กะเทยแปลงเพศ

แต่งห้องนอนให้สวยด้วย ผ้าปูที่นอน หลากสี
ผ้าคลุมเตียง /  ผ้าปูที่นอน / 

การเพิ่มสีสันให้ห้องนอนดูไม่ซ้ำซากจำเจ มีสิ่งหนึ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนดีไซน์ของห้องนั่นก็คือการ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนปลอกหมอนนั้นเองค่ะ วันนี้ Decor.MThai ได้นำตัวอย่างแต่งห้องนอนให้สวย ด้วยผ้าปูที่นอนหลากสีมาฝากเพื่อนกันค่ะ เพียงแค่เพื่อนๆ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนก็เปลี่ยนชีวิตในห้องนอนให้มีสีสันขึ้นได้ เป็นไงคะเพื่อนๆ เห็นตัวอย่างผ้าปูที่นอนหลากหลายแบบกันไปแล้ว ถ้าเพื่อนๆ ชอบแบบไหนก็ลองไปจับจองเป็นเจ้าของ นำมาแปลงโฉมห้องของเพื่อนๆ กันดูนะคะ

เข้าชมฟรี !! นิทรรศการ “อุตสา ฮา กรรม: ผลิตขำ ทำเงิน” ขายหัวเราะ
ขายหัวเราะ

นิทรรศการ “อุตสา ฮา กรรม: ผลิตขำ ทำเงิน” เวลา: 15 กรกฎาคม - 2 ตุลาคม 2559 | 10.30 – 21.00 สถานที่: ห้องนิทรรศการ 2 TCDC เมื่อการใช้อารมณ์ขันเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ เชิญค้นหาความเป็นไปได้และโอกาสที่เกิดธุรกิจความขำ      นิทรรศการ “อุตสา ฮา กรรม: ผลิตขำ ทำเงิน” จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) และขายหัวเราะ (สำนักพิมพ์บรรลือสาสน์) เพื่อนำพาผู้ชมสำรวจและทำความรู้จักกับอารมณ์ขัน ในฐานะเครื่องมือทางความคิดอันสำคัญยิ่งของมนุษยชาติ นอกจากใช้เพื่อเสริมสร้างสมดุลสุขภาวะจิตที่ดี อารมณ์ขันยังถูกใช้เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ใช้เพื่อผลิตเสียงหัวเราะ เพื่อสร้างความสุขและความบันเทิงในหลากหลายรูปแบบ กระทั่งเป็นเครื่องมือเพื่อนำไปใช้ทำธุรกิจ สื่อสารและสร้างสรรค์แนวความคิด สินค้า หรือบริการต่างๆ อีกมากมาย ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไปข้างหน้า การใช้อารมณ์ขันเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสื่อบันเทิง 'พี่มาก..พระโขนง' ทำรายได้ทั่วประเทศไปกว่าพันล้านบาท 'ขายหัวเราะ' มียอดพิมพ์ต่อเดือนสูงถึงหนึ่งล้านเล่ม จากวิธีคิดที่เอาการใช้อารมณ์ขันเป็นตัวขับเคลื่อน ด้วยการพลิกมุมมอง ตั้งคำถาม และหยิบยกเรื่องราวรอบตัวมาเป็นต้นทุน รวมถึงรู้จักบิดแปลงและตัดทอนรายละเอียดให้เข้ากับอารมณ์ขันของแต่ละวัฒนธรรม เข้าใจคนและพื้นที่ที่ต้องสื่อสาร คิดถึงผู้ร่วมสร้างและผู้ร่วมเสพ ที่สำคัญ ต้องรู้จักปรับตัวตามยุคสมัยให้ได้อยู่เสมอ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมอารมณ์ขันจึงเป็นได้มากกว่าแค่เสียงหัวเราะในวงเพื่อนฝูง ผู้สร้างอารมณ์ขันไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่คณะตลกคาเฟ่ ผู้กำกับภาพยนตร์ นักพูด ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ ครีเอทีฟ หรือนักเขียนการ์ตูน แต่ใครๆ ก็สามารถนำอารมณ์ขันมาใช้เป็นเครื่องมือได้ เพื่อนำมาสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงสร้างสรรค์ในระดับที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่เสียงหัวเราะได้ร้อยแปด ตั้งแต่ต่อรองกับการใช้ชีวิตประจำวัน การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคม เปิดพื้นที่การเรียนรู้ ต่อสู้กับอำนาจและการเมืองผ่านการวิพากษ์ พลิกฟื้นเมืองและพัฒนาเศรษฐกิจ และยังสามารถจินตนาการถึงความเป็นไปได้ในมิติอื่นๆ อีกได้ไม่สิ้นสุด เข้าชมฟรี ! สอบถามข้อมูลได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ TCDC ชั้น 5 ดิ เอ็มโพเรียม เวลา 10.30 – 21.00 (ปิดวันจันทร์) โทร 02 664 8448 ต่อ 213, 214

“รัดเกล้า” ประกบ “หม่ำ จ๊กม๊ก” นำแสดงในหนังผี-ตลก “อาม่า”
จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย /  จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร / 

“รัดเกล้า” ประกบ “หม่ำ จ๊กม๊ก” นำแสดงในหนังผี-ตลก “อาม่า” นาน ๆ จะเห็น ต๊งเหน่ง รัดเกล้า อามระดิษ รับงานแสดงภาพยนตร์สักครั้ง แต่ล่าสุดนักแสดงหญิงเจ้าบทบาทก็ตัดสินใจรับบทนำพร้อมแปลงโฉมจนไม่เหลือเค้าเดิมในภาพยนตร์ผี-ตลก อาม่า ของค่ายสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล โดยมี หม่ำ จ๊กม๊ก เป็นโปรดิวเซอร์และร่วมแสดงนำ ในเรื่องนี้ รัดเกล้าจะรับบทเป็น อาม่า หญิงชราที่มีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางความไม่ปรองดองของคนในตระกูล จนกระทั่งตายเป็นศพก็ยังออกมาหลอกหลอนลูกหลาน เพื่อให้ทำตามพินัยกรรมที่ตนได้สั่งเสียไว้ เกิดเป็นเรื่องราวสุดป่วนชวนสยองขำแบบ ความคนไม่ทันหายดี ความผีเฮี้ยนก็เข้ามาซ้ำ ทั้งนี้รัดเกล้าได้เผยความรู้สึกในการรับบทนำครั้งแรกนี้ว่า “รู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมแสดงกับนักแสดงตลกชั้นนำอย่างพี่หม่ำ และนักแสดงตลกรุ่นพี่อีกหลายท่านค่ะ บท ‘อาม่า’ นี้เป็นบทที่ท้าทายมาก เพราะต้องแสดงเป็นหญิงชราวัย 80 ที่นั่งรถเข็นตลอดเวลา  และยังต้องแสดงทั้งคอเมดี้ ผีน่ากลัว และดราม่าในเรื่องเดียวกัน รวมถึงยังต้องย้อนเวลาไปในวัยสาวด้วย เป็นบทหนังที่สนุกมากค่ะ มีหลากหลายรสชาติทั้งตลก ตื่นเต้น ประทับใจ ยาก และเข้มข้นไม่แพ้บท ‘อีแย้ม’ เลย รับรองแฟน ๆ ไม่ผิดหวังค่ะ”  นอกจากนี้ภาพยนตร์ อาม่า ยังนำทีมโดยนักแสดงวัยรุ่นและนักแสดงตลกมากฝีมืออีกคับคั่ง อาทิ ฮัท จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร (ฮัท เดอะสตาร์ 8), จันจิ จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย (จันจิ วงไกอา), แม็กกี้ อาภา ภาวิไล และพัน พลุแตก งานนี้เตรียมฮาเฮี้ยนกับ อาม่า ได้พร้อมกันสิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ลีเดีย แทบเดินไม่ไหว!! ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด
ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ /  แมทธิว ดีน / 

ยังคงลุ้นกันต่อไป สำหรับสาว ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ กับสามีหนุ่ม แมทธิว ดีน ที่ตอนนี้ว่าที่คุณแม่ตั้งท้องมานานมว๊าก 10 เดือนเต็ม!! แล้ว โดยน้ำหนักตัวของสาวลีเดียก็ขึ้นมาถึง 12 กิโล!! จนแทบจะเดินไม่ไหว แต่เบบี๋ตัวน้อยในท้องซึ่งยังคงอุบเพศอยู่นั้นก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะคลอดสักที จุดนี้ทางคุณพ่อและคุณแม่ตั้งหน้าตั้งตารอกันต่อไป โดยล่าสุดขุ่นแม่โพสต์ลงไอจีมาว่า "Officially 41 Weeks Pregnant! Our baby is too happy (and still healthy) in my belly and doesn't wanna come out! ท้อง 10 เดือนแล้วค๊าาาาา คุณลูกยังมีความสุขและแข็งแรงดีในท้อง แต่คุณแม่หนักจนเดินจะไม่ไหวแล้ววววว" คุณพ่อคุณแม่อยากเจอหน้าหนูจะแย่แล้ววววววววว ขอบคุณภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @lydiasarunrat ลีเดีย ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด ลีเดีย ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด ลีเดีย ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด ลีเดีย ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด ลีเดีย ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด ลีเดีย ท้อง 10 เดือนยังไม่คลอด

หลักฐานชัด! ยูชอน JYJ มีสัมพันธ์สวาทกับสาวบาร์
JYJ /  Micky / 

หลักฐานมัดตัว! นักร้อง-นักแสดงหนุ่มชื่อดัง ปาร์ค ยูชอน สมาชิกวง JYJ (เจวายเจ) มีความสัมพันธ์ทางเพศกับสาวบาร์จริง แต่ไม่ยืนยันว่า ข่มขืนหรือเต็มใจ!? เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกังนัม กรุงโซล เปิดเผยข้อมูลว่า ดีเอ็นเอผู้ชายที่พบบนกางเกงในของสาวบาร์เจ้าทุกข์รายแรกซึ่งฟ้องร้องว่าถูก ปาร์ค ยูชอน คุกคามทางเพศนั้น ตรงกับดีเอ็นเอของนักร้องหนุ่มจริง ซึ่งบ่งบอกว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ทางเพศกัน แต่ไม่สามารถระบุได้ว่านั่นเป็นการข่มขืนหรือไม่ หลักฐานดังกล่าวบ่งชี้ว่า ยูชอน ไปสถานบริการและมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเจ้าทุกข์รายแรก รายงานข่าวยังระบุอีกว่า ยูชอน มีแนวโน้มที่จะประนีประนอมคดีความกับเธอได้ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนถึงกรณีดังกล่าวต่อไปว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการข่มขืนหรือสมยอม รวมทั้งกรณีที่ ยูชอน ถูกหญิงสาวอีก 3คน แจ้งความเกี่ยวกับกรณีการคุกคามทางเพศอีกด้วย. ข้อมูลจาก allkpop มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ต้นสังกัดแถลง ยูชอน พ้นผิด! จ่อฟ้องกลับสาวบาร์-สื่อ หมิ่นประมาท!!
JYJ /  Micky / 

ต้นสังกัดแถลงอย่างเป็นทางการ! ปาร์ค ยูชอน พ้นผิดจากข้อกล่าวหา 'คุกคามทางเพศหญิงสาว' ทั้ง 4 กรณี! - ฟ้องกลับ 'สาวบาร์' และเตรียมฟ้องสื่อ ฐานหมิ่นประมาท วันนี้(15 ก.ค.) C-JeS Entertainment ต้นสังกัดของ นักร้อง-นักแสดงหนุ่มชื่อดัง ปาร์ค ยูชอน สมาชิกวง JYJ (เจวายเจ) ได้เผยถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการ ในกรณีที่ ปาร์ค ยูชอน ถูกกล่าวหาว่าเขาคุกคามทางเพศกับหญิงสาวถึง 4 คน Embed from Getty Images "เราต้องขออภัยทุกคนอย่างสุดซึ้ง ในกรณีที่ ปาร์ค ยูชอน นักร้องและนักแสดงในสังกัดของเรา ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีความที่เกิดขึ้น" "เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันแล้วว่า ข้อกล่าวหาที่ว่า ปาร์ค ยูชอน ได้กระทำการคุกคามทางเพศนั้น ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง ดังนั้นสำนักงานตำรวจกังนัมจึงมีรายงานออกมาว่า ยูชอน พ้นผิดจากข้อกล่าวหาในกรณีคุกคามทางเพศทั้ง 4 กรณี" "อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานตำรวจก็ยังคงแจ้งข้อกล่าวหากับ ปาร์ค ยูชอน ว่าเขาซื้อบริการทางเพศ ซึ่งเราไม่สามารถยอมรับข้อกล่าวหานี้ได้ เราขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเราจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนเรื่องนี้ต่อไปเพื่อพิสูจน์ความจริง" Embed from Getty Images นอกจากนั้น C-JeS Entertainment ยังเปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า ได้ฟ้องกลับสาวบาร์เจ้าทุกข์รายแรกในข้อหาแจ้งความเท็จไปเรียบร้อยแล้ว และมีแผนที่จะแจ้งความฐานหมิ่นประมาทและก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อสถานีโทรทัศน์ที่รายงานข่าวจากข่าวโคมลอยซึ่งไม่ได้การยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทางต้นสังกัดอีกด้วย. ข้อมูลจาก eNEWSWORLD มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อับบาส เคียรอสตามี - วาดชีวิตบนแผ่นฟิล์ม
Abbas Kiarostami /  อับบาส เคียรอสตามี

โดย กิตติภัต แสนดี **ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 114 (พ.ค. 2554) ไม่ใช่เพราะเป็นผู้กำกับอิหร่านที่มี โอกาสกำกับ Certified Copy (ซึ่งเป็นครั้งแรก ของชีวิตการทำงานในยุโรปของเขา) ที่ทำให้ อับบาส เคียรอสตามี เป็นคนทำหนังที่น่า สนใจ และก็ไม่ใช่เพราะรางวัลอันทรงเกียรติ กว่า 70 รางวัล ที่ทำให้เขาทรงสถานะผู้มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมหนังอิหร่าน จริงอยู่ว่ารางวัล ชื่อเสียง เป็นสาเหตุให้ผู้กำกับคนหนึ่งน่าสนใจ แต่มันก็ไม่ใช่สาเหตุเดียว สมมติตัวเองเป็นผู้กำกับหนัง และสมมติว่าหนังเรื่องนั้นเกี่ยวกับ ‘คุณค่าของการมีชีวิต’ วิธีการเล่า การถ่ายภาพ ต้องคุยกับเนื้อหาเหล่านั้น อย่างเป็นหนึ่ง แม้คำว่า ‘ชีวิต’ เป็นสิ่งนามธรรม แต่เมื่อมานั่งในตำแหน่งผู้กำกับแล้วก็ต้องทำให้ผู้ชมเห็น ‘ชีวิต’ แบบชัดเจน จับต้องได้ แค่นี้ก็พอจะเข้าใจได้ว่า คนที่ทำแบบนี้ได้ต้องไม่ใช่ธรรมดา ลายเซ็นบนภูมิทัศน์ เคียรอสตามีสามารถแปลงภูมิทัศน์ขุนเขาของอิหร่านให้สวยงามลงตัวเหมือนบทกวีได้ และองค์ประกอบทางเส้นที่เขาไม่เคยพลาดคือ ‘เส้นซิกแซ็ก’ ซึ่งในเชิงศิลป์หมายถึงความไม่มั่นคง ไม่เสถียร โครงสร้างรูปเช่นนี้ยังเล่าความจริงเกี่ยวกับชีวิตบนหนังของเขาที่ไม่แน่นอน คาดเดาไม่ได้ รูปบนมาจาก Where’s the Friend’s Home? ที่จะถูกฉายซ้ำใน Life and Nothing More รูปต่อมา จากเส้นทางที่รายล้อมสถานที่ฆ่าตัวตายของบาดี ใน Taste of Cherry ชีวิต และ ความตายจากสายตาเคียรอสตามี คืนวันที่ 21 มิถุนายน 1990 ตามเวลาท้องถิ่นของอิหร่าน มีการแข่งขันบอลโลกรอบแรกระหว่างบราซิลกับสกอตแลนด์ และขณะเดียวกัน ก็เป็นเวลาอุบัติของแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดของอิหร่าน ทำให้นักแสดงเด็กบางคนในหนังโบแดงเรื่อง Where’s the Friend’s Home? (1987) ที่สร้างชื่อเสียงสากลให้แก่เคียรอสตามี ต้องเสียชีวิต เคียรอสตามีจึงลงมือตีความ Where’s the Friend’s Home? ใหม่ เดิมทีมันคือเรื่องเด็กคนหนึ่งที่เผลอหยิบสมุดการบ้านของเพื่อนที่อยู่ ต่างเมืองติดมือมา ซึ่งถ้าไม่ไปคืน วันรุ่งขึ้นเพื่อนของเขาจะไม่มีการบ้านส่งและจะถูกไล่ออกจากโรงเรียน หนังบอกเล่าจรรยาของพลเมือง ช่องว่าง ระหว่างวัย และความสับสนของเด็กที่ต้องบริหารความคาดหวังที่ขัดแย้งกันของผู้ใหญ่หลายกลุ่ม เช่น ครูต้องการให้ทำการบ้าน แต่ผู้ปกครองอยากให้ ช่วยทำงานบ้าน เขาตีความ Where’s My Friend Home? ให้กลายเป็นสังคมอิหร่านก่อนหายนะ และสร้างหนังอีกสองเรื่องคือ Life and Nothing More (1992) กับ Through the Olive Trees (1994) เป็นฉากหลังหายนะ ผนวกเข้ากับ Taste of Cherry (1997) ที่ว่าด้วยคุณค่าของชีวิต Life and Nothing More ถ่ายทำในแบบเดียวกับที่ เจี่ยจางเคอ ผู้กำกับเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ชื่นชอบ คือเอาเรื่องแต่งมาผสมกับเรื่องจริง เป็นเรื่องของผู้กำกับหนังเรื่อง Where’s My Friend Home? (แสดงโดยคนอื่น) ออกตามหาเด็กที่แสดงในหนังเรื่องนั้น และระหว่างทาง ผู้ชมจะถูกจู่โจม ด้วยความจริงที่ว่า ชีวิตของมนุษย์เปราะบางอย่างยิ่ง ก่อนและหลัง บ้านในชนบทอิหร่านไม่ได้สร้างด้วยคอนกรีต เมื่อพบกับแรงแผ่นดินไหวจึงทำให้ทุกอย่างพังทลาย ในหนังไตรภาคชุด Earthquake Trilogy หรือ Koker Trilogy (ประกอบด้วย Where’s the Friend’s Home?, Life and Nothing More และ Through the Olive Trees) เคียรอสตามีเทียบแย้งสภาพบ้านเมืองในที่เดียวกัน ภาพ ด้านบนคือสภาพก่อนเกิดแผ่นดินไหวของเมือง Poshte ในเรื่อง Where’s the Friend’s Home? ส่วนภาพด้าน ล่างคือเมืองเดียวกันหลังเกิดแผ่นดินไหวซึ่งอยู่ใน Life and Nothing More เคียรอสตามีจงใจถ่ายทอดความ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และชวนให้เห็นเขตแดนระหว่างความเป็นและความตายที่แคบนิดเดียว เขายังเปิดอีกมิติของชีวิตที่ชาวบ้านผู้ประสบภัยต่าง หาความเพลิดเพลินต่อไปอย่างไม่อาลัยต่อสิ่งที่ผ่านพ้น เช่น ดู บอลโลกต่อ แต่งงานใหม่ ฯลฯ เขาสะกิดให้เราเห็นคุณค่าของ ปัจจุบันกาลของการมีชีวิต แนวคิดนี้ยังถูกขยายต่อไปอีกเมื่อ เขาสร้าง Taste of Cherry ที่พาเราไปดูคนที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย โดยจ้างให้คนอื่นช่วยไปขุดหลุมกลบ และระหว่างที่เขากำลังตาม หาผู้ทำหน้าที่นั้น เขาพบกับมุมมองของแต่ละคนที่มีต่อคุณค่าของ ชีวิต ทั้งของนักศาสนา และของคนธรรมดาที่เคยคิดฆ่าตัวตาย ลูกเชอร์รี’ คือสัญลักษณ์ความงามของชีวิต เคียรอส- ตามีขับเน้นมันให้หอมหวานด้วยทิวทัศน์มุมสูงของเทือกเขาสลับ ตัวเมือง พรรณไม้สลับสีสัน บทสนทนาเชิงกวีที่คลี่คลายไป ระหว่างการเดินทางในรถ และภาพมุมสูงที่ชวนให้ผู้ชมออกห่าง จากอารมณ์รุนแรงในหนังและครุ่นคิดให้จริงจังถึงความหมายที่ แท้จริงของบทสนทนา ชีวิตคือการเดินทาง รัฐบาลอิหร่านอุดหนุนค่าน้ำมัน ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์แพร่หลาย จนเคยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจาก อุบัติเหตุรถยนต์มากที่สุดในโลก แม้ไม่แน่ชัด ว่านี่จะเกี่ยวกับสไตล์หนังของเคียรอสตามี ที่มักจัดให้ตัวละครดำเนินบทสนทนาและ เรื่องราวภายในรถยนต์หรือไม่ แต่มันชวนให้ นึกถึงรูปแบบการเมือง การถกเถียงในอิหร่าน ที่มักปิดตาย ถูกควบคุมตลอดเวลา หนีออก ไปกลางคันก็ยุ่งยาก และนอกเหนือไปจาก เรื่องการเมืองแล้ว บทพูดในรถยนต์ยังเหมือน รูปแบบของชีวิตที่ต้องพบกับประสบการณ์ หลากหลายสองข้างทางตลอดเวลา ตรงข้ามกับการมีชีวิต The Wind Will Carry Us (1999) สำรวจเรื่องชีวิตหลังความตาย นายช่างกับทีมงานกลุ่มหนึ่งเดินทางจากเมืองสู่ ชนบทห่างไกลเพื่อชมพิธีไว้อาลัยคนตายในท้องถิ่น แต่งานไม่เป็นไปตามคาดเพราะคนตายที่ว่านั้นยังไม่ตาย หากแต่อาการยังทรงตัว มีชาวบ้านคอย ดูแลอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวเกี่ยวพันกับคำถามว่าหลังความตายจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา จะมีสวรรค์หรือนรกหรือไม่ จะน่ารื่นรมย์กว่าโลกที่เห็นหรือไม่ แล้วผีคืออะไร นอกจากนี้หนังยังพูดเรื่องมุมมองที่คนกลุ่มต่างๆ มีต่อความตาย ในขณะที่คนในหมู่บ้านพยายามยื้อชีวิตของหญิงชรา สร้างบุญและ โชคลาภด้วยการให้เธอทานอาหารที่มอบให้ คนจากในเมืองกลับโทรมือถือที่ต้องไปรับสายกันบนยอดเขา เพื่อตามงานว่าเมื่อไหร่หญิงชราจะตายเสียที นอกจากเรื่องชีวิตและความตายแล้ว เราจะอ่าน The Wind Will Carry Us เป็นบันทึกความเปลี่ยนแปลงในประเทศอิหร่านก็ยังได้ เป็นการปะทะตามเวลาของความเป็นเมืองกับชนบท โดยความเป็นเมืองรอเวลาให้ชนบทตายไปอย่างไม่ไยดี แต่เนื้อที่ในบทความนี้คงไม่เพียงพอจะ แทรกหัวข้อนี้ เพราะเราต้องดูต่อให้ลึกขึ้นว่าเคียรอสตามีพยายามพูดถึงชีวิตและความตายในหนังอย่างไร อัตถิภาวะนิยม หรือ นิยมศาสนาอิสลาม? เมื่อเคียรอสตามีขึ้นรับรางวัล Akira Kurosawa ปี 2000 ที่ซานฟรานซิสโก มีผู้ชมถามว่า ตกลงหนังของเขาเชื่อในอัตถิภาวะนิยมหรือศาสนาอิสลามกันแน่? เขาเลี่ยงไม่ตอบคำถามนี้ และบอกแทนว่าหน้าที่ของเขาคือนำเสนอปัญหา ส่วนผู้ชมจะค้นหาทางออกอย่างไรก็สุดแท้แต่ใจ ความจริงไม่น่าจะเป็นเรื่องยากที่จะหาคำตอบ เพราะแนวคิดทั้ง 2 มันต่างกันสุดขั้ว อัตถิภาวะนิยมไม่เชื่อว่ามีเทพเจ้าผู้อยู่เหนือชีวิต และเชื่อว่าร่างกายมนุษย์แท้จริงแล้วปราศจากความหมายหรือคุณค่าใดๆ มนุษย์ต้องดิ้นรน ตามหาคุณค่าเหล่านั้นเติมเต็มตัวเองอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญของความเป็นมนุษย์ในสายตานักอัตถิภาวะนิยมคือสิทธิในการเลือกเติมเต็มในแบบที่ตน ต้องการ เพราะชีวิตคือการเลือก แม้เลือกที่จะไม่เลือกก็คือการเลือกอย่างหนึ่ง และชีวิตที่ดีต้องมีความสุข ส่วนชีวิตหลังความตายสำหรับคนกลุ่มนี้คือ ความว่างเปล่าจบสิ้น ส่วนศาสนาอิสลามเชื่อในองคภาวะสูงสุดที่ควบคุมทุกชะตากรรมของชีวิตบนโลก ทุกสิ่งที่มนุษย์เผชิญเป็นไปเพราะพระประสงค์ อันยุติธรรม ชีวิตที่ดีต้องได้ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา ส่วนชีวิตหลังความตายมนุษยชาติจะถูกปลุกขึ้นเพื่อพบกับการพิพากษา คนดีจะขึ้นสวรรค์ คนไม่ดีจะต้องตกนรก แต่หนังของเคียรอสตามีเป็นไปได้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน ใน Taste of Cherry คุณบาดีผู้ตามหาคนช่วยเอา ดินกลบหน้า เถียงกับชายนักสตัฟฟ์สัตว์คนหนึ่งในรถถึงความ เหมาะสมของการฆ่าตัวตาย บาดีบอกว่าเป็นไปได้ที่การฆ่า ตัวตายไม่ผิดตามหลักศาสนาอิสลาม เพราะพระเจ้าอาจเปิด ทางออกนี้ให้เมื่อพบว่าชีวิตที่มนุษย์กำลังดำเนินนั้นลำบากเกิน จะไปต่อ และถ้าตัดสินใจจริง มันก็อาจเป็นการตัดสินใจตาม พระประสงค์ก็ได้ ชายนักสตัฟฟ์สัตว์ตอบโต้ด้วยประสบการณ์ ตรงที่เคยตัดสินใจจะฆ่าตัวตายครั้งหนึ่ง เมื่อพยายามผูกเชือก บนต้นไม้ ปรากฏว่าเขาพบลูกหม่อนหอมหวานซึ่งแม้จะไม่ใช่ ผลไม้วิเศษที่กินแล้วปัญหาในชีวิตจะหมดไป แต่มันทำให้เขา เปลี่ยนทัศนคติต่อชีวิตใหม่ว่ายังมีความน่าพึงใจให้ค้นหา ด้านหนึ่งพวกเขาพูดถึงอำนาจของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตตามหลักศาสนา แต่ในอีกห้วงเวลาพวกเขาหันมาพูดถึงการใช้ชีวิตให้มีความสุข มองให้เห็นความงามของสิ่งที่เป็นอยู่รอบข้าง หาคุณค่าใหม่ๆ ให้ตัวเอง ตามแนวทางของอัตถิภาวะนิยม ใน Life and Nothing More ก็เช่นกัน เราจะเห็นผู้คนพูดคุยถึงความเกี่ยวพันระหว่างพระประสงค์กับเหตุการณ์แผ่นดินไหว ถกเถียงว่า พระเจ้าต้องการฆ่าเด็กๆ จริงหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วมันเป็นผลจากภัยพิบัติที่ฆ่าคนไม่เลือกหน้า และขณะเดียวกันหนังก็ยังฉายภาพชีวิตของผู้คนที่ เลือกจะดำเนินต่อไปอย่างไม่เสียใจต่อสิ่งที่ผ่านมา เช่น เลือกแต่งงานทันที เลือกดูบอล ที่สะท้อนว่าชีวิตหากมีแล้วต้องรีบใช้หาความสุขให้คุ้มค่า นี่คืออีกแห่งที่มิติทางศาสนาและอัตถิภาวะนิยมอยู่ร่วมกัน อาจเป็นไปได้ที่เคียรอสตามีไม่ต้องการตัดสินใดๆ เกี่ยวกับแนวคิดของชีวิต คือไม่ต้องการเชื่อศาสนาอิสลามอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ต้องการ บอกว่าควรไร้ศาสนา เราอาจเข้าใจบุคลิกด้านนี้ดีขึ้นถ้ารู้ว่า เขาเองก็เติบโตจากในเมืองที่สนใจวิถีชีวิตในชนบท ภาษาหนังของเขาจึงไม่เลือกจะตัดสิน ใดๆ แต่ออกมาเป็นรูปแบบกึ่งสารคดี ราวกับต้องการลดทอนบทบาทตัวกลางของผู้กำกับออกไปจากหนัง รวมถึงความเห็นใดๆ ของตัวผู้กำกับด้วย หนังของเคียรอสตามีเป็นหนังบนรอยต่อของหลายสิ่ง นอกจากจะอยู่บนรอยต่อของศาสนาและอัตถิภาวะนิยม มันยังอยู่บนหนังและภาพกวี สมัยใหม่และสมัยเก่า ความจริงและเรื่องแต่ง เราอาจไม่ได้ข้อคิดเกี่ยวกับชีวิตที่ลึกซึ้งใดๆ กลับไปหลังจากดูจบ แต่เราจะได้คำถามที่ลึกซึ้งไว้ขบคิดและ หาคำตอบในชีวิตจริง หลังออกจากโคเคอร์และเตหะราน แม้เคียรอสตามีจะเคยบอกว่า ลูกไม้ที่ตกอยู่ห่างต้นกำเนิดย่อมผลิดอกออกผลได้ไม่ดี ผู้กำกับหนังที่ไปทำงานต่างที่ต่างแดนเกิดก็เช่นกัน แต่ จนแล้วจนรอดเขาก็ได้มาทำงานกับทีมงานอิตาลีในเมืองทัสคานี กับนักแสดงฝรั่งเศสเจ้าแม่หนังอาร์ต จูเลียต บิโนช และกับนักร้องโอเปราชาวอังกฤษ ในหนังเรื่อง Certified Copy (2009) อันเล่าถึงเวลา 1 วันที่หญิงนักค้าของเก่าได้พูดคุยกับนักเขียนเชิงวิชาการหนุ่มใหญ่ผู้มาเปิดตัวหนังสือใหม่ ว่าด้วยคุณค่าของงานศิลปะลอกเลียน ยิ่งบทสนทนาผ่านไปก็ยิ่งพบว่าเขาช่างคล้ายกับสามีของเธอราวกับเป็น ‘งานลอกเลียนที่จริงแท้’ จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง คนดูจะไม่แน่ใจอีกต่อไปว่าความสัมพันธ์บนหน้าจอนั้นเป็นความสัมพันธ์จริง หรือความสัมพันธ์จำลองเลียนแบบความทรงจำเพื่อทดแทนที่ ต่างคนก็ต่างมีคู่สมรสซึ่งอยู่เหินห่างจากกัน เราจะเห็นองค์ประกอบเดิมๆ ที่เคียรอสตามีนำมาใช้กับฉากบ้านอิฐคลาสสิกของเมืองทัสคานี ทั้งฉากคุยกันยาวๆ ในรถ ตัวละครเด็กสุดป่วน ฉากทางเดินแคบๆ ของหมู่บ้าน และที่ไม่พลาดคือเรื่องการตักตวงความสุขจากชีวิตที่มีอยู่ โดยครั้งนี้เขาเพิ่มประเด็นการใช้ชีวิตคู่เข้าไปด้วย เราจะตักตวงความสุขของชีวิตให้เต็มที่ได้อย่างไร ถ้าต้องใช้ชีวิตคู่อย่างประนีประนอมกับคนที่มีทัศนคติและความต้องการต่างกัน? แต่ถ้า ไม่เลือกที่จะมีชีวิตคู่เลย เราจะยังมีความสุขของชีวิตให้ตักตวงหรือไม่? และก็เหมือนทุกครั้ง เคียรอสตามีนำเสนอเพียงปัญหา ก่อนที่เขาจะเดินเหินทิ้งเราไปเพื่อคิดโครงการทำหนังในอิตาลีเรื่องถัดไป **หมายเหตุ ในบทความนี้เขียนขึ้นก่อนหนังเรื่องสุดท้ายของเคียรอสตามี อย่าง Like Someone in Love (2012) อ่านต่อได้ที่นี่ ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

รีวิวบุรีรัมย์ กับร้านอาหารน่านั่ง 12 ร้าน ตามไปกินกันให้พุงแตก
บุรีรัมย์ /  ร้านกาแฟ / 

ดินแดนถิ่นอีสาน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปอยู่หลายที่ และร้านอาหารอีกเช่นกัน ปัจจุบันมีมากมายหลากยิ่งกว่าเอกมัย ทองหล่อบ้านเราเสียอีก ทั้งร้านที่เป็นร้านดั่งเดิม ที่ไปแล้วต้องแวะไปกินให้ได้ และร้านกาแฟชิคๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวคลายเหนือยได้ การท่องเที่ยวไม่ได้มีแค่ไปสถานที่แต่เพียงอย่างเดียว อย่าลืมเก็บความทรงจำและลิ้มรสชาติอาหารให้กลับมาเราให้เพื่อนฟังด้วย กับ 12 ร้านที่น่าสนใจ ไม่ไปถือว่าพลาดแน่นอนสำหรับ ' จังหวัดบุรีรัมย์ ' 1)  จิ้งนำ ขาหมู ‘ จิ้งนำ ขาหมู ‘ ขาหมู รสเด็ดเข้มข้นที่เปิดมายาวนานกว่า 50 ปี ขาหมูเจ้าอร่อยในตำนานของบุรีรัมย์ที่การันตีความอร่อยโดยนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปทาง อ.นางรอง เปิด-ปิด ทุกวัน : 06:00 – 20:00 น. ที่ตั้ง : ซอย โชคชัยสรรพกิจ ตำบล นางรอง อำเภอ นางรอง จังหวัด บุรีรัมย์ 31110 ————————————————————- 2) Klim Kitchen ‘ Klim Kitchen ‘ ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากตัว โรงพยาบาล บุรีรัมย์ ราคาค่อนข้างสูงแต่พอได้ลิ้มรสชาติจริง ถือว่าไม่แพงอย่างที่คิด กับรสชาติที่อร่อยและเหมาะสมกับราคา เปิด-ปิด ทุกวัน 10:30–14:00, 17:00–22:00 น. ที่ตั้ง : ถนน หน้าสถานี เมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ 31000 Facebook : Klim Kitchen ————————————————————- 3) White Cottage Cafe   ‘ White Cottage Cafe ‘ ร้านขนมวานที่โดดเด่นในเรืองของบิงซู ร้านตกแต่งเป็นโทนสีขาวสะอาดตา และทำให้ถ่ายรูปอาหารสวยไปด้วย ถ่ายรูปกันเพลินเลยค่ะงานนนี้ เปิด-ปิด : วันจันทร์ 10.00 - 20.00 น. , วันพุธ - อาทิตย์ 10.00 - 20.00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้าม รพ นางรอง  ต.นางรอง จ.บุรีรัมย์, อำเภอนางรอง 31110 Facebook : White Cottage Cafe ————————————————————- 4) MaoMilk ‘ MaoMilk ‘ ร้านนี้เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่ต้องการนั่งชิวกินนมเป็นร้านนมที่น่านั่งร้านหนึ่งในอำเภอเมืองบุรีรัมย์ บรรยากาศของร้านมี 2 แบบ 2 อารมณ์ คือ ด้านนอกร้านที่เป็นบรรกาศริมถนนจิระรับลมธรรมชาติ ส่วนในร้านก็เป็นความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่จำนวนที่นั่งในร้านค่อนข้างน้อยจึงทำให้ข้างในที่นั่งไม่ค่อยว่าง เปิด-ปิด : ทุกวัน 11:00 - 22:00 ที่ตั้ง : หน้ามหาวิทยาลัยราชฏัชบุรีรัมย์  Box2 ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ Facebook : MaoMilk ————————————————————- 5) A day awesome ‘ A day awesome ‘ เอกลักษณ์ของร้านนี้คงอยู่ต้นจามจุรีต้นใหญ่ช่วยให้ร่มเงา เป็นร้านเล็กๆ ตกแต่งง่ายๆ  เค้กที่ดูหน้าตาธรรมดาๆ แต่รสชาติดี เนื้อนุ่ม ไม่หวานมาก เปิด-ปิด : ทุกวัน  07.00 - 22.00 น. ที่ตั้ง : ร้านอยู่ในซอยเเสนสุข ตรงข้ามสำนักงานทนายความ ก่อนถึง สหกรณ์ออมทรัพย์ครู Facebook : A day awesome ————————————————————- 6) cafe de bu ‘ cafe de bu ‘ คาเฟ่ตกแต่งแนวยุโรป จุดเด่นคือมีฟาร์มแกะและกังหันตัวใหญ่ เป็นเอกลักษ์ของคาเฟ่ เดอ บู เซ็ตอาหารมีหลายมื้อตั้งแต่เช้า กลางวัน เย็น อาหารเช้าอย่างคันทรี่เบรคฟาสต์ เซ็ตอาหารเที่ยงจะเป็นอาหารจานเดียว หรือจะเป็นดินเนอร์มื้อเย็น ราคาไม่แพง เปิด-ปิด : จันทร์ - ศุกร์ 7.00 - 23.00 น. , เสาร์ - อาทิตย์ 10.00 - 23.00 น. ที่ตั้ง : 399 หมู่ 18 ถนนบุรีรัมย์-ประโคนชัย, อำเภอเมือง, Buri Ram Facebook : cafe de bu  ————————————————————- 7) Ease café ‘ Ease café ‘ ร้านแนววัยรุ่น มองดูภายนอกคิดว่าเป็นร้านขนมน่ารัก ชิลล์ๆ แต่เมื่อลองเข้าไป เป็นเมนูจัดหนักจัดเต็ม เมนูที่ขึ้นเลยคือเมนูหม้อไฟ และเมนูไทยๆ อีกหลากหลายเมนูเลย เปิด-ปิด : จันทร์ - เสาร์ 10.00 - 20.00 น. ที่ตั้ง : ซอยแสนสุข (ซอยข้างสหกรณ์ออมทรัพย์ครู) ร้านอยู่ตรงข้าวโรงแรม La viva Facebook : Ease café ————————————————————- 8) บ้านหมี สเต็กxนมสด - บุรีรัมย์ ‘ บ้านหมี สเต็กxนมสด - บุรีรัมย์ ‘ เป้นร้านที่ขายอาหารได้หลากหลายเมนูจริงๆ เป็นร้านที่มีบรรยากาศโล่งๆ สไตล์แบบนี้วัยรุ่นชอบ เมนูที่ขายจะมี เบอร์เกอร์ กุ้งถัง ปังเย็น ปังปิ้ง สเต็ก แต่เป็นเมนูหลักๆ เลยจะเป็นเมนูสเต็ก และเน้นขายอาหารที่ตามกระแส อย่างกุ้งถังนั่นเองค่ะ เปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 17.30-24.00 น. ที่ตั้ง : ร้านข้างทาง อยู่ก่อนข้ามทางรถไฟไปคลองถมหนองแปบ Facebook : บ้านหมี สเต็ก ————————————————————- 9) Bobby Bang Cafe ‘ Bobby Bang Cafe ‘ เป็นร้านขนมหวานที่มีบรรยากาศโล่งโปร่งสบาย โดนใจเด็กๆ แล้ววัยรุ่นแถวนั้นเป็นอย่างมาก โดยมีรูปปั้นน้องหมาตัวใหญ่อยู่หน้าร้าน ไว้ให้ถ่ายรูปเล่นกัน ส่วนเมนูก้มีให้เลือกเยอะ ทั้งอาหารคาว อาหารทานเล่น ไอศครีม ขนมหวาน ขนมเค้ก แพรเค้กร้อนๆ กลิ่นหอมๆ เปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 09.30-19.00 น. ที่ตั้ง : อยู่ในโครงการใบเฟิร์น กรีน วิวล์ Facebook : Bobby Bang Cafe ————————————————————- 10) Imagine CAFE ‘ Imagine CAFE ‘ ใครที่ชอบร้านที่ตกแต่งแบบปูนเปลือย เล่นแสงไฟ ตกแต่งน้อยๆ แต่สวย ต้องร้านนี้เลยค่ะ สวยทั้งในแบบกลางวันและกลางคือ รับรองว่าถ่ายรูปสวย อาหารอร่อย ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ เลยค่ะ เปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 12.00-23.00 น. ที่ตั้ง : ตรงข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฏ ถ.เสด็จนิวัติ (อนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๑) ตำบล ในเมือง อำเภอ เมืองบุรีรัมย์ จังหวัด บุรีรัมย์ 31000 Facebook : Imagine CAFE ————————————————————- 11) Wake Up Cafe' ‘ Wake Up Cafe' ‘ น้ำแข็งไสเป่าปิงสไตล์ไต้หวันและน้ำแข็งไสบิงซูสไตล์เกาหลี เป็นเมนูยอดฮิตของ Wake Up Cafe เลยก็ว่าได้ เปิด-ปิด : อังคาร - อาทิตย์ 8.00-19.00 น. ที่ตั้ง : 34/11 ถนน อินจันทร์ณรงค์ อำเภอเมือง จังหวัด บุรีรัมย์ 31000 บุรีรัมย์ (เส้นหน้าสหกร์ออมทรัพย์ครู เยื้องร้านเนคกี้) Facebook : Wake Up Cafe' ————————————————————- 12) on the way cafe ‘ on the way cafe ‘ เป็นร้านที่บรรยากาศดี๊ดีทั้งกลางวันและกลางคืน ตกแต่งและประดับไฟได้อย่างสวยงาม ใครไม่ได้เป็นมือโปรกล้องก็ถ่ายสวยค่ะ และในเรื่องเมนูอาหาร ก้มีให้เลือกเยอะอีกเช่นกัน ทั้งคาวและหวาน จะกินจริงจังหรือกินเล่นก็ได้ มีให้บริการแบบครบครัน เปิด-ปิด : ทุกวัน 15.00-23.45 น. ที่ตั้ง : ประชาสามัคคี อำเภอ นางรอง บุรีรัมย์ 31110 Facebook : on the way cafe ————————————————————- 12 ร้านที่เราแนะนำมาทั้งหมใด ไม่ได้เป็นการจัดอันดับว่าร้านไหนอร่อยที่สุด การจัดอันดับคงต้องไปชิมกันด้วยตัวเองว่าจะให้คะแนนที่ร้านไหน และร้านอาหารอร่อยๆ ที่บุรีรัมย์ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีอีกมากมายหลายร้านที่ยังเลือกมาแนะนำไม่ครบ เพื่อนๆ คนไหนมี่ร้านอะไรแนะนำกันเข้ามาได้เลยค่ะ

ฮ่องกงชวนท่องหมู่บ้าน Smurfs
หมู่บ้าน smurfs /  ฮ่องกง / 

ฮ่องกงชวนท่องหมู่บ้าน Smurfs เพลิดเพลินกับโลกตัวการ์ตูนสีฟ้าสุดน่ารัก ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 สิงหาคม! เหล่าคนรักสเมิร์ฟเตรียมเฮ! พร้อมแพ็คกระเป๋ามาตะลุยทริปแสนสนุกที่ฮ่องกงไปด้วยกัน เพราะช่วงกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ ห้างสรรพสินค้าฮาร์เบอร์ซิตี้ เตรียมเนรมิตลานหน้าอาคารโอเชียนเทอร์มินัล (Ocean Terminal Forecourt) ให้กลายเป็นหมู่บ้านขนาดมหึมา “We’re All Smurfs!” ของเจ้าตัวการ์ตูนสีฟ้าตัวน้อยขวัญใจคนทั่วโลก พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวและแฟนคลับสเมิร์ฟทุกเพศทุกวัย นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้พบกับเจ้าสเมิร์ฟไซส์ยักษ์สูงกว่า 4 เมตร ลอยทักทายต้อนรับทุกคนอยู่กลางอากาศ พร้อมด้วยฉากจำลองเรื่องราว 8 ฉากสุดคลาสสิคในการ์ตูนสเมิร์ฟที่รอให้ทุกคนแวะถ่ายรูปได้อย่างเพลิดเพลินกันที่ซุ้มประตูทางเข้า เมื่อเดินเข้ามาภายในหมู่บ้าน We’re All Smurfs ก็จะเจอกับบรรดาเอลฟ์สีฟ้าตัวจิ๋วแสนน่ารักที่สูงแค่เพียง 1 เมตร กว่า 35 ตัว อาศัยอยู่ในบ้านเห็ดสูงกว่า 6 เมตร ซึ่งภายในบ้านเห็ดยักษ์หลังนี้ เราจะได้เรียนรู้เวทมนตร์คาถาวิเศษจากปาป้าสเมิร์ฟ และร่วมเล่นเกมส์สนุก ๆ แบบอินเทอร์แอคทีฟกับสเมิร์ฟเฟ็ท เลซี่ สเมิร์ฟ คลัมซี่ เสมิร์ฟ และเสมิร์ฟตัวอื่น ๆ ในหมู่บ้านเสมิร์ฟที่ทุกคนชื่นชอบและคุ้นเคย แล้วอย่าลืมแวะไปที่ the Smurfs House of Stories ในอาคาร Gallery ของห้างฮาร์เบอร์ซิตี้ เพื่อรู้จักประวัติความเป็นมาของการ์ตูนชื่อดังและนักประพันธ์อัจฉริยะชาวเบลเยี่ยม Peyo ผู้สร้างสรรค์โลกแห่งเสมิร์ฟที่สร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลกมานานกว่า 58 ปี พร้อมเนรมิตสตูดิโอของเขาขึ้นใหม่เพื่อจัดแสดงผลงานอันทรงคุณค่ากว่า 36 ชิ้นของเขาให้คนทั่วโลกได้ชื่นชมกันเป็นครั้งแรก และยังมีสารคดีและวิดีโอที่จะมาเผยเรื่องราวชีวิตอันน่าอัศจรรย์และพรสวรรค์ของนักประพันธ์ท่านนี้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีงานนิทรรศการ The Smurfs Creative Model Exhibition จัดโดยศิลปินเจ้าของผลงานศิลปะขนาดจิ๋วที่มีชื่อเสียง 2 ท่าน และโซนโรงเรียนแสนสนุก The Smurfs Summer School ที่เด็ก ๆ จะได้เพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้เรื่องการทำไร่ทำสวน วาดรูป หรือแม้กระทั่งโชว์เวทมนตร์สุดตื่นเต้น ซึ่งเมื่อเรียนจบก็จะได้รับเข็มรับรองและเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาเพื่อกลายเป็นสมาชิกของชุมชนเสมิร์ฟตัวน้อยด้วย! แฟนคลับตัวยงของเจ้าตัวการ์ตูนสีฟ้าห้ามพลาดชิมของว่างและขนมธีมการ์ตูนสเมิร์ฟสุดน่ารัก และอย่าลืมแวะเข้าไปจับจองและเลือกซื้อหุ่นตัวการ์ตูนสเมิร์ฟรุ่น Hong Kong Special Edition และของพรีเมี่ยมสุดพิเศษอีกมากมายไว้ในคอลเล็กชันส่วนตัวที่ร้าน the Smurf Pop-up Store พร้อมปิดท้ายด้วยอีเว้นท์เก๋ ๆ อย่าง The Smurfs Asian Art Tour ที่เปิดตัวครั้งแรกในฮ่องกง จัดแสดงงานศิลปะขนาดจิ๋วจำลองโลกอันแสนวิเศษของเหล่าสเมิร์ฟมาให้ทุกคนได้สัมผัสร่วมกัน!