ผลบอลสด

ความหมายของคำว่า
funny /  ขำๆ / 

เมียหลวง คือ ภรรยาที่เคยดีที่สุดในอดีต และน่าเบื่อที่สุดในโลก กาลเวลาและสิ่งแวดล้อมทำลายความดี        ของเธอจนหมดสิ้นในระยะเวลาอันสั้น  เหลือไว้แต่ความโหดร้ายที่ติดตัวเธอ คือ        ความจุกจิก จู้จี้ ขี้บ่น แก่ง่าย ตายยาก พูดมาก กินจุ อ้วนเหมือนหมู ดุเหมือนเสือ ?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" />   เมียเก็บ : คือ อาหารพิเศษ เหมาะที่จะกินเป็นครั้งคราวเพื่อแก้เลี่ยน  เป็นสินค้ายอดนิยมและมีราคาแพง เงื่อนไขเยอะ เมียน้อย :  คือ ผู้หญิงที่ดีที่สุด ที่ผู้ชายเพิ่งมาค้นพบภายหลัง เมียเช่า คือ ผู้หญิงผิวคล้ำ ขี้ร้อน ใช้เสื้อผ้าน้อยชิ้น สูบบุหรี่กินเหล้าเป็นงานอดิเรก รสนิยม สูง นิยมบริโภคของนอก มีปริมาณความรักขึ้นลงตามกระแสเงินสด ญาติของเมีย : หลานเมียà เหมือนปลาทอง กินไม่ได้ เอาไว้ดูน่ารัก สวยงาม น้องเมีย àเหมือนปลาตะเพียนกินได้ แต่ต้องระวัง ก้างเยอะ แม่เมีย (แม่ยาย) àเหมือนปลาปิรันย่า ไม่สวยงาม กินก็ไม่ได้ และยังจะกัดเราอีก ส่วนเมียงู ... คนดูตรึม

แอบส่อง นาฬิกาซุปเปอร์ฮีโร่ ในทีม  Avengers ที่ใช้ในชีวิตจริง
The Avengers /  กัปตันอเมริกา / 

แอบส่อง นาฬิกาซุปเปอร์ฮีโร่ ในทีม Avengers ที่ใช้ในชีวิตจริง ในยามที่อากาศร้อนเหมือนดวงอาทิตย์อยู่ตรงหัวตลอดเวลาอย่างนี้ การเดินเข้าโรงหนังเย็นๆ ดูหนังซักเรื่องให้ลืมความระอุของโลกข้างนอกชั่วคราวก็น่าจะเป็นไอเดียที่ไม่เลวนัก หนังซัมเมอร์จากฮอลลีวู้ดก็เริ่มเข้ามาทยอยฉายในบ้านเราแต่คงไม่มีเรื่องไหนที่เรียกคนเข้าโรงได้มากเท่ากับหนังรียูเนี่ยนซูเปอร์ฮีโร่ที่กลับมารวมตัวกันพิทักษ์โลกใน The Avengers: Age of Ultron ที่ทิ้งช่วง 2 ปีจากภาคแรก เพื่อความ’อิน’ กับกระแสของหนังเรื่องนี้ เราเลยขออุทิศเนื้อหาในคอลัมน์ฉบับนี้แก่เหล่าดิอเวนเจอร์ มาดูกันว่าดาราหนุ่มที่รับบทซูเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลของมาร์เวลแต่ละคนมีรสนิยมเรื่องนาฬิกากันอย่างไร Robert Downey jr (โทนี่ สตาร์ค/ ไอรอนแมน) หนึ่งในนักแสดงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวู้ด โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ หรือ RDJ ชนะใจคนดูทั่วโลกจากบทโทนี่ สตาร์ค หรือไอรอนแมน ในหนังไตรภาคของซูเปอร์ฮีโร่เพลย์บอยอัจฉริยะผู้สวมชุดเกราะเหล็กและมีแร่พัลลาเดียมเป็นแหล่งพลังงานชีวิต และในหนังมหากาพย์รวมดาวซูเปอร์ฮีโร่ The Avengers และ The Avengers: Age of Ultron นอกจอเอง RDJ ก็ยังแสดงออกถึงความหลงใหลที่เขามีต่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านสไตล์ส่วนตัวสุดเฉียบ (และแพง) ไม่แพ้ของโทนี่ สตาร์ค ที่เห็นได้จากนาฬิกา Jaeger-Lecoultre Amvox 3 Tourbillon GMT สีดำที่เขาใส่ใน Iron Man 2 และในงานโปรโมทภาพยนตร์ตามเมืองต่างๆ เจ้า Amvox 3 ของ RDJ มีตัวเรือนทำด้วยเซรามิกสีดำและแพลตินัม 950 ขนาดความกว้าง 44 มิลลิเมตร หน้าปัดตาข่ายสีดำเปิดโปร่งให้เห็นกลไกระบบทูร์บิญงแบบชัดๆ เต็มๆตา  ประดับตัวเลขบอกเวลาสีขาวขนาดใหญ่ที่เรืองแสงในที่มืด  ขับเคลื่อนด้วยเครื่องคาลิเบอร์ 988 แบบออโตเมติกที่เดิน 28800 รอบต่อชั่วโมงและ สะสมพลังงานสำรอง 48 ชั่วโมง คอมพลีทลุคด้วยสายหนังลูกวัวสีดำ เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ผลิตขึ้นมาแค่ 300 เรือนเท่านั้น สนนราคาต่อเรือนอยู่ที่ 85,500 เหรียญ (เท่านั้น!) ความน่าสนใจเพิ่มเติมของนาฬิกาคู่ใจไอรอนแมนของเราก็คือ นาฬิกาในไลน์ Amvox 3 นี้เป็นผลงานลำดับที่ 3 ที่เกิดจากจากการจับมือร่วมกันระหว่าง Jaeger-Lecoultre และ Aston Martin และนับได้ว่าเป็นนวัตกรรมล้ำหน้าขั้นสุดของโครงการนี้ด้วยความสำเร็จในการนำกลไกทูร์บิญงมาใช้ในนาฬิกาสปอร์ต นอกจากนี้ยังเป็นนาฬิกาตัวเรือนเซรามิกทรงกลมรุ่นแรกของแบรนด์อีกด้วย (นาฬิการุ่นแรกจรืงๆ ของ Jaeger-Lecoultre ที่ใช้ตัวเรือนทำจากเซรามิกคือรุ่น Squadra World Time แต่ตัวเรือนเป็นทรงสี่เหลี่ยม) และมีอิทธิพลจากโลกยานยนต์ให้เห็นในดีไซน์ของนาฬิกาอย่างสะพานทูร์บิญง หน้าปัดแบบเปิดโปร่ง และเม็ดมะยมสแตนเลสสตีลที่มีรูปทรงคล้ายกับฝาปิดถังน้ำมันรถยนต์สมัยก่อน Chris Evan (กัปตันอเมริกา) เพื่อนข้างกายของซูเปอร์ฮีโร่อย่างกัปตันอเมริกาอยู่ในรูปแบบของโล่ไวเบรเนียมที่เขาใช้ต่อกรฟาดฟันกับเหล่าร้ายสมาชิกไฮดร้าในหนังกัปตันอเมริกา และดิอเวนเจอร์สทั้ง 2 ภาค แต่หลังผู้กำกับสั่งคัต คริส อีแวนส์ ดาราหนุ่มผู้เคยรับบท Human Torch ซูเปอร์ฮีไร่หนึ่งใน Fantastic Four และบทสตีฟ โรเจอร์ส/กัปตันอเมริกาขอพักวางโล่และเปลี่ยนบรรยากาศเป็นอะไรที่เบากว่ามากๆ แทน และนาฬิกา IWC Portuguese Automatic ก็เป็นบัดดี้สุดโปรดที่กัปตันอเมริกาสวมติดตัวบ่อยๆ นอกจอ ซึ่งก็สะท้อนบุคลิกความเรียบง่าย สบายๆ ของนักแสดงผู้นี้ได้ชัดเจน นาฬิกาในตระกูล Portuguese ซึ่งเป็นหนึ่งในไอคอนที่มีความเป็นมายาวนานในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ IWC โดยความเป็นมาของ Portuguese นั้นย้อนกลับไปช่วงปลายทศวรรษ 1930 เมื่อนักธุรกิจชาวโปรตุเกส 2 คนมาที่ IWC และสั่งทำนาฬิกาข้อมือที่มีประสิทธิภาพความแม่นยำเที่ยงตรงสูงในระดับนาฬิกา Marine Chronometre ซึ่งมีกลไกขนาดใหญ่มาก และทางเดียวที่จะสามารถทำความประสงค์ของลูกค้าให้เป็นจริงได้ก็คือต้องใช้เครื่องของนาฬิกาแบบพ็อกเก็ตวอทช์ใส่ลงไป  IWC จึงใช้เครื่องคาลิเบอร์ 74 hunter ของนาฬิกาพ็อกเก็ตวอทช์ (และต่อมาเปลี่ยนเป็นเครื่องคาลิเบอร์ 98) ที่มีเม็ดมะยมอยู่ด้านขวา ใส่ในตัวเรือนของนาฬิกาข้อมือ จุดนี้เองคือที่มาที่นาฬิกาข้อมือสไตล์พ็อกเก็ตวอทช์ได้ถือกำเนิดขึ้น แต่ด้วยดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายโก้หรูของมันที่มาก่อนกาลทำให้นาฬิการุ่นนี้เป็นที่รู้จักในวงแคบเท่านั้น จนกระทั่งปี 1993 ที่ Portuguese เริ่มได้รับความนิยมและกลายเป็นไอคอนของ IWC สำหรับรุ่น Portuguese Automatic ที่ปรากฏอยู่บนข้อมือของคริส อีแวนส์บ่อยๆ นี้มีตัวเรือนสแตนเลสสตีล ขนาดความกว้าง 42.3 มิลลิเมตร หน้าปัดสีขาวเคลือบเงินตัดกับสายหนังจระเข้สีดำ นาฬิกา Portuguese Automatic เปิดตัวครั้งแรกในปี 2004 และกลายเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในตระกูล Portuguese ตัวเครื่องเป็นกลไกคาลิเบอร์ 52010 ที่ผลิตโดย IWC และมีระบบหมุนลานอัติโนมัติ Pellaton ที่เป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์ของแบรนด์เป็นตัวชูโรง สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุดถึง 7 วัน กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ตัดแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ค่าตัวของ Portuguese Automatic  อยู่ที่  13,000 เหรียญสำหรับรุ่นตัวเรือนสแตนเลสสตีล และ 24,000 เหรียญสำหรับเวอร์ชั่นตัวเรือนเร้ดโกลด์ 18 กะรัต Chris Hemsworth (เทพพระเจ้าสายฟ้าธอร์) ภาพของนักแสดงหนุ่มชาวออสเตรเลีย คริส เฮมส์เวิร์ธ ที่เราติดตากันดีคือลุคหนุ่มผมยาวในเครื่องแต่งกายโบราณที่มีค้อนยักษ์เป็นอาวุธในฐานะเทพเจ้าแห่งสายฟ้าในหนังซูเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลของมาร์เวล ที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักของคนดูหนังทั่วโลก แต่เมื่อสลัดคราบเทพเจ้าออก คริส เฮมส์เวิร์ธ ก็เป็นหนุ่มห้าวที่มีสไตล์ในการแต่งตัวที่เท่ไม่เบาทีเดีย โดยเฉพาะในเรื่องของนาฬิกาที่แหวกออกมาจากความนิยมของดาราชายระดับเอลิสต์ส่วนใหญ่  ซึ่งนาฬิกาเรือนโปรดที่เขาใส่ติดตัวแทบจะตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นที่งานพรมแดงเปิดตัวภาพยนตร์หรือในเวลาส่วนตัวที่บ้านเกิดในออสเตรเลียคือ Bvlgari Diagono Ceramic Chronograph ที่มีดีไซน์เป็นนาฬิกาสปอร์ตสุดหรูบนตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร ที่มีจุดเด่นที่การจับวัสดุไฮเอนด์อย่างพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัตมาอยู่รวมกับวัสดุสำหรับการใช้งานสมบุกสมบันในรูปแบบกรอบหน้าปัดและปุ่มกดเซรามิกที่ขัดผิวจนขึ้นเงาและสายยางสีดำได้อย่างกลมกลืน หลังจากเริ่มผลิตนาฬิกาในยุค 1940 แบรนด์บุลการีได้เปิดตัวนาฬิกา Diagono รุ่นแรกในปี 1997 ซึ่งชื่อ Diagono มีที่มาจากคำในภาษากรีกโบราณที่หมายถึงการแข่งขัน ส่วนหน้าปัดดีไซน์สะอาดตามีแรงดลใจในการออกแบบที่ได้จากรูปปั้น Myron’s Discobolus  หรือ Disc Thrower Mark Ruffalo (ยักษ์ใหญ่ตัวเขียวฮัลก์) ไม่มีใครกล้าแหยมกับเขาเวลาที่อยู่ในร่างมนุษย์เขียวจอมพลังที่ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ฮัลก์ของมาร์ค รัฟฟาโลเป็นยอดมนุษย์ที่น่าเกรงขามและน่าเห็นใจในเวลาเดียวกัน ในหนังดิอเวนเจอร์สเราไม่เห็นเขาแต่งองค์ทรงเครื่องเท่าไรนักทั้งตอนที่เป็น ดร.บรูซ แบนเนอร์ผู้เงียบขรึมและยิ่งเมื่อกลายร่างเป็นฮัลก์ที่ใส่กางเกงแค่ตัวเดียวลุยตัวร้าย แต่ที่งานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำครั้งล่าสุด มาร์ค รัฟฟาโล สลัดคราบซูเปอร์ฮีโร่และหนุ่มเซอร์ที่เราคุ้นตาจากหนังเรื่องอื่นๆ (Now you see me, Begin Again คุ้นๆ ไหม?) แต่งหล่อเข้าร่วมงานในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล และสวมนาฬิกา Montblanc Star Twin Moonphase ดีไซน์เรียบหรูด้วยตัวเรือนทรงกลม ตัวเลขอารบิกบอกเวลาบนหน้าปัดสลักลายกิโยเช่พร้อมฟินิชชิ่งประณีตเรียบกริบทุกกระเบียดนิ้วที่มองจากมุมไหนก็บ่งบอกความเป็นเรือนเวลาชั้นสูง Star Twin Monnphase ไม่ได้มีดีแค่เพียงรูปลักษณ์ แต่ยังหลอมรวมความช่างคิดที่เป็นจุดเด่นสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้ ด้วยฟังก์ชั่น Moon phase ที่เหมือนเป็นเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมในบรรดาแบรนด์นาฬิกาหรูทั้งหลาย  ซึ่ง Montblanc เองก็ได้ใส่ฟังก์ชั่นนี้ในนาฬิกาตระกูล Star  รุ่นอื่นๆ ก่อนหน้านี้ แต่ Star Twin Moonphase ล้ำหน้าไปกว่านั้นด้วยการดับเบิลฟังก์ชั่น Moon phase ให้บอกปฏิทินข้างขึ้น-ข้างแรมของทั้งซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ แล้วทำไมต้องดับเบิ้ล? เหตุผลก็คือว่าวงโคจรของดวงจันทร์ที่ปรากฏบนซีกโลกเหนือแตกต่างไปจากซีกโลกใต้ เมือมองจากซีกโลกใต้จะเห็นวงโคจรของดวงจันทร์กลับข้างเหมือนเวลาส่องกระจก และนอกจากจะบอกเวลาข้างขึ้นข้างแรมของทั้งสองซีกโลกแล้ว ก็ยังมีฟังก์ชั่นบอกอายุของดวงจันทร์ในรอบการโคจรแต่ละครั้งในช่องหน้าปัดย่อยขอบนอกอีกด้วย ฟังก์ชั่นทั้งหมดของ Star Twin Moonphase ทำงานด้วยเครื่องกลไกคาลิเบอร์ MB29.13 ของ Montblanc ซึ่งสามารถมองเห็นได้บนตัวเรือนด้านหลัง กลไกหมุนลานแบบออโตเมติกสำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมงและหมุนที่ความถี่ 28,800 รอบต่อชั่วโมง Montblanc Star Twin Moonphase มีตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงกลมขนาดความกว้าง 42 มิลลิเมตรและสูง 12.7 มิลลิเมตร ป้องกันรอยขีดข่วนและตัดแสงสะท้อนด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ มาคู่กับสายหนังจระเข้สีดำ ค่าตัวประมาณ  305,000 เหรียญ! Jeremy Renner (ฮอว์กอาย) แม้ฮอว์กอายไม่ได้มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์อย่างเพื่อนร่วมทีมอเวนเจอร์คนอื่นๆ แต่เขาก็เป็นกำลังสำคัญของทีมในการปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วง เราจึงต้องรวมเจเรมี เรนเนอร์เข้ามาอยู่ในสกู้ปของเราคราวนี้ด้วย นักแสดงหนุ่มคนนี้เป็นแฟนตัวยงของ Jaeger-Lecoultre โดยเขามักเลือกใส่นาฬิกาจากแบรนด์หรูนี้ยามปรากฏตัวในงานต่างๆ หนึ่งในรุ่นที่เจเรมีโปรดปรานก็คือ Duomètre à Quantième Lunaire ซึ่งเป็นสมาชิกล่าสุดจากเรือนเวลาในตระกูล Duomètre นาฬิการุ่นนี้มีเข็มบอกเวลาเป็นวินาทีที่เดินครั้งละ 1/6 ของวินาทีและยังแสดงวันที่และอายุของดวงจันทร์ที่โคจรอยู่ตามรอบอีกด้วย แต่ความเจ๋งที่แท้จริงของ   Duomètre à Quantième Lunaire อยู่ตรงคอนเซ็ปต์การใช้กลไกแบบ Dual Wing ที่ใช้มูฟเม้นท์ 2 ตัวทำงานอย่างเป็นอิสระแยกจากกัน ตัวหนึ่งใช้สำหรับสร้างฐานการเดินของนาฬิกาด้วยกลไกฟันเฟืองต่างๆและบาลานซ์ให้ทำงานเที่ยงตรงและแม่นยำที่สุด ส่วนอีกตัวเอาไว้สำหรับควบคุมเข็มบอกเวลาเป็นชั่วโมง นาที และวินาทีโดยเฉพาะ รวมทั้งฟังก์ชั่นแสดงวันที่และอายุของดวงจันทร์ในการโคจรบนซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ (บอกแล้วว่าเป็นเทรนด์) ทั้งนี้มูฟเม้นท์ทั้งสองตัวทำงานซิงค์ประสานกันผ่านกลไกเข็มบอกเวลาเป็นวินาทีแบบก้าวกระโดด มูฟเม้นท์ที่ใช้ใน Duomètre à Quantième Lunaire คือเครื่องคาลิเบอร์ 381 รุ่นใหม่ของ Jaeger-LeCoultre ซึ่งตกแต่งด้วยรายละเอียดที่ประณีตสำหรับการทำงานที่สอดประสานของฟังก์ชั่นทั้งหมด โดยที่สามารถมองเห็นรายละเอียดเหล่านี้ได้ผ่านกระจกแซฟไฟร์บนตัวเรือนด้านหลัง และแม้ว่าจะเป็นนาฬิกาที่ทำงานด้วยกลไกที่ซับซ้อนแต่หน้าปัดแบบ Openwork ทำให้ดูเวลาได้ง่ายและสบายตาด้วยการแบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 2 ฝั่งให้เห็นได้อย่างชัดเจน  โดยช่องบอกเวลาเป็นชั่วโมงและนาทีอยู่ด้านขวามือ และช่องบอกวันที่และการโคจรของดวงจันทร์อยู่ซ้ายมือ ส่วนตรงกลางเป็นเข็มบอกเวลาเป็นวินาที นาฬิการุ่นนี้เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ผลิตขึ้นมาแค่ 300 เรือนในเวอร์ชั่นเยลโลว์โกลด์ และมีเวอร์ชั่นธรรมดาที่ทำด้วยพิ้งค์โกลด์ ขอบคุณภาพจาก https://coisasdegaroutas.files.wordpress.com http://c.horloger-paris.com/ http://en.worldtempus.com http://i.huffpost.com http://www.jaeger-lecoultre.com

6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก
ความรู้รอบตัว /  ความรู้รอบโลก / 

ตั้งแต่เราเริ่มจำความได้เราทุกคนก็คงจะได้ยินเพลงชาติทุกวัน ซึ่ง เพลงชาติ เป็นบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้น เพื่อปลุกเร้าให้หวนระลึกถึงหรือสรรเสริญประวัติศาสตร์ชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ หรือการต่อสู้ของชนในชาติ โดยได้รับการยอมรับจากรัฐบาลของชาตินั้นๆ อย่างเป็นทางการ หรือความตกลงใจร่วมกันของประชาชนในชาติว่า เพลงดังกล่าวเป็นเพลงประจำชาติของตน และแน่นอนว่าเนื้อหาของเพลงนั้นก็เป็นเนื้อหาปลุกใจให้เรามีความรักชาติ บรรพบุรุษของเรา แล้ววันนี้ทีนเอ็มไทย มี 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก มาฝากกัน จะน่ากลัวยังไง? ตามไปดูกันเลย .. 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก ทีนเอ็มไทยลองให้เพื่อนๆ คิดกันเล่นๆ ก่อนว่า6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก นี้น่าจะมีประเทศไหนบ้าง .. ติ๊กต๊อก ๆๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ  ถ้าเพื่อนๆ คิดว่ามีประเทศ เกาหลีเหนือ, อีรัก, จีน, โซมาเลีย, ลิเบีย หรือประเทศที่ติดอันดับความอันตรายหล่ะ ไม่ใช่เลย! แล้วจะมีประเทศไหนหล่ะถ้าไม่ใช่ประเทศเหล่านี้ >,< 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 6 : Algeria - "Qassaman"/"We Pledge" ประเทศแอลจีเรีย (Algeria) ครั้งหนึ่งเคยอยู่การปกครองของฝรั่งเศส ซึ่งคนในประเทศไม่ชอบเท่าไหร่เลยทำสงครามกองโจรต่อต้านฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง จนฝรั่งเศสยอมถอนตัวจากแอลจีเรีย จากนั้นก็มีการปฏิวัติรัฐประหารอยู่บ่อย ๆ และประเทศยังมีคงปัญหาเรื่องเชื้อชาติเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน ส่วนเนื้อเพลง " Qassaman " แปลเป็นไทยว่า คำปฏิญาณ เขียนใน 1956  โดย Moufdi Zakaria  เป็นเพลงชาติที่ใช้มายาวนานมากกว่า 10 ปี โดยผู้เชี่ยวชาญเพลงในประเทศมาช่วยกันออกความคิดเห็นช่วยกันแต่ง ซึ่งเนื้อหาของเพลงนั้นค่อนข้างออกมารุนแรงพิควรทีเดียว เกี่ยวกับการทำลาย การนองเลือด และยิงด้วยปืนกล และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ ดังนี้ “We swear by the lightning that destroys, By the streams of generous blood being shed" เราขอสาบานด้วยอำนาจการทำลายราวสายฟ้า ด้วยเลือดที่ไหลราวกับสายน้ำ "When we spoke, none listened to us, So we have taken the noise of gunpowder as our rhythm, And the sound of machine guns as our melody"เมื่อเราบอกกล่าว ถ้าไม่มีผู้ใดฟังเรา ดังนั้นเราจึงต้องใช้เสียงปืนเป็นจังหวะของชีวิตพวก และเสียงจากปืนคือเสียงดนตรีของพวกเรา 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ  5. : Italy - "Il Canto degli Italiani"/"The Song of the Italians" ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ของเพลงชาติเกี่ยวกับอิตาลี มักเศร้าระทมจนกระทั้ง จูเซปเป ฟอร์ตูนีโน ฟรันเชสโก แวร์ดี (Giuseppe Verdi) เป็นคีตกวีบทเพลงประกอบโอเปรา ชาวอิตาลี (ค.ศ. 1813 – 1901) ได้แต่งเพลงที่ชื่อ "Il Canto degli Italiani" แปลเป็นไทยคือ เราพร้อมเพื่อตาย! ซึ่งเขาแต่งในช่วงที่ในขณะที่นครมิลาน พ่ายแพ้และถูกจักรวรรดิออสเตรียเข้ายึดครอง แวร์ดีได้ประพันธ์โอเปร่าเรื่อง Il Corsaro ขึ้น เพื่อให้ปลุกใจให้อิตาลีเป็นอิสรภาพจากประเทศออสเตรียในปี พ.ศ. 2390 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติในปี พ.ศ. 2489  และพัฒนาเป็นเพลงชาติในที่สุด และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ "Mercenary swords, they're feeble reeds. The Austrian eagle has already lost its plumes. The blood of Italy and the Polish blood it drank, along with the Cossack. But it burned its heart."ทหารรับจ้างจะทำงานเพื่อเงินและรางวัลเท่านั้น  เราอ่อนแอราวนกอินทรีย์ที่สูญสิ้นปีก ชาวคอซ-เซ็คชอบดื่มเลือดของอิตาลี่และโปแลนด์ มันทำให้เราแสบหัวใจ 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 4. : Hungary - "Himnusz/Hymn" แต่งโดย Kölcsey Ferenc ประเทศฮังการีนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีประวัติอย่างยาวนานมาตั้งแต่ในตอนศตวรรษที่ 9 และกล่าวจะมาเป็นประเทศ ฮังการีผ่านร้อนผ่านหวามมาเยอะเลยหล่ะ ทำสงครามโลก สงครามเย็น สงครามกลางเมืองที่แสนโหดร้าย ผู้บริสุทธิ์ถูกยิงไม่เว้นวัน เพลงสดุดีนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อให้พลเมืองของประเทศทั้งหลายจับอาวุธขึ้น ต่อสู้ต่อต้านการกดขี่, ละเมิด, หรืออะไรก็ตามที่เป็นภัยคุกคาม และเพลง Himnusz มันเหนือกว่านั้น!! และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ "No freedom's flowers return, from the spilt blood of the dead, and the tears of slavery burn, which the eyes of orphans shed."ไม่มีดอกไม่แห่งเสรีภาพหวนคืนมา จากเลือดที่สาดกระเด็นของเหล่าวายชน และหยาดน้ำตากลายเป็นทาสจากการเผาไหม้ ความเคียดแค้นที่สุมอกที่หลั่งรินออกมาจากดวงตาของเหล่าเด็กกำพร้า 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 3. : Turkey - "stiklal Mar/Independence March" “stiklal Mar”แปลว่า อิสรภาพ เขียนโดย Osman Zeki Üngör  ใช้อย่างเป็นทางการทางการ 12 มีนาคม  1921  เป็นเพลงกระตุ้นสำหรับการต่อสู้ในสงครามของตุรกีเพื่อรับอิสรภาพและเป็นเพลงสดุดีกล้าหาญสำหรับสาธารณรัฐที่ตั้งขึ้นด้วย ความรักอิสรภาพ, ศรัทธา, บรรลุผล,  ความหวัง และการอุทิศตัวให้สูงศักดิ์ ซึ่งจากประวัติศาสตร์ตุรกีต้องเผชิญการรุกรานของยุโรปและการดูถูกดูแคลน ดังนั้นพวกเขาจึงได้ใส่เรื่องราวเหล่านั้นเขาไปในเพลงชาติ ที่แสดงให้เห็นว่าใครมาแหยมประเทศอั๊วมันต้องตาย และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ " I' m  like  the  roaring  flood;   powerful  and  independent,   I' ll  tear  apart  mountains,   exceed  the  heavens  and  still  gush  out! "ฉันเหมือนน้ำท่วม ที่มีเสียงคำราม ทรงพลัง และอิสระ ฉันจะฉีกภูเขาอย่างละส่วน กินท้องฟ้า และทะลักออกมา! " Render  your  chest  as  armor  and  your  body  as  trench! " "หน้าอกของฉันเป็นอาวุธ และร่างกายของคุณเป็นคู!" "For  only  then,   shall  my  fatigued  tombstone,   if  there  is  one,   prostrate  a  thousand  times  in  ecstasy,   and  tears  of  fiery  blood  shall flow  out  of  my  every  wound" สำหรับเวลาต่อมา ที่ศิลาหน้าหลุมฝังศพของฉัน  ถ้ามีสิ่งหนึ่งนอนคว่ำพันเวลาในความปีติยินดีอย่างเหลือล้น  และน้ำตาและเลือดซึ่งลุกเป็นไฟได้ไหลออกมาจากทุกบาดแผลของฉัน และร่างกายไม่มีชีวิตของฉันได้หายไปจากโลกเสมือนจิตใจเป็นสิ่งที่ชั่วนิรันดร" 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 2. : France - "Le Marseillaise"/"The Song of Marseille" ลามาร์แซแยส (La Marseillaise แปลตามตัวว่า เพลงแห่งเมืองมาร์เซย์) เป็นชื่อของเพลงชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย โคลด โจเซฟ รูเชต์ เดอ ลิสล์ (Claude - Joseph  Rouget) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 1792 ที่เมืองสตราสบูร์ก ในแคว้นอัลซาส เดิมเพลงนี้มีชื่อว่า "Chant de guerre de l'Armée du Rhin" (แปลว่า "เพลงมาร์ชกองทัพลุ่มน้ำไรน์") เดอลิสล์ได้อุทิศเพลงนี้ให้แก่นายทหารชาวแคว้นบาวาเรีย (อยู่ในประเทศเยอรมนีในปัจจุบัน) ซึ่งเกิดในประเทศฝรั่งเศสผู้หนึ่ง คือจอมพลนิโคลาส ลัคเนอร์ (Nicolas Luckner) เมื่อกองทหารจากเมืองมาร์เซย์ได้ขับร้องเพลงนี้ขณะเดินแถวทหารเข้ามายังกรุงปารีส ทำให้เพลงนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป และกลายเป็นเพลงปลุกใจในการร่วมปฏิวัติฝรั่งเศส ทั้งยังเป็นที่มาของชื่อเพลงลามาร์แซแยสดังปรากฏอยู่ในปัจจุบันด้วย สมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศสได้ออกประกาศรับรองให้เพลงลามาร์แซแยสเป็นเพลงชาติฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2338 ต่อมาเพลงนี้ได้ถูกงดใช้ในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 และมีการนำเพลงอื่นมาใช้เป็นเพลงชาติฝรั่งเศสแทนในระยเวลาดังกล่าวแทน หลังการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2373 เพลงนี้ก็ได้กลับมาใช้เป็นเพลงชาติในระยะสั้นๆ แต่ก็งดใช้อีกครั้งในสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ตราบจนกระทั่งฝรั่งเศสเข้าสู่สมัยสาธารณรัฐที่ 3 เพลงนี้จึงได้รับการรับรองให้เป็นเพลงชาติอย่างถาวรเมื่อ พ.ศ. 2422 และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ (ปล เขาบอกว่ามันคล้ายเพลงไทยอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าทำนอง หรือคำแปล) "Do you hear in the countryside, the roar of these savage soldiers, they come right into our arms, to cut the throats of your sons!" ทหารร้ายใจโจรตะโกนร้อง คำรามก้องในท้องทุ่งได้ยินไหม มันราญรุกบุกบ้านเพื่อเอาชัย ลูกเมียเรามันเชือดได้ให้ตายตาม” " Amour sacré de la patrie, Conduis, soutiens nos bras vengeurs ! Liberté, liberté chérie,Combats avec les défenseurs ! (bis)Sous nos drapeaux, que la victoireAccoure à tes males accents !Que les ennemis expirantsVoient ton triomphe et notre gloire !!" (ภาษาฝรั่งเศส) “เตรียมศาสตราอาวุธเร็วพี่น้อง รวมพลังเป็นหมู่กองให้เกรงขาม แล้วตบเท้าก้าวสู่แดนสงคราม ให้เลือดชั่วสาดตามรอยไถนา” Nous entrerons dans la carrière Quand nos aînés j’y seront plus ;Nous y trouverons leur poussière Et la trace de leurs vertus. (bis) Bien moins jaloux de leur survivre Que de partager leur cerceuil, Nous aurons le sublime orgueil De les venger ou de les suivre ! (ภาษาฝรั่งเศส) ความภูมิใจที่ได้รอดปลอดภัยอยู่ หรือจะสู้ได้ร่วมโลงเมื่อเป็นผี ได้แก้แค้น ได้ตายตาม เพื่อนโยธี คือศักดิ์ศรีทะนงไว้ในใจเรา 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 1. : Vietnam - "Tien Quan Ca"/"Army March" ส่วนมากของเพลงสดุดีอื่นๆ บนอันดับนี้จะเน้นเรื่องสันติภาพ, ความภูมิใจแห่งชาติ หรืออะไรก็ตามอื่นๆ เลือด และไส้พุง แต่เพลงสดุดีของประเทศเวียดนามนั้นมันต่างกัน เพราะเน้นเรื่องสงครามทั้งหมด "Tien Quan Ca" แปลเป็นไทยคือ "มาร์ชทหารเวียดนาม" เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประพันธ์โดย เหงียน วัน คาวและใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามใน พ.ศ. 2488 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หลังจากการรวมประเทศในปี พ.ศ. 2519 โดยมีสองท่อน แต่ส่วนใหญ่จะร้องเฉพาะบท และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ (เฉพาะท่อนแรก) “ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า ! ด้วยใจเด็ดเดี่ยวในการพิทักษ์มาตุภูมิ เสียงฝีเท้าที่เร่งเร้าของเราดังก้องทั่วท้องถนนอันยาวไกลและทุรกันดาร จิตวิญญาณของชาตินั้นสถิตในธงแดง อาบเลือดแห่งชัยชนะ เสียงปืนกระหน่ำอันยาวนานสอดประสานไปกับเสียงเพลงเดินทัพ หนทางสู่ความรุ่งเรืองของเราทอดทับบนซากศพของเหล่าศัตรู มาฝ่าฟันความทุกข์ยากนานัปประการ แล้วร่วมสร้างที่มั่นต้านข้าศึกกัน จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ! รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า ! เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์” “ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า! ธงดาวทองโบกสะบัดพลิ้ว นำปวงชนพ้นจาก ความทุกข์ยากลำเค็ญ เรามาร่วมมุมานะต่อสู้เพื่อสร้างชีวิตใหม่ จงลุกขึ้นสู้และทำลายโซ่ตรวนทิ้ง เพราะเราต้องกล้ำกลืนฝืนทนต่อความเคียดแค้นชิงชังมานานพอแล้ว จงเตรียมพร้อมต่อการเสียสละทุกสิ่ง เพื่อชีวิตอันรุ่งโรจน์ในภายหน้า จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ ! รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า ! เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์” เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณที่มา http://www.d-looks.com/showblog.php?Bid=168

XIII.S01E05.2
XIII

"Bienvenue à Bitterroot" XIII follows the trail of his identity to a paramilitary training camp in the Pacific Northwest named Bitterroot where he supposedly trained. As XIII tries to discover the nature of the secret mission he was being trained for, he runs afoul of the camp’s owner, Rech. It's all XIII can do to stay alive through the vicious training regime... and the ever-present danger of being discovered and executed as a spy. In the end, XIII finds some of the information he was looking for, but at a deadly cost.

 SPAM-LOW:  Get out and enjoy nature
funny /  ขำๆ

                         Don't just sit around the house....          Get out and enjoy nature & don't          forget to take your camera!             +                                           __._,_.___ | | Reply via web post | Start a New Topic Messages in this topic ( 1 ) Recent Activity: ·         New Members 4 Visit Your Group วิธีการยกเลิกการรับอีเมล์ : - หากท่านไม่ต้องการรับอีเมล์ ให้กดลิงก์ที่เขียนว่า "Unsubscribe" ซึ่งอยู่ท้ายอีเมล์ฉบับนี้ ซึ่งเมื่อกดลิ้งแล้ว ระบบจะสร้างอีเมล์ยกเลิกให้อัตโนมัติ ให้ท่านส่งอีเมล์นั้นออกไประบบจะส่งอีเมล์ขอการยืนยันไปยังท่าน ท่านต้อง Reply อีเมล์นั้นอีกครั้งหนึ่ง จึงจะยกเลิกการรับอีเมล์สำเร็จ --------------------------------------------------------------------------------- http://www.narongsak.com | http://twitter.com/narongsak | http://www.facebook.com/pages/Narongsak/119968858021300 --------------------------------------------------------------------------------- ÇÔ¸Õ¡ÒáàÅÔ¡¡ÒÃÃѺÍÕàÁÅì : - ËÒ¡·èÒ¹äÁèµéͧ¡ÒÃÃѺÍÕàÁÅì ãËé¡´ÅÔ§¡ì·Õèà¢Õ¹ÇèÒ "Unsubscribe" «Öè§ÍÂÙè·éÒÂÍÕàÁÅ쩺Ѻ¹Õé «Öè§àÁ×èÍ¡´ÅÔé§áÅéÇ Ãкº¨ÐÊÃéÒ§ÍÕàÁÅì¡àÅÔ¡ãËéÍѵâ¹ÁÑµÔ ãËé·èÒ¹Êè§ÍÕàÁÅì¹Ñé¹ÍÍ¡ä» Ãкº¨ÐÊè§ÍÕàÁÅì¢Í¡ÒÃÂ×¹Âѹä»Âѧ·èÒ¹ ·èÒ¹µéͧ Reply ÍÕàÁÅì¹Ñé¹ÍÕ¡¤ÃÑé§Ë¹Öè§ ¨Ö§¨Ð¡àÅÔ¡¡ÒÃÃѺÍÕàÁÅìÊÓàÃç¨ MARKETPLACE Stay on top of your group activity without leaving the page you're on - Get the Yahoo! Toolbar now. Be a homeroom hero ¿ help Yahoo! donate up to $350K to classrooms! Get great advice about dogs and cats. Visit the Dog & Cat Answers Center. Switch to: , • • Terms of Use . __,_._,___ __________ Information from ESET NOD32 Antivirus, version of virus signature database 3832 (20090206) __________ The message was checked by ESET NOD32 Antivirus. http://www.eset.com __________ Information from ESET NOD32 Antivirus, version of virus signature database 3832 (20090206) __________ The message was checked by ESET NOD32 Antivirus. http://www.eset.com

หมู่เกาะมัลดีฟส์
มัลดีฟส์

tag:มัลดีฟส์ Les îles Maldives  The Maldives officially Republic of Maldives, is an island country in the Indian Ocean formed by a double chain of twenty-six atolls stretching in a north-south direction off India's Lakshadweep islands, between Minicoy Island and Chagos Archipelago. It stands in the Laccadive Sea, about seven hundred kilometres (435 mi) south-west of Sri Lanka.  Les Maldives sont un petit pays insulaire de l'Asie méridionale,  situé dans le nord de l'océan Indien,  au sud-ouest de la pointe méridionale de l'Inde.  Les Maldives sont constituées de 1190 îles regroupées en atolls,  mais seulement 500 sont habitées.  L'archipel s'étend sur près de 900 km du nord au sud  et 130 km d'est en ouest.    La capitale et la plus grande ville des Maldives est Malé  (80 000 habitants) dans le centre du pays.  Les pays voisins incontournables demeurent l'Inde à 600 km au nord  et le Sri Lanka à 670 km à l'est.  Les Maldives sont célèbres par la beauté  et la rareté de son monde subaquatique  et par la diversité des couleurs bleue  et turquoise de ses eaux et par l'abondance  et la variété de la vie subaquatique.  Les Maldives sont appelées  le "dernier paradis sur la terre«  et en effet,  elles possèdent un ensemble d'attributs de rêve :  îles tropicales vierges avec des palmiers,  plages avec sable d’une blancheur immaculée  et lagunes d'eau turquoise.  Signature powered by WiseStamp  

สัญลักษณ์นี้มีที่มา
ความรู้ /  knowledge

@ สัญลักษณ์นี้มีที่มา?  เรย์ ทอมลินสัน วิศวกรคอมพิวเตอร์ ได้รับการบันทึกว่า เป็นบุคคลแรกที่นำ @ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่ออีเมล ในปี 1971 เพียงเพราะเขาต้องการหาสัญลักษณ์บางอย่างบนแป้นพิมพ์ คอมพิวเตอร์ ซึ่งแน่ใจว่าจะไม่มีปรากฏในชื่อของใครคนใดคนหนึ่ง  โดยหลังจากนั้นมา การใช้  @ (arroba)  ในชื่ออีเมลเพื่อบอกสังกัดอีเมลของผู้ใช้ก็กลายเป็นธ รรมเนียมปฏิบัติต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้  ทว่า หากจะถามถึงที่มาของ  @  ก่อน ที่จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอีเมลนั้น ไม่ปรากฏเป็นที่แน่ชัดว่า ใครเป็นคนแรกที่นำมาใช้ เนื่องจาก มีหลากหลายทฤษฎีอธิบายเอาไว้แตกต่างกันออกไป  ทฤษฎีแรกนั้นสันนิษฐานว่า  @  ปรากฏให้เห็นเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกในยุคกลางของ ยุโรป ซึ่งในสมัยนั้นคนยุโรปจะชอบเขียนตัวหนังสือแบบลากหาง ของตัวอักษรขึ้นหรือลงยาวๆ ซึ่งตัว  @  มาจาก a นั่นเอง  ขณะที่ อีกทฤษฎีหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไประบุว่า @ มาจากคำว่า 'ad' ซึ่งเป็นคำบุพบทในภาษาลาติน หมายถึง "ที่" ในทำนองเดียวกัน ก็มีอีกแนวคิดที่คล้ายๆ กันอธิบายว่า  @ เป็นตัวย่อของ 'ana' (ava)  คำบุพบทในภาษากรีก ซึ่งมีหมายความว่า ในอัตรา...(ตามด้วยคำบอกจำนวน) โดยมีการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในเชิงการพาณิชย์  ทว่าจากการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ของ จิออร์จิโอ สตาบิล ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์จากโรม มีการเสนอแนวคิดใหม่เกี่ยวกับที่มาของ  @  โดยเขาอ้างว่า สัญลักษณ์ดังกล่าว เคยมีร่องรอยปรากฏให้เห็นตั้งแต่สมัยเรอเนสซองซ์ของอ ิตาลี ในเอกสารการค้าแห่งเวนิส ซึ่งลงนามโดย ฟรานเซสโก ลาปี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 1536 เนื้อหาในเอกสารดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัญญาการ ซื้อขายไวน์ โดย  @  ที่ปรากฏในเอกสารนี้มีความหมายว่า โถ หรือ เหยือก ซึ่งใช้เป็นภาชนะบรรจุไวน์ในสมัยนั้น อาทิเช่น  @ of wine หมายถึง ไวน์ 1 เหยือก  เป็นต้น  สัญลักษณ์ @ ที่พบว่ามีการใช้อย่างแพร่หลายในตะวันตก มีที่มาจาก à ซึ่งเป็นบุพบทในภาษาฝรั่งเศส หมายถึง "ที่" ทว่าเมื่อนำมาใช้ในเชิงการค้าจะหมายถึง "ราคาชิ้นละ..."  ตัวอย่างเช่น 2 books@ 10 F.  หมายถึง หนังสือ2 เล่ม ราคาเล่มละ 10 บาท เป็นต้น  ทั้งนี้ ถึงแม้จะมีหลากหลายทฤษฎีที่อธิบายที่มาที่ไปของการใช ้ @ มาตั้งแต่อดีตแล้ว แต่การใช้สัญลักษณ์ดังกล่าวเพิ่งจะได้รับความนิยมสุด ๆ ในแวดวงคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบัน นี่เอง         http://royyim.exteen.com/20100909/entry

 คิดนอกกรอบ
ไอเดีย /  idea / 

--- On Sat, 20/2/10, Krittapon Intaravicha wrote: To: "ºÍÅ à¨éÒÊÓÃÒ­" "àµé àªÕ§ãËÁè" "Saengchai Eakpratumchai" "áÁç¤ ÊÒÁÂèÒ¹" "Thitima Jumnonglert" "Jumphon Khaikaew" "Thanuwat Meesilsad" "Pipop Nongkhu" "Worawanna Petchkit" "Punnarat Viboonchan" "อนุสรณ์ กิตติอ้ชวาลย์" "โขง โขง" "พินิจ บัวลพ" "ยุ่น ยุ่น" "เรืองศักดิ ลาภบุตร" "คะนองฤทธิ์ ใสสด" "นักรบ หมี้แสน" "ธงธง" "พี่ใหญ่" "นนทิยา" "กุ้ง" Date: Wednesday, February 17, 2010, 1:23 PM --- On Tue, 2/16/10, Nara Thip wrote: #yiv563117635 #yiv563117635yiv1913353776 #yiv563117635yiv1770461293 .yiv563117635ExternalClass .yiv563117635ecxhmmessage P {padding:0px;} #yiv563117635 #yiv563117635yiv1913353776 #yiv563117635yiv1770461293 .yiv563117635ExternalClass body.yiv563117635ecxhmmessage {font-size:10pt;font-family:Verdana;}   Date: Mon, 15 Feb 2010 00:19:54 +0700 Subject: กบนอกกะลา(คิดนอกกรอบ) From: Subject: Fw: กบนอกกะลา(คิดนอกกรอบ)                                                                                                 --  Best Regards.& Thank You. Songkran Club./ คลับสงกรานต์  ครบครันทุกสาระความบันเทิง สมัครฟรี!!! ส่งเมล์มาสมัครได้ที่ Your E-mail and More On-the-Go. Get Windows Live Hotmail Free. Sign up now. Hotmail: Trusted email with powerful SPAM protection. Sign up now.

แฟชั่นโชว์ แบรนด์ Manish Arora จาก BIFW 2013
BIFW 2013 /  Manish Arora / 

แฟชั่นโชว์ แบรนด์ Manish Arora จาก BIFW 2013 Siamparagon Bangkok International Fashion Week 2013      สำหรับคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2013-2014 แมนิช อโรร่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเดินทางไปยังเทศกาล Burning Man ที่รัฐเนวาดาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเทศกาลศิลปะแบบหลุดโลก ที่เนรมิตทะเลทรายให้กลายเป็น street art ขนาดยักษ์สำหรับงานศิลปะที่ ไร้ขอบเขต ทุกคนจะแสดงออกถึงความเชื่อและความฝันอะไรก็ได้ โดยแมนิชได้จับภาพความงามของภาพทะเลทราย ธรรมชาติ ก้อนเมฆ และท้องฟ้าในบรรยากาศยามค่ำคืน ที่เต็มไปด้วยสีสันอันอบอุ่นอย่างโทนสีส้ม ตัดกับองค์ประกอบของสีขาวและสีดำ และการเล่นแสงสี ยิงลำแสงเลเซอร์นีออนสีเขียวสะท้อนแสง ตัดไปมากับกับงานศิลปะรูปทรงเรขาคณิต มาสะท้อนตีความเข้ากับผลงานในรูปแบบงานตัดเย็บ การปัก และลูกปัดในแบบฉบับของตัวเอง โดยสามารถพบกับผลงานของแมนิช ออโรร่าได้ที่ Contemp Salon (คอนเท็มป์ ซาลอน) แหล่งรวมมัลติแบรนด์แฟชั่นสไตล์โมเดิร์น คอนเทม โพรารี ณ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์      เสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่นี้ โดดเด่นด้วยการใช้เทคนิคการจับจีบ (peplum) บนชุดเดรสและกระโปรงที่ให้ความรู้สึกถึงโครงร่างของผู้หญิงในรูปแบบใหม่ และเสริมด้วยเสื้อตัวโคร่ง สวมคู่กับกระโปรงทรงสอบ หรือกางเกงขาลีบ และสวมทับด้วยโค้ท พร้อมด้วยเสื้อแจ็คเก็ตที่นำเทคนิคใหม่ๆมาใช้ และเพิ่มความพิเศษด้วยงานปักอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ยังมี Knitwear ที่นำมาเผยโฉมเป็นครั้งแรก พร้อมชุดเดรสผ้าพลีตเสื้อสเวตเตอร์ผ้าถัก และ revisited twin set และได้แบรนด์ Lnsensee มาผลิตชุดชั้นในให้สำหรับคอลเลคชั่นนี้อีกด้วย      โทนสีที่ใช้เน้นเฉดสีของท้องฟ้า ไล่ตั้งแต่สีฟ้าไปจนถึงสีดำ สีกรมท่า และสีเขียว ผสมผสานควบคู่กับสีชมพูสว่าง สีส้มสดใส สีมัสตาร์ด และสีเขียวนีออน เนื้อผ้าเน้นความหลากหลาย อย่าง quilted neoprene, cotton velvet, silk crepe, nappa leather และ saga faux fur อีกหนึ่งไฮไลท์ของคอลเลคชั่นนี้ที่ขาดไม่ได้ก็คือ เครื่องประดับศีรษะอย่างหมวกหนังแบบ Turban (Moulded Leather Turbans) และ เครื่องประดับต่างๆมากมายที่ผสมผสานเอกลักษณ์ของแมนิชเอาไว้ นั่นคือ การเพิ่มรายละเอียดผ่านงานปักและลายพริ้นท์หนัง บน iPad case, pounches, tote และ hobo bags และ corset belt อีกทั้ง ผ้าคลุมไหล่จากผ้าไหมและแคชเมียร์ เป็นต้นและยังได้ Amparali นักออกแบบและผลิตเครื่องประดับชื่อดังของประเทศอินเดีย มาร่วมสร้างสรรค์เครื่องประดับสำหรับคอลเลคชั่นนี้อีกด้วย      แมนิช ออโรร่า เป็นดีไซเนอร์ชาวอินเดียโดยกำเนิด เกิดและเติบโตที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย เริ่มแรกเขาศึกษา ด้านการตลาด แต่ต่อมาก็หันมาศึกษาต่อด้านแฟชั่นที่ National Institute of Fashion Technology ที่เมืองนิวเดลี และสำเร็จการศึกษา ในปี 1994 พร้อมด้วยรางวัลแรกแห่งวิชาชีพในสายแฟชั่นที่การันตีความสามารถนั่นคือ Best Student Award หลังจากสำเร็จการศึกษาก็เริ่มต้นค้นหาสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของตน โดยนำแรงบันดาลใจต่างๆมาจากสิ่งรอบตัว ในประเทศอินเดีย ไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติ, บทเพลง, วัฒนธรรม และผู้คน ก่อเกิดออกมาเป็นงานดีไซน์เสื้อผ้าที่แสดงถึงตัวตนของ แมนิช ออโรร่า จวบจนปัจจุบัน นั่นคือ สีสันอันโดดเด่น, บุคลิคที่ชัดเจน, งานฝีมือที่เน้นลูกเล่นของการตกแต่ง เย็บปัก ถักร้อย และลูกปัด      ด้วยความสามารถและพรสวรรค์ด้านการออกแบบ ทำให้ แมนิช อโรร่า เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เขาได้อวดผลงานบนเวทีแฟชั่นสำคัญๆ อาทิ ลอนดอน แฟชั่นวีคในเดือนกันยายน 2005 , ปารีส แฟชั่น วีค ครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2007 และ ในปี 2009 แมนิชยังได้รับเกียรติให้เป็นสมาชิกสมาพันธ์ห้องเสื้อสำเร็จรูปของฝรั่งเศส (The Chambre Syndicale du Prêt à Porter des Couturiers) อีกด้วย ต่อมาในปี 2011 เข้าร่วมกับแบรนด์ ปาโก้ โรบานน์ (Paco Robanne) ในบทบาทของผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายสตรี คอลเลคชั่นแรกที่เขาทำให้ห้องเสื้อนี้ คือ ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2012 ซึ่งเปิดตัวที่ปารีสแฟชั่นวีคเมื่อเดือนตุลาคม 2011      ปัจจุบันผลงานของแมนิช อโรร่า มีจำหน่ายในร้านชั้นนำถึง 75 แห่งทั่วโลก เป็นที่ชื่นชอบของเหล่า ดารา นักร้อง และเซเลบริตี้ที่มีชื่อเสียงในวงสังคมต่างๆมากมาย อาทิ Katy Perry, Lady Gaga, Rihanna, Rossy de Palma และ Beth Ditto ด้วยแฟชั่นที่มีวิสัยทัศน์ที่มีเสน่ห์อย่างไร้ข้อกังขาของ แมนิช จึงทำให้เขาได้รับการขนามนามว่าเป็น จอห์น กาลิอาโน แห่งอินเดีย รายงานโดย  Women Mthai Team ภาพโดย : Covinus   

เธอจะยังคิดสั้นอีกไหม ? ...ถ้าได้รู้ว่า.
ข้อคิด /  เรื่องดีดี

    From: Ms.Teeranuch Smitamugsig (Pook) [mailto:] Sent: Saturday, October 02, 2010 11:28 AM To: IS-Group:; Acct-¹éÓ Subject: *** à¸Í¨ÐÂѧ¤Ô´ÊÑé¹ÍÕ¡äËÁ ? ... ¶éÒä´éÃÙéÇèÒ ...***   *** เธอจะยังคิดสั้นอีกไหม ? ...ถ้าได้รู้ว่า...***      ตอนตีสี่ของวันพุธที่แล้ว ฉันเพิ่งงีบหลับไปไม่ถึงชั่วโมง หลังจากต้องให้ยาสลบกับคนไข้มากมายมาทั้งวัน ...เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น "หมอคะ มีคนไข้ถูกแทงจะมาเปิดผ่าตัดด่วนค่ะ"... เสียงนั้นเหมือนลอยมาจากความฝัน ฉันถามอาการคนไข้คร่าวๆ  แล้วต้องรีบลุกขึ้นเพราะเท่าที่พยาบาลรายงานนั้นคืออาการ"สาหัส" ...คนไข้ผู้หญิง ตัวเล็กๆบอบบาง ผิวขาว อายุเพียง 21 ปี ถูกเข็นเข้ามาในห้องผ่าตัด เธอถูกใส่ท่อช่วยหายใจเนื่องจากมีอาการช็อคจากเสียเลือดมาก ตัวขาวซีดเหมือนกระดาษ ท้องโป่งตึง ...เธอยังมีสติรับรู้ จึงพยักหน้าให้ฉัน เมื่อฉันบอกกับเธอว่าจะให้ยาสลบเพื่อให้หมอผ่าตัด ...ถ้าไม่คิดมากเกินไป ฉันเห็นทั้งความหวาดกลัวและการวิงวอนขอร้องในแววตาของเธอ ประวัติคร่าวๆใน OPD card คือ คนไข้ใช้มีดปอกผลไม้แทงที่หน้าท้องตัวเองเมื่อชั่วโมงก่อน เมื่อเพื่อนๆเธอนำตัวส่งโรงพยาบาล เธอก็อยู่ในสภาพช็อคแล้ว ... หมอที่ ER รีบช่วยชีวิต ปั๊มเลือดและน้ำเกลือให้กับเธอ พร้อมปรึกษาศัลยแพทย์ให้ผ่าตัดด่วน... ดูอาการแล้วฉันคิดว่ามีดน่าจะโดนอวัยวะสำคัญ มีตกเลือดในช่องท้องจำนวนมาก เปิดท้องไปก็เป็นไปตามคาด เลือดสดๆจำนวนหลายลิตรทะลักออกมาจากช่องท้อง ด้วยความที่เธอผอมมาก มีดจึงไปโดนเส้นเลือดใหญ่ Aorta ที่อยู่ติดกับกระดูกสันหลังได้อย่างไม่น่าเชื่อ ....มิน่า คนไข้ถึงได้ช็อคอย่างรวดเร็วด้วยความที่เส้นเลือดนี้มีแรงดันสูงมาก การไหลของเลือดจึงเหมือนก๊อกประปาแตกดีๆนี่เอง ... ศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือดได้มาเย็บซ่อมเส้นเลือดให้เธอ ซึ่งก็ทำได้สำเร็จอย่างยากเย็น  แต่ก่อนหน้าเธอได้รับเลือดมาเป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้เลือดในห้องผ่าตัดอีก รวมๆแล้วได้เลือดไปหลายสิบถุง จึงเกิดปัญหาต่างๆตามมา ทั้งภาวะเลือดเป็นกรด ... เลือดออกไม่หยุดจากภาวะ dilutional thrombocytopenia (เกร็ดเลือดต่ำจากการให้เลือดมาก) ,Disseminated intravascular coagulation (เลือดไม่แข็งตัวจากปฏิกิริยาการให้เลือดจำนวนมาก) ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงเมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติจากวิทยุแว่วมา ดูหน้าตาผู้ร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นหมอผ่าตัด พยาบาล คนงาน ทุกคนก็ดูเหน็ดเหนื่อยพอกัน แต่ละคนก็ทุ่มเทเพื่อจะช่วยชีวิตเธอจนลืมเวลา ... ชีวิตเธอไม่มีค่าในความคิดของตัวเอง แต่มีความหมายสำหรับพวกเราเสมอ... ฉันยังตามไปดูเธอต่อที่ ICU ทั้งพยายามให้ยาทุกอย่างเพื่อเพิ่มความดันและหยุดเลือดที่ไหล ฉันโทรไปธนาคารเลือดหลายๆรอบ เพื่อขอเลือดมาประทังชีวิตให้เธอ ... เพื่อนๆที่มาเยี่ยมบอกว่าเธอเคยพยายามฆ่าตัวตายเนื่องจากอาการอกหักมาครั้งหนึ่งแต่มีคนห้ามไว้ ...คราวนี้กินเหล้าจนเมาแล้วหลบเข้าห้องน้ำคนเดียว แล้วก็ทำจนสำเร็จ เนื่องจากเลือดที่ยังไหลไม่หยุด ทำให้ต้องเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง แต่ก็ทำได้แค่ยื้อชีวิตไว้ชั่วคราว.. เธอจากไปท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติพี่น้องที่เดินทางมาถึงพอดีตอนกำลังปั๊มหัวใจที่ ICU กลางดึกวันนั้นเอง .... . . . ชีวิตๆหนึ่งซึ่งควรจะรุ่งโรจน์ไปตามวัย ต้องมาดับลงด้วยอารมณ์ชั่ววูบ  ฉันไม่รู้จริงๆว่าเธอตั้งใจจะตายจริงๆหรือแค่จะประชด  ...เสียดายที่เธอไม่อยู่รับรู้หลายๆอย่าง ...เธอจะรู้ไหมนะ ว่าชีวิตเธอมีค่ามากมายในสายตาคนที่ช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น...มีคนถามฉันว่า "ในเมื่อเขาจะฆ่าตัวตาย ทำไมไม่ปล่อยเขาไปล่ะ"...  ฉันตอบว่า ... ฉันคิดว่าเธอทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ฉันยังจะให้โอกาสเธอ และฉันช่วยเธอเพื่อคนที่รักเธอด้วยนั่นเอง ...เธอจะรู้ไหมนะ ว่าคนที่มาคร่ำครวญเสียใจเมื่อเธอจากไป ไม่ใช่ผู้ชายคนนั้น เขาไม่เคยโผล่มาด้วยซ้ำ  ...คนที่เสียใจที่สุด คือแม่ของเธอที่เลี้ยงเธอมาโดยลำพัง ...แม่จนๆที่ส่งเธอเรียนจนจะจบราชภัฎปีสุดท้าย  อุตส่าห์เดินทางมาจากต่างจังหวัดหลายร้อยกิโล เพื่อจะมารับศพลูกสาวกลับ... ถ้าเธอได้รู้แบบนี้ก่อน แล้วเธอจะยังคิดสั้นอยู่หรือเปล่าหนอ....

ปกป้องทันที สดชื่นทันใจ กับ  นีเวีย ซัน โพรเทค แอนด์ รีเฟรช
ครีมกันแดด /  นีเวีย / 

              อยากสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ก็ไม่ชอบทา โลชั่นกันแดด เพราะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งไม่สบายตัว แล้วจะปกป้องผิวจากแสงแดดอันตรายได้อย่างไร  วันนี้ นีเวีย ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ชั้นนำระดับโลก ขอแนะนำ “นีเวีย ซัน โพรเทค & รีเฟรช อินวิซิเบิ้ล คูลลิ่ง มิสต์” ครั้งแรกกับนวัตกรรมล่าสุดของนีเวีย ซัน ที่มอบความสดชื่นทันทีที่ใช้ด้วยส่วนผสมของเมนทอล จึงทำให้รู้สึกเย็นเวลาที่ฉีดลงบนผิว เบาสบาย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทิ้งคราบขาว สดชื่นอารมณ์ดี อีกทั้งปกป้องผิวจากแสงแดด ด้วยละอองสเปรย์เนื้อบางเบาที่ให้การปกป้องผิวกายจากแสงแดดในทันที ด้วยสูตรเอสพีเอฟ 50 พร้อมให้คุณเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้งได้ตลอดวันโดยลดความกังวลกับอันตรายจากแสงแดด            นีเวีย ซัน โพรเทค & รีเฟรช อินวิซิเบิ้ล คูลลิ่ง มิสต์ ใช้งานง่ายด้วยหัวสเปรย์ 360° จึงสามารถใช้ได้ทั่วเรือนร่าง ปกป้องแม้ผิวในบริเวณที่ทาไม่ถึง ส่วนผสมของเมนทอลช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นแม้วันอากาศร้อน และยังสนุกสุดขั้วกับกิจกรรมทางน้ำได้ด้วยสูตร วอเตอร์รีซิสแทนต์ พิสูจน์ความเย็นสดชื่นทันใจ พร้อมปกป้องผิวกายจากแสงแดดได้ในทันทีแล้ววันนี้กับ นีเวีย ซัน โพรเทค แอนด์ รีเฟรช อินวิซิเบิ้ล คูลลิ่ง มิสต์ ขนาด 200 กรัม สูตรเอสพีเอฟ 50 ในราคา 499  บาท à มีจำหน่ายที่ร้านเพื่อสุขภาพและความงาม และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ