กายบริหาร

เซ็กส์ สร้างสุขภาพดีได้ 9 อย่าง
sex /  xxx / 

เซ็กส์ สร้างสุขภาพดีได้ 9 อย่าง ถ้าพูดกันตรงๆ เปิดใจกันแฟร์ๆ สำหรับหนุ่มๆ เราแล้ว เรื่องเซ็กส์นี่เรื่องสำคัญเลยนะ แต่เราจะไม่ค่อยกล้าพูดกัน เพราะพอเอ่ยปากถึงเรื่องนี้ที่ไร คนก็มักมองว่าเป็นเรื่องน่าอาย พูดไม่ได้ เข้าข่ายโรคจิต ทั้งที่จริงแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ แถมการมีเซ็กส์สามารถสร้างสุขภาพดีได้ 9 อย่างเลยเชียว 1. ช่วยให้ไม่เครียด การมีเพศสัมพันธ์ จะช่วยทำให้เราไม่เครียด หรือหากถ้าเราเครียดอยู่แล้วก็จะหายไป เพราะหลังเสร็จสิ้นการลงสมรภูมิรัก ร่างกายจะหลั่งอะดรีนาลีนออกมาทำให้เรารู้สึกดี สบายคลายเครียด โดยธรรมชาติของมนุษย์แล้ว เราเกิดมาเพื่อสืบเผ่าพันธุ์ สัญชาติญาณและจิตใต้สำนึกก็จะบอกตัวเองอยู่เช่นนั้น เมื่อเราสามารถมีเพศสัมพันธ์ และทำการได้สำเร็จ สมองก็จะมีความสุข เพราะเหมือนได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญได้ลุล่วง 2. เพิ่มภูมิต้านทาน ถ้ามีเพศสัมพันธ์อย่างต่ำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ปริมาณของ lgA (ภูมิต้านทานชนิดหนึ่งพบมากในน้ำลาย) จะเพิ่มสูงขึ้น จึงสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าเก่า ร่างกายก็จะแข็งแรงขึ้น ไม่เป็นไข้หวัดง่าย 3. ช่วยเบิร์นแคลอรี่ เคยมีงานวิจัยระบุว่า การมีเพศสัมพันธ์ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดี คือ การมีเพศสัมพันธ์ 30 นาที สามารถช่วยเบิร์นได้ถึง 85 แคลอรี แล้วยิ่งถ้าเปลี่ยนท่าเยอะ ยิ่งเบิร์นได้ถึง 125 แคลอรีเลย ช่วยเบิร์นได้มากกว่าการปั่นจักรยานในฟิตเนสซะอีกนะเนี้ย 4. ดีต่อสุขภาพหัวใจ การมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้อัตราการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดตีบลดน้อยลง เพราะในขณะปฏิบัติการ หัวใจจะเต้นเร็วเหมือนตอนที่เราออกกำลังกายเลย แล้วก็เครียดน้อยลง เลือดก็จะไหลเวียนดีขึ้น เคยมีงานวิจัยบอกว่าคนสูงอายุที่ยังคงมีเพศสัมพันธ์อยู่ การเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าคนที่หยุดการมีเพศสัมพันธ์ไปแล้วด้วย 5. สุขภาพจิตดี เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมีเสน่ห์ ไม่ได้เป็นคนขี้แพ้ ขี้โรค เป็นที่ต้องการของคนอื่น เลยจะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น อารมณ์แจ่มใส ไม่หงุดหงิดง่าย สบายใจ เรียกว่าการมีเพศสัมพันธ์นี่ ทำให้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตเราดีขึ้นโดยรวมเลย 6. ช่วยลดการเจ็บปวด ถ้าเราเกิดความเจ็บป่วย ไม่ว่าจะทางใจหรือทางกาย การมีเพศสัมพันธ์เป็นยาขนานเอก ที่ช่วยแก้ปวดได้ดีเลยละ ยกตัวอย่างถ้าเราปวดฟันอยู่ แล้วไปมีเพศสัมพันธ์ ความปวดนั้นจะลดน้อยลง เพราะร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนออกมาให้เรารู้สึกดี สบายมากขึ้น แล้วความรู้สึกนั้นก็จะกลบความเจ็บปวด ทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดลดลงนั่นเอง 7. ลดโอกาสเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก การมีเพศสัมพันธ์จะทำให้โอกาสการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง เพราะถ้าร่างกายไม่ได้หลังสเปิร์มออกมา มันจะดูดซึมกลับเข้าไปแล้วค่อยผลิตออกมาใหม่ จึงส่งผลอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์และเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แล้วการไม่ได้ปลดปล่อยจะทำให้เราเครียด ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่ทำให้คนเราเป็นมะเร็งเหมือนกัน 8. เกิดการกายบริหาร ในชีวิตประจำวัน เราจะไม่ค่อยได้ใช้กล้ามเนื้อส่วนเอวสักเท่าไหร่ การมีเพศสัมพันธ์นี่แหละ คือการกายบริหารช่วงเอวที่ดีที่สุด แถมส่งผลดีไปถึงระยะยาว เพราะเมื่ออายุมากขึ้นแล้วหกล้ม ก็จะไม่สะโพกหักได้ง่าย 9. นอนสบาย หลับสนิท หลักๆ เลย ก็เพราะหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนตัวหนึ่ง ที่จะช่วยให้หลับได้ดีขึ้น นอกจากนี้ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่า การมีเพศสัมพันธ์ช่วยคลายความเครียด ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย กล้ามเนื้อที่ตึงตัวอยู่ก็จะคลายตัว แล้วพอร่างกายทั้งภายนอกและภายในพร้อม คุณเลยหลับได้สนิท ฝันหวานไปเลย เห็นไหมว่า การมีเพศสัมพันธ์มีประโยชน์มากมายเลย ฉะนั้น อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองให้ฟิตปั๋ง ด้วยการทานอาหารที่ดีๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงสิ่งที่จะมาบั่นทอนสุขภาพซะ แล้วจะสุขภาพแข็งแรง มีเซ็กส์ที่มีคุณภาพและทำให้สุขภาพดียิ่งขึ้นไปอีกไงล่ะ ขอบคุณที่มาบทความจาก www.healthcorners.com เบื่อหน่ายรูปแบบเดิมๆ กับกิจกรรมเรื่องบนเตียง อยากได้เทคนิคใหม่ๆ เร้าใจๆกด *48259150066 โทรออก ทดลองใช้ฟรี 7 วัน

มาดู Kokoro Harumiya ดารา AV สอนนวดนม
kokoro /  harumiya / 

มาดูดารา AV เขากายบริหารกัน หุหุ แจ่ม ๆ เลยพี่น้อง *0*

ดีเจนุ้ย EFM /  รักเว้ยเฮ้ย / 

ดีเจนุ้ย EFM เหตุเพราะอยากจีบสาว อยากมีแฟนเป็นดีเจสาวสวย หนุ่ม “สตาร์บัค สาระแน” กับบท “ลวก” จึงต้องวิ่งหาที่ปรึกษาปัญหาหัวใจหรือกูรูเลิฟขั้นเทพอย่าง “น้าหมา” รับบทโดย “เปิ้ล นาคร” กับฉากเสริมหล่อ ฟิตหุ่นมาดแมน ในภาพยนตร์เรื่อง “รักเว้ยเฮ้ย!” เป็นฉากที่น้าหมาแนะนำลวก หากอยากจีบสาวติดต้องควรเริ่มจากการทำตัวเองให้ดูดีตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า หุ่นต้องฟิตเปี๊ยะ และต้องเป็นที่สะดุดตาของสาวๆ ซึ่งฉากนี้มีนักแสดงรับเชิญพิเศษคือ “ดีเจนุ้ย EFM” มาร่วมสร้างสีสันความสนุกและเสียงหัวเราะกับบทบาท “กูรูเมคอัพอาร์ติสต์ระดับโลก” เป็นอีกบทบาทที่ดีเจนุ้ย ออกตัวว่าชอบบทนี้มาก แถมยังไม่เคยได้รับบทนี้มาก่อนเลย และสนุกมาก “สนุกมากกกก....(ลากเสียงยาว) รับบทเป็น ช่างแต่งหน้าเมคอัพอาร์ติสต์ ซึ่งเป็นบทที่นุ้ยยังไม่เคยแสดงมาก่อนเลย ฉากนี้มันมีที่มาคือสตาร์บัค หรือลวกเนี่ย เขาสืบรู้มาว่านางเอกโต๊ะอี้ เป็นคนรักสวยรักงาม น้าหมาก็เลยต้องเรียกช่างแต่งหน้ามาช่วยแนะเทคนิคให้กับลวก สไตล์การแต่งหน้าระดับนุ้ยเนี่ย มันต้องเป๊ะและชัดเจนตั้งแต่ ปาก ตา แก้ม จริงๆ แล้วนุ้ยก็ไม่ได้เป็นคนตลกอะไรมากมายนะ แต่พี่เปิ้ลก็ส่งมุกตลกมาให้นุ้ยตลอด นุ้ยก็เลยเล่นเต็มที่กับบทในครั้งนี้มาก (หัวเราะ) จากนั้นก็ต้องเป็นเทรนเนอร์เรื่องการดูแลสุขภาพ ต้องฟิตหุ่นให้ดูดีโดยแนะนำท่ากายบริหารร่างกาย แต่มันฮาก็ตรงชุดรัดติ้ว ที่รัดติ่งอย่างมาก เรียกว่าต้องจัดระเบียบสังคมกันอย่างหนักกับชุดแอโรบิก ขนาดทีมงานเสื้อผ้าแซวนุ้ยว่า พกข้าวต้มมัดมาทำไม (หัวเราะ) คือพี่เปิ้ล กับสตาร์บัคเนี่ยใส่แล้วไม่มีปัญหา สตาร์บัคใส่ออกมาดูเป็นแหนมตุ้มจิ๋วมาก ส่วนพี่เปิ้ลใส่แล้วเอ๊ะ!ไม่ได้พกมาหรือไงนะ แต่ว่านุ้ยสิ  พกมาเต็มที่เลย อยากรู้ว่ามันเป็นยังไงต้องติดตามชม รักเว้ยเฮ้ย! กับฉาก แหนมตุ้มจิ๋วของสตาร์บัค และข้าวต้มมัดของนุ้ย...สุดท้ายอยากจะฝากบอกว่า หลังจากแสดงหนังเรื่องนี้แล้ว นุ้ยรู้สึกอยากผ่าตัดของตัวเองแล้วไปต่อให้กับสตาร์บัคมากเลยฮ่ะ(หัวเราะ)” สตาร์บัค สาระแน-เปิ้ล นาคร หากคุณเข้าข่าย รูปไม่หล่อ พ่อไม่รวย อยากมีแฟนสวย ปรึกษากูรูเว้ยเฮ้ย ในภาพยนตร์เรื่อง “รักเว้ยเฮ้ย!” รักแบบแนวแนว ไม่ซึ้ง ไม่อึ้ง แต่โดนใจพร้อมกันทั่วประเทศ 12 มกราคม 2555

ชะลอโรคข้อเสื่อมให้อยู่หมัด
โรคข้อเสื่อม

ชะลอโรคข้อเสื่อมให้อยู่หมัด ผู้สูงวัยส่วนใหญ่คงมีไม่น้อยที่ประสบปัญหาปวดเข่า บางคนคิดว่าแค่นวด ทายา หรือกินยา เป็นครั้งคราวไปก็น่าจะเพียงพอ แต่จริงๆ แล้วอาการปวดเข่าอาจมีสาเหตุมาจากโรคข้อเสื่อม? ที่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหยุดยั้งอาการปวดเข่าได้ในที่สุด โรคข้อเสื่อมเป็นความผิดปกติของข้อ พบในผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป และพบมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดจากภาวะเสื่อมของข้อที่ผ่านการใช้งานมานาน กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลาย กระดูกงอกผิดรูป ทำให้เกิดอาการปวดข้อและเคลื่อนไหวข้อไม่สะดวก โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วย และทำให้คุณภาพชีวิตทรุดโทรมลง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อเสื่อม มักแนะนำให้ผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งยอง ๆ คุกเข่าเป็นเวลานาน ไม่ยกของหนักเป็นประจำ และส่งเสริมการออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อ กลูโคซามีน ซัลเฟต (Glucosamine sulfate) เป็นสารที่มีโครงสร้างเดียวกับผิวกระดูกอ่อนหุ้มข้อ และมีส่วนในการยับยั้งเอมไซม์ที่ย่อยสลายผิวกระดูกอ่อนได้ ผู้ป่วยต้องใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หากซื้อยาโดยไม่ตรวจสอบ อาจได้ยาคุณภาพต่ำจากผู้ผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วย ไม่ได้ผลทางการรักษาที่น่าพอใจ และทำให้โรคข้อเสื่อม ที่เป็นอยู่ทรุดลงไปเรื่อยๆ

เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press
ออกกำลังกาย /  ฟิตเนส / 

เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press Chest Press เป็นเครื่องออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้ออกที่คุ้นหน้าคุ้นตาใครหลายๆคน ซึ่งหนุ่มๆไม่ควรมองข้ามเวลาไปยิมเด็ดขาด เพราะนอกจากจะวิดพื้นที่ทำเองได้ที่บ้านแล้ว เครื่อง Chest Press นี่แหละ ที่สามารถบริหารกล้ามหน้าอกส่วนกลาง ให้หนุ่มดูมาดแมนและบึกบึน แถมยังได้บริหารกล้ามเนื้อไหล่ ไบเซ็ป และไทรเซ็ป (กล้ามเนื้อแขนด้านหลัง) อีกด้วย Chest Press แต่ละที่นั้นอาจต่างกันออกไป การปรับน้ำหนักของเหล็กอาจไม่เท่ากัน และขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนว่าจะยกได้หนักเท่าไหร่ คราวนี้ผมเลยบุกไปที่ True Fitness เพื่อไปล้วงลึกเคล็ดลับและความรู้เรื่องใช้เจ้าเครื่อง Chest Press อย่างละเอียดจากเทรนเนอร์เจ้าประจำพร้อมการสาธิตท่าโดยนายแบบผู้รักในการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจมาฝากหนุ่มๆ Men MThai กัน การบริหารกล้ามอกด้วยเครื่องนี้ จำเป็นต้องปฏิบัติตามท่าที่ถูกต้อง (จริงๆก็ทุกเครื่องแหละครับ) เพื่อประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ และ ความปลอดภัยของกล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ เพราะถ้าหากทำผิดแม้แต่ส่วนเล็กๆของร่างกาย อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บขึ้นง่ายๆเริ่มต้นด้วย นั่งลงบนเครื่อง แขนและด้ามจับอยู่ในแนวเดียวกัน ข้อมือต้องตรงกับแขนและอยู่ในระดับอก เข่า แข้งและเท้าอยู่แนวเดียวกับหัวไหล่ดังภาพ ไม่อ้ากว้าง เพื่อรักษากระดูกสันหลัง หลังและไหล่ต้องติดกับเบาะ *ข้อมือตรงกับแขน ไม่งอหรือแอ่น* ระวัง!! อย่าแอ่นข้อมือ (ดังภาพ) หรือ หักข้อมือลงเพื่อพยายามจับด้ามจับไว้ เพราะจะทำให้เจ็บข้อมือ วิธีเล่น ออกแรงดันด้ามจับออกไป แต่อย่าให้สุดแขนจนศอกล็อค แล้วดึงกลับช้าๆ ประมาณ 3 เซต เซตละ 10-15 ครั้ง โดยท่ายังต้องคงเหมือนท่าเริ่ม นั่นก็คือหลัง-ไหล่ตรงติดเบาะ ข้อมือไม่งอ เข่า-ขาอยู่แนวเดียวกับไหล่ จะสังเกตได้ว่า ขณะออกแรง กล้ามเนื้อหน้าอกจะเกิดการเกร็งตัวขึ้นมาอย่างรู้สึกได้ ** ควรหายใจออก ขณะออกแรงดัน และหายใจเข้าขณะดึงกลับ Men MThai จะนำเรื่องราวและท่าทางการบริหารกล้ามเนื้อหน้าอกมาฝาก รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่ๆครับขอบคุณ เทรนเนอร์เอก ปรเมศวร์ โสวัณณะ จาก True Fitness สำหรับข้อมูลดังกล่าว และ คุณคณินทร์ แสงไชยวุฒิกุล ผู้สาธิตท่า วิดพื้น ท่าง่ายๆที่น้อยคนจะทำถูก! วิดพื้น ท่าง่ายๆที่น้อยคนจะทำถูก! วิดพื้น เป็นท่าบริหารรกล้ามเนื้อหน้าอกที่เป็นที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ เพราะตั้งแต่สมัยเร … เสริมความแมนด้วยการ บริหาร กล้ามหน้าอก เสริมความแมนด้วยการ บริหารกล้ามหน้าอก Men MThai ขอนำเสนอเรื่องราวของการออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญอัน …

บำรุงสมองและหัวใจ ด้วยหลัก 4 อ.
สุขภาพจิต /  ออกกำลังกาย / 

4 อ. บำรุงสุขภาพสมอง (หัวใจและจิตใจ) “อะไรที่ดีต่อหัวใจ ย่อมดีต่อสมองเสมอ” คนทั่วไป มักให้ความสนใจต่อการป้องกันโรคหัวใจ เพราะเป็นโรคที่ทำให้เสียชีวิตอย่างฉับพลัน จึงเป็นที่ตระหนกและกล่าวขานกันมาก การป้องกันโรคหัวใจ (หลอดเลือดหัวใจตีบ) พึงปฏิบัติให้ถูกต้องในเรื่องของ “4 อ.” ดังต่อไปนี้ 1. อาหาร หมั่นกินผักผลไม้ เมล็ดธัญพืช และเครื่องเทศ (เช่น พริก กระเทียม ขิง ข่า ขมิ้น ตะไคร้) โดยกินเมล็ดธัญพืช (เช่น ข้าว ข้าวโพด ถั่ว ลูกเดือย) และกล้วย ซึ่งให้แคลอรี (พลังงานในรูปของคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนใหญ่) ประมาณวันละ ๑ กิโลกรัม กินผักและผลไม้ที่ไม่หวาน (ไม่ให้พลังงาน) ให้หลากหลายประมาณวันละครึ่งกิโลกรัมเป็นอย่างน้อย ควรกินโปรตีนจากปลาและเต้าหู้ (เมล็ดถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง) เป็นหลัก สามารถกินไข่ไก่วันละ ๑ ฟอง (ถ้าเคยตรวจพบไขมันในเลือดสูงควรลดไข่แดงลง) และนมพร่องไขมัน กินเนื้อเป็ดไก่ได้บ้างเป็นครั้งคราว แต่ควรลดเนื้อแดง (ได้แก่ เนื้อหมูและเนื้อวัว) ควรลดอาหารที่มีไขมันสูง ควรกินน้ำมันพืช (ได้แก่น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว น้ำมันทานตะวัน น้ำมันงา น้ำมันมะกอก) แทนน้ำมันหมู และควรลดการบริโภคน้ำตาล น้ำหวาน และของหวาน ควรเลือกกินอาหารที่หลากหลาย สะอาด ถูกหลัก และสามารถทำให้น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์พอดี อย่าผอมไปหรืออ้วนไป มีการขับถ่ายอุจจาระเป็นก้อนโตแต่นุ่มและขับถ่ายง่ายทุกวัน 2. ออกกำลังกาย หมั่นออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก เล่นฮูลาฮูป (เร็วๆ) เต้นรำจังหวะเร็ว เป็นต้น อย่างน้อย ๕ วันต่อสัปดาห์หรือวันเว้นวัน นานครั้งละ ๓๐ นาทีเป็นอย่างน้อย โดยให้รู้สึกมีเหงื่ออกนิดๆ และหัวใจเต้นเร็วขึ้นในแต่ละสัปดาห์ ยังควรออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ (เช่น วิดพื้น ยกน้ำหนัก) และแบบยืดเส้นยืดสาย (เช่น กายบริหาร รำกระบอง โยคะ รำมวยจีน) ประกอบเป็นครั้งคราว 3. อารมณ์ นอนหลับให้เพียงพอ (ประมาณวันละ ๖-๘ ชั่วโมง) หลีกเลี่ยงการทำงานหักโหม อดหลับอดนอน ทำงานอดิเรก (เช่น ปลูกต้นไม้ เล่นดนตรี ร้องเพลง วาดภาพ อ่านหนังสือ) และหาทางพักผ่อนหย่อนใจ (เช่น ท่องเที่ยว ชมธรรมชาติ) ควบคุมอารมณ์ไม่ให้เกิดอารมณ์รุนแรงหรือเครียดจัด ฝึกสมาธิ เจริญสติ ทำงานช่วยเหลือสังคม และหมั่นฝึกมองโลกในแง่ดี ลดละการยึดมั่นถือมั่น 4. อันตราย ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัด ส่วนผู้ที่น้ำหนักเกิน เป็นเบาหวาน ความดันสูงหรือไขมันในเลือดสูงก็ต้องได้รับการรักษา และดูแลตัวเองจนสามารถควบคุมโรคได้ดีพฤติกรรม ๔ อ. ดังกล่าวช่วยป้องกันไม่ให้หลอดเลือดหัวใจแข็งและหนาตัว (ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยลง หัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง) เป็นต้นเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และหัวใจวายกะทันหันได้ พฤติกรรมดังกล่าวยังช่วยป้องกันหลอดเลือดแดงทุกส่วนของร่างกาย รวมทั้งหลอดเลือดสมองไม่ให้แข็งและหนาตัวได้เช่นเดียวกัน สามารถป้องกันอาการสมองเสื่อม และโรคอัมพฤกษ์อัมพาตเนื่องจากสมองขาดเลือดไปเลี้ยง ดังนั้น จึงกล่าวได้เต็มปากว่า “อะไรที่ดีต่อหัวใจ ย่อมดีต่อสมองเสมอ” นอกจากเรื่องของสุขภาพหลอดเลือดที่เลี้ยงสมองแล้ว ยังมีสุขภาพของสมองด้านอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำหน้าที่ของสมอง ได้แก่ การรับรู้ (การเรียนรู้ เชาวน์ปัญญา) ความรู้สึก (รวมทั้งอารมณ์) ความคิด และความจำ ซึ่งบางครั้งเรียกรวมๆ ว่า “จิต” หรือ “จิตใจ” ในการทำหน้าที่ของสมองให้สมบูรณ์จำเป็นต้องอาศัยพฤติกรรม 4 อ. ดังกล่าวเป็นพื้นฐาน และยังมีพฤติกรรมอื่นๆ ที่พึงใส่ใจซึ่งจะขอกล่าวถึงเฉพาะที่สำคัญดังนี้ 1. อาหาร ควรเน้นเพิ่มเติมในการบริโภคไขมันที่มีชื่อว่า โอเมกา-3 (แบ่งย่อยออกเป็น DHA และ EPA เป็นต้น) ซึ่งมีมากในปลาทั้งปลาทะเลและปลาน้ำจืด (เช่น ปลานิล ปลาดุก ปลาสวาย ปลาช่อน) และอาหารทะเล (เช่น ปลาทู ปลากะพง กุ้ง หอย ปลาหมึก) โอเมกา-3 จะถูกนำไปสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทและปลอกหุ้มกิ่งก้านของเซลล์ประสาท ทำให้ความจำดี ถ้าขาดอาจทำให้สมองเสื่อมได้ ควรกินสัปดาห์ละ ๒-๓ ครั้งหรือวันเว้นวัน ควรบริโภคพืชผักหรืออาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์ (flavonoids) เช่น (ถั่วเหลือง เต้าหู้ บลูเบอร์รี่ องุ่น พริกไทย หัวหอม เซเลรี น้ำชา ช็อกโกแลต) ซึ่งจะช่วยให้ความจำดีและอารมณ์ดี ทุกวันควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และอย่าอดอาหารหรือปล่อยให้หิว การทำงานของสมองต้องการน้ำ น้ำตาลจากอาหารที่บริโภค และออกซิเจน (จากอากาศที่หายใจ) ในการสร้างพลังงานแก่เซลล์สมอง ให้สามารถทำงานได้เป็นปกติ หากขาดอันใดอันหนึ่ง เช่น ขาดน้ำ ขาดอากาศ ขาดน้ำตาล ก็จะทำให้สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก ไม่สดชื่น หากขาดอย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการชักหรือหมดสติได้ 2. ออกกำลังกาย หมั่นทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง กระตุ้นการงอกของเซลล์สมองใหม่ ทำให้สมองทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิผล ความจำดี รู้สึกสดชื่น การฝึกหายใจลึกและช้า (นาทีละไม่เกิน ๑๐ ครั้ง) ก็ช่วยให้สมองได้ออกซิเจน มีผลดีต่อสมองและจิตใจเช่นเดียวกัน 3. อารมณ์ (ในที่นี้รวมถึงจิตใจที่ทำหน้าที่หลายด้าน รวมทั้งอารมณ์) ต้องหลีกเลี่ยงการเกิดความเครียด เพราะจะทำให้หลั่งฮอร์โมนสตีรอยด์ที่ทำลายเซลล์สมอง ทำให้ความจำเสื่อมควรกระตุ้นความจำและการเรียนรู้ ด้วยการอ่านหนังสือ การเขียนบันทึก การต่อภาพ (จิกซอว์) การต่อคำ (crossword) การเล่มเกมฝึกสมอง การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา การคบหาสมาคมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้คนต่างๆควรหมั่นฝึกสติ สมาธิ ทำอะไรอย่างใจจดใจจ่ออยู่ตลอดเวลา จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของสมองส่วนหน้าตรงกลาง (middle prefrontal area) ทำให้เกิดความสมดุลของร่างกายและอารมณ์ นำไปสู่สุขภาวะทาง กาย–จิต–สังคม สำหรับเด็กเล็กควรให้การเลี้ยงดูด้วยความรักความอบอุ่น ซึ่งจะส่งเสริมให้มีพัฒนาการของสมอง และจิตใจที่ดีต่อไปในอนาคต 4. อันตราย ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สารเสพติด สารโลหะหนัก (เช่น ตะกั่ว ปรอท) ซึ่งเป็นตัวทำลายเซลล์สมอง ทำให้ความจำเสื่อม มีอารมณ์ร้ายและพฤติกรรมผิดเพี้ยนได้ ควรป้องกันไม่ให้สมองได้รับบาดเจ็บหรือกระทบกระเทือน เช่น อุบัติเหตุ การเขย่าศีรษะ การกระแทกศีรษะ ทำให้เซลล์สมองเสื่อม ความจำเสื่อมได้ ควรหลีกเลี่ยงการนั่งดูทีวี นั่งเล่นคอมพิวเตอร์มากเกินไป รวมทั้งการนั่งอยู่หรือนอนอยู่เฉยๆ เป็นเวลานาน (จนรู้สึกน่าเบื่อ) อาจทำให้สมองล้า ขาดการกระตุ้นให้เรียนรู้ รวมทั้งอาจทำให้สมาธิสั้นได้ จงหันมาใส่ใจดูแลสมอง (หัวใจและจิตใจ) ด้วยหลัก “4 อ.” กันเถอะ! ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก หมอชาวบ้าน http://doctor.or.th ผู้ชายยุคใหม่ ยิ่งเครียดยิ่งเข้าสังคมเก่ง ผู้ชายยุคใหม่ ยิ่งเครียดยิ่งเข้าสังคมเก่ง ลดความเครียดในออฟฟิศด้วยน้องหมา นักวิจัยพบวิธีลดความเครียดในที่ทำงานด้วยน้องหมา

คำพูดชวนหมดอารมณ์รัก
คำพูด /  หมดอารมณ์

คำพูดชวนหมดอารมณ์รัก . . ... "เซ็กซ์" เป็นสีสันแห่งความรักที่จับต้องได้และเป็นเรื่องราวที่ควรจะดำเนินไปตามครรลองของมันโดยไม่มีอะไรขวางกั้น เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกินใจเกินจะพรรณนาได้ และเมื่อเกิดความสุขสมร่วมกันแล้วก็จะเกิดสายใยแห่งความผูกพันที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ผ่านการเคลื่อนไหวทางกายที่ประสานสอดคล้องกัน ในท่วงทำนองแห่งความรักใคร่ที่สนิทสนมกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว... แต่คำพูดบางคำก็ทำให้อารมณ์รักหมดลงได้เหมือนกัน ... "จะทำอะไรก็เร็วๆ หน่อย ฉันจะรีบเข้านอน พรุ่งนี้มีงานต้องทำอีกมาก นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นคนดีรักเดียวใจเดียวละก็ไม่ยอมหรอก น่าเบื่อจะตาย" ... "ไม่อยากจะบอกว่าสวรรค์ฉันก็ไม่เคยถึง ดางดึงส์ฉันก็ไม่เคยได้สัมผัส คุณก็มีความสุขของคุณไปคนเดียว ส่วนฉันก็ต้องช่วยตัวเองตามทุกที ไม่รู้จะมีกันไปทำไม" ... "เร็วๆ หน่อยคุณ เดี๋ยวลูกตื่น" ... "ทำไมของคุณถึงได้หลวมแบบนี้นะ ออกลูกแค่สองคนเอง เห็นหมอบอกให้ออกกายบริหารขมิบก้นเป็นประจำ คุณคงไม่ได้ทำมั้ง ผมว่าไปให้หมอเขาผ่าตัดทำสาวดูจะดีกว่านะ" ... "ทำไมกลิ่นแรงจังนะเธอ" ...นั่นคงจะเป็นหนังตัวอย่าง ที่ช่วยทำให้ตาสว่างขึ้นว่าคำพูดอะไรไม่ควรพูดในระหว่างที่จะเริ่มกิจกรรมแห่งความรัก เพราะคำพูดแบบนี้ทำให้หมดอารมณ์พิศวาสไปแทบจะทันที เนื่องจากว่าอารมณ์พิศวาสของคนเรานั้นมันละเอียดอ่อนมาก คำพูดอะไรที่เป็นการดูถูกดูหมิ่นในเรื่องที่ไวต่อความรู้สึกของทั้งสองคนไม่ควรจะมาพูดกัน รวมทั้งเรื่องที่ความเห็นไม่ตรงกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ... "ผู้หญิง" นั้นต้องการคำหวานและการกระทำที่แสดงว่าคู่ของเธอร่วมรักกับเธอเพราะรักเธอ แคร์เธอ และอยากให้เธอมีความสุข การชื่นชมในกันและกันจึงเป็นทางออกที่เรียบง่ายในการทำให้การร่วมรักเป็นไปตามครรลองของธรรมชาติอย่างปราศจากอะไรมาทำให้หมดอารมณ์ ... ในขณะที่ฝ่ายชายนั้น อารมณ์พิศวาสของเขาเป็นตัวกระตุ้นให้ อวัยวะเพศของเขาตื่นตัวขึ้นมาทำงาน เพราะฉะนั้นคำพูดอะไรที่เป็นการดูถูกดูหมิ่นในขนาดของเขา รวมทั้งความสามารถในการปฏิบัติการของเขาแล้ว จะทำให้เขาหมดอารมณ์จนอวัยวะของเขาหยุดการทำงานไปได้กลางคันเลยทีเดียว และจะทำให้เขาขาดความเชื่อมั่นในตนเอง หมดความมั่นใจในการปฏิบัติการ ผลสุดท้ายที่ตามมาก็คือเขาจะพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะมีกิจกรรมกับเธอ ... เขาว่าสัมพันธภาพของคนเรานั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก และสัมพันธภาพที่ละเอียดอ่อนนี้มักจะเปราะบางคนหลายต่อหลายคนไม่เข้าใจว่าคำพูดแค่บางคำเท่านี้ทำไมจึงไวต่อความรู้สึก โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่กำลังจะร่วมรักกันนั้น ถ้าปราศจากมธุรสวาจาแล้วละก็ความรักจักล่มสลายไปอย่างรวดเร็วชนิดที่มองตามไม่ทันเลยทีเดียว ... สัมพันธภาพที่ยั่งยืนจึงเริ่มต้นด้วยความรัก อยากใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน มีสัมผัสแห่งรักที่อบอุ่นซาบซึ้งและประทับใจ ด้วยคำพูดที่ไพเราะหวานหูที่เรียกว่ามธุรสวาจา . ที่มาจาก elib-online.com .

ท่า Fly บริหารกล้ามอก ปั๊มกล้ามเห็นทันตา
ออกกำลังกาย /  ฟิตเนส / 

ท่า Fly บริหารกล้ามอก ปั๊มกล้ามเห็นทันตา Men MThai ขอส่งท้ายเรื่องการบริหารกล้ามเนื้ออกด้วยการใช้เครื่อง Fly ซึ่งเป็นเครื่องออกกำลังกายอีกชิ้นที่เชื่อว่าหลายๆคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี และต้องเคยใช้ หากไปออกกำลังกายที่ยิม เพราะเครื่อง Fly ถือเป็นเครื่องออกกำลังกายพื้นฐานที่หนุ่มๆควรเล่นหากต้องการบริหารกล้ามอก เป็นอีกครั้งทีผมได้ความร่วมมือจากเทรนเนอร์เอกมากฝีมือเจ้าเก่าจาก True Fitness ที่จะมาสาธิตและบรรยายการใช้เครื่องนี้อย่างถูกต้อง เพราะอย่างที่ผมเคยบอกไปแล้วว่าไม่ว่าเราจะบริหารร่างกายด้วยเครื่องหรือตัวเปล่าๆก็ตาม ล้วนมีเรื่องให้ต้องระวังและข้อควรจำทั้งสิ้น เพราะหากทำผิด การบริหารร่างกายก็จะไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร และพาลทำให้เกิดการบาดเจ็บกล้ามเนื้อได้อีก โดยหลักๆแล้วนั้น การเล่นเครื่อง Fly จะคล้ายๆกับการเล่นเครื่อง Chest Press ซึ่งบริหารกล้ามอกเหมือนกัน จะต่างก็ตรงที่ Chest Press จะเป็นการดันออก - ดึงเข้า แต่ Fly จะเป็นการใช้แขนดึงเครื่องทั้งสองข้างเข้าหากัน ซึ่งคล้ายๆกับท่าบิน และ เป็นการบริหารกล้ามอกด้านในนั่นเอง นอกจากนี้ Fly เป็นเครื่องที่ผู้หญิงสามารถเล่นได้ และผู้หญิงส่วนใหญ่ก็นิยมเล่นเจ้าเครื่องนี้ เพราะจะทำให้หน้าอกกระชับ แก้ปัญหาอกห่างได้ดีด้วยแหละครับ แต่ไม่ได้ทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นนะครับ เทรนเนอร์เขาว่าอย่างนั้น เริ่มที่การนั่งอย่างถูกวิธี หลังต้องตรง ตั้งแต่สะโพกและสันหลังต้องติดกับเบาะพิงหลัง ขาอ้ากว้างอย่างพอดี ไม่กางกว้าง โดยหัวเข่าควรอยู่แนวเดียวกับหัวไหล่ และปลายเท้าต้องไม่อ้าออกเช่นกัน เพื่อซัพพอร์ทกล้ามท้อง สำหรับการจับแฮนด์ของเครื่องนั้น จับให้มั่น แขนต้องตรง ข้อมือเองก็เช่นกัน ไม่ควรงอหรือแอ่นเพื่อออกแรงดึง(ดังภาพ) เพราะจะทำให้เมื่อยและเจ็บข้อมือได้ ออกแรงดึงแฮนด์ทั้งสองข้างเข้าหากันดังภาพ โดยใช้แรงจากกล้ามเนื้อแขนและกล้ามอก ในขั้นตอนนี้ ระวังอย่าหลังแอ่นหรืองอเพื่อใช้หลังช่วยในการออกแรง เพราะจะทำให้หลังเกิดการบาดเจ็บได้ หากทำถูกวิธี จะสังเกตได้เลยว่ากล้ามเนื้ออกกำลังบีบตัวเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด จะเห็นได้ว่า หลังและลำคอตั้งตรงติดเบาะ หากทำอย่างถูกวิธี จะสังเกตเห็นกล้ามเนื้อหน้าอกบีบตัวขึ้นดังภาพ * หายใจออกเมื่อออกแรงดึงแฮนด์ และหายใจเข้าเมื่อผ่อนแรงคลายออก อย่าลืมนะครับ!! เทรนเนอร์เอกกำชับหนักหนา ไม่ว่าจะอยู่ท่าเตรียม หรือ ออกแรง ข้อมือควรตรง ไม่แอ่นหรืองอเข้า หลังค่อม หรือ ชะโงกตัวออกมาเพื่อออกแรง หรือแม้แต่แอ่นหลัง เพราะจะทำให้ปวดหลังง่ายๆเลยล่ะครับ ไม่ควรแอ่นข้อมือ หรือ งอข้อมือเข้าเพื่อออกแรง (ดังภาพ) (ในภาพ) ผู้เล่นหลังค่อม ไม่ตรงติดเบาะเพราะต้องการออกแรง อาจทำให้หลังบาดเจ็บได้ **น้ำหนักเครื่องที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้หลังงอเมื่อออกแรงดึกแฮนด์ได้ ดังนั้น หนุ่มๆต้องระวังขั้นตอนนี้เป็นพิเศษ ขอบคุณ เทรนเนอร์เอก ปรเมศวร์ โสวัณณะ จาก True Fitness สำหรับข้อมูลดังกล่าว และ คุณคณินทร์ แสงไชยวุฒิกุล ผู้สาธิตท่า เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press Chest Press เป็นเครื่องออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้ออกที่คุ้นหน้าคุ้นตาใครหลายๆคน ซึ่งหนุ่มๆไม่ควรมองข้ามเวลาไปยิมเด็ … วิดพื้น ท่าง่ายๆที่น้อยคนจะทำถูก! วิดพื้น ท่าง่ายๆที่น้อยคนจะทำถูก! วิดพื้น เป็นท่าบริหารรกล้ามเนื้อหน้าอกที่เป็นที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ เพราะตั้งแต่สมัยเร … เสริมความแมนด้วยการ บริหาร กล้ามหน้าอก เสริมความแมนด้วยการ บริหารกล้ามหน้าอก Men MThai ขอนำเสนอเรื่องราวของการออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญอัน …

ปู ขยันฟิตหุ่น เซ็กซี่แต่พองาม
ปู ไปรยา

ช่างเป็นสาวสวยที่รักสุขภาพจริงจริ๊ง สำหรับ ปู ไปรยา สาวสวยเซ็กซี่หวานใจ โน้ต วิเศษ ที่แม้จะทำงานหามรุ่งหามค่ำแต่เรื่องสุขภาพนางไม่เคยปล่อยปละละเลย ต่อให้ยุ่งแค่ไหนนางก็จะแบ่งเวลาไปออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม ก้นงอน นมเด้งอยู่ตลอดเวลา เห็นแล้วต้องบอกว่านางสวยเซ็กซี่หุ่นดีขยี้ใจชายจริงๆ เวลาใส่ชุดเกาะอกโชว์นม โชว์ทรวดทรงองค์เอวนางเลยเต็มที่ไม่มีกั๊กแต่ก็ไม่ใช่จะโป๊อล่างฉ่าง เรียกว่าเซ็กซี่ได้แต่พองาม ไม่งั้นเดี๋ยวโน้ตงอน!! ก็แหม...ฟิตหุ่นมาดีเลิศขนาดนี้ ก็ต้องโชว์บ้างอะไรบ้าง ชิมิปู ปู ไปรยา ปู ไปรยา

มาเช็คกัน! คุณมีพุงแบบไหน วิธีกำจัดพุง
ความสวยความงาม /  สุขภาพ / 

แค่ได้ยินคำว่า "พุง" ก็ทำเอาสาวๆ สะดุ้งกันเลยทีเดียว! ก็แหมใครหลาะอยากจะมีส่วนเกินตรงท้อง ไม่สิสำหรับผู้หญิงนั้นเครียดกับการมีไขมันแทบทุกส่วนในร่างกายตะหาก อดใส่เอวลอย บิกินี่สวยๆรับซัมเมอร์ ถ้ามีพึงเจ้าปัญหาโผล่มาก็ทำเอาสาวๆเกิดอาการไม่มั่นใจซะละ .. เอาหล่ะ! ถ้าสาวๆ รู้ตัวว่าเรามีพุง มาดูกันคะว่า เรามีพุงแบบไหน แล้วจะจำกัดมันยังไงบ้าง ^^ มาเช็คกัน! คุณมีพุงแบบไหน วิธีกำจัดพุง  มาเช็คกัน! คุณมีพุงแบบไหน วิธีกำจัดพุง 1. พุงจอมขี้เกียจ  คนที่มีพุงแบบนี้มักมีไขมันเกิดจากการออกกำลังกายน้อยและชอบกินขนมหวานและแป้ง มักจะมีไขมันสะสมบริเวณต้นขาและสะโพกแต่โชคดีที่ลดง่าย ทางที่ดีลดของหวาน, แป้ง และหัดเดินวันละ 45 นาที หรือฝึกโยคะง่ายๆ ที่บ้านนะคะ 2. พุงจอมเครียด ใครที่กินอาหารไม่ตรงเวลา, ชอบดื่มกาแฟ, กินฟาส์ตฟู้ดเป็นประจำ หรืออกกำลังกายมากเกินไประวังจะเครียดลงพุง ถ้าไม่อยากให้พุงเครียดลองหาเวลาเข้าสปา,ไปนวดผ่อนคลายหรือออกกำลังแบบเบาๆ ดู 3. พุงยื่น มักเกิดกับคนที่เพิ่งคลอดบุตร และไม่มีเวลาดูแลตัวเอง หรือดูแลตัวเองผิดวิธีวิธีแก้ คือ เมื่อครบ 2-3 เดือนหลังคลอด รอจนร่างกายพร้อมแล้วค่อยเริ่มทำกายบริหารในท่านอนจะฝึกโยคะหรือพิลาทิส 4. พุงอืด พุงแบบนี้จะแบนเรียบในช่วงเช้าแต่มาป่องระหว่างวัน อาจเกิดจากการแพ้หรือไม่ถูกกับอาหารบางชนิด อาหารเลยไม่ย่อยเกิดแก๊สในท้อง ให้ลองทานอาหารช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด เลี่ยงพวกเค้ก ขนมปัง และอย่ากินมื้อดึกจะช่วยให้พุงหายอืดได้จ้า. ขอขอบคุณข้อมูลจาก ผู้หญิงถึงผู้หญิง

ออกกำลังกาย ต้าน ข้อเข่าเสื่อม ก่อนวัย
ข้อเข่าเสื่อม /  ข้อเสื่อม / 

โรค ข้อเข่าเสื่อม เป็นปัญหาที่พบบ่อยโดยเฉพาะในวัยสูงอายุและเป็นโรคที่รบกวนกิจวัตรประจำวัน ทำให้ลุกยืน เดิน ขึ้นบันไดได้ลำบาก บางครั้งกระทบต่อคุณภาพชีวิต ทำให้ไปไหนมาไหนไม่ได้สะดวก บางรายต้องอยู่บ้าน ไม่อยากไปไหนมาไหน แต่เชื่อไหมว่า ยังไม่ทันแก่...ข้อก็เสื่อมได้ ที่มาข้อเสื่อม โรคข้อเสื่อม มักเกิดจากการใช้งานข้อที่ไม่ถูกต้อง หรือเป็นตามวัยคือใช้งานมานาน ย่อมมีความสึกหรอไปตามเวลา แต่บางรายใช้งานไม่ถูกต้อง จะเป็นการเร่งให้โรคข้อเสื่อมเป็นไปเร็วขึ้น(โรคข้อเข่าเสื่อมปฐมภูมิ) มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งโดยทั่วไปมักเกิดในช่วงอายุมากกว่า 60 ปี นอกจากนี้ยังพบว่ามีโรคบางอย่างเป็นสาเหตุให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้เร็วกว่าวัยอันควร เช่น โรคเอ็นภายในข้อเข่าฉีกขาด หมอนรองข้อเข่าแตก กระดูกสะบ้าหลุด หรือมีการติดเชื้อภายในข้อเข่า เป็นต้น โรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับองค์ประกอบของข้อเข่าเหล่านี้ ล้วนเป็นสาเหตุนำให้เกิดโรคข้อเสื่อมก่อนวัย(โรคข้อเข่าเสื่อมทุติยภูมิ) พฤติกรรมทำร้ายข้อเข่า 1. คนที่ชอบนั่งงอเข่า ขัดสมาธิ พับเพียบ หรือนั่งยอง ๆ เป็นประจำ จะเพิ่มแรงอัดภายในข้อเข่า ซึ่งจะรบกวนการนำอาหารไปสู่เซลล์กระดูกอ่อนผิวข้อ โรคข้อเข่าเสื่อมนี้ เริ่มจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อโดยตรง และเมื่อเป็นมากขึ้นการสึกหรอจะลามไปยังองค์ประกอบอื่นของข้อเข่า เช่น ชั้นใต้กระดูกอ่อนซึ่งเป็นกระดูกแข็ง จะเกิดถุงน้ำข้างใต้กระดูก หมอนรองเข่าสึก เอ็นหุ้มข้อเข่าหนาตัวขึ้น มีกระดูกงอกบริเวณปลายกระดูก เป็นต้น 2. กรณีน้ำหนักตัวมากเกินก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่เร่งให้เกิดอาการข้อเสื่อมเร็วขึ้น เพราะข้อเข่าต้องรับน้ำหนักตัวตลอดเวลาที่ใช้งานข้อ ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน หรือขึ้นลงบันไดก็ตาม 3. การใส่รองเท้าส้นสูง จะทำให้ข้อเข่ามีแรงกดทับมากกว่าปกติ ทั้งยังทำร้ายข้อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้า เพราะเป็นอวัยวะที่ต้องรับน้ำหนักก่อนจุดอื่น ๆ ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำหนักได้ง่าย และหากคนที่ข้อเข่าไม่แข็งแรง หรือมีโครงสร้างร่างกายผิดปกติ จะมีผลกระทบมากกว่าคนปกติ อาการข้อเสื่อม ในระยะแรก จะสังเกตว่ามีเสียงดังขณะขยับข้อไปมา บางรายมีอาการข้อฝืดโดยเฉพาะเวลานั่งนาน ๆ หรือขณะเปลี่ยนอิริยาบถ จะเสมือนข้อถูกล็อกไว้ ต้องขยับไปมาสัก 2-3 ครั้ง จึงเหยียดเข่าออกได้ บางรายมีข้อบวมโต หรือมีบวมแดง มีน้ำภายในข้อ ซึ่งบ่งถึงการอักเสบที่เป็นมากขึ้นนั่นเอง ในรายที่เป็นมากอาจพบข้อติด ขยับไม่ได้เต็มที่ หรืออาจพบกล้ามเนื้อขาลีบเล็กลงกว่าข้างปกติ เป็นต้น บริหารกล้ามเนื้อข้อเข่าเพื่อเพิ่มความแข็งแรง การออกกำลังกายหรือกายบริหารนั้น ช่วยส่งเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยเน้นกล้ามเนื้อหน้าขาหรือกล้ามเนื้อเหยียดเข่าเป็นหลัก ท่าบริหารข้างล่างนี้เริ่มจากง่ายไปยาก ดังนี้ ท่าที่ 1 นอนหงาย เอาหมอนเล็ก ๆ วางใต้เข่า เหยียดเข่าตรง นับ 1-10 ทำได้ในช่วงแรกที่กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรงมากนัก ท่าที่ 2 นั่งยกขาข้างหนึ่งวางพาดม้าเตี้ย เหยียดเข่าตรง เกร็งกล้ามเนื้อหน้าขา พร้อมกระดกข้อเท้าขึ้น นับ 1-10 หรือเท่าที่ทำได้ ท่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรงพอที่จะยกขาตนเองได้ ถ้ามีปัญหาข้อเหยียดไม่สุด ให้ใช้ถุงทรายถ่วงที่ข้อเข่าร่วมด้วย ท่าที่ 3 นั่งชิดพนักเก้าอี้ เหยียดเข่าตรงพร้อมกระดกข้อเท้าขึ้น เกร็งค้างนับ 1-10 ทำสลับข้าง ท่าที่ 4 นั่งไขว้ขา ขาที่อยู่ด้านล่างเกร็งเหยียดเข่าตรงเท่าที่ทำได้ เกร็งนับ 1-10 และทำสลับข้างเช่นกัน ช่วยฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าขาได้ดี ท่าที่ 5 นั่งไขว้ขาเหมือนท่าที่ 4 แต่ให้ขาที่อยู่ด้านบนออกแรงกดลงด้วย ในขณะที่ขาล่างเหยียดขึ้นตรงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้เช่นกัน กล้ามเนื้อหน้าขาของขาล่างต้องรับน้ำหนักมากขึ้นอีก คือทั้งน้ำหนักของขาล่างรวมกับน้ำหนักของขา ข้างบน และแรงกดจากขาที่อยู่ข้างบน ทำสลับข้างในทำนองเดียวกัน ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหน้าขาและท้องขาได้ดีมาก เป็นท่าที่ยากที่สุด เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าขาต้องออกแรงมากที่สุด การบริหารทุกท่าให้เริ่มทำจากน้อยไปมาก โดยทำชุดละประมาณ 20-30 ครั้ง วันละ 2-3 ชุด เป็นอย่างน้อย ค่อย ๆ เพิ่มตามความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่าของแต่ละคน จนได้ประมาณ 100 ครั้งต่อวัน ใช้ข้อเข่าอย่างถูกวิธี การใช้ข้ออย่างถูกวิธี จะช่วยถนอมข้อเข่าให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น ชะลอความเสื่อม ซึ่งวิธีการนั้นตรงข้ามกับพฤติกรรมซึ่งทำร้ายข้อนั่นเอง กล่าวคือ ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกิน เลี่ยงกิจกรรมที่ต้องงอเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ หรือการนั่งยอง ๆ ขึ้นลงบันไดเท่าที่จำเป็น หากอยู่บ้านชั้นล่างได้จะเป็นการดีมาก ไม่ต้องขึ้นลงบ่อย ๆ เลือกประเภทของการออกกำลังกายที่ไม่มีผลร้ายต่อข้อเข่า เช่น การเดิน การปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายในน้ำ เป็นต้น หมั่นบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดแรงกระทำต่อข้อได้ ใช้สนับเข่าเท่าที่จำเป็น มักเลือกใช้ในรายที่ข้อเสียความมั่นคง แต่หากข้อยังมีความมั่นคงอยู่ การใช้สนับเข่า อาจทำให้กล้ามเนื้อโดยรอบเข่าอ่อนแรงได้ หากมีอาการเจ็บข้อเข่ามากอย่างเฉียบพลัน อาจถือร่มหรือไม้เท้าในด้านตรงข้ามกับขาที่เจ็บ จะช่วยลดแรงกระทำต่อข้อ และลดอาการปวดได้ อย่าลืม หมั่นสำรวจกิจวัตรประจำวันของท่านว่า ในแต่ละวันท่านทำร้ายข้อเข่ามากน้อยเพียงไร หากท่านมีอาการข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย ขอย้ำว่า “ไม่มีคำว่าสาย ในการแก้ไขพฤติกรรมต่าง ๆ ให้ถูกต้อง” สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่มิควรละเลย คือความสม่ำเสมอของการออกกำลังกาย เพื่อเสริมความแข็งแรงของข้อเข่า เริ่มเสียแต่วันนี้ เพื่อป้องกันการเกิดข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควรค่ะ ขอบคุณที่มาจาก : รศ.พญ.วิไล คุปต์นิรัติศัยกุล ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

เรื่องเซ็กส์ ที่ผู้หญิงอยากถาม
คุมกำเนิด /  ผู้หญิง / 

เรื่อง "เซ็กส์" ที่ผู้หญิงอยากถาม . .....เพราะ "เซ็กส์" เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เซ็กส์กับชีวิตของคนเราแยกจากกันได้ยาก แต่เซ็กส์นั้นอาจจะจำเป็นต้องมีหรือไม่มีก็ได้ ใคร ๆ เขาก็บอกเล่ามาตั้งแต่โบราณแล้วว่า อดข้าวอาจจะไม่ถึงวางวาย แต่ชีวิตอาจจะมอดมลายเพราะไม่รู้เรื่อง "เซ็กส์" ....."เซ็กส์" จึงเป็นทั้งธรรมะและอธรรม แล้วแต่ว่าจะเรียนรู้ที่จะอยู่กับเซ็กส์ในแบบใด เซ็กซ์อาจจะเป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจ หรือเป็นศัตรูร้ายที่จ้องทำลายคุณภาพชีวิตก็ได้ .....มารู้จักเรื่อง "เซ็กส์" ที่ผู้หญิงอยากถามกันดีไหม..... เขาว่าการมี "เซ็กส์" ที่สุขสมทำให้ชีวิตยืนยาวจริงหรือ...? .....จริงน่ะ จริงอยู่ แต่ไม่ทั้งหมดและไม่เสมอไป เพราะที่เขาว่านั้นยังไม่ครบถ้วนกระบวนความ ที่จริงแล้วคำพูดดังกล่าวนั้นมีอยู่ว่า การมีเซ็กส์ที่สุขสมกับคนที่รัก ทำให้ชีวิตยืนยาวและเป็นสุขและเป็นหนุ่มเป็นสาว .....ซึ่งอธิบายได้ว่า การมีเซ็กส์ที่สุขสม แท้จริงแล้วเกิดจากการมีเซ็กส์กับคนที่รักมากกว่าการมี เซ็กส์เฉยๆ กับใครก็ได้ การศึกษาวิจัยพบว่า "เมื่อมีเซ็กส์กับคนรักแล้ว ผู้หญิงจะเกิดความสุขและหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ในขณะที่การร่วมรักกับใครสักคนโดยที่ไม่ได้มีความรักมาเกี่ยวข้องอย่างมากก็ แค่การระบายอารมณ์พิศวาสออกมาเท่านั้น ความสุขสมจึงแตกต่างกันมาก" .....และเมื่อเกิดความสุขสมแล้ว สารแห่งความสุขที่หลั่งออกมาจะทำให้เกิดการผ่อน คลาย หายเครียด นอนหลับฝันดี ผลที่ตามมาก็คือระบบต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย และระบบฮอร์โมนเพศจะทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี เป็นหนุ่มเป็นสาว ถึงอย่างนั้นผู้หญิงหลายคนก็ยังลำบากใจที่จะมีเซ็กส์ที่สุข สมกับคนที่เธอรักและรักเธอ...! .....และหลายต่อหลายคน ยังคงสงสัยต่อไปและอยากถามว่า "ถ้าเป็นสาวโสดหรือเลิกรากับชายคนรักแล้วเล่า จะทำอย่างไรเพราะไม่มีคนรักที่จะมีเซ็กส์ด้วย" .....ลืมไปหรือว่ามีคนๆ หนึ่งที่ทุกคนควรจะให้ความรักมากที่สุด คนๆ นั้นก็คือ "ตัวเองนั่นแหละ ลองคิดดูให้ดีๆ ซิว่าทุกวันนี้เคยให้ความรักตัวเองกันบ้างไหม" วันๆ มัวแต่ให้ความรักคนอื่นจนลืมรักตัวเองไป การหัดรักตัวเองนั้นไม่ใช่เป็นการเห็นแก่ตัว แต่เป็นการเริ่มมีความรักที่ถูกต้องด้วยการให้ความรักตัวเองก่อน เมื่ออิ่มเอมกับความรักนั้นแล้ว มีความรักเหลือเฟือที่จะมอบให้คนอื่นโดยไม่ ต้องหวังอะไรตอบแทน แบบนี้ก็ไม่มีวันที่จะเป็นคนขาดรัก ไม่ว่าจะอยู่เป็นสาวโสด หรือจำเป็นต้องกลับมาเป็นโสดใหม่เพราะเลิกราจากคู่ไป .....นอกจากนั้นควรจะรักและทำรักให้ตัวเอง "การทำรักให้ตัวเองนั้นทั้งปลอดภัย และสุขสมโดยไม่ได้ผิดกฎกติกามารยาท ของการดำรงชีวิตในสังคมแต่อย่างใด และเชื่อไหมว่า ผู้หญิงนั้นสามารถที่จะทำรักที่สุขสมให้ตัวเองได้ง่ายกว่าการร่วมรักมากทีเดียว" .....เขียนให้อ่านแบบนี้ไม่ใช่บอกว่า การมีเซ็กส์กับใครสักคนหนึ่งนั้นดีสู้ไม่ได้ แต่เป็นการดีและมีความสุขกันคนละแบบเท่านั้น และถ้าอยากจะมีความสุขทั้งสองแบบก็คงจะไม่มีใครว่า...! เขาทำการร่วมรักบ่อยๆ จะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากต่อมากใช่ไหม...? .....มีเรื่องราวที่ขู่กันบ้างหลอกลวงกันบ้าง และเป็นข่าวกลั่นแกล้งกันบ้าง เกี่ยวกับความถี่ของการมีเซ็กส์ว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหาโน้นปัญหานี้ เช่น มีเซ็กส์บ่อยๆ จะทำให้เครื่องเคราหลวม มีเซ็กส์บ่อยๆ จะทำให้มีบุตรยาก มีเซ็กส์บ่อยๆ จะทำให้กลายเป็นโรคกามตายด้าน มีเซ็กส์บ่อยๆ จะทำให้เป็นโรคฮิสทีเรีย มีเซ็กส์บ่อยๆ จะทำให้เป็นมะเร็งมดลูก ฯลฯ .....ตอบได้เลยว่า "ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ขอแต่ให้รักษาสุขภาพให้ดีเท่านั้นเอง เพราะถ้ามีเซ็กส์บ่อยๆ แต่สุขสมทุกครั้งแล้วดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แล้วละก็ อยากจะมีบ่อยแค่ไหนก็ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไร" ... เครื่องเคราไม่มีทางหลวม ถ้ารู้จักการออกกายบริหารกล้ามเนื้อช่องคลอดด้วยการขมิบก้นเป็นประจำสม่ำเสมอ จำไว้ว่า ควรขมิบก้นนานครั้งละ 10 วินาที ให้ได้วันละ 50 100 ครั้ง ... การมีเซ็กซ์บ่อยๆ ไม่ได้เป็นสาเหตุของการทำให้มีบุตรยากเลย แต่ควรจะพยายามมีเซ็กซ์ที่สุขสม และหลังจากการร่วมรักแล้วควรจะนอนชันขาขึ้นสัก 30 นาที เพื่อให้น้ำอสุจิละลายเรียบร้อยและตัวอสุจิจะสามารถแหวกว่ายผ่านปากมดลูก เข้าไปภายในโพรงมดลูกได้อย่างดี ... แน่นอนว่าการร่วมรักกันเป็นประจำสม่ำเสมอนั้น ไม่ได้ทำให้เป็นโรคบ้าเซ็กส์หรือโรคกามตายด้านแต่ อย่างใด เป็นเพียงแต่การพูดจาขู่กันเท่านั้นเอง เพียงแต่ต้องมีเซ็กส์เพราะใจตรงกัน ไม่ใช่มีเพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการแล้วบังคับใจให้อีกฝ่ายต้องยินยอมตามใจ หรือมีเซ็กส์กันเหมือนเป็นการทำการบ้าน โดยไม่ได้มีอารมณ์พิศวาสที่บรรเจิด การมีความสุขสมจากการมีเซ็กส์ร่วมกันนั้นบ่อยเท่าใดก็ไม่เป็นปัญหา ... และการมีเซ็กซ์เป็นประจำสม่ำเสมอกับคู่เพียงคนเดียว ไม่ว่าจะบ่อยขนาดไหน ถ้าทั้งสองฝ่ายรักษาความสะอาดและไม่มีโรคติดต่อทางเพศ สัมพันธ์แล้ว ก็ไม่ได้มีความเสี่ยงในการ เป็นมะเร็งปากมดลูกมากเท่าการมีเพศสัมพันธ์กับ ผู้ชายมากหน้าหลายตา ให้ฝ่ายชายสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งในเวลาร่วมรัก จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ไม่มากก็น้อย หรืออย่างน้อยถ้าฝ่ายชายไม่ได้ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะของเขา ก็จัดการให้เขาชำระล้างทำความสะอาด เอาคราบไคลที่หมักหมมใต้หนังหุ้มปลายออกไปเท่านี้ โอกาสการเป็นมะเร็งปากมดลูกก็ลดลงไปอีกแล้ว .....อย่างไรก็ตาม อยากจะฝากข้อคิดไว้เพียงว่าคุณภาพย่อมสำคัญกว่าปริมาณเสมอ แต่ถ้ามีทั้งปริมาณและคุณภาพร่วมกันแล้วก็คงจะต้องบอกว่าอิจฉาจริง ๆ เขาว่าการมี "เซ็กส์" บ่อยๆ ทำให้ได้ลูกสาวนะ .....มีทฤษฎีที่เชื่อกันมานานแล้วว่า ตัวอสุจิ X ที่ทำให้ได้บุตรสาวนั้นจะทนกรด และมีอายุยืนยาวกว่าตัวอสุจิ Y ที่ทำให้ได้บุตรชาย จึงมีการเสนอทฤษฎีของการมีเซ็กส์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการจะได้บุตรตามเพศที่ต้องการ กล่าวคือ ถ้าอยากได้ลูกชายต้องดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ไว้ตั้งแต่ประจำเดือนหมด และรอวันมีเซ็กส์ได้เพียงวันเดียวคือ วันที่มีการตกไข่ เพราะในวันนั้นปากมดลูกจะเป็นด่าง และตัวอสุจิเพศชายที่ว่ายเร็วกว่า จะสามารถว่ายเข้าไปผสมกับไข่ได้ทันที ส่วนถ้าอยากจะได้ลูกสาวแล้ว ก็ให้มีเพศสัมพันธ์ทุกวันตั้งแต่วันประจำเดือน หมดไปจนถึงวันตกไข่แล้ว หยุดการมีเซ็กส์ด้วยเทคนิคนี้ตัวอสุจิที่อดทน และอายุยืนที่รออยู่ก็จะเป็นตัวอสุจิเพศหญิง .....เพราะฉะนั้น ทฤษฎีของการมีเซ็กส์บ่อยๆ ก็อาจจะได้ประโยชน์ในกรณีที่อยากได้บุตรสาว และเป็นข่าวลือมานานแล้ว ขอบอกว่าเป็นข่าวลือที่มีโอกาสเป็นจริงไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นะ อย่างมากก็ไม่เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ลองดูก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร นอกจากเสียเรี่ยวแรงไปบ้างเพียงเล็กน้อย และยังอาจจะมีความสุขสมแถมด้วยก็ได้ใครจะรู้ เขาว่าการมี "เซ็กส์" ครั้งแรกจะต้องมีเลือดออกและเจ็บมาก .....เป็นคำถามคาใจของสาวๆ ทุกวันที่จะมีเรื่องอย่างว่าประสารัก เพราะมักจะโดนขู่ทั้งจากผู้มีประสบการณ์แล้ว หรือจากผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลาย ที่แทนที่จะให้กำลังใจ และชี้แนะวิธีการที่ถูกที่ควรกลับกลายเป็นว่าใช้คำขู่ ด้วยความหวังดีแต่กลายเป็นความหวังดีที่ประสงค์ร้ายโดยไม่ได้ตั้งใจ .....เดี๋ยวนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป การออกกายบริหาร การออกกำลังกายของเด็กๆ และสาววัยรุ่นสมัยนี้นั้นแทบจะทำให้เยื่อพรหมจารีที่เป็นเยื่อบางๆ ปิดปากช่องคลอดอยู่นั้น ขาดไปเกือบหมดแล้ว อย่างมากก็เหลือขอบของเยื่อพรหมจารีไว้ดูต่างหน้าเท่านั้น โอกาสที่จะมีเลือดออก เพราะการมีเซ็กส์ครั้งแรกนั้นมีน้อย อย่างมาก็มีออกนิดหน่อย เวลาขอบเยื่อพรหมจารีขาดไป จากการเสียดสีของการร่วมรักและความเจ็บปวดจากการ มีเซ็กส์ครั้งแรกก็หลีกเลี่ยงได้!! .....ต้องมีความรู้ก่อนว่าช่องคลอดของผู้หญิงนั้น ถ้าแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน ส่วนแรกหรือส่วนที่ติดกับปากประตูทางเข้า ส่วนสงวนจะห่อหุ้มด้วยกล้ามเนื้อ โดยรอบ กล้ามเนื้อดังกล่าวนี้ควบคุมโดยจิตใจ ดังนั้นถ้าคุณผู้หญิงไม่กลัวจนเกร็งแล้ว กล้ามเนื้อดังกล่าวก็จะไม่หดรัดตัวให้เกิดการเจ็บปวด เวลาที่ส่วนนั้นของเขาผ่านเข้าไปภายในส่วนสงวน และยิ่งถ้ารู้จักการเบ่งออกมาเบาๆ จะกลายเป็นว่า ทำให้กล้ามเนื้อรอบปากช่องคลอดคลายตัวออก ทำให้การผ่านเข้าไปสัมผัสรักของเขาทำได้สะดวกและราบรื่นขึ้น แล้วจะเจ็บปวดหรือมีเลือดออกได้อย่างไร...!! อยากถามจริงๆ ว่าการคุมกำเนิดนั้นทำไมผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายคุมเสมอๆ .....นั่นเป็นปัญหาที่ผู้หญิงอยากถามผู้ชายของเธอแต่ไม่กล้าถาม เพราะเกรงใจเขาบ้าง กลัวว่าเขาจะไม่พอใจบ้าง และอะไรต่อมิอะไร ที่บ่งบอกว่าเป็นเพราะผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ค่อยยอมเป็นคนคุมกำเนิด และผลักภาระนี้ไปให้ผู้หญิงของเขาแทนที่จะรับผิดชอบร่วมกัน .....ความจริงแล้ว การ "คุมกำเนิด" โดยใช้ฝ่ายชายสวมถุงยางอนามัยจะสะอาด และปลอดภัย แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าการคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นๆ ก็ตาม .....แต่ถ้าเขาไม่ยอมแล้วควรจะคุมกำเนิดโดย ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดเม็ดรวมที่มี ปริมาณไขมันฮอร์โมนต่ำ ทำให้อาการข้างเคียงต่างๆ ลดลง และสามารถจะใช้ได้นานด้วยความปลอดภัย  เพราะถ้าผู้หญิงไม่ยอมคุมแล้ว ก็จะเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นในขณะที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตร หรือไม่ก็มีบุตรติดต่อกันจนร่างกายทรุดโทรม...!! ทั้งหมดนั้นน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องอย่างว่า..."ที่ผู้หญิงอยากถาม" ขอบคุณบทความดีๆ จากนิตยสาร ผู้หญิงวันนี้ .

ซาบีน่า จัดแฟชั่นโชว์สุดเซ็กซี่ เปิดตัว Beauty Plus by Sabina
ชุดชั้นใน /  ซาบีน่า / 

ซาบีน่า จัดแฟชั่นโชว์สุดเซ็กซี่ เปิดตัว Beauty Plus by Sabina ชุดชั้นในที่รู้ใจสาวอกใหญ่มากที่สุด เพื่อสาวคัพสวย..สวยยิ่งขึ้น .....ซาบีน่า เปิดตัว “บิวตี้ พลัส บาย ซาบีน่า- Beauty Plus by Sabina” ชุดชั้นในที่รู้ใจสาวอกใหญ่มากที่สุด   เพื่อสาวคัพสวย...สวยยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์เฉพาะตัว 3 แบบ 3 สไตล์ ที่รองรับครบทุกความต้องการของสาวอกใหญ่ ให้สาวคัพอึ๋มพร้อมอวดอกอิ่มรับหุ่นสวยได้ในทุกชุดทุกโอกาส โดยในงานได้รับเกียรติจากสาวคัพสวยคนดังอย่างเอมมี่ มรกต กิตติสาระ และไก่ มีสุข แจ้งมีสุข มาร่วมเสวนาพูดคุยเผยประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับปัญหาหนักอกของสาวคัพอึ๋ม แนะเคล็ดลับการดูแลหน้าอกสำหรับสาวเต้าทรงใหญ่ ตลอดจนเผยเทคนิคการแต่งกายให้เหมาะกับสาวอกใหญ่ เพื่อปรับบุคลิกภาพให้ดูดีและมั่นใจได้มากยิ่งขึ้นจากเทรนด์แอนด์แฟชั่นกูรูคนดังอย่างม้า อรนภา กฤษฎี ก่อนปิดท้ายด้วยแฟชั่นโชว์ชุดชั้นในจากเหล่านางแบบคัพสวย นำโดย เอมมี่ มรกต กิตติสาระที่จะมาโชว์ความเซ็กซี่ที่สุดแห่งปีจากชุดชั้นใน Beauty Plus by Sabina ณ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางกะปิ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา .....บรา 3 แบบ 3 ฟังก์ชั่นของบิวตี้ พลัส บาย ซาบีน่า (Beauty Plus by Sabina) ประกอบด้วย แบบที่หนึ่ง Be Soft บรามหัศจรรย์ยืดหยุ่นได้ทุกทิศทาง เพราะฟองน้ำที่นุ่มเนียนบางเป็นพิเศษ เวลาสวมใส่จึงแนบสนิทเรียบเนียนไปกับเต้าทรง ให้สัมผัสนุ่มสบายรู้สึกเป็นธรรมชาติยามสวมใส่ แบบที่สอง Be Basic บราโอบกระชับเต้าทรงให้อกสวยสวยได้รูป ด้วยเทคนิคพิเศษในการตัดเย็บเพิ่ม Support Sheet หรือแผ่นกระชับเต้าทรงที่ซ่อนอยู่ภายใน ช่วยยกกระชับเก็บเนื้อด้านข้างให้คัพสวยของคุณดูสวยยิ่งขึ้น และแบบที่สาม Be Secret บราดีไซน์สวยไม่เสริมฟองน้ำ ตกแต่งด้วยลูกไม้หลายหลายลวดหลาย ให้สาวๆ ดูเซ็กซี่เย้ายวนใจ .....เอมมี่-มรกต กิตติสาระ ดารานางแบบสุดเซ็กซี่เจ้าของอกคัพสวย กล่าวว่า สมัยนี้ อกอิ่มสวยเป็นที่ต้องการของสาวๆ ทุกคน แต่สำหรับคนที่มีคัพทรงขนาดใหญ่และเนื้ออกค่อนข้างมากนั้น ก็ต้องเผชิญกับปัญหาหนักอกหลายด้านเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการมีหน้าอกหย่อนคล้อยและหย่อนยานก่อนวัย เพราะขนาดหน้าอกที่ใหญ่ทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกต้องแบกรับน้ำหนักมากกว่าสาวอกเล็ก จึงทำให้หย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงเร็วกว่า หรือปัญหาปวดหลัง  ปวดไหล่ เพราะการสวมใส่บราที่ไม่เหมาะสมหรือรองรับกับสรีระอาจทำให้ช่วงไหล่และหลังของสาวๆ ต้องแบกรับน้ำหนักมากไปทำให้กระดูกสันหลังต้องทำงานหนัก นอกจากนี้ ขนาดของหน้าอกที่ใหญ่เกินไปยังทำให้บางครั้งหาเสื้อผ้าใส่ได้ยาก หรือสวมใส่เสื้อผ้าบางชุดแล้วขาดความมั่นใจได้ ซึ่งเอมมี่คิดว่า สิ่งที่จะช่วยให้เราเรียกความมั่นใจคืนกลับมาได้ ก็คือชุดชั้นในที่รู้ใจสาวคัพใหญ่ อย่าง Beauty Plus By Sabina ค่ะ .....ด้านพิธีกรสาวคนเก่ง ไก่-มีสุข แจ้งมีสุข กล่าวว่า สาวคัพสวยที่เต็มไปด้วยเนินเนื้อหน้าอกนั้นจำเป็นต้องใส่ใจดูแลหน้าอกของตนเองมากกว่าสาวคัพเล็ก ด้วยเคล็ดลับการดูแลหน้าอกและเต้าทรง เพื่อบุคลิกภาพและทรวดทรงที่ดี    ไม่ว่าจะเป็น การเลือกบราที่ถูกไซส์และสวมใส่บราอย่างถูกวิธี การออกกำลังกายบริหารหน้าอกในท่ากระชับหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อหน้าอกแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังควรใส่สปอร์ตบราทุกครั้งที่ต้องการออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงอาหารประเภทโปรตีน หรือไขมันสูงๆ ที่สำคัญ สาวคัพใหญ่ต้องไม่ลืมหมั่นตรวจเต้านมเป็นประจำ  เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมได้ .....ม้า อรนภา กฤษฎี เทรนด์แอนด์แฟชั่นกูรู เผยว่า สาวอกใหญ่นั้นต้องรู้จักเรียนรู้เทคนิคการแต่งกายให้เหมาะกับสรีระของตนเอง เพื่อเสริมจุดเด่น กลบจุดด้อย ปรับบุคลิกภาพให้ดูดีและมั่นใจได้มากยิ่งขึ้นในแต่ละโอกาส ซึ่งเริ่มได้ตั้งแต่การเลือกบราที่รองรับสรีระสาวอกใหญ่โดยเฉพาะ เช่นในวันทำงานสำหรับสาวออฟฟิศ หรือสำหรับทุกชุดในทุกวันที่ต้องการความกระชับมั่นใจทุกการเคลื่อนไหว สาวอกใหญ่ควรเลือกสวมใส่บราโอบกระชับเต้าทรง เพื่อให้อกสวย สวยอย่างมั่นใจได้ตลอดวัน ส่วนในวันที่ต้องการโชว์อกสวยอย่างเป็นธรรมชาติในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ลุคสบายๆ สาวคัพอึ๋มก็ควรเลือกเฟ้นบราเนียนเรียบ นุ่มเป็นพิเศษ ยืดหยุ่นทุกทิศทาง มาสวมใส่ เพราะไม่เพียงจะให้ความสบายดูเป็นธรรมชาติตลอดวัน สาวๆ ยังสวยมั่นใจได้ว่าบราของคุณจะแนบสนิทไปกับเต้าทรง ไม่เห็นรอยต่อของชุดชั้นในกับเนินอกยามสวมใส่ชุดที่เข้ารูป สุดท้ายสำหรับวันแห่งโอกาสพิเศษสาวๆ อกใหญ่อาจเลือกเพิ่มเสน่ห์และระดับความ  เซ็กซี่ภายใต้ชุดสวยในทุกๆ สไตล์แฟชั่น ด้วยการเลือกสวมบราลูกไม้ไม่เสริมฟองน้ำ เพื่อให้หน้าอกดูสวยยิ่งขึ้น

10 วิธี ดูใจ ก่อนเป็นแฟน
คู่รัก /  ดูใจ / 

10 วิธีดูใจก่อนเป็นแฟน ความฝันและความปรารถนาของว่าที่แฟนเป็นอย่างไร แล้วที่เจอแล้วน่ะนิสัยตรงสเปกไหม? . . ...   1.ถ้าชายใดอยากได้แฟนเป็นแม่บ้านแม่เรือน และเป็นฝ่ายรับเหมางานบ้านไปรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว หนุ่มๆ ก็ควรสังเกตเอาก็ได้ ว่าสาวที่เขาคบหาอยู่ เธอชอบงานบริการสมาชิกในครอบครัวเป็นชีวิตจิตใจรึเปล่า ไม่ใช่รักที่จะเป็นเวิร์กกิ้ง วูแมน ตลอดเวลา ก็คงอุทิศชีวิตให้กับอาชีพการงานมากกว่าตรงข้าม หากคุณเป็นหญิงที่ปรารถนาคู่ครองเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง แต่ไอ้ที่มีอยู่ดูแล้วไม่ค่อยอยากรับผิดชอบอะไร เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรับผิดชอบไม่ได้ เช่น เสื้อผ้าใส่แล้วก็ทิ้งกองไว้เป็นเดือน หรือจานชาม กินแล้วก็ทิ้งไว้จนแมลงสาบแทะล่ะก็ จะยอมเสี่ยงเลือกคนนี้ เป็นแฟนไหมล่ะ . ...   2. ให้ความสำคัญกับวันสำคัญของเราไหม เช่น ครบรอบวันที่สารภาพรักครั้งแรก, วันคล้ายวันเกิด, จูบครั้งแรก หรือวันออกเดทแรก เหล่านี้ถือเป็นวันสำคัญยิ่งสำหรับผู้หญิง และเธอก็คาดหวังว่าแฟนก็ควรจำได้ด้วย แม้จำได้ไม่หมดแต่จำได้ บ้างก็ยังดี เพราะงี้ถ้าคุณเป็นฝ่าย "ไม่เอาไหน" ในเรื่องความจำ แต่ดันไปรักไปชอบกับคนจำแม่น จำเก่งล่ะก็ ถ้ายังไปกันรอดก็เชื่อเค้าเลย แต่ถ้ารีบปรับตัวก็ยังพอทำเนา . ...   3. สุขภาพเป็นอย่างไร คนที่คุณชอบพออยู่นั้น มีปัญหาสุขภาพด้านใดอยู่หรือเปล่า ? เช่น เป็นมะเร็ง, เป็นลูคิเมีย หรือเป็น เอดส์ไหม ถ้ารู้ล่วงหน้าจะได้หาทางช่วยเหลือได้ทัน แต่หากเป็นเอดส์นี่ก็น่าคิดนะว่ายังควรจะเอามาทำแฟนอีกเหรอ อย่าว่าแต่เอดส์เลย ที่ควรระวัง เพราะแม้แต่โรคซิฟิลิส หรือโรคทางเพศสัมพันธ์ก็ควรถอนตัวไปซะเถอะ แต่ถ้าไม่สบายอย่างอื่น เช่น เจ็บคอเป็นหวัดอะไรเงียะ ควรประคบประหงมดูแลต่อไป คนเราลองจะเป็นคู่ทุกข์คู่ยากของกันและกันก็ควรเอาใจใส่หน่อย . ...   4. ประวัติครอบครัวเป็นไงบ้าง คนที่คุณชอบพอนั้น เค้ามีความรักความผูกพันหรือขัดแย้งกับใครเป็นพิเศษ ในครอบครัวหรือเปล่า? สมาชิกในครอบครัวของเค้าลงรอย กันไหม? ถ้าไปเจอคนที่สมาชิกในครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกันดี ก็น่าจะส่อเค้าที่ดีว่า เค้าน่าจะเป็นคนรักครอบ-ครัว และให้ความสำคัญของครอบครัวนะ ว่าแต่ต้องตรองดูเหมือนกันนะว่า ครอบครัวไหนที่เค้ารักมากกว่ากัน เอ๊ะ จะเป็นครอบครัวเดิม หรือครอบครัวใหม่ที่คุณทั้งคู่กำลังจะเริ่มต้นด้วยกัน . ...   5. ความเลื่อมใสและศรัทธา พอจะไปกันได้ไหม เชื่อไหมว่า แม้คนที่มีความแตกต่างกันสุดขั้ว แต่ถ้าเปิดใจกว้างและมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน คู่รักคู่นั้น ก็สามารถครองรักกันได้ตลอดรอดฝั่งแน่นอน เหตุนี้ ถ้ายังมีอะไรที่เข้าใจไม่ตรงกัน ก็ควรคุยกันก่อนจะได้ไม่เสียใจทีหลัง . ...   6. ชอบและไม่ชอบอะไรบ้างสถานที่ท่องเที่ยวแบบไหนที่คนที่คุณแอบรักชอบบ้างน้า? จะได้ดอดไปเที่ยวกันสองต่อสองไง หรืออาหารจานเด็ดประเภทใดที่เราชอบเหมือนๆกัน จะได้ หิ้วกันไปดื่ม ดริงก์ เจี๊ยะจ๊าบกันให้อร่อยเหาะสักที ถ้าชอบอะไรคล้ายกันมันก็ดีไปอย่าง เพราะจะได้ไปไหนมาไหนหรือมีกิจกรรมร่วมกันดีออกแต่ถ้ามีที่ชอบไม่เหมือนกัน ก็อย่าได้ถอดใจตีจากกันไปซะก่อน เพราะบางทีการเรียนรู้ในสิ่งที่ชอบต่างกันอาจส่งผลดีกว่าในแง่ที่จะได้เปิดโลกทัศน์ ใหม่ๆก็ได้นะ . ...   7. งานอดิเรกชอบทำอะไร เค้าชอบทำอะไรยามว่างบ้างล่ะ ดูหนังฟังเพลง หรือชอบไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะ แล้วช็อปปิ้งไปด้วย หรือนิยมไปออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายที่โรงยิมหรือฟิตเนส บางคนชอบไปเล่นตีแบด หรือหวดลูกสักหลาดก็ขึ้นอยู่กับความถนัด งานอดิเรกเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยบอกให้รู้ได้ว่า คุณกับเค้าจะไปกันได้ไหม? . ...   8. ความต้องการทางร่างกาย เค้ามีแรงขับทางเพศแบบนักรักบันลือโลก หรือแบบขันทีที่ไม่ค่อยอยากร่วมรัก (แต่เอ บางคนอาจมีอารมณ์เยอะ ทว่า ไม่ค่อยได้ออกกายบริหารก็ได้นะ) กันแน่? ซึ่งแรงสิเน่หาอยากร่วมรักนี่แหละเป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาชั่งใจกันให้ถี่ถ้วน เพราะถ้าเค้าเซ็กซ์จัดเหลือเกิน วันๆเอาแต่คิดถึงเรื่องหลีสาว แถมยังสะสมวีซีดีเอ็กซ์ไว้เพียบ ตรงข้าม คุณกลับเฉยๆชาๆกับความต้องการในด้านนี้ ขืนจับคู่กันระวังจะเกิดความ ไม่สมดุลทางเพศได้นะ หรือถ้าคุณเป็นจอมหื่น แต่เค้าไม่ชีกอแถมยังไม่ปึ๋งปั๋งปรู๊ดปร๊าด ก็ยากที่จะไปกันได้ดี เฮ้อ! มีรักทั้งทีก็กลับมีเรื่องเซ็กซ์มาขวางซะได้ . ...   9. การวางแผนครอบครัวก่อนไหม เอ๊ะ ถ้าร่วมหัวจมท้ายกันไป เราจะรีบมีลูกหรือชะลอไว้ก่อน เมื่อไหร่ที่พร้อมในด้านทรัพย์สมบัติค่อยเลิกคุมกำเนิดก็ได้นี่ ของพรรค์นี้ถ้าคุยกันอย่างเปิดใจก่อนก็น่าจะดี ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวคงได้ทะเลาะกันจนต้องเลิกราไปตามกรรมใครกรรมมันหรอก . ...   10. การสมรส ถึงเวลาหรือยังที่ควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาซะที แล้วคนที่คุณคบอยู่ตอนนี้เค้าเป็นคนที่ใช่แน่แล้วเหรอ? คุณมองเค้าแล้วเห็นอนาคตร่วมกันหรือเปล่า? ไม่ใช่ มองเห็นแต่ความว่างเปล่า หรือเต็มไปด้วยความไม่ พร้อมของทั้งคู่ ทั้งสองพร้อมจะรักและให้อภัยในความถูกมั่งผิดมั่งของกันและกันจริงนะ ถ้าในเมื่อยังมีสิทธิ์ที่จะเลือกได้อยู่ ก็ขอให้เลือกด้วยหัวใจและใช้สมองติ๊ดนึง ขืนเบื่อกันทีหลังล่ะ .

ลดน้ำหนักหลังคลอดอย่างไรให้ได้ผลเร็ว
คุณแม่หลังคลอด /  ลดน้ำหนัก / 

ลดน้ำหนักหลังคลอดอย่างไรให้ได้ผลเร็ว หลังคลอดลูกแล้วโดยทั่วไป คุณแม่จะยังมีรูปร่างเหมือนตอนตั้งครรภ์ 6 เดือน ทำให้คุณแม่หลายคนผิดหวัง ท้อแท้ ที่จะลดน้ำหนักให้กลับมามีรูปร่างดีตามเดิม แต่ความจริงแล้วคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูกมานั้นสามารถกระชับหุ่น ลดน้ำหนัก ให้กลับมามีรูปร่างดีดั่งเดิมได้ โดยควรเริ่มบริหารร่างกายทันทีหลังคลอดลูกครบ 24 ชม. ด้วยเทคนิคที่เราบอกนี้จะสามารถทำให้คุณแม่กลับมามีหุ่นเพรียวสวยได้ภายใน 3 เดือนค่ะ การลดน้ำหนักด้วยท่าบริหารนั้น ควรเริ่มจากท่าง่ายๆ ไปสู่ท่าที่ยากขึ้น หนักขึ้น เมื่อลองปฏิบัติครบ 2 เดือนจะเห็นผลบางอย่าง บางคนอาจจะยังไม่ได้กลับมาผอมเหมือนตอนยังไม่ตั้งครรภ์ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงมากพอที่จะช่วยให้มีกำลังใจที่จะลดน้ำหนักต่อไปได้ ข้อแนะนำในการบริหารร่างกายเพื่อลดน้ำหนักหลังคลอด 1.ควรเริ่มจากท่าง่ายๆ เพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกายก่อนทุกครั้ง 2.เน้นการฝึกกายบริหารแบบสั้นๆ ใช้เวลาน้อยๆ แต่เน้นทำบ่อยๆ ดีกว่าท่าที่ต้องใช้เวลานาน 3.ทำกายบริหารช้าๆ ไม่ควรหักโหมในเวลาเดียว แต่ควรทำอย่างสม่ำเสมอทุกวันจะได้ประโยชน์มากกว่า 4.ให้เวลาพักระหว่างการบริหารแต่ละท่า เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายบ้าง 5.ให้หยุดพักทันที่ถ้ารู้สึกเหนื่อย บางครั้งอาจจะรู้สึกเหนื่อยง่าย 2 - 3 วันติดต่อกัน แสดงว่าร่างกายยังไม่พร้อม 6.อย่าปล่อยให้การเลี้ยงลูกมาขัดขวางการริหารร่างกาย ควรแบ่งเวลาให้เหมาะสม ท่าออกกำลังกายสำหรับคุณแม่หลังคลอด (หลังคลอด 24 ชั่วโมง) 1.ให้ใช้ท่าออกกำลังกายเหมือนตอนที่ตั้งครรภ์ ซึ่งคุณแม่สามารถออกกำลังกาย บริหารรูปร่างได้ทันทีหลังคลอด หรือจะนั่งนิ่งๆ บนเตียง การขมิบช่องคลอดสม่ำเสมอจะช่วยให้กล้ามเนื้อสามารถทำงานได้ดี กระชับตัวมากขึ้น 2.เน้นที่การหายใจและควบคุมการหายใจด้วยกล้ามเนื้อกระบังลม เริ่มโดยนั่งหรือนอนแล้วใช้มือวางบนหน้าท้อง สูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ จนรู้สึกท้องป่องขึ้น แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ จนกล้ามเนื้อหน้าท้องแฟบลง ท่าออกกำลังกายสำหรับคุณแม่หลังคลอด (ระยะ 3 วันแรกหลังคลอดลูก) 1.ให้นอนหงายและยกศีรษะให้สูงเล็กน้อย ชันเข่าขึ้นมาและวางเท้าห่างเท่าช่วงสะโพก ใช้หมอนหนุนศีรษะและไหล่ วางมือแนบข้างลำตัว แล้วยกศีรษะขึ้นช้าๆ จนสุดแล้วปล่อยลงช้าๆ ทำซ้ำๆ วันละหลายๆ ครั้งทุกวันจนสามารถยกคางจรดอกได้ ท่านี้ใช้ได้ตลอด 3-4 สัปดาห์แรกหลังคลอด 2.อีกท่าคือการบริหารขา เริ่มด้วยการนอนราบเหมือนท่าแรก ชันเข่าทั้ง 2 ข้าง จากนั้นลดขาขวาลงราบกับพื้นและยกกลับมาชันเขา และสลับข้างกันไปมา โดยพยายามให้หลังส่วนล่างติดพื้น ทำสลับทีละข้างซ้ายขวาสลับกันข้างละ 3-4 ครั้ง แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนครั้งจนได้ข้างละ 12 ครั้ง ท่านี้สามารถทำจนครบ 3 สัปดาห์หลังคลอด 3.ท่าบริหารอุ้งเชิงกราน เริ่มด้วยท่านอนเช่นเดิม หายใจเข้าพร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง หายใจออกพร้อมกับคลายกล้ามเนื้อ ทำซ้ำ 3-4 ครั้งต่อวันแล้วเพิ่มจำนวนไปจนได้ 12-24 ครั้ง หลังจากบริหารท่าเหล่านี้ไปได้จนถึง 6 สัปดาห์หลังคลอด และได้รับการตรวจสุขภาพว่าทุกสิ่งกลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว ก็จะสามารถออกกำลังกายได้ทุกชนิดตามที่ต้องการ แต่ไม่ควรหักโหมจนเกินไป และควรจะบริหารกล้ามเนื้อช่องคลอดอยู่เสมอจะช่วยให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานกระชับและป้องกันการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่อีกด้วย นอกจากนี้ยังควรบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องเพื่อช่วยลดอาการปวดหลัง หลอดเลือดขอด ปลายเท้าบวม และอาการตะคริวได้ และยังช่วยให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้นอีกด้วย ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก   Babytrick

4 เทคนิคลด อาการปวด จากการใช้คอมพิวเตอร์
BDD /  ปวดคอ / 

หลังจากใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันมาทั้งวัน หลายคนอาจมี อาการปวด ตึงทั้งคอ บ่า ไหล่จนลามไปถึงศีรษะ เราจึงขอนำวิธีคลายปวดกล้ามเนื้อจากการใช้คอมพิวเตอร์จากหนังสือ ภัยเงียบจากคอมพิวเตอร์ สำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ มาฝาก เพื่อหยุด อาการปวด ก่อนเกร็งถาวรกันค่ะ 1. การนวด ใช้มือตัวเองบีบนวดกล้ามเนื้อที่ปวด จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย เลือดลมเดินสะดวกขึ้น อาการปวด จึงทุเลาลง 2. ประคบด้วยความร้อน เป็นวิธีสุดคลาสสิค แต่ได้ผลค่อนข้างดี เพราะความร้อนจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวสามารถ ส่งเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่ปวดได้ อาการปวด จึงบรรเทาลง 3. เปลี่ยนอิริยาบถ เป็นวิธีที่ดีมาก ควรใช้ป้องกันมากกว่าการรักษา วิธีนี้ช่วยไม่ให้กล้ามเนื้อต้องทำงานจนล้า เพราะเมื่อเปลี่ยนท่าทาง กล้ามเนื้อชุดใหม่จะทำงานแทน กล้ามเนื้อชุดเก่าจะได้พัก การสลับการทำงานของกล้ามเนื้อเช่นนี้ ช่วยให้กล้ามเนื้อไม่อ่อนล้าเร็ว จึงทำงานได้นาน 4. บริหาร โดยเลือกท่ากายบริหารที่เหมาะสม หากทำเป็นประจำจะช่วยสลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้รวดเร็ว ช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และทำให้พลังในร่างกายไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง หากปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ก็จะลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และโรคกระดูก ที่อาจจะเกิดตามมาด้วยค่ะ ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

โรคปวดหลัง ภัยเงียบที่คุณไม่ควรมองข้าม
ปวดหลัง /  โรค

มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ท่านๆ ที่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งในออฟฟิศเป็นเวลานานๆ ระวังโรคปวดหลังถามหานะครับ จริงๆแล้ว โรคปวดหลังสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม โดยเฉพาะ ผู้ที่นั่งนานๆ นั่งหลังโก่ง นั่งบิดๆ หรือ โค้งงอผิดท่า ที่กล่าวมาข้างต้นถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่คุณควรหลีกเลี่ยง มาทำความรู้จัก ประเภทของอาการ "ปวดหลัง"ปวดหลังแบบเฉียบพลัน อาการมักจะไม่เกิน 6 สัปดาห์ แต่ถ้าอาการปวดมากกว่า 12 สัปดาห์ เรียกว่า "ปวดหลังเรื้อรัง" อาการส่วนใหญ่จะรู้สึกปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเฉียบพลันหรือค่อยเป็นทีละน้อย อาการปวดอาจเป็นอยู่ตลอดเวลาหรือปวดเฉพาะในท่าบางท่า การไอ จาม หรือบิดตัว เอี้ยวตัวอาจทำให้รู้สึกปวด มากขึ้น โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะแข็งแรงดีและไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆร่วมด้วย การรักษาโรคปวดหลังจำเป็นต้องสังเกตว่ามีสาเหตุจากอะไร ถ้าหากเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเราเองก็ควรแก้ไขเสีย หากมีอาการปวดมาก ให้นอนหงายบนพื้น แล้วใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้เข่างอเป็นมุมฉาก สักครู่หนึ่งก็อาจทุเลาได้ หรือจะใช้ยาหม่อง หรือน้ำมันระกำ ทานวด หรือใช้น้ำอุ่นประคบก็ได้ อาจใช้ควบคู่กับการทานยาแก้ปวด ครั้งละ 1-2 เม็ด ถ้าปวดมากแล้วทานยาแก้ปวดก็ยังไม่หาย อาจใช้ยาคลายกล้ามเนื้อครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำได้ทุก 6 -8 ชั่วโมง และหมั่นฝึกกายบริหารให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง ถ้าเป็นเรื้อรัง หรือมีอาการชาที่ขา หรือขาไม่มีแรง อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ควรแนะนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ ซึ่งอาจต้องเอกซเรย์หลัง หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ การป้องกันทำได้โดยการออกกำลังกายให้แข็งแรงอยู่เสมอโดยเฉพาะกล้ามเนื้อหลัง เพราะหากเราไม่เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง การออกกำลังจะต้องค่อยสร้างความแข็งแรงทั้งกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลัง และจะต้องให้ข้อมีการเคลื่อนไหวได้ดี ไม่มีข้อติด แล้วเราจะป้องกัน อาการ "ปวดหลัง" ได้อย่างไรการออกกำลังอาจจะทำได้โดยการเดิน การขี่จักรยาน การว่ายน้ำ จะทำให้หลังแข็งแรง ส่วนการนั่งทำคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ดควรอยู่เหนือระดับเอวหรืออยู่เหนือตักเล็กน้อยจอคอมพิวเตอร์ควรตั้งอยู่ระดับหน้า เหมือนที่ตั้งโน้ตนักดนตรีและอยู่สูงพอดีระดับสายตา จะได้มองตรงๆ ได้ การนั่งทำงานทั่วๆ ไป เช่น การนั่งอ่านและเขียนหนังสือนั้น ควรนั่งตัวตรง หลังพิงแบบสนิท อย่านั่งก้มตัวมาก โต๊ะทำงานไม่อยู่ห่างมากเกินไป จะได้ไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อหลัง นอกจากนี้ การเปลี่ยนอิริยาบทเมื่อรู้สึกเมื่อยขณะทำงาน จะช่วยคลายกล้ามเนื้อได้ พยายามเปลี่ยนท่านั่ง หรือลุกเดินเพื่อผ่อนคลายทุก 30 นาที ก็จะทำให้ผ่อนคลายการปวดหลังได้ อุปกรณ์การทำงานก็เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันโรคปวดหลังเช่นกัน โดยควรจะเลือกเก้าอี้ที่หมุนได้เพื่อป้องกันการบิดของเอว มีที่พักของแขนขณะที่นั่งพัก ควรจะมีหมอนเล็กๆ รองบริเวณเอว การนั่ง ที่ถูกต้อง ต้องนั่งให้หลังตรง หลังพิงพนักเก้าอี้ เก้าอี้ต้องไม่สูงเกินไป ระดับเข่าควรจะอยู่สูงกว่าระดับสะโพก อาจจะหาเก้าอี้เล็กรองเท้าเวลานั่ง สำหรับใครที่มีอาการปวดหลังอยู่บ่อยๆ ลองกายบริหารเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณหลังด้วยการนั่งบนเตียง ขาข้างหนึ่งเหยียดตรง ขาอีกข้างวางบนที่พักขา เหยียดแขน 2 ข้างตรง วางบนขาข้างที่เหยียดตรง หายใจเข้าลึกๆ และค่อยๆ ก้มศีรษะ ลำตัว และหลัง เลื่อนแขนไปให้สุดเท่าที่จะทำได้ หายออกช้าๆ แล้วกลับไปอยู่ในท่าเดิม ทำซ้ำ 10 - 15 ครั้งข้อคิดดีๆ สำหรับ มนุษย์เงินเดือน ทั้งหลายที่อยากจะห่างไกลจากอาการ "ปวดหลัง"สำหรับมนุษย์เงินเดือน อย่าง เราๆ ท่านๆ หากอยากทำงานให้มีประสิทธิภาพ นอกจากตั้งใจทำงานแล้ว ยังจำเป็นต้องรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะโรคปวดหลังที่ถึงแม้จะดูเหมือนเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงอะไร เมื่อเปรียบเทียบกับโรคอื่นๆ แต่ก็สร้างความทรมาน ความรำคาญ และเป็นอุปสรรคต่อการทำงานเช่นกัน และเมื่อจำเป็นต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่งทำงานเสียใหม่ ลองทำท่ากายบริหาร หรือ เดินยืดเส้นยืดสายเมื่อรู้สึกตึงที่บริเวณหลัง ใครที่ทานข้าวเที่ยงบนออฟฟิศเป็นประจำ ก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศลงไปทานข้างล่างบ้างก็ดี ถ้าหากว่าเรายังต้องใช้ร่างกายในการทำงานแล้วล่ะก็...อย่าลืมรักษาร่างกายนี้ไว้ให้ทำงานได้นานๆ จะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสุขกับการทำงานอีกด้วย รู้แบบนี้แล้ว ถึงเวลาที่เราควรจะป้องกัน อาการปวดหลัง อย่างจริงๆ จัง กันได้แล้วล่ะครับ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกๆท่านครับ ด้วยความปรารถนาดีจาก Men.Mthai

นึกว่าจะเครียด ปาเกียวซ้อมชิวๆอำอยากขึ้นชกกับกับถิรชัย
"เจ้าขาว" ถิรชัย กระทิงแดงยิม /  "แพ็คแมน" แมนนี่ ปาเกียว / 

ความเคลื่อนไหวของ “เจ้าขาว” ถิรชัย กระทิงแดงยิม เจ้าของแชมป์มวยโลกพาบา รุ่นเวลเตอร์เวท ที่ได้รับเลือกให้ไปเป็นคู่ลงนวม แมนนี ปาเกียว ยอดมวยโลกแดนตากาล็อก ที่เมืองเจเนอรัลซานโตส ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีกำหนดลงนวมมื้อแรก 12 พ.ย.นี้  ก่อน “แพ็คแมน” จะมีโปรแกรมจะขึ้นชิงแชมป์ “ว่าง” องค์กรมวยโลก อินเตอร์ รุ่นเวลเตอร์เวต กับ แบรนดอน ริออส ที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊า ในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.นี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา “เสี่ยเอี๊ยง” ทวีสิน เหล่าสุวรรณวัฒน์ ฝ่ายต่างประเทศ แกแล็คซี่ โปรโมชั่น ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะในการเดินทางไปเป็นคู่ซ้อม "แพ็ตแมน" ในครั้งนี้ ได้รายงานมาว่า ทางทีมงานปาเกียว ได้นัดถิรชัย ให้ไปวิ่งซ้อมด้วนกันตอนตี 5 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งทางถิรชัยได้ไปถึงสนามกีฬาประจำเมืองในเวลาตี5 ครึ่ง เพื่อรอปาเกียวจะมาวิ่งในช่วง6โมง เมื่อ "ปาเกียว" เดินทางมาถึงประมาณ 6 โมงเช้า พร้อมทีมงานอีกกว่า20ชีวิต เพื่อนสนิทของปาเกียวได้เดินมาบอกกับ "เจ้าขาว" ว่า "ไม่ต้องตื่นเต้น เวลาปาเกียวทำอะไรให้ทำเลียนแบบเลย ปาเกียวเค้าชอบ" พอได้ยินก็ทำให้ทีมงานสบายใจ เพราะตอนแรกก็กลัวๆว่าถิรชัยจะไปวิ่งแข่ง ก็เกรงว่าปาเกียวจะรำคาญ อย่างไรก็ตามจนท้ายที่สุดแล้ว เจ้าขาว ถิรชัย สามารถอยู่ได้จนจบการซ้อมในรอบเช้า ทั้งการวิ่ง การเล่นสเต็ป กายบริหาร ทั้งหมดใช้เวลา2ชั่วโมงแบบไม่มีหยุดพัก ทำเอาปาเกียวพอใจ และเอ่ยปากว่าชอบถิรชัยเอามาก ๆ อีกทั้งปาเกียวยังถอดเสื้อแล้วโบกมือเรียกถิรชัยให้มาถ่ายรูปด้วย พร้อมกับหยอกล้อเล่นๆว่า นี่คือคู่ชกคนต่อไปของเค้า แต่เท่านั้นยังไม่พอ ปาเกียว ยังยกมือไหว้แล้วพูด "ขอบคุณคับ สวัสดีคับ" แล้วร้องเพลงชาติไทยให้ฟังอีกด้วย ทำเอาทีมงานทุกคนยิ้มหัวเราะกันอย่างผ่อนคลาย ทั้งนี้ทางถิรชัยจะมีโปรแกรมลงนวมกับปาเกียวในวันพรุ่งนี้ 12 พ.ย. โดยจะขึ้นยกกันเพียง2 ยกเท่านั้น และเจ้าขาวจะอยู่ซ้อมกับแพคแมนไปจนถึงวันที่ 16 พ.ย.นี้ ก่อนจะมีคิวป้องกันแชมป์พาบารุ่นเวลเตอร์เวต พบกับ "คานัท คาลเทน บาเยฟ" รองแชมป์จากคาซัคสถาน ในศึกยอดมวยโลกกระทิงแดง-เมืองละโว้ ต้านภัยยาเสพติด ที่สนามมวยชั่วคราววิทยาลัยเทคโนโลยีละโว้ อ.เมือง จ.ลพบุรี ในวันอังคารที่ 26 พ.ย.นี้ ขณะที่ในช่วงเย็นหลังการซ้อมแมนนี่ เดินเข้ามาบอกว่าชอบถิรชัย ให้อยู่นานๆแล้วจะช่วยกันสอนให้ จากนั้นผู้ช่วยเค้าเดินมาบอกว่าไฟท์หน้าน่าจะมีโอกาสสูงที่เอาถิรชัย จะได้ต่อยร่วมรายการแมนนี่ อนึ่ง คู่ลงนวมปาเกียวขณะนี้ มีอยู่3คน ได้แก่ แดน นาซาริโน่,นักมวยจากไอซ์แลนด์ และ ซูชิหมิง (จีน)

ผลวิจัยเผย หนุ่มๆ ดูหนังโป๊ก่อนออกกำลังกาย เพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น
หนังโป๊

ผลวิจัยเผย หนุ่มๆดูหนังโป๊ก่อนออกกำลังกาย เพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น Mthainews: เว็บไซต์เดลี่เมล์รายงานว่า ผลการศึกษาวิจัยเผยว่า ชายหนุ่มที่ต้องการยกเวท เล่นกล้ามได้ดี มีประสิทธิภาพ ในช่วงหลังจากที่ดูหนังอีโรติค หรือหนังโป๊กระตุ้นทางเพศ ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ดิสโคเวอร์ แมกกาซีน(Discover Magazine) ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองด้วยการเปิดคลิปวีดิโอที่แตกต่างๆกัน ความยาว 4 นาที ทั้งโศกเศร้า ตลก ต่อสู้ และกระตุ้นทางเพศ ให้กับนักกีฬาหลายๆคน  จากนั้นศึกษาประสิทธิผลจากการออกกำลังกาย ด้วยการนำน้ำลายมาทดสอบพบว่า ผู้ที่ดูคลิปโป๊ กระตุ้นทางเพศนั้น มีประสิทธิภาพดีกว่า เนื่องจากภาพที่เขาเห็น จะไปกระตุ้นฮอร์โมนเพศ testosterone ให้เกิดการหลั่ง ซึ่งการค้นพบดังกล่าว จะสามารถนำไปพัฒนาฝึกให้กับนักกีฬา ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนการแข่งขันได้ด้วย  ขณะที่ผู้ที่ได้ดูคลิปประเภทเศร้า ตึงเครียด พบว่ามีระดับฮอร์โมนในร่างกายน้อย จวน คาร์ลอส เมดินา ผู้ประสานงานฝ่ายกีฬา ของมหาวิทยาลัยเม็กซิโก บอกว่า ผลการศึกษาเป็นประโยชน์มากทีเดียวสำหรับนักกีฬา เพราะอารมณ์ทางเพศจะขจัดความเมื่อยล้าทางจิตใจ ได้มีการปลดปล่อยทำให้พวกเขาได้รู้สึกสดชื่น มีความเชื่อมั่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อ จะต้องกระทำร่วมกับวิธีที่เหมาะสม บริโภคอาหารที่เพียงพอ และปฏิบัติเป็นประจำ Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com