กะเทยแปลงเพศ

5เหตุผลร้ายแรง เสี่ยงโดนแบนถาวรจากเฟซบุ๊ค  [MThai ข่าวภาคซ่าส์]
5เหตุโดนแบน /  เฟซบุ๊ค / 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Facebook กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราไปแล้ว อย่างน้อยกว่า 1000 ล้านคนโลกใบนี้ก็ใช้ Facebook กันอยู่ ซึ่งเฉพาะในประเทศไทย มีคนใช้งานมากสุด 28 ล้านยูเซอร์ ติดอันดับที่ 9 ของโลก ซึ่งอันดับ 1 เป็นของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 180 ล้านคน รองลงมาคืออินเดีย บราซิลและอินโดนีเซียตามลำดับ แต่ถ้าหากจัดอันดับในกลุ่มประเทศอาเซียนไทยจะอยู่อันดับ 3 ซึ่งอันดับ 1 คืออินโดนีเซีย 66,000,000 ยูเซอร์ อันดับ 2 ฟิลลิปปินส์ 38,000,000 ยูเซอร์ ด้วยความที่มันเป็นสังคมออไลน์ขนาดใหญ่ทำให้มีกฎระเบียบกติกาในการใช้ร่วมกัน ซึ่งหากใครละเมิดกฎก็อาจจะโดนแบนได้ ซึ่งMThai ข่าวภาคซ่าส์ได้รวบรวม5เหตุผล ที่เข้าเงื่อนไขที่จะทำให้ บัญชี Facebook ของท่านจะถูกระงับอย่างถาวรและไม่สามารถขอคืนได้เลย 1.มีพฤติกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างต่อเนื่องหลังจากได้รับคำเตือนหลายครั้งจาก Facebookใครที่ชอบโพสรูปโป๊เปลือยบ่อยๆต้องระวังข้อนี้เป็นพิเศษ พวกรูปแนวเซ็กซี่เห็นหน้าอกไม่ผิด แต่ถ้าเริ่มลามไปถึงหัวนม หรือ อวัยวะเพศ แล้วมีคนแจ้งรีพอร์ทไป ก็มีความสุ่มเสี่ยงมากขึ้นที่จะโดนครับ ทั้งนี้ถ้าไม่เกินไป Facebook ก็จะเตือนเบาะๆก่อนด้วยการแบนไม่กี่วัน แต่ถ้าโดนหลายรอบก็ปลิวถาวร 2.ติดต่อกับบุคคลอื่นโดยมีจุดประสงค์เพื่อก่อกวน โฆษณา โปรโมท ชวนออกเดทหรือการกระทำอื่นๆ ที่ไม่เหมาะสม ไปตื้อสาวบ่อยๆ โฆษณาขายของ ขู่ฆ่า หรือด่าทออย่างรุนแรงนับรวมเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมหมดครับ พวกแนวขู่ฆ่าหรือเหยียดอีกฝ่ายอย่างรุนแรงนี่จะโดนพิจารณาโทษหนักเป็นพิเศษ 3.การใช้ชื่อปลอมเท่าที่เจอมามีแต่คนโดนบังคับให้ใช้ชื่อจริง แต่การใช้ชื่อปลอมแล้วโดนแบน ยังไม่มีเคสดังๆให้เห็น 4.การปลอมตัวเป็นผู้อื่น หรือองค์กร หรือการแสดงอัตลักษณ์อันเป็นเท็จถ้าผมปลอมเป็นชาริล ชัชปุยแล้วโดนรีพอร์ทขึ้นมานี่ปลิวอย่างไม่ต้องสงสัย(ฮา) การปลอมเป็นบุคคลสำคัญ บริษัทดังๆ เอาโลโก้แบรนด์ หน้าตาเค้ามาใช้ แล้วโดนเจ้าตัวแจ้ง Facebook ด้วยหลักฐานยืนยันว่าเค้าสิตัวจริงเมื่อไหร่ บัญชีปลอมปลิวแน่ๆ 5.การโพสต์เนื้อหาที่ละเมิดเงื่อนไขของเรา รายละเอียดในด้านนี้ค่อนข้างยาวมาก แต่จำหลักการง่ายๆไว้ว่า อะไรที่เราไม่ควรทำในที่สาธารณะก็ไม่ควรทำในเฟซบุ๊ค เช่น กลั่นแกล้งรุกรานคนอื่น(โทษไม่แรงมากอาจมีเตือนตามแต่ละกรณี) โพสรูปโป๊เด็กหรือเยาวชน(ปลิวทันที) แชร์ไวรัส(ต้นทางโดนแบนถาวร คนที่โดนไวรัสไม่โดน) เป็นต้น เทคนิคการปลดแบนที่ให้เราไปโพสต์ในชุมชนช่วยเหลือของ Facebook แล้วให้คนกด”มีประโยชน์” เยอะๆ ไม่มีการยืนยันจาก Facebook ว่าได้ผลจริงแต่อย่างใด ถ้าโดน Facebook แบน แล้วต้องการแก้ไขต้องส่งเมลไปแจ้ง Facebook เท่านั้น แต่ถ้าโดนโทษหนักๆต่อให้ส่งเมลไปก็ไม่ค่อยได้รับการปลดแบนเสียเท่าไหร่ MThai News

นี่คือโฉมหน้า ตัวการ์ตูนซุปตาร์ ของเด็กสวีเดน
การ์ตูน /  การ์ตูนซุปเปอร์สตาร์ / 

         เด็กน้อยก้มมองดูของตัวเองแล้วก็ถามว่ามันเรียกว่าอะไรอ่ะค่ะคุณแม่ แล้วทำไมของเพื่อนผู้ชายไม่เห็นเหมือนของหนูเลย คำถามง่ายๆที่พ่อแม่น่าจะให้คำตอบได้ แต่จะอธิบายยังไงให้ลูกเข้าใจและไม่เขินอาย เด็กๆชาวสวีเดนได้เรียนรู้เรื่องเพศศึกษาจาก สองตัวการ์ตูน Snoppen เป็นเจ้าหนูของผู้ชาย และ Snippan คือน้องหนูของผู้หญิง กลายเป็นซุปตาร์สุดป็อปของเด็กๆในตอนนี้เลย          ลองดูคลิปวิดีโอนี้ที่จะช่วยทำให้การเรียนรู้เพศศึกษาแบบเบื้องต้นสำหรับลูกน้อยที่อยากรู้อยากเห็น ซึ่งคลิปนี้มีผู้แล้วแล้วกว่า 5 ล้านครั้ง ลองมาฟังเพลงกันดูมั๊ย.... ที่มาจาก http://news.distractify.com/megan-mccormick/genital-cartoon-superstars เรียบเรียงโดย Women Mthai Team 

เอชพีวี ไวรัสร้าย สาเหตุ มะเร็งปากมดลูก ที่ผู้หญิงต้องรู้
HPV /  มะเร็งปากมดลูก / 

เนื่องในโอกาสที่เดือนมกราคมเป็นเดือนแห่งการรณรงค์โรค มะเร็งปากมดลูก ในต่างประเทศ Women MThai จึงขอเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเชื้อไวรัสเอชพีวีภัยใกล้ตัวของผู้หญิง เพราะเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งปากมดลูก พร้อมรณรงค์ให้หญิงไทยหันมาให้ความใส่ใจในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจเอชพีวี ดีเอ็นเอ เพื่อช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกให้น้อยลง โดยได้เข้าร่วมฟังเสวนาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวชที่มาให้ความรู้ พร้อมแขกรับเชิญพิเศษมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การดูแลตัวเอง ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เมื่อวันก่อน นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “โรค มะเร็งปากมดลูก ยังคงเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในหญิงไทย โดยพบผู้ป่วยใหม่ปีละ 8,184 ราย นั่นก็เป็นเพราะโรคมะเร็งปากมดลูกมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสเอชพีวี ซึ่งสามารถอยู่ในร่างกายได้นานถึง 10 ปี หรืออาจจะนานกว่านั้นโดยไม่แสดงอาการใดๆ ดังนั้น ผู้หญิงส่วนใหญ่จึงไม่รู้ว่าตนเองมีเชื้อไวรัสเอชพีวีอยู่ในร่างกาย ซึ่งจากสถิติพบว่าผู้หญิง 4 ใน 5 คน ติดเชื้อไวรัสเอชพีวีช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต เพราะเชื้อไวรัสเอชพีวีติดต่อได้ผ่านทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้น ผู้หญิงยังคงเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชพีวีได้ ถึงแม้ว่าจะมีคู่นอนเพียงคนเดียว หรือใช้ถุงยางอนามัย เพราะถุงยางอนามัยสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ แต่ไม่ทั้งหมด เพราะไม่ได้ครอบคลุมอวัยวะเพศชายทั้งหมด นอกจากนั้น ผู้หญิงยังอาจติดเชื้อเอชพีวีได้แม้ว่าจะไม่มีเพศสัมพันธ์มาหลายปีแล้ว หรือเคยฉีดวัคซีนแล้ว แต่เคยรับเชื้อมาก่อนหน้านั้น” สำหรับ ‘เชื้อไวรัสเอชพีวี’ หรือ Human Papilloma Virus (HPV) เป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งปากมดลูก ถึงร้อยละ 99 ของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกทั้งหมด ซึ่งโดยปกติร่างกายคนเราจะสามารถขจัดเชื้อออกไปเองได้ แต่หากร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสเอชพีวีออกไปได้ ก็มีโอกาสจะพัฒนากลายเป็นมะเร็ง โดยผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวีในระยะแรกจะไม่แสดงอาการใดๆ แต่หากร่างกายเริ่มแสดงอาการผิดปกติออกมา นั่นหมายถึงว่ามะเร็งเริ่มเข้าระยะลุกลามแล้ว ทำให้การรักษาทำได้ยากขึ้นเช่นกัน โดยเชื้อไวรัสเอชพีวีมีมากกว่าร้อยสายพันธุ์ ซึ่งส่วนมากเป็นสายพันธุ์ที่มี “ความเสี่ยงต่ำ” เพราะไม่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก แต่มีอยู่ 14 สายพันธุ์ ที่เป็นสายพันธุ์ที่มี “ความเสี่ยงสูง” เพราะเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งปากมดลูก โดยในเชื้อเอชพีวีจำนวน 14 สายพันธุ์นั้น ‘สายพันธุ์ 16’ และ ‘สายพันธุ์ 18’ เป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก โดยพบได้ในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกถึงร้อยละ 70 “จากการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี สายพันธุ์ 16 และ 18 มีความเสี่ยงในการพัฒนาเป็นรอยโรคก่อนมะเร็งสูงกว่าผู้หญิงที่ไม่มีเชื้อดังกล่าวถึง 35 เท่า และยังพบอีกว่า 1 ใน 10 ของผู้หญิงที่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง จะพบรอยโรคก่อนมะเร็งแม้ว่าผลตรวจแพปสเมียร์จะออกมาเป็นปกติก็ตาม เพราะการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยแพปสเมียร์ เป็นการตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในปากมดลูก ซึ่งมีค่าความไวในการตรวจพบต่ำ ทำให้อาจตรวจไม่พบระยะรอยโรคก่อนมะเร็ง โดยจากการศึกษาพบว่า 1 ใน 3 ของผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก มีผลตรวจแพปสเมียร์ปกติ จึงเห็นได้ว่าการตรวจคัดกรองด้วยวิธีแพปสเมียร์เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอในการประเมินความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกอีกต่อไป” น.พ.ณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติม เนื่องจากผู้หญิงที่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี มักไม่แสดงอาการออกมา ดังนั้น การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีการหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวีจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะเทสต์ตรวจเอชพีวี ดีเอ็นเอ (HPV DNA Test) เป็นการตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี 14 สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก และยังสามารถระบุการติดเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดได้อย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถเลือกวิธีการรักษาได้อย่างเหมาะสมด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน และที่สำคัญเทสต์ตรวจเอชพีวี ดีเอ็นเอเป็นการตรวจหาความเสี่ยงของการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็ง ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นที่เซลล์ปาก มดลูกและนั่นหมายถึงก่อนที่มะเร็งจะเกิดขึ้น1 เพราะเทสต์ตรวจเอชพีวี ดีเอ็นเอ มีความไวในการตรวจจับรอยโรคก่อนมะเร็งได้ดีและสูงกว่าวิธีดั้งเดิมเช่นแพปสเมียร์ (Pap smear) และ วีไอเอ (VIA) “ดังนั้น การรณรงค์ให้สตรีเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีการตรวจเอชพีวี ดีเอ็นเอ (HPV DNA Test) จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเทสต์ตรวจเอชพีวี ดีเอ็นเอมีความไวในการตรวจพบ ทำให้แพทย์สามารถมั่นใจผลที่ได้ จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบเชื้อได้ในระยะเริ่มแรกและนำไปสู่การป้องกันมะเร็งปากมดลูกในระยะยาวได้ ซึ่งจากสถิติพบว่าหากตรวจพบเร็ว การรักษาในระยะก่อนมะเร็งลุกลามมีโอกาสหายขาดสูงถึงร้อยละ 98 จึงช่วยลดอุบัติการณ์และอัตราการตายด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ในขณะที่หากผลตรวจไม่พบการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (ผลเป็นลบ) ผู้หญิงก็สามารถเว้นระยะการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกไปได้ถึง 3 ปี” ด้านแขกรับเชิญพิเศษ คุณเอมี่ กลิ่นประทุม ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์และวิธีดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกว่า “ก่อนหน้านี้ ตัวเอมี่เองก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ไม่ทราบเรื่องของเชื้อเอชพีวี จนกระทั่งได้เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตอนนั้นไปเพราะเพื่อนชวนไปไม่ได้คิดอะไร แต่พอตรวจพบเราก็ตกใจ แต่โชคดีที่เราพบในระยะเริ่มแรก ซึ่งยังไม่ได้พัฒนาไปเป็นมะเร็ง คุณหมอก็แนะนำให้เอมี่เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดเอาเซลล์ที่ผิดปกติออกไป ซึ่งหลังจากผ่าตัดเราก็หายเป็นปกติและยังคงมีลูกได้ จากนี้เอมี่เพียงแค่ต้องไปตรวจคัดกรองเป็นประจำ รวมไปถึงการดูแลร่างกายให้แข็งแรงด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายค่ะ จะเห็นได้ว่าเอมี่ตรวจพบเร็ว ก็รักษาได้เร็ว ป้องกันโรคลุกลามได้ ดังนั้น อยากให้ผู้หญิงทุกคนมาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกกันนะคะ ก่อนที่จะสายเกินไปค่ะ” สำหรับผู้หญิงที่อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชื้อไวรัสเอชพีวีและโรคมะเร็งปากมดลูก สามารถหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ www.hpvactnow.com ภาพโดย Covinus รายงานโดย Women MThai Team

ป๋อ ไม่ซี! ถูกมองงมงาย หย่า เอ๋ แก้เคล็ด!!
ป๋อ ณัฐวุฒิ /  เอ๋ พรทิพย์ / 

หลังพระเอกหนุ่ม ป๋อ ณัฐวุฒิ หย่าภรรยาคนสวย เอ๋ พรทิพย์ เพื่อแก้เคล็ดให้ชีวิตคู่ราบรื่นขึ้น ก็มีกระแสวิจารณ์งมงายและจะกลายเป็นค่านิยมให้คนทำตามหรือเปล่า?? งานนี้ หนุ่มป๋อ ออกโรงชี้แจงเหตุผลทั้งหมด ย้ำเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ส่วนตัวเชื่อหลังหย่าแก้เคล็ดทำให้ทะเลาะกันน้อยลง ชีวิตคู่ดีขึ้นจนพร้อมที่จะผลิตทายาทคนที่ 2 !! "เรื่องนี้เกิดสักเดือนพ.ย. เราทำแบบเงียบๆ เพราะกลัวจะเป็นข่าว บอกตรงๆ ตัวเองก็ช็อกเหมือนกันครับ พอทำไปเสร็จก็ไม่มีอะไรไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน กลับมาคุณเอ๋พูดในรายการสมาคมเมียจ๋า หลังจากนั้นก็เป็นข่าวครึกโครม คือการใช้ชีวิตคู่และเลี้ยงลูกอ่อนที่พ่อแม่ทำงานไปด้วยมันยากเหมือนกันนะ เราไม่มีพี่เลี้ยงไง มีเรื่องทะเลาะกันตลอด แต่ไม่ใช่เรื่องที่ทะเลาะถึงขั้นเลิกหรือหย่ากัน อย่างวันนี้จะกินอะไร เลือกอาหารไม่ได้ก็ทะเลาะ เรื่องหยุมหยิมแต่มันบ่อย ช่วงเดือนพ.ย. เราไปที่วัดท่าไม้ของหลวงพี่อุเทนที่เราเป็นลูกศิษย์ ท่านแนะนำให้หย่าแก้เคล็ด หลังจากนั้นประมาณธ.ค.ก็ให้แต่ง เราก็กราบขอบพระะคุณหลวงพี่แต่ขอไปถามแม่ก่อนนะ เราต้องปรึกษาผู้ใหญ่ ที่บ้านก็ไม่มีปัญหาอะไรถือเป็นการแก้เคล็ด" "ผมว่าเป็นกุศโลบายด้วย ณ วันที่เซ็นใบหย่ามันน้ำตาตกใน อึ้งกันไปหมดเลย เอ๋ก็เงียบ เราก็เงียบ ลูกก็รออยู่ในรถ ทุกคนรู้สึกแย่ว่ามันมาถึงขนาดนี้เลยเหรอ ทั้งที่เรารู้ว่าเป้าหมายจะเซ็นกันต่อแต่มันก็สะเทือนใจ หลังเซ็นใบหย่าก็ดีขึ้น เพราะมันมีภาพให้เราเห็นแล้วว่า ถ้าเราทะเลาะกันมากๆ ก็จะมาถึงจุดนี้ หลายคนเลิกรากันไปตอนมีลูกอ่อน 1-2 ขวบขนาดนี้เหมือนกันนะ ไม่รู้ด้วยเหตุอะไร อาจจะเป็นเพราะเราเครียดกันด้วย เรามีภาพสะเทือนใจแล้ว เราก็พยายามแก้ไขในเรื่องหยุมหยิมดีขึ้นครับ ระมัดระวังในการทะเลาะมากขึ้น ทุกคนมีอีโก้ของตัวเอง เอ๋มีพลัง ผมก็มีพลัง ทำให้เราสาดความเก่งใส่กัน ตอนนี้เราก็เก่งกันน้อยลง เป็นบทเรียนสอนผมว่าไม่ต้องเก่งกันมากหรอก ค่อยๆ อยู่กันไป" "ความเชื่อเรื่องนี้ผมว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ ทำไมต้องมีฤกษ์เข้าบ้าน ทำไมเราต้องไหว้พระ มันแล้วแต่บุคคลมากกว่า ผมเชื่อในเรื่องวันเวลา เชื่อว่าพวกนี้มันเป็นมงคล กลัวจะเป็นค่านิยมให้คนทำตามหรือเปล่า ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ไปทำร้ายใคร ผมไม่ได้มีเจตนาประกาศให้ใครทราบด้วยซ้ำ พอเป็นข่าวขึ้นมาเราก็มาอธิบาย ก็จะมีคนพูดว่าทำไมเชื่ออย่างนั้นอย่างนี้ สุดท้ายแล้วเป็นสิทธิ์ของผมและครอบครัวเราที่จะตัดสินใจร่วมกัน ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ได้ไปเป็นแบบอย่างในมุมนี้ ผมพยายามอธิบายว่ามันเป็นกุศโลบายที่ดีนะ ผมพยายามจะแก้ไขมันเท่านั้นเอง" "เรื่องแพลนลูกคนที่ 2 คือรอย้ายบ้านใหม่ก่อนครับ ตอนนี้มันมีปัญหาเรื่องบ้านอย่างเดียว สมมติถ้าเอ๋ท้องตอนนี้ก็จะต้องไปเจอฝุ่นที่บ้านใหม่เดี๋ยวจะเป็นภูมิแพ้ ก็อยากให้บ้านเสร็จก่อนทำความสะอาดให้เรียบร้อย คือจริงๆ จะย้ายตั้งนานแล้วยังไม่เสร็จสักที น่าจะอีกสัก 3-4 เดือน เรื่องมีลูกเราพร้อม ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ แต่เราก็กำลังสนุกกับน้องภูกำลังจะเข้าโรงเรียน คุณเอ๋เค้าให้สัมภาษณ์ว่าอยากได้ลูกผู้หญิง ผมก็อยากได้ แต่ไม่เลือกเพศครับ ปล่อยให้เป็นธรรมชาติดีกว่ายังไงก็ลูกเราครับ" ป๋อ กล่าว ป๋อ ณัฐวุฒิ ป๋อ ณัฐวุฒิ ป๋อ ณัฐวุฒิ ป๋อ ณัฐวุฒิ ป๋อ-เอ๋-น้องภู ป๋อ-เอ๋-น้องภู

FEAR Onine แนะนำโหมดเกมส์ Blood Lust ซอมบี้สุดโหด
FEAR Online /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ FEAR Online (fear.in.th) แนะนำโหมดเกมส์ใหม่กับ Blood Lust สวมบทบาทเป็นปีศาจเพื่อออกล่าต่อสู้ระหว่างผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โหมดดังกล่าวสามารถเล่นได้สูงสุด 8 คน ผู้เล่นของแต่ละทีมจะถูกสุ่มจำนวน 1 คน เพื่อสามารถแปลงร่างเป็น Hunter หรือ Berserker และผู้เล่นยังสามารถกด Alt สลับเปลื่ยนร่างระหว่าง Hunter, Berserker ด้ที่มีพลังเพิ่มขึ้นผู้เล่นสามารถเลือกสาย โจมตี หรอ สายป้องกัน ได้ตามใจชอบ - Hunter เป็นปีศาจที่มี ความว่องไว พลังโจมตีสูง - Berserker เป็นปีศาจที่มีความแข็งแกร่ง พลังป้องกันสูง แต่เคลื่อนที่ได้ช้า

หนุ่มใจเพชร กายป่วยประหลาด แต่ใจอยากช่วยเพื่อนมนุษย์
ป่วยประหลาด /  สหรัฐฯ / 

น่ายกยอง หนุ่มหัวใจเพชรชาวอเมริกัน สู้โรคประหลาด พร้อมจัดมูลนิธิช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ วานนี้ (22 ม.ค.) สำนักข่าวบีบีซี เผยแพร่เรื่องราวของหนุ่งหัวใจเพชร 'อเล็กซ์ ลูอิส' วัย 34 ปี เคยประกอบธุรกิจเจ้าของบาร์แห่งหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ รัฐซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาในเขตนิวอิงแลนด์ เมื่อเดือนพฤษจิกา ปี2556 เขาต้อบประสบกับฝันร้าย กับโรคประหลาดที่มีชื่อว่า 'ไข้หวัดใหญ่ผู้ชาย' (Man Flu)ซึ่งตกอยู่ภาวะที่มีโอกาศรอดชีวิตได้เพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อาการของเขา ร้ายแรงอย่างมาก โดยอาการปรากฏในวันหนึ่งที่ปัสสาวะของเขา มีเลือดเจือปนออกมา ร่างแอส่วนต่างๆเริ่มอ่อนแอ แม้แต่จะจับสิ่งของยังไม่สามารถทำได้ เชื้อดังกล่าวแทรกซึมไปยังเนื้อเยื่อส่วนต่างๆของร่างกาย ทำให้อวัยวะหลายส่วนล้มเหลว อาการของเชื้อแบคทีเรียของโรคประหลาดนี้ ร้ายแรงถึงขั้นทำลายผิวหนังบริเวณแขน ขา และริมฝีปาก ให้เน่าเปื่อย และกลายสภาพเป็นสีดำคล้ำ จากการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ภาวะ'ไข้หวัดใหญ่ผู้ชาย' 'เป็นภาวะที่เกิดขึ้นในเพศชายเนื่องจากโดยธรรมชาติ เพศหญิงจะมีภูมิคุ้มกันที่เข้มงวดมากกว่าเพศชาย ด้วยระบบสืบพันธ์ที่แตกต่างกัน เพศหญิงจะสามารถต้านแบคทีเรียดังกล่าวได้ เฉพาะช่วยวัยของการมีประจำเดือนเท่านั้น ทั้งนี้ แพทย์ต้องทำการรักษา ด้วยการขูดเนื้อเยื่อบริเวณร่างกายส่วนต่างๆที่เน่าเปื่อยออกไป และในที่สุดเขาต้องตัดขาทั้งสองข้าง และแขนข้างซ้ายทิ้ง เหลือเพียงแขนขวาข้างเดียวเท่านั้น แขนข้างที่เหลือจึงมีความสำคัญมาก ซึ่งเขาใช้เวลานานถึง 5 ปี กว่าจะสามารถใช้งานได้อีกครั้ง นอกจากนี้ยังต้องพยายามยืนและเดินด้วยขาเทียมทั้งสองข้าง แม้จะประสบปัญหาในการใช้ชีวิตอยู่บ้าง แต่อเล็กซ์ ก็ยังคงดำเนินชีวิต ด้วยทัศนคติที่ดี และมองโลกในแง่บวก ถึงแม้ว่าเขาจะต้องเจอกับมรสุมครั้งใหญ่ในชีวิต แต่อเล็กซ์เป็นผู้ชายที่น่ายกย่องมาก เนื่องจากวิกฤตครั้งนี้ได้จุดประกายให้เขาเกิดความคิดที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆต่อไป โดยการจัดตั้งองค์กรการกุศลในนามของตัวเขาเอง เพื่อผลักดันที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และไม่ได้มองว่าเรื่องราวเลวร้ายที่ได้เจอ เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเกิดความทุกข์ หากแต่ที่ผ่านมา มันทำให้เขาได้ตระหนักถึงผู้ที่ต้องทนทุกข์ทรมานมากกว่าที่เขาต้องเจอ รวมทั้งมองว่ามันช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาก็ว่าได้ MThai News ที่มา BBC

Big Eyes : คุณหลงรัก น้ำตา หรือ รอยยิ้ม
Big Eyes /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

"ว่าแต่...ใครเป็นคนวาดภาพนี้ล่ะ" คำถามสำคัญของ Big Eyes ที่ มากาเร็ต และ วอลเตอร์ คีน ต้องเจอเข้ากับตัว เมื่อมีผู้สนใจภาพวาดเด็กตาโต นัยหนึ่งถ้าตอบว่า "มากาเร็ต" ผู้ที่สนใจจะเลิกใยดีไปเลยหรือทั้งที่มันก็ออกมาจากฝีมือเธอ และอีกนัยหนึ่ง ถ้าตอบว่า "วอลเตอร์" ผู้ที่สนใจจะกระเหี้ยนกระหืออยากได้มากขึ้น ทั้งที่่ภาพมันก็ภาพเดิมหรืออย่างไร คำตอบที่เหมาะสมที่สุดคงจะเป็น "คีน" เป็นผู้วาด Big Eyes ถ่ายทอดเรื่องราวที่มาจาดเรื่องจริงของ มากาเร็ต คีน จิตรกรหญิงชื่อก้องในต้นยุค 1960 ที่เล่าย้อนไปตั้งแต่ตอนที่เธอหอบลูกสาว เผ่นแน่บหนีสามีออกจากบ้านเดิม แล้วมาใช้ชีวิตจิตรกรริมถนน จนกระทั่งเธอได้พบรักกับ วอลเตอร์ คีน หนุ่มทะเล้นฝีปากเป็นเลิศ แถม (ทำท่าว่าจะ)เป็นศิลปิน ในขณะที่ มากาเร็ต วาดภาพอยู่ที่บ้าน วอลเตอร์ ก็จัดการด้านการตลาด พร้อมแอบอ้างเสร็จสรรพว่าเขาคือผู้วาดภาพเด็กตาโตเหล่านี้ ธุรกิจศิลปะผัวเมียจึงเริ่มขึ้น จนถึงจุดแตกหักและนำไปสู่การฟ้องร้องที่สุดจะอื้อฉาวแห่งยุค เมื่อหนังเนื้อหาดราม่า ชีวิตหนักหนานี้ ถูกกุมบังเหียนโดยผู้กำกับดาร์คไซด์แฟนตาซีอย่าง ทิม เบอร์ตัน ทำให้มันมีความน่าสนใจถึงทิศทางที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง แต่ผลที่ตามมาถูกแบ่งออกมา 2 ฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่ง เบอร์ตัน ยังคงสไตล์แฟนตาซี และอารมณ์รั่วๆ พิลึกๆ มาแทรกได้อย่างอยู่มือ แต่อีกฝั่งหนึ่งคือ การคงสไตล์นั้น ทำให้หลายๆ จุดหมดความน่าเชื่อถือ เกินจริงทั้งที่ไม่มีมูลเหตุใดๆ ที่นำพา และทำให้คุณภาพของดราม่าโดยรวมนั้นขาดๆเกินๆ และตกฮวบฮาบจนแทบต้องให้น้ำเกลือ แต่ถึงกระนั้น Big Eyes ก็ยังทรงพลังในตัวมันเองได้ จากการนำโดยตัวละครทั้งสองทั้ง มากาเร็ต และวอลเตอร์ ที่เปิดโปงมุมลับๆ รวมไปถึงจุดอ่อนสำคัญของตัวศิลปิน และนักประชาสัมพันธ์ได้อย่างรอบด้าน ในขณะที่ มากาเร็ต ถ่ายทอดความรู้สึก และตัวตนทั้งมวลลงไปในแววตาเศร้าสร้อยนั้นได้ แต่เธอกลับมีทักษะนำเสนองานในระดับไม่เอาอ่าว ในขณะที่ วอลเตอร์ ที่สาลิกาลิ้นทองตัวพ่อ พูดอะไรคนก็เชื่อและเคลิ้มแบบไม่รู้ตัว แต่ภายในเขาก็แค่คนหลอกหลวง หลอกคนอื่นว่าตนคือศิลปินที่แท้จริง และหนักข้อไปจนถึงฝังใจ และหลอกตัวเองไปวันๆ ทั้งๆที่ เขาจับพู่กันเป็นเพียงแค่ถ่ายรูปเท่านั้นเอง . สิ่งที่เราปรารถนาจริงๆ คือเสน่ห์งานศิลป์ หรือเสน่ห์ของศิลปินที่สร้างมันขึ้นมากันแน่ . เมื่อต่างฝ่ายต่างมีจุดบอดซึ่งกันและกัน การร่วมมือกันในนาม "คีน" เพื่อกลบจุดบอดนั้นไว้ ก็ดูไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แถมได้เงินเป็นกอบเป็นกำอีกต่างหาก เมื่อความอดทนสิ้นสุดจนกลายเป็นคดีความ จึงพูดไม่ได้เต็มปากนักว่า มากาเร็ต คือโจทก์ในชั้นศาล แต่พาลจะกลายเป็น ผู้สมรู้ร่วมคิด กับการโป้ปดครั้งนี้เสียอีก และฝั่ง วอลเตอร์ เองที่กำลังตกเป็นจำเลย แต่หากไม่มีหนุ่มปลิ้นปล้อนคนนี้ ความสำเร็จของเด็กตาโต อาจมีค่าแค่ไม่กี่เหรียญตามทีมันเป็นตั้งแต่แรกก็ได้ ในขณะความแตกร้าวจากการโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่าค่อยๆ เกิดในครอบครัว สังคมภายนอกไม่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐีผู้สนใจงานศิลปฺ์ เจ้าของแกลอรี่ นายจ้างโรงงาน เรื่อยไปจนถึงลูกค้าเมาๆ ที่เดินผ่านมาเห็นภาพ เพียงเพื่อมาเข้าห้องน้ำ ก็กำลังเสียดสีนัยนะที่ยอมรับตรงกันว่า ชาย คือเพศเป็นใหญ่ในสังคมได้อย่างเจ็บแสบ อีกทั้งกำลังตีแสกหน้าผู้ชมงานศิลปะอย่างอ้อมๆ ด้วยว่า สิ่งที่เรากำลังปรารถนาจริงๆ คือเสน่ห์งานศิลป์ หรือเสน่ห์ของศิลปินที่สร้างมันขึ้นมากันแน่ คำถามนี้ไม่ได้ออกจากตัวผู้เขียนหรอกครับคุณผู้อ่าน แต่มันออกมาจากแววตาเศร้าของเด็กในภาพวาดเหล่านั้น ว่าแท้จริงแล้ว คุณกำลังเข้าใจน้ำตาคลอเบ้าของพวกเธอจริงๆ หรือหลงใหลรอยยิ้มของเซลล์ที่ขายมันเฉยๆ ... เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ Lecter. ------------------------------

อื้อฉาว! สื่อผู้ดีเผย แอร์โฮสเตสญี่ปุ่นขายตัว ให้กัปตันเครื่องบิน
ขายตัวให้กัปตัน /  ขายบริการทางเพศ / 

สื่อผู้ดีอ้างรายงานสื่อญี่ปุ่นระบุว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหลายของญี่ปุ่นขายบริการทางเพศให้กัปตันหลังมีรายได้ลดลง เด ลิเมล์และเดลีสตาร์ อ้างรายงานของ Shukan Post สื่อมวลชนของญี่ปุ่นระบุว่า แอร์โฮสเตสบนเครื่องบินหลายรายไม่ประสงค์เผยชื่ออ้างว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทำการขายบริการทางเพศและยอมเป็นเพื่อนเที่ยวกับ กัปตันเป็นประจำ อันเป็นผลจากรายได้หรือเงินเดือนที่ลดลงอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุขแรงงานและสวัสดิการสังคมของญี่ปุ่นระบุว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินในญี่ปุ่นถูกปรับลดค่าจ้างจากที่เคยได้ถึง 42,000 ดอลลาร์ (ราว 1.36 ล้านบาท) ต่อปีในปี 2004 เหลือเพียง 33,000 ดอลลาร์ (ราว 1 ล้านบาท) ในปี 2013 สำหรับการขายบริการแต่ละครั้งนั้น อยู่ที่ 450 ดอลลาร์ (ราว 14,600 บาท) ถึง 670 ดอลลาร์ (ราว 22,000 บาท) สำหรับการร่วมหลับนอน 90 นาที ขณะที่แอร์โฮสเตสที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี จะสามารถเพิ่มค่าตัวได้ตามความพอใจของทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรายหนึ่งให้ข้อมูลต่อว่าหากแอร์โฮสเตสราย ใดที่ต้องการจะขายตัว จะมีแอร์รุ่นพี่ทำหน้าเป็น "แม่เล้า" คอยหาลูกค้าซึ่งเป็นนักบินให้ สำหรับการติดต่อจะมีการส่งซิกศ์และ สัญลักษณ์โดยระหว่างการตรวจสอบก่อนขึ้นบิน ตามระเบียบการแอร์โฮสเตสต้องตั้งแถวต่อหน้านักบินและนักบินผู้ช่วย ระหว่างนั้นนักบินที่สนใจซื้อบริการจะส่งสัญญาณมือ โดยชู 4 นิ้ว หมายถึงเสนอราคา 40,000 เยน หรือ 339 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อการหลับนอนที่โรงแรม 1 คืน แอร์โฮสเตสวัย 29 ปีรายหนึ่งบอกว่า จ๊อบขายตัวของเธอมีระยะเวลาหมดอายุ โดยแอร์โอสเตสที่เป็นแม่เล้าจะต้องออกจากวงการเมื่ออายุการเป็นแอร์โฮสเตส ของพวกเธอสิ้นสุดลง แต่วงจรนี้ก็จะดำเนินต่อไปเหมือนเดิม เพราะจะมีแอร์โฮสเตสที่อาวุโสขึ้นก้าวขึ้นมาเป็นแม่เล้าแทน ซึ่งวงจรโสเภณีมีมานานหลายปีแล้วตั้งแต่ปี 2007

ซูเปอร์บอร์ดไฟเขียว ล้างหนี้ให้ ร.ฟ.ท. 8 หมื่นล้าน!
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

ซูเปอร์บอร์ดไฟเขียว ล้างหนี้ให้ ร.ฟ.ท. ยกที่ดิน 3 แปลง มักกะสัน สถานีแม่น้ำ บริเวณกม.11 ให้คลังบริหาร ล้างหนี้8หมื่นล้าน การประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. หรือซูเปอร์บอร์ด ซึ่งที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วานนี้ (26 ม.ค.) ได้มีการพิจารณาแผนฟื้นฟูของ บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน ,การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าที่ประชุม เห็นชอบแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาขาดทุน 4 - 5 รัฐวิสาหกิจ โดยหลักการการแก้ปัญหาคือเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ในส่วนของการแก้ปัญหาหนี้สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. ที่มีภาระหนี้สินในปัจจุบันประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาดังกล่าวโดยมองว่า ควรแก้ปัญหานี้เพื่อให้ รฟท.มีความพร้อมรองรับการบริหารงานโครงการระบบรางที่รัฐบาลจะมีการก่อสร้างในอนาคต โดยกระทรวงการคลังเสนอว่าควรจะมีการนำที่ดินที่มีศักยภาพของ รฟท.มาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทางด้าน นายกุลิศ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการร.ฟ.ท. โดยให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังหารือร่วมกัน ถึงแนวทางการบริหารจัดการหนี้สิน ที่ รฟท.จะโอนสิทธิการใช้ที่ดินให้คลัง เช่น ที่ดินบริเวณมักกะสัน ที่ดินสถานีบริเวณแม่น้ำ และที่ดินบริเวณ กม.11 (บริเวณบ้านพักรถไฟ) หลังบริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) แลกกับภาระหนี้ 8 หมื่นล้านบาท MThai News

แบบนี้ก็มีด้วย? แม่ผัวขู่โดดตึก เหตุสะใภ้ไม่ยอมมีเซ็กส์กับลูกชาย
สะใภ้ไม่ยอมมีเซ็กส์ /  แม่ผัว / 

แม่สามีขู่โดดตึกฆ่าตัวตาย หลังสะใภ้ไม่ยอมมีเซ็กส์กับลูกชาย ด้านสะใภ้แฉกลับสามี-แม่สามีใช้ทำงานบ้านทั้งวัน สำนักข่าว'แอปเปิลเดลี'รายงานว่า ที่ประเทศจีนเกิดเหตุแม่สามีชาวจีนรายหนึ่งสกุล'ฉิน' ได้ออกมายืนอยู่ระเบียงชั้น10ของอพาร์ทเมนต์ พร้อมกับขู่ว่าจะโดดตึกฆ่าตัวตาย เหตุลูกสะใภ้สกุล'จาง'ไม่ยอมหลับนอนกับลูกชายของเธอตั้งแต่แต่งงานมา นางฉินเปิดเผยว่า ลูกชายกับนางจางแต่งงานกันเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลังจากทั้งคู่ได้พบกันในเว็บไซต์หาคู่และคบกันได้สักระยะหนึ่ง ในขณะที่ทั้งคู่คบหากันนางจางกลับไม่ให้ลูกชายของตนแตะเนื้อต้องตัว จนกระทั่งทั้งคู่แต่งงานกันนางจางไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์กับสามี ซ้ำยังขอแยกห้องนอนอ้างว่าสามีกรนเสียงดัง จากนั้นไม่กี่สัปดาห์ นางจางก็ขอย้ายกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่ตนเอง ทำให้นางฉินแม่สามีเกิดความสงสัยในตัวลุกสะใภ้ว่า นางจาง มาแต่งงานกับลูกชายตนเองเพื่อหวังสินสมรส 13,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 420,000 บาท อย่างไรก็ตามนางจางสะใภ้ผู้ถูกถูกกล่าวหาได้ออกมาชี้แจงกับสื่อท้องถิ่นแล้วว่า สาเหตุที่แท้จริงที่เธอออกมาจากบ้านหลังนั้นเนื่องจาก สามีและแม่สามีใช้เธอทำงานบ้านทั้งวัน พอถึงเวลานอนสามีก็ดันกรนจนเธอนอนไม่หลับทั้งคืน ส่วนสาเหตุที่เธอออกจากบ้านสามีเพราะแม่สามีได้ส่งข้อความไล่เธอออกจากบ้านเอง ทั้งนี้ผู้เป็สามีกล่าวว่า เขาพร้อมที่จะจดทะเบียนหย่า แต่ขอค่าสมรสคืน ด้านภรรยาโต้กลับว่าสำหรับเรื่องการหย่าและสินสมรสต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน MThai News 

เกมส์ DayZ ทำยอดขาย 3 ล้านชุด ทั้งๆที่เกมส์ยังเป็น Beta อยู่
DayZ

Bohemia Interactive ประกาศทำยอดขายเกมส์ DayZ เกมส์แอคชั่นผจญภัยเอาตัวรอดชื่อดัง โดยทำจำหน่ายดาวน์โหลดได้ถึง 3 ล้านดาวน์โหลดทั่วโลก เกมส์ DayZ อยู่ในช่วงที่ระหว่างพัฒนาเกมส์ภายใต้ Early Access เปิดจำหน่ายเมื่อปลายปี 2013 ยกตัวเกมส์ดัดแปลงจาก ARMA 2 มาสู่เกมส์ตัวเต็มเป็นทางการ ระหว่างการพัฒนา มีการปรับปรุงเรื่องเอนจิ้นเกมส์ให้ทันสมียและประมวลภาพของเกมส์ให้เสมือนจริงมากขึัน และเกมส์ดังกล่าวได้อัพเดตมามากว่า 24 ครั้ง เพื่อเพิ่มลูกเล่นในเกมส์ให้มีความเอาตัวรอดยากมากขึ้น สร้างความสมจริงต่อการเล่น เกมส์ DayZ เป็นเกมส์แอคชั่นซอมบี้ลักษณะ Open World มีความกว้างถึง 230 ตารางกิโลเมตร บรรจุพื้นที่ฉากเกมส์ตั้งแต่ชานเมืองจนถึงป่าเขา ภายในเกมส์บรรจุผู้เล่นสูงสุด 40 คน ต่อเซิฟเวอร์ และต้องเข้าเล่นเกมส์ผ่านทางเซิฟเวอร์เกมส์เอง ด้านข้อมูลตัวละครจะถูกบันทึกโดยตลอดทั่วเซิฟเวอร์ วิธีการเล่นเกมส์นี้คือ ให้ผู้เล่นเอาตัวรอดและยืนหยัดจากเงื้อมมือซอมบี้ที่ปรากฏอยู่ทั่วพื้นที่ พร้อมรักษาตัวเองให้อยู่นานที่สุด ขณะเดียวกัน ยังต้องรับมือกับเหล่าผู้เล่นคนอื่นที่สวมบทบาทเป็นโจรผู้ไม่ประสงค์ดีค่อยออกตามไล่ล่าเอาชีวิตขโมยสิ่งของเพื่อประทังต่อชีวิตให้นานที่สุด ทั้งนี้ ผู้เล่นสามารถดำเนินชีวิตในเกมส์อย่างอิสระ โดยเลือกจะบินเดี่ยวหรือจับกลุ่มผู้เล่นร่วมทีมกันก็ได้ จุดเด่นของเกมส์ DayZ เวอร์ชั่น ตัวเต็ม จะทำการเพิ่มไอเทมเสื้อผ้าเข้ามา, สามารถแบกไอเทมที่ผู้เล่นเก็บมาได้ไม่จำกัด, เพิ่มระบบการผลิตอาวุธเพื่อแปลงเป็นอาวุธประดิษฐ์ขึ้นมา รวมถึงปรับแต่งอาวุธปืนให้มีประสิทธิภาพด้านใช้งานมากขึ้น เกมส์ DayZ มีกำหนดวางขายในปี 2016 นี้

The One & Only Concert 10 ปี อ๊อฟ ปองศักดิ์ แซ่บเวอร์ เพิ่มรอบ 3 เก๋ๆ กลางงานแถลงข่าว
Aof Pongsak /  The One & Only Concert 10 ปี อ๊อฟ ปองศักดิ์ / 

ยังไม่ทันจะได้เริ่มงานแถลงข่าวก็มีข่าวแว่วมาแล้วว่าคอนเสิร์ต 2 รอบ วันเสาร์ที่ 14 และ วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2558 บัตรหมดแล้วจ้า... งานนี้ พี่ฉอด ทนกระแสความแรงไม่ไหวประกาศกลางเวทีเปิดรอบเพิ่มให้มามันส์กันให้จุใจในวันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2558 เรียกได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่พลังล้นตั้งแต่งานแถลงข่าวเลยทีเดียว กับคอนเสิร์ตเดี่ยวของศิลปินที่มีคนเรียกร้องมากที่สุดคนหนึ่ง “อ๊อฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์” ในวันนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้พบกับคอนเสิร์ตครั้งใหญ่เต็มรูปแบบที่สุดในรอบ 10 ปี รับรองว่าจะได้ฟังเพลงบาดลึกทะลุหัวใจ และพบกับโชว์ที่สนุกเกินคาด การันตีโดย เอ-ไทม์ โชว์บิส ในคอนเสิร์ต “The One & Only Concert 10 ปี อ๊อฟ ปองศักดิ์” ซึ่งแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปแล้ว ในวันพุธที่ 28 มกราคม 2558 ณ บริเวณลอบบี้ อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว เราได้รู้จักนักล่าฝันที่มีคาแรกเตอร์จัดจ้านเป็นที่จดจำ ทั้งน้ำเสียงและการแสดงบนเวทีที่โดดเด่น จนถึงตอนนี้ ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่อ๊อฟ ปองศักดิ์ ไม่เคยหยุดพัฒนาความสามารถ ด้วยผลงานเพลงที่สะกดคนฟังให้อินไปกับพลังเสียง จนทำให้ผู้ชมตื่นตะลึงในทุกโชว์การแสดง และในวันนี้ทุกความสามารถของผู้ชายคนนี้ จะถูกรวมไว้บนเวทีคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ตามแบบฉบับ เอ-ไทม์ โชว์บิส อย่างแน่นอน เพราะแค่งานแถลงข่าวอ๊อฟก็ยังจัดเต็มไม่ให้ผิดหวัง ขนเมดเลย์เพลงฮิตอย่าง คำถามที่ต้องตอบ, แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ และ เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย มาเรียกน้ำย่อยก่อนกระชากลุคมาแด๊นซ์ยับในเพลง ABC (ชักกะตุก) ยิ่งทำให้บรรยากาศในงานคึกคักขึ้นอีก จากนั้น เป้ วิศวะ พิธีกรของงานนี้จะเชิญ พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา หัวเรือใหญ่แห่งบ้าน เอ-ไทม์ และ ศิลปินเจ้าของคอนเสิร์ต “อ๊อฟ-ปองศักดิ์” ขึ้นมาพูดคุยบนเวที โดยงานนี้ พี่ฉอด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 10 ปีนี้ อ๊อฟมีเรื่องราวมากมายหลายรส ทั้งที่เราๆ อาจจะรับรู้กันตามสื่อ หรือว่ามีมุมลึกมุมลับที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ คอนเสิร์ต The One & Only ครั้งนี้ พี่ฉอดและทีมงาน มีความตั้งใจจะให้เป็นคอนเสิร์ตที่รวมทั้งเพลงเพราะ ที่เราคุ้นเคยกับหมวดเพลงช้า เพลงเศร้า เพลงซึ้ง มีมาให้ฟังกันอย่างแน่นอนอยู่แล้ว และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราจัดคอนเสิร์ตให้อ๊อฟ เราเคยทำมาแล้วทั้ง The Singer Concert และ Aof Scene Concert ตั้งแต่ 6-7 ปีที่แล้ว ซึ่งเราจัดกันในฮอล์เล็กๆ มีคนดูไม่กี่ร้อยคน แต่ใน The One & Only Concert เราจะจัดกันในสเกลที่ใหญ่ขึ้น กับคนดู 10,000 คนใน 2 รอบ ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ดังนั้นเรื่องโปรดักชั่นก็ต้องใหญ่ ต้องอลังการยิ่งขึ้นไปด้วย และที่สำคัญเราก็ไม่ทิ้งเพลงเอก เพลงช้า เพลงพ่นไฟของอ๊อฟที่หลายคนอยากจะฟังกันอีกค่ะ” แถมอ๊อฟยังแอบบอกอีกว่า งานนี้ร้องจริง โชว์จริง ไม่มีแอ๊บ นะจ๊ะ!!! การันตีความแซ่บขนาดนี้ เหล่าบรรดา เก้ง กวาง บ่าง ชะนี สตรีไม่ระบุเพศ หรือท่านที่สนใจในความมันส์ทุกรูปแบบทั่วทุกสารทิศพลาดไม่ได้   The one ...ที่น้ำเสียงของเขาสะกดคุณให้หยุดนิ่ง The one ...ที่เพลงของเขา ฟังแล้วทะลุไปถึงหัวใจ The one ...ที่การแสดงของเขา อยู่เหนือทุกความคาดหมาย The One & Only Concert 10 ปี อ๊อฟ ปองศักดิ์ เปิดโอกาสให้มาสนุกสุดเหวี่ยงพร้อมกัน 3 รอบ ในวันศุกร์ที่ 13 วันเสาร์ที่ 14 และ วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2558 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ รายละเอียดเพิ่มเติม 02-262-3456 และwww.thaiticketmajor.com / www.atimeshowbiz.com และwww.facebook.com/atimeshowbiz มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

วินาทียีราฟคลอดลูกที่อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา
คลิป /  ฟาร์มจระเข้พัทยา / 

วินาทียีราฟคลอดลูกที่อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา (มีคลิป) ทีมงานสัตวแพทย์ช่วยเหลือแม่ยีราฟคลอดลูกท้องแรกเป็นผลสำเร็จ โดยเป็นลูกยีราฟเพศเมียและแม่ยีราฟสุขภาพแข็งแรง ณ อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา จ.ชลบุรี ขอบคุณภาพจาก   อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา จ.ชลบุรี

พม่าสั่งสอบ 'พระวิระธู' ฉะผู้แทนยูเอ็นเป็น 'โสเภณี'
ผู้แทนยูเอ็น /  พม่า / 

กระทรวงศาสนาเมียนมาร์ เร่งสอบสวนพระ "วิระธู" กรณีที่เรียกผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติว่า "โสเภณี" หลังเธอเรียกร้องให้พม่าคำนึงถึงปัญหาชาวโรฮิงญาให้มากขึ้น วันนี้(22 ม.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่ นายเย ทู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสารของประเทศพม่า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ได้มอบหมายให้กระกรวงศาสนาทำการตรวจสอบกรณีที่โลกออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่คำพูดของ "พระวิระธู" ที่กล่าวว่า ถ้านางยางฮี ลี ผู้แทนด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ ยกย่องชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม หรือกลุ่ม โรฮิงญามาก ก็จงไปมีเพศสัมพันธ์กับพวกนั้นซะ ทั้งยังกล่าวต่อไปว่า สำหรับชาวพม่าแล้ว เธอเป็นเพียงแค่ "โสเภณี" เท่านั้น ทั้งนี้มูลเหตุน่าจะเกิดจาก กรณีที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นางนางยางฮี ลี ผู้แทนด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ ได้เดินทางไปยังประเทศ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทางการพม่ามอบสิทธิความเป็นพลเมืองต่อชาวโรฮิงญา ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลเมียนมาร์ในเรื่องข้อกำหนดควบคุมเกี่ยวกับเชื้อชาติและศาสนา รวมทั้งข้อห้ามในการแต่งงานข้ามศาสนา อีกทั้งความเป็นอยู่ของชาวโรฮิงญาในค่ายกักกันในรัฐยะไข่ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานอย่างมาก โดยสำนักข่าวเอเอฟพี ได้เผยแพร่ข่าวว่า กลุ่มคณะสงฆ์ในพม่าตัดสินใจเคลื่อนไหวประท้วงองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) โดยอ้างว่าไม่พอใจที่ยูเอ็นเข้ามาแทรกแทรงกิจกรรมภายในประเทศพม่ามากจนเกินไป ในอดีต "พระวิระธู" เคยถูกจำคุกมาเมื่อปี 2546 ในข้อหายุยงให้ใช้ความรุนแรงเพื่อต่อต้านชาวมุสลิม และได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี 2555 จากการนิรโทษกรรมนักโทษ ทั้งนี้พระวิระธูยังเป็นแกนนำขบวนการ 969 ซึ่งเป็นกลุ่มหัวรุนแรงชาตินิยมชาวพุทธที่ต้องการให้เมียนมาร์เป็นเมืองพุทธเท่านั้นและเรียกร้องให้มีการต่อต้านชาวมุสลิม อย่างไรก็ตาม พม่ายังคงประสบกับวิกฤตรุนแรง จากผลกระทบของความขัดแย้งภายในประเทศในชุมชนในรัฐยะไข่เมื่อปี 2555 ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดจากความไม่ลงรายในชนกลุ่มน้อยมุสลิมชาวโรฮิงญาซึ่งจากรายงานระบุว่า เป็นกลุ่มมุสลิมที่อพยพมาจากประเทศบังคลาเทศ ทั้งนี้มีการกล่าวอ้างว่า กลุ่มคนเหล่านี้จะสร้างปัญหาให้กับชาวพุทธที่อาศัยอยู่เดิม ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้สังเวยชีวิตให้กัยเหตุการณ์ความรุนแรง รวมไปถึงนักโทษชาวโรฮิงญาที่ถูกคุมขังราว 1.4 แสนราย MThai News ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก mizzima

สะพรึงงงง! ลุงวัย 70 แต่งตัวเป็น ตุ๊กตายาง ใช้ชีวิตมาแล้ว 12 ปี
fetish /  sextoy / 

สะพรึงปะล่ะ!!! ลุงวัย 70 มีความสุขกับการ แต่งตัวเป็น ตุ๊กตายาง แต่งมาแล้วกว่า 12 ปี แน่นอนว่าหลายๆ คนก็มีความต้องการที่แตกต่างกันไป บางคนเป็นผู้ชายก็อยากจะแต่งเป็นผู้หญิง หรือผู้หญิงก็อยากแต่งเป็นผู้ชาย หรือบางคนเป็นผู้ชายแท้ กลับมีอารมณ์ตอนแต่งเป็นผู้หญิง ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เบี่ยงเบนทางเพศเลยก็มี ซึ่งสิ่งนี้เขาเรียกว่า fetish แปลตรงๆ ก็คือความปรารถนาทางเพศที่เรามีต่อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายคนหรือพวกสิ่งของ เช่นการที่มองเท้าแล้วเกิดอารมณ์นั่นเอง และวันนี้ทาง Men.MThai เราจะขอนำเสนอ fetish สุดแปลก ที่คนมีความสุขกับการ แต่งตัวเป็น ตุ๊กตายาง นั่นเอง โรเบริต (Robert) หนุ่มใหญ่วัย 70 ปี ได้ออกมาตีแผ่การใช้ชีวิตสุดแปลกของเขากับทางช่อง TLC ในรายการ My Strange Addiction หรือจะแปลเป็นไทยว่า นิสัยการเสพย์ติดอะไรแปลกๆ ของฉัน โดยเขาได้ออกมาเผยว่าเขามีรสนิยมที่ชอบ แต่งตัวเป็นผู้หญิง โดยการสวม ชุดยาง เพื่อให้ตัวเองดูเป็นผู้หญิง ที่ไม่ว่ายังไงเราก็มองว่ามันเหมือน ตุ๊กตายาง ซะมากกว่า 55555+ โดย โรเบริต ได้เผยว่าเขา แต่งตัวเป็น ตุ๊กตายาง แบบนี้มาแล้วมากกว่า 12 ปี โดยเขากล่าวว่า มันเป็นเหมือนอีกอัตตะ หรืออีกบุคลิคหนึ่งไปเลยเวลาที่เขาแต่งเป็นผู้หญิง ซึ่งตอนที่เขาเป็นผู้ชายเขาก็เป็นอีกคน ส่วนตอนเป็นผู้หญิงก็เป็นเสมือนอีกคนไปเลย โดยตอนที่เขาเป็นผู้หญิงเขาจะเรียกตัวเองว่า เชอร์รี่ “Sherry” อดัม รามอส (Adam Ramos) หนุ่มธุรกิจหัวใสจากรัฐ ฟลอริดา (Florida) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นและจัดตั้งธุรกิจสุดแปลกประหลาด สำหรับคนที่มีรสนิยมที่ไม่เหมือนใครนั่นก็คือชุดยางที่แปลงให้ผู้ชายเป็นผู้หญิงได้นั่นเอง โดย อดัมได้สืบทอดสืบทอดธุรกิจอันแปลกประหลาดนี้ จากพ่อของเขาที่ผุดไอเดียหลังจากได้ชมรายการทางโทรทัศน์ชื่อว่า ‘RealDoll’ ซึ่งจากนั้นเขาก็ค้นพบว่า ผู้ชายบางคนต้องการผู้ชายที่ต้องการสวมเป็นเช่นนี้ และต้องการความสมจริง เขาจะใช้เวลาประดิษฐืผลงานแต่ละชิ้นเป็นเวลา 4 ชั่วโมง และสินค้าแต่ละชิ้นจะมีน้ำหนักประมาณ 12 ปอนด์ หรือราว 5.4 กิโลกรัม ผลงานของเขามีความยืนหยุ่น มีเต้านมปลอม และมีรูปร่างที่เน้นส่วนโค้งส่วนเว้า และสามารถสวมใส่ได้หลายชั่วโมง ซึ่งหลายๆ คนอาจจะคิดว่ามันดูตลกหรือไม่น่าจะขายได้ก็ตาบ แต่บอกเลยว่านับตั้งแต่เปิดกิจการจนบัดนี้ เขาผลิตสินค้าชุดตุ๊กตายางแบบสวมใส่ออกสู่ตลาดโลกแล้วราว 400,000 ตัว ซึ่งไม่เพียงแต่สินค้าในรูปแบบนี้เท่านั้น แต่เขายังทำ เซ็กส์ทอย และชุดสำหรับปกปิดแผลเป็นอีกด้วย Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากแหล่งที่มา http://www.opposingviews.com/i/society/70-year-old-man-addicted-dressing-sex-doll

ดีเจ มะตูม รักแท้ที่พิสูจน์ได้ รักแท้ของเกย์ มีอยู่จริง
Gay /  gayicon / 

ดีเจ มะตูม พิสูจน์รักแท้ แค่มีความรักมันทำให้เราเปลี่ยนตัวเองได้ หลังจากที่ทาง Men.MThai นำเสนอเรื่อง การพิสูจน์รักแท้ของเกย์ว่ามันมีอยู่จริง จากเรื่องจริงของ ดีเจ มะตูม พิสูจน์รักแท้ ด้วยการยอมทิ้งอนาคตทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อมาดูแลชายอันเป็นที่รักที่ประสบอุบัติเหตุเป็นอัมพาต ที่ทำให้เราสามารถพูดได้ว่า ความรัก มันไม่จำเป็นว่ามันจะเกิดขึ้นกับใคร เพศไหน หรือไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลก ถ้ามีความรักแล้ว มันจะทำให้เรายอมทำได้ทุกอย่าง ยอมสละทุกอย่างเพื่อที่จะเห็นคนรักของเรามีความสุข และวันนี้ทางเราก็ได้มีโอกาสที่ได้จอกับ ดีเจ มะตูม เราก็ได้ไปเก็บความคืบหน้าของความรักของทั้งคู่มาฝากเพื่อนๆ ครับ   เรื่องราวความรักของมะตูม มีความเป็นมาอย่างไร? กับแฟนคนนี้คบกันมา 5 ปีแล้ว ก็เริ่มจากรู้จักกัน คุยกันและพัฒนาความสัมพันธ์ เรื่อยมา จนกลายเป็นความรัก จุดพลิกฝันเรื่องความรักของมะตูม? ก็เริ่มจากไปมาหาสู่กัน เพราะว่าตัวของมะตูมเองทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ แต่พอแฟนของมะตูมประสบอุบัติเหตุ แล้วเกิดอาการอัมพาตตั้งแต่หัวไหล่ลงไป มันเลยเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้มะตูมยอมละทิ้งทุกอย่างมาเพื่อดูแลแฟนอันเป็นที่รัก เพื่อที่จะมาเป็นกำลังใจ มาดูแล มันก็เลยเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้ตัวมะตูมรู้ว่าทำอะไรแบบนี้ได้ ซึ่งทำให้มะตูมมีชื่อเสียงขึ้นมาในไทยด้วย ก็เลยตัดสินใจอยู่ที่ไทยดีกว่า แล้วตามความฝันในไทยต่อเลย อะไรที่ทำให้มะตูมตัดสินใจกลับมาอยู่ที่ประเทศไทย? มันคือจุดๆ หนึ่งที่เราต้องเลือก ระหว่างคนที่เรารัก กับงานที่เราชอบ ซึ่งมะตูมก็เลือกคนที่เรารัก เพราะว่า ชีวิตตัวเองคงไม่มีความหมายถ้าหากต้องทำงานๆ ไปเรื่อยๆ แล้วไม่มีคนที่พักพิงทางใจเราได้ ก็เลยเลือกที่จะตามความรัก ส่วนงานก็หาเอาที่ไทยก็ได้ ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ดีเท่างานต่างประเทศ แต่สิ่งๆ หนึ่งที่มันคุ้มก็คือการที่เวลาเราเหนื่อยเราก็มีคนๆ หนึ่งให้เราพักพิง อะไรในตัวของแฟน ที่ทำให้มะตูมมั่นใจที่จะฝากความรักไว้? คนเรามีทั้งด้านดีและเสีย แต่สำหรับตัวมะตูมเอง เห็นว่าผู้ชายคนนี้มีความดีมากกว่าความไม่ดีในตัวเอง เป็นคนที่มีสัมมาคารวะ สุภาพ อ่อนน้อม อ่อนโยน อบอุ่น จริงใจ ไม่เคยโกหก แล้วก็เสมอต้นเสมอปลาย ซึ่งมะตูมคิดว่า อย่างแม้แต่ชีวิตเกย์เลย ชีวิตผู้หญิงจริงๆ เขาก็อยากได้ผู้ชายแบบนี้ ซึ่งความดีที่เขามีมันขัดเกลาทั้งคู่ให้รู้ว่านี้คือความรัก แล้วพอวันนึงที่เขาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มันทำให้รู้ว่าต่อให้เราร้ายยังไง เราก็ทิ้งเขาไม่ได้ ซึ่งมะตูมอยากจะบอกว่าที่ตัดสินใจที่เลือกแฟนมากกว่าอนาคตก็เพราะว่าคคามดีที่เขาสร้างมา มันสมควรที่จะทำให้เขารู้สึกดี ได้รับการตอบแทนในสิ่งที่ดีที่เขาทำกับเราบ้าง ในเมื่อร่างกายของแฟนไม่สมบูรณ์ อะไรทำให้มะตูมเลือกที่จะอยู่กับเขาต่อไป? ถึงแม้ช่วงนั้นผู้ชายคนนี้เขาจะเหมือนจะพิการ แต่หัวใจของไม่ได้พิการเลย อีกทั้งความรักของเขายังมาช่วยต่อเติมความพิการในหัวใจของมะตูมขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นมันทำให้เรารู้สึกว่าถึงแม้เขาจะไม่มีขาเลย เราก็ต้องเป็นขาให้เขาได้ เพราะผู้ชายคนนี้อยู่แล้วทำให้เราสบายใจ มีความสุขมากที่สุด ซึ่งสิ่งที่มะตูมอยากจะบอกให้รุ้เลยว่า มะตูมไม่รู้สึกเลือกผิดเลย ที่ทิ้งอนาคตมาอยู่กับคน คนนี้ อาการแฟนตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง มันเหมือนกับฟ้าหลังฝนนะ แบบจากที่เราหมดหวัง เราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่คือถ้าเราสู้มันก็ต้องชนะ อยากจะขอบคุณแฟนด้วยที่เห็นเรายอมที่จะมาดูแลเขา เขาก็เลยยิ่งมีกำลังใจที่จะสู้ ที่จะบำบัดตัวเอง ให้สามารถกลับมายืนด้วยตัวเองได้อีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เขาก็กลับมาเป็นเหมือนปกติแล้ว สามารถเดินได้ ยืนได้ ขับรถได้ กินข้าวได้เอง ช่วยเหลือตัวเองได้เอง ยิ่งเขาเป็นแบบนี้ตัวมะตูมเองยิ่งภูมิใจมาก จากสภาพที่คนขยับอะไรไม่ได้เลย แล้วสู้มาจนชนะได้แบบนี้ ทุกวันนี้แบ่งเวลาให้แฟนยังไงบ้าง? สำหรับคนในวงการบันเทิงแล้ว เวลาการทำงานมันไม่ได้เหมือนกับคนทั่วไป บางวันทำ 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน บางวัน 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเช้าอีกวันก็มี แต่แฟนของมะตูมเป็นคนทำงานแบบนักธุรกิจ เขามีเวลากำหนดเป็นของตัวเอง ซึ่งช่องว่างแบบนี้มันจะทำให้คนเราห่างกันแน่ มะตูมเลยเลือกที่จะให้เขามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของมะตูมเลย ก็คือให้เขาทำงานในส่วนของเขาไป และหลังจากนั้นก็มาคอยจัดการตารางให้มะตูม ก็เหมือนกับการได้ใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งมะตูมคิดว่าตอนที่เราเข้าวงการแล้ว มันทำให้อยู่ด้วยกันกับแฟนมากกว่า ก่อนเข้าวงการด้วยซ้ำ อนาคตวางแผนเรื่องความรักอะไรไว้บ้าง? ความรักมันก็เหมือนความไม่แน่นอน เราไม่รู้ว่าคนที่เรารักจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน เราจะมีความสุขได้อีกแค่ไหน เรื่องความรักมันเป็นเรื่องของคน สองคน เราไม่สามารถตอบนะวันนี้ได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ตอบได้ตอนนี้แค่ว่า เราจะมีเขาคนนี้ตลอดไปให้ได้นานที่สุด ก็คือไม่อยากวางแผน ไม่อยากคิดการไกล รู้แค่ว่าทุกๆ วันนี้มีกันและกัน แล้วมันมีความสุข แล้วก็อยากจะมีแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทุกวัน เท่านั้นพอ สิ่งทึ่มะตูมอยากฝากถึงคนรัก? หลังๆ ที่เขาวงการมา อาจจะไม่ค่อยได้ถามถึงสุขภาพของพี่เขามากนัก แต่ไม่ใช่เพราะว่าลืมหรือไม่สนใจนะ แต่มะตูมอยากให้พี่เขารู้ว่าพี่เขาเป็นคนเข้มแข็ง เป็นคนปกติ ไม่อยากให้เขามีปมด้อยว่าเขาเป็นคนที่เดินไม่ไหว พี่เขาจะคิดว่าพี่เขาอาจจะเดินตามมะตูมไม่ไหว พี่เขาจะไม่ค่อยกล้าออกงานกับตูมเลย เพราะว่าสังคมทุกวันนี้ของมะตูมก็เริ่มสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แต่พี่เขาก็แยกตัวออกมา ไปอยู่คนเดียว ซึ่งมะตูมอยากจะบอกตรงนี้ บอกที่เดียว และไม่เคยบอกต่อหน้าหรือกับใครเลยว่า คุณไม่ต้องอาย ที่ใครจะมองคุณว่าคุณเป็นคนพิการ คุณจะเดินไม่ได้ ถ้าเราไม่อาย มันก็ไม่มีอะไรสำคัญแล้ว เพราะวันที่ตัวมะตูมยังเป็นคนที่ไม่มีใครรู้จัก พี่เขาก็ยังอยู่กับเรา อยู่มาตลอด และทุกวันนี้เราเป็นคนที่มีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว มะตูมก็อยากจะบอกว่า ก็อยากจะมีพี่อยู่อย่างนี้ไปตลอดเหมือนกัน

หัวเราะบำบัด จากอารมณ์ขันสู่การรักษาโรค
พัวเราะ /  หัวเราะบำบัด / 

การหัวเราะแบ่งได้ 2 ประเภท คือ หัวเราะธรรมชาติ เกิดจากถูกกระตุ้นให้มีอารมณ์ขัน ซึ่งเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน และ หัวเราะบำบัด เป็นการหัวเราะแบบรู้ตัว เพื่อใช้ประโยชน์จากการหัวเราะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนประเภท "ปลุกเร้า" เพื่อบำบัดจิตใจและฟื้นฟูร่างกาย การ หัวเราะบำบัด มีหลายแบบ เช่น Lauther Yoga ของอินเดีย ซึ่งผสมผสานระหว่างการหัวเราะและควบคุมการหายใจของโยคะเข้าด้วยกัน และเป็นที่มาของการ หัวเราะบำบัด ในกว่า 40 ประเทศ หรือกลุ่มหัวเราะในประเทศออสเตรเลีย ที่เดินทางไปสถานที่ต่างๆ เพื่อสร้างเสียงหัวเราะให้คนทั่วไปด้วยพฤติกรรมตลก สำหรับประเทศไทย ศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้คิดค้นการ หัวเราะบำบัด โดยผสมผสานการควบคุมการหายใจ การเปล่งเสียงหัวเราะ และการบริหารร่างกายไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นการหัวเราะที่ให้ผลเชิงสุขภาพโดยไม่จำเป็นต้องมีอารมณ์ขัน ใช้เวลาในทำกิจกรรมประมาณ 2-3 ชั่วโมง ข้อดีของการหัวเราะ การหัวเราะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายใน 7 ระบบได้แก่ ระบบหายใจ (Breathing) ในระหว่างที่หัวเราะร่างกายมีการหายใจเข้า กลั้นหายใจ และหัวเราะ (หายใจออกยาวๆ) ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนถ่ายออกซิเจน ฟอกเลือดดำให้เป็นเลือดแดง จึงทำให้เซลล์ประสาทหัวใจ ปอด คอ แข็งแรงขึ้น นอกจากนี้การหัวเราะยังช่วยบริหารร่างกายให้เกิดความร้อนและการเผาผลาญพลังงานสูง ช่วยฆ่าเชื้อโรคและป้องกันโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ทั้งไข้หวัด ภูมิแพ้ หอบหืด ไซนัส กรน ความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคปอด ระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย (Digestion and Gastrointestinal) การ หัวเราะบำบัด ช่วยให้อวัยวะส่วนท้อง อาทิ ลำไส้ใหญ่ เล็ก ตับ ไต ไส้ กระเพาะ มีการเคลื่อนไหว เกิดการบริหารกระเพาะและลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายทำงานดีขึ้น ป้องกันโรคอ้วน โรคบูลิเมีย (Bulimia : โรคที่กินอาหารเข้าไปแล้วรู้สึกผิด จนบางครั้งต้องกินยาถ่าย หรืออาเจียนออก) หน้าท้องหย่อน ท้องป่อง โรคเบื่ออาหาร กินไม่ลง ท้องผูก ท้องเสีย โรคกระเพาะ โรคลำไส้ เป็นต้น ระบบไหลเวียนโลหิต (Circulation and Cardio-vascular system) การ หัวเราะบำบัด เป็นการออกกำลังทุกส่วนของร่างกายทำให้อวัยวะต่างๆ ได้เคลื่อนไหวเป็นจังหวะเร็วบ้าง ช้าบ้าง หัวใจสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ มากขึ้น หัวใจทำงานเป็นระบบขึ้น ป้องกันอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง เหนื่อยง่าย เหนื่อยเร็ว เจ็บแน่นหน้าอก โรคขาดเลือด เส้นเลือดหัวใจตีบตัน โรคหัวใจ ตลอดจนอาการใจสั่น เสียงสั่น ตัวสั่น ตื่นตระหนกและประหม่าง่าย ระบบพักผ่อนและผิวพรรณ (Rest and Skin system) การ หัวเราะบำบัด ช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้เส้นประสาท กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ยืดหยุ่น ไม่ตึงหรือเกร็ง ทำให้ร่างกายเกิดการพักผ่อน นอนหลับสนิท ผิวพรรณดี ไม่เหี่ยวย่น และไม่เป็นโรคทางผิวหนัง  ช่วยให้ร่างกายและจิตใจเกิดความสงบ มีสมาธิมากขึ้น ระบบเจริญพันธุ์ (Reproduction) การ หัวเราะบำบัด ทำให้ร่างกายทุกส่วนขยับขับเคลื่อน ส่งผลต่อการทำงานของสมองส่วนนอก ส่วนกลาง และส่วนใน ให้ทำงานดีขึ้น เป็นระบบขึ้น ทำให้สมองคิดแง่ดี มองโลกแง่บวก อารมณ์ดี พัฒนาอารมณ์รัก และการมีเพศสัมพันธ์ และช่วยป้องกันอาการไร้อารมณ์ หงอยเหงา โดดเดี่ยว ไม่อยากเข้าสังคม การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และการเข้าสังคม ระบบทำงานของต่อมไร้ท่อ (Endocrine) การ หัวเราะบำบัด ช่วยให้เซลล์ประสาททุกส่วนได้ขยับ ทำให้ระบบต่อมไร้ท่อทำงานเป็นปกติ ช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดฟิน ทำให้อารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน มีความคิดดีและสร้างสรรค์ และช่วยป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ป้องกันโรคเบาหวาน ความดัน ดูอ่อนเยาว์ไม่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ลดอาการเครียดและความเจ็บปวดต่างๆ สัญชาติญาณการอยู่รอด (Survival instinct) การ หัวเราะบำบัด ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว แข็งแรง ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาท กระดูก กล้ามเนื้อ ร่างกายทำงานเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ป้องกันโรคไขข้อ โรคกระดูกต่างๆ ทั้งกระดูกพรุน ปวดหลัง ปวดเอว อ่อนเปลี้ยเพลียแรง โรคซึมเศร้า นอกจากนี้ยังช่วยทำลายสารอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งอีกด้วย ฝึก หัวเราะบำบัด ด้วยตนเอง การฝึก หัวเราะบำบัด ด้วยตนเองไม่ใช่เรื่องยาก ขั้นแรก ฝึกหัวเราะโดยมีสิ่งกระตุ้น เช่น ดูภาพยนตร์ตลก และหัวเราะเสียงดัง จากนั้นฝึกหัวเราะโดยไม่มีสิ่งกระตุ้น โดยแยกอารมณ์ขันออกจากการหัวเราะ หรือเข้าใจว่าการหัวเราะไม่จำเป็นต้องมาจาก "ความรู้สึกตลก" เสมอไป การหัวเราะโดยไม่มีเหตุผลนี้ให้เริ่มจากหัวเราะคิกคักและหัวเราะเสียงดังด้วยการเปล่งเสียงออกมาจากท้องผ่านลำคอและริมฝีปาก หากต้องการให้การหัวเราะได้ผลดียิ่งขึ้น ควรเปล่งเสียงหัวเราะ เพื่อเคลื่อนไหวอวัยวะภายใน 4 ส่วนด้วยการเปล่งเสียงต่างๆ กัน คือเสียง "โอ" ทำให้ภายในท้องขยับ เสียง "อา" ทำให้อกขยับขยาย เสียง "อู" เสียง "เอ" ทำให้ลำคอเปิดโล่ง และช่วยบริหารใบหน้า ขั้นตอนเริ่มจากหายใจเข้าลึกๆ กลั้นไว้สักครู่ เปล่งเสียงเป็นจังหวะเช่น โอ โอ โอ โอ ยาวๆ จนกว่าจะหมดอากาศที่เก็บไว้  สูดหายใจเข้าใหม่ หัวเราะเสียงละ 3 ครั้ง เมื่อออกเสียงเป็นจังหวะแล้วให้บริหารร่างกายไปด้วย เริ่มจากเสียง "โอ" ให้ย่ำเท้าอยู่กับที่ เสียง "อา"  ให้ยกแขนขึ้นสูงๆ แล้วโบกไปมา เสียง "อู" ให้ส่ายเอวท่าฮูลาฮูบ เสียง "เอ" ให้หมุนหัวไหล่ โดยทำท่าเหล่านี้ในระหว่างที่หัวเราะด้วย หากวันนี้คุณยังหาวิธีออกกำลังที่เหมาะกับตัวเองไม่ได้ลองชวนคนในครอบครัวมาหัวเราะพร้อมเคลื่อนไหวร่างกายด้วยกันสิคะ นอกจากได้ออกกำลังแล้ว ยังสร้างรอยยิ้มในครอบครัวคุณอีกด้วย ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine มิถุนายน, Issue 65

น้องแกมมี่ ได้สิทธิพลเมืองออสเตรเลียแล้ว
น้องแกมมี่ /  พลเมืองออสเตรเลีย / 

น้องแกมมี่ ที่เกิดจากแม่อุ้มบุญชาวไทย ได้รับสิทธิเป็นพลเมืองออสเตรเลีย  หลังผ่านเกณฑ์ได้รับสัญชาติ น้องแกมมี่ หนูน้อยเพศชายที่ป่วยเป็นโรคดาวน์ซินโดรม และเกิดกับนางภัทรมน จันทร์บัว แม่อุ้มบุญชาวไทย ได้รับสัญชาติออสเตรเลียแล้ว หลังผ่านเกณฑ์ได้รับสัญชาติ เนื่องจากเพิ่งมีอายุครบ 1 ขวบเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และมีพ่อเป็นชาวออสเตรเลีย คือนายเดวิด ฟาร์เนลล์ ที่เคยถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าทอดทิ้งน้องแกมมี่ไว้กับนางภัทรมน และเลือกรับเลี้ยงฝาแฝดอีกคนที่สุขภาพสมบูรณ์ ซึ่งจากการอนุมัติครั้งนี้จะส่งผลให้น้องแกมมี่มีสถานะเป็นพลเมืองออสเตรเลียอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถเข้าถึงระบบสวัสดิการสาธารณสุข รวมถึงถือครองหนังสือเดินทางออสเตรเลียได้

รื้อหิ้งหนังเก่า : A Frozen Flower (2008)
A Dirty Carnival /  A Frozen Flower / 

A Frozen Flower : ดอกไม้งาม กลามหลุมดำกฤษณา A Frozen Flower (Ssanghwajeom) คือความอื้อฉาวครั้งใหญ่ยักษ์ในวงการหนังเกาหลี มันนิยามตัวเองว่าเป็นหนังเกาหลีกระแสหลักเรื่องแรกที่เล่นประเด็น 'ชายรักชาย' อย่างโจ่งแจ้ง แถมยังมีฉากเซ็กซ์ล่อแหลมทั้ง ชาย-ชาย และ ชาย-หญิง ที่ใช้นักแสดงเกรดเออย่าง มาสวมบทบาทอย่างร้อนแรงอีกด้วย โดยเนื้อหาใน A Frozen Flower ถูกแต่งขึ้นใหม่โดยอ้างอิงจากยุคสมัยจริงในช่วงปลายของราชวงศ์โครยอที่ต้องเผชิญการรุกรานจากต่างแดน ว่าด้วยกษัตริย์ที่ไม่สามารถมีลูกได้เพราะใจมิได้ปรารถนาสตรีเพศ (จูจินโม หนุ่มมาดเข้มจาก Waneeh & Junah และ 200 Pounds Beauty) แม้จะมีพระมเหสีผู้เลอโฉมอยู่เคียงข้างก็ตาม (ซงจี-ฮโย จากซีรีส์ Princess Hours และ Sex Is Zero 2) นั่นเพราะพระองค์มีใจให้กับองครักษ์หนุ่มรูปงามที่ทรงชุบเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก (โชอินซ็อง หนุ่มหล่อจาก The Classic และ A Dirty Carnival ที่กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับคนเดิมอีกครั้ง) เมื่อเกิดเหตุการณ์พยายามลอบฟลงพระชนม์ขึ้น จึงมีการเร่งรัดให้พระองค์มีรัชทายาทโดยเร็วที่สุด พระองค์จึงใช้แผนลับ โดยให้องครักษ์คนสนิทของตนร่วมรักกับพระมเหสีจนกว่าพระนางจะตั้งครรภ์สำเร็จ...แต่แผนการอันบัดสีนี้ กลับย้อนมาทำร้ายพระองค์ทั้งกายและใจ เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ได้หยุดอยู่แค่กายอีกต่อไป ยูฮา (Yoo Ha) ผู้กำกับของเรื่องนี้ ว่ากันว่าเป็นคนทำหนังเพียงไม่กี่คนในเกาหลีที่เป็นที่รักของนักวิจารณ์และผู้ชมทั่วไป โดยเข้าสู่วงการหนังครั้งแรกในปี 1992 จากหนังเรื่อง We Must Go to Apgujung-dong on Windy Days ซึ่งสร้างจากบทกวีของตัวเขาเอง โดยหนังโดดเด่นของเขาได้แก่ Marriage Is a Crazy Thing (2002) หนังรักดราม่าว่าด้วยหญิงสาวที่พยายามมีความสุขกับเงินตรา ความรักและเซ็กซ์ ที่ก็มีฉากวาบหวิวแต่ก็ได้รับคำชมมากมาย, The Spirit of Jeet Keun Do (2004) ว่าด้วยวัยรุ่นที่เข้าไปพัวพันกับความรุนแรงภายใต้ระบบการศึกษาของเกาหลี และ A Dirty Carnival (2006) หนังแก๊งสเตอร์ที่พาคนดูไปสำรวจโลกของเงินและอำนาจในแก๊งมาเฟียย่านกังนัมอย่างทรงพลัง (ก่อนจะปิดไตรภาคแก๊งสเตอร์คนชายขอบด้วย Gangnam Blues ที่เล่าเรื่องการเติบโตของย่านกังนัม ภายใต้เงิน อำนาจ และการปะทะกันระหว่างสองชนชั้น) A Frozen Flower จงใจใส่ฉากเซ็กซ์เป็นจุดขายแบบไม่ยั้ง อย่างไรก็ดี ด้วยความแม่นยำตามแบบฉบับหนังเกาหลี จึงทำให้หนังเอาตัวรอดจากคำครหาแย่ๆ ไปได้ และถูกพูดในด้านการใช้เซ็กซ์เป็นบันไดไปสู่การพูดประเด็นที่หนักแน่นกว่าอย่างเรื่อง ความรักและความหลากหลายทางเพศ เพราะในที่สุดแล้วคนดูเองที่จะเข้าใจว่า เพศสภาพขององครักษ์หนุ่มนั้นเป็นอย่างไรกันแน่ ระหว่างเกย์, ผู้ชายปรติ หรือไบเซกซวลที่ชอบมีอะไรกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย!! https://www.youtube.com/watch?v=AOakSeQWFWc เรียบเรียงจาก A Frozen Flower : ดอกไม้งาม กลามหลุมดำกฤษณา โดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร BIOSCOPE Magazine ฉบับที่ 89 (เมษายน 2552 : ปก Sex Issue - A Frozen Flower)