กะเทยแปลงเพศ

รู้เท่าทัน 'โรคซิกา'
ซิกา /  เจาะลึก / 

ขณะนี้ ไวรัสซิกา ได้ระบาดในหลายประเทศ ในแถบอเมริกากลางและใต้ ซึ่งองค์กรอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณะสุขระหว่างประเทศ หลังจากที่ไวรัสดังกล่าว ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเชื้อที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค และสามารถแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางทีมข่าว MThai ได้มีโอกาสพูดคุยกับว่าที่ 'คุณหมอหิมะ' เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว ว่าขณะนี้ไวรัสซิกา กำลังระบาดในบราซิลอย่างหนัก และความร้ายแรงของเชื้อชนิดนี้คือทำให้เด็กที่เกิดจากมารดาที่ได้รับเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ มีภาวะ microcephaly ในเด็กแรกเกิดคือเด็กจะมีรอบหัวน้อยกว่าเด็กทั่วไป ไม่เพียงเท่านั้น เชื้อดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสมองทำให้สมองบางส่วนผิดปกติได้ โดยขณะนี้มีงานวิจัยบ่งชี้ถึง ความเกี่ยวข้องของการระบาดของเชื้อไวรัสซิกา กับภาวะ microcephaly ทั้งนี้ในประเทศไทยเคยมีผู้ป่วยโรคไวรัสซิกา เป็น นักท่องเที่ยวหญิงชาวแคนาดา ในปี 2556 ในความเป็นจริงแล้ว โรคนี้มีอาการคล้ายกับโรคกลุ่มไข้เลือดออก Dengue และ chikungunya ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่ม flavi virus เช่นกัน โดยทั้งสามโรคนี้มีพาหะเป็น ยุงลายเช่นกันค่ะ เมื่อถามถึงสถานการณ์ในไทยมีความน่ากังวลแค่ไหน โรคไวรัสซิกา เป็นโรคที่ระบาดมากในแถบอเมริกาใต้ เกิดจากไวรัสกลุ่ม Flavivirus และ มีพาหะสำคัญคือ ยุงลาย (Aedes species) เช่นเดียวกับ ไข้เลือดออกเด็งกี่ และ ไข้ Chikungunya เรื่องความร้ายแรงของโรคนั้น โรคไวรัสซิกา นั้นสำหรับบุคคลทั่วไป จากผู้ติดเชื้อจำนวน 5 คน จะมีคนป่วยเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น อาการของโรคจะเริ่มแสดงขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปไม่เกิน 1 สัปดาห์ โดยอาการของโรคมีดังนี้ เป็นไข้ ปวดเมื่อยตามข้อ ร่วมกับมีผื่น และ เยื่อตาอักเสบ อาจจะมีปวดศีรษะและอาการปวดเมื่อกล้ามเนื้อร่วมด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้จะคล้ายกับ ไข้เลือดออกเด็งกี่ และ ไข้ Chikungunya ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย การจะแยก 3 โรคนี้ได้อย่างชัดเจนนั้นจะต้องอาศัยการสังเกตอาการอย่างละเอียด และ มีผลทางห้องปฏิบัติการร่วมด้วย โรคไวรัสซิกา แม้ไม่มียารักษาโดยตรง แต่โดยทั่วไปสามารถหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ มีน้อยมากที่จะรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต สาเหตุที่เชื้อไวรัสซิกา เป็นไวรัสที่ทั่วโลกจับตามองไม่ใช่เพราะเป็นโรคที่รุนแรงถึงแก่ความตาย แต่เพราะว่า ถ้าหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสตัวนี้ จะก่อให้เกิดภาวะ Microcephaly ต่อเด็กในครรภ์ ซึ่งเป็นภาวะเด็กทารกมีรอบหัวเล็กกว่ากำหนดอย่างมีนัยยะสำคัญ อาจมีอาการร่วมกับความพิการทางสมอง เช่น สติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์ อาการชัก เป็นต้น ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย ซึ่งเคยมีประวัติพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2556 แล้ว แต่ยังสามารถควบคุมการระบาดได้ รวมถึงปัจจุบันนี้ทางกรมควบคุมโรคก็ยังคงให้ความสำคัญกับการระบาดของโรคนี้ เพราะประเทศไทยมียุงลายซึ่งเป็นพาหะสำคัญของโรคไวรัสซิกา ทำให้ต้องระวังมากขึ้น ส่วนผลกระทบจากโรคดังกล่าวที่มีต่อสังคมไทย ในด้านอื่น ๆนั้น หากมีการควบคุมการระบาดได้คงไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเท่าใดนัก พร้อมกันนี้การรับมือต่อปัญหาดังกล่าว กรมควบคุมโรค ประกาศให้โรคซิกาเป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ.2523 หากพบผู้ป่วยต้องแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขทันที รวมทั้งยังมีการคัดกรอง ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในสหรัฐฯ มีการติดเชื้อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนวิธีการรับมือ หรือป้องกันอย่างไร และมีความเหมือน หรือแตกต่างกับการ ติดต่อผ่านยุงเป็นพาหะอย่างไรคือ หากยุงเป็นพาหะเราสามารถเลี่ยงด้วยการไม่ให้ถูกยุงกัดและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือ งดการมีเพศสัมพันธ์ แต่ถ้าหากจะมีเพศสัมพันธ์ต้องสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง ด้วยวิธีที่ถูกต้อง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

แสบมาก สาวเลสเบี้ยนไม่มีเงินทำลูก หลอกฟันผู้ชายทำให้ท้องแล้วทิ้ง
ท้อง /  หลอกฟันผู้ชาย / 

สาวเลสเบี้ยน หลอกล่อผู้ชายให้มามีเพศสัมพันธ์ด้วย จนตั้งท้อง ก่อนเชิดหนีไปอยู่กับแฟนสาว เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ เผยแพร่เรื่องราวของ คาฟายัต อะเดโกเค หญิงวัย 30 ปี ชาวไนจีเรีย ซึ่งอาศัยอยู่ในอังกฤษ ที่มีรสนิยมรักร่วมเพศแบบเลสเบี้ยน เธอคิดอยากจะมีลูก แต่ไม่มีทุนในการทำเด็กหลอดแก้ว จึงวางแผนบางอย่าง โดยไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท สาวเลสเบี้ยนรายนี้ เผยว่า ค่าใช้จ่ายในการทำเด็กหลอดแก้วสูงเกินไป เพราะลำพังตัวเธอเป็นเพียงนักแสดงตัวประกอบและพนักงานในสถานีโทรทัศน์คนหนึ่งเท่านั้น เธอจึงหลอกคบกับชายหนุ่มหลายคน พร้อมทั้งมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงหลอกถามประวัติส่วนตัว เช่น กรุ๊ปเลือด ประวัติทางการแพทย์ และภูมิหลังของครอบครัว ในช่วงเวลา 1 ปี เธอมีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มทั้งสิ้น 3 คน ซึ่งคนสุดท้าย คือพ่อของลูก เป็นเพื่อนร่วมงานในตำแหน่งวิศวกรสตูดิโอ ของสถานีโทรทัศน์ที่คาฟายัตทำงานอยู่ ส่วนสาเหตุที่เธอเลือกชายหนุ่มคนนี้เป็นพ่อของลูก เนื่องจาก “เขาดูดี ฉลาด และมีไหวพริบ โดยเธอตั้งท้องหลังจากมีความสัมพันธ์กับเขาได้เพียง 2 ครั้ง หลังจากนั้นเธอบอกเลิกเขาเมื่อเธอตั้งท้องได้ 2 เดือน และบอกความจริงทุกอย่าง ว่าเธอคบกับเขา เพราะเหตุใด โดยที่ฝ่ายชายโกรธจัด ทำให้คาฟายัตต้องย้ายออกจากเมืองเดิม มุ่งหน้าสู่เมืองลีดส์เพื่อศึกษาต่อในสาขาภาพยนตร์และสื่อโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยทรินิตี้ กับแฟนสาววัย 26 ปี ทว่าทั้งคู่มีแผนจะแต่งงานกันในไม่ช้า ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา mirror

20 ไอเดีย ทาเล็บสีด้าน! เนรมิตเล็บสาวๆ ให้สวยหรู ดูแพง
ทาเล็บ /  ทาเล็บสีด้าน / 

          ใครหนอช่างว่า "เกิดเป็นผู้หญิง แท้จริงแสนลำบาก" อยากจะเถียงว่าไม่จริ๊งไม่จริง เพราะเกิดเป็นผู้หญิงนี่แหละสนุกสุดเหวี่ยงอย่าบอกใคร ไหนจะเทรนด์เสื้อผ้าที่สวยๆ  เครื่องสำอางที่ปกปิดขั้นเทพ ทรงผมอีกร้อยแปดทรง นี่ยังไม่รวมรองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับอีกเยอะแยะเต็มไปหมด เลือกมิกซ์แอนด์แมทช์กันได้ตามใจชอบ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เล็บต้องสวย! จะมาเสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็ม แต่เล็บดำไม่ได้รูปได้ทรง อันนี้ขอบอกเลยว่าอย่าพลาดเด็ดขาด ผู้ชายบางคนก็ช่างสังเกตนะคะคุณขา อย่าคิดว่ารอดพ้นสายตาของฮีไปได้ เดี๋ยวจะพาลหาว่าเราเป็นผู้หญิงซกมกเอาได้ เสียเครดิตกันหมด ร่ายกันมาตั้งนาน ว่าแล้วก็ไปหยิบตะไบมาขัดๆ ถูก ให้ได้ทรงเล็บที่สวย พร้อมน้ำยาทาเล็บสีด้านสุดชิคมาทากันเถอะค่ะ ฉีกกฏแหวกแนวสาวแบ๊วกันไปเลย เพราะการทาเล็บสีด้านนั้น จะช่วยให้คุณดูเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง แอบเปรี้ยว และดูโฉบเฉี่ยวมากๆ เลยค่ะ ถ้าไม่ถนัดทำเล็บเอง แนะนำให้ไปทำที่ร้านก็ได้ค่ะ แต่ถ้าอยากประหยัดงบและมั่นใจในฝีมือ ก็ไปซื้อสีทาแบบด้านมาจัดการเองได้เลย แต่มีเทคนิคคือต้องรีบทาให้ไว เพราะสีด้านจะแห้งเร็วมาก หาไม่ดีจะกลายเป็นเล็บหนาไม่สวยเอาได้นะคะ หรือถ้าใครอยากจะประหยัดกว่านั้นอีก น้ำยาทาเล็บสีมันวาวนี่ก็สามารถแปลงร่างเป็นสีทาแบบด้านได้นะคะ เคล็ดลับอยู่ที่หลังจากทาเล็บเสร็จแล้ว ให้รีบนำเล็บไปอังกับน้ำร้อน จนรู้สึกว่าด้านพอใจแล้วก็พักมือรอแห้งสนิทได้เลยค่ะ แอบกระซิบว่ายิ่งใช้สีเข้มมากเท่าไหร่ ก็จะได้สีทาแบบด้านที่ชัดสวยมากเท่านั้นนะคะ :) รูปภาพจาก : @ojesizgezmeyenlerkulubu , @thenailtrail เรียบเรียงโดย : Women Mthai Team

ออกแล้ว!
สตรอเบอรี่ /  สตรอเบอรี่ พันธุ์พระราชทาน 80 / 

แนะนำผลผลิตโครงการหลวง "สตรอเบอรี่ พันธุ์พระราชทาน 80" มูลนิธิโครงการหลวงได้คัดเลือกปลูกครั้งแรกในฤดูการผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2545 ที่แปลงทดลองของสถานีวิจัยดอยปุย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยนำเมล็ดพันธุ์ลูกผสมจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเพาะและปลูกทดสอบ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา สตรอเบอรี่ พันธุ์พระราชทาน 80 จึงได้ถูกขายต้นพันธุ์โดยวิธีผลิตต้นไหลแบบธรรมดาและการเพาะเลี้ยงต้นเนื้อเยื่อปลอดโรค เพื่อใช้ปลูกทดสอบในพื้นที่แปลงทดลองของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2547 เมื่อสำเร็จจึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกในปี 2552 จนถึงปัจจุบันนี้ ลักษณะของสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 เป็นรูปทรงกรวย เนื้อผลสีแดงสดใส มีความแน่นของเนื้อผลสูง รสชาติดีมากและมีกลิ่นหอมจัดเมื่อผลสุกเต็มที่ นอกจากรับประทานสด สามารถนำไปแปรรูปอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสตรอเบอรี่เชื่อม น้ำสตรอเบอรี่ แยมสตรอเบอรี่ ไวน์สตรอเบอรี่ สตรอเบอรี่อบแห้ง เค้กสตรอเบอรี่ โยเกิร์ตสตรอเบอรี่ หรือแม้แต่นำมาปั่นเป็นน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ เรามีให้ท่านได้ลิ้มลองตั้งแต่ช่วงเดือน ธันวาคม – กุมภาพันธ์ ของทุก ๆ ปี โดยสามารถหาซื้อสตรอเบอรี่ พันธุ์พระราชทาน 80 ได้ที่ร้านโครงการหลวงทุกสาขา ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก: ประชาสัมพันธ์มูลนิธิโครงการหลวง

Carol : หลงเสน่ห์รัก ตั้งแต่แรกพบ
Cannes Film Festival /  Carol / 

จัดได้ว่าเป็นหนังสุดร้อนแรงที่มีโอกาสได้เข้าฉายในไทยกันด้วย สำหรับ Carol หนังที่ไปดังกระหึ่มมาที่เทศกาหนังเมืองคานส์ กับการคว้ารางวัลทั้งด้านการแสดง และรวมไปถึงตัวหนังที่ติดอันดับหนึ่ง 1 ในหนังที่ดีที่สุดของปี 2015 จากหลายสื่อสำนักพิมพ์ โดยแน่นอนว่าหลังจากที่ตัวผมได้มีโอกาสไปชมมาแล้ว ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ Carol เรื่องราวเกิดขึ้นในยุค 50 ณ มหานครนิวยอร์ค หญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ เทเรซ เบลิเว็ท (รูนี่ย์ มาร่า) เป็นเพียงเสมียนประจำห้างสรรพสินค้าคนหนึ่ง ที่ชีวิตเธอเหมือนได้รับการเติมเต็มเมื่อพบรักกับ แครอล (เคท แบลนเช็ตต์) สาวใหญ่ผู้ติดกับดักในชีวิตสมรสที่ไร้รักโดยสิ้นเชิง ความผูกพันแสนลึกซึ้งของทั้งสองก็จุดติดขึ้น ขณะเดียวกัน แครอลต้องเผชิญหน้ากับความล้มเหลวในชีวิตสมรสกับ ฮาร์จ และความสัมพันธ์กับ แอ็บบี เพื่อนสนิทเธอ ตัวหนังเป็นผลงานการกำกับของ ท็อดด์ เฮย์เนส ซึ่งสร้างมาจากนิยายในชื่อเดียวกันของ แพทริเซีย ฮายสมิธ โดยหลังจากที่เราเคยมีหนังเลสเบี้ยที่สำรวจประเด็นอย่างร้อนแรงทั้ง Blue is the Warmest Colour หรือรวมไปถึงหนังรักกุ๊กกิ๊กอย่าง Life Partners แต่เชื่อเลยว่ายังไม่มีหนังเลสเบี้ยนเรื่องไหน ที่จะทำปฏิกิริยาต่อคนดูทั้งเพศชาย และ เพศหญิง ได้รุนแรงเท่ากับ Carol อีกแล้ว เพราะนี่คือหนังที่กล้าบอกได้เต็มปากเลยว่าสามารถความเป็น Movie is Magic ออกมาได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นทั้งความงดงามในด้านของฝีมือการแสดง และ ภาษาของภาพยนตร์เอง ที่ต่างถูกกำกับและผลิตออกมาราวกับร่ายมนตร์ให้คนดูตื่นตะลึงไปกับความรัก และ ความลุ่มหลง ได้อย่างโงหัวไม่ขึ้น ซึ่งสิ่งที่รุนแรงที่สุดของตัวหนัง คงเป็นการตั้งคำถามที่ใหญ่หลวงที่สุดว่า ทำไมการรักเพศเดียวกันถึงผิดแปลกในสังคม ทั้งที่ความเป็นจริงนั้น เพศเดียวกัน กลับกลายเป็นคนที่เข้าอกเข้าใจคนรักในยามทุกข์ยากได้มากที่สุด ซึ่งในขณะเดียวกันตัวหนังก็สำรวจประเด็นอีกด้วยว่า แล้วทำไมหล่ะ มนุษย์ถึงยังต้องการความรักจากเพศตรงข้ามอีกด้วย ซึ่งปัญหาความซับซ้อนในเรื่องความรักของตัวหนัง ก็ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างปราณีต และรวมไปถึงการวางตัวละครให้ทั้ง แครอล และ เทเรซ เปรียบเสมือนกับเป็น เลสเบี้ยนคู่แรกของโลก ในหนังเรื่องนี้ก็ต่างสร้างความเจ็บปวดได้เป็นอย่างดี เพราะปัญหาที่ 2 ตัวละครกำลังเจออยู่ตรงหน้า พวกเขาไม่สามารถแน่ใจว่าความรู้สึกนี้ที่มีต่อเพศเดียวกันของพวกเธอนั้น สามารถเรียกว่า ความรัก หรือเป็นเพียงความสนิทชิดเชื้อกันแน่ โดยทั้งในแง่ของการถ่ายภาพ และ โลเคชั่นเมืองนิวยอร์คยุค 50 ก็ต่างเอื้ออำนวยให้เรื่องรางเหล่านี้ออกมาในยุคของความเป็นหนังคนเมือง ที่ล้วนแต่ถูกตีกรอบอยู่ในสังคม และ ตึกแถวเป็นบล็อคๆ การที่ตัวภาพของหนังเป็นฟีล์มเกรนต่างก็ช่วยเสริมสร้างความงดงามให้แก่การเข้าถึง และสัมผัสถึงชีวิตของ 2 ตัวละครแก่คนดูได้เป็นอย่างดี เคท แบลนเช็ตต์ ในบท แครอล ซึ่งแน่นอนว่าสามารถถ่ายทอดความงดงาม และสร้างความลุ่มหลงแบบที่ต้องหยุดหายใจได้เป็นอย่างดี แต่ที่เซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าคือนักแสดงสาว รูนี่ย์ มาร่า ที่สามารถกลับมาท็อปฟอร์ม พร้อมใช้ความงดงามที่มีอยู่ของเธอได้อย่างเกินประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นแง่ของแววตา, การสัมผัส และ ท่าทาง ที่ต่างออกมาในรูปแบบ 'เล่นน้อยได้มาก' ซึ่งแน่นอนเลยว่า เพียงแค่คำพูดบางคำ หรือการสัมผัสบางช่วง ก็สามารถทำให้คนดูรู้สึกอะไรบางอย่าง ไปกับอาการความอึดอัดของพวกเธอได้เป็นอย่างดี โดยสรุปแล้ว ผมจึงคิดว่า Carol เป็นหนังที่งดงามมากที่สุดในการเปิดต้นปีนี้ และนี่คือหนังความรักของเพศที่ 3 เพียงไม่กี่เรื่อง ที่สามารถถ่ายทอดความรัก ออกมาได้อย่างงดงามโดยไม่ต้องบิ้วให้คนดูรู้สึกอินไปกับเรื่องราวน้ำเน่าใดๆ เพราะตัวละครทั้ง 2 ตัวของเรื่องนี้ ต่างถูกถ่ายทอดโดยนักแสดงมืออาชีพ ที่ต่างทำให้คนดูรู้สึกว่า เวทมนตร์ มีอยู่จริงอย่างปฏิเสธไม่ได้ เรื่องนี้ผมให้ 9.5/10 ครับ

สยอง... มนุษย์กินคนเผย เหตุการณ์ตัดอวัยวะเพศเหยื่อ แล้วแบ่งกันกิน!!!
Armin Meiwes /  Bernd Brandes / 

วันนี้ Men MThai มีเรื่องราวที่ออกจะสยองนิดๆ มาเล่าให้ฟังกันครับ โดยเป็นเรื่องของ มนุษย์กินคน หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า Cannibal นั่นแหละครับ โดยพูดถึงมนุษย์กินคน เพื่อนๆ อาจนึกถึงคนป่า หรือคนที่อยู่ในถิ่นที่ไม่เจริญเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความป่วยของจิตใจมนุษย์มันเกิดขึ้นได้ทุกที่ครับ แม้แต่ในเมืองศิวิไลอย่างประเทศเยอรมันก็ไม่วาย เพราะในปี 2001 มีเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์จะคิดได้ เมื่อนาย Armin Meiwes ได้ประกาศโฆษณาออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตบนเว็บไซต์ Cannibal Cafe (อาจแปลได้ว่า คาเฟ่เนื้อมนุษย์) เพื่อหามนุษย์ที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงมาเป็น ... อาหารให้กับเขา หลังจากนั้นไม่นานนาย Bernd Brandes วิศวกรชาวเยอรมัน ก็ได้โพสต์ตอบไปบนกระทู้ของนาย Armin ว่า "Dinner - or your dinner" ซึ่งหมายถึง "อยากได้ฉันเป็นดินเนอร์ของคุณเหรอ ก็เอาสิ" จากนั้นทั้งคู่ก็นัดกันไปที่บ้านของนาย Armin ก่อนเหตุการณ์สยองขวัญจะเกิด ทั้งคู่ต่างพากันดื่มเหล้าย้อมใจกันอย่างหนัก ก่อนที่นาย Armin จะจับมีดขึ้นมาแล่เจ้าโลกของนาย Bernd ออกมาสดๆ และชิมเนื้อชิ้นนั้นทันที เท่านั้นยังไม่พอ เขายังได้แบ่งเนื้อชิ้นนั้นให้เหยื่อของเขาชิมเนื้อตัวเองอีกด้วย (ผมว่าทั่งคู่คงป่วยพอกัน) ยังไม่ใช่แค่นั้น นาย Armin ยังได้แล่เนื้อบริเวณแผ่นหลังลงไปถึงสะโพกของเหยื่อออกมาปรุงรสด้วยการทอดแบบสเต็ก ราวกับเชฟในภัตตาคารก็ไม่ปาน โดยจากการสัมภาษณ์เขาบอกว่า "นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ผมก็ได้กลิ่นเลือด และเนื้อของเขาขึ้นมาทันที คำแรกที่ผมกัดลงไปที่เนื้อของเขา มันรู้สึกแปลกมากทีเดียว ผมก็อธิบายไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร แต่มันเหมือนกับเป็นสิ่งที่ผมรอคอยทั้งชีวิตเพื่อสิ่งนี้ รสชาตของเขามันคล้ายๆ เนื้อหมู แต่มีกลิ่นแรงกว่า" แน่นอนว่านาย Bernd ไม่ได้เสียชีวิตในทันที และเขาถูกลดความเจ็บปวดด้วยยาแก้ปวด และยานอนหลับ จนกระทั่งอาหารมื้อแรกจบลง นาย Armin ก็นั่งอ่านหนังสือ Star Trek อย่างใจเย็นต่ออีกประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนที่จะใช้มีดแทง Bernd ที่ลำคอหลายครั้งจนเสียชีวิต หัวของเขาถูกฝังที่สวนหลังบ้าน ส่วนเนื้อถูกแล่ และเก็บไว้ในตู้แช่แข็ง ซึ่งแน่นอนว่า Armin ได้บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้เป็นวีดีโอ (แต่ถูกห้ามไม่ให้เผยแพร่) Armin สารภาพว่า เขาเริ่มเป็น Cannibalism อยากกินเนื้อมนุษย์หลังจากการเสียชีวิตของแม่ของเขา และเมื่อได้รู้จักกลุ่มนี้บนโลกออนไลน์ ก็เหมือนกับเป็นการปลุกมันให้ตื่นขึ้นเต็มตัว เขาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการตายของเหยื่อว่า "เขา (ผู้ตาย) มาหาผมด้วยความสมัครใจที่จะจบชีวิต สำหรับเขาแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นความตายที่สวยงามมาก" สุดท้ายในปี 2002 เขาก็ถูกทางการจับกุมข้อหากินคน และรับโทษจำคุก 8 ปี และจากข้อมูลระบุว่า ตอนนี้เขากลายเป็นพวกมังสวิรัติไปแล้ว คุณเชื่อหรือเปล่าล่ะ? source: metro

ลืมจิ๋มกระป๋องไปได้เลย! เมื่อเจอ VirtuaDolls จิ๋มสุดล้ำ ขยับเหมือนคนเปี๊ยบ!
automatic /  Girls of Arcadia / 

เชื่อได้เลยว่าคนที่ติดตามอ่านบทความใน Men MThai ทุกท่าน คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก จิ๋มกระป๋อง หรือเรียกอย่างนักวิชาการซะหน่อย (หง่อว์) ก็อาจเรียกว่าเป็น อุปกรณ์จำลองอวัยวะเพศหญิงเพื่อใช้การสำเร็จความใคร่ (ยาวแท้) ที่เข้ามาเพิ่มความเล้าใจ ฟิลลิ่ง และสร้างความแตกต่างได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับกิจกรรมโลกสวยด้วยมือเรา ที่เราเคยๆ กันอยู่ แต่จะให้ทำจิ๋มกระป๋องออกมาได้เทพขนาดไหน ที่สุดแล้วเราก็ต้องใช้มือของเราช่วย เพื่อให้ว่าวของเราลอยติดลมบนที่ท้องสนามหลวงใช่มั้ยล่ะ แต่จะดีกว่ามั้ย ถ้าอุปกรณ์ชิ้นนั้น สามารถขยับได้เอง เหมือนกับมีสาวๆ มาคอยบริการให้คุณถึงที่ห้อง โดยโปรเจ็คนี้มีชื่อว่า VirtuaDolls ซึ่งอยู่ในโครงการของ IndieGoGo ในตอนนี้นั่นเอง VirtuaDolls เรียกได้ว่าเป็น จิ๋มกระป๋องในยุค 4G Advance อย่างแท้จริง (ฮา) เพราะว่าถูกออกแบบให้สามารถทำงานได้เหมือนกับอวัยวะเพศของผู้หญิงเลยครับ โดยนาย William Spracklin นักออกแบบชาวสหรัฐ ได้คิดค้นโปรเจ็คนี้ขึ้นมาสำหรับหนุ่มขี้เหงา โดยการทำงานของ VirtuaDolls นี้ ถูกออกแบบให้ทำงานเหมือนกับเป็นอวัยวะเพศผู้หญิงจริงๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นทั้งการขยับ บีบรัด หรือพื้นผิวสัมผัสที่มีให้เลือกมากมายหลายแบบ เท่านั้นยังไม่พอ ที่เด็ดกว่านั้นคือ การทำงานของเครื่องจะสัมพันธ์กับเกมคอมพิวเตอร์ชื่อว่า Girls of Arcadia ซึ่งเป็นเกมที่รวบรวมสาวสวยที่มีนิสัยที่แตกต่างกันออกไป แต่เล่นยังไงคงไม่ต้องบอกกันมั้งครับ ไปดูได้ที่คลิปด้านล่างนี้เลยดีกว่า ทางด้านผู้ผลิตบอกว่า ในขั้นแรกเครื่องที่รองรับจะยังเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ก่อนนะครับ หลังจากนั้นจะมีการขยับไปหาอุปกรณ์พกพาอย่าง iOS และ Android OS ต่อไป (แล้ว Windows Phone ไปไหนซะล่ะ) source: kotaku

ฮือฮา เซ็กส์พิสดาร ตาเฒ่าตายคาอกโสเภณี ฝ่ายหญิงจิ๋มล็อก ตัวยังติดกับศพ
จิ๋มล็อก /  จีน / 

เกิดเหตุการณ์สุดประหลาด ชายชราตายคาอกหญิงขายบริการ ขณะมีเซ็กส์ ทึ่งเกิดภาวะ 'จิ๋มล็อก' ตัวยังติดกับศพ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเหตุการณ์สุดพิลึก เมื่อมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ แชร์ภาพศพชายชรา ทอดร่างอยู่บนเตียงฉุกเฉิน แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ มีหญิงสาวคนหนึ่ง นอนประกบร่างอยู่กับศพด้วย ทั้งนี้สาเหตุเกิดจาก ชายชรารายนี้ ได้ว่าจ้างหญิงขายบริการทางเพศ มาสนองความต้องการกามของตัวเอง แต่กระนั้น ด้วยวัยที่เปรียบเสมือนไม้ใกล้ฝั่ง เขาได้เสียชีวิตคาอกฝ่ายหญิง ขณะประกอบ 'กามกิจ' แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนต้องอึ้ง คือ ฝ่ายหญิง เกิดอาการ 'จิ๋มล็อก' หรือ อาการผิดปกติที่กล้ามเนื้อเชิงกรานฝ่ายหญิงหดเกร็งรุนแรง ทำให้ฝ่ายชายไม่สามารถดึงอวัยวะเพศออกมาได้ เป็นผลทำให้เธอไม่สามารถถอนตัวออกจากศพได้ ในขณะเคลื่อนศพ เธอจึงต้องนอนประกบตัวกับร่างไร้วิญญาณของชราดังภาพ รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นเหตุการณ์แปลกประหลาด ที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง ที่มา mirror

ระวังให้ดี ! ผลวิจัยใหม่ชี้ 'โรคซิกา' ติดต่อทางการจูบ
Brazil /  Us World / 

นับได้ว่า เป็นสัญญาณไม่ดี สำหรับ 'ไวรัสซิกา' ที่มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะแพร่กระจายไปทั่วโลกได้ในไม่ช้า ความกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของเชื้อดังกล่าว ทำให้องค์การทางการแพทย์ทั่วโลก พยายามศึกษา และค้นคว้าทำความเข้าใจต่อการรับมือกับโรคดังกล่าวอย่างจริงจัง ล่าสุดเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ออกมาประกาศเตือนหญิงตั้งครรภ์ ให้หลักเลี่ยงการใช้ริมฝีปาก สัมผัสกับริมฝีปากของผู้อื่น และใช้ถุงยางอนามัยควบคู่ไปกับการมีเพศสัมพันธ์ เพราะมีความเป็นไปได้ว่า 'ไวรัสซิกา' จะติดต่อทางการจูบ หรือ การมีเซ็กส์ เจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เรียกร้องให้หลายประเทศในแถบละตินอเมริกา ผ่อนปรนกฎหมายข้อห้ามการทำแท้งในทุกกรณี เพราะเด็กที่เกิดจากมารดาที่มีเชื้อซิกา อาจเกิดมามีสมองผิดปกติ และศีรษะเล็กกว่าเด็กทารกทั่วไป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ มีความเชื่อมโยงกับไวรัสซิกาทั้งสิ้น โดยข้อแนะนำดังกล่าว เริ่มขึ้นที่ประเทศบราซิล ที่มีเชื้อซิการะบาดรุนแรงที่สุดเป็นประเทศแรก เนื่องจากมีการพบเชื้อไวรัสในน้ำลาย และปัสสาวะ ซึ่งนั่นหมายความว่า เชื้ออาจจะปะปนอยู่ในของเหลวในร่างกาย แต่ยังไม่มีความแน่นอน หากแต่จะต้องศึกษาค้นคว้าต่อไป นอกจากประชาชนจะต้องระมัดระวังเรื่องการจูบกับผู้อื่นแล้ว ยังต้องระวังในการใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารกับผู้อื่นร่วมด้วยเพื่อความปลอดภัย โดยประกาศได้ถูกปล่อยออกมาในช่วงวันศุกร์ที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา เพราะจะเป็นช่วงติดกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะออกมาปาร์ตี้สังสรรค์กันเป็นจำนวนมาก นักวิทยาศาสตร์ ให้ความเห็นว่า ไวรัสซิกา เป็นเชื้อที่มีความท้าทายในการคิดค้นวิจัยอย่างสูง ทั้งนี้ทั้งนั้น มีการแพร่กระจายผ่านทางยุงเป็นพาหะ และเป็นผลให้เกิดการแพร่กระจายไปกว่า 20 ประเทศในทวีปอเมริกา แม้ว่าซิกา จะเป็นโรคที่ไม่ส่งผลรุนแรงมากนัก แต่อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ผู้ป่วย ทั้งนี้อาจเป็นชนวนไปสู่การเจ็บป่วยในรูปแบบอื่น ๆ ได้ ดูบทความต้นฉบับ : Brazil warns pregnant women not to kiss due to Zika virus

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2559! โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) มีงานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ทำดีก้ไม่ได้ดี ความยุติธรรมไม่ค่อยได้รับ ทำให้รู้สึกท้อถอย ช่วงนี้อย่าเพิ่งใจร้อน ไปมีปากเสียงกับใคร ไม่เป็นผลดีกับตัวเอง มีคนคอยจ้องจับผิดอยู่ แต่ก็จะเห็นทางออก มีงานเสริม โอกาสใหม่ๆ เข้ามา ช่วงนี้ขยันอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเข้าหาผู้ใหญ่ด้วยถึงจะก้าวหน้า ระวังคู่แข่งหรือศัตรูใส่ร้าย อย่าพยายามเขวไปกับคำยั่วยุ หากคิดจะลงทุนหรือเริ่มต้นหยิบจับสิ่งใหม่ๆ มีความสำเร็จ ปลายเดือนทำงานเหนื่อย นอกจากงานของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ ยังต้องรับภาระในงานนอกหน้าที่อีก ไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่คุณจะมีโอกาสในการเปลี่ยนหรือย้ายงานที่ดีขึ้น เป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อย งานด้านท่องเที่ยวจะก้าวหน้า ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) การทำงานถ้ามัวแต่ลังเล ไม่กล้าเสี่ยง ไม่กล้าตัดสินใจ โอกาสดีๆ คงจะไม่มีเข้ามาอีก แต่ยังดีมีที่ปรึกษาดี มีผลงานเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา ถ้ากำลังอยากเปลี่ยน เลื่อนตำแหน่ง ให้ใช้เวลาช่วงนี้ให้เป็นประโยชน์ การงานช่วงนี้เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม อย่าตรงจนเกินไป คุณจะเริ่มมีบทบาท ผู้ใหญ่เล็งเห็นความสำคัญ ให้ฉวยโอกาสนี้แสดงความสามารถเต็มที่ ปลายเดือนมักมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับคุณเสมอ คาดหวังอะไรไว้จะมีข่าวดี มีประสบการณ์และการเริ่มต้นใหม่ๆ การทำงานไม่น่าเบื่อจำเจ มีเรื่องท้าทายให้คุณมีความกระตือรือร้นมากขึ้น ถ้ากำลังคิดเปลี่ยนงาน ย้ายงานในช่วงนี้มีโอกาสเหมาะ แถมยังมีรายได้เสริม ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับตัวคุณอีกด้วย ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) เหมือนเรื่องทุกเรื่องจะสำเร็จได้โดยง่าย แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ทุกเรื่องต้องลงทุน ลงแรงสุดตัว คาดหวังเอาอะไรไม่ได้ การทำงานเจอเรื่องไม่จบสิ้น ถึงแม้จะได้ไพ่พระนารายณ์ ก็ยังเหนื่อย คุณจะอึดอัดทำอะไรได้ไม่เต็มที่ รวมถึงอาจต้องรับผิดชอบงาน หรือเรื่องวุ่นๆ ของคนอื่นด้วย กลางเดือนเริ่มสดชื่น สบายใจแล้ว มีข่าวน่ายินดีได้เฮฮา สนุกสนาน มีการเลี้ยงฉลอง บรรยากาศรอบตัวจึงไม่เครียด การทำงานพุ่งแรงแซงโค้ง อาจได้เปลี่ยนแปลง หรือโยกย้ายไปในตำแหน่งที่ดีกว่าเดิม ตอนนี้มีช่องทางเลือกมากมาย แต่ตัวคุณเองจะคว้าไว้ หรือปล่อยไป ปลายเดือนกำลังใจดี การทำงานคล่องแคล่วว่องไว เป็นที่จับตามองของผู้ใหญ่ มีเกณฑ์ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งที่ดี แต่อาจเหนื่อยหน่อย เพราะมีการแข่งขัน แต่ถ้าสู้ไม่ถอย รับรองชนะเห็นๆ ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) การทำงานต้นเดือนทนเอาหน่อย มีความผิดพลาดถูกตำหนิ ใครที่รู้ตัวว่าเหม่อลอย ทำผิดบ่อย ก็ให้รอบคอบขึ้น สถานการณ์จะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ต้องระวังความขัดแย้งกับผู้ใหญ่ ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเหมือนที่ผ่านมา กลางเดือนถึงเวลาที่ต้องเดินทางไกล หรือเปลี่ยนที่อยู่ เรื่องงานใจร้อนตลอด ทำอะไรก็ไม่ค่อยสมหวัง ทำให้หัวเสีย เกิดอารมณ์งานเยอะ แบ่งงานให้ใครก็ไม่ได้ ออกแนวอึดอัดเล็กน้อย ช่วงปลายเดือนไปแล้วถึงจะดีขึ้น ยิ่งเรื่องสำคัญที่ต้องตกลงเจรจาควรลงมือในช่วงนี้ การทำงานถ้ามีเจ้านายเป็นผู้หญิงจะก้าวไกลมาก เพราะช่วงนี้เธออารมณ์ดี ทำให้ไม่อึดอัด เสนออะไรก็ได้รับการยอมรับ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) การทำงานช่วงนี้เหนื่อยหน่อย เพราะต้องลงทุนลงแรงบุกเบิกเริ่มสร้าง แต่พอหลังจากนั้นก็ดีขึ้น มีคนเข้ามาช่วยเหลือ ใครที่กำลังเบื่องาน ลองหาสิ่งที่คุณถนัดทำดู จัดว่าเป็นสิ่งทีเสริมรายได้ให้คุณไม่น้อย จะมีเด็กใหม่หน้าใสๆ เข้ามาเพิ่มบรรยากาศ คุณจะมีความทะเยอะทะยานสุดๆ ผู้บังคับบัญชาเริ่มมองคุณในแง่มุมใหม่ อยากจะขออะไรใครหรือให้ใครมาช่วยเหลือ ช่วงนี้เหมาะที่สุด ใครที่กำลังอยากเปลี่ยนงาน จะมีโอกาสดีๆ เข้ามา การทำงานด้วยไฟอันเต็มเปี่ยม ทำให้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเล็กๆ งานราบรื่น อาจมีความขัดแย้งกับผู้ใหญ่บ้าง ก็คงต้องออมคำพูดไว้หน่อย เดี๋ยวเรื่องจะบานปลาย ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การทำงานง่ายขึ้น มีเสน่ห์ในคำพูดคำจา ทำให้เป็นที่รักของคนรอบข้าง การประสานงาน การเจรจาก็ง่ายขึ้น มีโอกาสได้ลองอะไรใหม่ๆ มีงานเสริม ช่วงนี้สมองแล่น ทำงานหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน คิดอยากเปลี่ยนงานมีโอกาสได้ลุ้น ช่วงนี้คุณจะงานเยอะ ทั้งงานหลักงานเสริม มีแรงทำก็ทำไปก่อน มีโอกาสดีในการเปลี่ยนงาน ลงทุนทำธุรกิจ กิจการของตัวเอง บางครั้งการออกนอกลู่นอกทางบ้าง ก็ทำให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อ การทำงานได้รับการยอมรับที่ดีจากผู้ใหญ่ โดดเด่นในเรื่องความเชื่อมั่นและการแสดงออก แต่ก็เป็นเหมือนดาบสองคม อย่าลืมความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่อย่างนั้นจะมีคนไม่ชอบ ให้ระวังทั้งเรื่องงานและคน ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) การทำงานมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย วุ่นวายกับเอกสาร และเพื่อนร่วมงาน ช่วงนี้ไม่ใจเย็นจะเกิดปัญหาหลายอย่าง ศัตรูคู่แข่งกำลังรอจังหวะตอนคุณล้มและซ้ำ ถ้าเอาจริงเอาจังมากจะมีคนสนับสนุน งานก้าวหน้า กลางเดือนงานเริ่มเบื่อ จำเจ มองหางานเสริม คิดลงทุนทำกิจการของตัวเองจะดี มีความคิดสร้างสรรค์ก้าวหน้า มีผลงานได้รับคำชม งานที่กำลังเบื่อ อยากโยกย้ายจะมีจังหวะในตอนนี้ ให้พยายามเข้าหาผู้ใหญ่ จะได้รับการสนับสนุน ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) การงานวุ่นวายเรื่องเอกสาร งานประชุม ช่วงต้นเดือนงานรุม แต่มีคนช่วยเหลือ มีโชคลาภจากงานเสริม ดวงการเดินทางของคุณไม่หยุดนิ่ง มีโปรแกรมการเดินทางท่องเที่ยว มีคนสนับสนุน ได้เจอะเจอสิ่งใหม่ๆ แต่อย่าลืมว่าผู้ใหญ่มีบทบาทสำคัญ ทำตัวนอบน้อมเชื่อฟัง รับรองได้ผลตอบแทนที่ดี มีเพศตรงข้ามเข้ามาทำให้ผลงานมีชื่อเสียง ปลายเดือนอารมณ์แปรปรวน การทำงานขาดความสม่ำเสมอ ทำให้ตกเป็นเป้าของคู่แข่งให้เล่นงานคุณได้ง่าย ต้องใจเย็นอีกนิด รับรองอนาคตเป็นต่อคู่แข่งแน่นอน ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) การทำงานโลดแล่น มีความก้าวหน้า ได้โอกาสในการปรับตำแหน่ง หรือมีหน้าที่การงานใหม่ที่ดีขึ้น งานต่างประเทศ ทำสัญญาเจรจาเหมาะสมที่สุด สิ่งแวดล้อมในที่ทำงานดีขึ้นกะทันหัน มีคนมาแบ่งเบาภาระของคุณ มีความคิดดีๆ ให้รีบนำเสนอ จะได้รับการตอบรับ ทำงานต้องอาศัยการพูดจา ขอความช่วยเหลือ ทำคนเดียวคงยาก พยายามใช้วาจาให้เกิดประโยชน์ ดวงผู้ช่วยของคุณดีอยู่แล้ว แต่อาจมีอุปสรรคบ้างเกี่ยวกับการเดินทาง ยิ่งใจร้อน งานยิ่งเสีย ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การทำงานมาแรงมากๆ ความเอาจริง เอาใจใส่งาน ทำให้ผลงานโดนตาผู้ใหญ่ กลายเป็นคนสำคัญ งานใหญ่ งานสำคัญ จะเป็นคุณที่ได้รับมอบหมาย  อาจจะลำบากใจอยู่บ้าง เพราะคนรอบข้างไม่ค่อยให้ความร่วมมือ แต่ถ้าตั้งใจเต็มที่ ไม่มีผิดหวังแน่นอน ช่วงนี้คิดอะไรได้หลายอย่าง มีวาทศิลป์ดี การทำงานพยายามหาสิ่งใหม่ๆ ให้ตัวเอง มีความก้าวหน้าตลอด ช่วงนี้มีโอกาสรับผิดชอบงานใหม่ มีช่องทางในการทำงานเสริม ทำได้หลายอย่างพร้อมกันเพราะมีผู้ช่วยดี มีการโยกย้ายงาน เปลี่ยนงาน แต่นับว่าโชคดี มีคนคอยสนับสนุน ช่วงนี้เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตาม ถ้าแยกกลุ่ม เป็นเป้าสายตาแล้วจะมีเรื่องราววุ่นวายตามมา ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) การทำงานได้ผู้ใหญ่มาเกื้อหนุน ยิ่งถ้าผู้บังคับบัญชาเป็นผู้หญิงยิ่งดี จะมีความเมตตา ผ่อนผันไม่เข้มงวด แต่คุณก็ต้องรู้จักเข้านอกออกในด้วยเหมือนกัน งานบริการ พบปะติดต่อรุ่งสุดๆ มีคนชมไม่เว้นแต่ละวัน ถ้ามีประกวดพนักงานดีเด่น คุณไม่พลาดแน่ การงานจะวุ่นวาย ขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ ทำให้ดินพอกหางหมู แต่ถ้าคิดเปลี่ยนงาน มีโอกาสดี คุณจะต้องทำงานอาศัยผู้อื่น ต้องมีการประสานงาน อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม จะเสียชื่อ เสียงาน พยายามหาที่ปรึกษา หาเพื่อนฝูง จะทำให้เย็นลง อาจจะเหนื่อยหนักสักหน่อยช่วงนี้ เจอปัญหาเกี่ยงงาน เล่นพรรคเล่นพวก จนอาจเกิดความขัดแย้ง ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) การงานก้าวหน้า ใช้ความรู้ความสามารถได้อย่างเต็มที่ มีผลงานประจักษ์ต่อสายตาผู้คน การเลื่อนขั้นอยู่แค่เอื้อม ให้รู้จักขวนขวายพบปะผู้คน ต้องขยันเป็นพิเศษ ช่วงนี้มีแข่งขันชิงดีชิงเด่น ถ้าขาดความมุ่งมั่น คะแนนคุณตกแน่นอน ปัญหาสำคัญอีกอย่าง คือความสับสน ช่วงนี้ขาดความเด็ดขาดในการตัดสินใจ ให้เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วทุกอย่างจะสำเร็จเอง แนะนำให้คล่องแคล่วกระตือรือร้น เพราะในหัวคุณมีโครงการมากมาย การงานมาแรงมากๆ จนตกเป็นจุดสนใจ ทำอะไรก็เก่งก็ดี มีคนมาขอความช่วยเหลือ ผู้ใหญ่เห็นแวว มีคนชักชวนทำงานใหม่ เสนอโอกาสดีๆ ให้รีบฉกฉวย ช่วงนี้ได้รับการยอมรับเป็นพิเศษ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น อ่านเพิ่มเติมที่หนังสือ พยากรณ์ชะตาชีวิต ไพ่ยิปซี ปี2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

เปิดปากผู้ชาย 10 ประการ เบื้องหลังการ นอกใจ
คู่สมรส /  ชีวิตคู่ / 

   เปิดปากผู้ชาย 10 ประการ เบื้องหลังการ นอกใจ      ปัญหาการ นอกใจ ของคู่สมรส เป็นเรื่องที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่วันนี้เราจะมาเปิดเผยอีกหนึ่งความจริงที่น่าสนใจ ว่าเบื้องหลังการนอกใจนั้น มันมีอะไรแฝงอยู่บ้างมาฝากกันค่ะ ความจริงข้อที่ 1 ผู้ชายส่วนมากยังคงรักภรรยาของตนอยู่แม้จะนอกใจไปแล้ว การนอกใจของผู้ชายไม่ได้เกิดขึ้น เพราะพวกเขาไม่รักภรรยาของตนเองอีกแล้ว แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อพวกผู้ชายไม่พึงพอใจสภาพที่เป็นอยู่ในบ้าน เช่น เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ เหนื่อยกับการเลี้ยงลูก รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ฯลฯ เมื่อมีใครบางคนเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายนี้ไปได้ ก็เลยทำให้เขาพลาดพลั้งนอกใจภรรยาไปนั่นเอง แนวทางป้องกันคือ สามีภรรยาต้องหาเวลาดีๆ ร่วมกันบ้าง รวมถึงเวลาดีๆ ในช่วงค่ำคืนด้วย คนสองคนต้องหาโอกาสคุยกันถึงเรื่องดีๆ อนาคตดีๆ ที่จะสร้างร่วมกัน ฯลฯ เพื่อที่ว่าคนของเราจะได้มีเป้าหมาย ไม่ต้องไปสร้างเป้าหมายนี้กับคนอื่น ความจริงข้อที่ 2 ผู้หญิงที่เขาปันใจให้มักเป็นคนใกล้ตัว ภรรยาควรทราบไว้ว่า เพื่อนสมัยเด็ก เพื่อนสมัยเรียน แฟนเก่า น้องที่ทำงาน เด็กฝึกงาน คือ ผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆ ไม่ใช่สาวในผับในบาร์แต่อย่างใด เพราะคนที่จะเข้ามาสร้างความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับสามีของคุณได้ อย่างน้อยก็ต้องมีความสัมพันธ์ดีๆ กันมาก่อน เช่น อาจเคยช่วยเหลือกันมาสมัยเรียน หรือสมัยทำงาน ทางที่ดีคือ พยายามทำให้สามีรู้สึกว่าคุณสำคัญต่อเขา และมีดีเหนือกว่าเพื่อนร่วมงานของเขาให้ได้ ความจริงข้อที่ 3 การนอกใจอาจแค่คลายเครียด การนอกใจภรรยาที่เกิดขึ้นกับผู้ชายนั้น ส่วนหนึ่งเพราะพวกเขาไม่รู้จะแก้ไขความสัมพันธ์ในบ้านที่มันย่ำแย่อย่างไร ดังนั้น เขาจึงออกไปหา “บางสิ่งบางอย่าง” จากข้างนอก เผื่อว่า มันจะสามารถทดแทนสิ่งที่ครอบครัวไม่สามารถให้กับเขาได้นั่นเอง ความจริงข้อที่ 4 ผู้ชายก็รู้สึกผิดที่นอกใจภรรยา ภรรยาไม่ได้ร้องไห้น้ำตานอง เสียใจแต่เพียงฝ่ายเดียว ผู้ชายเองก็รู้สึกผิดกับการกระทำของตนเองเช่นกัน ความจริงข้อที่ 5 คนนอกใจภรรยามักจะดีกับภรรยาเป็นพิเศษ ดีเป็นพิเศษในที่นี้เช่น ขยันทำการบ้านบ่อยๆ ซึ่งภรรยาที่ใกล้ชิดกับสามีมักสังเกตความผิดปกตินี้กันได้แทบทุกคน ความจริงข้อที่ 6 ผู้หญิงก็นอกใจไม่แพ้ผู้ชาย การศึกษาของมหาวิทยาลัยอินเดียนา ระบุว่า ทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างก็พบเจอปัญหาการนอกใจได้พอ ๆ กัน แต่เหตุผลที่ใช้ในการนอกใจนั้นแตกต่างกัน เพราะผู้หญิงที่นอกใจนั้นมักเป็นเรื่องของการขาดที่พึ่งทางอารมณ์ และการไม่ได้รับความพึงพอใจในชีวิตคู่ แต่ผู้ชายมักเกี่ยวกับความต้องการทางเพศเป็นหลัก ความจริงข้อที่ 7 ภรรยามักจับพิรุธสามีได้เสมอ ไม่จำเป็นว่าสามีเป็นคนดัง หรือคนธรรมดาทั่วไปแล้วจะมีผลต่อการจับพิรุธของภรรยา เพราะภรรยาส่วนมากมักมีเซนส์เรื่องนี้กันอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นเรดาร์กันเลยก็ว่าได้ ความจริงข้อที่ 8 การนอกใจมักจบลงด้วยการคืนดี แม้จะไม่เสมอไป แต่โดยมาก การนอกใจก็ทำให้หลายคู่หันกลับมาคืนดี รวมถึงแก้ไขข้อบกพร่องของตนเองเพื่อรักษาครอบครัวให้คงอยู่ได้ ผู้ชายเอง หลังจากหันไปสนใจกับความสัมพันธ์ใหม่ (ที่น่าตื่นเต้นกว่า) สักพักก็จะเริ่มรู้สึกตัวว่า ใครคือคนที่เขาอยากอยู่ด้วยมากที่สุด (ซึ่งมักเป็นภรรยา ไม่ใช่ชู้รักใหม่แต่อย่างใด) และเริ่มรู้สึกว่า ผู้หญิงที่เขาปันใจให้นั้น จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ดีหรือสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ความจริงข้อที่ 9 แม้จะกลับมาคืนดีกับภรรยาแล้ว ผู้ชายอาจยังไม่ลืมผู้หญิงคนนั้น น่าเศร้าที่ข้อนี้ก็เป็นความจริงที่ต้องยอมรับด้วยเช่นกัน เพราะในการเผลอใจมีอะไรๆ กับหญิงอื่นนั้นอาจมีบางสิ่งบางอย่างที่เขาลืมไม่ลงซ่อนอยู่ นั่นจึงทำให้เขาอาจย้อนนึกถึงได้ (แม้เขาจะกลับมาคืนดีกับภรรยาแล้วก็ตาม) ความจริงข้อที่ 10 คนที่นอกใจจะสำนึกถึงความผิดที่ทำลงไปเสมอ เมื่อได้กลับมาคืนดีกัน และสร้างครอบครัวใหม่อีกครั้งหลังการนอกใจนั้น สามีทุกคนรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป เพราะเขาได้สร้างบาดแผลครั้งใหญ่กับภรรยาและลูกๆ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานในการเยียวยาให้ดีขึ้น และสิ่งนั้นคือผลที่ผู้ชายรักสนุกทั้งหลายต้องยอมรับมันให้ได้ ทางที่ดี สำหรับใครก็ตามที่กำลังจะมีประเด็นชู้สาวเข้ามาในชีวิต ก็กล้าหาญกับชีวิตสักหน่อย ยอมรับสักนิดว่าตนเองมีภรรยาและลูกแล้ว ไม่ต้องอ้างปัญหาในครอบครัว เพราะคนที่มีครอบครัวคนไหนๆ ก็ต้องเจอปัญหาเสมอ รวมถึงสาวๆ ถ้ารักจะส่ง SMS หาคนที่มีภรรยาแล้วก็ต้องบอกตัวเองให้รักษาหน้า รักษาชื่อเสียงครอบครัววงศ์ตระกูลเอาไว้บ้าง ดีกว่าปล่อยให้ภรรยาเขาเก็บหลักฐานฟ้องเรียกค่าเสียหายให้อับอายนะคะ เราขอบอกว่า...หาผู้ชายโสดๆ เถอะค่ะ... ขอบคุณข้อมูลดดีจาก... WomansDay.com/pooyingnaka.com

น่ารักอ่ะ!! ลูกดาราจัดเต็มตี๋-หมวย ฉลองตรุษจีนปีลิง
ลูกดารา /  ลูกดารา ตรุษจีน / 

คึกคักเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา สำหรับ เทศกาลตรุษจีน ปีลิง 2559 เหล่าดาราคนไทยเชื้อสายจีนและไม่จีน ต่างโพสต์ข้อความอวยพรวันปีใหม่จีนให้แฟนๆ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมจัดคอสตูมสีแดงแรงฤทธิ์ให้เข้ากับเทศกาล โดยเฉพาะ ลูกหลานดารา ที่งานนี้ขอแปลงโฉมเป็น อาหมวยน้อย-อาตี๋น้อย น่ารักน่าชังสุดๆ จะมีใครบ้างไปชมกันเล๊ยยยย ขอบคุณภาพจาก IG @mayfuang, por_bo_mali, opalpanisara, ppanward, nanarybena, ploychidjun, lazyter, aomphiyada, purploy, momomama1234, ple_nakorn, ple_paradee_tanyatanas, ice_napatcharin, williemc666 น้องมะลิ ลูกสาว ปอ-โบว์ น้องอลิน-น้องอรัญ ลูกแฝด หมอโอ๊ค-โอปอล์ น้องมายู ลูกสาว หนุ่ม-เมย์ น้องโปรด ลูกชาย ป๊อป-เป้ย น้องแพนเตอร์-น้องพูม่า ลูกชาย ปีเตอร์-พลอย น้องวันใหม่ น้องสาวคนเล็ก บอย ปกรณ์ น้องออกัส-น้องออก้า-น้องออกู๊ด ลูก เปิ้ล-จูน น้องวิน ลูกชาย วิลลี่-เยลหลี น้องบีน่า-น้องบรู๊คลิน ลูกแฝด เวย์-นานา น้องชิโน่-ชิลี่-ชิต้า-ชิลิน ลูก พลอย ชิดจันทร์ น้องรีน่า ลูกสาว ออย-เธอ น้องนาวา ลูกสาว อ้อม-อาท น้องกาย่า ลูกสาว เปิ้ล-นิว น้องณิลลา ลูกสาว แบงค์-ไอซ์

เตือนภัย! โรคจิตโชว์ช่วยตัวเองกลางถนนย่านปทุม
ตลาดปทุม /  โชว์ช่วยตัวเองกลางถนน / 

เตือนภัย! โรคจิตโชว์ช่วยตัวเองกลางถนน ย่านตลาดปทุม เด็กนักเรียนต้องระวัง วันนี้ (12 ก.พ. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณือย่างหนัก หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Kook Kan ได้โพสต์คลิปความยาวประมาณ 1 นาที โดยเผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ชายวัยกลางคนจอดรถจักรยานยนต์ยกมือไหว้ ก่อนหันซ้ายหันขาว แล้วค่อย ๆ หยิบอวัยวะเพศของจากกางเกง พร้อมกับช่วยตัวเองกลางถนน โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า "เตือนภัยโรคจิต !!! แถวย่านตลาดปทุม เด็กนักเรียน ต้องระวังแม่งโคตโรคจิตเลย อันนี้นั่งอยู่ร้านก๋วยเตี้ยว มันต้องให้เรามองถึงจะทำ จะอ้วก" ทั้งนี้ หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่มองว่า น่ากลัวที่มีคนแบบนี้อยู่แถวนั้น เพราะเป็นแหล่งที่มีนักเรียนเยอะมาก ไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งแรกหรือทำมาบ่อยแล้วจนไม่อายฟ้าอายดิน ทำไมสังคมบ้านเราถึงได้เสื่อมหนักขนาดนี้ พร้อมเร่งให้มีตำรวจเข้ามาจัดการ เพราะเกรงว่าเด็กนักเรียนแถวนั้นจะได้รับอันตราย ชมคลิป >> https://www.facebook.com/chailta.kan/videos/994172310650636/ MThai News

WHOคาดอีก18ด.วัคซีนไวรัสซิก้าจะแล้วเสร็จ
จีน /  ทำแท้ง / 

องค์การอนามัยโลก คาดอีก 18 เดือน ข้างหน้าจะแล้วเสร็จ วัคซีนไวรัสซิก้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังความพยายามอย่างเต็มกำลัง สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามันโลก ฝ่ายระบบสาธารสุขและนวัตกรรมแถลงว่า ขณะนี้มี 15 บริษัทหรือหน่วยงานได้ร่วมทำการทดลองขนาดใหญ่เพื่อผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสซิก้า มี 2 หน่วยงานซึ่งมีความคืบหน้าบ้างแล้วหนึ่งในนั้นคือสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของสหรัฐซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีนกับ ภารัต ไบโอเทค ตั้งอยู่ที่อินเดียและผลจากการดำเนินความพยายามอย่างเต็มกำลัง เช่นนี้คาดว่าอีกประมาณ 18 เดือนถึงจะแล้วเสร็จสำหรับวัคซีน ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก ระบุอีกว่า ประมาณ 4-8 สัปดาห์ถึงจะสามารถตรวจสอบได้ว่าไวรัสซิก้าเกี่ยวพันกับอาการร้ายแรงอีก 2 อาการคือศีรษะเล็กผิดปกติ กับกลุ่มอาการ กิลแลงบาร์เร่ ผู้ติดเชื้อไวรัสซิก้าส่วนใหญ่อาการจะอยู่ในระดับปานกลางแต่ก็สร้างความวิตกเพิ่มขึ้นได้อีกว่าไวรัสซิก้าอาจเกี่ยวพันไปถึงอีก2 กลุ่มอาการร้ายแรง สำหรับโรคศีรษะเล็กนั้นเกิดกับทารกแรกเกิดทำให้ศีรษะเละสมองเล็กส่วนกลุ่มอาการ กิลแลงบาร์เร่ นั้นรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาตและทำให้เสียชีวิตได้ ที่มา innnews ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หัวหน้าคณะแพทย์ทีมนักกีฬาทีมชาติเยอรมัน ระบุ ไวรัสซิกา ไม่กระทบโอลิมปิกที่บราซิล แต่ให้อิสระนักกีฬาตัดสินใจจะเข้าร่วมหรือไม่ แบรนด์ โวลฟาร์ธ หัวหน้าคณะแพทย์ประจำทีมโอลิมปิกของทีมชาติเยอรมัน ออกมากล่าวว่า ไวรัสซิก้าที่กำลังระบาดในประเทศบราซิล จะไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่รีโอ เดอ จาเนโร อย่างไรก็ตาม จะให้ความเคารพต่อการตัดสินใจของเหล่านักกีฬาทั้งหลาย ว่ายินดีจะเข้าร่วมชิงชัยหรือปฏิเสธที่จะไม่เดินทางไปบราซิล โดย นายแพทย์ โวลฟาร์ธ กล่าวว่า นักกีฬามีสิทธิที่จะตัดสินใจว่า พวกเขาจะเข้าร่วมแข่งขันหรือไม่ แต่สิ่งแรกที่เราดำเนินการอยู่คือการเฝ้าระวังและติดตามดูพัฒนาการของเชื้อไวรัสอย่างใกล้ชิด ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทางการจีน พบผู้ป่วยไวรัสซิการายแรก ไม่ห่วงเกิดการระบาดในประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จีนพบผู้ป่วยไวรัสซิการายแรกแล้ว โดยรายงานระบุว่า ชายชาวจีน วัย 34 ปี ที่เพิ่งเดินทางไปยังอเมริกาใต้เมื่อไม่นานมานี้ กลายเป็นชาวจีนคนแรกที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อไวรัสซิกา สาธารณสุขและหน่วยงานวางแผนครอบครัว กล่าวว่า ชายคนดังกล่าวมาจากเมืองกานเสียน ในมณฑลเจียงซี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน แต่ทางการจีนมองข้ามความเสี่ยงที่โรคดังกล่าวจะแพร่ระบาดในภูมิภาค เนื่องจากจังหวัดเจียงซี เป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น สำหรับผู้ป่วยชายคนดังกล่าว เพิ่งเดินทางกลับมาจากเวเนซุเอลา โดยเดินทางผ่านฮ่องกง และเสิ่นเจิ้น เมื่อวันที่ 28 มกราคม โดยมาพร้อมกับอาการไข้และวิงเวียนศีรษะ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชายคนดังกล่าวกำลังถูกกักตัวอยู่ในโรงพยาบาลบ้านเกิด และอาการเบื้องต้นเริ่มทุเลาขึ้น เนื้อหาจาก INN ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'อินเดีย' ผลิตวัคซีน ไวรัสซิกาได้เป็นแห่งแรกของโลก วานนี้ (3 ก.พ.) สำนักข่าว 'เอ็นดีทีวี' รายงานข่าว กรณีที่นักวิทยาศาสตร์จากบริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในไฮเดอรา รัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย ได้ทำการจดทะเบียนสิทธิบัตรวัคซีนต้านไวรัสซิกา ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในโลกที่สามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้ ดร. กฤษณะ เอลล่าประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทำการทดลอง วิจัย โดยใช้คนและสัตว์ ในการทดลองระยะยาว โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และ สภาการวิจัยทางการแพทย์อินเดีย (ICMR) เพื่อพัฒนา และแก้ไขวิกฤตการระบาดของเชื้อดังกล่าว ที่มีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้น โดยในระยะเวลา 4 เดือนจะสามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้กว่า 1ล้านชิ้น ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ซีดีซี ยังพบผู้ป่วย 'โรคซิกา' ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ในสหรัฐฯเป็นรายแรก ซีเอ็นเอ็น รายงาน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ หรือ 'ซีดีซี' ยืนยัน กรณีผู้ป่วยโรคซิการายแรกในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ หลังจากกลับมาจากประเทศเวเนซุเอลา โดยไวรัสดังกล่าว แฝงอยู่ในเลือดผู้ป่วยได้ราวสัปดาห์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าอยู่ในอสุจิได้นานเท่าไร ซึ่งขณะนี้ซีดีซี กำลังศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง กรณีดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากในปี 2556 พบเชื้อไวรัสซิกา ในปัสสาวะและอสุจิ ชายวัย 44 ปี และในปี 2551 พบกรณีเดียวกันในเซเนกัล นอกจากนี้ซีดีซี เผยว่ามีเอกสารที่ระบุว่า ไวรัสชนิดนี้ ติดต่อผ่านการคลอด ถ่ายเลือด น้ำนมแม่ ได้เช่นกัน องค์กรอนามัยโลก เผยว่า ในปีหน้ากว่า 24 ประเทศ ในอเมกาเหนือ อาจมีผู้ป่วยโรคซิการาว 4 ล้านคน ซึ่งทางการได้ประกาศเตือนให้สตรีหลีกเลี้ยงการตั้งครรภ์นานถึง 2 ปี ในประเทศที่มีการระบาด เพราะเชื้ออาจส่งผลให้ทารกที่เกิดจากมารดาที่ได้รับเชื้อ เกิดมามีศีรษะเล็กผิดปกติ ที่มา cnn ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุข ออกประกาศให้ 'โรคซิกา' เป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความ ลำดับที่ 23 นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรคพร้อมด้วย พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและที่ปรึกษากรม คร. แถลงข่าวเกี่ยวกับ'โรคซิกา' โรคติดเชื้อไวรัสซิกา หลังจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้สถานการณ์ระบาดของโรคนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน นพ.อำนวย กล่าวว่า ได้มีการออกประกาศเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเพิ่มเติม 2 ฉบับ โดยฉบับแรก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ โดยระบุอาการสำคัญ คือ มีไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ตาแดง อาจมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกายในบางราย โดยทั่วไปจะมีอาการป่วยประมาณ 1 สัปดาห์ และฉบับที่ 2 ประกาศ สธ. เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ ระบุว่า โรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นโรคที่ต้องแจ้งความ เมื่อพบผู้ป่วยต้องรายงานให้ สธ.ทราบ การเฝ้าระวังป้องกันโรคจะมีการคุมเข้มเป็นพิเศษใน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. หญิงตั้งครรภ์ 2. ผู้ป่วยไข้ออกผื่น เป็นกลุ่มก้อน จะมีการลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคทันที 3. ทารกที่คลอดแล้วมีศีรษะเล็ก และ 4. ผู้ป่วยที่มีอาการปลายประสาทอักเสบ โดยจะเน้น 4 มาตรการ คือ 1. การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2. การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3. การเฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด 4. การเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท นอกจากนี้จะมีการเพิ่มความเข้มข้นในการออกไปสอบสวนโรค เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนโรคทันทีและอย่างจริงจังหากมีรายงานโรคดังกล่าว พร้อมทั้งจัดด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศบริเวณสนามบิน เพื่อเฝ้าระวังเข้มแข็งในกรณีที่มีผู้เดินทางมาจากพื้นที่ ที่มีการระบาดของโรคแล้วมีอาการไข้ประกอบ นอกจากนี้ยังมีการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนักระบาดวิทยาภาคสนามของประเทศอาเซียนบวก 3 เพื่อปรึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกันในการป้องกันและควบคุม 'โรคซิกา' เป็นกรณีพิเศษ พร้อมกันนี้ มีการขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันกำจัดทั้งตัวยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ เพราะการกำจัดยุงลาย สามารถควบคุมได้ถึง 3 โรค ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้ซิกา และไข้ปวดข้อชิคุนกุนยา ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย ขณะที่เชื้อดังกล่าว กลายเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่มีผลระหว่างประเทศ โดยล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) ขอความร่วมมือกับประเทศภาคี ในการรับมือกับโรคดังกล่าวแล้ว หลังจากทารกที่มารดาได้รับเชื้อดังกล่าวในบราซิล กว่า3,000 คน เกิดมามีศีรษะเล็ก สมองพิการ ไม่พัฒนา  ในบราซิล ขณะที่ไม่มีผลร้ายแรงต่อผู้ใหญ่ไม่รุนแรงเท่าไข้เลือดออก ยังไม่มีวัคซีคหรือยารักษา ส่วนมาตรการเฝ้าระวังในประเทศไทย สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง ส่วนวิธีการป้องกันตัว คือการป้องกันไม่ให้โดนยุงกัด ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจ 'แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว' เผยข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ ไวรัสซิกา ที่เป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกดังนี้ '(Zika Fever ) ระบาดแล้วนะครับ องค์การอนามัยโลก (WHO ) ประกาศให้ไวรัสซิกา ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างหนักในบราซิลและประเทศอื่นๆในภูมิภาค เป็น "ภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก" โดยนับเป็นการประกาศเตือนภัยครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติอีโบลาที่แพร่ระบาดในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557 และ ประเทศไทย ของเราก็ทันสมัยเหลือเกิน โดยหลังจากองค์การอนามัยโลกประกาศเพียง 1 วัน ประเทศเราก็พบผู้ป่วย เป็นชายไทย อายุ 20 ปี ป่วยอยู่ที่ รพ ภมิพล นะครับ โรคนี้ติดต่อโดย ยุงลายเป็นพาหะ นะครับ กัดคนป่วย แล้วมากัดเรา เราก็ติดเชื้อนะครับ อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร ดูจาก infographic ด้านล่างนี้นะครับ' ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พบผู้ป่วยไข้ซิการายที่ 2 ของไทย องค์กรอนามัยโลกประกาศภาวะฉุกเฉิน พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพล กล่าวถึงกระแสข่าว การพบผู้ป่วยโรคซิการายที่ 2 ของประเทศไทย และเป็น ซึ่งผู้ป่วยรายแรกของโรงพยาบาลภูมิพล เป็นชายไทย วัยราว ๆ 20 เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมาด้วยอาการไข้ มีผื่น ตาแดง เมื่อยตามเนื้อตัว และได้รับหารยืนยันว่าเป็นไข้ซิกา โดยการรักษาจนผู้ป่วยอาการดีขึ้น และออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไม่ถือว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นพาหะสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศให้โรคไข้ซิกา ที่กำลังระบาดหนักในละตินอเมริกา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกแล้ว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผวา มาใกล้ไทยมาก กรมสุขภาพมาเลเซีย เตือน ไวรัสซิกาอาจระบาดเข้าประเทศ เพราะมียุงชุกชุม และยังไม่มีด่านตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ ดร.ลอคมาน ฮาลิม สุไลมาน รองอธิบดีกรมสุขภาพแห่งมาเลเซีย แถลงว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังจับตา สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ซึ่งเป็นเรื่องตึงเครียดระดับโลกอยู่ในขณะนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงที่เชื้อจะแพร่กระจายเข้าในประเทศ โดยสาเหตุเกิดจาก มาเลเซีย เป็นประเทศที่มียุงชุกชุม และยุงเองก็เป็นพาหะของไวรัสดังกล่าว ทั้งนี้ชาวมาเลเซียยังไม่เคยมีภูมิต้านทานโรคไข้ซิกา และหากมีผู้ป่วยในประเทศก็มีโอกาสที่เชื้อจะแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วแม้ผู้ติดไวรัสซิกาจะมีอาการไม่รุนแรงจนถึงชีวิต แต่กระทรวงถือว่าซิกาเป็นเรื่องใหญ่เพราะเชื้ออาจทำให้ทารกในครรภ์ผู้ป่วย เกิดมามีศีรษะเล็กแต่กำเนิด และสมองผิดปกติ และอาจถึงแก่ชีวิตได้ ขณะนี้ยังไม่มีจุดตรวจคัดกรองไวรัสดังกล่าวในมาเลเซีย ดังนั้นขอจึงมีการขอความร่วมมือ ให้ผู้เดินทางเข้าประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้โปรดแสดงตัวต่อศูนย์กักโรคหรือหน่วยงานสาธารณสุขที่ใกล้ที่สุดหากเป็นไข้และมีผื่น นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือให้สตรีมีครรภ์งดเดินทางไปยัง 22 ประเทศและดินแดนที่ไวรัสซิกากำลังระบาด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- องค์การอนามัยโลก เตือน ไวรัสซิกา มีแนวโน้มระบาดไปทั่วทวีปอเมริกาในอนาคต สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามัยโลก เตือนว่า ไวรัสซิกาที่มีอาการติดเชื้อจากการป่วยมีไข้ เยื่อบุตาอักเสบ และปวดศีรษะ เป็นอาการเริ่มแรกของเชื้อไวรัส ถูกพบใน 21 ประเทศ ทั้งในประเทศอาหรับ ทางตอนเหนือและตอนใต้ของทวีปอเมริกา ซึ่งไวรัสดังกล่าวจะส่งผลไปยังทารกแรกเกิดทำให้สมองมีพัฒนาการต่ำ บางประเทศแนะนำให้หญิงที่ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของทารกที่จะเกิดมา ทั้งนี้ไวรัสชนิดดังกล่าวยังไม่มียาป้องกันหรือรักษาด้วย สำหรับไวรัสซิกามีถิ่นกำเนิดและถูกพบครั้งแรกในพื้นที่ทวีฟแอฟริกา ก่อนจะแพร่เข้าสู่อมเริกา และปรากฏอีกครั้งในประเทศบราซิลเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การขาดภูมิคุ้มกันร่างกายตามธรรมชาติยิ่งช่วยให้เชื้อไวรัสดังกล่าวกระจายไปอย่างรวดเร็วด้วย ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเป็นชาวอังกฤษแล้ว 3 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก inn ขอบคุณคลิปวีดีโอจากรายการ Welcome World ทางช่อง MONO29 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปี ลดเสี่ยงทารกผิดปกติจากเชื้อซิกา สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษแถลงข่าวพบชาวอังกฤษติดเชื้อ 'ไวรัสซิกา' จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศไปยังโคลัมเบีย ซูรินามา หรือ ดัตช์เกียนา และกายอานา พร้อมย้ำว่าไวรัสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในอังกฤษ และไม่แพร่กระจาย ติดต่อจากคนสู่คน แต่ส่งผลกระทบทำให้สมองของเด็กทารกที่มารดาติดเชื้อถูกทำลาย ทั้งนี้ 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานว่า จากกรณที่มีเด็กทารก ที่มารดาได้รับเชื้อนี้ ในบราซิล เกิดมาพร้อมศีรษะที่เล็กผิดปกติเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้เองทางด้านกระทรวงสาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปีนี้ รวมทั้งสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ ทำให้กลุ่มสิทธิสตรีในเอลซัลวาดอร์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการห้ามการทำแท้ง เพราะตามกฎหมายของเอลซัลวาดอร์ห้ามสตรีทำแท้งในทุกกรณี ไม่เว้นแม้แต่การถูกข่มขืน เด็กผิดปกติ หรือภาวะที่เป็นอันตรายต่อมารดา เพื่อยับยั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาด้วย ข่าวที่เกี่ยวข้อง -ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ โรคไข้ซิกา -เตือนเฝ้าระวัง ไวรัสซิกา หรือ ไข้ซิกา สาเหตุหลัก จากยุงลาย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  cnn จส.100 สนับสนุนข้อมูล

หวั่นอันตราย! จับ
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เผย "อาตูร์" ฆ่าหั่นศพ นอนคุกวันแรก ไม่เครียด นอนหลับ กินได้ จับแยกขังเดี่ยวหวั่นอันตราย วันนี้ (11 ก.พ.) นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลได้อนุมัติให้ฝากขังผัดแรก นายอาตูร์ เซการ์รา ปรินเซป หรือ นายอาร์เทอร์ อายุ 37 ปี ชาวสเปน ในข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย ทรมาน ฆ่าคนตาย ปิดบังซ่อนเร้นอำพราง ทำลายศพ และรีดเอาทรัพย์สิน จากการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  อายุ 40 ปี นักธุรกิจชาวสเปน และนำตัวมาควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นั้น โดยตลอดทั้งคืน นายอาตูร์ ถูกจับแยกขังเดี่ยวในแดนแรกรับของเรือนจำ เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องอาจเกิดอันตรายได้ โดย นายอาตูร์ รับประทานอาหารได้ นอนหลับ และไม่เครียดอะไร อีกทั้ง ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ซึ่งทางเรือนจำได้ปฏิบัติกับผู้ต้องหา ตามระเบียบของเรือนจำเหมือนคนอื่น สำหรับความคืบหน้าทางคดีในวันนี้ (11 ก.พ.) คาดว่า ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน จะทำการสรุปผลการตรวจพยานหลักฐานที่เก็บมาได้จำนวนหลายชิ้น และทำการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด  เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

ผลวิจัยเผย! คู่รักแต่งงานแล้ว ที่ใช้วิธีการคุมกำเนิดจะมีเซ็กซ์บ่อยกว่า
คู่รัก /  มีเซ็กซ์บ่อย / 

       นักวิจัยจากสหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้หญิงในช่วงแต่งงานที่ใช้การคุมกำเนิดจะมีเซ็กซ์มากกว่าปกติ เมื่อเทียบกับผู้หญิงอื่นๆโดยนักวิจัยได้เริ่มศึกษาด้วยการ เก็บข้อมูลจากคำถามเรื่องเซ็กซ์ โดยผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ หรือ แต่งงานแล้วกว่า 210,000 คน ในปี 2005 ในประเทศต่างๆกว่า 47 ประเทศ  โดยคำถามจะประกอบไปด้วย  การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ และ การใช้การคุมกำเนิด โดยผู้หญิงที่ใช้การคุมกำเนิดนั้น 90% บอกว่า มีเซ็กซ์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ 72%ของผู้หญิงที่ไม่ได้คุมกำเนิดนั้นไม่มีเพศสัมพันธ์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาเลย  ข้อมูลยังพบอีกว่า สาวๆในวัย 20-29 ปี ที่มีการศึกษา และ ต้องการมีลูกในปีหรือสองปีข้างหน้า ส่วนใหญ่จะมีเซ็กซ์ในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมา " เราต้องการให้ผู้หญิง มีชีวิตที่ดี สุขภาพดี ปลอดภัยจากเซ็กซ์ และ แยกแยะระหว่างเซ็กซ์ กับ ช่วงตั้งครรภ์ให้ได้ และวิธีการคุมกำเนิดก็ช่วยให้ผู้หญิงมีความสุขได้ "   Suzanne Bell หัวหน้านักเรียนแพทย์จาก Bloomberg School กล่าว " การได้รู้ว่าผู้หญิงมีเซ็กซ์บ่อยเพียงใด และ การใช้การคุมกำเนิด ทำให้เราเข้าใจและเรียนรู้การวางแผนครอบครัว เพื่อรู้จำนวนที่เหมาะสมในการพัฒนาจำนวนอัตราประชากรในอนาคต" บางครั้งเซ็กซ์ของคุณ อาจไม่ได้หมายถึงการมีลูกเพียงอย่างเดียว แต่อาจคือการให้ความสุขแก่กันและกัน แค่ป้องกันให้ถูกวิธีแค่นี้ชีวิตรักบนเตียงของคุณทั้งสองคน ก็จะมีความสุขขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ  ที่มา www.independent.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ดวงการเงิน 12ราศี ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2559! โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ดวงการเงิน /  ดูดวง / 

ดวงการเงิน 12ราศี ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) เงินทองจ่ายออกตลอด มีทั้งค่าซ่อมแซม ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ดูแลสุขภาพเอาไว้หน่อย จะได้ไม่ต้องจ่ายเงินเยอะ มีลาภปาก แต่การงานเงินยังแกว่งไปแกว่งมา ยิ่งถ้าคุณชอบเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง ช่วงนี้บอกได้เลยว่าไม่คุ้มแน่นอน ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) การเงินใช้จ่ายเก่งสุดๆ ทั้งเสื้อผ้า ของใช้ ยังมีรายจ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะด้วย กลางเดือนดวงการเงินโดดเด่นกว่าเรื่องอื่น ได้ผลตอบแทนมากกว่าที่คิด เล่นหุ้นเสี่ยงลุ้นมีความสำเร็จ ช่วงนี้หยิบจับอะไรเป็นเงินเป็นทอง ไม่ขัดสน ปลายเดือนมีลาภฟลุ๊คๆ สิ้นเดือนใช้เงินเก่ง แต่ยังดีที่หาเงินคล่องไม่แพ้กัน หนักไปทางเที่ยวเตร่ ซื้อของ แต่มีวิธีการหาเงินที่ฉลาดเช่นกัน โชคดีที่มีลาภปาก ทำให้ประหยัดไปไดเยอะ ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) โชคลาภไม่มี ต้องได้มาจากน้ำพักน้ำแรงตัวเองเท่านั้น เงินทองช่วงกลางเดือนไหลมาเทมา หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง เป็นผลประโยชน์ที่ดี ยังไงช่วงนี้ต้องเร่งทำมาหากินกันหน่อย โบราณว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) เงินทองมีทั้งได้และเสีย จะเสียเงินเสียทองเยอะ ทำของหายบ้าง เสียรู้บ้าง ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ถ้าไม่จำเป็นอย่าเพิ่งใจร้อนควักกระเป๋า เงินทองในช่วงนี้จะหมดไปกับค่าซ่อมแซมรถยนต์ ค่าเดินทาง ช่วงนี้ดวงเสียเงินเยอะ แต่ไม่ต้องน้อยใจโชคชะตา เพราะคุณจะได้รับข้อมูลเด็ดๆ ส่งผลให้มีโชคลาภ เงินทองกำลังมาเยือน การเงินเป็นคนใจอ่อนง่าย แถมมีแต่เรื่องน่าสงสาร คงอดไม่ได้ที่จะควักกระเป๋าช่วยเหลือ หมดไปกับการทำบุญ ทำทาน แต่หายห่วงไม่ขัดสนอยู่แล้ว มีลาภปากลาภท้อง ช่วยเพิ่มน้ำหนักได้ดีทีเดียว ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) การเงินไม่ถึงกับช้อต แต่ก็ไม่เข้าขั้นดีนัก อะไรที่ประหยัดได้ก็ประหยัดไปก่อน มีลาภจากคนอายุน้อย คุณจะมีความทะเยอะทะยานสุดๆ คิดถึงแต่ความร่ำรวย โชคลาภ เงินทอง ได้ไพ่พระลักษมี ช่วยส่งเสริม ได้ข้อมูลดีๆ มาช่วยให้มีแผนการทำกำไร ช่วงนี้เงินหมุนเวียนคล่อง แต่คุณก็ไม่ค่อยหยุดนิ่ง เอาเงินไปลงทุนทำนู้นทำนี่ ให้ต้องลุ้นตลอด มีลาภฟลุ้คๆ ช่วงปลายเดือนนี้การเงินใช้จ่ายได้อย่างคล่องแคล่ว ช่วงนี้มีคนนี้คนนั้นคอยเอาใจ ซื้อของมาให้อยู่เสมอ เรื่องกินเที่ยวก็มีเจ้ามือเลี้ยงไม่ขัดสน ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การเงิน จับจ่ายใช้สอยคล่องมือ ช่วงนี้ถึงแม้ว่าจะมีรายจ่ายเยอะก็ไม่หวั่น ดวงกำลังดี หาเงินง่าย แถมยังมีลาภฟลุ้คๆ ให้ชื่นใจอีก คุณเป้นคนใช้เงินเก่ง หมดไปกับความสุขความสำราญ แต่ก็เป็นคนที่หาเงินเก่ง หาตัวจับได้ยาก ทำให้หมุนเงินคล่อง มีรายรับเสริม ปลายเดือนวางแผนการใช้จ่ายให้ดี มีแววจะถูกชักดาบ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) การเงินไหลออกเป็นส่วนใหญ่ หมดไปกับการดูแลสุขภาพตัวเองและค่าซ่อมแซมรถยนต์ บ้านช่องจิปาถะ ดวงการเงินใช้จ่ายสนุกสนาน อยากได้นั่นอยากได้นี่ หมดไปกับการเฮฮาปาร์ตี้ แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะขัดสน เพราะมีเงินไหลเข้ามาให้ได้หมุนตลอด มีรายรับหลายช่องทาง ยิ่งคุณมีอาชีพเสริม ยิ่งสบายใจ เป็นช่วงของการเก็บเกี่ยว แต่ช่วงปลายเดือนหมดไปกับของโปรด ของอยากได้ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ดวงเหมาะในการเสี่ยงลงทุน หรือจะทำธุรกิจส่วนตัวก็ราบรื่น มีโชคลาภจากงานเสริม ช่วยเป็นนายหน้าขายที่ ขายของได้เป็นกอบเป็นกำ การเงินเฟื่องฟู มีลาภฟลุ้คๆ ไม่ขัดสน อยากได้อะไรจะได้มาง่ายๆ กลางเดือนเงินมีทั้งเข้าและออกพอๆ กัน เดินทางมีโชคลาภ แต่หมดไปกับการท่องเที่ยว เฮฮาปาร์ตี้ ช่วงนี้ถ้ารู้จักเก็บออม จะมีโอกาสได้ของถูกใจ สิ้นเดือนมือเติบ เดี๋ยวจ่ายเดี๋ยวควัก เงินไหลออกตลอดเวลา แต่ด้วยความดวงดี มีเสน่หาทำให้มีเงินเข้าต่อยอดไม่ขาดสาย ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) การเงินหน้าชื่นตาบาน เงินทองไหลเข้ามากกว่าออก ได้ลาภจากผู้ใหญ่ทำตัวนอบน้อมเข้าไว้ไม่ผิดหวัง จะหมดเงินไปกับอาหารการกิน ท่องเที่ยว คงต้องรู้จักเก็บออมไว้บ้าง แต่พอมีโชคลาภจากเพศตรงข้ามที่อายุมากกว่า ปลายเดือนการเงินหมุนเวียนคล่อง มักมีโชคลาภฟลุ้คๆ เข้ามา คนที่เคยยืมไปก็เอามาคืนแบบไม่คาดคิด มีเสียเงินจุกจิกบ้างเรื่องค่าซ่อม ค่ารักษา ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การเงินใช้จ่ายได้สบายใจ ช่วงนี้เงินไหลเข้ามารับทรัพย์ตลอด ถ้ากำลังคิดเป็นนายหน้าขายที่ หรือนายหน้าติดต่อเรื่องต่างๆ สำเร็จได้เงินมาง่ายๆ แต่ระวังพลาดพลั้งเสียรู้ ทำให้ต้องเสียเงิน กลางเดือนการเงินคล่องตัว รับทรัพย์เต็มที่ มีงานนั้นงานนี้มาให้ได้ฟันเงินสบายๆ ใช้จ่ายเงินอย่างมีความสุข ไม่ต้องคิดหน้าพะวงหลัง ช่วงนี้โชคเข้าข้าง หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง มีผลตอบแทนที่น่าพอใจ เหมาะกับการเล่นหุ้น เสี่ยงลุ้น ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) การเงินมือเติบ เดี๋ยวหยิบเดี๋ยวจ่าย แต่คุณก็มีช่องทางหามาได้เรื่อยๆ ช่วงนี้ถ้าทำตัวน่ารัก มีโอกาสได้ลาภจากความเสน่หา ในหัวคุณตอนนี้มีแต่เรื่องเงิน ช่วงนี้ทั้งเข้าและออก  แต่จะหนักไปทางไหลออก มีเรื่องจ่ายตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ ถ้าไม่วางแผนออมบ้างอาจจะแย่ แต่ด้วยอิทธิพลของไพ่วงล้อแห่งโชค ทำให้มีโชคลาภ การเงินหมุนเวียนคล่องขึ้นมาทันที งานนายหน้าขายที่ อสังหาริมทรัพย์ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ มีงานเสริม แต่เงินก็ไม่หยุดนิ่ง หาเรื่องลงทุนตลอด แต่เสียเปรียบ ไม่ว่าจะลงทุนกับใคร เป็นต้องออกไปก่อน และตามใช้คืนทีหลังทุกที ช่วงนี้อยู่เฉยๆ ดีทีสุด ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) การเงินใช้จ่ายเยอะเหมือนเดิม เพราะต้องพบปะเจอเพื่อนฝูง คนรัก แต่สภาพคล่องยังสบายอยู่ ช่วงนี้ได้ลาภปาก กินฟรี !! การเงินหมุนเวียนคล่อง ช่วงนี้จัดสรรปันส่วนดี มีรายรับเข้ามาเรื่อยๆ ไม่เหนื่อยแรง ยิ่งพบปะเจรจายิ่งได้ข้อเสนอดี รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

เขมรสั่งทุก ร.ร. ช่วงวาเลนไทน์เฝ้าระวังพฤติกรรมนักเรียน
กระทรวงศึกษาธิการ /  กัมพูชา / 

กระทรวงศึกษาธิการกัมพูชา ออกคำสั่งถึงโรงเรียนทุกแห่ง เฝ้าระวังพฤติกรรมของนักเรียน ในช่วงวันวาเลนไทน์ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการกัมพูชา มีคำสั่งถึงทุกโรงเรียน ให้ครูอาจารย์หาทางป้องกันไม่ให้นักเรียน มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในวันวาเลนไทน์ โดยระบุว่า วันดังกล่าวซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นกำลังทำให้เยาวชนสนุกสนานจนลืมตัว ลืมการเรียน ทำตัวเสื่อมเสียเกียรติ และชื่อเสียงของตนเองและครอบครัว นอกจากนี้ ยังไม่ใช่ประเพณีของชาวกัมพูชา ด้วยโดย เอเอฟพี ระบุว่า หลายปีมานี้ กัมพูชา และไทย เพิ่มการรณรงค์กับเยาวชนไม่ให้มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรในวันวาเลนไทน์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ชี้ว่า การให้ความรู้เรื่องเพศในทั้งสองประเทศนี้ ยังคงไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควรส่วนหนึ่ง เพราะมองว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องต้องห้าม เนื้อหาจาก INN