กรมสรรพกร

เหนืออีสานกลาง ยังอากาศเย็น กทม.อุณหภูมิสูงขึ้น 2-3 องศา
กรมอุตุนิยมวิทยา /  ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา / 

กรมอุตุนิยมวิทยา เผย ภาคเหนือ อีสาน และภาคกลางตอนบน ยังคงมีอากาศเย็น - กทม.อุณหภูมิสูงขึ้น 2-3 องศาเซลเซียส กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า แต่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ยังคงมีอากาศเย็นโดยทั่วไป ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงและเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกในระยะนี้ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณภาคใต้เริ่มมีฝนลดลง ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงไป ยังคงมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณทล อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. MThai News

วิกฤตหนัก! บ่อน้ำแร่ อช.ขุนขาน แห้งสนิทเหลือแต่บ่อร้าง
ระดับน้ำ /  เขื่อนเจ้าพระยาวิกฤต

สภาพลำน้ำแม่โต๋ อุทยานแห่งชาติขุนขาน จ.เชียงใหม่ แห้งขอดจนเหลือสภาพเป็นทรายและก้อนหิน ส่งผลกระทบถึงบ่อน้ำแร่แห้งขอดตามไปด้วย วันนี้ 28 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพลำน้ำแม่โต๋ ที่เคยเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติขุนขาน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ แห้งขอดจนเหลือสภาพเป็นทรายและก้อนหิน บางช่วงมีน้ำไหลผ่านเพียงเล็กน้อยและคาดว่าจะเหือดแห้งไปทั้งหมดภายในสัปดาห์นี้ ทำให้ลำน้ำที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลายเป็นพื้นที่เลี้ยงวัวของชาวบ้านแทน ความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในปีนี้ยังทำให้น้ำอุ่นซึ่งเป็นน้ำแร่ธรรมชาติที่เคยผุดจากตาน้ำในลำน้ำแม่โต๋หายไป จนไม่สามารถสูบขึ้นมาไว้ในบ่อน้ำแร่ให้บริการนักท่องเที่ยวได้ ทำให้บรรยากาศที่อุทยานฯมีความแห้งแล้งและเงียบเหงา ทางด้านเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เปิดเผยว่า ระดับน้ำได้เริ่มลดลงในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมากระทั่งปัจจุบัน ทั้งนี้ะดับน้ำที่ลดลงแม้จะเป็นไปตามธรรมชาติของฤดูแล้ง แต่ปีนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นเร็วและระดับน้ำลดลงมากกว่าทุกปี สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้แต่หวังว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงฤดูฝน อย่างไรก็ตามแม้ลำน้ำที่ไหลผ่านอุทยานแห่งชาติขุนขานจะเหือดแห้ง แต่ก็ไม่กระทบต่อการให้บริการการท่องเที่ยว ยังคงมีกลุ่มนักท่องเที่ยวและกลุ่มลูกเสือเดินทางเข้ามาพักแรมกันเป็นระยะ โดยเฉพาะในช่วงนี้ก็ถือว่าได้อากาศที่หนาวเย็นมาทดแทน ___________________________________________________________________________________________ เขื่อนเจ้าพระยาวิกฤต น้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจจะใช้ได้อีกเพียง 173 วัน ประปาจังหวัดชัยนาท เตรียมเพิ่มจุดสูบน้ำดิบ วันนี้ (27ม.ค.) สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุดตรวจสอบระดับน้ำ ที่สถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 13.97 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ต่ำกว่าระดับวิกฤต 3 ซม. เป็นสัปดาห์ที่ 3 ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 5.96 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ ผลักดันน้ำเค็มและผลิตน้ำประปา ในจังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร การส่งน้ำเพื่อการเกษตรถูกระงับลงแล้วอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจจะใช้ได้อีกเพียง 173 วัน และจากระดับน้ำที่ยังคงต่ำกว่า 14 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าระดับหัวสูบน้ำดิบหลัก ของโรงสูบน้ำประปา ที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้นายกิตติ พุ่มศรีธร ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยนาท ต่อท่อชั่วคราวลงไปในแม่น้ำอีก 5 เมตร เพื่อให้สามารถสูบน้ำขึ้นมาผลิตประปาได้ และเปิดเผยว่า หากระดับน้ำลดต่ำลงไปอีก การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยนาทก็จะติดตั้งจุดสูบน้ำคู่ขนานเพิ่มชั่วคราวอีก 1 จุด เพื่อให้สามารถสูบน้ำดิบได้เพียงพอต่อความต้องการผลิตน้ำประปาวันละ 12,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน ให้กับประชาชนในพื้นที่ตัวเมืองชัยนาทที่มีอยู่กว่า  11,000 หลังคาเรือน MThai News

กสิกรไทย ร่วมยินดี ความสำเร็จหุ้นกู้ล็อกเล่ย์
กสิกรไทย /  ธนาคารกสิกรไทย / 

ธนาคารกสิกรไทย ร่วมยินดีกับบริาทล็อกเล่ย์ หลังประสบความสำเร็จจำหน่ายหุ้นกู้ จำนวน 1,000 ล้านบาท นายทิพากร สายพัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ได้เดินทางไปที่สำนักงานใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์ สำนักงานใหญ่ คลองเตย เพื่อเข้าแสดงความยินดีกับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ที่ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายหุ้นกู้ มีประกันบางส่วน จำนวน 1,000 ล้านบาท หลังได้ออกหุ้นกู้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ของบริษัท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ โดยมีธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้จัดจำหน่าย ซึ่งการเข้าพบครั้งนี้มีนายสืบตระกูล สุนทรธรรม (ซ้าย) กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายสุพัฒน์ กรชาลกุล กรรมการบริหาร ผู้บริหารสายงานกลุ่มการเงิน บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้การต้อนรับ สำหรับหุ้นกู้ของบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ A จากการจัดอันดับโดยบริษัท ทริส เรทติ้งส์ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

นาทีนายกฯเดือด!อารมณ์เสียใส่สื่อทั้งวัน ปมวิพากษ์รธน.(คลิป)
ทหาร /  นายกฯ / 

เผยคลิป! นายกฯ เดือดใส่สื่อฯ อารมณ์เสียตลอดวัน ปมวิพาษษ์รัฐธรรมนูญ - แต่งตั้งทหาร  เกิดกระแสหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังวานนี้ 2 ก.พ.59 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. แสดงอาการอารมณ์ฉุนเฉียวหลายครั้ง ต่อข้อซักถามของสื่อฯกรณีเรื่องร่างรัฐธรรมนูญและการแต่งตั้งทหาร โดยได้ตำหนิสื่อฯที่นำเสนอข่าวบิดเบือน และนำเสนอแต่เรื่องการเมือง ร่างรัฐธรรมนูญ และกำหนดการเลือกตั้ง โดยไม่เสนอผลงานของรัฐบาล และให้ความรู้แก่ประชาชน หากในอนาคตได้นักการเมืองไม่ดีเข้ามาบริหารประเทศ ตนจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวแล้ว เป็นเรื่องของผู้ใช้สิทธิ์ที่ต้องรับผิดชอบกันเอง ขณะที่ เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวีดีโอ ระบุตอนหนึ่ง ที่นายกรัฐมนตรีได้เกิดอารมณ์หงุดหงิดตลอดเวลาหลังตอบข้อซักถามสื่อฯ ในขณะเยี่ยมชมการแสดงผลงานประดิษฐ์และนวัตกรรม เนื่องในวันนักประดิษฐ์ และรณรงค์ป้องกันโรคมะเร็ง เนื่องในวันมะเร็งโลก ข้อความระบุว่า... พลเอกประยุทธ์ กล่าวใส่สื่อ ว่า ต้องทำงานและพัฒนาฝีมือตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพราะมีพวกยุแยงตะแคงรั่วอยู่เรื่อยๆ รำคาญ "เอาสิ ด่าผมมาเลย ไม่กลัวอยู่แล้ว ด่ามา ว่ามา แล้ววันข้างหน้า ก็คอยดูแล้วกัน ถ้าประเทศบาติมันย่อยยับไปละก็อย่ามาโทษฉัน ผมพูดทุกอย่างรู้เรื่อง เพราะอ่าน สื่ออ่านกันบ้างไหมแล้วเจอบ้างหรือไม่สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำดีๆ ไว้ อ่านกันหรือเปล่า ตอบมาสิ" เมื่อมาถึงตรงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เรียกหาโทรศัพท์เพื่อเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกล่าวว่า "ขอสู้กันสักตั้ง ไม่รู้จะส่งกันมาทำไม ส่งมาเพื่ออะไร จะให้ฉันทำอะไร ถ้าคิดกันแค่นี้อย่ามาเป็นสื่อ ไปเป็นอะไรก็ได้ จะส่งมาทำไมวะ" เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าเป็นเรื่องอะไร จึงทำให้นายกฯ โมโหได้ขนาดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบโต้ทันทีว่า " โง่ ก็ไปหาเอาเอง คำตอบน่ะ พวกเธอฉลาดกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ฉันจะส่งให้คนที่มันไม่ฉลาดอ่าน เธอฉลาดแล้วไม่ต้องอ่าน "ไม่ต้องเสนอรูป เสนอภาพฉันก็ได้ มันไม่เกิดประโยชน์ การทำเพื่อชาติบ้านเมือง มันลำบากนักก็ไม่ต้องทำหรอกวะ ล้วง แคะ แกะ เกามันทุกเรื่อง ไม่ต้องมาตั้งกันอีกแล้วเรื่องของทหาร เป็นผบ.กับเขาหรือยังไง เป็นแก๊งนี้แก๊งนั้น มันบ้าหรือเปล่า" ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวีดีโอ ระบุอีกตอนหนึ่งถึงกรณีนายกฯ ให้สัมภาษณ์สื่อฯเกี่ยวกับเรื่องร่างรัฐธรรมนูญในเวลาถัดมาว่า "ร่างรธน.ไม่ได้ซ่อนอะไร มีแต่ให้อำนาจปชช. ไม่ซ่อน อย่ากลัวนายก คนนอก ไม่ต้องกลัวผม ผม่ให้เลือกผมแน่ บอกเลย เผย ครม.จะเสนอแนวคิด ไปยังกรธ.เรื้องร่างรธน.ภายใน1สัปดาห์ หลังถกในครม.วันนี้ ตั้งข้อสังเกตุ10 ข้อ ยันอยากให้ผ่านประชามติ ยันอย่าคิดว่า จะสืบต่ออำนาจ ไม่เคยคิด ตัดพ้อสื่อ ไว้ใจคนอื่น แต่ ไม่ไว้ใจผม ....ไร้ค่า" ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News เครียด......วันนี้ นายกฯ บิ๊กตู่ เลย ปริ๊ดดดด...อ่ะนะ นะก่อนประชุม ครม. ตอนเช้า นายกฯ ร่วมอีเว้นท์ กิจกรรมโปรโมทืหน้าตึกบัญชาการฯในตอนหนึ่ง พลเอกประยุทธ์ กล่าวใส่สื่อ ว่า ต้องทำงานและพัฒนาฝีมือตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพราะมีพวกยุแยงตะแคงรั่วอยู่เรื่อยๆ รำคาญ"เอาสิ ด่าผมมาเลย ไม่กลัวอยู่แล้ว ด่ามา ว่ามา แล้ววันข้างหน้า ก็คอยดูแล้วกัน ถ้าประเทศบาติมันย่อยยับไปละก็อย่ามาโทษฉัน ผมพูดทุกอย่างรู้เรื่อง เพราะอ่าน สื่ออ่านกันบ้างไหมแล้วเจอบ้างหรือไม่สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำดีๆ ไว้ อ่านกันหรือเปล่า ตอบมาสิ"เมื่อมาถึงตรงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เรียกหาโทรศัพท์เพื่อเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกล่าวว่า "ขอสู้กันสักตั้ง ไม่รู้จะส่งกันมาทำไม ส่งมาเพื่ออะไร จะให้ฉันทำอะไร ถ้าคิดกันแค่นี้อย่ามาเป็นสื่อ ไปเป็นอะไรก็ได้ จะส่งมาทำไมวะ" เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าเป็นเรื่องอะไร จึงทำให้นายกฯ โมโหได้ขนาดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบโต้ทันทีว่า " โง่ ก็ไปหาเอาเอง คำตอบน่ะ พวกเธอฉลาดกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ฉันจะส่งให้คนที่มันไม่ฉลาดอ่าน เธอฉลาดแล้วไม่ต้องอ่าน "ไม่ต้องเสนอรูป เสนอภาพฉันก็ได้ มันไม่เกิดประโยชน์ การทำเพื่อชาติบ้านเมือง มันลำบากนักก็ไม่ต้องทำหรอกวะ ล้วง แคะ แกะ เกามันทุกเรื่อง ไม่ต้องมาตั้งกันอีกแล้วเรื่องของทหาร เป็นผบ.กับเขาหรือยังไง เป็นแก๊งนี้แก๊งนั้น มันบ้าหรือเปล่า" Posted by Wassana Nanuam on 2 กุมภาพันธ์ 2016 อย่ากลัวผม มาเป็นนายกฯคนนอก....บอกเลย...บิ๊กตู่ ตัดพ้อสื่อ ไว้ใจคนอื่น แต่ ไม่ไว้ใจผม ไร้ค่านายกฯ บิ๊กตู่ ยันร่างรธน.ไม่ได้ซ่อนอะไร มีแต่ให้อำนาจปชช. ไม่ซ่อน อย่ากลัวนายก คนนอก ไม่ต้องกลัวผม ผม่ให้เลือกผมแน่ บอกเลย เผย ครม.จะเสนอแนวคิด ไปยังกรธ.เรื้องร่างรธน.ภายใน1สัปดาห์ หลังถกในครม.วันนี้ ตั้งข้อสังเกตุ10 ข้อ ยันอยากให้ผ่านประชามติ ยันอย่าคิดว่า จะสืบต่ออำนาจ ไม่เคยคิด ตัดพ้อสื่อ ไว้ใจคนอื่น แต่ ไม่ไว้ใจผม ....ไร้ค่า Posted by Wassana Nanuam on 2 กุมภาพันธ์ 2016 ฉุนจัด! 'บิ๊กตู่' ด่า 'พวกขยะ' เหยียบย่ำศักดิ์ศรี 'ทหาร' นายกฯ ชู "ทหาร" ทำประโยชน์เพื่อแผ่นดิน ตาย-เจ็บฟรี แต่ต้องโดนคนเหยียบย้ำ จวก เพราะบ้านเรา "พวกขยะ" มันเยอะ! วันที่ 2 ก.พ.59 คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เข้ามอบดอกป๊อปปี้ สัญลักษณ์แสดงความระลึกถึงและเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก เนื่องใน “วันทหารผ่านศึก”แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดย พล.อ.ประยุทธ์ เผย ทหารไม่ว่าอยู่ในสถานะไหน ส่วนใหญ่เป็นลูกคนจน ก็ต้องปฏิบัติตนให้มีศักดิ์ศรี ในฐานะผู้ปกป้องรักษาแผ่นดิน ที่ต้องเสียสละเลือดเนื้อ ตนจึงอยากให้ดูแลทหารให้มีเกียรติและศักดิ์ศรี เพื่อให้สังคมยอมรับ ในฐานะคนรู้หน้าที่ อยู่ในกรอบกฎหมายและกติกาบ้านเมือง ทำตัวให้มีประโยชน์ เพราะบ้านเรา "ขยะ" มันเยอะ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ละครสะใภ้ไร้เงา , เรื่องย่อสะใภ้ไร้เงา
ละคร สะใภ้ไร้เงา /  เขต ฐานทัพ / 

สะใภ้ไร้เงา ละครช่อง7บทประพันธ์โดย : ปิยพร วายุภาพบทโทรทัศน์โดย : อรุณแก้วออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อสะใภ้ไร้เงา มัจฉา (ณัฐชา นวลแจ่ม) ว่าที่เจ้าสาวพันล้าน และครอบครัว พ่อเพิ่ม (ไพโรจน์ สังวริบุตร) แม่วรรณา (ปิยะดา เพ็ญจินดา) ยายทอง (พิมพ์แข กุญชร ณ อยุทธา) และข่อย (เด็กชายธีระภพ ทรงวาจา) น้องชายสุดแสบกำลังเดินทางจาก โคกอีกเห็น มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเข้าพิธีมงคลสมรสกับนักธุรกิจหนุ่ม ไตร (เขตต์ ฐานทัพ) แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ระหว่างเดินทางเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ ทำให้ทุกคนในครอบครัว ดับอนาถตายคาที่ ! ! มัจฉาฟื้นขึ้นอีกครั้งพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องแต่งตัวกับ ลดา (ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล) เพื่อนรักที่อยู่เคียงข้าง ร่วมทุกข์ ร่วมสุข และคอยดูแลเธอเสมอมา และกำลังจะเข้าพิธีหมั้น ทันทีที่ส่องกระจก เธอก็พบว่าในกระจกปราศจากซึ่งเงาของเธอ เพราะในตอนนี้เธอกลายเป็นเพียงวิญญาณซะแล้ว มัจฉาร้องไห้เสียใจที่รู้ว่า ความตายกำลังจะพรากเธอไปจาก ไตร ฐากูลเรืองวิริยา ว่าที่สามีอันเป็นที่รัก เธอขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้เธอได้เข้าพิธีแต่งงาน และแล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ในที่สุดมัจฉาก็เข้าพิธีสมรสสมใจปรารถนา ครอบครัวของเธอยังเข้าร่วมพิธีด้วย มัจฉาสับสนไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ หรือว่าทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความฝัน ความจริงแล้วคือเธอยังไม่ตาย งานแต่งของมัจฉาดำเนินไปด้วยความไม่พอใจของ คุณหญิงตรีทิพย์ (ดารัณ ฐิตะกวิน) แม่ของไตรที่ไม่ได้ต้องการสะใภ้อย่างมัจฉา แม้ว่า คุณอดิศร (ตฤณ เศรษฐโชค) พ่อของไตรจะพยายามพูดอย่างไร คุณหญิงก็ไม่ยอมไตร เฝ้ารอมัจฉาอย่างใจจดใจจ่อ โดยที่ พฤกษ์ (เจตรินตรัย อันติมานนท์) เพื่อนสนิทจอมเจ้าชู้ ไม่เข้าใจสักนิดว่าไตร จะหาบ่วงคล้องคอด้วยการแต่งงานทำไม อยู่เป็นโสด รักสนุกไม่ผูกพัน ดีกว่าเยอะ หากไตรตบไหล่เพื่อนบอกว่า ถ้าพฤกษ์ได้พบกับรักแท้ วันนึงพฤกษ์จะเข้าใจ พฤกษ์ส่ายหน้า รักแท้ไม่มีจริง ในคืนส่งตัวเจ้าสาว มัจฉา พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อยเองเริ่มรู้ตัวว่า ตอนนี้ตัวเองได้ตายไปแล้ว มัจฉาได้พบกับ ยมทูตแอนดี้ (พีรวัชร์ เหราบัตย์) และได้สารภาพกับมัจฉาว่า เกิดความผิดพลาดด้านระบบคอมพิวเตอร์ของนรก ทำให้นำตัววิญญาณมาผิด จึงได้พยายามที่จะให้มัจฉาได้เข้าพิธีแต่งงานตามความตั้งใจ มัจฉาโวยวายที่ตัวเองยังไม่ถึงที่ตาย แต่กลับต้องมาโดนพรากจากสามีอันเป็นที่รัก จึงขอให้ยมทูตแอนดี้ รับผิดชอบกับความผิดในครั้งนี้ หลังงานแต่งงาน มัจฉาขอร้องไตรให้ครอบครัวของเธอ ได้เข้าไปพักในคฤหาสน์หรูของไตร แต่ คุณหญิงตรีทิพย์ กลับไม่ยินยอมให้ครอบครัวของมัจฉาเข้าไปอยู่ร่วมบ้านด้วย เพราะแม้แต่ตัวมัจฉาเอง เมื่อแม่ไม่ต้องการให้มัจฉา และครอบครัวมาอยู่ในคฤหาสน์ ฐากูลเรืองวิริยา ไตรก็บอกว่าเขาต้องไปอยู่ข้างนอกกับมัจฉา คุณหญิงตรีทิพย์รีบห้าม ด้วยเพราะรัก หวง ห่วงไตรที่เธอเลี้ยงมาอย่างดี เรื่องจึงลงเอยด้วยการให้ เพิ่ม วรรณา ทอง และข่อย เข้าไปอยู่ในเรือนหลังเล็กของคฤหาสน์ แม้ว่าบรรดาครอบครัวหรรษาจะไม่ยินดีนักทุกคนยินยอมอยู่ในบ้านเล็กในเรือนใหญ่ ด้วยความไม่เต็มใจ คนรับใช้ในคฤหาสน์ ทั้ง ป้าแจง (น้ำเงิน บุญหนัก) แม่ครัว แลไอ้หนึ่ง (วิชัย จงประสิทธิ์พร) คนขับรถ ต่างงุนงงที่เห็นหมาหอนตลอดเวลา ตั้งแต่ครอบครัวนี้มาอยู่ที่นี่ ชีวิตสมรสของไตร และมัจฉาเต็มไปด้วยอุปสรรคนานัปการ เพราะตรีทิพย์ทนรับสภาพที่มีมัจฉาอยู่ร่วมบ้านไม่ได้ จึงหาทางกลั่นแกล้งมัจฉาต่าง ๆ นานา โดยมี พิศ (หมวย ชวนชื่น) และน้อย (กรุณา มอริส) คนรับใช้คู่บารมีคอยช่วยหาเรื่องมัจฉา ทั้งให้ซักผ้า กวาดบ้าน ตัดหญ้า จ่ายตลาด ทำกับข้าว ด้วยความเป็นคนจิตใจดี และรักสามีมาก มัจฉาจึงยอมทำทุกอย่าง โดยหวังว่าความดีจะชนะใจแม่สามี พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย ทนไม่ได้ ขอประกาศศึกกับ คุณหญิงตรีทิพย์ คุณหญิงตรีทิพย์พยายามบอกกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เรื่องผีที่หลอกเธอมีหน้าตาเหมือนกับครอบครัวของมัจฉา แต่ไตรเข้าใจผิดคิดว่าแม่ของตัวเองกำลังใส่ร้ายครอบครัวของมัจฉา จึงต่อว่าแม่ ไตรไม่พอใจนอกจากแม่จะหาเรื่องรังแกมัจฉา แล้วยังมากล่าวหาว่ามัจฉา และครอบครัวเป็นผีอีก จึงประกาศกร้าวว่า หากมัจฉา และครอบครัวถูกกลั่นแกล้งอีก เขาจะย้ายไปอยู่ข้างนอกกับมัจฉา และครอบครัว ด้านมัจฉารู้ดีว่าเรื่องที่คุณหญิงตรีทิพย์เล่าเป็นความจริง จึงเรียกพ่อ แม่ ยาย และน้องมาเอ็ด พร้อมทั้งสั่งห้ามหลอกใครอีก เพราะเธอไม่อยากให้ไตรรู้เรื่องที่เธอ และครอบครัวเป็นผี เวลาเดียวกันนั้น ณ บ้านโคกอีเห็น หมู่บ้านเล็ก ๆ ทางภาคอีสาน สุดที่รัก (แอนดรูว์ กรเศก) เจ้าของโรงสีข้าวที่รวยที่สุดในตำบล ผู้เป็นแฟนคลับของมัจฉา ได้ข่าวจากทางตำรวจว่า มัจฉา และครอบครัวประสบอุบัติเหตุ ซากรถคว่ำอยู่ข้างถนน ทำเอาสุดที่รักที่หลงรักมัจฉาอย่างบ้าคลั่งทนไม่ได้ ต้องรีบหาทางติดต่อมัจฉา และครอบครัวด่วน ทันทีที่โทรมา สุดที่รักก็พบว่า ทุกคนยังอยู่ดีมีสุข จนกระทั่งข่อยรายงานสุดที่รักให้ได้รู้ว่า มัจฉาแต่งงานมาอยู่ครอบครัวนี้ด้วยความลำบาก เพราะถูกตรีทิพย์กลั่นแกล้งตลอด ทำเอาสุดที่รักทนไม่ไหว จึงตัดสินใจเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อปกป้องยอดดวงใจของเขาด้วยชีวิต ขณะเดียวกัน ตวิษา (ปทิตตา อัธยาตมวิทยา) น้องสาวของไตร เดินทางกลับจากต่างประเทศ ได้พบกับสุดที่รัก ขณะที่เขาเดินทางมาหามัจฉา และได้ขับรถชนรถของตวิษาเข้าให้ ด้วยความเป็นไฮโซประจำหมู่บ้าน สุดที่รักโวยวายจะเอาเรื่องตวิษาให้ได้ ขณะที่สาวเจ้าก็ไม่ยอมเช่นกัน โชคดีที่ไตรมาห้ามทัน ทำให้สุดที่รักได้รู้ว่า ผู้หญิงบ้านนี้ร้ายกาจกันทุกคน แล้วมัจฉาจะอยู่อย่างมีความสุขได้ยังไง สุดที่รักจึงสัญญากับตัวเองว่า จะต้องหาทางทำให้มัจฉาหย่าขาดกับไตร แล้วกลับไปเป็นเจ้าสาวของเขาให้ได้ ความวุ่นวายไม่หยุดคืบคลานเข้ามา ตัวช่วยของคุณหญิงตรีทิพย์ก็ปรากฏตัวขึ้น เอื้อมพร (กัญญกร พินิจ) เพื่อนสนิทของตวิษาที่ได้พบกับไตร ก็เกิดประทับใจในตัวพี่ชายของเพื่อนรัก ตรีทิพย์ และตวิษาเห็นเป็นโอกาสเหมาะ ที่จะทำให้ไตร และมัจฉามีปัญหากัน จึงขอให้เอื้อมพรช่วยร่วมมือในการกำจัดมัจฉาออกจากสกุล ฐากูรเรืองวิริยา ให้ได้ แผนการดำเนินไป ไม่ใช่เพียงแค่มัจฉาเท่านั้นที่เริ่มน้อยใจในตัวของสามี ด้านไตรเองก็เป็นเช่นกัน โดยตัวต้นเหตุก็คือสุดที่รัก ซึ่งย้ายมาปักหลักเช่าคอนโด อยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อพามัจฉากลับบ้านนั้น คอยมาหามัจฉาที่คฤหาสน์ของไตร สุดที่รักเห็นว่ามัจฉาถูกครอบครัวสามีแกล้งจริงอย่างที่ข่อยบอก จึงแตะมือ กับสมาชิกในครอบครัวของมัจฉา ทำเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้า ให้ตรีทิพย์และตวิษาต้องโมโหไม่เว้นแต่ละวัน ไตรไม่พอใจที่กลับมาจากทำงานทุกครั้ง เป็นต้องเห็นสุดที่รักช่วยมัจฉาทำงานบ้าน ทำกับข้าว อีกทั้งหลายครั้งที่สุดที่รักชอบพูดจากระแนะกระแหน ว่าเขาเป็นลูกแหง่กลัวแม่ ปล่อยให้แม่โขกสับมัจฉา ครั้งหนึ่งไตรได้ยินพ่อเพิ่มพูดว่า สุดที่รักน่าจะเป็นลูกเขย ทำให้ไตรรู้สึกเป็นส่วนเกินของครอบครัวมัจฉาปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งคู่ทะเลาะ จนกระทั่งบานปลายมีปากเสียงกัน ยมทูตแอนดี้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับข่าวร้าย นรกได้เช็คข้อมูลเรียบร้อยแล้ว และพบว่ายมทูตแอนดี้ไม่ได้ทำงานผิดพลาด ครอบครัวของมัจฉาชะตาถึงฆาตแล้วจริง ๆ ยมทูตแอนดี้เตรียมตัวมารับวิญญาณของมัจฉา และครอบครัว มัจฉาหาทางบอกไตรให้รู้เป็นนัย ๆ ว่า เธอและเขาจะต้องพรากจากกันตลอดไป ไตรเข้าใจผิดคิดว่า มัจฉาจะทิ้งเขา แล้วไปอยู่กับสุดที่รัก ซึ่งเหมาะสมกว่า ไตรจึงยิ่งกลุ้มใจมากขึ้น ซึ่งเป็นการส่งผลดีให้เอื้อมพรเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น ด้วยการทำทีเป็นที่ปรึกษา ให้ไตรระบายความกลัดกลุ้ม จนพานกลับบ้านดึก ทำให้มัจฉาเป็นห่วง รวมทั้งเสียใจทุกครั้งที่เห็นว่า คนที่มาส่งไตรทุกคืนคือเอื้อมพร ข่อยทนไม่ไหวที่ต้องเห็นพี่สาวน้ำตาเช็ดหัวเข่า จึงฟ้องสุดที่รักว่า เอื้อมพรจะแย่งไตรไปจากมัจฉา สุดที่รักได้ยินก็กระโดดดีใจสุดเหวี่ยงที่รู้ว่า ไตรกับมัจฉาจะเลิกกัน สุดที่รักรับปากว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ สุดที่รักไปต่อว่าตวิษา ว่าร่วมมือกับเอื้อมพรในการแย่งไตรกับมัจฉา สุดที่รักต่อว่า ตวิษาว่าทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง นอกจากทำให้ผัวเมียชาวบ้านเขาเลิกกัน ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่ส่งไปเรียนถึงต่างประเทศ ตวิษาโกรธจัด เธอยังมีความรู้สึกน้อยใจรวมอยู่ด้วย น้อยใจที่เขาไม่เคยเห็นเธอมีดีในสายตา ต่างจากลูกชายลูกท่าน หลานเธอทั้งหลาย ที่ต่างชมว่าเธอคือผู้หญิงสุดเพอร์เฟกต์ เรื่องไม่คาดฝันครั้งใหญ่ขึ้นในวงการนรก เมื่อมัจฉาได้ตั้งท้องลูกของไตร ความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อยมทูตรายงานกับทางนรกถึงปัญหาหนักที่ตามมา และแล้วมัจฉาก็ได้รับการต่อเวลาให้มีร่างมนุษย์ต่อไป ตราบจนกว่าจะคลอดลูก ด้านตรีทิพย์ที่ถึงแม้จะเกลียดชังมัจฉาแค่ไหน แต่เมื่อรู้ว่ามัจฉากำลังอุ้มท้องหลานของเธอ ตรีทิพย์ก็เริ่มใจอ่อน และยอมดูแลมัจฉาอยู่ห่าง ๆ อย่างไว้ฟอร์ม ขณะที่เอื้อมพรเล็งเห็นว่า ตรีทิพย์กำลังเอนเอียงไปทางมัจฉา จึงได้วางแผนรวบหัวรวบหางไตร เพื่อเรียกร้องสิทธิ์การเป็นภรรยาของไตรอีกคน แล้วแผนการของเอื้อมพรก็สำเร็จจนได้ เพิ่มรู้เรื่องไตรมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเอื้อมพรโกรธจนตัวสั่น แต่ก็ติดตรงที่แม่วรรณา เมียรักเคยขอให้อย่าไปยุ่งเรื่องของลูก พอเพิ่มหันไปเห็นเมียรักยืนตัวสั่น ก็ตกใจ มัจฉาเห็นแก่ไตรที่ตกที่นั่งลำบาก เลยตัดสินใจพาครอบครัวของตัวเองกลับบ้านโคกอีเห็น การกลับมาของครอบครัวมัจฉา สร้างความงุนงงสงสัยให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะ เสี่ยแสน (โอลิเวอร์ บีเวอร์) และสร้อย (ราตรี วิทวัส) พ่อกับแม่ของสุดที่รัก ที่ได้ยินชาวบ้านนินทามัจฉา และครอบครัวว่า มีอะไรผิดปกติหลายอย่าง อีกทั้งหมอผีประจำหมู่บ้านยังยืนยันฟันเฟิร์มซะอีกว่า ครอบครัวนี้คือ อดัมแฟมมิลี่อย่างแน่นอน เสี่ยแสน และสร้อยเตือนสุดที่รัก ไม่ให้ยุ่งกับครอบครัวมัจฉา สุดที่รักก็ยังยืนกรานว่า มัจฉาไม่ใช่ผีอย่างที่ใครนินทา ทำเอาสองสามีภรรยาที่รักลูกชายอย่างสุดที่รักยิ่งดวงใจ ต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่า ความจริงแล้วครอบครัวของมัจฉาเป็นผีจริง ตามที่ชาวบ้านพูดหรือเปล่า ? ไตรที่เห็นภรรยาสุดที่รักหนีกลับบ้านนอก ก็น้อยใจคิดว่ามัจฉาหมดรักเขาจริง ๆ เลยเอาแต่ดื่มเหล้า ส่วนเอื้อมพรก็ย้ายข้าวของมาอยู่ในคฤหาสน์ ฐากูรเรืองวิริยา ในฐานะภรรยาคนใหม่ นิสัยชอบดูถูกคน และจิกหัวคนรับใช้อย่างกับทาสของเอื้อมพร ทำให้พิศ น้อย และคนรับใช้ในคฤหาสน์ ฐากูรเรืองวิริยา ไม่ชอบเอื้อมพร ทุกคนต่างนึกถึงตอนที่มัจฉาอยู่ คุณหญิงตรีทิพย์ก็ชักเริ่มอยากจะอัปเปหิ เอื้อมพรไปจากคฤหาสน์ เพราะเอื้อมพรมีนิสัยฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย แต่ที่คุณหญิงตรีทิพย์ไม่ชอบอย่างแรงก็คือ เอื้อมพรพูดต่อว่ากฎประหยัดต่าง ๆ ในคฤหาสน์ ว่าคนคิดประสาทบ้างเอย สมองแรงทึ้งบ้างเอย ต้องเป็นพวกชอบข่มเหงลูก และสามี ฯลฯ โดยหารู้ไม่ว่าคนที่ตั้งกฎก็คือคุณหญิงตรีทิพย์นั่นเอง เวลานี้คุณหญิงตรีทิพย์เริ่มคิดถึงมัจฉา ภาพที่มัจฉาคอยช่วยทำงานบ้าน ทำกับข้าวค่อย ๆ ผุดมาเปรียบเทียบกับเอื้อมพร ที่วัน ๆ ตื่นมาก็บ่ายคล้อย แต่งหน้ากว่าจะเสร็จก็เย็น งานการก็ไม่ทำ เอาแต่ช้อปปิ้ง กลับบ้านเที่ยงคืน ยามนี้คุณหญิงตรีทิพย์เลยคิดถึงมัจฉา โดยเฉพาะหลานตัวน้อย ๆ ที่อยู่ในท้องของมัจฉา คุณอดิศรรู้เรื่องคุณหญิงตรีทิพย์เริ่มไม่โปรดเอื้อมพร ก็หัวเราะสะใจเป็นการใหญ่ ทว่าพอมาเห็นสภาพของไตร ที่เมาหัวราน้ำกลับมาบ้านแทบทุกวัน ก็ทนเห็นสภาพของลูกชายไม่ไหว ขอให้ไตรนึกถึงคำมั่นสัญญา ที่ให้ไว้กับมัจฉาในวันแต่งงาน และเมื่อคนสองคนได้สัญญาจะแก่ตายไปด้วยกัน คำเตือนของพ่อทำให้ไตรตัดสินใจจะเดินทางไปบ้านโคกอีเห็น เสี่ยแสน และสร้อยเห็นว่า สุดที่รัก และไตรกำลังตกอยู่ในวังวนของครอบครัวผี เลยหาทางแฉครอบครัวมัจฉาทุกคนด้วยสารพัดวิธี ทั้งหาหมอผีไทย เขมร มอญ ฝรั่งมาทำพิธีปราบ แต่ทุกครั้งกลับเจออิทธิฤทธิ์ของอดัมแฟมมิลี่ จนพากันหนีเตลิดเปิดเปิง ภาพของไตรที่หอบหิ้วกระเป๋ามาที่บ้านของมัจฉา เป็นภาพที่มัจฉาคิดว่าฝันไป แต่อ้อมกอดของไตรที่โผเข้ามากอดเธอ พร้อมทั้งพูดขอโอกาส มัจฉาจึงรู้ว่าเธอไม่ได้ฝันไป ด้วยใจที่รักมั่น ประกอบกับรู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ได้อีกไม่นาน ทำให้มัจฉาพร้อมจะให้อภัยไตรทุกอย่าง ไตรกับมัจฉาปรับความเข้าใจในกันและกัน ไตรยอมเปิดเผยความรู้สึก ตั้งแต่หึงมัจฉาที่มีสุดที่รัก ซึ่งเหมาะสมกว่าอยู่เคียงข้าง หรือแม้แต่การปรับตัวเข้าไม่ได้กับวิถีชีวิตอีสานของครอบครัวมัจฉา ซึ่งมัจฉาบอกกับไตรว่าคิดมาก เธอกับสุดที่รักเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็ก และจะเป็นตลอดไป เพราะเธอได้มอบใจให้กับไตรไปจนหมดแล้ว ภาพไตรกับมัจฉาที่กอดหวานแหวว หัวใจของสุดที่รักถึงกับแหลกสลาย ร้องห่มร้องไห้กลับบ้าน สภาพข้าวปลาไม่ยอมกิน น้ำไม่ยอมอาบ เอาแต่นั่งซึม บางครั้งก็ร้องไห้ ยิ่งทำให้เสี่ยแสน และสร้อยร้อนใจ คิดว่าหากมัจฉายังอยู่ ลูกชายสุดที่รักของพวกเขาคงจะยิ่งอาการหนัก ทั้งสองคนจึงตัดสินใจจะหาแผนขั้นพิฆาตครอบครัวผีหรรษานี่เสีย เอื้อมพรทนไม่ได้ ชวนตวิษาตามล่าสามีที่โคกอีเห็น โดยขอพักกับไตร ทั้งที่ใจอยากจะไปพักในโรงแรมหรูใจจะขาด แต่ด้วยความบ้าผู้ชายที่มีมากกว่า ด้วยความอยากอยู่ใกล้ไตร เอื้อมพรเลยขออยู่ที่บ้านของครอบครัวมัจฉา ไตรรู้สึกอึดอัดกับการที่เอื้อมพรตามราวีมัจฉาไม่หยุดหย่อน มัจฉาเห็นว่าเอื้อมพรรักไตรมาก ก็ทำดีกับเอื้อมพร เพราะคิดว่าต่อไปเอื้อมพรจะต้องเป็นคนดูแลไตร และอาจจะรวมถึงลูกของเธออีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้น เอื้อมพรก็ยังรังเกียจมัจฉาอยู่ดี รวมทั้งคิดว่ามัจฉาแสร้งทำเป็นนางเอก มาทำเป็นเมียหลวงปรองดองกับเธอ ขณะที่ตวิษามาอยู่บ้านนอกคอกนา ก็ออกอาการรังเกียจสารพัด แต่ยิ่งเกลียดอะไรก็ต้องเจออยู่เรื่อย โดยเฉพาะสุดที่รัก หนุ่มบ้านนอกที่ตวิษารังเกียจยิ่งกว่าอะไรดี อย่างคืนแรกที่ตวิษากับเอื้อมพรมาอยู่ที่บ้านมัจฉา จู่ ๆ ไฟที่บ้านของมัจฉาขาด เพราะทั้งเอื้อมพร และตวิษาขนเครื่องใช้ไฟฟฟ้าสารพัดมาใช้เกินกำลังไฟ ตวิษาที่กลัวความมืดนอนไม่ได้ ขอให้เอื้อมพรช่วยทำให้ไฟฟ้าใช้ได้ แต่เอื้อมพรรำคาญ บอกไม่ได้จบไฟฟ้า ก่อนจะนอนหลับหน้าตาเฉย ไม่สนใจตวิษาที่เริ่มจะตาแดง ๆ เพราะเธอเป็นโรคกลัวความมืด เสียงร้องไห้ของตวิษา ทำให้สุดที่รักมาหาสาเหตุไฟดับเห็นเข้าพอดี เลยเวทนาจุดกองไฟ เป่าแคน ร้องเพลงหมอลำ เผื่อคลายความกลัวให้ตวิษา ซึ่งก็ได้ผล แม้จะเป็นครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงหมอลำ แต่คืนนั้นตวิษาก็หลับไปพร้อมเสียงเพลงอันไพเราะของสุดที่รัก หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเป็นไง ทุกครั้งที่ตวิษาเจอเรื่องแย่ ๆ ก็จะเป็นสุดที่รักซะเอง ที่เป็นพระเอกมาคอยช่วยตวิษาเสมอ ความมีน้ำใจ และความอบอุ่นของสุดที่รัก ก็ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าลงสู่รากลึกของหัวใจตวิษา ขณะที่สุดที่รักก็รู้สึกเอ็นดูความไม่เอาไหนของตวิษา จนทำเอาทั้งคู่เกิดหวั่นไหวกันอย่างไม่รู้ตัว ในที่สุดเสี่ยแสนกับสร้อยก็คิดแผนการขั้นสุดท้าย ในการพิฆาตครอบครัวมัจฉา นั่นก็คือหันไปพึ่งหลวงตาบุญ ให้ช่วยกำจัดครอบครัวมัจฉา เพื่อที่สุดที่รักลูกชายของพวกเขาจะได้ปลอดภัย เสี่ยแสน และสร้อยนิมนต์หลวงตาบุญไปยังบ้านของมัจฉา และแล้วท่านก็สัมผัสได้ว่า ทุกคนเป็นวิญญาณจริงดังที่ชาวบ้านพูดกัน แต่แล้วยมบาลแอนดี้ก็ปรากฏตัวขึ้น และได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้หลวงตาบุญฟัง หลวงตาบุญได้เทศน์เรื่องบุญกรรมของครอบครัวมัจฉา รวมถึงให้ทุกคนทำใจถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และรับความจริงให้ได้ แต่แล้วจังหวะนั้นเองไตรก็เข้ามาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดว่า ความจริงแล้วมัจฉาได้ตายไปนานแล้ว และเขามีภรรยาเป็นผี ! ไตรหาว่าทุกคนกุเรื่องขึ้น เพื่อกล่าวหามัจฉา และครอบครัว จนถึงกับแจ้งความจับเสี่ยแสน และสร้อย มัจฉาสารภาพกับไตรทั้งน้ำตาถึงเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่เธอประสบอุบัติเหตุในเช้าวันแต่งงาน จนกระทั่งเธอได้ใช้ชีวิตคู่กับไตร หากแต่ไตรที่ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ทำใจไม่ได้ จึงได้หนีไป ขณะที่เอื้อมพรได้รู้ความจริงก็กลัวมัจฉามาก จึงได้สารภาพความจริงว่าไม่ได้มีอะไรกับไตร แต่เพราะเธออยากได้ไตรเป็นสามีจึงได้จัดฉากขึ้น ก่อนจะโยนความผิดให้คุณหญิงตรีทิพย์กับตวิษา ว่าเป็นคนบังคับให้เธอมาแย่งไตรไปจากมัจฉา ตวิษาได้ยินอย่างนั้นก็ต่อว่าเอื้อมพรที่โกหก หากเวลานี้เอื้อมพรกลัวถูกผีหักคอมากกว่า เลยเผยธาตุแท้บอกความจริงเรื่องที่หากไม่ใช่เพราะตระกูล ฐากูลเรืองวิริยา คือตระกูลมหาเศรษฐี ไฮโซ เธอก็ไม่อยากเป็นสะใภ้กับคนในตระกูลนี้ ตวิษาประกาศตัดเพื่อนกับเอื้อมพร เอื้อมพรหาได้แยแส หมดประโยชน์ เธอก็ไม่แคร์ เก็บกระเป๋าหลุยส์สุดหรูกลับกรุงเทพฯ ทันที ตวิษาไม่รู้จะอยู่ยังไงคนเดียว ทั้งกลัวผี ทั้งหลงกับไม่ถูก เสี่ยแสนกับสร้อยสงสารเลยชวนให้มาพักอยู่ด้วยกัน โดยพรุ่งนี้เช้าเสี่ยแสนจะให้สุดที่รักขับรถไปส่งที่กรุงเทพฯ แต่สุดที่รักโวยวายไม่ยอม เพราะโกรธที่ตวิษาร่วมมือกับแม่ บังคับให้เอื้อมพรมาแย่งไตรไปจากมัจฉา จนตวิษาน้อยใจ ร้องไห้ออกมา ตวิษาเอาแต่ว่าตัวเองทั้งน้ำตาว่าทำไมต้องเสียน้ำตาให้กับคนบ้านนอก ที่ปากคมยิ่งกว่ากรรไกร หลงตัวเองว่าหล่อ อีกทั้งยังไม่เคยเห็นเธอดีในสายตา และแล้วคำพูดหนึ่งก็หลุดออกมาจากปากตวิษา เพราะเธอรักเขา รุ่งเช้าตวิษาต้องแปลกใจที่พบว่า คนขับรถที่จะพาเธอไปกรุงเทพฯ คือ ยอดชายนายสุดที่รัก ตวิษาทำท่าไม่ยอมขึ้นรถ แต่กลับถูกสุดที่รักแบกยัดใส่ไปในรถ ระหว่างการเดินทาง คนทั้งสองไม่ยอมพูดอะไรกันเลย กระทั่งถึงหน้าคฤหาสน์ของตวิษา สุดที่รักบอกว่าเขาพร้อมจะให้อภัยตวิษากับเรื่องราวที่เกิดขึ้น หากตวิษาจะต้องยอมปรับเปลี่ยนนิสัย ด้วยการหางานทำ เลิกทำตัวฟุ่มเฟือย ไม่ใช้ของแบรนด์เนม ที่สำคัญต้องหัดซักชุดชั้นในเอง โดยต้องโทรศัพท์มารายงานความประพฤติกับเขาทุกวัน คำพูดของสุดที่รักทำเอาตวิษาแทบจะกรี๊ด ว่าสุดที่รักเป็นใครกันถึงกล้ามาตั้งข้อแม้กับเธอ สุดที่รักเลยสวนกลับด้วยท่าทียียวนว่ายากมากที่ ไฮโซฯสุดหล่อแห่งบ้านโคกอีเห็นอย่างเขาจะให้อภัยใครง่าย ๆ เพราะฉะนั้นนับว่าเป็นบุญของตวิษาเป็นอย่างมากที่ได้รับเกียรตินี้ ตวิษาเป็นเดือดเป็นแค้นมาก กับการที่มีผู้ชายบ้านนอกมาออกคำสั่งให้เธอทำนั่นทำนี่ แต่สุดท้ายตวิษาก็ยอมทำตามกฎที่สุดที่รักตั้ง แถมยังยอมโทรศัพท์ไปรายงานความประพฤติ ให้อีตาบ้านนอกที่มอบหัวใจฟังทุกวัน ด้านมัจฉาที่ท้องแก่ ก็พยายามออกตามหาไตร แต่ก็ไม่พบ พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อยต่างสงสารมัจฉาเป็นอย่างมาก ยายทองบอกให้มัจฉาตัดใจจากไตรเสีย เพราะได้อยู่กันคนละโลกแล้ว มัจฉาควรดูแลลูกในท้องให้ดีที่สุด หลังจากความจริงเรื่องครอบครัวของมัจฉาเป็นผี ชาวบ้านทั่วโคกอีเห็นก็ไม่กล้าเดินผ่านบ้านของมัจฉาอีกเลย ร้านค้าก็ปิดตั้งแต่หัวค่ำ มีเพียงสุดที่รักที่มาเยี่ยมเยียนมัจฉา และครอบครัวไม่เคยขาด ทำเอาเสี่ยแสน และสร้อยต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่บ่อยครั้ง ด้วยกลัวว่ามัจฉา และครอบครัวจะพาลูกชายโทนของพวกเขาไปอยู่ด้วย ไตรแอบหลบไปอยู่ที่บ้านพักในต่างจังหวัด เพื่อขอทบทวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมักจะมีคุณอดิศร คุณตรีทิพย์ และตวิษาหมั่นมาเยี่ยม ไตรเห็นความเปลี่ยนไปในตัวของน้องสาวที่ดีขึ้น ซึ่งคุณอดิศรแอบกระซิบบอกว่าเป็นเพราะสุดที่รัก ซึ่งทีแรกคุณหญิงตรีทิพย์ออกแรงขวางเต็มแรงเกิด ทว่าพอรู้ว่าเสี่ยแสน และสร้อยรวย ชนิดต้องเอาเงินใส่กระสอบปุ๋ยไปฝากธนาคารทุกครั้ง เลยไฟเขียวผ่านตลอด แถมเร่งวันให้แต่งงานกันเร็ว ๆ ด้วยซ้ำ หากแต่ตวิษาไม่ยอม โดยอ้างว่าเธอไม่เชื่อในความรักว่ามีอยู่จริง เพราะผู้ชายมักจะให้คำสัญญาว่า จะรักคนรักของตัวเองไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม แต่สุดท้ายหากเมียตัวเองรูปร่างเปลี่ยน หรือพอตายไปได้ไม่กี่ปี ผู้ชายก็เปลี่ยนใจมีคนอื่นลืมถ้อยคำสัตย์สาบานจนหมด คำบอกเล่าของคุณอดิศรแทงใจดำของไตรเข้าอย่างจัง จนเขาหวนนึกถึงวันแรกที่คุกเข่าขอมัจฉาแต่งงานไปจนถึงวันแต่งงานที่เขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักมัจฉา ไม่ว่าต่อไปในอนาคตเธอจะเป็นอะไรก็ตาม ในที่สุดถึงกำหนดคลอดลูก มัจฉาได้คลอดลูกสาวหน้าตาน่ารักให้แก่ไตร และแล้วยมทูตแอนดี้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เพื่อทวงสัญญาเรื่องที่เขาจะต้องพาวิญญาณของมัจฉา และครอบครัวไปเสียที มัจฉาเสียใจมากที่เธอจะไม่มีโอกาสได้พบไตรอีกแล้ว แต่แล้วจังหวะนั้นเอง ไตรก็กลับมา ทันเวลาก่อนที่ร่างของมัจฉาจะหายไป ไตร และมัจฉาร่ำลากันทั้งน้ำตา โดยที่ไตรขอโทษที่หนีไป ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาควรจะอยู่ดูแลมัจฉาในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนจะจากกัน มัจฉาฝากลูกสาวไว้กับไตร ก่อนที่ร่างของเธอ รวมถึงพ่อเพิ่ม วรรณา ยายทอง และข่อยจะสลายไป ขณะที่สุดที่รัก และตวิษาได้เห็นก็รู้สึกผิดกับมัจฉา และไตรมาก ๆ ที่เธอ และเขาคอยขัดขวางความรักของเธอ และไตรมาตลอด ทั้งคู่กลายมาทำดีต่อกันมากขึ้น และพัฒนามาเป็นความรักเล็ก ๆ โดยไม่รู้ตัว 20 ปีต่อมา มินตรา ลูกสาวของไตร เติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวน่ารักเธอได้รับปริญญาท่ามกลางความภาคภูมิใจของไตร อดิศร ตรีทิพย์ รวมถึง ตวิษา และสุดที่รัก ที่ขณะนี้ได้เป็นสามีภรรยา และมีลูกน่ารัก ๆ ถึง 3 คน ในงานรับปริญญาของมินตรา ไตรได้พบกับหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับมินตรา เธอมีใบหน้าคล้ายกับมัจฉาไม่ผิดเพี้ยน เธอคือ มัจฉา เพื่อนต่างคณะของมินตรา ที่ร่วมรับปริญญาในวันนี้ด้วย ทันทีที่ไตร และมัจฉาได้พบกันก็รู้สึกประทับใจกันในทันที แม้วัยของทั้งคู่จะต่างกันราวพ่อกับลูก หากแต่ด้วยเงื่อนไขของความรักที่ทั้งคู่มีให้กันมาก่อนเก่า ทำให้ชายวัยกลางคนเช่นไตร ได้กลับมามีความรักอีกครั้ง และรักครั้งนี้จะเป็นรักที่ยั่งยืนตราบนานเท่านาน ติดตามชม ละครสะใภ้ไร้เงา ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี ละครสะใภ้ไร้เงา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สะใภ้ไร้เงา ณัฐชา นวลแจ่ม รับบท มัจฉาเขตต์ ฐานทัพ รับบท ไตรแอนดูรย์ กรเศก รับบท สุดที่รักปทิตตา อัธยาตมวิทยา รับบท ตวิษากัญญกร พินิจ รับบท เอื้อมพรเจจินตรัย อันติมานนท์ รับบท พฤกษ์ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล รับบท ลดาดารัณ ร่วมทอง รับบท คุณหญิงตรีทิพย์ตฤณ เศรษฐโชค รับบท อดิสรไพโรจน์ สังวรบุตร รับบท พ่อเพิ่มปิยะดา เพ็ญจินดา รับบท แม่วรรณาพิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ยายทองด.ช. ธีระภพ ทรงวาจา รับบท ข่อยพีรวัชร์ เหราบัตย์ รับบท ยมทูตแอนดี้

หนุน! เลี้ยงปลาด้วย 'หญ้าเนเปียร์' ลดต้นทุน เพิ่มรายได้มหาศาล
กรมประมง /  หญ้าเนเปียร์ / 

กรมประมง หนุน เลี้ยงปลาด้วย 'หญ้าเนเปียร์' ช่วยลดต้นทุน ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ที่ ตำบลถนนขาด อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ รองอธิบดีกรมประมง พร้อม คณะทำงาน ได้ลงพื้นที่ดูการประมง โดยมีนายอมร พุทธสัมมา ประมงจังหวัดนครปฐม ให้การต้อนรับ หลังจากนั้นได้นำไปดูการเลี้ยงปลานิลในเนื้อที่จำนวน 600 ไร่ ของนายชัยยศ บุญยงค์ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ที่ทางประมงได้แนะนำให้ทำการเลี้ยงปลา ด้วยสูตรแบบประหยัดลดต้นทุน โดยใช้หญ้าเนเปียร์ ผสมกับเศษไก่ กระดูกไก่ ปลาป่น และรำข้าว นำมาคลุกเคล้าแล้วทำการบดด้วยเครื่อง เรียกว่าอาหารกึ่งเปียก สำหรับวิธีดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนแทนการลงทุนซื้ออาหารสำเร็จรูปมาเลี้ยง ซึ่งจะทำให้มีต้นทุนการเลี้ยงที่ค่อนข้างสูง และเสี่ยงต่อการลงทุน เนื่องจากราคาปลาในแต่ละช่วงมีความไม่แน่นอน ดังนั้นจึงได้แนะนำให้กลุ่มเกษตรกรหันมาเลี้ยงปลาด้วยสูตรลดต้นทุน ขณะที่ บ่อเลี้ยงของนายชัยยศ ได้ทำการทดลองเลี้ยงเป็นครั้งแรกในจำนวน 70 ไร่ก่อน โดยทำการปล่อยพันธุ์ปลานิลลงไป ไร่ละ 1,500 ตัว และใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 6-8 เดือน ด้าน รองอธิบดี เปิดเผยอีกว่า การเลี้ยงด้วยวิธีดังกล่าว ทำให้ปลาที่เลี้ยงจะได้โปรตีน และแร่ธาตุที่ดี ครบถ้วน รวมถึงเป็นการช่วยลดต้นทุนและทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นได้อีกหนึ่งอาชีพด้วย เพราะการปลูกหญ้าเนเปียร์เป็นพืชใช้น้ำน้อย ลงทุนน้อยแต่สามารถสร้างรายได้ดี ซึ่งราคากิโลกรัมละ 1.20 บาท และทุกวันนี้ได้มีการเก็บเกี่ยวหญ้าเนเปียร์ ส่งให้กับผู้รับซื้อได้วันละกว่า 1,000 กิโลกรัม ทำให้มีรายได้ประมาณ วันละ 1,500 บาท ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

ทะลุเป้า! ยอดจัดเก็บ 'ภาษี' ไตรมาสแรกพุ่ง
กรมสรรพสามิต /  ภาษี / 

ยอดจัดเก็บ 'ภาษี' ไตรมาสแรกทะลุเป้าหมายกว่า 3 พันล้านบาท หลังประชาชนแห่ซื้อรถยนต์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การจัดเก็บภาษีของช่วงไตรมาสแรกของรอบปีงบประมาณ 2559 เกินเป้าหมายที่วางไว้กว่า 3 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากยอดจัดเก็บภาษีรถยนต์ที่มีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากประชาชนเร่งซื้อรถยนต์ช่วงปลายปีที่ผ่านมาก่อนจะมีการปรับภาษีสรรพสามิตใหม่เมื่อต้นปี 2559 ขณะที่การจัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซลที่อัตรา 4.95 บาท/ลิตร ได้รับอานิสงค์จากความต้องการใช้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้น ส่วนการจัดเก็บภาษีสินค้าประเภทอื่นยังเป็นไปตามปกติ ขณะที่ กรมสรรพสามิตได้ตั้งเป้าหมายถึงยอดการจัดเก็บภาษีในช่วงงบประมาณ 2559 ไว้ที่ 496,000 ล้านบาท ซึ่งจะเติบโตจากรอบปีงบประมาณ 2558 ราว 11% ส่วนรอบปีงบประมาณ 2560 กรมสรรพสามิตตั้งเป้ายอดการจัดเก็บภาษีไว้กว่า 5 แสนล้านบาท โดยจะเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่มีการปรับตัวดีขึ้น นายสมชาย กล่าวต่อว่า ช่วงที่ผ่านมา ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการรถยนต์ และประเมินร่วมกันว่าสำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศปีนี้ คาดว่าจะไม่ลดลงโดยจะอยู่ที่ 8 แสนคัน ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่าความต้องการรถยนต์ในประเทศไม่ลดลง ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

ดีเอสไอบุกค้น 5 จุด แหล่งที่มารถโบราณ 'สมเด็จช่วง'
รถจดประกอบ /  รถสมเด็จช่วง / 

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลุยตรวจค้น 5 จุด เพื่อหาแหล่งที่มารถโบราณ 'สมเด็จช่วง' เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้นำหมายค้นของศาลอาญาเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 5 จุด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสืบสวนการครอบครองรถจดประกอบของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ทั้งนี้สำหรับสถานที่ 5 แหล่งที่ดีเอสไอนำหมายค้น เข้าตรวจค้น ประกอบด้วย. 1.หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถนนเพชรเกษม บางแค 2.บ้านเลขที่ 120/77 ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน ซึ่งเป็นบ้านพักของผู้ที่นำเอกสารไปยื่นขอชำระภาษี และว่าจ้างให้นำรถยนต์ไปจดทะเบียน 3.บ้านเลขที่ 4/11 ถนนทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ เป็นบ้านพักของผู้ที่ซื้อเครื่องยนต์และตัวถังจากผู้นำเข้า 4.บ้านเลขที่ 155 ซอยปทุมคงคา เขตสัมพันธวงศ์ และ 5.บ้านเลขที่ 70/9 ถนนเพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นอู่รถผู้รับจ้างจดประกอบ จากการตรวจสอบบ้านเลขที่ 70/9 ถนนเพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็น อู่ ที่มีข้อมูลว่ารถยนต์คันดังกล่าวประกอบที่อู่ ดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบพบว่า สภาพพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นเพียงอู่ซ่อมบำรุงรถโบราณ และไม่มีเอกสารการนำเข้า อีกทั้งรถยนต์คันอื่นที่พบ บางคันมีการจดทะเบียนไปแล้วแต่ รถยนต์ประกอบไม่เสร็จ จึงคาดว่าอาจมีการทำเอกสารปลอมขึ้นมาเพื่อไปจดทะเบียนก่อน อีกทั้งยังไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการธุรกิจลักษณะประกอบรถแต่อย่างใด ทั้งนี้มีผู้ประกอบการรายหนึ่งให้การกับดีเอสไอ ว่าถูกปลอมลายมือชื่อ ในขั้นตอนขอยื่นจดทะเบียนรถกับกรมการขนส่ง ทั้งนี้นอกจากรถโบราณที่พบแล้วยังพบรถยนต์หรู สปอร์ต ปอร์เช่ ถูกคลุมผ้าไว้อีก 1 คันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขอบคุณข้อมูล ข่าวสด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

กรธ.ยันเขียนรธน.ปราบโกงแก้ปัญหาการเมือง
กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ /  กรอ. / 

โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยัน กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เขียนร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปราบโกง เพื่อแก้ปัญหาการเมืองให้ดีขึ้น นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวผ่านรายการ แกะกล่องรัฐธรรมนูญใหม่ ว่า เจตนารมณ์ ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนั้น เนื่องจาก กรธ. เห็นว่าประเทศเกิด ปัญหามาตั้งแต่ในอดีต ซึ่งปัญหาสำคัญที่พบมาโดยตลอดนั้นคือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญของโลก โดยรัฐธรรมนูญได้มีการเขียนขึ้นมาเพื่อต้องการแก้ไขให้ปัญหาทางการเมืองให้ดีขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าคุณสมบัติและข้อห้ามต่าง ๆ นั้นมีความเข้มงวดจริงจังมากยิ่งขึ้น

ผบ.ทบ.ส่งทหารลงพื้นที่แจงร่างรธน.-เน้น รด.สื่อสารเยาวชน
ธีรชัย นาควานิช /  ผบ.ทบ. / 

"ธีรชัย" รับ ศึกษา "ร่างรธน." แล้ว เร่งส่งทหารลงพื้นที่สร้างความเข้าใจ หนุน ไนักศึกษาวิชาทหาร" รับฟัง-สื่อสารต่อเยาวชน วันที่ 4 ก.พ.59 พลเอกธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก แสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ตนได้ศึกษารายละเอียดในร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางทหารแล้ว จากนั้นจะส่งข้อเสนอต่างๆ รวบรวมไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพิจารณาอีกครั้ง ขณะเดียวกันได้ส่งทหารลงแต่ละพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนว่าร่างรัฐธรรมนูญมีประโยชน์อย่างไร จะช่วยแก้ไขปัญหาการทุจริตได้อย่างไร เพื่อให้ประชาชนรับรู้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน และ รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะให้นักศึกษาวิชาทหารเข้ารับฟังเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อขยายความรู้และสื่อสารต่อไปยังเยาวชนอื่นในวัยเดียวกัน ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News 

องอาจติงมีชัย ขู่หากไม่ผ่านประชามติ จะร่างใหม่
ประชามติ /  รัฐธรรมนูญ / 

รองหัวหน้า ปชป. "องอาจ" ติง มีชัย ขู่หากไม่ผ่านประชามติ จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่โหดกว่านี้ พร้อมเรียกร้องปรับแก้ไข ยึด 4 สาระสำคัญ แนะกรธ.เขียนที่มานายกฯคนนอกให้ชัด นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวฝากไปถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ให้คำนึงสาระสำคัญ 4 ข้อ คือ 1. การกลั่นกรองการเข้าสู่อำนาจรัฐ ถือเป็นต้นน้ำของการใช้อำนาจรัฐของนักการเมือง 2. การกำหนดกลไกการใช้อำนาจด้วยความเป็นธรรม โดยเฉพาะรัฐบาล 3. ควรสร้างระบบตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้เข้มแข็ง และ 4. การสร้างกลไกถ่วงดุลอำนาจตุลาการและนิติบัญญัติ ส่วนทางพรรคจะมีการหารือเบื้องต้นถึงข้อเสนอแนะในสัปดาห์นี้ และจะต้องพิจารณาช่องทางการส่งข้อคิดเห็นไปยัง กรธ. นอกจากนี้ นายองอาจ กล่าวถึงกรณีที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จะร่างใหม่ให้โหดกว่านี้นั้น ถือเป็นการข่มขู่ และทำให้เกิดความเข้าใจผิดในทิศทางการร่างรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ระมัดระวังท่าที เพราะภาระหน้าที่ กรธ. คือ การสร้างความเข้าใจประชาชนให้ยอมรับ นอกจากนี้ นายองอาจ ยังกล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น ยังมีส่วนที่ต้องปรับแก้เพิ่มเติมหลายประเด็น อาทิ เรื่องการศึกษาที่มีการเขียนไว้ในมาตรา 50 ให้รัฐดำเนินการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นั้น ควรเพิ่มเป็น 12 ปี เหมือนในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ส่วนการพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพ รัฐต้องดูแลตั้งแต่ก่อนวัยเรียน การกำหนดสิทธิชุมชน ยังไม่ชัดเจน ทั้งนี้ ควรบัญญัติให้รองประธานผู้แทนราษฎร มาจากฝ่ายค้าน 1 คน เพื่อถ่วงดุลการทำงาน การบัญญัติการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ไม่ได้เขียนเรื่องกระทู้สดไว้ ขณะเดียวกัน ประเด็นที่มานายกรัฐมนตรีคนนอก กรธ. ต้องเขียนให้ชัดเจน ว่า ยังมีเจตนารมณ์เดิมที่เข้ามาแก้วิกฤติ แต่เหตุใดเปิดให้มีได้ตามช่องทางปกติ ส่วนระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวนั้น ไม่เห็นด้วย เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาให้โอกาสในการซื้อเสียงมีมากขึ้น ประชาชนไม่สามารถแสดงเจตจำนงที่แท้จริงในการไปเลือกตั้งได้ เพราะประชาชนอาจพึงพอใจพรรค แต่ไม่พอใจ ส.ส.

ครอบครัวนำอัฐิปอลอยอังคาร-FC,สื่อแห่ร่วมอาลัย
ข่าวปอ /  ข่าวปอทฤษฎี / 

ครอบครัว ลอยอังคาร "ปอ ทฤษฎี" ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ พบแฟนคลับจำนวนมากแห่ร่วมพิธี ด้านเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ในช่วงเช้า วันที่ 27 ม.ค.59 พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ และประธานสโมสรฟุตบอลราชนาวี ซึ่งมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับ ปอ ทฤษฎี เป็นอย่างมาก ในวันนี้ได้นำคณะของทายาทสหวงษ์ ซึ่งประกอบไปด้วย ผศ. สงวน สหวงษ์ บิดา, นางพิศมัย สหวงษ์ มารดา รวมถึง โบว์ แวนดา, เด็กหญิงพาขวัญ สหวงษ์ หรือ น้องมะลิ ลูกสาว รวมถึง ป๊อบปี้ วิทวัส, ปิน ชวนันท์ สหวงษ์ และญาติพี่น้องเครือญาติ เดินทางมายังพุทธสถานเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา กองเรือยุทธการ สัตหีบ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทาง พล.ร.อ.ประพฤติพร ได้นำคณะขึ้นสักการะพระรูปพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาทหารเรือ ที่สวนกรมหลวงชุมพร ก่อนเดินทางมาประกอบพิธีทางศาสนามาติกาบังสุกุล ประพรมน้ำอบ ทำบุญอัฐิ พระสงฆ์ 10 รูป ซึ่งปรากฏว่า ในวันนี้ได้มีแฟนคลับของ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ และเครือญาติสหวงษ์ มาร่วมพิธีให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก ที่มา inn ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ครอบครัวสหวงษ์ เก็บอัฐิ "ปอ ทฤษฎี" วัดกลาง จ.บุรีรัมย์ ขณะที่ลอยอังคารที่อ่าวไทย อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี วันนี้ (25ม.ค.) เมื่อเวลา 06.00 น. ครอบครัวสหวงษ์ นำโดย ผศ.สงวน, นางพิศมัย บิดา และมารดา, โบว์ แวนดา ภรรยา, ป๊อปปี้ วิทวัส, ปิน ชวนันท์ น้องชาย ปอ ทฤษฎี เดินทางมาถึงยังเมรุวัดกลางพระอารามหลวง จ.บุรีรัมย์ โดยมีพิธีการเรียงอัฐิ พร้อมด้วย พระสงฆ์ 4 รูป สวดบังสุกุลอัฐิของ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ จากนั้น ผศ.สงวน และ นางพิศมัย ได้เข้าไปบรรจุอัฐิ ตามด้วย โบว์ แวนดา และ น้องชาย ญาติสนิทตามลำดับ จากนั้น ครอบครัวนิมนต์พระ 9 รูป สวดบำเพ็บกุศลอัฐิให้แด่ ปอ ทฤษฎี เบื้องต้นทางครอบครัวตกลงกันว่าจะแบ่งอัฐิเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเก็บไว้ที่บ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนที่สองนำไว้ที่กรุงเทพฯ และอีกส่วนหนึ่งก็จะนำไปเก็บไว้ที่วัด ส่วนในเรื่องการนำอัฐิไปลอยอังคารนั้น จะนำไปลอยที่อ่าวไทย อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ---------------------------------------------------------- ติดตามรับชมถ่ายทอดสดพิธีพระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ได้ที่นี่  ที่มา BRU.TV โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ประชาชนทยอยร่วมงานพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ "ปอ ทฤษฎี" กันตั้งแต่เช้า เมรุ ประดับประดาไปด้วยดอกไม้สีขาว ด้านผู้ว่าฯบุรีรัมย์จัดกำลังทุกฝ่าย กว่า 400 นาย ดูแลงาน เต็มที่ คาด ปชช.ร่วมกว่า 40,000 คน วันนี้ ( 24 ม.ค.) บรรยากาศภายในงานพระราชทานเพลิงศพดาราหนุ่มปอทฤษฎี สหวงษ์ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วมงานกันอย่างต่อเนื่องจากทั่วสารทิศ มีเจ้าหน้าที่ทำการจัดเตรียมพื้นที่เพื่อประกอบพิธีตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมาและพื้นที่ในการรองรับประชาชนที่จะเดินทางเข้ามาร่วมงานในวันนี้ที่อาจจะมีมากว่าหนึ่งหมื่นคน ในส่วนของเมรุที่ใช้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษนั้นได้มีการจัดแต่งประดับประดาไปด้วยดอกไม้สีขาวอย่างสวยงาม โดยเฉพาะบันไดทางขึ้นที่มีการประดับตกแต่งดอกไม้เป็นรูปนกยูง ซึ่งก็มีประชาชนทยอยเข้าไปถ่ายภาพกันจำนวนมาก นอกจากนี้ ทางกลุ่มเพื่อนสนิทของปอ จากมหาวิยาลัยราชภัฏจันทร์เกษมและกลุ่มเพื่อนสนิทที่บุรีรัมย์ได้มีการจัดทำเสื้อฟุตบอล สีขาว สกรีนด้านหลังด้วยตัวหนังสือภาษาอังกฤษPOR และเลข 23 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของปอจำนวน 40 ตัว เพื่อสวมใส่เป็นทีมงานกลุ่มเพื่อนปอด้วย ทางด้าน นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยถึงมาตรการเตรียมความพร้อมจัดงานพระราชทานเพลิงศพนักแสดงหนุ่มชื่อดัง ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ว่า หลังจากการประชุมร่วมกับหลายฝ่าย ขณะนี้ทางจังหวัดได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจำนวนมากกว่า 400 นาย เข้าดูแลความเรียบร้อย อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมพิธีดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่า น่าจะมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมากกว่า 40,000 คน ซึ่งนอกเหนือจากการดูแลความสงบเรียบร้อยแล้ว นายเสรี ระบุว่า ทางจังหวัดยังได้จัดรถรับ - ส่ง และที่จอดรถไว้รองรับผู้ที่จะเดินทางเข้ามา ซึ่งจะมีการประเมินสถานการณ์ตลอดทั้งวัน โดยหากพบปัญหาก็จะทำการปรับแผนเพื่อแก้ไขทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ กว่า 200 นาย และอาสาสมัคร 100 นาย เตรียมความพร้อมจัดเตรียมพื้นที่จอดรถให้กับแขกและประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ (กรณีพิเศษ) ดาราหนุ่ม ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ โดยแบ่งเป็น 3 จุดดังนี้ จุดที่ 1 ที่วัดอิสาณ และโรงเรียนเทศบาล 2 จำนวน 200 คัน จุดที่ 2 โดยรอบคลองละลม 800 คัน จุดที่ 3 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, ศาลากลางเก่า และโรงเรียนเทศบาล 1 จำนวน 1,000 คัน โดยตามจุดจอดรถ 1-3 จะมีบริการรถ Shuttle Bus รับส่งตลอดทั้งวันกว่า 30 คัน สำหรับพื้นที่ภายในรอบวัดกลาง และวิทยาลัยสารพัดช่าง จะเป็นที่จอดรถสำหรับแขก VIP และนอกจากนี้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ และหน่วย EOD คอยดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนตลอดทั้งวันนี้ โดยกำหนดการบำเพ็ญกุศลพระราชทานเพลิงศพ นายทฤษฎี สหวงษ์ (เป็นกรณีพิเศษ) ณ เมรุวัดกลาง (พระอารามหลวง) อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ในเวลา 10.30 น. จะมีพระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ จากนั้น เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เวลา 13.00 น. เทศน์อานิสงส์ 1 กัณฑ์ (พระราชปริยัติกวี เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์) เวลา 13.30 น. สวดมาติกาบังสุกุล (พระสงฆ์ 40 รูป) เวลา 14.15 น. เคลื่อนศพไปยังเมรุ เวลา 14.30 น. การแสดงโขน (จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์) เวลา 14.50 น. มอบทุนให้กับหน่วยงาน สถานศึกษา เวลา 15.00 น. ทอดผ้าบังสุกุล (40 ผืน) เวลา 15.30 น. ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ -คณะต้อนรับออกมายืนเรียงแถวรอต้อนรับ -ขบวนเชิญหีบเพลิงพระราชทานมาถึง (ผู้ถือหีบเพลิงพระราชทาน ดร.เชาว์ การวิชา) -ผู้ถือหีบเพลิง เดินขึ้นไปบนเมรุ -ผู้ถือหีบเพลิง เดินลงมาไปยังที่นั่งที่จัดให้ -คณะต้อนรับ กลับไปยังที่นั่ง -อ่านหมายรับสั่ง (หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์) -อ่านประวัติผู้วายชนม์ อ่านคำสดุดี (ปูญาดา ฝ่ายบริหารศิลปินช่อง 3) -อ่านสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ (ผศ.สงวน สหวงษ์ บิดา) -ประธานในพิธีทอดผ้ามหาบังสุกุล (ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์) -ประธานสงฆ์พิจารณาผ้ามหาบังสุกุล (พระราชปริยัติกวี เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ มหานิกาย) -ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพและเวลา 16.00 น,เป็นพระราชทานเพลิงศพ ____________________________________________________________________________________________ มูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นส่งตัวแทนมอบโล่เกียรติคุณแด่ 'ปอ ทฤษฎี สหวงษ์'ขณะที่ ช่อง3 เจ้าภาพร่วมสวดพระอภิธรรมศพคืนสุดท้าย ประชาชนเนืองแน่น นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ตัวแทนของพลเอกจรัญ กัลละวณิชย์ และมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น นำโล่ประกาศเกียรติคุณแด่ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ เนื่องจากท่านเป็นคนที่ทำดีตามรอยพ่อและเป็นคนสุจริตของแผ่นดิน พร้อมนำพวงหรีดรูปภาพในตอนที่ปอ เคยแสดงละครเวทีเรื่องพระมหาชนก มามอบแก่โบว์ แวนดา ภรรยาของปอ ทฤษฎี โดยก่อนหน้านี้ทางมูลนิธิได้จัดเตรียมจะมอบโล่รางวัลนี้ให้กับปอ ทฤษฎี ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2558 ที่ผ่านมาแต่เรื่องด้วยสถานการณ์ยังไม่เหมาะสม ในวันนี้จึงได้นำโล่ประกาศพร้อมพวงหรีดพิเศษที่ถือว่าเป็นหัวใจของทุกคนมามอบให้กับทางโบว์ แวนดา ภรรยา และให้กำลังใจครอบครัวสหวงษ์ โดยตลอดเวลาที่ปอ ทฤษฎี มีชีวิตได้เป็ได้ทำความดีและเป็นคนสุจริตของแผ่นดิน อีกทั้งยังใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามรอบพ่อ ดังนั้นคุณงามความดีของปอ จะยังคงอยู่ในใจของคนไทยทุกคนตลอดไป โดยโบว์ แวนดา ภรรยา ได้อุ้มน้องมะลิ พาขวัญ ออกมารับมอลโล่รางวัล พร้อมกับยืนมองรูปภาพปอ ทฤาฎีทั้งน้ำตา ด้วยความภาคภูมิใจ และความอาลัย และในวันนี้เวลา 19.00 น. จะมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ปอ ทฤษฎี เป็นคืนสุดท้ายทโดยมีสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นเจ้าภาพร่วม นำโดยคุณสมรักษ์ ณรงค์วิชัยรองกรรมการผู้จัดการ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 พร้อมด้วยผู้จัด ดารา นักแสดง มากมาย อาทิ ป้าแจ๋ว ยุทธนา ไก่ วรายุท หน่อง อนุโรชา ตุ๊ก จันจิรา อาจิ๋ม มยุรฉัตร แอ้ว อำไพพร แอน ทองประสม เชอรี่ เข็มอัปสร ตู่ ปิยวดี มาวิน ทวีผล เฟิร์ส ภาราดา บอย พิษณุ รวมไปถึงประชาชน แฟนคลับที่เดินทางมาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตั้งรั้วเพื่อจัดระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแขกที่เดินทางมาร่วมวาน มี้ พิศมัย แอน เชอรี่ เปิดเผยความรู้สึกสุดท้ายถึงผู้ชายที่ชื่อ ปอทฤษฎี โดยมี้ พิศมัย นักแสดงรุ่นใหญ่ได้ เปิดเผยว่า "วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่สวดศพปอวันนี้มี้มา สงสารเขานะก็ทำงานเรื่องสุดท้ายคุณชายกำมะลอด้วยกัน ไม่คิดว่าเขาจะไปเร็วแบบนี้ก็ขอให้เขาไปสบาย เขาเป็นคนน่ารัก เอื้อเฟื้อ ตรงเวลาไม่ต้องห่วงเลย ก็ผูกพันมากเหมือนลูกคนนึงเจอกันก็กอดกันค่ะ ก็สงสารลูกเขาเด็กยังไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจว่าพ่ออยู่ไม่อยู่เราทุกคนก็ต้องดูแลให้กำลังใจภรรยาเขา สำหรับปอก็อยากให้ดูเขาเป็นตัวอย่าง เขาทำคุณงามความดี ทำทั้งส่วนตัวส่วนรวม ทำให้คนในจังหวัดเขาด้วย น่าชมเชยนะคะ ตอนที่เขาไม่อยู่แล้ว เราจึงได้รู้ว่าเขาทำไว้เยอะเลยนักแสดงรุ่นหลังควรดูไว้เป็นแบบอย่าง ความดีที่เขาได้ทำ เราได้มองเห็นกันแล้วเขาเป็นคนน่ารัก มี้เล่นกับพระเอกทุกรุ่นก็ดีทุกคนนะ ตอนอยู่เราอาจจะไม่รู้พอเขาไปเราจึงได้รู้ คนบุรีรัมย์จะจารึกเขาไว้ ชื่นชมเขาจริงๆ เขาให้ความเคารพมีความผูกพันกัน เขาตรงเวลา ทำการบ้านเรียบร้อยมาก คุณยุ ยุวดียังชมเขาเลยค่ะ " ปิน ชวนันท์ ขอบคุณทุกคนให้กำลังใจครอบครัว "สภาพจอตใจครอบครัวตอนนี้ดีครับได้กำลังใจจากทุกด้านมา ในครอบครัวทุกคนช่วยกันทุกคน ดีมากครับ กลับบ้านไปก็หลับหลับให้เยอะที่สุด แต่ไม่เป็นไรครับ ผมยังวัยรุ่น ยังได้อยู่ ก็ขอบคุณทางจังหวัดผู้ใหญ่ทุกฝ่ายที่ช่วยครับ ความพร้อมพรุ่งนี้ก็น่าจะพร้อมกันทุกอย่างน่าจะเซ็ตระบบไว้หมดแล้ว ความกังวลไม่มีครับผมภูมิใจแทนเขาด้วยที่ประชาชนมากันเยอะมากครับเรื่องสมุดบันทึกเบื้องต้นยังไม่มีพิมพ์เพิ่มนะครับเรื่องของที่ระลึกต้องถามทางป๊อปปี้ครับ เพราะเขาดิวทางนั้นอยู่แต่คาดว่าไม่น่าจะพอ แต่ก็มีอย่างอื่นนะครับ เป็นพระ เป็นซีดีก็ขอบคุณที่อยากได้อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่มันอาจจะไม่เพียงพอต้องขอโทษทุกคนเลยครับ เรื่องลอยอังคาร ก็คงตามประเพณีครับ แต่ยังไม่ได้ตกลงกันเลยต้องรอให้วันพรุ่งนี้จบก่อนคนับถามว่าใจหายไหม ก็ใจหายครับ แต่อีกมุมแกก็ไปสบายหลังจากเจ็บมานานครับ หลังจากนี้ก็ดูแลพ่อ แม่ พี่โบว์ มะลิ กันต่อไปครับพรุ่งนี้คงทำบุญถวายเพลปกติครับ สำหรับเรื่องภาพผมก็เห็นแล้วครับก็รู้สึกขนลุกครับ แต่ไม่ฟันธงดีกว่าครับ วันนี้ก็ขอขอบคุณประชาชนชาวบุรีรัมย์ทุกหน่วยงาน ที่มาช่วย มาให้กำลังใจกัน ผมรู้ว่าพี่ปอเขามองอยู่ เขาชื่นใจ ตื้นตันมันดีมาก ดีมากจริงๆครับ" แอน ทองประสมเผยฝันถึงปอบอกขอติดรถมาด้วย "วันนี้มาร่วมงานก็ตั้งใจมาวันนี้เลย ก่อนหน้านี้ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลมาครั้งนึงค่ะเมื่อคืนฝันว่าเขาอยากนั่งรถแอน เขาไม่อยากไปรถคันอื่น เขาขอขึ้นรถแอนเลยเคลียร์รถให้ ก็พูดคุย เขาก็ลงรถออกมาทักทายคนอย่างมีความสุขดี แอนก็แปลกใจนะ แล้วอยู่ๆมาฝันถึงปออาจจะเป็นเพราะว่าเราจะมาร่วมงานเลยคิดเรื่องเขา แอนดูคลิปเขาทุกวันดูคลิปลูกเขาด้วย เราก็รู้สึกเสียดายที่เขามาจากไปแบบนี้ ก็รู้สึกเสียใจไม่อยากให้เขาไปเลยไม่น่าเลย แต่ก็เข้าใจ แอนดีใจแทนครอบครัวปอถ้าปอเห็นตอนนี้เขาต้องดีใจที่คนรักเขามากขนาดนี้ความดีที่เขาทำไว้มันไม่ได้สูญหายเลยค่ะเวลาเจอกับปอจะเป็นการแซวเล่น คุยเล่น ปอเป็นเหยื่อของพวกเรา คนจะชอบไปแซวเขาแต่แอนไม่เคยเล่นละครด้วยกัน ปอยังเคยมาพูดว่าอยากเล่นละครด้วยกันเลยบอกว่าหากมีโอกาสมาเล่นตบจูบกันสักเรื่องนะ แต่เสียดายยังไม่มีโอกาสจริงๆความดีของปอเขามาเป็นละอองตลอดเวลา เขาไม่ได้ลุกขึ้นมาทำแบบยิ่งใหญ่แต่เขาทำเป็นความดีสะสมมาทุกวัน ทำแบบไม่มีช่วงหยุดหาย มันเห็นถึงความจริงใจและตัวตนของเขาไม่ว่าลูกหรือภรรยาก็เลี้ยงแบบติดดิน และภรรยาเขาก็น่ารักค่ะวันนี้ก็ได้คุยกับโบว์ แต่ไม่ได้คุยเยอะเพราะคิดว่าเขารับแขกเยอะคงเหนื่อยก็บอกเขาให้ทานข้าวเยอะๆเดี๋ยวจะไม่สบายค่ะ แอนว่าลูกเขา ภรรยาเขาครอบครัวเขามีคนรักเยอะแยะเลย พรุ่งนี้แอนไม่ได้อยู่ค่ะ ทุกวันนี้ส่งใจมาทุกวันค่ะถึงจะไม่ใช่คนในครอบครัว แต่ก็อยู่ในครอบครัวช่องสามเหมือนกันเขาเป็นคนดีที่เสียไปแล้วรู้สึกว่ามันไม่น่าเลยอยากบอกปอว่าแอนอยากเล่นละครกับปอนะ ถ้าปออยู่แอนอยากจะรีบเล่นละครกับเขาเลยค่ะ" เชอรี่ เข็มอัปสร ยกเป็นบุคคลตัวอย่างในเรื่องการใช้ชีวิตแบบพอเพียง "วันนี้เพิ่งมีโอกาสได้มาวันแรกเป็นวันสุดท้ายซ่ะแล้วจริงๆในความเศร้าใจของเรา เสียใจในการจากไปของพี่ปอ แต่เราเห็นคนอาลัยมาให้กำลังใจครอบครัวพี่ปอ เราก็ชื่นใจแทนพี่ปอวันนี้ก็ให้กำลังใจภรรยาเขาบอกให้เขาเข้มแข็ง เป็นกำลังใจให้กับพี่ปอเคยเล่นละครกับพี่ปอ เรื่องทาสรักด้วยกัน เขาเป็นคนน่ารัก สบายๆติดดินไม่เคยโมโห เวลาเขาไม่พอใจก็จะบ่นตามสไตล์ เขาเป็นคนน่ารัก คนเลยรักเขาพอตอนที่เขาป่วยได้รู้ในสิ่งที่เขาทำมันเยอะแยะมากมาย จิตใจเขาน่านับถือมากเลยจริงๆพี่ปอ ไม่เคยทำตัวว่าเขาเป็นดาราเลย นักแสดงคือนักแสดง มาถึงคือทำงาน ไม่มีอีโก้เป็นตัวแทนความเป็นแบบอย่างได้ดีมากเลยค่ะ เป็นแบบอย่างของความพอเพียงทำตามแนวในพระราชดำรัส เขาทำได้ดีมากๆ นอกเหนือจากการทำนา เชื่อมั่นในความดีช่วยเหลือคน สัตว์ เขาทำมาโดยตลอดค่ะ เราไม่เคยมุมนั้นของเขาเลย นอกเหนือจากที่เราเคยไปร่วมกับเขาแล้วเราไปเราถึงจะได้รู้ ถือว่าวันนี้ได้สูญเสียเพื่อนร่วมวงการที่ดีคนนึงอยากจะบอกพี่ปอว่าไม่อยากให้เขาห่วงอะไร การจากไปของเขาไม่ได้ตั้งตัวไม่ได้พูดร่ำลา อยากบอกพี่ปอว่าไม่ต้องห่วงอะไร ลูกสาวของเขาเป็นที่รักภรรยาของเขาก็น่ารัก ความดีของพี่ปอที่ทำมาจะนำทางพี่ปอไปในที่ดีๆแน่ๆค่ะ" พระองค์โสมฯ ทรงประทานผ้าไตรและดอกไม้จันทน์ร่วมงานศพ'ปอ ทฤษฎี' ครอบครัวสหวงษ์ปลื้มปิติ  วันนี้ (23 ม.ค.59) เวลา 16.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ส่งตัวแทนพระองค์เดินทางมาประทานผ้าไตรและดอกไม้จันทน์ ในพิธีพระราชทานเพลิงศพปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ขณะที่ทางครอบครัวและญาติ ได้จัดไฟฉาย จำนวน 3,000 อัน และสมุดโน้ต จำนวน 5,000 เล่ม เป็นของที่ระลึกภายในงานพระราชทานเพลิงศพปอ ทฤษฎี ในวันที่ 24 มกราคม โดยภายในสมุดโน้ต จะมีรูปภาพพร้อมประวัติของปอ ทฤษฎี และมีข้อความอาลัยจากครอบครัว สหวงษ์ โบว์ แวนดา ภรรยา และน้องมะลิ พาขวัญ อาน้ำอ้อย ศรมนตรา และนายแพทย์มารุต จันทรา เขียนถึงปอ ทฤษฎี ซึ่งจะมอบให้กับแขกและประชาชน แฟนคลับที่มาร่วมในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพปอ ทฤษฎี สำหรับวันนี้ประชาชนยังคงหลั่งไหลเข้าเคารพศพและร่วมอาลัยให้กับปอ ทฤษฎี อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพในค่ำนี้เป็นคืนสุดท้าย โดยที่สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นเจ้าภาพ ศิลปินดารา - ประชาชน ร่วมสวดพระอภิธรรมศพ ปอ ทฤษฎี คืนที่4 แน่น เจ้าหน้าที่เสริมเก้าอี้รองรับเพิ่ม ท็อป ดารณีนุช ร่ำไห้ เคารพศพ ยกเป็นพระเอกตัวจริง ผศ.สงวน สหวงษ์ โบว์ แวนดา และครอบครัวสหวงษ์ ดารานักแสดงอาทิ แมน การิน, เกล เวธกา, เพ็ชร กรุณพล พร้อมแขก ประชาชน แฟนคลับ ร่วมฟังพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ปอ ทฤษฎี วันนี้เป็นคืนที่ 4 แล้ว ซึ่งมีโบว์ แวนดา และน้องมะลิ พาขวัญ เป็นผู้จุดเทียน หน้าหีบบรรจุศพปอ ทฤษฎี โดยมีกองบริหารบุคคลมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, องค์การพิทักษ์สัตว์, หัวหน้าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, โรงพยาบาลเอกชนบุรีรัมย์ อาจารย์ประดับ อาจารย์สายทอง ฉั่วอนุสรณ์ และ อ.เฉลิม เรืองประโคน และครอบครัว ชมรมคนรักในหลวง ฃจ.บุรีรัมย์ รร.ภัทรบพิตร โดยว่าที่พันตรีสุพจน์ ธนานุกูล คุณแม่ดรุณี ทันตแพทย์หญิงพุทธรักษา สุฤทธานนท์ (คลินิกบ้านฟันสวย) โรงแรมเทพนคร สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ บริษัท ดับเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) โดยคุณชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักงานกิฟฟารีน สาขาสุรินทร์ ญาติคุณแม่จากศรีษะเกษ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ คณะอี๊ด โปงลางสะออน สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.บุรีรัมย์ โดย นายสำราญ ผอ.ราชบัณฑิต โรงเรียนเทศบาล 3 เมือง บุรีรัมย์ รองผอ.เสาวลักษณ์ กมลศิลป์ และคณะ ธวัชชัย กมลมุนีโชติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ และ ชมรมตลาดสด อำเภอประโคนชัย ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ โดยในคืนนี้ก็มีประชาชน แฟนคลับ ทยอยเดินทางมาร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพกันอย่างเนืองแน่น จนเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มเก้าอี้เสริม เพื่อรองรับกับจำนวนประชาชนที่เดินทางมาร่วมงาน ซึ่ง ท็อป ดารณีนุช ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชน ว่า ในวันนี้ได้มีโอกาสมาร่วมอาลัยปอ และให้กำลังโบว์ แวนดา กับครอบครัว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ร่วมงานละครกับปอมากว่า 6 เรื่อง ปอเป็นคนที่ตลก ขี้เล่น ชอบหยอกล้อทุกคนในกองถ่าย แม้วันนี้ปอจากไป ตนก็เชื่อว่าผลของกรรมดีจะทำให้ปอได้อยู่ในภพภูมิที่ดี เพื่อมองดูภรรยาและลูกสาวจากข้างบนด้วยความสุข ที่มา INN ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เตรียมจัดการจราจรงาน พระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี พร้อมเปิดกำหนดการ วันนี้ (22 ม.ค. 59) มีรายงานว่า พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ แถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบถึงมาตรการการรักษาความสงบเรียบร้อยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยเฉพาะในวันที่ 24 ม.ค. 59 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี เป็นจำนวนมาก และได้มีการจัดรถตู้ของทุกสถานีตำรวจ มาบริการรับ-ส่ง ประชาชนผู้ที่เดินทางมาร่วมพระราชทานเพลิง   กำหนดการบำเพ็ญกุศล พระราชทานเพลิงศพ นายทฤษฎี สหวงษ์ เป็นกรณีพิเศษในวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2559 ณ เมรุวัดกลาง (พระอารามหลวง) อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เวลา 10.30 น. สวดพระพุทธมนต์ (พระสงฆ์ 10 รูป) เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เวลา 13.00 น. เทศน์อานิสงฆ์ 1 กันต์ (พระราชปริยัติกวี เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์) เวลา 13.30 น. สวดมาติกาบังสุกุล (พระสงฆ์ 40 รูป) เวลา 14.15 น. เคลื่อนศพไปยังเมรุ เวลา 14.30 น. การแสดงโขน (จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์) เวลา 14.50 น. มอบทุนให้กับหน่วยงาน สถานศึกษา เวลา 15.00 น. ทอดผ้าบังสุกุล (40 ผืน) เวลา 15.30 น. ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ - คณะต้อนรับออกมายืนเรียงแถวรอต้อนรับ - ขบวนเชิญหีบเพลิงพระราชทานมาถึง (ผู้ถือหีบเพลิงพระราชทาน ดร.เชาว์ การวิชา) - ผู้ถือหีบเพลิง เดินขึ้นไปบนเมรุ - ผู้ถือหีบเพลิง เดินลงมาไปยังที่นั่งที่จัดให้ - คณะต้อนรับ กลับไปยังที่นั่ง - อ่านหมายรับสั่ง (หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์) - อ่านประวัติผู้วายชนม์ อ่านคำสดุดี (ปูญาดา ฝ่ายบริหารศิลปินช่อง 3) - อ่านสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ (ผศ.สงวน สหวงษ์ บิดา) - ประธานในพิธีทอดผ้ามหาบังสุกุล (ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์) - ประธานสงฆ์พิจารณาผ้ามหาบังสุกุล (พระราชปริยัติกวี เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ มหานิกาย) - ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ เวลา 16.00 น. พระราชทานเพลิงศพ   MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผู้ว่าฯ เล็งสร้างอนุสรณ์ คนดีศรีบุรีรัมย์ ให้ "ปอ ทฤษฎี" เพื่อเป็นเกียรติระลึกถึงความกตัญญู ไม่ลืมถิ่นฐานบ้านเกิด ของพระเอกหนุ่ม บรรยากาศงานสวดอภิธรรมศพคืนที่ 3 ของพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ที่เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมานั้น ก็ยังคลาคล่ำไปด้วยประชาชน คนบันเทิง รวมถึงผู้มีชื่อเสียงต่างเดินทางไปร่วมไว้อาลัยอย่างเนื่องแน่น วัดกลาง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพ จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยความสะดวกตลอดทาง ขณะที่ตลอดทั้ง 2 ข้างทางในจ.บุรีรัมย์นั้น บรรดาห้างร้านต่างๆ มีการขึ้นป้ายคัตเอาต์รูปปอ ทฤษฎี และข้อความว่า “อำลาอาลัยปอ ทฤษฎี” เพื่อเป็นการไว้อาลัยกับการจากไป และเชิดชูผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดบุรีรัมย์ ด้านนายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจ.บุรีรัมย์ เผยว่าขณะนี้กำลังปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดสร้างอนุสาวรีย์ให้กับพระเอกหนุ่ม เพื่อเป็นเกียรติประวัติระลึกถึงความกตัญญู ไม่ลืมถิ่นฐานบ้านเกิด และคุณงามความดีที่ปอได้สร้างไว้ให้เป็นแบบอย่างแก่เยาวชน และผลงานต่างๆ เบื้องต้นได้ทางจังหวัดเตรียมมอบโล่เชิดชูเกียรติ “คนดีศรีบุรีรัมย์” ให้กับครอบครัวของพระเอกคนดังหลังได้สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดด้วยแม้ว่า ปอ ทฤษฎี จะจากไปแล้วก็ตาม นายกฯ- รมต.มหาดไทย ร่วมส่งพวงหรีดไว้อาลัย "ปอ ทฤษฎี" ส่วนดาราในวงการบันเทิง "แต้ว" "เมญ่า" เดินทางมาร่วมสวดอภิธรรมศพ คืนที่ 3 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและภริยา, พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา , นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา, นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งตัวแทนมอบพวงหรีดเพื่อร่วมอาลัยให้กับ ปอ ทฤษฎี นอกจากนี้ก็มีดารานักแสดงแต้ว ณัฐพร, เมญ่า นนทวรรณ, เป๊ก เปรมมณัช, เกมส์ ศานติ, วุฒิ สุรินทร พร้อมดารานักแสดงจากละครสาวน้อยร้อยล้าน ได้ทางเข้าร่วมเคารพศพและอาลัยปอ ทฤษฎี พร้อมให้กำลังใจครอบครัวสหวงษ์ และรอร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพในค่ำนี้เวลา 19.00 น. ก่อนได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ซึ่งเมญ่า นนทวรรณ เปิดเผยกับสื่อมวลชนหลังร่วมงานละครเรื่องแรกกับปอ ทฤษฎี เรื่องสาวน้อยร้อนล้านที่กำลังออนแอร์ ในขณะนี้ว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยฝันว่าปอ ทฤษฎี ส่งข้อความหาในกรุ๊ปไลน์ขอโทษทุกคนสำหรับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะทราบข่าวการเสียชีวิตของปอ ทฤษฎี ในวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งตนยอมรับว่ารู้สึกเสียใจและร้องไห้อย่างหนักกับการสูญเสีย ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนพี่ชายที่แสนดี หลังจากที่เคยมีโอกาสได้ร่วมงานละครด้วยกัน โดยเมญ่าเผยว่าปอนั้นเป็นพระเอกที่ติดดิน สัมผัสได้ มีน้ำใจกับทุกคน และจะช่วยเหลือทุกคนก่อนตัวเองเสมอ จนทำให้ตนรู้ถึงการทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน นอกจากนี้ในเวลาที่ตนเจอกับปัญหา ปอ ก็เป็นเสมือนพี่ชายที่คอยให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ ช่วยให้ตนฮึดสู้และผ่านช่วงเวลานั้นไปได้ ด้วย เกมส์ ศานติ เผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยมีโอกาสไปเยี่ยมปอ ที่โรงพยาบาล และทราบว่าปออาการดีขึ้น ตนก็รู้สึกดีใจที่ปาฏิหาริย์ที่เคยหวังกำลังจะเกิดขึ้น แต่พอมาทราบข่าวการเสียชีวิตในวันที่ 18 มกราคม ตนก็รู้สึกเสียใจ และเห็นใจโบว์ แวนดา น้องมะลิ และครอบครัว แต่อย่างไรก็ตาม ตนก็เชื่อว่าโบว์ เป็นคนที่เข้มแข็ง จะสามารถผ่านทุกอย่างไปได้ และหากมีอะไรที่ให้ช่วยเหลือทุกคนก็พร้อมจะยื่นมือช่วยเหลือดูแล ด้าน วุฒิ สุรินทร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่รู้จักและเคยร่วมงานกับปอ ทฤษฎี ปอเป็นรุ่นพี่ในวงการที่ทำงานด้วยแล้วสนุก เพราะเป็นคนที่ชอบเล่น สนุกสนานเฮฮา คอยหยอกคอยแกล้งทุกคนในกองถ่าย และทุกคนก็รักปอ ทฤษฎี ซึ่งการจากไปในครั้งนี้ถือว่าเป็นการสูญเสียที่ทำให้ทุกคนรู้สึกเสียใจมากจริงๆ สำหรับ รายนามเจ้าภาพคืนนี้ 21 ม.ค.59 1.นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานส่วนราชการ 2. บีอีซีเทโร 3. กลุ่มเพื่อน บ.พ. 4. เครือข่ายปราชญ์บุรีรัมย์ 5. ลูกศิษย์ อ.สงวน คบ.ภาษาไทย วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ รุ่น 1 6. คณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนไตรภูมิวิทยา 7. กลุ่มเพื่อนแม่ อ.ศรีขรภูมิ จังหวัดศรีสะเกษ 8. หอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ 9. ชมรมครูปฐมวัย สพป.บร. เขต 1 10. วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ รุ่น 1 11. ป.กศ. รุ่น 6 ห้อง 5 วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ 12. ธนาคารกรุงเทพ จำกัดมหาชน 13. ดาบตำรวจสิงโต เตียงงา และครอบครัว 14. สพป.บุรีรัมย์ 1 (ผอ.สุพจน์ เจียมใจ) 15. พลตรีเดช อุดม นิชรัตน์ ผู้บัญชาการมณฑล 16. ท่านโสภณ ซารัมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 17. สโมสรไลออนส์มิตรภาพ จังหวัดบุรีรัมย์ 18. วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ รุ่น 1 เพื่อนบุรีรัมย์ 19. ศิษย์เก่าวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ รุ่น ป.กศ ตำบล 20. สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดบุรีรัมย์ 21. สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 22. ชมรมแอโรบิคสนธยาบุรีรัมย์ 23. ญาติบ้านวังม่วง จังหวัดขอนแก่น 24. ท่านวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อดีตอธิบดีกรมทางหลวง 25. นางทิฐินันท์ รัตนบรรณกิจ 26. คณะกรรมการส่งเสริมกิจการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 27. สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ จังหวัดบุรีรัมย์ 28. การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่มา INN ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" พร้อมคณะ เดินทางร่วมอาลัย "ปอ ทฤษฎี" เป็นเจ้าภาพสวดศพคืนนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางเข้าร่วมไว้อาลัย ปอ ทฤษฎี และให้กำลังใจครอบครัวสหวงษ์ ที่ วัดกลางพระอารามหลวง จ.บุรีรัมย์ โดยมี ผศ.สงวน สหวงษ์ และครอบครัวสหวงษ์ ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ นายบุญชัย ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล และ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ วุ้นเส้น วิริฒิพา ชาคริต แย้มนาม กระแต ศุภักษร ส่งพวงหรีดไว้อาลัยให้กับ ปอ ทฤษฎี เช่นกัน โดยมีตัวแทนจากครอบครัวสหวงษ์ เป็นผู้ออกมารับมอบ ด้าน ประชาชน แฟนคลับ ยังคงทยอยเดินทางร่วมเคารพศพและร่วมอาลัย ปอ ทฤษฎี อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพในค่ำนี้ เป็นคืนที่ 3 ขณะที่บรรยากาศงานยังคงมีประชาชนมากมายทยอยเดินทางมาร่วมเคารพศพ และร่วมไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลงาน ได้จัดให้ประชาชนเข้าเคารพศพพระเอกหนุ่มได้ครั้งละ10 คน ในส่วนของสื่อมวลชนที่มารอนำเสนอข่าว ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน เพื่อไม่ให้เข้ามายังในบริเวณศาลาสวดพระอภิธรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระกรุณาพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษแก่ ปอ ทฤษฎี ถือเป็นเกียรติแก่ครอบครัวสหวงษ์ อย่างหาที่สุดมิได้ ล่าสุด มีรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาพระราชทานเพลิงศพแก่ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ เป็นกรณีพิเศษ ณ เมรุวัดกลาง อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ในวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2559 พระองค์โสมฯ ประทานน้ำหลวงอาบศพ "ปอ" ครอบครัวปีติ ขณะที่ชาวบุรีรัมย์- FC ร่วมแน่น ด้าน "โบว์" อุ้ม "มะลิ" รดน้ำศพ บรรยากาศ ณ ศาลา 2 ธรรมานุภาพ วัดกลางพระอารามหลวง จ.บุรีรัมย์ ภายหลังจากที่ทางครอบครัวได้นำร่างอันไร้วิญญาณของ ปอ ทฤษฎี กลับถึงบ้านที่บุรีรัมย์ โดยก่อนหน้านี้มีสายฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้สื่อมวลชนและแขกที่เดินทางมาร่วมงานต้องหลบในภายในเต็นท์ที่ทางเจ้าหน้าที่ตัดเตรียมไว้ หลังจากนั้นเวลา 15.15 น. โบว์ แวนดา ได้อุ้มน้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาววัย 2 ขวบ เดินทางเข้ามายังศาลา 2 ธรรมานุภาพ พร้อมกับครอบครัวสหวงษ์ หลังจากนั้นเพื่อนดารานักแสดง ทีน ศราวุฒ พร้อมภรรยา ได้เดินทางมาร่วมงานด้วย จากนั้นเวลา 17.29 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โปรดให้ผู้แทนพระองค์ประทานน้ำหลวงอาบศพ "ปอ ทฤษฎี สหวงษ์" สร้างความปลาบปลื้มให้กับครอบครัวสหวงษ์อย่างหาที่สุดมิได้ จากนั้นผู้แทนพระองค์ได้มีการพูดคุยให้กำลังใจกับครอบครัวสหวงษ์ ขณะที่บรรยากาศที่วัดกลางพระอารามหลวงตอนนี้ มีสายฝนที่ตกลงมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้แฟนคลับ ประชาชนคนรัก ปอ ทฤษฎี นั้นถดถอยลงไป ยังคงเดินทางมาร่วมไว้อาลัยและส่งปอ ทฤษฎีเป็นครั้งสุดท้ายกันอย่างเนืองแน่น ขณะที่บรรยากาศพิธีรดน้ำศพ ปอ ทฤษฎี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในพิธีสวดอภิธรรมศพวันแรก โดยมีประชาชน แฟนคลับยืนต่อแถวกันเป็นจำนวนมาก เพื่อรอรดน้ำศพ ปอ ทฤษฎี ก่อนที่จะนำร่างอันไร้วิญญาณบรรจุลงโรงศพและตั้งสวดพระอภิธรรมศพในเวลา 19.00 น. ขณะเดียวกันนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็ได้เดินทางมาร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ปอ ทฤษฎี ด้วยเช่นกัน ข้อมูล INN / ภาพ FB BURIRAM UNITED ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News พิธีรดน้ำศพ "พี่ปอ ทฤษฎี สหวงษ์"ณ วัดกลางพระอารามหลวง จ.บุรีรัมย์ Posted by BURIRAM UNITED on 19 มกราคม 2016   ป้าต่าย และพี่ๆ นักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จุดธูปเคารพศพพี่ปอ หลังงานสวดพระอภิธรรม อุทิศส่วนกุศลให้ "พี่ปอ ทฤษฎี สหวงษ์"ณ วัดกลางพระอารามหลวง จ.บุรีรัมย์ Posted by BURIRAM UNITED on 19 มกราคม 2016 ชาวเน็ตแสดงความเสียใจต่อการจากไปของพระเอกหนุ่ม 'ปอ ทฤษฎี' แห่ร่วมติดเเฮชแท็กอาลัยท่วมท้นผ่านโซเชียลฯ กลายเป็นข่าวร้ายช็อควงการบันเทิง เมื่อ รพ.รามาธิบดี ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงอาการป่วยของพระเอกหนุ่ม "ปอ ทฤษฎี สหวงษ์" ว่าได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบแล้ว เมื่อเวลา 11.50 น. ของวันที่ (18 ม.ค. 59) ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดอาการล้มป่วยต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานกว่า 2 เดือนแล้ว หลังจากที่มีข่าวการจากไปของพระเอกหนุ่มขวัญใจมหาชน นอกจากจะสร้างความสูญเสียให้แก่ครอบครัว "สหวงษ์" แล้ว ยังมีเหล่าบรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็ออกมาเเสดงความเสียใจต่อการจากไปอย่างล้นหลาม ซึ่งได้ร่วมกันติดแฮชแท็กอาลัย #RIPปอทฤษฎี #RIPปอ #RIPPOR ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ รวมไปถึงอินสตราแกรมอีกด้วย ล่าสุด วันนี้(19 ม.ค.) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริโสภาพรรณวดี ทรงโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม @nichax ใจความว่า "ขอร่วมแสดงความอาลัยปอ ทฤษฎี ขอให้ปอไปสู่สุคติ เราเคยทำงานด้วยกันนานมาแล้ว ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของปอ ทฤษฎีด้วย" ทางด้านนางกรุณา ชิดชอบ ภรรยา นายเนวิน ชิดชอบ ผู้บริหารสโมสร BURIRAM UNITED ก็ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัย ปอ ทฤษฎี ขอให้พระเอกหนุ่ม หลับให้สบายลงในแฟนเพจ  BURIRAM UNITED โดยระบุว่า พระเอกหนุ่มยังมีอายุน้อยเกินไปและยังมีภาระหน้าที่ของการเป็นพ่อที่ต้องดูแลน้องมะลิ และหน้าที่ของสามีที่ต้องดูแลโบว์ แต่ขอให้ปอหลับให้สบายไม่ต้องห่วงอะไร ปอจะอยู่ในหัวใจของพวกเราตลอดไป โดยก่อนหน้านี้ก็ได้มีคลิปเพลงพิเศษให้กำลังใจ "ปอ ทฤษฎี" อีกด้วย เพลงก้าวไปด้วยกัน เนื้อหาเพราะ ลึกซึ้ง เติมกำลังใจ เผยประมวลภาพเหล่านักแสดง ดารา และบรรดาแฟนคลับคนรักปอจำนวนมาก ร่วมส่งกำลังใจไปให้หนุ่มปอหายจากอาการป่วย ทั้งนี้ พลังใจจากแฟนคลับและประชาชนอย่างล้นหลาม เกิดจากคุณงามความดีของหนุ่มปอ ทฤษฎี ที่เคยสร้างเอาไว้ขณะยังมีชีวิตอยู่ สำหรับพิธีสวดพระอภิธรรมศพ “ปอ ทฤษฎี” นั้น จะมีการรดน้ำศพในเวลา 16.00 น.ในวันที่ (19 ม.ค.) ที่วัดกลาง จ.บุรีรัมย์ จากนั้นจะสวดพระอภิธรรมเวลา 19.00 น. และมีพิธีฌาปนกิจวันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค. ทั้งนี้ ทางทีมงาน MThai News ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยค่ะ MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง   สุดอาลัย เนวิน - ซ้อต่าย โพสข้อความไว้อาลัยปอ ทฤษฎี ผ่านแฟนเพจบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 

ตำนานความรัก 'กำไลมาศ' เรื่องจริงในสมัยรัชกาลที่ 5
กำไลมาศ /  ประวัติศาสตร์ไทย / 

ตอนนี้ละครเรื่อง "กำไลมาศ" กำลังเข้มข้นสนุกเลยทีเดียว ซึ่งละครเรื่องนี้สร้างมาจากนิยายของพงศกร นักเขียนนิยายชื่อดัง และเพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า? "กำไลมาศ" คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ สมัยรัชกาลที่ 5 กำไลชิ้นนี้เป็นของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ เจ้าจอมพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงโปรดและรักมาก และเป็นเจ้าจอมคนสุดท้ายของราชวงศ์จักรีที่ยังดำรงชีพและถึงแก่อนิจกรรมในรัชกาลปัจจุบัน ไปติดตามตำนานความรักอันแสนเศร้านี้พร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ ตำนานความรัก 'กำไลมาศ' เรื่องจริงในสมัยรัชกาลที่ 5 ตำนานความรัก 'กำไลมาศ' เรื่องจริงในสมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นจริงของ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาท่านขึ้นเป็นเจ้าจอมพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นคนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดและรักมาก นั่นทำให้ท่านเป็นที่ริษยาของเจ้าจอมคนอื่นๆ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2433 เป็นธิดาในหม่อมเจ้าเพิ่ม ลดาวัลย์ กับหม่อมช้อย ลดาวัลย์ ณ อยุธยา (สกุลเดิม นครานนท์) เมื่ออายุได้ 11 ปี ได้เข้าถวายตัวเป็นข้าหลวง เมื่อท่านมีอายุได้ 11 ปี หม่อมยายได้พาท่านไปถวายตัวเป็นข้าหลวงในตำหนักพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ซึ่งพระองค์ได้ทรงอบรมเลี้ยงดูหม่อมราชวงศ์สดับในฐานะพระญาติ และยังโปรดให้เรียนหนังสือทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ รวมทั้งหัดงานฝีมือ ตลอดจนการอาหารคาวหวานจนเชี่ยวชาญ นอกจากความอัจฉริยภาพและความงามแล้ว เสียงอันไพเราะของท่าน ยังเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นอีกด้วย เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ ได้รับพระราชทาน "กำไลมาศ" เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2449 หม่อมราชวงศ์สดับได้เข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันนี้ท่านได้รับพระราชทาน "กำไลมาศ" จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กำไลมาศ เป็นกำไลทองคำแท้จากบางสะพาน หนักสี่บาท ทำเป็นรูปตาปูโบราณสองดอกไขว้กัน ปลายตาปูเป็นดอกเดียวกัน ถ้ามองตรงๆ เป็นอักษร S (มาจากชื่อย่อของเจ้าจอมสดับ) หากพลิกข้อมือเพียงเล็กน้อยมองอีกด้านหนึ่งจะกลับเป็นอักษร C (จุฬาลงกรณ์) สิ่งที่ทำให้กำไลทองวงนี้มีชื่อมากที่สุดในบรรดาเครื่องประดับสูงค่าของรัตนโกสินทร์ไม่ใช่ราคา หรือการออกแบบ แต่เป็นตัวอักษรซึ่งเป็นบทกลอนพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสลักไว้บริเวณด้านบนของกำไลว่า กำไลมาศชาตินพคุณแท้ ไม่ปรวนแปรเป็นอื่นยั่งยืนสี เหมือนใจตรงคงคำร่ำพาที จะร้ายดีขอให้เห็นเช่นเสี่ยงทาย ตาปูทองสองดอกตอกสลัก ตรึงความรักรัดไว้อย่าให้หาย แม้รักร่วมสวมใส่ไว้ติดกาย เมื่อใดวายสวาสดิ์วอดจึงถอดเอย คราวที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่นี้ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับได้บันทึกไว้ว่า "ในวันเฉลิมพระที่นั่งนี้ทรงพระมหากรุณาสวมกำไลทองรูปตาปูพระราชทานข้าพเจ้า ทรงสวมโดยไม่มีเครื่องมือ บีบด้วยพระหัตถ์ รุ่งขึ้นจึงต้องรับสั่งให้กรมหลวงสรรพศาสตร์พาช่างทองแกรเลิตฝรั่งชาติเยอรมันนำเครื่องมือมาบีบให้เรียบร้อย" วันที่สุขที่สุด! วันที่ท่านได้รับพระราชทาน "กำไลมาศ" ถือว่าเป็นวันที่ท่านมีความสุขมากที่สุด และทั้งตลอดชีวิตของท่าน เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับมิได้ถอดออกจากข้อมือเลย จวบจนชีวิตท่านหาไม่แล้ว หม่อมหลวงพูนแสง สูตะบุตร ผู้เป็นหลานสาวจึงเป็นผู้ที่ถอดออกให้ และได้ถวาย "กำไลมาศ" แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในงานพระราชทานเพลิงศพของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับนั้นเอง ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เก็บไว้ที่พระที่นั่งวิมานเมฆ สถานที่ที่เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับได้เคยถวายการรับใช้เบื้องพระยุคลบาท เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ได้รับพระราชทานเครื่องยศ ประกอบด้วย หีบหมากทองคำลงยาราชาวดี พานทอง เป็นพานหมากมีเครื่องในทองคำกับกระโถนทองคำ และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายใน ชั้น ทุติยจุลจอมเกล้าฝ่ายใน ซึ่งเป็นเครื่องยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นพระสนมเอก ท่านจึงเป็น พระสนมเอก ท่านสุดท้ายในรัชกาล วันที่ทุกข์ที่สุด!  วันที่หม่อมราชวงศ์ได้เล่าว่าเป็นวันที่ทุกข์ที่สุดก็คือ วันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประพาสยุโรป เมื่อปี พ.ศ. 2450 เนื่องจากก่อนรัชกาลที่ 5 จะเสด็จพระราชดำเนินนั้น มีพระราชดำริที่จะให้เจ้าจอมสดับตามเสด็จไปยุโรปด้วย ในฐานะข้าหลวงในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตตินารี ถึงกับสอนภาษาอังกฤษพระราชทานเองก่อนเสวยพระกระยาหารทุกคืน แต่มีเหตุขัดข้อง จึงมิอาจเป็นไปตามพระราชดำรินั้นได้ แม้กระนั้น พระองค์ก็มิได้ทรงเพิกเฉย เมื่อเสด็จออกนอกอ่าวไทยจนไปถึงในหลายๆ ประเทศ ทรงมีพระราชนิพนธ์กลอนด้วยลายพระหัตถ์รำพึงถึงความในพระราชหฤทัยมาถึงเจ้าจอมสดับทุกสัปดาห์ เมื่อได้รับลายพระราชหัตถเลขาแล้ว ท่านก็แสดงอาการดีใจออกมาทุกครั้ง แต่อาการนั้นทำให้เกิดความรู้สึกริษยาจากคนรอบข้างโดยที่ท่านไม่รู้ตัว ทำให้พระวิมาดาเธอฯ ในฐานะผู้ปกครองจึงทรงต้องเข้มงวดกวดขันกิริยาอาการ ตลอดไปถึงข้อความในจดหมาย ด้วยเกรงว่าจะเขียนกราบทูลในเรื่องไม่สมควรไป ความรัก บ่อเกิดแห่งความริษยา ครั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับถึงพระนคร ก็ทรงซื้อเครื่องเพชรมาพระราชทาน โปรดให้แต่งเครื่องเพชรแล้วให้ช่างถ่ายรูปชาวต่างชาติมาถ่ายรูป โดยทรงพระกรุณาจัดท่าพระราชทาน และโปรดพระราชทานตู้ที่ระลึก ยังทรงจัดของตั้งแต่งในตู้นั้นอีกด้วย อีกทั้งยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาท่านขึ้นเป็นพระสนมเอก อันเป็นตำแหน่งที่แม้เจ้าจอมมารดาบางท่านรับราชการมาช้านานยังไม่ได้รับพระราชทาน แต่ท่านซึ่งเป็นเพียงเด็กสาวรุ่น และเพิ่งเข้ามารับราชการไม่นานนักกลับได้รับพระเมตตาไว้ในตำแหน่งที่สูงถึงเพียงนี้ ยิ่งก่อให้เกิดความริษยาจากคนรอบข้าง ด้วยวัยเพียง 17 ปี ท่านจึงได้เล่าถึงความรู้สึกครั้งนั้นว่า "เหลียวไปพบแต่ศัตรู คุณจอมนั้นส่อเสียดว่าอย่างนั้น คุณจอมนี้ว่าอย่างนี้ ตรองดูทีหรือข้าพเจ้าจะย่อยยับแค่ไหน" ด้วยความอายุยังน้อย ขาดความยั้งคิด ท่านจึงตัดสินใจทำลายชีวิตตนเองด้วยการดื่ม น้ำยาล้างรูป! แต่ว่าแพทย์ประจำพระองค์ช่วยชีวิตไว้ทัน เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ คนสุดท้ายที่ได้ร้องเพลง 'นางร้องไห้' ครั้นเมื่อท่านมีอายุได้ 20 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ท่านมีความทุกข์ และเศร้าโศกอย่างยิ่ง และนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เจ้าจอมสดับได้มีโอกาสสนองพระเดชพระคุณคือ การเป็นต้นเสียงนางร้องไห้ หน้าพระบรมศพ ท่านได้กล่าวไว้ว่า "ใจคิดจะเสียสละได้ทุกอย่าง จะอวัยวะหรือเลือดเนื้อ หรือชีวิตถ้าเสด็จกลับคืนมาได้ ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นใจที่คิดแน่วแน่ว่าตายแทนได้ไม่ใช่แค่พูดเพราะๆ คุณจอมเชื้อเอาผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งมาให้ข้าพเจ้า บอกว่าท่านได้ประทานไว้ซับพระบาท ข้าพเจ้าจึงเอาผ้าที่ซับพระบาทนั้นแล้วพันมวยผมไว้ แล้วก็นั่งร้องไห้กันต่อไปอีก ..." 'ความรักยิ่งใหญ่กว่าสิ่งอื่นใด' ในปีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคตนั้น เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับมีอายุเพียง 20 ปี ทำให้ท่านเป็นที่จับตามองจากคนรอบข้างว่าจะสามารถครองตัวครองใจเป็นหม้ายได้ต่อไปตลอดหรือไม่ แต่นับตั้งแต่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ท่านยังจงรักภักดีครองตัวรักษาพระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรงสถานะพระสนมเอกอย่างงดงาม เจ้าจอมท่านยังคงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณลูบคลำกำไลทองแห่งความรักที่สวมใส่ไม่เคยถอดวาง ตามคำกลอน พระราชนิพนธ์ที่พระราชทานกำชับไว้ตราบจนวันสุดท้ายแห่งชีวิต หลังจากนั้นอีกไม่นาน ท่านได้ถวายคืนเครื่องเพชรทั้งหลายที่ได้รับพระราชทานมาแด่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จนหมดสิ้น เหลือเพียงกำไลมาศซึ่งเจ้าจอมสดับได้สวมติดข้อมือตั้งแต่วันแรกที่ทรงสวม สมเด็จฯ ก็ได้ทรงรับไว้แล้วโปรดเกล้าฯ ให้นำไปขายที่ยุโรป แล้วนำเงินมาสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทั้งสิ้น นอกจากนั้นท่านยังหันไปยึดมั่นในพระพุทธศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอีกด้วย ท่านเจ้าจอมในวัยชรา จนเมื่อท่านเจ้าจอมนั้นมีวัยชราแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ให้ท่านกลับเข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเวลานี้นี่เอง ที่ท่านได้มีโอกาสทำคุณประโยชน์อีกครั้ง โดยการถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ให้แก่ชนรุ่นหลัง เช่น วิธีถักตาชุนหรือ ถักสไบ ที่เรียกกันว่า กรองทอง วิธีทำน้ำอบ น้ำปรุง ยาดมส้มโอมือ ฯลฯ ตลอดจนถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆในพระราชสำนักเมื่อครั้งกระนั้น ให้ชนรุ่นหลังได้ฟังและจดบันทึกไว้ นับเป็นประโยชน์มาก เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2526 สิริรวมอายุได้ 93 ปี ขอบคุณข้อมูล th.wikipedia.org, www.bloggang.com ขอบคุณรูปภาพประกอบ topicstock.pantip.com

เกาะติดพายุซัดฝั่งใต้!สงขลาประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 4 ตำบล
คลื่นลมแรง /  น้ำท่วมสมุย / 

จ.สงขลา ประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 4 ตำบล ใน อ.ระโนด เสนอผู้ว่าราชการประกาศเพิ่มอีก 2 อำเภอ วันนี้ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์คลื่นลมแรงใน จ.สงขลา ได้สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ชายฝั่ง ล่าสุดทางจังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่ 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน ของ อ.ระโนด เป็นเขตพื้นที่ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแล้ว ประกอบด้วย ต.ปากแตระ ต.ท่าบอน ต.คลองแดน และ ต.บ่อตรุ นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาประกาศเพิ่มอีก 2 อำเภอ คือ อ.สิงหนคร 4 ตำบล มี ต.ชิงโค, ต.วัดขนุน, ต.ม่วงงาม,ต.เขาแดง และ อ.เมือง 2 ตำบล คือ ต.เกาะแต้ว และเขตเทศบาลนครสงขลา ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา ได้สรุปสถานการณ์คลื่นลมแรงได้ส่งผลกระทบให้ 3 อำเภอ ได้รับความเสียหาย 9 ตำบล มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 1,500 คน ถนนถูกกัดเซาะ บ่อปลาบ่อกุ้งได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง ขอบคุณ INN _____________________________________________________________________________________________ เกาะวิกฤตพายุซัดชายฝั่งใต้! นราฯ ประกาศเขตพิบัติภัยคลื่นซัดฝั่ง-บ้านเรือนเสียหายหนัก อพยพชาวบ้านกว่า 100 คน วันที่ 27 ม.ค.58 นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ประกาศพื้นที่ ต.โคกเคียน อ.เมือง เป็นเขตภัยพิบัติจากคลื่นสูงซัดชายฝั่งตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้บ้านเรือนเสียหาย 3 หมู่บ้าน คือบ้านโคกเคียน ม.1 บ้านโคกพะยอม ม.2 และบ้านบาโร๊ะบูตอเหนือ ม.13 และอีก 4 ชุมชน คือ ชุมชนบ้านบาเฆะ ชุมชนบ้านเกาะยาว ชุมชนบ้านปูมวังยาเงาะ และชุมชนบ้านกูแบบลือดี จำนวน 127 ครัวเรือน 508 คน และต้องอพยพไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพ อบต.โคกเคียน จำนวน 41 ครัวเรือน รวม 140 คน 377320 โดยจังหวัดจะเร่งนำงบประมาณฉุกเฉินมาให้การช่วยเหลือ พร้อมจัดตั้งเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจเป็นชุดเฝ้าระวังสถานการณ์ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติ หากเกิดสภาวะฉุกเฉินสามารถที่จะให้การช่วยเหลือกลุ่มชาวบ้านบางส่วนที่ยังคงปักหลักอาศัยอยู่ นอกจากนี้ คลื่นลมแรงยังส่งผลกระทบกลุ่มอาชีพบูดูหมักโอ่งจำนวน 22 ครัวเรือน ๆ ละ 150 ถึง 200 ใบ ซึ่งเป็นสินค้าโอท็อปขึ้นชื่อของ ต.โคกเคียน และมีต้นทุนในการผลิตตกโอ่งละ 2,050 บาท รวมแล้วทั้งหมด 4,400 ใบ ซึ่งมีมูลค่าต้นทุน 9,020,000 บาท ถูกคลื่นพัดสูญหายและจมกองทราย ไม่สามารถที่จะนำไปขายได้. ที่มา tnamcot. ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News เมืองคอนอ่วม! น้ำท่วมหนัก หลังพายุฝนถล่มใน 5 อำเภอ (คลิป) จ.นครศรีธรรมราช เจอมรสุม พายุฝนถล่มแนวชายฝั่งเกิดคลื่นสูงกว่า 3 เมตร เบื้องต้นพบว่ามีพื้นที่น้ำท่วมแล้วใน 5 อำเภอ  ภายหลังจากที่กรมอุตุฯได้ออกประกาศเตือนว่ามรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหา ฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ช่วงระหว่างวันที่ 24 - 27 มกราคม 2559 ล่าสุดเช้าวันนี้ 26 ม.ค. ที่บริเวณสะพานตัวที หมูที่ 1 ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ชาวประมงพื้นบ้านบ้านปากนคร เริ่มเก็บกวาดบ้านเรือน ยกข้าวของเครื่องใช้ลงจากที่สูง หลังจากระดับน้ำทะเลที่ท่วมขังเริ่มลดระดับลง แต่ยังคงมีบ้านเรือนประชาชนกว่า 10 หลังคาเรือน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่ม ยังคงมีน้ำท่วมขังประมาณ 30 เซนติเมตร ขณะที่ถนนในหมู่บ้านยังมีน้ำท่วมขังเป็นระยะ โดยเฉพาะที่ลุ่มต่ำระดับน้ำสูง 50 เซนติเมตร รถยนต์เล็ก รถจักรยานยนต์ สัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก และมีงานบำเพ็ญกุศลศพที่ถูกน้ำท่วมขังเช่นกัน ทำให้แขกที่มาร่วมงานต่างนั้งรับประทานข้าวเท้าแช่น้ำ ส่วนเจ้าของรถยนต์ที่มีบ้านอยูที่ต่ำ และยังมีน้ำท่วมขังสูงเกือบ 1 เมตร ต่างนำรถยนต์ มาจอดบนสะพานหลายสิบคัน ขณะที่บริเวณสะพานตัวที คลื่นทะเลยังคงสูงประมาณ 1 เมตร ทั้งนี้พื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.สิชล อ.หัวไทร อ.ปากพนัง และอ.ท่าศาลา ซึ่งปริมาณน้ำได้ไหลเข้าท่วมร้านค้า บ้านเรือน ของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณ ริมทะเล แม้ว่าจะยังไม่มีฝนตกลงมาก็ตาม ทำให้บางพื้นที่มีระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ที่เรือประมงชื่อเกศวิชัย พร้อมลูกเรือ 5 คน ออกจากท่าที่บ้านปากนครอ.เมืองนครศรีธรรมราช มุ่งสู่อ่าวไทยปลายแหลมตะลุมพุก เขต อ.ปากพนัง และขาดการติดต่อ วันที่ 25 ม.ค.2559 ล่าสุดเมื่อวันนี้ 26 ม.ค. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.นครศรีธรรมราช สาขาสิชล ได้รับแจ้งจากกู้ภัยท่าศาลาว่า ได้พบลูกเรือประมงดังกล่าว โดยลูกเรืออยู่ในสภาพอิดโรยบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News _____________________________________________________________________________________________ สมุย-ปากพนัง อ่วม!! เจอฝนลมแรง ล่าสุดเรือเฟอร์รี่ ประกาศงดเดินเรือ (เบื้องต้น) เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุพายุฝนลมแรงถล่มอย่างหนักหลายจุดในพื้นที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และเกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี  เป็นเหตุทำให้พื้นที่ชายฝั่งมีน้ำท่วมสูง ขณะที่เรือเฟอร์รี่ ที่เดินทางไปยังเกาะสมุย ได้ประกาศงดเดินเรือแล้ว หลังพบว่าคลื่นสูง และลมแรง ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ขอบคุณภาพจาก Facebookbook @Wattana Kanbua

กบง.ลดราคาขายปลีกก๊าซ LPG หลังราคาเนื้อก๊าซตลาดโลกลดลง
LPG /  NGV / 

กบง.ลดราคาขายปลีกก๊าซ LPG 2 บาทต่อกิโลกรัม หลังราคาเนื้อก๊าซในตลาดโลกปรับลดลง มีผลวันพรุ่งนี้ นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ว่า ที่ประชุมมีมติปรับลดราคาขายปลีกก๊าซ LPG ในประเทศ 2 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ 20.29 บาทต่อกิโลกรัม มีผลวันพรุ่งนี้ (4 ก.พ.) หลังราคาเนื้อก๊าซในตลาดโลกปรับลดลง 66 เหรียญสหรัฐต่อตัน มาอยู่ที่ 297 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่งผลให้มีการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนสำหรับ LPG จากเดิมเก็บในอัตรา 23 สตางค์ต่อกิโลกรัม มาเป็นการชดเชย 41 สตางค์ต่อกิโลกรัม โดยสถานะของกองทุน LPG ล่าสุดอยู่ที่ 7,291 ล้านบาท และกองทุนน้ำมันเป็นบวกที่ 35,428 ล้านบาท นอกจากนี้ มีมติยกเลิกการชดเชยค่าขนส่งก๊าซ LPG ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ แต่จะยังควบคุมราคาขายปลีกหน้าคลัง LPG ทั่วประเทศเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวและเอื้อให้เกิดการแข่งขันเสรีมากขึ้น รวมถึงป้องกันผู้ค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา ซึ่งจะทำให้ราคา LPG ที่จำหน่ายในแต่ละภูมิภาคมีการปรับลดลง ยกเว้นคลัง LPG ที่จังหวัดลำปาง ซึ่งมีต้นทุนค่าขนส่งสูงที่สุดในประเทศที่ 2 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นเมื่อหักลบราคาขายปลีกที่ปรับลดลงกับต้นทุนค่าขนส่งแล้ว จะทำให้ราคาขายปลีกแอลพีจีที่ลำปางอยู่ในระดับเดิมที่ 22.29 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมมอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานและ สนพ. ประสานกับกระทรวงพาณิชย์ ในการพิจารณาบัญชีค่าขนส่งด้วย ขอบคุณข้อมูล  INN เริ่มวันนี้! กบง.ลอยตัวราคา NGV คุม 6 เดือน กบง.มีมติลอยตัวราคาก๊าซ NGV คุม 6 เดือน ขณะที่รีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วน เบนซิน 95 E10 และดีเซล 60 สต.ต่อลิตร นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. มีมติให้ลอยตัวราคาก๊าซเอ็นจีวีแบบมีเงื่อนไข โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (21 ม.ค.59) โดยมอบหมายให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกันราคาเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่มกราคม - กรกฎาคม 2559 หากเดือนใดราคาเนื้อก๊าซเกินกว่า 13.50 บาทต่อกิโลกรัม ให้ ปตท. เป็นผู้รับภาระส่วนเกิน ซึ่งการประกาศลอยตัว NGV ในครั้งนี้ เนื่องจากคาดการณ์ว่าราคาเนื้อก๊าซเอ็นจีวีในตลาดโลกมีทิศทางปรับลดลงต่อเนื่อง ภายใต้ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับ 30 - 40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จึงใช้โอกาสนี้ในการปรับโครงสร้าง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะช่วยให้เกิดการลงทุนเชื่อมต่อสถานีท่อก๊าซ NGV ของ ปตท. จากเอกชนรายอื่นเพิ่มขึ้น และอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ ขณะที่ราคา NGV สำหรับรถโดยสารสาธาณะ ปตท. จะช่วยเหลือกำกับดูแลราคา NGV ไม่เกิน 10 บาทต่อกิโลกรัมต่อไปจนกว่าจะมีกลไกถาวร ทั้งนี้ จะสามารถเห็นสูตรราคาเนื้อก๊าซใหม่ได้ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ และคาดว่าราคา NGV เดือนมีนาคมจะสามารถปรับลดลงได้ ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ในช่วงขาลง นอกจากนี้ นายทวารัฐ ยังเผยเปิดว่า จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงต่อเนื่อง และค่าการตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง ที่ประชุม กบง. จึงมีมติปรับขึ้นอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม 60 สตางค์ต่อลิตร สำหรับน้ำมันเบนซิน 95 แก๊สโซฮฮล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันดีเซล โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันแต่ละประเภท และทำให้จากนี้ส่วนต่างราคาขายปลีกระหว่างแก๊สโซฮฮล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และ E20 จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3 บาทต่อลิตร จากเดิมที่ 2.40 บาทต่อลิตร โดยการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนอัตราใหม่ ในส่วนของน้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ 6.75 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 0.65 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 0.60 สตางค์ต่อลิตร ดีเซล จัดเก็บเข้ากองทุน 0.58 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนเพิ่มขึ้น 1,152 ล้านบาทต่อเดือน โดยสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดเป็นบวกอยู่ที่ 42,225 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนน้ำมันที่ 34,944 หมื่นล้านบาท และกองทุนก๊าซ LPG อยู่ที่ 7,281 ล้านบาท ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

บิ๊กตู่ /  ปลอดประสพ / 

"ปลอดประสพ" โพสต์เตือน "บิ๊กตู่" ถ้าทำดี อย่าไปโทษใคร แนะเร่งเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้ง วันนี้ (30 ม.ค. 59) มีรายงานว่า นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ถึงกรณีที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้โทษนโยบายในอดีตว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดน้ำท่วมและวิกฤติแล้ง แม้นายกรัฐมนตรีจะไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า เป็นความผิดของรัฐบาลใด แต่พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนกับสาธารณชนในเรื่องต่าง ๆ ที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวพาดพิงถึงเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งภัยแล้งที่กำลังเกิดขณะนี้มีสาเหตุมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญผสมกับสภาวะโลกร้อน ไม่ใช่ความผิดอะไรของใครทั้งสิ้น ซึ่งองค์กรอุตุนิยมวิทยาโลกและสำนักงานมหาสมุทรและอวกาศแห่งสหรัฐอเมริกา (NOAA) แถลงว่า เอลนีโญปีนี้เป็นหนึ่งในสี่ของปรากฏการณ์นี้ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ดังนั้น ปีที่แล้วถึงปีนี้เกิดภัยแล้งทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดนหมด เป็นเรื่องธรรมชาติ จึงเป็นเรื่องบาปที่จะไปโทษรัฐบาลของใครก็ตาม ความสำคัญมันอยู่ที่ว่า มีการบอกกล่าวประชาชนเพียงพอหรือยัง มีการเตรียมสรรพกำลังพร้อมเผชิญเหตุแค่ไหน ซึ่งพวกตนก็ดูอยู่และก็อยากให้นายกรัฐมนตรีทำเต็มที่และประสบผลสำเร็จประชาชนจะได้เดือดร้อนแต่น้อย ส่วนเรื่องน้ำท่วมปี 2554 ก็เป็นเรื่องของธรรมชาติเช่นกัน ปีนั้นมีฝนตกถึง 1,824 มม. (สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 450 มม.) ฝนที่ตกลงมาเกิดเป็นน้ำท่ามากถึง 932,850 ล้านลูกบาศก์เมตร (อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล 9 อ่าง) น้ำขนาดนี้เทลงมาพร้อมๆ กัน รัฐบาลไหนก็ท่วม สิ่งที่รัฐบาลทำได้ดีที่สุดก็คือ ช่วยประชาชนและหาทางระบายน้ำให้เร็วที่สุด เชื่อว่านายกรัฐมนตรีก็ทราบดี เพราะขณะนั้นเป็นผู้บัญชาการทหารบกเดินทางไปช่วยราษฎรกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บ่อยครั้ง เมื่อน้ำแห้งก็ทำโครงการใหญ่เพื่อสู้น้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ทำ เพราะถูกรังแกเสียก่อน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี MThai News

ตร.เผยพบผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาเธอร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

The Voice Kids Thailand เทป3 รอบ Blind Audition เกือบครึ่งทางแล้ว!
The Voice Kids Thailand /  The Voice Kids เสียงจริง ตัวจริง รุ่นเด็ก ซีซั่น 4 / 

The Voice Kids Thailand ซีซั่น 4 เข้มข้น! คัดเลือก ‘เสียงจริง ตัวจริง รุ่นเด็ก’ รอบ Blind Audition เกือบถึงครึ่งทางแล้ว รอบ Blind Audition ของเวที เดอะวอยซ์ คิดส์ ซีซั่น 4 เดินทางมาเกือบถึงครึ่งทางแล้ว ยิ่งผ่านไปมากเท่าไหร่ เหล่า ‘เสียงจริง ตัวจริง รุ่นเด็ก’ ก็ยิ่งโชว์ความสามารถสุดโดดเด่นจนสามโค้ช ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ, ติ๊ก ชีโร่ และ ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย กดปุ่ม I WANT YOU กันรัวๆ มากขึ้นเรื่อยๆ! น้องยะ หนุ่มน้อยยอดกตัญญู หยิบเอาเพลง คนใจง่าย มาร้องในเวอร์ชั่นใหม่ เซอๆ ซื่อๆ ใสๆ ประทับใจสุดๆ! เพลง มนต์ขลังเสียงขลุ่ย จากเสียงร้องของ น้องซีซี สะกดใจโค้ชทั้ง 3 อย่างถ้วนหน้า น้องอิมานิ สาวน้อยสุดน่ารักจากสเปน โชว์น้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ในเพลง Counting Star น้องเก่ง ปิตินันท์ โชว์พลังสร้างสรรค์และอินเนอร์มาเต็ม จนประทับใจเหล่าโค้ชในเพลง คนเจ้าน้ำตา น้องมาร์ค โชว์เสน่ห์ในเพลง What A Wonderful World ทำเอาใครๆ ต่างรู้สึกว่า 'รักเด็ก' เพลง เธอคือของขวัญ จากสาวน้อยนักดนตรี น้องกีต้าร์ กนกณัฐ น่ารักจริงๆ น้องฟ้า ณัฐนิชา โชว์น้ำเสียงทรงพลังในเพลง One Year Of Love แม้จะผิดหวังจากซีซั่นที่แล้ว แต่ น้องที ทีปกร ก็ไม่ยอมแ้ กลับมาพิชิตใจโค้ชอีกครั้งด้วยเพลง อยู่ตรงนี้ ห้ามพลาด ติดตามการค้นหา เสียงจริง ตัวจริง รุ่นเด็ก ใน เดอะวอยซ์ คิดส์ ประเทศไทย ซีซั่น 4 พรีเซ็นเต็ด บาย ทรู ออนไลน์ (Presented by Trueonline) ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.10 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD (ช่อง 33) ภาพจาก http://www.facebook.com/thevoicekidsth คลิปวิดีโอจาก youtube channel : Thevoicekidsth ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ โรคไข้ซิกา
ยุงกัด /  โรคระบาด / 

จากที่มีข่าวการระบาดของโรคไข้ซิกาในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ซึ่งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (US-CDC) ประกาศเตือนพลเมืองของสหรัฐ ที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ในทุกระยะของการตั้งครรภ์ ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่ระบาด 14 ประเทศ ได้แก่ บราซิล โคลอมเบีย เอลซัลวาดอร์ เฟรนช์เกียนา กัวเตมาลา เฮติ ฮอนดูรัส มาร์ตีนิก เม็กซิโก ปานามา ปารากวัย ซูรินาเม เวเนซุเอลา และเครือรัฐเปอร์โตริโก โรคไข้ซิกา (Zika fever) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกา อยู่ในตระกูลฟลาวิไวรัส (flavivirus) จำพวกเดียวกับ ไวรัสไข้เหลือง ไวรัสเดงกี ไวรัสเวสต์ไนล์ และไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี มียุงลาย เป็นแมลงนำโรค มีระยะฟักตัวเฉลี่ย 4-7 วัน สั้นสุด 3 วัน และยาวสุด 12 วัน อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ข้อบวม ปวดหลัง อาจมีอาการอื่นๆ ได้ เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต และอุจจาระร่วง ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ยกเว้นในหญิงตั้งครรภ์ซึ่งอาจทำให้เด็กทารกที่คลอดมามีสมองเล็ก (microcephaly) หรือมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่เดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างกว้างขวาง เช่น ทวีปอเมริกา และทวีปแอฟริกาตะวันตก โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ เพราะอาจติดเชื้อแล้วทำให้ทารกมีศีรษะเล็ก และสมองฝ่อได้ ส่วนในประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 โดยเฉลี่ยปีละประมาณ 5 ราย ซึ่งไม่ถือว่าสูงผิดปกติ อัตราป่วยใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวัง โรคนี้แล้ว ตั้งแต่ปี 2555 หากผู้เดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาดในวงกว้าง รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ที่อยู่ในประเทศไทย มีอาการไข้ ออกผื่น ตาแดง หรือปวดข้อ สามารถมารับการรักษาและปรึกษาได้ที่ คลินิกเวชศาสตร์การท่องเที่ยวและการเดินทาง สถาบันบำราศนราดูร และโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถรับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันการติดเชื้อ โดยการ ตรวจเลือดผู้ป่วยในระยะเฉียบพลัน เพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสซิกา ส่วนการตรวจหาแอนติบอดีไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากมีผลบวกลวงสูง และ สามารถส่งเลือดมาตรวจได้ที่สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมทั้ง คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเฉพาะ การรักษาจะรักษาตามอาการเพื่อบรรเทาการเจ็บป่วย การป้องกัน ระวังไม่ให้ยุงกัด ด้วยการนอนในมุ้งและทายากันยุง กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย กำจัดลูกน้ำและยุงลายตัวแก่ หากป่วยด้วยอาการไข้ ออกผื่น เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปวดหลัง ปวดศีรษะรุนแรงให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว ประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422