กระบะ

หนุ่มขี่จยย.ชนท้ายปิคอัพเจ็บ เหตุเล่นมือถือขณะขับรถ
ขับไม่โทร /  โทรไม่ขับ

หนุ่มเมืองคอนบาดเจ็บ หลังขับขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถปิดอัพจอดข้างทาง เหตุเขามัวแต่ดูมือถือไม่ดูทาง รายงานข่าวแจ้งว่าวันนี้ (23 ก.ค. 58) คนในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ภาพเตือนภัยให้ระวัง อย่าริเล่นโทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ เพราะอาจจะนำไปสู่อุบัติเหตุทำให้เกิดการสูญเสียได้ โดยคุณรัชณี วัชรมุสิก เจ้าของร้านขายน้ำชาบริเวณสี่แยกตลาดท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้เผยแพร่ภาพเตือนภัยดังกล่าวระบุว่า ภาพที่ปรากฏได้เผยให้เห็นจังหวะของชายคนหนึ่งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มือเดียว โดยอีกมือกำลังถือโทรศัพท์อยู่ ซึ่งระหว่างที่เขากำลังก้มมองมือถือในมือนั้น ทำให้เขาไม่มองเส้นทางก่อนที่รถจักรยานยนต์ของเขาพุ่งชนท้ายรถกระบะอีกคันที่จอดอยู่ริมถนนจนตัวเขาได้บาดเจ็บ แต่ก็นับว่าโชคดีที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ส่วนการนำภาพดังกล่าวออกมาเผยแพร่นั้น ทางคุณรัชนี เผยว่า เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนอย่าใช้มือถือขณะขับรถ เพราะนอกจากจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเสียทรัพย์แก่ตนเองแล้ว คนอื่นก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย มิหนำซ้ำยังมีความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก มาตรา 43 (9) ซึ่งระบุว่าห้ามผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์ขณะรถเคลื่อนที่ เว้นแต่อุปกรณ์เสริมช่วยการสนทนา โดยต้องไม่จับหรือถือโทรศัพท์ โดยกฎนี้บังคับใช้กับผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภทตามความหมายที่ พ.ร.บ. จราจรทางบก ระบุไว้ ยกเว้นรถไฟและรถราง ซึ่งมีโทษปรับถึง 400-1,000 บาท ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ฟอร์ด เปิดตัว Ford Ranger 2015 รถกระบะสายพันธุ์แกร่ง
car /  ford / 

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัว Ford Ranger 2015  ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค รถกระบะพันธุ์แกร่งผสานกับเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายพร้อมการขับขี่ได้ในทุกสภาพภูมิประเทศ มากันครบทั้ง 4 รุ่น หลัก 19 รุ่นย่อย กับราคาเปิดตัวสวยๆ เริ่มต้นที่ 549,000-1,139,000บาท พร้อมเปิดจำหน่ายแล้ววันนี้ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ โดยภายนอกของ ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ได้รับการออกแบบให้โดดเด่นและแสดงถึงสมรรถนะอันทรงพลังของรถจากกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมู แนวเส้นบนกระโปรงหน้ารถที่ดูบึกบึน โดดเด่นยิ่งกว่าด้วยไฟโปรเจกเตอร์, ไฟตัดหมอกทรงสี่เหลี่ยมและกรอบทรงสปอร์ต, ไฟท้ายที่ใช้วัสดุเคลือบสีเทาดำแบบเมทัลลิก, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ส่วนภายในออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบายแบบรถยนต์นั่งความรู้สึกทันสมัยโฉบเฉี่ยวเน้นให้ห้องโดยสารสีส้มทูโทนเน้นความสปอร์ตดูโออ่าและกว้างขวางยิ่งขึ้น อีกทั้งยังใช้วัสดุดูหรูหราและทนทาน มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนท์ SYNC 2 ทำงานผ่านจอทัชสกรีน พร้อมจอแสดงข้อมูลแบบหน้าจอคู่ Dual TFT หลังพวงมาลัย, พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPAS ช่วยปรับให้พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาเมื่อขับด้วยความเร็วต่ำ, Wi-Fi Hotspot พร้อมช่องชาร์จไฟแบบ 230 โวลต์, เบาะนั่งฝั่งผู้ขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ด้านสมรรถนะของ ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่นี้มาพร้อมระบบช่วยการออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control), ระบบควบคุมการบรรทุก (Adaptive Load Control) ช่วยควบคุมการทรงตัวตามน้ำหนักของสัมภาระ, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program), ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ (Rollover Mitigation), ระบบลดอาการส่ายขณะลากจูงเทรลเลอร์ (Trailer Sway Control),ระบบเบรกฉุกเฉิน (Emergency Brake Assistance) ซึ่งจะส่งน้ำหนักไปที่ระบบเบรกเพื่อเพิ่มพลังในการเบรกเมื่อต้องเบรกกะทันหันในสถานการณ์ฉุกเฉิน, อีกทั้งยังสามารถลุยน้ำได้ที่ความลึกถึง 800 มิลลิเมตร และส่วนพื้นรถที่สูงถึง 230 มิลลิเมตร จึงช่วยให้ฟอร์ด เรนเจอร์ สามารถรับมือกับทุกเส้นทางได้อย่างคล่องตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ขับเคลื่อนด้วยกับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีทั้งระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดและระบบเกียร์ธรรมดา โดยในรุ่นไวล์ดแทรคและรุ่น XLT มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลดูราทอร์คทีดีซีไอวีจีเทอร์โบขนาด 3.2 ลิตรแบบ 5 สูบ ประหยัดน้ำมันโดยให้พละกำลังได้ถึง 200 แรงม้าและมอบแรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์ดีเซลดูราทอร์คทีดีซีไอวีจีเทอร์โบขนาด 2.2 ลิตรแบบ 4 สูบ ประหยัดน้ำมันกว่าเดิมและยังคงสมรรถนะในการขับขี่ไว้ได้อย่างดีเยี่ยมโดยได้ รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มพละกำลังสูงสุดเป็น 160 แรงม้าและเพิ่มแรงบิดเป็น 385 นิวตัน-เมตร ราคาของฟอร์ดเรนเจอร์ใหม่ทั้ง 4 รุ่นหลักโดยแบ่งเป็นกับ 19 รุ่นย่อย ดังนี้ 1. รุ่นสแตนดาร์ดแค็บจำนวน 3 รุ่น Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 4x2 Low-Rider ราคา 549,000 Ford Ranger Standard Cab 2.2L SWB HP 4x2 HR 6MT ราคา 575,000 Ford Ranger Standard Cab 3.2L SWB 4x4 w/TMS 6AT ราคา 749,000 2. รุ่นโอเพ่นแค็บจำนวน 7 รุ่น Ford Ranger Open Cab 2.2L XL 4x2 Low-Rider ราคา 599,000 Ford Ranger Open Cab 2.2L XLS 4x2 Low-Rider ราคา 659,000 Ford Ranger Open Cab 2.2L XLS 4x2 Hi-Rider ราคา 699,000 Ford Ranger Open Cab 2.2L XLT HP 4x2 Hi-Rider ราคา 749,000 Ford Ranger Open Cab 2.2L XLT HP 4x2 Hi-Rider 6AT ราคา 789,000 Ford Ranger Open Cab 2.2L XLT HP 4x4 ราคา 809,000 Ford Ranger Open Cab 3.2L XLT 4x4 ราคา 859,000 3. รุ่นดับเบิ้ลแค็บจำนวน 5 รุ่น Ford Ranger Double Cab 2.2L XLS 4x2 Hi-Rider ราคา 789,000 Ford Ranger Double Cab 2.2L XLT HP 4x2 Hi-Rider ราคา 829,000 Ford Ranger Double Cab 2.2L XLT HP 4x2 Hi-Rider AT ราคา 869,000 Ford Ranger Double Cab 2.2L XLT HP 4x4 ราคา 909,000 Ford Ranger Double Cab 3.2L XLT 4x4 6AT ราคา 1,019,000 4. รุ่นไวล์ดแทรคจำนวน 4 รุ่น Ford Ranger Wildtrak Double Cab 2.2L HP 4x2 Hi-Rider ราคา 925,000 Ford Ranger Wildtrak Double Cab 2.2L HP 4x2 Hi-Rider 6AT ราคา 965,000 Ford Ranger Wildtrak Double Cab 2.2L HP 4x4 6AT ราคา 1,070,000 Ford Ranger Wildtrak Double Cab 3.2L 4x4 6AT ราคา 1,139,000

ลงดาบ! โชเฟอร์เมล์สาย8ซิ่งชนตอม่อ ปรับ3พันพักงาน1เดือน
ขสมก. /  คนขับรถเมล์ / 

ขสมก.สั่งลงโทษคนขับรถเมล์สาย 8 ซิ่งชนตอม่อรถไฟฟ้า ปรับเงิน 3,000 บาท พักงาน 1 เดือน ขู่หากผิดซ้ำลงโทษสถานหนัก จากกรณีรถเมล์ร่วมบริการสาย 8 แฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ พุ่งชนตอม่อรถไฟฟ้าใกล้สถานีอารีย์ บริเวณถนนพหลโยธินขาออก ปากซอยพหลโยธิน 5 เป็นเหตุให้มีรถยนต์เสียหาย 3 คัน และมีผู้บาดเจ็บ 3 รายนั้น ล่าสุด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ออกมาชี้แจงถึงความคืบหน้าว่า วันที่ 24 มิ.ย. ได้เรียก นายจักรพล บุญยิ่ง พนักงานขับรถเมล์สาย 8 หมายเลขข้างรถ 39-101 ทะเบียน 13-5133 กทม. มาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว พนักงานให้การว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.30 น. เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ บริเวณแยกราชครู มีรถกระบะวิ่งตัดหน้าในลักษณะกระชั้นชิด จึงต้องหักหลบกะทันหันและควบคุมรถไม่ได้ จึงชนกับตอม่อสะพาน จนเกิดอุบัติเหตุทำให้มีผู้โดยสารและประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับบาดเจ็บ และได้รับความเสียหาย ตามข่าวที่ปรากฏ ทั้งนี้ ขสมก.ได้พิจารณาแล้ว พนักงานขับรถคันดังกล่าวกระทำผิดกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของขสมก. จึงได้สั่งลงโทษปรับเป็นเงิน 3,000 บาท งดปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 30 วัน และพักรถคันที่เกิดเหตุ 15 วัน พร้อมได้อบรมตักเตือนให้ปฏิบัติตามกฎจราจร และระเบียบข้อบังคับขององค์การอย่างเคร่งครัด หากตรวจพบว่ากระทำผิดกรณีเช่นนี้อีก จะพิจารณาโทษสถานหนักต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขสมก. MThai News

กระท้อน ไม้ผลทำเงิน 1 ล้านบาทต่อปี ปลูกง่ายไม่มีโรค
10 วิธีแจ้งความ /  กระท้อน / 

“กระท้อน” ไม้ผลทำเงิน ปลูกง่าย ไม่มีโรค แถมขายได้ราคาดี.... สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่า “กระท้อน” ก็เป็นไม้ผลเงินล้านได้ เฉกเช่นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะทำคุณภาพได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น ตลอดเดือนกรกฎาคมของทุกปีถือเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบรับประทานกระท้อน เพราะ กระท้อน ให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากในเดือนนี้ โดยแหล่งปลูกกระท้อนที่สำคัญในอดีตคือจังหวัดนนทบุรี มีสายพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้า 6 สายพันธุ์ ได้แก่ - พันธุ์ทับทิม - ปุยฝ้าย - นิ่มนวล - ปุยไหม - เทพศิริ - อีล่า ทั้ง 6 สายพันธุ์ดังที่กล่าวมานี้ พันธุ์ปุยฝ้ายและพันธุ์นิ่มนวลเป็นพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกมากที่สุด เพราะมีผลขนาดใหญ่และจำหน่ายได้ราคา โดยหากเป็น พันธุ์นิ่มนวลเมืองนนท์แท้ ๆ จะจำหน่ายได้ตั้งแต่กิโลกรัมละ 120 บาทขึ้นไป ปัจจุบันเกษตรกรที่ทำสวนกระท้อน ทั้งประเทศไทยมีไม่ถึง 100 ราย เนื่องจากกระท้อนไม่ใช่ผลไม้ในกระแสของการบริโภค จึงทำให้เกษตรกรหลายคนไม่สนใจปลูกเพราะเห็นว่าขายไม่ได้ราคา แต่จริง ๆ แล้ว กระท้อนไม่ใช้ผลไม้กะโหลกกะลาไร้ราคาอย่างที่คิด ยิ่งหากได้เติมคุณภาพลงไป ก็ยิ่งเป็นผลไม้เงินล้านที่ไม่ควรมองข้าม เพราะตลาดมีความต้องการสูงและคู่แข่งยังน้อย คุณสมชาย บุญก่อเกื้อ เกษตรกรคนเก่ง ลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เจ้าของสวนกระท้อน “อุบลสมบูรณ์” เผยถึงที่มาของการปลูกกระท้อนบนเนื้อที่กว่า 23 ไร่ ในจังหวัดระยอง ให้ฟังว่า เกษตรกรในจังหวัดระยองส่วนใหญ่ทำสวนผลไม้เศรษฐกิจหลัก ๆ 3 ชนิด คือ เงาะ มังคุด และทุเรียน พอถึงฤดูกาลผลไม้ของทุกปี ราคาผลผลิตของผลไม้ทั้งสามชนิดก็จะมีปัญหาทุกปี เพิ่งมาสองสามปีหลังนี้ ที่เริ่มทำมังคุดส่งนอกจึงได้ราคาขึ้นมา “ด้วยความผันผวนของราคาผลไม้นี่เอง ผมก็เลยมองว่า เราควรจะปลูกอะไรที่สวนกระแสจากชาวบ้านคนอื่น ๆ พอดีว่าที่หมูบ้านเรามีกระท้อนอยู่ต้นหนึ่ง ซึ่งคุณลุงพูนแกไปซื้อลูกมาจากจังหวัดนนทบุรีมารับประทาน พอทานเสร็จท่านเห็นว่ากระท้อนลูกนั้นรสชาติอร่อย จึงนำเมล็ดกระท้อนลูกนั้นไปปลูก ผ่านไปประมาณ 5 ปี กระท้อนต้นนั้นเติบโต ติดดอกออกผล ซึ่งผมได้กินแล้วก็เห็นว่า กระท้อนจากต้นนี้มีคุณลักษณะพิเศษคือ เนื้อนุ่ม หวาน เนื้อหุ้มเมล็ดเป็นปุย หวาน มีเนื้อมาก เมล็ดเล็ก เมื่อได้ชิมแล้วรู้สึกถูกใจจึงขอกิ่งพันธุ์มาปลูก และตั้งชื่อสายพันธุ์ใหม่เพื่อให้เป็นเกียรติแก่ลุงพูนว่า กระท้อนพันธุ์ทองพูน” คุณสมชาย ยังเล่าให้ฟังอีกว่า ตอนแรกผมปลูกเพียง 40 ต้น ตอนนั้นยอมรับว่าไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกระท้อนมากสักเท่าไหร่ เพราะถือเป็นไม้ผลชนิดใหม่ของชาวสวนละแวกนี้ เมื่อกระท้อนอายุได้ 3 ปี ก็เริ่มออกผลผลิต ด้วยความที่ยังขาดประสบการณ์จึงไปจ้างคนมาห่อกระท้อน ผลปรากฏว่าเราได้กระท้อนที่จำหน่ายได้เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเสียหายทั้งหมด เพราะลูกจ้างไม่ได้ใส่ใจคุณภาพให้เรา สักแต่ว่าทำงานเพื่อให้ได้ค่าแรงเท่านั้น ในตอนหลังจึงตัดปัญหาดังกล่าวนี้ออกด้วยการใช้แรงงานคนในครอบครัวและลงมือทำเองทั้งหมด เพราะเราสามารถควบคุมคุณภาพได้ ผลผลิตในช่วงนั้นเราเอาไปขายในอำเภอแกลง ได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 10 บาท จากนั้นก็มานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรนะจึงจะให้ผลผลิตของเราได้ราคา พอดีตอนนั้นมีเพื่อนทำงานอยู่ที่ TOT แจ้งวัฒนะ เพื่อนก็แนะนำให้เอาผลผลิตใส่รถกระบะไปขายที่นั่น เราก็เลยนำไปขายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท (ตอนนั้นราคากระท้อนเมืองนนท์กิโลกรัมละ 120 บาท) หลังจากนั้นเป็นต้นมาผลผลิตกระท้อนของที่สวนก็จะส่งไปขายที่นั้นทั้งหมด “ปัจจุบันเราแทบไม่ต้องเอาผลผลิตไปขายแล้ว เพราะเมื่อถึงฤดูกระท้อน คนที่เขาเคยรับประทานกระท้อนของเราก็จะออร์เดอร์กันมาเลย เมื่อเราเริ่มมองเห็นแนวทางการตลาด ก็เลยมาปลูกเพิ่ม จนกระทั่งปัจจุบันที่สวนมีกระท้อนที่ให้ผลผลิตแล้วทั้งหมด 178 ต้น และกำลังปลูกเพิ่มอีก 45 ต้นครับ” เทคนิคการปลูกกระท้อนของ คุณสมชาย อย่างแรกเลยให้คำแนะนำว่า ธรรมชาติของกระท้อนเป็นไม้ผลที่ปลูกง่าย โตเร็ว และไม่ต้องมีตารางฉีดยาให้ปุ๋ยเช่นไม้ผลชนิดอื่น หากเกษตรกรที่สนใจปลูกกระท้อนเพื่อการค้า ควรคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังนี้ - สายพันธุ์ที่ปลูกจะต้องเลือกสายพันธุ์ที่รับประทานอร่อยและตลาดมีความต้องการ ระยะห่างระหว่างแปลงปลูกควรอยู่ระหว่าง 8 x 8 เมตร ซึ่งระยะดังกล่าวนี้กระท้อนจะไม่แย่งกันเจริญเติบโต จึงไม่ต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย สามารถปล่อยให้เขาโตตามธรรมชาติได้เลย เนื่องจากกระท้อนเป็นไม้โตเร็ว การบำรุงรักษาจะไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ สามารถปล่อยให้โตตามธรรมชาติได้เลย - เมื่อถึงอายุการให้ผลผลิต ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม กระท้อนจะเริ่มทิ้งใบ และช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มผลิใบอ่อนและเริ่มให้ดอก จากนั้นก็จะเริ่มให้ผล ทันทีที่กระท้อนเริ่มติดผล เราจะต้องทำการฉีดยาสมุนไพรเพื่อป้องกันแมลงมาดูดกินน้ำเลี้ยงผลอ่อน หากเกษตรกรต้องการผลผลิตที่มีคุณภาพ เราจะต้องทำการห่อผล ซึ่งเทคนิคการห่อผลของสวนนั้นใช้วิธีการสร้างนั่งร้านเช่นเดียวกับงานก่อสร้างไว้รอบ ๆ ทรงต้น เพื่อที่จะห่อผลได้ทุกลูก (นั่งร้านทำจากไม้ไผ่รวก และมีอายุการใช้งาน 2 ปี) โดยใน 1 ต้น ควรจะไว้ลูกเพียง 250-300 ลูก ในอัตราจำนวนดังกล่าวนี้จะทำให้กระท้อนเติบโตเสมอกันทุกลูก โดยจะมีน้ำหนักมาตรฐานอยู่ที่ 4-5 ขีดต่อลูก ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดมีความต้องการ และมีราคาค่อนข้างน่าสนใจ แต่หากไว้จำนวนลูกดกกว่านี้ ก็จะได้ขนาดลูกที่เล็กลง และส่งผลให้ขายได้ราคาถูกลงด้วย แต่ถ้าไว้ลูกน้อยเกินไป กระท้อนก็จะมีขนาดผลที่ใหญ่เกินความต้องการของตลาดเช่นกัน วิธีห่อกระท้อนของ คุณสมชาย “การห่อผลควรจะเริ่มห่อตั้งแต่กระท้อนมีขนาดเท่าลูกหมาก โดยจะเลือกห่อเฉพาะผลที่มีผิวเนียนเกลี้ยง ส่วนผิวที่มีตำหนิหรือไม่ต้องการควรปลิดผลนั้นทิ้ง เพื่อป้องการลูกที่ไม่เหมาะสมแย่งอาหารและดึงดูดแมลงวันทองเข้าสวน (ลูกกระท้อนที่ปลิดทิ้งสามารถนำมาหมักเป็นฮอร์โมนลูกกระท้อนเพื่อเพิ่มความหวานได้) ทั้งนี้การห่อผลแต่ละรอบควรจะทำตำหนิโดยการป้ายสีที่ถุงกำกับไว้ เช่น ห่อรอบแรกใช้สีส้ม และห่อรอบสองใช้สีเขียว เป็นต้น (ตัวอย่างสมมติ) การป้ายสีกำกับในลักษณะดังกล่าว จะช่วยให้สะดวกตอนเวลาเก็บเกี่ยว เพราะสามารถเลือกเก็บตามรุ่น ตามสีที่ป้ายไว้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดดูทีละถุง” สำหรับราคาจำหน่ายของกระท้อนที่สวนอุบลสมบูรณ์นั้น แบ่งเป็น 3 เกรด ได้แก่ - เกรดจัมโบ้ ขนาดผลตั้งแต่ครึ่งกิโลกรัมขึ้นไป จำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท - เกรดกลาง ขนาดผลตั้งแต่ 4-5 ขีด จำหน่ายกิโลกรัมละ 60 บาท - เกรดมินิ ต่ำกว่า 4 ขีดลงมา จำหน่ายกิโลกรัมละ 40 บาท “เกษตรกรหลายคนมักสงสัยว่า กระท้อนจัมโบ้ได้ราคาดีสุด ทำไมทางสวนจึงไม่เน้นผลิตเฉพาะกระท้อนที่มีขนาดจัมโบ้ ในประเด็นนี้ต้องเรียนให้ทราบว่า ถึงแม้ขนาดจัมโบ้จะขายได้ราคาดี แต่มักจะขายยาก เนื่องจากตลาดไม่นิยมรับประทานกระท้อนที่มีลูกใหญ่มาก ส่วนใหญ่กระท้อนลูกใหญ่จะเป็นของฝากมากกว่าจะซื้อไปรับประทานเอง ดังนั้นในการผลิตกระท้อนเราจึงต้องผลิตตามความต้องการของตลาด คือ 2 ลูกต่อกิโลกรัมกำลังดีครับ” สำหรับการ ปลูกกระท้อน 178 ต้น บนเนื้อที่กว่า 23 ไร่ของคุณสมชาย จะมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 200,000-300,000 บาท / ปี (ต้นทุนสูงสุดอยู่ที่ค่าไม้ไผ่รวกในการทำนั่งร้านเพื่อห่อผลและเก็บผลผลิต ส่วนค่าปุ๋ยและยานั้นต่ำมาก) จำนวนพื้นที่ปลูกดังกล่าวได้น้ำหนักผลผลิตรวมไม่ต่ำกว่า 13 ตัน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่า “กระท้อน” ก็เป็นไม้ผลเงินล้านได้ เฉกเช่นไม้ผลเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะทำคุณภาพได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น สำหรับเกษตรกรที่สนใจเรียนรู้การปลูกกระท้อนเพื่อการค้าเงินล้าน หรือสนใจกิ่งพันธุ์กระท้อนหวาน รับประทานอร่อย “พันธุ์ทองพูน” รวมถึงผลผลิตกระท้อน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสมชาย บุญก่อเกื้อ เลขที่ 171 หมู่ 3 ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง โทร. 08-1377-9536 - ขอบคุณข้อมูลจาก : เกษตรกรก้าวหน้า -

เสยมรณะ! รถบริษัทดังซิ่งชนจยย. หนุ่มสาวติดคาซากดับสยอง
ชนเสาไฟฟ้า /  ซิ่งชนจยย / 

รถส่งสินค้าบริษัทเพาเวอร์บายซิ่งชนรถจักรยานยนต์ อัดเสาไฟฟ้าขาด2ท่อนคนขับเจ็บ หนุ่มสาวติดใต้ท้องรถดับสยอง  วันที่ 15 มิ.ย. เมื่อเวลา 24.00 ที่ผ่านมา ตำรวจสภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่บริเวณถนนสายสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าตัวเมืองชลบุรี เยื้องโรงแรมชลอินเตอร์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรม ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒท 3193 กรุงเทพมหานคร เป็นรถส่งสินค้าของบริษัทเพาเวอร์บาย สภาพรถพังเสียหาย อัดก๊อปปี้อยู่กับเสาไฟฟ้า ส่วนตู้หลุดกระเด็นออกจากตัวถังรถขาด 2 ท่อน ภายในที่นั่งคนขับพบผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่มูลนิธิไตรคุณธรรม พยายามช่วยเหลือออกจากรถและรีบส่งโรงพยาบาลชลบุรี ส่วนใต้ท้องรถพบผู้เสียชีวิตนอนกอดกันแน่นจำนวน 2 ราย คือ นายประพาส วงศาดอย อายุ 20 ปี และน.ส.ธิติมา (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิ พยายามใช้เครื่องตัดถ่าง ยกรถเพื่อนำเอาร่างของผู้เสียชีวิตออกมาจากใต้ท้องรถ และห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กง 1710 อุบลราชธานี ล้มอยู่กลางถนน ใกล้กันพบขวดเบียร์ตกอยู่จำนวน 3 ขวด จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถกระบะได้ขับมาจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองชลบุรีด้วยความเร็วสูง พอขับมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขับขี่มาด้วยกัน 3 คน ถือขวดเบียร์มาด้วย ขับออกมาจากซอย และตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด ทำให้รถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์เข้าอย่างแรง และลากคนขับจักรยานยนต์และคนซ้อนท้ายติดใต้ท้องรถไปไกลกว่า 10 เมตรจนเสียชีวิต ส่วนอีกรายกระเด็นออกจากรถบาดเจ็บ ขณะที่รถกระบะพุ่งไปชนอัดกับเสาไฟฟ้าข้างถนนคนขับบาดเจ็บดังกล่าว ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

จับผิดแก๊งตบทรัพย์ เบียดให้ชนเรียกค่าเสียหาย อย่าพลาดตกเป็นเหยื่อ
ตบทรัพย์ /  มิจฉาชีพ / 

เคยสงสัยหรือไม่ เหตุรถชน เฉี่ยวชนที่เกิดขึ้นบนท้องถนน หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ ที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น แต่ใครจะรู้ว่า บางทีเหยื่อที่เสียหาย อาจจะกลายเป็น "มิจฉาชีพ" แบบที่เราไม่คาดคิด หวังตบทรัพย์เรียกค่าเสียหาย ใครกลัวโดนความผิด หรือปล่อยเลยตามเลย ก็จ่ายเงินไปตามระเบียบ ตกเป็นเหยื่อแบบไม่รู้ตัว จากจำนวนผู้เสียหายหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อ แสดงให้เห็นว่า แก๊งตบทรัพย์เหล่านี้ ยังคงก่อเหตุเป็นขบวนการ ซึ่งผู้ขับขี่ต้องสังเกตและอย่าพลาดท่าให้กับมิจฉาชีพเหล่านี้ คำถามคือ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า กรณีไหนเป็นอุบัติเหตุ กรณีไหนเป็นเรื่องหลอกลวง ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากเกิดอุบัติเหตุควรเรียกให้ตัวแทนประกันภัยมาตรวจสอบ แต่หากสงสัยว่ากำลังถูกหลอก มีวิธีการสังเกตดังนี้ ด้วยเล่ห์ของกลุ่มมิจฉาชีพตบทรัพย์ มักจะเลือกรถที่เก่า ไม่มีประกันภัยคุ้มครอง ผู้ขับขี่คนเดียว ที่เป็นหญิง คนสูงอายุดูลักษณะพอมีเงิน โดยจะเลือกช่วงเวลาเย็น ๆ ค่ำ ๆ ในสถานที่ที่ห่างจากชุมชน การพูดจามักจะพูดในทำนองรีบร้อน มีธุระ และรู้จักกับคนใหญ่คนโต เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ ยอมจ่ายเงินเพื่อตัดปัญหา คนกลุ่มนี้จะตระเวนก่อเหตุไปตามจังหวัดต่าง ๆ มีทั้งที่ทำเป็นขบวนการและลงมือเพียงคนเดียว เมื่อเห็นว่ามีรายได้ดีก็จะชักชวนกัน บางกลุ่มจะทำเป็นขบวนการในกลุ่มเครือญาติ ทำให้กลุ่มนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากเป็นเช่นนั้น ควรรีบถ่ายรูปจุดที่เกิดเหตุ แล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สามารถระบุได้ว่า ร่องรอยการชนนั้นเป็นการชนเนื่องจากอุบัติเหตุจริงหรือไม่ เพราะสภาพความเสียหายต่างกัน แน่นอนว่ามิจฉาชีพจะมีท่าทีต่อรองจำนวนเงินขึ้นมาทันที หากพยายามหลบหนี ให้รีบขับรถตาม แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงสกัดจับ กรณีเหยื่อเป็นผู้หญิง ไม่แนะนำให้จับกุมตัวด้วยตนเอง เพราะอาจจะเกิดการต่อสู้ เป็นอันตรายได้ ล่าสุด ช่วงต้นสัปดาห์กลายเป็นข่าวดัง เมื่อเจ้าหน้าที่รวบตัว น.ส.ปวีณา เขียวคาม อายุ 21 ปี ชาวอ.เมือง จ.อุดรธานี แก๊งตบทรัพย์ ขับรถประกบแล้วทำให้เหยื่อขับเฉี่ยวชน ก่อนจะเรียกเงินค่าเสียหาย โดยผู้เสียหายเล่าว่า ขับกระบะ กำลังจะกลับบ้าน มีผู้หญิงขับรถยนต์ ทางซ้ายแบบช้ามากอยู่ข้างหน้า ก่อนจะมีผู้ชายอีกคนขับรถกระบะ มาประกบด้าน หลัง ตนเองเลยจะแซง แต่รถกระบะที่ตามหลังมาได้ขับตามแบบจี้ บีบแตรไล่บังคับให้ หลบลงช่องทางซ้าย จึงเฉี่ยวชนกับรถของผู้หญิงคันหน้า จากนั้นถูก เรียกค่าเสียหาย 15,000 บาท แต่ต่อรองเหลือ 6,700 บาท เมื่อขับกลับบ้านแล้วเอะใจ น่าจะเป็นการตบทรัพย์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับทันควัน คดีก่อนหน้านี้ ที่ถนน สีคิ้ว-โชคชัย สามีภรรยาคู่หนึ่งถูกมิจฉาชีพเป็นผู้ชายสองคนขับรถวีโก้ไม่มีป้ายทะเบียนแกล้งขับรถเฉี่ยวชน แล้วเรียกค่าเสียหาย แต่สามีภรรยาคู่นี้ไม่ให้เพราะไม่ได้ทำผิดอะไรจึงโดนชายสองคนรุมทำร้าย นี่เป็นเพียงบางส่วนที่ถูกตบทรัพย์ เหยื่อหลายรายเข้ามาชี้ตัวหลังถูกจับกุม การเอาผิดนั้นทำได้ยาก เพราะที่ผ่านมามีเหยื่อต้องการให้เรื่องจบ จึงยินยอมจ่ายเงิน สะท้อนให้เห็นถึงช่องทางของมิจฉาชีพที่หากินแบบง่าย ๆ โดยที่เหยื่อไม่รู้ตัว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ทางที่ดีที่สุดอย่าจอดตกลงค่าเสียหายกันข้างทาง จนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ มิเช่นนั้น อย่างที่กล่าวเอาไว้ อาจจะเสียทั้งเงิน รถโดนชน กว่าจะรู้อีกทีก็สายเกินไป เพชรพิริยะ : เขียน MThai News

ศาลสั่งยึดยาริสแดงตีนผี หลังคลิปฉาวขับกร่างทำคันอื่นเกิดอุบัติเหตุ
ยาริสแดง

ศาลจังหวัดมีนบุรี มีคำสั่งริบรถโตโยต้า ยี่ห้อยาริส สีแดง หลังมีคลิปขับรถสุดหวาดเสียวแซงปาดหน้า แชร์ว่อนเน็ต พร้อมพักใบอนุญาตขับขี่ 6 เดือน ปรับ 500 บาท รายงานข่าวแจ้งว่า ศาลจังหวัดมีนบุรี ได้ออกบัลลังก์พิจารณาคดีกรณีที่นายชาตรี อายุ 26 ปี ได้ก่อเหตุขับรถโดยประมาท หวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีการส่งต่อคลิปขณะจำเลยขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีแดง ก่อกวนรถคันอื่นซึ่งเป็นระกระบะ โดยการขับแซงปาดหน้ารถกระบะสีขาวไป-มา จนรถกระบะหักรถกลับเป็นเหตุให้พุ่งชนกับรถคันที่ติดตั้งกล้อง และทำให้รถมอเตอร์ไซค์ที่ตามหลังมาไม่สามารถหลบรถคันที่ติดกล้องได้ จึงพุ่งเข้าชนท้ายรถก่อนที่จะกระเด็นไปที่เลนซ้ายและถูกรถกระบะอีกคันเหยียบซ้ำ โดยศาลได้พิจารณาจากพยาน และหลักฐานเห็นว่าจำเลยคือนายชาตรี กระทำผิดจริงจึงมีคำสั่งพักใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 6 เดือน ปรับ 500 บาท และริบรถคันดังกล่าว เพื่อเป็นคดีตัวอย่างแก่ผู้ขับขี่ไม่ให้มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำอีก MThai News

ทหารเรือ ชน จยย. 2 แม่ลูกแล้วหลบหนี อ้างตกใจ!
ชนแล้วหนี /  ชลบุรี / 

เกิดเหตุหนุ่มทหารเรือซิ่งกระบะชน รถ จยย. 2 แม่ ลูก และขับรถหลบหนี  ก่อนถูกชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้ได้ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่า มีรถกระบะพุ่งชนจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บริเวณถนนเส้นระหว่างสวัสดิการห้องเย็น-แยกระยอง หน้าสวนกรมหลวงชุมพร ม.2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อคือ นางปราณี จิตวงศ์ถาวร มีบาดแผลทั่วร่างกาย ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบ ด.ญ.ปฐิตา จิตวงศ์ถาวร ลูกสาววัย 4 ขวบ กำลังร้องครางด้วยความเจ็บปวด เพราะกระดูกขาซ้ายทะลุออกมาด้านนอก เนื่องจากโดนล้อรถทับ ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บได้ถูกรถกระบะลากติดไปด้วย ต่อมามีผู้แจ้งเบาะแสว่ารถกระบะคันก่อเหตุ ไปจอดเสียหน้าทางเข้าโรงเรียนสิงห์สมุทร ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจพบว่าเป็นรถกระบะวีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์ ป้ายทะเบียน กบ 6032 ระยอง ส่วนรถจักรยานยนต์ยังคาอยู่ใต้ท้องรถด้านหน้า อยู่ในสภาพไฟลุกท่วม จากการตรวจสอบผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวคือ จ.อ.สมเกียรติ อมรมุกดากุล สังกัดกองการฝึกกองเรือยุทธการ  ซึ่งในรถยังพบกระป๋องเบียร์วางอยู่ตรงที่วางของข้างพวงมาลัยคนขับด้วย เบื้องต้น จ.อ.สมเกียรติ  อ้างว่า หลบหนีเพราะตกใจ โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในความผิดฐาน ขับรถโดยประมาท หลบหนีเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส MThai News ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก คุณแมว mangpor ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

หนุ่มเลือดร้อนฉุนเมีย จุดไฟเผารถตัวเองระบายอารมณ์วอดทั้งคัน
ทะเลาะกับเมีย /  ผู้รับเหมา / 

ระทึก หนุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ก่อเหตุจุดไฟเผารถกระบะตัวเองจนวอดวาย เหตุฉุนเมียตัวเองหลังมีปากเสียงกันอย่างหนัก วันนี้ (11 ก.ค.) สำนักข่าว 'ข่าวสด' รายงานข่าวกรณีที่ ร.ต.ท.อิทธิกร สายกระโทก ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรตำบลดอนหัวฬ่อ อำเภอเมืองชลบุรี รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถกระบะภายในหมู่บ้านแฟมิลี่ ซิตี้ จังหวัดชลบุรี จึงลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ พร้อมรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลนาป่าจำนวน 1 คัน และกู้ภัยไตรคุณธรรม ทั้งนีเรายงานระบุว่า ในที่เกิดเหตุ พบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีฟ้า ทะเบียน บบ 47 ฉะเชิงเทรา ทว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามใช้น้ำฉีดสกัดเพลิง ไม่ให้ไฟลุกลามไปยังบ้านเรือนของประชาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ อย่างไรก็ตาม การสอบสวนเบื้องต้น พบว่า เจ้าของรถคือนายชูเกียรติ จิตตรง วัย 29 ปี อาชีพผู้รับเหมาก่อสร้างโครงเหล็ก ที่ขณะก่อเหตุมีอาการมึนเมา จึงถูกควบคุมตัวเพื่อทำการสอบสวนหาสาเหตุต่อไป โดยนายชูเกียรติ ให้การวกวน สื่อสารไม่ได้ใจความ เนื่องจากอาการเมา แต่รับว่าเป็นคนจุดไฟเผารถกระบะของตัวเอง เนื่องจากในช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาได้มีปากเสียงภรรยา หลังจากนั้นก็ขับรถออกไปหาสุราดื่มจนเมา พอขับรถกลับมาอีกครั้งก็ยังมีปากเสียงซ้ำอีก ตนเองจึงโมโหจุดไฟเผารถ เพื่อระบายอารมณ์ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ เพื่อสงบสติอารมณ์ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com ที่มา ข่าวสด

สาวท้องแก่ คลอดลูกคารถกลางมอเตอร์เวย์ หลังกลับจากเที่ยวบางแสน!
คลอดลูก /  มอเตอร์เวย์ / 

สาวท้องแก่ ปวดท้องทนไม่ไหวคลอดลูกเองคารถกระบะ กลางมอเตอร์เวย์ เคราะห์ดีปลอดภัยทั้งแม่และลูก วันนี้ (19 ก.ค. 58) เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิไตรคุณธรรมชลบุรี ได้รับแจ้งมีคนเจ็บท้องใกล้คลอด อยู่บนถนนมอเตอร์เวย์ กิโลเมตรที่ 70 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ 7 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบ รถกระบะ มาสด้า สีเทาดำ ทะเบียน บห 3326 ระยอง จอดอยู่ข้างทาง โดยภายในรถฝั่งข้างคนขับพบ นางสาวสุนิสา โพธิ์คำ อายุ 22 ปี อยู่ หมู่ 8 ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี นอนกอดลูกชาย น้ำหนัก 3,000 กรัม ที่เพิ่งคลอด เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงช่วยตัดสายสะดือและปฐมพยาบาล ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลชลบุรี เบื้องต้นปลอดภัยทั้งแม่และลูก ขณะที่ นายเรืองฤทธิ์ ศิลาแดง อายุ 36 ปี อาของ นางสาวสุนิสา เล่าว่า ตนพาหลานสาวมาเที่ยวบางแสน ระหว่างเดินทางกลับกรุงเทพฯ หลานสาวเกิดปวดท้องอย่างแรง ตนจึงรีบจอดข้างทางและโทรศัพท์ไปที่เบอร์ 191 แต่หลานสาวทนไม่ไหวคลอดลูกออกมาก่อน ซึ่งตามกำหนดหลานสาวมีนัดคลอดที่โรงพยาบาลวันพุธหน้า ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ผวา! ของเล่นช็อตไฟฟ้าระบาดอีสาน หวั่นอันตรายถึงชีวิต
ของเล่น /  ครู / 

ของเล่นช็อตไฟฟ้า ส่อระบาดหนองบัวลำภู หลังพ่อค้าขับรถเร่ขาย ตรวจสอบพบอันตรายถึงชีวิต ครูสั่งเลิกขาย นักเรียนหยุดเล่น เพื่อความปลอดภัย วันนี้ (28 ก.ค. 58)  ผู้ปกครอง ตำบลหนองแก อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู พบบุตรหลานซื้อของเล่น คล้ายเครื่องช็อตไฟฟ้าแล้วนำมาจี้ตามลำตัว ทำให้เจ็บคล้ายไฟดูด หวั่นเกิดอันตราย จึงเข้าตรวจสอบร้านค้า พบแท่งพลาสติกคล้ายๆ ปากกา มีปุ่มกดที่ด้ามจับ และตรงปลายจะมีกระแสไฟฟ้าวิ่งออกมา ถ้านำมามัดรวบกันแล้วกดจะทำให้กระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นหลายเท่า อาจจะทำให้สลบหรือเสียชีวิตได้ จากนั้นสอบถามนายอำพร ศรีสวัสดิ์ อายุ 50 ปี ชาวบ้านสระแก้ว ต.หนองแก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู เผยว่า เครื่องเล่นดังกล่าว มาจากรถกระบะที่ตระเวนขายตามหมู่บ้าน โดยจะนำของเล่นเป็นแผงสลากมาส่งให้เดือนละหนึ่งครั้ง หลังจากที่อาจารย์ในโรงเรียนมาแจ้งให้ตนเลิกขาย ก็ได้เก็บใส่กล่องหยุดขายแล้ว พร้อมนำกลับคืนเจ้าของ ด้านนายลุนเซ็ง ติวทอง ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนหนองแกสระแก้ววิทยา กล่าวว่า หลังทราบเรื่องตนก็ได้สั่งริบของเล่นจากเด็กนักเรียน ทั้งยังนำมาทดลองพบว่า มีกระแสไฟพุ่งออกมา ถ้านำไปจี้ใส่สื่อตัวกลางที่นำไฟ เช่น เสื้อผ้า หรือโลหะ จะเกิดกระแสไฟช็อต ทำให้เจ็บปวดเป็นแผล ถือว่าเป็นวัตถุอันตราย พร้อมสั่งนักเรียนให้หยุดเล่น อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนได้นำเครื่องช็อตไฟฟ้าดังกล่าวทั้งหมด ไปลงบันทึกประจำวัน ตรวจยึดไว้ในตู้ยามตำรวจประจำตำบลหนองแก พร้อมทั้งเร่งดำเนินการหาตัวผู้ที่นำของเล่นมาจำหน่าย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Tnews ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ตร. แฉคลิปสาวปรี๊ดแตก ขับรถแหกด่าน ที่แท้แค่คนสติไม่ดี
ขับรถแหกด่าน /  ข่าวตำรวจ / 

ตร. แฉคลิปสาวปรี๊ดแตก ขับรถแหกด่าน ที่แท้แค่คนสติไม่ดี  แฟนเพจ ตำรวจไทย สู้ๆ ได้โพสต์คลิปแฉพฤติกรรมของคนขับรถยนต์ที่ไม่เคารพกฎจราจร โดยมีการขับรถแหกด่านตรวจไม่ยอมหยุด จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสกัดจับ โดยแฟนเพจดังกล่าว ตั้งชื่อคลิปนี้ว่า "คนสติแตก แต่ตำรวจสติดี" พร้อมกับเผยรายละเอียดของเหตุการณ์ ว่า ตำรวจ สภ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ตั้งจุดตรวจป้องกันอาชญากรรม แต่รถกระบะสีดำไม่ยอมจอด จึงประสานตำรวจจราจรช่วยกันสกัดจับ เมื่อขอเข้าตรวจค้น คนขับเกิดสติแตก ด่าทอและเข้าไปเตะตำรวจถึง 3 ครั้ง เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่าเป็นผู้หญิงสติไม่สมประกอบ จึงแจ้งให้ญาติมารับตัวไปโดยไม่ได้ดำเนินคดีแต่อย่างใด ทั้งนี้หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ได้มีชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยมองว่า ปัจจุบันมีคนเย้ยกฎหมายจราจรกันมาก แต่โชคดีที่บนโลกออนไลน์ มีการแชร์เกิดขึ้นเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนสังคม ทำให้บางคนระแวงและละอายในการกระทำความผิดมากขึ้น ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

จับได้แล้ว! คนขับยาริสแดงตีนผี ซิ่งปาดหน้าคันอื่น
ขับซิ่ง /  ซิ่ง / 

ตำรวจจับกุมคนขับยาริสสีแดงสุดกร่างได้แล้ว เผยเป็นนายทหารเก่า แจ้งข้อหาขับรถหวาดเสียว ไม่คำนึงความปลอดภัยของผู้อื่น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิป รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีแดง หมายเลขทะเบียน 2กฌ1098 กทม. ขับขี่เปลี่ยนช่องทางไปมา บนถนนรามอินทราขาเข้า เป็นเหตุให้นายสำเริง กาพิมาย ผู้ขับขี่รถกระบะวีโก้ สีขาว เปลี่ยนช่องทางเดินรถ เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทั้งยังส่งผลให้รถจักรยานยนต์ที่ขับตามมาเสียหลักล้มลง ดังข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (13 ก.ค. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวหนุ่มรายดังกล่าวได้แล้ว เผยพบเป็นนายทหารเก่าและถูกออกจากราชการ เบื้องต้นคุมตัวสอบสวน ก่อนแจ้งข้อหาขับขี่รถในลักษณะหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com ขอบคุณภาพ Atikhun Kongchom MThai News

'กำนันเซี๊ยะ' ขับกระบะ ชนต้นไม้ยับ ถูกหามส่งรพ.
กาญจนบุรี /  พรรคประชาธิปัตย์ / 

'กำนันเซี๊ยะ' อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.กาญจนบุรี ขับรถยนต์กระบะ เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ยับ ในพื้นที่อ.บ่อพลอย ได้รับบาดเจ็บกระดูกซี่โครงหัก สะโพกหัก วันนี้ (1 ส.ค.) พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า นายประชา โพธิพิพิธ หรือ กำนันเซี๊ยะ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.กาญจนบุรี ขับรถยนต์ส่วนตัว เสียหลัก ชนต้นไม้ข้างทาง ที่อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี สภาพรถพังยับเยิน โดยกำนันเซี๊ยะได้รับบาดเจ็บกระดูกซี่โครงหัก สะโพกหัก จากการตรวจสอบทราบว่า กำนันเซี๊ยะ ขับรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์-ทอง 4 ประตู หมายเลขทะเบียน กท 4836 กทม. ไปจ่ายตลาดแต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุ มีรถแซงไม่พ้นขับขึ้นมา ทำให้รถของกำนันเซี๊ยะ หักหลบ เสียหลักชนกับต้นไม้ดังกล่าว ส่วนอีกคันเป็นรถกระบะ ทะเบียน บจ 9999 กาญจนบุรี ของนายธนบัตร จงวัฒนาไพศาล อายุ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลบ่อพลอยทั้งสองคน ที่มา จส.100 ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ผบช.น. แถลงจับกุม หนุ่มขับเก๋งยาริสแดงจอมปาด
ขับซิ่ง /  ซิ่ง / 

ผบช.น. แถลงผลจับกุมตัว หนุ่มซิ่งเก๋งยาริสแดง แจ้งข้อกล่าวหา ขับรถหวาดเสียวและไม่คำนึงความปลอดภัยของผู้อื่น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิป รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีแดง หมายเลขทะเบียน 2กฌ1098 กทม. ขับขี่เปลี่ยนช่องทางไปมา บนถนนรามอินทราขาเข้า เป็นเหตุให้นายสำเริง กาพิมาย ผู้ขับขี่รถกระบะวีโก้ สีขาว เปลี่ยนช่องทางเดินรถ เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทั้งยังส่งผลให้รถจักรยานยนต์ที่ขับตามมาเสียหลักล้มลง วันนี้ (14 ก.ค. 58) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ได้แถลงผลจับกุมตัว นายชาตรี ลิ้มกุล อายุ 26 ปี คนขับรถยาริสสีแดงคันดังกล่าว ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา เป็นผู้ขับขี่รถในลักษณะหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น มีโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท ข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับก่อนควบคุมตัว นายชาตรี ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ต่อมา เวลา 15.30 น. ศาลได้พิพากษาคดี ให้ลงโทษ นายชาตรี ในฐานความผิดดังกล่าว โดยให้ปรับเป็นเงินจำนวน 500 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลเป็นเวลา 6 เดือน นอกจากนี้ ศาลยังได้ปฏิเสธ กรณีที่ตำรวจได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ยึดรถของนายชาตรี ด้าน พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางชัน กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำการสอบปากคำ นายชาตรี เพิ่มเติม พร้อมตรวจสอบสภาพรถว่ามีการดัดแปลงจากเดิมหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำผิดก็จะแจ้งข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติมต่อไป ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News