กระบะ

แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด'
ที่เที่ยวประจวบคิรีขันธ์ /  ท่องเที่ยวประจวบฯ / 

บางครั้งการที่เราออกไปเที่ยวคนเดียวไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม สิ่งนั้นยิ่งทำให้เราได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น แต่ก่อนที่เราจะเก็ยกระเป๋าก้าวออกจากบ้าน สิ่งที่เราต้องมีก็คือ "ความกล้า" เช่นครั้งหนึ่งเพจ LIFE IS A JOURNEY แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' ใครจะไปรู้ว่าที่นี่มีที่เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามอยู่หลายที่เลย อยู่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นี้เอง ตามไปดูกันเลย ^^ แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณหกปีที่แล้ว ช่วงปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ไม่มีอะไรทำ นอนดูทีวีอยู่หอ พอดีเปิดไปเจอรายการท่องเที่ยวของช่อง 5 รายการอะไรจำชื่อไม่ได้ล่ะ จำได้แค่ว่า เค้าพาเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าบนยอดเขา เป็นพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเล!!! เห็นเท่านั้นล่ะ หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีดขึ้นมาทันใด (รู้สึกเหมือนตอนต้องออกไปยืนพูดหน้าเสาธงเป็นครั้งแรก) ดูจนจบเลยรู้ว่าไม่ใช่ที่ไหนไกล เป็นจุดชมวิวเขาแดง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้นเอง ด้วยความว้าวุ่น ว่าง เปลี่ยว และเหงา!!! ก็เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติม แค่รู้ว่าอยู่ตรงไหน มีที่เที่ยวอะไร จะไปยังไงได้บ้าง ส่วนที่พักหน่ะหรอ ไม่ต้องจองล่วงหน้า Agoda ก็ยังไม่รู้จัก เพราะมีเต้นท์และถุงนอนส่วนตัวจะไปกลัวอะไร ไปตายเอาดาบหน้าละกัน จึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าในคืนนั้น แล้วออกเดินทางทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยเอาของไปเท่าที่จำเป็น และของสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการเดินทางเพียงลำพัง นั่นก็คือ "ความกล้า" "สูดหายใจเข้าให้ลึกสุดปอด รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางไปพร้อมกัน" แผนการผจญภัยคร่าวๆ ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ดังนี เดินทางด้วยรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปหัวหิน ต่อรถไฟฟรีไปลงสถานีสามร้อยยอด นั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปเดินเล่นทุ่งสามร้อยยอด กางเต็นท์นอนค้างคืนริมชายหาดสามพระยา เดินขึ้นเขาตอนตีห้า พระอาทิตย์มาตอนหกโมง เดินข้ามเขา มุดเข้าถ้ำพระยานคร ยืนดูดาวตอนกลางวันในถ้ำแก้ว เพื่อนร่วมเดินทาง กระเป๋า 1 ใบ ข้างในมีเสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัว รองเท้าผ้าใบ อุปกรณ์อาบน้ำ ฯลฯ กระเป๋าคาดหน้าอก 1 ใบ เอาไว้ใส่เงิน โทรศัพท์ กล้อง ฯลฯ ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน ขวดน้ำดื่ม เต้นท์ ขนาด 2 คนนอน 1 หลัง และถุงนอน 1 ใบ กล้องคอมแพค 1 ตัว 07.00 AM : ออกจากหอไปขึ้นรถตู้ กรุงเทพ-หัวหิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินทางถึงหัวหินประมาณ 10 โมง แวะกินข้าวฟรีที่บ้านลุง กินอิ่มก็ไปรับตั๋วรถไฟฟรีที่สถานีหัวหิน ขบวนที่ 255 หรือใครอยากนั่งรถไฟฟรีมาจากกรุงเทพก็ได้นะ สถานีต้นทาง ธนบุรี ออกเวลา 07.30 สิ้นสุดที่สถานีหลังสวน 01.30 PM : รถไฟ รถไฟมา มาช้าหน่อยแต่ก็มา ตามประสารถไฟไทย รถไฟมาก็รีบกระโดดขึ้นไปหาที่นั่ง ขบวนนี้เบาะนุ่มสบายก้นมาก แนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว ควรมีกระเป๋าคาดหน้าอกแบบในรูปไว้สักใบ เอาไว้ใส่เงิน ใส่โทรศัพท์ ใส่กล้อง ฯลฯ หยิบใช้ง่าย สะดวกมากๆ นั่งมาสักพักก็ได้พบกับนวัตกรรมที่น่าทึงของแม่ค้าไทย นั่นคืออุปกรณ์สำหรับแขวนของมาขายบนรถไฟ มีทั้งอาหารสด อาหารแห่ง และเครื่องดื่ม เวลาจะขายก็แค่เอาตะขอไปแขวนไว้กับชั้นวางของด้านบน 02.00 PM : รถไฟมาถึงสถานีสามร้อยยอด  ที่นี่สถานีสามร้อยยอด แดดร้อนมาก แผนที่จุดหมายของการเดินทางทั้งหมดในครั้งนี้ 1) สถานีรถไฟสามร้อยยอด 2) ทุ่งสามร้อยยอด (ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ บึงบัว) 3) ที่ทำการ อช.เขาสามร้อยยอด (Khao Sam Roi Yot National park) 4) หาดสามพระยา (Sam Phraya Beach) 5) จุดชมวิวเขาแดง (Khao Daeng View Point 6) ถ้ำพระยานคร (Phraya Nakhon Cave) 7) ถ้ำแก้ว (Kaeo Cave) หลังจากลงจากรถไฟ ก็เดินหาของกินรองท้อง และเตรียมเผื่อสำหรับมือเย็นที่ตลาดใกล้ๆสถานีรถไฟ เดินเลือกหาของกินอยู่สักพัก ก็มีเสียงทักเบาๆมาจากข้างหลังว่า "ไอ้หนู สะพายกระเป๋าพะรุงพะรังจะไปไหนเนี่ย" หันไปดูก็เห็นเป็นคุณป้าร้านขายลูกชิ้นกับข้าวเหนียวมะม่วง ดูท่าทางใจดี ก็เลยบอกป้าว่าจะไปทุ่งสามร้อยยอด ป้าก็ถามว่าแล้วจะไปยังไงล่ะ ไม่มีรถเข้าไปมันไกลนะ จึงบอกป้าไปว่าจะเดินเข้าไป หรือไม่ก็หาโบกรถเข้าไป ป้าก็อมยิ้ม แล้วบอกว่าจะไปส่ง แต่เราก็เกรงใจเพราะเห็นป้ากำลังตั้งร้านยังไม่เสร็จ ก็เลยปฏิเสธป้าไป แล้วก็ได้ยืนคุยกันอยู่สักพักก่อนจะออกเดินทางต่อ ป้าใจดีให้ลูกชิ้นมา 4 ไม้ ข้าวเหนียวมะม่วงมา 1 ถุง 03.00 PM : ออกเดินทางไปยังทุ่งสามร้อยยอด ทุ่งสามร้อยยอดอยู่ห่างจากตลาดที่เราอยู่ประมาณ 8 กิโลเมตร ไม่มีรถประจำทาง ดังนั้น วิธีการที่เราเลือกใช้คือ "โบกรถ" ก็เลยเดินไปที่ปากทางเข้าเพื่อรอโบกรถ เดินไปสักระยะก็เจอกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน พร้อมมอเตอร์ไซด์กำลังจับกลุ่มคุยกัน กลุ่มวัยรุ่นเห็นเราเดินผ่านมาก็เลยตะโกนถามว่า "พี่จะไปไหนครับ" ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีหรือโดนปล้น ก็เลยบอกไปว่า "จะไปบ้านญาติที่อยู่ข้างใน" กลุ่มวัยรุ่นก็เลยบอกว่า "ให้ผมไปส่งไหมพี่" เราก็รีบปฏิเสธทันใดว่า "อยู่ใกล้ๆ เดินไปเดี๋ยวก็ถึง" จากนั้นก็รีบเดินห่างออกมาอย่างรวดเร็ว เดินมาได้สักพัก ก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซด์และเสียงพูดตามหลังว่า "มาๆ เดี๋ยวผมไปส่ง" เป็นเสียงของเด็กวัยรุ่นที่ขับมอเตอร์ไซด์มาคนเดียว ไอ้เราก็กลัวๆกล้าๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการขัดศรัทธา ก็เลยยอมนั่งไปด้วย และบอกว่าจะแวะไปที่ทุ่งสามร้อยยอดก่อน น้องเค้าก็มาส่งให้อย่างปลอดภัย แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่มองน้องเขาในทางไม่ดีในตอนแรก แต่การเดินทางเพียงลำพัง บางครั้งถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ควรคิดในแง่ร้ายเอาไว้ก่อนเสมอ เพื่อที่เราจะได้คิดหาวิธีการป้องกัน แต่ก็อย่าแสดงออกให้เค้ารู้ถึงความคิดนั้น เพราะผลลัพท์สุดท้ายที่ออกมาอาจจะเป็นเรื่องดี 03.15 PM : ซ้อนรถมอเตอร์ไซด์มาลงที่หน้าทางเข้าทุ่งสามร้อยยอด บรรยากาศตรงหน้าคือทุ่งน้ำอันกว้างใหญ่ กลางแดดที่ไม่ร้อน เพราะมีสายลมแรงพัดมากระทบใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะเข้าไปเดินเล่น ได้แวะเข้าไปที่สำนักงาน เพื่อดูว่ามีใครอยู่รึเปล่า ขากลับจะได้ขอเค้าติดรถออกมาข้างนอกด้วย เพราะตั้งใจว่าจะไปพักค้างคืนที่ที่ทำการอุทยาน ซึ่งอยู่ห่างจากตรงนี้ไปอีกประมาณ 34 กิโลเมตร และต้องอ้อมเขาที่เห็นในภาพไปอีกด้านหนึ่ง ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ 2 คน แล้วจะออกมาข้างนอกตอน 4 โมงครึ่งหลังเลิกงาน ทุกอย่างเลยเป็นไปตามแผน ไม่งั้นต้องได้นอนอยู่ที่นี่แน่ๆ 04.30 PM : เดินสำรวจทุ่งกว้างบนเส้นทางที่ทอดยาว หลังจากสบายใจเรื่องการเดินทางกลับออกไปด้านนอก ก็ถึงเวลาเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินไปบนสะพานไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา ผ่านทุ่งดอกบัวที่กำลังเก็บตัว เพื่อรอวันอวดโฉมความสวยงามในปีหน้า ผ่านทุ่งหญ้า(กก) ที่พลิ้วไหวเอนไปตามสายลมครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความรู้สึกเหมือนทุ่งหญ้ากำลังเต้นระบำ โดยมีสายลมเป็นเพลงบรรเลงอย่างสนุกสนาน ระหว่างทางจะมีศาลาให้หลบแดดอยู่เป็นระยะ ให้เราได้นั่งพักชมบรรยากาศแบบพาโรนามา มีพื้นหลังของทุ่งหญ้าเป็นท้องฟ้าและภูเขาที่สูงตระหง่าน ท่ามกลางสายแดดอ่อนๆ มีเวิ้งน้ำน้อยใหญ่ เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด เหมาะแก่การมาศึกษาเรื่องนกเป็นอย่างมาก มุมที่เราถ่ายออกมาอาจจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่ถ่ายยังไง ถ่ายเท่าไหร่ ก็ถ่ายไม่เบื่อ อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสที่นี่ดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าความสงบท่ามกลางธรรมชาติเป็นเช่นไร 05.30 PM : ที่พักสุดหรูริมชายหาดสามพระยา ลาจากทุ่งสามร้อยยอดที่แสนสงบ แล้วออกเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของพี่เจ้าหน้าที่มาลงที่ปากทางริมถนนเพชรเกษม จากนั้นต่อรถทัวร์ขาลองใต้มาลงที่ปากทางเข้าที่ทำการอุทยาน ระยะทางประมาณ 20 กว่ากิโล ดักรอโบกรถเข้าไปข้างในอีกประมาณ 14 กิโล โบกไปโบกมา ผ่านหน้าไปประมาณ 5 คัน ก็มีรถกระบะสีแดงจอดรับ เลยรีบวิ่งไปสวัสดี แล้วขอติดรถไปด้วยหนึ่งคน ซึ่งด้านหลังรถมีถังใส่กุ้งพร้อมออกซิเจน เราก็เลยได้นั่งหน้าข้างรถขับ แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน เพราะบ้านพี่เค้าถึงก่อนจุดหมายของเราประมาณครึ่งทางเห็นจะได้ เลยมายืนโบกต่อหน้าบ้านพี่เค้า ไม่ทันไรก็มีรถมอเตอร์ไซด์จอดรับ จึงรีบกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนจะไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายยังไงยังงั้น นั่งมาใกล้จะถึงที่ทำการอุทยานเจอลิงเยอะมาก พี่คนขับเลยบอกว่าอย่านอนที่นี่เลย ลิงเยอะ เดี๋ยวลิงจะมารื้อของซะก่อน ก็เลยแนะนำให้เราไปนอนที่หาดสามพระยา ซึ่งอยู่เลยจากที่ทำการอุทยานไปอีกประมาณ 5 กิโลกว่าๆ ซึ่งเราก็เห็นด้วย เพราะลิงเยอะมากจริงๆ แล้วพี่เค้าก็ไปส่งเราจนถึงจุดหมาย หลังจากมาถึงก็รีบเข้าไปคุยกับพี่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่บริเวณป้อมด้านหน้าหาด เพื่อเข้าไปสอบถามว่าถ้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเขาแดงตอนตีห้า จะไปยังไงได้บ้าง เพราะไม่มีรถประจำทาง พี่เค้าก็เลยอาสาจะช่วยไปส่งให้ตรงทางขึ้นเขา เจอกันตีห้าที่หน้าป้อม จากนั้นก็รีบไปหาที่ซุกหัวนอน ซึ่งตอนนั้นมีฝรั่งมาพักอยู่แถวนั้น 1 คน แต่สุดท้ายฝรั่งก็ออกไป หาดเลยตกเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว จนได้จุดยุทธศาสตร์ในการกางเต้นท์เป็นศาลาริมชายหาด เดินลงจากศาลาเท้าก็เหยียบหาดทรายพอดี หรูยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวริมทะเลอีกนะ หลังจากเตรียมที่หลับที่นอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงออกไปเดินเล่นริมชายหาดก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า แสงยามเย็นตกมากระทบกับผืนโคลนปนทรายเป็นสีส้มอมทอง สำหรับเราแสงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เป็นแสงที่มีเสน่ห์ที่สุด เดินเล่นจนแสงใกล้จะหมด จึงรีบกลับมาอาบน้ำ ห้องอาบน้ำที่นี่สะอาดมากๆ อาบน้ำเสร็จก็กลับมาที่เต้นท์ เต้นท์ปลิวครับท่านผู้ชม ปลิวไปติดอยู่มุมเสาของศาลา เพราะเวลาฟ้ามืดลมทะเลจะแรงมากๆ เราจึงไปหาก้อนหินมาทับมุมเต้นท์ไว้ทั้งสี่ด้านถึงเอาอยู่ 05.00 AM : ออกไปแตะขอบ(ทะเล)ฟ้า เสียงปุกของนาฬิกาบ่งบอกว่าได้เวลาออกไปตามหาพระอาทิตย์ที่ปลายขอบฟ้า ไม่ใช่สิ!!! ต้องบอกว่าขอบทะเลถึงจะถูก จึงไม่รอช้ารีบเก็บของ เก็บเต้นท์ น้ำไม่อาบ หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปลง แล้วรีบวิ่งไปหาพี่เจ้าหน้าที่ที่ป้อมตามที่นัดหมาย เพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้น นั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ผ่านความมืด โดยมีเพียงแสงไฟจากรถเป็นเครื่องนำทางมาลงที่ปากทางขึ้นจุดชมวิวเขาแดง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 300 เมตร หลังจากแสงไฟจากรถค่อยๆหายลับไป แสงของไฟฉายดวงน้อยๆก็สว่างขึ้นมาแทน ทำให้เส้นทางข้างหน้าที่จะต้องก้าวต่อไป มีขนาดเพียงแค่ลำแสงของไฟฉายที่สามารถฉายไปถึงเท่านั้น จึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วออกเดินไปตามเส้นทางลูกรัง ฉายไฟไปเจอศาลหลังเล็กๆ บริเวณใกล้ๆตีนเขา ขนทุกเส้นที่มีบนร่างกาย ลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ใจหวิวๆยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ความกล้าที่มีในตอนแรกหายไปจนหมด เรายืนหยุดนิ่งพร้อมกับในใจก็ครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดีจะหันหลังกลับดีไหม แต่พอเริ่มมีสติก็คิดได้ว่าจริงๆแล้วความกลัวนั้นเกิดมาจากภายในจิตใจของเรา เป็นสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาเองทั้งนั้น สิ่งที่เราเห็นภายนอก ไม่ได้มาทำอะไรเราเลย มีแค่เราเท่านั้นที่คิดไปเอง ดังนั้นเราก็ควรที่จะหยุดความกลัวนั้นจากข้างใน ไม่ใช่ให้ความกลัวมาหยุดสิ่งที่เราตั้งใจ จึงเริ่มเดินต่อไปจนถึงบริเวณตีนเขา พร้อมกับมองหาเส้นทางเดินขึ้นไป แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพราะเป็นภูเขาหินปูนที่ไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น หาอยู่สักพักก็ยังหาไม่เจอ เลยตัดสินใจเดินกลับไปยังที่ทำการอุทยานเพื่อสอบถามเส้นทาง พอมาถึงก็พยายามมองหาเจ้าหน้าที่จนไปเจออยู่คนหนึ่งกำลังนอนอยู่ในเปล " พี่ครับๆ พี่ครับๆ" พี่เค้าตกใจตื่นเพราะเสียงและแสงไฟของเรา จึงรบกวนให้พี่เค้าช่วยแนะนำและชี้เส้นทางการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวเขาแดง พี่เค้าก็พาเราเดินกลับไปชี้จุดเริ่มต้นของทางเดินขึ้นเขา โดยตามเส้นทางจะมีป้ายไม้บอกทางเป็นลูกศรสีเหลืองพื้นหลังสีน้ำตาล ซึ่งเล็กมากๆ ฝังติดอยู่ตามก้อนหิน ซึ่งตอนแรกเราหาไม่เจอ หลังจากนั้นพี่เค้าก็กลับไปนอนต่อ และก็ถึงเวลาที่เราจะต้องไปต่อด้วยตัวเอง โดยระหว่างทางต้องพยายามคอยมองหาป้าย และหลบคมหนามของต้นกระบอกเพชรที่มีอยู่มากมายรายทาง สุดท้ายอุปสรรคก็ช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราไปจนถึงจุดหมายได้ทันก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น รางวัลที่ได้รับคือวิวแบบพาโรนามา พร้อมกับสายลมเย็นๆที่สูดเข้าไปแล้วทำให้หายเหนื่อยได้อย่างน่าประหลาดใจ ด้านหลังเป็นแนวภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของคำว่า "สามร้อยยอด" ก็เป็นได้ ด้านซ้ายและขวาเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ส่วนด้านหน้าเป็นพระอาทิตย์และท้องทะเล และในที่สุดพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเลให้เราได้พิชิตด้วยสายตาของตนเองจนสำเร็จ ต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ 08.00 AM : การขึ้นภูเขาไม่เหนื่อยเท่าลงจากภูเขา หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศบนจุดชมวิวจนแสงแดดอุ่นๆเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อน ก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป นั้นก็คือ "ถ้ำพระยานคร" และ "ถ้ำแก้ว" โดยปกติการเดินขึ้นภูเขามักจะเหนื่อยมากกว่าการลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลก แต่สำหรับเราการเดินขึ้นภูเขาเหนื่อยน้อยกว่าการเดินลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกถูกกำจัดหมดไปด้วยความตั้งใจที่แนวแน่และมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมาย ระหว่างทางที่กลับลงมาจากภูเขา ได้เจอกับค่างแว่นถิ่นใต้ที่ออกมาหากินในตอนเช้า ห้อยโหนอยู่ตามยอดไม้อยู่เป็นระยะ บ้างก็อยู่โดดเดียว บ้างก็อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หน้าตาน่ารักและช่างสงสัย ลักษณะของป้ายบอกทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว ซึ่งหากเป็นตอนกลางคืนจะยากต่อการมองเห็นสักหน่อย ระยะทางอาจจะดูไม่ไกล ถ้าหากไม่มั่นใจโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่จะดีกว่านะ ภูเขาหินปูนจะไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น และเป็นหินที่มีความแหลมคม จึงควรใส่รองเท้าผ้าใบเดินขึ้นไปจะดีที่สุด จุดชมวิวเขาแดงอยู่บนยอดของภูเขา ซึ่งอยู่ด้านหลังของภูเขาลูกที่เห็นอยู่นี้ หลังจากลงมาถึงพื้นราบแล้ว ได้แวะเข้าไปหาข้าวเช้ากินเพื่อเติมพลัง ภายในที่ทำการอุทยานซึ่งอยู่ไม่ไกล 09.00 AM : มุ่งหน้าไปยังถ้ำพระยานคร นั่งกินข้าวเช้าในที่ทำการอุทยาน พร้อมชมโชว์กายกรรมห้อยโหนไปมาของลิงแสมอย่างเพลิดเพลิน ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังถ้ำพระยานคร ซึ่งอยู่ห่างจากออกไปอีกประมาณ 18 กิโลเมตร วิธีการเดินทางที่เราเลือกใช้ก็ยังคงเป็นวิธีการเดิม นั่นก็คือ "การโบกรถ" โดยไปยืนดักรอโบกรถอยู่ข้างหน้าที่ทำการอุทยาน ซึ่งเวลานั้นไม่ค่อยมีรถผ่านไปมาซักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้ไปกับรถของการไฟฟ้า ไม่รอช้ากระโดดขึ้นข้างหลังไปนั่งรวมอยู่กับเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ นั่งมาลงบริเวณสามแยกทางไปถ้ำพระยานคร เพราะพี่เค้าต้องตรงไป ส่วนเราต้องเลี้ยวไปทางขวา จากจุดที่ลงรถต้องเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโล จึงจะถึงจุดเริ่มต้นของทางเดินไปยังถ้ำพระยานคร เราเดินเข้าไปได้สักระยะ ผ่านรถสิบล้อที่อยู่ไกลๆในรูป เจอชาวบ้านกำลังนั่งคัดแยกกุ้งกันอยู่ เห็นเราเดินตากแดดมาคนเดียว ก็เลยแซวและถามว่าจะไปไหน พร้อมกับชวนให้ไปกินน้ำเย็นๆในกระติก เดินต่อไปกลางแดดจ้า บนถนนราดยางที่เริ่มจะร้อนระอุ ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับมาจอดอยู่ข้างๆ แล้วเปิดกระจกออกมาถามว่าจะเดินไปไหน พอดีไปทางเดียวกันก็เลยชวนเราติดรถไปด้วย พี่ๆ บอกว่าเดินทางมาจากกรุงเทพ มากันสามคน เห็นเราแบกกระเป๋าเดินตากแดดคนเดียวแล้วรู้สึกสงสารเลยตัดสินใจแวะรับมาด้วย หลังจากมาถึงจุดเริ่มต้นทางเดินไปถ้ำพระยานคร ก็ได้แยกกับพี่ๆทั้งสามคน เพราะการเดินทางไปยังถ้ำนั้น สามารถทำได้สองวิธี คือ นั่งเรืออ้อมภูเขาไปลงหน้าชายหาดทางเข้าถ้ำ กับเดินข้ามภูเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลไปยังปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งวิธีนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะใช้แค่แรงกายและใจเท่านั้น เราเลือกที่จะเดินข้ามภูเขาไปตามทางเดินที่เป็นบันไดหินซึ่งไม่ราบเรียบเพียงลำพัง ส่วนพี่ๆ นั่งเรืออ้อมเขาไปลงที่หน้าหาดซึ่งเร็วกว่ามาก หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย  ระหว่างทางสามารถแวะชมวิวภูเขาและทะเลสีฟ้าใสได้ตลอดทาง ช่วยทำให้ความเหนื่อยลดลงไปได้เยอะ เดินขึ้นเขามาได้ประมาณครึ่งทางกว่าๆก็จะสามารถมองเห็นชายหาดขาวสะอาดที่เรือมาจอดส่งนักท่องเที่ยว ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการเดินทางข้ามภูเขา มีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นเรื่องธรรมดา แถมยังช่วยให้เราเข้มแข็งขึ้น 11.00 AM : สำรวจถ้ำพระยานคร ลงจากเขามาล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่ และฝากกระเป๋าไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นก็ออกเดินทางต่อเพื่อเข้าไปข้างในถ้ำอีกประมาณ 500 เมตร ผ่านบ่อพระยานคร ซึ่งตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม เรียกว่า "บ่อพระยานคร" เส้นทางเดินเป็นบันไดโขดหินตะปุ่มตะป่ำค่อนข้างเดินลำบากสักเล็กน้อย หลังจากเดินขึ้นมาได้สักพักก็ถึงปากทางเข้าถ้ำ และจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ภายในถ้ำจะมีลักษณะเป็นโถงขนาดใหญ่ มีปล่องอากาศขนาดเล็ก และใหญ่ที่มีแสงแดดส่องลงมาถึงด้านล่างอยู่หลายจุด " พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" เป็นพลับพลา แบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง   หลังจากเดินสำรวจภายในถ้ำจนครบถ้วนและหายเหนื่อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้าย นั้นก็คือ "ถ้ำแก้ว" 01.00 PM : จุดหมายสุดท้าย เมื่อออกมาจากถ้ำพระยานครก็กลับไปเอาของที่ฝากไว้แล้วเดินกลับด้วยวิธีการเดิม และแวะกินข้าวเที่ยงบริเวณตีนเขา ล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่แล้วเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของชาวบ้านมาลงที่ปากทางไปถ้ำแก้ว ซึ่งอยู่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงถ้ำพระยานครในตอนแรก เดินต่อไปตามทางลูกรังสีแดงอีกประมาณ 1 กิโล ก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งจะมีชาวบ้านมาคอยให้บริการเช่าไฟฉาย เพราะข้างในไม่มีแสงสว่าง ต้องเตรียมไฟฉายเข้าไปด้วยทุกครั้ง แต่เราเตรียมไฟฉายมาเอง เลยไม่ต้องเสียตังค์เช่า ข้างในมีระยะทางประมาณ 128 เมตร ซึ่งตอนที่เราไปไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลยสักคน เหงาเลยเรา ข้างในถ้ำมืดมากๆ มีหินงอกหินย้อยเล็กใหญ่สลับกันไปตลอดทาง บางจุดต้องก้ม ต้องมุดผ่านหินงอกขนาดใหญ่ บางจุดต้องเดินผ่านช่องหินเล็กๆ บางจุดต้องเดินขึ้นสะพาน ลงสะพาน ซึ่งด้านล่างเป็นเหวลึกๆมึดๆ ที่ส่องไฟไปได้ไม่สุด ดินสำรวจไปได้ครึ่งทาง ไฟฉายคู่ใจที่พกมาด้วยแสงเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ฉายไปแทบจะไม่เห็นทางข้างหน้า เราพยายามเคาะขั้วถ่าน หมุนให้เน้นอยู่สักพักก็ไม่สำเร็จ ติดๆดับๆ สุดท้ายก็ดับสนิทนิ่งไปในทันใด เรายืนซ่อมไฟฉายท่ามกลางความมืดมิด ที่ไม่สามารถเดินขยับไปไหนได้เลย เพราะรอบตัวมีแต่หินงอกหินย้อย ยืนอยู่ที่เดิมประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็น 15 นาทีที่รู้สึกนานมากๆ กลัวว่าจะต้องติดอยู่ในถ้ำ เพราะไม่ค่อยมีคนเข้ามาเที่ยว แต่สุดท้ายก็มีแสงสว่างแห่งความหวังส่องเข้ามา ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจมากๆ อย่างบอกไม่ถูก เป็นแสงไฟฉายของนักท่องเที่ยวสองคนสามีภรรยา ที่ฉายมาเจอเรายืนอยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียว เค้าก็ตกใจเล็กน้อยว่าทำไมมายืนอยู่คนเดียวมืดๆ เราก็เลยเล่าให้เค้าฟังแล้วขอเดินตามเค้าออกไปด้วย เดินตามพี่เค้ามาเรื่อยๆก็มาเจอกับจุดที่ได้นำไปตั้งเป็นชื่อของถ้ำนี้ ซึ่งเมื่อเราฉายไฟไปที่ผนังถ้ำ ก็จะมีแสงระยิบระยับสะท้อนกลับมาเป็นเหมือนเศษแก้วเล็กๆประดับอยู่อย่างสวยงาม ความรู้สึกเหมือนได้ยืนดูดาวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดภายในถ้ำยังไงยังงั้น สุดท้ายเราก็ออกมาจากถ้ำจนได้ ต้องขอขอบคุณพี่ๆทั้งสองเป็นอย่างมาก ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาให้ได้มาเจอกัน เกือบปิดท้ายทริปนี้ด้วยการนอนในถ้ำแก้วซะแล้วเชียว จริงๆมีอีกที่ที่อยากไปคือ "ถ้ำไทร" ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ตอนนั้นใกล้จะเย็นแล้วน่าจะไปไม่ทัน จึงตัดออกไปแล้วเดินทางกลับ เดินออกจากถ้ำไปสามแยกที่มาลงในตอนแรกอีกประมาณกิโลกว่าๆ เพื่อมายืนรอโบกรถกลับออกไปที่ถนนเพชรเกษม และได้ไปกับรถกระบะขนโต๊ะจีนเพื่อไปจัดงานแต่ง โดยยืนเกาะหลังคารถเอาหน้าโต้ลมสนุกมากๆ แต่ก็ไปไม่ถึงที่หมาย เพราะบ้านงานอยู่ถึงก่อน เลยโบกรถต่ออีกรอบ และไปได้กับรถกระบะของตายายใจดีไปลงถึงปากทางเข้าอุทยานริมถนนเพชรเกษม แล้วต่อรถทัวร์ไปยังอ.เมืองประจวบฯ ก็เป็นอันจบทริปอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดเพียงเท่านี้ การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราออกเดินทางเพียงลำพัง ซึ่งความจริงแล้วการตัดสินใจออกเดินทางคนเดียวครั้งแรกนั้นมันยากมาก เพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จึงคิดและจินตนาการไปก่อนว่ามันน่าจะเหงา ลำบาก และอันตราย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเสมือนกำแพงที่เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเราให้ยังคงอยู่ในพื้นที่ที่เราคิดว่าปลอดภัย ทำให้เราไม่ได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้างนอกกำแพงนั้นเสียที แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่จะสามารถทลายกำแพงนั้นก็ได้คือ "ความกล้า" กล้าที่จะตัดสินใจ กล้าที่จะออกไปเรียนรู้ กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราสามารถทำและยอมรับสิ่งเหล่านั้นได้มันจะคุ้มค่ามากๆ เพราะสิ่งรอเราอยู่หลังกำแพงนั้นคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหน ได้มิตรภาพ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆรอบตัว ได้รู้จักและเข้าใจตัวเราเองเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเราสามารถก้าวผ่านครั้งแรกไปได้แล้ว เชื่อว่าจะต้องมีครั้งต่อๆไปอย่างแน่นอน " A journey of a thousand miles must begin with a single step." – Lao Tzu " การเดินทางนับพันไมล์ต้องเริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ" ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook LIFE IS A JOURNEY ติดตามเพิ่มเติมได้ที่  https://th.readme.me/id/lifeisajourney, https://www.facebook.com/LifeIsAJourneyThailand, https://www.instagram.com/lifeisajourneythailand/

เชฟโรเลต เปิดตัว Colorado Xtreme และ Trailblazer Premier ดุดันหรูหรา
Chevrolet /  Chevrolet Colorado / 

เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย เผยโฉม โคโลราโด เอ็กซ์ตรีม (Colorado Xtreme) และเทรลเบลเซอร์ พรีเมียร์ (Trailblazer Premier) ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2016 ครั้งที่ 37 Show vehicle ทั้งสองคันนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางใหม่อันน่าตื่นเต้นของเชฟโรเลตในการทำตลาดรถกระบะและรถเอสยูวีในประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสแนวทางการออกแบบของเชฟโรเลตในอนาคต โคโลราโด เอ็กซ์ตรีม แสดงถึงความเป็นรถกระบะอเมริกันพันธุ์แกร่ง โดดเด่นด้วยสกู๊ปดักลมบนฝากระโปรง บันไดข้าง สปอร์ตบาร์ ตลอดจนซาฟารี บาร์ เน้นประโยชน์ใช้สอย ศักยภาพ และความแข็งแกร่ง ความบึกบึนของเอ็กซ์ตรีมยังถูกถ่ายทอดเข้าสู่ห้องโดยสารด้วยมาตรวัดเสริม และอุปกรณ์ตกแต่งอย่างมือจับฝั่งผู้โดยสารบนแดชบอร์ด และมาตรวัดระดับความเอียง ความลุยของเอ็กซ์ตรีมยังรวมถึงยางออฟโรดเต็มรูปแบบขนาด 18 นิ้ว หน้าจอทัชสกรีนขนาดแปดนิ้ว และระบบมายลิงค์รุ่นล่าสุดที่รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแอปเปิล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้ ขณะที่เทรลเบลเซอร์ พรีเมียร์ เป็นรถเอสยูวีที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวที่ชื่นชอบการเดินทางบนเส้นทางแปลกใหม่ แต่ยังต้องการความสะดวกสบายและความหรูหรา เทรลเบลเซอร์ พรีเมียร์มีความนุ่มนวลและละเอียดอ่อนกว่าโคโลราโด เอ็กซ์ตรีมในแง่ของสีสันและวัสดุ เน้นย้ำความหรูหราด้วยการใช้โครเมียมโทนสีสว่างและวัสดุระดับพรีเมียมอย่างไม้ออสเตรเลียที่คัดสรรและผลิตด้วยมือ ด้วยความใส่ใจสูงสุดต่อความสะดวกสบายของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ภายในห้องโดยสารเทรลเบลเซอร์ พรีเมียร์ได้รับการตกแต่งและประกอบด้วยคุณภาพเหนือระดับ การใช้สี วัสดุ และพื้นผิวที่มีความละเอียดและมีเอกลักษณ์สร้างความรู้สึกพรีเมียมในแบบที่ไม่ได้พบเห็นบ่อยครั้งนักสำหรับเซกเมนท์นี้ เทคนิคและกระบวนการตกแต่ง อย่างการขลิบขอบผ้าแบบพิเศษ และการตัดเย็บตาข่ายด้านหลังเบาะที่นั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยมือช่วยเพิ่มบรรยากาศระดับพรีเมียมสุดพิเศษภายในห้องโดยสาร หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือการออกแบบกระจังหน้าแบบดูอัลพอร์ทใหม่ ที่มาพร้อมกับไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวันในตัวแบบแอลอีดี รวมถึงไฟตัดหมอกที่กันชนด้านหน้า นอกจากนี้ยังมีการปรับตำแหน่งของโบว์ไทสัญลักษณ์ของเชฟโรเลตให้สูงขึ้นอีกด้วย เมื่อมองในภาพรวม แคปติวามีรูปลักษณ์ที่สดใหม่ขึ้น เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและความรู้สึกร่วมสมัย การพัฒนาด้านเทคโนโลยียังรวมไปถึงความสามารถในการตรวจสอบแรงดันลมยางแบบแยกส่วนแต่ละล้อได้ นอกจากนี้ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลได้จากสวิทช์ด้านข้างพวงมาลัย สวิทช์บนคอนโซลเรืองแสงสีขาวช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ และถูกปรับตำแหน่งเพื่อความสะดวกสบายตามหลักการยศาสตร์ของผู้ขับขี่ ในงานมอเตอร์โชว์ เชฟโรเลตยังจัดแสดงเทรลเบลเซอร์ รถอเนกประสงค์ยอดนิยมรุ่นพิเศษที่มีชื่อว่า เทรลเบลเซอร์ เออร์แบน แพ็ค II (Trailblazer Urban Pack II) ซึ่งถูกตกแต่งเพิ่มเติม เพิ่มความแข็งแกร่งในขณะเดียวกันยังคงรักษาภาพลักษณ์ความหรูหราของตัวรถไว้เช่นเดิม โดยการติดตั้งสปอยเลอร์บนหลังคาสีเดียวกับตัวรถ พลาสติกกันรอยที่กันชนหลัง อุปกรณ์ตกแต่งประตูข้างแบบโครเมียม ไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแบบแอลอีดี ล้ออัลลอยสีทูโทน และจอมอนิเตอร์แอลอีดีขนาด 10.1 นิ้วบนเพดานภายในห้องโดยสาร เทรลเบลเซอร์ เออร์แบน แพ็ค II มีจำหน่ายในรุ่น 2.8 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อนสี่ล้อ LTZ1 มีสามสีให้เลือก ได้แก่ สีขาว Summit White สีดำ Black Sapphire และสีน้ำตาล Auburn Brown โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,512,000 บาท นอกจากความอลังการของ Show vehicle และรถรุ่นใหม่ที่เชฟโรเลตนำมาจัดแสดง ผู้เยี่ยมชมบูธเชฟโรเลตและลูกค้าจะได้เพลินเพลินไปกับมุมอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับรถเชฟโรเลตภายในงาน และโปรโมชั่นสุดพิเศษ โดยเฉพาะแคมเปญรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ (trade-in program) ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ลูกค้าที่นำรถทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ มาแลกซื้อรถเชฟโรเลต จะได้รับส่วนลดเพิ่มจากราคาประเมินรถคันเก่า สำหรับเป็นส่วนลดแลกซื้อรถเชฟโรเลตคันใหม่มูลค่าสูงสุดถึง 50,000 บาท และรับส่วนลดเงินสดสูงสุดถึง 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยต่ำสุด 0.49 เปอร์เซ็นต์ และประกันภัยชั้นหนึ่งฟรี พิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงานมอเตอร์โชว์หรือที่ศูนย์ผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศระหว่างวันที่ 21 มีนาคมถึง 3 เมษายน 2559 และรับมอบรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2559 จะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมฟรีทุกค่าใช้จ่าย หรือเลือกรับส่วนลดเงินสดเพิ่มสูงสุด 10,000 บาท และรับกระเป๋าเดินทางสุดหรูของเชฟโรเลตมูลค่า 3,000 บาท นอกจากนี้สำหรับลูกค้าที่จองรถเชฟโรเลตระหว่างวันที่ 8 มีนาคมถึง 30 เมษายน 2559 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษบินลัดฟ้าสู่ประเทศอังกฤษ รับประทานอาหารค่ำท่ามกลางบรรยากาศสุดหรูในเชฟโรเลต เซนเทนเนียล สวีท ชมเกมการแข่งขันของทีมปีศาจแดง และพบปะกับนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างใกล้ชิด

ฮือฮา ! คลิป 'ไดโนเสาร์' โผล่กลางปั๊มน้ำมันเมืองกรุง
คลิปไดโนเสาร์ /  คลิปไดโนเสาร์ในปั๊มน้ำมัน / 

ฮือฮา ! คลิป 'ไดโนเสาร์' โผล่กลางปั๊มน้ำมันกรุงเทพฯ ชาวเน็ตต่างพากันถ่ายรูปเต็มปั๊มน้ำมัน วันนี้ (1 มี.ค. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสฮือฮา หลังชาวเน็ตต่างพากันแชร์คลิป 'ไดโนเสาร์' โผล่กลางปั๊มน้ำมัน อยู่ท้ายรถกระบะ แถมเคลื่อนไหวได้สมจริง ส่ายหัวไปมาซ้ายขวา อ้าปากเปล่งเสียง ทำเอาคนที่เติมน้ำมันอยู่ในปั๊มเดียวกัน หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายกันจ้าละหวั่น กับความแปลกใหม่ครั้งนี้ ทั้งนี้ เจ้าของคลิปไม่ได้ระบุว่า เขาจะพาไดโนเสาร์ไปที่ใด และกำลังมีกิจกรรมอะไรถึงมีการประกอบจัดทำไดโนเสาร์นี้ขึ้นมา แต่ใต้คลิปได้มีชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย พร้อมแชร์รูปภาพตามที่ต่าง ๆ ที่เห็นรถกระบะบรรทุกเจ้าไดโนเสาร์ตัวนี้ไปทั่วกรุงเทพฯ ก่อนระบุว่า "อดใจรอ Dinosaur Planet กันอีกนิดเดียว ธีมพาร์คไดโนเสาร์สุดยิ่งใหญ่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ใจกลางสุขุมวิท" ชมคลิป >> https://www.facebook.com/311696612273483/videos/826059490837190/ MThai News

เช็กด่วน!จราจรยามเช้า-คืบรถตกน้ำเมืองทองมีคนเสียชีวิต
จราจร /  รถติด / 

รายงานสภาพจราจร วันที่ 2 มี.ค. เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีรถติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่ 09:00 ทางด่วนขาเข้า รถมากเคลื่อนตัวช้า ช่วงงามวงศ์วาน>พระราม6 ,รามอินทรา>พระราม9 ,มอเตอร์เวย์>อโศก ,บางนา>ท่าเรือ ,และดาวคะนอง>บางโคล่ 08.55น. ถนนรัชดา ขาเข้า ในอุโมงค์สุทธิสาร มีอุบัติเหตุ และมีคราบน้ำมัน ส่งผลให้รถติดท้ายสะสมไปทางแยกรัชโยธิน/ FM91  08.54น. ถนนสุขุมวิท ขาเข้า มุ่งหน้าแยกอ่อนนุช รถติด เพราะมีอุบัติเหตุ ล่าสุดย้ายแล้ว ท้ายเต็มที่แยกบางนา/ FM91  8:05 สะพานตากสินขาเข้าท้ายแถวอยู่บริเวณตึกสินสาธรตัวตามกันได้เรื่อยๆ แดดจ้าส่องหน้า ฝั่งกลับกันคล่องตัว 8.00 รัตนาธิเบศร์มุ่งหน้าแคราย รถเต็มทุกช่องจรจราเช่นทุกวัน ท้ายแถวเซนทรัลรัตนา รถเคลื่อนตัวช้าสลับหยุดนิ่ง 7:40 ถ.เกษตร-นวมินทร์ ขาออก ตอม่อ 64 (บริเวณลาดปลาเค้า) รถยนต์ส่วนบุคคลชน3คัน เลนขวาสุดก่อนถึงจุดกลับรถ07.00น. คืบหน้ารถเก๋ง ลื่นไถลตกทะเลสาบเมืองทองธานี (นนทบุรี) พบศพชายวัย30 ปี นั่งเสียชีวิตที่เบาะหลัง ญาติมาที่เกิดเหตุแล้ว / FM91  07.34น. ถนนวิภาวดี จากแยกสุทธิสาร เข้าใต้ด่วนดินแดง การจราจรเริ่มหนาแน่น ท้ายสะสมหน้า ม.หอการค้าไทย / FM91  07.33น. ถนนรามอินทรา ขาเข้า จากใต้ด่วนวัชรพล ไปวงเวียนบางเขน รถติดขัด มีปัญหา ตรงไปหลักสี่ เลี้ยวซ้ายวิภาวดีได้ช้า / FM91  06.49 สะพานข้ามแยกวงสว่าง ขาเข้า รถหนาแน่น 06.30น. ยกระดับรามคำแหง ขาเข้า มุ่งหน้าพระราม 9 รถหนาแน่น  / FM91 06.30น.อุบัติเหตุ ถ.งามวงศ์วาน ขาเข้า แยกแคราย>แยกพงษ์เพชร ก่อนถึงพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วานเล็กน้อย เก๋ง2คันชนกัน ขวางช่องทางขวา จราจรเคลื่อนตัวช้า 06:19 อุบัติเหตุ ถ.รามอินทรา ขาเข้า จากแยกมีนบุรี > สวนสยาม ตรงข้าม ซ.รามอินทรา109 เก๋ง+ปิคอัพ+แท็กซี่ กีดขวางช่องทางขวา การจราจรชะลอตัว 06.09น. ถนนรัตนาธิเบศร์ ขาเข้า ไปแคราย รถมาก ชะลอตัวปากซอยรัตนาธิเบศร์ 18 ก่อนถึงใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน มีอุบัติเหตุ 3 คัน เลนขวาสุด / FM91 05.45น. เก๋งตกลงไปในทะเลสาบในเมืองทองธานี ล่าสุดนำรถขึ้นมาแล้วพร้อมผู้เสียชีวิต 03.55น. เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักตกลงไปในทะสาบเมืองทองธานี เป็นรถเก๋งสีขาว หมายเลขทะเบียน ฉล 6675 กรุงเทพมหานคร  มีคนนั่งมาในรถ 2 คนรวมคนขับ คนนั่งซึ่งเป็นหลานชายช่วยออกมาจากรถได้ ส่วนคนขับสูญหาย 02.20น.กรณีถ.กาญจนาภิเษกขาออก ใต้ตรด.เอกชัย 18ล้อบรรทุกแท่งคอนกรีตพลิกตะแคงล่าสุดย้ายรถเปิดจราจรปกติ 01.55น.อุบัติเหตุ ถ.กาญจนาภิเษก(ขาเข้า)ก่อนถึง ซ.จรัญ13 เล็กน้อย เก๋งชนเสาไฟฟ้า เจ็บ1คน รายงานสภาพจราจร วันที่ 1 มี.ค. เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีรถติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่ 08:52น.ถ.พระราม4 ขาออกเลยแยกกล้วยน้ำไท ประมาณ100ม.อุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถจยย. กีดขวางช่องทางกลาง 8.40น. ราชพฤกษ์มุ่งหน้าปากเกร็ดรถเคลิ่อนตัวช่้า รถติดป้ายรถเมล์ตรงข้ามเมเจอร์ฯ 08:26น.ถ.พิบูลสงคราม ขาเข้าเลยเทคโนพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 500ม.อุบัติเหตุเก๋ง 2 คัน ชนกันกีดขวางช่องทางขวา 8.25น.ลาดพร้าว 80 ขาเข้า รถปริมาณมาก เคลื่อนตัวตามสัญญาณไฟ ขาออก รถโล่ง คล่องตัว / FM91 8.15น. ถ.บ้านแพ้ว-พระประโทน ขาเข้าใกล้ปั้มเซลล์ กระบะบรรทุกสินค้าพลิกคว่ำน้ำมั่วรั่ว จนท.เข้าช่วยแล้ว 08.12น. เริ่มวันนี้1มีค. รฟท.แจ้งปิดจราจรถ.กำแพงเพชร6แยกวัดเสมียนนารี ถึง กม.11ใต้ด่วนศรีรัช เพื่อก่อสร้างอาคารศูนย์ซ่อมบำรุงของรถไฟฟ้า 08:00น.ถ.งามวงศ์วาน ขาเข้าเลยทางขึ้นสะพานข้ามแยกบางเขนมาเล็กน้อย รถฟอร์จูนเนอร์ จอดเสีย เลนซ้าย 07.57 น.อีซี่พาสเสีย ณ ด่านชำระเงินปู่เจ้าอีซี่พาสเสีย1ช่อง ทำรถสะสมในทางหลักในเลนซ้ายติดขัดมาก 07:44น.อุบัติเหตุ ถนนสิรินธร ขาเข้า จากต่างระดับสิรินธร มุ่งหน้า แยกบางพลัด เชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกบางพลัด รถปิคอัพชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางขวา 07:41น.อุบัติเหตุ ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ จากห้วยขวาง มุ่งหน้า ถนนประชาอุทิศ เลยโรงแรมรัชดาซิตี้ 200เมตร รถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม กีดขวางช่องทางซ้าย มีผู้บาดเจ็บ 1คน 07.30น.อุบัติเหตุบนสะพานพระราม4 ขาเข้า รถชนท้ายกัน 2 คัน เลนซ้ายสุดก่อนทางลงปากเกร็ด 20 เมตร รถเริ่มชะลอตัว 07:19น.ถ.ติวานนท์ ขาเข้า จาก บริเวณปากทางเข้าเมืองทอง มีอุบัติเหตุรถเก๋ง 2คันชนกันกีดขวางช่องทางกลาง 07.08น.ถ.ลำลูกกา ขาเข้ามุ่งหน้าพหลโยธิน บริเวณจุดกลับรถคลอง 4 รถบรรทุก10ล้อ จอดเสีย ช่องทางขวา 06.51น. ถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง ขาออก ขึ้นสะพานข้ามแยกประเวศเล็กน้อย รถบัสรับส่งพนักงานจอดเสียเลนซ้าย รถติดขัด 06:48น.ถ.อ่อนนุช ขาออก บนสะพานข้ามแยกประเวศ มีรถบัส จอดเสียบนสะพานขวาง1ช่องจราจร 06:26น.อุบัติเหตุ ถนนลาดปลาเค้า ขาเข้า จากแยกวังหิน มุ่งหน้าวัดลาดปลาเค้า จุดเกิดเหตุ หน้าปากซอยลาดปลาเค้า 8 รถเก๋งโดนชน ไม่ทราบคู่กรณี กีดขวางช่องทางกลาง 06:24น.ถ.ลาดปลาเค้า บริเวณปากซอยลาดปลาเค้า8 รถเก๋งเกิดอุบัติเหตุ(ไม่เห็นคู่กรณี)จอดกีดขวางช่องทางกลาง 06:21น.อุบัติเหตุ ถนนประชาธิปก ขาเข้า จากแยกบ้านแขก มุ่งหน้าแยกพาหุรัด จุดเกิดเหตุ บนสะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รถเก๋งชนกับรถแท็กซี่ กีดขวางช่องทางซ้าย 06:18น. อุบัติเหตุ ถนนพระราม2 ขาเข้า จากมหาชัยเมืองใหม่ มุ่งหน้าสะพานข้ามทางรถไฟ จุดเกิดเหตุ ก่อนถึงสะพานข้ามทางรถไฟ 500เมตร รถปิคอัพเสียหลักพลิกตะแคง กีดขวางช่องทางซ้าย ของทางด่วน 06:16น.ถ.ประชาธิปก ขาเข้ากลางสะพานพุทธยอดฟ้าฯ มีอุบัติเหตุระหว่างรถเก๋งกับรถแท็กซี่ กีดขวาง 2ช่องทางซ้าย 04:51น.อุบัติเหตุ ถนนเพชรเกษม ขาออก จุดเกิดเหตุ หน้าปากซอยเพชรเกษม 55/2 รถชนกัน 3คันกีดขวางช่องทางขวา 02:50 เก๋งพลิกคว่ำช่วงถนนมิตรภาพกม.8ก่อนถึงปั้มน้ำมันบางจากซีพีเเก่งคอยขาไปโคราชบาดเจ็บ1ราย ป่อฯรายงาน ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com MThai News รายงานสภาพจราจร วันที่ 29 ก.พ.  เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีรถติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่ 09:09น.อุบัติเหตุ ถนนลำลูกกา ขาออก จาก คลอง4 มุ่งหน้า แยกตัดถนนกาญจนาภิเษก เลยสนามกอล์ฟธัญธานีไปประมาณ200 เมตร รถบรรทุกน้ำมัน ชนกับ รถตู้สีฟ้า กีดขวางช่องกลางและซ้าย 09.05น. ถนนพระราม9 ขาเข้า เลยแยกรามคำแหง เล็กน้อย ก่อนข้ามคลองแสนแสบ มีรถประจำทางปรับอากาศ สาย113 จอดเสีย / FM91 09:04น.อุบัติเหตุ ถนนหลวงแพ่ง ขาเข้า จาก วัดราชโกษา มุ่งหน้า หัวตะเข้ ลงสะพานข้ามคลองมาประมาณ 100 เมตร รถบัส 2 ชั้น ชนกับ รถแท็กซี่เขียวเหลือง 08:32 ลาดพร้าว 80 ขาเข้า รถปริมาณมาก วิ่งได้ตามสัญญาณไฟ หยุดนิ่งในบางช่วง 08:26 ถ.วงศ์สว่าง ขาเข้า เชิงทางขึ้นสะพานพระราม 7 รถเก๋ง 2 คันชนท้ายกัน กีดขวางช่องทางซ้าย 8.26 รัตนาธิเบศร์มุ่งหน้าแครายรถเต็มทุกช่องทางเคลื่อนตัวช้าสลับหยุดนิ่ง ท้ายแถวเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ 08:08 ถ.พระราม2 ขาเข้า ปาก ซ.พระราม2ที่44มีน้ำมันหกช่องทางซ้าย ของคู่ขนาน ระยะทาง100ม. มีรถจยย.ลื่นล้มแล้ว 2 คัน ระวังด้วย / ปสง.จนท.แล้ว 8:00 สะพานตากสินขาเข้าท้ายแถวอยู่เชิงทางขึ้นสะพานเคลื่อนตัวได้เรื่อยเรื่อยตามจังหวะสัญญาณไฟกลับกันใช้งานได้ดี 7.18น.ถ.แจ้งวัฒนะขาออก จากวงเวียนบางเขนถึงสะพานหลักสี่ ติดขัดคอสะพานหลักสี่ พ้นแล้วเคลื่อนตัวได้ดี 7.13 น. - รถใช้สะพานภูมิพลมุ่งหน้าถนนพระรามสาม ท้ายแถวเริ่มชะลอตัวบริเวณทางลงฝั่งถนนพระรามสาม สภาพอากาศแจ่มใส 07:10 ถ.วิภาวดี ขาเข้า หน้า บ.ยาคูลท์ แท็กซี่ 1,เก๋ง 2 เฉี่ยวชน กีดขวางช่องทางขวาของทางขนาน 07:07 มีอุบัติเหตุกลางสะพานพระราม 7 ปิคอัพ1 ,จยย.2 ชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย 06:48 รถพลิกคว่ำหน้าSCB Park มุ่งหน้าวิภาวดี รถติดหน้าศาลอาญายาว กรุณาหลีกเลี่ยงรัชดาฯ ขาออก 06:48น. อุบัติเหตุ ถนนมอเตอร์เวย์ ขาออก จากต่างระดับถนนศรีนครินทร์มุ่งหน้าต่างระดับทับช้าง จุดเกิดเหตุกิโลเมตรที่ 5+500 รถชนกัน 4 คัน ขวางช่องทางขวา 6:40น. อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาเข้า จากแยกถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าแยกสวนเลียบ จุดเกิดเหตุที่แยกสวนเลียบ รถเก๋ง2คัน รถจักรยานยนต์1คัน ชนกัน ขวางช่องทางซ้าย 06.41น. ถนนราชพฤกษ์ ขาเข้า ก่อนถึงบีทีเอสวุฒากาศ ประมาณ 500 เมตร รถจักรยานยนต์ชนรถนั่งส่วนบุคลคล มีผู้บาดเจ็บ 06:39 วิภาวดีขาเข้า ช่วงฐานทัพอากาศ ติดทั้งช่องทางด่วนและคู่ขนาน ท้ายถึงอนุสรณ์สถาน / FM91 06:38 ดินแดงขาเข้ามุ่งหน้าแยกประชาสงเคราะห์โล่งๆครับตอนนี้ 06:35 ถ.ราชพฤกษ์ ขาเข้า บนต่างระดับสวนเลียบ เก๋ง2, จยย.1 ชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย 06:31น. อุบัติเหตุ ถนนรัชดาภิเษก ขาออก จากแยกรัชโยธินมุ่งหน้าแยกรัชวิภา จุดเกิดเหตุหน้าเอสซีบี ปาร์ค รถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำ จราจรติดขัด 05.51 รัตนาธิเบศร์ขาเข้าท้ายแถว สถานีบางกระสอ 05:37น. อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า จากพุทธมณฑลสาย4มุ่งหน้าพุทธมณฑลสาย2 จุดเกิดเหตุก่อนขึ้นคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี 200 เมตร รถชนกัน 10 คัน ขวางช่องทางขวาของทางด่วน ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com MThai News

Ford ประกาศยอดขายไตรมาสแรกของปี 2559 เพิ่มขึ้น 29 เปอร์เซ็นต์
car /  ford / 

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศยอดขายไตรมาสแรกของปี 2559 เพิ่มขึ้น 29 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยมียอดขายรถยนต์รวมอยู่ที่ 8,653 คัน ซึ่งมีแรงผลักดันจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่องของรถยนต์เอสยูวีขนาดกลาง อย่าง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และรถกระบะเกิดมาแกร่งที่สร้างนิยามใหม่ให้กับตลาดรถกระบะไทยอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ยอดขายไตรมาสแรกของฟอร์ดยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศที่ยอดขายรวมอุตสาหกรรมลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 4  ฟอร์ดยังคงเดินหน้าเติบโตด้วยอัตราการเติบโตที่ต่อเนื่องสวนทางกับอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนมีนาคม ทำให้ส่วนแบ่งตลาดในไตรมาสแรกที่เพิ่มขึ้น 1.4 จุดจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทำให้ฟอร์ดมีส่วนแบ่งตลาดที่  4.8 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสที่หนึ่ง รถกระบะเกิดมาแกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังคงครองตำแหน่งรถฟอร์ดที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย ด้วยยอดขายที่ก้าวกระโดดไปถึง 33 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา คิดเป็นยอดขายจำนวน 6,647 คัน นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ยังมีการเติบโตที่โดดเด่นในตลาดรถกระบะในประเทศไทย โดยครองส่วนแบ่งตลาดในเซ็กเม็นต์รถกระบะในไตรมาสแรกถึง 8.2 เปอร์เซ็นต์  เพิ่มขึ้นจากส่วนแบ่งตลาดรวมตลอดปี 2558 ที่ 7.3 เปอร์เซ็นต์ ด้วยความต้องการอย่างต่อเนื่องของฟอร์ด เรนเจอร์จากทั่วภูมิภาคเอเชีย ทำให้ฟอร์ดตัดสินใจลงทุนเพิ่มอีก 186 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,269 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงาน ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) ในจังหวัดระยอง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ โดย ณ ปัจจุบัน ฟอร์ด เรนเจอร์ ผลิตที่โรงงาน ทั้งนี้ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ได้ช่วยส่งแรงหนุนให้กับยอดขายไตรมาสแรกของฟอร์ด ประเทศไทยเช่นกัน โดยสามารถทำยอดขายไตรมาสแรกได้ที่ 1,420 คัน ทำให้สามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถเอสยูวีขนาดกลางได้เกือบ 8 เปอร์เซ็นต์

Ford Ranger แกร่งถึงภายใน หลังผ่านการทดสอบแรงขีดข่วน
car /  ford / 

รถกระบะจำต้องได้รับการออกแบบมาเพื่อความแข็งแกร่งและทนทาน สำหรับพร้อมลุยทุกอุปสรรค รถกระบะสายพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ นอกจากความแข็งแกร่งภายนอกและสมรรถนะที่โดดเด่นเหนือกว่ารถกระบะคันอื่นๆ แล้ว การออกแบบภายในของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ยังผสานความทนทานเพื่อการใช้งานที่สมบุกสมบันกับความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารแบบรถยนต์นั่งเข้าไว้อย่างด้วยกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน รถยนต์ฟอร์ดทุกคันล้วนต้องผ่านการทดสอบการใช้วัสดุหลากหลายชนิด แต่สำหรับลูกค้า ฟอร์ด เรนเจอร์ นั้นต้องการระดับความทนทานที่สูงเป็นพิเศษ ในตลอดขั้นตอนการออกแบบ ฟอร์ดได้ทดลองด้วยวัสดุหลายร้อยประเภทและใช้เวลาทำการทดสอบวัสดุหลายพันชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ นั้นไม่เพียงแค่แข็งแกร่งเพียงพอสำหรับการใช้งานหนักในรถกระบะเท่านั้น แต่ยังสามารถมอบความสะดวกสบายในห้องโดยสารได้อีกด้วย การทดสอบวัสดุภายในเหล่านี้รวมถึง การทดสอบแรงขีดข่วน แผงประตูภายในของฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานที่สมบุกสมบันได้ตลอดช่วงอายุการใช้งาน สำหรับการทดสอบนี้ ฟอร์ดได้ใช้วัสดุต่างๆ ขูดด้วยแรงที่แตกต่างกัน เพื่อตรวจวัดว่าต้องใช้แรงขีดข่วนมากน้อยเพียงใดจึงจะก่อให้เกิดความเสียหายที่สามารถมองเห็นได้  ทั้งนี้ แผงประตูภายในของฟอร์ด เรนเจอร์ สามารถรองรับแรงกดด้วยแท่งเหล็กความแหลม 1 มิลลิเมตรได้มากถึง 15 นิวตัน การทดสอบการไถด้วยของมีคม รถกระบะเพื่อการใช้งานอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ต้องเผชิญกับวัตถุต่างๆ หลากหลายชนิดที่อาจไถและทำลายวัสดุผ้าภายในรถยนต์ได้ ทั้งกุญแจ อุปกรณ์เครื่องมือ รองเท้าบูท สัตว์เลี้ยง และหัวปากกา ในการทดสอบการไถด้วยของมีคมนี้ ฟอร์ดได้นำลูกเหล็กหนามแหลมที่มีลักษณะคล้ายกับเครื่องมือที่ใช้ในการทารุณกรรมในสมัยก่อน มากระแทกวัสดุเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อค้นหาว่าวัสดุผ้าแบบใดจะมีความทนทานต่อแรงไถและการฉีกขาดได้มากที่สุด ซึ่งมีเพียงวัสดุผ้าที่มีความยืดหยุ่นสูงเท่านั้นที่สามารถผ่านการทดสอบนี้ได้ การทดสอบรอยเปื้อน การทำของเหลวหกโดยบังเอิญในขณะขับรถนั้นอาจเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ วัสดุที่ใช้ในฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ล้วนผ่านการทดสอบด้วยของเหลวที่ผู้คนมักทำหกบนรถ เช่น กาแฟ น้ำมัน และซอสมะเขือเทศ และวัสดุที่เลือกใช้ต้องผ่านบททดสอบนี้ โดยรอยเปื้อนจากการทำหก บนวัสดุที่ใช้ในรถนั้นจะต้องสามารถลบออกได้ง่ายด้วยการใช้เพียงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไป นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังไม่ต้องกังวลเมื่อสวมใส่กางเกงยีนส์นั่งในรถ เนื่องจากวิศวกรฟอร์ดได้ทดสอบแล้วว่า รอยเปื้อนสีครามนั้นสามารถเช็ดออกและทำความสะอาดได้ง่าย การทดสอบวัสดุของฟอร์ดนี้ ทีมวิศวกรด้านวัสดุและเบาะที่นั่งได้จำลองรูปแบบการใช้งานต่างๆ เพื่อทดสอบความสามารถการรองรับการใช้งานที่สมบุกสมบันและระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนาน โดยตลอดขั้นตอนการทดสอบนี้ ทีมวิศวกรฟอร์ดต้องคัดวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานออกเป็นจำนวนนับร้อย เนื่องจากวัสดุเหล่านั้นไม่ได้มาตรฐานตามที่กลุ่มลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์คาดหวังไว้

Nissan ปลื้ม ยอดจองในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ได้อันดับสาม
car /  Motor Show / 

นายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัทนิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย ยอดจองรถยนต์ของนิสสัน ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 3,586 คัน นับเป็นอันดับสาม ของยอดจองรถยนต์รวมในงานที่มีจำนวนทั้งสิ้น 32,571 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดจากในงานประมาณ 10% ซึ่งเชื่อว่าการตอบรับที่ดีของลูกค้าในครั้งนี้ เป็นผลมาจากนโยบายเชิงรุกและกลยุทธ์ที่ตั้งไว้ ในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์นิสสันอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ สโลแกน Innovation that excites สำหรับยอดจองรถยนต์ของนิสสัน ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 นายประพัฒน์ กล่าวว่า ประมาณ 85% มาจาก 3 กลุ่มหลัก คือ ในกลุ่มรถยนต์อีโคคาร์ ซึ่งนิสสันอัลเมรากับนิสสันมาร์ช ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง รวมถึงกลุ่มรถยนต์เอนกประสงค์ (SUV) ซึ่งนิสสัน X- Trail และ X-Trail Hybrid ยังได้รับความสนใจ และในกลุ่มรถกระบะ ซึ่งนิสสัน นาวารา ได้รับการยอมรับถึงความแกร่ง มาพร้อมเทคโนโลยีครบครัน ส่วนในรุ่นอื่นๆ ก็ยังได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะในงานที่นิสสัน ได้เพิ่มความสปอร์ต ออฟชั่น ให้ความคุ้มค่า ส่วนแบรนด์นิสโม ได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างมากทีเดียว โดยเฉพาะด้านสมรรถนะ และรูปลักษณ์ ที่มีความโดดเด่นและประวัติความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของแบรนด์ในวงการมอเตอร์สปอร์ต อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ รถยนต์ นิสสัน ได้รับความสนใจจากลูกค้า ในงานนี้ เนื่องจากมีแคมเปญส่งเสริมการจำหน่ายหลากหลายให้ลูกค้าเลือก อาทิ ดาวน์ต่ำ หรือ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นที่ 0% หรือ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection ทั้งนี้นิสสัน ยังได้ขยายแคมเปญของงานมอเตอร์โชว์ ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน

10 นิสัยแย่ๆ ของผู้หญิง ที่คุณอาจไม่รู้ตัว
ความรัก /  ความรักวัยรุ่น

มันต้องมีกันบ้าง และเคยเป็นกันมาบ้าง กับช่วงชีวิตนึงของสาวๆ ที่จะเป็นอย่าง 10 นิสัยแย่ๆ ของผู้หญิง ที่คุณอาจไม่รู้ตัว นี้ เพราะอาจจะทำไปโดยไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำหรือเป็นนั้นดีหรือไม่ดี แต่ของแบบนี้ก็ปรับกันได้นะคะ หนุ่มๆ อย่าเพิ่งตกใจหรือพอเจอสาวๆ ที่เข้าข่ายแบบนี้แล้ว เดินหลบหนีไป เพราะเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก หรืออายุเพิ่มขึ้นเธอก็จะหลีกเลี่ยงนิสัยเหล่านั้นได้เองค่ะ... 10 นิสัยแย่ๆ ของผู้หญิง ที่คุณอาจไม่รู้ตัว 1. ผู้หญิงแกล้งโง่ คุณไม่จำเป็นต้องทำตัวเฉิ่มเพื่อหว่านเสน่ห์ใส่หนุ่มๆเพราะมันจะดูไม่ดีไม่งาม ผู้หญิงฉลาดคือผู้หญิงเซ็กซี่ คุณต้องรู้จักอดทนบ้าง ผู้ชายไม่ชอบสาวๆสมองกลวงหรอก 2. ผู้หญิงที่ถูกหิ้วออกจากผับ ทุกวันนี้การถูกหิ้วออกจากกระบะเสื้อผ้าลดราคาหรือร้านขายกระเป๋าลดกระหน่ำยังดูมีสไตล์กว่าการโดนหิ้วออกจากผับ และทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเมื่อคุณอายุมากขึ้น 3. ผู้หญิงอวดแฟน บางทีเพื่อนๆ อาจชอบแฟนของคุณมากกว่านี้หากคุณพูดถึงเขาน้อยลง 4. ผู้หญิงยึดฟลอร์เต้นรำ ผิดเต็มๆ คุณควรขยับออกไปบ้างเถอะจะมาสิงอยู่บนฟลอร์แบบนี้ตลอดไปได้อย่างไร 5. ผู้หญิงที่พยายามมากเกินไป เต็มที่เลยคุณผู้หญิง เพราะเรารู้ดีว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น 6. ผู้หญิงประจบประแจง เราไม่อิจฉาหรอกต่อให้ชีวิตของคุณจะดีเลิศขนาดไหน แต่เราอิจฉาคุณเรื่องเดียวคือที่คุณขยันบริหารปากของตัวเองต่างหาก 7. ผู้หญิงบ้าผู้ชาย เธอเปลี่ยนแฟนใหม่ทุกสัปดาห์ยิ่งกว่าเปลี่ยนกางเกงในซะอีก บ่อยจนเพื่อนๆจำหน้าผู้ชายที่เธอควงไม่ได้แล้ว 8. ผู้หญิงช่างจ้อ พฤติกรรมแบบนี้ถ้าไม่น่ารำคาญก็คงน่ารักอ่ะ นี่คือสิ่งที่คุณคิดหลังจากที่ได้พล่ามเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับเรื่องทรงผมนานกว่ายี่สิบนาที 9. ผู้หญิงที่ทำตัวหมดอาลัยตายอยาก เราไม่จำเป็นต้องแต่งตัวให้ดูโทรมๆ และมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาของเสื้อผ้าแต่มันขึ้นอยู่กับตัวคุณต่างหาก อย่าทำตัวเหมือนคนที่หมดอาลัยตายอยาก เพราะมันไม่น่าชื่นชมเลยสักนิด ยิ้มเข้าไว้..เชื่อสิ 10. ผู้หญิงที่ใครๆ ก็เหลียวมอง ใครว่าการเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องเลวร้าย? มีแต่คนให้ความสนใจมันไม่ดีตรงไหนเหรอ? แต่บางทีมันอาจเป็นดาบสองคมก็ได้ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าผู้คนที่เข้ามาหาคุณเค้าหวังอะไรจากตัวคุณกันแน่ เค้าอาจจะแค่อยากเล่นเกมเอาชนะผู้หญิงสวยที่ใครๆก็หมายปอง มันอาจเป็นเกมสนุกๆ สำหรับผู้ชาย หลังจากที่เค้าได้ครอบครองคุณแล้วเค้าอาจจะจากไปแบบไม่ใยดีก็เป็นได้ การเป็นผู้หญิงสวยถือว่าโชคดี แต่ต้องฉลาดด้วยถึงจะดียอดเยี่ยม ข้อมูล : elitedaily.com, issue247

ผจญภัย สะพายกล้อง ท่องแสมสารแบบ one day trip
ลูกลม /  สัตหีบ / 

ดำน้ำเกาะลูกลม ชมธรรมชาติ ชายหาดแสนสวย 1 วัน บนเกาะแสมสาร ทั้งดำน้ำ ปั่นจักรยาน ดูทะเล ทั้งทริปจากฝั่งถึงเกาะรวมไปกลับ ใช้งบแค่ 400 บาท One Day Trip เที่ยวเกาะแสมสาร สำหรับคนที่อยากจะไปเที่ยวเกาะแสมสารแบบไปเช้าเย็นกลับ แต่อยากทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง ทั้งดำน้ำ ดูปะการัง พายเรือ ปั่นจักรยาน ที่ประหยัดเวลา และประหยัดเงิน ไปได้ในวันเดียว ถ้าเที่ยวแบบใกล้ ๆ ตอบโจทย์ได้ทุกอย่าง ก็เห็นทีจะหายากเอาซะเหลือเกิน มองตารางในปฏิทินในเดือนเมษา มีวันหยุดต่อเนื่องแต่ก็กลัวว่าจะต้องไปฟาดฟันกันนักท่องเที่ยวมหาศาลในช่วงเทศกาลไม่ไหวจริง ๆ และมีวันหยุดกลางสัปดาห์ 6 เม.ย. พอดิบพอดี และด้วยความที่ผูกจิตกับการไปเก้อที่ท่าเรือเขาหมาจอเมื่อรอบก่อน เพราะไปสาย ไม่ทันจองคิวขึ้นเรือไปเกาะแสมสาร ต้องกินแห้วเม็ดโต เกาะชายขอบเที่ยวหาดสัตหีบแทน บอกก่อนเลยนะคะ สำหรับคนที่อยากไปแสมสาร จะต้องแลกกับการตื่นตั้งแต่ไก่โห่ มาจองคิวรอบแรก 6.00 น. – ราว ๆ 10 โมงเช้า แต่ถ้าเลิกงานละมาช่วงกลางคืน เช่าโรงแรม แถว พัทยา- สัตหีบ ก็มีให้เลือกมากมาย จากเมืองท่องเที่ยวที่ค่าห้องไม่แพงเวอร์ เราและม้าน้ำมาถึง 7 โมงครึ่งคะ ได้คิวซื้อตั๋วที่ 285-286 แสมสารเป็นเกาะปิด  Fuji X-A2 เพิ่งหัดถ่าย มือใหม่ไก่กาก็ถ่ายสวย เราชอบถ่ายเซลฟี่คะ ตอนนี้รอคิวซื้อตั๋วลงเรือ  พนง.บริการเร็วมากคะ โดยในแต่ละวัน ทางเกาะจะอนุญาตให้ นักท่องเที่ยวข้ามไปได้แค่วันละ 500 คนนะคะ เพื่อการรักษาระบบนิเวศน์ ไม่ให้ถูกทำลายจากการที่นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากแห่เข้าไปคะ เรือจะมีเพียง 5 เที่ยว เที่ยวละ 100-120 คน คือ 09.00,10.00,11.00,12.00 และ 13.00 คะพอ 8 โมงถึงจะเริ่มเปิดขายตั๋ว โดยเรียกตามคิวที่จับไว้ เราได้ไปเที่ยว 11 โมงคะ ค่าข้ามเรืออยู่ที่ 300 บาท/ คน และ 220 /เด็ก 1 คน และชาวต่างชาติ 600 บาทต่อคน fuji X-A2หาดใกล้ท่าเรือ มองไปเห็นเกาะแรดอยู่รำไร น้ำใส และมีทุ่นกั้นจุดที่สามารถเล่นน้ำได้คะ พอไปถึง สิ่งที่ทุกคนต้องทำคือ การฟังอบรมคะ พี่ทหาร จะบอกกฎระเบียบ และจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมถึงแนะนำจุด บริการอุปกรณ์ให้เช่า ประกอบด้วย -จักรยาน เช่าคันละ 10 บาท - อุปกรณ์ดำน้ำ 50 บาท / ชุด พร้อมครูฝึกสอนวีธิการดำน้ำเพื่อความปลอดภัย - ค่าชมทะเลด้วยเรือกระจก 20 บาทต่อคน -ค่าล็อกเกอร์ กันของหาย 10 บาท *ฟรีรถกระบะรับส่งตามเกาะที่เปิดให้ดำน้ำ และรถนำเที่ยว ฟรีตลอดทริป ผลงานจาก sony a6000 เลนส์มือหมุน samyang 12 f2 คะ ด้วยความที่เป็นเกาะปิดนะคะ เขาจึงกำหนดกฎเพื่อความเรียบร้อย เช่น ห้ามดื่มสุรา ห้ามใส่บีกินี่ ห้ามส่งเสียงดัง เป็นต้น ส่วนการปั่นจักรยาน ดำน้ำ และเล่นน้ำ นักท่องเที่ยวจะเล่นสุ่มสี่สุ่มห้า มาถึงโดดลงน้ำตรงไหนก็ได้ไม่ได้นะคะ เพราะเค้ามีขอบเขต มีจุดให้คุณทำกิจกรรมโดยเฉพาะ เพื่อความปลอดภัยและรักษาระบบนิเวศน์คะ รีวิวการปั่นจักรยาน : ค่าเช่าคันละ 10 บาท / 2 ชั่วโมง ปั่นแล้วเจ็บตูดมากเพราะเบาะค่อนข้างแข็ง ระยะทางปั่นได้ไม่ไกล เพราะทางส่วนใหญ่ลาดชันอันตราย ทางที่ทหารห้ามเข้าเพราะมีนักท่องเที่ยวปั่นแหกโค้งได้รับบาดเจ็บมานักต่อนัก ดังนั้นจะเปรียวปั่นไปในที่ต้องห้าม ต้องคิดให้ดีก่อนนะคะ รีวิวการดำน้ำ : แต่ก่อนน้ำใสกว่านี้ เราต้องดำเฉพาะในเขตที่เขากั้นไว้ให้ แต่โดยรวมแล้ว เราว่าสวยดี เพราะเราเลือกไปดำที่เกาะลูกลม ซึ่งมันเป็นสัตว์น้ำ ตัวคล้าย ๆ เม่น มีปะการังหลายชนิด บางทีเหมือนว่ายน้ำกลางฝูงปลา แต่เราต้องระวังไม่ไปเหยียบปะการัง หรือดอกไม้ทะเลนะคะ เพราะพืชพวกนี้ ต้องใช้เวลาในการเจริญเติบโตคะ และไม่ควรรบกวนสัตว์น้ำจนเกินไปคะ ระหว่างเราดำน้ำจะมีครูฝึกดูแลอยู่บนโป๊ะ และบริการถ่ายภาพใต้น้ำให้ ซึ่งเราไม่ได้พบกล้องใด ๆ ไปคะ อยากดำให้เต็มที่มากกว่าคอยเก็บภาพ จึงไม่มีรูปในตอนดำน้ำ ขอบคุณภาพจากคุณ เด็กชายโปเต้ สมาชิกพันทิปนะคะ ไม่ได้เอากล้องไปด้วยตอนดำน้ำคะ ปล. ถ้าขึ้นมาแล้วไม่เหนื่อยก็เล่นน้ำที่หาดต่อได้คะ หรือจะพายเรือ ก็มีเรือยางให้พายฟรีที่หาดลูกลม นะคะมีไม้พายวางไว้พร้อม แต่เราเหนื่อยคะ บวกกับเมาคลื่นด้วย เลยขึ้นมาอาบน้ำ ซึ่งบรรยากาศตอนอาบน้ำ เหมือนอาบน้ำกลางป่าเลยคะ 555 แต่เราต้องเข้าใจนะคะว่านี่ไม่ใช่หาดของเอกชน หรือรีสอร์ท ห้องน้ำจึงไม่สะดวกเท่าไรสำหรับสุภาพสตรี เที่ยวเรือกลับ 13.00,15.00,16.00 และ 16.30 กองทัพเรือไม่อนุญาติให้นอนค้างที่นี่คะ ดังนั้นต้องกลับมาให้ตรงเวลา เพราะพี่ทหารจะเคร่งครัดเรื่องเวลามาก มาช้าแค่ 5-10 นาที อาจตกเรือได้คะ และหากนักท่องเที่ยวเยอะนั่งเรือใหญ่ไม่พอ พี่ทหารมีบริการให้นั่งเรือรบกลับฟรี ได้บรรยากาศไปอีก... ผลงาน sony a6000 เลนส์มือหมุน samyang 12 f2 คะ ข้อควรระวังจากหัวข้อการผจญภัยนะคะ มีอันตรายในบางอย่างเมื่อมาเที่ยวที่แสมสารคะ อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าไปในเขตที่ไม่เปิดอนุญาตให้เข้านะคะ เพราะเป็นเขตปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ และนักวิชาการ ในการวิจัยทางทะเลคะ รวมถึงอันตราย จากสัตว์น้ำบางชนิดคะ เช่น แมงกะพรุน ถ้าเผลอไปโดนตัวอาจแพ้อย่างแรงได้ คือเราถูกใจเพราะค่าใช้จ่ายแต่ละอย่างมันถูกมากนี่แหละ แถมหาดสวย น้ำใสมาก ๆ ถึงจะสู้อันดามันไม่ได้ก็เหอะ ทั้งยังมีครูฝึกซึ่งเป็นทหาร ให้คำแนะนำทุกขั้นตอนนะคะ บริการไม่แย่ และดีกว่าเอกชนบางแห่ง ส่วนใครที่นึกภาพทหารหน้าตาขึงขัง เอะอะสั่งแถวตรง เอะอะสั่งทำความเคารพ นี่ผิดคะ เพราะทหารที่นี่เฟรนลี่ ขี้เล่น เพียงแต่เราต้องเคารพกฎอย่างเคร่งครัดเท่านั้นเอง fuji X-A2 นี่คือ 'พีอาร์' ของเกาะนะคะ  น้องไมค์ ใครมาก็ต้องมาเล่นกับน้องไมค์เพราะเป็นหมูใจดี นอนให้เล่น แต่อย่าเสียดังนะคะ เพราะน้องไมค์ขี้ตกใจ ส่วนข้อเสียคือเรื่องการรอคิวข้ามไปเกาะ แต่เราต้องเข้าใจนะคะว่าทางกองทัพ ต้องการจัดสรรนักท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เนื่องจากเขาจำกัดจำนวนคนในแต่ละวันคะ อาจต้องมารอนานหลายชั่วโมงกว่าจะได้ข้ามไป ในเรื่องค่าใช้จ่าย ต้องเสียยิบย่อย แต่ให้อภัยได้เพราะราคาไม่แพงคะ อาหารบนเกาะมีให้เลือกทานน้อย ควรเตรียมอาหารไปบางส่วน แต่ต้องทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทางด้วยนะคะ ส่วนค่าใช้จ่าย เที่ยวแสมสาร ค่าเรือ+ค่าดำน้ำ+ค่าเช่าล็อกเกอร์ และจักรยาน รวมถึงอาหารน้ำดื่มบนเกาะของเราในทริปนี้ อยู่ที่ราว 400 บาท / คน เท่านั้นคะ เพราะทานข้าวมาจากเกาะ แทบไม่ได้ทานอะไรเลยตอนที่มาถึง โดยรวมแล้วชอบ กลับมาอีกแน่นอนคะ โดย PARNCHAYA