กระบะ

ยักษ์ล้ม! มังกรไฟ พลิกล็อกดับ ปราสาทสายฟ้า คว้าแชมป์โตโยต้าลีกคัพครั้งแรก
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ /  จักรพันธ์ แก้วพรม / 

ผลฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2557 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-2 บีอีซี เทโรศาสน ประตู : 0-1 ไดกิ อิวามาซะ น.75, 0-2 จอร์จี้ เวลคัม น.90+1 สนาม : ศุภชลาศัย เวลา : 18.00 น. ถ่ายทอดสด : ช่อง 3, ทรูสปอร์ต 2 HD การแข่งขันโตโยต้า ลีกคัพ 2014 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2557 รอบชิงชนะเลิศ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า 3 สมัยซ้อน พบ มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน อดีตยอดลูกหนังไทย สถิติพบกัน 16 ครั้งหลังสุด (รวมพีอเอ) ปราสาทสายฟ้า ชนะ 6 ครั้ง เสมอกัน 4 ครั้ง มังกรไฟ ชนะ 6 ครั้ง ก่อนเกมการแข่งขันเวลา 16.00 น. ได้มีการจับสลากผู้ตัดสิน และผู้ช่วยผู้ตัดสิน โดยรายชื่อผู้ตัดสิน 14 รายล้วนมีดีกรีฟีฟ่า ทั้งหมด แบ่งเป็นผู้ตัดสิน 6 รายได้แก่ ชัยยะ มหาปราบ, อลงกรณ์ ฝีมือช่าง, สุเปรม นนทะวงศ์, ฑีธิชัย นวลจันทร์, มงคลชัย เพชรศรี, ศิวกร ภูอุดม และผู้ช่วยผู้ตัดสิน 8 รายประกอบด้วย ถนอม บริคุต, ชุมพล ดีแปลง, อนุวัตร ฝีมือช่าง, นิวัฒน์ อินสะอาด, อำนาจ ผ่องมณี, บินหลา ปรีดา, สุเมธ สายแวว และฐาปนา ถาวร ผลการจับสลากผู้ตัดสิน ปรากฏว่า เปาโค้ช ศิวกร ภูอุดม เป็นผู้ตัดสินหลัก พร้อมกับมี อนุวัตร ฝีมือช่าง, ชุมพล ดีแปลง เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสิน(ไลน์แมน) และมี มงคลชัย เพชรศรี เป็นผู้ตัดสินที่ 4 โดยก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่ม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย (จำกัด) ไดทำการมอบเงินรางวัล และรถตู้โตโยต้า คอมมูเตอร์ ให้กับขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดคว้าอันดับที่ 4 เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 "อินชอนเกมส์" โดยมี ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ และเจ้าตอง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กัปตันทีม มาเป็นตัวแทนทีมรับมอบ เริ่มเกมครึ่งเวลาแรกทั้ง 2 ทีมยังคงไม่เร่งเกมมาก ค่อยๆ ชิงจังจังหวะกันกลางสนามเป็นส่วนใหญ่ แต่หลังจากผ่าน 5 นาที เป็นทางแชมป์เก่า 3 สมัย ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ครองบอลเข้าใส่ได้ดีกว่าเล็กน้อย ทว่าผ่าน 15 นาที มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน ได้ครองบอลเปิดเกมเข้าสู้ได้ดีขึ้น และมีโอกาสที่จะเจาะแนวรับ ปราสาทสายฟ้า เข้าไปลุ้นพังประตูได้เช่นกัน แต่จังหวะสุดท้ายในการเปิดบอลจากริมเส้นเข้ากลางยังทำได้ไม่ดีพอ นาทีที่ 23 มังกรไฟ ได้ลุ้นประตูขึ้นนำเมื่อ ราโดเมียร์ ลาโดวิช ได้ง้างเท้ายิงทว่าบอลแฉลบผู้เล่น ปราสาทสายฟ้า ออกหลังไป จังหวะเตะมุมต่อเนื่อง กัปตันอ้น รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค เปิดเตะมุมเข้ากลางประตู เจ้าต้น นฤบดินทร์ วีรวัฒนโนดม โถมเข้าโขก แต่ไปโดน ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ปัดบอลข้ามคานออกไปได้ เตะมุมอีกครั้ง กัปตันอ้น รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค เปิดบอลเข้ามาหน้าประตู้เล่น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โขกสกัดบอลมาเข้าทาง โช ชิโมจิ ที่วิ่งย้อนมาโหม่งบอลออกไปแบบไม่ได้ลุ้นเท่าไหร่ นาทีที่ 31 ยังคงเป็นโอกาสของ มังกรไฟ เมื่อ ราโดเมียร์ ลาโดวิช โขกบอลไปถึง นฤบดินทร์ วีรวัฒนโนดม ก่อนเจ้าตัวจะพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษรอเพื่อน เมื่อเพื่อนมาถึง นฤบดินทร์ ดันตัดสินใจง้างเท้ายิงบอลลอยข้ามคานไปแบบน่าเสียดาย นาทีที่ 41 ปราสาทสายฟ้า แชมป์เก่า เกือบที่จะออกนำ 1-0 เมื่อ มานูเอล เรดอนโด้ การ์เซีย เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าไปหน้าปากประตูของ มังกรไฟ ฮาเวียร์ ปาติณโญ่ พยายามเข้าไปโขก แต่ ทศพร ศรีเรือง นายด่านมังกรไฟ ชกบอลทิ้งมาเข้าทาง ธีราทร บุญมาทัน วอลเลยสวนเข้าไปบอลลอยไปนอนนิ่งก้นตาข่าย ทว่า เปาโค้ช ศิวกร ภูอุดม เป่าย้อนเป็นลูกฟาวล์ตั้งแต่จังหวะก่อนหน้านั้นแล้ว เพราะมองว่า ปาติณโญ่ ไปชน ทศพร ทำให้จบครึ่งแรกยังไม่มีประตูเกิดขึ้น กลับมาฟัดกันต่อครึ่งเวลาหลังได้เพียงนาทีเดียว ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย จักรพันธ์ แก้วพรม เปิดบอลเข้าเขตโทษไปโดนกำแพงโขกบอลทิ้งไปได้แบบฉิวเฉียด นาทีที่ 57 มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา เปิดบอลเข้าไปถึงหัว โช ชิโมจิ ได้โขกบอลลอยเข้ามือ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน รับไว้ได้สบาย เกมผ่านชั่วโมงแรกทั้ง 2 ทีมยังคงเปิดเกมเข้าใส่กันอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่มีสกอร์แรกของเกมเกิดขึ้น แต่แล้วนาทีที่ 75 ประตูแรกก็มาจนได้เมื่อ กัปตันอ้น รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค เปิดเตะมุมด้วยเท้าซ้ายบอลโค้งไปถึงหัว ไดกิ อิวามาซะ ทะยานขึ้นโขกบอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้ มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน พลิกทะยานออกนำ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าไป 1-0 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีแรกจากทั้งหมด 4 นาที มังกรไฟ ก็มาได้ประตูย้ำชัยชนะเป็น 2-0 เมื่อ ชนาธิป สรงกระสินธิ์ เปิดบอลให้ จอร์จี้ เวลคัม โขกบอลเขาประตูไป ทำให้จบเกม มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน พลิกล็อกล้มแชมป์เก่า 3 สมัยซ้อน ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงได้ พร้อมกับคว้าแชมป์โตโยต้า ลีกคัพ ไปครองเป็นสมัยแรก รับเงินไปครอง 5 ล้านบาท และเป็นแชมป์ฟุตบอลถ้วยครั้งแรกในรอบ 13 ปีอีกด้วย นอกจากนี้ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธิ์ ดาวเตะ มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน ยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม (MVP) รับรางวัลรถยนต์ โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด 2.5 HV DVD + avigator มูลค่า 1,889,000 บาท ไปครอง ส่วน ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้รองแชมป์ไปครองรับเงินรางวัล 1 ล้านบาท และราชบุรี มิตรผล เอฟซี กับ นครราชสีมา เอฟซี ได้อันดับที่ 3 ร่วมกัน คว้าเงินทีมละ 250,000 บาท ขณะที่รางวัลทีมมารยาทยอดเยี่ยมตกเป็นของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รับรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์ มูลค่า 864,000 บาท รายชื่อ 11 ผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK), สุรีย์ สุขะ, อันเดรส ตูเญซ, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, อนาวิน จูจีน, สุรัตน์ สุขะ (อดิศักดิ์ ไกรษร น.22), ดาบิด โรเชล่า, มานูเอล เรดอนโด้ การ์เซีย, ธีราทร บุญมาทัน, จักรพันธ์ แก้วพรม, ฮาเวียร์ ปาติณโญ่ บีอีซี เทโรศาสน : ทศพร ศรีเรือง (GK), อภิเชษฐ์ พุฒตาล, ไดกิ อิวามาซะ, อดิศร พรหมรักษ์, ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, นฤบดินทร์ วีรวัฒนโนดม (ออตมัน ดีเจลลาฮิน น.59), ชนาธิป สรงกระสินธิ์, โช ชิโมจิ, ราโดเมียร์ ลาโดวิช

คลิป
คลิปกูบอกมึงแล้ว /  ผัวซิ่งรถ / 

คลิป"กูบอกมึงแล้ว" ผัวซิ่งรถไม่ฟังคำเมีย หวิดตายยกครอบครัว วันนี้(12 ก.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปกล้องติดรถคันหนึ่ง เผยให้เห็นเหตุการณ์ครอบครัวหนึ่งนั่งมาอยู่ในรถคันที่ติดกล้อง โดยในรถคันดังกล่าวมีผู้ชายเป็นคนขับและมีผู้หญิงซึ่งเป็นภรรยานั่งมาด้วยพร้อมกับมีเด็กทารกอยู่ในรถ ซึ่งระหว่างนั้นเองฝ่ายชายเห็นรถกระบะคันข้างหน้าขับรถเร็วและขับซิ่งเลยออยากจะประลองความเร็วแข่งด้วย ซึ่งฝ่ายหญิงที่นั่งข้างๆก็ได้เตือนว่าขับรถไม่ห่วงลูกเลยนะ พร้อมกับพยายามบอกให้ขับช้าๆ ไม่ต้องไปแข่งกับเขา จนสุดท้ายรถคันข้างหน้าเบรกกระทันหันขวางทางไว้ ทำให้รถที่เกิดเหตุพุ่งลงข้างทาง ในคลิปได้ยินเสียงเด็กร้องและฝ่ายหญิงได้พูดว่ากูบอกมึงแล้ว เตือนแล้วว่าอย่าเล่นกันแบบนี้ ซึ่งโชคดีที่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้มีการสูญเสียเกิดขึ้น เรื่องนี้ถือเป็นอุทธาหรณ์ให้กับผู้ที่ขับรถทุกคน อย่าคิดแต่ว่าจะคึกคะนองจนลืมคนรอบข้าง เพราะอาจจะกลายเป็นสาเหตุของโศกนาฏกรรมตามมาได้ Mthai News

หนุ่มเมาซิ่งกระบะแหกโค้งชนจยย. ดับ 4 ศพ
ดับ4ศพ /  รถกระบะชนมอเตอร์ไซค์ / 

หนุ่มเมาซิ่งกระบะ เสียหลักแหกโค้ง ชนรถจักรยานยนต์ 2 คัน กลางเมืองเพชรบูรณ์ มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ร.ต.ท. สุภัคสิทธิ์ บัวบุตร ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถปิกอัพ ทะเบียน บล-1663 เพชรบูรณ์ แหกโค้งชนรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนบูรกรรมโกวิท เขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา (02.30 น.วันที่ 16 ต.ค.) เป็นเหตุให้เสียชีวิตจำนวน 4 คน และเมื่อเดินทางไปตรวจสอบพบผู้ตายชื่อ นายรัชพล คำวิเศษ อายุ 16 ปี, นายธนพล ลุนไธสง อายุ 18 ปี, น.ส.สุภาพร กองเขียน อายุ 18 ปี และ น.ส.อนัญญา เพิ่มธรรมการ อายุ 17 ปี จากการ สอบสวนทราบว่า นายวิษณุ นาคธรรมชาติ ขับรถยนต์กระบะกลับจากการไปเที่ยวผับในเมือง โดยมีเพื่อนนั่งโดยสารมาด้วยรวม 3 คน และต่างอยู่ในอาการเมาสุรา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถเกิดเสียหลักเพราะขับมาด้วยความเร็ว ทำให้ควบคุมรถไม่อยู่ รถจึงพุ่งแหกโค้งไปชนรถจักรยานยนต์ 2 คัน ที่วิ่งสวนทางมา เป็นเหตุให้คนขับรถ จยย. และคนนั่งซ้อนท้ายมาด้วยเสียชีวิตรวม 4 คน ล่าสุด ทางตำรวจได้ควบคุม นายวิษณุ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไว้ดำเนินคดี ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้อื่น ทำให้มีผู้ถึงแก่ความตาย และขับรถขณะมึนเมา

รวบชายเสื้อแดงในงาน 'อภิวันท์'เอี่ยวชุมนุมต้านรัฐประหาร
งานเผาอภิวันท์ /  ต่อต้านรัฐประหาร / 

ทหารรวบหนุ่มเสื้อแดง ขณะกลับจากร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ "อภิวันท์" หลังพบปรากฎในภาพเหตุการณ์ชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ มีรายงานข่าวว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (19 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ทหารได้ทำการจับกุม นายหนึ่ง เกตุสกุล อายุ 28 ปี ชายเสื้อแดง ที่บริเวณวัดบางไผ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังจากเข้าร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวมาสอบสวนที่ สน.พญาไท ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่เกิดเหตุ และได้อนุญาตให้ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบผู้ต้องหาและร่วมฟังการสอบสวนผู้ต้องหา โดยน.ส.ศศินันท์ เปิดเผยว่า นายหนึ่งได้ถูกจับกุมขณะกำลังเดินทางกลับจากงานฌาปณกิจ พ.อ.อภินันท์ ขณะที่นายหนึ่งกำลังขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อเดินทางกลับบ้าน ทหารนอกเครื่องแบบจำนวน 4 นาย ได้ดึงแขนนายหนึ่งลงจากรถ พาไปคุยแล้วควบคุมตัวมาสอบสวนยัง สน.พญาไท โดยเบื้องต้นทางทหารแจ้งว่า นายหนึ่งเป็นบุคคลที่ถูกบันทึกอยู่ในภาพเหตุการณ์การชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัย เมื่อวันที่ 28 พ.ค.57 โดยในเหตุการณ์นั้นได้มีการทำลายรถทหาร อย่างไรก็ตาม หลังการสอบสวนเบื้องต้นแล้วเสร็จ ทหารได้นำตัวนายหนึ่งออกจาก สน.พญาไท ไปควบคุมตัวไว้โดยไม่ได้แจ้งสถานที่ควบคุมต่อญาติและทนาย โดยแจ้งเพียงว่าจะนำตัวมายัง สน.พญาไท เพื่อทำเรื่องส่งตัวตัวไปขอฝากขังยังศาลทหารต่อไป

ตร.รวบผัวโหดฆ่าเผาเมียลูกสาวหลังหนีไปชุมพร
ฆ่าเผาลูก /  ฆ่าเผาลูกเมีย / 

ตำรวจรวบแล้ว ผัวโหดจ้วงแทงฆ่าเมียและลูก ก่อนเผาคารถที่มหาชัย นำตัวจากชุมพรแล้ว พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้เปิดเผยว่า ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจสามารถจับกุม นายราเมศ รัตนะ อายุ 37 ปี ที่ต้องสงสัยว่า ก่อเหตุฆ่าโหดลูกและเมียโดยการจ้วงแทงและเผารถกระบะได้เรียบร้อยแล้ว โดยคนร้ายหลบหนีไปอยู่ที่ จ.ชุมพร บ้านเกิด เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุจริง ทั้งนี้ นายราเมศ มีอาการทางประสาท และเคยติดยาเสพติดมาก่อนด้วย ล่าสุดกำลังนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร ขอบคุณภาพจาก ข่าวสดออนไลน์

ระทึก!!กระบะชนกลุ่มเด็กแว้นพานทองดับ
ซิ่งกระบะ /  เด็กแว้น / 

เด็กแว้นพานทองจับกลุ่มซิ่ง จยย.ยามราตรี ถูกกระบะหมั่นไส้ชนลากไปกว่า 50 เมตร ดับกลางถนน 1 สาหัส 1 ก่อนหลบหนีไป        วันนี้ (4 ก.ย.) พ.ต.ท.ชินวัฒน์ ธิศารา สว.เวรสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุมี เด็กแว้นจับกลุ่มขี่รถบนถนนถูกรถยนต์กระบะชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท ชลบุรี-เข้า กทม. หน้าห้างสหชลกลการ จำกัด ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรมรุดเข้าตรวจสอบ เมื่อเดินทางมาถึงพบกลุ่มเด็กแว้นฉายาแก๊งพานทองยืนจับกลุ่มอยู่กับรถ จยย.นับสิบคัน ต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บนถนนพบร่างของนายนุชา เกตุแก้ว อายุ 18 ปี บ้านอยู่ ม.5 ต.หนองกระขะ อ.พานทอง จ.ชลบุรี ที่ถูกรถยนต์กระบะชนลากไปจากจุดเกิดเหตุกว่า 50 เมตร เสียชีวิตคาที่อยู่บนถนนพร้อมรถ จยย. นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกถูกนำตัวส่ง รพ.ชลบุรี จำนวนหนึ่ง          จากการสอบถามทราบว่าเด็กแว้นพานทองดังกล่าวได้จับกลุ่มขี่รถ จยย.กันมาบนถนนสุขุมวิท เพื่อมาเที่ยวในเมืองชลบุรี ในขณะขี่มาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีรถยนต์กระบะขับตามหลังมาด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้าชนอย่างแรงจนล้มกลิ้งไป 2-3 คัน พร้อมกับลากร่างของนายนุชา เกตุแก้ว ติดไปกับตัวรถระยะไกลกว่า 50 เมตร จนเสียชีวิตไปต่อหน้าเพื่อนร่วมแก๊งซิ่ง ก่อนขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทาง กทม. ด้วยความเร็วหายไปอย่างไร้ร่องรอย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับตลอดเส้นทางก็ไม่พบแต่อย่างใด จึงได้ทำแผนที่เกิดเหตุพร้อมนำผู้ตายส่งชันสูตรที่ รพ.ชลบุรี เพื่อดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

6 ล้อซิ่งเบรกแตก ชนรถ 3 คัน เจ็บระนาว
ปทุมธานี /  รถ6ล้อเบรกแตก / 

รถ 6 ล้อ เบรกแตก ชนท้ายรถ 3 คันรวด บริเวณแยกไฟแดงบ้านกลาง นักเรียนบาดเจ็บ 9 ราย สาหัส 2 ราย ร.ต.ท. นิติพงษ์ มีคำ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันจำนวนหลายคันและมีเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บ บริเวณแยกไฟแดงบ้านกลาง ม.2 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิด เหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 89-7682 กรุงเทพมหานคร สภาพกระจกหน้ารถแตกได้รับความเสียหายชนอยู่กับท้ายรถ 2 แถวประจำทาง วิ่งรับผู้โดยสารระหว่างปทุมธานี-เชียงรากน้อย หมายเลขทะเบียน 70-1780 ปทุมธานี โดยสภาพด้านและท้ายรถถูกชนได้รับความเสียหาย โดยภายในรถ 2 แถว มีเด็กนักเรียนนั่งมาเต็มคัน กว่า 10 คน ทำให้เด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บ 9 ราย อาการสาหัส 2 ราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานี นอกจากนี้ ยังมีรถกระบะหมายเลขทะเบียน สอ 748 กรุงเทพมหานคร กับ รถตู้หมายเลขทะเบียน ฮธ 1748 กทม. ถูกชนได้รับความเสียอีก 2 คัน จาก การสอบถาม นายบุญโสม เนยตะขบ อายุ 54 ปี คนขับรถ 6 ล้อ บอกว่า ตนเองขับรถบรรทุกขวดเบียร์สิงห์มาจากอ่อนนุชและกำลังจะนำไปส่งโรงล้างขวด ย่านปทุมธานี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถได้จอดติดไฟแดงอยู่และมีรถ 2 แถวอยู่ด้านหน้า เมื่อไฟเขียว ตนจึงขับรถออกไป แต่ระหว่างนั้นรถเบรกไม่อยู่จึงทำให้ชนรถ 2 แถวที่มีนักเรียนอยู่เต็มคันรถ และทำให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

 โปรโมชั่น 7 วัน แสนสุข สบายกระเป๋า
car /  promotin / 

พบกับ โปรโมชั่น อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์มากมายเทขวบนมาด้วย อาทิ พรมปูพื้น รถยนต์ เข้ารูป รถเก๋ง + กระบะ (แคป , 4 ปะตู)ทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น (เฉพาะ) พรมยาง ลายกระดุม เพียง 1,400 บาท เท่านั้น !! แบบหลังเรียบ มีสีพื้น ให้เลือกมากมาย ถึง 11 สี พร้อมสี ตัดขอบ อีก 11 สี ตั้งแต่ วันนี้.. ถึง 31 ตุลาคม 2014 ติดต่อสั่งสินค้า ได้ตลอดเวลาเลยคะ TEL : 089-122-7040 (ปั๊ม) ID Line : pumpza222

รถพ่วงเสยท้ายรถโดยสารขอนแก่นเจ็บ 5
18ล้อ /  ขอนแก่น / 

รถพ่วงตัวลูกเสียหลัก เสยท้ายรถโดยสารจอดรอรับนักเรียนเลิกเรียน มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย       พ.ต.ท.อานันท์ วิชเศรษฐสมิตร สารวัตรหัวหน้าสถานีตำรวจทางหลวงขอนแก่น ได้รับแจ้ง เกิดอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อชนกับรถโดยสาร มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดบริเวณ ถ.มะลิวัลย์ ฝั่งขาเข้าตัวเมืองขอนแก่น หน้าโรงเรียนนครขอนแก่น ที่เกิดเหตุพบรถโดยสารสายตลาดหนองไผ่ล้อม-บ้านทุ่ม หมายเลขข้างรถ 5-38 หมายเลขทะเบียน 10-7618 ขอนแก่น จอดอยู่โดยกระบะตอนท้ายที่มีการติดตั้งหลังคาเหล็ก ได้รับความเสียหาย เบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย แยกเป็นนักเรียน 4 ราย และครูผู้สอน 1 ราย จากการสอบสวน นายวีระพงษ์ เฟื่องฟู คนขับรถโดยสารคันดังกล่าว ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้ขับรถมาจอดเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสารตามปกติ ขณะเกิดเหตุฝนตกถนนลื่น รถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกผลผลิตทางการเกษตร ได้ขับมาอย่างรวดเร็วก่อนตัวพ่วงจะเสียหลักสะบัดชนรถ และลากไถลไปกว่า 50 เมตร ก่อนขับรถหลบหนีไป จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นจำนวนมากดังกล่าว

กระบะชนจยย.นครปฐมตาย 4 สาหัส 4
กระบะชนจยย. /  กระบะซิ่งชนจักรยานยนต์ / 

รถกระบะซิ่งชนจักรยานยนต์ สายนครปฐม-ดอนตูม เสียชีวิต 4 ราย คนขับตายคาที่ เจ็บสาหัสอีก 4 ราย  เกิดอุบัติเหตุบนถนนสายนครปฐม-ดอนตูม ม.2 ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ผก 8326 นครปฐม อยู่ในสภาพพุ่งชนต้นไม้ข้างทางจนขาด 2 ท่อน หงายท้องพังยับเยิน และภายในซากรถยังพบมีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย เป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย และที่บริเวณด้านหน้ารถกระบะ พบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน-ดำ หมายเลขทะเบียน ขทร 100 นครปฐม โดยพบผู้เสียชีวิตกระจัดกระจายอยู่ในพงหญ้าข้างทาง 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นางอรัญญา คงคาหลวง อายุ 41 ปี และ นายสุรเดช มีคลองแบน อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 3 ต.ห้วยพระ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ซึ่งทั้งสองคนเป็นแม่และลูกกัน นอกจากนั้นยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นชายอีก จำนวน 4 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ได้ช่วยเหลือนำส่งยังโรงพยาบาลศูนย์นครปฐมแล้ว ต่อมา นายสุรกิจ มีคลองแบน อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นสามีของนางอรัญญา ได้กล่าวว่า ผู้ที่เสียชีวิต คือ ภรรยาและลูกชาย ก่อนเกิดเหตุลูกชายได้ขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อจะไปส่งแม่ที่ตัวเมืองนครปฐม จนมาประสบอุบัติเหตุ จนมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 4 ราย

ระทึก!! รถปูนทับปิกอัพ จนท.ใช้เครื่องตัดเหล็กช่วยชีวิต
ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ /  รถบรรทุกปูน / 

รถบรรทุกปูนพลิกคว่ำล้มทับรถกระบะ ขณะจอดติดไฟแดง ปากซอยนราธิวาสฯ 18 เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัดเหล็กช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บสาหัส เมื่อช่วงเช้าวันนี้( 12 ก.ย.) เกิดเหตุ รถบรรทุกปูนทับรถกระบะ บริเวณปากซอยนราธิวาสฯ 18 ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพงพาง รับแจ้งเหตุ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ภาพจาก ‏@joe_black317 พบรถกระบะโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ฒน 8601 กรุงเทพฯ จอดติดไฟแดงถูกรถบรรทุกปูนทับบริเวณฝั่งข้างคนขับจนทำให้ชายวัย 77 ปี ที่นั่งเบาะข้างคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดเหล็กเพื่อนำตัวออกมาส่วนอีก 2 คนในรถกระบะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะนี้ เจ้าหน้าที่จึงน้ำตัวผู้บาดเจ็บส่ง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์แล้ว MThai News

ตร.ปทุมฯ จับหนุ่ม-สาวค้ายาบ้าคาด่านตรวจ
ด่านตรวจ /  ตำรวจปทุมฯ / 

ตำรวจประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จับหนุ่ม-สาว พร้อมยาบ้า 6,000 เม็ด คาด่านตรวจ สารภาพเตรียมนำไปส่งให้ลูกค้าย่านสะพานใหม่ วันนี้ (8 ก.ย.) พ.ต.ต.สุวิทย์ หริรักษ์ สวป.ฯ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ร.ต.ต.ดนตรี ณรงค์ศักดิ์ รองสวปฯ พร้อมชุดปฏิบัติการได้ตั้งด่านตรวจ บริเวณโค้งซ้ายสระบุรี ถนนพหลโยธิน ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บล-4828 ราชบุรี ซึ่งมีนายอนุชิต วงศ์สัมปุณณ์ อายุ 24 ปี อยู่ ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นคนขับ และนางโม อายุ 29 ปี สัญชาติพม่า นั่งมาด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจค้นกระเป๋าสะพายสีเขียว ซึ่งวางอยู่บนตักของนางโม พบยาบ้าจำนวน 3 มัด มัดละ 10 ถุง บรรจุถุงละ 200 เม็ด รวมทั้งสิ้นประมาณ 6,000 เม็ด จึงควบคุมตัวบุคคลทั้งสองมาตรวจสอบ จากการสอบถามนางโม ให้การรับสารภาพว่า จะนำยาบ้าทั้งหมดไปส่งให้กับลูกค้าย่านสะพานใหม่ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูล : ข่าวสด

รวบหนุ่มลักล้อรถ จอดสนามบินดอนเมือง
สนามบินดอนเมือง /  อาคารจอดรถสนามบินดอนเมือง / 

รอง ผบก.น.2 แถลงรวบหนุ่มขโมยล้อรถที่จอดในสนามบินดอนเมือง ไปขายผ่านเว็บไซต์ แจ้งข้อหาแล้ว พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และ ตร.สน.ดอนเมือง ทำการจับกุม นายกัมปนาท แสนสน อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง ล้อรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด ที่ได้จากการโจรกรรมมา พร้อมรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 2 กฒ - 1138 กรุงเทพมหานคร คันที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยก่อนนี้ นายกัมปนาท ทำการก่อเหตุขโมยล้อรถยนต์ของ นายรณชาติ บุตรแสนคม พิธีกรข่าวสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมนิวส์วัน ซึ่งจอดไว้ ณ ลานจอดรถสนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ผู้ต้องหาทำการก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับรถยนต์ของ นางสาวฟ้าสวย กล่อมวงศ์ จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุขโมยล้อรถยนต์มาแล้วสองครั้ง โดยเลือกก่อเหตุในลานจอดรถสนามบินดอนเมือง และนำล้อรถยนต์ที่ทำการโจรกรรมมาขายผ่านเว็บไซต์ขายของมือสอง เบื้องต้น พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาลักทรัพย์ในท่าอากาศยานในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป

คนมีรถต้องอ่าน! เตือนภัยคนชอบจอดรถติดเครื่อง ระวังโจรฉก
จอดรถติดเครื่อง /  ระวังโจรฉกรถ / 

ตำรวจโพสต์ข้อความ เตือนภัยคนชอบจอดรถติดเครื่อง ระวังโจรฉกรถระบาดหนัก วันนี้(1ก.ย.) แฟนเพจ กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 - บก.น.8 ได้โพสต์ข้อความเตือนภัยผู้ขับรถยนต์ให้ระมัดระวังมิจฉาชีพฉกรถที่กำลังพบมากขึ้น โดยระบุว่า เตือน "จอดรถติดเครื่อง" โจรแสบฉกหายหลายคัน" 1. รายแรก ภรรยาอัยการ ขับเก๋งวีออส อยู่บางใหญ่ นนทบุรี หลังจากพาลูก 3 ขวบ กลับจากโรงพยาบาล ตนเองเดินเข้าบ้านพร้อมแม่เพื่อจะมาะปิดประตู ปล่อยให้ลูกสาวนอนรอในรถลำพัง เพียงเสี้ยววินาที คนร้ายเป็นชาย 2 คน กระโดดเข้ามาในรถแล้วขับออกไปทันที เดชะบุญรายนี้นับว่าโชคดี ตำรวจสกัดจับไว้ได้ที่ราชบุรี ได้คืนทั้งรถและลูกน้อย(หัวใจแทบสลาย) คนร้ายเป็นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับเพชรบุรี 2.รายที่ 2 เสี่ยโรงไม้ที่เชียงใหม่ ขับกระบะนิสสัน นาวาร่าแบบ 4 ประตู ไปจอดติดเครื่องแล้วลงไปกด เอทีเอ็ม คนร้ายฉวยโอกาสกระโดดขึ้นรถขับหนีไปหน้าตาเฉย เจ้าตัวกระโดดขวางยังถูกพยายามขับชนเกือบตาย รายนี้เสียรถไปหนึ่งคันและยังเกือบเสียชีวิต 3. รายที่ 3 เช้ามืดวันที่ 19 ส.ค.57 เสี่ยนักธุรกิจค้าจิวเวลรี่ ขับเก๋งออดี้ สปอร์ต กลับจากงานเลี้ยงมาจอดติดเครื่องยนต์ไว้หน้าบ้านพัก(ท้องที่บางพลัด กทม.) แล้วลงรถมาเปิดประตู เพื่อจะนำรถเข้าบ้าน ระหว่างนั้นมีคนร้ายแอบเข้าไปในรถเก๋งขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทรัพย์สินในรถกรอบนาฬิกาโรเล็กซ์ฝังเพชร แหวนเพชรอีก 1 กระเป๋าหนังแบรนด์เนมอีก 1 เคราะห์ดีที่วันรุ่งขึ้นคนร้ายขับรถไปจอดทิ้งไว้ริมถนนพระรามที่ 3 แต่ทรัพย์สินมูลค่า 2 ล้านหายเกลี้ยง 4. ล่าสุด เที่ยงคืนวันที่ 22 ส.ค.57 คนขับอายุ 60 ขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ อ่างทอง กลับจากธุระ มาจอดหน้าบ้านพักเพื่อลงไปเปิดประตูบ้าน โดยมีภรรยาวัย 58 นั่งรออยู่ในรถ จังหวะนั้นคนร้ายบุกเดี่ยวเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถแล้วขับรถหลบหนีออกไปทันที แต่ไปหยุดรถกระทันหันห่างจากบ้านพัก ประมาณ 500 เมตร คนร้ายเปิดประตูรถถีบภรรยาเจ้าของรถร่วงศีรษะกระแทกฟุตปาธอย่างแรง ก่อนขับรถหนีไปในความมืดจนวันนี้ยังตามไม่เจอทั้งคนร้ายทั้งรถ ฉะนั้น เหตุการณ์เหล่านี้เป็นอุทธาหรณ์เตือนใจ ทุกคนต้องระมัดระวัง ปิดช่องว่าง 1.จอดรถเมื่อใดให้ดับเครื่องยนต์ ดึงกุญแจออก และหากมีล็อกเท็คดึงเลย แล้วจึงลงจากรถในทุกสถานการณ์ แม้เสี้ยววินาทีก็ตามต้องดับเครื่องยนต์เอากุญแจออก / ทนลำบากหน่อย แค่มา สตาร์ทเครื่องใหม่ คนอยู่ในรถก็ทนหน่อย 2. ขึ้นรถให้รีบกดล็อกประตูทันที แล้วค่อยสตาร์ทรถ 3. ก่อนลงรถ/ ขึ้นรถ สังเกตดูเหตุการณ์บริเวณรอบ ๆ ด้วยก็จะดี 4. ไม่จอดรถในที่เปลี่ยวห่างไกลผู้คน 5.ติดตั้งตัวป้องกันการขโมย และล๊อกตัวป้องกันทุกตัวทุกครั้งเมื่อลงจากรถ แม้ไม่ป้องกันการโจรกรรมได้ แต่ก็ทำให้การทำงานของคนร้ายชัาลงหรือเปลี่ยนใจไม่เลือกทำรถที่มีอุปสรรคเยอะ 6.ติดสัญญาณ จีพีเอส จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของรถเองรวมทั้งเจ้าหน้าที่หากมีโจรกรรมเกิดขึ้น 7. จดเบอร์โทรสายด่วนที่สำคัญไว้ที่กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าเสื้อ เผื่อใช้ประโยชน์ได้ทันที เช่น สายด่วนแจ้งรถยนต์หาย โทร. 1192 /เว็บไซต์ www.lost-car.go. th เพื่อรับฐานข้อมูลโจรกรรมแจังสกัดจับ ด้วยความห่วงใยต่อทุกท่าน บก.น.8 MThai News

รวบแก๊งเงินกู้รายใหญ่เมืองระยอง ยึดกว่า10ล.
ของกลาง10ล้าน /  ระยอง / 

ผบช.ภ.2 แถลงข่าวรวบแก๊งเงินกู้รายใหญ่เมืองระยอง ยึดของกลางกว่า 10 ล้านบาท ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ระยอง พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 แถลงข่าวจับกุม นางนิตยา ไชยปัญญา อายุ 36 ปี ชาว จ.ปทุมธานี นายอำพรศักดิ์ แจ่มผล อายุ 33 ปี ชาว จ.อุทัยธานี นายประสิทธิ นพรัตน์ อายุ 36 ปี ชาว จ.ชัยนาท นายเอกราช กมลเวช อายุ 28 ปี ชาว จ.ปทุมธานี นายสุทัศน์ ใจกล้า อายุ 39 ปี ชาว จ.นครราชสีมา นายอาทิตย์พงษ์ เพ็งหนู อายุ 33 ปี ชาว จ.ชัยนาท นายสันทัด ทองเพ็ง อายุ 31 ปี ชาว จ.ชัยนาท นายทวีศักดิ์ พวงทอง อายุ 33 ปี ชาว จ.อุทัยธานี นายแสนศักดิ์ เกาะกลาง อายุ 29 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ นายคำวรร สืบเสนาะ อายุ 32 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี นายวิทูลย์ จันทร์ศรี อายุ 31 ปี ชาว จ.อุทัยธานี นายกิตติศักดิ์ ทองพูล อายุ 29 ปี ชาว จ.อุทัยธานี นายทโนทัย โสภณศักดิ์ อายุ 30 ปี ชาว จ.อุทัยธานี และนายอุทัย คันทะชิต อายุ 39 ปี ชาว จ.สกลนคร พร้อมด้วยของกลางบัญชีสิ่งของทั้งหมด 27 รายการ เอกสารจำนวน 2 แผ่น บัญชีกลาง 10 รายการ บัญชีตรวจยึดโทรศัพท์ 14 รายการ บัญชีตรวจยึดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ 10 รายการ เงินสดจำนวน 100,000 บาท โทรศัพท์มือถือจำนวน 23 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารต่าง ๆ กว่าสิบเล่ม เล่มทะเบียนรถยนต์และแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์กว่าสิบรายการ เครื่องคิดเลข 6 เครื่อง รถยนต์กระบะ 6 คัน รถยนต์เก๋ง 2 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน บัญชีหมุนเวียนเงินกู้รายวันจำนวน 10 กว่าล้านบาท

หลากความเห็นหลังข่าวเด็กแว้นซ์ โดนรถชนตายมีแต่คนดีใจ
ซิ่งกระบะ /  เด็กแว้น / 

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าว เด็กแว้นพานทองจับกลุ่มซิ่ง จยย.ยามราตรี ถูกกระบะหมั่นไส้ชนลากไปกว่า 50 เมตร ดับกลางถนน 1 สาหัส 1 ก่อนหลบหนีไป ซึ่งเป็นข่าวเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ล่าสุดในเว็บไซต์พันทิปได้มีการตั้งกระทู้วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยเจ้าของกระทู้ระบุว่า "...เจตนาตั้งใจชน แต่คนสะใจ เพราะยังไง เด็กแว้นพวกนี้ ก็ไม่ควรมาขับรถก่อกวนชาวบ้านตอนดึกๆ..." ซึ่งกระทู้นี้มีชาวสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมากเข้าไปตอบแสดงความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกระทำของรถกระบะและรู้สึกดีใจ แต่ก็ต้องแสดงความเสียใจกับพ่อแม่ผู้เสียชีวิตด้วย  ซึ่งมีสมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า "...สงสารคนเป็นพ่อ เป็นแม่ หัวอกคนเป็นพ่อแม่ ลูกตายก็คงเสียใจเรื่องธรรมดา แต่ผมว่า ตายอ่ะดีแล้ว เพราะเป็นภาระทางสังคมมากๆ เพราะพฤติกรรมที่เกินเยียวยา แก้ได้ แต่ไม่แก้กันเอง ทำความเดือดร้อนให้สังคมขนาดนี้ พฤติกรรมไม่ต่างอะไรจาก มิจฉาชีพ ฆาตรกรรมหรอก ปัญหาสังคมส่วนใหญ่มาจากแว๊นเหล่านี้เยอะด้วย...." "...ผมไม่โทษเด็กนะ ผมโทษที่ตัวผู้ใหญ่ คือถ้าไม่พร้อมจะอบรมบ่มนิสัยลูก อย่ามีลูกให้เป็นภาระสังคมเลย คุณไม่น่าเสียใจที่ลูกต้องตาย แต่น่าจะเสียใจที่ไม่อบรมห้ามปรามลูกเมื่อมีโอกาส วันนี้คนเสียใจคือพ่อ-แม่เด็ก แต่วันที่ผ่านมาคนที่เสียใจคือ พ่อ-แม่ ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของเด็กที่มีพฤติกรรมแบบนี้ วันที่ผ่านมาคุณเคยรู้สึกอะไรหรือไม่ วันนี้ที่พวกคุณเสียใจ ผมว่าน่าจะสาสมแล้ว..." นอกจากการแสดงความคิดเห็นเชิงสะใจแล้ว ยังมีสมาชิกพันทิปอีกท่านหนึ่งมองว่าไม่ควรเอาความสะใจเป็นที่ตั้งและควรคิดบนพื้นฐานของบทบัญญัติทางกฎหมาย เรื่องแบบนี้ไม่สมควรมีใครตาย การแก้ไขปัญหาควรใช้กฎหมายเข้าแก้น่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่าการมีผู้เสียชีวิตแบบนี้ ที่มา http://pantip.com/topic/32538434 MThai News ระทึก!!กระบะชนกลุ่มเด็กแว้นพานทองดับ ตรรกะ เด็กแว้น ฝากถึงพวกโลกสวย ชี้ บางนาเป็นสมรภูมิ นักซิ่งมืออาชีพ

เก๋งชนสนั่น พ่อค้าชาวเวียดนามขายปลาหมึกดับ
ขายปลาหมึกย่าง /  รถชน / 

เกิดเหตุ สาวใหญ่ซิ่งเก๋งชนสนั่นพ่อค้าชาวเวียดนามขายปลาหมึกดับคาที่  ร.ต.ท. ธนัญชัย ตันธหัตถี พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีรถยนต์เก๋งชนรถ จยย.พ่วงข้าง มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนบางกรวย-ไทรน้อย หมู่ 3 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หน้าร้านอาหารหัวปลาแม่อรุณี ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวิช สีบรอนซ์ ทะเบียน ษร 5114 กทม กันชนซ้ายพังเสียหาย ด้านข้างซ้ายของรถ มีรอยการเฉี่ยวชนและมีคราบเลือดติดอยู่ โดยมี น.ส.ทักษอร เมฆอุตส่าห์ อายุ 42 ปี เป็นผู้ขับขี่ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ และห่างออกไปกว่า 30 เมตร พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน ตฐ 213 กทม. จอดรับประทานอาหารอยู่ริมทาง ไฟและขอบกระบะท้ายด้านขวา พังเสียหายโดยมีรถ จยย.พ่วงข้าง ซูซูกิ รุ่นเบด สีน้ำเงิน ทะเบียน พยษ 327 กทม.อยู่ในลักษณะชนอัดติดอยู่ท้ายรถกระบะอีซูซุ คันดังกล่าว และในที่เกิดเหตุ ยังพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายตัน วัก มี อายุ 27 ปี สัญชาติเวียดนาม เป็นพ่อค้าขายปลาหมึกย่าง ทางแพทย์เวรตรวจสอบพบบาดแผลแตกที่บริเวณศีรษะและขาขวาหัก โดยในที่เกิดเหตุมีภรรยาและญาติของผู้เสียชีวิตยืนร้องไห้ ด้วยความเสียใจ ทาง ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนผู้ขับขี่รถเก๋งคันดังกล่าว โดยเล่าว่าได้ขับออกมาจากตลาดบางบัวทอง และจะกลับบ้านพักโดยมุ่งหน้าแยกบางพลู เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุผู้ขับขี่รถเก๋งอ้างว่ามองไม่เห็นรถ จยย.แบบพ่วงข้างขายปลากหมึกที่จอดอยู่ข้างทางประกอบกับจุดเกิดเหตุมีแสง สว่างน้อย จนทำให้พุ่งชนรถขายปลาหมึกเข้าอย่างเต็มแรง แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องนำตัวผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งไปสอบสวนต่อ พร้อมทั้งจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน
อุทยานแห่งชาติ /  เที่ยวกาญจนบุรี / 

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย เที่ยวแก่งกระจาน ยลหมอก สัมผัสความสดชื่นในหน้าฝน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากแห่งหนึ่ง ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งกระจานเป็นเขตอุทยานฯ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ คือยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อนหรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบ ก็สามารถเช่าเรือได้ที่ร้านอาหารหรือชมรมเรือที่อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานฯในเขตประเทศไทยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตรเป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในระดับความสูง 960เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบเขา มีสัตว์ป่าชุกชุม ทิวทัศน์งดงาม จากยอดเขาสามารถเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน พักค้างแรม 1 คืนระหว่างทาง และติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารและเต็นท์สำหรับพักค้างแรมไปเอง พะเนินทุ่งแคมป์ หรือ กม. 30 เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ การเดินทางต้องใช้รถที่มีกำลังสูง สามารถเหมารถปิกอัพได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้าเวลา 05.00-09.30 น. ช่วงบ่ายเวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้าเวลา 12.00-13.00 น. ช่วงบ่ายเวลา16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน น้ำตกทอทิพย์  อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร  สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทั้งนี้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ควรขอคำแนะนำและคนนำทางจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อน นอกจากนี้ ควรใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องดีเพราะเส้นทางผ่านหุบเขาลาดชัน สำหรับเส้นทางดูนก ผีเสื้อ จะเริ่มจากที่กิโลเมตรศูนย์ คือ บริเวณด่านตรวจเขาสามยอดถึงกิโลเมตรที่ 18 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางหรือตามโป่งดินระหว่างกิโลเมตรที่ 10-12 และจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถดูนกได้คือ บริเวณตั้งแต่อ่างเก็บน้ำห้วยสามยอด เลยด่านตรวจมาไม่ไกล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นนับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 18 ขึ้นไป และบริเวณกิโลเมตรที่ 18-27 อาจจะพบเห็นนกกระลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่พบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่เดียวในประเทศไทย แค้มป์บ้านกร่าง เป็นจุดพักค้างแรมกางเต็นท์ สำหรับผู้สนใจดูนกและผีเสื้อเนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย อยู่บริเวณกม.15 มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไม้ที่พบมากคือ ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยาง ไม้มะค่าโมง ไม้หอมหรือไม้กฤษณา และเป็นป่าที่ชุ่มชื้นจึงมีเฟิร์น กระโถนฤาษี หนุมาน หวาย ขึ้นอย่างสมบูรณ์และยังมีสัตว์ป่ามากมายเช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมีและสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน รวมทั้งผีเสื้อมากกว่า150 ชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะในหน้าแล้งจะเห็นฝูงผีเสื้อลงไปกินดินโป่งเป็นจำนวนมาก และประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะสามารถพบเห็นนกหลายชนิดที่กำลังสร้างรัง  วางไข่เลี้ยงลูกอ่อน เช่น นกกก นกกาฮัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ บริเวณบ้านกร่างมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง คือ น้ำตกปราณบุรี มี 5 ชั้น เป็นน้ำตกเล็กๆ อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ประมาณ 7 กิโลเมตร น้ำตกแม่สะเลียง มี 3 ชั้น เป็นน้ำตกสายเล็กๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง 3 วัน 2 คืน รอบๆ น้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น ถ้ำหัวช้าง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร ระยะทางเดินเท้าเข้าถ้ำประมาณ 200 เมตร เป็นถ้ำหินปูนภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยลักษณะคล้ายหัวกระโหลกช้าง ถ้ำเขาปะการัง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม เขาปะการัง  เป็นภูเขาหินปูนสีเทาอมน้ำเงิน มีหน้าผาให้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ประกอบด้วยป่าไม้เขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และมีสถานที่กางเต็นท์บริเวณอ่างเก็บน้ำ บริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบริเวณแค้มป์บ้านกร่าง อุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า สามารถติดต่อจองที่พักได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี จะถึงสี่แยกท่ายาง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายาง แล้ววิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ รถโดยสารประจำทาง จะมีรถสายกรุงเทพฯ-ท่ายาง ลงที่ตลาดท่ายาง จากนั้นต่อรถสองแถวไปตลาดแก่งกระจาน และต่อรถรับจ้างหรือจักรยานยนต์ไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ การนำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่ง สำหรับรถยนต์ที่จะเดินทางไปชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่งหรือใช้เส้นทางสายวังวน-น้ำตกทอทิพย์ ควรเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อหรือรถที่มีสภาพพร้อมสมบูรณ์ มีสมรรถนะดี และผู้ขับควรมีทักษะในการขับรถขึ้นที่สูงชัน หากต้องการเช่า สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ราคาเช่าตั้งแต่ 1,000-1,800 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการเช่าไปเที่ยว โดยสารได้ประมาณ 10 คน เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้า 05.00-09.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้า 12.00-13.00 น. ช่วงบ่าย 16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน สิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานมีบ้านพัก 18 หลัง บริเวณที่ทำการฯและริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ได้บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ข้างที่ทำการอุทยานฯ กางเต็นท์ได้ 200 หลัง บริเวณบ้านกร่างแคมป์ (กม.15) กางเต็นท์ได้ 100 หลัง และพะเนินทุ่งแคมป์ กางเต็นท์ได้ 60 หลัง นอกจากนี้ บริเวณภายนอกอุทยานฯ มีรีสอร์ทให้บริการหลายแห่ง ทั้งในอำเภอแก่งกระจาน และอำเภอท่ายาง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชร สามารถติดต่อจองบ้านพักในอุทยานฯ ได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : wiki / dnp.go.th / tlcthai.com / panoramio.com / bloggang.com เรียบเรียงโดย Travel MThai