ศาลยà¸à¸Ÿà¹‰à¸­à¸‡à¹à¸žà¸°

 AIS ต้อนรับกระแสเทคโนโลยีปี 2554
ข่าว AIS

เทคโนโลยีตอนนี้ก้าวไกลไปมากและพฤติกรรมผู้ใช้อย่างเราๆก็เปลี่ยนแปลงไป หันไปใช้เทคโนโลยีผ่านมือถือ ทั้งการใช้อินเน็ตผ่านมือถือ ที่ทำได้หลากหลายมากขึ้น ดูหนัง,ฟังเพลง,ดูอินเตอร์เน็ต,โหลดเกมส์,โหลดแอปต่างๆ หรือจะเป็นการเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ฮิตกันถล่มทลายหลักๆ อย่างพวก Facebook ,Twitter , foursquare และอีกหลากหลายที่จะมีมาให้เล่น ถ้ามีสิ่งต่างๆพวกนี้บนมือถือก็ควรจะมีระบบมือถือที่ดี สัญญาณรองรับที่แรงพอไม่ใช่โหลด แอปนึงก็ปาเข้าไปเป็น ชม.และระบบสัญญาณมือถือที่จัดว่าแรงอันดับหนึ่งตอนนี้ก็คงเป็น AIS เค้าแหละ (จากประสบการณ์เคยทดลองใช้ระบบอื่นมาแล้วของตัวเองนะ) เห็น AIS เค้าเปิดโครงการเพื่อผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็ต้องมาศึกษากันหน่อยว่ามันดียังงัย à ควรเกริ่นสักหน่อยก่อนว่า “ล่าสุดเห็น AIS เค้าประกาศแนวทางการทำงานออกมาเพื่อสื่อเรื่องคุณภาพให้ผู้บริโภค” แล้วค่อยต่อว่า “เห็นเค้านำเสนอเรื่องดีๆ ผู้บริโภคอย่างเราก็ต้องมาศึกษากันหน่อย etc. “Quality DNAs คุณภาพในทุกมิติของการให้บริการ” อันนี้ตอบโจทย์ตอนนี้ได้ดีที่สุด เพราะเค้าเน้นคุณภาพหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น Device ที่ไม่ว่าจะเป็นมือถือแบบไหน จะเป็น basic phones, smart phones หรือ smart devices  AIS ก็สามารถรองรับได้หลายระบบปฏิบัติการ พร้อมแพ็จเกจการใช้งานที่เหมาะสม คุ้มค่าทั้ง voice และ data นำมาให้ลูกค้าก่อนใคร และพิเศษกว่าใครเสมอ Network (ระบบสัญญาณ) AIS จัดว่าเครือข่ายที่ใหญ่และดีที่สุด เป็นเครือข่ายที่ไร้ซึ่งรอยต่อ (seamless) สามารถเข้าได้กับทุกเทคโนโลยี โดยที่ผ่านมาพัฒนาเพิ่มความสามารถในการรองรับของ2G และขยายพื้นที่ให้บริการของ 3G ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น และภายใน Q3 จะครอบคลุม กทม ปริมณฑล เชียงใหม่ โคราช ขอนแก่น ชลบุรี หัวหิน นครปฐาม ภูเก็ต Application AIS มีแอพพลิเคชั่นใหม่ ฮิต อินเทรนด์สำหรับลูกค้าทุกเซกเมนต์ ทุกระบบปฏิบัติการ  โดยเฉพาะ local applications ที่ตอบความต้องการเพื่อลูกค้าเอไอเอสที่จะทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง เช่น AIS Soccer Live แอพตัวแรกที่รายงานผลฟุตบอลครบทุกลีคทั่วโลกบน iphone และสมาร์ทโฟนอื่นๆ หรือ Layar แอพที่ให้ลูกค้ามองเห็นสิทธิพิเศษจากร้านค้าหรือข้อมูลที่น่าสนใจต่างๆที่อยู่รอบตัวมากกว่าพันแห่งทั่วประเทศไทย Service ทาง AIS ขอมอบประสบการณ์ที่อุ่นใจ เช่น พนักงานที่สามารถให้บริการตอบคำถาม แก้ไขปัญหาและให้คำแนะนำ หรือ Roaming Care Solution บริการแบบครบวงจรสำหรับการใช้งาน smart phones ในต่างประเทศ รวมถึงสิทธิพิเศษร่วมกับร้านค้าพันธมิตรมากมายทั่วประเทศ สำหรับลูกค้าเอไอเอส ผ่านโครงการเซเรเนด และเอไอเอส พลัส ด้วยหลายๆสิ่งที่ทางค่ายนี้เค้าพัฒนาเพื่อผู้ใช้บริการ ที่ถือว่ายอมรับได้และเป็นผลดีกับเรา ไม่ใช่ว่าทางค่ายอื่นไม่ดีแต่การพัฒนาแข่งกันด้านคุณภาพเป็นผลดีกับผู้ใช้บริการทางมือถือ ในเมื่อเราเป็นผู้ที่จะต้องเสียค่าบริการแล้ว ควรได้ประสิทธิภาพทางการบริการที่ดีทุกด้าน เหมือนที่ค่ายนี้เค้ามี “คุณภาพในทุกมิติของการให้บริการ ”

6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก
ความรู้รอบตัว /  ความรู้รอบโลก / 

ตั้งแต่เราเริ่มจำความได้เราทุกคนก็คงจะได้ยินเพลงชาติทุกวัน ซึ่ง เพลงชาติ เป็นบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้น เพื่อปลุกเร้าให้หวนระลึกถึงหรือสรรเสริญประวัติศาสตร์ชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ หรือการต่อสู้ของชนในชาติ โดยได้รับการยอมรับจากรัฐบาลของชาตินั้นๆ อย่างเป็นทางการ หรือความตกลงใจร่วมกันของประชาชนในชาติว่า เพลงดังกล่าวเป็นเพลงประจำชาติของตน และแน่นอนว่าเนื้อหาของเพลงนั้นก็เป็นเนื้อหาปลุกใจให้เรามีความรักชาติ บรรพบุรุษของเรา แล้ววันนี้ทีนเอ็มไทย มี 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก มาฝากกัน จะน่ากลัวยังไง? ตามไปดูกันเลย .. 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก ทีนเอ็มไทยลองให้เพื่อนๆ คิดกันเล่นๆ ก่อนว่า6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก นี้น่าจะมีประเทศไหนบ้าง .. ติ๊กต๊อก ๆๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ  ถ้าเพื่อนๆ คิดว่ามีประเทศ เกาหลีเหนือ, อีรัก, จีน, โซมาเลีย, ลิเบีย หรือประเทศที่ติดอันดับความอันตรายหล่ะ ไม่ใช่เลย! แล้วจะมีประเทศไหนหล่ะถ้าไม่ใช่ประเทศเหล่านี้ >,< 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 6 : Algeria - "Qassaman"/"We Pledge" ประเทศแอลจีเรีย (Algeria) ครั้งหนึ่งเคยอยู่การปกครองของฝรั่งเศส ซึ่งคนในประเทศไม่ชอบเท่าไหร่เลยทำสงครามกองโจรต่อต้านฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง จนฝรั่งเศสยอมถอนตัวจากแอลจีเรีย จากนั้นก็มีการปฏิวัติรัฐประหารอยู่บ่อย ๆ และประเทศยังมีคงปัญหาเรื่องเชื้อชาติเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน ส่วนเนื้อเพลง " Qassaman " แปลเป็นไทยว่า คำปฏิญาณ เขียนใน 1956  โดย Moufdi Zakaria  เป็นเพลงชาติที่ใช้มายาวนานมากกว่า 10 ปี โดยผู้เชี่ยวชาญเพลงในประเทศมาช่วยกันออกความคิดเห็นช่วยกันแต่ง ซึ่งเนื้อหาของเพลงนั้นค่อนข้างออกมารุนแรงพิควรทีเดียว เกี่ยวกับการทำลาย การนองเลือด และยิงด้วยปืนกล และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ ดังนี้ “We swear by the lightning that destroys, By the streams of generous blood being shed" เราขอสาบานด้วยอำนาจการทำลายราวสายฟ้า ด้วยเลือดที่ไหลราวกับสายน้ำ "When we spoke, none listened to us, So we have taken the noise of gunpowder as our rhythm, And the sound of machine guns as our melody"เมื่อเราบอกกล่าว ถ้าไม่มีผู้ใดฟังเรา ดังนั้นเราจึงต้องใช้เสียงปืนเป็นจังหวะของชีวิตพวก และเสียงจากปืนคือเสียงดนตรีของพวกเรา 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ  5. : Italy - "Il Canto degli Italiani"/"The Song of the Italians" ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ของเพลงชาติเกี่ยวกับอิตาลี มักเศร้าระทมจนกระทั้ง จูเซปเป ฟอร์ตูนีโน ฟรันเชสโก แวร์ดี (Giuseppe Verdi) เป็นคีตกวีบทเพลงประกอบโอเปรา ชาวอิตาลี (ค.ศ. 1813 – 1901) ได้แต่งเพลงที่ชื่อ "Il Canto degli Italiani" แปลเป็นไทยคือ เราพร้อมเพื่อตาย! ซึ่งเขาแต่งในช่วงที่ในขณะที่นครมิลาน พ่ายแพ้และถูกจักรวรรดิออสเตรียเข้ายึดครอง แวร์ดีได้ประพันธ์โอเปร่าเรื่อง Il Corsaro ขึ้น เพื่อให้ปลุกใจให้อิตาลีเป็นอิสรภาพจากประเทศออสเตรียในปี พ.ศ. 2390 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติในปี พ.ศ. 2489  และพัฒนาเป็นเพลงชาติในที่สุด และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ "Mercenary swords, they're feeble reeds. The Austrian eagle has already lost its plumes. The blood of Italy and the Polish blood it drank, along with the Cossack. But it burned its heart."ทหารรับจ้างจะทำงานเพื่อเงินและรางวัลเท่านั้น  เราอ่อนแอราวนกอินทรีย์ที่สูญสิ้นปีก ชาวคอซ-เซ็คชอบดื่มเลือดของอิตาลี่และโปแลนด์ มันทำให้เราแสบหัวใจ 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 4. : Hungary - "Himnusz/Hymn" แต่งโดย Kölcsey Ferenc ประเทศฮังการีนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีประวัติอย่างยาวนานมาตั้งแต่ในตอนศตวรรษที่ 9 และกล่าวจะมาเป็นประเทศ ฮังการีผ่านร้อนผ่านหวามมาเยอะเลยหล่ะ ทำสงครามโลก สงครามเย็น สงครามกลางเมืองที่แสนโหดร้าย ผู้บริสุทธิ์ถูกยิงไม่เว้นวัน เพลงสดุดีนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อให้พลเมืองของประเทศทั้งหลายจับอาวุธขึ้น ต่อสู้ต่อต้านการกดขี่, ละเมิด, หรืออะไรก็ตามที่เป็นภัยคุกคาม และเพลง Himnusz มันเหนือกว่านั้น!! และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ "No freedom's flowers return, from the spilt blood of the dead, and the tears of slavery burn, which the eyes of orphans shed."ไม่มีดอกไม่แห่งเสรีภาพหวนคืนมา จากเลือดที่สาดกระเด็นของเหล่าวายชน และหยาดน้ำตากลายเป็นทาสจากการเผาไหม้ ความเคียดแค้นที่สุมอกที่หลั่งรินออกมาจากดวงตาของเหล่าเด็กกำพร้า 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 3. : Turkey - "stiklal Mar/Independence March" “stiklal Mar”แปลว่า อิสรภาพ เขียนโดย Osman Zeki Üngör  ใช้อย่างเป็นทางการทางการ 12 มีนาคม  1921  เป็นเพลงกระตุ้นสำหรับการต่อสู้ในสงครามของตุรกีเพื่อรับอิสรภาพและเป็นเพลงสดุดีกล้าหาญสำหรับสาธารณรัฐที่ตั้งขึ้นด้วย ความรักอิสรภาพ, ศรัทธา, บรรลุผล,  ความหวัง และการอุทิศตัวให้สูงศักดิ์ ซึ่งจากประวัติศาสตร์ตุรกีต้องเผชิญการรุกรานของยุโรปและการดูถูกดูแคลน ดังนั้นพวกเขาจึงได้ใส่เรื่องราวเหล่านั้นเขาไปในเพลงชาติ ที่แสดงให้เห็นว่าใครมาแหยมประเทศอั๊วมันต้องตาย และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ " I' m  like  the  roaring  flood;   powerful  and  independent,   I' ll  tear  apart  mountains,   exceed  the  heavens  and  still  gush  out! "ฉันเหมือนน้ำท่วม ที่มีเสียงคำราม ทรงพลัง และอิสระ ฉันจะฉีกภูเขาอย่างละส่วน กินท้องฟ้า และทะลักออกมา! " Render  your  chest  as  armor  and  your  body  as  trench! " "หน้าอกของฉันเป็นอาวุธ และร่างกายของคุณเป็นคู!" "For  only  then,   shall  my  fatigued  tombstone,   if  there  is  one,   prostrate  a  thousand  times  in  ecstasy,   and  tears  of  fiery  blood  shall flow  out  of  my  every  wound" สำหรับเวลาต่อมา ที่ศิลาหน้าหลุมฝังศพของฉัน  ถ้ามีสิ่งหนึ่งนอนคว่ำพันเวลาในความปีติยินดีอย่างเหลือล้น  และน้ำตาและเลือดซึ่งลุกเป็นไฟได้ไหลออกมาจากทุกบาดแผลของฉัน และร่างกายไม่มีชีวิตของฉันได้หายไปจากโลกเสมือนจิตใจเป็นสิ่งที่ชั่วนิรันดร" 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 2. : France - "Le Marseillaise"/"The Song of Marseille" ลามาร์แซแยส (La Marseillaise แปลตามตัวว่า เพลงแห่งเมืองมาร์เซย์) เป็นชื่อของเพลงชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย โคลด โจเซฟ รูเชต์ เดอ ลิสล์ (Claude - Joseph  Rouget) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 1792 ที่เมืองสตราสบูร์ก ในแคว้นอัลซาส เดิมเพลงนี้มีชื่อว่า "Chant de guerre de l'Armée du Rhin" (แปลว่า "เพลงมาร์ชกองทัพลุ่มน้ำไรน์") เดอลิสล์ได้อุทิศเพลงนี้ให้แก่นายทหารชาวแคว้นบาวาเรีย (อยู่ในประเทศเยอรมนีในปัจจุบัน) ซึ่งเกิดในประเทศฝรั่งเศสผู้หนึ่ง คือจอมพลนิโคลาส ลัคเนอร์ (Nicolas Luckner) เมื่อกองทหารจากเมืองมาร์เซย์ได้ขับร้องเพลงนี้ขณะเดินแถวทหารเข้ามายังกรุงปารีส ทำให้เพลงนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป และกลายเป็นเพลงปลุกใจในการร่วมปฏิวัติฝรั่งเศส ทั้งยังเป็นที่มาของชื่อเพลงลามาร์แซแยสดังปรากฏอยู่ในปัจจุบันด้วย สมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศสได้ออกประกาศรับรองให้เพลงลามาร์แซแยสเป็นเพลงชาติฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2338 ต่อมาเพลงนี้ได้ถูกงดใช้ในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 และมีการนำเพลงอื่นมาใช้เป็นเพลงชาติฝรั่งเศสแทนในระยเวลาดังกล่าวแทน หลังการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2373 เพลงนี้ก็ได้กลับมาใช้เป็นเพลงชาติในระยะสั้นๆ แต่ก็งดใช้อีกครั้งในสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ตราบจนกระทั่งฝรั่งเศสเข้าสู่สมัยสาธารณรัฐที่ 3 เพลงนี้จึงได้รับการรับรองให้เป็นเพลงชาติอย่างถาวรเมื่อ พ.ศ. 2422 และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ (ปล เขาบอกว่ามันคล้ายเพลงไทยอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าทำนอง หรือคำแปล) "Do you hear in the countryside, the roar of these savage soldiers, they come right into our arms, to cut the throats of your sons!" ทหารร้ายใจโจรตะโกนร้อง คำรามก้องในท้องทุ่งได้ยินไหม มันราญรุกบุกบ้านเพื่อเอาชัย ลูกเมียเรามันเชือดได้ให้ตายตาม” " Amour sacré de la patrie, Conduis, soutiens nos bras vengeurs ! Liberté, liberté chérie,Combats avec les défenseurs ! (bis)Sous nos drapeaux, que la victoireAccoure à tes males accents !Que les ennemis expirantsVoient ton triomphe et notre gloire !!" (ภาษาฝรั่งเศส) “เตรียมศาสตราอาวุธเร็วพี่น้อง รวมพลังเป็นหมู่กองให้เกรงขาม แล้วตบเท้าก้าวสู่แดนสงคราม ให้เลือดชั่วสาดตามรอยไถนา” Nous entrerons dans la carrière Quand nos aînés j’y seront plus ;Nous y trouverons leur poussière Et la trace de leurs vertus. (bis) Bien moins jaloux de leur survivre Que de partager leur cerceuil, Nous aurons le sublime orgueil De les venger ou de les suivre ! (ภาษาฝรั่งเศส) ความภูมิใจที่ได้รอดปลอดภัยอยู่ หรือจะสู้ได้ร่วมโลงเมื่อเป็นผี ได้แก้แค้น ได้ตายตาม เพื่อนโยธี คือศักดิ์ศรีทะนงไว้ในใจเรา 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 1. : Vietnam - "Tien Quan Ca"/"Army March" ส่วนมากของเพลงสดุดีอื่นๆ บนอันดับนี้จะเน้นเรื่องสันติภาพ, ความภูมิใจแห่งชาติ หรืออะไรก็ตามอื่นๆ เลือด และไส้พุง แต่เพลงสดุดีของประเทศเวียดนามนั้นมันต่างกัน เพราะเน้นเรื่องสงครามทั้งหมด "Tien Quan Ca" แปลเป็นไทยคือ "มาร์ชทหารเวียดนาม" เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประพันธ์โดย เหงียน วัน คาวและใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามใน พ.ศ. 2488 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หลังจากการรวมประเทศในปี พ.ศ. 2519 โดยมีสองท่อน แต่ส่วนใหญ่จะร้องเฉพาะบท และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ (เฉพาะท่อนแรก) “ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า ! ด้วยใจเด็ดเดี่ยวในการพิทักษ์มาตุภูมิ เสียงฝีเท้าที่เร่งเร้าของเราดังก้องทั่วท้องถนนอันยาวไกลและทุรกันดาร จิตวิญญาณของชาตินั้นสถิตในธงแดง อาบเลือดแห่งชัยชนะ เสียงปืนกระหน่ำอันยาวนานสอดประสานไปกับเสียงเพลงเดินทัพ หนทางสู่ความรุ่งเรืองของเราทอดทับบนซากศพของเหล่าศัตรู มาฝ่าฟันความทุกข์ยากนานัปประการ แล้วร่วมสร้างที่มั่นต้านข้าศึกกัน จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ! รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า ! เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์” “ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า! ธงดาวทองโบกสะบัดพลิ้ว นำปวงชนพ้นจาก ความทุกข์ยากลำเค็ญ เรามาร่วมมุมานะต่อสู้เพื่อสร้างชีวิตใหม่ จงลุกขึ้นสู้และทำลายโซ่ตรวนทิ้ง เพราะเราต้องกล้ำกลืนฝืนทนต่อความเคียดแค้นชิงชังมานานพอแล้ว จงเตรียมพร้อมต่อการเสียสละทุกสิ่ง เพื่อชีวิตอันรุ่งโรจน์ในภายหน้า จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ ! รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า ! เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์” เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณที่มา http://www.d-looks.com/showblog.php?Bid=168

สนุกปาก! คอมเม้นท์แฟนบอลเวียดนามหลังทีมเอาชนะซีเรีย 2-0 คู่เเข่งไทยวันนี้
คิงส์คัพ /  ซีเรีย / 

ตามธรรมดาของชาวเวียดนาม เมื่อสามารถล้มทีมที่เหนือกว่าก็ออกมาคุยโวตามปกติ ครั้งนี้ก็เช่นสาวกทัพดาวทองจะมีคอมเม้นท์ว่าอย่างไร เมื่อพวกเค้าสามารถเอาชนะทีมชาติซีเรีย คู่เเข่งที่จะพบกับไทยในวันนี้ไปถึง 2-0 Đinh Trọng Quân
Việt Nam đá rất hay đặc biệt hàng hậu vệ. nhưng đừng chủ quan vì đây chỉ là giao hữu.
 เวียดนามเล่นเกมรับได้แข็งแกร่งมากวันนี้ … แต่มันก็ยังวัดอะไรไม่ได้มากนักเพราะเป็นแค่นัดกระชับมิตร Phan Chinh
Với tư cách là 1 HLV online, tôi khá hài lòng với màn trình diễn của các cầu thủ trên sân, Tôi đánh giá cao sự di chuyển nhịp nhàng giũa các 3 tuyến, nếu chúng ta nhanh hơn 1 chút nữa thì những cơ hội kia sẽ tạo ra sự nguy hiểm hơn. Trân này tôi rất ấn tượng với tiền vệ trẻ của VN là Xuân Trường và ในฐานนะหนึ่งในโค้ชออนไลน์, ผมรู้สึกพอใจมากกับผลงานของนักเตะในสนาม, ผมชอบการเคลื่อนที่ที่ดูไหลลื่นของสามประสานแดนหน้า … แต่ถ้าเร็วกว่านี้อีกซักนิดก็จะสร้างโอกาสที่อันตรายได้มากขึ้นเยอะเลย … พูดจากใจจริงเลยผมรู้สึกประทับใจผู้เล่นกองกลางของเวียดนามอย่าง ซวน ตรัง Thành Nam (เกรียนเวียดนาม)
Tôi là 1 fan của leicester city đã 20 năm nay và là fan của vardy từ khi a ấy còn làm công nhân trong nhà máy. Nhìn đôi tay thoăn thoắt của a khi đó tôi tin chắc rằng s này a sẽ là 1 cầu thủ thành công = ))
 ในฐานะที่ผมเป็นแฟนเลสเตอร์มา 20 ปีแล้ว … เป็นเป็นแฟนมาตั้งแต่วาร์ดี้ทำงานอยู่ในโรงงาน … หลังจากที่ได้เห็นมือของวาร์ดี้ที่ผ่านอะไรมาอย่างโชกโชน … ผมมั่นใจเลยว่านักเตะคนนี้ต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน Phú Quý (นี่ก็เกรียน)
Với lối chơi và kết quả trong trận đấu giao hữu này , chúng ta hoàn toàn tự tin vào mục tiêu vào đến bán kết EURO 2016 tới đây… จากรูปแบบกันเล่นและผลการแข่งขันในนัดระชับมิตรวันนี้ … เรารู้สึกมั่นใจอย่างมากกับเป้าหมายที่จะได้เข้ารอบเซมิไฟนอล … ยูโร 2016 Phan Đình Vũ
Thắng thì vui tuy nhiên đừng quá hô hào ko sau này lại …..
 ชนะแล้วก็สนุกสนานกัน … แต่ก็อย่าดีใจให้มันมากจนเกินไปนะ Thống Trần
Trận này Vietnam đá rất hay, hy vọng bơi ra biển lớn ko còn mặn nữa 
 แมทช์นี้เวียดนามถือว่าเล่นได้แข็งแกร่งดีมาก … หวังว่าจะไม่วนกลับมาที่เดิมอีกนะ Trần Tuấn Anh
tôi dưới cương vị chủ tịch hội đồng quản trị liên đoàn huấn luyện viên online rất hài lòng với màn trình diễn của các em hôm nay. đặc biệt là em Lê Công Văn Quyết
  ผมในฐานะประธานโค้ชออนไลน์แห่งชาติ รู้สึกพอใจกับผลงานของพวกเขาในวันนี้มาก … โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวรุ่งอย่าง เล คอง วินห์ และเหวียน ฟาน เคียต Trọng Nguyên
viêt nam đá quá hai đặt biệt là những pha cứu thua xuất sắc của thủ môn nguyên mạnh เวียดนามรอดจากการเสียประตู … โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเซฟสองลูกอันยอดเยี่ยมของ เหงียน มันห์ Nucians Ma Thịnh
Syria làm sao thắng đc ứng cử viên vô địch WC 2022 đc
 ซีเรีย … คุณจะเอาชนะว่าที่ตัวแทน (เวียดนาม) ที่จะเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 ได้ยังไง Hiếu Blues
các HLV online cho tôi ý kiến về trận đấu này nào
 โค้ชออนไลน์ … ไหนๆ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแมทช์นี้ให้ฉันฟังหน่อยซิ Duy Trương
đội tuyển càng ngày càng rất tiến bộ, trận này chơi rất hay ทีมนี้ก้าวหน้าขึ้นไปมาก … และเกมนี้ก็เล่นได้ดีมากๆ Hoàng Ngọc Trung
Mẹ..giờ vẫn có người quan tâm đến bóng đá việt nam nữa à 
โอ้ววว … ตอนนี้มีผู้คนหันกลับมาสนใจฟุตบอลเวียดนามอีกครั้ง Chí Hải
Giao hữu Việt Nam luôn đứng đầu thế giới. เวียดนามเป็นเจ้าแห่งนัดอุ่นเครื่องของโลกนี้เลย Minh Pham
Đá giao hữu lúc nào mà không thắng อุ่นเครื่องเนี่ยแข็งแกร่ง … แข่งจริงไม่เคยชนะเลย Khoa Nhox
Vâng chỉ có ở việt nam. ก็เก่งแต่ในเวียดนามนี่แหละ แปลโดย แอดมินอีเจ้ เพจคอมเม้นท์แฟนกีฬาต่างชาติ เครดิตเว็บ http://www.thaiwinds.com

แอบส่อง นาฬิกาซุปเปอร์ฮีโร่ ในทีม  Avengers ที่ใช้ในชีวิตจริง
The Avengers /  กัปตันอเมริกา / 

แอบส่อง นาฬิกาซุปเปอร์ฮีโร่ ในทีม Avengers ที่ใช้ในชีวิตจริง ในยามที่อากาศร้อนเหมือนดวงอาทิตย์อยู่ตรงหัวตลอดเวลาอย่างนี้ การเดินเข้าโรงหนังเย็นๆ ดูหนังซักเรื่องให้ลืมความระอุของโลกข้างนอกชั่วคราวก็น่าจะเป็นไอเดียที่ไม่เลวนัก หนังซัมเมอร์จากฮอลลีวู้ดก็เริ่มเข้ามาทยอยฉายในบ้านเราแต่คงไม่มีเรื่องไหนที่เรียกคนเข้าโรงได้มากเท่ากับหนังรียูเนี่ยนซูเปอร์ฮีโร่ที่กลับมารวมตัวกันพิทักษ์โลกใน The Avengers: Age of Ultron ที่ทิ้งช่วง 2 ปีจากภาคแรก เพื่อความ’อิน’ กับกระแสของหนังเรื่องนี้ เราเลยขออุทิศเนื้อหาในคอลัมน์ฉบับนี้แก่เหล่าดิอเวนเจอร์ มาดูกันว่าดาราหนุ่มที่รับบทซูเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลของมาร์เวลแต่ละคนมีรสนิยมเรื่องนาฬิกากันอย่างไร Robert Downey jr (โทนี่ สตาร์ค/ ไอรอนแมน) หนึ่งในนักแสดงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวู้ด โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ หรือ RDJ ชนะใจคนดูทั่วโลกจากบทโทนี่ สตาร์ค หรือไอรอนแมน ในหนังไตรภาคของซูเปอร์ฮีโร่เพลย์บอยอัจฉริยะผู้สวมชุดเกราะเหล็กและมีแร่พัลลาเดียมเป็นแหล่งพลังงานชีวิต และในหนังมหากาพย์รวมดาวซูเปอร์ฮีโร่ The Avengers และ The Avengers: Age of Ultron นอกจอเอง RDJ ก็ยังแสดงออกถึงความหลงใหลที่เขามีต่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านสไตล์ส่วนตัวสุดเฉียบ (และแพง) ไม่แพ้ของโทนี่ สตาร์ค ที่เห็นได้จากนาฬิกา Jaeger-Lecoultre Amvox 3 Tourbillon GMT สีดำที่เขาใส่ใน Iron Man 2 และในงานโปรโมทภาพยนตร์ตามเมืองต่างๆ เจ้า Amvox 3 ของ RDJ มีตัวเรือนทำด้วยเซรามิกสีดำและแพลตินัม 950 ขนาดความกว้าง 44 มิลลิเมตร หน้าปัดตาข่ายสีดำเปิดโปร่งให้เห็นกลไกระบบทูร์บิญงแบบชัดๆ เต็มๆตา  ประดับตัวเลขบอกเวลาสีขาวขนาดใหญ่ที่เรืองแสงในที่มืด  ขับเคลื่อนด้วยเครื่องคาลิเบอร์ 988 แบบออโตเมติกที่เดิน 28800 รอบต่อชั่วโมงและ สะสมพลังงานสำรอง 48 ชั่วโมง คอมพลีทลุคด้วยสายหนังลูกวัวสีดำ เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ผลิตขึ้นมาแค่ 300 เรือนเท่านั้น สนนราคาต่อเรือนอยู่ที่ 85,500 เหรียญ (เท่านั้น!) ความน่าสนใจเพิ่มเติมของนาฬิกาคู่ใจไอรอนแมนของเราก็คือ นาฬิกาในไลน์ Amvox 3 นี้เป็นผลงานลำดับที่ 3 ที่เกิดจากจากการจับมือร่วมกันระหว่าง Jaeger-Lecoultre และ Aston Martin และนับได้ว่าเป็นนวัตกรรมล้ำหน้าขั้นสุดของโครงการนี้ด้วยความสำเร็จในการนำกลไกทูร์บิญงมาใช้ในนาฬิกาสปอร์ต นอกจากนี้ยังเป็นนาฬิกาตัวเรือนเซรามิกทรงกลมรุ่นแรกของแบรนด์อีกด้วย (นาฬิการุ่นแรกจรืงๆ ของ Jaeger-Lecoultre ที่ใช้ตัวเรือนทำจากเซรามิกคือรุ่น Squadra World Time แต่ตัวเรือนเป็นทรงสี่เหลี่ยม) และมีอิทธิพลจากโลกยานยนต์ให้เห็นในดีไซน์ของนาฬิกาอย่างสะพานทูร์บิญง หน้าปัดแบบเปิดโปร่ง และเม็ดมะยมสแตนเลสสตีลที่มีรูปทรงคล้ายกับฝาปิดถังน้ำมันรถยนต์สมัยก่อน Chris Evan (กัปตันอเมริกา) เพื่อนข้างกายของซูเปอร์ฮีโร่อย่างกัปตันอเมริกาอยู่ในรูปแบบของโล่ไวเบรเนียมที่เขาใช้ต่อกรฟาดฟันกับเหล่าร้ายสมาชิกไฮดร้าในหนังกัปตันอเมริกา และดิอเวนเจอร์สทั้ง 2 ภาค แต่หลังผู้กำกับสั่งคัต คริส อีแวนส์ ดาราหนุ่มผู้เคยรับบท Human Torch ซูเปอร์ฮีไร่หนึ่งใน Fantastic Four และบทสตีฟ โรเจอร์ส/กัปตันอเมริกาขอพักวางโล่และเปลี่ยนบรรยากาศเป็นอะไรที่เบากว่ามากๆ แทน และนาฬิกา IWC Portuguese Automatic ก็เป็นบัดดี้สุดโปรดที่กัปตันอเมริกาสวมติดตัวบ่อยๆ นอกจอ ซึ่งก็สะท้อนบุคลิกความเรียบง่าย สบายๆ ของนักแสดงผู้นี้ได้ชัดเจน นาฬิกาในตระกูล Portuguese ซึ่งเป็นหนึ่งในไอคอนที่มีความเป็นมายาวนานในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ IWC โดยความเป็นมาของ Portuguese นั้นย้อนกลับไปช่วงปลายทศวรรษ 1930 เมื่อนักธุรกิจชาวโปรตุเกส 2 คนมาที่ IWC และสั่งทำนาฬิกาข้อมือที่มีประสิทธิภาพความแม่นยำเที่ยงตรงสูงในระดับนาฬิกา Marine Chronometre ซึ่งมีกลไกขนาดใหญ่มาก และทางเดียวที่จะสามารถทำความประสงค์ของลูกค้าให้เป็นจริงได้ก็คือต้องใช้เครื่องของนาฬิกาแบบพ็อกเก็ตวอทช์ใส่ลงไป  IWC จึงใช้เครื่องคาลิเบอร์ 74 hunter ของนาฬิกาพ็อกเก็ตวอทช์ (และต่อมาเปลี่ยนเป็นเครื่องคาลิเบอร์ 98) ที่มีเม็ดมะยมอยู่ด้านขวา ใส่ในตัวเรือนของนาฬิกาข้อมือ จุดนี้เองคือที่มาที่นาฬิกาข้อมือสไตล์พ็อกเก็ตวอทช์ได้ถือกำเนิดขึ้น แต่ด้วยดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายโก้หรูของมันที่มาก่อนกาลทำให้นาฬิการุ่นนี้เป็นที่รู้จักในวงแคบเท่านั้น จนกระทั่งปี 1993 ที่ Portuguese เริ่มได้รับความนิยมและกลายเป็นไอคอนของ IWC สำหรับรุ่น Portuguese Automatic ที่ปรากฏอยู่บนข้อมือของคริส อีแวนส์บ่อยๆ นี้มีตัวเรือนสแตนเลสสตีล ขนาดความกว้าง 42.3 มิลลิเมตร หน้าปัดสีขาวเคลือบเงินตัดกับสายหนังจระเข้สีดำ นาฬิกา Portuguese Automatic เปิดตัวครั้งแรกในปี 2004 และกลายเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในตระกูล Portuguese ตัวเครื่องเป็นกลไกคาลิเบอร์ 52010 ที่ผลิตโดย IWC และมีระบบหมุนลานอัติโนมัติ Pellaton ที่เป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์ของแบรนด์เป็นตัวชูโรง สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุดถึง 7 วัน กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ตัดแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ค่าตัวของ Portuguese Automatic  อยู่ที่  13,000 เหรียญสำหรับรุ่นตัวเรือนสแตนเลสสตีล และ 24,000 เหรียญสำหรับเวอร์ชั่นตัวเรือนเร้ดโกลด์ 18 กะรัต Chris Hemsworth (เทพพระเจ้าสายฟ้าธอร์) ภาพของนักแสดงหนุ่มชาวออสเตรเลีย คริส เฮมส์เวิร์ธ ที่เราติดตากันดีคือลุคหนุ่มผมยาวในเครื่องแต่งกายโบราณที่มีค้อนยักษ์เป็นอาวุธในฐานะเทพเจ้าแห่งสายฟ้าในหนังซูเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลของมาร์เวล ที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักของคนดูหนังทั่วโลก แต่เมื่อสลัดคราบเทพเจ้าออก คริส เฮมส์เวิร์ธ ก็เป็นหนุ่มห้าวที่มีสไตล์ในการแต่งตัวที่เท่ไม่เบาทีเดีย โดยเฉพาะในเรื่องของนาฬิกาที่แหวกออกมาจากความนิยมของดาราชายระดับเอลิสต์ส่วนใหญ่  ซึ่งนาฬิกาเรือนโปรดที่เขาใส่ติดตัวแทบจะตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นที่งานพรมแดงเปิดตัวภาพยนตร์หรือในเวลาส่วนตัวที่บ้านเกิดในออสเตรเลียคือ Bvlgari Diagono Ceramic Chronograph ที่มีดีไซน์เป็นนาฬิกาสปอร์ตสุดหรูบนตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร ที่มีจุดเด่นที่การจับวัสดุไฮเอนด์อย่างพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัตมาอยู่รวมกับวัสดุสำหรับการใช้งานสมบุกสมบันในรูปแบบกรอบหน้าปัดและปุ่มกดเซรามิกที่ขัดผิวจนขึ้นเงาและสายยางสีดำได้อย่างกลมกลืน หลังจากเริ่มผลิตนาฬิกาในยุค 1940 แบรนด์บุลการีได้เปิดตัวนาฬิกา Diagono รุ่นแรกในปี 1997 ซึ่งชื่อ Diagono มีที่มาจากคำในภาษากรีกโบราณที่หมายถึงการแข่งขัน ส่วนหน้าปัดดีไซน์สะอาดตามีแรงดลใจในการออกแบบที่ได้จากรูปปั้น Myron’s Discobolus  หรือ Disc Thrower Mark Ruffalo (ยักษ์ใหญ่ตัวเขียวฮัลก์) ไม่มีใครกล้าแหยมกับเขาเวลาที่อยู่ในร่างมนุษย์เขียวจอมพลังที่ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ฮัลก์ของมาร์ค รัฟฟาโลเป็นยอดมนุษย์ที่น่าเกรงขามและน่าเห็นใจในเวลาเดียวกัน ในหนังดิอเวนเจอร์สเราไม่เห็นเขาแต่งองค์ทรงเครื่องเท่าไรนักทั้งตอนที่เป็น ดร.บรูซ แบนเนอร์ผู้เงียบขรึมและยิ่งเมื่อกลายร่างเป็นฮัลก์ที่ใส่กางเกงแค่ตัวเดียวลุยตัวร้าย แต่ที่งานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำครั้งล่าสุด มาร์ค รัฟฟาโล สลัดคราบซูเปอร์ฮีโร่และหนุ่มเซอร์ที่เราคุ้นตาจากหนังเรื่องอื่นๆ (Now you see me, Begin Again คุ้นๆ ไหม?) แต่งหล่อเข้าร่วมงานในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล และสวมนาฬิกา Montblanc Star Twin Moonphase ดีไซน์เรียบหรูด้วยตัวเรือนทรงกลม ตัวเลขอารบิกบอกเวลาบนหน้าปัดสลักลายกิโยเช่พร้อมฟินิชชิ่งประณีตเรียบกริบทุกกระเบียดนิ้วที่มองจากมุมไหนก็บ่งบอกความเป็นเรือนเวลาชั้นสูง Star Twin Monnphase ไม่ได้มีดีแค่เพียงรูปลักษณ์ แต่ยังหลอมรวมความช่างคิดที่เป็นจุดเด่นสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้ ด้วยฟังก์ชั่น Moon phase ที่เหมือนเป็นเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมในบรรดาแบรนด์นาฬิกาหรูทั้งหลาย  ซึ่ง Montblanc เองก็ได้ใส่ฟังก์ชั่นนี้ในนาฬิกาตระกูล Star  รุ่นอื่นๆ ก่อนหน้านี้ แต่ Star Twin Moonphase ล้ำหน้าไปกว่านั้นด้วยการดับเบิลฟังก์ชั่น Moon phase ให้บอกปฏิทินข้างขึ้น-ข้างแรมของทั้งซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ แล้วทำไมต้องดับเบิ้ล? เหตุผลก็คือว่าวงโคจรของดวงจันทร์ที่ปรากฏบนซีกโลกเหนือแตกต่างไปจากซีกโลกใต้ เมือมองจากซีกโลกใต้จะเห็นวงโคจรของดวงจันทร์กลับข้างเหมือนเวลาส่องกระจก และนอกจากจะบอกเวลาข้างขึ้นข้างแรมของทั้งสองซีกโลกแล้ว ก็ยังมีฟังก์ชั่นบอกอายุของดวงจันทร์ในรอบการโคจรแต่ละครั้งในช่องหน้าปัดย่อยขอบนอกอีกด้วย ฟังก์ชั่นทั้งหมดของ Star Twin Moonphase ทำงานด้วยเครื่องกลไกคาลิเบอร์ MB29.13 ของ Montblanc ซึ่งสามารถมองเห็นได้บนตัวเรือนด้านหลัง กลไกหมุนลานแบบออโตเมติกสำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมงและหมุนที่ความถี่ 28,800 รอบต่อชั่วโมง Montblanc Star Twin Moonphase มีตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงกลมขนาดความกว้าง 42 มิลลิเมตรและสูง 12.7 มิลลิเมตร ป้องกันรอยขีดข่วนและตัดแสงสะท้อนด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ มาคู่กับสายหนังจระเข้สีดำ ค่าตัวประมาณ  305,000 เหรียญ! Jeremy Renner (ฮอว์กอาย) แม้ฮอว์กอายไม่ได้มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์อย่างเพื่อนร่วมทีมอเวนเจอร์คนอื่นๆ แต่เขาก็เป็นกำลังสำคัญของทีมในการปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วง เราจึงต้องรวมเจเรมี เรนเนอร์เข้ามาอยู่ในสกู้ปของเราคราวนี้ด้วย นักแสดงหนุ่มคนนี้เป็นแฟนตัวยงของ Jaeger-Lecoultre โดยเขามักเลือกใส่นาฬิกาจากแบรนด์หรูนี้ยามปรากฏตัวในงานต่างๆ หนึ่งในรุ่นที่เจเรมีโปรดปรานก็คือ Duomètre à Quantième Lunaire ซึ่งเป็นสมาชิกล่าสุดจากเรือนเวลาในตระกูล Duomètre นาฬิการุ่นนี้มีเข็มบอกเวลาเป็นวินาทีที่เดินครั้งละ 1/6 ของวินาทีและยังแสดงวันที่และอายุของดวงจันทร์ที่โคจรอยู่ตามรอบอีกด้วย แต่ความเจ๋งที่แท้จริงของ   Duomètre à Quantième Lunaire อยู่ตรงคอนเซ็ปต์การใช้กลไกแบบ Dual Wing ที่ใช้มูฟเม้นท์ 2 ตัวทำงานอย่างเป็นอิสระแยกจากกัน ตัวหนึ่งใช้สำหรับสร้างฐานการเดินของนาฬิกาด้วยกลไกฟันเฟืองต่างๆและบาลานซ์ให้ทำงานเที่ยงตรงและแม่นยำที่สุด ส่วนอีกตัวเอาไว้สำหรับควบคุมเข็มบอกเวลาเป็นชั่วโมง นาที และวินาทีโดยเฉพาะ รวมทั้งฟังก์ชั่นแสดงวันที่และอายุของดวงจันทร์ในการโคจรบนซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ (บอกแล้วว่าเป็นเทรนด์) ทั้งนี้มูฟเม้นท์ทั้งสองตัวทำงานซิงค์ประสานกันผ่านกลไกเข็มบอกเวลาเป็นวินาทีแบบก้าวกระโดด มูฟเม้นท์ที่ใช้ใน Duomètre à Quantième Lunaire คือเครื่องคาลิเบอร์ 381 รุ่นใหม่ของ Jaeger-LeCoultre ซึ่งตกแต่งด้วยรายละเอียดที่ประณีตสำหรับการทำงานที่สอดประสานของฟังก์ชั่นทั้งหมด โดยที่สามารถมองเห็นรายละเอียดเหล่านี้ได้ผ่านกระจกแซฟไฟร์บนตัวเรือนด้านหลัง และแม้ว่าจะเป็นนาฬิกาที่ทำงานด้วยกลไกที่ซับซ้อนแต่หน้าปัดแบบ Openwork ทำให้ดูเวลาได้ง่ายและสบายตาด้วยการแบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 2 ฝั่งให้เห็นได้อย่างชัดเจน  โดยช่องบอกเวลาเป็นชั่วโมงและนาทีอยู่ด้านขวามือ และช่องบอกวันที่และการโคจรของดวงจันทร์อยู่ซ้ายมือ ส่วนตรงกลางเป็นเข็มบอกเวลาเป็นวินาที นาฬิการุ่นนี้เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ผลิตขึ้นมาแค่ 300 เรือนในเวอร์ชั่นเยลโลว์โกลด์ และมีเวอร์ชั่นธรรมดาที่ทำด้วยพิ้งค์โกลด์ ขอบคุณภาพจาก https://coisasdegaroutas.files.wordpress.com http://c.horloger-paris.com/ http://en.worldtempus.com http://i.huffpost.com http://www.jaeger-lecoultre.com

18+ใจไม่ถึงอย่าดู!คลิป เดมบ้า บา ขาหักสยอง
เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว /  เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี / 

ใจไม่ถึงห้ามดูเด็ดขาดเราเตือนคุณแล้ว สำหรับจังหวะที่ เดมบ้า บา อดีตกองหน้านิวคาลเซิล ยูไนเต็ด เจอปะทะจนขาหักในศึกไชนีสซูเปอร์ลีก ประเทศจีน โดยดาวยิงที่เคยลั่นสกอร์ดับฝันหงส์แดงในการซิวแชมป์ลีกย้ายมาค้าแข้งกับ เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว เอาชนะ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ศึกดาร์บี้แมตช์ไป 2-1 ซึ่งบาปะทะกับ ซุน เฉียง นักเตะฝ่ายตรงข้ามจนขาหักผิดรูปอย่างสยดสยอง จนต้องถูกนำส่งตัวไปรักษาพยาบาลอย่างเร่งด้วนซึ่งอาการยังไม่มีการอัพเดทให้ทราบ Demba Ba se blesse gravement à la jambe pendant un match ! pic.twitter.com/5okNYheCsu — LaMinuteFootball (@laminfootball) 17 กรกฎาคม 2559

ART and PAPER by HHK Sale 70%
ART /  HHK / 

ART and PAPER by HHK Sale 70%  งาน ART and PAPER by HHK เริ่มแล้วค่า! ขอเชิญศิลปินมืออาชีพและมือสมัครเล่น รวมไปถึงทุกท่านที่รักการวาดรูประบายสี และท่านที่กำลังมองหาอุปกรณ์ศิลปะหรือเครื่องเขียนอยู่ มาเที่ยวชมและหาซื้อสินค้าที่อยากได้กันที่งานนี้ได้เลย บริษัท HHK ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ศิลปะ เครื่องเขียน เครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์เขียนแบบที่มีคุณภาพครบวงจร จัดงานมหกรรม ART and PAPER by HHK ยกสินค้าคุณภาพหลากหลายแบรนด์มาลดราคาสูงสุดถึง 70% พบอุปกรณ์ศิลปะและเครื่องเขียนแบรนด์ดัง อาทิ CANSON LEFRANC & BOURGEOIS Liquitex CARAN d’ACHE Caran d’Ache Ballpoint Pen MARABU PYRAMID SENNELIER ARCHES RAPHAEL Louvre Conté à Paris จะดินสอ ดินสอกด ดินสอสี สีน้ำ สีชอล์ก สีเทียน สีน้ำมัน พู่กัน กระดาษวาดเขียน หรือสมุดสเก็ตช์ งานนี้ก็จัดมาให้หมด เท่านั้นไม่พอ! ยังมีโปรโมชั่นพิเศษจาก Louvre เพียงนำสีน้ำมันหรือสีอคริลิคหลอดเก่ายี่ห้อใดก็ได้ขนาด 20 มล.ขึ้นไป ติดตัวไปที่งาน สามารถนำไปแลกซื้อสีหลอดใหม่จาก Louvre ได้ในราคาพิเศษ 1 หลอดเก่า/ 1 หลอดใหม่ หากสีที่นำไปแลกซื้อเป็นยี่ห้อ Louvre หรือ Basics ละก็ รับฟรีทันที! สมุดแคนสันอคริลิคขนาด A5 มูลค่า 98 บาท จำนวน 1 เล่ม/หลอด พบกันได้ที่ ลานกิจกรรมชั้น 3 ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ ตั้งแต่วันนี้ -12 พฤศจิกายน 2557 ระหว่างเวลา 10.00-20.00 น. นะคะ

XIII.S01E09.1
XIII

"Braquage à la russe" XIII is hot on the trail of now-exposed CIA director Giordino and tracks him to a safe deposit box in Moscow where Giordino has secreted money, documents and blackmail materials in case of an emergency. XIII and Jones plan a daring bank robbery to get to Giordino’s stash before he does, but on breaking in, find more mysteries than answers. What XIII finds out is that keeping the team he put together in one piece might be harder than he ever thought. In the end, XIII may have to let the deadly Giordino get into the box so they can find out where his next move will take him. And that move might prove fatal to XIII and Jones.