กะเทยแปลงเพศ

สุดสลด! แม่ขุดหลุมฝังลูกชายตายทั้งเป็น เครียดไม่มีปัญญาเลี้ยง
ข่าววันนี้ /  ทารกเพศชาย / 

แม่เครียดจัดไม่มีปัญญาเลี้ยงลูก ขุดหลุมฝังศพทารกตายทั้งเป็น รายงานข่าวแจ้งว่า พบร่างไร้วิญญาณของเด็กทารกเพศชาย วัยเพียง 24 วัน ถูกฝังดินตายทั้งเป็นที่ใกล้กับแม่น้ำแควน้อย จ.พิษณุโลก ที่น่าสลดใจ ทราบว่าผู้เป็นแม่นั้น เป็นผู้ก่อเหตุฝังลูกตายทั้งเป็น ภาพประกอบ ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว โดยนายภูมิ (นามสมมติ) สามี และพ่อของเด็ก กล่าวว่า ทั้งคู่หายไปตั้งแต่ช่วงเย็นวันจันทร์ ไม่ได้พกทรัพย์สินหรือโทรศัพท์ติดตัวไป ซึ่งตนพยายามติดต่อ ตามหาก็ยังไม่พบ จนกระทั่งมีชาวบ้านใกล้เคียงพบเบาะแสว่ามีแม่ลูกคู่หนึ่งอยู่ที่ ริมตลิ่งแม่น้ำแควน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ ก็พบเพียงแม่ของลูก นั่งอยู่ริมแม่น้ำ ส่วนเด็กทารก ถูกแม่ขุดหลุมฝังเอาไว้ใกล้ๆกับแม่น้ำ แม้ว่าจะเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้าย เด็กขาดอากาศหายใจเสียชีวิตไปแล้ว ด้านผู้เป็นแม่ ที่ก่อเหตุขุดหลุมฝังลูก ระบุว่า ที่ทำลงไปเพราะเครียดเรื่องครอบครัว สามีตกงาน ตนเองก็เพิ่งคลอดลูก ไม่มีแม้กระทั่งเงินจะซื้อนมให้ลูกกิน ไม่มีปัญญาเลี้ยงลูก สุดท้ายจึงต้องจบปัญหาด้วยการฆ่าลูกดังกล่าว ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ฆ่าลูก" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

โสมขาวยอมรับ บังคับนางงามพม่า นอนกับนักธุรกิจจริง
นางงามพม่า /  พม่า / 

ความจริงปรากฏ !! หัวหน้าเอเจนซี่ได้ออกมายอมรับกับทางกองประกวด มิสเอเชียแปซิฟิก ว่าบังคับให้นางงามพม่ามีเซ็กส์กับเศรษฐีเพื่อแลกเงินสนับสนุนจริง !! เว็บไซต์ต่างประเทศรายงานเรื่องราวดราม่านางงาม กรณีของ เม เมียต โน นางงามพม่าผู้คว้าตำแหน่งมิสเอเชียแปซิฟิก ที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ว่าถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับนักธุรกิจชาวเกาหลีจริง หลังกองประกวดได้มีการสอบสวนภายในแล้ว ซึ่งหัวหน้าเอเจนซี่ได้ออกมายอมรับกับทางกองประกวดว่า เป็นผู้บังคับให้เธอมีความสัมพันธ์กับนักธุรกิจจริง ทั้งนี้ทางกองประกวดตัดสินใจรายงานเรื่องนี้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมยังแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า นอกจาก เม เมียต โน แล้ว ยังมีสาวผู้เข้าประกวดอีกหลายรายที่เซ็นสัญญากับเขา และอาจจะตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน โดย เว็บไซต์ allkpop เผยเรื่องราวของ เม เมียต โน นางงามพม่า ที่ถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับนักธุรกิจอันมั่งคั่งชาวเกาหลีใต้ โดยหลังจากได้ครองมงกุฎ "มิส เอเชียแปซิฟิก เวิร์ลด์ 2014" เธอได้เข้าไปพัวพันกับเรื่องอื้อฉาว เมื่อเธอกล่าวในระหว่างการแถลงข่าวว่า ถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับนักธุรกิจที่ร่ำรวย ถ้าอยากกลับไปเกาหลีใต้ เพื่อจบสัญญาก่อนหน้านี้ ทำให้ข้อกล่าวอ้างของเธอทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ในเดือนสิงหาคม เม เมียต โน ได้บินกลับไปเกาหลีใต้อีกครั้ง หลังเอเจนซี่หนึ่งทาบทามเธอเป็นศิลปินในเกาหลีใต้ แต่แล้วก็หอบมงกุฎบินหนีกลับประเทศ พร้อมข่าวอันโด่งดัง ว่ากองประกวด Miss Asia Pacific World Organization  สั่งปลดเธอจากตำแหน่ง ในขณะที่เธอแถลงว่า สาเหตุที่หนีกลับเพราะถูกนายชอย หัวหน้าเอเจนซี่ บังคับให้มีเซ็กส์กับนักธุรกิจเพื่อแลกกับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เขาจะออกให้ระหว่างการฝึกฝนเป็นศิลปิน ซ้ำร้ายยังไม่ได้รับค่าตัวจากค่าโฆษณา และยังถูกบังคับให้ศัลยกรรมหน้าอกอีกด้วย ถึงแม้จะเป็นเรื่องราวโด่งดังแต่ก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์จนกระทั่งการออกมายอมรับในครั้งนี้ เพราะกองประกวดได้กล่าวหาว่าเธอมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง รวมถึงการโกงอายุกับกองประกวดว่าอายุ 18 แล้ว ทั้งที่จริงอายุแค่ 16 ปีเท่านั้น จนถึงขั้นฟ้องร้องนางงามรายนี้ฐานทำให้กองประกวดเสื่อมเสียชื่อเสียง พร้อมเรียกค่าเสียหายจากเธอจำนวน 10,000 ล้านวอน อีกด้วย จากรายงานระบุด้วยว่าหัวหน้าเอเจนซี่รายนี้ เคยถูกจับฐานต้องสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตด้านเงินลงทุน แต่ได้รับการประกันตัวออกไป MThai News

76ปีผ่านไป ชาตินิยมที่ยังหลงเหลือจากนโยบาย จอมพลป.
จอมพลป. /  จอมพลป. พิบูลสงคราม / 

76ปีผ่านไป ชาตินิยม ที่ยังหลงเหลือจากนโยบาย จอมพลป. วันนี้ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 76 ปีที่แล้ว  ใครจะยังจำได้ว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเปลี่ยงแปลงครั้งใหญ่ที่สุดนับหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี2475   โดยชายที่ชื่อว่า แปลก ขีตตะสังคะ หรือ พันตรีหลวงพิบูลสงคราม ต่อมาคือ "จอมพล ป. พิบูลสงคราม" นายกรัฐมนตรีที่ได้รับการขนานนามว่า นายกฯตลอดกาล และจอมพลกระดูกเหล็ก วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2481 ถือว่าเป็นวันที่จอมพล ป.ก้าวขึ้นสู่อำนาจนายกรัฐมนตรีคนที่ 3ของประเทศไทย และเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัยครั้งแรก 16 ธันวาคม พ.ศ. 2481 – 1 สิงหาคม พ.ศ. 2487 (5 ปี 228 วัน)และครั้งที่2 คือ 8 เมษายน พ.ศ. 2491 – 16 กันยายน พ.ศ. 2500 (9 ปี 161 วัน) ถือว่ายาวนานมาก เด็กรุ่นนี้คงจำภาพของท่านจอมพลป.ในแง่ของชาตินิยมและการปลุกระดมในการคลั่งชาติ แต่ลืมไปว่าอีกภาพหนึ่งของจอมพลป. พิบูลสงคราม คือผู้พลิกโฉมประเทศไทยให้เข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว MThai News ขอถือโอกาสนี้ยกเกร็ดประวัติศาสตร์การเมืองในอดีตเกี่ยวกับ รัฐนิยมของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ตกทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน ให้คนรุ่นหลังได้ลองอ่านและเห็นถึงอีกมุมของคุณูปการของท่าน รวมไปถึงรู้ว่าแท้จริงวัฒนธรรมบางอย่างที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็เริ่มมาจาก จอมพลป. นายกฯคนนี้เอง  การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมดนตรี จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีผู้นำที่มาพร้อมกับนโยบายสร้างชาติเปลี่ยนวัฒนธรรม มุ่งส่งเสริมอัตลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในอารยประเทศ การเปลี่ยนแปลงนั้นรวมถึงวัฒนธรรมดนตรีที่ส่งผลกระทบต่อดนตรีไทยในปัจจุบัน มีแบบแผนให้มีการพัฒนาปรับปรุงทั้งระบบเสียงให้มีความเทียบเท่ากับดนตรีสากล ปรับปรุงมาตรฐานของนักดนตรีให้มีความสามารถตามที่กรมศิลปากรเป็นผู้กำหนด รวมถึงการบันทึกโน๊ตในรูปของบรรทัด 5 เส้น ​ โดยมีการตราเป็นพระราชกฤษฎีกากำหนดวัฒนธรรมทางศิลปกรรมเกี่ยวกับการบรรเลง การขับร้องและการพากย์ พุทธศักราช 2486 หากไม่ทำตามมีโทษตามกฎหมาย เหตุนี้สร้างความยุ่งยากจากเรื่องของดนตรีไทยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นข้อจำกัด ดังเช่นปรากฎในภาพยนตร์โหมโรง กลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ดนตรีไทยในยุคนั้นมาถึงยุคปัจจุบันเสื่อมความนิยมลงไปเรื่อยๆ บวกกับกระแสวัฒนธรรมต่างชาติที่รุนแรงและแพร่หลายมากยิ่งขึ้น สวัสดี เป็นคำทักทายประจำชาติ สมัยของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้กำหนดให้คนไทยใช้คำว่าสวัสดีเป็นคำทักทาย นอกจากนี้ยังมีการใช้การทักทายแบ่งตามช่วงเวลาเลียนแบบชาวตะวันตกด้วย เช่น ตอนเช้า "อรุณสวัสดิ์" มาจากคำว่า "good morning" "ทิวาสวัสดิ์" มาจากคำว่า "good afternoon" "สายัณห์สวัสดิ์" มาจากคำว่า "good evening" "ราตรีสวัสดิ์" มาจากคำว่า "Good Night" นอกจากนี้ยังมีการวางระเบียบการใช้คำแทนชื่อเป็นมาตรฐาน เช่น ฉัน, ท่าน, เรา เปลี่ยนจากสมัยก่อนที่ใช้ กู มึง เอ็ง ข้า ว่าด้วยรัฐนิยม [ชาตินิยม] รัฐนิยมเป็นประกาศ 12 ฉบับของจอมพลป. พิบูลสงคราม ลักษณะคล้ายกฎหมายบังคับใช้ทั่วไป มีจุดประสงค์เพื่อปลุกระดมให้รักชาติ โดยประกาศรัฐนิยม ฉบับที่ 1  คือการพลิกโฉมประเทศ เปลี่ยนชื่อจากสยามมาเป็น ประเทศไทย เรียกประชาชนในชาติว่า "คนไทย" "....รัฐนิยมฉบับที่ 1: เรื่อง การใช้ชื่อประเทศ ประชาชน และสัญชาติ     โดยที่ชื่อของประเทศนี้ มีเรียกกันเป็นสองอย่าง คือ “ไทย” และ “สยาม” แต่ประชาชนนิยมเรียกว่า “ไทย” รัฐบาลเห็นสมควรถือเป็นรัฐนิยมใช้ชื่อประเทศให้ต้องตามชื่อเชื้อชาติและความ นิยมของประชาชนชาวไทย ดั่งต่อไปนี้ ก. ในภาษาไทย  ชื่อประเทศ ประชาชน และสัญชาติให้ใช้ว่า “ไทย” ข. ในภาษาอังกฤษชื่อประเทศ ให้ใช้ว่า THAILAND ชื่อประชาชน และสัญชาติให้ใช้ว่า THAI..." ต่อมาก็มีนโยบายให้เรียกทุกคนว่าคนไทย แม้จะมีเชื้อสายอื่นก็ตาม ห้ามมิให้แบ่งแยก เพื่อส่งเสริมความเป็นปึกแผ่น [รัฐนิยมฉบับที่3] หลังจากเปลี่ยนชื่อประเทศก็มีรัฐนิยมอีกหลายฉบับที่ประกาศตามกันมา เช่น เรื่องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี การเคารพธงชาติ ที่ปัจจุบันกลายเป็นแบบแผน เคารพธงชาติเวลา 8.00น. และ 18.00น. ก่อนเข้าเรียนต้องมีการสวดมนต์ไหว้พระ "...เมื่อได้เห็นผู้ใดไม่แสดงความเคารพดังกล่าวพึงช่วยกันตักเตือนชี้แจงให้เห็นความสำคัญแห่งการเคารพธงชาติ เพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี..." คนไทยต้องอ่านออกเขียนได้ รัฐนิยมประกาศให้คนไทยต้องอ่านภาษาไทย เรียนภาษาไทย พูดภาษาไทย โดยระบุว่าเป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยที่ดีประการที่หนึ่งนั้น คือ ศึกษาให้รู้หนังสือไทยอันเป็นภาษาของชาติ อย่างน้อยต้องให้อ่านออกเขียนได้ ประการที่สอง ชนชาติไทยจะต้องถือเป็นหน้าที่อันสำคัญในการช่วยเหลือสนับสนุนแนะนำชักจูง ให้พลเมืองที่ยังไม่รู้ภาษาไทย หรือยังไม่รู้หนังสือไทย ให้ได้รู้ภาษาไทย หรือให้รู้หนังสือไทยจนอ่านออกเขียนได้ โปรดช่วยเหลือเด็ก ผู้พิการและผู้สูงอายุ ในรัฐนิยมฉบับที่ 12 มีการประกาศว่า ในที่สาธารณสถานหรือในถนนหลวง ให้บุคคลทำการช่วยเหลือคุ้มครองโดยลักษณะที่จะยังความปลอดภัยให้แก่เด็ก คนชราหรือคนทุพพลภาพในการสัญจรไปมา หรือในการหลบหลีกภยันตรายผู้ใดสามารถกระทำการช่วยเหลือคุ้มครองดังกล่าวในข้อ 1 ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้มีวัฒนธรรม ควรได้รับความนับถือของชาวไทย รัฐนิยมในชีวิตประจำวัน ต่อมารัฐนิยมเริ่มก้าวล่วงเข้ามาถึงการใช้ชีวิตประจำวันของคนในยุคสมัยนั้น โดยมีการประกาศอย่างจริงจังในรัฐนิยม ฉบับที่10 11  โดยระบุว่า รัฐนิยม ฉบับที่ 10 เรื่องการแต่งกายของประชาชนชาวไทยและห้ามผิดเพศ ผู้ชายสวมหมวกใส่เสื้อชั้นนอกคอเปิดหรือปิด สวมกางเกงขายาวแบบสากล สวมรองเท้าหุ้มส้นและหรือหุ้มข้อ และถุงเท้า ส่วนผู้หญิงก็ต้อง สวมหมวก ใส่เสื้อนอกคลุมไหล่ สวมผ้าถุง ใส่รองเท้าหรือหุ้มส้นและถุงเท้า เป็นต้น พักกลางวันไม่เกิน1ชั่วโมง รัฐนิยม ฉบับที่ 11 เรื่องกิจประจำวันของคนไทย ( ประกาศเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2484 ) โดยชนชาติไทยพึงบริโภคอาหารให้ตรงเวลา ไม่เกินวันละ 4 มื้อ และนอนประมาณ 6-8 ชั่วโมงต้องมุ่งมั่นทำงาน พักกลางวันไม่เกิน 1 ชั่วโมง มีเวลาทำสวนครัว เลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้ ทั้งชำระร่างกายแล้วจึงรับประทานอาหารว่าง ในเวลากลางคืนก็ควรใช้ในการพบปะสนทนาในครอบครัว มิตรสหาย ทั้งใช้ศึกษาหาความรู้ หรือในการมหรสพ ส่วนวันหยุดก็ควรใช้ให้เป็นประโยชน์ ต่อร่างกายและจิตใจ เล่นกีฬา พักผ่อน ทำบุญ ฟังเทศน์ เป็นต้น สาเหตุที่มีประกาศรัฐนิยมทั้ง2ฉบับ ต้องเข้าใจว่าสมัยก่อนคนไทยไม่ได้ใช้ชีวิตกันแบบนี้ บางกลุ่มเป็นคนป่า คนเรือแพ ใช้เวลาไปกับการทำไร่นา บางคนก็ปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ทำมาหากินเพราะถือว่ามีที่ดิน ข้าวปลาที่สมบูรณ์พร้อมอยู่แล้ว ค่อยทำเมื่อไหร่ก็ได้ การกำหนดแบบแผนนี้ ช่วยทำให้คนไทยขยันขึ้นมาบ้าง และเพื่อให้ใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์ รู้จักการจัดสรรเวลาที่ถูกต้อง ที่สำคัญคือรัฐนิยมที่ประกาศมาเกือบทุกฉบับส่งเสริมภาพลักษณ์ให้คนไทยดูดีขึ้นเปลี่ยนจากพวกบ้านป่าเมืองเถื่อนเป็นผู้ดีศิวิไลซ์  ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากรัฐนิยมข้างต้น ปัจจุบันก็ยังคงเป็นมรดกตกทอดมาสู่คนยุคหลังและกลายเป็นชีวิตประจำวัน เป็นแบบแผนที่บางคนเรียกมันว่ากรอบแห่งการดำเนินชีวิต ใครผิดแปลกจากนี้จะกลายเป็นคนนอกกรอบไปทันที ผิดกฎไปในทันที ซึ่งต่อมาแม้จะหมดยุคการบังคับใช้รัฐนิยมไปแล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่า รัฐนิยมมันฝังลึกลงไปในวัฒนธรรมของคนไทยไปเป็นส่วนหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย เราประพฤติปฏิบัติตามโดยไม่ถือว่ามันเป็นข้อบังคับกันไปแล้ว By @Nookkill :P

อาการ น้องสาวหดเกร็ง หนุ่มอดฟิน สาวอดฟิน แก้ยังไงให้วินวิน!
คู่รัก /  น้องสาวหดเกร็ง / 

สาวคนไหนที่ปั่มปั๊มกับคุณแฟนและเคยเกิดอาการเจ็บน้องสาวบ้างมั้ยคะ ? หรือรู้สึกกลัวในระหว่างที่มีกิจกรรมรัก จนทำให้น้องสาวคุณเจ็บปวดและทรมานอยู่บ่อยๆ รู้มั้ยคะว่าสาเหตุคืออะไร จะทำยังไงให้ไม่เกิดเพื่อให้เกิดความฟินกันทั้งคู่ดีนะ?? ซึ่งอาการที่ว่าก็มีชื่อเรียกนะ ว่า “ Vaginismus” คือ อาการของผู้หญิงที่กลัวการสอดใส่ ทำให้น้องสาวเกิดการหดเกร็งอย่างอัตโนมัติ จึงทำให้เกิดความเจ็บปวดในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ สาวชาวอังกฤษจำนวนไม่น้อยที่มีอายุระหว่าง 15-64 ปี  ประสบกับปัญหานี้ แต่ก็อายเกินกว่าที่จะบอกใครเพื่อหาทางรักษา ด็อกเตอร์ Venkat อธิบายว่า Vaginismus เป็นการตอบสนองของร่างกายเพื่อป้องกันอันตรายจากการสอดใส่ ทั้งนี้การหดเกร็งนั้นทำให้เกิดความเจ็บปวดในการมีเพศสัมพันธ์ โดยทั่วไปแล้ว มักเกิดกับคุณผู้หญิงที่อยู่ในครอบครัวหัวโบราณและเห็นเรื่องเซ็กส์เป็น เรื่องสกปรก ( นั่น.... ใครหัวโบราณและขี้กลัว ยกมือขึ้น!) หากคู่ไหนประสบปัญหานี้อยู่แนะนำว่า “ อย่าอาย “ เพราะนอกจากคุณจะเจ็บปวดแล้วคุณยังทำให้คนรักของคุณเจ็บปวดด้วย ควรพบแพทย์เพื่อทำการบำบัด โดยแพทย์จะทำการตรวจสอบทางนรีเวชเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป แต่ สาวๆอาจจะต้องช่วยเหลือแพทย์ในการรักษาด้วยนะจ๊ะ ด้วยการคิดบวกกับเรื่องเพศสัมพันธ์มากขึ้น หรือการใช้สารหล่อลื่นที่ไม่เป็นอันตรายต่อน้องสาวเข้ามาช่วย ที่สำคัญคือ ทำความคุ้นเคยกับอวัยวะบางอย่างของคู่รักที่คุณเคยกลัว จับมันบ้าง เล่นกับมัน มองดูมันในระหว่างแข็งตัว หรือ อาจจะเริ่มสอดใส่ด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็กจนมีความคุ้นเคย เมื่อคุณทำอย่างเมื่อมั่นใจว่าคุณพร้อมแล้วก็ค่อยกลับมามีความสุขกับคู่รัก ของคุณอีกครั้ง รับรองกลับมาฟินลื้มมมแน่นอนจ้า   ที่มาจาก femalefisrt.co.uk  , visitdrsant.blogspot.com เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ครูอังกฤษ ปิ๊งไอเดีย จัดนิทรรศการโชว์ของที่ยึดจากนักเรียน
ครู /  ต่างประเทศ / 

ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอเหตุการณ์ โดนคุณครูยึดของที่เอามาเล่นกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนแน่นอน เหตุเพราะมัวแต่เล่นจนไม่สนใจเรียนหนังสือ บางกรณีครูยึดแล้วคืนหลังเลิกเรียน แต่บางกรณีคุณครูก็อาจจะยึดไปไม่คืน อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่ที่สิ่งของและเหตุการณ์นั้นๆ คราวนี้เราลองมาดูกันว่า ครูอังกฤษ ปิ๊งไอเดีย จัดนิทรรศการโชว์ของที่ยึดจากนักเรียน จะมีของอะไรกันบ้าง และจะเยอะมากขนาดไหนที่นำมาจัดแสดงโชว์ขนาดนี้ ครูอังกฤษ ปิ๊งไอเดีย จัดนิทรรศการโชว์ของที่ยึดจากนักเรียน นับว่าเป็นเรื่องที่หาดูได้ยากนะคะ สำหรับไอเดียของ Guy Tarrant ครูชาวอังกฤษ ที่จัดนิทรรศการ ชื่อว่า “Confiscation Cabinets” ขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ V&A Museum of Childhood ที่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน เพื่อใช้แสดงของที่ยึดจากนักเรียน เป็นเวลากว่า 30 ปี ซึ่งของแต่ละอย่างเป็นของที่โรงเรียนสั่งห้ามไม่ให้เอามา หรือนักเรียนเอาขึ้นมาเล่นกันระหว่างที่มีการเรียนการสอนอยู่ในห้องเรียน เห็นแบบนี้แล้วที่เมืองไทยเราน่าจะมีแบบนี้บ้างนะคะ ถ้าคุณครูยังเก็บไว้ ไม่ทิ้งไปเสียก่อนพร้อมกับคำบรรยายใต้ภาพของทุกชิ้น ว่าครูยึดมาจากนักเรียนอายุเท่าไร เพศอะไร ปีไหน ยิ่งถ้าคุณครูบอกเล่าสาเหตุที่ยึดไว้ได้ด้วยก็คงจะดีนะคะ แต่ไม่มี น่าเสียดาย และขอบอกว่า ของที่ครูชาวอังกฤษเขายึดไปจำนวนมากๆ นั้น บ้างชิ้นคุณเห็นแล้วต้อง อึ้ง ทึ่งว่า นี่มันคือของเด็กจริงๆ หรอเนี่ย สิ่งของอันตรายเหล่านี้ ผู้ใหญ่ปล่อยให้เด็กๆ พกไปโรงเรียนได้อย่างไร แต่โชคดีที่อยู่ในความดูแลของครูเรียบร้อย และมีจำนวนมากจนเจ้าของหลายคน คงรีบสิ่งที่ถูกยึดไปแล้ว อีกสิ่งนึงที่เชื่อว่าทุกคนคิดเหมือนกัน คือ การนึกถึงตัวเองสมัยเด็ก วัยซุกซนที่ชอบพกนู้นนั่นนี่มาเล่น บางชิ้นก็อยากมีอยากทำเหมือนผู้ใหญ่ โดยไม่คำนึกถึงอันตราย เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งของเหล่านี้ ก็จะกลายเป็นความทรงจำ ข้อมูลและภาพ  catdumb, V&A Museum of Childhood

Stonehearst Asylum : อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น
Stonehearst Asylum /  คนบ้า / 

อาจกล่าวได้ว่า มนุษย์ คือสัตว์ที่มีระบบความคิดซับซ้อนเกินจะหยั่งถึง ยิ่งในยุคสมัยแต่ก่อนเก่า ที่เกิดเรื่องราวใน Stonehearst Asylum อันเต็มไปด้วยค่านิยมผิดๆ การเหยียดเชื้อชาติ เพศ ศักดิ์ศรีความเป็นคน กันอย่างคุกรุ่นยิ่งแล้วใหญ่ และมันทำให้กลอนสุนทรภู่ที่ว่า "แล้วสอนว่าไว้ใจมนุษย์ มันมันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด" ทรงพลังขึ้นมาได้อย่างชัดเจน Stonehearst Asylum เล่าเรื่องราวของ เอ็ดเวิร์ด นิวเกท จิตแพทย์หนุ่มจบใหม่ ที่พาตัวเองเข้ามาหาประสบการณ์ ที่โรงพยาบาลจิตเวชสโตนเฮิร์ส และได้พบกับ เอลิซ่า คนไข้สาวสวยที่เคยเป็นเคสทดลองในคลาสเรียน จนหลงรักเข้าหัวปักหัวปำ แต่ยิ่ง เอ็ดเวิร์ด ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็เริ่มไม่แน่ใจว่าคณะแพทย์ พยาบาล และคนไข้ ใครกันแน่ที่บ้า?! จนนำไปสู่การค้นพบสุดตกตะลึง ที่มีแต่ เอ็ดเวิร์ด คนเดียวเท่านั้น ที่จะเปลี่ยนชะตาอันมืดหม่นของที่นี่ได้ Stonehearst Asylum ดำเนินเรื่องด้วยบรรยากาศขมุกขมัว มืดมน และไม่เปิดเผยรายละเอียดของตัวละครมากนัก เมื่อพ่วงการที่ต้องอยู่ท่ามกลางคนคุ้มดีคุ้มร้าย มีอาการประหลาด (เช่น คนไข้รายหนึ่งที่คิดว่าตัวเองเป็นม้า แล้วส่งเสียงร้องครืดคราดตลอดเวลา) ซึ่งการรักษาความลับนี้ ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมและเพิ่มความไม่น่าไว้ใจ ของตัวละครแวดล้อม รวมถึงตัวนายพระเอก เอ็ดเวิร์ด เองด้วย จุดนี้เองทำให้คนดูได้เดากันสนุกสมอง ว่าตกลงแล้วใครบ้าใครไม่บ้า หรืออย่างไรกันแน่จนมาถึงกลางๆเรื่อง แต่ถึงกระนั้นเมื่อทุกอย่างในเรื่องที่ดูจะปูมาถูกทาง และถูกสรุปตอนจบ มันกลับมึนตึง ถึงการแถหักมุมแบบจูนไม่ติด เชื่อมโยงเหตุผลไม่ได้ ไม่ต่างอะไรกับสมองกับคนไข้ในโรงพยาบาลนี้เลย แต่ถึงอย่างไร ต้องยกความดีความชอบให้บรรดานักแสดง โดยเฉพาะ เบน คิงสลีย์ ที่ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์สองจิตสองใจต้องอดกลั้นต่อสภาวะความผิดปกติตัวเองได้ดี และเป็นตัวชูโรงเสียยิ่งกว่า นายแพทย์ เอ็ดเวิร์ด พระเอกของเราซะอีก เมื่อการแสดงถูกคลุกเคล้าอย่างพอเหมาะพอเจาะกับบรรยากาศของเรื่องแล้ว คงต้องบอกว่า พี่เบน นี่แหละ พระเอกตัวจริงเรื่องนี้ (ถึงจริงๆ  พี่จะเป็นตัวร้ายก็เถอะนะ) สำหรับคุณผู้ชมที่คาดหวังผลงานระดับหัวทิ่มหัวตำแบบ Shutter Island แน่นอนว่า Stonehearst Asylum คงไม่ได้ทรงพลังอย่างแรงขนาดนั้น เรื่องราวในโรงพยาบาลนี้ ปั่นประสาทคนดูทีละนิดๆ และจากภาพความทารุณทางการแพทย์ของคนดีๆ และการไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีของคนบ้า ก็ส่งเสียงบอกว่า ในขณะที่ คนสติดีๆ ก็ไว่ใจคนบ้าไม่ได้อยู่แล้ว คนสติบิดเบี้ยวก็ไว้ใจคนดีๆ ไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละะ เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ Lecter. -------------------------

ได้เวลาสแกน อย่างฮา สองสาว โบ-จ๊อยซ์ ขออาสาเปิดเรดาห์สแกนเก้ง
TK /  Triumphs Kingdom / 

สองเพื่อนซี้ คู่จี๊ดในอดีต โบ-จ๊อยซ์ จูงมือกันมาเปิดเรดาห์สแกนเก้งผู้ต้องสงสัย อีกคนเรดาห์พัง สแกนพลาดตลอด ส่วนอีกคนเรดาห์กระดิก เพราะกำลังคิดว่าพ่อตัวเองเป็นเกย์ ต้องติดตามชมในวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคมนี้ เวลา 22.00 น. ที่ช่องเสือร้องไห้แชลแนล YouTube Tigercry Channel ช่องอมรินทร์ทีวี (Amarin HD Digital TV Digital) ช่อง 34 จานดาวเทียม และ เคเบิ้ล ช่อง 44 ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 22.00-23:00 น. วันนี้กูรูเกย์เอกกี้ ได้ขยับร่างตั้งแต่เปิดรายการ เมื่อสองสาวโบ จ๊อยซ์ โชว์ลีลาแดนซ์ท่าฮิตกับเพลงฮิตของTK ก่อนจะมานั่งเม้าส์ประสบการณ์สุดฮา สาวจ๊อยซ์บอกเป็นคนที่ดูไม่ออกเลยว่าใครเป็นเก้ง เป็นเกย์ เป็นแมน ขนาดเพื่อนสนิทกันยังดูไม่ออกเลย ส่วนสาวโบนั้นมาแนวฮา เพราะกำลังเปิดเนดาห์สแกนคุณพ่อตัวเองว่าจะกลับใจเป็นเกย์ ตอนแก่หรือเปล่า เพราะล่าสุดมาสะกิดให้คุณลูกสาวพาไปเจาะหูแอบเปรี้ยว จนคุณลูกสาวสงสัยเอ่ยปากถามว่าพ่อเป็นเกย์หรือเปล่า เพราะถ้าเป็นโบจะลงทุนเขียนหนังสือแฉชีวิตพ่อเลยว่าวิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของพ่อเป็นมาอย่างไร เออ !!!! เอากับนางซิ นางเอาจริงบอกเลย ต้องติดตามชมได้ในวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคมนี้ เวลา 22.00 น. ที่ช่องเสือร้องไห้แชลแนล YouTube Tigercry Channel ช่องอมรินทร์ทีวี (Amarin HD Digital TV Digital) ช่อง 34 จานดาวเทียม และ เคเบิ้ล ช่อง 44 ฝากประกาศ ประกาศ เอกกี้ เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ พิธีกรรายการได้เวลาสแกน ขอแปะประกาศเปิดรับสมัคร “เก้ง กวาง ผู้ชาย ผู้หญิง ทอม ดี้ กะเทย ผู้ต้องสงสัย” ร่วมรายการที่สนุก แซ่บ ที่สุดในสามโลก คุณสมบัติ จะเป็นแมน หรือ เกย์ เราไม่ติดยินดีต้อนรับ สนุกสนาน ใจกล้า หน้าแซ่บ เปิดเผย จริงใจ อย่าได้แคร์ อย่าได้กลัว ส่งใบสมัครกันเข้ามาได้ที่ facebook.com/scangaytv และ twitter.com/scangay มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

17 เชื้อพระวงศ์ คลื่นลูกใหม่ ที่น่าจับตา ของโลก
พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรีตน์ /  ราชนิกูล / 

มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ยังคงมีระบอบพระมหากษัตริย์อยู่ ราชนิกูลรุ่นใหม่ๆ ต่างทรงมีความเชี่ยวชาญ และ ความโดดเด่นส่วนพระองค์แตกต่างกันไป ลองมาทำความรู้จักกับเหล่า เชื้อพระวงศ์ ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้จัก แต่บอกได้เลยว่า แต่ละพระองค์ทรงไม่ธรรมดานะจ๊ะ 1. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ แห่ง ประเทศไทย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงมีพระชนมายุ 27 ชันษา ทรงเป็นพระธิดาใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช พระ นัดดาใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาศิลปกรรมศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 (เหรียญทอง) ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.93 และทรงได้รับรางวัลนิสิตดีเด่นประจำปีการศึกษา 2551 ด้วยมีผลการการเรียนอันน่าพึง ใจ หลังจากนี้พระองค์ได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศฝรั่งเศส พระองค์ได้รับการจัดอยู่ในลำดับที่ 16 โดยนิตยสารฟอร์บส์ ใน เยาวราชนิกุลที่ทรงได้รับความนิยมมากสุดในโลกยี่สิบอันดับ ในปี พ.ศ. 2556 เว็บไซต์ askmen ได้จัดอันดับพระองค์ว่าเป็นเจ้า หญิงที่โดดเด่นที่สุด อันดับที่ 7และพระองค์ได้รับรางวัล "แฟชั่นไอคอน" จากนิตยสาร นูเมโร ไทยแลนด์ ในปีเดียวกัน ทั้งนี้ ทรงมีแบรนด์เสื้อผ้าส่วนพระองค์คือ "สิริวัณณวรี" (Sirivannavari)และมีแบรนด์ของแต่งบ้านส่วนพระองค์ชื่อ "สิริวัณณวรีเมซอง" (Sirivannavari Maison) 2. Prince Carl Philip, Prince of Sweden, Duke of Värmland เจ้าชาย Carl Philip ผู้สง่างาม รัชทายาทลำดับ 3 แห่งสวีเดน พระเชษฐาของเจ้าหญิง Madeline ทรงมีพระชนมายุ 35 ชันษา โดยทรงสำเร็จการศึกษาทางการทหารจาก Swedish National Defense College ก่อนจะทรง ศึกษาต่อที่ Swedish University of Agricultural Sciences งานอดิเรกที่ทรงโปรดคือ สกี, ขับรถแข่ง และ งานออกแบบกราฟฟิก 3. Charlotte Marie Pomeline Casiraghi of Monaco ทรงมีพระชนมายุ 26 ชันษา รัชทายาทลำดับ 7 แห่งโมนาโค ทรงเป็นพระนัดดาใน Prince Rainier และ เจ้าหญิงเกรซ แห่งโมนาโค เจ้าหญิง Charlotte ทรงมีบุคลิกภาพที่งามสง่า เนื่องจากเป็นที่รู้จักกันดีว่า ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางการขี่ม้า และได้ทรงเข้าร่วมการแข่งบังคับม้ามาแล้วทั่วโลก ในปี 2010 ทรงเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับกุชชี่ในคอลเล็คชั่นสำหรับนักขี่ม้า โดยมีการแข่งขันออกแบบฉลองพระองค์ให้แด่เจ้า หญิงผู้ทรงสง่าพระองค์นี้อีกด้วย ในปี 2012 ทรงเป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วเมืองเนื่องด้วยพระองค์ทรงขี่ม้า ในฉลองพระองค์ชุดอินเดียนแดง 4.Prince George Alexander Louis of Cambridge เจ้าชายจอร์จ รัชทายาทลำดับ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ พระโอรสในดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงประสูติเมื่อเดือน กรกฎาคม ปี 2013 ทรงออกงานอย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อครั้ง รอยัล ทัวร์ ณ นิวซีแลนด์ จากนั้นพระองค์ได้ทรงเป็น แฟชั่นไอคอน พระองค์น้อย เฉกเช่นเดียวกับพระมารดา 5. Infanta Leonor of Spain เจ้าหญิง Leonor แห่ง Asturias รัชทายาทอันดับที่ 1 ของสเปน ทรงมีพระชนมายุเพียง 9 ชันษา ทรงเป็นพระธิดาองค์โต ของกษัตริย์ Felipe และพระราชินี Letizia 6.Prince Haji 'Abdul 'Azim of Brunei ขณะนี้ เจ้าชาย ทรงมีพระชนมายุ 32 ชันษา ทรงเป็นองค์รัชทายาท ด้วยทรงเป็นพระโอรสองค์โตในสุลต่านแห่งบรูไน (องค์สุลต่าน Haji Hassanal Bolkiah) เจ้าชายทรงเคยเข้ารับการศึกษา ณ สถาบันทางการทหารชื่อดัง Royal Military Academy Sandhurst ที่เดียวกับที่เจ้าชายแฮร์รี่แห่งราชวงศ์อังกฤษทรงเข้ารับการฝึก แต่ทรงหนีออกมา หลังจากเปิดเทอมได้ 1 สัปดาห์ เนื่องจากสถาบันแห่งนี้มีกฎระเบียบที่เคร่งครัด และการฝึกการทหารอย่างหนัก เจ้าชาย Azim ทรงนิยมงานปาร์ตี้เป็นอย่างมาก ทรงเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ทรงออกสื่อจนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง งานปาร์ตี้ของพระองค์มักจะมีเซเลบริตี้ระดับโลกอย่าง ลินเซย์ โลฮานและ พาเมล่า แอนเดอร์สันมาร่วมงานด้วยบ่อยครั้ง 7. Princess Sikhanyiso of Swaziland เจ้าหญิง Sikhanyiso ทรงมีพระชนมายุ 27 ชันษา พระธิดาในกษัตริย์ Mswatiที่สาม แห่ง Swaziland หนึ่งใน ไม่กี่ประเทศที่ยังปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจาก คณะ ดิจิตอล คอมมิวนิเคชั่น จาก มหาวิทยาลัยซิดนีย์ พระองค์ทรงเป็น เฟมินิสต์ เต็มตัว หลังแสดงออกด้วยพระดำรัสต่อต้านระบบช้างเท้าหน้า (ชายเดินนำ หญิงเดินตาม) และ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าๆ โดยเฉพาะ ประเพณีผู้ชายนิยมมีภรรยาหลายบ้าน ทรงนิยมสวมฉลองพระองค์ด้วยชุด แบบตะวันตก และมีพระประสงค์จะเป็นนักร้องฮิปฮอป 8.Andrea Albert Pierre Casiraghi of Monaco เจ้าชาย Andrea ทรงมีพระชนมายุ 30 ชันษา เป็นพระนัดดาในเจ้าชายไรเนอร์ และเจ้าหญิงเกรซ เคลลี่ พระองค์ทรงเป็น รัชทายาทลำดับที่สี่ในบัลลังก์แห่งโมนาโค พระองค์ทรงเข้าศึกษาเป็นเวลาสั้นๆ ที่ McGill University ในแคนาดาก่อน ที่จะสำเร็จปริญญาตรีที่the American University ในกรุงปารีสและสำเร็จปริญญาโทในสาขาความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศจาก New School ในนิวยอร์ค เจ้าชายทรงมีพระอัจฉริยภาพด้าน ภาษาอังกฤษ ,อิตาลี,ฝรั่งเศสและเยอรมัน ทรงหลงใหลกีฬาทางน้ำ,การขี่ม้าและ ฟุตบอล เจ้าหญิง Catharina-Amalia พระองค์กลาง 9.Princesses Catharina-Amalia, Princess of Orange, Princess of the Netherlands เจ้าหญิง Catharina-Amalia ทรงมีพระชนมายุ 11 ชันษา องค์รัชทายาทลำดับต่อไปที่จะขึ้นครองบัลลังก์แห่งเนเธอร์ แลนด์ อันประกอบด้วย เนเธอร์แลนด์, คูราเซา,อารูบ้า และ วินท์ มาร์เตน เจ้าหญิงทรงมีพระขนิษฐาอีก 2 พระองค์ คือ เจ้าหญิง Alexia และ เจ้าหญิง Ariana พระบิดาของพระองค์คือ กษัตริย์ แห่งเนเธอร์แลนด์ พระนามว่า Willem-Alexander 10.Prince Amedeo of Belgium องค์รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งเบลเยี่ยม ทรงมีพระชนมายุ 28 ชันษา เจ้าชาย Amedeo ทรงเป็นพระโอรสองค์โต ในเจ้าชาย Astrid และเจ้าหญิง Lorenz ทรงมีเชื้อสายจากทั้ง ออสเตรีย,เบลเยี่ยม,อิตาลี,ฝรั่งเศส,สวีเดนและ สเปน ทำให้พระองค์มี พระนามเต็มว่า Amedeo Marie Joseph Carl Pierre Philippe Paola Marcus d'Aviano ทั้งนี้ พระองค์เพิ่งเสกสมรสไปเมื่อเดือนก.ค. 2014 ที่ผ่านมา 11. Sheikh Hamdan Bin Mohammed Bin Rashid Al Maktoum of the UAE ชีค Hamdan Bin Mohammed Bin Rashid Al Maktoum ทรงมีพระชนมายุ 32 ชันษา เป็นโอรสลำดับที่2 หนึ่งในทายาทจำนวน 23 พระองค์ ของชีคโมฮัมหมัด บิน ราชิด อัล มักทวม พระองค์เป็นมกุฏราชกุมารแห่งดูไบ และยังนักประพันธ์บทกวีชื่อดังในนามปากกา "Fazza" ทรงจบการทหารจาก Sandhurstจากนั้นทรงศึกษาต่อ ณ London School of Economics แต่ไม่ได้ทรงศึกษาต่อจนจบ พระองค์ทรงมีความสามารถ ทางการบังคับม้า,โดดร่ม,ขับรถ,ขี่อูฐและ แล่นเรือ 12.Prince Henry Charles Albert David of Wales เจ้าชายแฮร์รี่ ในปีนี้ทรงมีพระชนมายุ 30 ชันษา ทรงเป็นองค์รัชทายาทลำดับ 4 รองจาก เจ้าชายจอร์จ พระโอรสในดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เจ้าชายแฮร์รี่ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 2 ในเจ้าชายชาร์ล และ เจ้าหญิงไดอาน่า ไม่ว่าพระองค์ทรงขยับไปทางไหน ก็มักเป็นข่าวได้เสมอไม่ว่าจะทรงเสด็จฯ ไปอเมริกา หรือ พระฉายาลักษณ์เปลือยอันอื้อฉาวในงานปาร์ตี้ ที่ลาสเวกัส พระองค์ทรงรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนทหาร Sandhurst และเคยประจำการในกองทหารม้าของกองทัพราชอาณาจักร 13.Princess Beatrice Elizabeth Mary of York เจ้าหญิง Beatrice ทรงมีพระชนมายุ 26 ชันษา ทรงเป็นรัชทายาทหญิงองค์แรก แต่หากนับตามลำดับ พระองค์ทรงเป็น รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงเป็นพระธิดาองค์โตใน เจ้าชาย แอนดรูว์ แห่งยอร์ค และ ซาร่าห์ เฟอร์กูสัน ,ดัชเชส แห่ง ยอร์ค ทรงสำเร็จการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ จาก University of London พระองค์ทรงมักเข้าร่วมการกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้ อื่นเสมอ ทั้งยังทรงเป็น เชื้อพระวงศ์เพียงองค์เดียวที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันลอนดอนมาราธอน เจ้าหญิงทรงเปิดประมูลพระมาลาที่เคยทรงสวมไปร่วมงาน อภิเษกสมรส ของ เจ้าชายวิลเลี่ยม และ เคท มิดเดิลตัน ไม่น่าเชื่อว่า ถูก ประมูลไปในราคาสูงถึง $123,325 หรือราว 4 ล้านกว่าบาทไทย 14.Prince Félix Léopold Marie Guillaume of Luxembourg พระโอรสใน แกรนด์ ดยุค เฮนรี่และ แกรนด์ดัชเชสมารีอา เทเรซ่า ทรงมีพระชนมายุ 30 ชันษา นับเป็นองค์รัชทายาทลำดับ 2 แห่ง ลักเซมเบิร์ก พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาด้านเทคโนโลยีชีวภาพ จาก Pontifical Athenaeum Regina  Apostolorum ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ทรงเชี่ยวชาญการใช้ภาษา ลักเซมเบิร์ก,อังกฤษ,ฝรั่งเศส และ เยอรมัน ทั้งนี้พระองค์ ยังทรงศึกษาภาษาสเปนและ อิตาลีเพิ่มเติมด้วย 15.Princess Theodora of Greece and Denmark เจ้าหญิง ธีโอโดร่า ทรงมีพระชนมายุ 31 ชันษา ทรงเป็นพระธิดาองค์สุดท้องในจำนวนทั้ง 4 พระองค์ในกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ และ พระนาง แอนน์ มารี แห่งเดนมาร์ก เจ้าหญิง ธีโอโดร่า ยังทรงเป็น เจ้าหญิงแห่งเดนมาร์ค ตามสายข้างพระมารดา ทำให้ ทรงเป็นองค์รัชทายาทในลำดับที่ 350 แห่งเชื้อพระวงศ์อังกฤษ แม้กรีซจะไม่ได้ปกครองโดยสถาบันพระมหากษัตริย์อีกต่อไปก็ตาม เจ้าหญิงทรงสำเร็จการศึกษาสาขาศิลปะการละคร จาก Brown University และในปี 2010 ทรงเสด็จฯไปประทับ ณ ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เพื่อก้าวสู่วงการบันเทิง พระองค์ได้ทรงร่วมแสดงในเรื่อง "The Bold and the Beautiful" 16.Princess Ingrid Alexandra of Norway เจ้าหญิง Ingrid Alexandra ทรงมีพระชันษา 10 ปี เป็นพระธิดาองค์เดียวและเป็นองค์โตใน มกุฏราชกุมาร Haakon ทรงเป็นองค์รัชทายาทลำดับที่ 2 ของราชวงศ์นอร์เวย์ ในปี 1990 รัฐธรรมนูญของนอร์เวย์ได้แก้ไขให้ทายาทองค์โตไม่ว่าจะเป็นเพศใด สามารถสืบราชบัลลังก์ได้ ซึ่งทำให้เจ้าหญิง Ingrid เป็นเจ้าหญิงพระองค์แรกที่ได้รับผลจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ และเมื่อเดือนธันวาคมปี2009 พระองค์ได้ให้พระโอวาทต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ซึ่งขณะนั้นพระองค์ทรงมีพระชันษาเพียง 6 ปี 17. Princess Madeleine, Princess of Sweden, Duchess of Hälsingland and Gästrikland เจ้าหญิง Madeleine ทรงมีพระชนมายุ 32 ชันษา องค์รัชทายาทลำดับ 4 แห่งราชวงศ์สวีเดน พระสหายมักเรียกพระองค์สั้นๆ ว่า "เลน" เมื่อสมัยพระเยาว์ เคยทรงเลือกสวมชุดฉลองพระองค์เข้าร่วมงานราตรีที่ต่างจากธรรมเนียมสวีเดนทำให้เป็นที่กล่าวขานไปทั่วสวีเดน เมื่อเดือนมิ.ย. 2013 พระองค์ทรงเข้าพิธีเสกสมรสกับ Christopher O'Neil นักไฟแนนซ์ชาวนิวยอร์ค ที่มาจาก businessinsider เรียบเรียงโดย Women MThai Team

ถึงเน็ตไอดอลแก้ผ้าโชว์..เตือนสติด้วยความหวังดีจากเชอรี่ สามโคก
คลิปน้องเนส /  น้องเนส / 

เชอรี่ สามโคก เจ้าแม่หนังอาร์ โพสต์เตือนสติ เน็ตไอดอลแก้ผ้าโชว์ พึงระวัง จากกรณีที่บนโลกออนไลน์มีสาวๆเน็ตไอดอลชอบโพสต์ภาพโชว์เรือนร่างรวมถึงมีเซ็กส์ถ่ายแชร์ลงบนโลกออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นสิทธิส่วนตัวเพราะเป็นเรือนร่างของตัวเอง และไม่ได้เดือดร้อนใคร ล่าสุดแฟนเพจเชอรี่ สามโคก นักแสดงหนังเรทอาร์ ได้โพสต์ข้อความเตือนสติสาวๆเน็ตไอดอลทั้งหลาย ได้อย่างน่าสนใจ โดยการถ่ายภาพวาบหวิวลงบนโลกออนไลน์เท่ากับจำกัดสิทธิในอนาคตของตนเอง นำความเสื่อมเสียมาถึงวงศ์ตระกูล สังคมรับไม่ได้ และไม่มีผู้ชายคนไหนจริงใจโดยไม่หวังมีเพศสัมพันธ์ ข้อความของเชอรี่ สามโคก ระบุว่า *แชร์ตามสบายนะคะ** ไม่ได้ด่าใคร ใครจะทำไรก็แล้วแต่ มาแชร์ในสิ่งที่เจอมากะตัวเอง ทุกคนอาจไม่เจอแบบนี้ก็ได้ มาว่ากันเรื่องแก้ผ้า หรือมีเพศสัมพันธ์แล้วถ่ายคลิป จริงอยู่นะว่าแต่ละคนมีสิทธิ์ในร่างกายตัวเอง จะแก้ จะอะไรยังไงกับร่างกายตัวเองมันก็คงไม่หนักหัวใคร "เชอก็แก้!!!" แต่ประเด็นคือ ถ้าหนูๆวัยรุ่น วัยกระเตาะทั้งหลายจะแก้โชว์ผ่านสื่อ จะฟีดเจอร์ริ่งโชว์ออนไลน์ มันไม่ได้หนักหัวใครหรอกนะ นอกจากหนักหัวตัวเอง เพราะแก้โชว์ เท่ากับ จำกัดทางเลือกให้กับตัวเองไปโดยปริยาย เจ๊รู้เพราะเจ๊ผ่านมาแล้ว แก้ผ้าออนไลน์เมื่อไหร่ หนูถูกตัดสิทธิ์ประกอบอาชีพทางราชการหรือบริษัทต่างๆที่เค้าสตริคเรื่องนี้ทันที ตอนนี้หนูอาจมองว่า ชั้นไม่มีทางทำงานประจำ ชั้นไม่รับราชการ ชั้นไม่ทำหรอกอาชีพเหล่านั้น แต่.... ใครจะหยั่งรู้อนาคต ???? ถ้าโตขึ้น หนูเกิดอยากทำขึ้นมาล่ะ??? มันต้องยอมรับความจริงของสังคมไทยที่เหมือนจะเปิดกว้าง แต่ก็กีดกัน ขนาดเป็นพริตตี้ ถ้าเกิดยืนงานใหญ่ๆ เค้ายังคัดกรองประวัติก่อนเลย เจ๊รู้ เจ๊แก้มาก่อน ตอนนี้เจ๊ในวัย30 ทางเลือกในการทำงานถูกจำกัดมาก งานเขียนที่ทำก็ทำกับบริษัทฝรั่งที่เค้าไม่มายด์ งานแสดงที่ได้รับบทบาทส่วนใหญ่ก็เป็นแนวแก้ๆทั้งนั้น เชอรี่ สามโคก โพสต์ต่อว่า อย่างเรื่องครอบครัว ญาติพี่น้องอีก ตอนนี้หนูอาจมองว่า หนูไม่แคร์ !!! แต่ถ้าในอนาคต วันที่หนูรู้สึกถึงความสำคัญของครอบครัว แล้วครอบครัวหนูผิดหวังกับหนู บางคนอาจรับได้ไม่อะไร บางคนอาจถึงขั้นตัดญาติขาดมิตร เชื่อเถอะ ถึงใครจะรับได้ แต่ถามว่าเขาจะพึงใจหรือเปล่า ตรงนี้เจ๊ก็ต้องบอกว่า ของเจ๊ถึงกับต้อง "เปลี่ยนนามสกุล" มาใช้นามสกุลที่ตั้งขึ้นเอง เพื่อไม่ให้ใครที่นามสกุลเดียวกับเจ๊เขามีผลกระทบ สุดท้ายเรื่องของความรัก หนูเอ๋ยยยยย เจ๊พูดเลย ว่าโคตรจำกัด 1 คนที่เข้ามาอาจเข้ามาเพราะอยากเสียวแซ่บกับเรา ต้องการเพียงฟีดเจอรริ่ง บางคนหื่นใส่ชัดเจน ก็โถถถ เราโชว์ซะขนาดด เขาก็คิดว่า .พูดอะไรกับเราก็ได้ ถ้าเราหวังรักจริงจากใจ คนรับได้มันมีนะ แต่ไม่รู้ว่าเราจะเจอมั้ย อย่างเจ๊ เจ๊คบใครเจ๊คบจริง แต่ หลายครั้งก็ต้องจบลงเพราะ "รับไม่ได้ที่เคยแก้ผ้า" หวังว่าโพสนี้ของเจ๊จะเป็นประโยชน์บ้าง แต่ถ้าใครคิดว่าไม่แคร์ก็แก้ต่อไปนะหนูๆ ปล. โพสนี้เป็นเพียงการแสดงทัศนะผ่านประสบการณ์ที่ได้เจอมา มิได้บอกว่าตัวเองดีมาจากไหน คำว่า "ผิดเป็นครู" เรียนรู้จากสิ่งที่เคยผิดพลาด คนที่เคยเดินทางนี้คนหนึ่งแค่จะแชร์เรื่องราว ไม่ได้โลกสวยนะ มองจากความเป็นจริง "การที่คนทำกันเยอะ "ไม่ได้แปลว่า "คนยอมรับได้กันเยอะ" MThai News

เคล็ดไม่ลับ (ถอน)ขนรักแร้ของสาวชาววัง
ประวัติศาสตร์ /  ประเทศไทย / 

ไม่ว่าจะชายหรือหญิงก็ล้วนแต่มีขนเช่นเดียวกัน สำหรับบุรุษเพศนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีขนมากกว่าสตรี สืบเนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายที่จะเป็นตัวสนับสนุนในการกำหนดลักษณะทางสรีระเพื่อระบุเพศ เช่น ขนหน้าแข้งที่มากกว่า ขนแขนที่มากกว่า ขนบริเวณข้อนิ้วหรือแม้กระทั่งขนหนวดเคราที่มากกว่า ซึ่งธรรมชาติได้รังสรรค์แล้วว่าแต่ละเพศก็จะมีขนที่เหมาะสม แต่ยังมีขนอีกหนึ่งประเภทที่ชายและหญิงมีเหมือนกัน แต่ความต้องการที่จะมีนั้นแตกต่างกัน นั่นก็คือ “ขนรักแร้” เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า การถอนขนรักแร้ นั้นมีมาตั้งแต่สมัยสาวชาววัง ในอดีต แล้วเขาถอนด้วยวิธีไหนกันละเนี่ย .. เคล็ดไม่ลับ (ถอน)ขนรักแร้ของสาวชาววัง (อ่านเป็นความรู้ใหม่ๆนะค่ะ ^^) เคล็ดไม่ลับ (ถอน)ขนรักแร้ของสาวชาววัง ในเฟสบุ๊ค คลังประวัติศาสตร์ไทย ได้เขียนบรรยายเกี่ยวกับ ว่าด้วยเรื่องของ “ขนรักแร้ของสาวชาววัง” ซึ่งทีนเอ็มไทยอ่านแล้วคิดว่าน่าจะเป็นความรู้ใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยรู้ และดูน่าสนใจมากๆ พออ่านแล้วก็อยากนำความรู้ส่งต่อมาให้เพื่อนๆ ได้รู้กันค่ะ ในอดีตนั้น ไม่ว่าจะในวังหรือหรือบ้านของบรรดาหน่อเนื้อเชื้อนิกูล ซึ่งเป็นที่อยู่ของเหล่าสตรี อย่างที่ทราบกันดีว่าเครื่องแต่งกายสมัยก่อนนั้นมิได้เป็นทรงเสื้อที่มิดชิดอย่างปัจจุบัน จะมีก็เพียงสะไบห่มบ้าง เกาะอกบ้าง ดังนั้นเรื่องของขนรักแร้จึงเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรเพราะหากไม่ดูแลให้ดีแล้ว ช่วงใดเกิดไม่มีเวลาดูแลตัวเองเผลอยกแขนยกขาแล้วพลาดพลั้งต้องตาชายอื่นเข้าก็คงจะเป็นที่อับอาย ถูกแซวจนโด่งดังไปทั่วคุ้งน้ำมิรู้จบ ดังกลอนบทหนึ่ง อนิจจาเราสองเจ้ากับพี่ ..... จะมีใครมาเห็นเจ้าเล่าพิมเอ๋ย อาบทั้งตัวอาบทั้งผ้าไม่เย็นเลย ..... อยากจะเผยสะไบนางออกจากทรวง ถ้าเปิดไปขนรักแร้คงฟูฟ่อง ..... หยิกพองหยองดูแล้วจะไม่สวย ขอพี่ดูจับเล่นเป็นละทวย ..... อยากจะช่วยดึงถอนให้...หมดงอนงาม ดังนั้นสาวชาววังก็จะมีวิธีกำจัดขนรักแร้ และขนที่มิพึงประสงค์ออกไป อย่างที่เราคาดไม่ถึงว่าคนในอดีตหลาย 100 ปีที่ผ่านมาจะมีการถอนขนเช่นเดียวกับคนในปัจจุบัน นั่นก็คือมีการใช้แหนบดึงถอน ดังปรากฏหลักฐานอยู่ในบทนิราศ ซึ่งประพันธ์โดยเจ้าฟ้าธรรมมาธิเบศร แห่งราชวงศ์บ้านพูหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยา ว่า ไรน้อยรอยแหนบทึ้ง ..... ถอนแถว เป็นระเบียบตามแนว ..... รอบเกล้า ริมเผ้าเพราพริ้งแวว ..... แลเลิศ ผมมวยรวยปีกเจ้า ..... เรียบร้อยไรงาม๛ ซึ่งในสมัยก่อนนั้นอาจจะไม่มีแหนบใช้กัน บางคนใช้เมล็ดข้าวบ้าง ใช้ขี้เถ้าทาแล้วดึงบ้าง หรือใช้ปูนแดงทาบ้างก็มี ถือว่าเป็นความรู้ใหม่ๆ เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์บ้านเรานะค่ะ ^^ ขอบคุณข้อมูล คลังประวัติศาสตร์ไทย

6 ความเชื่อสุดเพี้ยน เกี่ยวกับ ช่องคลอด ขอให้ได้อ่าน บันเทิงขนานแท้
ความเชื่อ /  ช่องคลอด / 

โชคดีที่เราเกิดมาในยุคที่การแพทย์ยืนอยู่บน หลักกายวิภาคศาสตร์ถูกรองรับจากทฤษฎีการศึกษาที่มีเหตุผล ที่น่าเชื่อถือ โดยคำนึงถึงหลักการ และความเป็นจริงเป็นที่ตั้ง ไม่เหมือนในสมัยก่อน ที่ยังยึดติดความเชื่อโบราณ ที่บางครั้งก็เป็นเพียงเรื่องเล่าสนุกสนานสืบทอดต่อกันมา ดังเช่น เรื่องราวความเชื่อ ที่ผู้หญิงเรา ถูกกล่าวถึงกันอย่างสนุกสนาน เกี่ยวกับ ช่องคลอด ของผู้หญิง ที่ดูแล้วไม่เห็นจะใกล้เคียงความเป็นจริงซักนิด บางความเชื่อ อ่านดูแล้วขำกลิ้ง บางความเชื่อก็ดูจะแฟนตาซีล้ำจินตนาการ แต่เอาเถอะ! อย่างน้อยเราได้รู้ว่าต้นกำเนิด ช่องคลอด ในสมัยก่อน มันบันเทิงขนาดนี้เลยหรือเนี่ย 1. ระวัง! ช่องคลอด ของผู้หญิงบางคนมีฟัน ตำนานช่องคลอดมีฟัน หรือที่ถูกเรียกว่า vagina dentata เคยเป็นที่วิตกกังวลไปทั่วในทุกวัฒนธรรมชาวบ้าน จากรัสเซียไปยังประเทศญี่ปุ่นต่อไปยังอินเดีย ซึ่งในหลายตำนานเหล่านี้ยังเล่าด้วยว่า บุรุษผู้กล้าหาญจะต้องทำลายฟันในช่องคลอดก่อนถึงจะมีเซ็กซ์กับผู้หญิงของพวกเขาได้ (ถามจริง นี่คือเชื่อจริงใช่มั้ย??) 2.ช่องคลอดเราทำให้กระปู๋ของคุณเหน็บหนาวได้ (ห๊าาา) การแพทย์สมัยศตวรรษที่สองยุคกรีก เชื่อว่า ในร่างกายของคนเรามีส่วนประกอบของ ของเหลว ที่ต่างกัน โดยมีทฤษฎีที่ว่า อวัยวะเพศของผู้ชาย จะร้อนและแห้ง ส่วนผู้หญิง จะ เย็นและเปียก เมื่อฝ่ายชายได้ทำการสอดใส่อวัยวะเข้าไปภายในผู้หญิง ที่มีลักษณะดังกล่าว ผลลัพท์ก็เลยทำให้คุณผู้ชายหนาวซะอย่างนั้น 3.การศึกษาของผู้หญิงจะทำให้มดลูกหดนะเธอ ทฤษฎีนี้ถูกกล่าวถึงในช่วงศตวรรษที่ 19 ฮาร์วาร์สมาชิกคณะแพทย์เฮนรี่เอชคลาร์ก ที่ใช้เวลาทั้งชีวิตของเขาต่อสู้กับการที่จะให้ผู้หญิงออกจากโรงเรียน โดยเขาบอกว่าสมองของผู้หญิงที่ไม่สามารถจัดการความเครียดของการศึกษาได้ และยิ่งไปกว่านั้น นักวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ยังเตือนว่า ในช่วงการพัฒนาสมองของผู้หญิงจะทำให้มดลูกหด ดังนั้นผู้หญิงไม่ควรใช้สมองหรือจินตนาการมากเกินไป 4.มีเซ็กซ์แบบไม่สมยอม ผู้หญิงเค้าก็ไม่ท้องหลอก ประมวลกฎหมายอังกฤษ ในช่วงศตวรรษที่ 13 มีข้อกฎหมายที่กล่าวไว้ว่า "หากปราศจากการสมยอม สตรีย่อมไม่ตั้งครรภ์" และด้วยคำกล่าวนี้ ข้อหาการข่มขืนจะเป็นโมฆะทันที เพราะหากผู้หญิงเราตั้งท้อง กฎหมายจะบอกว่าพวกเธอสมยอม จำเลยจะพ้นข้อกล่าวหาในคดีข่มขืนทันที และที่น่าเจ็บใจมากกว่านี้คือ ตำราแพทย์ในช่วงศตวรรษที่ 19 ยังสนับสนุนความเชื่อนี้อีกเช่นกัน 5. ช่องคลอดด้านข้าง = เรื่องจริง ?!!! มันตลกมาก ที่มีข่าวลือสืบทอดต่อๆ กันมาจนถึงทุกวันนี้ ที่ชาวตะวันตกเชื่อกันว่า ผู้หญิงเอเชีย มีช่องคลอดอยู่ด้านข้างลำตัว ต้นกำเนิดข่าวลือเหยียดเชื้อชาตินี่เริ่มมาจากกลางยุคคริสตศักราช 1800 ในหมู่ผู้ชาย เมื่อได้ไปเที่ยวโสเภณีชาวจีน ตามซ่องในรัฐแคลิฟอร์เนีย และ เริ่มแพร่สะพัดไปในวงกว้าง จนชาวตะวันตกเชื่อกันเป็นตุเป็นตะ ว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของหญิงเอเชีย จนข่าวลือนี้กลายเป็นเรื่องจริงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อครั้งเกิดสงครามเกาหลี สหรัฐอเมริกาได้ส่งทหารมาร่วมรบ และกลับไปเล่าต่อ เพราะคนบางประเภทก็สนุกปาก กับการได้เหยียดเชื้อชาติกันแบบนี้ 6.ระวัง! เลือดประจำเดือนของผู้หญิงเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อคุณผู้ชาย สารานุกรมในยุคโรมันเคยมีบันทึกถึงความเชื่อที่ว่า หากหญิงที่กำลังมีประจำเดือนนั่งใต้ต้นไม้ที่มีผล ผลจะตกลงมาและเนื้อของมันจะกินไม่ได้อีกเลย และต่อมาในศตวรรษที่ 19 ก็ยังมีความเชื่อว่า หากมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงที่มีประจำเดือนจะทำให้คุณผู้ชายเป็นโรคหนองในได้ รายงานโดย Women Mthai Team ที่มาเนื้อหาและภาพจาก www.huffingtonpost.com 

บางจากฯ ปี 58 ทุ่มหมื่นล้านบาท ขยายธุรกิจใหม่ทั้งในและต่างประเทศ
น้ำมันบางจาก /  บางจากปิโตรเลียม

บางจากฯกางแผนลงทุนปี’58 ทุ่มกว่า 10,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รุกธุรกิจ Non-oil ดึงพันธมิตรที่มีชื่อเสียงได้รับความนิยมเข้าปั๊มบางจาก เสริมรายได้ พร้อมพัฒนาศักยภาพโรงกลั่น เล็งลงทุนผลิตไฟฟ้าจากขยะ ตอกย้ำความเป็นผู้นำพลังงานทดแทน นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2558 บริษัทตั้งงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ในการพัฒนาธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจการตลาด รวมทั้งขยายสู่ธุรกิจใหม่เพื่อเพิ่มรายได้และกระจายความเสี่ยงธุรกิจเดิม สร้างความมั่นคงให้กับองค์กร คาดว่าจะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) ประมาณ 10,000 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 25,000 ล้านบาทในปี 2563 ทั้งนี้ จะเพิ่มปริมาณการกลั่นน้ำมันให้ได้มากกว่า 100,000 บาร์เรลต่อวัน เพราะปี 2558 ไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงประจำปี คาดว่าจะมีค่าการกลั่นเฉลี่ย 6-7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ยังคงมีแผนปรับปรุงเพิ่มศักยภาพของโรงกลั่นอย่างต่อเนื่องให้มีประสิทธิภาพในการผลิตสูงสุด ใช้พลังงานอย่างประหยัด ดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ให้มีผลกระทบต่อชุมชน ขณะที่ด้านธุรกิจการตลาด มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสูงสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มอีก70 แห่ง โดยเป็นสถานีบริการขนาดใหญ่ (Flagship) 2 แห่ง พร้อมพัฒนารูปแบบของสถานีบริการให้ทันสมัย ให้เป็นจุดแวะพักที่มีบริการหลากหลาย ตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกเพศทุกวัย เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด ซึ่งในอีก 6 ปีข้างหน้าจะเพิ่มสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 400 แห่ง หรือเพิ่มเป็นกว่า 1,500 แห่ง ก้าวสู่ The Most Admired Brand ภายในปี 2563 นายวิเชียรกล่าวว่า ปี 2558 จะเพิ่ม EBITDA ของธุรกิจ Non-oil จาก 145 ล้านบาทเป็น 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% โดยจะดึงพันธมิตรด้านธุรกิจอาหารที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค เช่น แมคโดนัลด์แบล็คแคนยอน เคเอฟซี ฯลฯ รวมทั้งธุรกิจอาหารที่เป็นแบรนด์ใหม่ มาเปิดให้บริการในสถานีบริการน้ำมันบนทำเลถนนสายหลักและอยู่ในย่านธุรกิจ นอกจากนี้จะขยายร้านสะดวกซื้อบิ๊กซีมินิเพิ่มไม่น้อยกว่า 100 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 91 แห่ง และขยายร้านกาแฟอินทนิลบางจากอีก 70 แห่ง เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ให้ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านการจัดหาน้ำมัน บริษัทจะเข้าไปถือหุ้นบริษัท Nido Petroleum ในประเทศออสเตรเลียที่ได้รับสัมปทานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ล่าสุดบริษัท Nido Petroleum ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท Otto Energy Limited โดยตั้งเป้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท Galoc Production Company WLL ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Otto มูลค่าประมาณ 3,500 ล้านบาท จะทำให้ Nido มีสัดส่วนถือครองแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Galoc จาก 22.88% เป็น 55.88% สามารถเข้าไปบริหารได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ Nido มีปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเพิ่ม 4,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายธุรกิจอื่นๆ อีก ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ขอบคุณข้อมูล-ภาพจาก แนวหน้าออนไลน์ MThai News

คุณแม่ป้ายแดง เจน ชมพูนุช คลอดลูกชายแล้ว!!
เจน ชมพูนุช /  เจน ชมพูนุช คลอดลูกชาย / 

อดีตนางร้ายชื่อดัง เจน ชมพูนุช ได้ขึ้นแท่นเป็นคุณแม่ป้ายแดงเรียบร้อยแล้วจ้าาาาา หลังเธอได้แต่งงานกับ ไฮโซก้อง ธิติ มาเกือบ 2 ปี ล่าสุดได้คลอดทายาทคนแรก! เพศชาย ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยตั้งชื่อให้ว่า ด.ช.ธีรนัย โกวิทยา หน้าตาน่ารักน่าชังสุดๆ สุขภาพแข็งแรงทั้งแม่และลูก ทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ เจน ชมพูนุช คลอดลูกชาย เจน ชมพูนุช คลอดลูกชาย เจน ชมพูนุช คลอดลูกชาย เจน ชมพูนุช - สามี เจน ชมพูนุช - สามี

เรื่องจริงมนุษย์เงียบเพศชาย ทำความรู้จัก ก่อน-หลังจีบ
ความรักวัยรุ่น

ขึ้นชื่อว่า "มนุษย์เงียบ" ก็คงจะดูไม่ออกหรอกว่าเขากำลังคิด กำลังทำอะไร บางอารมณ์ไม่อยากคุยเราก็เป็นไอบ้าคุยคนเดียว เคยเป็นไหม? เอาหล่ะ งานนี้เรามาศึกษา มนุษย์เงียบเพศชาย กันหน่อยดีกว่า ว่าในแต่ละโมเม้นต์นั้นเขาคิดและรู้สึกยังไงกันบ้าง ส่วนสาวๆ คนไหนที่อยากจะจีบ มนุษย์เงียบเพศชาย ก็ควรต้องอ่านอย่างยิ่ง ทำความรู้จักเขา ก่อนจีบและหลังจีบ .. เรื่องจริงมนุษย์เงียบเพศชาย ทำความรู้จัก ก่อน-หลังจีบ ขอบคุณกระทู้พันทิป http://pantip.com/topic/32880019 เรื่องจริงมนุษย์เงียบเพศชาย ทำความรู้จัก ก่อน-หลังจีบ ขั้น ทำความรู้จัก - ก่อนจีบ มนุษย์เงียบ  1. นิยามของมนุษย์เงียบ (ส่วนมากเท่าที่ จขกท.รู้จักและเป็นเอง) คือ ซื่อๆ เรียบง่าย จริงใจ ไม่หวือหวา ไม่พูดมาก ติดติสท์นิดๆ(ในบางคน) เซอๆ แต่ถ้าเอาจริงขึ้นมาทุกคนมีตะลึงครับ เปรียบให้เว่อร์ๆก็เหมือนเพชรในตม ผ้าขี้ริ้วห่อทองอะไรประมาณนี้แหละครับ ดังนั้นคุณผู้หญิง อย่าได้หวังอะไรหวือหวามี โมเม้นต์ฟรุ้งฟริ้งมากมายนะครับและบางคนอาจมีนิสัยคล้ายๆ กับผู้หญิงบางส่วน คือจู้จี้จุกจิกไปบ้างแต่ในใจลึกๆ ไม่มีอะไรหรอกครับ พวกเราส่วนใหญ่ค่อนข้างใจเย็นโกรธใครยาก เรียกว่าจุดเดือดอยู่สูงมากกกแต่ถ้าทะลุจุดเดือดขึ้นมาก็อย่าหาว่าไม่เตือนนะครับและกรุณาอย่ามาเจอกันอีกเลยดีกว่า อีกประการคือเห็นเงียบๆ แต่ไม่ได้เฉยจนไม่รู้ทันใครนะครับ ขอบอก อมยิ้ม05 2. เห็นพวกผมเงียบๆ ไม่ค่อยคุยจนดูเย็นชา แต่ความจริงในหัวในใจผมน่ะ มันหมุนติ้วไปหลายสิบตลบ คิดไปหลายโปรเจ็กต์ มโนฟรุ้งฟริ้งเม่าบัลเล่ต์ เพราะอยากคุยอยากหาอะไรทำและอยากรู้จักคุณนะ อยากเข้าหาแต่ไม่กล้าเข้าใกล้ กลายเป็นหนุ่มซึนเดเระ (แปลง่ายๆสำหรับคนไม่รู้ ว่าคือปากอย่างใจอย่างนั่นแหละ) ก็มี เฮ้อ แปลกแท้หนอ Facepalm 3. เห็นพวกผมเงียบๆ ไม่ค่อยเม้ามอยหรือทำหน้านิ่งๆ จนดูน่ากลัวเหมือนพวกเจ้าเล่ห์หรือไปโกรธใครมา ความจริงหน้าผมมันเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วแหละ มาทักได้นะครับไม่กัดหรอก ยังยิ้มยังคุยได้ปกติเพียงแต่ไม่ค่อยมีเรื่องจะพูดถ้าจะคุยก็คุยแต่เรื่องงานการอะไรที่จริงๆจังๆ ไม่ค่อยมีมุข และชอบฟังมากกว่าพูดเท่านั้นเองครับ ไม่ได้เยอะอะไร เหมือนเป็นพวกหยิ่งแต่ที่จริงน่ะผมอาย (เล่นเพลงเก่าซะหน่อย หุๆ) เพี้ยนเพลีย 4. พวกมนุษย์เงียบ มักไม่ค่อยพูด แต่ถ้าเป็นคอเดียวกันละก็ เม้ากันยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก เพี้ยนไฟลุก 5 สเปคของพวกมนุษย์เงียบ ชอบคนที่คุยสนุก ร่าเริง อยู่แล้วสบายใจ เพราะเหตุผลข้างต้นครับ 6. คนเงียบๆ บางคนก็มีมนุษยสัมพันธ์ดีหรือสายTalkative จนน่าจะเจ้าชู้ แต่กับคุณผมกลายเป็นมนุษย์ไม่สัมพันธ์เสียแล้ว อ้ำๆอึ้งๆ หาเรื่องคุยไม่ได้ คิดไม่ออกเลยว่าจะเริ่มยังไงและต้องระวังตัวตลอดเวลาเมื่ออยู่กับคุณ เพราะกลัวจะทำให้คุณไม่ชอบผมนี่แหละ ร้องไห้ 7. พวกผมเป็นพวกมโนฯเก่งแต่ปฏิบัติไม่เก่งเสียเลย อาจทำให้ไม่โรแมนติคหรือสนุกสนานเท่าไหร่ก็ขอได้โปรดอย่าถือสาหาความ แต่บางคนในหมู่มนุษย์เงียบ อาจมีความสามารถรอบด้านอย่างลับๆ รอให้คุณค้นหา สรุปที่อยากจะบอกคือความจริงใจพวกผมเกินร้อยครับ เพี้ยนไฟลุก 8. เห็นพวกผมเงียบๆ แต่ผมก็มีสิ่งที่สนใจ ทุ่มเทให้ บางคนอาจถึงขั้นพหูสูต เป็น Geek Nerd ตามแต่จะเรียกและแน่นอนคุณด้วย รับรองไม่ทำให้ผิดหวังแน่ 9. ผมชอบคุณนะหัวใจ แต่ผมไม่แสดงออกหรอก เพราะเดี๋ยวคุณจะได้ใจ หาว่าผมใจง่าย แต่เชื่อไหม นอกจากคุณ ผมไม่เคยคิดจะทำแบบนี้กับใครหรอกนะ ถึงเวลาพวกผมจะบอกเองแม้อาจจะช้าไปหน่อย แต่ผมเชื่อในเซ้นส์ของคุณผู้หญิงครับว่าคุณดูออกว่าผมชอบคุณอยู่ 555 แต่บางทีถ้าคุณผู้หญิงใจตรงกันก็ช่วยนำผมด้วยการบอกก่อนได้เลยนะครับ ผมยินดีเสียอีกที่ใจเราตรงกัน ไม่ต้องเสียเวลามาก แต่พวกเงียบๆบางคนนึกจะบอกก็บอกเลยไม่ให้ทันตั้งตัวหรือแกล้งเฉไฉก่อนสารภาพรักก็มีเหมือนกันครับ แต่เพื่อไม่ให้เสียเวลาคุณผู้หญิงจัดไปเลยครับ 10. มนุษย์เงียบ มักเป็นพวกอยู่กับความเป็นจริง ชอบคิดอิสระหรือทำอะไรแปลกๆ ดังนั้นอย่าตกใจที่จะเห็นพวกเราทำอะไรที่ชาวบ้านเขาไม่ทำกัน (แต่ไม่ทำอะไรหลุดโลกแน่ครับ) หรือเป็นพวกขวางโลก หรือทำอะไรเปิ่นๆนะครับ เพราะพวกเรามองว่ามันไม่ได้สร้างความเสียหายให้ใครหรือบางทีเชื่อว่ามันก็ควรจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้วเลยทำลงไป แต่บางคนอาจขี้อายจนไม่กล้าทำอะไรก็มีครับ 11. มนุษย์เงียบ มักมีสกิลคนโสดติดตัวเสมอ คือ พึ่งพาตัวเองสูง ชอบอิสระ สบายตัว ทำอะไรได้สารพัดถ้านึกจะทำ เท่ ทำให้ไม่ยักกะอยากมีแฟนเท่าไหร่ (ทั้งๆที่บางเวลาก็อยากมีใจแทบขาดร้องไห้) ก็ยิ่งไปกันใหญ่สำหรับคนที่คิดจะเข้ามาในโลกส่วนตัวของมนุษย์เงียบเลยละ 555 12. เชื่อไหมพวกเงียบๆ ที่คุยไม่เก่ง ถ้าให้จิ้มข้อความไลน์/เฟส แทนเนี่ย ไฟแลบเลยละ และคุณจะได้ความคิดดีๆ ความจริงใจจากพวกเขาก็ตอนนี้แหละ จะให้ง้างปากพูดสู้จับนิ้วจิ้มยังง่ายกว่า เม่าเคาะซื้อ 13. มนุษย์เงียบๆ บางคนอาจยอมเป็นเบี้ย เป็นลูกล่างให้คุณนั่นก็เพราะเขาชอบคุณ จริงใจกับคุณ เพราะงั้นอย่าเห็นพวกเขาเป็นเพียงหัวหลักหัวตอ คนรับใช้และหลอกใช้ได้ง่ายๆ เพราะเมื่อวันนึงคุณโดนคนที่คุณคิดว่ารักจริงๆ หักหลังและกลับมาหาพวกผม พวกผมคงทำใจลำบากที่ต้องอยู่กับคุณจนเหมือนเป็นศาลาพักใจริมทางเท่านั้น คนเงียบๆ ก็มีหัวใจ หัวใจและอย่าคิดว่าเรารู้ไม่ทันนะจ๊ะ 14. มนุษย์เงียบๆ แต่พอได้เปิดปากโปรดระวัง ท่านจะอึ้งในสิ่งที่เขาพูด ทั้งคติธรรม คำหวานหลุดโลกและคำประชดเสียดสีที่ท่านไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน ซวยๆหน่อยอาจเจอเหล็ก 100 ตันลอยมาได้ ถ้าท่านไม่ระวังให้ดี แต่เขาไม่ได้มีอะไรในใจลึกๆหรอกนะ (แต่คนรอบข้างตายเกลื่อนไปแล้วละ เม่าบาดเจ็บเม่าบาดเจ็บ) 15. เห็นเงียบๆ แบบนี้แต่มนุษย์เงียบ มีสาระ คติ ธรรมะ แง่คิดดีๆเยอะนะจะบอกให้ และจะชอบคุยแนวพัฒนาจตนเองมาก บางทีสาวๆอาจจะงง ว่าอิชั้นกะลังคุยกะพระรึเปล่าเนี่ยเม่าฝึกจิต ช่วยไม่ได้นะครับ เพราะเราเป็นพวกชอบสอนคนอื่นมากกก (แต่มักไม่ค่อยเอามาทำเองเท่าไหร่หรอก 555) หลังจีบ มนุษย์เงียบ สำเร็จแล้ว! 1. พวกเรามนุษย์เงียบ มีความเชื่อว่าความรักที่แท้จริง ไม่ใช่เป๊บซี่ที่จะซาบซ่าหวือหวา ฉาบฉวยได้ตลอดเวลา แต่คือน้ำผึ้งหวานที่ละมุนละไมและเรียบง่าย คือต้นไม้ที่ค่อยๆ โตขึ้นไปอย่างมั่นคง เหมือนกับรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายายเรา ดังนั้นอย่าคาดหวังว่าผมจะทำตัวโรแมนติคหรือมีอะไรหวือหวาหรือทำอะไรให้ประทับใจบ่อยนัก เพราะพวกเราชอบแสดงออกด้วยการกระทำแบบเนียนๆ มากกว่า มันคือความใส่ใจในเรื่องที่คุณมักมองไม่เห็นแต่พวกผมมองเห็น สัมผัสไม่ได้แต่รับรู้ได้เอาให้มันซาบซ่านแทรกซึมลงไปถึงหัวใจเลยหัวเราะ สาวๆ บางคนบอกว่าถ้าไม่บอกจะรู้ไหม ก็ขอตอบว่าจะให้บอกก็ได้ แต่ในมุมมองของพวกเราแล้วมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่จะต้องอวดต้องบอกสักเท่าไหร่หรอก เลยไม่ค่อยได้บอกอ่ะ แม้แต่สาวๆ เองยังชอบให้ผู้ชายอย่างเราๆ เล่นเกมทายใจกะนางเลย แหมแกล้งพวกผมกันจังนะครับ 555 อีกอย่างคือ บางทีเราจะมีโมเม้นต์อะไรน่ารักๆ ด้วยนะ เช่น รักสัตว์พาพันรักสัตว์ ปลูกต้นไม้พาพันรดน้ำต้นไม้ ทำงานฝีมือหรือทำกับข้าวให้คุณๆกัน เป็นต้น ซึ่งเจ้าตัวไม่สนหรอกว่านี่ละที่สาวกรี๊ดจนแอบจิกหมอนเม่าโศก เพราะมันธรรมดามากสำหรับพวกเรา ก็ลองสังเกตดูนะครับ (แต่ จขกท. ไม่สนใจและทำไม่เป็นด้วย เพราะสภาพที่เป็นอยู่มันไม่อำนวยเท่าไหร่ เศร้าเลยร้องไห้) 2. สืบเนื่องจากมนุษย์เงียบ มีสกิลคนโสดติดตัวในระดับสูง เม่ากิจกรรม ดังนั้นคุณแฟนอาจจะงงพอสมควรเช่นว่าไม่ช่วยถือของ ไปไหนให้ไปคนเดียว ไม่หวานแหววเท่าที่ควร ฯลฯ จนบางทีคุณแฟนอาจน้อยใจคิดว่าไม่รัก ชาวมนุษย์เงียบขออภัยด้วย แต่เราเข้าใจว่าคุณทำได้ พึ่งตัวเองได้เหมือนเรา เลยปล่อยไปไม่ดูแลเท่าที่ควรไง ทั้งๆที่พวกเรารักคุณมากเหมือนเดิม ดังนั้นบอกพวกผมให้รู้ด้วยนะว่าคุณต้องการการดูแลเทคแคร์อ่ะ ลูกเต่าน้อย 3. เมื่อเรารักใครแล้วเรารักจริงและไว้ใจคุณสูงมาก เพราะงั้นเรามาสร้างความรักของเราให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ ดีกว่า ความสุขของคุณคือความสุขของผม เราจะช่วยเหลือดูแลส่งเสริมเรียนรู้ซึ่งกันและกันไปด้วยกันครับ อมยิ้ม22 4. เนื่องด้วยความที่พวกผมเป็นคนเงียบๆ โลกส่วนตัวสูงพอประมาณซึ่งมันก็ดีสำหรับคุณ คุณจะมั่นใจและสบายใจได้ว่าผมจะไม่ออกนอกลู่นอกทางให้คุณเสียใจอย่างแน่นอน แต่กระนั้นก็ตามหากเจออะไรสวยๆงามๆหน่อยก็อาจมีแว่บไปดูบ้าง แต่สุดท้ายก็ยังรักคุณเหมือนเดิมเพราะผมเป็นพวกสนใจ, ใส่ใจและมั่นคงกับอะไรที่ชอบอย่างแน่วแน่ โดยเฉพาะคุณ อีกอย่างคุณคิดหรือว่าพวกคนเงียบๆ โลกส่วนตัวสูงอย่างผมจะไปจีบหรือเจ้าชู้ใส่ใครก่อน แค่มีคุณเป็นคนรัก ผมก็รู้สึกว่าโชคดีที่สุดในโลกจนไม่อยากเหลียวแลคนอื่นอีกแล้ว (ความลับอีกอย่างของพวกผมคือ...ขี้เกียจ เป็นทุนเดิมและชอบความสงบเม่าฝึกจิต อยู่แล้ว จึงไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวอีกหยอกเย้า Ok นะครับ 555) 5. เชื่อไหม เห็นผมเงียบๆแบบนี้ แต่ผมเก็บข้อมูลคุณ ประเมินคุณอยู่ตลอดเวลาไม่แพ้พวกคุณหรอกนะครับ โฮ่ๆ หัวเราะ เท่ 6. พวกผมเป็นพวกตามใจคนรักง่ายๆ อยู่แล้ว ถ้าไม่เกินไปจริงๆ เพราะงั้นกรุณาใช้อย่างระมัดระวังและถนอมๆกันหน่อยนะแจ๊ะ เม่าชอปปิ้ง 7. บางทีพวกผมอาจพูดตรง พูดแรงไปบ้างก็ขอโทษด้วยจริงๆ แต่ในใจไม่มีอะไรหรอกและบางทีพวกผมแอบไปคิดมาก+เสียใจลับหลังคุณด้วยซ้ำร้องไห้ แต่ด้วยความซึนเดเระ+การถือศักดิ์ศรีงี่เง่าของพวกเรามันเลยทำแบบนั้นออกไป แต่คุณก็สามารถพูดตรงๆ หรือช่วยเตือนพวกผมได้เหมือนกันครับแต่ขอความละมุนละม่อมหน่อยละกัน เพราะธรรมชาติผู้ชายมันงี่เง่าแบบนี้แหละ แก้ไม่ตกสักที เค้าล้อเล่น 8. มนุษย์เงียบอย่างเราบางส่วนอาจเป็นผู้ตามในยามปกติ แต่ในยามสำคัญเขาจะนำคุณ สร้างความมั่นใจให้คุณได้อย่างแน่นอน เพราะพวกเรานั้น “กระบี่อยู่ที่ใจ” “สุดยอดของวรยุทธคือไร้วรยุทธ” ครับ  9. ผมอาจจะโลกส่วนตัวสูง เพราะงั้นช่วยอดทนและตามใจผมนิดนึงนะ เมื่อออกจากถ้ำแล้วคุณจะได้สิ่งที่คุณต้องการอย่างแน่นอน นางพญาเม่า 10. เมื่อคุณงี่เง่าเอาแต่ใจ เม่าโกรธ ผมจะงี่เง่าเอาแต่ใจยิ่งกว่า เพื่อให้คุณหายงี่เง่าไปอย่างรวดเร็วเม่าปัดรังควาน ฟังดูคล้ายเหมือนจะเอาตัวเองให้ชนะ แต่ไม่ใช่หรอกเพราะผมจะงี่เง่าใส่ด้วยความรัก ให้รู้ว่าเราจะงี่เง่าไปด้วยกันเพื่อคุณเพราะผมชอบคุณนี่แหละ (ประมาณว่าเริ่มด้วยความงี่เง่าของคุณรึของผมแต่จะทำให้จบด้วยเสียงหัวเราะน่ะครับ เค้าล้อเล่น ผมมีวิธีจัดการความงี่เง่าของคุณอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง) 11. ผมอาจทำตัวงี่เง่า เป็นตัวตลกหรือเล่นมุขแป้กใส่คุณอยู่บ่อยครั้งจนคุณอาจจะเคือง ก็เพราะเห็นคุณกำลังเครียดกับอะไรสักอย่าง อย่างน้อยถ้ามันจะช่วยให้คุณผ่อนคลายหรือละจากสิ่งที่ทำให้คุณเครียดไม่สบายใจได้แม้สักวินาทีเดียวหรือบางครั้งที่รู้สึกว่าเหินห่างกันมากหรือไม่ว่าจะเหตุผลใด ผมก็จะทำ เพราะอยากจะให้คุณยิ้มนั่นแหละ มันคือความสุขของผมนะที่ทำให้คนที่ผมรักยิ้มได้เนี่ย อมยิ้ม22 12. คุณรู้ไหม เมื่อคุณต้องการใครสักคนที่มารับฟังคุณหรือหาใครมาระบายไม่ได้ พวกผมนี่แหละจะช่วยรับฟังคุณอย่างเงียบๆ และพร้อมจะช่วยเหลือให้คำแนะนำเสมอเมื่อคุณต้องการ แต่ถ้าพวกผมไม่พร้อมฟังตอนนั้นก็อย่าเพิ่งโกรธนะครับ ถือเป็นการฝึกความอดทนด้วย 555 13. บางครั้งพวกผมอึ้ง นิ่งไป ทำอะไรไม่ถูกบ้างก็อภัยด้วยนะครับ บางอย่างมันก็เกินความสามารถพวกเราจริงๆ เม่าแพนด้า 14. พวกผมมักเป็นพวกถือเหตุผลมาก่อน (แต่บางครั้งก็อาจจะไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์) ในขณะที่ผู้หญิงมักถืออารมณ์ความรู้สึกมาก่อน ดังนั้นอย่าแปลกใจหรือน้อยใจในบางครั้งที่พวกเราจะสวนทางหรือทะเลาะใส่กัน หรือไม่อาจตอบโจทย์คุณได้เท่าไหร่นักแต่พวกผมก็จะพยายามให้ดีที่สุดครับ เท่ 15. พวกผมไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความเอาใจใส่ ตามใจที่สม่ำเสมอและมี “ที่ว่าง” ให้บ้างตามสมควรครับ 16. คุณอาจอึดอัดและไม่ได้ดั่งใจ ก็ขอให้ช่วยบอกความต้องการจากใจคุณเถอะนะครับ อย่าให้พวกผมมาเล่นเกมเดาใจเลย มนุษย์เงียบอย่างเราไม่ใช่คนมีของ/มีพลังจิตนะครับ 17. คุณรู้ไหม พวกผมน่ะเป็นพวกPlay Hard Work Hard จนอาจจะลืมวันสำคัญหรือไม่ค่อยได้ใส่ใจคุณเท่าไหร่ แต่ไม่เคยลืมคุณและยังรักคุณเสมอจริงๆนะ 18. ถ้าคุณทนความเงียบ ความพูดน้อย ความมีเหตุผล(ที่คุณเถียงไม่เคยชนะ จนอาจงอนไปหลายตลบ)และโลกส่วนตัวของพวกเราได้ คุณจะได้สิ่งที่ผู้หญิงทั่วโลกต้องการในชีวิตคู่เลยละ เม่าบัลเล่ต์เม่าบัลเล่ต์ 19. 50-60% ของมนุษย์เงียบอย่างเราอาจบอกขอคุณแต่งงานแบบสายฟ้าแล่บ เพี้ยนลุยไม่มีพิธีรีตองใดๆ (เผลอๆ ไม่มีแหวนหรือของขวัญให้ด้วย) แบบนึกจะพูดก็พูด จนคุณอาจนึกว่าเราพูดเล่นแต่เราเอาจริงครับ กรุณาเตรียมใจและคำตอบให้ทันแต่เนิ่นๆด้วย อีตอนพูดโพล่งขอคุณน่ะ ดูภายนอกเหมือนจะแมนจะมั่นแต่ในใจส่วนลึกโค-ตะ-ระแต๋วจะแตกเลยเลยล่ะเพี้ยนเพลีย ที่เหลือส่วนใหญ่ที่อาจขี้อายไปหน่อย ก็อาจมีถามอ้อมๆ พาออกทะเลซัก 7 ทวีป อัศวินขี่ม้าขาว เม่าติดดอย ก่อนแล้วค่อยเข้าฝั่งกันอีกที ก็น่ารักไม่หยอกนะครับที่คุณสาวๆ จะได้ดูมนุษย์เงียบอย่างเราเขิลไปขอคุณแต่งงานไปเนี่ย

คบผู้ชายลูกแหง่ ! ความสัมพันธ์ยั่งยืน ของดีที่ผู้หญิงอย่าได้ยี๊!
คู่รัก /  ลูกแหง่ / 

สาวๆหลายคนอาจจะหนีผู้ชายลูกแหง่ที่ชอบอยู่กับครอบครัว โอ้ย คนอะไรไม่เท่ห์ไม่เซ็กซี่เอาซะเลย เอะอะก็อยุ่กับที่บ้าน อะไรๆก็ครอบครัวมาที่หนึ่ง บอกเลยค่ะว่าคุณพลาดแล้ว ถ้าได้อ่านเรื่องนี้ รับรองว่าคุณจะไม่ปล่อยผู้ชายลูกแหง่คนนี้ให้หลุดมือแน่นอน 1.ถ้าทะเลาะกัน เขาจะไม่เดินหนีปัญหา เพราะเขาจะเข้าใจระดับปัญหาอย่างลึกซึ้ง อาจเกิดจากการสังเกตของพ่อแม่ครอบครัว เขาไม่ทิ้งคุณไปแน่ๆ หากเขาเจอปัญหาที่ต้องการการแก้ไข เขาจะรู้จักวิธีประณีประนอม และมองภาพรวมได้มากกว่าผู้ชายที่เติบโตมาแบบพึ่งตัวเอง 2. จะพยายามเข้าถึงคุณ แม้ว่าสิ่งที่คุณรัก จะเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบก็ตาม การที่เขาสนิทกับคนในครอบครัว แปลว่าเขาต้องทนกับการดูบอลกับพ่อ เล่นแบดกับแม่ ดูการ์ตูนกับน้อง งานเลี้ยงรุ่นของท่านป้า เขาจะเข้าใจเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น เขาจะไม่เอาแต่ใจ และพร้อมที่จะให้คุณเสมอ  3. แม่ของเขาจะสอนวิธีวางตัวกับผู้หญิง การเคารพคือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ไม่ใช่ว่าสั่งแล้วจะทำได้เลย ถ้าเขาอยู่กับแม่ เขาจะรักและเคารพเพศหญิง รู้วิธีการดูแลผ่านจากการดูแลแม่ และไม่รู้สึกกระโตกกระตากเมื่อต้องดูแลเพศตรงข้าม  4. เขาจะเข้ากับครอบครัวคุณได้ง่ายขึ้น ครอบครัวถือเป็นเรื่องสำคัญของความรักและความสัมพันธ์ ใครบอกรักกันแล้วจบ ไม่จริงค่ะเธอ ครอบครัวนี้สำคัญเหมือนกันนะ ถ้าเขามีเวลาให้ครอบครัวตัวเอง แน่นอนว่าเวลาเพื่อครอบครัวฝ่ายหญิง เขาต้องอยากมาแน่นอน และคุณจะต้องประทับใจแน่นอน เมื่อเขาได้มาพบครอบครัวคุณ 5. เข้ากับเด็กได้ง่าย น้อยนักที่ผู้ชายจะเข้ากับเด็กได้ แต่สำหรับผู้ชายที่มีหลาน เล็กๆ หรือ คลุกคลีกับเด็กจะเป็นเรื่องง่ายทันที เมื่อเขาเข้ากับเด็กได้ นั่นหมายความว่า เขาเป็นคนใจเย็น ใจดี ยิ้มง่าย อ่อนโยน โอ้ยยย งานนี้ปล่อยไปไม่ได้นะเธอ ของดีล้วนๆ 6 .เขาจะรักษาคำพูด ครอบครัวเป็นสถานที่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ไปไหน ครอบครัวก็ต้องรู้เป็นธรรมดา เช่น ถ้าคุณบอกว่า คุณจะกลับบ้านในวันคริสมาส นั่นหมายความว่าต้องกลับวันคริสมาส เขาจะไม่สัญญาหากเขาทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น เขาคงไม่มีวันผิดคำสัญญากับคุณแน่ 7 .เขาจะมั่นใจในตัวเอง ครอบครัวที่รักคุณจริงๆ จะทำให้คุณรู้สึกพิเศษ และเหมือนเป็นบุคคลสำคัญ หากครอบครัวเชื่อในตัวคุณ ความมั่นใจในตัวเองก็จะเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย ความมั่นใจค่อนข้างสำคัญกับความสัมพันธ์นะ เพราะฝ่ายชายต้องเป็นฝ่ายตัดสินใจอะไรให้แน่วแน่กว่าฝ่ายหญิงเสมอ 8. เขาจะเชื่อใจคุณ โดยมาก ผู้ชายที่มักอยุ่กับครอบครัว มักจะเชื่อใจคนอื่นมากกว่าคนที่ใช้ชีวิตคนเดียว เขาจะมองภาพรวมดี มองโลกในแง่ดี และลึกซึ้งลงไปในใจคุณ เขาจะเชื่อว่า คุณเชื่อใจเขาเพียงใด เขาก็จะเชื่อใจคุณมากเท่านั้นเช่นกัน 9. เป็นคนตลก การอยู่กับครอบครัวที่สนุกสนาน จะทำให้เขาเป็นคนอารมณ์ขัน และสร้างบรรยากาศให้ครอบครัวดีอยู่เสมอ รับรองว่าถ้าได้อยู่ สาวๆไม่มีเบื่อร้อก 10. เขารู้วิธีที่จะสื่อสารกับคุณ บนโต๊ะอาหารในครอบครัว ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องคุยกัน คงไม่มีใครกินข้าวด้วยกันและไม่พูดกันเลยใช่ไหมละคะ บทสนธนาต่างๆ กับครอบครัวนั้น จะทำให้เขารู้จักการพูด การสื่อสาร การสื่อความหมายแบบไม่ทำร้ายจิตใจ แน่นอนว่าเขาอยู่มาตั้งแต่เด็ก ได้ยินได้ฟังได้พูดมาตลอด เพราะฉะนั้นการพูดกับคุณนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยจ้า นอกจากนั้นเขารู้วิธีเป็นเพื่อนกับคุณ คนรักไม่ได้หมายความว่าเป็นคนรักตลอดเวลาใช่ไหมละคะ บางเวลาคนรักที่ดีก็ควรจะอยู่เป็นเพื่อนคุณได้ด้วย เพราะการเป็นเพื่อนได้จะทำให้คุณมีรากฐานการอยู่ร่วมกันที่ดี ที่มา Elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

กรมธนารักษ์ เตรียมเร่งประเมินราคาที่ดิน รับนโยบายภาษี
ที่ดิน /  ธนารักษ์ / 

กรมธนารักษ์ เตรียมเร่งประเมินราคาที่ดิน 30 ล้านแปลง เพื่อรองรับการออกพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอนาคต ตามนโยบายภาษีรัฐบาล  ข่าววันนี้ :  ด้าน นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำประเมินราคาที่ดินทุนทรัพย์ 30 ล้านแปลง เพื่อรองรับการออกพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอนาคต ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายเกี่ยวกับการบริหารทรัพย์สินของประเทศเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม โดยการขยายฐานภาษีคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี 6 เดือน เบื้องต้นกรมธนารักษ์ได้เตรียมโครงการนำร่องการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินเพื่อจัดทำฐานภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (Pilot Project) ขึ้นมาก่อนเพื่อเป็นต้นแบบ โดยจะดำเนินการในเดือนมกราคม 2558 และร่างแผนงาน 2 โครงการ คือ แผนงานพัฒนาบุคลากร และแผนการประเมินราคาที่ดินรายแปลงเสร็จแล้ว ซึ่งได้รับความเห็นชอบในหลักการจากนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนร่างแผนปฏิบัติการโดยละเอียด จากนั้นจะมีการนำเสนอให้นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ฐานะกำกับดูแลกรมธนารักษ์ เพื่อพิจารณาเห็นชอบในแผนดังกล่าวต่อไป นายนริศ กล่าวว่า การประเมินราคาที่ดินเพื่อการจัดเก็บภาษีตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้รับความร่วมมือจากกรมที่ดินซึ่งสนับสนุนข้อมูลระวางแผนที่ ข้อมูลทะเบียนที่ดิน และข้อมูลซื้อขาย สำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์กรมหาชน) หรือ GISTDA ดำเนินการจัดทำภาพถ่ายดาวเทียมคุณภาพสูงสำหรับการบูรณาการใช้ร่วมกันระหว่างกรมธนารักษ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะสนับสนุนโปรแกรมเพื่อจัดทำข้อมูลทะเบียนที่ดิน (LTAX-๓๐๐๐) และโปรแกรมจัดทำข้อมูลแผนที่ภาษี (LTAX-GIS) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะจัดทำแผนที่ภาษีและฐานภาษี ในส่วนของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) จะดำเนินการเพื่อให้ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้ กรมธนารักษ์จัดทำข้อมูลราคาประเมินที่ดินรายแปลงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพ จาก แนวหน้าออนไลน์

อ้วน คอนเฟิร์มแทน ตั๊ก เปล่าเลิกเจ้าสัว
อ้วน รีเทิร์น /  อ้วน รีเทิร์น แต่งงาน / 

อีกไม่กี่เดือนก็ใกล้จะสละโสดแล้ว ล่าสุด อ้วน รีเทิร์น ควงแขนว่าที่เจ้าบ่าว หมอย้ง เพิ่มศักดิ์ นักธุรกิจพันล้าน มาอัพเดทเรื่องเตรียมงานวิวาห์ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งมีความคืบหน้าไปเกินกว่า 80% แล้ว ก่อนแย้มว่าอยากจะแปลงเพศเอาใจฝ่ายชายแต่กลัวเจ็บ พร้อมคอนเฟิร์มขาเตียง ตั๊ก บงกช - เจ้าสัวบุญชัย เปล่าหัก ยังรักกันดีอยู่เหมือนเดิมจ้า!! อ้วน รีเทิร์น อ้วน รีเทิร์น