กระบะ

ตำรวจ วิสามัญแก๊งค้ายา ยึดยาบ้า5แสน
ยาบ้า /  ยาเสพติด / 

ตำรวจเชียงราย วิสามัญแก๊งค้ายาเสพติด เสียชีวิต 1 ราย พร้อมยึดยาบ้า 500,000 เม็ด ได้เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดเชียงราย ได้ทำการยิงปะทะกับแก๊งค้ายาเสพติด หลังจากที่คนร้ายได้พยายามหลบหนีการจับกุม ที่บริเวณถนนสายวัดร่องขุ่น ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้คนร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพตกลงไปในร่องน้ำข้างถนน ข้างรถพบศพชายอายุประมาณ 40 ปี ไม่มีเอกสารบัตรประจำตัวนอนเสียชีวิต 1 ราย และยังพบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 อีกจำนวน 1 กระบอก ตกใกล้ผู้ตาย ก่อนจะทำการตรวจค้นภายในรถจึงพบของกลางยาบ้า 3 กระสอบ จำนวนประมาณ 500,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในกระสอบอีกชั้น โดยมีกล่องกระดาษวางทับไว้ หลังก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า จะมีการลักลอบนำยาบ้าจากอำเภอเวียงแก่น เข้ามายังจังหวัดเชียงราย ทางเจ้าหน้าที่จึงวางแผนเพื่อทำการจับกุม และได้ทำการติดตามรถคันดังกล่าว จนมาถึงยังจุดเกิดเหตุรถของคนร้ายได้เสียหลักพุ่งลงไปในร่องน้ำข้างทาง และใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ถูกยิงสวนกลับ เข้าบริเวณศีรษะจนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้เร่งขยายผลการวิสามัญครั้งนี้ต่อไป

คนแห่จองกระบะนิสสัน 190 แรงม้าเฮลั่น ลุ้นรับทอง 190 รางวัล มูลค่ากว่า 9 ล้านบาท!
Navara /  nissan

คนแห่จองกระบะนิสสัน 190 แรงม้าเฮลั่น ลุ้นรับทอง 190 รางวัล มูลค่ากว่า 9 ล้านบาท! บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) คลอดเคมเปญใหญ่แห่งปี “Nissan NP300 Navara Day เฮลุ้นโชคทอง กระบะแรงสุด 190 แรงม้า แจกทอง 190 รางวัล” โดยมีเงื่อนไขคือ ผู้มีสิทธิร่วมจับฉลากจะต้องจองรถกระบะนิสสัน เอ็นพี 300 นาวารา ประเภทขายปลีกทุกรุ่น ณ ผู้แทนจำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2558 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2558 เท่านั้น      งานนี้มีข้อจำกัดคือ จำนวน 1 คัน ต่อ 1 สิทธิ์ โดยเขียนชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ให้ชัดเจนลงในคูปองชิงโชค 1 ใบเรียกว่า 1 ชิ้นส่วน หย่อนลงกล่องชิงโชค ซึ่งติดตั้งอยู่ที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้ว บริษัทฯจะรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดมาจับรางวัลหาผู้โชคดี ครั้งที่ 1 ในวันที่ 17 มิถุนายน 2558 จำนวน 80 รางวัล และครั้งที่ 2 ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 จำนวน 110 รางวัล ณ โชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน เมกาออโตโมบิล ติวานนท์ และประกาศรายชื่อผู้โชคดีทาง www.nissan.co.th ในวันที่ 22 มิถุนายน 2558 และวันที่ 22 กรกฎาคม 2558      ร่วมลุ้นทองกับนิสสัน นาวารา เอ็นพี 300 ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2558 ที่ผู้แทนจำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nissan.co.th หรือติดต่อสอบถามได้ที่ ส่วนกิจกรรมการตลาด บริษัท นิสสัน มอเตอร์(ประเทศไทย) จำกัด จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-17.00น.

เผยเคล็ดลับเด็ด!!..เพาะเม็ดผักหวานป่าให้งอก 100 เปอร์เซ็นต์
ผักหวาน /  ผักหวานป่า / 

การเพาะเม็ดผักหวานป่าให้งอก 100 % นั้น มีเคล็ดลับง่ายๆที่ผมได้ทดลองจากประสบการณ์จริงของผมเอง เริ่มจากให้เราเก็บเม็ดผักหวานป่าที่สุกดีแล้วจากต้นสดๆ รีบนำไปล้างเยื่อหุ้มเมล็ดออกให้หมด เสร็จแล้วนำไปตากลมไว้หนึ่งคืน แนะนำให้ตากลมนะครับ เพราะการตากแดดจะทำให้เปอร์เซ็นต์งอกลดลง หลังจากเราตากลมไว้หนึ่งคืนแล้วให้เรานำกระบะเก่ามาเจาะรูเพื่อระบายน้ำ (ทำเป็นกระบะเพาะชำ) นำทรายมาเติมกระบะให้สูงประมาณ 1 ฝ่ามือ จากนั้นนำเม็ดผักหวานมาปักลงไปประมาณครึ่งเม็ด รดน้ำให้ชุ่ม คลุมด้วยเศษฟาง นำไปวางไว้ในที่ร่ม ประมาณ 2 สัปดาห์ เม็ดผักหวานก็จะแทงรากออกมาเหมือนถั่วงอก จึงค่อยนำไปปักลงถุงเพาะชำ..ทุกขั้นตอนโดยละเอียดมีให้ชมในวีดีโอนี้แล้วครับ

สุดโหด! คนร้ายบุกยิง2ผัวเมียยะลาดับ ก่อนจุดไฟเผาซ้ำ
จุดไฟเผา /  บันนังสตา / 

คนร้ายบุกยิง2สามี-ภรรยาใน ต.บาเจาะ อ.บันนังสตาจ.ยะลา ก่อนจุดไฟเผาซ้ำคากระบะ วันนี้ (6พ.ค.58) เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงสามีและภรรยาเสียชีวิต จำนวน 2 ราย ในพื้นที่บ้านตันหยง ม.2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ขณะขับรถยนต์กระบะก่อนจุดไฟเผาซ้ำ จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ในขณะที่ผู้เสียชีวิตทั้งสอง ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวกลับจากส่งอาหารให้กับหน่วยทหารในพื้นที่ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ใช้อาวุธปืนยิงทั้งสองคนจนเสียชีวิต ก่อนจะราดน้ำมันใส่รถยนต์แล้วจุดไฟเผา จากนั้นจึงหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือของคนร้ายในพื้นที่ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ TNN  MThai News 

เก๋งข้ามเกาะกลางชนกระบะ สาวตายทั้งกลม-สามี ดับสยอง
จ.สมุทรสาคร /  ชนกระบะ / 

รถยนต์เก๋งเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนน ชนกระบะที่ขับสวนมา ที่ถนนถนนสายบ้านแพ้ว – พระประโทน กม.4 จ.สมุทรสาครเป็นเหตุให้ 2 ผัวเมียดับคาที วันที่ 12 พ.ค.เกิดอุบัติเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บนถนนสายบ้านแพ้ว – พระประโทน กิโลเมตรที่ 4 หมู่ที่ 11 ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ฝั่งมุ่งหน้าถนนพระราม 2 พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ แชมป์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 7ฐ 1394 กรุงเทพมหานคร พังยับเยินทั้งคัน หลังตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตคือ น.ส.วนิดา อยู่ขำ อายุ 22 ปี สภาพคอหักติดอยู่ในรถ และทราบว่าผู้ตายกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ทำให้ทารกที่อยู่ในท้องเสียชีวิตด้วย ส่วนคนขับรถยนต์เป็นชายคือ นายสถาพร เฉลิมชัย อายุ 33 ปี เป็นสามีของน.ส.วนิดา ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านแพ้ว 2 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุรถเก๋งได้ขับมาฝั่งตรงข้ามเพื่อมุ่งหน้ากลับเข้าไปทาง อ.บ้านแพ้ว จากนั้นได้ยินเสียงรถเก๋งเบรกเสียงดัง จนหลายคนที่อยู่ริมถนนหันไปมอง ก่อนจะเห็นรถเก๋งลอยพุ่งข้ามเกาะกลางถนนมาอีกฝั่งหนึ่ง และเป็นจังหวะพอดีกับที่รถส่งน้ำดื่มขับมาทางตรง เป็นเหตุให้รถส่งน้ำดื่มชนรถยนต์เก๋งเข้าอย่างแรง จนรถยนต์เก๋งพลิกตลบ และทำให้มีผู้เสียชีวิตกับผู้บาดเจ็บ MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูล ข่าวสด

เถียงกันสนั่นเน็ต! แชร์ว่อนรถถูกสวมทะเบียนหรือออกใบสั่งผิดคัน
รถโดนสวมทะเบียน /  ออกใบสั่งผิดคัน / 

เถียงกันสนั่นเน็ต! แชร์ว่อนรถถูกสวมทะเบียนหรือออกใบสั่งผิดคัน บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Note Standbyโดยได้เผยแพร่ภาพใบสั่งของรถคันหนึ่งซึ่งกระทำความผิดทะเบียน ฆก 96XX ข้อหาฝ่าฝืนเครื่องหมายบนทาง(เส้นทึบ)และฝ่าฝืนเครื่องหมายห้ามเลี้ยว เป็นใบสั่งจากสถานีตำรวจบางบัวทอง แต่ประเด็นอยู่ตรงที่รถในภาพเป็นรถทะเบียน ฆก 95XX แต่ชาวสังคมออนไลน์บางส่วนถกเถียงกันว่า เป็นทะเบียน ฆก 96XX ซึ่งรถทะเบียน ฆก 96XX เป็นรถนิสสัน อัลเมร่า ไม่ตรงกับรถที่ภาพใบสั่งส่งมาซึ่งเป็นรถกระบะ เจ้าของรถจึงไม่แน่ใจว่าเป็นการออกใบสั่งส่งมาผิดคันหรือว่ารถของตนสวมทะเบียนกันแน่ เพราะทะเบียนของกระบะคันดังกล่าว ตัวเลข 5 คล้ายกับ เลข 6 เป็นอย่างมาก จึงอยากให้ชาวสังคมออนไลน์ช่วยกันแชร์และพิจารณาว่ารถของตนโดนสวมทะเบียนหรือไม่ ? ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์บางส่วนมองว่าหากไม่ใช่เรื่องการสวมทะเบียน อาจจะเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ที่เร่งรีบทำงานออกใบสั่งโดยไม่ได้ตรวจสอบว่า รถที่จดทะเบียนกับรถที่กระทำความผิดเป็นรถคนละคันกัน และอยากให้มีการตรวจสอบให้ชัดเจนด้วย เพื่อเจ้าของรถจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าปรับเพราะไม่ใช่ผู้กระทำความผิด ขอบคุณ ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Note Standby MThai News

โจ๋ปทุมซ่า! ขี่จยย.ย้อนศรหนีตรวจยิงขู่5นัด ตร.พุ่งชนตกถนน
จยย.ย้อนศร /  ซิ่งหนีตำรวจ / 

2 วัยรุ่นปทุมเหิมหนัก ขี่จยย.ย้อนศรถูกตำรวจเรียกตรวจ ซิ่งหนียิงปืนขู่ 5 นัด ตำรวจใจสู้พุ่งชนตกถนน รวบได้ 1 เร่งลาอีก 1  เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 17 พ.ค. ตำรวจสภ.สามโคก รับแจ้งเหตุมีวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่สายตรวจ และกำลังหลบหนี เข้าไปภายในซอย 19 ไร่ ข้างปั๊ม ปตท. หมู่ 4 ต.ท้ายเกาะ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พร้อมขอไฟส่องสว่างมูลนิธิร่วมกตัญญูเพื่อช่วยการค้นหา พบรถตำรวจสายเวร 20 เป็นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ เลขทะเบียน ญษ1928 กรุงเทพมหานคร ตกอยู่ข้างถนนชายนา สภาพหน้ารถมีร่องลอยการชน คนขับชื่อ จ.ส.ต.วัชรินทร์ ปึกกระโทก ร้อยเวร 20 ห่างไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีบีอาร์ สีแดง หมายเลขทะเบียน 2กต 3115 กรุงเทพมหานคร กระจกหน้ารถติดสติกเกอร์สายบันเทิง สภาพท้ายรถจักรยานยนต์เสียหายจากการถูกชน ใกล้รถจักรยานยนต์พบปืนออโตเมติก 9 มม. จากการสอบถาม จ.ส.ต.วัชรินทร์ กล่าวว่า ขณะที่กำลังขับรถตามเส้นทางสายตรวจปกติ เมื่อใกล้ป้อมตำรวจท้ายเกาะพบรถจักรยานยนต์ขับย้อนศรสวนทางมา โดยมีคนขับและมีผู้ซ้อนท้ายอีกหนึ่งคน ซึ่งเป็นวัยรุ่นจึงเรียกให้จอด แต่รถจักรยานยนต์กลับรถหลบหนี จึงขับรถไล่ตามเข้ามาในซอย 19 ไร่ จากนั้นวัยรุ่นที่ซ้อนท้ายจักรยานยนต์คันดังกล่าวใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 1 นัดเพื่อข่มขู่ ยิงใส่พื้นถนนอีก 1 นัด และยิงอีก 3 นัด รวม 5 นัด จ.ส.ต.วัชรินทร์ จึงตัดสินใจขับรถเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์เพื่อให้เสียหลักล้ม วัยรุ่นทั้งสองคนกระเด็นตกรถ จึงสามารถจับกุมได้หนึ่งคนคือ นายสมชาย ขาวขำ หรือ เก่ง อายุ 27 ปี ส่วนอีกคนคือ นายเอกรัตน์ ช่างยิ้ม หรือ แมน หลบหนีไปในทุ่งนา พร้อมยึดอาวุธปืนในที่เกิดเหตุได้ 1 กระบอก ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอกำลงเพิ่มเพื่อค้นหาเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง แต่ไม่พบจึงยุติการค้นหา และนำตัวนายสมชายไปสอบสวนต่อที่ สภ.สามโคก พร้อมวางแผนจับกุมนายเอกรัตน์เพื่อนที่มาด้วยกันต่อไป ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

TOYOTA HILUX REVO โตโยต้า รีโว ชื่อใหม่ไม่ใช่ วีโก้ แล้ว ตัวท็อปสุดทะลุล้าน
car /  HILUX / 

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เผยโฉม Toyota Hilux รุ่นใหม่แบบ All-New เจนเนอเรชั่นที่ 8 ในชื่อ Toyota Hilux Revo โดยเป็นการเปิดตัวแบบเวิลด์พรีเมียร์ในประเทศไทย และมีการถ่ายทอดสดในระบบ HD ผ่านฟรีทีวีเป็นครั้งแรกในวันที่ 21 พฤษภาคม 2558 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการ ไบเทค บางนา พร้อมตั้งเป้าหมายการขายที่ 14,000 คันต่อเดือน ราคาเริ่มต้น 569,000 บาท โตโยต้า เริ่มต้นสายการผลิตปิคอัพขนาด 1 ตัน ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2511 โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า Hilux และประสบความสำเร็จมากมาย ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา จากนั้นในปี พ.ศ. 2547 โตโยต้า ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วย Hilux เจเนอเรชั่นที่ 7 ภายใต้โครงการ IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของ โตโยต้า ที่มีการย้ายฐานการผลิตรถปิคอัพขนาด 1 ตัน จากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย มร. เคียวอิจิ ทานาดะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค มาร์เก็ตติ้ง แอนด์เซลส์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า "นับตั้งแต่การแนะนำไฮลักซ์ เจนเนอเรชั่นที่ 1 ในปี พ.ศ. 2511 ไฮลักซ์ได้จำหน่ายให้แก่ลูกค้ากว่า 16 ล้านคน ในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก จนสามารถกล่าวได้ว่า รถกระบะไฮลักซ์ เป็นรถกระบะในดวงใจของลูกค้ามากที่สุดในโลก" "ไฮลักซ์เป็นผลิตภัณฑ์หลักของโตโยต้าที่จำหน่ายทั่วโลก ผลิตจากโรงงานโตโยต้า 6 ประเทศ โดยประเทศไทยนับเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 70 % ของยอดผลิตทั่วโลก โดยสำหรับประเทศไทย รถกระบะไฮลักซ์เป็นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการแนะนำเจนเนเรชั่นที่ 7 ในปี พ.ศ. 2547 ไฮลักซ์สามารถครองตำแหน่งแชมป์รถกระบะด้วยยอดขายสะสมภายในประเทศกว่า 1,650,000 คัน ครองอันดับ 1 ในตลาดรถกระบะ 9 ปีซ้อน และรถกระบะไฮลักซ์ที่ผลิตภายในประเทศไทย ยังสามารถสร้างความความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ภายใต้คุณภาพการผลิตมาตรฐานโตโยต้า ด้วยยอดส่งออกรถยนต์ภายใต้โครงการ IMV กว่า 2,400,000 คัน" "ทั้งหมดนี้แสดงถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าทั่วโลก ที่มีต่อคุณภาพและสมรรถนะของโตโยต้า ไฮลักซ์ ทำให้เป็นรถกระบะยอดนิยมระดับโลกอย่างแท้จริง ซึ่งไฮลักซ์ เจนเนอเรชั่นที่ 8 นี้ นับเป็นความภาคภูมิใจของโตโยต้า ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติทุกมิติของรถกระบะอย่างแท้จริง กับการเปลี่ยนโฉมในทุกตารางนิ้ว เพื่อตอบสนองทุกความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้าอย่างเหนือความคาดหมาย ภายใต้ชื่อใหม่ว่า TOYOTA HILUX REVO มร. ฮิโรกิ นาคาจิมะ หัวหน้าวิศวกรอาวุโส เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เผยว่า "ทีมวิศวกรโตโยต้า ได้สร้างสรรค์ Hilux Revo ด้วยแรงบันดาลใจในการออกแบบและพัฒนา เพื่อให้ Hilux Revo เป็นรถกระบะผู้กำหนดนิยามใหม่แห่ง 'ความแกร่ง' สะท้อนภาพลักษณ์ตามแนวคิด 'ยุคใหม่แห่งกระบะ ทุกตารางนิ้วต้องไฮลักซ์' ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ บนโครงสร้างแชสซีส์ใหม่ กับแรงบิดที่สูงขึ้น ลดระดับเสียงรบกวนจากการทำงานของเครื่องยนต์ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง" TOYOTA HILUX REVO  ระบบเกียร์แบบ 6 สปีดใหม่ ช่วยปลดปล่อยศักยภาพของเครื่องยนต์ใหม่อย่างเต็มสมรรถนะ ระบบกันสะเทือนใหม่ที่นุ่มนวลยิ่งขึ้น ออกแบบเป็นพิเศษให้เหมาะกับสภาพถนนของประเทศไทยโดยเฉพาะ ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่เฉกเช่นรถ SUV ระดับหรู ดีไซน์ใหม่ที่แข็งแกร่ง และเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ระบบความปลอดภัยเหนือระดับกว่ารถรุ่นเดียวกัน TOYOTA HILUX REVO ภายนอก-ภายใน กระจังหน้าและกันชนหน้าออกแบบใหม่ทั้งหมด ไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ ปรับระดับอัตโนมัติ พร้อมระบบควบคุมแสงสว่างอัตโนมัติ Light Control System เปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมภายนอก ไฟท้ายพร้อมไฟตัดหมอกออกแบบพิเศษ ให้แสงสว่างยิ่งขึ้นกว่าเดิม มองเห็นชัดเจนในระยะไกล เด่นด้วยกระจกมองข้างโครเมียมฝังไฟเลี้ยว ครีบช่วยการทรงตัว Aero Stabilizing Fin บันไดข้าง ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ยางแบบ All-terrain เสาอากาศแบบสั้นพับเก็บได้ สีภายนอกมีให้เลือก 7 สี โดยมีสีใหม่ 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Nebula Blue, สีแดง Crimson Spark Red และ สีขาวมุก White Pearl Crystal ภายในมากับห้องโดยสารขนาดใหญ่ ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง สามารถปรับระดับสูง-ต่ำ-ใกล้-ไกล แรงสั่นสะเทือนต่ำ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID ขนาด 4.2 นิ้ว ชุดเครื่องเสียงพร้อมระบบนำทาง ทำงานผ่านจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบนำทาง T-Connect และการเชื่อมต่อ USB / AUX / Bluetooth ลำโพง 6 ตำแหน่ง และมีช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ AC 220V ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start ระบบ Smart Entry เพียงพกกุญแจก็สามารถล็อกและปลดล็อกประตูได้โดยไม่ต้องกดปุ่มรีโมท เงียบยิ่งกว่าเดิมด้วยวัสดุซับเสียงคุณภาพสูง สะดวกด้วยกล่องเก็บของพร้อมระบบรักษาความเย็นขนาดใหญ่บริเวณคอนโซลหน้า และมีช่องปรับอากาศสำหรับเบาะหลัง ช่วยเพิ่มความเย็นสบายสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง TOYOTA HILUX REVO เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล เจเนอเรชั่นล่าสุด GD Efficient Boost พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Efficient Boost เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ ลดการสูญเสียความร้อน ให้แรงบิดสูงสุดในรอบกว้าง (Flat Torque) ทั้งในช่วงออกตัวหรือเร่งแซง ประหยัดเชื้อเพลิง ทำงานเงียบ และสั่นสะเทือนน้อยกว่า มาพร้อมระบบ Stop & Start System ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติชั่วคราวเมื่อรถหยุดนิ่ง VN Turbo ระบบเทอร์โบแปรผันใหม ขนาดเล็กลง แต่ประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคุมการเปิด-ปิดครีบปรับแรงดันอากาศด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบฉีดน้ำมันอัจฉริยะพร้อมปั๊มแรงดันสูง 220 MPa ฉีดน้ำมันเป็นละอองฝอย เผาไหม้สมบูรณ์แบบ Roller Rocker Arm with Valve Lash Adjuster ออกแบบพิเศษเพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างลูกเบี้ยวและกระเดื่องวาล์ว ในจังหวะของการเปิด-ปิดวาล์ว พร้อมระบบปรับตั้งวาล์วอัตโนมัติ เพื่อกำจัดช่องว่างของการสึกหรอที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่มีการรั่วไหลของไอน้ำมัน แม้ใช้งานอย่างยาวนาน ช่วยให้เครื่องยนต์เดินเงียบ ประหยัดน้ำมัน และประหยัดค่าบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน ส่วน EGR - Exhaust Gas Recirculation ระบบนำไอเสียหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์ขณะทำงาน มาตรฐาน Euro 4 ระบบส่งกำลังประกอบด้วย เกียร์ธรรมดา iMT 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ มาพร้อม Drive Mode Switch เลือกรูปการขับได้ทั้งแบบประหยัด (ECO Mode) หรือแบบสมรรถนะสูง (Power Mode) ส่วนสวิตช์ปรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้า Shift-On-The-Fly (4WD Switch) ช่วยให้การเข้าสู่รูปแบบการขับเคลื่อน 4 ล้อสะดวกและง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีระบบล็อกเฟืองท้าย หรือ Diff Lock ที่ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้าให้ใช้งานด้วย ช่วงล่าง DCS - Dynamic Control Suspension พร้อมระบบกันสะเทือนใหม่ ให้สมรรถนะสูงสุดเช่นเดียวกับรถ SUV หรู ชุดแหนบถูกออกแบบให้ยาวขึ้น สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งกว่า ระยะห่างของแหนบซ้าย-ขวา ถูกขยายให้กว้างกว่าเดิม เพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวทั้งในแนวเส้นตรงและขณะเข้าโค้ง ขณะเดียวกันช๊อคฯ ก็ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มสมรรถนะในด้านการเกาะถนน และโดยเฉพาะเมื่อต้องวิ่งบนเส้นทางออฟ-โรด TOYOTA HILUX REVO รุ่นเครื่องยนต์ประกอบด้วย • เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.7 ลิตร : 2TR-FE กำลัง 166 แรงม้า แรงบิด 24.9 กก.-ม. • เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.4 ลิตร : 2GD-FTV เทอร์โบชาร์จ อินเตอร์คูลเลอร์ กำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 34.9 กก.-ม. • เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.8 ลิตร : 1GD-FTV เทอร์โบชาร์จ อินเตอร์คูลเลอร์ กำลัง 170 แรงม้า แรงบิด 34.9 กก.-ม. • เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.8 ลิตร : 1GD-FTV เทอร์โบชาร์จ อินเตอร์คูลเลอร์ กำลัง 177 แรงม้า แรงบิด 42.7 กก.-ม. หมายเหตุ: รุ่นย่อยมีตั้งแต่รุ่นมาตรฐาน ขับเคลื่อนแบบ 2 หรือ 4 ล้อ, รุ่นตัวถัง Smart Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ, รุ่น Smart Cab Prerunner ขับเคลื่อน 2 หรือ 4 ล้อ, รุ่น Double Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่น Double Cab Prerunner ขับเคลื่อน 2 หรือ 4 ล้อ ทั้งหมดแยกย่อยเป็น 33 รุ่น TOYOTA HILUX REVO ระบบความปลอดภัย โครงสร้างแชสซีส์ใหม่ FIRM - Frame with Integrated Rigidity Mechanism ออกแบบให้แข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้น ใช้เหล็กกล้าแรงดึงสูง High Tensile Strength Steel ลดแรงสั่นสะเทือน เพิ่มความนุ่มนวล ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการชน โครงสร้างแชสซีส์แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม 20% ด้วยการเพิ่มขนาดพื้นที่ตัดขวางของแชสซีส์ให้ใหญ่ขึ้น เพิ่มจุดเชื่อมต่อของคานเหล็กแนวขวาง นอกจากนี้ แชสซีส์ใหม่ยังถูกออกแบบให้ดูดซับแรงกระแทกจากการชนได้ดีกว่าเดิม 15% ช่วยปกป้องผู้โดยสารได้เหนือชั้นกว่า ระบบควบคุมเสถียรภาพของห้องโดยสาร หรือ Body Control with Torque Demand ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ตัวระบบจะทำการควบคุมแรงบิด ช่วยลดการกระพือของห้องโดยสารอันเนื่องมาจากสภาพถนน ให้การขับขี่ราบเรียบและนุ่มนวลยิ่งขึ้น เพิ่มระบบใหม่ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC หรือ Active Traction Control สำหรับการขับสไตล์ออฟ-โรด ตัวระบบจะทำงานผสานกันระหว่างเครื่องยนต์และระบบเบรค เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับได้ว่าล้อใดเริ่มสูญเสียแรงขับเคลื่อน ขณะรถวิ่งผ่านพื้นผิวลื่น ระบบ A-TRC จะลดกำลังที่ส่งไปยังล้อนั้นเพื่อป้องกันล้อหมุนฟรี และเพิ่มกำลังขับไปยังล้อที่เหลือ เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้อย่างราบรื่น ตัวช่วยอื่นๆ ประกอบด้วย ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC - Vehicle Stability Control, ระบบป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC - Trailer Sway Control เมื่อวิ่งบนพื้นถนนขรุขระ หรือใช้งานลากจูง และต้องเผชิญลมพัดขวางรุนแรง เซ็นเซอร์จะปรับแรงดันเบรก และกำลังของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม ช่วยรักษาเสถียรภาพ ป้องกันรถส่ายหรือเสียการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill-start assist control, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Downhill Assist Control, กล้องมองหลังแสดงผลผ่านจอ LCD เมื่อเข้าเกียร์ถอย ชปิดท้ายด้วยระบบปกป้อง Passive Safety ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า Hilux Revo เป็นการพลิกโฉมครั้งยิ่งใหญ่ กับรถกระบะที่ถูกพัฒนาเพื่อปฏิวัติโลกยนตรกรรม ทั้งในวันนี้และอนาคต โดยชื่อ Revo มาจากคำว่า Revo LUTION ซึ่งมีความหมายในการพัฒนา ไฮลักซ์ ใหม่ ในทุกมิติ ทุกตารางนิ้ว ผ่านจุดขายหลักทั้ง 6 จุด จึงเป็นที่มาของการสื่อสารทางการตลาด ภายใต้แนวคิด 'ไฮลักซ์ รีโว่ ปฏิวัติทุกมิติ แห่งกระบะอนาคต' โดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่มุ่งเน้นให้เกิดการรับรู้แบรนด์สูงสุด ด้วยแผนการสื่อสารการตลาดที่ครอบคลุมทุกช่องทาง พร้อมการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งสื่อดิจิตอลในเว็ปไซต์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับทราบข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป" "Hilux Revo มีให้เลือก 3 รุ่น 33 แบบ โดยเพิ่มสายผลิตภัณฑ์ใหม่ในรุ่นมาตรฐานขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อตอบสนองการใช้งานของลูกค้า ทั้งนี้ Hilux Revo รุ่นดับเบิ้ลแค็บ และรุ่นมาตรฐาน พร้อมส่งมอบให้ทุกท่านเป็นเจ้าของได้ตั้งแต่วันนี้ สำหรับรุ่นสมาร์ทแค็บ สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ตั้งแต่วันนี้ โดยเริ่มทำการส่งมอบได้ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน 2558 เป็นต้นไป" ราคา TOYOTA  HILUX   REVO •  Toyota Hilux Revo Standard Cab 4x4 - 2.8J ราคาจำหน่าย 675,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Standard Cab 4x2 - 2.8J Plus ราคาจำหน่าย 605,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Standard Cab 4x2 - 2.4J Plus SWB ราคาจำหน่าย 585,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Standard Cab 4x2 - 2.7J ราคาจำหน่าย 569,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Standard Cab 4x2 - 2.4J ราคาจำหน่าย 569,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 4x2 - 2.4G ราคาจำหน่าย 755,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 4x2 - 2.4E ราคาจำหน่าย 709,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 4x2 - 2.7J Plus ราคาจำหน่าย 679,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 4x2 - 2.4J Plus ราคาจำหน่าย 679,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 4x2 - 2.4J ราคาจำหน่าย 619,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 2x4 - 2.4G AT ราคาจำหน่าย 865,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 2x4 - 2.8G ราคาจำหน่าย 859,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 2x4 - 2.4E AT ราคาจำหน่าย 815,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 2x4 - 2.4G ราคาจำหน่าย 815,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 2x4 - 2.7E ราคาจำหน่าย 765,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 2x4 - 2.4E AT ราคาจำหน่าย 765,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 2x4 - 2.4J Plus ราคาจำหน่าย 729,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 4x4 - 2.8G ราคาจำหน่าย 899,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Smart Cab 4x4 - 2.4E ราคาจำหน่าย 799,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 4x2 - 2.4E ราคาจำหน่าย 795,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 4x2 - 2.7E ราคาจำหน่าย 795,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 4x2 - 2.4J Plus ราคาจำหน่าย 725,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 2x4 - 2.8G AT ราคาจำหน่าย 1,099,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 2x4 - 2.4G Plus AT ราคาจำหน่าย 1,009,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 2x4 - 2.4G AT ราคาจำหน่าย 969,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 2x4 - 2.4G ราคาจำหน่าย 925,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 2x4 - 2.4E AT ราคาจำหน่าย 895,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 2x4 - 2.7E AT ราคาจำหน่าย 895,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 2x4 - 2.4E ราคาจำหน่าย 845,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 2x4 - 2.4J Plus ราคาจำหน่าย 809,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 4x4 - 2.8G AT ราคาจำหน่าย 1,139,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 4x4 - 2.8G ราคาจำหน่าย 1,069,000 บาท •  Toyota Hilux Revo Double Cab 4x4 - 2.4E ราคาจำหน่าย 899,000 บาท

กระบะพลิกคว่ำ ลูกสาว6ขวบกระเด็น-ถูกทับดับสยอง
กระบะพลิกคว่ำ /  ตลาดสี่มุมเมือง / 

รถกระบะขนผักเสียหลักพลิกคว่ำ เคราะห์ร้ายลูกสาวกระเด็นหลุดออกจากรถ ก่อนถูกตัวรถทับร่างซ้ำดับอนาถ วันนี้ 13 พ.ค. เกิดเหตุรถยนต์กระบะพลิกคว่ำส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนกาญจนาภิเษกมุ่งหน้าเพชรเกษม หน้าร้านซุปเปอร์คาร์ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. ซึ่งเป็นบริเวณช่องทางคู่ขนานเลนขวาสุด พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 1 ฒฆ 3722 กรุงเทพมหานคร บรรทุกผักมาเต็มคันพลิกคว่ำ สภาพพังยับเยินทั้งคัน  ช่วงคานเสาหน้าข้างซ้ายของตัวรถทับร่างเด็กหญิงติดคาจนเสียชีวิต คือ ด.ญ.ลิลลี่ ดอกไม้งาม อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนวัดนิมมานรดี จากการสอบสวน นายโซ ฮาลา พ่อผู้เสียชีวิต เล่าว่า  ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถจากบ้านพักย่านตลาดบางแค พา น.ส.มะลิ ดอกไม้งาม อายุ 27 ปี ภรรยาและลูกสาวอีก 2 คน ไปรับผักจากตลาดสี่มุมเมือง จ.ปทุมธานี มุ่งหน้าไปส่งลูกค้าที่ตลาดบางแคตามปกติ มาถึงจุดเกิดเหตุปรากฏว่ารถเกิดสะบัดอย่างรุนแรงคล้ายตกหลุมขนาดใหญ่ ด้วยความตกใจจึงเหยียบเบรกกะทันหันทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ เพราะบรรทุกผักมาเต็มคันทำให้ร่างของน้องลิลลี่หลุดออกนอกตัวรถโดนเสาคานทับเสียชีวิตคาที่ โชคดีที่ภรรยากับลูกสาวคนเล็กปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บ MThai News แหล่งที่มา ข่าวสด

ทหารจับแก๊งค์ลักลอบขน 'ไม้พะยูง' ไทย-กัมพูชา มูลค่ากว่าล้านบาท
กองกำลังบูรพา /  กัมพูชา / 

ทหารกองกำลังบูรพา นำกำลังบุกจับ 2 ผู้ต้องหา รับจ้างนายทุน ลักลอบขน ไม้พะยูง 9 ท่อน มูลค่ากว่าล้านบาท เตรียมส่งออกชายแดน ไทย-กัมพูชา วันนี้ (11 พ.ค.) กองกำลังบูรพา นำโดย พลตรี ศรีศักดิ์ พูนประสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา นำกำลังดักจับขบวนการลักลอบขนไม้พะยูงข้ามแดน ขณะกำลังลำเลียงไม้พะยูงแปรรูป จำนวน 9 ท่อน/เหลี่ยม ไว้ใต้กระบะ โดยใช้กระสอบปุ๋ยมูลไก่วางทับปกปิดอำพรางไว้ด้านบนประมาณ 4 ชั้น ผ่านมาบริเวณ ถนนใน บ.นางาม ม.2 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ตรวจสอบของกลางทั้งหมด มีมูลค่ากว่าล้านบาท หลังการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายพงศ์พัฒน์ นุชรุ่งเรือง อายุ 28 ปี และ นายศักดิ์ชาย แตงไท อายุ 30 ปี ให้การสารภาพว่า รับจ้างบรรทุกไม้มาจากพื้นที่ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ลำเลียงไปยังบริเวณช่องทางผ่านแดนทัพเซียม-จ็อมกาโก เพื่อจะนำไปส่งให้กับนายทุนผู้รับซื้อไม้ชาวกัมพูชา MThai News ขอบคุณข้อมูล/ภาพจาก...inn

นทท.มาเลย์ โวนรพ.ไทย ไม่ยอมผ่าตัด หลังไร้เงิน 8 หมื่น
บิ๊กไบค์ /  มาเลเชีย / 

นทท.มาเลย์ ขอความกระจ่าง กรณีรพ.ในไทย ไม่ยอมผ่าตัดผู้ป่วยจากอุบัติเหตุรถชน เหตุไร้เงินสด 8 หมื่นบาท  สืบเนื่องจากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รถกระบะชนรถมอเตอร์ไซค์ บิ๊กไบค์ของชาวมาเลเซีย เสียชีวิต ที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ขับขี่รถกระบะมีอาการมึนเมา เสียการทรงตัว จนกระทั่งชนรถ บิ๊กไบค์ที่สวนมาอย่างจัง หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตไปโรงพยาบาลยะหาเพื่อชันสูตรศพ ก่อนจะฝากไว้ยังห้องดับจิตของโรงพยาบาลยะลา เพื่อรอทางญาติมารับ ส่วนเพื่อนอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเช่นกัน แต่ไม่ได้รับการผ่าตัด โดยทางอาสาหน่วยกู้ภัยและชาวมาเลเซียระบุว่า โรงพยาบาลยังผ่าตัดไม่ได้ เพราะต้องจ่ายเงินสด จำนวนแปดหมื่นบาทก่อน ประเด็นดังกล่าว เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลยืนยันไม่สามารถผ่าตัดให้ได้ แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่อาสาจะอธิบายว่า พ.ร.บ.ภาคบังคับไม่ได้ขาดต่อ ขอให้ทางโรงพยาบาลเรียกเก็บเงินจากทาง พ.ร.บ. และได้โปรดช่วยรักษาคนเจ็บก่อน จึงต้องการคำอธิบายจากทางโรงพยาบาลว่า เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

บรรยากาศศิษยานุศิษย์ร่วมไว้อาลัยหลวงพ่อคูณ
นครราชสีมา /  ศิษยานุศิษย์ / 

บรรยากาศ ครู และนักเรียน โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ร่วมสวดมนต์ไว้อาลัยหลวงพ่อคูณ หน้ารูปเหมือนขนาดเท่าองค์จริง ท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าโศก เมื่อช่วงเที่ยง วันนี้ 18 พ.ค. ที่ศาลาธรรมสถาน โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีการจัดพิธีสวดมนต์ไว้อาลัยแด่ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ขึ้น โดยมีคณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนของโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ซึ่งภายในพิธีได้มีการนำรูปหล่อเหมือน หลวงพ่อคูณ ขนาดเท่าองค์จริง มาตั้งไว้ภายในศาลา หลังจากนั้น นายบุญเลิศ พ่วงเพ็ชร ผู้อำนวยการโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ก็ได้นำคณะครูและนักเรียนทั้งหมด สวดมนต์ถวาย ก่อนที่จะร่วมกันจุดธูปที่หน้า รูปเหมือน หลวงพ่อคูณ กันอย่างพร้อมเพรียง สำหรับรูปเหมือน หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ขนาดเท่าองค์จริงนี้ หลวงพ่อคูณ เป็นผู้ดำริสร้างขึ้น เมื่อปี 2539 และท่านได้นำมามอบให้โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยด้วยตัวเอง เพื่อให้คณะครู และนักเรียน ได้เคารพบูชา โดย หลวงพ่อคูณ ได้บริจาคเงินส่วนตัว ให้เป็นทุนการศึกษากับนักเรียนโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ที่ยากไร้เป็นประจำทุกปีๆ ละหลายแสนบาท นอกจากนี้ ท่านยังสร้างห้องคอมพิวเตอร์ อาคารเรียน และซื้อรถยนต์กระบะให้ใช้สำหรับกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย แห่งนี้ด้วย MThai News

พลิกแฟ้มประหาร! 'หมอสุพัฒน์' ฆ่าโหดแรงงานพม่าฝังดิน
ฆ่าแรงงานพม่า /  ประหารชีวิต / 

ศาลจังหวัดเพชรบุรี ตัดสินประหารชีวิต “หมอสุพัฒน์” พร้อมลูกชายคนโต-จำคุกลูกชายคนเล็ก 25 ปี 3 เดือน ในคดีฆ่าอำพรางแรงงานชาวพม่าฝังดิน หลังวานนี้ (1พ.ค.) ศาลจังหวัดเพชรบุรี ได้มีคำพิพากษาสั่งประหารชีวิต "หมอสุพัฒน์" พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วยนายเอก เลาหะวัฒนะ บุตรชายคนโต และจำคุกนายอัคร เลาหะวัฒนะ บุตรชายคนเล็ก 25 ปี 3 เดือน  ฐานร่วมกันฆ่า "นายอีต้าร์" แรงงานชาวพม่า ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังอำพรางซ่อนเร้นศพ หลังมีการขุดพบซากโครงกระดูกของแรงงานชาวพม่า ถูกฝังอยู่ภายในไร่ของ "หมอสุพัฒน์" ในพื้นที่ ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ขณะที่ "หมอสุพัฒน์" ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี ไม่มาฟังคำพิพากษา ให้ออกหมายจับมารับการลงโทษ โดยทนายความได้ยื่นขอประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ย้อนเหตุการณ์กลับไปเมื่อปี 2555 นับเป็นคดีดังแห่งปี เรื่องดังกล่าวกลายเป็นข่าวครึกโครม สังคมจับตามองและให้ความสนใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าไม้รวก จ.เพชรบุรี เข้าจับกุม "หมอสุพัฒน์" ที่หลบซ่อนตัวอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในหาดปึกเตียนอ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 22 ก.ย.55  เนื่องจากมีส่วนพัวพันกับการหายตัวไปของ นายสามารถ นุ่มจุ้ย และน.ส.อรษา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยาชาวเพชรบุรี ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ตั้งแต่เดือนมิ.ย.52 ขณะนั้นจากการสอบสวนเจ้าตัวให้การปฏิเสธ และขอให้การในชั้นศาล หลังนายสว่าง นุ่มจุ้ย เจ้าของไร่สับปะรดชาวเพชรบุรี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรีว่า พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน บฉ-5960 เพชรบุรี ของนายสามารถ บุตรชายและน.ส.อรษา ลูกสะใภ้ ที่หายตัวไปจอดอยู่ภายในบ้านร้างแห่งหนึ่งใน ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี เหตุดังกล่าว นำมาสู่การ "พลิกแฟ้มคดีคนสูญหาย" ที่เหมือนจะถูกลืมไปแล้วกลับขึ้นมาทำใหม่อีกครั้ง กระทั่งนำไปสู่การจับกุม "หมอสุพัฒน์" และออกหมายจับ น.ส.วิลสา จันทรบัญชร ภรรยา ในข้อกล่าวหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว และร่วมกันรับของโจร และต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัย มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการหายตัวไปของสองสามีภรรยาดังกล่าวด้วย เหตุที่ทำให้ "หมอสุพัฒน์" ต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัย เนื่องจากพี่ชายแท้ๆ ของหมอสุพัฒน์เอง ได้ให้ข้อมูลแก่ นายสว่าง บิดาของนายสามารถว่า รถกระบะของบุตรชายและลูกสะใภ้ที่หายไปกว่า 3 ปีนั้น ถูกจอดซุกในบ้านร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่จ.นนทบุรี ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นของ "หมอสุพัฒน์" ที่เคยอยู่อาศัย จนเป็นที่มาของการร้องรื้อคดี และตามจับกุมตัว "หมอสุพัฒน์" ในที่สุด โดยพ่อของเหยื่อ เชื่อว่ามาเกิดจากความขัดแย้งที่บุตรชายและสะใภ้มีที่ดินติดกับไร่ของ หมอสุพัฒน์ โดยคดีนี้เป็นที่สนใจของสังคม เพราะผู้ต้องหาเป็นถึงนายแพทย์ เป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แต่ทั้งนี้ การค้นหาหลักฐานในเชิงคดี ก็ยังไม่สามารถแจ้งข้อหา "ฆาตกรรมสองสามีภรรยา" กับหมอสุพัฒน์ได้ เนื่องจากการเข้าขุดค้นไร่ของหมอสุพัฒน์ที่ จ.เพชรบุรี จำนวนหลายครั้งนั้น พบเพียงโครงกระดูก 3 ศพ แต่เมื่อส่งไปตรวจดีเอ็นเอ กลับไม่มีศพใด ที่ระบุได้ว่าเป็นของนายสามารถ และภรรยาของเขา แต่กลับพบว่าหนึ่งใน 3 ศพนั้น เป็นศพของ "นายอีต้าร์" คนงานพม่าในไร่ของ หมอสุพัฒน์ จากการพบศพ "นายอีต้าร์"นั้น เพื่อนคนงานในไร่ให้การอ้างว่า หมอสุพัฒน์ "เป็นคนสั่งฆ่า" โดยมีบุตรชายสองคนรวมอยู่ด้วยในขณะเกิดเหตุ สาเหตุเพราะหึงหวงที่นายอีต้าร์ไปพัวพันกับ นางวิลสา จันทรบัญชร ภรรยาของหมอสุพัฒน์ พร้อมให้การระบุว่า วันเกิดเหตุ "นายอีต้าร์" ถูกยิงเข้าที่ขมับและยิงซ้ำที่ปาก ส่วนแรงงานชาวพม่าอีกคนที่เป็นเพื่อนสนิทของ นายอีต้าร์ หลบหนีไปได้ ก่อนย้อนกลับมาเป็นพยานในคดีให้ตำรวจ จากนั้นมีการนำตัวพยานไปชี้จุดฝังศพจนพบซากโครงกระดูก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา "ฆ่าแรงงานพม่าและค้ามนุษย์" แก่หมอสุพัฒน์อีก 2 ข้อหา รวม 3 ข้อหา “กักขังหน่วงเหนี่ยวและรับของโจร  ในคดีการหายไปของสองสามีภรรยา และข้อหาร่วมกันฆ่าแรงงานพม่าและข้อหาค้ามนุษย์ จากการพบศพ นายอีต้าร์” จนนำมาซึ่งคำสั่ง "ประหารชีวิต" แม้ว่าปัจจุบัน "หมอสุพัฒน์" จะยังอยู่ระหว่างหลบหนีคดีก็ตาม... โดยก่อนหน้านี้ "หมอสุพัฒน์" พร้อมบุตรชายทั้งสอง ได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม โดยยืนยันว่า ไม่ได้กระทำความผิดในเรื่องดังกล่าว และไม่มีส่วนรู้เห็นต่อการหายตัวไปสองสามีภรรยา แต่กลับเป็นฝ่ายช่วยเหลือครอบครัวทั้งสองด้วยซ้ำ ทั้งนี้ทีมทนายพยายามยื่นขอประกันตัว หมอสุพัฒน์และน.ส.วิลสา ที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางเพชรบุรี แต่ศาลไม่อนุญาต จนเมื่อยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัว น.ส.วิลสา โดยศาลได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างดำเนินคดี เนื่องจากเห็นว่าเป็นคดีที่มีอัตราโทษเล็กน้อย อีกทั้งประกอบกับเป็นผู้หญิงไม่สามารถไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานในคดีได้ จากนั้น ศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุก หมอสุพัฒน์ 5 ปี ในคดีลักทรัพย์ รถยนต์ ของสองสามีภรรยาชาวเพชรบุรี ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ  ขณะที่น.ส.วิลสา ภรรยา ที่สมรู้ร่วมคิด ถูกจำคุก 3 ปี 4 เดือน และอีกหนึ่งคดีใน "ข้อหาค้ามนุษย์" จากการรับคนงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงาน พร้อมให้ที่พักพิงซ่อนเร้นแก่คนงานต่างด้าวเพื่อให้พ้นการจับกุม  โดยให้ "หมอสุพัฒน์" ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ต่อโจทก์ร่วม รวมเป็นเงิน 1 ล้านบาท โดย "หมอสุพัฒน์" ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราวในคดีดังกล่าวออกไป เพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ จากนั้น "หมอสุพัฒน์" ได้ "หลบหนี" ไม่มาฟังคำพิพากษาศาล ซึ่งศาลเห็นว่า "หมอสุพัฒน์" มีพฤติการณ์หลบหนีคดี จึงมีคำสั่งให้ ออกหมายจับ และให้ยึดหลักทรัพย์ประกันขอปล่อยตัวชั่วคราว ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม "หมอสุพัฒน์" ที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดีในขณะนี้  มีรายงานล่าสุด จากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนว่า เมื่อเร็วๆนี้มีผู้พบเห็น "หมอสุพัฒน์" ปรากฏตัวอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ประเทศกัมพูชา ถึงแม้ล่าสุด ศาลจะพิพากษาสั่ง "ประหารชีวิต" หมอสุพัฒน์แล้วก็ตาม คงไม่ถือว่าเป็นการสิ้นสุดคดีดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากตำรวจยังไม่สามารถนำตัว "หมอสุพัฒน์" กลับมาชดใช้กรรมที่ก่อไว้ได้..... รวมถึงยังไม่พบศพของ "สองสามีภรรยา" ที่หายตัวไปอย่างลึกลับและไร้ร่องรอย ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่สามารถมัดตัวผู้กระทำผิดได้อย่างชัดเจน.... เจนจิรา MThai News

โจ๋เมาซ่า! ชักปืนยิงหนุ่มขับรถปูนดับคาร้านอาหาร
ทะเลาะวิวาท /  ปราจีนบุรี / 

หนุ่มขับรถปูน ถูกวัยรุ่นทำร้ายร่างกาย และใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตคาที่ ขณะนั่งกินก๋วยเตี๋ยว ก่อนขับรถหลบหนีไปอย่างลอยนวล วันนี้ 18 พ.ค.ร้อยเวรฯ สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านอาหารตามสั่ง-อาหารป่า อยู่หมู่ 7 ต.โคกไม้ลาย อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี  มีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าร้าน  จากการตรวจสอบพบศพนายบรรจง ในทอง อายุ 21 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด.38 ที่บริเวณท้ายทอย 1 นัด พ.ต.อ.ชูศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผกก.หน.พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี กล่าวว่าผู้ตายพร้อมเพื่อน รวม 3 คน มาสั่งอาหารกินที่ร้านดังกล่าว ระหว่างนั้นมีกลุ่มของคนร้ายจำนวน 3 คน ขับรถเก๋งรุ่นวีออส  และกระบะ ไม่ทราบทะเบียน มานั่งกินเบียร์ 2 กระป๋อง และเหล้า 1 แบนลักษณะมีอาการเมา ระหว่างนั้น 1 ในกลุ่มคนร้าย เดินผ่านโต๊ะผู้เสียชีวิตเพื่อไปสั่งอาหารนั้น เกิดการเขม่นกันและชกผู้เสียชีวิต จึงพากับวิ่งหนีขึ้นรถ ก่อนที่คนร้ายจะใช้อาวุธปืนที่พกมายิงใส่ผู้ตาย 1 นัด ซึ่งผู้ตายได้วิ่งมาขอความช่วยเหลือเจ้าของร้านอาหาร และล้มลงเสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้คนร้ายได้รีบพากันขึ้นรถหลบหนีไปตาม ถ.สายสุวรรณศร มุ่งหน้าไปทางวงเวียนนเรศวรมหาราช เบื้องต้นเพื่อนผู้เสียชีวิตยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องหรือรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อน คาดรถปูนอาจปาดหน้ารถผู้ก่อเหตุ หรืออาจมาจากความเมาของกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่พอใจกลุ่มคนขับรถบรรทุกปูนที่มานั่งกินอาหาร ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสอบสวนติดตามคลี่คลายคดีอย่างเร่งด่วนต่อไป MThai News ที่มา... ข่าวสด

รวบ! แก๊งค์ค้ายาเครือข่าย'เบนซ์ท่าทราย'หลังถูกล่อซื้อย่านแจ้งวัฒนะ
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด /  ยาเสพติด / 

ผบช.ปส แถลงจับเครือข่ายยาเสพติด เบนซ์ ท่าทราย พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 78,000 เม็ด หลังอดีตนักโทษเรือนจำทองผาภูมิให้การซัดทอด วันนี้ 14 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พ.ค. พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงจับกุม นายทน ไม่ทราบนามสกุล นายธีรพล วังดอน นายณัฐพงษ์ รักเมือง และ นางสาวเทียยี่ ภวัตชัยกุล พร้อมยึดของกลางยาบ้า 78,194 เม็ด ไอซ์ 250 กรัม รถยนต์เก๋งและกระบะ รวม 2 คัน และอื่นๆ อีก รวม 13 รายการ โดยได้ขยายผลจับกุมได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ข้อมูลของขบวนการยาเสพติด และประสานงานกับผู้บัญชาการเรือนจำ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จนสามารถจับกุม นายเขียด อดีตนักโทษในเรือนจำทองผาภูมิพร้อมยาเสพติด และซัดทอดว่ารับยาเสพติดมาจาก น.ส.เทียยี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนล่อซื้อ จนสามารถขยายผลจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ได้เพิ่มเติมขณะนัดส่งมอบยาเสพติดที่ห้างสรรพสินค้าย่านแจ้งวัฒนะ และเข้าตรวจค้นห้องพัก ยึดของกลางทั้งหมด จากการสอบสวนทราบว่าเป็นเครือข่ายของ เบนซ์ ท่าทราย โดยรู้จักกันขณะต้องขังอยู่ในเรือนจำ โดยมี น.ส.เทียยี่เป็นคนรับยาเสพติดโดยตรงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ชายแดนด้าน จ.กาญจนบุรี มากระจายจำหน่ายในพื้นที่จ.กาญจนบุรี นครปฐม สระบุรี และเขตพื้นที่ปริมณฑล MThai News