง ๆ เขาว่าการมี "เซ็กส์" บ่อยๆ ทำให้ได้ลูกสาวนะ .....มีทฤษฎีที่เชื่อกันมานานแล้วว่า ตัวอสุจิ X ที่ทำให้ได้บุตรสาวนั้นจะทนกรด และมีอายุยืนยาวกว่าตัวอสุจิ Y ที่ทำให้ได้บุตรชาย จึงมีการเสนอทฤษฎีของการมีเซ็กส์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการจะได้บุตรตามเพศที่ต้องการ กล่าวคือ ถ้าอยากได้ลูกชายต้องดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ไว้ตั้งแต่ประจำเดือนหมด และรอวันมีเซ็กส์ได้เพียงวันเดียวคือ วันที่มีการตกไข่ เพราะในวันนั้นปากมดลูกจะเป็นด่าง และตัวอสุจิเพศชายที่ว่ายเร็วกว่า จะสามารถว่ายเข้าไปผสมกับไข่ได้ทันที ส่วนถ้าอยากจะได้ลูกสาวแล้ว ก็ให้มีเพศสัมพันธ์ทุกวันตั้งแต่วันประจำเดือน หมดไปจนถึงวันตกไข่แล้ว หยุดการมีเซ็กส์ด้วยเทคนิคนี้ตัวอสุจิที่อดทน และอายุยืนที่รออยู่ก็จะเป็นตัวอสุจิเพศหญิง .....เพราะฉะนั้น ทฤษฎีของการมีเซ็กส์บ่อยๆ ก็อาจจะได้ประโยชน์ในกรณีที่อยากได้บุตรสาว และเป็นข่าวลือมานานแล้ว ขอบอกว่าเป็นข่าวลือที่มีโอกาสเป็นจริงไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นะ อย่างมากก็ไม่เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ลองดูก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร นอกจากเสียเรี่ยวแรงไปบ้างเพียงเล็กน้อย และยังอาจจะมีความสุขสมแถมด้วยก็ได้ใครจะรู้ เขาว่าการมี "เซ็กส์" ครั้งแรกจะต้องมีเลือดออกและเจ็บมาก .....เป็นคำถามคาใจของสาวๆ ทุกวันที่จะมีเรื่องอย่างว่าประสารัก เพราะมักจะโดนขู่ทั้งจากผู้มีประสบการณ์แล้ว หรือจากผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลาย ที่แทนที่จะให้กำลังใจ และชี้แนะวิธีการที่ถูกที่ควรกลับกลายเป็นว่าใช้คำขู่ ด้วยความหวังดีแต่กลายเป็นความหวังดีที่ประสงค์ร้ายโดยไม่ได้ตั้งใจ .....เดี๋ยวนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป การออกกายบริหาร การออกกำลังกายของเด็กๆ และสาววัยรุ่นสมัยนี้นั้นแทบจะทำให้เยื่อพรหมจารีที่เป็นเยื่อบางๆ ปิดปากช่องคลอดอยู่นั้น ขาดไปเกือบหมดแล้ว อย่างมากก็เหลือขอบของเยื่อพรหมจารีไว้ดูต่างหน้าเท่านั้น โอกาสที่จะมีเลือดออก เพราะการมีเซ็กส์ครั้งแรกนั้นมีน้อย อย่างมาก็มีออกนิดหน่อย เวลาขอบเยื่อพรหมจารีขาดไป จากการเสียดสีของการร่วมรักและความเจ็บปวดจากการ มีเซ็กส์ครั้งแรกก็หลีกเลี่ยงได้!! .....ต้องมีความรู้ก่อนว่าช่องคลอดของผู้หญิงนั้น ถ้าแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน ส่วนแรกหรือส่วนที่ติดกับปากประตูทางเข้า ส่วนสงวนจะห่อหุ้มด้วยกล้ามเนื้อ โดยรอบ กล้ามเนื้อดังกล่าวนี้ควบคุมโดยจิตใจ ดังนั้นถ้าคุณผู้หญิงไม่กลัวจนเกร็งแล้ว กล้ามเนื้อดังกล่าวก็จะไม่หดรัดตัวให้เกิดการเจ็บปวด เวลาที่ส่วนนั้นของเขาผ่านเข้าไปภายในส่วนสงวน และยิ่งถ้ารู้จักการเบ่งออกมาเบาๆ จะกลายเป็นว่า ทำให้กล้ามเนื้อรอบปากช่องคลอดคลายตัวออก ทำให้การผ่านเข้าไปสัมผัสรักของเขาทำได้สะดวกและราบรื่นขึ้น แล้วจะเจ็บปวดหรือมีเลือดออกได้อย่างไร...!! อยากถามจริงๆ ว่าการคุมกำเนิดนั้นทำไมผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายคุมเสมอๆ .....นั่นเป็นปัญหาที่ผู้หญิงอยากถามผู้ชายของเธอแต่ไม่กล้าถาม เพราะเกรงใจเขาบ้าง กลัวว่าเขาจะไม่พอใจบ้าง และอะไรต่อมิอะไร ที่บ่งบอกว่าเป็นเพราะผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ค่อยยอมเป็นคนคุมกำเนิด และผลักภาระนี้ไปให้ผู้หญิงของเขาแทนที่จะรับผิดชอบร่วมกัน .....ความจริงแล้ว การ "คุมกำเนิด" โดยใช้ฝ่ายชายสวมถุงยางอนามัยจะสะอาด และปลอดภัย แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าการคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นๆ ก็ตาม .....แต่ถ้าเขาไม่ยอมแล้วควรจะคุมกำเนิดโดย ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดเม็ดรวมที่มี ปริมาณไขมันฮอร์โมนต่ำ ทำให้อาการข้างเคียงต่างๆ ลดลง และสามารถจะใช้ได้นานด้วยความปลอดภัย  เพราะถ้าผู้หญิงไม่ยอมคุมแล้ว ก็จะเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นในขณะที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตร หรือไม่ก็มีบุตรติดต่อกันจนร่างกายทรุดโทรม...!! ทั้งหมดนั้นน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องอย่างว่า..."ที่ผู้หญิงอยากถาม" ขอบคุณบทความดีๆ จากนิตยสาร ผู้หญิงวันนี้ .

ท่า Fly บริหารกล้ามอก ปั๊มกล้ามเห็นทันตา
ออกกำลังกาย /  ฟิตเนส / 

ท่า Fly บริหารกล้ามอก ปั๊มกล้ามเห็นทันตา Men MThai ขอส่งท้ายเรื่องการบริหารกล้ามเนื้ออกด้วยการใช้เครื่อง Fly ซึ่งเป็นเครื่องออกกำลังกายอีกชิ้นที่เชื่อว่าหลายๆคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี และต้องเคยใช้ หากไปออกกำลังกายที่ยิม เพราะเครื่อง Fly ถือเป็นเครื่องออกกำลังกายพื้นฐานที่หนุ่มๆควรเล่นหากต้องการบริหารกล้ามอก เป็นอีกครั้งทีผมได้ความร่วมมือจากเทรนเนอร์เอกมากฝีมือเจ้าเก่าจาก True Fitness ที่จะมาสาธิตและบรรยายการใช้เครื่องนี้อย่างถูกต้อง เพราะอย่างที่ผมเคยบอกไปแล้วว่าไม่ว่าเราจะบริหารร่างกายด้วยเครื่องหรือตัวเปล่าๆก็ตาม ล้วนมีเรื่องให้ต้องระวังและข้อควรจำทั้งสิ้น เพราะหากทำผิด การบริหารร่างกายก็จะไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร และพาลทำให้เกิดการบาดเจ็บกล้ามเนื้อได้อีก โดยหลักๆแล้วนั้น การเล่นเครื่อง Fly จะคล้ายๆกับการเล่นเครื่อง Chest Press ซึ่งบริหารกล้ามอกเหมือนกัน จะต่างก็ตรงที่ Chest Press จะเป็นการดันออก - ดึงเข้า แต่ Fly จะเป็นการใช้แขนดึงเครื่องทั้งสองข้างเข้าหากัน ซึ่งคล้ายๆกับท่าบิน และ เป็นการบริหารกล้ามอกด้านในนั่นเอง นอกจากนี้ Fly เป็นเครื่องที่ผู้หญิงสามารถเล่นได้ และผู้หญิงส่วนใหญ่ก็นิยมเล่นเจ้าเครื่องนี้ เพราะจะทำให้หน้าอกกระชับ แก้ปัญหาอกห่างได้ดีด้วยแหละครับ แต่ไม่ได้ทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นนะครับ เทรนเนอร์เขาว่าอย่างนั้น เริ่มที่การนั่งอย่างถูกวิธี หลังต้องตรง ตั้งแต่สะโพกและสันหลังต้องติดกับเบาะพิงหลัง ขาอ้ากว้างอย่างพอดี ไม่กางกว้าง โดยหัวเข่าควรอยู่แนวเดียวกับหัวไหล่ และปลายเท้าต้องไม่อ้าออกเช่นกัน เพื่อซัพพอร์ทกล้ามท้อง สำหรับการจับแฮนด์ของเครื่องนั้น จับให้มั่น แขนต้องตรง ข้อมือเองก็เช่นกัน ไม่ควรงอหรือแอ่นเพื่อออกแรงดึง(ดังภาพ) เพราะจะทำให้เมื่อยและเจ็บข้อมือได้ ออกแรงดึงแฮนด์ทั้งสองข้างเข้าหากันดังภาพ โดยใช้แรงจากกล้ามเนื้อแขนและกล้ามอก ในขั้นตอนนี้ ระวังอย่าหลังแอ่นหรืองอเพื่อใช้หลังช่วยในการออกแรง เพราะจะทำให้หลังเกิดการบาดเจ็บได้ หากทำถูกวิธี จะสังเกตได้เลยว่ากล้ามเนื้ออกกำลังบีบตัวเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด จะเห็นได้ว่า หลังและลำคอตั้งตรงติดเบาะ หากทำอย่างถูกวิธี จะสังเกตเห็นกล้ามเนื้อหน้าอกบีบตัวขึ้นดังภาพ * หายใจออกเมื่อออกแรงดึงแฮนด์ และหายใจเข้าเมื่อผ่อนแรงคลายออก อย่าลืมนะครับ!! เทรนเนอร์เอกกำชับหนักหนา ไม่ว่าจะอยู่ท่าเตรียม หรือ ออกแรง ข้อมือควรตรง ไม่แอ่นหรืองอเข้า หลังค่อม หรือ ชะโงกตัวออกมาเพื่อออกแรง หรือแม้แต่แอ่นหลัง เพราะจะทำให้ปวดหลังง่ายๆเลยล่ะครับ ไม่ควรแอ่นข้อมือ หรือ งอข้อมือเข้าเพื่อออกแรง (ดังภาพ) (ในภาพ) ผู้เล่นหลังค่อม ไม่ตรงติดเบาะเพราะต้องการออกแรง อาจทำให้หลังบาดเจ็บได้ **น้ำหนักเครื่องที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้หลังงอเมื่อออกแรงดึกแฮนด์ได้ ดังนั้น หนุ่มๆต้องระวังขั้นตอนนี้เป็นพิเศษ ขอบคุณ เทรนเนอร์เอก ปรเมศวร์ โสวัณณะ จาก True Fitness สำหรับข้อมูลดังกล่าว และ คุณคณินทร์ แสงไชยวุฒิกุล ผู้สาธิตท่า เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press Chest Press เป็นเครื่องออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้ออกที่คุ้นหน้าคุ้นตาใครหลายๆคน ซึ่งหนุ่มๆไม่ควรมองข้ามเวลาไปยิมเด็ … วิดพื้น ท่าง่ายๆที่น้อยคนจะทำถูก! วิดพื้น ท่าง่ายๆที่น้อยคนจะทำถูก! วิดพื้น เป็นท่าบริหารรกล้ามเนื้อหน้าอกที่เป็นที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ เพราะตั้งแต่สมัยเร … เสริมความแมนด้วยการ บริหาร กล้ามหน้าอก เสริมความแมนด้วยการ บริหารกล้ามหน้าอก Men MThai ขอนำเสนอเรื่องราวของการออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญอัน …

สปอร์ตท็อปเ็ท็น: 10 ศิลปะการต่อสู้แห่งเอเชีย
มวยไทย /  เทควันโด้

อันดับ10 เคนโด้ เคนโด้  เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของประเทศญี่ปุ่น เคนโด้ มีความหมายว่า"วิถีแห่งดาบ" มีพื้นฐานมาจากการใช้ดาบของพวกซามูไรในสมัยก่อน สืบทอดมากันประมาณ พ.ศ. 1332 เป็นวิชาที่ใช้ดาบไม้ไผ่ ในการฝึก ด้วยกระบวนท่าการต่อสู้ที่รวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาด ต่อเนื่อง จึงเป็นที่นิยมไปกว่า เกือบ 30 ประเทศทั่วโลก อันดับ9 ปันจักสีลัต ปันจักสีลัต (Pencak Silat) เป็นคำที่มาจากภาษาอินโดนีเซียมาจากคำว่า ปันจัก (Pencak) หมายถึงการป้องกันตนเอง และคำว่า สีลัต (Silat) หมายถึงศิลปะ รวมความแล้วหมายถึงศิลปะการป้องกันตนเอง กีฬาประเภทนี้เดิมเป็นศิลปะการต่อสู้ของคนเชื้อสาย มลายู ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน และพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย คือ ปัตตานี ยะลา สตูล นราธิวาส และสงขลา เรียกว่า “สิละ” “ดีกา” หรือ “บือดีกา” เป็นศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเท้าเปล่า เน้นให้เห็นลีลาการเคลื่อนไหวที่สวยงาม มีบางท่านกล่าวว่า สิละมีรากคำว่า ศิละ ภาษาสันสกฤต อันดับ8 มวยจีน(ไทเก๊ก, วูซู, กังฟู) วู ซู มาจากภาษาจีนกลางว่า "อู่ซู่" หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามของ "กังฟู" คือ วิชาว่าด้วยการใช้เทคนิค ในการเข้าปะทะต่อสู้เป็นสาระสำคัญ มีรูปแบบการร่ายกระบวนยุทธ และชั้นเชิงต่อสู้เป็หลักในการฝึก ทั้ง มีหลักศิลปะกายบริหารที่สืบทอดกันมา โดยมุ่งเน้นการประสานพลังภายในและภายนอก อันเป็นจุดเด่นของ วิทยาการวูซู อันดับ7 ยูยิตสู ยูยิสสู ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า ศิลปะแห่งความอ่อน เป็นชื่อเรียกของศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่น โดยบางครั้งอาจจะถูกเรียกด้วยชื่ออื่น ๆ เช่น ยาวารา (yawara) , ไทจุสสุ (taijutsu) ประวัติที่มาของยูยิสสูนั้นไม่ชัดแจ้ง โดยมากกล่าวกันว่าถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงยุคของสงครามสมัย ระหว่างศตวรรษที่ 8 ถึง 16 เนื่อง จากเป็นยุคสมัยสงครามทำให้เกิดวิชาใหม่ ๆ ขึ้นมาจำนวนมาก ในอดีตประเทศญี่ปุ่นมีสำนักยูยิสสูอยู่หลายร้อยสำนัก โดยแต่ละสำนักมีแนวทางในการฝึกของตัวเอง โดยมากจะรับอิทธิพลมาจากศิลปะการต่อสู้โบราญของซามูไรที่เรียกกันว่า ไทจุสสุ ซึ่งหมายถึงศิลปะการใช้ร่างกาย โดยยูยิสสูนั้นเป็นชื่อเรียกกลางที่ใช้เรียก ศิลปะการต่อสู้มือเปล่าอีกชนิดหนึ่งนั่นเอง อันดับ6 คาราเต้ คาราเต้ เป็นศิลปะป้องกันตัวที่พัฒนามาจากศิลปะการต่อสู้ของชาวญี่ปุ่นใน หมู่เกาะริวกัว และจากทักษะการต่อสู้แบบจีน หรือมวยได้คาราเต้เป็นวิถีเเห่งการดึงพลังจากส่วนต่างๆ ของร่างกายมารวมให้เป็นหนึ่งในการต่อสู้โจมตี เช่น หมัดเข่า ศอก โดยใช้มือ เปล่า ปราศจากอาวุธ แต่เป็นการใช้เทคนิคในการสร้างพลังมือเปล่าแทนอาวุธและโล่ห์ การฝึกหัดคาราเต้บางสำนักอาจมีท่าพื้นฐาน ท่าต่อสู้ หรือท่ารำเเตกต่างกันไป เช่น การหน่วงเหนี่ยว การปล้ำ การผลัก การจับยึด อันดับ5 เทควันโด แต่ เดิมสมาคมเทควันโดแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้ดำเนินการสนับสนุนให้เทควันโด แพร่หลายไปทั่วโลก มีการจัดตั้งสมาคมเทควันโดขึ้นในประเทศต่างๆ มีการพัฒนารูปแบบการฝึกออกไปมากมายทำให้ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันจนกระทั่ง * พ.ศ. 2515 ก่อตั้งสหพันธ์เทควันโด ( The World Taekwondo Federation : WTF) ที่ทำการใหญ่อยู่ที่สำนักคุกคิวอน กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ประธานสหพันธ์คนแรก คือ ดร. ยุน ยอง คิม * พ.ศ. 2516 การแข่งขันกีฬาเทควันโดโลกครั้งแรก และจัดเป็นประจำทุกๆ 2 ปี พ.ศ. 2529 บรรจุกีฬาเทควันโดในเอเชี่ยนเกมส์ * พ.ศ. 2531 บรรจุกีฬาเทควันโดในกีฬาโอลิมปิก พ.ศ. 2510 เปิดสอนเทควันโดในประเทศไทยที่วายเอ็มซีเอ ราชกรีฑาสโมสรกรุงเทพฯ ในฐานทัพทหารสหรัฐอเมริกาที่ตาคลี นครราชสีมา อุดรธานี อุบลราชธานีและสัตหีบ * พ.ศ. 2516 เปิดสอนเทควันโดที่ราชกรีฑาสโมสร พ.ศ. 2519 เปิดสำนักขึ้นที่โรงเรียนศิลปป้องกันตัวอาภัสสา ถนนเพลินจิต * พ.ศ. 2521 ก่อตั้งสมาคมส่งเสริมศิลปป้องกันตัวเทควันโด ณ โรงเรียนอาภัสสา โดยมีนายสรยุทธ ปัทมินทร์วิโรจน์ เป็นนายกสมาคมฯคนแรก ต่อมาสมาคมฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย อันดับ4 ยูโด (Judo) ยูโด (Judo) เป็นศิลปะการป้องกันตัวประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ ปัจจุบันมีผู้นิยมฝึกหัดเล่นกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ยูโดเป็นรูปแบบของการป้องกันตัวเป็นศิลปะส่วนหนึ่งของชาวญี่ปุ่นที่มีการดัด แปลงปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย นอกจากจะเป็นการฝึกเพื่อป้องกันตัวเองแล้วยังเป็น การบริหารร่างกาย เพื่อให้ เกิดความแข็งแรง ฝึกสมาธิให้มั่นคง ผู้ฝึกจะได้รับประโยชน์ทั้งด้านร่างกาย และสมาธิด้านจิตใจอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจู่โจมคู่ต่อสู้ หรือการตั้งรับ ยูโดมีชื่อเต็มว่า โคโดกัน ยูโด (Kodokan Judo) เดิมทีเดียวเรียกกันว่า ยูยิตสู (Jiujitsu) ซึ่งเป็นวิชาที่สามารถต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีอาวุธด้วยมือเปล่าและเป็นการ ทำลายจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ อันดับ3 คูราช (Kurash) คูราช (Kurash) เป็น กีฬาพื้นบ้านของอุซเบกิสถาน ที่ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการเล่นให้เป็นแบบสากลหลักการพื้นฐานของกีฬาชนิด นี้มีลักษณะผสมผสานระหว่างมวยปล้ำกับยูโด โดยแบ่งผู้แข่งขันเป็น 2 ฝ่าย สู้กันบนเวทีสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาด 15 x 15 เมตร คู่ต่อสู้จะต้องทุ่มอีกฝ่ายหนึ่งให้ล้มลงกับพื้นให้ได้ภายในเวลา 4 นาที สำหรับผู้ชาย และ 3 นาทีสำหรับผู้หญิง การให้คะแนน แบ่งเป็น * คาลาล ทุ่มคู่ต่อสู้ลงให้หลังแนบพื้นโดยสมบูรณ์ ผู้ที่ทำได้จะชนะทันที * ยอนบอส ทุ่มแล้วสีข้างหรือด้านข้างลำตัวของคู่ต่อสู้แนบพื้นอย่างสมบูรณ์ จะได้ 1 คะแนน หากทำคะแนนแบบยอยบอสได้ 2 ครั้งจะเท่ากับ 1 คาลาล ถือว่าชนะทันที * ชาล่า ทุ่มแล้วทำให้ก้นหรือหลังหรือท้องหรือสีข้างกระทบพื้นแต่ไม่สมบูรณ์ คะแนนแบบชาล่าไม่ทำให้การแข่งขันยุติ แต่จะใช้ตัดสินเมื่อหมดเวลา อันดับ2 มวยเตะ KICK BOXING คิก บ๊อกซิ่งเป็นกีฬาที่ใช้ศิลปะการป้องกันตัวแบบการชกมวยทั่วไปแต่สามารถ ใช้เท้าเตะได้ด้วย คิกบ๊อกซิ่งเป็นกีฬามวยที่ใช้อวัยวะได้ทุกส่วน โดยนักกีฬาเน้นการใช้อุปกรณ์ป้องกันอวัยวะและใส่อุปกรณ์นั้นเวลาแข่งขัน เช่น นักกีฬาชายใส่กางเกงนักมวย ไม่ใส่เสื้อแต่มีอุปกรณ์ป้องกัน ที่แก พันมือ นวมชกมวย เครื่องสวมศีรษะ เป็นต้นมักมีการสับสนระหว่างคิกบ๊อกซิ่งและมวยไทยกีฬาทั้งสองเป็นการชกมวย เช่น กัน เเต่มีความแตกต่างที่มวยไทยสามารถเตะใต้เข็มขัดได้ สามารถใช้ศอกและเข่าในการเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ แต่คิกบ๊อกซิ่ง ไม่สามารถใช้ได้ อันดับ1 มวยไทย มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในเชิงกีฬาและ การต่อสู้จริง ๆ ศิลปะประเภทนี้มีมาตั้งแต่โบราณกาลบรรพบุรุษของชาติไทยได้ฝึกฝนอบรมสั่ง สอนกุลบุตรไว้เพื่อป้องกันตัวและ ป้องกันชาติ บรรดาชายฉกรรจ์ของไทยได้รับการ ฝึกฝนวิชามวยไทยแทบทุกคน นักรบผู้กระเดื่องนามทุกคนต้องได้รับการฝึกฝนอบรมศิลปะประเภทนี้อย่างชัดเจน ทั้งสิ้น เพราะการใช้อาวุธรบในสมัยโบราณเช่น กระบี่ พลอง ดาบ ง้าว ทวน ฯลฯ ถ้ามีความรู้วิชามวยไทยประกอบด้วยแล้ว จะทำให้เกิด ประโยชน์มากที่ สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เข้าสู้ติดพันประชิดตัวก็จะได้อาศัยใช้อวัยวะ บาง ส่วนเข้าช่วย เช่น เข่า เท้า ศอก เป็นต้น แต่เดิมมาศิลปะมวยไทยที่มีชั้นเชิงสูงมักจะฝึกสอนกันในบรรดาเจ้านายชั้น ผู้ใหญ่หรือเฉพาะพระมหากษัตริย์และขุนนาง ฝ่ายทหารเท่านั้น ต่อมาจึงได้แพร่หลายไปถึงสามัญชน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิทยาการจากบรรดาอาจารย์ ซึ่งเดิมเป็นยอดขุนพล หรือนักรบมาแล้ว วิทยาการจึงได้แพร่หลายและคงอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ เครดิตTOPTAHILAND.COM

4 ท่าบริหาร เพื่อหน้าท้องเพรียวสวย
กายบริหาร /  สุขภาพ / 

4 ท่าบริหาร เพื่อหน้าท้องเพรียวสวย การไดเอ็ทสามารถช่วยให้หน้าท้องลดลงได้ แต่จะให้ดีต้องทำควบคู่กันไปกับการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องให้แข็งแรง และนี่คือท่าบริหารที่ช่วยกระชับหน้าท้อง ทำต่อเนื่องแบบไม่หยุดพัก 3 รอบ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง คุณน่าจะเห็นผลได้ใน 4 สัปดาห์ ท่าที่ 1 Chest press with Crunch มือแต่ละข้างถือดัมเบลล์หนักประมาณ 8-10 ปอนด์ นอนให้หลังนาบไปบนลูกบอลออกกำลัง เท้าวางราบที่พื้น ถือดัมเบลล์เหนือหัวไหล่ ค่อยๆ ยกดัมเบลล์ขึ้นตรงๆ ไปด้านบน เมื่อแขนเหยียดตรง เกร็งหน้าท้องยกแผงไหล่ขึ้นออกจากบอล ค้างไว้สักครู่ลดตัวกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 8-10 ครั้ง ท่าที่ 2 Lateral Raise with Rotation มือแต่ละข้างถือดัมเบลล์หนัก 8-10 ปอนด์ ยืนกางขากว้างเท่าสะโพก งอแขนเล็กน้อย จากนั้น ยกดัมเบลล์ขึ้นจนแขนขนานกับพื้นหมุนลำตัวส่วนบนไปทางขวา หมุนกลับมาตรงกลาง ลดแขนลง ทำซ้ำหมุนไปอีกข้างนับเป็นหนึ่งครั้ง ทำซ้ำ 6 ครั้ง ท่าที่ 3 Lunging Crunch จับเชือกจากเครื่องออกกำลังกายด้วยมือทั้งสอง หันหน้าออกจากเครื่อง ก้าวออกมาจนสายเคเบิลตึง ก้าวขาซ้ายมาด้านหน้าและย่อเข่าลงด้วยเท้าซ้าย พร้อมงอตัวลง เกร็งหน้าท้องไว้แล้วยีนขึ้น ทำ 8-10 ครั้งต่อขาหนึ่งข้าง หากไม่มีเครื่องออกกำลัง ให้ถือดัมเบลล์ไว้ด้านหน้าระดับหน้าอกแทนได้ค่ะ ท่าที่ 4 Pull Up with Raise จับบาร์ดึงข้อไว้แบบหันฝ่ามือออก ไขว้ข้อเท้าไว้ด้านหลัง ดึงตัวขึ้นจนคางยกผ่านบาร์ ยกเข่าขึ้นมาทางหน้าอก เกร็งท้อง แล้วดึงขึ้นลง 10-12 ครั้ง ในกรณีนี้อาจโหนกับบาร์ชนิดอื่นที่แข็งแรงพอกันได้ ถ้าคุณต้องการทำที่บ้าน ที่มาจาก women.thaiza.com

ดีเจนุ้ย EFM /  รักเว้ยเฮ้ย / 

ดีเจนุ้ย EFM เหตุเพราะอยากจีบสาว อยากมีแฟนเป็นดีเจสาวสวย หนุ่ม “สตาร์บัค สาระแน” กับบท “ลวก” จึงต้องวิ่งหาที่ปรึกษาปัญหาหัวใจหรือกูรูเลิฟขั้นเทพอย่าง “น้าหมา” รับบทโดย “เปิ้ล นาคร” กับฉากเสริมหล่อ ฟิตหุ่นมาดแมน ในภาพยนตร์เรื่อง “รักเว้ยเฮ้ย!” เป็นฉากที่น้าหมาแนะนำลวก หากอยากจีบสาวติดต้องควรเริ่มจากการทำตัวเองให้ดูดีตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า หุ่นต้องฟิตเปี๊ยะ และต้องเป็นที่สะดุดตาของสาวๆ ซึ่งฉากนี้มีนักแสดงรับเชิญพิเศษคือ “ดีเจนุ้ย EFM” มาร่วมสร้างสีสันความสนุกและเสียงหัวเราะกับบทบาท “กูรูเมคอัพอาร์ติสต์ระดับโลก” เป็นอีกบทบาทที่ดีเจนุ้ย ออกตัวว่าชอบบทนี้มาก แถมยังไม่เคยได้รับบทนี้มาก่อนเลย และสนุกมาก “สนุกมากกกก....(ลากเสียงยาว) รับบทเป็น ช่างแต่งหน้าเมคอัพอาร์ติสต์ ซึ่งเป็นบทที่นุ้ยยังไม่เคยแสดงมาก่อนเลย ฉากนี้มันมีที่มาคือสตาร์บัค หรือลวกเนี่ย เขาสืบรู้มาว่านางเอกโต๊ะอี้ เป็นคนรักสวยรักงาม น้าหมาก็เลยต้องเรียกช่างแต่งหน้ามาช่วยแนะเทคนิคให้กับลวก สไตล์การแต่งหน้าระดับนุ้ยเนี่ย มันต้องเป๊ะและชัดเจนตั้งแต่ ปาก ตา แก้ม จริงๆ แล้วนุ้ยก็ไม่ได้เป็นคนตลกอะไรมากมายนะ แต่พี่เปิ้ลก็ส่งมุกตลกมาให้นุ้ยตลอด นุ้ยก็เลยเล่นเต็มที่กับบทในครั้งนี้มาก (หัวเราะ) จากนั้นก็ต้องเป็นเทรนเนอร์เรื่องการดูแลสุขภาพ ต้องฟิตหุ่นให้ดูดีโดยแนะนำท่ากายบริหารร่างกาย แต่มันฮาก็ตรงชุดรัดติ้ว ที่รัดติ่งอย่างมาก เรียกว่าต้องจัดระเบียบสังคมกันอย่างหนักกับชุดแอโรบิก ขนาดทีมงานเสื้อผ้าแซวนุ้ยว่า พกข้าวต้มมัดมาทำไม (หัวเราะ) คือพี่เปิ้ล กับสตาร์บัคเนี่ยใส่แล้วไม่มีปัญหา สตาร์บัคใส่ออกมาดูเป็นแหนมตุ้มจิ๋วมาก ส่วนพี่เปิ้ลใส่แล้วเอ๊ะ!ไม่ได้พกมาหรือไงนะ แต่ว่านุ้ยสิ  พกมาเต็มที่เลย อยากรู้ว่ามันเป็นยังไงต้องติดตามชม รักเว้ยเฮ้ย! กับฉาก แหนมตุ้มจิ๋วของสตาร์บัค และข้าวต้มมัดของนุ้ย...สุดท้ายอยากจะฝากบอกว่า หลังจากแสดงหนังเรื่องนี้แล้ว นุ้ยรู้สึกอยากผ่าตัดของตัวเองแล้วไปต่อให้กับสตาร์บัคมากเลยฮ่ะ(หัวเราะ)” สตาร์บัค สาระแน-เปิ้ล นาคร หากคุณเข้าข่าย รูปไม่หล่อ พ่อไม่รวย อยากมีแฟนสวย ปรึกษากูรูเว้ยเฮ้ย ในภาพยนตร์เรื่อง “รักเว้ยเฮ้ย!” รักแบบแนวแนว ไม่ซึ้ง ไม่อึ้ง แต่โดนใจพร้อมกันทั่วประเทศ 12 มกราคม 2555

มือใหม่หัดเข้า ฟิตเนส โปรดอ่าน ปัจจัย 4 วิธีสร้างกล้าม
สุขภาพ /  ออกกำลังกาย / 

เดี๋ยวนี้ จะว่าไป หนุ่มๆ กับการเข้าฟิตเนส จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแน่นอนอยู่แล้วว่าทุกคนอยากให้ตัวเองดูดี และยิ่งใครที่มีหุ่นนักกีฬา กล้ามแขนเป็นมัด เวลาสาวควงแล้วรู้สึกอบอุ่นมั่นคง ยิ่งมีเสน่ห์เป็นที่ต้องตา โดยไม่ต้องอาศัยตัวช่วยอะไรเลย ( คนหน้าตา floor ๆ การมีกล้ามสวยๆจะช่วยให้ตีตื้นกับพวกหล่อเทพได้สบายๆ ) แต่อย่าคิดว่ามันง่ายเหมือนปลอกกล้วยนะครับ (ผมว่ามันยากเท่าๆกับการจีบสาวสวยๆเลยหละ) เพราะหลายคนไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งที่ก็เล่นมานานแล้วและในที่สุดก็ท้อ ดังนั้นเราลองมาดูกันดีกว่าปัจจัยสำคัญอะไรบ้างที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในการสร้างมัดกล้ามที่ใฝ่ฝันได้ ปัจจัยที่ 1 : ความตั้งใจจริง ขอบอกว่าเป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ ของการออกกำลังกายเลยนะครับ มือใหม่หัดเล่นต้องวาดฝันถึงมัดกล้ามงามๆที่เราต้องการอาจจะเป็นอย่าง นิกกี้ พิมพ์ ติ๊กเจษ อั้มอภิชาติ หรือ เรน ก็ว่ากันไป แล้วพยายามตั้งใจให้ได้จริงๆ หรือว่าจะมองคนกล้ามสวยๆ ในฟิตเนสแล้วบอกกับตัวเองซักวันเราจะเป็นอย่างงั้นบ้าง แล้วกำลังใจก็จะมาครับ นอกจากนี้ต้องมีความอดทนครับ ผมเข้าใจว่าทุกคนอยากเห็นผลเร็วๆ เพราะไหนจะต้องทั้ง งดและ ลด เหล้า เบียร์ อาหารขยะแล้ว ยังต้องทนกับความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อด้วย แต่ก็อย่างที่ว่า NO PAIN NO GAIN ครับ นอกจากนี้ ผมแนะนำให้ชวนเพื่อนไปเล่นด้วยครับ จะได้มีคนช่วย safe เวลายกน้ำหนัก และเพิ่มแรงกระตุ้นในการเล่นกล้ามเพราะธรรมชาติของผู้ชายครับ ชอบการแข่งขัน และเอาชนะครับ รวมทั้งสามารถแลกเปลี่ยนเคล็ดลับในการสร้างกล้ามเนื้ออีกด้วยครับ ปัจจัยที่ 2 : ศึกษาวิธีการฝึกอย่างถูกต้องเอาละเมื่อเรามีความตั้งใจแล้ว สิ่งต่อไปก็คือเราควรศึกษาข้อมูลบ้างก่อนไปเล่น การเริ่มต้นที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่งเป็นคำพูดที่สามารถนำมาใช้ได้ดีครับสำหรับการเล่นกล้าม มือใหม่หัดเล่นต้องมีการศึกษาก่อนที่จะเล่นอย่างจริงจัง ท่าทางที่ถูกต้อง วิธิการเล่นอุปกรณ์และฟรีเวทต์ต่างๆ (ถ้าจะเล่นแบบขำๆ เล่นไป เหล่สาวไป ก็ไม่เป็นไร) หรือว่าอาจถามเทรนเนอร์ (แต่อาจต้องทนตื้อหน่อยนะครับเพราะเค้าจะพยายามขายชั่วโมงเทรนให้คุณ) อย่างไรก็ตาม อย่าอายครับที่จะถาม ด้านได้อายอด เวลาไปเล่นตามยิมลองหาคนที่เล่นอยู่แล้วกล้ามสวยๆ ถามวิธีเค้าเล่นดูว่าเล่นยังไง ให้เค้าแนะนำได้ครับ ผมก็ใช้วิธีนี้ในช่วงแรกๆครับ หรือหากไม่มีปัญหาเรื่องเงินอาจจะซื้อชั่วโมงเทรนเนอร์ส่วนตัว ซัก 10-15 ชั่วโมง ก็ดีครับ ให้เค้าแนะนำ และช่วยสอนให้เราเล่นได้ท่าที่ถูกต้อง อีกอย่างเราสามารถถามคำถามได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ เพราะเสียเงินไปแล้วนิ สำหรับราคาสอนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละที่ครับ ถ้าเป็นยิมในเมืองก็อาจจะแพงหน่อยตกชั่วโมงละประมาณพันครับ แต่ถ้าอยากจะประหยัดก็ต้องขยัน และใช้วิธี ครูพักลักจำครับ ปัจจัยที่ 3 : อาหารการกินสำคัญไฉน You are what you eat เป็นคำพูดที่ใช้ได้กับทุกวัย มือใหม่ทั้งหลายจะต้องทานอาหารให้ครบทุก 5 หมู่โดยเฉพาะโปรตีนต้องทานเพิ่มเพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วยเพราะ เมื่อเราเล่นกล้ามอย่างหนัก เซลล์กล้ามเนื้อจะฉีกขาด (คนละอย่างกับกล้ามเนื้อฉีกนะครับ) เจ้าโปรตีนก็จะทำหน้าที่ของมัน ทำให้กล้ามเนื้อเราใหญ่ขึ้นนั่นเอง ปริมาณโปรตีนสำหรับนักเล่นกล้ามแบบพองามที่ไม่ใช่นักเพาะกายแข่งขันคือประมาณ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อ ปริมาณโปรตีน 1-1.5 กรัมครับ สำหรับแหล่งโปรตีนที่ดีที่สุด (ตามแบบฉบับฝรั่ง) ได้แก่ โปรตีนผง และ อาหารเสริมโปรตีนที่ขายตามท้องตลาด ,ไก่งวง และไก่ธรรมดา, ปลาเนื้อขาว, เนื้อแดงล้วนๆ ไม่มีไขมัน, ไข่ขาว ครับ ส่วนสารอาหารอื่นๆ ก็จำเป็นมากเช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรตให้พลังงานเพื่อเพิ่มแรงในการออกกำลังกาย ขอแนะนำให้ทานพวกขนมปังก่อนไปเล่นเวตประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้เวลาในการย่อยอาหาร และพร้อมสำหรับการเล่นเวตท์ครับ ปัจจัยที่ 4 : นอนหลับฝันดีสำคัญต่อกล้ามโตช่วเวลานอนหลับเป็นช่วงที่ Growth Hormone หลั่งออกมาเพื่อซ่อมแซม เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ดังนั้นหากเราพักผ่อนไม่เพียงพอ Growth Hormone ก็จะทำงานไม่เต็มที่ ส่งผลให้แม้ออกกำลังกายแทบเป็นแทบตายกล้ามเนื้อก็ไม่โต ดังนั้นเราควรจะนอนอย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง และควรเข้านอนประมาณ 4 ทุ่ม หรืออย่างช้าก็ไม่เกินเที่ยงคืนครับ ลองสังเกตดูสิครับวันไหนที่พักผ่อนเพียงพอ เวลาตื่นนอนน้องชายของเราก็จะตื่นพร้อมกันกับเรานั่นไง แต่วันไหนเครียดนอนน้อยก็จะกลายเป็นหนอนน้อย นั่นเพราะเวลาเราหลับ Growth Hormone จะทำงานนั่นเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า การนอนหลับที่ดีสำคัญต่อการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อขนาดไหน ที่มาจาก Menblog.co.cc / เรียบเรียงเพิ่มเติมโดย : SuperRyuภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต กล้ามหลัง ส่วนที่sexyกำยำที่สุดของผู้ชาย บริหารกล้ามไหล่ด้านหน้า ด้วยท่า Front Raise บริหารกล้ามไหล่ด้านหน้า ด้วยท่า Front Raise อย่างที่ได้สัญญากันไว้ว่า Men MThai จะนำท่า บริหารกล้ามไหล่ มานำเสนอให้หนุ่มๆและผู้สนใจการบริหารก … บริหารกล้ามไหล่ ด้วยท่า Shoulder Press บริหารกล้ามไหล่ ด้วยท่า Shoulder Press คราวที่แล้ว Men Mthai เกริ่นเรื่องความสำคัญของการ บริหารกล้ามเนื้อไหล่ กันไปแล้ว ว่ามันมีความสำคัญมากแค่ไหน … เล่นกล้ามไหล่ให้ตัวเต็ม ส่วนเล็กๆทีมีบทบาทยิ่งใหญ่ เล่นกล้ามไหล่ให้ตัวเต็ม ส่วนเล็กๆทีมีบทบาทยิ่งใหญ่ กล้ามเนื้อไหล่ ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งของร่างกายที่ทำให้หนุ่มๆดูแมน&แฮนด์ซั่ม … ฟิตกล้ามขาด้านหน้า-หลังด้วยท่า Leg Extension และ Leg Curl ฟิตกล้ามขาด้านหน้า-หลังด้วยท่า Leg Extension และ Leg Curl Men MThai เกริ่นเรื่องความสำคัญของการบริหารกล้ามเนื้อขามาได้สักพัก แถมยังบอกวิธีการวอร์ม … ภารกิจฟิตแอนด์เฟิร์มเติมหล่อ3มิติ ภารกิจฟิตแอนด์เฟิร์มเติมหล่อ3มิติ เสน่ห์อย่างหนึ่งในการแสดงออกทางภาษากายของผู้ชายก็คือ รูปร่างที่มีโครงสร้างกล้ามเนื … วอร์มยืด กล้ามเนื้อขา ท่าคุ้นเคยที่ไม่ควรมองข้าม วอร์มยืด กล้ามเนื้อขา ท่าคุ้นเคยที่ไม่ควรมองข้าม คราวก่อน Men Thai เกริ่นเรื่องของความสำคัญในการบริหารกล้ามเนื้อขา ก็เพราะอยากให้หลายๆ … ใหญ่บน เล็กล่าง กล้ามเนื้อขา ส่วนสำคัญที่ถูกละเลย ใหญ่บน เล็กล่าง กล้ามเนื้อขา ส่วนสำคัญที่ถูกละเลย บริหารกล้ามเนื้อขา เชื่อเลย ว่าหนุ่ม Men MThai ที่ออกกำลังกายหรือเข้าฟิตเนสในที่นี้ ไม่ค … ท่า Fly บริหารกล้ามอก ปั๊มกล้ามเห็นทันตา ท่า Fly บริหารกล้ามอก ปั๊มกล้ามเห็นทันตา Men MThai ขอส่งท้ายเรื่องการบริหารกล้ามเนื้ออกด้วยการใช้เครื่อง Fly ซึ่งเป็นเครื่องออกกำลังกายอีกช … เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press Chest Press เป็นเครื่องออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้ออกที่คุ้นหน้าคุ้นตาใครหลายๆคน ซึ่งหนุ่มๆไม่ควรมองข้ามเวลาไปยิมเด็ … ฟิตหน้าท้องให้เฟิร์ม ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด! ฟิตหน้าท้อง ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด! ถามหนุ่มๆใน … กล้ามโตหุ่นฟิตด้วยน้ำเปล่าเนี่ยแหละ สำหรับที่ออกกำลังกายทั้งหลายนั่นก็เป็น ที่ทราบกันดีกว่าน้ำนั้นดีต่อสุขภาพซักแค่ใหน แต่จะมีกี่คนล่ะครับที่รู้ว่า “น้ำสำคัญกับการสร้างกล้ามเนื้อ” มาก ๆ ! .................................................................................................................................................. เพิ่มกล้ามเนื้อเพื่ออกสามศอก บทความนี้จะพูดเกี่ยวกับการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก หน่มๆ หลายคนมักจะ focus เป็น จุดแรกๆ ของการเพาะกล้าม .................................................................................................................................................. ฟิตเนส ยกเวท ยกน้ำหนัก สำหรับมือใหม่ ตอน 2 บทความตอนนี้เป็นภาคต่อ ถามกันบ่อยกับ มือใหม่หัดยกเวท .................................................................................................................................................. ฟิตเนส มือใหม่หัดยกเวท ยกน้ำหนัก หลายคนมาลองเข้าเว็บไซต์ เกิดแรงจูงใจอยากเล่นกล้าม .................................................................................................................................................. 10 หนุ่ม Men’s Health Guys’ Challenge 2009 นิตยสาร Men’s Health เตรียมเผยโฉม 10 หนุ่มหล่อหน้าใหม่.................................................................................................................................................. วิตามินสำหรับผู้รักการออกกำลังกาย วิตามินสำหรับผู้รักการออกกำลังกาย โปรตีน.................................................................................................................................................. กลับสู่ความเป็นหนุ่มได้ โดยไม่ต้องพึ่งมือหมอ ร่างกายของคนเราถูกสร้างมาให้สามารถซ่อมแซมตัวเอง................................................................................................................................................. 10 วีธี Burn แบบง่ายๆ แม้ไม่ได้เป็น Member ฟิตเนส สำหรับ คนที่ทำงานนั่งโต๊ะ ระหว่างโทรศัพท์ควรจะลุกจากที่นั่ง แม้ไม่ได้ใช้พลังงานมากนักแต่ก็ทำให้คุณได้ขยับแข้งขา เพิ่มการไหลเวียนของเลือด.................................................................................................................................................. เปลี่ยนบรรยากาศ การเข้าฟิตเนสแบบเดิมๆ กันเถอะ การเข้าฟิตเนสเป็นสิ่งที่ดีครับ

Rola Takizawa รีวิว ใครจะมาแทนมิยาบิ?
AV /  มิยาบิ / 

‘มิยาบิ’ ประกาศแขวนเต้าในวัย 26 ปีเพื่อเอาดีด้านภาพยนตร์ คงเหลือไว้แต่งาน av หลายร้อยเรื่องให้ผู้ชมได้เสียน้ำตา และถวิลหาสรีระกลมกลึงได้รูปรวมถึงลีลารุกและรับอันเร่าร้อนของเอวีระดับไอดอลคนนี้ ในชีวิตนักแสดงสาวเอวี พวกเธอมักจะมีวันเวลาในวงการราว 4-5 ปี เริ่มจากการเปิดตัวในชิ้นงาน ‘เดบิวต์’ ที่อุตสาหกรรมหนังผู้ใหญ่เมืองปลาดิบกำหนดไว้ ว่านักแสดงผู้หญิงต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป เดบิวต์ถือเป็นงานที่มีความสำคัญ เพราะเป็นการประเดิมเปิดซิงของนักแสดงหญิงคนนั้นๆ ที่เธอยอมมีบทร่วมรักกับนักแสดงหนุ่ม ทั้งทางออรัล และสอดใส่ ทว่างานเดบิวต์ยังมีเอกลักษณ์ที่ภาพเบลอบริเวณจุดสงวนของนักแสดงโดยเฉพาะช่วงล่าง เปิดโชว์เฉพาะช่วงบน การเปิดตัวนี้เป็นการเช็กกระแสว่า นางเอกคนนี้มีเรตติ้งผู้ชมอย่างไร ทุกเดือน แต่ละค่ายล้วนมีแผ่นเดบิวต์ออกมา มีแฟนนานุแฟนติดตามเฉพาะกลุ่มและเป็นไฮไลท์ในร้านเซ็กซ์ช็อป แผ่นเดบิวต์มีจำหน่ายจำนวนจำกัด ทางค่ายจะไม่ผลิตเพิ่มเพื่อปลุกกระแสความฮิตของนางเอกคนนั้นๆ เมื่อนักแสดงคนนั้นดังแล้ว เดบิวต์ของเธออาจถูกประมูลในราคาสูงลิบ ชื่อของ ‘โรล่า ทาคิซาว่า’ (Rola Takizawa) เธอถูกถามถึงทันทีหลังจากงานเดบิวต์วางตลาดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Rola Takizawa มีลักษณะรูปร่างหน้าตาเหมือน Air Doll ตามรายงานบอกว่าเธอเป็นสาวลูกครึ่งญี่ปุ่น-ยุโรป เกิดปี 1992 สูง 172 เซนติเมตร และเธอสังกัดอยู่กับค่าย ‘PRESTIGE’ กระแสความแรงของ Rola Takizawa เกิดขึ้นจากคลิปในยูทูบที่มีการโพสต์ท่าทางต่างๆ ของเธอ แค่ยังไม่ได้ถอดอะไร ก็มีผู้ชมทะลุแสนวิวในเวลาอันรวดเร็ว ค่ายนี้ยังขยันปล่อยสกู๊ปต่างๆ ของนางเอกน้องใหม่ เช่น สอนแต่งหน้า เล่าเรื่องการเลือกซื้อชุดชั้นใน เลยไปถึงทำท่ากายบริหาร ถ่างขา โยกซ้าย โยกขวา เตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายทำงานชิ้นแรก เรียกว่าเห็นแค่นี้หนุ่มก็เคลิ้มแล้ว และเมื่อหนังเรื่องแรกของโรล่าออกมาให้ผู้ชมดูชัดๆ ทั้งลีลาท่าทาง การสะดีด-สะดิ้ง อากัปกิริยาเมื่อต้องกายชาย หลายคนลงความเห็นว่า เธอน่าจะเป็นตัวตายตัวแทนของมิยาบิ หรือมาเรีย โอซาว่า ได้ไม่ยาก รีวิวผลงานชิ้นแรก Rola Takizawa เนื้อหาในหนังเดบิวต์เรื่องนี้ เล่าเรื่องการเที่ยวของ Rola Takizawa กับผู้ชายหน้าตาเถื่อนๆ คนหนึ่ง เขาและเธอนั่งรถไปด้วยกัน ชวนคุยเรื่องโน่นนี่ โรล่าดูไร้เดียงสา เขินอายนิดๆ เมื่อถูกทาบทามให้ทำออรัลในรถ ในแผ่นนี้มี 2 ฉากใหญ่ ที่ผู้ชมได้เห็นการเปลือยเปล่าอล่างฉ่างของเธอ ฉากแรกเกิดขึ้นในโรงแรมที่มีห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ เธอถูกรีดอารมณ์สวาทด้วยไวเบรเตอร์ (อันเป็นขนบของหนัง av) อีกฉากที่จี๊ดมาก คือ Rola Takizawa ปลดเปลื้องเสื้อผ้าทำออนเซน อาบน้ำพุร้อนกลางธรรมชาติ อารมณ์ผ่อนคลายในตอนนี้ พาให้มือน้อยๆ ของเธอขยุกขยิก มาสเตอร์เบทบนก้อนหิน มีเสียงน้ำพุไหลกระทบผิวน้ำลอยปนมากับเสียงครางอ่อนๆ จากนั้นก็โพสท่ายั่วยวนขยุ้มหัวใจ ชายหนุ่มล่อนจ้อนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ด้วยผิวขาวซีดแบบสาวสวีดิชของเธอน่าจะทำให้ผู้ชมอารมณ์พลุ่งพล่านถึงความแปลกตา แต่นั่นก็ไม่เท่ากับเรือนหน้าที่สดใสอมชมพูเหมือนสาวแรกรุ่น ขี้เล่น ดูไม่ประสีประสาเรื่องเซ็กซ์ หากเทียบหน่วยต่อหน่วย เช่น ขนาดหน้าอกแล้ว มาเรีย โอซาว่า ยังนำอยู่ แต่ในหนังเดบิวต์ที่มีเสน่ห์เรื่องความประหม่า การตื่นกล้อง การเขินอาย Rola Takizawa ทำได้ดี และผู้ชมจะคอยเอาใจช่วยเธอ และเชื่อว่าไม่ช้าชั่วโมงบินจะเคี่ยวกรำให้เธอมีลีลาที่แพรวพราวเหมือนนางเอกรุ่นพี่ พาอารมณ์ผู้ชมเตลิดไปได้อีก อีก 6 เดือนข้างหน้าต้องกลับมาดูความห้าวหาญในลีลารักของสาวลูกครึ่งคนนี้อีกที ด้านเสียงตอบรับ แม้ผลงานเดบิวต์ออกมาได้ไม่ทันไร แต่โรล่าก็มีแฟนคลับแล้วนับพัน วัดจากหน้าแฟนเพจเฟซบุ๊คที่หนุ่มไทยคนหนึ่งทำไว้ให้มีสกอร์ไลค์สูงถึง 5,000 คน และคงไม่หยุดที่ตัวเลขนี้อย่างแน่นอน ตอนนี้แฟนๆ ของโรล่าคงรองานชิ้นที่ 2 ที่ 3 ของนางเอกเอวีหน้าใหม่คนนี้ที่ลุคของเธอนั้นน่าใช้เป็นที่พึ่งทางจินตนาการซะเหลือเกิน ด้วยความฮิตขนาดนี้ ทรัพย์สินทางร่างกายและเนื้องาน คงไม่ยากที่ทางค่ายจะปั้นเธอเพื่อไต่บัลลังก์ขึ้นเป็น ‘av Queen’ เพราะนักแสดงเอวีคนอื่นๆ ที่มีผลงานออกมาในขณะนี้ ผมคิดว่ายังไม่มีใครมีจุดเด่นหรือจุดขายที่เป็นสาวลูกครึ่งสไตล์ตุ๊กตายางใสปิ๊งแบบ Rola Takizawa เลยสักนางเดียว

10 วิธี ดูใจ ก่อนเป็นแฟน
คู่รัก /  ดูใจ / 

10 วิธีดูใจก่อนเป็นแฟน ความฝันและความปรารถนาของว่าที่แฟนเป็นอย่างไร แล้วที่เจอแล้วน่ะนิสัยตรงสเปกไหม? . . ...   1.ถ้าชายใดอยากได้แฟนเป็นแม่บ้านแม่เรือน และเป็นฝ่ายรับเหมางานบ้านไปรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว หนุ่มๆ ก็ควรสังเกตเอาก็ได้ ว่าสาวที่เขาคบหาอยู่ เธอชอบงานบริการสมาชิกในครอบครัวเป็นชีวิตจิตใจรึเปล่า ไม่ใช่รักที่จะเป็นเวิร์กกิ้ง วูแมน ตลอดเวลา ก็คงอุทิศชีวิตให้กับอาชีพการงานมากกว่าตรงข้าม หากคุณเป็นหญิงที่ปรารถนาคู่ครองเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง แต่ไอ้ที่มีอยู่ดูแล้วไม่ค่อยอยากรับผิดชอบอะไร เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรับผิดชอบไม่ได้ เช่น เสื้อผ้าใส่แล้วก็ทิ้งกองไว้เป็นเดือน หรือจานชาม กินแล้วก็ทิ้งไว้จนแมลงสาบแทะล่ะก็ จะยอมเสี่ยงเลือกคนนี้ เป็นแฟนไหมล่ะ . ...   2. ให้ความสำคัญกับวันสำคัญของเราไหม เช่น ครบรอบวันที่สารภาพรักครั้งแรก, วันคล้ายวันเกิด, จูบครั้งแรก หรือวันออกเดทแรก เหล่านี้ถือเป็นวันสำคัญยิ่งสำหรับผู้หญิง และเธอก็คาดหวังว่าแฟนก็ควรจำได้ด้วย แม้จำได้ไม่หมดแต่จำได้ บ้างก็ยังดี เพราะงี้ถ้าคุณเป็นฝ่าย "ไม่เอาไหน" ในเรื่องความจำ แต่ดันไปรักไปชอบกับคนจำแม่น จำเก่งล่ะก็ ถ้ายังไปกันรอดก็เชื่อเค้าเลย แต่ถ้ารีบปรับตัวก็ยังพอทำเนา . ...   3. สุขภาพเป็นอย่างไร คนที่คุณชอบพออยู่นั้น มีปัญหาสุขภาพด้านใดอยู่หรือเปล่า ? เช่น เป็นมะเร็ง, เป็นลูคิเมีย หรือเป็น เอดส์ไหม ถ้ารู้ล่วงหน้าจะได้หาทางช่วยเหลือได้ทัน แต่หากเป็นเอดส์นี่ก็น่าคิดนะว่ายังควรจะเอามาทำแฟนอีกเหรอ อย่าว่าแต่เอดส์เลย ที่ควรระวัง เพราะแม้แต่โรคซิฟิลิส หรือโรคทางเพศสัมพันธ์ก็ควรถอนตัวไปซะเถอะ แต่ถ้าไม่สบายอย่างอื่น เช่น เจ็บคอเป็นหวัดอะไรเงียะ ควรประคบประหงมดูแลต่อไป คนเราลองจะเป็นคู่ทุกข์คู่ยากของกันและกันก็ควรเอาใจใส่หน่อย . ...   4. ประวัติครอบครัวเป็นไงบ้าง คนที่คุณชอบพอนั้น เค้ามีความรักความผูกพันหรือขัดแย้งกับใครเป็นพิเศษ ในครอบครัวหรือเปล่า? สมาชิกในครอบครัวของเค้าลงรอย กันไหม? ถ้าไปเจอคนที่สมาชิกในครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกันดี ก็น่าจะส่อเค้าที่ดีว่า เค้าน่าจะเป็นคนรักครอบ-ครัว และให้ความสำคัญของครอบครัวนะ ว่าแต่ต้องตรองดูเหมือนกันนะว่า ครอบครัวไหนที่เค้ารักมากกว่ากัน เอ๊ะ จะเป็นครอบครัวเดิม หรือครอบครัวใหม่ที่คุณทั้งคู่กำลังจะเริ่มต้นด้วยกัน . ...   5. ความเลื่อมใสและศรัทธา พอจะไปกันได้ไหม เชื่อไหมว่า แม้คนที่มีความแตกต่างกันสุดขั้ว แต่ถ้าเปิดใจกว้างและมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน คู่รักคู่นั้น ก็สามารถครองรักกันได้ตลอดรอดฝั่งแน่นอน เหตุนี้ ถ้ายังมีอะไรที่เข้าใจไม่ตรงกัน ก็ควรคุยกันก่อนจะได้ไม่เสียใจทีหลัง . ...   6. ชอบและไม่ชอบอะไรบ้างสถานที่ท่องเที่ยวแบบไหนที่คนที่คุณแอบรักชอบบ้างน้า? จะได้ดอดไปเที่ยวกันสองต่อสองไง หรืออาหารจานเด็ดประเภทใดที่เราชอบเหมือนๆกัน จะได้ หิ้วกันไปดื่ม ดริงก์ เจี๊ยะจ๊าบกันให้อร่อยเหาะสักที ถ้าชอบอะไรคล้ายกันมันก็ดีไปอย่าง เพราะจะได้ไปไหนมาไหนหรือมีกิจกรรมร่วมกันดีออกแต่ถ้ามีที่ชอบไม่เหมือนกัน ก็อย่าได้ถอดใจตีจากกันไปซะก่อน เพราะบางทีการเรียนรู้ในสิ่งที่ชอบต่างกันอาจส่งผลดีกว่าในแง่ที่จะได้เปิดโลกทัศน์ ใหม่ๆก็ได้นะ . ...   7. งานอดิเรกชอบทำอะไร เค้าชอบทำอะไรยามว่างบ้างล่ะ ดูหนังฟังเพลง หรือชอบไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะ แล้วช็อปปิ้งไปด้วย หรือนิยมไปออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายที่โรงยิมหรือฟิตเนส บางคนชอบไปเล่นตีแบด หรือหวดลูกสักหลาดก็ขึ้นอยู่กับความถนัด งานอดิเรกเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยบอกให้รู้ได้ว่า คุณกับเค้าจะไปกันได้ไหม? . ...   8. ความต้องการทางร่างกาย เค้ามีแรงขับทางเพศแบบนักรักบันลือโลก หรือแบบขันทีที่ไม่ค่อยอยากร่วมรัก (แต่เอ บางคนอาจมีอารมณ์เยอะ ทว่า ไม่ค่อยได้ออกกายบริหารก็ได้นะ) กันแน่? ซึ่งแรงสิเน่หาอยากร่วมรักนี่แหละเป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาชั่งใจกันให้ถี่ถ้วน เพราะถ้าเค้าเซ็กซ์จัดเหลือเกิน วันๆเอาแต่คิดถึงเรื่องหลีสาว แถมยังสะสมวีซีดีเอ็กซ์ไว้เพียบ ตรงข้าม คุณกลับเฉยๆชาๆกับความต้องการในด้านนี้ ขืนจับคู่กันระวังจะเกิดความ ไม่สมดุลทางเพศได้นะ หรือถ้าคุณเป็นจอมหื่น แต่เค้าไม่ชีกอแถมยังไม่ปึ๋งปั๋งปรู๊ดปร๊าด ก็ยากที่จะไปกันได้ดี เฮ้อ! มีรักทั้งทีก็กลับมีเรื่องเซ็กซ์มาขวางซะได้ . ...   9. การวางแผนครอบครัวก่อนไหม เอ๊ะ ถ้าร่วมหัวจมท้ายกันไป เราจะรีบมีลูกหรือชะลอไว้ก่อน เมื่อไหร่ที่พร้อมในด้านทรัพย์สมบัติค่อยเลิกคุมกำเนิดก็ได้นี่ ของพรรค์นี้ถ้าคุยกันอย่างเปิดใจก่อนก็น่าจะดี ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวคงได้ทะเลาะกันจนต้องเลิกราไปตามกรรมใครกรรมมันหรอก . ...   10. การสมรส ถึงเวลาหรือยังที่ควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาซะที แล้วคนที่คุณคบอยู่ตอนนี้เค้าเป็นคนที่ใช่แน่แล้วเหรอ? คุณมองเค้าแล้วเห็นอนาคตร่วมกันหรือเปล่า? ไม่ใช่ มองเห็นแต่ความว่างเปล่า หรือเต็มไปด้วยความไม่ พร้อมของทั้งคู่ ทั้งสองพร้อมจะรักและให้อภัยในความถูกมั่งผิดมั่งของกันและกันจริงนะ ถ้าในเมื่อยังมีสิทธิ์ที่จะเลือกได้อยู่ ก็ขอให้เลือกด้วยหัวใจและใช้สมองติ๊ดนึง ขืนเบื่อกันทีหลังล่ะ .

โรคปวดหลัง ภัยเงียบที่คุณไม่ควรมองข้าม
ปวดหลัง /  โรค

มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ท่านๆ ที่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งในออฟฟิศเป็นเวลานานๆ ระวังโรคปวดหลังถามหานะครับ จริงๆแล้ว โรคปวดหลังสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม โดยเฉพาะ ผู้ที่นั่งนานๆ นั่งหลังโก่ง นั่งบิดๆ หรือ โค้งงอผิดท่า ที่กล่าวมาข้างต้นถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่คุณควรหลีกเลี่ยง มาทำความรู้จัก ประเภทของอาการ "ปวดหลัง"ปวดหลังแบบเฉียบพลัน อาการมักจะไม่เกิน 6 สัปดาห์ แต่ถ้าอาการปวดมากกว่า 12 สัปดาห์ เรียกว่า "ปวดหลังเรื้อรัง" อาการส่วนใหญ่จะรู้สึกปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเฉียบพลันหรือค่อยเป็นทีละน้อย อาการปวดอาจเป็นอยู่ตลอดเวลาหรือปวดเฉพาะในท่าบางท่า การไอ จาม หรือบิดตัว เอี้ยวตัวอาจทำให้รู้สึกปวด มากขึ้น โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะแข็งแรงดีและไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆร่วมด้วย การรักษาโรคปวดหลังจำเป็นต้องสังเกตว่ามีสาเหตุจากอะไร ถ้าหากเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเราเองก็ควรแก้ไขเสีย หากมีอาการปวดมาก ให้นอนหงายบนพื้น แล้วใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้เข่างอเป็นมุมฉาก สักครู่หนึ่งก็อาจทุเลาได้ หรือจะใช้ยาหม่อง หรือน้ำมันระกำ ทานวด หรือใช้น้ำอุ่นประคบก็ได้ อาจใช้ควบคู่กับการทานยาแก้ปวด ครั้งละ 1-2 เม็ด ถ้าปวดมากแล้วทานยาแก้ปวดก็ยังไม่หาย อาจใช้ยาคลายกล้ามเนื้อครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำได้ทุก 6 -8 ชั่วโมง และหมั่นฝึกกายบริหารให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง ถ้าเป็นเรื้อรัง หรือมีอาการชาที่ขา หรือขาไม่มีแรง อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ควรแนะนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ ซึ่งอาจต้องเอกซเรย์หลัง หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ การป้องกันทำได้โดยการออกกำลังกายให้แข็งแรงอยู่เสมอโดยเฉพาะกล้ามเนื้อหลัง เพราะหากเราไม่เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง การออกกำลังจะต้องค่อยสร้างความแข็งแรงทั้งกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลัง และจะต้องให้ข้อมีการเคลื่อนไหวได้ดี ไม่มีข้อติด แล้วเราจะป้องกัน อาการ "ปวดหลัง" ได้อย่างไรการออกกำลังอาจจะทำได้โดยการเดิน การขี่จักรยาน การว่ายน้ำ จะทำให้หลังแข็งแรง ส่วนการนั่งทำคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ดควรอยู่เหนือระดับเอวหรืออยู่เหนือตักเล็กน้อยจอคอมพิวเตอร์ควรตั้งอยู่ระดับหน้า เหมือนที่ตั้งโน้ตนักดนตรีและอยู่สูงพอดีระดับสายตา จะได้มองตรงๆ ได้ การนั่งทำงานทั่วๆ ไป เช่น การนั่งอ่านและเขียนหนังสือนั้น ควรนั่งตัวตรง หลังพิงแบบสนิท อย่านั่งก้มตัวมาก โต๊ะทำงานไม่อยู่ห่างมากเกินไป จะได้ไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อหลัง นอกจากนี้ การเปลี่ยนอิริยาบทเมื่อรู้สึกเมื่อยขณะทำงาน จะช่วยคลายกล้ามเนื้อได้ พยายามเปลี่ยนท่านั่ง หรือลุกเดินเพื่อผ่อนคลายทุก 30 นาที ก็จะทำให้ผ่อนคลายการปวดหลังได้ อุปกรณ์การทำงานก็เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันโรคปวดหลังเช่นกัน โดยควรจะเลือกเก้าอี้ที่หมุนได้เพื่อป้องกันการบิดของเอว มีที่พักของแขนขณะที่นั่งพัก ควรจะมีหมอนเล็กๆ รองบริเวณเอว การนั่ง ที่ถูกต้อง ต้องนั่งให้หลังตรง หลังพิงพนักเก้าอี้ เก้าอี้ต้องไม่สูงเกินไป ระดับเข่าควรจะอยู่สูงกว่าระดับสะโพก อาจจะหาเก้าอี้เล็กรองเท้าเวลานั่ง สำหรับใครที่มีอาการปวดหลังอยู่บ่อยๆ ลองกายบริหารเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณหลังด้วยการนั่งบนเตียง ขาข้างหนึ่งเหยียดตรง ขาอีกข้างวางบนที่พักขา เหยียดแขน 2 ข้างตรง วางบนขาข้างที่เหยียดตรง หายใจเข้าลึกๆ และค่อยๆ ก้มศีรษะ ลำตัว และหลัง เลื่อนแขนไปให้สุดเท่าที่จะทำได้ หายออกช้าๆ แล้วกลับไปอยู่ในท่าเดิม ทำซ้ำ 10 - 15 ครั้งข้อคิดดีๆ สำหรับ มนุษย์เงินเดือน ทั้งหลายที่อยากจะห่างไกลจากอาการ "ปวดหลัง"สำหรับมนุษย์เงินเดือน อย่าง เราๆ ท่านๆ หากอยากทำงานให้มีประสิทธิภาพ นอกจากตั้งใจทำงานแล้ว ยังจำเป็นต้องรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะโรคปวดหลังที่ถึงแม้จะดูเหมือนเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงอะไร เมื่อเปรียบเทียบกับโรคอื่นๆ แต่ก็สร้างความทรมาน ความรำคาญ และเป็นอุปสรรคต่อการทำงานเช่นกัน และเมื่อจำเป็นต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่งทำงานเสียใหม่ ลองทำท่ากายบริหาร หรือ เดินยืดเส้นยืดสายเมื่อรู้สึกตึงที่บริเวณหลัง ใครที่ทานข้าวเที่ยงบนออฟฟิศเป็นประจำ ก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศลงไปทานข้างล่างบ้างก็ดี ถ้าหากว่าเรายังต้องใช้ร่างกายในการทำงานแล้วล่ะก็...อย่าลืมรักษาร่างกายนี้ไว้ให้ทำงานได้นานๆ จะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสุขกับการทำงานอีกด้วย รู้แบบนี้แล้ว ถึงเวลาที่เราควรจะป้องกัน อาการปวดหลัง อย่างจริงๆ จัง กันได้แล้วล่ะครับ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกๆท่านครับ ด้วยความปรารถนาดีจาก Men.Mthai

คำพูดชวนหมดอารมณ์รัก
คำพูด /  หมดอารมณ์

คำพูดชวนหมดอารมณ์รัก . . ... "เซ็กซ์" เป็นสีสันแห่งความรักที่จับต้องได้และเป็นเรื่องราวที่ควรจะดำเนินไปตามครรลองของมันโดยไม่มีอะไรขวางกั้น เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกินใจเกินจะพรรณนาได้ และเมื่อเกิดความสุขสมร่วมกันแล้วก็จะเกิดสายใยแห่งความผูกพันที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ผ่านการเคลื่อนไหวทางกายที่ประสานสอดคล้องกัน ในท่วงทำนองแห่งความรักใคร่ที่สนิทสนมกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว... แต่คำพูดบางคำก็ทำให้อารมณ์รักหมดลงได้เหมือนกัน ... "จะทำอะไรก็เร็วๆ หน่อย ฉันจะรีบเข้านอน พรุ่งนี้มีงานต้องทำอีกมาก นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นคนดีรักเดียวใจเดียวละก็ไม่ยอมหรอก น่าเบื่อจะตาย" ... "ไม่อยากจะบอกว่าสวรรค์ฉันก็ไม่เคยถึง ดางดึงส์ฉันก็ไม่เคยได้สัมผัส คุณก็มีความสุขของคุณไปคนเดียว ส่วนฉันก็ต้องช่วยตัวเองตามทุกที ไม่รู้จะมีกันไปทำไม" ... "เร็วๆ หน่อยคุณ เดี๋ยวลูกตื่น" ... "ทำไมของคุณถึงได้หลวมแบบนี้นะ ออกลูกแค่สองคนเอง เห็นหมอบอกให้ออกกายบริหารขมิบก้นเป็นประจำ คุณคงไม่ได้ทำมั้ง ผมว่าไปให้หมอเขาผ่าตัดทำสาวดูจะดีกว่านะ" ... "ทำไมกลิ่นแรงจังนะเธอ" ...นั่นคงจะเป็นหนังตัวอย่าง ที่ช่วยทำให้ตาสว่างขึ้นว่าคำพูดอะไรไม่ควรพูดในระหว่างที่จะเริ่มกิจกรรมแห่งความรัก เพราะคำพูดแบบนี้ทำให้หมดอารมณ์พิศวาสไปแทบจะทันที เนื่องจากว่าอารมณ์พิศวาสของคนเรานั้นมันละเอียดอ่อนมาก คำพูดอะไรที่เป็นการดูถูกดูหมิ่นในเรื่องที่ไวต่อความรู้สึกของทั้งสองคนไม่ควรจะมาพูดกัน รวมทั้งเรื่องที่ความเห็นไม่ตรงกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ... "ผู้หญิง" นั้นต้องการคำหวานและการกระทำที่แสดงว่าคู่ของเธอร่วมรักกับเธอเพราะรักเธอ แคร์เธอ และอยากให้เธอมีความสุข การชื่นชมในกันและกันจึงเป็นทางออกที่เรียบง่ายในการทำให้การร่วมรักเป็นไปตามครรลองของธรรมชาติอย่างปราศจากอะไรมาทำให้หมดอารมณ์ ... ในขณะที่ฝ่ายชายนั้น อารมณ์พิศวาสของเขาเป็นตัวกระตุ้นให้ อวัยวะเพศของเขาตื่นตัวขึ้นมาทำงาน เพราะฉะนั้นคำพูดอะไรที่เป็นการดูถูกดูหมิ่นในขนาดของเขา รวมทั้งความสามารถในการปฏิบัติการของเขาแล้ว จะทำให้เขาหมดอารมณ์จนอวัยวะของเขาหยุดการทำงานไปได้กลางคันเลยทีเดียว และจะทำให้เขาขาดความเชื่อมั่นในตนเอง หมดความมั่นใจในการปฏิบัติการ ผลสุดท้ายที่ตามมาก็คือเขาจะพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะมีกิจกรรมกับเธอ ... เขาว่าสัมพันธภาพของคนเรานั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก และสัมพันธภาพที่ละเอียดอ่อนนี้มักจะเปราะบางคนหลายต่อหลายคนไม่เข้าใจว่าคำพูดแค่บางคำเท่านี้ทำไมจึงไวต่อความรู้สึก โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่กำลังจะร่วมรักกันนั้น ถ้าปราศจากมธุรสวาจาแล้วละก็ความรักจักล่มสลายไปอย่างรวดเร็วชนิดที่มองตามไม่ทันเลยทีเดียว ... สัมพันธภาพที่ยั่งยืนจึงเริ่มต้นด้วยความรัก อยากใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน มีสัมผัสแห่งรักที่อบอุ่นซาบซึ้งและประทับใจ ด้วยคำพูดที่ไพเราะหวานหูที่เรียกว่ามธุรสวาจา . ที่มาจาก elib-online.com .