กายบริหาร

แพทย์เตือน! บริหารต้นคอ ระวังอัมพฤกษ์ นวดกดเส้น อาจตาบอด
นวดกดเส้น /  บริหารต้นคอ / 

25 มี.ค.58 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า แพทย์ด้านสมองได้มีการศึกษาและเฝ้าระวังเรื่องการ บริหารต้นคอ ด้วยการสะบัดคอ หมุนคอ เอียงคอ โดยเฉพาะการบริหารร่างกายด้วยหมุนคอเป็นประจำ เช่น เช้า 30 รอบ เย็น 30 รอบ ถือเป็นท่ากายบริหารที่ร้ายแรง ส่งผลให้เส้นเลือดคู่หลังก้านคอถูกเส้นเอ็น และกระดูกเข้าไปกระแทกจนผิวเส้นเลือดชั้นในฉีกขาด ตีบตันและทำให้เป็นอัมพฤกษ์ ส่วนการทำกายภาพบำบัดด้วยการนวดที่มีการบิดคอ หักคอเพื่อให้กระดูกเข้ารูปนอกจากจะทำให้เส้นเลือดคู่หลังฉีกขาดแล้วยังทำให้เส้นเลือดคู่หน้าที่ทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมองทางด้านหน้าและสมองใหญ่ฉีกขาดด้วย ทั้งยังพบว่าการนวดแผนไทยตามร้าน โดยเฉพาะการกดจุด เปิด ปิดประตูลม บริเวณท้ายทอยนั้น จะปิดการทำงานของเส้นเลือดคู่หลังไม่ให้ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง “สมองส่วนการรับจอภาพนั้น เกิดการมืดลง อาจจะมองไม่เห็น เมื่อปล่อยถึงกลับมาสว่างว๊าบอีกครั้ง ตรงนี้หากคนที่ความผิดปกติของเส้นเลือดอยู่แล้วหรือกดนานเกิดไป อาจจะทำให้เกิดภาวะตาบอดชั่วคราวนาน 2-3 วัน หรือในกรณีที่มีปัญหาเส้นเลือดตีบตันอยู่เดิมอาจจะทำให้เกิดภาวะตาบอดถาวรได้ และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงมานานแล้ว มีรายทั้งในวารสารต่างประเทศ และพบผู้ป่วยลักษณะดังกล่าวในประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากไปนวดอาจจะต้องกำชับหมอนวดให้ละเว้นบริเวณท้ายทอยเอาไว้” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวต่อว่า การบริหารคอที่เหมาะสมโดยไม่เป็นการทำร้ายเส้นเลือดหรือเส้นประสาทคือตั้งคอตรง หน้าตรง ดันศีรษะสู้กับฝ่ามือตัวเอง ทั้ง 4 ทิศ ซ้าย ขวา หน้า หลัง ถือเป็น 1 รอบ ตอนที่ดันคอจะอยู่กับที่ ไม่เคลื่อนที่ไปไหน จึงไม่กระทบกับเส้นเลือดและเส้นประสาท โดยควรทำเช่นนี้วันละประมาณ 20-30 รอบ ทำตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องทำต่อเนื่องก็ได้ กลไกตรงนี้เมื่อดันแล้วจะทำให้กล้ามเนื้อคอแข็งแรง จากนั้นกล้ามเนื้อคอจะจัดกระดูกต่างๆ ให้เข้าที่ แต่ต้องใช้เวลา ทำสม่ำเสมอ การดันคอ 4 ทิศมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการที่ไปดึงคอเพื่อจัดกระดูก ขอบคุณที่มาข่าวจาก http://www.naewna.com

Kokoro Harumiya ดารา AV สอนกายบริหารกัน (คลิป 3)
kokoro /  harumiya / 

Kokoro Harumiya ดารา AV เขากายบริหารกัน (คลิป 3)

Rola Takizawa รีวิว ใครจะมาแทนมิยาบิ?
AV /  maria ozawa / 

‘มิยาบิ’ ประกาศแขวนเต้าในวัย 26 ปีเพื่อเอาดีด้านภาพยนตร์ คงเหลือไว้แต่งาน av หลายร้อยเรื่องให้ผู้ชมได้เสียน้ำตา และถวิลหาสรีระกลมกลึงได้รูปรวมถึงลีลารุกและรับอันเร่าร้อนของเอวีระดับไอดอลคนนี้ ในชีวิตนักแสดงสาวเอวี พวกเธอมักจะมีวันเวลาในวงการราว 4-5 ปี เริ่มจากการเปิดตัวในชิ้นงาน ‘เดบิวต์’ ที่อุตสาหกรรมหนังผู้ใหญ่เมืองปลาดิบกำหนดไว้ ว่านักแสดงผู้หญิงต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป เดบิวต์ถือเป็นงานที่มีความสำคัญ เพราะเป็นการประเดิมเปิดซิงของนักแสดงหญิงคนนั้นๆ ที่เธอยอมมีบทร่วมรักกับนักแสดงหนุ่ม ทั้งทางออรัล และสอดใส่ ทว่างานเดบิวต์ยังมีเอกลักษณ์ที่ภาพเบลอบริเวณจุดสงวนของนักแสดงโดยเฉพาะช่วงล่าง เปิดโชว์เฉพาะช่วงบน การเปิดตัวนี้เป็นการเช็กกระแสว่า นางเอกคนนี้มีเรตติ้งผู้ชมอย่างไร ทุกเดือน แต่ละค่ายล้วนมีแผ่นเดบิวต์ออกมา มีแฟนนานุแฟนติดตามเฉพาะกลุ่มและเป็นไฮไลท์ในร้านเซ็กซ์ช็อป แผ่นเดบิวต์มีจำหน่ายจำนวนจำกัด ทางค่ายจะไม่ผลิตเพิ่มเพื่อปลุกกระแสความฮิตของนางเอกคนนั้นๆ เมื่อนักแสดงคนนั้นดังแล้ว เดบิวต์ของเธออาจถูกประมูลในราคาสูงลิบ ชื่อของ ‘โรล่า ทาคิซาว่า’ (Rola Takizawa) เธอถูกถามถึงทันทีหลังจากงานเดบิวต์วางตลาดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Rola Takizawa มีลักษณะรูปร่างหน้าตาเหมือน Air Doll ตามรายงานบอกว่าเธอเป็นสาวลูกครึ่งญี่ปุ่น-ยุโรป เกิดปี 1992 สูง 172  เซนติเมตร และเธอสังกัดอยู่กับค่าย ‘PRESTIGE’ กระแสความแรงของ Rola Takizawa เกิดขึ้นจากคลิปในยูทูบที่มีการโพสต์ท่าทางต่างๆ ของเธอ แค่ยังไม่ได้ถอดอะไร ก็มีผู้ชมทะลุแสนวิวในเวลาอันรวดเร็ว ค่ายนี้ยังขยันปล่อยสกู๊ปต่างๆ ของนางเอกน้องใหม่ เช่น สอนแต่งหน้า เล่าเรื่องการเลือกซื้อชุดชั้นใน เลยไปถึงทำท่ากายบริหาร ถ่างขา โยกซ้าย โยกขวา เตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายทำงานชิ้นแรก เรียกว่าเห็นแค่นี้หนุ่มก็เคลิ้มแล้ว และเมื่อหนังเรื่องแรกของโรล่าออกมาให้ผู้ชมดูชัดๆ ทั้งลีลาท่าทาง การสะดีด-สะดิ้ง อากัปกิริยาเมื่อต้องกายชาย หลายคนลงความเห็นว่า เธอน่าจะเป็นตัวตายตัวแทนของมิยาบิ หรือมาเรีย โอซาว่า ได้ไม่ยาก รีวิวผลงานชิ้นแรก Rola Takizawa เนื้อหาในหนังเดบิวต์เรื่องนี้ เล่าเรื่องการเที่ยวของ Rola Takizawa กับผู้ชายหน้าตาเถื่อนๆ คนหนึ่ง เขาและเธอนั่งรถไปด้วยกัน ชวนคุยเรื่องโน่นนี่ โรล่าดูไร้เดียงสา เขินอายนิดๆ เมื่อถูกทาบทามให้ทำออรัลในรถ ในแผ่นนี้มี 2 ฉากใหญ่ ที่ผู้ชมได้เห็นการเปลือยเปล่าอล่างฉ่างของเธอ ฉากแรกเกิดขึ้นในโรงแรมที่มีห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ เธอถูกรีดอารมณ์สวาทด้วยไวเบรเตอร์ (อันเป็นขนบของหนัง av) อีกฉากที่จี๊ดมาก คือ Rola Takizawaปลดเปลื้องเสื้อผ้าทำออนเซน อาบน้ำพุร้อนกลางธรรมชาติ อารมณ์ผ่อนคลายในตอนนี้ พาให้มือน้อยๆ ของเธอขยุกขยิก มาสเตอร์เบทบนก้อนหิน มีเสียงน้ำพุไหลกระทบผิวน้ำลอยปนมากับเสียงครางอ่อนๆ จากนั้นก็โพสท่ายั่วยวนขยุ้มหัวใจ ชายหนุ่มล่อนจ้อนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ด้วยผิวขาวซีดแบบสาวสวีดิชของเธอน่าจะทำให้ผู้ชมอารมณ์พลุ่งพล่านถึงความแปลกตา แต่นั่นก็ไม่เท่ากับเรือนหน้าที่สดใสอมชมพูเหมือนสาวแรกรุ่น ขี้เล่น ดูไม่ประสีประสาเรื่องเซ็กซ์ หากเทียบหน่วยต่อหน่วย เช่น ขนาดหน้าอกแล้ว มาเรีย โอซาว่า ยังนำอยู่ แต่ในหนังเดบิวต์ที่มีเสน่ห์เรื่องความประหม่า การตื่นกล้อง การเขินอาย  Rola Takizawaทำได้ดี และผู้ชมจะคอยเอาใจช่วยเธอ และเชื่อว่าไม่ช้าชั่วโมงบินจะเคี่ยวกรำให้เธอมีลีลาที่แพรวพราวเหมือนนางเอกรุ่นพี่ พาอารมณ์ผู้ชมเตลิดไปได้อีก อีก 6 เดือนข้างหน้าต้องกลับมาดูความห้าวหาญในลีลารักของสาวลูกครึ่งคนนี้อีกที ด้านเสียงตอบรับ แม้ผลงานเดบิวต์ออกมาได้ไม่ทันไร แต่โรล่าก็มีแฟนคลับแล้วนับพัน วัดจากหน้าแฟนเพจเฟซบุ๊คที่หนุ่มไทยคนหนึ่งทำไว้ให้มีสกอร์ไลค์สูงถึง 5,000 คน และคงไม่หยุดที่ตัวเลขนี้อย่างแน่นอน ตอนนี้แฟนๆ ของโรล่าคงรองานชิ้นที่ 2 ที่ 3 ของนางเอกเอวีหน้าใหม่คนนี้ที่ลุคของเธอนั้นน่าใช้เป็นที่พึ่งทางจินตนาการซะเหลือเกิน ด้วยความฮิตขนาดนี้ ทรัพย์สินทางร่างกายและเนื้องาน คงไม่ยากที่ทางค่ายจะปั้นเธอเพื่อไต่บัลลังก์ขึ้นเป็น ‘av Queen’ เพราะนักแสดงเอวีคนอื่นๆ ที่มีผลงานออกมาในขณะนี้ ผมคิดว่ายังไม่มีใครมีจุดเด่นหรือจุดขายที่เป็นสาวลูกครึ่งสไตล์ตุ๊กตายางใสปิ๊งแบบ Rola Takizawaเลยสักนางเดียว

รู้หรือไม่? ขี้หู มีประโยชน์
กายบริหาร /  ขี้หู / 

ขี้หู อาจไม่ใช่สิ่งพึงปรารถนาเท่าไร แต่ความจริงมีประโยชน์ไม่น้อย ขี้หู คือสารที่คล้ายขี้ผึ้งซึ่งถูกสร้างขึ้นเคลือบผนังรู้หูคอยรักษาสมดุลความเป็นกรดด่างในรูหูเป็นตัวป้องกันเชื้อโรคหรือไม่ให้แมลงเข้าหูทำให้มีความมันในหูพอดี คนส่วนใหญ่ชอบกำจัด ขี้หู กันนัก บางคนนิยมหูอย่างเมามันจนติดเป็นนิสัย รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสุจิตรา ประสานสุข ภาควิชาโสตนาสิกลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เตือนว่า การเช็ดหรือแคะหูบ่อยๆคือการกระตุ้นให้มีการสร้าง ขี้หู มากขึ้น ที่สำคัญ การแคะหูยังเป็นสาเหตุของการเกิดโรค เพราะการแคะหรือขูดในช่องหูจะเกิดแผล ทำให้เชื้อโรคเข้าไป หริอถ้าเช็ดหูรุนแรงเกินไป ทำให้ผิวหนังถลอก ก็จะเกิดสะเก็ดแผล ซึ่งยิ่งกระตุ้นการสร้างขี้หูและอาจเกิดผลร้ายตามมา โดยเฉพาะในเมืองไทยที่อากาศชื้น เหงื่อออกง่าย การใส่หูฟังเรื่อยๆก็เป็นการกระตุ้นให้หูสร้าง ขี้หู เช่นกัน และไม่ควรใช้หูฟังร่วมกันผู้อื่น เพราะเชื้อโรคสามารถถ่ายทอดถึงกันได้ โดยธรรมชาติ ขี้หู จะเคลื่อนตัวออกมาเองอยู่แล้ว หากต้องการทำความสะอาดก็ให้เช็ดแค่ภายนอก หรือใช้สำลีพันปลายไม้เข้าไปเช็ดหูชั้นนอกเท่านั้น โดยเข้าไปลึกไม่เกินครึ่งเซนติเมตร หรือถ้า ขี้หู มากจนอุดตันรูหูจริงๆ ก็ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก ซึ่งมีเครื่องมือช่วยทำความสะอาดหูได้ถูกต้อง จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 27

ผลวิจัยเผย หนุ่มๆ ดูหนังโป๊ก่อนออกกำลังกาย เพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น
หนังโป๊

ผลวิจัยเผย หนุ่มๆดูหนังโป๊ก่อนออกกำลังกาย เพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น Mthainews: เว็บไซต์เดลี่เมล์รายงานว่า ผลการศึกษาวิจัยเผยว่า ชายหนุ่มที่ต้องการยกเวท เล่นกล้ามได้ดี มีประสิทธิภาพ ในช่วงหลังจากที่ดูหนังอีโรติค หรือหนังโป๊กระตุ้นทางเพศ ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ดิสโคเวอร์ แมกกาซีน(Discover Magazine) ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองด้วยการเปิดคลิปวีดิโอที่แตกต่างๆกัน ความยาว 4 นาที ทั้งโศกเศร้า ตลก ต่อสู้ และกระตุ้นทางเพศ ให้กับนักกีฬาหลายๆคน  จากนั้นศึกษาประสิทธิผลจากการออกกำลังกาย ด้วยการนำน้ำลายมาทดสอบพบว่า ผู้ที่ดูคลิปโป๊ กระตุ้นทางเพศนั้น มีประสิทธิภาพดีกว่า เนื่องจากภาพที่เขาเห็น จะไปกระตุ้นฮอร์โมนเพศ testosterone ให้เกิดการหลั่ง ซึ่งการค้นพบดังกล่าว จะสามารถนำไปพัฒนาฝึกให้กับนักกีฬา ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนการแข่งขันได้ด้วย  ขณะที่ผู้ที่ได้ดูคลิปประเภทเศร้า ตึงเครียด พบว่ามีระดับฮอร์โมนในร่างกายน้อย จวน คาร์ลอส เมดินา ผู้ประสานงานฝ่ายกีฬา ของมหาวิทยาลัยเม็กซิโก บอกว่า ผลการศึกษาเป็นประโยชน์มากทีเดียวสำหรับนักกีฬา เพราะอารมณ์ทางเพศจะขจัดความเมื่อยล้าทางจิตใจ ได้มีการปลดปล่อยทำให้พวกเขาได้รู้สึกสดชื่น มีความเชื่อมั่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อ จะต้องกระทำร่วมกับวิธีที่เหมาะสม บริโภคอาหารที่เพียงพอ และปฏิบัติเป็นประจำ Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ออกกำลังกาย ต้าน ข้อเข่าเสื่อม ก่อนวัย
ข้อเข่าเสื่อม /  ข้อเสื่อม / 

โรค ข้อเข่าเสื่อม เป็นปัญหาที่พบบ่อยโดยเฉพาะในวัยสูงอายุและเป็นโรคที่รบกวนกิจวัตรประจำวัน ทำให้ลุกยืน เดิน ขึ้นบันไดได้ลำบาก บางครั้งกระทบต่อคุณภาพชีวิต ทำให้ไปไหนมาไหนไม่ได้สะดวก บางรายต้องอยู่บ้าน ไม่อยากไปไหนมาไหน แต่เชื่อไหมว่า ยังไม่ทันแก่...ข้อก็เสื่อมได้ ที่มาข้อเสื่อม โรคข้อเสื่อม มักเกิดจากการใช้งานข้อที่ไม่ถูกต้อง หรือเป็นตามวัยคือใช้งานมานาน ย่อมมีความสึกหรอไปตามเวลา แต่บางรายใช้งานไม่ถูกต้อง จะเป็นการเร่งให้โรคข้อเสื่อมเป็นไปเร็วขึ้น(โรคข้อเข่าเสื่อมปฐมภูมิ) มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งโดยทั่วไปมักเกิดในช่วงอายุมากกว่า 60 ปี นอกจากนี้ยังพบว่ามีโรคบางอย่างเป็นสาเหตุให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้เร็วกว่าวัยอันควร เช่น โรคเอ็นภายในข้อเข่าฉีกขาด หมอนรองข้อเข่าแตก กระดูกสะบ้าหลุด หรือมีการติดเชื้อภายในข้อเข่า เป็นต้น โรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับองค์ประกอบของข้อเข่าเหล่านี้ ล้วนเป็นสาเหตุนำให้เกิดโรคข้อเสื่อมก่อนวัย(โรคข้อเข่าเสื่อมทุติยภูมิ) พฤติกรรมทำร้ายข้อเข่า 1. คนที่ชอบนั่งงอเข่า ขัดสมาธิ พับเพียบ หรือนั่งยอง ๆ เป็นประจำ จะเพิ่มแรงอัดภายในข้อเข่า ซึ่งจะรบกวนการนำอาหารไปสู่เซลล์กระดูกอ่อนผิวข้อ โรคข้อเข่าเสื่อมนี้ เริ่มจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อโดยตรง และเมื่อเป็นมากขึ้นการสึกหรอจะลามไปยังองค์ประกอบอื่นของข้อเข่า เช่น ชั้นใต้กระดูกอ่อนซึ่งเป็นกระดูกแข็ง จะเกิดถุงน้ำข้างใต้กระดูก หมอนรองเข่าสึก เอ็นหุ้มข้อเข่าหนาตัวขึ้น มีกระดูกงอกบริเวณปลายกระดูก เป็นต้น 2. กรณีน้ำหนักตัวมากเกินก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่เร่งให้เกิดอาการข้อเสื่อมเร็วขึ้น เพราะข้อเข่าต้องรับน้ำหนักตัวตลอดเวลาที่ใช้งานข้อ ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน หรือขึ้นลงบันไดก็ตาม 3. การใส่รองเท้าส้นสูง จะทำให้ข้อเข่ามีแรงกดทับมากกว่าปกติ ทั้งยังทำร้ายข้อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้า เพราะเป็นอวัยวะที่ต้องรับน้ำหนักก่อนจุดอื่น ๆ ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำหนักได้ง่าย และหากคนที่ข้อเข่าไม่แข็งแรง หรือมีโครงสร้างร่างกายผิดปกติ จะมีผลกระทบมากกว่าคนปกติ อาการข้อเสื่อม ในระยะแรก จะสังเกตว่ามีเสียงดังขณะขยับข้อไปมา บางรายมีอาการข้อฝืดโดยเฉพาะเวลานั่งนาน ๆ หรือขณะเปลี่ยนอิริยาบถ จะเสมือนข้อถูกล็อกไว้ ต้องขยับไปมาสัก 2-3 ครั้ง จึงเหยียดเข่าออกได้ บางรายมีข้อบวมโต หรือมีบวมแดง มีน้ำภายในข้อ ซึ่งบ่งถึงการอักเสบที่เป็นมากขึ้นนั่นเอง ในรายที่เป็นมากอาจพบข้อติด ขยับไม่ได้เต็มที่ หรืออาจพบกล้ามเนื้อขาลีบเล็กลงกว่าข้างปกติ เป็นต้น บริหารกล้ามเนื้อข้อเข่าเพื่อเพิ่มความแข็งแรง การออกกำลังกายหรือกายบริหารนั้น ช่วยส่งเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยเน้นกล้ามเนื้อหน้าขาหรือกล้ามเนื้อเหยียดเข่าเป็นหลัก ท่าบริหารข้างล่างนี้เริ่มจากง่ายไปยาก ดังนี้ ท่าที่ 1 นอนหงาย เอาหมอนเล็ก ๆ วางใต้เข่า เหยียดเข่าตรง นับ 1-10 ทำได้ในช่วงแรกที่กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรงมากนัก ท่าที่ 2 นั่งยกขาข้างหนึ่งวางพาดม้าเตี้ย เหยียดเข่าตรง เกร็งกล้ามเนื้อหน้าขา พร้อมกระดกข้อเท้าขึ้น นับ 1-10 หรือเท่าที่ทำได้ ท่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรงพอที่จะยกขาตนเองได้ ถ้ามีปัญหาข้อเหยียดไม่สุด ให้ใช้ถุงทรายถ่วงที่ข้อเข่าร่วมด้วย ท่าที่ 3 นั่งชิดพนักเก้าอี้ เหยียดเข่าตรงพร้อมกระดกข้อเท้าขึ้น เกร็งค้างนับ 1-10 ทำสลับข้าง ท่าที่ 4 นั่งไขว้ขา ขาที่อยู่ด้านล่างเกร็งเหยียดเข่าตรงเท่าที่ทำได้ เกร็งนับ 1-10 และทำสลับข้างเช่นกัน ช่วยฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าขาได้ดี ท่าที่ 5 นั่งไขว้ขาเหมือนท่าที่ 4 แต่ให้ขาที่อยู่ด้านบนออกแรงกดลงด้วย ในขณะที่ขาล่างเหยียดขึ้นตรงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้เช่นกัน กล้ามเนื้อหน้าขาของขาล่างต้องรับน้ำหนักมากขึ้นอีก คือทั้งน้ำหนักของขาล่างรวมกับน้ำหนักของขา ข้างบน และแรงกดจากขาที่อยู่ข้างบน ทำสลับข้างในทำนองเดียวกัน ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหน้าขาและท้องขาได้ดีมาก เป็นท่าที่ยากที่สุด เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าขาต้องออกแรงมากที่สุด การบริหารทุกท่าให้เริ่มทำจากน้อยไปมาก โดยทำชุดละประมาณ 20-30 ครั้ง วันละ 2-3 ชุด เป็นอย่างน้อย ค่อย ๆ เพิ่มตามความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่าของแต่ละคน จนได้ประมาณ 100 ครั้งต่อวัน ใช้ข้อเข่าอย่างถูกวิธี การใช้ข้ออย่างถูกวิธี จะช่วยถนอมข้อเข่าให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น ชะลอความเสื่อม ซึ่งวิธีการนั้นตรงข้ามกับพฤติกรรมซึ่งทำร้ายข้อนั่นเอง กล่าวคือ ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกิน เลี่ยงกิจกรรมที่ต้องงอเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ หรือการนั่งยอง ๆ ขึ้นลงบันไดเท่าที่จำเป็น หากอยู่บ้านชั้นล่างได้จะเป็นการดีมาก ไม่ต้องขึ้นลงบ่อย ๆ เลือกประเภทของการออกกำลังกายที่ไม่มีผลร้ายต่อข้อเข่า เช่น การเดิน การปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายในน้ำ เป็นต้น หมั่นบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดแรงกระทำต่อข้อได้ ใช้สนับเข่าเท่าที่จำเป็น มักเลือกใช้ในรายที่ข้อเสียความมั่นคง แต่หากข้อยังมีความมั่นคงอยู่ การใช้สนับเข่า อาจทำให้กล้ามเนื้อโดยรอบเข่าอ่อนแรงได้ หากมีอาการเจ็บข้อเข่ามากอย่างเฉียบพลัน อาจถือร่มหรือไม้เท้าในด้านตรงข้ามกับขาที่เจ็บ จะช่วยลดแรงกระทำต่อข้อ และลดอาการปวดได้ อย่าลืม หมั่นสำรวจกิจวัตรประจำวันของท่านว่า ในแต่ละวันท่านทำร้ายข้อเข่ามากน้อยเพียงไร หากท่านมีอาการข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย ขอย้ำว่า “ไม่มีคำว่าสาย ในการแก้ไขพฤติกรรมต่าง ๆ ให้ถูกต้อง” สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่มิควรละเลย คือความสม่ำเสมอของการออกกำลังกาย เพื่อเสริมความแข็งแรงของข้อเข่า เริ่มเสียแต่วันนี้ เพื่อป้องกันการเกิดข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควรค่ะ ขอบคุณที่มาจาก : รศ.พญ.วิไล คุปต์นิรัติศัยกุล ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press
ออกกำลังกาย /  ฟิตเนส / 

เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press Chest Press เป็นเครื่องออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้ออกที่คุ้นหน้าคุ้นตาใครหลายๆคน ซึ่งหนุ่มๆไม่ควรมองข้ามเวลาไปยิมเด็ดขาด เพราะนอกจากจะวิดพื้นที่ทำเองได้ที่บ้านแล้ว เครื่อง Chest Press นี่แหละ ที่สามารถบริหารกล้ามหน้าอกส่วนกลาง ให้หนุ่มดูมาดแมนและบึกบึน แถมยังได้บริหารกล้ามเนื้อไหล่ ไบเซ็ป และไทรเซ็ป (กล้ามเนื้อแขนด้านหลัง) อีกด้วย Chest Press แต่ละที่นั้นอาจต่างกันออกไป การปรับน้ำหนักของเหล็กอาจไม่เท่ากัน และขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนว่าจะยกได้หนักเท่าไหร่ คราวนี้ผมเลยบุกไปที่ True Fitness เพื่อไปล้วงลึกเคล็ดลับและความรู้เรื่องใช้เจ้าเครื่อง Chest Press อย่างละเอียดจากเทรนเนอร์เจ้าประจำพร้อมการสาธิตท่าโดยนายแบบผู้รักในการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจมาฝากหนุ่มๆ Men MThai กัน การบริหารกล้ามอกด้วยเครื่องนี้ จำเป็นต้องปฏิบัติตามท่าที่ถูกต้อง (จริงๆก็ทุกเครื่องแหละครับ) เพื่อประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ และ ความปลอดภัยของกล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ เพราะถ้าหากทำผิดแม้แต่ส่วนเล็กๆของร่างกาย อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บขึ้นง่ายๆเริ่มต้นด้วย นั่งลงบนเครื่อง แขนและด้ามจับอยู่ในแนวเดียวกัน ข้อมือต้องตรงกับแขนและอยู่ในระดับอก เข่า แข้งและเท้าอยู่แนวเดียวกับหัวไหล่ดังภาพ ไม่อ้ากว้าง เพื่อรักษากระดูกสันหลัง หลังและไหล่ต้องติดกับเบาะ *ข้อมือตรงกับแขน ไม่งอหรือแอ่น* ระวัง!! อย่าแอ่นข้อมือ (ดังภาพ) หรือ หักข้อมือลงเพื่อพยายามจับด้ามจับไว้ เพราะจะทำให้เจ็บข้อมือ วิธีเล่น ออกแรงดันด้ามจับออกไป แต่อย่าให้สุดแขนจนศอกล็อค แล้วดึงกลับช้าๆ ประมาณ 3 เซต เซตละ 10-15 ครั้ง โดยท่ายังต้องคงเหมือนท่าเริ่ม นั่นก็คือหลัง-ไหล่ตรงติดเบาะ ข้อมือไม่งอ เข่า-ขาอยู่แนวเดียวกับไหล่ จะสังเกตได้ว่า ขณะออกแรง กล้ามเนื้อหน้าอกจะเกิดการเกร็งตัวขึ้นมาอย่างรู้สึกได้ ** ควรหายใจออก ขณะออกแรงดัน และหายใจเข้าขณะดึงกลับ Men MThai จะนำเรื่องราวและท่าทางการบริหารกล้ามเนื้อหน้าอกมาฝาก รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่ๆครับขอบคุณ เทรนเนอร์เอก ปรเมศวร์ โสวัณณะ จาก True Fitness สำหรับข้อมูลดังกล่าว และ คุณคณินทร์ แสงไชยวุฒิกุล ผู้สาธิตท่า วิดพื้น ท่าง่ายๆที่น้อยคนจะทำถูก! วิดพื้น ท่าง่ายๆที่น้อยคนจะทำถูก! วิดพื้น เป็นท่าบริหารรกล้ามเนื้อหน้าอกที่เป็นที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ เพราะตั้งแต่สมัยเร … เสริมความแมนด้วยการ บริหาร กล้ามหน้าอก เสริมความแมนด้วยการ บริหารกล้ามหน้าอก Men MThai ขอนำเสนอเรื่องราวของการออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญอัน …

4 เทคนิคลด อาการปวด จากการใช้คอมพิวเตอร์
BDD /  ปวดคอ / 

หลังจากใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันมาทั้งวัน หลายคนอาจมี อาการปวด ตึงทั้งคอ บ่า ไหล่จนลามไปถึงศีรษะ เราจึงขอนำวิธีคลายปวดกล้ามเนื้อจากการใช้คอมพิวเตอร์จากหนังสือ ภัยเงียบจากคอมพิวเตอร์ สำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ มาฝาก เพื่อหยุด อาการปวด ก่อนเกร็งถาวรกันค่ะ 1. การนวด ใช้มือตัวเองบีบนวดกล้ามเนื้อที่ปวด จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย เลือดลมเดินสะดวกขึ้น อาการปวด จึงทุเลาลง 2. ประคบด้วยความร้อน เป็นวิธีสุดคลาสสิค แต่ได้ผลค่อนข้างดี เพราะความร้อนจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวสามารถ ส่งเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่ปวดได้ อาการปวด จึงบรรเทาลง 3. เปลี่ยนอิริยาบถ เป็นวิธีที่ดีมาก ควรใช้ป้องกันมากกว่าการรักษา วิธีนี้ช่วยไม่ให้กล้ามเนื้อต้องทำงานจนล้า เพราะเมื่อเปลี่ยนท่าทาง กล้ามเนื้อชุดใหม่จะทำงานแทน กล้ามเนื้อชุดเก่าจะได้พัก การสลับการทำงานของกล้ามเนื้อเช่นนี้ ช่วยให้กล้ามเนื้อไม่อ่อนล้าเร็ว จึงทำงานได้นาน 4. บริหาร โดยเลือกท่ากายบริหารที่เหมาะสม หากทำเป็นประจำจะช่วยสลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้รวดเร็ว ช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และทำให้พลังในร่างกายไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง หากปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ก็จะลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และโรคกระดูก ที่อาจจะเกิดตามมาด้วยค่ะ ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

กายบริหารหน้าคอมพิวเตอร์กันเถอะ
กายบริหาร /  หน้าคอมพิวเตอร์

หาก ผู้อ่านจะต้องนั่งทำงานจมเก้าอี้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่ลุก เดิน หรือเปลี่ยนอิริยาบถ ก็จะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณต้นคอ แขน ไหล่ หลัง สะโพก รวมทั้งกล้ามเนื้อตา ผลร้ายที่ตามมามีมากขนาดนี้ คงต้องเรียนรู้วิธีกายบริหารง่าย ๆ ทำได้ที่หน้าคอมพิวเตอร์กันหน่อย เริ่มจากท่ายืดแขน เพียงประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน หงายฝ่ามือขึ้นฟ้า ยืดแขนตั้งเหนือศีรษะ หลังตรง และเอียงลำตัวไปทางซ้าย ค้างไว้ 2 วินาที ก่อนสลับไปทางขวา ค้างไว้เช่นเดียวกัน ทำสลับไปมา 2 รอบ ต่อด้วยท่าเอียงคอ ก้มศีรษะลง 2 วินาที แล้วเงยศีรษะขึ้นด้านบนอีก 2 วินาที ก่อนเอียงศีรษะไปทางซ้าย และทางขวา ค้างไว้ด้านละ 2 วินาที ทำสลับไปมา 2 รอบ เปลี่ยนเป็นท่าหมุนไหล่ วางแขนเหยียดตรงข้างลำตัว ยกไหล่สองข้างขึ้น หมุนไปด้านหลัง ก่อนปล่อยลง ทำซ้ำในทิศทางตรงกันข้าม  ทำสลับไปมา 2 รอบ   ไม่รอช้าทำท่าเอียงข้าง เพียงห้อยแขนไว้ข้างลำตัว เอียงไหล่ และลำตัว ซ้าย-ขวา สลับกัน ทำสลับไปมา 2 รอบ จากนั้นทำท่างอข้อเท้า ให้ ยกขาข้างหนึ่งขึ้นจากพื้นแล้วเหยียดตรง เหยียดข้อเท้าให้ปลายเท้าชี้ออกไปข้างหน้า งอปลายเท้ากลับท่าเดิม แล้วเปลี่ยนข้าง ทำสลับไปมา 2 รอบ หันมาทำท่างอมือ ยกแขนข้างหนึ่งขึ้น แล้วเหยียดตรงไปด้านหน้า งอข้อมือขึ้นตั้งฉากกับท่อนแขน แล้วเหยียดลงเช่นเดิม เปลี่ยน ทำสลับไปมา 2 รอบ สุดท้าย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา ด้วยการใช้ฝ่ามือปิดตา พร้อมกับหลับตาลง สูดหายใจเข้า-ออกลึก ๆ 8-10 ครั้ง เลื่อนฝ่ามือลง แล้วเปิดตา จากนั้นให้กระพริบตาถี่ ๆ เมื่อรู้วิธีกายบริหารง่าย ๆ  อย่างนี้แล้ว ลองเจียดเวลาเพียงนิด ยืดเส้น ยืดสาย คลายเมื่อยระหว่างการทำงาน.

ท่า Fly บริหารกล้ามอก ปั๊มกล้ามเห็นทันตา
ออกกำลังกาย /  ฟิตเนส / 

ท่า Fly บริหารกล้ามอก ปั๊มกล้ามเห็นทันตา Men MThai ขอส่งท้ายเรื่องการบริหารกล้ามเนื้ออกด้วยการใช้เครื่อง Fly ซึ่งเป็นเครื่องออกกำลังกายอีกชิ้นที่เชื่อว่าหลายๆคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี และต้องเคยใช้ หากไปออกกำลังกายที่ยิม เพราะเครื่อง Fly ถือเป็นเครื่องออกกำลังกายพื้นฐานที่หนุ่มๆควรเล่นหากต้องการบริหารกล้ามอก เป็นอีกครั้งทีผมได้ความร่วมมือจากเทรนเนอร์เอกมากฝีมือเจ้าเก่าจาก True Fitness ที่จะมาสาธิตและบรรยายการใช้เครื่องนี้อย่างถูกต้อง เพราะอย่างที่ผมเคยบอกไปแล้วว่าไม่ว่าเราจะบริหารร่างกายด้วยเครื่องหรือตัวเปล่าๆก็ตาม ล้วนมีเรื่องให้ต้องระวังและข้อควรจำทั้งสิ้น เพราะหากทำผิด การบริหารร่างกายก็จะไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร และพาลทำให้เกิดการบาดเจ็บกล้ามเนื้อได้อีก โดยหลักๆแล้วนั้น การเล่นเครื่อง Fly จะคล้ายๆกับการเล่นเครื่อง Chest Press ซึ่งบริหารกล้ามอกเหมือนกัน จะต่างก็ตรงที่ Chest Press จะเป็นการดันออก - ดึงเข้า แต่ Fly จะเป็นการใช้แขนดึงเครื่องทั้งสองข้างเข้าหากัน ซึ่งคล้ายๆกับท่าบิน และ เป็นการบริหารกล้ามอกด้านในนั่นเอง นอกจากนี้ Fly เป็นเครื่องที่ผู้หญิงสามารถเล่นได้ และผู้หญิงส่วนใหญ่ก็นิยมเล่นเจ้าเครื่องนี้ เพราะจะทำให้หน้าอกกระชับ แก้ปัญหาอกห่างได้ดีด้วยแหละครับ แต่ไม่ได้ทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นนะครับ เทรนเนอร์เขาว่าอย่างนั้น เริ่มที่การนั่งอย่างถูกวิธี หลังต้องตรง ตั้งแต่สะโพกและสันหลังต้องติดกับเบาะพิงหลัง ขาอ้ากว้างอย่างพอดี ไม่กางกว้าง โดยหัวเข่าควรอยู่แนวเดียวกับหัวไหล่ และปลายเท้าต้องไม่อ้าออกเช่นกัน เพื่อซัพพอร์ทกล้ามท้อง สำหรับการจับแฮนด์ของเครื่องนั้น จับให้มั่น แขนต้องตรง ข้อมือเองก็เช่นกัน ไม่ควรงอหรือแอ่นเพื่อออกแรงดึง(ดังภาพ) เพราะจะทำให้เมื่อยและเจ็บข้อมือได้ ออกแรงดึงแฮนด์ทั้งสองข้างเข้าหากันดังภาพ โดยใช้แรงจากกล้ามเนื้อแขนและกล้ามอก ในขั้นตอนนี้ ระวังอย่าหลังแอ่นหรืองอเพื่อใช้หลังช่วยในการออกแรง เพราะจะทำให้หลังเกิดการบาดเจ็บได้ หากทำถูกวิธี จะสังเกตได้เลยว่ากล้ามเนื้ออกกำลังบีบตัวเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด จะเห็นได้ว่า หลังและลำคอตั้งตรงติดเบาะ หากทำอย่างถูกวิธี จะสังเกตเห็นกล้ามเนื้อหน้าอกบีบตัวขึ้นดังภาพ * หายใจออกเมื่อออกแรงดึงแฮนด์ และหายใจเข้าเมื่อผ่อนแรงคลายออก อย่าลืมนะครับ!! เทรนเนอร์เอกกำชับหนักหนา ไม่ว่าจะอยู่ท่าเตรียม หรือ ออกแรง ข้อมือควรตรง ไม่แอ่นหรืองอเข้า หลังค่อม หรือ ชะโงกตัวออกมาเพื่อออกแรง หรือแม้แต่แอ่นหลัง เพราะจะทำให้ปวดหลังง่ายๆเลยล่ะครับ ไม่ควรแอ่นข้อมือ หรือ งอข้อมือเข้าเพื่อออกแรง (ดังภาพ) (ในภาพ) ผู้เล่นหลังค่อม ไม่ตรงติดเบาะเพราะต้องการออกแรง อาจทำให้หลังบาดเจ็บได้ **น้ำหนักเครื่องที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้หลังงอเมื่อออกแรงดึกแฮนด์ได้ ดังนั้น หนุ่มๆต้องระวังขั้นตอนนี้เป็นพิเศษ ขอบคุณ เทรนเนอร์เอก ปรเมศวร์ โสวัณณะ จาก True Fitness สำหรับข้อมูลดังกล่าว และ คุณคณินทร์ แสงไชยวุฒิกุล ผู้สาธิตท่า เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press เพิ่มกล้ามอก ด้วย Chest Press Chest Press เป็นเครื่องออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้ออกที่คุ้นหน้าคุ้นตาใครหลายๆคน ซึ่งหนุ่มๆไม่ควรมองข้ามเวลาไปยิมเด็ … วิดพื้น ท่าง่ายๆที่น้อยคนจะทำถูก! วิดพื้น ท่าง่ายๆที่น้อยคนจะทำถูก! วิดพื้น เป็นท่าบริหารรกล้ามเนื้อหน้าอกที่เป็นที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ เพราะตั้งแต่สมัยเร … เสริมความแมนด้วยการ บริหาร กล้ามหน้าอก เสริมความแมนด้วยการ บริหารกล้ามหน้าอก Men MThai ขอนำเสนอเรื่องราวของการออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญอัน …

ลดน้ำหนักหลังคลอดอย่างไรให้ได้ผลเร็ว
คุณแม่หลังคลอด /  ลดน้ำหนัก / 

ลดน้ำหนักหลังคลอดอย่างไรให้ได้ผลเร็ว หลังคลอดลูกแล้วโดยทั่วไป คุณแม่จะยังมีรูปร่างเหมือนตอนตั้งครรภ์ 6 เดือน ทำให้คุณแม่หลายคนผิดหวัง ท้อแท้ ที่จะลดน้ำหนักให้กลับมามีรูปร่างดีตามเดิม แต่ความจริงแล้วคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูกมานั้นสามารถกระชับหุ่น ลดน้ำหนัก ให้กลับมามีรูปร่างดีดั่งเดิมได้ โดยควรเริ่มบริหารร่างกายทันทีหลังคลอดลูกครบ 24 ชม. ด้วยเทคนิคที่เราบอกนี้จะสามารถทำให้คุณแม่กลับมามีหุ่นเพรียวสวยได้ภายใน 3 เดือนค่ะ การลดน้ำหนักด้วยท่าบริหารนั้น ควรเริ่มจากท่าง่ายๆ ไปสู่ท่าที่ยากขึ้น หนักขึ้น เมื่อลองปฏิบัติครบ 2 เดือนจะเห็นผลบางอย่าง บางคนอาจจะยังไม่ได้กลับมาผอมเหมือนตอนยังไม่ตั้งครรภ์ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงมากพอที่จะช่วยให้มีกำลังใจที่จะลดน้ำหนักต่อไปได้ ข้อแนะนำในการบริหารร่างกายเพื่อลดน้ำหนักหลังคลอด 1.ควรเริ่มจากท่าง่ายๆ เพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกายก่อนทุกครั้ง 2.เน้นการฝึกกายบริหารแบบสั้นๆ ใช้เวลาน้อยๆ แต่เน้นทำบ่อยๆ ดีกว่าท่าที่ต้องใช้เวลานาน 3.ทำกายบริหารช้าๆ ไม่ควรหักโหมในเวลาเดียว แต่ควรทำอย่างสม่ำเสมอทุกวันจะได้ประโยชน์มากกว่า 4.ให้เวลาพักระหว่างการบริหารแต่ละท่า เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายบ้าง 5.ให้หยุดพักทันที่ถ้ารู้สึกเหนื่อย บางครั้งอาจจะรู้สึกเหนื่อยง่าย 2 - 3 วันติดต่อกัน แสดงว่าร่างกายยังไม่พร้อม 6.อย่าปล่อยให้การเลี้ยงลูกมาขัดขวางการริหารร่างกาย ควรแบ่งเวลาให้เหมาะสม ท่าออกกำลังกายสำหรับคุณแม่หลังคลอด (หลังคลอด 24 ชั่วโมง) 1.ให้ใช้ท่าออกกำลังกายเหมือนตอนที่ตั้งครรภ์ ซึ่งคุณแม่สามารถออกกำลังกาย บริหารรูปร่างได้ทันทีหลังคลอด หรือจะนั่งนิ่งๆ บนเตียง การขมิบช่องคลอดสม่ำเสมอจะช่วยให้กล้ามเนื้อสามารถทำงานได้ดี กระชับตัวมากขึ้น 2.เน้นที่การหายใจและควบคุมการหายใจด้วยกล้ามเนื้อกระบังลม เริ่มโดยนั่งหรือนอนแล้วใช้มือวางบนหน้าท้อง สูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ จนรู้สึกท้องป่องขึ้น แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ จนกล้ามเนื้อหน้าท้องแฟบลง ท่าออกกำลังกายสำหรับคุณแม่หลังคลอด (ระยะ 3 วันแรกหลังคลอดลูก) 1.ให้นอนหงายและยกศีรษะให้สูงเล็กน้อย ชันเข่าขึ้นมาและวางเท้าห่างเท่าช่วงสะโพก ใช้หมอนหนุนศีรษะและไหล่ วางมือแนบข้างลำตัว แล้วยกศีรษะขึ้นช้าๆ จนสุดแล้วปล่อยลงช้าๆ ทำซ้ำๆ วันละหลายๆ ครั้งทุกวันจนสามารถยกคางจรดอกได้ ท่านี้ใช้ได้ตลอด 3-4 สัปดาห์แรกหลังคลอด 2.อีกท่าคือการบริหารขา เริ่มด้วยการนอนราบเหมือนท่าแรก ชันเข่าทั้ง 2 ข้าง จากนั้นลดขาขวาลงราบกับพื้นและยกกลับมาชันเขา และสลับข้างกันไปมา โดยพยายามให้หลังส่วนล่างติดพื้น ทำสลับทีละข้างซ้ายขวาสลับกันข้างละ 3-4 ครั้ง แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนครั้งจนได้ข้างละ 12 ครั้ง ท่านี้สามารถทำจนครบ 3 สัปดาห์หลังคลอด 3.ท่าบริหารอุ้งเชิงกราน เริ่มด้วยท่านอนเช่นเดิม หายใจเข้าพร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง หายใจออกพร้อมกับคลายกล้ามเนื้อ ทำซ้ำ 3-4 ครั้งต่อวันแล้วเพิ่มจำนวนไปจนได้ 12-24 ครั้ง หลังจากบริหารท่าเหล่านี้ไปได้จนถึง 6 สัปดาห์หลังคลอด และได้รับการตรวจสุขภาพว่าทุกสิ่งกลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว ก็จะสามารถออกกำลังกายได้ทุกชนิดตามที่ต้องการ แต่ไม่ควรหักโหมจนเกินไป และควรจะบริหารกล้ามเนื้อช่องคลอดอยู่เสมอจะช่วยให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานกระชับและป้องกันการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่อีกด้วย นอกจากนี้ยังควรบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องเพื่อช่วยลดอาการปวดหลัง หลอดเลือดขอด ปลายเท้าบวม และอาการตะคริวได้ และยังช่วยให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้นอีกด้วย ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก   Babytrick

10 วิธี ดูใจ ก่อนเป็นแฟน
คู่รัก /  ดูใจ / 

10 วิธีดูใจก่อนเป็นแฟน ความฝันและความปรารถนาของว่าที่แฟนเป็นอย่างไร แล้วที่เจอแล้วน่ะนิสัยตรงสเปกไหม? . . ...   1.ถ้าชายใดอยากได้แฟนเป็นแม่บ้านแม่เรือน และเป็นฝ่ายรับเหมางานบ้านไปรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว หนุ่มๆ ก็ควรสังเกตเอาก็ได้ ว่าสาวที่เขาคบหาอยู่ เธอชอบงานบริการสมาชิกในครอบครัวเป็นชีวิตจิตใจรึเปล่า ไม่ใช่รักที่จะเป็นเวิร์กกิ้ง วูแมน ตลอดเวลา ก็คงอุทิศชีวิตให้กับอาชีพการงานมากกว่าตรงข้าม หากคุณเป็นหญิงที่ปรารถนาคู่ครองเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง แต่ไอ้ที่มีอยู่ดูแล้วไม่ค่อยอยากรับผิดชอบอะไร เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรับผิดชอบไม่ได้ เช่น เสื้อผ้าใส่แล้วก็ทิ้งกองไว้เป็นเดือน หรือจานชาม กินแล้วก็ทิ้งไว้จนแมลงสาบแทะล่ะก็ จะยอมเสี่ยงเลือกคนนี้ เป็นแฟนไหมล่ะ . ...   2. ให้ความสำคัญกับวันสำคัญของเราไหม เช่น ครบรอบวันที่สารภาพรักครั้งแรก, วันคล้ายวันเกิด, จูบครั้งแรก หรือวันออกเดทแรก เหล่านี้ถือเป็นวันสำคัญยิ่งสำหรับผู้หญิง และเธอก็คาดหวังว่าแฟนก็ควรจำได้ด้วย แม้จำได้ไม่หมดแต่จำได้ บ้างก็ยังดี เพราะงี้ถ้าคุณเป็นฝ่าย "ไม่เอาไหน" ในเรื่องความจำ แต่ดันไปรักไปชอบกับคนจำแม่น จำเก่งล่ะก็ ถ้ายังไปกันรอดก็เชื่อเค้าเลย แต่ถ้ารีบปรับตัวก็ยังพอทำเนา . ...   3. สุขภาพเป็นอย่างไร คนที่คุณชอบพออยู่นั้น มีปัญหาสุขภาพด้านใดอยู่หรือเปล่า ? เช่น เป็นมะเร็ง, เป็นลูคิเมีย หรือเป็น เอดส์ไหม ถ้ารู้ล่วงหน้าจะได้หาทางช่วยเหลือได้ทัน แต่หากเป็นเอดส์นี่ก็น่าคิดนะว่ายังควรจะเอามาทำแฟนอีกเหรอ อย่าว่าแต่เอดส์เลย ที่ควรระวัง เพราะแม้แต่โรคซิฟิลิส หรือโรคทางเพศสัมพันธ์ก็ควรถอนตัวไปซะเถอะ แต่ถ้าไม่สบายอย่างอื่น เช่น เจ็บคอเป็นหวัดอะไรเงียะ ควรประคบประหงมดูแลต่อไป คนเราลองจะเป็นคู่ทุกข์คู่ยากของกันและกันก็ควรเอาใจใส่หน่อย . ...   4. ประวัติครอบครัวเป็นไงบ้าง คนที่คุณชอบพอนั้น เค้ามีความรักความผูกพันหรือขัดแย้งกับใครเป็นพิเศษ ในครอบครัวหรือเปล่า? สมาชิกในครอบครัวของเค้าลงรอย กันไหม? ถ้าไปเจอคนที่สมาชิกในครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกันดี ก็น่าจะส่อเค้าที่ดีว่า เค้าน่าจะเป็นคนรักครอบ-ครัว และให้ความสำคัญของครอบครัวนะ ว่าแต่ต้องตรองดูเหมือนกันนะว่า ครอบครัวไหนที่เค้ารักมากกว่ากัน เอ๊ะ จะเป็นครอบครัวเดิม หรือครอบครัวใหม่ที่คุณทั้งคู่กำลังจะเริ่มต้นด้วยกัน . ...   5. ความเลื่อมใสและศรัทธา พอจะไปกันได้ไหม เชื่อไหมว่า แม้คนที่มีความแตกต่างกันสุดขั้ว แต่ถ้าเปิดใจกว้างและมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน คู่รักคู่นั้น ก็สามารถครองรักกันได้ตลอดรอดฝั่งแน่นอน เหตุนี้ ถ้ายังมีอะไรที่เข้าใจไม่ตรงกัน ก็ควรคุยกันก่อนจะได้ไม่เสียใจทีหลัง . ...   6. ชอบและไม่ชอบอะไรบ้างสถานที่ท่องเที่ยวแบบไหนที่คนที่คุณแอบรักชอบบ้างน้า? จะได้ดอดไปเที่ยวกันสองต่อสองไง หรืออาหารจานเด็ดประเภทใดที่เราชอบเหมือนๆกัน จะได้ หิ้วกันไปดื่ม ดริงก์ เจี๊ยะจ๊าบกันให้อร่อยเหาะสักที ถ้าชอบอะไรคล้ายกันมันก็ดีไปอย่าง เพราะจะได้ไปไหนมาไหนหรือมีกิจกรรมร่วมกันดีออกแต่ถ้ามีที่ชอบไม่เหมือนกัน ก็อย่าได้ถอดใจตีจากกันไปซะก่อน เพราะบางทีการเรียนรู้ในสิ่งที่ชอบต่างกันอาจส่งผลดีกว่าในแง่ที่จะได้เปิดโลกทัศน์ ใหม่ๆก็ได้นะ . ...   7. งานอดิเรกชอบทำอะไร เค้าชอบทำอะไรยามว่างบ้างล่ะ ดูหนังฟังเพลง หรือชอบไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะ แล้วช็อปปิ้งไปด้วย หรือนิยมไปออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายที่โรงยิมหรือฟิตเนส บางคนชอบไปเล่นตีแบด หรือหวดลูกสักหลาดก็ขึ้นอยู่กับความถนัด งานอดิเรกเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยบอกให้รู้ได้ว่า คุณกับเค้าจะไปกันได้ไหม? . ...   8. ความต้องการทางร่างกาย เค้ามีแรงขับทางเพศแบบนักรักบันลือโลก หรือแบบขันทีที่ไม่ค่อยอยากร่วมรัก (แต่เอ บางคนอาจมีอารมณ์เยอะ ทว่า ไม่ค่อยได้ออกกายบริหารก็ได้นะ) กันแน่? ซึ่งแรงสิเน่หาอยากร่วมรักนี่แหละเป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาชั่งใจกันให้ถี่ถ้วน เพราะถ้าเค้าเซ็กซ์จัดเหลือเกิน วันๆเอาแต่คิดถึงเรื่องหลีสาว แถมยังสะสมวีซีดีเอ็กซ์ไว้เพียบ ตรงข้าม คุณกลับเฉยๆชาๆกับความต้องการในด้านนี้ ขืนจับคู่กันระวังจะเกิดความ ไม่สมดุลทางเพศได้นะ หรือถ้าคุณเป็นจอมหื่น แต่เค้าไม่ชีกอแถมยังไม่ปึ๋งปั๋งปรู๊ดปร๊าด ก็ยากที่จะไปกันได้ดี เฮ้อ! มีรักทั้งทีก็กลับมีเรื่องเซ็กซ์มาขวางซะได้ . ...   9. การวางแผนครอบครัวก่อนไหม เอ๊ะ ถ้าร่วมหัวจมท้ายกันไป เราจะรีบมีลูกหรือชะลอไว้ก่อน เมื่อไหร่ที่พร้อมในด้านทรัพย์สมบัติค่อยเลิกคุมกำเนิดก็ได้นี่ ของพรรค์นี้ถ้าคุยกันอย่างเปิดใจก่อนก็น่าจะดี ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวคงได้ทะเลาะกันจนต้องเลิกราไปตามกรรมใครกรรมมันหรอก . ...   10. การสมรส ถึงเวลาหรือยังที่ควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาซะที แล้วคนที่คุณคบอยู่ตอนนี้เค้าเป็นคนที่ใช่แน่แล้วเหรอ? คุณมองเค้าแล้วเห็นอนาคตร่วมกันหรือเปล่า? ไม่ใช่ มองเห็นแต่ความว่างเปล่า หรือเต็มไปด้วยความไม่ พร้อมของทั้งคู่ ทั้งสองพร้อมจะรักและให้อภัยในความถูกมั่งผิดมั่งของกันและกันจริงนะ ถ้าในเมื่อยังมีสิทธิ์ที่จะเลือกได้อยู่ ก็ขอให้เลือกด้วยหัวใจและใช้สมองติ๊ดนึง ขืนเบื่อกันทีหลังล่ะ .

เซ็กซ์เวลาไหนดีที่สุด ?
เซ็กซ์ /  สุขภาพเซ็กซ์

เซ็กซ์เวลาไหนดีที่สุด ? คำถามเรื่องเซ็กส์ หรือเวลาขณะร่วมรัก หรือแม้แต่เริ่มเวลาไหนดี เป็นคำถามฮิตติดลมบนเป็นอันดับต้น ๆ ก็ว่าได้ สำหรับคู่รักสามีภรรยา ก็ย่อมอยากให้คู่เชยของตัวเอง มีความสุขกับกามกิจมากที่สุด เขาว่าเป็นกิจวัตรที่จำเป็น เพราะส่งเสริมความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ ต้องเข้าใจว่าเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องของธรรมชาติ เป็นสัญชาตญาณที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน หนึ่งคำถามน่ารู้ ของคนอยากรู้ แต่น่าสนใจ ที่ถามว่า “เซ็กส์เวลาไหน ดีที่สุด” ลองไปดูคำตอบของ ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนต่อมไร้ท่อและการเจริญพันธ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้กันดีกว่า “คำถามของคุณ เป็นปัญหาโลกแตกและตอบได้ยากมาก จึงขอตอบแบบฟันธงกันก่อนเลยนะว่า เซ็กส์ที่สุดนั้น เกิดจากการร่วมรักที่เป็นการยินยอมพร้อมใจกันโดยปราศจากความกังวล และไม่เป็นการบังคับใจที่จะมีเซ็กส์ และการจะเกิดความสุขสมจากการมีเซ็กส์นั้น จะต้องมีการเข้าอกเข้าใจกันช่วยเหลือกัน พูดคุยถึงความต้องการให้กันและกันที่อยากจะให้ทำแบบนั้นแบบนี้ ท่าโน้นท่านี้ บางคนก็ชอบหลากท่วงท่าในแต่ละรอบ บางคนก็ชอบหลายๆ รอบติดๆ กัน บางคนก็ชอบเนิ่นนานนาบเนิบ ฯลฯ ทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็เป็นรสนิยมร่วมกัน คราวนี้ก็คงจะมาถึงว่าแล้วเวลาไหนถึงจะดีคำตอบคงจะไม่มี แต่ขอให้ได้มีเซ็กซ์ ที่ใจตรงกันก็พอแล้ว” “จะเช้าตื่นขึ้นมาล้างหน้าไก่ หรือจะออกกายบริหารก่อนนอนก็โอเคนะ เพราะดีคนละอย่าง การมีเซ็กส์ก่อนนอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่สบายๆ ผ่อนคลาย หลังจากเลิกงานจึงสามารถที่จะอ้อยสร้อยเคล้าเคลียกันได้นาน สามารถที่จะร่วมรักได้โดยไม่รีบเร่งจนสุขสมแล้วก็ยังสามารถจะสวมกอดกันแนบแน่นต่อได้อีก หรือจะสุขสมจนหลับสนิทไปในอ้อมกอดของกันและกันและตื่นเช้าขึ้นมาในตอนเช้าอย่างสดชื่น ขณะเดียวกันการมีเซ็กส์ในตอนเช้า น้องชายก็มักจะแข็งตัวได้เต็มที่ เพราะไม่เหนื่อยมาจากงานและพักผ่อนตลอดคืน” “แต่เวลาของการมีเซ็กส์ก็จำกัด เพราะจะต้องไปทำงาน นอกจากจะมีเซ็กส์ตอนเช้าวันหยุดแบบนั้น ก็อาจจะไม่ต้องรีบร้อน แต่ถ้ามองว่าการทำอะไรด้วยเวลาที่จำกัดมันก็น่าตื่นเต้นท้าทายดี หรือชอบอะไรที่หวือหวารวดเร็วแบบไวไวควิกแล้วก็ ลองดูได้ไม่เห็นจะเสียหายอะไร สรุปว่าขอให้ได้มีก็แล้วกันเมื่อไรก็เมื่อนั้น” จะถูกใจคนอ่านหรือไม่ คงต้องลองดูเองแล้วล่ะ ที่มา : http://www.never-age.com

หน้าอกหน้าใจ...... อะไรบ้างที่คุณผู้หญิงควรรู้...ควรดูแล
ความรู้ /  knowledge

          ถึงแม้มันจะเป็นส่วนสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของความเป็นหญิง แต่ก็ยังมีอาจมีหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณยังไม่กระจ่างใจเกี่ยวกับมัน และบ่อยครั้งมันก็ถูกละเลยจากพวกคุณผู้หญิงไปอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะฉะนั้นอย่าได้พลิกผ่านหน้านี้ไปทีเดียวเชียว เรามีวิธีการดูแลรักษาสิ่งที่ธรรมชาติให้มา ทั้งจากหมอ ผู้เชี่ยวชาญ และเซียนด้านแฟชั่นและความงาม ที่จะทำให้หน้าอกของคุณมีสุขภาพดีและสวยงามดึงดูดใจ การออกกำลังกายอย่างวิดพื้น จะช่วยให้หน้าอกใหญ่และกระชับขึ้นได้จริงเหรอ?           มีผลบ้าง แต่มันไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อหน้าอกซึ่งไม่มีกล้ามเนื้อ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมันช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้านใต้หน้าอก จึงทำให้คุณดูเหมือน "อึ๋ม" ขึ้นได้เล็กน้อย โดยเฉพาะถ้าหน้าอกคุณค่อนข้างเล็ก ลองทำท่ากายบริหารอย่างวิดพื้นหรือ Chest Flies (นอนหงายหลัง โดยถือดัมเบลล์เอาไว้ในมือแต่ละข้าง กางแขนออกเป็นรูปตัว T ให้ต่ำกว่าระดับไหล่ งอข้อศอกเล็กน้อยและยกดัมเบลล์ทั้งสองข้างเหนือหน้าอ ก) 3 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง สัปดาห์ละ 3 วัน คุณน่าจะเห็นผลดีขึ้นภายใน 3 สัปดาห์ มีอะไรช่วยไม่ให้หน้าอกหย่อนยานก่อนวัยอันควรบ้าง?           หน้าอกคุณจะหย่อนยาน (หรือเต่งตึง) แค่ไหน ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม แต่คุณสามารถชะลอการหย่อนยานได้โดยหลีกเลี่ยงการเพิ่มหรือลดน้ำหนักแบบโยโย่ เพราะจะทำให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงหน้าอก ตามธรรมชาติหย่อนยาน นอกจากนี้ การใส่ยกทรงที่กระชับพอดีตัวโดยเฉพาะในขณะออกกำลังกายจะช่วยป้องกันการหย่อนยานได้ ด้วยการช่วยรักษารูปทรงของเต้านมไว้และบรรเทาการฉีกขาดของเส้นเอ็น คุณจะต้องให้แน่ใจว่ายกทรงทั้งตัวมีความกระชับพอ เนื่องจากร้อยละ 90 ของการประคับประคองจะมาจากแถบผ้ารอบตัวไม่ใช่สายชุดชั้นใน ฉะนั้น ถ้ายกทรงหลวมเกินไป มันก็ไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้ ทำไมหน้าอกของฉันใหญ่ขึ้นและเจ็บก่อนมีประจำเดือน           โทษฮอร์โมนของคุณได้เลย เหตุผลแรกคือ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุของการบวมน้ำ ทำให้หน้าอกบวมและนุ่มมากขึ้น ส่วนฮอร์โมนเอสโตรเจนก็เป็นสาเหตุของความเจ็บปวดเช่นกัน “ฮอร์โมนพวกนี้กำลังเตรียมร่างกายของเราให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ และส่งสัญญาณไปยังท่อน้ำนมให้ขยายออก ซึ่งนี่อาจทำให้เจ็บปวดได้” คุณควรหลีกเลี่ยงน้ำตาล คาเฟอีน และอะไรก็ตามที่มีโซเดียมอยู่มาก เพราะทั้งสามอย่างนี้จะเพิ่มการกักเก็บของเหลว ซึ่งจะทำให้หน้าอกของคุณใหญ่ขึ้นชั่วคราว (และตัวบวมด้วย) ทำไมหน้าอกแต่ละข้างไม่เท่ากัน?           เพราะคุณเป็นคนปกติ น้อยคนนักที่จะมีหน้าอกเท่ากัน ขนาดต่างกัน 1-2 คัพก็ยังถือเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ พญ.บูธ ยังชี้ว่า ความไม่เท่ากันนั้นอาจเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นหลังจากการตั้งครรภ์หรือการให้นมบุตร แต่ควรระวังไว้ว่า หากเต้านมข้างหนึ่งใหญ่ขึ้นอย่างกะทันหัน อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงเนื้องอก แม้ว่าจะเกิดขึ้นได้ยากมาก แต่ถ้าคุณมีอาการดังกล่าวจริง ควรไปพบแพทย์ด่วน   ขนพวกนี้มันอะไรกัน?           อาจจะน่ารำคาญ แต่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ทางแก้ง่ายๆ ก็คือถอนมันออกซะ ลองถอนหลังจากคุณอาบน้ำอุ่น เพราะรูขุมขนจะขยายกว้างขึ้นและจะถอนเส้นขนได้ง่ายกว่า ทำไมหน้าอกถึงมีรอยแตกเป็นลาย            เป็นผลมาจากการขยายขนาดโดยฉับพลัน ไม่ว่าเพราะคุณแตกเนื้อสาว ตั้งครรภ์ หรือเพราะน้ำหนักเพิ่มขึ้น แม้ครีมจะช่วยไม่ได้มากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป รอยเหล่านี้ก็จะจางลงเรื่อยๆ   ลูกมีผลกระทบอย่างไรต่อหน้าอก           อันดับแรกเลยคือ หน้าอกของคุณอาจจะใหญ่ขึ้น แต่หลังจากมีลูกแล้ว ผู้หญิงหลายคนบอกว่าหน้าอกลดขนาดลงกว่าก่อนตั้งครรภ์ ถึงแม้จะไม่มีเหตุผลทางชีววิทยาว่าทำไมหน้าอกถึงหด และมีขนาดเล็กลงหลังจากให้นมบุตรแล้ว บางทีเนื้อเยื่อในเต้านมอาจจะเปลี่ยนแปลง ก็เลยดูเหมือนว่าเล็กลงก็ได้ และบางทีมันอาจเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราต้องแลกกับการทำสิ่งที่เหลือเชื่ออย่างการให้กำเนิดและเลี้ยงดูลูกก็ได้  อยากเสริมเต้านม เสี่ยงหรือเปล่า?            แน่นอน มันถือเป็นผ่าตัดใหญ่เลย ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจรวมไปถึงการติดเชื้อ ชาด้าน ภาวะแทรกซ้อนของแผลเป็น หรือแผลฉีกขาด แม้ว่าราคาของการเสริมทรวงอกอาจจะถูกและล่อตาล่อใจ แต่คุณควรนึกถึงสุขภาพเป็นอันดับแรก (ไม่ใช่นึกถึงเงิน) ให้มองหาแพทย์ที่มีประสบการณ์ และขอดูภาพผลงานก่อน-หลัง พร้อมกับคุยกับคนไข้คนก่อนๆ เกี่ยวกับผลของการเสริมหน้าอกเสียก่อน

T25 ยุคขุ่นพ่อ ขุ่นแม่ แซ่บมั้ย
T25 /  ออกกำลังกาย / 

T25 ยุคขุ่นพ่อ ขุ่นแม่ แซ่บมั้ย

ชะลอโรคข้อเสื่อมให้อยู่หมัด
โรคข้อเสื่อม

ชะลอโรคข้อเสื่อมให้อยู่หมัด ผู้สูงวัยส่วนใหญ่คงมีไม่น้อยที่ประสบปัญหาปวดเข่า บางคนคิดว่าแค่นวด ทายา หรือกินยา เป็นครั้งคราวไปก็น่าจะเพียงพอ แต่จริงๆ แล้วอาการปวดเข่าอาจมีสาเหตุมาจากโรคข้อเสื่อม? ที่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหยุดยั้งอาการปวดเข่าได้ในที่สุด โรคข้อเสื่อมเป็นความผิดปกติของข้อ พบในผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป และพบมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดจากภาวะเสื่อมของข้อที่ผ่านการใช้งานมานาน กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลาย กระดูกงอกผิดรูป ทำให้เกิดอาการปวดข้อและเคลื่อนไหวข้อไม่สะดวก โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วย และทำให้คุณภาพชีวิตทรุดโทรมลง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อเสื่อม มักแนะนำให้ผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งยอง ๆ คุกเข่าเป็นเวลานาน ไม่ยกของหนักเป็นประจำ และส่งเสริมการออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อ กลูโคซามีน ซัลเฟต (Glucosamine sulfate) เป็นสารที่มีโครงสร้างเดียวกับผิวกระดูกอ่อนหุ้มข้อ และมีส่วนในการยับยั้งเอมไซม์ที่ย่อยสลายผิวกระดูกอ่อนได้ ผู้ป่วยต้องใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หากซื้อยาโดยไม่ตรวจสอบ อาจได้ยาคุณภาพต่ำจากผู้ผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วย ไม่ได้ผลทางการรักษาที่น่าพอใจ และทำให้โรคข้อเสื่อม ที่เป็นอยู่ทรุดลงไปเรื่อยๆ

7  เคล็ดลับ ป้องกัน และ บรรเทาอาการ ปวดข้อ ใน หน้าฝน
ปวดข้อ /  หน้าฝน

7  เคล็ดลับ ป้องกัน และ บรรเทาอาการ ปวดข้อ ใน หน้าฝน ความเย็นฉ่ำเป็นอีกหนึ่งตัวกระตุ้น สำคัญ ที่ทำให้ร่างกายของใครหลายคนเจ็บออด ๆ แอด ๆ โดยเฉพาะอาการปวดเมื่อยตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย สาเหตุที่อาการ ปวดข้อ มักจะกลับมาใน หน้าฝน ก็เพราะภาวะเกินของธาตุต่าง ๆ คือธาตุลมและความชื้นที่มาพร้อมกัน เข้าสู่ร่างกายและจะค้างอยู่ตามช่องว่างของกล้ามเนื้อ เรียกอีกอย่าง ว่า “โรคลมในเส้น” ทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก เกิดภาวะเลือดลมอุดตันสะสมนาน ๆ จะทำให้เกิดภาวะพร่องพลังของไตและตับ ถ้ายิ่งสะสมในอวัยวะสำคัญทั้งอาการปวดข้อจะเรื้อรัง และแก้ยากมากขึ้น และนี่คืออีกหนึ่งสาระสุขภาพ ที่จะช่วยให้คุณอุ่นใจเมื่อมีอาการเฉียบพลันแบบ ปวด ๆ หาย ๆ ตามสายฝนโปรย ที่เรานำมาฝาก อาการปวดข้อทั้งชนิดที่เรื้อรังและไม่เรื้อรัง สามารถเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ เมื่อร่างกายกระทบอุณหภูมิเย็น ชื้น เราจึงควรรู้จักวิธีป้องกันในแบบต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยง และรับมือกับอาการที่อาจเกิดขึ้นโดยเฉียบพลัน และนี่คือ 7 วิธีดี ๆ ที่น่าอ่านน่าจดจำ 7 เคล็ดลับป้องกัน และบรรเทาอาการปวดข้อในหน้าฝน 1.กินป้องกันปวด การได้รับอาหารที่มีสารต้านออกซิเดชั่นในปริมาณเล็กน้อย ได้แก่ ธาตุซีลีเนียม วิตามินซี วิตามินอี และวิตามินเอจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ได้ ดังนั้นอาหารประจำวันควรมีผัก และผลไม้สดในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อให้ได้รับวิตามินซีและเบต้าแคโรทีน ส่วนอาหารที่เป็นแหล่งวิตามินอี ได้แก่ น้ำมันพืช ถั่วเปลือกแข็ง ผลอะโวคาโด และเมล็ดทานตะวัน อาหารที่มีซีลีเนียม ได้แก่ ปลาที่มีไขมันมาก ธัญพืชและไข่ นอกจากนี้ปลาที่มีไขมันมากหรือน้ำมันปลา ยังมีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่อาจช่วยลดการอักเสบภายในร่างกายด้วย 2.บรรเทาด้วยอุณหภูมิประคบ การใช้อุณหภูมิช่วย โดยใช้ความร้อน อาจจะเป็นกระเป๋าน้ำร้อน ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อน หรือวิธีบ้าน ๆ โบราณ ๆ อย่างใช้ใบพลับพลึงอังไฟ จากนั้นประคบข้อต่อที่เจ็บ 20 นาที ประมาณวันละ 3 ครั้ง ทำให้เลือดไหลเวียนมากขึ้นและช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อ แต่ถ้าใช้ความเย็น ก็สามารถบรรเทาอาการปวดได้เฉียบพลัน 3.นวดพร้อมสมุนไพร การนวด ถือเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ทุเลาลงได้ ส่วนการใช้ยาทาถูนวดต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เช่น ยาหม่อง จะช่วยให้หายปวดได้ชั่วคราวเช่นเดียวกับการใช้ยาแก้อักเสบในรูปครีม นวดบริเวณรอบ ๆ ข้อที่มีการอักเสบก็จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบได้ชั่วคราวเช่นกัน การประคบด้วยสมุนไพรคือหัวไพลสด ขมิ้นชันสด การบูร เกลือ ซึ่งมักจะเพิ่มผิวมะกรูด ตะไคร้ ใบมะขามใบส้มป่อย ร่วมกับการนวดรักษาโรค หรือการใช้ยาแผนปัจจุบัน ยังสามารถบรรเทาอาการปวดข้อ ข้อฝืด ได้มากขึ้นกว่าการนวดหรือใช้ยาเพียงอย่างเดียว 4.กินสมุนไพรเผ็ด การรับประทานสมุนไพร เน้นที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น ขิงและอบเชย โดยเฉพาะขิงสด เพียงฝานกินวันละ 2-3 แว่น ก็ลดอาการปวดข้อได้ดีมาก เพราะขิงมีโครงสร้างโมเลกุบางอย่าง คล้ายกับยาที่ใช้รักษาโรคปวดข้อรุ่นใหม่ที่ไม่กัดกระเพาะ 5.รับประทานน้ำมันตับปลาวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ไอส์ลา บอสเวิร์ธ นักวิจัยจากประเทศอังกฤษ พบว่าการรับประทานน้ำมันตับปลาวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ช่วยลดอาการปวดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายยิ่งเป็นอาการปวดจากโรคข้อต่ออักเสบยิ่งได้ผล และไม่มีผลข้างเคียงเหมือนการใช้ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรแฟน หรือแม้แต่พาราเซตามอล ซึ่งหากรับประทานเป็นประจำอาจเสี่ยงต่อโรคความดันสูงและโรคหัวใจ ถึงแม้น้ำมันตับปลาจะไม่สามารถรักษาโรคข้ออักเสบได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หาง่าย ราคาถูก และไม่เป็นอันตรายอีกด้วย 6.บำบัดด้วยเถาวัลย์เปรียง จากการทดลองวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นานกว่า 10 ปี พบว่า “เถาวัลย์เปรียง” มีสารสกัดจากลำต้นมีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวด ต้านการอักเสบสามารถใช้แทนยาแก้อักเสบประเภท สเตียรอยด์ ที่เป็นยาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาโรคปวดหลังและปวดตามข้อได้ และได้ผ่านการทดสอบทางคลินิกกับคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้ผลดี พบว่าร่างกายสามารถดูดซึมยาตัวนี้ได้ดี ไม่มีพิษหรือผลข้างเคียงต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายได้อีกด้วย ที่สำคัญ ยาสมุนไพรไม่มีผลข้างเคียง เพราะไม่มีสารเคมี 7.ออกกำลังบริหารข้อบ่อย ๆ เคลื่อนไหวข้อ และฝึกกายบริหารเป็นประจำทุกวัน อย่าอยู่นิ่ง ๆ เพราะยิ่งอยู่นิ่ง ข้อยิ่งแข็งฝืดและขยับยากยิ่งขึ้น ดังนั้นควรฝึกกายบริหารในท่าต่างๆ  ท่าละ 10 ครั้ง ทำซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมง จะช่วยทำให้ข้อลดความฝืดและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น การออกกำลังกายในสภาพไร้น้ำหนัก เช่น ว่ายน้ำ เป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ ที่สำคัญควรรู้สมดุลร่างกายของตัวเองว่าเมื่อใดควรพักข้อที่อักเสบ และเมื่อใดควรให้ข้อนั้นออกกำลังกาย จะช่วยให้รับมือกับโรคได้ดีขึ้น เช่น เมื่อข้อเกิดการอักเสบรุนแรงขึ้น ให้หยุดการออกกำลังบริเวณข้อทันที และเริ่มออกกำลังใหม่เมื่อการอักเสบลดลงแล้ว ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก  Twenty Four-Seven Magazine