กระบะ

Honda Ridgeline แย้มราคาพร้อมลุยตลาดรถกระบะในสหรัฐอเมริกา
Honda /  Honda Ridgeline / 

Honda เผยโฉมรถกระบะ Honda Ridgeline ที่ทาง Honda นั้นได้พัฒนาโปรเจ็คนี้ร่วมกับทาง R&D อเมริกา ซึ่งนำพื้นฐานจาก Honda Pilot พัฒนาจนออกมาเป็น Honda Ridgeline รถกระบะ 4 ประตู และได้เปิดเผยราคาที่พร้อมจะออกจำหน่ายจริงในเดือนมิถุนายนนี้ ในสหรัฐอเมริกา      Honda Ridgeline มาพร้อมกับขุมกำลังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ให้กำลังสูงถึง 280 แรงม้า พร้อมระบบฉีดตรงและระบบ VCM มีระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเพิ่มความพิเศษสำหรับรุ่นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ที่มาพร้อมระบบปรับโหมดการขับขี่แบบ Terrain Management System ที่สามารถปรับการขับขี่ได้ทั้งหมด 4 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ, โหมดทางฝุ่นทางทราย, โหมดลุยโคลน และโหมดเดินทางบนหิมะ และระบบความปลอดภัยนั้นทาง Honda Ridgeline ก็จัดมาแบบเต็มรูปแบบด้วย ระบบเบรคอัตโนมัติ, ระบบแจ้งเตือนหากรถวิ่งออกนอกเลน, ระบบแจ้งเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า, และระบบช่วยรักษาช่องจราจร      Honda Ridgeline มีแผนที่จะเริ่มจำหน่ายจริงในช่วงเดือนมิถุนายน โดยจะมีตั้งแต่รุ่นที่ถูกที่สุดไปจนถึงรุ่นท็อป Black Edition โดยมีราคาเริ่มต้นที่ $30,735 - $42,270 หรือราว 1.083-1.489 ล้านบาท และจะขายแค่ในอเมริกาเท่านั้น ส่วนของกระบะหลังนั้นดีไซน์มาแบบพิเศษคือสามารถเปิดได้สองแบบ คือแบบกระบะทั่วไปและแบบนี้ ขอบคุณภาพจาก Internet

เชฟโรเลต เปิดตัว The All New Colorado แกร่งกว่าเดิมเพิ่มเติมความหรูหรา
car /  Chevrolet / 

เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย เผย The All New Colorado ที่จะสานต่อตำนานความสำเร็จของรถกระบะเชฟโรเลตที่มีประวัติอันยาวนานเกือบ 100 ปี โคโลราโดใหม่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่ครบครันทุกด้านในแบบฉบับรถกระบะอเมริกันของเชฟโรเลต มาพร้อมการออกแบบภายนอกและภายในใหม่ สมรรถนะที่เหนือชั้นกว่าเดิม ความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น ความหรูหรามากกว่าเดิม และเทคโนโลยีระดับผู้นำเซกเมนท์ โคโลราโด รุ่นใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่งและความประณีต มีลวดลายเส้นสายที่สวยงามและชัดเจน เปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอแบบฉบับรถกระบะอเมริกันพันธุ์แท้ ตัวถังรถมีสัดส่วนที่บึกบึน เสริมภาพลักษณ์ความสมบุกสมบัน สะท้อนศักยภาพการลุยเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มที่ รถกระบะรุ่นนี้มาพร้อมเอกลักษณ์การออกแบบระดับโลกที่ถ่ายทอดพละกำลังและความแข็งแกร่ง ด้วยการออกแบบด้านหน้าใหม่ที่เน้นความสปอร์ตทั้งแผงกันชน กระจังหน้า ฝากระโปรง และไฟหน้า ซึ่งทำให้รถกระบะรุ่นนี้โดดเด่นเหนือกว่ารถกระบะทั่วไป รูปลักษณ์ใหม่เน้นความสะดุดตาด้วยไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแอลอีดีรูปทรงเรียวบางที่พร้อมดึงดูดทุกสายตาบนท้องถนน ภายในห้องโดยสารของโคโลราโดรุ่นใหม่ ผสมผสานทั้งความแข็งแกร่งและความหรูหราเหมือนกับภายนอก ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งหมดที่เน้นความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง ความประณีต และเทคโนโลยี แผงแดชบอร์ดและการตกแต่งเบาะที่นั่งใหม่ยกระดับความรู้สึกพรีเมียม  ขณะที่คอนโซลกลางที่ถูกปรับดีไซน์ใหม่ทำให้ใช้งานได้ง่ายดาย สะดวกสบายด้วยหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่น) และระบบอินโฟเทนเมนท์ มายลิงค์ รวมไปถึงวัสดุผ้าให้พื้นผิวสัมผัสนุ่มนวล การตกแต่งทั่วทั้งห้องโดยสารให้ความสะดวกสบาย โคโลราโดรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 4 สูบ ดีเซลเทอร์โบ 2.5 ลิตร ที่ถูกปรับปรุงใหม่เพื่อสมรรถนะที่ดีขึ้น ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่า และลดมลพิษไอเสีย ด้วยการใช้ระบบเทอร์โบแปรผันหรือ VGT (Variable Geometry Turbocharger) เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 2.5 ลิตร มีพละกำลัง 180 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 440 นิวตันเมตร (325 ฟุต-ปอนด์) ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์รุ่นนี้ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4 ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีดตามแต่รุ่นย่อย โดยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดได้รับการปรับแต่งอัตราทดเกียร์ใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 2.5 ลิตรถูกติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงรบกวนบริเวณหัวฉีด เพื่อให้ทำงานได้เงียบขึ้น โคโลราโดทุกรุ่นยังมาพร้อมยางรองตัวถังและยางรองแท่นเครื่องยนต์แบบใหม่ ซึ่งช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ ทำให้มีระดับเสียงและแรงสั่นสะเทือนภายในห้องโดยสารลดลง จากการทดสอบของทีมวิศวกรแสดงให้เห็นว่าห้องโดยสารของโคโลราโดรุ่นใหม่เงียบลง 2-4 เดซิเบล และมีแรงสั่นสะเทือนลดลง โคโลราโดพัฒนาบนระบบช่วงล่างที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้มีความเสถียรยิ่งกว่าเดิม ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ ห้องโดยสารถูกแยกจากระบบช่วงล่างด้วยยางรองตัวถัง ทำให้สามารถลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนลง พร้อมกับทำให้มีการขับขี่ที่คล่องตัวและหนึบมากขึ้น จานดิสก์เบรกชุดใหม่มีเสียงการทำงานที่ลดลง นอกจากนี้ ระบบกันสะเทือนชุดใหม่ยังถูกปรับตั้งพร้อมช็อกอัพแบบไดเกรสซีฟ ซึ่งช่วยให้โคโลราโดมีการขับขี่ที่สะดวกสบายและเสถียรภาพที่เหนือชั้น โคโลราโดรุ่นใหม่ล่าสุด ยังมาพร้อมระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการบังคับพวงมาลัยสำหรับการขับขี่ในเมืองและขณะจอดรถ อีกทั้งยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ระบบบังคับเลี้ยวจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นตามความเร็วในการขับขี่ ดังนั้นโคโลราโดรุ่นใหม่จึงมีน้ำหนักพวงมาลัยที่เหมาะสมเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงขึ้น ในเรื่องของความปลอดภัยมาพร้อม ระบบความปลอดภัยแบบแอคทีฟและแพสซีฟ (ขึ้นอยู่กับรุ่น), ทั้งระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทั้งขณะออกตัวและในโค้ง Traction Control System (TCS), ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน Panic Brake Assist (PBA), ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน Hill Descent Control (HDC) และระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน Hill Start Assist (HSA) พร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตลอดจนถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ โคโลราโดรุ่นใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและหลัง, ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง, เซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำฝน, ไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ, และฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ท ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเวลาจอดกลางแจ้งด้วยการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้จากกุญแจ, ขณะที่ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและกล้องมองหลังช่วยให้การขับขี่ในที่คับแคบมีความสะดวกง่ายดายมากขึ้น

Ford ประกาศยอดขายไตรมาสแรกของปี 2559 เพิ่มขึ้น 29 เปอร์เซ็นต์
car /  ford / 

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศยอดขายไตรมาสแรกของปี 2559 เพิ่มขึ้น 29 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยมียอดขายรถยนต์รวมอยู่ที่ 8,653 คัน ซึ่งมีแรงผลักดันจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่องของรถยนต์เอสยูวีขนาดกลาง อย่าง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และรถกระบะเกิดมาแกร่งที่สร้างนิยามใหม่ให้กับตลาดรถกระบะไทยอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ยอดขายไตรมาสแรกของฟอร์ดยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศที่ยอดขายรวมอุตสาหกรรมลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 4  ฟอร์ดยังคงเดินหน้าเติบโตด้วยอัตราการเติบโตที่ต่อเนื่องสวนทางกับอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนมีนาคม ทำให้ส่วนแบ่งตลาดในไตรมาสแรกที่เพิ่มขึ้น 1.4 จุดจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทำให้ฟอร์ดมีส่วนแบ่งตลาดที่  4.8 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสที่หนึ่ง รถกระบะเกิดมาแกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังคงครองตำแหน่งรถฟอร์ดที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย ด้วยยอดขายที่ก้าวกระโดดไปถึง 33 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา คิดเป็นยอดขายจำนวน 6,647 คัน นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ยังมีการเติบโตที่โดดเด่นในตลาดรถกระบะในประเทศไทย โดยครองส่วนแบ่งตลาดในเซ็กเม็นต์รถกระบะในไตรมาสแรกถึง 8.2 เปอร์เซ็นต์  เพิ่มขึ้นจากส่วนแบ่งตลาดรวมตลอดปี 2558 ที่ 7.3 เปอร์เซ็นต์ ด้วยความต้องการอย่างต่อเนื่องของฟอร์ด เรนเจอร์จากทั่วภูมิภาคเอเชีย ทำให้ฟอร์ดตัดสินใจลงทุนเพิ่มอีก 186 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,269 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงาน ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) ในจังหวัดระยอง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ โดย ณ ปัจจุบัน ฟอร์ด เรนเจอร์ ผลิตที่โรงงาน ทั้งนี้ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ได้ช่วยส่งแรงหนุนให้กับยอดขายไตรมาสแรกของฟอร์ด ประเทศไทยเช่นกัน โดยสามารถทำยอดขายไตรมาสแรกได้ที่ 1,420 คัน ทำให้สามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถเอสยูวีขนาดกลางได้เกือบ 8 เปอร์เซ็นต์

ป้ายทะเบียน แต่ล่ะสีมีความหมายแบบไหนกันบ้าง ลองไปดูกัน
car /  ป้ายทะเบียน / 

ทุกวันนี้ตามท้องถนนมีรถอยู่หลายประเภท แต่เชื่อได้เลยว่าหลายคนต้องสงสัยกันบ้าง ว่าทำไมสีป้ายทะเบียนรถแต่ละคันถึงไม่เหมือนกัน ซึ่งวันนี้เราจะพาไปรู้จักความหมายของสีบนป้ายทะเบียนรถกันว่าเป็นยังไงกันบ้าง – ป้ายทะเบียนรถพื้นสีขาวสะท้อนแสง ตัวหนังสือสีดำ คือ รถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 ที่นั่ง เช่น รถเก๋ง และรถยนต์ทั่วไป – ป้ายทะเบียนรถสีพื้นขาวสะท้อนแสง ตัวหนังสือสีน้ำเงิน คือ รถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคล แต่มีที่นั่งมากกว่า 7 ที่นั่ง เช่น รถตู้ เป็นต้น - ป้ายทะเบียนรถพื้นสีขาวสะท้อนแสง ตัวหนังสือสีเขียว คือ รถบรรทุกส่วนบุคคล คือรถกระบะ แต่บางคันก็เห็นเป็นป้ายสีดำ  แสดงว่าตอนจดทะเบียนนั้นจดเพื่อเป็นรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคลเท่านั้น หากใช้ในการบรรทุกเมื่อไหร่ จะถือว่าผิดกฏหมายทันที - ป้ายทะเบียนรถพื้นสีเหลืองสะท้องแสง ตัวหนังสือสีดำ คือ รถยนต์รับจ้าง ที่สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ไม่เกิน 7 คน หรือ รถจักรยานยนต์รับจ้าง เป็นต้น - ป้ายทะเบียนรถสีเหลืองสะท้อนแสง ตัวอักษรสีแดง คือ รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด - ป้ายทะเบียนรถสีเหลืองสะท้อนแสง ตัวอักษรสีน้ำเงิน คือ รถยนต์เล็ก 4 ล้อรับจ้าง - ป้ายทะเบียนรถสีเหลืองสะท้อนแสง ตัวอักษรสีสีเขียว คือ รถสามล้อรับจ้าง - ป้ายทะเบียนรถสีเขียวสะท้อนแสง ตัวอักษรเป็นสีขาว/ดำ คือ รถบริการทัศนาจร และรถบริการให้เช่า - ป้ายทะเบียนรถสีส้มสะท้อนแสง ตัวอักษรใช้สีดำ คือ รถพ่วง  รถแทรกเตอร์ และรถที่ใช้ในทางเกษตรกรรม - ป้ายทะเบียนรถพื้นแผ่นป้ายเป็นสีขาว (ไม่สะท้อนแสง) ตัวอักษรเป็นสีดำ คือ รถยนต์ของคณะผู้แทนทางการทูต จะขึ้นต้นด้วย ท และตามด้วยรหัสประเทศ ขีด แล้วถึงจะเป็นเลขทะเบียนรถ - ป้ายทะเบียนรถ ป้ายเป็นสีฟ้าไม่สะท้อนแสง ตัวอักษรเป็นสีขาว คือ รถยนต์ของบุคคลในหน่วยงานพิเศษของสถานทูต ใช้อักษร พ ของคณะผู้แทนทางกงศุล ใช้อักษร ก ถ้าเป็นส่วนทะเบียนรถของ องค์การระหว่างประเทศ หรือ ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ จะใช้อักษร อ แล้วค่อยตามด้วยหมายเลขทะเบียนรถ - ป้ายแดง คือ ป้ายที่ออกให้ชั่วคราว  ซึ่งป้ายแดงจะถูกนำมาใช้กับรถยนต์ที่ยังไม่ได้รับการรับรองด้วยการจดขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย ซึ่งป้ายดังกล่าวนั้นออกมาเพื่อกำกับเบื้องต้นให้รถคันดังกล่าวสามารถใช้งาน บนถนนได้ชั่วคราว แต่ก็ต้องอยู่ข้อกำหนดของกรมการขน - ป้ายทะเบียนที่มีพื้นหลังเป็นกราฟฟิก คือ ป้ายทะเบียนรถที่มีการประมูล  และแล้วก็ได้รู้สักทีนะครับว่า ป้ายทะเบียนแต่ละสีนั้นมีไว้ทำอะไรกันบ้าง ผมก็หวังว่าเพื่อนๆจะได้รับความรู้บ้าง และขอให้ขับรถอย่างสตินะครับ    ขอบคุณข้อมูล : janthai

Vertigo TOO (เวอร์ติโก้ ทู) สุดหรูบนชั้น 60 ของโรงแรมบันยันทรี
Rooftop /  Vertigo TOO

วันนี้พามาชมสิ่งสวยๆ งามๆ บนตึกสูง ร้านอาหารของโรงแรมบันยันทรี ที่มี Rooftop สุดหรู ที่ชื่อว่า Vertigo ที่เป็นที่คุ้นหูกันดี และแล้ว Vertigo ได้ขยายพื้นที่ความอร่อยมาเป็น Vertigo Too เป็นส่วนที่เปิดใหม่ที่ชั้น 60 บรรยากาศจะต่างกับ Vertigo แต่ก็ให้ความรู้สึกหรูและโรแมนติกด้วยเช่นกัน Vertigo TOO (เวอร์ติโก้ ทู) สุดหรูบนชั้น 60 ของโรงแรมบันยันทรี Vertigo Too อยู่ชั้น 60 ของโรงแรมบันยันทรี เป็นร้านอาหารสไตล์รูฟท็อปบาร์ แต่งต่างจาก Vertigo ที่อยู่ชั้น 61 คือการตกแต่งของร้านเน้นให้บรรยากาศในแบบ โมเดิร์นโคซี่ เป็นเพดานโค้งๆ ประดับด้วยไฟระยิบระยับเหมือนจำลองท้องฟ้ามาให้เราดูกันแบบใกล้ๆ และแสงไฟน้อยๆ ภายในร้าน เป็นบรรกาศที่โรแมนติกเกินกว่าจะบรรยาย เคล้าคลอด้วยเสียงเพลงเบาๆ ใครอยากสร้างบรรยากาศหรืออยากจะเซอร์ไพรส์คนพิเศษแนะนำให้พาขึ้นไปที่บาร์ชั้นลอยที่เห็นวิวกลางคืนในเมืองกรุง เป็นภาพที่ไม่ได้หาดูกันง่ายๆ จากที่ไหน มากันที่เมนูอาหารภายใต้คอนเซ็ปต์ Cross-Cultural ที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารหลายๆ สัญชาติ จัดเสิร์ฟกันมาแบบชิ้นพอดีคำ ซึ่งแต่ละคำนั้นทุกผสมผสานรสชาติและความอร่อยอยู่ในคำเดียวอยู่แล้ว จึงเป้นอะไรที่ทานได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก และมีเมนูเรียกน้ำย่อยที่อร่อยถูกปากทุกคนอย่างแน่นอน เริ่มต้นด้วยเมนู Fried Squid Legs Fried Squid Legs  หนวดปลาหมึกทอดที่ทานคู่กับซอส Siracha Mayonnaise ปลาหมึกที่เป็นสูตรเด็ดโดยเฉพาะของ Vertigo Too ไม่มีที่ไหนเหมือนอย่างแน่นอน Tom Yum Spring Rolls รสชาติครบรสแม้อยู่ในช้อนเดียว เป็นเปาะเปี๊ยสดรสต้มยำ ที่มีทั้งเครื่องต้มยำครบเครื่อง ที่มีกุ้งลายเสือและเห็นเป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้ความเป็นต้มยำดูชัดเจนมากยิ่งขึ้น ก่อนทานอาจจะบีบมะนาวที่มีเตรียมไว้ให้เล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติจัดจ้านขึ้นไปอีก Salmon Ceviche เป็นเมนูที่มีลูกเล่นที่น่าสนใจ เริ่มจากปลาแซลมอนสดจากนอร์เวย์ ที่เข้ากันอย่างลงตัวกับสมุนไพรไทย และเสริมด้วยซอสสีส้มที่มาในรูปแบบหลอด คล้ายๆ หลอดยา ซอสที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว Jasmine Tea Smoked Lamb เนื้อแกะรมควันที่ครอบด้วยฝาแก้วอบควันเพื่อให้ความหอมยังอยู่ที่เนื้อแกะก่อนเวลาที่จะเสิร์ฟ ทานคู่กับมันบดนุ่มๆ เป็นเมนูที่หอมหวนชวนรับประทานมากๆ Seafood Lover (Vertigo Favorites) ปลาแซลม่อน ปลาทูน่า หอยเชล ปลาหมึกยักษ์ ปูอลาสก้า หอยนางรม กุ้งลายเสือใหญ่ ที่อัดแน่นอยู่ในกระบะไม้ และมีน้ำจิ้มให้เลือกสามแบบสามอารมณ์ ที่มีทั้งน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดแบบไทย หรือจะโชยุสไตลืญี่ปุ่น แล้วแบบสุดท้ายคือ ซอส vinegar เปรี้ยวๆ เมื่อมาใช้บริการ Vertigo Too ลดทันที 15 % ตั้งแต่วันนี้ - 31 สิงหาคม 2560 สำหรับสมาชิก MThai ลุ้นรับ Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท 2 รางวัล กติกา ตอบคำถาม หากคุณมีโอกาสได้ไปทานอาหารที่ Vertigo Too คุณจะชวนใครไป(ตอบที่ช่องคอมเมนต์ด้านล่างคอนเทนต์) แชร์คอนเทนต์นี้ไปที่ Facebook ประกาศรางวัล otting nix_fenix ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที