กระบะ

รวบ2ผู้ต้องหา ขโมยรถพี่ชาย ตลกดังโก๊ะตี๋ได้แล้ว
ขโมยรถ /  ผู้ต้องหา / 

รอง ผบ.ตร. แถลงรวบ 2 ผู้ต้องหา แก๊งขโมยรถพี่ชายตลกดัง "โก๊ะตี๋ อารามบอย"  จ่อขยายผล พลตำรวจเอกเรืองศักดิ์ จริตเอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลการจับกุม นายประสิทธิ์ และนายประสงค์ ยกย่องประเสริฐ ถูกตำรวจ สน.โคกคราม จับกุมได้พร้อมของกลางอุปกรณ์ตัดสัญญาณรีโมทรถยนต์ จีพีเอส ไขขวง อุปกรณ์การงัดแงะ และรถกระบะอีก 1 คัน หลัง เจ้าหน้าที่ สน.โคกคราม สืบทราบว่า ผู้ต้องหา ได้ก่อเหตุลักรถกระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ มาก่อเหตุดังกล่าวในพื้นที่ และปริมณฑล จนล่าสุด เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ผู้ต้องหาจะมาก่อเหตุ บริเวณปั๊มน้ำมัน ย่านรามอินทรา จึงนำกำลังเข้าจับกุม จากการสอบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ร่วมกับ นายเบญจพล จันทราสุวรรณ ลักรถกระบะ อีซูซุ ทะเบียน ถถ 3138 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นของพี่ชาย  นายเจริญพร อ่อนละม้าย หรือ โก๊ะตี๋ อารามบอย ดาราตลกชื่อดัง ซึ่งจอดไว้ที่ หน้าร้านข้าวมันไก่ โก๊ะตี๊ ถ.รัชดา-รามอินทรา  นอกจากนี้ยังสืบทราบว่า เคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เพื่อนำรถไปขายต่อ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน พร้อมเตรียมขยายผลหาผู้ร่วมกระบวนการต่อไป ขอบคุณภาพจาก รายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์

ซ่อมได้?? สิบล้อตำรวจทับกระบะพังยับ ยันจะซ่อมให้
ข่าวตำรวจ /  รถสิบล้อของตำรวจ / 

ซ่อมได้?? สิบล้อตำรวจทับกระบะพังยับ ยันจะซ่อมให้ ชาวสังคมออนไลน์ได้วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ อารีรัตน์ ขวัญยืน ได้โพสต์ภาพรถสิบล้อทับรถกระบะพังยับ โดยเผยว่า เจ้าของรถสิบล้อคันดังกล่าวเป็นตำรวจ โดยทางนั้นยืนยันว่าจะรับผิดชอบให้โดยจะให้ซ่อมอย่างเดียวแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีช่างที่ไหน มารับซ่อมซึ่งทางตนได้ยืนยันว่าจะเอาคันใหม่ ซึ่งจากเหตุการณ์นี้พ่อได้รับบาดเจ็บแถมรถยังต้องมาพังอีก เมื่อโทรไปถามตำรวจคนดังกล่าวก็บอกว่าไม่มีอะไรจะคุย " ยศที่ประดับบนบ่ามันคงจะไม่ช่วยให้จิตใจมันสูงขึ้นเ]ยสินะ ลูกน้องที่ขับชนพ่อเราก็ไม่เห็นจะโดนดำเนินคดีอะไร มันคงเห็นเราเป็นแค่ประชาชนธรรมดายังไงเราก็จะสู้ไม่ถอยเหมือนกัน" ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์ได้ช่วยกันแชร์เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและอยากให้ทางผู้บังคับบัญชาเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ด่วนเพราะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง MThai News

แก๊งค้ายาแค้นถูกกวาดล้าง บุกยิงถล่มจนท.ดับ2 ชาวบ้านเจ็บอื้อ
นครศรีธรรมราช /  ยิงตำรวจ / 

แก๊งค้ายา เหิม ขับกระบะกราดยิงถล่ม ตำรวจ อส.ตร. ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านขณะนั่งคุยกันหน้าร้านค้า สิ้นเสียงปืน จนท.ดับ 2 ชาวบ้านเจ็บระนาว วันที่ 29 มี.ค.58 เกิดเหตุยิงถล่มกัน ที่หน้าร้านค้าในหมู่บ้านตรงข้ามป้อมตำรวจควนดินแดง หน้าโรงเรียนควนดินแดง ม.10 ต.เกาะขันธ์ อ.ชะอวด เมื่อกลางดึกวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย และเสียชีวิต 2 ราย ที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บรวม 6 คน มีทั้งตำรวจ อส.ตร.ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด จึงลำเลียงผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ชะอวด ต่อมาคนเจ็บเสียชีวิตที่ รพ. 1 ราย คือนายทวิช ด้วงมัน ถูกยิงเข้าลำตัว 2 นัด และไปเสียชีวิตที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช อีก 1 ราย คือ นายบุญพา ทองจันทร์แก้ว เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.10 ต.เกาะขันธ์ ถูกยิงท้ายทอยทะลุหน้าผาก 1 นัด ส่วนผู้บาดเจ็บ 4 คน ประกอบด้วย ร.ต.ท.ไสว อินทร์นิมิต หัวหน้าป้อมควนดินแดงที่เกิดเหตุ ถูกยิงเข้าหน้าอกสาหัส นางประคอง เรืองศรี นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี และนายพีรยุทธ สุกใส อายุ 18 ปี ทั้งหมดถูกนำส่งรักษาตัวที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ส่วนสาเหตุ ตำรวจ เชื่อว่า เป็นฝีมือแก๊งยาเสพติดที่กำลังถูกไล่ล่าอย่างหนัก มีความโกรธแค้นเจ้าหน้าที่ และมาก่อเหตุอย่างอุกอาจเพื่อเป็นการแก้แค้น ในขณะที่ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมดได้นั่งสนทนากันอยู่ภายในร้านค้าดังกล่าว เมื่อเกิดเหตุ ตร.ผู้บาดเจ็บได้ยิงตอบโต้หลายนัดไปถูกรถกระบะคนร้าย ก่อนคนร้ายประมาณ 4-5 คน หลบหนีไปได้ โดยจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะถือเป็นการก่อเหตุอย่างอุจอาจ ขอบคุณภาพ ข้อมูล/ข่าวสด MThai News

ความในใจ! ขอเถอะครับ เรื่องมอไซค์ขึ้นสะพาน-ลงอุโมงค์ข้ามแยก
รถมอเตอร์ไซค์ /  สะพานข้ามแยก / 

ความในใจ! ขอเถอะครับ เรื่องมอไซค์ขึ้นสะพาน-ลงอุโมงค์ข้ามแยก วันนี้(9 มี.ค.) บนโลกออนไลน์ได้แชร์โพสต์เฟซบุ๊ค เรื่อง ขอเถอะครับ เรื่องห้ามมอไซค์ขึ้นสะพาน และลงอุโมงค์ ข้ามแยก! ซึ่งเป็นของสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Dome Rider ที่โพสต์ไว้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 โดยระบุว่า ตนชื่อโดม นามสกุลเผือกขจี อาชีพ ผจก.โรงแรม และเปิดร้านเล็กๆค้าขายของแต่งรถมอเตอร์ไซค์ และต้องใช้รถมอเตอร์ไซค์ทุกวันเพื่อไปทำงาน ส่วนเสาร์-อาทิตย์ใช้รถยนต์พาครอบครัวเล็กๆไปโน่นนี่นั่น ตนเข้าใจความรู้สึกทั้งผู้ขับรถยนต์ และผู้ขี่มอเตอร์ไซค์ และก็ยังเข้าใจหัวอก ตร.จราจร ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าหลายล้านชีวิตใน กทม.ก็เป็นแบบตน เราต่างต้องทำมาหากิน และต้องใช้สมบัติชาติร่วมกันนั่นคือ “ถนน, อุโมงค์ และ สะพานข้ามแยก”แต่ยังมีปัญหาทั้งด้านความปลอดภัยและด้านกฎหมายที่ไม่ได้รับการใส่ใจอย่างจริงจัง ปัจจุบันตนอายุย่าง 39 ขี่มอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่อายุ 16 ตนกล้าพูดว่าเราสามารถช่วยกันแก้ไขเรื่องนี้ได้ หากทุกฝ่ายจริงใจ และลุกขึ้นมาทำให้จริงจัง เพราะเราไม่ใช่ชนชั้นสองของประเทศนะ ลองคิดกันดูเล่นๆว่าถ้าพวกตนเอามอเตอร์ไซค์จอดไว้บ้าน และเอารถยนต์รถกระบะกันออกมาใช้ คงได้เห็นวันวิปโยคกันด้านการจราจรเป็นแน่แท้ ดังนั้นแล้ว ขอเถอะ ขอสะพาน และอุโมงค์ข้ามแยกให้พวกเรา! พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะดังนี้ ก) เชิญวิศวกรทั่วประเทศ นักศึกษาอาชีวะ และผู้มีความสามารถด้านวิศวกรรม มาประกวดการออกแบบ “สะพานและอุโมงค์ ปลอดภัย เพื่อรถทุกประเภท รวมทั้งจักรยาน” (เอาแบบงานประกวดหุ่นยนต์โลกอะครับ) ข) พาเหล่าบรรดา ท่านผู้มีอำนาจ และมีหน้าที่เกี่ยวข้องไปดูงานที่ มาเลเซีย ดูสิว่าเค้าใช้ระบบ กล่องเซ็นเซอร์ติดที่มอไซค์ทุกคัน (เป็นกฏหมาย) แล้วเอามาประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นจริง (สัญญาว่าดูงานเสร็จเดี๋ยวพาไปช้อปต่อ)! ค) เรียกร้องให้ทุกค่ายรถมอไซค์ในประเทศ (ย้ำว่าทุกค่าย) ออกมาผลักดัน และสนับสนุนให้โครงการ (ก) นั้นเกิดขึ้นจริง โดยจัดกิจกรรม โฆษณาประชาสัมพันธ์ให้เต็มพิกัด รับรองครับ ค่ายไหนทำก่อน ค่ายนั้น ขายดีแน่ๆ ง) เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมและรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปสู่การแก้ไขเชิงปฏิบัติ "..ผมมิได้คุยเรื่อง "วินัยจราจร" นะครับ เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังครับวันหน้าจะจัดให้ครับ วันนี้เราลุกขึ้นมาคุยกัน หาทางช่วยกันสร้าง "สะพาน และ อุโมงค์ปลอดภัย" ครับผม ย้ำว่าสะพานและอุโมงค์ปลอดภัยนะครับ ผมว่า การพัฒนาและการปรับวินัย ทำไปพร้อมกันได้ครับผม!!! ยืนยันว่ามันไปพร้อมกันได้  ..." ที่มา เฟซบุ๊ค Dome Rider MThai News

พระซิ่งเก๋ง!ชนกระบะพังยับ จีวรขาดมรณภาพคาซากรถ
ชนกระบะ /  พระซิ่งเก๋ง / 

พระวัดป่าวราธรรม เพชรบูรณ์วัย 77 ซิ่งเก๋งยูเทิร์นตัดหน้ากระบะ ถูกชนมรณภาพคาซากรถ  วันนี้ (11 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุรถชน บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านดงขวาง ต.น้ำชุน ถนนสายเพชรบูรณ์-หล่มสัก ช่วงหลัก กม.16-17 มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่เกิดเหตุอยู่ฝั่งขาล่องถนนสระบุรี-หล่มสัก ทางแยกเข้าสู่สนามบินจ.เพชรบูรณ์ พบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า โคโรน่า สีเทาดำ ทะเบียน กข 4001 เพชรบูรณ์ ถูกชนที่บริเวณประตูคนขับด้านขวาพังยับ ภายในรถบริเวณด้านหน้าฝั่งคนขับ พบศพพระภิกษุทอง คุณรอด อายุ 77 ปี พระลูกวัดป่าวราธรรม ซึ่งตั้งอยู่หลังโรงเรียนบ้านดงขวาง มรณภาพคาที่ สภาพศพคอหักและกระดูกหักหลายแห่ง ห่างออกไปบริเวณกลางถนน พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้แค็บสีบรอนซ์ ทะเบียน บบ 39 นนทบุรี จอดอยู่ สภาพด้านหน้าพังยับ ผ้าจีวรของพระติดอยู่บริเวณไฟหน้าด้านซ้าย คนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทราบชื่อนายธนกิจ บัวชุม อายุ 25 ปี ยืนรอให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างรถ จากการสอบสวนนายธนกิจให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ขับรถไปทำธุระที่อ.เมืองเพชรบูรณ์ จนมาถึงที่เกิดเหตุ รถของพระทอง ได้พุ่งออกจากจุดกลับรถในระยะประชิด ทำให้ตนเบรกไม่ทัน ชนเข้าที่ประตูด้านคนขับอย่างแรง เป็นให้เหตุให้พระทองมรณภาพทันที เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว ก่อนให้กู้ภัยกกไทรหล่มสัก นำศพพระภิกษุส่งโรงพยาบาลหล่มสัก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการชันสูตรสาเหตุการมรณภาพอีกครั้งอย่างละเอียด ก่อนจะนำตัวนายธนกิจ ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก สอบสวนเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ออนไลน์ MThai News

โพสต์ท้า ซิ่งป่วนกรุง!  ตร.วิภาวดี สกัดจับได้เกือบยกแก๊ง
FB /  งานตาก๋อย / 

ตำรวจ ระดมกำลังเข้าสกัด จับแก๊งเด็กแว้น รวบ 25 คน ยึดรถจักรยานยนต์ 16 คัน หลังพบโพสต์ข้อความท้าทายซิ่งป่วนกรุงย่านวิภาวดี วันที่ 28 มี.ค.58 (ช่วงดึก) ตำรวจวิภาวดี นำกำลังเข้าสกัดจับแก็งเด็กซิ่งรถจักรยานยนต์ บริเวณตรงข้ามคลังสินค้า ถนนวิภาวดีรังสิต สามารถจับกุมเด็กแว้นได้ทั้งหมด 25 คน เป็นหญิง 4 คน และชาย 21 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 11 คน ยึดรถจักรยานยนต์ของกลาง 16 คัน รถยนต์ กระบะ 1 คัน และหลบหนีไปได้บางส่วน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปที่สถานี เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติ พร้อมเชิญผู้ปกครองมาทำความเข้าใจ ก่อนให้เสียค่าปรับ และปล่อยตัวกลับบ้าน พร้อมสั่งสอนเยาวชนกลุ่มนี้ว่า ตำรวจยังคงดำเนินการสกัดจับแก็งเด็กแว้นต่อเนื่อง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนและส่งเสียงดังรบกวนประชาชน ทั้งนี้ ก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ เข้าจับกุม กลุ่มเด็กแก๊งซิ่งป่วนเมืองดังกล่าวได้มีการโพสต์ข้อความ ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ ในเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า 'งานตาก๋อย' ซึ่งก็เป็นการท้าทายกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงระดมพลเข้าสกัดจับได้อย่างรวดเร็ว MThai News

เรื่องน่ารู้ 8 เหตุผล ที่ทำให้ฝูงชนดั้นด้นขึ้นเขาคิชฌกูฏ
พุทธศาสนา /  รอยพระพุทธบาท / 

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในช่วงนี้ คงไม่มีที่ไหนเทียบ "เขาคิชฌกูฏ" ได้แล้ว เพราะเป็นช่วงแห่งงานบุญประเพณีสุดยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเปิดนมัสการรอยพระพุทธบาท (ถึงวันที่ 19 มีนาคม 2558) ยิ่งทำให้ประชาชนและเหล่านักแสวงบุญ ต่างแห่แหนขึ้นไปอย่างล้นหลาม แต่พอลองมานึกๆ ดู ก็คิดได้ขึ้นมาว่า ทำไมผู้คนถึงยกขบวนมาที่แห่งนี้ในทุกๆ ปี ? เขาคิชฌกูฏ มีดีอย่างไรบ้าง ? travel.mthai.com จึงขอพาท่านไปพบกับ 8 เหตุผล ที่ทำให้ฝูงชนดั้นด้นขึ้นเขาคิชฌกูฏ สถานที่แห่งพลังศรัทธา เรื่องน่ารู้ 8 เหตุผล ที่ทำให้ฝูงชนดั้นด้นขึ้นเขาคิชฌกูฏ 1. ตำนานศักดิ์สิทธิ์อันเลื่องชื่อ นอกจากการนมัสการรอยพระพุทธบาท ที่เชื่อกันว่าเหมือนได้เข้าเฝ้าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว บนยอดเขาคิชฌกูฏ นั้นยังมีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่มาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนาอยู่มากมาย ทั้งศิลาเจดีย์ หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ ทำให้ผู้คนอยากมาเห็นสักครั้ง 2. พิสูจน์กำลังใจและความอดทน การเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ ต้องเริ่มต้นที่วัดพลวง ต้องขึ้นรถกระบะโฟว์วีลไปตามถนนที่ลาดชันมาก ระยะทางราว 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร เหล่าฝูงชนต่างดั้นด้นขึ้นไปจนสุดปลายยอดเขา โดยมีความเชื่อกันว่าจะได้บุญสูงสุด และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก 3. มีเส้นทางเดินป่าที่สวยงาม นอกเหนือจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ที่นี่ยังเป็นอุทยานแห่งชาติที่เพียบพร้อมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัยเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าพออิ่มบุญกันเสร็จแล้ว ก็มาเดินป่าต่อเลย 4. เต็มไปด้วยป่าไม้นานาพรรณ ผืนป่าของที่นี่มีความหลากหลายพอสมควร ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าผลัดใบ เต็มไปด้วยพืชสมุนไพรและพันธุ์ไม้หายากมากมาย อย่างเช่นไม้กฤษณา เป็นต้น โดยป่าดิบชื้นจะครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ ส่วนป่าดิบเขา จะอยู่บริเวณพื้นที่ยอดเขา 5. สัตว์ป่านานาชนิด สำหรับนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และชอบส่องสัตว์ ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่มีสัตว์ป่าหลากหลายชนิดอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็น กระทิง หมีควาย เก้ง กวางป่า เลียงผา เสือปลา หมูป่า อีเห็น พังพอน ค้างคาวแม่ไก่ นกกระทาทุ่ง ไก่ฟ้าหลังขาว นกกระปูด ฯลฯ 6. น้ำตกน่าเที่ยว แน่นอนว่าบนภูเขา มักมีน้ำตก และที่นี่ก็จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง คุณจะได้พบกับสายน้ำอันเย็นฉ่ำของน้ำตกทั้ง 3 แห่งบนอุทยานฯ ไม่ว่าจะเป็น "น้ำตกกระทิง" เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 13 ชั้น โดยชั้นที่ 8-9 จะมีความสวยงามที่สุด โดยลำธารชั้นล่างของน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง 100 เมตร แห่งต่อมาคือ "น้ำตกคลองช้างเซ" ตั้งอยู่ระหว่างทางขึ้นเขาพระบาท ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เหมาะแก่การเดินป่าศึกษาธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง และสุดท้ายคือ "น้ำตกคลองไพบูลย์" น้ำตกชั้นเล็กๆ น้ำใส เย็นสะใจ มีแก่งหินน้อยใหญ่มากมาย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 6 กิโลเมตร การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกันกับอุทยานฯ 7. จุดชมวิวแห่งเมืองจันทบุรี บนยอดเขาพระพุทธบาท คุณจะพบกับอากาศที่เย็นสบาย เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสระบาป เขาสุกิม เกาะนมสาว และตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน ใครยังไม่เคยไป ต้องลองสักครั้งหนึ่งในชีวิต รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน 8. สนุกสนานกับการตั้งแคมป์ เมื่อมีการเดินป่า ก็ย่อมมีการตั้งแคมป์ เป็นกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ของเหล่านักผจญภัย โดยในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ก็มีพื้นที่เตรียมไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้กางเต็นท์พักแรมกันด้วย หรือจะพักแบบบ้านพักเป็นหลังก็มีให้บริการ ที่สำคัญที่สุดของการเดินป่าและตั้งแคมป์ ทุกท่านควรรักษากฎของทางอุทยานฯ และรักษาธรรมชาติกันด้วยนะครับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ โทร. 0 3945 2074 ข้อมูล : thai.tourismthailand , holidaythai / เรียบเรียงโดย : Travel MThai

รถไฟชนกระบะ ทางข้ามหลังรพ.สารภี เชียงใหม่ตาย8ศพ
กระบะ /  ชนรถยนต์ / 

เกิดเหตุ ฝนตกหนักรถไฟพุ่งชนรถยนต์กระบะ บริเวณทางข้ามหลังโรงพยาบาลสารภี จ.เชียงใหม่ มีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย  เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถยนต์กระบะบริเวณจุดทางรถไฟใกล้กับโรงพยาบาลสารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เนื่องจากเหตุพายุและฝนตกหนักในเขตพื้นที่ อ.สารภี เย็นนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 7 ราย เป็นชาย 6 ราย หญิง 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิตในภายหลังรวมเป็นทั้งหมด 8 ราย โดยเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นคนงานก่อสร้างชาวไทยใหญ่ ที่กลับมาจากการทำงาน นั่งรถกระบะหมายเลขทะเบียน ผย 7404 ผ่านมาทางข้ามรางรถไฟ หลังโรงพยาบาลสารภี โดยเนื่องจากมีฝนตกหนักทัศนวิสัยไม่ดีทำให้มองไม่เห็นเส้นทาง ส่วนรถไฟด่วนเชียงใหม่-กรุงเทพ ยังคงสามารถเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครได้ตามปกติ

ออกรถใหม่นะ! รถเก่าปล่อยควันเยอะ โดนรีดภาษีอ่วม
กรมสรรพสามิต /  กระทรวงอุตสาหกรรม / 

ออกรถใหม่นะ! รถเก่าปล่อยควันเยอะ โดนรีดภาษีอ่วม  เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จะมีการประกาศใช้ฉลากอีโคกับรถยนต์ทุกประเภท เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการซื้อรถยนต์ที่ดีมีคุณภาพ ช่วยการประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ วันที่ 1 ตุลาคม 58 นี้ ซึ่งจะสอดคล้องกับการที่กรมสรรพสามิตจะเก็บภาษีรถยนต์รูปแบบใหม่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 โดยจะไม่คิดจากขนาดของเครื่องยนต์ หรือ ซีซี เหมือนในอดีต แต่ เปลี่ยนเป็นการจัดเก็บตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้รถยนต์ที่รักษาสิ่งแวดล้อม หรืออีโคคาร์ และเป็นการส่งเสริมให้ผู้ผลิตรถยนต์ได้พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ให้ดียิ่งขึ้น ส่วนทางด้าน นางเพียงใจ แก้วสุวรรณ ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมยานยนต์อาเซียน เปิดเผยว่า สำหรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์รูปแบบใหม่นั้นจะไม่กระทบให้กำลังซื้อรถยนต์ เพราะมีบางประเภทเท่านั้นที่อาจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะรถกระบะ อาจมีการจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น 2% จากเดิมที่เสียภาษีที่ 13% ปรับเพิ่มเป็น 15% แต่ในส่วนของรถยนต์ประเภทอีโคคาร์อัตราภาษีจะถูกลง คือจาก 17% เหลือ 14% ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ประชาชนมีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อรถอีโคคาร์และรถยนต์ขนาดเล็กเพิ่มมากขึ้น MThai News

ขับรถมาดีๆหวิดเจอสิบล้อเสียหลักทับเละ
อุบัติเหตุ /  รถบรรทุก / 

เฟซบุ๊ค คุณวิรัตน์ ปัตย์ถม ระบุว่า ภาพจากกล้องหน้ารถอุบัติเหตุ 2 มีนาคม 58 เมื่อเวลา 18.00 น. มีเหตุ ว.40 เอเชีย หน้าบริษัทโอสถสภา รถบรรทุก 18 ล้อ กระบะ 2 คัน และรถยนต์เก๋ง 1 คัน โดยรถบรรทุกหางพ่วงพลิกคว่ำทับรถยนต์นั่ง 1 คัน ทล.สายเอเชีย ขาเข้า กทม.จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้รถติด ยาว 1.5 ก.ม.     ขอบคุณเนื้อหา ข่าวสด

เสี่ยท่าข้าวพิษณุโลกเฮ! ได้เงินแสนคืน หลังลืมในห้องน้ำ
กระเป๋าหาย /  ของหาย / 

หนุ่มใหญ่เจ้าของท่าข้าว จ.พิษณุโลก ได้กระเป๋าพร้อมเงินสดเกือบ 4 แสนบาทคืนแล้ว หลังลืมทิ้งไว้ในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน และมีคนเก็บไปได้ ก่อนใช้สื่อโซเชียลประกาศตามหาจนเจอ จากกรณีเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา นายธนกฤต สิงห์ลอ อายุ 40 ปี เจ้าของท่าข้าว จ.พิษณุโลก ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ภายในห้องน้ำของปั๊มน้ำมัน ถ.พิษณุโลก--นครสวรรค์ บ้านวังเป็ด อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ภายในมีเงินสด 3 แสน 6 หมื่นบาท ซึ่งเป็นเงินที่จะนำไปซื้อข้าวเปลือกที่ จ.สุโขทัย  โดยภาพจากกล้องวงจรปิด พบมีชายศรีษะล้านเดินมาหยิบกระเป๋าและขึ้นรถกระบะโตโยต้าไป หลังจากนั้นจึงมีการประกาศตามหาในสื่อโซเชียล และลงพื้นที่ไปตามหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจและล่าสุดนายธนกฤตได้กระเป๋าพร้อมกับเงินสดคืนเรียบร้อยแล้ว สืบเนื่องจาก นายธนกฤต ได้แจ้งความที่สภ.บางระกำ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางระกำ จึงประชาสัมพันธ์ตามหาเจ้าของผ่านทางโทรทัศน์ นายสมศักดิ์ เจริญชนม์ ผู้ที่อยู่ในภาพวงจรปิด จึงได้ติดต่อมาทางโทรศัพท์ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อส่งมอบคืนเงินให้เจ้าของ เมื่อช่วงเช้าของวันนี้(13 มี.ค.) โดยนายสมศักดิ์  กล่าวว่า กำลังจะเดินทางไปงานศพพี่ชาย ระหว่างทางแวะเติมลมยางที่ปั๊ม พร้อมกับเดินเข้าห้องน้ำและพบระเป๋าสตางค์วางอยู่ ขณะนั้นยังไม่ได้เปิด เห็นไม่มีใครอยู่เลยหยิบมาก่อน เนื่องจากเกรงว่าจะมีคนอื่นมาหยิบไป เมื่อขึ้นมาบนรถจึงเปิดดูและพบว่า มีเงินจำนวนมาก จึงได้ไปลงประกาศตามหาเจ้าของทางโซเซียลมีเดีย นอกจากนี้ ยังแจ้งจส.100 เพื่อติดตามหาเจ้าของด้วย ด้านนายธนกฤต ได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือในการตามหาเงิน รวมทั้งนายสมศักดิ์ และทุกคนในโซเชียลที่ช่วยแชร์จนตนได้รับเงินคืนในครั้งนี้ ขอบคุณข้อมูลจาก จส.100 MThai News

'อีกมุมหนึ่งของดาบยักษ์' มือยิงหนุ่มบิ๊กไบค์ ที่กำลังเป็นประเด็นเดือด
Thailand Police Story /  ดาบยักษ์ / 

แชร์ว่อนเน็ต !! หลังเพจเรื่องราวตำรวจไทย หรือ Thailand Police Story เผยภาพอีกมุมหนึ่งของดาบยักษ์ กำลังช่วยเหลือหญิงชราป่วยเป็นโรคหัวใจ ด้วยการแบกเธอไว้ที่หลัง วานนี้ (20 มี.ค.) เพจจากเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ค ชื่อ 'Thailand Police Story' เผยแพร่รูปภาพ และข้อความ แสดงตัวตนอีกแง่มุมของ 'ด.ต. สุพรรณ ขำนิจ' เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่าน หรือ ดาบยักษ์ ที่ใช้อาวุธปืนยิง นายนเรศ โรจน์บุนส่งศรี วัย 40 ปี ขณะที่ขี่รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบค์ ที่ฝ่าด่านตรวจหนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จนกระทั่งเสียชีวิต เป็นเหตุให้ เกิดกระแสสังคม ที่ออกมาประณามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่อันเกินกว่าเหตุ จนเป็นผลให้ประชาชนต้องมาสังเวยชีวิตดังกล่าว ทั้งยังดื่มสุราจนเมาขาดสติ ขับรถพุ่งชนท้ายรถกระบะในอีก 2 วันต่อมา ทั้งนี้รูปภาพดังกล่าว แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ 'ดาบยักษ์' กำลังหญิงวัยชราที่ป่วยด้วยโรคหัวใจเพื่อช่วยชีวิต พร้อมทั้งระบุข้อความประกอบภาพว่า 'แม้วินาทีนี้คนภายนอกจะมอง ด.ต.สุพรรณ ชำนิต (สภ.หนองขาม) เป็นเหมือนผู้ร้ายก็ตาม แต่เพื่อนๆเท่านั้นที่รู้ว่าดาบยักษ์เสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาด โดยบันดาลโทสะถูกบิ๊กไบค์เฉี่ยวในด่าน  วินาทีนั้นไม่มีใครคิดเลยว่าจะยิงถูก เนื่องจากเป้าหมายรถเลยไปไกลแล้ว ซึ่งตรงกับคำวินิจฉัยของแพทย์คือถูกยิงจากระยะไกล ถัดมาอีก 2 วัน ดาบยักษ์เครียดทำใจไม่ได้ดื่มเหล้าจนขี่รถไปชนท้ายกับรถยนต์ที่บางแสน ฝากไว้กับภาพนี้ครับ ดาบยักษ์แบกหญิงชราที่ป่วยเป็นโรคหัวใจเพื่อช่วยชีวิต แม้ว่าวันนี้เค้าจะเป็นผู้ร้ายในสายตาของหลายคน แต่ยังมีอีกหลายมุมที่ยังไม่มีใครเข้าใจครับ' หลังจากการแชร์ภาพดังกล่าวออกไป ชาวโลกออนไลน์จำนวนมาก ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งบางฝ่ายได้เรียกร้องให้สังคมมองดาบยักษ์หลายๆด้าน และจะเห็นได้ว่า หนึ่งในข้อดีคือดาบยักษ์เป็นผู้ที่มีน้ำใจช่วยเหลือผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ส่วนอีกมุมหนึ่งกลับมองว่า การที่เขาได้ช่วยเหลือผู้คนมากมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถฆ่าใครได้ เนื่องจากความดีและความชั้ว ไม่สามารถนำมาหักล้างกันได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนากับ ด.ต. สุพรรณ ขำนิจ  ขณะนี้ดาบยักษ์ได้เดินทางเข้ามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ที่สถานีตำรวจภูธรหนองขาม เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา MThai News ที่มา Thailand Police Story

ออกหมายจับโจ๋15 ลวงถล่มยิง2ตำรวจสภ.มะนัง
ตำรวจสภ.มะนัง /  ถล่มยิง / 

"พล.ต.ท. ประวุฒิ"เผยออกหมายจับโจ๋ 15 แก๊งค้ายาขับรถจักรยานยนต์ลวง 2 นายตำรวจไปสังหารแล้ว อยู่ระหว่างการหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้ลวงและผู้ที่ก่อเหตุ คาดว่าเป็นคนในพื้นที่ วันนี้ (30 มี.ค.) พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายแก๊งค้ายาเสพติดใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม พ.ต.ท.จิรภาส เซ่งเส้ง รองผู้กำกับสืบสวน และ จ.ส.ต. ธนศักดิ์ ทรพิศ ผู้บังคับหมู่งานสืบสวน สถานีตำรวจภูธรมะนัง เสียชีวิต เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับ นาย น. (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฎิบัติหน้าที่โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฎิบัติหน้าที่, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุอันควร เร่งด่วน ตามสมควรแห่งพฤติการณ์ และทำให้เสียทรัพย์” 1 ใน 2 ผู้ต้องหาที่ขับรถจักรยานยนต์ลวง 2 นายตำรวจไปสังหารแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้ลวงและผู้ที่ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าเป็นคนในพื้นที่ นอกจากนี้กำชับให้ตำรวจพื้นที่ สภ.มะนัง ออกตามล่าตัวผู้ต้องหา เบื้องต้นทราบจากกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านในวันเกิดเหตุ ว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านอยู่ในบริเวณดังกล่าว ได้มีกลุ่มคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาทำทีมีพิรุธ ซึ่ง 1 ใน 2 คนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านจำใบหน้าได้ว่าเป็นนาย น. ผู้ต้องหาตามหมายจับ ทำให้ตำรวจขับรถยนต์กระบะติดตามไปเพื่อตรวจค้น จากนั้นมีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคาดว่ามีคนร้าย 2-3 คน ดักซุ่มอยู่ ก่อนใช้อาวุธสงครามกระหน่ำยิงนายตำรวจทั้ง 2 จนเสียชีวิต โดยในวันพรุ่งนี้(31 มี.ค.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. จะเดินทางไปร่วมงานพระราชพิธีศพของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายที่เสียชีวิต และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 2 นาย พร้อมกับดูแลเรื่องบำเน็จบำนาญต่างๆ รวมถึงการพิจารณาปรับเลื่อนชั้นยศตามความเหมาะสมต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ MThai News

ยังเป็นเป้าเดิม ! ส.อ.ท. คงเป้าผลิตรถยนต์ปี 58 ที่ 2.15 ล้านคัน
ส.อ.ท. /  สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ / 

ยังเป็นเป้าเดิม ! ส.อ.ท. คงเป้าผลิตรถยนต์ปี 58 ที่ 2.15 ล้านคัน ส่วนยอดการผลิต ม.ค.-ก.พ. เพิ่มขึ้น ติดกัน เป็นเดือนที่สอง นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า  ในปี 2558 ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ 2.15 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 14.36% จากปีก่อนโดยแบ่งเป็นการผลิต เพื่อการส่งออก 1.2 ล้านคัน หรือ 55.81% ของยอดการผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 9.50 แสนคัน หรือ. 44.19% ส่วนยอดการผลิตรถจักรยานยนต์ในปีนี้คาดอยู่ที่ 2 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปี 57 คิดเป็น 8.54% ตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2558 รถยนต์มียอดขาย 123,669 คัน ลดลงจากปี 2557 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 11.8 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 294,966 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2557 ร้อยละ 6.96 ส่วนยอดการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 รถยนต์สำเร็จรูป เดือนกุมภาพันธ์ 2558 ส่งออกได้ 108,173 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ร้อยละ 11.32 เนื่องจากตลาดออสเตรเลียเริ่มดีขึ้น ตลาดยุโรปยังคงเติบโตดีจากการส่งออกรถอีโคคาร์ที่เพิ่มขึ้น ตลาดอเมริกาเหนือ ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้ยังคงเพิ่มขึ้น โดยมีมูลค่าการส่งออก 47,558.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ร้อยละ 3.21 สำหรับยอดการผลิตรถยนต์ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีทั้งสิ้น 178,351 คัน เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน และเพิ่มขึ้นจากกุมภาพันธ์ปี 2556 ที่ 2.79% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง เดือนกุมภาพันธ์ 2558 ผลิตได้ 71,478 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ร้อยละ 2.64 รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ผลิตได้ 40 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ร้อยละ 27.27 รวมเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2558 ผลิตได้ 73 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2557 ร้อยละ 29.81 รถยนต์บรรทุก เดือนกุมภาพันธ์ 2558 ผลิตได้ทั้งหมด 106,833 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ร้อยละ 2.91 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2558 ผลิตได้ทั้งสิ้น 207,310 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2557 ร้อยละ 3.08 รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2558 ผลิตได้ทั้งหมด 104,289 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ร้อยละ 2.29 และตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2558 ผลิตได้ทั้งสิ้น 202,189 คัน เท่ากับร้อยละ 58.65 ของยอดการผลิตทั้งหมดเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2557 ร้อยละ 2.52 ด้าน ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ ของเดือนกุมภาพันธ์ 2558 มีจำนวนทั้งสิ้น 63,948 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 10.8 เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ฟื้นตัวจากราคาสินค้าเกษตรที่ยังตกต่ำ การลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนยังชะลอตัว การเบิกจ่ายงบประมาณยังต่ำกว่าเป้าหมายมาก รวมถึงการเข้มงวดการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2558 ร้อยละ 7.08  ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 152,037 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ร้อยละ 1.25 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2558 ร้อยละ 6.37 MThai News

มักง่ายสุดๆ หนุ่มเมาแล้วซิ่ง ขับหนีด่าน ชนคนบริสุทธิ์
ขับหนีด่าน /  พัทยา / 

มักง่ายสุดๆ หนุ่มเมาแล้วซิ่ง ขับหนีด่าน ชนคนบริสุทธิ์สาหัส วันนี้(13มี.ค.) แฟนเพจ Thailand Police Story ได้รายงานข่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และทหารกำลังตั้งด่านยาเสพติด มีรถกระบะมิตซูบิชิ สีบรอนซ์ ทะเบียน (บธ 3951) ขับฝ่าด่านด้วยความเร็วสูง จึงไล่ติดตามและประสานให้ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ซึ่งตั้งด่านอีกจุดคอยสกัดจับ แต่รถกระบะดังกล่าวยังพุ่งแหกด่านอีกครั้งโดยไม่สนว่าจะชนเจ้าหน้าที่หรือไม่ และขับหนีวนรอบเมือง ออกถนนสุขุมวิทเพื่อจะหลบหนีไปทาง อ.สัตหีบ ระหว่างทางมีคนบริสุทธิ์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่กำลังขับรถและเดินริมถนนถูกเฉี่ยวและชนเกือบ 10 คัน กำลังตำรวจ สภ.ใกล้เคียง อาสาสมัครและฝ่ายปกครอง เกือบ 100 นาย จึงเข้าสกัดจับ เมื่อถึงหน้าโรงเรียนเทคนิคสัตหีบ รถกระบะของคนร้ายได้รีบยูเทิร์นกลับ ทำให้รถของประชาชนบริสุทธิ์ (ซึ่งขับรถโตโยต้า คราวน์ สีดำ) พุ่งเข้าชนรถของคนร้ายเต็มลำ รถพังยับ ส่งผลให้คนบริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนร้ายไม่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงสามารถจับกุมคนร้ายเอาไว้ได้ ตรวจสอบชื่อนายอดิเทพ ทองเลื่อม อายุ 36 ปี มีอาการเมาสุราอย่างหนัก สารภาพว่าเมื่อเห็นด่านตรวจ กลัวเจ้าหน้าที่จะตรวจวัดแอลกอฮอล์ จึงขับฝ่าด่านและหนีสุดชีวิตโดยไม่ได้คำนึงถึงชีวิตของคนอื่นเนื่องจากฤทธิ์ของสุราทำให้มีความกล้ามากยิ่งขึ้น MThai News

คนร้ายซุ่มยิง 'ปลัดเทศบาลตรัง'กระสุนพลาดถูกแม่บ้านสาหัส
ซุ่มยิง /  ปลัดเทศบาลนครตรัง / 

คนร้ายใช้อาวุธสงครามถล่มยิงรถปลัดเทศบาลนครตรัง กระสุนพลาดถูกแม่บ้านที่นั่งมาด้วยกันเจ็บสาหัส ตำรวจคาดขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น เมื่อเวลา 19.30 น.วานนี้ (19 มี.ค.) ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เดินทางไปที่โรงพยาบาลตรัง เพื่อสอบปากคำ นางไพลิน เขื่อนทา อายุ 59 ปี ปลัดเทศบาลนครตรัง หลังถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามยิงถล่มขณะขับกระบะ เชฟโรเลต 4 ประตู หมายเลขทะเบียน กค 2322 ตรัง ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่ง ขณะกลับจากไปดูบ้านหลังใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ในพื้นที่ หมู่ 9 บ้านบ่อสีเสียด ต.นาท่ามเหนือ อ.เมืองตรัง โดยนางไพลิน ให้การว่า คนร้ายดักซุ่มอยู่ในสวนปาล์มน้ำมัน ก่อนถึงบ้านพักประมาณ 200 เมตร และใช้อาวุธปืนยิงใส่ด้านข้างคนขับ ที่มีนางทัศนีย์ ช่วยจันทร์ อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นแม่บ้านนั่งมาด้วย ทำให้นางทัศนีย์ ถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บ ตนจึงเร่งเครื่องหนี และขับมาส่งที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรัง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่องรอยคนร้ายจำนวนมาก ทั้งก้นบุหรี่ที่คนร้ายสูบ หัวกระสุนปืน และซองพกปืน ที่คาดว่าคนร้ายน่าจะทำหล่นไว้ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ตำรวจคาดว่า คนร้ายน่าจะรู้การเคลื่อนไหวของนางไพลิน เป็นอย่างดี จึงมาดักซุ่มรอ ส่วนที่พุ่งเป้าไปคนนั่งข้างคนขับ เพราะเข้าใจว่าเป็นปลัดเทศบาลนครตรัง จะต้องมีคนขับรถประจำตำแหน่ง กระสุนจึงพลาดถูกนางทัศนีย์ที่นั่งคู่กันมา ส่วนสาเหตุอาจเกิดจาก เรื่องการเมือง การทำงาน หรือเรื่องส่วนตัว สำหรับ นางไพลิน เคยถูกลอบยิงมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2555 สมัยที่ยังเป็นรองปลัดเทศบาลนครตรัง ซึ่งมีเรื่องขัดแย้งรุนแรงกับ ปลัดเทศบาลนครตรังขณะนั้น จนมีการร้องเรียนและเรื่องฟ้องร้องตามมามากมาย ขอบคุณข้อมูลจาก TNN24 MThai News