หนังโป๊ 3มิติ

แอบส่อง นาฬิกาซุปเปอร์ฮีโร่ ในทีม  Avengers ที่ใช้ในชีวิตจริง
The Avengers /  กัปตันอเมริกา / 

แอบส่อง นาฬิกาซุปเปอร์ฮีโร่ ในทีม Avengers ที่ใช้ในชีวิตจริง ในยามที่อากาศร้อนเหมือนดวงอาทิตย์อยู่ตรงหัวตลอดเวลาอย่างนี้ การเดินเข้าโรงหนังเย็นๆ ดูหนังซักเรื่องให้ลืมความระอุของโลกข้างนอกชั่วคราวก็น่าจะเป็นไอเดียที่ไม่เลวนัก หนังซัมเมอร์จากฮอลลีวู้ดก็เริ่มเข้ามาทยอยฉายในบ้านเราแต่คงไม่มีเรื่องไหนที่เรียกคนเข้าโรงได้มากเท่ากับหนังรียูเนี่ยนซูเปอร์ฮีโร่ที่กลับมารวมตัวกันพิทักษ์โลกใน The Avengers: Age of Ultron ที่ทิ้งช่วง 2 ปีจากภาคแรก เพื่อความ’อิน’ กับกระแสของหนังเรื่องนี้ เราเลยขออุทิศเนื้อหาในคอลัมน์ฉบับนี้แก่เหล่าดิอเวนเจอร์ มาดูกันว่าดาราหนุ่มที่รับบทซูเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลของมาร์เวลแต่ละคนมีรสนิยมเรื่องนาฬิกากันอย่างไร Robert Downey jr (โทนี่ สตาร์ค/ ไอรอนแมน) หนึ่งในนักแสดงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวู้ด โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ หรือ RDJ ชนะใจคนดูทั่วโลกจากบทโทนี่ สตาร์ค หรือไอรอนแมน ในหนังไตรภาคของซูเปอร์ฮีโร่เพลย์บอยอัจฉริยะผู้สวมชุดเกราะเหล็กและมีแร่พัลลาเดียมเป็นแหล่งพลังงานชีวิต และในหนังมหากาพย์รวมดาวซูเปอร์ฮีโร่ The Avengers และ The Avengers: Age of Ultron นอกจอเอง RDJ ก็ยังแสดงออกถึงความหลงใหลที่เขามีต่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านสไตล์ส่วนตัวสุดเฉียบ (และแพง) ไม่แพ้ของโทนี่ สตาร์ค ที่เห็นได้จากนาฬิกา Jaeger-Lecoultre Amvox 3 Tourbillon GMT สีดำที่เขาใส่ใน Iron Man 2 และในงานโปรโมทภาพยนตร์ตามเมืองต่างๆ เจ้า Amvox 3 ของ RDJ มีตัวเรือนทำด้วยเซรามิกสีดำและแพลตินัม 950 ขนาดความกว้าง 44 มิลลิเมตร หน้าปัดตาข่ายสีดำเปิดโปร่งให้เห็นกลไกระบบทูร์บิญงแบบชัดๆ เต็มๆตา  ประดับตัวเลขบอกเวลาสีขาวขนาดใหญ่ที่เรืองแสงในที่มืด  ขับเคลื่อนด้วยเครื่องคาลิเบอร์ 988 แบบออโตเมติกที่เดิน 28800 รอบต่อชั่วโมงและ สะสมพลังงานสำรอง 48 ชั่วโมง คอมพลีทลุคด้วยสายหนังลูกวัวสีดำ เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ผลิตขึ้นมาแค่ 300 เรือนเท่านั้น สนนราคาต่อเรือนอยู่ที่ 85,500 เหรียญ (เท่านั้น!) ความน่าสนใจเพิ่มเติมของนาฬิกาคู่ใจไอรอนแมนของเราก็คือ นาฬิกาในไลน์ Amvox 3 นี้เป็นผลงานลำดับที่ 3 ที่เกิดจากจากการจับมือร่วมกันระหว่าง Jaeger-Lecoultre และ Aston Martin และนับได้ว่าเป็นนวัตกรรมล้ำหน้าขั้นสุดของโครงการนี้ด้วยความสำเร็จในการนำกลไกทูร์บิญงมาใช้ในนาฬิกาสปอร์ต นอกจากนี้ยังเป็นนาฬิกาตัวเรือนเซรามิกทรงกลมรุ่นแรกของแบรนด์อีกด้วย (นาฬิการุ่นแรกจรืงๆ ของ Jaeger-Lecoultre ที่ใช้ตัวเรือนทำจากเซรามิกคือรุ่น Squadra World Time แต่ตัวเรือนเป็นทรงสี่เหลี่ยม) และมีอิทธิพลจากโลกยานยนต์ให้เห็นในดีไซน์ของนาฬิกาอย่างสะพานทูร์บิญง หน้าปัดแบบเปิดโปร่ง และเม็ดมะยมสแตนเลสสตีลที่มีรูปทรงคล้ายกับฝาปิดถังน้ำมันรถยนต์สมัยก่อน Chris Evan (กัปตันอเมริกา) เพื่อนข้างกายของซูเปอร์ฮีโร่อย่างกัปตันอเมริกาอยู่ในรูปแบบของโล่ไวเบรเนียมที่เขาใช้ต่อกรฟาดฟันกับเหล่าร้ายสมาชิกไฮดร้าในหนังกัปตันอเมริกา และดิอเวนเจอร์สทั้ง 2 ภาค แต่หลังผู้กำกับสั่งคัต คริส อีแวนส์ ดาราหนุ่มผู้เคยรับบท Human Torch ซูเปอร์ฮีไร่หนึ่งใน Fantastic Four และบทสตีฟ โรเจอร์ส/กัปตันอเมริกาขอพักวางโล่และเปลี่ยนบรรยากาศเป็นอะไรที่เบากว่ามากๆ แทน และนาฬิกา IWC Portuguese Automatic ก็เป็นบัดดี้สุดโปรดที่กัปตันอเมริกาสวมติดตัวบ่อยๆ นอกจอ ซึ่งก็สะท้อนบุคลิกความเรียบง่าย สบายๆ ของนักแสดงผู้นี้ได้ชัดเจน นาฬิกาในตระกูล Portuguese ซึ่งเป็นหนึ่งในไอคอนที่มีความเป็นมายาวนานในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ IWC โดยความเป็นมาของ Portuguese นั้นย้อนกลับไปช่วงปลายทศวรรษ 1930 เมื่อนักธุรกิจชาวโปรตุเกส 2 คนมาที่ IWC และสั่งทำนาฬิกาข้อมือที่มีประสิทธิภาพความแม่นยำเที่ยงตรงสูงในระดับนาฬิกา Marine Chronometre ซึ่งมีกลไกขนาดใหญ่มาก และทางเดียวที่จะสามารถทำความประสงค์ของลูกค้าให้เป็นจริงได้ก็คือต้องใช้เครื่องของนาฬิกาแบบพ็อกเก็ตวอทช์ใส่ลงไป  IWC จึงใช้เครื่องคาลิเบอร์ 74 hunter ของนาฬิกาพ็อกเก็ตวอทช์ (และต่อมาเปลี่ยนเป็นเครื่องคาลิเบอร์ 98) ที่มีเม็ดมะยมอยู่ด้านขวา ใส่ในตัวเรือนของนาฬิกาข้อมือ จุดนี้เองคือที่มาที่นาฬิกาข้อมือสไตล์พ็อกเก็ตวอทช์ได้ถือกำเนิดขึ้น แต่ด้วยดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายโก้หรูของมันที่มาก่อนกาลทำให้นาฬิการุ่นนี้เป็นที่รู้จักในวงแคบเท่านั้น จนกระทั่งปี 1993 ที่ Portuguese เริ่มได้รับความนิยมและกลายเป็นไอคอนของ IWC สำหรับรุ่น Portuguese Automatic ที่ปรากฏอยู่บนข้อมือของคริส อีแวนส์บ่อยๆ นี้มีตัวเรือนสแตนเลสสตีล ขนาดความกว้าง 42.3 มิลลิเมตร หน้าปัดสีขาวเคลือบเงินตัดกับสายหนังจระเข้สีดำ นาฬิกา Portuguese Automatic เปิดตัวครั้งแรกในปี 2004 และกลายเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในตระกูล Portuguese ตัวเครื่องเป็นกลไกคาลิเบอร์ 52010 ที่ผลิตโดย IWC และมีระบบหมุนลานอัติโนมัติ Pellaton ที่เป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์ของแบรนด์เป็นตัวชูโรง สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุดถึง 7 วัน กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ตัดแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ค่าตัวของ Portuguese Automatic  อยู่ที่  13,000 เหรียญสำหรับรุ่นตัวเรือนสแตนเลสสตีล และ 24,000 เหรียญสำหรับเวอร์ชั่นตัวเรือนเร้ดโกลด์ 18 กะรัต Chris Hemsworth (เทพพระเจ้าสายฟ้าธอร์) ภาพของนักแสดงหนุ่มชาวออสเตรเลีย คริส เฮมส์เวิร์ธ ที่เราติดตากันดีคือลุคหนุ่มผมยาวในเครื่องแต่งกายโบราณที่มีค้อนยักษ์เป็นอาวุธในฐานะเทพเจ้าแห่งสายฟ้าในหนังซูเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลของมาร์เวล ที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักของคนดูหนังทั่วโลก แต่เมื่อสลัดคราบเทพเจ้าออก คริส เฮมส์เวิร์ธ ก็เป็นหนุ่มห้าวที่มีสไตล์ในการแต่งตัวที่เท่ไม่เบาทีเดีย โดยเฉพาะในเรื่องของนาฬิกาที่แหวกออกมาจากความนิยมของดาราชายระดับเอลิสต์ส่วนใหญ่  ซึ่งนาฬิกาเรือนโปรดที่เขาใส่ติดตัวแทบจะตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นที่งานพรมแดงเปิดตัวภาพยนตร์หรือในเวลาส่วนตัวที่บ้านเกิดในออสเตรเลียคือ Bvlgari Diagono Ceramic Chronograph ที่มีดีไซน์เป็นนาฬิกาสปอร์ตสุดหรูบนตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร ที่มีจุดเด่นที่การจับวัสดุไฮเอนด์อย่างพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัตมาอยู่รวมกับวัสดุสำหรับการใช้งานสมบุกสมบันในรูปแบบกรอบหน้าปัดและปุ่มกดเซรามิกที่ขัดผิวจนขึ้นเงาและสายยางสีดำได้อย่างกลมกลืน หลังจากเริ่มผลิตนาฬิกาในยุค 1940 แบรนด์บุลการีได้เปิดตัวนาฬิกา Diagono รุ่นแรกในปี 1997 ซึ่งชื่อ Diagono มีที่มาจากคำในภาษากรีกโบราณที่หมายถึงการแข่งขัน ส่วนหน้าปัดดีไซน์สะอาดตามีแรงดลใจในการออกแบบที่ได้จากรูปปั้น Myron’s Discobolus  หรือ Disc Thrower Mark Ruffalo (ยักษ์ใหญ่ตัวเขียวฮัลก์) ไม่มีใครกล้าแหยมกับเขาเวลาที่อยู่ในร่างมนุษย์เขียวจอมพลังที่ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ฮัลก์ของมาร์ค รัฟฟาโลเป็นยอดมนุษย์ที่น่าเกรงขามและน่าเห็นใจในเวลาเดียวกัน ในหนังดิอเวนเจอร์สเราไม่เห็นเขาแต่งองค์ทรงเครื่องเท่าไรนักทั้งตอนที่เป็น ดร.บรูซ แบนเนอร์ผู้เงียบขรึมและยิ่งเมื่อกลายร่างเป็นฮัลก์ที่ใส่กางเกงแค่ตัวเดียวลุยตัวร้าย แต่ที่งานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำครั้งล่าสุด มาร์ค รัฟฟาโล สลัดคราบซูเปอร์ฮีโร่และหนุ่มเซอร์ที่เราคุ้นตาจากหนังเรื่องอื่นๆ (Now you see me, Begin Again คุ้นๆ ไหม?) แต่งหล่อเข้าร่วมงานในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล และสวมนาฬิกา Montblanc Star Twin Moonphase ดีไซน์เรียบหรูด้วยตัวเรือนทรงกลม ตัวเลขอารบิกบอกเวลาบนหน้าปัดสลักลายกิโยเช่พร้อมฟินิชชิ่งประณีตเรียบกริบทุกกระเบียดนิ้วที่มองจากมุมไหนก็บ่งบอกความเป็นเรือนเวลาชั้นสูง Star Twin Monnphase ไม่ได้มีดีแค่เพียงรูปลักษณ์ แต่ยังหลอมรวมความช่างคิดที่เป็นจุดเด่นสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้ ด้วยฟังก์ชั่น Moon phase ที่เหมือนเป็นเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมในบรรดาแบรนด์นาฬิกาหรูทั้งหลาย  ซึ่ง Montblanc เองก็ได้ใส่ฟังก์ชั่นนี้ในนาฬิกาตระกูล Star  รุ่นอื่นๆ ก่อนหน้านี้ แต่ Star Twin Moonphase ล้ำหน้าไปกว่านั้นด้วยการดับเบิลฟังก์ชั่น Moon phase ให้บอกปฏิทินข้างขึ้น-ข้างแรมของทั้งซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ แล้วทำไมต้องดับเบิ้ล? เหตุผลก็คือว่าวงโคจรของดวงจันทร์ที่ปรากฏบนซีกโลกเหนือแตกต่างไปจากซีกโลกใต้ เมือมองจากซีกโลกใต้จะเห็นวงโคจรของดวงจันทร์กลับข้างเหมือนเวลาส่องกระจก และนอกจากจะบอกเวลาข้างขึ้นข้างแรมของทั้งสองซีกโลกแล้ว ก็ยังมีฟังก์ชั่นบอกอายุของดวงจันทร์ในรอบการโคจรแต่ละครั้งในช่องหน้าปัดย่อยขอบนอกอีกด้วย ฟังก์ชั่นทั้งหมดของ Star Twin Moonphase ทำงานด้วยเครื่องกลไกคาลิเบอร์ MB29.13 ของ Montblanc ซึ่งสามารถมองเห็นได้บนตัวเรือนด้านหลัง กลไกหมุนลานแบบออโตเมติกสำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมงและหมุนที่ความถี่ 28,800 รอบต่อชั่วโมง Montblanc Star Twin Moonphase มีตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงกลมขนาดความกว้าง 42 มิลลิเมตรและสูง 12.7 มิลลิเมตร ป้องกันรอยขีดข่วนและตัดแสงสะท้อนด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ มาคู่กับสายหนังจระเข้สีดำ ค่าตัวประมาณ  305,000 เหรียญ! Jeremy Renner (ฮอว์กอาย) แม้ฮอว์กอายไม่ได้มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์อย่างเพื่อนร่วมทีมอเวนเจอร์คนอื่นๆ แต่เขาก็เป็นกำลังสำคัญของทีมในการปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วง เราจึงต้องรวมเจเรมี เรนเนอร์เข้ามาอยู่ในสกู้ปของเราคราวนี้ด้วย นักแสดงหนุ่มคนนี้เป็นแฟนตัวยงของ Jaeger-Lecoultre โดยเขามักเลือกใส่นาฬิกาจากแบรนด์หรูนี้ยามปรากฏตัวในงานต่างๆ หนึ่งในรุ่นที่เจเรมีโปรดปรานก็คือ Duomètre à Quantième Lunaire ซึ่งเป็นสมาชิกล่าสุดจากเรือนเวลาในตระกูล Duomètre นาฬิการุ่นนี้มีเข็มบอกเวลาเป็นวินาทีที่เดินครั้งละ 1/6 ของวินาทีและยังแสดงวันที่และอายุของดวงจันทร์ที่โคจรอยู่ตามรอบอีกด้วย แต่ความเจ๋งที่แท้จริงของ   Duomètre à Quantième Lunaire อยู่ตรงคอนเซ็ปต์การใช้กลไกแบบ Dual Wing ที่ใช้มูฟเม้นท์ 2 ตัวทำงานอย่างเป็นอิสระแยกจากกัน ตัวหนึ่งใช้สำหรับสร้างฐานการเดินของนาฬิกาด้วยกลไกฟันเฟืองต่างๆและบาลานซ์ให้ทำงานเที่ยงตรงและแม่นยำที่สุด ส่วนอีกตัวเอาไว้สำหรับควบคุมเข็มบอกเวลาเป็นชั่วโมง นาที และวินาทีโดยเฉพาะ รวมทั้งฟังก์ชั่นแสดงวันที่และอายุของดวงจันทร์ในการโคจรบนซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ (บอกแล้วว่าเป็นเทรนด์) ทั้งนี้มูฟเม้นท์ทั้งสองตัวทำงานซิงค์ประสานกันผ่านกลไกเข็มบอกเวลาเป็นวินาทีแบบก้าวกระโดด มูฟเม้นท์ที่ใช้ใน Duomètre à Quantième Lunaire คือเครื่องคาลิเบอร์ 381 รุ่นใหม่ของ Jaeger-LeCoultre ซึ่งตกแต่งด้วยรายละเอียดที่ประณีตสำหรับการทำงานที่สอดประสานของฟังก์ชั่นทั้งหมด โดยที่สามารถมองเห็นรายละเอียดเหล่านี้ได้ผ่านกระจกแซฟไฟร์บนตัวเรือนด้านหลัง และแม้ว่าจะเป็นนาฬิกาที่ทำงานด้วยกลไกที่ซับซ้อนแต่หน้าปัดแบบ Openwork ทำให้ดูเวลาได้ง่ายและสบายตาด้วยการแบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 2 ฝั่งให้เห็นได้อย่างชัดเจน  โดยช่องบอกเวลาเป็นชั่วโมงและนาทีอยู่ด้านขวามือ และช่องบอกวันที่และการโคจรของดวงจันทร์อยู่ซ้ายมือ ส่วนตรงกลางเป็นเข็มบอกเวลาเป็นวินาที นาฬิการุ่นนี้เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ผลิตขึ้นมาแค่ 300 เรือนในเวอร์ชั่นเยลโลว์โกลด์ และมีเวอร์ชั่นธรรมดาที่ทำด้วยพิ้งค์โกลด์ ขอบคุณภาพจาก https://coisasdegaroutas.files.wordpress.com http://c.horloger-paris.com/ http://en.worldtempus.com http://i.huffpost.com http://www.jaeger-lecoultre.com