กรมสรรพกร

สนทนาภาษาคนทำหนังกับ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

นับตั้งแต่ผลงานเรื่องแรก 'มันมากับความมืด' ในปี พ.ศ. 2514 กว่า 45 ปีในวงการหนังของ ท่านมุ้ย - หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ได้ถูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นหนึ่งในคนทำหนังที่นำศาสตร์และศิลป์ของภาพยนตร์มาสร้างมาตรฐานและความแปลกใหม่ให้กับวงการหนังไทยมาอย่างยาวนานผ่านผลงานภาพยนตร์หลากหลายแนวเกือบสามสิบเรื่อง และในวาระครบรอบวันเกิด 74 ปีของท่าน เราจึงขอนำส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ "…’ความรัก’ ของท่านมุ้ย" โดย สุภาพ หริมฯ จากคอลัมน์ Discuss ในนิตยสาร BIOSCOPE (ฉบับที่ 15) เมื่อ กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2546 ณ ช่วงเวลาที่ท่านมุ้ยกำลังรีเมกผลงานหนังคลาสสิคของตนเมื่อ พ.ศ. 2517 อย่าง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’  กับมุมมองของท่านที่มีต่อวงการหนัง ทั้งโอกาสของคนทำหนังรุ่นใหม่ ไปจนถึงคำถามชวนปวดหัวที่ว่า "หนังอาร์ต คืออะไร?"!!                 สิ่งที่ทุกคนในวงการรู้เสมอเวลาอยู่ใกล้ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ก็คือ ท่านมักมีเรื่องความรู้ใหม่ๆ มาถ่ายทอดให้ได้ฟัง บางครั้งความรู้นั้นมาพร้อมการสาธิตอย่างเอาจริงเอาจัง และเครื่องไม้เครื่องมือซึ่งมักไม่พ้นต้องเกี่ยวกับหนังไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง                 เช่นเดียวกันโดยบังเอิญเมื่อช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ครั้งนี้มาเกี่ยวข้องกับหนังเรื่อง ‘ช้าง’ ที่ แมเรี่ยน  ซี คูเปอร์ ยกกองมาถ่ายทำในบ้านเราโดยได้การอำนวยความสะดวกอย่างดีจาก สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศร์ (เสด็จปู่ของท่านมุ้ย) ท่านมุ้ยก็นำผมไปยลโฉมกล้องที่ใช้ในการถ่ายหนังเรื่องนั้นทันที พร้อมสาธิตกระบวนการการทำงานของกล้องโบราณตัวนั้นอย่างละเอียด ซึ่งท่านยืนยันว่า “นี่เหลืออยู่แค่ไม่กี่ตัวแล้วในโลกนี้ แต่ยังใช้ได้ดีเลยนะ”                 แม้จะไม่ได้ถูกนำมาใช้งานจริง แต่กล้องโบราณตัวนั้นดูไปก็คล้ายทำหน้าที่เหมือนหลักหมุดของเวลาซึ่งทำให้เรารู้ว่าหนังเดินทางมาไกลแค่ไหนแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมันอยู่ไม่ไกลนักจากคอมพิวเตอร์แม็คอินทอชที่กำลังใช้ตัดต่อหนังเรื่อง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ (พ.ศ. 2546) อยู่                 ฉากอุบัติเหตุที่อาศัยเทคนิคการลำดับภาพที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหน้า ทำให้ผมอดนึกถึง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ ฉบับดั้งเดิม (พ.ศ. 2517) ที่เคยกระตุ้นเร้าผมอย่างรุนแรงก่อนจะลงเอยด้วยความรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้... BIOSCOPE : ผมจำได้ว่าตอนดู ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ ฉบับเดิม มีฉากอุบัติเหตุซึ่งใช้วิธีตัดสลับที่ดูแปลกมากสำหรับหนังไทยยุคนั้น มาในฉบับนี้ ท่านยังต้องการให้หนังมีความรู้สึกแปลกใหม่กับคนดูอีกหรือเปล่า ก็ต้องการแบบเดิมนะ แต่เวลามันผ่านมา 30 ปีแล้ว วิธีการคงไม่แปลกแล้วล่ะ ผมว่าความแปลกที่ว่านี้ไม่ได้แปลว่ามันต้องดูผิดปรกติหรือทันสมัย เพราะไอ้ความทันสมัยหรือความใหม่มันเป็นสิ่งที่เราพูดจำกัดความได้ลำบาก BIOSCOPE : สำหรับคนที่เคยดูงานของท่านมาตั้งยุคก่อนๆ อาจจะคาดหวังว่า ท่านมุ้ยต้องมีอะไรใหม่ๆ มาให้เห็นอยู่ตลอด ปัญหาคือว่าอะไรล่ะคือสิ่งใหม่ๆ ที่คุณพูดถึง เราต้องรู้ก่อนว่าอะไรที่เรียกว่าใหม่ได้ คุณจะไม่รู้หรอกว่าอะไรคือความใหม่ถ้าคุณไม่รู้ว่าอะไรคือเก่า เพราะจริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะอะไรก็มีคนทำมาหมดแล้วทั้งนั้นละ อย่างวิธีการตัดแบบ jump cut นี่ (ฌ็อง-ลุค) โกดาร์ดก็ทำมาตั้งแต่ยุค 1960 โน่น หรือแม้แต่ผมเองก็เคยใช้ตั้งแต่ ‘เทพธิดาโรงแรม’ (พ.ศ. 2517) ไปตั้งเยอะแล้วซึ่งผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉะนั้นก็แทบจะเรียกว่าไม่มีอะไรใหม่ๆ หรอก ก็มีแต่เอาของที่เคยทำกันไปแล้วมารีไซเคิลเท่านั้นเอง BIOSCOPE : หมายถึงเอามันมามองใหม่ ใช่ มุมมองใหม่ อย่าง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ ก็ต้องมองมุมใหม่เพราะสังคมมันเปลี่ยนไป เช่นในของเดิม เชื้อ กับ รส เขียนจดหมายถึงกันซึ่งนั่นก็ค่อนข้างโบราณแล้ว สมัยใหม่ก็ต้องโทรศัพท์หรือไม่ก็อีเมลโดยที่ยังรักษาอรรถรสของการเขียนจดหมายไว้อยู่ ก็ไม่ใช่ทุกอย่างหรอกที่ต้องทันสมัย แต่บางอย่างเช่นการนั่งรถสามล้อนี่ก็คงไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าแทน เป็นต้น สัมคมตอนนี้มันไม่ใช่ยุคที่ สุวรรณี สุคนธา แต่งเรื่องนี้ออกมาแล้ว BIOSCOPE : แล้วท่านคิดว่า วิธีการที่เอากลับมาใช้ต่างๆ นี่จะได้ผลในการสร้างความรู้สึกกับคนดูไหม อย่างน้อยมันก็ได้ผลกับผมแหละ ถ้าไม่ได้ผลคงไม่ทำ แต่ปัญหาคือมันจะได้ผลกับคนอื่นหรือเปล่านี่คงต่างๆ กันออกไป เพราะผมแก่กว่าคนอื่นเขาเยอะมาก เรา 60 กว่า แก่กว่าคนดูทั่วไป 3-4 เท่า ความคิดของคนดูก็คงต่างกัน BIOSCOPE : ถ้าพูดถึงคนที่เคยทำหนังไทยมาพร้อมๆ กับท่าน หลายคนวางมือไปแล้ว แต่ท่านยังทำหนังต่อ ก็มันเป็นอาชีพผมไปแล้วนี่ (หัวเราะ) เราทำหนังเป็นอาชีพก็ต้องทำหนังไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดจะหยุด คงทำหนังไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแรงน่ะแหละ จริงๆ แล้วฝรั่งมันก็มีคนทำหนังรุ่นผมดังๆ กันตั้งหลายคน อย่าง ริดรีย์ สก็อตต์แก่กว่าผมอีก แต่อยู่ดีๆ ก็ทำหนังอย่าง Gladiator (2000) หรือ Black Hawk Down (2001) ออกมาได้ คือมันไม่ใช่หรอกที่วันหนึ่งจะออกจากวงการไปแค่เพราะทำหนังมานานแล้วนะ ทำไมไม่ออกจากวงการไปสักที มันก็ไม่ใช่ ใช่มั้ย (หัวเราะ) คนทำหนังรุ่นใหม่ๆ ที่เข้าวงการมาก็เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเขาทำแล้วมีชื่อเสียงก็ต้องออกจาวงการไป เขาก็ต้องทำของเขาไปเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งเขาก็ต้องกลายเป็นคนรุ่นเก่า อย่าง มานพ อุดมเดช เนี่ย ในสายตาผมเขาก็เป็นคนรุ่นใหม่ยุคหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นคนทำหนังรุ่นเก่าที่ไม่มีใครยอมรับ แต่ผมเห็นว่าเขาเป็นคนมีฝีมือก็เลยชวนมาทำ ‘คืนบาป...พรหมพิราม’ มันเป็นเรื่องของฝีมือ ไม่ใช่ว่า เฮ้ย...คนรุ่นใหม่เกิดมาแล้ว คนรุ่นเก่าก็ต้องออกจากวงการไป ไม่ใช่อย่างนั้น มีคนพูดให้ได้ยินบ่อยๆ นะ ว่าทำไมคนรุ่นเก่าไม่ออกไปจากวงการไป คนรุ่นใหม่จะได้เกิดบ้าง จริงๆ แล้วมันไม่ได้เกี่ยวกันเลย เพราะคนรุ่นเก่าอยู่คนรุ่นใหม่ก็เกิดขึ้นมาได้ ไม่มีใครว่ากันอยู่แล้ว หรือคนใหม่ๆ ถามว่าทำไมไม่มีใครให้โอกาสเขา ก็ต้องถามกลับว่า นี่คุณ อยู่ๆ เอาเงินผมไปทำหนัง 20 ล้านเนี่ย หนังจะได้เงินหรือเปล่า แล้วคุณตอบว่า “ไม่ทราบครับ มันต้องเสี่ยง” อ้าว...แล้วใครจะเชื่อลงล่ะ เงิน 20 ล้านมันเยอะนะ เท่าบ้านหลังหนึ่ง รถเบนซ์อีก 2 คันน่ะ หนังไม่ได้เงินมันก็ละลายหายไปกับสายน้ำ ฉะนั้นจะมาพูดง่ายๆ ไม่ได้ว่าให้โอกาสผมบ้างสิ เพราะกว่าจะขึ้นมาถึงตุดหนึ่งคุณต้องสู้ เหมือนกับพวกเราสู้กันมาสมัยก่อน กว่าผมจะขึ้นมาเป็นท่านมุ้ยได้ต้องใช้เวลา 20 ปีนะ ผมว่าปัญหาใหญ่คือ คนรุ่นใหม่ที่จะมาทำหนังเนี่ย รู้หรือเปล่าว่ามันยากแค่ไหนที่จะเข้ามาในวงการ ยากแค่ไหนที่คุณจะเอาเงิน 20 ล้านบาท เวลามีคำถามว่าทำไมไม่เปิดโอกาสให้กับคนใหม่ๆ บ้าง ผมอยากจะบอกว่า เมืองไทยเปิดโอกาสมากกว่าเมืองนอกมากๆ เลย มีคนทำหนังเยอะแยะที่ผมไม่อยากเอ่ยชื่อที่อยู่ๆ ก็ได้ทำหนังเลย แค่บอกนายทุนว่าผมทำหนังเป็นแล้ว ก็ได้ทำ แล้วพอหนังฉิบหาย 3-4 เรื่องจนนายทุนล้มละลาย หมดตัวเป็นพันๆ ล้าน แล้วใครจะรับผิดชอบ พวกนายทุนเลยต้องเคี่ยวพอที่จะรู้ว่าคนไหนทำหนังเป็นคนไหนทำไม่เป็น เพราะมันไม่ใช่เรื่องของการมาลองฝีมือ ไอ้นั่นต้องทำตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาหรือทำหนังสั้นแล้ว BIOSCOPE : ความยากของการทำหนังในยุค 2510 กว่าๆ กับ 2540 กว่าๆ ต่างกันตรงไหน เหมือนกัน ไม่ได้ต่างกันเลย เพียงแต่สมัยนั้นมันถูกกว่า สมัยนี้แพงมากๆ เรื่องหนึ่งลงทุนไม่ต่ำกว่า 10-20 ล้าน ถึงบอกไงว่า ถ้าคนรุ่นใหม่ยากเข้ามาจริงๆ คุณต้องแสดงผลงานออกมา ถ้าคุณคิดว่าเขียนบทได้ดีก็ต้องทำออกมาให้เห็น อย่าง ยุทธเลิศ (สิปปภาค) เขียนบทได้ดีตั้งแต่ตอนทำ ‘O-Negative รักออกแบบไม่ได้’ (1998) แล้ว แต่เขาไม่เชื่อใจเพราะยังเป็นคนใหม่เลยยังไม่ให้ทำ จนมาทำ ‘มือปืน โลก/พระ/จัน’ (2001) ถึงได้เกิด การเขียนบทนีมันเป็นงานที่ไม่ต้องเสียเงินอะไรเลย ฟรี กระดาษปึกหนึ่งกับปากกาก็เขียนบทได้แล้ว หรือไม่ก็ไปขอเงินพ่แม่สัก 2-3 แสนมาลองทำหนังสั้นสัก 3 ฉาก ไปเช่าอุปกรณ์มา รวบรวมพรรคพวกมา แล้วก็ถ่ายทำออกมาเพื่อไปฉายให้นายทุนดูว่า เนี่ยละหนังผม แบบนี้ก้ได้ ยกตัวอย่าง ‘องค์บาก’ (2003) เนี่ย ถ้าไปบอกนายทุนว่าจะทำหนังมวยไทย นายทุนคงบอกทันทีว่า “ไม่เอา” ปรัชญา (ปิ่นแก้ว) เลยใช้วิธีถ่ายฉากบู๊ให้ดูหนึ่งซีน เอาไปฉายให้เห็นเลยว่า นี่ จา (พนม ยีรัมย์) มันเล่นได้แบบนี้ แต่คุณจะใช้วิธีแค่พูดว่าผมทำหนังเป็น มันไม่ได้ แค่ความมั่นใจหรือแค่บอกว่าผมดูหนังมาเยอะ มันไม่ได้มีความหมายอะไร BIOSCOPE : อะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับการเป็นคนทำหนังครับ ...ต้องแหกคอก? จะแหกไปไหนล่ะ ...สิ่งสำคัญคือต้องดูหนังเยอะก่อน ดูหนังเยอะพอหรือยังถึงที่จะคิดเรื่องแหกคอก ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่า ‘คอก’ น่ะมันอยู่แค่ไหน ถึงจะแหกได้ ถ้าไม่รู้จะแหกมันทำไม BIOSCOPE : ท่านชอบคนทำหนังรุ่นใหม่ๆ คนไหนบ้าง ชอบทุกคนนะ เป็นเอก (รัตนเรือง) ก็ดี ยุทธเลิศก็โอเค เรียว (กิติกร เลียวศิริกุล) ก็ใช้ได้ จุดร่วมของคนพวกนี้คือ เขาพยายามทำสิ่งใหม่ๆ ใส่เข้าไปในหนัง เป็นคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเคยไปงานฟิล์มเฟสติวัลและมีโอกาสได้สัมผัสกับหนังอาร์ตต่างประเทศเยอะ และไฟยังแรง ยังไม่หมดเนื้อหมดตัว ก็ยังมีความกล้าที่จะทำ BIOSCOPE : ถ้าหมดตัว ความกล้าจะน้อยลง ถ้าหนังเจ๊งบ่อยๆ นานๆ เข้า ไฟก็หมดลงทุกทีๆ หรือไม่ก็หายไปเลย เพราะหนังมันขึ้นอยู่กับกำไรและขาดทุนนะ ขาดทุนมากๆ ก็จะไม่มีใครให้ทำ เราจะเอาแต่ดูเด็กๆ กลุ่มเดียวมันก็เป็นไปไม่ได้ BIOSCOPE : กลุ่มคนดูหนังของท่านเปลี่ยนหน้ามาเรื่อยๆ ท่านมองว่าความต้องการของคนดูแต่ละยุคมันเปลี่ยนไปหรือเปล่า เหมือนเดิม ...100% เลยคือความบันเทิง หนังดีแค่ไหนก็ไม่มีความหมายถ้าไม่สามารถทำให้คนดูรู้สึกสนุกด้วย การดูสนุกด้วยและให้ข้อคิดด้วยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราเลยได้เห็นว่าในบรรดาหนังที่ดีที่สุดในโลก เกือบทั้งหมดคือหนังที่ดูแล้วสนุก ดูแล้วรื่นรมย์ใจ หนังที่ดูแล้วไม่สนุกก็ย่อมจะไม่สามารถสื่อสารกับคนดูได้เพราะคนดูไม่รู้สึกสนุกกับมัน แต่ความสนุกแปลว่ามันสื่อสารกับคนดูได้ในทางใดทางหนึ่ง BIOSCOPE : แล้วถ้าหนังที่ดูไม่รู้เรื่อง แต่เรียกว่าหนังอาร์ตล่ะ ไม่จริงหรอก อาร์ตคืออะไร BIOSCOPE : นั่นสิครับ ท่านว่าอาร์ตคืออะไร อาร์ตที่ดีต้องประกอบไปด้วย 4 อย่างคือ หนึ่ง-ต้องมี content คือเนื้อหา สอง-ต้องมี craft ต่อให้ content ดีแต่ทำออกมาห่วย ถ่ายไม่เป็น ถ่ายไม่ติด เบลอ หรือไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ใช้ไม่ได้ สาม-ต้องมีการถ่วงน้ำหนัก หนัก-เบา ไม่เลอะๆ เทอะๆ และอันสุดท้ายคือ ต้อมมีสไตล์เป็นของตัวเองแบบที่ดูปั๊บแล้วรู้เลยว่านี่มันคืองานของเขา อันนี้ปิกัสโซ่ อันนี้โมเนต์ อันนี้หนังบัณฑิต (ฤทธิ์ถกล) หนังเปี๊ยก โปสเตอร์ หนังท่านมุ้ย หนังหง่าว-ยุทธนา (มุกดาสนิท) ฯลฯ ซึ่งกว่าจะได้สไตล์มาคุณต้องผ่านการลอกเลียนแบบสไตล์คนอื่นเขามานักต่อนักแล้ว ยกตัวอย่าง แดนนี่ บอยล์ ก็มีสไตล์ขอวมันนะ แต่พอลองฉีกตัวเอมาทำ The Beach (2000) ก็เจ๊ง ขณะที่หนังก่อนหน้านั้นอย่าง Shallow Grave (1994) หรือ Trainspotting (1996) ก็มีสไตล์ของตัวเองชัด ...ผมเพิ่งนั่งกินข้าวกับ เดวิด พุตต์นั่ม เมื่อเช้านี้ เขาเล่าให้ฟังว่า วันที่เขารู้ตัวว่าต้องเลิกทำหนังก็คือวันที่ได้ดู Trainspotting เพราะเขารู้เลยว่าไม่มีทางมำหนังแบบนี้ได้ นี่คือสไตล์ที่ไม่มีวันทำได้ เขาก็เลยเลิกทำหนัง BIOSCOPE : ความรู้สึกแบบนั้นเคยเกิดขึ้นกับท่านหรือเปล่า ตอนนี้ยังนะ วันหนึ่งข้างหน้าไม่แน่ แต่วันนี้เรายังรู้สึกว่ายังมีเรื่องอยู่ในหัวที่อยากทำ ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ฮิวโก้ จุลจักร ร่วมราชสกุลจักรพงษ์ เป็นเจ้าภาพการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9
ฮิวโก้ จุลจักร /  ฮาน่า ทัศนาวลัย

          เมื่อวานนี้(8 ธ.ค.) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุลจักรพงษ์ และราชสกุลอื่น ๆ ในรัชกาลที่ 5 เป็นเจ้าภาพการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง   โดยมีนักร้องและนักแสดงหนุ่ม ฮิวโก้ จุลจักร พร้อมด้วย ฮาน่า ทัศนาวลัย ภรรยา เข้าถวายพวงมาลาในการสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทั้งนี้ หนุ่มฮิวโก้ หรือ จุลจักร จักรพงษ์ เป็นบุตรชายคนโตของ หม่อมราชวงศ์หญิงนริศรา จักรพงษ์ กับ แอลเลน เลวี่ โดยเป็นหลานตาของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสในจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ  ขอบคุณรูปภาพจากเฟซบุ๊ก : Paisarn Piammattawat    

ท็อป BIGBANG - คิม จุนซู JYJ เตรียมเข้ากรมในวันเดียวกัน!
Big Bang /  Bigbang / 

สองหนุ่มไอดอลเกาหลีชื่อดัง ท็อป BIGBANG และ คิม จุนซู JYJ เตรียมเข้ารับราชการตำรวจพร้อมกันในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ปีหน้า ท็อป BIGBANG สื่อมวลชนเกาหลีเปิดเผยว่า เป็นที่ยืนยันแล้วว่า ท็อป แร๊พเปอร์หนุ่มสุดเท่สมาชิกของวง BIGBANG และ คิม จุนซู นักร้องเสียงดีสมาชิกของวง JYJ จะเข้ารายงานตัวเพื่อรับราชการตำรวจ ตามหน้าที่ของชายชาติเกาหลี ความน่าสนใจก็คือ ทั้ง ท็อป BIGBANG และ คิม จุนซู JYJ จะเข้ารายงานตัววันเดียวกันคือในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ปี 2017 และทั้งคู่จะเข้ารับการฝึกขั้นพื้นฐาน ณ ศูนย์ฝึกนนซาน ด้วยกันด้วย. คิม จุนซู JYJ

ดาวคะนอง /  รัศมี เผ่าทองเหลือง / 

เสร็จสิ้นงานแถลงข่าวไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับภาพยนต์ ดาวคะนอง ภาพยนตร์นอกกระแสที่สามารถสร้างกระแสความสนใจจากคนรักหนังทั่วโลก ณ โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิร์ด ซีเนม่า ชั้น 9 ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์ โดยผู้กำกับ ใหม่ อโนชา สุวิชากรพงศ์ ที่ทุ่มเทพลังและใช้เวลาพัฒนาบท พร้อมหาทุนการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้นานถึง 6 ปี ก่อนส่งข่าวไปยังแฟนเพลงที่ชื่นชอบหนังศิลป์มีคุณภาพพร้อมคิวเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 8 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป โดยหลังจากไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่ต่างประเทศมาแล้วมากมาย ถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโลการ์โน่ (Locarno International Film Festival) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในสายประกวดนานาชาติ ซึ่งนับได้ว่า ดาวคะนอง เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเกียรติให้เข้าฉายในสายหลักนี้ บรรยากาศในงานแถลงข่าวคราคร่ำไปด้วยคนรักหนังคนคุ้นเคยผู้สนับสนุนหนังนอกกระแสอาทิ ตัน อิชิตัน ทิฐินันท์ โชตินันทน์ ผู้อำนวยการส่วนงานบริหาร จากเอไอเอส สุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด จากเอสเอฟ จุมภฏ รวยเจริญทรัพย์ ผู้บริหารโก๋แก่ พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่นสื่อมวลชนทุกแขนงเริ่มงานโดย วินิจ เลิศรัตนชัย รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ แนะนำผู้กำกับมือรางวัล ใหม่ อโนชา สุวิชากรพงศ์ พูดถึงภาพยนตร์ที่เธอเขียนบท และ กำกับด้วยตัวเองว่า “หนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับดาวคะนอง (เขตจอมทอง ) เลย  เวลาเราขับรถบนถนน บนทางด่วน เราจะเห็นป้าย ดาวคะนอง แต่มีสักกี่คนที่เดินทางไปดาวคะนอง ดาวคะนองจึงเปรียบเสมือนทางผ่าน หรืออีกนัยยะหนึ่ง ดาวคะนองสื่อความหมายถึงคนซึ่งทุกคนมีความเป็นดาวในตัวเอง ” ขณะที่ เป้ อารักษ์ นักแสดงนำ ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่นักแสดงแล้ว ยังทำหน้าที่แต่งเพลง เรียบเรียง ดนตรี และถ่ายทอดเพลงชื่อ ดาวคะนอง ซึ่งจะเป็นเพลงหนึ่งที่ใช้ประกอบในภาพยนตร์ด้วย กล่าวว่า “ผมเขียนและร้องเพลงให้พี่ใหม่ (ผู้กำกับ) ฟัง พี่เขาชอบ เพราะเนื้อหาจะพูดถึง ความสัมพันธ์ที่หลอกลวงของคนใกล้ตัว ซึ่งเป็นเนื้อหาที่สอดคล้องกับภาพยนตร์ บางเรื่องจริงบางเรื่องคือการแสดง หรือร้ายกว่านั้นคือการหลอกลวง”  จากนั้นนักแสดงทุกคน สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข, ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, ทราย อินทิรา เจริญปุระ รวมไปถึงนักแสดงนำหน้าใหม่ รัศมี เผ่าทองเหลือง และวิศรา วิจิตรวาทการ ได้ร่วมกันเล่าประสบการณ์ในการ่วมงานกับผู้กำกับใหม่ว่าเป็นคนที่ทำงานแตกต่างจากคนอื่น คือ ละเอียดและไม่ให้ทำการบ้านมา ซึ่งผู้ชมภาพยนต์จะได้เห็นการแสดงที่แตกต่างจากที่ผ่าน ๆ มาแน่นอน  ดาวคะนอง ได้รับทุนสนับสนุน Prince Claus Film Fund Award และ Hubert Bals Plus Europe จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ทุนไทยเข้มแข็ง จาก กระทรวงวัฒนธรรม และทุน Doha Film Fund จากประเทศกาตาร์ ก่อนหน้านี้ ดาวคะนอง ได้เดินทางไปฉายตามเทศกาลต่าง ๆ มาแล้ว เช่น เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต ประเทศแคนาดา เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติลอนดอน ล่าสุดได้รับรางวัล Best Film (New Talent Award) จากเทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกงเอเชี่ยนฟิล์มเฟสติวัล และในปี 2560 ดาวคะนอง ก็ยังมีคิวฉายตามเทศกาลต่าง ๆ อีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติรอตเตอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ และในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้ได้มีผู้จัดจำหน่ายในสหรัฐได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เพื่อเตรียมเผยแพร่ในสหรัฐในปี 2560 แล้ว ดาวคะนอง จะเริ่มเข้าฉายในวันที่ 8 ธันวาคม ในโรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิล์ดซีนีม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด โรงภาพยนตร์ลิโด โรงภาพยนตร์เฮาส์ อาร์ซีเอ และ Bangkok Screening Room

ประกาศผล : ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ The Warrior's Gate นักรบทะลุประตูมหัศจรรย์
The Warrior's Gate /  มาทิอัส โฮเน่ / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว The Warrior's Gate นักรบทะลุประตูมหัศจรรย์ แจ็ค บรอนสัน (รับบทโดย ยูไรอาห์ เชลตัน) เกมเมอร์ชั้นเซียน เจ้าของตัวละคร อัศวินทมิฬ ผู้กล้าในโลกเกมส์ออนไลน์ ที่บังเอิญได้พบกับหีบจีนโบราณที่ตกทอดกันมาในร้านขายของเก่า โดยที่แจ็คไม่รู้เลยว่าหีบที่ใบนั้นเป็นประตูข้ามมิติสู่อาณาจักรจีนโบราณ นำพาให้เขาพบกับ จ้าว (รับบทโดย เจ้าโย่วถิง) จอมยุทธ์ยอดฝีมือที่มาปรากฏตัวในห้องนอนเขากลางดึกพร้อมกับมอบภารกิจให้ปกป้องเจ้าหญิง ซูหลิน (รับบทโดย หนีหนี่) ให้พ้นจากเงื้อมมือของ อารัน (รับบทโดย เดฟ บาติสต้า) ราชันย์คนเถื่อนผู้เหี้ยมโหด แจ็คต้องเรียนรู้ที่จะเผชิญกับความกลัว เอาชนะอุปสรรคในโลกที่เขาไม่รู้จัก เพื่อกลายมาเป็นสุดยอดนักรบเพื่อที่จะพิทักษ์ชีวิตของเจ้าหญิงและอาณาจักรไว้ให้ได้ ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันพุธที่ 16 พฤศจิกายน 2559 ที่ โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-20.00 น.) สนับสนุนของรางวัลโดย ประกาศรายชื่อผู้โชคดี รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษ The Warrior’s Gate ทั้งหมด 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้ กรรณสูต จันเปรม นักรบซุปเปอร์ฮีโร่ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) อชิตะ พงศ์กรกัมพล จอมมารหัวตั้ง (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) พิศิษฐ์ เหมะวัฒนะชัย รับเงินสดไม่รับเช็ค เล็กเชียร์หงส์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) จริยา แซ่หลือ รักรบเจ้าโลกันต์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สุพจชัย ตั้งมณีพิทักษ์ อัศวินทมิฬ ฉายา นักรบใจเพชรตัดสามโลก (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สมชัย สุโลวรรณ แจ๊ค หน้ามน. คนน่ารัก (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ทวีลาภ คำทราย destroy door (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)                     พัชรี พุทธวรภูมิ นักรบสายฟ้าข้ามเวลาสะท้านยุทธ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สุรีย์พร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา จันทราหิมะโปรย (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) พัชรินทร์ ชัชวาลธนสาร นักรบกู้จักรวาล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ธีร์ธวัช อาจหาญณรงค์ ดาบมังกรพลิ้วละลิ่วล่อง (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ปริวรรต ไชยของพรม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ปิยะวัฒน์ วิริยะหิรัญกุล ทาสแมวหลวง หมั่นเกา(พุงแมว) (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) อนุชา ใชยา จอมดาบเซอเลอร์มูน (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) มัทธิว ฉิมงาม พยัคฆ์พิทักษ์มังกร (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/moviemthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

คิม แจจุง เตรียมรีเทิร์น! จัดคอนเสิร์ตทันทีที่ออกจากกรม
JYJ /  Kim Jae Joong / 

คิม แจจุง นักร้อง-นักแสดงหนุ่มชื่อดัง จะกลับมาทำกิจกรรมในวงการบันเทิงทันที หลังปลดประจำการจากการเป็นทหาร หลังจากเข้ากรมตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2015 และทำหน้าที่ประจำการในวงดุริยางค์ทหารกว่าสองปี ในที่สุด คิม แจจุง นักแสดงชื่อดังและนักร้องหนุ่มสมาชิกของวง JYJ (เจวายเจ) ก็กำลังจะกลับมาเจอแฟนๆ ของเขาแล้ว คิม แจจุง มีกำหนดจะปลดประจำการในวันที่ 30 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งทาง C-JeS Entertainment ต้นสังกัดของเขาเปิดเผยว่า คิม แจจุง เตรียมทำกิจกรรมในวงการบันเทิงทันทีที่ออกจากกรม โดยจะจัดคอนเสิร์ตราวกลางเดือนมกราคม ปี 2017 เปิดฉากที่ กรุงโซล เกาหลีใต้ ก่อนจะทัวร์คอนเสิร์ตในเมืองอื่นๆ ในเกาหลี และมีแผนที่จะเดินสายในต่างประเทศด้วย แฟนคลับ คิม แจจุง อดใจรออีกนิดเดียว. 김재중 (Kim Jaejoong) Just Another Girl M/V youtube channel : CJESJYJ 김재중_KIM JAEJOONG_MINE_MV youtube channel : CJESJYJ

ประกาศผล : ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น
20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น /  ก้อง สหรัถ สังคปรีชา / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น ว่าด้วยเรื่องราวของ ปาน คุณย่าวัย 74 ปี ทั้งหัวดื้อและขี้โวยวาย ครอบครัวของเธอวางแผนส่งตัวคุณย่าไปอยู่บ้านพักคนชรา ย่าปานจึงออกจากบ้านไปด้วยความเศร้าและผิดหวัง เธอเดินเรื่อยเปื่อยจนไปเจอร้านถ่ายภาพแห่งหนึ่งชื่อ “ฉายารำลึก” ย่าปาน ตัดสินใจเข้าไปในร้านเพื่อถ่ายรูปตั้งใจว่าจะเป็นภาพสุดท้ายของตน แต่เมื่อออกมาจากร้าน เธอต้องตะลึงที่เห็นตัวเองหน้าตากลับย้อนไปเหมือนตอนอายุ 20 ปีอีกครั้ง จากนั้นชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป เธออยากใช้ชีวิตให้สดใสและอิสระแต่อีกใจก็อยากกลับไปสานสัมพันธ์กับครอบครัว ด้วยเหตุนี้ ย่าปานจึงเปลี่ยนชื่อเป็น ป่าน รับบทโดย ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ และเข้าร่วมวงดนตรีกับ บูม รับบทโดย เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม หลานชายของเธอ โดยมี นัท รับบทโดย ก้อง สหรัถ สังคปรีชา โปรดิวเซอร์หนุ่มเจ้าของรายการโทรทัศน์ ที่เห็นความสามารถอันแตกต่างจากนักร้องคนอื่น ๆ ของป่าน จึงพยายามผลักดันวงดนตรีนี้ให้โด่งดัง ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันพุธที่ 23 พฤศจิกายน 2559 ที่ โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-20.00 น.) ประกาศรายชื่อผู้โชคดี รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษเรื่อง 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น ทั้งหมด 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้ อนุสิทธิ์ แคว้นคอนฉิม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ธนาวุฒิ วิชัยพล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) จริยา แซ่หลือ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ทิพาพร กาญจนัษฐิติ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) วรพล สันติหิรัญภาค (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) พัทธวรรณ จินดารัตน์มณี (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) จุฬาลักษณ์ แซ่ตัน (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สุพจชัย ตั้งมณีพิทักษ์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ธัฐชญกรฑ์ คงชุม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ฮาเซ็ม แซะบีดิง (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ธนภรณ์ จีรวุฒิ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ณิชาดา ทิพวัลย์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) พนมกร พฤกษะวัน (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) เกียรติศักดิ์ บุตรเหมือน (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) กริสุดา ขาวเธียร (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/moviemthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

ส่องทายาทซุปตาร์!! รวมลูกดาราฝาแฝดรุ่นจิ๋ว ที่คุณต้องหลงรัก!!
น้องอลิน-น้องอลัน /  โอปอล์ ปาณิสรา / 

  อะไรจะน่ารักเบอร์นั้น!! สำหรับทายาทคนบันเทิงที่ทำเอาบรรดาแฟนคลับทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่หลงรักไปตามๆ กัน แต่ก็ยังมีทายาทคนบันเทิงที่เป็นฝาแฝด ทั้งน่ารัก สุดแสบ สุดซน ยกกำลังสอง เรามาส่องกันดูว่าทายาทซุปตาร์ตัวน้อยๆ ที่เป็นฝาแฝดมีใครกันบ้าง   น้องอลิน-น้องอลัน ลูกฝาแฝดหญิง-ชาย ของ โอปอล์ ปาณิสรา และ หมอโอ๊ค สมิทธิ์ ที่คลอดเมื่อวันที่ 28 ก.ย.58 ด้วยอายุเพียงแค่ 1 ขวบ น้องอลิน-น้องอลัน ก็มีแฟนคลับที่คอยติดตามอย่างมากมาย และแม้ น้องอลิน แฝดสาวผู้พี่จะเจอปัญหาโรคลิ้นหัวใจรั่วจนต้องทำการักษาอยู่เป็นระยะๆ แต่ความน่ารักของทั้งคู่ที่ แม่โอปอล์-พ่อโอ๊ค คอยอัพเดทให้แฟนๆ ได้เห็นว่า น้องอลิน-น้องอลัน น่ารักขนาดไหน ทำให้ทั้งคู่เป็นแฝดตัวน้อยที่มีแฟนคลับมากที่สุดเลยก็ว่าได้ น้องอลิน-น้องอลัน   น้องอลิน-น้องอลัน   น้องอลิน-น้องอลัน   โอปอล์ หมอโอ๊ค น้องอลิน น้องอลัน     น้องบีน่า-น้องบรู๊คลิน ลูกสาวและลูกชายฝาแฝดสุดที่รักของ นานา ไรบีนา และ เวย์ ไทเทเนี่ยม ที่นับวันยิ่งโตก็ยิ่งฉายแววน่ารักและฉายแววเก่งตั้งแต่เด็ก จนทำให้เพื่อนสนิทของคุณแม่นานาอย่าง น้าเจี๊ยบ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ หลงรักและเอ็นดู บีน่า-บรู๊คลิน สองแฝดนี้อย่างหนักกันเลยทีเดียว น้องบีน่า-น้องบรู๊คลิน   น้องบีน่า-น้องบรู๊คลิน   น้องบีน่า-น้องบรู๊คลิน   น้องบีน่า-น้องบรู๊คลิน   นานา เวย์ น้องบีน่า-น้องบรู๊คลิน     น้องฌานา-น้องฌารีณ ลูกสาวฝาแฝดของนักแสดงมากฝีมืออย่าง พ่อเอ็ม อภินันท์ กับ แม่มิลค์ บุสกร ที่ทั้งคู่น่ารักซะจนคุณพ่อเห่อลูกสาวฝาแฝดตั้งแต่เกิด อัพเดทภาพและคลิปของลูกสาวในอินสตาแกรมกันแบบรัวๆ แถมทำงานเสร็จปุ๊บ พ่อเอ็ม ก็ไม่ยอมเถลไถลรีบเดินทางกลับไปหาสองสาวสุดที่รักอย่างไวกันเลยล่ะค่า น้องฌานา-น้องฌารีณ   น้องฌานา-น้องฌารีณ   พ่อเอ็ม-น้องฌานา-น้องฌารีณ   พ่อเอ็ม-แม่มิลค์-น้องฌานา-น้องฌารีณ     น้องลุค-น้องไซม่อน ลูกชายฝาแฝดของนักแสดงรุ่นใหญ่ อุ้ย สุธิตา กับสามีลูกครึ่งสวิสเซอร์แลนด์-ฮังการี ทิม โบดา ที่ห่างหายจากวงการไปนานตั้งแต่ปี 2547 และกลับมาเล่นละครอีกครั้งในปี 2555 ซึ่งบอกเลยว่าลูกชายทั้ง 2 หนุ่ม กำลังน่ารักน่าชังมากๆ เลยจ้า น้องลุค-น้องไซม่อน   น้องลุค-น้องไซม่อน   น้องลุค-น้องไซม่อน   น้องลุค-น้องไซม่อน   อุ้ย สุธิตา-น้องลุค-น้องไซม่อน     น้องมาร์กซ์-น้องเหมาลูกชายฝาแฝดคนเก่งของนักร้องสาว บัวชมพู ฟอร์ด ที่สาวเจ้าขอพักงานในวงการบันเทิงไปดูแลลูกชาย กับสามีนักธุรกิจ ช้าง สมประสงค์ ซึ่งงานนี้นอกจากลูกชายฝาแฝด น้องมาร์กซ์ และ น้องเหมา จะน่ารักโดนใจพี่ป้าน้าอาแล้ว น้องแมตต์ ลูกชายคนโตของบ้านนี้ก็ยังฉายแววหล่อไม่เบา เรียกว่าหล่อยกบ้านกันเลยล่ะค่า!! น้องมาร์กซ์-น้องเหมา   น้องมาร์กซ์-น้องเหมา   น้องมาร์กซ์-น้องเหมา   น้องมาร์กซ์-น้องเหมา   น้องแมตต์-น้องมาร์กซ์-น้องเหมา     เฮเดน-โจชัว พี่น้องฝาแฝดสุดแสบของวงการบันเทิง ซึ่งเป็นลูกชายของ เจน พี่สาวคนสนิทที่นักแสดงหนุ่ม เติ้ล ตะวัน นับถือเป็นพี่แท้ๆ เฮเดน-โจชัว ได้ฝากความสามารถและฝีมือการแสดงละครที่น่ารักๆ และแสบซ่าให้แฟนๆ รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ได้เห็นกันมาแล้วหลายเรื่อง สองหนุ่มจิ๋วแต่แจ๋วนี้นับว่าเป็นแฝดมหัศจรรย์ของวงการบันเทิงในขณะนี้เลยก็ว่าได้!! เฮเดน โจชัว   เฮเดน โจชัว   เฮเดน โจชัว   เฮเดน โจชัว   ขอบคุณภาพจาก FB Oui Sutita, Tim Alexander Boda, IG m_apinan, buachompoosahavat, mattmarxmao, opalpanisara, tletawan

ละครบัลลังก์ดอกไม้ , เรื่องย่อบัลลังก์ดอกไม้
ละคร บัลลังก์ดอกไม้ /  เรื่องย่อ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ / 

บัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย : คีตาบทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวีกำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอกออกอากาศทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละคร บัลลังก์ดอกไม้ พูดชมพู ฤาชุดา หรือ พุด เจ้าของไร่ดอกเล็ก ๆ นาม อุ่นรัก ต้องเข้าไปมีเอี่ยวกับตระกูลธุรกิจพันล้านอย่างสัตยารักษ์โดยไม่ตั้งใจ เมื่อ ปู่เล็ก ผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับ ขอร้องให้เธอช่วยดัดนิสัย อนาวินทร์ หรือ วิน สัตยารักษ์ หลานชายคนเดียวของเขา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจ และร้ายกาจ ให้พร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของตระกูล โดยกำหนดให้สาวห้าวชาวไร่อย่างพุดชมพู มาร่วมบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างสัตยาอสังหา และส่งคุณชายเทวดาอย่างอนาวินทร์ ไปทำงานที่ไร่อุ่นรักเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อแลกกับสิทธิในการรับมรดกพินัยกรรมประหลาดนี้ สร้างความไม่พอใจให้อนาวินทร์ ผู้มีปมฝังใจว่าปู่ไม่รัก และทิพนาถ แม่เลี้ยงที่เอาแต่เสวยสุขบนกองเงินของสัตยารักษ์อย่างมาก ทั้งคู่มองว่าพุดชมพูเป็นศัตรูตัวร้ายที่จะมาแย่งสมบัติของตระกูลไป ละคร บัลลังก์ดอกไม้ เพียงแค่วันแรกที่พุดชมพูเข้ามาอยู่ในบ้านสัตยารักษ์ เธอก็เปิดศึกกับอนาวินทร์ที่โต๊ะอาหารจนบ้าน แทบแตก เล่นเอาบรรดาคนรับใช้ที่ไม่เคยเห็นใครกล้าขัดใจคุณชายของบ้านต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน ยังดีที่พุดชมพูมีทนายาหนุ่มประจำตระกูลสัตยารักษ์อย่าง ทรงรบ คอยช่วยดูแล และเบรกเหตุการณ์ไว้ ฝ่ายอนาวินทร์ก็มี การันต์ ลูกกำพร้าที่ปู่เล็กเก็บมาเลี้ยงให้เป็นเพื่อนหลานชาย คอยเป็นเพื่อนคู่คิด และรองรับความโกรธ ขณะที่ทิพนาถก็มี ชวกร หนุ่มคู่ขารุ่นลูกคอยพาไปแก้เซ็งที่บ่อนไฮโซ ซึ่งกลับยิ่งทำให้เธอเครียดหนักเพราะเสียเงินก้อนโต จนต้องหาทางออกโดยการให้ชวกรแอบใช้ตำแหน่งฝ่ายบัญชีของสัตยาอสังหา ซึ่งได้มาด้วยบารมีของทิพนาถ แอบยักยอกเงินออกจากบริษัท เมื่อเห็นท่าว่าจะต้องรับศึกหนัก พุดชมพูจึงขอร้องให้ ช่อม่วง เพื่อนซี้สาวนักบัญชีมาทำงานเป็นเลขาของเธอที่สัตยาอสังหา หนอนหนังสือช่างฝันอย่างช่อม่วง จึงได้มาทำงานกับหนุ่มตึ๋ผู้เคร่งเครียดกับงาน และจริงจังกับชีวิตแบบเกินร้อยอย่างทรงรบ กลายเป็นคู่คิดที่เข้าขาแต่ไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไร พุดชมพูเริ่มต้นปฏิวัติสัตยารักษ์ ด้วยการออกกฎให้คนรับใช้มีวันหยุดสัปดาห์ละหนึ่งวัน รวมทั้งไม่ต้องออกมารับใช้เจ้านายหลัง 4 ทุ่ม ทำเอาทั้งอนาวินทร์ และทพนาถอาละวาดฟาดงวงฟาดงาใหญ่โต แต่พุดชมพูไม่สะทกท้าน และอ้างความชอบธรรมจากพินัยกรรมที่ให้เธอเป็นผู้ดูแลบ้านสัตยารักษ์ สองแม่ลูกจึงได้แต่เก็บความโกรธไว้เป็นคลื่นใต้น้ำ และเริ่มวางแผนเล่นงานพุดชมพู อนาวินทร์ให้การันต์สืบเรื่องของพุดชมพู จนได้รู้ความลับว่าเธอกลัวความมือ เขาจึงวางแผนจัดงานเลี้ยงต้อนรับพุดชมพู และแกล้งดับไฟในห้องจัดเลี้ยงจนมืดสนิท หมายจะได้เห็นผู้บริหารใหม่ที่เขาเรียนกว่า ยัยพุดเน่า นั่งร้องไห้ตัวสั่นงันงก แต่เรื่องกลับผิดภาคเมื่อเพื่อนรักอย่างการันต์เข้าไปช่วยพุดชมพูไว้ไม่ให้ต้องอับอายต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท อนาวินทร์โกรธที่เพื่อนหักหลัง แม้เขาจะให้อภัยการันต์ที่แก้ตัวว่าทำไปเพราะความไม่รู้ว่าไฟจะดับตอนนั้น แต่เรื่องนี้ก็จุดประกายความสงสัยในเขตนาของการันต์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เดินหน้ากวนประสาทผู้คุมกฎบ้านอย่างพุดชมพูต่อ ด้วยการพาสาว ๆ มาเสพสุขที่บ้านไม่ซ้ำหน้า และทุกครั้งเขาจะต้องมาเคาะประตูห้องพุดชมพู ทำเป็นเด็กดีมารยายงานด้วยอยู่เสมอ พุดชมพูจึงได้กลับด้วยการจัดฉากเอากล้องวิดีโอพร้อมอุปกรณ์อย่าง โซ่ แส้ กุญแจมือ มาซ่อนแบบไม่เนียนไว้ในห้องอนาวินทร์ทำเอาสาวรายล่าสุดที่อนาวินทร์พามา ต้องเปิดแน่บพร้อมกระจายข่าวลือว่าอนาวินทร์เป็นพวกกามวิตถารเหตุการณ์นี้ทำให้อนาวินทร์แอบติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้อง เพื่อจับพุดชมพูที่อาจแอบมาทำอะไรพิสดารในห้องเขาอีก ระเบิดลูกต่อมาเกิดขึ้น เมื่อยนาวินทร์จัดงานปาร์ตี้ในบ้านอย่างที่ทำเป็นประจำทุกเดือน เสียงเฮฮาลั่นบ้านจนดึกดื่นนั้น ทำให้ความอดทนของสาวชาวไร่ที่มักเข้านอนแต่หัวค่ำขาดฝัง พุดชมพูสั่งยุติงานปาร์ตี้ทันที การปรากฏตัวของเธอ ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งท่ามกลางชุดสวยหรูของบรรดาเพื่อนฝูงอนาวินทร์ ยังไม่สร้างความแตกตื่น และประหลาดใจเท่ากับอาการใบ้กินของคุณชายของบ้านที่ไม่เคยยอมใคร แม้ วาธิณี หรือ หวาย เพื่อนสาวคนสนิทที่ประกาศกับใครต่อใครว่าเป็นแฟนอนาวินทร์ จะพยายามยุชายหนุ่มให้จัดการกับพุดชมพู แต่ก็ไม่เป็นผล แม้แขกเหรื่อจะวงแตกแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ความโกรธที่ถูกหักหน้าก็ยังไม่ลดลง อนาวินทร์ นึกถึงคำยุของการันต์ที่ให้จัดการรวบหัวรวบหางพุดชมพู เพื่อเขาจะได้ทั้งเมียได้ทั้งสมบัติความคิดบ้า ๆ เสริมแรงด้วยฉากรักตบจูบในทีวีที่เขาเปิดไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา ทำให้อนาวินทร์เกิดลูกบ้าบุกปล้ำพุดชมพู เจ้าของไร่อุ่นรักต้องเรียกสติชายหนุ่มด้วยการประเคนแจกันฟาดหัวเขาจนเลือดอาบ และก็เป็นเธอเองที่พาหนุ่มพันธุ์หมาบ้าที่กลายเป็นเหมาจ๋อยไปทำแผลที่โรงพยาบาล ละคร บัลลังก์ดอกไม้ การยอมหักไม่ยอมงอของพุดชมพูอาจจะเป็นที่ถูกใจคนที่เกลียด และกลัวอนาวินทร์ แต่ไม่ใช่สำหรับ ป้านุ่ม คนรับใช้เก่าแก่ของบ้านที่เลี้ยงอนาวินทร์มาตั้งแต่เด็ก หลังเหตุการณ์หลายปาร์ตี้ ป้านุ่มขอร้องพุดชมพูให้เห็นใจคุณหนูของเธอด้วย เพราะลึก ๆ แล้ว อนาวินทร์เป็นคนขาดความรัก เนื่องจากแม่แท้ ๆ เสียชีวิตตั้งแต่คลอดเขาออกมา ส่วนพ่อก็มาจากไปอีกคนตั้งแต่เขายังเด็ก เหลือก็แต่ปู่เล็กที่มัวยุ่งกับบริษัท จนไม่มีเวลาให้หลานชาย กับแม้เลี้ยงอย่างทิพนาถที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง พุดชมพูได้ฟังก็รู้สึกเห็นใจ และเข้าใจคุณหนูอารมณ์ร้ายขึ้นมาบ้าง เธอจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อนในการทำให้คุณชายไฮโซยอมตามเธอไปเป็นคนงานไร่ วันหนึ่งขณะที่อนาวินทร์จะขับรถไปทำงาน พุดชมพูก็จัดแจงยัดเยียดตัวเองไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถ และใช้เวลาตลอดระยะทางจากบ้านถึงสัตยาอสังหาในการเจรจาสงบศึกกับอนาวินทร์ พร้อมแสดงความจริงใจโดยยื่นข้อเสนอว่าหากอนาวินทร์ทำงานที่ไร่ได้ครบสามเดือน เขามีสิทธิขอรางวัลจากเธอหนึ่งอย่าง อนาวินทร์เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไป และดูจริงใจของพุดชมพู จึงตกลงใจลองรับข้อเสนอ สมาชิกไร่อุ่นรักต้อนรับอนาวินทร์ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป สาวใหญ่อารมณ์ดีอย่าง ภัทรา แม่ของพุดชมพู ที่รู้จักลูกสาวดีว่าเก่งพอที่จะเอาชนะอุปสรรคด ๆ ได้เสมอ ก็ยังอดเป็นกำลังไม่ได้กับการจับคุณชายเทวดามาเป็นคนงานไร่ ข้างฝ่าย จิระ หรือ โจ้ เพื่อนสนิทอีกคนของพุดชมพูนั้น มองอนาวินทร์อย่างไม่ไว้ใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโจ้แอบชอบพุดชมพูมานาน แม้จะรู้ว่าเขาไม่อาจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนที่หญิงสาวมอบให้ได้ เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวง และห่วง เมื่ออนาวินทร์เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตพุดชมพู ฝ่ายจิตรา น้าสาวก็อดกรี๊ดกร๊าดกับหน้าตาที่หล่อเหลาของอนาวินทร์ และแอบจับคู่จิ้นให้กับหลานสาวของเธออนาวินทร์ต้องปรับตัวกับชีวิตชาวไร่ไม่น้อย ทุกครั้งที่เขาดื้อหรืออิดออด พุดชมพูที่จับจุดได้ว่าเขาเป็นพวกไม่ยอมแพ้ ก็จะแกล้งสบประมาทจนชายหนุ่มเกิดลูกฮึดจะเอาชนะ และตกหลุมพรางเจ้าของไร่อยู่เสมอพุดชมพูเริ่มสังเกตเห็นอีกด้านหนึ่งของอนาวินทร์ วิธีที่เขาปฏิบัติกับแม่ของเธออย่างเคารพ ทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนไม่เห็นหัวคนอื่นอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ รวมทั้งการตั้งใจเรียนรู้ และทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใคร ๆ คิด จะมีก็แต่ความปากเสียเท่านั้นที่อนาวินทร์ดูจะรักษาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ละคร บัลลังก์ดอกไม้ นอกจากพุดชมพู และจีระแล้ว อนาวินทร์ยังมีพี่เลี้ยงคนสำคัญอีกคนหนึ่งคือ ลุงหมาย หัวหน้าชมรมอนุรักษ์กล้วยไม้ป่า ซึ่งดูจะเอ็นดู และเข้าใจคนหนุ่มเลือดร้อนเป็นอย่างดีวันหนึ่งลุงหมายชวนพุดชมพู อนาวินทร์ และจิระไปดูที่ทำการชมรมหลังใหม่ซึ่งตั้งอยู่บนเขา ตอนเย็นขากลับฝนตกหนัก ทำให้รถติดหลัมโคลน ลุงหมายกับจิระอาสาเดินไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ทิ้งพุดชมพูกับอนาวินทร์ไว้เฝ้ารถ หญิงสาวนั่งมองสายฝนแล้วคิดถึงวันที่พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เธอเล่าเรื่องที่ตัวเองต้องพยายามตั้งหลัก และลุกขึ้นสานฝันของพ่อให้ชายหนุ่มฟัง โดยไม่ได้คิดอะไรมากกว่าแค่อยากแบ่งปันเรื่องในอดีตที่ยังชัดเจนอยู่ในใจ แต่มันทำให้อนาวินทร์มองเธอเปลี่ยนไป เขานึกเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า และสงสัยว่าเธอเอาความเข้มแข็งแบบนั้นมาจากไหนกันหนอ แม้อนาวินทร์จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ความรู้สึกภายในใจเขาก็สะท้อนออกมา เมื่อเขาถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกคลุมหัวให้พุดชมพูไม่เปียกฝน สายฝนที่เริ่มซาสวนทางกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อขึ้นในใจของทั้งสองคน การตากฝนวันนั้นทำให้อนาวินทร์รู้สึกว่ากำลังจะเป็นไข้ ระหวางเดินหายากินอยู่ในครัว เขาเห็นพุดชมพูเดินเข้าห้องเก็บของ และถูกจิตราล็อคไว้ในนั้นโดยไม่ตั้งใจ ด้วยความหมั่นไส้ศัตรูคู่กัด อนาวินทร์จึงคิดจะปล่อยพุดชมพูไว้เผชิญกับความมืดที่เธอหวาดกลัว เขากลับเข้าห้องมานอนพัก เพียงเพื่อจะพบว่าตัวเองไม่อาจหลับได้อย่างสบายใจ เขาตัดสินใจเดินไปดูที่ห้องเก็บของ และหัวใจวูบลงเมื่อได้ยินเสียงสะอึ้นเบา ๆ จากาภยใน เขารีบหากุญแจมาเปิดประตูให้ แต่ทันทีที่พุดชมพูออกมาได้ เธอกลับคิดว่าเขาจงใจแกล้งเธอ เลยต่อว่าเขาอย่างรุนแรงอนาวินทร์ทั้งโกรธทั้งเจ็บปวด เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่ใคร ๆ มักมองว่าเรื่องเลว ๆ ต้องเป็นฝีมือเขา เหมือนในอดีตที่ปู่ตำหนิเขาอย่างรุนแรงในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ กลายเป็นปมสำคัญในใจของอนาวินทร์ ว่าเขาไม่เคยได้รับความเชื่อใจจากใครเลย แต่เย็นวันนั้นเองพุดชมพูได้รู้ความจริงว่าจิตราเป็นคนล็อคเธอไว้ในห้องเก็บของ พุดชมพูรู้สึกผิดที่ต่อว่าอนาวินทร์ทั้งที่เขาเป็นคนช่วยเธอไว้ เธอไปหาอนาวินทร์เพื่อขอโทษเลยได้รู้ว่าชายหนุ่มนอนซมด้วยพิษไข้ถึงขั้นไม่ได้สติ พุดชมพูรีบเช็ดตัวให้ และคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ จนชายหนุ่มรู้สึกตัว พุดชมพูเอ่ยขอโทษที่เข้าใจเขาผิด ขณะที่อนาวินทร์ก็ขอบคุณที่เธอดูแลเขาอย่างดี แม้จะนอนซมเพราะพิษไข้ ชาหยนุ่มก็พอรู้ว่าพุดชมพูคอยเช็ดตัวเขาเพื่อลดความร้อนอยู่เกือบทุกชั่วโมง ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงต้องมาเยี่ยมพุดชมพูกับอนาวินทร์เกือบทุกสัปดาห์ เพื่อให้ผู้บริหารทั้งสองเซ็นเอกสารของบริษัท วันหนึ่งทั้งสองมาปรากฏตัวที่ไร่อุ่นรักพร้อมวาธิณี ซึ่งเวียนไปหาอนาวินทร์ที่บริษัทหลายครั้ง แต่ไม่เจอตัว เธอจึงตามทนายหนุ่มมาหาอนาวินทร์ถึงไร่ และเริ่มปิดฉากกระรานพุดชมพู จิระทั้งรำคาญทั้งหมั่นไส้สาวไฮโซเลยออกมาปะทะคารมกับวาธิณีแทน พุดชมพูอาศัยจังหวะชุลมุนหนีไปประชุมเทศกาลดอกไม้ในตัวเมือง โดยมีอนาวินทร์ติดตามไปด้วย เพียงแต่คราวนี้เขาอาสาเป็นคนขับแทนที่จะนั่งเป็นคุณชายเหมือนทุกครั้ง ชายหนุ่มไปนั่งรอพุดชมพูที่ร้านกาแฟกึ่งเกลลอรี่แห่งหนึ่ง เขาหยุดมองภาพถ่ายใบหนึ่งด้วยความสนใจภาพของพุดชมพูในชุดนักเรียนมัธยมยืนกอดช่อเบญจมาศ ในภาพนั้นเธอผมยาว บุคลิกช่างแตกต่างจาพุดชมพูในปัจจุบัน อนาวินทร์มองดวงตาที่ยิ้มสดใสนั้นราวต้องมนต์สะกด แต่แล้วเสียงร้องไห้ช่วยจับขโมยก็ปลุกเขาจากภวังค์ อนาวินทร์ช่วยจับตัวขโมยไว้ได้ แต่แล้วก็นึกสะท้อนใจเมื่อสิ่งที่ชายมอซอคนนั้นขโมยมาเป็นแค่กับข้าวถุงหนึ่งเท่านั้น อนาวินทร์จึงควักเงินซื้อข้าวถุงนั้นให้ขโมย โดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาของพุดชมพูแอบมองมุมอ่อนโยนของคุณชายแห่งสัตยารักษ์อยู่ เมื่อทำงานที่ไร่อุ่นรักครบสามเดือน อนาวินทร์ทวงรางวัลที่พุดชมพูสัญญาว่าจะให้ เขาไม่ได้เอ่ยปากบอกสิ่งที่ต้องการ แต่ก้นลงจูบพุดชมพูในสวนสวยหลังบ้าน ข้างแนวต้นพุดชมพู ต้นไม้ที่อนารินทร์เคยมองว่าไม่มีเสน่ห์ แต่วันนี้มันสวยจับใจ หลังจากคืนนั้น อนาวินทร์ก็คอยตามติดพุดชมพูไม่ห่าง จนจิระเริ่มจับตาอย่างไม่ไว้ใจ เขาพยายามเข้ามาเป็นก้างขวางคอ ไม่ให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง จนเริ่มจะผิดใจกับอนาวินทร์ แต่ก็มีบางวันที่สามเส้ากลายเป็นสี่เส้าเมื่อวาธิณีมาร่วมวงด้วย ซึ่งกลับทำให้จิระต้องจัดการกับวาธิณีแทน จนวันหนึ่งที่จิระแอบเห็นพุดชมพูกับอนาวินทร์หยอกล้อกันในเรือนเพาะกล้า จิระเห็นแววตาของพุดชมพูที่มองชายหนุ่มแล้วก็ได้แต่ถอยออกมาเงียบ ๆ คืนนั้นสมาชิกไร่อุ่นรักยกขบวนกันไปร่วมงานเลี้ยงของเพื่อนบ้านลุงหมายหมักเหล้าสาโทไว้โอ่งใหญ่ เหล้าเถื่อนนี่เองเป็นสื่อกลางให้อนาวินทร์กับจิระได้เปิดใจคุยกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงทำงานกันอย่างเข้าขา จะขัดขากันบ้างก็เรื่องที่ทรงรบชอบมองช่อม่วงเป็นสาวเพ้อฝันไม่อยู่กับความจริง แถมยังกินจุผิดผู้หญิงทั่วไป แต่ช่อม่วงก็ค่อย ๆ แสดงให้ทรงรบเห็นทีละนิดว่าเธอทั้งฉลาดแถมมีสายตาแหลมคมอ่านคนได้ขาด ช่อม่วงพบหลักฐานว่าชวกรยักยอกเงินบริษัทไปก้อนใหญ่ ทรงรบจึงโทรตามพุดชมพูกลับมาจัดการ พุดชมพูไล่ชวกรออกจากบริษัทโดยไม่บอกอนาวินทร์ เพราะเชื่อว่าทิพนาถน่าจะมีส่วนรู้เห็นจึงไม่อยากให้อนาวินทร์ลำบากใจ ทิพนาถ และชวกรแค้นจัด คิดหาทางกำจัดพุดชมพูออกไปจากสัตยารักษ์ เช่นเดียวกับการันต์ที่เริ่มสังเกตท่าทีของอนาวินทร์กับพุดชมพู แม้การันต์จะโตมากับอนาวินทร์แต่การันต์รู้สึกเก็บกดที่กลายเป็นคนไม่มีตัวตนเมื่ออยู่กับอนาวินทร์ ไม่มีใครเห็นคุณค่าเด็กกำพร้าอย่างเขา เมื่อเทียบกับทายาทสัตยารักษ์ ความอิจฉากลายเป็นความเกลียดชัง เขาเกลียดที่เห็นอนาวินทร์มีความสุขการันต์ยุให้พุดชมพูผิดใจกับอนาวินทร์ด้วยการบอกเธอว่า อนาวินทร์คิดจะหลอกจีบเธอเพื่อให้ได้มรดกง่ายขึ้นด้านหนึ่ง พุดชมพูก็หวั่นไหวกับสิ่งที่ได้ยิน แต่อึกใจนึง เธอเริ่มรู้สึกว่าการันต์ไม่น่าไว้ใจ คืนหนึ่งพุดชมพูได้รับโทรศัพท์ด่วนจากจิระ บอกว่าเกิดไฟไหม้ที่โรงเรียนเพาะพันธุ์ไม้ พุดชมพูตกใจมือไม้สั่น เพราะในโรงเรียนนั้นมีต้นไม้ตัวแทนของพ่อผู้ล่วงลับอยู่ อนาวินทร์อาสาขับรถพาเธอกลับไร่ทันทีระหว่างทางก็คอยกุมมือเธอเพื่อให้กำลังใจ เมื่อไปถึงพุดชมพูเข่าอ่อน มองโรงเรือน และต้นไม้ของพ่อที่เหลือแต่ซากด้วยใจสลายเธอเป็นลล้มพับไปตรงนั้น อนาวินทร์รีบพาเธอไปโรงพยาบาล และคอยดูเธอไม่ห่างจิระมาแจ้งว่าตำรวจสงสัยว่าเป็นการวางเพลิง แถมพูดทำนองสงสัยว่าอนาวินทร์เป็นตัวการ อนาวินทร์มีปากเสียงกับจิระ จนพุดชมพูต้องระงับศึก และบอกจีระว่า เธอเชื่อใจอนาวิณทร์ว่าจะไม่ทำอะไรลอบกัดแบบนี้ อนาวินทร์หัวใจพองโตที่หญิงสาวเชื่อใจเขา ระหว่างนั้นทางจังหวัดจัดงานเทศกาลดอกไม้ประจำปี และมีกิจกรรมไฮไลท์เป็นการประกวดหนุ่มดอกไม้ พุดชมพูใช้ไม้เดิมคือสบประมาทอนาวินทร์ จนเขารับคำท้าเข้าประกวด ชายหนุ่มคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ตามที่คุยไว้ ด้วยการเล่นกีตาร์ร้องเพลงที่ฝากความในใจไปถึงพุดชมพู แถมยังประกาศบนเวทีว่าเข้าประกวดในฐานะแฟนเจ้าของไร่อุ่นรัก เล่นเอาตะลึงกันไปทั้งบาง รวมทั้งวาธิณีที่มาดูการประกวดด้วย วาธิณีไปอาละวาดใส่พุดชมพู แต่อนาวินทร์ออกมาปกป้อง และบอกวาธิณีให้เลิกยุ่งกับเขา จีระช่วยลากวาธิณีออกไป และเตือนสติให้เธอยอมรับความจริง ซึ่งลึก ๆ แล้ว เขาก็เดือนตัวเองแบบนั้นเช่นกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เกณฑ์คนงานของสัตยาอสังหา สร้างโรงเรือนใหม่ที่เขาออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างด้วยตัวเอง ระหว่างกำลังง่วนกับงานป้านุ่มโทรศัพท์มาหา อนาวินทร์นึกรำคาญที่ป้านุ่มชอบโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่รับสาย แต่แล้ววันรุ่งขึ้น เขากลับได้รับข่าวร้ายว่าป้านุ่มเสียชีวิต เพราะฝึกมือโจรที่บุกบ้านกลางดึก อนาวินทร์แทบล้มทั้งยืน ป้านุ่มที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เขามี ตำรวจตรวจดูกล้องวงจรปิดหน้าบ้านเห็นคนสวมเจ๊กเก็ต และหมวกปิดบังใบหน้าเดินเข้า และออกจากบ้านในเวลาใกล้เคียงกับที่ป้านุ่มเสียชีวิต แต่ หมวดจัดวา เจ้าของคดีแอบกระซิบอนารินทร์ว่าเขาสงสัยคนในบ้านมากกว่า เพราะกล้องวงจรปิดบริเวณถนนใกล้เคียงไม่มีภาพชายคนนี้เลย หลังงานศพป้านุ่ม อนาวินทร์บังเอิญพบลูกค้าคนสำคัญคนหนึ่งของสัตยาอสังหาภายนอกบริษัท ลูกค้าถามถึงข่าวลือที่อนาวินทร์จะทิ้งบริษัทหันไปทำไร่ อนารินทร์สอบถามที่มาของข่าวลือจนได้รู้ว่า คนใกล้ตัวกำลังจ้องทำลายเขาอยู่ พุดชมพูเรียกทิพมาถมาทวงถามถึงการใช้หนี้ที่ชวกรโกงบริษัทไป เมื่อชวกรรู้ก็ยิ่งโกรธ และส่งคนไปดักทำร้ายพุดชมพู โชคดีที่ทรงรบ และช่อม่วงอยู่ในเหตุการณ์จึงช่วยกันเอาตัวรอดมาได้ ระหว่างที่ทั้งสามกำลังปรึกษาหาตัวต้นเหตุอยู่นั้น อนาวินทร์เข้ามากับการันต์พร้อมรูปถ่ายหลายใบ ที่การันต์อ้างว่าเป็นหลักฐานว่าพุดชมพูกับทรงรบรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้งคู่อาจสมคบกันหลอกอนาวินทร์ ทิพนาถกับชวกรเองก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมหลักฐานว่าพุดชมพูยักยอกเงินของบริษัท พุดชมพูพยายามอธิบาย แต่ชายหนุ่มไม่ยอมฟัง แถมไล่พุดชมพูให้เก็บของออกไปจากบ้านสัตยารักษ์ ก่อนไปพุดชมพูมอบจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงเธอให้อนาวินทร์ไว้อ่าน เพื่อให้เขาเข้าใจเจตนาดีของปู่ และได้รู้ว่าที่จริงแล้ว ปู่รักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน พุดชมพูกลับไร่ด้วยสภาพเหมือนคนใจสลาย เธอยอมรับกับตัวเองแล้วว่าชอบอนาวินทร์ ฝ่ายอนาวินทร์เองก็ไม่ต่างกันนัก เขาคิดถึงพุดชมพู จึงมานั่งย้อนดูภาพในกล้องวงจรปิดที่เขาแอบติดไว้ในห้องเผื่อมันจะมีภาพของพุดชมพูบ้าง แต่เขากลับพบหลักฐานสำคัญว่าใครเป็นคนฆ่าป้านุ่ม ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบมาหาอนาวินทร์เพื่อบอกเรื่องสัญญาลับ ที่พุดชมพูเซ็นไว้ก่อนเข้าทำงานกับสัตยารักษ์ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าหากเธอแต่งงานกับอนาวินทร์ เธอจะไม่มีส่วนในสมบัติใด ๆ ของสัตยารักษ์ทั้งสิ้น รวมทั้งอนาวินทร์ยังต้องบริจาคเงินมรดกสามสิบเปอร์เซ็นต์เข้าการกุศลด้วย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พุดชมพูคิดจะหลอกทายาทของสัตยารักษ์ อนาวินทร์อ่านจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงพุดชมพู และปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องเป็นผู้นำสัตยารักษ์แทนปู่ให้ได้ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาในที่ประชุมผู้บริหารสัตยาอสังหา อนาวินทร์ประกาศไล่การันต์ออกจากตำแหน่งรองกรรมการ เขาแสดงหลักฐานที่ได้มาจากการว่าจ้างช่อม่วงอย่างลับ ๆ ว่าการันต์มีส่วนในการร่วมกับชากรปลอมแปลงเอกสารเพื่อใส่ร้ายพุดชมพู อนาวินทร์ยังมีข้อมูว่า การันต์ปล่อยข่าวลือทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัท และส่งลูกค้าของสัตยาอสังหาไปให้บริษัทคู่แข่งที่การันต์แอบถือหุ้นไว้ อนาวินทร์ยังเชิญตำรวจมาจับตัวการันต์ฐานฆาตกรรมป้านุ่ม โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่อนารินทร์แอบติดไว้ในห้องนอนของเขาว่าทั้งสองทะเลาะกันก่อนที่ป้านุ่มวิ่งหนีออกจากห้อง และจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นไม่กี่วัน การันต์ได้ประกันด้วยออกไป เมื่ออนาวินทร์รู้ข่าวก็นึกเป็นห่วงพุดชมพู จึงชวนทรงรบกับช่อม่วงไปที่ไร่ แต่การันต์ไปถึงก่อน และจับตัวพุดชมพูไว้เป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ที่จะใช้หลบไปอยู่ต่างประเทศ และต้องการให้อนาวินทร์ถอนฟ้อง การันต์บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจฆ่าป้านุ่ม แต่ป้านุ่มแอบได้ยินตอนที่เขาคุยโทรศัพท์เรื่องจ้างคนไปเผาโรงเรียนของพุดชมพู เขาพยายามจะให้เงินแลกกับการปิดปากแต่ป้านุ่มไม่ยอมคุยด้วย การันต์จึงแกล้งให้ป้านุ่มเข้าใจผิดว่าอนาวินทร์กลับมาที่บ้าน เมื่อป้านุ่มมาที่ห้องของอนาวินทร์ก็พบการันต์รออยู่ ป้านุ่มด่าการันต์ที่อกตัญญูต่อบ้านสัตยารักษ์ เขาพลั้งมือฆ่าป้านุ่มเพราะความโกรธ เลยจัดฉากให้ดูเหมือนขโมยเข้าบ้าน ระหว่างนั้น พุดชมพูหลอกดึงความสนใจของการันต์ อนาวินทร์อาศัยจังหวะนั้นโดดเข้ารวบตัวการันต์ไว้ ขณะที่ทรงรบเข้าแย่งปืนไว้ได้ แต่การันต์ใช้มีดที่ซ่อนไว้ฟันอนาวินทร์ โชคดีที่ชายหนุ่มหลบทันจึงไม่โดนจุดสำคัญ การันต์คิดจะซ้ำ หมายเอาชีวิตทายาทสัตยารักษ์ แต่ลุงหมายกับชาวบ้านมาช่วยพร้อมปืนหลายกระบอก การันต์จึงสิ้นฤทธิ์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ หลังเหตุการณ์ร้ายคลี่คลาย อนาวินทร์พยายามง้อพุดชมพู เขาเฉลยว่าตัวเองแกล้งหลงเชื่อการันต์ และไล่พุดชมพูออกจากบ้าน เพื่อกันหญิงสาวให้ห่างจากอันตรายระหว่างที่เขาเดินหน้าสืบเรื่องทั้งหมด แม้พุดชมพูจะเชื่อในความหวังดีของชายหนุ่ม แต่ความเจ็บปวดที่เธอได้รับตอนถูกขับไล่ ทำให้เธอกลัวที่จะรักอนาวินทร์แบบเต็มหัวใจ อีกทั้งเธอไม่อยากทำให้อนารินทร์ต้องลำบากใจ กับการเสียมรดกตามเงื่อนไขสัญญาลับ พุดชมพูจึงขอให้อนาวินทร์เลิกติดต่อกับเธอ เดือนต่อมา ช่อม่วงกัทรงรบ ซึ่งเพิ่งตกลงเป็นแฟนกัน ชวนพุดชมพูไปเที่ยวทะเล โดยบอกว่าเพิ่งชิงรางวัลแพ็คเกจที่พักพร้อมอาหารมาได้ ภัทราซึ่งเห็นลูกสาวซึมเศร้าเหมือนคนไร้วิญญาณมาตลอด ตั้งแต่บอกปัดอนาวินทร์ ช่วยคะยั้นคะยอให้พุดชมพูไปพักผ่อน ช่อม่วงเล่าให้พุดชมพูฟังว่า จิระไปเรียนปริญญาโทด้านเกษตรศาสตร์ และต้นถูกอาจารย์ส่งตัวไปช่วยงานกิจการอาหารปลอดสารพิษ ที่บ้านของวาธิณีกำลังเริ่มทำเพื่อทดแทนธุรกิจที่ปิดตัวไป หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง พุดชมพูกลับมาไร่ด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้นเล็กน้อย ภัทรามองหน้าช่อม่วงกับทรงรบที่ขับรถมาส่งหญิงสาวอย่างรู้กัน ภัทราให้พุดชมพูไปดูต้นไม้ใหม่ในสวน พุดชมพูเปิดประตูออกไปสวนหลังบ้าน ก็พบกับศาลาไม้ตั้งอยู่กลางแนวต้นพุดชมพู อย่างที่พ่อเธอฝันไว้ แต่ทำไม่สำเร็จ กลางศาลามีช่อดอกเบญจมาศพร้อมการ์ดใบเล็ก ๆ เขียนว่า แต่งงานกันนะ อนาวินทร์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมแหวนล้อมเพชร พุดชมพูแกล้งถามว่า ไม่กลัวเสียเงินมรดกหรือ อนาวินทร์ยิ้มรับแล้วตอบว่า มรดกที่มีค่าที่สุดที่ปู่เล็กทิ้งไว้ให้เขาก็คือพุดชมพู และเขาจะรักษามรดกชิ้นนี้ไว้ด้วยหัวใจเขาตราบนานเท่านาน ติดตามชม ละครบัลลังก์ดอกไม้ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 นักแสดงนำ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท อนาวินทร์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท พุดชมพู กวี ตันจรารักษ์ รับบท ทรงรบ มัจฉา โมซิมันน์ รับบท ช่อม่วง มาวิน ทวีผล รับบท จิระ โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท วาธินี/หวาย ภัทร ฉัตรบริรักษ์ รับบท การันต์ โกสินทร์ ราชกรม รับบท ชวกร ชนานา นุตาคม รับบท ทิพนาถ พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ป้านุ่ม ณัฐฐา ลอยด์ รับบท ภัทรา ดีใจ ดีดีดี รับบท จินรา ญาณี ตราโมท รับบท ลุงหมาย วราพรรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท วิภา สุเมธ องอาจ รับบท ทรงศักดิ์ เศรษฐา ศิระฉายา รับบท อาทิตย์/ปื่เล็ก เวนย์ ฟอลโคเนอร์ รับบท วันชัย สรัลธร คล้ายอุดม รับบท นิลลดา ขอบคุณภาพจากIG:#บัลลังก์ดอกไม้