กรมสรรพกร

ละครโซ่เสน่หา , เรื่องย่อโซ่เสน่หา
ละคร โซ่เสน่หา /  เรื่องย่อละคร โซ่เสน่หา / 

โซ่เสน่หาบทประพันธ์โดย : ชลาลัยบทโทรทัศน์โดย : ภาวิตกำกับการแสดงโดย : ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สีเรื่องย่อละครโซ่เสน่หา ปราลี หญิงสาวสวยที่เพิ่งเรียนจบกำลังมีปัญหากับ แสงระวี ผู้เป็นแม่เพราะหลังพ่อเสียชีวิตจากโรคมะเร็งไม่ถึงปี แสงระวีก็คิดจะพา สารัตน์ นักร้องในบาร์เข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ปราลีประกาศกร้าวไม่ยอมให้แม่พาผู้ชายคนใหม่เข้าบ้านเด็ดขาดและหากแสงระวียังดื้อดึงปราลีจะออกจากบ้านทันทีเพราะไม่ต้องการอยู่ร่วมบ้านเดียวกับชายคนใหม่ที่อายุน้อยกว่าแม่เป็นสิบปี แสงระวีคิดว่าปราลีเอาแต่ใจตัวเองและคงทำไปเพราะต้องการเอาชนะจึงไม่สนใจ ปราลีเก็บของออกจากบ้านแม้ว่า แม่เขียน แม่นมเก่าแก่จะพยายามรั้งไว้ก็ตามปราลีไปขอพักอยู่กับ เตือนตา เพื่อนสนิทในระหว่างที่พ่อแม่ของเพื่อนไม่อยู่บ้าน แม้เตือนตาจะพยายามเตือนให้ปราลีใจเย็นและพูดกับแสงระวีดีๆ แต่ปราลีก็ไม่สนใจ หญิงสาวเห็นประกาศรับสมัครผู้หญิงรับจ้างอุ้มท้องจึงสนใจและคิดจะไปสมัครงานนี้เพราะอยากให้แม่รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดบ้าง และเจ้าของประกาศในหนังสือพิมพ์นั้นก็คือ ราเมศว์ หนุ่มข้าราชการผู้อ่อนโยนและถูก คุณนายลิ้นจี่ เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ แม้ราเมศว์จะไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้ แต่เมื่อเป็นความต้องการของลิ้นจี่ที่อยากได้หลานแต่ไม่อยากให้ราเมศว์มีภรรยา ราเมศว์จึงต้องจำยอมเพราะสำนึกในบุญคุณของแม่ แถมลิ้นจี่ยังพิการเดินไม่ได้และมีโรคหัวใจที่ไม่ควรขัดใจ ลิ้นจี่จัดแจงให้ สุคนธ์ ลูกสาวบุญธรรมคนโตคอยจัดการเรื่องประกาศรับสมัครหญิงสาวมาอุ้มท้องโดยมีหลักเกณฑ์ว่าจะต้อง ขาว สวย สูงไม่ต่ำว่า 165 เซนติเมตรและจบปริญญาตรีเป็นอย่างต่ำ ราเมศว์ได้แต่ภาวนาไม่ให้มีผู้หญิงคนไหนมาสมัครงานนี้ ส่วน รังสรรค์ น้องชายคนสุดท้องที่เริ่มรับความบ้าอำนาจของลิ้นจี่ไม่ไหวจึงหนีออกจากบ้านไปอยู่ที่คอนโด ลิ้นจี่ผิดหวังมากจึงตัดขาดกับรังสรรค์และฝากความหวังทุกอย่างไว้ที่ราเมศว์แต่เพียงผู้เดียว ละครโซ่เสน่หา รังสรรค์นั้นรู้จักกับปราลีและพยายามตามจีบหญิงสาวมานาน วันหนึ่งเขาพาปราลีไปว่ายน้ำหวังจะสานสัมพันธ์ ปราลีไปเห็นสารัตน์อยู่กับผู้หญิงอื่นพอดี หญิงสาวจึงตั้งใจประชดแม่ด้วยการดื่มเหล้าจนเมามายเพราะไม่เคยดื่มมาก่อน รังสรรค์จึงพาเธอไปนอนพักที่คอนโดของเขา ในระหว่างที่จิตใต้สำนึกด้านดีและชั่วกำลังตีกันอยู่นั้นเอง ราเมศว์ก็เข้ามาขัดจังหวะพอดี เขามาขอร้องให้รังสรรค์กลับไปร่วมงานวันเกิดของลิ้นจี่ รังสรรค์ประชดว่าเขาคงไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม่ ราเมศว์ให้เงินน้องชายและขอให้รับปากว่าจะกลับไปที่บ้าน เขาเหลือบไปเห็นปราลีนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงของน้องชาย รังสรรค์จึงโวว่าปราลีเป็นคนรักของเขาในงานเลี้ยงวันเกิดของลิ้นจี่ แสงระวีควงสารัตน์มาอวยพรวันเกิดอาจารย์ของตนด้วย ลิ้นจี่จำแสงระวีได้และคิดว่าสารัตน์เป็นลูกชาย แสงระวีจึงแนะนำว่าสารัตน์คือสามีของเธอ ลิ้นจี่จึงแอบเยาะเย้ยแสงระวีให้ราเมศว์ฟังว่าแก่แล้วยังบ้าตัณหา รังสรรค์จ้างให้ปราลีแต่งตัวเปรี้ยวๆ ใส่วิกผมสีแสบสันต์มาในงานวันเกิดด้วย ลิ้นจี่โกรธมากถึงกับออกปากไล่ลูกชายคนเล็ก ราเมศว์เห็นปราลีก็ไม่ค่อยชอบใจคนรักของน้องชายนักที่เอาแต่ทำตัวก๋ากั่น ในที่สุดปราลีก็ตัดสินใจไปสมัครงานรับจ้างท้องตามที่ตั้งใจไว้โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าผู้ชายที่เธอจะต้องอุ้มท้องลูกของเขาก็คือราเมศว์นั่นเอง สุคนธ์ชอบใจคุณสมบัติของปราลีมากเพราะตรงตามที่ลิ้นจี่ต้องการทุกประการ ปราลีแกล้งบอกนามสกุลปลอมตอนที่ต้องไปพบกับลิ้นจี่ทำให้ลิ้นจี่ไม่รู้ว่าปราลีเป็นลูกของแสงระวี ลิ้นจี่ยื่นข้อเสนอให้เงินค่าจ้างหนึ่งล้านบาทและตั๋วเครื่องบินไปยุโรปแบบไม่มีกำหนดกลับแก่ ปราลี และนัดให้หญิงสาวไปทำงานที่เกาะสีชัง เมื่อทุกอย่างพร้อมราเมศว์ก็ได้รับคำสั่งให้ลาพักร้อนและเดินทางตามปราลีไปที่เกาะสีชังเช่นกันที่บ้านพักตากอากาศของลิ้นจี่ในเกาะสีชัง ปราลีได้รับการต้อนรับจาก พวน สาวใหญ่ที่ดูเคร่งครัดกับกฎระเบียบมาก เมื่อราเมศว์เดินทางมาถึงและได้พบกับปราลี ทั้งสองต่างพูดไม่ออก ราเมศว์คิดว่าปราลีเป็นคนรักของรังสรรค์จริงๆ ส่วนปราลีก็เริ่มกลัวแต่ก็ทำใจดีสู้เสือเพราะเธอจำเป็นต้องเดินหน้าให้ถึงที่สุด พวนบังคับให้ทั้งสองนอนห้องเดียวกันเพราะเป็นคำสั่งของลิ้นจี่ ราเมศว์ไม่แตะต้องปราลีทำให้หญิงสาวเริ่มวางใจชายหนุ่มมากขึ้น ละครโซ่เสน่หา เมื่อปราลีหายตัวไปโดยไม่บอกกล่าว เตือนตาและรังสรรค์จึงพยายามตามหาแทบพลิกแผ่นดิน เตือนตาเล่าให้รังสรรค์ฟังว่าปราลีอาจจะไปรับจ้างท้อง รังสรรค์จึงคิดว่าอาจจะเป็นงานที่ลิ้นจี่ประกาศในหนังสือพิมพ์ แต่ลิ้นจี่ไม่ยอมบอกที่อยู่ของราเมศว์ รังสรรค์เสียใจมากจึงดื่มเหล้าจนเมามายและได้เสียกับเตือนตา หญิงสาวร้องไห้เสียใจที่ทำให้พ่อแม่ผิดหวังจึงขอให้รังสรรค์รับผิดชอบด้วยการแต่งงาน รังสรรค์จึงไปขอร้องลิ้นจี่ให้ช่วยเป็นผู้ใหญ่มาสู่ขอ แต่ลิ้นจี่ไม่ยอม สุคนธ์ทนไม่ไหวจึงรับเป็นเองทำให้ลิ้นจี่เริ่มไม่พอใจลูกสาวบุญธรรมคนโต ที่เกาะสีชัง เวลาผ่านไปไม่นานราเมศว์เผลอพูดดูถูกปราลีว่าเห็นแก่เงิน ปราลีจึงตบหน้าชายหนุ่มและในคืนนั้นเอง ทุกอย่างก็เกิดขึ้นสมใจลิ้นจี่ แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งสองคนต่างก็เริ่มมีใจให้กัน ราเมศว์ให้สัญญากับปราลีว่าเขาจะพูดกับลิ้นจี่เรื่องที่จะรับปราลีเป็นภรรยา ลิ้นจี่เริ่มคิดถึงราเมศว์จึงเรียกให้ลูกชายกลับบ้าน ราเมศว์จำต้องจากปราลีมาโดยสัญญว่าเขาจะมารับเธอกลับบ้านโดยทั้งสองไม่รู้เลยว่าปราลีได้ตั้งครรภ์แล้ว เมื่อราเมศว์กลับมาพบลิ้นจี่ เขาจึงบอกแม่ว่าต้องการแต่งงานกับปราลีแต่ลิ้นจี่ไม่ยอม เธอห้ามราเมศว์ออกจากบ้าน รังสรรค์พยายามจะเข้าไปพบราเมศว์แต่ถูกกีดกัน แล้วลิ้นจี่ก็เปิดเผยความจริงว่ารังสรรค์ก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอ เช่นเดียวกับราเมศว์และสุคนธ์ รังสรรค์ไม่แปลกใจและไม่คิดจะยุ่งกับลิ้นจี่อีก แต่ราเมศว์กลับสำนึกในบุญคุณของลิ้นจี่เช่นเดิมเพราะเขารู้เรื่องนี้มานานแล้ว พวนแจ้งให้ลิ้นจี่ทราบว่าปราลีท้อง ราเมศว์แอบเดินทางไปหาปราลีที่เกาะสีชัง แต่พวนพาปราลีลงเรือหนีไปอยู่ที่อื่นตามคำสั่งของลิ้นจี่ก่อน ราเมศว์กลับมาก็ป่วย เมื่อราเมศว์หายดีลิ้นจี่จึงบอกว่าปราลีและพวนตายแล้ว ทำให้ราเมศว์เสียใจหนักมาก ฝ่ายรังสรรค์ เตือนตาก็ทุกข์ใจโดยเฉพาะแสงระวีที่บัดนี้เริ่มเห็นธาตุแท้ของสารัตน์พวนดูแลปราลีจนท้องแก่ใกล้คลอด ปราลีคิดจะยกเลิกสัญญาที่เซ็นไว้แต่พวนบอกว่าลิ้นจี่คงไม่ยอม เมื่อปราลีคลอดลูก ลิ้นจี่ก็สั่งให้ปราลีสามารถเลี้ยงดูและให้นมเด็กน้อยได้จนอายุครบหกเดือน ด้านราเมศว์ก็ใช้ชีวิตอย่างไร้จิตใจและทำตามคำสั่งของลิ้นจี่ที่ต้องการให้เขาแต่งงานกับ สุนีย์รัตน์ ลูกสาวของ คุณหญิงเจริญศรี ราเมศว์รู้ว่าสุนีย์รัตน์ไม่ค่อยปกติในคืนวันส่งตัวเพราะเธอกรีดร้องและกลัวว่า ราเมศว์จะมีอะไรกับเธอ ราเมศว์ให้สัญญาว่าจะไม่แตะต้องสุนีย์รัตน์เพราะในใจของเขายังคงรักแต่ปราลี ละครโซ่เสน่หา ลูกชายของปราลีอายุครบหกเดือนแล้ว พวนจึงจะพาเด็กไปให้ลิ้นจี่ตามคำสั่ง ปราลีอ้อนวอนให้พวนเห็นใจเธอและลูกจนพวนเริ่มใจอ่อนเพราะตนเองก็เคยมีลูกน้อยแต่ตายไปนานแล้ว ปราลีมอบเงินค่าจ้างให้พวนเป็นการตอบแทน พวนรับไว้และแบ่งเงินบางส่วนให้ปราลีสำหรับเดินทางกลับบ้าน แสงระวีดีใจมากที่ลูกสาวยังมีชีวิตอยู่ และตั้งใจจะช่วยเลี้ยงหลานอย่างดี โดยตั้งชื่อให้ว่า ลูกหมู เตือนตาเองก็คลอดลูกแล้ว ปราลีดีใจมากที่ลูกหมูจะได้มีเพื่อนเล่น ราเมศว์เห็นปราลีเดินผ่านแต่เมื่อวิ่งตามก็ไม่พบเสียแล้ว ชายหนุ่มเริ่มสงสัยว่าปราลีจะตายจริงๆ ดังที่ลิ้นจี่บอกหรือไม่ แล้วรังสรรค์ก็มาบอกความจริงกับราเมศว์ว่าปราลียังไม่ตายและกลับมาแล้วราเมศว์รีบไปหาปราลีที่บ้านแต่ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อเห็นปราลีมีลูกแล้ว ปราลีเห็นว่า ราเมศว์แต่งงานใหม่แล้วจึงบอกว่าลูกหมูเป็นลูกของสามีเธอที่ตายไป ราเมศว์ตัดใจจากปราลีไม่ได้จึงไปหาหญิงสาวบ่อยๆ และขอให้เริ่มต้นกันใหม่ เขาบอกความจริงว่าไม่ได้เต็มใจแต่งงานและยังไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสุนีย์รัตน์ คุณหญิงเจริญศรีเร่งเร้าอยากให้ลูกสาวมีหลานเสียที ลิ้นจี่จึงกดดันให้ ราเมศว์ใช้เวลาอยู่กับสุนีย์รัตน์นานๆ เพราะใจหนึ่งก็อยากได้เด็กมาเลี้ยงดู ราเมศว์ไม่เชื่อที่ลิ้นจี่บงการอีกต่อไป เขาแอบพาปราลีไปเที่ยวและใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ชายหนุ่มเริ่มสงสัยว่าลูกหมูอาจจะเป็นลูกของตนพวนกลับมาหาปราลีที่บ้านเพื่อคืนเงินค่าจ้างทั้งหมดให้เพราะเธอไปทำธุรกิจกับญาติและได้กำไรจึงอยากนำเงินของปราลีมาคืน พวนได้พบกับราเมศว์จึงบอกความจริงว่าลูกหมูคือลูกชายของเขา ราเมศว์จึงรู้ว่าลิ้นจี่โกหกเขามาตลอด รังสรรค์เองก็เตือนพี่ชายว่าลิ้นจี่เป็นคนไม่ปกติเพราะชอบเลี้ยงเด็กและบังคับให้เด็กๆ อยู่ในโอวาท คุณหญิงเจริญศรีรู้ความจริงจากสุนีย์รัตน์ว่าราเมศว์ไม่เคยมีอะไรกับลูกสาวของเธอเลยจึงโวยวาย ราเมศว์ได้ทีจึงขอหย่าและบอกว่าเขามีภรรยาและลูกอยู่แล้ว ลิ้นจี่ขัดใจมากที่ราเมศว์ไม่เชื่อฟังตนเหมือนเมื่อก่อน คุณหญิงเจริญศรีไม่ยอมให้ราเมศว์หย่ากับสุนีย์รัตน์เพราะรู้ดีว่าลูกสาวของตนไม่ปกติ สุดท้ายราเมศว์จึงยื่นข้อเสนอว่าเขาจะไม่หย่ากับสุนีย์รัตน์ก็ได้แต่เธอก็ต้องทำใจว่าราเมศว์จะใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับปราลีและลูกชาย คุณหญิงเจริญศรีโวยวายกับลิ้นจี่แต่นางไม่สนใจเพราะไม่สามารถใช้อำนาจบังคับ ราเมศว์ได้อีกแล้ว ราเมศว์และปราลีจึงได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างที่ต้องการโดยหญิงสาวตั้งใจว่าจะนำเงินทั้งหมดที่ได้รับไปคืนลิ้นจี่เพราะตอนนี้เธอได้ราเมศว์และลูกหมูเป็นค่าจ้างที่มีค่ามากที่สุดมาแทนแล้ว รายชื่อนักแสดงนำในละคร โซ่เสน่หา ศรัณย์ ศิริลักษณ์ รับบท ราเมศว์ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ รับบท ปราลีวศิน อัศวนฤนาท รับบท รังสรรค์ฉัตรดาว สิทธิผล รับบท เดือนตาจารุณี สุขสวัสดิ์ รับบท คุณนายลิ้นจี่อนิสา นูกราฮา รับบท สุคนธ์อภิรดี ภวภูตานนท์ รับบท แสงรวีอิทธิกร สาธุธรรม รับบท สารัตน์วรางคนาง วุฑฒยากร รับบท สุนีย์รัตน์อุทุมพร ศิลาพันธ์ รับบท คุณหญิงเจริญศรีชมพูนุช ปิยธรรมชัย รับบท จิราภาสันติราษฎร์ กุลนพเกียรติ รับบท สุวัฒน์เมตตา รุ่งรัตน์ รับบท เขียนพจณีย์ ใยละออ รับบท อำไพปนัดดา โกมารทัต รับบท วิไลจุ๊กกะดุ๋ย รับบท พวนเสาวนีย์ เจิมงามพริ้ง รับบท แจ่ม ละครโซ่เสน่หา ละครโซ่เสน่หา ละครโซ่เสน่หา ละครโซ่เสน่หา ละครโซ่เสน่หา ขอบคุณภาพจาก: IG#โซ่เสน่หา

ละครสื่อสองโลก (ละครเย็น) , เรื่องย่อสื่อสองโลก (ละครเย็น)
ละครสื่อสองโลก /  เรื่องย่อละครสื่อสองโลก / 

สื่อสองโลกผู้ประพันธ์: แก้วเก้าบทโทรทัศน์: คงกะพัน ไชยมะโน / พิชญ อยู่เป็นแก้ว / ชลวิชฐ์ จิรายุเจริญศักดิ์ผู้กำกับ: ชลวิชฐ์ จิรายุเจริญลักษณ์ออกอากาศทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 สีเรื่องย่อละครสื่อสองโลก พอปลายจันทร์กลับไปถึงคอนโดของกลางใจก็ต้องเจอเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ เมื่อพ่อแม่และอากงไปรออยู่ที่คอนโดแล้ว พร้อมด้วยซันและอุ้ง ซันบอกว่าเป็นฝืมือของเขาเองที่กระจายข่าว แถมขายบัตรที่บวกค่านายหน้า ให้ญาติๆ ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย แม่ของปลายจันทร์จะแต่งหน้าให้ลูกสาวด้วยตัวเอง ปลายจันทร์เมื่อได้เห็นครอบครัวตื่นเต้นกับเรื่องนี้มากก็พลอยทำให้รู้สึกดีใจไปด้วย ที่ลูกไม่รักประจำตระกูลอย่างเธอก็มีความสำคัญขึ้นมาบ้าง แต่ปากยังแกล้งบ่นว่ารำคาญแก้เขินวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันประกวดรอบชิงชนะเลิศ ปลายจันทร์แต่งตัวเลียนแบบเด่นเดือนเต็มยศ เมื่อไปถึงค่ายเพลงที่จัดประกวด ธารินผู้รับไม้ต่อจากกรกนกที่เสียชีวิตอย่างกระทันหัน ทั้งตำแหน่งโปรดิวเซอร์ของบริษัทและผู้จัดการประกวด ได้ยืนยันกับพวกของปลายจันทร์เป็นมั่นเป็นเหมาะว่าได้แจกจ่ายรูปของจันนี่ให้กับ รปภ.ทุกคนแล้ว ไม่ต้องห่วงว่าจะเข้ามาก่อความวุ่นวาย ปลายจันทร์ก็เบาใจลง แม้จะยังกังวลนิดหน่อยที่ไม่เห็นเด่นเดือน แต่ก็ไม่ติดใจมากนักเพราะรอบแรกเด่นเดือนก็โผล่มาตอนร้องเพลงเหมือนกัน หลังจาก รุ่งฟ้า คนที่ร้องเพลงก่อนหน้าเธอร้องจบ ปลายจันทร์ก็ก้าวขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจ เหลือบเห็นครอบครัวตัวเอง กรวีร์และแม่ รวมไปถึงคำนึงกับพ่ออยู่ในกลุ่มคนดูก็เริ่มตื่นเต้น พอเริ่มร้องเพลงปัญหาก็เกิดขึ้น เมื่อเด่นเดือนไม่ปรากฏร่าง เสียงที่ออกไปเป็นเสียงลูกเป็ดง่อยๆของปลายจันทร์! ละครสื่อสองโลก กลุ่มคนดูและกรรมการเริ่มแปลกใจที่เสียงของปลายจันทร์ไม่เหมือนครั้งก่อน แต่ก่อนที่จะได้ร้องไปมากกว่าท่อนแรก ไมค์ก็ดับลง ทีมงานต้องหยุดพักการประกวด ปลายจันทร์ตกใจมากที่เด่นเดือนไม่มา ก่อนที่จะเป็นเฟื่องลดาที่โผล่มาแทนแล้วบอกว่าเธอเห็นเด่นเดือนออกมาไม่ได้เพราะมีหมอผีเอาสายสิญจน์ไปล้อมบ้านไว้ และเธอเองเป็นคนช่วยถ่วงเวลาทำให้ไมค์ดับ เพราะเห็นแก่ที่ปลายจันทร์เคยช่วยกรวีร์เรื่องมรดก รวมถึงไม่ไล่เธอไปให้พ้นจากกรวีร์ปลายจันทร์รีบบอกซันและอุ้งให้ช่วยแก้ปัญหา ทุกคนต้องแก้ปัญหาแข่งกับเวลาเพราะไม่รู้กองประกวดจะพร้อมกลับมาเมื่อไหร่ กรวีร์จะกลับไปปลดสายสิญจน์ที่สตูดิโอเองก็ไม่ทัน สุดท้ายเดือดร้อนบิวที่กำลังไปเที่ยวต้องรีบกลับไปช่วยตัดสายสิญจน์ และได้พบว่าโอ่งโดนวางยาจึงไม่รู้ตัวและไม่รับโทรศัพท์ ส่วนคนที่ล้อมสายสิญจน์นั้นคือหมอผีที่จันนี่จ้างมา แต่กลับกลัวผีเสียเองและโดนชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้ ละครสื่อสองโลก เด่นเดือนโผล่มาช่วยปลายจันทร์ร้องเพลงได้ทันแบบฉิวเฉียด พอร้องเพลงจบ พ่อของคำนึงที่ได้ยินและจำเสียงของเด่นเดือนได้ก็เพ้อว่า เด่นเดือนกลับมาหาและยกโทษให้ตนแล้วก่อนจะล้มฟุบไป ปลายจันทร์เห็นวิญญาณของเขาลอยตามวิญญาณของเด่นเดือนเลือนหายไปต่อหน้า ปลายจันทร์รีบกระโดดลงจากเวทีไปดูอาการพ่อของคำนึง ขณะที่ทุกคนกำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จันนี่ก็โผล่เข้ามากลางงานประกวด เมื่อเห็นพ่อของคำนึงช็อกตายไปก็ยิ่งขาดสติ อาละวาดด่าทอ เห็นปลายจันทร์เป็นเด่นเดือนและชักปืนออกมาจะยิง กรวีร์รีบเข้ามายืนขวางปลายจันทร์ แต่ก่อนที่จะได้ลั่นกระสุน ป้องเกียรติก็ตะครุบตัวจันนี่ไว้ได้เสียก่อน กลางใจที่เห็นเหตุการณ์อยู่ยิ่งประทับใจในตัวป้องเกียรติมากขึ้นหลังจากเหตุการณ์สงบลง ปลายจันทร์ตัดสินใจบอกธารินเรื่องสละสิทธิชนะเลิศยกให้รุ่งฟ้า ทางด้าน ธารินเองก็รู้สึกผิดที่ รปภ.หละหลวมปล่อยให้จันนี่แอบเข้ามาได้จึงขอโทษเป็นการใหญ่และยืนยันจะยกเงินรางวัลส่วนหนึ่งให้ปลายจันทร์ตามเดิม หลังจากเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเสร็จ ปลายจันทร์ได้พบกับเด่นเดือนอีกครั้ง เด่นเดือนมาลาเพื่อไปสู่สุขคติเพราะได้ทำตามสัญญาแล้ว ปลายจันทร์ที่ได้เงินรางวัลกลับบ้านส่วนหนึ่ง เคลียร์เรื่องยุ่งๆ ของผีอีกตนนึงได้สำเร็จ แถมแอบฟินกับช็อตที่กรวีร์พุ่งมาขวางหน้าไว้ตอนจันนี่โผล่มาจะยิงอีก ทำให้ปลายจันทร์คิดว่ากลับบ้านคืนนี้ต้องนอนหลับฝันดีแน่ๆ... ละครสื่อสองโลก แต่มันกลับไม่ใช่เลย เพราะเมื่อเธอหลับไปจริงๆ ก็มีปีศาจค้าวคาวนรกน่าเกลียดน่ากลัวปรากฏขึ้นในความฝัน ก่อกวนจนเธอต้องสะดุ้งตื่นทั้งคืน และที่สำคัญ ปีศาจค้าวคาวนั้นหน้าตาเหมือนกรกนกเปี๊ยบ! นั่นเกิดจาก กรกนกซึ่งเคียดแค้นปลายจันทร์อย่างหนักที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องตาย จึงต้องการที่จะลากตัวปลายจันทร์ให้ตายตกตามกันไปด้วย ความแค้นและความเกลียดชังได้เปลี่ยนให้วิญญาณธรรมดากลายเป็นปีศาจอัปลักษณ์ ถึงแม้ว่าเขาจะทำร้ายปลายจันทร์ตรงๆ ไม่ได้ แต่ก็สามารถถือโอกาสตอนปลายจันทร์หลับเข้าไปสร้างฝันร้ายได้ ปีศาจค้างคาวกรกนกตามรังควานปลายจันทร์จนไม่ได้หลับไม่ได้นอนติดต่อกันหลายวัน ร่างกายของปลายจันทร์อ่อนแอลงเรื่อยๆ เพราะไม่ได้พักผ่อนจนคนรอบข้างต่างเป็นห่วงไปตามๆกัน กรวีร์พยายามจะเข้ามาดูแลปลายจันทร์ แต่ปลายจันทร์ก็พยายามตีตัวออกห่างเพราะคิดว่ากรวีร์กำลังจะกลับไปคืนดีกับธาริน ซึ่งระยะหลังทั้งคู่เริ่มติดต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ อาการของปลายจันทร์น่าเป็นห่วง จนซันและอุ้งตัดสินใจพาปลายจันทร์ไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าป่า โดยมีกรวีร์เป็นคนขับรถพาไป เจ้าป่าเจรจากับปีศาจ กรกนก เปิดตาให้ได้เห็นนรก จนปีศาจกรกนกหวาดกลัวยอมรับการช่วยเหลือเจ้าป่าและยอมรามือจากการแก้แค้นปลายจันทร์ เจ้าป่าจึงให้กรกนกไปเกิดเป็นค้างคาวอยู่ในถ้ำเพื่อชดใช้กรรมกึ่งหนึ่งของตนก่อนที่จะต้องไปชดใช้กรรมในนรกต่อ ทุกคนพากันขึ้นรถ แต่ปลายจันทร์ที่อิดโรยเต็มทีกลับเดินโซเซคล้ายจะเป็นลมจึงทำให้เธอโดนรถของชาวบ้านที่วิ่งสวนมาเฉี่ยวชนเข้า!!! ที่โรงพยาบาล เมื่อปลายจันทร์ตื่นขึ้นก็ตกใจที่พบว่าตัวเองอยู่ในสถานะของวิญญาณ! ในขณะที่ร่างของเธอมีวิญญาณของเฟื่องลดาครอบครองอยู่ เฟื่องลดาเล่าให้ฟังว่าระหว่างที่ปลายจันทร์บาดเจ็บเพราะรถชน ทำให้วิญญาณของปลายจันทร์ทำท่าจะหลุดจากร่าง เฟื่องลดาจึงพยายามเข้ามาช่วยแต่กลายเป็นว่าตัวเธอเองถูกดึงเข้ามาอยู่ในร่างของปลายจันทร์แทนวิญญาณของปลายจันทร์ที่หลุดออกมา ปลายจันทร์ซาบซึ้งที่เฟื่องลดาพยายามจะช่วย จึงยอมให้เฟื่องลดายืมใช้ร่างของเธอ เพื่อที่เฟื่องลดาจะได้มีช่วงเวลาที่ดีร่วมกับกรวีร์อีกครั้ง จนกว่าจะหาทางทำให้วิญญาณของปลายจันทร์กลับเข้าร่างได้เหมือนเดิมปลายจันทร์ที่มีวิญญาณของเฟื่องลดาสิงร่างอยู่ กลายเป็นสาวหวานช่างเอาใจ เป็นที่รักและเอ็นดูของผู้คนรอบข้างไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวของปลายจันทร์เองก็ดูมีความสุข เฟื่องลดาในร่างปลายจันทร์พยายามเข้าหากรวีร์ทุกวิถีทางและพยายามดูแลเขาเป็นอย่างดี จนทำให้ปลายจันทร์รู้สึกว่าจริงๆแล้วคนที่ควรมีชีวิตต่อไปน่าจะเป็นเฟื่องลดามากกว่า ตัวเธอเองต่างหากที่สมควรไปสู่สุขคติ ส่วนวิญญาณของเฟื่องลดาที่อยู่ในสถานะวิญญาณมานาน พอได้มาอยู่ในร่างกายมนุษย์และได้ใกล้ชิดกรวีร์ก็ยิ่งทำให้เธอยึดติดและไม่อยากคืนร่างให้ปลายจันทร์อีกต่อไป กรวีร์สงสัยปลายจันทร์ที่บุคลิกเปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จึงไปปรึกษากับอุ้งและซันที่โตมาด้วยกัน ทางด้านอุ้งและซันก็สงสัยเช่นกันจึงบอกกรวีร์ไปว่าจะไปสืบเรื่องราวที่บ้านปลายจันทร์ให้ ละครสื่อสองโลก ทางด้านวิญญาณของปลายจันทร์ที่ตัวตนเริ่มจางลงทุกที เธอคิดว่าเวลาของเธอใกล้หมดแล้วจึงไปหาพ่อแม่และอากง หวังว่าจะขอเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แต่แล้วคำพูดของทุกคนที่พูดถึงเธอทำให้เธอรู้ว่า ที่จริงทุกคนรักเธอมาก รักเธอจริงๆ ไม่ใช่แบบในร่างของเธอที่เฟื่องลดาเข้าสิง ทำให้ปลายจันทร์เริ่มอยากได้ร่างกลับคืน ในขณะนั้นเองอุ้งและซันก็มาถึงบ้านพอดี ปลายจันทร์จึงลองพยายามสื่อสารกับอุ้งดูทั้งๆที่ไม่แน่ใจว่าสถานะของตัวเองตอนนี้เรียกว่าเป็นผีหรือไม่ หรืออุ้งจะได้ยินเสียงของเธอหรือเปล่า แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็สื่อสารกันได้ อุ้งจึงได้รู้ว่าความจริงว่าเฟื่องลดาต่างหากที่ใช้ร่างของปลายจันทร์อยู่ ปลายจันทร์ตัดสินใจจะทวงร่างคืนโดยมีอุ้งและซันตามไปช่วยด้วย ที่สตูดิโอเฟื่องลดาในร่างของปลายจันทร์เอ่ยปากขอความรักและเสนอตัวให้กรวีร์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ธารินเดินถือถุงขนมพะพุงพะรังเข้ามาตั้งใจจะแวะมาหากรวีร์ จึงได้ยินคำพูดทุกอย่าง พอได้ยินดังนั้นก็รีบกลับออกไปทันทีด้วยความโกรธ อีกฟากหนึ่ง อุ้ง ซัน และวิญญาณของปลายจันทร์มาถึงพอดี อุ้งรีบวิ่งนำหน้าเข้ามาบอกว่า ที่อยู่กับกรวีร์นั่นไม่ใช่ปลายจันทร์ แต่เป็นวิญญาณของเฟื่องลดาที่กำลังสิงร่างเพื่อนของเธออยู่ กรวีร์สับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉับพลันเฟื่องลดาประกาศออกมาว่า เธอคือคนรักเก่าของกรวีร์ตั้งแต่ชาติที่แล้ว ติดตามมาเพราะความรักที่มีต่อเขา ปลายจันทร์เองพยายามแย่งชิงร่างของตนกลับมา เธอก้าวเข้าไปผลักวิญญาณของเฟื่องลดาออกจากร่าง ทั้งสองต่างพยายามผลักอีกฝ่าย ขณะที่ทุกคนในที่นั้นเห็นปลายจันทร์ยกมือเปะปะและเดินเซไปมา ปลายจันทร์ต่อสู้กับเฟื่องลดาจนเกือบจะชิงร่างคืนได้แล้ว แต่เฟื่องลดาที่ยังพอมีพลังที่จะควบคุมมือข้างหนึ่งของปลายจันทร์ได้หยิบมีดขึ้นมาจ่อคอ ขู่ว่าถ้าเธอไม่ได้ร่างนี้ก็จะทำลายทิ้งซะ ปลายจันทร์เองยกมือที่เหลืออีกข้างขึ้นเพื่อยื้อมือที่ถือมีดนั้นไว้ ละครสื่อสองโลก ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ ซันกับอุ้งบอกกรวีร์ให้รีบทำอะไรสักอย่าง กรวีร์จึงบอกออกไปว่า ในชาตินี้ตนเองรักปลายจันทร์ รักที่นิสัยและตัวตนที่แท้จริงแบบที่ปลายจันทร์เป็น ไม่ใช่แบบที่ตอนโดนเฟื่องลดาเข้าสิง วิญญาณของปลายจันทร์ยืนอึ้งในสิ่งที่ได้ยิน เฟื่องลดาชะงักแล้วตัดพ้อ กรวีร์พยายามเกลี้ยกล่อมจนเฟื่องลดาคิดได้และยอมไปสู่สุคติ ก่อนเฟื่องลดาจะข้ามภพไป เธอขอให้ปลายจันทร์อโหสิกรรมให้ พร้อมทั้งเตือนปลายจันทร์ให้ระวังคนที่เธอไม่คาดคิด ว่าจะนำหายนะมาให้ แต่ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมเรื่องราวเหมือนจะผ่านพ้นไปด้วยดี ปลายจันทร์กับกรวีร์ตกลงคบหากัน ทว่าในคืนรุ่งขึ้นหลังจากทั้งคู่เสร็จงาน ธารินมาดักจับตัวปลายจันทร์ไปหวังจะฆ่าทิ้งเพราะทนไม่ได้ที่เห็นกรวีร์จะลงเอยกับปลายจันทร์ เธอคิดแต่ว่าขอเพียงแค่ไม่มีปลายจันทร์บนโลก เธอก็มั่นใจว่าจะสามารถกลับมารักกับกรวีร์ได้เหมือนเดิม ปลายจันทร์พยายามเกลี้ยกล่อมให้ธารินหยุดแล้วเธอจะไม่เอาความ แต่ธารินซึ่งเสียสติไปแล้วไม่ยอมฟัง และก่อนที่จะลงมือฆ่าปลายจันทร์ ธารินเฉลยว่าเป็นเธอเองที่บอกให้กรกนกรู้ว่าปลายจันทร์รู้แล้วว่าใครฆ่าเควิน ทำให้ กรกนกสติขาดจับตัวปลายจันทร์ในคืนนั้น อีกทั้งยังเป็นเธอเองที่ปล่อยให้จันนี่เข้ามาในห้องโถงประกวดร้องเพลงจนทำให้ปลายจันทร์เกือบโดนยิงตายอีกด้วย ปลายจันทร์ตกใจ เสียใจและผิดหวังมากที่คนที่เธอนับถือกลายเป็นคนที่อันตรายที่สุด อันตรายยิ่งกว่าผีตัวไหนที่เธอเคยเจอมา แต่ก่อนที่ธารินจะได้ลงมือสำเร็จ กรวีร์ก็มาช่วยได้ทันเวลาพร้อมด้วยกำลังตำรวจมาจับธารินไว้ได้ ธารินกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนที่ป้องเกียรติจะจับไปโรงพัก ละครสื่อสองโลก ป้องเกียรติกลับมาเล่าให้ทุกคนฟังว่า ธารินนั้นหลังจากแต่งงานกับนักธุรกิจใหญ่ แทนที่จะเป็นเจ้าหญิงเสวยสุขเหมือนในนิยาย แต่การณ์กลับตรงกันข้ามเพราะความจริงสามีของเธอเป็นพวกซาดิสม์ ชอบซ้อมเธออยู่บ่อยครั้ง ทำให้เธอกลายเป็นคนจิตใจไม่ปกติ หลังจากนั้นไม่นานสามีของเธอก็เกิดอุบัติเหตุตกตึกตายจนเธอได้รับมรดกทั้งหมด ซึ่งหลังจากที่พาไปโรงพักแล้ว ธารินที่ยังคุมสติไม่อยู่ได้หลุดปากออกมาเองว่าเธอเป็นคนผลักเขาลงไป ตอนนี้ธารินต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจิตเวช ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ออกมา บางทีอาจจะต้องอยู่ในนั้นตลอดชีวิตวันรุ่งขึ้น ปลายจันทร์กับกรวีร์ตกลงกันว่าจะกลับไปสารภาพกับครอบครัวเรื่องหลอกว่าเป็นแฟนกัน และจะไปขออนุญาตคบหากันเพราะตอนนี้รักกันจริงแล้ว แต่พอไปถึงบ้านก็ได้รับข่าวร้ายว่าอากงป่วยหนักคงอยู่ได้อีกไม่นาน คืนนั้นปลายจันทร์ได้พบกับยมทูตขาวและยมทูตดำที่จะมาเอาชีวิตของอากง ปลายจันทร์พยายามจะเจรจาด้วยแต่ก็คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะยมทูตพูดภาษาจีน ร้อนถึงซันที่พูดภาษาจีนได้โดนปลายจันทร์เรียกมาช่วยเจราจาให้กลางดึก จนสามารถหลอกล่อให้ยมทูตสับสนว่าอาจมารับผิดคน เพราะเธอหลอกว่าอากงนั้นมีแต่ชื่อไทย ไม่มีชื่อจีน จนยมทูตต้องถอยทัพกลับไปก่อนปลายจันทร์ อุ้งและซันปรึกษากันว่าคงจะหลอกยมทูตไว้ได้อีกไม่นาน ปลายจันทร์รู้สึกว่าตนยังไม่ทันที่จะได้ทดแทนบุญคุณอากงเลย จึงตัดสินใจว่าเธอจะขอให้ยมฑูตเอาชีวิตของเธอไปแทนแล้วฝากให้อุ้งและซันดูแลทุกคนให้ เพราะถึงเธอจะตายไปแต่ก็คงจะอยู่ใกล้ๆ ทุกคนแน่นอน เผื่อมีอะไรก็ยังสามารถสื่อสารผ่านทางอุ้งได้อยู่แล้ว อุ้งและซันคัดค้านเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล ละครสื่อสองโลก คืนนั้นอากงแอดมิทเข้าโรงพยาบาล ปลายจันทร์ตามมาเฝ้าและได้พบกับยมทูตดำขาวอีกครั้ง ปลายจันทร์พยายามที่จะรั้งวิญญาณของอากงไว้แล้วขอให้ยมทูตเอาวิญญาณของเธอเองไปแทน แต่อากงเองกลับขอให้ปลายจันทร์ปล่อยให้อากงไปสู่สุคติ อากงจึงกล่าวกับปลายจันทร์เป็นครั้งสุดท้ายว่า เธอได้ทำหน้าที่ของหลานสาวที่ดีแล้ว ถึงเวลาที่อากงต้องไปเสียที ปลายจันทร์ควรได้มีความสุขอยู่กับคนที่รักต่อไป อย่าน้อยใจว่าไม่มีใครรัก เพราะทุกคนรักและเป็นห่วงปลายจันทร์ด้วยกันทั้งนั้น ปลายจันทร์รู้แล้วว่าที่ผ่านมาตัวเองเอาแต่น้อยใจว่าไม่มีคนรักจนลืมสนใจและดูแลครอบครัว เธอเข้าใจทุกอย่างและยอมปล่อยให้อากงไป ปู่และหลานกอดกันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนอากงจะหายวับไปพร้อมกับยมทูต กรวีร์โผล่มารั้งปลายจันทร์ไว้เพราะคิดว่าปลายจันทร์ตั้งใจจะตายจากเขาไปจริงๆ ปลายจันทร์จึงได้รู้ว่ากรวีร์รักและเป็นห่วงเธอมากเพียงใด ส่วนอุ้งและซันเริ่มจะรู้ใจตัวเองและเริ่มคบหากันคำนึงและกัลยาพรตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ที่เหลือร่วมกัน กรวีร์และปลายจันทร์ช่วยกันจัดงานแต่งงานแสน ละครสื่อสองโลก หวานให้แม่กับพ่อเลี้ยง โดยมีโอ่งและบิวเป็นผู้ช่วยอย่างขันแข็ง ปรากฏว่าทั้งคู่ก็กำลังคบหากัน คนรอบข้างต่างแปลกใจระคนยินดีว่ามันไปได้กันตอนไหนต้นกล้าพี่ชายคนโตของตระกูลกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักสืบทอดกิจการขายอาหารสัตว์ของที่บ้านพร้อมทั้งเปิดตัวแฟนหนุ่ม ซึ่งกลายเป็นว่าทุกคนรับได้กับการที่เขาเป็นเกย์ กลางใจได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของสายการบิน แม้จะมีหนุ่มๆ ตามจีบเป็นพรวนแต่ก็มีป้องเกียรติคอยตามกันท่าไม่ให้ใครมายุ่ง เธอยังสนุกกับการแกล้งยั่วเขาเล่นอยู่จึงยังไม่ตัดสินใจแต่งงานเสียที อุ้งยังคงได้ยินเสียงวิญญาณหลอนอยู่เหมือนเดิมแต่ตอนนี้ไม่กลัวเท่าไหร่แล้วเพราะมีซันคอยดูแลทั้งหัวใจและร้านขายยา จนร้านขายยาขายดิบขายดี พ่อแม่ของอุ้งปลื้มว่าที่ลูกเขยคนนี้สุดๆ แน่นอนว่าเงินของร้านปลอดภัยไร้กังวลเพราะได้ซันคอยวิ่งเอาไปฝากธนาคารซื้อกองทุนจนดอกเบี้ยงอกเงยเป็นกอบเป็นกำปลายจันทร์ กรวีร์ ซันและอุ้ง เดินทางกลับไปหาตาอ่องบนเขาสำนักชีอีกครั้งในวันออกพรรษา ตาอ่องบอกกับปลายจันทร์ว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่จะสิ้นสุดการมองเห็นวิญญาณ ปลายจันทร์ขอบคุณตาอ่องและฝากความคิดถึงอากงที่ล่วงลับไปแล้ว ตาอ่องค่อยๆ หายไป ทุกอย่างควรจะจบลงด้วยดี เมื่อปลายจันทร์ไม่ต้องเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นอีก แต่ทว่าเธอดันได้ความสามารถพิเศษใหม่มาแทน นั่นก็คือ พลังในการมองเห็นอนาคต! ซันกับอุ้งรีบวางแผนหาเงินกับความสามารถใหม่ของปลายจันทร์ทันที ปลายจันทร์ถึงกับปวดหัว เพราะแน่ใจว่าต้องมีเรื่องยุ่งๆรอเธออยู่ข้างหน้าอีกแน่ๆ แต่กรวีร์ก็ปลอบใจเธอว่าไม่ต้องคิดมาก เพราะต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะมีเขาอยู่เคียงข้างกันตลอดไป นักแสดงนำ วรากร ศวัสกร รับบท กรวีร์ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท ปลายจันทร์บัณฑวิช ตระกูลพานิชย์ รับบท ซันจาด้า อินโตร์เร รับบท อังสนาณรงค์ฤทธิ์ รัตนภักดี รับบท ป้องเกียรติพรสวรรค์ มะทะโจทย์ รับบท กลางใจช้องมาศ บางชะวงษ์ รับบท ธารินวรางคนาง วุฑฒยากร รับบท เฟื่องลดาวิสรรค์ ฉัตรรังสิกุล รับบท อากงปริญญ์ วิกรานต์ รับบท อาป๊าของปลายจันทร์อนุสรา จันทรังษี รับบท ต้นกล้ากชกร นิมากรณ์ รับบท กัลยาพร

สุดกลั้น!! ตั๊ก บงกช น้ำตาเอ่อ ส่งดวงวิญญาณ แม่เล็ก เป็นวาระสุดท้าย!!
ตั๊ก บงกช /  ข่าว ตั๊ก บงกช / 

  สุดอาลัย!! ตั๊ก บงกช ทำหน้าที่ลูกกตัญญูจนวินาทีสุดท้าย ส่งดวงวิญญาณ แม่เล็ก ธนาภา ชีพนุรัตน์ ขึ้นสวรรค์เป็นครั้งสุดท้าย วันนี้ 22 เมษายน 2560 เวลา 16.00น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวางกูร รัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ คุณแม่เล็ก ธนาภา เป็นกรณีพิเศษ โดยมีผู้แทนพระองค์เป็นคนอันเชิญไฟพระราชทาน ณ วิหารคต วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ก่อนจะเคลื่อนย้ายศพไปเผาที่วัดนาคปรก ย่านภาษีเจริญ เนื่องจากที่วัดปากน้ำไม่มีเมรุสำหรับทำพิธีดังกล่าว   โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัยยิ่งนัก ซึ่ง ตั๊ก บงกช เป็นผู้ถือกระถางธูปเดินนำตอนเคลื่อนย้ายศพ และด้าน เจ้าสัวบุญชัย เป็นผู้อ่านประวัติ แม่เล็ก ก่อนเริ่มพิธีดังกล่าว ทั้งนี้ เหล่าศิลปิน-ดารา และคนในวงการบันเทิง อาทิ อ้วน รีเทิร์น, ลูกหมี รัศมี, เต้ ปิติศักดิ์ ต่างเดินทางมาร่วมส่งดวงวิญญาณของ แม่เล็ก เป็นครั้งสุดท้ายด้วยความอาลัย                              

ละครบัลลังก์ดอกไม้ , เรื่องย่อบัลลังก์ดอกไม้
ละคร บัลลังก์ดอกไม้ /  เรื่องย่อ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ / 

บัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย : คีตาบทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวีกำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอกออกอากาศทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละคร บัลลังก์ดอกไม้ พูดชมพู ฤาชุดา หรือ พุด เจ้าของไร่ดอกเล็ก ๆ นาม อุ่นรัก ต้องเข้าไปมีเอี่ยวกับตระกูลธุรกิจพันล้านอย่างสัตยารักษ์โดยไม่ตั้งใจ เมื่อ ปู่เล็ก ผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับ ขอร้องให้เธอช่วยดัดนิสัย อนาวินทร์ หรือ วิน สัตยารักษ์ หลานชายคนเดียวของเขา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจ และร้ายกาจ ให้พร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของตระกูล โดยกำหนดให้สาวห้าวชาวไร่อย่างพุดชมพู มาร่วมบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างสัตยาอสังหา และส่งคุณชายเทวดาอย่างอนาวินทร์ ไปทำงานที่ไร่อุ่นรักเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อแลกกับสิทธิในการรับมรดกพินัยกรรมประหลาดนี้ สร้างความไม่พอใจให้อนาวินทร์ ผู้มีปมฝังใจว่าปู่ไม่รัก และทิพนาถ แม่เลี้ยงที่เอาแต่เสวยสุขบนกองเงินของสัตยารักษ์อย่างมาก ทั้งคู่มองว่าพุดชมพูเป็นศัตรูตัวร้ายที่จะมาแย่งสมบัติของตระกูลไป ละคร บัลลังก์ดอกไม้ เพียงแค่วันแรกที่พุดชมพูเข้ามาอยู่ในบ้านสัตยารักษ์ เธอก็เปิดศึกกับอนาวินทร์ที่โต๊ะอาหารจนบ้าน แทบแตก เล่นเอาบรรดาคนรับใช้ที่ไม่เคยเห็นใครกล้าขัดใจคุณชายของบ้านต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน ยังดีที่พุดชมพูมีทนายาหนุ่มประจำตระกูลสัตยารักษ์อย่าง ทรงรบ คอยช่วยดูแล และเบรกเหตุการณ์ไว้ ฝ่ายอนาวินทร์ก็มี การันต์ ลูกกำพร้าที่ปู่เล็กเก็บมาเลี้ยงให้เป็นเพื่อนหลานชาย คอยเป็นเพื่อนคู่คิด และรองรับความโกรธ ขณะที่ทิพนาถก็มี ชวกร หนุ่มคู่ขารุ่นลูกคอยพาไปแก้เซ็งที่บ่อนไฮโซ ซึ่งกลับยิ่งทำให้เธอเครียดหนักเพราะเสียเงินก้อนโต จนต้องหาทางออกโดยการให้ชวกรแอบใช้ตำแหน่งฝ่ายบัญชีของสัตยาอสังหา ซึ่งได้มาด้วยบารมีของทิพนาถ แอบยักยอกเงินออกจากบริษัท เมื่อเห็นท่าว่าจะต้องรับศึกหนัก พุดชมพูจึงขอร้องให้ ช่อม่วง เพื่อนซี้สาวนักบัญชีมาทำงานเป็นเลขาของเธอที่สัตยาอสังหา หนอนหนังสือช่างฝันอย่างช่อม่วง จึงได้มาทำงานกับหนุ่มตึ๋ผู้เคร่งเครียดกับงาน และจริงจังกับชีวิตแบบเกินร้อยอย่างทรงรบ กลายเป็นคู่คิดที่เข้าขาแต่ไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไร พุดชมพูเริ่มต้นปฏิวัติสัตยารักษ์ ด้วยการออกกฎให้คนรับใช้มีวันหยุดสัปดาห์ละหนึ่งวัน รวมทั้งไม่ต้องออกมารับใช้เจ้านายหลัง 4 ทุ่ม ทำเอาทั้งอนาวินทร์ และทพนาถอาละวาดฟาดงวงฟาดงาใหญ่โต แต่พุดชมพูไม่สะทกท้าน และอ้างความชอบธรรมจากพินัยกรรมที่ให้เธอเป็นผู้ดูแลบ้านสัตยารักษ์ สองแม่ลูกจึงได้แต่เก็บความโกรธไว้เป็นคลื่นใต้น้ำ และเริ่มวางแผนเล่นงานพุดชมพู อนาวินทร์ให้การันต์สืบเรื่องของพุดชมพู จนได้รู้ความลับว่าเธอกลัวความมือ เขาจึงวางแผนจัดงานเลี้ยงต้อนรับพุดชมพู และแกล้งดับไฟในห้องจัดเลี้ยงจนมืดสนิท หมายจะได้เห็นผู้บริหารใหม่ที่เขาเรียนกว่า ยัยพุดเน่า นั่งร้องไห้ตัวสั่นงันงก แต่เรื่องกลับผิดภาคเมื่อเพื่อนรักอย่างการันต์เข้าไปช่วยพุดชมพูไว้ไม่ให้ต้องอับอายต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท อนาวินทร์โกรธที่เพื่อนหักหลัง แม้เขาจะให้อภัยการันต์ที่แก้ตัวว่าทำไปเพราะความไม่รู้ว่าไฟจะดับตอนนั้น แต่เรื่องนี้ก็จุดประกายความสงสัยในเขตนาของการันต์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เดินหน้ากวนประสาทผู้คุมกฎบ้านอย่างพุดชมพูต่อ ด้วยการพาสาว ๆ มาเสพสุขที่บ้านไม่ซ้ำหน้า และทุกครั้งเขาจะต้องมาเคาะประตูห้องพุดชมพู ทำเป็นเด็กดีมารยายงานด้วยอยู่เสมอ พุดชมพูจึงได้กลับด้วยการจัดฉากเอากล้องวิดีโอพร้อมอุปกรณ์อย่าง โซ่ แส้ กุญแจมือ มาซ่อนแบบไม่เนียนไว้ในห้องอนาวินทร์ทำเอาสาวรายล่าสุดที่อนาวินทร์พามา ต้องเปิดแน่บพร้อมกระจายข่าวลือว่าอนาวินทร์เป็นพวกกามวิตถารเหตุการณ์นี้ทำให้อนาวินทร์แอบติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้อง เพื่อจับพุดชมพูที่อาจแอบมาทำอะไรพิสดารในห้องเขาอีก ระเบิดลูกต่อมาเกิดขึ้น เมื่อยนาวินทร์จัดงานปาร์ตี้ในบ้านอย่างที่ทำเป็นประจำทุกเดือน เสียงเฮฮาลั่นบ้านจนดึกดื่นนั้น ทำให้ความอดทนของสาวชาวไร่ที่มักเข้านอนแต่หัวค่ำขาดฝัง พุดชมพูสั่งยุติงานปาร์ตี้ทันที การปรากฏตัวของเธอ ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งท่ามกลางชุดสวยหรูของบรรดาเพื่อนฝูงอนาวินทร์ ยังไม่สร้างความแตกตื่น และประหลาดใจเท่ากับอาการใบ้กินของคุณชายของบ้านที่ไม่เคยยอมใคร แม้ วาธิณี หรือ หวาย เพื่อนสาวคนสนิทที่ประกาศกับใครต่อใครว่าเป็นแฟนอนาวินทร์ จะพยายามยุชายหนุ่มให้จัดการกับพุดชมพู แต่ก็ไม่เป็นผล แม้แขกเหรื่อจะวงแตกแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ความโกรธที่ถูกหักหน้าก็ยังไม่ลดลง อนาวินทร์ นึกถึงคำยุของการันต์ที่ให้จัดการรวบหัวรวบหางพุดชมพู เพื่อเขาจะได้ทั้งเมียได้ทั้งสมบัติความคิดบ้า ๆ เสริมแรงด้วยฉากรักตบจูบในทีวีที่เขาเปิดไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา ทำให้อนาวินทร์เกิดลูกบ้าบุกปล้ำพุดชมพู เจ้าของไร่อุ่นรักต้องเรียกสติชายหนุ่มด้วยการประเคนแจกันฟาดหัวเขาจนเลือดอาบ และก็เป็นเธอเองที่พาหนุ่มพันธุ์หมาบ้าที่กลายเป็นเหมาจ๋อยไปทำแผลที่โรงพยาบาล ละคร บัลลังก์ดอกไม้ การยอมหักไม่ยอมงอของพุดชมพูอาจจะเป็นที่ถูกใจคนที่เกลียด และกลัวอนาวินทร์ แต่ไม่ใช่สำหรับ ป้านุ่ม คนรับใช้เก่าแก่ของบ้านที่เลี้ยงอนาวินทร์มาตั้งแต่เด็ก หลังเหตุการณ์หลายปาร์ตี้ ป้านุ่มขอร้องพุดชมพูให้เห็นใจคุณหนูของเธอด้วย เพราะลึก ๆ แล้ว อนาวินทร์เป็นคนขาดความรัก เนื่องจากแม่แท้ ๆ เสียชีวิตตั้งแต่คลอดเขาออกมา ส่วนพ่อก็มาจากไปอีกคนตั้งแต่เขายังเด็ก เหลือก็แต่ปู่เล็กที่มัวยุ่งกับบริษัท จนไม่มีเวลาให้หลานชาย กับแม้เลี้ยงอย่างทิพนาถที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง พุดชมพูได้ฟังก็รู้สึกเห็นใจ และเข้าใจคุณหนูอารมณ์ร้ายขึ้นมาบ้าง เธอจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อนในการทำให้คุณชายไฮโซยอมตามเธอไปเป็นคนงานไร่ วันหนึ่งขณะที่อนาวินทร์จะขับรถไปทำงาน พุดชมพูก็จัดแจงยัดเยียดตัวเองไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถ และใช้เวลาตลอดระยะทางจากบ้านถึงสัตยาอสังหาในการเจรจาสงบศึกกับอนาวินทร์ พร้อมแสดงความจริงใจโดยยื่นข้อเสนอว่าหากอนาวินทร์ทำงานที่ไร่ได้ครบสามเดือน เขามีสิทธิขอรางวัลจากเธอหนึ่งอย่าง อนาวินทร์เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไป และดูจริงใจของพุดชมพู จึงตกลงใจลองรับข้อเสนอ สมาชิกไร่อุ่นรักต้อนรับอนาวินทร์ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป สาวใหญ่อารมณ์ดีอย่าง ภัทรา แม่ของพุดชมพู ที่รู้จักลูกสาวดีว่าเก่งพอที่จะเอาชนะอุปสรรคด ๆ ได้เสมอ ก็ยังอดเป็นกำลังไม่ได้กับการจับคุณชายเทวดามาเป็นคนงานไร่ ข้างฝ่าย จิระ หรือ โจ้ เพื่อนสนิทอีกคนของพุดชมพูนั้น มองอนาวินทร์อย่างไม่ไว้ใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโจ้แอบชอบพุดชมพูมานาน แม้จะรู้ว่าเขาไม่อาจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนที่หญิงสาวมอบให้ได้ เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวง และห่วง เมื่ออนาวินทร์เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตพุดชมพู ฝ่ายจิตรา น้าสาวก็อดกรี๊ดกร๊าดกับหน้าตาที่หล่อเหลาของอนาวินทร์ และแอบจับคู่จิ้นให้กับหลานสาวของเธออนาวินทร์ต้องปรับตัวกับชีวิตชาวไร่ไม่น้อย ทุกครั้งที่เขาดื้อหรืออิดออด พุดชมพูที่จับจุดได้ว่าเขาเป็นพวกไม่ยอมแพ้ ก็จะแกล้งสบประมาทจนชายหนุ่มเกิดลูกฮึดจะเอาชนะ และตกหลุมพรางเจ้าของไร่อยู่เสมอพุดชมพูเริ่มสังเกตเห็นอีกด้านหนึ่งของอนาวินทร์ วิธีที่เขาปฏิบัติกับแม่ของเธออย่างเคารพ ทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนไม่เห็นหัวคนอื่นอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ รวมทั้งการตั้งใจเรียนรู้ และทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใคร ๆ คิด จะมีก็แต่ความปากเสียเท่านั้นที่อนาวินทร์ดูจะรักษาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ละคร บัลลังก์ดอกไม้ นอกจากพุดชมพู และจีระแล้ว อนาวินทร์ยังมีพี่เลี้ยงคนสำคัญอีกคนหนึ่งคือ ลุงหมาย หัวหน้าชมรมอนุรักษ์กล้วยไม้ป่า ซึ่งดูจะเอ็นดู และเข้าใจคนหนุ่มเลือดร้อนเป็นอย่างดีวันหนึ่งลุงหมายชวนพุดชมพู อนาวินทร์ และจิระไปดูที่ทำการชมรมหลังใหม่ซึ่งตั้งอยู่บนเขา ตอนเย็นขากลับฝนตกหนัก ทำให้รถติดหลัมโคลน ลุงหมายกับจิระอาสาเดินไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ทิ้งพุดชมพูกับอนาวินทร์ไว้เฝ้ารถ หญิงสาวนั่งมองสายฝนแล้วคิดถึงวันที่พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เธอเล่าเรื่องที่ตัวเองต้องพยายามตั้งหลัก และลุกขึ้นสานฝันของพ่อให้ชายหนุ่มฟัง โดยไม่ได้คิดอะไรมากกว่าแค่อยากแบ่งปันเรื่องในอดีตที่ยังชัดเจนอยู่ในใจ แต่มันทำให้อนาวินทร์มองเธอเปลี่ยนไป เขานึกเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า และสงสัยว่าเธอเอาความเข้มแข็งแบบนั้นมาจากไหนกันหนอ แม้อนาวินทร์จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ความรู้สึกภายในใจเขาก็สะท้อนออกมา เมื่อเขาถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกคลุมหัวให้พุดชมพูไม่เปียกฝน สายฝนที่เริ่มซาสวนทางกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อขึ้นในใจของทั้งสองคน การตากฝนวันนั้นทำให้อนาวินทร์รู้สึกว่ากำลังจะเป็นไข้ ระหวางเดินหายากินอยู่ในครัว เขาเห็นพุดชมพูเดินเข้าห้องเก็บของ และถูกจิตราล็อคไว้ในนั้นโดยไม่ตั้งใจ ด้วยความหมั่นไส้ศัตรูคู่กัด อนาวินทร์จึงคิดจะปล่อยพุดชมพูไว้เผชิญกับความมืดที่เธอหวาดกลัว เขากลับเข้าห้องมานอนพัก เพียงเพื่อจะพบว่าตัวเองไม่อาจหลับได้อย่างสบายใจ เขาตัดสินใจเดินไปดูที่ห้องเก็บของ และหัวใจวูบลงเมื่อได้ยินเสียงสะอึ้นเบา ๆ จากาภยใน เขารีบหากุญแจมาเปิดประตูให้ แต่ทันทีที่พุดชมพูออกมาได้ เธอกลับคิดว่าเขาจงใจแกล้งเธอ เลยต่อว่าเขาอย่างรุนแรงอนาวินทร์ทั้งโกรธทั้งเจ็บปวด เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่ใคร ๆ มักมองว่าเรื่องเลว ๆ ต้องเป็นฝีมือเขา เหมือนในอดีตที่ปู่ตำหนิเขาอย่างรุนแรงในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ กลายเป็นปมสำคัญในใจของอนาวินทร์ ว่าเขาไม่เคยได้รับความเชื่อใจจากใครเลย แต่เย็นวันนั้นเองพุดชมพูได้รู้ความจริงว่าจิตราเป็นคนล็อคเธอไว้ในห้องเก็บของ พุดชมพูรู้สึกผิดที่ต่อว่าอนาวินทร์ทั้งที่เขาเป็นคนช่วยเธอไว้ เธอไปหาอนาวินทร์เพื่อขอโทษเลยได้รู้ว่าชายหนุ่มนอนซมด้วยพิษไข้ถึงขั้นไม่ได้สติ พุดชมพูรีบเช็ดตัวให้ และคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ จนชายหนุ่มรู้สึกตัว พุดชมพูเอ่ยขอโทษที่เข้าใจเขาผิด ขณะที่อนาวินทร์ก็ขอบคุณที่เธอดูแลเขาอย่างดี แม้จะนอนซมเพราะพิษไข้ ชาหยนุ่มก็พอรู้ว่าพุดชมพูคอยเช็ดตัวเขาเพื่อลดความร้อนอยู่เกือบทุกชั่วโมง ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงต้องมาเยี่ยมพุดชมพูกับอนาวินทร์เกือบทุกสัปดาห์ เพื่อให้ผู้บริหารทั้งสองเซ็นเอกสารของบริษัท วันหนึ่งทั้งสองมาปรากฏตัวที่ไร่อุ่นรักพร้อมวาธิณี ซึ่งเวียนไปหาอนาวินทร์ที่บริษัทหลายครั้ง แต่ไม่เจอตัว เธอจึงตามทนายหนุ่มมาหาอนาวินทร์ถึงไร่ และเริ่มปิดฉากกระรานพุดชมพู จิระทั้งรำคาญทั้งหมั่นไส้สาวไฮโซเลยออกมาปะทะคารมกับวาธิณีแทน พุดชมพูอาศัยจังหวะชุลมุนหนีไปประชุมเทศกาลดอกไม้ในตัวเมือง โดยมีอนาวินทร์ติดตามไปด้วย เพียงแต่คราวนี้เขาอาสาเป็นคนขับแทนที่จะนั่งเป็นคุณชายเหมือนทุกครั้ง ชายหนุ่มไปนั่งรอพุดชมพูที่ร้านกาแฟกึ่งเกลลอรี่แห่งหนึ่ง เขาหยุดมองภาพถ่ายใบหนึ่งด้วยความสนใจภาพของพุดชมพูในชุดนักเรียนมัธยมยืนกอดช่อเบญจมาศ ในภาพนั้นเธอผมยาว บุคลิกช่างแตกต่างจาพุดชมพูในปัจจุบัน อนาวินทร์มองดวงตาที่ยิ้มสดใสนั้นราวต้องมนต์สะกด แต่แล้วเสียงร้องไห้ช่วยจับขโมยก็ปลุกเขาจากภวังค์ อนาวินทร์ช่วยจับตัวขโมยไว้ได้ แต่แล้วก็นึกสะท้อนใจเมื่อสิ่งที่ชายมอซอคนนั้นขโมยมาเป็นแค่กับข้าวถุงหนึ่งเท่านั้น อนาวินทร์จึงควักเงินซื้อข้าวถุงนั้นให้ขโมย โดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาของพุดชมพูแอบมองมุมอ่อนโยนของคุณชายแห่งสัตยารักษ์อยู่ เมื่อทำงานที่ไร่อุ่นรักครบสามเดือน อนาวินทร์ทวงรางวัลที่พุดชมพูสัญญาว่าจะให้ เขาไม่ได้เอ่ยปากบอกสิ่งที่ต้องการ แต่ก้นลงจูบพุดชมพูในสวนสวยหลังบ้าน ข้างแนวต้นพุดชมพู ต้นไม้ที่อนารินทร์เคยมองว่าไม่มีเสน่ห์ แต่วันนี้มันสวยจับใจ หลังจากคืนนั้น อนาวินทร์ก็คอยตามติดพุดชมพูไม่ห่าง จนจิระเริ่มจับตาอย่างไม่ไว้ใจ เขาพยายามเข้ามาเป็นก้างขวางคอ ไม่ให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง จนเริ่มจะผิดใจกับอนาวินทร์ แต่ก็มีบางวันที่สามเส้ากลายเป็นสี่เส้าเมื่อวาธิณีมาร่วมวงด้วย ซึ่งกลับทำให้จิระต้องจัดการกับวาธิณีแทน จนวันหนึ่งที่จิระแอบเห็นพุดชมพูกับอนาวินทร์หยอกล้อกันในเรือนเพาะกล้า จิระเห็นแววตาของพุดชมพูที่มองชายหนุ่มแล้วก็ได้แต่ถอยออกมาเงียบ ๆ คืนนั้นสมาชิกไร่อุ่นรักยกขบวนกันไปร่วมงานเลี้ยงของเพื่อนบ้านลุงหมายหมักเหล้าสาโทไว้โอ่งใหญ่ เหล้าเถื่อนนี่เองเป็นสื่อกลางให้อนาวินทร์กับจิระได้เปิดใจคุยกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงทำงานกันอย่างเข้าขา จะขัดขากันบ้างก็เรื่องที่ทรงรบชอบมองช่อม่วงเป็นสาวเพ้อฝันไม่อยู่กับความจริง แถมยังกินจุผิดผู้หญิงทั่วไป แต่ช่อม่วงก็ค่อย ๆ แสดงให้ทรงรบเห็นทีละนิดว่าเธอทั้งฉลาดแถมมีสายตาแหลมคมอ่านคนได้ขาด ช่อม่วงพบหลักฐานว่าชวกรยักยอกเงินบริษัทไปก้อนใหญ่ ทรงรบจึงโทรตามพุดชมพูกลับมาจัดการ พุดชมพูไล่ชวกรออกจากบริษัทโดยไม่บอกอนาวินทร์ เพราะเชื่อว่าทิพนาถน่าจะมีส่วนรู้เห็นจึงไม่อยากให้อนาวินทร์ลำบากใจ ทิพนาถ และชวกรแค้นจัด คิดหาทางกำจัดพุดชมพูออกไปจากสัตยารักษ์ เช่นเดียวกับการันต์ที่เริ่มสังเกตท่าทีของอนาวินทร์กับพุดชมพู แม้การันต์จะโตมากับอนาวินทร์แต่การันต์รู้สึกเก็บกดที่กลายเป็นคนไม่มีตัวตนเมื่ออยู่กับอนาวินทร์ ไม่มีใครเห็นคุณค่าเด็กกำพร้าอย่างเขา เมื่อเทียบกับทายาทสัตยารักษ์ ความอิจฉากลายเป็นความเกลียดชัง เขาเกลียดที่เห็นอนาวินทร์มีความสุขการันต์ยุให้พุดชมพูผิดใจกับอนาวินทร์ด้วยการบอกเธอว่า อนาวินทร์คิดจะหลอกจีบเธอเพื่อให้ได้มรดกง่ายขึ้นด้านหนึ่ง พุดชมพูก็หวั่นไหวกับสิ่งที่ได้ยิน แต่อึกใจนึง เธอเริ่มรู้สึกว่าการันต์ไม่น่าไว้ใจ คืนหนึ่งพุดชมพูได้รับโทรศัพท์ด่วนจากจิระ บอกว่าเกิดไฟไหม้ที่โรงเรียนเพาะพันธุ์ไม้ พุดชมพูตกใจมือไม้สั่น เพราะในโรงเรียนนั้นมีต้นไม้ตัวแทนของพ่อผู้ล่วงลับอยู่ อนาวินทร์อาสาขับรถพาเธอกลับไร่ทันทีระหว่างทางก็คอยกุมมือเธอเพื่อให้กำลังใจ เมื่อไปถึงพุดชมพูเข่าอ่อน มองโรงเรือน และต้นไม้ของพ่อที่เหลือแต่ซากด้วยใจสลายเธอเป็นลล้มพับไปตรงนั้น อนาวินทร์รีบพาเธอไปโรงพยาบาล และคอยดูเธอไม่ห่างจิระมาแจ้งว่าตำรวจสงสัยว่าเป็นการวางเพลิง แถมพูดทำนองสงสัยว่าอนาวินทร์เป็นตัวการ อนาวินทร์มีปากเสียงกับจิระ จนพุดชมพูต้องระงับศึก และบอกจีระว่า เธอเชื่อใจอนาวิณทร์ว่าจะไม่ทำอะไรลอบกัดแบบนี้ อนาวินทร์หัวใจพองโตที่หญิงสาวเชื่อใจเขา ระหว่างนั้นทางจังหวัดจัดงานเทศกาลดอกไม้ประจำปี และมีกิจกรรมไฮไลท์เป็นการประกวดหนุ่มดอกไม้ พุดชมพูใช้ไม้เดิมคือสบประมาทอนาวินทร์ จนเขารับคำท้าเข้าประกวด ชายหนุ่มคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ตามที่คุยไว้ ด้วยการเล่นกีตาร์ร้องเพลงที่ฝากความในใจไปถึงพุดชมพู แถมยังประกาศบนเวทีว่าเข้าประกวดในฐานะแฟนเจ้าของไร่อุ่นรัก เล่นเอาตะลึงกันไปทั้งบาง รวมทั้งวาธิณีที่มาดูการประกวดด้วย วาธิณีไปอาละวาดใส่พุดชมพู แต่อนาวินทร์ออกมาปกป้อง และบอกวาธิณีให้เลิกยุ่งกับเขา จีระช่วยลากวาธิณีออกไป และเตือนสติให้เธอยอมรับความจริง ซึ่งลึก ๆ แล้ว เขาก็เดือนตัวเองแบบนั้นเช่นกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เกณฑ์คนงานของสัตยาอสังหา สร้างโรงเรือนใหม่ที่เขาออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างด้วยตัวเอง ระหว่างกำลังง่วนกับงานป้านุ่มโทรศัพท์มาหา อนาวินทร์นึกรำคาญที่ป้านุ่มชอบโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่รับสาย แต่แล้ววันรุ่งขึ้น เขากลับได้รับข่าวร้ายว่าป้านุ่มเสียชีวิต เพราะฝึกมือโจรที่บุกบ้านกลางดึก อนาวินทร์แทบล้มทั้งยืน ป้านุ่มที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เขามี ตำรวจตรวจดูกล้องวงจรปิดหน้าบ้านเห็นคนสวมเจ๊กเก็ต และหมวกปิดบังใบหน้าเดินเข้า และออกจากบ้านในเวลาใกล้เคียงกับที่ป้านุ่มเสียชีวิต แต่ หมวดจัดวา เจ้าของคดีแอบกระซิบอนารินทร์ว่าเขาสงสัยคนในบ้านมากกว่า เพราะกล้องวงจรปิดบริเวณถนนใกล้เคียงไม่มีภาพชายคนนี้เลย หลังงานศพป้านุ่ม อนาวินทร์บังเอิญพบลูกค้าคนสำคัญคนหนึ่งของสัตยาอสังหาภายนอกบริษัท ลูกค้าถามถึงข่าวลือที่อนาวินทร์จะทิ้งบริษัทหันไปทำไร่ อนารินทร์สอบถามที่มาของข่าวลือจนได้รู้ว่า คนใกล้ตัวกำลังจ้องทำลายเขาอยู่ พุดชมพูเรียกทิพมาถมาทวงถามถึงการใช้หนี้ที่ชวกรโกงบริษัทไป เมื่อชวกรรู้ก็ยิ่งโกรธ และส่งคนไปดักทำร้ายพุดชมพู โชคดีที่ทรงรบ และช่อม่วงอยู่ในเหตุการณ์จึงช่วยกันเอาตัวรอดมาได้ ระหว่างที่ทั้งสามกำลังปรึกษาหาตัวต้นเหตุอยู่นั้น อนาวินทร์เข้ามากับการันต์พร้อมรูปถ่ายหลายใบ ที่การันต์อ้างว่าเป็นหลักฐานว่าพุดชมพูกับทรงรบรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้งคู่อาจสมคบกันหลอกอนาวินทร์ ทิพนาถกับชวกรเองก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมหลักฐานว่าพุดชมพูยักยอกเงินของบริษัท พุดชมพูพยายามอธิบาย แต่ชายหนุ่มไม่ยอมฟัง แถมไล่พุดชมพูให้เก็บของออกไปจากบ้านสัตยารักษ์ ก่อนไปพุดชมพูมอบจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงเธอให้อนาวินทร์ไว้อ่าน เพื่อให้เขาเข้าใจเจตนาดีของปู่ และได้รู้ว่าที่จริงแล้ว ปู่รักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน พุดชมพูกลับไร่ด้วยสภาพเหมือนคนใจสลาย เธอยอมรับกับตัวเองแล้วว่าชอบอนาวินทร์ ฝ่ายอนาวินทร์เองก็ไม่ต่างกันนัก เขาคิดถึงพุดชมพู จึงมานั่งย้อนดูภาพในกล้องวงจรปิดที่เขาแอบติดไว้ในห้องเผื่อมันจะมีภาพของพุดชมพูบ้าง แต่เขากลับพบหลักฐานสำคัญว่าใครเป็นคนฆ่าป้านุ่ม ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบมาหาอนาวินทร์เพื่อบอกเรื่องสัญญาลับ ที่พุดชมพูเซ็นไว้ก่อนเข้าทำงานกับสัตยารักษ์ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าหากเธอแต่งงานกับอนาวินทร์ เธอจะไม่มีส่วนในสมบัติใด ๆ ของสัตยารักษ์ทั้งสิ้น รวมทั้งอนาวินทร์ยังต้องบริจาคเงินมรดกสามสิบเปอร์เซ็นต์เข้าการกุศลด้วย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พุดชมพูคิดจะหลอกทายาทของสัตยารักษ์ อนาวินทร์อ่านจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงพุดชมพู และปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องเป็นผู้นำสัตยารักษ์แทนปู่ให้ได้ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาในที่ประชุมผู้บริหารสัตยาอสังหา อนาวินทร์ประกาศไล่การันต์ออกจากตำแหน่งรองกรรมการ เขาแสดงหลักฐานที่ได้มาจากการว่าจ้างช่อม่วงอย่างลับ ๆ ว่าการันต์มีส่วนในการร่วมกับชากรปลอมแปลงเอกสารเพื่อใส่ร้ายพุดชมพู อนาวินทร์ยังมีข้อมูว่า การันต์ปล่อยข่าวลือทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัท และส่งลูกค้าของสัตยาอสังหาไปให้บริษัทคู่แข่งที่การันต์แอบถือหุ้นไว้ อนาวินทร์ยังเชิญตำรวจมาจับตัวการันต์ฐานฆาตกรรมป้านุ่ม โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่อนารินทร์แอบติดไว้ในห้องนอนของเขาว่าทั้งสองทะเลาะกันก่อนที่ป้านุ่มวิ่งหนีออกจากห้อง และจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นไม่กี่วัน การันต์ได้ประกันด้วยออกไป เมื่ออนาวินทร์รู้ข่าวก็นึกเป็นห่วงพุดชมพู จึงชวนทรงรบกับช่อม่วงไปที่ไร่ แต่การันต์ไปถึงก่อน และจับตัวพุดชมพูไว้เป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ที่จะใช้หลบไปอยู่ต่างประเทศ และต้องการให้อนาวินทร์ถอนฟ้อง การันต์บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจฆ่าป้านุ่ม แต่ป้านุ่มแอบได้ยินตอนที่เขาคุยโทรศัพท์เรื่องจ้างคนไปเผาโรงเรียนของพุดชมพู เขาพยายามจะให้เงินแลกกับการปิดปากแต่ป้านุ่มไม่ยอมคุยด้วย การันต์จึงแกล้งให้ป้านุ่มเข้าใจผิดว่าอนาวินทร์กลับมาที่บ้าน เมื่อป้านุ่มมาที่ห้องของอนาวินทร์ก็พบการันต์รออยู่ ป้านุ่มด่าการันต์ที่อกตัญญูต่อบ้านสัตยารักษ์ เขาพลั้งมือฆ่าป้านุ่มเพราะความโกรธ เลยจัดฉากให้ดูเหมือนขโมยเข้าบ้าน ระหว่างนั้น พุดชมพูหลอกดึงความสนใจของการันต์ อนาวินทร์อาศัยจังหวะนั้นโดดเข้ารวบตัวการันต์ไว้ ขณะที่ทรงรบเข้าแย่งปืนไว้ได้ แต่การันต์ใช้มีดที่ซ่อนไว้ฟันอนาวินทร์ โชคดีที่ชายหนุ่มหลบทันจึงไม่โดนจุดสำคัญ การันต์คิดจะซ้ำ หมายเอาชีวิตทายาทสัตยารักษ์ แต่ลุงหมายกับชาวบ้านมาช่วยพร้อมปืนหลายกระบอก การันต์จึงสิ้นฤทธิ์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ หลังเหตุการณ์ร้ายคลี่คลาย อนาวินทร์พยายามง้อพุดชมพู เขาเฉลยว่าตัวเองแกล้งหลงเชื่อการันต์ และไล่พุดชมพูออกจากบ้าน เพื่อกันหญิงสาวให้ห่างจากอันตรายระหว่างที่เขาเดินหน้าสืบเรื่องทั้งหมด แม้พุดชมพูจะเชื่อในความหวังดีของชายหนุ่ม แต่ความเจ็บปวดที่เธอได้รับตอนถูกขับไล่ ทำให้เธอกลัวที่จะรักอนาวินทร์แบบเต็มหัวใจ อีกทั้งเธอไม่อยากทำให้อนารินทร์ต้องลำบากใจ กับการเสียมรดกตามเงื่อนไขสัญญาลับ พุดชมพูจึงขอให้อนาวินทร์เลิกติดต่อกับเธอ เดือนต่อมา ช่อม่วงกัทรงรบ ซึ่งเพิ่งตกลงเป็นแฟนกัน ชวนพุดชมพูไปเที่ยวทะเล โดยบอกว่าเพิ่งชิงรางวัลแพ็คเกจที่พักพร้อมอาหารมาได้ ภัทราซึ่งเห็นลูกสาวซึมเศร้าเหมือนคนไร้วิญญาณมาตลอด ตั้งแต่บอกปัดอนาวินทร์ ช่วยคะยั้นคะยอให้พุดชมพูไปพักผ่อน ช่อม่วงเล่าให้พุดชมพูฟังว่า จิระไปเรียนปริญญาโทด้านเกษตรศาสตร์ และต้นถูกอาจารย์ส่งตัวไปช่วยงานกิจการอาหารปลอดสารพิษ ที่บ้านของวาธิณีกำลังเริ่มทำเพื่อทดแทนธุรกิจที่ปิดตัวไป หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง พุดชมพูกลับมาไร่ด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้นเล็กน้อย ภัทรามองหน้าช่อม่วงกับทรงรบที่ขับรถมาส่งหญิงสาวอย่างรู้กัน ภัทราให้พุดชมพูไปดูต้นไม้ใหม่ในสวน พุดชมพูเปิดประตูออกไปสวนหลังบ้าน ก็พบกับศาลาไม้ตั้งอยู่กลางแนวต้นพุดชมพู อย่างที่พ่อเธอฝันไว้ แต่ทำไม่สำเร็จ กลางศาลามีช่อดอกเบญจมาศพร้อมการ์ดใบเล็ก ๆ เขียนว่า แต่งงานกันนะ อนาวินทร์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมแหวนล้อมเพชร พุดชมพูแกล้งถามว่า ไม่กลัวเสียเงินมรดกหรือ อนาวินทร์ยิ้มรับแล้วตอบว่า มรดกที่มีค่าที่สุดที่ปู่เล็กทิ้งไว้ให้เขาก็คือพุดชมพู และเขาจะรักษามรดกชิ้นนี้ไว้ด้วยหัวใจเขาตราบนานเท่านาน ติดตามชม ละครบัลลังก์ดอกไม้ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 นักแสดงนำ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท อนาวินทร์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท พุดชมพู กวี ตันจรารักษ์ รับบท ทรงรบ มัจฉา โมซิมันน์ รับบท ช่อม่วง มาวิน ทวีผล รับบท จิระ โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท วาธินี/หวาย ภัทร ฉัตรบริรักษ์ รับบท การันต์ โกสินทร์ ราชกรม รับบท ชวกร ชนานา นุตาคม รับบท ทิพนาถ พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ป้านุ่ม ณัฐฐา ลอยด์ รับบท ภัทรา ดีใจ ดีดีดี รับบท จินรา ญาณี ตราโมท รับบท ลุงหมาย วราพรรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท วิภา สุเมธ องอาจ รับบท ทรงศักดิ์ เศรษฐา ศิระฉายา รับบท อาทิตย์/ปื่เล็ก เวนย์ ฟอลโคเนอร์ รับบท วันชัย สรัลธร คล้ายอุดม รับบท นิลลดา ขอบคุณภาพจากIG:#บัลลังก์ดอกไม้