กระบะ

นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง ไฮไลท์หน้าฝนที่คุณห้ามพลาด
ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ /  บ้านป่าบงเปียง / 

เข้าหน้าฝน เป็นสัญญาณเตือนแห่งการล่าทะเลหมอก ชมภูเขาเขียว ๆ กลิ่นน้ำค้าง และสายน้ำใสไหลเย็น โดยแหล่งท่องเที่ยวที่แจ่มที่สุดในฤดูกาล ก็คืออำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ กับ นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง สถานที่ที่จะทำให้คุณลืมโลกอันแสนวุ่นวาย คุณจะได้ขลุกตัวอยู่กับธรรมชาติแบบใกล้ชิด พร้อมทัศนียภาพสุดตระการตา จึงได้เป็นไฮไลท์แห่งฤดูฝน travel.mthai.com ขอชวนให้ทุกท่านไปเที่ยวกัน นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง ไฮไลท์หน้าฝนที่คุณห้ามพลาด บ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งของนาขั้นบันไดที่สวยงามสุด ๆ อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยวิวท้องทุ่งนาบนเนินเขาสูงบวกกับวิวเทือกเขาสลับซับซ้อน เกิดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามน่าชมอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงฤดูฝน และปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่เหมาสมมากกับการมาสัมผัสบรรยากาศดี ๆ และความสวยงามของท้องทุ่งนาเขียวและเหลือง "บ้านป่าบงเปียง" เป็นหมู่บ้านของชาวเขาปกากะญอ ชาวบ้านที่นี่ได้ใช้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ทำกินกันมาหลายรุ่น โดยปลูกทั้งข้าว ข้าวโพด และพืชผักต่าง ๆ เอาไว้ประทังชีวิตในครัวเรือน ในช่วงเดือนกรกฎาคม จะเป็นช่วงดำนา หากไปในยามแสงอาทิตย์ตกกระทบกับพื้นนา คุณจะได้ภาพที่สวยงามมาก ถัดมาในช่วงเดือนสิงหาคม คือช่วงนาเขียว ใครอยากไปสัมผัสความเขียวขจีของนาข้าว ไม่มีผิดหวัง และสุดท้ายคือเดือนกันยายน จะเป็นช่วงนาเหลืองก่อนจะเก็บเกี่ยว เป็นอีกโมเมนต์นึงที่น่าประทับใจ ด้วยนาสีเหลืองทองอร่าม คงจะฟินน่าดู เรียกได้ว่า 3 เดือนข้างต้นนี้ สวยไม่แพ้กัน แล้วแต่ว่าคุณละเลือกแบบไหน ? การเดินทาง เส้นทางแรก จากฝั่งดอยอินทนนท์  เมื่อขึ้นดอยอินทนนท์ขับไปเรื่อยๆ จนถึงด่านของอุทยานฯ จากนั้น เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกที่จะไป อ.แม่แจ่ม เส้นทางตรงนี้ถนนปกติแต่ทางจะแคบมากและโค้งเยอะ ขับกันช้า ๆ ไม่ต้องรีบน่ะครับ ขับเรื่อยๆไป 12 กิโลเมตร จะพบป้าย น้ำตกแม่ปาน เลี้ยวขวาลงไปตามป้ายจะผ่าน น้ำตกห้วยทรายเหลือง น้ำตกแม่ปาน และน้ำตกผาสำราญ เส้นทางจากตรงนี้ไปจะขรุขระมากต้องใช้รถ 4WD ของชาวบ้านเท่านั้น ระยะประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 20 นาที นั่งรถผ่านหินดินโคลนเข้าไป เล่นเอาคลื่นไส้ได้เหมือนกันน่ะ แต่แค่อึดใจเดียวก็ถึงบ้านป่าปงเปียง  หากจะติดต่อรถเข้า แนะนำติดต่อ พี่วิชัย เจ้าของบ้านพักในบ้านป่าบงเปียง โทร 081 -0201691 ถ้าไม่ถึง 10 คน 800 บาท  10 คนขึ้นไป 1,000 บาท หรือถ้าหากพักที่บ้านแม่กลางบนดอยอินทนนท์ สามารถติดต่อรถกระบะนำเที่ยวพี่ บ้านแม่กลางหลวง 085 723 4957 ราคา 1500 บาท เส้นทางที่ 2   ขึ้นจากฝั่งตัวเมืองแม่แจ่ม เส้นทางจะดีกว่า  มาถึงที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มให้เลี้ยวขวา จะพบ 7-11 อยู่ฝั่งขวามือ ให้ตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือไปยังวัดพุทธเอิ้นและนาขั้นบันไดบ้านกองกาน ให้ตรงไปจะพบบ้านต่อเรือมุ่งตรงไป  ประมาณ 10 กิโล จะมาถึงบ้านทุ่งยาวขับตรงไป สังเกตุคือหลักกิโลแม่นาจร 16  เลี้ยวขวาจะเจอวัดทุ่งยาวให้เลี้ยวซ้าย เข้ามาประมาณ 1 กิโลจะเจอหมู่บ้านแม่มิงค์ สังเกตุป้ายเล็กๆจะบอกว่าไป ร.ร.อินทนนท์วิทยาเลี้ยวขวาจะพบหน่วยจัดการต้นน้ำ แม่อวม และก็จะมาถึงบ้านป่าตึงให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนทางลาดยางจะสิ้นสุดตรงนี้ ชับตรงไปประมาณ 1 กิโลจะพบทางแยก ทางซ้ายไปบ้านตีนผา ส่วนทางขวาไปบ้านป่าบงเปียง หากพักที่ อ.แม่แจ่ม ก็สามารถติดต่อเหมารถสองแถวเหลืองจาก อ.แม่แจ่ม ขึ้นมาได้ แต่จะได้ชมบรรยากาศแค่ช่วงเย็นเท่านั้น ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : www.chilldtravel.com  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

สลด! คนร้ายยิงแม่สุนัข ลูกเข้าดูดนมแม่ไร้วิญญาณ
ทารุณสัตว์ /  ยิงสุนัข / 

คลิปสุดสะเทือนใจ เหตุแม่สุนัขถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต ลูกน้อยดูดนมร่างไร้วิญญาณของแม่ ด้วยไม่รู้ว่าแม่ตายแล้ว วันนี้(11 มิ.ย. 58) มีการส่งต่อคลิปจากนายสุทัด หงษา อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เป็นภาพลูกสุนัขกำลังดูดนมจากอกแม่ที่นอนเสียชีวิตบริเวณบ้านหลังหนึ่งที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวอยู่ตรงข้ามอู่ซ่อมรถของเจ้าของสุนัขดังกล่าว โดย นายแก้วประเสริฐ ไชยคำ เจ้าของสุนัข เผยว่า เจ้าโหนกถูกคนร้าย ขับรถกระบะสีดำ มาจอดที่บ้านตรงข้าม จากนั้นใช้อาวุธปืนยิงขึ้นไปที่ชั้น 2 ของบ้าน ตรงที่เจ้าโหนกนอนอยู่โดนบริเวณลำคอ ต่อมาสุนัขพยายามลงมาข้างล่าง คิดว่าน่าจะกลับมาที่อู่เพื่อมาหาตนแต่ล้มลงตายในหน้าบ้านเกิดเหตุเสียก่อน ลูกสุนัขคงไม่รู้ว่าแม่ตายจึงมาดูดนมตามปกติ ตนได้เข้าแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.ปลายบาง เพื่อให้นำคนร้ายมาดำเนินคดี ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวเผยให้เห็นภาพสุนัขพันธุ์ไทย เพศเมีย ที่ชื่อเจ้าโหนก นอนเสียชีวิตอยู่ โดยบริเวณลำคอเต็มไปด้วยเลือด ขณะเดียวกันลูกสุนัขก็กำลังดูดนมจากร่างไร้วิญญาณของแม่ โดยไม่รู้เลยว่าแม่สุนัขนั้นเสียชีวิตลงไปแล้ว ขอบคุณข้อมูล dailynews / ภาพ ครอบครัวข่าว3 MThai News

สาวขี่จยย.ถูกรถชน-กระบะวิ่งตามมาทับซ้ำดับอนาถ
ถนนบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี /  รถกระบะตามทับซ้ำ / 

เกิดเหตุหญิงวัย 28 ปี ถูกรถยนต์ไม่ทราบชนิดชน เคราะห์ร้ายถูกกระบะขับตามมาทับร่างซ้ำ ดับคาที่ บนถนนสายบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี วันนี้ ร้อยเวร สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตบนถนนสายบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี หน้าปั๊มเอสโซ่ ขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ 8 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี จากการตรวจสอบพบศพ น.ส.พันธุ์ทิพย์ แหลมหลัก อายุ 28 ปี  สภาพกระดูกหักทั้งร่าง ที่เกิดเหตุพบรถ จยย. ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิ๊ก สีน้ำเงิน ทะเบียน งกย 718 ชลบุรี ของผู้ตายสภาพพังยับเยิน  ใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้อ มาสด้า 4 ประตู สีฟ้า ทะเบียน บห 2837 ระยอง ด้านหน้าขวารถกระบะพังยับเช่นกัน สอบสวนนายประเสริฐ สายสุด คนขับรถกระบะ ให้การว่า ตนจะไปธุระที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่กลางถนนแล้ว โดยไม่ทราบว่ารถคันไหนชน  ซึ่งเป็นระยะที่กระชั้นชิดมาก ทำให้เบรกไม่ทัน  พุ่งชนร่างหญิงสาวดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาขับรถประมาท ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะสอบสวนติดตามรถที่ชนคันแรกมาดำเนินคดีต่อไป MThai News ที่มา... ข่าวสด

ลงดาบ! โชเฟอร์เมล์สาย8ซิ่งชนตอม่อ ปรับ3พันพักงาน1เดือน
ขสมก. /  คนขับรถเมล์ / 

ขสมก.สั่งลงโทษคนขับรถเมล์สาย 8 ซิ่งชนตอม่อรถไฟฟ้า ปรับเงิน 3,000 บาท พักงาน 1 เดือน ขู่หากผิดซ้ำลงโทษสถานหนัก จากกรณีรถเมล์ร่วมบริการสาย 8 แฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ พุ่งชนตอม่อรถไฟฟ้าใกล้สถานีอารีย์ บริเวณถนนพหลโยธินขาออก ปากซอยพหลโยธิน 5 เป็นเหตุให้มีรถยนต์เสียหาย 3 คัน และมีผู้บาดเจ็บ 3 รายนั้น ล่าสุด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ออกมาชี้แจงถึงความคืบหน้าว่า วันที่ 24 มิ.ย. ได้เรียก นายจักรพล บุญยิ่ง พนักงานขับรถเมล์สาย 8 หมายเลขข้างรถ 39-101 ทะเบียน 13-5133 กทม. มาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว พนักงานให้การว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.30 น. เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ บริเวณแยกราชครู มีรถกระบะวิ่งตัดหน้าในลักษณะกระชั้นชิด จึงต้องหักหลบกะทันหันและควบคุมรถไม่ได้ จึงชนกับตอม่อสะพาน จนเกิดอุบัติเหตุทำให้มีผู้โดยสารและประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับบาดเจ็บ และได้รับความเสียหาย ตามข่าวที่ปรากฏ ทั้งนี้ ขสมก.ได้พิจารณาแล้ว พนักงานขับรถคันดังกล่าวกระทำผิดกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของขสมก. จึงได้สั่งลงโทษปรับเป็นเงิน 3,000 บาท งดปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 30 วัน และพักรถคันที่เกิดเหตุ 15 วัน พร้อมได้อบรมตักเตือนให้ปฏิบัติตามกฎจราจร และระเบียบข้อบังคับขององค์การอย่างเคร่งครัด หากตรวจพบว่ากระทำผิดกรณีเช่นนี้อีก จะพิจารณาโทษสถานหนักต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขสมก. MThai News

2มาตรฐานมั้ย? จอดรถ5นาทีโดนล็อคล้อ แต่จอดบนฟุตบาทไม่โดน!!
2มาตรฐาน /  จอดรถบนฟุตบาท / 

2มาตรฐานมั้ย? จอดรถ5นาทีโดนล็อคล้อแต่ จอดบนฟุตบาท ไม่เป็นไร กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Panuwin Pitchawat ได้โพสต์ภาพถามความเห็นจากชาวสังคมออนไลน์ว่า ภาพนี้สองมาตรฐานหรือไม่ โดยเผยว่า ตนลงไปจอดรถเพื่อจ่ายค่างวดรถ ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที พอกลับมาที่รถก็พบว่ารถโดนล็อคล้อแล้ว ซึ่งตนก็ยอมรับว่าทำผิดจริงๆ แต่ที่น่าโมโหคือ มีรถกระบะคันหนึ่งจอดอยู่บริเวณใกล้กันแถมจอดไว้บนฟุตบาทด้วย ซึ่งตนได้ถามเจ้าหน้าที่ตำรวจไปว่าทำไมถึงไม่จับคันนั้นบ้าง?? โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตอบกลับมาว่า รถกระบะคันนั้นมาจอดซื้อของแปปเดียวเท่านั้นจึงไม่จับ จากนั้นก็ได้เขียนใบสั่งแล้วขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ทำท่าทักทายกับคนขับรถกระบะราวกับรู้จักกัน "ผมผิดกฎหมายจราจร ผมก็ไม่ว่าอะไร ผมผิดเองที่รีบจอดจนไม่ดูป้ายห้ามจอดยอมรับผิด แต่มาตฐาน 2 มาตฐานแบบนี้ รู้ไหมว่ามันทำให้ประชาชนเกลียด ตำรวจแบบนี้แหละ ที่จะทำให้ วงการตำรวจเสื่อมเสียเกียรติ ยังไงก็ฝาก แชร์ ด้วยนะครับ ตำรวจดีๆ มีอยู่มาก จะมาเสียเพราะตำรวจ แบบนี้ " MThai News

เสยมรณะ! รถบริษัทดังซิ่งชนจยย. หนุ่มสาวติดคาซากดับสยอง
ชนเสาไฟฟ้า /  ซิ่งชนจยย / 

รถส่งสินค้าบริษัทเพาเวอร์บายซิ่งชนรถจักรยานยนต์ อัดเสาไฟฟ้าขาด2ท่อนคนขับเจ็บ หนุ่มสาวติดใต้ท้องรถดับสยอง  วันที่ 15 มิ.ย. เมื่อเวลา 24.00 ที่ผ่านมา ตำรวจสภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่บริเวณถนนสายสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าตัวเมืองชลบุรี เยื้องโรงแรมชลอินเตอร์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรม ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒท 3193 กรุงเทพมหานคร เป็นรถส่งสินค้าของบริษัทเพาเวอร์บาย สภาพรถพังเสียหาย อัดก๊อปปี้อยู่กับเสาไฟฟ้า ส่วนตู้หลุดกระเด็นออกจากตัวถังรถขาด 2 ท่อน ภายในที่นั่งคนขับพบผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่มูลนิธิไตรคุณธรรม พยายามช่วยเหลือออกจากรถและรีบส่งโรงพยาบาลชลบุรี ส่วนใต้ท้องรถพบผู้เสียชีวิตนอนกอดกันแน่นจำนวน 2 ราย คือ นายประพาส วงศาดอย อายุ 20 ปี และน.ส.ธิติมา (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิ พยายามใช้เครื่องตัดถ่าง ยกรถเพื่อนำเอาร่างของผู้เสียชีวิตออกมาจากใต้ท้องรถ และห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กง 1710 อุบลราชธานี ล้มอยู่กลางถนน ใกล้กันพบขวดเบียร์ตกอยู่จำนวน 3 ขวด จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถกระบะได้ขับมาจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองชลบุรีด้วยความเร็วสูง พอขับมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขับขี่มาด้วยกัน 3 คน ถือขวดเบียร์มาด้วย ขับออกมาจากซอย และตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด ทำให้รถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์เข้าอย่างแรง และลากคนขับจักรยานยนต์และคนซ้อนท้ายติดใต้ท้องรถไปไกลกว่า 10 เมตรจนเสียชีวิต ส่วนอีกรายกระเด็นออกจากรถบาดเจ็บ ขณะที่รถกระบะพุ่งไปชนอัดกับเสาไฟฟ้าข้างถนนคนขับบาดเจ็บดังกล่าว ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

ดราม่าลองวีคเอนท์ : ย่าแย้มแง้มเลขเด็ด, รถซิ่งขั้นเทพ ฯลฯ
ข่าวดราม่า /  ซื้อผ่านเน็ต / 

ดราม่าลองวีคเอนท์ : ย่าแย้มแง้มเลขเด็ด, เบียดรถกรรโชกทรัพย์, คนใจหล่อ! ขอส่งคืนสมาร์ทโฟน, เก๋งสยอง พุ่งข้ามเลน ชนกระบะดับ 2 ศพ และ รถซิ่งขั้นเทพ! ตำรวจจับ-ปรับไม่ได้ ร้อนฉ่าเรียกดรามาตั้งแต่ต้นจนสุดสัปดาห์ในวีคที่ผ่านมา เพราะข่าวมากมายหลายอารมณ์ที่เข้ามามาขย่มจิตเขย่าใจ จนทำคนออนไลน์พากันแห่แชร์ แสดงความเห็นมากมาย วันนี้ MThai News จึงได้รวบรวมกระแสเหล่านั้นมาให้ได้ย้อนรำลึก ว่าคนไทยบนโลกโซเชียลชอบอ่านข่าว-แชร์คลิป และเรื่องราวเหตุการณ์อะไรบ้าง ? 1. ย่าแย้ม แง้มเลขเด็ด เริ่มข่าวแรก กับข่าวที่เรียกได้ว่าดังชนิดที่ใครก็คงเบรกไม่อยู่ สำหรับละครชุด "สุดแค้นแสนรัก" เพราะแม้ละครใกล้จะจบลาจากจอ แต่ความนิยมของตัวละครในเรื่องไม่ยอมหายไปด้วย โดยเฉพาะย่าแย้ม หรืออีแย้ม ที่เรียกได้ว่าแม้โบกมือบัยบาย จบชีวิต (ในเรื่อง) ก่อนใครเพื่อน ก็ยังคงทิ้งมาดร้ายตามบทบาทไว้ให้คอละครได้ลุ้นกัน ซึ่งสิ่งที่เธอถึงไว้ในละครจะถูกอก โดนใจขนาดไหน ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญานนะท่านผู้ชม (อ่านต่อ . . . ) บอกเลยงานนี้มีลุ้น . . . ข่าวอื่นๆ –เหล่าพระนางในเรื่อง สุดแค้นแสนรัก ใช้มือถือรุ่นอะไรบ้าง มาดูกัน! ………………………………………………………………………………………………………………… 2. เบียดรถ กรรโชกทรัพย์ ข่าวนี้เป็นข่าวเตือนภัยให้ประชาชนคนไทยพึงระวัง เพราะมันปรากฎมีกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพ ออกอาละวาดเปิดตัวกรรโชกทรัพย์ด้วยวิธีสุดแปลก ไม่คาดคิดว่าจะมีคนสรรหานำมาใช้หากิน (อ่านต่อ . . .) แรกเริ่มเกิดขึ้นในพื้นที่แถบภาคเหนือแต่ไปๆ มาๆ ลามไปเกือบทั่วประเทศ เห็นทีงานนี้คุณตำรวจจะต้องทำงานเข้ม เร่งจัดการคนพวกนี้ให้หมดสิ้น จับได้เมื่อไหร่แนะจัดให้หนัก เอาให้เข็ด เพื่อจะได้ไม่ย้อนกลับมาทำซ้ำย้ำก่อเหตุอีก ฝากด้วยนะครับโผม . . . ข่าวอื่นๆ – เตือนภัย นักวิ่งมิจฉาชีพแฝงตัว งัดรถ โผล่หลายงานแล้ว …………………………………………………………………………………………………………………….. 3. คนใจหล่อ! ขอส่งคืนสมาร์ทโฟน เป็นข่าวน่ายินดี ปลื้มปีติในโลกออนไลน์ เพราะไม่มีใครคิด ว่าคนดีศรีอโยธยาหลงเหลืออยู่ในสังคม เนื่องจากเขาหรือ อาจจะเป็นเธอยอมคืนพัสดุ ที่ส่งมาผิดกลับคืนสู่ต้นทาง ไม่ยอมมุบมิบเก้บไว้เอง ทั้งๆ มันมีค่างวดสูงกว่าราคาที่เขาสั่งไป เห็นที! งานนี้ไม่ต้องรอ มัวให้เสียเวลา ขอปรบมือรัวๆ ให้กับเขา ที่คิดดีมีสำนึก แบบนี้ดังๆ มาเหอะพี่น้องไทย มาร่วมทำดีเพื่อสังคมกัน (อ่านต่อ . . . .) ข่าวอื่นๆ – กดไลค์ชื่นชม ตำรวจดอนเมือง เก็บกระเป๋าตังค์คืนเจ้าของ …………………………………………………………………………………………………………………….. 4. เก๋งสยอง พุ่งข้ามเลน ชนกระบะดับ 2 ศพ  เข้าสู่ข่าวลำดับสี่ ที่คราวนี้จะพาไปดูคลิป คลิปที่ว่าเป็นเหตุสลด อุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเรื่องที่เกิดดูเผินๆ อาจมีไม่มีใครเจ็บ แต่ความจริงแล้วกลับไม่ใช่ เพราะมีคนต้องสังเวยชีวิตไปถึง 2 ศพ อยากรู้ว่ารุนแรงขนาดไหน ก็ตามต่อไปดู (อ่านต่อ . . .) บอกได้คำเดียว ความตายอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจริงๆ MThai News ขอคลิปนี้เป็นอุทาหรณ์ สอนให้ทุกคนมีสติ หากคิดสตาร์ท เพื่อชีวีจะสดใส เดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ข่าวอื่นๆ - วิธีแก้ ง่วง ในที่ทำงานโดยไม่ต้องพึ่งกาแฟ …………………………………………………………………………………………………………………….. 5. รถซิ่งขั้นเทพ! ตำรวจจับ-ปรับไม่ได้ ข่าวสุดท้าย แต่ไม่ท้ายที่สุด เป็นข่าวที่ทำเอาใครต่อใครที่เห็นเป็นอันต้องตะลึง เพราะตำรวจรุมตรวจรถแต่งซิ่งทั้งคันแต่ดันแจ้งหาข้อหา-เอาผิดไม่ได้ แล้วอะไรละที่ทำให้เขารอดมาได้ ต้องไปติดตาม (อ่านต่อ . . . .) ได้ บอกเลยมันสวดยวดลวดเพียดดดด ข่าวอื่นๆ – โชว์ชัดๆ ตารางค่าปรับกฎหมายแต่งรถซิ่ง เรื่องราวทั้งหมดเป็นข่าวเด่นประเด็นดัง ฮิตติดลมบนจนเป็นกระแสทอร์คออฟเดอะทาวน์ในช่วงสัปดาห์นี้ แล้วคุณละชอบข่าวไหนมากกว่ากัน??? MThai News

หนุ่มซิ่งกระบะกลับจากเที่ยว สะดุ้งเจอด่านพุ่งชนเสาสาหัส
ซิ่งกระบะ /  ด่านตำรวจ / 

หนุ่มซิ่งกระบะกลับจากเที่ยวผับกลางเมืองลำปาง ตกใจเจอด่านตำรวจเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าหักโค่นเจ็บสาหัส เพื่อนกระเด็นออกนอกรถ  วันที่ 5 มิ.ย. ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้าหักโค่น มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในบริเวณหน้าธนาคารทหารไทย (สาขาลำปาง) ถนนบุญวาทย์ ต.สวนดอก อ.เมือง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.ลำปาง และ มูลนิธิ อปพร.เทศบาลนครลำปาง พร้อมสมาคมกู้ภัยลำปางนำอุปกรณ์ตัดถ่าง เข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีดำ ทะเบียน บล 7110 ลำปาง สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ภายในรถพบร่างนายงาดำ เชื้อจันอัด อายุ 36 ปี คนขับ สภาพถูกอัดก๊อปปี้ติดกับพวงมาลัยเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเข้าช่วยเหลือนำตัวออกมาจากซากรถ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายกระเด็นออกจากตัวรถ ตกอยู่บริเวณหน้าธนาคารฯ คือ นายประทีป มุ่งปันกลาง อายุ 40 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้ให้การช่วยเหลือนำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งรักษาตัวที่ รพ.ลำปาง อย่างเร่งด่วน จากการสอบสวน แฟนสาวของนายงาดำ ซึ่งได้นั่งรถมาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ชักชวนกันมาเที่ยวสถานบันเทิงในตัวเมืองลำปาง ขณะกำลังจะขับรถกลับบ้านพักที่ ต.พิชัย แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็พบว่ามีด่านตรวจตั้งอยู่ด้านหน้า ด้วยความตกใจนายงาดำจึงได้หักหลบ ประกอบกับขับรถมาด้วยความเร็วสูงจึงเสียหลักพุ่งชนเข้าเสาไฟฟ้าจนหักและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ด้านเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ ระบุว่าขณะที่ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจชุดที่ 1 ตั้งด่านตรวจจับแอลกอฮอล์บริเวณดังกล่าวเป็นประจำตามนโยบายการรณรงค์เมาไม่ขับ และเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ได้มีรถยนต์คันดังกล่าวขับมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ส่งสัญญาณให้ลดความเร็ว แต่รถคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วสูง ซึ่งตนเองเห็นท่าไม่ดีจึงได้ให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านวิ่งไปหลบข้างถนน จากนั้นรถคันดังกล่าวก็เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ขอบคุณภาพจาก เดลินิวส์ MThai News

ระทึก!ตำรวจไล่จับ18 ล้อ ถูกเบียดตกข้างทาง(คลิป)
18 ล้อ /  ตำรวจ / 

เกิดเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อเบียดรถตำรวจ สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ตกข้างทาง หลังรถบรรทุกคันดังกล่าว ถูก ตร.ไล่ล่า วันนี้ 12 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกออนไลน์มีการแชร์ คลิปจากมือถือบนรถของตำรวจ สภ.พนมสารคาม จับภาพขณะวิ่งอยู่บนถนนทางหลวง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อจับกุมรถพ่วง 18 ล้อคันหนึ่ง จากภาพในขณะที่รถตำรวจเข้าไปใกล้รถบรรทุกคันดังกล่าว โดยวิ่งแซงไปทางเลนส์ขวา ก็ปรากฏว่ารถพ่วงสิบล้อเบี่ยงเลนส์ตรงเข้าไปหารถตำรวจที่มาทางเลนส์ซ้ายในระยะประชิดขึ้นเรื่อยๆ รถตำรวจพยายามเบี่ยงหลบ แต่รถบรรทุกก็ได้เบียดจนทำให้รถตำรวจตกลงไปยังข้างทาง ทำให้พลิกคว่ำหลายตลบ สภาพพังยับเยิน ส่วนเครื่องยนต์หน้ารถที่มีผู้โดยสาร แยกออกจากส่วนของกระบะ กระจกแตก คลิปที่สองถ่ายจากรถอีกคันที่วิ่งตามมา แสดงให้เห็นถึงรถตำรวจที่ตกลงไปข้างทาง รายงานล่าสุดเเจ้งว่าคนร้ายผู้ก่อเหตุทิ้งรถหลบหนีไป ส่วนตำรวจทั้ง 3 นายที่นั่งอยู่ในรถไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด MThai News ที่มาเฟสบุ๊ค ที่นี่ 8 ริ้ว

อีกมุมกล้อง! เหตุเก๋งเสียหลักพุ่งข้ามเลนชนกระบะ ที่นครปฐม
ข่าวจังหวัดนครปฐม /  รถชน

เก๋งเสียหลักพุ่งข้ามเลนชนกระบะ ที่นครปฐม ไฟลุกท่วมจนมีคนเสียชีวิต 2 ราย วานนี้ (24 พ.ค. 58) เพจ @Somsak Young ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีชีวิต ขณะรถเก๋งเสียหลักพุ่งข้มเกาะกลางชนรถกระบะ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ทราบชื่อผู้ตาย คือ นายนัฐพล บุญญานุสาสน์ ผู้โดยสารที่ขับขี่มาในรถกระบะ ส่วนอีกรายไม่ทราบชื่อทราบเป็นชาย คนขับขี่รถเก๋งคันที่พุ่งข้ามเลนมา นอกจากนี้ยังพบผู้บาดเจ็บอีก 1 คน คือนายชยกร ธีรโชติธนกุล คนขับรถกระบะ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดภายในรถกระบะ ได้เผยเหตุการณ์ที่ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวเดินทางอยู่บนถนน เพชรเกษมฝั่งขาเข้า กทม. ใกล้กับศาลเจ้าแม่ปราสาททอง ม.4 ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จากนั้นไม่นานได้มีรถเก๋งสีขาวเหินข้ามเลนพุ่งชนรถกระบะอย่างจัง ก่อนที่ทุกอย่างจะแน่นนิ่งไป ทั้งนี้จากการสอบสวนนายไพฑูรย์ ชูศิลป์กุล อายุ 48 ปี ญาติของนายเกียงไกร ชูศิลป์กุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกำแพงแสน เป็นผู้ขับรอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความตกใจในเหตุการณ์ ทราบว่า ขณะที่ขับรถมาบนถนนเพชรเกษม เพื่อจะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยได้วิ่งอยู่เลนขวาสุด จู่ๆ เครื่องยนต์ได้เกิดการกระตุกจึงได้ชะลอความเร็วและเปลี่ยนเลน มาอยู่เลนที่ 2 กลางถนน โดยมีรถกระบะคันเกิดเหตุขับแซงขึ้นหน้าไป แต่จากนั้นไม่กี่วินาทีได้เห็นรถรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว ขับพุ่งข้ามเกราะกลางถนนมาจากฝั่งตรงข้ามมาชนกับรถกระบะคันที่ขับนำหน้ามาแทนที่รถของตนในเลนขวาสุด จากนั้นรถเก๋งได้เกิดไฟไหม้ลุกท่วมทันที ด้วยความตกใจตนจึงเร่งแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ จนพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตดังกล่าว MThai News อีกมุมเหตุเก๋งเสียหลักพุ่งชนกระบะไฟลุกไหม้

อุกอาจ! ยิงถล่มสองผัวเมียนครศรีฯ ร่างพรุนดับคารถ
ดักยิง /  นครศรีธรรมราช / 

คนร้ายใช้อาวุธปืนสงคราม ดักถล่มยิงรถกระบะสองสามีภรรยาชาวนครศรีธรรมราช ร่างพรุนอนาถคารถ ตร.เร่งสอบหาสาเหตุ วันที่ 3 มิ.ย. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุยิงกันตายคารถกระบะเสียชีวิต 2 ศพ บนถนนสายบางสะพาน ม.7 ต.ยางจาก อ.เมือง จึงนำกำลังตำรวจชุดสอบสวน แพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ชีพกู้ภัยนครศรีธรรมราช เดินทางตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีแดง ทะเบียน บธ-931 นครศรีธรรมราช จอดอยู่ มีรอยกระสุนปืนชนิดต่างๆ ยิงจนรูพรุน กระจกแตกกระจาย ที่กระบะท้ายติดลูกกรงบรรทุกกล้วยมาเต็มคันรถ ภายในรถพบศพผู้เสียชีวิต 2 รายคือ นายภักดี นาวาทอง อายุ 46 ปี และนางหนูลาย นาวาทอง อายุ 46 ปี สองสามีภรรยา สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธหลายชนิดจนร่างพรุน นอกจากนี้พบปลอกกระสุนปืนลูกซอง 4 ปลอก และปลอกกระสุนปืนคาร์บินจำนวน 17 ปลอก รวม 21 ปลอก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบคดี นอกจากนั้นยังพบร่องรอยคนร้ายน่าจะใช้รถยนต์เป็นพาหนะ และคาดว่าหลังก่อเหตุคนร้ายน่าจะขับรถหลบหนีไปทางถนนสายหลัก จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายภักดี และนางหนูลาย สองสามีภรรยามีอาชีพค้าขาย ก่อนเกิดเหตุได้นำกล้วยที่เก็บมาได้จากสวนจำนวนมากใส่รถกระบะ เพื่อไปส่งให้แม่ค้าที่ตลาดหัวอิฐในตัวเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 คน มีอาวุธครบมือดักซุ่มอยู่กลางทาง เมื่อสบโอกาสจึงใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงแบบไม่ยั้งจนสองสามีภรรยาเสียชีวิตทันที พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ระบุว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ยังไม่ได้ตั้งประเด็นการตายว่ามาจากประเด็นใด แต่คนร้ายใช้อาวุธร้ายแรงก่อเหตุยิงถล่มผู้ตายทั้งสองคน ไม่ใช่เรื่องเล็ก ซึ่งจะเร่งทำการสอบสวนหาสาเหตุที่ชัดเจนอีกครั้ง รวมทั้งตรวจสอบว่า ผู้ตายนอกจากจะค้าขายแล้วมีอาชีพอื่นหรือไม่ และขัดแย้งกับใคร จนนำไปสู่การยิงถล่มด้วยอาวุธสงครามในครั้งนี้ ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

ประหาร!! พันศักดิ์ อดีตตำรวจเผานั่งยาง 'เสี่ยอ้วนโรงเกลือ'
ตลาดโรงเกลือ /  ประหารชีวิต / 

ศาลจังหวัดสระแก้ว พิพากษาสั่งประหารชีวิต "พันศักดิ์ มงคลศิลป์" อดีตตำรวจดัง อุ้มฆ่าเผานั่งยาง "เสี่ยอ้วน" ตลาดโรงเกลือปี 56 ขณะเจ้าตัวอยู่ระหว่างหลบหนี วันที่ 29 พ.ค. ศาลจังหวัดสระแก้วอ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักอัยการจังหวัดสระแก้ว และนางปาง หมุย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีตสว.สส.สภ.เมืองปราจีนบุรี จำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกรวม 5 คน คือ นายกฤษณะ หรือ ปอ ขัดศิริ จำเลยที่ 2 ,นายน้อย ขยันดี จำเลยที่ 3 ,นายนิคม หรือ ป๊อด มนต์ศิริ จำเลยที่ 4 และนายสมหมาย พุฒิเทศ จำเลยที่ 5  อุ้มฆ่าเผานั่งยาง นายชัยชนะ หมายงาน หรือ เสี่ยอ้วน ฉายา "เทพเจ้าสองแผ่นดิน" นักธุรกิจในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ ซึ่งถูกอุ้มหายไปจากซอยบ้าน เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2556 โดยศาลได้เบิกตัวจำเลยที่ 2-4 เข้าร่วมฟังคำพิพากษา ส่วนนายพันศักดิ์ จำเลยที่ 1 อยู่ระหว่างการหลบหนี หลังได้รับการประกันตัวออกไป และไม่ได้มาฟังคำพิพากษา ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 56 ช่วงเช้ามืดได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ บุกเข้าอุ้มเสี่ยอ้วนจากในซอยข้างบ้าน  โดยโจทก์ได้นำสืบตามพยานหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด ที่สามารถจับภาพเหตุการณ์ขณะคนร้ายกำลังก่อเหตุ ตั้งแต่หน้าปากซอยไปตามถนน รวมทั้งหลักฐานจากคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จนทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 คน และยังหลบหนีอีก 3 คน ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากคำบรรยายของโจทก์ทำให้เชื่อได้ว่าจำเลยทั้งหมดกระทำความผิดจริง จึงพิพากษาให้ประหารชีวิต นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ จำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ศาลจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต  ส่วนกรณีที่นางปางมุ้ย ภรรยาของนายชัยชนะ ขอให้จำเลยชดใช้ค่าทำศพและค่าเลี้ยงดู จำนวน 7,800,000 บาท ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าทำศพเยี่ยงสามัญชนทั่วไปพึงปฏิบัติ คือ 300,000 บาท ค่าอุปการะเลี้ยงดู 24 เดือน จำนวน 400,000 บาท ทั้งนี้หลังศาลอ่านคำพิพากษา นางปางมุ้ยและบุตรของนายชัยชนะ ต่างร้องไห้ด้วยความดีใจที่ศาลให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว โดยคดีดังกล่าวเกิดในเวลาเช้าตรู่ ของวันที่ 1 ก.ค. 2556 ภายในบริเวณตลาดโรงเกลือ ที่จำเลยทั้งหมด โดยมีนายพันศักดิ์ เป็นหัวหน้า ได้ร่วมกันอุ้มนายชัยชนะ ขึ้นรถกระบะไปกักขัง และเผานั่งยางในเวลาต่อมาในพื้นที่ของ สภ.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และต่อมาเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2556 นายพันศักดิ์ได้ถูกจับกุม รวมถึงผู้ต้องหาที่ร่วมแก๊งก็ได้ทยอยถูกจับกุม และตำรวจได้ส่งฟ้องศาล โดยจำเลยที่ 2-4 ให้การรับสารภาพ แต่จำเลยที่1 นายพันศักดิ์ให้การปฏิเสธขอสู้คดี  ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวออกไป ในระหว่างการพิจารณคดี โดยศาลนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อถึงกำหนดนายพันศักดิ์ได้ให้ทนายนำใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรวมแพทย์ กทม.มาขอเลื่อนวันอ่านคำพิพากษา มาเป็นวันนี้ 22 เม.ย. 2558 แต่นายพันศักดิ์ ไม่มาฟังคำพิพากษาตามศาลนัด ศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับทันที และเรียกปรับเงินประกัน จากนายประกันที่ได้ยื่นขอประกันตัวนายพันศักดิ์ไว้ พร้อมนัดอ่านคำพิพากษาเป็นวันนี้ (29 พ.ค.) จนมีคำพิพากษาประหารชีวิตดังกล่าว MThai News

วินาทีจับตาย! หมอตามาร ขว้างระเบิดมือใส่ ตร.(คลิป)
ขว้างระเบิด /  วิสามัญ / 

ตำรวจวิสามัญ "หมอ ตามาร" ลูกน้องของเอ็ม ตามาร เครือข่ายยาเสพติดชื่อดัง จ.สุราษฎร์ธานี หลังพยายามขว้างระเบิดใส่จนท. พบมีหมายจับและประวัติโชกโชน วันที่ 14 มิ.ย. สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุวัยรุ่นชายหญิงทะเลาะวิวาทจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่หมู่บ้านรินทองชุมชนบางชุมโถ ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ที่เกิดเหตุพบวัยรุ่นชายลักษณะเมายากำลังทะเลาะกับวัยรุ่นหญิง แต่เมื่อเข้าไปสอบถามปรากฏว่าวัยรุ่นชายกลับชูระเบิดขู่ ก่อนจะวิ่งไปขโมยรถกระบะของชาวบ้านขับหลบหนีไป ตำรวจจึงวิทยุขอกำลังเสริมเพื่อจับกุมวัยรุ่นดังกล่าว ซึ่งหลบหนีเข้าไปในซอยโรงอิฐ โดยชายวัยรุ่นได้นำระเบิดขู่เจ้าหน้าที่เป็นระยะ และถูกเจ้าหน้าที่ยิงแผ่นหลังหนึ่งนัดทำให้ต้องจอดรถและวิ่งลงไปหลบในบ่อน้ำ จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นายได้ทำการปิดล้อมบ่อน้ำดังกล่าว โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงสามารถเกลี้ยกล่อมให้ชายวัยรุ่นขึ้นมาจากบ่อน้ำ กระทั่งคนร้ายทนการกดดันไม่ไหวจึงตัดสินใจยอมแพ้และขอเข้ามอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายจึงเข้าประชิดเพื่อจับกุม แต่ปรากฏว่าระหว่างนั้นคนร้ายกลับคว้าระเบิดที่แนบไว้ข้างตัวขึ้นมาขว้างใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้ตำรวจตัดสินใจวิสามัญ ส่วนระเบิดนั้นพบว่าไม่ทำงานจึงไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่าคนร้ายที่โดนวิสามัญคือ นายสนิท จันทนา หรือ หมอ ตามาร อายุ 39 ปี เคยเป็นลูกน้องของ เอ็ม ตามาร ผู้ต้องหาคดียาเสพติดซึ่งถูกวิสามัญเมื่อหลายเดือนก่อนนี้ และจากการตรวจสอบพบประวัติก่อคดีมาโชกโชน และล่าสุดมีหมายจับคดียาเสพติดของศาลจังหวัดเวียงสะ จ.สุราษฎร์ธานี ลงวัน 3 มิ.ย.58 ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก "Thailand Police Story" ได้เผยแพร่คลิปวินาทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจวิสามัญคนร้ายรายนี้ หลังพยายามขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่อีกด้วย ขอบคุณข้อมูลจาก แนวหน้า คลิปจากเพจ Thailand Police Story MThai News

Stunning  Bike Stunt
bigbike /  ER-6N 650 / 

มาทำความรู้จัก สตั้นไบค์ ทีม Zombie & Bever stun  Stunning  Bike Stunt ไม่ว่าใครก็รู้สึกตื่นเต้นเร้าใจถ้าได้เห็นมอเตอร์ไซค์ยกล้อหมุนควงเป็นวงกลมหรือคนขี่ขึ้นไปยืนบนเบาะกางแขนทรงตัวเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา หลังจากเสียงยางบดกับพื้นถนนและเครื่องยนต์ที่แผดเสียงอยางก้าวร้าวอย่างเงียบลงเราได้พบกับสองคู่หูสตั้นไบค์ที่เรียกว่าเก่งที่สุดและดังที่สุดในประเทศไทยขณะนี้ในนามของทีม Zombie & Bever stunt โดยทั้งสองจะมาเปิดใจเกี่ยวกับ ‘สตั้นไบค์’ ในทุกๆ เรื่องให้คุณได้รู้กัน สตั้นไบค์คืออะไร? Keng : สตั้นไบค์สำหรับเมืองนอกคือกีฬาเอ็กซ์ตรีมแขนงหนึ่ง  ไม่จำกัดว่ามีท่วงท่าอะไรแล้วแต่ไอเดียเราจะผสานต่อเนื่องยังไงก็ได้ ต่างประเทศมีมา 10 กว่าปีแล้วส่วนบ้านเราเข้ามา 8 ปี ช่วงหลังๆ บ้านเราพัฒนาใกล้เคียงกับต่างประเทศไปอีกขั้นในแง่ของท่วงท่า ตัวรถที่เอามาเล่นกันเมื่อก่อนจะมีเฉพาะรถเล็กอย่างเดียว ณ ปัจจุบันบิ๊กไบค์เริ่มจะเยอะขึ้นแล้ว Rung : ตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนกลางทางสนามกีฬาอนุญาติให้เราเล่นจะมีประมาณ 4-5 กลุ่ม ถ้าวันที่มาครบๆ ก็ 10 กว่าคันได้ มาจากหลายๆ กลุ่มมาแชร์ประสบการณ์ แชร์สกิลกัน ถ้าจะเริ่มเล่นต้องเริ่มจากอะไร? Rung :  ก่อนอื่นต้องมีมอเตอร์ไซค์ก่อนแล้วก็ต้องมีใจ  ต้องรู้สึกปิ๊งมันจริงๆ เพราะกีฬาชนิดนี้นอกจากเราจะมีมอเตอร์ไซค์แล้ว ต้องมความอดทน มีระเบียบวินัยค่อนข้างสูงเพราะว่าเราซ้อมทุกวันอย่างตัวรุ้งซ้อมมาเข้าปีที่ 3 แล้วเพราะอย่างเราเล่นลมยางเปลี่ยนความรู้สึกรถจะเปลี่ยนเราต้องนั่งปรับกันใหม่ การเล่นทุกวันทำให้เราชินแล้วก็เป็นการอัพสกิลอัพท่าของเราด้วย Keng : บางคนอยากเล่นเพราะอยากเท่เราตอบได้เลยครับว่าคนที่คิดแบบนั้นไม่สามารถเล่นสตั้นไบค์ได้ จะมาแค่ยกเท่ๆ ไม่ได้มันต้องใจรักจริงๆ ต้องทำอะไรกับรถบ้าง? Keng :  เริ่มแรกรถเดิมๆ เลยครับ จนสกิลเริ่มเพิ่มขึ้น ต้องเปลี่ยนสเตอร์หลังให้ใหญ่ขึ้น เพื่อดรอปแรงทอร์ก ยิ่งรถซีซีสูงสเตอร์ยิ่งต้องใหญ่เพราะว่าเราจะไม่ใช้ความเร็วใช้บาลานซ์ร่างกายเป็นหลักความเร็วรถ Rung : เวลายกขึ้นไปเราจะยกอยู่ที่ประมาณ 75-85 องศา ความเร็วประมาณ 20 ไม่เกิน 30 กม./ชม. จำเป็นต้องติดเบรคมือเพิ่มถ้าสังเกตล้อหลังจะเห็นปั๊มเบรค 3 ตัว ชนิดของยางต้องเป็นเกรดแข่งในสนาม สติ๊กเกอร์ทำให้มั่นใจด้วยหรือเปล่า? Keng :  สำคัญเลยครับ เพราะสติ๊กเกอร์พวกนี้คือสปอนเซอร์ทั้งหมดที่สนับสนุนเราจริงๆ Rung : ให้เป็นเงินเป็นสินค้าอย่างเช่นยาง โช้ค  โซ่ เพราะกีฬาพวกนี้ค่าใช้จ่ายเยอะมาก การล้มแต่ละครั้งเป็นเงินที่กระจายออกไปทั้งนั้น Keng : ยกตัวอย่างผ้าเบรครถธรรมดาใช้ได้เป็นปีแต่เราเล่นอาจจะอยู่ได้แค่ 2 เดือน ยางหลังผมใช้เบอร์ 160 เส้นละ 6,500 บาทใช้บางที 3 วันดอกก็หมดแล้ว อาชีพหลักของแต่คุณทั้ง 2 คน? Keng :  เราสองคนเป็นพนักงานการไฟฟ้า ส่วน Bike Stunt เป็นงานอดิเรกแต่ว่ารายได้มากกว่างานประจำเยอะ Rung : ในช่วงปีนี้ออกงานค่อนข้างเยอะ มีงานโชว์ตัวรายการโทรทัศน์หลายรายการทำให้ผู้ชมรู้จักเราเยอะขึ้น ท่วงท่าในการเล่นเยอะขนาดไหน? Keng : ระบุไม่ได้เลยเพราะว่าปีๆ นึงจะมีพวกมนุษย์ประหลาดคิดท่าพิเศษๆ ขึ้นมา Rung : อย่างพวกเราคิดแต่ละท่าขึ้นมาเป็นไปตามอารมณ์มากกว่า ใครที่เริ่มก่อนก็จะใช้ชื่อตัวเองเป็นหลัก อย่างเก่งจะมีท่านึงชื่อ Zombie no Hand ซึ่งแต่ละท่ามันจะอยู่เป็นขั้นบันไดตามเบสิคพื้นฐานอยู่แล้ว สตั๊นไบค์กับอุบัติเหตุเป็นของคู่กัน? Keng : เป็นเรื่องธรรมดาครับ แต่จะเห็นว่าพอล้มก็ลุกได้ปกติเพราะว่าเราซ้อมทุกวันจะรู้หลักบวกกับอุปกรณ์ที่เราใส่พวกสนับเข่า สนับศอก การ์ดหลัง ถุงมือ รองเท้าผ้าใบ อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้ใช้ความเร็วสูงการล้มไม่เหมือนสไตล์เรซซิ่งที่เจ็บหนักกว่ากันเยอะ รถที่เอามาเล่นต้องเป็นรถอะไร? Keng : ได้หมดครับ ไม่จำกัดไม่ว่าจะเป็นรถคลาสสิก ชอปเปอร์หรือสกู้ตเตอร์ก็มาเล่นได้หมดแต่รถในแต่ละรุ่นก็จะมีข้อจำกัดของมัน ถ้ารถรุ่นที่เมืองนอกนิยมมากที่สุดจะเป็น Kawasaki zx6 เรียกได้ว่าตำแหน่งเครื่องยนต์ การกระจายน้ำหนัก แรงรถ ทุกอย่างบาลานซ์และเพอร์เฟ็คที่สุด Rung : ใช้ KSR บำรุงดูแลง่าย อะไหล่เบิกศูนย์ได้เลยแต่น้อยครั้งมากที่จะแตกหักเสียหายอาจจะเป็นแค่แฮนด์งอ พักเท้างอประมาณนี้มากกว่า ด้วยเหตุนี้ KSR เลยเหมาะที่จะเอามาเล่น Bike Stunt ในบ้านเราน่าจะ 90 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้รถรุ่นนี้ กระแสบ้านเราเป็นยังไงบ้าง? Keng : ดีขึ้นเรื่อยๆ นะ อย่างเมื่อก่อนเราเล่นอยู่ในลานซ้อมคนผ่านไปผ่านมามองว่าเด็กแว๊นซ์หรือเปล่ามายกล้อกันขนาดนี้ เราก็พยายามสร้างอิมเมจให้มันดูดีขึ้นคือต้องแต่งตัวให้ดี หมวกกันน็อคต้องใส่ตลอด ท่อต้องไม่ให้มันดังมาก บริเวณที่เล่นมีรั้วกั้นไม่ให้ออกไปเบียดเบียนคนอื่น เราทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่ผ่านไปผ่านมามองเราให้ดีขึ้น โดยเฉพาะปีนี้ดีขึ้นเยอะมากเพราะได้ออกรายการออกสื่อโปรโมตตลอดเพื่อให้คนรับรู้ว่ามีกีฬาประเภทนี้อยู่ในบ้านเรา ไม่ค่อยเห็นผู้หญิงเล่นเท่าไหร่? Rung : ในประเทศมี 2 คน มีรุ้งกับคนที่อยู่นครสวรรค์อีกคนนึง ส่วนในการแข่งขันแต่ก่อนจะมีรุ่น Lady Stunt แต่พอมาช่วง 2 ปีหลังยกเลิกไปปัจจุบันเลยต้องมาแข่งกับผู้ชาย ตัวรุ้งเองได้ตำแหน่งที่ 2 กับที่ 3 ติดตัวมาในสองงานหลัง ต้นเหตุที่ตัดสินใจเล่นเพราะไปเจอคลิปในยูทูปเก่งส่งมาให้ดูว่าในโลกนี้ยังมีผู้หญิงเล่นนะก็เหมือนจุดประกายในตัวเราแต่ ณ ตอนนั้นมันยังไม่มีเข้ามาในบ้านเรา พอมาตอนรุ้งอายุ 25 ทุกอย่างลงตัว ทำงานมีเงินเก็บซื้อรถได้ก็ลุยเลยจนถึงตอนนี้เข้าปีที่ 3 แล้ว อยากเห็นอะไรในวงการสตั้นไบค์? Keng : อยากให้มีสปอนเซอร์ซับพอร์ตเหมือนต่างประเทศ สังคมเค้ายอมรับแล้วว่ามันคือกีฬา นักกีฬาสตั้นไบค์บางคนทำงานเป็นตัวโชว์อยู่ในบริษัทเครื่องดื่มที่เป็นสปอนเซอร์ให้ อย่างบ้านเราต้องทำงานประจำแล้วต้องเจียดเงินส่วนนั้นมาซ่อมบำรุงรถตัวเอง ส่วนมากไปซ้อมที่ไหนกันบ้าง? Keng : ก็มีที่สนามกีฬากกท. บางครั้งอาจไปเก็บสกิลที่สุวรรณภูมิเพราะพื้นที่เยอะ บางท่าเล่นพลาดเราสามารถปล่อยรถได้เลยไม่ต้องกลัวฟุตบาทหรือรั้วกั้น รถที่ใช้เล่นเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันด้วยหรือเปล่า? Keng : เรามองว่ารถพวกนี้เป็นเหมือนอุปกรณ์กีฬาเลย ถ้าเอาไปใช้อย่างแรกคือตำรวจจับข้อหาดัดแปลงสภาพ ยางหน้าใช้งานสนามเอามาใช้บนถนนไม่คุ้มเพราะสึกหรอเร็ว ถ้าไปซ้อมไกลๆ ต้องใช้กระบะบรรทุกมา ปกติซ้อมกันกี่ ชม. ? Rung : ปกติซ้อมกันตั้งแต่ 6 โมงครึ่งจนถึง  4 ทุ่ม เพราะทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 โมงครึ่ง อาชีพหลักแปลกๆ ของคนเล่นสตั้นไบค์? Keng :  มีอยู่คนนึงเป็นหนุ่มแบงค์ แต่งตัวเนี้ยบทั้งวันตกเย็นแปลงร่างเป็นอีกคนซึ่งแตกต่างกับชีวิตอีกด้านโดยสิ้นเชิง การเล่นสตั้นไบค์นอกจากต้องใช้กำลังแล้วต้องใช้อะไรอีก? Rung : นอกจากต้องใช้กำลังแล้วเราต้องใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดคุมทั้งหมดไม่ว่าจะเบรคเท้าเบรคมือท่วงท่าที่กำลังทำและท่าต่อไปที่จะเล่น ไม่งั้นมันจะรวนจนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ วิถีของสตั้นต์จริงๆ เราจะไม่เล่นนอกลานซ้อม ถ้าออกจากนอกลานซ้อมไปแล้วเราคือคนปกติ จะไม่มีการไปโชว์ศักยภาพด้วยที่เราจะแยกภาพออกจากเด็กแว๊นซ์ เพราะอย่างนั้นเราต้องทำให้คนเห็นแต่ส่วนที่ดีเท่านั้น Keng :  เด็กแวนซ์กลับใจก็เยอะ หลายๆ คนไปแวนซ์บนถนนแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการแค่นี้มันกระจอกเกินไป พอได้มาเริ่มเล่นสตั้นหันหลังให้อดีตเลย นี่ล่ะคือสิ่งที่ค้นหาตลอดชีวิต วิธีเทิร์นโปร? Keng จะไต่ระดับเริ่มจากรุ่นเล็กก่อน อย่างผมตอนไปแข่งที่ลำปางได้ที่ 1 มาแล้วปัดขึ้นเป็นโปรเลย Rung : อย่างรุ้งสนามแรกได้ที่ 3 มาในรุ่นมือใหม่ก็โดนปัดขึ้นโปรเลย ในสนามต่อไปก็ต้องลงไปแข่งกับพวกโปรแล้ว อันดับของพวกคุณในวงการสตั้นไบค์? Keng :  ล่าสุดได้ที่ 1 ในรายการใหญ่บูรพาไบค์สตั๊น มา 2 รุ่น สิ่งที่วัดว่าใครเหนือกว่าใครผมว่าฝีมือเป็นแค่ส่วนหนึ่งแต่ที่สำคัญจริงๆ คือการเอ็นเตอร์เทนคนดูแล้วก็ความต่อเนื่องของการโชว์บวกกับรถรุ่นนี้ที่ต่างประเทศไม่ใช้กันเพราะเล่นยากตอนนี้เป็น ER650 คันเดียวในประเทศที่เอามาเล่นสตั๊น Rung : ตอนนี้เป็นที่ 3 รุ่นมือใหม่ต้องดูงานหน้าว่าจะมีอันดับในรุ่นโปรได้หรือเปล่า เป้าหมายของคุณในวงการนี้? Keng :  ฝันไว้เยอะ มันจะมีรายการใหญ่ในโลกชื่อ XDL เป็นรายการที่ใหญ่ที่สุด เจ๋งที่สุด สตั๊นทั่วโลกมารวมกันอยู่ที่นี่ ถ้าวันนึงสกิลเราถึงสปอนเซอร์พร้อมได้ไปสักครั้งจะเยี่ยมมาก ไม่ต้องติดอันดับก็ได้แค่ลงไปแล้วโฆษกแนะนำว่าเก่งซอมบี้จากประเทศไทยแลนด์ก็เพอร์เฟ็คแล้ว Rung : ฝันอยากจะไปรายการ stunt GP ที่เยอรมันแค่ได้ไปยืนดูก็รู้สึกดีแล้ว ถ้าไปไปแข่งแล้วชูธงชาติไทยจะภูมิใจขนาดไหน เหตุการณ์ประทับใจ ? Rung : รุ้งกับเก่งเป็นคู่แรกที่ได้ไปโชว์นอกประเทศได้รับเกียรติจากประเทศเวียดนามในงานไบค์เฟส เกิดเหตุการณ์ประทับใจ คนดูมากกว่า 2 พันคนซื้อบัตรเข้ามาดูเราพอเห็นคนขับมอเตอร์ไซค์แสดงฝีมือได้ขนาดนี้เค้าเฮกันตลอดไม่มีหยุด ฟินสุดๆ สตั้นไทยกับสตั้นเมืองนอกแตกต่างกันในมุมไหนบ้าง? Rung : ต้องอธิบายก่อนว่าคนไทยมีชีวิต 2 ด้าน ต้องทำงานแล้วเอาเงินส่วนนั้นมาทำตรงนี้ แต่ฝรั่งมีชีวิตด้านเดียวเขาสามารถยกล้อเลี้ยงชีพได้ สามารถตื่นมาซ้อมได้เลย ในความคิดของตัวเองเขาไม่ได้เหนือกว่าเราหรอกเพียงแต่ชีวิตเราดิ้นกว่าเขา รุ้งเชื่อว่ามีเด็กไทยสักคนนึงสปอนเซอร์ถึงๆ ตื่นมาซ้อมได้เลยเราเทียบเขาได้แน่นอน หลายคนมองว่าเป็นกีฬาคนมีตังค์? Keng :  มันแปลกที่ว่าคนมีตังค์มาเล่นแต่ไม่จริงจัง แต่คนที่เก่งๆ กลับไม่ค่อยมีตังค์ แค่เงินจะเปลี่ยนผ้าเบรคก็ไม่มี เหมือนเป็นเรื่องบังเอิญที่สลับกัน ก่อนจะมาค้นพบสตั้นไบค์ เล่นอะไรมาบ้าง? Keng : เมื่อก่อนขี่มอตอร์ไซค์ 400 ซีซี วิ่งไปทั่วประเทศแต่รู้สึกว่าไม่ใช่ มาเล่นรถยนต์ก็ไม่โดนอีก BMX  สเก็ตบอร์ดก็ลองมาหมดแล้วเรารู้สึกว่ามันยังไม่พอความเร้าใจยังไม่ได้ สตั้นไบค์เนี่ยเวลาเราเล่นท่าอะดรินาลีนมาหลั่งออกมาสุดๆ ยิ่งเวลางานแข่งแลกได้แลกใส่เต็มทุกช็อตความกลัวไม่มี สุดท้ายอยากรู้ว่าพวกคุณมีไอดอลกันหรือเปล่า? Keng : Chris Pfeiffer สังกัด BMW Redbull  อายุ 40 กว่าแล้วเป็นสตั้นที่คนทั่วโลกยอมรับ พูดได้เลยว่าเป็นไอดอลของทุกคน เป็นคนแรกที่ยกล้อแล้วหมุนเป็นวงกลมได้เมื่อ10กว่าปีที่แล้ว เริ่มจากเป็นนั่งแข่งสายวิบากก่อนจนค้นหาตัวเองจนเจอมาจบที่สตั้น รถที่ใช้เป็น BMW F800i เป็นรถทัวร์ริ่งที่ไม่เหมาะกับการเล่นเลย 800 ซีซี น้ำหนักเยอะ กำลังเยอะ  แต่ Chris Pfeiffer เอามาเล่นมันเจ๋งตรงนี้ Rung : chris Pfeiffer เวลาไปโชว์ทุกประเทศจะขอผู้หญิงหนึ่งคนออกมาเพื่อโชว์จูบขณะที่วิ่งยกล้อมา รุ้งบอกกับตัวเองว่าคราวนี้ต้องเป็นชั้นเพราะพลาดไปเมื่อครั้งที่แล้ว และความฝันก็เป็นจริงไปออกไปร่วมโชว์กับไอดอลอย่าง chris Pfeiffer ถือว่าเป็นความประทับใจที่ลืมไม่ลงจริงๆ ข้อมูลจาก A'lure Magazine  Vol.49 

ออกหมายจับแก๊งกระบะยิงกลุ่มจยย. ดับ 1 ที่ปราจีนบุรี
ทะเลาะวิวาท /  ปราจีนบุรี / 

ตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ ออกหมายจับ มือยิง แก๊งวัยรุ่นขี่ จยย. เสียชีวิต ที่ จ.ปราจีนบุรี แล้ว จากกรณีกลุ่มขับกระบะ และกลุ่มวัยรุ่นขี่ จยย. เกิดการเขม่นกัน และมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย ที่จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด วันนี้ 8 มิ.ย. ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ ได้ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า กลุ่มคนตายที่มาด้วยรถจยย.หลายคัน มีเรื่องกับคู่กรณี โดยผู้ตายคือนายปรีชาได้เข้ามาทำร้ายกลุ่มมือปืนก่อน จากนั้นดักรอชกต่อยกับกลุ่มมือปืนถึง 3 รอบ จนถึงครั้งสุดท้ายยังตามไปไล่ต่อยกับกลุ่มมือปืนถึงที่รถยนต์ จึงถูกยิงสวนเสียชีวิตดังกล่าว สำหรับกลุ่มคนร้ายทั้งหมดได้ข้อมูลครบแล้วทั้งหมด และได้ออกหมายจับกุมแล้ว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิง นายปรีชา สาลี อายุ 32 ปี เสียชีวิต ที่บริเวณถนนหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นฯ ถนนสายบ้านโป่งไผ่ ม.7 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขึ้นรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนหลบหนี สาเหตุเกิดการเขม่นกันของ 2 กลุ่ม โดยฝ่ายนายปรีชาที่เสียชีวิตได้ใช้รถ จยย.เป็นยานพาหนะขับขี่ และมาพบกับกลุ่มผู้ยิงใกล้ที่เกิดเหตุ เกิดเขม่นกันขึ้น มีปากเสียงและลงมือชกต่อยกัน โดยฝ่ายที่มีอาวุธปืน ได้ใช้ปืนที่พกมารัวยิงใส่นายปรีชาเสียชีวิต โดยกลุ่มมือปืนหลังก่อเหตุได้รีบพากันขึ้นรถกระบะสีขาวยี่ห้อโตโยต้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับหลบหนีไป MThai News ที่มา... ข่าวสด