กรมสรรพกร

สรรพากรเร่งสรุปเก็บภาษีรถยนต์มือสองสิ้นปี
กรมสรรพากร /  ภาษี / 

สรรพากรเร่งสรุปวิธีเก็บภาษีรถยนต์มือสองสิ้นปี คาดรใช้รูปแบบจากอังกฤษ หวังรีดภาษีโอนรถจาากยอดสูงถึงปีละ 3 ล้านคัน นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากรกล่าวว่า ยังต้องการเดินหน้าจัดเก็บภาษีจากการขายรถมือสอง ยอมรับถึงแม้จะเป็นช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ทำยอดขายได้น้อยลง แต่เป็นการศึกษาขั้นตอนรองรับไว้ในช่วงเศรษฐกิจดีขึ้น ช่วงหลังสงกรานต์เตรียมเชิญผู้ประกอบการเต็นท์รถมือสองรายใหญ่มาหารือแนวทางนำผู้ประกอบการเข้าระบบภาษี เพื่อระดมความเห็น เนื่องจากในต่างประเทศ เช่น อังกฤษ ได้มีการจำหน่ายรถมือสองอย่างเป็นระบบ มีรูปแบบการจำหน่ายอย่างชัดเจนจากดีลเลอร์รายใหญ่ โดยนำต้นแบบมาปรับใช้ในไทย ซึ่งกรมพยายามเร่งจัดทำแนวทางการจัดเก็บภาษีธุรกิจรถยนต์มือ 2 ให้จบภายในปี 2557 นี้ เพื่อนำเสนอรัฐบาลชุดใหม่ หากสามารถจัดเก็บรถยนต์มือ 2 ได้ จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 3 หมื่นล้านบาท โดยคิดจากฐานการโอนรถยนต์มือ 2 ปีละ 3 ล้านคัน เก็บภาษีคันละ 1,000 บาท ขณะที่ไทยเริ่มมีดีลเลอร์อย่างเป็นระบบแล้ว เช่น โตโยต้า ชัวร์ เพราะมีมาตรฐานการดูแลลูกค้า และระบบบัญชี จึงต้องการนำระบบจำหน่ายรถมือสองของอังกฤษบางอย่างมาปรับใช้ เพราะปัจจุบันยอมรับว่า การขายรถในตลาดรถมือสองมีราคาแตกต่างกัน แม้จะมีเป็นรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน สภาพต่างกัน ราคาจะไม่เหมือนกัน จึงต้องหาข้อกำหนดกลางขึ้นมาประเมิน เนื่องจากตัวเลขของกรมขนส่งทางบก มีการโอนรถทุกประเภทในแต่ละปีสูงมากถึง 3 ล้านคัน แต่เสียภาษียังไม่สูงมากนัก จึงต้องศึกษาระบบดังกล่าวไว้ และยังไม่สรุปว่าการจัดเก็บภาษีเป็นหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบก หรือกรมสรรพากร จึงต้องเดินหน้าศึกษาเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจน อย่าไรก็ตามธุรกิจเต็นท์รถมือ 2 นั้นมีกำไรมากกว่าการทำธุรกิจรถใหม่ เพราะรถใหม่มีเพดานราคา แต่ที่ผ่านมาธุรกิจนี้หลบเลี่ยงภาษีค่อนข้างมากการซื้อขายรถยนต์นั้นจะ โอนลอย ทำให้กรมไม่สามารถไปเก็บภาษีทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) และภาษีที่เกิดจากกำไรที่เกิดกับการซื้อขายกับเต็นท์รถยนต์ได้ MThai News

กรมการค้าต่างประเทศโชว์ศักยภาพข้าวไทยยังส่งออกได้
กรมการค้าต่างประเทศ /  ฟิลิปปินส์ / 

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ โชว์ศักยภาพข้าวไทยส่งออกได้ทุกที่ ล่าสุดส่งออกข้าว ณ วันที่ 4 เมษายน 2557 แล้วปริมาณ 2,110,133 ตัน นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า วันนี้ (10 เม.ย.) กรมฯ ได้เปิดให้ยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวหลายชนิดปริมาณรวม 4.2 แสนตัน และกำหนดเปิดซองระบายข้าวในวันถัดไป ทั้งนี้มีผู้ประกอบการค้าข้าวและโรงสีที่สนใจยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวสารในสต็อกของรัฐบาลตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 (รอบ 1) และ (รอบ 2) และปีการผลิต 2556/57 เพื่อจำหน่ายภายในประเทศ และ หรือส่งออกต่างประเทศ ปริมาณรวม 1.69 แสนตัน แบ่งเป็นข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ข้าวหอมจังหวัด ข้าวปทุมธานี 5% ข้าวขาว 5% ข้าวเหนียวขาวและปลายข้าวขาวเอวันเลิศ โดยจำนวนจำนำ 8 ราย ได้แก่หจก.สุพรรณบุรี อะกริ จัลเนอร์รอล เพอร์เฟ็คท์ บริษัท มิตรนำชัยไรท์ หจก. ทรัพย์แสงทอง โรงสีไฟศรีกรุงลาดกระบัง บริษัท ไทยฟ้า (2511) จำกัด บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด บริษัท เอเชียโกลเด้นไรท์ จำกัด และ หจก. ข้าว ซี.พี. จำกัด ส่วนการประมูลเพื่อนำเข้าข้าวโดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ ในวันที่ 15 เม.ย. นี้นั้น กรมจะสนับสนุนให้เอกชนเป็นผู้เข้าไปร่วมประมูลแทนจากเดิมที่มีแผนจะเข้าประมูลเอง เนื่องจากมีเงื่อนไขการวางเงินค้ำประกัน ซึ่งติดขั้นช่วงรัฐบาลรักษาการที่ แต่หากพบว่ามีการแข่งขันจนทำให้ราคาต่ำเกินไปก็พร้อมยกเลิกการสนับสนุนการประมูลดังกล่าวได้แม้จะเป็นการดำเนินการของภาคเอกชนก็ตาม นอกจากนี้ รัฐบาลอิรักได้ออกหนังสือลงวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่ายกเลิกการห้ามนำเข้าข้าวจากประเทศไทย พร้อมเสนอซื้อข้าวจากไทย โดยจะมีการเปิดนำเข้าเฉลี่ยเดือนละ 3-4 หมื่นตัน พร้อมเตรียมส่งมอบข้าวให้จีนลอตแรก 1 แสนตัน ภายในเดือนเมษายนนี้ “จากนี้ไปเราจะเริ่มออกไปทำตลาดที่แอฟริกา ซึ่งจะมีทั้งการขายแบบจีทูจี และแบบเอกชนต่อเอกชน ส่วนตลาดอื่นๆ ล่าสุดมาเลเซียขอซื้อข้าว 6 แสนตัน ส่วนสหรัฐก็สนใจขอซื้อจำนวนหนึ่ง ทำให้แนวโน้มราคาข้าวจากนี้จะดีขึ้นเรื่อยๆ” นายสุรศักดิ์ กล่าว การส่งออกข้าว ณ วันที่ 4 เมษายน 2557 ไทยส่งออกข้าวแล้วปริมาณ 2,110,133 ตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีปริมาณ 1,645,128 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 28.27% มูลค่าการส่งออก 1,104 ล้านดอลลาร์ ลดลง 6.66%  หรือประมาณ 35,629 ล้านบาท MThai News

ปลัดคลังสั่งแบงก์รัฐช่วย SMEs หลังสินเชื่อหยุดชะงัก
SMEs /  กิตติรัตน์ ณ ระนอง / 

"รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์" วอนแบงก์ชาติและสั่งธนาคารรัฐเร่งช่วยธุรกิจ SMEs หลังไม่สามารถดอกเบี้ยต่ำช่วงรัฐบาลรักษาการ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เร่งหามาตรการในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก(SMEs) ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว เช่น มาตรการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ เป็นต้น เนื่องจากขณะนี้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้งหมดไม่สามารถปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำได้ เพราะอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาจึงไม่สามารถดำเนินการได้ นอกจากนี้ ยังได้หารือกับนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เพื่อขอความร่วมมือไปยังธนาคารพาณิชย์ให้ช่วยพิจารณาปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งหาแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เช่น ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ภายในช่วงรัฐบาลรักษาการ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งทยอยส่งเงินคืนให้กับสำนักงบประมาณแล้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากก่อนหน้านี้ได้มีการขอยืมเงินทดรองราชการจำนวน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าว ดังนั้นมั่นใจว่าเมื่อถึงกำหนด 31 พ.ค.57 กรมการค้าต่างประเทศจะส่งเงินคืนให้สำนักงบประมาณได้ครบตามกำหนดเวลาแน่นอน ส่วนโครงการรถคันแรกนั้น ขณะนี้กรมสรรพสามิตได้ทำหนังสือเพื่อขอใช้เงินงบกลางประมาณ 8 พันล้านบาท เพื่อมาจ่ายให้ผู้ได้รับสิทธิในโครงการดังกล่าว โดยได้เสนอให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังพิจารณาแล้ว คาดว่าจะสามารถเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็ววันนี้ MThai News

7 วันอันตรายสงกรานต์ วันที่3 ตาย161ราย เจ็บ1,640ราย
7อันตราย /  ข่าวสงกรานต์ / 

ปภ.เผย 7 วันอันตรายมีผู้เสียชีวิตแล้ว 161ราย เจ็บ 1,640 สาเหตุเมาแล้วขับ โคราชแชมป์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 7 วันอันตรายในเทศกาลสงกรานต์ ประจำวันที่ 13 เม.ย.57 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 689 ครั้ง (ปี 2556 เกิด 655 ครั้ง) เพิ่มขึ้น 34 ครั้ง ร้อยละ 5.19 ผู้เสียชีวิต 59 ราย (ปี 2556 เสียชีวิต 73 ราย) ลดลง 14 ราย ร้อยละ 19.18 ผู้บาดเจ็บ 747 คน (ปี 2556 บาดเจ็บ 688 คน) เพิ่มขึ้น 59 คน ร้อยละ 8.58 สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 42.38 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 23.95 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 76.35 รถปิคอัพ ร้อยละ 14.81 พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 23.20 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 62.99 บนถนน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 39.77 ทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 32.08 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 34.40 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 52.61 ทั้งนี้เมื่อสรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 3 วัน (วันที่ 11 – 13 เมษายน 2557) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,539 ครั้ง (ปี 2556 เกิด 1,446 ครั้ง) เพิ่มขึ้น 93 ครั้ง ร้อยละ 6.43 ผู้เสียชีวิตรวม 161 ราย (ปี 2556 เสียชีวิต 174 ราย) ลดลง 13 ราย ร้อยละ 7.47 ผู้บาดเจ็บรวม 1,640 คน (ปี 2556 บาดเจ็บ 1,526 คน ) เพิ่มขึ้น 114 คน ร้อยละ 7.47 จังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุในช่วง 3 วัน ได้แก่ ชัยภูมิ จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง 3 วัน (ตายเป็นศูนย์) รวม 13 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน อุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ชัยภูมิ ยโสธร อำนาจเจริญ ภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท นครนายก เพชรบุรี ลพบุรี และอ่างทอง ภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส พังงา และยะลา จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 64 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 10 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 69 คน MThai News

7วันอันตราย 5 วัน ตาย 248 เจ็บ 2,643
7วันอันตราย /  สงกรานต์57 / 

ปภ.สรุปสถิติ 7 วันอันตรายสงกรานต์ 5 วัน เสียชีวิต 248 ราย จ.นครราชสีมาตายสูงสุด 12 ราย สาเหตุหลัก คือ เมาแล้วขับ พล.ต.ต.สุรพล อยู่นุช รองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานแถลงข่าวสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2557 โดยกล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2557 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน วันที่ 5 ของการรณรงค์ เกิดอุบัติเหตุ 454 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 44 ราย ผู้บาดเจ็บ 501 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ ซึ่งเกิดกับรถจักรยานยนต์มากที่สุด เมื่อสรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา พบว่า เกิดอุบัติเหตุรวม 2,481 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2556 จำนวน 191 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 248 ราย ลดลง 8 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,643 ราย เพิ่มขึ้น 204 ราย โดย จ.เชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 91 ครั้ง และ จ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 12 ราย ส่วนจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช และ เชียงใหม่ จังหวัดละ 101 ราย ขณะที่จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) รวมทั้งหมด 8 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ ชัยนาท เพชรบุรี ลพบุรี อ่างทอง นราธิวาส พังงา และ ยะลา MThai News

สธ.เข้มห้ามขายเหล้า 7 พื้นที่ช่วงสงกรานต์ ดื่มบนรถคุก 6 เดือน
สถานที่ห้ามขายเหล้า /  ห้ามขายเหล้า / 

สธ.คุมเข้มกฎหมายห้ามขาย ดื่มเหล้า-เบียร์ 7 พื้นที่ เริ่มตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันที่ 10-17 เมษายน 2557 เพื่อลดอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ ฝ่าฝืนโทษสูงสุดจำคุก 2 ปี นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้ กระทรวงสาธารณสุข ตั้งเป้าลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรให้มีน้อยที่สุด โดยเน้นป้องกันปัญหาเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมฯได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจ เตือนร้านค้า ประชาสัมพันธ์กฎหมายที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง ช่วงแรกวันที่ 4-9 เมษายน 2557 และช่วงที่ 2 เริ่มตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันที่ 10-17 เมษายน พ.ศ.2557 สำหรับ 7 สถานที่ ห้ามขายหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในได้แก่ 1.วัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา 2.สถานบริการสาธารณสุขของรัฐและร้านขายยา 3.สถานที่ราชการ 4.สถานศึกษา 5.สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง 6.สวนสาธารณะของทางราชการ 7.การดื่มสุราในรถบนทางสาธารณะ รวมทั้งห้ามขายให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี และผู้ที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ และห้ามขายนอกเวลาที่อนุญาตไว้ 2 ช่วง คือ เวลา 11.00-14.00 น. และเวลา 17.00-24.00 น. และการขายเร่ หรือโฆษณาส่งเสริมการขาย เช่น ลด แลก แจก แถม ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ร่วมสอดส่องเฝ้าระวังปัญหา หากพบผู้กระทำผิดให้แจ้งที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่และสุรา กรมควบคุมโรค หมายเลข 0 2590 3342 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการทางกฎหมายโดยไม่ละเว้น ส่วนบทลงโทษ ขายนอกเวลาที่กฎหมายกำหนด คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขายในที่ห้ามขาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนถนน ฟุตปาธ ไหล่ทางในขณะขับรถ หรือโดยสารในรถหรือบนรถ มีโทษจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ MThai news

ทิชา, ซูกัส, กิ๊ฟท์ G20 ท้าด่านหิน ใน TORE เกมพีระมิดปริศนา
G-Twenty /  G20 / 

TORE เกมพีระมิดปริศนา ฟินเว่อร์! สามสาว ทิชา, ซูกัส, กิ๊ฟท์ G20 ท้าด่านหิน ปะทะแก๊ง We Shine ลำพังแค่มีสามสาวสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป G20(จี-ทเวนตี้) อย่าง ทิชา-พชรวรรณ วาดรักชิต, ซูกัส-อรวีณ์ เหลือวิบูลย์พร และ กิ๊ฟท์-กรรณาภรณ์ เอี่ยมวิบูลย์ มาโชว์ความน่ารักสดใสใน รายการ TORE(โทเร่) เกมพีระมิดปริศนา หนุ่มๆ ก็นั่งหน้าจอรอฟินชนิดไม่อยากกระพริบตาอยู่แล้ว! แต่สองพิธีกร อินเดียน่าโจนส์ & สฟิงซ์หอย แห่ง โทเร่ วิลลี่ แมคอินทอช และ เสนาหอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค ยังเกี่ยวก้อยอีกสองสาววัยปิ๊งจากแก๊งค์ We Shine อย่าง อะตอม Mic Idol(กฤชกนก สวยสด) และ นุ่น แคนดี้มาเฟีย(แพรววริน วานิชย์หานนท์) พ่วงด้วยหนึ่งหนุ่ม ข้าวโอ๊ต Nice to meet you(รุจิกร มั่งมี) มาร่วมประลองกึ๋นดวลความเจ๋งทั้ง 4 ด่านมหาหินให้แฟนคลับลุ้นกันจนตัวโก่งทีเดียว!! ไม่ว่าจะเป็นด่าน The Mummy สุสานมัมมี่ ฉากจำลองสถานที่เก็บศพฟาโรห์สไตล์อียิปต์ในบรรยากาศสยอง ซึ่งแขกรับเชิญต้องโดนจับมัดติดกับเสาที่มีผ้าขาวพันตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับใช้สมองคิดหาคำตอบตามโจทย์ ซึ่งด่านนี้ข้าวโอ๊ตเหมือนจะได้เปรียบเพราะสูงกว่าเพื่อน แต่ฝ่าย G20 ก็สูงใช่ย่อยสู้ไม่ถอยเหมือนกัน ส่วนด่าน The Wall กำแพงมรณะ ซึ่งทีมผู้ท้าชิง We Shine ใช้ฝีเท้าเร่งสปีดเต็มกำลังสามารถวิ่งพ้นกำแพงได้สำเร็จ ร้อนถึงทีมสามสาว G20 ต้องรีบปรับกลยุทธ์วางแผนหาทางเอาชนะทำคะแนนตีตื้นให้ได้ในด่าน The Cave ถ้ำปริศนา ห้องวัดกึ๋นลับสมองที่มีเหวลึกเป็นอุปสรรคชวนผวา! ปิดท้ายที่ด่านสุดท้าย The Cliff หน้าผามหาภัย การเล่นทายคำระหว่างยืนบนขอบหน้าผาสูงลึกกว่า 2 เมตร ก็ลุ้นสุดๆ ไม่แพ้กัน!! ร่วมลุ้นไปพร้อมๆ กัน กับ G20 และ We Shine ในรายการ TORE เกมพีระมิดปริศนา วันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2557 เวลา 20.30 น.โมเดิร์นไนน์ทีวี พลาดไม่ได้!! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

แพทย์เผย ฆ่าพ่อแม่ เป็นอาการทางจิต
ลูกฆ่าพ่อฆ่าแม่ /  ลูกทรพี

กรมสุขภาพจิต เผย ข้อมูลต่างประเทศ ฆ่าพ่อแม่ มีอาการทางจิต แนะ ครอบครัว ด่านสำคัญยับยั้งความรุนแรง น.พ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยถึง กรณีข่าวการฆ่ายกครัว พ่อ แม่ และพี่ หรือน้อง ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงเดือนเดียวถึง 2 กรณี ดังนั้นจึงคำถามที่ตามมาว่า เกิดอะไรขึ้นกับสถาบันครอบครัว ทั้งนี้ ในต่างประเทศได้มีข้อมูลเกี่ยวกับการฆ่าบุพการีหรือบิดามารดา ว่า ผู้กระทำมักมีอาการทางจิตเวช ที่พบบ่อย ได้แก่ ซึมเศร้า อารมณ์สองขั้ว เกเรต่อต้าน และอาจพบการใช้สารเสพติด ร่วมด้วยได้ จะพบว่าผู้กระทำหรือบุคคลที่อายุมากกว่า 18 ปี มูลเหตุจูงใจในการกระทำจะสัมพันธ์กับอาการทางจิต ขณะที่ บุคคลอายุน้อยกว่า 18 ปี มูลเหตุจูงใจในการกระทำจะสัมพันธ์กับการถูกทารุณกรรมในวัยเด็ก อาจเป็นไปได้ว่าบุคคลเหล่านี้ไม่ได้ถูกส่งมาประเมินสภาพจิตเนื่องจากไม่มีเหตุที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีความผิดปกติทางจิตตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญามาตรา 14 โดยการให้การช่วยเหลือทางจิตสังคมในเด็กที่ถูกทารุณกรรมและการป้องกันการใช้ความรุนแรงในครอบครัวจึงมีความสำคัญยิ่ง และเพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต น.พ.เจษฎา ได้ให้ข้อแนะนำ ว่า ครอบครัวควรสร้างความรักความผูกพันกันให้มากขึ้น // ครอบครัวต้องไม่ใช้ความรุนแรง // พ่อแม่ ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี หรือ เป็น ซูเปอร์โมเดล (Super model) ให้กับลูก // ครอบครัวควรมีการสื่อสารกันอย่างสร้างสรรค์ และ พ่อแม่ต้องรู้จักการจัดการความเครียดของตนเอง ส่วนวิธีสังเกตพฤติกรรมลูก ๆ ว่า ให้สังเกตจากพฤติกรรมที่ผิดปกติหรือเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เช่น มีความก้าวร้าวรุนแรง แยกตัว ไม่พูดไม่จา มีท่าทางโกรธเคือง ติดยาเสพติด หรือคบเพื่อนที่ติดยา ซึ่งควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว และที่สำคัญ ในครอบครัวไม่ควรมีหรือสะสมอาวุธที่วัยรุ่นสามารถหยิบใช้ได้สะดวก ทั้งนี้ สามารถขอรับบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ได้ที่สายด่วน 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) 16 เม.ย. 57
Seed MCOT /  รายการย้อนหลัง เขย่ง 9 กระโดด / 

รายการย้อนหลัง เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) 16 เม.ย. 57 จับเข่าเม้าท์กับ กัน-นภัทร พร้อมโชว์พิเศษกับวงดนตรีที่เกิดจากความเป็นเพื่อนแท้ รายการ เขย่ง 9 กระโดด กัน นภัทร รายการ เขย่ง 9 กระโดด ครูลูกกอล์ฟ รายการ เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) รายการที่เพียบไปด้วยหลายๆเรื่องราว ที่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ ตลอด 1 ชั่วโมงเต็ม กับ 3 พิธีกรสุดซี๊ด เด-ดาวิเด โดริโก้,ดอส-วัฒนากร ทิพจร และ อ้น-อัตตพงษ์ อัตตกิจกุล สัปดาห์นี้ จับเข่าเม้าท์กับ กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ หนุ่มหล่อมากความสามารถ เจ้าของตำแหน่งชนะเลิศจากเวที เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว รวมไปถึงบทบาทใหม่ๆที่กำลังก้าวไปในอนาคต ในฐานะโปรดิวเซอร์และผู้แต่งเพลง การมีส่วนร่วมในงานเพลงของตัวเองมากขึ้น พร้อมโชว์พิเศษกับวงดนตรีที่เกิดจากความเป็นเพื่อนแท้ ในนาม Gun & Friends และการเรียนภาษาอังกฤษ จะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป พบกับ ครูลูกกอล์ฟ ตัวจริงด้านการสอนภาษาอังกฤษ ที่จะมาปรับทัศนคติที่มีต่อภาษาอังกฤษ และอีกหลากหลายเรื่องราวที่น่าสนใจ ติดตามชมได้ในรายการ เขย่ง 9 กระโดด (Triple Jump) รายการ เขย่ง 9 กระโดด ช่วง ทำนองนั้น -- กัน นภัทร รายการ เขย่ง 9 กระโดด ช่วง กระแสนิยม มาทำความรู้จักกับอุปกรณ์ที่จะช่วยชีวิตมือถือของคุณหากตกน้ำ ช่วงสงกรานต์แบบนี้ รายการ เขย่ง 9 กระโดด ช่วง ออกสนาม บุกเบื้องหลังงานปาร์ตี้ สุดเอ็กคลูซีฟ ที่คลื่นซี้ด 97.5 จัดขึ้นกับกิจกรรม “The Cave party” ที่เอาใจเหล่าสไตลิชปาร์ตี้ทั้งหลายในธีม Party Animal Animal รายการ เขย่ง 9 กระโดด ช่วง ตัวจริง ครูลูกกอล์ฟ ติดตามชมรายการ “เขย่ง 9 กระโดด” (Triple Jump) รายการที่เพียบไปด้วยหลายๆเรื่องราว ที่อยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ ทุกวันพุธ ห้าทุ่มครึ่ง ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

นายกฯ เอาด้วย! สั่ง ผบ.ตร. ฟัน โกตี๋ หมิ่นเบื้องสูง
ข่าวโกตี๋ /  คลิปโกตี๋ / 

นายกฯ สั่ง ผบ.ตร. ฟัน โกตี๋ หมิ่นเบื้องสูง จี้สอบสวนดำเนินคดีให้เร็วที่สุด นอกจากพรรคประชาธิปัตย์ที่เตรียมส่งทีมกฎหมายเข้าแจ้งความต่อกองบังคับการกองปราบปราม, ศอ.รส. และกรมสอบสวนพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อให้เอาผิดกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ ภายหลังได้ให้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศ VICE NEWS พาดพิงถึงสถาบันโดยอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมทางการเมืองแล้วนั้น ในวันเดียวกัน (9 เม.ย. 57) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ได้สั่งให้ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ทำหนังสือถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีเอาผิดกับ นายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ จากกรณีดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าการให้สัมภาษณ์เข้าข่ายผิดมาตรา 112 กล่าวหาว่าร้ายพาดพิงสถาบันชัดเจน โดยให้เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนนำตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด MThai News

บึ้มกปปส.แจ้งวัฒนะ การ์ดเจ็บ1-ม็อบสวนลุมไปสธ.
M79 /  กปปส.สวนลุม / 

ป่วน! กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ การ์ดเจ็บ 1  เต้นท์ด้านบนหลังคา ได้รับความเสียหาย  อีโอดี กองทัพบก เข้าตรวจสอบ พบสะเก็ดระเบิด ที่คาดว่า เป็นชนิด เอ็ม 79 จำนวนหนึ่งตกอยู่ ขณะ ม็อบ สวนลุม ไป สธ. เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี กองทัพบก เข้าตรวจสอบบริเวณเต้นท์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ถนนแจ้งวัฒนะ หลังจากที่รับแจ้งเหตุว่ามีเสียงคล้ายระเบิด ลงบริเวณจุดดังกล่าว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่า สภาพเต้นท์ด้านบนหลังคา ได้รับความเสียหาย ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบสะเก็ดระเบิด ที่คาดว่า เป็นชนิด เอ็ม 79 จำนวนหนึ่งตกอยู่ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน และยังพบคราบเลือดของผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งพบว่า คือ นายยุทธนนท์ สงทอง อายุ 25 ปี เป็นการ์ด กปปส.ได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดที่หน้าท้องและต้นขา ถูกนำส่งโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ พยานในที่เกิดเหตุ ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง และเห็นวิถีที่คาดว่า ระเบิดจะถูกยิงมาจากทางถนนแจ้งวัฒนะ ขาออก ใกล้เคียงบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด มหาชน โดยทหารได้กันพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมประสาน ให้ตำรวจเจ้าของพื้นที่เข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะที่วันนี้ ในเวลา 10.00 น. กปปส.สวนลุมพินี จะออกเดินทางไปเชิญชวนข้าราชการร่วมปฏิรูปประเทศ ที่กระทรวงสาธารณะสุข เพื่อเยี่ยมเยือนปลัดกระทรวงสาธารณะสุข รวมถึงบุคคลกรทางการแพทย์ เพราะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน

ดินไหวอ.แม่แตงเชียงใหม่1.4ริกเตอร์-ไม่กระทบ
ข่าวด่วนแผ่นดินไหว /  เชียงใหม่ / 

เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 1.4 ริกเตอร์ ที่ ต.บ้านเป้า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นไม่มีรายงานเกิดผลกระทบใดๆ สำนัก เฝ้าระวังแผ่นดินไหวกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.05น.ของเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดแผ่นดินไหว ที่ ต. บ้านเป้า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 1.4 ริกเตอร์ จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ในระดับตื้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานการรับรู้แรงสั่นสะเทือนหรือผลกระทบใดๆจากชาว บ้านในพื้นที่ใกล้เคียง

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล /  ภาษี / 

อธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นปลื้มยอดจองซื้อรถยนต์มอเตอร์โชว์พุ่งเกือบ 4 หมื่นคัน หวังรีดภาษี 4,000 ล้านบาท อาจมีเฮ!! เป็นสัญญาณประชาชนใช้จ่ายและท่องเที่ยวมากขึ้น นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิตเปิดเผยว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ 2014 หรือ มอเตอร์โชว์ ซึ่งปิดฉากไปเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2557 คาดว่ามียอดจองซื้อรถยนต์ภายในงานประมาณ 4 หมื่นคัน ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ของกรมสรรพสามิต โดยหากประเมินตัวเลขการจัดเก็บรายได้จากการจองซื้อรถในครั้งนี้ น่าจะสามารถจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ได้มากกว่า 4,000 ล้านบาท โดยเฉพาะหากยอดขายเป็นส่วนของรถยนต์หรูจำนวนมากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรรถยนต์ก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย กรมสรรพสามิตต้องพิจารณาด้วยว่า ยอดจองซื้อรถยนต์ดังกล่าวมีการส่งมอบเมื่อไหร่ ในระยะ 3-5 เดือน หรือยาวนานกว่านั้น ก็จะส่งผลต่อการจัดเก็บภาษีด้วยเช่นกัน แต่ถือว่างานในครั้งนี้ เป็นการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศที่ซบเซาจากสถานการณ์ทางการเมืองได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันเมื่อยอดขายรถยนต์สูงขึ้นจะส่งผลดีต่อการจัดเก็บภาษีน้ำมันตามมาด้วย แม้ในยะหลังผู้ประกอบการรถยนต์ แต่ละค่ายจะผลิตรถยนต์ที่สามารถเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 และอี 85 ออกมามาก แต่อัตราการบริโภคก็สูงตามขึ้นไปด้วย แม้จะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ โดยกรมสรรพสามิตรรายงานไปยังกระทรวงการคลังในประเด็นนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้นน่าจะส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล เพราะประชาชนเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้รายได้จากการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย MThai News

สธ.สุ่มตรวจฟาร์มอ่าวมหาชัย หลังพบคราบน้ำมัน
สมุทรสาคร /  อาหารทะเล / 

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สุ่มเก็บปลา ปู กุ้ง เลี้ยงกระชังจากฟาร์มที่ปากอ่าวมหาชัย จ.สมุทรสาคร ตรวจความปลอดภัย หลังพบคราบน้ำมัน นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผย หลังจากเรือบรรทุกกากน้ำมันล่มกลางทะเล เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา ทำให้มีคราบน้ำมันในทะเลบริเวณปากอ่าวมหาชัย จ.สมุทรสาคร และมีผลกระทบกับชาวประมงริมฝั่งที่เลี้ยงปลา ปู กุ้งในกระชังนั้น ในช่วงบ่ายวันนี้ กลุ่มงานอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร จะร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประจำจังหวัดสมุทรสาคร สำรวจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะชาวประมงริมชายฝั่งที่เลี้ยงปลา ปู กุ้งในกระชังที่มีประมาณ 100 กว่าฟาร์ม ที่คราบน้ำมันลอยไปถึงว่าได้รับผลกระทบหรือไม่ และเพื่อสร้างความปลอดภัยในห่วงโซ่อาหา จะสุ่มเก็บตัวอย่างปลา ปู กุ้งเลี้ยงในกระชังจากฟาร์ม ประมาณ 15-20 ตัวอย่าง ส่งตรวจสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ โดยคาดว่าจะทราบผลภายในวันศุกร์นี้ และหากพบสารปนเปื้อนในปริมาณสูงถือเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค จะได้ประกาศเตือนห้ามประชาชนนำมาบริโภค และจะสุ่มตรวจซ้ำทุกสัปดาห์จนกว่าจะไม่พบ จึงจะยกเลิกประกาศ เบื่องต้น ได้ประกาศเตือนห้ามประชาชนลงเล่นน้ำในบริเวณดังกล่าวแล้ว ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานให้สวมชุดป้องกันน้ำมันที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลสมุทรสาคร และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ไปตั้งจุดบริการให้คำปรึกษาและรักษาเบื้องต้น ที่บริเวณปากอ่าวมหาชัย อ.มหาชัย เป็นเวลา 1 สัปดาห์

พาณิชย์ตรวจป้ายราคาสินค้าสถานีขนส่งหมอชิต
กรมการค้าภายใน /  กระทรวงพาณิชย์ / 

พาณิชย์ตรวจสอบจำหน่ายสินค้าหมอชิต พบปิดป้ายไม่ชัดเจน สั่งปรับปรุงให้ถูกต้องแล้ว นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าอาหารปรุงสำเร็จภายในศูนย์อาหารของทางสถานีขนส่งหมอชิต 2 โดยพบว่า มีการปิดป้ายแสดงราคาที่ไม่ชัดเจนในบางร้านค้า จึงได้สั่งการให้ทำการปรับปรุงเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ ในขณะนี้ที่ทางบขส. ได้มีการกำชับให้ผู้ประกอบการต้องจำหน่ายสินค้าตามราคาที่ประกาศ ซึ่งราคาอาหารปรุงสำเร็จที่ทางกรมการค้าภายในกำหนด อยู่ที่ราคาจานละ 30-40 บาท และข้าวราดแกง 1 อย่าง ให้จำหน่ายในราคา 25 บาทนอกจากนี้ ทางกรมจะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบยังสถานีขนส่งต่างๆ ทั่วประเทศด้วย MThai News

6 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ ครีมกันแดด
summer2014 /  ครีมกันแดด / 

สภาพอากาศในบ้านเราตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ ร้อนที่สุดของปีเลยก็ว่าได้ เมื่อแสงแดดแรงขนาดนี้ไม่ว่าจะเป็นสาวๆ หรือหนุ่มๆ ก็ต้องเพิ่ง ครีมกันแดด กันแน่นอน และครีมกันแดดตอนนี้คงจะใช้ SPF น้อยๆคงจะต้านแสงแดดไม่ไหว เดี๋ยวนี้ต้อง SPF50 ขึ้นไป แต่เพื่อนๆรู้ไหมว่าครีมกันแดดนั้นมีอะไรมากกว่าที่เราคิด ไปติดตามพร้อมกันกับทีนเอ็มไทยดีกว่า 6 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ ครีมกันแดด ^^ 6 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ ครีมกันแดด 1. ครีมกันแดดส่วนใหญ่ ป้องกันได้เฉพาะ UVB เพราะในแสงแดด นอกจากจะมี รังสี UVB ที่สามารถส่องทะลุได้ถึงชั้นหนังแท้ จนก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง และริ้วรอยเหี่ยวย่นได้แล้ว ยังมี รังสี UVA ซึ่งเป็นตัวการทำให้ผิวหนังไหม้ และเกิดจุดด่างดำอยู่ด้วย ทว่าครีมหรือโลชั่นกันแดดจำนวนมาก ที่วางขายอยู่ในท้องตลาด กลับระบุว่ามีค่า SPF (Sun Protecting Factor) ที่ป้องกันได้เฉพาะรังสี UVB เท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่า ครีมหรือโลชั่นขวดนั้นๆ สามารถป้องกันริ้วรอยเหี่ยวย่น และมะเร็งผิวหนังได้ แต่อาจไม่เพียงพอที่จะป้องกันผิวคุณมิให้เกิดรอยไหม้ หรือจุดด่างดำ  ถ้าอยากป้องกันผิวสวยให้ครบสูตร คุณควรเฟ้นหาครีมกันแดด ที่นอกจากจะมีค่า SPF ที่ป้องกัน UVB ได้แล้ว ยังควรมีค่า PA (Protection Grade of UVA) ที่ป้องกันรังสี UVA ได้ด้วย 2. ค่า SPF สูงเกินควร ไร้ประโยชน์ แถมเกิดโทษต่อผิว ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ไม่ได้ดีต่อผิวเสมอไป เพราะหากคุณไม่ได้ไปออกแดดแรงจัด แต่ดันชโลมครีม ลูบไล้โลชั่นที่มีค่า SPF ระดับสูงมากๆ เช่น SPF70 หรือ SPF90 แทนที่ผิวจะปลอดภัย กลับกลายเป็นได้รับสารเคมีเพิ่มเข้าไปในผิวซะอย่างงั้น โดยเฉพาะหากคุณเป็นผู้ที่มีผิวบอบบาง และแพ้ง่าย การใช้ครีมที่มีค่า SPF สูง อาจทำให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองได้ง่ายๆ ทางออกที่ดีสำหรับผู้มีผิวบอบบางคือ การใช้ครีมหรือโลชั่นกันแดดที่มีค่า SPF ต่ำลงมาสักหน่อย และขยันทาให้บ่อยครั้งอีกสักนิด ซึ่งอาจคำนวณเองได้ง่ายๆ โดยการนำตัวเลขที่ต่อท้าย SPF มาคูณด้วย 30 ผลลัพธ์ที่ได้ ก็จะหมายถึงจำนวนนาทีที่ครีมกันแดดนั้นจะป้องกันรังสี UVB ได้ เช่น SPF15 ให้นำ 15 x 30 จึงเท่ากับครีมนั้น สามารถป้องกันรังสี UVB ได้นาน 450 นาที 3. ความร้อนทำครีมกันแดดเสื่อมสภาพ การที่คุณเก็บครีมหรือโลชั่นกันแดด ไว้ในสถานที่ร้อนจัดนานๆ อาทิ ในรถยนต์ ที่มักจอดกลางแดดที่ร้อนระอุ หรือพกพา ครีมกันแดดไปริมทะเล แล้วตากแดดจ้าไว้นานๆ สามารถทำให้ครีมกันแดดของคุณหมดอายุเร็วกว่า ที่ระบุไว้บนฉลากนับปีเลยทีเดียว หากอยากให้ครีมกันแดด มีประสิทธิภาพยาวนาน ตามที่ควรจะเป็น ก็ควรเก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสม ไม่นำไปตากแดด หรืออยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน แต่ไม่ต้องถึงกับใส่ไว้ในตู้เย็นหรอกนะคะ เพราะอากาศที่เย็นจัดเกินไป อาจทำให้ครีมเป็นไข แถมประสิทธิภาพบางอย่างในตัวครีมก็อาจถูกทำลายไปด้วย ทั้งนี้แนะนำว่า เก็บไว้ในอุณหภูมิห้องที่ไม่โดนแสงแดดส่องถึงก็เพียงพอแล้วค่ะ   4. ต้องทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เมื่อออกแดดจัด หลายคนเมื่อออกแดดจัด เช่น เล่นน้ำทะเล โต้คลื่นลมเสียจนเพลิน มักหลงลืมเวลาที่จะทาครีม หรือโลชั่นกันแดดซ้ำอีกครั้ง ทั้งที่ส่วนใหญ่ด้านข้างผลิตภัณฑ์มักระบุไว้ชัดว่า ควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงเมื่อออกแดด ขอบอกว่า การออกแดดเพลินจนลืมเวลาเช่นนั้น จะส่งผลเสียต่อผิวคุณมากโขเชียวค่ะ เพราะผลจากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง มีแนวโน้มเกิดผิวไหม้เกรียมมากกว่าผู้ที่ทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง ถึง 5 เท่าเลยทีเดียว ฉะนั้นเมื่อรักจะผิวสวย ทาครีมป้องกันผิวอย่างดีแล้ว ก็ต้องไม่ลืมคำนวณเวลา กลับมาทาครีมซ้ำอย่างสม่ำเสมอด้วยล่ะ 5. เปลือยผิวออกแดดเพียง 5 ครั้ง ก็เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังแล้ว Annet King หัวหน้าสถาบันผิวหนังนานาชาติแห่งสหรัฐอเมริกาให้ข้อมูลว่า เพียงแค่คุณออกแดด (โดยไม่ทาครีมกันแดด) จนผิวไหม้เกรียม 5 ครั้ง ก็เท่ากับว่า คุณมีความเสี่ยงเป็นมะเร็วผิวหนังมากกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า จึงควรท่องจำให้ขึ้นใจว่า แสงแดดทำร้ายผิวได้มากกว่าที่คุณคิด เมื่อออกจากบ้านไปตากแดด ตากลม แล้วละเลยป้องกันผิว ผลกระทบที่ตามมาจึงไม่ใช่แค่ผิวดำ เกิดกระฝ้าเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลถึงขั้นก่อให้เกิดโรคร้าย ที่อันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว  6. สภาวะโลกแย่ ต้องพึ่งพิงครีมกันแดดสม่ำเสมอ เมื่อไม่นานมานี้ กรมอุตุนิยมวิทยาโลกได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันก๊าซโอโซน (Ozone) ที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันรังสี UV ระดับอันตรายจากแสงอาทิตย์ให้แก่โลก มีปริมาณลดลงกว่า 40% จึงส่งผลให้มนุษย์ มีโอกาสได้รับปริมาณรังสียูวีเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นข้อมูลที่บ่งบอกว่า ปัจจุบันแสงแดดทำร้ายผิวคุณได้มากขึ้นทุกขณะ การทาครีมป้องกันแสงแดด จึงต้องเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันโรคร้ายอย่างมะเร็งผิวหนัง และยังเพื่อให้ผิวสวยใส ไร้จุดด่างดำอยู่กับคุณไปนานๆ. ที่มา - Lady Manager