กระบะ

กระหน่ำยิงเสี่ยเต้าหู้นมสด คาดปมแย้งธุรกิจมืด
กระหน่ำยิงรถกระบะ /  ขัดแย้งธุรกิจ / 

คนร้ายกระหน่ำยิงรถกระบะเสี่ยเต้าหู้นมสด รอดตายหวุดหวิด คาดปมขัดแย้งธุรกิจมืด ร.ต.ท. รพีพงษ์ บุญพัวพันธ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายไล่ยิงปืนใส่รถกระบะและคนขับๆหนีไปจอดที่ข้างทางถนน สายรังสิต-นครนายกคลองสอง (มุ่งหน้ารังสิต) ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้าวีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒพ 1019 กทม. จอดอยู่ข้างทางที่ฝากระโปรงหน้ารถถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 6 รู และกระสุนยังกระเด็นใส่กระจกหน้ารถได้รับความเสียหาย ที่หม้อน้ำ 1 รู เจ้าหน้าที่จึงนำรถไปตรวจสอบที่ สภ.คูคต จากการสอบถามนายรุ่งโรจน์ ท่อนทอง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/75 ม.5 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี อ้างว่าตนกับแฟนไปเล่นฟุตบอลข้างเทศบาลลาดสวายและกำลังจะกลับบ้านพัก เมื่อขับรถออกมาใช้ถนนคลองสามธัญบุรีตัดลำลูกกา ได้ถูกคนร้าย 4 คนใช้ขับจักรยานยนต์ 2 คน ขับรถปาดหน้าและคนซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ตนๆ จึงจับหัวแฟนให้ก้มลงจากนั้นตนจึงขับรถหนีแต่รถไปต่อไม่ได้เพราะยางแตกเสีย ก่อนจึงให้แฟนนั่งแท็กซี่ไปบอกแม่ที่บ้านให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ ภายหลังได้เค้นสอบนายรุ่งโรจน์ จึงบอกความจริงออกมาว่าเรื่องที่เล่าไปทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ความจริงก็คือตนโดนหลอกให้ไปซื้อปืนย่านคลอง 12 หนองเสือโดยมารับเพื่อนอีก 1 คน ชื่อบาส ระหว่างทางนายบาส ได้คุยโทรศัพท์เป็นระยะ เมื่อถึงที่นัดหมายนายบาสได้ลงจากรถและมีรถแวนยี่ห้อมิตซูบิชิปาเจโร่มาจอด ด้านหน้าจากนั้นได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ลงมาจากรถพร้อมทั้งชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่รถตน ตนจึงขับรถหนีแต่รถมายางแตกเสียก่อน จึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจดังกล่าวซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ชุดสืบสวนลง พื้นที่ตรวจสอบตามที่ผู้เสียหายแจ้งไว้ซึ่งคาดว่าน่าจะหักเรื่องธุรกิจมืด ถึงถูกไล่ยิงในครั้งนี้

คิดว่าจะรอด? ล็อกล้อรถตัวเอง ตบตาตำรวจ แต่ถูกจับได้
ข่าววันนี้ /  ตำรวจ / 

แฟนเพจ  ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02ก แชร์ภาพของรถล็อกล้อรถตัวเอง กะตบตาตำรวจ แต่ถูกจับได้ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. แฟนเพจ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02ก ได้มีการแชร์ภาพของรถกระบะคนหนึ่งซึ่งจอดอยู่ในพื้นที่ห้ามจอด แต่เจ้าของรถได้นำเครื่องล็อกล้อมาล็อกรถตัวเองเพื่อตบตาตำรวจ จะได้ไม่ต้องโดนใบสั่ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับได้เพราะในวันนั้นเจ้าหน้าที่ไม่ได้นำเครื่องล็อกล้อมา จึงออกใบสั่งไปตามระเบียบ ทางแฟนเพจได้มีการระบุข้อความว่า เล่นมุขล็อกล้อรถตัวเอง  เช้านี้ จราจรตรวจใต้ 1-12 พร้อมกำลัง จับกุมรถจอดในเขตห้าม ถนนเจริญราษฎร์ ผลจับกุม ออกใบสั่งแปะ 16 ราย แต่รถคันนี้ ใช้มุขล็อกเอง โดยเจ้าของรถทราบดีว่าจอดในเขตห้าม นำเครื่องล็อคล้อมาล็อคเอง (ล้อหลังขวา) หน้ารถไม่มีใบสั่งบังคับล้อ พอดี ตำรวจชุดนี้ ไม่มีเครื่องล็อคล้อเลย จึงออกใบสั่งดำเนินคดี ต่อไป ท้ายข้อความมีการเขียนเชิงหยอกล้อว่า "น่าจะประสานรถยก ท้องที่ มายก จับปรับหนักซะให้เข็ด" หลังจากภาพถูกเผยแพร่ สร้างกระแสวิจารณ์ในโลกออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องตลกขบขัน อย่างไรก็ตามใครทำผิดกฏจราจรก็ต้องถูกปรับตาระเบียบ  MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูล จากแฟนเพจ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก

Joe โจ
JOE /  Pineapple Express / 

เรื่องราวน่าติดตามของมิตรภาพ ความรุนแรง และการไถ่บาปที่ระอุขึ้นในถิ่นทุรกันดารทางตอนใต้ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ดัดแปลงจากนิยายของแลร์รี บราวน์ ที่ได้รับการยกย่องจากความสมจริงและแก่นเรื่องที่ลึกซึ้งกินใจ ภาพยนตร์เรื่องนี้ ภายใต้การกำกับของเดวิด กอร์ดอน กรีน นำนิโคลัส เคจ นักแสดงเจ้าของรางวัลอคาเดมี อวอร์ด กลับคืนสู่แวดวงอินดีอีกครั้งในบท โจ แรนซัม อดีตนักโทษเลือดร้อนผู้เข้มแข็ง เขาพยายามจะเลิกนิสัยแกว่งเท้าหาเสี้ยนของตัวเองจนกระทั่งเขาได้พบกับเด็กคนหนึ่ง (ไท เชอริแดน) ที่ปลุกสัญชาตญาณความเป็นผู้ปกป้องผู้ดุดันและอ่อนโยนในตัวเขาขึ้นมา เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นในตอนที่โจ (นิโคลัส เคจ) จ้าง แกรี โจนส์ เด็กหนุ่มอับโชค และพ่อผู้ขัดสนของเขามาร่วมทีม “วางยาพิษต้นไม้” ในบริษัทค้าไม้ โจอาจจะได้ชื่อว่าทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังกับรถกระบะ สุนัขพิทบูลล์ และผู้หญิงของเขา แต่เขาก็มองเห็นอะไรบางอย่างในตัวแกรี ที่สะกิดใจเขา ทั้งความมุ่งมั่น ความดีงาม และความไม่ย่อท้อที่เขาแทบไม่อยากจะเชื่ออีกต่อไปแล้ว แกรีไม่มีอะไรเลยในชีวิต เขาไม่เคยเรียนหนังสือด้วยซ้ำ แต่บางสิ่งก็ผลักดันให้เขาคอยดูแลครอบครัว คอยคุ้มครองน้องสาวเขาในตอนที่พ่อเขาทำตัวร้ายกาจ ด้วยความหวังที่จะมีอนาคตที่ดีกว่านี้ โจและแกรีเกิดความผูกพันอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งมันจะเปลี่ยนแปลงพวกเขาอย่างไม่อาจย้อนคืนได้ ในตอนที่แกรีพบว่าเขาต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ใหญ่โตเกินกว่าเขาจะรับมือไหว เขาก็หันไปพึ่งโจ และก่อให้เกิดหลายๆ เหตุการณ์ ที่นำไปสู่ความทารุณ และ ความงดงามของโอกาสไถ่บาปครั้งสุดท้ายไป ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ SF Cinema City เท่านั้นครับ*** -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ชาวนาถูกปล้นเงินเกือบแสน หลังไปรับเงินจำนำข้าว
ชาวนาถูกปล้นเงินเกือบแสน /  รับเงินจำนำข้าว / 

โจรขับกระบะปล้นเงินชาวนาเกือบแสน หลังจากไปรับเงินจำนำข้าวเพื่อมาลงทุนต่อ วานนี้ (18 มิ.ย.) ร.ต.อ.อาคม โฉมศรี ร้อยเวร สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายชิงเงินของชาวนาที่ไปรับเงินในโครงการรับจำนำข้าวเกือบแสนบาท โดยเหตุเกิดที่บริเวณ ถนนสายหุบกระทิง- หนองหิน หมู่ 11 ตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่ง เจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ พบนางสาวอรสา เนียมคล้ำ อายุ 37 ปี ยืนรออยู่พร้อมกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ขรย-474 ราชบุรี ด้วยความตื่นตระหนก ซึ่งผู้เสียหาย เปิดเผยเหตุการณ์ว่า ตนเป็นชาวนาอยู่ใน ต.ลาดบัวขาว เมื่อช่วงสายได้เดินทางไปยังธนาคาร ธกส สาขาบ้านโป่ง เพื่อรับเงินในโครงการจำนำข้าวที่ยังค้างอยู่เป็นจำนวนทั้งหมด 144,000 บาท หลังจากรับเงินเสร็จ ตนได้นำเงินจำนวนดังกล่าวซุกซ่อนไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ หลังจากนั้นได้เดินทางไปที่โรงสีศิวะมหาเทพ ในตำบลหนองปลาหมอ อำเภอบ้านโป่ง เพื่อรับเงินค่าข้าวนาปรังที่นำไปขายสดให้กับโรงสี จำนวน 94 ,000 บาท จากนั้นก็นำเงิน เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงเพื่อจะนำไปจ่ายค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าเช่าที่ทำนา โดยขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเพื่อจะกลับบ้าน ระหว่างเดินทางกลับเมื่อถึงจุดเกิดเหตุมีรถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้อ อีซูซุ ตอนเดียว สีเขียว สภาพเก่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับตามหลังมาภายในรถมี 3 คนและเรียกให้จอด ตนนึกว่าเป็นเพื่อนบ้านตำบลเดียวกันจึงได้หยุดรถ ทันใดนั้นเอง ชาย 2 คน สวมหมวกสีดำ ปิดบังใบหน้า ได้วิ่งลงมาและเอาปืนมาจี้ที่ด้านข้างแล้วบอกให้อยู่เฉยๆและให้เอาเงินที่มี อยู่ในตัวมาให้หมด ด้วยความกลัวจึงควักเงินที่อยู่ในกระเป๋าให้กับคนร้ายไป และกลัวว่าคนร้ายจะเอารถจักรยานยนต์ไปด้วยซึ่งมีเงินอยู่ใต้เบาะอีกกว่า 1 แสนบาท จึงตัดสินใจดึงลูกกุญแจขว้างไปในป่าข้างทาง คนร้ายหลังจากได้เงินไป ก็หลบหนีไปทางถนนสายเขางู- เบิกไพร ต่อมาได้มีชาวบ้านขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาจึงร้องขอความช่วยเหลือให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ MThai News ขอบคุณภาพจากเนชั่น

อีกแล้ว คลิปชัดๆงามหน้า ตำรวจไทย ตั้งด่านไถค่ากาแฟ
คลิป /  ตั้งด่านไถค่ากาแฟ / 

อีกแล้ว คลิปชัดๆ งามหน้าตำรวจไทย ตั้งด่านไถค่ากาแฟ ที่สระบุรี วันนี้(27 ส.ค.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรียกสินบนค่าปรับการกระทำผิดจราจรช่วงจังหวัดสระบุรี โดยภาพในคลิปนี้มีการถ่ายได้อย่างชัดเจนซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า จ่ายค่ากาแฟมาเร็วๆ จากนั้นคนขับรถก็ยื่นเงินแบงค์100บาทให้ ก่อนคลิปจะตัดจบไป โดยผู้เผยคลิปได้ระบุข้อความว่า "ขาออกสระบุรี เจอเรียกอีกรอบ มันบอกไม่ชิดซ้าย มุขเดิมอีกแล้ว มันบอกอย่าว่ายังนู้นยังนี้เลยเอาค่าm100มา งามไส้ถ่ายไว้ทัน" สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้เปิดเผยว่า เคยโดนเหมือนกันด่านดังกล่าวมี 2 ฝั่งเลย ไม่มีป้ายอะไรตั้ง มีแต่รถกระบะตำรวจจอดข้างทาง ตอนนั้นตนไม่ยอมออกมายืนคุยนอกรถ จนตำรวจรู้สึกว่ายังไงเราก็ไม่ให้ เขาก็เลยปล่อยไป ซึ่งขอเตือนว่าอย่าให้ใบขับขี่มันเด็ดขาด แค่โชว์ให้ดูว่าเป็นรูปเราก็พอ ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่ระบุว่าการกระทำดังกล่าวมีหลักฐาน พยานการกระทำผิดอย่างชัดเจนและเรียกร้องให้เจ้าของคลิปนำข้อมูลทั้งหมดส่งต่อเพื่อให้มีการดำเนินการแก้ไขปราบปรามอย่างจริงจัง Mthai News

คนมีรถต้องอ่าน! เตือนภัยคนชอบจอดรถติดเครื่อง ระวังโจรฉก
จอดรถติดเครื่อง /  ระวังโจรฉกรถ / 

ตำรวจโพสต์ข้อความ เตือนภัยคนชอบจอดรถติดเครื่อง ระวังโจรฉกรถระบาดหนัก วันนี้(1ก.ย.) แฟนเพจ กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 - บก.น.8 ได้โพสต์ข้อความเตือนภัยผู้ขับรถยนต์ให้ระมัดระวังมิจฉาชีพฉกรถที่กำลังพบมากขึ้น โดยระบุว่า เตือน "จอดรถติดเครื่อง" โจรแสบฉกหายหลายคัน" 1. รายแรก ภรรยาอัยการ ขับเก๋งวีออส อยู่บางใหญ่ นนทบุรี หลังจากพาลูก 3 ขวบ กลับจากโรงพยาบาล ตนเองเดินเข้าบ้านพร้อมแม่เพื่อจะมาะปิดประตู ปล่อยให้ลูกสาวนอนรอในรถลำพัง เพียงเสี้ยววินาที คนร้ายเป็นชาย 2 คน กระโดดเข้ามาในรถแล้วขับออกไปทันที เดชะบุญรายนี้นับว่าโชคดี ตำรวจสกัดจับไว้ได้ที่ราชบุรี ได้คืนทั้งรถและลูกน้อย(หัวใจแทบสลาย) คนร้ายเป็นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับเพชรบุรี 2.รายที่ 2 เสี่ยโรงไม้ที่เชียงใหม่ ขับกระบะนิสสัน นาวาร่าแบบ 4 ประตู ไปจอดติดเครื่องแล้วลงไปกด เอทีเอ็ม คนร้ายฉวยโอกาสกระโดดขึ้นรถขับหนีไปหน้าตาเฉย เจ้าตัวกระโดดขวางยังถูกพยายามขับชนเกือบตาย รายนี้เสียรถไปหนึ่งคันและยังเกือบเสียชีวิต 3. รายที่ 3 เช้ามืดวันที่ 19 ส.ค.57 เสี่ยนักธุรกิจค้าจิวเวลรี่ ขับเก๋งออดี้ สปอร์ต กลับจากงานเลี้ยงมาจอดติดเครื่องยนต์ไว้หน้าบ้านพัก(ท้องที่บางพลัด กทม.) แล้วลงรถมาเปิดประตู เพื่อจะนำรถเข้าบ้าน ระหว่างนั้นมีคนร้ายแอบเข้าไปในรถเก๋งขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทรัพย์สินในรถกรอบนาฬิกาโรเล็กซ์ฝังเพชร แหวนเพชรอีก 1 กระเป๋าหนังแบรนด์เนมอีก 1 เคราะห์ดีที่วันรุ่งขึ้นคนร้ายขับรถไปจอดทิ้งไว้ริมถนนพระรามที่ 3 แต่ทรัพย์สินมูลค่า 2 ล้านหายเกลี้ยง 4. ล่าสุด เที่ยงคืนวันที่ 22 ส.ค.57 คนขับอายุ 60 ขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ อ่างทอง กลับจากธุระ มาจอดหน้าบ้านพักเพื่อลงไปเปิดประตูบ้าน โดยมีภรรยาวัย 58 นั่งรออยู่ในรถ จังหวะนั้นคนร้ายบุกเดี่ยวเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถแล้วขับรถหลบหนีออกไปทันที แต่ไปหยุดรถกระทันหันห่างจากบ้านพัก ประมาณ 500 เมตร คนร้ายเปิดประตูรถถีบภรรยาเจ้าของรถร่วงศีรษะกระแทกฟุตปาธอย่างแรง ก่อนขับรถหนีไปในความมืดจนวันนี้ยังตามไม่เจอทั้งคนร้ายทั้งรถ ฉะนั้น เหตุการณ์เหล่านี้เป็นอุทธาหรณ์เตือนใจ ทุกคนต้องระมัดระวัง ปิดช่องว่าง 1.จอดรถเมื่อใดให้ดับเครื่องยนต์ ดึงกุญแจออก และหากมีล็อกเท็คดึงเลย แล้วจึงลงจากรถในทุกสถานการณ์ แม้เสี้ยววินาทีก็ตามต้องดับเครื่องยนต์เอากุญแจออก / ทนลำบากหน่อย แค่มา สตาร์ทเครื่องใหม่ คนอยู่ในรถก็ทนหน่อย 2. ขึ้นรถให้รีบกดล็อกประตูทันที แล้วค่อยสตาร์ทรถ 3. ก่อนลงรถ/ ขึ้นรถ สังเกตดูเหตุการณ์บริเวณรอบ ๆ ด้วยก็จะดี 4. ไม่จอดรถในที่เปลี่ยวห่างไกลผู้คน 5.ติดตั้งตัวป้องกันการขโมย และล๊อกตัวป้องกันทุกตัวทุกครั้งเมื่อลงจากรถ แม้ไม่ป้องกันการโจรกรรมได้ แต่ก็ทำให้การทำงานของคนร้ายชัาลงหรือเปลี่ยนใจไม่เลือกทำรถที่มีอุปสรรคเยอะ 6.ติดสัญญาณ จีพีเอส จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของรถเองรวมทั้งเจ้าหน้าที่หากมีโจรกรรมเกิดขึ้น 7. จดเบอร์โทรสายด่วนที่สำคัญไว้ที่กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าเสื้อ เผื่อใช้ประโยชน์ได้ทันที เช่น สายด่วนแจ้งรถยนต์หาย โทร. 1192 /เว็บไซต์ www.lost-car.go. th เพื่อรับฐานข้อมูลโจรกรรมแจังสกัดจับ ด้วยความห่วงใยต่อทุกท่าน บก.น.8 MThai News

ชื่นชม! ตำรวจวิ่งตามเก็บล้อรถ ป้องอุบัติเหตุ
ข่าวตำรวจ /  ข่าววันนี้ / 

ตำรวจสน. พระประแดง วิ่งตามเก็บล้อรถ หลังมันหลุดจากตัวถัง ป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ด้านชาวเน็ตแห่ชื่นชม  ในโลกออนไลน์วันนี้ (6 ส.ค. 57) ผู้คนต่างเข้าไปชื่นชมนายตำรวจท่านหนึ่ง ที่ได้พยายามวิ่งตามเก็บล้อรถกระบะที่หลุดออกจากตัวถัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายซ้ำซ้อนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยคุณ Penneung Tongta ในเพจเฟซบุ๊ก ผู้เผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวได้ระบุว่า "ตำรวจที่น่ายกย่อง" วันนี้ 06/08/57 เวลา 08.28 น. มีรถกระบะนิสสันฟรอนเทียร์สีทอง วิ่งเส้นทางถนนสุขสวัสดิ์ขาเข้า กทม.ใกล้เคียงปากซอยสุขสวัสดิ์ 76 เกิดเหตุการณ์ล้อหลังด้านขวาหลุดออกจากตัวรถ ซึ่งในขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.พระประแดง เข้าเวรรักษาการณ์ร้านทองบริเวณปากซอยสุขสวัสดิ์ 76 ได้เห็นเหตุการณ์ในขณะนั้น ตำรวจท่านนั้นจึงวิ่งตามล้อรถที่หลุดออกมาเพื่อทำการหยุดล้อนั้นไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน โดยที่ไม่ได้ห่วงหรือหยุดเพื่อเก็บโทรศัพท์มือถือที่หล่นระหว่างที่ทำการวิ่งตามล้อรถนั้น และสุดท้ายสามารถหยุดล้อรถนั้นได้ทำให้ไม่เกิดเหตุซ้ำซ้อน # คุณสุดยอดจริงๆครับ #" MThai news

โจ๋ตราดปิดซอยถล่มคู่อริอ้างแก้แค้นแทนน้อง
ข่าววันนี้ /  ยกพวกตีกัน / 

วัยรุ่นตราดเหิม ปิดซอยยกพวกยิงก่อนไล่ตีกลุ่มคู่อริ แต่ถูกตำรวจล้อมจับไว้ได้ อ้าง แก้แค้นแทนน้องชาย ห้องวิทยุสื่อสาร 191 สภ.เมืองตราด ได้รับแจ้งจากชาวบ้านภายในซอยศักดิ์ประเสริฐ ต.บางพระ อ.เมือง จ.ตราด ว่า มีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธปืนยิงใส่ชาวบ้านที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่ด้านหน้าบ้านพักภายใน ซอยศักดิ์ประเสริฐ ร.ต.ท.บุญธรรม ปัญญาภู ร้อยเวรสายตรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ และชุดสืบสวน สภ.เมืองตราด พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ได้นำกำลังไปยังจุดเกิดเหตุ สามารถจับกุมวัยรุ่นก่อเหตุได้ 7 ราย พร้อมรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า ทะเบียน ณร 6021 กรุงเทพ ที่แก๊งวัยรุ่นขับมาเพื่อก่อเหตุ เมื่อค้นรถยนต์คันดังกล่าว พบมีดอีโต้ปลายตัดสำหรับดายหญ้า 1 เล่ม เหล็กขูดชาร์ป 1 อัน เหล็กปลายแหลมสำหรับตรวจสอบข้าวสาร 1 อัน ขวาน 1 เล่ม มีดดาบยาว 3 เล่ม ไม้เบสบอล 1 อัน มีดปลายปืน 1 เล่ม ดาบซามูไร 1 เล่ม ปืนแก๊ป 1 กระบอก ทั้งนี้ นายศราวุธ หรือ บัง คำชมทรัพย์ หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ ระบุว่า ตนเองยกพวกมาทำร้าย นายบัณฑิต บุษบูรณ์ ผู้ที่นั่งดื่มเหล้า เนื่องจาก นายบัณฑิต เคยยกพวกไปทำร้ายน้องชายตนเอง วันนี้จึงนำเพื่อนพร้อมอาวุธดังกล่าวมาเพื่อไล่ถล่ม นายบัณฑิต เป็นการแก้แค้น

อุกอาจ! ประกบยิง 'กำนันหนองแรต' กลางถนนสาหัส
กำนันหนองแรต /  ตำบลหนองแรต / 

คนร้ายประกบยิง กำนันตำบลหนองแรต อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ขณะขับรถกระบะออกจากบ้านพักมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองปัตตานี วันนี้(22 ส.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. ร.ต.ท.ยงยุทธ แก้วละเอียด พนักงานสืบสวนเวร สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาด ยิงนายซอมะ เจะดี อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นกำนันตำบลหนองแรต อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลยะหริ่ง เหตุเกิดบนถนนสาย 42 บ้านทุ่งคา หมู่ที่ 1 ต.ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุขณะที่นายซอมะ กำลังขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ออกจากบ้านพัก มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองปัตตานี เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนและพาหนะประกบยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดจำนวนหลายนัด ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลยะหริ่ง เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ MThai News

คนไทยยังกังวลราคาน้ำมันลดเเต่ยังต้องประหยัดเหมือนเดิม
กองทุนน้ำมัน /  ข่าววันนี้ / 

หลังจากมีมติลดราคาน้ำมัน วันนี้ประชาชนได้มีการเข้ามาใช้บริการเติมน้ำมันมากขึ้นเเละให้ความเห็นส่วนใหญ่ว่าไม่ไม่มั่นใจกับราคาน้ำมันเเละยังคงต้องประหยัดต่อไป กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่าการชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมันให้กับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ จะใช้เวลาไม่เกิน 90 วัน แต่คาดว่างบประมาณที่ใช้ชดเชยให้ในกลุ่มเบนซินและโซฮอลล์ จะไม่มากนักเมื่อเทียบกับรายได้ที่เข้ามาจากการเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตที่เพิ่มขึ้นจากน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นน้ำมันที่มีการใช้ต่อวันสูงที่สุด คือ 60 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งผู้ใช้กลุ่มนี้ ได้แก่ เกษตรกร และผู้ใช้รถกระบะ ส่วนราคาน้ำมันใหม่ตั้งแต่ 06.00 น.วันนี้ (29 ส.ค.57) น้ำมันเบนซิน 95 ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ใช้คือกลุ่มรถยนต์หรูจะมีราคาถูกกว่าลิตรละ 45 บาท ขณะที่ แก๊สโซฮอลล์ อี 20 สำหรับรถยนต์รุ่นกลางถึงใหม่ จะมีราคาอยู่ที่ลิตรละกว่า 34 บาท อรสินี อมรโมฬี ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ลงพื้นที่สำรวจปฏิกิริยาของผู้ใช้น้ำมัน และการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการที่สถานีบริการน้ำมันของบริษัท ปตท.ย่าน ถ.วิภาวดีรังสิต จากการสอบถามพูดคุยกับผู้ให้บริการปั้มน้ำมัน พบว่าประชาชนเริ่มทยอยมาเติมน้ำมันและหนาตามากขึ้นกว่าทุกวัน เนื่องจากการปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันและก๊าซ ซึ่งราคาน้ำมันที่ปรับลงเกือบทุกชนิด เป้นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาชน มาเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า จากการสอบถามผู้ใช้บริการ พบว่าแต่ละคนส่วนใหญ่ติมน้ำใันในราคาเท่าเดิมที่เคยเติม แต่ได้ปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งแต่ละคนก็คาดหวังว่าราคาน้ำมันจะปรับลดราคาทุกชนิด และชะลอการติดก๊าซรถยนต์ แม้ว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง แต่ทุกคนก็สะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่ายังจำเป้นต้องประหยัดและวางแผนการใช้น้ำมันอย่างรอบคอบ ตามแนวทางประหยัดพลังงานและประหยัดเงินในกระเป๋า การปรับราคาโครงสร้างน้ำมัน แม้จะเป้นเรื่องน่ายินดีสำหรับผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นนโยบายของ คสช.ที่ต้องการให้สะท้อนราคาน้ำมันที่แท้จริง และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน หากอีกด้านมีเสียงสะท้อนถึงราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะปรับเพิ่มเพียง 0.14 บาท แต่นี่อาจจะเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต ที่มา Thai PBS

รถเก่าหักครึ่งคัน เหตุบรรทุกน้ำหนักเกิน (คลิปเด็ดจากFB)
คลิป /  น้ำหนักเกิน / 

รถเก่าหักครึ่งคัน เหตุบรรทุกน้ำหนักเกิน ชาวโซเชียลแนะตรวจสภาพรถ เพื่อความปลอดภัย หวั่นเกิดอุบัติเหตุ คลิปเด็ดจากโซเชียล สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ @Jazzy Jik เผยแพร่คลิปน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นคลิปที่รถกระบะเก่าๆคันหนึ่งขนลังกระดาษบรรทุกมาเต็มคันจนน้ำหนักทำให้กระบะข้างหลังหักครึ่งลงมา ต้องจอดอยู่กลางถนนและมีรถวิ่งผ่านไปผ่านมา ซึ่งมีสมาชิกเฟซบุ๊คอีกท่านหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่า ตามสภาพรถแล้วไม่ควรบรรทุกของขนาดนี้ขนสองรอบก็ใด้ หรืองานเยอะถ้าเยอะก็หารถคันไหม่สภาพดีๆมาวิ่งเถอะเพื่อชีวิตตัวเองปลอดภัยไว้ก่อน ขอบคุณคลิปจาก สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ @Jazzy Jik MThai News

รถรับ-ส่งนร.ชน10ล้อดับ1เจ็บ13หลังคนขับหลบหนี
รถรับส่งนักเรียน /  รถรับส่งนักเรียนชนสิบล้อ / 

รถรับ-ส่งนักเรียนโรงเรียนนาคประสิทธิ์ ชนรถ 10 ล้อ จนทำให้มีนักเรียนเสียชีวิตนั้น หลังเกิดเหตุคนขับรถนักเรียนได้หลบหนีไป พ.ต.อ.ชัชชาย คล้ายคลึง ผกก.สภ.สามพราน เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุรถสองแถวรับส่งนักเรียน เสียหลักชนรถบรรทุก 10 ล้อ บน ถ.เพชรเกษม ขาออก ช่วงสะพานข้ามแม่น้ำนครชัยศรี จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ภายหลังเข้าตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาโรงเรียนนาคประสิทธิ์ เบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ ดช.วรพจน์ นันทสุนทร อายุประมาณ 9-10 ขวบและทราบนามผู้ได้รับบาดเจ็บดังนี้ 1. ด.ญ.กนกพร ภิรมย์ขาว อายุ 9 ขวบ2. ด.ช.ภัทราวุธ ประกอบสัจจกุล อายุ 10 ขวบ3. ด.ช.พิสิษกร ประกอบสัจจกุล อายุ 9 ขวบ4. ด.ช.อาทิตย์ อวบสืบเชื้อ อายุ 10 ขวบ5. ด.ช.ปุณภพ เอี่ยมสำอางค์ อายุ 10 ขวบ6. นาย ปฎิพัทธ์ ดิษฐ์ประเสริฐ ไม่ทราบอายุ7. น.ส. ลูกปลา รุ่งแผน ไม่ทราบอายุ8. น.ส. ณณิชา พึ่งบุญลือ ไม่ทราบอายุ9. น.ส. น้ำใส โชติวิไล ไม่ทราบอายุ10. น.ส.อุษา อินทร์ทองคุ้ม ไม่ทราบอายุ ด้านสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้หลังการตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุทราบว่า หลังคารถกระบะสองแถวรับ-ส่งนักเรียนไปเชี่ยวชนกับรถ 10 ล้อ ที่จอดนิ่งอยู่ข้างทางจนทำให้หลังคาหลุดออกจากตัวรถและลากเด็กนักเรียนทั้ง 14 คน ลงไปด้วย จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ขณะหลังเกิดเหตุคนขับรถรับ-ส่งนักเรียนได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป MThai News ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก ทีมข่าวอาชญากรรม จรัล ลาดพร้าว 

สาวเข้าเกียร์ผิด รถพุ่งชนกระจกร้าน เกือบเหมาทั้งเซเว่น
กระบะชนเซเว่น /  กระบะเข้าเกียร์ผิดชนเซเว่น / 

กู้ภัยเมืองสุราษฎร์ รับแจ้งเหตุ สาวภูเก็ตเข้าเกียร์ผิด รถพุ่งชนเข้าเซเว่นอีเลฟเว่น เกือบเหมาทั้งร้าน  วันนี้(4 มิ.ย.) แฟนเพจ กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand เผยว่า ศูนย์กู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธา สุราษฏร์ธานี รับแจ้งเหตุรถชน พื้นที่บางใหญ่ ม.6 ถ.ชนเกษม ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง สุราษฎร์ธานี ว่ามี กระบะเข้าเกียร์ผิด รถพุ่งเข้าชนเซเว่น-อีเลฟเว่น สาขาสุราษฎร์ธานี กว่าครึ่งคันรถ มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย โดยเป็นอุบัติเหตุสาวคนหนึ่งขับรถพุ่งชนร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทำให้กระจกร้านแตกและข้าวของพังล้มระเนระนาด  จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะอีซูซุ ตอนครึ่งสีเทา บธ 9111 ภูเก็ต. จอดเข้าไปในเซเว่น  เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ไม่ประสงค์ไป รพ. โดยสาเหตุของอุบัติเหตุมาจากการเข้าเกียร์ผิด ทั้งนี้จะได้มีการประเมินความเสียหายและเรียกค่าใช้จ่ายกับสาวคนดังกล่าวต่อไป ซึ่งก็ค้องคอยดูว่างงานนี้รวมอยู่ในกรมธรรม์ของประกันรถยนต์และประกันร้านหรือไม่ ? ขอบคุณอาสาสมัครกู้ภัยเมือง จุด.บางใหญ่ Hs8KFG E29RWM ภาพ/ข่าว น้องนิด Cr.หน่อง สุภาพชน (กู้ภัย1065) MThai News ................................................................................. เนื้อหาอื่นๆ เตือนภัยผู้หญิง ขับรถคนเดียว อย่าประมาท ถ้าไม่อยาก ตกเป็นเหยื่อ ป้องกันตัวเองไม่ให้อยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการเกิดเหตุ โดยเราสามารถเริ่มจากวิธีดังต่อไปนี้ นั่งรถเมล์ดีกว่าขับรถเก๋ง ได้ออกกำลังทำให้แข็ง แรงกว่าถึง 3 เท่า นั่งรถเมล์ดีกว่าขับรถเก๋งได้ออกกำลังทำให้แข็ง แรงกว่าถึง 3 เท่า วารสาร นโยบายสาธารณ หาก คุณแม่ จำเป็นต้อง ขับรถ ตอน ท้องแก่ การขับรถไม่ได้ทำให้เกิดภาวะผิดปกติใดๆ ค่ะ

สยอง!! กระบะหลับในพุ่งชนรถทัวร์ดับ3เจ็บ2ราย
กระบะชนรถทัวร์ /  รถกระบะ / 

เกิดอุบัติเหตุสยอง รถกระบะพุ่งข้ามเลนชนกับรถทัวร์โดยสาร เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บ 2 ราย คาด คนขับรถกระบะหลับใน กลางดึกที่ผ่านมา เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถโดยสารปรับอากาศ ที่บริเวณถนนมิตรภาพขาเข้าจังหวัดนครราชสีมา ตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1ฒจ 3995 กรุงเทพฯ สภาพพุ่งข้ามเลนไปชนประสานงากับรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ สีขาวคาดฟ้า เลขทะเบียน 10-8242 ขอนแก่น ที่วิ่งตีรถเปล่าไม่มีผู้โดยสาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 ราย แยกเป็นหญิง 2 ราย และชาย 1 ราย ทั้งหมดเป็นคนที่มากับรถยนต์กระบะ นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย สาเหตุคาดว่าคนขับรถยนต์กระบะน่าจะหลับใน จึงขับรถเสียหลักพุ่งข้ามเลนมาชนกับรถโดยสารดังกล่าว

รถพ่วงซิ่งชน5คัน เจ็บ15 กลางแยกไฟแดงสระขวัญ
รถพ่วง /  รถพ่วงชน15คัน / 

เกิดเหตุรถพ่วงซิ่ง ชนระนาว 5 คัน เจ็บ 15 คน กลางแยกไฟแดง ถนนสระแก้ว-เขาหินซ้อน ต.สระแก้ว พ.ต.ต.บุญนาค ตราชู พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกัน มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณสี่แยกไฟแดงแยกสระขวัญ ถนนสระแก้ว-เขาหินซ้อน ต.สระแก้ว จากนั้นรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัยสว่างสระแก้ว ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์บรรทุกพ่วงทะเบียน 81-8638 ศรีสะเกษ และลูกพ่วง ทะเบียน 81-8639 ศรีสะเกษ ชนรถยนต์ตู้โดยสาร ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ป้ายเหลือง 10-2566 ฉะเชิงเทรา สายฉะเชิงเทรา-จันทบุรี ภายในรถตู้มีผู้โดยสารเต็มคันรถได้รับบาดเจ็บ จนท. ช่วยเหลือ นำส่ง ร.พ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ใกล้กันประมาณ 10 เมตร พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน 1179 กทม. ถูกรถพ่วงเฉี่ยวชนตกไปข้างทางได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ใกล้กันพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อเชฟโรเลต สีดำ ทะเบียน 7229 นครราชสีมา ถูกรถบรรทุกพุ่งชนอีกเช่นกันคนในรถได้รับบาดเจ็บเช่นกัน อีกคันห่างประมาณ 50 เมตร พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน ฟรอนเทียร์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บจ-6550 สระแก้ว ตกไปอยู่ร่องข้างถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเช่นกัน สอบเบื้องต้นพบว่า นายณรงค์ วงษ์ทิพย์ อายุ 25 ปี คนสุรินทร์เป็นคนขับรถบรรทุกได้รับบาดเจ็บแผลฉกรรจ์ที่แขนซ้ายและลำตัว ให้การช่วยเหลือนำส่ง ร.พ. รวมผู้ได้รับบาดเจ็บ ชาย 6 คน หญิง 8 คน เด็กหญิง 1 ราย ทั้งหมด 15 ราย พ.ต.ท.บุญนาค เปิดเผยว่าสอบสวนเบื้องต้นมีพยานที่เห็นเหตุการณ์ขณะขับรถติดไฟแดงอยู่ให้การว่า เห็นรถบรรทุกวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ขับฝ่าไฟแดง พุ่งชนรถกลางไฟแดงและเสียหลักข้าม ทำให้พุ่งชนรถทั้งหมด 5 คัน

โผล่อีกรูปสาวหน้าคล้าย
ข่าวยิงเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ /  ข่าวเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ / 

โผล่อีกรูปสาวหน้าคล้าย "หมอนิ่ม" ควงหนุ่ม- ตำรวจมีนฯ คุม'ธวัชชัย'ทีมฆ่า 'เอ็กซ์จักรกฤษณ์'ทำแผนก่อนฝากขัง วันนี้(11ส.ค.)เฟซบุ๊คแฟนเพจ เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ โพสต์ภาพล่าสุดเป็นภาพหญิงสาวหน้าตาคล้าย "หมอนิ่ม"  โอบกอดกับชายหนุ่มคนหนึ่งอย่างสนิทสนม  โดยก่อนหน้านี้เพจแห่งนี้เคยนำภาพสาวหน้าคล้ายหมอนิ่ม ควงกับชายคนหนึ่งมาเผยแพร่เช่นกัน ภาพนี้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วสังคมออนไลน์ ชาวเน็ตส่วนหนึ่งมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม แต่ก็มีคนอีกกลุ่มแสดงความเห็นว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ตามภาพที่ถูกเผยแพร่ยังไม่มีความชัดเจนว่าถ่ายที่สถานที่ใดและวันใด ล่าสุดคุม'ธวัชชัย'ทีมฆ่า 'เอ็กซ์จักรกฤษณ์'ทำแผนก่อนฝากขัง ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทีมยิง "เอ็กซ์ จักรกฤษณ์" ทำแผนรับคำสารภาพที่ซอยรามคำแหง 174 ก่อนฝากขังศาลจังหวัดมีนบุรี พร้อมค้านประกันตัว พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ควบคุมตัว นายธวัชชัย เพชรโชติ หรือ อ้น อายุ 33 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุยิง นายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หรือ เอ็กซ์ อายุ 40 ปี อดีตนักยิงปืนทีมชาติไทย เสียชีวิตภายในรถ ปอร์เช่ สีดำ ทะเบียน 2223 กรุงเทพฯ บริเวณปากซอยรามคำแหง 166 ถ.รามคำแหง แขวงและเขตมีนบุรี เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2556 มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจับกุมตัวได้เมื่อวานที่ผ่านมา โดยจุดแรกตำรวจคุมตัวไปที่ปากซอยรามคำแหง 174 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหารับว่า เป็นจุดที่ใช้รถกระบะอำพรางมาคอยเฝ้าสังเกตดูความเคลื่อนไหวนานกว่า 20 วัน และเป็นจุดที่ได้รับการติดต่อจาก ทนายอี๊ด ยืนยันว่า นายจักรกฤษณ์ ขับรถออกมาจากซอยมุ่งหน้าไปซอยรามคำแหง 166 ในวันเกิดเหตุ จากนั้นไปจุดที่ 2 บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ปากซอยรามคำแหง 174 ริม ถ.รามคำแหง ซึ่งเป็นจุดที่ขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนไปลงมือยิง จุดที่ 3 คือ บริเวณปากซอยรามคำแหง 166 ซึ่ง นายธวัชชัย ได้ขี่รถจักรยานยนต์แซงขวา ให้มือปืนลงมือยิง ก่อนจะหลบหนีไปทางซอยมิสทีนที่อยู่ห่างออกไปราว 500 เมตร ส่วนจุดที่ 4 ตำรวจพา นายธวัชชัย ไปชี้จุดที่พักรายวัน ซึ่งเปิดไว้สำหรับพักค้างคืนระหว่างเฝ้าสังเกตการณ์ตลอดเกือบเดือน ในซอยรามคำแหง 187/1 แยก 4 และเป็นจุดที่ ทนายอี๊ด ได้นำเงินค่าจ้างมามอบให้ 2 แสนบาท เป็นค่ามัดจำ และจุดสุดท้ายตำรวจคุมตัวไปชี้จุดบริเวณปากซอยถนนราษฎร์พัฒนา หรือ ซอยมิสทีน ซึ่งผู้ต้องหารับว่าได้หลบหนีมาทางซอยนี้ ไปทางหมู่บ้านนักกีฬาและไปกบดานตัวในจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนที่สุดท้ายจะย้ายไปประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปในจังหวัดสงขลา หลังการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตำรวจได้คุมตัว นายธวัชชัย ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี พร้อมคัดค้านการประกันตัว MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง สาวปริศนาโพสต์ FB แฉ “หมอนิ่ม” แย่งสามี เปิดเพจต้านเปิดโปงข้อมูล ว่อนเน็ต สาวหน้าคล้ายหมอนิ่ม ควงผู้ชายแปลกหน้า ตร.คุมทีมฆ่า’เอ็กซ์ จักรกฤษณ์’ทำแผน 5 จุด

รถตู้จนท. ร.พ.ธรรมศาสตร์ ชิ่งชนท้ายกระบะเจ็บ 11คน
รถตู้ /  รถตู้ชนสิบล้อ / 

รถตู้เจ้าหน้าที่ ร.พ.ธรรมศาสตร์ ชิ่งชนท้ายกระบะ ถ.บางขัน-หนองเสือ จ.ปทุมธานี มีผู้บาดเจ็บ 11 คน ร.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายรถกระบะ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณหน้าร้านข้าวต้มลุงอ้วน ถ.บางขัน-หนองเสือ ม.7 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ 4 ประตู หมายเลขทะเบียน 1กฉ 6251 กทม. ด้านท้ายมีรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ฮน 1513 กทม. ชนท้ายพังยับเยิน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 11 คน ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัด ร.พ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ทราบชื่อ คือ 1. น.ส.ชลดา รักงาน อายุ 23 ปี 2. น.ส.สุดารัตน์ สวัสดิ์ อายุ 27 ปี 3. น.ส.ชุลีกรณ์ เทมียนไพบลูณ์ อายุ 42 ปี 4. น.ส.วรรฤดี เอการัมย์ อายุ 23ปี ขาซ้ายหัก 5. นางนฤมล ชูทบ อายุ 35 ปี 6. นางแดงน้อย อำพันศรี อายุ 49 ปี 7. น.ส.เพ็ญนิภา แคล้วทนงค์ อายุ 23 ปี 8. น.ส.รัศมี ตับตวาโย อายุ 27 ปี 9. น.ส.วันดี ทอแงวา อายุ 23 ปี 10. นางดวงจันทร์ ขับโอฬาร อายุ 34 ปี และ 11. น.ส.สุภาพร เพ็ญศรี มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำตัวส่ง ร.พ.ธรรมศาสตร์ จากการสอบถาม น.ส.สุภาพร ซื่อสัตย์ อายุ 35 ปี ซึ่งนั่งมากับรถกระบะบอกว่า ตนเองพร้อมกับญาติ 4 คน ได้ขับรถออกมาจากซอย หลังจากทานข้าวต้ม แต่ได้มีรถตู้ที่ขับมาทางด้านหลัง และชนท้ายรถของตนเอง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่นั่งมากับรถตู้ทราบว่าพึ่งกลับมาจากงานมงคลสมรสย่านรามอินทรา ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญคู่กรณีทั้งสองคันมาสอบปากคำที่ สภ.คลองหลวง

บุกยึด!!
ตรวจยึดไม้พะยูงจำนวน 87 ท่อน /  ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ / 

ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าตรวจยึดไม้พะยูงจำนวน 87 ท่อน มูลค่านับล้านบาท เมื่อช่วงดึกวันนี้ (4 ก.ค.) พ.อ.มงคล หอทอง ผบ.ฉก.กรม ทพ.ที่ 21 สืบทราบว่ามีแก๊งค้าไม้พะยูงข้ามชาติลักลอบนำไม้ออกขายต่างประเทศบริเวณริม โขง ใกล้กับฝายน้ำล้น บ้านกลาง หมู่ที่ 8 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จึงสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ทหารสนธิกำลังกับ บก.ปทส. เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำบึงกาฬ และเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.วางแผนจับกุม ขณะที่เจ้าหน้าที่ซุ่มรอตามจุดพบรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน รุ่นบิ๊กเอ็มสีเขียว ทะเบียน บค.1020 บึงกาฬ วิ่งมาตามถนนลูกรังจะเลี้ยวลงริมน้ำโขง จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อตรวจค้น ทราบชื่อคนขับ นายวรวัฒน์ หรือโจ ทับวิเศษ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 8 บ้านโนนคำภู ต.โนนสมบูรณ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ค้นท้ายกระบะพบไม้พะยูงท่อนที่มีความยาว 40-200 เซนติเมตร จำนวน 87 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 0.537 ลูกบาศก์เมตร จึงยึดไว้เป็นของกลาง จากการสอบถามผู้ต้องหาให้รับการสารภาพว่า รับเงินจากนายสมบัติ ไม่ทราบนามสกุลเป็นเงิน 3,000 บาทให้ขับรถมาส่งไม้พะยูงจำนวนดังกล่าวที่ริมน้ำโขง โดยจะมีพ่อค้าชาวลาวมารับไปอีกที เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามีไม้หวงห้าม (พะยูง)ไว้ในครอบครองเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร ควบคุมตัวส่ง ร.ต.ท.ชลธี เสาศิริ ร้อยเวร สภ.เมืองบึงกาฬ ดำเนินคดีต่อไป

ดีเจซิ่งกระบะเฉี่ยวแท็กซี่พุ่งชนเสาไฟดับ2เจ็บ
ขับรถชนเสาไฟฟ้าตาย2 /  ดีเจขับกระบะชนแท็กซี่ / 

ดีเจหนุ่มสถานีวิทยุท้องถิ่น ซิ่งกระบะเฉี่ยวแท็กซี่ เสียหลักชนเสาไฟ เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 2 ร.ต.ท.อดิศักดิ์ คชศักดิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ บริเวณถนนพหลโยธิน ขาเข้าช่องทางคู่ขนาน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยรถกู้ชีพ ร.พ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง และแพทย์นิติเวช ร.พ.ธรรมศาสตร์ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน ลต 2336 กทม. ชนเสาไฟฟ้าอยู่ ด้านหน้ารถพังยับเยิน ภายในรถ พบผู้เสียชีวิต 2 รายทราบชื่อ นายอนุสรณ์ ตันใจดี อายุ 23 ปี เป็นนักจัดรายการวิทยุท้องถิ่นบัวหลวงเรดิโอ และเป็นคนขับรถ นายเรวัตร กลางทัพ อายุ 22 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ทราบชื่อ นายเทวทิน สังค์คง อายุ 22 ปี นายสุรศักดิ์ แสนแก้ว อายุ 23 ปี ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบรถแท็กซี่ สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทศ 1790 กทม. ถูกเฉี่ยวด้านขวาได้รับความเสียหายอีก 1 คัน จากการสอบถาม นายสมหมาย เรียงร้อย อายุ 58 ปี คนขับรถแท็กซี่ บอกว่า ขณะที่ตนเองขับอยู่ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านระหว่างนั้นรถกระบะคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วและเฉี่ยวรถของตนเอง ทำให้รถกระบะส่ายไปส่ายมาและชนเข้ากับเสาไฟฟ้า จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

หนุ่มเมืองกบินทร์ถูกยิงดับคารถแฟนสาวเจ็บ
ถูกดักยิง.ปราจีนบุรี /  ถูกยิง / 

หนุ่มเมืองกบินทร์ซิ่งเก๋งถูกมือปืนตามประกบรัวไล่ยิงนับ 10 นัด ดับคาที่ กลางแยกสามทหารตัวเมืองกบินทร์บุรี แฟนสาวเจ็บ ตำรวจมุ่งปมธุรกิจผิดกฎหมายและชู้สาว ร.ต.ท.จาตุรน สงวนประสิทธิ ร้อยเวรสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้รถกระบะมิตซูบิชิ รุ่น ไททัน สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ตามประกบพร้อมไล่ยิง รถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆม 5637กรุงเทพ จนเสียหลักตกลงคูข้างถนนหมายเลข 33 หรือสายสุวรรณศร (ปราจีนบุรี-สระแก้ว) ในรถเก๋งมีคนถูกยิงเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บสาหัส 1 คน ที่เกิดเหตุ ฝั่งขวาของตัวรถเก๋งและกระจก ด้านคนขับถูกยิงเป็นรูพรุนนับจากฝั่งประตูด้านคนขับ และกระจกแตกหลายรู ในรถด้านเบาะที่นั่งคนขับ พบศพ นายสุริยา หรือ "เอ" พงษ์เพียร อายุ 30 ปี คนขับเสียชีวิต ถูกยิงด้วยกระสุนขนาด 9 มม. รวมกว่า 10 นัด กระสุนเข้าบริเวณหัวไหล่ขวา 3 นัด ลำตัวฝั่งขวา 4 นัด ต้นขาซ้าย 2 นัด และ นางสาวปัทมา บัวบาน อายุ 25 ปี แฟนสาวที่นั่งมาด้วยถูกยิงที่ขา นำส่งโรงพยาบาลกบินทร์บุรี จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนที่ นายสุริยา จะถูกกลุ่มมือปืนที่คาดว่าน่าจะมีไม่น้อยกว่าสามคนใช้รถตามประกบยิงจนเสียชีวิตนั้น นายสุริยาได้พา นางสาวปัทมา แฟนสาวไปช้อปปิ้งที่ห้างเทสโก้โลตัส สาขาสามแยกสามทหารกบินทร์บุรี ขากลับ นายสุริยาได้ขับรถไปยูเทิร์นที่จุดกลับรถหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ผาติวานิช เพื่อกลับบ้านในหมู่บ้านเอื้ออารีย์ ได้ถูกกลุ่มมือปืนใช้รถไททันสีขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียนตามประกบด้านขวา แล้วใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ จำนวน 4 นัด เมื่อ นายสุริยา รู้ตัวได้เร่งรถเพื่อหลบหนี แต่ถูกกลุ่มมือปืนเร่งเครื่องตามประกบยิงไปอีก 6 นัด กระสุนถูกนายสุริยาตามลำตัวจนเสียชีวิต และ นางสาวปัทมาที่ขา จนรถเสียหลักตกคูร่องน้ำข้างทาง ตำรวจสันนิษฐานว่า อาจมาจากเรื่องธุรกิจผิดกฎหมายที่ นายสุริยา พัวพัน จนมีชื่ออยู่ในบัญชีดำของทางราชการ หรือไม่ก็อาจมาจากเรื่องชู้สาวที่ผู้ตายไปติดพันหญิงสาวหลายคน